(Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.37 Vacation (ครึ่งแรก)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.37 Vacation (ครึ่งแรก)  (อ่าน 12062 ครั้ง)

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.33.2 (พี่ไปส์Xเป็กซ)น้องฟันกระต่ายP1

Part’ s ไปส์ ผมกลับไปห้องเพื่อไปเปลี่ยนชุดและไปเอาเสื้อผ้าให้เป็กซ์ หมอบอกว่าน่าจะออกได้ตอนบ่ายๆ ผมก็ขับรถกลับมา ผมบอกแม่ว่า ว่าที่ลูกสะใภ้มีเรื่องเลยต้องนอนโรงพยาบาล เห็นเป็กซ์บอกว่าว่าที่แม่ยายผมก็จะมาอีก เลยต้องแต่งตัวให้ดูสภาพ แม่ยายจะได้วางใจ ฝากชีวิตลูกเขากับผมได้

“พี่ไปส์ ซื้ออะไรมาอ่ะครับ” เป็กซ์ถามผม ตอนนี้เขาไม่ต้องมีสายน้ำเกลือและยาฆ่าเชื้อแล้วและอาจจะได้กลับบ้านวันนี้ด้วย

“น้ำเต้าหู้ไง เห็นเราชอบกินไม่ใช่เหรอ” ผมถามคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้พร้อมกับเทใส่ถ้วยให้หนุ่มน้อยที่นั่งมองผมตาแป๋ว

“หมอลงตรวจหรือยังครับตอนที่พี่ไม่อยู่” ผมถามเป็กซ์

“ยังครับแต่พี่พยาบาลเขาเข้ามาเจาะเลือดผมเพื่อส่งตรวจให้ก่อนแล้วครับ” เป็กซ์บอกผม

“พี่ไปส์ พี่ไม่รังเกียจผมเหรอ ที่ผมเคยผ่านคนไม่ดีมาก่อน” ผมหันมามองคนที่ถามผม เขาหลุบตามองพื้น

“ก็แค่ผ่านไม่ใช่เหรอ พี่เองก็เคยผ่านคนไม่ดีมา คนเราทุกคนแหละครับก็ต้องเคยผ่านวันเวลาที่แย่ๆ เพื่อมาเจอวันที่ดีดีหลังจากที่เราได้ผ่านเรื่องร้ายๆ ไปแล้ว ไม่มีใครจะอยู่วันที่แย่ๆ ไปตลอดหรอกครับ” ผมเดินมาจับมือเป็กซ์ มากุมเอาไว้

“ผมเชื่อแล้วว่าผมไม่ได้อยู่กับวันที่แย่ที่สุดไปตลอด เพราะว่าวันนี้ผมได้ก้าวข้ามวันแย่ๆ นั้นออกมาแล้วและผมได้เจอพี่แล้วไงครับ นี้แหละคือวันดีดีของผม” มุมปากผมกะตุ๊กขึ้นเป็นรอยิ้มทันที

“ฟ้อด!” ผมหอมแก้มเป็กซ์ ผมใช้ฝ่ามือลูบประคองใบหน้าเป็กซ์เอาไว้ เขายิ้มให้ผม ดูรอยยิ้มนี้ดีกว่าทุกครั้งแสดงว่าเขาเข้มแข็งพอแล้ว

“ต่อไปห้ามดื้อกับพี่ด้วยนะครับ กระต่ายน้อยของพี่” ผมพูดคนที่ผมชมว่าเขาเป็นกระต่ายน้อยของผม เขารีบหุบยิ้มทันที

“อ้าวทำไมล่ะ “ผมถามเป็กซ์ก่อนจะดันโต๊ะสอดเข้าไป เป็กซ์จะได้ดื่มน้ำเต้าหู้ที่ผมแวะไปซื้อมาให้ ผมไม่ลืมฉีกปาท่องโก๋ให้ เพราะว่าเป็กซ์เขาชอบทาน และเขาก็ชอบทำให้ผมเช่นกัน

“ก็ผมไม่ชอบฟันกระต่ายของผม ผมเคยขอเงินแม่ไปเอาออกและใส่ฟันที่ไม่ใช่ฟันกระต่าย ตอนเด็กๆ เพื่อนชอบล้อผม แอบนั่งร้องไห้ด้วยน่ะ เขาล้อว่าผมชอบกินแครอทและนั้นมันทำให้ผมไม่เคยกินแครอทต่อหน้าเพื่อนเลย” เป็กซ์พูด

“แต่พี่ชอบ ห้ามไปเอาออกเด็ดขาด เอาออกนี่เคืองเลยนะ เพราะว่าพี่ชอบหนุ่มฟันกระต่าย มันทำให้พี่ใจสั่น” ผมพูดกับเป็กซ์ ผมจับมือนั่นมาไว้ที่อกผม ใส่ผมสั่นจริงๆ แค่เขายิ้มให้เท่านั้น เป็กซ์คงสัมผัสได้ เขาเงยหน้ามองผม ก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ เหมือนเด็กน้อย

“วันนี้ว่าที่แม่ยายพี่จะมาหาลูกชายเขาตอนกี่โมงครับ” ผมถามเป็กซ์

“ผมบอกแม่ว่าเขาให้เยี่ยมได้ตอนสิบเอ็ดโมงนะครับ “เป็กซ์บอกผม

“พี่ไปหาเสื้อผ้าที่ดูสุภาพมาใส่ เป็กซ์คิดว่าแบบนี้โอเคไหม พี่กลัวแม่ของเป็กซ์จะดูว่าพี่เป็นผู้ใหญ่ไม่พอที่จะดูแลลูกเขา” ผมพูด ผมสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนสวมกางเกงสแลค ซึ่งปกติผมไม่ค่อยชอบสวมกางเกงสแลคเท่าไหร่ถ้าไม่ใช่งานสำคัญจริงๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นกางเกงยีนมากกว่าผมขาลุยและออกแนวแร็ปเปอร์มากกว่าเวลาไปเที่ยว

“พี่ไปส์ แม่ผมนะไม่ใช่คนที่มองคนแค่การแต่งกายและแม่ผมเขารักผม ดังนั้นแม่ผมจะรักคนที่ผมรักแน่นอน” เป็กซ์พูด มันทำให้ผมสะบัดหน้าไปมองคนที่พูด เขารีบก้มลงกินน้ำเต้าหู้ทันที ผมนี่รีบก้มลงมองหน้าเขา

“รักพี่แล้วเหรอ” ผมถามเป็กซ์ ผมพยายามมองแววตาคู่นั้นแต่เขาพยายามหันหนีผมแถมยังกลบเกลื่อนด้วยการกินน้ำเต้าหู้แทน ผมก็พยายามดึงเอาไว้

“จะกิน!!” คนที่เขินทำท่ารีบกินใหญ่เลย ดูซิก้มหน้าก้มตาตักใหญ่เลย เขินแน่ๆ

“บอกพี่ก่อนซิ เป็กซ์รักพี่แล้วใช่ไหมครับ” ผมถามเป็กซ์ เขาเงยหน้าขึ้นมามองผม

“จะไม่รักได้ไง เล่นไปช่วยผมขนาดนั้น ใจผมไม่แข็งพอนี่ครับ” เป็กซ์หันมาพูดกับผม ผมก็ยิ้มจนแก้มปริเลย แต่จังหวะนั้นประตูห้องพักเป็กซ์ก็เปิดออกและคนที่เข้ามาคือเฮียภีม หรือหมอภีมปภพ แต่ว่ามากับม๊าผม

“ม๊า!!!” ผมหันเรียกม๊า ด้วยอาการตกใจ

“เจอจนได้เจ้าลูกตัวดี “ม๊าผมพูดก่อนจะหันไปชำเลืองตามหมอภีมปภพหลานชายม๊าผมเอง

“งั้นผมไปก่อนนะครับอี๊ ผมมีคนไข้นะครับ คุยกันตามสบายเลยนะครับ “เฮียภีมบอกกับม๊าผม ก่อนที่เฮียจะหันมาโบกมือให้ผม ม๊าเดินเข้ามาในห้องคนไข้

“เป็กซ์นี้ม๊าของพี่ครับ” ผมแนะนำ เป็กซ์ให้รู้จักม๊าของผม เป็กซ์ยกมือไหว้ม๊า ม๊าเดินมามองเป็กซ์ก่อนจะหันมามองหน้าผม ม๊าส่งกระเช้าผลไม้ให้ผมรับไป “ปึก!” ม๊ายิ้มให้ผมขณะที่ส่งกระเช้าผลไม้ที่มาเยี่ยมลูกสะใภ้แต่แอบวางแรงไปนะม๊านะ

“คนนี้แฟนเราใช่ไหมไปส์” ม๊าถามผม ผมพยักหน้า

“หน้าหน้าตาน่ารักดีน่ะ แล้วนี่เป็นอะไรไปล่ะ ไม่สบายเหรอ” ม๊าถามเป็กซ์ ผมหันมามองหน้าม๊าก่อนจะดึงแขนมาออกมานิดนึง ม๊าก็มองหน้าผม

“ม๊า ผมบอกตรงๆ น่ะ น้องเขาโดนทำร้ายมา ผมไม่อยากให้ม๊าถามน้องเยอะ คือมันสะเทือนจิตใจลูกสะใภ้ของม๊า เรื่องมันไม่ดีอ่ะ แต่ไม่ใช่น้องเขาไม่ดีน่ะ แต่ดันซวยไปเจอคนไม่ดี” ผมกระซิบพูดกับม๊า พร้อมกับชะเง้อคอมองเป็กซ์ก่อนจะฉีกยิ้มให้ว่าไม่มีอะไร พี่เอาอยู่ เป็กซ์ก็ชะโงกคอมองผมอยู่บนเตียงคนไข้ คิ้วนี้ขมวดกันเป็นปมเชียว

“นะม๊านะ ผมขอ” ผมพูดอ้อนกับม๊าของผม ม๊ามองหน้า “เฮ้อ!! เบื่อลูกอ้อนเราจริงๆ” ม๊าพูดก่อนจะพยักหน้า

“แล้วม๊าว่าอะไรเขาหรือยังล่ะ และถ้าน้องเขาเคยเจอคนไม่ดีมา เราก็อย่าไปทำให้น้องเขาเจอแบบนั้นอีกล่ะ ถ้าเขาเลือกมาเป็นแฟนเราแล้ว เพราะทุกคนไม่อยากเจอกลับไปซ้ำทางเดิมกันทั้งนั้นแหละ “ม๊าบอกผม ผมพยักหน้ากับม๊า และม๊าก็เดินกลับไปหาเป็กซ์

“เป็นไงลูก ดีขึ้นหรือยัง” ม๊าถามเป็กซ์

“ดีขึ้นแล้วครับ คุณ…”

“เรียกม๊าหมือนพี่ไปส์ก็ได้ลูก เพราะว่าเขาบอกม๊าแล้วว่าเราเป็นแฟนเขา” ม๊าพูดก่อนจะหันมามองผม

“ครับม๊า” เป็กซ์พูด

“พอดีม๊าแวะมาหาอี๊เรานะ เลยแวะมาดูเราด้วย เห็นหายหัวไปตั้งแต่เมื่องาน นึกว่างอนอะไรป๊าหนักหนาไม่ยอมกลับบ้าน “ม๊าพูดก่อนจะหันมามองผม

“งั้นม๊ากลับก่อนล่ะ มีอะไรก็โทรหาม๊าแล้วกันน่ะไปส์”

“เราก็พักผ่อนเยอะๆ “ม๊าบอกว่าที่ลูกสะใภ้

“ครับม๊า ขอบคุณนะครับ” เป็กซ์ยกมือไหว้ม๊าผม “ผมคงดูแลน้องเขาก่อนนะครับม๊า “ผมหันมาอ้อนม๊าผม

“พาน้องไปทานข้าวบ้านด้วยล่ะ ยังไงก็ต้องให้ป๊าเขารู้จัก รู้ไหมไปส์ “ม๊าบอกผมก่อนจะหันมาแตะแขนเป็กซ์ "ม๊าไปก่อนนะลูก"ม๊าหันมาบอกเป็กซ์รอยยิ้มของม๊าคงทำให้เป็กซ์คลายกังวลลง เขายิ้มตอบม๊าผม ม๊าเดินออกไปจากห้อง ผมก็หันมาแกะผลไม้จากกระเช้าที่ม๊าเลือกซื้อมาให้ลูกสะใภ้ ดูแล้วแสดงว่าม๊าตั้งใจซื้อมาให้ตั้งแต่ออกมาจากบ้านแล้วไม่ได้มาเลือกที่นี้ ผลไม้พวกนี้คัดมาอย่างดีจากร้านขายผลไม้ที่ตรงเยาวราช เป็นผลไม้นำเข้าทั้งนั้น ผมเลือกออกมาและนำไปล้างน้ำซะก่อนที่จะเอามาปอกเปลือกให้เป็กซ์ทาน

แต่จังหวะนั้นประตูห้องพักของเป็กซ์ถูกเปิดออกอีกครั้ง ผมหันไปเห็นผู้หญิงดูแล้วน่าจะวัยเดียวกับแม่ของผมเขาเข้ามาพร้อมกับน้องผู้หญิงอีกคน เค้าหน้าไม่เหมือนเป็กซ์เลย มีส่วนคล้ายที่น้อยมาก ผมยอมรับว่าเป็กซ์ดูดีกว่า น้องเขาก็หน้าตาน่ารักแต่ไม่ถึงขั้นสวย น้องเขาเข้ามาในห้องด้วยหน้าตาที่บอกได้ว่าไม่ค่อยอยากจะมาเท่าไหร่ ผมแปลกใจเพราะคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้นี้เป็นพี่ชายน้องไม่ใช่เหรอ

“แม่” เป็กซ์เรียกแม่ของเขา แม่ของเป็กซ์ตรงไปกอดเป็กซ์ทันที จังหวะที่น้องผู้หญิงคนนั้นหันมาเจอผม เขาก็มองผมก่อนจะยิ้มเอียงอายมาให้ผม และเดินไปหาเป็กซ์แต่ตายังมองผมอยู่ ผมก็ยิ้มเจื่อนๆ ไปให้แทน

“แม่ครับ นี้พี่ไปส์ครับ” เป็กซ์แนะนำผม

“สวัสดีครับ คุณแม่” ผมยกมือไหว้

“แป้ง นี่พี่ไปส์ ไหว้พี่ไปส์ซิ” เป็กซ์บอกน้องสาวเขา

“สวัสดีค่ะพี่ไปส์ หนูชื่อแป้งค่ะ “น้องเขาพูดก่อนจะยิ้มให้ผม ผมดูออกรอยยิ้มนี้ไม่ใช่ยิ้มใส่ๆ วัยแรกแย้มดูท่าน้องเขาจะไม่เบาเหมือนกัน ผมก็เป็นนักท่องราตรี ผ่านมาเยอะแต่เลือกครับ ส่วนผมก็ยิ้มตอบแบบงงๆ และเขาก็หันมามองผมตลอด จนผมเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย ขยับเข้าไปหาภรรยาดีกว่า แม่ของเป็กซ์เอามือลูบหัวเป็กซ์อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันมาเห็นลูกสาวที่ยืนมองผมอยู่ ขยับหนีออกมาแล้วเขาก็ยังหันตามมามองผมอยู่ดี

“แป้ง ไปซื้อนมไว้ให้พี่เป็กซ์เขาหน่อยซิ “แม่ของเป็กซ์หันมาบอกน้องแป้ง น้องเขาก็ชักสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที

“ไม่เป็นไรแม่ ผมจะกลับบ้านแล้ว” เป็กซ์รีบบอกแม่ของเขาทันที

“ไปซิแป้ง “แม่เธอเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกับเธอ

“ก็พี่เป็กซ์เขาบอกไม่เป็นไรไงแม่” แป้งหันไปเถียงแม่ทันที เธอคงลืมตัวเลยหันมามองผมด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย

“พี่เป็กซ์บอกไม่เป็นไร ไม่ต้องไปซื้อหรอก นะแม่” แป้งพูดแต่ตาเธอยังมองมาที่ผม ผมแอบคิดในใจ ทำไมน้องไม่มองหน้าคนที่คุยกับน้องเขา คนที่คุยนะแม่น้องไม่ใช่พี่ ผมยิ้มเจือนๆ ไปให้แทน

“ไปซื้อมาแป้ง!!” แม่ของเป็กซ์หันมาบอกลูกสาวก่อนจะส่งเงินให้แป้ง เขาก็รับเงินมาจากแม่ ก่อนจะหันมามองหน้าผม

“พี่ไปส์ไปเป็นเพื่อนแป้งได้ไหมคะ แป้งไปไม่ถูกค่ะว่าร้านค้าไปทางไหน” เธอหันทำตาเล็กตาน้อยใส่ผมเชิงว่าอ้อนวอนให้ผมไปเป็นเพื่อนเธอหน่อย ผมหันมาเหล่ตามองเป็กซ์ ผมว่าใครก็น่าจะเดาออกนะว่าผมมาดูแลพี่เชายเขาขนาดนี้ น่าจะดูออกว่าผมกับพี่ชายของเขาเป็นอะไรกัน หันมาส่งสายตาเชื้อเชิญด้วย ผมเพิ่งจะสังเกตเห็นกางเกงขาสั้นที่สั้นมาก เสื้อเอวลอยจนเห็นสะดือ น้องเขาเจาะสะดือซะด้วย

“เออ คือ พี่ ต้องดูแลเป็กซ์นะครับ “ผมจะพูดเชิงปฏิเสธ

“ปึก” แต่จู่ๆ ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา ม๊าผมเอง มาเดินเข้ามาพอดีเลย

“ไปส์ม๊าลืมไป ม๊าจะถามว่า….” ม๊าเอ่ยปากถามผมทันที ผมก็หันไปมองม๊าผมด้วยความดีใจ ม๊ามาช่วยทัน

“แป้งไปซื้อนมมาก่อนนะ พี่ไปส์เขาไปด้วยไม่ได้แป้งและร้านค้าก็ที่เราเพิ่งจะเดินผ่านมาก่อนจะขึ้นลิฟต์ไง เราน่าจะจำได้นะแป้ง” แม่ของเป็กซ์หันมาบอกน้องเขาอีกที น้องเขาเดินสะบัดสะบิ้งออกไปทันทีเพราะว่าผมไปด้วยไม่ได้ ผมหันมามองม๊าผม

“สวัสดีค่ะ แม่ของเป็กซ์ใช่ไหมคะ” ม๊าผมถามก่อนจะเพ้งมองมาที่แม่ของเป็กซ์ แม่ของเป็กซ์ก็ค่อยๆ หันมามองหน้าม๊าของผมแบบเต็มๆ ม๊าถึงกับผงะเล็กน้อย

“ใช่แม่ปิ่นหรือเปล่า นั้นน่ะ” ม๊าผมถามแม่ของเป็กซ์

มีต่อด้านล่างค่ะ

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.33.2 (พี่ไปส์Xเป็กซ)น้องฟันกระต่าย P1

EP.33.2 (พี่ไปส์Xเป็กซ)น้องฟันกระต่ายP2

“ฉันหงส์หยกไง ที่เราเคยอยู่บ้านใกล้กันจำได้ไหม แต่ฉันจำแม่ปิ่นได้น่ะ” ม๊าผมพูดแม่ของเป็กซ์หันมามองม๊าผมแบบเต็มๆ

“อาหงส์หยก ภรรยาพี่เป้าใช่ไหมคะ” แม่ของเป็กซ์ถามม๊าผม รู้จักชื่อม๊าผมด้วย

“ตายแล้วไม่เจอกันนานเลย ผอมไปนะ แม่ปิ่น ผมอไปเยอะเลย” ม๊าผมรู้จักกับแม่ของเป็กซ์มาก่อนเหรอ ผมกับเป็กซ์มองทั้งสองคนที่ทำเหมือนเพื่อนเก่าแกมาเจอกัน

“ม๊า” ผมเรียกม๊าผม

“ปิ่น นี่ไง เจ้าเป็กซ์น่ะ ลูกชายคนโตฉันไง” ม๊าผมบอกแม่ของเป็กซ์ แม่เขาหันมามองผม

“ตายแล้ว โตเป็นหนุ่มหล่อเหมือนเฮียเป้าไม่มีผิดเพี้ยนเลย ตอนแรกฉันก็ว่าหน้าคุ้นๆ แถมยิ่งโตมาก็ยิ่งหล่อนะลูกชายหยกน่ะ” แม่ยายชมครับ เขินซิครับรออะไรแต่ลูกชายแม่เหลือกตาทำไมครับ อิจฉาเหรอครับ

“แล้วนี่เจ้าเป็กซ์ใช่ไหม ตายแล้วตอนนั้นเพิ่งจะสองขวบเองนะปิ่น ดูซิหน้าเหมือนพี่วันชัยเหมือนกันนะแต่เขาได้เคล้าโครงหน้าของปิ่นมากกว่า” ม๊าผมหันไปชมเป็กซ์ม๊ารู้จักพ่อตาผมด้วยเหรอม๊า

“ม๊าครับ ม๊ารู้จักกับแม่ของเป็กซ์มาก่อนเหรอครับ” ผมถามม๊าผม

“อ้าวไปส์ นี้น้าปิ่นคนที่เคยอยู่ข้างบ้านเราไง บ้านเก่านะ ก่อนที่เราจะย้ายมาปลูกที่อากงให้ไงลูก และเมื่อก่อนนะเรานะชอบไปกินขนมครก น้าเขาขายขนมครกที่หน้าบ้าน เรานะต้องซื้อทุกวันและยังไปเล่นกับน้องเขาอยู่เลยแต่น้องเขาแค่สองขวบ ส่วนเราน่าจะห้าขวบเอง “ม๊าบอกผม

“แล้วนี่พี่วันชัยล่ะ”

“พี่วันชัยเสียไปหลังจากที่ย้ายไปประจำการที่สน ใหม่ พี่วันชัยโดนคนร้ายยิงเสียชีวิต ตอนนั้นเจ้าเป็กซ์เพิ่งจะห้าขวบเอง “แม่ของเป็กซ์พูด พ่อเป็กซ์เขาเป็นตำรวจเหรอ ตอนแรกผมคิดว่าทำงานบริษัทหรือเปล่า เห็นเขาพูดว่าพ่อเขาทำงานหนักจนเกิดอุบัติเหตุ

“โธ่เอ๋ย! ลำบากแย่เลยแม่ปิ่น “ม๊าผมพูด

“เมื่อกี้ลูกสาวเหรอปิ่น”

“เป็นลูกสาวกับแฟนใหม่นะ ส่วนแฟนใหม่เขาไปทำงานที่ต่างประเทศตอนนี้ “แม่ของเป็กซ์พูด

“ดีใจที่ได้เจออีกครั้ง หลังจากที่ย้ายไปก็ไม่ได้เจอเลย และฉันก็ย้ายมาปลูกบ้านที่ที่ดินจองอากงเจ้าไปส์ หลังจากแม่ปิ่นย้ายไม่กี่เดือน” ม๊าพูดก่อนจะนั่งลง

“เมื่อก่อนน้องเขาชอบมาเกาะรั้วบ้านเรา ชอบมาเรียกเราทุกวัน ตอนนั้นน้องเขากำลังหัดพูด เรียกชื่อเรา ไป ไป ไงล่ะ “ม๊าบอกผม ผมนี่จำไม่ได้เลย

“แต่เราซิ เดินมาบอกม๊าว่าน้องชอบไล่ ไป ไป แต่จริงๆ น้องเพิ่งหัดพูดเลยเรียกชื่อเราไม่ชัด” ผมหันไปมองคนที่นั่งก้มหน้าด้วยความเขิน

“เรานี้ชอบไปสอนน้องพยายามให้น้องเรียกชื่อเราให้ถูกๆ แต่เรานะชอบเรียกน้องว่ากระต่ายเพราะว่าฟันหน้าเขาเหมือนฟันกระต่าย” ม๊าพูด ผมพยักหน้าถึงบางอ้อเลย ถึงได้ว่าผมเอาภาพฟันกระต่ายมาจากใคร ผมนั่งลงด้วยสีหน้าตกใจและแปลกใจ แต่มันแปลกใจในทางดีใจยังไงก็ไม่รู้

“น้าปิ่นเขาก็อาสาดูเราตอนแม่ไปคลอดเป้ย อาม่าอากงเรานะเขาไปเที่ยวกับทัวร์จีนกันหมด ม๊าท้องแก่เลยไปไม่ได้และก็ยังไม่ครบกำหนดคลอดด้วยพวกเขาเลยไปเที่ยวกันก่อนแต่ที่ไหนได้เจ็บท้องคลอดน้องสาวเราก่อนกำหนด เลยต้องลำบากฝากน้าปิ่นดูเราแทนตั้งหลายวัน” ม๊าบอกผม

“เรื่องเล็กน้อยนะ อาหยก” แม่ของเป็กซ์พูด

“นี่เราเคยเจอกันมก่อนเหรอเป็กซ์” ผมถามเป็กซ์ เขาทำสีหน้าตกใจจนพูดไม่ออก

“แน่ล่ะน้องเพิ่งจะสองขวบเองจะจำได้ยังไงล่ะไปส์ แต่ว่าก่อนจะย้ายไปน้องร้องไห้ใหญ่เลย ไม่อยากไป ไม่ยอมขึ้นรถ เราเองก็ยืนร้องไห้ไม่อยากให้น้องไป และตอนนั้นแม่เพิ่งจะคลอดเป้ยได้ไม่กี่วันด้วย”

“แต่ว่าเราอยากได้น้องชายมากกว่า” ม๊าหันมาพูดกับผม

“ก่อนไป เรายังเอาตัวการ์ตูนที่เราชอบสะสมมา เราให้น้องไปตัวหนึ่งตัวนั่นแหละน้องถึงได้ยอมขึ้นรถไป” ม๊าเล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้น มันทำให้ผมคิดตาม ตัวการ์ตูนที่ผมชอบสะสมในตอนนั้นก็มีแค่

“คาเมนไรเดอร์ วี3” ผมหันมาชี้และเป็กซ์เขาตอบพร้อมกันกับผม ทั้งที่ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟังเลย

“ใช่ครับ ผมมีสะสมเกือบครบชุดแต่ตัวนี้หายไปหนึ่งตัว ผมเคยถามม๊า ม๊าบอกผใว่าให้น้องไป ผมก็จำชื่อน้องคนนั้นไม่ได้ “ผมพูดก่อนจะหันไปชำเลืองตามองคนที่นั่งหลุบตาลง มิน่าล่ะผมถึงได้สะดุดฟันน้องเขาตั้งแต่วันนั้นแหละแต่อยากแกล้งเลยยื่นขาไปสกัดไว้ สุดท้ายโดนด่ากลับมาไง

“พี่ตามหาอยู่ เอามาคืนพี่เลย” ผมหันทวงคืนทันที มันขาดตัวนี้ตัวเดียวเลย ผมเป็นคนชอบสระสมของเล่นเก่าๆ ของตัวเองและรักมากด้วย

“ให้แล้วให้เลยดิ” เป็กซ์พูด

“ไม่ครบชุดน่ะ มีคนมาขอซื้อต่อด้วย แต่หายไปหนึ่งตัว เอาคืนมาก่อน” ผมบอกคนเป็กซ์

“ของมันคุณค่าทางใจจะไปขายได้ไง” เป็กซ์พูดแบบนี้ไม่กล้าทวงคืนเลยผม

“เมื่อก่อนเขาต้องติดตัวตลอด เคยไปทำหายที่โรงเรียน ร้องไห้อยู่เกือบอาทิตย์ จนสุดท้ายเพื่อนที่เอาไปนะเขาเอามาเล่น เป็กซ์เขาเห็นเขาจำได้ เป็กซ์ขอคืนแต่เพื่อนไม่ให้ เป็กซ์ก็ไม่ยอมเลยไปต่อยกับเพื่อน ตาเขียวตาปูน เอาตัวนี้แหละกลับมาและไม่เคยกล้าเอาไปโรงเรียนอีกเลยกลัวหาย” ผมหันมามองคนที่ก้มหน้าลง ผมทำตาโต ขนาดนั้นเลยเหรอ

“ซื้อใหม่ก็ได้มั้ง ไม่ต้องลงทุนไปต่อยกับเขาขนาดนั้น ตัวก็เล็กนิดเดียว” ผมพูด ผมเดาว่าเขาเป็นคนตัวเล็กมาตั้งแต่เด็กแน่ๆ

“ไม่ได้ มันไม่เหมือนกัน” คนที่นั่งตอบผมช้อนตาขึ้นมามองผม

“แล้วนี่แม่ปิ่น เป็นไงบ้าง” ม๊าผมถามผมหันมานั่งลงข้างๆ เป็กซ์ ม๊ากับแม่ของเป็กซ์เขาคุยกัน ผมก็กุมมือคนนี้ไว้ น้องฟันกระต่ายของผมนี้เอง

“ไม่อยากเชื่อเลย กี่ปีแล้วเนี่ย ที่ไม่ได้เจอกัน “ผมถามเป็กซ์และทำท่านึก “ถ้าตอนนั้นสองขวบ แล้วตอนนี้ เท่าไหร่แล้วน่ะ สามสิบแล้วเหรอ” ผมถามเป็กซ์ก่อนจะรีบชิ่งตอบแกล้งคนที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ได้ผลเขาสะบัดหน้ามามองผมสองทีติด

“เพียะ!!” เป็กซ์ตีแขนผม “โอ๊ย! เป็กซ์” ผมร้องประมาณว่าเจ็บมาก เป็กซ์หน้าเสียไปนิดนึงทันที ม๊าและแม่ของเป็กซ์หันมามองผม

“อ้าวเป็กซ์ไปตีพี่เขาทำไม เรานี่น่ะ” แม่ของเป็กซ์อันหาเอ็ดเป็กซ์

“ผมเพิ่งจะยี่สิบเอ็ดย่างยี่สิบสอง แม้ถ้าผมสามสิบพี่ก็คงมากกว่าผมหลายปีอ่ะเพราะว่าพี่แก่กว่าผมน่ะ” เป็กซ์หันพูดแอบงอนด้วย

“สิบเก้าปี สิบเก้าปีเลยนะ น้องฟันกระต่าย”

“ไม่ต้องมาเรียกแบบนี้เลยน่ะ ห้ามน่ะเรียกต่อหน้าเพื่อนด้วย ไม่เอาน่ะ “เป็กซ์พูดและน้องสาวเป็กซ์เดินเข้ามาในห้อง เขาก็เอากล่องนมมาวางไว้ เขามองหน้าผม ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ ผม

“พี่เป็กซ์หายหรือยังคะ” น้องเขาถามเป็กซ์แต่มองหน้าผม

“หายแล้วแป้ง จะกลับบ้านแล้ว” เป็กซ์ตอบแป้ง เธอนั่งเอาแขนเท้าค้างพร้อมกับหันมามองหน้าผม

“งั้นก็กลับไปอยู่บ้านเราใช่ไหมคะ” เธอถามเป็กซ์แต่ตาเธอกับจ้องมองมาผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับเป็กซ์แต่ว่ามันตรงข้ามกับเธอ

“แล้วพี่ละคะ จะไปหาพี่เป็กซ์ที่บ้านไหมคะ” คราวนี้น้องเขาถามผม

“เป็กซ์พี่อยากให้เราอยู่กับพี่ก่อน” ผมหันมาบอกเป็กซ์แทนผมจับมือเป็กซ์มากุม น้องเขามองตามมือของผมทันที

“ทำไมล่ะคะ แต่จะว่าไป แป้งไปอยู่ด้วยได้ไหมคะ” เธอรีบเอ่ยปากถาม แป้งมองทั้งผมและเป็กซ์สลับกันไปมา

“ไม่ได้แป้งเราเป็นผู้หญิง” เป็กซ์ห้ามน้องสาวทันที

“ที่พี่ยังไปอยู่ได้เลย แป้งก็อยากไป ทำไมละคะ หรือว่าพี่สองคน…” น้องเขามองหน้าผมกับเป็กซ์สลับกัน

“ใช่ครับ พี่กับเป็กซ์เป็นแฟนกันครับ” ผมชิ่งพูดทันที เป็กซ์หันมามองหน้าผมและเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ผมเองก็พอจะมองเธอออกถึงจุดประสงค์ของเธอ และยิ่งไม่ใช่พ่อเดียวกันด้วย ดูแล้วเธอไม่เกรงใจเป็กซ์เลยสักนิดทั้งที่เขาเป็นพี่ชายเธอแท้ๆ

“เราต้องดูแลแม่นะแป้ง” เป็กซ์พูด

“แล้วพี่ไม่ต้องดูแลแม่เหรอ พี่เป็กซ์!” แป้งพูดก่อนจะลุกไปทันที ผมก็หันมามองเป็กซ์ เขาชักสีหน้ารู้สึกผิดทันที

“มีอะไรให้ฉันช่วยบอกได้เลยนะแม่ปิ่น เราเคยเป็นเพื่อนบ้านกันมาก่อน เมื่อก่อนตอนฉันไปคลอดน้องเป้ย แม่ปิ่นยังอาสาดูแลไปส์แทนฉันเลย มีอะไรขอให้บอก ฉันเต็มใจช่วยเต็มที่ “ม๊าพูด

“แค่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งก็ถือว่ามีวาสนาต่อกันแล้วหยก” แม่ของเป็กซ์พูด

“ไปส์ม๊าไปก่อนนะ ดูน้องดีดีล่ะ แม้โลกกลมจริงๆ “ม๊าพูดก่อนจะหันมารับไหว้น้องสาวของเป็กซ์

“ลูกสาวน่ารักนะ หนูเรียนชั้นไหนแล้วลูก” ม๊าผมหันมาถามแป้งที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่ของเธอ

“จะมาเข้าม.4 ที่นี้น่ะหยก” แม่ปิ่นตอบแทน

“อ้าวเหรอ! หาโรงเรียนได้หรือยังล่ะ “ม๊าผมถามต่อ

“กำลังหาอยู่ ว่าจะดูใกล้ๆ “แม่ของเป็กซ์ตอบ

“หนูไม่ค่อยคุ้นเคยกับกรุงเทพนะคะ อยากให้พี่ไปส์แนะนำแป้งหน่อยได้ไหมคะ” เธอพูดก่อนจะหันมาช้อนตามองผม ดูแล้วผมว่าเธอน่าจะรู้อะไรเกินวัยไปเยอะซะด้วยซ้ำ

“ไปส์ ก็ช่วยน้องเขาแนะนำหน่อยน่ะ” ม๊าบอกผม ผมก็หันกลับไปมองม๊า ผมขยิบตาพร้อมกับสั่นหัวไปมาเล็กน้อยแต่ม๊ามองผมแบบไม่เข้าใจขึ้นมาอีกผมคงต้องไปคุยกับม๊าหลังไมล์

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะหยก ให้แป้งเขาเรียนโรงเรียนใกล้ๆ บ้านดีกว่า พ่อเขาไม่อยากให้ไปไกล เขาเป็นห่วงและโรงเรียนนี้เดินไปก็ได้ ไม่ต้องนั่งรถด้วย” แม่ของเป็กซ์รีบหันไปบอกแม่ผม

“อ้อ! งั้นก็ดีน่ะ จะได้ปลอดภัย งั้นฉันไปแล้วนะปิ่น โทรหาฉันบ้างล่ะ “ม๊าเดินออกไปจากห้อง แม่ของเป็กซ์เดินมาหาเป็กซ์ ก่อนจะมองผม

“เป็นไง จำพี่เขาไม่ได้ละซิ”

“จำอะไรคะแม่” แป้งถามขึ้นทันที

“พี่ไปส์เขาเคยอยู่ข้างบ้านแม่มาก่อนนะ เขาเคยเป็นลูกค้าขนมครกแม่นะ แถมตอนนั้น เจ้าเป็กซ์ก็ติดพี่เขาน่าดู ชอบเรียกพี่เขาทุกวัน ตอนเย็นก็กลับมาเล่นกันน้องทุกวันเพราะว่าแม่ขายของตอนเย็นด้วยลูกค้าเยอะ และน้องก็ชอบเล่นตัวการ์ตูนของพี่ไปส์เขามากซะด้วย” ผมหันมาฟังเรื่องสมัยเด็กๆ แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้

“คุณแม่ครับ คือผมอยากให้เป็กซ์พักอยู่ที่คอนโดของผมไปก่อนได้ไหมครับ เพราะว่าเรื่องยังไม่เรียบร้อยเลยนะครับ ผมเป็นห่วงเป็กซ์ครับ” ผมหันไปบอกแม่ของเป็กซ์

“ได้ซิ “แม่ของเป็กซ์พูด

“คอนโดพี่อยู่ที่ไหนเหรอคะ เพื่อว่าแป้งจะไปหาพี่เป็กซ์บ้างนะคะ” แป้งหันมาถามผม

“แป้ง ไม่เอาลูกนี่มันเรื่องส่วนตัวพี่เขา” แม่ของเธอสะกิดแขนเธอ

“แต่ควรจะบอกแป้งบ้างไม่ได้เหรอคะ ถ้ามีเรื่องด่วน ติดต่อไปไม่ได้จะไปหายังไงละแม่ หรือว่าแม่ไม่สำคัญกับพี่เป็กซ์แล้วเหรอคะ” แป้งหันมาถามแม่ของเธอ

“ผมกลับไปอยู่บ้านดีกว่าพี่ไปส์” เป็กซ์หันมาบอกผม

“ไม่เอา อยู่กับพี่ก่อน “ผมพูด

“แป้ง!!” แม่ของเป็กซ์หันมาเอ็ดลูกสาว

“ก็ได้ค่ะถ้าไม่อยากบอก ถ้ามีเรื่องด่วนก็ไม่ต้องไปตามก็แค่นั้น จบ!” แป้งพูดก่อนจะลุกเดินออกไปทันที

“ถ้าอย่างนั้นแม่กลับก่อนนะ แม่ต้องไปโรงพยาบาลนะคะ หมอนัดค่ะ แต่แค่ฟังผลเลือด หมอบอกว่าทุกอย่างโอเคแล้ว แต่ควรตรวจดูทุกๆ สามเดือน “แม่ของเป็กซ์พูด

“แม่ฝากน้องด้วยน่ะไปส์ แม่ดีใจนะที่เจอเราอีก “แม่ของเป็กซ์พูดก่อนจะเดินมากอดเป็กซ์ ผมเห็นเป็กซ์แอบร้องไห้ ก่อนจะหันมากอดแม่ของเขา ส่วนน้องสาวนะออกไปยืนรอด้านนอกเลย เขาเป็นน้องสาวแบบไหนของเขาว่ะ แม่ปิ่นเดินออกไปเขายิ้มให้ผม ผมรีบลุกขึ้น ผมพยักหน้ากับเป็กซ์จะขอไปลาแม่ปิ่นซะหน่อย

“สวัสดีครับคุณแม่ มีอะไรโทรหาผมได้เลยนะครับ นี้นามบัตรผมครับ” ผมเดินไปยกมือไหว้แม่ก่อนจะส่งนามบัตรให้แม่ของเป็กซ์เอาไว้

“ส่วนเป็กซ์ผมดูแลให้ครับ คือผมขอโทษนะครับคุณแม่ที่ผม เออ กับน้องเขานะครับ มันอาจจะดูเร็วไปสำหรับคุณแม่”

“แม่เข้าใจค่ะ ขอแค่รักลูกของแม่ก็พอ แม่เชื่อว่าเราสองคนโตพอแล้วสำหรับเรื่องแบบนี้ “แม่ของเป็กซ์บอกผม ผมยกมือไหว้แม่อีกครั้ง ที่ตรงหน้าประตู น้องแป้งหันมาส่งยิ้มให้ผม ผมว่ามันไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กวัยมัธยมใสๆ แสดงว่าเจนจัดไม่ใช่เล่นๆ ผมพยักหน้าให้แค่นั้นก่อนจะปิดประตูลง

“อย่าทำนิสัยแบบที่เคยทำแป้งแม่เตือน อย่าให้เหลืออด ไม่อย่างนั้นจะส่งกลับไปอยู่กับย่าเรา”

“ทำไมล่ะ หนูไม่ใช่ลูกแม่เหรอ แม่มีพี่เป็กซ์คนเดียวหรือไง และที่พี่เป็กซ์เรียนจบได้ก็พ่อแป้งไม่ใช่เหรอ แทนที่จะหางานทำเพื่อช่วยบางเบาพ่อของแป้งบ้าง ดันไปมีผัว ภูมิใจเหรอแม่ “ผมได้ยินเสียงเธอเถียงแม่ของเขา ผมหันมามองเป็กซ์ เขาลงมายืนที่เตียง ผมนี่สงสารเขาจริงที่ต้องมาเจอน้องคนล่ะพอทำนิสัยแบบนี้กับเขา

“มีผู้ชายรวย ขอน้องไม่ได้หรือไง!!” ผมถึงกับยืนหน้าชาเลย น้องเขาขอกันแบบนี้เลยเหรอ แต่น้องเขาคิดผิดมากเพราะว่าไปส์ไม่ธรรมดาไง ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดมาจนป่านนี้ ผมค่อยๆ ปิดประตูลงเบาๆ

“เป็กซ์ ลงมายืนทำไม” ผมรีบเดินไปหาเป็กซ์ทันที

“ผมก็อยากลงมายืดเส้นยืดสายบ้างซิพี่ไปส์ ให้ผมนอนอยู่ได้ ผมไม่ได้เป็นหง้อยน่ะ “เป็กซ์พูดปนหัวเราะ

“ตกลง มดเอ็กซ์วีสามพี่ยังอยู่ป่ะเนี่ยะ” ผมถาม

“ทำไมอ่ะ จะเอาคืนหรือไง”

“เอาตัวนั้นมาคืนให้พี่ก่อน เดี๋ยวซื้อตัวใหม่ให้” ผมพูด

“ไม่ให้!!!”

“แล้วนั้นจะไปไหน” ผมถามคนที่เดินจะเข้าไปในห้องน้ำ อันที่จริงก็รู้แหละ

“เข้าห้องน้ำไง และอย่าถามนะว่าไปทำอะไรในห้องน้ำน่ะ” คนที่ผมถามเริ่มหันมาแยกเขี้ยวใส่ผม

“แล้วไปทำอะไรล่ะ”

“กินข้าวมั้ง!!!”

“โฮ้ว! แสดงว่าหายแล้ว มีฤทธิ์ได้แล้วเนี่ยะ คืนนี้ทำหน้าที่เมียให้พี่เลยน่ะ” ผมพูดตามหลังคนเดินเข้าห้องน้ำ คนนี้หันมาแง้มประตูและชูนิ้วกลางให้ผมทันที

“ห๊ะ! จะเอาเท่านิ้วกลาง มันเล็กไปไม่ถึงใจเมียพี่หรอกน่าและของพี่ใหญ่ได้มาตรฐานชายไทย แปดนิ้วครับ”

“แน่นอนต้องใหญ่กว่านิ้วกลางนั้นแน่ะๆ “ผมพูดปนหัวเราะ ผมว่าคนที่เข้าห้องน้ำไปนั้นเขาได้ยินที่ผมพูดแน่นอน ผมเก็บของเพื่อว่าพี่หมอภีมมาสั่งกลับบ้านจะได้พากันกลับเลย จะว่าไปชีวิตของเป็กซ์เขาก็น่าสงสารนะ เสียพ่อตั้งแต่อายุยังน้อย ต่อให้มีพ่อเลี้ยงก็ตามแต่ใครจะรักลูกตัวเองเท่าพ่อแม่จริงๆ นี่ขนาดน้องสาวคนละพ่อแต่แม่เดียวกัน ดูพูดกับเป็กซ์ซิ ไม่น่ารักเอาซะเลย แถมหน้าตาบอกได้เลยว่าห่างจากเป็กซ์มาก แสดงว่าพ่อเขาหน้าตาไม่ค่อยดีเพราะว่าเป็กซ์ดูดีกว่าเยอะ แต่หน้าตาไม่สำคัญกับผมนะ จิตใจนี่แหละสำคัญที่สุด เธอจิตใจแย่แบบนี้ผมก็ไม่เอาล่ะครับ

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.34 (เธียรXบีม)การพบกันในฐานะศัตรูตัวร้าย P1

   Part's กันต์ธีร์ ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมพี่เธียรเลยอยู่บ้านเลี้ยงเจ้าลูกโซ่ทั้งวันได้และวันนี้ผมขอมากับเป็กซ์ ผมอยากจะไปเห็นหน้าอาจารย์เปรมสินี จากที่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่ผมเริ่มจับต้นชนปลายอะไรได้หลายๆ อย่างได้ วันนี้คือวันแรกของการเผชิญหน้ากับศัตรูตัวร้ายของผม เป็นศัตรูทั้งที่ไม่เคยพูดคุยกัน และที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เป็นคนให้ความรู้ เป็นที่ปรึกษาปัญหาทุกอย่างกับลูกศิษย์เรียกว่านี้คือที่พึ่งที่สองรองจากพ่อแม่แต่เขากลับมาทำแบบนี้

“ม๊าแน่ใจนะว่าไม่ให้ป๊าไปด้วย” พี่เธียรถามผม ขณะที่กำลังจัดอาหารเช้าให้เจ้าลูกโซ่

“วันนี้ไม่มีใครดูลูกโซ่นี่ครับเพราะว่าพี่มลไปกับม๊า และผมแค่ไปเป็นเพื่อนเป็กซ์ให้ปากคำที่โรงพักเฉยไม่มีอะไรหรอกครับ “ผมบอกพี่เธียร ผมเหลือบมองเวลา ผมนัดเป็กซ์ให้มาที่บ้านพี่เธียรเลย เป็กซ์บอกว่าพี่ไปส์จะขับมาส่งเขาและจะมารอกลับด้วย ผมเลยบอกว่าดีเลยจะได้ช่วยพี่เธียรเลี้ยงลูกโซ่ไปด้วย

“พี่เธียรอย่าลืมน่ะ สิบโมงน้องลูกโซ่ต้องทานของว่างและผลไม้และนมหนึ่งแก้วนะครับ

“กิจกรรมนันทนาการ เปิดรายการเพลงสำหรับเด็กให้น้องดู ตอนสิบเอ็ดโมง น้องจะได้ผ่อนคลายและน้องจะนอนกลางวันตอนสิบเอ็ดโมงนะครับ “ผมหันไปบอกคุณพ่อ ตอนนี้กำลังสอนลูกชายใช้ช้อนตักอาหารให้ตรงปากอยู่

“อ๊ะ!!!!” เขาเอ็ดพี่เธียรว่าเขาจะทำเอง “เพี่ยะ!!!” ฝ่ามือเล็กๆ แต่ว่าเจ็บเอาเรื่องเหมือนกัน

“เอ้าท์!! ตีป๊าทำไมเนี่ยะ เจ้าเต้าหู้!! “พี่เธียรถามลูกชาย เด็กน้อยเหลือกตาขึ้นบนมองป๊าเขาทันที

“ยังอีก ป๊าบอกอย่าทำท่านี้ ให้ม๊าเขาทำคนเดียวพอแล้ว” ผมหันไปมองเหลือกตาขึ้นทันทีเช่นกัน เพราะว่าสุดท้ายก็พาลมาว่าผมจนได้

“ก็เล็งไม่เห็นตรงซะที ป๊าทำให้ ยังจะมาไม่พอใจป๊าอีกนะ ดูซิเนี่ยะมันเลอะเทอะ เต้าหู้” พี่เธียรพยายามอธิบายให้เจ้าลูกโซ่เข้าใจ

“ โนๆๆๆ” เจ้าลูกโซ่ทำนิ้วว่าอย่าเขาจะทำเองให้ได้

“เห็นไหมม๊า นี่ลูกม๊าเลยเนี่ยะ!!” พี่เธียรหันมาชี้ให้ผมดูและบอกว่านี่ลูกชายผม

“แหม! พอมีคนชมเข้าหน่อยล่ะลูกป๊า แต่พองานเข้าขึ้นมากลายเป็นลูกม๊าซะอย่างนั้นน่ะ พี่เธียร!” ผมหันมาบ่นพี่เธียร ยิ้มตาหยีเลียนแบบลูกทันที

“เดี๋ยวๆ อย่าพึ่ง ใจเย็นๆ เล็งให้ตรงก่อนมันไม่ตรง เดี๋ยวซิ!!! “พี่เธียรบอกลูกชายให้รอก่อนแต่ว่าเจ้าลูกโซ่ ไม่ยอมและสุดท้าย “แผล๊ะ!” ข้าวโอ๊ต ตุ๋นที่ผมทำไว้ให้เขา ยื้อแย้งกันจนช้อนดีดอาหารลอยไปที่หน้าพี่เธียร

“ก้อนเต้าหู้!! ดู ซิเนี่ยะ ป๊าเลอะหมดแล้ว” พี่เธียรพูดก่อนจะใช้มือปาดสิ่งที่ติดอยู่ที่หน้าผาก  ถ้าไม่ใช่เจ้าลูกโซ่คงโดนเตะไปแล้วเนี่ยะ

“หึๆ ผมว่าลูกก็เล็งตรงอยู่นะป๊า” ผมแอบแซวพี่เธียร

“ตรงมากเลยม๊า แต่อาหารนี่มันคงจะไปอยู่ในปากลูกโซ่ครับไม่ใช่หน้าของป๊าครับ “พี่เธียรบ่นลูกชาย

“ถ้าใช้ช้อนแล้วมันไม่เวิร์ค ก็ใช้มือไปเลย เพราะยังไงก็ต้องไปอาบน้ำอยู่ดี เลอะเทอะซะขนาดนี้ แถมป๊าด้วยมั้งนี้” พี่เธียรวิชย์พูดพร้อมกับนั่งเอามือเท้าค้างมองลูกชาย

“ป๊าอย่าลืมให้น้องทานอาหารเที่ยงด้วยนะครับ ตบท้ายด้วยกิจกรรมตอนบ่าย วันนี้ผมเตรียมไว้ให้แล้ว วาดภาพระบายสี สีที่ผมทำมาจากธรรมชาติสีส้มทำมาจากน้ำแครอท สีแดงทำมาจากบีทรูท สีเขียวมาจากน้ำใบเตยคั้นสดครับ เปลี่ยนชุดและใส่เสื้อกันเปื้อนให้ลูกด้วยนะครับ “ผมบอกพี่เธียร พี่เขาหันมามองหน้าผม ตรงที่ผมบอกว่าให้พาลูกโซ่ไประบายสีนี่แหละ

“เอาไว้ทำพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอม๊าระบายสีนะ เปลี่ยนเป็นไปนั่งเล่นเกมเพลย์สเตชั่นกับพี่แทน วันนี้พี่เลี้ยงคนเดียวเหนื่อยแย่เลย และวันนี้ไอ้ไปส์มาป๊าจะแบทเทิ้ล เกมใหม่กับมันสักหน่อย ไม่ได้แบทเทิ้ลกันนานแล้ว” พี่เธียรพูด ผมหันมากอดอกมอง คิดว่าได้ไหม

“ไม่ได้ใช่ไหม” ยังจะถามผมอีกน่ะ “ลูกผมควรจะจับจอยเล่นเกมแล้วหรือไงครับพี่เธียร!” ผมถามพี่เธียร เขาสั่นหัวทันที

“ลูกก็ดุ ม๊าก็ดุ น่าสงสารเนอะ ป๊าเนี่ยะ!” พี่เธียรบ่นอุบอิบๆอยู่คนเดียว

“ยังจะบ่นอีก ให้ดูลูกแค่นี่เอง “ผมหันมาชี้พี่เธียร

“โนๆ!!” ลูกชายผมหันไปชูนิ้วชี้ส่ายไปมากับป๊า

“วันนี้เราต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันน่ะ เจ้าก้อนเจ้าเต้าหู้ เข้าข้างป๊าหน่อย” พี่เธียรพูดกับลูกชาย

“ม๊า ก็กิจกรรมระบายสีมันทำให้ลูกเราเลอะและพี่ก็ต้องจับอาบน้ำล้างตัวหลายรอบแน่ๆ วันนี้ “พี่เธียรบ่น

“ทำตามที่ผมบอก และบ่ายสามโมงครึ่งถึงสี่โมง เบรกช่วงบ่ายให้ลูกทานคุกกี้ที่ผมทำไว้ให้นะครับและก็น้ำผลไม้ “ผมพูด ผมบอกพี่เธียร จังหวะนั้นคนที่ผมรอก็เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ไปส์

“สวัสดีครับพี่ไปส์” ผมหันไปไหว้พี่ไปส์

“สวัสดีครับน้องบีม “พี่ไปส์รับไหว้ผมก่อนจะหันไปมองพ่อลูก

“เว้ยย!!” พากันเลอะไปทั้งคู่

“มึงมาป้อนบ้างเลยไปส์” พี่เธียรเรียกพี่ไปให้เข้าไปป้อนลูกโซ่

“ไม่มีชุดมาเปลี่ยน ยืนเป็นกำลังใจให้แทนแล้วกันนะ ไอ้พ่อลูกอ่อน นี้เล่นอะไรกันเนี่ยะ ว่างเหรอครับ ฮาๆ” พี่ไปส์พูดปนหัวเราะพ่อลูกที่เลอะเทอะกันทั้งคู่ พี่เขานั่งลง ผมหันมาพยักพเยิดกับเป็กซ์ดูพ่อลูกเขา เป็กซ์นั่งลงข้างๆ พี่ไปส์ พี่ไปส์เขานั่งยกขาขึ้นมาพาดพร้อมกับกอดอกมองพี่เธียร พี่ไปส์เอนตัวมาประซิดกับหัวไหล่ของเเป็กซ์กระซิบกระซาบอะไรกันสองคน คงกำลังพูดถึงคุณพ่อที่กำลังแบทเทิ้ลกับลูกชายเขาอยู่ พี่เธียรพยายามเช็ดหน้าเช็ดตาเจ้าลูกโซ่ เจ้าลูกโซ่ไม่ยอมให้พี่เธียรเช็ดหน้าเช็ดตาจะกินอย่างเดียว

“เดี๋ยวลงมานะเป็กซ์ขึ้นไปเอาของแป๊บหนึ่ง แล้วจะได้ไปกันเลย” ผมบอกเป็กซ์ เขาก็หันมาพยักหน้ากับผม ระหว่างที่กำลังจะเดินออก ผมหันมาเห็นแขนพี่ไปส์ที่โอบเอวเป็กซ์ มันคือคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของเขาทั้งคู่ ภาพวันนี้มันทำให้ผมได้รู้ความจริงว่า ภาพที่เห็นวันก่อนกับความจริงมันต่างกัน ผมยอมรับว่าพี่ไปส์ไปยืนจีบผมอยู่พักใหญ่วันนั้น และผมก็เองก็แสดงปฏิกิริยาเฉยเมย เพราะว่าบุคลิกท่าทางของเขาวันนั้น    ผมไม่อาจจะเชื่อใจได้ว่าคนคนนี้จะรู้จักรักใครจริงๆ แน่เหรอ หรือแค่หยอดไปวัน วัน เป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปลอยมาหาที่ลงไม่ได้ และที่ผมมองอีกอย่างคือเป็นแค่ลูกคนมีเงินที่ใช้เงินล่อใจใครต่อใครโดยไม่เห็นคุณค่า ผมคิดว่าน่าจะเป็นเหมือนกันทั้งแก้ง แต่สุดท้าย ผมก็ค้นพบว่ามันคงตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง เขากลับเป็นผู้ชายที่มีความเป็นลูกผู้ชายในตัว มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวทำ รักและให้เกียรติคนรักของตัวเอง เช่นพี่เธียรของผมเป็นต้น ผมอยากให้ลูกโซ่เอาแบบอย่างพี่เธียรตรงนี้แหละ

ผมเดินลงมาจากบ้าน ผมพยักหน้ากับเป็กซ์ว่าไปกันได้แล้ว ผมขับรถพี่เธียรไปเอง ผมไม่อยากให้ดูเอิกกะเลิกไปถ้ามีคนขับรถไปด้วย ผมหันมามองพ่อลูกที่ออกมายืนส่งผม ส่วนพี่ไปส์เข้ามาดึงเป็กซ์ออกไปคุย สายตาที่บอกว่าเขาเป็นห่วงเป็กซ์มาก ผมหันมามองลูกโซ่และพี่เธียรอีกครั้ง

“อย่าดื้อกับป๊านะครับ ม๊าจะรีบกลับ” ผมพูด พี่เธียรหันไปชี้เจ้าลูกโซ่ทันทีแถมยังยักคิ้วกับลูกโซ่อีก

“แต่ถ้าป๊าดื้อกับลูกโซ่ จัดการได้เลยนะครับ ม๊าอนุญาต” แต่พอพี่เธียรได้ยินประโยคนี่ถึงกับสะบัดหน้ามามองผมสองที่ติด

“เฮ้ย! ทำไมสองมาตรฐานอ่ะม๊า” พี่เธียรรีบทักท้วงทันที

“ก็อย่าดื้อกับลูกซิครับ “ผมพูดก่อนจะสวมแว่นตาเรแบน พี่เธียรเขาซื้อให้ผม

“ฟ้อด!” ผมหอมแก้มลูกโซ่ ก่อนจะมองคนพ่อ รีบทำแก้มป่องรอจะให้ผมหอมเขาบ้าง ผมแอบคิดนี่ช่างไม่อายเพื่อนผมบ้างเลยนะ

“ขอทีหนึ่งนะม๊านะ” พี่เธียรพูดผมก็ทำท่าจะหอมแต่ว่า

“จุ๊บ” หนุ่มน้อยที่พี่เธียรอุ้มอยู่รีบยื่นปากจู๋มาจุ๊บปากผมผมแทนตัดหน้าแทน พี่เธียรหันไปเหล่ตามองลูกชาย

“รู้สึกว่าช่วงนี้เราจะแบทเทิลกันหลายอย่างไปนะ ก้อนเต้าหู้ “พี่เธียรพูด ส่วนเจ้าลูกโซ่ ทำปากจู๋จะจุ๊บผมอีกแต่พี่เธียรใช้นิ้วปาดที่ริมฝีปากห้อยๆ ของเจ้าลูกโซ่แทน เล่นเอาเจ้าจูบโซ่แลบลิ้นเลียแผล็บ ๆ สงสัยจะเค็มแน่ๆ พร้อมกับหันขวับมามองป๊าตัวเองทันที

“ดิส อีทสฺ มายด์ เทิร์น! โอเค!!!” พี่เธียรหันไปพูดกับลูกชาย

“โน!!!” พูดได้จัดมากเลย แถมยังทำนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมาด้วยว่าไม่ได้ ผมยอมรับว่าผมพูดกับลูกผมสองภาษา เพราะว่าผมเริ่มพูดภาษาอังกฤษก่อนเป็นอันดับแรก แต่ภาษาไทยมาได้เมื่อผมมาอยู่เมืองไทย และพี่เธียรเองก็อยู่เมืองนอกหลายปีก็เลยสอนพูดกับลูกได้

“ขอม๊าหอมป๊าหนึ่งทีนะครับ เดี๋ยวป๊าเสียใจ” ผมบอกเจ้าลูกโซ่แทน ลูกโซ่ก็กอดอก หันหน้าหนีแต่ก็แอบหันมาเหล่ตามอง ผมก็พยักหน้ากับพี่เธียร “เร็วซิ ผมจะรีบไป” ผมบอกพี่เธียร เขาก็เอียงแก้มมา

“ม๊าจะหอมป๊าแล้วนะ” ยังอีกยังจะแกล้งลูกอีก

“ฟ้อด!!” ผมหอมแก้มคนพ่อ ก่อนจะเอามือลูบหัวเจ้าลูกโซ่

“ขับรถดีดีนะม๊า ป๊าเป็นห่วง ป๊าไม่อยากให้ม๊าขับรถไปเองเลยจริงๆ”

“ผมจะขับอย่างระมัดระวังขับป๊า”

“โทรหาพี่ด้วยเป็กซ์ ถ้ามีเรื่องอะไรโทรหาพี่ทันทีรู้ไหมครับ พี่เป็นห่วง” พี่ไปส์เดินมาเกาะกระจกรถพูดกับเป็กซ์ที่เข้ามานั่งข้างคนขับกับผม

“หมับ” เป็กซ์ดึงเสื้อพี่ไปส์เข้ามาและ จุ๊บปากไปหนึ่งที่ ก่อนจะเลื่อนกระจกปิด ผมก็ขับรถออกมาช้าๆ เหลือบไปมองกระจกมองข้าง

“มึงโคตรโชคดีเลยว่ะ บีม” เป็กซ์บอกผม ผมหันชำเลืองตามองเป็กซ์แว๊ปหนึ่งก่อนจะรีบออกตัวไป เพื่อไปดูหน้าอาจารย์เปรมสินี ผมคิดว่าควรจะมีอะไรสนุกให้อาจารย์เขาสักหน่อย เป็นน้ำจิ้ม ผมขับรถตรงไปที่สน ที่ใกล้จุดเกิดเหตุ ที่เป็กซ์ถูกไอ้โก้มันจับตัวไปและไอ้โก้มันถูกฝากขังไว้ที่นั่น ไม่มีใครติดต่อมาประกันตัวแต่อย่างว่าแหละมันเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทางตำรวจไม่ยอมใครให้ประกันตัวแน่นอน ผมอยากรู้เหมือนกันว่าอาจารย์เปรมสินีเขาจะพยายามเข้ามาประกันตัวไอ้โก้ไหม แต่ผมเดาว่าไม่ ผมขับมาจนใกล้จะถึงสถานีตำรวจที่ใกล้จุดเกิดเหตุวันนั้น ผมก็แวะที่ร้านขายอาหารตามสั่งตรงตึกพาณิชย์ในตลาด

“แวะทำไมวะ” เป็กซ์หันถามผมด้วยท่าทีสงสัย

“ซื้อของฝากไปฝากไอ้โก้ไง “ผมพูดก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ เป็กซ์มันเดินตามผมาลงไปติดๆ ผมเดินไปที่ร้านอาหารตามสั่งร้านหนึ่ง เขามองการแต่งตัวของผม ผมยอมรับว่าตั้งแต่มาอยู่กับพี่เธียร เรื่องการแต่งตัวเสื้อผ้าหน้าผมมันออกไปทางแบรนด์เนมเกือบหมดทั้งตัว แม่ค้าหันมามองผมสองคนด้วยความแปลกใจ ผมถอดแว่นตาเรแบรนออก

“สวัสดีค่ะคุณ จะรับอะไรดีคะ” ป้าเขาถามผม

“ผมจะสั่งอาหารนะครับ แบบใส่กล่องครับคุณป้า ผมขอเป็นข้าวผัดสองชุด น้ำโอเลี้ยงสองชุด” ผมพูดก่อนจะหันมามองเป็กซ์มันคงสงสัยว่าทำไมผมสั่งสองอย่างนี้

“ทำไมต้องสั่งข้าวผัดกับโอเลี้ยงวะ” เป็กซ์ถามผม ผมหันมามองเป็กซ์

“เมื่อก่อนญาติใครติดคุก เขาก็ซื้อข้าวผัดกับโอเลี้ยงไปเยี่ยมกัน เพราะว่าข้าวผัดมันทานได้ง่ายกว่า ไม่ต้องปรุงเยอะ ส่วนโอเลี้ยงนี้เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมสมัยก่อน และมันก็เหมาะสมกันดี จะให้ซื้อดีกว่านี้ก็เสียดายเงินว่ะ กูว่าเก็บเอาไว้ไปทำบุญดีกว่าไหม แทนที่จะเอาไปให้คนอย่างไอ้โก้มัน” ผมหันไปพูดกับเป็กซ์ มันก็พยักหน้า

“นั่งรอก่อนไหมคะ ป้ามีคิวสองสามคิว จะรีบทำให้ค่ะ” ป้าเขาหันมาบอกผมสองคน

“ไม่เป็นไรครับ ผมมีเวลาผมรอได้ครับ ทำตามคิวเถอะครับคุณป้า” ผมบอกกับแม่ค้า ก่อนจะหันมามองเด็กน้อยที่นั่งอยู่กับพื้นในคอกกั้น เล่นนั้นเล่นนี้ตามประสาเด็ก เนื้อตัวมอมแมม ผมเหลือบไปมองแม่ค้า เขาอายุเยอะแล้วนะไม่น่าจะมีลูกเล็กแบบนี้ได้ ดูน้องน่าจะไล่ๆ กับเจ้าลูกโซ่ ผมย่อตัวลง เขาหันมามองหน้าผม ยิ้มโชว์ฟันสี่ซี่

“ลูกของหลานสาวอีกทีนะคะ แม่มันไปทำงาน ผัวมันก็ติดคุก จะไม่ดูให้ก็ไม่ได้ เพราะว่าถ้าไม่ทำงานก็อดตายทั้งแม่ทั้งลูก” แม่ค้าหันมาบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ

“น้องทานนมยี่ห้ออะไรครับ”

“ยี่ห้ออะไรน่ะ นี่ค่ะ ป้าก็ไม่รู้ “ป้าเขาก็ชูกระป๋องนมมาให้ดูเม็กซ์ ผมจดใส่กระดาษเอาไว้ ก่อนจะหันมามองดูป้ายชื่อร้านและเบอร์โทร ผมจดเอาไว้หมอ เป็กซ์มันชำเลืองตามามองผม

“หิวไหมว่ะ” ผมหันมาถามเป็กซ์

“ไม่หิวว่ะ จัดการเรื่องนี้ก่อนดีกว่าว่ะ “เป็กซ์หันมาบอกผม เป็กซ์มันกำลังพิมพ์หยิกๆ

“ฟิล์มมันถามอยู่ว่าเป็นไงบ้าง” เป็กซ์พูด จังหวะนั้นผมเห็นน้องผู้หญิงอีกคนดูน่าจะเรียนมัธยมปลาย เธอขับรถมาเวสป้ามาจอดที่หน้าร้าน เธอหันมามองผมสองคน แอบตกใจก่อนจะยิ้มหวานมาให้ ผมยอมรับว่าผมสองคนไม่ได้ดูอ่อนแอ่นกันทั้งคู่

“ป้าได้หรือยังที่ฉันสั่งไว้นะ ฉันจะไปส่งข้าวให้พ่อแล้ว “เด็กสาวอายุราวๆ สิบห้าสิบหกปีพูดก่อนจะหันมามองผม กัดปากเเขินผมนิดนึง

“ได้แล้ว ที่หลังก็มาสั่งให้มันเร็วกว่านี่หน่อยซินางฝนและนี้พ่ออยู่เวรที่สน. หรือไง วันนี้นะ” ป้าคนขายข้าวหันมาทักทายอย่างคนคุ้นเคย

“ใช่จ้ะ วันนี้พ่ออยู่เวรที่สถานีตำรวจ” เธอตอบพร้อมกับหันมายิ้มให้เล็กน้อย ผมก็ยิ้มตอบเธอ

“นี่นางฝนรับไปซิ เดี๋ยวข้าวพ่อมึงก็เย็นหมด” น้องเขามัวแต่มองผมเพลินไปหน่อย ผมยอมรับว่าความเป็นลูกครึ่งของผมมันทำให้มีสาวหันมาเหล่ตามองกันหมด ทำให้ผมมีแม่ยกเยอะเวลาไปทำงานในผับ แต่ความจริงผมไม่ได้แมนแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์

“เร่งจังเลยป้านิ อุตส่าห์เจอคนหล่อทั้งที่” เธอพูดก่อนจะหันมายืนมองผมด้วยท่าทีกระมิดกระเมี้ยน

“ตลอดละมึงนะ รีบไปพ่อมึงรอกินข้าวไม่ใช่เหรอ “แม่ค้าหันมาพูดกับน้องผู้หญิงคนนั้น

“น้องครับ ไปส่งข้าวที่ไหนเหรอครับ” ผมถามน้องผู้หญิงก่อนที่เธอจะหันหลังเดินออกไป

“ไปส่งข้าวที่สถานีตำรวจนี้นะคะพี่ มีอะไรหรือเปล่าคะ” น้องเขาหันมาถามผมทันที

“รอพี่แป๊บหนึ่งได้ไหมครับ พี่สองคนจะไปที่สถานีตำรวจพอดีเลย แต่ว่าไปไม่ถูกนะครับ พี่มีนัดกับใครบางคนที่นั่น รบกวนน้องคนสวยพาพี่สองคนไปทีได้ไหมครับ” ผมถาม

“ได้ซิคะ จะให้ยืนรอนานแค่ไหนก็รอได้ค่ะ” น้องฝนบอกผม เป็กซ์มันขมวดคิ้วมองผม ผมขยิบตา ป้าคนทำอาหารที่ผมสั่งก็เสร็จพอดี

“ป้าครับรบกวนแยกเป็นชุดให้ผมด้วยได้ไหมครับ ขอบคุณครับ” ผมบอกป้าคนขายก่อนจะ ฉีกกระดาษมาเขียนหยิกๆ ลงไปในกระดาษ และผมก็ใส่ลงไปในถุงข้าวนั้น

“มึงจำรถอาจารย์เปรมสินีได้ไหมวะ” ผมหันมากระซิบถามเป็กซ์

“ได้ดิ จำแม่นด้วย เขาเคยนัดมาคุยกับกู เขาขับรถมา เขาไม่ลงจากรถนะ แค่เปิดกระจกแง้มมาคุยกับกู” เป็กซ์พูดกับผมไม่ดังมาก ผมพยักหน้า ก่อนจะหยิบพันส่งไปให้ป้าคนขาย

“ป้าไม่มีถอนเลยลูก” ป้าคนขายข้าวบอกผม

“ไม่ต้องถอนครับป้า ถือซะว่าเป็นค่านมให้หลานแล้วกันนะครับ “ผมพูดก่อนจะรับถุงมาถือไว้ และหันมามองน้องน้ำฝน

“เราไปกันได้เลยไหมครับ… น้อง?”

“น้ำฝนค่ะ”

“ครับน้องน้ำฝน พี่ชื่อพี่บีมนะครับและนี่พี่เป็กซ์ครับ” ผมแนะนำตัวผมและเป็กซ์ น้องเขาก็มองผมสองคนตาเป็นมันเลย

“เดี๋ยวพี่ขับตามฝนมาเลยนะคะ พ่อของฝนนะเป็นหัวหมู่ที่สนนี้ค่ะ “น้องเขาบอกผม ผมพยักหน้า ก่อนจะกดปลดล๊อกรถเก๋งคันหรูซะก่อน น้องเขายิ่งมองรถคันหรูของพี่เธียรใหญ่เลย ผมเข้าไปนั่งในรถตามมาด้วยเป็กซ์ ผมสวมแว่นตาก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนรักที่มองผมแบบมีเลศนัย

“กูจะไปฟ้องพี่เธียร มึงหรี่หญิง” เป็กซ์มันพูดปนหัวเราะ

“แล้วมึงจะมีหน้าตาไว้ทำไม ถ้าไม่ใช่ให้เป็นประโยชน์วะ” ผมพูดก่อนจะออกรถและขับตามน้องน้ำฝนไป เขาก็หันมามองผมเป็นระยะ เหมือนกลัวจะคาดกัน ระหว่างที่ผมกำลังขับรถตามเธอเข้าไป

“นั้นไง รถอาจารย์เปรมสินี จอดอยู่นัน รถหรูซะด้วย แกคงได้มาจากคนใหญ่คนโต ที่แกหาเด็กไปเป็นของเล่นให้เขาวะ” เป็กซ์บอกผม ผมหาที่จอดรถก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไป

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.34 (เธียรXบีม)การพบกันในฐานะศัตรูตัวร้าย P1

EP.34 (เธียรXบีม)การพบกันในฐานะศัตรูตัวร้าย P2
Rrrr เบอร์ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา ผมรีบกดรับสายทันที ผ่านแอร์พอร์ตที่เสียบหูผมเอาไว้

“สวัสดีครับ พี่บีมใช่ไหมครับ ผมนริศครับ”

“สวัสดีครับน้องนริศ “นริศคือนักศึกษาเอกบัญชี เคยเป็นลูกศิษย์คนสนิทของอาจารย์เปรมสินีมาก่อน นริศเป็นเด็กผู้ชายผิวขาว ตัวเล็ก หน้าตาจัดว่าดี แต่ดันมาโดนอาจารย์เปรมสินีหลอกให้ไปทำงานและไปโดนพวกนี้รุมขมขื่น น้องเขาเลยหายไปจากระบบการศึกษา เพราะว่าอาจารย์เขามีคลิปมาขู่ห้ามแจ้งความ ห้ามบอกใครทั้งนั้น แต่ว่าตอนนี้

“พี่ครับ ผมได้รับอิเมลจากพี่แล้วนะครับ ผมพร้อมแล้วครับที่จะช่วยส่งคนที่มันทำลายชีวิตผมไปเข้าคุก”

“พี่ดีใจนะครับ นั้นแปลว่าน้องได้ก้าวข้ามเรื่องแย่ๆ นั้นมาแล้ว ว่าแต่น้องจะมากรุงเทพเมื่อไหร่ครับ”

“ผมจะไปพรุ่งนี้เลยครับ”

“พรุ่งนี้พี่จะไปรับที่สนามบินและหาที่พักให้เราด้วย เจอกันนะครับนริส และพี่ดีใจที่เรากล้าจะออกมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ขอบคุณนะครับ “ผมบอกน้องเขาก่อนจะวางสาย เป็กซ์มองหน้าผมด้วยความแปลกใจ

“มึงคุยกับใครวะ” เป็กซ์ถามผม

“เด็กที่มึงบอกว่าเขาโดนเหมือนอาจารย์ทำเหมือนที่เขาพยายามทำกับกูไง แต่น้องเขาโชคร้ายกว่ากู “ผมพูดไอ้เป็กซ์มันทำสีหน้าประหลาดใจ

“มึงหาตัวเขาเจอด้วยเหรอวะ”

“ใช่กูเจอเขาแล้ว อากันตภณไปหาข้อมูลมาให้ และอากันก็ให้อิเมลน้องเข้ามา น้องเขาไม่มาเรียนเลยหายไปเฉยๆ และน้องคนนี้ก็เคยติดต่อกับอาจารย์เปรมสินี เรียกว่าสนิทกันเลย แน่นอนมันแปลก อาจารย์กันตภณเลยพยายามหาข้อมูลเด็กคนนี้มาพักหนึ่งแล้ว”

“หลังจากที่กูส่งอิเมลไปหาน้องเขา เขาก็โทรกลับมาคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น น้องไม่กล้ามาเรียน มันเอาคลิปมาขู่ กูว่ามีอีกหลายคลิปเลย แต่หลักฐานมันอยู่ที่ไหน “ผมพูด ก่อนจะหันมามองหน้าเป็กซ์

“กูไม่รู้จริงๆ ว่ะ อาจารย์เปรมสินี เขาก็ไม่ได้ไว้ใจกูมากนะมึง เหมือนเขาแค่ต้องการให้กูจัดการมึงอย่างเดียว เลยไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเยอะ ทั้งที่กูก็หลอกถามแกหลายครั้งแล้วนะ” เป็กซ์หันมาพูดกับผม

“กูว่าไอ้โก้รู้ คนนอนคุยมันต้องคุยกันทุกเรื่องแหละว่ะ” ผมพูดก่อนจะพยักพเยิดให้พากันออกไปได้แล้ว และน้องน้ำฝนก็มายืนมองผม ส่งสายตาวิ้งๆ มาให้

“น้องน้ำฝนครับ พี่รบกวนเอาถุงข้าวนี้ไปแขวนไว้ที่รถหรูคันนั้นให้พี่หน่อยได้ไหมครับ พอดีพี่สาวเขาฝากซื้อข้าว น่าจะไปให้ใครสักคนในนี้แต่พี่รีบนะครับ กลัวออกมาไม่เจอ ได้ไหมครับ น้องน้ำฝนคนสวย” ผมพูดจาเสียงอ่อนเสียงหวานใส่

“รถคันนั้นเหรอคะ หรูมากเลยนะคะ แต่พี่ขอมาฝนจัดให้ค่ะ” น้องน้ำฝนพูดกับผม ผมก็ยื่นถุงข้าวไปให้ น้องเขารีบคว้ามแต่ไม่ได้คว้าถูกข้าว เขาคว้าข้อมือผม เขาก้มลงมองนาฬิกาก่อนจะทำตาวาว ยอมรับว่านาฬิกาเรือนนี้แพงหูฉี่เลย เรือนนี้ผมได้มาจากพี่เธียร เขาซื้อให้เพราะว่าเขาอยากให้ผมใส่ของดีดีไปนั่งทำงานกับเขา

“ขอไลน์ได้ไหมคะพี่ “ฝนหันมาถามผม

“ได้ซิครับ พี่จัดให้เหมือนกัน” ผมพูดก่อนจะเขียนไลน์ของผมส่งไปให้ และผมก็หันมายิ้มกับเป็กซ์ แต่ว่ามันเหลือตาขึ้นบน ก่อนจะเบ้ปากนิดนึง

“โอ๊ย!!” ผมกระทืบเท้ามันเบาๆ แต่มันดันร้องซะดัง

“พี่เป็นอะไรไปเหรอคะ” สาวน้อยหันมาถามเป็กซ์ที่ยืนเขย่งเท้าอยู่

“เออ มดครับ มดกัดเท้าพี่ครับ” เป็กซ์มันตอบ น้องเขาก้มลงมองเท้าไอ้เป็กซ์ทันทีรองเท้าผ้าใบทรงสูงพื้นหนังสีดำเข้ากันกับกางเกงเด้ปสีดำของมันมากดูแล้วมันคงได้สปอยด์มาจากพี่ไปส์แน่ๆ แต่มันสูงและมิดชิดขนาดนี้ มดบ้านมึงดิมุดลงไปได้ ผมหันมามองหน้ามัน มันยังเหลือกตามองผมอีกน่ะ

“มดนี้มันเข้าไปในรองเท้าพี่ได้ด้วยเหรอคะ” น้องเขาถามพร้อมกับก้มลงมองต่ำ

“มันคงอยู่กับพี่มาพักหนึ่งแล้วตั้งแต่ก่อนพี่ใส่นะครับ” เป็กซ์มันตอบน้องเขา

“น้องน้ำฝนพี่ฝากหน่อยนะครับ และพี่จะขอขึ้นไปทำธุระก่อนนะครับ “ผมรีบบอกน้ำฝนทันที

“อย่าลืมแอดไลน์มาหาพี่นะครับ พี่รออยู่” ผมหันมาบอกน้องน้ำฝน เด็กสาวหันมายิ้มให้ผมก่อนจะรีบถือถุงนั้นไปแขวนไว้ที่รถของอาจารย์เปรมสินี ผมหันมาแตะไหล่ไอ้เป็กซ์พากันขึ้นไปบนโรงพักได้แล้ว

“เป็กซ์เอามือถือกูไปนะ กูจะฟังการสนทนา ส่วนมือถือมึงเอามาให้กู และถ้ามีอะไรที่น่าสนใจ อัดเสียงส่งมาให้กูเลยนะ” ผมบอกเป็กซ์ ก่อนจะสลับมือถือผมให้เป็กซ์มัน ผมตั้งเอาไว้แล้วดังนั้นจะสามารถฟังการสนทนาผ่านแอร์พอร์ตได้ตลอด

“มึงจะไปไหน” เป็กซ์ถาผมม

“ไปเยี่ยม ผัวอาจารย์ไง” ผมกระซิบ ก่อนจะถือถุงของเยี่ยมเข้าไป ผมแยกกับเป็กซ์มันทันที ผมเดินไปหาคนที่ทำหน้าที่รับเรื่อง ผมเดินเข้าไปอย่างสุภาพ ผมเหลือบไปเห็นอาจารย์เปรมสินีกำลังนั่งให้ปากคำอยู่ในห้องและเป็กซ์ถูกพาตัวเข้าไปเช่นกัน

“สวัดดีครับ ผมมาขอเยี่ยมนายวิษณุครับ ผมเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนที่เดียวกันนะครับ” ผมบอกเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ เขาก็ทำคิดก่อนจะพูดว่า

“ไอ้คนที่มันฆ่าคนโดนเจตนานะเหรอ” ลุงเขาถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่และเขาก็พาผมเดินเข้าไป ผมเริ่มได้ยินการสนทนาของเป็กซ์กับเจ้าหน้าที่ เป็กซ์กำลังเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเดินไปฟังไปด้วย ผมกำมัดแน่น ไอ้โก้ มึงนี้มันโง่จนยอมทำในสิ่งที่ชั่วๆ แบบนี้ได้ ผมเดินไปจนถึงหน้าห้องขัง ภายในกรงมีแค่ไอ้โก้คนเดียว

“ให้เวลาแค่สิบห้านาทีนะครับ” คุณตำรวจบอกผม ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินมาจับลูกกรงมองคนที่นั่งอยู่

“ไอ้หนุ่มมีคนมาเยี่ยม”

“เมียผมมาประกันตัวผมแล้วใช่ไหมลุง” เขาถามคุณตำรวจผมถึงกับยิ้มด้วยความสมเพช เพราะว่าทุกการสนทนาของอาจารย์เปรมสินีก็อยู่ในหูผมหมด

// เป็กซ์ ส่งข้อความเสียงนี้มาให้หน่อยดิ “ผมส่งข้อความที่เบอร์มือถือผม ไปบอกเป็กซ์ก่อนจะชะโงกมองไปที่ไอ้โก้ มันหันมาเห็นผมเข้า มันก็ตกใจแน่นอนมันรู้จักผมและคงรู้มานานแล้วจากอาจารย์เปรมสินี พอนายตำรวจเดินออกไป

“ผิดหวังเหรอ ที่ไม่ใช่เมียรักมึงนะ “ผมถามพร้อมกับชูของที่ผมเอามาเยี่ยมมัน มันรับไปถือก่อนจะปาลงพื้น ด้วยความโมโห

“กูไม่แดก อย่าให้กูออกไปได้นะมึง กูเล่นมึงทั้งกลุ่มแน่” ไอ้โก้มันพูดพร้อมกับกัดฟันกรามดังกรอดๆ

“มึงยังคิดว่าจะได้ออกอีกเหรอโก้ ขนาดเมียมึงที่ว่าเส้นใหญ่ เขายังไม่ยอมประกันตัวมึงเลย แถมเขายังปฏิเสธทุกอย่างว่ามึงทำเอง เขาบอกว่ามึงทำเพราะว่ามึงหึงหวงไอ้เป็กซ์มัน เลยอยากจะฆ่าเอง เขาไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับมึง” ผมพูดพร้อมรอยยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่สมเพชมันมากกว่า

“ไม่จริง กูนี่นะหึงหวงไอ้ตุ๊ดนั้น มึงก็ตุ๊ด “ไอ้โก้มันพูด

“แต่ตุ๊ดอย่างพวกกูยังมีศักดิ์ศรีมากกว่ามึงวะโก้ พวกกูนะไม่ได้แบมือขอเงินใคร พวกกูส่งตัวเองเรียนกัน มึงรู้ดีว่าไอ้เป็กซ์มันส่งตัวเองเรียน ดีกว่ามึงที่ยอมนอนกับเขาเพื่อเงินและคงคิดว่าเขาจะเอามึงไว้เป็นผัวยืนหนึ่ง แต่ไม่ใช่!!” ผมยืนกอดอกพูดกับไอ้โก้ ผมพูดตอกใส่หน้ามันอย่างชัดถ้อยชัดคำ มันมองหน้าผมเขม็ง ถ้าไม่ติดว่ามีลูกกรงมากั้นไว้ มันคงออกมาตะบันหน้าผมแล้ว

“มึงเป็นได้แค่เด็กขายน้ำของอาจารย์เปรมสินี ศักดิ์ศรีมึงไปไหนหมดว่ะโก้! หรือมึงเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต่างกับแมงดาปะว่ะ” ผมจับลูกกรง ผมพูดและมองจ้องหน้าไอ้โก้ มันหันมามองหน้าผมมันยิ่งกำหมัดแน่นขึ้น

“กูไม่ใช่เด็กขายน้ำ!! กูเป็นผัวมัน!!”

“หึๆ “ผมหัวเราะก่อนเปิดข้อความเสี่ยงที่เป็กซ์ส่งมาให้ผมและโชว์ให้โก้มันฟัง

// ดิฉันกับนายวิษณุไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากอาจารย์และลูกศิษย์ค่ะ เขาเป็นแฟนกับนายจิรายุค่ะ แต่ว่าเด็กคนนี้เขามีปัญหาเรื่องเงินร้อนเงินค่ะ เลยมาขอเงินดิฉัน ดิฉันก็เห็นใจก็เลยให้การช่วยเหลือในฐานะอาจารย์ค่ะ คุณตำรวจคิดว่าฉันจะเอาเด็กพวกนี้มาเป็นสามีฉันได้ยังไงคะคุณตำรวจ เป็นได้แค่เด็กสร้างบ้าน แถมยังมาสร้างเรื่องเดือดร้อนให้อีก แค่ฉันให้การช่วยเหลือจนจบก็บุญหนักหนาแล้วค่ะ ดังนั้นฉันขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าฉันสมรู้ร่วมคิดในการวางแผนฆ่านายจิรายุ นายวิษณุเป็นคนทำคนเดียวค่ะ ไม่เกี่ยวกับดิฉัน” ผมเปิดให้ไอ้โก้มันฟังชัด

“มึงมันก็แค่นอนกับเขาเพื่อเงินเหรอวะโก้ และยังทำเพื่อเขาอย่างกับคนที่จงรักภักดี ลงทุนแม่งขนาดนี้แต่เขาบอกว่า มึงเป็นแค่เด็กสร้างบ้าน มึงนี้มันโง่กว่าที่กูคิดไว้เยอะนะโก้นะ” ผมพูด

“ไอ้เชี้ย!! อีเชี้ย” ไอ้โก้มันสบถออกมาและแสดงสีหน้ากริ้วโกรธจนต้องขบกล้ามเป็นสันนูนขึ้นอย่างชัดเจน

“ศักดิ์ศรีมึงไปไหนหมดวะโก้ อุตส่าห์เรียนมาจนจบวิศวคอมพิวเตอร์ เป็นถึงพี่ว้ากที่น้อง ๆ ยกมือไหว้แต่ที่ไหนได้ แม่งก็แมงดาดีดีนี่เอง ภูมิใจไหมวะโก้ ที่เขามองมึงเป็นแบบนั้น”

“แต่มึงก็ต้องเข้าไปชดใช้ที่มึงทำอยู่แล้ว แถมยังถูกตราหน้าว่ามึงเป็น คนที่มานอนกับเขาเพื่อแลกเงิน น่าสมเพชว่ะโก้” ผมพูดก่อนจะหันไปมองทางอื่นแต่แอบหันมาเหล่ตามอง

“กูเป็นผัวมัน!!!”

“มึงหลักฐานไหมล่ะ” ผมถามมัน

“มึงจะให้มันลอยหน้ามีความสุขแต่มึงอยู่ในคุกคนเดียวเหรอวะ และมันก็ไปหาคนใหม่ แล้วมึงล่ะ ออกมาแบบคนขี้คุก หมดอนาคต มึงทำตามเขาเพราะคิดว่าเขาเลือกมึง ไม่ใช่”

“เขาไม่ได้อยากให้มึงเป็นสามีเขา เขาอยากได้ อาจารย์กันตภณ และที่เขาทำกับกูเพราะว่าเขาต้องการอาจารย์กันตภณ “ผมบอกไอ้โก้

“มันหลอกใช้กู!!!” โก้พูดพร้อมกับใช้กำปั้นทุบลูกกรง

“เฮ้อ!! กว่าจะรู้เกือบสายเนอะ” ผมพูดก่อนจะหันมามองคุณตำรวจที่เดินมาหาผม

“ผมต้องพาผู้ต้องหาไปฝากขังที่กรุงเทพแล้วครับ “เขาเดินมาบอกผมว่าจะย้ายโก้มันไป ผมหันมามองหน้า

“ประกันตัวไม่ได้เหรอครับคุณตำรวจ” ผมถามบุคคลในเครื่องแบบ

“ก็ไม่มีใครมาประกันนี่ครับ พ่อแม่ยังไม่ติดต่อมาเลย และคดีแบบนี้ห้ามประกันอยู่แล้วด้วยครับ” คุณตำรวจพูด ผมหันมายิ้มให้โก้

“ตกลงมึงจะเข้าไปอยู่คนเดียวใช่ไหมวะโก้” ผมถามมันอีกทีก่อนจะยิ้มที่มุมปาก “ก็กลายเป็นไอ้ขี้คุกแทนเมียมึงไปแล้วกัน” ผมพูดและทำท่าจะเดินออก

“เดี๋ยว! กูมีเด็ดกว่านั้น แต่มันอยู่ในมือถือกู มือถือเครื่องเก่า เป็กซ์มันรู้ว่ากูซ้อนไว้ที่ไหน ในนั้นมีคลิปเพียบที่มันทำ กูจะไม่ยอมรับผิดคนเดียว” ผมหันมายิ้มให้มัน

“มันไม่ประกันตัวมึงแต่ไม่ต้องห่วงน่ะ กูส่งเขาไปเล่นกับมึงในคุกแน่นอน เอาคืนตามสบาย” ผมกระซิบกับโก้มันก่อนจะเดินออกมาและยิ้มให้คุณตำรวจ ผมสวมแว่นตาเรแบนกลับเข้าไป

“ผีเน่ากับโลงผุ เกิดมาก็เพิ่งจะได้เจอวันนี้นี่เอง เหมาะสมกันดี” ผมพูดเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปทันที ผมเดินไปหาเป็กซ์ เขานั่งรอผมอยู่ น่าจะจบการสนทนาแล้ว

“มันปฏิเสธทุกข้อหาเลยว่ะ” เป็กซ์กระซิบกับผม

“ไอ้โก้มันบอกว่ามีคลิปเด็ดแต่อยู่ในมือถือมัน และมึงรู้ว่ามันซ้อนไว้ที่ไหน “ผมกระซิบกับเป็กซ์ มันมองหน้าผม จังหวะนั้น อาจารย์เปรมสินี เดินออกมา เขามองหน้าผม เขาคงแปลกใจว่าผมมากับเป็กซ์ด้วย

“ขอบคุณมากนะคะคุณตำรวจ ถ้ามีอะไรให้ดิฉันช่วยบอกได้เลยนะคะ ฉันยินดีช่วยคุณจิรายุ เพราะว่าเขาคือลูกศิษย์ ถึงแม้จะไม่ได้สั่งสอนมาเองก็ตาม แต่ถ้าดิฉันเป็นคนสอนเองก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” อาจารย์เปรมสินีพูดก่อนจะหันมามองผมสองคน

“อาจารย์เขาเป็นคนใจดี อุตส่าห์เสนอตัวเข้าช่วยเหลือขนาดนี้ ผมนี้ปลื้มจนน้ำตาไหลเลยครับ คุณตำรวจ” ผมหันไปพูดก่อนจะมองหน้าอาจารย์ ปกติไม่เคยยืนใกล้กันขนาดนี้ ส่วนอาจารย์เปรมสินีก็มองหน้าผม

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวเลยนะครับ ผมต้องพาตัวผู้ต้องหาไปส่งแล้ว ไปฝากขังที่เรือนจำกลางเลย” คุณตำรวจหันมามองผมกับอาจารย์เปรมสินีก่อนจะขอตัวเดินออกไป

“ค่ะ เชิญค่ะ “อาจารย์เปรมสินีพูด ก่อนจะหันมามองหน้าผม ผมก็มองหน้าอาจารย์กลับเช่นกันแต่เธอกลับแสดงท่าทีเมินผมพร้อมกับกำลังจะหันหลัง

“เราไม่เคยได้คุยกันสักครั้งเลยนะครับอาจารย์ “ผมพูดขณะที่เธอก้าวเท้าจะเดินออกไป เธอหยุดชะงัก

“ไม่คุยกันหน่อยเหรอครับอาจารย์ เดี๋ยวจะไม่ได้คุยกันนะครับ เพราะว่าหลายปีนะครับ ที่อาจารย์ต้องไปชดใช้ในสิ่งที่อาจารย์ทำ” ผมพูด เธอหันกลับมาหาผม ก่อนจะส่งยิ้มให้ผม

“เธอคิดว่าเรื่องแค่นี้ จะทำอะไรฉันได้ ฉันเป็นใคร เธอเป็นใคร หรือคิดว่าแค่มีอาจารย์กันตภณคอยคุ้มกะลาหัวแล้วจะผยองกับฉันได้อย่างนั้นหรือ” อาจารย์เปรมสินีพูดกับผม

“ผมมีกฎหมายคุ้มกะลาหัวผมอยู่ ใครจะอยู่เหนือกฎหมายได้ครับหรือว่ากลุ่มคนที่อาจารย์เคยไป" ผมพูดและทำท่าคิด " ทำอย่างที่อาจารย์เคยส่งนักศึกษาตัวเองไปละครับ อาจารย์คิดว่าพวกเขาจะออกมาปกป้องหรือว่าเขาจะโยนให้อาจารย์รับกันแน่ละครับ” ผมก้าวเท้าเข้าไปหาเธอ เธอหันมามองหน้าผม

“มันทำให้ผมมองเห็นอาชีพใหม่ไว้รอสำหรับอาจารย์ หลังจากที่อาจารย์พ้นโทษ แม่พิมพ์ของชาตินี้สูงค่าเกินไปนะครับ ผมว่าแม่เล้าน่าจะเหมาะกว่า ดอกเตอร์เปรมสินี” ผมพูดไม่ดังมากแค่ได้ยินกันระหว่างเธอและผม

“บีม!! อย่าได้ลองดีกับฉัน แค่แกรอดไปได้ก็บุญหนักหนาแล้ว อย่าได้กลับมาลองดีกับฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้ ไม่กล้าสู้หน้าใครอีกได้เลย อาจจะฆ่าตัวตายไปเลยก็ได้นะ” อาจารย์เปรมสินีพูด เขามองหน้าผม

“ผมนะเหรอครับลองดีกับผู้มีพระคุณ ที่ส่งให้ผมไปจนได้สามีที่รักผมมากและมีลูกที่น่ารักขนาดนั้น แต่อาจารย์ซิครับต้องนอนเหี่ยวแห้งเฉาตายอยู่คนเดียว จนต้องใช้ร่างกายล่อใจเด็ก และหลอกใช้นักศึกษาตัวเอง แถมยังถีบหัวส่งให้เขาไปรับโทษอยู่คนเดียว” ผมพูดก่อนจะหันไปมองคนที่ถูกพาตัวออกมาจากห้องขัง เพื่อนำไปส่งฝากขัง คนนั้นคือไอ้โก้ โก้มันหันมามองผมและอาจารย์เปรมสินี

“ทำไมประกันตัวกู!!” โก้มันตะโกนใส่อาจารย์เปรมสินี เธอแค่หันไปมอง

“มึงทำแบบนี้ได้ไง กูนี่ผัวมึง อย่าให้กูเจอมึงอีกนะ ถ้ามึงเข้าไปในนั้นเมื่อไหร่ มึงเจอกูแน่!! อีเปรมสินี!!!” และโก้ก็ถูกพาตัวออกไป ผมหันมามองหน้าอาจารย์เปรมซินี

“ดูท่าทางความสนุกจะรออาจารย์อยู่นะครับ เด็กมันคงติดใจอาจารย์น่าดู “ผมพูดก่อนจะหันมาผงกศีรษะกับเป็กซ์ว่าไปกันได้แล้ว

“หมับ” อาจารย์เปรมสินีจับแขนผม แต่เป็กซ์มันปัดมืออาจารย์เปรมสินีออก ผมแค่หลุบตาลงมองแค่นั้น

“แกไปบอกอะไรไอ้โก้มัน!!”

“บอกในสิ่งที่โก้ควรจะรู้เกี่ยวกับที่อาจารย์พูดนั่นแหละครับ “อาจารย์เปรมสินีหันมามองเป็กซ์ทันที

“แกกล้ามากนะบีม แกรู้ไหมว่าฉันมีคลิปที่แก ที่เสพยา อย่าให้ฉันเอามันประจานแกนะ”

“อาจารย์พูดแบบนี้แสดงว่าอยากจะให้ผมเอาคลิปเด็ดๆ ของอาจารย์มาแลกเหรอครับ ถ้าอาจารย์กล้าแรก ผมก็กล้าครับ เพราะว่า ผมเชื่อว่าคลิปที่อาจารย์มีไม่เด็ดเท่าคลิปผมแน่นอน เพราะถ้ามันเด็ดจริง อาจารย์เอาออกมาตั้งนานแล้วแหละครับ ไม่รอให้ถึงตาทีสุดท้ายแบบนี้หรอกครับ” ผมพูด เธอมองหน้าผม

“ฉันนี่ประเมินเธอต่ำไปจริงๆนะ บีม”

“ขอบคุณนะครับ ผมถือว่าเป็นคำชม แต่ผมแอบผิดหวังในตัวอาจารย์นะครับ ผิดหวังเพราะว่าผมดันประเมินอาจารย์สูงเกินไป จากความจริง ผมคิดว่าดอกเตอร์น่าจะมีวิธีที่จะงัดมาสู้กับผมได้ดีกว่านี้ ไม่ใช่ไปหลอกใช้คนป่วยอย่างแพรวา” ผมพูด สายตาผมกับเธอประสานกัน

“แถมยังกล้าใช้เพื่อนสนิทของผมมาทำร้ายผมเอง แต่ผมรักเพื่อนผมยกโทษให้เพื่อนผมได้ แต่กับอาจารย์เห็นทีจะไม่ได้ ถ้าผมทำให้ตำแหน่งที่อาจารย์อุตส่าห์ใช้วิธีสกปรกได้มาต้องสั่นคอน ผมขอโทษนะครับ ผมเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง” ผมพูดสายตาผมประสานกับสายตาแข็งกร้าวของอาจารย์เปรมสินีแบบไม่ลดละ ในแววตาคู่นั้นมันแข็งก็จริงแต่มันอ่อนแอภายใน ผมสังเกตจากการกลืนน้ำเหนียวของเธอนั้น

“แต่ผมก็นับถือในความใจกล้าของอาจารย์ที่ลงทุนเอาตำแหน่งมาแลกกับผมเลย เป็นเกียรติอย่างยิ่งนะครับอดีตรองศาสตราจารย์ ตำแหน่งนี้คงจะว่างในไม่ช้านี้” ผมพูด ผมเดินเข้าไปใกล้กับเธอ เราห่างกันแค่ไม่กี่คีบเท่านั้นเอง ก่อนจะโน้มตัวลงไปพูดกระซิบที่หูเธอ

“อาจารย์ทำไปแค่เพราะว่าอาจารย์หึงหวง คนที่เขาไม่ได้เป็นอะไรกับอาจารย์ เจ็บมากไหมครับ ที่ทนเห็นผมกับอาจารย์กันตภณแบบนั้น ตำตาตำใจอาจารย์มาหลายปีซินะครับ “ผมถามอาจารย์เปรมสินีมองผมก่อนจะหันมามองเป็กซ์ เขาคงรู้ว่าคนที่บอกผมคือเป็กซ์ เป็กซ์ก็แค่ยืนมองเธอ

“ผมเห็นใจอาจารย์นะครับ ที่ทำได้แค่ทนดู อาจารย์คงเก็บกดน่าดูถึงได้ จิ้มปากลงบนใบหน้าผมแบบนั้น ซ้ำ ๆ ซ้ำๆ” ผมพูดก่อนจะชำเลืองตาลงมองที่มือสวยนั้นถูกกำจนแน่น

“ผมคิดว่าแพรวานี้หนักแล้วนะครับ อาจารย์หนักกว่าแพรวาอีก ผมว่าอาจารย์รู้ดีว่าแพรวาเขาป่วยอยู่ แต่อาจารย์น่าจะไม่รู้ตัวเองนะครับว่า อาจารย์ก็ป่วยและอาจจะหนักกว่าแพรวา!”

“แก!!” อาจารย์เปรมสินีหันขวับมาทางผมเธอทำท่าจะยกฝ่ามือขึ้น

“จะตบผมบนโรงพักเหรอครับ ตบได้นะครับ ผมยินดี เอาหน้าผมไปแลกกับภาพลักษณ์เมื่อสักครู่ของอาจารย์ ที่อุตส่าห์พูดกับคุณตำรวจไว้อย่างดี และผมมีเวลาพอจะให้ปากคำเพิ่มถ้าอารจารย์อยากได้คดีทำร้ายร่างกายผมอีกสักคดี ทนายผมนะหาได้ไม่ยากเร็วด้วย สามีผมคนรู้จักเยอะ “ผมบอกเธอ เธอชักมือกลับทันที

“และผมจะไม่ตบอาจารย์กลับแน่นอนเพราะว่ามือผม" ผมพูดก่อนจะยกฝ่ามือผมขึ้นมาพิจารณาดู ผมโชว์แหวนนิ้วนางข้างซ้ายไปด้วย “มีค่ามากกว่าใบหน้าอาจารย์ ผมเก็บเอามือนิ่มๆของผมเอาไว้ลูบหน้าสามีที่บ้านดีกว่า มีค่ากว่าเยอะ” ผมพูดก่อนจะก้าวถอยหลังออกมา

“วันนี้ผมแค่ตั้งใจมาทักทาย เอาไว้เราคงจะได้เจอกันแบบจริงๆ ไปทำการบ้านมาเยอะๆ นะครับ ดอกเตอร์” ผมหันหลังเดินออกทันที เหลือไว้แค่อาจารย์เปรมสินี เขายืนกำหมัดแน่น และเธอก็หยิบโทรศัพท์ขั้นมาคงโทรหาใครสักคนที่จะช่วยเธอได้ ผมเดินมาขึ้นรถคันหรูของพี่เธียร จังหวะนั้นผมเห็นเธอเดินปรี่มาหาผมที่รถ ผมก็ลดกระจกลง ก่อนจะหันไปมองดอกเตอร์เปรมสินี เธอถือถุงข้าวผัดกับโอเลี้ยงที่ละลายจนหมดแล้ว มาชูขึ้นให้ผมดู

“แกทำแบบนี้กับฉันใช่ไหม แกคงคิดว่าวันนี้ฉันจะได้อยู่ในกรงนั้น แกไม่มีทางทำอะไรฉันได้ ไอ้เด็กเมื่อวานซีน” อาจารย์เปรมสินีพูด ผมก็ใช้นิ้วเรียวยาวเหมือนลำเทียนขึ้นมาจับปลายคางมนๆของผมก่อนจะหันไปมองปลายคางคนที่ยืนจ้องผมอยู่ มีแต่ซิลิโคนที่อัดฉีดเข้าไปจนแหลม

“ผมไม่ได้คิดว่าอาจารย์จะเข้าไปวันนี้หรอกครับ เพราะว่าความสนุกมันยังรออาจารย์อยู่อีกเยอะ อย่าเพิ่งรีบเลยครับ”

“และที่ผมสั่งอันนี้ให้ก็เพราะวันที่อาจารย์ต้องเข้าไปจริงๆ ผมอาจจะไม่ว่าง ช่วงนี้ลูกกวนตัว ผัวกวนใจนะครับ เลยซื้อไว้ให้ก่อน ไม่ว่ากันนะครับ”

“ผมดูในเมนูอาหารแล้ว ก็ไม่มีอันไหนที่จะเหมาะกับอาจารย์เท่านี้แล้วครับ ข้าวผัดกับโอเลี้ยง "

"แถมเมื่อสักครู่ผมก็เอาไปเยี่ยมผัวอาจารย์มาเหมือนกันนะครับ ผมใจดีสั่งให้สองชุดเลย” ผมพูดกับเธอ มือสวยๆ นั้นกำถุงไว้แน่น เธอทำท่าจะปาทิ้งลงพื้น

“เป็นถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้ว ผมว่าควรทิ้งขยะให้ลงถังจะดีกว่านะครับ ตัวอย่างที่ดีมันควรจะเริ่มจากครูอาจารย์ ถ้าเป็นตัวอย่างที่ดีไม่ได้ ไปหาชีพอื่นทำเถอะครับ ครูอาจารย์ที่ดีมีเยอะแยะอย่าทำให้เขาเสียไปด้วยเลยนะครับ”

“ผมไปก่อนนะครับ สามีโทรตาม เพราะว่าช่วงนี้สามีรักสามีหลง สำหรับผมไม่ต้องพึงยาหรอกนะครับ ยาอันนั้นผมว่าดอกเตอร์เก็บเอาไว้ใช้เองเถอะนะครับ ผมว่าดอกเตอร์จำเป็นต้องใช้มันมากกว่าผม “ผมพูดก่อนจะรีบปิดกระจกและออกรถทันทีเช่นกัน เป็กซ์หันมายิ้มให้ผม ผมยอมว่าทั้งหมดนี้แม่ผมเป็นคนสอนผมเอง ผมปล่อยให้ดอกเตอร์เปรมสีนียืนทำท่าเหมือนจะกรีดร้องแต่คนเยอะเกินไปเธอเลยไม่กล้า เธอเลยหันหลังเดินกลับไปที่รถเธอทันที

TBC...

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.35 (เธียรXบีม)ขุ่นแม่บีมโดนทำโทษ P1

   Part's กันต์ธีร์ ผมขับรถออกมาโดยมีสายตาของเป็กซ์ที่มองผม ผมแค่หันไปมองเพื่อนรักของผมเป็นระยะๆเท่านั้น ผมรู้ว่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใจที่เพื่อนรักของผมจะเห็นภาคร้ายๆของผม แต่ผมจะใช้มันกับคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าควรจะตอบโต้เท่านั้น เห็นผมนิ่งๆแต่ใช่ว่าผมจะยอมไปทุกอย่าง แก้งค์ของผมเป็นที่รักจักกันในคณะที่ผมเรียนแม้กระทั่งรุ่นพี่ก็ไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับแก้งค์ของผมเช่นกัน และสิ่งเหล่านี้ผมก็ได้มาจากผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ผมเรียกเขาว่าแม่ แต่แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่แม่จริงๆ ผมหรอกผมรู้ ผมแค่รอวันที่เขาจะบอกความจริงกับผมว่าแม่ผมไปไหน ผมรู้ว่าเขารู้ดี แต่อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็เลี้ยงดูผมมาและสอนให้ผมอยู่บนโลกนี้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ไม่เคยโอ๋ในยามที่ผมร้องไห้ ไม่เคยปลอบโยนผมเหมือนแม่คนอื่นเขาทำ มีแต่คำพูดให้ผมต้องกลับมาเข้มแข็งให้ได้ด้วยตัวเอง ล้มลงไปได้ก็ต้องยืนขึ้นมาได้ แม่ผมเคยบอกผมเอาไว้

“มึงเล่นเอาเขาของขึ้นขนาดนี้ มึงเอาคืนแทนกูใช่ไหมวะบีม” เป็กซ์หันมามถามผม ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะรถคันหรูของพี่เธียร

“กูอาจจะเอาคืนให้มึงมากกว่านี้ก็ได้นะ รอดูแล้วกัน” ผมพูดโดยที่ตายังมองตรงไปบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถเล็ก รถใหญ่

“ไปเอาโทรศัพท์ที่ไอ้โก้มันบอก ก่อนที่จะมีใครไปเอามันไป เพราะนี้อาจจะมีหลักฐานที่เราต้องการก็ได้” ผมหันมาบอกเป็กซ์ มันพยักหน้ากับผม

“บ้านมันอยู่หัวหมากว่ะ” เป็กซ์หันมาบอกผม

“มึงจำที่อยู่มันได้ไหมวะ” ผมถามเป็กซ์ ผมเหลือบมองเวลาตอนนี้บ่ายโมงครึ่งแล้ว ว่าจะไปถึงก็สองโมงครึ่ง และผมก็บอกพี่เธียรว่าจะกลับไปถึงไม่เกินสี่โมงแน่นอน

“ได้ดิ “เป็กซ์ตอบผม

“งั้นตั้งค่ามาเลยเพราะว่ากูรีบ จะได้รีบไปและรีบกลับ” ผมบอกเป็กซ์ เป็กซ์มันพยักหน้า

Rrrrr และจังหวะนั้นโทรศัพท์เป็กซ์ดังขึ้นพอดีเป็กซ์หันมามองหน้าผม

“พี่ไปส์โทรมาว่ะ “เป็กซ์หันมาบอกผม น้ำเสียงมันตกใจมากพอสมควร แล้วมันจะโกหกเขารอดไหม

“รับสายดิและบอกพี่ไปซ์ไปว่ามึงจะแวะเอาของไปให้แม่มึงที่บางนาก่อน” ผมหันไปบอกเป็กซ์

“กูไม่อยากให้เฮียเธียรรู้ว่ากูไปทำอะไรเพราะว่าเฮียคงคัดค้านและไม่ยอมให้ไปแน่ๆ” ผมหันไปบอกกับเป็กซ์ เป็กซ์มันก็หันมามองหน้าผม

“กูก็ไม่อยากโกหก เฮียไปส์เลยว่ะ” เป็กซ์หันมาบอกผม

“เอาน่า มึงก็กลับไปง้อหน่อยเดี๋ยวเฮียไปส์แกก็หาย กูรู้ว่ามึงทำอยู่ เป็กซ์” ผมพูดก่อนจะยักคิ้วให้เป็กซ์มัน เป็กซ์มันเหลือกตาขึ้นบน

“เออๆ และเลิกแซวได้แล้ว” เป็กซ์มันพูดกับผม

“ฮัด ฮัลโหล! “เสียงมันกดรับสายพี่เป็กซ์ คำแรกก็ไม่เนียนแล้วครับ ผมหันมาเหล่ตามองพร้อมกับเหลือกตาขึ้นบนเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองถนนต่อ

“ครับพี่ไปส์ ผมเพิ่งจะออกมาครับ เออ ยังครับ” เป็กซ์มันหันมามองผม ผมก็พูดให้มันอ่านปากว่า ไปหาแม่

“พี่ไปส์ ผมจะแวะไปหาแม่ที่บางนา แล้วจะรีบกลับพอดีผมซื้อข้าวหลามจากหนองมนไปฝากแม่ แม่ชอบทานครับ ครับพี่ไปส์ จะรีบกลับ ทำอะไรกันอยู่นะครับ เล่นเกม “ผมหันไปมองหน้ามันเป็นระยะ ก็ต้องเหลือกตาขั้นบนตรงที่เล่นเกม อย่าบอกนะว่าลูกผมก็เล่นด้วยนะ นี่มันไม่ใช่กิจกรรมของเด็กเล็กเลยนะ พี่เธียรนะพี่เธียร!

“งั้นแค่นี้นะครับ บายครับ” อ้าวแล้วจู่ๆ มันรีบวางสาย และเป็กซ์มันก็หันมามองหน้าผมทันที

“รีบวางสายทำไมว่ะ” ผมถามเป็กซ์

“เฮียเธียรอยากจะคุยกับมึงอ่ะ กูเลยรีบวาง ด้วยความตกใจ! “ผมหันไปมองหน้ามัน ก็เพราะว่ามันรีบวางนี่แหละพี่เธียรจะสงสัยเอา

“ม๊าครับรับสายป๊าด้วย ถ้าไม่รับ ป๊าจะจับหอมแก้ม” เป็นเสียงเรียกเข้าที่ทำให้คนข้าง ผมถึงกับกลั้นหัวเราะทันที ผมก็ต้องกดรับสายพี่เธียรทันทีแถมคนข้างๆก็ทำท่าจะแซวผมอีก ผมทำนิ้วห้ามแซว

//ว่าไงครับป๊า//
//ม๊า กลับบ้านยังอ่ะ ลูกร้องหาแล้ว//
//ไม่เห็นได้ยินเสียงลูกร้องเลยป๊า //ผมพูดกับคนปลายสาย
//ตอนนี้หยุดร้องแล้วไง กลับบ้านหรือยังอ่ะ ป๊าเป็นห่วง//
//กำลังขับรถกลับไงป๊า รถเยอะด้วยตอนนี้น่ะ//
//ม๊าวันนี้นัดไปกินข้าวกับอาม่านะ ตอนหกโมงเย็น ม๊าลืมหรือเปล่าะ//พี่เธียรบอกผม
//ครับผมจะรีบกลับแต่ผมขอแวะไปทำธุระกับเป็กซ์ก่อนนะครับ//
//ม๊าโกหกอะไรป๊าหรือเปล่า!!!” ป๊าพูดเสียงดังใส่โทรศัพท์มาทำให้ผมต้องดึงแอร์พอร์ตออก ก่อนจะเสียบกลับเข้าไปใหม่
//เป็กซ์เขาจะไปหาแม่เขานะครับ แค่แวะไปเฉยๆ //ผมบอกพี่เธียร
//มาให้ทันนะม๊า อาม่าคิดถึงเหลนและหลานสะใภ้//
//ม๊าทราบครับป๊า งั้นก็แค่นี้ก่อนนะป๊า เจอกันที่บ้านครับ ม๊ารักป๊านะ รักลูกโซ่ด้วย บายครับ” ผมพูดและรีบกดวางสายทันที น้ำเสียงพี่เธียรเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังแอบเขาทำอะไรเลย ไอ้เป็กซ์มันก็ตั้งค่าจีพีอาร์เอสที่หน้าจอทัชสกีนในรถคันหรูของพี่เธียรเพื่อผมจะได้รู้ว่าผมควรจะไปเส้นทางไหน

“มึงต้องใช้ทางออก ถนนศรีนครินทร์/ถนนพระราม ๙ เข้าสู่ บางกะปิ บีม อากู๋บอกมา” ไอ้เป็กซ์มันรีบบอกผมอากู๋ก็คือกูเกิล ผมพยักหน้าแต่ตายังมองถนนอยู่ ถ้าพลาดนิดเดียวนี้ยาวเลยกว่าจะหาทางกลับมาได้ และตอนนี้ยิ่งต้องทำเวลาอีก เป็กซ์มันบอกพี่ไปส์ว่าแวะไปหาแม่มันแยกบางนารถติดมาก คงจะพอช่วยได้ถ้าผมไปถึงช้าสักสิบยี่สิบนาที ผมขับไปตามทางด่วนก่อนจะใช้ทางออกตามที่เป็กซ์บอกเพื่อลงไปบางกะปิ ใช้เวลาไปหนึ่งชั่วโมงสิบกว่านาที ไม่นานก็ถึงที่อยู่ตามที่จีพีเอสบอกไว้

“บีมขับไปทางซอยด้านหลังเถอะว่ะ กูรู้ที่ซ้อนกุญแจประตูหลังบ้าน” เป็กซ์บอกผม ผมพยักหน้า ก่อนจะขับไปอีกซอยหนึ่งตามที่เป็กซ์บอกผม ผมเอารถมาจอดไว้ ผมหันมามองหน้ามัน จะเข้าไปยังไงวะ ทำไมไม่เข้าหน้าบ้าน

“มันต้องเข้าหลังบ้านเพราะว่าหน้าบ้านมันล๊อกเอาไว้ตลอด หนีพวกมาทวงหนี้มันไง” ไอ้เป็กซ์มันพูด ผมพยักหน้าก่อนจะปลดเข็มขัดออกและก้าวเท้าลงมายืนมองกำแพง

“มันต้องปีนข้ามไปว่ะ มึงโอเคไหมวะบีม” ผมหันมามองหน้าไอ้เป็กซ์

“ทำไมกูไม่โอเค ก็ปีนข้ามรั้วโรงเรียนกันบ่อย” ผมหันมาบอกไอ้เป็กซ์

“พี่เธียรบอกกูว่ามึงอาจจะท้องลูกอีกคนอยู่ “ผมหันมามองหน้าไอ้เป็กซ์อีกที

“ก็วันที่กูโดนไอ้โก้มันจับไป พี่เธียรเขาเลือกที่จะไปดูกูก่อน เขาไม่อยากให้มึงคิดมากเขาเป็นห่วงมึงมากเลยนะบีมและถ้ามึงเป็นอะไรไป กูว่าเขาเคืองกูตายเลย ไอ้บีม!” เป็กซ์บอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ

“เรื่องเล็กน้อยน่ะ กูดูแลตัวเองได้ “ผมพูดก่อนจะมองหาช่องทางปีนเข้า

“มึงเหยียบหลังกูขึ้นไปก่อนเพราะว่าถ้าตกมานี้งานเข้าเยอะเลยนะมึง” ไอ้เป็กซ์มันก็บอกผม มันให้ผมเหยียบหลังมันขึ้นไปก่อน ผมขึ้นไปได้ก็ยื่นมือมาดึงแขนเป็กซ์ ปืนข้ามไป จนกระทั่งลงมาถึงพื้น เป็กซ์ไปเปิดดูตามก้อนหินที่ถูกวางไว้เหมือนแค่ประดับแต่จริงๆ ไม่ใช่ ไอ้โก้มันซ้อนหลอดใส่กุญแจเอาไว้ เป็กซ์เอามาไขประตูด้านหลังของบ้าน และผมก็เดินตามเป็กซ์เข้าไป เป็กซ์มันพาผมเดินขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้าน

“มึงรู้ใช่ไหมวะว่าไอ้โก้มันซ้อนไว้ที่ไหน” ผมถามเป็กซ์

“รู้ดิ เพราะว่ามันเคยดูซีรีอยู่เรื่องหนึ่ง ไอ้คนนี้เป็นพี่ชายพระเอก มันซ้อนโทรศัพท์ไว้ในโคมไฟ ตอนนั้นมันพูดว่าโคตรเจ๋งเลย กูว่ามันทำตามที่มันดูนั่นแหละ” เป็กซ์พูด ผมเข้ามาในห้องนอน

“บ้านหลังนี้ ไม่มีใครกลับมาอยู่หรอก นอกจากมันคนเดียว พ่อแม่ไม่ค่อยได้กลับมาไทยเท่าไหร่ พ่อแม่มันอยู่ประเทศนอร์เวย์กับพี่สาวและพี่เขยของพี่โก้มัน” เป็กซ์พูดขณะที่กำลังถอดโคมไฟ จนสุดท้าย เจอจนได้ซองซิปล็อกมันใส่มือถือและเมโมรีการ์ดอยู่ในถุงนั้น เป็กซ์หันมายิ้มกับผม

“บีม” เป็กซ์ทำนิ้วให้ผมเงียบ ผมก็ได้ยินเสียงรถแลนด์เข้ามาจอดด้านหน้า เป็กซ์แอบมองจากหน้าต่างช่องผ้าม่าน

“เชี่ยแล้ว อาจารย์เปรมสินีมาว่ะ” เป็กซ์รับหันมาบอกผม

“แล้วทำไมอาจารย์แกเข้าทางหน้าบ้านได้ล่ะ” ผมถามไอ้เป็กซ์

“ก็เขานอนคุยกันมาก่อนกูแต่กูเดาว่าแกไม่รู้ว่ามีกุญแจหลังบ้านว่ะ” ไอ้เป็กซ์บอกผม

“แล้วจะเอายังไงดี ถ้าเดินลงไปเจอแกแน่เลยบีม” เป็กซ์บอกผมสีหน้ามันกังวล ผมหันไปเห็นหน้าต่างบานเลื่อน ถ้าปืนออกไปและเดินไปตามแนวหลังคานี้จะไปถึงกำแพงได้

“เป็กซ์ เราต้องปืนออกทางหน้าต่างบานเลื่อนนี้เลย “ผมบอกเป็กซ์ ก่อนจะเปิดและมองไปรอบๆ มีต้นไม้อยู่ตรงนั้น ผมเห็นเป็กซ์มันรีบประกอบโคมไฟกลับสู่สภาพเดิม

“เร็วซิวะ ไอ้เป็กซ์” ผมหันมาบอกเป็กซ์ เป็กซ์มันก็รีบเดินออกและปีนตามผมออกไปทันที ผมเดินไปตามแนวหลังคา พยายามไปตามแนวไม้เพราะว่าถ้าเหยียบไปที่หลังคาเปล่าๆ หักลงไปแน่ๆ ผมรู้สึกว่ามีคนเปิดหน้าต่างบานเลื่อนนั้นและชะโงกศีรษะออกมามอง ผมรีบแอบเข้ามุมกันทันที โชคดีที่ตัวพวกผมค่อนข้างบางเลยแอบได้มิด

“ตกลงมันไว้ที่ไหนของมัน มึงนี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ ไอ้โก้” เสียงอาจารย์เปรมสินีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจที่เธอหาของสำคัญไม่เจอ และบานหน้าต่างก็ถูกปิดลงทันที

“ฟู่!!” เสียงเป็กซ์มันพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะหันมามองหน้าผม ผมพยักพเยิดให้เป็กซ์เดินไต่ไปรั่วและมันจะได้ปืนลงไปก่อนผม เป็กซ์มันก็ทำตามที่ผมบอก ผมเห็นเป็กซ์ปื้นต้นไม้ลงไปอยู่ที่พื้นแล้ว ผมก็ไต่ไปตามแนวหลังคาไปถึงรั่ว ผมพยายามปีนด้วยความระมัดระวัง ผมก้มลงมองความสูงพร้อมกับเอามือลูบท้องตัวเองไปด้วย ถ้าเป็นในเวลาปกติผมคงไม่รู้สึกอะไรแต่ตอนนี้ผมอาจจะมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในพุงน้อยๆ ของผมก็ได้ ผมถึงกับต้องกลืนน้ำลายตัวเองเอื้อกใหญ่ก่อนจะตัดสินใจยืนขึ้น ผมยื่นมือไปจับกิ้งไม้ที่ยื่นข้ามรั่วมาอย่างรวดเร็ว ผมค่อยๆเหยียบเท้าลงที่กิ่งไม้ เพื่อจะค่อยๆไต่ลงไป ผมกำลังจะหันหลังลงดีกว่าแทน

“บีม ค่อยๆ นะมึง” เป็กซ์ยืนบอกผมอยู่ จังหวะที่ผมหันหลังไปมองว่าผมจะลงไปยังไง จู่ๆผมก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้ลั่นดังกร๊อบ!!!

“ผลั่วะ” ไม่ถึงเสียวนาทีเสียงกิ่งไม้ที่ผมจับมันก็หักครึ่ง ภาพสโลโมชั่นมันผุดขึ้นมาทันที ผมคว้าอะไรไว้ไม่ทันร่างผมกำลังจะหงายหลังลงไปสู่พื้นดิน ผมหลับตาปรี๋ (แม่ขอโทษนะลูก)

“บีม!” เป็กซ์เรียกชื่อผมเสียงหลง ผมหลับตาปรี๋

“หมับ!” ผมรู้สึกว่ามีคนมารับผมไว้ได้ทันเพราะว่าแผ่นหลังผมสัมผัสได้ถึงความนุ่ม ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองคนที่เข้ามาอุ้มผมเอาไว้ ภาพใบหน้านั้นมันช่างดุดัน ผมถึงกับถลึงตาโตความตกใจปนดีใจไปด้วย

“ม๊า!!” เสียงเรียกชื่อผมเต็มสองรูหูขนาดนี้ ผมจ้องมองแววตาคู่นั้นมันทำให้ผมรู้ว่าเขากำลังโมโหผมอยู่ กรามที่ขบกันจนเป็นสันนูนนั้น

“พี่เธียร” ผมแค่เรียกชื่อเขาเบาๆ

“น่าไหมเนี่ยะ! ถ้าพี่มารับไม่ทันละ บีม!! ตกมาจะเป็นยังไง!!” ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอไปทันที สีหน้าพี่เธียรดูเขาโกรธผมมาก ผมหันมามองไอ้เป็กซ์ ตอนแรกมันคงจะเข้ามารับผมแต่ว่ามีคนดึงมันออกไปก่อน คนนั้นคือพี่ไปส์ พี่เขายืนประกบเป๊กซ์อยู่

“พี่มาได้ยังไง” ผมถามพี่เธียร

“พี่ตั้งฟายด์มายไอโฟนไว้ที่มือถือเป็กซ์ครับและพี่กับไอ้เธียรเห็นว่าเราเริ่มผิดปกติตั้งแต่ลงจากทางด่วน ไอ้เธียรมันเลยชวนพี่ออกมาและพี่ก็ตามดูจนเห็นว่ามาที่หัวหมาก” พี่ไปส์พูด

“พี่ก็เลยโทรถามใบชาว่า ถึงได้รู้ว่าเรามาบ้านไอ้เวรนั้น ที่นี้กัน นี่ใจกล้ามากเลยน่ะที่มากันแค่สองคนแบบนี้!” พี่ไปส์พูดก่อนจะหันมามองหน้าเป็กซ์เชิงดุและเป็กซ์มันก็หลุบตาลงมองพื้นอย่างสำนึกผิดทันที ผมหันมามองหน้าพี่เธียรเช่นกัน สีหน้าเขานิ่งมากจนผมก็รู้สึกผิด เป็กซ์ก็ชูถุงซิบล็อกที่ใส่มือถือให้พี่ไปส์ดู พี่เขาเลยพยักหน้าเบาๆ

“ฟู่!!” พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาด้วย “อยากเป็นโคนันกันนี่เอง” พี่ไปส์พูดก่อนจะเกาหัวเบาๆเหมือนจะกลั้นหัวเราะ

“วางผมลงได้แล้วมั้งครับ พี่เธียร” ผมบอกพี่เธียรด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ อย่างรู้สึกผิด

“ไม่! ไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้เลย! “พี่เธียรบอกผม

“แต่ว่า!”

“ไปคุยกันบนรถเลย บีม!!” น้ำเสียงพี่เธียรบอกได้ว่าโกรธผมจริงๆ ไอ้เป็กซ์มันพยักพเยิดให้ผมไปก่อน

“กูเอาเมียกูกลับ มึงเอาเมียมึงกลับ! “พี่เธียรหันไปสั่งพี่ไปส์ทันที

“แน่นอนเมียกู กูต้องเอากลับซิครับ” พี่ไปส์หันมาบอกพี่เธียร

“งั้นก็แยกกันเลย กูรีบมาก!!” พี่เธียรพูด

“ไปเลย บอกแล้วว่าอย่าดื้อ ดื้อจริงๆ เรานิ จะจับทำโทษทั้งคืนเลย พรุ่งนี้พี่จะบอกม๊าพี่ว่าไม่ไปร้านทองหนึ่งวัน ยืนไม่ไหว ขาสั่นเพราะทำโทษเมียหนักมาก” ผมได้ยินเสียงพี่ไปส์พูดกับเป็กซ์จนขึ้นรถไป ส่วนผมนะโดนอุ้มไปใส่ไว้ในรถอย่างรวดเร็วแถมคาดเข็มขัดให้อย่างดี และพี่เธียรก็เข้ามานั่งปรับเบาะตามที่เขาถนัดก่อนจะรีบออกรถราวกับว่าจะรีบไปเข้าเส้นชัยในสนามแข่ง แถมยังไม่พูดไม่จาอีกต่างหาก

ต่อด้านล่างค่ะ

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-06-2021 19:22:48 โดย Alessa »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
(เธียรXบีม)ขุ่นแม่บีมโดนทำโทษ P1

[b=]EP.35 (เธียรXบีม)ขุ่นแม่บีมโดนทำโทษ P2[/b]
“พี่เธียร ขับช้าๆ หน่อย ผมไม่ได้เจ็บท้องนะ” ผมหันมาพูด พยายามพูดให้ขำๆ แต่พี่เธียรไม่ขำด้วย

“จะรีบกลับบ้านไง” พี่เธียรมาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

“ไม่ไปทานอาหารที่บ้านอาม่าเหรอ” ผมถามพี่เธียร

“ไม่ครับ ไม่ไปไหนทั้งนั้นครับ พี่จะรีบกลับไปจัดการเมียพี่เพราะว่าเมียพี่ดื้อกับพี่มาก!!” พี่เธียรหันมาพูดกับผม

“พี่เธียร” ผมเรียกพี่เธียรด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

“ดูเราซิ ถ้าพี่มารับไม่ทันล่ะบีม ถ้าบีมตกลงมา เรื่องใหญ่เลยน่ะ และที่พี่เป็นห่วงไม่ใช่แค่ลูกในท้องบีม พี่เป็นห่วงตัวบีมด้วย เพราะว่าบีมก็คือคนสำคัญของพี่! และลูกโซ่” พี่เธียรพูด ผมก็นั่งนิ่ง ก้มหน้าลง ผมรู้สึกผิดจริงๆ

“ทำไมบีมไม่รักตัวเองเพื่อคนที่รักบีมอย่างพี่กับลูกโซ่และลูกเราอีกสองคนในท้องบีมอีก บีม!! “พี่เธียรพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเขากำลังพยายามที่จะไม่โกรธผม ก่อนจะละสายตาจากท้องถนนหันมามองหน้าผมแว๊ปหนึ่งและหันกลับไปทันที

"ฟู่!!" เสียงพ่นลมหายใจออกมายาวๆของพี่เธียร

“ผมขอโทษพี่เธียร ผมแค่อยากจะ....” ผมพูดพี่เธียรหันมามองหน้าผม

“ผมแค่อยากได้หลักฐานสำคัญของไอ้โก้ ผมอยากจบเรื่องนี้แล้ว มันคาราคาซังมานานมากแล้วไงพี่เธียร “ผมพูด พี่เธียรเริ่มลดความเร็วลงก่อนจะหันมามองผม

“แต่มันอันตรายบีม ทำไมถึงได้ลงทุนทำอะไรแบบนี้ล่ะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่คุ้มเลยนะบีม” พี่เธียรปรับน้ำเสียงมาเป็นปกติ น้ำเสียงที่บอกว่าเขาเป็นห่วงผมมากแค่ไหน

“ผมขอโทษ นะครับคุณสามี” ผมพูดก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอดต้นแขนพี่เธียรแทน ทำตาวิ้งๆด้วย ผมนี่ไม่เคยอ้อนพี่เธียรขนาดนี้มาก่อนเลย

“เวลาทำผิดนี่อ้อนพี่เลยนะ พี่รู้แล้วว่าลูกได้ใครมา “พี่เธียรหันมาพูดกับผม

“หายโกรธผมแล้วใช่ไหมครับ คุณสามี “

“หายนิดเดียว “พี่เธียรหันมาชำเลืองตามองผม

“ตกลงนี้เราจะกลับบ้านเลยใช่ไหมครับ” ผมถามพี่เธียร ทำตาปริบๆ

“ใช่ครับคุณกันต์ธีร์ “ผมสะบัดหน้าไปมอง ชื่อมาเต็มๆ แบบนี้ ทำให้ผมต้องเหลือกตาขึ้นบน

“ผมจะพาคุณภรรยาจอมดื้อของผมกลับไปทำโทษที่บ้าน จะเอาให้ลั่นบ้านเลย ยิ่งไม่มีคนอยู่บ้านด้วย โดนแน่ๆ “พี่เธียรพูด ผมหันรีบเอาหน้าซุกไซ้ถูไถต้นแขนพี่เธียรจนเหมือนลูกแมว กลัวโดนทำโทษ ผมแอบช้อนตาขึ้นมามอง คนที่เก๊กทำหน้าดุให้ผมดูแต่จริงๆแล้วเขาก็แอบยิ้ม ผมแอบดูจากกระจกมองข้างนะ พี่เธียรขับรถด้วยความเร็วเพื่อไปที่บ้าน พอมาถึงผมก็พบกว่าบ้านวันนี้เงียบผิดปกติจริงๆ ด้วย

“พี่มลไปกับม๊าไปช่วยดูลูกโซ่ บุ๋มก็ไปด้วย คนอื่นๆ ก็ลากลับบ้านกัน “พี่เธียรหันมาบอกผม ผมเริ่มกลัวพี่เธียรแล้วซิ ผมเดินเข้าไปในบ้านมันเงียบจริงๆ ด้วย ผมหันมาเห็นพี่เธียร เดินเข้ามาหา พี่เธียรตรงเข้ามารวบเอวผมเข้าไปพร้อมกับบดขยี้ริมฝีปากผมอย่างเร่าร้อนและรุนแรง ทั้งจูบและเม้มจนผมรู้สึกริมฝีปากผมบวมเจ่อ

“พี่เธียร อ้าห์ ซี้ด ขะ ขึ้น ห้อง “ผมพูดด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ เพราะว่าพี่เธียรไซ้ลงที่ซอกคอของผม ชายเสื้อในกางเกงสแล็คถูกปลดออกมา มือหนาๆ สอดเข้าไปด้านใน ผ่านเสื้อกล้ามพอดีตัวของผมเข้าไปบี้สองจุดของผม พี่เธียรดันผมจนหลังผมชนผนังดูท่าจะไม่ยอมหยุดซะด้วย พี่เธีนรกำลังจะปลดหัวเข็มขัดที่ขาดกางเกงสแล็กเข้ารูปของผมเอาไว้ออก

“พี่เธียรครับ อ้าห์ พี่เธียร ผมยอมแล้วแต่ขึ้นไปบนบ้านนะครับ ไม่ทำตรงนี้ “ผมพูดกับพี่เธียร พี่เขายิ้มกริ่มก่อนจะอุ้มตัวผมลอยขึ้นมา

“รู้ใช่ไหมว่าครับว่าม๊าทำผิด” พี่เธียรถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ ว่าผมรู้

“ถ้ารู้ว่าม๊าผิดจริง ป๊าก็จะทำโทษเบาๆ “พี่เธียรพูด ผมคงไม่กล้าฮือไม่กล้าอืออะไรทั้งนั้น ผมใช้มือโอบรอบคอพี่เธียรขณะที่เขาอุ้มผมขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ตรงไปยังห้องนอนทันที พี่เธียรวางผมลงบนที่นอน พี่เขาตามขึ้นมาคร่อมร่างของผม ผมได้แต่นอนมองตาแป๋ว

“เวลาโกรธดูเซ็กซี่นะครับ” ผมพูดกับพี่เธียร นิ้วชี้เรียวๆของผมแตะลงที่ตรงแผ่นอกนั้นก่อนจะค่อยๆ ลากไล่ลงไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ขอบกางเกงยีน ผมสอดมือเข้าไปในกางเกงยีนนั้น มือเรียวๆของผมแทรกผ่านกางเกงยางยืดชั้นในสุดเข้าไปสัมผัสความเป็นชายที่ซุกซ่อนอยู่ มันแข็งเต็มมือผมมาก พี่เธียรหลับตาพริ้ม ให้ผมคลึงมันเล่นอยู่พักหนึ่ง

“หมับ” พี่เธียรจับมือผมไว้

“ได้เวลาถูกทำโทษแล้วน่ะ คุณภรรยาจอมดื้อของผม”

“ปึก” พี่เธียรจับมือผมมาขึงไว้ข้างลำตัวของผม ผมก็มองพี่เธียร

“สามีจะทำโทษผมยังไงครับ อย่ารุนแรงกับผมนะ เพราะว่า …” ผมพูดเสียงออดอ้อนก่อนจะผงกศีรษะลงไปที่พุงน้อยๆ ของผม

“วันนี้จะให้ที่รักของพี่ใช้ปากงามๆ จัดการลูกชายคนโตพี่นะครับ “พี่เธียรพูดกับผมก่อนจะพลิกลงมานอนตะแคง ผมช้อนตาไปมองตาม ผมลุกมานั่ง ผมใช้มือปลดหัวเข็มขัดก่อนจะปลอดกระดุมกางเกงยีนสีเข็ม แท่งเอ็นที่พยายามจะดันออกมาให้พ้นขอบกางเกงยางยืดนั้น ผมค่อยรูดมันออก จนเผยให้เห็นความเป็นชายที่ผงาดชูคอขึ้นมา พี่เธียรเปลี่ยนเป็นท่านอนหงาย ผมไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อนเลย นี้คือครั้งแรกของผมจริงๆ ตั้งแต่อยู่กับพี่เธียรมาก็ไม่เคยเลยสักครั้ง ผมกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะค่อยๆ ใช้ปากผมครอบลงอย่างเก๊ๆกังๆกับแท่งร้อนนั้นตอนนี้กำลังพองตัวทำให้ใหญ่คับปากของผม ผมค่อยๆใช้ลิ้นโลมเลีย แรกก็ขัดๆ เขินๆ แต่พอเริ่มเข้าที่ก็เหมือนได้เลียไอติมแท่งโปรด

“อ้าห์ ซี้ด โอ้ววว เมียจ๋า โอ้วว พี่ชอบ “ผมว่าน่าจะถูกใจคนที่นอนอยู่ไม่น้อย เด้งส่วนขึ้นลงจนผมต้องกดเขาไว้

“พี่เธียร อย่าเด้งสวนผมแบบนี้ซิ เดี๋ยวทะลุคอผมจนได้” ผมร้องห้ามพี่เธียร พี่เขาแค่กระดกศีรษะมองผมก่อนจะนอนนิ่งๆ ให้ผมจัดการ พี่เธียรก็ร้องครางไปด้วย ไม่นานแท่งร้อนก็เริ่มเกร็งกระตุก น้ำสีขาวขุ่นข้นก็พุ้งกระฉูดเข้าปากผมทันที ผมไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อน รสชาติแรกก็คาวๆ แต่ก็รู้สึกหวานมันหน่อยๆ

“ปึก” ร่างผมถูกผลักให้ล้มตัวลงนอนโดยมีพี่เธียรขึ้นมาคร่อมร่างผมเอาไว้

“คราวนี้พี่ทำโทษของจริงแล้วนะครับม๊า” พี่เธียรพูด ผมก็มองพี่เธียรด้วยสายตาอ้อนวอน

“อย่าทำหน้าอ้อนวอนพี่แบบนี้ พี่ไม่ใจอ่อนแน่นอน” พี่เธียรพูด มุมปากที่กระตุกเป็นรอยยิ้มนั้นมันยิ่งดูเร้าใจผมยิ่งหนัก

“ที่ต้องทำโทษคราวหน้า ม๊าจะได้ไม่กล้าดื้อกับป๊าแบบนี้อีก เตรียมตัวร้องครางได้เลย” พี่เธียรพูด พร้อมกับก้มลงจูบผม เป็นรสจูบที่เร่าร้อนรุนแรงกว่าทุกครั้ง ริมฝีปากนั้นเริ่มไล่ลงมาเรื่อยๆ ที่ตรงซอกคอ

“จ๊วบ!” เสียงดูดดังมากจนหนังผมแทบจะหลุดติดปากพี่เธียร

“อ้าห์ พี่เธียร “เสียงครางพร้อมกับแอ่นอกขั้นตามการดูดของพี่เธียร พี่เขาดูดสองจุดของผม ลิ้นก็ตวัดไปมา มือผมก็ถูกจับกุมไว้ด้านข้าง ร่างกายผมก็ดิ้นส่ายไปมา

“อ้าห์ พี่เธียร!! “ผมเรียกชื่อพี่เธียรเสียงหลงอีกครั้ง พี่เธียรเริ่มดูดแรงขั้นเรื่อย ๆ พี่เธียรหยุดชะงักก่อนจะกมลงมอง ผมนอนหายใจรวยริน พี่เธียรยิ้มอย่างพึงพอใจ พี่เขาก้มลงขบเม้มที่ตรงหน้าท้องของผมเล่น ผมเริ่มอยู่ไม่สุขดิ้นไปดิ้นมาเพราะความเสียวซ่าน ผมยอมรับว่ารู้สึกชอบในสิ่งที่พี่เธียรปรนเปรอให้ผม ผมเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะว่าเกร็งหน้าท้องตลอด จนกระทั่งทุกอย่างหยุดนิ่ง ผมช้อนตาไปมองพี่เธียร พี่เธียรยิ้มอย่างพึงพอใจ

และพี่เธียรก็เดินหายไปในห้องน้ำ ส่วนผมนอนหายใจหอบเล็กน้อย ผมแอบคิดในใจโชคดีที่ผมให้ไลน์เก่าน้องเขาไป นี่ถ้าจับได้ว่าผมไปอ่อยสาวคงโดนหนักกว่านี้แน่ๆ
   ผมเหลือบไปเห็นพี่เธียรเดินออกมา พร้อมกับหลอดเจลหล่อลื่น พี่เธียรยังสวมกางเกงยีนอยู่แต่มันดูหลวมๆ แสดงว่าพี่เขาไม่ได้สวมกางเกงยางยืดมาด้วย กางเกงยีนที่หลวมเกือบหลุดจากสะโพก มันทำให้ผมเห็นไรขนที่ตรงหัวหน่าวแต่ไมได้ดูน่าเกลียดแต่กลับดูปลุกเร้าอารมณ์ผมมากกว่า เหมือนกับพระเอกหนังเรื่อง fifty shades grey หุ่นพี่เธียรไม่ใช่นักกล้ามที่จะได้มีซีกแพคไว้ยั่วยวนใจแต่มันกลับเซ็กซี่ขยี้ใจแม่บีมเหลือเกิน ทำไมผมถึงได้ต้องการเขามากขนาดนี้ ผมเคยอ่านเจอว่าผู้หญิงตั้งครรภ์บางคนกลับมีอารมณ์ทางเพศสูงผิดปกติ สงสัยว่าผมจะเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน ผมเลียริมฝีปากของผมและ พี่เธียรเดินมานั่งที่ตรงบั้นท้ายของผมก่อนจับขาผมตั้งขึ้น ผมรู้ได้ทันทีว่าพี่เธียรจะทำอะไร ดีนะที่วันนี้ไม่ค่อยได้ทานอะไรเลย ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้ทานเพราะรีบ ได้ดื่มน้ำกับกาแฟเย็นที่แวะซื้อแค่นั้น

“อ้าห์ “ผมครางเบาๆ ทันทีที่ผมรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เรียกว่านิ้วที่เรียวยาวของพี่เธียร พี่เธียรเป็นคนที่นิ้วเรียวยาว ถึงแม้ไม่ได้เป็นลำเทียนสวยก็ตาม ผมต้องกลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง พี่เธียรเท้าแขนมองผม สายตาจับจ้องที่ใบหน้าขอบผม สีหน้าของผมแสดงให้เขาเห็นว่าผมรู้สึกยังไงมันน่าแปลกที่ช่วงนี้ผมรู้สึกไวต่อการเล้าโลมของพี่เธียรแถมยังตอบสนองเรื่องอย่างว่ากับพี่เธียรได้ดีขึ้น

“อ้าห์ ซี้ด” ผมเริ่มแอ่นอกขึ้น นิ้วที่สองกำลังแทรกเข้ามาในกายผม เริ่มขยับถี่ขึ้น ถี่ขึ้น ถี่ขึ้นเรื่อยๆ

“พี่เธียร!! อย่าทรมานผมแบบนี้ซิพี่เธียร ซี้ดดดดด”

“พี่ทำโทษต่างหาก ชอบไหมครับ ชอบให้พี่ทำโทษไหมครับ บอกพี่ซิครับที่รัก หึ!” พี่เธียรก้มลงถามผม

“อื้มมมม ผม อื้มมม “ผมเริ่มร้องครางดังขึ้น นิ้วที่สามกำลังจะถูกสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักของผม

“พี่เธียร ผมไม่ไหวแล้ว พี่เธียร!!! “ผมครางออกมาดังขึ้นอีกในเชิงอ้อนวอน พี่เธียรชักนิ้วออกก่อนจะลงไปยืนมองผม เขาปลอดกระดุมกางเกงยีนออกอีกครั้งและเผยให้เห็นความเป็นชายที่กำลังชี้หน้าผมอยู่ พี่เธียรหยิบหมอนมาลองที่ตรงท้องนอนของผมพร้อมกับจัดท่าให้ผมนอนตะแคงยกขาผมขึ้นมาพาดวางบนหมอนไว้ข้างหนึ่ง ก่อนที่พี่เขาจะเข้ามาทางด้านหลังของผม

“ท่านี้ปลอดภัยสำหรับคนท้อง ฝึกไว้เวลาตอนท้องโต” พี่เธียรกระซิบกับผม ผมหันมามองประมาณว่าท้องโตก็ยังจะเอาผมอีกเหรอ แถมตอนนี้ผมเองก็ยังไม่รู้เลยนะว่าท้องแน่หรือเปล่า เพราะว่าเพิ่งจะแค่สองสัปดาห์เองหลังที่ผมปล่อยให้เขาหลั่งในโดยไม่ป้องกัน พี่เธียรเข้ามานอนกระหนาบด้านหลังผม พี่เธียรสอดแขนเพื่อโอบกระชับลำตัวผมเข้าหาแผ่นอกตันๆ ของพี่เธียร พี่เธียรเริ่มใช้ปลายลิ้นโลมเลียไปที่หลังหู มันยิ่งทำให้อารมณ์ของผมพลุ่งพล่านไปทั่ว ผมเริ่มสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งกำลังทักทายช่องทางรักของผมอยู่ ช่องทางรักที่เต็มไปด้วยเจลหล่อลื่นที่พี่เธียรชโลมเอาไว้แล้วตั้งแต่เริ่มใช้นิ้วมือ

“อ้าห์ ผมเริ่มร้องครางก่อนจะหันหน้าขึ้นไปมองพี่เธียร ริมฝีปากอวบอิ่มของผมถูกประกอบด้วยริมฝีปากไม่หนาไม่บางของพี่เธียร นิ้วมือที่กำลังหยอกเล่นกับสองจุดของผม ยิ่งทำให้ผมต้องเป็นฝ่ายจูบพี่เธียรตอบ พี่เธียรเองก็กำลังรุกล้ำช่องทางรักของผมอย่างต่อเนื่อง

“พี่ชอบบีมแบบนี้น่ะ แสดงออกมาเลยว่าบีมชอบแบบไหน ไม่ชอบแบบไหน” พี่เธียรกระซิบบอกผม ผมยอมรับว่าผมต้องการมัดใจสามีดังนั้นเรื่องอย่างว่าก็ต้องทำให้ได้ พี่เธียรเริ่มขยับเข้าออกเร็วขึ้นแต่ผมเชื่อว่ามันจะปลอดภัยถ้าผมท้องขึ้นมาจริงๆ พี่เธียรเริ่มหายใจถี่ขึ้นเร็วขึ้น บั้นท้ายเริ่มเด้งสวยถี่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานพี่เธียรก็เริ่มเกร็งช่วงล่าง

“อ้าห์!!” เสียงครางลากยาวของพี่เธียร เขาหยุดค้างไว้ด้านในกายผมนิ่ง นั้นแปลว่าถึงจุดสุดยอดแล้ว ส่วนผมนะสำเร็จไปไม่รู้กี่รอบแล้ว ผมรู้เปียกไปทั้งตัว เหงื่อที่แตกผลักของผมและพี่เธียร พี่เธียรค่อยถอนเจ้าแท่งร้อนออกมาหลังจากที่น้ำทุกหยดมันพุ้งใส่เข้าไปในกายของผม ผมพลิกตัวมากนอนกอดพี่เธียรทันที

“นี้ทำโทษผมแล้วเหรอครับ” ผมเงยหน้าขึ้นถามพี่เธียร

“ทำไม่ลงหรอก แล้วทำไมม๊าไปไม่บอกป๊า ป๊าจะได้พาไปเองและเล่นปืนเข้าบ้านคนอื่นเขาแบบนี้อีก อันตรายนะและถ้าใครเขาแจ้งความขึ้นมาละม๊า โดนเหมือนกันน่ะ ม๊า” พี่เธียรพูดเชิงต่อว่าผมแต่เขาออกจะเป็นห่วงผมซะมากกว่า ผมก็ยิ่งกอดพี่เธียรแน่นขึ้น

“ผมรีบนะครับและผมแค่อยากไปเอาหลักฐานสำคัญแค่นั้นเอง ผมกลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะเข้าไปและเขาก็เข้าไปเหมือนกันนะพี่เธียรแต่ผมออกมาได้ก่อน “ผมพูดโดยใช้มือของผมลูบไล้ที่แผ่นอกของพี่เธียร พี่เธียรทำสีหน้าตกใจก่อนจะส่ายหน้าไปมา

“อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ แล้วนี่ได้หลักฐานอะไรมาเหรอ” พี่เธียรถามผม

“ไอ้โก้มันบอกว่ามีคลิปเด็ดๆ น่าจะที่นักศึกษาที่โดนอาจารย์หลอกไปและบางคนรู้แต่ก็ไปทำลงไปเพราะเงิน ผมว่าเขาน่าจะขายคลิปให้พวกเว็บหนังโป้ที่ต้องเสียเงินเข้าไปดูนะครับ เขาน่าจะได้บิทคอร์ทด้วย “ผมพูดกับพี่เธียร

“พี่เธียรพรุ่งนี้ผมจะไปรับน้องที่เขาเรียนที่เดียวกับผมและเขาก็โดนอาจารย์คนเดียวกันที่ทำกับผมแต่น้องเขาดันโชคร้ายกว่าผม และเขาก็ตัดสินใจจะมาเป็นพยานว่าอาจารย์เปรมสินีทำแบบนี้จริง แต่ผมจะต้องหาที่พักให้เขาด้วยนะครับ” ผมบอกพี่เธียร

“ได้ซิ งั้นให้ไปพักที่คอนโดเฮียธามนะ” พี่เธียรบอกผม ผมพยักหน้า

ตื้ดๆๆๆ เสียงข้อความเข้ามาในมือถือพี่เธียร

// ไอ้เธียร มึงพาเมียไปอาบน้ำที่ไหนครับ พากันไปแช่บ่อน้ำร้อนออนเซนต์ที่ญี่ปุ่นเหรอครับมึงครับ เขามากันหมดทุกตระกูลแล้วค่ะ รอคู่คุณมึงอยู่คู่เดียวนี่แหละ//ผมชะโงกไปอ่านข้อความกับพี่เธียร

“ไปแต่งตัวเร็วเลย เขารอเราสองคนอยู่” ผมก็มองพี่เธียร

“พี่บอกม๊าว่าจะมารับบีมและก็พามาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อจะออกไปกินข้าวที่ร้านอาหารกัน เร็วเลย “พี่เธียรพูดแถมยังเร่งผมอีก

“ไปช้านี้เขารู้เลยนะว่าเรากลับมาทำอะไรกันก่อน” พี่เธียรพูด ผมรีบเด้งขึ้นทันที จนเกือบเซจนล้ม

“หมับ” มีคนมารับผมไว้อีกแล้ว “ม๊าระวัง เป็นแม่คนแล้วยังเป็นม้าดีดกะโหลกอีก จริงๆ เลย” พี่เธียรบ่นผม

“ก็พี่อ่ะ ทำไมไม่บอกผมว่าจะพามาอาบน้ำแต่งตัว ผมจะได้บอกว่าเอาไว้ทำคืนนี้ไม่ใช่ตอนนี้!!” ผมหันไปบ่นพี่เธียรทันที

“พอพี่บอกว่าชวนมาทำการบ้าน ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ดีใจตลอดทาง “พี่เธียรแซวผม และเราสองคนก็พากันเข้าห้องน้ำอาบน้ำ อาบน้ำอย่างเดียวเลย และพากันออกมาแต่งตัวผมออกมาสวมชุดสีเดียวกันจะได้รู้ว่าเราไปด้วยกัน เสื้อเชิ้ตลาครอสสีฟ้าอ่อน

“พี่เอาเสื้อสีเดียวกันกับพี่และผม ใส่ให้ลูกไปหรือเปล่าครับ” ผมถามพี่เธียรขณะที่ตัดแต่งทรงผมอยู่

“ครับคุณแม่ เพราะว่าช่วงนี้เสื้อผ้าในตู้มาเป็นเซตทั้งนั้นเลยครับ พ่อแม่ลูกขนาดนี้ ป่านนี้คนที่ขุ่นแม่เอฟของมา ปิดซอยเลี้ยงฉลองแล้ว ยอดขายพุ้ง” พี่เธียรชะโงกมาตอบผมขณะที่กำลังเลือกนาฬิกาขึ้นมาสวมใส่ แซวผมอีกน่ะ ผมรีบยู่ปากใส่ พี่เธียรหยิบนาฬิกามาสวมให้ผมเรือนหนึ่ง ผมก็มอง

“พี่ซื้อมาเป็นแพ็คคู่ เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้สวมให้คนที่จะเดินคู่กับป๊าและวันนี้ป๊าเจอแล้ว” ผมยิ้มให้คนที่สวมนาฬิกาให้ผม

“ทำไมพี่ตั้งใจซื้อไว้ทั้งที่ยังไม่มีคู่” ผมถามพี่เธียร

“ตอนนั้นมันลดราคาเยอะและพี่ก็ไม่รู้ซิ อะไรดลใจให้พี่ซื้อเก็บเอาไว้ พี่ซื้อไว้ตอนที่พี่บินกลับมาล่าสุด รอบที่พี่ไปเจอบีมนั่นแหละ” พี่เธียรบอกผม ผมก็ก้มลงมองดูมันเข้าชุดกับของพี่เธียร

“ฟื้ด!!” พี่เธียรทำท่าจะฉีดน้ำหอมใกล้ๆที่ผมยืนอยู่ เขาหันมาชูขวดน้ำหอมให้ผมดูว่าผมจะฉีดด้วยไหม ผมก็หันไปจะสูดดม ไม่กี่นาทีได้ผล

“อึก! อึก!” ผมรู้สึกเหมือนผมกำลังสำลักกลิ่น ผมต้องดันพี่เธียรออกและวิ่งออกไปทันที ผมต้องไปเปิดหน้าต่างให้กลิ่นระเหยออกไปก่อน ผมทำท่าจะผอืดผอม ผมรีบหันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ

“บีม!! “พี่เธียรวิ่งตามผมออกมาทันที ผมไม่ได้รู้สึกเหมือนจะอาเจียน แต่มันรู้สึกเหมือนมีอะไรมันปิดกั้นจมูกผมหายใจไม่ออก พี่เธียรเดินมามองผมด้วยสีหน้าตกใจ เขาพยายามก้าวเท้าเขามาหาผมเพื่อว่าจะลูบหลังผม ผมยังได้กลิ่นอยู่เลยรีบยกมือดันพี่เธียรออก

“พี่เธียร พี่ฉีดน้ำหอมเยอะไปอ่ะ กลิ่นแรงมาก” ผมบอกพี่เธียร พี่เขาก้มลงดมน้ำหอมที่ติดเสื้อ ผมอยากบอกว่าผมเกือบตายได้ในไม่กี่นาที กลิ่นที่พี่เขาใช้มันแรงแต่ทุกทีผมก็รู้สึกเฉยๆ น่ะ แต่วันนี้เกือบฆ่าผมได้เลย

“พี่เธียรไม่ต้องเข้ามา “ผมรีบยกมือห้ามพี่เธียรอีกครั้ง

“เป็นอะไรไปนะบีม กลิ่นนี้พี่ฉีดประจำนะ”

“แต่วันนี้มันเหมือนจะฆ่าผมเลย เมื่อกี้ผมเกือบหายใจนะพี่เธียร มันเหมือน อึก อึก” ผมพูดและทำท่าจะขย้อนออกมาอีกแล้วแต่ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรออกมาแน่นอน นอกจากน้ำย่อยเพราะว่าผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย พี่เธียรรีบถอยหลังออกทันที

“อ้าว!! พี่ฉีดไปเยอะไปเหรอ?” พี่เธียรพูดก่อนจะก้มลงดมอีกครั้งและก็ทำท่าสั่นหัวไม่น่าจะใช่

“เปลี่ยนเสื้อได้ไหมอ่ะครับ” ผมพูดพร้อมกับยกแขนขึ้นมาปิดจมูกผมเอาไว้ พี่เธียรมองผมก่อนจะพยักหน้าและเดินออกไป ผมยืนอยู่จนแน่ใจว่าพี่เขาเปลี่ยนแล้ว พี่เขาเดินกลับเข้ามา สวมเสื้อเชิ้ตยี่ห้อเดิมแต่สีเข็มขึ้นมาหน่อย ก็ไปกันได้อยู่น่ะ ผมก้มลงมองที่มือพี่เธียรเขาถือขวดน้ำยี่ห้อหรูราคาแพงติดมือมาด้วยมาชูให้ผมดูเป็นกลิ่นผู้หญิงที่ผมใช้เอง

“กลิ่นนี่ได้ไหมอ่อนที่สุดแล้วเนี่ยะ!” พี่เธียรถามผม ผมค่อยๆ สูดดมกลิ่นนั้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะพยักหน้าว่าพอได้ พี่เธียรเหลือกตาขึ้นเล็กน้อย เพราะว่าเขาไม่ชอบน้ำหอมกลิ่นอ่อนๆเท่าไหร่แต่ก็พอได้ พี่เธียรทำท่าจะหันหลังเดินออกแต่ก็หยุดชะงักเท่า

“เดี๋ยวนะ!” พี่เธียรหันหลังกลับมายืนมองผมพร้อมกับทำท่าคิด “เมื่อกี้บีมบอกว่าเหม็นน้ำหอมพี่ทั้งที่พี่เคยฉีดประจำบีมก็ไม่เป็นนะแต่ดันมาเป็นช่วงนี้ และบีมยังทำท่าเหมือนจะผอืดผอมด้วย ตกลงบีมท้องใช่ไหม?” พี่เธียรถามผม ผมก็ถลึงตาขึ้น

“เออ “ผมทำท่าคิด

“พี่ว่าท้อง”

“เออ ผมว่า”

“พี่ว่าเราประกาศข่าวดีกันเลยนะบีม”

“ยังพี่เธียร ผมว่าเร็วเกินไป รอให้แน่ใจก่อน เพิ่งจะสองสัปดาห์เอง รอสักหลายๆ สัปดาห์ก่อนนะครับ จริงแล้วๆ ควรจะสิบสองสัปดาห์ขึ้นไปค่อยบอกนะครับ เพราะว่ามันชัวร์ที่สุด น่ะครับ “ผมบอกพี่เธียร ก่อนจะพากันออกมาจะได้รีบไปตอนนี้มันจะหกโมงครึ่งแล้วด้วย

“สงสัยพี่ต้องทิ้งน้ำหอมนั้นไปเลยมั้งนะ” พี่เธียรหันมาถามผม คงแอบเสียดายซินะ

“ถ้าพี่ฉีดพี่ต้องเดินห่างผมสักร้อยเมตรเป็นอย่างต่ำ เอาไหมล่ะ” ผมถามพี่เธียร

“ยี่ห้อนี้แพงมากเลยนะและพี่เคยซื้อให้อากันด้วยขวดหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว” ผมหันมามองพี่เธียร ผมขมวดคิ้วผมเริ่มตั้งครรภ์ปีที่แล้ว นั้นแปลว่าอากันคงฉีดกลิ่นนี้ตอนมาหาผม ผมเลยอาเจียนเกือบตาย

   ผมลงมาที่รถกับพี่เธียรขับรถคันหรูออกไปทันที พี่เธียรจับมือกุมไว้และหอมไปตลอดทางเลย ผมหันมามองคนข้างๆ ขอบคุณที่วันนั้น ผมเดินหลงไปหาเขา ถึงจะแอบด่าไว้ซะเยอะแยะก็ตาม ว่าเป็นผู้ชายไม่ได้เรื่อง ได้แล้วก็ทิ้งๆ ขว้างๆ ทำไมลูกผมมันถึงได้ซวยขนาดนี้ที่มีคนนี้เป็นพ่อ แต่ว่าตอนนี้ทุกอย่างในใจผมในตอนนั้นมันหายไปหมดสิ้น เหลือแต่ภาพของสุภาพบุรุษ คุณพ่อต้นแบบที่ผมต้องการ ผมยอมรับว่าผมกับพ่อแทบจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน พ่อผมทำงานให้ทีมวิจัยไม่มีเวลาให้ครอบครัวมาก สองสามเดือนกลับบ้านที มันทำให้ผมต้องอยู่กับแม่สองคนและเพราะความผิดปกติ ทำให้ผมตัองอยู่แต่ในบ้าน ทำได้แค่มองเด็กๆ เขาเล่นกันที่หน้าต่าง ออกไปเล่นกับเขาก็ไม่ได้ ทั้งที่ผมไม่ได้แตกต่างไปจากเด็กคนอื่น แต่ทุกคนกับมองผมด้วยสายตาแปลกๆ เพราะว่าพ่อผมมีพฤติกรรมแปลกๆ เขาจึงคิดว่าผมอาจจะแปลกเหมือนพ่อผมเช่นกัน และถ้าวันหนึ่งเกิดมีคนคิดกับลูกโซ่เหมือนที่ผมเป็นล่ะ ผมหันมามองคนข้างๆ ผมเชื่อว่าผู้ชายคนนี้น่าจะจัดการมันได้ดี ผมเชื่ออย่างนั้น
TBC.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-06-2021 19:26:00 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.35 (เธียรXบีม)แม่บีมปกปัองเพื่อนรัก ครึ่งแรก   

          Part’s กันต์ธีร์ ผมสองคนมาถึงภัตตาคารพี่เธียรบอกว่านัดกันมาทานอาหารกับอาม่า เป็นภัตตาคารที่ผมเคยมาทานกับป๊าและม๊า เป็นห้องอาหารจีน มีคนเข้ามาทานกันเยอะพอสมควรในช่วงวันหยุด เดินเข้าไปในห้องอาหาร วันนี้คนมาทานกันเยอะแยะเลย มีครอบครัวของโกวหงส์แฟนโกวหงส์

“สวัสดีครับ เตี่ยวิทย์” พี่เธียรยกมือไหว้แฟนของโกวหงส์ ผมก็ยกมือไหว้เช่นกัน

“สวัสดี ไม่ได้เจอกันเลยน่ะ สบายดีไหมบีม เธียร “แฟนของโกวหงส์พูดก่อนจะหันมามองหน้าผม แฟนโกวหงส์ดูภูมิฐานเพราะว่าเขาคือผู้บริหารโรงแรมระดับห้าดาวมีสองสามสาขาแต่กว่ามีนักท่องเที่ยวมาพักแน่นทุกช่วงเทศกาล

“อ้าวบีมมาแล้วเหรอ เป็นไงเหนื่อยแย่เลยซิ เห็นม๊าบอกว่าเราขับรถพาเพื่อนไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจที่ใกล้จุดเกิดเหตุมาไม่ใช่เหรอ “โกวหงส์เดินมาทักผม ผมยกมือไหว้โกวหงส์ก่อน ผมเห็นดอกเหมยกับดอกหลิว กำลังเล่นกับเจ้าลูกโซ่อยู่

“นิดหน่อยนะครับโกว “ผมบอก

“ดูหน้าซีดๆ ไปน่ะ พักผ่อนบ้างไหมเราน่ะ” โกวหงส์ถามผม

“พักครับโกว “ผมบอกโกวหงส์ ก่อนจะหันไปเห็นอาม่าเขานั่งหัวเราะชอบใจเจ้าลูกโซ่เต้นประกอบเพลงโปรดของเขาอยู่

“ผมขอตัวไปไหว้อาม่าก่อนนะครับโกว” ผมบอกโกวหงส์ ก่อนจะเดินไปหาอาม่า อาม่าหันมามองผม ผมยกมือไหว้ พร้อมกับนั่งย่อตัวลง อาม่าเอาฝ่ามือขึ้นมาแตะหัวผมเบาๆ

“อาบีมไปไหนมาน่า และนี้ทำไมเราดูเหมือนจะเป็นลมเลย กินบ้างไหมข้าวปลาน่า” อาม่าถามผมอีกคน สงสัยผมจะหน้าซีดจริงๆ ผมหันมามองพี่เธียร พี่เขาหรี่ตาลงมองผม ผมก็เห็นพี่ธันเดินเข้ามาพร้อมกับฟิล์มพอดี ผมเลยรีบลุกขึ้น แต่จังหวะที่ผมรีบลุกเร็วเกินไปทำให้ผมเกิดอาการวูบขึ้นมาเฉยเลย

“หมับ” ดีที่พี่เธียรหันมาคว้าตัวผมไว้ได้ทัน

“บีม!!” มีแต่คนเรียกชื่อผม ร่างผมกระแทกกับอกพี่เธียรอย่างจัง

“บีมเป็นอะไร! “พี่เธียรถามผมด้วยน้ำเสียงที่บอกว่าเขาตกใจมาก ผมก็เงยหน้าขึ้นมองพี่เธียรก่อนจะยกมือขึ้นว่าผมโอเค ผมค่อยๆ ยืนทรงตัวให้ได้

“น่าจะเป็นเพราะว่าผมไม่ได้ทานข้าวเที่ยงวันนี้นะครับพี่เธียร” ผมพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ เพราะว่าพี่เธียรต้องต่อว่าผมแน่ๆและได้ผลสีหน้านี่เหมือนพ่อจะดุลูกเลย

“ม๊า!! ทำไมทำแบบนั้นล่ะ คราวหน้าพี่ไม่ให้ไปคนเดียวแล้วนะ ไปไหนนี่พี่ต้องไปด้วย ดื้อจริงๆ ม๊าเนี่ย! “พี่เธียรพูดพร้อมกับสั่นหัวไปมา ไอ้ฟิล์มมันเดินปรีมาหาผมทันที

“มึงเป็นอะไรไปบีม” ฟิล์มถามผม

“กูหน้ามืดว่ะ สงสัยเพราะว่าวันนี้ยุ่งๆ เลยไม่ได้ทานข้าวเที่ยง” ผมพูดแต่ล่ะคนเดินมาหาผมกันเกือบหมด โดยเฉพาะม๊า

“บีมไหวไหมลูก “ม๊าถามผม

“ไหวครับม๊า ผมไม่เป็นอะไรมากครับ “ผมหันไปบอกม๊า

“ไปหาที่นั่งก่อนดีกว่าน่ะ ส่วนเจ้าลูกโซ่ วันนี้คนเลี้ยงเยอะแล้ว นั่งพักเลยบีม” ม๊าพูดพี่เธียรก็รีบพาผมไปหาที่นั่ง ทันที ผมเห็นพี่มิวส่งยิ้มมาให้ผม พี่ผมยกมือไหว้พี่มิวและเฮียธี ผมเห็นเจ้าลูกโซ่ที่เดินล้มลุกคลุกคลานอยู่ที่พรม เขาเงยหน้ามาเห็นผม เขารีบลุกขึ้นมายืนทันที

“ม๊า!” เขาเรียกผมพร้อมกับกางแขนมาแต่ไกล เขาค่ยอๆก้าวเท้าพยายามเดินมาหาผมเองให้ได้ ทันทีที่เขามาถึงผมโน้มตัวลงไปจะอุ้มเหมือนเช่นทุกครั้ง  จังหวะที่พี่เธียรหันไปคุยกับป๊า ก่อนจะหันมาเห็นว่าผมเข้า

“อย่าบีม!! อย่าก้มลงอุ้มลูกแบบนั้น!” พี่เธียรร้องห้ามผมเสียงหลง เล่นเอาทุกคนหันมามองผมกันหมดแม้กระทั่งป๊า พี่เธียรหันไปมองทุกคนเช่นกัน ผมแอบขยิบตากับพี่เธียรว่าอย่าพึ่งบอกน่ะ มันเร็วเกินไป

“มีอะไรเหรอ ไอ้ตี๋!” เฮียธามถามพี่เธียรทันที

“เออ คือว่า บีมเขา ปวดท้อง” พี่เธียรพูด

“ปวดท้องอีกแล้วเหรอบีม “เฮียธามหันมาถามผม

“ปวดบ่อยเหรอ ไปหาหมอตรวจให้ละเอียดดีกว่านะบีม” ม๊าหันมาถามผมทันที และจังหวะนั่น อากันเดินเข้ามากับหมอภีมปภพ ทุกคนหันไปมองหมอภีมปภพกันหมด

“สวัสดีครับ” หมอภีมปภพยกมือไหว้ผู้อาวุโสทุกคนก่อน และคนอื่นก็ยกมือไหว้อากันและพี่หมอ ผมก็เช่นกัน

“มีอะไรกันเหรอทำไมมองหมอภีมกันแบบนั้นล่ะ” อากันถามขึ้น และอากันก็หันมาหยุดมองที่ผม พี่เธียรก้มลงอุ้มเจ้าลูกโซ่แทนผม

“เออบีมวันพฤหัสหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยจะขอนัดคุย  เรื่องอาจารย์เปรมสินี พี่ได้หลักฐานจากเป็กซ์แล้วน่ะ “อากันตภณพูด ผมยิ้มดีใจ แต่ว่าทุกสายตายังมองผมกันอยู่

“อาภีมมาก็ดีแล้วน๊า จับอาบีมไปตรวจซิ วันนี้หน้าตาอีไม่ดีเอาซะเลย ซี้ดเหมือนไก่ต้มเลยน่ะ” อาม่าพูดก่อนจะชี้มาที่ผม หมอภีมปภพ ก้มลงมองผม

“ซี้ดไปหน่อยๆนะ ดูแล้วน่าจะเพลียๆ มากกว่า” หมอภีมพูดเขามองผม

“ผมไม่ได้ทานข้าวเที่ยงนะครับอาม่า วันนี้” ผมหันไปบอกอาม่า

“งั้นไม่ต้องตรวจแล้วละครับ ให้ทานข้าวก็แล้วกันเดี๋ยวก็ดีขึ้น หึๆ” พี่หมอภีมพูดปนหัวเราะ

“พี่หมอวินิจฉัยราวกับเป็นร่างทรง” เฮียธามพูดทันที

“ก็บีมเขาบอกว่าไม่ได้ทานข้าวนี่ครับ อาการแบบนี้คงหิวข้าว ทานข้าวเดี๋ยวก็หาย ใช่ไหมบีม” พี่หมอภีมหันมาถามผม ผมว่าพี่หมอน่าจะเดาได้ว่าผมเป็นอะไรและที่ยังบอกไม่ได้เพราะว่ายังไม่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ต่างหาก ผมก็เกาหัวเบาๆ

“อ้าว!!” ทุกคนพากันร้องด้วยความผิดหวัง

“แหม่เราก็นึกว่ามีข่าวดีซะอีก” เหมยรีบพูด

“อั๊วะก็นึกว่าลื้อมีข่าวดี อาเธียร ไม่ได้เรื่องเลย ลื้อนี้น้ำยาไม่ดี” อาม่าพูดพี่เธียรหันไปมองอาม่า

“ใครบอกอาม่า น้ำยาผมนะดี ผมนะ….” พี่เธียรกำลังจะพูดผมรีบเอามือปิดป่ากไว้

“เอาล่ะไหน ไหน ก็มากันครบแล้วจะได้ให้เขายกอาหารมาเสิร์ฟเลย จะได้ทานข้าว อาบีมคงหิวแล้ว” ป๊าพูดและทุกคนก็นั่งลงประจำทีของตัวเอง พี่เธียรหันไปขอเก้าอี้เด็กมาและเอาเจ้าลูกมานั่งทาน ผมหันมามองลูกชาย ทำหน้าเหมือนจะงอนยังไงก็ไม่รู้ที่ไม่อุ้มเขา ผมเอามือไปลูบหัวเจ้าลูกโซ่เบาๆ นี่ก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ผมกังวลถ้าผมท้อง ลูกโซ่ยังเด็กมากหนักเขายังไม่เข้าใจอะไรมาก เขาจะมองว่าผมเริ่มรักเขาน้อยลงแต่จริงๆ ไม่ใช่ ผมรักเขาเหมือนเดิม ลูกโซ่หันมามองผมเขายิ้มตาหยีให้ผมเหมือนเดิม

“ถ้าจะให้อุ้มเราต้องให้ป๊าอุ้มนะครับ เพราะว่าม๊าไม่สบาย” พี่เธียรกระซิบกับลูกโซ่ ผมไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจไหม ผมหันไปมองแต่คนเริ่มทานอาหารกันแล้ว ผมเห็นอาจารย์กันตภณกับพี่หมอภีมนั่งทานอาหารและคุยกันกับป๊า ดูจากความสนิทสนมของหมอภีมกับอากัน มันทำให้รู้ว่าเขาสองคนเข้าใจกันดีแล้ว ไอ้ฟิล์มมันมานั่งข้างๆ ผม เฮียธันก็นั่งลงข้างๆ ฟิล์มเหมือนเช่นเคย

“บีมเป็นไงบ้าง ไม่ค่อยได้เจอเลยเนอะ เจ๊อะขึ้นเวรถี่ยิบเลยแถมร้านยาก็ยุ่งมาก “เจ๊มิวพูดกับผม ผมพยักว่าผมรู้และเฮียธีก็ต้องไปคอยดูบ้านที่สร้างใหม่กลัวไม่ทันเพราะว่าจะใช้เป็นเรือนหอ

“บีมรู้เรื่องแพรวาไหม มีคนบอกว่านางต้องกลับไปเรียนใหม่ปีหน้าไปเรียนกลับรุ่นน้อง และเกรดนางถูกปรับใหม่หลายตัวเลย ดังนั้นนางจึงไม่ได้เกียรตินิยมอันดับสอง แถมยังไม่ได้เข้ารับปริญญาตรีปีนี้อีกด้วย” ผมหันมามองเหมย ก่อนจะหันมาหน้าพี่เธียร ว่าเขารู้สึกยังไง พี่เธียรนิ่งไปพักหนึ่ง

“อย่างน้อยแพรวาเขาก็เหมือนน้องสาวพี่คนหนึ่งนะบีม เคยเป็นเด็กผู้หญิงที่มาวิ่งตามพี่” พี่เธียรพูด ผมพยักหน้าว่าผมเข้าใจ

“แต่พี่เลือกคนข้างๆ พี่มากกว่า และสิ่งที่เขาทำกับบีมมันก็แย่มาก มันคงเพียงพอแล้วที่จะต้องชดใช้” พี่เธียรหันมาพูดกับผม

“บีมอย่าลืมเข้าไปเช็กนะว่าเขานัดซ้อมรับวันไหน คณะขอบบีมน่ะ” เหมยบอกผม ผมพยักหน้ากับเหมย พี่เธียรจัดการป้อนข้าวให้ลูกโซ่แทนผม ผมเห็นฟิล์มมันเงียบๆ ทั้งที่เฮียธันก็เอาใจมันตักนั้นตักนี่ให้มันตลอดเหมือนกับว่ามันงอนอะไรเฮียเขาหรือเปล่า

“ฟิล์มเป็นอะไรของมึงนะ” ผมกระซิบถามฟิล์ม

“เออ ไม่มี” มันตอบด้วยน้ำเสียงที่เบามาก

“กูว่ามึงมี “ผมพูดกับฟิล์ม ฟิล์มมันมองหน้าผม ก่อนจะหันไปมองเฮียธัน

“ไปห้องน้ำกันไหม” ผมถามฟิล์ม ฟิล์มหันมามองผมก่อนจะพยักหน้า

“ผมขอไปห้องน้ำก่อนนะครับ” ผมบอกทุกคนก่อนจะลุกขึ้น พี่เธียรก็ลุกตามเช่นกัน

“พี่เธียร ผมจะไปกับฟิล์มนะครับเพราะว่าฟิล์มเขาจะเข้าห้องน้ำด้วย พี่ก็ป้อนข้าวลูกนะครับ” ผมพูดกับพี่เธียร พี่เขาพยักหน้ากับผม

“ใช้ท่อเดียวกันเหรอครับ ปวดพร้อมกันเลยกันเลย” เฮียธีพูดพร้อมกับชี้มาที่ผมสองคนแต่มีคนหันมาตีแขนเฮียธีทันที

“เฮีย ผมแค่บังเอิญ” ผมรีบพูดทันที ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับฟิล์ม ส่วนพี่เธียรก็นั่งลงป้อนข้าวลูกต่อ

   ผมเดินออกมากับฟิล์ม ผมพากันเดินไปเข้าห้องน้ำชาย ผมปิดประตูลงลงกลอน ผมหันมามองหน้าฟิล์ม ดูมันซีเรียสขึ้นมาทันที ไอ้ฟิล์มมันหยิบมือถือขึ้นมากดเหมือนจะให้ผมดูอะไรสักอย่างในมือถือนั้น ผมหยิบมาดู สิ่งที่ผมเห็นก็เป็นรูปเฮียธันกับผู้ชายอีกคนที่กำลังถ่ายรูปเซลฟี่กันแบบแนบชิด แต่ในรูปมันก็บอกแล้วว่านานแล้ว ดูพี่ธันตอนนั้นยังหนุ่มๆ ตอนนี้เฮียธันก็ยี่สิบหกย่างยี่สิบเจ็ด ผมเดาว่าตอนนั้นน่าจะยี่สิบเอ็ดยี่สิบสอง หุ่นยังบอบบางไม่มีกล้ามเหมือนตอนนี้ ผมเพิ่งมารู้ว่าพี่เขามาเล่นกล้ามไม่กี่ปีนี้เอง

“มึงเครียดเรื่องนี้เหรอวะ ดูจากรูป น่าจะนานแล้วไหมวะ และมึงก็บอกเองว่าเฮียเขาบอกว่าเลิกกันไปนานแล้วด้วย” ผมละสายจากรูปในมือถือของฟิล์มขึ้นมาถาม

“กูแอบถ่ายมาจากที่เขาส่งมาให้เฮียธัน เขาส่งมาเหมือนกับว่า…”

“เขาพยายามบอกให้กูรู้ว่าเขาจะมาทวงคืนใช่ไหมวะบีม  เพราะว่าเขาระบุเมสเซนเจอร์ให้ส่งที่กูก่อน ให้กูเป็นคนเซนต์รับด้วย” ฟิล์มบอกผม

“และแน่นอน พี่ธันบอกว่าให้เปิดกูเปิดดูก่อน เพื่อว่าเป็นเอกสารด่วนเพราะเอกสารส่วนตัวของเฮียจะไม่ส่งไปที่โรงเรียนอยู่แล้วกูเลยเปิด เปิดมาก็ช๊อกว่ะ ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นรูปที่ถ่ายเอาไว้นานแล้ว” ฟิล์มพูดกับผม

“แล้วไง ก็แค่อดีตปะว่ะ และนี่ดูก็รู้ว่าเฮียเขาเลือกคนปัจจุบัน มึงรู้น่าจะรู้ดี” ผมพูดกับฟิล์ม ผมมองหน้าฟิล์ม

“กูแค่กลัวไง กูกลัวเจอเหมือนไอ้เอ็มอ่ะ กูโคตรกลัวเลยว่ะ “

“มึงรักเฮียธัน ส่วนไอ้เอ็มนะ มึงไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันหรอก มันมีคนเข้ามาหามันเยอะแยะมากกว่าเธียธันอีก มึงเองยังปล่อยผ่านมาได้เยอะแยะไม่สนใจเพราะว่ามึงไม่ได้แคร์มัน แต่ตอนนี้มึงแคร์พี่ธันมาก มึงกลัวเสียเขาไปมากกว่าไอ้เอ็ม และกูเชื่อว่าพี่ธันไม่ใช่ไอ้เอ็มที่จะวาเวียนไปหาของเก่าๆกิน” ผมพูด ผมมองหน้าฟิล์ม

“กูว่ามึงกลัวมากเกินไป มึงกลัวเสียเฮียเขาไปใช่ไหม” ผมพูดก่อนจะ เปลี่ยนท่ามาเป็นยืนกอดอกมองหน้าไอ้ฟิล์ม

“แล้วนี่มึงคุยกับเฮียเขาหรือยัง” ผมถามไอ้ฟิล์ม มันส่ายหัวไปมา

“จากที่เขาส่งรูปมาให้มึงดู นั้นมันคือคนหมดหนทางที่จะดึงเขากลับไป ความหลังมันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนนะไอ้ฟิล์ม มึงควรจะเชื่อคนที่มึงนอนคุยด้วย และมึงคือคนปัจจุบันที่นอนคุยอยู่กับเขา คนนั้นมันคืออดีตต่อให้เคยนอนด้วยกันก็เถอะ ไม่มีใครกลับไปแก้ไขอดีตได้ปะว่ะ มีแต่เขาจะเดินไปข้างหน้า” ผมพูด ฟิล์มมันมองหน้าผม

“กูเดาออกว่ามึงกับเฮียเขาไปถึงขั้นไหนแล้ว ใช่ไหมฟิล์ม” ผมพูด พร้อมกับกอดอกมองหน้าไอ้ฟิล์ม ฟิล์มมันก็มองผมก่อนจะพยักหน้าว่าจริงๆ

“แต่กูไม่มั่นใจว่าเขาให้กูเป็นแบบไหนกันแน่ พี่เขามีคนคบมาเยอะอยู่น่ะ แต่ว่าเลิกกันไปเร็วมากไง กูกลัวว่ะ” ไอ้ฟิล์มมันพูด

“แล้วที่เขาดูแลมึงขนาดนี้ มันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอวะฟิล์ม” ผมถามฟิล์มกลับ

“กึกๆ” เสียงกลอนประตู ถูกบิดผมหันไปมองเพราะว่าผมกดล๊อกเอาไว้ ผมเลยต้องรีบหันไปปลดล๊อกทันทีและฟิล์มก็หันไปล้างมือ ผมเปิดประตูให้คนที่จะเข้าห้องน้ำเดินเข้ามา คนนั้นคือเฮียธัน

“เห็นหายมาตั้งนานเลยมาตามครับ” เฮียธันพูดก่อนจะมองฟิล์ม ผมว่าเฮียธันน่าจะเดามันออก เฮียธันมองหน้าผม ผงกหัวไปทางฟิล์ม

“เออ…. ผมว่าเฮียมีอะไรก็คุยกับมันเลยดีกว่าไอ้นี่มันไม่ใช่พวกชอบพูดทุกอย่างแต่มันเก็บรายละเอียดแม่งทุกอย่าง” ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินแทรกตัวออกไปทันที ผมเห็นพี่เธียรเดินมายืนรอผมด้วยท่ากอดอก

“เมียพี่เป็นทุกอย่างเลยนะ แม้กระทั่งศิราณีที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ” พี่เธียรพูดแซวผม ผมหันมายิ้มให้

“ไปกินข้าวได้แล้ว หน้าซี้ด ป๊าเป็นห่วง” พี่เธียรพูดแทนตัวเองว่าป๊า ก่อนจะโอบเอวผมเข้าไปกอด

“ตอนท้องลูกโซ่ เราแพ้หนักแบบนี้ไหมม๊า” พี่เธียรถามผม

“หนักมาก ผมอาเจียนจนต้องไปนอนให้น้ำเกลือ ไม่เชื่อไปถามอากันดู”ผมพูด

“ให้ถามอากันอีกแล้ว ไม่ถามอ่ะ เดี๋ยวขึ้นอีกและจับเมียไปทำโทษอีก” พี่เธียรพูด ผมหันมามองหน้าพี่เธียร

“จะทำโทษอะไรหนักหนา หน้าซี้ดจนเขาทักกันหมดแล้วและที่ผมเป็นนี่ ไม่ใช่แค่เพราะไม่ได้กินข้าวเที่ยงหรอก แต่เป็นเพราะพี่หื่นต่างหาก” ผมหันมาบ่นพี่เธียร

“และเลิกหึงผมได้แล้ว ดูอากันกับหมอภีมดิ เขามาคู่กันขนาดนั้น” ผมหันพูดกับพี่เธียร

“ก็เขาเพื่อนกัน” พี่เธียรพูดผมหันมามองหน้าพี่เธียร ผมเลิกคิ้วสูง พี่เธียรหันมามองหน้าผมเหมือนกัน

“พี่ไม่รู้จริงๆ เหรอ หรือว่าพี่ไม่ใส่ใจกันแน่ อากันกับพี่หมอนะเขาเป็นมากกว่าเพื่อนกันอีกน่ะ ผมเองยังรู้เลยและนี้คืออีกเหตุผลหนึ่งที่ผมไม่เลือกพี่อากันตั้งแต่ก่อนจะเจอพี่” ผมพูดกับพี่เธียร พี่เธียรสะบัดหน้ามามองผม

“จริงดิ พี่ไม่เคยรู้เลย เป็นไปไม่ได้ ดูอากันกับพี่หมอเขาก็เหมือนเพื่อนกัน ดูท่าจะแมนทั้งคู่ อากันพี่น่ะไม่น่าจะ ไม่น่าจะ” ผมก็มองไม่น่าจะอะไร

“ไม่จริงอ่ะ อากันนะแมนนะ และพี่หมอก็ไม่ใช่แน่นอน คือถ้าอ้อนแอ่นแบบม๊านี้สักคน พี่เชื่อเลยแต่นี้” พี่เธียรยังสั่นหัวไปมาอีก

“อาจจะรุกกับรุกก็ได้นะ ไม่เคยเจอเหรอ ฟินดีนะ” ผมพูดและมองหน้าพี่เธียร

“อันที่จริงผมว่าผมควรจะลองกลับมาเป็นรุกดู” ผมพูด พี่เธียรสะดุ้งเฮือก

“อย่าเลยให้พี่ทำให้ดีกว่า เมียนอนครางอย่างเดียวพอไม่เหนื่อยด้วยนะ พี่นี้เหนื่อยเมื่อยด้วยเหมือนได้ไปวิ่งรอบสนามฟุตบอลตั้งสามรอบ ดังนั้นให้พี่เหนื่อยคนเดียวพอแล้วนะม๊า “ผมหันมากลับมามองพี่เธียร ก่อนจะหันกลับไป ก็พบว่ามีคนขวางอยู่ ผมก็เลยชนเข้าเต็มๆ

“ปึก!” ร่างบางๆของผมปะทะกับคนร่างสูง ผมถึงกับเซถลาถอยหลังออก

“หมับ!” ผมเดินชนเขาจนเซจะล้มแต่คนที่รับผมไว้ได้ก่อนคือพี่เธียร คนที่ชนยืนนิ่งเฉย

“ขอโทษครับพี่” ผมขอโทษขอโพยคนที่ผมชนเช้า ส่วนคนที่ชนผมกับยืนเอามือล้วงกระเป๋า มันผิดแปลกถ้าเป็นผู้ชายแมนๆ เขาจะคว้าคนที่จะล้มไว้ก่อนแต่นี้ไม่เลยสักนิดแถมยังถอยหลังออกไปอีก

“เป็นอะไรไหมบีม” พี่เธียรรีบถามผมทันที

“ขอโทษนะครับพอดีพี่มองหาเพื่อนพี่นะครับ เลยไม่ได้มองน้อง “พี่เขาพูดน้ำเสียงไม่ได้บ่งบอกว่าเขารู้สึกผิด ผมฟังจากสำเนียงแล้วไม่น่าจะใช่คนไทย สำเนียงที่พูดเร็วรัวๆแบบนี้ ผมมองหน้าเขาแบบพิจารณาอีกทีหน้าตาก็ไม่ใช่ไทยแท้อีกด้วยแต่ผมรู้สึกว่าใช่คนในรูปที่ฟิล์มมันให้ผมดู ผมหันมามองหน้าพี่เธียร พี่เขานิ่งเงียบไปพักหนึ่งที่เห็นหน้าคนที่ชนผมเข้า

“พี่ไนท์ พี่ไนท์ใช่ไหมครับ” พี่เธียรถามเขาคนนั้น

“ใช่ครับเธียร สวัสดีครับ แล้วนี่ใครเหรอครับ” พี่เขาทักทายพี่เธียรก่อนจะปรายตาลงมามองผม สายตามันจิกมองลงมาที่ผม

“แฟนผมครับพี่ไนท์ บีมนี้พี่ไนท์ เพื่อนเฮียธัน” พี่เธียรแนะนำผมกับพี่เขา แสดงสถานะว่าแฟน ผมว่าเขาต้องรู้เรื่องแหวนผมเลยยกมือข้างซ้ายขึ้นมาแตะที่ต้นแขนโดยหันให้เขาเห็นแหวนต้นตระกูล พี่เขามองจ้องก่อนจะเงยหน้ามองหน้าผม

“แค่แฟนเหรอครับน้องเธียร ใส่แหวนชัดเจนขนาดนั้น” พี่เขาหันมาถามพี่เธียร สายตาจับจ้องอยู่แหวนที่นิ้วนางของผม แสดงว่าเขาอยากได้แหวนแต่พี่ไม่ได้มอบให้เขา แสดงว่าต้องมีบางสิ่งที่เขาทำให้พี่ธันไม่มั่นใจที่จะมอบสิ่งสำคัญอันนี้ให้

“จริงๆ ก็ไม่ใช่แค่แฟนหรอกครับ บีมเขาภรรยาของผมนะครับพี่ไนท์แต่ยังไม่แต่งงาน รอแต่งหลังจากเฮียธีนะครับ “พี่เธียรพูด พี่เขาพยักหน้า

“พี่เธียรครับ ผมว่าเราเข้าไปหาลูกชายเราดีกว่า “ผมพูดกับพี่เธียร

“งั้นผมขอตัวนะพี่ไนท์ “พี่เธียรรีบบอกคนตรงหน้า

“เธียร! พี่เห็นธันเขาเดินหายมาทางทางนี้ เขาไปเข้าห้องน้ำใช่ไหมครับ” พี่เขาถามพี่เธียร พี่เธียรนิ่งไปหลายนาที

“คือพี่มีเรื่องจะคุยกับธันนะครับ พี่พึ่งจะบินกลับมาจากอเมริกา นี่เพิ่งจะมีโอกาสได้เจอธัน ทั้งที่อยากจะเจอเป็นคนแรก” พี่เขาพูดอันนี้เรียกว่าพยายามจะกลับมาหาแน่นอนและพยายามใช้คนในครอบครัวเป็นสื่อ โดยการพูดประมาณว่ายังรักเขาอยู่ ผมหันมามองหน้าพี่เธียรว่าพี่เขาจะตอบว่ายังไง แต่พี่เธียรคงยังไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องระหว่างเขากับเฮียธันแล้ว


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
 
EP.35.1เธียรXบีม)แม่บีมปกปัองเพื่อนรัก ครึ่งหลัง


      ผมหันมามองหน้าพี่เธียรว่าพี่เขาจะตอบว่ายังไง แต่พี่เธียรคงยังไม่รู้ว่าผมรู้เรื่องระหว่างเขากับเฮียธันแล้ว พี่เธียรดูกระอักกระอ่วนใจมิใช่น้อย พี่คนที่ยืนอยู่ก็มองพี่เธียรสลับกับผมไปมา

“คือ ผม เออ ผม “ดูพี่เธียรทำท่าจะตอบ ผมหันไปมองหน้าเขาแทนก่อนจะ

“พี่เขาอยู่ในห้องน้ำนั้นนะครับ เขาคุยกับแฟนเขาอยู่ครับ “ผมเป็นคนตอบแทนพี่เธียรหันมามองผม พี่เขาเขม้นตามองมาที่ผมทันที ผมยิ้มให้เขาเหมือนผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาและเฮียธัน ผมว่าเขาคงกำลังไม่พอใจที่ผมบอกว่าเขาคุยกับแฟนใหม่

“แฟนใหม่เหรอครับไม่ยักรู้ ว่าธันมีแฟนใหม่หรือว่าเด็กที่เพิ่งเข้ามาคุยกันแน่ แต่ไม่แปลกครับเพราะว่าธันเขาเปลี่ยนบ่อย” พี่เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องแปลก

“แต่ถ้าน้องบอกพี่แบบนั้น พี่ไม่ไปกวนดีกว่าพี่รอให้เขาออกมาก่อนแล้วกันนะครับ พี่รอคุยกับเขาได้ เราเคยคุยกันมาก่อน” พี่เขาพูดทำเหมือนตัวเองดูดีแต่จริงๆ ไม่ใช่

“ผมสองคนก็พึ่งจะออกมาจากห้องน้ำนะครับ ผมเห็นเขาคุยกันอยู่ดูท่าจะเรื่องส่วนตัวซะด้วย ผมเลยคิดว่าไม่อยากไปเสียมารยาทเลยปล่อยให้เขาคุยกันไปดีกว่าครับ” ผมพูด พี่เขาหันมามองหน้าผมอีกครั้งแววตาของเขามันบ่งบอกให้ผมรู้ว่าเขาเริ่มจะไม่พอใจ ก่อนที่มุมปากนั้นจะกระตุกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิิ้ม

“พี่เธียร เจ้าลูกโซ่ ออกมาแล้วนั้นน่ะ ไปจับลูกเร็ว เห็นแบบนี้ไวใช่เล่นน่ะพี่เธียร” ผมหันไปเห็นเจ้าลูกโซ่กำลังคลานออกมา

“เจ้าก้อนเต้าหู้ ไวจริงๆ” พี่เธียรพูดก่อนวิ่งปรี่ไปหาลูกชายเขาก่อนเลย

“หมับ” เขาจับต้นแขนผมไว้ ผมหันมาปรายตาลงมือเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาประสายตาคู่นั้น มองเขาก็ต้องรีบปล่อยต้นแขนผมทันที

“ถ้าน้องไม่รู้อะไรระหว่างพี่กับพี่ธัน อย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่านะครับ อยู่เป็นแฟนเธียรอย่างเดียวจะดีกว่า ต่อให้ธันเขาเป็นพี่สามีก็ใช่ว่าน้องจะยุ่งได้นะครับ เพราะนี่มันไม่ใช่หน้าที่ของน้องสะใภ้เขาทำกัน พี่เตือนครับ!” พี่เขาพูดเชิงกระซิบกับผม ผมนิ่งก่อนจะหันไปมองหน้าเขา

“ผมไม่รู้อะไรในอดีตของพี่ทั้งคู่หรอกครับพี่และผมก็ไม่อยากรู้ด้วย คือถ้าพี่สำคัญจริงพวกเขาคงเล่าอะไรให้ผมฟังบ้างแล้วแหละครับ แต่นี้ไม่ทั้งที่ผมก็คือคนของครอบครัวเขาแล้ว”

“และทุกเรื่องภายในครอบครัวเขาบอกผมหมดยกเว้นเรื่องของพี่ น่าแปลกนะครับ " ผมหันมาพูด

"ถึงยังไงเรื่องในอดีตของพี่ผมก็ไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว ผมเป็นคนยืดติดกับปัจจุบันมากกว่า เหตุการณ์ในอดีตมีไว้ให้จำอย่างเดียว”

“แต่มันก็ขึ้นอยู่กลับว่าน่าจำหรือว่าน่าลบทิ้งด้วยนะครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเก็บเรื่องที่ไม่น่าจำเอาไว้ในหัวนาน เปลืองพื้นที่เปล่าครับ”

“ผมว่าพี่รู้ดีว่าอดีตของพี่ทำให้พี่ธันเขาจำหรือว่าทำให้เขาเลือกจะลืมมันทิ้งไป” ผมพูด

“พี่เองก็น่าจะได้คำตอบอยู่แล้วว่าพี่ธันเขาเลือกใคร อดีตหรือปัจจุบัน”

“แต่ถ้าเป็นผม ผมคงจะไม่กลับไปซ้ำทางเดิม เพราะถ้าเคยเดินผ่านมาและผมก็รู้แล้วว่าทางนั้นมันไม่ใช่ทางน่าจะเดินไปต่อ ผมจะเลือกทางใหม่ที่น่าเดินกว่า ซึ่งมันเรียกว่าทางแยกแยกไปทางที่ดีกว่าเดิม” ผมพูดพี่เขามองหน้าผมนิ่งมาก เอามือล้วงกระเป๋า

“และทางของพี่กับพี่ธันอาจจะเดินไม่ค่อยสะดวกอาจจะแคบลงจน ใครสักคนเริ่มไม่อยากเดินต่อ และเขาก็เป็นฝ่ายเลือกเดินทางใหม่ พี่เองก็กลับมาร่วมทางกับเขาอีกไม่ได้ พี่ควรจะยอมรับนะครับ "

" แต่พี่ก็พยายามจะดึงเขากลับทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้โดยการพยายามส่งรูปเก่าๆ มาให้เฮียธันดู หวังว่าเขาจะกลับไปทบทวนดู ทั้งที่เฮียเขาเอารูปพี่ทิ้งไปหมดแล้ว นั่นแสดงว่าจบไม่สวยถูกต้องไหมครับ” ผมพูดสายตาผมจ้องมองเข้าไปในแววตาคู่นั้น แววที่รู้ว่าจริงๆ แล้วเขาแพ้ตั้งแต่รู้ว่าพี่ธันมีแฟนใหม่แล้ว ผมเดาว่าเขาจับตาดูไอ้ฟิล์มมาพักสักพักแล้ว

“น้องนี่ปากดีน่ะ ระวังแหวนจะหลุดจากนิ้วไม่รู้ตัว” พี่เขาพูดพร้อมกับหลุบตาลงมองที่นิ้วมือข้างซ้ายของผม ผมก้มลงมองเช่นกันพร้อมกับยกมือน้ั้นขึ้นมาจับแหวนวงนั้นขยับให้เขาดู

“ผมรู้สึกว่าแหวนวงนี้มันแน่นมาก มันรักนิ้วผมมากเหมือนคนให้นะครับ พี่ดูซิ มันถอนไม่ออก ดูท่าจะหลุดยากซะด้วยเพราะว่าผมมีดีที่จะทำให้เขาไม่อยากให้ผมไปจากเขาแน่นอน แต่ก็ต้องขอบคุณที่เป็นห่วงผมนะครับ” ผมพูดก่อนจะช้อนตาขึ้นมามองคนตรงหน้า

“พี่นะซิ ถ้าพี่ใช่คนที่เขาต้องการจริง แหวนตระกูลคงไปอยู่ที่นิ้วพี่นานแล้วแหละครับแต่นี่พี่คงจะไม่ใช่คนที่เขาเลือก ต่อให้แนบชิดกันมาแค่ไหนถ้าเขาหมดใจนั้นก็แปลว่าเกมมันโอเวอร์ไปแล้ว ดูถ้าจะนานแล้วด้วย” ผมพูด

“พี่เป็นนักแข่งรถด้วยนี่ครับน่าจะต้องรู้จักเคารพกฎกติกานะครับ และควรกลับมายินดีมากกว่าไม่ใช่พยายามเข้ามาสร้างความร้าวฉานแทน “เขามองหน้าผมนิ่งและยิ้มให้เขาเล็กน้อย

“ผมขอตัวนะครับ ลูกผัวผมรออยู่” ผมพูดก่อนจะหันหลังเดินออก ทำไมผมถึงรู้ว่าเขาคือนักแข่ง ผมดูจากเสื้อที่เขาสวมตอนถ่ายรูปกับเฮียธัน ผมเดินมากางแขนจะอุ้มลูกโซ่ แต่พี่เธียรส่ายหน้าว่าไม่ให้ผมอุ้ม พี่เธียรเปลี่ยนเป็นหันมากอดผมแทน ผมหันไปชำเลืองตามองคนที่ยืนอยู่ เขาเลือกเดินหันหลังออกไป คงไม่กล้าจะเดินเข้าไปหาเฮียธันกับฟิล์ม ผมแอบพ่นลมหายใจ ไอ้ฟิล์มมึงเจอคู่ต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาซะแล้ว ผมเองยังรู้สึกได้ ไอ้ฟิล์มแทบจะไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้เลย ตอนไอ้พี่เอ็ม ไอ้ฟิล์มมันไม่เคยเข้าไปยุ่ง จนมันหมดความอดทนขอเลิกกับไอ้พี่เอ็มมันเอง นั้นแปลว่ามันเองก็ไม่ได้รักไอ้พี่เอ็ม แต่นี้มันรักเฮียธัน ดูท่ามันจะรักเขาจนหมดใจซะด้วยซ้ำ

"ม๊าเป็นอะไรไปนะ" จู่ๆ พี่เธียรก็ถามผม เพราะว่าเขาตักอาหารให้ผมแล้วแต่ผมยังเขี่ยอยู่ ผมหันมามองพี่เธียรและตักอาหารทานให้คนข้างๆ สบายใจ

“ม๊า เมื่อกี้ไปคุยอะไรกับพี่ไนท์” พี่เธียรกระซิบถามผมแสดงว่าเขาก็แอบมองผมอยู่ ผมหันมามองพี่เธียรยิ้มๆ

“เขาคือแฟนเก่าเฮียธัน” ผมหันมาพูดกับพี่เธียร พี่เธียรหันมามองผมด้วยสีหน้าตกใจ

“ทำไมบีมรู้” พี่เธียรถามผมด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย อย่างที่ผมบอกทุกคนไม่มีใครพูดเรื่องนี้กับผมเลย

“เขาส่งรูปมาให้เฮียธันดูและฟิล์มมันเห็น เฮียธันนะบอกกับฟิล์มแล้วว่าเขาเลิกกันไปนานแล้ว แต่นี้เหมือนเขาจะพยายามกลับมาหาเฮียธันอีก โดยการพยายามรื้อฟื้นความหลัง ด้วยการส่งรูปที่คิดว่าเขารักกันมากมาให้ดู “ผมหันมาพูดกับพี่เธียร

“เฮียธันไม่มีวันกลับไปหาพี่ไนท์หรอก เชื่อพี่ เพราะว่าพี่ไนท์ทำกับเฮียธันไว้ชนิดที่ไม่มีวันให้อภัยได้และพี่รู้สึกว่าเฮียธันรักฟิล์มมากกว่า มากกว่าทุกคนที่เฮียเปิดตัวเป็นแฟนอีกนะ นี่ยังไม่รวมที่เรี่ยรายปลายทางที่เฮียเขามีมาก่อน “พี่เธียรพูด ผมหันมามอง มีแบบนี้ด้วยเหรอ

“ก็ผู้ชาย ใครให้ก็เอาป่ะ “พี่เธียรพูด ผมเริ่มกอดอก

“ตอนนี้ใครให้ ก็ไม่เอา แต่ป๊าขอม๊าแบบวันนี้ทุกรอบเลยได้ไหม ป๊าฟินมากพูดเลย” พี่เธียรกระซิบแหนบหูกับผม

“อะไรฟินเหรอคะ” มีคนกระซิบกับผมสองคน

“เว้ยย!!” พี่ธันหันไปร้องอุทานด้วยความตกใจ เฮียธามขยับตัวมาเบียดเพื่อกระซิบถาม พร้อมกับสีหน้ายิ้มๆ ให้ผมสองคน

“ตกลงอะไรฟิน ไม่บอกจะตะโกนให้ป๊าและม๊าได้ยินนะ ฟินอะไร!!” ผมหันมามองพี่เธียรเป็นไงละ

“แม้ไอ้ตอแหล ให้กูขับรถเอาลูกมึงมาด้วยบอกว่า จะไปเร่งเมียมาอาบน้ำ ที่ไหนได้ แอบไป…” เฮียธามพูด

“เกาหลัง!” พี่เธียรรีบพูด “ให้เมียเกาหลังให้ฟินมากเฮีย คันหลังไง ให้เมียเกาให้ ซี้ดซาด เป็นรอยเล็บเลยเนี่ยะ ดูๆ “พี่เธียรพูดแถบยังจับคอเสื้อดันหลังให้เฮียธามดู ผมหันไปมอง มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยนะพี่เธียร

“แค่เกาหลังแน่เหรอ ไอ้ตอแหล!” เฮียธามพูดก่อนจะส่งนิ้วกลางให้พี่เธียร

“พี่ธามครับ หวัดดีครับ “จู่ๆ ก็มีคนเดินมาทักเฮียธาม ผมหันไปมองคนที่มายกมือไหว้ พี่เขาก็ยกมือไหว้เฮียธีเช่นกัน พี่เธียรก็หันไปไหว้พี่เขาแบบขอไปที อันนี้แปลกมา ผมก็ยกมือไหว้ตาม ดูแล้วน่าจะแก่กว่าพี่เธียรอีก พี่เขายิ้มให้ผม

“หวัดดีว่ะ ไอ้ปุณณ์ มึงมาร้านนี้ด้วยเหรอ ไม่ยักรู้” เฮียธีถามขึ้น ก่อนจะช้อนตาขึ้นไปมอง

“ผมชอบทานอาหารร้านนี้กันนะครับ” พี่เขาตอบพี่ธาม

“สงสัยเราจะได้ฤกษ์เปลี่ยนร้านแล้วแหละเฮีย ไว้อาลัยร้านโปรดของป๊าได้เลย อุดหนุนครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย” เฮียธามพูด ก่อนจะหันไปมองคนที่ยืน เขายิ้มเจื่อนๆ ทันที

“ตรงไปน๊ะ!!” เฮียธีพูดพร้อมกับเล่ตามาลงที่เฮียธาม

“เจ๊ล้อเล่น!” เฮียธามพูดก่อนจะหันไปที่แขนพี่เขา พี่เขายืนปาดเหงื่อที่แตกลงมาจากไรผม

“เล่นเอาผมตกใจหมดเลยครับ เฮอๆ” พี่เขาพูดก่อนจะมองทุกคนและมาหยุดที่ผม

“ผมเห็นไอ้ธันนะครับ แล้วนี่มันไปไหนเหรอครับ” พี่เขาถามถึงเฮียธัน

“ไปไหนวะ ห้องน้ำเปล่าใช่ปะเฮีย” เฮียธามหันไปถามเฮียธี

“เห็นบอกไปตามเรากับฟิล์มไม่ใช่เหรอบีม” เฮียธีหันมาถามผม

“ใช่ครับ แต่เฮียเขาขอคุยกับฟิล์มก่อน พี่มีอะไรด่วนไหมครับ ผมไปตามให้ได้” ผมพูดแต่พี่เธียรจับข้อมือผมเอาไว้

“นั่งเลย นั่งทานได้แล้ว เดินอยู่นั่นแหละเดี๋ยวเป็นลม ถ้าเป็นขึ้นมา ป๊าต้องจับม๊าผายปอดโชว์คนเยอะแยะเลยนะ “พี่เธียรพูดขณะที่กำลังตักอาหารใส่จานให้ผม ผมหันไปมองพี่เธียร จ้องแต่จะผายปอดอย่างเดียวนี่นะ

“ไม่เป็นไรครับน้อง พี่นั่งไม่ไกล โต๊ะนั่นนะครับ เดี๋ยวพี่รอธันกลับมาก็ได้ครับ” พี่เขาบอกผม

“อุ๊ย!! ใครสั่งตีนมา!!” จู่ๆ เจ๊ธามก็ถามขึ้นเสียงดัง

“มิวก็เห็นอยู่นะยังไม่ได้ลองเลยแต่คิดว่าไม่กินดีกว่า ไม่ชอบแทะตีนนะเจ๊” พี่มิวพูดก่อนจะดันออกมาทางเจ๊ธาม เจ๊ก็จับถ้วยเซลามิกเข้ามา

“กินตีนด้วยกันไหม ปุณณ์ แม่งเหลือเยอะเลยไม่มีใครกิน “เจ๊ธามหันไปถามพี่ที่ยืนอยู่ พี่เขายืนหันรีหันขวาง ก่อนจะชี้หน้าตัวเอง เฮียธามชวนกินตีนไก่

“มึงนั่นแหละ แทะเป็นไหมตีนนะ” เจ๊ธามถามอีก คราวนี้ระบุเลยว่าพี่เขานั่นแหละ

“เหลือเยอะเลยวะ หลายคู่เลย เอาไปกินบ้างไหมว่ะปุณณ์ แต่เฮียไม่ค่อยสันทัดวะ พวกตีนๆ อะไรเนี่ยะ มึงชอบไม่ใช่เหรอวะ” เฮียธีเงยหน้าขึ้นมาถาม เล่นเอาพี่เขายืนนิ่งไปพักหนึ่ง ผมว่าพี่คนนี้ต้องมีความหลังที่ไม่สวยงามกับครอบครัวนี้ ผมหันไปเห็นพี่ไนท์นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับที่พี่เขาบอก

“ไม่ดีกว่าครับ พวกผมไม่ค่อยชอบตีน เออ ตีนไก่ตุ๋นนะครับ เฮีย “พี่เขาตอบเฮียธี

“ทำไมละ ดูซินี่น่ากินจะตายไป นี้ตุ๋นนานม๊าก!! ตุ๋นจนฮ่องกงฟุตไปหายหมดแล้วเนี่ยะ กินได้เลย ฆ่าเชื้อให้เรียบร้อยแล้ว” ผมถึงกับต้องปิดปากขำ พี่เธียรสะบัดหน้าไปมองเจ๊ธาม

“ไม่ดีกว่าผมเกรงใจงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เพื่อนเรียกกลับโต๊ะ หวัดดีครับเฮีย” พี่เขาพูดก่อนกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ

“เอาไว้ผมโทรคุยกับธันมันดีกว่าครับ” พี่เขาพูดก่อนจะรีบเดินสาวเท้ากลับไปที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว

“ตกลงใครจะกินไหมตีนนะ” เจ๊ธามหันมาถามทุกคนบ้าง

“ไม่เอาใครจะกินลงเล่นบอกเป็นฮ่องกงฟุตด้วย คราวนี้ร้านยาขายยาไม่ออกแน่ เพราะว่าเอาไปตุ๋นนานๆ เดี๋ยวก็หาย คิดได้ไง” เฮียธีพูดก่อนจะรีบดันชามนั้นออก แถมยังแอบแซวเจมิวอีก เจ๊มิงเหลือกตาขึ้นบนทีหนึ่งก่อนจะหันมาหยิกเฮียธีเบาๆ

“นี่มันยังกล้ามาทักไอ้ธันอีกเหรอเฮีย มันต้องด้านอะไรเบอร์ไหน” เฮียธามพูดกับเฮียธี

“มันมากับผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการนั้นไง นั่งทานอยู่โต๊ะนั้นนะ หนึ่งในนั้นก็อยู่ในแก้งค์ไอ้ปืนแต่นี่มันคงแตกคอกันแล้ว” เฮียธีพูดก่อนจะพยักพเยิดไปที่โต๊ะนั้นที่พี่เขาเดินกลับไป

“พี่ปุณณ์เป็นเพื่อนรักของเธียธันและก็หักหลังเฮียธันเรื่องผลประโยชน์จากทีมนักแข่งรถนั้นแหละ แถมยังเคยนัดเฮียธันออกไปหา แต่นัดไปให้คู่อริ ที่ไม่พอใจเพราะว่ามันแพ้การแข่งรถ มารุมกระทืบเฮียธัน โชคดีที่พวกเพื่อนๆ เฮียเข้าไปช่วยได้ทันแต่ก็นอนโรงพยาบาลหลายวันเลย”

“ตอนนั้นพี่บินไปเรียนแล้ว ไม่อย่างนั้น เฮียไม่โดนหรอก” พี่เธียรกระซิบกับผม ผมหันไปมองพวกเขาลุกออกไปแล้ว คนที่เป็นแฟนเก่าเฮียธันก็หันมามองผมก่อนจะลุกออกไปเช่นกัน เขาหันหน้าหนีไปมองทางอื่นเพราะว่าพี่เธียรเขาเอาแขนมาโอบเอวผมไว้ มันแสดงสถานะชัดเจน

“เธียร” ผมหันไปมองคนที่เรียกชื่อพี่เธียร อากันตภณ เดินอุ้มเจ้าลูกโซ่มาคืน

“ไปอยู่กับป๊าเราได้แล้ว อาเหล่าเจ๊ก กลับแล้ว” อากันหันมาบอกพวกผม

“เจ๊กกลับแล้วเหรอครับ “

“อืม เจ๊กจะกลับแล้ว หมอภีมเขาลงตรวจพรุ่งนี้แต่เช้านะ” อากันตอบผมหันมามองพี่เธียร พี่เขาก็หันไปมองอากันกับอาภีมที่กระซิบกระซาบกัน

“พี่ไปก่อนน่ะ “พี่หมอหันมาบอกทุกคน ผมหันไปยกมือไหว้พี่หมอ

“ถ้าไม่ดีขึ้นก็ไปหาพี่นะบีม แวะไปเอาวิตามินมาทานก็ดี” พี่หมอหันมาบอกผม

“ครับพี่หมอ” ผมตอบก่อนจะหันไปยกมือไหว้อากันตภณ

“เจ๊ก สวัสดีครับ” พวกพี่ๆ เขาก็ยกมือไหว้กัน เฮียธันเดินกับมาพร้อมกับฟิล์มดูท่าทางจะคุยกันเข้าใจแล้วจับมือกันมาขนาดนั้น ผมก้มลงมองไอ้ฟิล์มรีบชัดมือออกเพราะว่ามันเขิน

“ไอ้ธันมาแล้วไงเจ๊ก” เฮียธีพูด

“ธัน เจ๊กกลับแล้ว” อากันหันมาบอกเฮียธัน เฮียธันก็ยกมือไหว้

“อาจารย์สวัสดีครับ” ฟิล์มอีกคน อากันเดินออกไปทันที

“มิวกลับเลยไหม พรุ่งนี้มีเวรโรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ ตอนเที่ยงพี่ไปรับนะ เราจะได้ไปดูช่างที่ทำประตูห้องน้ำซะหน่อย “เฮียธีพูด

“ทำไมละเฮีย จะไปบอกเขาว่าไม่ต้องติดตั้งประตูให้ก็ได้ใช่ป่ะ เฮียชอบแบบโล่งๆ ” เฮียธามถามเฮียธีกลับทันที

“เจ๊!!มิวคงไม่เอาด้วยคนหนึ่งน่ะ ไม่อยากคิด ขนลุก! มีประตูเถอะ” เจ๊ะมิวพูดทำท่าขนลุกทันที เฮียธีนหันมาชูนิ้วกลางให้เจ๊ธาม

“ไม่ใช่!!เมื่อวานน่ะ ช่างเขาไปทำประตูให้และช่างบอกว่าติดประตูให้เรียบร้อยแล้วแต่มีเวลาเหลือ เฮียเลยถามว่าติดตั้งชักโครกได้ไหมเฮียรีบ ช่างติดตั้งแม่งก็งานเยอะ เขาก็บอกได้ เลยตกลงทำให้ด้วย สักพักโทรกลับมาหาเฮีย มาบอกว่าข่าวดี ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว แต่ข่าวร้ายคือปิดประตูไม่ได้ ติดชักโครก ชักโครกมันขวางประตู” พวกผมหันไปมองหน้าเฮียกันหมด

“เฮียเลยให้ช่างถ่ายรูปมาให้ดู ชักโครกมันขวางจริงๆ ด้วย “เฮียธันพูดก่อนจะโชว์รูปให้พวกผมดู ผมเห็นแล้วถึงกับกลั้นหัวเราะ ประตูถูกเปิดเอาไว้และชักโครกก็ติดเอียงไปทางด้านเดียวกับประตู ดังนั้นพอจะปิดก็ปิดไม่ได้

“เดี๋ยวนะเฮีย นี้เขาติดประตูให้เฮียด้านขวาของวงกบประตูเหรอ ปกติเขาจะติดด้านซ้ายมือไม่ใช่เหรอเฮีย “เฮียธันชี้ไปที่รูปในมือถือเฮียธี

“อืมม น่าจะเทรนใหม่ว่ะ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า เฮียควรจะย้ายประตูหรือย้ายชักโครกดีวะ” เฮียธันพูด

“ตกลงปัญหามันอยู่ที่ไหนวะ” เฮียธีถามเหมือนจะขำ ขำ

“ชักโครงมันขวางใช่ป่ะ” พี่เธียรหันมาชี้

“เฮียธี ไอ้เธียรมันลงความเห็นว่าปัญหาคือชักโครกเฮีย” เฮียธามพูดอีกคน

“ตกลงกูต้องรื้อชักโครงและแต่เก็บประตูที่มันติดผิดฝังเอาไว้ใช่ไหมวะ “เฮียธีพูดก่อนจะมองหน้าพี่เธียร ผมหันมามองสามีตัวเองคิดแบบนี้จริงเหรอ พี่เธียรพยักหน้าด้วยความมั่นใจ

“ผมว่าประตูห้องน้ำไม่ผิด ชักโครกเฮียก็ติดไม่ผิดนะเฮีย” เฮียธันพูด

“แล้วอะไรผิดวะ” เฮียธีถาม

“ช่าง ช่างแม่งผิดตั้งแต่ประตูแล้ว และยังอุตส่าห์ไม่แก้ประตูก่อนแล้วค่อยติดตั้งชักโครราคาเกือบแสนของเฮีย” เฮียธันพูด ดูแล้วถ้าจะแพงจริงๆ ด้วย มีระบบเยอะแยะไปหมด

“เปลี่ยนช่างเถอะเฮีย ก่อนที่จะติดตั้งผิดไปหมดทั้งหลัง เฮีย!” เฮียธามหันมาพูด

“ตกลงเฮียควรจะเปลี่ยนช่าง เฮียก็คิดว่าอย่างนั้นแหละว่ะ ดีว่าช่างมันไม่เอาประตูไปติดไว้บนหลังคาบ้านให้เฮีย และโจรจะได้โรยตัวลงมาขนของบ้านเฮียได้สบายๆ” เฮียธีพูดขำขำ เฮียธีเวลาทำงานขรึมมากเหมือนป๊า วันแรกที่ผมเจอนี่ผมนั่งตัวเกร็งเลยแต่พอเลิกงานเฮียเป็นคนตลก

“เห็นเฮียธีติดตลกแบบนี้น่ะ เวลาเฮียดุหรือโมโห น่ากลัวกว่าป๊าอีก พี่นี่กลัวเลย” พี่เธียรกระซิบบอกผม ขณะที่พวกผมพากันลุกจะเดินไปหาอาม่าตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าแล้ว ในห้องอาหารพนักงานเริ่มออกมาทำความสะอาดเตรียมปิด

“อาม่าผมจะกลับก่อนนะครับ มิวเขามีขึ้นเวรที่โรงพยาบาลนะครับ อาม่า” เฮียธีย่อตัวลงพูดกับอาม่า ผมเห็นเจ้าลูกตาเริ่มปรือๆ แล้ว เริ่มกอดคอพี่เธียรเอาหน้าซบลงที่ไหล่พี่เธียรแทน

“แบทอ่อนแล้วอาม่า เดี๋ยวเอาไปชาร์จในรถ” พี่เธียรบอกอาม่า

“เธียรเดี๋ยวเอารถป๊ากลับไปแล้วกันนะ ส่วนรถเราป๊าเขาขับกลับไป” ม๊าหันมาบอกพี่เธียร ผมไม่เคยรู้ว่าป๊าขับรถแรงๆ ของพี่เธียรได้ พี่เธียรส่งกุญแจให้ป๊ารับไป

“เมื่อก่อนป๊าก็ใช่ย่อยรถแรงๆ ป๊ามีหมด ดังนั้นไม่แปลกถ้าลูกๆ จะชอบความเร็วเหมือนป๊า ส่วนคนที่ห้ามพวกพี่เรื่องแข่งรถนะม๊าพี่ครับ ไม่ใช่ป๊า” พี่เธียรกระซิบกับผม

“โกวกับเตี๋ยกับเลยแล้วกันนะ วันนี้อาเหมยเขาจะไปค้างกับอาม่า ไปดูแลอาม่า ช่วงนี้เจ๊กเรายุ่งเห็นบอกเตรียมเอกสารสำคัญ “โกวพูด ผมก็เดินไปยกมือไหว้อาม่า

“พักผ่อนเยอะๆ นะอาบีม ลูกในท้องจะได้แข็งแรง” อาม่าพูด

“อาม่ารู้ได้ไงอ่ะ “เฮียธามถามอาม่า

“ก็มันเล่นหายไปเป็นชั่วโมงขนาดนั้น มึงคิดว่ามันไปเล่นจั้มจี้มะเขือเปราะเหรอ มันคงหายไปทำลูกมานั่นแหละ แต่ดีดี อาม่าชอบๆ” ผมสะบัดหน้ามามองอาม่า

“ม๊า” ป๊าเรียกอาม่า

“อาม่า อันนี้เรียกว่ารู้ใจหลานรักใช่ไหมอาม่า” เฮียธามถามอาม่า

“อั๋วไม่ได้รู้ใจมันหรอก รู้สันดานมันดีกว่า ไอ้นี่น่า “อาม่าพูดและชี้ไปที่พี่เธียร

“อาม่าไปขึ้นรถ รถรออยู่ พูดอะไรก็ไม่รู้” โกวหงส์รีบหันมาบอกอาม่า ผมหันไปยกมือไหว้แฟนโกวหงส์ ดูเขาคุยกันกับป๊าถูกคอดี พวกผมเดินออกไปส่งอาม่าขึ้นรถก่อน ส่วนพี่เธียรก็เดินไปเอาเจ้าลูกโซ่ขึ้นรถเก๋งป๊า ไปพร้อมกับพี่มลที่ขึ้นไปนั่งด้านหลัง

“อาบีม พรุ่งนี้อาม่าจะไปไหว้อากงนะ อาม่าจะขอให้เรานะโชคดีนะ ใครที่มันจะคอยมาขัดมาขวางก็ขอให้มันพ่ายไปน่ะลูกน่ะ ดูแลตัวเองดีดีล่ะ อาม่าเป็นห่วง “อาม่าพูด ผมกอดอาม่า

“ขอบคุณครับอาม่า” ผมบอกอาม่า

“อาม่า ทำให้ผมนึกถึงคุณยายของผม ท่านรักผมดูแลผม จนกระทั่งท่านเสียครับอาม่า “ผมพูดกับอาม่า

“ลื้อก็คือหลานอาม่า หลานสะใภ้อาม่า อาม่าชอบใจเราน่ะ เราเป็นคนเข้มแข็ง มีอ่อนนอกแข็งใน “อาม่าพูดก่อนจะหันไปหยุดที่พี่เธียร

“แต่จะเอาไอ้เธียรให้อยู่ ลื้อต้องใช้ไม้แข็งๆ กับมันอย่างเดียวน่า อาม่าแนะนำ” อาม่าพูด พี่เธียรสะบัดหน้าสองทีติดมองอาม่า

“อ้าวอาม่าทำไมไปแนะนำหลานสะใภ้แบบนั้นล่ะ “พี่เธียรเดินกลับมากอดอาม่า

“เมื่อก่อนอ้อนอาม่าใจอ่อนทุกทีตีไม่ลง ตอนนี้ไม่มีแรงแล้ว ให้อาบีมตีแทนแล้วกัน “อาม่าพูด

“ครับอาม่า ผมจะจำคำที่อาม่าแนะนำครับ” ผมหันมามองพี่เธียร

“อาม่าผมกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า “เฮียธันเดินเข้ามากอดอาม่าอีกคน ฟิล์มยกมือไหว้อาม่า อาม่าใช้ฝ่ามือแตะที่หัวฟิล์มเบาๆ และพวกผมก็แยกย้ายกันขึ้นรถ ฟิล์มหันมามองผมก่อนจะพยักหน้าว่าทุกอย่างโอเค เขาก็ไปขึ้นรถเฮียธัน ผมเดินมานั่งในรถ พี่เธียรเดินมาขึ้นรถก่อนจะขับออกไปอีกทางเช่นกัน

//บีม แม่จะไปไทยนะวันพฤหัสบดีนี้ จะแวะไปหานะ จะให้ไปหาที่ไหน ที่บ้านแฟนเราได้ไหม มัมอยากเจอหลานกับแฟนเรา//ผมอ่านข้อความที่ถูกส่งมาให้ผม ไม่รู้ตอนไหน แต่ว่าผมอ่านไปด้วยความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก มัมจะมาหาผมกับหลาน ผมดีใจจนบอกไม่ถูก

“ยิ้มแบบนี้ใครส่งข้อความมาจีบหรือเปล่า”

“พี่เธียร ไม่มีหรอก “ผมหันไปบอกพี่เธียร

“แม่จะมาหาผมครับ ผมให้แม่มาหาผมที่บ้านพี่เธียรได้ไหมครับ แม่อยากเจอหลานครับ” ผมบอกพี่เธียร พี่เขามองผม

“ได้ดิ ก็แม่ยายพี่ทั้งคน แต่ว่าบีมต้องไปมหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ วันพฤหัสและพี่ต้องไปด้วย พี่ไม่ปล่อยเราไปคนเดียวแน่นอน แพรวาเขาก็ต้องไปด้วยนะ พี่เป็นห่วง พี่ไม่ไว้ใจแพรวา” พี่เธียรบอกผม ผมยิ้มตอบพี่เธียร ผมคงจะต้องส่งข้อความบอกแม่ว่าให้มาตอนเย็นแล้วกัน ผมหันมามองคนที่กุมมือผมไว้ แม้ว่าสายตาจะมองจ้องไปที่ท้องถนนก็ตาม มีแอบจับมือผมขึ้นมาหอมบ้างตอนทีเผลอ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนโชคดีขึ้นมาแล้วซิ
TBC...

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
   
EP.36(เฮียธันXฟิล์ม)สถานะที่จัดเจน ครึ่งแรก           

          Part’ s เฮียธัน ผมขับรถมากับฟิล์ม ผมถึงได้ว่าทำไมวันนี้ฟิล์มดูเงียบๆ ไป ไม่ขึ้นไปทานข้าวกับผมเหมือนเช่นทุกวัน เขาบอกว่าพี่ที่ห้องทำงานชวนไปทานข้าวด้วย แต่พอผมถามพี่ที่ทำงานเขาบอกฟิล์มออกไปทานคนเดียว วันนี้ผมเลยผมชวนเขามาทานอาหารกับครอบครัว เขาก็เอาแต่เงียบอีกผมเองก็ไม่กล้าชวนคุยเยอะผมเองก็ไม่รู้ว่าผมผิดอะไร จนเขาหายไปในห้องน้ำกับบีมนานผมเลยไปตาม บีมบอกให้ผมคุยกับฟิล์มเพราะว่าฟิล์มเป็นคนไม่ชอบพูด ชอบเก็บและมันก็จริงซะด้วย มันก็เกี่ยวข้องกับที่ไนท์ส่งรูปที่ผมเคยถ่ายคู่กันระหวางเขากับผมและมันนานพอสมควร รูปนั้นคือรูปวันแรกที่ผมประกาศกับเพื่อนว่าเราเป็นแฟนกัน ผมยอมรับว่ามันแนบชิดตามประสาคนรักกัน แต่ว่าผมกับเขาเลิกกันไปแล้ว รูปพวกนี้ต่อให้เขาจะส่งมาให้ผมสักกี่สิบๆโหลหรือจะส่งรูปที่เคยนอนด้วยกันมามันก็ไม่มีผลอะไรกับผม ผมเลิกรักเขาไปแล้วมันจบไปแล้ว แถมวันนี้เพื่อนที่เคยหักหลังผมมันก็พาพวกที่สนับสนุนมันข้ามาทานร้านอาหารเดียวกันอีก แต่ผมไม่ได้เดินไปทัก ผมมัวแต่ไปนั่งคุยกับฟิล์มตรงด้านหลังกว่าจะปรับความเข้าใจกันได้ ผมรู้ว่าน้องเองก็ไม่อยากเจอเหมือนที่ผ่านมาผมเองก็อยากเจอเช่นกัน

“วันนี้ไปค้างกับพี่น่ะฟิล์ม” ผมหันไปบอกฟิล์ม ฟิล์มหันมองหน้าผมโดยไม่ได้พูดอะไร เขาคงพอจะเดาได้เพราะว่า ผมไม่ได้ขับไปทางเส้นที่ต้องผ่านบ้านของฟิล์มก่อน ผมใช้เส้นทางที่ตรงมาคอนโดผมเลย ผมขับขึ้นไปชั้นสำหรับจอดรถของผม

“ยังโกรธพี่เรื่องรูปนั้นอีกเหรอ ฟิล์ม” ผมหันมาถามฟิล์ม

“พี่เปิดมาเจอรูปพี่ก็เอาไปใส่เครื่องทำลายเอกสารทันที “ผมบอกฟิล์ม

“ฟิล์มไปห้องพี่ ฟิล์มไม่เห็นเหรอว่าไม่มีรูปเขากับพี่เลยน่ะ แหละนั่นก็แปลว่าพี่กับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว พี่เป็นคนที่จบคือจบ และไม่ซ้ำทางเดิม” ผมหันบอกฟิล์ม ขณะที่ผมเลี้ยวเข้าที่จอดรถ

“ผมแค่รู้สึกว่าผม “ฟิล์มพูด ผมจอดรถเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ดับเครื่องผมว่าจะคุยกับฟิล์มให้เรียบร้อยซะก่อน ชั้นที่ผมจอดชั้นเป็นที่มีความปลอดภัยสูงมีคีย์การ์ดเฉพาะ จะเป็นส่วนตัวมาก ผมปรับเบาะให้ถอยไปด้านหลังจนสุด

“ข้ามมาคุยกับพี่ซิ” ผมบอกฟิล์ม ฟิล์มหันมามองผม ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยและเขาก็ข้ามมานั่งคร่อมผมอย่างว่าง่าย ผมดันตัวขึ้นผมใช้ฝ่ามือจับประคองใบหน้านั้นไว้ ก่อนจะประกบปากจูบฟิล์ม คนที่ถูกจูบก็ตอบสนองผมกลับทันที พร้อมทั้งเผยอปากให้ผมสอดลิ้นเข้าไปควานหาความหวานในปากนั้น อยู่หลายนาทีก่อนจะถอนริมฝีปากผมออก ผมมองจ้องใบหน้านั้น

“ฟิล์ม พี่รู้สึกพิเศษกับฟิล์มจริงๆ พี่รู้สึกว่าพี่รักฟิล์ม พี่รักฟิล์มมากกว่าทุกคนที่พี่คบมาแม้กระทั้งไนท์ “ผมบอกฟิล์ม

“พี่ยอมรับว่าพี่กับไนท์ เรื่องบนเตียงเขาตอบสนองพี่ถึงใจ แต่เรื่องความซื่อสัตย์เขาไม่เคยมีให้พี่เลยในยามที่พี่หันหลังให้พี่ “ผมบอกฟิล์ม

“ผมยอมรับว่าผมกลัว พี่จะกลับไปหาเขา ผมกลัวผมจะเสียใจแบบที่ไอ้เอ็มมันทำ “ฟิล์มพูด

“แต่ผมรู้สึกกลัวเสียพี่ไปมากกว่าที่ผมรู้สึกกับไอ้เอ็มมัน อ่ะพี่ธัน “ผมมองแววตาคู่นั้น

“พี่ไม่มีวันกลับไปหาไนท์ ฟิล์ม เขาทำในสิ่งที่พี่ยอมรับไม่ได้ เขานอนกับเพื่อนที่พี่รักและเพื่อนพี่คนนี้มันก็หักหลังพี่เพราะมันฟังคนอื่นมา มันคิดว่าพี่ให้มันไม่เท่ากับคนอื่นแต่จริงๆ หุ้นส่วนทุกคนเท่ากันหมด ในบรรดาเพื่อนพี่ทั้งหมดห้าคน “ผมพูดกับฟิล์ม ฟิล์มหลุบตาลง ผมใช้นิ้วเรียวๆ ของผมเชยคางมนๆ นั้นขึ้นมา

“ฟิล์มรักพี่หรือเปล่า” ผมถามฟิล์ม

“ฟิล์มบอกพี่ซิว่าฟิล์มคิดเหมือนพี่หรือเปล่า” ผมถามฟิล์ม เขาก็มองหน้าผม ก่อนจะพยักหน้าตอบผม

“พี่รักฟิล์ม พี่อยากให้ฟิล์มเป็นคนสุดท้ายของพี่ได้ไหม เห็นพี่นอนกับคนนั้นคนนี้ก็จริงแต่ไม่มีใครที่พี่อยากจะหยุดเหมือนที่พี่รู้สึกกับฟิล์ม “ผมถามฟิล์ม เขามองหน้าผม ก่อนจะพยักหน้า ผมก็ถอดเอาแหวนที่ผมสวมเอาไว้ขึ้นมา ผมสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของฟิล์ม ฟิล์มมองผมก่อนจะก้มลงมองแหวนที่ผมสวมให้

“นี่มันแหวนตระกูลของพี่ไม่ใช่เหรอครับ” ฟิล์มถามผม ผมพยักหน้า

“แล้วพี่ถอดให้ผมทำไมละครับ” ฟิล์มถามผมด้วยสีหน้าตกใจ

“นี้คือแหวนวงศ์ตระกูล อากงบอกว่าถ้าเจอคนที่ใช้ให้สวมแหวนนี้ให้คนนั้นนั่นแหละว่าพี่เลือกฟิล์มเข้าสู่ตระกูลของพี่แล้ว” ผมบอกฟิล์ม

“พี่เลือกฟิล์ม พี่เองยังไม่เคยให้แหวนนี้กับใคร ถ้าพี่ไม่มั่นใจจริงๆ แต่พี่เชื่อใจฟิล์ม ว่าฟิล์มจะไม่ทำให้พี่ผิดหวังถ้าฝากหัวใจไว้กับฟิล์ม” ผมพูดฟิล์มมองหน้าผมก่อนจะจูบผมตอบ

“แหวนวงนี้ ไนท์เอ่ยปากถามพี่เองหลายครั้งตั้งแต่ตอนที่คบกัน พี่เองก็ไม่คิดว่าเขาจะเหมาะสมกับแหวนวงนี้ พี่บ่ายเบี่ยงจนกระทั่งพี่เริ่มระแคะคายบางอย่างและสุดท้ายมันก็จริงด้วย เขามีอะไรกับคนที่เป็นเพื่อนพี่ ทั้งที่เขาก็รู้ไม่ใช่ไม่รู้” ผมพูดกับฟิล์ม ฟิล์มเขาก้มลงมองแหวนที่ผมสวมใส่ไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขา

“หรืออีกนัยหนึ่ง นั้นแปลว่า พี่ขอฟิล์มแต่งงานแล้ว” ผมพูด ฟิล์มเงยหน้าขึ้นมองผม เขาตกใจมากแต่ก็ยิ้ม

“แต่งงานกับพี่ไหม “ผมถามคนที่นั่งคร่อมผมอยู่ ฟิล์มเขาปาดน้ำตาที่ซึมออกมา

“ไม่ตอบพี่ ให้พี่ถามอีกรอบเหรอครับ” ผมถามฟิล์ม

“แต่งครับ แต่ง” มันทำให้ผมมุมปากของผมกระตุกเป็นรอยยิ้มทันที หนุ่มน้อยของผมรีบตอบเหมือนกลัวผมจะเปลี่ยนใจ

“คราวนี้ชัดเจนพอแล้วใช่ไหมครับ ว่าพี่รักเรามากกว่าเขา “ผมถามฟิล์ม

“ครับ ขอบคุณนะครับพี่ธัน” ฟิล์มบอกผม

“พี่ขอในรถได้ไหมครับ พี่ว่ามันฟินดี” ผมกระซิบกับฟิล์ม ฟิล์มยืดตัวตรงพร้อมกับหันไปมองรอบๆ

“ตรงนี้ไม่มีใครเข้ามาจอดหรอกครับ มันเป็นล๊อกส่วนตัว พี่จ่ายเป็นรายปีสำหรับเวลารถพี่น้องและเพื่อนๆ ของพี่มาจอดนะครับ ดังนั้นจะไม่มีใครกล้ามาจอดข้างๆ รถพี่แน่นอน “ผมพูดกระซิบ ผมค่อยปลดกระดุมเสื้อฟิล์มที่ละเม็ดไปจนหมดแพง ผมพรมจูบที่แผ่นอกของฟิล์ม ฟิล์มก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของผมจนหมดแพงไปเช่นกัน ฟิล์มก้มลงจูบที่ซอกคอของผม ไล่จูบไปทั่วตามลำคอและแผ่นอก เรื่อยไปจนถึงหน้าท้อง ฟิล์มเริ่มปลดเข็มขัดของผม รูดซิปก่อนจะงัดเอาแท่งร้อนๆ ของผมออกมา เขาช้อนตาขึ้นมามองผมพร้อมกับครอบปากลงที่ ปลายลิ้นที่เริ่มโลมเลียจากส่วนปลายไปหาโคน ผมถึงกับต้องเกร็งหน้าท้องหลับตาพริ้ม ฟิล์มทั้งดูดทั้งเลียจนผมเองก็แทบจะทนไม่ไหว ผมดึงแขนบีมให้เขาขึ้นมา ฟิล์มถอดกางเกงสแล็คเข้ารูปเขาออกไปกองไว้ที่นั่งด้านข้าง เหลือไว้แค่เสื้อเชิ้ตที่ไม่ได้ติดกระดุม คนร่างเล็กขึ้นคร่อมผมอีกครั้งพร้อมกับเล็งช่องทางรักให้ตรงกับมังกรที่ตั้งตรงรออย่างกับเสากระโดง ผมก็กดปุ่มปรับเบาะให้ต่ำลงไปจนสุด

“ซี้ด” เสียงครางลากยาวขณะที่ฟิล์มกำลังกดช่องทางรักลงมาเรื่อยๆ ผมก็จับเอวฟิล์มเอาไว้ เลียริมฝีปากรออยากจะจูบเขาเหลือเกิน ฟิล์มก้มลงจูบผมอย่างดูดดดื่ม เราแลกลิ้นกัน ฟิล์มเริ่มลงลิ้นกับสองจุดของผม ผมยอมรับว่าฟิล์มมีประสบการณ์เรื่องอย่างว่ามาบ้าง แม้จะไม่ได้เก่งกาจเหมือนไนท์ แต่ผมชอบแบบนี้มากกว่า เมื่อช่องทางรักนั้นครอบลงมาจนถึงโคนฟิล์มก็เริ่มขยับขึ้นลง ผมเอื้อมมือไปกดเร่งปรับแอร๋ให้เย็นขึ้นอีกเพราะว่าคนที่ขย่มผมอยู่เหงื่อแตกเป็นน้ำทั้งที่แอร์ก็ทำงานอยู่ตลอด ผมเองก็เหงื่อแตกเช่นกัน แอร์เย็นขนาดที่กระจกเป็นฝ้าเลยแต่ความเย็นสู้ไฟราคะของผมสองคนไม่ได้ ฟิล์มก็ขย่มเอาไม่ยั้ง

“อ้าห์ ฟิล์ม ซี้ด” ผมร้องครางและบีบมือหนุ่มน้อยคาวบอยเอาไว้ด้วย ฟิล์มเริ่มโยกแรงขึ้นเร็วขึ้น มือผมทั้งคู่ที่ประสานกันอยู่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ฟิล์มก็ขึ้นจนเกือบสุดและลงเกือบสุดเช่นกัน มือผมจับเอวของฟิล์ม ปากก็จูบกันอย่างเมามัน

“อ้าห์ ฟิล์มพี่ไม่ไหวแล้ว พี่ปล่อยเลยนะฟิล์ม อ้าห์!! อู้!!” ผมจังสะโพกฟิล์มกดไว้ให้ค่างอยู่พักหนึ่งจนน้ำรักที่พุ้งกระฉุดฝังไว้ในกายของฟิล์มจนหมดเรียกว่าทุกหยดเลยก็ว่าได้ เล่นเอาผมกับฟิล์มเหงื่อแตกราวกับว่าผมกำลังนั่งอยู่ในตู้อบซาวน์น่าก็ว่าได้ ฟิล์มยกก้นตัวเองขึ้นก่อนรีบแต่งตัว ผมเองก็แต่งตัวเช่นกัน

“ฟิล์ม ต่อไปมีอะไรคุยกับพี่เลยนะ เราเป็นแฟนพี่แล้ว ถ้าอันไหนที่ฟิล์มคิดว่ามันไม่โอเคให้บอกพี่ตรงๆ นะครับ” ผมบอกฟิล์ม ฟิล์มพยักหน้ากับผม ผมเปิดประตูให้เขาออกไปก่อนตามมาด้วยผม ฟิล์มเดินไปหยิบเสื้อสูทของผมและเขาที่ถูกถอดไว้ด้านหลังตั้งแต่ก่อนจะเข้าไปทานอาหาร

//ธัน พรุ่งนี้ป๊าว่ามีสัมมนาเรื่องระบบการศึกษาไทย ที่โรงแรมxxxxx ตอนสิบโมงเช้า ป๊าบอกว่าพาฟิล์มไปด้วยก็ได้นะและไปเจอกับป๊าและม๊าที่นั่นตอนเก้าโมงป๊าจะชวนไปทานข้าวเช้าด่วย (สงสัยมึงจะงานเข้าว่ะธัน) //เฮียธามส่งข้อความมาบอกผม เล่นเอาธันเสียวสันหลังว้าปเลยนะเฮีย

“ฟิล์มพรุ่งนี้ไปฟังสัมมนาเรื่องระบบการศึกษานะครับ ป๊ากับม๊าพี่ไปด้วย เราไม่ต้องเข้าไปที่โรงเรียน เราตรงไปที่นั่นเลย” ผมบอกฟิล์ม ฟิล์มหันมาพยักหน้ากับผม ผมเดินขึ้นห้องของผม ผมยอมรับว่า มีคนมองผมตั้งแต่ผมเริ่มเข้ามาอยู่ที่นี้แล้ว มีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ไปทางสาวใหญ่ที่ส่งสายตามาให้ผม

“สวัสดีค่ะคุณธัน” พี่สาวคนนี้ เวลาเจอผมก็ทักทายผมทุกครั้ง เธอทำงานเป็นนักวิชาการของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ผมหันไปยิ้มทักทายพี่เขาตามปกติ

“สวัสดีครับ” ผมทักทายเธอกลับเหมือนเช่นทุกที เธอหันมามองฟิล์ม

“น้องชายเหรอคะ” เธอถามผมแต่ผมเดาว่าสายตาเธอคงไม่คิดว่าฟิล์มคือน้องขายผมแน่ๆ หน้าตาเราไม่เหมือนกันไปคนละทางผมออกแนวอาตี๋ตาโต แต่ฟิล์มออกแนวหนุ่มน้อยหน้าหวานไทยแท้ๆ แถมผมขาวกว่าฟิล์ม ฟิล์มเขาผิวออกไปทางสีน้ำผึ้งมากกว่า

“แฟนผมครับพี่ น้องชื่อฟิล์มครับ” ผมตอบเธอ เธอหันมามองหน้าผมก่อนจะนิ่งไปสักพัก ฟิล์มพยักหน้ายิ้มให้แต่เธอกับนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ก่อนจะหันหลังไปยืนอีกฝังกับผมสองคน ฟิล์มขมวดคิ้วแบบไม่เข้าใจ ผมก็ยักไหล่ไม่รู้ ผมเดินมายืนเบียดกับฟิล์มแทน และจังหวะที่ผมเห็นว่าผมมันลงมาปกหน้าฟิล์ม ผมเลยใช้นิ้วเขี่ยขึ้นไปให้

   ผมได้ยินเสียงเธอกดลิฟต์อีกครั้ง คราวนี้เธอกดไปที่ชั้นที่ถึงก่อนชั้นเธอหลายชั้นอยู่  ผมเองไม่ใช่คนโง่ ผมรู้ว่าเธอแอบชอบผม ผมสังเกตจากที่ผมมักจะเจอเขาในลิฟต์เป็นประจำ ไม่ว่าเลิกงานเวลาไหนก็ตาม โดยปกติเลิกงานไม่ค่อยเป็นเวลาและกลับมาบ้างไม่กลับบ้าง พอถึงชั้นที่เธอกดไว้ก็รีบออกไปในทันที ผมหันมามองฟิล์ม หลังจากที่ประตูปิดลง

“เขาชอบพี่” ฟิล์มถามผม

“พี่ยอมรับครับ แต่พี่ไม่ชอบเขานี่ครับ พี่คงไม่จำเป็นต้องไปชอบทุกคนที่ชอบพี่มั้งฟิล์ม เยอะเกินค้อนประเทศได้และน้องหนูพี่มันมีอันเดียว ไม่มีสำรองนะครับ มีหวังตายก่อนพี่แก่” ผมพูดก่อนเงยหน้ามองอีกหลายชั้นเลยกว่าจะถึง

“แหว๊ะ! คนอะไรหลงตัวเอง” มีคนบ่นพึมพำอยู่คนเดียว ผมก้มลงมองเขา

“ว่าอะไรพี่น่ะ” ผมเอียงหูถามฟิล์ม เขาเงยหน้าขึ้นมามองผม

“เปล่า!!” ทำเสียงสูงใส่ผม

“แต่พี่ได้ยินน่ะ ว่าพี่หลงตัวเอง แล้วฟิล์มล่ะ ไม่หลงพี่บ้างเหรอ “ผมถามก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปจะจูบ ฟิล์มหลับตาปี๋ แต่ผมแค่ใช้นิ้วโป้งแตะที่ริมฝีปากนั้นเบาๆ ฟิล์มเขาลืมตาขึ้นมอง แก้มที่แดงระเรื่อนั้น

“ผมก็รู้ว่ามีคนมองพี่เยอะอ่ะ บางทีมันก็ทำให้ผมกลัวนะพี่ธัน ผมไม่ชอบแย่งชิงกับใคร “ฟิล์มพูดขึ้น ผมยืนกอดอกรอลิฟต์เปิดเพราะว่ามาถึงชั้นของผมแล้ว

“ไม่ต้องกลัวครับ พี่ไม่ชอบให้ใครมาแย่งพี่เหมือนกัน พี่ไม่ใช่สิ่งของครับ พี่มีความคิดเป็นของตัวเองดัง ดังนั้นพี่จึงควรเป็นคนเลือกเองว่าใครจะได้หัวใจพี่ครับ และบรรดาคนที่พี่คบ เขารู้ดี”

“ถ้าไปกันไม่ได้เลิกก็คือเลิก เขาจะไม่กล้าย้อนกลับมาตอแยพี่อีกเพราะว่าถ้าพี่บอกเลิกแล้ว นั้นคือเลิก “ผมพูดกับฟิล์มก่อนจะดันให้เขาออกจากลิฟต์ ผมเปิดประตูห้อง ฟิล์มไม่ได้มาพักกับผมเกือบอาทิตย์แล้ว

“แม่บ้านมาทำความสะอาดให้พี่นะครับ แม่บ้านที่บ้าน ม๊าพี่จะส่งมาทำให้อาทิตย์ละวัน” ผมบอกฟิล์ม ฟิล์มเขาพยักหน้า ตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว ผมเดินไปรดน้ำต้นไม้ก่อน ฟิล์มแยกเดินเข้าไปในห้องนอน เขาคงไปเตรียมตัวอาบน้ำก่อน ผมให้แม่บ้านมาจัดตู้เอาไว้ให้ฟิล์มโซนหนึ่งเลย ผมสั่งเสื้อผ้ามาไว้ให้เขา รองเท้าแบรนด์เนม ของใช้ที่จำเป็น นาฬิกา กระเป๋าสตางค์ แต่น้ำหอมผมให้บีมเลือกให้ เพราะว่าเขาสไตล์เดียวกัน ผมเดินเข้าไปในห้องนอนตรงไปยังห้องเสื้อผ้า

“หมับ “ผมยืนกอดอกมองฟิล์ม เขาหันมามองหน้าผม

“นี้เสื้อผ้าผมเหรอครับ”

“ครับ พี่ให้แม่บ้านมาจัดตู้เพื่อจัดไว้ให้ฟิล์ม ก็เราเป็นแฟนพี่แล้วนี่ครับ” ผมบอกฟิล์ม ผมยืนฝังปลายจมูกโด่งรั้นนั้นลงที่ซอกคอเนียนๆ นั้น

“ชอบไหม เสื้อผ้าที่พี่สั่งมาให้ พี่กะเอานะ ว่าฟิล์มต้องใส่ไซ้ไหน ดูน่าจะพอดีตัวนะ “ผมถามฟิล์ม ผมกอดเขาจากด้านหลัง ฟิล์มแหงนขึ้นมามองหน้าผม

“พี่กะเอาเหรอครับ” ฟิล์มเลิกคิ้วถามผม

“ก็นอนจับลูบคลำกันอยู่ทุกคืน ทุกซอกทุกมุมก็ว่าได้ พี่เลยกะถูกไง ว่าคนนี้หุ่นแบบไหน” ผมพูดพร้อมกับหลุบตามองคนที่ก้มลงมองพื้นหน้าแดงขึ้นมาทันที เขาแอบยิ้มกริ่มก่อนจะหันไปมองเสื้อผ้าในตู้ ที่ผมสั่งมาก็มี Jaspal, Calvin Klein, ราล์ฟ ลอเรน และDiesel ผมยอมรับว่าผมค่อนข้างติดแบรนด์

“ดูเสื้อผ้าแต่ละยี่ห้อซิ ในฝันผมเลยครับพี่ธัน ผมไม่คิดว่าผมจะมีวันนี้ที่ได้ใส่” ฟิล์มพูดก่อนจะจับดู

“พี่รู้ว่ามันสิ้นเปลืองแต่เราต้องใช้มันเพื่อหน้าตาและพี่มีกำลังซื้อให้ฟิล์มใส่ เพราะว่าฟิล์มคือคนพิเศษของพี่ “ผมกระซิบบอกฟิล์ม

“ไปอาบน้ำกันดีกว่าครับ พี่อยากให้ถูหลังให้และถ้าจะให้รางวัลพี่อีกสักยกในห้องน้ำพี่ยินดีนะครับ “ผมกระซิบบอกฟิล์มอีกครั้งก่อนเลือกชุดนอนออกมาหนึ่งชุด ขนาดเลือกชุดนอนออกมายังใจตรงกันเอกลายสีเหมือนกันด้วย ผมกับฟิล์มเข้าไปอาบน้ำด้วยกันเหมือนอาทิตย์แรกที่ผมขอเขาเป็นแฟนเขามาค้างกับผมทุกคืนเพราะว่าแม่ของฟิล์มต้องไปช่วยพี่สาวดูแลหลาน เพราะว่าแฟนเขาถูกส่งไปเป็นผู้จัดการสาขาที่ต่างจังหวัดชั่วคราว

ผมเข้ามาเปิดน้ำก่อนแน่นอนไม่ได้แค่อาบน้ำ ยกที่สองต้องมี ผมกับฟิล์มบรรเลงเพลงรักกันยกที่สองในตู้อาบน้ำ ฝ่ามือที่มีฟองสบู่รูดที่กระจกเป็นทางยาว เพราะว่าฝ้าจากไอน้ำร้อนที่ผมเปิดทิ้งเอาไว้ก่อนที่ฟิล์มจะเข้ามา ก่อนจะผสมนำ้เย็น ตู้อาบน้ำผมมีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น ก็ตึกนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวต่าวชาติ มีคนไทยน้อยมาก นอกจากจะกระเป๋าหนักจริงๆ ฝ้าที่เกาะอยู่ หนาจนมองแทบจะไม่เห็นคนในตู้ (เพราะผมกลัวคนอ่านแอบดูไง ฮาๆ)

“อ้าห์ พี่ธัน ซี้ด อ้าห์ โอ้วว” เสียงครางดังลั่นกว่าตอนที่ทำกันในรถ แสดงว่าในตอนนั้นเขาพยายามเก็บเสียง เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน ทั้งที่ในรถมันเก็บได้ดีกว่าน่ะ แต่ตอนนี้ดังซะดังลั่นห้องน้ำเลย เพื่อนบ้างคงเข้าใจผมไม่อย่างนั้นเขาคงไปแจ้งพนักงานที่ดูแลแล้ว ไม่นานยกที่สองก็สำเร็จเสร็จไปพร้อมๆ กัน ต่างคนต่างรีบอาบน้ำล้างตัว แต่งตัวด้วยชุดนอน ผมเดินออกไปสำรวจด้านนอก เพื่อปิดล๊อกประตูทั้งหมดแล้ว ฟิล์มขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงรอผมแล้ว

“หมับ” ผมเดินกลับมาขึ้นเตียง ผมก็รีบคว้าเอาตัวฟิล์มเข้ามากอด ฟิล์มเอาโทรศัพท์ผมไปเปิดดู ไล่ดูรูปเจ้าลูกโซ่ ผมเห็นเขาอมยิ้มกับในความน่ารักของลูกโซ่

“บีมมันโชคดีนะพี่ธัน แต่ก่อนมันเคยคิดว่ามันแม่งโคตรโชคร้ายเลย แต่ที่ไหนได้ มันโคตรโชคดี ที่มีลูกที่น่ารักได้และยังมัดใจพี่เธียรได้อยู่หมัด” ฟิล์มพูด ผมนอนตะแคงมองคนที่นอนเลื่อนกดดูโทรศัพท์ผมดู ผมไม่กลัวอยู่แล้วผมไม่เคยมีรูปคนอื่นในมือถือผม

“เฮ้ย!” ฟิล์มร้องตกใจ ผมก็ก้มลงมอง เขาพลิกหน้าจอมาให้ผมดู ผมแอบถ่ายเขาตอนที่เขาเล่นกับลูกโซ่ วันแรกที่ผมเจอเขานั่นแหละ ฟิล์มหันมามองผม

“ดูฟิล์มรักเด็กไงพี่เลยแอบถ่ายเอาไว้” ผมบอกฟิล์ม

“ก็ผมมีหลานไงครับ ลูกของพี่ฟ้าพี่สาวผมนะครับพี่ธัน” ฟิล์มบอกผม พยักหน้า จะว่าไปผมก็เริ่มจะเคลิ้มๆ ตาเริ่มจะปิด ผมนอนมองฟิล์มตาปรือๆ จนแล้วจนรอดผมก็ผล๋อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ผมรู้สึกว่ามีคนจับแขนผมไปกอดเขา ผมก็กอดเขาตอบ

“ผมอยากให้พี่เป็นคนสุดท้ายของผมเหมือนกันพี่ธัน ผมรักพี่แล้วพี่อย่าทิ้งผมนะ” ผมได้ยินแบบว่าผมกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมเอามือลูบหัวคนที่พูดอยู่ข้างหูผม แม้จะเป็นเสียงที่เบามากแต่มันดังก้องอยู่ในหูผม การกอดกระชับร่างคนตัวเล็กเข้ามาขนาดนั้น มันน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าผมสัญญาจะไม่ทิ้งเขาเด็ดขาด

****

TBC...

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
   
EP.36.1(เฮียธันXฟิล์ม)สถานะที่จัดเจน ครึ่งหลัง
         Part’ s ฟิล์ม ผมคิดมากอยู่ทั้งอาทิตย์ จนกระทั่งผมได้คุยกับบีม จริงของบีมมันผมกับพี่ธัน เรานอนคุยกันและผมก็คือคนปัจจุบันของเขา ผมเชื่อว่าพี่เขาไม่คิดจะย้อนกลับไปทางเดิมแน่นอน เพราะว่าพี่เขารู้แล้วว่าทางนั้นเป็นยังไง ก็จะไม่เดินย้อนกลับไปอีก เหมือนผมเช่นกัน ผมบอกเลิกไอ้พี่เอ็มไปตั้งแต่ที่ผมเริ่มจับมันได้ว่าไปมีอะไรกับเด็กในไลน์เดียวกับมัน มันก็พยายามมาง้อผม แต่ผมบอกว่าผมรับไม่ได้เรื่องแบบนี้แถมน้องเขายังมาพูดให้ผมได้ยินอีกว่าเธออาจจะท้องเพราะว่าไม่ได้ป้องกัน ผมเองก็ยิ่งไม่ขอคืนดีกับมันอีก  ก็ตั้งแต่วันที่พี่ธันไปต่อยกับมันวันนั่นแหละและหลังจากนั้น  ผมก็ไม่เห็นมันโผ่มาหาผมอีกเลย เห็นไอ้ใบชาบอกว่าเคยไปเดินห้างแถวบ้านเพราะว่าบ้านพ่อแม่มันอยู่ตรงนั้น ใบชาบอกว่า หน้าตามันเหมือนคนโดนซ้อมมาและมันก็เดินหนีใบชาอีกด้วย

“ฟิล์ม เพื่อนๆ พี่เขาอยากให้พี่เข้าไปหาที่คลับ มันจะคุยเรื่องการเปิดฤดูกาลใหม่ และพี่ตั้งใจจะพาเราไปรู้จักเพื่อนของพี่ด้วย” พี่ธันบอกผม ขณะที่กำลังฟัง ระบบการศึกษาใหม่ที่สถานศึกษาเอกชนต้องนำไปปรับใช้ วันนี้ป๊ามากับม๊า ผมเห็นม๊าบอกว่าจะรีบกลับไปดูเจ้าลูกโซ่ บีมไปช่วยพี่เธียร ต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมโรงเรียนวันนี้

“ป๊างั้นเรากลับกันเลยนะ” ม๊าบอกป๊า

“ธันจะกลับไปที่โรงเรียนเลยหรือเปล่า” ป๊าถามพี่ธัน

“ป๊าผมไม่เข้านะครับ ผมบอกพี่บุ๋มเอาไว้แล้วครับ ผมต้องเข้าไปคุยเกี่ยวกับทีมรถแข่งที่ผมเป็นผู้สนับสนุนอยู่นะครับป๊า “พี่ธันบอกกับป๊า

“ฟิล์มเขาไปกับผมด้วยนะป๊า” พี่ธันบอกป๊า

“อืมม งั้นป๊าไปเลยนะ “ป๊าพูดก่อนจะเดินออกเพื่อแยกไปขึ้นรถอีกคัน

“ป๊าครับ ม๊าครับ” พี่ธันเรียกป๊ากับม๊า

“ว่าไงธัน” ม๊าหันมาถาม

“ผมมีเรื่องอยากจะบอกนะครับว่า ผมกับฟิล์ม เราคบกันครับ เราสองคนเป็นแฟนกันครับและผมขอฟิล์มแต่งงานแล้วครับป๊า” พี่ธันบอกป๊ากับม๊า ทั้งคู่หันมามองผม ก่อนจะหันมามองพี่ธัน ผมนี้บีบมือพี่ธันเอาไว้ ผมกลัวว่าเขาจะไม่เห็นด้วยเหลือเกินที่พี่ธันบอกว่าขอผมแต่งงาน

“รู้แล้วแหละ ดูแลเขาซะขนาดนี้ ไม่รอดสักราย แต่ก็ดีน่ะ ที่บอกนึกว่าจะรอให้เหมือนน้องชายเราล่ะ” ป๊าพูดว่าเขารู้เรื่องของผมกับพี่ธัน ม๊าหันมายิ้มกับผม

“เปิดตัวซะทีซินะ อย่าลืมไปบอกอาม่าด้วยนะ เขาถามม๊ากับป๊าอยู่เรื่องของเราสองคนน่ะ ยังไงกัน” ม๊าพูดกับพี่ธัน

“งั้นม๊ากับป๊าไปเลยแล้วกันธัน จะรีบไปรับเจ้าลูกโซ่ เย็นนี่ไปทานข้าวที่บ้านด้วยกันก็ดีน่ะทั้งคู่เลย “ม๊าพูด ผมก็ยกมือไหว้ม๊ากับป๊า ผมจนยืนมองจนรถแล่นออกไป พี่ธันหันมาจับมือผม ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ธัน ผมยิ้มให้พี่ธัน

“เราจะบอกบีมเลยไหม หรือว่าจะรอให้เรื่องของบีมเรียบร้อยก่อน” พี่ธันถามผม

“ผมว่าบอกเลยก็ได้ครับ ถ้าพี่พร้อม ผมก็พร้อม” ผมบอกพี่ธัน ผมเดินไปในรถหรู มันหรูมาก ผมเองไม่กล้าขับถึงผมจะขับได้ก็เถอะ พี่ธันบอกว่าผมต้องหัดขับรถเขาได้แล้ว ใครจะกล้ารถแพงขนาดนี้ถ้าไปชนใครเขาเข้าล่ะ พี่ธัน ขับรถมาพาผมมาที่คฤหาสน์หลังหนึ่ง มันใหญ่กว่าบ้าน ทันทีที่รถพี่ธันเข้าไปจอดเหมือนกับว่ามีกล้องดูว่ารถของใคร และประตูก็เปิดอัตโนมัติ พี่ธันรีบขับเข้าไปทันที ผ่านบ้านหลังใหญ่ไปด้านใน มีรถจอดหลายคันแต่ละคันรถหรูและแพงหูฉี่ทั้งนั้น ผมชะเงอมองดู บ้านกล่องโมเดินลอร์ฟ มันดูสวยมากและทันสมัยมากแต่ว่าเขาตั้งอยู่ด้านหลัง

“ชมรมของพวกพี่เอง และนี่เป็นบ้านของเพื่อนพี่ มันเป็นลูกชายเจ้าของโรงงานส่งออกอาหารทะเลแปรรูป ที่ส่งออกไปทั่วโลก” พี่ธันบอกผม ผมเปิดประตูรถลงไป พี่ธันก็เดินลงมาจากรถก่อนจะหันไปกดล๊อกรถก่อน

“ไอ้ธัน” ผมหันไปมองคนที่เดินตรงปรีมาหาพี่ธัน พี่ธันเดินไปก็ทักทาย โดยยกกำปั้นขึ้นมาชนกันก่อนเปลี่ยนมาเป็นไขว้กัน และตบไหล่กันคนละที

“มึงนี้แม่ง หายหัวเลยนะ”

“กูยุ่งมากมึงก็รู้นี่หว่า ว่าแต่มากันครบยังวะ” พี่ธันพูดกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า พี่เขาก็หันมาเจอผมเข้าพอดี

“เออ โทษทีว่ะ นี้น้องฟิล์ม” พี่ธันแนะนำ ผมก็ยกมือไหว้พี่เขา

“ฟิล์มนี่พี่โน้ตครับ “พี่ธันแนะนำพี่เขาอีกที

“ใครวะ”พี่เขาถาม

“กูบอกทีเดียวเลย พร้อมๆ กัน “พี่ธันพูดก่อนจะหันมามองหน้าผม พี่เขาก็พยักหน้า ก่อนจะเดินกอดคอพี่ธันเข้าไป พี่เขาหันมาจับมือผม พี่โน้ตมองตามมือนั้น

“ไม่ต้องบอกแล้ว ก็รู้ว่าเขาคือใครของมึง มันชัดขนาดนี้ ตากูไม่บอดครับ แต่แปลกใจครับ ปกติพี่กินหญ้าแก่นะครับ ดูน้องเขานี้ท่าจะหญ้าอ่อนนะ” พี่โน้ตพูดแถมยังแซวพี่ธันอีกด้วย พี่เขาหันมายิ้มให้ผมตรงที่บอกว่าหญ้าอ่อนนี่แหละ

“น้องครับ ไอ้เพื่อนพี่คนนี้น่ะ เหมือนมันเจ้าชู้แต่มันเป็นคนรักใครรักจริง แต่ติดที่ว่า มันเลือกมากที่จะให้สถานะแฟนกับใครสักคน แต่คนบนเตียงนี้ ใครให้มันก็เอา” พี่ธันรีบหันมายักคิ้วให้ผมทันทีก่อนจะไถลตรงที่ใครให้พี่เขาก็เอานี่แหละ

“ไอ้เชี่ยโน้ต! มึงพูดแบบนี้ อย่าชมกูเลยครับ” พี่ธันหันไปทำท่าจะเตะพี่โน๊ตทันที ก่อนจะเดินเข้ามาในบ้าน ผมเห็นมีคนนั่งกระจัดกระจายอยู่หลายคน มีสาวๆ หุ่นดีมากแต่ละคน หน้าตาก็สะสวยทุกคนแต่ล่ะคนนี้ดูรู้เลยว่ามีฐานะ ผมเดาว่าพวกเขาน่าจะเป็นเพื่อนพี่ธันกันหมดและสาวๆ นึ่งเป็นแฟนพี่เขา

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้ผู้สนับสนุนหลักมาแล้วมึง “พี่โน้ต พูดเสียงดังทำให้ทุกคนหันมามองผมกันกับพี่ธันกันหมด ผมกวาดสายตาไปรอบจนไปสะดุดที่เขาคนนั้น พี่ไนท์ เขานั่งอยู่กับพี่อีกคน เขามาด้วยเหรอ ผมหันมามองพี่ธัน พี่ธันหันมามองผม สีหน้าเขาดูกังวลเหมือนกลัวว่าผมจะรู้สึกอึดอัด

“ถ้าฟิล์มไม่โอเค พี่บอกพวกมันว่าไม่อยู่ก็ได้นะ” พี่ธันกระซิบกับผม

“ไม่เป็นไรครับอยู่เถอะครับ ผมเชื่อใจพี่” ผมพูดกับพี่ธัน พี่ธันพยักหน้ากับผม

“ไอ้ธัน ใครวะ ข้างๆมึงน่ะ” พี่อีกคนเดินตรงมาหาพี่ธันทันที

“มันบอกว่าให้รอก่อน เดี๋ยวบอกทีเดียวพร้อมๆ กันไง” พี่โน้ตหันไปบอกคนที่เดินตรงมา พี่คนนี้มีลายสักที่แขนทั้งสองข้าง ที่ผมเห็นเพราะว่าพี่เขาสวมเสื้อแขนสั้นรัดรูป

“ฟิล์ม นี่พี่แพทครับ ลูกชายเจ้าของบ้านจัดสรรหลายโครงการเลย” พี่ธันพูดแนะนำ พี่เขาคนนั้น

“สวัสดีครับ น้องฟิล์ม “พี่เขาพูดก่อนจะโอบเอวสาวสวยที่เดินมาด้วยกัน ผมจำเธอได้เธอเป็นดาราหน้าใหม่

“สวัสดีค่ะ ดารินค่ะ เป็นแฟนพี่แพทค่ะ” ผมก็ผงกศีรษะ ก่อนจะหันไปทักทายกลับ

“ฟิล์มนี้พี่โอม พี่คนนี้พ่อเป็นอู่ซ่อมและต่อเรือยอชต์ “พี่ธันพูดแนะนำเพื่อนเขาอีกคนที่นั่งอยู่มีสาวสวยนั่งเบียดอยู่เขาหันมามองผม

“พี่แนทค่ะ เป็นแฟนพี่โอมค่ะ” พี่เขาแนะนำด้วยน้ำเสียงนิ่งๆก่อนจะหันไปมองพีไนท์และก้มลงเล่นโทรศัพท์ต่อ

“และนั้นพี่นิกกี้ ลูกชายเจ้าของไร่องุ่นทำไวน์ ผลิตไวน์ส่งออกและน้องมิ้นคนสวยแฟนพี่เขา “พี่ธันแนะนำพี่อีกคนเขาก็ยกแก้วขึ้นมาทักทายผมพร้อมกับสาวสวยที่นั่งกดโทรศัพท์เล่นข้างๆ พี่เขา เธอสวยน่ารักมามากแถมดัดฟันเขาหันมายิ้มให้ผม

“ที่จริงมีอีกน่ะ แต่ว่า” พี่ธันพูดก่อนจะหันไปมองคนที่เดินเข้ามาหาพี่ธันทันที เพราะว่าพี่เขาหยุดการแนะนำไว้แค่นี้

“ธัน ไม่แนะนำแฟนให้รู้จักหน่อยเหรอ แต่วันนั้นเห็นก่อนบอกว่าเป็นแค่ธุรการนิ เลื่อนตำแหน่งเร็วนะ” พี่ไนท์ พี่เขาเดินตรงเข้ามาหาแต่พี่ธันดันผมไว้ด้านหลัง พี่ธันหันมามองหน้าพี่ไนท์ สีหน้าเอาเรื่องมาก

“คือว่าผมไม่ชอบประกาศให้คนทั้งโลกรู้เท่าไหร่นะครับ ผมชอบรู้กันสองคน เราชอบความส่วนตัวนะครับ” ผมรีบตอบแทนพี่ธันทันที พี่เขาปรายตาลงมามองผม

“อืมม ทำยังกับเป็นเซเลปคนดังไปได้แต่จริงไม่มีใครอยากรู้จักหรอกมั้ง ไม่จำเป็นต้องแอบซ้อนสถานะหรอกครับ หรือน้องยังไม่ใช่ตัวจริงกันแน่” พี่ไนท์พูด น้ำเสียงมันต่างจากวันนั้นมาก วันนั้นเขาดูเหมือนจะจีบผมซะด้วยซ้ำแต่วันนี้ฟังแล้วอยากจะขย้ำผมซะมากกว่า

“ธัน กูขอคุยด้วยแป๊บหนึ่งดิว่ะ” พี่โอมเดินมาคล้องคอพี่ธันออกไปทันที พี่ธันพยักพเยิดให้ผมไปนั่ง

“ฟิล์มนั่งก่อนครับ ใกล้ๆ กับน้องมิ้นพี่ก็ได้ครับ เห็นฟันเหล็กแบบนี้ไม่กัดแน่นอนครับ “พี่นิกกี้ ลุกมาสะกิดผมให้นั่งใกล้ๆ แฟนเขา

“พี่นิกกี้ หนูไม่ใช่หมานะคะ จะได้กัดเขาไปทั่วนะคะ “มิ้นพูดก่อนจะเบ้ปากเล็กน้อย เหมือนกับว่าจะเบ้ไปทางพี่ไนท์มากกว่า

“เป็นคนนะดีแล้วค่ะน้องมิ้น อย่าเป็นหมา ไปเลียแข้งเลียขาเลยนะคะ “พี่ไนท์พูด ผมเงยหน้ามองพี่เขาผมรู้ว่าเขาหมายถึงผมแน่ๆ ไม่อยากให้น้องเขามาเลียแข้งเลียขาผม นั้นคือไม่ต้องการให้ผมมีพวก

"ปากมึงเหรอว่ะเฮ้ย! มาว่าเมียกูนะไอ้สัส!" พี่นิกกี้พูด ทำท่าจะลุกขึ้น

“ พอ พอ ไอ้กี้พอว่ะ และไอ้ไนท์อย่าปากหมากูขอล่ะว่ะ ที่สำคัญที่มึงว่าอยู่น่ะ ผู้หญิง พวกกูไม่ทำเข้าใจน่ะ " พี่โน๊ตหันมาห้ามทันที พี่นิกกี้ถึงได้นั่งลง มิ้นหันมายักคิ้วให้ผม ผมหันไปเห็นมี่สายตาใครสักคนมองมาที่ผมก่อนพยักหน้ากับพี่ไนท์ ผมหันไปยิ้มให้มิ้น มิ้นเขาก็ยิ้มโชวเหล็กดัดพันสวยๆ ผมดูแล้วน่าจะรุ่นเดียวกับผมหรือไม่ก็อ่อนกว่าปีสองปี แต่จังหวะนั้น พี่ไนท์เขาหันหลังจะเดินกลับแต่เขาดันเหยียบปลายเท้าผม จนผมรู้สึกเจ็บ เขาย้ำมันลงอีกครั้งอย่างตั้งใจ ผมเงยหน้าขั้นมองพี่เขา พี่เขาก็ยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ

“อุ้ย! พี่ขอโทษ พี่ไม่เห็นครับ ขอโทษจริงๆ นะครับ” พี่เขาพูดก่อนจะขยี่ปลายเท้าลงอีกครั้งก่อนถึงจะชักเท้าเข้าออกไป ผมเงยหน้ามองหน้าเขานิ่ง มิ้นหันมามองหน้าผม ผมว่าเขาก็เห็นเหมือนที่ผมเห็น เขาตั้งใจเหยียบเท้าผม

“ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อว่าพี่ไม่เห็นจริงครับ ถ้าพี่เห็นจริงๆ พี่คงไม่ทำแบบนี้ มันดูเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวนะครับ” ผมพูดก่อนจะหันไปมองหาพี่ธัน

“น้องฟิล์ม สักหน่อยไหมครับ” เพื่อนอีกคนเขาชงคอกเทล ถือมาจะส่งให้ผม สีแดงเหมือนน้ำสตอเบอรี่ ผมก็รีบลุกขึ้น ผมรีบยื่นมือไปรับมาถือ ผมก็ก้าวเท้ายาวออกไปแต่ว่าผมเสียหลักแบบตั้งใจ

“พร้วด!” แก้วคอกเทลกระฉอกไปที่พี่ไนท์ เสื้อสีขาวของเขาเป็นรอบสีแดงของคอกเทลราดยาวลงไปทันที พี่เขาก้มลงมองเสื้อและหน้าผม

“พี่ไนท์ ผมขอโทษจริงๆ ครับ ผมมองไม่เห็นพี่นะครับ ว่าพี่อยู่ตรงนี้ด้วยอีกคน ไอ้ผมก็นึกว่าอากาศธาตุนะครับ “ผมพูดและยิ้มให้เขา

“ไนท์เสื้อเลอะเลยอ่ะ แถมเสื้อก็สีขาวด้วย  “แฟนพี่อีกคนเขาพูดก่อนจะชี้ไปที่เสื้อพี่ไนท์ พี่เขาหันมามองผม ดูจากสายตาพี่เขาจะเอาเรื่องผมแน่ๆ พี่เขาหันมากระฉากแขนผมทันที สายตานี้ดูโกรธเกรี้ยวน่าดู

“หมับ!” พี่นิกกี้ลุกขึ้นเอาแขนยื่นมากันพี่ไนท์ให้ออกจากผม

  "ปล่อยน้องเขาไอ้ไนท์" พี่นิกกี้พูด พี่นิกกี้เขามองหน้าพี่ไนท์ "กูบอกให้ปล่อยไง!" พี่นิกกี้พูดอีกที พี่ไนท์ถึงได้ยอมปล่อยแขนผม

“น้องมันไม่ตั้งใจ มึงเองก็ยังไม่ตั้งใจเหยียบเท้าน้องเขาเลยป่ะวะ และกูก็ไม่เห็นน้องเขาจะลุกมาต่อยมึงเหมือนที่มึงทำเลย นี่มึงโดนแค่น้ำเองนะ ร้อนทำไม” พี่นิกกี้พูด พี่เขามองหน้าพี่ไนท์ พี่เขาถึงได้ก้าวถอยหลังออกมาไปยืนมองผม ทุกสายตาหันมองมาที่ผมกับพี่ไนท์กันหมด

“ไนท์ มึงมีเสื้อมาเปลี่ยนไหมหรือว่าจะไปเอาเสื้อกูใส่ก่อนก็ได้ว่ะ ไปเอาบนห้องน่ะและก็รีบลงมาจะได้คุย พวกมันมีอีเว้นกันมันจะรีบไป”

“พวกกูจะได้รีบคุยๆให้จบ คุยจบแล้วจะได้เริ่มงานกันเลย มีเวลาไม่เยอะ” พี่โน้ตพูดก่อนจะชี้ให้พี่ไนท์ออกไป พี่หันมามองผมอีกครั้งก่อนจะหันไปพยักหน้ากับพี่โน้ตและเดินออกไปแทน ผมนี้เกือบไปแล้ว ผมก็นั่งลงทันที พี่โน้ตหันไปเรียกแม่บ้านมาเช็ดทำความสะอาดเช็ดที่ผมทำหกไว้ พี่เขาหันมามองทาพี่โน้ตกันหมดอีกครั้ง พี่โน้ตสั่นหัวไปมา พี่แพททำนิ้วเฉือดคอใส่พี่โน้ตโดยไม่พูดอะไร พี่โน้ตก็ส่งนิ้วกลางกลับไป ก่อนจะหันมาพยักหน้าเป็นเชิงถามว่าผมโอเคไหม ผมพยักหน้าตอบว่าผมโอเค

“มิ้นเห็นน่ะว่าเขาตั้งใจน่ะ” มิ้นขยับเข้ามานั่งเบียดกับผม ผมหันมาก็ตกใจ เล็กน้อย น้องเขาพูดทั้งที่ตาและมือก็อยู่ที่หน้าจอตัวเอง ผมมองเขานิ่งจนเขาช้อนตาขึ้นมามองผม และพยักพเยิดไปที่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้สูง นั่งไขว่ห้าง ทั้งที่เธอสวมกระโปรงสั้นมาก แถมนางทำท่าจะสูบบุหรี่อีก ในห้องแอร์แบบนี้นี่นะ

“แนท!! ถ้าจะสูบบุหรี่ไปสูบข้างนอกนะพี่ไม่ชอบให้สูบในห้องนี้” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกออกมา พี่เขาดูมีออร่าที่สุด พี่เขาออกปากสั่งคนที่ชื่อแนท พอนางได้ยินแบบนั้นก็เบ้ปากก่อนจะบี้บุหรี่ลง

“พี่คนนี้ชื่อพี่มินนี่ แฟนพี่โน้ตแก่กว่าพี่โน้ตสองปี และแน่นอนแก่กว่าพวกเราหลายปี แถมเป็นคนที่พี่ไนท์ไม่กล้า เพราะว่าพี่มินนี่ตบหน้าพี่ไนท์มาแล้วและพี่ธันก็เคารพพี่คนนี้เหมือนพี่สาวอีกคน” มิ้นกระซิบกับผม พี่เขาไปยืนคุยกับพี่โน้ต

“พี่ไนท์ร้ายมากและไม่มีใครชอบหรอกน่ะแต่ว่าเขาเป็นนักขับรถที่เก่งไง และตอนนี้นักแข่งมันลาออกหน้าตาเฉย นี่มันก็หายไปเลย ทั้งที่จะต้องแข่งแล้วด้วย พี่โน้ตเลยต้องเอาพี่เขามาลงแข่งแทน ตอนแรกพี่นิกกี้ก็ไม่เห็นด้วยเพราะรู้ว่าพี่ธันจะไม่พอใจเหมือนกัน “มิ้นพูด ก่อนหันมามองผม

“มิ้นก็ไม่ชอบพี่ไนท์น่ะ พี่เขานิสัยไม่ดี มีเรื่องไม่ดีเยอะเลยเอาไว้มิ้นจะเล่าให้ฟัง”

“ส่วนพี่นิกกี้เขาเป็นเพื่อนที่สนิทกับพี่ธันที่สุดเพราะว่าเรียนมาด้วยกันตั้งแต่ประถมยันมัธยม พี่นิกกี้เป็นผู้ชายเขายังเคยยุให้พี่ธันเลิกกับพี่ไนท์เลย แบบประมาณว่า เลิกได้ให้เลิกซะ พี่นิกกี้พูดอย่างนี้เลยนะ” ผมหันมามองมิ้น เธอยิ้ม หน้าตาเธอเหมือนไปทางเกาหลี

  "หนูลูกครี่งไทยญี่ปุ่นค่ะ เรียนอยู่ปีสามคณะอักษรศาสตร์ค่ะ “น้องเขาพูด ผมพยักหน้า แสดงว่าเด็กกว่าผม

“จนสุดท้ายแล้วพี่ไนท์ก็ทำให้พี่ธันเลิกจนได้ ทุกคนโคตรดีใจเลยและไม่มีใครเห็นพี่ธันควงใครมาเปิดตัวอีกเลย ตอนนี้มีแค่พี่ “มิ้นหันมากระซิบกับผม ผมหันมามองมิ้นจริงดิ แต่พี่เขาบอกว่ามีผู้หญิงที่เขาคบหลายคนแต่ไม่เคยพามาแนะนำกับเพื่อนๆ เขาเลยเหรอ มิน่าล่ะ ไอ้พี่ไนท์เลยคิดว่าพี่ธันรอเขาหรือเปล่า พี่ธันเดินกลับเข้ามาพอดี แต่พี่นิกกี้เดินไปคุยกับพี่ธันซะก่อน

“มีอีกคนชื่อพี่แนท คนนั้นน่ะ คนที่พี่มินนี่เอ็ดนะคะ” มิ้นสะกิดกับผมก่อนจะขยับเข้ามากระซิบที่หูผม” อย่าไปไว้คุยอะไรกับนางน่ะ เขาเป็นญาติกันกับพี่ไนท์ สงสัยพี่ไนท์จะพามาให้พี่โอม “มิ้นกระซิบกับผม ผมหันไปมองจริงด้วยนางดูสนิทกับพี่ไนท์ แถมชื่อยังน. หนูเหมือนกัน

“พี่แนทไม่ใช่แฟนตัวจริงของพี่โอมหรอก แฟนพี่โอมเขาเป็นดอกเตอร์ เขาไม่ค่อยได้มาสุงสิงกับพวกเพื่อนๆของพี่โอมเขาหรอก เขาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยอีกทีนะคะ แต่ว่าพี่โอมรักคนนั้นมากกว่า คนนี้แค่ อิบ ๆ” มิ้นบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ พี่ธันเดินกลับมาพร้อมกับพี่นิกกี้ พี่นิกกี้ตบไหล่พี่ธัน ดูจากสายตาผมรู้แล้วว่าสนิทกันมากจริงๆ พี่ธันเดินมานั่งและควักมือเรียกผมไปนั่งกับเขา ผมหันมายิ้มกับมิ้น มิ้นแอบโบกมือให้ผม พี่นิกกี้เดินมานั่งข้างๆ มิ้น

“เมื่อกี้ไอ้ไนท์มันทำอะไรเรา นิกกี้มันบอกพี่” พี่ธันถามผม ก่อนจะหันไปรับแก้วเหล้าจากพี่โน้ต มาและกระดกดื่ม

“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะพี่ธัน” ผมกระซิบตอบ

“แน่ใจน่ะ ถ้ามันทำอะไรพี่ พี่จะได้เล่นแม่งเลย” พี่ธันพูด ผมก็ถลึงตามอง

“ไม่มี!” ผมบอกพี่ธัน ผมไม่อยากให้พี่ธันไปยุ่งเกี่ยวกับเขาจะดีกว่า ผมกอดแขนพี่ธัน ทำเหมือนเด็กน้อยอยู่ข้างๆ พี่ธัน

“นั่งๆจะได้คุย และจะได้พาแฟนพวกมึงไปเที่ยวกัน แม้รวมตัวกันนี้โคตรยากเลยว่ะ ไอ้พวกผู้สนับสนุน” พี่โน้ตพูด แฟนพี่โน้ตมานั่งใกล้ พี่ธันหันไปยกมือไหว้แฟนพี่โน้ตทันที นั้นแสดงว่าอายุเยอะกว่าอย่างที่มิ้นบอกไว้จริงๆและดีพี่ธันจะเคารพแฟนพี่โน้ตเหมือนที่มิ้นบอกผมไว้ ผมหันไปยกมือไหว้ตามเพราะว่าพี่เขาหันมาเจอผมและส่งยิ้มให้

“โดยเฉพาะไอ้ผู้สนับสนุนรายใหญ่” พี่โน้ตพูดก่อนจะหันมามองพี่ธันและผม

“วันนี้ที่เรียกมา กูจะบอกว่าไอ้เดย์ มันลากออกว่ะ แม่งจะแข่งอยู่แล้วเชียว ไอ้เชี้ยเอ๊ย! อยู่ๆ แม่งก็หายหัวไปเลย ซ้อมแทบตาย ไอ้ที่มีแม่งก็ยังอ่อนต่อสนามว่ะ” พี่โน้ตพูด

“ใครซื้อมันหรือเปล่าวะ” พี่แพทถามพี่โน้ต “อยู่ๆ มันก็หายไปและอีกคนก็โผ่มา มันยังไงกันแน่วะ” พี่แพทพูด พี่ธันหันไปชี้นิ้วที่พี่แพท ว่าเห็นด้วย

“กูไม่รู้ว่ะ แต่มันบอกว่ามันจะวางมือว่ะ มันบอกกูเมื่อสามเดือนที่แล้ว กูนึกว่าแม่งเมาว่ะ แต่ทีไหนได้แม่งหายจริงว่ะ” พี่โน้ตพูด ทุกคนหันมามองคนที่เดินลงมา เขาเปลี่ยนเสื้อมาแล้ว

“ดังนั้นกูกับไอ้โอมเลยเรียกไอ้ไนท์มันกลับมา มันไม่ได้ลงให้สังกัดไหน พวกมึงโอเคกันน่ะ “พี่โน้ตพูด พี่ไนท์เดินมายืนที่ตรงกลางพอดี ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ เขาก็หันมาหยุดที่ผมกับพี่ธัน ผมเหลือบตามองเขาแค่นั้น เพราะว่าผมนั่งพิงพี่ธันอยู่เล่นเกมในมือถือแทน พี่ธันหันมาส่งแก้วเหล้าให้ผม ผมกำลังจะรับแต่พี่เขาดึงกลับ พร้อมกับสั่นหัวว่าไม่ให้ ผมก็ต้องยู่ปาก แล้วจะส่งมาทำไมอ่ะไม่ให้ดื่ม ถามว่าผมดื่มไหม ดื่มครับเวลาไปเที่ยวกับพวกใบชาและมะนาว ไอ้เป็กซ์มาบ้าง บีมนี้นับครั้งได้ มันไม่ค่อยเที่ยวผับมันรับงานรายงาน วิทยานิพนธ์มาทำหาเงินเรียน แต่พวกผมก็ไม่เคยบังคับมันน่ะ ดีซะอีกเวลาเมาแล้วไปนอนห้องมัน บีมมันดูแลพวกผมอีกที ฮาๆ

“ห้ามดื่มเพราะถ้าพี่เมา เราจะได้ขับรถกลับ” พี่ธันกระซิบกับผมกับผม

“อย่าเมาซิ ผมยังขับรถพี่ไม่คล่องเลย” ผมกระซิบตอบ

“ใครบอก เมื่อคืนก็ขับอยู่ไม่ใช่เหรอครับ คล่องมากพี่การันตี จะให้ออกใบประกาศให้ด้วยก็ได้น่ะ เพราะว่าพี่เป็นผู้บริหารโรงเรียน ใบประกาศว่าเราจบหลักสูตรพิเศษจากพี่” พี่ธันกระซิบกับผม ผมเงยหน้าทำหน้ายู่ใส่ทันที มีแบบนี้ด้วยเหรอใบประกาศหลักสูตรพิเศษ พี่ธันเขาบี๋ปลายจมูกผมทันที

“เอ้าๆ แหม่ สวีทกันน่าดูนะครับ คุณธัน เกรงใจเพื่อนบ้างเถอะครับมึงครับ” เพื่อนนิกกี้แซวเลย มิ้นเขาหันมาทำท่าจะอ้อนพี่นิกกี้บ้างพี่นิกกี้รีบดันหน้ามิ้นออกแทน แต่มีอยู่คนหนึ่งที่มองผม ผมสังเกตมือที่กำไว้กระดาษไว้แน่น

“กูขออีกคนมาทำงานกับเรา พวกมึงยุ่งกันมากเลยต้องหาคนที่จะมาช่วยได้แบบยี่สิบสี่ชั่วโมง ช่วยเรื่องเทรน เรื่องหาสปอนเซอร์เพิ่ม เรื่องหาสนามซ้อมและจิปาถะ “พี่โน้ตพูดก่อนจะชี้ไปทางประตู มีคนเดินเข้ามา

“คนที่จะมาเป็นที่ปรึกษาให้เราตอนนี้คือ พี่ปุณณ์ครับ” ผมหันไปมองคนที่เดินเข้ามา พี่ธันหันไปมองเช่นกัน ก่อนจะวางแก้วเหล้าลง “ปึก” เสียงดังมาก สีหน้าพี่ธันบอกได้ว่าอยากจะเข้าไปตะบันหน้าคนที่เข้ามาใหม่ให้แหลกคามือ

“บรรลัยแล้วมึง ไอ้เชี้ยโน้ต!!” พี่แพทลุกพรวดจากเก้าอี้ ดูแต่ล่ะคนตกใจกันมาแต่พี่ไนท์ไม่ตกใจ

“โอ้วว F**K!!!” พี่นิกกี้สบถออกมาทันที

“F**k ยูทู!!” พี่โน้ตหันมาตอบพี่นิกกี้พร้อมโชว์นิ้วกลางให้พี่นิกกี้ พี่นิกกี้หันไปส่งนิ้วกลางสองนิ้วให้พร้อมกับพูดให้พี่โน๊ตอ่านปาก  "โน รีเทิร์น"พี่นิกกี้หันไปบอกพี่โน๊ต

   ผมเห็นพี่ธันจ้องมองคนที่เข้ามาใหม่ พี่คนนั้นเขาเดินมาหยุดก่อนจะมองไปรอบๆและมาหยุดที่พี่ธันกับผม เขายิ้มให้ผมแต่ผมผมไม่กล้ายิ้่มตอบเพราะคนข้างๆผมนี่ทำหน้าเหมือนพยายามระงับบอารมณ์โกรธที่กำลังครุกรุ่นอยู่ภานใน ผมดูแล้วท่าจะยากมากเพราะมัดที่กำแน่นขนาดนั้น
TBC....


ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
EP.37 Vacation  P.1

       

    Part’ s กันต์ธีร์ วันนี้ผมตื่นมาเตรียมตัวจะพาเจ้าลูกโซ่นั่งรถไกลที่สุดตั้งแต่ลูกโซ่เกิดมา ผมจะพาไปเที่ยวเขาใหญ่กัน พี่เธียรเอารถฟอจูนเนอร์ไป เป็นรถครอบครัวสีขาว ไม่ค่อยได้ขับไปไหน พี่เธียรติดตั้งคาร์ซีทเอาไว้แล้ว ผมก็เตรียมน้ำเตรียมนม เพื่อลูกร้องกิน ขนมก็ต้องมี กิจกรรมสำหรับลูกโซ่ในรถ มีหนังการ์ตูน ผมเพิ่งรู้นะว่าเดินทางกับลูกนี้ ต้องคิดเอาไว้เยอะมา ผมกับพี่เธียรคุยกันไว้ว่าทุกสองชั่วโมงจะหยุดพักเพื่อให้น้องไม่เครียดในการนั่งในรถนานๆ แต่ถ้าเขาหลับก็อีกเรื่องหนึ่ง



“ม๊า ของที่จะเอาไปหมดยัง รถเต็มแล้วเนี่ยะ” พี่เธียรถามเชิงบ่นกับผม ผมเดินย้อนกลับมาดู รถฟอร์จูนเนอร์สีขาวสำหรับครอบครัว รถของป๊าแต่ตอนนี้ป๊าให้พี่เธียรใช้เวลาพาลูกโซ่ไปเที่ยวไหน ผมยืนเอามือเท้าเอวด้านหลังแน่นมาก และมันก็เป็นของจำเป็นทั้งนั้นเลย ผมหันมามองพี่เธียร ก่อนจะถอนหายใจเหมือนกัน



“ม๊าแน่ใจนะว่าเราไปเที่ยวไม่ได้ย้ายถิ่นฐาน คือไปตั้งรกรากที่นั่นเลยนะ” พี่เธียรถามผม ผมหันมามองประชดใช่ไหม กล้าเหรอ



“I kidding! You are the best mummy in the world!” ผมยิ้มยังจะประชดอีก ขยับเท้าหนึ่งข้าง



“ยังไม่พอใจอีกเหรอม๊า ป๊าชมขนาดนี้แล้วนะม๊า”



“แน่ใจนะว่าเฮียชม ผมว่าเฮียประชดมากกว่า!! จัดคนเดียวไปเลยไม่ช่วยแล้ว ชิส์!” ผมพูดพร้อมกับหันหลังเดินออกทันที



“อ้าวม๊า!! มาช่วยป๊าก่อน….พลีส!! “พี่เธียรพูดผมหันมามอง และแล้วผมก็ต้องเดินย้อนกลับมาช่วยจนได้



“มีอะไรที่ไม่จำเป็นไหมม๊า ถ้าเอาออกบ้างได้ไหม “ป๊าถามผม



“ไม่ได้หรอกป๊า เพราะว่าของทั้งหมดนี้จำเป็นทั้งนั้น และดูท่าคนที่ว่าย้ายถิ่นฐานนะเจ้าลูกโซ่ของพี่ต่างหาก เพราะของทั้งหมดนี้เป็นของเจ้าลูกโซ่ทั้งนั้น เตียงพับได้ รถเข็นลูก คอกกั้นแบบพับได้ อุปกรณ์นึ่งขวดนม อุปกรณ์ทำความสะอาดขวดนมอีก ของเล่นที่เขาชอบอีกและกระเป๋าเสื้อผ้า นี่ขนาดจัดไปใบเดียวกันเลยนะ ดูซิรถยังเต็มขนาดนี้” ผมหันมาพูดกับพี่เธียร เขาพยายามจัดรถให้เป็นระเบียบอีกครั้ง



“อย่าไปหลายวันนะอาม่าคิดถึงรู้ไหมลูกโซ่” ม๊าอุ้มเจ้าลูกโซ่ออกมา ป๊าก็เดินมาดูรถพี่เธียร พี่เธียรหันไปยิ้มให้ป๊า



“นี่ขนาดลูกคนเดียวนะเธียร เมื่อก่อนป๊ากับม๊า พาไปสี่คนและรถนี้มีแต่รถเก๋งนะไม่มีรถใหญ่ๆ แบบตอนนี้ แน่นมาก ท้ายปิดแทบจะไม่หมด “ป๊าพูดก่อนจะมองหน้าผมสองคน จริงมากนี้ขนาดนี้ลูกคนเดียวยังเยอะขนาดนี้ และฟอร์จูนเนอร์ไม่ใช่รถเก๋งแบบเมื่อก่อน มันน่าจะมีที่เหลือแต่นี้แน่นมากจนไม่รู้ว่าจะเอาอะไรแทรกไว้ตรงไหนได้อีก



“สมัยนี้ดีกว่าเมื่อก่อนอีก เมื่อก่อนไม่มีของใช้เหมือนตอนนี้ด้วยนะป๊า ดูซิ เตียงก็พับได้ อ่างอาบน้ำก็พับซะแบนได้ แต่ดูรถเราซิ ยังแน่นอีกเธียร หึๆ” ม๊าพูดปนหัวเราะ ผมหันไปมองรถเฮียธันมาจอดแล้ว เฮียขับไปเอง เฮียธามเดินลงมาแล้ว กางเกงขาสั้น โชว์ขาอ่อน พร้อมกับเสื้อยืดมีเสื้อเชิ้ตทับ ป๊าสะบัดหน้าหันไปมองสองทีติด



“ธามกางเกงมันสั้นไป ไปเปลี่ยน” ป๊าหันไปบอกเฮียธามทันที เฮียธามก้มกางเกงตัวเอง



“ป๊าอ่ะ มันสั้นตรงไหนอ่ะ”



“มันเลยเข่าไปขึ้นไป เปลี่ยนเลยให้ต่ำจากเข่าลงมา” ป๊าหันมาทำเสียงดุ



“ถึงตาตุ่มเลยไหมอ่ะป๊า” เฮียธามถามป๊า



“เออ มันควรจะใส่แบบนั้นแหละ” ป๊าพูด เฮียธามสะบัดหน้ามามองป๊า



“ตกลงป๊าจะเป็นท่านประธานใหญ่หรืออาจารย์ฝ่ายปกครองกันแน่ ไปเที่ยวนะป๊าไม่ได้ไปสัมมนาประชาชี ต้องแต่งสูทผูกไทนะป๊า ขอวันหนึ่งไม่ได้เหรอ” เฮียธามหันมาถามป๊า ผมนี้ปิดปากขำตรงครูฝ่ายปกครองนี่แหละ ป๊าสั่นหัวทันที



“ธาม มียาวกว่านี้อีกไหมลูก ยาวอีกสักสองสามคีบกำลังดี อันนี้มันเสมอหูไปนะลูก ไปเปลี่ยนเถอะและแดดแรง เดี๋ยวดำหมด” ม๊าหันไปบอกเฮียธาม เฮียแกก็เหลือกตาขึ้นบนก่อนจะเดินสะบัดหันหลังกลับไปเปลี่ยนทันที ผมก้มลงมองกระเป๋าลากพร้อมกระเป๋าหลุยส์ใบเล็กที่มาคู่กัน



“แล้วกระเป๋าเจ๊แกจะไว้ตรงไหนล่ะเนี่ยะ บนหลังคาแล้วกัน” พี่เธียรพูดผมก้มลงมองนี่มันแบรนด์เนมเลยนะพี่เธียร แต่พี่เขาก็ยกขึ้นไปไว้ด้านบน จังหวะนั้นเธียธามเดินออกมาพอดี พร้อมกับกางเกง ขายาวเลยที่นี้ ป๊าหันไปมอง พยักหน้าว่าได้



“ผมควรจะใส่เสื้อคอเต่าเลยไหมป๊า” เธียธามถามป๊า



“ดีเลย มีไหมล่ะ ไม่มีไปเอาของป๊าได้ ป๊ามีหลายตัว ม๊าซื้อให้ตอนไปเที่ยวจีนช่วงหน้าหนาวด้วยกัน “ป๊าหันไปบอก เธียธามสะบัดหน้ามามองป๊าตรงของป๊าไหมนี่แหละ



“พูดเล่น ป๊าผมไปเที่ยวเมืองไทย โซนที่ฝนตกชุกไม่ได้หิมะตกชุกนะป๊านะ” เฮียธามบอกป๊า ป๊าหันมามองหน้าม๊า



“ได้ใครมาเนี๊ยะ ถึงได้เถียงเก่งขนาดนี้” ป๊าหันมาถามม๊า เล่นเอาม๊าค้อนป๊ากลับทันที



“ไอ้เธียร!! มึงจะเอาหลุยส์วิกตองของเฮียไปไว้บนหลังคาเหรอคะ มึงจะบ้าเหรอ เอาลงมาเดี๋ยวนี้ รุ่นนี้ ลิมิเต็ดอิดิชั่น นะมึงนะ เอาลงมา!” เฮียธามเอะอะโวยวายใหญ่เลย พี่เธียรแหงนหน้าขึ้นไปมองบนหลังรถ เฮียธามก็ควักมือให้พี่เธียรยกลงมา สุดท้ายพี่เธียรก็ต้องทำตาม



“รถผมมันเต็มอ่ะเฮีย” พี่เธียรหันมาบอกเฮียธาม



“ไอ้เธียร นั้นมันหลุยติ๊งต๋องของพี่สาวมึงเลยนะ เอาขึ้นไปไว้บนนั้นไม่คิดจะให้เครดิตกระเป๋าหรูเจ๊มึงเลยนะ” เฮียธันพูด ฟิล์มเดินมาหาผม มันยังตกใจในความแน่นของสัมภาระที่ผมต้องเอาไป



“ก็รถผมมันเต็มอะเฮีย” พี่เธียรหันไปบอกเฮียธัน



“งั้นเอาไปไว้ที่รถเฮียนั้น ที่เยอะ เพราะว่าเฮียไปแบบแบกแพ็ค “เฮียธันพูด ฟิล์มหันมายกมือไหว้ ม๊าและป๊า ก่อนจะกางแขนอุ้มเจ้าลูกโซ่ พอเขาเห็นของเขาในรถทำท่าจะดิ้นจะไปจะเอา



“ลูกโซ่กว่าป๊าจะจัดได้ขนาดนี้ อย่าเพิ่งเอาอะไรออกมาเลย ถึงโน่นก่อนแล้วกัน” พี่เธียรหันมาบอกลูกชาย ก่อนจะปิดประตูท้ายรถ รถเฮียธีมาถึงแล้วพร้อมกับพี่มิว พี่มิวเขาเป็นคนแต่งตัวน่ารักไม่โป้ ออกแนววินเทจด้วยซ้ำ กางเกงยีนขาบ้านที่กำลังฮิทและเสื้อยืดพอดีตัว รองเท้าผ้าใบน่ารัก แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจคือ ผมเพิ่งเห็นเฮียธีแต่งตัวแบบลำลอง สบายๆ กางเกงขาสั้นคลุมเข่าเสื้อโปโลยี่ห้อดัง รองเท้าผ้าใบ แต่งผมเท่มาก จนจำเฮียแทบไม่ได้ เฮียเดินมาดูรถของผม



“นี่ขนไปเปิดท้ายขายของกันเหรอ ถึงได้แน่นขนาดนี้” เฮียธียังแซวเลย ไม่ต้องถามถึงพี่มิวเลย ทำท่าจะหัวเราะ ผมเห็นรถคันหรู ผมจำได้ดี รถอากันตภณ ขับเข้ามาจอด ผมหันมามองพี่เธียร



“เซอไพรส์ไหมม๊า หาคนไปเลี้ยงลูกเพราะคืนนี้จะจัดหนักจัดเต็ม “พี่เธียรหันมาบอกผม ผมหันไปมองอากันตภณ เดินลงมาพร้อมหมอภีมปภพ คนนี้ยิ่งทำให้ผมแปลกใจมากเพราะว่าผมไม่เคยเห็นอากันใส่กางเกงขาสั้นมาก่อนเสื้อยืดพอดีตัวสวมเสื้อโปโลลายทางสวมแว่นตากันแดด หมอภีมสวมเสื้อโปโลเหมือนกันแต่เป็นสีพื้นทำคอตั้ง





“สวัสดีครับเฮียเกริก สวัสดีครับอาซ้อ” หมอภีมปภพทักทายป๊าและม๊า



“ฮัลโหล ว่าไง จะออกแล้ว รอที่นั่นเลย ไอ้สองคนนั้นไปรอที่หมวกเหล็ก ไปทำไมวะ เออๆ เจอกัน” เฮียเธียรโทรคุยกับเพื่อนของเขา นัดแนะว่าจะเจอกันที่ไหน



“เฮีย รถเพื่อนๆ ผมมันจอดรออยู่ด้านนอกแล้ว” พี่เธียรหันมาบอก ก่อนนะพยักหน้ากัน ผมหันไปยกมือไหว้ป๊าและม๊า พี่เธียรหันไปรับเจ้าลูกโซ่มาใส่ในรถก่อน



“ขับรถด้วยความระมัดระวังนะเธียร เรามีลูก มีเมียนั่งไป พี่มึงด้วย ถ้าง่วงหรือไม่ไหว เปลี่ยนธามขับล่ะ รู้ไหม อย่าไปฝืน” ป๊าบอกพี่เธียร



“งั้นก็ไปเจอกันที่เขาใหญ่เลยนะ” อากันตภณหันมาบอกพวกผม เฮียธี เฮียธันยกนิ้วรับทราบและพากันแยกย้ายไปขึ้นรถตัวเอง ไอ้ฟิล์มมันหันมาโบกมือให้ผมก่อนจะไปขึ้นรถเฮียธัน เฮียธามเดินมานั่งหลังกับลูกโซ่ ผมเห็นมีวิทยุวออยู่ในรถด้วย เอาแบบนี้เลยเหรอ ผมหันมามองพี่เธียร



“จะได้ไม่คลาดกันไง” พี่เธียรหันมาบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ ผมเห็นพี่ธามทำอะไรยุกๆยิกๆอยู่ด้านหลัง พี่เธียรปรับกระจกมอง



“เจ๊ ทำอะไรนะ!”



“กูถอดกางเกงยีน”เฮียธามตอบ ผมกับพี่เธียรสะบัดหน้าไปมองแต่ผมรีบหันกลับ



“เจ๊อย่า! อย่าทำแบบนั้น!! สงสารลูกผม อย่าให้ลูกโซ่มันดูเลย เดี๋ยวหลานนอนไม่หลับตลอดทาง ฝันผวา!” พี่เธียรรีบหันไปร้องห้ามเฮียธามทันที



“ไอ้บ้า!! กูสวมทับมาคjะมึง” เฮียธามพูด ก่อนจะค่อpๆ ถอดกางเกงยีนขายาวนั้นออกไป มิน่าจะตัวใหญ่เชียว



“อ้าวป๊า มีอะไรเปล่า” พี่เธียรกดเปิดกระจกแต่ผมก็ไม่เห็นใครเลยนะ พี่เธียรกำลังจะแกล้งเฮียธามแน่ๆ





“เดี์ยวอย่าเพิ่งเปิดกระจก!! ให้กูใส่กลับก่อนไอ้ตี๋” เฮียธามกำลังสวมใส่กลับเข้าไป ผมหันมามองเฮียธามที่รีบสวมกลับเข้าไปใหญ่เลย



“คิก ๆ “มีคนกลั้นหัวเราะคือพี่เธียร



“โอ๊ย!” ผมหันมาหยิกพี่เธียร เฮียธามหันไปมองรอบๆ รถ เขาไม่เห็นว่ามีใคร



“เพี๊ยะๆๆ” เฮียธามลุกมาตีพี่เธียรใหญ่เลย



“เอิ้กๆๆ” มีคนสมน้ำหน้าด้วย ลูกโซ่หัวเราะใหญ่เลย



“เดี๋ยวหยุด!! เมียก็หยิก พี่สาวก็ตี! อะไรเนี่ยะ!” พี่เธียรหันร้องห้ามผมกับเฮียธามใหญ่เลย



“ลูกก็หัวเราะเยาะอีกต่างหาก ห้ามม๊ากับโกวเรานั้น บอกอย่าตีป๊าครับ ไม่ใช่หัวเราะชอบใจ” พี่เธียรพาลหันไปบ่นเจ้าลูกโซ่อีก



“วอหนึ่งเรียกวอสาม ทราบแล้วตอบด้วยครับ ตี๋น้อย” เฮียธีวอมาถามพี่เธียร



“เฮียมันควรจะเป็นวอหนึ่งเรียกวอสองไม่ใช่เหรอ” พี่เธียรถามคนที่วอมา



“ก็มึงเป็นวอที่สามไงกูเลยเรียกมึงวอสาม ไอ้ตี๋!” เฮียธีแน่นอน



“ว่าไงเฮีย” พี่เธียรตอบพร้อมกับสตาร์ตรถ



“ทำไมยังไม่ออกมา ติดอะไรวะ” เฮียธีวอมาถามคงเห็นว่ารถพี่เธียรไม่ขับออกไปสักที



“ติดเมียอยู่”



“เว้ยย!!”



“เก็บไปติดที่โน่นดีกว่าไหม ออกมาเถอะ!” คนปลายสายรีบพูด



“ล้อเล่นจะไปแล้ว ก็ดันให้ทั้งเมียและตัวแทนม๊ามานั่งคันเดียวกันแบบนี้ ตายเลยเฮีย เอาไปนั้งที่รถคนหนึ่งไหม” พี่เธียรถามเฮียธี



“เอาไว้อย่างนั้นแหละ เอามาก็เฮียก็ไม่ต่างจากมึงหรอกครับ และแม่เสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกับเฮียไม่ได้ เพราะว่าเดี๋ยวแม่เสือสองตัวนี้จะกินกระบาลเฮียเอา “เฮียธีพูด



“โอเค งั้นแค่นี้นะเฮียผมออกมาแล้ว อย่าเร็วจนตามไม่ทันนะ ไม่ได้ไปมาสามปีแล้วนะ” พี่เธียรพูด



“เออๆ เฮียไม่ขับเร็วหรอก รอๆ กัน มึงไปรับเพื่อนก่อนเลยไอ้ตี๋และจะได้นัดกันว่าจะไปจอดพักที่ไหน”



“รู้เรื่องเฮีย แค่นี้น่ะ “พี่เธียรก็กดตัดสายเครื่องมือสื่อสารไป ผมเห็นเฮียธามกำลังเซลฟี่กับลูกโซ่ ผมขับมาได้สักพักพี่เธียรก็เลี้ยวไปที่หน้าคอนโดพี่ไปส์กัน รถพี่ๆ เขาจอดอยู่ พี่เธียรลงจากรถไปคุยกับพี่ๆ เขา ผมหันมามองเป็กซ์มันเดินตรงมาหาผม ผมเปิดประตูออกไป ดูเป็กซ์มันดีขึ้นมากหน้าตาสดใสขึ้นเยอะแสดงว่ามีคนดูแลดี



“มึงคุยกับมะนาวและใบชาไหมวะ” ผมถามเป็กซ์



“ไปเจอกันที่หมวกเหล็กเลย บ้านมะนาวมันอยู่นั้น มันไปรอตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” เป็กซ์บอก ผมพยักหน้า



“ไอ้ฟิล์มละ” เป็กซ์มันถามผม



“ไปกับเฮียธันไง “ผมตอบ



“ตกลงมัน” ฟิล์มถามผม ผมพยักหน้า



“เขาขอแต่งงานแล้วมึง” ผมบอกเป็กซ์ มันพยักหน้าอีกครั้ง



“ฟิล์มไหนไฟแรงเว้อวะ “เป็กซ์พูด ผมพยักพเยิดว่าของมันก็เดินมาแล้วนั้น เดินมาพร้อมกับพี่เธียร



“หวัดดีครับพี่ไปส์”



“หวัดดีครับบีม” พี่ไปส์พูดก่อนจะมองลอดเข้าไปในรถ



“เจ๊หวัดดีครับ” พี่ไปส์ยกมือไหว้ เจ๊ธาม



“หวัดดีค่ะลูกไปส์ มาให้เจ๊หอมที” เจ๊ธามบอกพี่ไปสไปให้หอมแก้มที



“ไม่ได้เจ๊ เมียผมมา”



“อุ้ยฉิบหายแล้ว ไม่ว่าน่ะ “เจ้ธามพูดกับเป็กซ์



“ไม่ว่าครับแค่หอมใช่ไหมครับ” เป็กซ์มันถามเจ๊ธาม



“จริงๆ ก็..อยากได้มากกว่านั้น”



“เจ๊อย่า!! เมียไม่คิดแต่ผมคิด “พี่ไปส์รีบยกมือห้าม



“คิดว่า?” เจ๊ธามถามพี่ไปส์



“คิดว่าไม่เสี่ยงจะดีกว่า ผมรักเมียเจ๊!”



“เบื่อจริงๆ เลยพวกเมียมาคุมเนี่ยะ” เจ๊ธาม



“งั้นผมไปก่อนนะเจ๊ เจอกันข้างหน้าเจ๊” พี่ไปส์บอกก่อนจะดึงรั้งเอวไอ้เป็กซ์ออกไป พี่เขาโอบเอวเป็กซ์ขนาดนั้น และพี่เธียรก็ตั้งจีพีอาร์เอส



“เฮียจำทางเข้าได้ไหม ผมจำไม่ได้นะเฮีย เพราะว่าล่าสุดที่ไปก็ตอนที่เรียนจบปริญญาตรีและไปเมาเละที่นั่น หลังจากนั้นผมก็จำไม่ได้แล้ว” พี่เธียรถามเฮียธาม เฮียเงียบไปแป๊บหนี่ง



“ข้างไร่พี่ตะวันไง ไร่ภูวนัตถ์ชลากร มึงจำไร่พี่ตะวันได้ไหมล่ะอยู่ติดกับเราเลยนะ “น้ำเสียงเฮียธามเปลี่ยนไปทันที พี่เธียรปรับกระจกมอง ผมเห็นพี่เธียรหน้าเสียทันที



“เฮียผมขอโทษ” พี่เธียรพูดขอโทษเฮียธาม



“เออช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้มีคนซื้อไปแล้วแหละ ล่าสุดที่ม๊าไปก็เหมือนเขาจะรื้อป้ายไร่พี่ตะวันออกไปแล้วนะ “เฮียธามพูดก่อนจะหยิบเอาหูฟังมาเสียบหูฟังเพลงแทน ผมหันมามองพี่เธียร พี่เขามองเฮียธาม ด้วยสีหน้ากังวล ผมจับมือพี่เธียร พี่เขาพยักว่าเบาๆ ส่วนเจ้าลูกโซ่ก็ดูการ์ตูนที่เฮียธามเปิดให้ ผมยังไม่ได้ถามอะไรพี่เธียรเกี่ยวกับเฮียธาม ผมรอให้เขาพร้อมจะบอกผมดีกว่า ผมไม่ได้หยิบมือถือมาดู ผมนั่งป้อนน้ำป้อนขนมพี่เธียรขณะที่ขับรถ ส่วนเจ้าลูกโซ่ก็ผล๋อยหลับไปแล้ว

TBC...

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด