ภูสอยเดือน [Chapter 58 : ชื่นมื่นกันทั่วหน้า][END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ภูสอยเดือน [Chapter 58 : ชื่นมื่นกันทั่วหน้า][END]  (อ่าน 494641 ครั้ง)

ออฟไลน์ huskyhund

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1093/-4
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0
 
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


นิยายเรื่องนี้อ้างอิงมหาวิทยาลัยเชิงดอยมานิดหน่อยนะคะ อาจมีบางส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เข้ากับเนื้อเรื่องและจริตของฮัสกี้เองค่ะ 55555555


สารบัญ

Chapter 1 Chapter 2 Chapter 3 Chapter 4 1/2 Chapter 4 2/2 Chapter 5 Chapter 6 Chapter 7 Chapter 8 Chapter 9 Chapter 10 Chapter 11 Chapter 12 Chapter 13 Chapter 14 Chapter 15 Chapter 16 Chapter 17 Chapter 18 Chapter 19 Chapter 20 Chapter 21 Chapter 22 Chapter 23 Chapter 24 Chapter 25 Chapter 26 Chapter 27 Chapter 28 Chapter 29 Chapter 30 Chapter 31 Chapter 32 Chapter 33(1/2) Chapter 33(2/2) Chapter 34 Chapter 35 Chapter 36 Chapter 37 Chapter 38 Chapter 39 Chapter 40 Chapter 41 Chapter 42 Chapter 43 Chapter 44 Chapter 45 Chapter 46 Chapter 47 Chapter 48 Chapter 49 Chapter 50 Chapter 51 Chapter 52 Chapter 53 Chapter 54 Chapter 55 Chapter 56 Chapter 57 Chapter 58



 :mew1: เพจสำหรับอัปเดตนิยายของฮัสกี้ค่ะ -->Facebook


อ้างถึง
นิยายของฮัสกี้เรื่องอื่นๆ ค่ะ  :กอด1:

ตะวันเคียงเดือน
Ganymede
Nisreen, the white rose of the desert
เงาจันทร์ในม่านหมอก
เบลอ
เหนือเมฆ
แต่กาลก่อน
เดือนอิงดอย


**นิยายทุกเรื่องของฮัสกี้ ไม่อนุญาตให้นำออกจากเล้า และไม่อนุญาตให้ใครนำไปโพสต์ที่บอร์ดอื่นๆ เด็ดขาดค่ะ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2018 10:22:37 โดย huskyhund »

ออฟไลน์ huskyhund

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1093/-4


Chapter 1 : รวินท์


เม็ดฝนโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้ามืดครึ้มตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เฉอะแฉะไปหมด เป็นผลให้รวินท์ ทันตแพทย์หนุ่มที่เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ ขี้เกียจจะหอบสารร่างออกไปไหน หลังจากตื่นแล้วเขาก็ยังนอนนิ่งๆ รอให้ราขึ้นอยู่บนเตียงภายในหอพักแพทย์สักพักใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าหญิงสาวในดวงใจออนไลน์อยู่ในเฟซบุ๊กก็รีบกดส่งข้อความไปหา

ชายหนุ่มยิ้มหน้าบาน ขณะพิมพ์ข้อความส่งไปรัวๆ หากคนที่อยู่ปลายทางอ่านแล้วก็ไม่ตอบอะไรกลับมาทั้งนั้น

บางทีเธออาจคิดอยู่ว่าจะพิมพ์อะไร


จุ๊...จุ๊...


รวินท์เงยหน้าขึ้นมองที่มาของเสียง แล้วบ่นใส่จิ้งจกสองตัวประจำห้องของเขา “พวกมึงอย่าทักสิวะ”

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีข้อความใดๆ ตอบกลับมา ก่อนเธอจะออฟไลน์ไป

รอยยิ้มของเขาจางหายไปทีละน้อย นั่งนิ่งอยู่อีกสักพักจึงถอนหายใจหนักๆ โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้บนเตียงแล้วเดินโซซัดโซเซเข้าครัว

ทันตแพทย์หนุ่มยืนนิ่งอยู่ที่หน้าเตาแก๊สที่มีคราบน้ำมันเกรอะกรัง สีดำและเหนียวหนึบ ตั้งแต่เขาย้ายเข้ามาที่ห้องพักแพทย์ห้องนี้ก็ยังไม่เคยแตะมันเลย ไม่รู้ว่าใช้งานได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ เจ้าของคนเก่าของห้องอาจจะทิ้งมันไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อหลอนคนรุ่นหลัง
เสียงท้องร้องดังโครกครากครั้งแล้วครั้งเล่า จนเขาต้องยกมือขึ้นกุมท้องไว้

“เอาไงดีวะ กินมาม่าอีกแล้วเหรอเนี่ย” ชายหนุ่มพึมพำพลางยกมือขึ้นเกาศีรษะ สายตาหยุดอยู่ที่กระติกต้มน้ำร้อนโปเกซึ่งเป็นเครื่องครัวเพียงอย่างเดียวที่เขาเคยใช้งาน เขาเอื้อมมือไปเปิดตู้เหนืออ่างล้างจานแล้วควานหาบะหมี่สำเร็จรูปที่ซื้อตุนไว้

“อ้าว ฉิบหาย มาม่าหมด” พอคิดว่าจะกินหมูหยองหมูแผ่นที่มีไปพลางๆ ในตู้ก็เหลือแต่ซากถุงพลาสติกเท่านั้น เขาส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ “สงสัยต้องเดินไปซื้อที่เซเว่นในโรงบาล หรือจะขับรถไปบิ๊กซีดีวะเนี่ย โธ่โว้ย! คนยิ่งขี้เกียจอยู่”

ครั้นจะชวนเพื่อนไป... อากาศน่านอนแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่ามันอัญเชิญตัวเองออกจากที่นอนได้หรือยัง

รวินท์หันหน้ามองออกไปทางหน้าต่าง ยิ่งเมื่อเห็นฝนยังกระหน่ำเทลงมาจนมองไม่เห็นอะไร เขาก็ยิ่งถอดใจ นอนหิวต่อไปอีกสักพักรอให้ฝนซาหน่อยก็แล้วกัน

หลังจากตัดสินใจได้ก็เดินไปล้มตัวลงนอนบนที่นอนเช่นเดิม

อา... นี่หรือชะตากรรมทันตแพทย์ใช้ทุนอย่างเขา

“หิวโว้ยยย~”


จุ๊... จุ๊...


รวินท์แหงนหน้าขึ้นมองจิ้งจกสองตัวเดิมบนเพดานอย่างเคียดแค้น “มันน่าจับแดกนัก”

แรกๆ เขาก็ไม่ค่อยชอบจิ้งจกนักหรอก แต่ไหนๆ ก็ต้องอยู่ร่วมกันแล้ว เขาคงต้องปล่อยเลยตามเลย ตอนนี้นึกแปลกใจมากกว่าที่พวกมันอยู่ห้องเขาได้โดยไม่อดตาย ในเมื่อห้องเขากันดารเสียขนาดนี้ อาหารอะไรก็ไม่เคยให้ แมลงยังไม่ค่อยจะบินผ่านเลยด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มมาใช้ทุนที่โรงพยาบาลลำพูนได้สักพักแล้ว และเขาก็เพิ่งสัมผัสได้ว่าเมืองลำพูนไม่ได้เป็นอย่างที่คาดไว้เลยสักนิด เขาคิดว่าอยู่อำเภอเมืองแล้วจะคึกคักไม่ต่างกับกรุงเทพฯ แต่ที่ไหนได้ นอกเหนือจากในโรงพยาบาลแล้ว ที่อื่นก็เงียบกริบ ผู้คนโหรงเหรงแม้กระทั่งในห้าง ถ้าที่นี่ไม่มีไอ้เต้เพื่อนรักกับพี่สิงหาซึ่งเป็นรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกันอยู่ล่ะก็ เขาคงทั้งเหงาทั้งเฉาจนขาดใจตาย


รวินท์ กิจโสภณ อายุยี่สิบสี่ปี เป็นทันตแพทย์จบใหม่จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ ชายหนุ่มจัดว่าเป็นคนที่มีหน้าตาโคตรดี โดดเด่นทั้งในระยะใกล้ไกล ดวงตารูปเมล็ดอัลมอนด์สีน้ำตาลอ่อน ผมเส้นเล็กบางสีน้ำตาลนุ่มนิ่มราวกับขนแมว เขามีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวออร่าคล้ายกลืนหลอดนีออนเข้าไป เวลายืนนิ่งๆ ก็ว่าหล่อมากแล้ว แต่พอยิ้มโชว์ฟันขาวเรียงตัวสวยก็ยิ่งทั้งหล่อและน่ารัก แถมฐานะทางบ้านค่อนข้างดี ส่งเสริมให้ชายหนุ่มดูดีมากยิ่งขึ้นไปอีก เขาเป็นเหมือนเดือนเต็มดวงที่ส่องแสงเด่นชัดบนท้องฟ้า ซึ่งดึงดูดความสนใจของคนทั่วไปได้เสมอ

เมื่อครั้งยังเป็นนักศึกษาเขาเป็นคนดังประจำมหาวิทยาลัย ใครๆ ก็รู้จัก ทั้งที่ไม่ได้เป็นเดือน เป็นลีดคณะหรือลีดมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด หากแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาหนีรุ่นพี่ไม่ทัน โดนจับไปถือธงมหาวิทยาลัยในงานฟุตบอลประเพณี ขนาดใส่ชุดนักศึกษาธรรมดายังกลายเป็นจุดสนใจ แจ้งเกิดได้ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องและศิษย์เก่าในสนามลืมบรรดาลีดมหาวิทยาลัยไปเลยทีเดียว

ตั้งแต่ครั้งนั้นมา รวินท์ก็กลายเป็นนายแบบประจำคณะไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายโฆษณาโปรโมตอะไรจะมีรูปเขาเป็นพรีเซนเตอร์อยู่เสมอ ตั้งแต่คลิปวิดีโอสอนแปรงฟัน สอนใช้ไหมขัดฟัน ชักชวนน้องๆ มัธยมให้มาสนใจเข้าเรียนทันตแพทย์ ยาวไปถึงงานวิชาการและอื่นๆ อีกมากมาย บางครั้งก็โดนเรียกให้ไปเป็นนายแบบจำเป็นให้มหาวิทยาลัยด้วย รับจ๊อบแบบเหมาอยู่คนเดียวยาวตลอดหกปีที่เรียนนั่นล่ะ

เสียเวลา เงินก็ไม่ได้ แต่คนมันเกิดมาหล่อ จะทำอย่างไรได้

ชายหนุ่มจัดอยู่ในกลุ่มพวกมีมันสมองดี แต่รักสบายล้ำหน้าทุกสิ่ง ส่วนความขี้เกียจไม่ต้องพูดถึง บางครั้งเขาก็ยังงงตัวเองอยู่เหมือนกันว่าจะเลือกเรียนทันตแพทย์ตามที่บ้านให้มันเหนื่อยทำไม แต่ในเมื่อเลือกแล้วก็ต้องเรียนให้ดีและเรียนให้จบ ความตั้งใจของเขามีแค่เฉพาะเวลาเรียน ขึ้นคลินิกและตอนใกล้สอบเท่านั้น ส่วนเวลานอกเหนือจากนั้น เขาทุ่มเทให้กับการนอนเป็นอันดับแรก

แต่รวินท์จะจริงจังมากเรื่องการดูแลรักษาคนไข้ เพราะนั่นเป็นชีวิตของคนอื่นซึ่งเขาจะต้องรับผิดชอบ ไอ้เรื่องชิลๆ น่ะ เขาจะชิลๆ กับตัวเองเท่านั้น และก็คงเพราะมันอยู่ในดีเอนเอของเขาด้วยนั่นล่ะ เนื่องจากทั้งบ้าน บิดามารดา พี่ชายพี่สาวต่างก็เป็นทันตแพทย์ด้วยกันทั้งนั้น

ถึงแม้รวินท์จะได้ชื่อว่าฮ็อตยิ่งกว่าอากาศในเดือนเมษายนของประเทศไทย มีหญิงสาวและอาจจะชายหนุ่มอีกมากมายอยากจะคบหาเป็นแฟนด้วย แต่หญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนจริงๆ กลับมีเพียงคนเดียวเท่านั้น

ขวัญข้าวเป็นผู้หญิงที่มีหน้าตาจัดว่าแบ๊วค่อนข้างมาก แต่บุคลิคตรงข้ามสุดๆ เธอมีความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบสูงมาก เป็นที่รักของรุ่นพี่และอาจารย์ แล้วยังเป็นที่เคารพของรุ่นน้อง นอกจากนั้นยังมีสไตล์การใช้ชีวิตต่างกับเขาราวกับฟ้าเหว เธอเรียนแพทย์รุ่นเดียวกันในมหาวิทยาลัยเดียวกัน เป็นประธานรุ่น จริงจังไปกับทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นกับแฟน สำหรับเธอการเรียนต้องมาที่หนึ่ง กิจกรรมเพื่อสังคมมาที่สอง ส่วนแฟนกับครอบครัวนั้นมาเป็นอันดับสาม 

รวินท์และขวัญข้าวคบหากันมาตั้งแต่ตอนที่ทั้งสองอยู่ปีสอง ฝ่ายที่งอแงจนเกือบต้องเลิกกันอยู่หลายหนก็มีแต่รวินท์นั่นล่ะ เพราะว่าเธอไม่ค่อยจะมีเวลาไปเดต ไปกินข้าว ไปดูหนัง หรือไปเที่ยวกับเขาเลย ไอ้ตอนปีสามปีสี่ก็ยังพอมีเวลาให้กันบ้าง แต่พอขึ้นปีห้าปีหก ต่างคนต่างเรียนหนัก นานๆ ถึงจะได้เจอกันสักครั้ง จนบางทีเขาแทบจะลืมหน้าแฟนตัวเองไปแล้ว

ในช่วงที่ห่างกัน รวินท์ก็มีแอบเกเรไปกิ๊กกับผู้หญิงคนอื่นอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ซมซานกลับไปตายรังนั่นล่ะ เพราะสำหรับเขา ขวัญข้าวเป็นคนที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด มีความสุขที่สุด อนาคตแม่ของลูกเขาแบบที่เคยวาดฝันไว้เลยทีเดียว


ทว่าในเทอมสุดท้ายก่อนเรียนจบ จู่ๆ หญิงสาวก็โทรศัพท์มาเรียกเขาให้ออกไปพบที่ใต้หอพักของเธอกลางดึก เขายังจำสีหน้านิ่งราวกับฉาบไว้ด้วยปูนในวันนั้นได้แม่น

“วิน ตกลงว่าจะเลือกไปใช้ทุนที่ไหน ขวัญถามวินหลายทีแล้วนะ”

“ก็ขวัญยังไม่บอกผมเลย ขวัญจะไปที่ไหนผมก็จะไปที่นั่นแหละ”

ขวัญข้าวถอนหายใจยาว “วินคิดว่าเราจะจับฉลากไปที่โรงบาลเดียวกันได้ง่ายๆ งั้นเหรอ”

“เราก็เลือกโรงบาลที่มีโควตาทั้งหมอและหมอฟันเยอะๆ สิ”

“ขวัญมีโรงบาลในใจแล้ว... แต่ปีนี้ที่นั่นไม่มีโควตาหมอฟัน”

“ถ้างั้นผมก็ไม่จับฉลากหรอก เดี๋ยวจ่ายเงินแทนใช้ทุนเอา แล้วค่อยไปหาคลินิกแถวโรงบาลขวัญทำงานก็ได้” รวินท์เอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้ “ผมไม่อยากอยู่ห่างขวัญอ่ะ”

หญิงสาวลดสายตาลงมองมือชายหนุ่ม แววตาของเธอสั่นไหว ขณะที่ค่อยๆ ดึงมือออกจากการเกาะกุม

“ขวัญ?”

“ขวัญว่า... เราเลิกกันเถอะวิน”

“ฮะ!? เดี๋ยวๆ ผมทำอะไรผิดเนี่ย!” ทันตแพทย์หนุ่มถลาเข้าไปคุกเข่าลงตรงข้างม้านั่งที่เธอนั่งอยู่ พร้อมกับคว้ามือเธอกลับมากุมไว้แน่น “เกิดอะไรขึ้น ผมไม่เข้าใจ”

“วินไม่เคยจริงจังกับอะไรเลย รู้ตัวบ้างมั้ย”

“ผมจริงจังกับขวัญไง ยังไม่พออีกเหรอ”

“จริงจัง? วินเคยเข้าใจความหมายของคำว่าจริงจังด้วยเหรอ” หญิงสาวพูดเสียงขึ้นจมูก

“หมายความว่ายังไงน่ะขวัญ ผมคบกับขวัญมาห้าปี นี่ยังไม่เรียกจริงจังอีกเหรอ”

ขวัญข้าวส่ายหน้าไปมา เธอยังเลี่ยงที่จะสบสายตากับเขาอยู่ “เราไปกันไม่รอดหรอกวิน... ขวัญกับวินน่ะ เราแตกต่างกันมากเกินไป”

“แตกต่างอะไร เราคบกันมาห้าปีแล้วนะขวัญ ถ้าจะไม่รอด มันก็ไม่รอดมาตั้งนานแล้วมั้ย” รวินท์พูดเสียงเข้ม “หรือขวัญมีคนอื่น?”

“ถามตัวเองดีกว่ามั้ย วินคิดว่าขวัญไม่รู้เหรอ ในระหว่างที่เราคบกันมา วินนอกใจขวัญไปกี่ครั้งแล้ว”

ทันตแพทย์หนุ่มหน้าซีดเผือด ครั้งนี้เถียงไม่ออก เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

“สำหรับวิน ไม่จำเป็นต้องเป็นขวัญก็ได้”

“ไม่จริง” รวินท์พูดเสียงอ่อย “ผมยอมรับว่าผมเคยนอกใจขวัญ แต่ผมก็กลับมาหาขวัญทุกครั้งไม่ใช่เหรอ ผมขอโทษที่ทำให้ขวัญโกรธและเสียใจ ถ้านั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ขวัญจะเลิกกับผม ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ขวัญสำคัญสำหรับผมมากนะ” เขาทำหน้าอ้อน จ้องมองตาเธอในแบบที่ทำให้สาวๆ และหนุ่มๆ ทุกคนใจอ่อนได้เสมอ

หากคราวนี้ใช่ไม่ได้ผล...

“แต่ขวัญสำคัญสำหรับวิน... เหมือนกับที่ทุกคนสำคัญสำหรับวิน”

“ขวัญหมายความว่ายังไง? ผมไม่เข้าใจ”

หญิงสาวมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม พลางถอนหายใจ “ขวัญไม่อยากเป็นเหมือนทุกคนของวิน”

รวินท์นิ่งอึ้ง งุนงงหนักเข้าไปอีก เขาไม่แน่ใจว่าเธอพูดจาวกวน หรือเขาโง่กันแน่ “แต่... แต่ผมต้องการขวัญ... ไม่มีขวัญผมจะอยู่ได้ยังไงกัน”

“วินก็อยู่มาตั้งแต่เกิดได้โดยไม่มีขวัญไม่ใช่เหรอ ตอนขวัญขึ้นวอร์ด วินก็อยู่ได้สบายๆ นี่” ขวัญข้าวยิ้มบาง หากดวงตามีน้ำตาเอ่อคลอ “อีกอย่าง... ยังมีคนที่ต้องการขวัญจริงๆ แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่ต้องการวิน”

“ขวัญฟังผมนะ ผมจะปรับปรุงตัวตามที่ขวัญต้องการทุกอย่าง... ขอแค่ขวัญบอกผม”

“ขวัญอยากให้วินจริงจังกับตัวเอง กับหน้าที่ กับชีวิต และใส่ใจคนรอบข้างบ้าง”

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก “ตกลง ผมจะปรับปรุงตัวตามที่ขวัญบอก ผมสัญญา เพราะงั้น... ให้โอกาสผมนะ”

หญิงสาวไม่ตอบคำถามของเขา เธอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง “ขวัญเลือกโควตาไปโรงบาลที่เชียงราย”

“ถ้างั้นผมก็จะไปเชียงราย”

“....”

“ไปใกล้ๆ เชียงรายก็ได้ ยังไงผมก็ขับรถไปหาขวัญได้”

ขวัญข้าวลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินออกไป

“ไม่สิ! ผมจะจับฉลาก! ได้ที่ไหนก็เอาที่นั่น!”

ครั้งนี้หญิงสาวหยุดกึก หากเธอก็ไม่ได้หันหน้ากลับไปหาอีกฝ่าย เธอกำมือแน่นแล้วสาวเท้าเดินจากไป


หลังจากวันนั้นมา ไม่ว่ารวินท์จะพยายามติดต่อเธอหรือมารอพบเธอ หลายครั้งหลายหนแล้วก็ยังไม่เป็นผล เขาเพียรพยายามส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือ แต่เธอก็ไม่เปิดอ่านเลย

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าคนที่เพอร์เฟ็กต์อย่างเขาจะอกหัก รวินท์เสียศูนย์ไปไม่น้อย หากก็ยังโชคดีที่มีเพื่อนรักคอยช่วยพยุงอาการของเขาไว้


เต้ หรือเตชิต เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่ชั้นมัธยมปลายจนจบปีหกของรวินท์ คบหากันมานานจนรู้ใจกันดี หลังจากรวินท์อกหัก ก็ได้เตชิตนี่แหละ ช่วยปลอบใจและเป็นที่ปรึกษาให้

เตชิตเป็นลีดมหาวิทยาลัย ปีเดียวกันกับที่รวินท์โดนจับไปถือธงนั่นล่ะ วิบากกรรมของเขาเริ่มจากการคัดเลือกลีดคณะ ซึ่งเดิมทีทั้งตัวเขาและรวินท์เป็นตัวเต็ง ไอ้ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจจะเป็นลีดสักเท่าไหร่หรอก แต่พอถึงวันคัดเลือก รวินท์... เรียกไอ้วินเถอะ มันชิงผลักเขาเข้าใส่รุ่นพี่ที่มาตามตัว วิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว แล้วปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ตามยถากรรม

แต่เตชิตคิดว่า ไหนๆ เขาก็ได้เป็นลีดคณะแล้ว กะจะขอแจ้งเกิดในงานฟุตบอลประเพณีสักหน่อย อุตส่าห์ไปคัดตัวเป็นลีดมหาลัยแล้วดันฟลุ๊กได้ซะด้วย แต่ที่ไหนได้ พอถึงวันงานไอ้วินมันเสือกชิงเขาเกิดไปเสียอย่างนั้น กรรมที่ทำไว้กับมันในชาติก่อนคงมีมากโข

หากก็ว่าใครไม่ได้ นอกจากตัวเองนี่แหละ เพราะไอ้ตอนที่พวกรุ่นพี่เขาเตรียมหาคนถือธง ถือลูกบอล จัดขบวนพาเหรดเข้าสนามกัน เขาสมหัวร่วมคิดกับพี่ๆ เสนอให้จับไอ้วินมาถือธงมหาวิทยาลัย เขาทำเป็นชวนมันมานั่งดูเขาซ้อมลีดโดยใช้สาวๆ เป็นตัวล่อ แล้วเอาเนกไทมัดขามันไว้กับเก้าอี้ ครั้งนี้มันเลยหนีไม่รอด ถูกรุ่นพี่รุมโทรมจนต้องตบปากรับคำ


เตชิตยกมือขึ้นลูบศีรษะเพื่อน ทำหน้าเอ็นดูไปตามหน้าที่เพื่อนที่แสนดี หลังจากนั่งฟังรวินท์ครางหงุงหงิงมาพักใหญ่ “มันก็ยังไม่แน่ป่ะวะว่ามึงอกหักอะ ขวัญก็ดูเหมือนจะให้โอกาสมึงไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยก็ยังไม่ได้บล็อกเฟซหรือเบอร์มือถือมึงนะเว้ย”

“แต่ไม่ตอบข้อความ ไม่ยอมเจอกู ไม่รับโทรศัพท์กู มึงไม่เรียกว่าอกหัก แล้วเรียกว่าอะไรวะ”

“เรียกโดนเท...” พอพูดจบเห็นหน้าตาที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้วก็สงสาร เตชิตจึงดึงเพื่อนรักเข้ามากอด “โอ๋ๆ มึงก็ปรับปรุงตัว ฮึดสู้หน่อยเด๊”

“กูก็ทำทุกอย่างแล้วนี่ไงวะ นี่กูไปอ้อนอาจารย์ที่ปรึกษาขวัญถามเรื่องโควตาโรงบาลที่ขวัญเลือก มึงรู้มั้ยว่าอาจารย์บอกว่าขวัญเลือกไปโรงบาลไกลที่สุดตีน เหนือสุด เงียบสุด โอกาสจะได้ก็มีเยอะด้วย แต่อาจารย์ก็บอกว่า ถ้ากูคิดจะไปโรงบาลเดียวกับขวัญ หรือหาคลินิกแถวนั้นทำก็ให้ลืมไปได้เลย เพราะโรงบาลที่ขวัญเลือกปีนี้ไม่มีโควตาหมอฟัน แล้วคลินิกหมอฟันก็หายากมากด้วย คนแถบนั้นมักจะเข้าเมืองใหญ่ๆ ไปทำนู่น มึงดูสิ ห่างกันแบบนี้กูจะเอาอะไรไปพิสูจน์ว่ากูปรับปรุงตัวเองแล้ววะ”

“เออ ก็สมเป็นขวัญดีว่ะ”

“กูไม่ได้ให้มึงชมขวัญ กูให้มึงช่วยกูคิด กูจะทำไงดีวะ”

“มันไม่จำเป็นว่ามึงต้องไปป้วนเปี้ยนรอบตัวเขาเพื่อพิสูจน์ตัวเองป่ะวะ มึงเป็นหมอนะไอ้เหี้ย คิดอะไรให้เหมือนหมอหน่อย”

“กูเป็นหมอฟัน”

“เออ กูก็เป็นหมอฟันเหมือนมึงนี่แหละ หมอฟัน เขาหมายถึงหมอที่ทำฟันให้คนไข้ ไม่ใช่หมอที่ฟันไปทั่วอย่างมึง รู้ตัวบ้างเปล่าวะ”

“รู้ กูอาจจะเหี้ย แต่ไม่ได้โง่เว้ย แล้วกูก็ไม่ได้ฟันไปทั่ว กูก็เลือกมะ”

เตชิตกลอกตาไปมา “เอางี้ กูกับมึง เลือกไปโรงบาลทางเหนือที่มีโควตาหมอฟันเยอะหน่อย จะได้อยู่ไม่ไกลขวัญนัก ช่วงนี้ก็อย่าเพิ่งไปวอแวเขามาก ให้เวลาเขาตกตะกอนความคิดสักหน่อย แล้วกูจะช่วยมึงหาทางส่งข่าวให้ขวัญอีกที แบบนี้มึงจะได้ดูมีจิตวิญญาณหมอขึ้นมาอีกจึ๋งนึง เผื่อขวัญจะได้มองมึงดีขึ้น”

“มันจะช่วยได้จริงๆ เหรอวะ” นาทีนั้นรวินท์คิดหนัก เพราะไม่อยากไปอยู่ต่างจังหวัดสักเท่าไหร่ ไปอยู่ตัวคนเดียวไม่ลำบากแย่เหรอวะ ถึงจะมีไอ้เต้ไปด้วย ก็ใช่ว่ามันจะซักผ้ารีดผ้าให้เขาไหม ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเองเสียด้วย เพราะที่บ้านมีคนเยอะ และเขาก็เป็นลูกคนสุดท้อง จึงมีทุกคนคอยดูแลอยู่ตลอด

“ต่างจังหวัดมันก็ไม่ได้ต่างจากกรุงเทพฯ มากมายหรอกมึง ตอนกูไปเที่ยวเชียงใหม่กับที่บ้าน ก็เห็นมีโรงหนังหรูๆ มีสตาร์บัคส์ มีที่โยนโบลว์ มีร้านอาหารนานาชาติแบบพรีเมียม กลางคืนก็มีที่เที่ยวมากมายมหาศาล แต่เพิ่มเติมจากกรุงเทพฯ คือมีวิวสวยๆ มีภูเขามีน้ำตกให้เที่ยวใกล้ๆ ไม่เชื่อมึงเปิดแผนที่ประเทศไทยดูเลย ทางเหนือภูเขากับน้ำตกเยอะยิ่งกว่าปั๊มน้ำมันที่กรุงเทพฯ อีก มึงคิดภาพดิ ทำงานแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นภูเขา เห็นทุ่ง โอ้โห... ที่ทำงานในฝันเลยนะมึง”

“อือ ก็จริง ถึงกูจะไม่ได้ฝันเหมือนมึงก็เหอะ แต่...จังหวัดที่กูกับมึงเลือก จะเหมือนเชียงใหม่เหรอวะ”

“จังหวัดไหนก็เหมือนๆ กันแหละ มึงก็เคยไปหัวหิน พัทยา ภูเก็ต หาดใหญ่นี่ ก็มีอย่างที่กูพูดเหมือนกันมะ แถมมึงก็ไม่ได้อยู่คนเดียว มีกูอยู่ด้วยไง”

รวินท์พยักหน้าหงึกๆ “ก็ใช่”

“เพื่อความรักของมึง ทุ่มเทหน่อยเว้ย”

“เออ เอาไงเอากันวะ” เขาตอบเสียงอ่อย

หลังจากหลับตาจิ้มเลือกโรงพยาบาลกับเพื่อนรักอยู่หลายที พวกเขาก็เลือกที่จะไปที่โรงพยาบาลลำพูน เพราะโรงพยาบาลอยู่ในอำเภอเมือง ที่นั่นคงไม่ต่างกับกรุงเทพฯ มากนัก ชื่อเมืองก็เพราะดี แถมอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากด้วย อันที่จริงพวกเขาก็ไม่เคยไปลำพูนหรอก ในเมืองนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ แต่มีรุ่นพี่ใช้ทุนอยู่ที่นั่นหนึ่งคน รวมเขากับไอ้เตชิตก็เป็นสาม อย่างน้อยก็มีพวก คงไม่น่าเบื่ออะไร

โควตาโรงพยาบาลลำพูนเปิดรับทันตแพทย์สามคน มีทันตแพทย์เลือกไปใช้ทุนที่นั่นเพียงสองคน คือรวินท์กับเตชิตนั่นล่ะ พวกเขาจึงได้ไปลำพูนตามที่เลือกไว้โดยไม่ต้องจับฉลากลุ้นให้เหนื่อย

เมื่อมีการประกาศผลโรงพยาบาลที่เหล่าทันตแพทย์มือใหม่จะไปใช้ทุนอย่างเป็นทางการ รวินท์รีบส่งข้อความไปบอกกับขวัญข้าวทันที ซึ่งครั้งนี้ เธอเปิดอ่านข้อความและตอบกลับมาสั้นๆ ว่า

“ขอให้มีช่วงเวลาดีๆ ที่นั่นนะ”

รวินท์ยิ้มกว้าง เขาคิดว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว เพราะอย่างน้อย เธอก็ยอมอ่านข้อความและตอบกลับ อีกไม่นานก็คงใจอ่อน ยอมกลับมาคืนดีกับเขา

“จะว่าไป มึงยอมไปใช้ทุนกูก็ว่าแปลกมากแล้ว แต่ที่บ้านมึงยอมให้ไปด้วยนี่แปลกกว่า เป็นไปได้ไงวะเนี่ย กูละงง” เตชิตงงหนักยิ่งกว่า เมื่อเห็นว่าที่บ้านของเพื่อนรักสุดคุณชายยอมให้ไปใช้ทุนที่ต่างจังหวัดจริงๆ

“มึงก็รู้ พ่อแม่พี่กูก็หมอฟันป่ะ ทุกคนก็ใช้ทุนเหมือนกัน แล้วทำไมจะไม่ให้กูไปใช้ทุนวะ”

“เออ ก็เห็นมึงลูกคนเล็ก ที่บ้านอาจจะหวง”

“กูว่าเพราะคนเล็กนี่แหละว่ะ เลยปล่อย”

“โถ พ่อแม่กับพี่ๆ มึงโอ๋มึงจะตายห่า เห็นประคบประหงมกันจะตาย แต่ตอนนี้มึงก็อายุมากแล้วนี่นะ คงอยากให้ลูกแหง่หย่านมแหละว่ะ”

“ลูกแหง่พ่องส์” รวินท์ยกขาถีบเพื่อนรักไปหนึ่งที

เตชิตหัวเราะร่วน แต่เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ นะ ไอ้วินน่ะ เป็นคุณชายเสียจนเคยตัว มันไม่ซีเรียสกับอะไรสักอย่างในชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างมันได้มาง่ายๆ บางทีไม่ทันได้อ้าปาก แค่ชำเลืองมองทุกคนก็หาประเคนใส่พานมาให้มันแล้ว จีบผู้หญิงมันยังไม่เคยต้องจีบเองเลย ขนาดตอนที่พวกเขาเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ คนอื่นวิ่งวุ่นหาเคสกันแทบตาย แต่ไอ้วินน่ะ มีคนไข้มาต่อคิวรอให้เลือกเลย ชีวิตของมันสบายขนาดนั้น พ่อแม่ของมันก็คงอยากให้มันโตเป็นผู้ใหญ่บ้าง เลยยอมให้ไปอยู่ต่างจังหวัดตามลำพัง


(มีต่อนะคะ)


ออฟไลน์ huskyhund

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1093/-4


ดังนั้นหลังเรียนจบ ทันตแพทย์ป้ายแดงทั้งสองจึงเก็บผ้าผ่อนเดินทางไปยังโรงพยาบาลซึ่งเป็นที่หมาย  บิดามารดาของรวินท์มาส่งเขาถึงหน้าหอพักโดยที่ไม่ให้พี่ชายและพี่สาวของเขาตามมาด้วย เพราะทั้งสองไม่เห็นด้วยกับการส่งรวินท์ไปทำงานที่ไกลๆ เมื่อบอกลากันเสร็จ บิดามารดาของรวินท์ก็โบกมือลาบ๊ายบายแล้วก็ปล่อยบุตรชายคนเล็กไปตามเวรตามกรรม ส่วนพวกเขาก็ไปเที่ยวเชียงใหม่กันต่อ

โรงพยาบาลลำพูนไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน มีตึกเก่าๆ ด้านหลังโรงพยาบาลเป็นหอพักแพทย์ซึ่งให้พักได้ห้องละคน ภายในห้องกว้างขวาง มีห้องนอน ห้องครัว ห้องอาบน้ำและห้องนั่งเล่นให้พร้อม เตชิตได้ห้องพักที่ชั้นห้า ส่วนห้องของรวินท์อยู่ที่ชั้นสาม ในห้องนอนของรวินท์มีพัดลมโปเกบนผนังหนึ่งเครื่อง ซึ่งเปิดทีเสียงดังกระหึ่มขึ้นไปถึงห้องของเตชิตที่ชั้นห้า ส่ายคอเหมือนจะร่วงลงมาอยู่รอมร่อ แถมแรงลมเบายิ่งกว่าตดมดเสียอีก ตรงมุมห้องข้างหน้าต่างมีตู้เสื้อผ้าแบบผ้าใบพลาสติกที่รูดซิปไม่ขึ้น เปิดค้างไว้อ้าซ่า ภายในตู้มีไม้แขวนเสื้อพังๆ สองสามอัน กลางห้องมีเตียงไม้เก่าๆ เป็นเฟอร์นิเจอร์แถมให้ด้วย ส่วนในห้องครัวมีเตาแก๊สกับถังแก๊สเก่าที่แพทย์คนเดิมทิ้งไว้ นอกจากนั้นในห้องอื่นๆ ก็โล่งว่าง แม้แต่ผ้าม่านยังไม่มีให้ มีอย่างเดียวที่พอดูได้ก็คือกระเบื้องสีขาวที่ปูพื้นห้อง ถึงแม้จะเก่ามีรอยขีดข่วนมากมายก็ตามที

พอได้เห็นห้องพักครั้งแรกทันตแพทย์มือใหม่สองคนก็อึ้งไปเล็กน้อย แต่ป้าแม่บ้านอุตส่าห์ทำความสะอาดไว้ให้เป็นอย่างดี พวกเขาจึงไม่พูดอะไรมากนัก ได้แค่ส่งสายตาปลอบใจกันเองไปมา

เมื่อขนกระเป๋าเข้าห้องแล้ว สองหนุ่มจึงต้องออกไปหาซื้อของเข้าห้องพักกันต่อ พวกเขานำรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ มาใช้งานด้วย รถของรวินท์เป็นออดี้สปอร์ตสองประตูซึ่งบิดาให้บริษัทขนส่งจัดการนำมาส่งให้ถึงหน้าหอพัก ส่วนของเตชิตเป็นฮอนด้า CR-V ดังนั้นเมื่อจะไปซื้อของจำนวนมากกัน รวินท์ผู้ซึ่งเอารถมาใช้แบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอะไรเลยจึงต้องอาศัยรถเพื่อนไปแทน

ระหว่างทางที่รถแล่นผ่านไปช้าๆ รวินท์เกาะกระจกรถมองสองข้างทางที่ดูสงบ บ้านแต่ละหลังปิดเงียบเชียบ มีต้นไม้ร่มรื่นเขียวขจี มองเห็นภูเขาอยู่ไกลๆ ลำพูนก็เป็นเมืองที่สวยดี แต่ไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้สักเท่าไหร่ “ไอ้เต้ กูว่าต่างจังหวัดไม่ได้เหมือนกันไปหมดทุกจังหวัดหรอกว่ะ”

“มึงเพิ่งรู้ตัวเหรอวะ กูฉุกใจตั้งแต่ตอนมาถึงแล้ว ที่นี่เงียบกว่าที่กูคิดไว้เยอะเลย”

“แต่อย่างน้อยก็มีห้างอยู่ใกล้ๆ โรงบาลด้วยนะมึง” เขาพูดปลอบใจตัวเองและเพื่อน มาถึงขนาดนี้พวกเขาก็หันหลังกลับไม่ได้แล้วล่ะ

รวินท์พยายามแต่งตัวบ้านๆ เพื่อไม่ให้ดูเด่นมากนัก แค่เสื้อเชิ้ต กางเกงยีน เข็มขัดและกระเป๋าสตางค์ลายพื้นๆ แต่ราคารวมกันเหยียบแสนที่พี่ๆ ขนซื้อไว้ให้ ซึ่งที่จริงเขายังไม่เคยรู้ราคาของสิ่งของเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ ชีวิตของรวินท์น่ะ เคยจ่ายเองก็มีแค่ค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถ ค่าโยนโบว์แล้วก็ค่าตั๋วหนังเท่านั่นละ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้บัตรเครดิตของที่บ้านรูดไปแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

หากด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาระดับคนดังของมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่มาแบบแพ็กคู่แล้ว ไม่ว่าพวกเขาจะเดินไปที่ไหนก็มีแต่คนจ้องมองทั้งนั้น จ้องกันจนเหลียวหลัง ชนิดที่ว่า ขนาดเขาคิดว่าตัวเองชินกับการถูกมองแล้วยังรู้สึกแปลกๆ

“ไอ้เต้ กูว่ารีบซื้อรีบกลับเหอะว่ะ”

“กลัวเขาเข้ามาจับตัวมึงไปปล่อยป่ารึไงวะ ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ที่นี่ไม่ใช่สวนลุมฯ เอ๊ะๆ หรือว่ามึงเคยไปขโมยไก่เขาแล้วหนีลงน้ำวะ”

“ก็ตามหลังมึงลงไปนั่นแหละ ไอ้ห่า”

เตชิดหัวเราะร่วน “ก็ให้คนเขามองหน่อยไม่ได้รึไง มึงไม่สึกหรออะไรหรอกน่ะ” เขาพูดพลางยกมือขึ้นโอบไหล่เพื่อนรัก “ไปๆ อยู่กับพี่เต้ ไม่ต้องกลัวห่าอะไรหรอก”

“กลัวความห่าของไอ้พี่เต้นี่แหละ ไปไกลๆ ตีนกูเลยไป กวนส้นตีนฉิบหาย” รวินท์ผลักมืออีกฝ่ายออกแล้วเดินไปดึงรถเข็นมาหนึ่งคัน “กูไปของกู มึงไปของมึง อีกชั่วโมงเจอกันตรงนี้”

“อ้าวๆ มึงจะไหวเหรอวะ รู้ยังว่าต้องซื้อไรบ้างอ่ะ”

“รู้โว้ย กูไม่ได้โง่!” ชายหนุ่มตอบพลางเข็นรถเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่หลังจากเดินวนในห้างบิ๊กซีครบรอบ รวินท์ก็ยังไม่รู้ว่าตนเองควรจะต้องซื้ออะไรบ้าง ก็ทั้งชีวิตเขาเคยซื้อของเข้าบ้านเองซะที่ไหน

อืม... ที่ห้องมีเตียงแล้วก็ต้องมี...

“หมอน หมอนข้าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ฉลาดเหมือนกันนะเนี่ยกู ต้องซื้อพัดลมด้วย อันในห้องนี่ วันดีคืนนี้คงจะร่วงจากผนังแหง อืม... แล้วก็ไม้แขวนเสื้อด้วย” เขาเลือกของหยิบโยนใส่รถเข็นไปเรื่อยๆ

“ของกินๆ มาม่า ปลากระป๋อง หมูยอง... ขนม” ใช้เวลาไม่นานก็เลือกสารพัดของกินมาเต็มคันรถ แค่นี้เขาก็น่าจะอยู่ได้ไปอีกสักสัปดาห์ ถ้าขาดเหลืออะไรค่อยออกมาหาซื้ออีกที

หลังจากซื้อของเสร็จก็เข็นรถเข็นออกมาหาเพื่อนรักซึ่งยืนอ้าปากหาวรออยู่

“ไง ของครบนะมึง”

“เออ ครบ ซื้อเยอะขนาดนี้เหลือใช้ไปทั้งเดือน” รวินท์ตอบอย่างมั่นใจ


พอกลับไปถึงห้องพัก รู้สึกหิวขึ้นมาตงิดๆ และตั้งใจจะต้มมาม่ากินนั่นล่ะ เขาจึงนึกขึ้นได้... มีมาม่า แต่ไม่มีน้ำร้อน ไม่มีจานชาม ช้อนส้อม แล้วจะกินยังไงวะ!

แต่เพื่อไม่ให้เตชิดสบประมาท เขาจึงทำเป็นโทรศัพท์ไปชวนอีกฝ่ายออกไปกินข้าวข้างนอกแทน แล้วแวะร้านสะดวกซื้อซื้อของที่ขาดมาเพิ่ม และนั่นก็คือที่มาของกระติกน้ำร้อนพลาสติกกระติกเดียวที่ตั้งโด่เด่อยู่ในห้องครัว

หลังจากนั้นรวินท์ก็ไม่ได้ซื้ออะไรเข้าห้องอีก เขาปล่อยห้องนั่งเล่นโล่งว่าง ม่านยังไม่คิดจะซื้อมาติด ถ้ามีเวลาว่างส่วนใหญ่ก็จะไปนอนใช้แล็ปท็อปท่องโลกอินเทอร์เน็ตอยู่ในห้องนอน บนเตียงนอนที่...ไม่ว่าจะนั่งหรือนอนตรงไหนของเตียง ตัวเขาก็จะไหลลงไปตรงกลาง เพราะความเก่าของฟูก

จนกระทั่งวันที่เตชิตมาเยี่ยมห้องแล้วบ่นว่าไม่มีที่นั่ง เขาจึงขับรถไปซื้อที่นอนปิกนิกมาปูไว้ให้มันนั่ง จะได้ไม่พูดมากอีก


ส่วนห้องพักของเตชิตต่างกับห้องของเพื่อนรักราวกับฟ้าเหว ในครัวของเขามีเตาไฟฟ้า หม้อหุงข้าว ตู้เย็น ไมโครเวฟและจานชามหม้อไหพร้อม เขาซื้อผ้าม่านสำเร็จรูปมาติดในห้องทุกห้อง มีโต๊ะญี่ปุ่นกับเบาะสำหรับนั่งพื้นในห้องนั่งเล่นเอาไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสือและกินข้าว มีชั้นวางหนังสือ เครื่องเสียง โทรทัศน์จอใหญ่และโซฟาเล็กๆ ห้องนอนมีที่นอนใหม่บนเตียง มีตู้เสื้อผ้าที่ทำจากไม้ ดูเป็นห้องที่มีคนอยู่อาศัยมากกว่าเป็นกอง ที่จริงเขาก็แนะนำไอ้วินได้แหละว่าควรต้องเริ่มต้นซื้ออะไรเพิ่มบ้าง แต่ที่ไม่ทำ ก็คงเพราะ... เขาอยากจะช่วยสนองเจตนารมณ์ของพ่อแม่มันล่ะมั้ง

..

.....

..

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือดังแว่ว รวินท์กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วเอื้อมไปหยิบมากดรับสาย

“ไอ้เต้ โหย กูหิวฉิบหาย ห้องกูไม่มีของกินเลยอ่ะ”

“กูทำข้าวผัด กินป่ะ”

“กิน! เดี๋ยวไปหาที่ห้องเว้ย”

“เออ มาไวๆ กูรออยู่” เตชิดกดวางสาย พลางอมยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา


*TBC*


ฮัสกี้กลับมาแย้วววว หลังจากแต่กาลก่อนจบไปก็หายหัวววไปพักนึง มีใครคิดถึงเก๊ามิ๊  :hao5:

มาคราวนี้พาหมอฟันสุดหล่อมากราบฝากเนื้อฝากตัวกับคนอ่านทุกๆ คนด้วยนะคะ /นุ้งวินกราบแทบอกพี่ๆ น้องๆ สิลูกกก

ช่วงแรกของเรื่องจะเป็นการแนะนำชีวิตตัวเอกของเรื่องก่อนนะคะ ฮัสกี้จะพยายามลงถี่หน่อย ก่อนแมงอู้จะเข้าครอบงำ 5555555555 วันนี้ได้รู้จักกับรวินท์แล้ว ตัวเอกอีกคนเป็นหนุ่มน้อยวิดวะปีสาม เรียนที่เชียงใหม่ค่ะ สปอยล์ไว้ล่วงหน้าเลย แหะแหะ

ฟิตรอขึ้นดอยกับหนุ่มวิดวะกันนะคะ  :impress2:

ขอบคุณคนอ่านทุกคนค่าาา



ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
แวบแรกอิมเมจตัวเอกที่เราคิดคืออิน สารินเลยค่ะ แงง ติดตามนะคะ :pig4:

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
งือออออ หนุ่มวิศวะปี 3 เรียนเชียงใหม่ ที่จะมาเปิดตัวอีกคนนี่มีต้นแบบมาจากใครกันน๊าาาา เรานี่นึกภาพเดือนวิศวะ มช รอเลยค่า 55555555555555

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2965
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ติดตามๆๆๆ ชีวิตหมอใช้ทุน เต้ต้องดูแลเพื่อนอย่างดีแน่นวลลล

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
วินจะอยู่รอดมั้ยเนี่ยะ เต้ดูแลดีๆนะ

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
หมอฟันป้ายแดงเขาจะใช้ชีวติได้อยู่รอดมั้ยคะเนี่ยย555

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 886
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
งุ้ยยยยยชอบบบ ติดตามค่าาา

ออฟไลน์ FiZZ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
แค่ตอนแรกก็รู้สึกว่าหมอช่างน่าเอ็นดูจริงๆ ช่างเหมือนเราตอนไปเรียนต่อเมืองนอกเด๊ะเลย 555
ไปแบบทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง แล้วก็ไปทำเป็นที่นู่นเพราะสภาพแวดล้อมมันบังคับว่าต้องทำให้เป็น  :sad4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ huskyhund

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1093/-4


Chapter 2 : ชีวิตการใช้ทุน


หลายเดือนผ่านไป รวินท์คุ้นเคยกับสถานที่ทำงาน หอพักแพทย์ บิ๊กซีและความเงียบเหงาของเมืองลำพูนมากขึ้น เขาค่อยๆ เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตนเองช้าๆ ช้าระดับหอยทากคลานบนขี้เถ้า ด้วยความที่ไม่ค่อยใส่ใจกับอะไรรอบๆ ตัว จนกว่าตัวเองจะเอะใจหรือมีใครมาสะกิดทัก

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน รวินท์ลุกขึ้นถอดเสื้อกาวน์ออกแล้วม้วนๆ ไว้ จากนั้นก็บิดขี้เกียจแบบสุดแรง ชนิดที่ไม่อายทันตแพทย์คนอื่นๆ และผู้ช่วยเลยสักนิด

“รักษามาดหน่อยเว้ยไอ้วิน” สิงหาหัวเราะ ชายหนุ่มเป็นรุ่นพี่ของรวินท์ มาใช้ทุนที่โรงพยาบาลแห่งนี้ก่อนหน้าเขากับเตชิดได้ปีกว่าแล้ว “มึงกลับเลยรึเปล่าวะเนี่ย ไอ้เต้มันอยู่เวรนี่”

รวินท์ยังไม่ทันจะตอบ พยาบาลจากแผนกอื่นก็กรูกันเข้ามาเกาะที่ประตูหน้าห้อง ส่งเสียงวี้ดว้าย เรียกทันตแพทย์หนุ่มให้เดินเข้าไปหา

“คนหล่อก็ดีอย่างงี้แหละโว้ย ไปๆ ไปหาสาวๆ เขาหน่อย” สิงหาผลังไหล่รุ่นน้องไปเบาๆ

ชายหนุ่มยิ้มรับ ขณะที่ก้าวเข้าไปหาพยาบาลกลุ่มนั้น “มีอะไรเหรอครับ”

“หมอวิน~ มื้อเย็นจะทานอะไรดี ให้ไข่มุก โบว์แล้วก็แก้มไปทำให้ทานดีมั้ยคะ นี่ๆ ซื้อของสดมาแล้วด้วย เดี๋ยวทำต้มยำกุ้ง ผัดผักคะน้าหมูกรอบ แล้วก็ยำวุ้นเส้น”

ทันตแพทย์หนุ่มมองตามถุงในมือพยาบาลสาวๆ พลางกลืนน้ำลายเอื๊อก “โห น่ากินจัง แต่จะดีเหรอครับ ผมเกรงใจอะ” ปากพูดไปเช่นนั้นแต่ในใจลิงโลด เขาเบื่อมาม่ากับร้านข้าวแกงข้างโรงบาลจะตายอยู่แล้วโว้ย

“หมอวินไม่ต้องเกรงใจเลย พวกเราเต็มใจ จะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้”

“จริงเหรอ ใจดีจังเลยครับ ถ้างั้น...” เขายังพูดไม่ทันจบ เพื่อนรักก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวแล้วยกแขนขึ้นโอบไหล่

“เฮ้ย ไอ้หมอวินครับ ในครัวมีแค่เตาแก๊สเก่าๆ กับกระติกน้ำร้อน จะทำอะไรกินได้ ไม่อายสาวๆ เขาบ้างหรือไงครับ” เตชิดพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

แต่ทำให้รวินท์ต้องหุบยิ้มทันควัน ไอ้เพื่อนเวร เสือกพูดความจริงต่อหน้าสาวๆ ได้ “เอ่อ...”

“หม้อกับกระทะมันยังไม่มีเลย เตาแก๊สลงยันต์นั่นก็ไม่รู้ใช้งานได้มั้ย แหม น่าเสียดายที่วันนี้ผมติดเวร ไม่งั้นจะชวนไปทำที่ห้องผมแทน”

สาวๆ พยาบาลงอแงเล็กน้อย หากก็ยอมถอยกันไป “ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเอาไว้คราวหน้าเนอะ”

“ขอโทษด้วยนะครับ เอาไว้ผมจะไปหาซื้อเครื่องครัว” รวินท์พูดเสียงอ่อย

“หมอวินจะไปเมื่อไหร่ให้พวกเราไปช่วยเลือกก็ได้น้า”

“ครับๆ ขอบคุณมาก” ทันตแพทย์หนุ่มแจกยิ้มรับอีกครั้ง พร้อมกับโบกมือลาขณะพวกเธอถอยออกไป เสียดายก็เสียดาย ท้องก็ร้องหิว เขามองตามตาละห้อย

เตชิตบ้องศีรษะเพื่อนรักไปหนึ่งที แล้วส่งกุญแจห้องให้ “เอ้านี่ มีไข่พะโล้อยู่ในหม้อ ตักใส่ข้าวแล้วก็อุ่นในไมโครเวฟเอาละกัน แค่นี้คงทำเองได้นะมึงอะ”

นัยน์ตาเรียวเบิกกว้าง “มึงทำไข่พะโล้เป็นด้วยเหรอวะ”

“ก็ไม่ได้ยากมั้ยล่ะ แดกได้ก็แล้วกัน”

“เออ ขอบใจ ก็ยังดี” รวินท์คว้ากุญแจห้องของเพื่อนรักแล้วก้าวฉับๆ ออกไป

ขณะที่ทันตแพทย์หนุ่มเดินดุ่มๆ กะว่าจะกลับไปอุ่นอาหารของเพื่อนกินตามที่อีกฝ่ายบอก แต่ระหว่างทางก็เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ไอ้เต้มันให้เขาไปกินไข่พะโล้ที่มันทำไว้ก่อน แล้วตัวมันค่อยกินที่เหลือเนี่ยนะ คงไม่แฟร์สักเท่าไหร่รึเปล่าวะ เขาควรจะรอกินพร้อมกันมากกว่า

แต่ระหว่างนี้จะทำอะไรดี จะหาอะไรกินรองท้อง ขนมที่ห้องก็หมดแล้ว

หลังจากยืนคิดสักพัก เขาก็ตัดสินใจว่าจะไปห้างสักหน่อย ไปหาของกินและซื้อเสื้อผ้าไว้ใส่อยู่ห้องด้วย เขาอยู่หอพักแพทย์มาได้สี่เดือนกว่าแล้ว หากไม่เคยสังเกตเลยว่าห้องอื่นๆ ในชั้น ไม่มีใครที่ใส่เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อยืดกับกางเกงยีนอย่างเขาตลอดวันหยุดเลยสักคน จนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่แพทย์ห้องข้างๆ ทักเขานั่นล่ะ

“คุณวินไม่ร้อนเหรอครับ”

เจ้าของชื่อเรียกที่เดินถือถุงพลาสติกใส่มาม่ากับขวดน้ำดื่มหยุดกึก มองคนถามซึ่งใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นแค่เข่า ทาแป้งเย็นเป็นปื้นๆ ตามเนื้อตัว ในมือถือพัดที่กำลังใช้พัดรัวๆ ด้วย

เออ นั่นสิ เขาก็ว่ามันร้อนฉิบหาย

ชายหนุ่มก้มลงมองตนเองในเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีน จากนั้นจึงพยักหน้าหงึกหงัก “ร้อนครับ”

แพทย์หนุ่มห้องข้างๆ หัวเราะ “ก็นั่นสิ ผมเห็นคุณวินอยู่ห้องก็แต่งตัวเต็มยศทุกที จนผมอายสภาพตัวเองเลยเนี่ย ถ้ามันอุจาดตามาก คุณวินต่อว่าได้ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอกนะครับ”

รวินท์หัวเราะตามแบบเจื่อนๆ แต่ในใจก็ฉุกคิดได้

เออ จริงด้วยว่ะ เขาแต่งตัวแบบนี้ทุกครั้งที่ก้าวออกจากห้องนอน เพราะไอ้ตอนที่เก็บเสื้อผ้ามาที่นี่ เขาลืมนึกไปว่าในหอพักไม่มีเครื่องปรับอากาศให้ พอเข้าห้องนอนไปก็ถอดเสื้อออกเหลือแต่บ็อกเซอร์ตัวเดียวแล้วนอนให้พัดลมเป่า แต่เขาอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ต้องไปหาเสื้อผ้าสำหรับใส่อยู่กับบ้านแบบคนอื่นบ้าง

รถออดี้สปอร์ตคันหรูแล่นออกจากโรงพยาบาลไป ก่อนจะไปจอดเด่นสง่าอยู่ภายในที่จอดรถของบิ๊กซีลำพูน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะซื้อเสื้อผ้าเอง ชายหนุ่มเดินเข้าไปดูเสื้อผ้าแบบงงๆ

ทำไมมันมีน้อยจังวะ?

แต่คงเป็นเรื่องปกติของร้านค้าในเมืองนี้ล่ะมั้ง อันที่จริงตั้งแต่เขาย้ายมาที่นี่ก็ยังไม่เคยขับรถไปไหนไกลกว่าบิ๊กซี หากมาทีไรก็เห็นมีผู้คนแค่หรอมแหรม ทำให้เขาแปลกใจได้ทุกทีว่าทำไมห้างถึงยังอยู่ได้ และคงเพราะอย่างนี้จึงไม่นำเสื้อผ้ามาขายเยอะๆ ให้ขาดทุนเปล่าๆ ปลี้ๆ

ชายหนุ่มเลือกเสื้อยืดและกล้ามมาอย่างละห้าตัว กางเกงขาสั้นแค่เข่าอีกห้าตัว แต่พอเดินๆ ไปเห็นตู้เสื้อผ้าพลาสติกสีแดงลายแองกรี้เบิร์ดกำลังลดราคาก็เลยซื้อมาด้วย เขาจะได้รูดซิปปิดตู้ได้กับเขาบ้าง ตู้เก่าเปิดค้างอ้าซ่ามาหลายเดือนแล้ว ต่อจากนั้นก็ไปซื้อแป้งเย็น พัดลมตั้งโต๊ะเพิ่ม ที่จริงเขาก็อยากซื้อตู้เย็นด้วย จะได้มีน้ำเย็นๆ ไว้ดื่มโดยที่ไม่ต้องเดินแกว่งออกไปกดน้ำในตู้น้ำข้างนอก หากก็ไม่รู้จะขนใส่รถกลับหอพักอย่างไรดี ตู้หนังสือ โฮมเธียเตอร์ก็อยากได้ เครื่องครัวก็อยากมีกับเขา เตาไฟฟ้า เตาอบ ไมโครเวฟ กระทะ หม้อ จาน ชาม มองดูแล้วก็อยากได้ไปเสียทุกอย่าง เครื่องปรับอากาศก็อยากได้ แต่ไม่รู้ว่าจะติดได้หรือเปล่า เขาคงต้องถามทางหอพักก่อน

รวินท์เดินไปดูเครื่องปรับอากาศที่ตั้งโชว์อยู่ เห็นราคาแล้วก็ผงะไปเล็กน้อย เขาทำงานมาหลายเดือน ไม่ค่อยได้ใช้เงินมากมายก็จริง แต่ถ้าจะติดแอร์ทั้งห้องนอนห้องนั่งเล่น ไหนจะซื้อตู้เย็น เตากับเครื่องครัว เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในห้องอีก แล้วเขาจะเหลืออะไร ไม่ต้องกินแกลบหรือนี่

ที่จริงของที่เขาอยากได้พวกนี้ เขาก็สามารถได้มาง่ายๆ เพียงแค่เขาเอ่ยปากบอกพี่ชายกับพี่สาว...

ไม่ได้สิวะ!

จะขอเงินที่บ้านใช้ ตอนนี้ก็รู้สึกว่าไม่ได้แล้ว เขาทำงานมีเงินเดือน เป็นทันตแพทย์เต็มตัว แค่นึกถึงสายตากับรอยยิ้มเยาะตรงมุมปากของบิดามารดาเหมือนตอนที่เขาบอกว่าจะมาใช้ทุนที่ลำพูนนี่ เขาก็ทนไม่ได้แล้ว

สรุปว่าก็ไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มอีก เอาแค่เสื้อผ้า ตู้เสื้อผ้าพลาสติก แป้งเย็นแล้วก็พัดลมนั่นล่ะ สำหรับอย่างอื่นเขาคงต้องเก็บเงินเพิ่มอีกสักหน่อย


พอกลับมาถึงหอพัก เอาของไปโยนไว้ที่ห้องแล้วก็รีบขึ้นไปที่ห้องของเตชิต จัดการเปิดเตาไฟฟ้าอุ่นไข่พะโล้ แล้วกดอุ่นข้าวไว้รออีกฝ่ายกลับมา

“ทำไมมึงรวยจังวะไอ้เต้ เงินเดือนมึงไม่ได้เท่ากูเรอะ” รวินท์บ่นพึมพำพลางหันมองไปรอบๆ ซึ่งแม้กระทั่งพื้น เตชิตก็มีพรมสำเร็จรูปปูไว้

ไม่นานเจ้าของห้องก็มาถึง เขาทำจมูกฟุดฟิด เดินเข้าไปในห้องพักแล้วมองหาเพื่อนรัก พอเดินเข้าไปในครัวจึงเห็นว่าอีกฝ่ายยืนนิ่งอยู่ที่หน้าเตาไฟฟ้า

“โอ้โห ไอ้วิน อุ่นไข่พะโล้เป็นด้วย”

เจ้าของชื่อหันขวับ “กูไม่ได้โง่ป่ะวะ”

เตชิตหันไปเห็นไฟบนหม้อหุงข้าว เขาเบิกตากว้างแล้วชี้ไปที่หม้อใบนั้น “เฮ้ย อุ่นข้าวก็เป็น”

“ไอ้สัสนี่ เห็นมึงทำให้ดูมาหลายเดือนแล้ว แค่นี้ทำไมกูจะทำไม่ได้วะ”

“เออๆ มึงเก่งมาก เก่งๆ” เตชิดก้าวเข้าไปโอบไหล่แล้วลูบศีรษะเพื่อนรักเบาๆ

รวินท์ถีบอีกฝ่ายให้ออกห่าง “ไม่ต้องมาตอแหลใส่กู กลับมาก็ดีแล้ว จะได้แดกสักที หิวฉิบหาย”

“มึงกลับมาตั้งนานแล้วทำไมไม่แดกล่ะวะ”

“ก็รอแดกพร้อมมึงไง แล้วกูก็ไปบิ๊กซีมาด้วย”

เตชิตเลิกคิ้วขึ้น “ไปทำห่าไร”

“ไปบิ๊กซี กูไปดูเพนกวินมั้ง ไปซื้อของสิวะ”

“ของไรวะ”

“เสื้อผ้า”

“มึงเนี่ยนะ!? ไปซื้อเสื้อผ้าอะไรที่บิ๊กซีวะ” คนถามงงหนักเข้าไปอีก

“เสื้อผ้าไว้ใส่อยู่ห้อง” รวินท์ตอบพลางตักไข่พะโล้ใส่ชาม “แม่งมีน้อยฉิบหาย”

“ก็แหงล่ะ อยากเลือกเยอะๆ มึงก็ไปเซนทรัลสิวะ”

“ที่นี่มีเซนทรัลด้วยเหรอ”

“ไม่มี แต่มีที่เชียงใหม่ไง ไม่ไกลมากหรอก ขับรถไปประมาณสี่สิบโลได้มั้ง”

“อ่อ งั้นช่างเหอะ เอาไว้ไปวันเสาร์อาทิตย์คงเหมาะกว่า หลังเลิกงานกูไม่อยากไปไหนไกลๆ เหนื่อย อยากแดกๆ แล้วก็นอน”

เตชิตยิ้มกว้าง “ถ้าขี้เกียจนักล่ะก็ เอาไว้มึงจะไปก็บอก กูขับรถไปให้เอง”

รวินท์พยักหน้าหงึกหงัก หันไปตักข้าวใส่จานแล้วนำมาวางบนโต๊ะ “เออๆ แดกกันเหอะ หิวแล้วว่ะ”


สองหนุ่มนั่งลงข้างกันบนเบาะรองนั่งที่บนพื้น กินข้าวไปคุยกันไปเรื่อยๆ จนหมดจาน รวินทร์เอนหลังลงนอน ขณะที่เพื่อนรักยกจานชามไปเก็บล้าง เขากลิ้งไปกลิ้งมา สอดมือเข้าไปเกาพุงในเสื้อ แล้วเท้าแขนยันศีรษะขึ้น

“ไอ้เต้ มึงได้ข่าวขวัญบ้างป่ะวะ ช่วงนี้ขวัญไม่ตอบแชตกูเลย โทรไปหาก็สายไม่ว่างตลอด”

“ไม่ว่ะ กูลองโทรหาขวัญแล้ว สายไม่ว่างเหมือนกัน สงสัยจะโดนบล็อกไปพร้อมกับมึงเนี่ยแหละ”

“ถึงกับบล็อกเลยเหรอวะ”

“ไม่ก็อาจจะยุ่งมั้ง หมอไม่ได้มีเวลาว่างเยอะเหมือนกูกับมึงนะเว้ย”

“มึงว่า... ขวัญมีคนใหม่ยังวะ”

เตชิตหยุดกึก ก่อนจะหันกลับมาสบสายตากับเพื่อนรัก “ถ้าเขามีจริงๆ มึงจะทำไง”

รวินท์เอนศีรษะลงนอนบนพื้น มองเพดานไปพลางถอนหายใจ “กูจะทำไงได้วะ คงต้องตัดใจมั้ง” เขานอนนิ่งอยู่เช่นนั้นจนเจ้าของห้องเดินกลับมานั่งลงข้างกัน อีกฝ่ายยกมือขึ้นลูบศีรษะเขาเบาๆ ชายหนุ่มจึงหันไปหา แล้วจับมือเพื่อนรักไว้ “ขอบใจเว้ย กูไม่ได้เป็นอะไร”

“มึงเผื่อใจไว้บ้างนะ ขวัญรักมึงก็จริง แต่ถ้าที่นั่นมีคนที่รักและเข้าใจเขา...”

“เออ กูจะพยายาม”

เตชิตถอนหายใจ หากก็ไม่ได้พูดอะไรอีก

รวินท์นอนนิ่งไปอีกสักพักก็พูดขึ้น “ไอ้เต้ กูอยากทำคลินิกว่ะ”

“หือ นึกยังไงขึ้นมาอีกวะ”

“กูอยากมีเงิน”

เตชิตหัวเราะเสียงดัง “ไอ้เหี้ย กูไม่เคยนึกว่าจะได้ยินคำนี้จากปากมึง คุณชายรวินท์เนี่ยนะ อยากมีเงิน ที่มีอยู่ยังไม่พอถมตัวตายอีกเหรอวะ”

“ไอ้ที่มีเยอะๆ นั่นมันเงินพ่อแม่พี่กูโว้ย กูก็เป็นหมอฟันไส้แห้งเหมือนมึงนี่แหละ” คนพูดผงกศีรษะขึ้นพลางเอื้อมมือไปสะกิดเพื่อนรัก “ว่าแต่มึงเอาเงินที่ไหนมาซื้อของในห้องวะ มีเจ๊เปย์ให้เหรอ”

“เจ๊พ่องส์ เงินกูนิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่แม่กูจัดการให้”

รวินท์ทำหน้าเศร้า “ทำไมแม่กูไม่เห็นสนใจกูบ้างเลยวะ มีแต่ดูถูกกันว่ากูจะอยู่ที่นี่ไม่ได้นานอะ พอกูจะซื้ออะไรก็ว่าเปลืองเปล่าๆ”

“เอาน่ะ เดี๋ยวลองหาคลินิกแถวๆ นี้ทำละกัน อาจจะหายากสักหน่อยว่ะ ถ้ามีก็คงมีหมอประจำแล้ว แต่ที่จริงตั้งแต่อยู่มากูก็ยังไม่เคยเห็นเลยนะ”

“ในรัศมีโรงบาลกับบิ๊กซี กูก็ยังไม่เคยเห็นคลินิกเลย คงต้องไกลออกไปหน่อย แต่จะไปหาสมัครที่ไหนยังไงวะ”

“ใจเย็นน่ะ ค่อยๆ หาไปก็แล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ลองถามพี่ๆ ที่โรงบาลดู”



ไม่กี่วันถัดมา โชคก็วิ่งพุ่งเข้าชนรวินท์โดยที่ไม่ต้องไปตามหาคลินิกให้เหนื่อย

สิงหานัดให้สองหนุ่มออกไปกินมื้อเย็นด้วยกันที่แถวๆ หอพัก เขายิ้มรับรุ่นน้องทั้งสอง พร้อมกับยกสองมือขึ้นเรียกให้ไปที่โต๊ะ

“เฮ้ย พวกมึงสนใจจะทำคลินิกกันมั้ยวะ คลินิกใหม่ของผอ. ทำวันเสาร์อาทิตย์ สลับกับพี่”

รวินท์เบิกตากว้าง “ทำพี่! ที่ไหน อะไร ยังไง ได้ตังค์เท่าไหร่!”

“ได้ตังค์เยอะอยู่นะเว้ย แต่ต้องแล้วแต่ว่าจะมีคนไข้เยอะขนาดไหนด้วย คลินิกอยู่ใกล้มหาลัยในเชียงใหม่ สาวๆ เพียบ”

เตชิตขมวดคิ้ว “ขับรถไปกลับเหรอพี่ เหนื่อยตายห่า”

“พวกมึงก็ไปเย็นวันศุกร์ กลับเย็นวันอาทิตย์สิวะ ข้างบนคลินิกเป็นห้องพัก นอนสบาย มีแอร์ด้วย มีห้องให้พวกมึงคนละห้องเลย แถวมหาลัยมีของกินอร่อยๆ เพียบ ถ้าคนไข้น้อย มึงก็ทำคนละวัน จะได้มีเวลาไปแรดตามห้างด้วยไง ถ้าวันไหนคนไข้เยอะเราสามคนก็มาผลัดเวรกันทำ แบบนี้ดีป่ะ”

สำหรับรวินท์ เขาเทใจให้หมดตั้งแต่เรื่องเงินแล้วล่ะ “ดีครับ เอาๆ ผมเอา”

เตชิตชำเลืองมองเพื่อนรัก ก่อนจะพยักหน้า “อือ งั้นผมเอาด้วยก็ได้พี่”


เตชิตและรวินท์เริ่มต้นรับจ๊อบทำคลินิกกันในเดือนใหม่ หลังเลิกงานในเย็นวันศุกร์ เตชิตเป็นคนขับรถพาพวกเขาจากลำพูนไปยังคลินิกที่อยู่ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปถึงแม้ท้องฟ้าจะเริ่มมืดลงแล้ว ทว่าแถวๆ มหาวิทยาลัยกลับยิ่งคึกคัก ทั้งร้านอาหารและรถเข็นขายอาหารเปิดไฟ ตั้งโต๊ะมากมาย มีนักศึกษาเดินไปเดินมาอยู่ตลอด

รวินท์เบิกตากว้าง อยากจะซื้ออาหารมันทุกร้านแล้วกินให้หายอยาก ความคึกคักและแสงสีเมืองกรุงที่เขาคิดถึง พอเห็นแล้วก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้าง ยิ่งเมื่อไปเห็นห้องพักที่ชั้นบนของคลินิกซึ่งมีให้พวกเขานอนประจำกันคนละห้อง ชายหนุ่มก็ยิ่งสุขใจ เพราะมีทั้งเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ เตียงนอนสุดนุ่ม และในห้องอาบน้ำก็มีน้ำอุ่นให้อาบด้วย

หลังจากชื่นชมห้องพักกันแล้ว สองหนุ่มก็เดินลงไปหาของกินกัน กินไปเรื่อยๆ จนแทบเดินไม่ไหวจึงกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำนอน
เช้าของวันใหม่ สิงหาแวะมาสอนงานให้น้องๆ ก่อน แล้วก็แนะนำให้พวกเขาได้รู้จักกับนิ้ง หมวยและเอื้อง ผู้ช่วยในคลินิกอีกสามคน ซึ่งพวกเธออายุมากกว่าทันตแพทย์ทั้งสอง แถมยังมีประสบการณ์เป็นผู้ช่วยกันมานาน จากนั้นพวกเขาก็นั่งๆ นอนๆ รอคนไข้ตามเวลานัดกันไป

วันนี้สองหนุ่มมีคิวเต็มจนเลิกงาน แต่เพราะได้กินอิ่มนอนหลับดี รวินท์จึงไม่ปริปากบ่น เมื่อถึงตอนบ่ายแก่ๆ เขาเสร็จงานก่อนเตชิต ชายหนุ่มจึงออกไปเดินยืดเส้นยืดสายแถวๆ คลินิก


“...We are all Entaneer!”


เสียงร้องเพลงบูมคณะดังแว่ว เรียกความสนใจของทันตแพทย์หนุ่มไปที่ต้นเสียง

พอเสียงร้องเพลงจบลง รุ่นพี่หน้าหนวดในเสื้อชอปสีน้ำเงินก็พูดคุยกับรุ่นน้องด้วยถ้อยคำสุภาพเสียงดังฟังชัด แล้วพาวิ่งเหยาะๆ ออกไป

“ฝึกกันเป็นทหารเลยว่ะ” รวินท์พึมพำ คณะที่เขาเรียนไม่มีระบบโซตัส แต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดต่อต้านอะไร เขามองตามกลุ่มนักศึกษาไปอย่างรู้สึกสนุก เห็นรุ่นพี่ดูแลรุ่นน้องกันดี ถึงจะพูดเสียงดัง แต่คำพูดที่ใช้ก็สุภาพ ดูจากความพร้อมเพรียงกันของรุ่นน้องแล้วก็คิดว่าน่าประทับใจดี เขาเดินมองตามนักศึกษากลุ่มนั้นไปเรื่อยๆ รุ่นพี่พารุ่นน้องวิ่งไปจนสุดเขตมหาวิทยาลัยแล้วก็พาวิ่งกลับมาจนสุดอีกฝั่ง วิ่งไปวิ่งมาอยู่แบบนั้น

“จะซ้อมไปมาราธอนที่ไหนกันวะ”

“อ้าว หมอวิน มายืนงงอะไรอยู่ที่นี่คะ หาทางกลับคลินิกไม่ถูกเหรอ”

รวินท์หันขวับไปตามเสียงเรียก “อ้าว พี่นิ้ง พูดผมซะเสียหายเลย ปิดร้านแล้วเหรอพี่”

“ยังค่ะ หมอเต้ยังไม่เสร็จงาน พี่ออกมาซื้อทิชชูที่ร้านตรงนู้น เห็นหมอยืนมึนๆ อยู่เลยเดินมาถาม”

“ผมยืนมึนที่ไหน ผมดูน้องๆ เขาซ้อมวิ่งกันอยู่ วิ่งกันเอาเป็นเอาตายเลยนั่น”

“อ๋อ ช่วงนี้ฝึกหนักค่ะหมอ เสาร์หน้าเขาจะขึ้นดอยกันแล้ว”

ทันตแพทย์หนุ่มเลิกคิ้วขึ้น “หือ? ขึ้นดอย? รับน้องขึ้นดอยน่ะเหรอครับ”

“ใช่ค่า นี่เดี๋ยวพวกรุ่นพี่เสื้อชอปน้ำเงินนั่นก็จะมาซ้อมวิ่งกันเองอีก เสาร์หน้าหมอเต้กับหมอสิงหาทำคลินิกนี่คะ หมอว่างก็ขึ้นดอยไปดูสิ”

“ผมขึ้นไปดูได้ด้วยเหรอ น่าสนนะ ผมเคยได้ยินแต่ชื่อนะเนี่ย อยากเห็นของจริงเหมือนกัน แต่จะขึ้นไปยังไงดี”

“เอางี้หมอ เดี๋ยวไปกับไอ้ตึ๋งลูกชายพี่ ให้มันขี่มอไซค์พาไปดู แต่หมอต้องออกเช้าหน่อยนะ เพราะวิศวะเขาออกกันตั้งกะฟ้ายังไม่สว่าง เด็กๆ วิศวะเขาจะแบกเสลี่ยงกัน เท่มาก พี่ฟันเฟิร์ม”

“แต่เช้ามากๆ ผมสงสารลูกพี่” ...แต่ที่จริงก็สงสารตัวเองนี่แหละ

“โอ๊ย ไม่ต้องสงสารมันหรอก มันไปมาสองปีแล้วน่ะ มันอยากเรียนวิศวะที่นี่”

“งั้นเดี๋ยวผมให้ตังค์ค่าน้ำมัน...”

“ไม่ต้องหมอ ช่วยสอนการบ้านมันสักสองสามครั้งก็พอนะ”

รวินท์ยังลังเลนิดหน่อย หากสักพักก็ได้ยินเสียงจากกลุ่มนักศึกษาวิศวะแว่วมาอีก เขาหันไปมอง สบสายตากับเด็กหนุ่มในเสื้อช็อปสีน้ำเงินคนหนึ่ง สภาพเปียกมะล่อกมะแล่กเหงื่อโทรมกาย ก่อนนักศึกษากลุ่มนั้นจะวิ่งห่างออกไป

ทันตแพทย์หนุ่มถอนหายใจหนักๆ ไม่อยากตื่นเช้า แต่อยากขึ้นดอยก็คงต้องอดทน แค่วันเดียวเอง

“ตกลงครับ ได้เลย เอาไงเอากัน”


*TBC*


ตอนสองเอามาลงอย่างไว ได้พบตัวละครหลักทั้งสองคนแล้วนะคะ กร๊าก

เดี๋ยวตอนหน้าจะพาน้องภูพิงค์มาแนะนำให้ทุกคนรู้จักค่ะ ตอนนี้เอ็นดูพี่วินของเราไปกันก่อนนะคะ แหะแหะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านค่า


PS. คุณ Bradly ตอนที่ฮัสกี้มโนพี่วินขึ้นมา ใช้อิมเมจของหลายคนค่ะ แต่อินก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย 555555555 คุณ Bradly แม่นมากกกก
คุณ singalone เดี๋ยวจะให้น้องภูพิงค์ทำท่ามินิฮาร์ตมาแข่งกับเดือนวิดวะมชนะคะ 5555555 /วันก่อนเราดูไลฟ์อยู่ด้วยกันใช่มั้ย
คุณ aiyuki เต้เป็นทั้งเพื่อนและทั้งพ่อค่า 55555555
คุณ songte เต้ดูแลดีอยู่แร้วว นี่เพื่อนรัก ><
คุณ colorofthewind21 นั่นสิคะ น่าเป็นห่วง ต้องหาคนมาสอนงานซะแว้ว 5555
คุณ Petit.K ขอบคุณค่า ซอยเท้าเตรียมขึ้นดอยกันนะคะ
คุณ FiZZ พี่วินก็เหมือนกันเลย 5555 ต้องโดนบีบเยอะๆ ถึงจะเก่งค่ะ (บีบอัลรัย)

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
ตอนแรกเข้าใจว่าวินเป็นนายเอก แต่เห็นชื่ออีกคนแล้วทำไมชื่อว้านหวาน 555 เดาโพไม่ถูกละ  :pig4:

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
ฟันเฟิร์มอีกเสียงนะวิน ว่าวิศวะขึ้นดอยนั้นเท่มากกกกก ว่าแต่น้องวิศวะเราอยู่ไหนคะ ค่าตัวแพงเหลือเกินนน

ออฟไลน์ ขนมสัมปันนี

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 595
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

ออฟไลน์ plearnly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อยากซ้อนท้ายหมอไปแอบดูวิศวะขึ้นดอยด้วยจัง :z1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
วิน นิสัยติดสบายๆ ไม่ทะเยอทะยาน แถมว่อกแว่กตอนคบกับขวัญอีก
แต่ขวัญ เอาจริงเอาจัง เป็นการเป็นงานทุกอย่าง
นิสัยมันไปด้วยกันไม่ได้อยู่แล้ว เลิกๆไปก็ดี
ไม่งั้นทุกข์ทั้งคู่นะดูแล้ว

ใครจะมาคู่วินนะ
เป็นหนุ่มวิศวะที่สบตา
ใส่เสื้อช็อปสีน้ำเงิน ที่เปียกมะล่อกมะแล่กเหงื่อโชกตัวปะ

วิน จะได้ขึ้นดอยแล้ว
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
น้องภูพิงค์ชื่อน่ารักน่ากินกรุบกริบๆ :z1:

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 833
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
ตื่นเต้นจังค่ะ อยากขึ้นดอยไปเจอหนุ่มๆแล้วว :hao7:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ insomniac

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1506
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-3
ได้บรรยากาศมากๆ เพิ่งจบขึ้นดอยของจริงไปไม่นานเอง

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
งื้ออออออ อยากอ่านตอนขึ้นดอยแล้วค่ะ อยู่มา 3 ปี ไม่เคยเห็นวิศวะขึ้นดอยกับตาซักครั้ง เพราะต้องไปคณะตัวเองก่อน 55555555555 เลยเห็นแต่วิ่งผ่านหน้าคณะเรา มันเท่ห์มากจริงๆค่า คอนเฟิร์มมมมมม
สบตากันวันนี้เป็นแฟนกันวันหน้าใช่มั้ยคะ อิอิ


ปล. มินิฮาร์ทหนุ่มวิศวะ น้องบอสคือเดอะเบสต์ของเราค่ะ 5555555 เด็กอะไร น่ารักน่าหยิกเป็นที่สุดดดดด  :hao7:

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4615
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +271/-2

ออฟไลน์ FiZZ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 315
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
น้องภูพิงค์ชื่อมุ้งมิ้งมาก โอ้ยนี่แรงบันดาลใจมาจากคลิปน้องหมากับเสลี่ยงวิศวะหรอคะเนี่ย เราวนดูตั้ง5รอบ  :o8:
แต่เซ้นส์มันบอกว่าอย่างหมอวินนี่ต้องหาคนมาดูแลมากกว่าจะไปดูแลใครนะ
ยิ่งวิศวะ คณะอึดถึกทน เป็นการเป็นงาน ยิ่งถ้าเป็นพ่อศรีเรือนไรงี้ งานบ้านเลิศ ทำกับข้าวอร่อย แค่นี้หมอก็น่าจะไปไหนไม่รอดนะ 555

ออฟไลน์ บูมเบส

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1853
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
เข้ามาติดตามเรื่องใหม่ครับ :mc4: :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ uyong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
จองที่ รอขึ้นดอย :pig4:

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
แอบคิดว่าวินเป็นนายเอกนะคะเนี่ย แต่ฟังชื่อน้องภูพิงแล้วมีลังเล ชื่อหวานน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด