☘ ป่าห่มรัก ☘ [11] #ป่าห่มรัก [9.4.62] P.8 [Update]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ☘ ป่าห่มรัก ☘ [11] #ป่าห่มรัก [9.4.62] P.8 [Update]  (อ่าน 17886 ครั้ง)

ออฟไลน์ [Karnsaii]

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +441/-15
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

---------------------------------------------------

                                                   ผลงานในเล้าเป็ดเรื่องอื่นๆ
                                                    นิยาย
                                                   1.  บ้านไร่ปรายรัก [Complete]                                                                    
                                                   2. ● รักข้างเดียว ● [ One-side love] [Complete]
                                                   3. ll เล่นเพื่อน ll [Complete]
                                                   4. หลงกาว(น์) [Complete] 
                                                   5. ❤ค่ายสร้างรัก❤ [Complete]
                                                   6. พราน ‘ล่อ’ เนื้อ [Complete]
                                                   7. ▲▼Return To Love ▲▼ [Complete]
                                                   8. ✪ You're my sky : #จุดหมายคือท้องฟ้า ✪ [Complete]
                                                   9. ☘ ป่าห่มรัก ☘ [Update]
                                                    เรื่องสั้น                                                                                                     
                                                   1.  เรื่องสั้น .... - [ แสนชัง ] - [Complete]
                                                   2. [เพราะอกหัก...รักจึงบังเกิด] [Complete]
                                                   3.   ҉    วันวานยังหวานอยู่    ҉   [Pause]

---------------------------------------------------
                                                 

ป่าห่มรัก




"ป่า" สำหรับผม อาจจะเป็นแค่ผืนป่าที่งดงามตามธรรมชาติ
แต่สำหรับเขา "ป่า"คือชีวิตและลมหายใจของคนๆ หนึ่ง


#ป่าห่มรัก

---------------------------------------------------


---------------------------------------------------
**เราลงนิยายทุกวันจันทร์นะคะ**
ติดตามพูดคุยกันได้ที่นี่นะคะ
Fanpage :Karnsaii
Twitter: Karnsaii_Novel
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-04-2019 20:45:28 โดย [Karnsaii] »

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1937
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-2
Re: ☘ ป่าห่มรัก ☘ Intro [7/1/62]
«ตอบ #1 เมื่อ07-01-2019 16:41:58 »

 :z13:

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
Re: ☘ ป่าห่มรัก ☘ Intro [7/1/62]
«ตอบ #2 เมื่อ07-01-2019 17:28:10 »

ไรท์เปิดเรื่องใหม่แล้ว จะรออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
Re: ☘ ป่าห่มรัก ☘ Intro [7/1/62]
«ตอบ #3 เมื่อ07-01-2019 22:26:16 »

 :pig2: :pig2:

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2996
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +110/-2
Re: ☘ ป่าห่มรัก ☘ Intro [7/1/62]
«ตอบ #4 เมื่อ07-01-2019 22:37:03 »

 o13 รอค่ะ

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
Re: ☘ ป่าห่มรัก ☘ Intro [7/1/62]
«ตอบ #5 เมื่อ08-01-2019 07:23:56 »

 :z13: :z13:

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +237/-0
Re: ☘ ป่าห่มรัก ☘ Intro [7/1/62]
«ตอบ #6 เมื่อ11-01-2019 11:17:16 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ [Karnsaii]

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +441/-15
ป่าห่มรัก
[ 01 ]





“พี่รักเนตร”


คำๆ เดียวที่ทำให้หัวใจคนฟังสั่นไหว และคำเดียวกันนี้ก็ทำให้ใครบางคนหูตามืดบอดยอมจำนนต่อทุกสิ่งทุกอย่างเพียง นั่นเพราะ”รัก” มันคือคำที่ฟังแล้วอบอุ่นซาบซ่านไปทั่วหัวใจ ขณะเดียวกันก็ชวนให้แสลงหูสะอิดสะเอียด


ร่างสูงโปร่งหลับตาพริ้ม มือทั้งสองข้างโอบกอดรอบคอร่างสูงใหญ่ด้านบนที่กำลังขยับความรุนแรงเข้าหา ดวงตากลมโตที่เคยมองคนรักอย่างเทิดทูลกับหลับตาพริ้มแล้วนิ่งฟังเสียงร่างกายที่ขยับเข้าหากันราวกับกระหายอยาก


“เนตร น้องเนตร”


เขากระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู มือใหญ่นวดเฟ้นไปทั่วร่างกายทำเอาร่างสูงโปร่งที่นอนทรมานอยู่สะบัดกายเร่าๆ


“พี่รักน้องเนตร”


โกหก!


ร่างสูงโปร่งเงยหน้าขึ้นตอบรับจูบอันดุดันของคนตัวโต นัยน์ตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายซึ่งอยู่ในอารมณ์ที่สุขสุดขีด ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนั่นเป็นขุมพลังของคนหนุ่มซึ่งขับเคี่ยวให้เขาต้องครางเสียงแหบเสียงแห้ง ดวงตาคู่คมจ้องมองกันอย่างหลงใหล เรือนกายที่แนบสนิทขยับเข้าหากันจนไม่มีช่องว่างใดๆ เหลืออยู่


ก่อนที่จะแตะขอบฟ้าไปด้วยกัน คำรักนั้นก็ดังขึ้นอีกครา


เมื่อทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตัวโตนั่นก็ขยับออกห่างแล้วผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน ทิ้งให้คนที่รองรับอารมณ์นอนตาค้างด้วยอารมณ์ที่ยากจะจัดการได้ในตอนนี้ ร่างสูงโปร่งขยับลุกขึ้นก่อนจะเดินเปลือยกายไปหยิบชุดคลุมมาสวมใส่แล้วเดินเรื่อยไปจนถึงระเบียงคอนโด ยามค่ำคืนที่มืดสนิท มีเพียงแสงสลัวส่องเข้ามาทำให้เห็นเงาร่างตัวเองรางๆ ที่สะท้อนในกระจก


“รเณศ” เห็นตัวเองในกระจกตรงประตูระเบียง มือเรียวยาวเอื้อมไปลูบไล้เงานั้นอย่างแผ่วเบา ยิ่งมองยิ่งเห็นแต่ความมืดเหมือนหัวใจของเขาในตอนนี้ มืดมน สิ้นหวัง และเจ็บปวดจนเผลอปล่อยให้น้ำตาไหลออกจากห่างตาทั้งสองข้าง


‘รเณศ’ หมายถึง จอมทัพซึ่งเป็นเจ้าแห่งการรบ แต่บัดนี้เขากลับอ่อนแอพร้อมจะแตกสลาย เขากำลังจะพ่ายแพ้ให้แก่ความรัก ร่างสูงโปร่งเหลือบตามองคนรัก หรืออีกไม่นานต้องกลายเป็นอดีตคนรักกำลังหลับใหลด้วยหัวใจเจ็บชา


“เตวิช” คือคนรักรุ่นพี่ที่คบหากันมาเกือบสามปี และเป็นสามปีที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ รเณศรู้ดีตั้งแต่ตกลงคบหากับคนรักรุ่นพี่แล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันนั้นไม่อาจเป็นที่ยอมรับจากครอบครัวฝ่ายนั้นได้เลย แต่เขาก็อดทนรอ อดทนอย่างมีความหวัง เขาเริ่มต้นเป็นคนรักกับเตวิชก่อนจะถูกลดทนสถานะลงเรื่อยๆ เมื่อคนรักจำต้องคบหากับผู้หญิงที่ทางครอบครัวเลือกให้ จากคนรักกลายเป็นชู้ จากที่มาก่อนก็ถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย


“พี่ต้องแต่งงานกันเขา”


คำๆ นั้นของเตวิชเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ การรอคอยและอยู่ในมุมเงียบๆ ของตัวเองมาตลอดสามปีไม่เป็นผล สุดท้ายเตวิชก็เลือกครอบครัว


“รอพี่นะ พี่สัญญาว่าจะหย่ากับเขาให้ได้”


รเณศแค่นยิ้มในความมืด


รอแล้วได้อะไร...รอแล้วมีอะไรเป็นหลักประกัน


เขารอเตวิชมาสามปี รอที่จะได้ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ถูกยอมรับ รอด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ...แต่ก็รอ


รอด้วยหัวใจที่เจ็บปวด รอว่าสักวันหนึ่งเรื่องของเราคงเป็นจริงได้


รเณศรอจนลืมนึกถึงหัวใจของตัวเองที่เริ่มเจ็บชาจนแทบไร้ความรู้สึกแล้ว


“ผมไม่อยากรอแล้ว”


“...”


“ผมรอไม่ไหว มันเจ็บเหมือนไม่อยากหายใจแล้ว”


รเณศกระซิบเสียงแผ่ว ขณะที่จ้องมองคนรักทั้งน้ำตา





☘☘☘☘





“ไอ้เนตรรรร”


เสียงโหวกเหวกโวยวายนั่นปลุกให้คนที่นั่งเหม่อลอยปล่อยความคิดอย่างไร้จุดหมายสะดุ้งโหยง จนกระทั่งเจ้าของเสียงนั่นเดินมาพิงสะโพกโบกไม้โบกมือผ่านหน้าเขาไปมา


“ไฮค่ะเพื่อน”


เขาพยักหน้าหงึกหงักให้ร่างตุ้งติ้งที่เดินสะบัดตูดจนน่าหมั่นไส้  ไม่พอหลังจากอัญเชิญตัวเองให้นั่งแล้วมันทำคอเอียง ทำตาเล็กตาน้อยใส่นักท่องเที่ยวโต๊ะข้างๆ


“ระวังสันนิบาตขึ้นตานะสมบัติ”


มันค้อนขวับก่อนจะตีมือใส่หลังมือผมเบาๆ


“สมบัตินั่นพ่อกูค่ะ”


“เออสุชาติ”


“อ๊ายยย อย่าเรียกกูด้วยชื่อนี้ ฟังแล้วแสลงหู ดูปากกูนะ กูชื่อชิน มาจากชื่อจริงที่ไปเปลี่ยนใหม่มาแล้วว่าชินกรค่ะ”


รเณศยิ้มอ่อนๆ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนสนิทผู้ชายหัวใจสาวนางนี้ค่อนข้างจะซีเรียสกับชื่อเรียกหลังที่จากมันโมดิฟายตัวเองจนผุดผ่องแบบนี้หลังเรียนจบ ชินกรเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ถึงแม้ตอนเรียนระดับมหาวิทยาลัยจะเรียนกันคนละคณะ แต่ก็อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน จึงได้เจอกันบ้าง และมันเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องราวความรักหลบๆ ซ่อนๆ ของเขา


“แล้วนี่จะเมาแต่หัววันเลยรึไงเนี่ย”


มันทำหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเหล้าที่เปิดขวดแล้วพร่องไปเกินครึ่ง เขาส่ายหน้าน้อยๆ ทั้งๆ ที่รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วใบหน้า นั่นเพราะปกติรเณศไม่ใช่นักดื่ม


“เออแล้วพี่เตล่ะ ไม่มาด้วยกันเหรอวะ”


รเณศแค่นยิ้มก่อนจะส่ายหน้าหวือ


“ไม่ว่าง” เขาเผลอกัดริมฝีปากจนเจ็บ “เตรียมงานแต่งอยู่มั้ง”


“หา”


ชินกรร้องลั่น


“มึงว่าไงนะเนตร พี่เตจะแต่งงานเหรอ”


คนเริ่มเมาพยักหน้าหงึกหงัก


“แต่งกับมึง?”


ผมยักไหล่ ท่าทางเฉยชาแต่ในใจเจ็บแปลบขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าคนรักจะมีตัวจริงข้างกาย ซึ่งตำแหน่งนั้นไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป


“เปล่า”


มันทำหน้าเหวอ


“มึงโอเคมั้ยเนตร”


ชินกรขยับมานั่งโซฟาตัวเดียวกับเขาด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจนัก มือเรียวขยับมากุมมือข้างหนึ่งของ รเณศที่กำแก้วเหล้าเสียแน่น มันพอจะรู้ว่าเตวิชกำลังคบหากับผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อเอาใจครอบครัว พร้อมๆ กับเก็บเขาเอาไว้ข้างๆ กาย


“เนตร”


“...”


“โอเค กูโอเค”


ไม่รู้ว่าตัวเองพูดด้วยสีหน้าแบบไหน มันถึงได้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้น คนเริ่มเมาหัวเราะน้อยๆ ทั้งๆ ที่น้ำตากำลังเริ่มไหลอีกครั้ง


“กูเหนื่อยแล้วชิน กูพอแล้ว”


“อื้อ เหนื่อยก็พอ ไม่เป็นไร กูจะอยู่ข้างๆ มึงเอง”


มันกอดเอวเขาเอาไว้นั่นทำให้รเณศน้ำตาซึม เนิ่นนานหลังจากที่ปล่อยให้อารมณ์อ่อนไหวเข้ามายึดครองพื้นที่ในใจ เขาก็ผละออกจากมันแล้วฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย


“วันนี้อยากเมา กูอยากลืม”


“เดี๋ยวกูชงเหล้าให้”


ชินกรทำท่าขึงขังก่อนจะลงมือชงเหล้าให้ผม มันยิ้มให้ผมโดยที่ไม่มีคำปลอบอะไร นอกจากนั่งอยู่ข้างๆ แล้วฟังผมพล่ามระบายไปเรื่อย



.



.



“โคตรเซอร์ไพร์สเลย ไอ้เพลิงแม่งออกจากป่าได้”


“งั้นวันนี้ต้องฉลองที่ไอ้เพลิงกลับคืนสู่สังคม ฮ่าๆๆ”


“เกินไปไอ้พวกห่า”


“ก็จริงนี่หว่า นานแค่ไหนแล้วเนี่ยที่มึงไม่ได้เข้าเมือง พวกกูก็นึกว่ามึงจะแต่งงานกับสิงห์สาราสัตว์ในป่าไปซะแล้ว”


รเณศมุ่นหัวคิ้วพยายามปรือตาและยกศีรษะอันหนักอึ้งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ขึ้น เสียงบทสนทนาดังหึ่งๆ ดังขึ้นใกล้ตัวจนอดรู้สึกหงุดหงิดใจไม่ได้ เขาปรือตามองไปรอบๆ เห็นชินกรกำลังนั่งทำหน้าเคลิ้มกับอะไรสักอย่าง พอมองตามสายตาของมันไปจึงเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ราวๆ ห้าถึงหกคนกำลังคุยกันออกรสออกชาติ


เขากระพริบตาปริบๆ เพ่งพิจารณาภาพตรงหน้าอีกครั้งเพราะความเมา เสี้ยววินาทีนั้นเจ้าของใบหน้าคมคายท่ามกลางแสงไฟสลัวในบาร์ก็เบือนสายตาคู่คมมาทางนี้พอดี ดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งมองมาทางเขาก่อนจะมุ่นหัวคิ้วคล้ายกับสงสัยอะไรบางอย่าง แวบหนึ่งเขาเห็นภาพซ้อนทับของผู้ชายคนนั้นกับเตวิช


คนเมากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะสะบัดศีรษะตัวเองแรงๆ


“พี่เต”


แต่ภาพที่เห็นตรงหน้านั่นยังคงเป็นใบหน้าของคนรักรุ่นพี่


“พี่เต”


“...”


รเณศผวาลุกขึ้นก่อนจะเดินเซๆ ไปยังทิศทางที่เห็นเตวิช ท่ามกลางสีหน้าตื่นกระหนกของชินกรที่ถลามาคว้าแขนผมเอาไว้


“เนตรมึงจะไปไหน”


“ไปหาพี่เต”


“พี่เตไหนวะ”


ชินกรทำหน้าตื่นมองไปรอบๆ กวาดสายตามองยังไงก็ไม่เห็นคนที่กล่าวถึง เดาได้ว่าสายตาคนเมาคงเริ่มฝ้าฟางจึงรีบกระตุกแขนให้นั่งลง


“เนตรมึงเมาแล้ว ไปๆ เดี๋ยวกูพากลับ”


“ไม่”


รเณศส่ายหน้าหวือ “จะไปหาพี่เต”


“เฮ้ย”


ชินกรร้องอุทานเมื่อคนเมาเล่นเดินปรี่ไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าหกคนนั้น


“โอ๊ะ”


ไม่รู้มันเดินอิท่าไหนถึงได้สะดุดลงไปนั่งตักหนึ่งในหกคนนั่น ดีว่าเจ้าของตักนั่นมีน้ำใจกระชับเอว รเณศไม่ให้หงายหลังไม่อย่างนั้นเพื่อนสนิทเขาคงหน้าทิ่มพื้นอย่างไม่ต้องสงสัย


“พี่เต”


ชินกรอ้าปากค้างเมื่อเห็นเพื่อนรักผวากอดเจ้าของตัก เท่านั้นไม่พอมันยังซุกซบใบหน้าไปที่อกกว้าง แน่นอนว่าการที่คนเมาเดินดุ่มๆ เข้าไปในวงย่อมทำให้ผู้ชายที่เหลือได้แต่จ้องตากันปริบๆ ไม่ต่างจากเจ้าของตักซึ่งประคองเอวรเณศไว้ด้วยใบหน้าถมึงทึง


“เนตร ไอ้เนตรลุก”


ชินกรผวาไปกระตุกเพื่อนให้ลุกขึ้น แต่คนเมาที่แรงเยอะกว่ากลับกอดคอชายคนนั้นเสียแน่นจนเขาได้แต่ทำหน้าขอโทษขอโพยเจ้าของตัก


“ขอโทษด้วยนะครับ เพื่อนผมเมามาก”


“ฮือ พี่เต พี่เตทำไมใจร้ายกับผมนัก”


รเณศเบะปากหลับตาปี๋จึงไม่เห็นใบหน้าคมคายที่จ้องคนเมาเขม่ง


“ลุก”


เสียงทุ้มที่เปล่งออกมาดูดุดัน


“เนตรไม่ลุก”


“ผมบอกให้คุณลุก”


“โอ๊ย”


รเณศร้องลั่นเมื่อถูกเขย่าตัวเรียกเพื่อเรียกสติ


“ลืมตาแล้วมองหน้าผม”


“ฮึก”


“ลืมตา”


“เบาๆ สิวะไอ้เพลิง น้องเขาคงเมามาก”


“เพลิง” ปรายตามองหน้าเพื่อนสนิททั้งโต๊ะที่ทำหน้าเห็นใจคนในอ้อมแขนเสียเต็มประดาแล้วรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ


“ไอ้เนตรลุกเถอะ มึงเมามากแล้วนะ”


ชินกรฉุดแขนเพื่อน


“ไม่...ไม่ไป”


คนเมาโงนเงน


“แหวะ”


“ฉิบหาย”


ผู้ชายทั้งโต๊ะร้องลั่นก่อนจะตามมาด้วยเสียงสบถของเจ้าของตักที่รเณศเผลออ้วกใส่เต็มแรง เพลิงมุ่นหัวคิ้วหน้าตาเครียดขมึงก่อนจะจ้องคนแปลกหน้าที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นแล้วดันทำท่าจะหลับเฉย


“เอ่อ”


ชินกรหน้าเสียคล้ายจะร้องไห้ ก่อนจะผวาลุกตามเจ้าทุกข์ที่ตวัดร่างของรเณศขึ้นพาดบ่าแล้วเดินดุ่มๆ ออกไป ผู้ชายหัวใจสาวละล้าละลังจดๆ จ้องๆ อยู่หน้าห้องน้ำที่ชายแปลกหน้าอุ้มรเณศซึ่งเมามายไม่ได้สติเข้าไป เสียงร้องโวยวายเคล้าเสียงสะอื้นของเพื่อนสนิทยิ่งทำให้เขาหวั่นวิตก สุดท้ายชินกรรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปในห้องน้ำ


ภาพที่เห็นคือรเณศกำลังโก่งคออาเจียนด้วยท่าทางโงนเงน สภาพที่เห็นนั่นดูไม่ได้เลย ดีว่าเจ้าทุกข์ที่โดนอ้วกใส่ประคองเพื่อนเขาไว้ไม่ให้หน้าทิ่มลงอ่างล้างมือ สีหน้ายุ่งยากใจที่ชินกรสัมผัสได้จากคนตัวโตนั่นบ่งบอกว่าระอาเพื่อนเขาเสียเต็มประดา


“คุณ...”


ชินกรยืนอึ้งเมื่อใบหน้าคมคายชัดเจน ผู้ชายตรงหน้าที่กำลังทำหน้านิ่วนั่นมีโครงหน้าชวนตะลึง คิ้วเข้ม ดวงตาสีดำสนิทดูดุดัน ไรหนวดตามสันกรามและเหนือริมฝีปากนั่นยิ่งส่งเสริมให้ร่างสูงใหญ่ซึ่งประมาณการณ์ได้ว่าเกินหนึ่งร้อยแปดสิบไปมากโขดูดิบเถื่อน คมเข้มแบบไทยแท้


ยอมรับเลยว่าเขาแอบเสียมารยาทกลืนน้ำลาย เมื่อเหลือบไปเห็นกล้ามเนื้อต้นแขนเป็นมัดๆ ทั้งสองข้าง นั่นเพราะคนตัวโตถอดเสื้อเชิ้ตที่เปื้อนอาเจียนออกเหลือไว้แต่เสื้อกล้ามด้านใน ผู้ชายหัวใจสาวคงจะตะลึงลานมากไปกว่านี้ถ้าหากแววตาดุดันนั่นจะไม่ตวัดมองมาทางนี้


“มีเสื้อให้เพื่อนคุณเปลี่ยนมั้ย”


“เอ่อ..”


ฝ่ายนั้นมุ่นหัวคิ้วก่อนจะทวนคำถามอีกครั้ง


“สภาพเพื่อนคุณเลอะเทอะมาก ไม่ทราบคุณมีเสื้อให้เขาเปลี่ยนมั้ย”


น้ำเสียงดุดันแต่ฟังแล้วชวนสั่นไหว


“คุณ?”


“คะ ครับ”


ชินกรรีบพยักหน้ารับทันทีเมื่อเห็นฝ่ายนั้นเริ่มชักสีหน้า ก่อนจะรีบผละออกไปเอาเสื้อที่ว่าเขาทันได้เห็นเจ้าของใบหน้าคมคายกำลังลูบแผ่นหลังของรเณศที่โก่งคออ้วกสุดแรง


“ล้างหน้าล้างตาซะ”


น้ำเสียงดุดันนั่นทำให้รเณศที่ยืนเกาะอ่างล้างหน้าหลับตานิ่งอยู่ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา แม้นัยน์ตาจะพร่ามัวเพราะฤทธิ์น้ำเมาแต่เขาก็ยังมั่นใจว่าคนตรงหน้าคือคนรักรุ่นพี่


“พี่เต...”


น้ำเสียงระโหยโรยแรงและมือที่ยื่นออกไปหมายจะไขว่คว้าคนตรงหน้า รเณศลูบไล้ใบหน้าคมคายนั่นอย่างแผ่วเบา ถึงแม้สิ่งที่ได้กลับมาคือความนิ่งเฉยบวกกับแววตาที่เต็มไปด้วยความระอา


“มองหน้าผมชัดๆ”


“พี่เต”


“มองหน้าผม” ฝ่ายนั้นพูดเสียงเรียบ “แล้วบอกว่าผมเป็นใคร”


“พี่เต”


รเณศหลับตาลงอีกครั้งแล้วสะบัดศีรษะตัวเองแรงก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง


และครั้งนี้เขาเห็น...


ใบหน้าคมคาย นัยน์ตาสีดำสนิทเรืองรองดุดันราวกับไม่พอใจอะไรบางอย่าง ริมฝีปากหนาเหยียดขึ้นตอนที่เขาทำท่าชะงักไป


“ไม่ใช่”


รเณศครางเสียงแผ่ว


“คุณไม่ใช่พี่เต”


แม้จะคล้ายบางมุม แต่ไม่ใช่ คนตรงหน้าไม่ใช่เตวิช


รเณศแค่นยิ้มให้กับโง่งมของตัวเอง มันเป็นอาการเพ้อพกไปข้างเดียว ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าเตวิชไม่มีทางอยู่ที่นี่ เตวิชที่กำลังยุ่งเรื่องงานแต่งงานไม่มีทางมาปรากฏตัว ณ สถานที่แห่งนี้


รเณศคือคนโง่


“พี่รักเนตร”


“...”


“พี่รักเนตรแค่คนเดียว ถึงแม้เรื่องของเราจะเปิดเผยไม่ได้ก็ตาม เนตรรอพี่นะคนดี”



หึ สุดท้ายเขาก็ยอมรอด้วยความโง่งมถึงสามปีเต็มๆ


ไหนๆ ก็โง่แล้ว ก็โง่ให้สุดๆ ไปเลยแล้วกัน


คนไร้สติขยับก้าวอย่างเชื่องช้าก่อนจะเอื้อมมือไปคล้องคอคนตรงหน้า เจ้าของร่างสูงใหญ่ทำหน้าประหลาด แต่คนตัวโตนั่นยังยืนยิ่งรอดูปฏิกิริยาของเขา รเณศขยับเข้าไปจนใบหน้าเกือบจะชิดกับอีกฝ่ายแล้วช้อนสายตาขึ้นมองแล้วพูดว่า


“นอนกับผมมั้ย”


อาจจะเพราะความเมา เพราะเสียใจหรืออะไรก็แล้วแต่ เขาถึงได้พูดแบบนั้นออกไป


มันน่าสมเพชแม้ใจจะเจ็บลึก แต่เขายังเชิดหน้ายิ้มท้าทายอีกฝ่าย เจ้าของใบหน้าคมคายกดยิ้มมุมปากแล้วเลื่อนมือหนามาตะปบที่หัวไหล่เขาก่อนจะรั้งให้รเณศขยับไปชิดกว่าเดิม เราใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่มาจากตัวของอีกฝ่าย


“เท่าไหร่”


“ว่าไงนะ”


รเณศยืนอึ้ง


“เท่าไหร่”


“ผมไม่ได้ขาย”


รเณศเม้มริมฝีปากแน่น


“ฟรีเหรอ?”


เหมือนค้อนหนักๆ ทุบที่ศีรษะแรงๆ รเณศยืนอึ้งตัวชา ยิ่งเห็นสายตาคู่คมที่มองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าราวกับประมาณสินค้า นั่นยิ่งทำให้เขาหน้าชา สติและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กู่ไม่กลับไปชั่วขณะกลับคืนสู่เขาแทบจะทันที


“ปล่อยผม”


รเณศสะบัดตัวหนีจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย


“คุณดูถูกผม”


ฝ่ายนั้นแค่นยิ้มก่อนจะยอมปล่อยมือจากไหล่เขาแต่โดยดี


“ผมดูถูกคุณงั้นหรือ?”


ฝ่ายนั้นกอดอกมองผมยิ้มๆ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูแล้วขัดตา เพราะเหมือนว่าจงใจกดยิ้มมุมปากแค่นยิ้มมากกว่า


“ไม่มีใครดูถูกหรือตีค่าราคาของคุณได้หรอก หากคุณไม่ยอมให้เขาประเมินราคาตัวเอง”


‘นอนกับผมมั้ย’


รเณศยืนอึ้งเพราะสิ่งที่คนตรงหน้าพูดมามันจริงทุกอย่าง เขาดูถูกตัวเอง เขายอมให้คนอื่นตีค่าประเมินราคาราวกับสินค้า ช่างน่าสมเพชจริงๆ


“ถ้าสติคุณกลับมาแล้วก็กลับบ้านไปซะ” น้ำเสียงดุดันเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แล้วอย่าไปพูดจาเชิญชวนคนอื่นไปนอนด้วยอีก มันจะเป็นอันตรายกับตัวเอง”


“...”


“ผมไม่รู้ว่าคุณทำแบบนี้ทำไม แต่ผมจะบอกให้นะ ต่อให้ใครต่อใครดูถูกหรือยัดเยียดให้คุณเป็นอะไรก็ตาม มันก็แค่คำๆ หนึ่งเท่านั้น อย่าเก็บมาคิดหรือใส่ใจเลย”


“ไม่ต้องมายุ่ง”


รเณศเบือนหน้าหนี นึกถึงสิ่งที่ตัวเองหลุดปากพูดออกไปยิ่งละอายใจ


“เชื่อผมเถอะ กลับบ้านไปซะ” ฝ่ายนั้นมองเขานิ่ง “อ้ออีกอย่าง ผมไม่รู้คุณตรวจเลือดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ยังไงก็หาเวลาไปตรวจบ้างนะ รักสนุกแบบคุณน่ะ มันเสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์”


“ไอ้บ้า”


รเณศตะโกนสุดเสียงก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นอย่างหมดแรง


น่าละอาย


ทำไมถึงอาจหาญถึงขนาดกล้าชวนคนแปลกหน้าขึ้นเตียง ทั้งโง่ทั้งบ้าไม่มีใครเกิน


 บ้าเอ๊ย รเณศนั่งน้ำตาคลอกุมขมับอย่างท้อแท้





☘☘☘☘





“ฝีมือไม่ตกเลยนี่หว่า”


เสียงทุ้มที่ดังขึ้นเหนือศีรษะนั่นส่งผลให้ชายสูงวัยซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามกันส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ถึงอย่างนั้นใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลายังปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ


“ไม่เหมือนแก ฝีมือไม่ได้เรื่อง”


“โธ่พ่อ”


คนถูกปรามาสยิ้มรับหน้าระรื่นไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร


“แกน่ะมันลูกชายคนเดียวของฉันซะเปล่า ดันเป็นลูกไม้ไกลต้นซะอย่างนั้น ไม่เหมือนเจ้าเพลิงมัน”


ชายชราพยักพเยิดมาทางเขาซึ่งกำลังรวบหมากสีขาวและดำเก็บ


“อย่าเพิ่งเก็บ ให้ลุงแก้มืออีกสักตาเถอะ”


“เดี๋ยวก็โดนไอ้เพลิงมันกินเรียบอีกหรอกพ่อ”


ชายชราปาหมากสีขาวในมือหมายจะให้โดนกลางศีรษะไอ้ลูกปากเปราะ เสียแต่ว่ามันดันหลบทันไปซะได้ เพลิงกดยิ้มมุมปากด้วยความเคยชินที่เห็นพ่อลูกคู่นี้ตีฝีปากใส่กันแบบนี้เป็นประจำ


“หุบปากไปเลยไอ้ลูกเวร”


ถึงคำพูดจะดูกระด้าง แต่น้ำเสียงนั่นตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง


“เฮ้อ มึงเนี่ยนะไอ้เพลิง โผล่หัวทีไร กูเป็นหมาหัวเน่าทุกที”


น้ำเสียงโอดครวญต่างจากสีหน้าที่ยิ้มระรื่น


“พี่มันอ่อนนี่หว่า”


“ไอ้น้องเวร”


เพลิงหัวเราะในลำคอ ตอนที่ปลายเท้าของลูกพี่ลูกน้องอย่าง ‘ธาม’ ถีบเข้าที่บั้นเอวเหมือนจะแกล้งมากกว่าทำให้เจ็บ


“เสียงดังโหวกเหวกโวยวายอะไรหนุ่มๆ”


ร่างระหงของหญิงสูงวัยนางหนึ่งเดินถือของว่างมาวางไว้ใกล้ๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างเขา กลิ่นหอมของสาคูไส้หมูนั่นส่งผลให้ธามผุดลุกขึ้นก่อนจะเบะปากราวกับเด็กน้อย


“ของโปรดไอ้เพลิงอีกแล้ว เฮ้อ วันสองวันนี่แม่ทำแต่ของโปรดให้แต่ไอ้เพลิงจนผมน้อยใจแล้วนะเนี่ย”


คนน้อยใจสะดุ้งโหยงเมื่อถูกฟาดที่ไหล่อย่างไม่จริงจังนะ


“ก่อนหน้านี้ฉันทำแต่ของโปรดให้ วันๆ หนึ่งแกก็ไม่อยู่ติดบ้านหรอกพ่อคนปากดี ฟ้าไม่มืดจนเห็นดาว ฉันก็ไม่เห็นแกจะโผล่หน้ามาให้พ่อแม่ได้เห็น”


“ก็งานผมเยอะ”


“งานหรือผู้หญิงยะที่เยอะน่ะ”


“โธ่แม่ วัยอย่างผมฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่าน ขืนอยู่แต่บ้านแม่จะได้ลูกสะใภ้เหรอครับ”


“ฉันเบื่อจะพูดกับแก”


หญิงสูงวัยทำหน้าเหม็นเบื่อลูกชายก่อนจะหันไปทางหลานชายคนเดียว ซึ่งกำลังมีสมาธิจดจ่ออยู่กับกระดานหมากล้อม


“คนนึงก็เสือผู้หญิง ส่วนอีกคนก็อยู่แต่ในป่า”


ธามหัวเราะร่วน


“สักวันเถอะแม่ ไอ้เพลิงมันจะแต่งงานกับสิงสาราสัตว์ โอ๊ย”


เพลิงปาหมากสีดำใส่ลูกพี่ลูกน้องเต็มแรง แน่นอนว่าโดนกลางอกอีกฝ่ายเต็มๆ ธามร้องโอดโอยท่ามกลางเสียงหัวเราะขบขันของผู้สูงวัยทั้งสอง ส่วนเพลิงได้แต่ส่ายหัวไปมาก่อนจะชักงักกึกเมื่อประสานสายตากับหญิงสูงวัยพี่สาวของมารดาและมีศักดิ์เป็นป้าแท้ๆ ของเขา ‘ป้าวดี’ ยิ้มอ่อนๆ ให้ แต่เขาทราบดีว่ารอยยิ้มนั้นไม่น่าวางใจนัก


“เพลิง”


“ครับ”


“เราไม่คิดอยากกลับมาทำงานในเมืองบ้างเหรอลูก”


เพลิงแค่ยิ้มเฉยแต่ไม่ได้ตอบอะไร


“ไปอยู่ไกลขนาดนั้น ป้าเป็นห่วง นี่ดูสิถ้าเพลิงไม่มีธุระที่กรุงเทพฯ เราคงไม่แวะมาหาป้ากับลุง”


“อย่าไปบีบบังคับหลานมันเลยน่าแม่”


‘ลุงทัศน์’ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของกระดานหมากล้อมเอ่ยขึ้น หญิงหนึ่งเดียวในที่นั้นจึงถอนหายใจแรงๆ เพลิงเลยขยับมารวบมือทั้งสองของ ‘ป้าวดี’ แล้วบีบเบาๆ เพราะรู้ดีว่านอกจากมารดาผู้ล่วงลับไปตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็มีเพียงป้าวดีและลุงทัศน์เท่านั้นที่คอยห่วงใยมาตลอด เพลิงในวัยสิบแปดปีที่สูญเสียมารดาต้องเข้ามาอยู่ในการอุปการะของลุงกับป้า แน่นอนว่าเพลิงได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทั้งสองรักเขาเหมือนลูกแท้ๆ เรียกได้เต็มปากว่านี่คือครอบครัวที่เขาเหลืออยู่ ไม่ต่างธามซึ่งเขานับถือเหมือนพี่ชายแท้ๆ


เพลิงเข้าใจความหวังดีของป้าวดี เพราะอาชีพที่เขารักทำให้ต้องห่างไกลจากคนที่นี่ เกือบสี่ปีเต็มที่ต้องไปไกลขนาดนั้น ทุกครั้งที่กลับมาป้าวดีถึงได้คะยั้นคะยอให้เขาเปลี่ยนใจย้ายกลับมาทำงานในเมืองหลวง


“ก็แม่เป็นห่วงหลาน ไปอยู่ไกลขนาดนั้น จะเจ็บป่วยยังไงบ้างก็ไม่รู้ ย้ายกลับมาทำงานในเมืองเถอะลูก ที่นี่งานมีให้ทำเยอะแยะ หรือถ้าย้ายไม่ได้ก็ให้ลุงเข้าช่วยฝากให้ก็ได้นี่”


เพลิงรู้ดีว่าหากเอ่ยปากถามหาความสบายกับงานที่ทำอยู่ ลุงทัศน์ซึ่งก่อนเกษียณอายุราชการเคยดำรงตำแหน่งนายทหารยศสูงย่อมต้องหาทางช่วยทุกวิถีทาง แต่เขารักวิถีชีวิตในแบบที่เป็นอยู่ซะแล้ว เพลิงสอบเข้าคณะวนศาสตร์เพราะหลงใหลงานป่าไม้ แน่นอนพอจบมาเขาสอบเข้ารับราชการในสายงานป่าไม้ได้สำเร็จ ท่ามกลางความไม่เห็นชอบของป้าวดีที่รู้ว่าเขาต้องไปทำงานในพื้นที่ที่ลำบาก


แต่เพลิงกลับชอบวิถีชีวิตแบบนั้น หลายปีที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ห่างไกลความเจริญและแสงสีของเมืองหลวง เขามีป่าเป็นบ้าน มีลำธารเป็นห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ มีความเงียบเหงาเป็นเพื่อนสนิท เป็นชีวิตที่ไม่ศิวิไลซ์ซึ่งเขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น


“ผมมันคนป่าครับ ขืนกลับมาใช้ชีวิตในเมืองคงอึดอัดใจน่าดู”


ลุงทัศน์หัวเราะถูกใจ


“นั่นไง หลานมันชอบชีวิตแบบนั้น เพลิงมันรักงานของมัน ทำใจเถอะแม่” ท้ายประโยคหันไปพูดกับป้าวดี


“แล้วแม่จะทำอะไรได้ล่ะ พ่อเล่นถือหางหลานมันขนาดนี้” ป้าวดีค้อนให้ “เอาเถอะ ถ้าเพลิงยืนยันแบบนั้น ป้าก็จะยอมรับการตัดสินใจของเพลิง ถึงแม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม”


เพลิงยิ้มอ่อนๆ


“วางใจไอ้เพลิงเถอะแม่ มันโตแล้ว”


ธามพูดยิ้มๆ


“ไม่ต้องกลัวว่ามันจะอยู่แต่ป่าจนกลับเข้าเมืองไม่ได้หรอก กลัวว่ามันจะหาหลานสะใภ้เป็นสาวชาวป่ามาฝากดีกว่ามั้ง”


“เพ้อเจ้อ”


เพลิงส่ายหัว เพราะรู้ดีว่าสิ่งที่ลูกพี่ลูกน้องพูดออกมาไม่มีทางเป็นความจริงไปได้หรอก ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจคนป่าคนดอยหรอก ตรงกันข้ามจะมีผู้หญิงดีๆ ที่ไหนอยากจะลงหลักปักฐานกับคนอย่างเขา แวบหนึ่งเพลิงนึกถึงอดีตคนรักที่ขอเลิกราไปเพราะทนลำบากไม่ไหว ใครล่ะจะอดทนกับผู้ชายที่มีภาระหน้าที่หนักหนาแบกอยู่บนบ่า ไม่มีหน้าตาทางสังคมและทรัพย์สินหนึ่งเดียวที่เขามีคือความอุตสาหะเท่านั้น


เหอะ เพลิงพิทักษ์และปกป้องได้แต่ป่าไม้เท่านั้นแหละ เขาพิทักษ์หัวใจใครไม่ได้หรอก


☘☘☘☘



เปิดเรื่องใหม่จ้า เรื่องนี้แนวผู้ใหญ่สักหน่อย ฝากติดตามด้วยน้า
เราใช้เวลาพอสมควรตอนที่ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้ ยอมรับว่ากลัวกระแส เพราะมันไม่ใช่แนวที่คนส่วนใหญ่ชอบ
แต่สุดท้ายทนเสียงเรียกร้องในใจไม่ไหว คิิกคิก เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ตัวละครจะจีบในป่า รักกันในลำธารเด้อ

ใครเม้นท์ให้กำลังใจฝากแท็ค #ป่าห่มรัก ด้วยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2019 21:50:02 โดย [Karnsaii] »

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
น่าติดตามครับ

ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4724
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +297/-3
ติดตามจ้า
สงสารเนตร​  ก้าวออ​กมาเถอะเนตร​หลอกตัวเองอยู่ทำไม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Toon_TK

  • เ ด็ ก อ้ ว น
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 830
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1
ติดตามค่าาาาา

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4

ออฟไลน์ Moonoii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 8
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ติดตามๆ ชอบตัวละครผู้ใหญ่มากๆจ้า :mew1:

ออฟไลน์ Ac118

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 202
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
น่าสนุกและติดตามมากค่ะ รักแบบผู้ใหญ่ ชอบมากกก

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1035
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-2
น่าติดตามมากเลย

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
แนวผู้ใหญ่แบบนี้เราก็ชอบนะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-0
ได้ทุกแนวค่ะ ดราม่า แฮปปี้ วัยไหนได้หมดค่ะ
ยกเว้นเลือดสาด แอบจิตหนักหน่วง อันนี้รับไม่ไหว 5555

เพลิงคือคนดามใจเนตรใช่ไหมล่ะ
รอให้เนตรไปหาที่ป่านะ

เนตรน่าสงสาร คำว่ารัก ยื้อให้รอได้ตั้งสามปี
ทั้งที่ดูอาการแล้ว ไม่น่าจะมีความหวัง

จะไปเจอกันยังไงนะ แต่เชื่อว่าถ้าเพลิงได้รัก มีหลงนักแน่ค่ะ

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
อีกหนึ่งเสียงชอบแนวผู้ใหญ่วัยทำงานค่ะ

ออฟไลน์ darling

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1828
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-7
เอาใจช่วยน้องเนตร  :กอด1:

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เนตร ไปเข้าป่ากันเถอะ :katai2-1:

ออฟไลน์ kungverrycool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตามจร้า  :pig4:

ออฟไลน์ [Karnsaii]

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +441/-15

[ 02 ]




“ลาออก”

ชินกรร้องดังลั่นด้วยสีหน้าที่ดูตกอกตกใจไม่น้อย ขณะที่เจ้าของเรื่องอย่างรเณศเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ

“มึงแน่ใจเหรอเนตร”

“อือ”

รเณศพึมพำขณะที่กวาดตามองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่หอบหิ้วมาจากรังรัก พอนึกถึงคอนโดใจกลางเมืองซึ่งเคยเป็นรังรักระหว่างเขากับคนรัก ในใจก็เจ็บแปลบพาให้น้ำตาที่เก็บกลั้นเอาไว้เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง นับตั้งแต่บิดามารดาเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน  ในชีวิตของรเณศมีเพียง  เตวิชคนเดียวเท่านั้นที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเขา ท่ามกลางการสูญเสียบุพการีที่รัก เตวิชซึ่งเป็นรุ่นพี่ในรั้วมหาวิทยาลัยได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นั่นจึงทำให้เขายึดติดกับคนรักจนลืมข้อจำกัดในโลกของความเป็นจริงไป

เขาย้ายไปอยู่กับคนรักตั้งแต่เรียนจบ โดยหวังในใจลึกๆ ว่าอยากสร้างครอบครัวกับเตวิช รเณศเป็นเภสัชกรที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ขณะที่เตวิชเป็นทันตแพทย์ทำงานในโรงพยาบาลทันตกรรมของครอบครัว แน่นอนว่าอาชีพที่เป็นหน้าเป็นตานั่นทำให้เตวิชต้องซ่อนเขาไว้ในมุมๆ หนึ่ง ซึ่งรเณศยอมรับมันได้หมดทุกอย่าง

ยกเว้น...วันที่คนรักเดินมาบอกว่าจะแต่งงานคนอื่น นั่นแหละฟางเส้นสุดท้ายของรเณศจึงขาดลง

“มึงกับพี่เตเลิกกันจริงๆ เหรอ”

คนถูกถามส่ายหน้าช้าๆ เล่นเอาชินกรทำหน้าประหลาดใจ

“ไม่เลิกก็เหมือนเลิก”

เตวิชบอกให้เขาอดทนรอ...รอให้ฝ่ายนั้นหย่า

คำร้องขอนั่นเหมือนน้ำกรดที่เทรดหัวใจของรเณศให้เหวอะหวะเป็นแผลไม่มีชิ้นดี ระหว่างเราไม่มีคำบอกเลิก ในเมื่อเตวิชเข้าใจว่ารเณศยอมรับเรื่องนี้เหมือนที่แล้วมา

แต่เขาเจ็บมาจนเกินพอแล้ว

ระหว่างที่เตวิชกลับไปอยู่บ้านเพราะยุ่งเรื่องงานแต่ง นั่นจึงเป็นโอกาสให้เขาตัดสินใจ รเณศรู้ดีว่าหากยังรอและเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรงๆ เขาไม่มีทางหักใจจากคนรักได้แน่นอน เพราะทุกครั้งที่เตวิชกลับมา รเณศก็เหมือนคนตามืดบอดที่พร้อมจะปิดกั้นการรับรู้ใดๆ และยินยอมเดินกลับเข้าสู่วังวนเดิมๆ

กลับไปโง่...เพราะคำว่า “รัก” คำเดียว

“เนตร”

ไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาไหลหยดแหมะตั้งแต่เมื่อไหร่ จนกระทั่งชินกรเอาทิชชูซับที่ขอบตาให้อย่างแผ่วเบา

“แล้วนี่เก็บของจะไปไหน”

“...”

รเณศเม้มปากแน่นก่อนหน้านี้ไปขออาศัยคอนโดชินกรอยู่หลายวัน จนกระทั่งวันหนึ่งเขาตัดสินใจกลับบ้าน...บ้านสวนแถบปริมณฑลซึ่งเป็นสมบัติที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้ แต่รเณศไม่ค่อยได้ดูดำดูดีเท่าไหร่ นั่นเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมามีความสุขอยู่กับเตวิชจนหลงลืมสิ่งรอบกายไปหลายสิ่งหลายอย่าง

บ้านหลังนั้นมีสองสามีภรรยาที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยที่พ่อกับแม่ยังอยู่เป็นคนดูแล

‘จดหมายถึงแม่คุณเนตรครับ’

วันนั้นลุงที่ดูแลบ้านเดินถือจดหมายฉบับหนึ่งมาให้กัน

‘จริงๆ มันถูกส่งมาหลายเดือนแล้วครับ แต่คุณเนตรไม่ได้กลับมา ลุงเองก็ลืมโทรบอกคุณเลย’


จดหมายฉบับนั้นส่งมาจากต่างจังหวัดและจดหมายนั่นทำให้รเณศตัดสินใจลาออกจากงาน

“ชิน”

“ว่าไง”

“ฝากขายรถให้ที”

“เนตร”

ชินกรทำหน้าตกใจเพราะมินิคูเปอร์สีเหลืองนั่นคือน้ำพักน้ำแรงที่รเณศหวงนักหนา แต่วันนี้กลับบอกให้ช่วยขาย แน่นอนว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของรเณศคงยากที่จะค้านได้แล้ว

“ที่ๆ กูจะไปมันคงไม่จำเป็นต้องใช้รถ”

“มึงจะไปไหนกันแน่เนตร”

“กลับบ้าน”

รเณศพึมพำหน่วยตาที่บวมช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักมีประกายขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อพูดถึง “บ้าน”



.


.



“ดูแลตัวเองนะเนตร”

ชินกรเบะปากคล้ายกับจะร้องไห้ตอนที่เดินมาส่งรเณศถึงหน้าเกททางเข้าของสนามบินภายในประเทศ สีหน้าเพื่อนสนิทดูเคร่งเครียดไม่น้อยกับการตัดสินใจของเขา แต่รเณศเป็นคนหัวดื้อ ลองได้ดึงดันจะทำแล้วไม่ว่าใครก็ยากที่จะห้ามปราม

“ถ้ามึงโอเคแล้ว กลับมานะเนตร ไม่ว่าจะมีอะไรให้ช่วย บอกกูได้เสมอ”

“อื้อ”

เขากอดตอบเพื่อน

“ขอบใจมากชิน” เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ “มึงสัญญากับกูได้มั้ย ว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้พี่เตรู้”

ชินกรทำหน้าลำบากใจเพราะเจ้าตัวเองเองก็รู้จักมักคุ้นกับเตวิชไม่น้อย

“มึงหายไปแบบนี้ ยังไงพี่เตก็ต้องมาบีบคั้นเอากับกูอยู่ดี แต่เอาเถอะ กูรับปากว่าจะไม่บอกเรื่องนี้ให้พี่เตรู้เลย”

รเณศยิ้มบางๆ

“เนตร...ถ้ามึงไปเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็ขอให้มึงสมหวัง แต่ถ้ามันไปเพื่อที่จะหนี มึงหนีความรู้สึกตัวเองไม่พ้นหรอก” ชินกรเขย่ามือเขา “เพราะฉะนั้นมึงต้องเข้มแข็งและรักตัวเองให้มากๆ นะ ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองเสมอ”

เขายิ้มรับเพราะเข้าใจความหวังดีของเพื่อนที่กลัวว่าการตัดสินใจไปที่นั่นคนเดียวอาจหมายถึงการคิดสั้นหรือตัดช่องน้อยแต่พอตัว

“วางใจเถอะ กูรักตัวเองมากกว่าที่มึงคิด”

เพราะรักตัวเองถึงได้หักใจ เพราะยังคิดว่าตัวเองมีคุณค่าถึงจากไป แวบหนึ่งรเณศอดนึกถึงใครบางคนที่พูดจาดุดัน น้ำเสียงแข็งกระด้าง แต่ดึงสติให้คนที่กำลังอ่อนไหวได้ฉุกคิด

‘ไม่มีใครดูถูกหรือตีค่าราคาของคุณได้หรอก หากคุณไม่ยอมให้เขาประเมินราคาตัวเอง’

คนที่เขานึกชิงชังและขอบคุณในเวลาเดียวกัน


☘☘☘☘



ชั่วโมงกว่าๆ ที่รเณศนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างเครื่องบินจนกระทั่งเครื่องบินเล็กลงจอดที่สนามบินแห่งหนึ่งของจังหวัดทางภาคเหนือ ระหว่างที่ยืนรอกระเป๋าที่ไหลมาตามสายพาน รเณศหวนนึกถึงจดหมายที่มีรอยกระดำกระด่างเพราะโดนความชื้นฉบับนั้น เนื้อหาในจดหมายนั่นเป็นของญาติทางฝ่ายแม่ซึ่งเขียนมาบอกข่าวร้ายว่าตาของเขาเสียชีวิตลงแล้วและอยากให้แม่กลับมารับทรัพย์สินที่ถูกแบ่งไว้ให้ ตั้งแต่จำความได้ แม่เล่าให้เขาฟังเสมอว่าพ่อกับแม่รักกันท่ามกลางความไม่พอใจของตา

แม่ทำให้ตาเสียใจมากเพราะหนีตามพ่อออกจากบ้าน แม่พูดเสมอว่าอยากกลับไปขอขมาที่เคยทำให้ตาต้องเสียใจ แต่น่าเสียดายที่พ่อกับแม่ไม่มีโอกาสนั้นแล้ว ตั้งแต่พ่อกับแม่จากไป เขาก็ลืมเลือนเรื่องนี้ไปโดยปริยาย ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองยังมีญาติทางฝ่ายแม่ที่หลงเหลืออยู่ ยิ่งเนื้อความในจดหมายนั่นบอกว่าตารอการกลับมาของแม่เสมอจนกระทั่งท่านเสียชีวิตไปเมื่อหลายเดือนก่อน แม้จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน แต่รเณศก็หวังว่า การที่เขาตัดสินใจดั้นด้นมาที่นี่จะทำให้ความหวังที่อยากกลับคืนสู่บ้านเก่าของแม่เป็นจริงอีกครั้ง

รเณศกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อมองหาคนที่จะมารับ หลังจากได้อ่านจดหมายแล้วรเณศจึงเขียนจดหมายตอบพร้อมกับแนบเบอร์โทรไป นั่นจึงทำให้เขาได้พูดคุยกับพี่สาวของแม่ ญาติคนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ของเขาเพื่อนัดแนะกันเรื่องการส่งคนมารับเขาที่สนามบิน

‘คุณรเณศ’

ป้ายเล็กๆ ที่ใครบางคนยกขึ้นชูถูกเขียนด้วยเมจิกสีดำสนิทนั่นปรากฏชื่อของเขา รเณศจึงเดินสาวเท้าไปหยุดตรงหน้าป้าย เด็กหนุ่มตัวสูงโย่ง ผิวคล้ำและตัดผมสั้นเกรียนทำตาปริบๆ ก่อนจะฉีกยิ้มจนเห็นฟันสีขาว

“คุณรเณศใช่มั้ยครับ”

“ใช่”

“สวัสดีครับคุณรเณศผมชื่อเปลว ป้าอนงค์ให้ผมมารับคุณครับ”

‘ป้าอนงค์’ ที่ว่านั่นคือพี่สาวของแม่

รเณศพยักหน้าก่อนจะยิ้มให้เจ้าของชื่อเปลวที่กุลีกุจอมาช่วยเข็นกระเป๋า

“ขอบใจมากเปลว”

“รถอยู่ทางนั้นครับคุณ”

“ไม่ต้องเรียกพี่ว่าคุณหรอก เรียกว่าพี่เนตรเถอะ”

ดูๆ ไปเด็กนี่น่าจะสักสิบแปดสิบเก้า อายุน้อยกว่ารเณศหลายปีทีเดียว เปลวยิ้มจนคิ้วย่นสีหน้าดูเก้อเขินเมื่อเห็นว่าเขาให้ความเป็นกันเอง เจ้านั่นเกาหัวเกาหูวุ่นวายชวนขบขัน

“เป็นอะไรไปล่ะนั่น”

“ปะ เปล่าครับพี่เนตร”

รเณศส่ายหน้าก่อนจะเดินตามเด็กหนุ่มไปยังรถกระบะสองประตูกลางเก่าคนใหม่คันหนึ่ง เจ้าตัวปีนขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับไม่รอให้เด็กหนุ่มบริการเปิดประตูหลังให้

“ไม่นั่งข้างหลังเหรอครับ”

รเณศส่ายหัว

“นั่งข้างหน้าด้วยกันนี่แหละ เราจะได้มีเพื่อนคุยแก้ง่วงไง”

เปลวมองหน้าเขาแล้วทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ

“ผมนึกว่าคนกรุงเทพฯ จะหยิ่งซะอีก”

เจ้านั่นเริ่มชวนคุยเมื่อเห็นเขาทำตัวสบายๆ

“ดูละครมากไปรึไงเรา”

เปลวเกาหัวแก้เก้อ

“ป้าอนงค์แกบอกว่าพี่เนตรมาจากรุงเทพฯ คงไม่ชินกับอะไรพื้นบ้านเท่าไหร่”

รเณศเดาะลิ้น

“แล้วเปลวว่าพี่เป็นไงล่ะ พอจะไหวกับอะไรพื้นบ้านมั้ยล่ะ”

“ตอนแรกผมก็เกร็งๆ อยู่ครับ แต่พี่เล่นมานั่งข้างหน้าแบบนี้ สงสัยผมต้องมองพี่ใหม่”

“มันแน่อยู่แล้ว”

รเณศยักคิ้วให้อีกฝ่าย ความช่างจ้อของไอ้เด็กหนุ่มนั่นทำให้เขานึกเอ็นดูมัน เพราะเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง เวลามีใครเรียกพี่แบบนี้ก็ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย เขาขยับรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะสูดเอาลมที่เข้ามาปะทะใบหน้าเข้าปอดเต็มๆ เนื่องจากขอให้เปลวขับรถเปิดกระจกเพราะเห็นว่าอากาศที่นี่กำลังเย็นสบาย

เกือบสองชั่วโมงกว่าจากสนามบินที่นั่นเข้าสู่ตัวเมืองแล้ว เปลวเล่าว่าจังหวัดบ้านเกิดไม่มีสนามบิน เขาจึงต้องนั่งเครื่องมาลงที่สนามบินของจังหวัดใกล้เคียงแล้วให้คนมารอรับ ซึ่งระยะทางจากสนามบินที่ว่าไปตัวจังหวัดอีกจังหวัดหนึ่งก็กินเวลาไปมากโข นี่ยังต้องขับผ่านไปยังตัวอำเภอที่ตั้งของบ้านซึ่งห่างไปอีกราวชั่วโมงกว่า สรุปคือระยะเวลาที่นั่งรถนั่นนานกว่านั่งเครื่องไปครึ่งต่อครึ่งเลย


แกรกๆ

“หือ?”

เปลวทำหน้านิ่วตอนที่เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนที่รถซึ่งนั่งบังคับอยู่จะค่อยๆ ชะลอความเร็วแล้วหยุดลงในที่สุด

“รถเป็นอะไรเหรอเปลว”

“ไม่แน่ใจครับพี่เนตร”

เปลวมุ่นหัวคิ้วก่อนจะดับเครื่องยนต์แล้วเดินไปเปิดประโปรงรถด้านหน้า สีหน้าเคร่งเครียดนั่นทำให้รเณศขยับตามลงไปด้วย

“น่ากลัวจะต้องเข้าร้านซ่อมรถครับพี่เนตร”

รเณศเม้มปากแน่นพลอยกังวลไปด้วย ดีว่าตอนนี้ทั้งคู่มาถึงตัวอำเภอที่ตั้งของบ้านเก่าแม่แล้ว อีกไม่กี่กิโลก็จะถึงที่หมายตามที่เปลวบอก แต่ให้ตายเถอะรถดันมาเสียกลางทางซะได้

“แถวนี้มีร้านซ่อมรถที่ผมรู้จัก ขับประคองไปร้านซ่อมได้ครับ” เด็กหนุ่มอธิบาย “แต่ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาซ่อมนานแค่ไหน นี่ก็บ่ายกว่าแล้ว”

จังหวะที่รเณศหวั่นวิตกว่าอาจจะต้องโบกรถเข้าบ้านนั่นมอเตอร์ไซค์ยามาฮารุ่นคลาสสิกคันหนึ่งก็ขับมาจอดอยู่เบื้องหลังเด็กหนุ่ม เจ้าของรถที่นั่งคร่อมทับเบาหนังสีดำสนิทนั่งแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีมอซอ ไม่ต่างจากกางเกงยีนสีซีดในสภาพที่มีรอยปะตรงหัวเข่า ซ้ำพอเปิดกระจกหมวกกันน็อคแล้วผู้ชายคนนั้นยังสวมหมวกไอ้โม่งทับอีกชั้นมองเห็นแต่ลูกกะตา

สภาพนั่นไม่น่าไว้วางใจจนรเณศเผลอขยับถอยหลัง แวบหนึ่งที่เผลอประสานสายตาเขารู้สึกคุ้นเคยกับแววตาคู่นี้อย่างบอกไม่ถูก แววตาดุดันที่ทอดมองนั้นแวบหนึ่งเหมือนจะประหลาดใจและไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง

“รถเป็นอะไรวะเปลว”

“อ้าวพี่พะ...” เปลวชะงักก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะยิ้มแห้งๆ ตอนที่ผู้ชายคนนั้นขยับมาใกล้แล้วบีบบ่าก่อนจะเดินเลยผ่านหน้ารเณศไป คนแปลกหน้านั่นก้มลงไปดูเครื่องยนต์หน้ารถก่อนจะพูดคุยอะไรไม่รู้กับเปลว

สองคนนั้นรู้จักกันอย่างไม่ต้องสงสัย

จังหวะที่คนแปลกหน้าผละออกไปโทรศัพท์ เด็กหนุ่มสารถีก็เลยเดินหน้ายุ่งๆ เข้ามาหาเขา

“ผมต้องเอารถไปซ่อมที่อู่ครับพี่เนตร ขืนขับไปต่อได้ตายกลางทางแน่ นี่ก็บ่ายกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าจะใช้เวลาซ่อมนานมั้ย พี่เข้าบ้านไปพร้อมกับเอ่อ...”

เปลวพยักพเยิดไปทางเจ้าของมอ’ไซค์ร่างสูงชะลูดนั่น

“ไม่เอาหรอก”

รเณศส่ายหน้าหวือ “พี่จะรออยู่กับเปลว”

“ป้าอนงค์แกด่าผมเปิงแน่ ถ้าผมพาพี่ไปส่งช้า นี่ก็ไม่ได้เอามือถือติดมาด้วย ขืนไม่โทรบอกว่ารถเสีย ผมหูชาแน่”

รเณศกุมขมับเพราะจนใจเนื่องจากเขาเองก็ดันหักซิมทิ้งไปตั้งแต่ที่สนามบินเพราะเพื่อตัดปัญหาการถูกอดีตคนรักติดตาม

“พี่เนตรเข้าบ้านไปพร้อมกับพี่เขาก่อนเถอะครับ เดี๋ยวจะค่ำมืดเอา”

คนเมืองกรุงกัดริมฝีปากแน่น

“แน่ใจนะ ว่าหมอนั่น เอ่อ ไว้ใจได้”

จบประโยคนั้นเด็กหนุ่มถึงกับหัวเราะร่วน

“วางใจเถอะครับ ถ้าพี่เนตรไปกับพี่เขา รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง พี่เขารู้จักมักคุ้นกับป้าอนงค์แกดี คนกันเองทั้งนั้น”

“เฮ้อ”

“อย่าคิดนานน่าพี่เนตร สารถีคนนี้มีแต่สาวๆ อยากซ้อนท้ายนะพี่”

เปลวหัวร่องอหาย



.


.


สุดท้ายแล้วรเณศก็ตกกระไดพลอยโจรมันนั่งเก้ๆ กังๆ อยู่ท้ายรถของชายแปลกหน้า

“จับดีๆ”

น้ำเสียงดุดันคุ้นหูดังขึ้น ตอนที่ใบหน้าภายใต้หมวกไอ้โม่งเอี้ยวตัวกลับมา ดวงตาสีดำสนิทเลื่อนมองมือทั้งสองข้างของเขาที่จับชายเสื้อพอเป็นพิธี

“ถ้าคุณหล่นลงไป ผมไม่วนกลับมาเก็บหรอกนะ”

ปากนี่แม่ง

รเณศค้อนให้แผ่นหลังกว้างเมื่อฝ่ายนั้นหันกลับไปจดจ้องกับถนนเบื้องหน้า คนเมืองกรุงจึงขยับเข้ามาใกล้แล้วผวากอดเอวอีกฝ่ายเมื่อรถเริ่มออกตัวจนเขากระตุก

“เฮ้ย”

คนเมืองร้องอุทาน

“โทษที เกียร์มันกระตุก”

คนซ้อนท้ายเบาะคงไม่รู้ท่าทางรังเกียจรังงอนไม่อยากโดยสารไปด้วยนั่นทำให้สารภีภายใต้หมวกไอ้โม่งนึกอยากแกล้ง

“ขับรถดีๆ สิคุณ”

นอกจากไม่ตอบโต้อะไรแล้วยังเพิ่มความเร็วของรถจนคนขี้กลัวขยับไปกอดเอวอีกฝ่ายแน่นพร้อมกับพึมพำด่าคนขับไปตลอดทาง จากเส้นทางถนนคอนกรีตที่มีตึกรามบ้านช่องจนถึงทางลาดยางที่บ้านเรือนเริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ มอ’ไซค์คลาสสิกถูกบังคับเลี้ยวไปตามถนนลูกรัง ฝุ่นที่ลอยคุ้งไปมาทำเอาเขาแอบเบ้หน้านั่นยังไม่เลวร้ายเท่ากับพื้นดินที่เป็นหลุมเป็นบ่อซ้ำดินยังเปียกแฉะ เวลารถขับผ่านทีล้อหลังจึงดีดเอาโคลนกระเด็กใส่แผ่นหลังคนซ้อนเต็มๆ

รเณศร้องอุทานอย่างตกใจเพราะรู้สึกชื้นที่แผ่นหลัง เขากล้ำกลืนกับความทุรกันดารนั่นอย่างจนใจเกือบชั่วโมงที่คนแปลกหน้าพาลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็กๆ จนเจอเข้ากับทางลาดยางอีกครั้งและไม่นานก็พาเขาขับผ่านป้ายไม้สักอันใหญ่ที่เขียนว่า ‘ไร่ปลายดอย’ ก่อนจะมาหยุดที่บ้านเรือนไทยยกพื้นสูงหลังใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้

เสียงสุนัขที่เห่ากันเกรียวเสมือนร้องต้อนรับนั่นทำเอารเณศหน้าตื่น แต่ถ้าจะให้ทนนั่งกอดเอวสารถีตีนผีนี่ต่อไปก็ไม่ไหว เขาจึงกระโดดลงจากรถทันที

“ใครมากันล่ะนั่น”

น้ำเสียงห้วนของเจ้าบ้านดังขึ้นมาทำเอาบรรดาสัตว์สี่ขาพากันนอนหมอบพื้นเงียบกริบทั้งๆ ที่เจ้าของบ้านยังไม่ปรากฏตัวขึ้นด้วยซ้ำ รเณศแทบจะสะดุดลมหายใจเมื่อร่างท้วมของหญิงวัยกลางคนโผล่พ้นชานบ้านออกมา

“สวัสดีครับป้าอนงค์”

“อ้าวไปไหนมาล่ะผู้ช่วย”

ร่างท้วมแต่เดินอย่างคล่องแคล่วเดินลงบันไดเรือนมา รเณศยืนนิ่งจนกระทั่งเจ้าของบ้านเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“ใครกันล่ะเนี่ย”

“...”

เพราะมัวแต่ยืนอึ้งจึงไม่เห็นว่าคนแปลกหน้าถอดหมวกกันน็อคและหมวกไอ้โม่งออกแล้ว รเณศมัวแต่จ้องใบหน้าอวบอ้วนของเจ้าบ้าน

“คนที่ป้าอนงค์ส่งให้เจ้าเปลวไปรับน่ะครับ พอดีรถที่เปลวมันขับไปเสียกลางทาง ผมเลยแวะมาส่งคนให้ก่อน”

สารถีตอบแทนให้

“ป้าอนงค์”

รเณศพึมพำ ในอกสั่นระรัวด้วยความปิติเมื่อเจอกับญาติที่เหลืออยู่

“รเณศงั้นหรือ”

ฝ่ายนั้นก็ดูประหลาดใจไม่น้อยตอนที่สบตากับเขา ฝ่ายนั้นมองสำรวจรเณศเงียบๆ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ

“ครับ”

เขายกมือไหว้อีกฝ่าย

“ขอบใจมากนะผู้ช่วยเพลิงที่มีน้ำใจมาส่ง”

‘เพลิง’

หมอนั่นชื่อเพลิง รเณศหันกลับไปมองเจ้าของมอ’ไซค์ ใบหน้าคมคายตรงหน้าทำเอารเณศยืนอึ้งตัวชา

‘ผมไม่รู้คุณตรวจเลือดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ยังไงก็หาเวลาไปตรวจบ้างนะ รักสนุกแบบคุณน่ะมันเสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์’

ผู้ชายที่ผับคืนนั้น

“คุณ”

รเณศครางออกมาด้วยท่าทางตื่นตะลึง

“รู้จักกันงั้นหรือ”

ป้าอนงค์ถาม

“ไม่ครับ”

รเณศส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ใช่ปฏิเสธว่าไม่รู้จักคนตรงหน้า แต่เขากำลังปฏิเสธว่าครั้งหนึ่งเคยทำตัวน่ารังเกียจแค่ไหนให้ผู้ชายตรงหน้าได้เห็นด้านที่เลวร้ายของตัวเอง

“อ้าวแล้วนั่นเสื้อทำไมเปื้อนแบบนั้น”

“ทางไม่ค่อยดีน่ะครับ โคลนเลยกระเด็นใส่หลัง”

“หือ?” ป้าอนงค์ทำหน้าสงสัย “ทางลาดยางมีโคลนด้วยหรือ”

รเณศหันขวับไปหาสารถีหน้านิ่งทันที

“เมื่อคืนฝนตก เห็นชาวบ้านบอกว่าทางหลักถนนขาด ผมเลยพามาทางลูกรังที่เป็นทางลัดครับ”

“ทางขาดอะไรกัน ก็ปกติดีนี่”

“อ้าวเหรอครับ งั้นผมคงเข้าใจผิด”

ฝ่ายนั้นตอบเสียงเรียบแต่แววตาไหวระริกราวกับขบขันที่เห็นรเณศยืนโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

รเณศถูกแกล้ง!

“ช่างเถอะ ยังไงก็ต้องขอบคุณผู้ช่วยมากที่มีน้ำใจมาส่งหลานให้ป้า คนกันเองทั้งนั้นรู้จักกันไว้สิ” ป้าอนงค์มองหน้าเขาสลับกับผู้ชายคนนั้น

“นี่ผู้ช่วย คนนี้รเณศหลานป้าเอง”

ฝ่ายนั้นพยักหน้างึกหงักก่อนจะกดยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเขาพยายามถอดเสื้อคลุมที่เปื้อนโคลนด้านหลังอย่างเอาเป็นเอาตาย

“รเณศ”

“ครับ”

“รู้จักกันไว้สิ เจ้าของมอ’ไซค์ที่มีน้ำใจมาส่งเราถึงที่ นี่คือผู้ช่วยเพลิง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานดอยห่มรัก”

ผู้ชายตรงหน้านี้จะเป็นใครก็ช่าง แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเขาคือศัตรูของรเณศ


☘☘☘☘



พบคนขี้แกล้งแถวนี้ 1 อัตรา ฮ่าๆๆ
หวีดในทวิตรบกวนติดแท็ค #ป่าห่มรัก ให้ด้วยเด้อ


ออฟไลน์ maemix

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4724
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +297/-3
เจอรับน้องเสียแล้วเนตร

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
งุ้ยรอตอนต่อไปค่ะจะรออ่านว่าคนขี้แกล้งจะแกล้งอะไรน้องเนตรอีก :mew1:

ออฟไลน์ darling

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1828
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-7
ทั้งรักทั้งเกลียดหรือเปล่าน้องเนตร  :mew4:

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3945
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
 โลกกลมจังเลย เนตรเพิ่งจะมาถึงก็โดนแกล้งซะแล้ว จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2219
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
เจอรับน้องเลย จัดหนักคือเลยคะน้องเนตร  :hao7:

ออฟไลน์ minenat

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1937
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +65/-2
อบอุ่นนน :-[

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด