ภูสอยเดือน [Chapter 58 : ชื่นมื่นกันทั่วหน้า][END]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ภูสอยเดือน [Chapter 58 : ชื่นมื่นกันทั่วหน้า][END]  (อ่าน 492802 ครั้ง)

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 596
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
 :hao3: หมอวินอย่างเมฝท่อะ ...แต่พอเป็นอย่างนี้เริ่มงงว่าใครจะลุกใครจะรับหละเนี้ย...  :hao3: มาต่อไวๆนะค่ะ อยากอ่านเร็วๆตอนเขาเจอกัน...จีบกัน....หวานกัน  :-[

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7621
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ถถถถถถ......วิน มาดูเขาวิ่งขึ้นดอยแท้ๆ
หมอฟันวิน กลายมาเป็นรุ่นพี่วิศวะ  o22
แถมต้องเข็นโจ้ขึ้นดอย  :ling1:
แม้จะโค้งเดียวก็เหอะ จะไหวมั้ยเนี่ย  :z3: :z3: :z3:
ว่าแต่จะเจอพิงค์ ยังไงเนี่ย
รอตอนใหม่
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8459
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ขำความตกกระไดพลอยโจนของหมอวินมาก ถึงกับปล่อยก๊าก
ตั้งใจแค่มาดู นี่ได้วิ่งขึ้นดอยกับเขาด้วย วิ่งไม่พอต้องเข็นรถอีก นึกภาพตาม ขำน้ำตาเล็ด

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 806
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
รอจ้า :L2:

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1

ออฟไลน์ พัดลม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 567
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
 :z3: ค้างค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ :L2:

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2428
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
พี่วินจะไปเจอน้องภูพิงค์ตอนไหนน้ออออออ

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
แค่มาดูแต่กลายเป็นได้วิ่งขึ้นดอยกับเด็กวิศวะ
แค่หมอฟันแต่ก็เหมือนเป็นหมอที่รักษาได้ทุกโรค
หวังว่าพี่หมอจะเข็นน้องโจ้ขึ้นดอยได้สำเร็จ ไม่ล้มหน้าแหกให้เสียหน้านะ

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ huskyhund

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1093/-4


Chapter 4 : ขึ้นดอย (ครึ่งหลัง)


ภูพิงค์


ท้องฟ้าเบื้องบนยังคงมืดมิด หากภายในรั้วมหาวิทยาลัยคึกคัก เนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ต่างมารอเก็บเกี่ยวประสบการณ์การขึ้นดอยในวันนี้ร่วมกัน

นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องและรุ่นพี่ที่จบไปแล้วตั้งแถวกันอย่างเป็นระเบียบ ขบวนเสลี่ยงช้างแก้วเตรียมพร้อมรอออกเดินทาง

เสียงของรุ่นพี่ส่งข้อความถึงรุ่นน้องของพวกเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ

“ปีหนึ่ง! ผมรู้ดีว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ พวกคุณทั้งเหนื่อยและท้อ แต่ขอให้พวกคุณรู้ไว้ว่า พวกคุณไม่ได้เหนื่อยตามลำพัง พวกคุณจะมีพวกผมอยู่ข้างๆ เสมอ พวกเราจะก้าวไปด้วยกัน พวกผมจะประคองพวกคุณไปให้ถึงยอดดอย แต่อย่าลืม พวกคุณต้องช่วยเหลือกันและกันด้วย จงแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความสามัคคีของพวกเรา ให้ทุกคนได้เห็นว่าพวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน และพวกเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง!”

“ผมขอให้พวกคุณเก็บทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ไว้ เป็นประสบการณ์ เป็นความทรงจำที่มีค่า เหงื่อที่ไหลออกมา กับความเหนื่อยล้าน่ะ นั่งพักแป๊บเดียวมันก็หาย แต่มิตรภาพ พี่น้อง และความภูมิใจ มันจะอยู่ในใจพวกคุณไปตลอด จำคำผมไว้ให้ดี พวกเราจะไม่เป็นเพียงแค่วิศวะเชิงดอย แต่จะเป็นวิศวะที่พิชิตยอดดอยด้วย!”

สิ้นเสียงของรุ่นพี่ปีสี่ รุ่นน้องก็ขานรับอย่างพร้อมเพียง พวกเขาบูมเรียกพลัง เสียงดังกระหึ่มไปทั้งบริเวณ


นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สามกลุ่มใหญ่ ทุกคนสวมเสื้อชอปสีน้ำเงินมีดวงตราของมหาวิทยาลัยอยู่บนอกด้านซ้ายกับกางเกงยีน ที่คอมีผ้าสีขาวเขียนคำว่า SOTUS คล้องไว้ พวกเขาแบกไม้ไผ่ซึ่งข้างบนเป็นเสลี่ยงช้างแก้วของมหาวิทยาลัยประดับประดาไว้ด้วยพวงมาลัยสวยงามบนบ่า เพื่อที่จะนำขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ อากาศในยามเช้ามืดแม้จะยังไม่ร้อนมาก หากเพราะความหนักของเสลี่ยง ระยะทางไกลและถนนที่สูงชัน ทำให้เนื้อตัวพวกเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาทีละน้อย สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นเขียวขจี พวกเด็กหนุ่มแบกเสลี่ยงผ่านโค้งแล้วโค้งเล่า ต่างคนต่างเผยอริมฝีปากหอบ แต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่น

ยิ่งเมื่อสูงขึ้นไป แรงก็ยิ่งถดถอย หากเมื่อหันไปมองเพื่อนซึ่งแบกเสลี่ยงอยู่ด้วยกันแล้ว พวกเขาก็ยิ้มออกมาได้ แม้แต่ละคนจะเหงื่อโซมกาย เส้นผมเปียกชื้นจนลีบติดหนังศีรษะ ทว่านี่เป็นครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้นที่พวกเขาจะได้ทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ร่วมกัน

การรับน้องขึ้นดอยเป็นประเพณีของมหาวิทยาลัยที่รุ่นพี่ทุกคณะ ทุกชั้นปีจะร่วมเดินทางไปด้วยกันกับรุ่นน้องปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ซึ่งรวมระยะทางแล้วเกือบสิบสี่กิโลเมตร

คณะวิศวกรรมศาสตร์เป็นคณะแรกที่ออกเดินทาง และเป็นหน้าที่ของนักศึกษาชั้นปีที่สาม ที่จะอัญเชิญเสลี่ยงของมหาวิทยาลัยขึ้นไปยังพระบรมธาตุ โดยที่วิ่งขึ้นไปตลอดเส้นทาง

นักศึกษาทุกคณะจะมาหยุดตั้งหลักกันที่โค้งขุนกัณฑ์ หรือที่นักศึกษาตั้งชื่อให้ว่าเป็นโค้งสปริต มันเป็นโค้งสูงชันสุดท้ายก่อนถึงดอยสุเทพซึ่งนักศึกษาจะกอดคอกันวิ่งขึ้นไป เพื่อนจะช่วยประคองเพื่อน พี่จะช่วยประคองน้อง น้องช่วยประคองกันและกัน


ธงสีแดงในมือรุ่นพี่ปลิวไสวไปตามแรงลม หลังจากที่วิ่งขึ้นเขามาเป็นสิบกิโลเมตร นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ก็ขึ้นมาถึงโค้งขุนกัณฑ์กันแล้ว พวกเขาตั้งแถวอย่างเป็นระเบียบ รอฟังคำสั่งจากรุ่นพี่ แต่ละคนเหนื่อยหอบ ร่างกายอ่อนล้า หากนัยน์ตายังฉายแววแรงกล้า

“โค้งนี้เป็นโค้งสุดท้ายแล้ว พวกผมขอให้พี่ช่วยประคองน้อง น้องช่วยเหลือกันและกัน กอดคอกันไว้ พากันไปให้ถึงยอดดอย” เสียงของรุ่นพี่ดังชัดเจน

รุ่นพี่รุ่นน้องบูมเรียกพลังอีกครั้ง เสียงดังก้องไปทั่วขุนเขา ทำให้รวินท์ซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ขนลุกซู่ด้วยความประทับใจ แม้จู่ๆ จะต้องตกกระไดพลอยโจนเข้ามามีส่วนร่วมแบบงงๆ ก็ตามที


แล้วก็ถึงเวลาสำหรับการวิ่งผ่านโค้งสุดท้าย

นักศึกษาชั้นปีที่สามหันมองหน้ากัน แล้วรอฟังเสียงของภูพิงค์ ประธานรุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่หามเสลี่ยงในโค้งสุดท้ายนี้ด้วย

“พร้อมรึยัง!”

“พร้อม!”

เสียงเป่านกหวีดให้สัญญาณดังขึ้น ก่อนพวกเขาจะก้าวขาออกไปพร้อมกัน สองขาใช้แรงทั้งหมดที่เหลืออยู่พาเจ้าของซึ่งแบกน้ำหนักเสลี่ยงไว้บนบ่าวิ่งขึ้นไปบนโค้งหักศอกสูงชัน เสียงปรบมือให้กำลังใจดังกึกก้อง แต่วินาทีนั้นพวกเขามองไม่เห็นใบหน้าของใครแล้ว รู้เพียงแค่ว่า ต้องทำหน้าที่แบกเสลี่ยงนี้ขึ้นไปให้จนสุดทาง

หลังจากขบวนเสลี่ยงของนักศึกษาชั้นปีที่สามวิ่งผ่านโค้งไป ตัวแทนนักศึกษาชั้นปีที่สี่ก็ถือธงอันเป็นสัญลักษณ์ของคณะและภาควิชาที่เรียนวิ่งนำเพื่อนๆ ในชั้นปีขึ้นตาม พวกเขากอดคอกันวิ่ง ใบหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทั้งที่เหงื่อโซมกาย ขบวนถัดมาเป็นของรุ่นน้องปีหนึ่งและปีสอง พี่และน้องกอดคอกันวิ่ง ช่วยพยุงกันจนผ่านโค้งที่สูงชันไปทีละแถว


“ใกล้ถึงคิวพวกเราแล้ว พี่วินพร้อมมั้ย”

“พร้อมครับ” ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมล่ะวะ!

เด็กปีหนึ่งพูดพลางตบไหล่เขาเบาๆ “ไม่ต้องวิ่งเร็วนักนะครับพี่ พวกเราเป็นปีหนึ่งกลุ่มสุดท้าย ผมบอกพี่ๆ ที่จะมาวิ่งกับพวกเราไว้แล้ว เราจะวิ่งขึ้นไปด้วยกันช้าๆ”

รวินท์พยักหน้ารับ เขาชำเลืองมองไปทางด้านหลังซึ่งพวกนักศึกษาปีสามที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มแบกเสลี่ยงและรุ่นพี่ที่จบไปแล้วทั้งหลายกำลังตั้งแถวกอดคอกัน ทันตแพทย์หนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก สองมือกำที่จับรถเข็นไว้แน่น ตื่นเต้นกว่าเด็กปีหนึ่งทุกคนก็คงเป็นเขานี่แหละ

“ใกล้แล้ว” น้องปีหนึ่งกับพี่ปีสองที่อยู่แถวสุดท้ายแหวกที่ให้รวินท์เข็นรถโจ้เข้าไปตรงกลางแถว พวกเขากอดคอกันและกอดคอโจ้ไว้หลวมๆ โดยให้สองมือของเพื่อนจับที่เท้าแขนของรถเข็นไว้

เสียงสัญญาณดังขึ้นแล้ว กลุ่มเด็กๆ ข้างหน้ารวินท์ทยอยวิ่งออกไปทีละแถว จนกระทั่งถึงคิวเขา

“ไปกันไอ้โจ้ พี่วิน!” รุ่นพี่รุ่นน้องประคองกันวิ่งออกไปอย่างไม่เร็วนัก พยายามรักษาระดับให้ความเร็วใกล้เคียงกับรถเข็น

สำหรับรวินท์แล้ว วินาทีนั้นหูเขาอื้อไปหมด ได้ยินเสียงเชียร์ เสียงปรบมือและเสียงให้กำลังใจดังสนั่นไปตลอดทาง เขาลืมสนใจไปเลยว่าโค้งนั้นทั้งสูงและชันมากขนาดไหน ในขณะที่เขาหอบหนักๆ มองไปตรงหน้าพวกน้องๆ ก็ยังกอดคอกันไว้เช่นเดิม

ทันตแพทย์หนุ่มหัวเราะกับตัวเอง สองขาเริ่มอ่อนแรงลงบ้าง หากก็ยังก้าวออกไป ทั้งเสียงและภาพที่ได้เห็น การได้เป็นส่วนหนึ่งในการวิ่งขึ้นดอยครั้งนี้ช่างน่าประทับใจ มันจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีของเขาเช่นกัน

ในที่สุดพวกเขาก็ขึ้นไปถึงจุดหมายพร้อมกันได้สำเร็จ

รวินท์ยืนหอบแฮกๆ พลางหันไปมองนักศึกษาชั้นปีสามกอดคอกันวิ่งตามขึ้นมา

“ขอบคุณพี่วินมากนะครับ” โจ้หันมายกมือไว้ พวกเพื่อนๆ และพี่ๆ ข้างๆ เขาก็เช่นกัน

ทันตแพทย์หนุ่มตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ “ไม่เป็นไร ผมก็สนุกดี ได้กอดคอขึ้นมาพร้อมเพื่อนๆ อย่างที่หวังไว้แล้ว ดีใจด้วยนะ”

“เพราะพี่วินช่วยไว้แท้ๆ ครับ”

สีหน้าและคำพูดของโจ้บ่งบอกถึงความซาบซึ้งในการช่วยเหลือของเขาอย่างจริงใจ พูดซะเขารู้สึกผิดที่ลังเลในตอนแรกเลย

พวกรุ่นพี่พยาบาลที่รออยู่เข้ามาช่วยดูแลเด็กหนุ่มต่อให้ พวกเธอกล่าวขอบคุณเขากันเป็นการใหญ่ “เดี๋ยวจะพาโจ้ไปขึ้นกระเช้า จะขึ้นไปด้วยกันมั้ยคะ”

รวินท์หันไปมองพวกนักศึกษาที่กำลังกอดคอทยอยขึ้นบันไดไปไหว้พระบรมธาตุกัน วิ่งขึ้นดอยมาเหนื่อยแทบตายก็ยังขึ้นบันไดกันต่ออีก แต่ไม่รู้สิ ภาพตรงหน้ามันทำให้เขายิ้มได้

“ไม่ล่ะครับ” รวินท์ปฏิเสธอย่างนิ่มนวล เขาเห็นว่าวันนี้เป็นวันพิเศษของน้องๆ นักศึกษา ปล่อยให้รุ่นพี่รุ่นน้องไปไหว้พระขอพรกันก่อนดีกว่า ส่วนตัวเขาจะขึ้นมาไหว้พระบรมธาตุเมื่อไหร่ก็ได้ ทันตแพทย์หนุ่มถอยออกไปยืนรออยู่ห่างๆ เขาถอดผ้าปิดจมูกออกมาใส่กระเป๋ากางเกงยีนไว้ หลังจากยืนแกร่วอยู่สักพัก ลมหายใจยังไม่ทันเป็นปกติดีตึ๋งก็วิ่งเข้ามาหา

“สนุกมั้ยพี่หมอ ไปตรงนู้นกัน ผมนัดพวกพี่สาวไว้” เด็กหนุ่มยิ้มหน้าบาน ก่อนจะจูงอีกฝ่ายเดินออกไป

“โห จะไม่ให้พักเลยใช่มั้ยเนี่ย หมดแรงจะเดินแล้วเว้ย”

“โธ่ วิ่งแค่นี้ทำเป็นหมดแรง” ตึ๋งหัวเราะใส่อย่างสาแก่ใจ “ผมถ่ายคลิปไว้ให้พี่หมอแล้วด้วย จะบอกว่าพี่หมอเท่มาก ได้ยินเสียงเชียร์หรือเปล่าพี่ ตรงที่ผมยืนน่ะ เชียร์กันเสียงดังสุดๆ เสียงชัตเตอร์กล้องงี้รัวอย่างกับปืนกล”

“เท่กับผีน่ะสิ เหนื่อยจนตับแทบจะปลิ้นออกมาจากปากอยู่แล้ว”

ดีนะที่เขาใส่ผ้าปิดจมูกไว้ ไม่อย่างนั้นใบหน้าเขาตอบหอบแฮ่กๆ ลิ้นห้อยเป็นหมาหอบแดด คงไปอยู่ในกล้องของทุกคนแน่
ไม่นานพวกรุ่นพี่ผู้หญิงทั้งแท้และเทียมที่นัดกันไว้ก็พาเขาไปนั่งปักหลักที่สวนสน เพื่อรอดูกิจกรรมต่อจากการขึ้นไปไหว้พระบรมธาตุ พวกเธอเอ่ยชมเขาตลอดทางเลยทีเดียว

“คุณวินเท่มากเลยรู้มั้ย เท่สุดๆ ไปเลย เสียดายมากๆ ที่ไม่เปิดหน้าอะค่ะ”

“คุณวินเท่จนละสายตาไม่ได้เลย มีแต่คนถามถึงว่าคุณวินเป็นใคร เกียร์ไหน”

พอโดนชมมากๆ เข้า รวินท์ก็ยิ้มหน้าบานไปอย่างไม่รู้ตัว

ระหว่างที่นั่งอยู่ในเต็นท์ พวกรุ่นพี่ของคณะที่มาด้วยกันวุ่นวายตระเตรียมอาหารและน้ำไว้แจกรุ่นน้อง แต่ระหว่างนั้นก็หาข้าวกลางวันกับน้ำให้เขากับไอ้น้องตึ๋งกินด้วยกันเสร็จสรรพ ไอ้เขาก็เกรงใจอยู่หรอก แต่พอหันไปเห็นไอ้น้องตึ๋งกระซวกข้าวใส่ปากอย่างกับไดโว่ จะปฏิเสธตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว

ทันตแพทย์หนุ่มนั่งกินข้าวไปก็รู้สึกเหมือนว่ามีคนแวะมาถ่ายรูปเขาไปด้วยเป็นระยะ ดูเหมือนพวกตากล้องจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นหนึ่งในรุ่นพี่ของคณะนี้เช่นกัน

สักพักเมื่อนักศึกษาปีหนึ่งเข้ามาตั้งแถวกันก็มีการเปิดสายรหัส กินข้าวเที่ยงร่วมกัน หลังจากนั้นพวกรุ่นพี่ก็ผลัดกันเข้าไปเอนเตอร์เทนรุ่นน้อง เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่ว ใบหน้าของทุกคนยิ้มแย้ม แม้จะมีสายฝนโปรยลงมาบางเบาเป็นพักๆ มาถึงตอนนี้รวินท์รู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์ไปด้วยแล้ว เขายิ้มและหัวเราะไปกับทุกคน

“ถ้าไม่ใช่เพราะพี่หมอนี่ผมต้องรอปีหน้าเลยนะเนี่ยถึงจะได้มาที่นี่”

รวินท์ผลักศีรษะเด็กหนุ่มที่เข้ามากระซิบกระซาบออกไป “เอาไว้เข้าได้ก่อนเหอะค่อยโม้”

“โหย ผมระดับท็อปโรงเรียนนะพี่ โควตาที่นี่ต้องมีที่นั่งผมแน่”

ขณะที่เถียงๆ กันอยู่ก็มีนักศึกษาในเสื้อชอปสีน้ำเงิน มีผ้าสีขาวคล้องคอเดินเซเข้ามาใกล้ๆ ตรงที่พวกเขานั่งกันอยู่ รวินท์หันซ้ายหันขวา เห็นว่าทุกคนกำลังยุ่งๆ เขาจึงสวมวิญญาณรุ่นพี่วิศวะ ลุกขึ้นไปช่วยประคองนักศึกษาคนนั้นไว้

“เป็นอะไรรึเปล่าน้อง”

“แมลงหวี่เข้าตาว่ะพี่ ขอน้ำหน่อย”

“รอเดี๋ยว” เขาวิ่งไปคว้าขวดน้ำที่ไอ้น้องตึ๋งกำลังจะเปิดดื่มมาเพราะอยู่ใกล้มือมากที่สุด แล้วรีบเอาไปส่งให้ “แมลงเข้าตาข้างไหน เอียงหัวไปข้างนั้น แล้วลืมตาไหวมั้ย เดี๋ยวผมเทน้ำให้”

อีกฝ่ายพยายามลืมตา แต่ก็ระคายเสียจนเปิดตาขึ้นไม่ไหว “เจ็บว่ะพี่ ไม่ไหวอ่ะ”

“มา เดี๋ยวผมช่วยแหวกตาไว้ให้เองนะ” ทันตแพทย์หนุ่มจับศีรษะอีกฝ่ายไว้พร้อมกับค่อยๆ กดเปลือกตาบนล่างดูว่าแมลงอยู่ตรงไหน จากนั้นก็ค่อยๆ เทน้ำใส่อย่างเบามือ “ใจเย็นๆ หลุดแล้วๆ”

พอเด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็จะยกศีรษะขึ้น หากรวินท์กดกลับลงมาอีกครั้ง “ล้างอีกทีนะเผื่อมีอะไรตกค้าง”

“อะไรจะตกค้างได้วะพี่ ขาแมลงหวี่เหรอ แมลงห่าอะไรเนี่ย แม่งสำออย เอาน้ำราดแค่นี้ทำเป็นขาหลุด”

“โห ปาก... แมลงหวี่ควรบินเข้าปากแทนเข้าตานะเนี่ย” รวินท์พูดกลั้วหัวเราะ พลางก้มหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ดวงตาอีกฝ่าย “ไหนกะพริบตาซิ ยังเจ็บหรือเคืองตามั้ย”

“ไม่แล้วพี่ ขอบคุณครับ” คนอ่อนวัยกว่าตอบ เขายกแขนขึ้นเพื่อเช็ดหน้า ทว่ารวินท์รีบห้ามไว้

“เฮ้ย สกปรก เดี๋ยวเอาทิชชูให้ รอก่อน” ทันตแพทย์หนุ่มวิ่งไปหากระดาษทิชชูกลับมาส่งให้ “เดี๋ยวตัวอะไรต่อมิอะไรก็ตะบี้ตะบันเข้าไปในตาอีกหรอก”

หลังจากเช็ดหน้าเสร็จ เด็กหนุ่มก็พยายามลืมตาขึ้นอีกครั้ง พอเห็นคนตรงหน้าแล้วก็ขมวดคิ้ว เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน “พี่เกียร์ไหนเนี่ย ผมไม่เคยเห็นพี่เลยอ่ะ ผมปีสาม เกียร์อัลฟา”

รวินท์ชักนึกสนุก “ผมเกียร์ตะกั่ว จบมาหลายปีแล้ว”

เด็กหนุ่มยิ่งทำหน้างงหนัก “เกียร์ตะกั่ว? แต่พี่ดูเด็กมากเลยอ่ะ รุ่นเราไม่น่าห่างกันมากเลยนะเนี่ย ที่จริงผมน่าจะจำพี่ได้”

“ผมไม่ได้มาดูน้องๆ สักพักแล้วน่ะ ปีนี้เพิ่งมีเวลาว่าง” จู่ๆ เสียงท้องร้องของอีกฝ่ายก็ดังขึ้นแทรก รวินท์หยุดกึก แล้วหัวเราะลั่น

“ชู่ว์ พี่อย่าเสียงดังดิ เดี๋ยวน้องเห็น เสียฟอร์มหมด”

“ยังไม่ได้กินอะไรกะเขาเหรอ”

“ยังอะดิ ผมกับเพื่อนเพิ่งว่าง” ระหว่างที่พูดคุยกันอยู่ รุ่นพี่คณะก็เดินเข้ามาทักพอดี

“พิงค์ กินไรยังวะ”

“ยังเลยพี่ หิวฉิบหาย”

“มาๆ มาเอาข้าว อยู่ตรงนั้นอะ เอาไปเผื่อเพื่อนด้วย พี่เตรียมไว้ให้แล้ว” รุ่นพี่ชี้ไปที่กองถุงใส่ห่อข้าว ก่อนจะรีบวิ่งออกไป

เด็กหนุ่มเดินฉับๆ ตรงไปยังกองถุงใส่ห่อข้าว แต่เพราะมีหลายถุง เขาคงจะหิ้วคนเดียวไม่ไหว เขาจึงหันหน้าไปส่งสายตาลูกหมาใส่รวินท์ ทั้งที่ไม่ได้เข้ากับหนวดบนหน้าเอาเสียเลย

ทันตแพทย์หนุ่มจึงต้องเข้าไปช่วยทำหน้าที่รุ่นพี่จำเป็นต่อ เขาหันไปทำท่าบอกตึ๋ง พออีกฝ่ายรับรู้แล้วเขาก็ก้าวเข้าไปยกถุงใส่กล่องข้าวขึ้นมาไว้ในมือ

“ยกไปไหนเนี่ย”

“พวกผมอยู่ตรงนู้น” ภูพิงค์เดินนำออกไป สักพักก็หันกลับมาหาคนที่เดินตามมาทางด้านหลัง “พี่ชื่อไรอ่ะ”

“วิน”

คนอ่อนวัยกว่ายิ้มกว้าง “ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่วินเกียร์ตะกั่ว”

รวินท์ชักรู้สึกผิด แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว จะบอกว่าโกหกก็อาจจะโดนอีกฝ่ายยกกล่องข้าวทุ่มใส่เอาได้ “เออ ยินดีที่ได้รู้จัก น้องพิงค์เกียร์อัลฟา”

พอเดินไปถึงตรงกลุ่มที่เพื่อนของภูพิงค์นั่งรวมกันอยู่ เขาก็ต้องทำหน้าที่ช่วยแจกข้าวต่อ เสร็จแล้วก็ยังโดนภูพิงค์ลากไปหิ้วถุงใส่ขวดน้ำดื่มมาแจกเพื่อนๆ อีก

ใช้งานกูซะคุ้มเลย ไอ้น้องพิงค์... รวินท์ได้แต่ด่าอยู่ในใจ

หลังจากเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบจนเหนื่อยหอบ ภูพิงค์ก็ฉุดแขนคนแก่กว่าให้นั่งลงข้างกัน “โทษทีเว้ยพี่ ใช้งานซะเยอะเลย”

“ไม่เป็นไร” ...ไหนๆ วันนี้เขาก็สาหัสสากรรจ์มาทั้งวันแล้ว   

รวินท์เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำมาเปิดไว้ให้เด็กหนุ่ม ก่อนจะวางไว้ข้างตัวอีกฝ่าย เขาคิดว่าควรต้องทำตัวให้สมบทบาทรุ่นพี่สักหน่อย จะได้ไม่ดูน่าสงสัย จากนั้นจึงทอดสายตามองไปยังลานที่พวกนักศึกษากำลังทำกิจกรรม ฟังเพลงที่รุ่นพี่รุ่นน้องร่วมกันร้องไปเรื่อยๆ

ภูพิงค์หันไปส่งกล่องข้าวที่เขากินเสร็จแล้วให้เพื่อนรวมเก็บใส่ถุงขยะ พอหันกลับมาอีกทีก็เห็นว่าคนที่นั่งข้างกันกำลังอินกับเพลงสุดใจ เขาอมยิ้มเล็กน้อย


“จากบทเพลงเราเคยร่วมร้อง ก้องกังวานสะท้านห้องเชียร์”


“ปิดกิจกรรมแล้วพี่” คนอ่อนวัยกว่าสะกิดบอก จากนั้นจึงร้องคลอไปกับเสียงเพลงที่ได้ยิน “ดอยที่สูงเสียดฟ้า ด้วยสองขาเราก้าวขึ้นไป ใครไม่ไหวกอดคอเพื่อนไว้ ลากกันไปให้ถึง...”

รวินท์ยิ้มอย่างลืมตัว เพลงมีความหมายดีจังแฮะ ช่างเข้ากับความรู้สึกในตอนที่อยู่ท่ามกลางรุ่นพี่รุ่นน้องประคองกันวิ่งขึ้นดอยดีแท้ “เพราะดี”

“จริงๆ เพลงนี้น่ะ ปีหนึ่งยังไม่เคยหัดร้อง เพราะงั้นเลยเป็นเพลงที่พี่ๆ ร้องตอนปิดกิจกรรมแทน ตอนสมัยปีหนึ่งผมได้ยินครั้งแรกนี่ ขนลุกเลยแหละ”

“อือ ก็น่าอยู่”

“เอ๊ะ ผมจะพล่ามทำไมเนี่ย พี่ต้องรู้อยู่แล้วล่ะเนอะ” ภูพิงค์พูดกลั้วหัวเราะ

ชายหนุ่มชะงัก ร้องฉิบหายอยู่ในใจ เขามัวแต่ฟังเพลิน หลงกลไอ้เด็กนี่ซะแล้ว!

“เดี๋ยวพวกผมจะไปหลอกน้องว่าจะขึ้นดอยปุยต่อ พี่วินอย่าลืมอยู่ดูด้วยล่ะ”

“เออ” รวินท์ตอบพลางเสตาหลบ ขณะที่อีกฝ่ายลุกขึ้นยืนบิดตัวไปมา

ภูพิงค์ก้มลงส่งมือให้รุ่นพี่ใช้ฉุดลุกขึ้น “เอ้า ลุกไหวป่ะ กระดูกกระเดี้ยวพี่ยังไหวอยู่มะ”

“ยังไม่แก่ขนาดนั้นโว้ย” ทันตแพทย์หนุ่มปัดมือเด็กหนุ่มออก จากนั้นจึงยันตัวเองให้ลุกขึ้น แต่เห็นอีกฝ่ายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วก็ประหลาดใจอยู่หน่อยๆ ไอ้เด็กนี่มีแผนอะไรอยู่ในใจอีกวะ

“ก็เห็นว่าพี่รุ่นเกียร์ตะกั่วแล้ว... ว่าแต่พี่ได้เห็นผมแบกเสลี่ยงป่ะ”

“ไม่เห็น ผมก็ตั้งแถวรอวิ่งอยู่เหมือนกันไง”

“โห แย่จัง อย่างเท่เลยน้า~” คนอ่อนวัยกว่ายิ้มกริ่ม “แต่สมัยพี่ก็มีแบกเสลี่ยงแบบนี้นี่นะ แล้วพี่เคยได้แบกมั้ยอะ ตอนนั้นแต่ละคณะน่าจะยังแข่งกันวิ่งขึ้นดอยใช่ปะ”

รวินท์อ้ำอึ้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ “เออ สารภาพก็ได้วะ ผมแค่ติดรุ่นพี่คุณเข้ามาดู ไม่ได้เรียนที่นี่หรอก”

“ผมก็รู้แต่แรกแล้วแหละ”

“รู้ได้ไงวะ ผมว่าผมก็เนียนมากแล้วนะ”

“โธ่ พี่! รุ่นเกียร์ตะกั่วน่ะ มันรุ่นแรกๆ ของวิดวะที่นี่เมื่อสี่สิบกว่าปีมาแล้ว พี่น่ะ ดูยังไงอายุก็ไม่น่าถึงห้าสิบป่ะวะ”

อ้าว! ไอ้น้องโจ้เล่นกูแล้วไง! รู้งี้น่าเข็นให้ตกดอยจริงๆ เว้ย!

“อีกอย่างนะ หน้าตาไม่เหมือนใครอย่างพี่เนี่ย ถ้าเป็นรุ่นพี่ผมไม่กี่ปี ยังไงผมก็จำได้”

“หน้าตาไม่เหมือนใครนี่ยังไงวะ”

“เอ๊า พี่ก็หันมองไปรอบๆ ดิ มีใครหน้าเหมือนพี่มั้ยล่ะ”

โว้ย! ไอ้เด็กนี่กวนประสาทโคตรๆ “คุณรู้แต่แรกแล้วทำไมไม่บอกผม”

“ก็เห็นพี่กำลังสนุก ผมเลยเล่นด้วย”

ทันตแพทย์หนุ่มนึกอยากจะเลาะฟันไอ้เด็กนี่ออกมาให้หมด จะด่าก็กลัวพรรคพวกอีกฝ่ายลุกขึ้นมากระทืบ เขาเลยคิดว่าควรจะถอยก่อน “งั้นผมไปละ ลงดอยกันดีๆ ล่ะ”

“คร้าบ รุ่นพี่”

ฝากไว้ก่อนเว้ย! รวินท์รีบก้าวฉับๆ หนี

“แล้วแวะมาเที่ยวคณะผมบ้างนะพี่” ตามมาด้วยเสียงหัวเราะอย่างสาแก่ใจสุดๆ อีกระลอก

ไอ้เด็กเวร!

ภูพิงค์ยืนมองอีกฝ่ายเดินฉับๆ ออกไป พอหันกลับไปตรงที่พวกเขานั่งด้วยกันเมื่อครู่ก็เห็นว่ามีผ้าปิดจมูกหล่นอยู่ เขาจึงก้มเก็บมันขึ้นมาไว้ในมือ “สงสัยของพี่วิน”

ฝ่ายรวินท์นั้น พอเดินกลับไปเห็นตึ๋งนั่งหน้าบานอยู่ก็ถลาเข้าไปหิ้วเด็กหนุ่มออกมา ก่อนจะกึ่งบังคับกึ่งขอร้องให้อีกฝ่ายพาลงดอย
ตึ๋งอิดออดนิดหน่อย หากก็เห็นว่ากิจกรรมจบแล้ว เขาจึงเออออไปกับชายหนุ่ม จากนั้นจึงพาแว้นลงดอยสวนกับนักศึกษาจากคณะอื่นๆ ที่กำลังเดินขึ้นมาตลอดเส้นทาง


*TBC*


เป็นไงม่างงง การพบกันครั้งแรกของสองหนุ่ม โรแมนติกมว้ากกกกชิมิคะ มีสายฝนพรำๆ และแมลงหวี่เป็นพยานรัด (ไม่ได้เขียนผิด) 55555555

ในส่วนของคำพูดให้กำลังใจตอนต้นของรุ่นพี่ก่อนจะเริ่มออกวิ่งกันนั้น ฮัสกี้ดัดแปลงเอาจากหลายๆ คลิปของวิศวะขึ้นดอยนะคะ ซึ้งมากเลยอะ ชอบบบบบ รู้สึกถึงพลังของหนุ่มๆ แฮ่กกกกแฮ่กกก

ส่วนตรงขึ้นดอย ฮัสกี้ไม่ได้เขียนตามความเป็นจริงทั้งหมดนะคะ บอกกงๆ ว่าก็ไม่รู้ทั้งหมดอะค่ะ เขียนเอาจากการดูคลิปกับข้อมูลในเน็ตล้วนๆ 555555 ก็เลยมีแต่งเสริมเข้าไปบ้างนะคะ แหะๆ

ช่วงแรกๆ นี้อาจจะปักธงยากสักนิดว่าใครจะเคะหรือใครจะเมะ เพราะสองหนุ่มเองก็ยังไม่รู้ตัวอะค่ะ เขาเพิ่งรู้จักกันเนอะ รออีกหน่อยเดี๋ยวก็น่าจะพอมองออกนะคะ ใจเย็นๆ 555555

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่า แล้วพบกันตอนหน้านะคะ อะไรจะพาน้องพิงค์ให้กลับมาเจอพี่วินอีกครั้งหน้ออออ



ออฟไลน์ TIKA_n

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +308/-4
น่ารักจังเลย   :-[  เพราะความใจดีมีน้ำใจของพี่วิน และแมลงหวี่นะเนี่ย เขาถึงได้เจอกัน 555
ตอนแรกคิดว่าน้องพิงค์จะโดนพี่วินอำไปอีกนาน ที่ไหนได้ พี่วินต่างหากที่โดนหลอก โถ ๆ
น้องพิงค์น่ารักอ่ะ อยากให้น้องพิงค์เป็นเคะ แต่ติดใจตรงหนวดน้องพิงค์เนี่ย ถึงน้องจะไว้หนวด
ก็ยังเชียร์น้องพิงค์เป็นเคะน้อย ๆ พี่วินเป็นเมะผู้อบอุ่นอยู่น้า แต่โกนหนวดเถอะน้องพิงค์ ขอร้อง T^T
เรื่องน่ารักมากเลย อ่านแล้วสบาย ๆ คลายเครียดดีค่ะ ชอบตามดูคลิปรับน้องขึ้นดอยเหมือนกัน
รู้สึกถึงความขลังมาก แล้วก็ชอบตามหาพี่เตี้ยด้วยค่ะ 555
รอตอนต่อไปน้า ขอบคุณมากค่า  :กอด1:

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
น้องพิงค์น่ารัก :mew1:

ออฟไลน์ พัดลม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 567
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
อยากรู้จังว่าใครรุกใครรับ
 
มาต่อเร็วๆน้า :3123:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7413
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
โถหมอวิน หน้าใสซื่อ ถูกเขาหลอกกลับซะนี่
แต่ก็นับเป็นวันที่ดีนะ ได้เจอใครบางคนด้วย

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3050
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
เด็ดวิดวะแสบนะตั้งแต่ไอ้น้องโจ้ แล้วก็น้องพิงค์อีก แต่รักเด็กวิดวะนะ o18

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7621
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
เจอกันแล้ว วิน พิงค์
แมงหวี่เข้าตา โอ๊.....หมอวินได้ช่วยล้างตาให้พิงค์ด้วย
มีการบอกเกียร์กันด้วย เกียร์อัลฟ่า เกียร์ตะกั่ว
ชื่อเกียร์ช่างต่างกันเหมือนเกียร์หมาป่า กับเกียร์ช่างบัดกรีๆเลย
หน้าตาวินก็ไม่เข้ากับพวกวิศวะซะด้วย  :laugh: :laugh: :laugh:

แล้ววิน ก็ถูกจับได้ ทั้งที่เจ้าตัวว่าเนียนแล้วนะ
วิน พิงค์   :กอด1: :กอด1: :กอด1:
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ utamon

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 833
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-2
ว้าาา โดนเด็กจับได้ซะแระ  :laugh:
ไม่เนียนว่ะพี่วิน ไปฝึกมาใหม่นะ แล้วค่อยมาอ่อย(?)เด็กที่นี่ต่อ 5555

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
การรุ้จักกะนครั้งแรกของทั้งคู่ดูจะราบรื่นดีนะ ก็มาลุ้นกันต่อไปใครจะตามจีบใครก่อน

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2448
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-7
วันรับน้องขึ้นดอยของปีนี้ เราก็ไปยืนดูมา มีฝนตกด้วย ละตอนนี้ก็บรรยายว่ามีฝนตก นึกภาพวันนั้นออกมาเป็นฉากเลยอ่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2877
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +81/-0
55555 คุณหมอฟัน ไม่รุ้จะได้ฟันไหม หลงกลพิงค์ซะงั้น

วินก็ดูรั่วๆ นะ ไม่ได้ทำตัวสุดโต่งอะไร น่ารักดี แต่ทำอะไรไม่ค่อยเป็น แต่ก็พอเดาทางได้

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
น้องพิงค์ พี่วิน เค้าดูเข้ากันได้ดีนะคะ :-[

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3736
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
เจอกันครั้งแรกคือช่วยเอาแมลงหวี่ออกจากตา 55555

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 806
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ why yyy

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4615
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-8
ขอบคุณ :)

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
ชอบมากกก พี่วินละมุนอ่าา น้องพิงค์ก็หยอกพี่หมอได้น่ารักก เขินตัวบิดแล้วว

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 808
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
พี่วินดูอบอุ่นเป็นผู้ใหญ่ ปกป้องดูแลคนอื่นได้ น้องพิงค์น่ารัก กวนๆดีอ่า

ออฟไลน์ magarons

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 988
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-6
ตามมม

ออฟไลน์ เป็ดอนุบาล

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
    ยินดีกับเรื่องใหม่ด้วยนะค่ะเดี๋ยวมาอ่านค่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด