จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II | ตอนที่ 21 @ 5 มี.ค. 63 หน้า 3
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II | ตอนที่ 21 @ 5 มี.ค. 63 หน้า 3  (อ่าน 15484 ครั้ง)

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

********************************************

จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

Prologue


   เรื่องราวต่างๆกำลังดำเนินไปด้วยดีเลย เมื่อสถานะทางใจระหว่างยิ่งใหญ่กับแต้มมีความชัดเจนมากขึ้น แต่กลับมาเรื่องให้ต้องหนักใจเข้าไปอีก เมื่อมีเพื่อนร่วมชั้นที่ย้ายเข้ามาใหม่ชื่อข้าวปุ้นมาปั่นป่วนจนทำให้คนขี้หวงแต่ไม่ยอมพูดอย่างนายกรฤตออกอาการว่าไม่พอใจอย่างหนัก

   แต่เรื่องวุ่นยังชุลมุนไม่พอ เมื่อมีเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาชื่อไออุ่นทำท่าจะจีบแต้มเพื่อเอาคืนอีกด้วย งานนี้ยิ่งใหญ่คงต้องเหนื่อยกันหน่อย ไหนจะความลับที่ยิ่งใหญ่กำลังตามสืบโดยอาศัยความช่วยเหลือจากข้าวปุ้นที่มันพัวพันถึงเรื่องการยกเลิกงานแต่งของพี่ชายสุดหล่ออย่างยอดเยี่ยมและพี่สาวสุดที่รักของแต้มอย่างต้องตาอีกต่างหาก

   มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยให้ยิ่งใหญ่และแต้มให้ฝ่าด่านทดสอบนี้กับนิยายเรื่อง จะรักนายเท่าชีวิต ภาค 2 กันได้เลยครับ





*** นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้น มิได้ลอกเลียนหรือดัดแปลงมาจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ ภาพประกอบ ชื่อ และสถานที่อ้างอิงเป็นเพียงการสมมุติ มิได้มีเจตนาอื่นใดนอกจากแต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ***
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-05-2020 03:29:22 โดย BaoBao »

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
Re: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II
«ตอบ #1 เมื่อ06-11-2019 15:10:12 »

สารบัญ

จะรักนาย เท่าชีวิต - Only You ภาค 1

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=64729.0



จะรักนาย เท่าชีวิต 2 - Only You II

ตอนที่ 1 - 8 หน้า 1
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71132.0

ตอนที่ 9 - 18 หน้า 2
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71132.30


ตอนที่ 19 - 20 หน้า 3

https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=71132.60


 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-02-2020 09:20:17 โดย จากต้นจนอวสาน »

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
Re: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II
«ตอบ #2 เมื่อ06-11-2019 15:10:51 »

***************************************************************************************
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

********************************************

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
Re: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II
«ตอบ #3 เมื่อ06-11-2019 15:13:39 »


จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

#S2 EP 1. เรื่องที่จะขอ (2)

   เหมือนเวลามันหยุดเดินไปชั่วกาลปวสาน ลมหายใจหอบขาดห้วง ดวงตาของฝ่ายที่โดนทาบทับอยู่เบิกโพลงราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งได้ยินมาเมื่อสักครู่ ยิ่งใหญ่สบตาอีกฝ่ายด้วยความเว้าวอน รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องจากความเงียบงันที่เปิดช่องว่างให้สมองทำงานโดยการคิดสะระตะจนแทบคลั่ง ความไม่มั่นใจทาบทับบนร่างใหญ่ให้ต้องหวั่นไหว จิตใจที่เบิกบานกลับห่อเหี่ยวคล้ายเรี่ยวแรงถูกสูบทิ้งจนเหือดแห้ง มันคือความกลัว ความกังวลที่ฉาบใบหน้าจนปิดไม่มิด

“นาย...” แต้มพยายามจะพูด แต่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรได้ เมื่อคำขอที่เพื่อนสนิทได้เอื้อนเอ่ยมานั้นอยู่เหนือจินตนาการของตัวเองไปไกลโข

“เราไม่เคยเป็นแฟนกับเบล เราแค่เคยสนิทกัน” ยิ่งใหญ่พยายามเปลี่ยนเรื่อง “การที่เบลเข้าหานาย เป็นเพราะเบลต้องการจะเอาเรากลับไปเป็นของตัวเอง”

“ยังไง” แต้มถามด้วยความงุนงง

“เรากับเบลเคยสนิทกันมาก่อน สนิทมาก” ยิ่งใหญ่เล่าความหลัง “แต่พอโตขึ้น เราก็สนิทกับเพื่อนคนอื่นมากกว่า ชื่อชัด เราสนิทกันมาก ยิ่งเราสนิทกันเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เบลไม่พอใจมากเท่านั้น เพราะเบลคิดว่าเราคือคนของเธอ ไม่ยอมให้ใครมาแย่งไปได้”

“แล้ว”

“เบลก็ทำแบบที่กำลังจะทำตอนนี้” ยิ่งใหญ่เว้นช่วง สบสายตาคนที่ถูกตรึงอยู่บนที่นอนอย่างโหยหา “เบลหันไปจีบชัด และกีดกันไม่ให้ชัดมาเจอกับเรา”

“เบลเนี่ยนะ” แต้มแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง เพราะใบหน้าสวยหวานแบบนั้นไม่น่าจะเป็นคนเช่นนี้ได้

“อื้อ ชัดกับเราเลยห่างกัน ยิ่งนานวันก็ยิ่งมองหน้ากันไม่ติด เราก็เลยตัดสินใจย้ายมาที่นี่”

“...”

“ใช่ นี่แหละเหตุผลที่แท้จริงที่เราย้ายมา”

“นายโอเคไหม” แต้มถาม ยิ่งใหญ่ส่ายหัวแทนคำตอบ

“นายไม่เกลียดเราเหรอ” ยิ่งใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

แต้มไม่ตอบ ความคิดปนเปกันจนไม่อาจหาคำตอบใดๆได้ “เรา...”

“เราขอโทษ” ยิ่งใหญ่ไม่อาจกลั้นความอ่อนแอได้อีกเมื่อน้ำตาไหลหยดแก้มของเพื่อนรักที่นอนอยู่ใต้ร่างของตน แต้มเฝ้ามองใบหน้านั้นอย่างเสียใจไม่แพ้กัน ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่เคยพบพานมาทำให้เขาเป็นคนที่ดูภายนอกเป็นคนร่าเริงแจ่มใส แต่แท้จริงแล้ว เนื้อแท้ของยิ่งใหญ่กลับเปราะบางจนไม่มีใครคาดถึง

“นายจะขอโทษทำไม” แต้มพยายามปลอบใจ

“ก็เราทำเสียเรื่อง” น้ำตาของยิ่งใหญ่ยังรินไหลไม่ขาดสาย ร่างใหญ่สะอื้นราวกับเด็กน้อย

“เรา เอ่อ...” แต้มไม่รู้ว่าจะต้องตอบแบบไหน ใบหน้าหมองหม่นที่หล่อเหลาเปรอะไปด้วยรอยน้ำตา

“นายไม่ต้องตอบหรอก เราได้คำตอบแล้ว” ยิ่งใหญ่ปล่อยแต้มหลุดออกจากพันธนาการ ร่างสูงนั่งขอบเตียงสองมือยกมาปิดใบหน้าที่กำลังโศกเศร้า แต้มมองภาพนั้นอย่างปวดร้าว กำแพงในใจมันเลือนหายไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ มีแต่ความสงสารและความปวดปร่าที่ได้เห็นความเสียใจของผู้ชายที่อยู่เคียงข้างกันมาเกือบทั้งปีเช่นนี้

   หากเป็นแต่ก่อน แต้มคงไม่กล้าคิด ว่าตัวเองจะสามารถยิ้มได้ท่ามกลางคนหมู่มาก ด้วยฐานะ และนิสัยใจคอที่ดูประหลาดในสายตาของคนทั่วไป แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไป เมื่อยิ่งใหญ่ได้ก้าวเข้ามาในชีวิต เขาสามารถเล่าความเจ็บปวดในช่วงเวลาที่ผ่านมาให้อีกฝ่ายรับฟังอย่างไม่หวาดระแวง ไม่ว่าจะเวลาไหน มิตรภาพที่งอกงามระหว่างพวกเขาทั้งสองกับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่ไม่อาจตัดขาดได้

แต้มยังคงเงียบงัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนกับความรู้สึกของเพื่อนสนิทที่เพิ่งเปิดเผยมา มันอาจจะยากที่ต้องทำใจให้ยอมรับความจริง เพราะพวกเขาต่างก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ ไม่มีอะไรสมดุลกันสักอย่าง ทั้งหน้าตา นิสัยและฐานะทางบ้าน

   ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร แต่แรงกระเพื่อมของหน้าอกได้ลดลงแล้ว ยิ่งใหญ่ปาดน้ำตาและยังคงนั่งอย่างเงียบเชียบตรงที่เดิม แววตาเศร้าสร้อยมองเหม่อไปในความมืดมิด ทั้งคู่ปล่อยเวลาให้เคลื่อนผ่านไปหลังจากที่มันหยุดเดินไปชั่วขณะ

“เราขอโทษนะ นายอย่าคิดมากเลยนะแต้ม” ยิ่งใหญ่เป็นคนทำลายความเงียบ แต้มยังคงไม่ปริปาก ทั้งคู่นั่งอยู่ข้างกันที่ขอบเตียง ระยะห่างที่ไม่ถึงคืบนั้นกลับดูห่างไกลเหลือเกินในหัวใจของคนที่เปิดเผยความรู้สึก ความเจ็บปวดเกาะกินไปทั้งใจ ถึงแม้จะเตรียมตัวมาแล้วที่จะได้รับคำตอบว่า ไม่ ...

แต่ความจริงมันรับมือได้ยากกว่าที่คิดไว้มากนัก

“ทำไม นายถึง...” ยิ่งใหญ่หันไปสบตาคนที่นั่งด้านข้าง แววตาแดงก่ำปกปิดความเสียใจไม่มิดมีน้ำใสๆเอ่อคลอ
“นายอยากรู้เหตุผลจริงๆเหรอ” แต้มพยักหน้าแทนคำตอบ ยิ่งใหญ่ถอนหายใจก่อนจะตอบไป

“เพราะเราไม่อยากเสียนายให้เบล เหมือนที่เราเสียชัดยังไงล่ะ”

***********************************************************************

   เด็กสาวนั่งยิ้มแก้มปริที่ชิงช้าในสนามเด็กเล่นในยามค่ำ ใบหน้าที่ตกใจและขมขื่นของเพื่อนวัยเด็กทำให้เธออารมณ์ดีจนไม่อาจสะกดกลั้นได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม สิ่งไหนที่เคยเป็นของเธอ มันจะต้องเป็นอย่างนั้นตลอดไป ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้

“ฮัลโหล แม่ มีอะไร” เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะอารมณ์ที่กำลังสุนทรีย์ทำให้เธอหงุดหงิด

“เบล อยู่ไหนลูก ทำไมไม่กลับบ้าน นี่ดึกมากแล้วนะ” ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“แม่สนใจด้วยเหรอว่าหนูจะทำอะไรที่ไหน”

“ทำไมพูดกับแม่อย่างนั้นล่ะ”

“พอเถอะแม่ แค่นี้นะ”

“เดี๋ยวลูก ลูกกินยา...” เด็กสาวตัดสาย ก่อนจะเดินไปตามถนนในยามค่ำคืนด้วยความรู้สึกดีอย่างเปี่ยมล้น เธออยากให้ถึงเทอมหน้าโดยเร็ว หากไม่มีอะไรผิดพลาด เธอจะย้ายไปเรียนที่เดียวกับสองหนุ่มนั้น...

***********************************************************************

   ภัทรตระกองกอดคนรักอย่างนุ่มนวลราวกับร่างใหญ่นั้นบอบบางและง่ายต่อการแตกสลาย แสงไฟสลัวลอดเล็ดเข้ามาจากช่องว่างใต้ประตูสะท้อนเงาสั่นไหว ลมหนาวระลอกใหม่พัดผ่านส่งเสียงอื้ออึง น้ำค้างยามค่ำคืนตกเปาะแปะกระทบใบไม้คล้ายกับเป็นจังหวะขับขาน ชายหนุ่มสบตาหวานซึ้งภายในอ้อมแขนของผู้เป็นที่รัก ลมหายใจหอบแรงส่งผ่านไออุ่นปนเปกันในอากาศ ความหอมหวานของรสชาติที่คุ้นเคยกระตุ้นความโหยหาทางอารมณ์ที่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้

   สองร่างขยับใบหน้าประชิด กลิ่นลมหายใจกระทบแก้มอบอุ่นชวนหลงไหล ภัทรโน้มใบหน้าจนจมูกโด่งสวยของทั้งสองชนกันแผ่วเบา แววตาซุกซนจับจ้องไปยังอีกฝ่ายที่ดูขวนเขินราวกับเพิ่งได้พบเจอกันเป็นครั้งแรก ริมฝีปากเย็บเยียบค่อยไล้ที่ขอบปากของอีกคนที่เผยออ้า ก่อนจะเลื่อนมาประกบกันอย่างเชื่องช้าเนิบนาบ ริมฝีปากทั้งคู่ประกบกันอย่างนั้นราวกับหยั่งเชิงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้ ลมหายใจที่แรงขัดกับหายห้วง และไฟแห่งความต้องการคุโชนจนแทบจะเผาไหม้ทั้งคู่ให้หลอมละลาย

   ภัทรดูดดุนล้วงลึกควานหาความหวานละมุนของคนรักอย่างมีจังหวะ เริ่มจากละเลียดบดเบียดริมฝีปาก ก่อนดูดกลืนอย่างแผ่วเบาจนบั๊มพ์ตัวสั่นเทา จังหวะแปรเปลี่ยนเป็นรุนแรงขึ้นเมื่อทั้งคู่บดเบียดความรักส่งผ่านกันไปมา มือใหญ่เลื่อนเลื้อยตะปบทุกส่วนสัดอย่างสะเปะสะปะ อาภรณ์ภายนอกถูกดึงทึ้งถอดทิ้งอย่างไม่แยแส เรือนร่างกระชับเต็มไปด้วยมัดกล้ามเผยให้เห็นทุกสัดส่วน ความคับแข็งผงาดตัวให้รับรู้ว่าพร้อมสำหรับบทรักในครั้งนี้ ดาราหนุ่มชอนไชลงลิ้นโลมเลียที่ซอกคอของชายหนุ่มที่ส่งเสียงครวญครางราวกับจะขาดใจ สัมผัสเสียวซ่านที่หน้าอกแกร่งทำให้บั๊มพ์ขนลุกซู่ ก่อนจะถูกลิ้มลองความหอมหวานที่จุดยุทธศาสตร์จนร้องเสียงหลง มือใหญ่เลื่อนรุดซุกซนไปที่บั้นท้ายกลมแกร่งอย่างเชี่ยวชาญก่อนส่งผ่านความคับแน่นเข้าไปช้าๆ
 
   บั๊มพ์ยกบั้นท้ายอย่างลืมตัวเมื่อถูกล่วงล้ำด้วยนิ้วเรียว ชายหนุ่มครางอื้ออึงเมื่อคนรักส่งผ่านมันเข้ามาเป็นจังหวะที่เร็วแรงขึ้น ร่างใหญ่โยกเอนไปตามแรงสั่นไหว ในหัวว่างเปล่า มีแต่ความต้องการที่มากขึ้นและมากขึ้น...

“พะ ภัทร หยุดก่อน” เสียงหอบร้องขอ แต่กลับไม่มีการตอบรับจากบุคคลนั้น ชายหนุ่มดึงสติ ตัดสินใจเลื่อนตัวออกมาไปผลักร่างใหญ่ให้นอนหงาย สายตาเขาจับจ้องไปที่ความสมบูรณ์แบบของแฟนหนุ่มอย่างรักใคร่และโหยหา สายตาที่เว้าวอนส่งให้เขาเคลื่อนกายคร่อมร่างกำยำแข็งแกร่งนั้น มือใหญ่ลูบล้วงของสงวนที่ใหญ่โตกระชับให้พอดีกับระดับ บั้นท้ายแกร่งทรุดลงทาบทับปล่อยให้ความแข็งแกร่งสอดแทรกเข้ามาทีละน้อยอย่างเจ็บปวดแต่สุขสันต์ ร่างใหญ่สั่นเทิ้มไปด้วยความปิติเมื่อพลังงานใหญ่โตส่งผ่านทะลวงเข้าไปทีละคืบอย่างไม่รีบร้อน....



จบตอน...




ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
Re: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II
«ตอบ #4 เมื่อ07-11-2019 01:24:06 »

 :pig4: :pig4: :pig4:

มาแล้ว ซีซัั่นสอง 


ยัยเบลนี่โรคจิตแน่ ๆ

 :pig2: :pig2: :pig2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-11-2019 01:29:02 โดย DrSlump »

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
Re: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II
«ตอบ #5 เมื่อ07-11-2019 04:41:34 »

รอ.....แล้วไรท์ ก็มา   :katai2-1:
ใหญ่  แต้ม   :กอด1: :กอด1: :กอด1:
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

#S2 EP 2. การตัดสินใจของเบี้ยตัวหนึ่ง

   แต้มหันมองด้านข้างของเพื่อนรักอย่างสับสน ใบหน้าหวาดหวั่นที่เห็นอยู่ไม่ใช่เรื่องโกหกอย่างแน่แท้ การที่ผู้หญิงคนนั้นทำแบบนี้ก็เพื่อให้ยิ่งใหญ่ต้องเจ็บปวด เขาจะกลายเป็นเบี้ยตัวหนึ่งในหมากเกมนี้ ทั้งที่มีความอลหม่านในจิตใจ แต่ความคิดของแต้มกลับเด่นชัด แขนเรียวโอบกระชับไปที่ร่างใหญ่นั้น ดึงมาชิดกันอย่างแนบแน่น

“นายอย่าคิดมากเลย” แต้มเป็นฝ่ายพูดขึ้น หลังจากฟังเรื่องราวจากอีกฝ่าย

“นายไม่เกลียดเราเหรอ” เสียงนั้นยังสั่นเครือปนเปกับความหวาดกลัว หากตนทำเสียเรื่อง เท่ากับว่าต้องเสียเพื่อนรักไปเสียแล้ว

“เราไม่เคยเกลียดนาย” แต้มตอบเสียงเบาหวิว “เราแค่...”

“เราเข้าใจ” ยิ่งใหญ่ถอนหายใจยาว “ต้องขอบคุณเบลเหมือนกันนะ ที่ทำให้เรามีความกล้าที่จะบอกเรื่องนี้กับนาย”

“ถ้าไม่มีเบล นายก็ไม่คิดจะบอกเราเลยงั้นสิ”

“อืม คงงั้น” ยิ่งใหญ่หันไปสบตา ความอ่อนแอส่งผ่านไปยังคนที่โอบร่างตนไว้อย่างเปิดเผย “เรารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องบอก เพราะพวกเราต่างก็เป็น..”

“ผู้ชาย”

“อืม” ยิ่งใหญ่ตอบเสียงอ่อย ก่อนยกสองมือมาลูบใบหน้าอย่างแรงเพื่อดึงสติ

“นายชอบเรามาตั้งแต่ตอนไหน” ยิ่งใหญ่หันไปมองเพื่อนรักอีกครั้งอย่างงุนงง

“นายอยากจะรู้ไปทำไม” ในเมื่อนายไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกัน ยิ่งใหญ่ไม่ได้พูดประโยคหลังออกมา แต้มเม้มปาก เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย

“ในเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้ว นายก็ควรพูดต่อให้มันจบ” แต้มตอบกลับ

จบเหรอ อย่างนั้นสินะ ยิ่งใหญ่คิด ความหนักใจกดทับ ในเมื่อมันจะต้องจบ เขาก็ควรบอกทุกอย่างให้เคลียร์

“ตอนแรกที่เจอกัน เราก็แค่ประทับใจ พออยู่ด้วยกัน นายทำให้เรารู้สึกสบายใจ สายสัมพันธ์ของนายกับแม่และพี่ต้องตา ทำให้เราใจอ่อนและกลับไปหาแม่ นายคือคนที่ทำให้เราสามารถเป็นตัวเองได้ทุกเมื่อที่อยู่ด้วย เราก็ไม่รู้ว่าเราชอบนายตอนไหน อาจจะเป็นตอนไปหาปลาในนา หรือตอนไปเกี่ยวข้าว หรือตอนที่เราซบไหล่นายตอนไปกรุงเทพ หรือตอนที่เราอาบน้ำด้วยกัน”
ยิ่งใหญ่หยุดพูด และไม่ละสายตาจากคนที่อยู่เคียงข้าง “เราไม่รู้ว่าชอบไปตอนไหน แต่ที่เรารู้ตอนนี้คือ เราชอบนาย เราชอบนายมากนะแต้ม”

   มันเป็นเรื่องที่แต้มไม่เคยคาดคิด แต่คำพูดที่เขาได้รับฟังนั้นดูจริงใจราวกับกลั่นกรองมาจากความรู้สึกที่แท้จริง แต้มไม่เคยมีแฟนมาก่อน ไม่เคยแม้กระทั่งมีความรักกับใคร ที่ผ่านมาจึงไม่รู้ว่าความชอบหรือความรักหน้าตามันเป็นอย่างไร มีเพียงสิ่งที่พบพานมาตลอด นั่นคือ ความรักมันเป็นรูปแบบของคนสองคนที่ต่างเพศ มันไม่เหมือนกับสิ่งที่เขากำลังเจอในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้เองเป็นสิ่งที่กดทับความคิดของแต้มจนไปต่อไม่ได้

“เรารู้ ว่าเราเป็นผู้ชายทั้งคู่” ยิ่งใหญ่เหมือนอ่านใจแต้มได้ “แต่ความรู้สึก มันไม่มีเพศนะ เราก็แค่เกิดมาเป็นผู้ชาย และคนที่เราชอบก็เป็นผู้ชาย...ก็เท่านั้น” สามพยางค์หลังมันเบาหวิวจนยิ่งใหญ่ไม่มั่นใจว่ามันหลุดออกมาจากปากตนจริงหรือไม่

“เรา...”

“นายไม่ต้องพูดอะไรหรอก เราบอกแล้วว่าเราเข้าใจ” ยิ่งใหญ่ยืนกรานด้วยคำพูดเดิม

“นายไม่เข้าใจ” แต้มถอนหายใจ ในหัวกำลังกลั่นกรองถ้อยคำ ยิ่งใหญ่รอฟังต่อด้วยอาการกระสับกระส่ายแทบจะนั่งไม่ติด

“ทำไมนายคิดแบบนั้น”

“นายบอกว่านายเข้าใจ แต่จริงๆแล้วนายไม่เข้าใจ” แต้มหันมายิ้มให้เป็นครั้งแรก แววตาที่แสนซื่อกำลังโอบอุ้มร่างใหญ่ให้ลอยสูงขึ้น “เราไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เราเป็นมันเรียกว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนหรือเปล่า แต่สิ่งที่นายทำให้เรา การที่เราไม่สบายใจเวลาที่นายร้องไห้หรือหายไปโดยไม่บอกมันทำให้เราร้อนใจจนอยู่ไม่เป็นสุข” แต้มพูดรัวราวกับว่ากลัวถ้อยคำเหล่านี้จะหายไป “แล้วที่นายบอกว่านายชอบเรา เรายอมรับว่าเราตกใจ แต่พอเรามานั่งนึกย้อนไป เรากลับไม่เคยคิดมาก่อนว่าสิ่งที่นายทำมันแทรกซึมลงไปในตัวเราทีจะนิดจนเราแยกไม่ออกแล้ว ว่ามันคือความห่วงใยแบบเพื่อนหรือเป็นอะไรที่มากกว่านั้น”

แต้มหันไปมองผนังตรงหน้า “แต่นายก็ทำให้มันชัดเจน” รอยยิ้มผ่อนคลายของแต้มทำให้ยิ่งใหญ่ใจเต้นระส่ำ

“นายหมายความว่ายังไงอะแต้ม” น้ำเสียงตื่นเต้นปิดไม่มิดเสียแล้ว

“ใหญ่ นายจำคืนวันสิ้นปีได้มั้ย”

“อืม จำได้สิ คืนนั้นเรานอนที่บ้านนาย”

“ตอนที่เบลโทรมา เรายังไม่หลับนะ”

“ห๊ะ” ยิ่งใหญ่งุนงง หากเขาจำไม่ผิด ผู้หญิงคนนั้นโทรมาอวยพรปีใหม่ให้เขา หลังจาก...

“สิ่งที่นายทำกับเราวันนั้นน่ะ” แต้มก้มหน้างุด “เราจะบอกว่าเรารู้สึกดีนะ”

   ภายในห้องนอนที่มืดมิด ตอนนี้ในใจของยิ่งใหญ่สว่างจ้าราวกับมีแสงพิเศษเปล่งประกายออกมาขับไล่ความหมองหม่นที่เกาะกินใจมาหลายสิบนาทีออกไปเสียได้ ดวงตาที่อ่อนแอกลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและลิงโลด ชายหนุ่มที่นั่งด้านข้างเอามือปิดหน้าด้วยอาการเขินอาย รอยยิ้มกว้างของยิ่งใหญ่แทบฉีกไปถึงใบหู น้ำตาที่ไหลรินออกมาให้ความรู้สึกที่แตกต่างกับจังหวะเมื่อครู่ยิ่งนัก

   ***********************************************************************

พฤษภาคม 2542

   ในรั้วโรงเรียน เราสามารถแบ่งนักเรียนออกได้เป็นหลายกลุ่ม โดยใช้เกณฑ์การแบ่งที่หลากหลาย แต่โดยส่วนใหญ่จะมีแค่สองประเภท ที่เหล่าอาจารย์ใช้จำแนก นั้นคือ เด็กดีหรือเด็กเรียน กับเด็กเกเร ไม่มีจุดกึ่งกลางระหว่างขาวกับดำ โดยส่วนใหญ่นักเรียนก็จะเป็นคนดีต่อหน้าผู้สอน แต่เมื่ออยู่กับเพื่อนฝูงแล้ว มันก็แล้วแต่สถานะการณ์อีกที

“มึงพอแล้ว เดี๋ยวครูจับได้ว่ามันโดนอัดมา” เสียงหนึ่งดังขึ้นเพื่อห้ามทัพ เมื่อจังหวะต่อยกระแทกของคนที่มีกำลังมากกว่าจู่โจมบนใบหน้าของอีกฝ่ายราวกับเกลียดกันมาแต่ชาติปางก่อน

“มึงยังโชคดีนะ” คนพูดปล่อยชายเสื้อของคนที่นอนนิ่งจนตัวกลิ้งไปกองกับพื้น “จำไว้ให้ดี ทีหลังอย่ามาหาเรื่องเพื่อนกูอีก ไปเว้ย” หัวโจกพาบรรดาสมุนเดินออกจากซอกตึกลับตาคน นักเรียนชายส่วนหนึ่งเดินนำหน้าและทะยอยออกไปเหลือไว้แค่คนที่ใช้กำลังเมื่อกี้ที่แวะเข้าห้องน้ำก่อน

เพี้ยะ!

   เสียงฝ่ามือกระทบนั้นดังไม่น้อย ความเจ็บชาแล่นทั่วหัว เขาสะบัดผมสลัดไล่ความมึนและหันมองคนที่ประเคนตบมาอย่างเกรี้ยวกราด

“ทำไม มองหน้าทำไมห๊ะ” เสียงนั้นข่มจนอีกฝ่ายหน้าเจื่อน ไม่เหลือท่าทางกร่างเหมือนตอนชกต่อยเมื่อก่อนหน้านี้แม้แต่น้อย

“ตบกูทำไมว้า” แทนที่จะเน้นเสียงว่า วะ แต่เขากลับลากเสียงยาวแทน ทำให้ประโยคนั้นดูอ่อนโยนมากกว่าก้าวร้าวแบบท่าทาง

“ไหนมึงรับปากกูแล้วไงว่าจะไม่มีเรื่องกับใครอีก อย่าลืมสิว่าเพิ่งเปิดเทอม แล้วพวกเราก็เพิ่งย้ายมาด้วย”

“ก็รู้”

“รู้แล้วทำไมยังทำอีก” น้ำเสียงนั้นถามคาดคั้นด้วยความเบื่อหน่าย สายตามองที่ชุดนักเรียน มีปักตรงหน้าอกว่าห้อง ๔/๗

“ถ้าปีหน้า เกรดมึงไม่ถึง ไม่ได้ย้ายไปห้องแปด กูจะไม่ใยดีมึงอีก”

“โธ่ อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปสิ นี่เพิ่งเปิดเทอมเอง”

“ไอ้ปุ้น”

“ครับผ๊ม” คนถูกเรียกขานรับทันที

“อย่า มา ก่อ เรื่อง ที่ นี่” น้ำเสียงนั้นจริงจังจนอีกฝ่ายหงอ “กูอุตส่าห์ติวมึงและลากมึงมาที่นี่ก็เพื่อหนีปัญหาที่มึงไปทะเลาะกับชาวบ้านที่โรงเรียนเก่านะ ไม่ใช่ให้มึงมาตั้งฐานทัพซ่องสุมกองกำลังกลุ่มคนรักความรุนแรงอีก แล้วกะอีแค่มองหน้ากันเฉยๆ มึงถึงกะต้องลากมารุมในมุมมืดเลยเรอะ”

คนชื่อข้าวปุ้นพยักหน้า

“อย่าทำอีก เข้าใจมั้ย” น้ำเสียงเฉียบขาดถามย้ำ

“เข้าใจ” ข้าวปุ้นตอบโดยไม่คิด มีแต่เพื่อนคนนี้แหละที่คอยดุด่าและคอยเคียงข้างเขามาแต่ไหนแต่ไร

“แล้วนี่ไปต่อยใครมาอีก” ร่างนั้นขยับมาจัดแจงเสื้อนักเรียนที่ยับย่น “มึงเป็นนักเรียนนะเว้ย ไม่ใช่นักเลง ถ้าวันนึงมึงเกิดโดนส่งเข้าซังเตมา กูก็ช่วยมึงไม่ได้นะ”

“เออ กูรู้แล้ว”

“รู้แล้วมึงก็ทำตามคำพูดมึงบ้างสิ” เจ้าของน้ำเสียงถลึงตา

“ไป ไปเรียนกัน เลิกบ่นเป็นลุงแก่ๆได้แล้ว” ข้าวปุ้นพลิกตัวเพื่อนและดันแผ่นหลังกว้างนั้นให้เดินนำหน้าออกจากห้องน้ำแคบ

ตุบ!

“เอ๊ย เราขอโทษนะ พอดีไม่ทันมอง” คนเดินนำที่สูงกว่าชนกระแทกไหล่ของอีกฝ่ายอย่างไม่ทันระวังเพราะโดนคนที่อยู่ด้านหลังดันตัวให้เดินมา แรงชนดังพอให้รู้สึกเจ็บ แต่คนถูกชนนั้นดูไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย อาจะเป็นเพราะส่วนที่กระแทกมาคือไหล่ แต่คนที่ไปชนกลับโดนอย่างจังที่หน้าอก

“ไม่เป็นไร” น้ำเสียงเย็นชานั้นตอบรับโดยไม่มองมาด้วยซ้ำ

“คนประหลาด พูดด้วยก็ไม่มองหน้า ไปเถอะมึง อยู่ตรงนี้เหม็นบุหรี่”

“ใครมาสูบแถวนี้วะ” ข้าวปุ้นส่งเสียงถาม พลางยื่นหน้าดมอากาศฟุดฟิด

“โน่นไง ยิ่งใหญ่ห้อง 8”

“ใคร” ข้าวปุ้นมองร่างสูงโปร่งหล่อเหลาอย่างไม่วางตา แต่เมื่อเทียบสัดส่วนกับเพื่อนสนิทที่อยู่ตรงหน้าแล้วนับว่าไล่เลี่ยกันไม่น้อย “ดังเหรอ”

“เออ ดังสิ เพิ่งย้ายมาที่นี่เหมือนกัน แต่สาวๆกรี๊ด”

“ไม่เห็นหล่อเลย สู้มึงก็ไม่ได้”

“เหอะ” น้ำเสียงตอบรับค่อนขอด “มึงเอาเวลาชมกูไปสงบสติอารมณ์และไม่ไปตะบันหน้าใครดีกว่านะ”

“โอย มึงนี่ จะบ่นให้ได้อะไรวะไอ้อึ่ง”

“อึ่งพ่อง กูชื่ออุ่น”

“ไออุ่นหรือเอ็นอุ่นล่ะคร้าบบบบ”

“ทะลึ่ง” ไออุ่นเพ่นกะบาลเพื่อนรักอีกครั้งก่อนจะเดินไปสมทบเหล่าสมุนของข้าวปุ้นที่ยืนออแซวนักเรียนหญิงที่บันไดใต้อาคาร
ร่างโปร่งที่เดินเข้าห้องน้ำเมื่อครู่ก้าวออกมาและเดินเลี่ยงไปที่ด้านหลังเพื่อมองหาความเงียบสงบ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น...

“นายมาทำอะไรตรงนี้” ยิ่งใหญ่ถาม “กินข้าวเสร็จแล้วเหรอ” อีกฝ่ายยังคงปิดปากนิ่ง ห้องน้ำของโรงเรียนมีอยู่สามสี่ที่ แต่มุมนี้เป็นจุดที่อาจารย์เดินมาตรวจน้อยที่สุด ยิ่งใหญ่ไม่รอคำตอบ เขาควักบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ

“ไปสูบที่อื่น”

“นายว่าไงนะ”ถึงแม้เสียงนั้นจะเบาบาง แต่เขาก็ได้ยินแล้ว แต่การถามย้ำ เพราะเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะต่อบทสนทนาอีกหรือเปล่า

ไม่มีการตอบกลับใดๆจากคนๆนั้น ก่อนที่เขาจะออกจากห้องน้ำไป ยิ่งใหญ่ดับบุหรี่ ใช้น้ำหอมพ่นตามตัว ก่อนตามออกไป
“เฮ้ กรฤต” อีกฝ่ายหยุดนิ่ง ตั้งแต่วันเปิดเทอมจนถึงตอนนี้ เขายังไม่รู้จักชื่อเล่นของอีกคนเลยจริงๆ

“นายตามฉันมาทำไม”

“เอ่อ คือ...” เด็กหนุ่มอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรีบตามออกมา

กรฤตหันกลับและเดินออกไป “อย่าเพิ่งไป” ยิ่งใหญ่คว้าแขน จังหวะนั้นเองเขาถึงได้รู้ว่าเพื่อนที่นั่งโต๊ะข้างๆไม่ใช่คนผอมบางขี้โรค แต่เป็นคนที่ทำงานหนักจนกล้ามเนื้ออัดแน่น

“นายมีอะไร”


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เหมือนจะ flashback เหรอ?

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

#S2 EP 3. การจู่โจมระลอกใหม่

กุมภาพันธ์ 2543

   พายุแห่งความไม่สบายใจพัดผ่านไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่สองหนุ่มที่กำลังนิ่งงันเนื่องจากไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาพูดต่อ ยิ่งใหญ่หลับตาอย่างเปี่ยมสุขผิดกับแต้มที่ไม่รู้จะต้องวางตัวและทำหน้าอย่างไรให้ดูปกติที่สุด แต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งดูเคอะเขิน คำพูดที่เปล่งออกไปก็เหมือนอาวุธที่หันมาทิ่มตัวเองจนอาการสาหัส ใบหูแดงผ่าวร้อนระอุราวกับมีใครจุดไฟเผา

“แต้ม”

“หืม”

“แต้มมมมมมมม”

“อะไร” เสียงตอบรับนั้นแผ่วเบา

“ขอบใจนะ”

“...” ยิ่งใหญ่มองและยิ้ม ก่อนจะฉุดร่างแต้มมากอดโดยไม่ร้องขอจนฝ่ายที่โดนกอดนั้นตกใจจนเกือบเป็นลม

“อย่าดิ้นสิ” ยิ่งใหญ่กระชับอ้อมกอด สูดดมกลิ่นกายของวัยรุ่นที่อยู่ใกล้ชิดอย่างมีความสุข

“ปล่อย” แต้มพยายามดิ้น และดันตัวออก ถึงแม้จะโดนกอดตอนกลางคืนมาเกือบปี แต่ก็ยังไม่ชินกับการถูกรัดเช่นนี้

“ขออยู่แบบนี้” ยิ่งใหญ่ซุกใบหน้าที่ไหล่ผอมนั้น “อีกแป๊บนะ” แต้มไม่ตอบ แต่ท่าทางขัดขืนเมื่อครู่สงบลงกว่าเดิมหลายระดับ ความร้อนของร่างกายทั้งสองคนปะทะกันในอากาศ แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นมากกว่า ยิ่งใหญ่กอดเพื่อนรักแนบแน่นราวกับจะเลือนหายไปหากคลายอ้อมแขนนี้ออก สองหนุ่มปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปอย่างเอื่อยเฉื่อย มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะและลมหายใจที่ราบเรียบและเปี่ยมล้นด้วยความยินดีเท่านั้นที่ดังแข่งกัน

“เรานึกว่า เราจะเสียนายไปแล้วเสียอีก” ยิ่งใหญ่พึมพำประโยคเดิมวนซ้ำไปมา แต้มอมยิ้มที่มุมปากอย่างเงียบเชียบ

“ปล่อยเถอะใหญ่ เราอึดอัด”

“อื้อ ไม่เอา”

“อย่างอแงน่า นายไม่ใช่เด็กสิบขวบแล้วนะ” แต้มดุ

“แต้ม”

“หือ”

“เป็นแฟนกันนะ” เหมือนมีเสียงกองดังรัวข้างหูจนหูดับ แต้มไม่ได้ยินประโยคใดอีกเลยหลังจากประโยคนี้ จากที่ไม่คาดคิดว่าเพื่อนสนิทจะบอกชอบนั่นทำให้ช็อกมากพอแล้ว แต่กลับมีเรื่องให้แทบสิ้นสติลงตรงนี้ เพราะคนที่กอดเขาอยู่จู่โจมในแบบที่คาดไม่ถึง

“นะ” ยิ่งใหญ่ส่งเสียงออดอ้อน “นะ นะ นะ” แต้มยังคงนิ่งงันเพราะยังปรับอารมณ์ตกใจของตัวเองไม่ได้

“นะ นะ นะ น้า”

แต้มยังคงไม่ส่งเสียงตอบรับใดๆ

   ***********************************************************************

มีนาคม 2543

   แดดที่ร้อนเปรี้ยงในยามบ่ายชวนให้อึดอัด ยิ่งใหญ่เป็นคนที่ไม่ชอบสภาพอากาศแบบนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยิ่งหงุดหงิด เหงื่อไคลไหลย้อยเปรอะเสื้อผ้าจนส่งกลิ่นอับชวนให้รำคาญใจ บ้านของแต้ม(ที่จริงเป็นบ้านของคุณย่าแต้มต่างหาก)ร้อนจัดเพราะมุงสังกะสี พวกเขาอยู่ในตัวบ้านก็เหมือนเป็นปลาที่กำลังถูกไอแดดย่างจนแทบไหม้ เตียงของพ่อต้องถูกย้ายลงมาอยู่ใต้ถุนบ้านแทนและต้องมีมุ้งขนาดใหญ่กางไว้ป้องกันยุง แม่ของแต้มก็ต้องย้ายตัวเองลงมานอนที่ใต้ถุนบ้านเพื่อนดูแลผู้เป็นสามีเช่นกัน ทำให้ตัวเรือนบ้านด้านบนร้างผู้คน เพราะแม้แต่คุณย่า ก็ยังขอให้ยิ่งใหญ่ช่วยยกทีวีลงมา

“ทำไมร้อนขนาดนี้นะ” ยิ่งใหญ่บ่นอุบ แม้แต่พัดลมที่เปิดสามตัวยังไม่มีไอเย็นให้สัมผัส

“ขี้บ่น” แต้มแซว

“ใจคอนายจะปล่อยให้พ่อกับแม่นอนตรงนี้ตลอดหน้าร้อนจริงๆเหรอ”

“แล้วนายจะให้ทำไงล่ะ”

“เราพอจะรู้จักช่างนะ ให้เขามาติดเพดานและติดแอร์ให้ดีมั้ย”

“ดีน่ะดี แต่จะเอาเงินจากไหนมาจ่าย”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ที่บ้านเรามีแอร์เก่าไม่ได้ใช้อยู่ตัวนึง”

“ที่บ้านนายมีแอร์ตอนไหน” แต้มซัก ยิ่งใหญ่ชะงัก เพราะลืมไปว่าแต้มเคยไปบ้านหลังนั้นมาแล้ว “นายจะมาตู่ว่าที่บ้านมีแอร์แล้วแอบเอาเงินเก็บไปซื้อไม่ได้นะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะแต้ม เราอยากให้พ่อ แม่และคุณย่าของนายไม่ลำบาก”

“เออ เรารู้ แต่ยิ่งนายทำแบบนั้นเรายิ่งรู้สึกไม่ดีนะ”

“ไม่ดียังไงล่ะ”

แต้มเม้มริมฝีปาก “เหอะน่า อย่าทำให้เรารู้สึกว่าต้องเป็นภาระของนายเลยนะ”

“ภาระบ้าอะไรกัน” ยิ่งใหญ่เสียงดังจนย่าหันมามอง

“คุยกันดีๆ อย่าทะเลาะกัน เด็กคู่นี้นี่น้า”

“คร้าบคุณย่า” ยิ่งใหญ่รับคำด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานก่อนหันมาปรับทัศนะคติคนข้างๆ “ภารงภาระอะไรกันห๊ะ ตั้งแต่ปิดเทอมมาเนี่ยเราก็มาขลุกที่นี่ทุกวันนะ นายก็รู้ว่าเราไม่ชอบความร้อน การที่เราจะติดแอร์ก็เพราะเราอยากให้เราสบาย ส่วนคุณย่า หรือพ่อแม่นายจะสบายไปด้วย มันก็คือผลพลอยได้ใช่ปะล่ะ”

“เอ่อ...”

“พอแล้ว ไม่ต้องเถียง แล้วก็ไม่ต้องไปล็อบบี้กับแม่มาขัดเราเลยนะ ไม่อย่างนั้นจะหาว่าหล่อไม่เตือน” ยิ่งใหญ่ยักคิ้ว ใบหน้ายียวนขั้นสูงสุด

หลังจากนั้นสามวัน ช่างก็ทำฝ้าและเพดานใหม่เสร็จ วันถัดมาแอร์สามตัวก็ถูกเอามาติดที่บ้านนี้โดยที่ไม่มีใครสามารถขัดได้

“แม่ล่ะไม่รู้จะพูดยังไงเลย ใหญ่ไม่น่าเสียเงินเยอะเลย” แต้มก็ได้แต่ทำหน้าเฉยเมย เพราะเคยห้ามแล้วแต่อีกคนไม่ยอมฟัง แอร์สามตัว ห้องแม่ ห้องเก็บของ(ที่แต้มกับยิ่งใหญ่นอน) และห้องนั่งเล่น (ตอนนี้ย่ายกทีวีมาตั้งที่เดิมแล้ว)

“โธ่แม่ครับ เสียเงินเยอะที่ไหน ผมเต็มใจนะครับ อีกอย่างถือว่าเป็นค่าเช่าบ้านที่ผมมาอาศัยอยู่ละกันนะครับ”

“ค่าเช่าอะไรกัน แต้มไปพักกับเราทั้งปียังไม่ต้องให้เงินสักบาท”

“แม่ครับ แม่อย่าคิดมากเลยนะครับ เอาเป็นว่าเป็นของขวัญรับลูกชายอีกคนละกัน อุ๊บ” แต้มใช้มือใหญ่ตะปบที่ปากเพื่อนรักโดยไว ตาเขียวแสดงความโมโหจนแม่ประหลาดใจกับท่าทีพิลึกของทั้งสองคน แต้มลากยิ่งใหญ่เข้ามาห้องนอนของตน(หรือของทั้งคู่) ก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“นาย อย่า ปาก โป้ง สิ โว้ย”

“หืม ปากโป้งอะไร” ยิ่งใหญ่ตีหน้าเซ่อ

“ก็ ก็...” แต้มพูดไม่ออก ได้แต่หงุดหงิดใจ นึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อเดือนก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้

.....เดือนที่แล้ว.....

“แต้ม”

“หือ”

“เป็นแฟนกันนะ” เหมือนมีเสียงกองดังรัวข้างหูจนหูดับ แต้มไม่ได้ยินประโยคใดอีกเลยหลังจากประโยคนี้ จากที่ไม่คาดคิดว่าเพื่อนสนิทจะบอกชอบนั่นทำให้ช็อกมากพอแล้ว แต่กลับมีเรื่องให้แทบสิ้นสติลงตรงนี้ เพราะคนที่กอดเขาอยู่จู่โจมในแบบที่คาดไม่ถึง

“นะ” ยิ่งใหญ่ส่งเสียงออดอ้อน “นะ นะ นะ” แต้มยังคงนิ่งงันเพราะยังปรับอารมณ์ตกใจของตัวเองไม่ได้

“นะ นะ นะ น้า” ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ลมหนาวพัดกรูมาทางประตูหลังห้องที่ปิดไม่สนิทก็ไม่อาจช่วยให้แต้มมีสติได้ดังเดิม มีแต่เสียงของยิ่งใหญ่ที่เพิ่งเอ่ยปากขอเป็นแฟนดังก้องกลบทุกสิ่งจนสิ้น

“แต้ม”

“แต้ม”

“แต้ม” นอกจากเสียงร้องที่ดังแล้ว แรงเขย่ายังมากพอที่จะทำให้เขาหลุดจากภวังค์มาได้

“อะ อะไรนะ” แต้มตะกุกตะกัก ยิ่งใหญ่ไม่ตอบแต่คลายอ้อมกอดนั้นออก สองหนุ่มต่างเผชิญหน้า แต่แต้มกลับก้มหน้างุด

“ใจคอนายจะไม่มองหน้าเราจริงดิ” ยิ่งใหญ่ทำน้ำเสียงล้อ จนแต้มค่อยๆเงยขึ้นมาสบสายตา ลมหายใจไม่เป็นจังหวะของเด็กหนุ่มชวนเคอะเขิน แต่ชวนมอง ยิ่งใหญ่สบสายตาคู่นั้นอย่างลึกซึ้ง ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเคลื่อนไปข้างหน้าราวกับมีแรงดึงดูด แต้มเหมือนถูกแรงโน้มถ่วงตรึงร่างเขาไว้อย่างนั้น สายตาจับจ้องใบหน้าที่เป็นที่หมายปองของผู้หญิงแทบทั้งโรงเรียนอย่างตื่นเต้น ใบหน้าที่คุ้นเคยเลื่อนมาใกล้ทีละคืบ เสียงลมหายใจหอบถี่ดังขึ้นกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวกว่ากลองสะบัดชัยเสียอีก แต้มพยายามหลับตา แต่เหมือนมีอะไรบ้างอย่างที่ค้ำมันไว้ให้ต้องจับต้องไปที่ดวงตาคู่สวยนั้น รอยยิ้มจากริมฝีปากที่ได้รูปเลื่อนชิดทีละน้อย จนกระทั่งกลีบฝีปากสัมผัสอย่างแผ่วเบาอยู่ที่ริมฝีปากของตน แต้มจึงรับรู้ได้ว่า แท้ที่จริงแล้วเขารู้สึกเช่นไร

   รอยจูบนั้นหวานหอม นุ่มนวลและแผ่วเบา ไม่มีการเร่งจังหวะให้รุนแรง มีเพียงลมหายใจแห่งความอิ่มเอมเท่านั้นเป็นพยานว่ารสชาติของมันหอมหวนชวนให้เคลิบเคลิ้มเพียงไหน แต้มปล่อยใจให้ระเริงไปกับรสชาติใหม่ที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อน ความคิดทุกอย่างเลือนหาย ในหัวขาวโพลนไปหมด รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันคล้ายกับว่ามีแมลงนับล้านตัวเต้นกระหึ่มในทรวงอก มันเด้งปะทุรุนแรงจนอกแทบระเบิดออกมา

   ยิ่งใหญ่เลื่อนวนริมฝีปากอย่างเชื่องช้า ตักตวงความสุขสมอย่างไม่รีบร้อน ร่างกายสั่นเทิ้มของแต้มเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างมีใจที่ตรงกัน รสจูบที่อ้อยอิ่งนั้นหอมหวานมากกว่าเดิมหลายสิบเท่านัก ลมหายใจหอบพร่าของความสุขทำงานอย่างแข็งขัน ยิ่งใหญ่ดูดเฟ้นบดเบียดริมฝีปากบางนั้นแผ่วเบาด้วยความรู้สึกที่หนักแน่น เนิ่นนานจนไม่อาจนับเวลาได้ รสชาติของมันก็ยังติดค้างอยู่แม้กระทั่งเวลาที่ทอดถอนกลีบปากออกมา ไออุ่นพวยพุ่งพร้อมกับน้ำหนืดไหลยืดตกเปรอะ

   ยิ่งใหญ่มองใบหน้านั้นอย่างอบอุ่นหัวใจ ความกังวลที่มีมาเลือนหายไปหมดสิ้น มีเพียงความสุขและพลังงานแห่งความรักเท่านั้นที่ลอยวนรายรอบ แต้มหลบสายตาด้วยความเขินอาย ถึงแม้จะเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ฝ่ายที่ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนย่อมรู้สึกแปลกที่แปลกทางอยู่ไม่น้อย ยิ่งใหญ่ยังคงใช้หน้าผากของตนประชิดกับของอีกฝ่าย ไม่อยากให้มีช่องว่างใดๆมาคั่นระหว่างพวกเขาสองคนได้อีก

“แต้ม เป็นแฟนกันนะ” ครั้งนี้เขามั่นใจว่าคนที่ถูกขอจะให้คำตอบได้ เพราะคำพูดที่เพิ่งเปล่งออกไปนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจที่ท่วมท้น ท่าทีที่หนักแน่นของยิ่งใหญ่ทำให้แต้มรับรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันคือความจริงจังและเขาต้องให้คำตอบ

“อื้อ”

   แต้มสะบัดผมไปมา ถึงแม้นจะเป็นทรงนักศึกษาวิชาทหารก็ตาม แต่นั่นก็ทำให้เขาไม่ต้องนึกถึงเรื่องที่น่าอายนั้นได้ จากวันนั้นถึงวันนี้ ยิ่งใหญ่กับตนได้เปลี่ยนสถานะจากคำว่าเพื่อนสนิท เป็นคำว่า แฟน

ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องเป็นความลับของทั้งคู่เท่านั้น....

   เมื่อยิ่งใหญ่พูดกับแม่เมื่อกี้ ก็ชวนให้แต้มตกใจและพาลคิดไปว่าแฟนของตนจะหลุดปากบอกเรื่องนี้ออกไป ถึงแม้ยิ่งใหญ่จะไม่ได้มีเจตนา หรืออาจจะไม่ทำเช่นนั้นก็ตาม แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะระแวง เพราะการบอกสถานะของพวกเขาออกไปย่อมมีเรื่องตามมาไม่จบสิ้น ไหนจะแม่ หรือสังคมที่รายรอบทั้งญาติๆ คนบ้านใกล้เรือนเคียงจะเอาเรื่องนี้ไปยำใหญ่อย่างสนุกปากเพียงใด แม่จะถูกคนมองและคิดในแง่ไหนกันที่เลี้ยงลูกชายคนเดียวให้โตมาแล้วมีแฟนเป็นผู้ชายด้วยกัน

...คิดแค่นี้ก็ปวดหัวจนแทบระเบิดแล้ว

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
 ก้าวหน้าแล้ว   :o8: :impress2:  :-[

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II


#S2 EP 4. กันไว้ดีกว่าแก้

               หลังจากติดแอร์ที่บ้านย่าได้เพียงหนึ่งอาทิตย์ ยิ่งใหญ่ก็ใช้เวลาที่เหลือช่วงปิดเทอมที่กรุงเทพกับคุณแม่ แถมยังรบเร้าชวนแฟนไปด้วย แต่แต้มยืนยันว่าจะอยู่ที่บ้านคอยช่วยแม่ดูแลพ่อดีกว่า และจะออกไปหาปูหาปลาตามประสา กิจวัตรประจำวันผ่านไปอย่างเรียบง่าย ดูแลพ่อ ออกไปหาปูปลา กลับมาก็ทำงานบ้าน ก่อนนอนก็คุยโทรศัพท์กับยิ่งใหญ่จนดึกดื่น วนเวียนไปจนล่วงเข้ากลางเดือนเมษายน

               งานสงกรานต์ผ่านไปอย่างเหงาหงอยเฉกเช่นทุกปี แต้มแค่รดน้ำดำหัวคุณย่า คุณตาคุณยาย พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ตามประเพณี ไม่ออกไปเล่นน้ำสางกรานต์ที่ไหนเพราะไม่อยากเสียเงินค่ารถไปกลับระหว่างบ้านกับที่เที่ยวต่างๆในเมือง อีกทั้งเขาก็รู้สึกว่าตัวเองแก่เกินไปที่จะไปตักน้ำใส่ถังและคอยสาดที่รถกระบะขนคนไปเที่ยวแล้ว ผิดกับผู้เป็นแม่ที่ออกตระเวณไปเที่ยวตามบ้านเพื่อนฝูง พากันเมามายวนไปตามบ้านแต่ละหลังตามจำนวนคนในกลุ่ม กว่าจะวนไปถึงหลังสุดท้ายก็ดึกดื่น กลับมาถึงบ้านก็เมาหลับทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ

               ช่วงเทศกาลเช่นนี้แม่ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้านใกล้เรือนเคียงเป็นสิ่งที่แต้มชอบใจ เพราะนั่นเป็นการผ่อนคลายความเครียดที่แม่สะสมมาตลอดทั้งปี ลูกชายอย่างเขาจึงเต็มใจเป็นอย่างยิ่งในการดูแลผู้เป็นพ่อที่นอนอยู่เช่นนี้ นอกเหนือไปกว่านั้น ผู้เป็นย่าดูเหมือนจะมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำเมื่อลูกหลานต่างทะยอยกันกลับบ้าน มาเยี่ยมเยือน พูดคุย รดน้ำดำหัวและขอพร ยกเว้น....

               ต้องตารู้สึกหน้ามืดแทบเป็นลมหลังจากที่เงยหน้าออกมาจากกองเอกสาร เศรษฐกิจที่ซบเซานั้นกลับสวนทางกับจำนวนแขกที่มาพักที่โรงแรมเป็นอย่างมาก จำนวนพนักงานที่ต้องเข้ากะ 12 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ทำให้ต้องตารู้สึกสงสารและคอยแวะเวียนมาช่วยงานอย่างสม่ำเสมอจนแทบไม่มีเวลาหายใจเลยทีเดียว

               ขวดน้ำหวานเย็บเฉียบแนบที่แก้มขวาทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก หันไปพบกับรอยยิ้มยียวนของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้งคนรักของเธอและเจ้าของโรงแรมนี้ก็ทำให้หมั่นไส้อย่างไม่มีสาเหตุ ยอดเยี่ยมดูมีน้ำมีนวลขึ้นเนื่องจากการมุงาน และการชวนกันไปตระเวณหาของอร่อยในยามดึกดื่น ต้องตายังโชคดีที่ระบบเผาผลาญยังดีอยู่ ถึงแม้อายุจะเข้าเลข 3 มาเกือบสามปีแล้วก็ตาม ยอดเยี่ยมมีพุงน้อยยื่นออกมาจากเสื้อเชิ้ต แต่กลับดูน่ามองมากกว่า เพราะไม่ว่าจะไปทางไหน ผู้หญิงต่างก็พากันส่งสายตามาให้จนต้องตาชินชาไปเสียแล้ว

“อะไรคะคุณยอด”

“ชาเขียวไง ผมเห็นคุณตาง่วนอยู่หน้าจอไม่ยอมลุกไปไหนกลัวจะเหนื่อย”

“โห นี่จะทุ่มแล้วเหรอ ตาทำงานเพลินจนลืมเวลาเลยนะเนี่ย”

“ใช่น่ะสิ” ยอดเยี่ยมเดินอ้อมมาด้านหลังแฟนสาว ก่อนฉุดลำตัวให้ลุกขึ้น “คุณตาทำงานเพลิน จนลืมแล้วแน่ๆเลยว่าคืนนี้คุณแม่ผมชวนไปทานข้าวที่บ้าน เพื่อเลี้ยงส่งไอ้เจ้าใหญ่กลับเชียงราย”

“ว้าย ตายจริง ตาลืมสนิทเลย ขอโทษนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไปตอนนี้ยังทัน” ต้องตาปิดคอมพิวเตอร์โดยมีแฟนหนุ่มที่กำลังมีน้ำมีนวลคว้ากระเป๋าสะพายของเธอไปถือ ทั้งคู่เปิดตัวว่าเป็นแฟนกันมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีกระแสทั้งดีและไม่ดี ต้องตาจึงต้องทุ่มเทเวลาเพื่อทำงานให้ออกมาให้ดีที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองอยู่ตรงนี้ได้เพราะความสามารถ ไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของแฟนหนุ่มเพียงอย่างเดียว

               ***********************************************************************

               ยิ่งใหญ่ไม่ได้กลับเชียงรายในทันที เพราะมีเรื่องที่ต้องจัดการก่อนกลับที่เชียงใหม่ หลังจากที่เอาของไปเก็บที่บ้านพักของผู้เป็นพ่อแล้วก็ขี่มอเตอร์ไซค์คันเก่าที่เคยพาแต้มไปลัดเลาะเที่ยวกลางคืนของเมืองเชียงใหม่ เด็กหนุ่มยิ้มไปพลางบิดคันเร่งไปโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีคนเห็นว่าเขามาที่นี่

               ร้านอาหารโบ๊ตหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ผ่านไปมาเพื่อคลายหิวในยามเที่ยงเช่นนี้ ยิ่งใหญ่เลิกที่นั่งด้านนอกเพราะอากาศมันร้อนอบอ้าว หวังว่าจะมีลมพัดมาให้หายใจโล่งขึ้น แต่เหมือนเขาคิดผิด เนื่องจากมีแต่ไอร้อนเท่านั้นที่มาปะทะ นั่งได้ไม่นาน ร่างสูงโปร่งในชุดลำลองก็เดินเข้ามา พร้อมกับเด็กผู้หญิงในชุดเดรสสีชมพูน่ารักน่าชัง

“พี่ใหญ่” เด็กหญิงรีบวิ่งมากอดอย่างดีใจ

“โหย ขอพี่ใหญ่ดูหน่อยซิ ไม่เจอกันตั้งนาน โตเป็นสาวแล้วนะเรา”

“พี่ใหญ่ใจร้าย ไม่มาหาน้องชัญญ่าบ้างเลย” เด็กหญิงทำหน้างอนแก้มป่อง สองหนุ่มได้แต่ขำ หลังอาหารเที่ยงผ่านพ้นไป เด็กหญิงก็ง่วนกับการตักไอศกรีมเข้าปาก

“ขอบใจนะที่มา” ยิ่งใหญ่ออกปาก

“ขอบจงขอบใจอะไรกัน ทำเป็นคนอื่นไกลไปได้” ท่าทางผ่อนคลายของคนตอบทำให้ยิ่งใหญ่หายเกร็ง

“นายรู้เหตุผลที่เรานัดเจอแล้วใช่มั้ย”

“เบลสินะ” ชัชชน หรือ ชัด เพื่อนเก่าของยิ่งใหญ่ตอบ เด็กหนุ่มคนนี้รูปร่างสูงโปร่งตามประสาวัยรุ่นทั่วไปที่ระบบการเผาผลาญของร่างกายยังดีอยู่ ใบหน้าคมคายผิดแผกจากขนบคนเหนือ คงเพราะพื้นเพเดิมไม่ใช่คนเชียงใหม่ แต่ความคบเข้มก็กลายเป็นจุดเด่นโดยปริยาย นอกจากนิสัยที่เคร่งขรึมแล้ว การเป็นนักกีฬาโรงเรียนก็ยิ่งทำให้ชัชชนนั้นเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆอยู่ไม่น้อย

“ใช่” เขาตอบพลางถอนหายใจ “เบลตามไปที่โรงเรียนน่ะ”

“ไม่น่าแปลกใจเลย” ชายหนุ่มประสานนิ้วมื้อพร้อมบิดเสียงดังกร๊อบ!

“เราเลยมาหานาย อยากให้นายช่วย...”

“นายคิดว่าจะได้ผลเหรอ” ชัดพูดอย่างเหนื่อยหน่าย “กว่าเราจะสลัดเบลหลุดไปได้ เราก็เสียนายไปเรียนที่อื่นแล้วนะ”

“เรื่องนั้นช่างมันเหอะ เราก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเบลจะทำขนาดนั้น” ยิ่งใหญ่นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ พวกเขาสองคนต่างสนิทกันมาก่อน แต่เมื่อเบลเข้ามาและจีบชัชชนจนกลายเป็นแฟนกันก็พยายามยุแยงให้ทั้งคู่แตกคอกัน ผู้หญิงคนนั้นทำได้มากกว่าแค่คำพูด หนักที่สุดคือการมอมเหล้าชัชชนและยิ่งใหญ่เพื่อสร้างเรื่องว่าทั้งคู่เป็นคู่ขากัน เรื่องนี้ทำให้ชัชชนลงมือกับยิ่งใหญ่เพราะคิดว่าเพื่อนรักเป็นคนทำ จนสองหนุ่มแตกคอกัน สุดท้ายยิ่งใหญ่ย้ายไปเรียนที่อื่น เบลมาขอเลิกพร้อมทั้งเล่าความจริงให้ฟัง

“แต่เราก็ไม่ควรจะต่อยนาย” ชัดสำนึกผิด

“ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว” ยิ่งใหญ่สบตาใบหน้าหล่อคมนั้น ผิวสีแทนผิดแผกจากคนเหนือ คงเพราะชัดเป็นคนทางใต้ แต่ย้ายมาอยู่ที่นี่เนื่องจากพ่อเป็นข้าราชการ พวกเขารู้จักกันตอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนจะมาแตกคอกันในอีก 3 ปีต่อมา

“แล้วนายจะทำยังไง กับ...”

“เราอยากขอให้นายช่วย เราไม่คิดว่าเบลจะหยุดแค่นี้”

“ยังไง” ชัดแสดงความสนใจขึ้นมาแล้ว

“เบลเป็นคนยึดติด คงเพราะขาดความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็ก เลยทำให้กลายเป็นคนแบบนี้ การที่เบลหาเราจนเจอ ก็หมายความว่ายังติดตามเรื่องเราอยู่ตลอด ผู้หญิงคนนี้ไม่หยุดแค่ไปเจอหรอก เพราะตอนวาเลนไทน์ เราเจอเบลที่หน้าโรงเรียน เอาของขวัญมาให้เรา” และให้แฟนเรา เหมือนที่เคยทำกับนายมาก่อนไง ... ยิ่งใหญ่ไม่พูดต่อให้จบตามที่ใจคิด

“เราคิดว่าเบลต้องมีแผน และแน่นอนว่าเบลจะต้องขอย้ายไปเรียนที่เดียวกับเราแน่ๆ”

“นายมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“อืม”

“แล้วนายจะให้เราช่วยยังไง”

“คือ...เราแค่อยากขอให้นายช่วยพูดกับพ่อนาย ไม่ให้...”

“ไม่ให้อะไรเหรอ” สองหนุ่มสะดุ้งเฮือกกับน้ำเสียงเย็นเฉียบนั้น

“เบล มาได้ไงน่ะ” ยิ่งใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนไม่หวั่นเพื่อกลบเกลื่อนความตกใจ

“สำคัญด้วยเหรอ” เด็กสาวตอบ ท่าทางไม่สบอารมณ์ “ดีนะ ไม่เจอกันตั้งนาน มาเชียงใหม่แต่ไม่ยอมแวะไปหาเรา”

“เธอจะให้เราไปหาทำไม มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องไป” ยิ่งใหญ่กวน

“อย่างน้อย เธอก็ควรมาหาบ้าง นายเป็นของเรานะ”

“พอเถอะเบล เราเป็นคนนะ มีลมหายใจไม่ใช่ของเล่น และเราก็ไม่ได้เป็นของเธอด้วย”

“พี่ชัด หนูกลัว” เด็กหญิงวางช้อนและโผไปกอดพี่ชาย ตอนนี้คนในร้านเริ่มซาลงแล้ว อีกทั้งบทสนทนาก็ไม่ส่งเสียงดังจึงไม่มีใครสนใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่นี่แล้ว” ชัชชนอุ้มน้องสาวที่กำลังหน้าหงอยไว้ “อย่ามาทำตัวเป็นคนบ้าแถวนี้นะเบล นี่ไม่ใช่บ้าน”

“แล้วไง” หญิงสาวตอกกลับแบบไม่แยแส “นายคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาสั่งชั้น แล้วอีกอย่าง ใครกันแน่ที่บ้า” แววตาอาฆาตพิจารณาชายหนุ่มที่กำลังอุ้มเด็กหญิงอย่างรังเกียจปิดไม่มิด “พวกนายจะรวมหัวกันทำอะไร”

“เปล่า”

“อย่าโกหก ชั้นได้ยิน” น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนจนน่ากลัว ไม่หลงเหลือความสวยใสไว้แล้ว

“ได้” ยิ่งใหญ่ลุกขึ้น ความสูงของเขากลบรัศมีของหญิงสาวจนมิด “เราคิดกันว่าจะทำยังไงให้เธอเลิกยุ่งกับเรา”

“เหอะ” เบลกอดอก “เลิกยุ่ง เราไปยุ่งอะไรตอนไหน”

“เธอรู้ดีแก่ใจนะเบล” ยิ่งใหญ่ตอบ ชัดกดมือถือส่งข้อความออกไปที่เบอร์ที่คุ้นเคย

“นายทำอะไร” เบลจับสังเกตได้ จึงเกิดการแย่งมือถือกันอุตลุต ชัชชนตัวเซเพราะโดนกระชาก ทำให้ทรงตัวไม่อยู่ ร่างของเด็กหญิงร่วงกับพื้นส่งเสียงร้องไห้ด้วยความตกใจมากกว่าจะเจ็บ เพราะผู้เป็นพี่ยังนั่งอยู่ ทำให้ระยะที่ตกลงไปแค่ไม่มาก

“เบล พอได้แล้ว” ชัชชนสะบัดจนหลุดจากแรงตะกุย หันไปอุ้มน้องสาวที่กำลังร้องไห้เพื่อจะเดินออกจากร้าน พนักงานมายืนอยู่โดยรอบเพื่อสังเกตการณ์แล้ว ยิ่งใหญ่ลากแขนฝ่ายหญิงมาให้ออกห่างจากคนคู่นั้น ชัชชนมีใบหน้าโกรธจัด คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะตามมาถึงที่นี่

“ปล่อย เราเจ็บ” เบลขัดขืนพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากอุ้งมือใหญ่ที่บีบไว้สุดแรงเกิด

“นายพาชัญญ่ากลับไปก่อนเถอะชัด ไว้ค่อยคุยกันใหม่” ชัชชนพยักหน้ารับคำ ก่อนอุ้มน้องสาวเดินออกไปด้านนอก จังหวะนั้นเองที่เบลดิ้นหลุดและคว้าถ้วยไอศกรีมซันเดย์ที่เด็กหญิงเพิ่งกินเมื่อครู่มา

“เห้ย ชัด ระวัง” ชัชชนหันมาตามเสียงเตือน ถ้วยแก้วลอยละลิ่วทางกลางเสียงอื้ออึงอย่างตกใจของพนักงานในร้าน ยิ่งใหญ่นึกเจ็บใจที่ตัวเองส่งเสียงเรียก เพราะการที่ชัชชนหันมา ก็เท่ากับว่าน้องสาวที่อยู่ในอ้อมกอดก็ต้องหันมาด้วย

และแก้วใบนั้นก็กระแทกที่ขมับของเด็กหญิงอย่างแรง....

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

อีเบล   อีโรคจิต   อีนางมารร้าย

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
Re: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II
«ตอบ #14 เมื่อ11-11-2019 13:02:42 »

:pig4: :pig4: :pig4:

มาแล้ว ซีซัั่นสอง 


ยัยเบลนี่โรคจิตแน่ ๆ

 :pig2: :pig2: :pig2:


สวัสดีครับ มาคนแรกเลยนะครับ
ฝากซีซั่นใหม่นี้ด้วยนะครับ และหวังว่าจะเป็นที่ถูกใจนะครับ  :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
Re: จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II
«ตอบ #15 เมื่อ11-11-2019 13:03:24 »

รอ.....แล้วไรท์ ก็มา   :katai2-1:
ใหญ่  แต้ม   :กอด1: :กอด1: :กอด1:
      :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:


แหะๆๆๆ มาแล้ว ... มาช้า แต่มานะ
 :hao7: :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:
 :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
:pig4: :pig4: :pig4:

เหมือนจะ flashback เหรอ?


มีสลับๆกันน่ะครับ เพราะว่าภาค 1 ไม่ได้เอ่ยถึงตัวละครที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง
ภาคนี้เลยต้องเอามาปูที่มาที่ไปด้วย  :-[ :-[ :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
ก้าวหน้าแล้ว   :o8: :impress2:  :-[


เขินเลยไหมล่ะ อิอิอิ
ถูกใจก็ฝากแชร์และบอกต่อด้วยนะครับ
 :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
จิต จิดมากนังเบล  :angry2: :fire:
ทำร้ายคนแบบไม่กลัวเกรง   o22
น่าจะมีคนมือลื่น แก้วหลุดมือใส่หัวนางบ้าง เหอะๆ   :z6:

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

#S2 EP 5. วันวุ่นวาย

เมษายน 2542 ก่อนเปิดเทอม

               เชียงของ อำเภอที่อยู่เกือบจะเหนือสุดของประเทศ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวจังหวัด มีผู้คนเดินทางมาไม่ขาดสาย ถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูร้อนที่แม่น้ำโขงลดระดับจนเห็นแต่ผืนทรายก็ตาม นักท่องเที่ยวก็ยังคงติดใจเสน่ห์ของเมืองเล็กที่ไม่เล็กนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

“อุ่นเอ๊ย ไปดูห้อง 202 ทีซิ คุณเค้าบอกว่าไฟมันติดๆดับๆ”

“ครับป๊า” เด็กชายรูปร่างสูงใหญ่วัย 15 ย่างเข้า 16 ปีวางหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ล่าสุดที่เพิ่งซื้อมาก่อนจะไปคว้าอุปกรณ์ช่างหลังบ้าน “หลอดไฟสำรองไปไหนหมดอะป๊า”

“อยู่ในตู้เก็บของไง”

“เนี่ยผมหาไม่เจอ”

“ก็ครั้งก่อนข้าวปุ้นเป็นคนเก็บนะ ป๊าจำได้” ไออุ่นวางของลงกับพื้น เดินเกาหัวอย่างหงุดหงิดไปที่ห้องนอน สภาพเพื่อนรักนอนกลางวันโดยใส่แค่กางเกงในตัวเดียวนั้นดูชินตา เขาใช้เท้าเขี่ยที่ขาจนอีกคนสะดุ้งตื่น

“มึงมีไร กูจะนอน” ข้าวปุ้นส่งเสียงงัวเงียถามด้วยความหงุดหงิดที่ถูกสะกิด

“อย่าเพิ่งนอน ป๊าบอกว่ามึงเป็นคนเก็บหลอดไฟสำรอง”

“อื้อ กูเก็บเอง ในตู้ไง”

“กูหาแล้ว ไม่เจอไง เลยมาหามึงเนี่ย”

“โอ่ย อะไรของมึงเนี่ย ตาก็โต แต่ดันหาอะไรไม่เคยเจอสักอย่าง” ข้าวปุ้นผุดนั่งอย่างขัดใจ ผมที่ยาวฟูฟ่องไม่เป็นทรงจนน่าตลก

“เห้ย มึงจะไปไหน” ไออุ่นถามเมื่อเห็นคนที่นอนอยู่เมื่อครู่กำลังเดินออกไป

“ก็ไปหาของให้มึงไง”

“มึงจะไปทั้งสภาพอย่างนี้เนี่ยนะ” ข้าวปุ้นมองสภาพตัวเองพร้อมทำหน้าเจื่อน สองมือรีบกุมเป้าเพราะอะไรที่มันเคยนอนหลับกลับตื่นตัวจนนำโด่งภายใต้กางเกงในตัวจิ๋ว “มึงไม่อาย จะโทงเทงเดินไปมา ก็เกรงใจลูกค้าที่มาพักบ้าง ใส่กางเกงก่อนไป๊”

               บ้านของไออุ่นอยู่ติดกับแม่น้ำโขง ถึงแม้ในยามน้ำหลากจะต้องเจอกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ช่วงฤดูหนาวจนปลายฤดูร้อนคือช่วงที่ดีที่สุด เพราะพ่อกับแม่มีหัวการค้า ลงทุนเปิดเป็นบ้านพักโฮมสเตย์ขนาดย่อมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีงบจำกัด เริ่มแรกนั้นก็ไม่ค่อยมีใครมา แต่เวลาผ่านไป ด้วยบรรยากาศและการบริการที่เป็นกันเอง ทำให้ไออุ่นโฮมสเตย์มีคนเข้ามาพักไม่ขาดสาย พวกเขาทำกันมาหลายปี พอแม่เสียไปเมื่อปีก่อน ไออุ่นจึงต้องมาช่วยดูแลในยามว่าง พี่สาวคนโตก็ออกเรือนไปอยู่อีกที่หนึ่งแล้ว พี่ชายคนกลางก็ไปเรียนต่อ เด็กหนุ่มจึงต้องเป็นแรงงานสำคัญคอยช่วยเหลือเนื่องจากสงสารผู้เป็นพ่อที่ไม่เคยจะหยุดพักตามประสาคนจีน ถึงแม้จะมีลูกจ้างประจำอยู่ แต่แกก็ยังไม่ไว้ใจ ปล่อยให้ทำงานกันเอง

“นี่ไอ้ปุ้น ใจคอมึงจะไม่กลับบ้านรึไง”

“ไม่อยากกลับ กลับไปกูก็โดนพ่อด่า นี่ยังดีนะที่แกลุกไม่ได้ ไม่งั้นกูคงโดนมากกว่าด่าเหมือนแต่ก่อน” ไออุ่นมองหน้าเพื่อน พวกเขาเจอกันสมัยเรียนอนุบาลหรือไม่ก็นานกว่านั้น ข้าวปุ้นเป็นลูกติดของแม่คนลาวจากห้วยไซที่มาแต่งกับหนุ่มขี้เมาคนไทยเพราะหวังจะให้ลูกได้สัญชาติ แม่ของข้าวปุ้นไม่มีการศึกษา ตอนที่ข้ามแดนมาข้าวปุ้นยังแบเบาะ สายสะดือยังไม่หลุดเลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่แม่เคยไปมาหาสู่กับคนละแวกนี้ ผู้ใหญ่ที่บ้านจึงฝากฝังให้มาแต่งงานกับคนงานก่อสร้างที่กำลังกลัดมันและอยากได้คนมาคอยช่วยหุงหาอาหาร แม่อยู่ในฐานะคนที่ลักลอบเข้ามา จึงไม่มีปากมีเสียง ไม่ว่าพ่อจะทำอะไรก็ไม่เคยขัด แม้ยามที่ข้าวปุ้นจะถูกทุบตี แม่ก็ห้ามไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าร้องไห้และยอมผู้เป็นสามีทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้ใบเกิด(สูติบัตร)ในเมืองไทย โดยเรื่องนี้ผู้เป็นลูกชายไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย

“มึงยังไม่หายโกรธพ่อมึงอีกเหรอวะ”

“แล้วมึงจะให้กูรู้สึกยังไงวะ ที่ผ่านมาพ่อด่ากู ทุบตียังกะไม่ใช่ลูก” ข้าวปุ้นพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น “ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ กูไม่ทนอยู่บ้านนั้นหรอก”

“แต่ตอนนี้เขากำลังไม่สบายนะ”

“กูรู้” ข้าวปุ้นตอบ “ซ่อมไฟก่อน อย่าพูดเยอะ” เขาเฉไฉไปเรื่องอื่นเพราะไม่อยากคิดถึงเรื่องที่บ้าน พ่อนอนป่วยจากอาการตับแข็งก่อน แต่ตอนนั้นยังร่าเริงและไม่เลิกเหล้า เพราะคิดว่าไม่หนักหนา แต่ต่อมาก็ตรวจพบมะเร็งตับระยะที่สาม วันที่รู้ข่าวพ่อถึงขั้นล้มและไม่ลุกขึ้นมาอีกเลยเพราะหมดกำลังใจ ได้แต่นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่อย่างนั้น ที่ผ่านมา พ่อก็หาเงินได้เยอะ เพราะขยับขยายจากการเป็นคนงานก่อสร้างมาทำงานรับเหมา เงินเก็บพอมีอยู่บ้าง ให้แม่กับน้องอยู่ได้ ส่วนเรื่องรักษามะเร็ง พ่อก็ดื้อไม่ยอมไปพักที่โรงพยาบาล ได้แต่นอนหายใจโรยรินอยู่อย่างนั้น

“กูรู้นะ ว่ามึงไม่อยากพูดเรื่องพ่อ แต่กูก็ไม่อยากให้มึงได้ชื่อว่าลูกทรพีนะ” ไออุ่นเก็บเครื่องมือหลังจากซ่อมไฟเสร็จ มีสายไฟขาดเพราะถูกหนูหรือแมลงแทะอยู่ทำให้ต้องรื้อและต่อใหม่ เด็กหนุ่มทำอย่างคล่องแคล่วเพราะโตมากับที่นี่ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องจ้างช่างมาคอยดูแล หลอดไฟที่เอามาจึงไม่จำเป็นต้องใช้ “ถึงแม้พ่อมึงจะทุบจะตีมึง แต่เขาก็เป็นพ่อนะ” ไออุ่นนึกถึงเรื่องในตอนเด็ก รอยช้ำตามตัวของข้าวปุ้นทำให้ป๊ากับม้าสงสารคอยให้ข้าวและดูแล ยอมให้เล่นกับลูกชายคนสุดท้องอยู่เสมอ

“เออ” ข้าวปุ้นรับคำ ถึงแม้มันจะยากเหลือเกินก็ตาม “เดี๋ยวกูไปดูเค้าก็ได้” ไออุ่นยิ้ม มองแผ่นหลังที่เปือนฝุ่นนั้นอย่างอารมณ์ดี

                  ***********************************************************************

ปลายเดือนเมษายน 2543

   โรงพยาบาลสวนดอกยังเต็มไปด้วยผู้คนที่มารอคิวรับการรักษา ชัชชนกับยิ่งใหญ่นั่งรอด้านนอกห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉินอย่างร้อนรนไม่มีใครสนใจเลือดสีแดงคล้ำเปรอะติดเสื้อผ้าที่กำลังแห้งเกาะกรังจนอาจซักไม่ออก

“ชัญญ่าจะต้องปลอดภัยนะชัด” ยิ่งใหญ่บีบไหล่เพื่อนเพื่อให้กำลังใจ แรงปะทะของถ้วยแก้วดูเหมือนไม่รุนแรง แต่ก็ทำให้เลือดไหลไม่หยุดและเด็กหญิงหมดสติไป ชัชชนไม่ตอบ นั่งสั่นขาไม่หยุด สองมือคอยเกาะกุมใบหน้า ตัวสั่นเทาอย่างร้อนรน

เสียงโทรศัพท์ของชัชชนดังขึ้น เจ้าตัวกดรับสายและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

“มีอะไรเหรอ” ยิ่งใหญ่ถามหลังจากบทสนทนาจบลง

“แม่ของเบลน่ะ” ชัชชนยังมีสีหน้าไม่สดใส “บอกว่าจะออกค่ารักษาให้ทั้งหมด”

“แล้วตอนนี้คุณป้าไปไหน ทำไมไม่มาที่นี่ล่ะ” ยิ่งใหญ่ถามด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว

ชัชชนหันมาสบตาเพื่อนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มาที่นี่ “สวนปรุง”

“นายหมายความว่ายังไง”

“นายคงไม่รู้ว่าเบลเคยไปอยู่ที่นั่น หลังนายย้ายไปอาการก็แย่ลง แม่ของเบลเลยพาไปรักษา พออาการดีก็ออกมา แต่ครั้งนี้ก็ก่อเรื่องอีก คุณป้าเลยพากลับไปอีกครั้ง” ชัชชนเล่าความหลังด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

“ช่างมันเถอะ” ยิ่งใหญ่แอบถอนหายใจ ถึงแม้ในใจจะภาวนาว่าอย่าให้เบลได้ออกมาอีกก็ตาม แต่เขาก็มีสติมากพอที่จะไม่เอ่ยมันออกมา “แล้วพ่อแม่นายไปไหน”

“พ่อไปประชุมที่โรงเรียนแต่คงกำลังออกมาแหละ แม่กำลังนั่งรถแดงมา”

“ชัญญ่าจะต้องไม่เป็นไร” สิ้นคำปลอบใจ ชัชชนหน้าแดงกล่ำ น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลรินออกมาในที่สุด ยิ่งใหญ่นั่งนิ่งมองเพื่อนด้วยความสงสาร หากเป็นเมื่อก่อน เขาจะต้องกอดร่างนี้เพื่อลูบหลังปลอบใจ แต่ตอนนี้ความรู้สึกที่เคยมีให้มันหมดไปแล้ว คนที่เขาคิดถึงไม่ใช่ผู้ชายคนนี้อีกต่อไป

“เรามันแย่ แค่นี้ก็ดูแลน้องตัวเองไม่ได้” ชัชชนตัวสั่น เสียงสะอื้นดังอย่างน่าสงสาร ร่างใหญ่ทรุดลงจนส่วนหัวแนบกับไหล่ของคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง ยิ่งใหญ่ได้แต่อยู่เฉย ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรในสถานะการณ์เช่นนี้ ก่อนที่จะยกมืออีกข้างมาแตะไหล่เพื่อนอย่างแผ่วเบาแทนการปลอบใจ

หากใครได้เห็นภาพนี้ คงต้องคิดแหละว่าทั้งคู่น่าจะเป็นอะไรที่มากกว่าคำว่าเพื่อน....

                  ***********************************************************************

ต้นเดือนพฤษภาคม 2543

   กว่ายิ่งใหญ่จะกลับเชียงรายก็เหลืออีกอาทิตย์เดียวก่อนเปิดเทอมเสียแล้ว น้องสาวของชัดไม่ได้บาดเจ็บสาหัส มีแค่รอยแตกจากการกระแทก หลังจากทำการสแกนสมองก็ไม่พบอะไรผิดปกติ ที่หมดสติไปคงเป็นเพราะความตกใจมากกว่า ยิ่งใหญ่เห็นเลือดที่ไหลอาบในตอนนั้นแล้วแทบเป็นลม อาการกลัวเลือดของเขากลับมาเป็นอีกครั้ง และมันก็เริ่มกลับมารบกวนเวลานอนของเขาอีกแล้วหลังจากที่ไม่ได้ฝันร้ายแบบเดิมอีกหลังจากที่มีแต้มนอนอยู่ข้างๆ

“ฮัลโหล ถึงละนะ” เขากดโทรออกทันทีที่วางสัมภาระไว้ที่ห้อง กลิ่นเหม็นอับโชยกระทบจมูกเพราะไม่มีคนมาดูแลเกือบตลอดระยะเวลาปิดเทอม

“จะมาบ้านไหม” ปลายสายถามสั้นและกระชับตามนิสัย

“อยากให้ไปมั้ยล่ะ” อีกฝ่ายกวนกลับ

“อยากมาก็มา ไม่อยากก็ไม่ต้องมา”

“โหย ใจร้ายว่ะ นายไม่คิดถึงเรารึไง” ยิ่งใหญ่ยิ้มกว้างที่ได้ยินน้ำเสียงของใครคนนั้น

“หึ พูดบ้าอะไรเนี่ย แค่นี้นะ จะมามั้ย” แต้มหงุดหงิด

“ถามแบบนี้คืออยากให้ไปหาใช่มั้ย” นิสัยชอบกวนใจยังแก้ไม่หายสำหรับยิ่งใหญ่ และยิ่งชอบใจมากขึ้นเมื่ออีกฝ่ายจะของขึ้น

“ไม่ได้อยาก แต่แม่ถามหา” แม่ไม่ได้ถามหานะลูก เสียงตะโกนเล็ดลอดเข้ามาในสาย แต้มต้องถลึงตาใส่แม่เป็นการใหญ่

“ฮ่าๆๆๆ นายก็รู้ว่านายโกหกไม่เก่ง ยังจะทำอีก”

“เออ”

“เอออะไร”

“ก็เออไง ถามอะไรไปล่ะ” แต้มกรอกเสียงเข้มใส่

“ถามอะไรน้า” ยิ่งใหญ่ยียวน

“งั้นไม่ต้องมา” กวนประสาท แต้มกดวางสาย ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด

“อากาศร้อนเนาะแม่เนาะ” เด็กหนุ่มเดินยิ้มขึ้นไปบนบ้าน ก่อนจะเริ่มลงมือจัดห้องรอใครบางคน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

#S2 EP 6. ธุระของยอดเยี่ยม



ต้นเดือนมิถุนายน 2542

               ต้องตาต้องรออยู่ที่ห้องประชุมของโรงแรมเพื่อทำการสรุปรายงานการประชุมแรกที่เธอมารับตำแหน่งใหม่ เชียงรายเป็นบ้านเกิดของหญิงสาวที่มีเรื่องราวมากมายทั้งดีและร้ายให้ระลึกถึง หากไม่ติดงานต้องตาคงจะขอกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้านแล้ว แต่ด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ จึงต้องเคลียร์งานให้เสร็จก่อนที่เจ้านายจะกลับมา

               หญิงสาวค่อนข้างประหลาดใจเมื่อได้เห็นผู้หญิงวัยกลางคนที่มีความสง่างาม ผิดแผกกับคนในวัยเดียวกันลิบลับมาเชียงรายในครั้งนี้ด้วย คุณยอดเยี่ยมแนะนำให้รู้จักว่าคือมารดาของตน ต้องตาแอบพินิจในใจว่าผู้หญิงคนนี้ช่างมีเสน่ห์และน่าเกรงขามเหลือเกิน หากเปรียบเทียบให้ชัดที่สุด มารดาของคุณยอดเยี่ยมอายุคงไล่เลี่ยกับแม่เติมของเธอ แต่หากผิวพรรณของแม่ไม่ได้เต่งตึงและสดใสเช่นนี้ คุณมลฤดีมีราศีของคนมีอันจะกินและไม่เคยลำบาก การแต่งการด้วยเสื้อผ้าราคาแพงช่วยส่งให้ดูน่ามอง

               สองแม่ลูกออกไปทำธุระตั้งแต่เช้า การประชุมที่แสนรวบรัดทำให้ต้องตาประหลาดใจไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ในเมื่อพวกเขาเป็นเจ้านาย สิ่งที่ควรทำคือ ทำตามที่ถูกร้องขอให้ดีที่สุด

   บนรถตู้สีดำคันใหญ่ ภายในตกแต่งอย่างหรูหรา แอร์เย็นฉ่ำชวนให้หนาวจับใจเปิดคลอเสียงเพลง ยอดเยี่ยมมองวิวตามสองข้างทาง ระยะทางจากตัวอำเภอเมืองไปจุดหมายนั้นมากกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตร ทิวทัศน์ของถนนหมายเลข 1174 ที่รถเพิ่งตัดมาจากหมายเลข 1152 ที่อำเภอพญาเม็งรายนั้นชุ่มฉ่ำ สายฝนตกมาเป็นระยะ ท้องทุ่งนาสองข้างทางยังว่างเปล่า มีชาวนาลงแปลงเพื่อไถหว่าน บ้างก็มีต้นข้าวที่เพิ่งผุดออกมาสีเขียวอ่อนชวนให้สบายตา อีกหนึ่งชั่วโมงพวกเขาคงถึงจุดหมาย ชายหนุ่มมองผู้เป็นแม่ที่หลับสนิทก่อนจะปิดเปลือกตาของตนลงเช่นกัน

               ในฤดูฝนเช่นนี้ทำให้กิจการท่องเที่ยวซบเซา เฮียมงคลนั่งเช็ดป้ายไออุ่นโฮมสเตย์อย่างเหงาหงอย ฝนเจ้ากรรมยังเทไม่หยุด แถมลูกชายตัวดีก็ไม่ไปโรงเรียนเสียอีกเพราะตื่นสายทั้งๆที่เพิ่งย้ายเข้าไปเรียนในเมืองแค่เดือนเดียวเท่านั้น สองหนุ่มนอนคนละมุมในห้องนอนด้านหลังส่งเสียงกรนแข่งกันในยามฝนตกเช่นนี้

“อาอุ่น ยังไม่กลับอีกเหรอ ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวป๊าเรียกรถให้” ผู้เป็นพ่อสะกิดลูกชายที่กำลังหลับสนิทจนกระทั่งงัวเงียตื่น

“กี่โมงแล้วอะป๊า”

“จะเที่ยงแล้ว เห็นว่าไม่มีคนละขี้เกียจใหญ่เลยนะเรา”

“โหยป๊า ก็เมื่อวานอะดิ ไอ้ปุ้นมันชวนไปเที่ยวจนดึก”

“พอเลยไม่ต้องโทษเพื่อน ไปล้างหน้าล้างตาก่อน ปลุกข้าวปุ้นมันด้วย จะได้ไปร่ำลาพ่อแม่ก่อนกลับหอ” ไออุ่นพยักหน้า หลังจากผู้เป็นพ่อเดินออกไปแล้วเขาจึงใช้เข้าดันที่สะโพกจนอีกฝ่ายสะดุ้งตื่น

“โอยยย มึงจะปลุกกูดีๆไม่ได้รึไง” ข้าวปุ้นบ่นอย่างเสียอารมณ์ รู้สึกเจ็บแปลบที่แผ่นหลังจนต้องนอนนิ่งไปสักพัก

“ตื่น จะเที่ยงแล้ว ไปลาแม่มึงไป เดี๋ยวจะได้เข้าเมือง”

“เออ” ข้าวปุ้นผุดลุกอย่างเชื่องช้า ขยี้ตาและคว้าเสื้อกับกางเกงมาใส่ ด้านนอกฝนหยุดแล้ว เหลือเพียงไอร้อนของถนนที่ลอยพุ่งมา เด็กหนุ่มหาวปากกว้างอยู่หน้าโฮมสเตย์ก่อนจะได้ยินเสียงแตรรถดังมาจากด้านหลัง คนขับเปิดกระจกมาถาม

“น้องๆ บ้านลุงบุญมีไปทางไหน”

“บุญมีไหนครับ” ข้าวปุ้นหน้าตาไม่เป็นมิตร เพราะชื่อที่ได้ยินนั้นมันคุ้นเคย แถมคนในรถดูเหมือนคนมีเงินรวย คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิดหรอก คนขับรถหันไปถามผู้โดยสาร ก่อนที่ผู้ชายคนหนึ่งจะเปิดกระจกบานเล็กมาพูดกับตนแทน

“ขอโทษทีครับน้อง พอดีพี่มาจากกรุงเทพจะไปหาสล่าบุญมี ใจเนียนน่ะครับ น้องรู้จักปะครับ” สล่า (อ่านว่า สะ-หล่า) ภาษาเหนือหมายถึงช่าง พ่อของข้าวปุ้นทำงานก่อสร้างจนมาเป็นผู้รับเหมา จึงไม่แปลกที่คนในละแวกนี้จะเรียนว่าสล่าบุญมี

“พวกคุณมีธุระอะไรกับพ่อผม”

“อ้าวยังไม่ไปอีกไอ้ปุ้น มัวแต่คุยกับใครน่ะ” ไออุ่นเดินตามออกมาเพราะเห็นว่าเพื่อนสนิทยังอยู่หน้าบ้าน

“พอดีมีคนจะไปหาพ่อเราน่ะ” ข้าวปุ้นตอบ

“อ้าวจริงเหรอครับ สล่าบุญมีเป็นพ่อของน้อง บังเอิญจัง พี่รบกวนน้องพาไปหน่อยได้มั้ยครับ” ยอดเยี่ยมถามอย่างอารมณ์ดี ไม่คิดว่าจะโชคดีถึงเพียงนี้

“พวกคุณมีธุระอะไรกับ...”

“พอดีแม่พี่กับลุงสล่าเป็นเพื่อนกันน่ะ แม่พี่มาเที่ยวเชียงราย เลยอยากมาเจอเพื่อนเก่าหน่อย” ข้าวปุ้นไม่ค่อยอยากเชื่อคำตอบนี้นัก คนฐานะอย่างพ่อน่ะเหรอจะรู้จักมักจี่กับคนรวยแบบนี้ เขาเกิดมาจนโต ยังไม่เคยรู้เลยว่าพ่อมีเพื่อนอยู่กรุงเทพด้วย ถ้าเป็นทางห้วยไซฝั่งลาวล่ะไม่น่าแปลก

“เออ มึงจะยืนบื้ออีกนานปะไอ้ปุ้น ให้ผู้ใหญ่รอไม่ดีนะ” ไออุ่นสะกิดเพื่อนก่อนลากตัวไปที่รถ

“ขึ้นมาเลยครับ ไปด้วยกันเลยจะได้ไว” ยอดเยี่ยมเปิดประตูให้เด็กหนุ่มทั้งสองคน คะเนวัยแล้วคงรุ่นราวคราวเดียวกับยิ่งใหญ่น้องชายคนเล็กของตนเป็นแน่แท้

               ข้าวปุ้นและไออุ่นขึ้นรถอย่างเงอะเงิ่น ไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองถึงได้ยอมพาคนแปลกหน้าไปที่บ้านได้ ยิ่งมีข่าวแก๊งรถตู้จับเด็กไปตัดแข้งตัดขาเพื่อทำเป็นขอทานด้วยแล้ว แต่จะกลับลำตอนนี้ก็คงจะไม่ทันแล้ว เพราะรถตู้สีดำทะมึนที่ภายในตกแต่งอย่างหรูหราเคลื่อนออกไปตามทางที่คุ้นเคย

                  ***********************************************************************

   สองแม่ลูกนั่งหน้าเครียดตั้งแต่เชียงของจนกระทั่งเข้าตัวจังหวัด ความหิวชวนกระตุ้นให้ทั้งคู่เปลี่ยนโฟกัสแทน ลูกชายคนกลางชวนผู้เป็นแม่ไปหาอะไรรองท้อง แต่ฝนเจ้ากรรมก็ตกหนักทำให้พวกเขาต้องเลี้ยวรถเข้ามาในบิ๊กซีเชียงรายแทน

“แม่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ ลูกไปดูว่ามีอะไรน่ากินแล้วโทรบอกแม่นะ”

“ได้ครับแม่” ยอดเยี่ยมรับคำและเดินออกไปสำรวจภายในตัวห้าง มลฤดีล้างมือและเช็ดให้แห้งก่อนเดินออกมาจากห้องน้ำ  ระหว่างเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้า กลุ่มนักศึกษาวิชาทหารเดินกันไปมา เธอนึกยิ้มว่าหากหนึ่งในนั้นเป็นลูกชายคนเล็กของเธอก็คงจะดี

   แล้วหนึ่งในนั้นก็ชะงัก สายตาที่มองมาทางเธอนั้นดูปวดร้าว มลฤดีรู้สึกเจ็บปวดใจเป็นที่สุดเมื่อเห็นแววตาที่น่าสงสารของลูกชายคนเล็กจับจ้องมาทางเธออย่างกับไม่ใช่คนรู้จักกัน

(เนื้อหาจากภาค 1 ตอนที่ 20)

   ยิ่งใหญ่และแต้มจัดการเคเอฟซีอย่างหิวจัด ก่อนที่จะเปลี่ยนร้านไปกินไอติมตามที่แต้มเสนอ ข้าวของที่ห้องไม่ขาด พวกเขาเลยเดินเล่นฆ่าเวลาอย่างเรื่อยเปื่อยเพราะสายฝนยังเทกระหน่ำ เมื่อเดินดูของทั่วบิ๊กซีแล้วฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทั้งคู่จึงมาเดินด้านล่างที่จัดเป็นโซนขายเสื้อผ้า มือถือและร้านจิปาถะ ยิ่งใหญ่เดินไปอีกไม่นาน ก็หยุดชะงัก แต้มหยุดกึกด้วยความสงสัย “แม่”

“ใหญ่” หญิงวัยกลางคนมีท่าทางตกใจไม่น้อยที่เจอลูกชายคนเล็กโดยบังเอิญที่นี่ วันนี้

“แม่มาได้ไง” ยิ่งใหญ่ทักอย่างห่างเหิน แต้มยกมือไหว้ก่อนที่จะขอตัวไปที่อื่น

 “ลูกสบายดีมั้ย”

“แม่อยากรู้ด้วยเหรอว่าผมสบายดีจริงๆไหม” ยิ่งใหญ่เสียงกร้าว “แม่ทิ้งผมไปสิบกว่าปี แล้ววันนี้เกิดอยากรู้ว่าผมสบายดีงั้นเหรอ” เด็กหนุ่มตอบอย่างปวดร้าว นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้เจอผู้เป็นแม่ นอกจากจะไม่เคยห่วงหาอาทรลูกคนนี้แล้ว แม่ก็ดูสุขสบายดี

“ใหญ่ อย่าเข้าใจแม่ผิดสิ” เธอพูดอย่างปวดร้าว นึกเสียใจที่ลูกชายไม่มีท่าทีอ่อนให้แม้แต่น้อย

“เข้าใจผิดเหรอ แม่ทิ้งพ่อ ทิ้งพี่ ทิ้งผมและหายไปเป็นสิบๆปี แม่โผล่มาวันนี้แล้วมาถามว่าผมสบายดีไหม งั้นเหรอ” ยิ่งใหญ่ตวาดโดยไม่แคร์ว่าเสียงเขาดังลั่นจนทุกคนหันมามอง

“ใหญ่ เป็นอะไร” แต้มเดินมาจับตัวเพื่อนไว้

“ไม่มีอะไร” ยิ่งใหญ่ตอบด้วยเสียงกระด้าง แต่สงบกว่าตอนพูดกับผู้เป็นแม่

“ใหญ่ ค่อยๆคุยกัน คุยกันดีๆก่อน” ผู้เป็นแม่ร่ำร้อง แต่กลับเปล่าประโยชน์

“ไม่” ยิ่งใหญ่ตอบด้วยเสียงเย็นชา “ผมไม่มีทางคุยกับแม่ดีๆแน่ ถือว่าวันนี้เราไม่ได้เจอกันละกัน”

แต้มกำลังจะอ้าปากพูด แต่ถูกอีกฝ่ายกระชากแขนให้เดินจ้ำอ้าวออกมาอย่างงุนงง ยิ่งใหญ่สตาร์ทรถ เขากระโจนนั่งซ้อนท้ายอย่างเสียไม่ได้ ทั้งคู่บึ่งออกจากบิ๊กซีโดยไม่สนใจว่าฝนกำลังเทกระหน่ำ

“แม่ เป็นอะไรครับ”

“ไม่มีอะไรลูก” ผู้เป็นแม่ตอบลูกชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง

“ไม่เป็นไรได้ไง แม่หน้าซีดขนาดนี้”

“แม่...” เธอกำลังประมวลผลว่าควรจะพูดดีหรือไม่ และในที่สุด “แม่เจอกับตาใหญ่”

“หะ จริงเหรอครับ น้องไปไหนละ”

“ไปแล้ว” หญิงแก่นัยน์ตาแดงก่ำ “ไปแล้ว”

“แม่” ชายหนุ่มโอบไหล่ผู้เป็นแม่ “สักวันน้องจะเข้าใจ”

“แม่ก็หวังอย่างนั้น”

“เราหนีความจริงไม่ได้หรอกครับ” ชายหนุ่มพูด ราวกับว่าไม่ได้พูดกับคนที่อยู่ข้างๆเลยแม้แต่น้อย

“กลับกันเถอะ แม่อยากพักผ่อน”

“ครับ” ชายหนุ่มพาผู้เป็นแม่เดินไปช้าๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอัดอั้น และรู้สึกย่ำแย่ไม่ต่างกัน

“กลับโรงแรมครับ” เขาส่งเสียงบอกคนขับรถ ก่อนจะปิดปากเงียบตลอดทาง

   ***********************************************************************

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

#S2 EP 7. พายุฤดูร้อน

ปลายเดือนเมษายน 2542

               วันนั้นเป็นวันเสาร์ช่วงบ่าย หลังจากที่พายุฤดูร้อนหยุดไปไม่นาน เมฆครึ้มก็ก่อตัวอีกครั้ง เด็กหนุ่มสองคนนอนก่ายกอดกันบนเตียงราวกับหมดสิ้นเรี่ยวแรง ฝนนอกฤดูไม่ได้พาลูกเห็บมาด้วย แต่ก็ทำให้บ้านเรือนหลายหลังเกิดความเสียหายไปบ้าง เสียงลมหายใจราบเรียบนั้นบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี มงคลได้แต่ถอนหายใจกับภาพที่ได้เห็น ถึงแม้จะทำใจได้ยาก แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องอะไรที่จะไปโวยวาย ผู้เป็นพ่อล็อกห้องก่อนเดินออกมาอย่างเงียบเชียบ

   เมื่อวานนี้เองที่มงคลบ่นอุบเมื่อไออุ่นและข้าวปุ้นกลับมาจากเที่ยวเก็บตกสงกรานต์ในตัวจังหวัดตั้งแต่วันศุกร์ช่วงเย็นด้วยรถโดยสารประจำทางสีแดงเก่าซอมซ่อ แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายหรือบ่นอะไรมาก เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องอาศัยความเข้าใจ เขาเลี้ยงลูกมาถึง 3 คนก็ย่อมจะเรียนรู้และปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับนิสัยใจคอของลูกๆ สองหนุ่มเมื่อมาถึงต่างก็แยกย้ายไปบ้านใครบ้านมัน ไออุ่นถึงขั้นนอนแผ่เต็มเตียงจากความเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่หลับไป เมื่อรู้ตัวอีกทีก็เห็นใครบางคนนั่งอยู่ในมุมมืดที่ปลายเตียงแล้ว

“ไอ้ปุ้นเหรอ”

“อืม” เสียงนั้นสั่นเครือผิดปกติ ทั้งที่เมื่อตอนเย็นยังร่าเริงเหมือนกับคนเมายา

“เป็นอะไรวะ”

“ไม่เป็นไร เขยิบหน่อย ขอกูนอนด้วยนะ” ไออุ่นขยับตัวให้พอมีพื้นที่ เตียงขนาดสามฟุตครึ่งเต็มไปด้วยเด็กหนุ่มร่างใหญ่สองคนนอนเบียดกันอยู่

“ทะเลาะกับพ่อมาอีกแล้วเหรอ” ข้าวปุ้นไม่ตอบ ในความเลือนลาง นั้นมีรอยแดงจางๆที่แขน “มึงไปโดนอะไรมา” ไออุ่นถามอย่างร้อนใจ

“ไม่มีอะไรหรอก”

“มึงเจ็บแบบนี้ ยังกล้าบอกอีกเหรอว่าไม่มีอะไร” เด็กหนุ่มเปิดไฟ รอยแดงนั้นใหญ่กว่าที่คิดไว้เสียอีก และมันก็ช้ำมากกว่าจะเป็นสีแดงเหมือนที่ตาเห็นในความมืด “ใครทำอะไรมึง”

ข้าวปุ้นไม่ตอบ “พ่อมึงอีกแล้วเหรอ ไหนบอกไม่มีแรงลุกไง ทำไมยัง...”

“นอนก็ทำได้” ข้าวปุ้นพยายามฝืนยิ้ม พวกเขาทะเลาะกันรุนแรงมาแต่ไหนแต่ไร ครั้งนี้ก็เช่นกัน นึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าทะเลาะด้วยเรื่องอะไร ถ้าพ่อโมโหขั้นสุด อะไรที่อยู่ใกล้มือก็เอามาขว้างปาใส่ ครั้งนี้คือที่เขี่ยบุหรี่ที่อยู่ข้างที่นอน ถึงแม้จะป่วยแค่ไหน พ่อก็ยังไม่รักษาสุขภาพตัวเอง

“เจ็บมั้ยวะ” ไออุ่นถามอย่างเห็นใจ รู้สึกเจ็บแปลบในอกที่เห็นเพื่อนรักโดนทำร้ายอีกครั้ง

“สบาย” ข้าวปุ้นตาแดง แต่ก็พยายามห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล เขาไม่ได้เจ็บ แค่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่พ่อของตนไม่เคยปฏิบัติตัวดีๆเหมือนพ่อคนอื่น ภายในใจรู้สึกอิจฉาไออุ่นเป็นอย่างมากที่มีเฮียมงคลคอยดูแลอยู่เสมอ

“คืนนี้มึงนอนนี่นะ กูไม่ให้มึงกลับละ”

“อื้อ ถึงมึงไล่ก็ไม่กลับหรอก”

“ใครจะคิด ว่าไอ้นักเลงอย่างมึงจะมาร้องไห้ขี้แยที่บ้านกูเนี่ย” ไออุ่นพยายามชวนคุยให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้น วัยรุ่นละแวกนี้ต่างรู้กิตติศัพท์ของข้าวปุ้นเป็นอย่างดีว่านิสัยโผงผางและทำตัวไม่ต่างกับอันธพาลเท่าใดนัก ไม่ว่าจะเรื่องต่อยตี หรือทะเลาะวิวาท คนๆนี้จะต้องพาตัวเองเข้าไปร่วมวงจนได้ แต่ถึงกระนั้น ไออุ่นเป็นเพื่อนคนเดียวที่ข้าวปุ้นไม่เคยหาเรื่องทำให้ลำบากใจ มีแต่คอยปกป้องจากคนอื่นที่หมั่นไส้ในความหล่อและพยายามมาหาเรื่องมาโดยตลอด

“นักเลงแล้วไงวะ นักเลงไม่มีหัวใจรึไง” ข้าวปุ้นประชด

“มึงมีด้วยเหรอ หัวใจน่ะ ถ้ามีไหนล่ะ เอามาโชว์ดิ๊” ไออุ่นแซว สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายอารมณ์เริ่มดีขึ้นแล้ว

“มึงจะเอาใจกูไปทำไมอีก แค่นี้ยังได้ไม่พออีกเหรอ”

“ห๊ะ มึงว่าอะไรนะ” ไออุ่นถามอย่างสงสัย

“มึงนี่เก่งแต่เรื่องเรียนรึไงวะ” ข้าวปุ้นสบถ

“ก็กูไม่เข้าใจไง มึงบอกเหมือนให้ใจกูมาแล้วงั้นแหละ”

ข้าวปุ้นเหลือบตาอย่างเหนื่อยหน่าย “ก็เออน่ะสิ” นี่กูกำลังบอกรักมึงอยู่นะ ถึงมันจะไม่หวานก็เถอะ

“พูดแบบนี้ไม่กลัวกูจับจูบรึไง” ไออุ่นท้าทาย

“น้ำหน้าอย่างมึงอะนะจะกล้า” ข้าวปุ้นทำหน้าตลกล้อเลียน ไออุ่นที่โดนปรามาสอยู่จึงคว้าคอเพื่อนที่นอนข้างๆมาประชิดอย่างไม่สบอารมณ์ มันเหมือนจังหวะเวลานั้นหยุดหมุนไปชั่วหนึ่ง แค่เสี้ยววินาทีที่แสนยาวนาน ไม่มีคำพูด ไม่มีการขัดขืน ริมฝีปากหนาหนุ่มของไออุ่นจู่โจมที่กลีบบางของข้าวปุ้นอย่างดุดัน มันเหมือนพายุที่รุนแรงพร้อมทำลายล้างจากการโดนถากถาง ก่อนที่แรงตอบสนองอันอบอุ่นจะทำให้ผู้รุกรานรู้สึกตัวและแปรเปลี่ยนความดิบเถื่อนเป็นความอ่อนโยน

               เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันหนักหน่วง เสื้อผ้าที่หลุดรุ่ยบ่งบอกได้ว่าไม่มีอะไรมาขัดขวางเส้นทางของพวกเขาได้แล้ว ความปรารถนาที่ซุกซ่อนมาทั้งชีวิตของข้าวปุ้นถูกระรานอย่างเต็มใจ ไออุ่นโลดแล่นเลาะเลื้อยตามเรือนร่างผอมบางแต่แข็งแกร่งภายในอ้อมอกที่กระเพื่อมหนักหน่วง

“มึงแน่ใจนะปุ้น” ไออุ่นถามย้ำ เมื่อสองขาของเพื่อนถูกแยกออก เผยทุกสัดส่วนที่เคยได้เห็นเพียงสายตาแต่ไม่อาจสัมผัส เด็กหนุ่มไม่ตอบแต่การพยักหน้านั้นก็มากพอที่จะทำให้ผู้ถามส่งยิ้มมาให้ แรงดูดเฟ้นรูดไหลส่งกระแสไฟซาบซ่านไปทั่วตัวจนบิดเร่า ข้าวปุ้นครางอื้ออึงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นักเลงหัวไม้ประจำโรงเรียนอย่างเขากำลังถูกนักเรียนดีเด่นซุกไซร้ราวกับหญิงสาว แรงรูดครูดขึ้นลงจนตัวบิดเร่า สองขาแยกกว้างเผยผิวเนียนแนบสนิท

               ไออุ่นจู่โจมซอกน้อยนั้นอย่างแผ่วเบา ความตื่นเต้นปะปนกับความอิ่มเอมกระตุ้นให้เด็กหนุ่มมุ่งตรงไปข้างหน้า เหงื่อไคลจากคลื่นไอร้อนของเดือนเมษายนเปียกแฉะ แต่ซอกหลืบที่แนบแน่นนั้นกลับหอมหวนน่าหลงไหล ข้าวปุ้นใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อบางอย่างจดจ่อที่ประตูบ้านของตนพร้อมรุกรานเข้าไปในอีกไม่ช้า

“อ๊ะ ไอ้อุ่น เบาๆ” เสียงร้องดังขึ้นพร้อมสองแขนที่ดันส่วนอกและหน้าท้องแกร่งนั้นไว้ ความตึงคับนั้นเจ็บปวดเกินกว่าจะรับได้

“เจ็บเหรอ กูขอโทษนะ” ไออุ่นระล่ำระลัก “กูก็ค่อยๆทำแล้วนะ แต่มันไม่เข้า”

“มันจะไปเข้าได้ไงวะ ตูดกูไม่เหมือนของผู้หญิงนะโว้ย” ข้าวปุ้นโวยวาย

“ละ แล้วกูต้องทำไงอะ”

“โอย มึงนี่น้อ” ข้าวปุ้นผุดนั่ง กวาดสายตามองไปที่โต๊ะกระจกของเจ้าของห้อง “นั่นไง เอาอันนั้นมา”

“นี่เหรอ” ไออุ่นคว้าไปหยิบเจลปิโตรเลียม (ที่หลายคนเรียกติดปากว่าวาสลีน) มา

“เอออันนี้แหละ”

“มึงรู้ได้ไงวะว่า...”

“หุบปาก แล้วก็ทามันซะ” ข้าวปุ้นคว้ากระปุกสีเหลืองนั้นมา ก่อนควักเนื้อเจลสีขุ่นชะโลมส่วนที่แข็งขืนนั้น ไออุ่นมองตามด้วยความตื่นเต้นจากประสบการณ์แปลกใหม่นี้ พวกเขาเพิ่งอายุ 15 ยังไม่ 16 ปีด้วยซ้ำ การมาถึงจุดนี้ของทั้งคู่จึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล “พอได้แล้วล่ะ” ข้าวปุ้นวางมือลง ก่อนสบตาเพื่อนรักที่กำลังยิ้มหวาน

“ยิ้มอะไร” ข้าวปุ้นได้สติจึงรู้ว่าตัวเองนั้นทำเรื่องบ้าๆไปแล้ว

“ไม่มีอะไร กูก็แค่ดีใจที่มึง....” สายตาเจ้าเล่ห์ทำให้ข้าวปุ้นอายจนต้องคว้าหมอนมาฟาดเพื่อนรัก

“พอเลย จะทำก็ทำ” ไออุ่นจัดแจงท่าทางอย่างอารมณ์ดี นี่เป็นครั้งแรกที่ตัวเองได้ลิ้มรสบทเรียนเช่นนี้ ที่ผ่านมาเด็กหนุ่มไม่เคยเฉียดใกล้เรื่องใต้สะดือสักเท่าไร เพราะการเลี้ยงดูที่เหมือนคุณชายในกรงทองนั่นเอง

“พร้อมนะ” ไออุ่นไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร เขาส่งผ่านความใหญ่โตนั้นเข้าไปอย่างยากลำบาก สองขาจับเกร็งพร้อมการบีบรัดที่รุนแรงทำให้ต้องออกแรงส่ง แต่ยิ่งดึงดันก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด

“เจ็บเหรอ” ใบหน้าเหยเกของข้าวปุ้นคือคำตอบ

               วัยรุ่นผู้คะนองนั้นไม่ประสา จากที่คิดแค่ว่าจะเข้าไปในร่างนั้นให้ได้ ก็ต้องมาทบทวนให้หนักขึ้น ท่าทางเจ็บปวดของเพื่อนสนิททำให้ต้องชะลอการเดินหน้า สองหนุ่มประสานสายตากันอย่างลึกซึ้งก่อนที่อีกฝ่ายจะจับสองขาพาดที่ไหล่และโน้มตัวลงไปบดเบียดริมฝีปากควานหาความอ่อนหวานอีกครั้ง ผู้ถูกรุกรานถูกรสจูบนั้นดูดกลืนจนหลงลืมตัวเหมือนถูกมนต์สะกดที่แสนประหลาด ความจับเกร็งที่เคยมีแปรเป็นความโอนอ่อนผ่อนตาม บั้นท้ายกลมกลึงยกทาบทับเปิดทางให้สัมผัสแข็งแกร่งพุ่งทะยานมีทีละน้อย

“อ๊ะ” ความเจ็บแปลบโลดแล่นจนต้องกรีดร้อง แต่เสียงนั้นกลับถูกกลบด้วยรสจูบที่อ้อยอิ่งและเนิ่นนาน หากพวกเขาจะรู้เสียหน่อยว่าต้องมีการทำให้ช่องทางนั้นเคยชินก่อนจะบุกทะลวงมันจะเจ็บน้อยกว่า คงไม่ทำให้ข้าวปุ้นจุกจนน้ำตาเล็ดเช่นนี้ หูอื้อราวกับว่าได้ยินแต่เสียงช่องทางภายในฉีกขาดเพราะแรงดึงดันรุกล้ำ ไออุ่นครางเสียงกระเส่าด้วยแรงบีบรัดมหาศาลที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันช่างแตกต่างจากการใช้ดัชนีทั้งห้าของตนหลายล้านเท่า แรงดันอย่างไม่ลดละสอดเสียดเข้าไปจนเนื้อหนุ่มสองคนหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

“อา” ไออุ่นครางอย่างสุขสม ผิดกับข้าวปุ้นที่ยังเจ็บแปลบเพราะบางอย่างที่คาคับนั้นแน่นขนัด จากที่เจ็บแปลบปลาบก็แปรเป็นจุกที่ช่องท้องจนต้องบีบรัดเพื่อให้มันผ่อนคลายอาการนี้ลง แต่มันกลับปลุกเร้าอีกฝ่ายที่หยุดชะงักมาชั่วครู่ให้แทบทนไม่ไหวจนต้องเคลื่อนไหว

“อ๊ะ ย่ะ อย่าเพิ่ง อะ เอา อ๊า...” ข้าวปุ้นเสียงหลงเมื่อไออุ่นเคลื่อนตัวกลับมากระทบอีกครั้ง ความจุกจากแรงกระแทกนี้ทำให้หน้ามืดเห็นดาวเต็มไปหมด แต่เหมือนอีกคนจะรู้สึกแตกต่างออกไป เพราะแรงเสียดทานของการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ชวนให้จิตใจวาบหวิวมากกว่าเดิมเสียอีก เด็กหนุ่มกระชับบั้นท้ายของเพื่อนรักที่ถูกแนบชิดไว้ก่อนเคลื่อนไหวตัวส่งผ่านเข้าออกอย่างเนิบนาบและแปรเปลี่ยนเป็นรุนแรงราวกับพายุที่บ้าคลั่ง ถาโลมทำลายทุกอย่างให้ขวางหน้า แม้นจะมีเสียงอ้อนวอนเท่าไรก็ไม่อาจหยุดพายุลูกนี้ได้ แรงเสียดสีตกกระทบปลุกความรู้สึกโหยไห้วาบหวามในหัวของข้าวปุ้นจนปั่นป่วน ความจุกแน่นของรสสัมผัสถูกแปรรูปเป็นความเสียวซ่านที่ไม่เคยพบพานมาก่อน เด็กหนุ่มร้องอื้ออึงในลำคออย่างบ้าคลั่ง ค่ำคืนของวันศุกร์นั้นดูเหมือนจะยาวนาน แต่มันกลับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ

               พายุฤดูร้อนอาจทำลายข้าวของไปบ้าง แต่พายุอารมณ์ที่เพิ่งถาโถมไม่นานนี้ ส่งผลให้สองหนุ่มลุกไม่ขึ้นจนกระทั่งบ่ายของอีกวัน



ถ้าถูกใจ ก็อย่าลืมไปกดไลค์ FB ไรต์ด้วยนะครับ >>> https://www.facebook.com/Begintillanend/
 :pighaun: :haun4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-11-2019 10:23:32 โดย จากต้นจนอวสาน »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

อ้าววววว  นักเลงขาโจ๋  ถูก...ซะแระ  อิอิ

ออฟไลน์ จากต้นจนอวสาน

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-3
    • จากต้นจนอวสาน
จะรักนาย เท่าชีวิต 2 – Only You II

#S2 EP 8. คำสัญญาที่รักษาไว้ไม่ได้

พฤษภาคม 2543 ก่อนเปิดเทอมใหม่

               ยิ่งใหญ่มีสีหน้าหนักใจไม่น้อยกับการเผชิญหน้าระหว่างตนกับเพื่อนร่วมโรงเรียนเช่นนี้ ชื่อเสียงของผู้ชายคนนี้ค่อนข้างจะไม่ดี(หรือเข้าขั้นแย่มาก) แต่ดูจากท่าทางที่หงอยเหงานั้นก็ทำให้หายใจโล่งขึ้นมาไม่น้อย การที่ขับรถจากเชียงใหม่และยิงยาวมาจนถึงอำเภอเชียงของไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย ตามแผนที่เขาบอกแต้มไว้คือจะกลับเชียงรายพรุ่งนี้ แต่ความจริงแล้วเขามาก่อน 1 วันเพื่อหาคำตอบจากเรื่องที่ได้ยินมาจากปากผู้เป็นพ่อ

“พ่อรู้สาเหตุที่ผมฝันร้ายใช่ไหมครับ” นั่นคือคำถามสำคัญที่ยิ่งใหญ่ตั้งใจถามนายแพทย์ยิ่งยงในการพบกันครั้งล่าสุด จากท่าทีที่เห็น ก็ชวนให้คิดว่าตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ถามเรื่องนี้ออกมา ... และนั่นเป็นต้นตอที่ทำให้เขาต้องขับรถมาถึงที่นี่

“นายว่าอะไรนะ พ่อของนาย”

“อืม พ่อตายไปหลายเดือนแล้ว นายมีอะไรกับพ่อเรา” น้ำเสียงนั้นยังไม่ค่อยเป็นมิตร ยิ่งใหญ่ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตนไม่ได้มีเจตนาไม่ดี

“เอ่อ คือ ยังไงดีล่ะ” ยิ่งใหญ่พยายามเค้นความคิด “พอดีแม่ของเรากับพ่อของนายรู้จักกัน เรารู้มาว่าแม่เคยมาหาสล่าบุญมีที่นี่ มาคุยธุระสำคัญกัน” ข้าวปุ้นมองคนข้างหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย พลางนึกย้อนไปเมื่อกลางปีที่แล้ว ที่สองแม่ลูกขับรถมาถามทางหน้าโฮมสเตย์ของไออุ่น

“อ๋อ ป้าคนนั้นคือแม่นายเองเหรอ” ใจจริงแล้วข้าวปุ้นอยากแทนคำพูดว่ามึง กู มากกว่า แต่ท่าทีของอีกฝ่ายนั้นสุภาพจนรู้สึกกระดาก

“ใช่ๆ แม่เรามาที่นี่จริงๆใช่ไหม” น้ำเสียงนั้นถามอย่างตื่นเต้น

“อื้อ มาก่อนพ่อตายไม่กี่เดือน” ข้าวปุ้นผายมือเป็นการเชิญแขกให้นั่ง รู้สึกแปลกใจไม่น้อยเช่นกันที่ได้เจอเพื่อนร่วมระดับชั้นที่บ้านของตนเช่นนี้

“นายเอ่อ...”

“ข้าวปุ้น หรือปุ้นก็ได้แล้วแต่จะเรียก”

“ได้ เราใหญ่นะ”

“เออ รู้” ยิ่งใหญ่ไม่ตอบ เพราะคุ้นชินเรื่องที่ทุกคนต่างก็รู้จักเขา

“นายพอจะรู้มั้ย ว่าแม่เรามาที่นี่ทำไม”

“หึ” น้ำเสียงค่อนแคะอย่างเปิดเผย “นายเป็นลูก นายไม่รู้แล้วเราจะรู้มั้ย” ยิ่งใหญ่ยิ้มให้อาการยั่วยุนั้นแทนการตอบโต้ เพราะรู้ดีกว่าการทำแบบนั้นจะส่งผลอย่างไรตามมา

“คือ เอาตรงๆ เรามาที่นี่ เราไม่ได้บอกแม่เราน่ะ” ยิ่งใหญ่สารภาพ “เราสงสัยว่าแม่มีอะไรกับลุงสล่าหรือเปล่า ถึงได้มาไกลขนาดนี้” พูดจบพลางหยั่งเชิงฝ่ายตรงข้ามมีออกอาการว่าอยากรู้ด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะกลบเกลื่อนด้วยแววตาเคร่งขรึมแทน “นายไม่อยากรู้เหรอ”

“ไม่อยาก เพราะรู้ไปก็ไม่เข้าใจอยู่ดี”

“ไม่เข้าใจ หมายความว่ายังไง หรือว่านายรู้อะไร” ข้าวปุ้นอึกอักเพราะถูกผู้มาเยือนจี้จุด แทนที่จะกวนใจอีกฝ่ายให้เสียเวลา เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจอีกอย่างแทน

“เอ่อ...รอแป๊บ” เจ้าของบ้านวิ่งขึ้นไปด้านบน เสียงรื้อของดังโครมคราม คะเนว่าจะต้องเก็บของไว้กองระเกะระกะอย่างแน่นอน ไม่นานนัก ร่างผอมสูงนั้นก็กลับมาพร้อมกับห่อเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกแกะแล้ว ด้านหน้าซองมีลายมือเขียนไว้ว่า ยอดเยี่ยม สมบูรณ์พัฒนะ พี่ชายของเขานั่นเอง

“มันคืออะไรน่ะ” ยิ่งใหญ่ไม่รอคำตอบ พลางเปิดดูด้านใน ซาวอะเบ๊าท์ขนาดย่อมพร้อมเทปที่ถูกอัดไว้แล้วนอนเท้งเต้งอยู่

“เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พ่อกำชับว่าให้ส่งให้คนตามชื่อนี้ ใครจะไปส่งได้วะ มีแต่ชื่อ ที่อยู่อะไรก็ไม่มี” ยิ่งใหญ่ไม่แปลกใจเท่าไรนักที่ซองเอกสารยังอยู่ตรงนี้ ดูเหมือนพี่ยอดจะรีบร้อนจนลืมเรื่องการจ่าหน้าซองไปเสียสนิท

“ขอบใจมากที่ยังเก็บไว้ให้” ยิ่งใหญ่ยิ้มอย่างดีใจ

“ไม่เป็นไร ดีเสียอีกจะได้กำจัดสิ่งของที่เกี่ยวกับตาแก่นั่น” ข้าวปุ้นพูดถึงพ่อผู้จากไปโดยไม่อารัมภบท ยิ่งใหญ่จึงได้แต่กระพริบตาปริบๆ

“ยังไงก็ขอบใจมาก เราไม่รบกวนล่ะนะ เจอกันที่โรงเรียน” ข้าวปุ้นพยักหน้ารับคำ มองร่างสูงนั้นเดินกลับไปที่รถและบังคับให้มันแล่นสู่ถนนใหญ่ก่อนที่จะเดินอย่างหมดแรงไปยังเปลญวนที่ผูกไว้ตรงเสาเรือนใต้ถุนบ้าน

“ใครมาน่ะลูก ฝุ่นคลุ้งลานบ้านเลย” ผู้เป็นแม่จูงจักรยานคันเก่าเข้ามาไม่กี่วินาทีที่รถของยิ่งใหญ่พุ่งออกไป

“เพื่อนน่ะแม่”

“เพื่อนไหน ไออุ่นกลับมาละเหรอ”

“แม่จะพูดถึงชื่อนี้ทำไมเนี่ย” ข้าวปุ้นโวยวาย

“อ้าว แม่ก็เห็นมีแต่ไออุ่นที่มาบ้านเรา”

“มันไม่กลับหรอก” ข้าวปุ้นตอบเสียงแข็ง แต่ในใจกลับปวดร้าว

   ***********************************************************************

ปลายเดือนเมษายน 2542

               ความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาที่แผ่นหลัง ข้าวปุ้นสะดุ้งจากการนอนหลับที่ยาวนาน ความเมื่อยขบบุกมาเป็นลำดับที่สอง สายตามองไปที่คนที่นอนหายใจราบเรียบ อ้อมกอดยังรัดตัวเขาไว้ ลมหายใจอุ่นกระทบใบหน้า กลิ่นหืนคละคลุ้ง มโนภาพของคืนก่อนพุ่งเข้ามาอย่างไม่ได้รับเชิญ เด็กหนุ่มรู้สึกมวนท้องอย่างบอกไม่ถูก ภาพของเพื่อนรักถาโถมเข้ามาในร่างของตนชวนให้รู้สึกเขินอย่างน่าอึดอัด

“ตื่น” ข้าวปุ้นเขย่าตัวพลางเรียกคนที่กำลังหลับไหลให้รู้สึกตัว ภาพแรกที่เห็นคือรอยยิ้มอย่างคนอารมณ์ดีส่งมาให้

“ตื่นตั้งนานแล้ว แต่เห็นมึงแอบมองกูอยู่ หลงเสน่ห์กูแล้วล่ะสิ”

“พ่อง ตื่นมาก็กวนบาทาเลยนะมึง” ข้าวปุ้นขยับตัว เพียงแค่นั้นก็ทำให้ร้องลั่น “โอ๊ย เชี่ย”

“เป็นไรวะมึง” ไออุ่นตกใจไม่แพ้กัน

“เจ็บเดะ ถามได้ ใครใช้ให้มึงตะบี้ตะบันขนาดนั้น คนยังไม่เคยนะเว้ย” ข้าวปุ้นโวยวาย สองมือจับที่บั้นท้ายลูบไล้ไปมาเพื่อให้คลายความตึงปวด ความเจ็บทำงานจนน้ำตาเล็ด

“กูขอโทษ ก็ตอนนั้นกู...” ไออุ่นเลือกจะไม่พูดต่อ ได้แต่ส่งยิ้มกวนๆไปให้

“รับผิดชอบกูเลย มึงทำกูเจ็บ”

“หืมมมม นี่มึงสั่งหรือขอร้องกูวะเนี่ย”

“มึงไม่ทำก็แล้วแต่ กูจะได้จำไว้” ข้าวปุ้นขยับตัวหนี แต่ถูกอีกคนดึงกลับไปในอ้อมกอด

“ไม่มีทาง มึงเป็นเมียกูนะ ไม่ว่ายังไงกูก็จะไม่ทิ้งมึง”

“เมียบ้าอะไร” ข้าวปุ้นสะอึก ไม่คาดคิดว่าจะถูกเรียกเช่นนี้ แต่ก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก “สัญญาแล้วนะ”

“อืม สัญญา” น้ำเสียงอันอบอุ่นชวนให้เคลิบเคลิ้ม รสจุมพิตแผ่วเบาคลายความเจ็บแน่นไปเสียหมด อ้อมกอดที่กระชับเข้ามาบ่งบอกว่าผู้ชายคนนี้จะทำตามสัญญาอย่างแน่นอน

...........

....หลังสอบปลายภาคเสร็จแล้วไออุ่นก็ไปอเมริกาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2543 และยังไม่กลับมาเลยจนถึงตอนนี้

   ***********************************************************************

               รถยนต์ฮอนด้าคันเก่าแล่นเข้ามาในลานบ้านอย่างคุ้นเคย เมื่อดับเครื่องยนต์แล้ว เด็กหนุ่มก็ขนของฝากเต็มไม้เต็มมือเดินขึ้นบนตัวบ้าน แอร์เย็นฉ่ำที่ถูกเปิดไว้รอแล้วทำให้อารมณ์ดียิ่งขึ้น เกือบสามสิบวันที่ไม่ได้เจอกันทำให้ยิ่งใหญ่คิดถึงเจ้าของบ้านจนแทบบ้า แต่รายนั้นเหมือนจะไม่รู้ตัว เพราะท่าทางเมยเฉยที่เห็นจนชินตาไม่ได้บอกให้รู้เลยว่าคิดเหมือนกัน

               หลังจากขนของฝากและพูดคุยกับแม่พร้อมย่าของแต้มจนเต็มอิ่ม (ถ้าไม่นับเรื่องที่โดนบ่นเพราะซื้อของสิ้นเปลืองมาเยอะคงรู้สึกสบายหูมากกว่านี้) ยิ่งใหญ่จึงลากแต้มเข้ามาในห้องแทบจะทันที อากาศในนี้ร้อนระอุเพราะยังอยู่ในช่วงสาย กระนั้นเขาก็ไม่สนใจ นอกจากการได้กอดกับคนที่คิดถึงที่สุด

“ปล่อย อึดอัด” แต้มเสียอีกที่ทำให้อารมณ์ขุ่น ดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดร้อนผ่าว

“ใจคอนายจะไม่คิดถึงเราเลยเรอะ” น้ำเสียงนั้นปนอาการน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาส่งเสียงเบาคล้ายการกระซิบ แต่ก็ดังพอให้ได้ยินกันทั้งคู่

“ไม่อะ คิดถึงทำไม” แต้มดันตัวออก แต่ก็ไม่เป็นผล

“โหย นายนี่มัน” ยิ่งใหญ่โอดครวญ “แฟนไม่อยู่เป็นเดือน ใจคอนายจะไม่คิดเลยว่างั้น”

“ก็ใครใช้ให้ไปล่ะ” แต้มตอบกวนๆ

“แน่ะ แสดงว่านายไม่ได้อยากให้เราไปนี่เอง”

“อะไร” แต้มไม่ตอบ เพราะคำพูดมันแทงใจดำอยู่ เขาไม่ได้ต้องการให้ยิ่งใหญ่ไปก็จริง แต่ก็ไม่กล้าห้ามเพราะยิ่งใหญ่ต้องไปอยู่กับแม่ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาหลายปี

“หน้านายแดงน่ะ”

“แดงตรงไหน มันร้อน”

“ก็แล้วแต่” ยิ่งใหญ่อมยิ้ม นอกจากคนในอ้อมกอดไม่ขัดขืนแล้ว อาการเขินอายนั้นก็พอทำให้รู้แล้วว่าแต้มก็คิดถึงตนมากเช่นกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งใจโลดเต้น ทนไม่ไหวจนต้องระดมหอมทั่วหน้า

“โอ๊ย โอ๊ย พอๆ หยุดๆ” แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ทั้งคู่ต่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่อย่างนั้น เสียงหัวเราะดังลั่นไปถึงด้านนอก

“เล่นอะไรกันอีกคู่นี้ เสียงดังลั่นเลย” ผู้เป็นย่าตั้งคำถาม

“ไม่รู้ค่ะแม่ สงสัยตาใหญ่เอาเกมมาฝากจากกรุงเทพ” ถ้าแม่รู้ว่า เกม ที่ยิ่งใหญ่เอามาเล่นนั้นเป็นอย่างไร แม่ก็คงนึกขำไม่ออก

   เสียงหัวเราะหยอกล้อยังดังไม่หยุด แต้มรู้สึกราวกับว่าได้ค้นพบความหมายของชีวิตเสียที หลังจากที่มีแต่เรื่องราวที่ไม่ดีผ่านเข้ามาตั้งแต่เด็ก ที่พ่อต้องกลายเป็นคนป่วยดูแลตัวเองไม่ได้ บ้านที่สร้างใหม่ก็ไม่มีงบสร้างต่อให้เสร็จ มีแต่เสาเรือนเก่าผุพัง หนี้สินก็ถูกทวงไม่เว้นแต่ละวัน จนต้องประกาศขายที่ดินเพื่อเอามาใช้หนี้ การที่ต้องหยุดเรียนไปหนึ่งปีเต็มเพราะว่าสถานะการณ์ที่บ้านย่ำแย่ จนเขาไม่อาจคาดคิดว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสกลับมาใส่ชุดนักเรียนอีกครั้ง

“นายคิดอะไรอยู่เหรอ” ยิ่งใหญ่ถามเมื่อเห็นอีกคนเงียบไป ทั้งคู่นอนอยู่บนที่นอนโดยมีคนถามโอบกอดผู้ถูกถามไว้

“เปล่า” แต้มไม่กล้าบอกความคิดของตน

“ไม่จริงหรอก หน้าตาแบบนี้คือกำลังคิดอะไรแน่ๆ”

“นายจะรู้มากไปละนะ”

“นายก็รู้ว่าเราน่ะแสนรู้” ยิ่งใหญ่แลบลิ้นเหมือนลูกหมา แต้มอดยิ้มไม่ได้ ทั้งคู่สบสายตาให้กันอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชิดชู

“จริงๆก็แค่คิดไปเรื่อยเปื่อยนะ” แต้มถอนหายใจแผ่วเบา “แค่รู้สึกว่าเราโชคดีจัง” ยิ่งใหญ่มองใบหน้าของคนรักอย่างตกตะลึง ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะได้ยินคำพูดเมื่อกี้ออกมาจากปาก ความดีใจท่วมท้นในใจอย่างล้นพ้น ใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างเบิกบานจนสงบไม่ได้ จากคนที่เขามองว่าเหมือนคนประหลาดเมื่อปีก่อน กลับกลายมาเป็นคนที่สอนให้เขาได้รับรู้ถึงความห่วงใยอย่างจริงใจ คนที่พูดน้อย แต่กลับให้ความช่วยเหลืออย่างมากล้น

“เราก็เหมือนกัน” ยิ่งใหญ่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เราขอบคุณมากนะแต้ม”

“ขอบคุณทำไมอะ”

“ขอบคุณที่ทำให้เรารู้ ว่าเราโชคดีแค่ไหนที่ได้รับความรักของนาย”

“พูดไรเนี่ย พอแล้วเขิน” แต้มหันหลัง ยิ่งใหญ่กระชับอ้อมกอดไว้แน่นกว่าเดิม

“เราพูดจริงนะ ก่อนหน้านี้เราก็ได้แต่มองนาย ไม่กล้าคิดด้วยซ้ำว่านายจะ...” มาเป็นแฟนเรา

“จะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ” แต้มอมยิ้ม ลมหายใจของคนที่กอดกระทบท้ายทอยเป็นจังหวะ จากคนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีแฟน มีหรือจะคาดคิดว่าแฟนที่ได้มาจะเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก ความหนักใจมันยังคงมีอยู่ไม่น้อยเนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่อาจเปิดเผยได้ตามยุคสมัย ความรักที่มากับความลับมันสั่นคลอนในใจอยู่ไม่น้อย “แค่นายรักษาความรู้สึกและความลับของเราไว้ก็พอ”

“เราสัญญา” ยิ่งใหญ่รับคำอย่างหนักแน่น “ไม่ว่าจะนานแค่ไหน เราจะรักนาย รักเท่าชีวิตของเรา” เด็กหนุ่มจับจ้องที่ท้ายทอยของคนรักอย่างหนักใจไม่แพ้กัน หากวันหนึ่งแต้มรู้ความจริงขึ้นมา ทุกอย่างมันจะยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ไหมนะ

....เขาไม่อยากรู้คำตอบของเรื่องนี้เลยจริงๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-11-2019 19:29:01 โดย จากต้นจนอวสาน »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ไออุ่นต้องกลับมาสิ  กลับมาหาข้าวปุ้นผู้เป็นเมียไง  อิอิ

ส่วนยิ่งใหญ่กับแต้ม ความลับคืออะไร?

ถ้าเป็นพี่น้องกันก็ไม่มีผลเท่าไร 

แต่...ต้องตากับยอดเยี่ยมนี่สิ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-11-2019 23:03:06 โดย DrSlump »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด