(Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.33.1 (พี่ไปส์Xเป็กซ)กว่าจะเข้าใจ P1และP2
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.33.1 (พี่ไปส์Xเป็กซ)กว่าจะเข้าใจ P1และP2  (อ่าน 8364 ครั้ง)

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-05-2021 07:49:02 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
(Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)
«ตอบ #1 เมื่อ21-02-2021 08:09:00 »

   นิยายเรื่องนี้  เป็นนิยายแนวผู้ชายท้องได้ค่ะ  เป็นนิยายชายรักชาย (อาจจะมีความรุนแรงทางเพศ อันนี้ยังไม่รู้ว่ารุ่นแรงไหม) เนื้อหาในเรื่องถูกแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาบิดเบือนจากความเป็นจริง  สถานที่ถูกสมมติฐานขึ้นมาทั้งหมด รวมทั้งชื่อและตัวละคร

   พระเอกของเรื่องชื่อ เธียรวิชย์  เป็นลูกคนชายคนเล็ก ของมาเศรษฐีหมื่นล้าน เขาเป็นลูกชายคนเล็กที่เกิดมาหน้าตาดีที่สุด มีความหล่อติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอให้ยุ่งยาก ประกอบกับเป็นทายาทคนเล็กที่พ่อแม่ค่อนข้างจะตามใจ เขาจึงกลายเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ชอบเที่ยวเตร่
 
   นายเอกของเรื่องชื่อ บีม นายกันต์ธีย์ บีม เป็นหนุ่มลูกครึ้ง แม่เป็นคนไทยแต่ไปแต่งงานกับต่างชาติ เป็นคนอังกฤษ และเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่ทำการวิจัยปลูกถ่ายให้ผู้ชายท้องได้ และตัวเขาก็กลายเป็นหนูทดลอง และเมื่อพ่อของเขาถูกรอบสังหาร แม่ของเขาซึ่งไม่ยอมทนอยู่กับความลำบากจึงเลือกแต่งงานใหม่กับเศรษฐี และด้วยความอับอายกลัวแฟนใหม่จะรับลูกตัวเองไม่ได้จึงได้ตัดสินใจให้บีมมาเรียนต่อประเทศไทยตั้งแต่มัธยมและอยู่ตามลำพังที่กรุงเทพ โดยนางได้เจียดเงินที่สามีใหม่ให้ใช้ส่งให้บีมอยู่เป็นประจำ แต่ว่าความซวยของบีมก็มาถึงเมื่อเขาได้เผลอมีอะไรกับเธียรวิชย์จนเขาต้องตั้งครรภ์ และการตั้งครรภ์ก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะสู้หน้าอาจารย์ที่สอนเขาและคอยช่วยเหลือเขาในทุกเรื่อง ถึงบีมจะรู้เหตุผลว่าทำไม เพราะว่าอาจารย์คนนั้นรู้สึกสนใจในตัวบีมก็ตาม

   “แพรวา สาวสวย ไฮโซ เป็นลูกสาวคนเดียวของรัฐมนตรีชื่อดัง พ่อของแพรวาเป็นเพื่อนรักพ่อของเธียรวิชย์ และนี้ก็ทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับเธียรวิชย์ในฐานะน้องที่เอาแต่ใจ เธอตามติดเธียรวิชย์ประดุจว่าเธอคือแฟนของเขา แม้ว่าเธียรวิชย์จะมีผู้หญิงมากมายมาให้มอบกายถวายให้เขาก็ตาม แต่สุดท้าย ผู้หญิงเหล่านั้นก็อันตทานหายไปหมดเพราะว่าแพรวา เธอเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กแต่เธอร้ายกาจกว่านางพญา เธอใช้อิทธิพลพ่อเธอเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เธอต้องการ

   รองศาสตราจารย์กันตภน เขาเป็นน้องชายคนเดียวของพ่อของเธียรวิชย์ ผมเขายอมที่จะไม่แตะต้องธุรกิจของพ่อแม่เขายกให้พี่ชายที่เขารักดูแล เพื่อเขาะจะได้ทำหน้าที่อาจารย์สอนเด็กในมหาวิทยาลัยอย่างที่เขาตั้งใจ แต่เมื่อเขาได้พบกับเด็กลูกครึ้งคนหนึ่งที่มาเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์กับเขา เขาเกิดความสนใจในตัวบีมอย่างมาก พยายามที่จะให้การช่วยเหลือบีมเพื่อแลกหัวใจบีม เขารักบีมมากขนาดที่จะขอทำหน้าที่พ่อของเด็กในท้องแต่บีมเลือกที่จะปฏิเสธ เพราะนั้นคือการเห็นแก่ตัวถ้าเขาจะให้คนที่เขาไม่ได้มีใจด้วยมาผูกติดกับการที่ต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ

   เด็กชายกีรติกร หรือน้องลูกโซ่ บีมหวังว่าเขาจะเกิดมาเพื่อเป็นโซ่ทองคล้องหัวใจดวงน้อยๆของเขา ที่บอบช้ำจากการถูกกระทำย้ำยีจากคนที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร รู้แค่ว่าเขาชื่อเธียรวิชย์  ด. ชื่อที่สลักลงที่แหวนที่เขามอบไว้ให้ เพื่อชดเชยสิ่งที่เขาทำลงไปแต่เขาหารู้ไหมว่า นั้นคือการทำให้เด็กคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยต้องลืมตาขึ้นมาดูโลกนี้พร้อมกับ คุณพ่อเลี่ยงเดี่ยว แล้วลูกโซ่จะได้เจอพ่อของเขาไหม

   คนแต่งขอฝากเรื่องนี้เอาไว้ด้วยนะคะ คนแต่งอาจจะมาได้มาลงแบบถี่ๆ แต่จะมาลงอาทิตย์ละตอนเป็นอย่างน้อย เพราะว่ากันน่ะติดหลายเรื่องอยู่ ไม่รู้ว่านักอ่านทุกท่านทั้งหลายจะชื่นชอบไหมกับนิยายแนวผู้ชายท้องได้ ขอฟังเรทติ้งก่อนนะคะ ว่าพอจะไปได้ไหม ขอเม้นกำลังใจสักนิดก็ยังดี กราบงามๆ ขอบคุณค่ะสำหรับพื้นที่ให้ได้แบ่งปันจิตนาการนะคะ (มีคำผิดจะคอยเข้ามาแก้ให้นะคะ )
เครดิต เจ้าของภาพด้วยนะคะ ไม่รู้จะแทรกยังไง ขออนุญาตนำมาใช้ประกอบนิยายเพื่อความอรรถรสเฉยๆนะคะ

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
         
        ผมชื่อเธียรวิชญ์ เดชาวชิรภังกุลชร พ่อกับแม่เรียกผมสั้นๆ ว่าเธียร ผมมีพี่น้องทั้งสามคน พี่ชายคนโต พี่ธี หรือธีรภพ อายุห่างจากผมห้าปี พี่ธาม มีแฟนแล้วกำลังจะแต่งงานกัน คนที่สองพี่ธีม ห่างจากผมแค่สามปี พี่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวต้น และพี่ธัน พี่คนห่างจากผมแค่ปีเดียว เรียกว่าเหมือนเพื่อนกันแต่นิสัยค่อนข้างต่างกัน พี่ธันญ์ พี่เขายังไม่มีแฟนเลยตั้งหน้าตั้งตาช่วยพ่อแม่ดูแลกิจการโรงเรียนเอกชน อย่างเดียว โรงเรียนของพ่อแม่ผมเป็นโรงเรียนสามภาษา ไทย อังกฤษและจีน และผมเธียร น้องชายคนเล็กที่เพิ่งจะจบจากอเมริกามาหมาดๆ



      ผมเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ชอบเที่ยวรักสนุก มีเพื่อนไฮโซมากมาย มีทั้งหญิงและชาย ด้วยความที่หน้าตาดีหล่อสุดของบ้าน หล่อขั้นเทพ เรียกว่าสวรรดิ์สร้างมาให้ครบเลย หน้าตาที่หล่อคม จมูกที่โด่งรั้นจนเป็นสัน และมาพร้อมกับความรวยล้นฟ้า รวยชนิดที่สาวสวยมากมายพร้อมพรีกายให้ แถมเพื่อนที่คบก็ไฮโซระดับเดียวกันทุกคน แต่แปลกที่ผมยังไม่เจอใครที่จริงจังสักคน



      และวันนี้ก็เป็นวันเคาดาวน์ก่อนที่ผมจะต้องกลับไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษต่อ ผมได้นัดเพื่อนๆที่เีรียนด้วยกันตัั้งแต่มัธยมจถึงมหาวิทยาลัย แถมคืนนี้ผมก็ต้องกระเตง ไฮโซแพรวา ลูกสาวคนเดียวของนักการเมืองชื่อดัง เขาเป็นเพื่อนกับพ่อผมมานาน ส่วนน้องแพรวา ก็เป็นเด็กรุ่นน้องผมหลายปี เธอชอบผม ผมเองก็เฉยๆ ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ ผมมองเธอแค่น้องสาวเท่านั้น ส่วนเธอเองก็ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผม บางที่ก็น่ารำคาญและน่าอึดอัด และวันนี้ผมคงไม่ได้แอมสาวไหนแน่นอน



“ไอ้เธียร ทางนี้ว่ะ” ผมเดินเข้ามาพร้อมกับแพรวา เธอควงแขนผมเข้ามาในงานฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผับไฮโซแห่งหนึ่ง



“น้องแพรวา บังคับไอ้เธียรมาเหรอครับดูหน้ามันซิครับ” ไอ้สไปส์ หรือว่าพิเชษฐ์ เป็นลูกนายห้างทองที่มีสาขามากมายหลายสาขา มีชื่อเสียงอยู่ในตลาดทองคำ ไอ้นี้ก็เจ้าชู้ไม่เลือกทั้งชายและหญิงเช่นกัน มันหล่อตี๋ๆ



“พี่เธียรค่ะ ยิ้มหน่อยซิค่ะ แพรวาไม่ชอบให้พี่ทำหน้าบึ้งแบบนี้ เวลาเดินกับแพรวานะคะ และทุกคนก็ต่างพากันเข้าใจว่าแพรวาบังคับพี่มากันหมดแล้วนะคะ ยิ้มหน่อยซิคะ” แพรวาพูดพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองผม ผมแค่ปรายตาลงมองเธอแว๊ปหนึ่ง



“อืมม” ผมรีบฉีกยิ้มให้กับแพรวาทันที “พอไหมครับน้องแพรวา” ผมถามแพรวาเหมือนประชดแต่ก็ประชดจริงๆ เพราะว่าผมไม่ชอบให้ใครมาบังคับทำโน่นทำนี้ แต่ที่ต้องยอมแพรวาเพราะความรำคาญมากกว่า



“เออ ไอ้เธียร ไอ้ไปส์มันเจอเด็กน่ารักว่ะ ไม่รู้ว่าทอมหรือเปล่า มันอยากขอมานั่งด้วยว่ะ"ไอ้ราเชนมันพูด ผมยักไหล่ตามใจมันซิ ราเชน คือลูกเจ้าของส่งออกอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงและเป็นลูกชายคนเดียวที่มีพี่สาวทั้งหมดสี่คน



“แพรวาอยากเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มค่ะ” แพรวาพูดขึ้น ผมหันไปมอง และเพื่อนๆ ผมก็ต้องเกาหัวกันหมด แพรวาเป็นคนเอาแต่ใจมาก



“แพรวาครับ พี่บอกว่าไงครับ พวกพี่มาหาความสุขกัน อย่าทำให้เสียบรรยากาศซิครับ “ผมหันไปปรามแพรวา



“ไม่ต้องห่วงครับ คนที่พี่จะพามาเป็นเด็กผู้ชายครับผม น้องแพรวาเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มแน่นอน “ไอ้ณัฐ หรือไฮโซณัฐ ณัฐภูมิ พ่อเป็นผู้พิพากษาและแม่ก็มีร้านเพชร ที่มีชื่อเสียง พีชมันพูดก่อนจะหันไปควักมือเรียกใครสักคนมดูแล้วน่าจะผู้จัดการร้าน



“ขอน้องคนนั้นน่ะมานั่งชงเหล้าให้พวกผมหน่อย ผมจ่ายค่าตัวให้ ห้าพันบาท” ไอ้พีช หรือพิชยุตม์ เป็นลูกชายคนเล็กเช่นเดียวกันแต่ว่ามันมีพี่ชายและพี่สาว พีชเป็นคนบอกกับผู้จัดการร้านที่มันควักมือเรียกเขามา พร้อมกับยัดเงินใส่มือผู้จัดการร้าน พอผู้จัดการร้านเห็นจำนวนเงินเท่านั้นแหละ ก็รีบหันหลังเดินไปพาใครสักคนมาที่โต๊ะที่พวกผมนั่งอยู่ ผมกำลังฟังเพลงโดยมีแพรวามายืนคลอๆ เต้นเพลงเบาๆ ท่ามกลางสายตาหนุ่มที่หันมามองเธอ เธอเป็นคนสวยผมยอมรับแต่สวยและเอาแต่ใจมากจนใครก็ทนเธอไม่ได้ เพื่อนๆ ผมเองก็เอือมระอาแต่ก็ต้องยอมเพราะว่าพ่อเขาสนิทกับพ่อผมมาก



“มาแล้วครับ น้องเขาชื่อน้องบีมนะครับ “ผู้จัดการร้านแนะนำเด็กที่พามา



“บีม เดี๋ยวชงเหล้าให้พี่ๆ เขาน่ะ เอ็นเตอเทรนโต๊ะนี้โต๊ะเดียวพอไม่ต้องไปดูแลแขกโต๊ะอื่นๆ น่ะ” ผู้จัดการร้านบอกเด็กที่มายืนแบบกล้าๆ กลัวๆ ผมหันมองหน้าเขา ทรงผมรากไทร



“ไม่ต้องกลัวพวกพี่ครับ “ไอ้ราเชนมันหันไปบอกน้อง น้องเขาก็เข้ามาทำหน้าที่ชงเหล้าให้พวกผม ตัวเล็ก กะทัดรัด ทรงผมรากไทรเหมือนทอมมากกว่า



“ว่าแต่น้องเป็นทอมหรือเปล่าเนี๊ยะ ดูหน้าหวานๆ ” ไอ้ราเชนยิงคำถามก่อนจะหันไปยักคิ้วกับไอ้ไปส์คนที่สนใจน้องเขา



“ไม่ใช่ครับ “น้องเขาพูดก่อนส่งแก้วเหล้ามาให้มัน และชงแก้วต่อไป



“พี่เธียรค่ะ แพรวาอยากได้ คอกเทลอีกสักแก้วนะคะ เดินไปเป็นเพื่อนแพรวาหน่อยได้ไหมคะ”



“เออ น้องแพรวาครับ พี่มึนๆ แล้วอ่ะ น้องเดินไปคนเดียวได้ไหมคะ และนี่นี้ไม่มีกล้าทำอะไรน้องแพรวาหรอกค่ะ เพราะนี้ที่นี้ พวกพี่ใหญ่” ผมพูด



“ค่ะ แพรวาทราบค่ะว่าพี่เธียรน่ะลูกใครและใครใหญ่ “แพรวาพูดก่อนจะพาร่างที่สมส่วน ไม่ว่าจะหน้าอกหน้าใจ ไซส์ก็มินิ เพื่อเช็กเรทติ้ง แน่ตอนบรรดาสายตาหนุ่มๆ มองตามกันเป็นแถว



“ไม่หึงหรือไงว่ะมึง” ไอ้เพื่อนผมมันถามผมกัน ผมส่ายหัวไปมา



“น้องชงให้พี่เธียรด้วยซิครับ” เพื่อนผมส่งแก้วเปล่าให้น้องเขาเอาไปชง ผมสั่งฟังเพลงและโยกไปด้วย



“เหล้าครับ” ผมได้ยินเสียงคนกระซิบ จังหวะนั้นผมหันมาอย่างเร็วเกินไป ชนเข้าอย่างจัง่ทำให้แก้วเหล้าหกลงที่เสื้อผ้าผม ราคาแพง ผมเงยหน้ามองคนที่ยืนทำหน้าตกใจ



“ผะ ผม ขอโทษครับพี่ “น้องเขารีบจะเอาผ้าอะไรมาเช็ดก็ไม่รู้



“ไม่ต้อง ผ้าอะไรก็ไม่รู้มาเช็ด” ผมพูดอย่างหัวเสียก่อนจะเดินหันหลังออก พร้อมกับส่ายหัวให้ความซุ่มซ่ามของเด็กนั้น เสื้อผ้าหรูยี่ห้อดังของผมแถมแบรนด์เนมทั้งตัวที่ผมสวมมา กลับต้องมาเลอะเพราะว่าซุ่มซ่ามของนายนั้น ผมเดินไปในห้องน้ำไปซับและทำความสะอาดและก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ และสิ่งที่ผมเห็นคือพวกมันกำลังมอมเหล้าเด็กคนที่ให้มาชงเหล้าให้พวกผมกิน ผมก็ไม่สนใจอยู่แล้ว



“พี่ผมไม่กินแล้วครับ ผมต้องขับรถกลับครับ “น้องเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูก็รู้ว่าเมาแล้ว



“อะไรวะคออ่อนว่ะ นี่แค่ไม่กี่แก้วเอง” ผมก็มองซ้ายมองขวา ไม่เห็นแพรวา



“แพรวาไปไหนวะ”



“เจอเพื่อนสมัยเรียนและนางก็หัวเสียหามึงไม่เจอ เลยเดินออกไปยืนคุยกับเขาตรงโน้นน่ะ” ไอ้ราเชนบอกผม



“กูมึนว่ะ กูขอไปนอนพักก่อนได้ไหมว่ะ พวกมึงคงอีกยาวว่ะ” ผมพูดพวกเพื่อนๆของผมและหันมาหยิบแก้วแชมเปญติดมือไปด้วย ก่อนจะเดินออกไป ผมเห็นเด็กที่พวกมันประเคนเหล้าให้ดื่มก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว ที่ผับนี้ค่อนข้างหรู มีห้องพักหรูสำหรับแขกวีไอพีไปพักยก ผมเดินเข้ามาในห้องพักวีไอพี เปิดทีวีดู มีเตียงที่รูปวงกลม ผมก็หยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาดื่มจนหมด ผมก็นั่งพัก เวลาผ่านไปสักยี่สิบนาที ผมเริ่มรู้สึกแปลก ร้อนรุ่มในอก ร้อนจนผมต้องปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ร้อนจนผมเริ่มนั่งไม่ติด ผมลุกขึ้น ยืนภาพในห้องเริ่มจะเบลอๆ และกายผมมันร้อนมากเหมือนมีไฟมาสุมอยู่ในอกผมและตรงแกนกายของผมก็เริ่มปวดหนึบ แน่ชัดแล้วผมโดนยาปลุกเซ็กซ์แน่นอน ผมเริ่มจะไม่ไหว ผมรีบเปิดประตูออกไปและผมพบกับใครสักคน ที่หน้าตาคุ้น เดินมาตามกำแพง จนมาหยุดที่หน้าห้องผม



“ช่วยผมด้วย ช่วยผมด้วย” ผมก็มองคนที่ยืนตรงหน้าผม ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ กระดุมเสื้อที่ถูกปลดลมาจนเผยให้เห็นหน้าอก แบนๆ แต่ว่ามันกำลังปลุกเร้าความเป็นชายของผมให้ยิ่งผงาด ผมมองพร้อมกลับกลืนน้ำลาย ส่วนคนที่ยืนก็เริ่มลูบไล้ตามตัวไปมา



“ช่วยผมด้วย”



“ได้แต่นายต้องช่วยฉันก่อน” ผมพูดก่อนจะดึงรั้งร่างนั้นเข้าไปในห้อง ผมล๊อกประตูทันที พอร่างนั้นเข้าอยู่ในห้อง เขายืนหมุนและกวาดมองไปรอบๆ ห้อง ผมเองก็เริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเองออก ผมเข้าไปกอดคนตรงหน้าจากด้านหลัง



“อ้าห์ “เสียงครางออกมาเบาๆ ขณะที่ผมใช้ปลายจมูกโด่งรั้นของผมฝังลงไปที่ซอกคอขาวๆ นั้น มือที่ลูบไล้ไปตามหน้าท้องนั้น มันทำให้คนที่ผมกอดจากด้านหลังหายใจถี่ขั้น



“อ้าห์ อืมมม” ผมเริ่มผลักร่างนั้นลงไปที่เตียงและรีบปลดกระดุมเสื้อผ้าคนที่นอนดิ้นส่ายไปมาอยู่บนเตี่ยง ผมเริ่มถอดมันออกไปชิ้นต่อชิ้นจนหมดสิ้น



“ช่วยผมด้วย”



“ก็นี่ไง จะช่วยให้ หันก้นมา” ผมบอกคนที่นอนดิ้นเอามือลูบไล้ตัวเองไปมาก่อนจะพลิกให้มาอยู่ในท่าดอกกี้ และผมก็ก้มลงมองแกนกายของผมมันชี้ตรงมากและมันก็ปวดระบบมากด้วย ไม่ได้ระบายนี้ไม่ไหวแน่ๆ ผมก็ขึ้นไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับหันซ้ายหันขวา ไม่มีเจลด้วยซิ



“พี่ครับ ช่วยผมด้วย”



“อย่าเร่งดิว่ะ” ผมพูดและมองหาไม่มีอะไรเลย เอาไงดีว่ะ ถุงยางก็ไม่มี ไม่น่าจะซวยหรอกว่ะเธียรเอ๊ย ผมก็ใช้น้ำลายผมนี้



“พี่ใส่ถุงให้ผมด้วย เพราะว่าผมอาจจะ….ท้อง!!”



“ซี้ด” สะดุ้งสุดตัวทันทีที่ผมจ่อสิ่งนั้นที่ปากทาง



“ไม่มีหรอกถุงน่ะ ใครจะไปเดินหาว่ะ มาเร็ว ไม่ไหวแล้ว” ผมพูดและตัดการค่อยๆ ดันเข้าไป



“โอ๊ย!!!!  ผมเจ็บอ่ะ”



“ก็ทนหน่อยซิ อยากไม่ใช่เหรอ อย่าต่อรองมากเดี๋ยวให้ไปครางที่อื่นเลยนิ” ผมพูดก่อนจะค่อยๆ ดันเข้าไป เสียงเล็บจิกลงที่บนผ้าปูที่นอนลากยาวขณะที่ผมกำลังสวนแกนกายที่แข็งปังเข้าไปอย่างอยากลำบาก



“เข้ายากจังว่ะ “ผมบ่นแต่ก็พยายามดันเข้าไปเรื่อยๆ จน



“อ๊าก!!!!” ผมเองที่ร้องออกมาดังๆ เพราะว่ามันแคบมาและบีบรัดแท่งร้อนของผม



“โอ๊ย!!!! พี่ครับ ผมเจ็บ อ่ะครับ เอาออกเถอะครับ”



“ไม่ทันแล้ว” ผมพูดบอกคนผมกำลังมีเพศสัมพันธุ์ด้วย มือก็จับสะโพกยืดเอาไว้และผมก็เริ่มเด้งสวนใส่ไปแบบไม่บันยะบันยัง คนร่างคนที่ผมนั่งคร่อมอยู่ด้านหลังโยกไปมา



“โอ๊ย โอ๊ยย พี่ ผมเจ็บอ่ะครับ พี่ครับ ผมเจ็บ”



“ไม่นานหรอกน่ะ จะเสร็จแล้ว ก็ดันมาช่วงนี้พอดี ซวยไป” ผมพูดและผมก็เริ่มเด้งสวนแบบรัวๆ จนกระทั่งแกนกายผมเริ่มกะตุ๊กและน้ำรักก็พุ้งกระชูด มันเยอะมากจริงๆ จนทะลักไหล่ย้อยลงมาตามหน้าขาคนที่ผมมีอะไรด้วย ผมก้มลงมองให้ชัดเจน เฮ้ยย นี้ผมมีอะไรกับใครก็ไม่รู้ มันเป็นใครชื่ออะไรก็ยังไม่รู้เลย ผมรีบถอนเจ้าโลกของผมออกทันที ก่อนจะก้าวถอยหลังลงมายืนมองคนที่ผมเพิ่งจะกระหน่ำแท่งไปไม่ยั้งจนสำเร็จความใคร่ไป เขานอนแผ่อยู่บนเตียง เพราะว่าผมมีอะไรกับใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จักมาก่อนด้วย นี่มันคือการข่มขืนชัดๆเลย เวรแล้วไอ้เธียรเอ๊ย!!  



“ทำไมพี่ไม่ใส่ถุงอ่ะพี่ ผมอาจจะท้อง พี่…..” ร่างคนนั้นหันมาพูดกลับผมทั้งที่อ่อนเพลียจนลืมตาแทบจะไม่ขึ้นแถมยังบอกว่าตัวเองอาจจะท้อง ผมว่าบ้าไปแล้วแน่ๆ มึงเป็นผู้ชายน่ะโว้ย ผมคิดในใจ



ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องที่ผมเข้ามาพักอยู่ ผมรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่แบบลวกๆ ก่อนจะเดินออกไปเปิด เพื่อนๆ ของผมเดินมาหาผมพร้อมกับก้มลงมองสภาพเสื้อผ้าของผม ผมยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองก่อนจะชี้ไปที่เตียงที่อยู่กลางห้อง



“ไอ้เธียร มึงมาอยู่ห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” ไอ้พีชมันถามผม



“กูมาพัก และแม่งใครใส่ยาในแก้วแชมเปญว่ะ “ผมถามไอ้ราเชน มันหันมามองหน้าไปสไปส์



“ใคร!!!” ผมถามและมองหน้ามันสองคน



“กูใส่เอง และกูกะว่าจะให้น้องที่มาชงเหล้าดื่มแต่ดันมีคนมือดีหยิบมาและกูไม่คิดว่าจะเป็นมึงว่ะ” ไอ้สไปส์มันพูดก่อนจะให้พวกมันเดินเข้ามาด้านใน ผมปิดประตูลง พวกมันเดินมามอง น้องคนนั้นผล่อยหลับไปแล้ว ดูจากสภาพไม่ต้องบอกก็รู้ว่า น้องผ่านอะไรมา ใช่ผมมีอะไรกับเด็กคนนี้



“ไปเถอะว่ะ ก่อนนะที่จะมีใครมาเห็น มึงงานเข้าแน่ๆ และพ่อมึงเอาตายแน่ ไอ้เธียร” เพื่อนรักของผมพูด ผมก็เดินมาดู เห็นเด็กคนนั้นนอนอยู่ ก่อนจะหยิบแบ่งพันออกมาห้าใบและว่างเอาไว้ข้างๆ แต่กลัวว่าจะไม่พอ เลยหยิบเอาแหวนทองที่สลักชื่อและตัวย่อนามสกุลผมเอาไว้ให้หนึ่งวง วงนี้ก็ราคาเกือบแสนได้แล้ว จะไม่ให้ก็ไม่ได้ ไม่มีอะไรติดมือมาเลย และราคาหลักแสนจิ๊บๆ แค่บอกม๊าผมว่าผมทำหายแค่นี้ม๊าก็ซื้อให้ผมใหม่แล้ว



“โทษทีน่ะ นายดันซวยเอง” ผมพูดก่อนจะเดินไปหยิบทุกอย่างมือถือและกุญแจรถคันหรู ผมเดินออกไปกับเพื่อนๆ ผม ผมเห็นแพรวายืนหน้ามุ้ย กอดอกอยู่ ผมหันไปมองเพื่อนๆ ผม



“อย่าบอกเรื่องนี้กับแพรวาน่ะมึง กูไม่อยากนั่งตอบคำถามปัญหาอ่อนและนางคงได้โวยวายจนป๊ากูรู้ ม๊ากูน่ะไม่เท่าไหร่ พี่กูก็คงเฉยๆ แต่ป๊ากูเนี๊ยะ เอาเรื่องแน่ๆ ” ผมบอกราเชนและไอ้สไปส์และไอ้พีช มันสามคนก็พยักหน้ารับผม ผมเดินมาหาแพรวาก่อนจะฉีกยิ้มให้



“พี่ไปไหนมาคะพี่เธียร” แพรวาถามผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ



“พี่ไปนอนพักมาคะ พี่มึนหัวแต่ว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แพรวาจะกลับเลยไหมคะ พี่จะได้ขับไปส่งที่บ้านค่ะ” " ผมบอกแพรวา



“เธียร มึงกลับไปเรียนเลยไหมว่ะ” ราเชนถามผม ผมกำลังเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษอยู่แต่ตอนนี้ ผมหนีมาพักร้อนกับเพื่อนๆ



“กลับเลยว่ะว่าจะบินไปเลยมะรืนนี้เลยว่ะ “พวกเพื่อนๆ ผม มันเลือกอยู่ช่วยงานพ่อแม่ดีกว่าไม่อยากเรียนต่อ ส่วนผมน่ะ ป๊ากับม๊าอยากให้ผมเรียนเพิ่มเติม เพื่อมาต่อยอดธุรกิจเหมือนพี่ๆ ของผม



“อะไรกันพี่เธียร พี่จะรีบกลับทำไมคะ” แพรวาเดินมาทำหน้าออดอ้อนถามผม



“แพรวาพี่ต้องกลับไปเรียนนี่ค่ะ” ผมบอกกับเธอ



“แพรวาอยากย้ายไปเรียนที่นั่นกับพี่เธียรอ่ะ แต่ป๊าไม่ยอม”



“ก็เรียนที่นี้ให้จบปริญญาตรีซะก่อนซิคะ และพี่ก็จบแล้วปีหน้านี่เองนะคะ และพี่ก็คงต้องกลับมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่พี่แล้ว” ผมบอกแพรวา เธอหันมามองผมแววตาเป็นประกาย เหมือนเธอซ้อนอะไรบางอย่างเอาไว้ แต่ผมหันมามองเพื่อนๆ ของผม ก่อนจะพยักพเยิดให้พากันออกไปดีกว่า



“แพรวาค่ะ ไปกันดีกว่าค่ะ พ่อแม่น้องจะโทรตามเอานะคะ” ผมบอกกับแพรวา เธอก็ต้องหน้ามุ้ยอีกครั้งก่อนจะยอมเดินตามผมออกไปแต่ว่าเธอต้องควงแขนผมไปด้วย ผ่านโต๊ะสาวๆ ที่มองผม เธอก็เบ้ปากใส่ ผมยอมรับว่าเธอสวยแต่นิสัยเธอไม่น่ารัก สมกับหน้าตาเท่านั้นเอง ทำให้ใครๆ ต่อใครเบือนหน้าหนี และทุกคนรู้จักเธอกันหมดว่าเธอคือลูกสาวคนเดียวของนักการเมืองดัง และแน่นอนไม่มีใครอยากงัดข้อกับพ่อของเธอ

TBC......

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 420
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
           

                   ผมชื่อนายกันต์ธีย์ ชื่อเล่นว่าบีม ผมเป็นลูกครึ้งไทยอังกฤษ พ่อผมเป็นนักวิทยาศาสตร์และแม่ผมเป็นคนไทย ผมไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับพ่อผมมากเพราะว่าแม่ไม่เคยเล่าอะไรให้ผมฟังเลย ตั้งแต่พ่อผมเสียชีวิตไป ผมเพิ่งจะอายุได้เจ็ดขวบและต่อมาแม่ผมก็ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนผมแม่ผมส่งผมมาอยู่ทีไทยตามลำพังและให้ผมมาเรียนที่ไทยจนตอนนี้ผมเรียนมหาวิทยาลัยปีทีสี่แล้ว คณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ แม่ผมได้แฟนรวยก็จริง แต่ผมรู้สึกว่าแม่ไม่ค่อยรักผม ผมไม่รู้ว่าทำไม เหมือนผมผิดปกติไม่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปยังไงก็ไม่รู้ เพราะว่าแม่ชอบย้ำกับผมเสมอว่า ถ้าไปมีอะไรกับผู้ชายต้องป้องกันน่ะ ห้ามให้เขาปล่อยในตัวผมโดยไม่ป้องกัน ผมเองก็ไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น เพราะว่าแม่ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก จนตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจในสิ่งทีแม่บอกผมแล้วและมันก็เกิดขึ้นแล้ว ในคืนนั้น คืนที่ผมโดนให้ไปชงเหล้าและผมก็ต้องดื่มตามที่ลูกค้าบอกผม ผมได้ค่านั่งดริ้งด้วย แต่มันไม่คุ้มกันเอาซะเลย กับอนาคตตของผมที่ต้องมาหยุดชงักกลางคันแบบนี้



“ฮึก ฮึก ฮึก” ผมนั่งร้องไห้ตรงหน้าไอแพตที่แม่ผมซื้อให้



“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วบีม ว่าให้แกป้องกันตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ เป็นแบบนี้” แม่ด่าทอผมหนักหนาที่รู้ว่า



“ก็ผมไม่รู้ว่าผมจะซวยขนาดนี้นี่แม่ ฮือๆ” ผมร้องไห้



“โอ๊ย!!! แล้วนี่จะทำยังไงหา เรียนก็ยังไม่จบ ไอ้ค่าเทอมน่ะฉันก็ออกให้แต่นี่ดันมา ท้อง!! แถมท้องไม่มีพ่อเด็กอีก” แม่ผมพูด ผมหันไปมองที่หน้าต่างคอนโดที่ แม่ผมเป็นคนซื้อเอาไว้และให้ผมอยู่



“แม่ ผมขอโทษ ฮือๆ “ผมพูดไปร้องไห้ไป ผมจำหน้าคนนั้นแทบจะไม่ได้แต่ผมจำชื่อเขาได้ เขาชื่อเธียรวิชย์ แต่เพื่อนๆ เรียกว่าเธียร กันหมดแถมเป็นไฮโซที่มีชื่อเสียง และเขาคือคนแรกของผม ผมไปทำงานที่นั่นเพื่อหาเงินใช้ไปวัน วัน แม่ผมส่งให้แค่ค่าเทอมเท่านั้น เพราะฝรั่งเขาจะไม่ให้การช่วยเหลือมากเมื่อลูกอายุสิบแปดปี และให้ออกไปเผชิญโลกภายนอกแต่เพียงลำพังได้แล้ว



“แก่ต้องไปโทษพ่อแกนั้น ที่อุตริเอาแกไปทดลอง จนเป็นไง ได้มาเลยซิ ผู้ชายท้องได้ “แม่ผมพูด ผมปาดน้ำตาที่แก้ม



“แม่ แม่จะบอกผมว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าพ่อผมเหรอครับแม่ ฮึก ฮึก”



“เอาล่ะ ฉันจะช่วยก่อน จนกว่าแกจะคลอดน่ะ” แม่บอกผม ผมพยักหน้า ผมคงทำอะไรมากไปไมได้แล้ว และผมก็ไปตรวจเลือดจากโรงพยาบาลมา มันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าผมท้องแน่ๆ นอน



“แต่ลูกแกออกมาแกต้องเลี้ยงเองน่ะ ฉันไม่ช่วยเลี้ยงน่ะ ฟิลิปส์เขาจะพาฉันไปเที่ยวรอบโลก ฉันไม่นั่งเป็นคุณย่าคุณยายของแกหรอกน่ะ บีม” แม่ผมพูด ผมพยักหน้าเบาๆ พร้อมๆ กับปาดน้ำตาไปด้วย



“แค่แม่ช่วยผมก่อน ผมจะกลับไปเรียนให้จบครับแม่” ผมพูด



“ก็ไปฝากท้องให้เรียบร้อยแล้วกัน”



“แค่นี้น่ะบีม แม่จะรีบออกไปทานอาหารค่ำกับคุณฟิลิปส์เขา “แม่รีบบอกผมก่อนจะกดวางสายไปก่อน ผมนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องนอน ผมอยากอรู้ว่าทำไมผมถึงได้ท้องได้ พ่อทำอะไรกับผม ผมสะอึกสะอื้น ร้องไห้อยู่คนเดียว จนกระทั่งเสียงกริ่งดังขึ้น ผมปาดน้ำตาที่แก้มก่อนจะเดินออกไปดูที่ช่องเล็กๆ เพื่อดุว่าใครกันที่มาหาผมที่นี้ และผมก็เปิดประตู



“เป็นไงมั้งมึง “เพื่อผมเอง ฟิล์ม เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายแล้วและเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ผมเปิดประตูให้ฟิล์มเข้ามาในห้อง ผมยืนมองฟิล์มที่ปิดประตูลงเบาๆ



“กูไม่ถามน่ะว่ามึงโอเคไหม บีม เพราะว่าเป็นใครก็ไม่โอเคหรอกว่ะ” ฟิล์มบอกผม ผมปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอยู่ตลอด ผมอ่อนแอเหลือเกิน 



“หมับ” ฟิล์มเข้ามากอดผมแน่นๆ



“แต่กูจะอยู่ข้างๆ มึงบีม “ฟิล์มพูดพร้อมกับจับไหล่ผม



“มึงกินอะไรหรือยังว่ะ บีม” ฟิล์มถามผม ผมสั่นหัวไปมา



“กูซื้อโจ๊กมาให้มึงกินว่ะ กินอะไรสักหน่อยน่ะบีม อย่างน้อยมึงก็มี สิ่งที่เรียกว่าเลือดเนื้อของมึงอยู่ในท้องมึงน่ะ เขาไม่รู้เรื่อง “ฟิล์มพูดก่อนจะผลักผมเข้าไป ฟิล์มพาผมไปนั่งในห้องครัวเล็กๆ ก่อนจะเดินไปหยิบชามเพื่อเทโจ๊กลงในชามเซรามิกซ์ก้นลึกให้ผม ผมก็รับมาและนั่งมองมัน



“อ้าว!! มองแล้วท้องมึงจะอิ่มไหมบีม กินดิวะ สงสารหลานกูหน่อยเถอะ “ไอ้ฟิล์มพูด ผมก็ตักมาแค่ปลายช้อน ทำท่าจะทานแต่ว่าพอช้อนแตะเข้าไปเท่านั้นแหละ



“อึก อึก อึก” อาการมาทันที ฟิล์มมันมองผมด้วยอาการตกใจ “เฮ้ย!! บีม” ผมก็รีบลุกพรวดและวิ่งตรงปรี่เข้าไปในห้องน้ำทันที ได้ผลผมก็ตอ้งอาเจียนออก ทั้งที่ไม่มีอะไรจะออกมาอยู่แล้ว ทำไมมันถึงได้ทรมารมากขนาดนี้น่ะ



“บีม” ฟิล์มเดินมาเอามือลูบหลังผมเบาๆ ผมยกมือว่าผมโอเค ผมค่อยๆ ลุกขื้นยืน หันมามองหน้าเพื่อนรักของผม



“กูมานอนเป็นเพื่อนมึงน่ะ บีม เห็นมึงแบบนี้กูสงสารมึงว่ะ” ฟิล์มบอกผม ผมพยักหน้าเพราะว่าตอนนี้ผมคงไม่มีทางเลือกมากหนัก ผมเดินออกไปเพื่อนไปดูยาที่หมอให้มาทานลดอาการคลื้นไส้อาเจียน



“บีม อาจารย์กันตภณ เขาถามหามึงว่ะ ดูสีหน้าเขาเป็นห่วงมึงมากเลยว่ะ บีม” ฟีล์มบอกผม ผมหันไปมองหน้ามัน ผมยอมรับว่าอาจารย์กันตภณ พยายามจะช่วยเหลือผม และผมก็รับรู้ได้ว่าเขาอยากช่วยเหลือผมเพราะอะไร ผมเองก็รู้สึกหวันไหวแต่ว่าตอนนี้ ผมไม่คู่ควรกับเขาแล้ว ผมรู้ว่า อาจารย์กันตภณ เป็นน้องชายคนเล็กของมหาเศรษฐีย์ ที่มีโรงเรียนอินเตอร์แถมมีสาขามากมายอีกต่างหากและเขาก็ยังมีหน้ามีตาในสังไฮโซ และอาจารย์เขาก็เป็นถึงรองศาสตราจารย์ และเป็นรองอาจารย์ภาคเรียบร้อยแล้ว แถมใกล้จะจบปริญญาเอกเร็วๆ นี้ แค่ผมคิดน้ำตาก็เอ่อออกมาทันที



“ปึก “มือผมปัดกล่องสี่เหลี่ยมกำมะหยี่ร่วงลงไป มีบางสิ่งกระเด็นหลุดออกมาจากกลอ่งนั้น กลิ้งไปหยุดที่ตรงเท้าของฟิล์ม และฟิล์มก็รีบก้มลงหยิบขึ้นมาดูก่อนจะส่งให้ผม มันคือแหวน แหวนวงนี้มันอยู่กับเศษเงินคนที่ทำให้ผมต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ และเขาคงคิดว่ามันจะเยียวยาผมได้ซิน่ะ สภาพจิตใจผมตอนนี้ แถมมันยังเป็นพ่อของเด็กในท้องผมด้วย



“ใครวะ เธียรวิชย์ ด. “ฟิล์มเอ่ยถามผม ผมก็มองหน้าฟิล์มก่อนจะส่ายหัว ผมเองก็ไม่อยากรู้ว่ามันคือใคร ไอ้คนที่ทำให้ผมต้องมาแบกภาระที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แถมมันก็คิดจะรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น



“นี้มึงโดนแม่มึงด่ามาอีกแล้วเหรอว่ะ เรื่องที่มึงท้องน่ะ” ฟิล์มนั่งลงบนเตียงนอนของผม ผมพยักหน้าว่าใช่



“แม่มึงเขาไม่รักมึงจริงๆ เหรอว่ะ กูไม่อยากเชื่อเลยว่ะ”



“กูก็ไม่อยากเชื่อว่ะ ถ้าแม่รักกู เขาคงไม่ส่งกูมาอยู่คนเดียวที่นี้หรอกและ ที่เขาให้กูอยู่กับเขาเพราะว่ากูเป็นแบบนี้ไง และพ่อเลี้ยงก็เป็นคนมีเงินมึงเข้าใจป่ะ เขาก็คงกลัวอายถ้ารู้ว่ากูเป็นแบบนี้ แบบที่กูไม่อยากได้อ่ะ “ผมพูดก่อนจะเดินออกไปจากห้อง



“กูว่าจะลงไปซื้อะไรมาเอาไว้ดื่มว่ะ อาหารทานไม่ได้อย่างน้อย นมก็ยังดีว่ะ” ผมหันไปบอกฟิล์มก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าสตางค์ ไอ้ฟิล์มมันรีบเดินตามผมมาติดๆ ทันที



“ไปด้วย เดี๋ยวเกิดมึงไปเป็นลมเป็นแล้งที่ไหนใครจะช่วยมึงว่ะ” ฟิล์มบอกผม ผมพยักหน้าก่อนจะหันมาปิดประตู และผมก็ต้องตกใจที่หันมาเจอคนที่ผมเห็นหน้าเขาตลอดที่ผมต้องมานั่งอยู่กับเรื่องแย่ๆ แต่ว่าผมตอนนี้



“บีม!!” อาจารย์กันตภณ หรืออาจารย์กัน เขาเป็นอาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของผม ผมหันมามองฟิล์ม เพราะว่าผมไม่เคยบอกอาจารย์เลยว่า ผมพักอยู่ที่ไหนแต่นี้เขากลับมาถูกได้ยังไง



“อาจารย์ถามกูน่ะบีม กูเห็นอาจารย์เขาเป็นห่วงมึงมากเลยบอกว่ะ” ฟิล์มสารภาพกับผม



“ทำไมไม่ไปมหา’ ลัย มีเรื่องอะไรบีม” อาจารย์กันถามผม ผมก้มหน้าลงไม่กล้าสู่หน้าอาจารย์หนุ่มรูปหล่อ



“เอาอย่างนี้ไหมบีม กูไปซื้อให้ว่ะ นมน่ะ มึงจะได้คุยกับอาจารย์ว่ะ และเพื่อว่าอาจารย์อาจจะช่วยอะไรมึงได้ว่ะ” ฟิล์มเป็นฝ่ายขอตัวลงไปซื้อของให้ผมแทน ผมเงยหน้าขึ้น น้ำใสๆ มันไหลเออ ออกมาและคนที่ยืนตรงหน้าผม กลับใช้นิ้วโป้งปาดมันออกไปอย่างไม่นึกรังเกียจสักนิดก่อนจะควักผ้าเช็ดหน้าออกมาซับให้ผมอีกที



“ไปคุยกับพี่” อาจารย์กันตภณบอกผม แต่แทนตัวเองว่าพี่



“เพื่อว่าคำว่าพี่ชาย อาจจะทำให้บีมอยากคุยกับพี่มากกว่าคำว่าอาจารย์ “อาจารย์กันตภณบอกผมพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นเสมอ ผมเดินกลับเข้าไปในห้องของผม ผมเดินไปหาที่นั่งที่โซฟา อาจารย์กันตภณนั่งลงข้างๆ ผม



“ผมจะทำเรื่องขอดร๊อปการเรียนเอาไว้ก่อนนะครับ พี่กัน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เบามาก ผมรู้ว่ามันอาจจะทำให้คนฟังผิดหวังในตัวผม



“ทำไมล่ะบีม บีมมีปัญหาเรื่องเงิน เรื่องค่าเทอมหรือไง พี่ช่วยได้น่ะ” อาจารย์กันตภณรีบบอกผม พร้อมกับกุมมือผมเอาไว้ ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา



“ไม่ใช่ครับ แต่ผมมีปัญหาเรื่องอื่น และมันก็มีผลกับการไปเรียนของผ” " ผมบอกเขา อาจารย์กันตภณมองหน้า เขาไม่เข้าใจ อย่าว่าแต่เขาเลย ผมเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่ามันเกิดขึ้นกับผมได้ยังไงและนี่ผมควรจะบอกเขาดีไหม



“เรื่องอะไรหรือบีม มันร้ายแรงหรือไง บอกพี่ได้ไหม เพื่อว่าพี่จะช่วยได้ พี่อยากให้เราเรียนให้จบพร้อมเพื่อนๆ และที่สำคัญ เราก็เรียนเก่งมาตลอดน่ะบีม”



“พี่กันถ้าผมบอกพี่แล้วพี่อาจจะไม่อยากมาเจอผมอีกก็ได้น่ะ “ผมพูดกับอาจารย์



“บอกพี่เถอะ พี่ว่าเราพอจะเดาได้ว่าทำไมพี่ถึงอยากช่วยเรา พี่ยอมรับว่าพี่ สนใจเรา และคิดกับเรามากกว่าลูกศิษย์” อาจารย์กันตภณบอกผม ผมหันไปมองทางอื่นก่อนจะปาดน้ำตารตัวเอง และหันกลับมามองใบหน้าอันหล่อเปล่าของอาจารย์ จะว่าไป เขาก็มีหน้าตาละม้ายคล้ายให้คนที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้



“พี่กัน ผม ท้องอ่ะครับ” ผมพูด



“ห๊ะ!! เดี๋ยวน่ะ พี่ได้ยินผิดไปหรือเปล่าบีม” อาจารย์กันตภณพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจมากถึงมากที่สุดที่ได้ที่ผมพูดออกไป



“ผมท้องจริงๆ ครับ ฮือๆ ผมท้องอ่ะครับ และผมก็ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ฮือๆ ผม “ผมพูดพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาทันที



“หมับ” อาจารย์กันตภณเข้ามากอดผมทันที เขาคงรับรู้ได้ว่าผมตัวสั่นแค่ไหน ผมเสียใจมาก



“มันเกิดขึ้นได้ยังไงบีม” อาจารย์กันตภณถามผม พร้อมกับเอามือลูบหัวผมเบาๆ



“ผม ฮือๆ ผมไม่รู้อ่ะ ทำไมผมถึงได้ซวยขนาดนี้ อ่ะ ฮือๆ “ผมพูดไปร้องไห้ไปด้วย



“แล้วใครทำแบบนี้กับเรา บีม” อาจารย์กันตภณถามผม



“ผมไม่รู้ครับ “ผมตอบอาจารย์ อาจารย์กันตภณถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันทันที



“ผมมีอะไรกับใครผมเองยังไม่รู้เลยครับ เพราะว่าผมโดนเขาเอายาใส่ในเครื่องดื่ม ที่ผับที่ผมไปทำงาน และผู้จัดการเขาให้ผมไปเป็นคนชงเหล้าให้ เขาก็พยายามให้ผมดื่ม ดื่ม และสุดท้ายผมรู้สึกเหมือนผมร้อนรุ่มและผมก็เดินออกไปเพื่อจะไปห้องน้ำแต่ผมก็หลงไปไหนก็ไม่รู้ และจู่ๆ ก็มีคนมาดึงผมเข้าไปในห้องและมันก็ทำแบบนั้นกับผม ฮือๆ “ผมพูดไปร้องไห้ไปด้วยอีกครั้ง



“เราตรวจดีแล้วเหรอว่าเราท้อง “อาจารย์กันตภณถามผม



“ครับ เพราะว่าผมไปตรวจที่โรงพยาบาลเมื่อวานอ่ะครับ “ผมบอกอาจารย์กันตภณ เขาก็มองหน้าผม



“ไอ้ฟิล์มมันเห็นผมอาการไม่ค่อยจะดี มันเลยให้ผมไปตรวจอย่างละเอียดและเขาก็จับผมตรวจเลือดตรวจทุกอย่าง จนสุดท้ายเขาบอกผมว่าผมตั้งครรภ์ เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ”



“เรื่องมันเกิดนานหรือยังบีมที่เราไปมีอะไรกับใครน่ะ”



“เกือบจะสามเดือนแล้วครับ ตอนนี้เด็กในครรภ์จะสามเดือนแล้วครับ พี่กัน”



“ฟู่!!” เสียงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ของอาจารย์กันตภณ อาจารย์กันตภณจับไหล่ผมและมองหน้าผม



“พี่แนะนำว่าขอดร๊อปแค่เทอมนี้น่ะ และกลับไปเรียนซะ อย่างน้อย บีมก็ควรจะจบปริญญาตรี เพื่อจะได้ดูแลเขาได้” อาจารย์กันตภณบอกผม ผมก็เงยหน้ามองเขา







“ตอนนี้มีอะไรให้พี่ช่วย พี่ช่วยเราเต็มทีน่ะ แล้วนี่ไปฝากท้องหรือยัง” อาจารย์กันตภณถามผม ผมสั่นหัวไปมา



“ผมไม่กล้าไป ผมกลัว ยิ่งสายตาที่เขามองผมแต่ล่ะคนมันแปลกประหลาดอ่ะครับพี่กัน”



“เราต้องไปหาหมอเพื่อตรวจดู และฝากครรภ์เหมือนเช่นผู้หญิงคนอื่นๆ เขาทำกันบีม เพราะนี้คือความปลอดภัยของเราและเด็กที่ไม่รู้ในสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นมา และพี่นี้ เต็มใจน่ะ ถ้าจะให้พี่ รับเป็นพ่อเด็ก” ผมถึงกับเงยหน้ามองอาจารย์กันตภณ เขากล้าที่ทำแบบนี้ได้ยังไงทั้งที่เด็กนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาเลย ถึงยังไงผมก็ทำไมได้อยู่ดี เพราะว่ามันไม่ยุติธรรมกับอาจารย์เขา



“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่อยากรู้สึกผิด มากไปกว่านี้ “ผมพูด



“พี่เต็มใจ”



“ช่วยผมด้วยวิธีอื่นจะดีกว่า แบบนี้มันไม่ใช่อ่ะครับ ถ้าวันที่พี่เจอคนที่เหมาะกับพี่ พี่จะเสียใจนะครับ ผมขอร้องและผมเองก็จะรู้สึกผิดมากๆ “ผมพูดกับอาจารย์เขา อาจารย์กันตภณมองหน้าผม



“เออ พี่มีเพื่อนเป็นหมอน่ะ เขาเปิดโรงพยาบาลอยู่ ไม่ไกลจากนี้มากและพี่พอจะพูดกับเขาได้ ไปหาเขาแล้วกันน่ะ และถ้าต้องไปหาหมอไม่มีใครพาไป บอกพี่น่ะ พี่พาไป “ผมก็มองอาจารย์กันตภณ ทำไมเขาดีกับผมขนาดนี้ และเสียงประตูเปิดเข้ามาโดยฟิล์มและ เป๊กซ์ และใบชา เพื่อนในกลุ่มของผม แต่ละคนยกมือไหว้อาจารย์กันตภณกัน



“สวัสดีครับอาจารย์”



“สวัสดี มาเยี่ยมเพื่อนกันเหรอ” อาจารย์กันตภณหันไปถาม



“ครับ “เพื่อนๆ ผมตอบพร้อมกัน



“นี้เอานามบัตรของพี่ไปน่ะและพี่จะโทรไปคุยให้ก่อน แต่ถ้าเราจะให้พี่ไปเป็นเพื่อนบอกพี่ได้น่ะ พี่ยินดี พี่ยินดีทำมากกว่านั้น แต่พี่อยากให้เราเต็มใจให้พี่ทำตามที่พี่ได้เสนอเราไป” อาจารย์กันตภณบอกผม เพื่อนๆ ของผมยืนมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ



“นี้นามบัตรของพี่น่ะบีม เก็บเอาไว้ และถ้าบีมมีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดเวลา “อาจารย์กันตภณพูดก่อนจะลุกขึ้น ผมได้แต่มองอาจารย์กันณภณจนเขาเดินออกจากห้องผมไป ผมก้มลงมองที่นามบัตรนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์กันตภณ เดชาวชิรภังกุลชร คณะเศรษฐศาสตร์ ผมวางนามบัตรของอาจารย์กันตภณลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมผม



“อาจารย์เขาจะช่วยอะไรมึง  มึงก็รับไว้เถอะบีม ตอนนี้มึงไม่ต่างจากตัวคนเดียวเลยว่ะ แม่มึงก็แทบจะไม่มาดูดำดีมึงเลย มีแต่ส่งเงินมาให้ใช้ “เป็กซ์นั่งลงข้างๆ ผม



“มึงมันซวยอะไรเบอร์นี่ว่ะ กูยับไม่อยากจะเชื่อเลยน่ะ” ใบชาพูด เพื่อนๆ ผมหันไปพร้อมกับทำท่าจะตบหัวใบชากันคนล่ะที



“ปากมึงเหรอไอ้ชา”



“เรียกกูใบชาเถอะ ไอ้ชามันดูเถือนๆ ว่ะ” ใบชาพูด ผมหันไปมองของที่ฟิล์มซื้อมาให้ผม เป็นนมสดรสต่างๆ



“มึงควรจะบำรุงให้มากๆ ว่ะ เพราะว่า เด็กน่ะดูดแคลเซียมจากมึงไปเยอะน่ะ อันนี้พี่สาวกูบอกมาอีกทีว่ะ” ฟิล์มบอกผม ฟิล์มมีพี่สาวสองคน คนโตแต่งงานแล้วมีลูกสองคนแล้ว เหลือแต่คนที่สอง ที่ยังทำงานอยู่ ผมพยักหน้าก่อนจะรับนมมาดื่มเข้าไป



“พรุ่งนี้ไปฝากท้องได้แล้วนะมึง เพื่อจะได้วิตามินมาทาน อันนี้พี่สาวกูก็บอกมาด้วย และมึงควรจะต้องตรวจคัดกรองอีกหลายอย่าง ช่วงก่อนไตรมาสแรกอ่ะบีม “ฟิล์มอธิบายกับผม ผมก็ต้องเลิกคิ้วสูง



“อย่าถามกูเลย กูรู้แค่นี้”



“ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนไหมว่ะ” เป็กซ์เอ่ยปากถามทันที ผมเงยหน้าขึ้นมองทุกคน ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ผมเองก็ไม่กล้าให้อาจารย์กันตภณไปกับผมแน่นอน มันอาจจะทำให้อาจารย์เขาเสียภาพหลัก ยิ่งเป็นถึงรองศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยด้วยแล้วผมยิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่ ไม่กล้าไปดึงให้อาจารย์ลงมาแปดเปื้อนกับผม



TBC......

   คนแต่งมาฝากไว้อีกตอนนะคะ ขอมาอีกทีอาทิตย์หน้านะคะ วันเสาร์ เรื่องนี้จะอัพให้ทุกวันเสาร์ คนแต่งไม่ค่อยมั่นใจนิยายแนวนี้เท่าไหร่ แต่ส่วนตัวชอบอ่านค่ะ เลยเขียนดูบ้าง มีข้อติชมไรท์ได้นะคะ ยินดีนำมาปรับปรุงค่ะ 

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 420
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
Part’ s กันต์ธีย์ วันนี้เป็นวัดนัดตรวจครรภ์ครั้งที่สองของผมกับหมอภีมปภพ พี่หมอเขาที่เป็นเพื่อนของอาจารย์กันตภณ ครั้งแรกผมได้ตรวจคัดกรองหลายอย่าง ตรวจเลือด และต้องทำอัลตราซาวน์ดูลูกน้อยในครรภ์ของผมตอนสิบสองสัปดาห์ แต่ผมยังไมได้เจอกับคุณหอมภีมปภพ หมอเขามีเครสผ่าคลอดด่วน ตอนนี้ผมก็ได้ผ่านไตรมาตแรกมาแล้วด้วย ตอนนี้เข้าสู่ไตรมาสที่สอง และอายุครรภ์ของผมก็เข้าไปสิบหกสัปดาห์แล้ว และเป็นสิบหกสัปดาห์ที่เราอยู่ด้วยกันมา มีทะเลาะกับชักโครกบ้างก็ไอ้อาการแพ้ท้องของผมนี่แหละ หนักขึ้นบ้างเป็นบางวันไม่ทุกวันเหมือนตอนก่อนสิบสองสัปดาห์แรกและผมยังนับว่าโชคดี ที่เพื่อนๆ ผมผลัดกันมาอยู่ด้วย แล้วนี่ผมจะคลอดยังไง ผมเองคิดไม่ออกเลย ไม่อยากคิดแค่คิดก็จะพาเอาผมนอนไม่หลับ ส่วนแม่ก็โทรทางไกลมาถามข่าวคราวบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะถามว่าผมเจอตัวคนที่มันทำให้ผมท้องหรือยัง ใครจะไปหามันเจอ ชื่อเธียรวิชย์ ไม่ได้มีแค่คนเดียว ผมไปถามพี่คนที่ทำงานที่ผับคืนนั้น เขาก็บอกว่าไม่รู้จักกันทั้งนั้น แปลกมาก ทั้งที่พวกพี่เขาเป็นพวกไฮโซ แต่กลับไม่มีคนรู้จัก และพฤติกรรมพวกพี่ๆ ที่ผับเขาก็เหมือนกับมีลับคมคมในกันยังไงก็ไม่รู้ ผับนั้นผมเพิ่งจะไปทำวันแรกซะด้วยเลยยังไม่สนิทกับใครมาก



//บีม วันนี้หมอนัดใช่ไหมครับ/// อาจารย์กันตภณ เป็นคนที่คอยโทรถามผมบ่อยกว่าแม่ของผมซะอีก รองลงมาก็คือเพื่อนๆ ผม ส่วนแม่ผมส่วนมากจะส่งข้อความมาถามมากกว่า



//ครับ พี่กันรู้ได้ยังไงครับ// ผมถามอาจารย์กันตภณกลับทันทีด้วยความแปลกใจ



//ก็หมอภีมเขาเป็นเพื่อนกับพี่นี่ครับบีม และพี่ก็โทรไปถามเกี่ยวกับเรากับหมอภีมมาด้วย หมอภีมเลยบอกพี่มานะครับ”



//ครับพี่กัน// ผมตอบอาจารย์กันตภณด้วยน้ำเสียงที่เบามาก



// พี่เจอเพื่อนๆ เราน่ะและเขาบอกกับพี่พวเขามีสอบกันน่ะวันนี้ /// อาจารย์กันตภณพูดขึ้น มันทำให้ผมต้องเงียบไปชั่วขณะ



// เดี๋ยวพี่พาเราไปหาหมอเองน่ะ พี่ไม่มีสอนตอนบ่าย // อาจารย์กันตภณรีบบอกผม



// อย่าปฏิเสธพี่น่ะ บีม เพื่อนเราบอกว่าช่วงนี้เราทานไม่ค่อยได้ อาเจียนก็บ่อยขึ้น พี่กลัวว่าเราจะไปเป็นลมกลางทางไม่มีใครช่วย และพี่บอกเราว่าพี่อยากดูแลเรา //



//พี่กันสงสารผมเหรอครับ//



//พี่ว่าเรารู้คำตอบดีว่าทำไม ไม่ใช่แค่คำว่าสงสารนะบีม พี่มีมากกว่านั้น// อารจารย์กันตภณพูด มันทำให้ผม ก้มลงมองสิ่งทีผมถือไว้อยู่ แหวนไอ้คนที่ทำให้ผมท้องลูกของมัน มันจะรู้ไหมว่าผมนี้เป็นยังไงบ้าง กับการกระทำของมันวันนั้นน่ะ ไอ้คนเห็นแก่ตัว ไอ้ไม่มีความรับผิดชอบ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย (เออ ผมก็ผู้ชายนี้ หว่า ฮึกๆ) ไอ้ ไอ้  นึกคำด่าไม่ออกแล้ว



//พี่ขับรถออกมาจากมหา’ลัยแล้วบีมและใกล้จะถึงแล้วด้วย น่าจะสิบห้านาทีได้ //อาจารย์กันตภณบอกผม



//ผมลงไปรอพี่ที่ชั้นล่างดีกว่าน่ะครับ” ผมพูด ผมหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตมาสวมทับ ท้องผมดูแทบจะไม่ออกมาว่าผมท้อง ถ้าไม่สังเกตดีดี ท้องแรกก็แบบนี้แม่ผมพูด ผมก้มลงมองท้องน้อยๆ ของผม มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในนั้น ผมหันไปมองรูปพ่อของผม ดร.เจมิสัน เบน กิบสัน เมื่อนผมชื่อ เจมี่ กันต์ธีย์ กิบสัน แต่พอแม่ผมส่งผมมาอยู่ไทย เอาชื่อผมเข้าทะเบียนบ้านไทยก็สลับเอาชื่อกลางมาเป็นชื่อจริงให้ผมแทน ส่วนบีมนี้เป็นชื่อเล่นที่คุณยายผมเรียกเวลาที่ผมมาอยู่ไทย และชื่อนี้เลยเป็นชื่อที่ทุกคนเรียกผมจนติดปาก



//บีม พวกกูกำลังสอบแต่จะทำเวลาน่ะ จะรีบไปดูหน้าหลานว่ะ กูไปเจอมึงที่โรงพยาบาลเลยนะบีม ปล. กูขอโทษว่ะที่ต้องบอกอาจารย์กันตภณเป็นคนพามึงไปแทนพวกกู แล้วเจอกันน่ะ // ไอ้ฟิล์มมันส่งข้อความหาผม



“มันไม่ยุติธรรมกับเขาไงมึง ที่ต้องมาทำหน้าที่แบบนี้ ในสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนทำ “ผมพูดกับโทรศัพท์ของผมก่อนจะเดินออกจากห้อง ผมหันมาจับโซ่ที่คล้องประตูเอาไว้ออก ผมยืนเพ่งมองมันอยู่พักหนึ่ง โซ่คล้องประตู เพื่อนป้องกันไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในห้องได้ ลูกในท้องก็เหมือนสิ่งที่จะปกป้องหัวใจของผมที่แตกสลายให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้



“ลูกโซ่ พ่อจะให้เจ้าชื่อว่าลูกโซ่นะครับ” ผมก้มลงพูดกับน้องน้อยๆ ของผม



“อุ้ย!” ผมรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งที่กระทุ้งแต่ไม่แรงเพราะว่าน้องยังเล็กมากแต่ผมก็รู้สึกได้ว่าเขาดิ้น



“แสดงว่าชอบชื่อนี้ใช่ไหมครับ ไปหาหมอกันน่ะ ดูซิว่า ตัวแสบของพ่อ ตัวโตขึ้นบ้างไหม พ่อจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” ผมพูดกับตัวเล็กของผมในท้องน้อยๆ ผมเดินออกมาก็เจอเพื่อนบ้านเขาก็ยิ้มทักทายผม ผมก็ยิ้มทักทายตอบ ผมอยู่ที่คอนโดนี้มานานมาก เพราะว่าแม่ผมซื้อเอาไว้ให้ ผมเดินลงถึงชั้นล่างของคอนโดของแม่ผม ผมก็ก็เจออาจารย์กันตภณ



//แล้วนายไปทำอีท่าไหนให้พ่อเขาโกรธขึ้นมาล่ะถึงได้ ล๊อกบัตรเครดิตนายเข้า เออ อาจะคุยให้แล้วกัน แต่แม่ของนายยังคุยไม่ได้แล้วอาล่ะ เอาน่ะก็ทำตามที่พ่อนายสั่ง เรียนให้จบภายในปีนี้และกลับมาช่วยเขาได้แล้ว นายก็รู้ว่าพ่อนายดุ นายยังเกเรอีก แค่นี้ก่อนน่ะเพราะว่า อามีธุระ อืมม บายครับ// อาจารย์กันตภณพูดกับคนปลายเหมือนจะหัวเสียหน่อยๆ ก่อนจะวางสายไป เขาหันมายิ้มให้ผม ผมก็ดินหันซ้ายแลขวา กลัวคนมองมาที่ผม



“เป็นอะไรไปน่ะบีม” อาจารย์กันตภณภามผม ก่อนจะมองตามที่ผมมอง



“ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก ใส่เสื้อตัวใหญ่ขนาดนี้ พี่เองยังดูเราไม่ออกเลยน่ะ” อาจารย์กันตภณพูดปนหัวเราะ



“อันที่จริงพี่ไม่น่าลำบากมาเลยน่ะ “ผมพูดขึ้นพร้อมกับทำสีหน้ารู้สึกผิด



“พี่เต็มใจอยากจะช่วย ให้พี่ช่วยน่ะ เพราะว่าเราเป็นเด็กดี เป็นเด็กตั้งใจเรียน พี่เสียดาย และพี่ก็รู้สึกดีกับเรามากๆ พี่จึงอยากยื่นมือเข้ามาช่วย “อาจารย์กันตภณพูด



“พี่ขอน่ะครับ อย่าพูดว่าพี่ไม่น่าลำบากมาเลยอะไรแบบนี้ พี่เสียกำลังใจ นะครับบีม” อาจารย์กันตภณพูดกับผมก่อนจะผายมือให้ผมเดินไปพร้อมๆ กับเขา ผมเดินที่รถเก๋งคันหรู หรูมากจริงๆ อาจารย์กันตภณหันมามองหน้าผมพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นเสมอ



//บีมถึงโรงพยาบาลหรือยัง พวกเราสอบเสร็จแล้ว” มะนาวเพื่อนสาวของพวกผม ตัวจะอวบๆ น่ารักๆ



// ใกล้จะถึงแล้วมะนาว// ผมส่งข้อความกลับไปหามะนาว อาจารย์กันตภณ หันมามองผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น



//พวกเรานั่งรถแท็กซี่ไปเลย เจอกันบีม” มะนาวบอกผม ผมนั่งเอามือลูบท้องตัวเองเหมือนกำลังปลอบโดยเด็กน้อยในครรภ์ของผมอยู่ ไม่เป็นไรน่ะถ้าเจ้าจะมีแค่ พ่อคนเดียวไม่ได้มีครบเหมือนคนอื่นๆ เขา สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ขณะที่รถจอดรอไฟแดงอยู่ และจังหวะที่ผมหันมาก็ต้องสุดเพราะว่าอาจารย์กันตภณเข้าหันมามองจ้องผมอยู่ แววตาที่ดูอบอุ่นคู่นั้น



“พี่จะไม่พูดว่าบีมต้องเข้มแข็งให้มากๆ บีมอ่อนแอได้ บีมร้องไห้ได้ และพี่นี่จะอยู่ข้างๆ บีมแทนเสมอ” พี่กันตภณพูดพร้อมกับใช้นิ้วมือจับปลายคางของผม ให้หันไปมองหน้าเขา อาจารย์กันตภณเอี่ยวตัวมาหาผม เหมือนกับว่าเขาทำท่าว่าจะจูบผม ซึ่งโดยปกติอาจารย์เขาไม่เคยแสดงแบบนี้กับผมเลย



“ปื้นนน!” เสียงแตรรถคันหลังบีบดังลั้นถนน ตอนนี้เขียวแล้วทำให้อาจารย์กันตภณต้องหันเปลี่ยนเกียร์รถยนต์และขับตรงไปทันที ผมได้แต่นั่งกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ก่อนจะหลุบตาลงมองที่พื้นแทน ผมไม่กล้าหันไปสบตากับอาจารย์เขาเลย จนกระทั่งรถมาจอดที่สำหรับจอดรถของคนไข้



“บีม” จังหวะที่ผมทำท่าจะเปิดประตูออกไป อาจารย์กันตภณเรียกผมเอาไว้ ผมจึงชงักเท้าก่อนจะหันมามองหน้าอาจารย์กันตภณ



“พี่ขอโทษ ที่พี่”



“” ไม่เป็นไรครับ พี่กัน ผม เออ ผม ขอโทษนะครับ ถ้าผมจะบอกว่าผมยังไม่พร้อมจะรับมือกับเรื่องอื่นๆ ตอนนี้ผมต้องโฟกัสที่เรื่องลูกในท้องผมก่อนนะครับ”



“ครับพี่เข้าใจ พี่รอได้” อาจารย์กันตภณพูด ผมหันไปส่งยิ้มให้เขา ผมกับอาจารย์เดินเข้าไปในโรงพยาบาล เพื่อนของอาจารย์เขาเป็นแพทย์ที่นี้และโรงพยาบาลนี้เป็นของครอบครัวพี่เขา โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลเอกชน



“สวัสดีครับ ผมรองศาสตราจารย์กันตภณครับ”



“ขอโทษนะคะ ใช่คนไข้ที่มาพบคุณหมอภีมปภพ หรือเปล่าคะ”



“ใช่ครับ”



“เดี๋ยวรบกวนนั่งรอสักครู่นะคะ คุณหมอแจ้งไว้แล้วว่าถ้าคนไข้มาให้ส่งเข้าไปที่ห้องตรวจได้เลยค่ะ แต่ว่าตอนนี้คุณติดคนไข้ก่อนหน้าคุณนัดหนึ่งคน เดี๋ยวคนไข้คนนั้นออกมาแล้วจะเดินไปเรียกนะคะ” พยาบาลหน้าห้องแจ้งผมสองคน ผมหันมามองหน้าอาจารย์กันตภณ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ที่มีแต่คนท้องนั่งอยู่ ตอนนี้เหงื่อผมเริ่มไหล ผมเริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ



“หมับ” ข้อมือของผมถูกใครสักคนจับเอาไว้เพราะว่ามันเริ่มสั่น ผมหันไปมองคนที่จับมือผมเอาไว้



“หายใจลึกๆ บีม พี่เชื่อว่าบีมก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้พ่อแม่คนอื่น “อาจารย์กันตภณพูดกับผม มันทำให้รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผมทันที ผมเดินไปหาที่นั่ง และก็ชะเง้อคอมองเพื่อนๆ ของผมว่ามาถึงกันหรือยัง



“คุณกันต์ธีย์ค่ะ เชิญที่ห้องตรวจได้เลยค่ะ “พยาบาลเดินออกมาเรียกชื่อผม แต่ว่าเพื่อนของผมยังไม่มาเลย



“รอเพื่อนเหรอบีม” อาจารย์กันตภณมองตามสายตาของผมก่อนจะหันมาเอ่ยถามผม



“ครับ พี่กัน” ผมตอบ



“พี่จะบอกพยาบาลให้ว่าถ้าพวกเขามาถึงแล้ว ให้พวกเข้าไปในห้องตรวจได้” อาจารย์กันตภณบอกผมก่อนจะเดินไปคุยกับพยาบาลที่หน้าห้อง ผมเดินตรงเข้าไปในห้องตรวจ ผมก็เห็นคุณหมอหนุ่มรูปหล่อ สวมแว่นตา การแต่งกายที่ดูภูมิฐาน



“เชิญนั่งครับ ใช่น้องบีมหรือเปล่าครับ” คุณหมอหนุ่มรูปหล่อ ก็ละสายตาจากหน้าคอมพิวเตอร์หันมามองผมพร้อมรอยยิ้ม



“ใช่ครับ สวัสดีครับคุณหมอภีมปภพ”



“เรียกพี่หมอว่าพี่หมอภีมก็ได้ครับ “พี่หมอภีมปภพบอกผม ก่อนจะส่งยิ้มมาให้ผม



“เพื่อนพี่ล่ะครับ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอครับ รองศาสตราจารย์กันตภณนะครับ” พี่หมอภีมปภพเอ่ยถามเพราะเห็นว่าผมเดินเข้ามาคนเดียว คำถามที่ปนเสียงหัวเราะเบาๆ



“พี่หมอภีมหมายถึง..” ผมกำลังจะเอ่ยถามคุณหมอหนุ่ม แต่คนที่พี่หมอกำลังถามถึงก็เดินเข้ามาพอดี อาจารย์กันตภณ



“ทำไมปล่อยน้องเขาเดินเข้ามาคนเดียวล่ะครับ ไอ้คุณแฟน” พี่หมอภีมปภพเงยหน้าขึ้นพร้อมกับถามอาจารย์กันตภณทันที ผมหันไปชำเลืองตามองนิดหนี่ง



“ไอ้ภีม” อาจารย์กันตภณทำท่าใช้นิ้วจุปาก



“โอเครู้กัน “พี่หมอภีมปภพพูดตัดบทก่อนจะหันมามองหน้าผม



“วันนนี้เราจะอัลตร้าซาวน์ฟังหัวใจน้องกันนะครับ ตอนนี้ก็สิบหกสัปดาห์แล้วซิน่ะ พอจะเห็นอวัยวะเพศน้องได้แล้วน่ะ อยากรู้ไหมว่าน้องผู้หญิงผู้ชาย” พี่หมอภีมถามผม ผมก็หันไปมองหน้าอาจารย์เฉยเลย



“แต่ก่อนจะไปดูหน้าตาเด็กน้อยกัน พี่ขอดูผลการตรวจเลือดเราก่อนน่ะ ผลออกมาดีมากแต่ว่า ธาตุเหล็กต่ำไปหน่อย ทานไม่ค่อยได้เหรอครับ”



“ผมไม่อยากทานเนื้อสัตว์เลยอ่ะครับพี่หมอ ทั้งที่ผมพยายามทานแล้วแต่พอลิ้นผมสัมผัสเท่านั้นแหละผมก็ต้องวิ่งไปอาเจียนออกอ่ะครับ” ผมพูด อาจารย์กันตภณหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง



“พี่จะให้ธาตุเหล็กไปทานนะครับแต่ถ้านัดรอบหน้ายังต่ำพี่ต้องให้ธาตุเหล็กทางเส้นเลือดแทนนะครับ เพราะว่าอันนี้สำคัญมากๆ และวิตามินดี ก็ต่ำไปหน่อยแต่ไม่มาก พี่ว่าไม่ต้องทานแค่ ออกไปรับแสงแดด ช่วงเช้าและช่วงบ่ายสักหน่อยก็น่าจะพอช่วยได้ “พี่หมอภีมปภพพูด



“เพิ่มวิตามินให้บีมเขาหน่อยซิไอ้หมอ”



“ได้ครับคุณกัน ลืมไปว่าเสี่ยกันมาเอง วันนี้จัดไปหนักๆ” พี่หมอภีมปภพพูดแซวอาจารย์กันตภณทันที



“ที่หมอดูโดยรวมทุกอย่างดีหมดยกเว้นเรื่องทานอาหารใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นพี่จะให้ยาทานเพิ่มเป็นวิตามินบี6 ช่วยลดอาการแพ้ได้ และเห็นบอกว่าปวดจุกแน่นท้องด้วยใช่ไหมครับ แสบร้อนกลางอก น่าจะกรดไหลย้อน พี่หมอแนะนำ ให้ทานแบบแบ่งมืออาหารทานเอาน่ะครับ อย่าทานมือหนักเกินไป ให้แบ่งเป็นมือย่อยๆ ห่างกันสักอย่างน้อยสองถึงสี่ชั่วโมง “พี่หมอก็พูดอธิบายจนกระทั่ง



“คุณหมอค่ะ เพื่อนๆ ของคนไข้นะคะ เขาขอเข้ามาได้ไหมคะ” พี่พยาบาลถามพี่หมอภีมปภพ



“เชิญเข้ามาเลยครับ” พี่หมอภีมปภพพูด ผมหันไปมองเพื่อนๆ ของผมที่เดินเข้ามาด้านในมานั่งยืนล้อมเพื่อตั้งตารอจะเห็นหลานตัวน้อย



“สวัสดีค่ะคุณหมอ “มะนาวเพื่อนสาวของผม เดินมายกมือไหว้คุณหมอ “สวัสดีค่ะอาจารย์” และหันไปยกมือไหว้อาจารย์กันตภพ “สวัสดีครับคุณหมอ สวัสดีครับอาจารย์” และเพื่อนคนอื่นของผมก็เช่นกัน



“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น พร้อมไหมที่จะดูน้องกัน” พี่หมอภีมเอ่ยถาม



“พร้อมมากค่ะ” มะนาวรีบตอบก่อนผมซะอีก



“อีนาวไม่ใช่ลูกมึง” เป็กซ์รีบแย้งดึงแขนมะนาวทันที



“อ้าว! ก็อยากเห็นหลานอ่ะ เพื่อจะหน้าตาดีเหมือนกู” มะนาวพูดผมหันไปยิ้มให้มะนาว ทำท่าเขินเพราะลืมไปว่าอาจารย์กันตภพนั่งอยู่ด้วย



“เดี๋ยวรบกวนให้พี่พยาบาลเข้ามาช่วยพี่หมอก่อนนะครับ” พี่หมอภีมพูดก่อนจะเดินไปที่เตียงคนไข้ ผมก็ลุกตามไป ผมหันมามองอาจารย์กันตภณ ก่อนจะขึ้นไปนอนรอที่เตียงคนไข้ ขณะที่ผมเอนตัวลงนอน พี่พยาบาลก็เข้ามาจัดการจับชายเสื้อของผมถลกขึ้นจนเห็นท้องที่นูนขึ้นมาหน่อยๆ และปรับของกางเกงให้ต่ำลงไปที่หัวหน่าว แต่ว่าพี่เขามีผ้าปิดให้ไม่ให้โป้จนเกินไป ผมเห็นเครื่องที่ทำการอัลตร้าซาวน์ถูกเข็นมาไว้ข้างๆ ผม



“ตื่นเต้นไหมครับ เพราะว่าวันนี้น่าจะชัดมากหน่อย กว่าครั้งแรกเพราะว่าน้องเริ่มโตขึ้นมากแล้ว “พี่หมอภีมพูด ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้สูง พี่หมอภีมหันไปหยิบเครื่องที่ใช้หนาบที่หน้าท้องของผม เจลสีฟ้าๆ ถูกบีบออกมาแต้มไว้ที่ตรงหัวเครื่องสแกน ตอนนี้ผมเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง



“ดูที่หน้าจอทีวีกันได้เลยนะครับ “พี่หมอภีมปภพพูดกับผมและหันไปยิ้มให้ทุกคนที่ตั้งตารอโดยเฉพาะเพื่อนๆ ของผม



“อุ้ย!!” ผมสะดุ้งสุดตัวเพราะความเย็นของเจลใสๆ ที่คุณหมอเทเอาไว้เพื่อที่ตรงหัวสแกน ตอนนี้ได้ทาบลงที่หน้าท้องของผม กลิ้งไปมาอยู่พักหนึ่งเพื่อเสาะหาหัวใจตัวน้อยๆ เครื่องเริ่มทำงานผมเริ่มเห็นค่าการเต้นของหัวใจเด็กน้อยในท้องของผม มะนาวที่ยืนกุมมือฟิล์มยังกับลุ้นประกาศดาวเดือนคณะเลย



“นี้ไง เจอแล้วเด็กน้อย” ภาพแรกที่หมอภีมให้ผมดูคือใบหน้าของเด็กน้อย



“เห็นอะไรกันไหมครับ” พี่หมอภีมถามขึ้นก่อนจะหันไปมองรอบและหันมามองผม ผมน่ะเห็นใบหน้าเด็กน้อย ที่นอนลอยตัวในถุงน้ำคล้ำของผม ผมรู้สึกรักเขาอย่างบอกไม่ถูก 



“เห็นจมูกค่ะ จมูกโด่งมากเลยอ่ะค่ะลูก งานดีตั้งแต่ยังไม่เกิดเลยค่ะลูก” มะนาวพูด ทุกคนหันมามองมะนาวเป็นตาเดียวกันเลย



“ดูซิ โด่งมาก โด่งกว่าพวกแกอีกอ่ะ” มะนาวหันไปพูดและชี้แต่ล่ะคน ของผมก็โด่งแต่ไม่มากโด่งพอประมาณ



“อีมะนาว ปากมึงเหรอ มาว่าจมูกพวกกูแบน “ใบชาพูด ผมก็มองลูกน้อยของผมผ่านทีวี น้ำตาผมเริ่มไหล จู่ๆ ก็มีคนส่งกระดาษทิชชูมาให้ผม คนนั้นคืออาจารย์กันตภพ ผมรับมาซับน้ำตา น้ำตาแห่งความดีใจและต่อไปนี้ผมจะพยายามทานให้มากเพื่อลูกโซ่ของผม



“จมูกโด่งมากจริงๆ น่ะ สงสัยพ่อจะโด่งมากเหมือนกัน” พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะหันมามองผมที่หุบยิ้มเฉยเลย ผมเองก็ไม่รู้ว่าไอ้คนนั้นมันโด่งไหม



“เออจะว่าไป มึงก็โด่งมากเหมือนกันน่ะ ไอ้กัน จมูกมึงน่ะ” พี่หมอภีมหันไปแซวอาจารย์กันตภพทันที



“บ้านกูโด่งกันทั้งบ้าน หลานๆ กูก็โด่งกันทุกคน โดยเฉพาะลูกๆ ของพี่เกริก พี่ชายกูน่ะ “อาจารย์กันตภณหันมาพูดกับพี่หมอภีมปภพ ดูทั้งคู่สนิทกันมาก



“ผมก็ดกซะด้วยดูซิ และส่วนใหญ่คุณแม่ที่ลูกผมดกในครรภ์มักจะเป็นกรดไหลย้อนกันทุกคน “คุณหมอภีมปภพพูด แต่ผมน่ะหุบยิ้มตั้งแต่ที่หมอภีมปภพพูดว่าคุณแม่ คือผมไม่ใช่คุณแม่ไง พี่หมอภีมปภพหันไปมองอาจารย์กันตภณที่นั่งขยิบตาให้เขาอยู่ ก่อนที่คุณหมอจะพยักหน้าสองทีติดและหมอภีมปภพก็เลื่อนเครื่องมือสำหรับสแกนไล่ลงไปเรื่อย ๆ จนะ



“เอาล่ะเรามาดูซิว่า เพศไหนดี อย่าหนีบขาซิลูก ลุงหมอมองไม่เห็นครับ” ผมต้องอมยิ้มให้ลูกโซ่ ที่นอนหนีบขาไม่ยอมให้ลุงหมอเห็น



“อาขาซิลูก อามะนาวอยากเห็นมากเลยค่ะลูก “มะนาวไม่พูดเปล่าทำท่าแบมือออกเหมือนกับจะพยายามบอกหลานไม่ให้หนีบขา



“อยากเห็นอะไรมะนาว หื่นนะมึงนะ นี้หลานโว้ย!!” ฟิล์มหันมาถามมะนาว



“กูอยากรู้ผู้หญิงผู้ชายจะได้ซื้อของให้ถูกๆ ไง”



“เจอแล้ว นี้ไง “ผมนี้เรียกได้ว่าลุ้นตัวโก่งมาก ผมก็อยากรู้ว่าน้องจะเป็นเพศไหน



“มีจู๋ครับ คงไม่ต้องบอกแล้วว่าเพศไหน ยินดีด้วยได้ลูกชายครับ” หมอภีมปภพพูดออกมา ผมก็มองที่หน้าจอ



“เยสสส!!” พวกเพื่อนๆ ผู้ชายผมทำท่าเหมือนตอนเชียร์ฟุตบอลแล้วลูกเข้าประตูไปกันเป็นแถว



“โธ๋เอ๊ย!!  นึกว่าจะได้หลานสาวมาแต่งสวยด้วยกัน แต่อามะนาวก็รัก เพศไหนก็รัก มีจู๋ก็รัก”



“อ่ะลุงหมอไม่ดูก้นแล้วก็ได้ลูก แม้เตะใหญ่เลยน่ะ ตัวแค่นี้สงสัยแสบไม่เบาน่ะ” พี่หมอภีมปภพแซวลูกผม ก็ต้องเตะหลังทุกทีที่พี่หมอเอาที่สแกนไปวนใกล้ๆ ก้นเขา



“พี่หมอจะนัดอีกทีเดือนหน้าน่ะ ตอนนี้คงเริ่มรู้สึกน้องดิ้นหน่อยๆ แล้วซิน่ะ “พี่หมอภีมปภพหันมาอบกผม



“ไอ้หมอ แล้วบีมจะคลอดยังไง คลอดเมื่อไหร่” อาจารย์กันตภณ ถามพี่หมอภีม พี่หมอภีมหันมามองหน้าผมก่อน



“ก็คงต้องผ่าคลอดว่ะกัน เพราะว่า” พี่หมอภีมพูด



“ไอ้บีมมันไม่มีรู ที่จะให้น้องออกมาได้ใช่ไหมคะ” มะนาวชิ้งถาม



“มะนาว!!” เพื่อนๆ ผม



“มึงตรงไปไหม เกรงใจพี่หมอกับอาจารย์หน่อยเถอะมึง” ใบชารีบห้ามมะนาวทันที



“ก็ถูกครับมะนาว แต่ตรงไปนิด หึๆ” พี่หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะกับมะนาว ที่ยืนเกาหัวตัวเอง ผมก็ก้มลงเอามือลูบท้องตัวเองเบาๆ



“ต้องกำหนดผ่าเอาไว้ที่อายุครรภ์ 38 วีคขึ้นไป แต่จริงๆ ไม่อยากให้เกินสี่สิบวีค ไม่อยากให้รอจนเจ็บท้องเลยน่ะ “พีหมอภีมบอกกับอาจารย์กันตภณ



“จองห้องพิเศษเอาไว้เลยน่ะไอ้หมอ”



“แม้คนสำคัญของเพื่อนรัก จัดให้อยู่แล้ว” พี่หมอภีมปภพหันมาบอกอาจารย์กันตภณ



“งั้นก็เรียบร้อยแล้วครับ และหมอจะนัดอีกทีเดือนหน้าเลยน่ะ และพยายามทานหน่อยน่ะบีม และหมอคิดว่าอาการแพ้น่าจะเบาๆ ลงบ้างแล้ว อย่าลืมทานวิตามินที่หมอให้น่ะบีม “พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะส่งกระดาษทิชชูให้ผมเช็ดทำความสะอาดเจลที่เลอะเทอะที่พุงของผมออกไป พี่หมอพยักพเยิดเรียกอาจารย์กันตภณ ออกไปคุย ผมก็ค่อยๆ ลุกขึ้น โดยมีเพื่อนๆ มาช่วยกันพยุงผมขึ้น แต่ละคนเข้ามากอดผม ผมดีใจที่ผมมีเพื่อนดีและคอยอยู่เคียงข้างผมตลอด ผมก้มลงเอามือลูบท้องผมเบาๆ เจ้าคือดวงใจของพ่อ พ่อจะเลี้ยงดูเจ้าด้วยสองมือของพ่อเอง

"แล้วบีมแกจะให้ลูกเรียกแกว่าอะไรว่ะ" มะนาวถามผม ผมเงยหน้ามองมะนาวและทุกคน

"เออว่ะ มึงให้ลูกเรียกมึงว่าอะไรว่ะ บีม "ใบชาอีกคน

"จะเรียกแม่ก็ได้น่ะ เพราะแกอุ้มท้องลูกแกเอก " เป็กซ์อีกคน

"กูก็งงแทนว่ะ แต่มึงก็เป็นผู้ชายอ่ะ ควรจะเรียกพ่อ แต่ถ้ามึงเจอคนที่เป็นพ่อของลูกมึง ก็ต้องมีพ่อสองคนอะดิ" ปัญหาระดับชาติบังเกิดทันที ผมก้มลงมองพุงน้อยของผม

"ถ้าเรียกแม่ แกอาจจะรู้สึกกังวล เพราะคนคงมองแกเป็นตาเดียว มี้ไหมแก มาจากมามี่ น่ารักดีออก" มะนาวพูด แต่ละคนหันมายกนิ้วให้

"นอกจากเรื่องส่องผู้ชายแล้ว มึงจะมีหัวใจเอาไว้คิดดีดีกับด้วยก็อันนี้แหละเพื่อน" ใบชา มะนาวหันไปทำท่ายกมือไหล่ตีใบชา ผมก็เอามือลูบท้องน้อยของผม เรียกว่ามี้แล้วกันน่ะลูกโซ่ มี้จะดูแลเจ้าเอง

TBC.....

ตอนแรกว่าจะมาอาทิตย์หน้าเลย อึดอัดแทนเลยขอลงอีกสักตอน ฝากน้องลูกโซ่ไว้ในอ้อมกอดด้วยนะคะ 

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1939
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
          Part’ s เธียรวิชย์ ผมบินกลับมาเรียนปริญญาโทต่อ อันที่จริงก็เรียนมาสามปีแล้ว ยังไม่อยากจบอ่ะ เพราะว่าไม่อยากกลับไปอยู่ไทย ยังอยากใช้ชีวิตเจ้าสำราญที่นี้ มีผู้หญิงมาให้สนองตัณหาทุกวัน และถ้ากลับไปอยู่ที่ไทย แพรวาก็ตามติดจนผมไม่มีใครกล้ามาพลีกายให้ นางเล่นทำตัวหวงผมซะจนน่าเบื่อและนี้ก็จัดสาวผมทองนมก็โต้ โต หุ่นก็แซ่บ เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก สาวๆ พวกนี้ไม่สนใจหรอกว่าต้องคบกันออกนอกหน้าถึงพลีกายให้ นี้แค่คุยกันถูกคอก็ได้แล้ว จัดไปสองยกติดๆ จนผมสลบผมนอนถอดกายที่เปลือยเปล่า


        ผมรู้สึกคอแห้งมากผมจึงค่อยๆลืมตาขึ้น ผมมองเพดานห้อง ก่อนจะหันไปมองคนที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ข้างๆ ผมและผมก็รู้สึกหนักอึ้งอยู่ที่หน้าอกของผม และน่าจะเป็นเพราะเด็กน้อยผิวขาวมากนั่งอยู่  เขาหันมามองผมพร้อมรอยยิ้ม ผมก็ขยี้ตาไปมาอยู่หลายที่ แต่เด็กน้อยนั้นก็ยังอยู่

“มาหาใครน่ะ แล้วมานั่งบนนี้ทำไมน่ะ ลงไปเลย หนัก” ผมถามเด็กน้อยนั้น


“ป๊า” เด็กนั้นเรียกผมว่าป๊า ผมก็ชี้ตัวเอง ผมนี่น่ะป๊า


“นี่อย่ามาเรียกมัวๆ น่ะ เดี๋ยวโดนเต๊ะ ใครป๊า”


“ป๊า” ยังเรียกอีก

“ป๊าใจร้าย!!” ผมก็สะดุ้งเฮือกอีกครั้ง และนี่คือการรู้สึกตัวจริงๆ ของผม เมื่อสักครู่ผมฝันไป ผมรีบยกฝ่ามือขั้นมาปาดเหงื่อที่ใบหน้าของผม มันเปียกโชกราวกับว่าผมละเมอเดินไปเอาน้ำราดหน้าตัวเอง ผมหันไปมองคนที่นอนถอดกายเปลือยเปล่าอยู่หลับสนิทไม่ไหวติง  ผู้หญิงผมทองที่ผมหิวมาด้วยเมื่อคืน นี้ผมฝันไปเหรอเนี๊ยะ

   
   ผมเหลือบมองเวลาแอปเปิล IHOME ที่ตั้งอยู่ เป็นเวลาตีสองกว่าเกือบจะตีสาม และถ้าตอนนี้เป็นเกือบจะเวลาสิบโมงเช้าที่ไทยพอดี ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินไปในห้องครัว ห้องที่ผมอยู่เป็นคอนโดหรู อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยที่ผมมาเรียน ผมหยิบมือถือมาโทรหาเพื่อนผมก่อน เพื่อว่ามันจะช่วยทำนายฝันผมได้มั้ง

// ฮัลโหล// น้ำเสียงที่บ่งบอกว่ามันยังไม่ตื่น

//ไอ้ราเชน มึงไม่ไปทำงานหรือไงว่ะ//

// ไปแต่รอตื่น มึงล่ะ เป็นห่าอะไร นอนไม่หลับหรือไง หรือว่าพาสาวที่ไหนมาอึบๆ กูจะโทรบอกแพรวาให้”



“พอ พอ ไอ้เชี้ย กูไม่อยากได้ยินว่านางซื้อตั๋วเครื่องบินและให้กูไปรอรับที่สนามบิน กูขอล่ะว่ะ” ผมพูด ก่อนจะหันไปรินน้ำใส่แก้วยกขึ้นมาดื่ม


“มีอะไรวะ และที่นั่นกี่โมงแล้วว่ะมึง” ไอ้ราเชนมันถามผม


“ตีสามแล้ว” ผมตอบไป


“ตื่นมาทำไมว่ะ ไอ้เธียร!!”

“กูฝันว่ะ กูฝันแบบนี้มาหลายครั้งแล้วนะมึง”


“ฝันว่ามีเด็กมาอยู่ในห้องมึงเหรอว่ะ”


“เออดิ กูจะประสาทหลอนอยู่แล้ว”


“เขาบอกว่าฝันเห็นเด็กแสดงว่ามึงจะได้เป็นพ่อคนว่ะ ฮาๆ” ไอ้ราเชนพูด ผมก้มลงมอพื้น


“กูป้องกันตัวเองดี ไอ้เชี้ย” ผมพูด


“ก็มึงพึ่งจะบอกอยู่ว่ามึงไม่ได้สวมถุงกับน้องเขาด้วย น้องอะไรวะ กูลืมชื่อ น้องที่ไอ้ไปส์มันจะเอาน่ะแต่มึงแม่งแย่งมันไปแดก” ไอ้เรเชนพูด


“กูไม่ได้แย่งแต่น้องเขาดันเข้ามาตอนที่กู ต้องการ เป็นมึงจะห้ามตัวเองได้ไหม เสือกใส่ยาให้กูแบบนั้น”


“เออ ๆ กูขอโทษว่ะ แต่ว่าน้องเขาท้องหรือเปล่าว่ะเลยทำให้มึงฝันเห็นเด็กน่ะไอ้เธียร” ไอ้ราเชนมันพูด ผมนี้คิดผิดมากที่โทรหามัน


“ท้องเชี้ยอะไร น้องเขาเป็นผู้ชายไอ้เชน” ผมพูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันมาเห็นของดี ผู้หญิงที่ผมเพิ่งจะโป่ง โป้ง ฉึ้งไป เธอออกมายืนพิงขอบประตู ผมมองดูจากปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึง ท่อนบน เธอสวมมาแค่เสื้อคลุมไหล่ที่เปิดยั่วยวนให้ผมอยากวางสายไอ้ราเชนทิ้ง


“คุยกับใครคะ เธียร”

“เพื่อน เพื่อนที่ไทยน่ะ เออ”

“คุยต่อไหมคะ”

“ไม่แล้วครับ “ผมพูดก่อนจะยกมือถือผมขึ้นมา “กูงานเข้าว่ะ เอาไว้ค่อยคุยกันว่ะไอ้เชน แค่นี้น่ะ และกูคงได้หลับต่อแล้วว่ะ กู้ดไนท์” ผมพูดกับไอ้คนปลายสาย ก่อนจะรีบกดวาง ผมเดินไปหา แอสชลี สาวสวยผมบรอนด์ทอง ริมฝีปากที่อาบอิ่ม หน้าอกหน้าใจใหญ่โตสมกับเป็นสาวเมืองผู้ดี ผมตรงเข้าไปหาเธอ และแอชลีย์ก็กระโจนเข้าหาผม พร้อมกับมอบรสจูบที่ดูดดื่มให้ผม

“แสดงว่าสองยกไม่พอขอต่อเหรอครับแอชลีย์”

“ใช่ค่ะ เธียร แอชลีย์ อยากได้แบบถึงใจหน่อยนะคะ สองยกแรกนั้นไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ แต่ยกนี้จัดให้แอชลีย์ถึงๆหน่อย แอชลีย์จะมีรางวัลให้ค่ะ “เธอพูดพร้อมกับกอดคอผม และผมก็ยกสะโพกงามๆ นั้นลอยขึ้นพร้อมกับแขนของแอชลีย์ที่โอบรอบคอผม ศึกที่ต้องแลกมาด้วยน้ำกามของผมกำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ผมวางแอชลีย์ลงที่เตียงนอนคิงส์ไซด์ของผม นุ่มระดับเหมือนนอนอยู่บนปุยเมฆ ตอนนี้นางแมวยั่วสวาทของผมขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับยกเขาขึ้นตั้งฉากรอให้ผมหมุดหัวเข้าไปและผมก็คืบคลานขึ้นไปจนกระทั่ง มองเข้าไปในหลืบนั้นและสิ่งที่ผมเห็นคือใบหน้าเด็กน้อยที่กำลังโผ่ออกมา


“เว้ย!!!” ผมร้องเสียงหลงพร้อมกับรีบถอยหลังออก แอลชลีย์ก็หนีบขาตัวเองทันที

“เป็นบ้าอะไรของคุณน่ะ” แอชลีย์ถามผม

“ก็เห็นมีหน้าเด็กอยู่ตรงนั้นน่ะ”

“นี่คุณพูดเรื่องบ้าอะไร หน้าเด็กบ้าบออะไร ไม่มี” แอชลีย์พูด ผมเองที่ลงไปนั่งอยู่ที่พื้น และตอนนี้น้องผมมันก็หดหมดแล้วด้วย

“ก็ผมเห็นจริงๆ และมันก็อยู่ตรงน้องหนูคุณเลยแอชลีย์! “ผมพูดพร้อมกับทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย


“และนี่จะทำไหม เซ็กส์น่ะ” แอชลีย์ถามผมด้วยสีหน้าที่เริ่มจะไม่พอใจ

“คงไม่มาแล้ว เพราะว่าหดไปแล้ว” ผมพูด

“โอเค งั้นฉันกลับน่ะ “นางรีบลุกขั้นแต่งตัวแบบลวกๆ ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าของเธอที่วางอยู่ ก่อนจะหันมามองผม



“ไอคิดว่ายู เออเราน่ะ ควรจะเจอกันแค่ครั้งเดียวพอน่ะ เพราะว่าไม่ถึงใจ ไอเสียเวลา!” ผมก็ต้องหน้าชาไปทันที นี้ผมเอาไม่ถึงใจ ทั้งที่แต่ก่อนผมไม่เป็นน่ะ แต่ว่าช่วงนี้ ทำไมน้องถึงได้ไม่อึดไม่ทน ผมก็ต้องยกมือขั้นกุมขมับตัวเอง ก่อนจะหันไปมองสาวผมทองของผมเดินผ่านออกไป

“ออกไปแล้วล๊อกประตูให้ด้วยนะคุณ ขอบคุณ” ผมบอกเธอตามหลังไป

“f**k you”

“Thank you very much” ผมตอบเธอไป ก่อนจะค่อยๆ ขึ้นมานั่งบนเตียง จะว่าไปเด็กน้อยที่ผมเห็นก็หน้าหวานๆ มันหวานเหมือนทอมๆ มากกว่า และไอ้เด็กที่ผมมีอะไรด้วยในคืนนั้นก็ออกจะเหมือนทอมมากด้วย จะว่าไปผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร

// ไอ้ไปส์เด็กที่มึงว่าจะเอาเขาน่ะคืนนั้นอ่ะ น้องเขาชื่ออะไรวะ// ผมส่งข้อความอินบ๊อกไปหาเพื่อนผม

//เด็กคนไหนวะ//

///ที่มาชงเหล้าไงว่ะ//

//ที่มึงเอาเขาในห้องพักวีไอพีเหรอว่ะ //

//ไอ้ไปส์ ไอ้เชี้ย!!” ผมด่ามันทันที

//ก็มึงเอาเขาจริงๆ นี่หว่า แม่งกูอุตส่าห์เรียกเขามานั่งชงเหล้าและกูก็อุตสามอมเขา สุดท้ายมึงเอาเขาแทนกู ให้เชี้ย!!”


“มึงจำได้ไหมว่าน้องเขาชื่ออะไร”

“ชื่ออะไรวะ บอ บอ บีม อ้อ ชื่อบีมว่ะ “ไอ้ไปส์มันบอกผม

“เออ กูได้ยินเด็กที่ผับนะมันบอกว่าน้องเขาไปถามหามึงว่ะ เขาถามหาคนที่ชื่อเธียรวิชย์น่ะ ว่าแต่น้องเขารู้จักชื่อมึงได้ไงว่ะ” ไอ้ไปส์มันบอกผม

“คงจากแหวนที่กูถอดเอาไว้ให้น่ะ กูลืมไปว่านั้นแหวนที่ม๊าซื้อให้และมันก็สลักชื่อกูแต่นามสกุลแม่งลงได้ไม่หมด เลยได้แค่ดอเด็กตัวเดียว”

“อ้อ เลยกลายเป็นไอ้เธียนวิชย์ หัวดอเลยดิมึง”

“ไอ้เชี้ย!!” ผมยืนกำปั่นต่อยอากาศ ได้ทีเลยน่ะมึงน่ะ

“แล้วนี่มึงก็ดันถอดแหวนวงศ์ตระกูลของมึงเองให้น้องเขาเอาไว้ดูต่างหน้าด้วย ทำไมไม่ควักเอาบัตรประชาชนมึงให้น้องเขาไปแทนล่ะวะ น้องเขาได้เห็นหน้าไอ้ผู้ร้ายที่ทำลายประตูหลังเขาชัดๆ และเอาหลักฐานมาโชว์พ่อบังเกิดเกล้ามึงล่ะครับ “ไอ้ไปส์มันพุด

“มึงจะซ้ำกูอีกนานไหมไอ้ไปส์ เดี๋ยกูวางสายเลย” ผมพูดเพราะว่าผมจนมุมแล้วไง


“มึงก็วางดิ มึงโทรหากู กูไม่ได้โทรหามึง” ไอ้ไปส์ไอ้วนกตีนขั้นเทพและมันก็จริง ผมเป็นคนโทรหามันเอง

“และมึงนี้แม่งเป็นผู้ร้ายไม่เนียนไปเรียนมาใหม่เถอะไป มึงข่มขืนเขาแล้วมึงยังทิ้งหลักฐานให้เขาเกือบได้พาตำรวจมาลากคอมึงอีก เทพมากเพื่อนครับ” ไอ้ไปส์มันด่าผมเป็นชุด

“และดีที่พวกกูไหวตัวทัน กูเอาเงินอุดปากพนักงานผับไปหมดแล้วว่าห้ามบอกว่ารู้จักมึง “ไอ้ไปส์มันพูด

“เออ ขอบใจว่ะ แต่ที่กูให้เขาไว้ก็เพราะว่าห้าพันมันน้อยไปไอ้สัส!! และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกมึงคน่ะโว้ย “ผมพูด ก่อนจะเอนตัวลงนอนราบกับที่นอน ผมรับรู้ได้ว่ามือถือผมมีข้อความเข้า ผมก็รีบกดเข้าไปดูและสิ่งที่ทำให้ผมตกใจแทบสิ้นสติ ผมเด้งตัวเองขั้นนั่ง

“ไอ้เชี้ย พ่อกูล๊อกบัตรไม่ให้กูใช้!!!” ผมพูดเสียงดังใส่มือถือของผม

“ก็เขาอยากให้มึงกลับไทยนี่หว่าไอ้เธียร”

“ก็กูยังไม่อยากกลับอ่ะ และกูเบื่อกลับไปแพรวาก็ตามติดกู”

“มึงก็บอกแพรวาไปดิว่ะ ว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับเขา”

“กูบอกยังไงวะ แพรวาเอาแต่ใจที่สุด พ่อเขาก็ตามใจ”

“เออ แค่นี้ก่อนนะไอ้ไปส์ กูโทรหาเฮียกูก่อน” ผมพูดก่อนจะกดวางสายไอ้ไปส์และหันไปโทรหาเฮียผมทันที พี่ชายคนโต พี่ธี

//ว่าไงเธียร// น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าพี่ชายผมยุ่งมาก

//เฮีย ทำไมป๊าล๊อกบัตรผมอ่ะ ผมก็ใช้เงินไม่ได้อะดิเฮีย” ผมพูดกับเฮียของผม

//ป๊าอยากให้มึงกลับไทยได้แล้ว//

//ก็ผมยังเรียนไม่จบนี่เฮีย//

//เธียร มึงควรจะเรียนให้จบได้แล้ว เขาให้เรียนสองปี มึงจะสามปีแล้ว จบได้แล้วไอ้เธียร และเฮียก็จะไม่ช่วยอะไรมึงแล้ว ไม่ช่วยพูดและไม่ช่วยรับหน้าอะไรให้มึงทั้งนั้น เธียร// ผมก็ต้องพ่นลมหายใจออกมายาวๆ


//เฮียจะโอนไ//ปให้ก่อนสองแสน พอไหม” เฮียธีพูด

//ก็โอเคอยู่น่ะเฮีย//

//โอนมากไม่ได้เดี๋ยวป๊ารู้ มึงเข้าใจเฮียป่ะเธียร// เฮียธีพูด

//แค่นี้น่ะเธียร เฮียมีประชุมครูที่โรงเรียนเธียร และเฮียจะให้เลขาจัดการเรื่องเงินให้ก่อน//

//ขอบคุณครับเฮีย// ผมพูดก่อนจะวางสายตาเฮียธีไป


    ผมยอมรับว่าผมควรจะจบตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วแต่นี่ผมกักไว้ เลยยืดเยื้อมาถึงสามปีแบบนี้ และเมื่อคืนก็พาสาวสวยไปผับหรูที่ดาราฮอลลีวูดชอบเข้าและเสียเงินไปหลายพันดอลลาร์อีกต่างหาก แถมเช้านี้พ่อผมล๊อกบัตรอีกให้มันได้อย่างนี้ซิเธียร!! แต่จะว่าไป หน้าเด็กน้อยที่ผมเห็นมันช่างน่ารัก ยิ่งตอนที่เขาเอียงคอหันมามองผม ผมก็ต้องสั่นหัวตัวเองไปมา ภาพที่นั่นออกไป มันแค่ความฝันไอ้เธียร ผมเองก็พยายามข่มตาให้หลับต่อให้ได้ ผมเองก็รู้สึกผิดที่ผมทำกับเด็กคนนั้นไปอย่างนั้นอีก

TBC......
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-02-2021 21:13:06 โดย Alessa »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 420
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   
            Part’ s อาจารย์กันตภณ ผมเพิ่งจะออกจากห้องที่ผมทำหน้าที่อาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ผมยอมรับว่าผมเก่งด้านนี้และนี่ผมถึงได้เลือกเรียนสาขานี้โดยตรง เป็นวิชาที่ยากมาก ยากทั้งเรื่องเรียนและเลือกการสอบและนักเรียนนักศึกษาหลายคนแทบจะไม่อยากเรียนเลยจริงๆแต่นี่คือวิชาบังคับของหลายสาขา ผมเดินมายังห้องพักคณะอาจารย์


“อาจารย์กันค่ะ” ผมชื่อเล่นว่ากัน อาจารย์ท่านอื่นจะเรียกผมสั้นว่าอาจารย์กัน  กันทุกคน ผมหันไปมองอาจารย์.เปรมสินี เธอรุ่นเดียวกับผม เธอเป็นผู้หญิงเก่งของคณะ และเธอก็ได้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ก่อนผมอีก แถมเธอยังเพิ่งจบดอกเตอร์มาหมาดๆ

“สวัสดีครับดอกเตอร์”

“แม้เรียกว่าบุ๋มเหมือนเดิมเถอะค่ะ ว่าแต่ช่วงนี้ไม่เจออาจารย์เลยนะคะ เลิกสอนก็รีบกลับ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ดอกเตอร์เปรมสินี หรือดอกเตอร์บุ๋ม ชื่อเล่นของเธอ

“ผม เออ พอดี”

“จะว่าไป เด็กคนที่มักจะมาช่วยงานอาจารย์ก็ไม่มาเรียนนะคะ เห็นเพื่อนๆ บอกว่า เขาดร๊อปเรียนเหรอคะ “ดอกเตอร์เปรมสินีย์ถามผม

“น้องเขาไม่ค่อยสบายนะครับ”

“อ้าวเป็นอะไรไปล่ะคะ เห็นสุขภาพแข็งแรงดีนี่ค่ะ “ดอกเตอร์เปรมดิ์สินีย์พูดกับผม

“ก็แค่ปัญหาสุขภาพเล็กๆ น้อยน่ะครับ เทอมหน้าบีมเขาก็กลับมาเรียนได้ตามปกติครับ” ผมพูด ผมเองก็พยายามหาเรื่องจะเดินออก ผมไม่อยากยืนตอบคำถามเธอให้มากหนัก ผมเหลือบไปมองมือถือของผม มีข้อความเข้ามา

// อาจารย์กันตภณครับ ผมฟิล์มนะครับ ตอนนี้ไอ้บีมมันอยู่โรงพยาบาลครับ มันอาเจียนจนเป็นลมนะครับ พี่หมอภีมให้แอทมิทครับ” ผมก็ต้องตกใจจนรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง สายตาของดอกเตอร์เปรมสินีย์มองผม

“มีเรื่องเหรอคะอาจารย์”

“ครับ ผมต้องรีบไปน่ะครับ” ผมบอกเธอก่อนจะหันหลังออก

“บุ๋มได้ยินมาจาก เด็กๆ ในห้อง พูดว่า ลูกศิษย์อาจารย์คนนี้เขาท้องเหรอคะ” ผมถึงกลับต้องหันหลังกลับมามองคนที่พูด

“ถูกไหมคะอาจารย์”

“คือ เออ “ผมก็อ้ำอึ้งที่จะตอบ ทำไมถึงมีคนรู้เรื่องนี้

“กับอาจารย์หรือเปล่าคะ แต่ที่แปลกมากไปกว่านั้น คือเด็กนี่เป็นผู้ชายด้วยซิคะ”

“ผมขอไม่พูดดีกว่านะครับ อย่างน้อยก็เห็นแกเด็กเถอะครับอาจารย์ ต่อให้เขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เราเป็นครูเป็นอาจารย์สิ่งไหนปกป้องเขาได้ เราควรจะทำครับ” ผมพูด อาจารย์เปรมสินีแค่ปรายตามองผม

“พอดีบุ๋มเพิ่งจะได้รับคำสั่งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินใจเรื่องการรับปริญญาบัตร เกียรตินิยม บุ๋มเห็นอาจารย์เสนอชื่อเด็กคนนี้ด้วย มันทำให้บุ๋มคิดว่า อาจารย์มีอะไรพิเศษกับเด็กไหมคะ”

“และทุกอย่างที่ถูกนำมาตัดสิน มันมาจากความสามารถของเด็กหรือว่ามาจากความพิศวาสส่วนตัวกันแน่คะ” ผมหันไปมองหน้าอาจารย์เปรมสินีทันที

“ไม่มีครับ ผมไม่มีคะแนนพิสวาสอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเด็กทำเอง ไม่ว่าจะรายงาน หรือว่าการบ้านที่ผมให้ คะแนนเก็บเขาก็ได้เพราะว่าเขามีงานส่งผม และคะแนนพวกนี้มาจากคะแนนรวมทุกวิชาด้วยนะครับครับ” ผมหันมาตอบตรงหน้าเธอ มุมปากสวยๆ นั้นกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“อุ้ย! ขอโทษนะคะ พอดีแพรวาไม่รู้ว่าอาจารย์มีแขกนะคะ” แพรวา เป็นเด็กที่เรียนอยู่สาขาการบัญชี ผมรู้จักเธอเพราะว่าเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนพี่เกริกพี่ชายของผมและดูสนิทกับเธียรวิชย์หลานชายผมด้วย นี่เธอมาหาอาจารย์เปรมสินี อาจารย์เปรมสินีย์ เป็นอาจารย์สอนวิชาการบัญชี แสดงว่าเธอคงเป็นลูกศิษย์คนโปรดด้วยซิน่ะ


“ผมขอตัวนะครับอาจารย์ “ผมพูดตัดบทก่อนจะเดินออก ผมหันมาปิดประตูที่แพรวาเปิดค้างเอาไว้

“อาจารย์จะเสนอชื่อแพรวา สำหรับเกียรตินิยมอันดับสองเหรอคะ แทนใครเหรอคะ” ผมได้ยินแค่นั้น ผมก็เดินปิดประตูลง บางครั้งการที่เป็นคนเถรตรงก็ไม่ได้จะช่วยให้ได้โอกาสดีดีกับใครเขาสักเท่าไหร่ นี้ผมคิดถูกแล้วใช่ไหมที่เลือกมาเป็นอาจารย์สอนในมหาลัย มากกว่าไปนั่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนของพ่อผมเองแต่นี่ผมยกให้พี่ชายไปหมดแล้ว

“ปีก” ผมรีบกดรีโหมดปลดล๊อกรถเก๋งคันหรูของผมทันที

“อากันค่ะ” เสียงเล็กๆ ผมไม่ได้ยินบ่อยแต่ก็จำได้ดี แพรวานั้นเอง

“ว่าไงแพรวา” ผมหันหน้ามาถามเธอ

“แพรวาว่าจะถามอากันตั้งแต่บนห้องแล้วค่ะ แต่เห็นอากันกับดอกเตอร์เปรมสินีย์คุยกันด้วยสีหน้าที่ตึงเครียดนะคะ “แพรวาพูดขึ้น

“มีอะไรจะถามอาล่ะ” ผมถามแพรวา

“อากันได้คุยกับพี่เธียรไหมคะ แพรวาโทรหาเมื่อวันทั้งวัน และวันนี้ก็โทรแต่พี่เธียรไม่ยอมรับสายของแพรวาเลยค่ะ” ผมหันมามอง

“เธียรมันติดเรียนหรือเปล่าแพรวา” ผมถามแพรวากลับ

“กลางคืนก็เรียนเหรอคะ แต่ถ้าบอกติดเรียนแพรวาว่ามันไม่น่าเชื่อสำหรับพี่เธียรสักเท่าไหร่นะคะ”

“อาก็ได้คุยกับเธียรเมือวันก่อน เธียรเขาโทรมาบอกอาว่า พี่ชายอาล๊อกไม่ให้เขาใช้บัตรกดเงินน่ะ” ผมพูดกับแพรวา

“เหรอคะ” แพรวาถามผมเสียงอ่อยๆ

“แพรวาอารีบน่ะอาจะไปทำธุระน่ะ เราก็ร้องโทรหาเขาอีกทีแล้วกันน่ะ “ผมหันมาพูดกับแพรวาก่อนจะเดินไปขึ้นรถอีกฝั่งด้านคนขับรถ

“อากันค่ะ “แพรวาเรียกผมไว้อีกครั้งหนึ่ง ผมหันหน้ามามองเธอว่ามีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ

“คือ บังเอิญว่าแพรวาได้ยินที่อาจารย์พูดกันนะคะว่า มีนักศึกษาคณะเราท้องเหรอคะ “แพรวาถามผม ผมหันมามองแพรวา

“แพรวาก็ไม่ได้อยากสนใจหรอกค่ะ แค่ได้ยินเขาพูดกันมาด้วยค่ะ และหวังว่าเด็กในท้องคนนั้นจะไม่ใช่ลูกอากันนะคะ” แพรวาพูด ผมหันมามองหน้าเธอ ผมเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากในตอนนี้เพราะคนที่เสียหายคือบีม

“อารีบ อาไปก่อนนะครับ” ผมรีบชิ้งตัดบทขอตัวทันที ผมเองก็อยากให้เด็กคนนั้นน่ะเป็นลูกผมซะด้วยซ้ำ ผมเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ผมเห็นแพรวาหันไปคุยกับเพื่อนๆ ของเธอ เธอคือลูกสาวคนเดียวของท่านรัฐมนตรี เธอจึงทำอะไรไม่เกรงใจใครทั้งนั้น ผมไม่อยากจะคิดเลยถ้าเธอได้มาเป็นแฟนไอ้เจ้าเธียรวิชย์จริงๆ แต่คิดอีกที บางทีเธออาจจะเอาความเจ้าชู้เธียรวิชย์อยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

******

      Part’ s กันต์ธีย์ ผมนอนมองสายน้ำเกลือที่ห้อยอยู่ที่เสา สุดท้ายผมก็ต้องมานอนให้น้ำเกลือจนได้ เพราะอาการอ่อนเพลียของผม ไม่รู้ว่าตอนที่แม่ตั้งท้องผมนั้น แม่จะเป็นหนักแบบนี้ไหม แพ้ท้องหนักแบบนี้ไหมน่ะ แต่ผมนี้ทรมานมากที่สุด ผมเอามือลูบท้องน้อยของผม ยี่สิบสัปดาห์แล้วน่ะ อดทนอีกหน่อยนะครับลูกโซ่

“บีม ทานอะไรหน่อยไหมแก นี่ฉันซื้อของโปรดแกมาให้น่ะ” ผมหันไปมองของโปรดของผม นั้นคือบะหมี่ ผมค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ผมมองบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ที่ผมชอบมากแต่ว่าตอนนี้ผมเห็นเหมือนเป็นอะไรสักอย่างที่พาลจะทำให้ผมคลื้นไส้อาเจียน

“เฮ้ยย!! บีม” มะนาวรีบหยิบชามบะหมี่ออกไปทันที เพราะว่าผมใช้มือปัดไปมา ก็กลิ่นกระเทียมมันทำให้ผมคลื้นไส้มากขึ้นไปอีก จนกระทั่ง ผมหันไปเห็นกล่องอาหารซีพีเข้า

“พาสต้าไหมมึง แต่ปกติมึงบอกไม่ชอบทานน่ะ มึงชอบบะหมี่มากกว่า “ใบชาพูดแต่ผมพยักหน้าตอนนี้ท้องร้องมากเลย และใบชา เพื่อนผมคนนี้ มากจากทางเหนือ และสอบติดที่นี้ได้และมาอยู่หอกับพี่ชาย ที่ทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ พอใบชาเปิดกล่องออกมา มันน่ามแปลกที่ผมไม่รู้สึก ผอืดผอมเลยสักนิด ผมค่อยๆ ใช่ช้อนตักมาคำเล็กมากๆ ก่อนจะเปิดริมฝีปากเล็กๆ ของผม ชิมรสชาติก่อนและได้ผล ผมทานได้เฉยเลย

“เฮ้ย ปกติมึงไม่กินพาสต้าน่ะไอ้บีม” ฟิล์มมันรู้ดี เลยหันมาทำสีหน้าแปลกใจ ผมก็นั่งทานได้ปกติ


“เคยได้ยินป่ะว่า คนท้องน่ะมักจะชอบทานอะไรที่แปลกแหวกแนวไปจากเดิมน่ะ เหมือนแม่ฉันนี่ตอนท้องฉันน่ะ แม่อยากกินมะนาวมาก หันมะนาวคลุกพริกกลัวกินเลยน่ะ ซึ่งปกติแม่ฉันไม่ชอบของเปรี้ยวเลย”


“แม่มึงเลยให้ชื่อมะนาวว่างั้น”

“โชคดีน่ะที่แม่แกไม่ได้ชอบกินมะขวิดล่ะ"

“ทำไมล่ะ”

“จะได้ตั้งชื่อแก่ว่ามะขวิดแทนไงล่ะ มะนาว” เป็กซ์พูดแซว และนี้ก็ทำให้ผมยิ้มออกมาได้เล็ก ความสุขที่มีเพื่อนนั่อยู่ด้วย

“มะนาวดีใจน่ะที่บีมยิ้มได้ อย่าเครียดน่ะขุ่นแม่ของมะนาว สงสารหลานตัวน้อยๆ “มะนาวพูดพร้อมกับกุมมือผมเอาไว้

“เออ บีม วันก่อนมึงไปเจ้าหน้าที่ที่มึงทำเรื่องดร๊อปว่าไงว่ะ”

“คือกูขอใบรับรองแพทย์ไปให้เขาน่ะ เขาก็เลยรู้ว่าทำไมกูต้องดร๊อปเรียนไปก่อน” ผมพูด

“มึงรู้ป่ะ แม่งเอาไปพูด และเพื่อนต่างห้องพากันมาถามพวกกูกันหมดเลยว่ะ” ผมหันไปมองเพื่อนๆ ของผม

“ไอ้ฟิล์มมันก็ด่าส่วนไปเยอะแล้ววันนี้น่ะ ศัตรูบานเลยมึงไอ้ฟิล์มงานนี้ “เป็กซ์พูด ผมหันไปมองฟิล์ม ผมส่ายหัวไม่อยากให้ฟิล์มมีเรื่องเลย จะจบอยู่แล้ว

“ก็มันเสือกเรื่องของมึงอ่ะและไม่ใช่ถามเพราะว่าเห็นใจน่ะ ถามแล้วพากันหัวเราะขำๆ ทั้งที่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาหัวเราะกันเลยน่ะมึง” ฟิล์มพูด

“กูควรจะดร๊อป หรือว่ากูควรจะลาออกดีว่ะ พวกมึง” ผมพูดเบาๆ ก่อนจะก้มลงมองพุงน้อยของผม เอามือลูบ

“อุ้ยย” ผมสะดุ้ง

“บีม แกเจ็บท้องเหรอ “มะนาวถามผมเสียงหลงทันที

“เจ็บอะไรล่ะ  อายุครรภ์ไอ้บีมเพิ่งจะยี่สิบสัปดาห์เอง เขาต้องสี่สิบสัปดาห์โน่น” ใบชาพูด

“น้องดิ้นน่ะ “ผมพูดและก้มลงมอง ท้องไม่ใหญ่แต่หมอภีมบอกว่าน้องน้ำหนักตาเกณฑ์ทุกอย่างแถมแข็งแรงมากด้วย สังเกตจากการเริ่มถีบพุงผมเล่น
“เตะเก่งเนอะ ส่งไปเรียนเตะฟุตบอลเลยไหมบีม” มะนาวพูด

“รีบเสนอเชียวน่ะมึงมะนาว”

“อามะนาวจะได้หาเรื่องไปนั่งดูนักเตะด้วยและดูแลหลานโซ่สุดหล่อของอามะนาวไปด้วย ฟินเชียว” มะนาวพูดปนหัวเราะ

“อุ้ยย” ผมสะดุ้งอีกที ก่อนจะใช้มือลูบเบาๆ ผมสัมผัสได้ถึงสิ่งที่นูนๆ ไม่รู้ว่าก้นหรือเปล่าน่ะ แต่น่าจะก้นแหละเพราะถ้าเป็นหัวนี้แสดงว่าน้องกลับตัวพร้อมจะออกมาดูโลกแล้ว แต่ผมน่ะยังไงก็ไม่ได้คลอดธรรมชาติเหมือนผู้หญิงทั่วไปแน่ๆ ใช่ซิ ถ้าจะให้คลอดแบบนั้น น้องจะออกมาทางไหนกันล่ะ และจู่ๆ ประตูห้องพักที่ผมมาพักอยู่ก็ถูกเปิดออก อาจารย์กันตภณ เข้ามาพร้อมกับพี่หมอภีมปภพ

“สวัสดีครับอาจารย์ “ “สวัสดีค่ะอาจารย์” เพื่อนๆ ของผมยกมือไหว้อาจารย์กันตภณ

“ไงบีม ดูสีหน้าเราดีขึ้นน่ะ ดีขึ้นกว่าตอนที่เพื่อนๆ พาเรามาซะอีก” พี่หมอภีมปภพพูด

“มันกินพาสต้าไปหมดกล่องเลยครับพี่หมอ” เป็กซ์รีบหันไปรายงานพี่หมอภีมปภพทันที

“แม้ชอบอาหารไฮโซซะด้วยน่ะหลานพวกผมน่ะครับพี่หมอ ข้าวธรรมดาไม่ยอมกิน” ใบชาพูดเสริมอีกคน

“เหมือนหลานชายพี่กันเขาเลย ตอนนั้นที่นายพาไปไหนน่ะและไม่ยอมจะกินข้าว ต้องกินแต่พาสต้า ต้องไปตระเวรหากันน่ะ ตอนนั้นหลายชายนายเพิ่งจะสิบห้าสิบหกได้ “พี่หมอภีมปภพหันมาพูดกับอาจารย์กันตภณ ผมก็นึกว่าอาจารย์กันตภณชอบซะอีก

“ทุกวันนี้มันก็ยังกินแต่พาสต้าน่ะ พี่ชายกูน่ะบ่นทุกวันเพราะว่าอยากให้ทานอาหารไทยปกติ เหมือนคนอื่นๆ ทานในบ้านน่ะ” อาจารย์กันตภณพูดขึ้นก่อนจะเดินมาหาผม

“เอาไว้พี่ให้แม่บ้านทำมาให้แล้วกันน่ะ” อาจารย์กันตภณพูด

“ไม่เป็นไรครับ พี่กัน และที่ผมทานคงเป็นเพราะว่าผมหิวมากกว่านะครับ” ผมพูด

“อย่ามาพูดเลยมึงน่ะกินเอาจนหมดจานซะขนาดนี้ และที่สำคัญมึงเคยบอกว่าไม่ชอบพาสต้าไม่ใช่เหรอ” ฟิล์มหันมาพูด ผมก้มลงมองจานตรงหน้า หมดเกลี้ยงเลย

“ตอนมาถึงได้สั่งเจาะเลือดเอาไว้ ธาตุเหล็กยังต่ำอยู่น่ะ พรุ่งนี้ก่อนจะกลับ พี่จะให้เขาเติมธาตุเหล็กให้ก่อนน่ะบีม ใช่เวลาแค่สามสิบนาที “พี่หมอภีมพูดกับผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ อาจารย์กันตภณ หันมามองผม เขาใช่ฝ่ามือลูบหัวผมเบาๆ ผมดูจากสายตาเหมือนกับว่าอาจารย์มีเรื่องมาเลย

“งั้นขอพี่หมอไปดูคนไข้ห้องอื่นก่อนน่ะ เพราะว่าเดี๋ยวคนไข้คนอื่นๆของพี่หมอ จะน้อยใจเอาและห้องนี้คงมีคนรอทำหน้าที่แทนหมอแล้วแหละ “พี่หมอภีมพูดก่อนจะเดินออกไป

“งั้นพวกเราขอลงไปหาอะไรทานกันก่อนนะครับอาจารย์ คือไม่อยากเป็น กขคง เอกอาสอวอ”

“เฮ้ยย!!” พวกเพื่อนผมร้องออกมาพร้อมกันหมด

“แค่กขค ก็พอมะนาว ทำยังกับท่องสอบแป้นพิมพ์ดีด “เป็กซ์พูด

“ถ้าพูดธรรมดาจะขำกันเหรอ”

“จ้าแม่ตลกบริโภค “ใบชาพูดแซวมะนาว

“อีแบบนี้มักได้บริโภคตัวตลกซะก่อนไม่ใช่บริโภคพระเอก” เป็กซ์พูด ทำให้มะนาวหันไปค้อนใส่ทันทีและทุกคนก็พากันเดินออกจากห้องคนไข้ไป เหลือไว้แค่ผมกับอาจารย์กันตภณ ผมเงยหน้ามองหน้าอาจารย์

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับอาจารย์ “ผมถามอาจารย์กันตภณ

“เออ ไม่มีครับ”

“บอกผมเถอะครับ และผมเดาว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนในคณะรู้แล้วว่าทำไมผมดร๊อปเรียน เพราะว่าผมท้อง ใช่ไหมครับ” ผมพูดก่อนจะหันมามองอาจารย์กันตภพ

“ที่จริงพี่ยื่นเสนอคณะกรรมการให้เราได้เข้ารับเลือกรับปริญญาบัตรเกียรตินิยมอันดับสองน่ะ บีม เราเรียนเก่งมาก” อาจารย์กันตภณพูด ผมเงยหน้ามองหน้าอาจารย์

“แต่ตอนนี้ พี่ขอโทษที่พี่ต้องบอกให้เขายกเลิก” และน้ำใสๆมันก็รินไหลออกมาเฉยเลย ก็ผมยายามตั้งใจเรียนมาตลอด

“หมับ” อาจารย์เขากอดผมพร้อมกับลูบหัวผมเบาๆ เพื่อปลอบโยน

“พี่ได้คุยกับอาจารย์ที่ดูแลกฎระเบียบน่ะ เขาบอกว่า นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ เขาอนุโลมให้ไปเข้าเรียนได้น่ะสำหรับคนที่อยู่ปีท้ายๆ เราจะกลับไปเรียนไหม “อาจารย์กันตภณถามผม

“พี่ว่าผมควรจะกลับไปเรียนไหมครับ”

“ไปเรียนเถอะจะได้จบพร้อมกับเพื่อนๆ และพอจบน้องก็คลอดพอดี “อาจารย์กันตภณบอกผม จะว่าไปก็เหลือแค่เทอมเดียวเอง ผมก้มลงมองพุงที่ไม่น้อยแล้ว เริ่มยื่นออกมามากพอสมควรแล้ว อนาคตของผมก็คืออนาคตของเขาด้วยเช่นกัน อย่างน้อยวุฒิปริญญาตรีก็น่าจะพอหางานทำเลี้ยงลูกได้ ผมพยักหน้ากับอาจารย์กันตภณว่าผมจะกลับไปแล้ว

“พรุ่งนี้พี่จะทำเรื่องระงับการดร๊อปของเราไว้ก่อน ส่วนบางวิชาที่เราขาด จะให้พี่ไปช่วยคุยให้ก็ได้น่ะพี่ยินดี “อาจารย์กันตภณบอกกับผม

“ผมไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไงได้เพียงพอกับสิ่งที่พี่ทำให้ผม “ผมพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์กันตภณ อาจารย์เขาก็มองผมเช่นกัน

“แค่มอบสิ่งนี้" อาจารย์กันตภณชี้ไปที่ตรงอกด้านซ้ายของผม " ให้พี่ดูแลแทนได้ไหมครับ การที่พี่ทำให้เราทุกอย่างแบบนี้ นั้นแปลว่าพี่คนนี้พร้อมจะดูแลบีมและบีมน้อยๆ อย่างดี” อาจารย์กันตภณพูด ผมก็มองอาจารย์ และจู่ๆ อาจารย์เขาก็ก้มลงและหอมที่หน้าผากผมเบาๆ

"อึก อึก อึก" และผมกลับต้องดันอาจารย์กันตภณออกจากตัวผมทันที เพราะว่า ผมกับรู้สึกคลื้นไส้อาเจียนขึ้นมาหน้าตาเฉย จนอาจารย์กันตภณต้องดมเสื้อผ้าตัวเอง

"ผมขอโทษครับพี่กัน ผมขอถาดใส่สำหรับอาเจียนหน่อยครับ" ผมพูดและอาจารย์กันตภณก็ส่งถาดที่ลักษณะคลายเม็ดถัวมาให้ผม ผมก็ก้มหน้าก้มตาอาเจียน ผมนี้อายอาจารย์เขาที่สุด และพอผมหยุดอาเจียน อาจาย์กันตภพก็เดินเข้ามาใกล้ผมอีก คราวนี้ผมก็ผอืดผอมอีกครั้ง จนอาจารย์เขาต้องออกไปยืนถอยหางผมนั้นแหละผมถึงได้หยุด

"สงสัยน้ำหอมพี่แน่ๆเลยบีม  "อาจารย์กันตภณพูดพร้อมกับทำหน้าอย่างคนที่รู้สึกผิด

"ผมขอโทษนะครับพี่กัน" ผมพูดเบาๆ และอาจารย์เขาก็ต้องถอยไปนั่งไกลๆจากผมไปหน่อย ผมก้มลงเอามือลูบท้องน้อย มองลูกชาย นี้ร้ายไปนะแกล้งมี้กับลุงกันแบบนี้ได้ยังไง ผมแอบต่อว่าลูกโซ่ในใจ (ที่ผมแทนว่ามี้ มาจากมามี่คือว่าผมไม่กล้าให้ลูกเรียกว่าแม่เต็มปาก ผมกลัวว่าเขาจะถูกมองไม่ดี ถ้าเขาโตขึ้นและอาจจะโดนเพื่อนล้อเอาอีกว่าแม่เป็นผู้ชาย)

TBC.....

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
      Part’ s กันต์ธีย์ ผมนอนสะลึมสะลืออยู่ในห้องพักคนไข้ อาการปวดดีขึ้นแล้วได้หลับไปพักหนึ่งได้ ตอนแรกผมนึกว่าผมจะตายซะแล้ว ปวดเหมือนถูกหักกระดูกทั้งตัว เป็นความเจ็บปวดที่เหมือนกระดูกหักถึงสามสิบท่อนได้ ผมเพิ่งจะเข้าใจวันนี้เองว่า ก่อนจะเป็นแม่คน ต้องผ่านความเจ็บปวดที่แสนสาหัสนี้ไปก่อน และนี่ผมก็ยิ่งคิดถึงแม่ผมเอง

“บีม พี่ฉีดยาระงับการคลอดให้เราไปก่อนน่ะ และฉีดยากระตุ้นปอดน้องแล้วด้วย “พี่หมอภีมปภพพูดกับผม

“พี่ว่าเราต้องเข้าห้องผ่าคลอดพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้” พี่หมอภีมบอกผม ผมมองหน้าพี่หมอภีม ตอนนี้อะไรก็ได้แล้วแหละ

“อันที่จริงอยากให้รอถึง 37 สัปดาห์แต่ดูท่าลูกเราคงไม่อยากรอ”

“และพรุ่งนี้ก็ครบ36 วีคแล้ว น้ำหนักเด็กก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทีดี พี่ว่าน่าจะโอเคน่ะ ถ้าน้องอยากจะออกมาลืมตาดูในตอนนี้ “พี่หมอพูดปนหัวเราะ และคนที่เดินตามเข้ามาคืออาจารย์กันตภณ เขาเดินมาเอามือลูบหัวผมเบาๆ

“ยาแก้ปวดนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ไอ้หมอ”

“ก็ต้องดูก่อนว่าบีมปวดมากแค่ไหน ถ้าปวดมากก็จะให้อีก แต่ถ้าปวดถี่เลย ก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง และตอนนี้เด็กพร้อมจะออกมาแล้ว และดีที่เกิน34สัปดาห์ไปแล้ว แต่ได้ฉีดยากระตุ้นปอดให้น้องไปแล้ว น่าจะโอเคถ้าจะผ่าคลอดพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้เลยน่ะ” พี่หมอภีมพูดกับอาจารย์กันตภณ

“จะได้เห็นเจ้าตัวน้อยแล้วน่ะ”

“จะจ้างพยาบาลเข้ามาดูแลเราน่ะ เอาคนที่มีประสบการณ์เพื่อมาคอยให้คำแนะนำเรา “อาจารย์กันตภณพูด ผมก็เงยหน้าขึ้น ไม่อยากให้สิ้นเปลืองเงินทองเปล่าๆ เลย

“เอาน่ะ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะได้ไม่เครียด มีคนคอยแนะนำ” พี่หมอภีมปภพพูดก่อนจะหันไปมองหน้าอาจารย์กันตภณ

“โอ๊ย!!” ผมรู้สึกว่าเจ็บจี้ดเลย และก้มลงมองท้องของผม ที่เป็นคลื้นจากการดิ้นของลูกโซ่

“บีม” อาจารย์กันตภณรีบก้มลงแต่ผมก็ต้องเอามือป้องทำท่าจะอาเจียนทันที และอาจารย์กันตภณก็ตอ้งชะงักเท้าที่จะเข้ามาหาผม

“บีม ยังไม่ยอมให้พี่เข้าใกล้อีกเหรอ” อาจารย์กันตภณถามผม ด้วยน้ำเสียงปนความน้อยใจ

“คือผมขอโทษนะครับพี่กัน ผมไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ อึก อึก” และผมก็ต้องค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นนั่งและรีบคว้าที่รองอาเจียนมาถือเอาไว้

“มีคนไข้ คนหนึ่งน่ะ เหม็นกินสามีตอนท้อง ห้ามเข้าใกล้กันเลยแหละจนคลอดเลยน่ะมึง แตะตัวก็ยังไม่ได้ ต้องอยู่ห่างๆ สงสัยมึงจะได้สิทธิ์นั้นว่ะกัน “พี่หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะกับอาจารย์กันตภณ และเพื่อนๆ ของผมก็กรูกันเข้ามา และมายืนล้อมผมกันหมด

“บีมเป็นไงบ้าง” ฟิล์มถามผมพร้อมกับกุมมือผมเอาไว้

“นึกว่ามาถึงเห็นหน้าหลานเลยเนี๊ยะ อุตส่าห์แต่งหน้ามารอเลย จะถ่ายรูปลงโซเชียลกับหลานสักหน่อย” มะนาวพูด

“ที่พวกกูมาช้าน่ะ ก็รอ คุณอาเห่อหลานอยู่นี้แหละ” ใบชาพูดก่อนจะโบ้ยปากไปทางมะนาว

“กลัวหลานเห็นหน้าแล้วตกใจ เลยต้องแต่งสวยๆ ไว้ก่อน” มะนาวพูด

“กูน่ะกลัวหลานตกใจหลังจากที่มึงล้างหน้าแล้วมากกว่า อันนี้เรียกว่าถึงขั้นช๊อก!!” ใบชาพูด

“ใบชา!”

“เอาล่ะ ไม่ต้องทะเลาะกันครับ พรุ่งนี้ครับได้เห็นแน่นอน หน้าหลานน่ะ เพราะว่าพรุ่งนี้พี่หมอนัดผ่าเลยครับ” พี่หมอภีมภพพูดบอกทุกคน

“บีมแม่มึงโทรเข้าหากูว่ะ และเขาบอกว่าเขามาไทยกับแฟนเขา เขาว่าจะมาหาแกน่ะ แต่กูบอกเขาไปว่ามึงไปโรงพยาบาลแล้วคลอดวันนี้ “ฟิล์มบอกผม

“แล้วแม่บอกว่าจะหากูไหมฟิล์ม” ผมรีบถามฟิล์มทันที

“เขาบอกว่ายังไม่รู้แต่กูให้ที่อยู่โรงพยาบาลไปแล้วว่ะ หวังว่าเขาจะมาน่ะมึง “ฟิล์มบอกผม ผมรุ้ว่าอาจารย์กันตภณเขามองการสนทนาของผมกับฟิล์มอยู่ ก่อนจะแตะทีแขนผมเบาๆ

“คืนนี้พวกผมเฝ้าบีมกันได้ไหมครับ พี่หมอ” เป็กซ์เอ่ยถามพี่หมอภีมปภพ

“ไม่เป็นไรหรอกมีพยาบาลดูแลน่ะ พวกมึงเรียนกันก็เหนื่อยแล้ว” ผมบอกเพื่อนๆ ของผม

“ไม่ได้หรอกเพื่อนกัน จะได้เป็นกำลังใจให้แกไงบีม พวกเราไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว “ใบชาพูด

“ได้ครับแต่อย่าส่งเสียงดังกันน่ะ “พี่หมอภีมพูด

“ครับ” “ค่ะ” และทุกคนก็รับปากรับคำกันอย่างดี

“พรุ่งนี้พี่มีนัดเด็กสอบเก็บคะแนนน่ะซิ ถ้าเสร็จเร็วพี่จะรีบมาเลยน่ะบีม” อาจารย์กันตภณพูดกับผม ผมพยักหน้า ผมเองก็ไม่อยากให้อาจารย์ต้องมาเสียเวลาเอาชั่วโมงสอนมาคลุกกับผมเช่นกัน

“บีมรู้สึกว่าปวดบีบถี่มากไหมตอนนี้ “พีหมอภีมถามผม

“คือมาแล้วก็หายไปพักๆ หนึ่งอ่ะครับ พี่หมอ” ผมบอกพี่หมอภีม

“เดี๋ยวพี่จะให้พยาบาลเอายาแก้ปวดมาให้น่ะบีม อาจจะต้องฉีดยากระตุ้นปอดเด้กอีกสักเข็มน่ะ “พี่หมอภีมปภพบอกผม ผมหันมามองเพื่อนๆ ที่พากันนั่งลง เหลือแต่อาจารย์กันตภณที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้กับผม

“ผมขอโทษนะครับพี่กัน ทีผมทำให้ทุกคนเข้าใจพี่ผิด ผมขอโทษ” ผมพูดกับอาจารย์กันตภณ

“ไม่เป็นไร แม้ในใจของพี่ พี่อยากให้เขาเป็นลูกของพี่จริงๆ น่ะบีม พี่รักบีม” ผมก็ต้องอึ้ง

“ใจพี่อยากมีลูกแต่… พี่…มี..ไม่ได้ “อาจารย์กันตภณบอกผม

“โอ้วว “ผมชักมือออกมาแทบไม่ทันทีมันเจ็บจี้ดขั้นมาทันที

“บีม!!” เสียงเพื่อนผมลุกพรวดขึ้นและตรงมาหาผมทันที ผมก็พยายามทำตามที่หมอภีมปภพบอกผมเอาไว้ ถ้าเกิดอาการท้องแข็งให้ผมหายใจเข้าลึกและหายใจออกยาวๆ

“บีมเจ็บท้องอีกแล้วเหรอ” อาจารย์กันตภณถามผม ผมพยักหน้า รอบนี้มันปวดแบบเหมือนมีใครมาบีบอวัยวะภายในผมไว้เลย

“โอ๊ย!!! อืมมมมม โอ๊ย!!!”

“พี่ไปเรียกไอ้หมอน่ะ ให้มันเอายามาให้เราน่ะบีม ตอนนี้เลย” อาจารย์กันตภณรีบวิ่งออกไปทันที เพื่อนๆ ผมหันไปมองอาจารย์กันตภณก่อนจะหันกลับมามองผม จู่ๆ ผมก็ผมก็รู้สึกว่าดีขึ้นมาทันที

“ดีขึ้นแล้วเหรอบีม” ผมก็พยักหน้าแบบไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“กูถามจริงๆ กูสังเกตมาพักใหญ่แล้วน่ะ เวลาอาจารย์เขาจะเข้าใกล้มึงน่ะ ลูกมึงแสดงอาการไม่ชอบหน้าเขาเลยอ่ะ ทำให้มึงคลื้นไส้ใส่เขาบ้าง มันเหมือนกับว่า ไม่อยากให้อาจารย์แกเข้าใกล้มึงเลยว่ะ แต่นี่ไม่ใช่มึงน่ะ ลูกมึงว่ะ ” เป็กซ์พูด ผมก็รู้สึกผิดทันที

“ก็ลูกไอ้บีม ไม่ใช่ลูกอาจารย์นี่หว่า เด็กมันยังเลือกพ่อถูกเลย” เป็กซ์พูด ผมสะบัดหน้าหันไปมอง ผมเองยังจำหน้าพ่อเด็กไม่ได้เลยน่ะ ลูกผมเขารู้ได้ไงว่ะ ผมนึกในใจ

“อย่าว่าเลยน่ะดูจากรูปสามมิติที่อัลตราซาวน์ล่าสุดน่ะ หน้าไม่ไปทางอาจารย์กันตภพเท่าไหร่น่ะมีแค่จมูกที่โด่งอย่างเดียว” มะนาวพูด ผมหันไปมองหน้มะนาวก็ผมไม่ได้มีอะไรกับอาจารย์แกนิ ลูกจะได้ออกมาเหมือนอาจารย์เขา และก่อนที่อาจารย์จะกลับเข้ามาพร้อมกับพี่หมอภีมปภพและทุกคนก็หยุดการสนทนา พยาบาลก็ตามเข้ามาอีกสองสามคน มีเครื่องวัดการเต้นหัวใจลูกผมและเครื่องตรงนับการหดเกร็งของมดลูกของผม

“บีมปวดมากเลยว่ะไอ้หมอ” อาจารย์กันตภณพูด และพี่พยาบาลก็เอาสายรัดมารัดที่พุงกลมของผมมีเรื่องวัดการเต้นหัวใจลูกผมอยู่ และมีที่วัดกราฟการบีบตัวของมดลูก ผมก็ต้องกดฟันอีกที

“โอ้วววว โอ้ววว “ผมปวดจี้ดขึ้นมาอีก จนต้องกุมผ้าปูที่นอนแน่น

“บีม!!” เพื่อนของผมร้องเรียกผมเสียงหลง

“บีม” อาจารย์กันตภพเข้ามาจับต้นแขนผม สีหน้าที่เหยเกของผม เพราะความเจ็บปวดที่จู่ๆ ก็แล่นจี้ดขึ้นมาถีๆ แบบไม่ทันตั้งตัว จนผมต้องพ่นลมหายใจเข้าออกถี่ๆ และเส้นกราฟที่ขีดเขียนจากเครื่องก็ถี่ยิบขึ้นมาทุกที ผมเองก็พ่นลมหายใจถี่ตาม

“โอ๊ย!!!”

“ไม่ทันพรุ่งนี้แล้ว เตรียมห้องผ่าตัดเลยครับพี่หมอน” พี่หมอภีมพูด

“ไม่รอให้ถึงสามสิบหกสัปดาห์เหรอ ไอ้หมอ” อาจารย์กันตภณหันไปถามพี่หมอภีมปภพ

“ก็เด็กเขาไม่รอแล้วนิดูซิ บีบถี่หยิบขนาดนี้ รอไม่ได้น่ะ เพราะว่ามดลูกอาจจะแตกได้ อันตรายกว่าอีก คราวนี้ทั้งแม่และน้องเลยน่ะ ผ่าเลย” หมอภีมปภพพูด มะนาวเดินมาจับมือผมและ ทำท่าทางหายถี่ๆ และพ่นลมออกถี่ เหมือนผม ผมก็หันมามองมะนาว

“ดีขึ้นไหมอ่ะบีม” มะนาวถามผม ผมส่ายหัวว่าไม่เลย มันบีบมากขึ้นอีก

“ฟูๆๆๆๆ “มะนาวก็ช่วยผมเต็มที่

“พอเถอะมะนาว มึงน่ะทำให้บีมมันแย่ลง” ฟิล์มพูด

“ก็อยากช่วยเพื่อน” มะนาวพูด แต่ผมน่ะ หันไปซ้ายหันขวา เพราะว่ามันปวดทรมานที่สุด อาจารย์กันตภณเข้ามากุมมือผม อีกข้าง สีหน้าและแววตาที่ดูเป็นห่วงผมมันทำให้ผม เสียดายสิ่งที่ผมควรจะให้คนที่ควรกลับไปตกอยู่กับคนที่ไม่เห็นค่า มันจะรู้ไหมว่าผม โอ๊ย!!! กูทรมารแค่ไหนเนี๊ยะไอ้เชี้ย ผมแอบด่าในใจไอ้คนที่ทำผมวันนั้น

“โอ๊ย” ผมร้องออกมาดัง และประตูห้องนอนผมก็ถูกเปิดออก มี่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และพยาบาลหลายคนเลย เข้ามเพื่อนย้ายผมไปห้องผ่าตัดด่วน

“ต้องวางยาสลบเราน่ะบีม เพราะนี้คือผ่าคลอดฉุกเฉิน” พี่หมอภีมปภพบอกผม เพื่อนๆ ผมแต่ล่ะคนยืนเกาะกลุ่มกันหมด ผมเองก็ไม่เคยเข้าห้องผ่าตัดมาก่อนเลย ผมเริ่มกลัว ผมกลัวมากตอนนี้ ตัวผมเริ่มสั่น

“ทำใจให้สบายน่ะครับบีม พี่จะรออยู่ที่นี้ ตรงนี้ และพี่เชื่อใจไอ้หมอ หมอน่ะเป็นเพื่อนของพี่ตั้งแต่มัธยมและเป็นเพื่อนที่สนิทกับพี่มากที่สุด พี่เชื่อใจมัน และพี่เชื่อว่าบีมจะปลอดภัยทั้งบีมและลูก” อาจารย์กันตภณบอกผม

“ทำไมคนที่เป็นพ่อของลูกผมไม่ใช่พี่น่ะ พี่กัน” ผมพูดก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมืออาจารย์กันตภณไป

“ถ้ามีพรที่พี่จะขอได้ พี่ก็อยากเป็นพ่อของเด็กคนนั้น บีมของลูกบีม” อาจารย์กันตภณบอกผม

“แต่ในความจริง พี่ก็ทำไม่ได้ แต่พี่สัญญาว่าพี่จะรักเขาให้เหมือนกับว่าเขาคือลูกของพี่” ผมได้ยินแต่ว่ามันเบามาก และผมก็ถูกเข็นไปเรื่อย ในหัวผมคิดสิ่งที่ผมได้ยินจากอาจารย์กันตภณ “ในความจริงพี่ก็ทำไม่ได้ “มันคืออะไร ผมไม่เข้าใจ และตอนนี้ร่างผมถูกเข็นเข้าไปในห้องหนึ่ง ตัวผมสั่นเทามาก ผมกลัวเหลือเกิน จนกระทั่งถูกนำมาไว้อีกห้อง ผมไม่รุ้ว่าเกิดอะไรขึ้น บ้างเพราะว่าทุกอย่างมันรวดเร็วมาก จนผมตั้งตัวไม่ทันที

“คนไข้ค่ะ เราจะให้คนไข้ดมยาสลบแล้วนะคะ สูดหายใจเข้าลึกๆ นะคะ และคิดแต่สิ่งที่ดีดีเข้าไว้นะคะ คิดแต่สิ่งที่ทำให้คนไข้มีความสุขนะคะ ทำใจให้สบายนะคะ สูดหายใจค่ะ เก่งมากเลยค่ะคนไข้ นึกแต่สิ่งที่ดีดีเข้าไว้นะคะ ตื่นมาจะได้เจอน้องแล้วนะคะ”

ผมได้ยินเสียงนั้นตอนนี้มีบางสิ่งมาครอบปากและจมูกของผม ผมก็หายใจเข้าออกตามที่ผู้หญิงคนนั้นบอก และความสุขของผมคืออะไรกัน ตั้งแต่เกิดมาผมเองก็มีแค่แด้ดและแม่ แต่ความสุขของผมเริ่มหายไปตั้งแต่พอเสียและผมก็ถูกส่งมาอยู่ที่ไทยตามลำพังตอนแรกก็อยู่กับยาย แต่พอยายเสียก็ต้องออกมาอยู่คอนโดของแม่ เวลาผ่านไปได้สักสิบนาทีหนังตาเริ่มหนักลง สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่หลอดไฟนีออน แต่เป็นภาพผู้ชายคนหนึ่งที่กำลัวอุ้มเด็กน้อยน่ารัก หน้าหวานๆ ดูเขามีความสุขมาก เขาหัวเราะกันสองคน ผมเองก็นั่งดู และอมยิ้มไปด้วย ผู้ชายคนนี้ใครกันน่ะ เขารักลูกเขามากขนาดนี้เลยเหรอ แล้วพ่อผมล่ะเขาจะรักผมได้แบบผู้ชายคนนี้ไหม

“ป๋า มี้ “เด็กน้อยคนนั้นสะกิดกับผู้ชายที่หันหลังอยู่ให้เขาหันมามองผม และเด็กน้อยนั้นก็เรียกผมว่ามี้ มี้ของเขาอย่างนั้นเหรอ เด็กคนนั้นเหมือนลูกชายผมเลยน่ะ และผู้ชายคนที่ยืนหันหลังก็หันหลังมามองผมช้า ๆ ช้าๆ ช้า ๆ ผมก็ต้องตกใจเพราะว่าเขาคือคนที่สร้างตราบาปไว้กับผมนั้นเอง เธียรวิชย์ ไอ้ ….ไอ้ ….เธียร ไอ้เชี้ย!!!
TBC...

ตอนหน้าลูกโซ่ของมี้บีมออกมาเจอพี่ป้าน้าอาแน่นอน ยังไม่ทันไรก็ หวงแม่แล้ว


ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
         

              Part's กันต์ธีย์ หลังจากที่ผมโดนวางยาสลบผมก็หลับไม่รู้เรื่องเลย ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวด ปวดแผลและพี่หมอภีมก็โทรมาสั่งยาฉีดให้ผม แถมตามมาด้วยอาการคลื้นไส้ อยากจะอาเจียนตลอดเวลา ซึ่งมันคือผลข้างเคียงจากยาสลบ จนพยาบาลต้องเอายาฉีดลดอาการคลื้นไส้มาให้ผมนั่นแหละถึงได้ดีขึ้น และยาแก้ปวดมาให้ผมทาน แต่ผมยังไม่ได้เจอลูกชายผมเลย พวกเพื่อนๆ ผมบอกว่า น้องเข้าตู้อบเพราะว่าหายใจเร็ว แต่หมอเด็กบอกว่าน้องแข็งแรงดี น้ำหนักตัว 2840 กรัม ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ทุกคนอยากแวะไปดูแต่น้องอยู่ในตู้อบเลยยังไม่มีใครเห็นสักคน ส่วนอาจารย์กันตภณเพิ่งจะกลับไปตอนเช้าตรู่ เขาอยู่เฝ้าดูผมทั้งคืน มันทำให้น้ำตาผมไหลออกมาในทันที ทำไมผู้ชายคนนี้ดีกับผมเหลือเกิน


“โอ้ยย” ผมขยับตัวแต่เพื่อนผมพากันลุกขึ้นและเข้ามาหาผมกันหมด

“ไอ้บีมมึงพึ่งผ่าตัดออกมาจะลุกเลยเหรอว่ะ”

“อยากไปหาลูก”

“อย่าเพิ่งเลย มึงยังลุกเดินไม่ได้น่ะ หมอภีมบอกว่าต้องรอให้เปิดแผลก่อน คงจะพรุ่งนี้น่ะ” ฟิล์มบอกผม

“พวกกูก็ยังไม่เห็นหน้าหลานเลยบีม” เป็กซ์บอกผม ผมหันมามองทุกคน


“มึงยังอ่อนเพลียอยู่เลยน่ะ นอนพักก่อนเถอะ เพราะหลังจากนี้ มึงอาจจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน บีม ดูท่าลูกมึงจะไม่ธรรมดา สั่งพิเศษมาแน่ๆ ” ผมหันมามองเพื่อนรักของผม ไอ้ฟิล์มพูด


“กูเห็นพี่สาวกูน่ะ ตอนเลี้ยงหลานน่ะ มึงนอนเอาแรงเถอะมึงและกูว่าเด็กผู้ชายคงได้แสบซ่าเหมือนกันว่ะ “ฟิล์มพูด


“นี้ ตอนมะนาวเห็นบีมเจ็บท้องน่ะ ไม่อยากท้องเลยอ่ะ เพราะว่ามะนาวยังไม่รู้ว่าจะทนได้เท่าบีมมัน “มะนาวพูด


“แต่ลูกก็อยากมีน่ะ เด็กมันน่ารักอ่ะ ตอนเดินผ่านห้องเด็กอ่ะ กระจองอแงกันเป็นแถว แต่ไม่อยากอุ้มท้องและคลอดเองอ่ะ”


“บีม อุ้มท้องให้มะนาวคนหนึ่งน่ะ “มะนาวพูดผมสะบัดหน้าไปมอง จะให้ผมอุ้มท้องอีกเหรอ ไม่เอาอ่ะ ผมสั่นหัวไปมาทันที แค่รอบนี้ก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว

“อยากมีก็อุ้มเองซิ มีมดลูกเป็นของตัวเองซะเปล่า “ใบชาพูด


“หาผัวก่อนเถอะมึงอ่ะ” ฟิล์มพูด ผมก็มองเพื่อนๆ ผม จะว่าไปขีวิตของผมก็ไม่ได้โชคร้ายไปซะทุกอย่าง มีเพื่อนที่รักและมีอาจารย์ที่รักและห่วงใยผมมากขนาดนี้

“ขออนุญาตนะคะ “พี่พยาบาลเข้ามาในห้องที่ผมนอนพักอยู่ พร้อมอุปกรณ์วัดไข้ วัดความดัน พี่เขาเข้ามาถึงวัดทุกอย่างให้ผมผมและเช็กน้ำเกลือที่ห้อยอยู่

“คุณหมอจะเข้ามาตอนสิบเอ็ดโมงนะคะ” คุณพยาบาลบอกผม

“ทานอาหารอ่อนๆ ไปก่อนนะคะ” พี่พยาบาลบอกผม ก่อนจะหันมาหาผมและชูเข็มเล็กๆ ผมก็สะดุ้งทั้นที

“พี่ขอฉีดยาที่หน้าขาคนไข้ก่อนนะคะ อันนี้คุณหมอภีมให้คนไข้ฉีดทุกวันนะคะ จนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล อันนี้คือยาลดการอุดตั้นเส้นเลือดค่ะ ซึ่งมักจะเกิดกับคนไข้หลังผ่าตัดค่ะ “พี่พยายาบาลบอกผม พร้อมกับเปิดผ้าคลุมออก ผมสวมชุดคนไข้อยู่ เป็นชุดกระโปรง

“คือว่ามันสวมง่ายนะคะ แต่ถ้าคนไข้จะเปลี่ยนเป็นชุดผู้ชายก็ได้นะคะ แต่คงจะเป็นพรุ่งนี้นะคะ วันนี้ใส่ชุดนี้ไปก่อนเนอะ และพรุ่งนี้ก็เปิดผ้าพันแผลแล้วนะคะ” พี่พยาบาลบอกผมก่อนจะเข็มลงที่หน้าขาของผม เข็มเล็กแต่เจ็บมาก มากจนผมต้องกำมือกับผ้าปูที่นอนทันที แต่พอหันมามองเพื่อนผมพวกมันหนักกว่าผมอีก มะนาวนี้กุมมือใบชาแน่นเลย

“อีกนาว กูเจ็บน่ะมึง”

“แม้แค่จับมือแค่นี้น่ะเจ็บ” มะนาวถามใบชา

“ไม่ใช่ แต่เป็นเท้ามึงน่ะ เหยียบกูเต็มๆ และน้ำหนักน่ะมันไม่ได้มาแค่เท้า มันมาทั้งตัว อีบ้า” ใบชาพูดก่อนจะผลักมะนาวออก

“พี่ครับ ผมอยากเจอลูกน่ะครับ ได้ไหมครับ” ผมถามพี่พยาบาล พี่เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม

“เออ อ้อ ต้องรอให้คุณหมอเด็กตรวจก่อนค่ะ แต่น้องแข็งแรงดีค่ะ น่าจะออกจากตู้อบได้แล้ว เพราะว่าน้องหายใจได้เองตามปกติแล้วค่ะ คุณแม่”

“มีอะไรกดเรียกพี่ได้ตลอดเลยนะคะ เพราะว่าคุณหมอภีมให้พี่ดูแลเรา พี่ชื่อพี่ฝนนะคะ”

“ขอบคุณครับพี่ฝน” ผมบอกพี่พยาบาลทีทำหน้าที่ดูแลผม

“ถ้าน้องจะลุกขึ้นนั่ง จับที่จับนี้นะคะเพื่อพยุงตัวขึ้น จะได้ไม่กระเทือนแผล คอยๆ ลุกก่อนนะ “พี่ฝนหันมาบอกผมพร้อมรอยยิ้ม และไม่นานอาหารเช้ามือแรกของผมก็มาถึง ข้าวต้มหมู เพราะว่าผมต้องทานอาหารอ่อนๆ เพื่อนๆ ผมรีบจัดการลากเอาโต๊ะอาหารคนไข้มาให้ผม และเข้ามาช่วยผม ปรับเตียงให้สูงขึ้นจนผมสามารถที่จะจับที่จับที่ห้อยลงมาได้ เพื่อยกตัวขึ้นนั่งโดยมีเพื่อนผมประคองอยู่

“อ่ะบีม ทานเยอะๆ น่ะ จะได้ฟื้นตัวเร็ว และไปดูลูกมึง” ฟิล์มบอกผม เห็นมันพูดกับผมแบบนี้ ฟิล์มโคตรเป็นห่วงผมเลย และผมก็นั่งทานอาหาร แต่ใจผมก็คิดถึงลูกไปด้วย ผมเห็นของใช้เด็กอ่อนที่มาวางไว้

“มะนาวไปเอามา เพราะว่าเดี๋ยวบีมก็ต้องใช้” มะนาวบอกผม ผมพยักหน้า

“นี้ไงจะเอาไปให้แม่เขาอยู่ “เสียงเอะอะดังมาจากด้านนอก

“แหว๊ๆๆๆๆ” พร้อมกับเสียงอันแสบแก้วหูดังตามมาจนกระทั้งประตูเปิดออก และสิ่งที่ผมต้องตกใจคือพยาบาลเข็นเตียงแก้วของเด็กอ่อนเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงเด็กร้องอยู่ในนั้น มีบางสิ่งที่ดิ้นยกแขนยกวุ่นวายไปหมด

“คุณแม่ทานอาหารเสร็จหรือยังคะ” พยาบาลรีบถามผมทันที แต่ว่าผมเพิ่งจะตักทานไปได้สองสามคำเอง

“มีอะไรเหรอครับพี่” ผมถามพี่พยาบาลกลับ

“น้องร้องค่ะ ร้องปี้ดมาพักใหญ่แล้วค่ะ ให้นมขวดก็ไม่เอา และพอดีมีแม่ที่ลูกเขาส่องไฟอยู่นะคะ เขามาป้อนลูกเขาจากเต้า กะว่าจะให้ป้อนน้องไปด้วย แต่น้องก็ไม่เอาค่ะ ทั้งผลักทั้งถีบเลยค่ะ”

“อู้ยย!!” เพื่อนๆ ผม

“คงต้องเป็นเต้าคุณแม่แล้วค่ะ คุณแม่ต้องให้น้องดูดแล้วค่ะ” ผมถึงกับก้มลงมองหน้าอกแบนๆ ผมนี่น่ะ

“ต้องลองแล้วค่ะไม่อย่างนั้นร้องไม่หยุดค่ะ”

“แหว๊ๆๆๆ” เสียงที่ดังมากจนเพื่อนๆ ผมไปยืนกองที่จุดเดียวกันหมด

“เฮ้ยย!! ทำไมเสียงขนาดนี้ว่ะ”

“อนาคตนักร้องนำแน่ๆ เลย ตั้งชื่อวงรอเลยดีไหม” ใบชาพูดและพี่เขาก็อุ้มน้องขึ้นมา ตัวแดงๆ เชียว ผ้าที่เขาพันไว้ก็หลุดลุ่ยกระจัดกระจายไปหมด และลูกชายผมก็ดิ้นไปร้องไห้ไปด้วยไม่ลืมหูลืมตา ผมก็ค่อยอ้าแขนรับน้องเข้ามา พอเขาได้สัมผัสกับแขนผมเขาก็หยุดดิ้นเหมือนถูกกดปุ่มสต๊อป และค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองผม ปากก็ดูดอากาศ นั้นแปลว่าเขากำลังหิวแน่เลย



“สงสัยจะหิวค่ะ คุณแม่เอาน้องเข้าเต้าก่อนเถอะค่ะ” พี่พยาบาลรีบพูด แต่ผมจำได้พี่หมอภีมเคยบอกว่า ผู้ชายก็มีต่อมน้ำนมเหมือนผู้หญิง ถ้าถูกกระตุ้นก็มีน้ำนมได้ ลองดูว่ะ

“แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะมีน้ำนมน่ะครับพี่”

“ลองดูค่ะ “พี่พยาบาลบอกผม ผมก็ต้องปลดเลือกที่ผูก และพี่เขาก็ช่วยแหวกเสื้อของผมลงมาจนเห็นเต้านมแบนๆ ของผม พี่พยาบาลมาช่วยจัดท่าให้ผม ผมก็อุ้มลูกแบบเกๆ กังๆ คิดแล้วผมจะรอดไหม คุณแม่มือใหม่มาก พี่เขาก็หันไปจะหยิบเอาหมอนมาวางให้ผมบนตัก

“พี่ค่ะ หนูเอฟหมอนป้อนนมน้องมาให้ขุ่นแม่เขาด้วยนะคะ ใช่อันนี้ดีกว่าไหมคะ “มะนาวหันไปหยิบหมอนที่เหมือนตัวซีขึ้นชูให้พี่ฝนดู ผมสะบัดหน้าไปมอง เอฟมาด้วยเหรอ

“พอดีไปเอฟเสื้อผ้าหลานน่ะ และเห็นอันนี้มันน่ารักดีเลยเอฟมาด้วย ไม่ชอบเหรอ” มะนาวพูด

“ดีเลยค่ะ “พี่พยาบาลพูดก่อนหันไปรับหมอนรูปตัวซีมาและเอามาคาดที่เอวผม ผมก็หันไปมองมะนาว

“เตรียมพร้อมมาก พร้อมให้เพื่อนป้อนนมลูก” มะนาวพูด

“ความคิดมึงน่ะดีวันนี้แหละมะนาว” ใบชาพูด และผมก็ยกเจ้าลูกโซ่ลอยขั้นให้พี่เขาจัดผมให้เรียบร้อยซะก่อน แต่แปลกน่ะเขามองหน้าผมตาแป๋วเลย ผมก็มองร่างน้อยๆ ผ้าที่ห่อนี้หลุดไปหมด คงจะดิ้นน่าดูซิท่า

“ขอพี่อุ้มน้องก่อนนะคะ พี่จะได้จัดท่าให้ใหม่” พี่ฝนบอกผม ผมก็ส่งเจ้าลูกโซ่ของผมคืนไป

“แหง๊ๆๆๆๆ” ร้องอีกแล้ว เพื่อนๆ ของผมก็พากันเอามืดอุดหู

“จ๊าพ่อคุณ!!! ไม่เอามาก็ได้แม่อุ้มไว้ก่อนก่อนเลยนะคะ “พี่ฝนเลยไม่กล้าอุ้มน้องไปจากแขนของผมอีก ผมนี้ก้มลงมอง น้ำใสๆ ของผมมันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมไม่เคยเลยว่าทั้งชีวิตของผมจะมีวันนี้ วันทีที่ต้องทำหน้าที่เหมือนคุณแม่ แม้จะมาจากความไม่พร้อมก็ตาม พี่ฝนจัดการจับแขนผมวางให้สันหลังของน้องอยู่บนท้องแขนของผมและหัวศีรษะน้องอยู่ที่ฝ่ามือ ศีรษะน้อยๆ นั้น มีผมที่ดกดำเงางามอยู่ พี่ฝนก็จับฝ่ามือผมจับที่ระหว่างช่วงคอของน้องเพื่อประคองก่อนจะพลิกน้องให้นอนตะแคง เพื่อให้ริมฝีปากน้อยๆ ตรงกับจุกเล็กๆ ของผม ผมเองก็ยังนึกไม่ออกเลยน่ะว่าเจ้าจะดูดเอาอะไร และทันทีที่ริมฝีปากนั้นสัมผัสกับฐานก็รีบไล่งับหาจุดเล็กของผมทันที ก่อนจะอ้าปากงับเข้าไป ผมนี่เกร็งจนเริ่มจะปวดแผล

“คุณแม่นั่งสบายๆ นะคะ อย่าเกร็งค่ะ “พี่พยาบาลบกอผม ผมก็ค่อยผ่อนคลายลง

“จ๊วบๆ” ดูดเสียงดังมากแต่ว่ามันจะมีน้ำนมเหรอลูก


“สงสัยจะชอบแบนๆ เนอะ เมื่อกี้คุณแม่เขาอยากให้นมเพราะว่านมเขาคัด นมใหญ่ยังกับฟักแฟงแตงไทย แต่น้องไม่เอาเลยค่ะ และขวดก็ไม่เอาใหญ่เลย “พี่ฝนพูด

“แสดงว่า ปีนี้เทรน อกแบนๆ มาแรง แซงนมโต” ใบชาพูดก่อนจะแอนอกแบนขึ้นสู้กับมะนาว ส่วนก่อนที่มะนาวจะก้มลงมองหน้าอกที่อวบๆ ของตัวเองและเบ้ปาก

“มึงเอาอะไรมาวัดใบชา”

“ดูจากที่หลานเลือกไงมึง “ใบชาพูด ผมก้มลงมองคนที่ดูดเอาดูดเอา ไม่รู้ว่าดูดนี้เพื่ออิ่มหรือเพื่อความบันเทิงเพราะว่ามันไม่มีน่ะน้ำนมน่ะ ดูไม่ยอมปล่อยแถมหน้าก็ซุกไซ้ไปด้วย

“พี่ว่าน้องมีน้ำนมน่ะ ดูซิ ดูจากรอยบุ๋มที่ตรงแก้มน้องนี้แสดงว่าน้องดูดนมได้ค่ะ” พี่ฝนพูดและชี้ให้ผมดู

“ก็ต้องดูก่อนว่ะไอ้กัน ดูว่า น้องเขาน่ะมีน้ำนมไหม ถ้าไม่มีก็นมกระป๋องก็ได้อยู่ หรือไม่ก็มีนมแม่ที่บริจาค มีหลายคนเลย และโรงพยาบาลนี่เขาตรวจทุกอย่างก่อนแล้วค่อยให้เขาบริจากมาน่ะ” เสียงคุยกันของพี่หมอดังเข้ามาก่อนที่ประตูจะเปิดเข้ามา และผมก็ต้องหนีบเจ้าลูกโซ่ปิดหน้าอกแบนๆ ของผมเอาไว้ ผมไม่เคยทำแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์กันตภณมาก่อน อาจารย์เขาก็หันหลังออกทันที ไม่รู้ว่าใครเขินใครกันแน่แต่ผมน่ะอายมากกว่า ส่วนพี่หมอภีมน่ะยืนมองผมก่อนจะหันไปมองพี่ฝน

“น้องร้องมากเลยค่ะคุณหมอ ขวดนมก็ไม่เอาค่ะ เต้านมแม่ที่เขามาป้อนลูกเขาที่ห้องเด็กก็ไม่ยอมดูด ขนาดนมเขาอันใหญ่มหึมาเลยนะคะ น้องก็ไม่เอาค่ะ แต่จะเอาเต้านี้อย่างเดียวคะคุณหมอ” พี่ฝนหันไปรายงานพี่หมอภีม พี่หมอภีมปภพมองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ ผมก็ยิ้มแหยๆ ให้ผมก็แปลกใจไม่แพ้กัน


“เดี๋ยว กูเข้ามาใหม่น่ะ” อาจารย์กันตภณเป็นฝ่ายขอเดินออกไปจากห้องคนไข้แทน

“สงสัยจะเขินแทน” พี่หมอภีมหันมาพูด ผมก็ยิ้มแหยๆ

“แหง๋!!!” เสียงเจ้าตัวเล็กปล่อยจุกนมผม ผมสังเกตที่มุมปากมีคราบน้ำสีขาวๆ ไม่ข้นอยู่ หลับหูหลับตาร้องใหญ่เลย

“แสดงว่าเรามีน้ำนมน่ะบีมแต่คงไม่พอ อย่างมากก็ห้าซี่หรือสิบซีซีได้ เอาอย่างนี้น่ะ พี่มีตัวช่วย”

“ขอน้ำนมจากแม่ที่เขามีนมเยอะๆ แล้วลูกดูดไม่ทันน่ะครับ มาให้น้องเขาหน่อย ใส่หลอดและก็เอาพลาสติกครอบที่มีที่ต่อกับสายยางต่อกับหลอดอีกทีและก็ส่งผ่านเข้าไปให้น้องดูดจากเต้าไปเลย น่าจะพอช่วยได้และใช้สลับกับขวดนมบ้าง “พี่หมอภีมปภพหันไปบอกพี่พยาบาล ตอนนี้พี่เขากำลังเปลี่ยนไปอีกข้างให้ผมแทน



“อีมะนาวไปเถอะ”

“กูอยากดู”

“ไปเถอะ เอาไว้มึงก็ได้ให้แต่ลูกมึงแทนน่ะนมมึงน่ะ” ใบชาเรียกๆ เพื่อนผมออกไปก่อน พี่พยาบาลเขาวิ่งออกไป จากห้อง ผมเหลือบตาขึ้นมองพี่หมอภีม

“เรานี้โชคดีน่ะ พี่ไม่เคยเห็นไอ้กันมันห่วงใครมากเท่านี้มาก่อน ขนาดผู้หญิงที่มันแต่งงานด้วยยังไม่เคยห่วงเขาเท่านี้เลยน่ะ แสดงว่าเรานี้พิเศษจริงๆ” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่หมอภีมปภพทันที อาจารย์กันตภณ แต่งงานแล้วเหรอ

“เราไม่รู้เหรอว่าไอ้กันมันเคยแต่งงานมาก่อน? “ผมส่ายหัวไปมาว่าไม่รู้ พี่หมอก็มองผมอย่างรู้สึกผิดที่หลุดพูดออกมา

“แต่ว่าเขาหย่าขาดกันไปแล้วเมื่อห้าปีที่แล้วน่ะบีม “พี่หมอภีมปภพรีบบอกผมทันที ผมพยักหน้าเบาๆ

“อย่าไปคิดมากเรื่องมันจบไปแล้ว พี่เชื่อว่าไอ้กันมันอยากจะมีคนที่มันรักสักคนได้แล้ว” พี่หมอภีมบอกกับผม ผมพยักหน้าเบาๆ และพี่ฝนก็วิ่งกลับมาพร้อมกับหลอดที่มีน้ำสีขาวๆ น่าจะเป็นน้ำนมใส่ถาดมาพร้อมกับอุปกรณ์สองสามชิ้น

“เดี๋ยวพี่เข้ามาใหม่น่ะ พี่อยากบอกว่าเราทำหน้าที่แม่ได้ดีมากบีมทั้งที่เราเป็นผู้ชาย พี่นี่นับถือเลย”

“ผู้หญิงบางคนยังทำไม่ดีเท่าเราเลย บางคนไม่มีความพยายามเลยสักนิดที่จะให้ลูกดูดนมจากเต้าตัวเอง “พี่หมอภีมปภพบอกกับผมก่อนจะเดินออกไปเหลือไว้แค่ผมกับพี่ฝนที่ช่วยกันต่อนั้นต่อนี้เพื่อให้นมเจ้าหนูจอมหิวคนนี้ จนสำเร็จ

“น้องบีมรู้ไหมว่า การเป็นแม่คนน่ะที่ยากที่สุด ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จกันทุกคน คือการให้นมลูกจากเต้า แต่หนูก็ทำได้ดีจริงๆ น่ะ “พี่ฝนพูดชมผม

“ขอบคุณครับพี่ฝน”

“เอาล่ะพี่จะกลับมาดูนะคะ สักสิบนาที “พี่ฝนบอกผม ผมพยักหน้าพร้อมกับก้มหน้าลงมองคนที่ดูดน้ำนมจากเต้าผม ถึงแม้จะไม่ใช้น้ำนมของผมเองก็ตาม แต่ดูเขาดื่มกินอย่างมีความสุข มือน้อยๆ นั้นก็จับหน้าอกผม มือผมก็ลูกหัวทุนๆ นั้นอย่างเบามือ เส้นผมที่พลิ้วไหว แม้ว่าจะสัมผัสได้ว่าค่อนข้างเส้นใหญ่ไปหน่อยก็ตาม

“มี้รักเจ้าเท่าชีวัน”

“ลูกโซ่ เจ้าคือโซ่ทองของมี้นะรู้ไหม” ผมพูดแค่นี้ น้ำตาผมก็ไหลออกมา ผมค่อยๆ ปาดมันออก แต่ว่าน้ำตานี้คือน้ำตาความดีใจ

ตอนนี้เจ้าลูกโซ่ คงเริ่มอิ่มแล้ว เขาเริ่มปล่อยปากเล็กๆ นั้นจากจุกนมของผม และน้ำนมก็หมดพอดีด้วย พี่เขาเอามาแค่สิบซีซีเองและเจ้าตัวน้อยก็ผลอยหลับไปทันที ผมก้มลงมองเส้นผมที่ยาวและหนา แถมยังดกดำอีกต่างหาก ปลายจมูกที่โด่งรั้นนี้ ใบหน้าเรียว คิวก็หนา ตาก็โต แถมหูก็กาง ตกลงนี้เจ้าไม่เอาอะไรจากมี้มาเลยเหรอลูก แต่ตาโตน่ะผมก็ได้อยู่ จมูกผมโด่งแต่ของผมมันเรียวกว่า แต่ไอ้หูกางๆ นี้ มี้ไม่มีน่ะลูกโซ่ ส่วนริมฝีปากบางๆ นี้น่าจะใช่จากผม นี่มี้อุ้มมาตั้งเก้าเดือน เอาของมี้มาแค่นี้เหรอ และใบหน้านี้มันช่าง ละม้ายคล้ายกับคนที่ผมฝันถึงไม่มีผิดเพี้ยนเลย

TBC.....

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 420
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
   ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องคนไข้ที่ผมนอนพักอยู่ ทำให้ผมต้องหลุดจากภวังค์ก่อนจะหันไปมองที่ประตู  และคนที่เข้ามาก็คือพี่หมอภีมและอาจารย์กันตภณ พร้อมกับเพื่อนๆ ของผมชุดเดิม

“หมดฤทธิ์แล้วเหรอ เห็นพี่พยาบาลห้องเด็กบอกว่า ร้องจนเพื่อนๆ ตื่นกันทั้งห้อง แสดงว่าปอดแข็งแรงดี” พี่หมอภีมบอกผม ผมก็ยิ้มให้พี่หมอ ส่วนเพื่อนผมโดยเฉพาะมะนาว เข้ามายืนเอามือประสานกันมองเจ้าลูกโซ่

“หลับก็หล่อค่ะลูก” มะนาวพูด

“พี่จะขอดูแผลเราหน่อยน่ะบีม” พี่หมอภีมปภพพูด แต่ว่าผมยังอุ้มเจ้าลูกโซ่ที่หลับปุ๋ยอยู่เลย

“ใครใจกล้า เข้ามาอุ้มน้องแทนบีมให้พี่หมอหน่อยครับ เร็วครับ” พี่หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะ

“ไม่ดีกว่าครับ ตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยอุ้มเด็ก กลัวทำตกครับ” ใบชารีบพูด

“และทำใช้ไม่เป็นด้วยครับ” ไอ้ใบชาพูด

“มะนาวก็ยังไม่กล้าค่ะ น้องตัวเล็กเกินค่ะ ยิ่งเทียบกับมะนาวด้วยแล้ว น้องยังกับเม็ดก๋วยจี้นะคะ” มะนาวพูดแถมเปรียบลูกชายผมวะน่ารักเลยน่ะ

“ผมก็เคยอุ้มหลานแต่ว่านั้นน่ะห้าหกเดือนแล้วอ่ะครับ คนนี้ผมไม่กล้าครับ เออ ..” ไอ้ฟิล์มพูดพร้อมกับเกาท้ายทอยไปด้วย คราวนี้ทุกหันไปมองเพื่อนผมอีกคนที่เหลืออยู่ ผมก็หันไปมองเป็กซ์เช่นกัน

“อย่ามองกูเลย กูกลัว กลัวลูกมึงกระโดดกัดหู เห็นตั้งแต่ดิ้นมาในเปลเด็กนั้นแล้ว กูละแอบกลัวลูกมึง เขาจะกระโดดขึ้นมากัดหูพี่พยาบาลฉิบหาย!! “ไอ้เป็กซ์พูด นี้มันดูหนังมากไปไหม

“หลานน่ะไม่ใช่เอเลี่ยนน่ะ อีเป็กซ์ “ใบชาพูด

“ไอ้กันมึงน่ะ มึงมีหลานหลายคน ก็น่าจะอุ้มบ้าง และควรจะหัดทำหน้าที่นี้ได้แล้ว” พี่หมอภีมปภพพูด อาจารย์กันตภณก็เดินเข้ามาหาผม พร้อมกับค่อยๆ ช้อนมืออุ้มเจ้าลูกโซ่อย่างเบามือ นี้แสดงว่าเขาอุ้มเป็น ผมเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ

“อาจารย์ ถ้าบอกว่าเคยเป็นคุณพ่อนี้มะนาวเชื่อเลยนะคะ” มะนาวพูด ผมเห็นอาจารย์กันตภณ อุ้มเจ้าลูกโซ่อย่างทะนุถนอม แถมยังโยกเบาๆ อย่างคนที่เคยมีประสบการณ์ พี่หมอภีมก็เดินมารูดผ้าม่านปิดก่อนจะเข้ามาดูแผลให้ผม

“ แผลดูดีน่ะ และพี่จะให้ยาแก้ปวดเราถี่หน่อยน่ะ เพื่อนๆ จะอยู่ช่วยเราได้หรือเปล่า หรือว่าจะให้พี่จ้างพยาบาลพิเศษมาดูแล เพราะว่าน้องคงต้องป้อนนมถี่หน่อย ถ้าเขาไม่เอานมผงเลยน่ะ”

“แต่แบบนี้ก็ดีน่ะ มันทำให้น้องได้ใกล้ชิดกับบีมมากที่สุด” พี่หมอภีมปภพบอกผม ผมก็แต่งตัวให้เรียบร้อย

“นมผงจะอยู่ได้นานกว่าจะใช้เวลาย่อยก็ต้องสี่ชั่วโมงขึ้นไปน่ะ แต่นมแม่นี้จะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าดังนั้นน้องจะหิวบ่อยหน่อย และกว่าเราจะเข้าที่ก็คงพรุ่งนี้มะรืนนี้น่ะบีม “พี่หมอภีมปภพบอกผม

“ปู้ดดด!!!!!” เสียงดังมากจนผมก็ตกใจ แต่ไม่ใช่ผมน่ะ พี่หมอภีมปภพรีบเปิดผ้าม่านออก ผมก็มองไปที่อาจารย์กันตภณ ดูจากสีหน้า เหมือนอาจารย์เขากระอักกระอ่วนใจยังไงก็ไม่รู้ และบรรดาเพื่อนๆ ของผมก็พากันเอานิ้วบี้จมูกกันเป็นแถว ผมก้มลงมองไปที่มืออาจารย์ กันตภณ มือที่ประคองก้นเจ้าลูกโซ่อยู่

“เฮ้ยย ไอ้กันแกได้แจ็คพ๊อตเหรอว่ะ  ฮาๆ “พี่หมอภีมปภพพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ผมก็เพ้งมองดีดี ลูกผมอุจจาระรดอาจารย์กันตภณเข้าแล้วไง

“ที่บ้าน เรียกฝากรักค่ะอาจารย์” มะนาวพูดยิ้มๆ

“อาจารย์ว่าฝากเป็นอย่างอื่นจะดีกว่าน่ะ อันนี้อาจารย์ว่า มันพิสดารไปหน่อย “อาจารย์กันตภณพูด และพี่ฝนเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับของใช้น้อง มีถุงแพมเพิร์สน้องมาด้วย พี่ฝนมองหน้าทุกคน

“พี่ฝน พี่ไม่ได้ใส่แพมเพิร์สให้น้องเหรอครับ” พี่หมอภีมปภพถามพี่ฝน พี่พยาบาล

“อุ้ยตายแล้ว!!  พี่ลืมค่ะคุณหมอ น้องน่ะถ่ายไปก่อนที่พี่ฝนจะพามาด้วยค่ะ และพอถ่ายเสร็จก็ร้องซะห้องเด็กจะแตกเอา เลยรีบพามาหาแม่น้องเขาแทบไม่ทันค่ะ และพี่ฝนก็ลืมใส่กลับเข้าไปด้วยอีกค่ะ” พี่ฝนพูด

“น้องถ่ายอีกเหรอคะ” พี่ฝนถามขึ้น

“ผมว่าน่าจะใช่ครับ เพราะว่ามันเต็มมือผมเลยครับ คุณพยาบาล” อาจารย์กันตภณพูด ผมนี้รู้สึกผิดเลยอ่ะ โธ่ เจ้าลูกโซ่

“กูเดาว่า ลูกโซ่นี้หวงแม่แน่ๆ เลย ตั้งแต่แม่มันท้องแล้ว แอนตี้อาจารย์แกออกนอกหน้ามากและนี้ยังขี้รดเขาอีก ไม่ธรรมดานะน่ะแก” เสียงใบชากระซิบกับมะนาว เพราะว่าใบชาอยู่ข้างๆ ผมเลย

“งั้น พี่เอาน้องไปเช็ดทำความสะอาดเองนะคะ ขอโทษทีค่ะ” พี่ฝนก็เอาผ้าขนหนูมารองรับเอาเจ้าลูกโซ่ไปจากอาจารย์กันตภณ เสื้อผ้าอาจารย์ก็เลอะเทอะไปด้วยอึเจ้าลูกโซ่

“นี้เป็นประสบการณ์เด็กอึดรดพี่ครั้งที่สองเลยน่ะบีม และห่างกันเกือบยี่สิบกว่าปีได้ “อาจารย์กันตถณพูดปนหัวเราะ

“ใครว่ะ หลานมึงเหรอ”

“ลูกคนเล็กพี่เกริกไง ตอนนี้มันโตเป็นหนุ่มแล้ว “อาจารย์กันตภณหันไปพูดกับพี่หมอภีมปภพ อาจารย์กันตภณ เข้าไปชำระล้างในห้องน้ำห้องคนไข้ ผมนี้มองตามอย่างรู้สึกผิดมากและอาจารย์ก็ออกมา

“เอาอย่างนี้ไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องพักแพทย์กูก่อนกัน มีเสื้อสำรองอยู่ใส่ไปก่อน “พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะหันมายิ้มให้ผม ผมได้แต่มองตามอาจารย์กันตภณเดินออกไปพร้อมกับพี่หมอภีมปภพ

“ไอ้บีม ลูกมึงเขาไม่ชอบอาจารย์ออกนอกหน้าไปไหม ถึงได้ขี้รดเขาขนาดนี้น่ะ” เป็กซ์พูด ผมหันมามองหน้ามัน ลูกหนอลูก รู้ไหมเนี๊ยะว่าเขาดีกับเราขนาดไหน แสบจริงๆ เลย และฟิล์มมันก็หันไปหยิบอาหารมาให้ผมทานต่อ

“ทานหน่อยว่ะบีม มึงต้องมีนมให้ลูกกินน่ะ และคราวนี้พวกกูคงไม่ต้องบังคับมึงอีกแล้ว เพราะลูกมึงน่ะโคตรน่ารักขนาดนี้ มึงรู้ใช่ไหมว่ามึงต้องทำยังไงและมึงต้องดูเขาด้วย เพราะว่าเขามีแค่มึงแล้วตอนนี้ ที่อาจจะต้องเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ว่ะ” ฟิล์มบอกผม และพี่ฝนก็เข็นน้องที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปลแก้วมาให้ผม

“น้องไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้วค่ะ คุณหมอเลยให้มาอยู่กับคุณแม่ในห้องค่ะ” พี่ฝนบอกผม ผมก้มลงมองเด็กน้อย ที่ห่อผ้ามาน่ารักเชียว หลับปุ๋ยเลย

“ตอนหมดฤทธิ์นี้น่ารักเชียว คราวนี้เลยมาอย่างหล่อเลย แต่เมื่อกี้น่ะ โอ๊ย ถุงมือ ถุงเท้ากระเด็นไปคนละทิศคนละทางเลยค่ะ เอาเรื่องเหมือนกันเนอะ แต่ก็ยังน่ารักสำหรับคุณแม่อยู่ดี มีอะไรเรียกพี่ฝนนะคะ พี่ฝนออนคอลค่ะ” พี่ฝนบอกผม

“ขอบคุณครับพี่คนสวย” พวกเพื่อนๆ ผม ผมก็ก้มลงมองเด็กน้อยที่นอนหลับ

“อ้ายย!!” เสียงมะนาวร้องออกมา

“อะไรมะนาว”

“หลานยิ้มค่ะมึง “ผมก็รีบก้มลงมองดูแม้จะตึงๆ แผลไปสักหน่อย ใช่จริงด้วยนอนยิ้มโดยไม่รู้ตัว และมีคนถ่ายภาพเอาไว้ได้ทันนั้นคือเป็กซ์ เพื่อนของผม

“ยิ้มแรกของ บีมน้อยๆ “เป็กซ์พูดแต่ผมว่าจะบอกมันห้ามลงโซเชียล


“ไอ้เป็กซ์อย่าเพิ่งลงเฟสบุ๊ค ฟิล์มรีบทักท้วงเป็กซ์เอาไว้

“ทำไมว่ะ” เป็กซ์หันไปถาม

“ไอ้เชี้ย!! ก็วันที่ไอ้บีมมันเจ็บท้อง อาจารย์ภันตภณเขาอุ้มมัน ใครก็มองว่าบีมมันท้องกับอาจารย์กันหมด และมึงโพสต์อีก กูว่าคนจะเอาไปตั้งประเด็นในเว๊ปมหา’ลัยเอาดิ” ผมก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอมไปทันที ใช่ซิวันนั้นน่ะ มีแต่คนมองผมกับอาจารย์เพียบเลย

“กูลืมว่ะ กูขอโทษว่ะเพื่อนๆ กูขอโทษน่ะบีม” เป็กซ์มันรีบขอโทษผมทันที ผมหันไปมองคนที่เดินเข้ามาด้วยเสื้อเชิ้ตตัวใหม่แต่ว่ามันคุ้นตาผมมาก อาจารย์กันตภณกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้วย

“เฮีย ก็รู้ความจริงดีนี้ครับ ว่าผมเป็นยังไง และที่ผมให้การช่วยเหลือเพราะว่าเขาคือลูกศิษย์ของผม ผมยอมรับเฮีย เอาไว้ผมเข้าไปหาเฮียที่บ้านดีกว่า ขอบคุณครับเฮียที่ไม่บอกม๊าว่าเกิดอะไรขึ้น ครับ ผมทราบครับ ครับ บายครับ” อาจารย์กันตภณวางสายก่อนจะเดินมาหยุดมองเจ้าลูกโซ่

“ฝากรักไว้แบบนี้น่าจับหอมแก้มซะจริงๆ” อาจารย์กันตภพพูดก่อนจะเอามือจับที่ขอบเปลเด็กอ่อน

“ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะครับ และไม่อยากเป็นกขคง ด้วย” ใบชาพูดก่อนจะพยักหน้ากับเพื่อนๆ ผมและทุกคนก็เดินออกไป เหลือแค่ผมกับอาจารย์กันตภณ

“ผมขอโทษนะครับพี่กัน”

“เรื่องอะไรเหรอบีม” อาจารย์กันตภณเงยหน้าถามผม

“เรื่องที่เกิดขึ้น ทุกเรื่อง ผมทำให้พี่กันเสื่อมเสีย ฮึกๆ”

“ช่างมันเถอะบีม เราไปห้ามความคิดเขาไม่ได้นี่ครับ และนี้คือความจริงในสังคมแบบนี้ ที่ต้องมีทั้งคนรักและคนชังเป็นธรรมดา”

“แม่ของพี่เขา”

“ม๊าของพี่น่ะอายุเยอะแล้ว และท่านไม่ค่อยตามติดเรื่องพวกนี้  ตั้งแต่ป๊าของพี่เสียไปได้ห้าปีกว่าแล้ว ม๊าพี่ก็เงียบๆ ซึมๆ ไปและยิ่งหลานๆ ลูกพี่ชาย ลูกพี่สาวพี่โตกันหมด”

“แต่พี่ชายคนโตของพี่ที่ดูแลกิจการโรงเรียนที่พ่อพี่ก่อตั้งมา เฮียเขาก็บอกกับพี่ว่าจะไม่ให้ม๊าพี่รู้เหมือนกัน เพราะว่าเฮียพี่เขารู้แล้ว มีคนโทรไปบอกน่ะ“อาจารย์กันตภณพูด ก่อนจะจับมือผม ผมมองหน้าอาจารย์กัน "แต่พี่โอเค "

“ม๊าพี่น่ะ เขามีหลานชายที่ม๊าพี่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ แต่ตอนนี้มันไปอยู่เมืองนอก ไม่กลับมาสักที พี่ชายก็เลยไม่อยากให้เรื่องอื่นๆ ไปกระทบจิตใจม๊าพี่เพิ่มน่ะ” อาจารย์กันตภณพูด ผมพยักหน้า

“พอเจ้าตัวน้อยเริ่มรู้เรื่องพี่จะพาไปให้ม๊าพี่ดูน่ะ ม๊าพี่รักเด็ก ยิ่งเห็นเจ้าตัวดีนี้คงรักน่าดู” อาจารย์กันตภณพูด ผมยอมรับว่าผมเดาความหมายของมันได้ดี นั้นแปลว่าเขาจะพาผมเข้าบ้านไปไหว้ม๊าของเขา แต่ว่าผมควรจะให้คนที่ไม่ได้ทำมารับผิดชอบจริงๆ อย่างนั้นหรือ

“พี่จะอยู่ข้างๆ บีม เราจะผ่านเรื่องพวกนี้ไปด้วยกันน่ะครับ” พี่กันตภณพูด จัหงวะนันประตูถูกเปิดเข้าอีกครั้ง ผู้หญิงที่สวมแว่นตาอันใหญ่เดินหนีบกระเป๋าหลุยส์เข้ามา ผมไม่เจอนานแต่ผมก็จำได้ดีจนติดตา คนนั้นคือแม่ของผมเอง

“เยส!! เออ ไอวิวคอลยูแบกดาร์ลิ่ง บาย “แม่มาหาผม ผมดีใจที่สุด แม่ผมเข้ามายืน ก่อนจะเงยหน้ามองอาจารย์กันตภณ อาจารย์กันตภณยกมือไหว้แม่ของผม แม่ผมน่ะสี่สิบห้าแล้ว

“คนนี้พ่อเด็กเหรอ บีม” แม่ของผมเอ่ยถามผมก่อนจะชี้นิ้วมาที่อาจารย์กันตภณ

“แม่ไม่ใช่ครับ เขาคืออาจารย์ของผม “ผมรีบตอบแม่ของผม

“สวัสดีครับคุณแม่” อาจารย์กันตภณทักทายแม่ของผม

“ถ้าอย่างนั้น อาจารย์กลับก่อนนะ มีอะไรโทรหาอาจารย์ได้เลยนะครับบีม”

“ผมลาก่อนนะครับคุณแม่ ผมมีธุระนะครับ” อาจารย์กันตภณพูดก่อนจะปลีกตัวออกไป แม่เดินมามองเด็กน้อยที่หลับปุ๋ย

“เป็นไงบ้างล่ะ คลอดลูกน่ะ มันไม่สนุกเลยใช่ไหมบีม” แม่พูดขึ้น ก่อนจะถอดแว่นตาออก และมองหลานชายอีกครั้ง ผมยอมรับเลย มันเจ็บจน เข้าใจคำว่าเจ็บใกล้จะตายเป็นยังไง

“แม่ ผมรู้แต่ผมก็กลับไปแก้ไขมันไม่ได้แล้วอ่ะแม่” ผมพูดกับแม่ของผม ผมหันมามองเจ้าโซ่ทองของผม ที่นอนตะแคงหลับปุ๋ย

“ฉันมาทำธุระกับฟิลิปส์น่ะ และนี่ก็ขอเขามาหาเราแต่ฉันไม่ได้บอกว่าเรานอนโรงพยาบาลนะบีม ถ้าบอกเขาก็คงต้องมาเยี่ยมตามมารยาท เลยเลือกที่จะไม่บอก “แม่ของผมพูด


“แล้วนี่แกจะมีนมให้ลูกกินเหรอบีม”

“มีครับแต่น้อยมากเพราะว่าผมเป็นผู้ชายนี้ครับแม่”



“นอกจากมีมดลูกแล้วแกยังมีน้ำนมด้วยเหรอบีม ฉันจะบ้าตาย!!”



“แม่” ผมเรียกแม่เบาๆ



“และดูลูกแกซิ ไม่มีอะไรมาจากแกเลยสักนิด มีแค่ริมฝีปาก ที่เหลือมันถอดพ่อมันมาหมดเลยมั้งเนี๊ยะ ห๊ะ!” แม่ผมพูดก่อนจะเอียงคอมองผม



“ไปตามหาพ่อมันเลยน่ะ น่าเหมือนกันขนาดนี้ ถ้ามันบอกไม่ใช่ ฉันจะมาจัดการมันแทน” แม่ผมพูด



“ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาคือใครแม่ ผมจะไปตามหาที่ไหนล่ะ”



“หน้าเหมือนพ่อมันแบบนี้ ทำไมจะหาไม่ได้ และฉันจะบอกให้น่ะ การเป็นพ่อเลี้ยงเดียว หรือแม่เลี้ยงเดียวน่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกน่ะบีมน่ะ มันยากน่ะ เหนื่อยสารพัดอย่าง “แม่พูดกับผม



“พอพ่อแกเสียฉันถึงได้ต้องจำทน ไปแต่งงานกับไอ้แก่ตัณหากลับนั้น เพื่อนำเงินมาเลี้ยงแก”



“และยิ่งเวลาแกพาลูกออกไปไหนมาไหน เวลาลูกแกมองคนอื่นที่มีครบน่ะ แกจะทนได้เหรอ บีม”



“และ ต่อให้ไอ้คนที่มันมาดูแกน่ะ เขาจะอยากทำหน้าที่พ่อแทน มันก็ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครรักลูกเท่ากับพ่อแม่จริงๆ หรอกบีม”



“แม่ พี่เขาเป็นอาจารย์ของผม”



“ฉันดูมันออก และก็ดูออกว่านั้นไม่ใช่พ่อเด็กเหมือนกัน”



“แม่ ผม ฮือๆ”



“เอาล่ะ ฉันไม่อยากจะพูดอะไรทำร้ายจิตใจแกมากหรอกน่ะ “แม่พูดก่อนจะหันหน้าหนี



“ฉันว่าจะไปจ่ายค่าห้องแต่เขาบอกว่ามีคนดูแลทั้งหมดแล้ว คนนั้นใช่ไหม อาจารย์แกน่ะที่เป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายให้เราน่ะบีม” แม่ถามผม ผมก็ต้องทำสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ ทำไมอาจารย์ต้องทำแบบนี้น่ะ





“อ่ะนี้ เอาไว้ใช้ เอาไว้ซื้อนมซื้ออะไรที่ต้องใช้ ยังไงนี้ก็หลานฉัน บีม และแกก็ลูกฉัน “แม่ผมส่งซองที่มีเงินจำนวนมากพอสมควรมาให้ผม



“เงินนี้ฉันแอบฟิลิบป์เอาไว้ เลยเอามาเป็นเงินสดแทน “แม่ผมพูด



“แกรู้ไหมทำไมฉันให้แกมาอยู่ลำพังบีม เพราะว่า ฟิลิปส์น่ะมันไม่ได้มองแกเหมือนลูกมัน ฉันกลัวมันจะทำอะไรแก แกคงเข้าใจฉันน่ะ และทำตามที่ฉันบอก ไปตามหาพ่อเด็กซะ อย่างน้อยลูกจะได้มีครบเหมือนคนอื่นเขา” แม่ผมพูด ก่อนจะหันหลัง



“แม่ไปน่ะบีม ดูแลตัวเองดีดีล่ะ มีอะไรเดือดร้อนก็โทรหาฉันน่ะ ฉันจะช่วยเหลือเท่าที่ฉันจะช่วยได้บีม “แม่ผมเดินออกไป ผมก็ปาดน้ำตาที่ไหลริน ผมก้มลงมองเงินจำนวนหนึ่งในซองสีขาวนั้น น้ำใสๆ ไหลหยดลงที่ซอง เงินจำนวนมากมายแต่แลกมาด้วยการที่ผมอยู่ใกล้แม่ไม่ได้ และมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่แม่แต่งงานใหม่แล้ว ผมไม่อยากได้เงิน ผมอยากได้แม่อยากอยู่กับแม่ ฮือๆ และนี้มันก็ทำให้ผมจะไม่ยอมทิ้งเจ้าไปให้ใครเด็ดขาด ลูกโซ่

*****

TBC....


ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1939
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด