(Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.37 Vacation (ครึ่งแรก)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.37 Vacation (ครึ่งแรก)  (อ่าน 12065 ครั้ง)

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
Part’ s หมอภีมปภพ หลังจากที่ผมวางสายจากบีม ผมก็รีบลุกจากที่นอน ตอนแรกว่าจะเข้านอนเร็วหน่อย ผมมีขึ้นเวรแต่เช้าถึงจะเป็นโรงพยาบาลพ่อผมเองก็ตามแต่ถ้าไปสายก็โดนว่าเหมือนกัน ผมมาซื้อบ้านอยู่ใกล้ๆ กับโรงพยาบาล พ่อผมซื้อเอาไว้ให้ผมนานแล้วและบ้านหลังนี้มันก็มีความหมายกับผมและกันมาก



ผมชับรถเก๋งไปที่ผับแห่งหนึ่ง ผับนี้ผมเคยสะกดรอยตามกันมา เขาขับมาที่เพื่อจะมาตามหาคนที่ทำให้บีมตั้งครรภ์ เพราะว่าบีมเคยทำงานที่นี้มาก่อน กันเคยบอกกับผมว่าเขาโดนผู้ชายคนหนึ่งข่มขืนที่นั่น ผมเดาว่ากันน่าจะรู้แล้วว่าใครกันที่ทำให้บีมท้องในคืนนั้น



“ขอโทษนะครับ ผมมาตามหาเพื่อนนะครับ เขาน่าจะมาที่ผับนี้ และผมเดาว่าคงดื่มหนักจนกลับไม่ไหวนะครับ” ผมเดินไปถามพนักงานในร้านที่ยืนอยู่



“รอสักครูนะคะ เดี๋ยวไปตามผู้จัดการร้านให้ค่ะ”



“พี่ พี่เห็นพี่นิน่าไหมคะ พอดีมีเพื่อนลูกค้าเขาบอกเพื่อนเขามาเมาที่นี้ค่ะ”



“พี่นิน่าคุยกับลูกค้าค่ะ เห็นนั่งคุยกันพักหนึ่งแล้ว ที่เข้ามาถามหาผู้จัดการคนเก่าที่ลาออกไปได้สามเดือนแล้วอ่ะ” ผมเดาว่าคนที่เขาพูดถึงคือกันตภณแน่ๆ “พี่นิน่าเขาบอกว่า ถ้าไม่มีอะไรเร่งด่วนไม่ต้องไปเรียกเขาน่ะ พี่เขาไม่ว่างน่ะแถมยังบอกว่าเตรียมตัวเลี้ยงฉลองได้เลย พี่เขาได้สามีรวยแน่วันนี้”



“โต๊ะไหนครับ คนนั้นแหละเพื่อนผม “ผมรีบกระชากแขนเธอ และถามผู้หญิงคนนั้นทันที



“เออ คือ “เธอมองผมด้วยสายตาที่แปลกใจว่าผมเป็นใครกัน



“ผมถามว่าโต๊ะไหนครับ” ผมเธอย้ำอีกครั้ง เธอหันไปมองหน้าเพื่อนๆ ที่ยืนอยู่



“ถ้าไม่ตอบผม มีปัญหาแน่ เพราะว่าเพื่อนผมนี้ พี่ชายเขาเป็นเจ้าของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงนะครับ” ผมถามเธอ ผมมองจ้องหน้าเธอ เพื่อให้เธอรับรู้ว่าผมเอาจริงนะ



“ว่าไงครับ!” ผมเริ่มตะคอกเสียงดังใส่เธอ คนที่ผมถามถึงกับสะดุ้งสุดตัวทันที สีหน้าเธอสลดลงจากเมื่อสักครู่ทันที



“ว่าไงครับคุณ เขาเป็นเพื่อนผม ผมรู้จักนิสัยเขาดี ผมว่าเขาไม่ทำอย่างที่คุณพูดแน่ถ้าเขามีสติสัมปชัญญะครบถ้วน แต่ผมคิดว่าผู้จัดการคุณน่ะ ต้องทำอะไรสักอย่างกับเขาแน่ๆ บอกผมมา และผมจะไม่เอาผิดคุณ โทษฐานสมรู้ร่วมคิด” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามระงับอารมณ์โกรธสุดๆ



“เออ หนู เห็นพี่นิน่ากำลังจะพาไปพักนะคะเพราะว่า เขาเมามากค่ะ” ผมก็พยักหน้า เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ว่ากันตภณจะดื่มจนเมาไม่ได้สติ ถ้าไม่โดนอะไรสักอย่าง



“ถ้าไม่บอกผม ผมจะเรียกตำรวจเดี๋ยวนี้ ลุงผมเป็นผู้บังคับบัญชาสน.ใกล้ๆ นี้ซะด้วย เพื่อว่าบุคคลในเครื่องแบบมาแล้วคุณอาจจะตอบคำถามท่านได้ดีกว่าตอบผม แต่หลังจากนี้ก็หาเงินประกันตัวเองแล้วกัน” ผมไม่พูดเปล่ารีบหยิบมือถือขึ้นมาทันที



“บอก บอก บอก แล้วค่ะ อย่าแจ้งตำรวจเลยนะคะ “ได้ผลเธอรีบปริปากบอกผมทันทีจากที่ยืนอ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่ง



“พี่นิน่าเขากำลังจะพาไปที่ห้องพักสำหรับแขกวีไอพีค่ะ แต่หนูไม่รู้นะคะว่าพี่เขาดื่มไปเยอะหรือว่าโดนอะไร แต่พี่เขาอยู่ในสภาพมึนเมาจริงๆ ค่ะ “น้องคนนั้นตอบผม



“พาผมไปเดี๋ยวนี้!!” ผมบอกเธอเชิงออกคำสั่ง เพื่อนๆ ของเธอพยักหน้าให้เธอพาผมไป เธอก็รีบนำหน้าผมทันที ผมเดินตามเธอเข้าด้านใน ดูแล้วน่าจะมีห้องพักที่สำหรับคนที่ต้องการพักเพื่อทำกิจกรรมอย่างว่า ผมมาหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง ผมหันมาพยักหน้ากับเธอให้เธอเคาะประตู



ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมยืนกอดอกรออยู่สักสิบนาทีได้ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดดูจากสภาพเสื้อผ้าของเธอ ผมยืนมองหน้าเธอ กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิงผมคงกระชากคอเสื้อมาต่อยแล้ว เธอหันมามองหน้าผม แววตาชวนให้สงสัยว่าผมคือใครกัน ก่อนจะหันมามองผู้หญิงที่ยืนหลุบตาลงมองพื้น



“มีปัญหาอะไร กูกำลังจะได้ผู้ชายมาเป็นผัว” เธอพูดตะคอกเสียงใส่ลูกน้องของเธอ



“พี่คนนี้เขาเป็นเพื่อนของคนที่พี่มาพาน่ะพี่นิน่า เขามาตามเพื่อนเขาและเขาขู่จะแจ้งตำรวจด้วยพี่” น้องเขาบอกผู้จัดการร้าน เธอถึงกับชักสีหน้าตกใจ ผมยืนมองเธอนิ่ง



“เปิดประตูเดี๋ยวนี้!! ถ้าไม่เปิดคุณมีเรื่องกับผมแน่” ผมพูดและคนตรงหน้าก็ยอมให้ผมเปิดประตูเข้าไป และสิ่งที่ผมเห็น มันทำให้ผมต้องผมหันกลับมามองหน้าผู้หญิงที่ร่านมาก เขากำลังถอดเสื้อผ้ากันตภพณออก



“คุณนี้มัน!!” ผมหันมามองเธอด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวมาก แต่ว่าน้องผู้หญิงเขารีบเดินมาห้ามผมทันที



“พี่ค่ะ อย่าเลยนะคะ อย่ามีเรื่องเลยค่ะ เพราะว่าถ้าพี่มีเรื่องพวกหนูโดนพักงานแน่ๆ ค่ะ” น้องคนนั้นรีบขอร้องผมทันที



“ทำไม เมียมันเหรอ สงสัยตระกูลนี้คงเป็นทั้งหมดล่ะซิ วันก่อนก็มาถามหาไอ้ที่มาเป็นเรียนงานผู้จัดการแต่ดันอัพยากับลูกค้า จนเจ้าของร้านจับได้ หามันเจอหรือยังล่ะ ป่านนี้ไปเป็นเมียใครต่อใครแล้วมั้ง” ผมยืนมองหน้าเธอ พร้อมกับสูดลมหายใจออกยาวๆ ไม่อย่างนั้นหมัดผมคงได้ปล่อยตรงไปที่หน้าสวยๆ ของเธอแน่ๆ



“พี่นิน่าไปเถอะ เดี๋ยวก็มีปัญหาถึงคุณอรรณพหรอกพี่” ผู้หญิงที่ห้ามผมเธอรีบดึงรั้ง ผู้จัดการไร้ยางอายนั้นออกไป ผมก็เข้าไปแต่งตัวให้กันตภณแบบลวก ผมเอามือลูบใบหน้านั้น ผมสัมผัสได้ถึงการเต้นหัวในที่เร็วแต่ไม่ได้อันตรายมาก นั้นแปลว่าเขาโดยวางยาในเครื่องดื่ม ผมหันไปมองรอบๆ ห้อง มีการตั้งกล้องเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทำไมช่างไร้ยางอายได้ขนาดนี้



“หมับ” มือของกันตภณจับที่ข้อมือผม



“บีม ทำไมบีมต้องเลือกหลานพี่ทั้งที่ไอ้เธียรมันทำให้บีมต้องมีมลทินแบบนั้น “ผมได้ยินเสียงกระซิบที่เบาแต่มันดังก้องในหัวผม



“พี่คิดว่าบีมจะไม่ทำให้พี่เสียใจเหมือน….” ผมนิ่งไปพักหนี่ง ผมดูจากอาการผมเดาได้ว่ากันตภพณ โดนแค่ยาหลอนประสาทที่ทำให้มึนงงและเหมือนคนเมาเหล้า ผมก็ต้องแบกกันขึ้นมา ก่อนจะพยุงพาร่างของกันตภณออกมา พอผมออกมาถึงหน้าประตู ผมก็เจอผู้ชายแต่งตัวดีคนหนึ่งมายืนพร้อมพนักงานที่ผมเข้าไปสอบถามตอนแรก



“ขอโทษครับ ผมอรรณภครับ ผมเป็นเจ้าของผับนี้ครับ และพอดีพนักงานผมแจ้งว่าคุณเป็นเพื่อนกับลูกค้าของผมและน้องเขาก็บอกว่าลูกค้มผมอยู่ในห้องพักนะครับ”



“ใช่ครับ ผมชื่อหมอภีมปภพ เกียรติบดินเดชากุล “ผมบอกคนที่ยืนตรงหน้า ใครก็เคยได้ยินชื่อและนามสกุลพ่อผมทั้งนั้น เป็นคุณหมอที่มีชื่อเสียงและมีโรงพยาบาลบดินเดชากุล ที่มีตั้งสามสาขาในกรุงเทพแถมเป็นโรงพยาบาลทีมีชื่อเสียงอีกต่างหาก และคนตรงหน้าผมชักสีหน้าด้วยความตกใจทันที ที่ได้ยินนามสกุลของผม



“คุณควรจะไปอบรมผู้จัดการดูแลผับคุณหน่อยนะครับ ไม่ใช่มอมยาแขกแล้วพาเขามาทำอะไรแบบนี้ เป็นผู้หญิงซะเปล่าไร้ยางอายที่สุด”



“และผับที่ดูไฮโซแต่คุณปล่อยให้พนักงานของคุณทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอครับ หรือว่าคุณสนับสนุนให้พนักงานของคุณเป็นมิจฉาชีพซะเอง “ผมพูดตอกใส่หน้าเจ้าของผับไป ก่อนที่ผมจะพยุงกันตภณออกไปทันทีเช่นกัน ผมเดินออกไปจนถึงด้านหน้า ผมหันไปบอกเด็กที่มารับรถไปจอด เขาก็นำรถคันหรูของผมออกมาส่งให้ ผมรีบพาร่างกันตภณเข้าไปไว้ในรถของผมก่อน ผมรู้สึกว่าโทรศัพท์ของกันตภณ สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงสแลกเข้ารูป ผมก็ใช่มือของผมล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของกันตภณและหยิบออกมาดู เป็นสายของอาม่าที่พยายามโทรหากัน ผมรู้ว่าอาม่าน่ะอายุเยอะแล้ว และถ้าผมบอกว่ากันตภณโดนอะไรนี้ อาม่าคงจะเป็นห่วง ผมเดินเข้ามาในรถ ผมรีบกดส่งข้อความไปหาเฮียเกริก



//เฮียผมไม่กลับบ้านน่ะ ผมจะไปหาเพื่อนนะครับ ฝากบอกม๊าด้วยครับ ไม่ต้องเป็นห่วง // ผมกดส่งข้อไปหาเฮียเกริกแทน ก่อนจะรีบขับรถออกทันที ผมหันมามองกันตภณ ที่หลับใหลไม่ได้สติ ผมดึงมือนั้น มือที่ผมเคยกุมเอาไว้มากุมไว้อีกครั้ง



ผมจำได้ดี วันที่ผมรู้จักกันตภณ ในห้องอาหารของโรงเรียน ผมรู้ว่าเขาเป็นเหมือนผม อยู่ในกลุ่มชายรักชาย แต่ผมก็ยังไม่กล้าบอกความในใจกับกันในตอนนั้น ผมเลือกไปเรียนพิเศษที่เดียวกับกันตลอดจนเริ่มสนิทกันมากขึ้น ผมรู้ว่าป๊าเขาดุมากมีรถมารับมาส่งเขาตลอด และกันก็ต้องเรียนหนักมาก ขนาดผมเองถูกแพลนไว้ว่าต้องเป็นหมอยังไม่หนักเท่ากันตภณเลย เห็นเขาเรียนพิเศษทุกวัน ทั้งที่กันตภณเป็นคนเรียนเก่งอยู่แล้ว ผมแอบชอบกันมานานมาก ผมพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กันตภณสอบติด และพอเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันก็ได้มาอยู่หอในนั่นแหละผมถึงได้มีโอกาส ได้บอกความในใจกับกัน และนั้นคือการเริ่มต้นความรักของผมกับกัน



เราคบกันนานหลายปี แบบหลบๆ ซ้อนๆ จนกระทั่ง กันจบมหาวิทยาลัยและกันตภณก็ไปเรียนปริญญาโทต่อจนจบผมก็เพิ่งจะจบแพทย์ และผมกำลังจะขอกันแต่งงาน แต่ความลับมันก็ไม่มีในโลก เมื่อป๊าของกันตภณจับได้ เขารับไม่ได้กับความสัมพันธ์ของผมกับกัน และนั้นเขาเลยไปทาบทามผู้หญิงที่ชื่อหลิน เธอทำงานอยู่ที่คุรุสภาเธอเป็นรุ่นน้องกันตภณสามปี และกันก็ต้องแต่งงานตามคำสั่งป๊าของเขา

วันที่ผมเสียใจที่สุดคือผมต้องทนดูคนที่ตัวเองรักไปแต่งงานกับคนอื่น ไปนอนกับคนอื่น แถมยังมาหาผมเพื่อปรึกษาเรื่องการมีบุตรกับผมอีก ถามว่าผมเจ็บไหม ผมเจ็บมาก แต่หลังจากห้าปีผ่านไป ป๊าของกันก็เสีย และกันก็ขอหย่ากับหลินเพราะว่าเขาทั้งคู่ที่พยายามจะมีบุตรด้วยกันแต่ก็ไม่สามารถจนกระทั่ง กันมาตรวจกับผมอย่างละเอียดอีกทีนั่นแหละถึงได้รู้ว่า กันตภณเป็นหมันมานานแล้ว ผมกลับยิ้มดีใจผมกลัวเหลือเกิน ผมกลัวว่าถ้าหลินจะมีลูกกับกันและเรื่องระหว่างกันกับผมคงต้องจบ และช่วงนั้นผมกับกันตภณแอบมาคุยกันและนัดเจอกันบ้างแต่น้อยมาก  ผมรักกันมากต่อให้เขาแต่งงานแล้วผมก็ตัดใจจากกันไม่ได้ เจ็บมากที่ต้องทำหน้าที่ได้แค่เพื่อนที่คอยมองเวลาเขาพาหลินมาเพื่อตรวจและหาวิธีที่จะมีลูกด้วยกัน

จนกระทั่งวันที่กันได้หย่าขาดกับหลิน ทุกอย่างควรจะเป็นไปได้ด้วยดีถ้าไม่มี ผู้หญิงคนนั้นเข้ามา ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอคือน้องสาวของหลินและคืนที่ผมไม่ได้ตั้งใจมันเปลี่ยนทุกอย่างไปหมด กันตภณตัดขาดการติดต่อจากผมปีกว่าแต่ก็ยังคุยกันแบบไม่ให้ม๊าไม่สบายใจทุกครั้งที่ม๊าเขามาโรงพยาบาล พูดคุยกันแค่ในสถานะของเพื่อน จนถึงวันทีเขาโทรมาหาผมอีกครั้ง เขาบอกว่ามีเด็กที่เป็นลูกศิษย์ ของเขาตั้งครรภ์ ต้องการให้ผมดูแลน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงนั้น มันทำให้ผมเจ็บมากว่าตอนที่เขามีหลินซะอีก แต่ผมกลับไม่โกรธบีม ผมเห็นบีมแบบนี้แล้วผมสงสารบีมมากกว่าโกรธแค้น



ผมพยุงกันตภณออกมาจากรถเก๋งของผมที่นำเข้ามาจอดในโรงจอดรถเรียบร้อยแล้ว โชคดีที่มีห้องรับแขกอยู่ชั้นล่าง ผมคงต้องให้กันนอนห้องนี้ก่อน ถามว่าเวลานี้คือโอกาสทองแต่ทำไมผมไม่ทำ เพราะผมรู้จักกันตภณดี ถ้าเขาไม่ให้ นั้นคือไม่ให้ ผมก็ปล่อยร่างนั้นนอนลงบนที่นอน



“ภีมยังรักกันอยู่น่ะ ต่อให้กันจะบอกว่าเราไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมแต่ภีมก็ยังรักและยังรอกันอยู่ และจะรอตลอดไป ต่อให้ต้องรอ” ผมพูดกับคนที่ยังคงไม่รู้สึกตัว ผมค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของกันภณออกจนหมดและผมก็เดินไปหยิบภาชนะมาใส่น้ำเพื่อเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้กัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำแบบนี้ ผมดูแลกันมาตลอดตั้งแต่เป็นแฟนกัน ตอนกันเป็นไข้ไม่สบายก็ดูแลอย่างใกล้ชิดแบบนี้ ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นไป ผมห่มผ้าห่มให้กัน ผมก้มลงจูบเบาๆ ที่หน้าผากของคนที่นอนหลับสนิท

TBC.... 

พี่กันตภนจะยอมกลับมาหาพี่หมอไหม สงสารพี่หมอเหมือนกัน ตอนหน้า พี่กันจะทำยังไงถ้าพี่กันรู้ว่าแพรวาไม่หยุดและยังจะกลับมาทำร้ายบีมอีก

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.17.1(หมอภีมปภพXกันตภณ)กันรู้ความจริง P1

Part’ s กันตภณ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมเมื่อคืน เหมือนกับความทรงจำผมขาดหายไปช่วงหนึ่ง ผมที่ผมจำได้คร่าวๆ คือผมไปที่ผับแห่งหนึ่ง ที่บีมเคยไปทำงานที่นั่น ผมไปนั่งดื่มเพื่อรอพบกับไอ้ผู้จัดการคนที่เคยข้อมูลผมและจู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งพยายามจะชวนผมคุย ผมรู้ว่าเธอคือผู้จัดการร้าน แต่ผมหาได้สนใจเธอไม่ ผมดื่มแต่ไม่ถึงกับหนักและตั้งใจว่าจะกลับแต่ผมกลับรู้สึกมึนงงขึ้นมากะทันหัน และเริ่มควบคุมสติตัวเองไม่ได้ และผมก็จำได้แค่นั้น มารู้สึกอีกทีภาพที่เลือนรางของคนที่คุ้นเคยที่เข้ามาพยุงผมพาผมออกมา

“โอ๊ย!!” ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก หนังตาที่หนักอึ้งจนเหมือนมีก้อนหินมาทับอยู่ ผมค่อยๆ ยกฝ่ามือขึ้นมากุมขมับตัวเองเอาไว้ ก่อนจะฝืนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผมมองเห็นฝ้าเพดานที่ไม่เหมือนห้องนอนของผมสักนิดแต่มันคุ้นเคยมาก ก่อนจะพลิกมองไปรอบด้าน ผมรู้ได้ทันทีว่าผมอยู่ที่ไหน โชคดีที่ผมไม่ได้ตื่นมาแล้วตัวเองนอนอยู่ในโรงแรมล่ะ ผมไม่เคยพลาดเรื่องแบบนี้เลยแต่ครั้งนี้ผมพลาดมาก ผมก้มลงมองลำตัวที่มีผ้าห่มปิดอยู่ครึ้งท่อน ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ปิดกายอยู่เลย

“กัน” ผมสะดุ้งสุดตัว คนที่มาเรียกผมคนนั้นคือ หมอภีมปภพ เขาเดินถือถาดมาด้วย ผมหันไปมองเขาก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง

“ทำไมต้องไปดื่มหนักขนาดนั้น “หมอภีมปภพพูดกับผมก่อนจะส่งเม็ดยามาพร้อมกับแก้วน้ำมาให้

“กินซะ กันเมามากเลยน่ะ ดื่มหนักขนาดนั้น ต้องมีปวดหัวกันบ้างแหละ และโชคดีแค่ไหนที่ภีมไปพาตัวกันออกมาซะก่อนที่จะโดนชะนีลากไป “ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าภีมปภพ

“คิดว่าจะเหมือนที่ภีมทำกับกันเหรอ” ผมถามคนตรงหน้า

“กัน เรื่องมันผ่านมาแล้วน่ะ ภีมรู้ว่าภีมผิด และภีมก็ไม่รู้ว่าเขาต้องการจะทำให้กันเจ็บ แต่มันไม่ใช่ว่ากันเจ็บคนเดียวน่ะ ภีมก็เจ็บน่ะ เจ็บไม่แพ้กันเลยน่ะกัน “ภีมปภพพูดก่อนจะนั่งลง

“แล้วมันควรไหม ที่จะนอกกายแถมมึงนอกกายกับน้องสาวของหลิน ทั้งที่หลินก็รู้เรื่องมึงกับกู เขารู้เรื่องนี้ดีและรู้มานานแล้วด้วยและหลินเลือกที่จะไม่พูด” ผมพูดพร้อมกับหันไปมองทางอื่นแทน

“กัน ภีมขอโทษ ภีมไม่รู้ ว่าหมอสายป่านคือน้องสาวของหลิน และคืนนั้น ภีมก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป”

“มันแค่ครั้งเดียวเองน่ะกัน ภีมเจ็บพอแล้วกัน” ภีมปภพพูดก่อนจะพยายามดึงผมเข้าไปกอด แต่ผมก็พยายามดันหมอภีมออก ผมพ่นลมหายใจออกยาวๆ

“พอแล้ว จะกลับบ้านแล้ว ป่านนี้ม๊าเป็นห่วงแย่แล้ว “ผมพูด ผมพยายามจะไม่มองสายตาคู่นั้น มันอ้อนผมตลอดเวลา

“เมื่อวานภีมส่งข้อความหาพี่เกริกแล้ว แต่บอกว่าภีมไปค้างบ้านเพื่อน ไม่ได้บอกว่าเมื่อคืนกันเมา” หมอภีมปภพบอกผม และเขายามาจ่อไว้ที่ปากของผม

“กัน กินยาก่อนได้ไหมอย่าดื้อ กินซะ “และนั้นทำให้ผมต้องรีบรับเม็ดยามาทานเอง ก่อนจะหันไปรับแก้วน้ำกระดกน้ำไป

“แล้วรู้ได้ยังไง ว่ากันไปที่นั้น” ผมหันมาถามหมอภีมปภพ เขาแค่หันมาชำเลืองตามองผม

“กันเคยบอกภีมเอาไว้ไง ว่ากันจะไปสืบเรื่องพ่อของเด็กของในท้องของบีม ที่ผับที่บีมทำงาน” หมอภีมปภพบอกผม

“อันที่จริง ภีมเดาว่า กันรู้ตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นหน้าเจ้าลูกโซ่แล้ว ใช่ไหม ว่าใครคือพ่อเด็กตัวจริง “หมอภีมปภพพูด ผมเงยหน้ามองหน้าเขา ก่อนจะหลุบตาลง มองลอดเข้าไปในผ้าห่ม

“ยอมรับว่ากระทำการอันอุกอาจแก้ผ้าออก ทั้งที่ยังไม่อนุญาตให้ภีมถูกเนื้อต้องตัวของกัน เพราะว่าเราไม่ใช่แฟนกันเหมือนเมื่อก่อน” หมอภีมปภพูดกับผม

“เสื้อผ้าล่ะ อยู่ไหน “ผมหันมาถามหมอภีมปภพ

“แขวนเอาไว้ให้แล้ว ซักรีดให้กันแล้วด้วยน่ะ “หมอภีมปภพพูด ผมรีบลุกขึ้น ผมยอมรับว่าผมกับหมอภีมปภพ ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่มันมีหลายสิ่งที่ทำให้ผมไม่อยากจะดึงภีมกลับมาอยู่ในวังวนเดิม ๆ เมื่อก่อนป๊าผมไม่ชอบความรักแบบนี้ พ่อของภีมก็ไม่ชอบแต่ด้วยความที่ภีมเป็นลูกชายคนเดียว ถึงเขาไม่ต้องพูดหรือว่าแสดงอาการชัดเจนเหมือนป๊าผม ผมก็เดาได้จากสายตาทุกครั้งที่ผมไปบ้านเขา ว่าเขาอยากให้ลูกเขามีครอบครัวที่ปกติเหมือนคนทั่วไป

“หมับ” หมอภีมปภพ คว้าข้อมือผมเข้าไว้และเข้ามากอดผม เรือนร่างที่เปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่สักชิ้น

“ภีม ปล่อย “ผมพูดก่อนจะพยายามสูดลมหายใจเข้า ผมเองก็ไม่อยากใช่กำลังกับคนที่เคยรัก รักมากแต่ก็เจ็บมาก

“ภีมปล่อย บอกให้ปล่อยไง!” ผมพูด พร้อมกับใช้แขนผมดันผลักแขนหมอภีมที่กอดผมเอาไว้จนหลุดออก ผมหันมามองหน้าภีม และหันหลังจะเดินออกจริงๆ

“กัน น้องเขารู้เรื่องกันกับภีมแล้ว” หมอภีมปภพพูด ผมหยุดชงัก ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา

“เมื่อไหร่!” ผมถามหมอภีมปภพ

“วันที่เขาพาเจ้าลูกโซ่ไปฉีดวัคซีนภีมบอกเขาเอง แต่ว่าบีมเขารู้ตั้งแต่ ที่เห็นเสื้อเชิ้ตที่กันสวมในวันที่ไปเปลี่ยนที่ห้องพักแพทย์ของภีม “ผมก็นิ่งไปพักหนึ่ง วันต่อมาผมสวมใส่มันอีกและบีมทักผมว่าเสื้อตัวนั้นหน้าตาคุ้นๆ ผมสะบัดแขนหมอภีมให้เขาปล่อยผม

“กัน เขาบอกว่าเสื้อตัวนั้น เขาก็เป็นคนซื้อให้กันและกันก็ใส่มันวันที่มีงานเลี้ยงส่งอาจารย์ที่เกษียณอายุ น่าจะเมื่อสองปีก่อน “หมอภีมปภพพูด “วันนั้นภีมไปรับกันออกมาจากงานและเราก็มาค้างกันที่โรงพยาบาล เพราะว่าภีมมีเครสด่วน “หมอภีมปภพพูด ใช่และผมทำแบบนั้นจริง และนั้นคืออารมณ์ที่เผลอไปของผมทั้งที่ผมเลิกกับภีมปภพไปได้สองสามปีแล้ว และนั้นก็แค่ครั้งเดียวของผมกับภีมจริงๆ

“กันไปหาไอ้ผู้จัดการคนเก่าทำไมล่ะ ในเมื่อกันก็รู้ความจริงตั้งแต่วันที่กันไปพบมันแล้วไม่ใช่เหรอ” หมอภีมปภพถามผม ผมหันไปมองหน้า

“ใช่ ภีมตามกันไป และภีมก็คิดว่ากันรู้ก่อนที่บีมจะคลอดซะด้วยซ้ำ กันรู้ว่าใครคือพ่อเด็กจริงๆ “ผมนิ่งเงียบใช้รู้มาตลอดมาคืนนั้นคนที่ไปทำแบบนั้นคือหลานผมเอง

“ใช่ไหมกัน”

“ใช่!! กันรู้ ว่าคนที่ทำกับบีมคืนนั้นคือหลานของกันเอง และคนที่หลานกันมันทำคือคนที่ กันรัก!! “ผมหันไปบอกหมอภีมปภพ เขายืนมองผมด้วยสีหน้าและแววตา ที่เจ็บปวดแต่ผมเจ็บมากกว่านี้อีก วันที่ผมมาหาเขาและเปิดประตูมาเจอเขานอนอยู่กับผู้หญิงคนนั้น

“แต่กันไม่ใช่พ่อของเด็ก แล้วกันจะเอาน้องเขามาทำไม กันก็ควรจะให้คนที่เป็นพ่อเด็กเขาดูแลซิกัน” ผมหันไปมองหมอภีมปภพ

“ทำไมล่ะกัน และนั้นก็หลานกันไม่ใช่เหรอ เธียรวิชย์น่ะ”

“ใช่หลานกันเอง แต่ว่า”

“กูรักบีม และกูก็คิดว่าบีมจะไม่ทำเหมือนที่มึงทำไงและนี้ ก็ไม่ใช่ความผิดของบีมเขา ถ้าวันนั้นกูห้ามเขาไม่ให้เขาไปทำงาน เรื่องพวกนี้ก็ไม่เกิดขึ้นไหมว่ะ” ผมพูด ผมมองหน้าหมอภีมปภพ

“ปล่อยกู กูจะกลับบ้าน “ผมพูดและสะบัดและรอบนี้ผมสะบัดจนหลุดมาได้

“กัน ภีมยังรักกันอยู่น่ะ และวันนั้น ภีมก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปมีอะไรกับเขา เขาแค่ต้องการมาทำให้กันกับภีมมีปัญหากัน แค่นั้น “หมอภีมปภพพูด

“เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากเพราะมึงไม่รู้จักพอไงภีม ถ้ามึงฟังกูน่ะภีมเรื่องทั้งหมดมันก็คงไม่เกิดขึ้น” ผมพูดก่อนจะรีบเดินเข้าห้องน้ำไปทันที ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะรีบออกไปทันทีเช่นกัน ผมดูใจร้ายแต่การที่คนรักนอกกายมันเจ็บมากกว่า และการเสียชีวิตของป๊าผมมันก็มาจากที่ผมกลับไปมีสัมพันธ์กับภีมอีกครั้งจนป๊าเครียด แต่ผลที่ผมได้รับหลังจากนั้นคือคนรักนอกกายไปนอนกับคนอื่น ผมรีบเดินลงมาชั้นล่าง และสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจคือรถผมมาจอดที่หน้าบ้านภีมปภพ ผมรีบเข้าไปในรถคันหรูของผม

//รองศาสตราจารย์ค่ะ มีประชุมด่วนค่ะ รบกวนอาจารย์เข้ามาที่คณะได้ไหมคะ//

//ได้ครับผมจะเข้าไปเดี๋ยวนี้// ผมกดวางสายผ่านบลูทูธก่อนจะเดินรีบขับรถออกไปทันที ในหัวผมคิดมากมาย จริงๆแล้วมันมีมากกว่านั้น ที่ผมไม่สามารถกลับไปหาหมอภีมปภพได้

TBC......

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.17.1(หมอภีมปภพXกันตภณ)กันรู้ความจริง P2

             ผมขับตรงไปที่มหาวิทยาลัยทันทีทั้งที่วันนี้ผมไม่มีสอน ผมใช้เวลาไม่นานก็มาถึงมหาวิทยาลัย ผมรีบเดินตรงไปยังห้องประชุมของคณะทันที ระหว่างที่ผมกำลังเดินตรงผ่านไป ผมเห็นแพรวากำลังยืนคุยกับอาจารย์เปรมสินี ผมเลือกที่จะหยุดเดิน ผมไม่เคยเสียมารยาทในการแอบฟังคนอื่นมาก่อนแต่ว่าครั้งผมจำเป็น แต่ผมคิดว่าเธอไม่ได้มาดีแน่ๆ สังเกตจากที่แพรวาจ้องมองบีมเมื่อเห็นเธียรพาบีมขึ้นบนบ้านในฐานะ ภรรยาของเขาที่ไม่ใช่เธอที่ตามเธียรวิชย์มาตั้งแต่เด็ก สายตาคู่นั้นจ้องมองด้วยความเกลียดชัง

“แต่เราไม่มีระเบียบข้อนี้น่ะแพรวา ที่จะไม่ให้คนที่ท้องและคลอดลูกแล้วมารับปริญญาบัตรได้ และกันต์ธีย์เขาก็เรียบจบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดทุกอย่าง”

“แต่หนูไม่ต้องการให้มันเข้ารับปริญญาอะไรทั้งนั้น”

“เธอก็ได้ไปแล้วนี่ เกียรตินิยมรองอันดับสองน่ะ แทนเขาไปแล้ว”

“ตอนนั้นหนูแค่อยากได้เพื่อไปเอารางวัลจากคนที่หนูรักแต่นี้ มันดันมาแย้งของรักหนูไป ก็ถือว่ามันช่วยไม่ได้ อาจารย์ต้องช่วยหนูจัดการเรื่องนี้ ไหน ไหน เราก็เล่นเกมด้วยกันมาพักใหญ่แล้ว”

“เธอขอมากไปแล้วน่ะ แพรวา”

“แล้วตำแหน่งรองศาสตราจารย์ล่ะคะ ขอมากไปไหมคะ ทั้งที่ความสามารถไม่ถึง ถ้าหนูเอาคลิปทีอาจารย์คุยกับหนูไปประจาน อาจารย์จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ ถ้าทุกคนรู้ความจริง ว่าอาจารย์ไต่เต้าเร็วเพราะอะไร” แพรวาพูด

แพรวา!!”

“จัดการให้แพรวาด้วยนะคะ อ้อ เห็นอาจารย์บอกว่ามีของดี ส่งให้แพรวาด้วยค่ะ อันนี้คือรางวัลของแพรวา ที่แพรวาช่วยให้อาจารย์ได้ทำหน้าที่กรรมการพิจารณาตัดสินนักศึกษาที่เขารับเกียรตินิยมของคณะค่ะ” และผมก็ต้องรีบเดินผ่านไป  ก่อนที่แพรวาจะเดินออกมาเจอว่าผมดักฟัง แพรวาเธอนิสัยเสียมาตั้งแต่เด็ก ร้องเอาของคนอื่น และยิ่งมีพ่อแม่หนุนลูกจนไม่มองว่าที่เขาทำอยู่น่ะผิดหรือถูก เพราะวคำว่ารักลูกมาก เพราะมีลูกยาก และเป็นลูกสาวคนเดียวอีก และพ่อของเธอก็เคยเป็นเพื่อนรักของพี่เกริก แถมปู่ของเธอก็เป็นเพื่อนรักที่ป๊าร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา จนก่อตั้งโรงเรียนและมันก็เป็นมรดกตกทอดเพื่อรุ่นหลานๆ ของผม แต่เธอกลับเอาตรงนี้มาเป็นข้อต่อรอง เพื่อให้เธียรวิชย์ทำเหมือนกับเป็นคนรักของเธอ จนหลานผมต้องหนีไปเรียนเมืองนอก

ผมเดินเข้าไปในห้องประชุมการประชุมก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับคณะทั้งนั้น ผมก็นั่งฟังจนกระทั่งรองศาสตราจารย์เปรมสินีเดินเข้ามานั่ง เธอกล่าวขอโทษขอโพยคนอื่นพร้อมข้ออ้างว่าเธอติดสายด่วนจากทางบ้าน แต่ที่จริงเธอไปคุยข้อตกลงกับแพรวาอยู่ ผมนั่งจนประชุมเสร็จเรียบร้อย ผมก็รีบเดินออกเพื่อตามอาจารย์เปรมสินีไปติดๆ

“อาจารย์บุ๋มครับ” ผมเรียกเธอไว้ได้ทัน เธอหันมามองผม สีหน้าแววตาที่เหมือนเธอไม่ได้แอบทำเรื่องไม่ดีเอาไว้เลยสักนิด

“ว่าไงคะอาจารย์กันตภณ แม้ไม่ค่อยได้เจอเลยนะคะ ได้ข่าวว่ายุ่ง เป็นพ่อลูกอ่อน” อาจารย์เปรมสินีพูด ก่อนจะเอียงคอมองผม

“ผมไม่จำเป็นต้องรายงานคุณหรอกเพราะว่าคุณรอบรู้ไปหมด ภาษาบ้านๆ เขาเรียกชอบสอดรู้สอดเห็นนะครับ” ผมพูด เปรมสินีถึงกับชักสีหน้าแสดงอาการไม่พอใจผมขึ้นมาทันที

“นี้อาจารย์กัน มันจะมากไปแล้วนะคะ” น้ำเสียงที่ฟังดูรู้ว่าเธอคงโกรธผมจนมือไม้สั่น

“ผมว่าไม่มากไปหรอกครับ สำหรับคนที่มีจิตใจแบบคุณ” “ผมหันมาพูดใส่หน้าเธอทันที

“ถ้าผมเป็นคุณน่ะ การที่กล้าทำเรื่องแย่ๆ แบบนี้ได้ ในอาชีพที่ใครก็เรียกว่าแม่พิมพ์ของชาติ แต่กลับมาทำร้ายนักศึกษาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดีถ้าทุกคนในมหาวิทยาลัยรู้เรื่องนี้ ผมว่าอยู่บนบ่ามันก็สูงเกินไปนะครับคุณบุ๋ม “ผมพูด

“คุณพูดเรื่องอะไรฉันไม่รู้เรื่อง” อาจารย์เปรมสินีทท่าจะหันหลังเดินออก

“คุณทำได้ยังไงคุณบุ๋ม คุณทำกับนักศึกษาลงได้ยังไง เพื่อให้คุณได้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์มา เขาไปทำอะไรให้คุณ เขาเป็นแค่นักศึกษาคนหนึ่ง แต่คุณกับเอาเขามาเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์ใส่ตัวคุณเอง และนี้คุณยังจะกล้าทำกับเขาต่ออีกเหรอครับ”

“คุณไม่น่าเกิดมาเพื่อเป็นครูอาจารย์ให้คนอื่นเขานับเลยครับ เพราะว่าคุณค่าในตัวคุณเองก็ไม่มีเหลือ แถมจรรยาบรรณความเป็นครูบาอาจารย์ก็ไม่มีเหลือแล้วเช่นกัน” ผมพูดก่อนจะแยกเดินออกไปแทน

“ผมเสียดายความสามารถของคุณน่ะคุณบุ๋ม คุณเป็นคนเก่งนะครับ แต่แค่ตำแหน่งที่คุณต้องการมันมาช้าไป จนคุณรอไม่ได้ต้องลดตัวลงไป เป็นคนรับใช้ให้คนพาล คุณก็ไม่ควรค่าให้ใครยกมือไหว้ แม้แต่นักศึกษาเองก็เถอะ” ผมพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกไป ผมรีบเดินเข้าไปในลิฟต์ เพื่อลงไปชั้นล่าง และจังหวะนั้นลิฟต์ถูกเปิดออกโดยอาจารย์ท่านหนึ่งเดินเข้ามาในลิฟต์ เขายืนรอจนประตูลิฟต์ปิดลงก่อนจะหันมาหาผม

“อาจารย์ค่ะ ดิฉันว่าจะคุยกับอาจารย์เรื่องอาจารย์เปรมสินี หลายครั้งแล้วค่ะ ดิฉันเห็นเธอลับๆ ล่อ ๆ ถ่ายรูปอาจารย์กับกันต์ธี ตั้งแต่ตอนที่กันต์ธีย์ยังมาช่วยงานอาจารย์อยู่นะคะ “ผมหันมามองอาจารย์กรองแก้ว

“เขารู้ว่าอาจารย์นำเสนอชื่อ นายกันต์ธีย์เข้ารับการคัดเลือกและเขาก็รู้อีกว่ากันต์ธีย์ทำงานหาเงินตอนกลางคืน “ผมหันไปมองหน้าอาจารย์กรองแก้ว

“เขาเอาเรื่องนี้มาพูดก่อนที่อาจารย์จะเข้าไปขอยกเลิกไม่ให้กันต์ธีย์เข้ารับคัดเลือกนะคะ “ผมยืนสุดลมหายใจออกยาวๆ

“ส่วนแพรวานี้ก็มาหาอาจารย์เปรมสินี เพื่อให้ได้ส่งรายชื่อเข้าคัดเลือกโดยยื่นข้อเสนอ ให้พ่อเธอเซนต์เสนอตำแหน่งรองศาสตราจารย์เพิ่มอีกคน ซึ่งพวกเราเห็นว่ามันเร็วเกินไปสำหรับอาจารย์มาใหม่อย่างอาจารย์บุ๋ม” ผมพยักหน้า

“ผมคิดว่าผมควรจะส่งตรวจสอบเรื่องนี้”

“ดิฉันจะให้ความร่วมมือกับอาจารย์ถ้าอาจารย์ต้องการค่ะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการที่อาจารย์ทำอยู่นะคะ ไม่ได้มีความโกรธแค้นส่วนตัวแต่อย่างใด” อาจารย์กรองแก้วบอกผม ผมพยักหน้า จังหวะที่ประตูลิฟต์เปิดออก อาจารย์กรองแก้วเดินแยกออกไปพอดี และคนที่ผมควรจะเข้าไปขอความช่วยเหลืออีกคนคือคนที่ผมมได้พูดคุยกับเขามานานมาก หลายปี นับจากที่เราแยกกัน หลินทำงานอยู่ด้านจรรยาบรรณและวิชาชีพ ผมต้องขับรถไปที่นั่น ในวันนี้ เพื่อคุยกับเธอ ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่ผมสอนเท่าไหร่ แต่ผมกลับไม่เคยแวะไปหาเขาสักที

“สวัสดีครับ ผมมาขอพบ คุณศรัญญาครับ” ผมเดินมาติดเจ้าหน้าที่ คนหนี่ง ผมหันไปเห็นห้องทำงาน หัวหน้า ป้ายหน้าห้องคือชื่อของหลิน ผมไม่ได้เจอเธอมาหลายปีแล้ว

“สักครูนะคะ” เธอบอกผมก่อนจะเดินเข้าห้องนั้นไป

“เชิญค่ะคุณกันตภณ” เขาผายมือให้ผมเดินเข้าไปในห้องนั้น ผมเดินไปหยุดหน้าโต๊ะทำงานนั้น หลินเงยหน้าขึ้นมามองผม หลินเป็นผู้หญิงที่สวยในแบบฉบับที่เธอเป็น หลินเงยหน้ามองผม ก่อนจะวางปากกาลง หลินทำงานอยู่ในตำแหน่งหัวหน้างาน เธอมีอำนาจพอะจะส่งคนเข้าไปตรวจสอบหากมีบางสิ่งที่ไม่โปรงใส

“พี่กันมาหาหลินเหรอคะ”

“ใช่ครับหลิน สบายดีไหมครับ”

“เกือบห้าปีแล้วนะคะ ที่ไม่ได้คุยกัน หลินสบายดีค่ะ และพี่กันน่าจะสบายดีนะคะ หลินเจออาม่าบ่อย “หลินพูด พร้อมกับเอามือมาประสานกันไว้

“หลิน เพิ่งจะไปโรงพยาบาลพี่ภีมมาค่ะ หลินได้เจอเด็กคนนั้นด้วยนะคะ คนที่พี่กันรับจะเป็นพ่อเด็กนะคะ น้องน่ารักดีนะคะ หลินเสียดายแทนตัวเองจังค่ะ” ถึงกับตกใจที่ได้ยินที่หลินพูดเรื่องเด็กที่มีลูก หลินน่าจะหมายถึงบีม

“หลินพี่ขอโทษ หลินไม่ใช่ไม่ดีพร้อม หลินดีมากแต่พี่เองต่างหากที่ไม่ดีพอ”

“พี่เป็นผู้ชายที่หลินอยากได้พี่เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ และตลอดเวลาห้าปีที่เราแต่งงานกันพี่ให้เกียรติหลินมาก แม้จะไม่ได้รักใคร่ ถึงแม้พี่จะแอบไปหาความสุขตัวเองบ้างแต่พี่ก็ให้เกียรติหลินไม่เคยพาเขาคนนั้นมาหยามหลิน และทุกครั้งที่เราออกไปข้างนอกด้วยกัน พี่ก็ให้หลินเป็นที่หนึ่ง” หลินบอกผม ผมยอมรับว่าใช่

“ขนาดหลินตั้งใจที่จะให้พี่พาหลินไปหาหมอภีม เพื่อให้หมอภีมรู้ว่าหลินรู้เรื่องพี่กับเขา พี่ยังให้เกียรติหลินมากทั้งที่ตอนนั้นพี่ก็เจ็บไม่แพ้กัน” หลินพูด

“หลินไม่โกรธพี่แล้วค่ะ แต่หลินอยากให้พี่คิดดูให้ดีดี การที่พี่ทำแบบนี้ เพื่อให้หมอภีมตัดใจจากพี่แล้วพี่กลับเป็นคนที่เจ็บ พี่จะทำแบบนั้นทำไหมคะ” หลินพูดกับผม นี้เขาติดตามเรื่องของผมตลอดแต่ผมวิ แทบจะไม่มีเวลาติดตามเขาเลยว่าเขาเป็นยังไงบ้าง

“เพราะว่าพี่หมอภีมเขาเป็นลูกชายคนเดียวใช่ไหมคะ”

“และการที่พี่อยากรับผิดชอบเด็กคนนั้นเพื่อให้หมอภีมตัดใจจากพี่จริงๆ น่ะ พี่คิดว่ามันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอคะพี่กัน”

“ทั้งที่พี่ก็รู้อยู่ว่าใจพี่รักใครอยู่ พี่ก็รู้ดีไม่ใช่เหรอคะว่ามันทรมานแค่ไหนถ้าต้องทนเป็นคนที่พยายามที่จะรัก หลินน่ะเข้าใจมันดีทีเดียวค่ะ “หลินพูด

“เด็กคนนั้นน่ะ เขาไม่ได้มีลูกกับพี่หรอกครับหลิน” ผมบอกกับหลิน

“หลินทราบค่ะ สายป่านบอกหลินหมดแล้ว และหลินก็ดูออกว่าเด็กนั้น ลูกใคร”

“หลินอยู่กับครอบครัวพี่มาห้าปีนะคะ หลินเห็นแว๊ปเดียวหลินก็เดาได้เลยว่า ลูกของ เธียรวิชย์”

“เขาไปอยู่ด้วยกันแล้วหลิน” ผมพูด

“ถ้าการที่พี่ต้องการให้หมอภีมอยู่ห่างพี่ เพราะว่าหลิน หลินขอโทษค่ะ ที่หลินขอพี่ไปวันนั้น แต่วันนี้ หลินขอถอนคำพูดนั้น พี่กลับไปหาหัวใจตัวเองเถอะนะคะ” หลินพูดกับผม

“เรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาคิดโกรธแค้นกัน เราน่ะเป็นเพื่อนกันได้นี่ค่ะพี่กัน “หลินยิ้มให้ผมพร้อมกับกุมมือผมเอาไว้ ผมพยักหน้า

“แล้ววันนี้พี่กันมาหาหลิน พี่มีเรื่ออะไรให้หลินช่วยใช่ไหมคะ” หลินถามผม

“หลิน พี่ เออ พี่ อยากให้หลินช่วย ตรวจสอบความไม่โปร่งใส่ ของตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัยให้พี่หน่อยครับ” ผมพูดกับหลิน ผมรู้สึกผิดที่ไม่ได้ติดต่อหาเธอเลยตั้งแต่เลิกรากันไป

“คือว่าอาจารย์คนนี้เขาได้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์มาด้วยความไม่โปร่งใส และเด็กคนที่ท้องตอนแรกพี่เสนอชื่อเขาเข้ารับการคัดเลือก เกียรตินิยมอันดับสอง แต่เขาก็มามีเรื่องซะก่อน และจู่ๆ แพรวา ลูกสาวเพื่อนของพี่ชายพี่น่ะ ที่ชอบมาตามติดเธียรวิชย์ก็ได้ไป “ผมพูดให้หลินฟัง

“พี่ไม่แค้นเคืองอะไรเขาเป็นการส่วนตัวแต่พี่คิดว่าเขาทำไม่ถูกแถมเขายังจะทำให้เด็กคนหนึ่งต้องมามัวหมองอีก พี่ที่เป็นอาจารย์เขา ก็ควรทำอะไรสักอย่าง” ผมพูดพร้อมกับมองหน้าหลิน

“หลินจะจัดการให้ค่ะ หลินจะทำหนังสือเข้าไปขอตรวจสอบ หลินรบกวนพี่เขียนหนังสือเป็นรายลักษณ์อักษรมายื่นให้หลินได้ไหมคะ “หลินบอกผม มุมปากผมกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“ได้ครับหลิน พี่ขอบคุณมากนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“เด็กๆ เป็นไงบ้าง ลูกของหลินกับแฟนใหม่หลินน่ะ”

“เด็กๆ สบายดีค่ะ และนี่หลินก็กำลังท้องลูกคนที่สี่ค่ะพี่กัน”

“ยินดีด้วยนะหลิน ม๊าพี่บ่นหาหลินอยู่น่ะ”

“ช่วงนี้หลินยุ่งมากเลยไม่ได้แวะไปหาท่าน หลินขอโทษนะคะที่ไปทั้งที่หลินเลิกกับพี่แล้วแต่ว่า ม๊าน่ะดีกับหลินไม่แพ้กัน ส่วนป๊าพี่ก็มีบุญคุณกับหลิน ส่งให้หลินได้เรียนจนจบขนาดนี้ ห้าปีนั้น คือการชดใช้บุญคุณที่ท่านให้โอกาสหลิน” ผมยิ้มให้หลิน

“พี่กลับก่อนนะครับหลิน “ผมบอกเธอก่อนจะลุกขึ้น วันนี้ผมสบายใจแล้ว ผมคิดว่าหลินจะโกรธเกลียดผมจนไม่อยากจะมองหน้าผมเสียด้วยซ้ำ

“พี่กันค่ะ “ผมกำลังจะหันหลังเดินออก

“เรื่องที่พี่หมอภีมกับยายสายป่านนะคะ คืนนั้นน่ะ หลินไม่รู้ว่าน้องจะทำแบบนั้น “หลินพูดกับผม

“เรื่องมันผ่านไปแล้วครับ พี่เข้าใจเธอน่ะ เธอคงอยากให้พี่รู้สึกเหมือนที่พี่เคยทำกับหลิน” ผมพูด

“สายป่านบอกกับหลินว่า เขากับหมอภีมไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ มันแค่การจัดฉากเท่านั้น “ผมหันมามองหลินอีกครั้ง

“จริงๆ ค่ะ “ผมนิ่งไปพักหนึ่ง

“ที่เหลือก็แล้วแต่พี่จะตัดสินใจ ว่าพี่จะทำยังไง หลินขอโทษแทนสายป่านด้วยนะคะ เธอรักหลินมาก หลินก็รักน้องคนนี้มากเช่นกันเลยไม่กล้าที่จะบอกความจริง” หลินพูดกับผม ผมหันมายิ้มให้ หลินก่อนจะเดินออกมาจากห้องทำงานของหลิน

ม๊า//ฮัลโหล อากันเหรอ วันนี้กลับบ้านหรือเปล่า ม๊าจะได้ทำอาหารไว้รอน่ะ///
กัน//กลับครับม๊าแต่ผมว่าจะแวะไปดูลูกเจ้าเธียรซะหน่อย//
ม๊า// ดีดี ไปดูหลานหน่อยน่ะ หลานมันน่ารักอ่ะ หน้าตามันเหมือนป๊ามันไม่มีผิดเลยน่ะ ม๊าก็เพิ่งจะกลับมา // ฟังจากน้ำเสียงของม๊าผม ดูม๊ามีความสุขมาก
กัน//ครับม๊า แล้วผมจะรีบกับน่ะม๊า // ผมกดวางสายการสนทนาจากม๊าของผม ผมเป็นลูกหลงของม๊า จึงเป็นอาที่อายุไม่ห่างจากหลานชายมักเท่าไหร่ ความใกล้ชิดของผมกลับหลานจึงมาก เหมือนเพื่อน เหมือนพี่น้องกันมากกว่า

****
หมอภีมปภพ ผมเดินออกมาจากห้องผ่าตัด วันนี้เครสผ่าตัดทำคลอด ผมเลยไม่ได้ลงเวรตรวจ ผมเดินไปยืนรอที่ด้านหน้าลิฟต์ เพื่อรอจะลงไปที่ห้องทำงานของผม เพื่อไปดูว่าพรุ่งนี้มีคนไข้ที่ผมนัดเอาไว้เยอะไหม ผมยืนยิ่งใช้ความคิด ภาพวันเก่าๆ ของผมกับกันตภณ มันย้อนกลับมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หญิงแม่// หมอภีม วันนี้พ่อบอกว่าให้เราเข้าบ้านน่ะ กินข้าวกับพ่อแม่บ้าง อยู่ไม่ได้ไกลกันเลยแต่หาตัวยากจริงๆ” //

ภีมปภพ// ครับแม่// ผมส่งข้อความไปบอกแม่บอกผม

“เจ็บไหมคะพี่หมอภีม และที่เจ็บกว่านีั้น คือคนรักของพี่เขาเลือกที่จะไปรักกับคนอื่น หึๆ ช่างน่าขำดีนะคะ “เสียงที่ดังมาจากทางด้านหลังของผม ผมหันไปมอง เจ้าของเสียงนั้นคือหมอสายป่าน

“พอใจน้องสายป่านหรือยังครับ ที่ตั้งใจมากที่เอาตัวมาแรกกับการแก้แค้นให้พี่สาวคืนนั้น” ผมหันมาถามเธอ ก่อนจะเป็นฝ่ายหันหน้าหนีแทนด้วยความละอายใจแทนเธอ

“คุ้มดีนะคะ ที่เห็นพี่สองคนเจ็บเหมือนที่สายป่านเห็นพี่ทำกับพี่หลิน พี่คงไม่รู้ว่าเบื้องหลังความสุขของพี่สองคน มันคือภาพผู้หญิงคนที่ร้องไห้เสียใจ ต่อให้ไม่ได้แต่งมาเพราะความรักแต่ในเมื่อเขาเลือกให้แล้วและพี่สองคนเองที่ไม่ยอมออกมายอมรับว่าคบกันตั้งแต่ทีแรก” สายป่านพูดเขามองหน้าผม

“เธอมัน”

“งูพิษเหรอคะ” สายป่านพูด ผมหันกลับไปกดลิฟต์รัวๆ

“ไม่ต้องห่วงนะคะ วันนี้ สายป่านมาทำงานวันสุดท้าย สายป่านออกไปเปิดคลินิกแล้วค่ะ ที่มาทำที่นี้ก็เพื่อ มาดูว่าพี่เจ็บสาสมพอหรือยัง” สายป่านพูดก่อนจะเป็นฝ่ายเดินหันหลังออกไป เหลือไว้แค่ผม ที่ยืนกำมัด ทันทีที่ลิฟต์เปิดออก ผมเดินออกมาก็เจอหญิงแม่ของผม ยืนคุยกับใครสักคนอยู่

“อ้าวภีม มาแล้วหรือจะกลับเข้าบ้านกับแม่เลยไหมเรา”

“นี้ลูกชายเหรอ หล่อไม่เบาน่ะ ว่าแต่แต่งงานแต่งการหรือยังล่ะ”

“ยัง ยังเลือกอยู่”

“ยังครับ ผมยังอยากทำงานก่อนนะครับ” ผมตอบเพื่อนของคุณแม่ผม

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวเลยนะ เอาไว้เจอกันวันงานแต่งลูกสาวฉันเลยแล้วกันน่ะ และหาลูกสะใภ้ให้ลูกชายได้แล้ว จะได้มีหลานไวๆ เดี๋ยวไม่ทัน” เพื่อนของแม่ผมพูดก่อนจะเดินออกไป หญิงแม่หันมามองหน้าผม ผมรู้ว่ารู้สึกยังไง

“ภีม”

“ผมขอโทษครับแม่”

“แล้วภีมจะรอกันเขาอยู่แบบนี้เหรอ “หญิงแม่ของผม ถามผม

“ครับ”

“งั้นแม่กลับบ้านก่อนน่ะ ไปเจอกันที่บ้านน่ะ พี่สาวเราเขาก็จะมาทานอาหารด้วย”

“ครับแม่ แม่กลับไปก่อนดีกว่าผมว่าจะไปดูว่าพรุ่งนี้ผมมีคนไข้นัดกี่คน ผมจะได้จัดการเวลาได้ถูก และผมจะขับรถไปเองครับ”

“เออ ภีม คนขับรถเขาบอกว่าเราให้คนไปขับรถใครมาจากผับรึ”

“รถของกันนะครับ พอดีเขาไป ธุระที่นั่นนะครับแม่”

“ปกติกันเขาไม่ใช่คนชอบดื่มไม่ใช่เหรอ” หญิงแม่ถามผมทันที

“เขาไปทำธุระนะครับและเกิดเอ็กซิเด้นนิดหน่อย ผมเลยไปพาเขากลับนะครับแม่ “ผมหันมาบอกหญิงแม่ของผม

“มีอะไรทำไมไม่หันหน้ามาคุยกันล่ะ พ่อเราเขาก็บอกว่าเขาไม่ห้ามแล้วไง โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้วน่ะ ยังมางอนใส่กันไปมา น่าจริงๆ “หญิงแม่ผมพูดก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋า

“แม่ไปน่ะ ขับรถดีดีน่ะภีม แม่เป็นห่วง” หญิงแม่หันมาบอกผม ผมพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงาน ไปเปิดคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของผม ผมเหลือบไปหยิบหนังสือที่ผมต้องพกติดตัวตลอด เกี่ยวกับอาการคนไข้ และในนั้น ผมสอดรูปถ่ายเอาไว้ รูปถ่ายตอนปีหนึ่ง ตอนที่ผมกล้าเปิดใจบอกความในใจกับกันตภณเขาและขอกันเป็นแฟนทันที ผมมองดูภาพนี้ทีไหรผมก็ยิ้ามีความสุข เพื่อนผมถ่ายให้ กันนั่งทำหน้านิ่งสไตล์ของเขามาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว และผมเองก็นั่งเอามือเท้าคาง สายตาผมที่มองกันตภณ มันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าผมรักเขามากแค่ไหน

ภีม// กันรู้ไหมว่าทำไม ภีมแอบชอบกันอ่ะ//
กัน// อืมม นั้นซิ ทำไมอ่ะ// (สีหน้าที่นิ่งมากเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง ยิ้มก็แค่มุมปากนิ่งๆ)
ภีม// นั้นซิ ทำไม ทั้งที่กันนะ ทำหน้าได้นิ่งมาก เดายากมาก ว่ากันอยู่ในโหมดไหน โกรธ ไม่พอใจหรือว่าดีใจ หรือเสียใจ เดายากมาก // และคนตรงหน้าหันมามองหน้าผม ขมวดคิ้วเป็นปมทันที
ภีม// แต่สิ่งหนึ่งที่ภีมอ่านได้จากแววตากัน คือ //
กัน หันมามองผมก่อนจะ //อะไรล่ะ//
ภีม// กันรู้สึกยังไงกับภีมไง // ฝ่ามือหนาๆ นั้นประคองใบหน้าคนข้างๆ ของผมไว้ ก่อนที่ริมฝีปากหนาๆ ของผมจะประกบจูบ ริมฝีปากที่ดูบางเฉียบนั้น

“ภีม ป๊ากูมา ไอ้เชี้ย” กันรีบผลักหน้าหล่อๆ ของผมออกทันที และทุกวันหยุด ป๊าของภีมจะต้องมารับภีมกลับไปอยู่บ้าน เพื่อช่วยม๊าของภีมดูแลหลานแต่นั่นผมก็นัดเจอภีมที่ห้างได้ เพราะว่าภีมต้องตามรับตามส่งหลานไปเรียนพิเศษ ระหว่างนั่งรอก็ไปหาที่พลอดรักกันเหมือนหนุ่มสาวเขาทำกัน แต่ต้องแอบซ่อนมากกว่าเพราะว่าตอนนั้น ความรักแบบนี้ยังไม่มีใครกล้าเปิดเผยเหมือนเช่นปัจจุบัน
TBC

   หวังว่าอาจารย์กันตภณ กับหมอภีมจะปรับความเข้าใจกันเร็วๆ นี้ ตอนหน้า พ่อเธียรวิชย์จะพาลูกโซ่ไปเที่ยว รอชมความน่ารักของพ่อลูกคู่นี้กันนะคะ ใครจะเกรียนกว่ากัน ฮาๆ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.18 พ่อลูกจอมป่วน P1


Part’ s กันต์ธีย์ ผมขับรถไปเอาของมาจากห้อง ผมโทรบอกเพื่อนๆ ว่าผมเจอพ่อของเจ้าลูกโซ่แล้ว และตอนนี้ผมต้องไปอยู่ที่นั่นสักพัก เพื่อนๆ ผมก็ร้องไห้โห่เลย ผมบอกว่าไปหาเจ้าลูกโซ่ได้ และตอนนี้ทุกคนก็ทำงานกันด้วย ผมรู้ว่าเพื่อนๆ ผมเป็นห่วงผมและไหนจะหน้าที่การงานอีก เพื่อนๆ ผมก็เข้าใจน่ะ แม้จะค้านกันอยู่เรื่องที่ผมยอมเลือกพ่อของลูกผมมากว่าอาจารย์กันตภณ ผมยอมรับว่าผมรู้สึกแย่มาก ยิ่งเห็นสีหน้าและแววตาคู่นั้นของพี่กันตภณ ผมยิ่ง

“อ้า” ผมสะดุ้งเมื่อมีมือเล็กมาจับแก้มผม เจ้าลูกโซ่ของผมเอง ผมยิ้มให้เจ้าก้อนเต้าหู้ที่พี่เธียนวิชย์เขาเรียกประจำ จะว่าไปก็ขาวจั๊วะอยู่น่ะเราน่ะ

“คุณบีมค่ะ คุณกันตถณมาหาค่ะ” ผมหันไปมองพี่มล พี่คนใช้ของบ้านนี้และยังช่วยผมเลี้ยงลูกโซ่ เขาเดินมาบอกผม ม๊าเพิ่งจะออกไปทำธุระเห็นบอกว่าจะหาเพื่อนของม๊า ม๊าบอกว่าให้ผมรอให้พี่เธียรมาพาผมไปซื้อของใช้เจ้าลูกโซ่ที่ห้าง พี่เธียรวิชย์ให้บอกให้ผมไปขนมาแค่เสื้อผ้าเท่านั้นอย่างอื่นเขาจะซื้อใหม่หมด และเสื้อผ้าพวกนี้เพื่อนๆ ผมกับพี่กันตภณอุตส่าห์ซื้อให้ เลยอยากเก็บไว้ให้ลูกโซ่ได้ใส่

“บีม” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่กันตภณ ผมหันกลับมองเขาได้แค่แป๊บเดียวจริงๆ ผมต้องหลุบตาลง ผมรู้สึกผิดอย่างมาก

“เป็นไง พี่ชายกับพี่สะใภ้พี่ดูแลดีไหม” พี่กันนั่งลง ผมหันไปมองพี่กันตภณ

“หมับ” ผมอุ้มเจ้าลูกโซ่ขึ้นมานั่งบนตักของผม

“พี่กันผมอขอโทษที่ผม”

“พี่ยอมรับว่าพี่ ทำใจไม่ได้ ทั้งที่พี่รู้ว่าเด็กคนนี้ต้องเจอพ่อเขาสักวัน” พี่กันตภณพูด พี่กันตภณมองหน้าเจ้าลูกโซ่

“ไง ลืมกันเลยหรือไง “พี่กันก้มลงถามเจ้าลูกโซ่

“อ้า” มีส่งเสียงเหมือนเดิม และหันไปหยิบนั้นหยิบนี้มาเล่น สายตาผมมองพี่กันที่ถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้ง

“ผมเดาว่าพี่รู้นานแล้วใช่ไหมครับว่า ว่าคนนั้นคือหลานของพี่เอง” ผมถามพี่กันตภณ

“พี่ยอมรับว่าใช่ บีม “พี่กันตอบผม

“ผมเก็บแหวนนี้ไว้ในกระเป๋าที่ใส่ของใช่เด็กตลอด และพี่กันก็เปิดมันตลอด ผมเดาว่าพี่ต้องเห็น” ผมพูดพร้อมกับเงยหน้าขั้นมองพี่กัน พี่กันพยักหน้าเบาๆ

“ไม่อย่างนั้นพี่ไม่เอาแหวนวงนั้นมาสวมให้ผมเห็นหรอกใช่ไหมครับ”

“แต่ผมแค่ไม่กล้าถามพี่แค่นั้นเอง “ผมพูด

“พี่รู้ว่าใครเป็นคนทำผมท้อง แต่พี่ก็ไม่กล้าบอกผมเพราะว่าเขาคือหลานชายของพี่เอง …”

“พี่ยอมรับว่าใช่บีม แต่พี่ก็ไม่คิดว่าบีมจะ เลือกเธียรวิชย์ทั้งที่พี่ก็พยายามแล้ว”

“พี่รู้ไหมว่าทำไมผมตัดสินใจแบบนี้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นพ่อของลูกชายผมอย่างเดียวหรอกน่ะ พี่กัน” ผมพูดก่อนจะจับมือพี่กัน และผมก็ต้องปล่อยเจ้าลูกโซ่ลงไปคลานเล่นก่อน

“ผมรู้ว่า หัวใจพี่กันน่ะ ไม่ใช่ของผม ผมรู้ว่าพี่กันมีคนที่รักพี่มากกว่าผม ตั้งแต่ผมได้รู้จัก ได้คุยกับพี่หมอภีมปภพ พี่หมอเขารู้ทุกเรื่องของพี่ทุกอย่าง นั้นแปลว่าเขาใส่ใจทุกเรื่องของพี่ แล้วผมควรจะเก็บพี่ไว้เหรอครับพี่กัน”

“แต่”

“ผมรู้ว่ามันเจ็บพี่ที่เห็นคนที่ตัวเองรักนอกกายไปกับคนอื่น แต่พี่รักเขามากพอจะให้อภัยได้ไหมอ่ะครับ ไม่จำเป็นต้องมีลูกมาเป็นตัวเหนียวรั้งหรอกครับ หัวใจนี้แหละครับ หัวใจเรานี้แหละครับที่จะเป็นตัวบอกว่า ควรจะอยู่หรือไป “ผมพูดกับพี่กัน

“และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมเลือกให้พ่อลูกเขาได้อยู่ด้วยกัน คือ” ผมพูดจังหวะนั้นเองประตูก็ถูกเลื่อนเปิดเข้ามาโดยพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรวิชย์ตกใจพอสมควรที่เห็นว่าผมกับพี่กันตภณนั่งคุยอยู่ ผมเห็นเจ้าลูกโซ่หันไปเจอพี่เธียรวิชย์


“อ้า!!” เจ้าลูกโซ่กรีดร้องด้วยความดีใจ ดวงตาดำสนิทคู่นั้นเจิดจ้าไปด้วยความดีใจที่ได้เห็นหน้าป๊าของเขา พี่เธียรวิชย์ย่อตัวลง กางแขนและเจ้าลูกโซ่ที่คลานอย่างรวดเร็วเข้าไปหา ผมหันมามองอาจารย์กันตภณ คนที่นั่งมองภาพนั้นนิ่ง แน่นอนเขาเองอาจจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง พี่เธียรวิชย์ไม่เคยดูแลเจ้าลูกโซ่ตั้งแต่ในท้อง แม้กระทั่งคลอด นี้เจ้าลูกโซ่กับผูกพันกับเขามาก นี้เขาเรียกว่าสายใยแห่งรักที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่มันสัมผัสได้ด้วยใจจริงๆ ใช่ไหม

“พี่เข้าใจแล้วล่ะบีม” พี่กันตภณพูดก่อนจะลุกขึ้น “แต่พี่รอให้เธียรมันพร้อมจะดูแลเราได้จริงๆ ซะก่อน พี่ถึงจะยอมน่ะ” พี่กันตภณพูด ก่อนจะลุกขึ้นยืน ผมองภาพพ่อลูกเขากอดกัน แม้คิดถึงกันราวกับห่างกันไปสักเดือน

“อากันสวัสดีครับ” พี่เธียรวิชย์ยกมือไหว้พี่กันตภณ

“พี่กลับก่อนนะบีม” พี่กันตภณหันมาบอกผม

“อา “พี่เธียรวิชย์เรียกอากันตภณที่เดินออกไปโดยไม่ได้ทักพี่เธียรวิชย์

“มีอะไรเธียร” พี่กันถามโดยไม่ได้หันหน้ามามองหน้าพี่เธียรวิชย์

“ผมรู้ว่าอาโกรธ เรื่องบีม ผมยังยืนยันว่า ผมพร้อมจะดูแลทั้งคู่ เพราะว่านี้ลูกผม เลือดเนื้อของผมและอีกคนคือคนสำคัญของลูกผม” พี่เธียรวิชย์พูดกับพี่กันตภณ

“ลูกนาย อารู้ แต่อายังไม่เชื่อว่านายจะดูแลเขาได้ ดังนั้น ทำให้อาเห็นก่อน เพราะอาก็ดูแลเขาทั้งคู่ได้ดีมาตลอด” พี่กันตภณพูด

“อาก็เหมือนป๊าผมอ่ะ ที่ยังมองว่าผมดูแลใครไม่ได้”

“ก็ใช่ไง อามองแบบที่ผู้ใหญ่เขามองกัน ทำซิเธียร ทำให้อาเห็น ถ้านายทำไม่ได้อาก็ให้นายไม่ได้ “พี่กันตภณพูดก่อนจะเดินออกไป พี่เธียรวิชย์หันมามองหน้าผม โดยไม่ได้พูดอะไร ก็อุ้มเจ้าลูกโซ่เข้าบ้านไป ผมเดาว่าเขาคงไม่พอใจที่อากันตภณเข้ามาคุยกับผมแน่ๆ ผมเดินตามเขาออกไปติดๆ ทันที

“อากันแค่มาเยี่ยม” ผมพูด

“เห็นแล้ว เด็กในบ้านบอกตั้งแต่ลงจากรถแล้ว “พี่เธียรวิชย์พูด โดยยังหันหลังให้ผมอยู่ ก่อนเดินต่อ

“อย่างน้อยเขาก็เป็น โซ่ยกู๋ของลูกพี่น่ะ” ผมพูด

“ก็ถ้าเขาไม่คิดจะอยากได้ลูกกับเมียพี่ล่ะ พี่ก็คงไม่รู้สึกอะไรป่ะบีม” พี่เธียรวิชย์หันพูด ผมยืนกอดอกมอง คนที่ทำหน้างอน

“พี่รีบกลับบ้านอ่ะ อยากมาเล่นกับลูกแต่กลับมีคอยอยากจะมาเอาเขาคืนไปจากพี่ ให้พี่รู้สึกยังไง บีม”

“แล้วผมไปหรือยัง พี่เธียร” ผมถามพี่เธียรวิชย์

“ก็ ก็ “พี่เธียรพูดอ้ำๆ อึ้งๆ จนผมเดินไปหาเขา ไปยืนใกล้ๆ

“ถ้าผมไม่เลือกที่จะอยู่ที่นี้ ผมไม่ก้าวเท้าเข้ามาหรอก ให้ผู้หญิงของพี่ยืนด่าผมต่างๆ นานา แบบนั้น” ผมพูด

“เพราะว่าผมรู้ว่าลูกโซ่เขาต้องการพ่อแท้ๆ ของเขา “ผมพูด

“หรือว่าผมเลือกผิด ถ้าพี่เป็นผู้ใหญ่พอพี่คงไม่มานั่งคิดอะไรแบบนี้ “ผมพูด

“หมับ” ผมรู้สึกได้ว่ามีคนกอดผม คนนั้นคือพี่เธียรวิชย์ และ “หมับ” อีกคนคือเจ้าลูกโซ่

“พี่ขอโทษ พี่แค่เครียด พี่แค่กลัว กลัวว่าพี่ทำอย่างที่ป๊าบอกกับพี่ไม่ได้ และพี่อาจจะเสียบีมกับลูกไป ”

“แล้วพี่พยายามหรือยังล่ะ” ผมถามคนตรงหน้า

“ก็พยายามอยู่แต่พี่กลัวว่ามันยังไม่ดีพอ นี้บีม”

“พอแล้ว ไม่ไปซื้อของให้ลูกหรือไง” ผมพูด พี่เธียรวิชย์พยักหน้ากับผม ผมช้อนตาขึ้นมอง ก่อนจะรีบผละออกจากคนที่กอดผมอยู่ทันที

“อ้าว!! “คนตรงหน้าผมทำหน้างงทันที เมื่อกี้เผลอให้กอดไปเพราะว่าผมรู้สึกผิดและกอดไปเพราะว่าลืมตัวด้วย ผมเลยต้องแก้เขินด้วยการเดินแทรกเข้าไปด้านใน แอบอมยิ้มเล็กน้อยไม่กล้าให้เห็นเดี๋ยวได้ใจ

“เราดื้อกับม๊าหรือเปล่า ม๊าโกรธป๊าเนี๊ยะ หา แน่ใจน่ะว่าไม่ดื้ออ่ะ ดูซิ ม๊างอนป๊าด้วย ไปหอมแก้มม๊าแทนป๊าเลย” คนที่เดินตามผมจากด้านหลังกำลังคุยกับเจ้าลูกโซ่ และเจ้าก้อนเต้าหู้ก็โม้ใหญ่เลย ผมขึ้นปเตรียมของพวกขวดนมและชงนมใส่ไปเพื่อว่าหิว ใส่กระเป๋าเก็บความร้อน จะว่าไป ของใช้ลูกโซ่เยอะแยะ ถ้าพี่เธียรวิชย์อยากจะซื้อใหม่ ผมอยากเอาไปให้ลูกพี่รินทร์ ทุกครั้งที่ผมไปเยี่ยม ผมไม่ค่อยเห็นเล่นของใช้น้องมากหนัก พี่รินทร์บอกว่า แฟนทำงานคนเดียว ถ้าลูกผมมีครบมากกว่าผมก็ควรแบ่งปันเขาบ้างดีกว่า ผมเดินมาที่รถคนขับรถจอดรถรออยู่แล้ว ภายในรถมีคาร์ซีทติดตั้งเอาไว้แล้ว

“คุณกันตภณเอามาติดให้นะครับ เพื่อว่าจะพานายน้อยไปไหนนะครับ คุณกันบอกว่าเพื่อความปลอดภัยครับ” ผมหันมามองพี่คนขับรถ

“ใครก็รู้” ผมหันมาเหล่คนนี้ทีหนึ่ง และพี่เธียรวิชย์ก็พาเจ้าลูกโซ่ไปใส่คาร์ซีทเอาไว้ ผมเดินไปขึ้นรถรอ พอพี่เขาตามขั้นมานั่ง ผมหันไปมองพี่เธียรวิชย์ พี่เขาเพิ่งจะวางสายด้วยเช่นกัน

“ม๊าถามว่ากี่นาทีถึง ม๊าจะไปช่วยซื้อของใช้เจ้าลูกโซ่น่ะ” พี่เธียรวิชย์พูด

“ถ้าพี่อยากจะซื้อใหม่เกือบหมด ผมอยากเอาของที่มี ไปให้เด็กคนหนึ่ง แม่เขาเคยแบ่งนมให้ลูกโซ่ทานนะครับ” ผมหันไปบอกพี่เธียรวิชย์

“ลูกพี่น่ะร้องงอแง ไม่เอาขวดนม ไม่เอาเต้าใครทั้งนั้น และพี่หมอภีมใช่วิธี ให้ผมป้อนแต่เอานมใส่ไซริงต่อกับจุกครอบอีกที ไม่งั้น ไม่ยอมเลย”

“และผมก็ได้นมจากพี่คนนี้มาแบ่งให้ลูกโซ่กินอีกหลังจากออกจากโรงพยาบาลเกือบสองเดือนถึงเปลี่ยนมาเป็นนมกระป๋องแทน” ผมบอกพี่เธียรวิชย์พี่เขาพยักหน้า

“ลูกเขาคลอดก่อนหลายวันเหมือนกันแต่น้องไม่ค่อยแข็งแรง ตอนนี้ตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจนะครับ” ผมพูดผมรู้สึกเศร้าแทน ลูกผมโชคดีแค่ไหนที่เกิดมาครบสมบูรณ์แข็งแรงขนาดนี้

“ได้ซิ วันไหนจะเอาของไปให้บอกพี่ซิ พี่จะได้ไปด้วย “พี่เธียรวิชย์บอกผม ก่อนนจะหันไปดูเจ้าลูกโซ่ที่หลับคอพับไปแล้ว พอโดนแอร์เย็น

“ยังไม่ได้นอนเลย ซ่ามาตั้งแต่บ่ายแล้ว ม๊าช่วยเลี้ยงอยู่พักหนึ่งก่อนจะออกไปนะครับ” ผมบอกพี่เธียรวิชย์ ผมเห็นสายแสดงความรักกับเจ้าลูกโซ่ของพี่เธียรวิชย์แล้วก็อดใจอ่อนให้ไม่ได้

***

Part’ s เธียรวิชย์ ผมพาบีมและเจ้าก้อนเต้าหู้มาหาซื้อของใช้ ผมว่าจะซื้อใหม่ทั้งหมดเลย และของที่บีมมีจะให้ยกให้คนที่บีมบอกว่าเขาเคยแบ่งนมให้ลูกชายผมทาน อีกสาเหตุหนึ่งคือหึงครับ ไม่ได้จะให้อากันตภณมาแสดงความเป็นเจ้าของลูกเมียผมแบบนี้ไม่ได้ ผมไม่เคยคิดเลยว่าอาหลานจะต้องมาสู้รบตบมือเพราะว่าผู้ชายที่น่ารักคนนี้คนเดียวแถมพ่วงมาด้วยลูกน้อยที่น่าชักคนนี้อีก

ตื้ดๆๆๆ เสียงสั่นสะท้านของมือถือผม ไม่ใช่ใครอื่น แพรวา ที่ส่งข้อความหาผมตลอดทั้งวัน และวันนี้ผมก็ยุ่งมาก มีประชุมครูอาจารย์ และออกไปดูสถานที่ เพราะว่าจะทำเป็นลานจอดรถเพิ่มอีก เยอะแยะผมเลยไม่ได้เจอเธอ และเอาจริงๆ ผมก็พยายามหลบเธอเช่นกัน ก็บีมบอกผมแบบนั้นแล้วว่า ให้ผมเคลียร์เรื่องแพรวาให้ได้ ไม่อย่างนั้นผมอาจจะเสียเขาและลูกน้อยหอยสังของผมไป นี้ขนาดเพิ่งจะมาเลี้ยงน่ะยังรักขนาดนี้เลย

RRRR ไม่อ่านข้อความนางก็กดโทรหาผม ทันที เสียงดังเพราะว่าผมลืมปิดเสียง บีมหันมามองหน้าผมก่อนจะหันไปเลือกของใช้ให้ลูกต่อ

Rrrrr ยังสั่นอีก ผมก็แค่ก้มลงมองในกระเป๋ากางเกง

“พี่ให้ผมอุ้มลูกก่อนก็ได้น่ะพี่จะได้รับสาย” บีมหันมาถามผม

“ไม่ดีกว่า เลิกงานแล้ว ไม่รับสายแล้ว” ผมบอกกับบีม

“ก็ได้ยินสั้นอยู่พักใหญ่แล้วน่ะ และโทรเข้ามาอีก คงจะเป็นเรื่องด่วนน่ะ ผมว่าพี่”

“ไม่ด่วนหรอก “ผมบอกบีม

“คุณแพรวาใช่ไหมครับ” บีมหันมาถามผม

“เออ คือ”

“รับสายเธอเถอะ เป็นผมก็คงทำใจไม่ได้ อย่างน้อยเธออาจจะอยากคุยกับพี่” กันต์ธีย์พูด

“ไม่เอาอ่ะ แพรวาพูดไม่รู้เรื่อง “ผมบอกปฏิเสธกับบีมทันที และขืนอุ้มเจ้าลูกโซ่เอาไว้ บีมหันไปเลือกของต่อ ผมก็หยิบมือถือขั้นมา เกือบสิบสายที่เธอพยายามโทรหาผม

// แพรวาจะไปตามหาพี่ ถ้าพี่ไม่รับสาย แพรวาจะไปอาละวาดให้น่าดูเลย ถ้าพี่ไปกับไอ้นั่นด้วยอีกน่ะ แพรวาไม่ยอม!!” ข้อความล่าสุด ทำเอาผมกุมขมับเลย ผมรีบกดปิดเสียงก่อนจะเอามือถือหยัดลงกระเป๋า ผมเดินตามบีมที่พิถีพิถันในการเลือกเสื้อผ้าลูกมา เลือกจน

“บีมเลือกนานอ่ะ”

“อ้าว!! ก็ของมันเยอะอ่ะ และผมก็เลือกที่น้องชอบนิครับ “บีมหันบอกผม อันนี้แหละลูกสะใภ้แม่ผมชัดๆเลย เลือกของละเอียดมาก

“เลือกนานมาก เหมือนม๊าพี่เลยน่ะ ป๊ายังขอนอนรอที่บ้านดีกว่า”

“แล้วทำไมพี่ไม่นอนรอที่บ้านล่ะ”

“นอนรอให้แพรวามาหาพี่เหรอ ไม่เอาอ่ะ ออกมาดีกว่า มากับลูกกับเมียดีกว่า” ผมตอบบีม บีมรีบหันหน้าหนีแต่ผมแอบเห็นว่าเขาแอบยิ้มอยู่น่ะ ผมหันไปเห็นม๊าเดินมาพอดีเลย

“ม๊ามาแล้ว” ผมสะกิดแขนบีม บีมเขาหันไปมองม๊า ผมก็มองหาป๊าผมทันทีแต่ว่าไม่มา

“ไปตีกอล์ฟกับเพื่อนก่อน ไปออกกำลังกาย “ม๊าบอกผม

“ดีเลย ม๊าช่วยลูกสะใภ้เลือกของแล้วกันน่ะครับ เลือกนานเหมือนม๊าเลย” ผมพูดแอบบ่นเล็กน้อย

“เพี๊ยะ!!” คนที่ตีผมคือม๊าเอง “เอ้าท์ ม๊า ตีเธียรทำไมอ่ะ” ผมเอามือลูบที่ต้นแขนเบาๆ

“อ้า” ส่วนเจ้าลูกโซ่น่ะหัวเราะชอบใจใหญ่เลย

“ซื้อของน่ะก็ต้องเลือกที่ดีที่สุดซิ เรานี้น่ะ ทำเป็นบ่นๆ”

“งั้นผมพาลูกโซ่ไปเดินดูของเล่นน่ะม๊า” ผมหันมาบอกม๊า บีมหันมามองผมแว๊ปหนึ่งเช่นหัน จะว่าไปร้านมีร้านยาชื่อดังตั้งอยู่เยื้องๆ กัน ผมหันไปมองบีม ถ้าอากันตภณมาตามเฝ้าแบบนี้ ผมใจไม่ดีเลย ต้องจัดการจับทำเมียอีกรอบ จะว่าไปก่อนจะมีอะไรก็ต้องมีตัวช่วย

“เต้าหู้” ผมเรียกลูกชาย หันมาเหล่ตามอง

“ลูกโซ่ ก็ได้ แม้พอเรียกนิกเนมเข้าหน่อยทำเป็นงง “ผมพูดกับลูกชายผมเอง

“อยากมีน้องไหมครับ ป๊าจะทำน้องให้”

“แอ๊ะๆๆ” ส่งเสียงและปรบมือด้วย

“งั้นอย่าบอกม๊าน่ะ ว่าป๊าจะไปซื้อตัวช่วย” ผมพูดก่อนจะเดินเข้าไปในร้านยา แสดงว่าร้านนี้สนับสนุนเลยมีเชลผลิตภัณฑ์ของบริษัทผลิตถุงยางวางอยู่อย่างชัดเจน ผมก็ยืนมอง ที่จะซื้อน่ะ คือเจลหล่อลื่นครับ ตัวช่วยที่ต้องใช้

“ปะ ปะ ปะ “มีกล่องมาจ่อที่แก้มผม ผมหันมามองถุงยาง

“ไม่เอา เอาไปทำไมเดี๋ยวก็ไม่มีน้องหรอก อยากมีน้องไหม เอาเก็บไปเลย” ผมถามเจ้าก้อนเต้าหู้ ก่อนจะรับไปวางเก็บที่เดิม และผมก็มองหาเลือกว่าเอาเจลอะไรดี

“ปึก ปึก ปึก” มาอีกแล้ว ผมหันมามอง ยังหยิบกล่องถุงยางที่เขาโชว์เอาไว้ มาให้ผมดู ผมก็หันไปมอง กลิ่นช๊อกโกแลต แถมอ้าปากจะกินด้วย

“นี้ไม่ใช่ช็อกโกแลตสำหรับกินน่ะเต้าหู้”

“และที่หยิบมานี้ อยากจะใช้หรือไง ยังเล็กอยู่ รอโตก่อนค่อยใช้น่ะ” ผมพูดกับเจ้าก้อนเต้าหู้และยื้อแย่งออก มีมองหน้าชักจะไม่พอใจ

“เอาไว้ครบสิบแปดปีป๊าซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด เอาสิลโหลเลยไหม “ผมถามเจ้าลูกโซ่ผม ยิ้มตาหยี แต่น้อยเลยนะครับลูก ผมก็หันไปดูหลอดเจลต่อ มีเยอะแยะไปหมด มีหลายสีด้วย

“เป็นพ่อภาษาอะไรพาลูกมาซื้อถุงยาง” ผมหันไปมองคนที่จุงลูกมาซื้อของในร้านขายยา ผมก็เห็นเจ้าลูกโซ่นี้รื้อกล่องถุงยางมาถือเล่นเพลินเลย เพราะผมมัวแต่มองหาเจลเลยลืมไปเลยเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย พอมีคนทักขึ้นคนเดียว คนในร้านยาก็หันมามองผมกันหมด โดยเฉพาะผู้หญิงที่สวมเสื้อกาว มองจ้องเขม้งเลย ผมรีบหันมาหยิบกล่องในมือเจ้าก้อนเต้าหู้ถืออยู่ออกทันทีและรีบวางกลับไปยังที่เดิม

“อู้ยย “ผมหันมาเจอหลายสายตาที่มองผมกับลูกโซ่ ผิดตรงไหนครับ ถ้าผมอยากจะซื้อถุงยางแต่แค่พาลุกมาเลือกด้วยแค่นี้เอง ยังมองอีก ผมหันมามองลูกโซ่

“อ้อ ลูกอยากได้ลูกโป่งนะครับ เฮอะๆ” ผมพูดแต่ดูท่าทางจะไม่มีใครเชื่อแน่นอน

“สงสัยเราจะมาผิดร้านครับลูก” ผมพูดกระซิบกับเจ้าก้อนเต้าหู้ ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังออก และรีบเดินจั้มอ้าวไปทันที

“อดเลยเนี๊ยะ เรานี้จริงๆ เลย” ผมก็เลยต้องเดินหาเข้าไปในซูเปอร์มาเก็ตดีกว่าโซน ของใช้ส่วนตัวและผมก็เจอเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

“ห้ามหยิบกล่องถุงยางมาเล่นน่ะรู้ไหมเต้าหู้” ผมกระซิบบอก ยังมาทำปากยู่ใส่ป๊าอีก ผมก็เดินไปก้มๆ มองๆ มองไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ล่องอกกลมๆ ที่มายืนเสนอให้เห็น

“หาอะไรอยู่เหรอคะ” ผมเงยหน้ามองเจ้าของเสียง หน้าตาหมวยนี่ค่ะ แถมนมก็ดันถลักออกมาจน

“หา เออ หา หา ของไปเล่นกับแม่ของลูกน่ะครับ” ผมพูด นมใหญ่ดีแท้

“ลูกน่ารัก แต่ดูท่าทางพ่อจะแซบกว่า”

“แน่นอนครับเพราะว่าลูกผมยังเล็กหนัก แต่พ่อน่ะ ใหญ่เต็มวัยแล้วนะครับ แซบกว่าแน่นอน เฮอะๆ” นมยังกับฟักแฟงแตงไทย แต่ว่าเครื่องแบบที่น้องใส่มานี้แปลว่า

“ดูแลเชลนี้อยู่นะคะ” น้องเขาชี้ไปที่เชลถุงยาง

“แสดงว่าต้อง เอ็กซ์เปิร์สมากๆ ใช่ไหมครับ “ผมถามเขากลับทันที

“ค่ะ รู้ลึก รู้จริง และเข้าใจ มากค่ะ” น้องเขาพูดและก้มมองตรงเป้าผมด้วย “เข้าใจว่าควรจะใส่ไซ้ไหนดีนะคะ “น้องเขาบอกผม พร้อมกับพยายามวัดไซ้สิ่งที่ซ้อนอยู่ในกางเกงผม ขนาดซ้อนแล้วน่ะ

“งั้นก็” ผมก็ทำท่าจะคิด ก่อนว่าจะซื้ออะไรดี น้องเขาก็ยืนแอ่นอกมาสู้ตลอด ผมก็คิดว่าเจอแล้ว หลอดนี้เลยดีกว่า

“แผล้ด!!” เสียงดังสนั่น ผมหันมาว่าจะถามว่าเจลอันไหนดีกว่ากัน

“เว้ยยย!!! “ผมก็ต้องร้องเสียงหลงตกใจ ร่องอกแน่นๆ นั้นมีเจลไม่รู้มาจากไหน พุ้งมากองอยู่บนเนินนั้นเต็มๆ ผมหันกลับมามองคนที่ผมอุ้มอยู่ ไม่ใช่ใครอื่นเจ้าลูกโซ่ของผมเอง ไปเอามาจากไหน หยิบมาจากช่องที่เขาบอกว่าตัวอย่าง แล้วนี่ไปบีบใส่เขาทำไม เขาเป็นคนดูแลเชลล์นี้ ผมรีบแย้งหลอดมาถือเอาไว้

“อ้ายยย!!!”

“เออ ผมขอโทษนะครับ ผมขอโทษนะครับ คือลูกผมคงไม่ตั้งใจนะครับ เอาอะไรเช็ดดีล่ะ” ผมรีบขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ จะหันไปหาอะไรมาเช็ดให้ก็ไม่มี

“ลูกผมคงอยากรู้น่ะครับ เด็กวัยกำลังอยากรู้อยากเห็น คงอยากรู้ว่าในหลอดมันมีอะไรเอ่ย” ผมพูดแต่คนที่โดนไปนี้เงยหน้าขึ้นมามองผมกับลูกชาย มุขนี้คงใช้ไม่ได้แน่นอน ดูสีหน้าเธอแล้ว เจ้าลูกโซ่หันไปหยิบมาเล่นอีก ผมก็รีบหันไปแย่งดึงหลอดเจลที่ลูกผมหยิบมาเล่น เก็บเข้าไปทันที

“แผล็ด!!” มาอีกแล้วเหรอ ผมหันไปมอง ยิ่งได้แม่นมาก ไปที่หน้าเขาเลย

“ว๊าก!!!”

“อันนี้คิดว่าน้องคงตั้งใจมั้งค่ะ และนี้มันไม่ได้เอาไว้ทาหน้า! คุณช่วยบอกลูกคุณนิดนึงนะคะ!!” น้องพูดไปและก็ใช้มือปาดเจลที่ใบหน้านั้น ผมรีบหยิบอีกหลอดจากมือเจ้าตัวแสบ หันซ้ายหันขวาระหว่างที่นางกำลังเช็ดหน้าตัวเองอยู่ จะรออะไรล่ะ วิ่งซิครับ วิ่งออกทันทีก่อนจะผ่านไปผมเงยหน้าขึ้นมองก่อน จำเอาไว้เลยจะได้ไม่กล้ามาเข้าอีก

“ไปฉีดใส่หน้าเขาทำไมมันไม่ใช่ครีมทาหน้า เจ้าเต้าหู้!!!” ผมถามเจ้าตัวแสบ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีก

“เลยไม่ได้เลยเห็นไหม ตัวช่วยป๊าน่ะ “ผมบ่นเจ้าตัวแสบทันที และมือถือผมก็สั่น ผมหยิบมาดูก่อนจะกดรับสาย มาม๊าลูกโซ่ ผมตั้งชื่อเอาไว้ รีบกดรับทันที

//ฮัลโหล บีม//

//ครับพี่เธียร พี่อยู่ไหนครับ ///

//พาลูกโซ่เดินเล่นน่ะบีมแล้วบีมล่ะ ใกล้เสร็จหรือยังครับ//

//เพิ่งจะซื้อเสื้อผ้าเจ้าลูกโซ่เสร็จครับ ม๊าว่าจะพาไปดูรถเข็นเด็ก และเตียงเด็กอ่อนอีก และเก้าอี้นั่งทานข้าวอีกด้วย” ผมหันมามองลูกโซ่ตาปรือๆ แล้วด้วย

//งั้นพี่ไปดูเครื่องนอนก่อนน่ะ บีม พี่ว่าจะเปลี่ยนที่นอนไหม อันเก่าไม่ค่อยเด้งอ่ะ//

//เด้งหรือไม่เด้งก็มีค่าเท่ากันมั้งครับพี่เธียร เพราะว่าผมไม่ให้อยู่ดี!!” คนปลายสายกรอกเสียงดังมาในหูผมจนต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างทันที “รู้ได้ยังไงวะ ว่าจะขอจุดจุดจุด “ผมแอบบ่นพึมพำอยู่กับก้อนเต้าหู้ ผมก้มลงมองหน้าเจ้าก้อนเต้าหู้ ก่อนจะเดินเข้าไปในแผนกเครื่องนอน ยี่ห้อดัง ผมเดินอุ้มเจ้าลูกโซ่เข้าไปด้านใน

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าดูที่นอนรุ่นไหนไว้แล้วหรือยังครับ” พนักงานออกมาต้อนรับ ผมก็พยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินไปมองดูว่าที่นอนรุ่นไหนดีที่เราพ่อลูกจะใช้นอนฆ่าเวลา

“ผมดูเอาไว้รุ่นพรีเมี่ยมเลย” ผมบอก คนขายก็ถึงกับถลึงตาโต พรีเมี่ยมนี้คงแสนกว่าแน่ๆ

“งั้นเชิญด้านนี้เลยครับ” พนักงานพาผมไปยังที่นอนรุ่นพรีเมี่ยม ราคาอยู่ที่แสนกว่าบาท ผมก็ลองกดดู นิ่มใช้ได้ ลูกโซ่ก็หาวเต็มที่

“คือลูกผมน่ะ งอแงครับ เลยต้องเลือกเตียงตามใจลูกผม”

“รุ่นนี้นิ่มเหมือนอยู่บนปุยเมฆเลยครับ เผลอๆ น้องอาจจะอยากนอนทั้งวันเลยก็ได้นะครับ” ผมหันมามอง โฆษณาเกินจริงไปไหม

“ผมเปรียบเปรยน่ะครับคุณลูกค้าและรุ่นนี้นุ่มมากเลยจริงๆ น่ะครับ สินค้านำเข้าครับ”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอลองขึ้นไปนอนก่อนได้ไหมครับ”

“ได้เลยครับ เชิญเลยครับ” พนักงานขายหันมาบอกผม ผายมือให้ผมด้วย

“เดี๋ยวมานะครับ มีลูกค้านะครับ ไปไม่ไม่นานครับ แล้วผมจะกลับมาสอบถามว่านอนดีไหมนะครับ” คนขายบอกผม ผมก็วางเจ้าลูกโซ่ลง พอเจ้าลูกโซ่นั่งได้ก็คลานไปรอบเลยครับ ผมก็รีบไล่จับอยู่พักหนึ่ง คนขายก็ยังไม่มา และดูท่าเจ้าลูกโซ่ก็เริ่มตาปรีอีกครั้ง ผมเลยจับเจ้าลูกโซ่นอนลง ลองนอนไงครับ ขึ้นไปนอนด้วยกันตบตูดเบาๆ ผมเห็นบีมทำอยู่ ตบไปตบมาหลับกันทั้งคุณป๊าและคุณลูก

“คุณลูกค้าครับ ลองนอนเป็น…ยัง..ไง…บ้าง”

“คุณลูกค้าครับ”

“อืมม จะนอน อย่ากวน” ยังมีน่าไปไล่เขาอีกเอิ้กๆ

“อันนี้ไม่ใช่ลองนอนแล้วมั้งครับ อันนี้นอนจริงๆ แล้วมั้งครับ”

“สงสัยจะหลับดีจริงอะไรจริง เรียกไม่ตื่นเลย “เสียงหงุงหงิงข้างๆ หู แต่ไม่สนใจ ง่วงครับผม

มีต่อด้านล่างค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
   EP 18 พ่อลูกจอมป่วย P2

   Part's กันต์ธีย์ ผมเดินซื้อของกับม๊าของพี่เธียรวิชย์ซะเพลินเลย และได้ของหลายอย่างมาก ได้เสื้อผ้าอของลูกผมเยอะแยะเลย ผมเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงน่ารัก ผมยืนมองอยู่พักหนึ่ง จนม๊าเดินมาเห็น ตอนแรกม๊าตกใจที่ผมจะซื้อ คงคิดว่า ผมจะซื้อไปให้เจ้าลูกโซ่แน่ๆ แต่ผมบอกว่าผมจะซื้อไปฝากลูกสาวของพี่รินทร์ คนที่เคยแบ่งนมให้เจ้าลูกโซ่ดื่ม ม๊าเลยช่วยเลือกได้ไปสี่ห้าชุด ก่อนจะเดินไปซื้อพวกรถเข็น ม๊าพาไปเลือกแบรนด์ชั้นนำแพงแต่ม๊าบอกของหลานให้ซื้อดีดีไปเลย ตอนแรกว่าจะซื้อแค่ไม่กี่อย่างนี้ซื้อได้ไปหลายอย่างเลย ม๊ายังเลือกซื้อที่เข็นหัดเดินให้เจ้าลูกโซ่ด้วย ตอนแรกพี่กันตภณจะซื้อให้ตั้งแต่ลูกโซ่ยังอยู่ในท้อง แต่ผมบอกว่ารอก่อนดีกว่า

“ได้เกือบครบน่ะบีม ถ้าขาดเหลืออะไรค่อยมาซื้อเพิ่มน่ะ “ม๊าบอกผม

“ผมเกรงใจอ่ะครับม๊า ของก็ราคาแพงมากเลยน่ะม๊า”

“นี้ป๊าเขาให้ม๊ามา และป๊าเขาบอกแล้วว่า ซื้อให้หลานรักทั้งที่ ซื้อดีดีไปเลย ป๊าเขาไม่ว่าหรอก” ม๊าพูดก่อนจะ

“ว่าแต่เจ้าเธียรพาลูกไปซื้อของเล่นที่ไหนน่ะ” ม๊าพูด ก่อนจะหันมองไปรอบๆ

“ผมโทรตามให้ดีกว่าครับม๊า” ผมบอกม๊า พร้อมกับก้มลงหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก

“ฮัลโหลครับ” เสียงที่ไม่คุ้นเคยรับสาย ต่อให้ผมเพิ่งจะคุยกับพี่เธียรไม่นาน แต่ก็จำเสียงได้ดี

“ขอโทษนะครับ เจ้าของมือถือเครื่องนี้”

“น่าจะคนที่นอนหลับอยู่นี้มั้งครับ อยู่แผนกเครื่องนอนน่ะครับ ดูแล้วที่นอนที่ผมนำเข้ามานี้ ท่าทางจะหลับสบาย ผมยืนเฝ้ามาเกือบชั่วโมงแล้ว พ่อลูกเขาหลับไม่ตื่นเลยครับ”

“แผนกเครื่องนอนเหรอครับ!”

“ใช่ครับ เครื่องนอนของXXXXXX แบรนด์ดัง นำเข้าเลยครับ”

“งั้นขอบคุณนะครับ” ผมรีบกดวางสาย ม๊ามองหน้าผม

(ยืนเฝ้ามาเกือบชั่วโมง ไม่ซื้อนี้มีเคืองยันลูกบวช!) เสียงที่ดังแทรกมาก่อนที่ผมจะวางสายไป

“เป็นอะไรไปบีม”

“พ่อลูกเขาไปแอบหลับที่แผนกเครื่องนอนนะม๊า”

“ห๊ะ!! “ม๊าร้องออกมาด้วยความตกใจ

“สงสัยเราจะช๊อปกันนานไปหน่อย” ม๊าพูดปนหัวเราะ

“ไปหาสองพ่อลูกกัน เพราะว่าป๊าเขานัดทานข้าวที่ร้านอาหารน่ะวันนี้น่ะ ฉลองให้หลานรักเขาหน่อย เขาบอกม๊าตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแหละ” ม๊าหันมาบอกผม ม๊าหันไปส่งของที่ซื้อให้คนขับรถถือไปที่รถก่อน ผมก็เกรงใจ พี่เขาเดินมาถือไปสองสามรอบแล้ว ผมพาม๊าเดินไปหาแผนกเครื่องนอนยี่ห้อที่คนรับสายบอกผมไว้ ผมเดินเข้าไปในด้านใน ยี่ห้อนี้แพงเว้อได้อีก จนไปหยุดตรงที่นอน เกรดพรีเมี่ยม ราคา แสนกว่าบาท พร้อมกับมีคนยืนอยู่ ผมก็มองสองพ่อลูกที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ผมแอบคิดในใจ นี้ไม่อายกันบ้างเลยเหรอ คนเดินเข้ามาดูก็พากันปิดปากขำ ม๊ายังเหลือกตาขั้นบน ผมก็เดินไป สะกิด

“พี่เธียร!!”

“อืมม” ยังสะบัดมือผมออกอีกน่ะ

“พี่เธียร!! ตื่น!!! “ผมร้องเรียกอีกครั้งดังกว่าเดิม

“พี่เธียร!!! “ขึ้นเสียงดัง จนพี่เธียรสะดุ้งเฮือก

“ตื่น มานอนอะไรในนี้ล่ะ “ผมถามพี่เธียร ส่วนเจ้าลูกโซ่หลับสบายเชียว พี่เธียรวิชย์หันมามองผมกับม๊าและหันไปมองพนักงานขายของร้านที่ยืนยิ้มกริ่มๆ

“ตกลงนอนสบายเลยใช่ไหมครับ รุ่นนี้รุ่นพรีเมี่ยมครับ ราคาขายอยู่ที่แสนกว่าบาทครับผม” ผมสะบัดหน้าไปมอง แสนกว่าบาทเหรอ

“เออ นอน สบายไปน่ะ ลูกผมเลยไม่อยากตื่น” พี่เธียรวิชย์พูดก่อนจะเขี่ยแก้มเจ้าลูกโซ่ ส่วนม๊าน่ะมองพี่เธียรวิชย์ก่อนจะ หันมามองพนักงานขาย

“รุ่นนี้มีส่วนลดไหมคะ” ม๊าหันไปถาม

“มีครับ ลดสามสิบเปอร์เซนต์ครับ และรอสินค้า 8- 14 วันครับ”

“งั้นเอารุ่นนี้น่ะ “ม๊าหันมาสั่ง

“ม๊า” ผมนี้เสียดายเงินน่ะ ผมเรียกม๊า และสั่นหัวเบาๆ

“เอาน่ะ เอารุ่นนี้แล้วกัน เห็นหลานนอนหลับสบายเชียว” ม๊าพูดและพี่เธียรวิชย์ก็อุ้มเจ้าลูกโซ่ที่สะลึมสะลือลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆ ส่วนม๊าน่ะเดินไปชำระเงินค่าที่นอนแทนพี่เธียรวิชย์

“เห็นไหมม๊าน่ะรักหลานแค่ไหน “พี่เธียรวิชย์พูดกระซิบกับผม

“ม๊าบอกว่าวันนี้ป๊าจะพาไปทานอาหารที่ร้านอาหารอ่ะพี่เธียรวิชย์” ผมหันมาบอกพี่เธียรวิชย์ เขาก็หันมาพยักหน้า ส่วนเจ้าลูกโซ่ ครึ้งหลับครึ้งตื่น

“พี่เธียร แล้วไหนของเล่นลูกล่ะ เห็นบอกว่าจะพาไปดูของเล่นไม่ใช่เหรอครับ” ผมถามพี่เธียรวิชย์

“คือเจ้าเต้าหู้น่ะซิ ง่วงนอนพี่เลยพาเดินไปหาที่นอนไม่ได้พาไปดูของเล่น” พี่เธียรวิชย์บอกกับผม ม๊าก็เดินกลับมาหาผมสองคนพอดี

“ไปกันได้แล้วมั้ง ป๊าเราโทรมาตามแล้ว” ม๊าเดินมาบอก ผมพยักหน้า ม๊ากำลังเดินคุยโทรศัพท์กับป๊า ผมก็เดินอุ้มเจ้าลูกโซ่ส่วนพี่เธียรวิชย์น่ะ เดินถือถุงของแทน ระหว่างที่กำลังเดินผ่าน ผมเห็นสาวใส่ชุดเครื่องแบบพีซี ยืนกอดอกมองมาทางผม ผมหันมามองคนที่เดินหนีบอยู่ข้างๆ ผม และเจ้าตัวดีของผมแอบอยู่ที่อกผมด้วย

“นี่ไปทำอะไรมาน่ะ” ผมหันมากระซิบคนที่เดินเหมือนหลบใครสักคน ขณะที่กำลังจะเดินผ่านพีซีคนนั้นไป

“ก็เจ้าก้อนเต้าหู้นะซิ ดันเอาเจลหล่อลื่นน่ะไปฉีดใส่หน้าเขาน่ะ”

“ตกลงพี่พาลูกไปดูอะไรมา”หันขวับมาทันที

“พี่น่ะไปดูเจลจะมา…” ผมหันมาตอบบีม  บีมขมวดคิ้วรอผมทันที

“คือ แม้บีม เรื่องอย่างว่ามันก็ เป็นปัจจัยพื้นฐานน่ะ พี่แค่เตรียมความพร้อม”

“ไม่ต้องรีบก็ได้มั้งครับเพราะว่า อีกนาน!!!” ผมพูดก่อนจะรีบเดินออกทันที ทิ้งให้คนที่ถือถุงวิ่งตามไป ม๊าหันมามองผมก่อนจะจะกดวางสาย

“ม๊าไปรอที่ภัตตาคารเลยน่ะเธียร ของเพื่อนพ่อเราน่ะ เฮียธีและมิวใกล้ถึงแล้ว เฮียธันก็ไปรับเฮียธามที่คอนโด น่าจะใกล้ถึงแล้วเหมือนกัน “ม๊าหันมาบอกผมกับพี่เธียร เจ้าลูกโซ่ กางแขนอยากไปกับอาม่าขึ้นมาซะงั้นน่ะ

“ไปกับป๊าและม๊า อาม่าไม่มีคาร์ซีทลูก รอให้ป๊าเขาติดให้ก่อนนะ ฟ้อด!! “ม๊าหันมาบอกเจ้าลูกโซ่ และม๊าก็ขึ้นรถไปทันที พี่เธียรวิชย์หันมายิ้มให้ผม

“ดูม๊าพี่มีความสุขมากเลยน่ะ ดูซิ หลงหลานหนักเลย”

“ก็เจ้าโซ่ของพี่อ้อนหนักขนาดนี้ ไม่หลงได้ยังไงล่ะ” ผมหันมาพูดกับพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรวิชย์มองหน้าผมนิ่ง

“พี่เธียร” ผมเรียกคนที่ยืนมองหน้าผมนิ่ง

“แต่ของพี่สงสัยจะหนักกว่าม๊าอีก ไม่ต้องอ้อนก็หนัก แต่ถ้าอ้อนพี่อีกสักนิดน่ะ โงหัวไม่ขึ้นแน่ๆ “พี่เธียรวิชย์พูดตายังมองหน้าผมอยู่ ผมรีบทำปากยู่ใส่ รีบเดินไปขึ้นรถทันที ผมนี้ก็เริ่มจะหนักเหมือนกัน ผมยอมรับว่า ภาพวันแรกมันหายไปหมด เหลือไว้แค่ผู้ชายที่เป็นพ่อของลูกและมันก็เริ่มทำให้ผมคนนี้ ใจอ่อนขึ้นทุกวัน ส่วนหนึ่งมาจากเจ้าลูกโซ่ด้วยที่เป็นตัวเชื่อมผมกับพี่เธียรวิชย์ และทุกคืนก็จะนอนกอดลูกด้วยกันทุกคืน มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจแทนเจ้าลูกโซ่ ต่อให้ในสายตาใครหลายคนโดยเฉพาะพี่กันตภณที่มองพี่เธียรวิชย์ว่ายังไม่พร้อมดูแลผม แต่ผมว่าเขาพร้อมตั้งแต่นาทีที่เขาได้รู้ว่าลูกโซ่คือลูกของเขาแล้ว
****
TBC......
ลูกโซ่น่ารักพอไหมคะ อยากได้จะได้จัดมาให้อีกน่ะ ตอนหน้าเธียนวิชย์ต้องไปตามหาผู้จัดการคนเก่าที่บีมทำงานที่ผับ เพื่อหาความจริงบางอย่าง บีมจะใจอ่อนให้พี่เธียนวิชย์ได้หรือยังนะ ลุ้นๆ จะได้มีฉากกุ๊กกิ๊กซะที ฮาๆ


ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2640
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP 19 หลานสะใภ้ P.1

               Part's กันต์ธีย์ ผมอยู่บ้านพี่เธียรวิชย์จนกจะครบอาทิตย์แล้ว ผมยอมรับว่าผมเริ่มใจอ่อน ทุกครั้งที่เห็นพี่เธียรวิชย์รีบกลับบ้านมาเล่นกับเจ้าลูกโซ่ และเจ้าลูกโซ่เองก็ตั้งตารอป๊าซะด้วย แถมลุงก็พากันรีบกลับมาเล่นกลับหลานอีก มันเป็นภาพที่น่ารักมาก จากที่ผมเคยคิดว่า ผมจะอยู่กับพี่เธียรวิชย์ได้นานแค่ไหน คนไม่เคยรักกันแต่นี้ ผมกลับเริ่มหวันไหวโดยไม่รู้ตัว พี่กันตภณก็มานั่งคุยกับผมและมาดูลูกโซ่ทุกวัน ผมก็ยังยืนยันคำเดิมกับพี่กันว่าผมเลือกความสุขของลูกก่อน

“คุณบีมค่ะ “ผมหันไปมองพี่มล ขณะที่เจ้าลูกโซ่ ตอนนี้ครบเจ็ดเดือนกว่าแล้ว กำลังนั่งเล่นอยู่ในรถสำหรับเด็กเกาะคลาน อันนี้ลุงธีย์ซื้อให้

“ว่าไงครับพี่มล” ผมถามหันไปถามพี่มล

“คุณบีมไปนอนพักไหมคะ เห็นบ่นปวดท้องมาตั้งแต่เช้าแล้วนี่ค่ะ”

“ผมดีขึ้นแล้วน่ะครับ พี่มล “ผมบอกพี่มล

“แน่ใจนะคะ เพราะว่าถ้าคุณบีมเป็นเยอะนี่พี่มลโดนไล่ออกแน่ๆ เลยค่ะ ข้อหา ดูแลคุณบีมไม่ดีนะคะ”

“อะไรกันพี่มล พี่มลน่ะดูแลผมดีจนผมแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลยน่ะครับ ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่ยอมให้พี่มลออกครับ” ผมพูดกับพี่มล ส่วนเจ้าลูกโซ่ก็ขับรถเล่นไปด้วย แม้ทำซะเหมือนนักซิงเลยน่ะ ตอนหมุนพวงมาลัย

“คุณเธียรเขาชอบแข่งรถด้วยนะคะ แต่คุณแม่คุณเธียรเขาขอร้องให้เลิกนะคะ เริ่มแข่งตั้งแต่อายุสิบแปดค่ะ” ผมหันไปมองพี่มล "ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย เพิ่งจะรู้ตอนที่พี่มลบอกผมนี้แหละ" ผมหันไปบอกพี่มล "ที่จริงมีรูปเยอะแยะเลยค่ะ แต่อาก๋งเขาไม่ชอบเลยไม่ให้เอามาแขวนนะคะ" พี่มลพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด ผมก็รู้สึกผิดที่ถามแบบนั้นไป

“และคุณธันเคยเป็นนักแข่งรถมาก่อนเหมือนกันค่ะ บ้านนี้เขาชอบความเร็วกันทั้งบ้านค่ะ แต่ตอนนี่เห็นว่าเป็นผู้สนับสนุนแทนค่ะเพราะว่าคุณแม่เขาขอไว้เหมือนกันให้เลิกให้เลิกแข่ง”

“เป็นใครก็เป็นห่วงนะคะ ยิ่งตอนลงสนามนะคะ เห็นแล้วหัวใจจะวายค่ะ “พี่มลพูดให้ผมฟัง ผมหันมามองพ่อนักซิงของผม นี่จะเป็นนักซิงตามพ่อเหมือนกันเหรอ ดท่าขับเข้าซิ ตีโค้งซะเหมือนเชียว พี่มลยืนยิ้มในความน่ารักของเจ้าลูกโซ่

“พี่มลครับ ผมจะพาน้องลูกโซ่ไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านก่อนนะครับ ดูท่าจะเบื่อในบ้านแล้ว” ผมหันมาบอกพี่มล

“ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่มลไปดูในครัวแล้วจะตามไปนะคะ “พี่มลหันมาบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ มือถือผมสั่น ผมเลยหยิบมาเปิดอ่าน มีข้อความไลน์คุยกันเรื่องลูก และนี้ก็ทำให้เราคุยกันมากขึ้นบ่อยขึ้น ระหว่างผมกับพี่เธียรวิชย์

ปาป๊า //ลูกเป็นไงบ้าง ม๊า (ช่วงนี้เริ่มแทนตัวเองว่าป๊า และม๊ากันมากขึ้น)
มาม๊า// ก็เล่นขับรถอยู่นี้ไง วันนี้เห่อขับรถทั้งวันเลยป๊า (ผมบอกพี่เธียรวิชย์)
ปาป๊า// ป๊าว่าจะสั่งรถเฟอรารี่บังคับคันใหญ่ให้ลูกน่ะม๊า
มาม๊า// รอให้ขวบหนึ่งดีกว่าป๊า เร็วเกินไป
ปาป๊า//ก็เห็นลูกชอบรถนี่ม๊า ป๊าว่าจะสั่งแล้วเนี๊ยะ
มาม๊า//ตามใจป๊าก็แล้วกัน (ผมเลยขี้เกียจห้ามแล้ว)
ปาป๊า// แค่นี้ก่อนน่ะ ป๊าจะไปดูจัดสถานที่ สำหรับต้อนรับผู้มาเยี่ยมดูโรงเรียนป๊าพรุ่งนี้ (พี่เธี่ยรวิชย์บอกผม)
มาม๊า// ป๊าโอเคไหม
ปาป๊า// ก็กังวลนิดหน่อยน่ะ แต่ป๊าว่าป๊าทำเต็มที่ รอดูพรุ่งนี้ว่าจะผ่านไหม ในสายตาป๊าของพี่น่ะ (ผมยอมรับว่าพี่เธียรวิชย์ดูกังวลกลัวป๊าเขาจะมองว่าเขายังไม่ดีพอที่จะดูแลผมกับลูก แต่ผมอยากบอกว่าเขาดีพอสำหรับลูกผมแล้วในแบบที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้)
มาม๊า// ม๊าเชื่อว่าป๊าทำได้ สู้ๆ น่ะ
ปาป๊า//……// คนปลายสายเงียบไปเลย ดีใจหรือแปลกใจ หรือว่างง กันแน่
มาม๊า// ป๊ากลับเย็นหรือเปล่าครับ
ปาป๊า// เดี๋ยวป๊าแค่ลงไปดูก็กลับแล้ว คิดถึงป๊าเหรอครับ (เจ้าลูกโซ่หันมามองผมยิ้มโชว์ฟันสี่ซี่เต็มให้ผมดูทันที)
มาม๊า//มีคนคิดถึงนะครับ ดูซิยิ้มใหญ่เลย//
ปาป๊า //พูดแบบนี้อยากรีบกลับเลย แต่ขอลงไปเช็กงานก่อนครับ เจอกันที่บ้านครับ //
(คุณปานจรีย์ครับ เดี๋ยวผมจะไปดูสถานที่ที่เขาจัดงานนะครับ และถ้ามีคนมาหาผม ให้บอกเขาไปว่า ผมไม่อยู่นะครับและผมจะออกไปทำธุระต่อเลย) ก่อนที่พี่เธียรวิชย์จะวางสายไปผมได้ยินพี่เธียรวิชย์บอกคนที่ทำหน้าที่เลขานุการ ผมก็กดวางสายและหันมานั่งเล่นกับเจ้าลูกโซ่ต่อ

พี่มิว //บีมพี่กับเฮียธีจะเข้าไปหาหลาน เอาอะไรเพิ่มไหมคะ//
บีม// ไม่แล้วครับพี่มิว พี่มิวเพิ่งจะเอามาให้ผมเองนะครับ น้องยังใช้ไม่หมดเลยครับ และนมก็พอแล้วครับ//
พี่มิว // ก็อยากหาเรื่องไปเล่นกับหลานนะบีม นี้เฮียแกก็เป็นคนชวนพี่หยิกๆ เลยน่ะ ไม่รู้ว่าใครเห่อหลานมากกว่ากันแล้วเนี๊ยะ//
บีม// ขอบคุณครับพี่มิว//
พี่มิว// แค่นี้ก่อนน่ะบีม นี่มาตรงเวลาเป๊ะเลย ปกตินี่เลทตลอด แต่นี้สงสัยอยากเล่นกับหลาน เดี๋ยวเจอกันนะบีม// ผมกดวาวสายจากพี่มิว แฟนเฮียธี ผมรู้สึกว่าเจ้าลูกโซ่นี่โชคดีเหลือเกิน มีของเล่นมากมายที่ลุงๆ ซื้อมาให้ อาม่าก็ซื้อมาให้

“หมับ” ผมรู้สึกได้ว่ามีคนมาจับขาผมและพยายามที่จะเกาะยืน ผมก็ต้องรีบประคองหนุ่มน้อยของผมเพราะว่าเขายังยืนเองไม่ได้

“ม่ะ ม่ะ ม่ะ” เด็กน้อยเรียกผม ผมก็อุ้มเจ้าลูกโซ่ขึ้นมา ฝามือน้อยประคองใบหน้าของผม ผมอุ้มเจ้าลูกโซ่ขึ้นมา

“ไปเดินเล่นที่สวนดอกไม้ของอาม่าเราดีกว่าเนอะ” ผมบอกลูกโซ่ ขณะที่ผมกำลังเดินออกมาเพื่อเดินไปที่ด้านหลังของบ้าน

“ปล่อยน่ะ อย่ามาเสือกกับฉัน ทำไม ฉันจะเข้าไปไม่ได้ ในเมื่อนี้มันบ้านพี่เธียรของฉัน!! ถอยออกไป!!” เสียงดังเอะอะมาจากด้านนอก จนเกือบเข้ามาถึงด้านใน และใกล้จะเข้ามาประชิดตัวผม ผมหันไปก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผมจำเธอได้ดี เธอชื่อแพรวา ผมอุ้มน้องลูกโซ่เอาไว้ แพรวาเข้ามายืนมองผม เธอกอดอกพร้อมแสยะยิ้มให้ผม

“ชูคอน่าดูน่ะ เป็นคุณนายเหรอ ไม่ใช่หรอกมั้ง เขาให้อยู่ก็แค่แม่ของลูก น่าสมเพชน่ะ” ผมกลืนน้ำลายลงคอ พยายามสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ ไม่อยากมีปากเสียงกับเธอ และยิ่งต่อหน้าลูกด้วยแล้ว ผมเลยจะหันหลังเดินออกดีกว่า

“หมับ” แขนผมถูกกระชากจนเกือบเสียหลัก

“นี้คุณ!!” ผมรีบหันมามองหน้าเธอ การที่เธอกระชากผมแบบนี้ ผมกับลูกอาจจะล้มลงไปก็ได้

“แกไม่มีสิทธิ์จะหันหลังเดินออก”

“ก็ผมไม่อยากมายืนเถียงกับคุณ ผมสงสารหูลูกผม “ผมพูดพร้อมกับมองหน้าเจ้าลูกโซ่ เจ้าลูกโซ่กอดผมแน่นมาก

“พี่เธียรของฉันอยู่ไหน “แพรวาถามผม

“ไม่ทราบครับ แต่ผมรู้ว่าพี่เธียรยังไม่กลับบ้าน อาจจะไปธุระต่อนะครับ” ผมหันไปพูดกับเธออย่างสุภาพชนเขาพูดกัน เธอยืนจ้องมองผมตาเขม็ง

“ผมขอตัวนะครับ ผมจะพาลูกผมไปนั่งเล่นครับ ถ้าคุณจะรอพี่เธียรก็ได้นะครับ “ผมบอกเธอและท่าจะเดินหันหลังออกจริงๆ

“หมับ “เขากระชากผมอีกครั้งคราวนี้กระชากแรงมากจนผมเซแต่ดีที่ผมใช้มือยันตัวเองเอาไว้ได้แต่ว่าผมก็ชนกับมุมตู้โขว์เข้าที่ตรงหน้าท้องน้อย และอันนี้ผมก็เริ่มจะหมดความอดทนเพราะว่าถ้าผม ยันไม่อยู่นี้ผมล้มลงไปพร้อมลูกผมแน่ๆ

“คุณแพรวา!!”

“ทำไม!! แกกล้าขึ้นเสียงกับใส่ฉันเหรอ” คุณแพรวาตะคอกถามผม

“ฉันถามว่าพี่เธียรอยู่ไหน!!!”

“ผมก็บอกคุณไปแล้วว่าพี่เธียรยังไม่กลับมานะครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด

“แกโกหกฉันเหรอ ไอ้ตุ๊ด ไอ้แม่ตุ๊ด “แพรวากระชากผมอีกครั้ง ผมก็กอดเจ้าลูกโซ่เอาไว้ เพื่อว่าถ้าล้มลง ผมจะได้ใช้ตัวบังเอาไว้

“แกกล้าดียังไงโกหกฉัน แกซ้อนพี่เธียรเอาไว้ใช่ไหม แกไม่พูดฉันจะ..”

“คุณ จะทำอะไรน่ะ!!!” เสียงที่ทำให้แพรวาชะงักก่อนจะลงฝามือลงที่ผมและอาจจะพลาดโดนลูกผมขึ้นมาอีก ผมหันไปมองเสียงนั้นคือพี่มลเอง พี่มลเดินตรงปรีมาหาผมและมาดันผมออก

“นี่คุณแพรวาจะทำอะไรคะ”

“เสือกอะไรด้วย เป็นแค่คนใช้ อยู่ส่วนคนใช้ ออกไปให้พ้น อย่ามายืนสะเออะที่นี้ ไม่ใช่เรื่องของแก” แพรวาตะคอกเสียงดังไล่พี่มลใหญ่เลย

“อันนี้แหละค่ะเรื่องของมล เพราะว่าคุณแม่คุณเธียร ให้มลดูแลคุณบีมและหลานคุณเขาค่ะ และคุณบีมก็คือนายของบ้านนี้เหมือนกันคะ “พี่มลพูด

“นี้คุณจะตบตีคุณบีมเหรอคะ” พี่มลถามแพรวา

“ฉันไม่ได้ตบ ฉันแค่ถามหาพี่เธียรของฉัน แต่อีนี้มันไม่บอกฉัน และทำท่าจะเดินหนีฉันก็แค่เรียกเอาไว้”

“ไม่จริงมั้งคะมลเห็นอยู่ว่าคุณกำลังจะทำ และมลก็ฉันเห็นอีกว่าคุณกระชากแขนคุณบีม ทั้งที่คุณบีมอุ้มนายน้อยอยู่ และถ้าเกิดคุณบีมล้มลงไปล่ะคะ”

“ก็เรื่องของมันซิ ไม่ใช่เรื่องของฉัน”

“แล้วถ้าลูกชายที่เธียรวิชย์เขารักมาก ล้มลงไปด้วยล่ะ เรื่องของมันอีกไหม แต่ฉันว่างานนี้เธียรวิชย์คงไม่ยอมแน่ๆ” เสียงที่ทำให้การสนทนาหยุดชะงัก โกวหงส์เดินเข้ามาพอดี โกงหงส์เดินมายืนกอดอกมองแพรวา

“โกวหงส์สวัสดีค่ะ” แพรวายกมือไหว้แบบขอไปที

“โกวหงส์สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้โกวหงส์เช่นกัน

“สวัสดีครับโกวหงส์ก่อนซิลูกโซ่” ผมบอกลูกโซ่ ลูกโซ่หันมายกมือไหว้ ยังกลับไหว้เจ้าแน่ะ แต่ก็น่ารักแบบเด็กๆ ยิ้มโชว์ฟันสี่ซี่ด้วย โชว์ว่าเขามีฟันแล้ว

“ว่าไงล่ะแพรวา"โกวหงส์หันไปถามแพรวาที่ยืนมองโกวหงส์เล่นกับเจ้าลูกโซ่ " ฉันว่าตอนนี้คนที่สำคัญกับเธียรไม่ใช่เธอน่ะ ตอนนี้คือลูกชายที่เขารัก เธอคงเดาได้น่ะว่าเธียรวิชย์จะเข้าข้างใคร “โกงหงส์ถามแพรวาพร้อมกับยืนมองหน้าเธอ

“แพรวาก็แค่ถามหาพี่เธียรของแพรวาค่ะ แต่อี…” แพรวาพูดพร้อมกับหันมาทำท่าจะเรียกจิกผม แต่โกวหงส์หันไปยืนกอดอกมองแพรวา พร้อมกับเอียงคอมองเล็กน้อย

“บีมเขาไม่ยอมบอกแพรวานะคะ กั๊กไว้อยู่ได้ เขาให้มาอยู่ก็แค่แม่ของลูก ทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ “แพรวาพูด

“บีมเขาไม่ยอมบอกเธอเหรอ” โกวหงส์พูดทวน

“ผมบอกไปแล้วครับ ว่าพี่เธียรยังไม่กลับนะครับโกวหงส์” ผมหันไปพูดกับโกวหงส์ โกวหงส์พยักหน้ากับผม

“แก…” โกวหงส์หันขวับไปมองแพรวาทันที

“เธอบอกว่าบีมเขากั๊กไม่ยอมบอกเธอ ทั้งที่เขาบอกไปแล้วว่าเธียรยังไม่กลับ เธอนี้มันโกหกชัดๆ เลยน่ะ ถ้าเด็กทำอาจจะพอให้อภัยได้”

“แต่ก็อย่างว่าแหละ ตอนเป็นเด็กก็ควรจะสอนลูกว่าไม่ควรโกหก เพราะไม่อย่างนั้น โตมาก็จะติดเป็นนิสัย แบบนี้” โกวหงส์พูด แพรวาหันมามองหน้าโกวหงส์สายตาที่บ่งบอกว่าเธอกำลังไม่พอใจอย่างมาก

“และฉันคิดว่า ถ้าบีมเขาจะไม่อยากบอกมันก็ไม่ผิดน่ะ เป็นฉัน ฉันก็ทำน่ะ การหึงหวงสามี เป็นเรื่องปกติ ของเมียเขาทำกัน” โกวหงส์หันไปมองหน้าเธอบ้าง

“แต่มัน” แพรวากำลังจะด่าทอผมตอ

“ทำไมเหรอ ในเมื่อบีมคือแม่ของลูกเธียรวิชย์ และทุกคนรับรู้ว่า บ้านนี้มีสะใภ้แล้ว เธอล่ะ ยอมรับได้หรือยังว่าเธียรนะมันไม่ได้โสดแล้ว เธอจะมาตามเกาะเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วแพรวา” โกงหงส์พูด พร้อมกับมองหน้าแพรวา

“ไม่จริง พี่เธียรวิชย์คือของแพรวา คนเดียว เท่านั้น ไอ้นี่มันก็แค่ท้องลูกของพี่เธียรวิชย์ แค่มาเกาะพี่เธียรเพราะว่าพี่เธียรมีเงินต่างหาก”

“แพรวา ยอมรับเถอะว่าเธียรวิชย์เขามีเจ้าของแล้ว และเธียรน่ะเขารักลูกเขา ดังนั้นเขาก็ต้องรักแม่ของลูกเขาด้วย เขาถึงได้พามาอยู่ด้วยที่นี้ ในฐานะภรรยา ส่วนเธอน่ะ เธอควรจะยอมรับความจริง ว่าเธอไม่ใช่คนที่เขาเลือก”

“และเธอก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วน่ะที่จะมาเที่ยวร้องจะเอาของ ของคนอื่นเขาน่ะ และทุกคนต้องยอมใจอ่อนให้เธอน่ะ เรื่องแบบนี้มันยกให้กันไม่ได้หรอกน่ะ”

“และการกระทำแบบนี้ มันเหมือนคนไม่รักศักดิ์ศรีตัวเองเลย ที่มาร้องแรกแหกกระเชอจะเอาสามีคนอื่นเขาแบบนี้ อายคนใช้ในบ้านนี้บ้างก็ดีน่ะ”

“โกวหงส์ กล้าว่าหนูเหรอคะ” แพรวาหันมาถามโกวหงส์ ผมเองรู้สึกแปลกใจ ตรงที่เธอไม่เคยเคารพผู้หลักผู้ใหญ่สักคน มีแค่ม๊ากับป๊าของพี่เธียรวิชย์เท่านั้น

“ฉันไม่ได้ว่า แต่ฉันสอน!” โกวหงส์ถอนหายใจก่อนจะหันไปบอกแพรวา

“อ้ายยย!!” แพรวากรีดร้องออกมาดังลั่น จนผมต้องเอามือปิดหูเจ้าลูกโซ่แทน

“บีมไปหาอาม่าเถอะ อาม่าให้โกวขับรถมาส่ง เพราะว่าอยากเจอเจ้าลูกโซ่ และนี้โกวมากับลูกสาวคนเล็ก เขาร้องอยากจะมาหาเจ้าลูกโซ่รบเร้าน่าดู” โกวหงส์หันมาบอกผมแทน

"หมับ" มีมือคว้าที่ต้นแขนผมทันที “นี้แกจะไปไหน” แพรวารีบเอ่ยปากถามผม

“ไปหาอาม่า เพราะว่าอาม่าเขามาหาเหลนกับหลานสะใภ้ เธอมีปัญหาเหรอแพรวา” โกวหงส์หันไปบอกแพรวา เธอจับต้นแขนผมเอาไว้กุมเอาไว้แน่น

“เพี๊ยะ!!” เสียงตีมือแพรวาดังจากเจ้าลูกโซ่ เธอชักมือกลับทันที และเธอทำท่าจะชี้หน้าว่าลูกโซ่ ลูกโซ่หันไปทำหน้าอ้อนใส่โกวหงส์ทันที

“แพรวา เธอจะไม่เว้นแม้แต่เด็กเหรอ น่าอายน่ะ” โกวหงส์พูด

“ก็ไอ้เด็กนี้มันตีมือแพรวา พ่อแม่ไม่สั่งสอน” ผมหันขวับไปมองเธอ เธอกล้าพูดอย่างนั้นได้ยังไง

"ผมว่าพ่อแม่คุณน่ะไม่สั่งสอนคุณมากกว่า ผมน่ะสอนลูกผมตลอดถึงเขาจะยังเด็กมาก็ตาม " ผมหันไปพูดกับแพรวา"ลูกแกมันตีฉัน ฉ้นจะสั่งสอน" แพรวาพูด "ผมว่าคุณสอนตัวเองก่อนดีกว่ามั้งครับ ส่วนลูกผม ผมสอนเองได้ " ผมพูดอย่างเหลืออดจริงๆ โกวหงส์ถึงกับยิ้มเยอะ ผมเองก็ไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือแต่นี้ผมทนไม่ได้จริงๆ

"อีบีม อ้ายย!!"

“นี่!! เธอไม่คิดจะอายคนใช้บ้างเหรอ กรี้ดเหมือนคนมีปัญหาทางจิต ฉันว่านี่คือเหตุผลที่เธียรวิชย์เขาไม่เลือกเธอแพรวา ไม่ต้องไปโทษคนอื่น ” โกวหงส์หันมาชี้หน้าเธอ

ผมก็ไม่อยากให้ทุกอย่างมันแย่ลง ผมเลยเลือกที่จะอุ้มเจ้าลูกโซ่ออกไปซะดีกว่า ลูกโซ่คงคิดถึงโจวม่าแล้ว ผมเห็นอาเหมย ลูกสาวของโกวหงส์เดินเข้ามา และผมก็เดินตามอาเหมยออกไป มีเด็กผู้หญิงน่าจะเรียนมัธยมปลาย หน้าตาน่ารักเชียวหันมายิ้มให้ผมและลูกโซ่

“สวัสดีค่ะ พี่บีม หนูชื่อหลิวค่ะ เป็นลูกสาวโกวหงส์ค่ะ”

“สวัสดีครับ”

“น่ารักจังเลยค่ะ”

“หลิวเขาไปเรียนแลกเปลี่ยนที่จีนมานะบีมพึ่งจะกลับมา นี้เหมยส่งรูปเจ้าลูกโซ่ไปให้ดู นางร้องอยากกลับบ้านทันทีเลยน่ะ” ดอกเหมยบอกผม ดอกเหมยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผมเลย

“เจ๊เหมย พี่แพรวาแกไม่คิดจะเปลี่ยนนิสัยแย่ๆ ของแกบ้างเหรอ” หลิวหันมาพูดกับเหมย

“นิสัยเอาแต่ใจ ร้องอยากได้ของคนอื่นเป็นมาตั้งแต่เด็กแล้วบีม สงสัยจะติดไปจนแก่เลยมั้ง”

“นิสัยแบบนี้น่ะ เหมยนี้น่ะคนหนึ่งเลยที่ไม่ยอมเล่นกับนาง แต่นางก็ไม่เล่นกับพวกเหมยและหลิวมันหรอก ตามติดแต่พี่เธียร”

“ขนาดเรียนโรงเรียนเดียวกัน เหมยยังไม่อยากทักเลย แต่นางก็ไม่คิดจะทักเหมยหรอกน่ะ”

“เห็นนางแบบนี้ และดูเหมือนนางจะมีเพื่อนเยอะมาก แต่ทุกคนน่ะ ด่านางว่านางลับหลังกันทั้งนัน เหมยนี้ได้ยินตลอดเลยน่ะ นางไม่มีเพื่อนที่จริงใจสักคน” เหมยพูด ผมหันมามองเหมย น่าเห็นใจนางเหมือนกันน่ะ

“ที่มหา’ลัย เหมยก็ได้ยินเพื่อนนางนินทานางกันเอง บ่อยไป ในห้องอาหารน่ะ ส่วนนางน่ะไม่รู้เรื่องหรอกเพราะว่านางต้องไปนั่งห้องอาหารติดแอร์หรูๆ “ผมหันมามองเหมอย ผมไม่ค่อยได้ว่างตอนเที่ยง ผมมักจะรีบทานให้เสร็จและขึ้นห้องสมุด เพราะว่าผมรับทำรายงาน ทำThesis เพื่อหาเงินเรียน พอได้ยินจากเหมยพูดมาแบบนี้แล้วผมว่า เขาน่าสงสารนางขึ้นมาทันที ผมว่านางรู้ตัวเองดีและที่นางทำอยู่นี้ ไม่ได้ทำให้นางมีความสุขเลยสักนิด

“ก็นางชอบพูดข่มคนอื่น ว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นไม่มีใครดีเท่าแต่นางน่ะเรียนได้ห่วยมาก” หลิวพูด ผมเห็นหลิวอยากเล่นกับลูกโซ่ ผมเลยส่งให้หลิวอุ้มเจ้าลูกโซ่ไป ผมเดินเข้าไปในห้อง เห็นเฮียธันกำลังกอดอ้อนอาม่าอยู่ เฮียธันเพิ่งจะมาถึง

“ออกไปได้แล้ว เหลนอั๊วมาแล้ว มา  มา  อาเธียรน้อย น้อย ของโจวม่า “อาม่ารีบดันเฮียธันออกทันทีและกางมือรับเจ้าลูกโซ่แทน ผมก็ยกมือไหว้อาม่า

“อาบีม ทำไมยังกินน้อยอยู่ล่ะ ดูซิ ยังผอมอยู่เลยน่ะ “อาม่าหันมาจับมือผม ผมนั่งลงข้างๆ อาม่า ผมหันไปเห็น แพรวาเดินเข้ามาเบ้ปากใส่นิดหนี่งก่อนจะ

“อาม่าค่ะ สวัสดีค่ะ “แพรวาเดินมากยกมือไหว้อาม่าทั้งที่เธอเบ้ปากมาแต่ไกล

“ลื้อเป็นใครอ่ะ” อาม่าเงยหน้าขึ้นถามแพรวา

“อาม่าค่ะ หนูชื่อแพรวาค่ะ และหนูก็มาก่อนไอ้ที่เพิ่งโผ่มานี้น่ะ อาม่าจำหนูไม่ได้ได้ยังไงคะ” แพรวาพูดพร้อมกับยืนกอดอกมองผม ส่วนลูกโซ่น่ะเขากอดอาม่า เอาใจอาม่าน่าดู

"อาบีมเป็นหลานสะใภ้อั๊วน่าเมียไอ้เธียรวิชย์ อั๊วก็ต้องจำได้ซี แต่ลื้อน่าอั๊วไม่รู้ ชื่ออาหรายน่ะ เมื่อกี้อั๊วไม่ได้ยิน" อาม่าพูด แพรวาถอนหายใจเฮือกใหญ่

"แพรวาค่ะ" แพรวาตอบ

“แปลว่า” อาม่าพูด

“แพรวาค่ะอาม่า!!” แพรวาหันมาพูดเชิงเสียงดังใส่อาม่า

“แปลว่า” อาม่าถามอีกที

“อาม่าค่ะ อ่านปากหนูนะคะ แพร- วาค่ะ ไม่ใช่แปลว่าค่ะอาม่า” แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด

“อั๋วะหมายถึงชื่อเราน่ะแปลว่าอะไร!!!! “อาม่าพูด “เพล้ง!” ผมหันไปมองคนที่ทำเสียงนั้น ไม่ใช่ใครอื่นเฮียธัน และทุกคนหันมาปิดปากขำแพรวากันหมด แม้กระทั่งผมเอง ส่วนเจ้าลูกโซ่ “แปะๆ” ตบมือกับเขาอีก

“ช่างมันเถอะค่ะ จะแปลว่าอะไรก็ช่างค่ะอาม่า แต่อาม่าควรจะจำหนูมากกว่า ที่อาม่าจะไปจำไอ้…” แพรวาทำท่าจะหันมาชี้นิ้วที่ผม

“นอกจากความหมายชื่อตัวเองยังไม่รู้เลยว่าแปลว่าอะไร มายาทก็ยังไม่รู้อีกด้วยใช่ไหม ว่าอันไหนมารยาทดี อันไหนไร้มารยาท ถึงได้ชี้นิ้วใส่คนอื่นเขาแบบนี้” ดอกเหมยพูดขึ้น แพรวารีบหดนิ้วกลับทันที

“ตกลงลื้อเป็นใครอ่ะ” อาม่าถามแพรวาพร้อมกับกอดเจ้าลูกโซ่เอาไว้

“อาม่าค่ะ หนูน่ะมาก่อน มัน เอ้ย บีม นะคะ”

“ลื้อจะบอกว่าลื้อมาก่อนงั้นซิ งั้นลื้อมานานแล้วซิ” อาม่าถาม

“ใช่ค่ะ หนูมานานแล้วค่ะอาม่า” แพรวาพูดด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ อาม่าหันไปมองทุกคนเขาก็พยักหน้าว่าใช่

“ถ้าอย่างนั้น ก็ กลับไป๊ได้แล้วซิ! มานานแล้วนี้ เกรงใจเจ้าของบ้าน ” อาม่าพูดพร้อมกับโบกมือให้แพรวากลับไปได้แล้ว ส่วนแพรวาถึงกับสะบัดหน้ามามองอาม่า  "อามลส่งแขก!!" อาม่าหันไปเรียกพี่มล 

“อาม่า!!”

“มุขไล่แขกของอาม่า!!” เฮียธันหันมาทำสีหน้าแปลกใจปนซะใจ “กดไลฟ์รัวๆ เลยอาม่า” เฮียธันหันมายกนิ้วโป้งให้อาม่า

“ถ้าขอบกดไลฟ์ ถ้าอยากติดตามให้ไป สับตะไคร้รออาม่า!!!” อาม่าพูด

“อาม่า!! ซับสไครส์ ไม่ใช่สับตะไคร้!!” ทุกคนร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันกันหมด

“อ้าว อาบัวบอกว่าจะดูคลิปและอยากติดตามให้ ไปสับตะไคร้อ้า ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่อาม่า!” อาเหมย

“อ้าวแล้วลื้อจะยืนทำไมอ้า มานานแล้วก็กลับบ้านไปได้แล้วน่า มีไหมบ้านน่า เร่ร่อนอยู่ได๊!! พ่อแม่ลื้อปล่อยมาได้ยังไงหว่า “อาม่าหันเห็นแพรวา ก็ถามแพรวาทันที

“อาม่าค่ะ นี่อาม่าไล่แพรวาเหรอคะ” แพรวาหันมาถามอาม่ากลับพร้อมกับชี้ตัวเธอเอง

“อี้บอกว่าอาม่าไล่เขาเหรอว่ะ “อาม่าหันมาถามหลานๆ

“ฟังก็เหมือนอาม่าไล่เขาอ่ะ” เฮียธันละสายตาจากหน้าจอมือถือ

“อัยย๊ะ!! อาม่าโทษทีน่ะ ถ้าอย่างนั้น ก็ไล่เลยก็แล้วกัน ไปกลับบ้านไปได้แล้วน่ะ” อาม่าพูดทำท่าไล่แพรวาอีก แถมยังโบกมือไล่อีกด้วย

“อาม่า!!” แพรวาส่งเสียงแหลมแสบแก้วหูออกมาอีกแล้ว ผมหันไปมองมีคนเดินเข้ามาในบ้าน คนนั้นคือพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรมีสีหน้าที่ตกใจ ที่เข้ามาเห็นแพรวา

“พี่เธียร!!” แพรวาหันขวับจะวิ่งไปหาพี่เธียรวิชย์ ส่วนเจ้าลูกโซ่หันไปมอง แถมยังหลุบตาหลงเหมือนกับว่ากำลังน้อยใจป๊าอย่างนั้นแหละ

“อาเธียร!!” เสียงอาม่า เรียกพี่เธียร และพี่เธียรก็วิ่งสวนแพรวาตรงมาหาอาม่าทันที



ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
   
EP 19 หลานสะใภ้ P.2

“อาเธียร!!” เสียงอาม่า เรียกพี่เธียร และพี่เธียรก็วิ่งสวนแพรวาตรงมาหาอาม่าทันที

“อาม่า” พี่เธียรเดินมานั่งลงข้างหน้าอาม่า แพรวาหันเหลียวหลังมามอง อย่างผิดหวัง

“พี่เธียร!! ทำไมไม่เข้าหาแพรวาก่อนค่ะ” แพรวาพยายามเรียกพี่เธียรวิชย์ ส่วนสองสาวข้างๆ ผมถึงกลับเหลือกตาขึ้นบน

“อาเธียร ทำงานมาเหนื่อยมั้ย!” อาม่าถามพี่เธียรวิชย์

“เหนื่อยอาม่า วันนี้ต้องออกไปยืนดูเขาตกแต่งสถานที่ วันนี้ก็ร้อนมาด้วยอาม่า” พี่เธียรวิชย์บอกอาม่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อนน่าดู

“อาเธียร ป๊าลื้อน่ะ เวลากลับบ้านมาเหนื่อยๆ หอมลูก หอมเมีย หายเลย ลองดู” อาม่าพูด ผมหันมามองอาม่า

“เอา จะนั่งทำซากอะไรล่ะ หอมลูก” อาม่าสั่งเพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรดึงเจ้าลูกโซ่ที่ยืนเหมือนจะงอนๆอยู่ เอามาหอมแก้มใหญ่ฟ้อดใหญ่ “เอิ้กๆ” หัวเราะคิกคักใหญ่เลย หดคอนี้ด้วย มีคนแอบถ่ายวิดีโอเอาไว้คือน้องหลิว

“หลิวไม่เคยเห็นเฮียเธียรเล่นกับเด็กแบบนี้เลยน่ะ ดูซิ” หลิวพูด

“หอมลูกแล้ว ก็หอมเมียจะได้หายเหนื่อย” อาม่าหันมาบอกพี่เธียรวิชย์พร้อมกับชี้มาที่ผมทันที

“หอมซิ หรือว่าไม่เชื่ออาม่า!!”

“หอม หอม “พี่เธียรวิชย์ลุกพรวดขึ้นมาหาผมทันที ตอนแรกผมทำท่าจะดันพี่เธียรวิชย์ออกแต่พอเห็นอาม่าเลยไม่กล้าดัน

“อาม่าให้หอม ไม่หอมเดี๋ยวพี่โดนอาม่าดุ” คนที่ดึงผมเข้ารีบพูดลอดไรฟันออกมาพร้อมกับขยิบตาให้ผม ผมเลยต้องยอมก็ให้หอม (เพราะอาม่าน่ะ)

“ฟ้อด!!” หอมฟ้อดใหญ่เลยน่ะ แถมยิ้มกริ่มอีกต่างหาก

“ยังไม่หายเลยอาม่า” พี่เธียรวิชย์หันไปบอกอาม่า ผมเงยหน้ามองพี่เธียรวิชย์ อย่าเยอะ!!

“ไม่หายก็ หอมอีกทีซิ” อาม่าบอก คนที่นี้หันมามองผม ผมสั่นหัวเบาๆ ประมาณว่าพอแล้ว

“ฟ้อด!!” เสียงดังมากอีกที

“เอิ้กๆ” เจ้าลูกโซ่ตบมือหัวเราะชอบใจใหญ่เลย เจ้าลูกโซ่นี้น่ะ

“อ้ายยยย” เสียงกรีดแสบแก้วหู อีกครั้ง ทำเอาเจ้าลูกโซ่รีบคลานเข้ามาหาหาผมทันที กอดขาแน่นเลย

“พี่เธียร!! แพวาล่ะ” แพรวาถามพี่เธียรวิชย์

“พี่เธียร หอมแพรวาด้วยซิ”

“อายย๊ะ!! ลื้อหรือเป็นอะไรกับมันล่ะ ไอ้เธียรมันถึงต้องหอมลื้อด้วยน่า!” อาม่าหันไปถามแพรวา

“ก็แพรวาเป็นคนสำคัญค่ะ”

“สำคัญ สำคัญแค่ไหนอ่ะ” อาม่าถามแพรวากลับ เป็นคำถามที่ทำให้แพรวาถึงกับยืนอึ้งไปหลายนาที

“สำคัญตัวเองผิดหรือเปล่าอ่ะ” หลิวพูดพร้อมกับกลั้นหัวเราะ

“พี่เธียร แพรวาไม่ยอมน่ะ พี่เธียร แพรวามาหาพี่เธียรน่ะ เมื่อก่อนพี่เธียรมีแต่แพรวาน่ะ แล้วตอนนี้ล่ะ “แพรวาเรียกพี่เธียรวิชย์ด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน

“ตอนนี้ลื้อยังจะถามอีกเหรอ นี้ลูก นี้เมียมัน “อาม่าหันไปถามแพรวา

“อาเธียร! ใครสำคัญกับลื้อ บอกอาม่าซิ” อาม่าถามพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรวิชย์มองอาม่า ก่อนจะหันมามองผมและหันไปมองแพรวาที่ยืนทำท่าจะร้องไห้ แต่พอผมหันมามองเหมยกับหลิว ที่เบ้ปากมองบนทั้งคู่ “มุกเดิม ๆ เพิ่มเติมคืออายุที่เยอะขึ้นแต่ทำยังกับเด็กสองขวบ” อาเหมยพูด

“อันนี้ใคร” อาม่าชี้ไปมาที่เจ้าลูกโซ่

“ลูกผมอาม่า”

“แล้วคนนั้นล่ะ” อาม่าชี้มาที่ผม

“เออ แม่ของลูก

“แม่ของลูก มึงเรียกอาหรายไอ้เธียร”

“เมียครับอาม่า” เธียรวิชย์พูด

“ดังนั้นใครสำคัญกว่า ลูกเมียหรือว่า ที่ยืนอยู่นั้น ที่ชื่ออะไรน่ะ อ้อ แปลว่า “อาม่าพูด

“แพรวาอาม่า!! เขาชื่อแพรวา” เฮียธันหันมาบอกอาม่า

“ความจำสั้นอ้า แต่ตีนกูยาวน่า ฟาดได้แม่นด้วย! “อาม่าพูด แต่ละคนก้มลงมองเท้าอาม่ากันหมด พี่เธียรยังสะดุ้ง "ใจเย็นอาม่า เดี๋ยวก็ปวดเมื่อยขึ้นมาอีกน่ะ" พี่เธียรพูดกับอาม่า

“ตกลง ใครสำคัญ ไอ้สีเทียน ตอบอาม่ามา!!” อาม่าหันถามพี่เธียรวิชย์ อาม่าชี้มาที่ผมกับลูกโซ่และค่อยชี้ไปที่แพรวาที่ยืนมองพี่เธียรวิชย์อยู่ เธอชี้ตัวเธอเอง

“เลือกมา ว่าอันไหนสำคัญ ไอ้เธียร!!”

“ถ้ามึงเลือกผิด มึงโดน!” พี่เธียรวิชย์หันกลับมองอาม่า ที่หันไปคว้าไม้ข้างๆ มาถือเอาไว้

“ถ้ามึงเลือกแล้วไม่โดยใจอาม่า มึงก็โดน!!”

“แล้วอาม่าจะให้เธียรเลือกทำไมอ่ะ” พี่เธียรหันถามอาม่า

“นั้นไง กูเลยไม่ให้มึงเลือก เพราะว่าอาม่าเลือกให้แล้วน่า ตกลง มึงจะเลือกข้างไหน แต่ถ้าไม่เลือก มึงโดนสองเท่าน่ะ ไอ้เธียรน่ะ พูดมา!”

“อ้าวอาม่ายังให้เธียแกเลือกอีกเหรอ ไม่ต้องแล้วมั้ง” อาเหมยหันมาบอกอาม่า

“ลองใจมันดู แต่ถ้ามันไม่เชื่อที่อาม่าบอก มันได้ลองตีนอาม่าแน่ๆ “อาม่าพูด พี่เธียรวิชย์ถึงกับสะดุ้งทันที

“เลือก เลือก เลือกแล้วอาม่า เลือกเมียกับลูก” พี่เธียรวิชย์รีบตอบก่อนที่อาม่าจะง้างไม้รอ

“ดี มึงรอดตัวปาย” อาม่าพูดก่อนจะวางไม้ลง

“พี่เธียร!!” แพรวาเรียกพี่เธียรอีกที

“อี้เป็นอะไรของอี้น่ะ กรีดอยู่ได้น่า อาม่าแสบแก้วหู “อาม่าถาม จังหวะนั้น ม๊าและป๊าเดินเข้ามาพอดี โกวหงส์ก็เพิ่งเดินเข้ามาเช่นกัน ทุกคนหันมามองแพรวากันหมดก่อนจะหันมามองอาม่า

“ตอนเด็กๆ น้องเขาเผลอกลืนนกหวีดเข้าไปน่ะอาม่า” เธียธันพูด

“ม๊า “ป๊าของพี่เธียรเดินมาหาอาม่า “มาหาเหลนเหรออาม่า” ป๊าถามอาม่า ส่วนเจ้าลูกโซ่ ชะเง้อคอมองอาก๋ง อยากให้อาก๋งอุ้ม

“ทำไมทุกคนทำเหมือนไม่เห็นหัวแพรวากันเลยค่ะ ทั้งที่แพรวามาก่อนมันอีก เมื่อก่อนอะไรก็น้องแพรวา ทำไมตอนนี้ แค่มันมีลูก ต้องไปลุมเอาใจมันด้วย และอีกอย่างน่ะ มันก็ไม่ได้รับปริญญาบัตรด้วย เพราะว่ามัน ไปมั่วเสพยากับแขกที่มันทำงานในผับอ่ะ “แพรวาพูด ผมหันไปมองเธอ เธอรู้ได้ยังไง พี่เธียรวิชย์หันมามองผม ทุกคนหันมามองผมกันหมด

   ผมถึงกับแสดงอาการตกใจ เพราะว่าเรื่องนี้มีแค่ผม ผู้จัดการร้านและเจ้าของร้านแค่นั้น และเขาขอแลกกับให้ผมอยู่เงียบๆ เรื่องที่ผมโดนคนที่อยู่หน้าผมข่มขืนเขาบอกว่าแขกเขาวีไอพีทั้งนั้นถ้าเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปเขาจะเสียแต่ไอ้หลอดยาพวกนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่ามาได้ยังไงมันเลยทำให้คนที่ดูมีความผิดมากที่สุดกลายเป็นผม ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นพี่เธียรวิชย์กับเพื่อนเขาหรือเปล่า แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ เพราะว่าพี่เขาออกไปทันที ผมไปขอดูกล่องวงจรปิดมาพี่ในนั้นเขาช่วยผมเขาเลยแอบให้ดู แต่กล้องที่ตรงทางเดินกลับไม่มีข้อมูลว่าใครเข้าออกห้องนั้นจนถึงเช้า

“เธอมีหลักฐานเหรอแพรวา ถึงได้มากล่าวหาบีมเขาแบบนี้น่ะ ถ้ากล่าวหาลอยๆ แค่เพราะว่าเธออิจฉาเขาน่ะ ฉันนี้สมเพชเธอมากเลยน่ะแพรวา” โกวหงส์พูด

“ไม่ได้กล่าวหาค่ะ แพรวามีหลักฐาน นี้ไง” แพรวาพูดพร้อมกับโยนรูปถ่ายลงมา มันเป็นรูปเหตุการณ์ในคืนนั้น ที่ผมตื่นมาพร้อมกับมีเข็มฉีดยาเยอะแยะเต็มไปหมด มียาเสพติดในห้อง และมันก็เกิดหลังจากที่ผมมีอะไรกับพี่เธียรวิชย์ แต่ผมตื่นมามีแค่ผมคนเดียว และเจ้าของผับก็มาถึงพอดี และนั้นคือเหตุผลว่าผมเอาผิดพี่เธียรวิชย์ไม่ได้ เพราะว่าผมจะโดนหนักกว่า ผมหันมามองหน้าพี่เธียรวิชย์ พี่เขาตกใจมาก ดังนั้น นั้นก็แปลว่าเขาไม่ใช่คนทำ พี่เธียรวิชย์หันไปมองแพรวา

“ดังนั้น เด็กนี่ใช่ลูกพี่เธียรจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้” แพรวาพูด พี่เธียรวิชย์หันไปมองหน้าแพรวาที่ยอดกอดอก

“ไม่รู้ว่ามัวกับใครมาและเด็กก็แค่บังเอิญหน้าตาเหมือนพี่เธียรก็ได้นะคะ” พี่เธียรวิชย์ลุกขึ้นยืน เขามองผม และจู่ๆ เจ้าลูกโซ่ก็เข้ามากอดผม เขาเงยหน้ามองผมทำตาปริบๆ เหมือนเขารู้ว่าผมกำลังอยู่ในห่วงอารมณ์ไหน

“อาจจะร่านไปเอากับใครก็ได้นะคะ คุณอาคุณน้าคงไม่อยากได้สะใภ้แบบนี้มาเชิดหน้าชูตาหรอกมั้งค่ะ”

“แล้วพี่เธียรละคะ ยังจะเอายังไงคะ เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะคะ” แพรวาถามพี่เธียรวิชย์  "ฟู่" เสียงพ่นลมหายใจออกมายาวจากพี่เธียรวิชย์

“เด็กคนนี้เป็นลูกพี่แพรวา” พี่เธียรวิชย์ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหยิบซองจดหมายออกมา พี่เธียรวิชย์เปิดออกพร้อมกับคลี่กระดาษออกมากาง

“พี่พาลูกโซ่และบีมไปตรวจดีเอ็นเอมาแล้ว เด็กคนนี้ลูกพี่เอง ผมมันออกมาชัดเจนแล้วแพรวา  “พี่เธียรวิชย์เขาได้รับผลการตรวจดีเอ็นเอแล้ว แพรวาถึงกับยืนหน้าซีด และพี่เธียรวิชย์ ก็ส่งจดหมายนั้นให้ป๊ากับม๊าดู และโกวหงส์ ป๊าพยักหน้ากับอาม่า  ผมมองหน้าพี่เธียร ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงได้พาลูกโซ่ไปตรวจดีเอ็นซะก่อน

“พี่ไม่รู้ว่าแพรวาเอารูปพวกนี้มาจากไหนแต่นี่ลูกโซ่คือลูกของพี่ครับแพรวา” พี่เธียรวิชย์หันไปบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ไม่จริงอ่ะ แพรวาไม่เชื่อ”

“เอาล่ะแพรวา พอซะที เธอทำไปเพื่ออะไร ทำแล้วเธอมีความสุขขึ้นหรือไง “โกวหงส์เดินมายืนมองแพรวา พร้อมกับสั่นหัวไปมา

“นั้นซิ ทำทำไมอ่ะ เลิกพยายามทำตัวเหนือคนอื่นโดยการ พยายามกดคนอื่นให้ต่ำลงและเธอดูดีขึ้นได้แล้ว เพื่อนไม่เหลือแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก” อาเหมยพูดขึ้น แพรวาหันไปมองอาเหมย

“ก็ที่แพรวาทำนี้ก็เพื่อ คนที่แพรวารักไง แพรวารักพี่เธียรมาก่อนมันอ่ะและ ไหนที่คุณปู่ของแพรวากับอาก๋งของพี่เธียร ที่เคยพูดว่า แพรวาคือคนที่เหมาะสมกับตระกูลนี้ที่สุดไง ดังนั้น คุณอากับคุณน้าจะมาทำแบบนี้ไม่ได้น่ะที่จะเอาไอ้นี่มาแต่งงานกับพี่เธียรวิชย์อ่ะ แพรวาไม่ยอม”

“และที่เคยคุยกันไว้ แพรวาคือคนที่อาก๋งเลือกไว้นี้ค่ะ” แพรวาพูด ผมหันมามองพี่เธียรวิชย์จริงเหรอ

“แพรวา เอาล่ะ อาเองก็เข้าใจน่ะ เพราะว่าเราอยู่กับไอ้เธียรมันมาตลอดตั้งแต่เด็ก ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะให้หมั้นหมายอะไรกัน มันเป็นเรื่องที่เขาพูดกับตั้งแต่แพรวาและเธียรยังเด็กทั้งคู่ “ป๊าออกมาพูดบ้าง

“และตอนนี้ เธียรเขาโตแล้วและเขาเลือกแล้ว เขาบอกกับอาเอง ว่าเขาเลือกบีมและลูก และอาเองก็ไม่คิดจะทำแบบนั้นกับลูกของอา คือการคลุมถุงชน หัวใจของเขา อาให้เขาเลือกและอาก็ไม่อาจจะไปคิดไปตัดสินใจแทนเขาไม่ได้ แพรวา “ป๊าของพี่เธียรวิชย์พูด

“ทั้งที่หนูไปเอารูปนี้มาเพื่อมาให้ทุกคนได้เห็นว่า ไอ้นี่มันไม่ดี อายังเลือกมันอีกเหรอคะ” แพรวาถามทุกคน

“พี่เธียร แพรวารักพี่เธียรมาตั้งนานแล้วน่ะ แพรวาเก็บสิ่งนั้นไว้ให้พี่เธียรมาตลอด ทำไมพี่เธียรใจร้ายกับแพรวาแบบนี้ล่ะคะ แพรวาไม่ดีตรงไหน”

“แพรวาไม่ดีตรงไหน!!” แพรวาแผดเสียงดังขึ้นมา

“ตรงนี้แหละครับ น้องแพรวา หูพวกพี่จะดับเอา ก็เล่นกรี้ดแบบนี้ไงครับ พี่เองน่ะ เป็นพวกหน้ามืดตามัวพอพอกับไอ้ตี๋น้อย พี่เห็นนี้แบบน่ะ พี่นี้ตาสว่างไม่กล้าเอาเลยครับ” เฮียธันพูดขึ้น ทุกคนหันไปมองเธียธันกันหมด

“เพี๊ยะ!” ม๊าหันมาตีแขนพี่ธัน

“อาธันอ้า อาม่ากดไลฟ์เลยน่า เอารัวๆ ด้วย” อาม่าอีกคน

“ม๊า” ป๊าของพี่เธียรวิชย์หันมาหาอาม่า อาม่าหันค้อนป๊าและทำท่างอนป๊าอีกด้วย

“ก็อาธันพูดถูกอ่า” อาม่า

“ถูกตรงไหนคะอาม่า!!” แพรวาหันมาถามอาม่า

“ถูกใจอาม่า!!”

“และอีเล่นกรี้ดๆ อยู่ได้ หูจะบอดตายห่า ความดันอั๊วก็จะขึ้นน่า อาเกริกน่า ช่วงนี้หัวใจม๊าไม่ค่อยแข็งแรง หมอบอกมาว่าอย่าขัดใจ เดี๋ยวอาการกำเริบ” อาม่าพูดหันมาพูดกับป๊า ป๊าถึงกับกุมขมับทันที เพราะว่าป๊ารักม๊าของเขามาก ส่วนคนที่ยืนไม่พอใจนี้ก็ลูกเพื่อนรัก

“แพรวา อาขอน่ะ ม๊าของอาน่ะแก่แล้ว อย่าทำให้แย่ไปกว่านี้เลยน่ะ อาว่าเรากลับไปบ้านก่อนน่ะ อาเองก็ไม่อยากโทรไปหาพ่อเราอีกเพื่อให้มาพาเธอกลับ เพราะว่าเธอโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ และอาเองก็ไม่อยากจะเสียเพื่อนที่คบกันมานาน เธอกลับไปก่อนน่ะ” ป๊าพยายามบอกแพรวา

“แพรวาไม่กลับค่ะ แพรวาจะอยู่ อยู่ที่นี้แหละ อยู่มันตรงนี้ ดูซิว่าใครจะด้านกว่ากัน” แพรวาพูด

“ถ้าอย่างนั้นน้องแพรวาได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้เลยครับ” เฮียธันพูดและชี้ไปที่แพรวา แพรวาถึงกับสะบัดหน้ามามองเฮียธัน

“สิทธิ์อะไรคะ” แพรวาถาม

“เอ้าก็น้องบอกว่า แข่งกันว่าใครจะด้านกว่ากัน พี่ให้น้องเลยครับตำแหน่งนี้ เชิญยังไม่กลับเลย คิดเอาครับ ว่าใครควรจะได้ถ้าไม่ใช่น้องแพรวา” เฮียธัน

“เฮีย เฮียกล้าว่าแพรวาเหรอคะ”

“ธัน!!!” เสียงลอดไรฟันของม๊า

“งั้นอาเธียร เลือกมา ตัดสินใจเดี๋ยวนี้ ว่ายังไง ถ้าลื้อไม่เลือกอาบีม อั๊วจะเอาไปอยู่กับอาม่าเอง และลื้ออย่าได้คิดว่าจะได้เห็นลูกเห็นเมียลื้ออีก เลือกมาเดี๋ยวนี้!!” อาม่าหันไปถามพี่เธียรวิชย์

“อาม่าผมเลือกแล้วไง เลือกตามที่อาม่าเลือกให้อ่ะ” พี่เธียรวิชย์หันไปบอกอาม่า

“พลึบ!!” อยู่ดีดี แพรวาก็ล้มลงไปกับพื้น

“เฮ้ยย!!” ทุกคนร้องออกมาพร้อมๆ กัน

“อั้ยย๊า!! อีตายแล้วเหรอ อายุยังน้อยน่ะ ผัวก็ยังไม่มี ตายซะแล้ว ไปเรียกพี่ปอมาเก็บไป” อาม่าชะโงกศีรษะไปดู แต่ละคนหันมามองหน้ากัน นี้เธอเป็นลมจริงหรือเปล่า

“ปอไหนอ่ะอาม่า” เฮียธัน หันไปถามอาม่า

“ปอเต็กตึ้งอ่ะ เก็บศพอ่ะ อย่าปล่อยไว้นานเดี๋ยวเหม็นเน่าน่ะ ในบ้านน่า บอกเอาโลงมาล้วยน่ามาใส่ไป”

“อาม่า “ม๊าหันมาเรียกอาม่า

“ปอเต็กตึ้งเบอร์อะไรอ่ะ อาม่า” เธียธันถามอาม่า

“เบอร์ xxxx” เสียงพี่มลพูดพร้อมกับวิ่งมาพร้อมกับโทรศัพท์บ้าน

“กดมาให้พร้อมเลยน่ะพี่มล” เฮียธันพูด

“มล!!” ม๊าหันไปมองพี่มล ม๊าส่ายหัวเบาะๆ

“พลึบ! “แพรวากระดกตัวขึ้น “แพรวาไม่ได้ตายค่ะ แพรวา แค่เป็นลมค่ะ” แพรวาลุกพรวดขึ้นมาพูด

“อ้าวฟื้นแล้วนิ ไปกลับบ้านไปได้แล้ว อาเธียรมันจะได้อยู่กับลูกกับเมียมัน” อาม่าพูด

“แพรวาไม่ไปไหนทั้งนั้น!!” แพรวาพูด ทุกคนหันมามองหน้ากัน

“อั๊วะว่าน่ะ เถียงกับนักปราชญ์ยังได้ความรู้กลับมาบ้าง แต่เถียงกับคนโง่แบบนี้ เสียเวลา ไป ไป ต่างคนต่างไปหาอะไรทำดีกว่า” อาม่าพูด

“อาม่า!!” เฮียธัน

“มึงจะซับสไครส์เหรอ” อาม่าถามเธียธัน

“ขอเอาไปแชร์หน้าเฟสเลยอาม่า” เธียธัน

“จัดไป ให้เครดิตอั๊วด้วย” อาม่าพูด

“พี่เธียร” แพรวาเรียกพี่เธียรวิชย์ ผมก็ตัดสินใจลุกขึ้น อย่างที่อาม่าบอก เธอไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น ดังนั้นเถียงกับเธอไปก็ไร้ประโชยน์ และก้มลงมองเจ้าลูกโซ่ แววตาคู่นี้ เงยหน้าขึ้นมองผม ผมก็ย่อตัวก้มลงอุ้ม แต่จู่ๆ ก็เจ็บแป๊บขึ้นมากะทันหัน

“โอ๊ย!!” เจ็บปวดแบบตัวงอทันที

“บีม” พี่เธียรวิชย์

“อาบีมเป็นอาหรายไปน่ะ” อาม่ารีบหับมาถามผม

“พี่เธียร แพรวาจะเป็นลมอีกแล้วค่ะ” แพรวา

“อยากเป็นอะไรก็เป็นไปเลยครับ ขยันเป็นนั้นเป็นนี้เหลือเกิน” เฮียธันพูด ผมก็ค่อยๆ ลุกอีกทีแต่ว่ารอบนี้ปวดบีบมาก ผมนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่แพรวากระชากผมน่ะ ผมขืนตัวเองและเท้าเจ้าลูกโซ่กระแทกตรงแผลที่ผ่าตัดของผมและผมยังไปชนกับขอบตู้โชว์อีกเพื่อไม่ให้ลูกโซ่เป็นคนโดนเอง

“บีมเป็นไงลูก” ม๊าเข้ามาถามผมทันทีเช่นกัน

“เดี๋ยวนะคะ พี่มลน่ะเห็นคุณแพรวา กระชากแขนคุณบีมและคุณบีมอาจจะไปชนตู้โชว์แน่ๆ เลยค่ะ ตอนที่อุ้มคุณหนูอยู่นะคะ” พี่มลพูด แพรวาทำสีหน้าเลิกลัก

“นี้แกใส่ร้ายฉัน” แพรวาพูด

“ฉันก็เห็นว่าเธอจับกระชากแขนบีม ทั้งที่บีมอุ้มลูกอยู่ เธอไม่กลัวสักนิดว่าถ้าเขาล้มลงไปทั้งแม่ทั้งลูก ไม่สนว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บซะด้วยซ้ำ จิตใจเธอนี้แย่มาก ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนจิตใจแย่เท่าเธอมาก่อนแพรวา” โกวหงส์พูด พี่เธียรวิชย์หันไปมองแพรวา พี่เธียรวิชย์ส่ายหัวไปมา

“พี่เธียร” แพรวา

“พอแล้วแพรวา!! เลิกมายุ่งกับพี่ กับบีมและลูกพี่ ต่อไปนี้ไม่ต้องโทรมาหาพี่ด้วย พี่เลือกแล้ว พี่เลือกบีมแล้วและแพรวาควรจะหยุดได้แล้ว ตอนแรกพี่ว่าจะไม่พูดคำนี้ เพราะอย่างน้อยแพรวาก็เหมือนน้องสาวพี่แต่ตอนนี้ เธอร้ายมาก เธอทำเกินไปจริงๆ! “พี่เธียรวิชย์หันพูดต่อว่าแพรวา สี่หน้าที่เสียใจของแพรวามันแสดงออกได้อย่างชัดเจน มากกว่าโดนคนอื่นว่าเธอซะอีก

“พาบีมไปโรงพยาบาลเถอะเธียร เพราะว่าแผลแบบนี้มันอยู่ข้างในเราไม่รู้ เดี๋ยวจะเหมือนม๊าเขา พาไปเลย” ป๊ารีบบอกพี่เธียรวิชย์ ผมว่าจะขอไปนอนพักดีกว่าแต่ว่าผมรู้สึกว่าผมกำลังถูกขึ้นอุ้มจนตัวลอยโดยพี่เธียรวิชย์ ผมก็ตกใจกลัวตกเลยต้องกอดคอพี่เธียรวิชย์เอาไว้

“พี่เธียร!! กลับมาดูแพรวาเดี๋ยวนี้น่ะพี่เธียร” ผมได้ยินเสียงแต่ว่าพี่เธียรวิชย์เดินสับเท้าอย่างรวดเร็ว

“ดูหน้าบีมซิ ซี้ดมากเลย ปวดมาใช่ไหมเนี๊ยะ” พี่เธียรวิชย์ถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่

“เอากุญแจรถมาให้ผมพี่” พี่เธียรวิชย์บอกคนในบ้านให้ส่งกุญแจรถมาให้ และรีบอุ้มผมออกไปยังรถเก๋งคันหรูของพี่เธียร ที่จอดอยู่ รถสปอร์ตคันหรูที่พี่เขาใช้ขับไปทำงาน คนใช้ก็เปิดวิ่งมาเปิดประตู ผมหันไปเห็นแพรวาวิ่งตามออกมาจนเกือบทัน เธอกำลังจะข้ามมาที่รถของพี่เธียรวิชย์ แต่จู่ๆ ก็มีรถแรงมาปาดหน้าเธอไว้ และคนที่ลงมาคือเฮียธาม เธียธีขับตามเข้ามาติดๆ

“ไปไหนไอ้ตี๋น้อย” เฮียธามลงจากรถมาได้ก็ถามพี่เธียรวิชย์

“ผมจะพาบีมไปโรงพยาบาลเฮีย บีมปวดท้องนะเฮีย”

“พี่เธียร แพรวาก็ไม่สบายน่ะ พี่เธียรควรจะพาแพรวาไปซิคะ!!”

“ปากก็แดงแก้มก็แดง ป่วยตรงไหนเนี๊ยะ ป่วยที่สมองหรือเปล่า” เธียถามถามแพรวา แพรวาถึงกับสะบัดหน้ามามองเฮียธามทันที ผมสะกิดพี่เธียรวิชย์ไปห้ามเฮียธามก่อน พี่เธียรวิชย์ควักมือเรียกเฮียธีที่ออกมายืนมองกับพี่มิวก่อนจะชี้ไปที่เฮียธามและแพรวา เฮียธีรีบส่ายหัวอีกคนไม่กล้าเข้าไป โบกมือด้วยว่าไม่ยุ่ง

“พี่เธียร!!” แพรวาตรงมากระชากแขนพี่เธียร ทามกลางสายตาในบ้านที่ยืนมองด้วยความเอือมระอา
“แพรวาปล่อยแขนพี่ พี่จะพาบีมไปโรงพยาบาล”

“ไม่ปล่อย ไม่ปล่อย แพรวาไม่ให้ไป “แพรวาพูดทั้งที่พี่เธียรพยายามสะบัดแขนเธอ

“เฮีย! บีมปวดมากผมต้องรีบไปแล้ว” พี่เธียรวิชย์หันไปบอกเฮียธาม

“หมับ” เธียธามเดินจับแขนแพรวาให้ปล่อยแขนพี่เธียร ผมรู้ว่าเฮียธามบีบแขนเธอค่อนข้างแรง จนเธอยอมปล่อย

“น้องแพรวาจะไปหาหมอด้วยใช่ไหมครับ เดี๋ยวพี่ธามพาไปนะครับ รถไอ้เธียรมันนั่งได้สองคน น้องแพรวาจะแทรกตรงไหนครับ แหกตาดูซิครับ มันมีที่นั่งแค่สองที่นั่ง มึงจะนั่งหลังคาหรือไง” เฮียธามบอกกับแพรวา

“เอาอย่างนี้ดูจากสารรูปของน้องแพรวาแล้วพี่ว่าอาการหนักอยู่ พี่พาไปเองไหมครับพี่ว่าง และพี่นี่อาสาจะไปเล่าอาการให้เขาฟังให้ เพราะดูท่าน้องแพรวาจะพูดภาษาคนไม่ค่อยรู้เรื่อง” เฮียธามพูด

“เฮ้ย เฮีย!!” พี่เธียรวิชย์สะบัดหน้าไปมองเฮียธาม ผมถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอแทน ผมหันมามองพี่เธียรอีกที นี้เฮียพี่เหรอ ปากจัดมาก ส่วนเฮียธีกับพี่มิวนี้ย่องเข้าบ้านเลยไม่ขอยุ่งด้วย

“และก่อนจะไป ขอพี่โทรจองคิวให้ก่อนน่ะ เพราะว่าน้องแพรวาของพี่วีไอพี” เฮียธามพร้อมกับหันมาชี้นิ้วงอนขึ้นห้ามแพรวาปริปากพูดอะไรขณะที่พี่เขากำลังกดโทรศัพท์อยู่

“สวัสดีครับ คลีนิกสัตวแพทย์ใช่ไหมครับ” ผมกับพี่เธียรวิชย์สะบัดหน้าไปมองเฮียธาม สัตวแพทย์เลยเหรอ

“ผมจองคิวน่ะครับ จะเอาสัตว์!!” แต่อันนี้ใส่หน้าแพรวาเต็มๆ “ หลงทางไปรักษานะครับ”

“สัตว์ป่าสงวนเลยล่ะครับ อาการเป็นยังไง ร้องหา ผัว ผัว อย่างเดียวเลยครับ อาการหนักเลยใช่ไหมครับ ต้องพาไปรักษาด่วน ได้ครับ แป๊ปนะครับ”

“พี่เขาบอกว่าให้รถปอเต็กตึ้งมารับแทนได้ไหม เขาไม่มีรถบริการ นั่งได้ไหมเธอ วีไอพีอยู่น่ะ” เฮียธามถามแพรวา เธอก็เตรียมตัวจะกรีด

“และคิวก็ไม่เยอะน่ะตอนนี้น่ะ มีหมารอทำหมันอยู่สองตัว พอเธอไปถึงได้คิวเลย จองเลยไหม ค่ารักษาไม่ต้องหวงเจ๊เปย์ให้ และจะทำเมมเบอการ์ดให้ด้วย เพื่อเอาไว้ใช้ในครั้งหน้า” เธียถามพูด ผมหันไปมองพี่เธียรวิชย์ เออ เธอจะยิ่งโมโหหรือเปล่า ดูจากหน้าเธอแล้วเหมือนเธอกำลังจะ กรี้ด!!!

“ลองกรี้ดซิ  มึงจะได้ถูกส่งไปหาสัตวแพทย์จริงๆแน่ เพราะว่าอาการมึงนี้ หมอรักษาคนก็หาสาเหตุความบ้ามึงไม่เจอ ต้องไปหาหมอเฉพาะทางอย่างเดียวแต่หมอรักษาสัตว์!” เฮียธามพูด

“อ้าวมึงยืนนิ่งหาอะไรล่ะไอ้เธียร พาบีมไปโรงพยาบาลดิ” เฮียถามหันมาบอกพี่เธียร และแพรวาทำท่าจะคว้าแขนพี่เธียรวิชย์

“หยุด!! จะไปไหน ฉันยังด่าหลอนไม่จบ มานี่!! มารยาทมีไหม หัวนี้น่ะมีไว้กั้นหูอย่างเดียวเลย พ่อแม่ภูมิใจตายเลย วัน วันไม่ทำอะไรมาร้อง อยากได้ไอ้เธียรเป็นผัว และดูทำตัวเข้าซิ ยังกับเด็กอนุบาล หลานฉันนี้น่ะไม่ถึงขวบ ยังรู้เรื่องกว่าหลอนเลย” พี่เธียรวิชย์ปิดประตูให้ผมก่อนจะวิ่งอ้อมมายังที่นั่งคนขับและรีบสตาร์ตรถทันที

“พี่เธียร!!! ช่วยแพรวาด้วย” แพรวาพูด ผมหันมามองพี่เธียรวิชย์ พี่เขาสั่นหัวก่อนจะออกรถ

“ไม่ต้องไปร้องหาไอ้เธียรมันเลย  เดี๋ยวจะพากลับป่าให้! แม้พอเขามีพรบคุ้มครองเข้าหน่อยน่ะ เรียกร้องหนักเลยน่ะ! ตกลงจะไปไหม หาหมอมึงน่ะ! ถ้าไม่ไปก็รีบกลับเข้าบ้านไป อาละวาดหนักเดี๋ยวกูโทรเรียกกรมปศุสัตว์มาจับกลับไปส่งเลยนี้ คราวนี้พ่อแม่ดีใจตายเลย ลูกมีเจ้าหน้าที่ตามไปดูแลถึงที่บ้าน บร้าๆๆ” เฮียธามบอกพี่เธียรวิชย์ก่อนจะหันไปใส่แพรวาเป็นชุด เล่นเอาเธอยืนสะดุ้งทุกทีที่เธียธามแกกระแทกเสียงดังใส่ ผมหันมามองพี่เธียรวิชย์ พี่เขายิ้มแหยๆ ให้ผม


“นี้เฮียพี่เหรอ” ผมหันมาถามพี่เธียรวิชย์ “อืมม ไม่เชิง ว่าจะเรียกว่าเฮียหรอกน่ะ น่าจะเจ๊มากกว่า เจ๊ธามน่ะ” พี่เธียรวิชย์บอกผม ผมหันไปมองเห็นเฮียธามยังยืนชี้นิ้วด่าแพรวา จนกระทั่งแพรวาวิ่งแจ้นกลับไปในบ้าน พอผมหันกลับมาอีกที พี่เธียรวิชย์ก็ออกรถผ่านประตูบ้านมาแล้วผมเห็นโทรศัพท์เธียรวิชย์มีข้อความเข้า มาม๊าของพี่เธียรวิชย์ พี่เขาก็ก้มลงอ่านข้อความ เมื่อสักครู่ผมมัวแต่ตกใจเฮียธามจนลืมความปวดไปชั่วขณะ ผมก็เอามือกุมท้องไว้อีกครั้ง พี่เธียรวิชย์หันมามองผมด้วยสีหน้ากังวลอีกครั้ง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นแปะไว้ที่ตรงด้านหน้าเพื่ออ่านข้อความ

“ใครทำเป็นหมอทำคลอดลูกโซ่ให้น่ะบีม” พี่เธียรวิชย์ถามผม

“พี่หมอภีมปภพครับ เขาเป็นคนผ่าเอาเจ้าลูกโซ่ออกมา”

“ม๊าแนะนำให้ไปหาหมอคนนั้น” พี่เธียรวิชย์หันมาบอกผม

“พี่พาไปที่นั่นน่ะ” พี่เธียรวิชย์บอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ มือก็ประคองน้อยๆ ของผมไปด้วย

“พี่เธียร ขับช้าๆ ลงหน่อย “ผมบอกพี่เธียรวิชย์ พี่เธียรวิชย์ขับรถเร็วมาก แซงซ้ายแซงขวา ดูจากการเปลี่ยนเกียร์ พี่เขานี้เป็นนักแข่งรถของจริงๆเลย แถมการโยกหลบรถแบบชำนาญแต่เวลานี้ บนท้องถนนรถก็เยอะหมอ

“พี่เธียร ขับช้าๆ หน่อย” กลั้นใจบอกพี่เธียร

“ดูหน้าบีมซิ หน้าซี้ดมากเลย ช้าไม่ได้หรอก เมียพี่สำคัญ “พี่เธียรวิชย์

“นี้ผมแค่ปวดท้องนะพี่เธียร ไม่ใช่เจ็บท้อง ไม่ต้องรีบขนาดนั้น “ผมพูด พี่เธียรวิชย์หันมามองหน้าผม

“ผมโอเคพี่เธียร ขับช้าๆ หน่อย นะครับ ผมกลัว อยากอยู่กับลูกและลูกก็อยากอยู่กับพี่เธียรน่ะ” ผมพูดและใช้มือผมแตะที่แขนของพี่เธี่ยรวิชย์ พี่เขาก็ผ่อนความเร็วลงก่อนจะหันมามองผม พี่เธียรวิชย์ก็ขับไปตามที่ตั้งค่าจีพีอาร์เอสไว้ พี่สังเกตเห็นพี่เธียรเขากุมมือผมไว้ด้วย ตาก็มองทางไปด้วย ดูสีหน้าพี่เขาเป็นกังวลมาก ผมแอบยิ้มนิดหน่อย

TBC……
   ตอนหน้าเธียนวิชย์รู้ความจริงว่าบีมไม่ใช่เด็กนั่งดิ้งที่พวกเพื่อนๆเขาพาและเธียรวิชย์ต้องการรู้ว่าใครกันที่ทำให้บีมถูกมองว่าเสพยาเสพติด ฝากไว้อีกสักเรื่องนะคะ




ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :laugh:


เจ้ธามมมมมมมมมม

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP 20 ความจริงในคืนนั้น P1

Part’ sกันต์ธีย์
   
      หลังจากที่พี่เธียรวิชย์ขับรถพาผมเข้ามาที่โรงพยาบาล พี่เขามาจอดส่งผมที่หน้าห้องฉุกเฉิน พี่เธียรคุยกับเจ้าหน้าที่ว่าผมเป็นคนไข้ของหมอภีมปภพ ผมถูกนำเข้ามาในห้องฉุกเฉินทันที พยาบาลได้ทำการตรวจเบื้องต้นก่อนจะโทรคุยกับหมอภีมปภพ ผมนอนรออยู่พักหนึ่ง พยาบาลก็เดินมาฉีดยาแก้ปวดให้ ผมรู้สึกอาการปวดหายไปทันทีและ พี่เธียรวิชย์เดินเข้ามาหาผม

“บีม เป็นไงบ้าง” พี่เธียรวิชย์จับมือผมขึ้นมา พี่เขาถามผม สายตาที่แสดงถึงความหวงใยผม

“ทำไมไม่บอกพี่ตั้งแต่เช้าล่ะว่าปวดท้อง พี่จะได้กลับบ้านตั้งแต่ตอนเที่ยงนะบีม” พี่เธียรวิชย์หันมาถามผม จังหวะนั้นพี่หมอภีมปภพเข้ามาพอดี พี่เขาเดินมาหาผม พี่หมอภีมปภพมองหน้าพี่เธียรวิชย์ก่อนจะหันมามองหน้าผม

“สวัสดีครับพี่หมอภีม” พี่เธียรวิชย์ยกมือไหว้ หมอภีม เหมือนรู้จักมาก่อน

“เป็นอะไรมาเหรอวันนี้บีม” พี่หมอภีมถามผม

“บีมเขาปวดท้องนะครับ และก่อนจะมา คนใช้บอกว่าบีม เขา…” พี่เธียรวิขย์จะพูด

“ผมเผลอเดินไปชนขอบโต๊ะนะครับ มันเลยปวดมากขึ้น นะครับพี่หมอภีม” ผมรีบพูดต่อทันที

“ขอพี่ดูหน่อยน่ะ “พี่หมอภีมพูดก่อนจะหันไปถึงผ้าม่านรูปปิด และพี่หมอภีมก็ตรวจเช็กที่ผมบอกตำแหน่งว่าปวด พี่เธียรวิชย์ยืนอยู่ข้างๆ ผมตลอด พี่หมอภีมก็มองพี่เธียรวิชย์สลับกับหันมามองผม

“ขอโทษนะคะ คนไข้มีประกันกลุ่มใช่ไหมคะ” พี่พยาบาลเดินมาถาม

“ใช่ครับ ผมเพิ่งจะใส่ชื่อเข้าไปในประกันกลุ่มครอบครัวผมครับ เพราะว่าเขาเป็นแฟนผมครับ”

“รบกวนคุณแฟนมาให้ข้อมูลเพิ่มได้ไหมคะ” พยาบาลบอกพี่เธียรวิชย์ ผมเพิ่งจะรู้ว่าพี่เขาทำประกันกลุ่มให้ผมด้วย ผมเงยหน้ามองพี่หมอภีม

“ดูเธียรวิชย์ เขารักเรามากนะ และนี่ดูท่าจะรักเจ้าลูกโซ่มากน่าดู ถุวได้รักเรามากขนาดนี้ ลูกคือโซ่ทองที่ยึดคลองใจสองใจที่ดีที่สุด “พี่หมอภีมปภพพูดกับผม

“พี่ได้คุยกับพี่กันหรือยังครับ” ผมถามพี่หมอภีม

“คุยแล้วครับ และพี่กันเราน่ะ ไปตามหาไอ้ผู้จัดการที่ผับนั้น จนเกือบโดนชะนีวางยาเอา โชคดีที่พี่ตามไปทันน่ะ” ผมตกใจมากที่ได้ยินแบบนั้น

“พี่จะบอกว่าพี่กันเขาไปที่ผับที่ผมเคยไปทำงานที่นั่นเหรอครับ”

“ใช่ครับ และกันเขารู้เรื่องนานแล้ว”

“พี่กันก็พึ่งจะบอกผมเหมือนกัน ว่าเขารู้เรื่องนานแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าพี่กันจะไปตามหาความจริงที่นั่นด้วยตัวเอง “ผมพูดก่อนจะหลุบตาลง

“บีมไม่คิดจะกลับมาหาแล้วกันใช่ไหม” พี่หมอภีมถามผม

“ผมคงกลับไปไม่ได้แล้วอ่ะครับ ผมเห็นแววตาลูกโซ่ที่มองพี่เธียรวิชย์มันต่างกับตอนที่เขามองพี่กัน ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่า มันมีอยู่จริง สายใยรักที่มองไม่ได้ด้วยตาแต่สัมผัสได้ด้วยใจ นั้นคือสายใยที่ลูกโซ่มีกับพี่เธียร”

“ดังนั้น ผมเลือกผู้ชายคนนี้แล้ว เขาคือพ่อที่ดีที่สุดของลูกผมแล้ว ไม่จำเป็นต้องเพอเฟกซ์ไปซะทุกอย่าง แต่เขาดีพร้อมอย่างที่เขาเป็น “ผมพูดกับพี่หมอ พี่เธียรวิชย์เข้ามาพอดี

“พี่ตรวจดูโดยรวมแล้วน่ะเธียร ไม่เป็นอะไรมาก ให้บีมเขาพักสักสองสามวันน่ะ อย่าให้เขาอุ้มน้องมากในช่วงนี้ เพราะว่าแผลน่ะมันเป็นแผลภายใน แต่ถ้าบีมเขาปวดมากขึ้น ดูแล้วอาการไม่ดีให้พามาหาพี่ทันทีนะเธียร” พี่หมอภีมปภพหันไปบอกพี่เธียรวิชย์

“ครับพี่หมอ” พี่เธียรวิชย์ตอบพี่หมอ ก่อนจะยกมือไหว้พี่หมอภีม

“งั้นพี่กลับขึ้นไปก่อนนะครับ พี่มีคนไข้ผ่าคลอดฉุกเฉินนะครับ ไปรับยาและกลับบ้านล่ะ และอย่าลืมพาลูกโซ่มาฉีดวัคซีนน่ะบีม “พี่หมอภีมปภพหันมาบอกผม

“อ้อ ไม่ใช่หมอสายป่านแล้วน่ะ เขาลาออกแล้วน่ะครับ มาหาพี่แล้วกันน่ะ พี่อยากเล่นกับลูกโซ่” พี่หมอภีมปภพบอกผมและพี่เธียรวิชย์ ผมพยักหน้า ผมทำท่าจะลุกขั้นนั่งแต่พี่เธียรวิชย์ ทำท่าจะอุ้มผมลงจากเตียงคนไข้อีก

“ไม่เอา พี่เธียร อายเขา คนเยอะแยะเลยในห้องพยาบาลแบบนี้” ผมบอกกับพี่เธียรวิชย์ พี่หมอภีมปภพหันมามองพร้อมกับรอยยิ้มมาให้ผม

“คนไข้นั่งรถเข็นไหมคะ จะได้เรียกให้ค่ะ” พี่พยาบาลเดินมาถามผม พี่เธียรวิชย์พยักหน้า

“มีอะไรบอกพี่ทันทีน่ะบีม อย่าปล่อยเอาไว้ดูหน้าเราซิ ซี้ดจนพี่ตกใจเลยน่ะ บีมต้องรักตัวเองด้วยรู้ไหม ถ้าบีมเป็นอะไรไป ลูกพี่ล่ะ เขาต้องการบีมมากกว่าคนอื่นๆน่ะ “พี่เธียรวิชย์พูด ผมมองแววตาคู่นั้น จังหวะนั้นรถเข็นคนไข้มาเทียบพอดี ผมค่อยๆ หย่อนเท้าลงโดยมีพี่เธียรวิชย์เข้ามาพยุงผมให้ลงไปนั่ง และพยาบาลก็เดินมาหาพร้อมกับถุงยาคนไข้

“ประกันจ่ายให้หมดแล้วค่ะ นี้ยากลับบ้านนะคะ คุณหมอภีมนัดมาทำอัลตราซาวน์พรุ่งนี้ค่ะ” คุณพยาบาลบอกผม

“ขอบคุณครับ” พี่เธียรวิชย์หันไปรับถุงยามาถือให้ผมและเจ้าหน้าที่กำลังเข็นผมออกไป ผมหันไปเห็นพี่เธียรวิชย์โทรศัพท์อยู่ จนรถเข็นมาส่งผมที่ด้านหน้า พี่เธียนวิชย์หันมามองหน้าผม

“พี่จะไปเอารถน่ะครับ พี่โทรบอกม๊าว่าเราไม่เป็นอะไรมากแล้ว ม๊ากับป๊าพี่เป็นห่วงเรามาเลยน่ะ อาม่าอีกคน โกวหงส์ก็เหมือนกัน บีมนี้ทำให้คนในบ้านพี่รักเรามากเลยน่ะ “พี่เธียรวิชย์พูด

“ขนาดแพรวาที่เข้าออกบ้านพี่บ่อย ยังไม่ทำให้ใครรักได้สักคน แต่ป๊ากับม๊าก็รักแพรวาแหละแต่รักเหมือนลูกเหมือนหลาน มากกว่าและรักในฐานะลูกสาวเพื่อนรักของเขา แต่แพรวากลับไม่เคยทำให้ม๊าพี่รู้สึกอยากได้มาเป็นลูกสะใภ้ เหมือนบีม” พี่เธียรวิชย์บอกกับผม ผมก็หลุบตาลง นี่อาจจะเป็นเพราะว่าผมเป็นคนอ่อนน้อมมากกว่า ส่วนแพรวาเขาแข็งกระด่างเกินไป ผมสังเกตุจากการที่เขาแทบจะไม่ให้ความเคารพใครเลย แม้แต่อาม่าเอง

“แล้ว “จู่ๆ ผมก็ถามพี่เธียรวิชย์

“เขากลับไปแล้ว พรุ่งนี้พี่ว่าจะไปพบพ่อแม่เธอสักหน่อย ทำแบบนี้ไม่ถูก พี่ว่าพี่ทนมามากพอแล้ว ต่อให้ต้องผิดใจกัน ขนาดมองหน้ากันไม่ติด พี่ก็ต้องทำ เพราะที่ผ่านมาพี่เกรงใจเขาในฐานะ ที่เป็นเพื่อนรักของพ่อพี่ แต่ตอนนี้ ลูกเมียพี่สำคัญกว่า “พี่เธียรวิชย์พูดก่อนจะเดินออกไป ผมนั่งรอพี่เธียรวิชย์อยู่ จนกระทั่งรถพี่เธียรวิชย์แล่นมาจอดและเขาก็ลงมาพยุงผมขึ้นรถไป
*****
   Part's เธียรวิชย์ หลังจากออกมาจากโรงพยาบาลผมก็ขับรถมาเรื่อย ๆ ตอนนี้มันก็สามทุ่มแล้วด้วย ผมโทรหาม๊าแล้ว ม๊าบอกว่าเจ้าลูกโซ่หลับไปแล้ว ดูหงอยๆ เลย คงเพราะคิดถึงบีม ส่วนแพรวานะ พ่อแม่เธอมารับกลับไปแล้ว เธอไม่ยอมกลับ จนป๊าผมต้องโทรบอกพ่อเธอให้มารับเธอกลับไปอีกครั้ง ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอดื้ออะไรขนาดนี้

“บีม บีมหิวไหม เพราะว่านี้มันสามทุ่มกว่าแล้ว ถ้าบีมหิว พี่ว่าจะหาอะไรให้บีมทานก่อน” ผมหันไปมองบีม

“เออ”

“บีมหิวก็บอกพี่ซิครับ พี่พาไปหาอะไรทานก่อน และบีมต้องทานยาน่ะ “ผมหันมาทำหน้าดุใส่บีม

“พี่หิวไหมครับ” บีมถามผม

“หิวครับ เพราะว่าก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ผมบอกบีม และนี้บีมจะได้ตัดสินใจได้

“ถ้าอย่างนั้นก็แวะทานอะไรก็ได้ครับ เลือกที่พี่ชอบก็ได้ครับ” บีมหันมาบอกผม

“เลือกที่พี่ชอบ พี่ไม่ค่อยรู้แถวนี้น่ะครับ พี่เข้าแต่ร้านอาหารอย่างเดียวเลยนะครับ” ผมพูดก่อนจะพยายามมองหา

“ถ้าให้ผมเลือกแล้วพี่จะนั่งทานได้เหรอครับ” บีมถามผม

“ทานได้ซิ “ผมหันไปบอกบีม

“ผมอยากทานบะหมี่อ่ะครับ มันมีร้านหนึ่งแถวนี้ ผมเคยทำงานที่บาร์แถวๆ นี้มาก่อน ผมเป็นบาร์เทนเดอร์นะครับ และหลังเลิกงานก็จะมานั่งทานก่อนกลับนะครับ” บีมบอกผม ผมพยักหน้า

“พี่เธียร ตรงนั้นครับ มีที่จอดรถด้วยครับ” บีมบอกผม ผมก็ขับเข้าไปตามที่บีมบอก จะว่าไปก็ไม่เลวน่ะ ผมเดินลงมา ผมเดินตามบีมเข้าไปในร้านนั้น ผมกับบีมยืนมองว่าจะไปนั่งตรงไหนดี

“มาแล้วเหรอ ไม่เจอนานเลยอ่ะ “มีคนเดินมาทักบีมก่อนเพื่อนเลย และที่สำคัญไอ้นี่มันเดินข้ามผมไปหน้าตาเฉย แถมดีใจราวกับเจอทองแนะที่มันเห็นบีม ต่อมหึงทำงานทันที

“หมับ” ผมดึงราบเอวบีมมา

“มากันสองคนครับ มาด้วยกันครับ” ผมบอกคนที่หันมามองผมและมองที่มือผมที่กอดเอวบีมไว้ บีมหันมามองและ ทำท่าจะดิ้นหนีด้วยน่ะ

“เดี๋ยวไปฟ้องลูกน่ะ” ผมพูดกระซิบ

“ลูกรู้นี้เสียใจแย่ๆ เลยน่ะ”

“รู้ว่า”

“แม่จะหาพ่อใหม่ เดี๋ยวลูกมีปมน่ะ”

“ยังไม่ได้บอกเลยน่ะว่าจะหาพ่อใหม่น่ะ และนี้มันในร้านคนก็เยอะแยะ “บีมพูดและทำท่าจะสะบัดให้หลุด แต่ก็ไม่หลุดแน่นอน ส่วนคนที่ยืนอยู่ก็มองที่มือของผมที่กอดเอวบีม อยู่นั่นแหละ และขมวดคิ้ว มันไม่ชัดเจนตรงไหนผมแอบคิดในใจ

“เออ มีแฟนแล้วเหรอ” มันยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ

“เออ มาขนาดนี้แล้วมึงคิดว่าเพื่อนเหรอ มีโต๊ะว่างไหม ถ้าไม่มีจะได้ไปกินที่อื่น” ผมรีบพูด บีมหันมามองหน้าผม

“ไหนพี่บอกให้ผมเลือกไง “บีมหันมาพูดลอดไรฟันใส่ผม

“ก็ดูหน้าไอ้นี่ดิ มันทำท่าดีใจราวกับเจอแฟนคลับ พี่ควรจะนั่งใจเย็นกินบะหมี่เหรอครับ” ผมกระซิบกลับทันที คนที่ยืนตรงหน้าก็มองผมสองคนสลับไปมาก่อนจะ

“มีครับ ตรงโน้นน่ะครับ”

“ก็แค่นี้แหละ ยืนอ้ำอึ้งอยู่ได้ ไปครับที่รัก รีบไปนั่งกันดีกว่าก่อนที่พี่จะทนไม่ไหว เตะใครบางคน “ผมพูดและดึงรั้งเอวคนข้างๆ ผมเข้าไป ไอ้คนนั้นมันยังหันมามองผมอีก ผมหันไปแอบส่งนิ้วกลางให้มันด้วย แม่ของลูกกูหวง ก่อนจะปล่อยให้ที่รักนั่งลงและผมก็นั่งตรงข้ามทันที ไอ้นั่นยังหันมามองอีก

“นี้มากินบ่อยเพราะว่าไอ้หน้าจืดนั้นหรือเปล่าน่ะ” ผมถามบีม

“มาเพราะบะหมี่อร่อย และถ้าผมมาเพราะคนที่พี่เรียกว่าไอ้หน้าจืดนั้นน่ะ ป่านนี้ผมคงได้ไปช่วยเขาเสิร์ฟบะหมี่นานแล้ว” บีมหันมาบอกผม

“ดีแล้ว ตอนนี้เป็นมาม๊าเลี้ยงลูกให้พี่ ตำแหน่งนี้ไม่ได้ยกให้ใครง่ายๆ น่ะ “ผมพูดบอกคนตรงที่นั่งตรงข้ามผม ผมเห็นบีมกำลังจดรายการเพื่อสั่งอาหาร

“พี่จะทานอะไรอ่ะครับ” บีมถามผม ผมก็ชะโงกมองว่าบีมเขียนว่าอะไร บะหมี่หมูแดง เพิ่มเกี๊ยวน้ำ

“เอาเหมือนบีมอ่ะ” ผมบอกบีม บีมก็จดลงก่อนจะหันไปควักมือเรียก มันมาอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันตั้งตารออยู่ ผมก็รีบดึงกระดาษที่มือบีมมาถือและเป็นคนยื่นแทน มันเบรกทันทีเลย ก่อนจะค่อยๆ เดินมา ที่อย่างนี้ล่ะ ลดความเร็วเชียวน่ะมึงน่ะ ผมแอบคิดในใจ

“สั่งอาหาร กินวันนี้ “ผมบอกคนมารับออเดอร์ มันก็มองผมก่อนจะหันมามองบีม แต่มันมองนานจน

“อะแฮม” ผมต้องกระแอมเรียกสติมันกลับคืน ผมมองหน้ามันและกระดาษที่มันถือไว้ ส่งไปแล้วทำไมไม่ไปอีก

“กูสองคนกินวันนี้นะครับ ไปรีบทำมาเร็วๆ หิวนะโว้ย ” ผมรีบบอกคนที่ทำท่าจะคุยกับเมียผมต่อ นี้ขนาดบอกว่ามาด้วยกัน นั้นแปลว่าแฟนกัน มันยังมีจ้องหน้าแม่ของลูกผมอีก ผมชะโงกหน้ามองหน้ามันบ้าง เดี๋ยวเตะโชว์ลูกค้าเลย ไอ้คนนั้นหันมามองผมก่อนจะรีบเดินออกไปทันที

“อะไรของพี่เนี๊ยะ!” บีมหันมาทำหน้าดุใส่ผม

“ก็หวง “ผมพูด บีมขมวดคิ้วมองผม “แม่ของลูก บอกแล้วไงว่าแม่ของลูกมีคนเดียว ใครแทนก็ไม่ได้ ก็เลยต้องหวงไง” ผมพูดคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามผม บีมแอบหันหน้าหนี แต่ก็แอบยิ้มเล็กน้อย ผมเห็นจากเงาสะท้อนกระจกตู้แช่เย็น ผมนั่งคิดถึงเรื่องที่แพรวาเอามา ผมก็ไม่รู้ว่าผมควรจะถามบีมดีไหม ผมว่าบีมไม่ใช่คนที่ทำแบบนั้นแน่ๆ

“บีม พี่ถามอะไรอย่างได้ไหม เรื่องที่แพรวาเอารูปนั้นน่ะมาให้ป๊ากับม๊าพี่ดู พี่อยากรู้ว่ามันเกิดขึ้นอะไรขึ้นในตอนนั้น” ผมถามบีม บีมหันมามองหน้าผม สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ดูกังวลและรู้สึกกลัว

ต่อด้านล่าง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.20 ความจริงในคืนนั้น P2

“บีม พี่ถามอะไรอย่างได้ไหม เรื่องที่แพรวาเอารูปน่ะ รูปนั้นน่ะ มันเกิดขึ้นตอนไหน” ผมถามบีม บีมหันมามองหน้าผม สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ดูกังวลและรู้สึกกลัว

“บีม พี่เชื่อว่าบีมไม่ใช่คนที่ทำแบบนั้นแน่ๆ เพราะว่าอากันตภณรับรองบีมขนาดนี้ อากันตภณเขาเหมือนรู้จักบีมเป็นอย่างดีซะด้วย “ผมพูด บีมเงยหน้ามองผม

“รูปนั้น ผมไม่รู้ว่าแพรวาได้ไปได้ยังไง และนั้นมันเกิดหลังจากผมกับพี่นั่นแหละ “ผมตกใจมาก

“เอาจริงดิ” ผมถามบีม

“ใช่ ผมโกรธมาก เพราะว่าผมตื่นมาก็เจอของพวกนี้อยู่รอบๆ ตัวผม ผมตื่นมาเพราะว่ามีคนมาเรียกผม ไอ้คนนั้นคือผู้จัดการร้าน ที่ผมต้องไปทำงานแทนเขา เขาถูกเชิญให้ออกแต่ว่าคืนนั้นเขาต้องสอนงานผม” ผมก็ต้องตกใจอีกครั้ง

“บีมไม่ใช่เด็กนั่งดิ้งเหรอ”

“ผมไม่ใช่เด็กนั่งดิ้ง ผมเป็นผู้จัดการร้านคนใหม่ และวันนี้ผมไปเรียนงาน ผมตั้งใจว่าจะทำงานนี้ตอนกลางและเรียนตอนกลางวัน และพี่เขาก็เสนอเงินเดือนให้ผมค่อนข้างดีด้วย “บีมพูด ผมมองหน้าบีมผมรู้สึกตกใจและโกรธพวกเพื่อนตัวดีผมจริงๆ อยากเตะมันคนละที

“แล้ววันนั้นมานั่งทำไมอ่ะ” ผมถามบีม

“ผู้จัดการคนนั้นเขาบอกว่าโต๊ะพี่น่ะ คอมเพลน ว่าไม่พอใจเด็กที่ทำงานและพี่เขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจให้ผมเดินไปเคลียร์แต่พอผมเดินไป ก็ออกคำสั่งให้ผมชงเหล้า ผมเห็นว่าไม่ใช่เวลาจะมาทะเลาะกันเลยแก้สถานการณ์โดยการทำตามที่เขาบอกไปก่อน “บีมบอกผม ผมก็ต้องกุมขมับตัวเอง

“ไอ้ผู้จัดการร้านคนเก่า พี่ไปหามันอีกครั้ง พี่ว่าจะถามหาเรา แต่ไม่เจอแล้ว มันออกไปแล้วและมีคนใหม่มาแทน” ผมบอกบีม

“แล้วทำไมบีมไม่ตามหาพี่ล่ะ “ผมถามบีม

“พี่รู้ไหมว่าผมโดนอะไรหลังจากนั้น ผมตื่นมาก็เจอทุกอย่างอยู่รอบตัวผม ผู้จัดการร้านมันก็ยืนอยู่ และเจ้าของเขาก็มา ผมตกใจมาก ผมปฏิเสธเท่าไหร่ก็ไม่มีใครเชื่อ เขาบอกว่าผมเสพยากับลูกค้า แต่ลูกค้ากลับไปก่อน ผมบอกว่าเขาว่าผมโดนข่มขืน เขาบอกว่าเขาไม่เชื่อและเขายังห้ามผมโวยวายเอาเรื่อง ไม่อย่างนั้นเขาจะส่งผมไปหาตำรวจ ผมไม่มีทางเลือกผมเลยต้องเงียบเหมือนกัน “บีมพูด

“พี่ไม่ได้ทำขนาดนั้นนะบีม พี่จำได้ว่าเพื่อนพาพี่ออกไป และพี่ก็เดินกลับไปหาเรา ถอดแหวนและเงินสด แต่พี่มีแค่นั้น ไม่อย่างนั้นคงให้เยอะกว่านั้น “ผมพูด

“ผมโกรธมาก แค้นพี่มาก ทำไมพี่ต้องทำกับผมขนาดนั้น แต่พอผมเห็นสีหน้าพี่ตอนที่เห็นรูปนั้น พี่ตกใจมาก นั้นแปลว่าพี่ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น” บีมพูด ผมนั่งคิด ผมนึกขึ้นได้ว่าบ้านไอ้ราเชนมันอยู่ไม่ไกลจากนี้ น่าจะเข้าไปในซอยนี้แหละ

“เดี๋ยวพี่มาน่ะ เพื่อนพี่บ้านมันอยู่แถวๆ นี้” ผมพูดก่อนจะเดินออกไป ผมหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาราเชนทันที

//ว่าไงครับ คุณผู้บริหาร “ไอ้ราเชนมันทักผมทันที

// มึงอยู่บ้านไหมว่ะ//

//อยู่ดิ ช่วงนี้ ป๊ากับม๊าห้ามกูออกไปแรดที่ไหน มึงมีอะไรเนี๊ยะถามหากู//

// ออกมาหากูหน่อยตอนนี้เลย กูอยู่ร้านบะหมี่ หน้าปากซอยเข้าไปบ้านมึงอ่ะ//

//อ้าวเชี้ย! มาทำไมว่ะมึง//

// ออกมาเลย กูมีเรื่องจะคุย ด่วน// ผมพูด ก่อนจะวางสาย ผมเดินกลับเข้าไป เห็นบะหมี่มาวางรอแล้ว จะว่าไปมันก็หน้าตาน่าทานดีน่ะ

“ไอ้หน้าจืดมันเดินมาเสิร์ฟเองหรือเปล่า” ผมกระซิบถามบีม

“เขาเป็นคนรับออเดอร์ น้องผู้หญิงคนนั้นเดินมาเสิร์ฟเอง “บีมบอกผม ผมหันไปมอง เขายืนเกาะกลุ่มโบกมือมาทางผมกับบีม

“มีสาวโบกมือให้ด้วย หึงพี่เหรอ แต่ไม่ต้องหวง อาม่าสอนมาดี ให้มีได้คนเดียว เหมือนป๊าของพี่” ผมบอกบีม ผมคีบบะหมี่ทาน จะว่าไปก็อร่อยดีน่ะ อร่อยกว่าภัตาคารหรูๆอีก ผมทานไปได้สักพัก ผมเห็นไอ้ราเชนมันเดินเข้ามา

“ราเชน” ผมยกมือขึ้นเรียกไอ้ราเชน พอราเชนมันหันมาเห็นผมเข้า มันก็เดินตรงมาหาผมทันที ผมเปลี่ยนไปนั่งข้างบีมแทน พวกเพื่อนๆ ผมรู้เรื่องบีมกันหมดแล้ว ราเชนมันนั่งลงก่อนจะหันไปมองบีม

“มอง มอง ไม่ไหวเมียกูด้วยละมึง” ผมถามไอ้ราเชน

“สวัสดีครับอาซ้อ เว้ยย ไอ้เชี้ย!” ไอ้ราเชนมันก็บ้าจี้ไหว้ตามที่ผมบอก

“แล้วนี่คิดยังไงถึงได้พาไอ้นี่มานั่งกินบะหมี่ร้านนี้ได้ครับ  ปกติไอ้นี่น่ะมันต้องร้านหรู ติดหรู อยู่สบาย “ราเชนมันพูดแซวผม ไอ้ราเชนมันยกมือเรียกเด็กเสิร์ฟมาก่อนนะที่หันไปส่งกระดาษสั่งเหมือนกัน

“ร้านนี้อร่อยน่ะมึง อาจจะดูไม่ไฮโซแต่ รสชาติภัตราคาร” ไอ้ราเชนมันพูด บีมรีบพยักหน้า แม้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุยเลยน่ะ

“ตกลงมากันทำไมเนี๊ยะ” ราเชนมันถามผมและมองหน้าผมกับบีม

“กูพาบีมเขาไปหาหมอและบีมเขาอยากทานบะหมี่ ปกติเขาแวะทานบ่อยหลังเลิกงานที่ผับน่ะ”

“จริงดิ ทำไมพี่ไม่เห็นเลยอ่ะ พี่ก็แวะทานที่นี้หลังออกจากผับบ่อยทุกครั้ง ถ้าไม่เช็กอินบะหมี่ร้านนี้แปลว่ามาไม่ถึงบ้านพี่นะครับ “ไอ้ราเชนรีบหันไปพูดกับบีม

“งั้นสาวๆ ที่มึงพามาก็ต้องมาลองกินบะหมี่ร้านนี้ด้วยดิว่ะ เพราะเห็นเช็กอินเข้าบ้านมึงทุกคน” ผมพูด ไอ้ราเชนมันหันมามองหน้าผม พร้อมกับนิ้วกลางทันที

“และไอ้ราเชนครับ เพื่อนกูก็ถีบน่ะมึงครับ นี้แม่ของลูกกูครับ เกรงใจกูหน่อย กูนั่งอยู่นี้” ผมรีบพูดกันท่าทันที

“แม้ที่อย่างนี้หวงทันที” ไอ้ราเชนพูด เด็กเสิร์ฟเอาบะหมี่มาเสิร์ฟให้ แม้ยิ้มกริ่มกับไอ้ราเชน ผมละเชื่อแล้วว่ามันแวะร้านนี้บ่อยแน่ๆ มันหันมาหยักคิ้วให้

“เรียบร้อยกูไปแล้ว ติดใจไง” ไอ้ราเชนพูด บีมหันมาเหล่มองผม

“ไอ้พวกขี้คุยมักจะเป็นแบบนี้” ผมกระซิบกับบีม บีมรีบพยักหน้าเห็นด้วยกับผม

“ไม่ต้องกระซิบแล้ว พูดมาเถอะ กูได้ยิน “ไอ้ราเชนพูด

“ไหนมึงบอกมี่เรื่องด่วน เรื่องอะไร” ราเชนถามผม

“กูจะถามเรื่องคืนนั้น หลังจากที่มึงพากูออกมา มีใครย้อนกลับไปที่นั่นไหมว่ะ” ผมถามราเชน บีมหันมามองหน้าไอ้ราเชน ไอ้ราเชนมันทำท่าคิด

“ไม่มีน่ะ เพราะว่าที่พวกกูไปเรียกมึงน่ะ มีตำรวจนอกเครื่องแบบมาด้วย พวกกูเลยพามึงออกอ่ะ และไปก็เจอมึง…” ไอ้ราเชนมันกำลังจะพูดแต่พอหันไปเห็นบีมเลย พูดไม่ออก

“เออแล้วมึงถามอีกทำไมว่ะ”

“แพรวามันไปเอารูปมาให้ป๊ากับม๊ากูดูว่ะ เขาบอกว่าบีมเสพยากับลูกค้าคืนนั้น แต่สภาพบีมวันนั้น กูว่าบีมไม่น่าจะลุกมาเสพยาได้อีก แม่งเหมือนมีคนจัดฉากไว้เลยว่ะ “ผมพูดกับไอ้ราเชน

“ผมไม่ใช่คนเสพยานะครับ” บีมหันมาบอกราเชน ราเชนมันนิ่งไปพักหนึ่ง

“เอาจริงๆ น่ะ พวกกูไม่ได้บอกอะไรทั้งหมดเพราะคิดว่ามันไม่น่าสำคัญ “ราเชนมันพูด

“เรื่องอะไรวะ”

“พวกกูไม่ได้วางยาน้องเขาน่ะ “ไอ้ราเชนพูดและชี้มาที่บีม  ผมกอดอกมองไอ้ราเชน

“คือกูเอายาใส่ในแก้วแชมเปญแก้วเดียวและมันยาปลุกอารมณ์ แบบว่าทำให้น้องหนูแข็ง และกูก็มีแค่เม็ดเดียวกูใส่ในแก้วนั้นแก้วเดียวจริงๆ และมึงก็ยกไปดื่มไอ้เธียร” ราเชนมันพูด

“มึงหมายความว่าไง”

“ไอ้แก้วเชมเปญน่ะกูใส่ไว้ให้น้องเขาจริง ไอ้ไปส์มันสุภาพบุรุษ มันห้ามพวกกูว่าไม่ให้น้องเขาดื่ม ตอนแรกกูก็จะให้ไอ้ไปส์มันสมหวัง มันมองน้องเขาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาแล้ว และพอมันบอกไม่เอามันจะจีบ กูก็ว่าไม่เอาก็ไม่เอาก็กะว่าจะเอาไปทิ้ง แต่มึงชิ้งเอาไปซะก่อน” ไอ้ราเชนพูด

“ไม่ใช่ชิ้งแค่แก้วผสมยาน่ะ ชิ้งเอาดวงในน้อยๆ ไอ้ไปส์ไปซะด้วย หักอกเพื่อนในช่วงข้ามคืนเลยมึง” ไอ้ราเชนพูด ผมหันมามองบีมที่ยิ้มแหยๆ ให้ผม และผมก็หันมามองหน้าไอ้ราเชน ผมยกมือห้ามไอ้ไปส์ว่าพอแล้ว

“ส่วนน้องเขาน่ะ พอรู้สึกมึนๆ จากที่พวกกูให้ดื่มและน้องเขาก็ขอตัวเดินออกไป และหลังจากนั้น พวกกูก็ไม่รู้อะไรเลย มาเจออีกที มึงก็จุด จุด จุด น้องเขาไปแล้วพวกกูยังงงเลย “ราเชนมันพูด ผมหันมามองหน้าบีม

“บีมจำอะไรได้บ้างไหม” ผมหันมาถามบีม

“ผม เออ “บีมเงียบไป เหมือนกำลังใช้ความคิด

“พี่ครับ รับเครื่องดื่มอะไรไหมครับ หรือว่าน้ำเปล่าดีครับ” มีคนเดินมาถามโต๊ะผม

“เอาน้ำเปล่ามาแล้วกันครับ” ผมหันไปบอก ก่อนจะหันมามองหน้าบีม บีมนิ่งเงียบก่อนจะ หันมามองหน้าผม

“ผมจำได้แล้วพี่เธียร ผมเดินมึนๆ ออกไปและมีคนเดินมาหาผมและถามผมว่า น้ำเปล่าไหมและผมก็รับมาดื่ม ผมเดินไปเพื่อจะไปบอกกับผู้จัดการว่าผมไม่ไหวแล้ว ผมขอกลับ และหลังจากนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้ และผมไปห้องพักแขกได้ยังไงก็ไม่รู้ “บีมพูดกับผม

“คือว่าคนที่จะเข้าได้คือผู้จัดการกับลูกค้าที่มีเมมเบอร์การ์ดเท่านั้น และผมเองก็ยังฝึกงานอยู่ เลยยังไม่ได้บัตรที่รูดเข้าไปได้” บีมพูด ใช่พวกผมมีเมมเบอร์การ์ดดังนั้นพวกผมรูดเข้าไปได้ เปิดเมมเบอร์การ์ดโคตรแพงเลย

“น้องมีปัญหาอะไรกับผู้จัดการคนนั้นไหม พี่ถามหน่อย เพราะว่า ไอ้ไปส์มันชวนพี่ไปหาข้อมูล ดูมันเลิกลักยังไงก็ไม่รู้ แต่ไอ้ไปส์มันบอกว่ามันแค่มาบอกว่าห้ามพูดถึงเธียรวิชย์มัน และมันก็ขอเงินไอ้ไปส์ไปสองหมื่นเพื่อไม่พูดเรื่องนี้อีก แต่ดูมันยิ้มแปลก เหมือนมันได้เงินทางือื่นด้วยน่ะ “ไอ้ราเชนพูด

“ผมไม่รู้ รู้แต่ว่าเขาเหมือนไม่ค่อยอยากสอนงานผมเท่าไหร่  ผมรู้ว่าเขาไม่อยากลาออก แต่เขาโดนให้ยอมลาออก” บีมพูด

“พี่ว่าไอ้ผู้จัดการนี้แหละน่าสงสัย” ผมหันมาบอกบีีม

“กูก็ว่าแปลก ตอนที่กูย้อนกลับเข้าไป เพื่อไปเข้าห้องน้ำกูได้ยินมันคุยโทรศัพท์กับใครไม่รู้ว่า ว่ามันไม่ได้บอกเรื่องตอนเช้า กูไม่ได้ตั้งใจฟังว่ะ กูคิดว่าไม่เกี่ยวอะไรกับกูไง เลยปล่อยผ่านว่ะ” ราเชนพูด

“กูว่าชัดเลยไอ้ผู้จัดการนี้แหละว่ะ มันคงไม่พอใจเรื่องมันจะโดนเชิญออกและบีมมาทำแทนมันอีก แต่ที่มึงได้ยินมา มันเหมือนมีคนสั่งมันทำด้วยไหมว่ะ” ผมพูดกับไอ้ราเชน ก่อนจะหันมามองหน้าบีม ไอ้ราเชนมันขมวดคิ้วมองผมทันที

“บีมไม่ใช่เด็กนั่งดิ้ง แต่มาเป็นผู้จัดการคนใหม่แทนไอ้เวรนั้น” ผมบอกไอ้ราเชน ไอ้ราเชนมันชี้หน้าผม เหมือนมันกำลังลำดับความคิด

“เออ กูได้ยินเด็กมันพูดกันว่า ถ้าน้องคนนั้นไม่มีเรื่อง ไอ้นี้โดนไล่ออกไปนานแล้ว แต่พี่ก็ไม่คิดว่าน้องผู้จัดการคนใหม่นั้น คนนั้นก็คือน้องคนนี้” ไอ้ราเชนพูด และมันชี้มาที่บีม

“มึงไปหามันมาให้กูเลย ไอ้เวรนี้น่ะ ไอ้ผู้จัดการนี้”

“กูจะไปหามันที่ไหนวะ” ไอ้ราเชนมันเงยหน้าขึ้นมามองผม

“ปัญหาของมึง เพราะว่าวันนั้นพวกมึงแม่งไม่ถามน้องเขาให้ดีดีก่อน ว่าเขาใช่เด็กนั่งดิ้งของพวกมึงไหม และที่มันเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น พวกมึงก็มีส่วนผิด ไปหามาให้กูเลย “ผมพูดบอกไอ้ราเชน ไอ้ราเชนมันก็หันมามองหน้าผม

“กูว่าไม่น่ายากสำหรับนักท่องราตรีอย่างมึง และกูคิดว่าถ้ามันรักงานมันขนาดนี้ มันหางานใหม่ก็คงแนวเดิมว่ะ” ผมบอกไอ้ราเชน

“เออ ๆ กูจะไปหาให้”

“ถือว่านี่ชดใช้ให้ลูกกูไอ้เชี้ย!”

“อ้าว กูนี้น่ะ “ไอ้ราเชนชี้หน้าตัวเอง “กูไม่ได้…” มันทำท่าจะพูดและหันไปมองบีม

“อย่าทลึ้งพูดมา กูเตะเลยน่ะมึง” ผมชี้หน้ามันทันที

“ฉิบหายแล้ว เมียกูโทรมาตาม กูเข้าบ้านก่อนนะ ถ้ามันรู้ว่ากูมาร้านนี้อีก มันเอากูตาย เพราะว่ามันประกาศห้ามกูมาหาเด็กที่นี้อีก “ไอ้ราเชนพูดและมันก็รีบลุกขึ้น

“กูไปก่อนว่ะ ถ้าเจอแล้วกูโทรบอก”

“เออ แล้วอย่าลืมเข้าไปดูลูกกูด้วยนะมึง”

“เออๆ แม้ทวงของเล่นลูกมึงก็บอกมา และกูรอพวกมันวางก่อนจะได้ไปหาพร้อมๆ กัน” ไอ้ราเชนพูดก่อนจะยกมือให้บีมและมันก็รีบคว้ากุญแจรถก่อนกดมือถือเดินออกไปทันที ผมหันมามองบีม บีมมองผมนิ่ง

“พี่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ก็ได้มั้งพี่เธียร” บีมพูด

“ไม่ได้ พี่อยากรู้ว่าใครทำ เมียพี่แบบนั้น ถ้าใช่ไอ้ผู้จัดการเวรนั้น มันโดนหนัก” ผมหันไปบอกบีม

“กลับกันได้หรือยังอ่ะ กลัวลูกตื่นมาร้องงอแง เกรงใจม๊า” บีมบอกผม

“ม๊าส่งข้อความมาบอกว่า เฮียธีกีบพี่เจ๊มิวเขาค้างที่บ้าน เลยเอาไปนอนด้วย”

“จริงดิ” บีมหันมาถามผม รู้สึกแปลกใจ

“สงสัยซ้อมอยากมีลูกมั้ง และดูเฮียธีหลงเจ้าลูกโซ่มากเหมือนกันน่ะ ม๊าบอกซื้อของเล่นมาให้ลูกโซ่อีกแล้ว” ผมบอกกับบีม

“ก็เล่นอ้อนเฮียเขาขนาดนั้นด้วย และเฮียธีดูเขาชอบเด็กมากเลยหลงไปกันใหญ่” บีมพูดปนหัวเราะ

“งั้นก็กลับเลยใช่ไหมอ่ะ” บีมถามผม ผมมองหน้าบีมก่อนจะหลุบตาลงมองนาฬิกาข้อมือผม

“พี่ยังไม่อยากกลับเลยอ่ะ ไปหาที่นั่งคุยกันป่ะ ไม่ค่อยมีเวลาคุยกันเลย “ผมถามบีม บีมมองหน้าผม

“ได้ไหมอ่ะ พี่อยากให้เราเริ่มต้นด้วยกันใหม่ ไม่ใช่เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดแต่พี่อยาก ทำให้มันดีขึ้นเพื่อเจ้าลูกโซ๋ของเราสองคน ได้ไหมครับและพี่เชื่อว่าคนสำคัญของลูกโซ้ก็คือคนสำคัญของพี่เช่นกัน  “ผมถามบีม บีมมองหน้าผม ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ผมเดินไปจ่ายเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินมาจูงมือบีมออก แต่รอบนี้คนนี้กลับให้ผมจูงมืออย่างว่าง่าย

TBC.....

        ตอนหน้าเธียรวิชย์เริ่มเปิดใจคุยกับบีมมากขึ้น และบีมก็เช่นกัน บีมก็เริ่มใจอ่อนให้เธียรวิชย์แล้ว ตอนหน้าบอกเลย มีเสียเลือด เตรียมเลือดด่วน  มาดึกหน่อยน่ะพรุ่งนี้น่ะ อันที่จริงว่าจะมาสองตอนรวดพรุ่งนี้ ใจอ่อนค่ะ เลยมาก่อนเวลา


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
   
EP.21.บีมใจอ่อน P1

             Part's เธียรวิชย์ ผมเดินไปขึ้นรถหรูของผม ผมขับรถไปโดยไม่ได้พูดอะไร ผมจับมือบีมไปตลอดทาง ผมคิดตามที่บีมบอกผม ผมอยากรู้ว่าใครกันน่ะทำแบบนั้นกับบีม แล้วเสียงผู้ชายที่ถามบีมและส่งขวดน้ำให้บีมอีกล่ะ ยาอาจจะอยู่ในขวดน้ำนั้น ดังนั้นต้องหาไอ้ผู้จัดการคนนั้นก่อน ผมขับมาจอดรถ ที่ตรงริมเขื่อน มีแสงสว่างจากไฟ และมองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ผมจอดรถพร้อมกับกดล๊อกรถ บีมหันมามองหน้าผม ผมปรับเบาะให้เอนลงนอนราบ ผมลงนอนตะแคงเอาแขนขึ้นมาหนุนศีรษะ ผมหันไปมองบีม บีมก็ปรับเบาะให้นอนราบเหมือนผม ก่อนจะนอนลงเช่นกัน

“พี่ขอโทษน่ะ บีม พี่จะพูดว่าพี่ไม่ตั้งใจมันก็ไม่ถูก และพี่กลับหนีออกมาหน้าตาเฉย ไม่ต่างอะไรกับไอ้หน้าตัวเมีย “ผมพูดกับบีม ผมหันไปเอามือลูบหัวบีมเบาๆ

“บางที่มันอาจจะเป็นชะตาฟ้ากำหนดไว้ก็ได้น่ะ” บีมหันมาพูดกับผม

“ผมเองก็ไม่คิดว่าผมจะเจอพี่อีกครั้ง มันเป็นไปได้ยาก เพราะว่าผมไม่รู้เลยว่าพี่คือใคร แต่จู่ๆ มันก็วนมาเจอกันได้ พี่ว่ามันบังเอิญไปหรือเปล่า “บีมหันมาถามผม

“อันที่จริง พี่ว่าจะไม่กลับมาอยู่ที่ไทยแล้ว” ผมพูดกับบีม

“พี่ไม่ได้จะหนีบีมไปอยู่เมืองนอกน่ะ พี่ไม่ได้จะหนีความผิดแต่ที่พี่ไม่อยากกลับ เพราะว่าพี่…”

“พี่เคยขอป๊าพี่ออกจากตระกูล “บีมสะบัดหน้ามามองผม

“พี่พูดเรื่องจริง พี่คิดว่าพี่ สู้พี่ๆ ของพี่ไม่ได้ พี่ทำให้พ่อผิดหวัง ไม่รู้กี่ครั้ง พี่เลยคิดว่าถ้าพี่จะเสีย พี่จะไม่ประสบผลสำเร็จ อย่างน้อยก็มีแค่พี่ที่เสียคนเดียว แต่ม๊าพี่เขาไม่ยอม “บีมหันมามองหน้าผม

“พี่ไม่ชอบเรียนบริหารแต่พี่ต้องเรียนตามที่ป๊าบอกให้พี่เรียน โคตรทรมานเลยอ่ะบีม พี่อยากเรียนวาดภาพ พี่อยากเป็นนักแข่งรถ”

“พี่มลบอกผมแล้วว่าพี่เคยลงแข่งรถด้วย “บีมบอกผม

"ใช่ครับ พี่ชอบตามเฮียธันไปหลายสนามมากและแอบลงแข่งด้วย จนม๊าจับได้ วันนั้นพี่กำลังจะลงแข่ง ม๊าไปยืนมอง พี่เห็นสายตาม๊าแล้วพี่ต้องก้าวเท้าออกมาจากรถและถอนตัว แถมคู่แข่งพี่ที่มันแพ้พี่ทุกสนามมันก็ได้แชมป์ไปเลยอ่ะ เจ็บใจน่ะแต่พี่รักม๊าพี่ พี่เลยยอม " ผมพูดกับบีมผมหันไปมองบีม มุมปากนั้นกระตุกเป็นรอบยิ้ม รอยยิ้มที่ดูรู้ว่านี้ยิ้มให้ผมจริงๆ มันออกมาจากความรู้สึกของบีมจริงๆ

" พี่ทำถูกแล้ว ผมพูดในฐานะที่ผมอุ้มท้องเจ้าลูกโซ่มาน่ะ มันไม่ง่ายเลยน่ะ ขาผมน่ะก้าวไปอยู่ในความตายข้างหนึ่งแล้วน่ะวันที่เจ้าลูกโซ่จะคลอด และผู้หญิงที่จะเป็นแม่คนก็เช่นกัน " บีมพูด ผมอมยิ้มในความคิดของ

“และพี่ก็ขัดใจป๊าบ่อยมากกว่าพี่ๆ พี่หนีป๊าพี่ไปเรียนวาดมาด้วยนะบีม ป๊าส่งพี่ไปเรียกวดวิชาแต่พี่ไม่เข้าแอบขอเงินม๊าไปลงเรียนวาดภาพแทน “ผมพูดก่อนจะหันมามองบีม

“และอาก๋งน่ะจำได้ อาก๋งโกรธมาก เพราะว่าอาก๋ง ไม่ชอบอาชีพแบบนี้ “ผมบอกบีม

“รู้ไหมว่าใครโดนอาก๋งทำโทษแทนพี่” บีมพลิกมามองผม เขาส่ายหัวเบาๆ

“อากัน อากันออกรับโทษแทนพี่หลายครั้งมาก และอากันเหมือนคนที่เข้าใจพี่มากที่สุด “ผมพูดก่อนจะเปิดช่องกระจกบนหลังคามองดูท้องฟ้าแทน

“แต่ว่าในตอนนี้ อากันกลับไม่ใช่คนที่ พี่ควรไว้ใจแล้วใ่ช่ไหมอ่ะ บีม” ผมพูดและถามบีม

“พี่สนิทกับอากันมาก มากที่สุด คุยได้มากกว่าคุยกับป๊าอีก มีเรื่องอะไร พี่เลือกที่จะโทรมาหาอากันก่อนทุกครั้ง”

“มีปัญหากับป๊า ก็โทรมาหาอา ให้อาคุยให้ตลอด “ผมพูดก่อนจะหันมามองคนที่นอนตะแคงฟังผมพูด

“ผมรู้แล้วว่าทำไมพี่กันบอกผมว่า เขาอยากมั่นใจว่าพี่จะดูแลผมกับลูกโซ่ได้ เพราะว่าพี่กันยังมองว่าพี่เป็นหลานและเป็นเด็กอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่ามองว่าพี่ไม่มีความสามารถน่ะ และในทุกคำพูดนั้นมันออกมาจากความห่วงใยพี่ทั้งนั้นเลย”

“ผมไม่อยากให้พี่โกรธพี่กันเลยนะครับ”

“พี่เหรอ ไม่เคยโกรธอากันเลย ไม่เคยเลยน่ะ แต่อากันนะซิ”

“อากันเขาก็ไม่เคยโกรธพี่หรอก และที่อากันทำแบบนี้ เขาต้องการเห็นพี่ ว่าพี่พร้อมที่ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง”

“แล้วบีมล่ะ บีมคิดว่าพี่”

“ผมมองไม่เหมือนคนอื่นมอง ผมเลือกความสุขของลูกก่อน ผมเห็นสายตาเจ้าลูกโซ่มองพี่แล้ว ผมควรจะทิ้งไปเหรอ ผมทำไม่ได้อ่ะ และเห็นพี่รักเจ้าลูกโซ่ขนาดนี้ ผมก็ยิ่งทำไม่ได้ ผมไม่อยากให้ลูกโซ่เป็นเหมือนผม “บีมพูดก่อนจะพลิกตัวไปมองบนท้องฟ้าผ่านช่องเล็ก

“พ่อผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นถึงศาสตราจารย์ชื่อดัง แต่แม่ผมเป็นแค่แม่บ้านอยู่บ้านทำงานบ้าน เลี้ยงดูผมจนกระทั่งพ่อเสียไป พ่อผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และแม่ก็ดูแลผมมาจนกระทั่งแม่ส่งผมมาอยู่กับยายที่ไทยหลังจากที่แม่แต่งงานใหม่” บีมบอกผม

“ชีวิตผมในวัยเด็ก ผมต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านออกไปเล่นกับใครไม่ได้เลย เพราะว่าผมไม่เหมือนคนอื่น ผมเองยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าผมผิดปกติตรงไหนแต่แม่ไม่ให้ผมมีเพื่อน ไปโรงเรียนก็ต้องรีบกลับและอยู่แต่ในบ้าน พ่อผมนานๆ จะกลับบ้านที จนกระทั่งผมอายุสิบห้า แม่ได้ตัดสินใจส่งผมมาเรียนที่ไทย ผมเองก็ยังรู้สึกเป็นตัวประหลาดอยู่ดี “บีมหันมาพูดกับผม

“จนกระทั่ง เหตุการณ์วันนั้นแหละถึงทำให้ผมรู้ว่าผมผิดปกติเพราะผมท้องได้นี้แหละ “บีมหันมามองหน้าผม

“แล้วแม่บีมล่ะเขาไม่ว่าเอาเหรอ เขารู้เรื่องไหม” ผมถามบีมกลับทันที

“แม่เหรอ รู้แต่แม่ก็แค่มาเยี่ยมตอนน้องเกิดและแม่ก็กลับไป แม่ผมอยู่ที่อังกฤษกับแฟนใหม่ แม่แต่งงานใหม่เพื่อให้ได้เงินมาส่งเสียผมอ่ะ ถามว่าแม่ว่ายังไงบ้าง อย่าให้ผมพูดเลยน่ะ “บีมหันมาบอกผม

“ผมเคยรู้สึกว่า ผมใช่ลูกเขาหรือเปล่า ผมแทบจะไม่ได้ความรักจากแม่ผมเลย แต่ผมก็รักแม่น่ะพี่เธียร ผมเลยพยายามไม่ขอเงินแม่ใช้ พยายามหาเงินเรียนด้วยตัวเอง ทำงานทุกอย่างที่จะทำได้ “บีมพูด มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด จนต้องเอื้อมมือไปลูบหัวเขาเบาๆ ผมซิไม่เคยทำงานอยู่สุขสบายใช้เงินเยอะมากแค่เพราะว่าผมเรียนตามที่ป๊าต้องการความสุขผมป๊าก็ต้องให้

“แม่ไม่เคยมาเยี่ยมผมเลย ตั้งแต่เขาเอาผมมาไว้ที่ไทย มีมาบ้างแต่แค่ไม่ถึงครึ้งชั่วโมง และส่งเงินมาให้แค่นั้น นี้แม่ก็ไม่ส่งข้อความหาผมสักนิดว่าผมเป็นไงบ้าง ผมเองก็ไม่ได้เช็กหรอกว่าแม่ส่งเงินให้ผมไหม แต่คิดว่าไม่ เพราะว่าแฟนใหม่แม่ผมเขาไม่พอใจที่จะให้แม่ส่งเงินให้ผมตลอดแบบนี้” บีมพูด

“ฝรั่งเขาไม่ส่งเงินให้ลูกกันแล้วน่ะ บางคนอายุสิบแปดคือต้องออกไปหางานทำส่งตัวเองเรียน” บีมพูด

“แฟนใหม่แม่ผมยังไม่รู้เรื่องที่ผมเป็นแบบนี้น่ะ นี้คือเหตุผลที่ผมถูกส่งมาอยู่ที่ไทยคนเดียว”

“มีแบบนี้ด้วยเหรอ ม๊าพี่ขนาดป่วยยังไปหาพี่เลย ไปดูแลพี่แต่อาม่าน่ะให้ม๊าพี่ไปรักษาตัวให้หายก่อน จนพี่ได้สองสามขวบนั่นแหละม๊าถีงได้มารับพี่ไปอยู่ด้วย แต่ก็สลับกลับมาอยู่กับอาก๋งและอาม่า เพราะว่าป๊าไม่ค่อยตามใจพี่เหมือนอาม่า” ผมหันมาบอกบีม ผมแววตาคู่นั้น แววตาคู่นี้ เจ้าลูกโซ่ได้ไปเต็ม ผมพลิกมาใช่มือเท้าศีรษะมอง

“พี่ควรจะคุยกับแม่ของบีมไหม พี่อยากรับผิดชอบบีมมากกว่านี้” ผมถามบีม บีมก็มองหน้าผม

“แต่งงานกันน่ะ” ผมพูดกับบีม บีมหันมามองหน้าผม ผมเอื้อมมือไปหยิบแหวนที่บีมห้อยไว้ที่สร้อยคอนั้น

“สวมมันใส่นิ้วได้แล้ว พี่ขอแต่งงานแล้ว” ผมพูดกับบีม

“พี่เชื่อความรักหลังแต่งงานมากกว่า เหมือนป๊ากับม๊าพี่น่ะ แต่สิ่งสำคัญที่พี่เลือกบีมก็คือ บีมคือคนที่ควรคู่กับคำว่าแม่ของลูกพี่ บีมเหมือนม๊าพี่หลายอย่างมาก บีมใจเย็น บีมเป็นคนวางตัวดี จนพี่คิดว่าแพรวายังอายเลยน่ะ และบีมคือคนที่พี่อยากได้มาอยู่กับพี่ เป็นภรรยาของพี่ บีมคือคนที่พี่ตามหา แม้ว่าการเริ่มต้นมันจะห่วยไปหน่อย” ผมพูด

“หึๆ” คนนอนตะแคงมองผมอยู่เขาหัวเราะเล็กน้อย

“พี่รู้สึกชอบบีมตั้งแต่วันแรกที่เจอที่โรงเรียนแล้ว “บีมหันมาชำเลืองตามองผม ผมพยักหน้าเบาๆ ว่าใช่

“แต่ก๊อกหักเพราะว่าเฮียบอกกับพี่ว่า บีมคือเด็กของอากันตภณอ่ะ”

“แล้วตอนนี้ล่ะ” บีมถามผม

“อยากรู้เหรอ” ผมพูดพร้อมกันดันตัวเองขึ้น ผมมองบีม สายตาคู่นั้นจับจ้องมองผม ผมค่อยๆ เลื่อนตัวเองไปทาบทับโดยไม่ได้ทิ้งน้ำหนักไปทั้งตัว และคนเบื้องล่างก็ขยับให้ผมได้มีที่ลง นั้นแปลว่าเขาไม่ต่อต้านผมแล้ว

“เป็นเด็กเฮียเธียรแล้ว ห้ามไปเป็นเด็กของคนอื่นเด็ดขาด ลูกพี่จะงอแงเอา “ผมพูดก่อนจะใช้ฝ่ามือประคองใบหน้าเรียวได้รูปนั้นไว้ ประกบริมฝีปากหนาๆ กับริมฝีปากปากเฉียบของบีม รสจูบที่นุ่มนวลและคนเบื้องล่างผมก็ตอบสนองตามที่ผมทำให้เขา แม้จะไม่ชำนาญและช่ำชองหมือนผู้หญิงที่ผมมีอะไรด้วย และผู้หญิงเหล่านั้ ก็มาเพื่อหาความสุขของกันและกัน บางคนจบแค่บนเตียงและผมก็ทำแค่ตอนที่ผมไปเรียนเมืองนอกแค่นั้นเอง

“อ้าห์ พี่เธียร” เสียงครางออกมาเบาๆ ผมหยุดชะงักมองคนเบื้องล่าง

“กลับบ้านเถอะ ผมกลัวลูกตื่นมาร้อง” บีมบอกผม

“ครับ” ผมบอกคนที่นอนเบื้องล่าง ก่อนจะพลิกตัวเองกลับไป ผมจัดการกดปิดกระจกด้านบน คาดเข็มขัดพร้อมกับสตาร์ตรถ ผมหันไปมองบีม เขาปลดสร้อยคอออกมาพร้อมกับรูดแหวนวงนั้นออกมาด้วย และสวมใส่ไว้ที่นิ้วมือของเขา

“เก็บไว้ให้ดีนะบีม ลูกโซ่คือเจ้าของแหวนคนต่อไป” ผมบอกกับบีม ผมดึงมือบีมมากุมไว้ พร้อมกับออกรถทันที ผมขับรถกลับบ้านตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้วด้วย ผมนำรถเข้ามาจอดในบ้านอย่างเงียบๆ ไม่กล้าเสียงดัง กลัวลูกตื่นขึ้นมาแล้วบีมจะไม่ได้พัก ผมพากันขึ้นห้องนอนทันที บีมชะเง้อมองไปที่ห้องเฮียธี

“ม๊าบอกว่าเล่นจนง่วง คงหลับยาวล่ะ” ผมบอกกับบีม

“ก็เคยนอนกอดลูกอ่ะ” บีมพูดระหว่างที่ผมดันบีมเข้าห้องนอน

“กอดพ่อไม่ได้เหรอ ยอมให้กอดทั้งคืนเลย” ผมถามบีม เขามองผมก่อนจะเบ้ปากเล็กน้อยและเดินไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำ ผมก็รีบตามซิจะรออะไร ลูกไม่อยู่ และนีก็ครั้งแรกที่จะได้อาบน้ำกันสองคน ผมเห็นบีมถอดเสื้อผ้าเข้าไปในตู้อาบน้ำ ผมมีทั้งอ่างอาบน้ำและตู้กระจกอาบน้ำ ผมจัดการถอดเสื้อผ้าออกอย่าเร่งด่วนและตามบีมเข้าไปทันที บีมหันมามองผมแต่ไม่ได้ว่าอะไร ผมกอดบีมจากด้านหลัง ฝังจมูกลงไปที่ศอกคอนั้น

“พี่จะทำยังไงกับเรื่องแพรวา ผมว่าเธอหนักขึ้นแล้วน่ะพี่เธียร” บีมถามผม ขณะที่กำลังยืนให้สายน้ำราดรดตัวที่เปลือยเปล่าของผมทั้งคู่

“ถ้าเขายืนยันเรื่องที่อาก๋งเคยพูดกับปู่เขา ว่าพี่ต้องเลือกแต่งงานกับเขาล่ะ” บีมถามผม

“ถ้าพี่ไม่มีทางเลือกล่ะบีม” ผมถามบีม บีมหันมามองหน้าผม


“ผมจะเลือกไปเอง แต่ลูกน่ะพี่ต้องดูแลให้ดีน่ะ ผมรักเขามากที่สุด เท่าชีวิตของผม”

“พี่ไม่ให้บีมเลือกทางนั้น แต่ถ้าไม่มี ทางเลือกของพี่คือ พี่จะออกจากตระกูลนี้อย่างที่พี่เคยบอกกับป๊าและม๊าเอาไว้ มันจะได้จบ”

“สงสารป๊ากับม๊าของพี่ พี่อย่าทำอย่างนั้นเลยน่ะ”

“เลือกระหว่างนามสกุลกับลูกเมียพี่ พี่เลือกอย่างหลัง แล้วบีมล่ะ ถ้าพี่เลือกออกไปแต่ตัว”

“นามสกุลของพี่ไม่สำคัญเท่าหัวใจพี่ต่างหากที่สำคัญกับผมและลูก” บีมบอกผม

“นั้นแปลว่า พี่ได้ข้อแรกไปแล้วใช่ไหม” ผมถามบีม คนยืนพลิกตัวมามองผม ผมใช้แขนยันฝาผนังห้องน้ำเอาไว้ ผมมองบีมสายตาของบีมมันเป็นประกาย ผมก้มลงจูบบีม บีมก็จูบผมตอบ

“ก็ยังไม่เต็มร้อยอ่ะ แต่ก็ อืมม “บีมหมุดหน้าหนีสายตาของผม ที่จับจ้องมองบีม แน่ใจเหรอว่ายังไม่เต็มร้อยน่ะ

“คิดว่าพี่ได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ดีล่ะ” ผมกระซิบถามบีม ผมหมุนปิดน้ำแล้ว

“ก็เกินครึ้งไปแล้วแหละ มันเกินไปตั้งแต่นาทีแรกที่ผมเห็นเจ้าโซ่มองพี่อ่ะ ผมใจอ่อน” บีมเงยหน้าขึ้นมองผม
“พี่ขอ เออ ขอ ได้ไหมอ่ะ “ผมกระซิบกับบีม บีมเงยหน้ามองผม

“แต่พี่ต้องป้องกันน่ะ ผมยังไม่พร้อมอ่ะ”

“แต่พี่พร้อมน่ะ อยากมีอีกคนเหมือนกัน พี่อยากให้เจ้าโซ่เหมือนพี่ มีเฮียที่รักและเข้าใจพี่”

“ผมก็อยากให้ลูกมีพี่น้องน่ะ แต่ตอนนี้ผมคิดว่ารอลูกโซ่โตก่อน เขายังเด็กเกินไป สักขวบหรือสองขวบดีกว่า ผมอยากดูแลเขาให้เต็มที่ก่อน นะครับพี่เธียร” บีมบอกผม ผมยิ้มเลยครับ นี้ไม่ใช่คำตอบว่าปฏิเสธ ว่าแต่ตัวช่วยผม ต้องไปเคาะประตูห้องเฮียธันแล้วซิ เฮียแกมี ผมกับบีมออกมาจากห้องน้ำ บีมเช็ดตัวอยู่ ผมเดินไปกอดเอวบีม

“เดี๋ยวพี่มานะครับที่รัก พี่ไปเอาของเล่นเราก่อน อย่าชิ้งหลับก่อนล่ะ พี่ปลุกโหด” ผมกระซิบกับหูบีมเบาๆ ก่อนจะรีบเดินออกไปตรงไปห้องนอนเฮียธัน ทันที

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ผมเคาะประตูห้องนอนเฮีย เฮียเดินมาเปิดประตู ด้วยสภาพที่บอกได้ว่าหลับไปแล้ว

“มีอะไรไอ้ตี๋น้อย” เฮียธันถามผม

“ขอถุง”

“ใส่แกงเหรอ” เฮียธันถามผม

“เฮ้ย! ไม่เอา ถุงยางอ่ะ”

“มึงมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วทำไมไม่ลงทุนซื้อมาว่ะ” เฮียธันถามผม

“รีบ ซื้อไม่ทัน น่ะ ขอน้องยื่มก่อน จะซื้อมาให้เลย รสช็อกโกแลต”

“ไม่เอา รสช็อกโกแลต เพราะว่าคู่นอนเฮียน่ะ ไม่ใช่เด็กน่ะครับ จะได้เอาช๊อกโกแลตไปล่อใจเขาน่ะ เอาแบบคลาสสิก และซื้อมาคืนด้วย ไม่ให้ฟรีน่ะ “เฮียธันพูดก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปและออกมาพร้อมกลับกล่องถุงยางมาให้ ผมหยิบมาดู

“เพอฟอมาร์ มีสารลดการหลั่ง อึดทน หนึ่งกล่องมีสามชิ้น ให้เลย เพื่อมึงอยากเบิ้นว่ะ” เฮียธัน ที่รู้ใช้ผม

“แต่ผมก็อึดทนอยู่แล้วน่ะเฮีย”

“ช่างกล้าบรรยายสรรพคุณตัวเอง ไอ้ที่พูดแบบนี้ นกกระจอกไม่ทันกินน้ำทุกราย “เฮียธันพูด

“แล้วเจลหล่อลื่นล่ะ”

“ห๊ะ!! เอาด้วยเหรอ” เฮียธันถามผม

“น่ะเอาด้วย เพื่อลดอาการบาดเจ็บ รักเมีย ขอด้วย” ผมแบมือขอเฮีย

“อยากมีเมียแม่งไม่เตรียมความพร้อมเลย เออๆ” เฮียธันพูด ก่อนจะกลับเข้าไปและเดินกลับมาพร้อมกับหลอดเจลหล่อลื่น ถ้าวันนั้นลูกซื้อไม่ทำป่วน ผมได้มาแล้ว ยี่ห้อเดียวกับที่ลูกใช้บีบใส่หน้าพีซีคนนั้นซะด้วย แสดงว่าลูกชายตาถึงครับ

“อ้าวยืนอ่านสรรพคุณอยู่นั่นแหละ ปานนี้เมียมึงหลับแล้วครับไอ้ตี๋” ผมสะดุ้งครับ จริงด้วย รออะไรวิ่งกลับห้องเดียวเมียหลับจริง ผมรีบเปิดประตูเข้าไป ผมไม่เห็นบีมอยู่ในห้อง อย่าบอกน่ะว่าหนีไปนอนห้องอื่นน่ะ

TBC.........

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
ต่อจากด้านบน

EP.21.บีมใจอ่อนP2 (NC18+)

 แต่ว่าผมได้ยินเสียงกุกกักมาจากห้องสำหรับเก็บเสื้อผ้า ผมเดินเข้าไปดู สิ่งที่ผมเห็น ผมยืนกอดอกมองและอมยิ้มเพราะว่าบีมกำลังเก็บเสื้อผ้าผมใส่เข้าตู้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมือนที่ม๊าผมทำไว้ไม่มีผิด แยกไว้ให้หมดแล้วอย่างเป็นสัดส่วน

“นึกว่าหลับไปแล้ว” ผมพูด บีมหันมามองหน้าผม “รอพี่เหรอ” ผมทำเสียงกระเซ้าถามคนที่ยืนอยู่

“ผมเข้ามาเก็บเสื้อผ้าพี่ต่างหากไม่ได้รอสักหน่อย” บีมพูดโดยไม่มองหน้าผม ผมเดินเข้าไป ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปหา บีมยืนหลังชนตู้กระจกบานเลื่อน ผมเดินเข้าไปก่อนจะใช้แขนที่ไม่กำยำ แต่ว่ายาวเรียวสมส่วน ดันไว้ที่ข้างลำตัวของบีม บีมยืนหลับตาปี๋ ผมเริ่มเบียดเข้าไปแนบชิด ใช้ปลายจมูกโด่งรั้นของผมสัมผัสกับแก้มบีม

“พี่ว่าพี่ รักบีม และยิ่งมีลูกที่น่ารักแบบนี้ให้พี่ พี่ไม่อยากมีคนอื่น อยากมีแค่บีม พี่อาจจะเป็นคนที่ไม่เอาไหน พี่ยอมรับว่ามีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าเยอะ แต่ตอนนั้นพี่แค่ผู้ชายไปที่ต้องการสนองเจ้าจุ๊กกรูของพี่ แต่ถ้าพี่มีแล้ว พี่หยุด เพราะว่าป๊าคือแบบอย่างของพี่” ผมพูดบอกบีม

“ตอนนี่ พี่เลือกแล้วเลือกแม่ของลูกพี่ ให้เป็นเมียยืนหนึ่ง” ผมพูดกระซิบ บีมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองผม ลมหายใจอุ่นๆ กำลังรดลงที่ใบหน้าของผมอยู่ ตาผมจ้องมองที่ริมฝีปากนั้น ที่กำลังขยับเล็กน้อย ผมค่อยๆ ย่อตัวลงไปอีก ริมฝีปากหนาได้รูปของผมกำลังจะแตะริมฝีปากบางๆ นั้นอย่างถนอม และบีมก็ปล่อยให้ผมรุกล่ำได้มากขั้น รสจูบก็หนักหน่วงขึ้น

“อ้าห์” เสียงครางของบีมทำให้ผมรีบสอดลิ้นเข้าไปด้านในในทันที ร่างกายที่เริ่มเบียดเสียดจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันของผมกับบีม แขนบีมกำลังโอบรอบคอผมเอาไว้ ผมหยุดชะงัก ผมมองบีมที่โอบรอบคอผมเอาไว้อยู่ จับเอวบีมยกขึ้น บีมกอดรอบคอผมเอาไว้แน่น

“ใจจริงก็อยากลองในห้องนี้ดูน่ะ แต่พี่คิดว่าเตียงราคาหลักแสน ที่ลูกโซ่เลือกให้ น่าจะดีกว่า” ผมพูดกับบีม ผมยกบีมขึ้นมาหนีบเอวผมเอาไว้ ปากก็จูบกันอย่างดูดดื่มก่อนจะพาบีมออกไปจากห้องแต่งตัว ผมค่อยๆ วางบีมลงบนที่นอนอย่างเบามือ ผมค่อยๆ ปล่อยกระดุมเสื้อชุดนอนที่ละเม็ดไปจนหมด เผยให้เห็นถึงผิวเนียนๆ ของบีม ยิ่งเห็นแบบนี้ ผมก้มลงมอง แกนกายรู้สึกอยากออกรบขึ้นมาทันที บีมมองหน้าผมก่อนนะหลุบตามองความเป็นชาย แอบกลืนน้ำลายลงคอ

“พี่จะทำอย่างถนอมที่สุด “ผมบอกบีมก่อนจะคลานขึ้นไปทาบทับตัวบีมไว้ บีมมองหน้าผมตาแป๋ว เหมือนแววตาเจ้าลูกโซ่ไม่มีผิดเพี้ยน

“พี่เธียร แล้ว” บีมเอ่ยปากถามผม ผมรู้ความหมายดี ผมพยักหน้าไปที่โต๊ะที่ข้างเตียงนอน ว่างเอาไว้พร้อมมาก

“ไปเอามาจากไหนอ่ะ” บีมถามผม

“ไปขอเฮียธัน”

“เฮ้ย อย่างนี้พี่ก็บอกเฮียธันอะดิ” บีมถามผม ด้วยหน้าตาตื่น

“เอ้า มาอยู่ในฐานะเมียพี่ ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่า เรื่องนั้นมันต้องมี แต่เฮียฝากบอกว่าอย่าเสียงดังน่ะ เดี๋ยวเฮียทนไม่ไหว ขับรถไปหาแฟน” ผมกระซิบบอกบีม

“งั้นไม่ทำดีกว่าไหม ” คนที่นอนทำท่าจะเปลี่ยนใจ เวรแล้วไงไอ้เธียรวิชย์

“ไม่เอา พี่ล้อเล่น ทำน่ะทำ นี่เป็นเด็กดีมาทั้งอาทิตย์เลยน่ะ ขอรางวัลหน่อยดิ”

“แค่ทั้งอาทิตย์เองนี่น่ะ”

“ก็ให้หน่อยจะได้มีกำลังใจ น่ะน่ะ ไหน ไหนพี่ก็มีเมียแล้ว และถ้าตรงนั้นไม่ได้ใช้งานนานมันจะ เหมือนเครื่องจักรที่ไม่ค่อยได้หยอดน้ำมันน่ะ เวลาอยากใช้งานจริงๆ ขึ้นมามันก็จะฝืนเคืองเอาได้” ผมพูดอ้อนบีม ผมจับมือบีมขึ้น ใช่ปลายจมูกโด่งรั้นนั้นสูดดม กลิ่นหอมจากสบู่ที่ผมบรรจงลูบไล้เอาไว้

“กลิ่นหอมเหมือนผิวลูกเลยเนอะ แต่ของบีมมันหอมน่ากิน “ผมพูด

“พอแล้ว “บีมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจะเขินอาย

“ตกลงให้พี่ได้ไหมครับ “ผมพูดไปและก็ยังใช้ปลายจมูกสูดดมไปตามแขนของบีม

“มาขนาดนี้แล้ว คงห้ามไม่อยู่แล้วมั้ง” บีมพูด

“ให้เกียรติเมียครับ ถ้าเมียบอกว่าไม่ ก็คือไม่ แต่เมียไฟเขียวเมื่อไหร่ พี่จัดให้ร้องครางไม่หยุดเลย” ผมพูด ก่อนจะใช้ปลายจมูกของผมสูดดมที่ซอกคอของบีม ก่อนจะฝังริมฝีปากลงที่ซอกคอของบีม ดูดซอกคอขาวนวลนั้น บีมใช้มือจับที่เอวผมบีบพร้อมกับบีบเบาๆ

“อ้าห์ อื้มม พี่ อ้าห์ เธียร” เสียงครางติดๆ ขัดๆ ของบีม เมื่อผมเริ่มพรมจูบต่ำลงไปเรื่อยมาจนถึงหน้าอกแบนๆ ที่เจ้าลูกโซ่โปรดปราน เห็นทีงานนี้พ่อลูกคงต้อง แบท'เทิล กันหน่อยแล้ว

“อ้าห์ พี่เธียร” ผมใช้ปลายลิ้นตวัดสองจุดนั้น บีมสะดุ้งทันที และแอ่นอกขึ้นมาสู้ลิ้น ผมช้อนตาขึ้นมอง ยิ้มกริ่ม เริ่มหยอกเย้าสองข้างสลับกันไปมา คนที่นอนเบื้องล่างก็ยิ่งดิ้นส่ายไปมา นิ้วมือเริ่มลงที่แผ่นหลังของผม ผมค่อยๆ เลื่อนลงไปช้าๆ ที่หน้าท้อง ผมสัมผัสได้ถึงการหายใจที่ไม่ทั่วท้องของบีม

“จะร้องครางก็ได้น่ะเมียจร๊า เพราะว่าห้องพี่เก็บเสียง เฮียธันไม่ได้ยินหรอก อยู่ไกลด้วย” ผมกระดกหัวขึ้นบอกบีม บีมก็กดหัวผมลงให้ทำต่อ ผมก็เริ่มพรมไปที่ท้องน้อยของบีม ผมค่อยๆ ขึงขอบกางเกงรูดลงไป จนเกือบพ้นหัวหนาว สิ่งที่ผมเห็นคือรอบแผลผ่าตัดแนวนอน ผมเงยหน้ามองบีม ผมค่อยๆ ใช้นิ้วแตะอย่างเบามือที่สุด รอยนี้คือรอยที่ทำให้เจ้าลูกโซ่ของผมออกมาลืมตาดูโลก ผมจูบเบาๆ ที่ตรงนั้น เสียงกลืนน้ำลายของบีม

“เป็นรอบแผลที่สวยที่สุด เพราะว่ารอยนี้ทำให้หนี่งชีวิตได้ออกมาดูโลก “ผมกระดกหัวขึ้นพูดกับบีม บีมยิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุด ผมค่อยๆ ถอดกางเกงบีมออก แม้ว่าที่ผ่านมาผมจะมีแต่ผู้หญิงมาตลอดก็ตามและบีมก็คือผู้ชายคนแรกของผม

ผมลุกขึ้นมายืนก่อนจะหันไปหยิบถุงยางและหลอดเจลหล่อลื่น บีมกระดกศีรษะขึ้นมามองความเป็นชายที่ชี้ไปทางคนที่นอนอยู่ แน่นอนต้องตกใจเป็นธรรมดา ผมไม่เน้นใหญ่มหึมาแต่เน้นยาว ผมก็จัดการสวมถุงและทาเจลไว้ที่ส่วนปลาย ก่อนจะละเลงลงที่นิ้วมือ ผมจับขาบีมให้ตั้งฉากขั้น ผมค่อยๆ ใช้นิ้วที่มีเจลหล่อลื่น ผมค่อยๆ ใช้นิ้วปาดลงที่ช่องทางรัก

“อ้าห์ พี่เธียร ผม ผม “บีมครางเบาๆ ผมค่อยๆ ใช้นิ้วแยงลงไปในช่องทางรักของบีม คืนนั้น มันรีบ เลยไม่ได้เบิกทางแต่วันนี้ผมต้องค่อยปูทางซะก่อน นิ้วเริ่มสอดเข้าไปทีล่ะนิ้ว

“อ้าห์ “บีมร้องครางดังขึ้น ส่วนนิ้วผมก็รู้สึกได้ว่าส่วนนั้นมันตอดนิ้วผมเหลือเกิน นิ้วเริ่มเพิ่มจำนวนขึ้น บีมก็เริ่มนอนไม่สุขดิ้นไปมาจนผมต้องชักนิ้วออก ผมขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บั้นท้ายของบีม ผมแหวกขาบีมออกให้กว้างขึ้นก่อนจะ ดันเจ้าแกนกายของผมไปจ่อที่ปากทางรักของบีม ผมจีบเอวบีมไว้ก่อนจะค่อยๆ ดัน

“อ้าห์ พี่เธียร” บีมครางเรียกชื่อผมอีกครั้ง แต่ของผมซิที่พยายามดันเข้าไปแต่ว่ามันยากลำบาก ครั้งนั้นมันก็ยากและครั้งที่ก็ยังยากอยู่ดี ผมค่อยๆ ดันเข้าไปอีก

“ซี้ดดด” ผมร้องเจ็บ เพราะว่าบีม จิกนิ้วลงที่แผ่นหลังของผม แต่ผมก็ดันเข้าไปเรื่อยๆ และเพื่อลดลั่นความเจ็บปวดให้บีม ผมก็โน้มตัวเองลงไปจูบบีม บีมเริ่มเปลี่ยนจากจิกมาเป็นบีบ เพื่อพยายามบอกให้ผมดันแกนกายเข้าไปในกายบีมต่อ

“อ้า พี่เธียร ผมเจ็บ” ผมหยุดพักอีกครั้ง ก่อนจะมองหน้าบีมด้วยความสงสาร และพอสักพักบีมก็จับเอาผมขยับอีกครั้ง และครั้งนี้ผมเริ่มดันเข้าไปจนถึงสุด

“อ้าห์ “เสียงครางของบีม ผมเริ่มนิ่งจนกระทั่งบีมรู้สึกดี และผมก็ค่อยๆ โยกเด้งสวนเข้าออกเบาๆ ส่วนบีมก็เด้งรับตามจังหวะเช่นกัน มือผมกับบีมเริ่มประสานกัน ผมเริ่มขยับแรงขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อก็แตกผลัก จนผมต้องเอื้อมมือไปหยิบมือถือผมมา กดปรับแอร์ แอร์บ้านผมปรับผ่านมือถือได้ด้วย ร่างของผมกับบีมเริ่มเบียดกันจนแทบจะเป็นคนคนเดียวกัน

“บีม อยากขึ้นไหมพี่ว่าถ้าควบคุมเองมันอาจจะดีกว่า” ผมกระซิบกับบีม บีมมองหน้าผม ผมจับเอวบีมให้เขาพลิกขึ้นมาโดยไม่ให้หลุดจากกัน ทันทีที่บีมขึ้นมาตั้งหลักได้ บีมก็เริ่มขวับขึ้นลงแรกๆ ก็ขัดๆ เขินๆ มันยิ่งทำให้ผมกระหยิ่มยิ้มย่อง เพราะว่านี้แปลว่าเขาไม่ใช้คนที่ช่ำชองเรื่องนี้ และบีมก็เริ่มโยกแรงขึ้น จนผมเองก็แทบจะหายใจไม่ทั่วท้อง ผมดันตัวเองขึ้น เอาแขนกอดประคองเอวบีมที่โยกเร็วและแรงขึ้นเรื่อยๆ

“บีม บีม ซี้ด โอ้วว ซี้ด สุดยอด บีม อืมมม พี่เสียว อืมมม “ผมครางที่ข้างหูของบีม บีมก็ยิ่งโยกหนักขึ้นและแรงขึ้น สุดท้ายแล้วผมต้องนอนราบลงให้บีมควบคุมมันเอง มือที่ประสานกันของผมกับบีม ผมนอนหลับตาพริ้ม ไม่นานแกนกายผมก็เริ่มกระตุก

“บีมพี่จะเสร็จแล้ว บีม โอ้วว ซี้ดดด”

“อ้าห์!!” เสียงสุดท้ายผมรับรู้ได้ว่าแกนกายผมกระตุกรอบนี้น้ำอุ่นๆ ไหล่วนอยู่ภายในถุงยางที่ผมสวมเอาไว้ ส่วนบีมก็แอ่นอกขึ้น นั้นแปลว่าเขาก็ถึงสวรรด์ไปพร้อมๆ กับผมเช่นกัน บีมก้มลงมองผม หายใจหอบเหนื่อยบีมค่อยๆ ถอนตัวเองออกผมรีบคว้าตัวบีมให้นอนลงข้างๆ ผม

“ขอบคุณนะครับ ที่รัก “ผมพูดกับบีม บีมมองหน้าผม ผมใช้มือประคองใบหน้าของบีมเอาไว้

“ดีกว่าครั้งแรกไหม” ผมถามคนที่เอาหัวหนุนไหล่ผมเอาไว้

“มาก!!” น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าครั้งแรกของผมกับบีมมันแย่มากแค่ไหน ผมกลั้นหัวเราะคนที่ผมกอดเอาไว้ บีมนอนหนุนศีรษะอยู่บนแผ่นอกของผม เขาแหงนหน้าขึ้นมามองผม

“คิดยังไงยอมให้พี่แล้วเนี๊ยะ! ทั้งที่ข้อที่สองพี่ยังทำไม่ได้เลย “ผมถามบีม บีมพลิกมามองหน้าผม

“ก็พี่บอกว่าพี่เลือกผมแล้วนี่ มันก็เพียงพอแล้วอ่ะ แต่จะว่าไป ดูเขารักพี่มากเลยน่ะแพรวา พี่เคยเป็นแฟนเขามาก่อนหรือเปล่า” บีมถามผม

“ไม่เคยเลย!!” ผมรีบปฏิเสธทันที บีมมองผมตาแป๋วเหมือนไม่เชื่อ

“บีมไม่เชื่อพี่มันไม่แปลกหรอก ขนาดเพื่อนที่สนิทกับพี่ ราเชน ไอ้ไปส์ ไอ้พีชและณัฐ มันยังไม่เชื่อเลย มันยังเคยคิดว่าพี่น่ะคบกันแต่ไม่กล้าเปิดเผย แต่จริงไม่ใช่เลย” ผมพูด ผมก้มลงมองบีมเขาพยักหน้าเบาๆ ผมโอบกระชับร่างบีมเข้ามา

“ไม่เคยแสดงว่าพี่คือคนรักเขาเลยน่ะ แต่แสดงในฐานะพี่ชายน่ะใช่ มีแต่แพรวาที่แสดงออกจน ใครก็คิดว่าใช่ แต่จริงๆ มันไม่ใช่” ผมพูด

“แต่จะไม่ให้คนอื่นคิดได้ยังไง ทุกทีที่พี่ไปเขาต้องรู้ว่าพี่ไปไหน เขาต้องพยายามหาพี่ให้ได้ อย่างวันนั้นวันเคาท์ดาวน์ พี่ไม่รู้ว่าเขารู้ได้ยังไงว่าพี่จะไปที่ผับนั้น นางมารอพี่เลยน่ะและบอกว่าลุงให้พานางมาด้วยและพาไปส่งด้วย พี่เลยต้องไปก็ไป” ผมพูดกับบีม

“เขาต้องพยายามทำกิจกรรมร่วมกับพี่ทุกที่ที่พี่จะไปถูกต้องไหมครับ” บีมถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่

“และเขาก็ทำเหมือนกับว่าพี่นะชวนเขาไปแต่จริงๆ ไม่ใช่” บีมถามผมต่อ ผมพยักหน้าว่าใช่อีก

“ถ้าอย่างนั้นพฤติกรรมที่เขาแสดงมันตรงข้ามกับความจริงทั้งหมดเลยเหรอ” บีมพูดขึ้น

“และดูเขารักและหวงพี่มาจนเหมือนกับแฟนกันจริงๆ” บีมพูดพร้อมกับทำท่าคิด ผมมองบีมว่าเขาคิดอะไรอยู่

“ผมเคยรับทำรายงานให้นักศึกษาคนหนึ่ง ผมจำไม่ด้ว่าเขาเรียนคณะอะไร เขาบอกว่างานเขาเยอะเขาทำไม่ทันเขาจ้างผมแค่พิมพ์ให้ และงานวิจัยนั้นเกี่ยวกับคนที่ป่วยเป็นโรค ขี้มโน หรือ Erotomania” บีมดันตัวเองขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอน โดยดึงผ้ามาคลุมปิดไว้ ผมพยายามดึงลงแต่บีมก็ขืนดึงขึ้น

“เพี๊ยะ! “ตีมือผมซะดังจนผมต้องสะบัดมือรัวๆ

“รู้แล้วเนี๊ยะว่าลูกได้ใครมา แม่นี่เอง วันก่อนก็ตีมือพี่เพราะว่าพี่แย่งของเขา มือไวพอกันเลยน่ะ” ผมพูดและชี้ที่บีม

“จะฟังไหมเนี๊ยะ!” บีมถามผมทำหน้าดุ “ฟังครับฟัง เมียพูดอะไรมาฟังหมด” ผมพูด

“คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการคลั่งไคล้ใครสักคนมากจนเกินไป และยึดติดว่าคนนั้นต้องรู้สึกเหมือนที่ตัวเองรู้สึก และเขาจะต่อต้านคนที่เขาคิดว่าจะเข้ามาใกล้ชิดตนนั้นได้มากกว่า จะมีอารมณ์รุนแรงเมื่อถูกฝ่ายนั้นเกิดพฤติกรรม หรือคำพูดเชิงปฏิเสธ “

“เขาจะร้องไห้ฟูมฟายเสียใจชนิดที่พ่อแม่เขาก็ยอมเห็นลูกเขาเสียใจขนาดนั้นไม่ได้ แค่เพราะว่า พี่ไปเที่ยวไหนไม่บอกเขา ไม่ว่าไปเที่ยวกับเพื่อนพี่ที่ไหนก็ตาม เขาก็ต้องไปด้วยขนาดว่าไปแบบผู้ชายน่ะบีม และเขาก็ไม่คิดจะไปกับเพื่อนเขาบ้างเลย” ผมพูดและทำท่านึก

“มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาขู่ฆ่าตัวตาย ตอนนั้นพี่กำลังจะจีบผู้หญิงคนหนึ่ง พี่อยากจะมีแฟนน่ะแต่ก็ต้องยุติไป ตอนนั้นพี่ต้องยอมเพื่อป๊าน่ะ เพราะว่าพ่อแม่เขารักลูกเขามากจริงๆ เขากลัวเสียลูกเขาไป และนี่แพรวามันก็เป็นเฉพาะกับพี่คนเดียวด้วยน่ะ เฮียธีมันก็ไม่สนใจ เฮียธามไม่ต้องพูดถึงเลย เฮียธามเขาชอบกัดจิกแพรวาอยู่แล้ว เฮียธันก็ไม่ยุ่งเธียกันเขาไม่ชอบเด็กเขาชอบคนอายุเยอะกว่า “ผมพูดกับบีม

“แต่พี่สาวไอ้พีชเคยคุยครั้งหนึ่ง เขาบอกพี่ว่า แพรวาน่าจะป่วย เป็นโรคอะไรสักอย่างแต่พี่ไม่สนใจ น่าจะเหมือนกับที่บีมบอกพี่นี้แหละ” ผมพูด

“พี่สาวไอ้พีชแฟนเขาเป็นนักจิตวิทยา และเมื่อก่อนพวกพี่จะไปพบปะสังสรรค์กัน ก็คือที่บ้านไอ้พีช หรือไม่ก็บ้านไอ้ไปส์ สองที่ แต่พอหลังๆ พวกเพื่อนพี่มันบอกว่าไม่ไหวแพรวาไปอาละวาดเอาแต่ใจ เลยไม่ค่อยได้นัดเจอกันที่บ้านพวกมัน พี่เองก็เกรงใจพ่อแม่พวกมันอ่ะ” ผมพูด

“แพรวามันเคยด่าพี่สาวไอ้พีช หาว่าจะมาอ่อยพี่ด้วยน่ะทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย และพี่สาวไอ้พีชเขามีแฟนแล้วจนตอนนี้เขาแต่งงานกันไปแล้วด้วย “ผมพูดกับบีม

“มันเข้าค่ายทุกข้อเลย ผมเข้าไปเสิร์ซหามาอีกด้วยพี่เธียร และนี่ผมไม่ได้ พูดเพราะว่าเขาไม่ชอบผมน่ะ แต่ผมคิดว่าถ้าเขาเป็นจริง เขาควรได้รับการรักษา ผมเห็นใจเธอน่ะพี่เธียร” บีมพูดกับผม ผมขมวดคิ้วเป็นปมทันที เห็นใจแพรวา ทั้งที่แพรวาไม่เคยเห็นใจบีมเลยสักนิด "ผมรู้ว่ามันดูนางเอกมาก แต่เขาป่วยแบบนี้มัน่าสงสารจริงๆ " บีมพูดผมพยักหน้าว่าเชื่อแล้ว

“แต่ผมก็กลัวเขาน่ะ เพราะว่าโรคนี้อาจจะทำอันตรายคนรอบข้างได้ ผมกลัว ลูกโซ่น่ะพี่เธียร ผมเป็นห่วงลูก” บีมพูดกับผมด้วยสีหน้าที่จริงจัง และนี้ก็ทำให้ผมเริ่มคิดขึ้นมาทันที

“พี่จะไปคุยกับพ่อแม่เขาดูไปบอกพ่อแม่เขาตรงๆ พี่เดาว่าพ่อเขารับไม่ได้หรอกถ้าพี่จะบอกเขาไปว่าลูกเขาป่วย เขารักลูกเขามากเลยน่ะ ถึงขนาดมาข้อร้องกับป๊าพี่ว่า ตามใจแพรวาหน่อย ไปไหนก็ให้เอาแพรวาไปด้วยไม่งั้นแพรวาไม่ยอม แต่ตอนนี้พี่ทำแบบบนั้นไม่ได้แล้ว” ผมพูด

“พี่ควรจะเชื่อที่พี่สาวไอ้พีชที่บอกพี่ว่าแพรวาน่ะป่วย ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว” ผมหันพูดกับบีม ผมจับมือบีมมาบีบ มือที่ดูแห้งแม้จะทาโลชั่นแต่ที่แห้งก็เพราะว่าบีมต้องล้างขวดนม ล้างของใช้ลูกเองตลอด

“พี่สัญญาน่ะ ว่าพี่จะปกป้องคนของพี่ก่อน เชื่อใจพี่ไหม บีม” ผมพูดกับบีม บีมพยักหน้าเบาๆ

“พี่คงต้องไปหาพ่อแม่เขาและบอกเขาว่าให้พาลูกเขาไปตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นหรือไม่เป็น ถ้าเป็นก็จะได้รักษา เพราะว่าแพรวาตอนเด็กๆ เขาน่ารักน่ะ แต่พอเร่ิมโตเป็นสาวเริ่มน่ากลัวเหมือนตอนนี้แหละ” ผมพูดกับบีม บีมพยักหน้ากับผมเบาๆ
"และพี่คิดว่าป๊ากับม๊าน่าจะเคยถามเขาเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเธอน่ะ แต่เขาปฏิเสธว่าแพรวาไม่ได้ป่วย ตอนนั้นพี่เองก็ไม่ได้เอะใจเรื่องนี้มาก่อนเลย แต่ตอนนี้พี่ต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างที่อาม่าบอกผม ปกป้องคนของเราก่อน ลูกผมสำคัญกับผมมากและยิ่งบีมด้วยยิ่งสำคัญกับพี่และลูกมาก "ผมพูดบอกบีม บีมก็กอดผมแน่นขึ้น

"ผมว่าพี่นอนได้แล้วมั้ง พรุ่งนี้พี่ต้องไปทำงานน่ะ คุณผู้บริหารที่อยู่ในช่วงฝึกงานอาจจะไปทำงานสายเอาน่ะ และโดนหักเงินเดือน อันนี้ผมว่าพี่อายมากกว่าแน่ๆ " บีมเงยหน้าพูดกับผม

"พี่คิดถึงธุรการฝึกงานของพี่น่ะ " ผมบอกกับบีม

"ผมเหรอ ทำไมอ่ะ ทำงานด้วยกันแค่วันเดียวเองน่ะ" บีมเงยหน้ามองผม

"แต่พี่รู้สึกเหมือนทำงานกันมานาน บีมเข้าใจทุกอย่าง "ผมพูด "รอให้อะไรเข้าที่ก่อน ผมจะไปช่วยน่ะ " บีมเงยหน้าขึ้นพูด มันทำให้มุมปากของผมกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มทันที

"จริงน่ะ! " ผมถามบีม เขาพยักหน้า และผมกับก็ลุกจากเตียงนอน พากันไปจัดการเช็ดทำความสะอาดก่อนจะกลับมานอนลง นอนกอดกันทั้งคืน ขอบคุณในความผิดพลาดแต่ผมได้คนที่ผมเฝ้ารอมานาน มาอยู่กับผมตอนนี้ ถ้าให้รอพรหมลิขิตก็ไม่รู้จะได้เจอกันไหม
TBC.....

มาให้อ่านแบบยาวๆ ยาวๆ ตอนนี้ไม่รู้ว่าNC พอได้ไหม คนแต่งยังไม่ค่อยเข้าใจอารมร์NCแบบวายๆ มากหนัก อยากเขียนเก่งๆ อยู่น่ะ เพราะรู้ว่ายังบรรยายไม่ค่อยเข้าถึงเท่าไหร่ เลยจะมีน้อยหน่อยนะคะ  อย่าว่ากันนะคะ ถ้าเรื่องนี้ NC ไม่ค่อยเยอะ
ตอนหน้าเธียรวิชย์จะคุยกับพ่อของแพรวาสำเร็จไหม และตอนหน้าบีมจะต้องไปออกงานกับแม่สามี แถมต้องไปปะทะกับแพรวา และหมอสายป่าน เป็นกำลังใจให้บีมด้วยนะคะ


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
Part’ s เธียรวิชย์ ผมโทรไปที่ไปโรงเรียน ผมแจ้งว่าผมจะมาทำธุระ ถ้ามีอะไรเร่งด่วนให้โทรหาผม และถ้าไม่ด่วน รอได้ ผมจะกลับไปเซนต์เอกสารให้ จะว่าไป ผมอยากทำงานกับบีมมากกว่าขนาดว่าแค่วันแรกเขายังเตรียมให้ผมทุกอย่าง แต่ว่าเจ้าก้อนเต้าหู้ก็ติดบีมมาก บีมเลยขอดูเจ้าก้อนเต้าหู้ก่อน สักปีหนึ่งค่อยว่ากัน แต่จะว่าไป ทุกครั้งที่ผมกลับไปถึงบ้าน ผมเห็นบีม ดูแลลูกแล้ว ผมก็ยิ่งรักบีมมากขึ้นทุกวัน สรรหากิจกรรมมาให้ลูกโซ่ได้ทำและเหมาะสมตามวัยของเขาอีกด้วย



Rrrr คิดในใจก็มาทันที บีมโทรมาหาผม (ป๊า รับสายม๊า ด้วยครับ) เสียงเรียกเขาของผมที่ตั้งเอาไว้ ผมกดรับสายของบีมทันที

//ป๊า วันนี้ป๊ากลับเร็วหรือเปล่าครับ//

//ม๊ามีอะไรหรือเปล่าครับ//

//ม๊าของพี่จะชวนผมไปออกงานน่ะครับ ม๊าบอกว่าไม่อยากไปคนเดียว ไปงานสายใยลูกน้อยนะครับเ เพราะว่าเรามีการรับเลี้ยงเด็กเล็ก ผมเลยว่าจะไปเป็นเพื่อนม๊านะครับพี่เธียร// บีมบอกผม แน่นอนมันทำให้ผมยิ้มดีใจที่ได้ยินแบบนี้

//ได้ซิครับ พี่กลับบ้านไปเลี้ยงลูกเอง บีมจะได้ไปกับม๊า ออกไปพักบ้าง อยู่บ้านเลี้ยงลูกบีมเหนื่อยพี่รู้//ผมพูดกับบีม ตอนนี้รถแล่นเข้ามาที่สำนักงาน ผมตั้งใจมาพบกับพ่อของแพรวาในวันนี้ ผมจะนิ่งนอนใจไม่ได้เรื่องที่บีมพูดกับผม ลูกผมนั้นสำคัญ

// พี่เธียรถึงที่โรงเรียนหรือยังครับ//

// พี่มาประชุมครับบีม // ผมบอกบีมไป แต่ไม่ได้บอกว่าผมมาหาใคร เพราะว่าบีมจะคิดมาก บีมเขาก็กลัวว่าป๊าผมกับพ่อของแพรวาจะมีปัญหากัน บีมเขาเป็นคนแคร์ความรู้สึกคนอื่น ซึ่งมันต่างจากแพรวาที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร

// พี่เสร็จธุระแล้วพี่จะเข้าไปที่โรงเรียนและกลับไปบ้านเลยครับ ไปดูเจ้าก้อนเต้าหู้ของพี่//

//โอเคครับ ผมจะบอกม๊าให้น่ะครับ //

//ป๊ารักม๊าน่ะ//ผมบอกบีม

//ม๊าก็รักป๊านะครับ กลับมาเล่นกับลูกเร็วๆ น่ะ เจ้าก้อนเต้าหู้ของพี่น่ะ เห็นรูปพี่ไม่ได้ต้องหยิบมาหอม//ผมได้ยินแบบนี้ ผมรู้สึกผิดที่ผมดื้อกับป๊าผมมากจริงๆ ที่ผ่านมา ผมนี้เป็นลูกที่แย่ แต่จะเป็นป๊าที่ดีให้ได้

// ครับม๊า หอมแก้มลูกโซ่ให้ป๊าด้วยน่ะ เมื่อเช้าป๊ารีบเลยไม่ได้หอมก่อนมาทำงาน คิดถึง// ผมพูดก่อนจะกดวางสาย ผมมาแต่เช้าเพราะว่าเส้นนี้รถติดมาก



“คุณเธียรวิชย์จะให้ผมจอดรอด้านในเลยไหมครับ”



“ได้ครับ แต่ผมคิดว่าไม่น่าจะเกินหนึ่งชั่วโมง ผมแค่มาคุยธุระส่วนตัวกับท่านรัฐมนตรีนะครับและผมจะกลับไปเซนต์เอกสารนิดหน่อยที่โรงเรียนและวันนี้ผมเลิกงานเร็วนะครับ” ผมบอกกับคนขับรถประจำของผมถึงตารางที่ผมแพลนเอาไว้



ผมลงจากรถที่ตรงด้านหน้า ผมเดินเข้าไปเพื่อทำตามระเบียบการเข้าพบ ผมต้องแลกบัตรก่อนจะขึ้นไปยังห้องทำงานของลุงผม พ่อของแพรวา ผมไม่ได้ถามว่าเธอมาทำงานไหม แต่ผมก็ไม่เห็นเธอโทรหาผมอีกเลย ตั้งแต่วันที่ผมบอกเขาว่าไม่ต้องโทรมาหาผมอีก



“สวัสดีครับ ผมมาพบคุณธรรมรัตน์ครับ ผมชื่อเธียรวิชย์ เป็นลูกชายเพื่อนท่านนะครับ” ผมบอกกับเลขาฯ ที่ดูแลการนัดหมายที่หน้าห้องทำงานของท่าน



“เชิญด้านในเลยค่ะ เพราะว่าพนักงานต้อนรับแจ้งเอาไว้แล้วค่ะ และดิฉันก็แจ้งท่านไว้แล้วเช่นกันค่ะ “ผมพยักหน้ากับเลขาฯ หน้าห้อง เขามองผมและยิ้มให้ ถ้าเป็นเมื่อครั้งยังโสด ผมคงหันไปส่งสายตาเล่นด้วยแล้ว ตอนผมโสดผมก็ใช้ชีวิตโสดได้คุ้มค่ามากจริงๆ แต่พอมีครอบครัวแล้ว ผมต้องเอาตามป๊าของผม หยุดคือหยุด ผมผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานพ่อของแพรวา ท่านกำลังคุยโทรศัพท์อยู่



“อะไรน่ะ คุณจะมาตรวจสอบผมได้อย่างไร ในเมื่อผมแค่เป็นคนเสนอชื่อคุณเปรมสินี เข้ารับตำแหน่ง พวกคุณต้องไปตรวจสอบภายในกันเองซิครับ ไม่เกี่ยวกับลูกสาวผม แพรวาแค่เป็นลูกศิษย์เขาเท่านั้น และนี่ลูกสาวผมจบแล้ว อย่าได้มาพาดพิงลูกสาวผม คุณรู้ไหมผมเป็นใคร โอเค “ดูท่าทางลุงผมจะหัวเสียแต่ว่าดันมีชื่อแพรวาเข้ามาด้วยนี้ซิ



“สวัสดีครับลุง” ผมยกมือไปไหว้ท่าน



“ว่าไงไอ้หลานยชาย แม้พอบินกลับมาก็ยุ่งน่าดูน่ะ แพรวาบอกลุงน่ะ” พ่อของแพรวาเอ่ยทักทายผมก่อนจะผายมือให้ผมนั่งลง ท่านหันมามองหน้าผม



“มาหาแพรวาเหรอเธียร” พ่อของแพรวาละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมามองผมแว๊ปหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงเซนต์เอกสารต่อ



“ผม “ผมกำลังจะเอ่ยปากเปิดเรื่องที่ผมจะมาวันนี้



“แพรวาเขาไม่อยู่ ไปกับแม่เขานะเธียร” คนที่นั่งตรงกันข้ามกับผม รีบเอ่ยปากบอกผมเสียก่อน “และเขาบอกว่าวันนี้คุณแม่เขาชวนไปออกงาน เกี่ยวกับเด็กน่ะ สายใยแห่งรักอะไรนี่แหละ และดูท่าแพรวาเขาจะอยากทำอะไรเพื่อเด็กๆ น่ะเธียร” พ่อของแพรวาพูด ผมพยักหน้าเบาๆ ผมไม่เคยเห็นแพรวาเขาหาเด็กสักนิด



“แพรวาเขารักเด็กน่ะ” พ่อของแพรวาบอกผมด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆ



“แล้วนี่มาหาลุงมีเรื่องอะไรด้วยหรือเปล่าล่ะเธียร” พ่อของแพรวาเงยหน้าขึ้นมองผม



“ผมจะมาพูดเรื่องแพรวาน่ะครับคุณลุง” ผมเปิดประเด็นที่ผมต้องการพูดทันที ตอนแรกก็ไม่รู้จะเปิดยังไง เพราะดูจากที่ผมได้ฟังท่านคุยโทรศัพท์ เหมือนกับว่าลูกท่านไม่มีทางทำอะไรผิดเลยสักนิด แล้วเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้ เขาเชื่อเหรอ



“แพรวาก็คุยกับลุงแล้วเหมือนกันเรื่องของเรากับแพรวาน่ะ” พ่อของแพรวาบอกผมว่าแพรวาคุยแล้วเรื่องของผมด้วย ผมชี้ตัวเองทันที



“เรื่องผมกับแพรวาเหรอครับ” ผมกลับต้องเป็นฝ่ายถามท่านกลับทันที



“ใช่ซิ ก็แพรวาบอกว่าเขาคุยกับเราและเข้าใจกันดีแล้วไง ว่าเรื่องที่เรา มีลูกกับเด็กที่เพิ่งเรียนจบปีเดียวกับเขา แพรวาบอกว่าเราน่ะ แค่รับดูแลเด็ก ส่วนแพรวาก็รับได้น่ะ ถ้าเราจะมีลูกแล้ว” พ่อของแพรวาพูดกับผม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมแว๊ปหนึ่ง ผมถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าปอด



“เดี๋ยวครับลุง ผมว่าเข้าใจอะไรผิดกันแน่ๆ ผมไม่ได้แค่รับเลี้ยงแค่เด็กเพราะว่านั้นคือลูกของผมแค่นั้น แต่ผมรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำกับบีมด้วย ผมรับผิดชอบทั้งคู่ครับ และนั้นก็แปลว่าผม มีภรรยาแล้วครับคือบีม “ผมพูด พ่อของแพรวาหันมามองผมก่อนจะวางปากกาลง



“คุณลุงครับ ผมไม่ได้คิดอะไรกับแพรวาเกินไปกว่าพี่ชายน้องสาว คุณลุงคุณป้าก็รู้ดี และที่ผมใจอ่อนให้แพรวาทุกครั้ง ก็เพราะว่าผมเห็นแก่คุณลุงคุณป้า เห็นแก่ว่าบ้านเราดองกันมานานตั้งแต่รุ่นอาก๋งของผมและไหนลุงจะเป็นเพื่อนรักของพ่อผมอีก “ผมพูดกับท่าน



“แต่ว่าตอนนี้ผมจะไปทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว ผมมีบีมและลูกแล้วครับลุง ผมอยากให้แพรวาหยุดทุกอย่างไว้แค่ พี่น้อง เพราะอันที่จริง มีแค่แพรวาที่คิดไปเอง เท่านั้น ผมไม่เคยแสดงว่าผมกับแพรวาเป็นอะไรกันเกินไปกว่านี้”



“เราจะบอกว่า ที่ลูกลุงไปตามนั้น คือเราไม่ได้คิดอะไรกับแพรวาเลยอย่างนั้นเหรอ” พ่อของแพรวาถามผมด้วยสี่หน้าที่ตกใจ



“ผมไม่เคยคิดอะไรกับแพรวาเลย และอย่าถามผมว่าทำไมผมไม่บอกแพรวาตรงๆ ผมเคยบอกแพรวาแล้วแต่เธอไม่รับฟัง และนี้มันทำให้ผมคิดว่า” ผมพูดกับพ่อของแพรวา สายตาของพ่อแพรวามองจ้องผมอยู่



“เธอกำลังป่วยครับ” ผมกลั้นใจพูดออกไป แน่นอนคนตรงข้ามผมถึงกับวางปากกาด้ามสีทองนั้นลงทันที



“มันจะมากไปแล้วน่ะเธียรวิชย์!!!” พ่อของแพรวาลุกพรวดขึ้น มีทุบโต๊ะไม่ดังมากแต่ก็รู้ได้ว่าเขาโกรธ ผมเงยหน้ามองพ่อของแพรวา กรามที่ขบกันจนเป็นสันนูนนั้น



“เอาที่ไหนมาพูดว่าลูกสาวลุงป่วย!”



“แพรวาไม่ได้ป่วย!! แต่ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าแพรวามันรักเรามากไง เธียร!!” พ่อของแพรวาชี้หน้าผม ผมค่อยลุกขึ้นเช่นกัน



“แล้วผมไปทำอะไรให้เธอรักผมมากขนาดนี้ล่ะครับ เพราะว่าที่ผ่านมาผมแทบจะไม่แสดงอะไรที่ชัดเจนเลยว่า ผมคิดเหมือนกับเธอ มีแต่แพรวาที่คิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียวมาตลอด!”



“และนี้มันก็ก้าวข้ามคำว่ารักไปไกลแล้วครับลุง มันคือการยึดติด ชนิดที่อยากจะครอบครองผมโดยไม่ถามผมสักคำ ว่าผมต้องการไหม” ผมพูดสายตาผมประสานกับสายตาของพ่อแพรวา “ผมยังยืนยันว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับลูกสาวลุงเกินไปว่าพี่น้อง จริงครับและผมเลือกบีมและลูก “ผมจ้องมองสีหน้าและแววตาคู่นั้นฉายแววแสดงความไม่พอใจอย่างมาก มือที่กำมัดวางอยู่บนโต๊ะนั้น บีบเข้าหากันจนเสียงดังกรอบๆ



“และตอนนี้แพรวากำลังล้ำเส้นของผมกับบีมมากจนเกินไป”



“ผมขอร้องให้ลุง พาแพรวาไปรักษาเถอะครับ ผมคิดว่าลุงรู้ดีว่าลูกลุงป่วยอยู่ อันนี้ผมหวังดีนะครับ ผมยังยินดีที่จะเป็นพี่ชายให้เขาได้ แต่ให้ผมเป็นมากกว่านั้น ผมทำไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ผมมีลูกและเมียแล้วและผมกับบีมจะแต่งงานกัน หลังจากที่เฮียธีแต่งงานแล้วทันทีครับ “ผมพูดบอกท่าน พ่อของยืดตัวขึ้นก่อนจะก้าวถอยหลังออก พร้อมกับทำท่าจะชี้หน้าผม แต่ทว่าเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน



“ขอโทษค่ะท่าน คุณศรัญญา เป็นเจ้าหน้าที่มาจากคุรุสภาค่ะ มาขอเข้าพบท่านค่ะ เขามีหนังสือมาด้วยค่ะ” เลขาฯ ที่นั่งอยู่หน้าห้อง ผมหันหลังไปมองผู้หญิงคนนั้นเหมือนกับพ่อของแพรวา



“เชิญเขาเข้ามา ผมคุยธุระเสร็จแล้วครับคุณจันทรา” พ่อของแพรวาหันไปบอกเลขาของเขา ก่อนจะหันมามองหน้าผม นั้นแปลว่าเขาไม่ต้องการคุยกับผมต่อ ผมพยักหน้าก่อนจะ



“งั้นผมกลับก่อนนะครับลุง” ผมยกมือไหว้ทันที ก่อนจะเดินออกมาไปจากห้อง ผมไม่คิดว่าแพรวาจะไปบอกพ่อเธอคนละเรื่องกันเลย หาว่าคุยกับผมรู้เรื่องแล้ว มันไม่เป็นความจริงเลยสักนิดและลุงผมก็เชื่อลูกสาวตัวเอง ผมเดินออกมาจากห้องทำงานทันที และคนที่ผมเจอที่หน้าห้องคือภรรยาเก่าอากันตภณ



“สวัสดีครับอาหลิน” ผมยกมือไหว้อาหลิน



“อ้าวเธียรวิชย์ เป็นไงเราสบายดีไหม” อาหลินถามผม



“ผมสบายดีครับอา อาล่ะครับสบายดีไหมครับ”



“สบายดีและก็ยุ่งๆ น่ะ ต้องเดินตรวจสอบครูอาจารย์ที่ทำผิดกฎ แต่โรงเรียนของเราดีน่ะไม่มีเรื่องพวกนี้เลย “อาหลินพูดกับผม แต่มันก็ทำให้ผมต้องเกิดข้อข้องใจ ตรวจสอบครูอาจารย์ที่ทำผิดกฎ ว่าแต่มาทำไมที่สำนักงานของพ่อแพรวาเขาไม่ใช่รัฐมนตรีกระทรวงการศึกษาสักหน่อย มันทำให้ผมคิดสิ่งที่ผมแอบได้ยินตอนที่พ่อของแพรวาคุยโทรศัพท์ มันคือเรื่องเดียวกันไหม



“อาเข้าไปก่อนน่ะ ว่างๆ อาว่าจะไปเยี่ยมอาม่าเราสักหน่อย “อาหลินบอกผม ผมพยักหน้า ก่อนจะหลบให้อาหลินเดินเข้าไปในห้องทำงานพ่อของแพรวา



“อ้อ เห็นลูกชายเราด้วยน่ะ น่ารักเชียว หน้าเขาเหมือนเธียรวิชย์ตอนเด็กๆ เลยน่ะ “อาหลินพูดก่อนเปิดประตูเข้าไป ผมยิ้มให้อาหลิน แต่ก็ยังงงอีกอย่างคือ อาหลินเจอเจ้าก้อนเต้าหู้ของผมได้ยังไง เจอกันตอนไหน และบีมล่ะเจออาหลินหรือยัง บีมจะรู้เรื่องอากันตภณเคยแต่งงานมาก่อนหรือยัง ผมคิดวนไปมาในหัวผม ก่อนจะหยิบมือถือมาโทรศัพท์หาบีม



//ฮัลโหล ป๊า” เสียงบีมกดรับสายผมและตามมาด้วยเสียงวุ่นวายภายในบ้าน สงสัยเจ้าก้อนเต้าหู้ทำให้ม๊า กับอาม่า (ม๊าของผม วุ่นอีกแล้วซิท่า)



//ฮัลโหล ม๊า ป๊ากำลังจะกลับไปที่โรงเรียนน่ะครับ และจะไปเซนต์เอกสารสองฉบับ ก่อนจะกลับไปเล่นกันเจ้าก้อนเต้าหู้ของพี่//



//วันนี้เจ้าก้อนเต้าหู้ของพี่ซนทั้งวันเลยเนี๊ยะ! ตอนนี้คลานและกำลังจะเกาะยืนแถมเริ่มจะปืนแล้วด้วย//



// ลูกป๊านี่เก่งเหมือนป๊าเขาเลยน่ะ ว่าไหมม๊า// ผมถามบีมกลับ



//เรื่องซนน่ะใช้เลย ม๊าบอกผมแล้ว//



//เอาน่ะเด็กซนคือเด็กฉลาด และเดี๋ยวพี่จะไปเทรนอีกเยอะเลย //ผมบอกบีม



//ป๊า แวะซื้อแพมเพิส มาให้ลูกโซ่ด้วยได้ไหมครับ ผมลืมบอกพี่มิวไปวันก่อนว่าแพมเพิสใกล้จะหมดแล้ว//



//ไอ้ซิครับ ว่าแต่ไซ้อะไรล่ะม๊า” ผมคุยโทรศัพท์จนลงมาถึงชั้นล่างสุด ผมเดินที่จอดรถเอาไว้ ผมเห็นรถของผมแล้ว พี่คนขับรถก็รีบวิ่งลงมาเปิดประตูให้ผมทันที



//ของเด็กน้ำหนักแปดกิโลขึ้นไปน่ะป๊า//



//ได้ครับเมียครับ //



//แค่นี้ก่อนนะป๊า ผมจะพาเจ้าก้อนเต้าหู้พี่ไปนอนกลางวันก่อน //



//ยังติดเต้าอยู่เปล่า//



//’ งอแงไม่ยอมนอนสงสัยต้องให้ก่อนจะได้นอนอ่ะครับพี่เธียร//



//ไม่ได้ ให้เลิกได้แล้วนี่มันของป๊าแล้ว ป๊าไม่ยอมน่ะ นั้นเต้าของป๊าน่ะ//



//พี่เธียร!! ไม่พูดแล้วไปแล้ว ลูกรอ แค่นี้น่ะป๊า ตรู้ดๆๆๆ” วางสายไปเลยเมียผม ผมกดวางสาย ก่อนจะนั่งลง หยิบไอแพตเครื่องที่ผมใช้ทำงานขึ้นมา วันก่อนผู้ที่มาเยี่ยมโรงเรียนสาขาที่ผมดูแล ต่างก็ประทับใจกับผลงานนิทรรศการที่เด็กๆ ทำ ผมเห็นรอยยิ้มเด็กๆ แล้วก็คิดถึงนอยยิ้มเจ้าลูกโซ่ของผม ป๊าจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด



********



Part’ s กันต์ธีย์ วันนี้ม๊าชวนผมมาร่วมงาน สายใยรัก เป็นงานที่ผลิตภัณฑ์เด็กจัดขึ้น การสนับสนุนกิจกรรมนันทนาการให้ลูกน้อยตามวัย ช่วยให้กระตุ้นการพัฒนาการของลูกน้อย และผมก็สนใจที่จะมาฟัง เพื่อนำมาใช้กับเจ้าลูกโซ่ของผม และวันนี้ผมปล่อยให้คุณป๊ากับคุณลูกเขาอยู่ด้วยกันครึ้ววันเลยแหละ ไม่รู้ว่าใครจะยอมยกธงก่อนกัน แค่นั่งคิดก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้



“ไม่รู้ว่าจะรอดไหมสองพ่อลูกนั้นน่ะ” ม๊าหันมาพูดกับผม ผมหันมายิ้มกับม๊า



“ผมก็หวังว่าพ่อลูกจะไม่ตีกันนะครับม๊า” ผมพูดปนหัวเราะ



“บีม “ม๊าจับมือผม เหมือนจะม๊าจะพูดอะไรกับผมสักอย่าง



“ครับม๊า” ผมถามม๊า



“บีม เรื่องรูปที่แพรวาเอามาให้ดูน่ะ ม๊ากับป๊าคุยกันว่า” ผมหันมามองม๊าพร้อมกันกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ



“ยังไงก็ไม่เชื่อ เพราะว่าที่เราอยู่ด้วยกัน ม๊าเห็นบีมทุกวัน ม๊าเชื่อว่าบีมไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ และเธียรเขาก็คุยให้ม๊าฟังทุกอย่างแล้ว และไม่ใช่แค่ม๊า ป๊า ทุกคนก็เห็นเหมือนที่ม๊าเห็น ดังนั้นบีมไม่ต้องไปกังวลเรื่องนั้นเลยน่ะลูก “ม๊าพูดกับผม ผมยิ้มให้ม๊า จู่ๆ ผมก็โผเข้าไปกอดม๊า ผมดีใจจนน้ำตาซึมเลย ผมไม่คิดว่าจะมีคนให้การต้อนรับผมดีขนาดนี้ และยังเชื่อใจผมมากทั้งที่ผมเพิ่งจะเข้ามาอยู่ แถมยังเข้าใจผมมากกว่าแม่แท้ๆ ของผมอีก



“ไม่ต้องคิดมากน่ะรู้ไหม มีอะไรคุยกับม๊าได้ ม๊าก็เห็นบีมเหมือนลูกม๊าคนหนึ่งน่ะ “ม๊าบอกผม ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปในงาน และจังหวะนั้นผมหันไปเห็น พี่หมอสายป่าน เขามาในงานนี้ด้วย หมอสายป่านเขาหันมามองผม ผมก็ยกมือไหว้หมอสายป่าน หมอสายป่านเขายิ้มให้ผมเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผมพาเจ้าลูกโซ่ไปตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีน และต่อให้ผมรู้ว่าคนที่ทำให้พี่หมอภีมปภพกับพี่กันตภณมีปัญหากันคือเขาก็ตามแต่ว่ามันคนละส่วนกัน อันนั้นคือเรื่องส่วนตัวของหมอเขา



“ธัญญารัตน์” ผมหันไปมองคนที่เรียกม๊าของพี่เธียร และผมก็ต้องสะดุ้งกับสายตาที่ดูแข็งกร่าวมองมาที่ผม มือที่กำแน่นด้วยความอาฆาต



“สวัสดีค่ะ ม๊า “แพรวาเปลี่ยนอิริยาบถได้เร็วมาก เขาหันมายกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมกับม๊า



“สวัสดีจ้ะแพรวา “ม๊าทักทายเธอกลับเช่นกัน เธอไม่ทักผมสักนิดเลย



“คุณนิดา มาด้วยเหรอคะ ไม่เห็นบอกก่อนเลยค่ะ” ม๊าทักทายผู้หญิงที่ยืนอยู่กับแพรวา ผมเดาว่าเขาคือแม่ของเธอ ดูจากโครงหน้าแต่ว่ากิริยาต่างกันโดยสิ้นเชิง เขาหันมายิ้มให้ผมด้วยความเมตตา



“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้แม่ของแพรวา แพรวาเธอก็เบือนหน้าหนีผม



“นิดา นี้แหละ ลูกสะใภ้ฉัน เขาชื่อบีมไง” ม๊าแนะนำผมกับแม่ของแพรวา ใช่ครับ ผมยังไม่ได้เจอแม่ของเธอในวันนั้นเพราะว่าพี่เธียรวิชย์ดันให้ผมรีบขึ้นห้องไปซะก่อน ที่เขาจะเข้ามารับลูกสาวเขากลับบ้าน



“อ้อ นี้เหรอ ที่ว่า มีลูกกับเธียรวิชย์น่ะ” แม่ของแพรวาถามผม แพรวาสะบัดหน้ามามองผมและหันไปที่แม่ของเธอ



“คุณแม่ค่ะ “แพรวาเรียกแม่ของเธอด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว ทำให้แม่ของเธอหันไปมองแพรวา ม๊าก็หันมามองผม ก่อนจะแตะที่แขนผมเบาๆ เขาคงรู้ว่าแพรวาไม่พอใจผมอยู่



“ม๊าครับ ผมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหมครับ” ผมกระซิบกับม๊า



“แต่ว่างานจะเริ่มแล้วน่ะลูก และนี้เขาจะเชิญม๊าขึ้นไปคุยเรื่องการเลี้ยงลูก เพราะว่าลูกม๊าประสบความสำเร็จกันทุกคน แล้วบีมจะไม่ขึ้นไปกับม๊าเหรอลูก” ม๊าถามผม



“ผมว่าม๊าขึ้นไปดีกว่า เดี๋ยวผมจะมาถ่ายรูปม๊าให้พี่ๆ ดูครับ” ผมบอกม๊า



“ได้ อย่าไปนานล่ะบีม ม๊าเป็นห่วง “ม๊าหันมาบอกผม ผมหันมายิ้มให้ม๊าก่อนจะเดินออกไป ผมมองหาแต่ไม่เห็นหันไปแต่ว่าผมมองไม่เห็นพี่หมอสายป่าน เขาไปไหนของเขาน่ะ ผมว่าจะคุยเรื่องพี่กันตภณกับพี่หมอภีมปภพ ซะหน่อย ผมเดินไปหาป้ายว่าจะเข้าห้องน้ำ จังหวะนั้น



“หมับ” ผมรู้สึกว่ามีคนกระชากผมให้หันกลับมาหาเขา แถมยังบีบแขนผมด้วย กรงเล็บที่ยาวแหลมนั้นมันกดลงไปที่ต้นแขนของผมเจ็บเอาเรื่องเหมือนกัน เจ็บจนผมต้องจับข้อมือเธอแต่ไม่กล้าบีมแรง แค่ให้เธอหยุด



“คุณแพรวา ปล่อยแขนผมน่ะครับ คุณอย่าทำอะไรที่มันทำให้คุณดูแย่เลยน่ะครับ และคนที่มองเขาก็จะมองคุณไม่ดีเปล่าๆ ” ผมพูด มันทำให้เธอปล่อยแขนผมเป็นอิสระ



“แกถือดียังไงมางานนี้” แพรวาถามผม



“ก็ม๊าชวนผมมา ผมก็มาไงครับ” ผมตอบเธอด้วยน้ำเสียงเรียบๆ



“งานนี้สำหรับแม่ ไม่ใช่งานของตุ๊ด” แพรวาพูด เธอแสยะยิ้มให้ผมก่อนจะเบ้ปากเล็กน้อย ผมคิวด่าผมควรจะเดินเข้าห้องน้ำไปจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกับเธอ



“และทำไมแกไม่กลับไปหาอากันล่ะ นี่เห็นว่าพี่เธียรวิชย์ของฉันน่ะ เขาหล่อกว่า เขาหนุ่มกว่าเหรอ และวันนั้นแกคงร่านจนไปอ่อยพี่เธียรของฉันจนเขาเอาแกจนท้อง “ผมต้องยืนสูดลมหายใจเข้าออก คือถ้าวันนี้ผมมีเรื่องไปคนที่เสียใจคงเป็นม๊ามากกว่า



“คอยดูน่ะ ว่าแกกับฉันใครจะได้อยู่กับพี่เธียร ส่วนลูกแก ฉันก็ไม่สน หากพี่เธียรจะเอาไว้ แต่ฉันไม่รับประกันว่ามันจะโตมาแบบไหน” ผมเงยหน้ามองแพรวา



“ถ้าผมไม่ได้อยู่ ลูกผมก็ไม่อยู่เหมือนกัน แต่ที่ผมรู้น่ะ ตอนนี้ พี่เธียรเขารักเจ้าลูกโซ่มาก ผมคิดว่าเขาไม่ยอมปล่อยลูกผมไปหรอกครับและนั้นก็แปลว่าเขาไม่ปล่อยผมไปเหมือนกัน “ผมพูดแพรวาก็ยิ่งกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ



“และคุณเองก็รู้ดีว่าคุณ ไม่มีอะไรมาต่อรองเท่ากับผม ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ พยายามทำอะไรแบบนี้ และมันก็ยิ่งมองว่าคุณ ต่ำลงกว่าผมเข้าไปอีก คุณแพรวา คุ้มแล้วเหรอครับที่คุณจะมาแลกกับผม” ผมพูดกับเธอสายตาผมก็ไม่ลดละจากสายตาเธอแม้แต่น้อย เพลิงโทสะที่เจิดจ้ามาจากนัยน์ตาคู่นั้น มันทำให้ผมเริ่มกลัวว่าเธออาจจะคิดทำอะไรที่คาดไม่ถึง



“ฉันบอกว่าเขาคือของฉันก็คือของฉัน แกกับลูกไม่มีสิทธิ์มาแย้งเขาไปจากฉัน!!”



“ผมไม่ได้แย้งเขามา คุณรู้ดีแพรวาและเขาก็ไม่ใช่ของคุณด้วย ตอนนี้หัวใจของเขามีคนคล้องเอาไว้แล้วนั้นคือลูกโซ่ลูกชายผม แต่จะให้ผมมายืนเถียงกับคุณ ผมว่าเสียเวลาเปล่า เพราะว่าคุณไม่ยอมรับความจริง และหมกมุ่นกับความคิดของตัวเอง ผมเสียเวลาเปล่าๆ นะครับ “ผมพูดก่อนจะหันหลังเดินออก



“หมับ” เขาคว้าแขนผมและสะบัดผมให้หันมาหาเขาอีกครี้ง พร้อมกับง้างมือขึ้นเหนือศีรษะ



“แก” คุณแพรวาทำท่าจะยกมือขึ้นมาจะฝาดผม  แต่ว่ามีคนเดินออกมาจากห้องน้ำซะก่อน คนนั้นคือหมอสายป่าน เธอหยุดมองแพรวาและหันมามองผมสลับกันไปมา ก่อนจะหันไปเลิกคิ่งสูงมองแพรวา เป็นคำถาม



“ขอโทษน่ะ เห็นอะไรมันติดที่ผมน่ะค่ะ เลยจะปัดออกให้น่ะ บีม” แพรวาเธอรีบเปลี่ยนพฤติกรรมของเธอทันทีอย่างรวดเร็วจนผมเองก็ตั้งตัวไม่ทันท และเธอก็รีบหันหลังเดินออกไปทันทีเช่นกัน ทิ้งให้แค่อาการงงของผม หมอสายป่านหันมามองผมอีกที



“อันที่จริง เธอน่าจะเลือกพี่กันน่ะ เธอจะได้ไม่ต้องมาเจอกับผู้หญิงโรคจิตคนนี้ และดูท่าแล้ว หลอนคงจะทำให้เธอประสาทเสีย เหมือนเล่นสงครามประสาทกับคนโรคประสาทอีกที” หมอสายป่านพูด ก่อนที่เขาทำท่าจะหันหลังเดินออก



“หมอสายป่านครับ” ผมเรียกหมอสายป่านเอาไว้ เขาชะงักเท้าก่อนจะหันกลับมามองผม



“ผมขอเรียกพี่สายป่านได้ไหมครับ” ผมถามพี่สายป่าน



“ได้ค่ะ ยินดีค่ะ ว่าแต่น้องบีมมีอะไรหรือเปล่าคะ” หมอสายป่านถามผม



“ผมขอไปคุณด้านโน้นได้ไหมครับ เรื่องพี่หมอภีมปภพกับพี่กันตภณนะครับ แต่ถ้าพี่ไม่สะดวกคุยผมไม่ว่าอะไรนะครับ” ผมพูด หมอสายป่านมองหน้านิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้าว่าคุยได้

TBC.....


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด