(Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.33.1 (พี่ไปส์Xเป็กซ)กว่าจะเข้าใจ P1และP2
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.33.1 (พี่ไปส์Xเป็กซ)กว่าจะเข้าใจ P1และP2  (อ่าน 8586 ครั้ง)

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   

          Part’ s เธียรวิชย์ ผมเพิ่งจะรู้วันนี้เองว่าน้องที่ชื่อกันต์ธีย์ คือคนที่อากันฝากพ่อผมมาทำงานและอากันก็มาตามรับตามส่งอีกด้วย ผมไม่รู้แต่ผมรู้สึก มันบอกไม่ถูก วุ่นวายไปหมด เขาดูน่ารัก และด้วยความที่เขาเป็นมีระเบียบ เรียบร้อยเรียกว่าผู้หญิงบางคนก็ไม่เท่ากับเขา เช่นแพรวา ผมไม่ได้อยากเปรียบเทียบน่ะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ


   ผมมาถึงที่ผับนี้ก่อนเวลา วันนี้ผมขอป๊ากับม๊ามา ผมตั้งใจจะมาสอบถามเกี่ยวกับน้องคนนั้น มันคางคาในใจผมมาก ตั้งแต่อยู่ที่อังกฤษ วันนั้น ผมไม่ได้หนีแต่ที่ผมต้องรีบกลับเพราะว่าผมมีสอบเก็บคะแนนจากศาสตราจารย์วิชาสำคัญของผมถ้าผมไม่ไป ผมต้องรอปีหน้าเลย

“ไอ้เธียร” ผมหันไปเห็นเพื่อนๆ ของผมเดินตรงมาหาผม มีพีช ไอ้ราเชน และไอ้ณัฐ พวกมันนั่งลงก่อนจะหันไปโบกมือเรียกคนมารับออเดอร์

“พวกมึงบอกแพรวากันไหมว่ะว่ากูมาที่นี้” ผมถามเพื่อนๆ ผม พวกมันสั่นหัวกันเป็นแถว

“แต่กูเดาว่าคงไม่ได้ออกมาว่ะ เพราะว่าป๊ากับม๊ากูไปคุยกับพ่อแม่แพรวาแล้ววันนี้”

“ว่าจะขอน้องเขาให้มึงเหรอว่ะ” ไอ้ราเชน ผมหันมาชูนิ้วกลาง

“ป๊ากับม๊าไปคุยเพราะว่าแพรวาน่ะตบธุรการที่ทำงานที่โรงเรียนพ่อกูและเขาดันทำให้พ่อกูไล่ออกอีกวันนี้ เขาก็ให้พ่อกูจ่ายค่าทำขวัญไปตั้งห้าหมื่นบาท ในฐานะที่แพรวามันลากไปตบที่หน้าห้องจนบรรดาครูนักเรียนแห่กันออกมาดู” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เซ็งสุดๆ และนี้อาจจะยิ่งทำให้พ่อไม่ไว้ใจอะไรเขาอีก

“แพรวานี้มันเอาแต่ใจ จนกูไม่อยากมีน้องสาวเลยน่ะ และดีที่พ่อแม่กูตัดสินใจ มีแค่กูคนเดียว” ไอ้ณัฐ ไอ้ไอโซ รูปหล่อ

“มึงเรียกผู้จัดการร้านมาคุยดิ กูจะถามเรื่องวันที่เคาท์ดาวน์ที่นี้น่ะ” ผมบอกเพื่อนๆ ของผม พวกมันมองหน้าผมกันหมด

“กูมีบางสิ่งที่คาใจกูอยากรู้ว่าน้องคนนั้นน่ะคือใคร”

“น้องเขาชื่ออะไรล่ะ มึงจำได้ไหมล่ะเพราะว่ามึงเอาเขาครับ คุณเธียรวิชย์ครับ” ไอ้พีชมันถามผม ผมสั่นหัว

“ต้องถามไอ้ไปส์ว่ะ เพราะว่ามันนั่งจีบน้องเขาอยู่พักหนึ่งแล้วก่อนที่มึงกับแพรวาจะเข้ามาในผับอ่ะ” เรเชนพูด

“แล้วไอ้ไปส์มันไม่มาเหรอว่ะ” ผมถามพวกมัน

“ไม่รู้ว่า กูโทรติดต่อมันไม่ได้ว่ะ “พีชหันมาบอกผม ไอ้เวรเลย ผมก็รีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาทันทีแต่ว่าฝากข้อความตลอด ผมโทรออกอยู่สี่ห้าครั้ง แสดงว่ามันอาจจะไม่อยู่ที่ไทยอาจจะไปจีนกับพ่อแม่มันแน่ๆ

“มึงไปคุยกับผู้จัดการให้กูหน่อยดิไอ้เชน กูอยากรู้จริงๆว่ะ” ผมหันไปบอกราเชนเพื่อนผม

“มาสำนึกผิดเชี้ยอะไรตอนนี้ว่ะ ลำบากกูอีก” ไอ้ราเชนมันบ่นผมแต่มันก็เดินหายออกไป ผมก็นั่งคุยกัน ไม่นานเหล้าก็มาเสิร์ฟพร้อมกับเด็กชงเหล้าให้ ผมก็ไม่ได้หันไปสนใจ เพราะว่าผมพวกผมไม่ได้มาเพื่อสิ่งนี้ จนกระทั่งไอ้ราเชนมันกลับมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง มีป้ายบอกว่าเป็นผู้จัดการ ผมเงยหน้ามอง ก็ตกใจ เธอสวยจริงๆ เธอยิ้มให้เพื่อนผมทุกคน และแน่นอนเพื่อนผมนี้ตาวาวทันที จนเขามาหยุดที่ผม

“สวัสดีค่ะดิฉันนิน่าค่ะ เป็นผู้จัดการร้านนี้ค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมเธียรวิชย์ครับ” ผมบอกผู้หญิงคนนั้น เธอยิ้มสวยมาก แต่ผมกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนเช่นทุกครั้ง เธอมองหน้าผมก่อนจะหันไปมองคนที่ไปพาเธอมา

“ขอเพื่อนผมคุยด้วยสักครูได้ไหมครับ” ราเชนมันชี้มาที่ผม ผมก็ชี้ตัวเอง และราเชนก็ขยิบตาให้ผม ผมก็หันไปยิ้มให้นิน่า เขาก็เดินมานั่งข้างๆ ผมทันที

“เห็นคุณราเชนบอกว่าคุณมีเรื่องจะสอบถามเกี่ยวกับผู้จัดการคนเก่าเหรอคะ”

“เออ ใช่ครับ คือว่า เมื่อตอนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ปีที่แล้วน่ะครับ ผมมากับเพื่อนๆ ที่นี้นะครับและไอ้คนที่ไปตามมานะครับ” ผมพูดก่อนจะชี้ไปที่ไอ้ราเชน มันก็ชี้ตัวเองอีก

“เอาเงินให้ผู้จัดการร้านคนเก่า เพื่อพาเด็กมาชงเหล้าและมาดื่มด้วยกัน และเด็กคนนั้นน่าจะเป็นเด็กใหม่ เพราะว่าคออ่อน ดื่มไม่ค่อยเก่งและเขาก็ “ผมก็พูดก่อนจะหันไปมองเพื่อนเอาไงดีว่ะ

“น้องเขาขโมยของอันมีค่าเพื่อนผมไปครับ และของชิ้นนี้สำคัญมากครับ แหวนต้นตระกูล และแหวนวงพี่เขาจะเอาไว้หมั้นสาวนะครับ ถ้าไม่มีแหวนพ่อบอกห้ามแต่ง” ไอ้ณัฐมันพูดให้ผม ผมหันมามองหน้ามันอยากจะถีบมันจริงๆ แต่งเรื่องอะไรแบบนี้ว่ะ

“ตอนนี้มันเกิดอยากจะใช้หมั้นสาวนะครับ รบกวนขอข้อมูลให้ไอ้เพื่อนรักพี่ทีนะครับ มันอยากมีเมีย” ไอ้ราเชนช่วยผมมาก จนผมอยากจะหันมาแจกของสมน้ำหน้ามันจริงๆ

“จริงเหรอคะ แม้น่าสนใจนะคะ อยากมีโมเม้นโดนขอแต่งงานเหมือนกัน” เข้าทางคนที่นั่งข้างๆ ผมทันที

“ว่าแต่เรื่องเกิดวันที่เคาท์ดาวน์ปีใหม่นะคะ นิน่าต้องไปถามพี่คนเก่าๆ ให้นะคะ เพราะว่านิน่าก็เพิ่งจะมาได้ไม่กี่เดือนเองค่ะ พี่ผู้จัดการคนเก่าจู่ๆ ก็หายไป แต่คนที่นี้บอกว่าเขามีหนี้สินนอกระบบเยอะนะคะ” นิน่าหันมาบอกผม ผมแค่พยักหน้าคือไม่อยากรู้เรื่องอื่นอยากรู้เรื่องเด็กคนนั้ันเท่านั้น

“นิน่าจะช่วยนะคะ” ผมพยักหน้าและยิ้มให้ ก่อนที่นิน่าจะเดินออกไป

“กูเห็นเขายืนมองมึงนานแล้วไอ้เธียร และท่าทางเขาจะชอบมึง และที่สำคัญเขาคือผู้จัดการร้านด้วยว่ะ”

“แต่กู”

“เอาน่ะ จีบไว้” ไอ้ราเชนพูด ผมก็นั่งขนเหล้าเล่นไปเรื่อยเปื่อย ทำไมวันนี้รู้สึก หงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ ไม่อยากจะนั่งอยู่ตรงนี้เลย อยากจะกลับบ้านมากกว่ามันรู้สึกกระวนกระวายแปลก คือตั้งแต่ที่รู้ว่ากันต์ธีย์มีลูกมีเมียแล้ว และกันต์ธีย์คือเด็กที่อากันมาฝากอีก มันสบสนตีกันวุ่นวายไปหมด ตกลงหมอนี้ยังไงแน่ เป็นไบเหรอว่ะ จนกระทั่งคุณนิน่ามาถึงเขาก็มานั่งข้างผมทันที

“นิน่าไปถามมาให้แล้วนะคะ “นิน่าบอกผมก่อนจะหันมายิ้มให้ผม

“ขอบคุณครับ”

“อย่าเพิ่งค่ะ ขอแลกเป็นไลน์ได้ไหมคะ แล้วนิน่าจะบอกให้” ผมหันมามองหน้าเพื่อน แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ไอ้ราเชนมันก็หยิบมือถือผมมาและเปิดเพื่อจะได้แลกไลน์กันไป จนนิน่าได้ไลน์ผมไปสมใจ พอเขาเข้าไปโปรไฟล์ของผม เขาก็เงยหน้าขึ้นมองผมพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นี้คุณเป็นลูกชายมหาเศรษฐีเลยนะคะ”ดูจากกิริยาที่แสดงออกอย่างชัดเจน เพื่อนๆผมพยักพเยิดกันทุกคน ผมต้องเหลือกขึ้นบนก่อนจะหันมายิ้มให้เธอ

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ เพราะนั้นคือเงินครอบครัวผมครับ ไม่ใช่เงินของผมเองคนเดียว เออว่าแต่นิน่าจะบอกผมได้หรือยังล่ะครับ ผมอยากรู้ครับ” ผมหันมาบอกเธอ ให้เธอรีบบอกผมมาซะทีซิ

“ถ้าบอกแล้ว ชวนนิน่าไปทานข้าวด้วยได้ไหมคะ เพิ่มอีกอย่าง” ข้อต่อรองเริ่มเพิ่มมาเรื่อยๆ เลยน่ะ

“เออ คือผมยุ่งนะครับ”

“งั้นนิน่าก็ ไม่อยากบอกค่ะเพราะว่ามันเสียงมากที่จะโดนไล่ออกค่ะ” เธอพูดก่อนทำท่าจะเดินออกไป แต่ผมดึงแขนเธอไว้ เธอรีบเซถลามาหาผมทันที แถมกอดผมด้วย

“ขอโทษนะคะ นิน่าเสียหลักนะคะ”

“ครับ ไม่เป็นไร ผมจะชวนไปทานข้าวแล้วกันนะครับแต่รบกวนบอกผมที เรื่องนี้สำคัญกับผมจริงๆ ครับคุณนิน่า” ผมพูดจาอ้อนวอนกับเธอ

“ก็ได้ค่ะ บอกก็ได้ค่ะ ขอนั่งใกล้ๆ นะคะ” นิน่าพูด ผมพยักหน้าให้ นาทีนี้อะไรก็ต้องยอมว่ะ

“นิน่าพอรู้มาบ้างนะคะแต่นี้ไปถามคนด้านในมาให้ มีคนที่ทำงานในวันที่เคาท์ดาวน์ด้วยนะคะ เขาบอกนิน่ามาว่า ที่วันนั้นที่คุณบอกว่ามีคนชงเหล้าคนใหม่ เขาบอกไม่มีคนใหม่ค่ะ คนชงเหล้าหรือนั่งดิ้งนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กคนเดิมๆ แต่วันนั้นที่มีคนใหม่นะคะ เขาเป็นผู้จัดการร้านคนใหม่ค่ะ และมาเรียนงานกับพี่คนเก่า ก็คือพี่กฤษณ์ค่ะ คนที่เพิ่งหายไปไม่กี่เดือนนี้นะคะ” ผมหันไปมองนิน่าว่าแน่ใจแล้วเหรอว่าไม่มีเด็กใหม่มาชงเหล้าน่ะ

“จริงค่ะ ไม่มีคนใหม่”

“แล้วผู้จัดการคนใหม่คนนั้น คือใครชื่ออะไรรู้ไหมครับ” ผมถามนิน่า

“เขาลืมกันไปหมดแล้วค่ะ เพราะว่ามันนานแล้วและน้องเขาก็มาวันเดียวเองค่ะ ก็หายไปเลยไม่มาอีกและทุกคนก็ไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ เขาเลยไม่สามารถจะบอกกับนิน่าได้อีกค่ะ ทำไมเหรอคะ หรือว่าคุณชอบผู้ชายคะ “นิน่าพูดก่อนจะขยับเข้ามาแนบชิดเอาคางเกินไหล่ผม ผมก็หันไปมอง

“คุณทำแบบนี้เขาไม่ว่าเอาเหรอครับ”

“ก็นิน่าคือผู้จัดการร้านนี้ค่ะ “นิน่าพูด ผมก็หันไปมองหน้าเพื่อนผม ไม่เห็นจะได้อะไรเลย และจู่ๆ โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น

//พี่เธียร!! พี่ให้ป๊ากับม๊าพี่มาบอกกับพ่อและแม่ของแพรวาแบบนี้ได้ยังไงแพรวาไม่ยอม!!! ตอนนี้พี่อยู่ไหนแพรวาจะไปหาพี่เดี๋ยวนี้เลย” เสียงแพรวาแพดดังมาในมือถือของผม ผมหันมามองเพื่อนๆ

“แพรวา”

“พี่อยู่ไหน!!!”

“พี่จะกลับแล้วค่ะ พี่แค่มาคุยธุระแพรวา”

“แพรวาจะไปหาพี่เดี๋ยวนี้!!! “และแพรวาก็วางสายไป ผมก็หยิบมือถือมาดู แพรวาจะมาได้ยังไง และผมก็เห็นว่ามันโชว์โลเคชั่นได้ ใครตั้งว่ะนี้ ผมก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที

“พวกมึงรอนี้น่ะ แพรวามาแล้วพากลับบ้านด้วย “ผมพูดและทุกคนก็ตกใจไม่แพ้กับผม

“ไอ้เชี้ยเธียร!! มึงทิ้งระเบิดให้พวกกูกู้เหรอไอ้สัส!!” เสียงพวกมันด่าผมทันที

“คุณเธียร คุณจะไปไหนคะ ไหนคุณบอกว่าถ้าฉันบอกสิ่งที่คุณต้องการแล้วคุณจ่ะ”

“ผม ต้องรีบไป แล้วผมจะโทรไปบอกน่ะว่าเมื่อไหร่ที่เราตกลงกันน่ะคุณผู้จัดการ บายครับ” ผมพูด เขาคงไม่รู้ว่าผมบันทึกการสนทนาของผมกับเขาเอาไว้ด้วย ไม่ได้แอมผมหรอกแม่คุณคนสวย!! ที่เมืองไทยผมไม่ทำเพราะว่าผู้หญิงไทยต้องการผูกมัดแต่ที่เมืองนอกเราเท่าเที่ยมกัน ผมทำเขามีความสุขเขาก็ทำให้ผมมีความสุข เซ็กส์เฟรนด์ ผมรีบวิ่งอ่าวออกจากมาผับทันที ผมรีบไปบอกเด็กฝากรถให้เอารถไปให้ผม เวรกรรมจริงๆ ผม นี้ป๊ากับม๊าไปคุยกันยังไงเนี๊ยะ! ที่แน่ๆ ไม่กล้ากลับบ้าน ไปนอนบ้านอาม่าดีกว่าคืนนี้

//ฮัลโหล //อากันตภณกดรับสายของผมทันทีเช่นกัน
//ว่าไงเธียร//
//อากัน ผมจะไปนอนบ้านอาม่าคืนนี้อ่ะ นี้ผมกำลังจะออกจากผับครับอา//
//ไปเที่ยวผับอีกแล้วเธียร นายเพิ่งจะโดนพ่อด่าไปไม่ใช่เหรอว่าอย่าเหลวไหลน่ะ//อากันถามผม
//พอดีผมออกมาทำธุระน่ะครับอา ผมมาคุยธุระกับเพื่อนจริงๆ ครับอาและผมกลับไปบ้านไม่ได้ แพรวาตามหาผมอีก ผมจะบ้าตายแล้วอา//
//ก็อยากหล่อช่วยไม่ได้//
//อาจะกลับบ้านแล้วเธียร //อากันตภณบอกผม
(บีมน้องลูกโซ่ไข้ลงแล้วใช่ไหมครับ และแน่ใจน่ะว่าอยู่ได้) ผมได้ยินเสียงอาคุยกับใครสักคน น้องลูกโซ่เหรอ จะใช้คนที่อยู่ที่โรงเรียนผมคนนั้นไหมน่ะ แต่ว่าบีมนี้ชื่อนี้คุ้นมากๆ
//อาผมไปที่บ้านเลยน่ะบ้านเลยนะครับ ผมกำลังจะขับรถออกไปครับ”
//โอเคเธียร// ผมก็กดวางสายของอากันตภณ ผมเข้าไปนั่งในรถ ผมรีบส่งข้อความหาไอ้ไปส์ก่อนเลย

// ไอ้ไปส์ ถ้าว่างโทรหากูด้วย กูมีเรื่องจะถามเกี่ยวกับเด็กที่ชงเหล้าวันเคาดาวน์ว่ะ // ผมส่งข้อความหาไอ้ไปส์ เพราะว่ามันน่าจะรู้เรื่องน้องคนนั้น ก็ตอนที่ผมคุยกับไปส์มัน มันบอกว่ามันกลับมาที่นี้อีกและมันก็เอาเงินอุดเพื่อว่าถ้าน้องเขามาถามหาผม โดยที่ผมเองก็ไม่ได้บอกให้มันทำ แต่ผมเข้าใจมันน่ะ มันคงไม่อยากให้น้องเขาเอาเรื่องผม มันรู้ว่าพ่อไม่เข้าข้างผมแน่ๆ แต่แปลกว่าทำไมน้องเขากลับไม่ตามหาผมเพื่อให้ผมมารับผิดชอบหรือเรียกร้องเงินจากผมเลย นี้ก็เงียบไปเฉยๆ อีก กลับต้องมาเป็นผมเองที่มาตามหาเขา

//ฮัลโหลม๊า//ผมโทรหาม๊าของผม
//เธียรเจอแพรวาหรือยัง//
// ผมคิดว่าเธอคงไปเจอเพื่อนๆ ผมแทนนะครับ เพราะว่าผมออกมาแล้วครับม๊า//
// ม๊า ผมไปค้างบ้านอาม่าน่ะ ม๊าไม่ต้องบอกเขาน่ะว่าผมไปนอนที่นั่นน่ะ ผมไม่อยากประสาทกินและพาให้นอนไม่หลับม๊า//
//ม๊าว่าจะโทรบอกว่า ป๊าจะส่งเราไปอบรมน่ะ เรื่องการบริหารงานระบบการศึกษาน่ะ ไปกับเฮีนธามเขาน่ะ พรุ่งนี้ //
//ไปกี่วันครับม๊า//
//สามวัน ม๊าแพ็คกระเป๋าให้และพรุ่งนี้เฮียธามไปรับล่ะที่บ้าอาม่าน่ะ//
//ครับม๊า เธียรรักม๊าน่ะ//
// ม๊าก็รักเธียร ดื้อกับป๊าให้น้อยลงหน่อยจะดีมากเธียร และแค่นี้น่ะเธียร // ม๊าบอกผม ก่อนจะวางสายไป ผมขับรถมาถึงบ้านอาม่าแล้วขณะที่ผมกำลังจะถึงหน้าประตูรั่วบ้านของอาม่าเ ผมเห็นรถเก๋งคันหรูของอากันตภณจอดอยู่โดยมีรถเก๋งอีกคันจอดต่ออยู่เช่นกัน แต่ผมเลือกที่จะขับผ่านไปเอารถเข้าบ้านก่อน ผมใช้รีโหมดทีมีกันทุกคน กดเปิดประตูรั่วบ้าน ผมออกมาจากรถ เห็นผมแหงนหน้าขึ้น ผมเห็นไฟในบ้านยังเปิดอยู่ อาม่าคงยังไม่นอน ผมเลือกเดินย้อนออกมาและเห็นว่าอากันคุยกับใครอยู่ ดูสีหน้าจากไฟสลัวๆ ที่ส่องมา สีหน้าอากันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และอีกคนก็หน้าคุ้นๆ คุ้นตาผมมาก

“อ้าวเธียร” อากันหันเห็นผมเดินออกมาพอดี

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้อากันและอีกคนผมไม่แน่ใจว่าเขาคือใครกันแต่ก็ยกมือไหว้เอาไว้ก่อน

“ไอ้เจ้าเธียรไง” อากันบอกคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม เขาก็ทำท่าคิดก่อนจะ

“ลูกชายพี่เกริกคนเล็ก คนที่ ตอนที่กันไปรับที่เรียนพิเศษและกันไปรับสายเลยเวลาเลยทำให้โมโหหิวและยังงอแงจะกินพาสต้าด้วยใช่คนนั้นไหมล่ะ” ผมก็ขมวดคิ้ว พี่เขารู้ได้ไง ใช่เมื่อก่อนอากันต้องคอยตามรับตามส่งผมตอนไปเรียนพิเศษและเหตุการณ์นี้ก็ถูกต้องซะด้วย

“อืมม มันนี้แหละ ไอ้หลานเอาแต่ใจในตอนนั้นน่ะ” อากันพูดก่อนจะหันมามองผม

“โตเป็นหนุ่มแล้วน่ะเนี๊ยะ เห็นแบบนี้รู้สึกตัวเองแก่ไปเยอะเลยน่ะ” พี่เขาพูดปนหัวเราะ ก็แน่ล่ะ พี่เขารุ่นเดียวกับอาผมและอาผมก็อ่างจากผมตั้งสิบหกปี

“พี่ภีมไงเธียร ตอนนี้เป็นคุณหมอภีมปภพไปแล้ว “อากันบอกผม ผมพยักหน้า

“อ้อผมจำได้แล้วครับ ผมไม่เจอพี่นานมากเลยน่ะครับ “ผมพูดก่อนจะมองไปที่รถเก๋งของอากัน แต่แปลกน่ะทำไมไม่เข้าไปคุยกันในบ้าน

“แล้วนี่ทำไมมาหาอาม่าดึกจังล่ะเธียร อาม่านะเข้านอนแล้ว อาม่าเขาทานยา ยามันก็ทำให้อาม่าง่วงเลยต้องเข้านอนเร็วน่ะ “อากันบอกกับผม

“ผมมานอนนี้ครับอา”

“หนีสาวมาอีกแล้ว “อากันดักคอไว้ทันที

“เออ กัน ถ้าอย่างนั้น กลับก่อนน่ะ”

“อืมม กลับเถอะ “อากันบอกพี่ภีมปภพ ผมก็ยกมือไหว้ พี่เขากันมารับไหว้ผมก่อนจะหันมามองหน้าอากันเหมือนเขายังมีเรื่องค้างคาที่จะพูดกันอยู่

“เข้าบ้านไปก่อน อาจะเอารถเข้าไปเก็บน่ะเธียร “อากันบอกผม ผมก็พยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปแต่ก็หันมามองพี่หมอ พี่หมอเขามองอากันแปลกๆ จะว่าไปตั้งแต่อากันแต่งงานกับอาหลิน ผมก็ไม่เห็นพี่เขามาหาอากันอีกเลย ส่วนผมน่ะ พอเข้ามหาวิทยาลัย เป็นหนุ่มเนื้อหอมมาก แทบไม่ได้เจออากัน อากันหย่ากับภรรยาตอนไหนผมเองยังไม่รู้เลย และยิ่งไปเรียนที่เมืองนอกผมก็มีแค่โทรคุยกับอาบ้างแค่นั้นเอง โทรมาปรึกษาเรื่องเรียนนี้แหละ

   ผมเดินเข้ามาก็เห็นอาม่าเดินออกมาจากห้องพัก อาม่าพักชั้นล่าง เพราะว่าอาม่าเดินขั้นเดินลงไม่ไหว แต่ห้องนอนอาม๊าพ่อผมทำให้อย่างดี สะดวกสบายมาก

“อาเธียร ลื้อมาทำไมดึกๆ ดื่นๆ ฮะ” อาม่าถามผม ผมตรงเข้าไปกอดอาม่า

“ไม่ต้องมากอดเลย ที่ดีดีไม่มา พอมีเรื่องล่ะ มาเชียวน่ะมึงน่ะ และนี้มึงมีเรื่องมาอีกแล้วซิ ไอ้เธียร “อาม่ารู้ทันเธียรตลอดเลย

“แล้วนี่มาคนเดียวเหรอ ลูกเมียไปไหนล่ะ” ผมถึงกับเงยหน้ามองอาม่า

“อาม่า ผมยังไม่มีเมีย”

“ซี้ซั้วต่างนะมึงน่ะ อาม่าเห็นอยู่ หน้าเหมือนมึงเลยไอ้สีเทียน และอาก๋งสอนว่าอย่าโกหก จำไม่ร่ายหรือไง ไอ้สีเทียน” อาม่าพูด เรียกชื่อเพี้ยนอีกต่างหากอาม่า

“อาม่า ผมชื่อเธียรวิชย์ไม่ใช่สีเทียน”

“เธียรวิชย์อั๋วตั้งเองทำไมจะไม่รู้ แปลว่านักปรารญ แต่มึงน่ะ ไม่ต่างอะไรกับสีเทียน ไม่ได้เรื่อง”

“อาม่าพอแล้วป๊าด่าทุกวันแล้ว นะอาม่านะ อย่าด่าเธียรเพิ่มเลยน่ะ” ผมกอดอ้อนอาม่า

“อาม่าล่ะเบื่อเราจริงๆ เล๊ย!! “อาม่าพูดก่อนจะถอนหายใจออกยาวๆ และอากันก็เข้ามาพอดีเลย

“อ้อนอะไรอาม่าอีกล่ะเธียร” อากันถามผมปนหัวเราะ

“ตกลงนี้มาทำไมเนี๊ยะฮะ” อาม่าถามผมอีก

“มันหนีสาวมานอนที่นี้ไงม๊า” อากันตอบแทนผม

“พี่โสน เดี๋ยวขึ้นไปจัดห้องรับแขกข้างบนให้หลานผมหน่อยนะครับพี่” อากันบอกกับคนรับใช้ในบ้าน

“ม๊า ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ” อากันถามอาม่า

“ก็ได้ยินเสียงเราคุยกับใครอ่ะ ใช่อาภีมหรือเปล่าอ่ะ ม๊าจำเสียงได้”

“เออ ไม่มีม๊า ผมไม่ได้คุยกับใครหรอกม๊าและภีมก็ ไม่ได้มา ภีมมันทำงานที่โรงพยาบาล ม๊าก็เจอไม่ใช่เหรอวันนี้น่ะ” อากันตอบอาม่าว่าไม่ได้คุยกับใครทั้งที่อากันยืนคุยกับพี่หมอภีมนี่น่ะ ผมหันไปมองอาหัน อากันส่ายหน้ากับผม

"ก็เจอไง เจอลูกไอ้เธียรด้วย " อาม่าบอกอากัน อากันถึงกับสะบัดหน้ามามองอาม่า ผมหันไปพยักพเยิดกับอากัน

"ม๊า ไอ้เธียรมันยังไม่มีครอบครัวเลยมันจะมีลูกได้ไงม๊า"อากันพูดและอาม๊าก็หันขวับไปทันที

"พวกลื้อนี้หาว่าอั๊วแก่แล้ว ซี้ซั้วเหรอ" อาม่าพูด พร้อมกับทำท่าหงุดหงิดด้วย

"โอเคม๊า มีก็มี " อากันยกมือขึ้น ก่อนที่อาม่าจะโมโหมากไปกว่านี้ ส่วนผมนี่หันไปมองอากันทำท่าจะค้านแต่ อาทำนิ้วจุ๊ปากว่าไม่ให้ผมพูดต่อ

“เธียรว่าอาม่า เข้านอนเถอะน่ะเธียรพาไปเอง และผมจะขึ้นไปอาบน้ำแล้ว พรุ่งนี้เจ๊ธามมารับแต่เช้าอาม่า” ผมบอกกับอาม่า

“ลื้อมีพี่สาวด้วยเหรออาเธียร” เวรแล้วผม อาม่าหันมาถามผมทันที อากันก็หันมามองผมด้วย (ถ้าเจ๊ธามรู้เธียรตายอีก ไอ้เธียรเอ๊ย)

“ไม่มีอาม่า”

“มึงบอกเจ๊ธามมึง เฮียมึงมันแปลงเพศแล้วเหรอ เดี๋ยวอาม่าจะไปวีดีโอคอลหาป๊ามึงอ่ะ” อาม่าไม่พูดเปล่าทำท่าจะลุกไปแถมยังจะวีโอคอลเลยเหรอม่า

“เดี๋ยวอาม่า!! “ผมรีบถึงแขนอาม่าไว้ก่อน

"วีดีโอคอลเลยเหรออาม่า"

"เห็งหน้าไง คุยแล้วเห็งหน้าอ่ะ มึงไม่เคยเหรอ แม้ที่อย่างนี้โลวเทคนะมึงน่ะ" อาม่าหันมาบอกผมอีก ผมต้องเกาที่ท้ายถอยตัวเอง

"ผมรู้จักน่ะอาม่า เธียรโทรหาม๊าบ่อยตอนขอเงินอ่ะ แต่กับป๊าไม่กล้าน่ะ ฝากข้อความตลอดกลัวป๊าด่า และตอนนี้มันก็ดึกแล้วด้วยอาม่า และป๊ากับม๊าก็นอนแล้ว อย่าโทรเลย กวนเขาเปล่าๆ " ผมบอกอาม่า ถ้าให้โทรไปนี้คงไม่มีใครได้นอนแน่ๆ

“อาม่า ผมเรียกเฮียธาม ไม่ใช่เจ๊ธาม อาม่าได้ยินผิดไปแล้วน่ะ สงสัยอาม่าจะง่วง ไป ผมพาไปนอนน่ะอาม่าน่ะ” ผมรีบบอกอาม่า เอาหัวไถอาม่าออดอ้อนหน่อย

“งั้นผมขึ้นห้องก่อนน่ะม๊า “อากันบอกก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ผมหันไปดูรูปวงศ์ตระกูล ผมยังเรียนชั้นมัธยมปลายอยู่เลยเฮียธีเรียนจบแล้ว ส่วนเฮียคนอื่นก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ และ อากันก็เพิ่งแต่งงานใหม่ กับอาหลิน ภาพนี้อาก๋งยิ้มมีความสุขมากที่ลูกๆ หลายอยู่กันพร้อมหน้า ลูกสาวของอี๊หงส์ก็ยังเรียนมัธยมปลายกับประถมอยู่ ผมคิดถึงอาก๋งน่ะ

“อาม่าก็คิดถึงอาก๋งน่ะเธียร อาม่ายังคิดถึงตอนที่เรายังเด็กเล็กนิดเดียวอยู่เลย “อาม่าพูดขึ้น

“แล้วทำไมวันนี้ไม่พาลูกพาเมียมาด้วย” อาม่าถามผมอีกแล้ว ผมต้องเอาฝ่ามือแตะหน้าผากตัวเอง

“ไปนอนดีกว่าอาม่า ผมจะขึ้นนอนแล้วน่ะ ผมว่าอาม่าง่วงนอนแล้วแหละเนี๊ยะ”

“ทะเลาะกับเมียมาหรือไง รู้ไหมคนในบ้านน่ะสำคัญมากๆ อาก๋งน่ะสอนป๊าเราตลอดเห็นไหม ป๊าเรานะรักม๊าเราแค่ไหน รักและให้เกียรติคนที่เรียกว่าภรรยา คนที่เป็นแม่ของลูกอ่ะ คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เราก็ต้องทำอย่างป๊าเขาน่ะเธียรน่ะ ขนาดม๊าเราน่ะ อาก๋งเป็นคนเลือกให้ป๊าเราไมได้เลือกเองน่ะ แต่ป๊าก็รักม๊าเรามากน่ะทั้งที่ไม่ได้เลือกเอง และนี้เราได้เลือกเองไม่ต้องมีใครมาเลือกให้เหมือนอากันเขาด้วย ได้เลือกเขามาแล้วก็ต้องดูแลเขาดีดีน่ะเธียรน่ะ และยิ่งเขาต้องเป็นแม่ของลูกเราด้วยน่ะ ต้องเอาใจเขามากๆ ผิดนิดผิดหน่อยให้อภัยกัน รู้ไหมเธียร” อาม่าบอกผมแววตาที่มองอย่างเอ็นดู ผมเห็นมาตั้งแต่ผมจำความไม่ได้ เพราะว่าม๊าป่วยในตอนนั้น

"อาม่า ถ้าผมได้เลือกใครสักคนมาโดยที่ไม่ได้เลือกเพราะรักแต่ต้องเลือกเพราะว่าผมต้องรับผิดชอบล่ะอาม่า "ผมถามอาม่า อาม่ามองหน้าผมอีกครั้ง

" จะด้วยเหตุผลอะไรมันก็ไม่สำคัญหรอกอาเธียร แต่มันสำคัญหลังจากหลังจากนั้นน่ะ จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ไหม เขาเป็นแม่ของลูกลื้อได้ไหม แม่น่ะ เป็นง่ายน่ะเป็นได้ทุกคนแหละแต่แม่ที่ดีน่ะหายาก ลื้อมีแม่ที่ดี ลื้อน่าจะรู้น่าอาเธียร และขนาดคนรักกัน รักกันมากปานจะกลืนกลิ่น เลิกกันก็เยอะแยะไป ไปหาหนังสือซุบซิบดารามาอ่านไป๊" อาม่าบอกผม ผมต้องเกาหัวเล็กน้อยตรงที่อาม่าให้ผมไปหาหนังสือซุบซิบดารามาอ่านนี้แหละ

“ครับอาม่า งั้นอาม่าเข้านอนดีกว่าน่ะ ดึกแล้วอาม่า เธียรรักอาม่าน่ะ งั้นเธียรไปนอนก่อนน่ะอาม่า ฟ๊อด!!” ผมบอกอาม่า อาม่ายกฝ่ามือลูบบนหัวผมเบาๆ และพี่คนใช้ที่ดูแลอาม่าก็เข้ามาประคองอาม่าเข้าไป

        ผมยืนมองอาม่า ก่อนจะปิดประตูลง ขนาดอาม่าไม่ค่อยได้ออกไปไหน อาม่ายังบอกว่าเธียรวิชย์น่ะมีลูกมีเมียแล้วเลย ตั้งแต่ที่อยู่อังกฤษแล้วน่ะ ผมต้องตามหาเด็กคนนั้นให้เจอให้ได้ ผมกำลังเดินขึ้นไปบนห้องนอนแต่จะว่าไปผมก็ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย ผมไม่ได้มานอนบ้านอาม่าหลายปีแล้วด้วย ห้าปีได้แล้วมั้ง เสื้อผ้าก็ไม่มี ไปดูห้องอากันดีกว่า เพราะว่าอากันก็ไม่ใช่คนตัวใหญ่ไปกว่าผม ความสูงก็ไล่ๆ กัน

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะห้องนอนอากัน แต่ว่าไม่มีการตอบรับ ผมเลยเลือกที่จะเปิดประตูเข้าไปเลย อากันไม่ได้ อยู่ในห้องนอน ผมกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ผมก็เห็นประตูริมระเบียง หน้าห้องนอนอากันเปิดแง้มเอาไว้ สงสัยอากันจะออกไปยืนรับลงด้านนอกแน่ๆ

//อะไรน่ะ เป็นไปไม่ได้หรอกภีม ที่ลูกของบีมจะหน้าเหมือนเธียรวิชย์ ตาฝาดไปหรือเปล่า อาจจะมองไม่ชัดก็ได้น่ะ เพราะว่ามันมืดและไม่ค่อยสว่างด้วย //

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเลยเคาะกระจกก่อน อากันหันมามองหน้าผม ผมดูจากชุดที่อากันสวมอยู่นั้นแปลว่าอากันอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว

“ว่าไงเธียร” อากันหันมาถามผม

“อาผมไม่มีเสื้อผ้าเลยอ่ะ”

“ดูในห้องเสื้อผ้าของอาน่ะ เลือกเอาเลยเธียร อามีชุดใหม่ๆ อยู่หลายชุด และชุดชั้นในใหม่ๆ ก็มี เลือกเอาเลยเธียร” อากันบอกผม ผมก็ยกนิ้วโป้งให้ ว่าไม่กวนแล้ว แต่มันทำให้ผมคิดน่ะว่า ใครอีกน่ะบีมและลูกเขาหน้าเหมือนเธียรวิชย์ ใช่ผมหรือเปล่าว่ะ หรือว่ามีใครที่ชื่อซ้ำกับผมอีก ชื่อโหลไปไหมว่ะ ขนาดกันต์ธี เขายังมีคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าก็ชื่อเดียวกับผมอีก แต่จะว่าไป ผมยังไม่เคยถามกันต์ธีเลยน่ะว่า เขาชื่อเล่นว่าอะไร เรียกแต่ชื่อเต็มๆ มาตลอด และนี้ผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย สิ่งที่ผมฝันมาตลอด ทำยังไงถึงจะได้เจอคนนั้น ในคืนนั้น ถ้าเจอแล้ว ผมจะทำไงดีว่ะ รับผิดชอบเหรอว่ะ ?

TBC.....

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
EP.13 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งแรก)      

         Part’ sเธียรวิชย์ ผมหลบหน้าหลบตาแพรวาไปสองสามวัน และนิน่าก็คอยส่งข้อความมาหาผมจะให้ผมพาไปทานข้าวอีก เพราะว่าเขาได้เอาความลับมาบอกกับผม ผมก็ปฏิเสธตลอด ผมบอกว่าผมยุ่งอยู่ และถ้าว่างจะโทรไปบอก แต่นางก็ขยันส่งข้อความมาหาและพยายามจะโทรหาผมผ่านไลน์แต่ผมก็ไม่ยอมรับ จนผมส่งข้อความไปบอกเธอว่าผมมีคลิปเสียงที่เธอนำความลับภายในที่ทำงานมาบอกผม ผมจะส่งให้เจ้าของผับ เท่านั้นแหละนางก็เงียบไปเลย

   พอกลับมาถึงก็ต้องออกไปประชุมกับทีมผู้บริหารของแต่สาขา และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น พี่ธี พี่ธามและพี่ธันก็ไป พอประชุมเหมือนกัน พอเสร็จปุ๊ปผมก็รีบกลับมาโรงเรียนของทันทีโดยยังไม่ได้คุยอะไรกับเฮียเลย รู้สึกแปลกๆ ที่ไม่ได้เจอกันต์ธีย์มาสองวัน และที่แปลกไปอีกอย่างคือผมก็เลือกเดินเข้ามาทางเนอส์เซอรี่แทน ผมหลือบไปมองเวลาที่นาฬิกาเรือนสีทองที่ข้อมือผมตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงเช้า จะว่าไปผมก็ยังนึกถึงเด็กตัวขาวๆ ราวกับก้อนเต้าหู้ ดวงตากลมโตนั้น คิ้วนี้หนามากแต่กลับโค้งสวยรับกับปลายจมูกโด่งรั้นนั้นขนตาที่งอนราวกับตุ๊กตาบาบี๋ แล้วนี้ผมจะมาเดินผ่านแผนกเด็กอ่อนทำไมน่ะ

“ปึก” ผมก็ต้องชะงักเท้า ก่อนจะหันไปมอง คนที่อยู่ด้านหลังกระจกใส่ ไม่ใช่ใครอื่นเจ้าลูกโซ่ เด็กที่ผมบรรยายอยู่นี้แหละ และคือคนที่พยายามจะกินเนกไทผมวันก่อน ผมถอยหลังกลับมามอง เด็กน้อยเกาะกระจกยืน และยิ้มตาหยี เหมือนเขากำลังอวดฟันที่กำลังโผ่ออกมาให้ผมดู ทำไมน่ะเด็กคนนี้ถึงทำให้ผมยิ้มได้ทุกที รอยยิ้มนี้มันคุ้นเคยเหมือนผมเคยเห็นในกระจก  ผมก็ย่อตัวลงมองเด็กน้อยนั้น เขาเคาะกระจกตอบ ทำปากจู๋กับกระจกบานใหญ่ ราวกับเขาคือเจ้าปลาดูดกระจก ผมก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู

    ผมเปิดประตูเข้าไปทันที ครูพี่เลี้ยงทุกคนหันมามองผมกันหมด ผมก็หันไปมองตำแหน่งที่ผมเห็นเป็นก้อนขาวๆ เพราะว่าตัวขาวจั้วะ ผมเดินตรงไปหยุดมอง (ผมแอบแปลกใจตัวเอง ผมไม่ชอบเด็กมาก่อน ไม่เคยอยากอยู่ใกล้เด็กเพราะว่ายังไม่เคยมีหลานแต่ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ทำให้ผมรู้สึกอยากรู้จักอยากมาหา ทั้งที่วันแรกก็ฝากน้ำลายไว้เป็นที่ระลึกขนาดนั้น แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่ามีคนที่เพียบพร้อมเหมือนม๊าของผมบนโลกนี้อีกคนไปพร้อมๆกันแต่เขากลับเป็นผู้ชายนั้นก็คือคือกันต์ธีย์  เนกไทนั้นกลิ่นน้ำยาที่เขาใช้ซักยังหอมติดปลายจมูกผมอยู่เลย)

“ปะ ปะ ปะ” พอเงยหน้าขึ้นมาก็ยื่นมือมาบนอากาศ เหมือนเรียกผมเลย ผมก็ย่อตัวลง นั่งยองๆเด็กน้อยยึดเกาะขาผมขึ้น ผมก็ใช้มือประคองอัตโนมัติเพราะว่ากลัวเจ้าก้อนขาวๆ นี้จะล้มลงไป

“ไม่เจอกันสามวัน ทำไมคิดถึงเหรอ” ผมถามเด็กน้อย เขากำลังมองหาเนกไทของผมแน่ๆ

“วันนี้ไม่ได้ใส่มาก เพราะว่าไม่มีคนผูกให้ “ผมพูดกับคนตรงหน้า ไม่รู้เข้าใจไหมแต่ก็ยิ้มตาหยีมาให้ผม ดีที่ตาโตเลยยังเห็ฯ ตาดำกับเขาบ้าง ที่ไม่ผูกไทมาเพราะว่าม๊าของผมไปกับป๊าไม่อยู่ ไปไหนก็ไม่รู้แต่เช้า และผมเองก็เพิ่งจะกลับมาพร้อมกับเฮียธามตอนดึกแล้ว เลยไม่ได้เข้าไปถามก่อน แต่ไม่ผูกวันหนึ่งคงไม่เป็นไร

“คุณเธียรค่ะ” ครูพี่เลี้ยงเดินมาหาผม ผมหันไปมองเธอก่อนจะลุกขึ้น แต่ลืมไปว่าเจ้าก้อนขาวๆ นี้พิงผมอยู่ ผมก็รีบคว้าลอยติดมือขึ้นมาอุ้มไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้ลงไปกลิ้งให้เจ็บตัวอยู่บนพื้นแน่ๆ แต่ว่ามันทำให้สายตาสายคู่ของบรรดาครูพี่เลี้ยงพากันหันมามองผมกับเจ้าก้อนเต้าหู้กันหมด

“มีอะไรเหรอครับ” ผมถามทุกคน ทุกคนมองผมกับเจ้าลูกโซ่สลับกันไปมา

“ผมถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่าครับ” ผมถามย่ำอีกครั้ง

“ไม่มีค่ะ!! “เสียงประสานกันก่อนจะหันไปหาอะไรทำทันที ผมหันมามองครูที่มาเรียกผม เขาก็มองผมกับลูกโซ่สลับกันไปมา

“บังเอิญไปไหมคะ “ครูพี่เลี้ยงถามผมแบบกล้าๆ กลัว”

“บังเอิญอะไรเหรอครับ คุณครูพี่เลี้ยงครับ” ผมถามครูพี่เลี้ยงกลับ

“ใบหน้าน้องเขากับใบหน้าของคุณเธียรวิชย์นะคะ เหมือนกันมากจนแยกไม่ออก แต่ไม่น่าจะใช่ค่ะ เพราะว่าน้องเขาก็มีพ่อของเขานะคะ “ครูพี่เลี้ยงบอกผม ผมก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมาเหล่มองเด็กน้อยก่อนจะหันหน้ามาครูพี่เลี้ยงอีกที

“แต่ตั้งแต่น้องมาอยู่ที่นี้เกือบอาทิตย์ ไม่เคยเห็นคุณแม่น้องมาเลยนะคะ มีแต่คุณพ่อนะคะ” ผมถึงกับขมวดคิ้ว ก็เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเหรอ ถ้าอย่างนั้น กับอากันล่ะ ยังไงกันว่ะ

“อ้อมีอีกคนที่มารับมาส่งประจำค่ะ คือคุณกันตภณค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นแฟนกันไหมนะคะ” อันนี้ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ตกลงพ่อของเจ้าหมอนี้เป็นอะไรกันแน่ มีเมียหรือมีสามีกันแน่ ผมกลับมามองเจ้าก้อนเต้าหู้ที่ผมอุ้มอยู่ (ขาวขนาดนี้เปลี่ยนชื่อเถอะผมคิดในใจ)

“คุณเธียรค่ะ!! มีคนมาขอพบค่ะ เขาบอกมีธุระด่วนมากค่ะ และโหวกเหวกโวยวายจะพบคุณเธียรวิชย์ให้ได้ค่ะ ห้ามก็ไม่ฟังค่ะ ขนาดบอกว่าคุณเธียรไปประชุมก็ไม่ฟังค่ะ” ผมหันไปมองคนที่วิ่งมาบอกผม เขาเป็นคนทำงานธุรการที่ส่งมาช่วยคุณกันต์ธีย์แทนปลายฟ้า

“ใครเหรอครับ” ผมถามกลับทันที

“ไม่ได้บอกค่ะแต่เป็นผู้หญิงค่ะ และดูน่าจะอ่อนกว่าคุณหลายปีอยู่ วีนเหวี่ยงเหมือนเด็กไม่ได้ของเล่นเลยค่ะ” ผมไม่ต้องเดาแล้วว่าใคร ผมสูดลมหายใจเขาอย่างเอือมระอา

“เขาอยู่ที่ไหนครับ”

“หน้าห้องทำงานคุณเธียรค่ะ”

“ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้” ผมบอกคนที่มาหาผม แปลกน่ะเขารู้ได้ยังไงว่าผมมาที่นี้ แผนกเด็กอ่อนแบบนี้ด้วย ผมก็ต้องเอาเจ้าก้อนขาวๆ ส่งไปให้ครูพี่เลี้ยงไปอุ้มทันที แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิด เมื่อเจ้าก้อนขาวๆ หันมากอดผมหมับและใบหน้านั้นมันก็ตรงพิกัดสองจุดที่ซ้อนอยู่ในเสื้อกรามผม ขนาดซ้อนแล้วน่ะ เด็กน้อยอ้าปากงับทันควันเช่นกัน

“เฮ้ยยย “ผมร้องด้วยความตกใจ พร้อมกับใช้ฝ่ามือดันออกแต่ไม่กล้าออกแรงมากเดี๋ยวเกิดงับติดปากไปล่ะตายเลยผมไม่มีจุกสำรอง แถมยังเอามือกำเสื้อผมแน่นติดมือ ครูพี่เลี้ยงก็พยายามอุ้มดึงออก

“น้องลูกโซ่!! ปล่อยคุณเธียรวิชย์ค่ะลูก!!” ครูพี่เลี้ยงพยาบามบอกเจ้าก้อนเต้าหู้ และบรรดาสายตาครูพี่เลี้ยงคนอื่นๆ ที่มองผมเหมือนถูกกดปุ่มค้างเอาไว้เช่นกัน ทันทีที่ครูพี่เลี้ยงเจ้าก้อนขาวๆ ออกไปได้ ผมก็ต้องก้มลงสำรวจ รอยเปียกเป็นวงกลมรอบๆจุดเล็กที่ติดกับอกแบนๆของผม เจ้าลูกโซ่นี้มันอกชายแท้ นี่หิวจนตาลายหรือไง ผมอยากจะ อืม แต่เด็กน้อยหาได้สำนึกไม่ ยังเอียงคอมองอีกน่ะ และทำปากจ๊วบๆ อีกด้วย และพยายามยื่นมือคว้าผมอีก จนครูพี่เลี้ยงต้องรวบมือไว้ด้วยกัน

“คุณเธียรค่ะขอโทษนะคะ น้องคง…”

“แยกแยะไม่ออกเหรอครับว่าอันไหนเต้านมแม่เขากับเต้านมผมน่ะครับ มันต่างกันน่ะครับเนี๊ยะ และของผมมันก็แบนมาตรฐานชายไทยครับ  “ผมพูดกับครูพี่เลี้ยงที่ยืนมองผมพร้อมยิ้มเจือนมาให้ผมแทน ผมเลยเลือกเดินออกทันที

“เจ้าก้อนเต้าหู้เอ้ย!! อุตส่าห์มาเล่นด้วย เล่นแบบนี้ เดินไปนี้อายเขาไหม” ผมบ่นพึมพำออกไปทันทีและหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากดซับไปด้วย และพอผมเงยหน้าขึ้นมา ผมก็เจอกับ คุณครูที่พาเด็กๆ เดินออกไปสำรวจนอกห้องเรียน เด็กน้อยน่าจะชั้นประถมปีที่หนึ่ง แต่ละคนมองที่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าและตอนนี้มันก็เปียกเป็นวงอยู่ตรงหน้าอกผม แถมพิกัดชัดเจนมากเจ้าก้อนเต้าหู้สร้างแลนด์มาร์คพอดิบพอดีเลย

“สวัส ดี ค่ะ คุณ เออ คุณ เธียร วิชย์” คุณครูที่ทักทายผม ยังมองเลย มองส่วนนั้นของผมนั่นแหละ

“พอดีผมทำน้ำหกใส่ตัวเองนะครับ”

“อ้อค่ะ เป็นวงเลยนะคะ”

“อุ้ย! ขอโทษทีค่ะ ไปค่ะลูกไปดูสวนผักกันดีกว่าค่ะ ทางนี้ค่ะ” คุณครูรีบพาเด็กๆ ออกไปอีกทางทันที

“เหมือนแม่เลย แม่ให้น้องกินนม เปียกแบบนี้เลย แม่บอกนมมันไหล่ ลุงมีน้ำนมด้วยเหรอ?” เด็กน้อยชี้มาที่ผมพร้อมคำถามที่เล่นเอาผมยืนกุมขมับแทน วันก่อนต้องถึงกับถอดเอาเนกไทไปซัก วันนี้เธียรวิชย์ต้องถอดเสื้อไปซักด้วยใช่ไหม

“ไม่มีลูกไม่มี ครับเพราะว่าลุงเป็นผู้ชายครับ!!! “ผมบอกเด็กน้อยที่ยืนเอียงคอ เหมือนคำตอบที่ได้ยังไม่ถูกใจ แต่ยอมรับว่านี้คือน้ำจริงๆ แต่นี่น้ำลายเจ้าคนเดิมที่ทำกับเนกไทของผมไว้ เด็กคนนั้นมองผมแบบยังไม่ปักใจเชื่อ ตอนรับสมัครเด็กเข้าเรียนนี้เขาวัดจากระดับไอคิวใช่ไหมเนี๊ยะหลอกยากจริงๆ ผมยิ้มให้ประมาณว่าไม่ตามครูไปเหรอลูก  และคุณครูก็หันมาดันเด็กๆ ให้เดินต่อไปยังแปลงปลูกผัก ผมก็รีบจั้มอ้าวเดินขึ้นบันไดไปทันที ผมเห็นที่ตรงหน้าห้องธุรการ บรรดาครูที่ยืนอยู่สามสี่คน เขากำลังคุยกับกันต์ธีย์ ผมก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีเช่นกัน

“อ้าวคุณเธียรวิชย์มาแล้วนี่ไง” ครูหนึ่งในนั้นเดินมาเห็นผมเข้าก็ชี้นิ้วมาที่ผมทันที

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ผมถามทุกคน ก่อนจะหันไปเห็นที่บอร์ด มีการนำภาพถ่ายมาติดไว้หลายภาพเลย คนที่อุ้มเด็ก หอมเด็ก มันดูน่ารักมากน่ะ แต่ว่าสีหน้าแต่ละคนดูเป็นกังวล

“นี้บอร์ดวันพ่อเหรอครับ จัดเร็วไปไหมครับ ผมถามกลับ เพราะว่านี้เพิ่งจะมีนาคมเอง” ผมถามบรรดาครูที่ยืนมองผม

“คุณเธียรวิชย์ค่ะ คนที่เอามาติดน่ะเขาด่าว่าน้องธุรการค่ะ นี้ค่ะ ว่าเสียๆ หายๆ เลยค่ะและนี้คือการ บูลลี่กันชัดๆเลยนะคะ และมาทำแบบนี้ในโรงเรียนแบบนี้ด้วย เด็กๆมาเห็นเข้าจะไม่เอาตามอย่างเหรอคะ” ครูหนึ่งในนั้นหันมาพูดกับผม ผมก็เดินมาดู จริๆงด้วย ข้อความที่เขียนว่าไว้ต่างๆ นานา เรียกว่าไอ้ตุ๊ด เรียกว่าพวกโรคจิต ไปขอลูกใครมาเลี้ยงบ้าง ผมหันมามองคนนั้นที่อยู่ในภาพ คือคนเดียวกับกันต์ธีย์ไม่มีผิดเพี้ยน

“เขาว่าคุณเหรอกันต์ธีย์” ผมถามกันต์ธีย์ เขาหันมามองผม น้ำใสๆ มันเริ่มปริ่มเที่ขอบตาจนใกล้จะเอ่อล้นออกมา เขาคงเสียใจมาก แต่เป็นใครก็เสียใจและโกรธ แต่ใครกันถึงได้กล้ามาทำแบบนี้ในโรงเรียนแบบนี้อีกด้วย

“ขึ้นไปคุยกับผมในห้องทำงานผมดีกว่าน่ะ” ผมบอกเขา เขาก็เดินตามผมเข้าไป

“ครูครับ ผมรบกวนดึงออกให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ” ผมบอกบรรดาครูที่ยืนดูอยู่ ผมหันมามองกันต์ธีย์ก่อนจะส่งผ้าเช็ดหน้าไปให้ เขาซับน้ำตา

“คุณรู้ไหมว่าใครทำแบบนี้น่ะ”

“ผมไม่รู้ครับ ผมมาถึงก็เห็นแล้วอ่ะครับและวันนี้ผมมาถึงสายเพราะว่าผมพาลูกชายผมไป หาหมออีกครั้งตอนเช้าครับ” กันต์ธีย์พูด

“เขาไม่สบายเพราะว่าผมพาเขาไปฉีดวัคซีนมาวันก่อนและการที่เขามีไข้เขาอาจจะแพ้วัคซีนเลยต้องไปตรวจอีกครั้ง และน้องน่ะคลอดก่อนกำหนดหลายสัปดาห์ด้วยครับ น้องคลอดตอน36วีคนะครับ และผมก็ไม่ได้ไปขอลูกใครมาเลี้ยงอย่างที่เขาว่าผมแบบนั้น  “กันต์ธีย์ตอบผม ผมหันมามองหน้าเขา ผมเองก็พูดไม่ออกจุกแทนไปเลย ใครกันน่ะ แต่ผมเดาว่าปลายฟ้าแน่ๆ

“คุณบอกเรื่องนี้กับอากันหรือยัง” ผมถามกันต์ธีย์

“ยังครับ คุณเธียรวิชย์อย่าบอกได้ไหมครับ เพราะว่าผม เออ ผมไม่อยากให้พี่กันต้องมาเดือดร้อนเพราะผมอีก “กันต์ธีย์พูด ผมเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง

“แต่นายกับอากันเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ เรื่องแบบนี้ แฟนกันก็ต้องช่วยกันซิ” ผมพูดแต่ว่ามันฟังแล้วผมเจ็บเองยังไงก็ไม่รู้ ผมมองหน้ากันต์ธีย์ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าผม จังหวะที่ผมกันธีย์กำลังเดินไปที่ห้องทำงาน ห้องประชุมเล็กถูกเปิดออก บรรดาครูที่เข้าประชุมพาเดินออกมาและแต่ล่ะคนก็หันมามองกันต์ธีย์กัน ทุกคนคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่บอร์ดแล้ว

“พี่เธียร!!” เสียงที่แหลมจนแสบแก้วหู ดังมาแต่ไกลไม่ใช่ใครอื่น แพรวา เธอเดินสับเท้าที่สูงปรี้ดมาหาผมทันที

“พี่เธียรไปไหนมาค่ะ ตั้งแต่วันที่พี่ไปที่ผับที่พี่ไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่อ่ะปีที่แล้วอ่ะ ไหนพี่บอกว่าไม่ชอบไงไปทำไมอีกอ่ะ และแอบไปไม่บอกแพรวาแบบนี้ นี่พี่นัดใครไว้ที่นั่นหรือเปล่าพี่เธียรและแพรวาโทรหาพี่ไปส์ เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ไปกับพี่ด้วย พีไปกับใครคะ!!!”

“พี่ไปกับใครและพี่หิ้วใครออกไปหรือเปล่าค่ะ แพรวาไม่ยอมนะคะ”

“แพรวานี่มันที่โรงเรียน พูดอะไรให้เกียรติพี่บ้างซิ คนมองกันหมดแล้ว พี่เป็นผู้บริหารนะแพรวา ทำอะไรคิดหน่อยได้ไหม และพี่ไปก็แค่ไปนั่งดื่มกับเพื่อนพี่ไปคุยธุระ “ผมพูดก่อนจะหันมามองหน้ากันต์ธีย์เขามีสีหน้าตกใจและมองป้ายชื่อผมใหม่อีกครั้ง

“คุณไปที่นั่น เมื่อปีที่แล้ววันเคาท์ดาวน์ใช่ไหมครับ คุณเธียรวิชย์!!” กันต์ธีย์เขาถามผม ผมหันมามองก่อนจะพยักหน้าไปและผมก็สะบัดหน้ากลับมามองเขาอีกที สีหน้าแววตาที่เปลี่ยนไป

“แพรวาพี่ขอคุยธุระกับเจ้าหน้าที่ก่อนได้ไหมครับ แพรวาไปหาที่นั่งรอที่ห้องรับแขกก็ได้น่ะ พี่คงคุยกันยาวหน่อย” ผมหันมาบอกแพรวา

“ผมว่า ผมไม่คุยดีกว่า” ผมหันมามองคนที่กำลังจะหันหลังออก น้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันทำให้ผมต้องตกใจมิใช่น้อย เขาสะบัดมือผมออกทันที

“กันต์ธีย์ เป็นอะไร เข้าไปคุยกับผมก่อน ผมจะได้ช่วย”

“อย่าเลยครับ ผมว่าคุณช่วยตัวเองเถอะ”

“คุณ!!”

“พี่เธียรค่ะ นี้คนที่ทำงานธุรการพี่เหรอคะ” แพรวาถามผมและชี้ไปที่กันต์ธีย์ ผมพยักหน้าว่าใช่

“กันต์ธีย์ เราควรจะคุยกันก่อนน่ะ”

“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณเธียรวิชย์! และผมก็จะไม่ทำงานที่นี้แล้ว หาคนใหม่ได้เลย ผมลาออก “ผมก็ต้องตกใจหนักเข้าไปอีก

“ลาออก ง้อตายล่ะ ไปเลย และแกควรจะมาขอโทษพี่เธียรของฉันก่อนนะ ไอ้พนักงานต๊อกต๋อย ไม่มีเงินยังทำเป็นอวดดี เงินเดือนแกน่ะ ขนหน้าแข้งพี่เธียรชั้นไม่ร่วงหรอกน่ะจะบอกให้ “แพรวายืนกอดอกต่อว่ากันต์ธีย์ ผมก็จับแขนเธอผมส่ายหน้าไปมาให้พอ ผมว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ ผมทำท่าจะเดินไปแต่ว่าแพรวาจับแขนผมหมับ แต่จู่ๆเธอก็ปลอยแขนผมและเดินก้าวเท้าออกไปเพื่อนไปหากันต์ธีย์

“แต่เดียวน่ะ!! นี้นายหันมานี้ซิ ฉันคุณๆ หน้าแกน่ะ” แพรวาออกคำสั่งกับกันต์ธีย์ที่กำลังเดินหันหลังออกไป ผมหันมามองแพรวา

“แพรวา!!”

“ก็ฉันบอกให้หันมาไงล่ะ  ฉันสั่งน่ะ หูแตกเหรอ หันมา!!!” แพรวาเดินไปกระชากคนที่หันหลังอยู่ให้หันมา

“นายนี่เองอ่ะ คนที่ท้องในมหา’ลัย ทำเป็นอวดดี ลูกคลอดแล้วหรือไง แล้วใครเลี้ยงลูกล่ะห๊ะ “แพรวาพูดว่ากันต์ธีย์คือคนที่ ท้องในมหา’ลัย แต่ว่าเขาคือผู้ชายน่ะ น้ำเสียงแพรวาไม่ใช่เบาๆ เหมือนตะโกนมากกว่า บรรดาครูที่ยืนรอลิฟต์ หันมามองกันต์ธีย์กันหมด

“ลูกกี่เดือนแล้วล่ะ คงหลายเดือนแล้วล่ะซิ “ผมเห็นที่ยืนเขากำมือแน่นก่อนจะหันมามองหน้าผม

“ผมผิดหวังที่คนที่ผมคิดว่าดี แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มึงแม่งเชี้ยที่สุด!!” กันต์ธีย์เขาเดินหลังออกทันที

“อ้าวไอ้นี้ มึงมาว่าพี่เธียรกูทำไม มานี้เลยน่ะ ไอ้ท้องไม่มีพ่อ!!”

“แพรวา!! หยุด!!”

“พี่เธียรไม่ได้ยินเหรอว่าเขาว่าพี่น่ะ แพรวาจะไปตบมันค่ะ”

“หยุด!! เข้าห้องไปเดี๋ยวนี้!! แพรวา!!” ผมไม่เคยขึ้นเสียงดังใส่แพรวาแบบนั้นมาก่อน ผมยืนพยายามระงับอารมณ์โกรธของผมเอง จนกระทั่ง มือถือผมดังขึ้น เบอร์ไอ้ไปส์

“ว่าไงไปส์” ผมถามมันทันที

“น้ำเสียงคุสาดเลยครับ กูมาหามึงอ่ะ ที่โรงเรียนพ่อมึง กูอยู่ชั้นล่างแล้ว”

“ขึ้นมาบนห้องทำงานกูเลย เดินตามป้ายมากูรอ” ผมพูดก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานผม ผมเห็นแพรวาที่นั่งตัวสั่นตกใจที่ผมโกรธเธอมากในวันนี้

“แพรวา!! เธอคิดว่าที่เธอพูดประจานคนอื่นน่ะ มันทำให้เธอดูดีขึ้นเหรอพี่ถามหน่อย” ผมถามแพรวาเสียงดัง

“ก็มัน”แพรวาทำท่าจะเถียงเพื่อเอาชนะแต่ผมชี้หน้าเธอ เธอก็หดเพราะว่านี้คือครั้งแรกจริงๆที่ผมทำแบบนี้กับเธอ

“ต่อให้มันคือเรื่องจริง เธอก็ไม่ควร!!”

“พี่เขาข้างมันเหรอ พี่ห้าม…”

“หยุด พูดคำว่าแพรวาไม่ยอมซะที!! แพรวาใช้คำนี้กับคนอื่น มาตั้งแต่แพรวายังเด็ก และตอนนั้น อาจจะได้เพราะว่าเธอคือเด็กผู้หญิงคนเดียวที่เข้ามาวิ่งเล่นกับพวกพี่ๆแต่นี่เธอโตแล้วแพรวา!!” ผมพูดและจังหวะนั้นเอง ผมหันไปเห็นคนที่เปิดประตูเข้ามา สีหน้ามันตกใจเหมือนเจออะไรมา อย่าบอกน่ะว่ามันเดินไปเจอบอร์ดอะไรนั้นอีก แสดงว่ายังไม่มีใครเอาออก

“เป็นอะไรของมึงไปส์” ผมถามไอ้ไปส์เพื่อนผม มันเดินตรงมาหาผมพร้อมกระซิบกับผม

“กูมีเรื่องต้องคุยกับมึงไอ้เธียร”

“กู” ผมชี้ตัวเอง

“เออ” มันตอบ และแพรวาที่นั่งมองผมสองคน

“ก็คุยดิ”

“ข้างนอกเถอะว่ะ” ไอ้ไปส์กระซิบบอกกับผม ผมหันมามองแพรวาที่นั่งมองผมกับไปส์สลับกันไปมา ก่อนจะเปลี่ยนท่าเป็นนั่งกอดอกแทน

“พี่จะไปไหน คุยตรงนี้เลยทุกเรื่องแพรวาต้องรู้ค่ะ รู้ทุกเรื่อง” ผมหันมามองไอ้ไปส์

“เรื่องเด็กที่มึงหาตัวน่ะ” ไอ้ไปส์กระซิบกับผม

“พี่จะคุยธุระส่วนตัวแพรวา “ผมหันมาบอกแพรวาทันที

“ไม่ได้แพรวา”

“แพรวา อย่าทำให้ป๊าพี่ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือแพรวาจะไม่มีสิทธิ์เข้ามาในนี้อีก ป๊าบอกกับพ่อของแพรวาไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ “ผมพูด ก่อนจะพยักพเยิดให้เข้าไปในห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง ผมกดปิดประตูทันที ห้องนี้เอาไว้คุยกับผู้ปกครองที่กำลังโมโห เป็นห้องเก็บเสียงได้ดี ไอ้ไปส์มันมองหน้าผม

“ไอ้พีชมันโทรบอกกูเมื่อเช้าว่ามึงไปตามหาน้องที่ชื่อบีม ที่มึงมีอะไรด้วย ที่ผับ”

“เออ ใช่ กูรู้สึกว่าที่กูฝันน่ะ มันแปลกๆ”

“มึงไม่ต้องหาแล้ว” ไอ้ไปส์พูด ผมยืนกอดอกมองหน้ามัน

“ทำไมว่ะ” ผมถามไอ้ไปส์

“กูเพิ่งจะเดินสวนกับน้องเขาเมื่อกี้ เขาทำงานที่นี้กับมึง น้องเขาชื่อกันต์ธีย์นั่นแหละชื่อที่ผู้จัดการคนนั้นมันให้กูมา “ไอ้ไปส์พูด ก็ต้องตกใจ นั้นแปลว่ากันต์ธีย์คือคนเดียวกับคนนั้นเหรอ และที่แพรวาพูดว่าเขาท้องไม่มีพ่อล่ะ คืออะไร

“มีป้ายว่าธุรการและฝึกงานอยู่ใช่ไหมว่ะ” ผมถามไอ้ไปส์

“ก็ใช่ไง น้องคนนี้แหละ เพราะว่ากูไปขอประวัติน้องเขามาจากไอ้ผู้จัดการนั้น และมันบอกกูว่า น้องเขาโดนเจ้าของบอกเลิกจ้างเช้าวันรุ่งขึ้นเลย และน้องเขาก็ไม่ได้กลับไปอีกจนสามเดือนให้หลังนั่นแหละ น้องเขาถึงได้ไป เพื่อตามหามึงอ่ะ และไอ้นี้ก็โทรมาหากู กูเลยเข้าไปอีกทีและมันก็เอาเงินกูไปด้วยไอ้เชี้ยเอ๊ย!!” ไอ้ไปส์บอกผม มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดนั้น “พี่ใส่ถุงด้วย ผมอาจจะท้อง”

“เชี้ยเอ๊ย!!!” ผมสบถออกมา

“มึงจะทำยังไงวะ น้องเขาจำมึงไม่ได้เหรอว่ะเธียร” ไปส์มันถามผม ผมก็มองหน้ามัน ภาพที่เขาอุ้มเด็กที่ถูกติดประจานไว้ที่บอร์ดน่ะ มันติดตาผมมาก

“แม่น่ะใครก็เป็นก็ได้ แต่แม่ที่ดีน่ะมันหายนะเธียรน่า แม่หรือน่ะเป็นแม่ที่ดีแค่ไหน ลื้อน่าจะเข้าใจ!!” อาม่าบอกกับผมวันก่อน ผมเปิดประตูออกมาก็เห็นแพรวากำลังนั่งกรีดอายไลน์เนอร์ เสริมสวยตลอดเวลา

“มึงช่วยกูหน่อย กันน้องแพรวาให้กูที กูต้องคุยกับน้องเขา กูว่า ที่เขาพูดกับกูนะมันคือเรื่องจริงว่ะ” ผมหันมาบอกไอ้ไปส์

“นี้มึงให้กูเฝ้าร๊อตไวเลอร์ดีดีนี้เองน่ะไอ้เธียร!” ไอ้ไปส์มันกระซิบกับหูผม มันเปรียบเปรยน้องแพรวาไม่ต่างกับร๊อตไวเลอร์เลย

“และมึงเชื่อเหรอว่า ว่าเรื่องที่เขาบอกว่าเขาอาจจะท้องได้น่ะ” ไอ้ไปส์ถามผม

“ใช่ มันคือเรื่องจริงว่ะ” ผมพูดก่อนจะเดินไปหาแพรวา

“แพรวาพี่มีเรื่องด่วนนะครับ แพรวารอพี่ที่นี้นะ พอดีพี่ต้องไปเช็ดห้องน้ำ เออ มัน เออ อุดตันครับ ราดไม่ลง เด็กจะเข้าห้องน้ำไม่ได้” ผมกับแพรวาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเย็นที่สุด และผมก็กำลังโกหกแพรวา เธอละสายตาจากระจกมามองผมทำท่าขนลุกขนพองทันที

“อี๋!!! น่ารังเกียจ แล้วทำไมพี่ต้องไปเองอ่ะ ให้คนอื่นไปไม่ได้เหรอ “แพรวาถามผม

“พี่ต้องไปดูเองค่ะแพรวา เพราะว่า นี้โรงเรียนนี้ของพ่อพี่ค่ะและเด็กๆ จะไม่มีห้องน้ำใช้ค่ะ”

“ก็เรื่องของเด็กๆ ซิคะ ให้ครูพาไปหาห้องน้ำอื่นก็ได้นี้ค่ะ ไม่เห็นต้องลงไปเลย ลูกของพี่ก็ไม่ใช่ เป็นแพรวาไม่ไปหรอกค่ะ “แพรวาพูด มันยิ่งทำให้ผมเห็นภาพที่อาม่าบอกผมไม่มีผิดเลย

“แพรวา นี้โรงเรียนพี่ค่ะ แพรวารอที่นี้นะคะ ไอ้ไปส์มันก็อยู่ “ผมพูดก่อนจะหันมาหยักหน้ากับไอ้ไปส์ ก่อนจะเดินลงไปอย่างรวดเร็ว

“นี้แกได้ยินที่แฟนคุณเธียรพูดไหม ฉันก็ว่าน่ะ คนอะไรรักลูกจนเหมือนอุ้มท้องมาเองเลยอ่ะ” ผมได้ยินแต่คนซุบซิบกันตลอดทาง ผมก็เดินลงไปจนถึงห้องธุรการ และเข้าไปในห้องนั้นทันทีผมกวาดสายตามองไปรอบๆแต่ไม่เจอคนที่ผมต้องการ ทำไมเขาอยู่ใกล้ผมแค่นี้เอง ผมแม่งไม่เคยเอะใจอะไรเลย

TBC......

ขอบคุณคอมเม้นให้กำลังใจด้วนะคะ มีกำลังใจอยากลงบ่อยๆเลย ตอนแรกนึกว่าจะเงียบกริบซะอีก ขอบคุณมากๆเลยค่ะ  :กอด1: :pig4:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-03-2021 07:34:03 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
Part's เธียรวิชย์ หลังจากที่ผมรู้ความจริงว่ากันต์ธีย์ คือคนเดียวกับเด็กที่ผมมีอะไรด้วย ในวันนั้น ก็ใครไม่รู้ดันใส่ยาปลุกเซ็กส์ไว้ในแก้วแชมเปญที่ผมยกไปดื่ม และที่สำคัญแพรวายืนยันแล้วว่ากันต์ธีย์คือเด็กตั้งท้องในมหาวิทยาลัยอีกด้วยอีก และที่ผมมั่นใจว่าลูกผม เพราะว่าอากันตภณเป็นหมัน นั้นก็แปลว่าลูกผมแน่นอน ผมต้องคุยกับเขา ตอนนี้ผมก็เดินสับเท้าลงไปจนถึงห้องธุรการ รีบเปิดประตูเข้าไปในห้องนั้นทันที มีคนนั่งทำงานอยู่แต่ไม่มี กันต์ธีย์ และผมก็ยกมือขึ้นมาเคาะกระจกเพื่อเรียกคนด้านใน

“สวัสดีค่ะคุณเธียรวิชย์ มีเรื่องอะไรเหรอคะ” เจ้าหน้าที่คนที่ไปเรียกผมเขาเดินออกมาถามผม ผมมองไปรอบภายในห้องก่อนจะเอ่ยปากถาม

“กันต์ธีย์ไม่อยู่เหรอครับ” ผมถาม

“เขาลาออกแล้วค่ะ นี้เพิ่งจะเก็บของและออกไปเลยค่ะ”

“ไปไหนครับ”

“ลงไปรับลูกเขาค่ะ ลูกเขาชื่อลูกโซ่นะคะและเขาก็จะไม่ส่งลูกเขามาอยู่ที่นี้แล้วด้วยค่ะ”

“ลูกเขาชื่อลูกโซ่” ผมถามย้ำอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ธุรการก็พยักหน้าว่าใช่ ผมนิ่งไปพักหนึ่งผมน่าจะเอะใจตั้งแต่โดนทักว่าหน้เขาเหมือนผมแล้ว ไอ้เซ้อไอ้เธียรวิชย์!! ทำไมคิดไม่ได้ตั้งแต่คำพูดครูพี่เลี้ยงที่พูดว่าเขาหน้าเหมือนผม ผมก็รีบหันหลังวิ่งออกไปจากห้องทันทีเช่นกัน มือถือผมสั่นสะท้านไปด้วย ผมไม่หยิบมาดูว่าเป็นของใคร ผมวิ่งไปจนถึงทางเดินที่จะไปห้องเด็ก ผมตรงไปที่ห้องเด็กอ่อนทันที ผมเปิดประตูพรวดพล้าดเข้าไปพร้อมกับอาการหอบเหนื่อย

“ครูครับ ครู เออ ผม แฮกๆ “ผมพูดไปก็พยายามหายใจไปด้วย

“คุณเธียรวิชย์มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ลูกโซ่ยังอยู่ไหมครับ” ผมถามครูพี่เลี้ยงทันที

“น้องไปแล้วค่ะ เห็นคุณพ่อบอกว่าจะไม่ทำงานที่นี่แล้วด้วยค่ะ เพิ่งออกไปได้สิบนาทีนี้เองค่ะ” ผมเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะวิ่งออก แต่ว่าเขาจะไปทางไหนน่ะ ผมยืนคิด

“มีสายเขาในมือถือผม อากันตภณ ผมารีบกดรับสายทันทีเช่นกัน

//เธียร เกิดอะไรขึ้น ทำไมบีมเขาบอกอาว่าเขาลาออก นายไปทำอะไรให้เขาโกรธ//

//อาต่างหาก ทำไมอาไม่บอกผมว่าบีมเขามีลูกได้//

// เธียร เธียรรู้ได้ไงเรื่องนี้น่ะ //

//ลูกที่บีมอุ้มท้องอยู่น่ะ ลูกผมอา!!! //

//ไอ้เธียร!! //

//และนี้ผมคงยกให้อาไม่ได้ ผมจะเอาลูกเมียผมคืน// ผมพูดกับคนในสาย ถึงเขาจะเป็นอาที่ผมรักมากก็ตาม ผมกดวางสายจากอากันตภณ จังหวะนั้นผมเห็นคนทำสวนในโรงเรียน เขาเดินสวนมาพอดี

“ขอโทษนะครับ เห็นคนที่อุ้มเด็กเดินผ่านไปด้านหน้าไหมครับ” ผมถามคนสวนของโรงเรียน เขาก็ยืนนิ่งคิดสักครู่

“เห็นครับ เป็นคนทำงานที่นี้นี่ครับ ผมเขาเห็นเดินออกไปอุ้มลูกตากแดดไปโน่นน่ะครับ แดดก็ร้อน ร้อน สงสารเด็กนะครับ “คนทำสวนตอบผมพร้อมกับชี้นิ้วไปทางที่บีมเพิ่งเดินออกไป ผมก็วิ่งตามออกไปทันทีเช่นกัน ผมวิ่งไปทั้งอากาศร้อนๆ ขนาดผมเองยังรู้ร้อนขนาดนี้แล้วเด็กล่ะ เสื้อผ้าที่เริ่มมีเหงื่อไหลซึมออกมา และสิ่งที่ผมเห็นคือ หนุ่มคนนั้นอุ้มเด็กน้อยเดินออกไป เขากำลังจะไปรอเรียกรถแท็กซี่แน่ๆ

“บีม!!” ผมเรียกชื่อเขา เขาหันมามองผมพร้อมกับเด็กคนนั้น เจ้าก้อนขาวๆ ของผม แต่บีมกำลังหันหลังเดินออกต่อ

“บีม!! หยุด” ผมเรียกเขาอีกครั้ง ก่อนจะวิ่งไปถึงบีม ผมรีบคว้าตัวเขาเอาไว้ บีมดิ้นสะบัดโดยไม่หันมามองหน้าผม

“บีม “ผมเรียกเขาอีกครั้ง บีมหันมามองหน้าผม น้ำใสๆ ไหลรินออกมา

“ผมเคยคิดว่าคุณไม่ใช่ ไม่ใช่ไอ้คนที่มันฝากเรื่องแย่ๆ ไว้กับผม ผมมองคุณผิดมาตลอด ไปให้พ้นเลย ไปเลย” บีมค่อยๆ หันหน้ามามองผม ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้น

“มึงก็ได้แล้วมึงก็ทิ้งแล้ว มึงจะเอาอะไรอีก ไอ้เชี้ย ฮือๆ” คนตรงหน้าผม ผมก็ดันเขาให้เข้ามาในร่มก่อน ผมไม่รู้ว่าผมควรจะพูดคำไหนเพราะว่าทั้งหมดมันคือความผิดของผม ที่ผมทิ้งเขาไว้กับเรื่องร้ายๆ แบบนี้ เป็นความผิดที่ผมต้องยอมรับแต่โดยดี ผมมองคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งพร้อมกับพยายามระงับอารมณ์โกรธตัวเองไปด้วย และเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาที่มองผม เริ่มเอานิ้วมือใส่ปาก

“มะ มะ มะ “เด็กน้อยเรียกบีมไม่ชัด เรียกมะ มะ มะ บีมยืนปาดน้ำตาตัวเอง

//ฮัลโหล พี่ครับ ผมขอรถด่วน ผมต้องการรถตอนนี้ครับ // ผมโทรบอกคนขับรถที่ขับรถให้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ก่อนจะหันมามองบีมที่ทำท่าจะเดินหนีผม ผมก็มองเจ้าก้อนขาวๆ ทื่มองผมกับบีมสลับกันไปมาอีก

“ไปกับพี่เดี๋ยวนี้” ผมบอกบีม

“กูไม่ไปกับมึง กูไม่ไปไหนกับมึงทั้งนั้น ไปให้พ้นจากกูสองคนเลย และมึงทิ้งกูไว้แบบนี้แหละ” บีมพูดด้วยความโมโห ผมไม่โต้ตอบอะไรบีมทั้งนั้น เพราะว่าทั้งหมดคือความผิดของผมเอง ผมก็ยืนคิดว่าถ้าผมพูดไปบีมที่ยังคงโกรธผมอยู่คงไม่ยอมฟังอะไรจากผมแน่นอน ผมเลยคว้าเจ้าลูกโซ่มาอุ้มไว้ เรียกว่าแย่งอุ้มไปเลยจะดีกว่า ผมแย่งลูกมาจากบีมทันที ผมแหงนขึ้นไปมองบนตึก ผมเห็นแพรวากำลังเดินออกมาจะมาตามผม ผมก็วิ่งไปพร้อมกับลูกของผม และบีมก็วิ่งตามผมทันทีเช่นกัน

“เอาลูกผมคืนมาน่ะ คุณจะเอาเขาไปจากผมไม่ได้ เขาเป็นลูกผมแค่คนเดียว “ผมได้ยินแต่ผมก็วิ่งทันที ผมก็วิ่งไปที่เพื่อไปที่จอดรถ ถ้ารอให้มารับคงไม่ทัน จังหวะนั้นแพรวาก็มองลงมาที่ผม

“พี่เธียร!!!” เสียงเรียกชื่อผมดังมาจากตัวอาคาร ผมก็แหงนขึ้นไปมองบนตึกน้ั้นอีกครั้ง และบีมที่หยุดเท้าเงยหน้าขึ้นไปมองแพรวาเหมือนผม ก่อนจะหันมามองหน้าผม ผมส่ายหัวไปมาว่าไม่ใช่อย่างที่เห็น

“เร็วซิ! “ผมหันมาเร่งบีมทันที

“ไม่ ไม่ไป เอาลูกผมคืนมาเดี๋ยวนี้น่ะ เขาไม่ใช่ลูกคุณ” บีมพูดและพยายามดึงลูกชายเขากลับ

“หน้าเหมือนขนาดนี้ ไปหลอกเด็กอนุบาลเถอะบีม” ผมพูดกับบีม

“และจะให้ใครเป็นพ่อเด็กล่ะ อาของผมเหรอบีม ผมไม่ให้หรอกน่ะ นี้ลูกผม”

“แล้วจะมาอยากเป็นพ่ออะไรตอนนี้ ไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบ แต่ถ้ามึงมีความรับผิดชอบจริง มึงจะทิ้งให้กูเผชิญกับมันคนเดียวแบบนี้เหรอ ไอ้เชี้ยเธียร!! กูต้องเจออะไรบ้าง กูโดนอะไรบ้าง มึงอยู่ข้างกูไหม มึงดีแต่ทำกูท้อง มึงเคยหันมามองกูไหม ฮือๆ” บีมพูดไปพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วย และจังหวะนั้นรถแล่นมาพอดีรถที่ผมโทรไปแจ้งไว้ วันนี้ผมไม่ได้ขับรถมาเอง ให้รถที่บ้านมาส่ง ผมรีบโบกรถไว้ก่อนและคนขับรถก็วิ่งลงมาเปิดประตูพร้อมกับมองหน้าผมและมองเด็กน้อยที่ผมอุ้มอยู่

“ด่าจบหรือยังบีม” ผมถามบีม เขาเงยหน้าขึ้นมองผม

“ขึ้นรถและไม่ได้จะเอาไปแค่เด็ก เอาไปทั้งแม่และลูกนี่แหละ” ผมพูดบอกบีม ผมเห็นแพรวาวิ่งลงมาแล้ว แม้ว่าไอ้ไปส์มันจะพยายามดึงรั้งไว้ก็ตาม

“ขึ้นรถซิ!!!” ผมตะคอกเสียงดังใส่บีมเพราะว่าแพรวากำลังวิ่งลงมาแล้ว แต่คนที่วิ่งไปขึ้นรถไปกลับเป็นคนขับรถของผมซะเอง

“พี่ครับ พี่ขึ้นไปทำไมอ่ะครับ” ผมถามพี่คนขับรถ

“อ้าวคุณเธียรสั่งนี้ครับ”

“ผมสั่งเมียผม ไม่ได้สั่งพี่ครับ” ผมบอกคนขับรถ บีมสะบัดหน้าหันมามองผม

“ไม่ใช่ผมเหรอครับ” พี่คนขับรถถามผม ผมก็มองกลัวแพรวาจะมาถึง

“พี่เป็นคนขับและพี่ต้องปิดประตูนี้ครับ” ผมบอกพี่คนขับรถ ก่อนจะดันบีมขึ้นไป แต่เขาก็ขึ้นไปตามแรงดันของผม และผมก็เข้าไปนั่งทันที พี่คนขับรถรีบวิ่งลงไปปิดประตูก่อนจะวิ่งกลับขึ้นมา

“ออกรถเลยครับ เดี๋ยวนี้!!” ผมออกคำสั่ง

“จะให้ดีล๊อกรถก่อนด้วยครับ “ผมบอกคนขับรถทันทีที่แพรวาลงวิ่งมาถึงและคนขับรถก็ล๊อกรถได้ทัน และขับรถออกทันที แพรวาก็ทำท่าจะวิ่งตามผม แต่คงยากเพราะว่าเธอสวมรองเท้าส้นแหลมขนาดนั้น ผมก็ต้องเอามือกุมหน้าอกตัวเอง แต่เจ้าลูกโซ่ที่ผมอุ้มไว้กอดไว้ เขาหันมามองหน้าผม

“แล้วนี่เราจะไปไหนกันดีครับคุณเธียร” คนขับรถหันมาถามผมผ่านกระจกมองหลังเพราะว่ารถแล่นออกมาได้สักพักแล้ว

“ไปโรงพยาบาลครับ”

“ไปทำไม!!” คนข้างๆ หันขวับมาถามผมทันที

“ไปส่งผมที่โรงพยาบาลเอกชนสักที เอาดีดีหน่อย ผมจะไปตรวจดีเอ็นเอ” ผมพูดสายตาผมมองคนที่นั่งหน้างออยู่ข้างๆ

“ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นลูกมึง ก็แค่ไม่ต้องรับ เอาลูกกูคืนมา” คนข้างผมทำท่าจะคว้าลูกคืนแค่ผมไม่คืนให้

“ถ้ากลัวว่านี้ไม่ใช่ลูกตัวเองก็ไม่ต้อง กูอยู่กันได้” บีมพูด

“แต่ผมค่อนข้างมั่นใจครับ ว่าลูกคุณเธียร หน้าเหมือนกันราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันขนาดนี้ครับ” คนขับรถพูดขณะที่ติดไฟแดง ผมก็หันไปมองพี่เขา

“ขอโทษครับ เพื่อจะช่วยในการตัดสินใจ อู้ย!! ไม่น่าเลยกู” คนขับรถของผม

“ไปโรงพยาบาลครับ “ผมบอกคนขับอีกครั้ง

“ผมไม่ไป จอดเลยผมจะลง” คนข้างผมพูด

“ผมบอกไปและไม่ต้องจอด ผมไม่ให้ใครลงทั้งนั้น” ผมหันไปพูด

“ผมบอกไม่ไปผมจะลง”

“ก็บอกไม่ให้ลง”

“เออ ขอประทานโทษนะครับ ไปหรือไม่ไปครับ ตัดสินใจทีเถอะครับ ตอนนี้รถคันหลังๆ บีมแตรไล่ทั้งถนนแล้วครับ ผมเองก็ตัดสินใจให้ไม่ถูกครับ ไปหรือไม่ไปครับแต่ถ้ายังไม่ไป เห็นทีคงจะเป็นผมน่ะครับที่ได้ไปก่อน แต่ไปโรงพักน่ะครับผม ตำรวจคงมาเขียนใบสั่งแน่ๆ ข้อหากีดขวางจราจร” พี่คนขับรถพูด

“ผมตัดสินใจได้ในตอนนี้ ผมเป็นผู้บริหารแม้จะฝึกงาน สั่งให้ไป ถ้าไม่ไป ผมสีสิทธิ์ไล่คุณออก คุณคนขับรถที่ขัดใจนาย” ผมพูดเท่านั้นแหละรถแล่นออกไปทันที ก่อนที่ไฟเขียวจะเปลี่ยนเป็นไฟเหลืองแทนอย่างหวุดหวิด ผมยังไม่ได้รับสายใครทั้งนั้นและนี้ก็กระหน่ำโทรกันจัง

“พี่รู้ว่านี้ลูกพี่แต่พี่ต้องตรวจ เพราะว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เข้าใจไหมบีม เห็นพี่แบบนี้พี่ไม่ยอมให้ลูกและ…”

“เมียพี่ไปลำบาก” ผมพูด บีมมองหน้าผมก่อนจะปาดน้ำตา ผมส่งผ้าเช็ดหน้าให้แทนแต่เขาไม่รับ ส่วนเจ้าลูกโซ่เป็นคนยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้าไปแทนและเอี้ยวตัวไปเช็ดให้บีมแทนผม

“คืนลูกผมได้หรือยัง” บีมหันมาถามผมด้วยน้ำเสียงที่เย็นลงแล้ว ผมพยักหน้าก่อนจะส่งเจ้าก้อนเต้าหู้คืนไปให้บีม ผมหันมากดรับสายบรรดาเฮียที่กระหน่ำโทรหาผมก่อน ผมกดเรียกว่าชุมสาย

//ไอ้เธียร เกิดอะไรขึ้น// เฮียธีถามผมก่อนคนอื่น

//ผมยังไม่เฮียตอนนี้ไม่ได้ ไปเจอกันที่บ้านเย็นนี้ผม และผมจะพูดพร้อมกันทีเดียว ทั้งป๊าและม๊าด้วย //ผมบอกกับเฮียธี

//เรื่องใหญ่เหรอว่ะไอ้ตี๋น้อย// เฮียธีถาม ผมรู้ว่าเฮียรักผม

//อืมม// ผมตอบเบาๆ ก่อนจะเอามือลูบหัวเจ้าก้อนเต้าหู้เบาๆ

//มึงไม่ใช่ไอ้ตี๋น้อยแล้วไอ้เธียร มึงน่ะ เยอะ!! เยอะทุกเรื่องไอ้ตี๋เรื่องเยอะ!! // เฮียธามพูด ผมน่ะกดวิดีโอคอลอยู่ ก่อนเบนกล้องไปที่สองคนที่กอดกันกลม เฮียธันก็เข้ามาชุมสายพอดี

//เฮ้ยลูกมึงเหรอว่ะ ไอ้เธียร// ประโยคแรกของเธียธันที่ได้เห็นหน้าเจ้าลูกโซ่

ฝฝกูว่าแล้วเชียว มิวก็บอกกูวันนั้นแต่ไม่คิดว่ามึงจะ… ฝฝเฮียธีทำท่าจะพูดแต่คงเห็นหน้าบีมเลยเลือกที่จะไม่พูดดีกว่า

//อู้ยตายแล้วหลานสาวของโกว// เฮียธามพูดพร้อมทำตาวิ้งใส่หลาน เพราะว่าเฮียแกขับรถอยู่คนเดียว ไม่มีป๊ากับม๊าอยู่ด้วยไง

//หลายชายเฮีย!! // ผมบอกเฮียธาม บีมสะบัดหน้ามามองเฮียธามทันทีเช่นกัน ใช่ครับไม่มีใครเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อว่าเฮียผมนี้แหละ สาวแตก ผมเงยหน้ามองพี่คนขับรถ เขาก็ตกใจไม่แพ้กัน ขนาดคนขับรถบ้านผมที่ขับรถรับส่งเวลาที่ไม่อยากขับรถเอง ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ผมทำนิ้วจุปาก พี่เขาน่าจะเข้าใจแล้วว่า อย่าพูดให้ป๊าผมฟังแน่นอน

“เฮ้ย ป๊าอยู่ในสายด้วยเฮีย”

//เฮ้ยยฉิบหายแล้วกู หลายชายของเจ้ก!! // เปลี่ยนทันทีเลยน่ะเฮียธามของผม

//กูไม่เคยดึงป๊าเข้ามาไอ้เชี้ยธัน// พี่ธีพูด

//เฮียแค่นี้น่ะ นี่เฮียขับรถกลับกันเลยใช่ไหม//

//นี่มึงจะไปไหนอีกล่ะ// เฮียธามถามผม

//พาไปตรวจดีเอ็นเออ่ะ//

/มึงยังกล้าโผ่หน้าไปขอเขาตรวจดีเอ็นเออีกเหรอ เขาจะไม่ด่ามึงให้เหรอไอ้ตี๋น้อย เปลืองทรัพยากรแรงงานโดยใช่เหตุ//เฮียธันพูด

//เพราะว่าผลดีเอ็นเอของมึงกับหลานกูน่ะ อยู่บนหน้ามึงแล้วครับ //เฮียธามพูด ผมหันมามองคนข้าง

//ก็รู้ว่าดีเอ็นเอผมแรงเว้อ แต่ผมต้องใช้เฮีย//

//เฮียรู้แล้วว่าทำไม เธียร//เฮียธีพูดขึ้น

//แค่นี้ก่อนน่ะ เฮียจะวางสายก่อนเพราะป๊าโทรมา มึงให้เฮียบอกป๊าว่าไง เธียร //เฮียธีถามผมก่อนจะวางสาย

//บอกว่าไปเจอกันที่บ้าน ผมมีเรื่องจะบอกแค่นั้นแหละเฮีย//ผมพูดกับเฮียและเฮียธีก็กดวางสายไปเช่นกัน

//งั้นเจอกันที่บ้านเลยตี๋น้อย เรื่องมึงนี้เยอะไม่สมกับตำแหน่งตี๋น้อยๆ ของอาม่าเลยว่ะ //เฮียธามอีกคนแต่ผมรู้ว่าเฮียธามรักผมไม่แพ้เฮียคนอื่นและเฮียธันก็แค่แร๊พโย๊ะมาให้ผมก่อนจะวางสายกันไป

ผมหันมามองเจ้าก้อนเต้าหู้ของผม (ผมเป็นคนที่ชอบทานเต้าหู้มากอาม่าทำให้ผมทานบ่อยและเจ้าโซ่ก็ขาวๆ อวบๆ เหมือนกัน) ตอนนี้เขาได้เอาหน้าหล่อๆ เหมือนผม ซบลงที่หน้าอกของบีบและหลับปุ๋ยไปแล้ว ผมก็กดโทรศัพท์มือถือเสริซหาว่าโรงพยาบาลไหนที่ตรงอีเอ็นเอดีที่สุดรวดเร็วและแม่นยำ จนผมไปเจอที่หนึ่ง เป็นโรงพยาบาลเอกชน ผมก็ส่งให้คนขับรถรับมือถือของผมไป เขาก็พยักหน้าตามนั้น ผมรับมือถือคืนกลับมาและกดปิดเครื่องทันที ไม่อยากรับรู้อะไรในตอนนี้ ผมหันมามองบีม ผมเห็นว่าเขาอุ้มนานแล้ว ผมก็แบมือแต่เขากลับมองผม

“ไม่มีสิทธิ์อุ้มบ้างหรือไง” ผมถามบีมกลับ เขาก็ส่งเจ้าก้อนเต้าหู้มาให้ผมรับมาอุ้มตัวนุ่มนิ่ม

“หิวหรือยังเพราะว่านี้ก็บ่ายโมงแล้วบีม” ผมถามบีม เขานิ่งไม่หันมามองหน้าผม

“บีม ผมรู้ว่าผมผิดพลาดในวันนั้น เออ แต่วันนี้ ผมไม่อยากจะแก้ตัวน่ะ แต่ผม”

“คุณไม่ได้ตั้งใจและผมแค่ซวยใช่ไหม” บีมหันมาพูดก่อนจะหันหน้าออกไปมองด้านนอก ที่ตรงหน้าต่าง

“พี่รู้ว่า วันนั้นมันแย่มาก พี่ตกใจกับสิ่งที่พี่ทำลงไปบีม “ผมพูด ผมไม่กล้าสบตากับบีมเลย

“แหวนที่พี่ให้ไว้ล่ะ อยู่ไหนบีม วันนั้นพี่วางไว้ให้น่ะ” ผมถามบีม บีมหันมามองหน้าผม “พร้อมกับเงินห้าพันบาท มึงคิดว่ามันคุ้มไหมอ่ะ กับที่กูต้องเกือบเรียนไม่จบ ถ้าไม่ได้อาจารย์กันตภณช่วยพูดให้ และไหนกูต้องแบกท้องโต โตไปเรียนให้จบเพื่อจะได้เลี้ยงลูกเอง และมึงก็น่าจะได้ยินที่แฟนมึงพูดน่ะ กูโดนแบบนั้น ทุกวันมึงรู้ไหม” บีมพูด ผมหันมามองบีม ผมคว้ามือบีบขึ้นมา

“จะทำอะไรน่ะ” บีมถามผมเสียงหลง

“ตบติ ตบเลย พี่รู้ว่าบีบเจ็บกว่าพี่เยอะ ตบดิพี่จะได้เจ็บบ้างไง “ผมพูดแต่บีมมองหน้าผมนิ่งมาก เขากัดปากตัวเองแน่น ผมก็ยังจับขอมือของบีมเขาตั้งเอาไว้ ผมยื่นแก้มไปใกล้ๆ เพื่อให้เขาตบหน้าผม เพื่อว่าจะลดความโกรธแค้นจะได้เบาลงแต่บีมกับเลือกที่จะลดมือลง

“กูอยากต่อยมึงมากตั้งแต่รู้ว่าท้องแล้ว กูอยากจะ ฮึก” บีมพูดก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง ผมรู้ว่าเขาอาจจะอยากทำมากกว่านั้น อาจจะอยากฆ่าผมเลยก็ได้

“แต่พอได้เจอหน้าลูก ได้อยู่กับลูก มันหายไปหมดแล้วอ่ะ ฮืก ความโกรธเชี้ยๆ อะไรพวกนั้นน่ะ ฮืกๆ” บีมพูดพร้อมกับปาดน้ำตาตัวเอง ผมเอามือจับคางนั้น แต่ข้างผมพยายามขืนตัวเองไว้ ไม่ยอมทำตามผม ผมเลยต้องออกแรงหน่อยไม่แรงมาก ผมใช้ผ้าเช็ดหน้าที่มีในกระเป๋าซับน้ำตานั้นอย่างเบามือ

“ตกลงแหวนบีมยังเก็บไว้ใช่ไหม” ผมถามบีมอีกครั้ง

“จะเอาคืนเหรอ” บีมหันมาถามผม

“อยู่ไหนล่ะ” ผมถามบีม บีมเขาก็ดึงสร้อยออกมาจากคอเขา เขาใช้ห้อยแหวนเอาไว้ตลอด รอยยิ้มพูดขึ้นที่มุมปากของผมเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปจับสร้อยเสร็จนั้น บีมทำท่าจะถอดมันออก

“ไม่ต้องถอดออกหรอก” ผมบอกบีม

“ทำไมไม่เอาคืนไปล่ะ แหวนวงศ์ตระกูลไม่ใช่เหรอ” บีมหันมาถามผม

“ใช่และมันมีมากกว่าคำว่าแหวนประจำวงค์ตระกูลน่ะ เก็บมันไว้ให้ดีที่สุด เก็บไว้ให้ถึงรุ่นลูกโซ่เลย” ผมพูดแค่นั้น



ไม่นานรถก็แล่นมาจอดที่ตรงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สำหรับตรวจดีเอ็นเอโดยเฉพาะ และคนขับรถก็รีบเดินลงมาเปิดประตู ผมเดินลงไปก่อนพร้อมอุ้มเจ้าลูกโซ่ลงไปด้วย ผมหันมาหาคนขับรถประจำที่พ่อผมจ้างเอาไว้

“ถ้ามีใครโทรหาหรือสอบถามอะไรเกี่ยวกับผมตอนนี้ รบกวนอย่าเพิ่งให้ข้อมูล ว่าผมอยู่ที่ไหน แม้กระทั่งป๊ากับม๊าผม หรือว่าอากันตภณ” ผมบอกคนขับรถ

“หากเกิดอะไรขั้นผมรับผิดชอบเอง “ผมบอกคนขับรถเพราะดูจากสีหน้าเขากังวลว่าเขาอาจจะโดนไปด้วย แต่เขาก็พยักหน้ารับ ผมหันไป พยักหน้าให้บีมเดินเข้าไปกับผม บีมเลือกหยิบเอาบางอย่างใส่กระเป๋าเป้ไปให้ลูกด้วยเช่นกัน ผมเดินนำบีมเข้าไปพร้อมอุ้มคนที่หลับปุ๋ยคาอกผมไปด้วย มีแต่คนหันมามองผมกัน

“หล่ออ่ะ แก “คำชมที่มองให้

“มีลูกแล้ว แต่ไม่เห็นมีแม่มากเลย สมัครเลยไหม ผมเดินยิ้มให้คนที่แซวผมพร้อมโบกมือทักทาย และบีมที่เดินตามเข้ามาพอดี และคนที่ยืนจะยื่นใบสมัครผมก็หันมามองหน้ากัน ผมว่าเขาคงขย้ำใบสมัครทิ้งก็ตรงนี้แหละ ผมเองไม่ใช่คนเจ้าชู้น่ะถ้าผมเจอคนที่เรียกว่าแฟนแล้ว แต่ที่ผ่านมายอมรับว่า เซ็กส์โซนมาตลอด เพราะว่าผมรอคนที่เหมือนม๊าของผมเท่านั้น

“สวัสดีครับ ผมมาติดต่อขอเข้ารับการตรวจดีเอ็นเอครับ” ผมบอกเจ้าหน้าที่ เขาก็มองหน้าผมและหันไปมองบีมก่อนจะก้มลงมองเจ้าก้อนเต้าหู้ที่ผมอุ้มให้หลับอยู่กับอกของผม

“ตรวจแบบไหนดีคะ”

“ตรวจหาความเป็นพ่อลูกครับ”

“คุณหรือว่าเขาค่ะ “พยาบาลถามผม ก่อนจะชี้ไปที่บีม

“ทั้งคู่ครับ” ผมตอบ บีมหันมามองหน้าผม

“ดิฉันว่าผลมันออกมาแล้วมั้งคะ ดูหน้าเด็กกับหน้าคุณน่ะ น่าจะพ่อลูกกันเกือบ 99 % เลยนะคะ” พยาบาลบอกผม

“ผมจำเป็นต้องใช้เอกสารครับคุณพยาบาล “ผมกัดฟันบอกคุณพยาบาลไป

“ส่วนลูกผมน่ะจำได้ครับ ว่าผมทำใครท้อง “ผมหันมามองคนที่ยืนเบ้ปากและมองบน “แต่ที่ผมจำได้คือเขาไม่น่าจะท้องได้แต่ก็ท้องได้” ผมพูดต่อคนที่ยืนข้างหันมาค้อนผมทันที แต่คนที่ทำหน้างง คือพยาบาล

“ตกลงตรวจทั้งคู่นะคะ” คุณพยาบาลถามผม ผมพยักหน้าทันที

“รอนานไหมครับ ภรรยาผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ผมบอกคนที่ทำหน้าที่อยู่”

“แล้วนี่จะตรวจภรรยาคุณด้วยไหมคะ”

“ตรวจซิครับผมก็บอกไปแล้วว่าผมตรวจทั้งคู่” ผมพูดและชี้ไปที่บีม พยาบาลถึงกับสะบัดบ๊อบไปทางบีมทันที สองทีติด

“นี้คือภรรยาคุณเหรอคะ”

“ครับภรรยาผม”

“ไม่ใช่ครับภรรยาเขา ผมไม่ได้แต่งงาน” บีมพูดก่อนจะหันมามองผม “กับเขา” บีมพูด

“มีลูกก่อนแต่งนะครับ” ผมรีบบอกคุณพยาบาล

“ผมไม่ได้เต็มใจ” ผมหันมามองคนข้างๆ ขนาดไม่เต็มใจน่ะ ได้มาแล้วหนึ่งเลย

“แต่ผมตั้งใจทำ ภูมิใจนำเสนอด้วยครับ นี้ไงครับ” ผมพูดและโชว์ผลงานคุณพยาบาล เขาก็ก้มลงมอง

“พี่ว่าผลแม่นยำว่าเป็นพ่อลูกกัน ดูแค่หน้า เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วแหละค่ะว่าพ่อลูกกันแน่ๆ ”

“ถึงยังไงผมก็ไม่ต้องการ ให้เขาเป็นพ่อของลูกผมอยู่ดี” กันต์ธีย์พูด ก่อนจะหันหน้าหนี ผมก็ยิ้มๆ ให้พยาบาล เขาก็มองผมกับบีมสลับกันไปมา

“แต่นี้มันลูกผม คุณหนีความจริงไม่พ้นคุณกันต์ธีย์” ผมหันไปพูดกับบีม บีมหันขวับมามองผม

“ใช่ผมหนีไม่พ้นแต่ผมก็ไม่ยอม ที่จะ…”

“พอ พอเถอะค่ะ” คุณพยาบาลยกมือห้ามผมสองคนทันที ผมหันไปมองคนรอบๆ ที่หันมามองผมสองคนเถียงกันไปมา

“พอทั้งคู่ค่ะนะคะ จะเต็มใจหรือตั้งใจเดี๋ยวรู้ผลค่ะที่นี้ดีเอ็นเอแม่นยำ 99 % ค่ะ ไม่ต้องเถียงกันนะคะ และเห็นเถียงๆ กันแบบนี้น่ะ เดี๋ยวมาอีกคน “คุณพยาบาลพูดผม และมีแอบแซวเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกริ่มให้ผมกับคนข้างๆ แต่ข้างๆ นี่ซิ เอาแต่ยืนกอดอกเหลือกตาขึ้นบนใส่ผมทันที

“และเอาเป็นว่า ตรวจทั้งคู่นะคะ น่าจะตกลงกันก่อนจะลงจากรถมานะคะ เชิญนั่งเลยค่ะ “พยาบาลถามผมสองคนด้วยน้ำเสียงดุๆ ใส่ผมทั้งคู่
“เออ เดี๋ยวนะคะ ใครพ่อใครแม่ค่ะ” คุณพยาบาลหันมาถามผมกับบีม

“ผมพ่อ นี้แม่ครับ” ผมรีบตอบทันที คนที่ยืนข้างๆ ผมหันถลึงตาใส่ผมทันที

“โอเคค่ะ นั่งรอนะคะ คุณพ่อรูปหล่อ และคุณแม่น่ารัก รบกวนนั้งกันเงียบๆ อย่าตีกันนะคะ “คณพยาบาลพูดพร้อมกับยิ้มให้ผมและคนที่เดินหน้าคว่ำไปพร้อมๆ กับผม และเจ้าก้อนเต้าหู้ก็ตื่นพอดี เขามองหน้าผม และมองไปรอบๆ ก่อนจะหันมามองผมอีกที

“แหง๋!!!!! เอาร้องขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเลย แถมยังดิ้นไปด้วย ดิ้นจนแทบจะตกจากแขนผมไปอยู่ที่พรมอยู่แล้ว ผมก็กอดไว้ ส่วนบีมเองก็ตกใจหันหน้าเข้ามาหาทันทีทั้งที่ก่อนหน้าหนี เอาแต่หันหน้าออก เจ้าก้อนเต้าหู้นี้ก็รีบดีดตัวขึ้นนั่งมานั่งและยืน มองซ้ายมองขวา กอดคอผมแน่นมาก

“เป็นอะไรไปล่ะ” ผมถาม

“เขาไม่ชอบโรงพยาบาลน่ะร้องทุกทีที่เข้ามา” บีมพูดกับผม ผมก้มลงมองเจ้าลูกโซ่ (ผมเองก็เป็น ไม่ชอบกลิ่นไม่ชอบอะไรหลายๆ อย่าง ร้องไม่อยากมาจนผมโต พอรู้เรื่องนั่นแหละถึงได้ดีขึ้น) และบีมก็แบมือเรียกให้ลูกชายเข้าไปหา และเจ้าลูกโซ่ก็หันไปหาบีมทันที และพยาบาลก็เดินมาเรียกผมสามคนไปยังห้องตรวจ เพื่อเข้าไปคุยกับหมอก่อน ผมเข้าไปพร้อมกันทั้งสามคน ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้อง บีมชะงักเท้า

“บีม เชื่อใจพี่ไหม พี่ไม่ได้ต้องการรู้ว่าเขาคือลูกพี่จริงไหม เพราะว่าเพี่เชื่อว่าเขาใช่ แต่พี่ต้องการเอกสาร ยืนยัน “ผมพูดกับบีม บีมพยักหน้ากับผมเบาๆ ผมหันไปยิ้มให้เขา ผมนึกถึงคำพูดของอาม่า เมื่อสามวันก่อน จู่ๆ ผมถามอาม่าว่าถ้าวันหนึ่งผมต้องเลือกคนที่ผมต้องรับผิดชอบ แต่อาม่าบอกกับผมว่ามันไม่สำคัญ เพราะว่ามันสำคัญหลังจากนั้น และมันก็จริง เพราะว่าลูกผมต้องการแม่ และผมก็เชื่อว่าไม่มีใครทำหน้าที่ได้ดีไปกว่าแม่ที่แท้จริงๆ ถึงแม่คนนี้จะเป็นผู้ชายก็ตาม

   ผมเดินเข้าไปนั่งคุยกับหมอ เขาก็ถามผมถึงจุดประสงค์ว่าทำไม ผมก็บอกไปตามจริง จนกระทั่งถึงขั้นตอนในการทำการเก็บดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้ม แต่ก็ยากสำหรับเจ้าลูกโซ่หน่อยเพราะบีมบอกว่าเขากินยายากมาก (เหมือนผม ผมกินยายากมาก ร้องไห้บ้านจะแตก และพอโตขึ้นมาแอบเอายาทิ้งก็บ่อย จนม๊าต้องนั่งจ้องว่าให้กินและกลืนให้ดู) ไม่นานทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ระหว่างที่นั่งคุยกับหมอที่ดูแล และเจ้าหน้าที่ ผมสังเกตเห็นว่าเขาก็มองหน้าผมกับลูกโซ่สลับกันไปมา ผมรู้ว่าหน้าตาเหมือนกันขนตานี้ลูกผมแน่ๆ แม้มันดูตลกมาหรือไง เวลาไม่นานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เหลือแต่พาเข้าบ้านซิน่ะ

TBC.........


ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน

       หลังจากที่ทำผมพาลูกโซ่ บีมและตัวผมเองเข้ารับการเก็บเนื้อเยื่อที่กระพุ้งแก้มเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้ว ผมก็พาบีมไปหาอะไรทานกันก่อน พาไปหาร้านอาหารที่มีสนามเด็กเล่น และมือถือผมก็สั่นตลอดเวลา คราวนี้เป็นเบอร์แพรวาเอง ผมก็ไม่ยอมรับสายเธอ ผมนั่งมองบีม เขาลูกโซ่ไปนั่งชิงช้าเล่นในสนามเด็กเล่น

// พี่เธียร รับสายแพรวาเดี๋ยวนี้นะคะ พี่ควรจะรู้ว่าถ้าพี่ไม่รับสาย ใครจะเดือดร้อน และพี่ควรจะรู้ว่า พี่เป็นของแพรวาคนเดียวเท่านั้น // แพรวาส่งข้อความหาผม

//เธียร ม๊ากับป๊าจะถึงบ้านแล้วน่ะลูก มีอะไรเข้ามาคุยกันน่ะ ป๊าเขาก็พร้อมจะรับฟังน่ะเธียร// ม๊าส่งข้อความมาหาผมเช่นกัน เป็นข้อความที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย

“บีมกลับกันหรือยัง “ผมเดินไปหาบีม ดูเจ้าลูกโซ่ยังเล่นสนุกอยู่เลย บีมหันมามองหน้าผมก่อนจะพยักหน้ากับผมกลับได้แล้ว ผมพาทั้งคู่เดินไปขึ้นรถ ผมไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง แต่ผมจะไม่ยอมให้ลูกและคนที่เป็นแม่ของลูกผมต้องไปอยู่ตามลำพังเด็ดขาด ผมเดินขึ้นไปนั่งในรถ

“กลับบ้านเลยครับพี่สิงห์” ผมบอกพี่คนขับรถ บีมหันมามองหน้าผม

“ไม่ไปส่งก่อนเหรอ” บีมหันมาถามผมคงหมายถึงเขากับลูก

“ไม่ครับ ไปอยู่บ้านกับพี่ เพราะว่านี้ลูกพี่ “ผมชี้ไปที่เจ้าลูกโซ่

“ส่วนบีมก็คือแม่ของลูกพี่ พี่ไม่ทิ้งเช่นกัน “ผมพูดบอกบีมก่อนจะจับสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้บีม บีมอุ้มเจ้าลูกโซ่เอาไว้ ผมก็คาดของผมเช่นกัน ผมนั่งเงียบไปตลอดทางจนถึงบ้านคฤหาสน์หลังใหญ่ของผม ผมไม่เห็นบีมจะตื่นเต้นกับบ้านหลังใหญ่ของผมเหมือนกับ นิน่า ที่เขามาดูโปรไฟล์ของผมและทำท่าตื่นเต้นจนออกนอกหน้า รถฟอร์จูนเนอร์เข้ามาจอดด้านใน ผมคิดว่ายังไม่มีใครมาถึงเช่นกัน เพราะผมก็ยังไม่เห็นรถใครเข้ามาจอด ผมลงมาก่อน และหันไปมองบีมที่นั่งกอดลูกชาย เจ้าลูกโซ่มองผม

“บีม ลงมาซิครับ พี่เลือกที่จะรับผิดชอบสิ่งที่พี่ทำ”

“ไม่จำเป็นก็ได้มั้ง ที่จะต้องเอาทั้งชีวิตของพี่มาอยู่กับผม คนที่พี่ไม่ได้รัก”

“พี่รู้ว่ายังไม่ถึงขั้นรักแต่พี่เลือกคนที่สำคัญกับลูกพี่ เพราะคำว่าแม่ ไม่ใช่ว่าใครจะมาแทนก็ได้ ดังนั้น พี่เลือกลูกและบีม ลงมาซิครับ” ผมพูด บีมหันมามองหน้าผม ส่วนลูกโซ่ก็มองผม ผมกางมือออก เขาเงยหน้ามองบีม และสุดท้ายบีมก็เรื่องที่จะเดินลงมา

“แต่ว่าผมไม่ได้เอาของใช้ลูกมาด้วย” บีมพูด

“ซื้อใหม่ก็ได้นี้”

“แต่” บีมเงยหน้าขึ้นมองผม

“ไม่อยากซื้อใหม่ก็ไปขนมาไว้ที่นี้เลยแต่ว่าคืนนี้นอนนี้นะครับบีม พี่อยากให้ป๊ากับม๊าเจอหลาน “ผมบอกบีม เขาหันมามองหน้าผม และคนใช้เดินออกมาก็มีสีหน้าที่ตกใจกับสิ่งที่เห็น จังหวะนั้น ก็มีรถแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมเดาได้ว่ารถอากันตภณ ผมหันไปมองก่อน ใช่จริงๆ ด้วย ผมเห็นอาก้าวลงจากรถมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินตรงมาที่ผมยืนอยู่

“นี้มันอะไรกันเธียร” อากันตภณเดินปรี่ออกมาจากรถเก๋งคันหรูทันที พร้อมกับยิงคำถามใส่ผมทันทีเช่นกัน ก่อนจะหันไปมองบีมที่ยืนกอดลูกชายอยู่

“บีมคือเมียผม และเด็กนั้นคือลูกผมครับอา” ผมตอบอากัน

“บีม ไม่จริงใช้ไหม บีมบอกพี่ซิ “อากันตภณถามบีม ผมหันไปมองหน้าบีม เขายืนหันหลังให้อากันอยู่ เขากอดเจ้าลูกโซ่ ที่เหลือกตาขึ้นมองผมทีและอากันที

“บีม” อากันเดินมาจับแขนของบีม
“อา นี้เมียผม นี้ลูกผม “เดินมาจับมืออากันเอาไว้

“แต่นายไม่ได้ดูแลเขา!! “อากันหันมาขึ้นเสียงดังใส่ผม และคนใช้ในบ้านผมเริ่มออกมายืนมองกันหมด

“ก็ผมไม่รู้มาก่อนนิครับอา” ผมบอกอากัน

“แล้วทำไม ไม่คิดจะตามหาตั้งแต่ทีแรกเธียร” อากันตภณพูด เขามองหน้าผม

“ผมว่าอาคงเดาอะไรออกบ้าง เพราะอาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดผมเท่าๆ กับอาม่า แต่อาไม่เคยคิดจะพูดหรือถามผมสักนิด” ผมพูดและมองหน้ากันตภณ

“และผมเองไม่เคยรู้ว่าบีมจะท้องได้จริงๆ ถึงแม้ว่าเขาบอกผมวันนั้น วันที่ผม ..” ผมกำลังจะพูดว่าวันที่ผมมีอะไรกับบีมครั้งแรก

“วันที่ผมมีอะไรกับเขาและแม้ว่าครั้งนั้นผมจะทำไปเพราะว่าผมไม่มีสติ แต่ว่าวันนี้ผมมีสติพอที่จะกล้ายอมรับผิดในสิ่งที่ผมทำกับอา” ผมพูดกับอากันตภณ อามองหน้าผม

“แต่อารักบีม” อากันตภณพูดกับผม

“ผมก็รักลูกผมน่ะอา และลูกผมก็ไม่อยากเสียแม่เขาไปครับอา ผมต้องเก็บทั้งคู่เอาไว้กับผม ผมให้อาไม่ได้ทั้งคู่” ผมพูดก่อนจะดันบีมเข้าบ้าน

“หมับ” อากันตภณจับแขนบีม

“อา “ผมจับแขนอาเช่นกัน สายตาที่ประสานกัน อาที่เคยเป็นอาที่ผมรัก วันนี้มันกลับกลายมาเป็นศัตรูหัวใจกันและกันอย่างนั้นหรือ

“อาไม่ยอมให้นายที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ดูแลบีม” อากันตภณพูด

“ใช่วันนี้ผมยังเหมือน ผมยังดูแลใครไม่ได้แม้แต่ตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าผมต้องทำได้อา” ผมพูด

“บีมกลับบ้าน” อากันตภณพยายามดึงแขนบีมเอาไว้ แต่ผมก็ดึงรั้งบีมและลูกไว้เช่นกันจนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดติดๆ กันหลายคัน และคนที่ลงมาจากรถก่อนคือม๊าของผม

“อากันอะไรกันน่ะ อากัน อาเธียร” ม๊ารีบตรงมาเพื่อจะมาห้ามทัพของผมกับอากันตภณ

“เกิดอะไรขึ้น เธียร กัน” ป๊าเดินมาถามผมก่อนจะหันไปมองหน้าอากันเช่นกัน รถเฮียที่พากันเดินลงมาจากรถตัวเองมองหน้าผมและอากัน ที่กำลังยื้อแย่งคนคนเดียวกัน

“เข้าไปคุยกันบ้าน เดี๋ยวนี้!! “ป๊าพูดก่อนจะหันไปมองรถอีกคันที่แล่นเข้ามาจอดจนฝุ่นตลบอบอวลไปหมด และคนที่ก้าวเท้าลงมาอย่างรวดเร็วคือแพรวา เธอเดินปรี่มาหาผมเช่นกัน

“พี่เธียร!! พี่ขับรถหนีแพรวาแบบนี้ไม่ได้นะคะ!!” แพรวาพูดก่อนจะมองคนที่ยืนหันหลังอยู่

“แพรวาเห็นพี่เอาไอ้เด็กที่ท้องไม่มีพ่อขึ้นรถมา ทำไมคะ” แพรวาพูด แต่สิ่งที่เธอพูดออกมา มันทำให้ทุกคนในครอบครัวผมหันไปมองเธอกันหมดแม้กระทั่งอาโกวหงส์ น้องสาวของพ่อผมที่เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน

“เข้าไปคุยกันในบ้าน” ป๊าพูดออกคำสั่งและแพรวาที่รีบเดินแทรกทุกคนขึ้นมาหาผมก่อน

“หมับ” เธอจับแขนผมแน่นๆ และหันไปมองบีม ที่ยืนนิ่งไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ส่วนลูกโซ่ก็กอดบีมไว้แน่นเช่นกัน

“นี้มันอะไรกันค่ะพี่เธียร” แพรวาถามผม ผมหันมามองหน้าเธอก่อนจะค่อยๆ แกะมือเธอออกและผมก็จับแขนบีมแทน

“เขาบ้านนะบีม “ผมบอกบีม บีมหันมามองหน้าผมและหันไปมองแพรวา
“พี่บอกแล้วไง ว่าพี่เลือกคนที่จะเป็นแม่ของลูกพี่ เพราะว่าลูกพี่สำคัญ แล้วบีมล่ะ เลือกใคร คนที่บีมคิดว่าสำคัญกับลูกชายของบีม พี่รู้ว่าพี่ผิดแต่นี่ลูกของพี่ และลูกพี่ก็ต้องการบีม พี่พร้อมจะทำตัวเองให้ดีกว่าที่ผ่านมาก แค่ขอโอกาสจากบีม “ผมถามบีม บีมหันมองหน้าผมก่อนจะ เลือกก้าวเท้าเดินขึ้นไป อากันตภณกลับเป็นฝ่ายปล่อยแขนจากบีม

“พี่เธียร!! พี่พูดอะไรของพี่น่ะ ปล่อยมันเดี๋ยวนี้น่ะ” แพรวาพยายามกระชากแขนผม ผมก๊เลือกที่จะแกมือเธอให้ออกและหันมาโอบพาบีมเข้าบ้านของพ่อแม่ของผม ผมหันไปเห็นเฮียธี ที่ยืนมองผมอยู่ เฮียยกนิ้วโป้งให้ผม แต่แพรวาพยายามจะมาดึงแขนผมให้ออกจากบีม

“แพรวาปล่อยพี่ครับ” ผมหันไปบอกแพรวา

“มันเป็นอะไรกับพี่!!”

“แม่ของลูกพี่” ผมหันมาตอบ แพรวามองหน้าผมก่อนจะหันไปมองหน้าเด็กที่บีมอุ้มอยู่ เธอคงเห็นได้ชัดเจนว่าเขาคือลูกของผมจริงๆ

“ไม่จริงอ่ะ ไม่จริง! แพรวาไม่ยอม แพรวาไม่ยอม!!!”

“โอ๊ย!!! แพรวา เธออายุเท่าไหร่แล้ว กรีดร้องเพลงหนูไม่ยอม หนูไม่ยอมมากี่ปีแล้วเนี๊ยะ! เปลี่ยนเพลงได้แล้วมั้ง” พี่ธามพี่ชายคนที่สองที่อดรนทนไม่ไหว จนต้องพูดออกมา ผมหันไปมองป๊ากับม๊า และโกวหงส์ ที่ยืนอยู่ข้างๆ อากันเช่นกันโกวหงส์จับแขนอากันเอาไว้ ผมรู้ว่าอากันคงเสียใจหรือไม่ก็โกรธแต่นี้เลือดเนื้อของผม ผมเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบในสายตาใครหลายคนแต่ผมคงยอมให้คนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทนผมแน่นอน

         ผมเดินตามหลังบีมเข้าไปในบ้านทุกคนมองบีมและลูกโซ่กันหมด ป๊า ม๊าและโกวหงส์หันมามองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าและหันไปคุยกัน พี่ๆ ผมเดินตามเข้ามาเช่นกัน อาเหมยก็มองบีมและลูกโซ่

“อาเหมยจำได้ พี่ที่อาม่าบอกว่านี่ลูกเฮียเธียรอ่ะ วันก่อนที่พี่บอกว่าพาน้องไปฉีดวัคซีนวันก่อนนะคะ” อมเหมยพูด บีมแค่หันไปยิ้มพยักหน้าเบาๆ

“พี่เธียร! พี่จะไปประคองมันทำไมค่ะ พี่ต้องมาอยู่ข้างๆ แพรวาซิ “แพรวาพูดและจะเข้ามาหาผมแต่พี่ธามยืนขวางเอาไว้

“นี่เธอ ยืนเองไม่เป็นเหรอ ตัวโตซะเปล่า และนี้ไอ้เธียรมันก็ควรจะอยู่ข้างลูกข้างเมีย เธอน่ะเป็นอะไรกับมันล่ะ " พี่ธามหันมาพูดกับแพรวา "สมองน่ะคิดเยอะๆ หน่อย ก่อนที่มันจะฝ่อ” เฮียธามพูดต่อแพรวาชักสีหน้าไม่พอใจทันที

“นี่เป็นพี่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องยุ่งไปทุกเรื่องน่ะ อันนี้เรียกว่าเสือก!!” แพรวาหันไปบอกพี่ธาม พี่ธามคงโมโหจนเกือบจะกางมือออก ผมหันไปมองพี่ธีก็ยืนสั่นหัวทันที

“อีนี่ปากดีนะมึง เดี๋ยวได้เจออะไรที่มันดีกว่าปากมึงแน่ ฝ่ามือกูนี้!!” เฮียธามทำท่าจะกางมือแปขึ้นมารอทันทีและแพรวาเองก็ไม่กล้ากับเฮียธามอยู่แล้ว นางถึงกับชะงักเท้าเอาไว้แต่ว่ามีมือใครบางคนจับมือเฮียธามห้ามเอาไว้ได้ทัน

“อย่าเฮีย อย่าไปทำแบบนั้น เดี๋ยวป๊าก็ได้รู้หรอก “เฮียธันกระซิบบอกเฮียธาม

“รู้ว่า” เฮียถามถามกลับ”

“ป๊าน่ะเสียลูกชายไปนานแล้ว เล่นกางมือแปรอตบเขาซะขนาดนี้ นี่มันลูกสาวเขาทำกัน! “เฮียธันพูดกระซิบกับเฮียธาม

 " อู้ย เจ๊ลืมตัว" เฮียธามเอามือทาบอก  "เว้ยย"เฮียธี   "เออ เฮียลืมตัวว่ะ " เฮียแกเลยต้องชักมือลง ผมหันไปมองพี่ธาม ผมสั่นหัวเบาๆ ว่าอย่าเลยเฮีย ส่วนเฮียธีน่ะเอามือกุมหน้าอกตัวเองคงลุ้นน่าดู ทุกวันนี้ที่ช่วยปิดก็แย่แล้วน่ะ ยังไม่เก็บอาการอีกเวลาป๊าอยู่ และจังหวะที่ป๊า ม๊า และอาโกว เดินเข้ามาพอดี

“นั่งลงซิบีม” ป๊าบอกบีมให้นั่งลง ผมก็รีบจับบีมไปนั่งแต่แพรวารีบเข้ามาดึงรั้งผมอีก

“แพรวา นั่งลงก่อน เธออย่าทำให้ภาพลักษณ์เธอดูแย่ไปกว่านี้เลยน่ะ ดูบีมซิ เขานิ่งกว่าเธอ เขาดูมีราคากว่าเธออีก เธอเป็นผู้หญิงแท้ๆ สำรวมหน่อยซิ” โกวหงส์ถึงกับต้องเอ่ยปากพูด เพราะโกวหงส์คงทนไม่ไหวจริงๆ เช่นกัน แพรวาถึงกับชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจทันที ผมยอมรับเลยว่าบีมนิ่งมาก นี้แหละวางมาดได้เหมือนม๊าของผมจริงๆ


“และฟังอะไรให้มันเรียบร้อยซะก่อน ไม่ใช่เอาแต่ร้องแลกแหกกะเชิง มันดูไม่สมกับที่เธอเป็นถึงลูกท่านรัฐมนตรี”

“นั่งลงซะแพรวา “ม๊าพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล ผมหันไปมองเธอและพยักหน้าให้เธอปล่อยแขนผมซะ ผมเดินไปนั่งข้างๆ บีมทันที และทุกคนก็หาที่นั่ง แต่แพรวามัวแต่มองผมเลยได้ไปนั่งที่ไกลออกไป เธอคงไม่อยากโดนอี๊ผมว่าเธอ เธอเลยต้องนั่งลงอย่างเงียบๆ

“เอาล่ะ เธียร เกิดอะไรขึ้น บอกป๊า บอกม๊าและอาโกวมา “ป๊าถามขึ้น ผมหันมามองหน้าบีม ส่วนเจ้าลูกโซ่ที่กอดบีมตัวสั่นเล็กน้อย

“โธ่ถังพ่อคุณ ไม่ต้องกลัวลูก “โกวหงส์ผมเอามือลูกหลังเจ้าลูกโซ่ของผม

“ป๊า ผมทำบีมเขาท้อง” ผมพูด ทุกอย่างเงียบลงทันทีแต่

“อ้ายยยย!!” แพรวากรีด นี้บรรดาเฮียผมถึงกับหยิบเอาแอร์พอตมาอุดหูไว้ทันที

“แพรวา เธอจะกรี้ดทำไมอีก “โกวหงส์หันไปถาม

“หนูรับไม่ได้ค่ะ” แพรวาพูด

“แพรวาครับ เขาก็ไม่ได้ให้แพรวารับครับ แต่เขาให้ไอ้เธียรมันรับครับเพราะว่ามันเป็นคนทำเขาท้องครับ” เฮียธันหันไปพูด

“แพรวาหมายถึงแพรวารับไม่ได้ค่ะ และพี่เธียรไปทำไอ้นี่มันท้องได้ยังไงกันค่ะ พี่ทำมันท้องตอนไหน “แพรวาลุกขึ้น อาโกวผมถึงกับส่ายหัวและหันไปมองป๊าผม ส่วนบีมที่ยังนิ่งและกอดเจ้าลูกโซ่เอาไว้

"ก็ทำนิสัยแบบนี้ไง ชาตินี้ก็คงไม่รู้หรอกว่าเขาทำกันยังไงถึงได้ท้อง และพี่เองก็ยังไม่เห็นจะมีใครหน้าไหน ยอมเป็นหน่วยกล้าตายให้เธอสักคน ขนาดไอ้เธียรเอง มันยังไม่กล้าเลย " เฮียธามคนเดิม ผมสะบัดหันไปมองหน้าเฮีย อย่าโยนมาหาผม และม๊าก็หันมามองเฮียธามทันที "ครับม๊าผมจะนั่งเงียบๆ "เธียธามพูด

"เฮีย!! นี้เฮียกล้าว่าแพรวาเหรอคะ" ส่วนแพรวาที่ดูท่าจะไม่ยอมหยุดง่ายเช่นกัน

“แพรวา ฟังเธียรพูดให้จบก่อนแพรวา น้าขอล่ะ และธามก็หยุด! ม๊าขอ “ม๊าของผมเป็นคนพูดก่อนจะหันไปมองป๊าผม "แต่แพรวาก็ยังไม่ยอมอยู่ดี"เธอยังยืนยันจะไม่ยอมฟังผมพูด

“ถ้าเงียบแบบคนอื่นเขาไม่ได้ จะให้ยืมตะกร้อเอาไหม" เฮียธามหันไปถามแพรวา

"ตะกร้ออะไร" แพรวาหันขวับไปถามเฮียธามทันที

" มันเหมาะกับเธอแน่นอนแพรวา เพราะว่ามันคือตะกร้อครอบปากสุนัข เห็นมันว่างอยู่อันหนึ่งน่ะ เอาไหมครับ และพี่จะได้ให้แม่บ้านเขาไปหยิบเอามาให้” พี่ธามหันไปบอกแพรวาพร้อมรอยยิ้ม แต่ม๊าผมหันมามองเฮียธามอีกที เหมือนกำลังพยายามจะรับหนึ่งถึงสิบอยู่น่ะ

“ธาม!!” ม๊าหันมาเอ็ดพี่ชายผมทันที

“พี่ธาม แพรวาไม่ใช่หมานะคะ” แพรวาหันขวับมาพูด

“พี่ไม่ได้ว่าแพรวาเป็นหมานี่ครับ แต่แพรวาแค่ปากหมานะครับ” พี่ธามพูดต่อและหันไปยิ้ม

“ไอ้ธาม พอ!!” ป๊าหันมาปรามเฮียธามอีกคน ปกติป๊าผมเป็นคนพูดน้อย

“เออ ตกลงเอาไหมคะ ตะกร้อนะคะ ที่เอาไว้ครอบปากสุนัข พี่มลจะได้ไปหยิบมาให้ค่ะ” คนใช้บ้านผมเอาน้ำมาเสิร์ฟพอดีเลย ทำให้ม๊ากับป๊าผมหันไปมองพร้อมกันทันทีคนใช้บ้านผม

“เฮ้ยย!!” ผมกับเฮียธีและเฮียธันร้องออกมาพร้อมกันเลย

“เอาครับพี่มล” พี่ธามรีบตอบทันทีเช่นกัน และ “ไม่เอาจ๊ะมล! วางแก้วน้ำให้แขกและเข้าไปเตรียมทำอาหารเย็นได้แล้ว ขอบใจมาก ที่ช่วยกันได้ดีจริงๆ” ม๊าของผมบอกคนใช้ ทุกคนหันมาหน้ากัน ก่อนจะหันไปมองพี่ชายคนที่สอง ขยันใส่ไฟนางเหลือเกิน "ค่ะ"พี่มลตอบก่อนจะหยิบถาดและถือกลับไป

“ตกลง คนที่พามานี้ ลูกเมียเราใช่ไหมเธียร” โกวหงส์หันมาถามผม ผมหันไปพยักหน้าตอบโกวหงส์

“หนูใช่คนที่ทำงานตำแหน่งธุรการหรือเปล่าลูก” โกวหงส์หันมาถามบีม

“ใช่ครับ ผมทำงานตำแหน่งธุรการครับ” บีมพูดพร้อมกับกอดเจ้าลูกโซ่เอาไว้ และผมก็เห็นว่าบีมอุ้มนานแล้ว ผมแบมือไปขออุ้มลูกแทนบ้าง บีมหันมามองผมเขาส่งลูกมาให้ผมอุ้ม แต่ครั้งนี้มันง่ายขึ้น

“แล้วพี่แน่ใจได้ยังไงว่าเด็กนี้ลูกพี่น่ะ พี่เธียร เพื่อว่ามันอาจจะไปนอนกับใครต่อใครมาก็ได้ และที่มหา’ลัยน่ะ ใครก็พูดกันว่ามันไปคลุกอยู่กับอากัน” แพรวาลุกขึ้นมาพูด ผมหันไปมองอากันว่าเขาจะพูดยังไงกับเรื่องนี้ ถ้าเขาพูดว่ามันคือเรื่องจริงนี้เขาก็ทำร้ายบีมทางอ้อมเช่นกัน

“ว่าไงล่ะ กัน ที่แพรวาพูดน่ะ เรื่อง “ป๊าผมหันไปถามอากันตภณทันที

“ใช่ครับเฮีย มีคนในมหาวิทยาลัยพูดกันแบบที่แพรวาพูด แต่ว่าบีมเขารับทำวิทยานิพนธ์ครับ และผมก็เป็นคนแนะนำเขาทำรายงานเพื่อหาค่าเรียนหนังสือเขาเลยมาปรึกษาผม”

“และคงไม่มีใครกล้าทำเรื่องน่าอับอายเพื่อประจานตัวเองในห้องที่มีอาจารย์นับสิบคนแบบนั้นหรอกมั้ง แพรวา เพราะทุกครั้งที่บีมมาหาผม เขาก็มาในเวลาที่มีอาจารย์เขานั่งกันอยู่ตลอด” อากันพูด ตอนแรกแพรวาก็ยิ้มเยอะแต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“ทำงานส่งตัวเองเรียนเหรอลูก แล้วพ่อแม่ล่ะ”

“พ่อผมเสียไปตั้งแต่ผมอายุได้เจ็ดขวบครับ และพ่อผมเป็นคนต่างชาติ พอแม่ผมแต่งงานใหม่ ท่านก็ส่งผมมาอยู่ที่ไทยกับยาย แต่พอยายผมเสีย ผมก็ไปอยู่คอนโดที่แม่ผมซื้อเอาไว้สำหรับมาพักผ่อนครับ” บีมตอบ ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้ของบีมมาก่อนเลย บีมหันมามองหน้าผม

“ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้ แม่เพิ่งจะบอกกับผมว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะว่าพ่อผมที่เป็นนักวิทยาศาสตร์แต่เขาทำอะไรกับผมบ้าง ผมไม่เคยรู้หรอกครับจนกระทั่ง ..” บีมพูดก่อนจะหันมามองผมกับเจ้าลูกโซ่

“แกจะบอกว่าแกท้องและพี่เธียรต้องรับผิดชอบแกอย่างนั้นเหรอ “แพรวาลุกขึ้นอีกครั้ง ทุกคนหันไปมองเธออย่างเอือมระอา

“แพรวาใจเย็นนั่งลงก่อนได้ไหมแพรวา “ม๊าของผมพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพื่อให้แพรวาใจเย็นลง แต่ผมว่าน้ำอะไรก็เอาแพรวาไม่อยู่แล้วแหละ เธอเอาแต่ใจจนใครๆ ก็เอือมระอาไปหมด

“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไปรับผิดชอบเลย ก็แค่ท้องในคืนเดียวและที่ได้กับพี่เธียรน่ะ เขาวางยาพี่เธียรหรือเปล่า ทำเหมือนในละครน่ะ ใช่ไหม แกทำแบบนั้นใช่ไหม” แพรวาพูดแต่บีมน่ะหันมามองหน้าผม

“ผมโดนวางยาจริง “ผมพูด

“นั้นไง มึง…มึงกล้าวางยาพี่เธียรของฉันเหรอ” แพรวารีบพูดต่อทันทีและทำท่าจะเข้ามาทำร้ายบีมแต่ อาโกวหงส์หันไปยิ่งสายตาที่บ่งบอกว่าจะเริ่มหมดความอดทนแล้วน่ะ ป๊ากับม๊าถึงกับออกอาการตกใจทันทีได้ยินว่าผมโดนวางยา

“แต่ไม่ใช่บีมเป็นคนวางยาผม แต่บีมก็โดนเพื่อนผมที่เล่นพิเรนทร์ วางยาเขาก่อนและผมเองก็ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ผมเลยทำสิ่งที่ไม่น่าจะทำกับคนที่ไปทำงานที่นั่น อย่างบีม” ผมพูด

“แต่ตอนนั้นผมตกใจและขี้ขลาดเกินไปจะยอมรับใส่สิ่งที่ตัวเองทำลงไป จนกระทั่งผมได้เห็น ลูกผมอ่ะป๊า ผมเลย…”

“ถ้าอย่างนั้น เราจะทำยังไงกับเรื่องนี้เธียร” ป๊าถามผม ผมหันไปมองบีม

“ผมจะรับผิดชอบบีมและลูก” ผมพูด

“มันก็แค่ท้องอ่ะ พี่ต้องรับผิดชอบมันเลยเหรอ ทำไมเหรอคะ ไม่เห็นจะต้องรับผิดชอบเลย” แพรวาลุกขึ้นพูดอีกครั้ง ป๊าผมลุกขึ้นเช่นกันและเดินออกไปผมไม่รู้ว่าไปไหน

“แพรวา เธอพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกน่ะ ลองคิดกลับกัน ถ้ามีคนมาทำให้เธอท้องเหมือนบีมและแทนที่จะรับผิดชอบกลับบอกว่าเธอก็แค่ท้องล่ะ พูดว่าไม่เห็นจะต้องรับผิดชอบเธอเหมือนกัน เธอจะรู้สึกยังไงล่ะแพรวา และนี่เธียรเขาก็ตัดสินใจของเขาแล้วว่าจะรับผิดในสิ่งที่เขาทำลงไป”

“แต่พี่เธียรคือของแพรวา”

“พี่ไม่เคยบอกว่าพี่เป็นของแพรวาครับ” ผมหันไปบอกเธอ บีมหันมามองผมด้วยเช่นกัน แพรวามองผมก่อนจะหันไปมองรอยๆ

“คุณน้าจะให้พี่เธียรตัดสินใจแบบนี้ไม่ได้นะคะ เพราะว่าพ่อแพรวาไม่ยอมแน่ๆ และที่สำคัญ คุณน้ากับคุณอาคงลืมไปว่าตระกูลของแพรวาเคยช่วยตระกูลคุณน้ามาก่อน “แพรวาขุดเอาเรื่องนี้มาพูดทันที

“แล้วฉันต้องยกลูกชายให้เธอเหรอ แพรวา ถ้าเขาไม่ได้ต้องการจะเลือกเธอน่ะ “ม๊าหันมาพูดกับแพรวา ทั้งที่ไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อน พ่อผมเดินกลับมาพอดี

“แพรวา ไอ้เธียรมันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเธอน่ะ พี่ว่าเธอควรจะไปทำตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้จะดีกว่า พูดมาได้ยังไง ว่าเธียรคือของแพรวา ทั้งที่มันไม่เคยบอกเธอเลยน่ะว่า มันอยากเป็นอย่างที่เธอนั่งฝันกลางวันเอาเอง หรือที่เขาเรียกกันว่าโรคมโน คิดเองเออเองอยู่คนเดียว “พี่ธามพูดก่อนลุกขึ้นและเดินออกไปเป็นคนแรก คงเบื่อที่จะฟังความงี่เง่าของแพรวา ผมก้มลงมองเจ้าลูกโซ่เห็นเงียบๆ เหลือกตาขึ้นมองผมและหันไปมองแพรวาก่อนจะรีบหันมาซุกอกผม ส่ายหัวด้วยไม่ว่ารำคาญเหมือนกันหรือว่ากลัวกันแน่

“งั้นผมพาบีมกับลูกขึ้นห้องผมก่อนนะครับม๊า ป๊า เพราะว่าลูกโซ่ดูท่าจะง่วงแล้ว” ผมเองก็เบื่อที่จะพูดกับคนไม่รู้เรื่องอย่างแพรวา ผมพยักหน้ากับบีม บีมก็ทำท่าจะลุกเช่นกัน ผมอุ้มลูกโซ่ขึ้น
“ไม่ได้น่ะ พี่จะไปกับมันไม่ได้พี่จะให้มันนอนบ้านเดียวกับพี่ไม่ได้ ไม่ได้”

“ได้ครับแพรวา เพราะว่าบีมคือว่าที่ภรรยาของพี่ “ผมพูด บีมหันมามองหน้าผม”

“และพี่ก็.... เอาแหวนของพี่ให้บีมไปแล้ว” ผมหันไปบอกแพรวา

“อ้าว! ถ้าอย่างนั้นเราก็ขอบีมเขาแต่งงานไปแล้วซิ แหวนวงศ์ตระกูลน่ะ ถ้าให้ใครนั้นแปลว่า เราเลือกบีมแล้วใช่ไหม” โกวหงส์พูดขึ้น

“ไม่จริงอ่ะ! พี่บอกว่าพี่ทำหายไม่ใช่เหรอคะ”

“พี่โกหกแพรวา “ผมหันไปบอกแพรวา

“บีมเอาแหวนออกมาซิ “ผมบอกบีม บีมมองหน้าผม

“แหวนน่ะบีม” ผมกระซิบอีก เขาก็พึ่งจะนึกขึ้นมาได้เลยหยิบออกมาจากสร้อยคอที่ห้อยอยู่

“ชัดเลย! ยินดีด้วยครับคุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้” พี่ธันพูดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่บีม

“ไม่จริง!! นั้นมันต้องเป็นของฉัน เอาคืนมาน่ะ” แพรวาทำท่าจะก้าวเท้ามาหาบีมแต่ผมก็ต้องกันบีมออก และจู่ๆ แพรวาก็ล้มลง เพราะสะดุดเท้าอาเหมย

“เออ โทษน่ะ ไม่ตั้งใจน่ะ” อาเหมยพูดแต่ผมรู้ว่าเหมยมันตั้งใจ แพรวาลุกขั้นมาได้ ก็หันไปมองอาเหมยด้วยความพอใจ แต่อาเหมยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“พอ พอ พอได้แล้ว! “ม๊าผมลุกพรวดขึ้นยกมือห้าม

“พ่อแม่เธอจะมารับแล้วแพรวา กลับไปตั้งสติตัวเองให้ดีดี ไม่ใช่เอาแต่โวยวายแบบนี้”

“เธอน่ะคลุกคลีกับครอบครัวน้ามาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนก็วิ่งตามพี่เธียร และน้าก็เห็นว่าเราน่ะ เป็นลูกคนเดียว ส่วนเธียรก็ไม่อยากให้เธอเอาแต่ร้องไห้งอแง ก็เลยยอมแต่นี้เธอโตแล้วแพรวา เธอควรจะรู้ได้แล้วว่า สิ่งที่เธอทำน่ะ มันใช้ไม่ได้แล้วน่ะที่จะงอแง โวยวายโดยไม่แคร์ว่านี้มันสมควรหรือไม่สมควร เพราะเธอไม่ใช่เด็กสองสามขวบแล้ว แพรวา!! “ม๊าผมพูด ปกติม๊าผมเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไพเราะอ่อนหวาน ม๊าเป็นคนที่เก็บอาการโมโหได้ดีมากมาตลอด แต่วันนี้เล่นเอาพวกผมแม้กระทั่งป๊าผมเองก็ยืนอึ้งไปตามๆ กัน

“ม๊า” ป๊าผมเองยังไม่อยากจะเชื่อเลย โกวหงส์ก็ยังงงเลยที่เห็นมาผม ของขึ้นกับเขาเหมือนกัน

“ชอบ…กดไลฟ์” เฮียธี

“มันใช่เลย งั้นกดแชร์” เฮียธีอีกคน ม๊าหันขวับไปมองพี่ชายสองคนของผม ถึงกับหดเป็นแถว

“เธียรพาบีมและลูกไปพักเถอะ โกวจะกลับแล้ว ไปอาเหมย เดี๋ยวไม่ได้กลับกันพอดีมืดค่ำซะก่อน” โกวหงส์พูดก่อนจะลุกขึ้นเช่นกัน

“ไม่แพรวาไม่กลับ” แพรวาพูด ผมหันมามองแพรวา ภาพเด็กผู้หญิงน่ารักที่เคยวิ่งตามผมเล่นกับผม ไม่น่าเชื่อว่านี้เธอช่างดูน่ากลัว ผมหันมาเอาแขนไปดันบีมที่หันไปมองแพรวาให้เดินออก ผมรู้ว่าเขารู้สึกผิดแต่คนที่ผมอุ้มอยู่นี้ก็สำคัญกับผมมากเช่นกัน ผมเอามือลูบหัวเบาๆ และนี้ผมเลือกแล้วผมเดินออกโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของเธอ

“พี่เธียร!!!” แพรวาจะเข้ามาหา ผมเองก็ไม่ได้หันกลับไปมองเธอ ผมต้องยอมใจร้ายบ้างแล้วเพื่อไม่ให้เสียสิ่งที่สิ่งที่สำคัญกับผม นั้นคือลูกและอีกคนที่ควรค่ากับคำว่าแม่ของลูกมากกว่าแพรวา

“แพรวา” เสียงแม่ของแพรวาเรียกเธอ

“คุณแม่คุณพ่อ แพรวาไม่ยอมนะคะ แพรวาไม่ยอม พี่เธียรทำแบบนี้กับแพรวาไม่ได้ ฮือๆ คุณแม่คุณพ่อ ทำอะไรสักอย่างซิคะ แพรวาไม่ยอมให้พี่เธียรกับไอ้บ้านั้น ต้องเป็นแพรวาคนเดียว ฮือๆ ” ผมสั่นหัวให้บีมว่าอย่าไปฟังและผมก็ปล่อยให้พ่อแม่ของเธอจัดการกับลูกสาวของเขาเอง ผมพาบีมขึ้นมาบนบ้านและพาไปยังห้องนอนของผม และทันทีที่ปิดประตูห้องนอนปิดลง

“ฟู่!!” ผมพ่นลมหายใจออกมายาวๆ บีมยืนมองผม

“อันที่จริงพี่ไม่ต้องรับผิดชอบผมหรอกน่ะ ดูเธอเสียใจมากที่”

“พี่เลือกแล้ว บีม “ผมพูดก่อนจะเอาเจ้าลูกโซ่ไปล้างมือในห้องน้ำซะก่อนเพราะว่าเล่นเครื่องเล่นมา ผมกลัวลูกเอามือใส่ปากไม่รู้ว่าไปจับอะไรมาบ้าง ก่อนจะเดินออกมาเห็นบีมยืนมองรูปถ่ายผมสมัยเด็กๆ กับพี่ๆ และเขาก็หันมามองเจ้าลูกโซ่

“แล้วของใช้ลูกล่ะ ผมจะทำยังไง”

“บีมจะใช้อะไรบ้างล่ะ พี่จะได้ให้คนในบ้านไปซื้อให้ มีร้านค้าอยู่น่ะออกไปจากหมู่บ้านหน่อย” ผมบอกบีม บ้านของผมตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ที่ค่อนข้างแพงทำเลดี ทำเลดีของป๊ากับม๊า คือไม่วุ่นวาย เงียบสงบแต่ยังอยู่ใกล้ตัวเมือง เพื่อความสะดวกสบาย จังหวะนั้นเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ผมและบีมหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน

TBC......

              คนแต่งต้องบอกก่อนว่านายเอกเรื่องนี้ไม่ใช่นักบู๊ แต่คนแต่งตั้งใจให้เขาเป็นคนนิ่งๆ ไม่จำเป็นต้องไปออกรบเองเพราะว่าบีมเป็นคนที่น่ารัก มีคนปกป้องเยอะอยู่แล้ว

                 ตอนหน้าอาม่าจะมาหาหลาน อาม่าคือคนที่เธียรรักมากที่สุดรองลงมาจากป๊ากับม๊าและเป็นคนที่เธียรเชื่อฟังมากที่สุด มากกว่าป๊าเขาอีก เรามาดูซิว่าเจ้าลูกโซ่จะทำให้อาม่าหลงได้ไหมน่ะ

ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ เราจะสู้ไปด้วยกันจนจบ  :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-03-2021 02:45:02 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
รำคานแพรวามากกกกก

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
      ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องนอน ผมเดินย้อนไปเปิดพร้อมกับลุ้นว่าใครกันน่ะ อย่าบอกน่ะว่าแพรวาตามขึ้นมาน่ะ  และผมก็อุ้มลูกโซ่ติดมือไปด้วย พอเปิดประตูออกไป คนนั้นคือเฮียธี ผมนี้ค่อยโล่งอกไปหน่อย แต่ว่าไอ้เจ้าลูกโซ่กับยื่นมือไปจะจับปลายจมูกเฮียธีทันทีเช่นกัน แต่เฮียแก็ไว้ รีบคว้านจับมือหลานเอาไว้ซะก่อน

“แม้มุกเดิมๆ “เฮียธีพูดและยังทำท่าจะงับมือหลานเล่น “เอิ้กๆ “เจ้าลูกโซ่หัวเราะชอบใจใหญ่เลย ผมรู้ว่าพี่ธีชอบเล่นกับเด็กๆ เห็นเด็กไม่ได้ต้องเข้าไปหยอกเล่น

“เฮียจะไปรับแฟนเฮียน่ะ พี่มิวนะครับบีม เฮียบอกมิวว่า เรามีหลานแล้วมิวตื่นเต้นน่าดู และมิวก็เดาถูกซะด้วยว่าลูกน้องบีม “เฮียธีพูด ผมถึงกับต้องทำสีหน้าแปลกใจ

“ก็พอดีวันนั้นพี่ไปส่งน้องบีมเขาที่ไปรับเจ้าแสบ มิวเขาทักพี่ตลอดทางเลยว่าหน้าคุ้นๆ เหมือนคนในครอบครัวเฮียแน่ๆ ที่ไหนได้เป็นหนุ่มหล่อของบ้านเรานี้เอง “เฮียธีพูด

“บีมจะเอาอะไรไหม พี่มิวเขาเป็นร้านขายยาน่ะ พี่มิวจะได้เอามาให้” ผมหันไปถามบีม

“คงต้องเป็นขวดนมน่ะครับ และก็นมผง ผมให้น้องทานนมแพะอยู่ครับ และก็แพมเพิสเด็กน่ะครับ” บีมหันไปบอกกับเฮียธี

“จัดให้ครับ “เฮียธีพูดก่อนจะหันมาจับปลายจมูกหลานแทน

“เฮีย…แพรวากลับไปยัง” ผมถามเฮียธี

“ไปแล้ว แต่นางจะไปได้น่ะ ร้องไห้สะอึกสะอื้นร่ำไห้ใจจะขาด และพ่อเขาดูท่าจะไม่พอใจป๊าด้วยว่ะ อันนี้เริ่มซีเรียสว่ะ เพราะว่าป๊ากับลุงธรรมรัตน์น่ะไม่เคยผิดใจกันมาก่อนเลยน่ะ “ผมพยักหน้ากับเฮีย แบบเซ็งๆ และหนักใจไปพร้อมๆ กัน

“งั้นเฮียไปน่ะ จะรีบไปรับมิวก่อน รอนานเดี๋ยวนางเหวี่ยง และที่เหวี่ยงไม่ใช่ว่าเหวี่ยงกูไปรับช้าน่ะเพราะว่าจะรีบมาดูลูกมึงนี้แหละ ” เฮียธีพูดก่อนจะปิดประตูลง ผมหันมามองบีม ผมเดินเข้ามามองเขา

“อาบน้ำก่อนไหมบีม” ผมถามบีม บีมนั่งลงบนเตียงนอนของผม บีมมองหน้าผม เหมือนเขากำลังใช้ความคิดอยู่

“พี่ให้ผมอยู่ในฐานะอะไรอ่ะ แค่แม่ของลูกพี่หรือเปล่า” บีมถามผม

“เออ คือ พี่ พี่ยอมรับว่าใช่ในตอนนี้ แต่มันอาจจะมีมากกว่านั้นก็ได้น่ะ พี่เชื่อที่อาม่าของพี่ ที่บอกกับพี่ว่า บางที่ไม่จำเป็นต้องรักกันมาก่อนแต่ถ้าหลังจากนี้ไปแล้ว ถ้าบีมพร้อมจะเริ่มต้นใหม่กับพี่ พี่ยินดีที่จะปรับปรุงตัวเองน่ะ และพี่เชื่อว่า “ผมพูด บีมมองหน้าผมแบบไม่ค่อยเข้าใจมากหนัก

“บีมคือคนที่พี่รอ “ผมพูด

“พี่เชื่อจากอะไรอ่ะ ในเมื่อวันแรกที่ผมเจอพี่น่ะ พี่ยังไม่พอใจผมที่ผมทำเหล้าหกใส่พี่เลย” บีมพูด ผมเดินมาหยุดตรงหน้าบีมและวางเจ้าโซ่ลงบนตักบีม ก่อนจะย่อตัวลง แววตาที่ใส่ซื่อของบีมและลูกโซ่มองมาที่ผม นั้นแปลว่าลูกโซ่ได้วงตาสวยงามนี้มาจากบีม

“พี่ขอโทษ เออ คือ  คือว่าวันนั้นน่ะ พี่โดนป๊าพี่ด่าน่ะ ด่าเยอะที่สุดพี่เลยหงุดหงิด และพี่ก็เห็นเรา พี่ก็คิดว่าเป็นพวกนั่งดิ้งทำเพื่อเงิน อยากได้แต่เงิน “ผมพูด กับบีม

“แต่จริงผมไม่ใช่เด็กนั่งดิ้งน่ะ” บีมพูด ผมเงยหน้าขั้นมองบีม ผมขมวดคิ้วจนเป็นปม


   ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องนอนของผมอีกครั้ง ผมหันไปก่อนจะเปิดประตู ผมเปิดประตู คนที่มาคือม๊าของผมเอง ม๊าเดินมาพร้อมกับถือกล่องมาหนึ่งกล่อง ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง

“ม๊าไปค้นเอาเสื้อผ้าเจ้าเธียรในตู้มาน่ะ ตั้งแต่ตอนเล็กๆ ม๊ายังเก็บเอาไว้ บางชุดยังใหม่อยู่เลยน่ะพอจะใส่ไปก่อนได้ไหมล่ะบีม “ม๊าผมพูดก่อนจะวางกล่องนั้นลง บีมเปิดดูและหยิบเสื้อผ้าชุดเด็กเล็กมาดู ม๊ามองเจ้าลูกโซ่ที่กำลังช่วยบีมรื้อเสื้อผ้าในกล่องออกมาดูเอง เขาหันมาเอียงคอมองม๊าผมแถมยังหลับตาข้างหนึ่ง เอียงคออีกทีและหลับตาอีกข้างสลับกันแบบนี้จน

“หึๆ ทะเล้นนะเราน่ะ ทะเล้นเหมือนป๊าเราไม่มีผิดเลย” ม๊าผมพูดปนหัวเราะ

“เธียร ป๊าเรียกไปคุยที่ห้องทำงานน่ะ และอย่าเถียงป๊าล่ะ เพราะว่าป๊าเขาอาบน้ำร้อนมาก่อน เข้าใจไหมเธียร ป๊าแนะนำอะไรก็ฟังเอาไว้น่ะเธียรน่ะ “ม๊าหันมาบอกกับผม ผมยอมรับว่าผมเป็นลูกชายคนที่สี่ ที่ดื้อที่สุดของป๊าเลยก็ว่าได้ ผมหันไปพยักหน้าเบาๆ กับม๊า ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปและก่อนที่ผมจะปิดประตูผมได้ยินเสียงคุยกันของแม่ผมกับบีมแม่ผมอยากมีหลานแต่ด้วยความที่บ้านของผมยุ่งมากพี่ๆ เลยยังไม่พร้อม และผมก็ปล่อยให้แม่สามีกับลูกสะใภ้เขาคุยกันตามลำพัง เพื่อบางทีแม่ผมกับบีมอาจจะคุยกันเข้าใจมากกว่าผม

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะประตูห้องทำงานของป๊า ผมรู้ว่าประตูไม่ได้ล๊อกนั้นแปลว่า ป๊าคงนั่งรอบ่นผมอยู่แล้วแน่ๆ เลย ผมเปิดประตูเข้าไปทันที ป๊านั่งลงอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผม สายตาของป๊า ที่ไม่เคยภูมิใจในตัวลูกชายคนเล็กคนนี้เลยสักนิด มีแต่เรื่องมาให้ป๊า

“นั่งลงซิเธียร” ป๊าพูดผมก็นั่งลง

“แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้มันนานแบบนี้ ละเธียร” ป๊าถามผม

“ผมไม่รู้ว่าเขาจะท้อง และถึงตอนนั้นผมจะไม่ตั้งใจแต่ตอนนี้ผมตั้งใจป๊า ตั้งใตที่จะรับผิดชอบเขาน่ะป๊า” ผมพูด ป๊าก็วางปากกาลงพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม

“จะรับผิดชอบเขา ดูเราซิ จะดูแลเขาได้ไหม ยังเหลวไหลอยู่เลยน่ะเธียร”

“และเด็กคนนี้อากันของเรา มันก็เป็นคนเอามาฝาก ป๊าดูก็รู้ว่ากันมันต้องคิดอะไรด้วย ไม่อย่างนั้นกันมันจะไปทำหน้าที่ดูแลเขาหรอกเธียร” ป๊าผมพูด ผมทำได้แค่หลุบตาลง

“แถมเด็กนี้มันก็ดูแลมาแต่ก็ดันมาเป็นลูกหลานชายมันอีกเองอีก “ป๊าผมพูด ผมรู้ว่าป๊าก็รักน้องชายของป๊ามากเหมือนกัน

“แล้วป๊าคิดว่าผมควรจะยกลูกเมียผม ให้กับอาตัวเองเหรอครับ เพราะว่าเขาดูแลได้ดีกว่า ทั้งที่ผมยังไม่ได้ลองเลยป๊า” ผมถามป๊าผม

“ก็ถ้าอยากดูแลเขา ก็ทำให้ป๊าและม๊าเห็นว่าเราจะดูแลเขาได้ การจะเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ต้องแบกรับภาระต่างๆ มันไม่ง่ายน่ะเธียร “ผมหลุยตาลง

“ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลโรงเรียนที่ป๊าให้แกทำตอนนี้ให้ดี ถ้าแกทำได้นั้นก็แปลว่าแกพร้อมจะดูแลเขา แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องคืนอากันเขาไปทั้งหมด” ป๊าพูดก่อนจะ โบกมือให้ผมออกไปได้แล้ว ป๊าจะทำงานต่อ

“ป๊า ป๊าเคยถามเธียรไหม ว่าเธียรอยากเรียนอะไร” ผมเงยหน้าขึ้นถามคนตรงหน้า

“ป๊ารู้ รู้ว่าเธียรอยากเรียนอะไร ไม่อย่างนั้น มึงจะหนีกวดวิชาไปเรียนวาดภาพแทนเหรอ และแอบไปเรียนจนอาก๋งจับได้ และสุดท้าย ไอ้กันที่มันตามรับตามส่งเรา น่ะโดนอาก่งด่าแทน “ป๊าพูด ผมยอมว่าจริงๆ

“ผมไม่อยากทำงานด้านการบริหารอ่ะป๊า กว่าผมจะเรียนสิ่งที่ผมไม่ชอบจนจบอ่ะป๊า มันยากมาเลยน่ะป๊า” ผมพูดป๊าหันมามองหน้าผม

“แต่นี้มันธุรกิจบ้านเราเธียร!! ธุรกิจที่อาก๋งพยายามทำมาเพื่อเป็นสมบัติของครอบครัวเราและมันก็เป็นมรดกตกทอดมา”

“และตอนนี้เราก็ไม่มีแค่ตัวคนเดียวแล้วเธียร เรามีลูกเพิ่มมาอีก และมีแม่ของลูกอีก ถ้าไม่ทำอันนี้จะไปทำอะไรเธียร!! “ป๊าถามผม

“ป๊าก็ยังคิดเสมอว่าผม ไม่เคยเป็นลูกที่เอาไหน ไม่เก่งเหมือนลูกทุกคนที่ป๊ามีอยู่ดี” ผมพูดก่อนจะลุกขั้นด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจป๊า

“ก็ทำให้ป๊าเห็นซิเธียร ว่าเธียรยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองได้และถ้านายทำได้นั่นแหละ มันจะเป็นความภาคภูมิใจของเธียรเองไม่ใช่แค่ป๊ากับม๊า และลูกเราที่จะมองเราคือแบบอย่างในอนาคตเธียร “ป๊าพูดแค่นั้น ก่อนจะก้มลงเซนต์เอกสารต่อ

   ผมก็แค่หยุดฟังและเปิดประตูออกไป ผมได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากด้านล่าง ผมเดินลงไปดู ผมเห็นอาม่า อาม่ามาหาเหลน พวกเขากำลังหัวเราะในความน่ารักของลูกชายผม ผมเดินไปยืนมองเด็กน้อยขี้อ้อนทำให้อาม่าที่เงียบเหงาเศร้าซึมหลังจากที่อาก๋งผมเสียไปกะทันหันโดยไม่ทันตั้งตัว นี้คือรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าของผู้หญิงที่เลี้ยงดูผมแทนม๊าของผมมาตั้งแต่แรกเกิด

“อาเธียรน้อยๆ มา มา อาโจวม่าให้รางวัล เออ นี้ดูซิ มันเหมือนอาเธียรม๊าก มาก ฉลาดซะด้วยน่ะ ขี้อ้อนอีกต่างหาก “อาม่าผมชมลูกชายของผมไม่ขาดปาก จนผมเดินไปนั่งลงและเข้าไปกอดอาม่า

“เป็นไง โดนป๊าดุมาอีกแล้วซิ เราอย่าดื้อกับป๊าซิ อาเธียร และป๊าเขาบอกเขาแนะนำอะไรก็ตามที่ป๊านั่นแหละ ป๊าเขาอาบน้ำร้อนมาก่อน น่ะอาเธียร”

“งั้นอาม่าก็อาบน้ำร้อนก่อนมาใช่ไหมครับอาม่า” เฮียธันล่ะสายตากับการเล่นกับเจ้าลูกโซ่มาถามอาม่า

“อาม่าเหรอ อาบน้ำเย็น!”

“อ้าวอาม่า!!!” เฮียธีมกับเฮียธี

“ร้อนจะตายห่า เมืองไทยนะไม่ใช่เมืองนอกอ้า เมืองไทยมันมีหน้าร้อนแค่หน้าเดียว ร้อน ร้อนมาก ร้อนมั๊กมาก และร้อนฉิบหาย!” อาม่าพูด

“อาม่า!!” พวกผม

“โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงเลี้ยว! ถามอะไรโง่ๆ ใครจะไปต้มน้ำอาบว่ะ ” อาม่าของพวกผมเป็นคนตลกครับ เฮียธันถึงกับเกาหัวทันที “กูไม่น่าพาตัวเองไปให้อาม่าด่าฟรี” เฮียธันพูด

“แล้วนี่มึงไปซุกไว้ที่ไหนทำไมเพิ่งพามาล่ะ หาอาเธียร ลูกเมียเราน่ะ” อาม่าถามผม ผมหันไปมองบีม

“ก็กะว่าจะรอให้ตั้งทีมฟุตบอลแล้วค่อยบอกน่ะอาม่า” ผมพูด

“มึงมันกวนตีนอาม่าอีกแล้วไอ้สีเทียน”

“อาม่า ผมชื่อเธียรวิชย์” ผมอ้อนอาม่า ผมหันไปเห็นบีมเดินออกมาที่

“แล้วนี่ เลี้ยงเมียยังไง ถึงได้ผอมขนาดนี้ เลี้ยงให้อ้วนๆ หน่อย จะได้มีอีกสักห้าหกคน” บีมสะบัดหน้ามามองอาม่าผมทันที

“เมียเหรออาม่าที่ให้ผมมีได้สี่หน้าคนน่ะอาม่า”

“อาม่าหมายถึงลูกมีสี่ห้าคน แต่เมียน่ะไม่ต้องถึงสี่ห้าคงหรอก ลองมีอีกคนน่ะ อาม่าจะให้เขาตัดไอ้ตัวเจ้าปัญหามึงออกจะได้ไม่กล้าซ่าอีก” อาม่าพูด แบบนี้หนีบน้องหนูรอเลยดีกว่า

“ล้อเล่นอาม่า ให้ผมทำมาแบบ ตั้งทีมฟุตบอลเลยไหมอ่ะอาม่า” ผมพูด มีคนแอบค้อนด้วยน่ะ

“ดีดี เอาสำรองมาด้วยน่ะ อาม่าชอบมีเหลนเยอะๆน่ะ” อาม่าผมพูด

“ว่าแต่ลูกชายเราชื่ออาหรายน่ะ ชื่อจริงนะ” ผมเองก็ยังไม่รู้

“ชื่อ เออ ชื่อ …..” ผมเองก็หันไปมองคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“อ้าวไอ้เธียร ลูกมึงชื่อจริงชื่ออะไรละ” มาม่าถามผม

“ไม่รู้อ่ะอาม่า แต่ชื่อเล่นน่ะลูกโซ่ ” ผมพูด

“โป๊ก!!”

“โอ๊ย!! อาม่าตีเธียรทำไมเนี๊ยะ”

“เป็นป๊าภาษาอาหราย ลูกชื่ออะไรยังไม่รู้เลย ไปถามเมียมึงซิไป๊ ไอ้นี้ เดี๋ยวเอาอีกทีเลย “อาม่าโบกมือให้ผมไปถามบีม ที่นั่งดูของที่มิวเอามาให้ มีพวกขวดน้ำ น้ำยาล้างขวดนมและเยอะแยะไปหมด จำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร เอสเซสเซอรี่ลูกผมเยอะเหมือนกันน่ะ

“เพิ่งจะเป็นวันนี้วันแรกเองนะอาม่า” ผมพูด

“เป็นอาหราย” อาม่าถาม

“เป็นป๊า” ผมบอกเบาๆ เอามือลูบหัวไปด้วย

“ชื่อเด็กชายกีรติกรครับ แปลว่าผู้สร้างชื่อเสียงครับ อาม่า” บีมหันมาตอบ อาม่า

“ดีดี เพราะดี แต่เลี้ยงให้ดีดีเลยน่ะ อย่าให้เหมือนพ่อมัน อาม่าตั้งให้ว่า เธียรวิชย์ แปลว่านักปราชญ์ อ่ะ แต่ที่ไหนได้มันไม่ได้ดีไปกว่าไอ้สีเทียนเลย มึงควรจะชื่อเป็นไอ้สีเทียนมากว่าเธียรวิชย์อ่ะ”

“อาม่า!!! “ผมอ้อนอาม่า

“ไม่ต้องมาอ้อนเลย “ผมรู้ว่ามีคนแอบมอง และทำเป็นรีบหันหนี เห็นผมแบบนี้ผมขี้อ้อนน่ะ “หมับ” มีคนมาอ้อนอาม่าผมเพิ่มอีกคน ไอ้เจ้าลูกเจ้าก้อนเต้าหู้ของผม อาม่ารีบหันไปลูปหัวคนที่กอดขาอาม่าจนก้นโด่ง

“ม๊า มายังไงล่ะ “ป๊าผมลงมาถามอาม่า ป๊าผมยืนมองผมลูกชายของผม

“ม๊ามาแท็กซี่น่า โทรหาอากันแล้วมันไม่รับสาย และเห็นว่ามารวมกันที่นี้นึกว่ามีเรื่อง ม๊าเลยมา” อาม่าบอกป๊าผม ผมรู้ว่าม๊าไม่อยากให้ป๊าเป็นห่วง

“พ่อมันก็ขี้อ้อน พอมันมีลูก ลูกมันก็ขี้อ้อนน่า อาเกริกน่า นี้ถ้าอาก๋งอยู่ล่ะ หลงตายเลยอ่ะ “อาม่าพูดและชี้ที่เจ้าก้อนเต้าหู้ของผมกับบีม ป๊าผมก้มลงมองเจ้าตัวเล็กของผม ที่แหงนหน้าขึ้น

“งั้นม๊าอยู่ทานอาหารเย็นก่อนแล้วกัน ผมค่อยให้คนขับรถที่บ้านไปส่งม๊าเลยนนะ อากันมันบอกผมว่ามันไม่กลับบ้านน่ะวันนี้น่ะ” ป๊าบอกอาม่า

“ป๊า ผมจะไปส่งมิวที่คอนโดด้วยป๊า เพราะว่ามิวเขามีอบรมเรื่องยาพรุ่งนึ้ครับป๊า ผมไปส่งอาม่าเองแล้วกัน” เฮียธีบอกกับป๊า ป๊าพยักหน้าว่าได้

“หมับ” มีคนคลานไปเกาะขาป๊าผม ป๊าก้มลงมองเด็กน้อย พวกผมก็มองว่าป๊าผมจะเตะออกไปหรือว่าจะอุ้มขึ้นมา

“มึงว่าป๊าจะเตะเหมือนพุดเดิ้ล หมาของเฮียธามไหมอ่ะ ที่แตะกระเด็นลอยไปยังกับผ้าขี้ริ้วน่ะเฮีย “เฮียธันกระซิบกับเฮียธี พี่มิวหันไปชำเลืองตามองเฮียธี ที่ทำท่าคิด

“ก็เจ๊ มึงเล่นใส่เอสเซสซารี่ สีชมพูสะพรั้งทั้งตัวแบบนั้น เป็นกู กูก็เตะ” เธียธีย์พูด

“ทำตัวแมนแต่หิ้วหมาฟรุ้งฟริ้งน่ารัก มึงคิดว่าป๊าจะเชื่อเหรอ ดีไม่เตะเจ้าของหมาด้วยก็บุญหนักหนาแล้วมึง” เฮียธีพูด

“หมับ” ป๊าผมก้มลงอุ้มเด็กน้อยที่ยืนมือขึ้นมาบนอากาศ เหมือนควักมือเรียกป๊าผม ผมแทบจะไม่ค่อยเห็นป๊ายิ้มเท่าไหร่แต่ว่าวันนี้มุมปากของป๊ากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มและมันดูมีความหมายมากกว่าทุกครั้ง

“หมับ” ฝ่ามือน้อยๆ จับเข้าที่ใบหน้าของป๊าผม “ปะ ปะ ปะ “แววตาใส่ซื้อนั้นมองจ้องไปในแววตาที่ดุดันของป๊าผม มันทำให้อ่อนลงได้อย่าไงม่น่าเชื่อ ป๊าใช้ฝ่ามือลูบลงที่หัวเจ้าลูกโซ่เบาๆ

“เอาล่ะ ทานอาหารเย็นกันได้แล้ว มิว บีมไปลูก “ม๊าเดินมาบอก เรียกสองสะใภ้พร้อมกันเลย เฮียธันเดินออกไปเรียกเฮียธาม ที่แอบไปคุยโทรศัพท์อยู่ ส่วนม๊าเดินเข้ามามองป๊าผมที่อุ้มเจ้าก้อนเต้าหู้ของผมเอาไว้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสาวสวยตามวัยของม๊า ม๊าเป็นคนตัวเล็กผิวขาวๆ จั๊ว และทั้งป๊ากับม๊าก็พากันอุ้มเจ้าก้อนเต้าหู้ของผมกับบีมเข้าไปที่ห้องอาหารด้วยกันเลย สงสัยอาก๋งจะหลงหลานแล้วแน่ๆ ผมลุกขึ้น ผมพยุงอาม่า ให้ลุกขึ้น

“อาบีมมานี้ม่ะ” อาม่าเรียกบีมมาเดินใกล้ๆ

“ครับอาม่า” บีมตอบอาม่าผม

“อาม่าดีใจน่ะได้เห็นเหลนก่อนจะซี้แหง๋น่ะ” อาม่าพูดกับผมและบีม

“อาม่าอย่าพูดอย่างนั้นซิ “ผมรีบห้ามอาม่าทันที

“อาม่าจะบอกให้อย่างน่ะ คู่ชีวิตน่ะ สิ่งสำคัญคือประคับประคองกันไป อยู่ดัวยกัน หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกันน่ะ ยิ่งมีลูกแล้วด้วยน่ะ”

“และเราอาเธียร เป็นหน้าครอบครัวแล้ว หน้าที่ลื้อคือดูและปกป้องคนของตัวเองได้ดีที่สุดเข้าใจไหม” อาม่าพูดกับผมและบีม

“อาบีม รู้ไหมว่า อาม่าน่ะ อยู่ในบ้านที่มีสะใภ้ถึงเจ็ดคนน่ะ ปัญหาเยอะแยะจิปาถะ อยู่บ้านหลังเดียวกัน ตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่ต้องไปสู้รบตบมือกับใคร ด้วยกันเองนี้แหละ แต่อาม่าก็รอดมาได้”

“ด้วยอะไรอะอาม่า” ผมพาถามอาม่า

“ปืน”

“เฮ้ย!!”

“อาม่า!!” บีม

“อาม่าล้อเล้น ถ้าใช่ปืนอาม่าไปอยู่ในคุกนานแล้ว ใช้ความอดทน และคนสำคัญคืออาก๋งลื้อน่ะ ที่ดูแลให้กำลังใจอาม่าจน อาก๋งออกมาปลูกบ้าน สร้างครอบครัวของตัวเองโดยการมาเปิดโรงเรียนสอนหนังสือกับเพื่อนซี้ของเขาน่ะ ดังนั้นลื้อสองคนต้องรักษามันไว้ให้ดีน่ะ ให้ถึงรุ่นอาลูกโซ่เลยน่ะไปถึงรุ่นลูกอาโซ่ด้วยอีกด้วย “ผมพยักหน้า ผมรู้ว่าคนนั้นคือใคร เขาคือปู่ของแพรวา

“อาเธียร ลื้อต้องเป็นผู้ใหญ่แล้วน่ะ ไม่ใช่เอะอะ หนีไปนอกน่ะ และนี้มีเมียก็น่ารัก มีลูกก็น่าชัง เลี้ยงดูเขาให้ดีดี ทำหน้าที่ป๊าให้ดี เหมือนป๊าเราน่ะ รักและให้เกียรติม๊าเรา ทำให้เหมือนป๊าเราเข้าใจไหม และบ้านเล็กบ้านน้อยก็อย่าไปมี “อาม่าพูด

“มีบ้านใหญ่เลย” อาม่าพูด

“อาม่า!!”

“บ้านใหญ่น่ะคือมีลูกเยอะๆ แต่เมียน่ะมีคนเดียวพอ” อาม่าพูด

“และอย่าให้อาม่ารู้น่ะว่ามึงแอบไปมีเมียน้อยน่ะน่ะเธียร อาม่านี้จะตีหัวมึง” อาม่าพูดผมหันมองอาม่า

“เมื่อก่อนอาม่าไม่ตีมันไง ตอนนี้อาม่าจะตีมันแหละ ถ้ามันดื้อน่ะบอกอาม่าน่ะ บีมน่ะ” อาม่าหันไปพูดกับบีม ผมก็พยุงอาม่าที่ผมรักไปนั่งทานที่ห้องอาหารประจำบ้าน ผมเห็นทุกคนกำลังหัวเราะชอบใจกับความน่ารักเจ้าลูกโซ่

“กินเยอะๆ น่ะ อาบีม จะได้เป็นแม่พันธุ์ชั้นดี”

“พล้วด!!” เฮียธาม ส่วนบีมน่ะสะบัดหน้าไปมองอาม่าผม ผมนี้ต้องเกาหัวเล็กน้อย

“อ้าวเราเป็นอะไรไปล่ะ อาธาม” อาม่าหันไปถามเฮียธาม

“หนูเหรอคะ”

“เฮ้ย!!” พวกผมเอง

“ผมเหรอครับอาม่า” เฮียธามของผม เฮียธีทำนิ้วเฉือดคอโชว์ เพราะว่าดีที่ป๊าผม นั่งมองเจ้าลูกโซ่เขาเล่นกับม๊าผมอยู่

“ก็อาม่าเล่นบอกว่าให้น้องสะใภ้ผมเป็นแม่พันธุ์ชั้นดี ดีเกินชะนีบางตัวอีกน่ะอาม่า”

“ชะนีไหนอีกอ่ะ “อาม่า

“ชะนีแพรวาอาม่า” เธียธามพูด

“มีเมียเป็นคนไม่ชอบ มึงอุตริจะไปเอาชะนีมาเป็นเมียอีกเหรอ ไอ้เธียร!” อาม่าผม ผมถึงกับกุมขมับ

“อาม่าผมไม่ได้จะเอา ใครจะไปเอาชะนี และเฮียอ่ะพูดไปเรื่อย” ผมรีบแย้งทันที

“ไม่เห็นเหรอนั่งร้องห่มร้องไห้ ผัว ผัว ผัว ไม่ใช่ชะนีแล้วเขาเรียกอะไรล่ะ “เฮียธามปากร้ายเป็นที่หนึ่ง พี่มิวยังขำเฮียธามผมเลย

“อาเกริก อาเธียรมันก็มีลูกมีเมียเลี้ยว ลื้อก็ควรจะให้มันแต่งงานแต่งการไปเลยน่า” อาม่าพูดกับป๊าผม

“ก็รอให้เฮียมันแต่งก่อนซิม๊า” ป๊าผมหันมาบอกอาม่า

“อาธีก็จะแต่งปลายปีนี้ ถ้าอย่างนั้น อาธาม ลื้อต้องรีบหาเมียแล้ว น้องมันจะได้แต่งเดี๋ยวลูกมันครบทีมฟุตบอลก่อนพอดี” อาม่าผมหันไปมองเธียธาม เฮียธามเหลือกตาขึ้นบน ก็ตรงให้หาเมียนี้แหละ

“เฮีย ผมว่าเฮียน่ะสารภาพกับอาม่าและป๊าไปเถอะ ว่าเฮียน่ะเลิกหาเมียมาตั้งนานแล้ว” เฮียธันสะกิดบอกเฮียธาม

“แล้วอาม่าเขาจะเปลี่ยนใหม่เป็นให้กูนะหาผัวแทน แต่กูไม่ต้องหา เพราะผัวน่ะกูไว้รอแล้ว เหลือแต่เมีย ยากฉิบหาย!” เฮียธามหันมาบอกเธียธัน

“และถ้าจะให้กูสารภาพเพื่อไอ้เธียรมันจะได้ลัดคิวไปแต่งงานก่อน มึงสองคนพร้อมเอาหน้าหล่อๆไปรองตีนป๊าแทนกูไหมล่ะ กูจะได้รีบบอกเลย” เฮียธามหันมาบอกผมกับเฮียธัน แน่นอนผมรีบสั่นหัว ผมรีบแต่

“ผมไม่รีบเฮีย แต่ไอ้เธียรมันน่าจะรีบ”

“ไม่โยนเลยน่ะเฮีย” ผมรีบหันไปค้อนพี่ชายคนที่สามเฮียธัน

“มึงรีบนิครับ แถมยังมันนำเฮียธีไปหนึ่งประตูแล้ว” เฮียธามแซวเฮียธีทันที เฮียธีแอบส่งนิ้วกลางให้

“อาม่า! ให้ไอ้เธียรมันแต่งไปก่อนเลยไม่ได้เหรอ ดูมันรีบน่ะอาม่า ก็ลูกมารอแล้วหนึ่งอ่ะอาม่า ถ้าช้าน่ะ มันอาจจะมาอีก มันบอกว่ามันกำลังจะทำแต้มด้วยอาม่า” เฮียธามพูด ส่วนคนที่ข้างๆ ผมค่อยๆ หันมามองผม สูดลมหายใจเข้าปอดด้วย

“เฮีย!!” ผมหันมากระทุ้งข้อศอก

“และดูท่าจะรีบกว่าเฮียธีอีกน่ะอาม่า ให้สลับชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวในการ์ดเลยก็ได้น่ะ เปลี่ยนเป็นเธียรกับน้องบีมไปเลย” เฮียธามรีบเสนอทันที ผมก็ถลึงตามอง มันคือความคิดที่ดีน่ะ ผมรีบพยักหน้าเห็นด้วย

“อู้ยยย!!!” ผมร้องออมาเบาๆ เพราะว่ามีคนแอบหยิกเข้าที่ซี่โครง

“เฮ้ยไม่ได้ รอมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ให้เฮียแต่งก่อน เฮียก็รีบ และไอ้เธียรมันทำลูกคนที่สองรอไปก่อน ค่อยแต่งยังทัน” เฮียธันรีบพูดแย้งทันที บีมหันไปมองเฮียธีตอนที่ให้ทำลูกคนที่สองนี้แหละ

“ทีอย่างนี้ล่ะแย่งกันเชียวน่ะ แย่งกันจะแต่งนะมึงน่ะ “อาม่าพูด

“มลมาเอาน้องไปอุ้มก่อนน่ะ ไปอยู่กับพี่มลก่อนน่ะ ให้ป๊ากับม๊าเขากินข้าวก่อน” อาม๊าผมบอกเจ้าลูกโซ่

“ม๊าปกติบีมเขาแทนตัวว่ามี้ครับ”

“อ้าวหรอ “ม๊าหันมาก่อนจะเอามือลูกหัวเจ้าลูกโซ่”

“ให้มี้เขากินข้าวก่อนนะ “อาม๊าผมบอก ผมหันมาพยักหน้าให้ทานได้แล้ว มีคนดูลูกแล้ว แม่บ้านก็เอาเจ้าลูกโซ่ไปดูแลแทน และดูท่าจะเป็นที่รักของทั้งบ้านไปอย่างรวดเร็ว ผมยอมรีบน่ะว่าที่ผ่านมาผมเบี่ยงบ่ายมาตลอดเรื่องคิดจะแต่งงาน เพราะมันยังไกลเกินสำหรับ แถมผมไม่คิดว่าจะแต่งตอนอายุยี่สิบห้าแบบนี้อีกด้วยยังอยากซ่าอยู่ แต่ว่าตอนนี้ พอผทเห็นหน้าลูกเมียแล้วอยากแต่งเลย กลัวอากันมาแย้งคืน ยิ่งป๊าพูดว่าถ้าผมทำไม่ได้ก็ต้องคืนทุกอย่างไปให้อากันตภณให้หมด ผมหันมามองบีมที่ยิ้มกับม๊าและป๊าที่ยังหันไปเล่นกับเจ้าลูกโซ่

“พี่ไม่เห็นป๊ายิ้มแบบนี้มานานแล้วน่ะ เพราะงานเยอะ ป๊าก็เครียด นี่พี่ขอบคุณนะบีมน่ะ ที่มีลูกที่น่ารักมาให้พี่แบบนี้ “ผมพูดกับบีม บีมหันมามองหน้าผม ก่อนจะหลุบตาลง และผมก็หันไปตักอาหารใส่จานให้ บีมเขาก็เงยหน้าขึ้นมองผมอีก

“กินซิ เดี๋ยวอาม่าก็ว่าเอาหรอก ผอมไปน่ะ และกินเยอะๆ จะได้เตรียมเป็นแม่พันธุ์ชั้นดี “ผมบอกคนที่ผมตักอาหารมาให้ยักคิ้วให้ด้วย ส่วนคนฟังรีบยู่ปากใส่ผมทันที แต่ก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไป ผมไม่ได้กลับมาอยู่แบบนี้หลายปี และนี่ก็คือความสุขของครอบครัวที่อาจจะกำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะว่ามีเจ้าตัวน้อยนี้เข้ามาช่วย ผมควรจะขอบคุณเหตุการณ์คืนนั้นใช่ไหม และทุกครั้งที่ผมหันไปเห็นเจ้าก้อนเต้าหู้ที่มาจากสายเลือดผม มันกลับทำให้ผม ไม่อยากให้เขาไปอยู่กับคนอื่น

TBC..

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   Part’ s กันต์ธีย์ หลังจานทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ผมก็อุ้มเจ้าตัวเล็กไปส่งอาม่าของพี่เธียร ผมรู้ว่าใครหลายคนอาจจะมองว่าผมใจร้าย ที่เลือกพี่เธียรวิชย์ เหตุผลมันมากหมายเหลือเกิน แต่ที่ผมเลือกเหตุผลหลักๆ คือ เขาคือพ่อของลูกผม และเขาขอโอกาสเพื่อจะได้ทำหน้าที่พ่อให้ลูกชายของผมกับเขา ผมยอมรับว่าผมเริ่มใจอ่อน เมื่อได้เห็นใบหน้าเจ้าลูกโซ่ที่มองเขาราวกับว่าผูกพันมานาน นี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าสายใยแห่งรัก เส้นตายที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่สัมผัสได้ด้วยใจ

“เอาไว้อาม่ามาเยี่ยมอีกน่ะ” อาม่าบอกผม

“มาอีกเมื่อไหร่อ่ะอาม่า” เฮียธันถาม

“พรุ่งนี้” อาม่า

“อาม่า!!”

“ก็มาเยี่ยมอีกไง พรุ่งนี้อ่ะ” อาม่า

“ม๊า ยิ่งเดินไม่ค่อยจะไหวอยู่ วันหยุดให้อาเธียรพาไปที่บ้านอาม่าแล้วกัน “ม๊าบอกอาม่าแทน

“พาไปนะ ไม่พาไปน่ะ มึงโดน ไอ้เธียร!!” อาม่าพูด ก่อนจะขึ้นรถเฮียธีไป เฮียธีจะไปส่งพี่มิว แฟนสาวของเขาและกลับคอนโดตัวเองด้วย พี่ธีเขานอนคอนโดตัวเอง เพราะว่าใกล้ที่โรงเรียนที่พี่เขาดูแลที่สุด ส่วนพี่ธันก็นอนบ้างไม่นอนบ้าง พี่ธามจะนอนคอนโดเฉพาะคืนวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์ถึงพฤหัสบดี นอนบ้านกัน

“พาลูกไปนอนได้แล้วเธียร ดูซิ ตาปรือแล้ว” ม๊าหันมาบอกพี่เธียร

“ครับม๊า” พี่เธียรหันไปบอกม๊าก่อนจะหันมาพยักหน้ากับผม คนใช้ก็โบกมือโบกมือไม้ให้เจ้าลูกโซ่กันใหญ่ ผมยอมรับว่าอาม่าทำให้ผมคิดถึงยายของผมมาก ท่านรักและเป็นห่วงผม แต่แปลกที่ญาติพี่น้องแม่ผมเขาไม่อยากรับผมเลยสักคน อาจจะเป็นเพราะว่าพ่อผมไม่ค่อยช่วยเหลือทางการเงินเหมือนครอบครัวคนอื่นที่เขาได้สามีเป็นคนต่างชาติและมีบ้านใหญ่โต เหมือนคนอื่นๆ ที่ได้แต่งงานกับสามีต่างชาติ

“บีมอาบน้ำก่อนไหม พี่ดูลูกให้ก่อน” พี่เธียรบอกผม ผมพยักหน้า และพี่เธียรเขาก็ส่งชุดนอนของเขามาให้ผม

“ชุดใหม่ครับ” พี่เธียรพูด

“ไม่ได้ว่าอะไรนี่ “ผมพูดและแอบอมยิ้ม

“บีม เดี๋ยวพี่มาน่ะพี่ไปคุยกับเฮียธันแป๊บหนึ่ง” พี่เธียรพูดก่อนจะอุ้มเจ้าลูกโซ่ไปด้วย ผมหันไปเห็นภาพที่เหมือนจะคล้ายกันแต่กลับให้ความรู้สึกที่ต่างกั้น คือภาพที่พี่กันตภณอุ้มเจ้าลูกโซ่กับพี่เธียรวิชย์ผู้ชายที่ทำให้ผมมีลูกโซ่ มันต่างกันอย่างเห็นได้ชัดตรงรอยยิ้มของลูกโซ่ที่ดูมีความสุข

//ฮัลโหลครับน้องบีม//ผมกดโทรหาพี่หมอภีมปภพ ผมมีเบอร์เขาแต่ผมมักจะให้พี่กันเป็นคนโทรทุกครั้ง และมันก็ทำให้ผมสังเกตุเห็นบางสิ่งที่ซ้อนอยู่ลึกๆในใจพี่กันตถณกับหมอภีมปภพ

//พี่หมอครับ ผม//

// พ่อลูกเขาเจอกันแล้วเหรอครับ//

//พี่หมอรู้ได้ยังไงครับ//

//พี่ไปหากันมาเมื่อสามวันก่อน พี่เจอหลานของกันเขาเข้า ที่ชื่อเธียรวิชย์น่ะ และพี่ก็ยอมรับว่าพี่ตกใจที่เห็นใบหน้าของเขาและสิ่งที่พี่นึกถึงคือลูกโซ่ //

//ครับพี่หมอ แต่ผมไม่รู้มาก่อน //

//แล้วกันล่ะ //

//พี่กันเขาออกไปแล้วครับ แต่ผมได้ยินอาม่า ม๊าของพี่กันบอกว่าพี่กันไม่ได้กลับบ้าน ผมอยาก….///

//พี่ดูแลเอง พี่รู้ว่ากันมันไปไหน//

//ขอบคุณนะครับพี่หมอ//

//พี่เข้าใจเหตุผลของบีมน่ะ//

//แค่นี้ก่อนนะครับ //

//โอเคบีม มีอะไรปรึกษาพี่ได้น่ะ พี่ยินดี และอย่าลืมพาเจ้าลูกโซ่มาฉีดวัคซีน 8 เดือนด้วยน่ะ //

//ครับพี่หมอ ขอบคุณครับ// ผมกดวางสายจากพี่หมอภีมปภพ ก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเอาเสื้อผ้าพี่เธียรวิชย์มาใส่ มันก็จะหลวมโครงไปสักหน่อย พอผมเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นเจ้าลูกโซ่ที่พี่เธียรวิชย์อุ้มมา น้ำตาเอ่อมาด้วย

“พี่ไม่รู้ เล่นกับเฮียธันอยู่ดีดี ก็ร้องไห้จ้าเลย พี่ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเงียบเนี๊ยะบีม” พี่เธียรวิชย์พูดด้วยสีหน้ากังวลที่เห็นเจ้าลูกโซ่ร้องไห้ ที่สะอึกสะอื้น

“ฮือๆๆ”

“เป็นอะไรล่ะบอกป๊าซิ ป๊าไม่รู้ หึ เจ้าก้อนเต้าหุ้ของป๊า” พี่เธียรวิขย์พยายามปลอบโยยและเรียกลูกผมว่าก้อนเต้าหู้อีก ผมหันไปเหล่ตามอง

“พี่ชอบทานเต้าหู้มาก และลูกพี่ก็ขาวจั๋วเหมือนก้อนเต้าหู้เชียว” พี่เธียรวิขย์พูด ผมเหลือกตาขึ้นมองบนทีหนึ่ง เหมือนตรงไหน???

“น้องน่าจะหิวนมน่ะพี่เธียร เดี๋ยวผมจะลงไปชงนมให้น่ะครับ “ผมพูดและรีบเดินลงไปชั้นล่างทันที ผมเดินไปจัดการประกอบขวดนมที่ผมล้างและใส่เครื่องนึ่งขวดนมที่พี่มิวเอามาให้ ปกติผมใช่ที่นึ่งใส่ไมโครเวฟเอา แต่อันนี้สะดวกกว่า ผมรีบประกอบขวดนมแข่งกับเสียงเจ้าลูกโซ่ที่ร้องไห้ เพราะว่าหิวนม ดูท่าแล้วพีเธียรจะเอาไม่อยู่  บทจะหิวก็หิวผมก็รีบวิ่งขึ้นมาบนบ้านทันที ภาพที่ผมเห็นมันทำให้ผมรู้ว่าผมคิดถูกแล้วที่เลือกคนที่นี้ ทั้งป๊าและม๊าของพี่เธียร พี่ชายของเธียรก็พากันออกมา ช่วยปลอบโยน ช่วยหลอกล้อ ให้หยุดร้อง แต่พอหันมาเห็นขวดนมนี้รีบกางมือมาทันที

“หิวนม!!” บรรดาลุงๆ พูดออกมาพร้อมกัน และเจ้าลูกโซ่ก็รีบรับขวดนมไปจากผมทันที

“เอาล่ะเข้าห้องได้แล้วมั้ง หลานจะได้นอน ร้องแบบนี้ง่วงมากแล้ว”

“แต่ก็ดีน่ะ บ้านเงียบมานานน่ะป๊าตั้งแต่พวกนี้โตกันหมดน่ะ” ม๊าพูดก่อนจะหันมายิ้มให้ผม และผมก็พาเจ้าลูกโซ่ที่หิวน่าดูแลประกอบกับง่วงนอนมากด้วย เข้าไปในห้องนอน ผมรีบเอาขวดนมจ่อปากเจ้าลูกโซ่ทันที

“พี่อาบน้ำก่อนน่ะ” พี่เธียรวิชย์บอกผม ผมหันไปมองคนที่กำลังถอดแหวนถอดนาฬิกาออกและกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต

“ก็ไปอาบซิ “ผมพูดและพยายามไม่มองคนที่กำลังถอดเสื้อเชิ้ตออก มันเผยให้เห็นผิวขาว รูปร่างที่ดูสมสวนแม้จะไม่มีมวนมัดกล้ามเหมือนหนุ่มเล่นกล้ามก็ตาม

“เพื่อว่าลูกหลับจะแอบเข้ามาดูพี่ก็ได้น่ะและพี่ไม่ชอบล๊อกประตูห้องน้ำ” และคนที่ถอดทุกอย่างออกหมดแต่โชคดีที่เอาผ้าขนหนูมาพันกายไว้แบบหมิ่นๆ

“จ้างให้ก็ไม่ไปดูต่อให้เปิดประตูเอาไว้ก็เถอะ!” ผมพูดโดยไม่ได้มองหน้า แอบค้อนด้วย และแอบคิดจะไปดูทำไมไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อยแค่แม่ของลูกชิส์! ผมป้อนนมเจ้าลูกโซ่จนหมดขวดแต่ก็ยังไม่ยอมหลับ แถมยังแหวกเสื้อผมเพื่อจะหาเต้าแบนๆ อีกแล้ว ผมก็หันซ้ายแลขวา คงจะไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาน่ะ

“จริงอ่ะ” ผมถามลูกโซ่ เจ้าก้อนเต้าหู้ที่ป๊าเขาเรียก ก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าผมทำตาปริบๆ อีก “ทำแบบนี้มี้ใจอ่อนอ่ะดิ’ ’ผมบอกเจ้าลูกโซ่ ก่อนจะมองคนที่อยู่ในห้องน้ำ คงยังไม่เสร็จหรอกมั้ง เอาว่ะเดี๋ยวลูกไม่หลับ และผมก็จัดการถลกชายเสื้อขึ้น หนึ่งข้างและเจ้าลูกโซ่ก็รีบหมุดหัวเข้าไปอ้าปากงับจุดสี่ชมพูดเรือๆ ของผมดูดอย่างเมามันอีกครั้ง และทำตาปรือเหมือนจะหลับแต่จู่ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก พี่เธี่ยรวิชย์ และคนที่ตกใจก็คือพี่เธียรวิชย์

“เฮ้ยยย!!!” ถึงกับผงะไปทันที ผมแค่หันไปชำเลืองตามอง ทำนิ้วจุ๊ปากด้วยว่าอย่าเสียงดัง พี่เขาก็ปิดปาก กำลังตาปรือเลยเชียว ตาโพลงขึ้นมาอีก และหันไปเอียงคอมอง ป๊าตัวเอง

“เอาจริงดิ” พี่เธียรวิชย์เขาชี้มาที่เจ้าลูกโซ่ ก่อนจะเดินมานั่งบนเตียงอีกฝั่งตรงข้ามกับผม

“ก็ใช่ไง ไม่อย่างนั้นเขาไม่นอน “ผมหันไปบอกคนข้างๆ

“เออ มี เออ มี “ยังทำมือชี้ตรง

“ไม่มีแล้ว เมื่อก่อนมี แต่มีนิดเดียว และใช้ผมเป็นผู้ชายที่ให้พยายามให้นมลูกไง “ผมตอบผมเข้าใจว่าพี่เขาคงหมายถึงน้ำนมละซิ

“ก็เห็นอยู่น่ะว่ามี นิดเดียว” คนข้างๆ ผมพูดและชี้มาที่อกแบนๆ ของผม

“ผมหมายถึงน้ำนมน่ะมีนิดเดียว “ผมหันมาพูดและถลึงตาใส่คนพูดด้วย

“แม้ทำเป็นผู้หญิงไปได้ พอบอกนมเล็ก ทำหน้างอนเชียว” พี่เธียรพูดปนหัวเราะ ผมหันมาค้อน ก่อนจะหันมาตบก้นเจ้าลูกโซ่ จะได้หลับ ว่าแต่ผมจะนอนยังไง จะนอนเตียงเดียวกันอย่างนั้นเหรอ ไม่ดีมั้ง ผมคิดว่าจะลงไปนอนพื้นดีกว่าและพื้นก็มีพรมหนาอยู่ ส่วนเจ้าลูกโซ่ให้นอนบนนี้แหละ ผมเอามือลูกใบหน้าหล่อๆ นั้น ขนตาที่งอนยาว และเสียงดูดเต้าผมดังจ๊วบๆ ไปด้วยก่อนจะหันมาเจอสายตาคนที่ชะโงกหัวมอง เต้าผม

“เฮ้ย!! มองอะไรน่ะ” ผมรีบหนีบเจ้าลูกโซ่ เข้าหาอกของผมทันที

“ก็มองลูกดูดไง”

“ไม่เคยเห็นหรือไง”

“เคยเห็นแต่เต้ากลมๆ นมเด็งๆ แต่อันนี้ไม่เคยอ่ะ แบนแต่ดูเร้าใจน่ะ “คนที่พูดก็ยังชะเง้อคอมองอยู่นั่นแหละ ส่วนเจ้าลูกโซ่ก็ดูดไม่ปล่อยเลย จนผมเองต้องดันหน้าป๊าจอมหื่นนี่ออก

“มีสองข้างเนอะ” คนข้างๆ ผมพูด “หึ??? “ผมหันมามองคนที่พูด

“แล้วใครมีข้างเดียวล่ะ ถามแปลกๆ” ผมหันมาถามยังชะเง้อมองอีก

“ต้องดูดแบบนี้ด้วยเหรอ ถึงจะหลับอ่ะ” พี่เธียรถามผม ผมพยักหน้าและก้มลงมองเจ้าลูกโซ่ที่หลับแต่ยังดูดไม่ยอมปล่อย

“มีตั้งสองข้างอ่ะ แบ่งมาสักข้างได้ไหมอ่ะ นอนไม่หลับเหมือนกัน” ผมหันมามองคนข้างๆ กี่ขวบแล้ว เขาก็มองผมทำหน้าตาออดอ้อน

“ก็แค่ถามดู และพี่รู้สึกช่วงนี้พักผ่อนน้อย นอนไม่ค่อยหลับไง เลยอยากมีตัวช่วยบ้าง “คนข้างผมพูด ผมหันไปมอง

“ตลกบริโภคแล้ว นอนไปเลย “ผมหันมาชี้หน้า

“แค่นี้ก็ดุด้วยอ่ะ”

“นอนไปเลย ทะลึ้งจริงๆ เพี๊ยะ!”

“เอ้าท์” ร้องเสียงหลงเลยผมตีที่ต้นแขนคนข้างๆ พี่เขาก็ค่อยๆ เอนตัวลงนอน ส่วนเจ้าลูกโซ่ ก็อ้าปากปล่อยจุกสีชมพูเรือของผม ผมก็รีบเอาชายเสื้อลงทันที ผมหันมาเห็นพี่เธียรวิชย์เขานอนดูทีวีอยู่ ผมก็เลยหยิบหมอนลงไปวางไว้ที่พื้น ผมขอแม่บ้านเอาไว้ คือผ้าห่มพื้นเล็กๆ พี่เขาก็เลยเอามา เขาคงคิดว่าผมเอาไว้ให้น้องลูกโซ่

“ทำอะไรน่ะบีม” พี่เธียรวิชย์ถามผม

“ผมก็นอนไง”

“ทำไมไม่นอนบนนี้ด้วยกันล่ะบีม”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมผมต้องนอนบนนั้นกับพี่ ผมให้ลูกนอนคนเดียวพอแล้ว” ผมพูดก่อนะเอนตัวลงนอน แต่คนบนเตียงก็ไม่ได้พูดอะไร ผมขอหมอนมาเพิ่มหลายใบอยู่เพื่อกันไม่ให้เจ้าลูกโซ่ดิ้นลงมา แต่ดิ้นมาก็เจอผมอยู่ดี เสียงทีวีเงียบไปแล้ว พี่เธียรเขาเปิดทีวีนอนแล้ว ผมทำได้แค่ชะเง้อคอไปดูเจ้าลูกโซ่ที่นอน หลับปุ่ย และพี่เธียรวิชย์ก็หลับแล้ว ผมทิ้งตัวลงนอน พยายามข่มตาให้หลับ จะด้วยแปลกทีก็ใช่ แล้วเราจะอยู่กับด้วยสถานะอะไร แค่พ่อแม่ของลูกใช่ไหม ผมเห็นสีหน้าแววตาของผู้หญิงคนนั้น เขาดูเสียใจ เป็นใครก็เสียใจ ที่มีคนมาฉกเอาของรักของหวงไปแบบนี้ ผมนอนตะแคง คิดอะไรเพลิน จู่ๆ ก็มีคนลงมานอนข้างหลังผม

“เฮ้ย!!” ผมหันมามองคนที่ลงมานอนแทรกระหว่างผมกับที่นอน

“พี่ลงมาทำไมอ่ะ” ผมถามพี่เธียร

“ก็ไม่ยอมขึ้นไปนอนด้วยนิ “พี่เธียรพูด

“ไม่อ่ะ ขึ้นไปนอนเลยน่ะ “ผมพูดและหันหน้าหนี ผมพยายามขยับหนีแต่โดนดึงรั้งเอาไว้

“หมับ” เขากอดผมจากด้านหลัง ผมพลิกตัวหันมามอง มาไม้ไหนอีกเนี๊ยะ

“ก็อยากรู้”

“อยากรู้ว่า” ผมพลิกตัวหันมาถามคนข้างหลัง

“วันนั้นพี่ทำยังไง “ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำยังไง

“เฮ้ย” ผมร้องออกมาเบา เพราะคนที่นอนตะแคงรวบเอวผมโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากอวบอิ่มครอบลงที่ริมฝีปากบางๆ ของผม ผมก็พยายามทุบหน้าอกให้หยุด แต่ก็ไม่กล้าสงเสียงดังเพราะกลัวเจ้าลูกโซ่จะตื่น ถ้าตื่นมานี้ร้องยาวเลย และคนที่จูบผมก็ไม่ยอมหยุดซะด้วยน่ะ มือไม้ก็ลูบไล้ไปเรื่อย ผมต้องปล่อยให้ทำไปสักพัก ผมหยุดดิ้น คนที่จูบผมก็เริ่มได้ใจ เริ่มได้ใจบดขยี้ริมฝีปากอย่างเมามัน

“เห็นลูกดูดอ่ะ ขอมั้งดิ” ไม่พูดเปล่าถลกชายเสื้อขึ้นมาและทำท่าจะครอบปากลงที่สองจุดสีชมพู ผมก็ช้อนตามอง หน้าคนหื่น คงได้ใจคิดว่าผมคงอ่อนระทวยไม่ยอมดิ้นต่อต้านใช่ไหม

“ผลัก!” ผมตีเข่าเข้าตรงพิกัดนั้นเต็ม

“โอ้ววว โอ๊ยย อู้ด บีม”

“ชู้!!” เดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก ผมทำหน้าดุ “อย่าร้องดัง เดี๋ยวลูกตื่น” ผมพูดและทำหน้าดุใส่ คนที่นอนดิ้นกุมเจ้าโลกเอาไว้ไปมา

“ก็ตีเข่า ใส่ ลูกคนโต พี่ทำไมอ่ะ โอ๊ยยย เจ็บ”

“ทะลึ้งหนักนิ และหื่นกามไม่รู้เวลาล่ำเวลาเลย “ผมดันตัวเองขึ้นนั่งมองคนที่นอนตัวงอ

“รู้ไหมว่าพี่เคยผ่าไส้เลื่อนตอนเด็กๆ น่ะบีม” พี่เธียรพูด ผมก็ตกใจซิ

“จริงอ่ะ เฮ้ย! ผมขอโทษ “กลายเป็นผมเองที่ รู้สึกผิด ผมพูดและคนที่นอนตัวงอหรี่ตามองผม ผมเข้าไปสะกิดว่าเป็นไงบ้างล่ะ

“เจ็บมากไหมอ่ะ ผมไม่ตั้งใจอ่ะ “ผมพูดอย่างคนที่รู้สึกผิดจริงๆ

“นี้ขนาดไม่ตั้งใจน่ะ ยังเข้ามาเต็มประตูขนาดนี้ โอ๊ยย! จุกเลยเนี๊ย” พี่เธียรวิชย์พูด

“แล้วใครให้ลงมาล่ะ หื่นนี่ ผมมานอนเพราะลูกน่ะ ไม่ได้มานอนเป็นตัวช่วยบรรเทาอารมณ์หื่นกามของพี่น่ะ”

“ก็ทำหน้าที่ พ่อของลูกไง”

“ก็นอนกับลูกไปซินั่นแหละหน้าที่พ่อของลูก”

“ลูกหลับแล้ว หน้าที่พ่อของลูกก็คือสามี สามีเขาก็ต้องเล่นจั้มจี้กับภรรยาไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ ไม่ และก็ไม่ ขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย” ผมชี้นนิ้วไล่คนที่นอนตะแคงหันมามองผม

“ใจร้ายจังเลยอ่ะ “คนที่นอนแผ่ข้างๆ มองผม ผมเหลือกตาขึ้นมองบนก่อนจะหลุบตาลงมองคนข้างๆ

“พี่ผิดมาเลยเหรอครับจนให้อภัยพี่ไม่ได้ และนี้พี่ยอมรับผิดแล้วอ่ะ บีม” เบื่อจริงๆ มิน่าล่ะลูกโซ่มันได้ระบบขี้อ้อนนี้มาจากใคร พ่อมันนี้เอง ผมแอบคิดในใจ

“ก็ลงมานอนพื้นทำไมอ่ะ รังเกียจพี่เหรอ”

“ไม่ได้รังเกียจแต่แค่ ผมยังไม่เคลียร์หลายเรื่องอ่ะ เลย ยัง”

“เรื่องอะไรบ้างล่ะ” พี่เขานอนตะแคงและเอามือมายันศีรษะมองผม

“หนึ่งเรื่องสถานะเพราะว่าเรายังไม่ได้รักกัน” ผมพูด

“พี่ต้องพยายามทำให้บีมรักพี่อย่างนั้นเหรอ” พี่เธียรวิชย์ถามผม ผมหันไปมอง

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นน่ะ “ผมพูด

“สอง เรื่องผู้หญิงของพี่ “ผมพูด พี่เธียรวิชย์เปลี่ยนท่ามาเป็นนอนตะแคง “แพรวาเหรอ หึงพี่เหรอ” พี่เธียรวิชย์ถาม มุมปากนั้นตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่ผมหันมากอดอกมอง

“พี่ไม่เคยคิดอะไรกับแพรวาเกินไปกว่าน้องสาว ส่วนแพรวาก็เป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะว่าเป็นลูกคนเดียวของพ่อเพื่อนพี่อีก เธอโดนตามใจจน เธอไม่เคยไม่ได้สิ่งที่เธออยากได้ ส่วนพี่ก็ไม่อยากทำให้พ่อของพี่ต้องขัดใจกับเพื่อนเลยเออ ออ ให้เธอตามพี่จนเธอเหลิงได้ใจ  ตอนนี้พี่รู้ว่าที่ผ่านมาพี่คิดผิดที่ยอมเธอมากเกินไป ” พี่เธียรวิชย์พูด ผมพยักหน้า

“ผมเองก็ไม่อยากมานั่งทำสงครามกับผู้หญิงเพราะว่าคนที่ดูไม่ดีคือผมและยิ่งผมมีลูกผมจะไม่ทำตัวอย่างแบบนั้นให้ลูกดู เพราะนั้นอาจจะทำให้เขาคิดว่าการทำร้ายผู้หญิง คือเรื่องปกติ พี่เข้าใจไหม” ผมพูด พี่เธียรวิชย์พยักหน้าเบาๆ

“ดังนั้นขอนี้พี่ก็ต้องจัดการให้ผม เพราะว่าถ้าข้อนี้ไม่ผ่าน ไม่ต้องถามถึงข้อแรกว่าพี่จะได้ไหม” ผมพูด คนที่ตอนฟังถึงกับหน้าเสียไปทันที

“ข้อแรกพี่ทำได้แต่ข้อสองอ่ะ ยากน่ะ เพราะว่าพี่ก็ทำมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้จะหาวิธีไหนแล้ว ยังไม่ได้ผลเลย จนป๊าให้พี่เลือกไปเรียนต่อเมืองนอก นางยังไม่ยอมปล่อยพี่เลยอ่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ผมว่าผมเลือกไปข้อสามเลยดีกว่าพี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย” ผมหันไปพูดกับพี่เธียรวิชย์ยิ้มเลยละซิ

“ข้อสามอะไรล่ะ” พี่เธียรวิชย์ถามผม

“และสามคือพี่กันตภณ เพราะว่าที่ผ่านมาพี่กันตภณเขาดูแลและทำหน้าที่แทนพี่มาตลอด ดูแลผมดูแลเจ้าลูกโซ่ ตั้งแต่อยู่ในท้องด้วยซ้ำ ส่วนพี่น่ะไปหมุดหัวอยู่ตรงไหนผมยังไม่รู้เลย” ผมพูดก่อนจะหันมามองหน้าพี่เธียรวิชย์ดันตัวเองขึ้นนั่งทันที

“ขนาดตอนคลอดพี่กันยังนั่งเฝ้าผมเลย คนดีขนาดนี้ ผมควรจะทิ้งเขามาหาพี่ไหมล่ะ! “ผมถามพี่เธียรวิชย์

“แล้วบีมคิดว่าอากันเขาควรทำหน้าที่ได้ดีกว่าพี่หรือเปล่า ทั้งที่พี่ยังไม่ได้ลองเลยน่ะบีมและพี่ก็เป็นพ่อแท้เจ้าลูกโซ่น่ะ อากันไม่ใช่พ่อเด็กซะหน่อย และอากันเขาก็เป็นหมัน” พี่เธียรวิชย์พูด ทำหน้าเหมือนเด็กน้อยขึ้นมาทันทีเลยน่ะ

“ดังนั้น กว่าเฮียธีจะแต่งงาน ผมยังมีเวลาคิดและตัดสินใจทำให้ผมเห็นว่า ผมกับลูกโซ่ควรฝากชีวิตไว้กับพี่ได้ไหม ถ้าไม่ผมก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก “ผมพูดกับพี่เธียรวิชย์

“และพี่คงรู้น่ะว่า หนึ่งในสามข้อนี้ ข้อไหนที่พี่ควรจะจัดการก่อน “ผมพูดพร้อมกับกอดอกมอง

“สงสัยต้องข้อสองแน่ๆ เพราะเล่นบอกถ้าข้อสอบไม่ผ่านไม่ต้องถามถึงข้อหนึ่งและถ้าสองข้อแรกไม่ได้ ข้อที่สามน่ากลัวกว่า จะทิ้งพี่ไปหาคนอื่นอีกอ่ะ พี่ไม่ยอมอ่ะ “พี่เธียรวิชย์พูดและทำท่าจะเข้ามากอดผมแต่ผมดันเอาไว้ ชี้หน้าด้วย

“แล้วจะมานอนแยกแบบนี้ได้ยังไงอ่ะ เดี๋ยวลูกขาดความอบอุ่น ไม่ครบพ่อแม่ลูกน่ะ” คนงอแงพูด

“ผมไม่ขึ้น พี่นั้นและขึ้นไปนอนเลย ไปนอนกับลูกนั่นแหละ” ผมพูดและพยายามดันพี่เธียรวิชย์ให้ขึ้นไปแต่จู่ๆ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เสียงเคาะประตูห้องนอน ก็ดังขึ้น ผมก็ หยุดสงเสียงเพื่อฟัง

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เสียงเคาะอีกสามทีไม่ดังมาก

“เธียร นอนหรือยัง” เสียงม๊าของพี่เธียรวิชย์

“ม๊ามา ถ้าม๊าเห็นบีมนอนบนพื้นแบบนี้ม๊าว่าพี่แน่ พี่โดนป๊าว่ามาแล้วน่ะ จะให้โดนม๊าว่าพี่อีกคนเหรอ” พี่เธียรวิชย์พูด ผมก็รีบลุกและเก็บทุกอย่างก่อนจะรีบขึ้นไปบนเตียงนอน พี่เธียรวิชย์เดินไปเปิดประตู

“ป๊าให้ม๊าเดินมาดูว่าตกลงนอนกันได้ไหม เพราะกลัวจะแคบไปน่ะเตียงเราน่ะ และจะดิ้นไปทับลูกเอา ป๊าเขาเป็นห่วง “ม๊าเดินมาถามพี่เธียรวิชย์

“เป็นห่วงผมเหรอม๊า”

“เป็นห่วงหลาน!!” ม๊าพูดชัดเจนมาก ผมแอบสมน้ำหน้า

“นอนได้ม๊า หมอนั้นน่ะหลับป๋ยไปแล้วม๊า”

“เอาไว้ซื้อเตียงใหม่หรือไม่ก็ซื้อเตียงเด็กไว้ในห้องนอนแล้วกัน และโตหน่อยค่อยแยกห้อง” ม๊าบอกพี่เธียรวิชย์

“นึกว่าเดินมาดูกลัวลูกสะใภ้ลงไปนอนพื้นซะอีก”

“แล้วกล้าทำแบบนั้นหรือเปล่าล่ะ”

“ถ้าทำม๊าคงได้”

“แน่ล่ะ ห้ามให้เมียลงไปนอนพื้นล่ะ ไม่งั้นเราน่ะโดนแน่ๆ เอาไปนอนได้แล้ว และพรุ่งนี้เลิกเร็วได้ป๊าบอก พากันไปซื้อของใช้ลูกชายเราด้วยล่ะ “ม๊าพูด

“อีกอย่างน่ะเธียร อย่าเปิดแอร์จนเย็นจัดล่ะ ลูกจะไม่สบายเอา เราน่ะเปิดแอร์จนเย็นม๊าเดินมาปิดให้ทุกคืน เข้าใจไหมเธียร ลูกยังเล็กหนัก” คำสั่งม๊าที่บอกพี่เธียร นี้แค่คืนแรกที่เจ้าลูกโซ่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ เขายังรักเจ้าขนาดนี้ ผมนอนหลับตาปี๋แต่แอบฟัง ผมไม่รู้ว่าม๊าไปตอนไหน แต่ที่นอนตรงข้ามผมยุบลงเบาๆ ผมลืมตามองคนที่กำลังจะหอมแก้มแต่เป็นแก้มเจ้าลูกโซ่ พี่เธียรวิชย์ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายคนนี้คือคนเดียวกับคนในคืนนั้น พฤติกรรมที่ต่างกันราวกับฟ้ากับดิน หรือนี้คือาสัญญาณของความเป็นพ่อ ผมค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง โดยกล้าไม่ได้ลืมตาต่อผมนอนใช้ความคิดมากมายในหัว พ่อของลูกสำคัญกว่าคนที่เคยทำหน้าที่ดูแลลูกผมจริงหรือ???

“ป๊าบอกกับพี่ว่า ถ้าพี่ทำได้ไม่ดีพอ ก็ให้คืนให้อากันไป หรือบีมคิดว่าพี่ควรจะทำแบบนั้นจริงๆ แต่พี่รักลูกน่ะ และพี่เชื่อว่าลูกพี่รักบีมมาก ดังนั้นคนที่เป็นแม่เขาคนอื่นก็แทนไม่ได้ พี่ไม่อยากเสียใครไปทั้งนั้น ทั้งบีมและลูกโซ่ พี่ขอโอกาสก่อนได้ไหมครับ ให้พี่ได้ลองก่อน “เสียงที่ดังอยู่ข้างหูผม ไม่รู้ว่านี้คือการตัดพอหรือว่าแค่แอบน้อยใจกันแน่ แต่จะให้ผมยอมเลยมันคงง่ายไปน่ะ เธียรวิชย์
 
TBC....

   ข้อตกลงของบีม เธียรวิชย์จะทำได้ไหมน่ะ แพรวาที่งี่เง่าตัวแม่ขนาดนั้น พ่อแม่นางยังไม่กล้าเลย แล้วเธียรวิชย์จะทำยังไง ทุกครั้งที่ลูกร้องไห้เสียใจจะเป็นจะตายก็มาอ้อนวอนขอร้องพ่อแม่เธียรวิชย์ให้ยอมลูกสาวเขาหน่อย  เฮอ!!!


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5349
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   EP.16. ยอมเพื่อลูก

             Part's กันต์ธีย์ ตอนแรกผมว่าจะนอนพื้นแต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นมานอนกับพี่เธียรวิขย์บนเตียง เพราะว่าม๊าของพี่เขาเข้ามาและผมเองก็ไม่อยากให้ม๊ากับป๊าต่อว่าพี่เธียรผมเลยยอมนอนด้วยทั้งคืน แต่ก็แอบระแวงเหมือนกัน ก็คืนนั้น ผมมีสติบ้างไม่มีสติบ้าง มันยังเอาผมไม่ยังเลย แต่ที่ไหนได้ พี่เธียรวิขย์ไม่ได้ล่วงเกินผมเลย และผมยังรู้สึกว่า มีคนมาห่มผ้าห่มให้ผมอีกด้วย ผมแค่ลืมตาขึ้นมามองก็เห็นหลังไว เดินอ้อมไปซะแล้วและผมก็หลับต่อจนเกือบสว่าง ผมรู้สึกว่าปลายจมูกแหลมนั้นมาใกล้แก้มผม เจ้าลูกโซ่ของมี้ ผมก็รีบหอมแก้มนุ่มนั้นทันที

“เขาเรียกมอร์นิ่งคิสใช่ไหม” เสียงที่ทำให้ผมต้องลืมตาโพลงเพื่อมองดูคนที่ผมหอมแก้มอยู่ ปลายจมูกโด่งนั้นไม่ใช่ของลูกชายผมแน่อนนเพราะว่าของเจ้าลูกโซ่ยังเล็กอยู่เลยแต่นี้ มันใหญ่กว่าและมันก็เป็นของป๊าลูกชายอของผมเอง พี่เธียรวิชย์!!!

“เฮ้ย!!!” ผมรีบกระโดดขึ้นนั่งทันที แล้วเจ้าลูกโซ่ล่ะ ของผมล่ะไปไหน ผมหันไปเห็นเจ้าลูกโซ่ผมนอนดิ้นไปอยู่เกือบปลายเตียงแล้ว ผมรีบไปคว้าเอาลูกโซ่กลับมา

“ตื่นแต่เช้าเลย”

“จะลงไปทำอาหารเช้าให้ลูกทาน” ผมบอกคนที่นอนอยู่

“ลูกยังไม่ตื่นเลยน่ะ เอาลูกมานอนก่อน กอดแม่ไม่ได้กอดลูกก็ยังดี “พี่เธียนวิชย์พูดพร้อมกับกางแขนมา ผมก็เอาเจ้าลูกโซ่ขี้เซานอนลงข้างๆ พี่เธียรวิชย์ ก่อนจะเดินเข้าไปจัดการตัวเองและออกมาอีกทีก็เห็นหนุ่มน้อยกับหนุ่มใหญ่ที่นอนหลับในท่าเดียวกันเป๊ะ หน้าตาก็คล้ายคลึงกันจนเกือบเป็นคนเดียวกัน ผมเดินตรงไปยังห้องครัว รีบไปเปิดตู้เย็นและหยิบนั้นหยิบนี้ออกมา ล้างและหันและก็ต้มลงในหม้อผมทำด้วยความรักจริงๆ จนกระทั่ง

“ว้าย!!!” เสียงร้องดังขณะที่ไฟถูกกลางห้องครัวถูกกดเปิดจนสว่างและคนที่เข้ามาก็คือคนใช้ของบ้านนี้ ที่มาทำอาหารเช้าให้ทุกคนทาน

“คุณบีม!!” เสียงเรียกชื่อผมด้วยความตกใจ

“ขอโทษครับ “ผมรีบหันไปขอโทษพี่ๆ ทันที แต่ล่ะคนก็เอามือกุมหน้าอกตกใจกันหมด

“มาทำอะไรแต่เช้าค่ะ”พี่มลเอ่ยปากถามผมก่อนเพื่อน

“มาทำอาหารให้น้องลูกโซ่ครับ “ผมบอกคนใช้ของที่บ้านนี้

“คุณบีมค่ะ บอกพวกเราก็ได้ค่ะ ลุกมาทำเองทำไมค่ะ”

“ก็ผมเกรงใจน่ะครับ”

“พวกพี่เข้าใจค่ะว่าเกรงใจ แต่คุณบีมควรจะเกรงอีกอย่างดีกว่านะคะ”คนใช้ในบ้านพูดขึ้น

“เกรงอะไรเหรอครับ” ผมหันมาถาม

“เกรงว่าพวกพี่จะโดนไล่ออกกันนะคะ งานหายากๆ อยู่นะคะ” พวกพี่เขาพูดออกมาพร้อมกันทันที ผมก็ต้องเกาหัวตัวเอง พี่ๆ เขาเดินมาดู

“คุณบีมทำอะไรให้น้องทานค่ะ หอมเชียว”

“น้องชอบทานพวกตุ๋นๆ น่ะครับ” ผมหันไปบอกพร้อมกับคนอาหารในหม้อไปด้วย

“แล้วน้องชอบทานสปาเก็ตตี้ไหมคะ”

“ชอบครับ ชอบมากเลยครับ ผมทำแบบอาหารของเด็กน่ะครับ” ผมหันบอก

“เหมือนคุณเธียรวิชย์เลยค่ะชอบทานสปาเก็ตตี้มากค่ะ บางมือต้องทำให้ทานหรือไม่ก็ต้องโทรสั่งมาให้ค่ะ” เสียงแม่บ้านคุยกับผม ผมก็คุยว่าน้องทานอะไรบ้างๆ ไม่ทานอะไรบ้าง อะไรที่เปรี้ยว ลูกโซ่ก็ไม่ชอบ หวานไปก็ไม่ชอบ ผมยืนฟังจนเพลิน

“คุณนายลงมาแล้ว!!” เสียงพี่เขาตะโกนบอกว่ามา คุณนายนี้คือม๊าของพี่เธียรวิชย์แน่ๆ

“คุณบีมไปนั่งค่ะ” ผมกูกแย้งไปคนอาหารแทนและมีคนลากเก้าอี้มาให้ผม

“นั่งเถอะคุณบีม” และผมก็ถูกดันให้ไปนั่งทันที และแต่ละคนดูวุ่นวาย ทำนั้นทำนี้จนกระทั่ง ม๊าเดินข้ามา

“อ้าวบีม มาทำอะไรแต่เช้าล่ะ” ม๊าเดินเข้ามา พอเห็นผมก็ถามผม

“คุณบีมลงมาบอกว่าจะทำอาหารเช้า ให้นายน้อยทานค่ะ” พี่มลพี่คนใช้ของบ้านนี้

“อืมม ดูท่าจะยุ่งกันน่าดูน่ะ เพราะว่าคงยืนมองกันยุ่งเลยซิ” ม๊าพูดและมองทุกคน

“ก็ยุ่งนิดหน่อยค่ะคุณนาย”

“จากที่ดูน่ะ ฉันเดาว่าพวกเธอน่ะยืนดูบีมเขาทำมากกว่ามั้ง” ม๊าพูดแล่ะก่อนจะมองมาที่

“คุณนายรู้ได้ยังไงคะ” พี่คนใช้อีกคนถามม๊า

“ดูจากผ้ากันเปื้อนที่คุณบีมเขาใส่อยู่ไง “ม๊าพูดผมก็ก้มลงมองดู จริงด้วย แต่ล่ะคนหันมายิ้มแหยๆ กันหมด ม๊าพูดไปก็ส่ายหัวไปด้วย แต่ไม่ได้โกรธหรอก

“คือผมลงมาทำเองไม่ได้บอกพี่ๆ เขานะครับม๊า “ผมพูด

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร และคอยดูไว้ว่าคุณบีมเขาทำอะไรให้หลานฉันทานและจะได้ช่วยทำได้ เข้าใจไหม” ม๊าพูด ผมลุกขึ้นเดินไปชะเง้อมอง

“ผมขอตุ๋นต่อสักสิบนาทีพอนะครับ “ผมบอกพี่แม่บ้าน

“ค่ะคุณบีม “พี่เขาบอกกับผม ผมพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปหาม๊า

“สองพ่อลูกนั้นคงยังไม่ตื่นใช่ไหมล่ะบีม” ม๊าถามผม ผมหันไปยิ้มกับม๊า พยักหน้าเบาๆ

“ผมขึ้นไปดูก่อนนะครับ ผมคิดว่าลูกโซ่น่าจะตื่นแล้ว ปกติน้องเขาตื่นแต่เช้าทุกวันนะครับ เพราะว่าผมต้องพาน้องไปเดย์แคร์ด้วยครับม๊า” ผมบอกกับม๊า พร้อมกับเดินขึ้นไปบนบ้านทันที และพอผมเปิดประตูเข้าไปผมก็ไม่เห็นลูกอยู่ในห้อง และพี่เธียรวิชย์ก็ยังไม่อยู่ในห้องเช่นกัน แต่ผมได้ยินเสียงหัวเราะกันคิกคัก อยู่ในห้องน้ำผมเดินเข้าไปดูและสิ่งที่ผมเห็นคือพ่อลูกเขาอาบน้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำ นี้เขาเอาลูกผมไปอาบน้ำแต่เช้าเลยเหรอ

“นี้พี่เล่นอะไรของพี่น่ะ” ผมถามพี่เธียรวิชย์

“ก็พาลูกมาเล่นน้ำไงครับ” พี่เธียรวิชย์พูด ผมยืนกอดอกและดูเจ้าลูกโซ่สนุกน่าดู

“ไปครับมี้มารับแล้ว ป๊าต้องไปเตรียมตัวไปทำงานแล้วครับ” พี่เธียรวิชย์พูดก่อนจะส่งเจ้าลูกโซ่มาให้ผม ผมก็อุ้มเจ้าลูกโซ่ขึ้นมาและหันไปคว้าเอาผ้าขนหนูที่วางอยู่ มาห่อเจ้าลูกโซ่ไว้  ผมได้ยินเสียงน้ำหยดก่อนที่ผมจะหันกลับไปมอง คนที่ลุกขึ้นยืนแถมยังโป้อีกด้วย ผมถึงกับอายหน้าแดงและรีบยกตัวเจ้าลูกโซ่ ขึ้นมาบังทันที ไม่กล้ามองแต่เห็นไปหมดแล้วแหละฮาๆ

“พี่เธียร!!”

“อ้าวร้องทำไมล่ะ”

“ก็พี่โป้อ่ะ น่าจะรอให้ผมออกไปก่อนค่อยลุกขึ้นมา” ผมพูด

“ว่าของพี่โป้ดูไม่ได้แล้วของลูกล่ะ แนบชิดเลยน่ะ และของลูกมันเล็กไปดูไม่เต็มตาหรอกครับ” พี่เธียรวิชย์พูด ผมก็ลืมตามอง จริงด้วย หนอนน้อยของเจ้าลูกโซ่มันอยู่ตรงหน้าผมพอดีเลย แถมพอตัวดีก็ดิ้นแด้วๆ อยู่บนอากาศที่ผมยกตัวลอยเอาไว้ และผมก็ค่อยๆ ลดเจ้าลูกโซ่ลง               

     พี่เธียรวิชย์ออกมายืนโดยมีผ้าขนหนูพันเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และผมก็พาเจ้าลูกโซ่เดินออกมา หันไปหยิบเสื้อผ้าที่ม๊าของพี่เธียรวิชย์เอามาให้ เสื้อผ้าสมัยพี่เธียรวิชย์ยังเด็กมันก็น่าจะยี่สิบกว่าปีแล้ว แต่ว่ายังอยู่ในสภาพที่ใหม่อยู่เลย และพี่เธียรเขาก็ออกมาแต่งตัวแล้วด้วย

“พอดีพี่ตื่นมาและเจ้าลูกโซ่ อึเต็มแพมเพิสเลย พี่ไม่รู้จะทำยังไงเลยเอาไปล้างในอ่างอาบน้ำน่ะ และดิ้นกระจายก็เลยเปียกปอนกันไปหมด พี่เลยจับอาบน้ำซะเลย” พี่เธียรวิชย์พูด

“ไม่เหม็นอึเจ้าลูกโซ่หรือไง” ผมถามพี่เธียรวิชย์

“เหม็นดิ แต่เอาตัวหนีบ หนีบจมูกเอาไว้ไง และพี่อยากทำแทนบีมบ้าง “พี่เธียรวิชย์พูด ผมแต่งตัวเจ้าลูกโซ่เสร็จแล้ว พี่เธียรวิชย์หันมามองเจ้าลูกโซ่ตอนนี้หล่อแล้ว พี่เธียรวิชย์เขาก็ยิ้มและหันไปแต่งตัวต่อ

“บีม ผูกเนกไทให้พี่หน่อยซิครับ “พี่เธียรวิชย์ถามผม ผมหันมามองพี่เธียรวิชย์ เขาส่งเนกไทมาให้ผม พี่เธียรวิชย์อุ้มลูกโซ่ขึ้นมาผมก็ต้องหันไปทำการผูกเนกไทให้ ผมสังเกตการณ์หัวเราะท่าทางหลายๆ อย่างของสองคนพ่อลูกที่มีความคล้ายกันจน ผมมองเพลินไปหน่อย

“มะ มะ มะ “เจ้าลูกโซ่แตะที่แก้มผมนั่นแหละผมถึงได้สติ

“บีมจะไปเอาของใช้ที่ห้องพักของบีมหรือเปล่า “พี่เธียรวิชย์ถามผม

“ครับ พี่เธียร” ผมพูด

“ขับรถได้ไม่ใช่เหรอ” พี่เธียรถามผม

“ครับผมขับได้ แต่ไม่ได้ขับมาตั้งแต่คลอด เจ้าลูกโซ่แล้ว”

“เอารถพี่ไปซิ ไปเอาของ แต่อันที่จริงพี่อยากซื้อใหม่เลยน่ะ”

“ผมเสียดายอ่ะ พี่กันอุตส่าห์ซื้อให้” ผมพูด

“ซื้อใหม่ได้ไหมอ่ะ”

“ทำไมล่ะ” ผมช้อนตาขึ้นไปมอง

“ฟังแล้วเจ็บ”

“เว้อไปแล้ว และพี่กันก็อาพี่ไม่ใช่เหรอ เขาซื้อให้ในฐานะหลาน” ผมพูด ตอนนี้ผูกเนกไทเสร็จแล้ว

“เสร็จแล้วครับพี่เธียร” ผมพูดและยืนมองเจ้าลูกโซ่ ส่วนพี่เธียรวิชย์น่ะก้มลงมองเนกไทตัวเอง

“ขอบคุณมี้ให้ป๊าหน่อยเร็ว ผูกสวยเชียว สมกับเป็นลูกสะใภ้อาม่าเราเลยน่ะ” พี่เธียรวิชย์พูดและ

“หมับ” เจ้าลูกโซ่โผ่เอามือมาจับหัวผมแถมยัง “จ๊วบ ๆ” ที่หน้าผากผมหลายทีเลย

“พอแล้ว เปียกไปหมดแล้วเนี๊๊ยะ!!” ผมพูดให้โซ่หยุดดูดหน้าผากผมได้แล้ว และผมก็กางแขนรออุ้มเจ้าลูกโซ่ พี่เธียรวิชย์มองผม ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเจ้าเหล่มาแบบนี้ เหมือนจะเข้ามา หอมผมเลย ผมก็หลับตาปี๋

“ฟ้อดๆๆ” “คิก คิก คิก” และคนที่ผมดิ้นกระจายเลย ป๊ามันหอมลูกมันนี้เอง ตกใจหมดเลยผม ผมลืมตาขึ้นมาก็เห็นพี่เธียรวิชย์ฟัดเจ้าลูกโซ่ใหญ่เลย

“ป๊าไปทำงานแล้วน่ะ อย่าดื้อกับมี้ล่ะรู้ไหม ป๊าจะรีบกลับ “สั่งลูกใหญ่เลย ผมน่ะหันไปมองทางอื่น

“มีอะไรเหรอม๊า!!” ผมได้ยินเสียงพี่เธียรเรียกม๊าผมเลยรีบหันไปดูที่หน้าประตู

“ฟ้อด!!” เสียงหอมแก้มผมฟ้อดใหญ่เลย เพราะว่าผมกันแก้มมาชนปากพี่เธียรวิชย์เอง

“เฮ้ย!!” ผมยกมือลูบแก้มตัวเองไปมา และคนที่ผมอุ้มก็หัวเราะชอบใจ

“ไปทานข้าวกันครับ มี้ทำของโปรดไว้ให้น่ะวันนี้น่ะ “ผมบอกเจ้าลูกโซ่ ผมเดินลงมาที่ชั้นล่างกับพี่เธียรวิชย์ ตรงไปยังห้องอาหาร เห็นม๊ากับป๊าของพี่เธียรวิชย์นั่งทานอาหารอยู่ พี่ของพี่เธียรวิชย์ก็นั่งทานอยู่ด้วยกัน ทุกคนหันมามองเจ้าลูกโซ่กัน

“ป๊าดูชุดนี้ซิ มีรูปที่เจ้าเธียรใส่ชุดนี้ด้วยน่ะ “ม๊าของพี่เธียรวิชย์พูด ผมหันไปมองพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรวิชย์ยักคิ้วให้ผม เจ้าลูกโซ่หันไปมองป๊าเขาและพยายามละเลียนแบบยักคิ้วตาม

“ดูท่าจะร้ายไม่เบาน่ะหลานอาก๋งน่ะ” ม๊าหันมาแซวป๊าของพี่เธียรวิชย์ทันที ผมก็มองเจ้าลูกโซ่ ผมป้อนลูกโซ่ด้วยอาหารที่ผมตุ๋นเอาไว้ให้ ป้อนให้ทานดูท่านอย่างเอร็ดอร่อย แถมพยายามอยากจะตักทานเองด้วยน่ะ ปกติผมให้ทานเองที่บ้าน ตักเละเทะไปหมด แต่นี้ผมยังไม่กล้าเกรงใจคนทำความสะอาด

“ปกติเขาตักอาหารทานเองหรือเปล่าบีม” ม๊าถามผม

“ครับใช่ครับ ผมเลี้ยงเขาโดยใช้ระบบ Baby led weaning น่ะครับม๊า คือาการให้เด็กหยิบจับอาหารทานเอง ไม่ต้องป้อนนะครับ แต่อาหารก็ต้องปลอดภัยกับวัยของเขาเช่นกันครับม๊า” ผมพูด พี่เธียนวิชย์มองผม

“เอาล่ะ งั้นป๊าไปน่ะม๊า แล้วนี่จะอยู่กับบีมเขาก่อนใช่ไหมหึ?” ป๊าของพี่เธียรวิชย์ถามม๊า

“ใช่แล้วป๊า เพื่อว่าจะได้จัดที่จัดทางให้เจ้าลูกโซ่ไง วันนี้ป๊าไม่มีอะไรมากไม่ใช่เหรอ ถ้าเลิกเร็วได้ก็ดีน่ะ จะได้มาเล่นกับหลาน “ม๊าหันไปบอกป๊า ป๊าลุกขึ้นและเตรียมจะออกไป แต่ก่อนจะออกไปเขาหันมามองเจ้าลูกโซ่ ที่ยืมชูมือเหมือนจะบาย บาย ป๊าของพี่เธียรวิชย์เดินอ้อมกลับมาหาและเอาฝ่ามือแตะที่หัวเจ้าลูกโซ่เบาๆ ก่อนจะเดินออกไปก่อน

“ขอลุงหอมก่อนเร็วลุงไปแล้ว “พี่ธันเดินมาหาเจ้าลูกโซ่ ผมก็ส่งให้พี่ธันรับไปอุ้ม พี่ธันพยายามจะหอมแต่เจ้าลูกโซ่หมุดหนี แถมก้นโด่งอีกต่างหาก

“ไม่เอาก้น จะหอมแก้ม เร็วๆ เอาแก้มมาเร็ว ให้หอมดีดีเดี๋ยวซื้อของเล่นให้เร็ว” พี่ธันพูดโดยเอาของเล่นมาล่อใจเจ้าลูกโซ่ และพี่ธามก็เดินเข้ามา แถมยังชะเง้อมองคนข้างนอกด้วยน่ะ

“ธาม!!”

“ม๊าอะ” พี่ธาม ผมเห็นบางทีตุ้งติ้งจนผมเองก็แปลกใจ

“มาให้โกวหอมมั้งเร็ว” พี่ธามพูด ผมหันไปมองจริงอ่ะ

“อ้าวป๊า ลืมของเหรอ” เสียงเฮียธันพูด

“อย่าเรียกโกว เรียกแปะลูก “พี่ธามรีบเปลี่ยนทันที ก่อนจะหันไปที่ตรงประตู แต่ไม่มีใครเข้ามาหรอก

“ไอ้.. ธัน เดี๋ยวมึงโดนกูแน่ไม่ต้องรอป๊าหรอก “พี่ธามพูด ก่อนจะหันไปทำท่าวิ่งไล่จะเตะ ทั้งที่อุ้มเจ้าลูกโซ่อยู่ด้วย

“เอิ้กๆๆ” เจ้าลูกโซ่หัวเราะชอบใจใหญ่เลย

“ไปได้แล้วเดี๋ยวป๊าก็เข้ามาตามจริงๆ หรอก” ม๊าพูด ผมเห็นคนข้างๆ ผมกำลังลุกขึ้น เขาหันมามองผม ผมลุกขึ้นเดินไปอุ้มเจ้าลูกโซ่กลับมา ผมหันมามองพี่เธียรวิชย์

“ป๊าไปน่ะ อย่าดื้อกับมาม๊าน่ะรู้ไหม “พี่เธียรวิชย์พูด

“ปะ ปะ ปะ” เจ้าลูกโซ่ที่ทำมือเหมือนจะไปด้วย

“ไม่ได้ อยู่บ้าน ป๊ารีบกลับนะครับ “พี่เธียรวิชย์พูดก่อนจะก้มลงหอมเจ้าลูกโซ่ ผมก็หันไปมองทางอื่น ผมคิดว่ามันยังเร็วเกินไปสำหรับสถานะของผมกับเขาในตอนนี้

“คุณนายค่ะ โทรศัพท์ค่ะ” จังหวะนั้นพี่มลเดินมาเรียกม๊าไปรับโทรศัพท์บ้านพอดี และพี่ก็เดินออกกันไปแล้ว ผมหันมามองคนที่มองผมกับเจ้าลูกโซ่อยู่

“ไม่ไปทำงานล่ะ เดี๋ยวก็สายหรอก คุณผู้บริหารฝึกงาน” ผมถามพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรวิชย์พยักหน้าก่อนจะหันไปหยิบของที่ต้องนำไปด้วย พี่เธียรวิชย์หันมามองผมกับลูกโซ่อีก ก็หอมกันแล้วจะเอาอะไรเนี๊ยะ

“มีอะไร” ผมถามพี่เธียรวิชย์

“ก็เวลาก่อนไปทำงานเมื่อก่อนป๊าต้องหอมแก้มม๊าอ่ะ”

“ก็ใช่ไหง คนเป็นสามีภรรยากันก็ควรจะทำอย่างนั้นน่ะไ” ผมพูด

“ควรจะทำเนอะ” คนตรงหน้าผมพูด

“ฟ๊อด!!” เสียงมากและไม่ใช่แก้มเจ้าลูกโซ่ด้วยแต่นี้มันแก้มผมนี่แหละ หอมแบบเต็มๆ เลย

“เอิ้กๆๆ” คนที่ผมอยู่นี้ก็หัวเราะชอบใจใหญ่เลย ตบมือด้วย ผมก็มองเจ้าก้อนเต้าหู้ของพี่เธียรวิชย์ อยู่ข้างใครเนี๊ยะ

“มะ มะ มะ” กลับข้างทันทีเลยน่ะ และคนที่หอมแก้มผมก็เดินออกไปแล้ว ไปทำงาน ผมยืนกอดเจ้าลูกโซ่ มองไปจนลับตา

“บีม” ผมสะดุ้งเพราะว่าเสียงม๊า

“มันยากใช่ไหมบีม เพราะว่าบีมกับเธียรวิชย์ ไม่ได้รักกันมาก่อน “ม๊าถามผม ก่อนจะแบมืออุ้มเจ้าลูกโซ่ไป เพื่อให้ผมได้นั่งทานอาหารเช้า

“ผมยอมรับครับม๊า”

“ม๊าก็ถูกให้แต่งกับป๊าเขาโดยไม่รู้จักกันมาก่อน ไม่ได้รักได้ชอบพอกันมาก่อน เป็นการเลือกให้ของผู้ใหญ่ พ่อแม่ของม๊าน่ะ โดยมีแม่สื่อชักนำให้เขามาเลือกม๊าอีกที และพ่อแม่ของม๊าก็เห็นแล้วว่า ป๊าน่ะ จะเป็นผู้นำครอบครัวที่ดี เป็นพ่อที่ดีได้ ม๊าเองก็ยังไม่เคยมีแฟน ด้วยความที่ไม่อยากขัดใจพ่อแม่ ก็เลยยอมแต่ง” ม๊าพูด

“แต่ม๊ามารู้ทีหลังน่ะว่า ป๊าน่ะแอบไปดูว่าม๊าอะไรบ้าง เป็นคนยังไง อยู่หลายครั้งแล้ว จนเขาส่งคนมาขอม๊าแบบจริงๆ จังๆ”

“และม๊ากับป๊าก็ด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้ ปากเสียงไม่เคยมีเลย ป๊าให้เกียรติม๊ามาก เรื่องผู้หญิงไม่เคยมีมาให้กวนใจ เพราะว่าเขารักและให้เกียรติภรรยาเป็นที่หนึ่ง”

“และม๊าก็เชื่อว่าลูกๆ ของม๊าน่ะ จะทำตามแบบที่ป๊าเขาทำให้ดูนะบีม” ม๊าพูดกับผม ผมพยักหน้าเบาๆ

“เธียรไม่ใช่เด็กเกเรแต่เขามีความคิดที่เป็นของตัวเอง ที่บางครั้ง ดูจะขัดกับป๊าเขามากกว่าพี่ๆ คนอื่น และม๊าก็เชื่อว่าเธียรจะเปลี่ยนแปลงมันได้เพื่อ ลูกและบีมที่เป็นแม่ของลูกเขา “ม๊าบอกผม ผมพยักหน้าผมยอมรับว่าผมเห็นรอยยิ้ม

“แต่ม๊าก็สังเกตเห็นบางสิ่งที่เธียรเปลี่ยนไปน่ะ ปกติเขาไม่ค่อยชอบเอาใจใคร เอาใจใครไม่เป็น แม้กระทั่งแพรวาที่ตามติดเธียรก็เฉยๆ แต่เมื่อวานเห็นเอาใจเราน่าดู บางทีมันอาจจะแค่กระจกบางๆ กันเรากับเธียรเอาไว้ ม๊าคิดว่าสักวันกระจกนั้นมันคงหายไปเอง “ม๊าพูดพร้อมกับก้มลงมองเจ้าลูกโซ่ ผมเดาว่าม๊าหมายถึงคนที่จะทำลายกระจกนั้นให้ผมกับพี่เธียรวิชย์คือเจ้าลูกโซ่คนนี้ ม๊าก็ลุกขึ้น

“ทานไปก่อนน่ะ ม๊าจะไปค้นรูปเจ้าเธียรตอนเด็กๆ มาให้ดู ว่าเขาสองคนเหมือนกันมากแค่ไหน “ม๊าบอกผม พร้อมกับอุ้มเจ้าลูกโซ่ไปด้วย กระจกที่ว่านี้มันคือความกลัวที่ผมเป็นตั้ง มันขึ้นมาเอง ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอเขา และวันนี้เขาคนนั้นเปลี่ยนไป เหมือนไม่ใช่คนเดียวกันกลับคืนนั้น และวันนี้เขาคือพ่อของลูกผม เขาบอกว่าเขาเชื่อที่อาม่าของเขาพูด ชีวิตก่อนแต่งงานกับชีวิตหลังแต่งงานมันต่างกันมาก คู่ชีวิตจะอยู่คู่กันได้ไหมนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราประคับประคองยังไง และยิ่งมีสิ่งที่เรียกว่าลูกแล้วด้วย หลายสิ่งต้องถูกไตร่ตรองหลายๆรอบก่อนจะตัดสินใจ  หรือว่านี่ผมควรจะลดการ์ดของผมเองลงมาบ้างและยอมเพื่อให้ลูกผมได้อยู่กับคนที่เรียกว่าพ่อของเขาแท้ๆ

TBC ....
       ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้เห็นบทลูกโซ่เท่าไหร่ แต่ตอนต่อๆ ไป มีแน่ๆ น้องลูกโซ่จะช่วยมี้เอง เพราะว่าแพรวาเธอไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่ๆ แล้วเธียรวิชย์จะจัดการมันอย่างไร
ตอนหน้าความจริงแล้วอาจารย์กันตภณรู้เรื่องเธียรวิชย์กับบีมนานแล้ว แต่เขารู้ได้อย่างไร ขอเป็นตอนหน้านะคะ เรื่องนี้อาจจะมีการปรับเปลี่ยนการลงนิยาย จากที่ลงทุกวันจะเป็นลงทุกสองหรือสามวัน หนึ่งหรือสองตอนค่ะ ต้องขออภัยนักอ่านทีน่ารักด้วยนะคะ


ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1946
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด