[เรื่องสั้น - เพราะอกหัก...รักจึงบังเกิด] [ตอนจบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น - เพราะอกหัก...รักจึงบังเกิด] [ตอนจบ]  (อ่าน 31212 ครั้ง)

ออฟไลน์ [Karnsaii]

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-15
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ

เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ3
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์ และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาทของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

                                                                         ผลงานในเล้าเป็ดเรื่องอื่นๆ
                                                    นิยาย 
                                                    -  บ้านไร่ปรายรัก [Complete]                                                                    
                                                    - ● รักข้างเดียว ● [ One-side love] [Complete]
                                                    - ll เล่นเพื่อน ll [Complete]
                                                    - หลงกาว(น์) [Complete] 
                                                    - พราน ‘ล่อ’ เนื้อ [OnAir]                                                    

                                                    เรื่องสั้น                                                                                                     
                                                    -  เรื่องสั้น .... - [ แสนชัง ] - [Complete]
                                                    - [เพราะอกหัก...รักจึงบังเกิด] [Complete]
                                                    -   ҉    วันวานยังหวานอยู่    ҉   [Pause]
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-01-2017 20:18:53 โดย [Karnsaii] »

ออฟไลน์ [Karnsaii]

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-15








เรื่องสั้น
[ เพราะอกหัก... รักจึงบังเกิด]

-1-







          ตอนนี้เป็นเวลาพลบค่ำที่มีสายฝนโปรยปรายมาอย่างไม่ขาดสาย ละอองเม็ดฝนนั่นสาดกระเซ็นเข้าใบหน้าของผมเต็มๆถึงไม่ได้รุนแรงนักแต่ก็ทำให้รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังเดินเรื่อยเปื่อยไปท่ามกลางสายฝน แม้มันจะไม่ลงเม็ดรุนแรงแต่เพราะผมเดินตากฝนมานานพอสมควรมันเลยทำให้เสื้อนิสิตตัวบางเริ่มเปียกโชกไปถึงเนื้อในและอาจจะลามไปถึงหัวใจที่ตอนนี้กำลังเจ็บชา


         บรรยากาศช่างเป็นใจ ทำไมวะ ทำไมเวลาที่คนรักอกหักแม่งมักต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยวะ เออ คิดแล้วก็แปลกคนอกหักส่วนใหญ่มักชอบเดินท่ามกลางสายฝนเพื่อให้น้ำตาที่ไหลนองเต็มหน้ามันกลืนไปกับเม็ดฝนล่ะมั้ง หึ คงอยากจะปดปิดความเจ็บปวดแบบโง่ๆ แต่ผมบอกเลยว่ามันไม่ใช่วิธีที่ดีนักในเมื่อตอนนี้ผมเริ่มหนาวจนเนื้อตัวสั่นแล้ว

         อย่าเข้าใจผิดว่าผมนึกอยากเป็นพระเอกเอ็มวีเดินหล่อๆตากฝนให้ดูเท่ทั้งที่ใจแม่งเจ็บชิบหาย เปล่าเลยผมไม่ได้อยากทำแบบนี้ถ้าหากไม่บังเอิญลืมหนังสือเรียนไว้ที่ห้องชมรมจนทำให้ต้องถ่อกลับมาเอาแบบนี้ แล้วมันก็ช่างบังเอิญว่าฝนมันดันตกเอาตอนนี้ทั้งที่ทั้งวันไม่มีวี่แววอะไรเลยด้วยซ้ำ ทำไมตกอะไรตอนนี้ ตอนที่กูกำลังเฮิร์ทเลยแม่งเอ้ย


         บรรยากาศแม่งเข้ากับอารมณ์ตอนนี้เลย

         เออ...ผมยอมรับว่าอยากร้องไห้ แม่งลองสักครั้งแล้วกันกับการร้องไห้ท่ามกลางสายฝน


        ฮือๆๆ เจ็บว่ะ เจ็บเหี้ยๆเลย


        วันนี้ควรจะเป็นวันดี วันที่ผมสุขสมหวังรึเปล่าแต่ไหงความตั้งใจที่จะรวบรวมกำลังใจไปสารภาพรักกับเพื่อนสนิทเป็นวันที่ไอ้หน้าหม้อคนหนึ่งดันมาขอเธอเป็นแฟน และสุดท้ายดาวนิเทศที่เฝ้ามองมาตลอดก็ตอบตกลงคบกับไอ้นั่นต่อหน้าต่อหน้าผมเลย ยอมรับว่าเฟลมากได้แต่แสดงงความยินดีแล้วเดินหล่อๆจากมา


         ก้าวหน้าไปข้างหน้า เดินไปเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ใกล้ๆชมรมดนตรีสากลและปลอบใจตัวเองว่าผมแค่ลืมหนังสือ จะมาเอาหนังสือกลับไปอ่าน เปล่าเลยไม่ได้มีความคิดเดินตากฝนแล้วร้องไห้เลย

        ไม่ได้ทำเลย ไม่เคยคิดจะทำเลยจริงๆ ฮือ ไม่ได้ทำจริงๆ ฮึก อยากร้องไห้

        ร้องสิร้องเลย ไม่มีใครเห็นหรอก ระบายออกมา



        “ ฮือๆๆๆ พ่อจ๋า แม่จ๋า ฮือหนูอกหัก”


         โฮๆๆๆ ไอ้หมาลูกพ่อกับแม่โดนสาวสลัดรักอย่างไม่ใยดีแล้ว โฮ ความรักครั้งแรกสลายไปพร้อมหยาดน้ำฝน ฮือ ไอ้ปูนเอ้ยมึงริจะรักก็เริ่มเจ็บปวดแล้วเหรอวะ โฮ ดาวนิเทศของปูน

         “ ฮึก ฮือพ่อจ๋า แม่จ๋าปูนเสียใจ ฮือ ปูนอกหักอ่ะ ปูนถูกหักอก” ผมแหกปากเสียงดังแข่งกับสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำ ค่ำป่านนี้คงไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้วมองไปในชมรมไฟก็ปิดสนิทคงไม่มีใครอยู่แถวนี้หรอก ถึงมีก็ช่างแม่งผมไม่สนใจผมจะระบาย ผมจะร้องไห้ให้กับความชอกช้ำครั้งนี้


         ฮือๆๆๆๆ รักแรกของไอ้ปูน


       .
       .
       .



         “ ร้องไห้หาพ่อเธอหรือ เห็นเธอตะโกนหาพ่อ เจ็บช้ำจนน้ำตาคลอให้พ่อมาเช็ดน้ำตา”


          ผมชะงักกึกหุบปากฉับมือทั้งสองข้างรีบปาดน้ำตาออกจากแก้ม เสียงนั่นทำให้หยุดชะงักมองฝ่าความมืดไปเบื้องหน้าแต่สายฝนที่พร่างพรูและน้ำตาที่กลบตาอยู่ทำให้มองภาพตรงหน้าได้ไม่ชัดนัก แต่เสียงเกลากีต้าร์ยังดังสม่ำเสมอพร้อมกับเสียงทุ้มที่คุ้นหูร้องคลอ


        ..ไอ้ ไอ้เหี้ย..



          “ ร้องไห้หาแม่เธอหรือ เห็นเธอตะโกนเรียกหา เจ็บช้ำหัวใจอ่อนล้าให้แม่เธอมาซับน้ำตาอีกคน ”


         ผมกำหมัดแน่นเมื่อฟังจากน้ำเสียงที่ร้องไปกลั้วหัวเราะไปคล้ายกับการเยาะหยันไม่น้อย ตอนแรกที่ได้ยินถึงกับขนหัวลุกนึกว่าเสียงร้องของสิ่งไม่มีชีวิตแต่พอเงี่ยหูไปดีๆน้ำเสียงที่คุ้นหูทำเอาอารมณ์เศร้าและขวัญกระเจิงหายวับไปกับตาจะมีก็แต่


        ...โครม...


        “ ไอ้เด็กเหี้ย”


        หลังจากที่ผมตวัดเท้าเตะโครมที่ประตูชมรมเสียเต็มแรงก็ได้ยินเสียงขยับลุกของใครบางคนก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องด่าเขาดังลั่น ผมแสยะยิ้มแค้นๆให้กับประตูชมรมที่จะพังไม่พังแหล่และบัดนี้มันเผยอคล้ายจะร่วงจนน่าหวาดเสียว


        “ ทำเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย”

        “ เป็นมึงจริงๆด้วย ไอ้เหี้ยพี่ลม”


         ผมสถบเมื่อฝ่ายนั้นขยับลุกขึ้นไปเปิดไปในห้องชมรม เมื่อความสว่างไสวเข้ามาเยือนภาพใบหน้ากวนๆของรุ่นพี่ตรงหน้าที่มีดีกรีเป็นถึงเดือนเศรษฐศาสตร์พ่วงตำแหน่งประธานชมรมดนตรีสากลกำลังเท้าสะเอวหัวเสีย ผมเบ้หน้ามองสำรวจมันซึ่งอยู่ในชุดเสื้อนิสิตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นถึงศอกปล่อยชายเสื้อรุ่ยร่ายออกจากกางเกงเดฟสีดำมีรอยขาดตรงหัวเข่า โดยรวมมันดูดีชนิดหัวตัวจับยากเสียแต่ชอบกวนตีน ผมเลยไม่ชอบขี้หน้าพี่มันเท่าไหร่


        “ มึงเห็นมั้ยว่าประตูมันพังเพราะมึง”

        “ ก็ผมตกใจเสียงเห่าเมื่อกี้นี่หว่า” ผมยักไหล่กวนๆเล่นเอามันจ้องเขม่ง

        “ มึงมากกว่ามั้งที่เห่า เล่นแหกปากร้องไห้หาพ่อมึงอยู่ได้”


         “ ไอ้พี่ลม”

         “ เออกูรู้ว่ากูชื่อลม”


        มันยักไหล่ปัดกางเกงคงเพราะเมื่อกี้นั่งพื้นตรงมุมห้องที่ค่อนข้างสกปรก เหลือบตามองไปเห็นกีต้าร์ที่วางอยู่ข้างๆแล้วนึกคันไม้คันมืออยากจะเตะให้คว่ำเมื่อนึกถึงเนื้อร้องที่มันร้องและเล่นกีต้าร์ใส่ผมเมื่อกี้ คนตรงหน้าเหมือนจะรู้ตัวมันถึงกระตุกยิ้มมุมปากท่าทางยียวนกวนส่วนล่างเป็นที่สุด


        “ มองไม”


        ผมทำเสียงเหวี่ยงใส่มันที่มองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าแถมยังเดินวนรอบตัวผม พอผมทำท่าฮึดฮัดมันก็ทำท่าจุ๊ๆกวนส้นชิบหาย

         “ อกหักเหรอวะ”

         “ เสือก”

         “ อ้าวไอ้เปียก”

         “ ปูนโว้ย”


          ผมโวยวายนึกแค้นมันเพราะพี่มันดันมารู้ว่าชื่อเล่นเต็มๆผมชื่อ “ เปียกปูน” เป็นชื่อที่แม่ตั้งให้เพราะแม่ผมขายเป็นแม่ค้าขายขนมหวานเจ้าดังที่ต่างจังหวัด  และเพราะชื่อมันยาวบวกกับผมไม่ชอบให้ใครเรียกนอกจากพ่อกับแม่เลยบอกใครๆว่าชื่อปูนมาโดยตลอดแต่เป็นไงมาไงไม่รู้ที่ไอ้พี่นี่ดันมารู้ซะได้


          และอีกอย่างที่สำคัญที่ทำให้ผมทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับประธานชมรมหน้าหล่อคนนี้ก็เพราะว่ามันดันมารู้ความลับว่าผมแอบมีใจให้กับ “ลูกปัด” ดาวนิเทศที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอนปีหนึ่ง ผมยอมรับว่าตกหลุมรักเธอคนนั้นตั้งแต่แรกพบและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเธอมาตลอดจนรู้ว่าเธอชอบดนตรีจนถึงขนาดตามติดมาสมัครเป็นสมาชิกชมรมดนตรีเป็นเพื่อน ผมใช้ความเป็นเพื่อนเพื่อสนิทสนมกับเธอและหากิจกรรมยามว่างร่วมกันทำที่ชมรม โดยมีสายตาของประธานชมรมอย่างไอ้พี่ลมมองอย่างแปลกๆ


         ผมไม่รู้ว่าไอ้พี่ลมมันรู้ได้ยังไงว่าผมชอบลูกปัด และเพราะมันรู้นั่นแหละมันถึงจงใจกวนประสาทหาทางขัดขวางผมตลอดเวลาเหมือนหมาหวงกางจนน่าหมั่นไส้แล้วดูเหมือนว่าดาวนิเทศที่ผมหมายปองจะนิยมชมชอบมันไม่น้อย ไอ้ผมก็คิดว่ามันจะคิดไม่ซื่อกับคนที่ผมหมายปองมัวแต่ระแวงขัดแข้งขัดขามันสุดท้ายไอ้หน้าหม้อจากไหนไม่รู้ก็คว้าเธอไปครอบครองอย่างน่าเจ็บใจ
เจ็บมากทั้งๆที่เฝ้ามาตั้งนานสุดท้ายก็หลุดมือและอดรับประทานไปในที่สุด



         ฮือๆๆๆ

         “ ทิชชู่มั้ย” รุ่นพี่หน้ากวนยื่นทิชชู่ที่ใช้แล้วม้วนเป็นก้อนกลมๆมาตรงหน้าผม

         “ หยีทุเรศ”


          แยกเขี้ยวใส่แม่งเลย ดูมันนึกว่าจะมีน้ำใจที่ไหนได้ดันกวนตีนขี้แกล้งไม่เปลี่ยนเลย



          “ หึ”

          “ ตีนติดคอไง”

          “ ปากดีนะมึง”

          “ ชิ” ผมเบ้ปาก “...ก็ดีกว่าปากหมาแบบพี่ละกัน”

          “ กูได้ยิน”

          “ หึ” ผมเบ้ปากมือทั้งสองข้างก็ปาดน้ำตามันไหลมาจากไหนไม่รู้ คนยิ่งเสียใจอยู่แทนที่มันจะเห็นใจกวนตีนอยู่ได้

          “ จะร้องไห้ให้น้ำตาท่วมห้องชมรมเลยรึไง”

          “ เรื่องของผม”

          “ อุ๊ว่ะไอ้นี่”

          “ มึงไม่ต้องบีบน้ำตาแล้วเนียนเรื่องประตูห้องชมรมเลย”

          “ อะไรเล่า”

          “ มึงเตะประตูพังไหนค่าเสียหาย...” ไอ้พี่ลมยืนกอดอกพูดยิ้มๆก่อนจะเดินไปสำรวจขอบประตูที่ใกล้จะพังเต็มที “ จ่ายมาซะดีๆ กูเพิ่งทำเรื่องของบซ่อมไปไม่นานมึงดันทำมันพังอีกแล้วคราวนี้กว่าจะได้งบคงอีกนาน”

         “ ผมไม่มี”

         “ โหพูดได้เนอะตอนเตะนี่มึงไม่คิดเลยรึไง”

         “ ก็ผมโมโหนี่หว่า”

         เกลียดชิบหาย เกลียดรอยยิ้มสว่างไสวแบบนี้จัง คนห่าอะไรวะชาตินี้แม่งจะไม่มีเรื่องทุกข์ใจเลยรึไงถึงได้อมยิ้มหวานอยู่ได้


         “ กูร้องเพลงของกูอยู่ดีๆ”

         “ พี่ร้องเพลงกวนตีนผม” ผมเถียง

         “ สรุปมึงไม่จ่าย”

         “ เออ”


         ผมตะโกนกลับอีกฝ่ายแค่ยักไหล่เดินไปปิดไฟห้องชมรมแล้วคว้าเชือกไนลอนติดมือมาท่าทางแบบนั้นทำเอาผมถอยหลังหนีด้วยความกลัว กลัวว่ามันจะฆ่าผมหมกห้องชมรม แต่ผมเข้าใจเพราะมันส่ายหน้าให้ผมแล้วดุนหลังให้ผมถอยออกก่อนจะดึงประตูที่ใกล้พังมาปิดแล้วลงมือมัดเชือกเป็นเงื่อนรัดแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ประตูมันหลุด


         “ แก้ขัดไปก่อนละกันหวังว่าคืนนี้คงไม่มีมือดีมาฉกเครื่องดนตรีในชมรมไปหรอกนะไม่งั้นมึงซวยแน่”
ผมกลืนน้ำลายเมื่อพี่มันชี้นิ้วใส่

         “ งั้น งั้นผมกลับก่อนนะ”

         “ เดี๋ยว...”

         ผมชะงักกึกว่าจะเนียนเผ่นกลับแต่มันดันคว้าไหล่ผมไว้ทัน


          “ มึงยังไปไหนไม่ได้”

          “ ทำไมคะ ครับ” ท้ายประโยคลงหางเสียงหน่อยเมื่อเห็นสายตาดุดันของมัน

           “  หึ”



         มันไม่ตอบแต่เดินไปถอยชาลี เอ่อ ชาลีในที่นี้คือรถมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งซึ่งพี่มันใช้เป็นรถส่วนตัวเวลาไปไหนมาไหนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าบ้านรวยแท้ๆแต่ดันใช้รถมอเตอร์ไซค์คันแค่นี้ เอาเถอะอย่าไปใส่ใจมันเลยเอาตัวเองให้รอดก่อนผมบอกตัวเอง

         “ อ่ะ” มันยื่นหมวกกันน็อคสีชมพูหวานแหววมาตรงหน้า ส่วนของมันที่สวมหัวอยู่สีดำสนิท ทำไม ทำไมช่างแตกต่างผมถอนหายใจอย่างอเนจอนาถใจ

         “ ถ้าผมไม่ไป”

         “ ค่าประตูชมรม”

        มันพูดนิ่งๆแต่ผมแอบเห็นว่ามันลอบยิ้มตอนที่ผมทำกระฟึดกระฟัดแต่สุดท้ายก็จำใจพยักหน้าส่งไปๆ

        “ หึ เป็นทีของมึงไอ้พี่ลม”





      .

      .



       บรื้นๆ



       “ ไอ้เหี้ยพี่ลม”

       “.......”

       “ อ้าว ทำไมไปยืนอยู่ตรงนั้น”


         ผมถอนหายใจยืนเซ็งเพราะในจังหวะที่จะก้าวขึ้นคล่อมมันดันบิดออกไปปล่อยผมก้าวขาค้างดีว่าไม่หงายหลัง ส่วนตัวต้นเรื่องดันบิดรถไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วหัวเราะร่วน

         “ ทำไมไม่ขึ้นรถวะ”

         “ แล้วพี่จะรีบไปตามควายรึไง” ผมหัวเสียกระแทกเท้าเดินไปหามัน

         “ โทษๆกูนึกว่ามึงขึ้นรถแล้ว”


         “ สาบานว่าไม่รู้จริงๆ”


        อะไรคือการที่มึงหัวเราะลั่นขนาดนี้วะไอ้พี่ลม เหี้ยมาก เกลียดแม่งจริงๆถึงใจจะบอกว่าเกลียดมันแต่ผมดันซ้อนรถมันออกมาเฉย น่าแปลกทั้งๆที่เราทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอดแต่ในขณะที่ผมกำลังทุกข์อยู่ๆไอ้พี่ลมก็โผล่มา ถึงแม้มันจะกวนตีนและกวนประสาทขนาดไหน

        แต่มันทำให้ผมลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองกำลังอกหักอยู่






       .........

       .........




         หลังจากฝ่าการจราจรอันยาวนานตามท้องถนนแล้วสุดท้ายมันพาผมหยุดที่บาร์ริมน้ำแห่งหนึ่งบรรยากาศชิวๆ แหมบรรยากาศดีน่าสั่งสักดีกรีแต่สุดท้ายผมกลับแค่แก้วน้ำปั่นสีขาวบริสุทธิ์รสชาติหอมหวานกับถั่วทอดกับแกล้มอีกจาน ส่วนเจ้ามือนั่นกำลังสบายอารมณ์รินเบียร์ที่แช่จนเย็นเป็นวุ้นเข้าปากสบายใจเฉิบทิ้งให้ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆด้วยความอยาก

        “ มึงไม่เหมาะกับพวกแอลกอฮอลล์หรอก”

        “ ก็ผมอยากเมา”

        “ เมาแล้วได้อะไร”

        “ .....” ผมนิ่งเงียบปล่อยให้เสียงสายลมพัดผ่านเข้ามาเป็นตัวช่วยของบทสนทนา

        “ เพราะมึงอกหัก มึงเสียใจ มึงเลยอยากจะระบายความทุกข์ความเสียใจไปกับเหล้าเบียร์งั้นเหรอ”

        “ มันเป็นตัวช่วย”

        “ ช่วยให้มึงตาสว่างหรือโง่งมยิ่งกว่าเดิม”

        “ พี่ไม่ต้องมาสอนผม” ผมตะโกนใส่อีกฝ่าย

        “ หึ รักเขามากเหรอ”

         ผมไม่รู้ ไม่รู้เหมือนกัน แต่แค่มันรู้สึกแปลกๆที่รู้ว่าเค้ามีเจ้าของแล้ว


        “ ถ้ามึงเรียกว่าความรัก มึงต้องยินดีกับความสุขของเขา”

        “.....”


        “ ผม”

        “ รักข้างเดียวไม่เรียกว่าความรักหรอก แต่เรียกว่า ‘การแอบรัก’ ต่างหาก”



         เราประสานสายตากัน

         ผมไม่หลบตาพี่ลม และพี่มันก็ไม่หลบเช่นกัน

         ผมเห็นกระแสบางอย่างในสายตาคู่นั้น บางอย่างที่จับอะไรไม่ได้และตีความหมายไม่ถูก


         ‘ไม่เรียกว่าความรัก’ งั้นเหรอ...นั่นสินะคงจะเป็นอย่างที่พี่มันว่า ผมคุ้นชินกับความรู้สึกที่มีให้เธอจนผมอาจจะลืมนึกไปว่าความคุ้นชินนั้นอาจจะไม่ใช่ความรัก และถึงมันจะเป็นรักจริงคงจะเป็นรักข้างเดียวอย่างที่ว่า

          ถึงอย่างนั้นความรู้สึกดีๆที่มีให้อีกฝ่ายก็ต้องใช้เวลาและกำลังใจดีๆในการรักษามัน


        “ มึงอาจจะคิดว่ามึงเจ็บปวดมาก มึงเสียใจที่สุด”

         “......”

         “ แต่มึงลองมองไปข้างหน้าสิ” ผมมองตามนิ้วชี้ของพี่มันที่ชี้ไปเบื้องหน้า ผมเห็นเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งกำลังวิ่งเก็บขยะตามพื้น “...เด็กนั่นอาจจะกำลังทุกข์อยู่ก็ได้ว่าเย็นนี้จะมีเงินซื้อข้าวกินรึเปล่า”


         “ และนั่น”

         นิ้วเรียวยาวของมันชี้ไปที่วินมอเตอร์ไซค์ที่นั่งรอคอยลูกค้าอย่างมีความหวัง ผมมองภาพตรงหน้าแล้วจุกในอกก่อนที่น้ำตาจากหางตาจะเอ่อคลอหน่วยตา



        “ ยังมีอีกหลายชีวิตที่ดิ้นรนรอความหวังและเขากำลังทุกข์ใจมากกว่ามึง ถ้ามึงมองเห็นคนเหล่านั้นมึงจะรู้สึกว่าความทุกข์ที่มึงมีมันน้อยกว่าคนพวกนั้นมาก”


        “ ไม่มีใครทุกข์หรือสุขไปได้ตลอดหรอก”

        “ เชื่อกู”

        ผมมองสบตาอีกฝ่าย


        ไม่รู้สิเหมือนว่าผมมองเห็นผู้ชายตรงหน้าแปลกไป ผมเห็นความจริงใจแววตาคู่นั้น ผู้ชายหน้าตาดีแต่สีหน้ายียวนกวนโมโหทุกครั้งที่เราคุยกัน ไม่มีครั้งไหนที่เราไม่ประทะคารมกันเวลาเจอกันหน้า แต่เป็นเขา...เป็นไอ้พี่ลมที่อยู่กับผมในวันที่เสียใจที่สุด

        “ ทำไมพี่คิดงั้นอ่ะ” อายเหมือนกันนานๆจะเรียกมันว่าพี่

        “ หึ กูไม่ได้คิด...” พี่มันยิ้มกวนๆ “...กูจำเค้ามา”


        “ เอ้า”

         แล้วเราก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน


         นี่ผมหัวเราะกับพี่มันงั้นเหรอ


         “ เท่ไม่สุดเลยว่ะพี่”


         “....”


         “ คนบางคนเหมาะกับการได้มองภาพสวยงามของเขาอยู่ห่างๆมากกว่าการได้มาครอบครอง” พี่มันพูดขึ้นแล้วหันมามองหน้าผมตรงๆ “ ไม่เหมือนกับบางคนที่มองอยู่ห่างๆแค่ไหนแต่ใจก็อยากจะครอบครอง”


         เดี๋ยวนะ

         ทะ ทำไมแม่งรู้สึกว่าหัวใจเต้นแปลกๆวะ ทำไม...มันเกิดอะไรขึ้น


         ผมไม่เคยมองว่ารอยยิ้มของพี่มันน่ามองขนาดนี้มาก่อนเลยว่ะ ไม่เคยเลยแต่วันนี้ของยอมรับแบบแมนๆว่ายิ้มของไอ้พี่ลมแม่งพาใจสั่นชิบหาย


         โฮๆๆๆ ชิบหายแล้วผมใจเต้นแรงกับผู้ชาย ฮือ วิบัติแล้วไอ้เปียกปูน











นานจะเขียนเรื่องสั้นจ้าฝากพี่ลมกับน้องเปียกปูนไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยน้า
คาดว่าคงอีกสองตอนน่าจะจบอิอิ   :mew1: :katai2-1:

เล่นเพื่อนเตรียมวางขายต้นปีหน้าแล้วน้า (ตอนพิเศษนี้ฟินมากบ่องตง อิอิ)

แจ้งข่าวการรีปริ้นท์รักข้างเดียวจ้า

ตอนนี้มี Twitter แล้วตามไปฟอลโล่ด่วนๆๆๆ

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4398
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
ติดตามค่าาา

ว่าแต่พี่ลมนี่เนียนจีบน้องหรือเปล่า ฮาา

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
พี่ลมจีบเปียกปูนอยู่ใช่มะ เข้ามาถูกเวลาเชียวนะ

ออฟไลน์ inspirer_bear

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +206/-5
เนียนจีบอะเปล่าพี่ลม

ออฟไลน์ TachibanaRain

  • มาโกโตะเทนชิ
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3018
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +76/-1
พี่ลมที่ปูนบอกว่าพี่หวงก้างนี่คือหวงก้างปูนใช่ม้ายยยยย อยากจะจีบปูนก็บอก

เรื่องนี้น่ารักอะเราว่า อ่านไปนี่นึกภาพออกเลยแต่ละฉาก มุ้งมิ้งกันจริงๆหนุ่มๆสมัยนี้

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4739
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
น้องเปียกหวั่นไหว 555

ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
มานอนรอออออออ  :katai5:

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-5
พี่ลมจีบแบบเนียนๆเลยนะ :hao7:

ออฟไลน์ ฤดูใบไม้หลากสี

  • ผู้เป็นอิสระเหนือทุกสิ่ง
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 580
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-2
    • อิสระ ไม่อาจพรากไปจากเรา, จินตนาการก็อยู่คู่เราจนสิ้นลมหายใจ
พี่ลมแอบชอบมานานละสิ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ [Karnsaii]

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-15

[ เพราะอกหัก... รักจึงบังเกิด]

- 2 -





         “ โป๊กๆๆ”

         “......”


         “ ปั้งๆ”

        “ โว้ย”

        ผมสะดุ้งโหยงหน้าตื่นเมื่อรุ่นพี่ที่ดูสงบเงียบมานานตะโกนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มันออกจะแปลกไม่น้อยเพราะ “พี่เน็ท” รองประธานชมรมขี้เล่นกลับทำหน้าบึ้งตึงมือข้างหนึ่งฟาดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามใบหน้าท่าทางอารมณ์เสียไม่น้อย


         “ อย่าให้กูรู้นะมึงว่าใครแม่งทำประตูห้องชมรมพัง”
          ผมหน้าซีดทำใจกล้าถาม
   

         “ พี่จะทำไมเหรอ”

         “ จะเตะแม่งให้ขาดสองท่อนเลย”


         อุ้ย...ชิบหายแล้ว


        ผมยิ้มแหยนึกร้อนๆหนาวๆเหมือนวัวสันหลังหวะเพราะเป็นต้นเหตุของอารมณ์โมโหของคนในชมรมที่วันนี้นัดรวมพลมาชวนเตรียมงานเปิดกิจกรรมชมรมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่ภายในห้องชมรมดันเปิดแอร์ไม่ได้เพราะไอ้พี่ลมนัดช่างมาซ่อมประตูซ้ำพัดลมที่มีตัวเดียวดันมาเสียอะไรในตอนนี้


       ดังนั้นตอนนี้คนในชมรมจึงอารมณ์บ่จอยเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวมือข้างหนึ่งทำงานอีกข้างก็ฟาดเหงื่อไม่ก็เอาพัดมาโบกให้ตัวเองคลายร้อน


       “ โว้ย”
       อีกหนึ่งเสียงที่ตะโกนออกมาจนผมเกือบเผลอทำคัตเตอร์เฉือนนิ้วตัวเอง


       “ หงุดหงิดโว้ย”
 
       “ ใจเย็นน้องๆ”

       พี่ช่างคนหนึ่งพูดยิ้มๆอย่างอารมณ์ดีทั้งที่เหงื่อเต็มใบหน้าโดยที่มือก็เร่งตอกตะปูอย่างรวดเร็ว


       “ เย็นไม่ไหวแล้วพี่ วันนี้อากาศแม่งก็เสือกร้อนชิบหาย”
 
       “ ฮ่าๆ เออจริง”

       “ ผมนี่โคตรเจ็บใจเลยประตูเพิ่งซ่อมไปได้ไม่นานดันพังอีกแล้ว จะเปิดกล้องวงจรปิดดูว่าใครทำไอ้ลมแม่งก็บอกว่ากล้องเสียอีก ไม่งั้นนะคงได้ตามไปขาคู่ใส่ไอ้ตัวต้นเหตุล่ะ”



        ...อุ้ย ผมว่าพี่เน็ทโหดไปนะฮะ...

        ...อย่าไปทำอะไรเด็กตาดำๆนั่นเลยสงสารมัน มันเพิ่งอกหักมาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก...




         “ มึงว่าอะไรนะ”

         “ เปล่านิพี่” ผมทำหน้าเอ๋อ

         “ เปล่าห่าอะไรเล่นบ่นพึมๆพำอยู่คนเดียว มึงบ้าเปล่าไอ้ปูน”

         “ เปล๊า”

         “ เสียงสูงน่าสงสัยนะมึง”

         “ เปล่า” คราวนี้ผมทำเสียงต่ำเหมือนคนจะขาดใจจนพี่เน็ทและคนอื่นๆในชมรมพากันหัวเราะร่วน

         “ มึงนี่มันกระล่อนจริงๆ”

         “ ผมถือว่าเป็นคำชมแล้วกันนะพี่”

        คราวนี้พวกรุ่นพี่พากันส่ายหัว จริงๆแล้วไม่อยากจะอวยตัวเองหรอกว่าผมนี่เป็นที่เอ็นดูของพวกพี่ๆในชมรมก็แก็งค์เดียวกับไอ้พี่ลมนั่นแหละ  ไอ้พี่พวกนี้ก็บ้าๆบอๆเฮฮาซ้ำกวนตีนไม่ต่างจากไอ้พี่ลมหรอกเสียแต่ว่าไอ้นั่นมันโครตของโครตกวนตีน ว่าแล้วตั้งแต่ผมอกหักแล้วเจอมันวันนั้นมาผมก็ไม่ค่อยได้เจอไอ้คนชอบกวนตีนนั่นอีกเลยนะ

        หายไปไหนของมันก็ไม่รู้

        หืม นี่ผมคิดถึงมันเหรอวะ

        ไม่จริงอ่ะ ไม่จริงโว้ย ผมสะบัดหน้าตัวเองไปมาแรงๆ แต่สะบัดให้ตายยังไงใบหน้าไอ้พี่ลมตอนยิ้มแม่งยังสว่างวาบอยู่ในหัวไม่เสื่อมคลายเลย ฮือ


        “ อ้าวๆผีเข้ารึไงวะไอ้ปูน”

        “ แหะๆ”

        ผมแกล้งทำตาใสส่ายหัวไม่รู้ไม่ชี้

        “ วันนี้มึงแปลกๆนะไอ้ปูน สงสัยว่าคู่กัดยังไม่โผล่หัวอาการถึงไม่อยู่กับร่องกับรอย”

        “ ไรพี่ ไม่มีเหอะผมคนดีไม่มีคู่กัด”

        “ เหรอ”

        คราวนี้ทั้งชมรมหันมาประสานเสียงพร้อมกันทั้งยังทำหน้าทำตาแปลกๆด้วยการยิ้มมุมปากเหมือนว่ารู้อะไรบางอย่างมา


        หึ ลากเสียงยาวเชียวแหมแต่ละคน

        ผมเบ้หน้าก่อนจะค้อนประหลับประเหลือกไปเรื่อยไอ้พี่เน็ทมันคงหมั่นไส้มั้งถึงได้ขยำกระดาษเป็นก้อนกลมๆแล้วปาใส่หัวผมทันที เรียกได้ว่าทั้งเร็วและแรงจนหน้าแทบหงาย


       โอ้ย


         หัวกูจะแตกมั้ยเนี่ยผมร้องลั่นคลำหน้าผากตัวเองทันที เสียงร้องของผมไม่ทำให้พวกนั้นสงสารเห็นใจซะนิดตรงกันข้ามแม่งพากันหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจ ผมเลยทำหน้าตูมใส่พวกแม่งเลย ชิ


        “ ทำอะไรกันวะ”


        เสียงหัวเราะดังลั่นค่อยเงียบลงเมื่อประธานชมรมหน้าหล่อโผล่หัวมา ผมเบ้หน้าก่อนจะสะบัดพรืดไปทางอื่นไอ้พี่ลมทำหน้าสงสัยแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมันวางกล่องไอศกรีมขนาดใหญ่ที่คาดว่าคงจะไปเหมาร้านเค้ามาวางยังไม่ถึงพื้นดีด้วยซ้ำก็เหมือนห่าลงเพราะไอ้พวกรุ่นน้องตะบี้ตะบันแยกกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อย่างว่าแหละไอติมตอนอากาศร้อนๆแบบนี้คงเหมือนกับอาหารเลิศรส


       “ เฮ้ย พวกมึงเบาๆ เดี๋ยวไอติมหกกูจะเตะพวกมึงเรียงตัวเลย”

       “ โห่”


        น้องๆร้องโห่แซวไม่จริงจังพวกมันทำท่าเกรงกลัวประธานชมรมอย่างกวนๆ เฮ้ย ตกลงนี่มันชมรมอะไรกันแน่วะมีแต่พวกไม่ค่อยเต็มผมบ่นพึมพำ ตาก็คอยมองกล่องไอศกรีมที่พวกนั้นยื้อแย่งกันทั้งๆที่จำนวนของหวานเย็นชื่นใจนั่นมีมากโขเรียกได้ว่ากินกันคนละสามสี่แท่งยังไหว...แล้วจะแย่งกันเพื่อ...



         “ ค่อยๆโว้ย...” ไอ้พี่ลมตะโกนบอกทั้งที่มันนั่งกอดอกกระดิกเท้ายิกๆอยู่ไม่ไกล ใช่ ไม่ไกลเลยเพราะมันใกล้ชนิดที่ว่าปลายเท้าโบกผ่านใบหน้าผมไปมา

       กวนตีน

       ผมทำตาขวางใส่มันจนพี่มันคงจะรู้ตัวถึงได้เอี้ยวใบหน้าหันมาทางนี้ มันเลิกคิ้วเป็นเชิงถามแต่ผมไม่ตอบแต่กลับสะบัดหน้าไปทางอื่นแทน เป็นห่าอะไรนักหนากูเนี่ยพักหลังๆมานี่ชักแปลกๆไม่ค่อยกล้าที่จะสบตาพี่มันเท่าไหร่

        “ คอมึงเป็นอะไร”

        “ อะไร” ผมทำหน้างงส่วนไอ้พี่เน็ทหัวเราะร่วน

        “ อ้าวเห็นค้อนไปค้อนมากูก็นึกว่าคอมึงมีปัญหา”

        “ ไม่มีโว้ย”

        “ ตะโกนเพื่อ” ไอ้พี่ลมทำหน้ากวนๆ

        “ ตะโกนให้หมาถาม”

        ผมยักไหล่ตอบกวนๆ

        “ มึงพูดอีกทีซิ” เดือนเศรษฐศาสตร์ถามหน้านิ่งๆ




     .

     .




       “ อีกที”


       ไม่รู้ว่าเสียงหัวเราะดังลั่นนั่นมาจากไหนมากมายเพราะพอผมพูดจบมันก็ดังขึ้นทันทีราวกับว่าพวกนั้นเงี่ยหัวฟังบทสนทนาของผมกับไอ้พี่ลมอยู่

       หึ เป็นไงล่ะมึงไอ้พี่ลมนั่งอึ้งไปเลยและถึงมันจะนั่งอึ้งก็ยังอุตส่าห์กดยิ้มมุมปากเฉย ท่าทางแบบนี้กวนตีนยิ่งกว่าคำพูดผมเมื่อกี้อีกให้ตายเถอะ ผมถอนหายใจนึกเซ็งตัวเองที่รู้สึกว่าช่วงหลังๆมานี่ปะทะฝีปากกับไอ้พี่ลมมันไม่สนุกเหมือนก่อนเพราะอะไรกัน

       เพราะอะไรรอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายยิ่งดูดี และทำให้ผมเผลอใจเต้นแรงเพราะรอยยิ้มนั่น

       ไม่ชอบเลย ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยให้ตายเถอะ ผมยกมือขึ้นกุมหัวใจตัวเอง ไม่อยากยอมรับว่ารู้สึกแปลกๆกับตัวผู้เข้าให้แล้วที่สำคัญตัวผู้ที่ว่าแม่งเสือกคือคู่กัดตลอดกาลอย่างไอ้พี่ลมเดือนเศรษฐศาสตร์หน้าหยก

       “ เอ้าเป็นอะไรขึ้นมาอีก เดี๋ยวบ่นพึมพำ เดี๋ยวค้อนลมค้อนแล้งไปเรื่อย นี่ก็มันนั่งกุมหน้าอกอีก อาการมึงนี่คล้ายๆคนมีความรักนะเนี่ย”


        ความรักเหี้ยอะไรครับพี่เน็ท ผมเพิ่งอกหักมา

        ผมไม่ตอบแต่ยักไหล่ไปเรื่อยก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นแล้วสบเข้ากับสายตาคู่คมของไอ้พี่ลมที่มองอยู่ มันมองผมอยู่งั้นเหรอ ผมไม่รู้ในสายตาคู่นั้นสื่อความหมายอะไรแต่ตั้งแต่วันนั้นที่ผมอกหักแล้วออกไปกับมัน เรามีโอกาสได้พุดคุยกันดีๆเป็นครั้งแรกและหลังจากนั้นมันก็ไปส่งผมที่หอ


       ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่สามารถให้คำตอบกับตัวเองได้ว่าผมลืมเรื่องของลูกปัดไปแล้วหรือไง อาจจะไม่ถึงขนาดนั้นแต่เวลาที่คิดถึงเธอผมไม่เจ็บไม่ปวดทรมานเหมือนอย่างที่คิดเลยต่างจากที่ผมเอาแต่คิดถึงภาพรอยยิ้มของไอ้บ้านั่นที่ติดอยู่ในความทรงจำตั้งแต่บัดนั้น


       “ ถ้าพวกมึงจะมองกันขนาดนั้น กูแนะนำให้ไปเปิดห้องไป” พี่เน็ทพูดไปหัวเราะไปผมจึงรีบเบือนหน้าหนีจากไอ้พี่ลมทันที

       “ กูว่าพวกมึงแปลกๆนะ”

       “ ยังไง” ไอ้พี่ลมถาม

       “ กูว่าไอ้ปูนมันดูน่ารักขึ้น ส่วนมึงก็ยิ้มแปลกๆเหมือนว่าพวกมึงตกหลุมรักกันและกัน”

       “ ก็เหี้ยแระ”


        ผมตะเบ็งสุดเสียงก่อนจะฮึดฮัดไปแย่งไอติมกับไอ้พวกนั้น


       “ วี๊ดวิ้ว”

       ไอ้ห่าพวกนั้นก็ร้องรับเป็นลูกคู่เชียวผมมองตาขวางและเลยไปยังต้นเรื่องอย่างไอ้พี่ลมที่กอดอกยิ้มเฉยเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


       “ แหมครั้งนี้พี่เน็ทชงซะเข้มเลย...คาดว่าอีกไม่นานรสชาติคงจะกลมกล่อม”

       “ คงงั้น”



        แล้วพวกมันก็แท็กมือกัน อะไรคือการที่พวกมันแท็กมือกันแล้วหัวเราะถูกใจแบบนี้ อะไร มันเกิดอะไรขึ้นนี่พวกมึงคิดการสิ่งใดกันบอกมาเดี๋ยวนี้เลย



       .

       .




       ง้ำๆๆๆ


         ผมนั่งแทะไอติมกินอย่างมีอารมณ์ตาก็คอยมองคนในชมรมนั่งตัดกระดาษเตรียมทำบอร์ดทำซุ้มเพื่อเตรียมความพร้อมกับกิจกรรมเปิดชมรมอาทิตย์หน้า บรรยากาศรอบตัวดูคึกคักขึ้นเพราะพี่ช่างเพิ่งซ่อมประตูเสร็จแล้วดังนั้นห้องชมรมเลยเปิดแอร์ได้

         อากาศร้อนๆด้านนอกแต่ภายในเปิดแอร์เย็นฉ่ำสบายหลังจากกินอิ่มแล้วจึงไม่แปลกที่หนังตาจะหย่อนแบบนี้ ผมทิ้งไม้ไอติมแล้วทำตาปรือตัวอ่อนเลื้อยนอนกับพื้นปูนอย่างสบายอารมณ์ ไม่รู้ว่าหลับไปแล้วละเมอหรือไงถึงรู้สึกว่ามีผ้าห่มนุ่มๆและหมอนรองคอมาหนุนให้สบายขนาดนี้ คงจะละเมอนั่นแหละถึงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเกลี่ยแก้มผมแผ่วเบาแต่ชวนจั๊กจี้ และหูก็ได้ยินเสียงคนพูดอะไรบางอย่าง


        “ กินแล้วก็นอนเลยนะไอ้ดื้อเอ้ย”

         ไม่ได้ดื้อซะหน่อย  ฮือ อย่ามายุ่งนะคนจะนอน


         ผมรู้สึกคล้ายๆกับอะไรบางอย่างสัมผัสที่หน้าผากอย่างแผ่วเบาแต่เพราะหนังตาที่หนักอึ้งเกินกว่าที่ลืมตาขึ้นมาได้จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยและไขว่คว้าความอบอุ่นนั้นมาโอบกอดเอาไว้

         อบอุ่นจัง ฮือ น้องปูนอุ่นจังเลยพ่อจ๋าแม่จ๋า

         อบอุ่นที่สุด


        .......

        .......





        “ ฮะ ฮ้าว”

        “ อื้อ”

        ผมค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นก่อนจะทำหน้างงๆมองไปโดยรอบตอนนี้ผมยังอยู่ที่เดิม ที่เดิมที่ว่าคือห้องชมรมซึ่งบัดนี้เงียบจนน่าวังเวงเพราะจากการกวาดสายตาดูโดยรอบสมาชิกทั้งหมดหายไปไหนกับหมดจะเหลือก็แต่แผ่นหลังกว้างของคู่กัดที่นั่งหันหลังพิมพ์ก๊อกๆแก๊กๆอยู่  ผมนอนมองคนตรงหน้าอยู่ตั้งนานพี่มันยังไม่รู้สึกตัวเลยตัดสินใจลุกขึ้นเสื้อคลุมที่ห่อตัวผมอยู่จึงร่วงลงมากองที่ตัก เมื่อนั้นผมจึงได้มีโอกาสพิจารณาเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำคุ้นตา


        ว่าแต่มันมาอยู่บนตัวผมได้ยัง และดูเหมือนว่าผมจะนอนกอดมันจนยับยู่ยี่เสียด้วย ให้ตายเถอะแบบนี้เจ้าของมันอย่างคนที่นั่งหันหลังให้นี่จะไม่เอาผมตายเลยรึไงวะ ผมถอนหายใจมองไปรอบๆท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วสงสัยว่าทุกคนคงกลับไปแล้ว ดีว่าไม่แกล้งให้ผมหลับอยู่คนเดียวแล้วปิดห้องหนี

        “ ตื่นแล้วเหรอ”

        “ เฮ้ย”

        ผมอุทานเบาๆเพราะเสียงนั้นมันดังขึ้นมาในความเงียบนี่ขนาดว่านั่งหันหลังให้มันยังรู้ว่าผมตื่นแล้ว ไม่รู้ว่ามีตาทิพย์หูทิพย์หรือไง และไม่ต้องสงสัยนานเมื่อไอ้พี่ลมหมุนเก้าอี้หันมามอง ผมนี่ถึงกับสะดุ้งเพราะคิดอะไรเพลินๆอยู่เลย

       ตาประสานตาและไม่มีใครหลบตา

       และสุดท้ายก็เป็นผมที่พ่ายแพ้จนต้องก้มหน้าหลบอีกเช่นเคย


        “ ละ แล้วคนอื่น”

        “ ไปร้านหมูกระทะ”

        “ หืม” ผมหูผึ่งทำตาโตเมื่อนึกถึงของกินทำเอาคนตรงหน้ายิ้มขำ

        “ กูบอกว่าเสร็จงานแล้วจะเลี้ยงพวกมัน ไอ้เน็ทเลยนำทีมไปร้านหมูกระทะแล้ว”

        “ แล้วพี่”

        “ กูรอปิดห้องไง”

        ไอ้พี่ลมหรี่ตามองผมอย่างเหยียดหยาม เออ รู้ครับรู้ว่าสาเหตุทั้งหมดเป็นเพราะผมแต่ไม่เห็นว่าจะต้องทำหน้าเหม็นเบื่อขนาดนั้นเลยโด่

        “ ก็แล้วทำไมพี่ไม่ปลุกเล่า”

        “ หึ” ไอ้พี่ลมกระตุกยิ้มมุมปากสีหน้าเซ็งๆ “...อย่างมึงถ้าไม่จุดประทัดใส่หูคงไม่ตื่นหรอกมั้ง”

        ชิ ก็แค่เป็นคนหลับลึกเท่านั้นเองจริงๆถ้าปลุกจริงๆก็ตื่นหรอกทำไมไม่ปลุกเล่า

        “ ดูทำหน้าเข้า กูไม่น่าห้ามไอ้เน็ทสาดน้ำปลุกมึงเล้ย”

        “ หา”

        ไอ้พี่เน็ท...ผมนึกเข่นเขี้ยวในใจ



        “ ไม่ใช่หมาโว้ย”

        “ เอ้าเหรอกูเห็นมึงนอนน้ำลายไหลยืดขนาดนั้นท่าทางอย่างกะ...”

        “ หยุด” ผมชี้นิ้วใส่พี่มันเคืองๆ


        ชิ เกลียดว่ะยิ้มอีกล่ะ ไอ้บ้ารู้ว่าหน้าหล่ออยู่แล้วจะยิ้มทำซากอะไรมันจะรู้มั้ยว่าผมใจไม่ค่อยดี เหอะ เออใจสั่นนั่นแหละ

        “ โอ้ย”

        ผมหน้าบึ้งเมื่อพี่มันผลักหัวเบาๆ


        “ ตื่นแล้วก็ลุก กูจะปิดห้อง”

        “ ขี้บ่นว่ะ”

        “ อย่างมึงบ่นให้ตายก็ไม่ทะลุเข้าเนื้อสมองหรอก คนห่าอะไรแดกแล้วก็หลับ หลับตื่นแล้วก็จะไปแดกต่อ งานการนี่ไม่คิดจะทำเลยรึไง”

        “ โว๊ะ”
 

         ผมแกล้งทำเสียงกวนพี่มันก่อนจะวิ่งหนีเมื่อมันขยับตัวแรงๆมาใกล้คล้ายกับจะเตะเข้าให้ สุดท้ายหลังจากวิ่งหนีไปได้สักพักก็หยุดหอบจนมันตามมาทันแล้วสะกิดหัวผมไม่เบานัก หลังจากทะเลาะกันพอหอมปากหอมคอพี่มันก็จัดการปิดประตูห้องชมรมที่ทำซะใหม่เอี่ยมจนผมแอบรู้สึกผิดพอดีกับที่สายตาของพี่มันมองยิ้มๆมาทางนี้ ผมเลยเชิดคอตั้งไม่สนทำมองฟ้ามองดินไปเรื่อย



        “ อ่ะ”

       ไอ้พี่ลมยื่นหมวกกันน็อคสีชมพูหวานแหววอันเดิมมาให้ผมเหลือบตามองเฉยเพราะยังโกรธที่มันโบกหัวผมเมื่อกี้

        “ ใครว่าผมจะไปกับพี่”

        “ มึงจะไปเอง”

        พี่มันเลิกคิ้วมองผมเลยจำใจต้องพยักหน้าแรงๆ มันแค่ยักไหล่ก่อนจะควบชาลีถอยหลังเตรียมสตาร์ท


         เชี่ย นี่ไม่คิดจะชวนขึ้นรถอีกครั้งรึไง


        ...บรื้น...


        “ ไอ้ ไอ้เหี้ย”

         มันเป็นแค่เสียงที่ดังอึกอักอยู่ในลำคอก่อนที่เดือนเศรษฐศาสตร์จะควบชาลีหายลับไปเหลือไว้เพียงควันเขม่ารถ ไงล่ะหยิ่งนักสุดท้ายต้องเดินทอดน่องสายตาก็ทอดมองไปเบื้องหน้าอีกตั้งไกลกว่าจะถึงป้ายรถเมล์ แม่งเอ้ย ผมบ่นพึมพำนึกเซ็งตัวเองทั้งยังอดจะโกรธไอ้พี่ลมไม่ได้



        ...ปริ้น ปริ้น...

         เสียงบีบแตรของรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นเบื้องหลังทำให้เผลอยิ้มไม่รู้ตัว พอเอี้ยวตัวกลับไปก็เห็นพี่มันควบชาลีอยู่เบื้องหลัง

         “ กูนึกได้ว่าลืมอะไรไปอย่าง”


         หึ ลืมกูล่ะสิ กลับมาง้อใช่มั้ย ผมพยายามกลั้นยิ้มจนปวดแก้ม

         “ อะไรล่ะ”

         “ เสื้อแจ็คเก็ตกู”



          ...เพล้ง...

         หน้าผม โฮ สภาพตอนนี้บอกเลยว่ายับเยินมาก ฮือ โกรธมึงจริงๆแล้วไอ้พี่ลม

         “ เอาคืนไป”

         โยนเสื้อใส่พี่มันแล้ววิ่งหนีออกมา ยอมรับว่าโกรธมันจริงๆ

         โกรธงั้นเหรอ

         ใช่ ยอมรับว่าโกรธมากทั้งๆที่เราทั้งคู่เคยทะเลาะกันรุนแรงกว่านี้แต่ก็ไม่เคยเก็บมาคิดหรือใส่ใจอะไร ตรงกันข้ามกลับปล่อยให้ผ่านเลยไปไม่คิดอะไรด้วยซ้ำ แต่วันนี้แค่มันแกล้งกลับทำให้ผมโกรธขนาดนี้


         ...ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ...

         แม่งเอ้ย ผมถอนหายใจแรงๆพอดีกับที่สายตาผมเหลือบไปเห็นลูกปัดอดีตขวัญใจผมนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้กับแฟนหนุ่มแล้วรถคันหรูนั่นก็ขับผ่านผมไปอย่างเร็วถึงขนาดที่เหยียบแอ่งน้ำจนมันกระเด็นโดนแขนเสื้อ


         ...เจ็บจี๊ดเลยทีนี้...

        ผมนั่งทรุดตัวอย่างหมดแรงอยู่ตรงม้านั่งหินอ่อนแถวนั้น อย่างที่บอกว่าถึงไม่ทุรนทุรายทรมานเวลาที่เขามีตัวจริงแต่เอาเข้าจริงๆก็อดเสียใจไม่ได้

        นี่ผมเป็นอะไรทั้งเสียใจกับรักแรกทั้งยังต้องมารู้สึกแปลกๆกับผู้ชายอีก โอ้ย ปวดหัวโว้ย ผมนิ่งกุมขมับอยู่อย่างนั้นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีมือหนาของใครบางคนก็ลูบศีรษะผมอย่างแผ่วเบาเป็นกิริยาที่นุ่มนวลและชวนให้อบอุ่น ผมจึงเงยหน้าขึ้นมองเห็นเงาดำทะมึนของที่แกล้งผมก่อนหน้านี้


       “ เป็นอะไร”

        แปลก ยอมรับว่าแปลกที่ฟังดูน้ำเสียงนั่นอบอุ่นจัง ผมส่ายหน้าไปมาแต่มือข้างนั้นยังลูบหัวผมอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายผมก็เดินตามแรงจูงนั่นมาซ้อนรถพี่มัน

        “ ไม่สบายเหรอ” ผมส่ายหน้า

        “ กูขอโทษที่แกล้งมึงเมื่อกี้”

        “ ...”


        ผมพยักหน้าตอนที่พี่มันเตรียมสตาร์ทรถแล้วก็ต้องตกใจเมื่อมือข้างหนึ่งถูกคว้าไปกอดเอวคนขับ

        “ จับไว้จะได้ไม่ตก”


        ผมนิ่งงั้นเพราะมือข้างหนึ่งโอบเอวคนขับเอาไว้ทำให้ต้องเลื่อนตัวเข้าไปใกล้กันสุดท้ายจึงเผลอ ขอเรียกว่าเผลอแล้วกันที่ผมซุกใบหน้าไปที่แผ่นหลังนั้น ผมไม่สนใจว่าบรรยากาศรอบข้างจะเป็นยังไงผมรู้แค่ว่ามือหนาของพี่มันเลื่อนไปกุมมือผมไว้ตลอดทางแล้วความอบอุ่นก็บังเกิดขึ้นในใจผม






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-01-2016 21:35:40 โดย [Karnsaii] »

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-5

ออฟไลน์ BlackClover

  • ◥≡Pe'un≡◤
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-3

ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-6
พี่ลมก็อย่าแกล้งน้องมาก

รอตอนต่อไปค่ะ  :3123:

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5953
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-9
รู้กันทั้งชมรมแล้วล่ะมั้งว่าพี่ลมชอบเปียกปูน

ออฟไลน์ zuu_zaa

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2084
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

ออนไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-6

ออฟไลน์ Al2iskiren

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1969
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-3
อื้อออออ ชอบ >///<
รอตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ cinnsin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
รอนะคะะะ อิพี่อย่าแกล้งน้องงงง T3T

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ [Karnsaii]

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 424
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +461/-15


[ เพราะอกหัก... รักจึงบังเกิด]

- 3 -






        “ สอยดาวจ้าสอยดาว”

        “ สอยดาวกระแทกเดือน”

        “......”


        “ ล้วงไข่จ้า”

        “ ล้วงไข่แข็งเร้ว”

        “.....”



        “ อื้อหืมเป็นฐานเกมที่เสื่อมมาก”




       ผมได้แต่พึมพำในใจก่อนจะกรอกตาไปมามองความวุ่นวายตรงหน้าที่ตอนนี้ทุกคนในชมรมกำลังร่วมมือร่วมใจกันเชิญชวนนิสิตที่เดินเที่ยวงานเปิดตัวชมรมของทางมหาวิทยาลัยให้มาเข้าร่วมเล่นเกมของชมรม งานเปิดตัวชมรมที่ว่าเป็นงานที่รวบรวมชุมนุมและชมรมทั้งหมดเพื่อนำเสนอกิจกรรมต่างๆให้รุ่นน้องปีหนึ่งและปีอื่นๆที่สนใจสมัครเข้าร่วมเนื่องจากทางมหาวิทยาลัยบังคับให้ทุกคนต้องมีชมรมอย่างน้อยหนึ่งชมรมเพื่อส่งเสริมให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมนอกเหนือจากการเรียน


        ชมรมดนตรีสากลที่นำทีมโดยประธานชมรมอย่างไอ้พี่ลมปีนี้ก็จัดซุ้มเกมสองซุ้มที่พวกคุณคงได้ยินชื่อไปแล้วด้านบนจริงๆแล้วซุ้มเกมนี่เป็นความรับผิดชอบของไอ้พี่เน็ทและเดอะแกงค์โดยมีน้องๆขาเกรียนให้การสนับสนุนสุดท้ายเกมสอยธรรมดาก็กลายเป็นสอยดาวกระแทกเดือน (ที่ต่อท้ายด้วยคำว่ากระแทกเดือนเพราะไอ้พี่เน็ทมันบังคับพี่ลมเป็นคนเฝ้าซุ้มเกมนี้นัยว่าใครเล่นเกมนี้จะได้กระทบไหล่เดือนกระแทกไหล่เดือนอย่างไอ้พี่ลมประมาณนี้ แต่ผมบอกตรงๆว่าใครได้ยินแม่งต้องคิดไปไกลชัวร์ เฮ้ย)

          ส่วนซุ้มเกมล้วงไข่ชื่อเชยๆที่พี่เน็ทมันอ้างนั่นก็ถูกเติมประโยคให้ฟังแล้วเสื่อมกว่าเดิมคือเกมล้วงไข่แข็งเพราะมันล้วงในน้ำแข็งไง ชนิดที่ว่าล้วงลงไปมือคงชาเพราะเล่นโทน้ำแข็งใส่เหมือนว่าอยู่ขั้วโลกเหนือแต่ก็แปลกที่ฐานซุ้มเกมของชมรมผมดันมีคนเข้าเยอะง ที่สำคัญสาวๆนิสิตกระโปรงพรีทต่างชื่นชอบไอ้ฐานสอยดาวเป็นพิเศษอย่างว่าแหละชมรมผมประชากรส่วนใหญ่เป็นชายส่วนจะแท้หรือไม่คงต้องดูกันอีกที แต่เพราะจำนวนประชาการชายที่เยอะนี่แหละสาวๆเค้าก็เลยชอบใจ ทั้งยังผลพลอยได้ที่อาจจะได้กระทบไหล่เดือนเศรษฐศาสตร์คนดังที่จนป่านนี้ก็ยังไม่โผล่หัวมาดูซุ้มชมรมเลยทั้งๆที่งานมันเริ่มตั้งแต่เช้าโน่นจนจะเก็บซุ้มอยู่แล้ว


         ไม่แปลกที่สาวแท้สาวเทียมจะผิดหวังไปตามๆกันเพราะคงอยากจะกระแทก เอ้ย กระทบไหล่เดือนคนดัง ไม่เข้าใจจริงๆว่าไอ้พี่ลมแม่งมีดีอะไรวะสาวถึงกรี๊ดจัง ปากหมาก็เท่านั้นแถมกวนตีนอีกต่างหาก ไม่เข้าใจว่าทำไม

         เออ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงนึกถึงมันตลอดเวลาอย่างนี้วะ


         อาจจะเพราะแผ่นหลังที่อบอุ่นให้ผมซุกซบวันนั้นหรืออาจจะเพราะรอยยิ้มสว่างไสวตรงมุมปากนั่นรึเปล่า โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ทำไมกันวะ ทำไมระยะหลังๆมานี่เวลาใกล้ชิดมันกลับเป็นผมเองที่เก็บเศษเสี้ยวความรู้สึกนั้นเอามาคิดวนเวียน แม่ง อย่างงี้มันเสียเปรียบกันชัดๆ ในเมื่อพี่มันดูไม่มีท่าทางแปลกๆอะไรด้วยซ้ำ แล้วผมจะคิดทำไมเนี่ยคิดทำไมวะ ไม่มีทางผมบอกตัวเองว่าคนแมนเค้าก็ไม่คิดเล็กคิดน้อยแบบนี้กันหรอก


          มันก็แค่จังหวะเสียหลักของคนอกหักก็เท่านั้นเอง คิดอะไรมากวะ ใช่ คิดอะไรมากในเมื่อผมยังมองผู้หญิงน่ารักน่า ทะนุถนอมและมองผู้ชายเป็นแค่ตัวผู้ที่เนื้อตัวยุบยับไปด้วยไรขนน่ารังเกียจแค่คิดก็อยากจะอ้วกแล้ว เออ ต้องคิดงี้แหละโว้ย หึ วิถีคนแมนมันต้องแบบนี้


        ...โป๊ก...


        “ โอ้ย”

        ผมกุมขมับเมื่อก้อนกระดาษกลมๆกระแทกกลางกระบาลอย่างจังพอเงยขึ้นเลยเห็นพี่เน็ทแม่งยิ้มชั่วร้ายอยู่เบื้องหน้า



         “พี่แม่ง”

         “ กูทำไม”

         “ หึ”

         “ มึงนี่น้า กูบอกให้นั่งเฝ้าซุ้มแม่งก็ทำหน้าเหม็นเบื่ออยู่ได้ถึงว่าไม่มีใครเข้าซุ้มเลย”



         ผมเบ้ปากทำหน้าหงุดหงิดก็จะให้มันมีคนได้ยังไงในเมื่อนี่ก็บ่ายแก่ๆจวนจะปิดซุ้มชมรมแล้ว ผมปาดเหงื่อแล้วขยับปกเสื้อคลายร้อน

        “ ก็พี่บอกให้นั่งเฝ้าซุ้มเฉยๆ ไม่ได้บอกให้เรียกคนเข้าที่หว่า”

        “ อ้าวไอ้นี่”


        พี่เน็ทส่ายหัวทำหน้าเซ็งก่อนจะสถบอะไรไม่รู้ในลำคอ ส่วนผมแค่ยักไหล่แล้วเปิดปากหาววอดๆ มันก็ออกจะน่าแปลกไม่น้อยนะเพราะก่อนหน้านี้ไอ้พวกรุ่นน้องเฝ้าซุ้มเด็กสาวๆแม่งรุมกันให้พรึบแต่พอผมมานั่งเฝ้าซุ้มแทนสาวๆไปไหนกันหมดวะ และที่แปลกก็คือพวกผู้ชายแม่งดันมานิยมสอยดาวเอาตอนที่ผมเฝ้าเนี่ย


        วุ้ย หงุดหงิดไม่มีอาหารตาสวยๆเลยวะ แล้วในใจนี่มันเป็นอะไรเอาแต่คันยิบๆตาก็คอยเฝ้ามองหาคนที่หายหัวไปทั้งวัน



        “ โอ้ย”

        “ หนักอกหนักใจอะไรนักหนา”

        “ เฮ้ย”

        จากเสียงถอนหายใจเมื่อกี้กลายเป็นเสียงตะโกนทันทีที่เหลือบตามองเห็นประธานชมรมที่ทำตัวเป็นนินจาทั้งวันดันมาโผล่อยู่ตรงหน้าซะได้


        “ พี่ลม”

        “ เออกูเอง ทำไม”

        “ เปล่า”

        “ เชื่อยาก” ไอ้พี่ลมหรี่ตามอง

        “ อะไรเล่า”


         ผมตอบเสียงสะบัดดูคล้ายกับไม่พอใจทั้งอากาศที่ร้อนจนเหนียวเหนอะหนะ  ทั้งคนตรงหน้าแม่งเอ้ยคนห่าอะไรนึกจะหายไปก็หายหัวไปทั้งวัน นึกจะโผล่มาก็ไม่ให้สุ้มให้เสียงแล้วนี่อะไรมาถึงก็มายืนยิ้มหล่อท่าทางไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรอีก

        “ ไม่พอใจอะไร”

        “......”

         ผมไม่ตอบทั้งยังเตรียมผุดลุกหนีไปอีกทางแต่พี่มันยึดข้อมือผมไว้

        “ ไม่พอใจอะไรกู”

        “ผมเปล่า”

        “......”

        “ โอเค”

        สุดท้ายกลายเป็นผมที่ยอมแพ้เมื่อเรามองหน้ากันสักพักโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ


        “ พี่ไปไหนมา”

        แค่ถามเฉยๆทำไมพี่มันต้องอมยิ้มด้วยวะ


         “ ยิ้มอะไร”
         พี่มันส่ายหน้าก่อนจะกอดอกยิ้มเฉย “...ไปประชุมมา จริงๆเสร็จตั้งแต่เที่ยงแล้วแต่ไปทำธุระให้ที่บ้านต่อเลยเพิ่งมาถึง”


         “ ไม่ต้องอธิบายยืดยาวขนาดนั้นก็ได้ผมไม่อยากรู้”

         “ แต่กูอยากเล่า”

         “ โว๊ะ”

          ผมทำหน้ายู่

         “ สอยดาวป่ะ”

         “ หืม”

         ผมทำหน้างงเมื่ออยู่ดีๆคนตรงหน้าดันชวนสอยดาวที่ซุ้มชมรมตัวเอง

         “ ไม่เอาไม่มีตังค์”


         “ กูเลี้ยง” ผมหรี่ตามองไอ้พี่ลมที่ควักแบงค์ยี่สิบหย่อนในกล่องรับเงิน เสร็จแล้วพี่มันก็เอื้อมมือไปคว้าไม้ขนาดยาวที่บริเวณปลายมีขอเกี่ยวสำหรับสอยกระดาษรูปดาวที่ห้อยระโยงระยางอยู่ตรงเพดาน

         “ เอามาดิ”

         “ เรื่อง?”

         “ เอ้าก็พี่บอกเลี้ยงผมก็ต้องให้ผมสอยดิ”

         “ แต่กูคนจ่ายไง”

         “ งั้นไม่เอา” ผมส่ายหน้าไม่ยอม

         “ เดี๋ยวก็ได้มาม่าไปกินแบบเมื่อวานหรอก” เออจริงผมนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานอุตส่าห์ลงขันสอยดาวเสียไปตั้งร้อยแต่ได้มาม่าไปกินแค่สี่ห่อเองคิดแล้วก็เจ็บใจเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดฉลาก ทำไมรางวัลใหญ่ๆถึงออกยากออกเย็นนัก

         “ ถ้ากูสอยให้รับรองว่ามึงต้องได้ของรางวัลดีกว่านั้น”

         “ โม้เปล่า”

         “ ไม่รู้สิ มึงต้องลองดู”


         ไอ้พี่ลมมันยิ้มกวนๆก่อนจะยกไม้ในมือขึ้นเกี่ยวดาวกระดาษ ไม่รู้สิผมว่าใบหน้ายิ้มๆของพี่มันทำให้ผมฮึดสู้ยังไงไม่รู้เห็นแล้วขัดหูขัดตา เอาสิวะในมือพี่กล้าสอยให้ผมก็กล้ารับ


         “ เอาสิถ้าได้อะไรที่ดีกว่ามาม่าผมเอาหมดแหละ”

         “ พูดแล้วนะ”

         “ ตามนั้น”


         ไอ้พี่ลมก้าวมาประจันหน้าผม สายตาคู่นั้นท้าทายทั้งในแววตาคู่คมมีประกายประหลาดชวนเอาสั่นใจ อีกแล้วผมใจสั่นเพราะไอ้คนตรงหน้าอีกแล้ว

        “ อ่ะ”

        “.....”

        ผมยื่นมือไปรับดาวกระดาษที่พี่มันวางลงฝ่ามือ ผมเห็นความมั่นใจในแววตาคู่นั้นก่อนจะก้มลงคลี่กระดาษให้คลายออกพร้อมกับข้อความตัวอักษรที่ปรากฏในกระดาษ



        ‘ หัวใจของเดือน’



      .

      .

        “ หัวใจของเดือน”


        ผมทำหน้างุนงงทวนประโยคในกระดาษ หมายความว่ายังไง ผมทำหน้าไม่เข้าใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นพบกับใบหน้าของไอ้พี่ลมที่ยิ้มกว้าง เดี๋ยวนะไอ้หัวใจเดือนที่ว่านี่มันเดือนไหนวะ คงไม่ใช่เดือน...เดือนเศรษฐศาสตร์

         เชี่ย ผมกลืนน้ำลายตาเบิกโพรงอ้าปากค้าง

         ผมใจสั่นว่ะอย่าว่าแต่แค่ใจเลยมือไม้นี่บิดเกร็งพอๆกับปฏิกิริยาบนใบหน้า


         “ มึงเฝ้ามองดาวมาตลอด คิดจะสอยดาวมาตั้งนานและสุดท้ายก็ได้ทั้งความผิดหวังและเสียใจ”

         “....”


         “ทำไมมึงไม่คิดจะสอยเดือนบ้างวะ”


        ไอ้เหี้ย

        ไอ้เหี้ยพี่ลม อะไรคือการที่มึงทำหน้าแบบนี้แล้วพูดยิ้มๆ มึงมันบ้ามึงมัน โอ้ยแล้วทำไมผมรู้สึกวูบวาบไปทั้งใจเลยวะ


         สอยเดือนห่าอะไร ฮือ นี่ผมถึงกับนิ่งอึ้งอ้าปากค้างและนั่นแหละที่ทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าแววตาประหลาดที่มันใช้มองผมบ่อยๆมันหมายความว่ายังไง ผมรู้แล้ว

         โดนแล้ว โดนผู้ชายจีบ และผู้ชายที่ว่าคือไอ้พี่ลม โฮสั่นสะเทือนต่อหัวใจน้อยๆของผมมาก


        “ คือ”

        “......” ไอ้พี่ลมกอดอกยิ้มๆแต่เป็นรอยยิ้มที่หล่อโครตและผมก็ยอมรับในตอนนั้นเลยว่ามันเหมาะกับตำแหน่งเดือนจริงๆ

        “ ผม”

        “ ปวดขี้”

         เหี้ย เหี้ยมาก




     .

     .

     .



        นี่ผมทำอะไรลงไปอะไรคือการที่หน้าแดงวิ่งหนีพี่มันออกมาเท่านั้นไม่พอยังตะโกนคำพูดอุบาทว์ซะดังลั่นซุ้ม โฮ ชิบหายแล้วชีวิตแมนๆของไอ้เปียกปูน ผมรำพึงรำพันวักน้ำใส่หน้าตัวเองอยู่ในห้องน้ำแล้วเพิ่งมีโอกาสได้สำรวจใบหน้าของตัวเองในกระจกภาพที่สะท้อนออกมาคือเด็กหนุ่มตัวขาวหน้าตาธรรมดาผมเผ้าเปียกน้ำจนลู่ลงแนบศีรษะแต่ใบหน้าและลำคอแดงก่ำ


         ผมเห็นเด็กหนุ่มในกระจกที่แสดงอาการชัดว่ากำลังเขินอาย ริมฝีปากนั้นเม้มแน่นและสบเข้ากันคล้ายคนกำลังมีเรื่องคิดหนัก แววตาดูเลื่อนลอยเพ้อฝันแต่ที่แปลกไปจากทุกครั้งคือหัวใจที่เต้นสั่นระรัวเหมือนจะทะลุออกมาจากอก เข้าใจแล้วว่าอาการใจสั่นของตัวเองที่มีสาเหตุมาจากพี่มันคืออะไร เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงเฝ้าคิดถึงแต่มัน เข้าใจแล้วว่าผมเองกำลังตกหลุมรักใครบางคน ใครที่เข้ามาในวันที่เสียใจที่สุด ใครที่มีรอยยิ้มสว่างไสว...ใครคนนั้น


        ‘ทำไมมึงไม่คิดจะสอยเดือนบ้างวะ’

         ...เดือนเศรษฐศาสตร์ คนหน้ากวนคนนั้น...

         ผมพ่นลมหายใจทั้งๆที่แอบยิ้มอยู่คนเดียว ยิ้มที่ดูขัดเขินจนใบหูยังออกสีแดงให้เห็นชัด ผมสูดลมหายใจลึกๆเพื่อเรียกกำลังใจก่อนจะตัดสินใจได้ซะทีว่าควรทำยังไง


          “ เอาว่ะ...ลองสอยเดือนดูสักครั้ง”



        .

        .



          ผมบอกตัวเองอย่างงั้นก่อนเดินออกมจากห้องน้ำแล้วเห็นพี่มันยืนพิงอยู่มุมเสาตรงหน้า พี่ลมยืนกอดอกพิงสะโพกกับเสาใบหน้าคมคายนั่นยิ้มกริ่มทั้งแววตาคู่นั้นยังบอกเล่าความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล มันทำเอากำลังใจที่พกมาจากห้องน้ำเมื่อกี้หายวับไปหมดเหลือแค่ร่างกายที่หยุดยืนนิ่ง ทั้งยังเผลอยืนบิดจนขาแทบจะไขว้กัน หมดสภาพแล้วไอ้เปียกปูน เก๊กตั้งนานแต่ปฏิกิริยาร่างกายก็เหมือนจะสวนทางเพราะหลักฐานที่ฟ้องชัดคือสีหน้าที่แดงระเรื่อของผมเอง


         “ ไง” พี่มันทักก่อน

         “ อะไรล่ะ”

         “ มึงว่าไง”

         พุดแล้วทำไมต้องยิ้มแบบนี้ว่ะ ไอ้พี่บ้านี่กูใจสั่นจนมันจะเต้นผิดจังหวะแล้ว

         “ ถ้าผม..”

         “ หืม”

        “ ถ้าผมอยากจะลองสอยเดือนดูสักครั้งผมต้องทำยังไง”


          ฮือ พูดออกไปแล้ว โอ้ยหลับหูหลับตาพูดรัวๆอย่างเร็วไม่รู้ว่าพี่มันจะฟังทันรึเปล่า รู้แค่ว่าพี่มันเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้วยื่นฝ่ามือข้างหนึ่งออกมา

        “ ไม่ต้องทำอะไร”

        “.....”

        “ แค่วางใจไว้ที่มือเดือน” ผมกัดริมฝีปากมองฝ่ามือที่ยื่นมาตรงหน้านิ่ง


        “แค่นั้น...รับรองจะดูแลให้ดีที่สุด”


        ตึก

        ตึก

        ตึก


         ใจผมเต้นแรงมาก พี่ลมตอนนี้ยิ้มสวยโคตรๆเลย ฮือ ผมยอมแล้ว ผมแพ้แล้วจริงๆ


       “ งั้นก็ฝากด้วยนะครับ”

       เอาวะ ลองดูสักครั้งผมยิ้มเขินๆก่อนจะวางมือตัวเองลงที่ฝ่ามือพี่มัน


       “ ด้วยความเต็มใจ”

       “ ของที่ผมวางไว้ให้ผมไม่มีวันรับคืน” อะไรไม่รู้ทำให้ผมใจกล้าต่อรองแล้วก็แปลกที่พี่ลมแค่หัวเราะก่อนจะกระชับมือของเราให้กุมกันแน่นขึ้น

       “ ถ้ามันอยู่ในมือกู...มันไม่มีวันถูกทิ้งขว้าง”

       “ สัญญาด้วยหัวใจของเดือน”

       “ พี่สัญญา”



         ผมไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีหัวใจผมก็ถูกเติมเต็ม ทั้งแปลกๆทั้งสั่นไหว ดูนุ่มนวลและอิ่มเอมบอกไม่ถูก เราเดินกุมมือกันไปอย่างนั้นโดยที่ตลอดทางหัวไหล่ของผมกับพี่ลมกระทบกันเป็นครั้งคราวและทุกครั้งผมก็ได้แค่อมยิ้มมองก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนใบหน้าตัวเอง

         ยอมรับว่าเอ่อ ผมคือ เขินนั่นแหละ

         ผมเขินไอ้พี่ลม ไอ้ผู้ชายจอมกวนที่เข้ามาในชีวิตและทำให้ผมรู้จักคำว่า “เพราะอกหัก...รักจึงบังเกิด”






...END...






แหะๆ จบแล้วๆสนุกป่าวเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยเน้อ ช่วงนี้คันไม้คันมืออยากเขียนเรื่องสั้น
คาดว่าเร็วๆนี้คงจะมีคลอดอีกสักเรื่องยังไงฝากติดตามเป็นกำลังให้กันด้วยเน้อ


เล่นเพื่อนจะวางขาย 13 ม.ค.นี้แล้วนะ ไปสู่ขอเต้ยกับจ๊อบด้วย อิอิ

แจ้งข่าวการรีปริ้นท์รักข้างเดียวจ้า

ตอนนี้มี Twitter แล้วตามไปฟอลโล่ด่วนๆๆๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-01-2016 14:18:39 โดย [Karnsaii] »

ออนไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-6

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
น่ารักมาก...
ว่าแต่มุขหัวใจของเดือนเนี่ย ไม่ใช่เดือนเล่นไม่ได้นะจ๊ะ ฮา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-01-2016 23:25:38 โดย sirin_chadada »

ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
โอ้ย เขิน -//////-
สัญญาด้วยหัวใจของเดือน แอร้ยนนน
 :hao7: :hao7: :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ cchompoo

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-3

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6975
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +270/-2
เขินนนนนน พี่ลมเสี่ยวมาก 5555

ออฟไลน์ arij-iris

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2906
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-5
โอ๊ยยยยย น่ารักอ่ะ

พี่ลมก็เสี่ยวเหมือนกันน้าาาาา

จะมีตอนพิเศษมั้ย อยากอ่านนนนนนนนนนนนนนนนนนน

ออฟไลน์ twinmonkey0311

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5953
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +108/-9
มีตอนพิเศษมั้ยคะ  :impress2:

ออฟไลน์ Blue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 314
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด