เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? - My Dearest 20 cm.| นิยาย Y ตอนที่ 43 P.6 Up 15 พ.ค. 64
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? - My Dearest 20 cm.| นิยาย Y ตอนที่ 43 P.6 Up 15 พ.ค. 64  (อ่าน 15288 ครั้ง)

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

********************************************

เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? - My Dearest 20 cm.


บทนำ
             เรื่องรักวุ่นๆในรั้วมหา’ลัยของนายหนึ่ง เอกราช เจ้าของฉายาไอ้เตี้ย ที่นอกจากจะไม่หล่อ ฐานะก็ยังไม่ดี แต่ดันมีหนุ่มฮ็อต ดีกรีเดือนมหา’ลัยปีล่าสุด กับอดีตเดือนมหา’ลัยปี 3 ตามมาพัวพันจนวุ่นไปหมด คนหนึ่งเป็นดาราดังอนาคตไกลชื่อตงฉิน ที่เป็นเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมคณะ แต่สถานะยังไม่ใช่เพื่อนที่รู้ใจ กับพี่เจด อดีตแฟนสมัยม.ปลายที่ห่างกันไปสักพัก แต่สถานะยังไม่ได้เลิกกัน งานนี้ไอ้เตี้ยของเราไปไม่เป็นเลยทีเดียว

             มาลุ้นกันว่า ใครจะสามารถพิชิตใจไอ้เตี้ยของเราไปได้ เมื่อทั้งสองคนต่างก็หน้าตาหล่อ ดีกรีไม่เป็นรองกัน หากแต่คนหนึ่งก็ปากแข็งและพร้อมจะเทอย่างไม่ใยดี ส่วนอีกคนก็แสนดี พร้อมจะกลับมาสานสัมพันธ์ที่เคยทำหล่นหาย

             ถ้าคุณเป็นไอ้เตี้ย ... คุณจะเลือกใคร?




คำโปรย...

“ว่ากูเตี้ย เตี้ย เตี้ย ย้ำอยู่นั่นแหละ ... เตี้ยแล้วไง เตี้ยๆแบบกูก็เป็นผัวมึงได้นะ”





*** นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น
มิได้ลอกเลียนหรือดัดแปลงมาจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ
ภาพประกอบ ชื่อ และสถานที่อ้างอิงเป็นเพียงการสมมุติ
มิได้มีเจตนาอื่นใดนอกจากแต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ***
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-05-2021 20:55:12 โดย จากต้นจนอวสาน »

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
สารบัญ


เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? - My Dearest 20 cm.

ตอนที่ 1 - 7 หน้า 1

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71558.0


ตอนที่ 8 - 14 หน้า 2

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71558.30



ตอนที่ 15 - 20 หน้า 3

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71558.60




ตอนที่ 21 -27 หน้า 4

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71558.90




ตอนที่ 27(ช่วงหลัง) - 34 หน้า 5

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71558.120




ตอนที่ 35 - 41 หน้า 6

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71558.150#gsc.tab=0



ผลงานอื่นๆของไรต์


1. สัญญาธนการ (จบแล้ว)

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=52913

2. บังเอิญรักโดยตั้งใจ (จบแล้ว)

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=65595.0

3. จะรักนาย เท่าชีวิต - Only You ภาค 1 (จบแล้ว)

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=64729.0

4. จะรักนาย เท่าชีวิต - Only You ภาค 2 (ยังไม่จบ)

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71132.0

5. Personal Driver : คนขับ(รัก)ส่วนบุคคล (ยังไม่จบ)

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71432.0


ติดตามผลงานอื่นๆที่ FB นี้เลยครับ
https://www.facebook.com/Begintillanend




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-05-2021 14:41:56 โดย จากต้นจนอวสาน »

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

********************************************
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-05-2020 13:35:01 โดย จากต้นจนอวสาน »

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? – My Dearest 20 cm.

ตอนที่ 1. การเปิดตัวแบบธรรมดามันน่าจดจำซะที่ไหน

             เสียงดนตรีในโดมที่ใช้จัดแสดงแฟชั่นโชว์ดังกระหึ่ม จังหวะคึกคักแบบอีดีเอ็ม(EDM) แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเพลงเต้นจังหวะเร็วๆ ชวนให้แขกเหรื่อในงานโยกย้ายไปมาได้ แต่ด้วยพื้นที่ที่จำกัด และส่วนใหญ่ถูกบังคับให้นั่งตามแถวที่จัดไว้จึงทำได้แค่โยกตัวไปมาตามเสียงเพลง แคทวอล์กยาวหลายสิบเมตรปูด้วยพรมสีแดงเพื่อเข้ากับเทรนด์สีในปีนี้ เบื้องหน้าแขกผู้มีเกียรติฟร้อนท์โร (Front row)นั้นเข้างานมาครบหมดแล้ว แต่หลังฉากยังวุ่นวายไม่เลิก

“นี่ นายแบบนางแบบแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จยังคะ” เสียงสไตลิสต์ตะโกนถาม ความโกลาหลพุ่งมาหลายระลอกจนชินตา

“ยังค่ะ เหลืออีกนิดนึง” ช่างแต่งหน้าตอบกลับ เหล่านางแบบที่เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วต่างยืนเข้าแถวรอเช็คคิว

“อีก 3 นาที ให้ไวค่ะ”

“ค่า” เสียงช่างคนเดิมตอบกลับ มองใบหน้าหล่อเหลาของนายแบบคนสุดท้ายที่เดินชุดฟินาเล่ของงานอย่างหลงไหล หล่อ ตี๋ แทน สูง ล่ำ กล้ามแน่น...

“พี่จ้องขนาดนี้ กินผมเลยก็ได้นะครับ”

“แหมมมม น้องตงล่ะก็ แซวซะ...” ช่างแต่งหน้าเสียงใหญ่ลูกกระเดือกโตแต่ออกอาการตุ้งติ้งทำท่าเขินอาย “แต่กินได้จริงๆนะ”

“นังชะมด เสร็จยัง มัวแต่อ้อร้อ”

“ค่า จะเสร็จแล้วค่าพี่ต๋อง แหม เร่งยิกเชียว” ชะมด หรือ มด ช่างแต่งหน้าที่กำลังอ่อยเหยื่อหันไปตอบสไตลิสต์คนเก่งที่ออกสาวไม่แพ้กัน

“คนอื่นจะเกลี่ยหน้าสามสิบวิ ทีน้องตงล่ะ จัดไปสามสิบนาที อีห่า”

“เจ๊ จะบ่นทำไมเนี่ย หล่อๆแบบนี้น้องขอจัดหนักๆหน่อยไม่ได้เหรอ” มดตอบอย่างยียวน

“นี่ นังมด น้องตงเค้าหล่อเบอร์นี้แล้ว หล่อนจะฉาบแป้งกับรองพื้นใส่อีกทำไม หล่อนจะฝึกฝีมือก่อนไปรับงานก่อสร้างเหรอยะ”

“แหมเจ๊” มดวางอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างขัดใจ ก่อนเพ่งดูความเรียบร้อยของผลงานชิ้นเอก

“เสร็จแล้วค่าน้องตง หืมมม หล่อมาก”...



             เสียงกรีดร้องดังกระหึ่มเมื่อถึงคิวของตงฉิน เสถียรภาพไพบูลย์ ดาราหนุ่มขวัญใจมหาชนที่มารับงานเดินแบบของเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เจ้าของรู้จักกับพี่สาวตน ชายหนุ่มรูปร่างสูง ด้วยความสูง 188 เซ็นติเมตร บวกกับรูปร่างกำยำจากการขยันออกกำลังกาย ใบหน้าหล่อออกแนวตี๋และผิวสีแทนที่เจ้าตัวพยายามอาบแดดมานานส่งให้เป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ จังหวะของเพลงนั้นส่งเป็นหนึ่งเดียวกับจังหวะการเดิน สูทสีแดงที่ใส่โดยไม่มีเชิ้ตด้านในและไม่ติดกระดุมโชว์กล้ามแน่นๆที่ทำให้สาวๆกระหน่ำกรีดร้อง

“กรี๊ดดดดดดดดดด ตงฉิน ตงฉิน หล่อมาก” เสียงเชียร์จากแฟนคลับที่ยอมควักเงินซื้อบัตรเข้าร่วมงาน หรือทำทุกวิถีทางให้ได้บัตรเชิญส่งเสียงดังลั่น ตงฉินเผลอยิ้มให้อย่างทะนงตัว มองป้ายไฟที่ชูขึ้นมาอย่างงุนงง ไม่คิดว่าจะมีคนเอาเข้ามาได้

ก็คนมันหล่อนี่เนอะ... ชายหนุ่มคิดและเดินกลับไปหลังเวทีเพื่อรอเดินรอบสุดท้าย



             หลังงานเลิก เหล่านายแบบนางแบบต่างก็ล้างเครื่องสำอางและแต่งตัวเพื่อเตรียมกลับ ยกเว้นตงฉินที่ถูกลากให้ออกไปสัมภาษณ์ที่แบ็กดรอปขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงประตูทางเข้างานตรงลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้า แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปยิงรัวจนตาพร่า ไมโครโฟนหลากหลายแบบของสื่อมวลชนต่างก็กรูเข้าหา คำถามเป็นชุดพุ่งเข้ามาไม่ขาดสาย

“น้องตงคะ จริงเหรอคะที่ว่าน้องตินติน กับ น้องแตมแตม เป็นลูกของน้องตง ไม่ใช่ของพี่สาวตามที่แจ้งไว้น่ะค่ะ” นักข่าวคนหนึ่งถาม ชายหนุ่มยิ้มแบบใจเย็นสื่อถึงความเป็นมิตร ในใจเริ่มเบื่อ เพราะตอบคำถามจนคอแห้งไปหมด แถมบรรยากาศตอนนี้ก็ร้อนอบอ้าวจนอยากกลับไปนอนที่บ้าน

“สองหมูนั่นเหรอครับลูกผม ไม่จริงหรอกพี่ ผมเพิ่ง 18 เองนะครับ จะเอาเวลาไหนไปปั๊มลูกกัน ว่ามั้ยครับ” เสียงหัวเรากลบเกลื่อนชวนให้นักข่าวต่างหัวเราะตามกัน

“แต่ก่อนหน้านั้น พี่สาวน้องตงไม่มีทีท่าว่าจะท้องหรืออะไรเลยนะคะ แต่อยู่ๆก็มีลูกแฝดโผล่มา...”

“แหม่ ผมล่ะอิจฉาเจ้าสองหมูนั่นจัง” ตงฉินพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ขนาดไม่ได้มายังมีแต่คนถามถึง”

“พี่ๆคะ เดี๋ยวขอตัวให้น้องตงไปพักผ่อนก่อนนะคะ ต้องขอบคุณพี่ๆทุกคนมากนะคะที่สนับสนุนน้องมาตลอด” ผู้จัดการของงานเข้ามาแทรก เพราะคำถามมันล้วงลึกไปจนดาราหนุ่มหน้าเจื่อน สองขาวยาวก้าวฉับไปในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านราชประสงค์แทบจะทันที ไม่วายจะมีแฟนคลับเดินตามมากรี๊ด บ้างก็ขอถ่ายรูป บ้างก็ขอลายเซ็น หลายคนยังเอาของขวัญหลากหลายชนิดมาฝากอีกด้วย

             ตงฉินรีบเดินไปที่ชั้นใต้ดินอย่างเหนื่อหน่าย ไหนจะต้องไปถ่ายละคร ไหนจะต้องไปงานโชว์ตัว จนสุดท้ายจบที่งานเดินแบบ วันวุ่นๆยังมีพวกนักข่าวมาขุดคุ้ยเรื่องตินตินกับแตมแตมอีก ดาราหนุ่มเลยหัวเสียไม่น้อย เพราะไม่คิดว่านักข่าวจะกระหายเนื้อได้ถึงเพียงนี้ ความผิดพลาดของตนเมื่อสามปีก่อนยังตามมาแบบไม่ให้คาดสายตา

             ย้อนไปเมื่ออายุ 15 ตงฉินเป็นเด็กหนุ่มที่นมเพิ่งแตกพาน แต่ด้วยความหล่อเป็นทุนเดิมเลยถูกชักจูงจากแมวมองให้มาเทสต์หน้ากล้อง ก่อนจะมีผลงานโฆษณาและละครตามมา พอเริ่มมีชื่อเสียง ก็มีคนมาชวนไปเดินแบบ จนได้พบกับนางแบบรุ่นพี่ชื่อ เดซี่ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงของอาชีพการงาน เนื่องจากนิสัยขี้โวยวาย เจ้าอารมณ์ มาทำงานสาย ไม่เคารพผู้ใหญ่ และยังมีข่าวลือว่าใช้ยาเสพติดจนสมองเบลอจนทำงานแทบไม่ได้ แต่เคมีของพวกเขาเข้ากันได้เป็นอย่างดี หลังจากเดินแบบงานแรกก็ไปต่อกันที่คอนโดของนางแบบสาว ตงฉินที่อยู่ในวัยรุ่นก็หลงหัวปักหัวปำจนไม่ไปเรียน เรื่องร้อนไปถึงหูพ่อกับแม่เลยทำให้ท่านทั้งสองไม่ชอบใจเดซี่เท่าไรนัก แต่พอตงฉินขอโอกาสและกลับไปเรียน คลื่นก็สงบลง..

             แต่ก็ไม่นาน เมื่อคุณพ่อที่เป็นประธานกรรมการบริษัทอาหารได้ออกสินค้าตัวใหม่สำหรับคนที่รักสุขภาพ ตงฉินจึงเสนอเดซี่ให้เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อหวังจะดันให้กลับมาดังเช่นเคย แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะนางแบบสาวเบี้ยวงานหลายต่อหลายครั้งจนคุณพ่อไม่พอใจอย่างหนัก ถึงขั้นถอดออกจากสื่อทั้งหมด สร้างความเสียหายไปหลายสิบล้านบาท เพราะมีการจองงานต่างๆไว้หมดแล้ว

...สุดท้าย เดซี่ก็ตั้งท้อง คุณพ่อกับคุณแม่ของตงฉินลมจับ ไม่ยอมให้ลูกชายคนเล็กต้องรีบแต่งงานตั้งแต่อายุเท่านี้ จึงให้เงินนางแบบไปอยู่ต่างประเทศจนกว่าจะคลอดลูก เมื่อเด็กลืมตาดูโลก พี่ตรึงจิต(หรือชื่อใหม่ แก้วกานดา) ก็รับเป็นลูกเพราะแต่งงานมาสักระยะแล้วยังไม่มีทายาทเลย

“โหล ว่าไงพี่ กำลังกลับ” ชายหนุ่มหอบหิ้วของพะรุงพะรัง แถมยังต้องรับสายที่โทรมาอีก วันนี้ที่บ้านจะมีงานเลี้ยงเล็กๆให้กับตนในวาระที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะแค่มหาวิทยาลัยรัฐถูกๆ ฐานะอย่างเขาไปเข้าเอกชนดีๆดังๆหรือไปเรียนต่างประเทศแบบพี่ชายยังได้

[เออ ให้ไว พ่อกับแม่รออยู่] ตงฉินรับปากและทำท่าจะวางสาย ด้วยความไม่ระวังจึงไปชนกับอะไรเข้าสักอย่าง

ตุบ!

“เชี่ยเอ๊ย เดินยังไงวะไม่ดูตาม้าตาเรือ” คนถูกชนที่แทบล้มคว่ำด่าด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ตงฉินมองผู้ชายคนนั้นตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อยืดเก่าๆกับกางเกงยีนส์รัดแน่น รองเท้าผ้าใบสีขาวมีรอยขาด แต่งตัวเหมือนพวกขับมอเตอร์ไซค์ซิ่งไม่มีผิด

“...”

“มองเชี่ยอะไร ชนแล้วยังไม่ขอโทษอีก” อีกฝ่ายยังโวยวาย ตงฉินทำหน้าเหม็นเบื่อมองคนตรงหน้าจนไม่ได้สังเกตว่ามากัน 2 คน

“คุณครับ ชนเพื่อนผมแล้ว ควรจะขอโทษสิครับ” ตงฉินหันไปมองตามเสียงพูด รูปร่างคนนี้สูงกว่า แต่ใบหน้าคล้ายคลึงกัน การแต่งกายคล้ายกันอีก น่าจะมาจากแหล่งเดียวกัน

“ตัวเท่าเนี้ย ใครจะมองเห็น ใจลอยเหรอเลยไม่เห็นคนตัวเท่ายักษ์เดินมาน่ะ” ตงฉินตั้งใจกวน

“มึง”

“ใจเย็นไอ้หนึ่ง” เพื่อนของคนที่โดนชนลากตัวคนเมื่อครู่ที่ทะยานตัวมาด้วยความไม่พอใจ

“พูดจาให้มันดีๆนะไอ้ยักษ์ ชนคนอื่นแล้วปากแกว่งหาส้นอีก”

“มีปัญญาใช้ส้นเหรอ ไอ้เตี้ย ตัวแค่นี้ทำปากดี” ตงฉินมองเมิน ไม่สนใจใบหน้าแดงก่ำของคนที่กำลังโมโหจัด

ปี๊น!

             เสียงแตรรถดังขึ้นมาทำให้ดาราหนุ่มละสายตาจากคนทั้งคู่ นอกจากไม่ขอโทษแล้วยังขว้างข้าวของที่ได้รับมาจากแฟนคลับลงในถังขยะที่อยู่ใกล้ที่สุดและเดินไปขึ้นรถอย่างไม่ใส่ใจเสียงด่าเป็นขบวนที่ไล่หลังตามมาแม้แต่น้อย

“แม่ง ไอ้สัด ถือว่าใหญ่โตมาจากไหนวะ ชนแล้วไม่ยอมขอโทษ นิสัยแย่ชิบหาย”

“มึงจะบ่นทำไมวะไอ้หนึ่ง บ่นยังกับมันไปฆ่าพ่อมึงงั้นแหละ”

“ไอ้สัดโท พ่อกูก็ลุงเขยมึงมั้ย” คนชื่อหนึ่งด่าลูกพี่ลูกน้องตัวเอง

“พอได้แล้วไอ้ห่า มึงจะด่ามันให้ได้อะไรขึ้นมา แม่งหน้าตาก็ดี สันดานเสียชิบ”

“เออสิ แม่งอย่าให้กูเจออีกทีนะ” หนึ่งกรนด่าอย่างขัดใจ “แล้วมันเป็นใครวะหน้าตาคุ้นๆ แถมยังเอาของดีๆพวกนี้มาทิ้งอีก”

“ไม่รู้แม่ง ดารามั้ง”

“ถ้าดาราทำตัวเชี่ยขนาดนี้ กูคงทำใจให้ชื่นชอบไม่ลงหรอก” หนึ่งพูดก่อนหยิบมือถือมาถ่ายรูปของขวัญที่ตกอยู่ในถังขยะ

“ลงไอจีแม่ง เอาแคปชั่นว่าอะไรดีวะ”

“แล้วแต่มึงเลยละกัน โดนชนแบบนี้แล้วยังมีกะใจอัพไอจีอีก”

“มึงนี่นับวันจะจู้จี้ขี้บ่นเหมือนพี่เอกเข้าไปทุกวันแล้วนะ” หนึ่งด่าอีกฝ่าย

“เชื้อไม่ทิ้งแถวปะวะ พี่เอกก็พี่ชายกู เลี้ยงกูมาแต่เล็ก”

“แล้วไหนล่ะพี่เอกอะ บอกว่าจะมารับกลับบ้าน หายต๋อม” หนึ่งเป็นคนถาม

“เห็นบอกว่าใกล้ถึงละ รถติดนิดหน่อย มึงก็ใจเย็นๆและเดินไปหน้าห้างสิ”

“เออ แม่ง ซวยชิบ นอกจากจะไม่ได้ชุดที่อยากได้แล้วยังเดินหลงจนโดนไอ้ควายนั่นชนอีก” หนึ่งบ่นไปเรื่อยอย่างไม่หยุดปาก พวกเขาเดินออกมาด้านนอกของห้างสรรพสินค้า มองดูการจราจรอันหนาแน่นของถนนพระราม 1 อย่างเหนื่อยหน่าย ไม่นานนักรถแท็กซี่สีขุ่นที่คุ้นเคยก็กระพริบไฟหน้ารถเป็นสัญญาณว่ามาถึงแล้ว ทั้งคู่จึงรีบวิ่งเข้าไปนั่งด้านในช่วงที่รถจอดติดไฟแดงอย่างรวดเร็ว...



#ทีมตงฉิน

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L1: :pig4:

ติดตามเหมือนเคย

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? – My Dearest 20 cm.

ตอนที่ 2. ตงฉิน เสถียรภาพไพบูลย์

[ตงฉิน]

             ผมเดินเข้าไปในบ้านอย่างเหนื่อยหน่าย วันนี้งานยุ่งมากถึงมากที่สุดจนไม่มีพักผ่อน กลับมาก็ยังต้องมาร่วมงานเลี้ยงที่พ่อกับแม่ภูมิใจนักหนาในการนำเสนอ ตอนได้ยินพี่ต่อบอกว่าเป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ผมอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง คนหน้าใหญ่ใจโตอย่างพ่อไม่มีทางจะจัดงานเล็กๆหรอก

             พอเปิดประตูเข้าไปก็เป็นไปตามคาด แขกเหรื่อในงานเต็มห้องรับแขกไปหมด แถมส่วนใหญ่ก็เป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่กันทั้งนั้น มีตรงไหนที่สื่อความหมายว่าเป็นงานเลี้ยงของผมบ้าง นอกจากป้ายแบนเนอร์ขนาด 1x3 เมตรเด่นหรา กับเพลงที่ยังร่วมสมัย ดีนะที่ไม่เปิดสุนทราภรณ์ ไม่งั้นคงคิดว่ามาผิดงาน

“น้าตง น้าตงมาแล้ว” ไอ้สองหมูที่อายุใกล้จะสามขวบพากันวิ่งมาเกาะขา คงจะมีแค่เจ้าสองตัวนี่แหละที่ยินดีกับการกลับบ้านของผมในแต่ละวัน มันคงเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งถ่ายทอดกันทางสายเลือดก็ได้ที่ทำให้เด็กสองคนนี้รักและติดคนที่เจ้าตัวเรียกว่าน้าแจ หรือไม่ก็เป็นเพราะโดนน้าในนามชื่อตงฉินสปอยล์จนติดใจก็ไม่รู้

“อ้าว เจ้าของงานมาแล้ว” เสียงพี่เขยพูดออกไมค์ตอนที่อุ้มสองหมูจนเต็มแขน กะจะมาเงียบๆแล้วเฟดตัวไปนอน ไอ้พี่เขยแม่งก็ตาไวเกิ๊น ผมเลยต้องเดินไปในกลุ่มคุณหญิงคุณนายฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกไหว้ทักทายจนมือหงิก

“ไงวะไอ้ตง ส่งยิ้มกระจายเลยนะ” พี่ต่อ หรือ ต่อพงษ์ พี่ชายแท้ๆของผมทักมาออกแนวประชด ก็แหงล่ะ ใครมันจะมีกะใจยิ้มแย้มแจ่มใสแบบจริงใจให้วะ วันนี้เหนื่อยสายตัวแทบขาด การเป็นดารานี่ไม่ใช่งานสบายเลย ยิ่งในช่วงออกกอง มิน่าล่ะพี่ชายผมเลยถอยออกมา

“เงียบไปเลยพี่ ฝากอุ้มเจ้าหมูด้วย” ผมยื่นแตมแตมให้พี่ชายไปอุ้ม ลูกชายผมคว้าคอลุง(แต่ต้องเรียกว่าน้า)และกอดรัดฟัดเหวี่ยงอย่างคุ้นเคย “ได้ข่าวว่าพี่หาคนขับรถใหม่ได้แล้วเหรอ”

“ข่าวไวดีนี่” พี่ชายยกมาร์ตินี่ในมือมาจิบ

“พี่ก็รู้ว่าบ้านเราเป็นยังไง แล้วคิดว่าคนนี้จะอยู่นานมั้ย” ผมพิงหลังกับผนังแบบเดียวกับที่พี่ต่อทำ สองหมูดิ้นหลุดจากวงแขนวิ่งเข้าไปหาพี่แก้วกานดาที่รับอุปการะเป็นแม่อย่างเริงร่า

“ไม่นานก็ต้องนานแหละ กูตามหาเค้ามาตั้งนาน”

“หืม หมายความว่าไงพี่” ฟังแล้วชักสงสัย

“ก็คนนี้ไง คนขับแท็กซี่ที่ช่วยพาแม่ไปโรงพยาบาลตอนงานแต่งงานพี่แก้ว พี่ลองตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอตัว แต่ดันไปเจอโดยบังเอิญตอนไปแถวมหาชัย”

“โห ยังกะพรหมลิขิต”

“หึหึ ก็ไม่แน่หรอก สเป๊กกูด้วย”

“เห้อ ดูดีๆนะพี่ ไม่ใช่ไปคว้าคนไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาซะล่ะ ดูอย่างผมสิ มีเมียเป็นนางแบบหน้าตาสละสวย สุดท้ายเป็นไง พ่อไม่ปลื้มก็ต้องเลิก”

“ไม่ต้องห่วง คนนี้กูรู้จักชื่อ เอกภพอะไรนี่แหละ เอกภพ ใบบุญมั้ง ถ้าเค้ามีกะใจช่วยแม่เราก็คงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก แถมเล่าให้แกฟังแล้วด้วย แม่บอกว่าไม่ติดอะไร ออกจะดีซะด้วยซ้ำที่เจอคนที่เคยช่วยเหลือยามลำบาก” พี่ชายตอบอย่างอารมณ์ดี ท่าทางเป็นเอามาก

“เออ แล้ววันประชุมผู้ปกครองพี่จะไปหรือพ่อจะไป” ผมเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากจะฟังเรื่องบุญคุณต้องทดแทนอะไรของพี่แก

“ไปถามพ่อเองสิ เออ แกเรียกหาตัวอยู่ ท่าทางโมโห ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกวะเนี่ย” พี่ต่อบอก จากที่มองหาในงานก็ไร้วี่แววของพ่อเลยเดินเข้าไปในบ้าน คิดว่าคงจะอยู่ที่ประจำแก คือ ห้องทำงาน

ก๊อก ก๊อก

“เข้ามา” เสียงทุ้มด้านในตอบรับ ผมเปิดประตูเข้าไปเห็นภาพพ่อที่ผมขาวไปทั้งหัวนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ ถึงแม้จะดึกดื่นป่านนี้ก็ยังไม่เลิกบ้างาน

“นั่งก่อน ขอสามนาที” ผมหย่อนกายลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มองใบหน้าเหี่ยวย่นอย่างบอกไม่ถูก ผมไม่ใช่ลูกคนโปรด ตั้งแต่เด็กพ่อจะโอ๋พี่ต่อมากกว่า เพราะเป็นลูกชายคนโตของครอบครัว มีอะไรจะประเคนให้พี่ต่อก่อน ไหนจะเรื่องเรียนต่างประเทศ พี่ต่อก็ได้ไป ส่วนผมน่ะเหรอ...เรียนในไทยก็พอ

             แต่นั่นก็ยังไม่ตอกย้ำเท่ากับตอนที่ผมไปคว้าเดซี่มาเป็นเมียจนทำให้เกิดเจ้าสองหมู ทายาทของตระกูล ถึงแม้จะเห่อหลาน แต่ก็เหมือนพ่อก็ยังไม่ค่อยพอใจในตัวผมเช่นเคย เมื่อบีบให้แม่ของหลานๆให้ออกไปจากชีวิตลูกชายคนเล็กได้แล้ว ก็ยังคอยบงการให้ผมเข้าเรียนในคณะที่เอื้อต่อการกลับมาทำงานช่วยที่บ้านอีกต่างหาก

“อะ นี่หมายความว่าอะไร” เมื่อครบสามนาที พ่อก็วางเอกสารในซองสีน้ำตาลบนโต๊ะทำงานดังโครม ผมคว้ามาเปิดดูด้านในก่อนจะถึงบางอ้อ

“ก็ไม่มีอะไร” ผมตอบเรียบๆ

“ไม่มีอะไรงั้นเหรอ ไอ้คอนโดใหม่ที่เอาชื่อพ่อไปซื้อนี่หมายความว่าไง” นั่นไง เริ่มเดือดใส่อีกละ

“ก็ไม่มีอะไรไง ผมจะเข้ามหา’ลัยแล้ว ก็จะไปอยู่แถวนั้น”

“ทำอะไรทำไมไม่ปรึกษา บ้านรึก็มี คนขับรถก็เรียกใช้ได้ จะไปนอนที่คอนโดทำไมอีก หรือจะไปหาแม่พันธุ์ทำลูกอีก ห๊า!” หน้าพ่อแดงก่ำ ผมมองอย่างเฉยชา เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนว่า

“พ่อ จากบ้านไปมหา’ลัยเนี่ยไปกลับร้อยกว่าโล ช่วงเย็นยังต้องมีรับน้องอีก บางวันผมก็ต้องไปถ่ายละคร ใจคอจะให้ไปกลับจริงดิ”

“...”

“แล้วอีกอย่าง ผมก็โตแล้วนะ อีก 2 ปีก็บรรลุนิติภาวะละ ผมไม่ทำตัวเหลวไหลเหมือนครั้งก่อนหรอกน่า ลูกผมก็มีแล้ว คงไม่ไปหามาใส่ตัวอีกหรอก”

“...”

“พ่อไม่ต้องห่วงนะ คอนโดนี้ผมแชร์กับเพื่อนๆ ไม่ได้อยู่คนเดียว หมดห่วงเรื่องพาผู้หญิงมาปั๊มลูก” ผมรัวเป็นชุด ขัดจังหวะของพ่อที่กำลังจะอ้าปากพูดจนต้องเงียบคำลง

“แน่ใจนะว่าอยู่กับเพื่อน เพื่อนคนไหน ชื่ออะไร” ชิบหาย ผมล่ะลืมคิดไปเลย

“อย่ามาโกหกพ่อแกนะไอ้ตง อย่างเพื่อนๆเอ็งนะรึจะไปอยู่คอนโด แต่ละคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” อื้อ ... พูดแบบนี้หมายความว่าถ้ามีเพื่อนมาแชร์ห้องพ่อจะให้ไปแน่นอน

“มีแล้ว” ผมตอบ ใจหายแว้บว่าจะไปหามาจากไหน “เนี่ยเดี๋ยวพามาให้รู้จัก เป็นเพื่อนที่คณะนั่นแหละ”

“เออ งั้นก็ได้ อย่าให้รู้นะว่าแอบไปทำตัวเหลวไหลอีก” พ่อผมยื่นคำขาด แปลกแฮะ ยอมง่ายจัง...

“แต่พ่อจะไม่ให้เงินเอ็งแล้วนะ”

“อ้าว พ่อ” ผมโวยวาย ทั้งที่จริงผมก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องนี้หรอก เพราะการเป็นดารามานานทำให้ผมเก็บได้เยอะอยู่

“ถือเป็นค่าคอนโดที่เอ็งแอบเอาเงินพ่อไปซื้อ” ชิ! ผมขัดใจแต่ก็ไม่พูดอะไร พวกเราคุยกันต่ออีกไม่นานผมก็ขอตัวไปนอน จนลืมไปถามเรื่องประชุมผู้ปกครอง

TongChin พี่ต่อ พี่ไปเป็นผู้ปกครองให้ผมนะ

Torpong S. อืม ได้

ข้อความสั้นๆส่งผ่านไปในไลน์ถึงพี่ชายตัวเองได้รับการตอบรับ ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรน่าห่วงนอกจากเรื่องการหารูมเมตให้ไว้ที่สุด



[ฮัลโหลว่าไงตง] เสียงใสจากปลายสายทักมา ผมกดเบอร์ที่คุ้นเคยเพื่อขอคำปรึกษา

“ขวัญ ช่วยหน่อยดิ”

[หืม ช่วยอะไรอีก] ขวัญจิรา หรือเพื่อนๆชอบเรียก ขวัญใจ เพื่อนสนิทคนสวยของผมตั้งแต่เด็ก คนที่คอยช่วยให้ผมสอบติดมหา’ลัยเดียวกัน คณะเดียวกันกับเธอ คนที่แอบชอบพี่ต่อตอนที่พี่ต่อเป็นดาราช่วงหนึ่ง คนที่อกหักเองเพราะไม่กล้าบอกความในใจ คนที่ผมไม่กล้าจีบ เพราะกลัวจะไปทำร้ายจิตใจ ความเป็นเพื่อนระหว่างเรามันมีความหมายเกินกว่าจะเอามาเสี่ยงกับสถานะอื่น อีกอย่าง ขวัญไม่ใช่สเป๊กด้วย เพราะใสซื่อเกินไป

“คือพ่อเราอะดิ ไม่ยอมให้เราอยู่คอนโดถ้าไม่มีเมต ขวัญมาเป็นเมตเราได้มั้ย”

[บ้าเหรอ เดี๋ยวพ่อเราก็โวยวายบ้านแตกหรอก ตงลืมไปรึไงว่าเราเป็นผู้หญิงนะ] สวยด้วย ... ผมคิด

“เออว่ะ เอาไงดี ขวัญพอจะถามใครได้บ้างมั้ย คนที่เรียนแถวๆนั้นน่ะ”

[ไม่มีหรอก เท่าที่รู้ก็มีแค่ตงกับเราสอบติดที่นั่น คนอื่นเรียนเอกชนกันหมด] คิดไว้แล้วเชียว เบื่อไอ้พวกคุณหนูว่ะ

“เอาไงดีหว่า”

[อืมมม เอางี้ดิ ตงก็ไปถามเพื่อนใหม่ที่คณะดูมั้ย เผื่อจะมีใครอยากแชร์]

“จะดีเหรอขวัญ ให้ไปเอาใครก็ไม่รู้มาเป็นเมตเนี่ยนะ”

[หรือตงจะยอมไปกลับ] จึก.... มันไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้เหรอวะ ผมมองเอกสารสำหรับนักศึกษาใหม่ที่วางบนหัวเตียง

“เดี๋ยวเราคิดแป๊บ แค่นี้ก่อนนะขวัญ” ผมวางสายโดยไม่รอฟังค่ำร่ำลา หยิบเอกสารขึ้นมาพลิกอ่านจนกระทั่งเห็นข้อความ

...นัดรับน้องก่อนเปิดเทอม.....

เอาวะ รีบไปหาเพื่อนใหม่จากงานนี้ก่อน เผื่อจะเจอคนที่หน่วยก้านและหน้าตาไว้ใจได้




ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? – My Dearest 20 cm.

ตอนที่ 3. ทำไมต้องมาทำกิจกรรมก่อนเปิดเรียนด้วยวะ

[หนึ่ง เอกราช]

             ผมกำลังงัวเงียตื่นตอนที่เสียงเคาะห้องรัวๆปลุกจนสะดุ้ง เจ้าของหน้าตาบ้านๆชื่อ โท หรือ เอกภาพ ลูกพี่ลูกน้องของผมผลักประตูเข้ามาพรวดใหญ่ พร้อมคำถามเชิงด่า

“มึงจะล็อกประตูทำซากทำไมวะ”

“มึงมาทำอะไรแต่เช้า คนจะนอน” ผมถามอย่างหัวเสีย

“เช้าพ่อง นี่จะเก้าโมงแล้ว มึงลืมเหรอว่าวันนี้มีนัดที่คณะ” ผมกับไอ้โทสอบติดที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งชายเมืองกรุงเทพฯ บ้านของพวกเราอยู่แถวเอกชัย-บางบอน ถึงถือว่าไกลมากจากมหา’ลัย

“ชิบหาย ลืมสนิทเลยว่ะ” ผมลนลาน

“เออ พี่เค้านัดไปละลายพฤติกรรมก่อนรับน้องจริง ไปอาบน้ำแต่งตัวเร็ว” ไอ้โทมันเร่ง ผมรีบพุ่งเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันอย่างลวกๆ น้ำท่าไม่อาบแม่งละ..รีบ

             สุดท้ายก็ได้แท็กซี่ของพี่เอก พี่ชายไอ้โทนี่แหละที่ขับมาส่ง จากที่คิดว่าจะสายก็ไม่ได้สายเท่าไหร่ แต่เมื่อไปถึงที่คณะ กลับเจอบรรยากาศเงียบกริบเหมือนไม่มีใครมาสักคน

“ไหนวะ ที่บอกจะมีกิจกรรมอะไรไง” ผมถามไอ้โท

“นั่นดิ กูว่ากูจำไม่ผิดนะ ยังเซฟใส่มือถืออยู่เลย”

“มึงแม่ง” ผมหงุดหงิด แทนที่จะได้ใช้เวลาบนเตียงนานกว่านี้อีกหน่อย ดันโดนลากมาที่นี่ซะได้

เอี๊ยด... เสียงจอดรถดังลั่นจนผมต้องหันไปมอง รถยนต์สีดำยี่ห้อบีเอ็มจอดเทียบที่ลานจอดรถริมถนนหน้าคณะนิ่งสนิททั้งที่มันไม่ใช่ลานจอด ก่อนที่คนข้างในจะเปิดออกมาจากฝั่งคนขับ ร่างสูงโปร่งจนน่าอิจฉา ผิดกับสภาพเตี้ยม่อต้อที่สูงแค่ 168 เซ็นติเมตรของผมชวนให้น้อยใจอย่างหนัก ทำไมไม่ได้ความสูงแบบพี่เอกหรือไอ้โทมาบ้างวะทั้งๆที่เป็นญาติกันแท้ๆ ต้องโทษพ่อนั่นแหละที่ทำให้เป็นแบบนี้

“มึง คนนั้นหน้าคุ้นๆปะวะ” ไอ้โทมันกระทุ้งที่สีข้างจนต้องหันไปเพ่ง

“อ๊ะ ใช่ ไอ้ยักษ์ที่ชนกูวันก่อนปะ อย่าบอกนะว่า...”

“เอ่อ สวัสดีครับรุ่นพี่ ไม่ทราบว่ากิจกรรมรับน้องอยู่ตรงไหนครับ” น้ำเสียงสุภาพเชียวนะมึง ชนกูครั้งก่อนยังไม่เห็นจะขอโทษซักคำ แต่เดี๋ยวนะ เรียกใครพี่วะ

“ไม่รู้ดิ มาก็ไม่เจอใครเหมือนกัน” ไอ้โทมันตอบไป คงคิดว่าที่ผมเงียบเพราะกำลังโกรธอยู่ “เราชื่อโทนะ อยู่ปี 1 นายล่ะ”

“อ้าว รุ่นเดียวกันเหรอ โทษที นึกว่ารุ่นพี่ เราตงฉิน” ไอ้ยักษ์นั่นถอดแว่นตากันแดดออก ออร่าดาราแผ่กระจายกลบพวกเรามิด

“นี่ไอ้หนึ่ง คนที่นายเดินชนวันก่อนที่ห้าง” ไอ้ยักษ์มันหันมาสำรวจผมอีกครั้งตั้งแต่หัวจรดเท้าเช่นเคย ก่อนที่จะพูดออกมา

“อ๋อ ไอ้เตี้ยคนนั้นน่ะเหรอ จำไม่ได้เลยว่ะ”

“อะ ไอ้...” ผมล่ะจี๊ดใจเลยครับ โดนเรียกไอ้เตี้ยมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นยังไม่วายโดนบูลี่ (Bully)

“สรุปว่าไม่มีกิจกรรมใช่มั้ย จะได้กลับ” คนร่างใหญ่ถาม พวกเรามองหน้ากันเหรอหราเพราะต่างไม่มีใครรู้

“พวกน้องๆสามคนนั้นน่ะ มาทำอะไรที่คณะ” เสียงของรปภ.ตะโกนถามจากหน้าประตู

“พวกผมมาทำกิจกรรมกับรุ่นพี่น่ะครับ” ไอ้โทตอบ

“อ้าว ไม่ได้อ่านประกาศเหรอว่าอาจารย์ไม่อนุมัติให้จัดงานก่อนเปิดเทอม นี่ไม่มีใครมาเลยสักคน”

“อ้าว” พวกเราพูดพร้อมกัน ต่างก็ยังมองหน้ากันไม่หยุดด้วยความเลิ่กลั่ก

“เอาไงต่อดีล่ะ พี่เอกก็ไปซะแล้ว” ไอ้โทบ่น ผมก็จนใจ เพราะบ้านก็ไกลมาก

“จะไปไหนกันเหรอ ติดรถไปก็ได้นะ” ตงฉินเสนอตัวอย่างมีน้ำใจ ผมล่ะแปลกใจนึกว่าคนละคนกับที่เดินมาชนตอนนั้นเพราะการแสดงออกต่างกันลิบลับ

“ไม่รู้เหมือนกัน จะกลับบ้านก็ไกลชิบ” ผมบ่น

“บ้านอยู่ไหนล่ะ”

“บางบอน”

“เชี่ย ไกลสัด แล้วนี่จองหอพักรึยัง”

“เชี่ย ยังเลยว่ะ” ไอ้โททำหน้าเหมือนคิดออก “กูยังไม่ได้จองหอเลยนี่หว่า ซวยละ”

“จริงจังแค่ไหนวะไอ้สัด” ผมใจแป้ว เพราะถ้าไม่มีที่พักหอใน คงต้องไปเสียค่าเช่าห้องแพงโขของหอนอก

“มึงเปิดเว็บมหา’ลัยซิ” ไอ้โททำตามที่ผมว่า ก่อนจะเลือกบริการจองหอพักแล้วพบว่า...

“ห้องเต็ม”

“อื้อ” เสียงไอ้โทมันล่ะครับ

“ไอ้สัด เอาไงดีล่ะเนี่ย มึงนี่น้า ไว้ใจให้ทำเรื่องสำคัญๆไม่เคยจะได้” ผมด่า

“กูขอโทษษษษ กูลืม”

“จะยืนเถียงตรงนี้อีกนานมั้ย ร้อน” ตงฉินทำลายบรรยากาศ “ไปหาร้านกาแฟนั่งดีกว่ามั้ย” มันว่าก่อนไปสตาร์ทรถยนต์หรู พวกผมยืนนิ่งมองหน้ากันอย่างขอความเห็น จนคนในรถเลื่อนรถมาใกล้ๆและลดกระจกลงมา

“จะไปมั้ย ยืนบื้อเป็นบ้านนอกเข้ากรุงไปได้ไอ้เตี้ย”

“ไอ้สัด” ผมว่ามันจงใจกวนบาทาผมครับ แต่สุดท้ายก็โดนดันให้ไปนั่งข้างคนขับโดยที่ไอ้โทนั่งเป็นคุณชายที่เบาะหลัง

“เออ ตงฉิน เราถามหน่อยสิ นายเป็นดาราเหรอ” ไอ้โทถามเพื่อสยบความเงียบในรถ แอร์เย็นฉ่ำกับเพลงเพราะๆชวนง่วงชิบ

“อื้อ กูเป็นดารา เคยเห็นเหรอ” มันตอบซะเป็นกันเองเลย

“ไม่ว่ะ เราไม่ชอบดูทีวี แต่ก็พอเห็นผ่านๆ” ไอ้โทพูด

“ใช้กูมึงก็ได้ ไหนๆก็มาด้วยกันละ เป็นเพื่อนกันเถอะ” ตงฉินเสนอ

“เออ ได้ แบบนี้ค่อยชินปากหน่อย” ไอ้โทตอบ

“ว่าแต่มึงจะพาพวกกูไปไหนวะ” มันยังถามต่อ หนังตาผมหนักอึ้งเลย

“ว่าจะไปหาร้านกาแฟนั่ง พวกมึงล่ะ จะไปด้วยกันมั้ย”

“ก็อยากไป แต่พวกกูต้องไปหาหออยู่ก่อน” ไอ้โทมันออกความเห็น

“งั้นไปที่กองกิจการนักศึกษามั้ยล่ะ ไปถามเผื่อมีห้องว่าง” ไอ้ตงฉินเสนอไอเดีย นึกว่าจะจะหล่อแบบไร้สมอง แต่ที่ไหนได้ มีความคิด...

             แต่สุดท้าย...ห้องพักนักศึกษาก็เต็มเอี้ยด...

“ซวยชิบ” ไอ้โทบ่น ก่อนจะกดมือถือไปหาพี่ชายมัน

“โดนด่ายับเลยมั้ย” ผมถาม

“เออดิ พี่เอกยิ่งขี้บ่นอยู่”

“ทำไมวะ” ตงฉินถาม ตอนนี้พวกเราอยู่บนรถแล้ว

“คือ กูกับไอ้หนึ่งเนี่ย บ้านไกล ต้องอยู่หอในเพราะมันถูก แต่ตอนนี้เต็ม เลยต้องหาหอนอกเอา ไอ้โทมันไม่มีปัญหาหรอก แต่กูเนี่ยหนัก เพราะพี่กูหาเงินคนเดียว จะใช้เงินเปลืองก็ไม่ได้”

“อืม”

“อืมเชี่ยอะไรอีก” ผมถามอย่างหงุดหงิด

“ไม่ช่วยอะไรก็เงียบไปไอ้เตี้ย” นั่นไง ด่ากูอีก “พวกมึงมาแชร์ห้องกับกูมั้ยล่ะ กูเช่าไว้ นอนสามคนสบายๆ” มันถามด้วยรอยยิ้มแปลกๆ แต่ก็ไม่อยากติดใจอะไร

“หืม” เสียงไอ้โท

“มึงกล้าชวนคนแปลกหน้าไปแชร์ห้องกับมึงง่ายๆแบบนี้เลยเหรอวะ” ผมถามอย่างแปลกใจ คนเรามันจะเชื่อใจกันง่ายๆงี้เลยเรอะ

“เอ้า ตอนนี้กูกับมึงก็รู้จักกันแล้วปะ แถมเรียนคณะเดียวกันอีก กูไม่ได้ให้มึงพักฟรีซะหน่อย หารกัน” [ตงฉิน] ว่าจะมาหาเมตตอนทำกิจกรรมดันไม่มีใครมา ดั๊นมาเจอคู่อริที่เคยเดินชนวันก่อนอีก แม่งเอ๊ย จะรอเปิดเทอมก็ไม่ได้ พ่อก็ถามยิกๆว่าไหนรูมเมต



[หนึ่ง เอกราช]

“อันนี้ก็รู้ปะวะ”

“ไม่ต้องห่วง มึงเบี้ยวกูเมื่อไหร่กูก็แค่จ้างคนงานที่บริษัทพี่กูไปกระทืบมึงถึงบ้านก็ได้” แหม่ คิดว่าคนอย่างกูจะกลัวรึไง

“สัดนี่ โหดว่ะ” ไอ้โทเออออตามน้ำ

“มึงรู้จักไอ้ตงน้อยไป” มันบอกอยางภาคภูมิใจ

“กูก็รู้แค่ว่ามึงเป็นดารา หน้าตาดี นิสัยแย่ ชนคนแล้วไม่ขอโทษ”

“บ่นอะไรไอ้เตี้ย” อ้าว ด่ากูทำไมวะ “มึงนี่จำเรื่องไร้สาระแม่นเนอะ ทีเรื่องสำคัญอย่างจองห้องพักดันไม่จำ”

“สาดดดด” ผมจนคำพูด เพราะฝากไอ้โทไว้ก็ไม่คิดจะจำแล้วล่ะเรื่องนี้

“เอางี้ เดี๋ยวกูพาพวกมึงไปดูห้องก่อน ถ้าโอเคก็มาแชร์กับกูได้” มันพูดเหมือนถามความเห็น แต่ก็หักพวงมาลัยรถไปอีกทางหนึ่ง หอพักที่ปลูกเรียงรายใกล้กับมหา’ลัยมีหลากหลายแบบ แต่รถยนต์ของมันก็ขับผ่านไปหมดจนกระทั่งถึงที่หมาย

             คอนโดหรูที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่ถึงปีคือสถานที่ที่มันพามา พวกผมอึ้งกันไปหมด นึกว่าหอพักของมันจะเป็นแบบถูกๆพออยู่ได้และราคาไม่แพง แต่พอมาเจอแบบนี้ ตายแน่กูไอ้หนึ่ง พ่อด่าแม่ด่ายับแน่ถ้าขืนแชร์ห้องกับมัน ไม่ต่ำกว่าเดือนละหมื่นหรอก

“มะ มึงแน่ใจเหรอวะ ว่าที่นี่น่ะ”

“เออดิ ไม่แน่ใจกูจะพามึงมาทำไมวะไอ้เตี้ย” คำก็เตี้ย สองคำก็เตี้ย ไอ้โทมันยังสูงไล่เลี่ยกับมัน แต่ผมนี่สิยืนด้วยกันนี่เป็นหลุมเลย “เร็วๆลิฟต์จะปิดแล้ว” ผมพุ่งตัวเข้าไปตามไอ้ทั้งสองคนที่ยืนด้านในแล้ว ใจลอยไปถึงไหนวะกู...

             ห้องของไอ้ตงอยู่ชั้น 15 จากคอนโดสูง 20 ชั้น เป็นแบบสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่หนึ่งและด้านนอกอีกหนึ่ง ภายในตกแต่งหรูหราพร้อมอยู่ ห้องเล็กนั้นอยู่ติดกับห้องนอนใหญ่โดยวิวห้องเห็นมหา’ลัยชัดแจ๋ว

“เชี่ย มึงไม่บอกพวกกูก่อนวะว่าห้องมึงโคตรหรู” ไอ้โทบอก กลืนน้ำลายอึกใหญ่ หน้าเสียไม่น้อย เพราะพี่ชายมันคงไม่ยอมให้อยู่แน่ๆ

“หรูอะไรวะ ก็ปกติ” ปกติพ่อง ห้องมึงนี่ยังใหญ่กว่าพื้นที่บ้านกูอีกนะ

“แม่ง แพงเปล่าวะ พวกกูไม่มีตังจ่ายค่าเช่าแหงๆ”

“ไม่รู้ว่ะ พ่อกูซื้อ กูมีหน้าที่แค่มานอนและไปเรียน” มันนอนพิงโซฟา เงยหน้าให้ช่วงท้ายทอยแนบกับที่พิง

“มึงนี่รวยสัด”

“ดีหรือไม่ดีวะ รวยสัด” มันถาม “ตกลงพวกมึงจะอยู่มั้ย”

“เชี่ย พวกกูไม่มีปัญญาหรอก แพงไป”

“แพงห่าอะไร กูบอกค่าเช่ามึงยัง” มันย้อน

“ห้อง 70 ตารางเมตรใหญ่ขนาดนี้ ตกแต่งพร้อม วิวดี มึงคิดว่าปล่อยเช่าจะเท่าไหร่วะ” ไอ้โทถาม

“อืมมม คงสามถึงสี่หมื่นล่ะมั้ง”

“เออสิ หารกันก็คนละหมื่น ยังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟอีก” หน้าเสียแล้วเพื่อนผม

“ใจเย็นดิวะ นี่ห้องกู ซื้อแล้ว พ่อกูจ่าย ค่าน้ำไฟก็ฟรีปีนึงเพราะเป็นโปรโมชั่นของคอนโด เหลือก็แค่ค่าส่วนกลางตารางเมตรละ 75 บาทเอง”

“ตารางเมตรละ 75 บาท ห้องนี้ 70 ตารางเมตร ทั้งหมดก็ 5,250 บาท... อันนี้ต่อปีเหรอวะ”

“ได้ก็ดีสิ ถุ๊ย ต่อเดือนโว้ย แต่โอนจ่ายไปแล้วล่วงหน้า ถ้าพวกมึงอยู่ กูให้ผ่อนได้สองคนห้าพันกว่านั่นน่ะ”

พวกเรามองหน้ากันอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“สติมึงดีอยู่ปะเนี่ย”

“นั่นสิ หรือว่ามึงเป็นพวกคนโรคจิต ชอบจับผู้ชายมาแล้วฆ่าหมกโถส้วม” ไอ้โทถาม

“ไอ้สัด พวกมึงดูซีรี่ย์เยอะไปปะวะ คิดอะไรเป็นตุเป็นตะ”

“ก็มันเชื่อยากนี่หว่า” ผมตอบ พลางครุ่นคิด

“เอางี้ แลกเบอร์กัน ถ้าได้คำตอบแล้วโทรมาบอกกูก็ได้” พวกผมหยิบมือถือมาเมมเบอร์มันไว้

“มึงมีไลน์มั้ยวะ เผื่อเอาไปแช็ตแทนโทร มันเปลืองค่าโทร”

“มึงแม่งเขี้ยวว่ะ” ไอ้ตงฉินด่าไอ้โท แต่ก็เปิดคิวอาร์โค้ดให้พวกเราแอด

ตึ๊ง หนึ่งโทรสองโท ... ได้เชิญคุณเข้ากลุ่ม หนุ่มฮ็อต

“ฮ็อตพ่อง” ผมกดรับเข้ากลุ่ม

TongChin เข้ากลุ่ม

TongChin : สร้างไวชิบหาย

หนึ่งโทรสองโท : หล่อไม่กลัว กลัวช้าโว้ย

TongChin : เออ เอาเข้าไป

“นี่พวกมึง” ทั้งสองคนเงยหน้ามามองผม “อยู่กันแค่เนี้ยะ ใจคอจะพิมพ์คุยกันจริงดิ” นั่นแหละ ไอ้สองคนนี้ถึงวางมือถือลงก่อนที่ไอ้ตงมันจะขับรถพาพวกเราไปส่งที่บีทีเอสนานา เพราะใกล้บ้านมันที่สุด

“ขอบใจนะเว้ย” ไอ้โทพูด

“ไม่เป็นไร กลับดีๆล่ะ”

“...”

“มึงมองกูอยู่ได้ไอ้เตี้ย จะพูดอะไรก็รีบพูด” มันกวนผม

“สัด” นั่นแหละครับที่ผมบอกมัน สุดท้ายจากที่ต้องไปทำกิจกรรมกับทางคณะ ก็กลายเป็นว่าได้เพื่อนใหม่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน แถมปากหมา หน้าไม่อาย กวนตีนสุดๆ

...ชีวิตปี 1 ของไอ้หนึ่งจะเป็นยังไงน้อออออออ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

จักรวาลพี่น้องตัว ต. ก็มาหล่ะ

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? – My Dearest 20 cm.

ตอนที่ 4. เปิดเทอมที่แสนวุ่นวาย

             ผมกับไอ้โทย้ายข้าวของที่มีอยู่น้อยนิดมาที่คอนโดไอ้ตงแล้วตั้งแต่เมื่อวานเพราะวันนี้เปิดเทอมแล้ว แต่ไอ้เจ้าของห้องยังไม่ย้ายมา เจอครั้งล่าสุดก็ตอนงานประชุมผู้ปกครองพร้อมกับพี่ชายของมันที่หล่อแบบพระเอกละครเลยนะ หล่อกว่าไอ้ตงฉิน แถมสูงกว่าอีกด้วย บ้านนี้เค้าคัดยีนกันยังไงวะถึงได้ผลิตลูกหน้าตาดีระดับนี้ออกมา หันมามองตัวเองที่เตี้ย ดำ ผอมกะหร่องอย่างอนาถใจ ไม่กล้านึกถึงบรรดาน้องๆที่บ้านอีก ... เอาเบ้าหน้าส่วนดีๆมารวมกันยังไม่เท่าข้อศอกไอ้ตงมันเลยมั้ง

   ปัง!        เสียงเปิดประตูดังจนสะดุ้ง ผมยื่นหน้าไปดูก็เห็นคนที่นึกอิจฉาในใจเดินอาดๆเข้ามา แม่งรู้ว่าหล่อ รู้แล้วว่าเป็นดารา แต่มึงก็ไม่ต้องเก๊กหล่อในห้องก็ได้มั้ง เห็นแล้วเมื่อยแทน

“มองกูขนาดนี้ ชอบกูล่ะสิไอ้เตี้ย” มันยักคิ้วให้และกวนบาทาใส่ ผมล่ะเบื่อเลยได้แต่เดินกลับไปที่ห้องตัวเอง

“กวนตีน กูแค่มองว่าใครมาทุบห้องเฉยๆปะวะ” เมื่อไอ้โทยังแต่งตัวไม่เสร็จ ผมเลยยืนพิงประตูห้องตอบกลับ

“ทุบอะไรวะ กูแค่ไม่ชินมือเลยออกแรงเยอะไปหน่อย”

“แรงวัวแรงควายสิไม่ว่า ตอนที่ชนกูนี่ยังแทบล้มเลย” ทวงความหลังซะหน่อย

“กูไม่ได้แรงวัวแรงควาย แต่มึงน่ะเตี้ยเป็นหมากระเป๋าเองต่างหาก”

“หมาพ่อง” ผมตอบ เบื่อไอ้นี่ชิบ

“นี่พวกมึงจะกัดกันอีกนานมั้ย จะสายแล้วนะโว้ย รีบแต่งตัว” ไอ้โทรีบห้ามทัพ พวกเราอยู่ห้องนอนเล็กกันสองคน ถึงจะแคบหน่อยแต่ก็ดีกว่าสภาพของหอในที่เคยได้ยินกิตติศัพท์มา

“กูเสร็จแล้ว มึงไม่แต่งเหรอไอ้ตง” ผมทั้งตอบไอ้โทและถามไอ้ตงไปพร้อมกัน

“เออแป๊บ” มันเดินอาดๆเข้าห้อง ประตูก็ไม่ปิด ก่อนโยนข้าวของโครมใหญ่บนที่นอน ถอดเสื้อออกเผยให้เห็นกล้ามแน่นเหมือนที่เห็นในละครที่มันแสดงเอาไว้...ใช่ครับ ผมแอบไปดูผลงานมันก่อน เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าจะมาอยู่ร่วมห้องกับดาราดังจริงๆ พอใส่เสื้อแล้วมันก็ถอดกางเกงเหลือแต่กางเกงในสีขาว ผู้ชายอยู่ด้วยกันไม่มีความอายหรอก แต่มันก็รีบเป็นกันเองมากไปปะวะ แถมแต่งตัวเนี่ยน้ำท่าไม่อาบ...ดาราเชี่ยอะไรซกมกชิบ

ติ๊ง ต่อง ...

             เสียงออดหน้าห้องดังขึ้นมาหลังจากที่ไอ้โทที่แต่งตัวเสร็จ ผมเดินไปเปิด ร่างบางของเพื่อนสนิทตงฉินที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมยืนยิ้มอยู่ก่อนจะเดินเข้ามาในห้องอย่างคุ้นเคย

“หนุ่มๆยังไม่เสร็จอีกเหรอเนี่ย” เสียงใสร้องทัก ไอ้ตงรีบโผล่หัวออกมาต้อนรับแทบจะทันใด

“เสร็จแล้ว ทำไมมาไวจังอะขวัญ” ไอ้ตงฉินพูดเพราะเลยนะมึง

“ตื่นเต้นน่ะ อื้อออ นอนไม่หลับเลย ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้าง” คนสวยพูดเป็นกันเอง อื้อหือ ยิ่งดูยิ่งสวย

“เคลิ้มเลยนะมึง” ไอ้โททัก “มึงว่าขวัญเค้าจะชอบคนบ้านๆอย่างกูปะ” ผมมองมันหัวจดเท้า

“ไม่มีทาง อย่างขวัญต้องคู่กับกูนี่”

“เตี้ยม่อต้ออย่างมึงน่ะเหรอ ยากว่ะ แค่ขวัญใส่ส้นสูงมึงก็แค่ไหล่เค้าเองมั้ง”

“ไอ้โท ไอ้สาด นี่กูน้องมึงนะ” ผมเตือนความจำ

“น้องกูแค่ไม่กี่เดือนกูไม่นับ อื้ออออ สวยอ่า ขวัญจ๋า...” เพ้อใหญ่เลยไอ้โท “หลบไปไอ้เตี้ย บังกูอยู่ได้” นั่งไง เอาอีกละ แม่ง อยากยิงกบาลทิ้ง ถ้าไม่ติดว่าแม่ผมกับพ่อมันเป็นพี่น้องกัน ผมตบคว่ำจริงๆนะ

“มึงอยากจีบเหรอ” ได้ไอเดียละ หึหึหึ

“เออสิ” ไอ้โทตาลอย

“เอางี้สิมึง ถ้าจีบเฉยๆไม่มีภาพจำ ผู้หญิงเค้าไม่สนหรอก เราต้องทำให้เค้าจดจำเราไม่มีวันลืม”

“ยังไงวะ” ไอ้โทถาม ผมยิ้มกรุ่มกริ่มเลยครับ เจือกมาว่ากูเตี้ยดีนัก

             พวกเราเดินจากที่จอดรถของคณะที่อยู่ด้านหลังผ่านตัวอาคารที่คลาคล่ำไปด้วยนักศึกษาใหม่ที่ต่างจับกลุ่มกัน มีรุ่นพี่ปีสองที่ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีชมพูอ่อนสกรีนคำว่า พี่เชียร์ ตัวเบ้งติดไว้ด้านหลังถือโทรโข่งประกาศรวมพลที่ใต้ถุนคณะ ไอ้ตงมันเป็นดารา ตอนเดินตามทางก็มีแต่คนหันมอง บางคนก็กระซิบกระซาบ บางคนก็ยิ้มทักทาย ท่าทางตื่นเต้นราวกับคาดไม่ถึงว่าจะมีดาราระดับนี้มาเรียนที่นี่

“แกๆ นั่นไงๆๆๆ ตงฉินน่ะ อื้อหือ ตัวจริงหล่อจัง”

“ไม่น่าเชื่อ นึกว่าดาราระดับนี้จะไปเรียนพวกเอกชนซะอีก งานดี๊ดี”

“เอาล่ะค่ะ น้องๆคะ เงียบกันก่อน ใจเย็นนิดนึง เดี๋ยวพวกพี่ปล่อยให้ทำความรู้จักกันแน่นอน ก่อนอื่น พี่ก็ขอต้อนรับน้องๆเฟรชชี่ของคณะบริหารธุรกิจทุกคนเข้าสู่อ้อมอกอ้อมใจพี่ๆและคณาจารย์ค่า” เสียงปรบมือดังลั่น ส่วนใหญ่มาจากพี่ปีสองที่ใส่เสื้อเชียร์

“พี่ชื่อ หนู เป็นประธานเชียร์ของปี 2 นะคะ วันนี้พี่จะให้ทุกคนแนะนำตัวกันก่อนว่าใครเป็นใคร ตามรหัสนักศึกษานะคะ ไหนใครไม่รู้รหัสตัวเองบ้าง” กริบ...ไม่มีใครยกมือหรือพูดอะไร แหมป้ายชื่อพร้อมรหัสห้อยคอขนาดนี้ ไม่รู้ก็แปลกละ

“โอเค งั้นดีละ ก่อนที่จะนั่ง เดี๋ยวพี่จะให้แนะนำตัวและนั่งเรียงตามรหัสนักศึกษาเริ่มจาก 001 ใครคะ”

“ผมครับ” เจ้าของรหัส 001 ยกมือ และเดินไปด้านหน้าของกลุ่มเฟรชชี่ที่ยืนออกันอยู่

“เอาค่ะ แนะนำตัวหน่อย ถ้าไม่ถูกใจ พี่จะให้ทำซ้ำ”

“โหยยยย ไรอ่า” เสียงน้องปีหนึ่งอื้ออึงไปหมด

“ใจเย็นค่ะ ใจเย็น เอางี้ เพื่อไม่ให้น้องๆเขินหรืออาย พี่จะให้เดือนคณะเราปีที่แล้วออกมาแสดงให้ดูก่อน”

“กรี๊ดดดดดดดดด” สาวๆกรี๊ดลั่น เมื่อหนุ่มหล่อที่เกือบเทียบเท่าตงฉินเดินลงมาจากชั้นบนราวกับรู้จังหวะ

“โอเย่ โอเย่ โอ้ โอ้ เย่...กระผม นายตุลย์ บริภาคภิบาล รหัส 999 มาจากปากเกร็ด นนทบุรี ครับ” แล้วพี่ตุลย์ก็ตะเบ๊ะท่าแบบทหาร สาวๆหลายคนร้องระงมเพราะความหล่อ

“เห็นตัวอย่างแล้วนะคะ เริ่มเลยค่ะจากน้อง 001” ผมมองเพื่อนร่วมคณะคนแรกแนะนำตัวอย่างเก้ๆกังๆหลายต่อหลายรอบเพราะไม่คุ้นกับการทำอะไรแบบนี้ ไอ้รหัส 394 อย่าผมคงอีกสักพักโน่นแหละจะถึงคิว เลยหลบมุมไปหาที่นั่งรอ

“มานั่งทำไมตรงนี้ไอ้เตี้ย”

“สัด เรียกชื่อกูไม่เป็นรึไง”ผมย้อนคนที่มานั่งด้วย ตัวเบียดกันจนต้องขยับห่าง

“อีกนานเลยสิมึงอะ” ผมมองป้ายชื่อกับรหัสของตัวเอง ถอนหายใจยาว

“เออดิ มึงคงไม่นานมั้ง รหัสสวยด้วย” ป้ายชื่อมันคือ ตงฉิน ด้านล่างชื่อเขียนตัวเลขรหัส 222 มันพลิกป้ายชื่อของตัวเองแล้วยักไหล่

“ไม่ได้สังเกตเลยว่ะว่าเลขสวย” อืม จ้ะ ... เรารอกันไปสักพัก

“221 ดวงดาว พินิจจันทรา มีส อมก๋อย เชียงใหม่ค่าๆๆๆๆๆ” พอรหัสก่อนหน้าพูดจบ คนที่เคยนั่งข้างๆก็เดินพรวดไปแนะนำตัว เห็นคนอื่นออกท่าทางตั้งมากมาย แต่ไอ้คนนี้กลับยืนยิ้มเฉยๆ

“ผมตงฉิน รหัส 222 จากกรุงเทพครับ”

“กรี๊ดดดดดดดดดดด อร๊ายยยยยยยยยยย หล่อ” เสียงมาจากไหนบ้างไม่อาจระบุ แค่มันทำแค่นี้สาวๆยังร้องระงมไปทั่ว พี่เชียร์ต่างก็พร้อมใจพามันไปนั่งต่อจากรหัสก่อนหน้าที่ต้องออกท่าหลายสิบแอ็คจนหน้าเจื่อน ... ความยุติธรรมอยู่ไหนวะ

...กว่าจะถึงคิวผม แม่งรอจนง่วง

             คณะของเรามีหลายภาควิชา ได้แก่ การตลาด การเงินและการธนาคาร การบัญชี การค้าระหว่างประเทศ การจัดการทั่วไป การจัดการขนส่ง การจัดการอุตสาหกรรม และอีกสองสามภาคที่จำไม่ได้ ซึ่งแต่ละภาคจะรับนักศึกษาไม่เท่ากัน ผม ไอ้โท ขวัญ ไอ้ฉัตรอยู่การตลาด ส่วนไอ้คิ้วเพื่อนซี้ไอ้ฉัตรและไอ้ตงอยู่การค้าระหว่างประเทศ แต่ทางคณะไม่ได้แบ่งรหัสนักศึกษาตามภาควิชา เพราะปี 1 จะเรียนรวมกันก่อน พอขึ้นปี 2 ค่อยไปเจาะลึกตามเอกที่เลือก ถ้าคนไหนเกิดอยากเปลี่ยน ก็ไปติดต่อที่ภาควิชาได้ เลยทำให้รหัสนักศึกษาของพวกเราไล่เรียงมาตั้งแต่ตัวอักษร ก จนถึงตัว อ ... ถ้ามีคนชื่อว่า เฮลิคอปเตอร์คงเป็นคนสุดท้ายของคณะแน่ๆ

“เอาล่ะค่ะ ในเมื่อแนะนำตัวกันครบแล้ว พี่จะแจกสมุดรุ่นให้น้องๆคนละ 1 เล่ม ให้เวลาน้องๆทุกคนตั้งแต่ตอนนี้ถึงห้าโมงเย็นก่อนเลิกคลาส ไปจดชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ไลน์และเฟซบุ๊กของเพื่อนๆทุกคนให้เสร็จ”

“โหย อะไรอ่า คนตั้งสี่ร้อย จะทันได้ไง”

“นั่นสิ พี่อ่า” เสียประท้วงของปี 1 อื้ออึงจนพี่หนูต้องห้ามทัพ

“เดี๋ยวค่ะ ใจเย็นๆค่ะ วันนี้คณะเราทุกคนมีประชุมรวมตัวกับเหล่าอาจารย์ที่อาคารเรียนรวม ห้องสโลปใหญ่จุได้ทุกคนนะคะ ตอนนั้นแหละค่ะ น้องจะได้ใช้เวลาทำที่พี่สั่งได้”

“พี่ครับ แล้วอาจารย์จะไม่ว่าเหรอครับที่เราไม่สนใจฟัง เอาแต่ถามชื่อเพื่อน” เพื่อนคนหนึ่งถาม

“ใช่ค่ะพี่ แถมคนตั้งสี่ร้อยกว่า เขียนลงไปทุกคนมือหงิกพอดี”

“ช่ายยย” เสียงเห็นด้วยดังพร้อมกัน

“หยุดก่อนจ้าหยุด” พี่หนูส่งเสียงห้าม แต่ไม่มีใครฟังเลยสักคน

“เดี๋ยวก่อน เอางี้มั้ย” อยู่ๆผมก็ลุกพรวด ไม่รู้คิดอะไรกันแน่วะกู “คือถ้ามันจะจดจริงๆก็จดไปเถอะ เอาที่อ่านออก แต่เราอยากแนะนำว่าถ้าไม่อยากให้วุ่นวายตอนประชุมรวมน่ะ เราจะสร้างไฟล์ในกูเกิ้ลด็อกให้แต่ละคนพิมพ์รายละเอียดของตัวเองลงในนั้น แล้วคนอื่นๆก็มาจดเอา โอเคมั้ย” ไงล่ะ หล่อมั้ยกู

“เออ ไอเดียดีนะไอ้เตี้ย” ผมหันขวับ ไอ้ตงมันยิ้มเยาะที่ได้เรียกชื่อเล่นแบบนั้นดังลั่นก่อนจะถามต่อ

“ใครว่าไอเดียไอ้เตี้ยเข้าท่าบ้าง ขอเสียงหน่อย”

“เย้” เสียงเพื่อนๆดังพร้อมกัน เห็นด้วยกันหมด

“เตี้ยเก่งมากเลย” เพื่อนร่วมคณะพูด

“ใช่ๆ เราคิดไม่ถึงเลย เตี้ยคิดได้ไงอะ”

 “เดี๋ยวนะเพื่อนๆ เราชื่อหนึ่งนะ ไม่ใช่เตี้ย...” ผมอ้าปากจะแย้ง

“ขอบใจมากเตี้ย ช่วยชีวิตพี่ไว้” อ้าวพี่หนู พี่ก็อีกคนเรอะ ไอ้ตง ไอ้ฉิบหาย!

ผมมองหน้าไอ้คนต้นเรื่องที่กำลังทำท่าทวนบาทา ในใจร้อนรุ่มอยากจะเอาเท้ายัดปากมันอย่างที่สุด





#ทีมเตี้ย #ทีมหนึ่งเอกราช

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? – My Dearest 20 cm.


ตอนที่ 5. เป็นคนดี นิสัยดี มีความหวังดีกับเพื่อน

             หลังจากนั้นมา ทุกคนก็พร้อมใจเรียกผมว่า เตี้ย... แม่งเอ๊ย นึกว่าจะหนีพ้นฉายานี้ได้แล้วซะอีก แต่ดันมีเจ้ากรรมนายเวรที่มาในรูปแบบของเพื่อนร่วมห้อง ร่วมคณะ อวยยศให้อย่างพร้อมเพรียงกันอีก ผมหน้ามุ่ยตลอดทางกลับคอนโดเลยแหละ ผิดกับไอ้โทที่เอาเรื่องนี้ไปแชร์บนเฟซบุ๊กจนมีเพื่อนใหม่ร่วมคณะเข้าไปกดแชร์ให้ทั่ว

“สนุกมั้ยไอ้สาดโท” ผมถามมัน

“เออดิ แม่ง เห็นมะว่ามึงเหมาะกับชื่อเตี้ยที่สุดละ” จึก! อันที่จริงผมก็ไม่ได้น้อยอกน้อยใจหรือคิดมากอะไรกับชื่อเตี้ยหรอกนะครับ แต่มันเป็นฉายาที่เพื่อนๆตั้งแต่สมัยมัธยมพร้อมใจกันเรียกเพราะผมเป็นคนตัวเล็กที่สุดในห้อง คนอื่นยังไม่หยุดสูงก็สูงพรวดๆ แต่ผมเหมือนจะหยุดที่ 164 เซ็นติเมตรตอนจบม.ปลาย ยังดีหน่อยที่พุ่งมาอีก 4 เซ็นตอนก่อนเปิดเทอมที่มหา’ลัย ... แต่มันก็ยังไม่สูงอยู่ดี

“ไอ้เชี่ย ต้องขอบคุณไอ้ตงมันนะ อุตส่าห์ขุด”

“ไม่ขำ ไอ้สัด” ผมด่าไอ้โทไม่ยั้ง

“นั่นสิ โทอย่าว่าหนึ่งเลยน้า” ขวัญใจไอ้โทเตือน นอกจากหน้าจะสวยแล้วยังจิตใจดีอีกต่างหาก

“เงียบเลยยัยนมแบน”

“ห๊ะ...” ขวัญตกใจลั่นสิครับ ผมน่ะกลั้นหัวเราะไว้จนหน้าแดงไปหมด “ทะ โทเรียกเราว่าอะไรนะคะ” ดูก็รู้ว่าขวัญกำลังนับ 1 ถึง 10 ในใจ

“นอกจากนมจะแบนแล้วยังหูตึงอีกเหรอ” เอาเข้าไป ผมแค่แนะนำมันว่าให้แซวอะไรก็ได้พอให้ขวัญจำ แต่มันดันจี้ใจจนคนที่นั่งคู่กับคนขับหันมาจ้องเขม็ง

“แบนตรงไหนยะ เนี่ยคัพบีแล้วนะ ของแท้แม่ให้มา โถ มองไม่ออกเหรอไอ้ดำ”

...อื้ออออออออออ มวยถูกคู่ไปอี๊ก.......

“ใครดำ ในรถนี้มีดำตั้งสองคน อย่าว่าไอ้เตี้ยแบบนี้สิ แค่มันเตี้ยก็บาปมากละ”

“บาปพ่อง” ผมชูนิ้วกลางให้ ที่คิดว่าจะช่วยกู้สถานะการณ์ให้ก็พับโครงการไปเลย

“คนอะไร ดำแล้วยังปากไม่ดีอีก ตงคะ ขวัญจะไม่ทน รีบขับค่ะ ขวัญจะกลับห้อง” ไอ้ตงที่นิ่งเงียบอยู่โดนหางเลขไปด้วย ขวัญโมโหจนหน้าแดงไปหมด แต่ยังคงความสวยไว้อยู่ พวกเรา 4 คนติดรถไอ้ตงกลับคอนโดเพราะว่าอยู่ทางเดียวกัน ไปด้วยกันสะดวกกว่า

“มึงว่าขวัญเค้าจดจำกูได้ปะวะ” ไอ้โทสะกิดถามเสียงกระซิบตอนที่ทุกคนต่างพร้อมใจกันเงียบ

“จดจำสัดๆเลยมึงเอ๊ย จำไม่ลืมแน่”

“เขร้! ดีเลย กูมีหวังแล้วใช่มะ”

“มีหวังพ่อง” ผมตอบ นี่มึงไม่รู้จริงๆเหรอวะว่าห้ามทักผู้หญิงเรื่อง สิว ผิวพรรณ นมไม่มี และอ้วนน่ะ

“ไรวะ” ไอ้โทเกาหัวแกรก ผมได้แต่ส่ายหัว มึงมาถูกทางแล้วไอ้โทเอ๋ยยยยย ทางที่เค้าจะเกลียดมึงน่ะ



             พอถึงคอนโด พวกผมก็นอนแผ่ที่โซฟา เปิดแอร์ฉ่ำและนอนดูทีวีอย่างเริงร่า วันนี้ไม่มีงานรับน้องหลังเลิกเรียน แต่ตารางกิจกรรมจะเริ่มพรุ่งนี้ยาวไปจนถึงวันศุกร์ ไอ้ตงเดินเข้าห้องไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนชุดหล่อเฟี้ยวหยิบกุญแจรถราวกับจะออกไปข้างนอก

“ไปไหนวะมึง” ผมถาม

“เสือก” อ้าว ไอ้สัด ถามดีๆ กวนตีน

“ฮ่าๆๆๆ หน้าเหวอเชียวนะไอ้เตี้ย กูมีถ่ายละคร น่าจะลับดึกๆ พวกมึงไม่ต้องรอนะ” มันบอก ก่อนยักคิ้วให้ผมอย่างกวนๆ

...กูจะแก้เผ็ดไอ้นี่ยังไงดีวะ...



             แล้วไอ้ตงก็กลับมาตอนตีสี่ ผมรู้เพราะว่าออกมาเข้าห้องน้ำพอดี เห็นเงาตะคุ่มๆตอนแรกนึกว่าผี พอไฟสว่างผมก็เห็นสภาพอิดโรยของมัน ทรงผมที่ถูกเซ็ตไว้จนแข็งอยู่ทรงเต็มไปด้วยเศษเล็กๆคล้ายเถ้าถ่านเกาะอยู่ ใบหน้าที่พิงกับโซฟาเต็มไปด้วยเครื่องสำอางค์ที่ยังไม่ได้ล้าง เสื้อของมันใส่แบบลวกๆติดกระดุมแค่ 2 เม็ดเปิดโชว์แผงอกอย่างไม่สนใจโลกภายนอก กลิ่นตัวเหม็นหึ่งน่าจะติดมาจากกองถ่าย

“ไอ้ตง ไอ้ตง” ผมเขี่ยมันที่นอนนิ่งไม่สนใจโลก

“อื้อ จะนอน อย่ากวน”

“ไปอาบน้ำก่อน ใจคอมึงจะนอนตรงนี้จริงๆเหรอวะ”

“อื้อ เรื่องของกู” สัด...กูไม่น่าคิดจะหวังดีกับมึงจริงๆนะ

“อย่างน้อยก็เช็ดหน้าเช็ดตาก่อนมั้ยวะ พรุ่งนี้ตื่นมาสิวเห่อแน่ๆ”

“ช่างมัน อย่ากวน กูจะนอน” เออ ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมมองสภาพมันอย่างเหนื่อยใจ ไม่คิดเลยว่าการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจะหมดสภาพได้เพียงนี้ นึกว่าเป็นดารางานจะง่ายเสียอีก ใจนึงก็สมน้ำหน้า ปากหมาดีนัก แถมยังตั้งฉายาให้ผมอีกต่างหาก แต่อีกใจนึงก็สงสารมันนะที่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ เอาวะ ช่วยสักหน่อย ถือว่าตอบแทนที่มันให้พวกผมเช่าห้องหรูราคาถูกขนาดนี้

“อื้ออออ เย็น อย่ากวน” มันปัดมือสะเปะสะปะตอนที่ผมใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ อย่างน้อยก็พอยับยั้งสิวที่จะเห่อตอนตื่นนอนได้บ้างก็ยังดี

“อยู่เฉยๆสิวะ นี่กูช่วยมึงป้องกันสิวอยู่นะเว้ย”

“อื้อ ไม่อาววว” มันพยายามพลิกตัว ผมต้องใช้สองมือรั้งไหล่กว้างให้กลับมานอนหงายแทน กว่าจะลากมาได้ก็ทุลักทุเลไปหมด

“นอนเฉยๆสิวะแม่ง เหนื่อยนะเว้ย” ผมบ่น ไอ้เครื่องสำอางค์เนี่ย เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่ออก มีแต่คราบเทาๆหลุดมานิดหน่อย เช็ดไปได้สักพักผมก็ยอมแพ้ ปล่อยให้มันนอนหลับคาโซฟาต่อไป

             ตื่นนอนตอนเช้าผมก็ต้องสะดุ้งเพราะคนที่นอนข้างๆไม่ใช่ไอ้โท แต่กลายเป็นไอ้ตงที่เข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้ มันไม่นอนเปล่า ยังลากตัวผมไปกอดเป็นหมอนข้างด้วย พอได้สติเลยดิ้นให้หลุดจากวงแขนมันและโวยวายลั่น

“ไอ้ตง ไอ้เชี่ย มานอนห้องกูทำไมวะ ห้องมึงมีทำไมไม่ไปนอน”

“อื้อ บ่นอะไรนักหนาวะมึงเนี่ย” มันงัวเงีย หน้าตายังเต็มไปด้วยคราบเครื่องสำอางค์ แม้แต่ตอนเพิ่งตื่น สภาพมันยังหล่อจริงๆ เห็นแล้วอิจฉาชิบหาย

“บ่นมึงไง แม่งไม่ไปนอนห้องมึงวะ มานอนกอดกูทำไมเนี่ย” ผมปาหมอนข้างใส่มัน

“ห้องมึงอะไร นี่ห้องกู มึงนั่นแหละมานอนห้องกูทำไม แถมแย่งหมอนข้างกูไปกอดด้วย” พอมันตอบผมก็มองไปรอบๆ เชี่ย...ห้องไอ้ตงจริงๆด้วย หน้าแตกยับ

“ละ แล้วมึงทำไมไม่ปลุกกูวะ”

“ปลุกได้ที่ไหน มึงแม่งขี้เซาชิบหาย ขนาดกูจะดึงหมอนข้างมากอดมึงยังไม่ให้เลย” ผมมองหมอนข้างที่ปาใส่มันเมื่อครู่ด้วยใบหน้าเจี๋ยมเจี้ยม

“เออ นั่นแหละ แล้วมึงมานอนกอดกูทำไมวะ” ผมหาเรื่องแถ

“ก็กูติดหมอนข้าง ไม่ได้กอดจะนอนไม่หลับ นี่กูถึงขั้นต้องลากสังขารมาในห้องเพื่อการนี้โดยเฉพาะเลยนะ แต่มีไอ้เตี้ยที่ไหนไม่รู้มาแย่งหมอนข้างกูไป”

“...” ชิบหาย จะแถอะไรอีกดีวะกู

“เมื่อคืนมึงเมาเหรอวะ ถึงได้มานอนห้องกูเนี่ย” ไอ้ตงถามจี้ใจฉึก ผมล่ะหน้าละห้อย เพราะเมื่อคืนงัวเงียมากตอนที่ตื่นไปเข้าห้องน้ำ แม้กระทั่งตอนที่เช็ดหน้าให้มันยังสะลึมสะลือไม่น้อย ไม่แปลกหรอกที่จะเบลอจนเข้าห้องผิด

“เอ่อ...”

“ช่างแม่ง มึงจะนอนต่อก็นอน จะนอนไหนก็ตามใจละกัน แต่ห้ามแย่งหมอนข้างกู”

“สัด ก็จะนอนนี่ทำไม ห้องกูก็มี”

“ให้มันจริงเหอะไอ้เตี้ย” มันกวนตีน ทั้งๆที่หลับตาไปแล้วนะ ผมมองด้วยอาการตัวสั่น จะโมโหก็ว่าได้ จะขัดใจก็ไม่ผิด แต่แม่ง...อายตัวเองมากกว่าที่เข้าผิดห้องแล้วมาก่อเรื่องอีก

“ขอบใจนะ” อยู่ๆมันก็เปลี่ยนเรื่องจนงงไปหมด

“ขอบใจอะไรวะ”

“ก็ที่มึงพยายามเช็ดหน้าให้กูไง”

“มึงรู้ตัวด้วยเหรอ”

“นิดหน่อย กูแค่ง่วงนะไม่ได้เมา” มันยังกวนไม่เลิก

“เออ พอดีกูเป็นคนดีน่ะ เห็นแมมมอธนอนใกล้ตายจะไม่ช่วยคงไม่ได้”

“ปากดีนักนะไอ้เตี้ย”

“คำก็เตี้ย สองคำก็เตี้ย ไอ้สัด” ผมยอกย้อน

“ฮ่าๆๆๆ มึงนี่ยั่วขึ้นชิบ”

“สาด”

“ขอบใจนะ แต่ทีหลังจะเช็ดน่ะ ช่วยใช้คลีนนิ่งล้างเครื่องสำอางค์กระปุกสีฟ้าบนโต๊ะกระจกด้วยนะ” ผมหันไปมองที่มันบอก เห็นขวดอะไรไม่รู้สีฟ้าตั้งตระหง่าน

“ใครบอกมึงว่าจะมีคราวหน้า ฝันไปเถอะ” ผมผุดลุก แต่ถูกมันรั้งข้อแขนไว้ “อะไรของมึงอีก”

“มึงจะนอนต่อห้องนี้ก็ได้ กูไม่ว่า” มันยังงัวเงียอยู่

“นอนต่อเชี่ยอะไร มีเรียนแปดโมงเช้านะ นี่เจ็ดโมงห้าสิบแล้ว”

“เชี่ย” ไอ้ตงลุกพรวดหน้าตาตื่น ก่อนจะแยกกันไปเข้าห้องน้ำห้องใครห้องมันอย่างรีบร้อน

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

แหม่....พี่ตง   
พี่ตงนี่ลับฝีปากกับหนึ่งตลอดเลยนะ 
แต่ไม่เห็นจะลับฝีปากกับเจ้าโทเลย
คิดอะไรอยู่น้า ไปนอนกอดกันทั้งคืนเลย  คริคริ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +130/-5
โทเอ้ย ขวัญจดจำจนวันตาย

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
อันนี้ก็หลักสูตรเดียวกัน คือทำให้จดจำใช่ไหม "เตี้ย"

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
มีมวยสองคู่แล้วจ้า ท่าจะสนุกนะก๊วนนี้  :laugh:

ออฟไลน์ pkjoe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 83
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
อยากอ่านต่อแล้ว

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? – My Dearest 20 cm.

ตอนที่ 6. ใจบาง

             กว่าจะถึงตึกของคณะเพื่อเรียนวิชาแรกพวกเราก็สายไปแล้ว 10 นาที ยังดีหน่อยที่ไอ้ตงมันไม่ต้องทำอะไรมาก แค่แปรงฟัน เช็ดหน้าให้เกลี้ยงและพรมน้ำหอม หน้าตาท่าทางมันก็หล่อเหลาดูดี ผิดกับผมที่ต้องทั้งอาบน้ำ ขัดตัว จัดทรงผม จนแล้วจนรอดก็เหมือนจับกังอยู่ดี

“เชี่ยดีนะอาจารย์ยังไม่มา ถ้าโดนเช็กชื่อขาดกูจะเตะพวกมึง” ไอ้โทมันบ่นครับ มันบอกว่าพยายามเคาะเรียก โทรปลุกผม แต่มือถือผมอยู่ในห้องเล็ก โทรปลุกไอ้ตงก็ไม่ติดเพราะแบตหมด เคาะห้องจนมือช้ำไปหมด ส่วนขวัญ วันนี้ไม่ได้มาด้วย สงสัยจะเคืองไอ้โทไม่หาย

“กูขอโทษ แม่งใครจะไปรู้วะว่าเข้าห้องผิด” ผมตอบ มองไปทางไอ้ตงที่นอนฟุบที่โต๊ะเรียนอย่างหมดสภาพ สงสัยจะเหนื่อยจัดจริงๆได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง

“มึงไหวมั้ยเนี่ยไอ้ตง” ไอ้โทถาม

“ไหว” เสียงตอบอู้อี้เชียวนะมึง

“เมื่อคืนมันกลับมาตอนไหนวะ” มันหันมาถามผมแทน

“ตีสี่มั้ง กูออกไปเยี่ยวพอดีตอนมันมา”

“แล้วมึงไปเยี่ยวท่าไหนวะถึงไปนอนห้องมันได้”

“เยี่ยวท่าลิงอุ้มแตงมั้ง สัด กูเมาขี้ตาเลยเข้าห้องผิด”

“ไม่ใช่ว่ามึงแอบไปลักลับมันหรอกนะไอ้หนึ่ง” ไอ้โททำเสียงเล็กเสียงน้อย ผมใช้หนังสือเรียนฟาดหน้าไปทีนึง

“สัด อย่างไอ้ตงเนี่ยนะ ไม่ใช่สเป๊กกูว่ะ” ... มั่นได้อี๊ก

“หึหึ แล้วกูจะคอยดู อย่าให้รู้นะว่าแอบซั่มกันลับหลังกูน่ะ”

“ไอ้เชี่ยโท มึงนี่แม่ง” ผมปัดรำคาญ เพราะความสนิทกันมากเลยไม่ถือโทษโกรธกัน มันรู้กำพืดผมหมดแหละว่าเป็นอย่างไร ไม่เว้นแม้กระทั่งรสนิยมเรื่องทางเพศ

             ใช่ครับ ผมเป็นเกย์ แต่จริงๆไม่ได้มั่นใจว่าเป็นชัวร์ไหม เพราะที่ผ่านมามีแฟนเป็นผู้หญิงมาเกือบทุกคน ยกเว้นคนสุดท้ายตอน ม.4 ที่ลองคบกับผู้ชายดู เป็นรุ่นพี่ชั้นม. 6 ผมลองจีบผ่านไอ้โทนี่แหละ เพราะมันอยู่ชมรมฟุตบอล เลยมันลองแนะนำพี่ในชมรมให้ ทีแรกนึกว่าจะโดนต่อยปาก แต่ที่ไหนได้ดันจีบติดคบกันยาวจนกระทั่งพี่เขาเรียนจบ ก็เลยห่างๆกันไปทั้งที่ยังไม่เคยบอกเลิกกัน แต่เมื่อขาดการติดต่อไปเป็นปี นั่นก็คงจะมากพอที่จะทำให้เข้าใจว่าเลิกกันไปแล้ว

             ที่ผมไม่มั่นใจว่าตัวเองเป็นเกย์จริงไหม เพราะว่า

หนึ่ง. ผมยังมองผู้หญิงอยู่ คนไหนสวยเข้าตาก็ยังพอมีอารมณ์ร่วม เช่น คนสวยแบบขวัญเป็นต้น ที่ทั้งขาว ทั้งสวย ตัวเล็กๆน่ารักๆ

สอง.ตั้งแต่เลิกกับแฟนคนล่าสุด ผมก็ไม่เคยไปจีบผู้ชายคนไหนอีกเลย และก็ไม่มีผู้ชายหน้าไหนมาจีบด้วย เพราะเหตุผลข้อที่

สาม. ผมไม่มีท่าทีออกสาว และที่ผ่านมาก็ไม่ได้เก๊กหรือแอ๊บ แต่ด้วยสิ่งแวดล้อมแถวบ้าน เราอยู่ชุมชนที่เรียกว่าไม่ได้ดีเลิศ ต่างคนต่างต้องปากกัดตีนถีบ เลยทำให้ติดนิสัยห่ามๆมา จนแยกแยะไม่ออกว่าเป็นชายจริงหรือว่าเก้งปลอมตัวมา

“มึงทำมาว่ากู อย่าให้กูสะกิดแฟนเก่ามึงมานะ”

“เชี่ยแม่ง มึงหยุดเลย พี่เค้าจำกูไม่ได้แล้วมั้ง ไม่ได้คุยกันเป็นปี” ผมตอบ นึกถึงใบหน้าของแฟนเก่าแทบไม่ออก มันเลือนลางจนกลายเป็นภาพเบลอในสมองเสียแล้ว

“เอาเหอะ กูเห็นมึงมีเป้าหมายใหม่กูก็ดีใจด้วยนะ” มันพยักเพยิดหน้าไปหาคนที่นอนฟุบอยู่

“พ่อง สนใจแต่เรื่องกู มึงไม่สนใจเรื่องพี่เอกของมึงวะ รายนั้นสามสิบแล้วนะ ลูกเมียยังไม่มี ยังไงกูก็มั่นใจว่าพี่มึงไม่ชอบผู้หญิง”

“ไอ้ห่านี่ อยู่ๆมาลามปามพี่กู ปล่อยพี่กูไปเถอะ”

“คุยอะไรกันวะ” อยู่ๆไอ้ตงก็งัวเงียตื่น

“ไม่มีอะไร คุยเรื่องพี่ชายไอ้โทมันน่ะ” ผมตอบ

“อื้อ คนที่ขับแท็กซี่มารับตอนประชุมผู้ปกครองใช่ปะ” ไอ้ตงมันถามเนื่องจากเคยเห็นพี่เอกภพ พี่ชายของไอ้เอกภาพหรือไอ้โทแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว ตอนที่ย้ายเข้าคอนโดก็ไม่พึ่งพี่เอก เพราะไอ้โทมันไปโกหกว่าพักหอใน ถ้าขืนพี่เอกมาส่งความแตกตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอมแน่นอน

“เออ นั่นแหละ”

“อ่อ ชื่อพี่เอกเหรอ” ไอ้ตงทำหน้าดูสนใจ

“ใช่ ทำไมวะ”... แล้วผมก็รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน เมื่อไอ้ตงที่นอนซ้ายมือผมถามเรื่องพี่เอกกับไอ้โทที่นั่งด้านขวา นี่ถ้ามันเอาหน้ามาแนบ น้ำลายคงติดเต็มหน้าผมไปละ

             เมื่อไม่มีใครคุยด้วย ผมเลยหยิบมือถือมาเปิดไอจีเล่น อาจารย์ยังไม่เข้ามาอีก ตอนนี้ช้าไปแล้วยี่สิบนาที แต่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่แต่งกายด้วยชุดสุภาพ มีป้ายชื่อติดที่คอก็นั่งรออยู่ บ้างก็คุยกันเสียงดังลั่น มือผมเลื่อนฟีดไปเรื่อยๆจนกระทั่งเจอรูปหนึ่งที่คุ้นๆ

             มันเป็นรูปคนๆหนึ่งที่ถูกถ่ายจากคนที่นั่งโต๊ะข้างหน้า ผมจำสภาพทรงผมได้ว่าเป็นของไอ้ตงที่นอนฟุบไปก่อนหน้านี้ คนที่โพสต์คงเห็นเลยแอบถ่ายและเอาไปลงไอจี พร้อมแคปชั่นที่ว่า ...ดาราหนุ่มหล่อ หลับคาห้องเรียนแต่เช้า...

“มึง ดูนี่” ผมสะกิดไอ้ตงมาดูมือถือ มันหยิบไปดูใกล้ก่อนส่งคืนและถอนหายใจ

“มึงจะไม่ทำอะไรหน่อยเหรอวะ” ไอ้โทถาม ไอ้ตงส่ายหน้า

“ทำอะไรได้วะ กูเป็นดารา คนเขาก็อยากถ่ายรูป จะไปขอให้เขาลบ ก็เหมือนกูเป็นคนหยิ่งอีก อยู่นิ่งๆดีกว่า” เอาเข้าจริงๆผมก็ไม่เข้าใจวงการนี้หรอกนะ แต่ก็พอจะนึกภาพได้ว่าการที่ดาราคนหนึ่งจะไปโวยวายหรือบอกให้คนที่ถ่ายรูปตนลบออก เหมือนกับดาราคนนั้นกำลังขัดความชื่นชอบของแฟนคลับ แต่อีกมุมหนึ่ง ถ้ามีคนจำได้ว่าคนในรูปเป็นใคร ไอ้ตงมันก็คงจะโดนเอาไปเขียนข่าวสนุกแน่

“มึงจะไปไหนวะ” ไอ้โทถามตอนที่เห็นผมลุกขึ้น

“เอาน่า แป๊บนึง” ผมเดินไปโต๊ะแถวหน้า มองหาเจ้าของไอจีก่อนจะไปขอร้องให้ช่วยลบรูปนี้หน่อยโดยอ้างว่าเดี๋ยวนักข่าวเอาไปเขียนข่าวบิดเบือน ไอ้ตงจะเสียหาย ถ้าอยากได้รูปคู่น่ะ มันไม่ขัดหรอก...ยังดีที่เพื่อนร่วมรุ่นคนนี้เข้าใจ ลบโพสต์และลบรูปให้ ผมเลยกลับมานั่งที่โต๊ะ

“เรียบร้อย” ผมยิ้ม

“มึงไปทำอะไรมาวะ” ไอ้ตงถาม

“ไม่มีอะไร” ผมตอบยิ้มๆ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดีจังวะ

“อ้าว โพสต์หายไปละ” ไอ้โทเปิดไอจีของมันเลื่อนหาโพสต์เมื่อครู่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้โพล่งขึ้นมา “มึงไปขอให้เค้าลบเหรอวะ”

“เออ” ผมตอบสั้นๆ ไม่อยากนับเป็นความดีความชอบอะไร

“มึงไปพูดยังไงวะ” ไอ้นี่ ยังไม่เลิกถามอีก

“ก็ไม่มีอะไร แค่บอกว่ากลัวนักข่าวเอารูปนี้ไปใส่ไข่ ถ้าอยากถ่ายรูปคู่ ก็มาขอถ่ายกับไอ้ตงเลย มันไม่ว่าอะไรหรอก”

“มึงนี่ ฉลาดเนาะ” ไอ้โทชม ผมนี่ไม่ค่อยปลื้มคำชมมันหรอก ไอ้นี่ไม่ค่อยจริงใจ

“ขอบใจนะ” ไอ้ตงไม่ได้พูดอะไร มันกระซิบข้างหูผมเบาๆแค่นี้ก่อนที่อาจารย์จะเดินเข้าห้องมา

             พอจบคาบ เรามีเวลาอีก 15 นาทีในการย้ายห้องเพื่อไปเรียนวิชาถัดไป ยังดีที่ห้องเรียนมันติดกัน เลยพอมีเวลาให้เพื่อนๆกรูมาขอถ่ายรูปกับไอ้ตงอย่างคับคั่ง ผิดกับพวกเราที่ชินชากับใบหน้าหล่อๆนั้นก็ได้เลยไม่คิดจะตื่นเต้นกับความเป็นดาราของมัน หรือไม่ก็เป็นเพราะผมเหม็นขี้หน้าไอ้ตงตั้งแต่ตอนแรกที่โดนมันชนจนเกือบล้มที่ห้างก่อนเปิดเทอม พอมาเจอมันเรียกไอ้เตี้ยไม่หยุดปากเลยทำให้เหมือนสนิทกันโดยปริยายก็ได้ แต่ถามกูหน่อยเถอะว่าอยากสนิทไหม...

“ชอบเค้าแล้วล่ะซี้” เสียงแซวของไอ้โทดังข้างๆหู ผมล่ะอยากต่อยปากมันจริงๆ

“ชอบพ่อง” ผมตบกบาลมันป๊าบใหญ่ โทษฐานกวนโมโห

“เชี่ย กูพี่มึงนะไอ้หนึ่ง” มันทวงความอาวุโสเลยครับ เมื่อวานมันยังบอกอยู่เลยว่ากูเกิดช้ากว่าแค่ไม่กี่เดือน ไม่ถือว่าเป็นน้อง...

“เห้ยๆ ไปเรียนๆ พวกมึงกัดกันเก่งชิบหาย” ไอ้ตงมาตอนไหนไม่รู้ดันหลังพวกผมให้เดินนำไปที่ห้องเรียนที่อยู่ถัดไป ใบหน้ามันดูล้าจนสังเกตได้ แต่ก็ยังต้องฝืนยิ้มกับเพื่อนร่วมคณะ รุ่นพี่ที่มาขอถ่ายรูป รวมไปถึงนักศึกษาคละรุ่นต่างคณะที่เข้ามาเรียนวิชาเลือกที่ตึก พวกเราเดินไปนั่งตรงที่ว่างข้างขวัญจิรา แต่ทุกคนพร้อมใจเรียกว่าขวัญใจมากกว่าเนื่องจากใบหน้าสละสวยเป็นขวัญใจของชาวคณะได้ไม่ยาก พอไอ้โทนั่งเก้าอี้ ขวัญก็ลุกและแลกที่นั่งกับไอ้ตงแทน

   ตอนนี้พวกเราก็นั่งกันแบบนี้ครับ ไอ้คิ้ว ฉัตร ผม ไอ้โท ไอ้ตง ขวัญ ... ไอ้คนปากหมาอย่างไอ้โทหน้าจ๋อยสิเมื่อสาวสวยเมินแถมยังย้ายที่หนี

“ไอ้หนึ่ง ไหนมึงบอกว่าขวัญจะจำกูได้ไงวะ” มันกระซิบถาม

“ก็จำได้ไง ถึงได้ย้ายโต๊ะหนีน่ะ” ผมแอบขำ ไม่รู้สึกผิดหรอกที่ได้แกล้งมัน มาว่าผมเตี้ยทำไมล่ะ

“ไอ้สาด ไหนมึงบอกว่าวิธีนี้จะช่วยให้กูได้ใกล้ชิดขวัญไงวะ”

“...” ผมไม่ตอบ ถลึงตาใส่มันและชี้ไปที่อาจารย์ที่กำสอนอยู่หน้าห้อง มันทำท่าขัดใจก่อนจะหันไปนั่งแกร่วที่โต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์

“ไอ้เตี้ย มึงไปแกล้งอะไรไอ้โทมันวะ” ไอ้ตงหันมาถาม ผมล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ดันมานั่งติดเจ้าหนูจัมมัยทั้งซ้ายและขวา

“เปล๊า” ผมกระซิบตอบเสียงสูง ไอ้ตงทำหน้าไม่เชื่อ มันหันไปถามขวัญเอง

“มึงนี่แสบว่ะ” ไอ้ตงหันมาพูดกับผมหลังจากขวัญตอบคำถาม “สงสารไอ้โทชิบ”

“มึงสงสารก็ช่วยให้มันสมใจหน่อยสิ นานๆไอ้โทจะเจอสาวถูกใจ”

“ทำไมกูต้องช่วยด้วยวะ” ไอ้ตงกวน

“ขวัญเป็นเพื่อนสนิทมึง ไอ้โทก็เพื่อนมึง มึงจะไม่ช่วยเหรอวะ” ผมย้อน

“ช่วยแล้วกูจะได้อะไรล่ะ”

“อยากได้อะไรมึงก็ถามมันเอาเองดิ”

“ไม่ว่ะ มึงเป็นคนขอร้อง มึงต้องตอบแทนกูดิ” มันว่าแล้วยักคิ้ว

...เกลียดรอยยิ้มแบบนี้ชิบหาย

#ใจบาง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

แหม่  มีแต่โมเมนท์ตงหนึ่ง  ไม่เห็นมีโมเมนต์ตงโทเลย

น้องหนึ่งจะให้พี่ตงไปถามเรื่องผลตอบแทนจากพี่โทได้ไงหล่ะ  จิงป่ะ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
ขวัญ-โท คู่นี้ก็น่าจะสนุกนะ

ออฟไลน์ Pe_no

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 375
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-3
    • จากต้นจนอวสาน
เตี้ยนักจะรักปะล่ะ? – My Dearest 20 cm.

ตอนที่ 7. ใจหวิว

             ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องเดา เป็นไปตามคาดว่าฝ่ายเดือนคณะบริหารธุรกิจได้แก่ ตงฉิน ... ชนะไปแบบไร้คู่แข่ง เพราะไม่มีคนไหนกล้าเสนอใครมาต่อกรได้เลย แต่ฝ่ายหญิงพอได้ลุ้นบ้างแต่สุดท้ายก็ตกเป็นของ ขวัญใจของพวกเรานั่นเอง พอยืนคู่กันแล้วทั้งคู่ดูเหมาะสมกันมาก มากจนอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมไม่คบกันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ตอนนี้พวกเรานั่งเรียงแถวตามรหัสนักศึกษาทำกิจกรรมรับน้องที่ลานใต้ถุนคณะ มีรุ่นพี่ปี 2 ยืนล้อมวงเต็มไปหมด บังอากาศ ฮ่วย ร้อนเด้อ!

“เอาล่ะค่ะ เมื่อวานพวกเราก็ได้ดาวและเดือนคณะสำหรับเข้าร่วมประกวดดาวเดือนมหา’ลัยในคืนเฟรชชี่ไนท์แล้ว อย่างที่ทุกคนคงจะรู้กันดีว่าช่วงตอนต้นปีหน้าเราจะมีงานกีฬามหา’ลัยสำหรับน้องๆเฟรชชี่อีกงานนึง นอกจากนักกีฬาคณะแล้ว เรายังต้องคัดเชียร์หลีดเดอร์ คนถือป้าย คนถือธง คฑากรอีก”

“แล้วที่เหลือล่ะคะพี่หนู” เสียงปีหนึ่งยกมือถาม

“ที่เหลือจะต้องขึ้นสแตนด์ คอยแปรอักษรและร้องเพลงเชียร์นักกีฬาค่ะ” หลายคนร้องอ๋อ เพราะเคยเห็นบรรยากาศงานกีฬาเฟรชชี่มาแล้วจากการแชร์โพสต์ในอินเตอร์เน็ต

“เดี๋ยวพี่ๆทีมหลีดปี 2 จะมาคัดน้องๆที่หน่วยก้านดีไปคัดเลือกหลีดแยกต่างหากนะคะ หลังจากนั้นเราจะเปิดให้ลงชื่อสำหรับน้องๆที่สนใจเล่นกีฬา ส่วนคนที่ไม่ทำกิจกรรมอะไรก็มาเป็นกองเชียร์ค่ะ”

             ไม่นานนักเหล่าเชียร์หลีดเดอร์รุ่นพี่หน้าตาดีก็พากันเดินเข้ามา รุ่นน้องถูกสั่งให้นั่งตัวตรง คนไหนที่หน่วยก้านดีก็ถูกขานชื่อให้ไปยืนอยู่ด้านหน้า โดยรอบแรกจะคัดคนเข้าไปคัดตัวก่อนเพื่อเอาไปซ้อมหาคนที่เหมาะสม เมื่อฝ่ายหญิงครบ 20 คนแล้วก็มาถึงฝ่ายชายบ้าง

“ฉัตรชัย”

“เอาแล้วไง ไอ้ฉัตรก็โดนด้วยโว้ย” ไอ้โทที่นั่งหน้าผมหันมาสะกิดด้วยท่าทางตื่นเต้น

“ศิระ ศิลาอาจน์ น้องคิ้ว”

“หืม ไอ้คิ้วโดนด้วย” ไอ้โทยังตื่นเต้นไม่เลิก

“น้องตงฉินค่ะ ออกมาด้านหน้าค่ะ” เอาล่ะครับ กลุ่มผมไปหมดเลย ไอ้ฉัตร ไอ้ตง ไอ้คิ้ว

“เอกภาพ ใบบุญ น้องโท 393 ค่ะ”

“ห๊ะ” คนโดนเรียกทำหน้างง ไม่แปลกหรอกครับเพราะหน้าตามันไม่ได้แย่ ติดที่ดำนิดหน่อยเท่านั้น แถมส่วนสูงยังได้อีกต่างหาก

             แล้วการคัดเลือดเชียร์หลีดเดอร์ก็งวดขึ้น เมื่อฝ่ายชายคัดไปแล้ว 18 คน ผมมองเพื่อนๆอย่างขันๆเพราะรู้ดีว่าเตี้ยขนาดผมไม่เป็นที่น่าสนใจหรอก มองไปทางไอ้ตงที่ทำท่ากระซิบกับรุ่นพี่ปีสองที่ยื่นใกล้ๆอย่างฉงนแต่ก็ไม่ได้เอามาคิดอะไร จนเพื่อนคนที่ 19 โดนขานชื่อไป

“เอาล่ะค่ะ คนสุดท้ายของผู้ชาย เอกราช สุขสมหวัง น้องเตี้ย 394 ค่ะ”

“หะ” ผมเบิกตาโพลง “พี่เรียกผิดหรือเปล่าครับ” ผมถามด้วยน้ำเสียงติดตลก “เตี้ยๆแบบนี้พี่จะเอาไปทำไมครับ อุ้มใครก็ไม่ได้”

“ไม่ผิดค่ะ น้องนั่นแหละค่ะ ออกมาก่อน” เชร็ด! เป็นไปได้ไงวะ กูเนี่ยนะ ดำก็ดำ เตี้ยก็เตี้ย เอิ่ม...คนที่เหลือมองมาที่ผมด้วยสายตาเร่งเร้า ส่วนใหญ่ไม่มีใครอยากเป็นหรอกครับหลีดคณะ เพราะต้องซ้อมหนักกว่าชาวบ้าน แถมยังโดนด่าอีกต่างหาก เมื่อมายืนแทรกระหว่างไอ้ตงกับไอ้โทเหมือนเป็นหลุมดำเลยจ้าไอ้หนึ่งเอ๋ย ... ทั้ง 40 คนถูกแยกมาที่ลานจอดรถหลังคณะ ตรงนี้ร่มรื่นและมีพื้นที่กว้างพอจะลองทดสอบ

“เอาล่ะค่ะ น้องๆทั้ง 40 คน พี่ชื่อเปรี้ยวนะคะ เป็นหัวหน้าหลีดปี 2 ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ” พวกเรายกมือไหว้หลังจากพี่เปรี้ยวคนสวยแนะนำตัว รูปร่างของพี่เปรี้ยวเพรียว สมส่วน คะเนส่วนสูงพอๆกับผมเห็นจะได้ แต่พอยืนบนส้นสูงเลยทำให้ดูเด่นขึ้นมา พี่เปรี้ยวแต่งหน้าบางๆแต่ขับให้ผิวเนียนใสโดดเด่น ใบหน้ารูปไข่ลงตัวกับดวงตากลมนั้นอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าแอบเอานิ้วมือมาเทียบขนาดใบหน้าพี่เค้า สามนิ้วของผมคงปิดมิดแล้วล่ะ คนอะไรหน้าเล็กนิดเดียวเอง

“ก่อนอื่น พี่ขอแจ้งน้องๆตรงนี้เลยนะคะว่า เราจะเริ่มซ้อมกันเลยตั้งแต่วันนี้ โดยพี่ๆจะมองหน่วยก้านน้องๆทุกคนแล้วจะคัดเลือกคนที่เหมาะสมมาทั้งหมด 14 คน ชายและหญิงเท่าๆกัน”

ฮือ ฮา... เสียงของปี 1 ทั้ง 40 คนกระซิบกันดังประสานขึ้นมา

“ใจเย็นๆค่ะ จำไว้นะคะว่า เราจะดูหลายๆอย่างประกอบกัน ใครที่คิดว่าจะแกล้งทำไม่ได้เพื่อไม่ให้ถูกคัดเข้าทีม จงคิดใหม่นะคะ พวกพี่จะพากันเลือกเอง จนได้คนที่เหมาะสม”

“ไอ้ตง มึงบอกกูมานะว่าเมื่อกี้กระซิบอะไรกับพี่หลีดปี 2” ผมสะกิดถามคนที่ยืนเด่นอยู่ข้างๆ มันก้มมามองด้วยใบหน้ายียวน

“ไม่มีอะไร แค่บอกว่ามึงน่ะเต้นเก่ง เคยเป็นหลีดตอนมอปลายมาด้วย”

“ไอ้สัด กูเคยที่ไหนล่ะ มึงนี่มัน” ผมโมโห

“อ้าวๆ น้องตงน้องเตี้ยคะ อย่าทะเลาะกันค่ะ”

“อะ ห๊ะ” งงเป็นไก่ตาแตกสิครับ เมื่อโดนพี่เปรี้ยวเรียกฉายาแทนชื่อ จะไม่มีใครเรียกชื่อจริงๆของผมเลยใช่มั้ยเนี่ย

“ขอโทษครับ” พวกเราตอบเสียอ่อย ก่อนจะถูกแบ่งเป็น 4 กลุ่มเพื่อฝึกท่าเบสิก แค่ท่าเดียวผมก็ชูมือค้างไว้จนปวดตรงไตรเซปไปหมดละ อิจฉาคนอื่นๆชะมัดที่ไม่ต้องมาทำอะไรกันแบบนี้ แค่เดินไปเข้าห้องเชียร์แค่นั้นเอง

“น้องเตี้ยคะ นิ่งๆค่ะ อย่าเพิ่งขยับแขน” นั่นไง โดนอีกละ พวกพี่ทีมหลีดแม่งเฮี้ยบ!

             กว่าจะซ้อมเสร็จพวกเราก็แทบกระอักเลือด พี่ๆเลยปล่อยให้กลับไปนั่งที่ใต้ถุนคณะ เสียงร้องเพลงเชียร์ที่เคยดังมาเงียบไปแล้ว พวกเรานั่งหอบแฮ่กกันที่ลานกิจกรรมต่ออีกหน่อย เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลเข้าตาจนแสบไปหมด ไม่ต้องบรรยายก็พอจะเห็นภาพนะครับว่าชุดนักศึกษามีแต่เหงื่อไหลซึมจนเห็นทะลุไปถึงข้างใน

             ผมมองไปยังไอ้โทที่มันมีใส่เสื้อกล้ามเพื่อซับในกำลังถอดเสื้อนักศึกษาออกและเดินไปอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุ่มผู้หญิงนั่งพักผ่อน ก่อนที่มันจะพูดอะไรก็เอาเสื้อเชิ้ตของมันคลุมที่ร่างของขวัญใจอย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ” ขวัญมองหน้าไอ้โทอย่างเหรอหรา คงจะงงกับท่าทีที่มันแสดงออก ก่อนหน้านี้ไปด่าเค้าว่านมแบน แต่ตอนนี้กลับถอดเสื้อไปปิดรอยสายบราให้

“ฮิ้ววววววววววววววววววว” เสียงแซวดังลั่นจนไอ้โทหน้าแดงเป็นลูกตำลึงและรีบวิ่งกลับมานั่งข้างผมโดยไม่ได้พูดอะไรกับขวัญใจของตัวเอง อีกคนน่ะเหรอ ได้แต่ก้มหน้างุดไปเหมือนกัน คงเพราะอายที่โดนแซวจากคนอื่น

“เยี่ยม ใจกล้ามาก”

“เกิดเลยนะมึง”

“แหมมมม ไอ้นี่ เคลมไวตลอด ดาวคณะเชียวนะ” เสียงใครต่อใครแซวมันจนไอ้โทได้แต่ยิ้มแก้เก้อ ท่าทางเขินอายของมันชัดเจนมากจนทุกคนรับรู้ว่ามันชอบขวัญใจ

“พอเถอะพวกมึง กูเขิน” มันตอบก่อนจะหันมาหลบหลังผม ไม่หลบเปล่า ยังเอาหน้ามาซุกอีก...เหงื่อย้อยติ๋งๆจนคันหลังไปหมดละ

“ไอ้เชี่ยออกไป กูร้อน” ตัวผมดิ้นยุกยิกเพื่อสลัดไอ้คนที่โดนแซวให้ขยับหนี เหงื่อโชกขนาดนี้ยังมาเบียดอยู่ได้

“มึงอย่าใจร้ายกับกูไอ้หนึ่ง กูเขิน”

“สัด แมนๆหน่อยสิวะ ดูโน่น ขวัญก้มหน้างุดแล้วน่ะ” ได้ผลครับ

เมื่อไอ้โทมันเงยหน้าไปมองคนสวยของมันก่อนจะกลับมาหน้าแดงอีกครั้ง  “เค้าจะประทับใจมั้ยวะ”

“กูจะรู้มั้ยล่ะ” ผมตอบมัน

“เห้อ กูอาย”

“อายพ่อง ก่อนทำทำไมไม่คิด”

“ไม่ทันคิด แค่เห็นสายเสื้อในโผล่กูก็ว่าหวงแล้วนะ แต่เห็นสายตาพวกผู้ชายมองแบบหื่นๆกูยิ่งหวงไปใหญ่”

“หึหึหึ ชอบเค้าจริงๆแล้วอะดิ๊” ผมได้ทีแซวมันกลับ

“อื้อออออ” มันตอบครับ ไม่เคยคิดเลยว่ามันกะจะสอยดาวคณะ

“ไอ้ตง ช่วยกูที กูรำคาญไอ้โท” ผมขอร้องคนตัวใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล

“ไม่ว่ะ กูไม่ยุ่ง” ไอ้ชิบหาย ... ไม่ได้มีน้ำใจเล้ยยยยยยยยยยยย

“เอาล่ะค่ะน้องๆ วันนี้พอกันแค่นี้ก่อนนะคะ พรุ่งนี้ให้เตรียมชุดมาเผื่อซ้อมด้วย เสื้อขอเป็นเสื้อยืดสีเข้มนะคะ เน้นดำ น้ำเงินเข้ม อะไรพวกนี้ ส่วนกางเกงขอเป็นกางเกงวอร์มขายาวที่ใส่แล้วคล่องตัวนะคะ” พี่เปรี้ยวปรบมือเป็นสัญญาณให้น้องๆยืนเรียงแถวให้เป็นระเบียบก่อนจะนัดหมายการซ้อมวันพรุ่งนี้

“ครับ / ค่ะ” พวกเราพร้อมใจกันตอบ

“เอาล่ะค่ะ แยกย้าย” พวกเราชูมือทำท่าเบสิกที่ถูกสอนมาและตะโกนพร้อมกันว่า “หลีดแอ็คบา ลั้ลลา ฮูเร่” เสียงดังฟังชัด

ไอ้ตงทำท่าจะชิ่งไปที่รถทันที่ที่รุ่นพี่ปล่อยตัว แต่ช้ากว่ามือผมที่ฉุดแขนมันไว้อย่างแน่นหนา  “ปล่อยกู”

“ไม่ปล่อย ไอ้เชี่ยตง มึงมีเรื่องต้องเคลียร์กับกู” ผมยื่นคำขาด ความโกรธที่เดือดปุดๆเพราะโดนมันแกล้งให้ติดเป็นหนึ่งในทีมหลีดนั่นแหละ

“เรื่องอะไร กูไม่มีเรื่องอะไรกับมึง ไอ้เตี้ย”

“จริงเหรอ” ผมเลื่อนหน้าไปหา แต่เอาสิ ความสูงที่ต่างกัน 20 เซ็นติเมตรเหมือนผมเอาหน้าไปชนภูเขายังไงยังงั้น

“ตัวเท่าลูกหมาจะมากร่าง ถอยไปไอ้เตี้ย”

“ไอ้สัด มึงแกล้งกู” ผมโพล่งอย่างขัดใจ ตั้งแต่โดนมันเดินชนแล้วไม่ขอโทษแล้วนะ ยังดีที่มันเอื้ออาทรโดยการชวนไปอยู่คอนโดเดียวกับมันเลยหยวนให้ แต่มันก็ยังเหิมเกริมเป็นตัวตั้งตัวดีให้คนอื่นเรียกผมว่าเตี้ย ... ฉายาที่ผมอยากฝังกลบไว้ให้ลึกสุดๆ วันนี้ยังมาโดนมันแกล้งอีก ใครจะทนได้วะ

“แกล้งอะไร” มันเดินหนี ผมเดินตามเพราะรั้งแขนมันไว้จนมาถึงลานจอดรถที่มืดมิด

“ก็แกล้งให้คนอื่นเรียกกูว่าไอ้เตี้ย แล้วยังลากกูมาพัวพันกับหลีดคณะนี่อีกโดยไม่ถามความสมัครใจกูสักคำ”

“มึงคิดว่าพี่ๆหลีดเค้าถามความสมัครใจพวกกูงั้นเหรอ” ผมชะงัก

“กลุ่มเรามาคัดตัวกันหมดเลยนะ เหลือแต่มึงคนเดียว คนอื่นเค้าก็สนิทมีกลุ่มก้อนไปหมดละ ถ้ามึงไม่มาอยู่นี่แล้วมึงจะไปคุยกับใครตอนเข้าห้องเชียร์วะ” อะ...อ้าว ทำไมคิดไปคิดมาเหมือนมันช่วยเหลือผมทางอ้อมวะ

#ใจหวิว

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
ตงตง คงเป็นห่วงถ้าหนึ่งต้องไปอยู่กับคนอื่นแน่ ๆ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
เอิ่ม. ห่วงหรือหวงกันจ๊ะ   :hao3:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เป็นห่วงว่าไม่มีเพื่อนให้คุย

หรืออยากให้มาอยู่ใกล้ ๆ จ๊ะ  พ่อตงฉิน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด