พิมพ์หน้านี้ - (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.37 Vacation (ครึ่งแรก)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => Boy's love story => ข้อความที่เริ่มโดย: Alessa ที่ 21-02-2021 07:59:38

หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.37 Vacation (ครึ่งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 21-02-2021 07:59:38
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 21-02-2021 08:09:00
   นิยายเรื่องนี้  เป็นนิยายแนวผู้ชายท้องได้ค่ะ  เป็นนิยายชายรักชาย (อาจจะมีความรุนแรงทางเพศ อันนี้ยังไม่รู้ว่ารุ่นแรงไหม) เนื้อหาในเรื่องถูกแต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เนื้อหาบิดเบือนจากความเป็นจริง  สถานที่ถูกสมมติฐานขึ้นมาทั้งหมด รวมทั้งชื่อและตัวละคร
(https://uppic.cc/d/SWWu34i_3Gw0zOd0nDy2T) (https://uppic.cc/v/SWWu34i_3Gw0zOd0nDy2T)
   พระเอกของเรื่องชื่อ เธียรวิชย์  เป็นลูกคนชายคนเล็ก ของมาเศรษฐีหมื่นล้าน เขาเป็นลูกชายคนเล็กที่เกิดมาหน้าตาดีที่สุด มีความหล่อติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอให้ยุ่งยาก ประกอบกับเป็นทายาทคนเล็กที่พ่อแม่ค่อนข้างจะตามใจ เขาจึงกลายเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ชอบเที่ยวเตร่
 (https://uppic.cc/d/y3417QXFi6ZB-OcCG0kRN) (https://uppic.cc/v/y3417QXFi6ZB-OcCG0kRN)
   นายเอกของเรื่องชื่อ บีม นายกันต์ธีย์ บีม เป็นหนุ่มลูกครึ้ง แม่เป็นคนไทยแต่ไปแต่งงานกับต่างชาติ เป็นคนอังกฤษ และเป็นนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่ทำการวิจัยปลูกถ่ายให้ผู้ชายท้องได้ และตัวเขาก็กลายเป็นหนูทดลอง และเมื่อพ่อของเขาถูกรอบสังหาร แม่ของเขาซึ่งไม่ยอมทนอยู่กับความลำบากจึงเลือกแต่งงานใหม่กับเศรษฐี และด้วยความอับอายกลัวแฟนใหม่จะรับลูกตัวเองไม่ได้จึงได้ตัดสินใจให้บีมมาเรียนต่อประเทศไทยตั้งแต่มัธยมและอยู่ตามลำพังที่กรุงเทพ โดยนางได้เจียดเงินที่สามีใหม่ให้ใช้ส่งให้บีมอยู่เป็นประจำ แต่ว่าความซวยของบีมก็มาถึงเมื่อเขาได้เผลอมีอะไรกับเธียรวิชย์จนเขาต้องตั้งครรภ์ และการตั้งครรภ์ก็ทำให้เขาไม่กล้าที่จะสู้หน้าอาจารย์ที่สอนเขาและคอยช่วยเหลือเขาในทุกเรื่อง ถึงบีมจะรู้เหตุผลว่าทำไม เพราะว่าอาจารย์คนนั้นรู้สึกสนใจในตัวบีมก็ตาม
(https://uppic.cc/d/ltHs-qcx4cxOTWaggcODE) (https://uppic.cc/v/ltHs-qcx4cxOTWaggcODE)
   “แพรวา สาวสวย ไฮโซ เป็นลูกสาวคนเดียวของรัฐมนตรีชื่อดัง พ่อของแพรวาเป็นเพื่อนรักพ่อของเธียรวิชย์ และนี้ก็ทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับเธียรวิชย์ในฐานะน้องที่เอาแต่ใจ เธอตามติดเธียรวิชย์ประดุจว่าเธอคือแฟนของเขา แม้ว่าเธียรวิชย์จะมีผู้หญิงมากมายมาให้มอบกายถวายให้เขาก็ตาม แต่สุดท้าย ผู้หญิงเหล่านั้นก็อันตทานหายไปหมดเพราะว่าแพรวา เธอเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กแต่เธอร้ายกาจกว่านางพญา เธอใช้อิทธิพลพ่อเธอเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เธอต้องการ
(https://uppic.cc/d/0pIbltsMMAQu3IlEqvxFm) (https://uppic.cc/v/0pIbltsMMAQu3IlEqvxFm)
   รองศาสตราจารย์กันตภน เขาเป็นน้องชายคนเดียวของพ่อของเธียรวิชย์ ผมเขายอมที่จะไม่แตะต้องธุรกิจของพ่อแม่เขายกให้พี่ชายที่เขารักดูแล เพื่อเขาะจะได้ทำหน้าที่อาจารย์สอนเด็กในมหาวิทยาลัยอย่างที่เขาตั้งใจ แต่เมื่อเขาได้พบกับเด็กลูกครึ้งคนหนึ่งที่มาเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์กับเขา เขาเกิดความสนใจในตัวบีมอย่างมาก พยายามที่จะให้การช่วยเหลือบีมเพื่อแลกหัวใจบีม เขารักบีมมากขนาดที่จะขอทำหน้าที่พ่อของเด็กในท้องแต่บีมเลือกที่จะปฏิเสธ เพราะนั้นคือการเห็นแก่ตัวถ้าเขาจะให้คนที่เขาไม่ได้มีใจด้วยมาผูกติดกับการที่ต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เขาไม่ได้ทำ

   เด็กชายกีรติกร หรือน้องลูกโซ่ บีมหวังว่าเขาจะเกิดมาเพื่อเป็นโซ่ทองคล้องหัวใจดวงน้อยๆของเขา ที่บอบช้ำจากการถูกกระทำย้ำยีจากคนที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาคือใคร รู้แค่ว่าเขาชื่อเธียรวิชย์  ด. ชื่อที่สลักลงที่แหวนที่เขามอบไว้ให้ เพื่อชดเชยสิ่งที่เขาทำลงไปแต่เขาหารู้ไหมว่า นั้นคือการทำให้เด็กคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยต้องลืมตาขึ้นมาดูโลกนี้พร้อมกับ คุณพ่อเลี่ยงเดี่ยว แล้วลูกโซ่จะได้เจอพ่อของเขาไหม

   คนแต่งขอฝากเรื่องนี้เอาไว้ด้วยนะคะ คนแต่งอาจจะมาได้มาลงแบบถี่ๆ แต่จะมาลงอาทิตย์ละตอนเป็นอย่างน้อย เพราะว่ากันน่ะติดหลายเรื่องอยู่ ไม่รู้ว่านักอ่านทุกท่านทั้งหลายจะชื่นชอบไหมกับนิยายแนวผู้ชายท้องได้ ขอฟังเรทติ้งก่อนนะคะ ว่าพอจะไปได้ไหม ขอเม้นกำลังใจสักนิดก็ยังดี กราบงามๆ ขอบคุณค่ะสำหรับพื้นที่ให้ได้แบ่งปันจิตนาการนะคะ (มีคำผิดจะคอยเข้ามาแก้ให้นะคะ )
เครดิต เจ้าของภาพด้วยนะคะ ไม่รู้จะแทรกยังไง ขออนุญาตนำมาใช้ประกอบนิยายเพื่อความอรรถรสเฉยๆนะคะ
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.1 ครั้งแรกกับคนแปลกหน้าNC18+
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 21-02-2021 08:21:18
         
        ผมชื่อเธียรวิชญ์ เดชาวชิรภังกุลชร พ่อกับแม่เรียกผมสั้นๆ ว่าเธียร ผมมีพี่น้องทั้งสามคน พี่ชายคนโต พี่ธี หรือธีรภพ อายุห่างจากผมห้าปี พี่ธาม มีแฟนแล้วกำลังจะแต่งงานกัน คนที่สองพี่ธีม ห่างจากผมแค่สามปี พี่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวต้น และพี่ธัน พี่คนห่างจากผมแค่ปีเดียว เรียกว่าเหมือนเพื่อนกันแต่นิสัยค่อนข้างต่างกัน พี่ธันญ์ พี่เขายังไม่มีแฟนเลยตั้งหน้าตั้งตาช่วยพ่อแม่ดูแลกิจการโรงเรียนเอกชน อย่างเดียว โรงเรียนของพ่อแม่ผมเป็นโรงเรียนสามภาษา ไทย อังกฤษและจีน และผมเธียร น้องชายคนเล็กที่เพิ่งจะจบจากอเมริกามาหมาดๆ



      ผมเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ชอบเที่ยวรักสนุก มีเพื่อนไฮโซมากมาย มีทั้งหญิงและชาย ด้วยความที่หน้าตาดีหล่อสุดของบ้าน หล่อขั้นเทพ เรียกว่าสวรรดิ์สร้างมาให้ครบเลย หน้าตาที่หล่อคม จมูกที่โด่งรั้นจนเป็นสัน และมาพร้อมกับความรวยล้นฟ้า รวยชนิดที่สาวสวยมากมายพร้อมพรีกายให้ แถมเพื่อนที่คบก็ไฮโซระดับเดียวกันทุกคน แต่แปลกที่ผมยังไม่เจอใครที่จริงจังสักคน



      และวันนี้ก็เป็นวันเคาดาวน์ก่อนที่ผมจะต้องกลับไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษต่อ ผมได้นัดเพื่อนๆที่เีรียนด้วยกันตัั้งแต่มัธยมจถึงมหาวิทยาลัย แถมคืนนี้ผมก็ต้องกระเตง ไฮโซแพรวา ลูกสาวคนเดียวของนักการเมืองชื่อดัง เขาเป็นเพื่อนกับพ่อผมมานาน ส่วนน้องแพรวา ก็เป็นเด็กรุ่นน้องผมหลายปี เธอชอบผม ผมเองก็เฉยๆ ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ ผมมองเธอแค่น้องสาวเท่านั้น ส่วนเธอเองก็ชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผม บางที่ก็น่ารำคาญและน่าอึดอัด และวันนี้ผมคงไม่ได้แอมสาวไหนแน่นอน



“ไอ้เธียร ทางนี้ว่ะ” ผมเดินเข้ามาพร้อมกับแพรวา เธอควงแขนผมเข้ามาในงานฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผับไฮโซแห่งหนึ่ง



“น้องแพรวา บังคับไอ้เธียรมาเหรอครับดูหน้ามันซิครับ” ไอ้สไปส์ หรือว่าพิเชษฐ์ เป็นลูกนายห้างทองที่มีสาขามากมายหลายสาขา มีชื่อเสียงอยู่ในตลาดทองคำ ไอ้นี้ก็เจ้าชู้ไม่เลือกทั้งชายและหญิงเช่นกัน มันหล่อตี๋ๆ



“พี่เธียรค่ะ ยิ้มหน่อยซิค่ะ แพรวาไม่ชอบให้พี่ทำหน้าบึ้งแบบนี้ เวลาเดินกับแพรวานะคะ และทุกคนก็ต่างพากันเข้าใจว่าแพรวาบังคับพี่มากันหมดแล้วนะคะ ยิ้มหน่อยซิคะ” แพรวาพูดพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองผม ผมแค่ปรายตาลงมองเธอแว๊ปหนึ่ง



“อืมม” ผมรีบฉีกยิ้มให้กับแพรวาทันที “พอไหมครับน้องแพรวา” ผมถามแพรวาเหมือนประชดแต่ก็ประชดจริงๆ เพราะว่าผมไม่ชอบให้ใครมาบังคับทำโน่นทำนี้ แต่ที่ต้องยอมแพรวาเพราะความรำคาญมากกว่า



“เออ ไอ้เธียร ไอ้ไปส์มันเจอเด็กน่ารักว่ะ ไม่รู้ว่าทอมหรือเปล่า มันอยากขอมานั่งด้วยว่ะ"ไอ้ราเชนมันพูด ผมยักไหล่ตามใจมันซิ ราเชน คือลูกเจ้าของส่งออกอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงและเป็นลูกชายคนเดียวที่มีพี่สาวทั้งหมดสี่คน



“แพรวาอยากเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มค่ะ” แพรวาพูดขึ้น ผมหันไปมอง และเพื่อนๆ ผมก็ต้องเกาหัวกันหมด แพรวาเป็นคนเอาแต่ใจมาก



“แพรวาครับ พี่บอกว่าไงครับ พวกพี่มาหาความสุขกัน อย่าทำให้เสียบรรยากาศซิครับ “ผมหันไปปรามแพรวา



“ไม่ต้องห่วงครับ คนที่พี่จะพามาเป็นเด็กผู้ชายครับผม น้องแพรวาเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มแน่นอน “ไอ้ณัฐ หรือไฮโซณัฐ ณัฐภูมิ พ่อเป็นผู้พิพากษาและแม่ก็มีร้านเพชร ที่มีชื่อเสียง พีชมันพูดก่อนจะหันไปควักมือเรียกใครสักคนมดูแล้วน่าจะผู้จัดการร้าน



“ขอน้องคนนั้นน่ะมานั่งชงเหล้าให้พวกผมหน่อย ผมจ่ายค่าตัวให้ ห้าพันบาท” ไอ้พีช หรือพิชยุตม์ เป็นลูกชายคนเล็กเช่นเดียวกันแต่ว่ามันมีพี่ชายและพี่สาว พีชเป็นคนบอกกับผู้จัดการร้านที่มันควักมือเรียกเขามา พร้อมกับยัดเงินใส่มือผู้จัดการร้าน พอผู้จัดการร้านเห็นจำนวนเงินเท่านั้นแหละ ก็รีบหันหลังเดินไปพาใครสักคนมาที่โต๊ะที่พวกผมนั่งอยู่ ผมกำลังฟังเพลงโดยมีแพรวามายืนคลอๆ เต้นเพลงเบาๆ ท่ามกลางสายตาหนุ่มที่หันมามองเธอ เธอเป็นคนสวยผมยอมรับแต่สวยและเอาแต่ใจมากจนใครก็ทนเธอไม่ได้ เพื่อนๆ ผมเองก็เอือมระอาแต่ก็ต้องยอมเพราะว่าพ่อเขาสนิทกับพ่อผมมาก



“มาแล้วครับ น้องเขาชื่อน้องบีมนะครับ “ผู้จัดการร้านแนะนำเด็กที่พามา



“บีม เดี๋ยวชงเหล้าให้พี่ๆ เขาน่ะ เอ็นเตอเทรนโต๊ะนี้โต๊ะเดียวพอไม่ต้องไปดูแลแขกโต๊ะอื่นๆ น่ะ” ผู้จัดการร้านบอกเด็กที่มายืนแบบกล้าๆ กลัวๆ ผมหันมองหน้าเขา ทรงผมรากไทร



“ไม่ต้องกลัวพวกพี่ครับ “ไอ้ราเชนมันหันไปบอกน้อง น้องเขาก็เข้ามาทำหน้าที่ชงเหล้าให้พวกผม ตัวเล็ก กะทัดรัด ทรงผมรากไทรเหมือนทอมมากกว่า



“ว่าแต่น้องเป็นทอมหรือเปล่าเนี๊ยะ ดูหน้าหวานๆ ” ไอ้ราเชนยิงคำถามก่อนจะหันไปยักคิ้วกับไอ้ไปส์คนที่สนใจน้องเขา



“ไม่ใช่ครับ “น้องเขาพูดก่อนส่งแก้วเหล้ามาให้มัน และชงแก้วต่อไป



“พี่เธียรค่ะ แพรวาอยากได้ คอกเทลอีกสักแก้วนะคะ เดินไปเป็นเพื่อนแพรวาหน่อยได้ไหมคะ”



“เออ น้องแพรวาครับ พี่มึนๆ แล้วอ่ะ น้องเดินไปคนเดียวได้ไหมคะ และนี่นี้ไม่มีกล้าทำอะไรน้องแพรวาหรอกค่ะ เพราะนี้ที่นี้ พวกพี่ใหญ่” ผมพูด



“ค่ะ แพรวาทราบค่ะว่าพี่เธียรน่ะลูกใครและใครใหญ่ “แพรวาพูดก่อนจะพาร่างที่สมส่วน ไม่ว่าจะหน้าอกหน้าใจ ไซส์ก็มินิ เพื่อเช็กเรทติ้ง แน่ตอนบรรดาสายตาหนุ่มๆ มองตามกันเป็นแถว



“ไม่หึงหรือไงว่ะมึง” ไอ้เพื่อนผมมันถามผมกัน ผมส่ายหัวไปมา



“น้องชงให้พี่เธียรด้วยซิครับ” เพื่อนผมส่งแก้วเปล่าให้น้องเขาเอาไปชง ผมสั่งฟังเพลงและโยกไปด้วย



“เหล้าครับ” ผมได้ยินเสียงคนกระซิบ จังหวะนั้นผมหันมาอย่างเร็วเกินไป ชนเข้าอย่างจัง่ทำให้แก้วเหล้าหกลงที่เสื้อผ้าผม ราคาแพง ผมเงยหน้ามองคนที่ยืนทำหน้าตกใจ



“ผะ ผม ขอโทษครับพี่ “น้องเขารีบจะเอาผ้าอะไรมาเช็ดก็ไม่รู้



“ไม่ต้อง ผ้าอะไรก็ไม่รู้มาเช็ด” ผมพูดอย่างหัวเสียก่อนจะเดินหันหลังออก พร้อมกับส่ายหัวให้ความซุ่มซ่ามของเด็กนั้น เสื้อผ้าหรูยี่ห้อดังของผมแถมแบรนด์เนมทั้งตัวที่ผมสวมมา กลับต้องมาเลอะเพราะว่าซุ่มซ่ามของนายนั้น ผมเดินไปในห้องน้ำไปซับและทำความสะอาดและก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะ และสิ่งที่ผมเห็นคือพวกมันกำลังมอมเหล้าเด็กคนที่ให้มาชงเหล้าให้พวกผมกิน ผมก็ไม่สนใจอยู่แล้ว



“พี่ผมไม่กินแล้วครับ ผมต้องขับรถกลับครับ “น้องเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูก็รู้ว่าเมาแล้ว



“อะไรวะคออ่อนว่ะ นี่แค่ไม่กี่แก้วเอง” ผมก็มองซ้ายมองขวา ไม่เห็นแพรวา



“แพรวาไปไหนวะ”



“เจอเพื่อนสมัยเรียนและนางก็หัวเสียหามึงไม่เจอ เลยเดินออกไปยืนคุยกับเขาตรงโน้นน่ะ” ไอ้ราเชนบอกผม



“กูมึนว่ะ กูขอไปนอนพักก่อนได้ไหมว่ะ พวกมึงคงอีกยาวว่ะ” ผมพูดพวกเพื่อนๆของผมและหันมาหยิบแก้วแชมเปญติดมือไปด้วย ก่อนจะเดินออกไป ผมเห็นเด็กที่พวกมันประเคนเหล้าให้ดื่มก็เริ่มจะไม่ไหวแล้ว ที่ผับนี้ค่อนข้างหรู มีห้องพักหรูสำหรับแขกวีไอพีไปพักยก ผมเดินเข้ามาในห้องพักวีไอพี เปิดทีวีดู มีเตียงที่รูปวงกลม ผมก็หยิบแก้วแชมเปญขึ้นมาดื่มจนหมด ผมก็นั่งพัก เวลาผ่านไปสักยี่สิบนาที ผมเริ่มรู้สึกแปลก ร้อนรุ่มในอก ร้อนจนผมต้องปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ร้อนจนผมเริ่มนั่งไม่ติด ผมลุกขึ้น ยืนภาพในห้องเริ่มจะเบลอๆ และกายผมมันร้อนมากเหมือนมีไฟมาสุมอยู่ในอกผมและตรงแกนกายของผมก็เริ่มปวดหนึบ แน่ชัดแล้วผมโดนยาปลุกเซ็กซ์แน่นอน ผมเริ่มจะไม่ไหว ผมรีบเปิดประตูออกไปและผมพบกับใครสักคน ที่หน้าตาคุ้น เดินมาตามกำแพง จนมาหยุดที่หน้าห้องผม



“ช่วยผมด้วย ช่วยผมด้วย” ผมก็มองคนที่ยืนตรงหน้าผม ตัวเล็กๆ ผิวขาวๆ กระดุมเสื้อที่ถูกปลดลมาจนเผยให้เห็นหน้าอก แบนๆ แต่ว่ามันกำลังปลุกเร้าความเป็นชายของผมให้ยิ่งผงาด ผมมองพร้อมกลับกลืนน้ำลาย ส่วนคนที่ยืนก็เริ่มลูบไล้ตามตัวไปมา



“ช่วยผมด้วย”



“ได้แต่นายต้องช่วยฉันก่อน” ผมพูดก่อนจะดึงรั้งร่างนั้นเข้าไปในห้อง ผมล๊อกประตูทันที พอร่างนั้นเข้าอยู่ในห้อง เขายืนหมุนและกวาดมองไปรอบๆ ห้อง ผมเองก็เริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเองออก ผมเข้าไปกอดคนตรงหน้าจากด้านหลัง



“อ้าห์ “เสียงครางออกมาเบาๆ ขณะที่ผมใช้ปลายจมูกโด่งรั้นของผมฝังลงไปที่ซอกคอขาวๆ นั้น มือที่ลูบไล้ไปตามหน้าท้องนั้น มันทำให้คนที่ผมกอดจากด้านหลังหายใจถี่ขั้น



“อ้าห์ อืมมม” ผมเริ่มผลักร่างนั้นลงไปที่เตียงและรีบปลดกระดุมเสื้อผ้าคนที่นอนดิ้นส่ายไปมาอยู่บนเตี่ยง ผมเริ่มถอดมันออกไปชิ้นต่อชิ้นจนหมดสิ้น



“ช่วยผมด้วย”



“ก็นี่ไง จะช่วยให้ หันก้นมา” ผมบอกคนที่นอนดิ้นเอามือลูบไล้ตัวเองไปมาก่อนจะพลิกให้มาอยู่ในท่าดอกกี้ และผมก็ก้มลงมองแกนกายของผมมันชี้ตรงมากและมันก็ปวดระบบมากด้วย ไม่ได้ระบายนี้ไม่ไหวแน่ๆ ผมก็ขึ้นไปนั่งคุกเข่าพร้อมกับหันซ้ายหันขวา ไม่มีเจลด้วยซิ



“พี่ครับ ช่วยผมด้วย”



“อย่าเร่งดิว่ะ” ผมพูดและมองหาไม่มีอะไรเลย เอาไงดีว่ะ ถุงยางก็ไม่มี ไม่น่าจะซวยหรอกว่ะเธียรเอ๊ย ผมก็ใช้น้ำลายผมนี้



“พี่ใส่ถุงให้ผมด้วย เพราะว่าผมอาจจะ….ท้อง!!”



“ซี้ด” สะดุ้งสุดตัวทันทีที่ผมจ่อสิ่งนั้นที่ปากทาง



“ไม่มีหรอกถุงน่ะ ใครจะไปเดินหาว่ะ มาเร็ว ไม่ไหวแล้ว” ผมพูดและตัดการค่อยๆ ดันเข้าไป



“โอ๊ย!!!!  ผมเจ็บอ่ะ”



“ก็ทนหน่อยซิ อยากไม่ใช่เหรอ อย่าต่อรองมากเดี๋ยวให้ไปครางที่อื่นเลยนิ” ผมพูดก่อนจะค่อยๆ ดันเข้าไป เสียงเล็บจิกลงที่บนผ้าปูที่นอนลากยาวขณะที่ผมกำลังสวนแกนกายที่แข็งปังเข้าไปอย่างอยากลำบาก



“เข้ายากจังว่ะ “ผมบ่นแต่ก็พยายามดันเข้าไปเรื่อยๆ จน



“อ๊าก!!!!” ผมเองที่ร้องออกมาดังๆ เพราะว่ามันแคบมาและบีบรัดแท่งร้อนของผม



“โอ๊ย!!!! พี่ครับ ผมเจ็บ อ่ะครับ เอาออกเถอะครับ”



“ไม่ทันแล้ว” ผมพูดบอกคนผมกำลังมีเพศสัมพันธุ์ด้วย มือก็จับสะโพกยืดเอาไว้และผมก็เริ่มเด้งสวนใส่ไปแบบไม่บันยะบันยัง คนร่างคนที่ผมนั่งคร่อมอยู่ด้านหลังโยกไปมา



“โอ๊ย โอ๊ยย พี่ ผมเจ็บอ่ะครับ พี่ครับ ผมเจ็บ”



“ไม่นานหรอกน่ะ จะเสร็จแล้ว ก็ดันมาช่วงนี้พอดี ซวยไป” ผมพูดและผมก็เริ่มเด้งสวนแบบรัวๆ จนกระทั่งแกนกายผมเริ่มกะตุ๊กและน้ำรักก็พุ้งกระชูด มันเยอะมากจริงๆ จนทะลักไหล่ย้อยลงมาตามหน้าขาคนที่ผมมีอะไรด้วย ผมก้มลงมองให้ชัดเจน เฮ้ยย นี้ผมมีอะไรกับใครก็ไม่รู้ มันเป็นใครชื่ออะไรก็ยังไม่รู้เลย ผมรีบถอนเจ้าโลกของผมออกทันที ก่อนจะก้าวถอยหลังลงมายืนมองคนที่ผมเพิ่งจะกระหน่ำแท่งไปไม่ยั้งจนสำเร็จความใคร่ไป เขานอนแผ่อยู่บนเตียง เพราะว่าผมมีอะไรกับใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จักมาก่อนด้วย นี่มันคือการข่มขืนชัดๆเลย เวรแล้วไอ้เธียรเอ๊ย!!  



“ทำไมพี่ไม่ใส่ถุงอ่ะพี่ ผมอาจจะท้อง พี่…..” ร่างคนนั้นหันมาพูดกลับผมทั้งที่อ่อนเพลียจนลืมตาแทบจะไม่ขึ้นแถมยังบอกว่าตัวเองอาจจะท้อง ผมว่าบ้าไปแล้วแน่ๆ มึงเป็นผู้ชายน่ะโว้ย ผมคิดในใจ



ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องที่ผมเข้ามาพักอยู่ ผมรีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่แบบลวกๆ ก่อนจะเดินออกไปเปิด เพื่อนๆ ของผมเดินมาหาผมพร้อมกับก้มลงมองสภาพเสื้อผ้าของผม ผมยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองก่อนจะชี้ไปที่เตียงที่อยู่กลางห้อง



“ไอ้เธียร มึงมาอยู่ห้องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” ไอ้พีชมันถามผม



“กูมาพัก และแม่งใครใส่ยาในแก้วแชมเปญว่ะ “ผมถามไอ้ราเชน มันหันมามองหน้าไปสไปส์



“ใคร!!!” ผมถามและมองหน้ามันสองคน



“กูใส่เอง และกูกะว่าจะให้น้องที่มาชงเหล้าดื่มแต่ดันมีคนมือดีหยิบมาและกูไม่คิดว่าจะเป็นมึงว่ะ” ไอ้สไปส์มันพูดก่อนจะให้พวกมันเดินเข้ามาด้านใน ผมปิดประตูลง พวกมันเดินมามอง น้องคนนั้นผล่อยหลับไปแล้ว ดูจากสภาพไม่ต้องบอกก็รู้ว่า น้องผ่านอะไรมา ใช่ผมมีอะไรกับเด็กคนนี้



“ไปเถอะว่ะ ก่อนนะที่จะมีใครมาเห็น มึงงานเข้าแน่ๆ และพ่อมึงเอาตายแน่ ไอ้เธียร” เพื่อนรักของผมพูด ผมก็เดินมาดู เห็นเด็กคนนั้นนอนอยู่ ก่อนจะหยิบแบ่งพันออกมาห้าใบและว่างเอาไว้ข้างๆ แต่กลัวว่าจะไม่พอ เลยหยิบเอาแหวนทองที่สลักชื่อและตัวย่อนามสกุลผมเอาไว้ให้หนึ่งวง วงนี้ก็ราคาเกือบแสนได้แล้ว จะไม่ให้ก็ไม่ได้ ไม่มีอะไรติดมือมาเลย และราคาหลักแสนจิ๊บๆ แค่บอกม๊าผมว่าผมทำหายแค่นี้ม๊าก็ซื้อให้ผมใหม่แล้ว



“โทษทีน่ะ นายดันซวยเอง” ผมพูดก่อนจะเดินไปหยิบทุกอย่างมือถือและกุญแจรถคันหรู ผมเดินออกไปกับเพื่อนๆ ผม ผมเห็นแพรวายืนหน้ามุ้ย กอดอกอยู่ ผมหันไปมองเพื่อนๆ ผม



“อย่าบอกเรื่องนี้กับแพรวาน่ะมึง กูไม่อยากนั่งตอบคำถามปัญหาอ่อนและนางคงได้โวยวายจนป๊ากูรู้ ม๊ากูน่ะไม่เท่าไหร่ พี่กูก็คงเฉยๆ แต่ป๊ากูเนี๊ยะ เอาเรื่องแน่ๆ ” ผมบอกราเชนและไอ้สไปส์และไอ้พีช มันสามคนก็พยักหน้ารับผม ผมเดินมาหาแพรวาก่อนจะฉีกยิ้มให้



“พี่ไปไหนมาคะพี่เธียร” แพรวาถามผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ



“พี่ไปนอนพักมาคะ พี่มึนหัวแต่ว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้ว แพรวาจะกลับเลยไหมคะ พี่จะได้ขับไปส่งที่บ้านค่ะ” " ผมบอกแพรวา



“เธียร มึงกลับไปเรียนเลยไหมว่ะ” ราเชนถามผม ผมกำลังเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษอยู่แต่ตอนนี้ ผมหนีมาพักร้อนกับเพื่อนๆ



“กลับเลยว่ะว่าจะบินไปเลยมะรืนนี้เลยว่ะ “พวกเพื่อนๆ ผม มันเลือกอยู่ช่วยงานพ่อแม่ดีกว่าไม่อยากเรียนต่อ ส่วนผมน่ะ ป๊ากับม๊าอยากให้ผมเรียนเพิ่มเติม เพื่อมาต่อยอดธุรกิจเหมือนพี่ๆ ของผม



“อะไรกันพี่เธียร พี่จะรีบกลับทำไมคะ” แพรวาเดินมาทำหน้าออดอ้อนถามผม



“แพรวาพี่ต้องกลับไปเรียนนี่ค่ะ” ผมบอกกับเธอ



“แพรวาอยากย้ายไปเรียนที่นั่นกับพี่เธียรอ่ะ แต่ป๊าไม่ยอม”



“ก็เรียนที่นี้ให้จบปริญญาตรีซะก่อนซิคะ และพี่ก็จบแล้วปีหน้านี่เองนะคะ และพี่ก็คงต้องกลับมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่พี่แล้ว” ผมบอกแพรวา เธอหันมามองผมแววตาเป็นประกาย เหมือนเธอซ้อนอะไรบางอย่างเอาไว้ แต่ผมหันมามองเพื่อนๆ ของผม ก่อนจะพยักพเยิดให้พากันออกไปดีกว่า



“แพรวาค่ะ ไปกันดีกว่าค่ะ พ่อแม่น้องจะโทรตามเอานะคะ” ผมบอกกับแพรวา เธอก็ต้องหน้ามุ้ยอีกครั้งก่อนจะยอมเดินตามผมออกไปแต่ว่าเธอต้องควงแขนผมไปด้วย ผ่านโต๊ะสาวๆ ที่มองผม เธอก็เบ้ปากใส่ ผมยอมรับว่าเธอสวยแต่นิสัยเธอไม่น่ารัก สมกับหน้าตาเท่านั้นเอง ทำให้ใครๆ ต่อใครเบือนหน้าหนี และทุกคนรู้จักเธอกันหมดว่าเธอคือลูกสาวคนเดียวของนักการเมืองดัง และแน่นอนไม่มีใครอยากงัดข้อกับพ่อของเธอ

TBC......
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.1 ครั้งแรกกับคนแปลกหน้าNC18+
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 21-02-2021 09:19:24
 :oo1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.2 ได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 21-02-2021 10:54:03
           

                   ผมชื่อนายกันต์ธีย์ ชื่อเล่นว่าบีม ผมเป็นลูกครึ้งไทยอังกฤษ พ่อผมเป็นนักวิทยาศาสตร์และแม่ผมเป็นคนไทย ผมไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับพ่อผมมากเพราะว่าแม่ไม่เคยเล่าอะไรให้ผมฟังเลย ตั้งแต่พ่อผมเสียชีวิตไป ผมเพิ่งจะอายุได้เจ็ดขวบและต่อมาแม่ผมก็ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี ที่ประเทศอังกฤษ ส่วนผมแม่ผมส่งผมมาอยู่ทีไทยตามลำพังและให้ผมมาเรียนที่ไทยจนตอนนี้ผมเรียนมหาวิทยาลัยปีทีสี่แล้ว คณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ แม่ผมได้แฟนรวยก็จริง แต่ผมรู้สึกว่าแม่ไม่ค่อยรักผม ผมไม่รู้ว่าทำไม เหมือนผมผิดปกติไม่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปยังไงก็ไม่รู้ เพราะว่าแม่ชอบย้ำกับผมเสมอว่า ถ้าไปมีอะไรกับผู้ชายต้องป้องกันน่ะ ห้ามให้เขาปล่อยในตัวผมโดยไม่ป้องกัน ผมเองก็ไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น เพราะว่าแม่ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก จนตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจในสิ่งทีแม่บอกผมแล้วและมันก็เกิดขึ้นแล้ว ในคืนนั้น คืนที่ผมโดนให้ไปชงเหล้าและผมก็ต้องดื่มตามที่ลูกค้าบอกผม ผมได้ค่านั่งดริ้งด้วย แต่มันไม่คุ้มกันเอาซะเลย กับอนาคตตของผมที่ต้องมาหยุดชงักกลางคันแบบนี้



“ฮึก ฮึก ฮึก” ผมนั่งร้องไห้ตรงหน้าไอแพตที่แม่ผมซื้อให้



“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วบีม ว่าให้แกป้องกันตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้ เป็นแบบนี้” แม่ด่าทอผมหนักหนาที่รู้ว่า



“ก็ผมไม่รู้ว่าผมจะซวยขนาดนี้นี่แม่ ฮือๆ” ผมร้องไห้



“โอ๊ย!!! แล้วนี่จะทำยังไงหา เรียนก็ยังไม่จบ ไอ้ค่าเทอมน่ะฉันก็ออกให้แต่นี่ดันมา ท้อง!! แถมท้องไม่มีพ่อเด็กอีก” แม่ผมพูด ผมหันไปมองที่หน้าต่างคอนโดที่ แม่ผมเป็นคนซื้อเอาไว้และให้ผมอยู่



“แม่ ผมขอโทษ ฮือๆ “ผมพูดไปร้องไห้ไป ผมจำหน้าคนนั้นแทบจะไม่ได้แต่ผมจำชื่อเขาได้ เขาชื่อเธียรวิชย์ แต่เพื่อนๆ เรียกว่าเธียร กันหมดแถมเป็นไฮโซที่มีชื่อเสียง และเขาคือคนแรกของผม ผมไปทำงานที่นั่นเพื่อหาเงินใช้ไปวัน วัน แม่ผมส่งให้แค่ค่าเทอมเท่านั้น เพราะฝรั่งเขาจะไม่ให้การช่วยเหลือมากเมื่อลูกอายุสิบแปดปี และให้ออกไปเผชิญโลกภายนอกแต่เพียงลำพังได้แล้ว



“แก่ต้องไปโทษพ่อแกนั้น ที่อุตริเอาแกไปทดลอง จนเป็นไง ได้มาเลยซิ ผู้ชายท้องได้ “แม่ผมพูด ผมปาดน้ำตาที่แก้ม



“แม่ แม่จะบอกผมว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่าพ่อผมเหรอครับแม่ ฮึก ฮึก”



“เอาล่ะ ฉันจะช่วยก่อน จนกว่าแกจะคลอดน่ะ” แม่บอกผม ผมพยักหน้า ผมคงทำอะไรมากไปไมได้แล้ว และผมก็ไปตรวจเลือดจากโรงพยาบาลมา มันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่าผมท้องแน่ๆ นอน



“แต่ลูกแกออกมาแกต้องเลี้ยงเองน่ะ ฉันไม่ช่วยเลี้ยงน่ะ ฟิลิปส์เขาจะพาฉันไปเที่ยวรอบโลก ฉันไม่นั่งเป็นคุณย่าคุณยายของแกหรอกน่ะ บีม” แม่ผมพูด ผมพยักหน้าเบาๆ พร้อมๆ กับปาดน้ำตาไปด้วย



“แค่แม่ช่วยผมก่อน ผมจะกลับไปเรียนให้จบครับแม่” ผมพูด



“ก็ไปฝากท้องให้เรียบร้อยแล้วกัน”



“แค่นี้น่ะบีม แม่จะรีบออกไปทานอาหารค่ำกับคุณฟิลิปส์เขา “แม่รีบบอกผมก่อนจะกดวางสายไปก่อน ผมนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องนอน ผมอยากอรู้ว่าทำไมผมถึงได้ท้องได้ พ่อทำอะไรกับผม ผมสะอึกสะอื้น ร้องไห้อยู่คนเดียว จนกระทั่งเสียงกริ่งดังขึ้น ผมปาดน้ำตาที่แก้มก่อนจะเดินออกไปดูที่ช่องเล็กๆ เพื่อดุว่าใครกันที่มาหาผมที่นี้ และผมก็เปิดประตู



“เป็นไงมั้งมึง “เพื่อผมเอง ฟิล์ม เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายแล้วและเข้ามาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ผมเปิดประตูให้ฟิล์มเข้ามาในห้อง ผมยืนมองฟิล์มที่ปิดประตูลงเบาๆ



“กูไม่ถามน่ะว่ามึงโอเคไหม บีม เพราะว่าเป็นใครก็ไม่โอเคหรอกว่ะ” ฟิล์มบอกผม ผมปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาอยู่ตลอด ผมอ่อนแอเหลือเกิน 



“หมับ” ฟิล์มเข้ามากอดผมแน่นๆ



“แต่กูจะอยู่ข้างๆ มึงบีม “ฟิล์มพูดพร้อมกับจับไหล่ผม



“มึงกินอะไรหรือยังว่ะ บีม” ฟิล์มถามผม ผมสั่นหัวไปมา



“กูซื้อโจ๊กมาให้มึงกินว่ะ กินอะไรสักหน่อยน่ะบีม อย่างน้อยมึงก็มี สิ่งที่เรียกว่าเลือดเนื้อของมึงอยู่ในท้องมึงน่ะ เขาไม่รู้เรื่อง “ฟิล์มพูดก่อนจะผลักผมเข้าไป ฟิล์มพาผมไปนั่งในห้องครัวเล็กๆ ก่อนจะเดินไปหยิบชามเพื่อเทโจ๊กลงในชามเซรามิกซ์ก้นลึกให้ผม ผมก็รับมาและนั่งมองมัน



“อ้าว!! มองแล้วท้องมึงจะอิ่มไหมบีม กินดิวะ สงสารหลานกูหน่อยเถอะ “ไอ้ฟิล์มพูด ผมก็ตักมาแค่ปลายช้อน ทำท่าจะทานแต่ว่าพอช้อนแตะเข้าไปเท่านั้นแหละ



“อึก อึก อึก” อาการมาทันที ฟิล์มมันมองผมด้วยอาการตกใจ “เฮ้ย!! บีม” ผมก็รีบลุกพรวดและวิ่งตรงปรี่เข้าไปในห้องน้ำทันที ได้ผลผมก็ตอ้งอาเจียนออก ทั้งที่ไม่มีอะไรจะออกมาอยู่แล้ว ทำไมมันถึงได้ทรมารมากขนาดนี้น่ะ



“บีม” ฟิล์มเดินมาเอามือลูบหลังผมเบาๆ ผมยกมือว่าผมโอเค ผมค่อยๆ ลุกขื้นยืน หันมามองหน้าเพื่อนรักของผม



“กูมานอนเป็นเพื่อนมึงน่ะ บีม เห็นมึงแบบนี้กูสงสารมึงว่ะ” ฟิล์มบอกผม ผมพยักหน้าเพราะว่าตอนนี้ผมคงไม่มีทางเลือกมากหนัก ผมเดินออกไปเพื่อนไปดูยาที่หมอให้มาทานลดอาการคลื้นไส้อาเจียน



“บีม อาจารย์กันตภณ เขาถามหามึงว่ะ ดูสีหน้าเขาเป็นห่วงมึงมากเลยว่ะ บีม” ฟีล์มบอกผม ผมหันไปมองหน้ามัน ผมยอมรับว่าอาจารย์กันตภณ พยายามจะช่วยเหลือผม และผมก็รับรู้ได้ว่าเขาอยากช่วยเหลือผมเพราะอะไร ผมเองก็รู้สึกหวันไหวแต่ว่าตอนนี้ ผมไม่คู่ควรกับเขาแล้ว ผมรู้ว่า อาจารย์กันตภณ เป็นน้องชายคนเล็กของมหาเศรษฐีย์ ที่มีโรงเรียนอินเตอร์แถมมีสาขามากมายอีกต่างหากและเขาก็ยังมีหน้ามีตาในสังไฮโซ และอาจารย์เขาก็เป็นถึงรองศาสตราจารย์ และเป็นรองอาจารย์ภาคเรียบร้อยแล้ว แถมใกล้จะจบปริญญาเอกเร็วๆ นี้ แค่ผมคิดน้ำตาก็เอ่อออกมาทันที



“ปึก “มือผมปัดกล่องสี่เหลี่ยมกำมะหยี่ร่วงลงไป มีบางสิ่งกระเด็นหลุดออกมาจากกลอ่งนั้น กลิ้งไปหยุดที่ตรงเท้าของฟิล์ม และฟิล์มก็รีบก้มลงหยิบขึ้นมาดูก่อนจะส่งให้ผม มันคือแหวน แหวนวงนี้มันอยู่กับเศษเงินคนที่ทำให้ผมต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้ และเขาคงคิดว่ามันจะเยียวยาผมได้ซิน่ะ สภาพจิตใจผมตอนนี้ แถมมันยังเป็นพ่อของเด็กในท้องผมด้วย



“ใครวะ เธียรวิชย์ ด. “ฟิล์มเอ่ยถามผม ผมก็มองหน้าฟิล์มก่อนจะส่ายหัว ผมเองก็ไม่อยากรู้ว่ามันคือใคร ไอ้คนที่ทำให้ผมต้องมาแบกภาระที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แถมมันก็คิดจะรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น



“นี้มึงโดนแม่มึงด่ามาอีกแล้วเหรอว่ะ เรื่องที่มึงท้องน่ะ” ฟิล์มนั่งลงบนเตียงนอนของผม ผมพยักหน้าว่าใช่



“แม่มึงเขาไม่รักมึงจริงๆ เหรอว่ะ กูไม่อยากเชื่อเลยว่ะ”



“กูก็ไม่อยากเชื่อว่ะ ถ้าแม่รักกู เขาคงไม่ส่งกูมาอยู่คนเดียวที่นี้หรอกและ ที่เขาให้กูอยู่กับเขาเพราะว่ากูเป็นแบบนี้ไง และพ่อเลี้ยงก็เป็นคนมีเงินมึงเข้าใจป่ะ เขาก็คงกลัวอายถ้ารู้ว่ากูเป็นแบบนี้ แบบที่กูไม่อยากได้อ่ะ “ผมพูดก่อนจะเดินออกไปจากห้อง



“กูว่าจะลงไปซื้อะไรมาเอาไว้ดื่มว่ะ อาหารทานไม่ได้อย่างน้อย นมก็ยังดีว่ะ” ผมหันไปบอกฟิล์มก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าสตางค์ ไอ้ฟิล์มมันรีบเดินตามผมมาติดๆ ทันที



“ไปด้วย เดี๋ยวเกิดมึงไปเป็นลมเป็นแล้งที่ไหนใครจะช่วยมึงว่ะ” ฟิล์มบอกผม ผมพยักหน้าก่อนจะหันมาปิดประตู และผมก็ต้องตกใจที่หันมาเจอคนที่ผมเห็นหน้าเขาตลอดที่ผมต้องมานั่งอยู่กับเรื่องแย่ๆ แต่ว่าผมตอนนี้



“บีม!!” อาจารย์กันตภณ หรืออาจารย์กัน เขาเป็นอาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของผม ผมหันมามองฟิล์ม เพราะว่าผมไม่เคยบอกอาจารย์เลยว่า ผมพักอยู่ที่ไหนแต่นี้เขากลับมาถูกได้ยังไง



“อาจารย์ถามกูน่ะบีม กูเห็นอาจารย์เขาเป็นห่วงมึงมากเลยบอกว่ะ” ฟิล์มสารภาพกับผม



“ทำไมไม่ไปมหา’ ลัย มีเรื่องอะไรบีม” อาจารย์กันถามผม ผมก้มหน้าลงไม่กล้าสู่หน้าอาจารย์หนุ่มรูปหล่อ



“เอาอย่างนี้ไหมบีม กูไปซื้อให้ว่ะ นมน่ะ มึงจะได้คุยกับอาจารย์ว่ะ และเพื่อว่าอาจารย์อาจจะช่วยอะไรมึงได้ว่ะ” ฟิล์มเป็นฝ่ายขอตัวลงไปซื้อของให้ผมแทน ผมเงยหน้าขึ้น น้ำใสๆ มันไหลเออ ออกมาและคนที่ยืนตรงหน้าผม กลับใช้นิ้วโป้งปาดมันออกไปอย่างไม่นึกรังเกียจสักนิดก่อนจะควักผ้าเช็ดหน้าออกมาซับให้ผมอีกที



“ไปคุยกับพี่” อาจารย์กันตภณบอกผม แต่แทนตัวเองว่าพี่



“เพื่อว่าคำว่าพี่ชาย อาจจะทำให้บีมอยากคุยกับพี่มากกว่าคำว่าอาจารย์ “อาจารย์กันตภณบอกผมพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นเสมอ ผมเดินกลับเข้าไปในห้องของผม ผมเดินไปหาที่นั่งที่โซฟา อาจารย์กันตภณนั่งลงข้างๆ ผม



“ผมจะทำเรื่องขอดร๊อปการเรียนเอาไว้ก่อนนะครับ พี่กัน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เบามาก ผมรู้ว่ามันอาจจะทำให้คนฟังผิดหวังในตัวผม



“ทำไมล่ะบีม บีมมีปัญหาเรื่องเงิน เรื่องค่าเทอมหรือไง พี่ช่วยได้น่ะ” อาจารย์กันตภณรีบบอกผม พร้อมกับกุมมือผมเอาไว้ ผมเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา



“ไม่ใช่ครับ แต่ผมมีปัญหาเรื่องอื่น และมันก็มีผลกับการไปเรียนของผ” " ผมบอกเขา อาจารย์กันตภณมองหน้า เขาไม่เข้าใจ อย่าว่าแต่เขาเลย ผมเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลยว่ามันเกิดขึ้นกับผมได้ยังไงและนี่ผมควรจะบอกเขาดีไหม



“เรื่องอะไรหรือบีม มันร้ายแรงหรือไง บอกพี่ได้ไหม เพื่อว่าพี่จะช่วยได้ พี่อยากให้เราเรียนให้จบพร้อมเพื่อนๆ และที่สำคัญ เราก็เรียนเก่งมาตลอดน่ะบีม”



“พี่กันถ้าผมบอกพี่แล้วพี่อาจจะไม่อยากมาเจอผมอีกก็ได้น่ะ “ผมพูดกับอาจารย์



“บอกพี่เถอะ พี่ว่าเราพอจะเดาได้ว่าทำไมพี่ถึงอยากช่วยเรา พี่ยอมรับว่าพี่ สนใจเรา และคิดกับเรามากกว่าลูกศิษย์” อาจารย์กันตภณบอกผม ผมหันไปมองทางอื่นก่อนจะปาดน้ำตารตัวเอง และหันกลับมามองใบหน้าอันหล่อเปล่าของอาจารย์ จะว่าไป เขาก็มีหน้าตาละม้ายคล้ายให้คนที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้



“พี่กัน ผม ท้องอ่ะครับ” ผมพูด



“ห๊ะ!! เดี๋ยวน่ะ พี่ได้ยินผิดไปหรือเปล่าบีม” อาจารย์กันตภณพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจมากถึงมากที่สุดที่ได้ที่ผมพูดออกไป



“ผมท้องจริงๆ ครับ ฮือๆ ผมท้องอ่ะครับ และผมก็ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ฮือๆ ผม “ผมพูดพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาทันที



“หมับ” อาจารย์กันตภณเข้ามากอดผมทันที เขาคงรับรู้ได้ว่าผมตัวสั่นแค่ไหน ผมเสียใจมาก



“มันเกิดขึ้นได้ยังไงบีม” อาจารย์กันตภณถามผม พร้อมกับเอามือลูบหัวผมเบาๆ



“ผม ฮือๆ ผมไม่รู้อ่ะ ทำไมผมถึงได้ซวยขนาดนี้ อ่ะ ฮือๆ “ผมพูดไปร้องไห้ไปด้วย



“แล้วใครทำแบบนี้กับเรา บีม” อาจารย์กันตภณถามผม



“ผมไม่รู้ครับ “ผมตอบอาจารย์ อาจารย์กันตภณถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันทันที



“ผมมีอะไรกับใครผมเองยังไม่รู้เลยครับ เพราะว่าผมโดนเขาเอายาใส่ในเครื่องดื่ม ที่ผับที่ผมไปทำงาน และผู้จัดการเขาให้ผมไปเป็นคนชงเหล้าให้ เขาก็พยายามให้ผมดื่ม ดื่ม และสุดท้ายผมรู้สึกเหมือนผมร้อนรุ่มและผมก็เดินออกไปเพื่อจะไปห้องน้ำแต่ผมก็หลงไปไหนก็ไม่รู้ และจู่ๆ ก็มีคนมาดึงผมเข้าไปในห้องและมันก็ทำแบบนั้นกับผม ฮือๆ “ผมพูดไปร้องไห้ไปด้วยอีกครั้ง



“เราตรวจดีแล้วเหรอว่าเราท้อง “อาจารย์กันตภณถามผม



“ครับ เพราะว่าผมไปตรวจที่โรงพยาบาลเมื่อวานอ่ะครับ “ผมบอกอาจารย์กันตภณ เขาก็มองหน้าผม



“ไอ้ฟิล์มมันเห็นผมอาการไม่ค่อยจะดี มันเลยให้ผมไปตรวจอย่างละเอียดและเขาก็จับผมตรวจเลือดตรวจทุกอย่าง จนสุดท้ายเขาบอกผมว่าผมตั้งครรภ์ เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ”



“เรื่องมันเกิดนานหรือยังบีมที่เราไปมีอะไรกับใครน่ะ”



“เกือบจะสามเดือนแล้วครับ ตอนนี้เด็กในครรภ์จะสามเดือนแล้วครับ พี่กัน”



“ฟู่!!” เสียงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ของอาจารย์กันตภณ อาจารย์กันตภณจับไหล่ผมและมองหน้าผม



“พี่แนะนำว่าขอดร๊อปแค่เทอมนี้น่ะ และกลับไปเรียนซะ อย่างน้อย บีมก็ควรจะจบปริญญาตรี เพื่อจะได้ดูแลเขาได้” อาจารย์กันตภณบอกผม ผมก็เงยหน้ามองเขา







“ตอนนี้มีอะไรให้พี่ช่วย พี่ช่วยเราเต็มทีน่ะ แล้วนี่ไปฝากท้องหรือยัง” อาจารย์กันตภณถามผม ผมสั่นหัวไปมา



“ผมไม่กล้าไป ผมกลัว ยิ่งสายตาที่เขามองผมแต่ล่ะคนมันแปลกประหลาดอ่ะครับพี่กัน”



“เราต้องไปหาหมอเพื่อตรวจดู และฝากครรภ์เหมือนเช่นผู้หญิงคนอื่นๆ เขาทำกันบีม เพราะนี้คือความปลอดภัยของเราและเด็กที่ไม่รู้ในสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นมา และพี่นี้ เต็มใจน่ะ ถ้าจะให้พี่ รับเป็นพ่อเด็ก” ผมถึงกับเงยหน้ามองอาจารย์กันตภณ เขากล้าที่ทำแบบนี้ได้ยังไงทั้งที่เด็กนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาเลย ถึงยังไงผมก็ทำไมได้อยู่ดี เพราะว่ามันไม่ยุติธรรมกับอาจารย์เขา



“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่อยากรู้สึกผิด มากไปกว่านี้ “ผมพูด



“พี่เต็มใจ”



“ช่วยผมด้วยวิธีอื่นจะดีกว่า แบบนี้มันไม่ใช่อ่ะครับ ถ้าวันที่พี่เจอคนที่เหมาะกับพี่ พี่จะเสียใจนะครับ ผมขอร้องและผมเองก็จะรู้สึกผิดมากๆ “ผมพูดกับอาจารย์เขา อาจารย์กันตภณมองหน้าผม



“เออ พี่มีเพื่อนเป็นหมอน่ะ เขาเปิดโรงพยาบาลอยู่ ไม่ไกลจากนี้มากและพี่พอจะพูดกับเขาได้ ไปหาเขาแล้วกันน่ะ และถ้าต้องไปหาหมอไม่มีใครพาไป บอกพี่น่ะ พี่พาไป “ผมก็มองอาจารย์กันตภณ ทำไมเขาดีกับผมขนาดนี้ และเสียงประตูเปิดเข้ามาโดยฟิล์มและ เป๊กซ์ และใบชา เพื่อนในกลุ่มของผม แต่ละคนยกมือไหว้อาจารย์กันตภณกัน



“สวัสดีครับอาจารย์”



“สวัสดี มาเยี่ยมเพื่อนกันเหรอ” อาจารย์กันตภณหันไปถาม



“ครับ “เพื่อนๆ ผมตอบพร้อมกัน



“นี้เอานามบัตรของพี่ไปน่ะและพี่จะโทรไปคุยให้ก่อน แต่ถ้าเราจะให้พี่ไปเป็นเพื่อนบอกพี่ได้น่ะ พี่ยินดี พี่ยินดีทำมากกว่านั้น แต่พี่อยากให้เราเต็มใจให้พี่ทำตามที่พี่ได้เสนอเราไป” อาจารย์กันตภณบอกผม เพื่อนๆ ของผมยืนมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ



“นี้นามบัตรของพี่น่ะบีม เก็บเอาไว้ และถ้าบีมมีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดเวลา “อาจารย์กันตภณพูดก่อนจะลุกขึ้น ผมได้แต่มองอาจารย์กันณภณจนเขาเดินออกจากห้องผมไป ผมก้มลงมองที่นามบัตรนั้น ผู้ช่วยศาสตราจารย์กันตภณ เดชาวชิรภังกุลชร คณะเศรษฐศาสตร์ ผมวางนามบัตรของอาจารย์กันตภณลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมผม



“อาจารย์เขาจะช่วยอะไรมึง  มึงก็รับไว้เถอะบีม ตอนนี้มึงไม่ต่างจากตัวคนเดียวเลยว่ะ แม่มึงก็แทบจะไม่มาดูดำดีมึงเลย มีแต่ส่งเงินมาให้ใช้ “เป็กซ์นั่งลงข้างๆ ผม



“มึงมันซวยอะไรเบอร์นี่ว่ะ กูยับไม่อยากจะเชื่อเลยน่ะ” ใบชาพูด เพื่อนๆ ผมหันไปพร้อมกับทำท่าจะตบหัวใบชากันคนล่ะที



“ปากมึงเหรอไอ้ชา”



“เรียกกูใบชาเถอะ ไอ้ชามันดูเถือนๆ ว่ะ” ใบชาพูด ผมหันไปมองของที่ฟิล์มซื้อมาให้ผม เป็นนมสดรสต่างๆ



“มึงควรจะบำรุงให้มากๆ ว่ะ เพราะว่า เด็กน่ะดูดแคลเซียมจากมึงไปเยอะน่ะ อันนี้พี่สาวกูบอกมาอีกทีว่ะ” ฟิล์มบอกผม ฟิล์มมีพี่สาวสองคน คนโตแต่งงานแล้วมีลูกสองคนแล้ว เหลือแต่คนที่สอง ที่ยังทำงานอยู่ ผมพยักหน้าก่อนจะรับนมมาดื่มเข้าไป



“พรุ่งนี้ไปฝากท้องได้แล้วนะมึง เพื่อจะได้วิตามินมาทาน อันนี้พี่สาวกูก็บอกมาด้วย และมึงควรจะต้องตรวจคัดกรองอีกหลายอย่าง ช่วงก่อนไตรมาสแรกอ่ะบีม “ฟิล์มอธิบายกับผม ผมก็ต้องเลิกคิ้วสูง



“อย่าถามกูเลย กูรู้แค่นี้”



“ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนไหมว่ะ” เป็กซ์เอ่ยปากถามทันที ผมเงยหน้าขึ้นมองทุกคน ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ผมเองก็ไม่กล้าให้อาจารย์กันตภณไปกับผมแน่นอน มันอาจจะทำให้อาจารย์เขาเสียภาพหลัก ยิ่งเป็นถึงรองศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยด้วยแล้วผมยิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่ ไม่กล้าไปดึงให้อาจารย์ลงมาแปดเปื้อนกับผม



TBC......

   คนแต่งมาฝากไว้อีกตอนนะคะ ขอมาอีกทีอาทิตย์หน้านะคะ วันเสาร์ เรื่องนี้จะอัพให้ทุกวันเสาร์ คนแต่งไม่ค่อยมั่นใจนิยายแนวนี้เท่าไหร่ แต่ส่วนตัวชอบอ่านค่ะ เลยเขียนดูบ้าง มีข้อติชมไรท์ได้นะคะ ยินดีนำมาปรับปรุงค่ะ 
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.2 ได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจ
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 21-02-2021 14:44:48
 :hao5:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.2 ได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจ
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 21-02-2021 22:52:52
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.3 ลูกโซ่ดวงใจพ่อบีม
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 22-02-2021 10:38:01
Part’ s กันต์ธีย์ วันนี้เป็นวัดนัดตรวจครรภ์ครั้งที่สองของผมกับหมอภีมปภพ พี่หมอเขาที่เป็นเพื่อนของอาจารย์กันตภณ ครั้งแรกผมได้ตรวจคัดกรองหลายอย่าง ตรวจเลือด และต้องทำอัลตราซาวน์ดูลูกน้อยในครรภ์ของผมตอนสิบสองสัปดาห์ แต่ผมยังไมได้เจอกับคุณหอมภีมปภพ หมอเขามีเครสผ่าคลอดด่วน ตอนนี้ผมก็ได้ผ่านไตรมาตแรกมาแล้วด้วย ตอนนี้เข้าสู่ไตรมาสที่สอง และอายุครรภ์ของผมก็เข้าไปสิบหกสัปดาห์แล้ว และเป็นสิบหกสัปดาห์ที่เราอยู่ด้วยกันมา มีทะเลาะกับชักโครกบ้างก็ไอ้อาการแพ้ท้องของผมนี่แหละ หนักขึ้นบ้างเป็นบางวันไม่ทุกวันเหมือนตอนก่อนสิบสองสัปดาห์แรกและผมยังนับว่าโชคดี ที่เพื่อนๆ ผมผลัดกันมาอยู่ด้วย แล้วนี่ผมจะคลอดยังไง ผมเองคิดไม่ออกเลย ไม่อยากคิดแค่คิดก็จะพาเอาผมนอนไม่หลับ ส่วนแม่ก็โทรทางไกลมาถามข่าวคราวบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะถามว่าผมเจอตัวคนที่มันทำให้ผมท้องหรือยัง ใครจะไปหามันเจอ ชื่อเธียรวิชย์ ไม่ได้มีแค่คนเดียว ผมไปถามพี่คนที่ทำงานที่ผับคืนนั้น เขาก็บอกว่าไม่รู้จักกันทั้งนั้น แปลกมาก ทั้งที่พวกพี่เขาเป็นพวกไฮโซ แต่กลับไม่มีคนรู้จัก และพฤติกรรมพวกพี่ๆ ที่ผับเขาก็เหมือนกับมีลับคมคมในกันยังไงก็ไม่รู้ ผับนั้นผมเพิ่งจะไปทำวันแรกซะด้วยเลยยังไม่สนิทกับใครมาก



//บีม วันนี้หมอนัดใช่ไหมครับ/// อาจารย์กันตภณ เป็นคนที่คอยโทรถามผมบ่อยกว่าแม่ของผมซะอีก รองลงมาก็คือเพื่อนๆ ผม ส่วนแม่ผมส่วนมากจะส่งข้อความมาถามมากกว่า



//ครับ พี่กันรู้ได้ยังไงครับ// ผมถามอาจารย์กันตภณกลับทันทีด้วยความแปลกใจ



//ก็หมอภีมเขาเป็นเพื่อนกับพี่นี่ครับบีม และพี่ก็โทรไปถามเกี่ยวกับเรากับหมอภีมมาด้วย หมอภีมเลยบอกพี่มานะครับ”



//ครับพี่กัน// ผมตอบอาจารย์กันตภณด้วยน้ำเสียงที่เบามาก



// พี่เจอเพื่อนๆ เราน่ะและเขาบอกกับพี่พวเขามีสอบกันน่ะวันนี้ /// อาจารย์กันตภณพูดขึ้น มันทำให้ผมต้องเงียบไปชั่วขณะ



// เดี๋ยวพี่พาเราไปหาหมอเองน่ะ พี่ไม่มีสอนตอนบ่าย // อาจารย์กันตภณรีบบอกผม



// อย่าปฏิเสธพี่น่ะ บีม เพื่อนเราบอกว่าช่วงนี้เราทานไม่ค่อยได้ อาเจียนก็บ่อยขึ้น พี่กลัวว่าเราจะไปเป็นลมกลางทางไม่มีใครช่วย และพี่บอกเราว่าพี่อยากดูแลเรา //



//พี่กันสงสารผมเหรอครับ//



//พี่ว่าเรารู้คำตอบดีว่าทำไม ไม่ใช่แค่คำว่าสงสารนะบีม พี่มีมากกว่านั้น// อารจารย์กันตภณพูด มันทำให้ผม ก้มลงมองสิ่งทีผมถือไว้อยู่ แหวนไอ้คนที่ทำให้ผมท้องลูกของมัน มันจะรู้ไหมว่าผมนี้เป็นยังไงบ้าง กับการกระทำของมันวันนั้นน่ะ ไอ้คนเห็นแก่ตัว ไอ้ไม่มีความรับผิดชอบ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย (เออ ผมก็ผู้ชายนี้ หว่า ฮึกๆ) ไอ้ ไอ้  นึกคำด่าไม่ออกแล้ว



//พี่ขับรถออกมาจากมหา’ลัยแล้วบีมและใกล้จะถึงแล้วด้วย น่าจะสิบห้านาทีได้ //อาจารย์กันตภณบอกผม



//ผมลงไปรอพี่ที่ชั้นล่างดีกว่าน่ะครับ” ผมพูด ผมหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตมาสวมทับ ท้องผมดูแทบจะไม่ออกมาว่าผมท้อง ถ้าไม่สังเกตดีดี ท้องแรกก็แบบนี้แม่ผมพูด ผมก้มลงมองท้องน้อยๆ ของผม มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในนั้น ผมหันไปมองรูปพ่อของผม ดร.เจมิสัน เบน กิบสัน เมื่อนผมชื่อ เจมี่ กันต์ธีย์ กิบสัน แต่พอแม่ผมส่งผมมาอยู่ไทย เอาชื่อผมเข้าทะเบียนบ้านไทยก็สลับเอาชื่อกลางมาเป็นชื่อจริงให้ผมแทน ส่วนบีมนี้เป็นชื่อเล่นที่คุณยายผมเรียกเวลาที่ผมมาอยู่ไทย และชื่อนี้เลยเป็นชื่อที่ทุกคนเรียกผมจนติดปาก



//บีม พวกกูกำลังสอบแต่จะทำเวลาน่ะ จะรีบไปดูหน้าหลานว่ะ กูไปเจอมึงที่โรงพยาบาลเลยนะบีม ปล. กูขอโทษว่ะที่ต้องบอกอาจารย์กันตภณเป็นคนพามึงไปแทนพวกกู แล้วเจอกันน่ะ // ไอ้ฟิล์มมันส่งข้อความหาผม



“มันไม่ยุติธรรมกับเขาไงมึง ที่ต้องมาทำหน้าที่แบบนี้ ในสิ่งที่เขาไม่ได้เป็นคนทำ “ผมพูดกับโทรศัพท์ของผมก่อนจะเดินออกจากห้อง ผมหันมาจับโซ่ที่คล้องประตูเอาไว้ออก ผมยืนเพ่งมองมันอยู่พักหนึ่ง โซ่คล้องประตู เพื่อนป้องกันไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในห้องได้ ลูกในท้องก็เหมือนสิ่งที่จะปกป้องหัวใจของผมที่แตกสลายให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้



“ลูกโซ่ พ่อจะให้เจ้าชื่อว่าลูกโซ่นะครับ” ผมก้มลงพูดกับน้องน้อยๆ ของผม



“อุ้ย!” ผมรับรู้ได้ว่ามีบางสิ่งที่กระทุ้งแต่ไม่แรงเพราะว่าน้องยังเล็กมากแต่ผมก็รู้สึกได้ว่าเขาดิ้น



“แสดงว่าชอบชื่อนี้ใช่ไหมครับ ไปหาหมอกันน่ะ ดูซิว่า ตัวแสบของพ่อ ตัวโตขึ้นบ้างไหม พ่อจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” ผมพูดกับตัวเล็กของผมในท้องน้อยๆ ผมเดินออกมาก็เจอเพื่อนบ้านเขาก็ยิ้มทักทายผม ผมก็ยิ้มทักทายตอบ ผมอยู่ที่คอนโดนี้มานานมาก เพราะว่าแม่ผมซื้อเอาไว้ให้ ผมเดินลงถึงชั้นล่างของคอนโดของแม่ผม ผมก็ก็เจออาจารย์กันตภณ



//แล้วนายไปทำอีท่าไหนให้พ่อเขาโกรธขึ้นมาล่ะถึงได้ ล๊อกบัตรเครดิตนายเข้า เออ อาจะคุยให้แล้วกัน แต่แม่ของนายยังคุยไม่ได้แล้วอาล่ะ เอาน่ะก็ทำตามที่พ่อนายสั่ง เรียนให้จบภายในปีนี้และกลับมาช่วยเขาได้แล้ว นายก็รู้ว่าพ่อนายดุ นายยังเกเรอีก แค่นี้ก่อนน่ะเพราะว่า อามีธุระ อืมม บายครับ// อาจารย์กันตภณพูดกับคนปลายเหมือนจะหัวเสียหน่อยๆ ก่อนจะวางสายไป เขาหันมายิ้มให้ผม ผมก็ดินหันซ้ายแลขวา กลัวคนมองมาที่ผม



“เป็นอะไรไปน่ะบีม” อาจารย์กันตภณภามผม ก่อนจะมองตามที่ผมมอง



“ไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก ใส่เสื้อตัวใหญ่ขนาดนี้ พี่เองยังดูเราไม่ออกเลยน่ะ” อาจารย์กันตภณพูดปนหัวเราะ



“อันที่จริงพี่ไม่น่าลำบากมาเลยน่ะ “ผมพูดขึ้นพร้อมกับทำสีหน้ารู้สึกผิด



“พี่เต็มใจอยากจะช่วย ให้พี่ช่วยน่ะ เพราะว่าเราเป็นเด็กดี เป็นเด็กตั้งใจเรียน พี่เสียดาย และพี่ก็รู้สึกดีกับเรามากๆ พี่จึงอยากยื่นมือเข้ามาช่วย “อาจารย์กันตภณพูด



“พี่ขอน่ะครับ อย่าพูดว่าพี่ไม่น่าลำบากมาเลยอะไรแบบนี้ พี่เสียกำลังใจ นะครับบีม” อาจารย์กันตภณพูดกับผมก่อนจะผายมือให้ผมเดินไปพร้อมๆ กับเขา ผมเดินที่รถเก๋งคันหรู หรูมากจริงๆ อาจารย์กันตภณหันมามองหน้าผมพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นเสมอ



//บีมถึงโรงพยาบาลหรือยัง พวกเราสอบเสร็จแล้ว” มะนาวเพื่อนสาวของพวกผม ตัวจะอวบๆ น่ารักๆ



// ใกล้จะถึงแล้วมะนาว// ผมส่งข้อความกลับไปหามะนาว อาจารย์กันตภณ หันมามองผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น



//พวกเรานั่งรถแท็กซี่ไปเลย เจอกันบีม” มะนาวบอกผม ผมนั่งเอามือลูบท้องตัวเองเหมือนกำลังปลอบโดยเด็กน้อยในครรภ์ของผมอยู่ ไม่เป็นไรน่ะถ้าเจ้าจะมีแค่ พ่อคนเดียวไม่ได้มีครบเหมือนคนอื่นๆ เขา สายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ขณะที่รถจอดรอไฟแดงอยู่ และจังหวะที่ผมหันมาก็ต้องสุดเพราะว่าอาจารย์กันตภณเข้าหันมามองจ้องผมอยู่ แววตาที่ดูอบอุ่นคู่นั้น



“พี่จะไม่พูดว่าบีมต้องเข้มแข็งให้มากๆ บีมอ่อนแอได้ บีมร้องไห้ได้ และพี่นี่จะอยู่ข้างๆ บีมแทนเสมอ” พี่กันตภณพูดพร้อมกับใช้นิ้วมือจับปลายคางของผม ให้หันไปมองหน้าเขา อาจารย์กันตภณเอี่ยวตัวมาหาผม เหมือนกับว่าเขาทำท่าว่าจะจูบผม ซึ่งโดยปกติอาจารย์เขาไม่เคยแสดงแบบนี้กับผมเลย



“ปื้นนน!” เสียงแตรรถคันหลังบีบดังลั้นถนน ตอนนี้เขียวแล้วทำให้อาจารย์กันตภณต้องหันเปลี่ยนเกียร์รถยนต์และขับตรงไปทันที ผมได้แต่นั่งกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ก่อนจะหลุบตาลงมองที่พื้นแทน ผมไม่กล้าหันไปสบตากับอาจารย์เขาเลย จนกระทั่งรถมาจอดที่สำหรับจอดรถของคนไข้



“บีม” จังหวะที่ผมทำท่าจะเปิดประตูออกไป อาจารย์กันตภณเรียกผมเอาไว้ ผมจึงชงักเท้าก่อนจะหันมามองหน้าอาจารย์กันตภณ



“พี่ขอโทษ ที่พี่”



“” ไม่เป็นไรครับ พี่กัน ผม เออ ผม ขอโทษนะครับ ถ้าผมจะบอกว่าผมยังไม่พร้อมจะรับมือกับเรื่องอื่นๆ ตอนนี้ผมต้องโฟกัสที่เรื่องลูกในท้องผมก่อนนะครับ”



“ครับพี่เข้าใจ พี่รอได้” อาจารย์กันตภณพูด ผมหันไปส่งยิ้มให้เขา ผมกับอาจารย์เดินเข้าไปในโรงพยาบาล เพื่อนของอาจารย์เขาเป็นแพทย์ที่นี้และโรงพยาบาลนี้เป็นของครอบครัวพี่เขา โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลเอกชน



“สวัสดีครับ ผมรองศาสตราจารย์กันตภณครับ”



“ขอโทษนะคะ ใช่คนไข้ที่มาพบคุณหมอภีมปภพ หรือเปล่าคะ”



“ใช่ครับ”



“เดี๋ยวรบกวนนั่งรอสักครู่นะคะ คุณหมอแจ้งไว้แล้วว่าถ้าคนไข้มาให้ส่งเข้าไปที่ห้องตรวจได้เลยค่ะ แต่ว่าตอนนี้คุณติดคนไข้ก่อนหน้าคุณนัดหนึ่งคน เดี๋ยวคนไข้คนนั้นออกมาแล้วจะเดินไปเรียกนะคะ” พยาบาลหน้าห้องแจ้งผมสองคน ผมหันมามองหน้าอาจารย์กันตภณ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ที่มีแต่คนท้องนั่งอยู่ ตอนนี้เหงื่อผมเริ่มไหล ผมเริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ



“หมับ” ข้อมือของผมถูกใครสักคนจับเอาไว้เพราะว่ามันเริ่มสั่น ผมหันไปมองคนที่จับมือผมเอาไว้



“หายใจลึกๆ บีม พี่เชื่อว่าบีมก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้พ่อแม่คนอื่น “อาจารย์กันตภณพูดกับผม มันทำให้รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผมทันที ผมเดินไปหาที่นั่ง และก็ชะเง้อคอมองเพื่อนๆ ของผมว่ามาถึงกันหรือยัง



“คุณกันต์ธีย์ค่ะ เชิญที่ห้องตรวจได้เลยค่ะ “พยาบาลเดินออกมาเรียกชื่อผม แต่ว่าเพื่อนของผมยังไม่มาเลย



“รอเพื่อนเหรอบีม” อาจารย์กันตภณมองตามสายตาของผมก่อนจะหันมาเอ่ยถามผม



“ครับ พี่กัน” ผมตอบ



“พี่จะบอกพยาบาลให้ว่าถ้าพวกเขามาถึงแล้ว ให้พวกเข้าไปในห้องตรวจได้” อาจารย์กันตภณบอกผมก่อนจะเดินไปคุยกับพยาบาลที่หน้าห้อง ผมเดินตรงเข้าไปในห้องตรวจ ผมก็เห็นคุณหมอหนุ่มรูปหล่อ สวมแว่นตา การแต่งกายที่ดูภูมิฐาน



“เชิญนั่งครับ ใช่น้องบีมหรือเปล่าครับ” คุณหมอหนุ่มรูปหล่อ ก็ละสายตาจากหน้าคอมพิวเตอร์หันมามองผมพร้อมรอยยิ้ม



“ใช่ครับ สวัสดีครับคุณหมอภีมปภพ”



“เรียกพี่หมอว่าพี่หมอภีมก็ได้ครับ “พี่หมอภีมปภพบอกผม ก่อนจะส่งยิ้มมาให้ผม



“เพื่อนพี่ล่ะครับ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอครับ รองศาสตราจารย์กันตภณนะครับ” พี่หมอภีมปภพเอ่ยถามเพราะเห็นว่าผมเดินเข้ามาคนเดียว คำถามที่ปนเสียงหัวเราะเบาๆ



“พี่หมอภีมหมายถึง..” ผมกำลังจะเอ่ยถามคุณหมอหนุ่ม แต่คนที่พี่หมอกำลังถามถึงก็เดินเข้ามาพอดี อาจารย์กันตภณ



“ทำไมปล่อยน้องเขาเดินเข้ามาคนเดียวล่ะครับ ไอ้คุณแฟน” พี่หมอภีมปภพเงยหน้าขึ้นพร้อมกับถามอาจารย์กันตภณทันที ผมหันไปชำเลืองตามองนิดหนี่ง



“ไอ้ภีม” อาจารย์กันตภณทำท่าใช้นิ้วจุปาก



“โอเครู้กัน “พี่หมอภีมปภพพูดตัดบทก่อนจะหันมามองหน้าผม



“วันนนี้เราจะอัลตร้าซาวน์ฟังหัวใจน้องกันนะครับ ตอนนี้ก็สิบหกสัปดาห์แล้วซิน่ะ พอจะเห็นอวัยวะเพศน้องได้แล้วน่ะ อยากรู้ไหมว่าน้องผู้หญิงผู้ชาย” พี่หมอภีมถามผม ผมก็หันไปมองหน้าอาจารย์เฉยเลย



“แต่ก่อนจะไปดูหน้าตาเด็กน้อยกัน พี่ขอดูผลการตรวจเลือดเราก่อนน่ะ ผลออกมาดีมากแต่ว่า ธาตุเหล็กต่ำไปหน่อย ทานไม่ค่อยได้เหรอครับ”



“ผมไม่อยากทานเนื้อสัตว์เลยอ่ะครับพี่หมอ ทั้งที่ผมพยายามทานแล้วแต่พอลิ้นผมสัมผัสเท่านั้นแหละผมก็ต้องวิ่งไปอาเจียนออกอ่ะครับ” ผมพูด อาจารย์กันตภณหันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง



“พี่จะให้ธาตุเหล็กไปทานนะครับแต่ถ้านัดรอบหน้ายังต่ำพี่ต้องให้ธาตุเหล็กทางเส้นเลือดแทนนะครับ เพราะว่าอันนี้สำคัญมากๆ และวิตามินดี ก็ต่ำไปหน่อยแต่ไม่มาก พี่ว่าไม่ต้องทานแค่ ออกไปรับแสงแดด ช่วงเช้าและช่วงบ่ายสักหน่อยก็น่าจะพอช่วยได้ “พี่หมอภีมปภพพูด



“เพิ่มวิตามินให้บีมเขาหน่อยซิไอ้หมอ”



“ได้ครับคุณกัน ลืมไปว่าเสี่ยกันมาเอง วันนี้จัดไปหนักๆ” พี่หมอภีมปภพพูดแซวอาจารย์กันตภณทันที



“ที่หมอดูโดยรวมทุกอย่างดีหมดยกเว้นเรื่องทานอาหารใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นพี่จะให้ยาทานเพิ่มเป็นวิตามินบี6 ช่วยลดอาการแพ้ได้ และเห็นบอกว่าปวดจุกแน่นท้องด้วยใช่ไหมครับ แสบร้อนกลางอก น่าจะกรดไหลย้อน พี่หมอแนะนำ ให้ทานแบบแบ่งมืออาหารทานเอาน่ะครับ อย่าทานมือหนักเกินไป ให้แบ่งเป็นมือย่อยๆ ห่างกันสักอย่างน้อยสองถึงสี่ชั่วโมง “พี่หมอก็พูดอธิบายจนกระทั่ง



“คุณหมอค่ะ เพื่อนๆ ของคนไข้นะคะ เขาขอเข้ามาได้ไหมคะ” พี่พยาบาลถามพี่หมอภีมปภพ



“เชิญเข้ามาเลยครับ” พี่หมอภีมปภพพูด ผมหันไปมองเพื่อนๆ ของผมที่เดินเข้ามาด้านในมานั่งยืนล้อมเพื่อตั้งตารอจะเห็นหลานตัวน้อย



“สวัสดีค่ะคุณหมอ “มะนาวเพื่อนสาวของผม เดินมายกมือไหว้คุณหมอ “สวัสดีค่ะอาจารย์” และหันไปยกมือไหว้อาจารย์กันตภพ “สวัสดีครับคุณหมอ สวัสดีครับอาจารย์” และเพื่อนคนอื่นของผมก็เช่นกัน



“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น พร้อมไหมที่จะดูน้องกัน” พี่หมอภีมเอ่ยถาม



“พร้อมมากค่ะ” มะนาวรีบตอบก่อนผมซะอีก



“อีนาวไม่ใช่ลูกมึง” เป็กซ์รีบแย้งดึงแขนมะนาวทันที



“อ้าว! ก็อยากเห็นหลานอ่ะ เพื่อจะหน้าตาดีเหมือนกู” มะนาวพูดผมหันไปยิ้มให้มะนาว ทำท่าเขินเพราะลืมไปว่าอาจารย์กันตภพนั่งอยู่ด้วย



“เดี๋ยวรบกวนให้พี่พยาบาลเข้ามาช่วยพี่หมอก่อนนะครับ” พี่หมอภีมพูดก่อนจะเดินไปที่เตียงคนไข้ ผมก็ลุกตามไป ผมหันมามองอาจารย์กันตภณ ก่อนจะขึ้นไปนอนรอที่เตียงคนไข้ ขณะที่ผมเอนตัวลงนอน พี่พยาบาลก็เข้ามาจัดการจับชายเสื้อของผมถลกขึ้นจนเห็นท้องที่นูนขึ้นมาหน่อยๆ และปรับของกางเกงให้ต่ำลงไปที่หัวหน่าว แต่ว่าพี่เขามีผ้าปิดให้ไม่ให้โป้จนเกินไป ผมเห็นเครื่องที่ทำการอัลตร้าซาวน์ถูกเข็นมาไว้ข้างๆ ผม



“ตื่นเต้นไหมครับ เพราะว่าวันนี้น่าจะชัดมากหน่อย กว่าครั้งแรกเพราะว่าน้องเริ่มโตขึ้นมากแล้ว “พี่หมอภีมพูด ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้สูง พี่หมอภีมหันไปหยิบเครื่องที่ใช้หนาบที่หน้าท้องของผม เจลสีฟ้าๆ ถูกบีบออกมาแต้มไว้ที่ตรงหัวเครื่องสแกน ตอนนี้ผมเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง



“ดูที่หน้าจอทีวีกันได้เลยนะครับ “พี่หมอภีมปภพพูดกับผมและหันไปยิ้มให้ทุกคนที่ตั้งตารอโดยเฉพาะเพื่อนๆ ของผม



“อุ้ย!!” ผมสะดุ้งสุดตัวเพราะความเย็นของเจลใสๆ ที่คุณหมอเทเอาไว้เพื่อที่ตรงหัวสแกน ตอนนี้ได้ทาบลงที่หน้าท้องของผม กลิ้งไปมาอยู่พักหนึ่งเพื่อเสาะหาหัวใจตัวน้อยๆ เครื่องเริ่มทำงานผมเริ่มเห็นค่าการเต้นของหัวใจเด็กน้อยในท้องของผม มะนาวที่ยืนกุมมือฟิล์มยังกับลุ้นประกาศดาวเดือนคณะเลย



“นี้ไง เจอแล้วเด็กน้อย” ภาพแรกที่หมอภีมให้ผมดูคือใบหน้าของเด็กน้อย



“เห็นอะไรกันไหมครับ” พี่หมอภีมถามขึ้นก่อนจะหันไปมองรอบและหันมามองผม ผมน่ะเห็นใบหน้าเด็กน้อย ที่นอนลอยตัวในถุงน้ำคล้ำของผม ผมรู้สึกรักเขาอย่างบอกไม่ถูก 



“เห็นจมูกค่ะ จมูกโด่งมากเลยอ่ะค่ะลูก งานดีตั้งแต่ยังไม่เกิดเลยค่ะลูก” มะนาวพูด ทุกคนหันมามองมะนาวเป็นตาเดียวกันเลย



“ดูซิ โด่งมาก โด่งกว่าพวกแกอีกอ่ะ” มะนาวหันไปพูดและชี้แต่ล่ะคน ของผมก็โด่งแต่ไม่มากโด่งพอประมาณ



“อีมะนาว ปากมึงเหรอ มาว่าจมูกพวกกูแบน “ใบชาพูด ผมก็มองลูกน้อยของผมผ่านทีวี น้ำตาผมเริ่มไหล จู่ๆ ก็มีคนส่งกระดาษทิชชูมาให้ผม คนนั้นคืออาจารย์กันตภพ ผมรับมาซับน้ำตา น้ำตาแห่งความดีใจและต่อไปนี้ผมจะพยายามทานให้มากเพื่อลูกโซ่ของผม



“จมูกโด่งมากจริงๆ น่ะ สงสัยพ่อจะโด่งมากเหมือนกัน” พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะหันมามองผมที่หุบยิ้มเฉยเลย ผมเองก็ไม่รู้ว่าไอ้คนนั้นมันโด่งไหม



“เออจะว่าไป มึงก็โด่งมากเหมือนกันน่ะ ไอ้กัน จมูกมึงน่ะ” พี่หมอภีมหันไปแซวอาจารย์กันตภพทันที



“บ้านกูโด่งกันทั้งบ้าน หลานๆ กูก็โด่งกันทุกคน โดยเฉพาะลูกๆ ของพี่เกริก พี่ชายกูน่ะ “อาจารย์กันตภณหันมาพูดกับพี่หมอภีมปภพ ดูทั้งคู่สนิทกันมาก



“ผมก็ดกซะด้วยดูซิ และส่วนใหญ่คุณแม่ที่ลูกผมดกในครรภ์มักจะเป็นกรดไหลย้อนกันทุกคน “คุณหมอภีมปภพพูด แต่ผมน่ะหุบยิ้มตั้งแต่ที่หมอภีมปภพพูดว่าคุณแม่ คือผมไม่ใช่คุณแม่ไง พี่หมอภีมปภพหันไปมองอาจารย์กันตภณที่นั่งขยิบตาให้เขาอยู่ ก่อนที่คุณหมอจะพยักหน้าสองทีติดและหมอภีมปภพก็เลื่อนเครื่องมือสำหรับสแกนไล่ลงไปเรื่อย ๆ จนะ



“เอาล่ะเรามาดูซิว่า เพศไหนดี อย่าหนีบขาซิลูก ลุงหมอมองไม่เห็นครับ” ผมต้องอมยิ้มให้ลูกโซ่ ที่นอนหนีบขาไม่ยอมให้ลุงหมอเห็น



“อาขาซิลูก อามะนาวอยากเห็นมากเลยค่ะลูก “มะนาวไม่พูดเปล่าทำท่าแบมือออกเหมือนกับจะพยายามบอกหลานไม่ให้หนีบขา



“อยากเห็นอะไรมะนาว หื่นนะมึงนะ นี้หลานโว้ย!!” ฟิล์มหันมาถามมะนาว



“กูอยากรู้ผู้หญิงผู้ชายจะได้ซื้อของให้ถูกๆ ไง”



“เจอแล้ว นี้ไง “ผมนี้เรียกได้ว่าลุ้นตัวโก่งมาก ผมก็อยากรู้ว่าน้องจะเป็นเพศไหน



“มีจู๋ครับ คงไม่ต้องบอกแล้วว่าเพศไหน ยินดีด้วยได้ลูกชายครับ” หมอภีมปภพพูดออกมา ผมก็มองที่หน้าจอ



“เยสสส!!” พวกเพื่อนๆ ผู้ชายผมทำท่าเหมือนตอนเชียร์ฟุตบอลแล้วลูกเข้าประตูไปกันเป็นแถว



“โธ๋เอ๊ย!!  นึกว่าจะได้หลานสาวมาแต่งสวยด้วยกัน แต่อามะนาวก็รัก เพศไหนก็รัก มีจู๋ก็รัก”



“อ่ะลุงหมอไม่ดูก้นแล้วก็ได้ลูก แม้เตะใหญ่เลยน่ะ ตัวแค่นี้สงสัยแสบไม่เบาน่ะ” พี่หมอภีมปภพแซวลูกผม ก็ต้องเตะหลังทุกทีที่พี่หมอเอาที่สแกนไปวนใกล้ๆ ก้นเขา



“พี่หมอจะนัดอีกทีเดือนหน้าน่ะ ตอนนี้คงเริ่มรู้สึกน้องดิ้นหน่อยๆ แล้วซิน่ะ “พี่หมอภีมปภพหันมาอบกผม



“ไอ้หมอ แล้วบีมจะคลอดยังไง คลอดเมื่อไหร่” อาจารย์กันตภณ ถามพี่หมอภีม พี่หมอภีมหันมามองหน้าผมก่อน



“ก็คงต้องผ่าคลอดว่ะกัน เพราะว่า” พี่หมอภีมพูด



“ไอ้บีมมันไม่มีรู ที่จะให้น้องออกมาได้ใช่ไหมคะ” มะนาวชิ้งถาม



“มะนาว!!” เพื่อนๆ ผม



“มึงตรงไปไหม เกรงใจพี่หมอกับอาจารย์หน่อยเถอะมึง” ใบชารีบห้ามมะนาวทันที



“ก็ถูกครับมะนาว แต่ตรงไปนิด หึๆ” พี่หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะกับมะนาว ที่ยืนเกาหัวตัวเอง ผมก็ก้มลงเอามือลูบท้องตัวเองเบาๆ



“ต้องกำหนดผ่าเอาไว้ที่อายุครรภ์ 38 วีคขึ้นไป แต่จริงๆ ไม่อยากให้เกินสี่สิบวีค ไม่อยากให้รอจนเจ็บท้องเลยน่ะ “พีหมอภีมบอกกับอาจารย์กันตภณ



“จองห้องพิเศษเอาไว้เลยน่ะไอ้หมอ”



“แม้คนสำคัญของเพื่อนรัก จัดให้อยู่แล้ว” พี่หมอภีมปภพหันมาบอกอาจารย์กันตภณ



“งั้นก็เรียบร้อยแล้วครับ และหมอจะนัดอีกทีเดือนหน้าเลยน่ะ และพยายามทานหน่อยน่ะบีม และหมอคิดว่าอาการแพ้น่าจะเบาๆ ลงบ้างแล้ว อย่าลืมทานวิตามินที่หมอให้น่ะบีม “พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะส่งกระดาษทิชชูให้ผมเช็ดทำความสะอาดเจลที่เลอะเทอะที่พุงของผมออกไป พี่หมอพยักพเยิดเรียกอาจารย์กันตภณ ออกไปคุย ผมก็ค่อยๆ ลุกขึ้น โดยมีเพื่อนๆ มาช่วยกันพยุงผมขึ้น แต่ละคนเข้ามากอดผม ผมดีใจที่ผมมีเพื่อนดีและคอยอยู่เคียงข้างผมตลอด ผมก้มลงเอามือลูบท้องผมเบาๆ เจ้าคือดวงใจของพ่อ พ่อจะเลี้ยงดูเจ้าด้วยสองมือของพ่อเอง

"แล้วบีมแกจะให้ลูกเรียกแกว่าอะไรว่ะ" มะนาวถามผม ผมเงยหน้ามองมะนาวและทุกคน

"เออว่ะ มึงให้ลูกเรียกมึงว่าอะไรว่ะ บีม "ใบชาอีกคน

"จะเรียกแม่ก็ได้น่ะ เพราะแกอุ้มท้องลูกแกเอก " เป็กซ์อีกคน

"กูก็งงแทนว่ะ แต่มึงก็เป็นผู้ชายอ่ะ ควรจะเรียกพ่อ แต่ถ้ามึงเจอคนที่เป็นพ่อของลูกมึง ก็ต้องมีพ่อสองคนอะดิ" ปัญหาระดับชาติบังเกิดทันที ผมก้มลงมองพุงน้อยของผม

"ถ้าเรียกแม่ แกอาจจะรู้สึกกังวล เพราะคนคงมองแกเป็นตาเดียว มี้ไหมแก มาจากมามี่ น่ารักดีออก" มะนาวพูด แต่ละคนหันมายกนิ้วให้

"นอกจากเรื่องส่องผู้ชายแล้ว มึงจะมีหัวใจเอาไว้คิดดีดีกับด้วยก็อันนี้แหละเพื่อน" ใบชา มะนาวหันไปทำท่ายกมือไหล่ตีใบชา ผมก็เอามือลูบท้องน้อยของผม เรียกว่ามี้แล้วกันน่ะลูกโซ่ มี้จะดูแลเจ้าเอง

TBC.....

ตอนแรกว่าจะมาอาทิตย์หน้าเลย อึดอัดแทนเลยขอลงอีกสักตอน ฝากน้องลูกโซ่ไว้ในอ้อมกอดด้วยนะคะ 
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.3 ลูกโซ่ดวงใจพ่อบีม
เริ่มหัวข้อโดย: AkuaPink ที่ 22-02-2021 23:51:01
 :pig4:
 o13
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.3 ลูกโซ่ดวงใจพ่อบีม
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 23-02-2021 13:32:03
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.4 ฝันเป็นลาง
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 23-02-2021 19:32:35
          Part’ s เธียรวิชย์ ผมบินกลับมาเรียนปริญญาโทต่อ อันที่จริงก็เรียนมาสามปีแล้ว ยังไม่อยากจบอ่ะ เพราะว่าไม่อยากกลับไปอยู่ไทย ยังอยากใช้ชีวิตเจ้าสำราญที่นี้ มีผู้หญิงมาให้สนองตัณหาทุกวัน และถ้ากลับไปอยู่ที่ไทย แพรวาก็ตามติดจนผมไม่มีใครกล้ามาพลีกายให้ นางเล่นทำตัวหวงผมซะจนน่าเบื่อและนี้ก็จัดสาวผมทองนมก็โต้ โต หุ่นก็แซ่บ เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก สาวๆ พวกนี้ไม่สนใจหรอกว่าต้องคบกันออกนอกหน้าถึงพลีกายให้ นี้แค่คุยกันถูกคอก็ได้แล้ว จัดไปสองยกติดๆ จนผมสลบผมนอนถอดกายที่เปลือยเปล่า


        ผมรู้สึกคอแห้งมากผมจึงค่อยๆลืมตาขึ้น ผมมองเพดานห้อง ก่อนจะหันไปมองคนที่นอนเปลือยเปล่าอยู่ข้างๆ ผมและผมก็รู้สึกหนักอึ้งอยู่ที่หน้าอกของผม และน่าจะเป็นเพราะเด็กน้อยผิวขาวมากนั่งอยู่  เขาหันมามองผมพร้อมรอยยิ้ม ผมก็ขยี้ตาไปมาอยู่หลายที่ แต่เด็กน้อยนั้นก็ยังอยู่

“มาหาใครน่ะ แล้วมานั่งบนนี้ทำไมน่ะ ลงไปเลย หนัก” ผมถามเด็กน้อยนั้น


“ป๊า” เด็กนั้นเรียกผมว่าป๊า ผมก็ชี้ตัวเอง ผมนี่น่ะป๊า


“นี่อย่ามาเรียกมัวๆ น่ะ เดี๋ยวโดนเต๊ะ ใครป๊า”


“ป๊า” ยังเรียกอีก

“ป๊าใจร้าย!!” ผมก็สะดุ้งเฮือกอีกครั้ง และนี่คือการรู้สึกตัวจริงๆ ของผม เมื่อสักครู่ผมฝันไป ผมรีบยกฝ่ามือขั้นมาปาดเหงื่อที่ใบหน้าของผม มันเปียกโชกราวกับว่าผมละเมอเดินไปเอาน้ำราดหน้าตัวเอง ผมหันไปมองคนที่นอนถอดกายเปลือยเปล่าอยู่หลับสนิทไม่ไหวติง  ผู้หญิงผมทองที่ผมหิวมาด้วยเมื่อคืน นี้ผมฝันไปเหรอเนี๊ยะ

   
   ผมเหลือบมองเวลาแอปเปิล IHOME ที่ตั้งอยู่ เป็นเวลาตีสองกว่าเกือบจะตีสาม และถ้าตอนนี้เป็นเกือบจะเวลาสิบโมงเช้าที่ไทยพอดี ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินไปในห้องครัว ห้องที่ผมอยู่เป็นคอนโดหรู อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยที่ผมมาเรียน ผมหยิบมือถือมาโทรหาเพื่อนผมก่อน เพื่อว่ามันจะช่วยทำนายฝันผมได้มั้ง

// ฮัลโหล// น้ำเสียงที่บ่งบอกว่ามันยังไม่ตื่น

//ไอ้ราเชน มึงไม่ไปทำงานหรือไงว่ะ//

// ไปแต่รอตื่น มึงล่ะ เป็นห่าอะไร นอนไม่หลับหรือไง หรือว่าพาสาวที่ไหนมาอึบๆ กูจะโทรบอกแพรวาให้”



“พอ พอ ไอ้เชี้ย กูไม่อยากได้ยินว่านางซื้อตั๋วเครื่องบินและให้กูไปรอรับที่สนามบิน กูขอล่ะว่ะ” ผมพูด ก่อนจะหันไปรินน้ำใส่แก้วยกขึ้นมาดื่ม


“มีอะไรวะ และที่นั่นกี่โมงแล้วว่ะมึง” ไอ้ราเชนมันถามผม


“ตีสามแล้ว” ผมตอบไป


“ตื่นมาทำไมว่ะ ไอ้เธียร!!”

“กูฝันว่ะ กูฝันแบบนี้มาหลายครั้งแล้วนะมึง”


“ฝันว่ามีเด็กมาอยู่ในห้องมึงเหรอว่ะ”


“เออดิ กูจะประสาทหลอนอยู่แล้ว”


“เขาบอกว่าฝันเห็นเด็กแสดงว่ามึงจะได้เป็นพ่อคนว่ะ ฮาๆ” ไอ้ราเชนพูด ผมก้มลงมอพื้น


“กูป้องกันตัวเองดี ไอ้เชี้ย” ผมพูด


“ก็มึงพึ่งจะบอกอยู่ว่ามึงไม่ได้สวมถุงกับน้องเขาด้วย น้องอะไรวะ กูลืมชื่อ น้องที่ไอ้ไปส์มันจะเอาน่ะแต่มึงแม่งแย่งมันไปแดก” ไอ้เรเชนพูด


“กูไม่ได้แย่งแต่น้องเขาดันเข้ามาตอนที่กู ต้องการ เป็นมึงจะห้ามตัวเองได้ไหม เสือกใส่ยาให้กูแบบนั้น”


“เออ ๆ กูขอโทษว่ะ แต่ว่าน้องเขาท้องหรือเปล่าว่ะเลยทำให้มึงฝันเห็นเด็กน่ะไอ้เธียร” ไอ้ราเชนมันพูด ผมนี้คิดผิดมากที่โทรหามัน


“ท้องเชี้ยอะไร น้องเขาเป็นผู้ชายไอ้เชน” ผมพูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันมาเห็นของดี ผู้หญิงที่ผมเพิ่งจะโป่ง โป้ง ฉึ้งไป เธอออกมายืนพิงขอบประตู ผมมองดูจากปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึง ท่อนบน เธอสวมมาแค่เสื้อคลุมไหล่ที่เปิดยั่วยวนให้ผมอยากวางสายไอ้ราเชนทิ้ง


“คุยกับใครคะ เธียร”

“เพื่อน เพื่อนที่ไทยน่ะ เออ”

“คุยต่อไหมคะ”

“ไม่แล้วครับ “ผมพูดก่อนจะยกมือถือผมขึ้นมา “กูงานเข้าว่ะ เอาไว้ค่อยคุยกันว่ะไอ้เชน แค่นี้น่ะ และกูคงได้หลับต่อแล้วว่ะ กู้ดไนท์” ผมพูดกับไอ้คนปลายสาย ก่อนจะรีบกดวาง ผมเดินไปหา แอสชลี สาวสวยผมบรอนด์ทอง ริมฝีปากที่อาบอิ่ม หน้าอกหน้าใจใหญ่โตสมกับเป็นสาวเมืองผู้ดี ผมตรงเข้าไปหาเธอ และแอชลีย์ก็กระโจนเข้าหาผม พร้อมกับมอบรสจูบที่ดูดดื่มให้ผม

“แสดงว่าสองยกไม่พอขอต่อเหรอครับแอชลีย์”

“ใช่ค่ะ เธียร แอชลีย์ อยากได้แบบถึงใจหน่อยนะคะ สองยกแรกนั้นไม่ค่อยถึงเท่าไหร่ แต่ยกนี้จัดให้แอชลีย์ถึงๆหน่อย แอชลีย์จะมีรางวัลให้ค่ะ “เธอพูดพร้อมกับกอดคอผม และผมก็ยกสะโพกงามๆ นั้นลอยขึ้นพร้อมกับแขนของแอชลีย์ที่โอบรอบคอผม ศึกที่ต้องแลกมาด้วยน้ำกามของผมกำลังเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ผมวางแอชลีย์ลงที่เตียงนอนคิงส์ไซด์ของผม นุ่มระดับเหมือนนอนอยู่บนปุยเมฆ ตอนนี้นางแมวยั่วสวาทของผมขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับยกเขาขึ้นตั้งฉากรอให้ผมหมุดหัวเข้าไปและผมก็คืบคลานขึ้นไปจนกระทั่ง มองเข้าไปในหลืบนั้นและสิ่งที่ผมเห็นคือใบหน้าเด็กน้อยที่กำลังโผ่ออกมา


“เว้ย!!!” ผมร้องเสียงหลงพร้อมกับรีบถอยหลังออก แอลชลีย์ก็หนีบขาตัวเองทันที

“เป็นบ้าอะไรของคุณน่ะ” แอชลีย์ถามผม

“ก็เห็นมีหน้าเด็กอยู่ตรงนั้นน่ะ”

“นี่คุณพูดเรื่องบ้าอะไร หน้าเด็กบ้าบออะไร ไม่มี” แอชลีย์พูด ผมเองที่ลงไปนั่งอยู่ที่พื้น และตอนนี้น้องผมมันก็หดหมดแล้วด้วย

“ก็ผมเห็นจริงๆ และมันก็อยู่ตรงน้องหนูคุณเลยแอชลีย์! “ผมพูดพร้อมกับทำท่าขนลุกขนพองไปด้วย


“และนี่จะทำไหม เซ็กส์น่ะ” แอชลีย์ถามผมด้วยสีหน้าที่เริ่มจะไม่พอใจ

“คงไม่มาแล้ว เพราะว่าหดไปแล้ว” ผมพูด

“โอเค งั้นฉันกลับน่ะ “นางรีบลุกขั้นแต่งตัวแบบลวกๆ ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าของเธอที่วางอยู่ ก่อนจะหันมามองผม



“ไอคิดว่ายู เออเราน่ะ ควรจะเจอกันแค่ครั้งเดียวพอน่ะ เพราะว่าไม่ถึงใจ ไอเสียเวลา!” ผมก็ต้องหน้าชาไปทันที นี้ผมเอาไม่ถึงใจ ทั้งที่แต่ก่อนผมไม่เป็นน่ะ แต่ว่าช่วงนี้ ทำไมน้องถึงได้ไม่อึดไม่ทน ผมก็ต้องยกมือขั้นกุมขมับตัวเอง ก่อนจะหันไปมองสาวผมทองของผมเดินผ่านออกไป

“ออกไปแล้วล๊อกประตูให้ด้วยนะคุณ ขอบคุณ” ผมบอกเธอตามหลังไป

“f**k you”

“Thank you very much” ผมตอบเธอไป ก่อนจะค่อยๆ ขึ้นมานั่งบนเตียง จะว่าไปเด็กน้อยที่ผมเห็นก็หน้าหวานๆ มันหวานเหมือนทอมๆ มากกว่า และไอ้เด็กที่ผมมีอะไรด้วยในคืนนั้นก็ออกจะเหมือนทอมมากด้วย จะว่าไปผมเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร

// ไอ้ไปส์เด็กที่มึงว่าจะเอาเขาน่ะคืนนั้นอ่ะ น้องเขาชื่ออะไรวะ// ผมส่งข้อความอินบ๊อกไปหาเพื่อนผม

//เด็กคนไหนวะ//

///ที่มาชงเหล้าไงว่ะ//

//ที่มึงเอาเขาในห้องพักวีไอพีเหรอว่ะ //

//ไอ้ไปส์ ไอ้เชี้ย!!” ผมด่ามันทันที

//ก็มึงเอาเขาจริงๆ นี่หว่า แม่งกูอุตส่าห์เรียกเขามานั่งชงเหล้าและกูก็อุตสามอมเขา สุดท้ายมึงเอาเขาแทนกู ให้เชี้ย!!”


“มึงจำได้ไหมว่าน้องเขาชื่ออะไร”

“ชื่ออะไรวะ บอ บอ บีม อ้อ ชื่อบีมว่ะ “ไอ้ไปส์มันบอกผม

“เออ กูได้ยินเด็กที่ผับนะมันบอกว่าน้องเขาไปถามหามึงว่ะ เขาถามหาคนที่ชื่อเธียรวิชย์น่ะ ว่าแต่น้องเขารู้จักชื่อมึงได้ไงว่ะ” ไอ้ไปส์มันบอกผม

“คงจากแหวนที่กูถอดเอาไว้ให้น่ะ กูลืมไปว่านั้นแหวนที่ม๊าซื้อให้และมันก็สลักชื่อกูแต่นามสกุลแม่งลงได้ไม่หมด เลยได้แค่ดอเด็กตัวเดียว”

“อ้อ เลยกลายเป็นไอ้เธียนวิชย์ หัวดอเลยดิมึง”

“ไอ้เชี้ย!!” ผมยืนกำปั่นต่อยอากาศ ได้ทีเลยน่ะมึงน่ะ

“แล้วนี่มึงก็ดันถอดแหวนวงศ์ตระกูลของมึงเองให้น้องเขาเอาไว้ดูต่างหน้าด้วย ทำไมไม่ควักเอาบัตรประชาชนมึงให้น้องเขาไปแทนล่ะวะ น้องเขาได้เห็นหน้าไอ้ผู้ร้ายที่ทำลายประตูหลังเขาชัดๆ และเอาหลักฐานมาโชว์พ่อบังเกิดเกล้ามึงล่ะครับ “ไอ้ไปส์มันพุด

“มึงจะซ้ำกูอีกนานไหมไอ้ไปส์ เดี๋ยกูวางสายเลย” ผมพูดเพราะว่าผมจนมุมแล้วไง


“มึงก็วางดิ มึงโทรหากู กูไม่ได้โทรหามึง” ไอ้ไปส์ไอ้วนกตีนขั้นเทพและมันก็จริง ผมเป็นคนโทรหามันเอง

“และมึงนี้แม่งเป็นผู้ร้ายไม่เนียนไปเรียนมาใหม่เถอะไป มึงข่มขืนเขาแล้วมึงยังทิ้งหลักฐานให้เขาเกือบได้พาตำรวจมาลากคอมึงอีก เทพมากเพื่อนครับ” ไอ้ไปส์มันด่าผมเป็นชุด

“และดีที่พวกกูไหวตัวทัน กูเอาเงินอุดปากพนักงานผับไปหมดแล้วว่าห้ามบอกว่ารู้จักมึง “ไอ้ไปส์มันพูด

“เออ ขอบใจว่ะ แต่ที่กูให้เขาไว้ก็เพราะว่าห้าพันมันน้อยไปไอ้สัส!! และทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะพวกมึงคน่ะโว้ย “ผมพูด ก่อนจะเอนตัวลงนอนราบกับที่นอน ผมรับรู้ได้ว่ามือถือผมมีข้อความเข้า ผมก็รีบกดเข้าไปดูและสิ่งที่ทำให้ผมตกใจแทบสิ้นสติ ผมเด้งตัวเองขั้นนั่ง

“ไอ้เชี้ย พ่อกูล๊อกบัตรไม่ให้กูใช้!!!” ผมพูดเสียงดังใส่มือถือของผม

“ก็เขาอยากให้มึงกลับไทยนี่หว่าไอ้เธียร”

“ก็กูยังไม่อยากกลับอ่ะ และกูเบื่อกลับไปแพรวาก็ตามติดกู”

“มึงก็บอกแพรวาไปดิว่ะ ว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับเขา”

“กูบอกยังไงวะ แพรวาเอาแต่ใจที่สุด พ่อเขาก็ตามใจ”

“เออ แค่นี้ก่อนนะไอ้ไปส์ กูโทรหาเฮียกูก่อน” ผมพูดก่อนจะกดวางสายไอ้ไปส์และหันไปโทรหาเฮียผมทันที พี่ชายคนโต พี่ธี

//ว่าไงเธียร// น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าพี่ชายผมยุ่งมาก

//เฮีย ทำไมป๊าล๊อกบัตรผมอ่ะ ผมก็ใช้เงินไม่ได้อะดิเฮีย” ผมพูดกับเฮียของผม

//ป๊าอยากให้มึงกลับไทยได้แล้ว//

//ก็ผมยังเรียนไม่จบนี่เฮีย//

//เธียร มึงควรจะเรียนให้จบได้แล้ว เขาให้เรียนสองปี มึงจะสามปีแล้ว จบได้แล้วไอ้เธียร และเฮียก็จะไม่ช่วยอะไรมึงแล้ว ไม่ช่วยพูดและไม่ช่วยรับหน้าอะไรให้มึงทั้งนั้น เธียร// ผมก็ต้องพ่นลมหายใจออกมายาวๆ


//เฮียจะโอนไ//ปให้ก่อนสองแสน พอไหม” เฮียธีพูด

//ก็โอเคอยู่น่ะเฮีย//

//โอนมากไม่ได้เดี๋ยวป๊ารู้ มึงเข้าใจเฮียป่ะเธียร// เฮียธีพูด

//แค่นี้น่ะเธียร เฮียมีประชุมครูที่โรงเรียนเธียร และเฮียจะให้เลขาจัดการเรื่องเงินให้ก่อน//

//ขอบคุณครับเฮีย// ผมพูดก่อนจะวางสายตาเฮียธีไป


    ผมยอมรับว่าผมควรจะจบตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วแต่นี่ผมกักไว้ เลยยืดเยื้อมาถึงสามปีแบบนี้ และเมื่อคืนก็พาสาวสวยไปผับหรูที่ดาราฮอลลีวูดชอบเข้าและเสียเงินไปหลายพันดอลลาร์อีกต่างหาก แถมเช้านี้พ่อผมล๊อกบัตรอีกให้มันได้อย่างนี้ซิเธียร!! แต่จะว่าไป หน้าเด็กน้อยที่ผมเห็นมันช่างน่ารัก ยิ่งตอนที่เขาเอียงคอหันมามองผม ผมก็ต้องสั่นหัวตัวเองไปมา ภาพที่นั่นออกไป มันแค่ความฝันไอ้เธียร ผมเองก็พยายามข่มตาให้หลับต่อให้ได้ ผมเองก็รู้สึกผิดที่ผมทำกับเด็กคนนั้นไปอย่างนั้นอีก

TBC......
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.4 ฝันเป็นลาง
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 23-02-2021 20:38:44
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.4 ฝันเป็นลาง
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 23-02-2021 23:17:00
 :angry2: :serius2:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.4 ฝันเป็นลาง
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 23-02-2021 23:22:48
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.4.1 เริ่มแสบตั้งแต่อยุ่ในท้อง
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 24-02-2021 11:01:12
   
            Part’ s อาจารย์กันตภณ ผมเพิ่งจะออกจากห้องที่ผมทำหน้าที่อาจารย์สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ผมยอมรับว่าผมเก่งด้านนี้และนี่ผมถึงได้เลือกเรียนสาขานี้โดยตรง เป็นวิชาที่ยากมาก ยากทั้งเรื่องเรียนและเลือกการสอบและนักเรียนนักศึกษาหลายคนแทบจะไม่อยากเรียนเลยจริงๆแต่นี่คือวิชาบังคับของหลายสาขา ผมเดินมายังห้องพักคณะอาจารย์


“อาจารย์กันค่ะ” ผมชื่อเล่นว่ากัน อาจารย์ท่านอื่นจะเรียกผมสั้นว่าอาจารย์กัน  กันทุกคน ผมหันไปมองอาจารย์.เปรมสินี เธอรุ่นเดียวกับผม เธอเป็นผู้หญิงเก่งของคณะ และเธอก็ได้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ก่อนผมอีก แถมเธอยังเพิ่งจบดอกเตอร์มาหมาดๆ

“สวัสดีครับดอกเตอร์”

“แม้เรียกว่าบุ๋มเหมือนเดิมเถอะค่ะ ว่าแต่ช่วงนี้ไม่เจออาจารย์เลยนะคะ เลิกสอนก็รีบกลับ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ดอกเตอร์เปรมสินี หรือดอกเตอร์บุ๋ม ชื่อเล่นของเธอ

“ผม เออ พอดี”

“จะว่าไป เด็กคนที่มักจะมาช่วยงานอาจารย์ก็ไม่มาเรียนนะคะ เห็นเพื่อนๆ บอกว่า เขาดร๊อปเรียนเหรอคะ “ดอกเตอร์เปรมสินีย์ถามผม

“น้องเขาไม่ค่อยสบายนะครับ”

“อ้าวเป็นอะไรไปล่ะคะ เห็นสุขภาพแข็งแรงดีนี่ค่ะ “ดอกเตอร์เปรมดิ์สินีย์พูดกับผม

“ก็แค่ปัญหาสุขภาพเล็กๆ น้อยน่ะครับ เทอมหน้าบีมเขาก็กลับมาเรียนได้ตามปกติครับ” ผมพูด ผมเองก็พยายามหาเรื่องจะเดินออก ผมไม่อยากยืนตอบคำถามเธอให้มากหนัก ผมเหลือบไปมองมือถือของผม มีข้อความเข้ามา

// อาจารย์กันตภณครับ ผมฟิล์มนะครับ ตอนนี้ไอ้บีมมันอยู่โรงพยาบาลครับ มันอาเจียนจนเป็นลมนะครับ พี่หมอภีมให้แอทมิทครับ” ผมก็ต้องตกใจจนรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง สายตาของดอกเตอร์เปรมสินีย์มองผม

“มีเรื่องเหรอคะอาจารย์”

“ครับ ผมต้องรีบไปน่ะครับ” ผมบอกเธอก่อนจะหันหลังออก

“บุ๋มได้ยินมาจาก เด็กๆ ในห้อง พูดว่า ลูกศิษย์อาจารย์คนนี้เขาท้องเหรอคะ” ผมถึงกลับต้องหันหลังกลับมามองคนที่พูด

“ถูกไหมคะอาจารย์”

“คือ เออ “ผมก็อ้ำอึ้งที่จะตอบ ทำไมถึงมีคนรู้เรื่องนี้

“กับอาจารย์หรือเปล่าคะ แต่ที่แปลกมากไปกว่านั้น คือเด็กนี่เป็นผู้ชายด้วยซิคะ”

“ผมขอไม่พูดดีกว่านะครับ อย่างน้อยก็เห็นแกเด็กเถอะครับอาจารย์ ต่อให้เขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เราเป็นครูเป็นอาจารย์สิ่งไหนปกป้องเขาได้ เราควรจะทำครับ” ผมพูด อาจารย์เปรมสินีแค่ปรายตามองผม

“พอดีบุ๋มเพิ่งจะได้รับคำสั่งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินใจเรื่องการรับปริญญาบัตร เกียรตินิยม บุ๋มเห็นอาจารย์เสนอชื่อเด็กคนนี้ด้วย มันทำให้บุ๋มคิดว่า อาจารย์มีอะไรพิเศษกับเด็กไหมคะ”

“และทุกอย่างที่ถูกนำมาตัดสิน มันมาจากความสามารถของเด็กหรือว่ามาจากความพิศวาสส่วนตัวกันแน่คะ” ผมหันไปมองหน้าอาจารย์เปรมสินีทันที

“ไม่มีครับ ผมไม่มีคะแนนพิสวาสอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างเด็กทำเอง ไม่ว่าจะรายงาน หรือว่าการบ้านที่ผมให้ คะแนนเก็บเขาก็ได้เพราะว่าเขามีงานส่งผม และคะแนนพวกนี้มาจากคะแนนรวมทุกวิชาด้วยนะครับครับ” ผมหันมาตอบตรงหน้าเธอ มุมปากสวยๆ นั้นกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“อุ้ย! ขอโทษนะคะ พอดีแพรวาไม่รู้ว่าอาจารย์มีแขกนะคะ” แพรวา เป็นเด็กที่เรียนอยู่สาขาการบัญชี ผมรู้จักเธอเพราะว่าเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนพี่เกริกพี่ชายของผมและดูสนิทกับเธียรวิชย์หลานชายผมด้วย นี่เธอมาหาอาจารย์เปรมสินี อาจารย์เปรมสินีย์ เป็นอาจารย์สอนวิชาการบัญชี แสดงว่าเธอคงเป็นลูกศิษย์คนโปรดด้วยซิน่ะ


“ผมขอตัวนะครับอาจารย์ “ผมพูดตัดบทก่อนจะเดินออก ผมหันมาปิดประตูที่แพรวาเปิดค้างเอาไว้

“อาจารย์จะเสนอชื่อแพรวา สำหรับเกียรตินิยมอันดับสองเหรอคะ แทนใครเหรอคะ” ผมได้ยินแค่นั้น ผมก็เดินปิดประตูลง บางครั้งการที่เป็นคนเถรตรงก็ไม่ได้จะช่วยให้ได้โอกาสดีดีกับใครเขาสักเท่าไหร่ นี้ผมคิดถูกแล้วใช่ไหมที่เลือกมาเป็นอาจารย์สอนในมหาลัย มากกว่าไปนั่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนของพ่อผมเองแต่นี่ผมยกให้พี่ชายไปหมดแล้ว

“ปีก” ผมรีบกดรีโหมดปลดล๊อกรถเก๋งคันหรูของผมทันที

“อากันค่ะ” เสียงเล็กๆ ผมไม่ได้ยินบ่อยแต่ก็จำได้ดี แพรวานั้นเอง

“ว่าไงแพรวา” ผมหันหน้ามาถามเธอ

“แพรวาว่าจะถามอากันตั้งแต่บนห้องแล้วค่ะ แต่เห็นอากันกับดอกเตอร์เปรมสินีย์คุยกันด้วยสีหน้าที่ตึงเครียดนะคะ “แพรวาพูดขึ้น

“มีอะไรจะถามอาล่ะ” ผมถามแพรวา

“อากันได้คุยกับพี่เธียรไหมคะ แพรวาโทรหาเมื่อวันทั้งวัน และวันนี้ก็โทรแต่พี่เธียรไม่ยอมรับสายของแพรวาเลยค่ะ” ผมหันมามอง

“เธียรมันติดเรียนหรือเปล่าแพรวา” ผมถามแพรวากลับ

“กลางคืนก็เรียนเหรอคะ แต่ถ้าบอกติดเรียนแพรวาว่ามันไม่น่าเชื่อสำหรับพี่เธียรสักเท่าไหร่นะคะ”

“อาก็ได้คุยกับเธียรเมือวันก่อน เธียรเขาโทรมาบอกอาว่า พี่ชายอาล๊อกไม่ให้เขาใช้บัตรกดเงินน่ะ” ผมพูดกับแพรวา

“เหรอคะ” แพรวาถามผมเสียงอ่อยๆ

“แพรวาอารีบน่ะอาจะไปทำธุระน่ะ เราก็ร้องโทรหาเขาอีกทีแล้วกันน่ะ “ผมหันมาพูดกับแพรวาก่อนจะเดินไปขึ้นรถอีกฝั่งด้านคนขับรถ

“อากันค่ะ “แพรวาเรียกผมไว้อีกครั้งหนึ่ง ผมหันหน้ามามองเธอว่ามีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ

“คือ บังเอิญว่าแพรวาได้ยินที่อาจารย์พูดกันนะคะว่า มีนักศึกษาคณะเราท้องเหรอคะ “แพรวาถามผม ผมหันมามองแพรวา

“แพรวาก็ไม่ได้อยากสนใจหรอกค่ะ แค่ได้ยินเขาพูดกันมาด้วยค่ะ และหวังว่าเด็กในท้องคนนั้นจะไม่ใช่ลูกอากันนะคะ” แพรวาพูด ผมหันมามองหน้าเธอ ผมเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากในตอนนี้เพราะคนที่เสียหายคือบีม

“อารีบ อาไปก่อนนะครับ” ผมรีบชิ้งตัดบทขอตัวทันที ผมเองก็อยากให้เด็กคนนั้นน่ะเป็นลูกผมซะด้วยซ้ำ ผมเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ผมเห็นแพรวาหันไปคุยกับเพื่อนๆ ของเธอ เธอคือลูกสาวคนเดียวของท่านรัฐมนตรี เธอจึงทำอะไรไม่เกรงใจใครทั้งนั้น ผมไม่อยากจะคิดเลยถ้าเธอได้มาเป็นแฟนไอ้เจ้าเธียรวิชย์จริงๆ แต่คิดอีกที บางทีเธออาจจะเอาความเจ้าชู้เธียรวิชย์อยู่ก็ได้ ใครจะไปรู้

******

      Part’ s กันต์ธีย์ ผมนอนมองสายน้ำเกลือที่ห้อยอยู่ที่เสา สุดท้ายผมก็ต้องมานอนให้น้ำเกลือจนได้ เพราะอาการอ่อนเพลียของผม ไม่รู้ว่าตอนที่แม่ตั้งท้องผมนั้น แม่จะเป็นหนักแบบนี้ไหม แพ้ท้องหนักแบบนี้ไหมน่ะ แต่ผมนี้ทรมานมากที่สุด ผมเอามือลูบท้องน้อยของผม ยี่สิบสัปดาห์แล้วน่ะ อดทนอีกหน่อยนะครับลูกโซ่

“บีม ทานอะไรหน่อยไหมแก นี่ฉันซื้อของโปรดแกมาให้น่ะ” ผมหันไปมองของโปรดของผม นั้นคือบะหมี่ ผมค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง ผมมองบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ที่ผมชอบมากแต่ว่าตอนนี้ผมเห็นเหมือนเป็นอะไรสักอย่างที่พาลจะทำให้ผมคลื้นไส้อาเจียน

“เฮ้ยย!! บีม” มะนาวรีบหยิบชามบะหมี่ออกไปทันที เพราะว่าผมใช้มือปัดไปมา ก็กลิ่นกระเทียมมันทำให้ผมคลื้นไส้มากขึ้นไปอีก จนกระทั่ง ผมหันไปเห็นกล่องอาหารซีพีเข้า

“พาสต้าไหมมึง แต่ปกติมึงบอกไม่ชอบทานน่ะ มึงชอบบะหมี่มากกว่า “ใบชาพูดแต่ผมพยักหน้าตอนนี้ท้องร้องมากเลย และใบชา เพื่อนผมคนนี้ มากจากทางเหนือ และสอบติดที่นี้ได้และมาอยู่หอกับพี่ชาย ที่ทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ พอใบชาเปิดกล่องออกมา มันน่ามแปลกที่ผมไม่รู้สึก ผอืดผอมเลยสักนิด ผมค่อยๆ ใช่ช้อนตักมาคำเล็กมากๆ ก่อนจะเปิดริมฝีปากเล็กๆ ของผม ชิมรสชาติก่อนและได้ผล ผมทานได้เฉยเลย

“เฮ้ย ปกติมึงไม่กินพาสต้าน่ะไอ้บีม” ฟิล์มมันรู้ดี เลยหันมาทำสีหน้าแปลกใจ ผมก็นั่งทานได้ปกติ


“เคยได้ยินป่ะว่า คนท้องน่ะมักจะชอบทานอะไรที่แปลกแหวกแนวไปจากเดิมน่ะ เหมือนแม่ฉันนี่ตอนท้องฉันน่ะ แม่อยากกินมะนาวมาก หันมะนาวคลุกพริกกลัวกินเลยน่ะ ซึ่งปกติแม่ฉันไม่ชอบของเปรี้ยวเลย”


“แม่มึงเลยให้ชื่อมะนาวว่างั้น”

“โชคดีน่ะที่แม่แกไม่ได้ชอบกินมะขวิดล่ะ"

“ทำไมล่ะ”

“จะได้ตั้งชื่อแก่ว่ามะขวิดแทนไงล่ะ มะนาว” เป็กซ์พูดแซว และนี้ก็ทำให้ผมยิ้มออกมาได้เล็ก ความสุขที่มีเพื่อนนั่อยู่ด้วย

“มะนาวดีใจน่ะที่บีมยิ้มได้ อย่าเครียดน่ะขุ่นแม่ของมะนาว สงสารหลานตัวน้อยๆ “มะนาวพูดพร้อมกับกุมมือผมเอาไว้

“เออ บีม วันก่อนมึงไปเจ้าหน้าที่ที่มึงทำเรื่องดร๊อปว่าไงว่ะ”

“คือกูขอใบรับรองแพทย์ไปให้เขาน่ะ เขาก็เลยรู้ว่าทำไมกูต้องดร๊อปเรียนไปก่อน” ผมพูด

“มึงรู้ป่ะ แม่งเอาไปพูด และเพื่อนต่างห้องพากันมาถามพวกกูกันหมดเลยว่ะ” ผมหันไปมองเพื่อนๆ ของผม

“ไอ้ฟิล์มมันก็ด่าส่วนไปเยอะแล้ววันนี้น่ะ ศัตรูบานเลยมึงไอ้ฟิล์มงานนี้ “เป็กซ์พูด ผมหันไปมองฟิล์ม ผมส่ายหัวไม่อยากให้ฟิล์มมีเรื่องเลย จะจบอยู่แล้ว

“ก็มันเสือกเรื่องของมึงอ่ะและไม่ใช่ถามเพราะว่าเห็นใจน่ะ ถามแล้วพากันหัวเราะขำๆ ทั้งที่ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาหัวเราะกันเลยน่ะมึง” ฟิล์มพูด

“กูควรจะดร๊อป หรือว่ากูควรจะลาออกดีว่ะ พวกมึง” ผมพูดเบาๆ ก่อนจะก้มลงมองพุงน้อยของผม เอามือลูบ

“อุ้ยย” ผมสะดุ้ง

“บีม แกเจ็บท้องเหรอ “มะนาวถามผมเสียงหลงทันที

“เจ็บอะไรล่ะ  อายุครรภ์ไอ้บีมเพิ่งจะยี่สิบสัปดาห์เอง เขาต้องสี่สิบสัปดาห์โน่น” ใบชาพูด

“น้องดิ้นน่ะ “ผมพูดและก้มลงมอง ท้องไม่ใหญ่แต่หมอภีมบอกว่าน้องน้ำหนักตาเกณฑ์ทุกอย่างแถมแข็งแรงมากด้วย สังเกตจากการเริ่มถีบพุงผมเล่น
“เตะเก่งเนอะ ส่งไปเรียนเตะฟุตบอลเลยไหมบีม” มะนาวพูด

“รีบเสนอเชียวน่ะมึงมะนาว”

“อามะนาวจะได้หาเรื่องไปนั่งดูนักเตะด้วยและดูแลหลานโซ่สุดหล่อของอามะนาวไปด้วย ฟินเชียว” มะนาวพูดปนหัวเราะ

“อุ้ยย” ผมสะดุ้งอีกที ก่อนจะใช้มือลูบเบาๆ ผมสัมผัสได้ถึงสิ่งที่นูนๆ ไม่รู้ว่าก้นหรือเปล่าน่ะ แต่น่าจะก้นแหละเพราะถ้าเป็นหัวนี้แสดงว่าน้องกลับตัวพร้อมจะออกมาดูโลกแล้ว แต่ผมน่ะยังไงก็ไม่ได้คลอดธรรมชาติเหมือนผู้หญิงทั่วไปแน่ๆ ใช่ซิ ถ้าจะให้คลอดแบบนั้น น้องจะออกมาทางไหนกันล่ะ และจู่ๆ ประตูห้องพักที่ผมมาพักอยู่ก็ถูกเปิดออก อาจารย์กันตภณ เข้ามาพร้อมกับพี่หมอภีมปภพ

“สวัสดีครับอาจารย์ “ “สวัสดีค่ะอาจารย์” เพื่อนๆ ของผมยกมือไหว้อาจารย์กันตภณ

“ไงบีม ดูสีหน้าเราดีขึ้นน่ะ ดีขึ้นกว่าตอนที่เพื่อนๆ พาเรามาซะอีก” พี่หมอภีมปภพพูด

“มันกินพาสต้าไปหมดกล่องเลยครับพี่หมอ” เป็กซ์รีบหันไปรายงานพี่หมอภีมปภพทันที

“แม้ชอบอาหารไฮโซซะด้วยน่ะหลานพวกผมน่ะครับพี่หมอ ข้าวธรรมดาไม่ยอมกิน” ใบชาพูดเสริมอีกคน

“เหมือนหลานชายพี่กันเขาเลย ตอนนั้นที่นายพาไปไหนน่ะและไม่ยอมจะกินข้าว ต้องกินแต่พาสต้า ต้องไปตระเวรหากันน่ะ ตอนนั้นหลายชายนายเพิ่งจะสิบห้าสิบหกได้ “พี่หมอภีมปภพหันมาพูดกับอาจารย์กันตภณ ผมก็นึกว่าอาจารย์กันตภณชอบซะอีก

“ทุกวันนี้มันก็ยังกินแต่พาสต้าน่ะ พี่ชายกูน่ะบ่นทุกวันเพราะว่าอยากให้ทานอาหารไทยปกติ เหมือนคนอื่นๆ ทานในบ้านน่ะ” อาจารย์กันตภณพูดขึ้นก่อนจะเดินมาหาผม

“เอาไว้พี่ให้แม่บ้านทำมาให้แล้วกันน่ะ” อาจารย์กันตภณพูด

“ไม่เป็นไรครับ พี่กัน และที่ผมทานคงเป็นเพราะว่าผมหิวมากกว่านะครับ” ผมพูด

“อย่ามาพูดเลยมึงน่ะกินเอาจนหมดจานซะขนาดนี้ และที่สำคัญมึงเคยบอกว่าไม่ชอบพาสต้าไม่ใช่เหรอ” ฟิล์มหันมาพูด ผมก้มลงมองจานตรงหน้า หมดเกลี้ยงเลย

“ตอนมาถึงได้สั่งเจาะเลือดเอาไว้ ธาตุเหล็กยังต่ำอยู่น่ะ พรุ่งนี้ก่อนจะกลับ พี่จะให้เขาเติมธาตุเหล็กให้ก่อนน่ะบีม ใช่เวลาแค่สามสิบนาที “พี่หมอภีมพูดกับผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ อาจารย์กันตภณ หันมามองผม เขาใช่ฝ่ามือลูบหัวผมเบาๆ ผมดูจากสายตาเหมือนกับว่าอาจารย์มีเรื่องมาเลย

“งั้นขอพี่หมอไปดูคนไข้ห้องอื่นก่อนน่ะ เพราะว่าเดี๋ยวคนไข้คนอื่นๆของพี่หมอ จะน้อยใจเอาและห้องนี้คงมีคนรอทำหน้าที่แทนหมอแล้วแหละ “พี่หมอภีมพูดก่อนจะเดินออกไป

“งั้นพวกเราขอลงไปหาอะไรทานกันก่อนนะครับอาจารย์ คือไม่อยากเป็น กขคง เอกอาสอวอ”

“เฮ้ยย!!” พวกเพื่อนผมร้องออกมาพร้อมกันหมด

“แค่กขค ก็พอมะนาว ทำยังกับท่องสอบแป้นพิมพ์ดีด “เป็กซ์พูด

“ถ้าพูดธรรมดาจะขำกันเหรอ”

“จ้าแม่ตลกบริโภค “ใบชาพูดแซวมะนาว

“อีแบบนี้มักได้บริโภคตัวตลกซะก่อนไม่ใช่บริโภคพระเอก” เป็กซ์พูด ทำให้มะนาวหันไปค้อนใส่ทันทีและทุกคนก็พากันเดินออกจากห้องคนไข้ไป เหลือไว้แค่ผมกับอาจารย์กันตภณ ผมเงยหน้ามองหน้าอาจารย์

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับอาจารย์ “ผมถามอาจารย์กันตภณ

“เออ ไม่มีครับ”

“บอกผมเถอะครับ และผมเดาว่าน่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนในคณะรู้แล้วว่าทำไมผมดร๊อปเรียน เพราะว่าผมท้อง ใช่ไหมครับ” ผมพูดก่อนจะหันมามองอาจารย์กันตภพ

“ที่จริงพี่ยื่นเสนอคณะกรรมการให้เราได้เข้ารับเลือกรับปริญญาบัตรเกียรตินิยมอันดับสองน่ะ บีม เราเรียนเก่งมาก” อาจารย์กันตภณพูด ผมเงยหน้ามองหน้าอาจารย์

“แต่ตอนนี้ พี่ขอโทษที่พี่ต้องบอกให้เขายกเลิก” และน้ำใสๆมันก็รินไหลออกมาเฉยเลย ก็ผมยายามตั้งใจเรียนมาตลอด

“หมับ” อาจารย์เขากอดผมพร้อมกับลูบหัวผมเบาๆ เพื่อปลอบโยน

“พี่ได้คุยกับอาจารย์ที่ดูแลกฎระเบียบน่ะ เขาบอกว่า นักศึกษาที่ตั้งครรภ์ เขาอนุโลมให้ไปเข้าเรียนได้น่ะสำหรับคนที่อยู่ปีท้ายๆ เราจะกลับไปเรียนไหม “อาจารย์กันตภณถามผม

“พี่ว่าผมควรจะกลับไปเรียนไหมครับ”

“ไปเรียนเถอะจะได้จบพร้อมกับเพื่อนๆ และพอจบน้องก็คลอดพอดี “อาจารย์กันตภณบอกผม จะว่าไปก็เหลือแค่เทอมเดียวเอง ผมก้มลงมองพุงที่ไม่น้อยแล้ว เริ่มยื่นออกมามากพอสมควรแล้ว อนาคตของผมก็คืออนาคตของเขาด้วยเช่นกัน อย่างน้อยวุฒิปริญญาตรีก็น่าจะพอหางานทำเลี้ยงลูกได้ ผมพยักหน้ากับอาจารย์กันตภณว่าผมจะกลับไปแล้ว

“พรุ่งนี้พี่จะทำเรื่องระงับการดร๊อปของเราไว้ก่อน ส่วนบางวิชาที่เราขาด จะให้พี่ไปช่วยคุยให้ก็ได้น่ะพี่ยินดี “อาจารย์กันตภณบอกกับผม

“ผมไม่รู้จะขอบคุณพี่ยังไงได้เพียงพอกับสิ่งที่พี่ทำให้ผม “ผมพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์กันตภณ อาจารย์เขาก็มองผมเช่นกัน

“แค่มอบสิ่งนี้" อาจารย์กันตภณชี้ไปที่ตรงอกด้านซ้ายของผม " ให้พี่ดูแลแทนได้ไหมครับ การที่พี่ทำให้เราทุกอย่างแบบนี้ นั้นแปลว่าพี่คนนี้พร้อมจะดูแลบีมและบีมน้อยๆ อย่างดี” อาจารย์กันตภณพูด ผมก็มองอาจารย์ และจู่ๆ อาจารย์เขาก็ก้มลงและหอมที่หน้าผากผมเบาๆ

"อึก อึก อึก" และผมกลับต้องดันอาจารย์กันตภณออกจากตัวผมทันที เพราะว่า ผมกับรู้สึกคลื้นไส้อาเจียนขึ้นมาหน้าตาเฉย จนอาจารย์กันตภณต้องดมเสื้อผ้าตัวเอง

"ผมขอโทษครับพี่กัน ผมขอถาดใส่สำหรับอาเจียนหน่อยครับ" ผมพูดและอาจารย์กันตภณก็ส่งถาดที่ลักษณะคลายเม็ดถัวมาให้ผม ผมก็ก้มหน้าก้มตาอาเจียน ผมนี้อายอาจารย์เขาที่สุด และพอผมหยุดอาเจียน อาจาย์กันตภพก็เดินเข้ามาใกล้ผมอีก คราวนี้ผมก็ผอืดผอมอีกครั้ง จนอาจารย์เขาต้องออกไปยืนถอยหางผมนั้นแหละผมถึงได้หยุด

"สงสัยน้ำหอมพี่แน่ๆเลยบีม  "อาจารย์กันตภณพูดพร้อมกับทำหน้าอย่างคนที่รู้สึกผิด

"ผมขอโทษนะครับพี่กัน" ผมพูดเบาๆ และอาจารย์เขาก็ต้องถอยไปนั่งไกลๆจากผมไปหน่อย ผมก้มลงเอามือลูบท้องน้อย มองลูกชาย นี้ร้ายไปนะแกล้งมี้กับลุงกันแบบนี้ได้ยังไง ผมแอบต่อว่าลูกโซ่ในใจ (ที่ผมแทนว่ามี้ มาจากมามี่คือว่าผมไม่กล้าให้ลูกเรียกว่าแม่เต็มปาก ผมกลัวว่าเขาจะถูกมองไม่ดี ถ้าเขาโตขึ้นและอาจจะโดนเพื่อนล้อเอาอีกว่าแม่เป็นผู้ชาย)

TBC.....
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.4.1 เริ่มแสบตั้งแต่อยุ่ในท้อง
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 24-02-2021 12:39:03
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.4.1 เริ่มแสบตั้งแต่อยุ่ในท้อง
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 24-02-2021 22:30:12
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.5 ลูกโซ่อยากเจอมี้บีมแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 25-02-2021 06:38:07
      Part’ s กันต์ธีย์ ผมนอนสะลึมสะลืออยู่ในห้องพักคนไข้ อาการปวดดีขึ้นแล้วได้หลับไปพักหนึ่งได้ ตอนแรกผมนึกว่าผมจะตายซะแล้ว ปวดเหมือนถูกหักกระดูกทั้งตัว เป็นความเจ็บปวดที่เหมือนกระดูกหักถึงสามสิบท่อนได้ ผมเพิ่งจะเข้าใจวันนี้เองว่า ก่อนจะเป็นแม่คน ต้องผ่านความเจ็บปวดที่แสนสาหัสนี้ไปก่อน และนี่ผมก็ยิ่งคิดถึงแม่ผมเอง

“บีม พี่ฉีดยาระงับการคลอดให้เราไปก่อนน่ะ และฉีดยากระตุ้นปอดน้องแล้วด้วย “พี่หมอภีมปภพพูดกับผม

“พี่ว่าเราต้องเข้าห้องผ่าคลอดพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้” พี่หมอภีมบอกผม ผมมองหน้าพี่หมอภีม ตอนนี้อะไรก็ได้แล้วแหละ

“อันที่จริงอยากให้รอถึง 37 สัปดาห์แต่ดูท่าลูกเราคงไม่อยากรอ”

“และพรุ่งนี้ก็ครบ36 วีคแล้ว น้ำหนักเด็กก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทีดี พี่ว่าน่าจะโอเคน่ะ ถ้าน้องอยากจะออกมาลืมตาดูในตอนนี้ “พี่หมอพูดปนหัวเราะ และคนที่เดินตามเข้ามาคืออาจารย์กันตภณ เขาเดินมาเอามือลูบหัวผมเบาๆ

“ยาแก้ปวดนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน ไอ้หมอ”

“ก็ต้องดูก่อนว่าบีมปวดมากแค่ไหน ถ้าปวดมากก็จะให้อีก แต่ถ้าปวดถี่เลย ก็คงต้องทำอะไรสักอย่าง และตอนนี้เด็กพร้อมจะออกมาแล้ว และดีที่เกิน34สัปดาห์ไปแล้ว แต่ได้ฉีดยากระตุ้นปอดให้น้องไปแล้ว น่าจะโอเคถ้าจะผ่าคลอดพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้เลยน่ะ” พี่หมอภีมพูดกับอาจารย์กันตภณ

“จะได้เห็นเจ้าตัวน้อยแล้วน่ะ”

“จะจ้างพยาบาลเข้ามาดูแลเราน่ะ เอาคนที่มีประสบการณ์เพื่อมาคอยให้คำแนะนำเรา “อาจารย์กันตภณพูด ผมก็เงยหน้าขึ้น ไม่อยากให้สิ้นเปลืองเงินทองเปล่าๆ เลย

“เอาน่ะ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะได้ไม่เครียด มีคนคอยแนะนำ” พี่หมอภีมปภพพูดก่อนจะหันไปมองหน้าอาจารย์กันตภณ

“โอ๊ย!!” ผมรู้สึกว่าเจ็บจี้ดเลย และก้มลงมองท้องของผม ที่เป็นคลื้นจากการดิ้นของลูกโซ่

“บีม” อาจารย์กันตภณรีบก้มลงแต่ผมก็ต้องเอามือป้องทำท่าจะอาเจียนทันที และอาจารย์กันตภณก็ตอ้งชะงักเท้าที่จะเข้ามาหาผม

“บีม ยังไม่ยอมให้พี่เข้าใกล้อีกเหรอ” อาจารย์กันตภณถามผม ด้วยน้ำเสียงปนความน้อยใจ

“คือผมขอโทษนะครับพี่กัน ผมไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ อึก อึก” และผมก็ต้องค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นนั่งและรีบคว้าที่รองอาเจียนมาถือเอาไว้

“มีคนไข้ คนหนึ่งน่ะ เหม็นกินสามีตอนท้อง ห้ามเข้าใกล้กันเลยแหละจนคลอดเลยน่ะมึง แตะตัวก็ยังไม่ได้ ต้องอยู่ห่างๆ สงสัยมึงจะได้สิทธิ์นั้นว่ะกัน “พี่หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะกับอาจารย์กันตภณ และเพื่อนๆ ของผมก็กรูกันเข้ามา และมายืนล้อมผมกันหมด

“บีมเป็นไงบ้าง” ฟิล์มถามผมพร้อมกับกุมมือผมเอาไว้

“นึกว่ามาถึงเห็นหน้าหลานเลยเนี๊ยะ อุตส่าห์แต่งหน้ามารอเลย จะถ่ายรูปลงโซเชียลกับหลานสักหน่อย” มะนาวพูด

“ที่พวกกูมาช้าน่ะ ก็รอ คุณอาเห่อหลานอยู่นี้แหละ” ใบชาพูดก่อนจะโบ้ยปากไปทางมะนาว

“กลัวหลานเห็นหน้าแล้วตกใจ เลยต้องแต่งสวยๆ ไว้ก่อน” มะนาวพูด

“กูน่ะกลัวหลานตกใจหลังจากที่มึงล้างหน้าแล้วมากกว่า อันนี้เรียกว่าถึงขั้นช๊อก!!” ใบชาพูด

“ใบชา!”

“เอาล่ะ ไม่ต้องทะเลาะกันครับ พรุ่งนี้ครับได้เห็นแน่นอน หน้าหลานน่ะ เพราะว่าพรุ่งนี้พี่หมอนัดผ่าเลยครับ” พี่หมอภีมภพพูดบอกทุกคน

“บีมแม่มึงโทรเข้าหากูว่ะ และเขาบอกว่าเขามาไทยกับแฟนเขา เขาว่าจะมาหาแกน่ะ แต่กูบอกเขาไปว่ามึงไปโรงพยาบาลแล้วคลอดวันนี้ “ฟิล์มบอกผม

“แล้วแม่บอกว่าจะหากูไหมฟิล์ม” ผมรีบถามฟิล์มทันที

“เขาบอกว่ายังไม่รู้แต่กูให้ที่อยู่โรงพยาบาลไปแล้วว่ะ หวังว่าเขาจะมาน่ะมึง “ฟิล์มบอกผม ผมรุ้ว่าอาจารย์กันตภณเขามองการสนทนาของผมกับฟิล์มอยู่ ก่อนจะแตะทีแขนผมเบาๆ

“คืนนี้พวกผมเฝ้าบีมกันได้ไหมครับ พี่หมอ” เป็กซ์เอ่ยถามพี่หมอภีมปภพ

“ไม่เป็นไรหรอกมีพยาบาลดูแลน่ะ พวกมึงเรียนกันก็เหนื่อยแล้ว” ผมบอกเพื่อนๆ ของผม

“ไม่ได้หรอกเพื่อนกัน จะได้เป็นกำลังใจให้แกไงบีม พวกเราไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว “ใบชาพูด

“ได้ครับแต่อย่าส่งเสียงดังกันน่ะ “พี่หมอภีมพูด

“ครับ” “ค่ะ” และทุกคนก็รับปากรับคำกันอย่างดี

“พรุ่งนี้พี่มีนัดเด็กสอบเก็บคะแนนน่ะซิ ถ้าเสร็จเร็วพี่จะรีบมาเลยน่ะบีม” อาจารย์กันตภณพูดกับผม ผมพยักหน้า ผมเองก็ไม่อยากให้อาจารย์ต้องมาเสียเวลาเอาชั่วโมงสอนมาคลุกกับผมเช่นกัน

“บีมรู้สึกว่าปวดบีบถี่มากไหมตอนนี้ “พีหมอภีมถามผม

“คือมาแล้วก็หายไปพักๆ หนึ่งอ่ะครับ พี่หมอ” ผมบอกพี่หมอภีม

“เดี๋ยวพี่จะให้พยาบาลเอายาแก้ปวดมาให้น่ะบีม อาจจะต้องฉีดยากระตุ้นปอดเด้กอีกสักเข็มน่ะ “พี่หมอภีมปภพบอกผม ผมหันมามองเพื่อนๆ ที่พากันนั่งลง เหลือแต่อาจารย์กันตภณที่ยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้กับผม

“ผมขอโทษนะครับพี่กัน ทีผมทำให้ทุกคนเข้าใจพี่ผิด ผมขอโทษ” ผมพูดกับอาจารย์กันตภณ

“ไม่เป็นไร แม้ในใจของพี่ พี่อยากให้เขาเป็นลูกของพี่จริงๆ น่ะบีม พี่รักบีม” ผมก็ต้องอึ้ง

“ใจพี่อยากมีลูกแต่… พี่…มี..ไม่ได้ “อาจารย์กันตภณบอกผม

“โอ้วว “ผมชักมือออกมาแทบไม่ทันทีมันเจ็บจี้ดขั้นมาทันที

“บีม!!” เสียงเพื่อนผมลุกพรวดขึ้นและตรงมาหาผมทันที ผมก็พยายามทำตามที่หมอภีมปภพบอกผมเอาไว้ ถ้าเกิดอาการท้องแข็งให้ผมหายใจเข้าลึกและหายใจออกยาวๆ

“บีมเจ็บท้องอีกแล้วเหรอ” อาจารย์กันตภณถามผม ผมพยักหน้า รอบนี้มันปวดแบบเหมือนมีใครมาบีบอวัยวะภายในผมไว้เลย

“โอ๊ย!!! อืมมมมม โอ๊ย!!!”

“พี่ไปเรียกไอ้หมอน่ะ ให้มันเอายามาให้เราน่ะบีม ตอนนี้เลย” อาจารย์กันตภณรีบวิ่งออกไปทันที เพื่อนๆ ผมหันไปมองอาจารย์กันตภณก่อนจะหันกลับมามองผม จู่ๆ ผมก็ผมก็รู้สึกว่าดีขึ้นมาทันที

“ดีขึ้นแล้วเหรอบีม” ผมก็พยักหน้าแบบไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

“กูถามจริงๆ กูสังเกตมาพักใหญ่แล้วน่ะ เวลาอาจารย์เขาจะเข้าใกล้มึงน่ะ ลูกมึงแสดงอาการไม่ชอบหน้าเขาเลยอ่ะ ทำให้มึงคลื้นไส้ใส่เขาบ้าง มันเหมือนกับว่า ไม่อยากให้อาจารย์แกเข้าใกล้มึงเลยว่ะ แต่นี่ไม่ใช่มึงน่ะ ลูกมึงว่ะ ” เป็กซ์พูด ผมก็รู้สึกผิดทันที

“ก็ลูกไอ้บีม ไม่ใช่ลูกอาจารย์นี่หว่า เด็กมันยังเลือกพ่อถูกเลย” เป็กซ์พูด ผมสะบัดหน้าหันไปมอง ผมเองยังจำหน้าพ่อเด็กไม่ได้เลยน่ะ ลูกผมเขารู้ได้ไงว่ะ ผมนึกในใจ

“อย่าว่าเลยน่ะดูจากรูปสามมิติที่อัลตราซาวน์ล่าสุดน่ะ หน้าไม่ไปทางอาจารย์กันตภพเท่าไหร่น่ะมีแค่จมูกที่โด่งอย่างเดียว” มะนาวพูด ผมหันไปมองหน้มะนาวก็ผมไม่ได้มีอะไรกับอาจารย์แกนิ ลูกจะได้ออกมาเหมือนอาจารย์เขา และก่อนที่อาจารย์จะกลับเข้ามาพร้อมกับพี่หมอภีมปภพและทุกคนก็หยุดการสนทนา พยาบาลก็ตามเข้ามาอีกสองสามคน มีเครื่องวัดการเต้นหัวใจลูกผมและเครื่องตรงนับการหดเกร็งของมดลูกของผม

“บีมปวดมากเลยว่ะไอ้หมอ” อาจารย์กันตภณพูด และพี่พยาบาลก็เอาสายรัดมารัดที่พุงกลมของผมมีเรื่องวัดการเต้นหัวใจลูกผมอยู่ และมีที่วัดกราฟการบีบตัวของมดลูก ผมก็ต้องกดฟันอีกที

“โอ้วววว โอ้ววว “ผมปวดจี้ดขึ้นมาอีก จนต้องกุมผ้าปูที่นอนแน่น

“บีม!!” เพื่อนของผมร้องเรียกผมเสียงหลง

“บีม” อาจารย์กันตภพเข้ามาจับต้นแขนผม สีหน้าที่เหยเกของผม เพราะความเจ็บปวดที่จู่ๆ ก็แล่นจี้ดขึ้นมาถีๆ แบบไม่ทันตั้งตัว จนผมต้องพ่นลมหายใจเข้าออกถี่ๆ และเส้นกราฟที่ขีดเขียนจากเครื่องก็ถี่ยิบขึ้นมาทุกที ผมเองก็พ่นลมหายใจถี่ตาม

“โอ๊ย!!!”

“ไม่ทันพรุ่งนี้แล้ว เตรียมห้องผ่าตัดเลยครับพี่หมอน” พี่หมอภีมพูด

“ไม่รอให้ถึงสามสิบหกสัปดาห์เหรอ ไอ้หมอ” อาจารย์กันตภณหันไปถามพี่หมอภีมปภพ

“ก็เด็กเขาไม่รอแล้วนิดูซิ บีบถี่หยิบขนาดนี้ รอไม่ได้น่ะ เพราะว่ามดลูกอาจจะแตกได้ อันตรายกว่าอีก คราวนี้ทั้งแม่และน้องเลยน่ะ ผ่าเลย” หมอภีมปภพพูด มะนาวเดินมาจับมือผมและ ทำท่าทางหายถี่ๆ และพ่นลมออกถี่ เหมือนผม ผมก็หันมามองมะนาว

“ดีขึ้นไหมอ่ะบีม” มะนาวถามผม ผมส่ายหัวว่าไม่เลย มันบีบมากขึ้นอีก

“ฟูๆๆๆๆ “มะนาวก็ช่วยผมเต็มที่

“พอเถอะมะนาว มึงน่ะทำให้บีมมันแย่ลง” ฟิล์มพูด

“ก็อยากช่วยเพื่อน” มะนาวพูด แต่ผมน่ะ หันไปซ้ายหันขวา เพราะว่ามันปวดทรมานที่สุด อาจารย์กันตภณเข้ามากุมมือผม อีกข้าง สีหน้าและแววตาที่ดูเป็นห่วงผมมันทำให้ผม เสียดายสิ่งที่ผมควรจะให้คนที่ควรกลับไปตกอยู่กับคนที่ไม่เห็นค่า มันจะรู้ไหมว่าผม โอ๊ย!!! กูทรมารแค่ไหนเนี๊ยะไอ้เชี้ย ผมแอบด่าในใจไอ้คนที่ทำผมวันนั้น

“โอ๊ย” ผมร้องออกมาดัง และประตูห้องนอนผมก็ถูกเปิดออก มี่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และพยาบาลหลายคนเลย เข้ามเพื่อนย้ายผมไปห้องผ่าตัดด่วน

“ต้องวางยาสลบเราน่ะบีม เพราะนี้คือผ่าคลอดฉุกเฉิน” พี่หมอภีมปภพบอกผม เพื่อนๆ ผมแต่ล่ะคนยืนเกาะกลุ่มกันหมด ผมเองก็ไม่เคยเข้าห้องผ่าตัดมาก่อนเลย ผมเริ่มกลัว ผมกลัวมากตอนนี้ ตัวผมเริ่มสั่น

“ทำใจให้สบายน่ะครับบีม พี่จะรออยู่ที่นี้ ตรงนี้ และพี่เชื่อใจไอ้หมอ หมอน่ะเป็นเพื่อนของพี่ตั้งแต่มัธยมและเป็นเพื่อนที่สนิทกับพี่มากที่สุด พี่เชื่อใจมัน และพี่เชื่อว่าบีมจะปลอดภัยทั้งบีมและลูก” อาจารย์กันตภณบอกผม

“ทำไมคนที่เป็นพ่อของลูกผมไม่ใช่พี่น่ะ พี่กัน” ผมพูดก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมืออาจารย์กันตภณไป

“ถ้ามีพรที่พี่จะขอได้ พี่ก็อยากเป็นพ่อของเด็กคนนั้น บีมของลูกบีม” อาจารย์กันตภณบอกผม

“แต่ในความจริง พี่ก็ทำไม่ได้ แต่พี่สัญญาว่าพี่จะรักเขาให้เหมือนกับว่าเขาคือลูกของพี่” ผมได้ยินแต่ว่ามันเบามาก และผมก็ถูกเข็นไปเรื่อย ในหัวผมคิดสิ่งที่ผมได้ยินจากอาจารย์กันตภณ “ในความจริงพี่ก็ทำไม่ได้ “มันคืออะไร ผมไม่เข้าใจ และตอนนี้ร่างผมถูกเข็นเข้าไปในห้องหนึ่ง ตัวผมสั่นเทามาก ผมกลัวเหลือเกิน จนกระทั่งถูกนำมาไว้อีกห้อง ผมไม่รุ้ว่าเกิดอะไรขึ้น บ้างเพราะว่าทุกอย่างมันรวดเร็วมาก จนผมตั้งตัวไม่ทันที

“คนไข้ค่ะ เราจะให้คนไข้ดมยาสลบแล้วนะคะ สูดหายใจเข้าลึกๆ นะคะ และคิดแต่สิ่งที่ดีดีเข้าไว้นะคะ คิดแต่สิ่งที่ทำให้คนไข้มีความสุขนะคะ ทำใจให้สบายนะคะ สูดหายใจค่ะ เก่งมากเลยค่ะคนไข้ นึกแต่สิ่งที่ดีดีเข้าไว้นะคะ ตื่นมาจะได้เจอน้องแล้วนะคะ”

ผมได้ยินเสียงนั้นตอนนี้มีบางสิ่งมาครอบปากและจมูกของผม ผมก็หายใจเข้าออกตามที่ผู้หญิงคนนั้นบอก และความสุขของผมคืออะไรกัน ตั้งแต่เกิดมาผมเองก็มีแค่แด้ดและแม่ แต่ความสุขของผมเริ่มหายไปตั้งแต่พอเสียและผมก็ถูกส่งมาอยู่ที่ไทยตามลำพังตอนแรกก็อยู่กับยาย แต่พอยายเสียก็ต้องออกมาอยู่คอนโดของแม่ เวลาผ่านไปได้สักสิบนาทีหนังตาเริ่มหนักลง สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่หลอดไฟนีออน แต่เป็นภาพผู้ชายคนหนึ่งที่กำลัวอุ้มเด็กน้อยน่ารัก หน้าหวานๆ ดูเขามีความสุขมาก เขาหัวเราะกันสองคน ผมเองก็นั่งดู และอมยิ้มไปด้วย ผู้ชายคนนี้ใครกันน่ะ เขารักลูกเขามากขนาดนี้เลยเหรอ แล้วพ่อผมล่ะเขาจะรักผมได้แบบผู้ชายคนนี้ไหม

“ป๋า มี้ “เด็กน้อยคนนั้นสะกิดกับผู้ชายที่หันหลังอยู่ให้เขาหันมามองผม และเด็กน้อยนั้นก็เรียกผมว่ามี้ มี้ของเขาอย่างนั้นเหรอ เด็กคนนั้นเหมือนลูกชายผมเลยน่ะ และผู้ชายคนที่ยืนหันหลังก็หันหลังมามองผมช้า ๆ ช้าๆ ช้า ๆ ผมก็ต้องตกใจเพราะว่าเขาคือคนที่สร้างตราบาปไว้กับผมนั้นเอง เธียรวิชย์ ไอ้ ….ไอ้ ….เธียร ไอ้เชี้ย!!!
TBC...

ตอนหน้าลูกโซ่ของมี้บีมออกมาเจอพี่ป้าน้าอาแน่นอน ยังไม่ทันไรก็ หวงแม่แล้ว

หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.5 ลูกโซ่อยากเจอมี้บีมแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 25-02-2021 12:00:31
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.5 ลูกโซ่อยากเจอมี้บีมแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 26-02-2021 02:28:37
 :hao3:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.5 ลูกโซ่อยากเจอมี้บีมแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Tanthai23 ที่ 26-02-2021 09:01:15
 :impress2: :-[
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 27-02-2021 06:49:59
         

              Part's กันต์ธีย์ หลังจากที่ผมโดนวางยาสลบผมก็หลับไม่รู้เรื่องเลย ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวด ปวดแผลและพี่หมอภีมก็โทรมาสั่งยาฉีดให้ผม แถมตามมาด้วยอาการคลื้นไส้ อยากจะอาเจียนตลอดเวลา ซึ่งมันคือผลข้างเคียงจากยาสลบ จนพยาบาลต้องเอายาฉีดลดอาการคลื้นไส้มาให้ผมนั่นแหละถึงได้ดีขึ้น และยาแก้ปวดมาให้ผมทาน แต่ผมยังไม่ได้เจอลูกชายผมเลย พวกเพื่อนๆ ผมบอกว่า น้องเข้าตู้อบเพราะว่าหายใจเร็ว แต่หมอเด็กบอกว่าน้องแข็งแรงดี น้ำหนักตัว 2840 กรัม ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ทุกคนอยากแวะไปดูแต่น้องอยู่ในตู้อบเลยยังไม่มีใครเห็นสักคน ส่วนอาจารย์กันตภณเพิ่งจะกลับไปตอนเช้าตรู่ เขาอยู่เฝ้าดูผมทั้งคืน มันทำให้น้ำตาผมไหลออกมาในทันที ทำไมผู้ชายคนนี้ดีกับผมเหลือเกิน


“โอ้ยย” ผมขยับตัวแต่เพื่อนผมพากันลุกขึ้นและเข้ามาหาผมกันหมด

“ไอ้บีมมึงพึ่งผ่าตัดออกมาจะลุกเลยเหรอว่ะ”

“อยากไปหาลูก”

“อย่าเพิ่งเลย มึงยังลุกเดินไม่ได้น่ะ หมอภีมบอกว่าต้องรอให้เปิดแผลก่อน คงจะพรุ่งนี้น่ะ” ฟิล์มบอกผม

“พวกกูก็ยังไม่เห็นหน้าหลานเลยบีม” เป็กซ์บอกผม ผมหันมามองทุกคน


“มึงยังอ่อนเพลียอยู่เลยน่ะ นอนพักก่อนเถอะ เพราะหลังจากนี้ มึงอาจจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน บีม ดูท่าลูกมึงจะไม่ธรรมดา สั่งพิเศษมาแน่ๆ ” ผมหันมามองเพื่อนรักของผม ไอ้ฟิล์มพูด


“กูเห็นพี่สาวกูน่ะ ตอนเลี้ยงหลานน่ะ มึงนอนเอาแรงเถอะมึงและกูว่าเด็กผู้ชายคงได้แสบซ่าเหมือนกันว่ะ “ฟิล์มพูด


“นี้ ตอนมะนาวเห็นบีมเจ็บท้องน่ะ ไม่อยากท้องเลยอ่ะ เพราะว่ามะนาวยังไม่รู้ว่าจะทนได้เท่าบีมมัน “มะนาวพูด


“แต่ลูกก็อยากมีน่ะ เด็กมันน่ารักอ่ะ ตอนเดินผ่านห้องเด็กอ่ะ กระจองอแงกันเป็นแถว แต่ไม่อยากอุ้มท้องและคลอดเองอ่ะ”


“บีม อุ้มท้องให้มะนาวคนหนึ่งน่ะ “มะนาวพูดผมสะบัดหน้าไปมอง จะให้ผมอุ้มท้องอีกเหรอ ไม่เอาอ่ะ ผมสั่นหัวไปมาทันที แค่รอบนี้ก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว

“อยากมีก็อุ้มเองซิ มีมดลูกเป็นของตัวเองซะเปล่า “ใบชาพูด


“หาผัวก่อนเถอะมึงอ่ะ” ฟิล์มพูด ผมก็มองเพื่อนๆ ผม จะว่าไปขีวิตของผมก็ไม่ได้โชคร้ายไปซะทุกอย่าง มีเพื่อนที่รักและมีอาจารย์ที่รักและห่วงใยผมมากขนาดนี้

“ขออนุญาตนะคะ “พี่พยาบาลเข้ามาในห้องที่ผมนอนพักอยู่ พร้อมอุปกรณ์วัดไข้ วัดความดัน พี่เขาเข้ามาถึงวัดทุกอย่างให้ผมผมและเช็กน้ำเกลือที่ห้อยอยู่

“คุณหมอจะเข้ามาตอนสิบเอ็ดโมงนะคะ” คุณพยาบาลบอกผม

“ทานอาหารอ่อนๆ ไปก่อนนะคะ” พี่พยาบาลบอกผม ก่อนจะหันมาหาผมและชูเข็มเล็กๆ ผมก็สะดุ้งทั้นที

“พี่ขอฉีดยาที่หน้าขาคนไข้ก่อนนะคะ อันนี้คุณหมอภีมให้คนไข้ฉีดทุกวันนะคะ จนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล อันนี้คือยาลดการอุดตั้นเส้นเลือดค่ะ ซึ่งมักจะเกิดกับคนไข้หลังผ่าตัดค่ะ “พี่พยายาบาลบอกผม พร้อมกับเปิดผ้าคลุมออก ผมสวมชุดคนไข้อยู่ เป็นชุดกระโปรง

“คือว่ามันสวมง่ายนะคะ แต่ถ้าคนไข้จะเปลี่ยนเป็นชุดผู้ชายก็ได้นะคะ แต่คงจะเป็นพรุ่งนี้นะคะ วันนี้ใส่ชุดนี้ไปก่อนเนอะ และพรุ่งนี้ก็เปิดผ้าพันแผลแล้วนะคะ” พี่พยาบาลบอกผมก่อนจะเข็มลงที่หน้าขาของผม เข็มเล็กแต่เจ็บมาก มากจนผมต้องกำมือกับผ้าปูที่นอนทันที แต่พอหันมามองเพื่อนผมพวกมันหนักกว่าผมอีก มะนาวนี้กุมมือใบชาแน่นเลย

“อีกนาว กูเจ็บน่ะมึง”

“แม้แค่จับมือแค่นี้น่ะเจ็บ” มะนาวถามใบชา

“ไม่ใช่ แต่เป็นเท้ามึงน่ะ เหยียบกูเต็มๆ และน้ำหนักน่ะมันไม่ได้มาแค่เท้า มันมาทั้งตัว อีบ้า” ใบชาพูดก่อนจะผลักมะนาวออก

“พี่ครับ ผมอยากเจอลูกน่ะครับ ได้ไหมครับ” ผมถามพี่พยาบาล พี่เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม

“เออ อ้อ ต้องรอให้คุณหมอเด็กตรวจก่อนค่ะ แต่น้องแข็งแรงดีค่ะ น่าจะออกจากตู้อบได้แล้ว เพราะว่าน้องหายใจได้เองตามปกติแล้วค่ะ คุณแม่”

“มีอะไรกดเรียกพี่ได้ตลอดเลยนะคะ เพราะว่าคุณหมอภีมให้พี่ดูแลเรา พี่ชื่อพี่ฝนนะคะ”

“ขอบคุณครับพี่ฝน” ผมบอกพี่พยาบาลทีทำหน้าที่ดูแลผม

“ถ้าน้องจะลุกขึ้นนั่ง จับที่จับนี้นะคะเพื่อพยุงตัวขึ้น จะได้ไม่กระเทือนแผล คอยๆ ลุกก่อนนะ “พี่ฝนหันมาบอกผมพร้อมรอยยิ้ม และไม่นานอาหารเช้ามือแรกของผมก็มาถึง ข้าวต้มหมู เพราะว่าผมต้องทานอาหารอ่อนๆ เพื่อนๆ ผมรีบจัดการลากเอาโต๊ะอาหารคนไข้มาให้ผม และเข้ามาช่วยผม ปรับเตียงให้สูงขึ้นจนผมสามารถที่จะจับที่จับที่ห้อยลงมาได้ เพื่อยกตัวขึ้นนั่งโดยมีเพื่อนผมประคองอยู่

“อ่ะบีม ทานเยอะๆ น่ะ จะได้ฟื้นตัวเร็ว และไปดูลูกมึง” ฟิล์มบอกผม เห็นมันพูดกับผมแบบนี้ ฟิล์มโคตรเป็นห่วงผมเลย และผมก็นั่งทานอาหาร แต่ใจผมก็คิดถึงลูกไปด้วย ผมเห็นของใช้เด็กอ่อนที่มาวางไว้

“มะนาวไปเอามา เพราะว่าเดี๋ยวบีมก็ต้องใช้” มะนาวบอกผม ผมพยักหน้า

“นี้ไงจะเอาไปให้แม่เขาอยู่ “เสียงเอะอะดังมาจากด้านนอก

“แหว๊ๆๆๆๆ” พร้อมกับเสียงอันแสบแก้วหูดังตามมาจนกระทั้งประตูเปิดออก และสิ่งที่ผมต้องตกใจคือพยาบาลเข็นเตียงแก้วของเด็กอ่อนเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงเด็กร้องอยู่ในนั้น มีบางสิ่งที่ดิ้นยกแขนยกวุ่นวายไปหมด

“คุณแม่ทานอาหารเสร็จหรือยังคะ” พยาบาลรีบถามผมทันที แต่ว่าผมเพิ่งจะตักทานไปได้สองสามคำเอง

“มีอะไรเหรอครับพี่” ผมถามพี่พยาบาลกลับ

“น้องร้องค่ะ ร้องปี้ดมาพักใหญ่แล้วค่ะ ให้นมขวดก็ไม่เอา และพอดีมีแม่ที่ลูกเขาส่องไฟอยู่นะคะ เขามาป้อนลูกเขาจากเต้า กะว่าจะให้ป้อนน้องไปด้วย แต่น้องก็ไม่เอาค่ะ ทั้งผลักทั้งถีบเลยค่ะ”

“อู้ยย!!” เพื่อนๆ ผม

“คงต้องเป็นเต้าคุณแม่แล้วค่ะ คุณแม่ต้องให้น้องดูดแล้วค่ะ” ผมถึงกับก้มลงมองหน้าอกแบนๆ ผมนี่น่ะ

“ต้องลองแล้วค่ะไม่อย่างนั้นร้องไม่หยุดค่ะ”

“แหว๊ๆๆๆ” เสียงที่ดังมากจนเพื่อนๆ ผมไปยืนกองที่จุดเดียวกันหมด

“เฮ้ยย!! ทำไมเสียงขนาดนี้ว่ะ”

“อนาคตนักร้องนำแน่ๆ เลย ตั้งชื่อวงรอเลยดีไหม” ใบชาพูดและพี่เขาก็อุ้มน้องขึ้นมา ตัวแดงๆ เชียว ผ้าที่เขาพันไว้ก็หลุดลุ่ยกระจัดกระจายไปหมด และลูกชายผมก็ดิ้นไปร้องไห้ไปด้วยไม่ลืมหูลืมตา ผมก็ค่อยอ้าแขนรับน้องเข้ามา พอเขาได้สัมผัสกับแขนผมเขาก็หยุดดิ้นเหมือนถูกกดปุ่มสต๊อป และค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองผม ปากก็ดูดอากาศ นั้นแปลว่าเขากำลังหิวแน่เลย



“สงสัยจะหิวค่ะ คุณแม่เอาน้องเข้าเต้าก่อนเถอะค่ะ” พี่พยาบาลรีบพูด แต่ผมจำได้พี่หมอภีมเคยบอกว่า ผู้ชายก็มีต่อมน้ำนมเหมือนผู้หญิง ถ้าถูกกระตุ้นก็มีน้ำนมได้ ลองดูว่ะ

“แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะมีน้ำนมน่ะครับพี่”

“ลองดูค่ะ “พี่พยาบาลบอกผม ผมก็ต้องปลดเลือกที่ผูก และพี่เขาก็ช่วยแหวกเสื้อของผมลงมาจนเห็นเต้านมแบนๆ ของผม พี่พยาบาลมาช่วยจัดท่าให้ผม ผมก็อุ้มลูกแบบเกๆ กังๆ คิดแล้วผมจะรอดไหม คุณแม่มือใหม่มาก พี่เขาก็หันไปจะหยิบเอาหมอนมาวางให้ผมบนตัก

“พี่ค่ะ หนูเอฟหมอนป้อนนมน้องมาให้ขุ่นแม่เขาด้วยนะคะ ใช่อันนี้ดีกว่าไหมคะ “มะนาวหันไปหยิบหมอนที่เหมือนตัวซีขึ้นชูให้พี่ฝนดู ผมสะบัดหน้าไปมอง เอฟมาด้วยเหรอ

“พอดีไปเอฟเสื้อผ้าหลานน่ะ และเห็นอันนี้มันน่ารักดีเลยเอฟมาด้วย ไม่ชอบเหรอ” มะนาวพูด

“ดีเลยค่ะ “พี่พยาบาลพูดก่อนหันไปรับหมอนรูปตัวซีมาและเอามาคาดที่เอวผม ผมก็หันไปมองมะนาว

“เตรียมพร้อมมาก พร้อมให้เพื่อนป้อนนมลูก” มะนาวพูด

“ความคิดมึงน่ะดีวันนี้แหละมะนาว” ใบชาพูด และผมก็ยกเจ้าลูกโซ่ลอยขั้นให้พี่เขาจัดผมให้เรียบร้อยซะก่อน แต่แปลกน่ะเขามองหน้าผมตาแป๋วเลย ผมก็มองร่างน้อยๆ ผ้าที่ห่อนี้หลุดไปหมด คงจะดิ้นน่าดูซิท่า

“ขอพี่อุ้มน้องก่อนนะคะ พี่จะได้จัดท่าให้ใหม่” พี่ฝนบอกผม ผมก็ส่งเจ้าลูกโซ่ของผมคืนไป

“แหง๊ๆๆๆๆ” ร้องอีกแล้ว เพื่อนๆ ของผมก็พากันเอามืดอุดหู

“จ๊าพ่อคุณ!!! ไม่เอามาก็ได้แม่อุ้มไว้ก่อนก่อนเลยนะคะ “พี่ฝนเลยไม่กล้าอุ้มน้องไปจากแขนของผมอีก ผมนี้ก้มลงมอง น้ำใสๆ ของผมมันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ผมไม่เคยเลยว่าทั้งชีวิตของผมจะมีวันนี้ วันทีที่ต้องทำหน้าที่เหมือนคุณแม่ แม้จะมาจากความไม่พร้อมก็ตาม พี่ฝนจัดการจับแขนผมวางให้สันหลังของน้องอยู่บนท้องแขนของผมและหัวศีรษะน้องอยู่ที่ฝ่ามือ ศีรษะน้อยๆ นั้น มีผมที่ดกดำเงางามอยู่ พี่ฝนก็จับฝ่ามือผมจับที่ระหว่างช่วงคอของน้องเพื่อประคองก่อนจะพลิกน้องให้นอนตะแคง เพื่อให้ริมฝีปากน้อยๆ ตรงกับจุกเล็กๆ ของผม ผมเองก็ยังนึกไม่ออกเลยน่ะว่าเจ้าจะดูดเอาอะไร และทันทีที่ริมฝีปากนั้นสัมผัสกับฐานก็รีบไล่งับหาจุดเล็กของผมทันที ก่อนจะอ้าปากงับเข้าไป ผมนี่เกร็งจนเริ่มจะปวดแผล

“คุณแม่นั่งสบายๆ นะคะ อย่าเกร็งค่ะ “พี่พยาบาลบกอผม ผมก็ค่อยผ่อนคลายลง

“จ๊วบๆ” ดูดเสียงดังมากแต่ว่ามันจะมีน้ำนมเหรอลูก


“สงสัยจะชอบแบนๆ เนอะ เมื่อกี้คุณแม่เขาอยากให้นมเพราะว่านมเขาคัด นมใหญ่ยังกับฟักแฟงแตงไทย แต่น้องไม่เอาเลยค่ะ และขวดก็ไม่เอาใหญ่เลย “พี่ฝนพูด

“แสดงว่า ปีนี้เทรน อกแบนๆ มาแรง แซงนมโต” ใบชาพูดก่อนจะแอนอกแบนขึ้นสู้กับมะนาว ส่วนก่อนที่มะนาวจะก้มลงมองหน้าอกที่อวบๆ ของตัวเองและเบ้ปาก

“มึงเอาอะไรมาวัดใบชา”

“ดูจากที่หลานเลือกไงมึง “ใบชาพูด ผมก้มลงมองคนที่ดูดเอาดูดเอา ไม่รู้ว่าดูดนี้เพื่ออิ่มหรือเพื่อความบันเทิงเพราะว่ามันไม่มีน่ะน้ำนมน่ะ ดูไม่ยอมปล่อยแถมหน้าก็ซุกไซ้ไปด้วย

“พี่ว่าน้องมีน้ำนมน่ะ ดูซิ ดูจากรอยบุ๋มที่ตรงแก้มน้องนี้แสดงว่าน้องดูดนมได้ค่ะ” พี่ฝนพูดและชี้ให้ผมดู

“ก็ต้องดูก่อนว่ะไอ้กัน ดูว่า น้องเขาน่ะมีน้ำนมไหม ถ้าไม่มีก็นมกระป๋องก็ได้อยู่ หรือไม่ก็มีนมแม่ที่บริจาค มีหลายคนเลย และโรงพยาบาลนี่เขาตรวจทุกอย่างก่อนแล้วค่อยให้เขาบริจากมาน่ะ” เสียงคุยกันของพี่หมอดังเข้ามาก่อนที่ประตูจะเปิดเข้ามา และผมก็ต้องหนีบเจ้าลูกโซ่ปิดหน้าอกแบนๆ ของผมเอาไว้ ผมไม่เคยทำแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์กันตภณมาก่อน อาจารย์เขาก็หันหลังออกทันที ไม่รู้ว่าใครเขินใครกันแน่แต่ผมน่ะอายมากกว่า ส่วนพี่หมอภีมน่ะยืนมองผมก่อนจะหันไปมองพี่ฝน

“น้องร้องมากเลยค่ะคุณหมอ ขวดนมก็ไม่เอาค่ะ เต้านมแม่ที่เขามาป้อนลูกเขาที่ห้องเด็กก็ไม่ยอมดูด ขนาดนมเขาอันใหญ่มหึมาเลยนะคะ น้องก็ไม่เอาค่ะ แต่จะเอาเต้านี้อย่างเดียวคะคุณหมอ” พี่ฝนหันไปรายงานพี่หมอภีม พี่หมอภีมปภพมองผมด้วยสีหน้าแปลกใจ ผมก็ยิ้มแหยๆ ให้ผมก็แปลกใจไม่แพ้กัน


“เดี๋ยว กูเข้ามาใหม่น่ะ” อาจารย์กันตภณเป็นฝ่ายขอเดินออกไปจากห้องคนไข้แทน

“สงสัยจะเขินแทน” พี่หมอภีมหันมาพูด ผมก็ยิ้มแหยๆ

“แหง๋!!!” เสียงเจ้าตัวเล็กปล่อยจุกนมผม ผมสังเกตที่มุมปากมีคราบน้ำสีขาวๆ ไม่ข้นอยู่ หลับหูหลับตาร้องใหญ่เลย

“แสดงว่าเรามีน้ำนมน่ะบีมแต่คงไม่พอ อย่างมากก็ห้าซี่หรือสิบซีซีได้ เอาอย่างนี้น่ะ พี่มีตัวช่วย”

“ขอน้ำนมจากแม่ที่เขามีนมเยอะๆ แล้วลูกดูดไม่ทันน่ะครับ มาให้น้องเขาหน่อย ใส่หลอดและก็เอาพลาสติกครอบที่มีที่ต่อกับสายยางต่อกับหลอดอีกทีและก็ส่งผ่านเข้าไปให้น้องดูดจากเต้าไปเลย น่าจะพอช่วยได้และใช้สลับกับขวดนมบ้าง “พี่หมอภีมปภพหันไปบอกพี่พยาบาล ตอนนี้พี่เขากำลังเปลี่ยนไปอีกข้างให้ผมแทน



“อีมะนาวไปเถอะ”

“กูอยากดู”

“ไปเถอะ เอาไว้มึงก็ได้ให้แต่ลูกมึงแทนน่ะนมมึงน่ะ” ใบชาเรียกๆ เพื่อนผมออกไปก่อน พี่พยาบาลเขาวิ่งออกไป จากห้อง ผมเหลือบตาขึ้นมองพี่หมอภีม

“เรานี้โชคดีน่ะ พี่ไม่เคยเห็นไอ้กันมันห่วงใครมากเท่านี้มาก่อน ขนาดผู้หญิงที่มันแต่งงานด้วยยังไม่เคยห่วงเขาเท่านี้เลยน่ะ แสดงว่าเรานี้พิเศษจริงๆ” ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่หมอภีมปภพทันที อาจารย์กันตภณ แต่งงานแล้วเหรอ

“เราไม่รู้เหรอว่าไอ้กันมันเคยแต่งงานมาก่อน? “ผมส่ายหัวไปมาว่าไม่รู้ พี่หมอก็มองผมอย่างรู้สึกผิดที่หลุดพูดออกมา

“แต่ว่าเขาหย่าขาดกันไปแล้วเมื่อห้าปีที่แล้วน่ะบีม “พี่หมอภีมปภพรีบบอกผมทันที ผมพยักหน้าเบาๆ

“อย่าไปคิดมากเรื่องมันจบไปแล้ว พี่เชื่อว่าไอ้กันมันอยากจะมีคนที่มันรักสักคนได้แล้ว” พี่หมอภีมบอกกับผม ผมพยักหน้าเบาๆ และพี่ฝนก็วิ่งกลับมาพร้อมกับหลอดที่มีน้ำสีขาวๆ น่าจะเป็นน้ำนมใส่ถาดมาพร้อมกับอุปกรณ์สองสามชิ้น

“เดี๋ยวพี่เข้ามาใหม่น่ะ พี่อยากบอกว่าเราทำหน้าที่แม่ได้ดีมากบีมทั้งที่เราเป็นผู้ชาย พี่นี่นับถือเลย”

“ผู้หญิงบางคนยังทำไม่ดีเท่าเราเลย บางคนไม่มีความพยายามเลยสักนิดที่จะให้ลูกดูดนมจากเต้าตัวเอง “พี่หมอภีมปภพบอกกับผมก่อนจะเดินออกไปเหลือไว้แค่ผมกับพี่ฝนที่ช่วยกันต่อนั้นต่อนี้เพื่อให้นมเจ้าหนูจอมหิวคนนี้ จนสำเร็จ

“น้องบีมรู้ไหมว่า การเป็นแม่คนน่ะที่ยากที่สุด ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จกันทุกคน คือการให้นมลูกจากเต้า แต่หนูก็ทำได้ดีจริงๆ น่ะ “พี่ฝนพูดชมผม

“ขอบคุณครับพี่ฝน”

“เอาล่ะพี่จะกลับมาดูนะคะ สักสิบนาที “พี่ฝนบอกผม ผมพยักหน้าพร้อมกับก้มหน้าลงมองคนที่ดูดน้ำนมจากเต้าผม ถึงแม้จะไม่ใช้น้ำนมของผมเองก็ตาม แต่ดูเขาดื่มกินอย่างมีความสุข มือน้อยๆ นั้นก็จับหน้าอกผม มือผมก็ลูกหัวทุนๆ นั้นอย่างเบามือ เส้นผมที่พลิ้วไหว แม้ว่าจะสัมผัสได้ว่าค่อนข้างเส้นใหญ่ไปหน่อยก็ตาม

“มี้รักเจ้าเท่าชีวัน”

“ลูกโซ่ เจ้าคือโซ่ทองของมี้นะรู้ไหม” ผมพูดแค่นี้ น้ำตาผมก็ไหลออกมา ผมค่อยๆ ปาดมันออก แต่ว่าน้ำตานี้คือน้ำตาความดีใจ

ตอนนี้เจ้าลูกโซ่ คงเริ่มอิ่มแล้ว เขาเริ่มปล่อยปากเล็กๆ นั้นจากจุกนมของผม และน้ำนมก็หมดพอดีด้วย พี่เขาเอามาแค่สิบซีซีเองและเจ้าตัวน้อยก็ผลอยหลับไปทันที ผมก้มลงมองเส้นผมที่ยาวและหนา แถมยังดกดำอีกต่างหาก ปลายจมูกที่โด่งรั้นนี้ ใบหน้าเรียว คิวก็หนา ตาก็โต แถมหูก็กาง ตกลงนี้เจ้าไม่เอาอะไรจากมี้มาเลยเหรอลูก แต่ตาโตน่ะผมก็ได้อยู่ จมูกผมโด่งแต่ของผมมันเรียวกว่า แต่ไอ้หูกางๆ นี้ มี้ไม่มีน่ะลูกโซ่ ส่วนริมฝีปากบางๆ นี้น่าจะใช่จากผม นี่มี้อุ้มมาตั้งเก้าเดือน เอาของมี้มาแค่นี้เหรอ และใบหน้านี้มันช่าง ละม้ายคล้ายกับคนที่ผมฝันถึงไม่มีผิดเพี้ยนเลย

TBC.....
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 27-02-2021 10:05:03
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 27-02-2021 14:31:55
 :o8:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: weedear ที่ 27-02-2021 22:17:21
รออ่านนน
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 27-02-2021 22:35:59
 :katai3:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6.1 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 28-02-2021 09:42:24
   ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องคนไข้ที่ผมนอนพักอยู่ ทำให้ผมต้องหลุดจากภวังค์ก่อนจะหันไปมองที่ประตู  และคนที่เข้ามาก็คือพี่หมอภีมและอาจารย์กันตภณ พร้อมกับเพื่อนๆ ของผมชุดเดิม

“หมดฤทธิ์แล้วเหรอ เห็นพี่พยาบาลห้องเด็กบอกว่า ร้องจนเพื่อนๆ ตื่นกันทั้งห้อง แสดงว่าปอดแข็งแรงดี” พี่หมอภีมบอกผม ผมก็ยิ้มให้พี่หมอ ส่วนเพื่อนผมโดยเฉพาะมะนาว เข้ามายืนเอามือประสานกันมองเจ้าลูกโซ่

“หลับก็หล่อค่ะลูก” มะนาวพูด

“พี่จะขอดูแผลเราหน่อยน่ะบีม” พี่หมอภีมปภพพูด แต่ว่าผมยังอุ้มเจ้าลูกโซ่ที่หลับปุ๋ยอยู่เลย

“ใครใจกล้า เข้ามาอุ้มน้องแทนบีมให้พี่หมอหน่อยครับ เร็วครับ” พี่หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะ

“ไม่ดีกว่าครับ ตั้งแต่เกิดมาผมก็ไม่เคยอุ้มเด็ก กลัวทำตกครับ” ใบชารีบพูด

“และทำใช้ไม่เป็นด้วยครับ” ไอ้ใบชาพูด

“มะนาวก็ยังไม่กล้าค่ะ น้องตัวเล็กเกินค่ะ ยิ่งเทียบกับมะนาวด้วยแล้ว น้องยังกับเม็ดก๋วยจี้นะคะ” มะนาวพูดแถมเปรียบลูกชายผมวะน่ารักเลยน่ะ

“ผมก็เคยอุ้มหลานแต่ว่านั้นน่ะห้าหกเดือนแล้วอ่ะครับ คนนี้ผมไม่กล้าครับ เออ ..” ไอ้ฟิล์มพูดพร้อมกับเกาท้ายทอยไปด้วย คราวนี้ทุกหันไปมองเพื่อนผมอีกคนที่เหลืออยู่ ผมก็หันไปมองเป็กซ์เช่นกัน

“อย่ามองกูเลย กูกลัว กลัวลูกมึงกระโดดกัดหู เห็นตั้งแต่ดิ้นมาในเปลเด็กนั้นแล้ว กูละแอบกลัวลูกมึง เขาจะกระโดดขึ้นมากัดหูพี่พยาบาลฉิบหาย!! “ไอ้เป็กซ์พูด นี้มันดูหนังมากไปไหม

“หลานน่ะไม่ใช่เอเลี่ยนน่ะ อีเป็กซ์ “ใบชาพูด

“ไอ้กันมึงน่ะ มึงมีหลานหลายคน ก็น่าจะอุ้มบ้าง และควรจะหัดทำหน้าที่นี้ได้แล้ว” พี่หมอภีมปภพพูด อาจารย์กันตภณก็เดินเข้ามาหาผม พร้อมกับค่อยๆ ช้อนมืออุ้มเจ้าลูกโซ่อย่างเบามือ นี้แสดงว่าเขาอุ้มเป็น ผมเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ

“อาจารย์ ถ้าบอกว่าเคยเป็นคุณพ่อนี้มะนาวเชื่อเลยนะคะ” มะนาวพูด ผมเห็นอาจารย์กันตภณ อุ้มเจ้าลูกโซ่อย่างทะนุถนอม แถมยังโยกเบาๆ อย่างคนที่เคยมีประสบการณ์ พี่หมอภีมก็เดินมารูดผ้าม่านปิดก่อนจะเข้ามาดูแผลให้ผม

“ แผลดูดีน่ะ และพี่จะให้ยาแก้ปวดเราถี่หน่อยน่ะ เพื่อนๆ จะอยู่ช่วยเราได้หรือเปล่า หรือว่าจะให้พี่จ้างพยาบาลพิเศษมาดูแล เพราะว่าน้องคงต้องป้อนนมถี่หน่อย ถ้าเขาไม่เอานมผงเลยน่ะ”

“แต่แบบนี้ก็ดีน่ะ มันทำให้น้องได้ใกล้ชิดกับบีมมากที่สุด” พี่หมอภีมปภพบอกผม ผมก็แต่งตัวให้เรียบร้อย

“นมผงจะอยู่ได้นานกว่าจะใช้เวลาย่อยก็ต้องสี่ชั่วโมงขึ้นไปน่ะ แต่นมแม่นี้จะใช้ระยะเวลาสั้นกว่าดังนั้นน้องจะหิวบ่อยหน่อย และกว่าเราจะเข้าที่ก็คงพรุ่งนี้มะรืนนี้น่ะบีม “พี่หมอภีมปภพบอกผม

“ปู้ดดด!!!!!” เสียงดังมากจนผมก็ตกใจ แต่ไม่ใช่ผมน่ะ พี่หมอภีมปภพรีบเปิดผ้าม่านออก ผมก็มองไปที่อาจารย์กันตภณ ดูจากสีหน้า เหมือนอาจารย์เขากระอักกระอ่วนใจยังไงก็ไม่รู้ และบรรดาเพื่อนๆ ของผมก็พากันเอานิ้วบี้จมูกกันเป็นแถว ผมก้มลงมองไปที่มืออาจารย์ กันตภณ มือที่ประคองก้นเจ้าลูกโซ่อยู่

“เฮ้ยย ไอ้กันแกได้แจ็คพ๊อตเหรอว่ะ  ฮาๆ “พี่หมอภีมปภพพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง ผมก็เพ้งมองดีดี ลูกผมอุจจาระรดอาจารย์กันตภณเข้าแล้วไง

“ที่บ้าน เรียกฝากรักค่ะอาจารย์” มะนาวพูดยิ้มๆ

“อาจารย์ว่าฝากเป็นอย่างอื่นจะดีกว่าน่ะ อันนี้อาจารย์ว่า มันพิสดารไปหน่อย “อาจารย์กันตภณพูด และพี่ฝนเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับของใช้น้อง มีถุงแพมเพิร์สน้องมาด้วย พี่ฝนมองหน้าทุกคน

“พี่ฝน พี่ไม่ได้ใส่แพมเพิร์สให้น้องเหรอครับ” พี่หมอภีมปภพถามพี่ฝน พี่พยาบาล

“อุ้ยตายแล้ว!!  พี่ลืมค่ะคุณหมอ น้องน่ะถ่ายไปก่อนที่พี่ฝนจะพามาด้วยค่ะ และพอถ่ายเสร็จก็ร้องซะห้องเด็กจะแตกเอา เลยรีบพามาหาแม่น้องเขาแทบไม่ทันค่ะ และพี่ฝนก็ลืมใส่กลับเข้าไปด้วยอีกค่ะ” พี่ฝนพูด

“น้องถ่ายอีกเหรอคะ” พี่ฝนถามขึ้น

“ผมว่าน่าจะใช่ครับ เพราะว่ามันเต็มมือผมเลยครับ คุณพยาบาล” อาจารย์กันตภณพูด ผมนี้รู้สึกผิดเลยอ่ะ โธ่ เจ้าลูกโซ่

“กูเดาว่า ลูกโซ่นี้หวงแม่แน่ๆ เลย ตั้งแต่แม่มันท้องแล้ว แอนตี้อาจารย์แกออกนอกหน้ามากและนี้ยังขี้รดเขาอีก ไม่ธรรมดานะน่ะแก” เสียงใบชากระซิบกับมะนาว เพราะว่าใบชาอยู่ข้างๆ ผมเลย

“งั้น พี่เอาน้องไปเช็ดทำความสะอาดเองนะคะ ขอโทษทีค่ะ” พี่ฝนก็เอาผ้าขนหนูมารองรับเอาเจ้าลูกโซ่ไปจากอาจารย์กันตภณ เสื้อผ้าอาจารย์ก็เลอะเทอะไปด้วยอึเจ้าลูกโซ่

“นี้เป็นประสบการณ์เด็กอึดรดพี่ครั้งที่สองเลยน่ะบีม และห่างกันเกือบยี่สิบกว่าปีได้ “อาจารย์กันตถณพูดปนหัวเราะ

“ใครว่ะ หลานมึงเหรอ”

“ลูกคนเล็กพี่เกริกไง ตอนนี้มันโตเป็นหนุ่มแล้ว “อาจารย์กันตภณหันไปพูดกับพี่หมอภีมปภพ อาจารย์กันตภณ เข้าไปชำระล้างในห้องน้ำห้องคนไข้ ผมนี้มองตามอย่างรู้สึกผิดมากและอาจารย์ก็ออกมา

“เอาอย่างนี้ไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องพักแพทย์กูก่อนกัน มีเสื้อสำรองอยู่ใส่ไปก่อน “พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะหันมายิ้มให้ผม ผมได้แต่มองตามอาจารย์กันตภณเดินออกไปพร้อมกับพี่หมอภีมปภพ

“ไอ้บีม ลูกมึงเขาไม่ชอบอาจารย์ออกนอกหน้าไปไหม ถึงได้ขี้รดเขาขนาดนี้น่ะ” เป็กซ์พูด ผมหันมามองหน้ามัน ลูกหนอลูก รู้ไหมเนี๊ยะว่าเขาดีกับเราขนาดไหน แสบจริงๆ เลย และฟิล์มมันก็หันไปหยิบอาหารมาให้ผมทานต่อ

“ทานหน่อยว่ะบีม มึงต้องมีนมให้ลูกกินน่ะ และคราวนี้พวกกูคงไม่ต้องบังคับมึงอีกแล้ว เพราะลูกมึงน่ะโคตรน่ารักขนาดนี้ มึงรู้ใช่ไหมว่ามึงต้องทำยังไงและมึงต้องดูเขาด้วย เพราะว่าเขามีแค่มึงแล้วตอนนี้ ที่อาจจะต้องเป็นได้ทั้งพ่อและแม่ว่ะ” ฟิล์มบอกผม และพี่ฝนก็เข็นน้องที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปลแก้วมาให้ผม

“น้องไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงแล้วค่ะ คุณหมอเลยให้มาอยู่กับคุณแม่ในห้องค่ะ” พี่ฝนบอกผม ผมก้มลงมองเด็กน้อย ที่ห่อผ้ามาน่ารักเชียว หลับปุ๋ยเลย

“ตอนหมดฤทธิ์นี้น่ารักเชียว คราวนี้เลยมาอย่างหล่อเลย แต่เมื่อกี้น่ะ โอ๊ย ถุงมือ ถุงเท้ากระเด็นไปคนละทิศคนละทางเลยค่ะ เอาเรื่องเหมือนกันเนอะ แต่ก็ยังน่ารักสำหรับคุณแม่อยู่ดี มีอะไรเรียกพี่ฝนนะคะ พี่ฝนออนคอลค่ะ” พี่ฝนบอกผม

“ขอบคุณครับพี่คนสวย” พวกเพื่อนๆ ผม ผมก็ก้มลงมองเด็กน้อยที่นอนหลับ

“อ้ายย!!” เสียงมะนาวร้องออกมา

“อะไรมะนาว”

“หลานยิ้มค่ะมึง “ผมก็รีบก้มลงมองดูแม้จะตึงๆ แผลไปสักหน่อย ใช่จริงด้วยนอนยิ้มโดยไม่รู้ตัว และมีคนถ่ายภาพเอาไว้ได้ทันนั้นคือเป็กซ์ เพื่อนของผม

“ยิ้มแรกของ บีมน้อยๆ “เป็กซ์พูดแต่ผมว่าจะบอกมันห้ามลงโซเชียล


“ไอ้เป็กซ์อย่าเพิ่งลงเฟสบุ๊ค ฟิล์มรีบทักท้วงเป็กซ์เอาไว้

“ทำไมว่ะ” เป็กซ์หันไปถาม

“ไอ้เชี้ย!! ก็วันที่ไอ้บีมมันเจ็บท้อง อาจารย์ภันตภณเขาอุ้มมัน ใครก็มองว่าบีมมันท้องกับอาจารย์กันหมด และมึงโพสต์อีก กูว่าคนจะเอาไปตั้งประเด็นในเว๊ปมหา’ลัยเอาดิ” ผมก็ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอมไปทันที ใช่ซิวันนั้นน่ะ มีแต่คนมองผมกับอาจารย์เพียบเลย

“กูลืมว่ะ กูขอโทษว่ะเพื่อนๆ กูขอโทษน่ะบีม” เป็กซ์มันรีบขอโทษผมทันที ผมหันไปมองคนที่เดินเข้ามาด้วยเสื้อเชิ้ตตัวใหม่แต่ว่ามันคุ้นตาผมมาก อาจารย์กันตภณกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ด้วย

“เฮีย ก็รู้ความจริงดีนี้ครับ ว่าผมเป็นยังไง และที่ผมให้การช่วยเหลือเพราะว่าเขาคือลูกศิษย์ของผม ผมยอมรับเฮีย เอาไว้ผมเข้าไปหาเฮียที่บ้านดีกว่า ขอบคุณครับเฮียที่ไม่บอกม๊าว่าเกิดอะไรขึ้น ครับ ผมทราบครับ ครับ บายครับ” อาจารย์กันตภณวางสายก่อนจะเดินมาหยุดมองเจ้าลูกโซ่

“ฝากรักไว้แบบนี้น่าจับหอมแก้มซะจริงๆ” อาจารย์กันตภพพูดก่อนจะเอามือจับที่ขอบเปลเด็กอ่อน

“ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวไปหาอะไรทานก่อนนะครับ และไม่อยากเป็นกขคง ด้วย” ใบชาพูดก่อนจะพยักหน้ากับเพื่อนๆ ผมและทุกคนก็เดินออกไป เหลือแค่ผมกับอาจารย์กันตภณ

“ผมขอโทษนะครับพี่กัน”

“เรื่องอะไรเหรอบีม” อาจารย์กันตภณเงยหน้าถามผม

“เรื่องที่เกิดขึ้น ทุกเรื่อง ผมทำให้พี่กันเสื่อมเสีย ฮึกๆ”

“ช่างมันเถอะบีม เราไปห้ามความคิดเขาไม่ได้นี่ครับ และนี้คือความจริงในสังคมแบบนี้ ที่ต้องมีทั้งคนรักและคนชังเป็นธรรมดา”

“แม่ของพี่เขา”

“ม๊าของพี่น่ะอายุเยอะแล้ว และท่านไม่ค่อยตามติดเรื่องพวกนี้  ตั้งแต่ป๊าของพี่เสียไปได้ห้าปีกว่าแล้ว ม๊าพี่ก็เงียบๆ ซึมๆ ไปและยิ่งหลานๆ ลูกพี่ชาย ลูกพี่สาวพี่โตกันหมด”

“แต่พี่ชายคนโตของพี่ที่ดูแลกิจการโรงเรียนที่พ่อพี่ก่อตั้งมา เฮียเขาก็บอกกับพี่ว่าจะไม่ให้ม๊าพี่รู้เหมือนกัน เพราะว่าเฮียพี่เขารู้แล้ว มีคนโทรไปบอกน่ะ“อาจารย์กันตภณพูด ก่อนจะจับมือผม ผมมองหน้าอาจารย์กัน "แต่พี่โอเค "

“ม๊าพี่น่ะ เขามีหลานชายที่ม๊าพี่เลี้ยงมาตั้งแต่แบเบาะ แต่ตอนนี้มันไปอยู่เมืองนอก ไม่กลับมาสักที พี่ชายก็เลยไม่อยากให้เรื่องอื่นๆ ไปกระทบจิตใจม๊าพี่เพิ่มน่ะ” อาจารย์กันตภณพูด ผมพยักหน้า

“พอเจ้าตัวน้อยเริ่มรู้เรื่องพี่จะพาไปให้ม๊าพี่ดูน่ะ ม๊าพี่รักเด็ก ยิ่งเห็นเจ้าตัวดีนี้คงรักน่าดู” อาจารย์กันตภณพูด ผมยอมรับว่าผมเดาความหมายของมันได้ดี นั้นแปลว่าเขาจะพาผมเข้าบ้านไปไหว้ม๊าของเขา แต่ว่าผมควรจะให้คนที่ไม่ได้ทำมารับผิดชอบจริงๆ อย่างนั้นหรือ

“พี่จะอยู่ข้างๆ บีม เราจะผ่านเรื่องพวกนี้ไปด้วยกันน่ะครับ” พี่กันตภณพูด จัหงวะนันประตูถูกเปิดเข้าอีกครั้ง ผู้หญิงที่สวมแว่นตาอันใหญ่เดินหนีบกระเป๋าหลุยส์เข้ามา ผมไม่เจอนานแต่ผมก็จำได้ดีจนติดตา คนนั้นคือแม่ของผมเอง

“เยส!! เออ ไอวิวคอลยูแบกดาร์ลิ่ง บาย “แม่มาหาผม ผมดีใจที่สุด แม่ผมเข้ามายืน ก่อนจะเงยหน้ามองอาจารย์กันตภณ อาจารย์กันตภณยกมือไหว้แม่ของผม แม่ผมน่ะสี่สิบห้าแล้ว

“คนนี้พ่อเด็กเหรอ บีม” แม่ของผมเอ่ยถามผมก่อนจะชี้นิ้วมาที่อาจารย์กันตภณ

“แม่ไม่ใช่ครับ เขาคืออาจารย์ของผม “ผมรีบตอบแม่ของผม

“สวัสดีครับคุณแม่” อาจารย์กันตภณทักทายแม่ของผม

“ถ้าอย่างนั้น อาจารย์กลับก่อนนะ มีอะไรโทรหาอาจารย์ได้เลยนะครับบีม”

“ผมลาก่อนนะครับคุณแม่ ผมมีธุระนะครับ” อาจารย์กันตภณพูดก่อนจะปลีกตัวออกไป แม่เดินมามองเด็กน้อยที่หลับปุ๋ย

“เป็นไงบ้างล่ะ คลอดลูกน่ะ มันไม่สนุกเลยใช่ไหมบีม” แม่พูดขึ้น ก่อนจะถอดแว่นตาออก และมองหลานชายอีกครั้ง ผมยอมรับเลย มันเจ็บจน เข้าใจคำว่าเจ็บใกล้จะตายเป็นยังไง

“แม่ ผมรู้แต่ผมก็กลับไปแก้ไขมันไม่ได้แล้วอ่ะแม่” ผมพูดกับแม่ของผม ผมหันมามองเจ้าโซ่ทองของผม ที่นอนตะแคงหลับปุ๋ย

“ฉันมาทำธุระกับฟิลิปส์น่ะ และนี่ก็ขอเขามาหาเราแต่ฉันไม่ได้บอกว่าเรานอนโรงพยาบาลนะบีม ถ้าบอกเขาก็คงต้องมาเยี่ยมตามมารยาท เลยเลือกที่จะไม่บอก “แม่ของผมพูด


“แล้วนี่แกจะมีนมให้ลูกกินเหรอบีม”

“มีครับแต่น้อยมากเพราะว่าผมเป็นผู้ชายนี้ครับแม่”



“นอกจากมีมดลูกแล้วแกยังมีน้ำนมด้วยเหรอบีม ฉันจะบ้าตาย!!”



“แม่” ผมเรียกแม่เบาๆ



“และดูลูกแกซิ ไม่มีอะไรมาจากแกเลยสักนิด มีแค่ริมฝีปาก ที่เหลือมันถอดพ่อมันมาหมดเลยมั้งเนี๊ยะ ห๊ะ!” แม่ผมพูดก่อนจะเอียงคอมองผม



“ไปตามหาพ่อมันเลยน่ะ น่าเหมือนกันขนาดนี้ ถ้ามันบอกไม่ใช่ ฉันจะมาจัดการมันแทน” แม่ผมพูด



“ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาคือใครแม่ ผมจะไปตามหาที่ไหนล่ะ”



“หน้าเหมือนพ่อมันแบบนี้ ทำไมจะหาไม่ได้ และฉันจะบอกให้น่ะ การเป็นพ่อเลี้ยงเดียว หรือแม่เลี้ยงเดียวน่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่สนุกน่ะบีมน่ะ มันยากน่ะ เหนื่อยสารพัดอย่าง “แม่พูดกับผม



“พอพ่อแกเสียฉันถึงได้ต้องจำทน ไปแต่งงานกับไอ้แก่ตัณหากลับนั้น เพื่อนำเงินมาเลี้ยงแก”



“และยิ่งเวลาแกพาลูกออกไปไหนมาไหน เวลาลูกแกมองคนอื่นที่มีครบน่ะ แกจะทนได้เหรอ บีม”



“และ ต่อให้ไอ้คนที่มันมาดูแกน่ะ เขาจะอยากทำหน้าที่พ่อแทน มันก็ไม่เหมือนกัน ไม่มีใครรักลูกเท่ากับพ่อแม่จริงๆ หรอกบีม”



“แม่ พี่เขาเป็นอาจารย์ของผม”



“ฉันดูมันออก และก็ดูออกว่านั้นไม่ใช่พ่อเด็กเหมือนกัน”



“แม่ ผม ฮือๆ”



“เอาล่ะ ฉันไม่อยากจะพูดอะไรทำร้ายจิตใจแกมากหรอกน่ะ “แม่พูดก่อนจะหันหน้าหนี



“ฉันว่าจะไปจ่ายค่าห้องแต่เขาบอกว่ามีคนดูแลทั้งหมดแล้ว คนนั้นใช่ไหม อาจารย์แกน่ะที่เป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายให้เราน่ะบีม” แม่ถามผม ผมก็ต้องทำสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ ทำไมอาจารย์ต้องทำแบบนี้น่ะ





“อ่ะนี้ เอาไว้ใช้ เอาไว้ซื้อนมซื้ออะไรที่ต้องใช้ ยังไงนี้ก็หลานฉัน บีม และแกก็ลูกฉัน “แม่ผมส่งซองที่มีเงินจำนวนมากพอสมควรมาให้ผม



“เงินนี้ฉันแอบฟิลิบป์เอาไว้ เลยเอามาเป็นเงินสดแทน “แม่ผมพูด



“แกรู้ไหมทำไมฉันให้แกมาอยู่ลำพังบีม เพราะว่า ฟิลิปส์น่ะมันไม่ได้มองแกเหมือนลูกมัน ฉันกลัวมันจะทำอะไรแก แกคงเข้าใจฉันน่ะ และทำตามที่ฉันบอก ไปตามหาพ่อเด็กซะ อย่างน้อยลูกจะได้มีครบเหมือนคนอื่นเขา” แม่ผมพูด ก่อนจะหันหลัง



“แม่ไปน่ะบีม ดูแลตัวเองดีดีล่ะ มีอะไรเดือดร้อนก็โทรหาฉันน่ะ ฉันจะช่วยเหลือเท่าที่ฉันจะช่วยได้บีม “แม่ผมเดินออกไป ผมก็ปาดน้ำตาที่ไหลริน ผมก้มลงมองเงินจำนวนหนึ่งในซองสีขาวนั้น น้ำใสๆ ไหลหยดลงที่ซอง เงินจำนวนมากมายแต่แลกมาด้วยการที่ผมอยู่ใกล้แม่ไม่ได้ และมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ที่แม่แต่งงานใหม่แล้ว ผมไม่อยากได้เงิน ผมอยากได้แม่อยากอยู่กับแม่ ฮือๆ และนี้มันก็ทำให้ผมจะไม่ยอมทิ้งเจ้าไปให้ใครเด็ดขาด ลูกโซ่

*****

TBC....

หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6.1 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 28-02-2021 16:59:41
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6.1 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 28-02-2021 21:27:30
 :hao5:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.6.1 เจอกันจนได้หัวใจของผม(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: AkuaPink ที่ 01-03-2021 20:56:13
 :pig4:
 :3123:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.7 ผู้ชายที่แสนดี
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 03-03-2021 21:19:59
Part’ s กันต์ธีย์ ผมเริ่มลุกเดินได้หลายวันแล้วหลังจากที่พยาบาลถอดทุกอย่างที่ใส่ไว้ให้ผม ตอนนี้ก็เหลือแต่พาสเตอร์ปิดแผลแบบกันน้ำเอาไว้ให้ เพื่อยังต้องยืดให้แผลประสานกันอยู่ ผมลุกเดินได้คล่องมากแต่ก็ยังไม่ได้อาบน้ำลูกมีแต่พยาบาลทำให้ และวันนี้ผมเลยขอทำเอง พยาบาลเลยส่งผมมาเรียนรู้การอาบน้ำเด็กแรกเกิดกับพี่พยาบาล ผมยอมรับว่าโรงพยาบาลของพี่หมอภีมดีมาก พยาบาลน่ารัก เขาบริการด้วยใจจริงๆ ไม่เคยโกรธหรือโมโห ถ้าเราต้องการความช่วยเหลือ เพราะว่าบางที่เจ้าลูกโซ่ของผมก็งอแงไม่ยอมนอน เพราะว่าท้องอืด มีลมในท้อง ผมเองก็ยังไม่ค่อยเก่ง จับน้องเรอไม่ค่อยเป็น อุ้มนานมากน้องก็ไม่ยอมเรอสักที และบางคืนเจ้าตัวดีไม่นอนเลยพยาบาลมาพากล่อมแทบทุกคืน



“คุณแม่นั่งรอก่อนนะคะ ขอพยาบาลเตรียมน้ำไว้ให้น้องก่อนค่ะ “พี่หัวหน้าพยาบาลหันมาบอกผม และผมก็เห็นผู้หญิงคนนหนึ่งอุ้มลูกเดินเข้ามาเช่นกัน เขาเห็นผมก็ยิ้มให้ ผมทันที



“มาอาบน้ำลูกเหรอคะ” เขาถามผม



“ใช่ครับ วันแรกเลยครับ พี่ล่ะครับ”



“ก็วันแรกเหมือนกันค่ะ แต่พี่มาคลอดได้หลายวันแล้วค่ะ น้องตัวเหลืองเลยต้องเข้าตู้อบค่ะพี่ก็เลยยังไม่ได้กลับบ้าน” พี่เขาพูดก่อนจะก้มลงมองลูกโซ่ตัวแสบ ที่นอนแผ่หลาแขนขากางอยู่บนตักของผม ผมก็ต้องก้มลงจัดท่านอนให้ดูสุภาพนิดนึง ผมเองก็ห่อตัวลูกไม่ค่อยเป็นไง เลยดูเหมือนก้อนขยุกขยุยอะไรสักอย่าง อะไรสักอย่าง อายพี่เขาจริงๆ และที่เป็นแบบนี้เพราะว่าเจ้าวุ่นวายนี้แหละดีดดิ้นกระจัดกระจายไปหมด น่าจะเรียกเจ้าวุ่นวายแทน



“เด็กคนนี้เองอ่ะ เมื่อวันก่อนพี่พยายามให้ทานนมจากเต้าพี่ เขาไม่ยอมทานเลย ทั้งที่หิวน่ะ”



“พี่แบ่งนมให้ลูกผมทุกวันใช่ไหมครับ”



“น่าจะใช่ เพราะว่าพยาบาลเขามาขอพี่น่ะ เขาบอกว่ามีคุณแม่ไม่มีนมให้ลูกทานและลูกก็ไม่เอานมขวด น่าจะใช่น้องนั่นแหละ” พี่เขาบอกผม ผมก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้เป็นการขอบคุณความใจดีของพี่เขา ทั้งที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน แค่มาเป็นแม่ในช่วงเวลาเดียวกัน และลูกพี่เขาก็น่ารักไม่แพ้กัน



“ผมไม่มีนม แบบ พี่อ่ะครับ มีแต่น้อยมาก มีแค่ห้าซีซีเอง” ผมพูด



“ของพี่ปั๊มเยอะมาก เมื่อคืนได้สามขวด ขวดล่ะหกออนซ์ค่ะ ไม่ปั๊มก็ไม่ได้ ปวด “พี่เขาบอกผม



“พี่ชื่อรินทร์ค่ะ น้องชื่ออะไรคะ”



“ผมชื่อบีมครับพี่รินทร์” ผมพูด



“น้องน่ารักมากเลยค่ะน้องบีม”



“นี่ถ้ากลับบ้านแล้ว บีมจะให้น้องทานนมแม่ต่อ บอกพี่น่ะบีม พี่ตั้งใจว่าจะให้ลูกทานสักหกเดือน และจะกลับไปทำงาน และนี้พี่ก็จะสต๊อกน้ำนมเอาไว้ด้วย ถ้าบีมต้องการ พี่แบ่งให้” พี่รินทร์บอกผม ผมยิ้มดีใจที่สุด



“เราแลกไลน์กันน่ะ และมาเอาที่บ้านพี่”



“ขอบคุณครับพี่รินผมขอบคุณจริงๆ ครับ”



“พี่เข้าใจ หัวอกคนเป็นแม่เหมือนกัน ช่วยๆ กันน่ะ” พี่รินทร์พูด และพยาบาลก็มาเรียกผมกับพี่รินทร์ไป เพื่อจะเอาตัวเล็กไปอาบน้ำ ผมเห็นแฟนพี่เขาเดินเข้ามา น่าจะมาช่วยพี่รินทร์อาบน้ำน้อง ลูกของพี่รินทร์ตัวเล็กกว่าลูกผมอีก ผมก็มองเจ้าลูกโซ่ ตื่นมาอาบน้ำได้แล้วมี้อยากจับเจ้าอาบน้ำ ยังอีก ยังหลับอีก



“ลูกโซ่ อาบน้ำนะครับ” ผมสะกิดแก้มนิ่มๆ นั้น เอามือปัดมือผมออกด้วย



“อู้ย แม้หลับสนิทเลยเหรอคะคุณแม่ เลี้ยงง่ายใช่ไหมคะ” พี่หัวหน้าพยาบาลถามผม



“ร้องมาตั้งแต่ตีสามแล้วครับพี่” ผมเงยหน้าตอบ



“อู้ยย เด็กผู้ชายมั้งค่ะ แต่พอปรับตัวได้น่าจะดีขึ้นค่ะคุณแม่” พี่พยาบาลบอกผม



“ผมหวังอย่างนั้นครับพี่ เพราะตั้งแต่ตื่นมาร้องก็เพิ่งจะได้นอนสักพักนี้แหละครับ สงสัยท้องอืดอ่ะครับ” ผมพูด



“พอหลับแล้วน่ารักเชียวน่ะ พ่อรูปหล่อ หล่อเหมือนพ่อแน่เลย “พยาบาลพูดชมลูกผม ผมก็ยิ้มแหยๆ พ่อมันหน้าตายังไงผมยังไม่รู้เลย และผมก็หันไปทำตาม พยาบาลเขาสาทิต ว่าทำอะไรบ้างตั้งแต่ต้นจนจบ และกว่าพ่อตัวดีของผมจะตื่นก็ตอนลงไปจุ่มในอ่างน้ำแล้วนั่นแหละ ร้องลั่นเลยครับท่านผู้ชม ร้องจนพ่อแม่ข้างๆ ผมหันมามองผมกับเจ้าลูกโซ่เป็นตาเดียวกันหมด และนั่นแหละผมเลยต้องรีบๆ อาบและเอาขึ้นทันทีและก็รีบเช็ดตัวให้เร็วที่สุด



“คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องใช้แป้งโรยตัวน้องนะคะ เพราะน้องไม่จำเป็นต้องใช้แป้งค่ะ และน้องอาจจะสูดเอาเศษแป้งเข้าปอดไปได้นะคะ และนี้จะทำให้น้องป่วย อาจจะเป็นโรคปอดติดเชื้อได้ค่ะ แต่ถ้าผิวน้องแห้งมาก ใช้เป็นโลชั่นทาผิวเด็กอ่อนเอาค่ะ บร้าๆ “ผมแต่งตัวลูกโซ่ ด้วยชุดที่น่ารักมา อาจารย์กันตภณ เป็นคนซื่อมาให้ ผมเดาจากทุกอย่างที่เขาทำให้ผม เขาอยากมีลูกแต่ทำไมเขาพูดเหมือนกับว่าเขาไม่สามารถที่จะมีลูกได้ และที่พี่หมอภีมบอกผมว่าอาจารย์เคยแต่งงานแต่เลิกรากันไปแล้วเมื่อห้าปีที่แล้ว นั้นคือก่อนที่พี่เขาจะเจอผม



“วันนี้น้องบีมน่าจะกลับบ้านได้เลยนะคะ “พี่พยาบาลที่ดูแลผม เขาเดินมาหาผม ขณะที่ผมอุ้มเจ้าลูกโซ่ ที่ลืมตาขึ้นมา หันซ้ายแลขวานี้คือจะมองหาเต้าซิน่ะ



“จริงเหรอครับ”



“จริงค่ะแต่รอหมอเด็กมาตรวจน้องอีกทีนะคะ “พี่ฝนบอกผม ก่อนจะก้มลงมองเด็กน้อยที่ซุกไซ้จะเอาเต้าแบนของผมให้ได้



“พี่ฝนผมขอนมใส่หลอดให้น้องได้ไหมครับ เพราะว่าน้องเพิ่งดูดนมผมไป โรงงานผลิตนมอันน้อยนิดของผมคงยังไม่เปิดทำการอ่ะครับ” ผมบอกพี่ฝน พี่ฝนก็มองเด็กน้อยที่ทำท่าจะแหวกไปหาอกแบนของผมให้ได้



“อ่ะ อ่ะ อ่ะ” ดูส่งเสียงใหญ่เลย



“ได้ค่ะ งั้นน้องบีมไปรอพี่ที่ห้องเลยนะคะ คุณแม่คุณลูก” พี่ฝนบอกผม ผมก็รีบลุกขึ้นและพาเด็กน้อยกลับห้องพักผมทันที เดินไปอย่างทุลักทุเล



“ลูกโซ่ รอให้ถึงห้องก่อนซิ จะหิวอะไรขนาดนี้เนี๊ยะ” ผมถามลูกตัวดี พอผมกลับมาถึงห้องพัก ผมก็รีบวางลูกโซ่ใส่เปลเด็กก่อนจะหันไปหยิบเอาผ้ากันเปื้อนมารอง



“แกร๊ง!!” เสียงแหวนที่คนที่ทำให้ผมต้องเป็นแบบนี้ ร่วงหล่นลงมาจากกระเป๋าใส่ของใช้เด็ก ผมหยิบขึ้นมาดู เธียรวิชย์ ด.



“แหง๋ๆๆๆๆ” และผมก็ต้องหยิบแหวนนั้นยัดลงกระเป๋าไปก่อน พี่พยาบาลก็เดินเข้ามาพร้อมนมที่ผมจะใช้ป้อนตัวแสบ ผมรับมาจัดการตัวเองอย่างชำนาญ ก่อนจะอุ้มตัวแสบผมขึ้นอย่างถมัดแถมง



“เก่งขึ้นแล้วน่ะเราน่ะ เป็นคุณแม่มืออาชีพได้แล้ว” พี่ฝนพูดชมผม ผมอุ้มเด็กน้อยให้ทานนม ดูดนมใหญ่เลย และถึงมันจะเหมือนกันจัดฉากเอาพาสติกมาครอบหัวนมผมเอาไว้ และมีท่อสายยางที่ต่อจากไซริงค์อีกที แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมป้อนเขาจากนมตัวเอง



ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเงยหน้ามองคนที่มาเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา และผมก็ต้องหันหนี อาจารย์กันตภณอีกแล้ว อาจารย์เขาก็ยกมือขอตัวออกไปก่อนเหมือนเดิม ทำไมมันทำให้ผมอายเขาได้มากขนาดนี้น่ะ ผมป้อนนมตัวแสบจนหมดหลอดและลูกโซ่ก็หลับคาอกผมไปทันที ผมปลดทุกอย่างออกก่อนจะอุ้มเจ้าลูกโซ่พาดขึ้นบนบ่าของผม ผมพยายามให้เขาเรอ แต่มันก็ยากสำหรับผมอยู่ดี จนกระทั่งอาจารย์กลับเข้ามาอีกที



“ขอโทษทีน่ะ “อาจารย์กันตภณบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ อาจารย์เห็นผมยังเก้ๆ กังๆ กับการอุ้มลูกให้เรอให้ได้ อาจารย์เดินมาและแบมือขอลูกโซ่ไปอุ้ม ผมก็ต้องยกให้ อาจารย์กันตภณอุ้มลูกโซ่ ก่อนจะหาที่นั่งและจับลูกโซ่นั่งที่ตักพร้อมกับเอามือประคองที่ใต้คาง อย่างเบามือและใช้มือตบไล่ลมเบาๆ ไม่นาน



“เอิ้ก!!” เสียงดังมากเลย จนผมกลั้นหัวเราะลูกตัวเองแทบจะไม่ได้



“พี่สาวพี่น่ะ พี่เห็นเขาทำให้ลูกเขา พี่เลยจำมา” อาจารย์กันตภณพูดก่อนจะอุ้มลูกโซ่มาวางไว้ในเปลเด็ก



“วันนี้ไอ้หมอบอกว่าเรากลับบ้านได้แล้วนิบีม”



“ครับพี่กัน ได้กลับซะทีผมเบื่อโรงพยาบาล” ผมพูดกับอาจารย์กันตภณ อาจารย์หันมามองผม และผมก็ทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อจะไปเก็บของจะได้เตรียมตัวกลับบ้าน



“บีม ไปนั่งนิ่งๆ เลย พี่ทำเอง”



“ไม่เอาอ่ะ บีมทำด้วยดีกว่าครับพี่กัน”



“บีม พี่ทำให้ และเราไปนั่งเถอะ นะครับ อย่าดื้อ” อาจารย์กันตภณพูด พร้อมกับทำหน้าดุใส่ผม ผมก็ต้องถอยหลังไปนั่ง และมองอาจารย์กันตภณ เก็บทุกอย่างแทนผม



“พี่เข้าไปเก็บของใช้ในห้องน้ำให้ก่อนนะครับ” อาจารย์กันตถณบอกผม ผมนั่งอมยิ้ม ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าผู้ชายคนนี้มีภรรยาเขาจะรักและดูแลภรรยาของเขาดีขนาดนี้ไหม แต่พี่หมอภีมบอกว่าอาจารย์กันตภณเคยแต่งงานและยังดูแลผมดีกว่าอดีตภรรยาเขาเลย



ประตูห้องพักผมเปิดเข้ามาพร้อมกับคุณหมอคนสวย เขาเป็นคุณหมอเด็กที่เข้ามาดูเจ้าลูกโซ่ทุกวันและวันนี้คงเป็นสุดท้าย เพราะว่าผมต้องออกจากโรงพยาบาลแล้ว คุณหมอคนสวยเดินมาหยุดมองลูกโซ่ก่อนจะส่งยิ้มให้



“วันนี้จะได้กลับบ้านแล้วน่ะ ดีใจไหมคะ “คุณหมอคนสวยถามผม ผมดูจากป้ายชื่อ พญ.สายป่าน



“ดีใจครับ เพราะว่านั่งๆ นอนๆ อยู่โรงพยาบาลเบื่อนะครับ”



“พยาบาลสอนเรื่องการทำความสะอาดสะดือของน้องให้แล้วใช่ไหมคะ”



“ใช่ครับ”



“ถ้าน้องมีอาการผิดปกติอะไรกลับมาหาหมอนะคะ เช่น ตัวเหลือง ทานนมได้น้อย ร้องไห้งอแงมากผิดปกติ ก็พามาหาหมอทันทีไม่ต้องรอจนหมอนัดนะคะ แต่ถ้าทุกอย่างปกติดี มาตามหมอนัดได้เลยค่ะ”



“ปีก” จังหวะนั้นอาจารย์กันตภณเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำ คุณหมอคนสวยหันไปมองก็ต้องตกใจ และอาจารย์เองก็ตกใจเช่นกัน



“พี่กัน”



“สวัสดีครับ น้องหมอสายป่าน”



“นี้ลูกพี่เหรอคะ พี่กัน!!!”



“เออ คือ” อาจารย์กันตภณ อีกอักที่จะตอบ



“ไม่ใช่ครับ เขาเป็นอาจารย์ของผมครับคุณหมอ” ผมรีบตอบแทน ผมเห็นสีหน้าคุณหมอดูตกใจมาก ก่อนจะหันมามองเด็กน้อยที่นอนอยู่และหันกลับไปมองหน้าอาจารย์กันตภณ



“แม้นึกว่า ลูกพี่จริงๆ ป่านจะได้แสดงความดีใจด้วยนะคะ เพราะว่าที่ผ่านมาพี่เหมือนไม่อยากมีลูก” อันนี้ผมหันไปมองอาจารย์กันตภณกับหมอสายป่าน



“เออ คือ “อาจารย์กันตภณ



“ถ้าอย่างนั้น มาตามที่หมอนัดนะคะ น้องกลับบ้านได้เลย เพราะเท่าที่หมอตรวจดู ทุกอย่างน้องแข็งแรงปกติ และนี่ก็ผ่านการตรวจการได้ยินแล้ว ผมก็ปกติดีนะคะเหลือแค่ผลการตรวจเลือดที่ทำการตรวจคัดกรองโรคเอ๋อ น่าจะอาทิตย์หนึ่งงพอดีค่ะแต่ดูจากพัฒนาการน้องปกติดี แข็งแรงดีค่ะ หมอไปก่อนนะคะ “คุณหมอพูดก่อนจะส่งยิ้มให้ผมและหันหลังจะเดินออกทันที แต่จังหวะนั้นอาจารย์กันตภณ เดินตามคุณหมอคนสวยออกไปเช่นกัน เออ คนนี้หรือเปล่าน่ะภรรยาเก่าของอาจารย์กันตภณ สวยมาเลยน่ะ ผมหันมาดูเจ้าลูกโซ่แทน ว่าแต่ผมจะหอเจ้าลูกโซ่ยังไงล่ะ ผมก็พยายามจะห่อตัวเจ้าลูกโซ่



“หมับ” มีคนเดินมาจับเปลเด็กอ่อน ผมเงยหน้าขึ้นมองคนนั้นคืออาจารย์กันตภณ อาจารย์กันตภณ เป็นคนทำหน้าที่ห่อตัวเจ้าลูกโซ่แทนผม อย่างชำนาญการ



“พี่เห็นไอ้หมอภีมมันทำน่ะ และพี่ก็เคยเห็นม๊าพี่เขาทำให้หลานพี่” อาจารย์กันตภณหันมาบอกผม ผมก็พยักหน้าเบาๆ อาจารย์คงเดาสายตาของผมที่มองเขาอยู่ ว่าผมแปลกใจทำไมอาจารย์ถึงได้ทั้งที่ไม่เคยมีลูกมาก่อน



“พี่กันไม่ต้องไปส่งผมก็ได้นะครับ ผมว่าให้ผมนั่งแท็กซี่กลับเองดีกว่า” จู่ๆ ผมก็บอกอาจารย์กันตภณแบบนั้น อาจารย์กันตภณก้มลงมองหน้าผม



“เพราะว่าคุณหมอคนนั้นน่ะเหรอครับ” อาจารย์กันตภณหันมาถามผม



“ไม่ใช่ครับ คือ ผม “ไปไม่ถูกเลยดิไอ้บีมเอ๊ย!!



“ฟู่” เสียงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ของอาจารย์กันตภณ ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อๆ นั้น ที่นิ่งเงียบ



“เขาเป็น น้องสาว ภรรยาเก่าพี่น่ะ”อาจารย์กันตภณพูด



“อ้อครับ”ผมพยักหน้าเบาๆ



“พี่เคยแต่งงาน แต่พี่แต่งและนั้นป๊าพี่ให้พี่แต่งครับ ป๊าเป็นคนทาบทามผู้หญิงคนนั้นมาให้พี่ เพราะว่าพี่ไม่เคยมีแฟน ป๊าพี่เขายังรับไม่ได้เรื่อง เกย์อะไรแบบนี้ไม่ได้ และพี่ก็แต่ง อยู่ด้วยกันห้าปี แต่ก็ไม่บุตรด้วย จนภรรยาเก่าพี่น่ะเขาอยากมีลูก เราก็พยายามน่ะ หลายวิธีก็ไม่มี ผลสุดท้ายคือพี่เองที่เป็นหมัน เพราะว่ามีปัญหาเรื่องต่อมลูกหมากตั้งแต่เด็ก”



“และเขาก็ขอหย่ากับพี่ พี่ก็ยอมหย่าให้เพราะว่าพี่ไม่ได้รักเขาเพื่อให้เขาไปเจอคนที่เขารักและจะได้มีลูกด้วยกันสมดังที่เขาต้องการ”



“พี่ขอโทษนะครับ ที่พี่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ เพราะว่าพี่คิดว่ามัน”



“ผมไม่ได้คิดเรื่องนี้อ่ะครับพี่กัน แต่ผมคิดว่ามัน มันทำให้พี่ถูกมองไม่ดี และพี่ไม่ใช่คนทำให้ผมเป็นแบบนี้ พี่ควรจะได้เจอคนที่ดีกว่าผม”



“บีม อะไรคือตัววัดว่ามีคนที่ดีกว่าบีมเหรอ อะไรล่ะ”



“ผม ไม่รู้อ่ะครับ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่เบามาก และก้มหน้าลง ผมไม่กล้าสบตากับอาจารย์กันตภณเลย ใช่ผมยังอยากให้ลูกผมหาพ่อของเขาจริงๆ มันดูโง่มากใช่ไหม



“ฮึก ฮึก ฮึก” น้ำใสๆ มันไหลรินออกมา



“ทำไมเหรอบีม บีมอึดอัดเรื่องพี่เหรอครับ”



“ผม ขอโทษครับ ผมแค่อยากจะหาคนที่เป็นพ่อของลูกผมจริงๆ ซะก่อนนะครับ ผม”



“พี่แทนเขาไม่ได้เหรอ บีมรักคนนั้นเหรอ”



“ผมไม่รู้และไม่น่าจะใช่ว่ารักเพราะว่าผมเองก็เหมือนมีอะไรกับคนที่ไม่รู้ มันจะกลายเป็นรักได้ยังไงใช่ไหมครับ แต่ว่าผมอยากให้เขารู้ว่าเขามีลูกและนี้คือผลของการกระทำของเขาแค่นั้นเอง”



“ถ้าเขาไม่รับ พี่รับได้ไหม พี่รู้สึกรักเขามาก ยังไงไม่รู้” อาจารย์กันตภณพูด ผมก็มองหน้าอาจารย์เขา แววตาที่มั่นคงนั้น



“ครับขอผมพยายามก่อนได้ไหมอ่ะครับ”



“พี่จะรอน่ะ แต่ระหว่างนี้ให้พี่ดูแลไปก่อนได้ไหม”



“ขอทำคะแนนก่อน” อาจารย์กันณภณพูด ผมพยักหน้าเบาๆ อีกครั้ง ทำมาขนาดนี้แล้วคงห้ามไม่อยู่แล้วแหละ ของทุกอย่างถูกแพคอย่างดี โดยอาจารย์กันตภณ



“คุณหมอสายป่านเขาต่อว่าอะไรพี่หรือเปล่าครับ” ผมถามอาจารย์กันตภณ



“ไม่น่ะ เขาแค่แปลกใจเพราะว่าเขารู้ว่าพี่ไม่สามารถมีลูกได้แต่ทำไม เราถึงมีได้และเขาก็คิดว่าพี่กับเราคือพ่อแม่ของเด็กน้อยนี้” อาจารย์กันตภณลุกขึ้นมาบอกผม



“พี่บอกว่าพี่ไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่พี่ก็รักเขาเหมือนลูกของพี่แท้ๆ” อาจารย์กันตภณบอกผม ผมพยักหน้าเบาๆ



“ถ้าพี่บอกว่าใช่ เขาคงไปบอกพี่สาวเขาน่ะ แต่พี่กับพี่สาวของเขา เราก็จบกันไปนานแล้ว หลินเองก็แต่งงานใหม่และมีลูกทันทีหลังจากนั้นน่ะ จะว่าไปพี่กับหลินเราก็น่าจะเป็นเพื่อนกันได้ “อาจารย์กันตภณพูด



“แต่พอพ่อแม่หลินพาลูกสาวเขากลับไปอยู่บ้าน พี่ก็ไม่เคยติดต่อหลินอีกเลย จนถึงตอนนี้แต่พี่ก็รู้เรื่องของหลินตลอด เพราะ..... “อาจารย์กันตภณพูด



ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องคนไข้ พี่หมอภีมปภพ เดินเข้ามาพร้อม กระเช้าของขวัญ เป็นชุดของใช้เด็กอ่อนทั้งนัน ผมก็มองและยิ้มให้



“พี่หมอไม่น่าจะต้องซื้อมาให้ผมเลย”



“ไม่ได้ครับ เพราะว่าถ้าพี่ไม่ให้อะไรเป็นของขวัญเราบ้างน่ะ ไอ้เพื่อนรักคนนี้ของพี่มันจะโกรธพี่เอา ต้องให้กันหน่อย”



“ขอบคุณนะครับ” ผมก็รับกระเช้ามาวาง มีแต่ชุดเด็กน่ารักและของใช้ที่จำเป็นทั้งนั้นเลย



“ว่างๆ นี้ก็พาหลานมาทานอาหารเย็นที่บ้านกูบ้างน่ะไอ้กัน” พี่หมอภีมภพหันไปบอกอาจารย์กันตภณ



“อืมม จะบอกอีกทีน่ะ รอให้บีมเขาแข็งแรงมากกว่านี้หน่อย”



“ถึงยังไงก็ต้องมา หาหมอเด็กอยู่ “อาจารย์กันตภณพูด



“หมอเด็กคนไหนวะ และนี่เขาทำใบนัดให้เลยไหม” พี่หมอภีมปภพถามอาจารย์กันตภณ



“หมอสายป่านไง” อาจารย์กันตภณตอบ



“อ้าวจริงดิ แล้วได้เจอมึงไหม แล้วเขาไม่คาบข่าวไปบอกหลินเหรอว่ามึง มีน้ำยาน่ะ มีลูกกับเขาแล้ว” หมอภีมภพพูดเหมือนเป็นเรื่องขำๆ แต่ผมว่าอาจารย์กันตภณไม่ค่อยขำด้วยเท่าไหร่



“มึงส่งเขามาหรือไง” อาจารย์กันตภณหันมาถามพี่หมอภีมปภพ



“ไม่ได้ส่ง และใครจะไปรู้ล่ะ เพราะว่าหมอโรงพยาบาลกูน่ะ เยอะแยะ จำชื่อไม่หมด”



“แต่ก็รู้ว่าว่ามีหมอสายป่านอยู่ที่นี้ และไม่คิดว่าหมอเด็กที่มีเยอะแยะ มึงจะแจ็คพ๊อตได้เจอหมอป่านนี่หว่า” หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะ แต่อาจารย์กันตภณแอบค้อนให้หนึ่งทีก่อนจะหันไปถอนหายใจ ผมว่าน่าจะจบไม่ค่อยสวยระหว่างอาจารย์กันตภณกับภรรยาเก่า



“บีม พาสเตอร์ที่ปิดแผลกันน้ำได้น่ะ อาบน้ำตามปกติ รอให้แผลแห้งก่อนแล้ว สักเจ็ดวันค่อยลอกออกน่ะ และพี่หมอให้ผ้ารัดหน้าท้องไปด้วยนะครับ เพื่อพยุงกล้ามเนื้อหลังจะได้เดินเหินสะดวกขึ้น ทานอาหารตามปกติได้เลยแต่ลดของหมักดองไว้ก่อนนะครับ “พี่หมอแนะนำผมสารพัดเลย



“และอีกเรื่องอย่าเพิ่งยกของหนัก 3 เดือนนี้น่ะ งานบ้านด้วยมีคนทำแทนให้เขาทำน่ะ แผลจะได้ประสานกันและจะได้ฟื้นตัวเร็วขึ้น “พี่หมอภีมปภพบอกผม



“พี่จะหาคนทำความสะอาดมาให้น่ะบีม “อาจารย์กันตภณหันมาพูด ผมก็ทำท่าจะค้าน แต่



“เอาตามที่กันบอกเถอะบีมเพราะว่าผ่าคลอดก็คือผ่าตัดใหญ่น่ะ ระหว่างนี้บีมจะได้ดูแลน้องอย่างใกล้ชิด ช่วงสามเดือนแรกนี้สำคัญไม่แพ้กัน” พี่หมอภีมปภพพูดอีกคน ผมเลยค้านไม่ลงเลย



“เอาล่ะ โชคดีนะครับว่าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มีปัญหาอะไรโทรมาได้เลยน่ะ ยินดีให้คำปรึกษาว่ะคุณพ่อ” พี่หมอภีมปภพพูดก่อนจะตบไหล่อาจารย์กันตภณ และรถเข็นก็เข้ามา ผมยกมือไหว้ของคุณพี่หมอภีมปภพ ถ้าไม่ได้พี่หมอผมคงแย่ ดูแลดีทุกอย่าง แถมยังช่วยผมหลายเรื่องเหมือนกัน อาจารย์กันตภณ พยุงผมลงไปนั่งที่รถเข็นก่อนจะหันมาอุ้มเจ้าลูกโซ่ ส่งมาให้ผม ผมก็อุ้มเจ้าลูกโซ่ของผมที่ยังหลับสนิท



“กลับบ้านแล้วน่ะครับลูกโซ่ “ผมพูดกับเด็กน้อยที่หลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมแขนของผม ระหว่างที่เดินผ่านเคาน์เตอร์พยาบาล เขาก็พากันเดินมาโบกมือบาย บายให้ลูกโซ่กันทั้งนั้น แน่ล่ะ วันแรกก็ร้องกรี้ดปรีดปราดจนวุ่นวายไปทั้ง ห้องเด็กแรกเกิดขนาดนั้น



“น้องบีมค่ะ” เสียงพี่ฝนเรียกชื่อผม ขณะที่ยืนรอลิฟต์อยู่ พี่เขาถือกล่องคล้ายๆ กับกล่องโฟมแช่เย็นมาหาผม เป็นกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก



“คุณแม่ที่แบ่งนมให้น้องทานนะคะ เขาเพิ่งจะกลับบ้านไป เขาฝากนมให้น้องลูกโซ่ค่ะ”



“ขอบคุณครับพี่ฝน”



“ไม่เป็นไรค่ะ แวะมาโรงพยาบาล ถ้าพี่ขึ้นเวรจะลงมาดูน่ะ คิดถึงพ่อสุดหล่อ” พี่ฝนพูดก่อนจะก้มลงเอามือลูบหัวเจ้าลูกโซ่เบาๆ



“ขอบคุณนะครับ” อาจารย์กันตภณพูดขอบคุณพี่ฝนเช่นกัน



“ไม่เป็นไรค่ะยินดีค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ คุณพ่อคุณแม่” ผมเงยหน้ามองอาจารย์กันตภณ คำนี้มันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในหัวใจผมเหลือเกิน ผมเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายคนนี้ ที่หวังดีกับผมตั้งแต่วันแรกที่ผมได้เรียนวิชาที่พี่เขาสอน จนถึงตอนนี้พี่เขาก็ยังดูแลผมได้ดี แต่ผมซิ ผมควรจะเลือกทางไหนดี มันดูโง่มากไหมที่ผมอยากจะหาพ่อจริงๆ ของผม



TBC….
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.7 ผู้ชายที่แสนดี
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 03-03-2021 21:36:29
 :z10: :z13:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.7 ผู้ชายที่แสนดี
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 03-03-2021 22:43:03
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.8 แหวนวงนั้นช่างเหมือนกัน
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 04-03-2021 06:57:35
     
        Part’ s กันต์ธีย์ ผ่านไปเกือบสามเดือนที่ผ่านมา ที่ผมกลายเป็นแม่ลูกอ่อน วุ่นวายกับเจ้าลูกโซ่และโชคดีที่เพื่อนๆ ผมที่รอบริษัทเรียกตัวอยู่ เลยมีเวลามาคลุกอยู่กับผมพักหนึ่ง แต่ทว่าเดือนนี้ซิ คงเป็นผมคนเดียวแล้วก็เพื่อนๆของผม ได้งานกันหมดแล้วเหลือแต่ผมที่ยังต้องอยู่บ้านดูแลเจ้าลูกโซ่ โดยมีแม่ของผมคอยส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน และแม่ก็บอกว่าช่วงนี้ทะเลาะกันกับแฟนใหม่ เรื่องที่ยังคงส่งเงินให้ผมอีกทั้งที่ผมเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ก็อย่างที่บอกฝรั่งเขาไม่ส่งเงินให้ลูกแล้วถ้าโตพอจะหางานทำเองได้ ผมเองก็เกรงใจแม่ผมแย่แล้วเหมือนกัน จะหางานทำใครล่ะที่จะดูลูกให้ผม

//บีม มะนาวไปหานะตอนเย็นน่ะ จะซื้อส้มตำไปทานกัน พวกไอ้ฟิล์มมันก็จะเข้าไปมันคิดถึงอยากฟัดหลาน// มะนาวส่งข้อความมาหาผม ผมหันไปมองคนที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับของข้างมากมายที่หิวมาให้ ผมก็รีบวิ่งไปช่วยอาจารย์กันตภณถือทันที ส่วนเจ้าลูกโซ่น่ะ พลิกคว้ำพลิกง่ายเล่นที่พวกเพื่อนๆของผมช่วยกันซื้อมาให้ มันเป็นเพลย์ยิมสำหรับฝึกของเด็กกำลังหัดคว้ำ

“แล้วตกลงเราเหลืออีกกี่ตัวถึงจะจบล่ะ “อาจารย์กันตภณคุยกับคนปลายสาย

“เหลือทำThesist อย่างเดียว จะให้อานี่น่ะหาคนทำให้เหรอ “ผมได้ยินเช่นนั้น ผมหันมามองหน้าอาจารย์ทันที อาจารย์ก็มองหน้าผม เลิกคิ้วสูง ผมก็ชี้ตัวผมเอง ผมทำได้น่ะ

“จะให้หาให้แต่นายต้องจ้างเขานะ”

“เราจะรับทำเหรอ” อาจารย์กันตภณถามผมโดยใช้ฝ่ามือป้องโทรศัพท์เอาไว้

“ผมทำได้ครับ ผมว่าง และผมควรจะมีรายได้บ้าง ผมเกรงใจที่จะต้อง”

“แต่ว่า” พี่กันตภณทำท่าจะค้าน

“ตอนลูกโซ่หลับผมก็ว่างเยอะอยู่นะครับ พี่กัน” ผมพูดจาอ้อนอาจารย์กันตภณ

“ก็ได้ ส่งรายละเอียดมาให้อาทางอิเมลเข้าใจไหม ตอนนี้อาก็ยุ่งมาก ได้แค่นี้น่ะ ที่ช่วยเพราะว่าพี่ชายอาน่ะบ่นว่านายกับอาทุกวัน เขารอให้นายมาดูแลโรงเรียนที่อากงอุตส่าห์ก่อตั้งไว้ให้ลูกหลานแต่นายยังเกเรอยู่เลย อืม ไม่บ่นก็ได้ ส่งมาเลยน่ะ “อาจารย์กันตภณวางสายไป

เขาก็มองหน้าผม ที่กำลังเก็บของที่อาจารย์ซื้อมาให้ผม มีผ้าอ้อม และนมกระป๋อง อาจารย์เขาซื้อนมแพะให้เจ้าลูกโซ่ทาน อันนี้ผมก็เกรงใจหนักเข้าไปอีก นมแพะแพงน่ะสำหรับผมคนที่ไม่มีรายได้ ผมได้นมจากพี่รินทร์สำหรับเจ้าลูกโซ่ สองเดือนเต็มๆ ผมก็เกรงใจพี่เขาเลยต้องหัดลูกโซ่ทานนมผงแทน และตอนนี้พี่รินทร์ก็ยุ่งมาก เพราะว่าลูกเขาตรวจผมว่าเป็นโรคหัวใจต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลบ่อยมาก ผมก็บอกกับพี่รินทร์ว่ามีอะไรให้ผมช่วย ผมยินดีที่จะช่วยเท่าที่ช่วยได้

“บีม” ผมหันมามองคนที่เรียกชื่อผมอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันตั้งตัว ผมเลเสียหลักเล็กน้อยจนเกือบจะล้ม แต่ก็ไม่ล้มเพราะว่ามีคนมาประคองเอวผมเอาไว้ได้ทัน สายตาผมประสานกันกับสายตาคู่นั้น ที่ดูอบอุ่นสำหรับผมเสมอ อาจารย์กันตภณ ใบหน้าของอาจารย์อยู่ใกล้ชิดกับผมมาก จนผมรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่พ่นออกมาจากปลายจมูกโด่งนั้น ริมฝีปากที่ขยับเม้มเข้าหากัน ก่อนจะค่อยๆเข้ามาใกล้ผมทุก เข้ามาใกล้ผมมากจนเกือบจะประกบริมฝีปากบางๆ ของผม

“แหง๋!” เสียงร้องจ๋าของเจ้าลูกโซ่ ทำให้ผมต้องผลักอาจารย์กันตภณกระเด็นออกไป และผมก็หันไปมองหาเจ้าลูกโซ่ น้องไม่ได้อยู่ที่ตรงเพลย์ยิมแล้ว ผมก็ย่อตัวลงมองหาว่าไปไหน

“ลูกโซ่!!” ผมเรียกหาทันที และผมก็พบว่าน้องกลิ้งไปติดที่แคบ

“กลิ้งไปยังไงของเราน่ะลูกโซ่” ผมพูดปนหัวเราะก่อนจะคลานเข่าเข้าไปดึงเจ้าลูกชายตัวดีออกมา พอผมอุ้มก็กอดผมหมับ ใบหน้าที่ก็ซุกไซ้จะหาแต่ผมแบนๆ ของผม

“ไม่เอาแล้วครับลูกโซ่ ลูกโซ่ต้องดื่มจากขวดนมน่ะครับ เพราะว่ามี้ให้ลูกโซ่ดูดนมมี้ไม่ได้นะครับ” ผมบอกลูกชาย สีหน้าผิดหวัง แต่ผมก็ต้องขัดใจ ไม่อย่างนั้น ผมต้องคอยใส่เสื้อในและต้องมีที่ซับน้ำนมที่ไหลซึมออกมาตลอดเวลา พอผมบอกไม่ได้ทำหน้างอทันที ลูกโซ่เป็นเด็กฉลาดมาก พูดอะไรไปก็รู้เรื่องไปซะหมด ผมหันมามองอาจารย์กันตภณ

Rrrrr มือถือของอาจารย์กันต์ภณ ดังขึ้น ซะก่อนที่อาจารย์จะเดินมาหาผม แต่ผมเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะ ตอนนี้ได้เวลาลูกโซ่ต้องดื่มนมแล้ว และดูท่าจะง่วงนอนแล้วด้วย ผมจับเจ้าลูกโซ่ไปนอนเล่นในเปลเด็กก่อน เป็นแปลแบบพับได้ และมีโมบายแขวนให้ลูกโซ่ดู แต่ว่าลูกโซ่ของผมกลับไม่ได้ใช้แค่ตาดูครับ ใช้เท้าอันทรงพลังเตะหมุนไปมาได้ (ปกติเด็กน้อยเขาจะมองกันเพื่อความบันเทิงแต่เจ้าลูกโซ่ของผมยกเท้าขึ้นมาหมุนโมบายเล่นซะเพลินเชียว บันเทิงไปอีกอย่าง)

“บีม พี่ต้องกลับก่อนนะครับ บีมอยู่ได้หรือเปล่า” พี่กันตภณเดินมาบอกผม ผมหันมามองอาจาย์ ผมพยักหน้าว่าผมอยู่ได้

“ม๊าพี่น่ะ เขาล้มพี่ต้องรีบไปนะครับ พี่…”

“ไปเถอะครับพี่กัน เพราะว่าม๊าพี่สำคัญนะครับ พี่ไปดูม๊าพี่เถอะน่ะครับ “ผมพูดกับอาจารย์กันตภณ

“มีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดนะครับ “อาจารย์กันตภณพูดก่อนจะเข้ามาหอมที่หน้าผากของผม ก่อนจะหันไปเอื้อมหยิบกุญแจรถยนต์ ผมหันไปเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างขวา แหวนพลอยแดงเหมือนกับแหวนที่ผมได้มาคืนนั้นไม่มีผิดเพี้ยนเลย

“บีม มีอะไรครับ” ผมคงเพ้งมองแหวนวงนั้นนานไปหน่อย

“แหวนสวยนะครับ ผมไม่เคยเห็นพี่สวมแหวนวงนี้มาก่อน”

“ก็สวมบ้างแต่บางทีก็ลืมอ่ะครับ นี่เป็นแหวนวงศ์ตระกูลพี่ครับ” อาจารย์กันตภณพูด ผมเงยหน้ามอง แหวนวงศ์ตระกูลอย่างนั้นเหรอ แต่ว่าไอ้แหวนวงนั้นมันแค่ ด.เด็กตัวเดียว ตระกูลไอ้นั้นมันคงจะด้วนไปน่ะ มีแค่ดอเด็กตัวเดียว

“ม๊าพี่เคยพูดกับพี่น่ะ ถ้าเจอคนที่ใช่ ให้ใช้แหวนวงนี้ หมั้นคนนั้น เพราะว่าแหวนวงนี้ป๊าพี่เป็นคนออกแบบเพื่อให้ ลูกชายและหลานชายของวงตระกูลใส่เท่านั้น” อาจารย์กันตภณบอกผม ผมก็ต้องยิ้ม ผมแอบคิดว่าอาจจะมีคนแอบก็อปปี้ก็ได้มั้ง

“แหง๋ๆๆ” เสียงร้องปรีดของลูกโซ่ ทำให้ผมต้องรีบหันไปชงนมทันที ตายแล้วผมลืมชงนมให้ลูกไปเลย

“พี่กันรีบไม่ใช่เหรอครับ” ผมหันมาถามอาจารย์กันตภณ

“เออ ครับ พี่ไปก่อนน่ะ” อาจารย์กันตภณบอกผม ก่อนจะเดินออกไป ผมก็รีบเดินไปควักเอาเจ้าลูกโซ่ที่ดิ้นกระจัดกระจายอยู่เปลเด็ก ผมอุ้มมาป้อนนมก่อน ผมไม่ปล่อยให้ลูกนอนกินนมในเปล คือถ้าลูกสำลักเราจะไม่รู้เลย ผมเลยเป็นห่วงตรงนี้มาก ผมป้อนจนตัวแสบหลับปุ๋ยไปแล้ว และนั้นถึงได้อุ้มขึ้นมาพาดบ่าผมก่อนจะวางลงนอนในเปลเด็กอีกครั้ง

****

Part’ s เธียรวิชย์ ตอนนี้ผมแทบจะไม่มีเวลาออกไปเที่ยวเลย ก็เพราะว่าพ่อผมขีดเส้นตายเอาไว้แล้วว่าภายในสามเดือนนี้ต้องจบปริญญาโทและบินกลับทันที และงาน Thesist ที่ผมดองไว้ ก็ต้องมาเร่งทำเอาตอนนี้เลยทำไม่ทัน นี้ผมต้องส่งข้อมูลทุกอย่างให้อากัน อากันคือน้องชายคนเล็กของป๊าของพวกผม

//ฮัลโหล อากัน//
// ว่าไงเธียร อาจะไปหาอาม่าของเราน่ะ”
//อากัน อาม่าเป็นอะไรไปครับ//
//เด็กที่บ้านโทรมาบอกอาว่าอาม่าเราน่ะล้ม และโกวหงส์ พามาส่งโรงพยาบาลแล้ว เธียร//
//แล้วนี่เรานะตั้งใจเรียนให้มันจบซะที่ซิ อาม่าก็คิดถึงเราน่ะ นี้บ่นหาทุกวัน//
//ก็รอให้ผมทำThesisส่ง ผมก็กลับแล้วอากัน//
//อาได้คนทำรายงานให้เราแล้วน่ะ เขาเป็นลูกศิษย์ของอา และเขาก็เพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี แต่ว่าตอนนี้เขายังไม่ได้ทำงาน อาจะวานให้เขาทำให้แต่เราต้องจ่ายเงินให้เขาน่ะ เธียร//
//และคนนี้เขาเป็นคนเก่ง ทำงานละเอียดเรียบร้อยดี //
//นาทีนี้ ผมไม่เลือกแล้วอา เพราะว่าถ้าผมไม่จบ ป๊าบอกให้ผมหางานทำที่นี้ไปเลยไม่ต้องกลับแล้วอ่ะ//
//กลัวขึ้นมาหรือไงล่ะ//
//ถ้าให้ผมไปทำงานตามบริษัทที่นี้ก็เป็นลูกจ้างนะดิอา งั้นผมเลือกกลับไปช่วยป๊าดีกว่า//
//กว่าจะคิดได้น่ะนายนี้ เอาล่ะ ส่งอิเมลรายงานที่นายต้องการมาให้อา และอาจะดูหนังสือที่ต้องใช้ประกอบให้กับกันต์ธีย์เขาทำให้//
// โอนเงินให้เขาเองด้วยน่ะ อาจะส่งเลขที่บัญชีไปให้ นะเธียร//
//แค่นี้ก่อนน่ะเธียร อาจะไปดูอาม่าแล้ว //
//ครับอา // ผมกดวางสายจากมือถือากันก่อนจะหันไปสแกนรายวิชาที่ผมต้องการให้ คนที่อาจ้างมาทำรายงานให้ผม แต่ชื่อกันต์ธีย์ ชื่อแปลกดีน่ะ และอายังบอกว่าเด็กคนนี้เพิ่งจบแต่ไม่มีงานทำ แต่ผมก็ไม่ได้ถามว่าเขารับทำเท่าไหร่ ผมนั่งนึก ผมเคยจ้างเขาทำอยู่ที่ สองหมื่นห้า เอาว่ะ จ่ายตามนี้แล้วกัน

// ฮัลโหล //พี่ธันรับสายผม พี่ชายคนที่อายุห่างจากผมแค่หนึ่งปีเอง พี่ๆ ผมเรียนจบที่ไทยกันหมดแต่มีแค่ผมคนเดียว ที่ถูกส่งมาเรียนปริญญาโทที่ต่างประเทศ ผมรู้ว่าทำไมป๊าส่งผมมา เพราะแพรวานั้นแน่ๆ คือว่าผมเกิดมาหล่อเกินไป จนเธอไม่ยอมต้องอยู่ติดผมให้ได้ ถ้าอยู่ไทยนี้สาวๆคนไหนมาใกล้ผมนี้เธอจัดการหมด ผมเลยซ่าได้แค่ที่เมืองนอกเท่านั้น และที่นี้เราก็เสมอกันผู้หญิงผู้ชายและเรื่องเซ็กส์มันก็คือความสุขพื้นฐาน

//เฮีย// ผมเรียกเฮียธัน

//ว่าไงว่ะ เธียร // น้ำเสียงที่กำลังหงุดหงิดเพราะถูกขัดจังหวะแน่ๆ ฮั้นแน่ หนีป๊ามาหาเด็กเฮียน่ะซิ

//ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะเฮีย ขัดจังหวะเฮียเหรอครับ//

//มีอะไรรีบพูดมาเลย เฮียรีบ เพราะว่าต้องรีบกลับบ้าน ไปกินข้าวบ้าน //

//เฮียอยู่ไหนอ่ะ//

//อยู่คอนโดกูดิ มีอะไร//

//มาคอนโดแสดงว่า//

//กูไม่ใช่มึงครับไอ้เธียร ถ้าเป็นแฟนกูก่อนแล้วกูค่อยขอเขา มึงน่ะเจอปั๊บฟันปุ๊ปทิ้งขว้างทันที  และนี่มีอะไรว่ามาเฮียจะรีบไปอาบน้ำแล้วต้องกลับไปหาม๊า ช่วงนี้ม๊าน้อยใจอยากให้อยู่ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาอยู่ ขาดแต่มึงนี่แหละ//

//เฮียโอนเงินให้หน่อย ผมจ้างเขาทำThesis ให้น่ะเฮีย สองหมื่นห้าพันบาท เฮีย //

//เอาเลขที่บัญชีมา // เฮียธันบอกผมโดยไม่ต้องคิดมากทันที

//เดี๋ยวส่งให้เลยเฮีย//

//อืมงั้นแค่นี้น่ะ เฮียรีบ//

//ปั่ม ปั๊ม สาวเหรอเฮีย//

//รู้อีกแค่นี้แหละ // และเฮียธันก็วางสายจากผม ผมก็รีบ forward เลขที่บัญชี คนที่อากันของผมจ้างให้ทำThesis ให้ผมทันที โอนก่อนเลยน้องจะได้ไม่เปลี่ยนใจ ถ้าเพิ่งจบก็ต้องอ่อนกว่าผมสองสามปี เพราะว่าแพรวาก็จบปีนี้ ยังอ่อนกว่าผมสามปีเลย

*****
Part’ s อาจารย์กันตภณ ผมรีบมาที่โรงพยาบาลของเพื่อนรักของผม ไอ้หมอภีมปภพ หลังจากที่พี่สาวผม เจ๊หงส์พี่สาวของผมโทรบอกผม ว่าม้าของผมหกขล่ม ผมก็รีบขับรถออกมาจากคอนโดของบีมทันที ผมยอมรับว่าผมเข้าบ้านดึกแต่ม้าผมก็เข้าใจว่าผมทำงานเลิกเย็นมาก แต่จริงๆ ช่วงนี้ผมมาดูแลบีมเขา ก็ไอ้หมอภีมบอกว่าต้องมีคนดูแลบีมช่วงนี้จนถึงหกสัปดาห์ขึ้นไป เพราะว่าแผลผ่าตัดยังไม่ประสานกันดี บีมยังยกของหนักไม่ได้ ขับรถไม่ได้ ดังนั้นผมก็จะคอยซื้อของไปให้ และนี้ก็เลยไม่ค่อยได้เจอม้า เพราะกลับมาถึงม้าก็เข้านอนแล้ว


//เจ๊ ผมกำลังจะเข้าไป อยู่แผนกออร์โทพีดิกซ์ใช่ไหมเจ๊ ได้เจ๊ ผมเห็นอาเหมยแล้วเจ๊// ผมกดวางสายขณะที่ผมชะเง้อคอมองเห็นอาเหมยหลานสาวคนโตเป็นลูกของพี่สาวผมเอง เหมยเรียนมหาวิทยาลัยที่ผมสอนแต่เรียนคณะเภสัชศาสตร์ ผมเลยไม่ค่อยได้เจอกัน

“พี่กันคะ” ผมสะดุ้งสุดตัวทันทีที่มีคนเรียกผม ผมหันมามองต้นเสียง

“น้องหมอป่าน”

“ค่ะ ทำไมต้องตกใจสายป่านขนาดนั้นล่ะ หรือว่าพี่กันรู้สึกผิด”

“สายป่าน พี่ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรนี่ครับ และพี่ก็รีบครับ ม๊าของพี่เขามาหาหมอนะครับ พี่เลยรีบ” ผมอธิบายกับหมอสายป่าน ผมเห็นหมอสายป่านมองเหมือนจะถามหาบีมซิน่ะ

“บีมเขาดูลูกเขาน่ะ”

“น้องสบายดีไหมคะ ตอนนี้คงจะสามเดือนแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ น้องสบายดีครับ” ผมพูดกับหมอสายป่าน

“พอป่านเห็นเด็กคนนั้น มันทำให้ป่านคิดว่า พี่ไม่ได้โกหกอะไรพี่สาวป่านเพื่อต้องการหย่าหรอกมั้งคะ”

“หมอสายป่านครับ ที่พี่เลือกที่จะหย่าเพื่อให้หลินไปเจอคนที่เขารักจริงๆ พี่สายป่านน่ารู้ดีกว่าพี่ เพราะหลินคือพี่สาวแท้ๆ ของสายป่าน”

“ไม่ใช่เพราะว่าพี่หลินจับได้ว่าพี่ มีสัมพันธ์สวาทกับผู้ชายเหรอคะ” หมอสายป่านถามผม ผมหันไปมองหน้าเธอ

“สายป่านไม่ได้แอนตี้รักแบบนี้ แต่สายป่านแอนตี้พี่เพราะว่า ทำไมพี่ไม่บอกป๊าของพี่ตั้งแต่ก่อนจะแต่งงานกับพี่สาวสายป่านละคะว่าพี่ชอบแบบไหน”

“พี่ว่ามันจบไปแล้ว”

“พี่ไม่รู้หรอกว่า พี่หลินเขาดีใจที่จะได้ผู้ชายดีดีอย่างพี่มาเป็นสามี ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะรักไหม แต่พี่หลินก็พยายามซื้อใจพี่”

“สายป่านพี่”

“ไอ้กัน ม๊ามึงรออยู่” เสียงที่ทำให้การสนทนาของผมกับหมอสายป่านหยุดชะงัก ผมหันไปมองหมอภีมปภพ หมอภีมปภพมองหน้าผมกับหมอสายป่านสลับกันไปมา

“สายป่านขอตัวนะคะ มีคนไข้ค่ะ “หมอสายป่านพูด ผมหันมามองหน้าหมอภีมปภพ

“หมับ” หมอภีมปภพ จับต้นแขนผม

“มีปัญหาอะไรกันเหรอว่ะ”

“ไม่มีหรอก เขาแค่ ไม่เชื่อว่าผลการตรวจว่ากูเป็นหมันคือเรื่องจริง” ผมพูดก่อนจะสะบัดแขนไปจากหมอภีมปภพ ผมเดินตรงไปหาม๊าของผม

“จะแห่กังมาทำไม ไม่ได้เป็งอาลาย ม๊ากสักหน่อย” ม๊าของผมพูดแต่ใจก็อยากให้ลูกๆ หลานๆ มาดูแหละ

“อ้าวเฮียเกริกมาแล้วม๊า” เจ้หงส์พี่สาวของผม ผมมีพี่น้องกันทั้งหมดสามคน พี่เกริกคือพี่ชายคนโต เจ้หงส์และผมคนที่สามแต่ผมนี้เป็นลูกหลง ม๊าอยากมีหลายคนแต่ว่าแท้งไปซะส่วนใหญ่ จนเหลือแค่สามคนนี้แหละ

“กัน มึงมาเหมือนกันเหรอ “ผมหันไปยกมือไหว้พี่ชายของผม และหลานชายอีกสองคนที่มากับพี่ชายผมก็ยกมือไหว้ผมเช่นกัน หลานชายคนโต  และอีกคน ธาม เป็นหลานคนที่สอง มีอีกคนชื่อธัน เป็นหลานคนที่สามและเธียรคือหลานคนที่สี่ ลูกคนสุดท้องของพี่ชายผม

“มากังให้วุ่นวาย อะไรก็ไม่รู้ แล้วนี่อาเธียรล่ะ มันยังไม่กลับอีกเหรอ อาเกริก “อาม๊าถามหาเจ้าเธียรกับพี่ชายผมทันที

“ใกล้แล้วม๊า”

“เลิกเรียน มันเลิกกี่โมงว่ะ อาเหมย” ใช่แม่ผมเป็นโรคอัลไซเมอร์ หลงๆ ลึมๆ จำได้บ้างจำไม่ได้บ้าง แต่เรื่องในอดีตจำได้แม่นมากโดยเฉพาะเรื่องเจ้าเธียรวิชย์

“ม๊า อาเธียรน่ะเรียนมหาลัยแล้วครับม๊า และมันก็เรียนที่อังกฤษโน่นเลย ตอนนี้ผมบอกมันแล้วน่ะม๊า ว่าถ้ามันไม่กลับมาในอีกสองเดือนนี้ผมจะให้มันอยู่ที่โน่นไปเลย” พี่ชายของผมเฮียเกริกบอกกับม๊าของผม

“ม๊าเข้าห้องน้ำก่อนไหม ขึ้นรถจะได้ไม่ต้องปวดเพราะว่าจะถึงบ้านคงเกือบชั่วโมงนะม๊า” เจ๊หงส์ถามม๊า ก่อนจะเข็นรถพาม๊าไปห้องน้ำ

“ม๊าเป็นไงบ้างว่ะไอ้หมอ” ถามหมอภีมปภพ

“ก็ข้อเท้าพลิกน่ะไม่ถึงกับหักน่ะ แต่ก็ระวังหน่อยเพราะถ้าล้มอีกอาจจะหักได้และม๊าน่ะอายุเยอะแล้วผ่าตัดก็ฟื้นตัวช้า “หมอภีมปภพพูด ผมเห็นพยาบาล ออกมาขอคุยกับหมอภีมปภพ

“กัน ตกลงยังไง เรื่องเด็กที่เราบอกว่า ท้องนะ”

“ไม่มีอะไรแล้วครับเฮีย เพราะว่าผมยกเลิกเสนอชื่อน้องเขาเข้ารับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองไปแล้ว ตอนนี้น้องเขาก็จบแล้วครับเฮีย”

“นายไม่ได้ทำเขาท้องน่ะ”

“เฮีย เฮียน่าจะรู้จักผมดี”

“ก็แค่ถามดู กูยังไม่เชื่อเลย ม๊าเองยังไม่เชื่ออีกคน”

“ม๊ารู้แล้วเหรอเฮีย”

“รู้แล้ว ขำตายเลยที่รู้ว่ามึงไปทำใครท้องน่ะ” เฮียเกริกพูด

“ป๊า ไอ้เธียรมันโทรมาขอเงินเพิ่มอ่ะป๊า” ธันหลานชายผมเดินมาบอกพี่เกริก พี่ชายผมถึงกับส่ายหัวไปมาทันที ก่อนจะหันไปรับโทรศัพท์จากธัน เพื่อไปคุยกับลูกชายคนเล็ก

“โรงเรียนสาขาที่กูจะยกให้มันดูแล กูว่ายกคืนให้มึงดีกว่าไอ้กัน เลิกเป็นอาจารย์เงินเดือนน้อยแต่ใช้งานราวกับเป็นเจ้าของเถอะ ” พี่เกริกหันมาพูดกับผมก่อนจะเดินออกไปเช่นกัน ผมหันมามองหลายชายอีกสองคน

“อย่ามองผมเลยอา ผมก็เต็มมือ เหลือแต่ไอ้พ่อพวงมาลัยของอานี้แหละ “ธาม รีบปฏิเสธทันที ผมเองไม่อยากยุ่งไม่อยากได้เพราะว่าอยากให้พี่ชายผมยกให้หลานมากกว่า ส่วนพี่สาวผมน่ะเขาแต่งงานกับลูกเจ้าของโรงแรมเขาก็ไม่เอากิจการของป๊าผมเหมือนกัน ผมคงต้องโทรไปคุยกับไอ้เธียรวิชย์หลานชายผมแล้วซิน่ะ ว่าให้มันกลับมาได้แล้ว ม๊าผมออกมาจากห้องน้ำ

“ตกลงไอ้เธียรมันมาหรือยังอ่ะ “ม๊าถามหาเธียรวิชย์อีกแล้ว ทำไมนะเหรอครับ เพราะว่าม๊าผมเลี้ยงเธียรวิชย์มาตั้งแต่อาซ้อคลอด อาซ้อตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกเลยต้องรักษาก่อน ส่วนผมนี่ก็ช่วยม๊าของผมเลี้ยงไอ้เธียรวิชย์มาเหมือนกันทั้งที่อายุสิบกว่าๆ เอง

“มันไม่อยู่เหรอ หรือว่ามันเลี้ยงลูกมันอยู่” อาม๊าพูด ทำให้ทุกคนหันไปมองม๊าของผมกันหมด

“ม๊าพูดอะไร อาเธียรวิชย์มันยังไม่มีเมียเลยน่ะม๊า” เจ๊หงส์บอกม๊า

“ก็มันไปหาม๊าอ่ะ มันอุ้มลูกมันไปด้วยอ่ะ และเมียมังด้วย สงสัยเมียมันจะเป็นทอม ผมสั้นเหมือนรองทรง” ม๊าของผม ผมก็ต้องพากันแตะหน้าผาก

“อาม่าบอกเหมยว่าฝันว่าเฮียเธียรวิชย์อุ้มหลานมาหา อาม่าเลยถามหาแต่เฮียตลอดและเหลนด้วย” อาเหมยบอกผม

“อาม่า เธียรวิชย์มันยังไม่มีเมีย เป็นตัวเป็นต้นเลยน่ะอาม่า” ธามพูดกับม๊า ปนหัวเราะ

“แล้วเมียมันไม่เป็นตัวตัวเหรอว่ะ”

“ยังอาม่า เพราะว่ามันมีผู้หญิงพร้อมๆ กันทีเดียวหลายๆคน เลยยังตกลงไม่ได้ว่าใครจะเป็นเมียตัวเป็นๆ ของมันน่ะอาม่า” ไอ้หลานชายผม

“ธาม พูดอะไรเกรงใจอาม่าหน่อยซิเรานิ “เจ๊หงส์ หันไปจะตีหลานชาย เฮียเกริกเดินกลับมาพอดีเลย

“งั้นม๊ากลับบ้านเลยแล้วกัน ผมต้องย้อนกลับไปรับ ม๊าเจ้าสองตัวนี้ก่อน “พี่ชายคนโตพูด

“ผมพาม๊ากลับบ้านเองเฮีย ผมไม่ไปไหนแล้ว” ผมบอกพี่ชายคนโตของผม

“งั้นก็ตามนั้นน่ะกัน เฮียขอโทษที ช่วงนี้วิ่งรอกหลายทีเพราะว่ามีปัญหาผู้ปกครอง น่ะเฮียต้องเข้าไปแก้ไขเอง” เอียเกริกหันมาบอกผม ผมพยักหน้า เพราะเหตุนี้ เจ๊หงส์เลยไม่อยากรับช่วงต่อด้วย


“ม๊า ผมไปเอารถก่อนนะม๊า เราจะกลับบ้านกัน”

“ไม่กลับบ้านแล้วมึงจะไปไหนอากัน ก็กลับบ้านดิ ทำเหมือนไม่มีบ้านอย่างนั่นแหละ “ม๊าของผมพูด ผมก็หันมามองเจ๊หงส์ เจ๊หงส์พยักพเยิดให้ผมออกไปเอารถเถอะ ก่อนจะเดินออกไปก่อนจะหันซ้ายแลขวามองหาไอ้หมอภีมแต่ว่าดูท่ามันจะยุ่ง เดี๋ยวค่อยโทรมาคุยกับไอ้หมอภีมแล้วกัน ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินออก

//บีม//

//ครับพี่กัน//

//เพื่อนมาหรือยังครับ//

//มาแล้วครับพี่กัน ตอนนี้กำลังป้อนนมเจ้าลูกโซ่กันอยู่ครับ//

//พี่ไปหาเราพรุ่งนี้แล้วกันนะ และจะเอาอะไรเพิ่มบอกพี่น่ะครับ พี่จะได้ซื้อไปให้ครับ//

//ไม่เป็นไรครับพี่กัน เออ พี่กันพี่ส่งอิเมลงานมาให้ผมเลยก็ได้ครับ ผมจะได้ร่างไว้ก่อนนะครับ //

//อ้อรายละเอียดทำthesis ให้หลานชายพี่นะเหรอครับ ได้ครับ พี่จะส่งให้นะครับ แค่นี้ก่อนนะครับบีมพี่ต้องไปเอารถ และไปพาม๊าพี่กลับบ้านครับ//

// ครับพี่กัน ไม่ต้องเป็นห่วงผมครับ อยู่กับม๊าพี่บ้างนะครับ คนแก่น่ะเขาขี้ใจน้อยนะครับ ส่วนผมกับเจ้าลูกโซ่น่ะโอเคครับ//

// ขับรถดีดีนะครับพี่กัน ผมเป็นห่วง// นี่แหละที่ทำให้ผมหลุดยิ้มทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอกับหมอสายป่าน ที่ยืนกอดอกมองผมอยู่

//แค่นี้น่ะครับ มีอะไรโทรหาพี่ได้ตลอดครับบีม// ผมกดวางสายจากบีมก่อนจะ และกำลังจะหันหลังเดินออก ผมเองก็ไม่อยากจะปะทะคารมกับหมอสายป่านหนัก ผมรู้ว่าเธอไม่พอใจเรื่องพี่สาวของเธอ

“เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แต่กลับเอากระดูกมาแขวนคอ อย่างนั้นหรือคะพี่กัน”

“พี่เคยพูดกับพี่หลินตอนที่พี่หลินอยากจะขอเด็กมาเลี้ยงแต่พี่กลับปฏิเสธ และกลับบอกว่าไม่ใช่ลูกตัวพี่ไม่เอาแต่นี่พี่กลับเต็มใจไปเลี้ยงลูกคนอื่น นั้นแปลว่า พี่ก็อยากจะเลิกกับพี่หลินอยู่แล้ว ถูกต้องไหมคะ”

“ต่อให้พี่หลินพยายามประคับประคองให้อยู่กันมากแค่ไหนแต่พี่ก็ไม่เคยพยายามรักษาเช่นกัน”

“แถมพี่หมอภีมก็ช่วยพี่น่าดู พี่กับหมอภีมน่ะมีอะไรลับหลังพี่หลิน ทำไมป่านจะไม่รู้ และพี่ก็ทำให้พี่หลินเองที่เป็นฝ่ายขอเลิกเพราะทนพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้”

“แต่ก็น่าสมเพชแทนหมอภีมนะคะที่ทำมาทั้งหมด สุดท้ายพี่ก็กลับไปเลือกเด็กที่เป็นลูกศิษย์ตัวเอง “หมอสายป่านพูดก่อนจะเดินหลังออกไป ผมก็เดินแยกไปเอารถยนต์ผมทันที เพื่อมารับม๊ากลับบ้าน

// ไอ้กัน กูว่าจะออกมาคุยกับมึงอ่ะ ไปไหนวะ และนี่จะกลับบ้านเลยไหม// หมอภีมปภพ ผมหยิบมือถือขึ้นมาอ่าน

// กูจะพาม๊ากลับบ้านว่ะ ภีม //

//เออๆ และอย่าลืมบอกบีมล่ะ ว่านัดฉีดวัคซีนลูกโซ่ ตอนสี่เดือนน่ะ มึงพามาเองไหม //

// อืมจะพามาเอง //

//โอเค แล้วเจอกันว่ะ // ผมขับรถมาจอดที่ด้านหน้า เฮียเกริก เข็นม๊ามารอผมแล้ว ผมก็ลงไปเปิดประตูให้ม๊าขั้นมานั่ง

“พรุ่งนี้เหมยไม่ไปนะคะอา เพราะว่าเหมยต้องเตรียมตัวเรียนปริญญาโทก่อนนะคะ “อาเหมยหลานสาวของผม

“พรุ่งนี้ม๊าอยู่กับพี่บัวก่อนแล้วกัน และอาจะเลิกเร็วหน่อยมาอยู่กับอาม่าเองเหมย ขอบใจมากน่ะเหมย” ผมพูดก่อนจะเดินเข้าไปทำหน้าที่คนขับรถ ม๊าที่นั่งข้างๆ ผม ม๊าหันมามองผม

“อากัน ลื้อ ไม่หาใครสักคนล่ะ เลิกกับอาหลินไปนานแล้ว หาสักคนซิ จะได้มาอยู่เป็นเพื่อนม๊าบ้าง”

“อากัน จะผู้หญิงผู้ชาย ม๊าไม่ว่าหรอก ม๊าไม่เหมือนเตี่ยลื้อ เตี่ยลื้อมันเป็นพวกรักเชื้อสายวงค์ตระกูล มันแค่กลัวไม่มีใครสืบนามสกุลมันต่อน่ะ” ม๊าพูดกับผม ผมหันมาจับมือม๊า

“จริงนะม๊า ถ้าผมเจอแล้ว ม๊าจะไม่ว่าผมน่ะ ถ้าเขาไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไป”

“อากัน เรื่องมันผ่านมาน่านแล้วน่า และม๊าก็รู้สึกผิดที่ไม่มีปากมีเสียงช่วยลื้อในตอนนั้นน่ะ ทุกอย่างมันคงไม่ต้องเป็นแบบนั้น ลื้อคงไม่ต้องกล้ำกลืนฝืนทน ถึงจะแค่ห้าปีก็เถอะ”

“และนาทีนี้ ม๊ายังเลือกได้อีกเหรอ พามาเหอะ เดี๋ยวม๊าซี้แหง๋แก๋ก่องได้เห็นหน้าเมียลื้อ ” ม๊าผมเป็นคนตลกครับ และผมก็รักม๊าผมมากเช่นกันผมถึงไม่ย้ายออกไปไหน ขนาดปําแถบจะไม่พูดกับผมเลยตั้งแต่รุ้ว่าผมมีรสนิยมชายรักชาย  และม๊าเข้าใจผมมากกว่าป๊าผมอีก แต่ก่อนที่ป๊าจะเสีย ม๊าแทบจะไม่มีปากมีเสียงอะไรเลย ที่จะค้านช่วยลูกๆ แม้กระทั่งเจ๊หงส์แถมลูกสาวพ่อไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญมากเพราะว่าคิดว่าต้องแต่งงานออกไปอยู่กับคนอื่น  และนี้ป๊าบังคับให้ผมแต่ง ผมก็ต้องแต่งถึงแม้ว่าม๊าอยากจะค้านแต่ก็ค้านไม่ได้ สุดท้าย ผมก็เลิกกลับหลินจนได้หลังจากป๊าเสียไม่ถึงปี และผมก็เลือกที่จะขอยู่กับผุ้หญิงคนนี้แต่ว่าตอนนี้ผมกลับกำลังจะเจอคนที่ผมอยากจะพามาเปิดตัวกับม๊าอีกครั้ง

TBC….

ขอบคุณกำลังใจให้คนแต่งนะคะ  :กอด1: คนแต่งจะพยายามให้ดีที่สุด มีคำผิดจะเข้ามาแก้ไขให้เรื่อยๆค่ะ เป็นกำลังใจให้คนแต่งด้วยนะคะ เม้นหนึ่งกำลังใจค่ะ  :pig4:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.8 แหวนวงนั้นช่างเหมือนกัน
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 05-03-2021 02:11:55
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.9 เจอว่าที่พ่อสามีแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 05-03-2021 10:57:42
Part’s เธียรวิชย์ ตอนนี้ผมกำลังรอผลThesis ของผม ว่าจะผ่านไหม และปลายเดือนนี้ ผมก็ต้องเดินทางกลับไทยแน่นอน อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะว่าพ่อผมยื่นคำขาดมาแล้ว ถ้าไม่กลับ โรงเรียนสาขาที่จะให้ผมดูแล พ่อจะให้อากันมาดูแล อันที่จริงผมก็ไม่อยากได้แต่อากันโทรมาหาผม อาบอกว่าไม่อยากได้เหมือนกัน เพราะงานมันเยอะปัญหาก็แยะ  ผมน่ะรู้ดี เห็นพ่อทำงานแล้วผมเหนื่อยเหมือนทำเอง แต่ด้วยความที่อาม่าตามใจผมมากมาตั้งแต่เด็ก มีอะไรก็อาม่าไว้ก่อน อาม่าปกป้องผมได้ แต่หลังๆมานี้ผมไม่ค่อยได้เข้าไปหาอาม่าเลย ก็ที่ผ่านมาพอผมกลับปุ้ปก็นัดเพื่อนทันทีทุกครั้งไปและเที่ยวกันจนบินกลับเลย

//พี่เธียรค่ะ ตกลงพี่บินสิ้นเดือนนี้นะคะ แพรวาจะได้จัดเซอไพรส์ไปรอรับพี่เธียรที่สนามบินเลยค่ะ เจอกันนะคะ แพรวารักพี่เธียร//
ข้อความที่ส่งเข้ามือถือของผม ผมก็ต้องนั่งเอานิ้วเคาะโต๊ะ ผมกำลังจะเข้าไปเลือกว่าจะบินไฟว์เพื่อให้เฮียธีจ้องตั๋วเครื่องบินให้ผม แต่พอข้อความจากแพรวาเข้ามา ทำเอาผมต้องพับโน้ตบุ๊คลง ผมโคตรอึดอัด เพราะผมไม่ได้ชอบแพรวา

แพรวาเป็นเด็กผู้หญิงที่พ่อของเธอตามใจมาก พ่อเธอคือคุณธรรมรัตน์ เลิศล้ำวุฒิไกร เป็นรัฐมนตรี และเป็นเพื่อนของพ่อผม ที่พ่อผมรักมาก เธอมาคลุกอยู่กับครอบครัวผมตั้งแต่ยังเด็ก จนกระทั่งตอนนี้ เธอเป็นเด็กที่เอาแต่ใจมาก เพราะว่าเธอคือลูกสาวคนเดียว และกว่าพ่อกับแม่ของเธอจะมีเธอก็เกือบไม่มีลูกไว้เชยชมเพราะว่ามียากมาก และนี้ถึงได้ตามใจเธอมาก และเธอก็มักจะร้องต้องมาอยู่กับผมตลอด ตั้งแต่เด็ก จนแม้กระทั่งตอนนี้แต่นี่มันเปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่ใช่เด็กแล้ว เธอร้องขอมากขึ้น เธอต้องการจะผูกมัดผม เพราะว่าครอบครัวของผมเคยได้รับการช่วยเหลือจากตระกูลของแพรวามาก่อน เธอเอาแต่ใจกับผมหนักชนิดที่ไม่เกรงใจความรู้สึกป๊ากับม๊าผมเลย จนป๊าถามผมว่าจะไปเรียนปริญญาโทต่อที่อังกฤษไหม ผมรีบบอกตกลงทันที

วันนี้แสนจะเหนื่อยเพราะว่าผมต้องเดินเรื่องเอกสารเตรียมจบปริญญาโท ผมยังรอผลอีกตัวของอีกวิชา วิชานี้โคตรยากเลย หินมาก ผมทำThesis ไม่ผ่านสักที เลยต้องจ้างเขาทำและผมก็ได้อิเมลตอบกลับจากอาจารย์คนดังกล่าว ว่าThesis ของผมผ่านรอบนี้ ผมว่าจะบอกอากันว่า ถ้าเจอน้องเขาจะพาไปเลี้ยงข้าวสักมือ ตอนนี้ผมก็ปิดไฟเตรียมตัวนอน จะได้พักยาวสักสองสามวัน ไปไหนดีน่ะ พรุ่งนี้ค่อยโทรหาเพื่อนๆ ของผมแล้วกัน ผมข่มตานอนไม่นานก็หลับสนิท

ผมยืนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เหมือนจะเป็นสนามเด็กเล่น ผมเห็นผู้หญิงที่อุ้มเด็กอยู่ นี้ภรรยาผมแน่ๆ ดูจากชุดที่ใส่ นมนี้โตเต็มมือทีเดียว ผมถึงกับเลียริมฝีปาก

“ป๊า” มีเด็กวิ่งมากระตุกแขนผม ผมก็ก้มลงมอง

“เรียกผิดคนเปล่า” ผมก้มลงบอกเด็กน้อย เด็กน้อยนั้นยืนเอามือกอดอกหน้าคุ้นๆ เนอะ ผมก็มองภรรยานมโตของผมหันมาสักทีซิ

“ป๊า มี้บอกเข้าบ้าน”

“มี้ไหน” ผมถามเด็กน้อยกลับ

“มี้ ที่เป็นเมียป๊าอ่ะ อยู่โน่นน่ะ”

“ห๊ะ!! ไม่ใช่คนนั้นเหรอ” ผมถามเด็กผู้ชายที่มาเรียกผมว่าป๊า และชี้ไปที่สาวนมโตที่นั่งอุ้มเด็กอยู่ ป๊าอยากได้แบบนั้นน่ะ แต่เด็กน้อยคนนี้ดูท่าจะโตหน่อยน่าจะหลายขวบแล้ว เขาก็ชี้สวนไปที่ด้านหลังของผม ผมจึงต้องหันหลังกลับไปมองตาม เท่านั้นแหละผมถึงกับต้องสะดุ้งสุดตัว เพราะว่าคนที่เดินสับเท้าพร้อมกับกระเตงลูกเข้าเอวมา หน้าตาเหมือนผมไปเผาบ้านเขามาเลยก็ว่าได้ และดูก็รู้ว่านั้นน่ะผู้ชาย นมก็ไม่มี มีก้นก็แบน หุ่นก็เพรียวบาง ชนิดว่าลมอาจจะหอบไปไหนต่อไหนได้เลย

“นั่งมองนมอยู่ได้ นี้ลูกเอาไป เปลี่ยนผ้าอ้อม และคนนี้เอาไปเปลี่ยนชุดด้วย และนั้นเอาไปป้อนอาหาร และนี่อีกคนเอาไปนั้น ไปนี้ บร้าๆๆ จนผมเองก็ต้องยืนนับเด็กมันกี่คนแล้วเนี๊ยะ

“สิบสองคน จะบ้าเหรอ ใครจะมีลูกเยอะขนาดนี้เนี๊ยะ!!” ผมถามคนที่ผมยืนอยู่

“เถียงเหรอ เพี๋ยะ!!” ฝ่ามือนั้นง้างจะฟาดลงมาที่ผม แต่ผมรีบรับมือนั้นไว้ได้ทัน ก่อนจะยกสองมือขึ้นมาประกบเพื่อร้องขอชีวิตผู้เป็นเมีย (หรือสามีว่ะนี่มันผู้ชาย)

“ไปเลยน่ะ เอาลูกไปเดี๋ยวนี้เลยน่ะ” ชี้นิ้วแหลมสั่งมาทันที

“จะไปดีดีหรือจะไปด้วยน้ำตา”

“ม๊า ช่วยเธียรด้วยม๊า”

“ซ่าหนัก เลี้ยงเข้าไปเลยมีกี่คนเลี้ยงเอง ม๊าจะไปทำผมสวย “ม๊าของผมก็สะบัดหน้าเดินหนีผมอีก

“อาม่า ช่วยเธียรด้วย” ผมหันไปร้องขออาม่าที่รักเธียรที่สุด

“เรื่องของมึง สอนไม่จำ เป็นผัวที่ลีต้องช่วยเมีย เลี้ยงลูก “อาม่าก็ทิ้งผมไปอีกคน ทั้งที่อาม่าไม่เคยเลย เธียรคนนี้หลานที่อาม่าตามใจที่สุดไงอาม่า กลับมาก่อน

“ป๊า! ป๊า! ป๊า! ป๊า!” แต่ละคนพากันลุมเรียกผมกันทั้งนั้น ผมก็หันซ้ายหันขวา หันหน้าหันหลัง เด็กแต่ละคนหน้าตาเหมือนกันหมดเลย

“เว้ยย ไม่ ไม่!!” เสียงผมตะโกน ผมผวาตื่นมาพร้อมกับเหงื่อที่แตกผลักๆ ผมเหลือบมองเวลา ตอนนี้เกือบจะตีสามอีกแล้วเวลาเดิมทุกที ขนาดหายไปพักหนึ่งได้แล้วน่ะแต่นี่มาอีกแล้วแถมหนักกว่าเดิมอีก ผมลืมตามองไปรอบๆ ห้องก่อนจะเปิดไฟให้สว่างผ่านมือถือของผม เพราะว่าห้องของผมเป็นแบบสมาร์ตรูม ผมเริ่มหลอนอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้มาเป็นขโย่งแบบนี้ แพรวาก็แพรวาเถอะ เธียรวิชย์เลือกที่จะ กลับครับ

// ฮัลโหลเฮีย// ผมกดโทรหาเฮียอีกแล้ว เวลาเดิม ๆ เพิ่มเติมคือความน่ากลัวมากวันนี้
//อะไรของมึงเธียร //
//จองตั๋วให้หน่อย เอาเช้านี้เลยเฮีย //
//มาไม้ไหนของมึงอีกไอ้เธียร//
//จะกลับแล้วเฮีย อยู่ไม่ได้แล้ว ซื้อให้เลยน่ะเฮียวันนี้เลยเฮีย//
//เดี๋ยวดูให้และส่งเมลไปให้น่ะ มึงนี้ทำเอากูไม่เป็นอันต้องทำงานทำการ เช็กตั๋วเดินทางให้มึงเนี๊ยะไอ้เธียรวิชย์ เพราะว่าเดี๋ยวกลับเดี๋ยวไม่กลับ //
//แล้วนี่จะรีบกลับทำไมว่ะ มีอะไร//
// ผมฝันอ่ะเฮีย ผมฝันเห็นเด็กมาสิบกว่าเดือนแล้ว และคืนนี้มันหนักสุดเลยอ่ะเฮีย มาเป็นทีมฟุตบอลเลยเฮีย//
//มึงไปทำใคราท้องมาหรือเปล่าไอ้เธียร!! และถ้าป๊ารู้น่ะมึงโดนแน่เพราะว่าเรื่องนี่เรื่องเดียวที่ป๊าบอกมึงว่าอย่าทำและถ้าทำขึ้นมาป๊าไม่เอามึงไว้แน่ คือทำใครท้องก่อนวัยอันควร//
// ผมป้องกันตัวเองอย่างดีเฮีย ไม่ปล่อยให้ท้องแน่นอน ใส่เกาะ แต่มี “ผมก็ต้องชงัก ผมบอกเฮียไม่ได้ว่าผมมีอะไรกับผู้ชาย
//มึงมีอะไรกับใครโดยไม่ป้องกันด้วยเหรอไอ้เธียร!!”
//ไม่มีเฮีย!!! //ผมพูดด้วยเสียงสูง
//แค่นี้จะได้รีบดูตั๋วให้ // เฮียธีพูดก่อนจะวางสายไปจากผม ผมโทรทางไกลไป ผมลุกขึ้นนั่ง เหงื่อหมดทั้งใบหน้า แม้กระทั่งแผ่นหลับที่เปียกโชกราวกับว่าผมเพิ่งจะอาบน้ำมาและไม่ได้เช็ดตัวให้แห้ง ผมเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องนอนตัวเอง เพื่อเดินไปหาน้ำดื่มแก้กระหาย กลับมาฝันอีกแล้วเหรอว่ะไอ้เธียร

“กริ้ง!!” เสียงกริงหน้าห้องผมดังขึ้น ใครกันว่ะนี่มันตีสาม หนังสือพิมพ์อะไรจะมาส่งแต่เช้ามืดแบบนี้ ผมก็วางแก้วน้ำลงก่อนจะเดินไป

“กริ้งๆๆๆๆ” รัวๆ เลยทีนี้ ผมก็ต้องจั้มอ้าว ผมว่าคงได้มีต่อยใครสักคนกันบ้างล่ะงานนี้ ผมรีบเปิดโดยไม่ได้มองมอนิเตอร์ว่าใครช่างกล้ากับผมแบบนี้ และสิ่งที่ทำให้ผมต้องผงะคือ รถเข็นเด็กที่มาอยู่หน้าห้องผม และเด็กน้อยหัวทอง ที่ยืนเอามือกดกริงหน้าห้องผมเล่นแบบรัวๆ

“เว้ยยยย” ผมร้องออกมาดังลั่น

“ปิ๊กกะบู้!! “เด็กน้อยปิดหน้าและเปิดหน้าเล่นกับผมอีก จ๊ะเอ๋ไง แต่ผมไม่เล่นด้วยครับ

“ไม่ขำโว้ยเฮ้ย!!” ผมพูดไทยส่งไปทันที

“อุ้ย! พี่ขอโทษทีค่ะ สงสัยรถมันไหลไปหน้าห้องนะคะ ไปลูก จะได้ไปขึ้นเครื่องบินกลับไปหายาย “มีผู้หญิงคนไทยเดินจับรถเข็นเด็ก ก่อนจะขอโทษผม และรีบเข็นรถเข็นนั้นออกไปทันที ดูท่าจะกำลังย้ายออก มากกว่า กระเป๋าเดินทางมากมาย พร้อมกับสามีต่างชาติที่เดินออกมา เขาหันมาโบกมือให้ผม ผมก็โบกมือกลับ และผมรีบปิดประตูลง เอามือกุมหน้าอก ไม่ได้แล้วน่ะ ไม่ไหวแล้วต้องกลับแล้วเธียรวิชย์อยู่ไม่ได้ หลอนมาก ไม่รู้ว่าเป็นที่ห้องหรือตัวผมเอง กลับถึงชวนอาม่าไปไหว้พระที่วัดดีกว่า

//เฮียได้ยังอ่ะ จะได้แพ็กกระเป๋าเดินทางรอเลย// ผมส่งข้อความไปหาเฮียธีพี่ชายคนโตของผม
//จองแล้วกำลังส่งไปให้ และป๊าบอกให้มึงนั่งชั้นประหยัดพอ //
//เฮีย ทำไมไม่บอกม๊าอ่ะ // เพราะว่าม๊าคงไม่ให้ลูกชายคนเล็กนั่งแบบลำบากแน่นอน
//แต่เฮียอัพเกรดให้เธียร//
//เป็นชั้นธุรกิจเหรอเฮีย//
//ชั้นประหยัดพรีเมี่ยมว่ะ ดีขึ้นมาหน่อย//
//เฮีย!! //เธียรวิชย์ร้องไห้แป๊บ เคยแต่นั่งชั้นหนึ่งน่ะ ชั้นเฟริส์คลาสน่ะแต่นี่ชั้นประหยัดแม้จะดีขึ้นมานิดนึงก็เถอะ
//ตอนเขาให้กลับดีดีไม่กลับนี่ และเครื่องน่ะบินบ่ายสามโมงน่ะ พักเครื่องด้วยแต่ เฮียไม่ได้หาที่พักให้ นอนในสนามบินรอต่อเครื่องแล้วกันน่ะ สิบห้าชั่วโมง //
//เฮียแกล้งกันเปล่าเนี๊ยะ!!”
//เอาคืนไงที่ตอนเด็กๆ อาม่าตามใจมึงเยอะไง ฮาๆ //
//แค่นี้น่ะเฮีย ผมจะไปเก็บของแล้ว เดี๋ยวไม่ทัน เจอกันเฮีย//
//เดินทางปลอดภัยน่ะ// เฮียธีบอกผม ผมก็รีบวางมือถือลง วิ่งเข้าวิ่งออก จัดกระเป๋าอย่างรีบด่วน ก่อนจะหันมาส่งอิเมลล่ำลาเพื่อนๆ แน่นอนมันคงยังไม่ได้อ่านกันหรอก เพื่อนๆ ที่เรียนที่นี้ และบรรดาสาวๆ ที่ผมซั่มเอาไว้ด้วย และส่งข้อความไปหาอาจารย์ของผมว่าให้ติดต่อผมทางอิเมลได้เลยผมไม่อยู่ที่นี้แล้ว ให้เหตุผลว่าต้องกลับด่วน ทางบ้านมีปัญหาแต่จริงๆ ผมหนีครับ อยู่ไม่ได้ห้องนี้แม่งต้องมีอะไรแน่ๆ แต่อยู่มาตั้งนานทำไมพึ่งจะมาเกิดเอาตอนนี้ว่ะ และความฝันนี้ก็มาตั้งแต่ผมกลับไทยรอบล่าสุด ผมต้องไปตามหาไอ้เด็กคนนั้นอีก เพราะอยากรู้ว่าที่ผมฝันนี้น่ะมันคืออะไร

*****

Part’ s กันต์ธีย์ ผมแต่งตัวด้วยชุดที่ดูสภาพ ก็อาจารย์กันภณบอกผมว่าจะพาผมมาพบกับพี่ชายคนโตของที่ตอนนี้ท่านเป็นประธานใหญ่ในเครือโรงเรียนนานาชาติ วชิรภังกุญชร ทำไมผมถึงมาวันนี้ อาจารย์กันตภณบอกว่าที่โรงเรียนนี้ สาขาไม่ไกลจากที่พักของผม และที่ผมได้มาสมัครงานที่นี้เพราะว่า จู่ๆ เจ้าหน้าที่ธุรการก็ขอลาออกกะทันหัน และผมเองก็อยากหางานทำ ตอนนี้เจ้าลูกโซ่จองผมก็หกเดือนได้แล้ว อาจารย์กันตภณบอกว่าโรงเรียนของพี่ชายเขามีรับดูแลเด็กเล็กด้วย เรียกว่าเนอสเซอรี่เด็กอ่อนก็ว่าได้ มีทั้งคนภายนอกและให้บริการกับลูกๆ ของพนักงาน ครูอาจารย์ที่นี้ เด็กเล็กที่นี้มีตั้งแต่แรกเกิดไปเลย และลูกครูอาจารย์และเจ้าหน้าที่ได้สิทธิ์ฟรี แต่ส่วนใหญ่จะห้าหกเดือนขึ้นไปแล้วมากกว่า เพราะว่าเล็กเกินไปพ่อแม่ก็กลัว และเหตุผลนี้ด้วย อาจารย์เลยพาผมมาสมัครไม่ซิ พามาฝากเลยดีกว่ามั้ง ผมเองก็ไม่อยากเข้ามาแบบเด็กเส้นเลยจริงๆ แต่ผมคงมีตัวเลือกไม่มาก และมีสวัสดิการดีแบบนี้ผมต้องรีบรับไว้จริงไหมครับ ตอนนี้ผมมานั่งรอที่ห้องประชุมเล็ก เพราะว่าเขาประชุมกันในห้องประชุมใหญ่ ผมน่ะแค่มารอคุยกับพี่ชายของอาจารย์เฉยๆ

“ช่วงนี้ป๊าเรียกประชุมบ่อยไปน่ะเฮีย สาขาที่ผมดูแลไกลจากนี้ตั้งเยอะ” เสียงบ่นดังเข้ามาในห้องประชุมเล็กของโรงเรียน ผมยอมรับว่าโรงเรียนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นโรงเรียนนานาชาติจริงๆ ผมหันไปมองคนที่เปิดประตูเข้ามา เป็นสามหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ผมได้ยินเขาเรียกใครสักคนว่าเฮีย แต่หน้าตาเขาทั้งสามคนไม่ได้บ่งบอกเลยว่ามีเชื้อจีน ก็แต่ล่ะคนมีจมูกที่โด่งรั้นกันทุกคน ไม่ได้ตาตี่ ชั้นเดียว ตาสองชั้นกันหมด สูงยาวเขาดี แต่ล่ะคนก็หุ่นมาตรฐานชายไทยทั้งนั้น แต่ทำไมมองรวมๆแล้วมันหน้าคุ้นๆ ว่ะ เหมือนเคยเจอที่ไหนสักที่ แม้จะสลัวไปหน่อยก็เถอะ แต่ว่ามันก็ริบหรี่เต็มทีน่ะ จนกระทั่ง

“เพี๊ยะ!!” เสียงดีดนิ้วเรียวๆ เพื่อเรียกสติผมกลับคืนทันที

“เห็นมองผมสามคนนานแล้ว สงสัยว่าหน้าพวกผมจะมี ความหล่อติดอยู่” คนที่ดูกวนที่สุดถามผมขึ้น

“สวัสดีครับ” ผมรีบยกมือไหว้ ทันที

“ไอ้ธัน อย่ากวน น้องเขาจะเข้ามาทำหน้าที่ธุรการคนใหม่และถ้ามึงกวนเขาแบบนี้เดี๋ยวเขาก็เปลี่ยนใจไม่ทำหรอก และมึงต้องทำเองน่ะครับ” คนที่กวนผมชื่อธัน

“เหรอครับ สวัสดีครับ พี่ชื่อธันครับ เป็นหนุ่มหล่อที่สุดในตระกูล” ผมก็ยิ้มแหยๆ ก็หล่อเท่าๆ กันหมดน่ะ

“ช่างกล้าเปิดตัว หนุ่มหล่อและกะล่อนที่สุดในตระกูลด้วยซิครับธันครับ “อีกคนก็พูดขัดทันที ผมก็ต้องนั่งตัวรีบทันที

“ผมยังเป็นรองไอ้น้องชายคนโปรดของเฮียน่ะ เฮียธี” พี่เขาหันไปบอกพี่อีกคนดูท่าจะคนโตที่สุด

“สวัสดีครับ พี่ชื่อธามครับ “พี่อีกคนแนะนำตัวเอง

“คนนี้พี่คนโตพวกพี่ ชื่อเฮียธี ดุมาก” ผมก็สะบัดหน้าไปมองก่อนจะรีบยกมือไหว้อีกที

“มึงใส่ร้ายกูน่ะ ไอ้ธาม” พี่เขาพูด แต่หน้านิ่งๆ พี่เขาดุจริงๆ ผมก็หนีบขาเข้าไปอีก

“พี่จองตั๋วให้ไอ้น้องชายสุดที่รักพี่ยังอ่ะ” พี่ธามหันไปถามพี่คนโตสุด คุณธี

“ส่งไปแล้ว และกูจองชั้นประหยัดให้มันด้วย และมันก็ต้องรอต่อเครื่องนานโคตรเลยว่ะ”

“เข้าใจเอาคืนน่ะเฮีย”

“อะแฮม” เสียงกระแอมที่ทำลายบทสนาดังขึ้น ผมหันไปมองคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับอาจารย์กันตภณ อาจารย์เขาหันมายิ้มให้ผม และชี้ไปทีหนุ่มใหญ่ รูปหล่อและเคล้าหน้าก็มาทางสามคนที่นั่งนี้ทั้งหมด แต่ก็มีความคล้ายคลึงกับอาจารย์กันตภณนิดหน่อย

“บีม นี้เฮียของพี่ครับพี่ชายคนโตของพี่และเป็น ท่านประธานอำนวยการใหญ่ของเครือนี้ครับ” อาจารย์กันตภณบอกผม ผมรีบยกมือขึ้นไหว้แทบจะไม่ทันที ดูจากชื่อบอร์ดผู้บริหารระดับสูงสุด ชื่อเกริกเกียรติ เดชาวชิรภังกุลชร

“น้องเขายังเกรงกลัวเลย แต่ไอ้คนน้องพี่คนเล็กนี้มันไม่กลัวป๊าเราเลยน่ะเฮีย”

“อะแฮม!!” เสียงแอมอีกครั้ง ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ และอาจารย์กันตภณก็เดินมานั่งข้างๆ ผม

“เราชื่อกันต์ธีย์ใช่ไหม ที่ว่าจะมาทำงานแทนธุรการที่เพิ่งจะออกไปน่ะ “คนที่นั่งลงที่เก้าอี้ประธานหันมาถามผม ผมพยักหน้าเบาๆ ไม่กล้าฮือไม่กล้าอือเลย

“เฮียอย่าดุหนักซิ น้องเขาสั่นหมดแล้ว และน้องคนนี้น่ะ ทำงานดี ละเอียดรอบคอบมากน่ะ ผมเลยแนะนำมา”

“เด็กอากันหรือเปล่าว่ะ” เสียงที่คุยกัน ทำให้ท่านประธานหันไปมอง แค่นั้นก็เงียบกันหมด

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนิ และเริ่มงานได้เมื่อไหร่ล่ะ พรุ่งนี้เลยได้ไหม เพราะว่างานเอกสารเยอะมากคนเก่าทำเอาไว้เละเลย “ท่านประธานพูด

“เฮีย อีกเรื่องน่ะคือน้องเขามีลูกเล็กด้วยนะครับ จะให้น้องเขาเอาลูกมาฝากเลี้ยงที่นี้โดยใช้สวัสดิการพนักงานก่อนได้ไหมเฮีย เพราะว่าสวัสดิการนี้ปกติให้คนที่ทำงานมาแล้วปีหนึ่งแต่นี้น้องเขาไม่มีคนดูจริงๆ “อาจารย์กันตภณบอกกับพี่ชายของเขา

“ห๊ะ!! มีลูกแล้ว” พี่ๆ ทั้งสามคนแสดงอาการตกใจพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองหน้าผม

“อายุน้องเท่าไหร่ครับ มีแล้ว รีบเหรอ พวกพี่จะสามสิบยังไม่รีบเลย “พี่คนที่กวนๆ ผมที่ชื่อธามหันมาถามผม

“ผมเออ ผม ไม่ได้รีบแต่มันมาแล้วอ่ะครับ และผมจบมหาวิทยาลัยแล้วด้วยครับ” ผมเงยหน้าขึ้นตอบ ท่านประธานอำนวยกันหันมามองผมก่อนจะหันไปมองอาจารย์กันตภณ

“ลูกอายุกี่เดือนแล้วล่ะ และแม่เด็กไม่เลี้ยงเหรอ” ท่านประธานหันมาถามผม ผมก็หันมามองหน้าอาจารย์กันตภณ เอาไงดี ผมนี้แหละแม่เด็ก

“เออ เขาเลิกกันแล้วน่ะครับเฮีย ตอนนี้น้องอายุ หกเดือน เลี้ยงง่าย น่ารักเชียว “อาจารย์กันตภณหันไปบอกท่านประธาน

“แม้รู้ละเอียดจริงนะอากัน หรือว่า “พี่ธันทำท่าแซวอาจารย์กันตภณแต่ว่าเจอสายตาท่านประธานใหญ่เลยไม่กล้าแซวต่อทันที ผมนี้ก็นั่งสั่นไปทั้งตัวแล้วเมื่อไหร่จะเสร็จน่ะ

“เอาก็ได้ ถือว่าเห็นแกที่ตอนนี้เราต้องการธุรการด่วน และผมอยากให้ คุณทำหน้าที่เลขานุการเพิ่มอีกตำแหน่ง ผมจะให้เงินเดือนเพิ่ม เพราะลูกชายคนเล็กของผมที่เพิ่งจะจบกำลังจะมารับตำแหน่งผู้บริหารงานของโรงเรียนสาขานี้ อยากให้ช่วยจัดการเรื่องเอกสารที่ต้องเซ็นต์แต่ล่ะวัน ให้หน่อย จะเพิ่มจากเงินเดือนให้อีกเดือนล่ะห้าพันและไม่เก็บค่าดูแลลูกของเรา ถือเป็นสวัสดิการ ซึ่งปกติให้เฉพาะพนักงานที่ทำงานกับเรา หนึ่งปีแล้วเท่านั้น ถ้าไม่ถึงต้องจ่ายเองไปก่อน”

“ครับ “ผมตอบตกลงด้วยน้ำเสียงที่เบานิดหน่อย

“ถ้าอย่างนั้น เฮียกลับก่อนน่ะ เพราะว่าวันนี้ อาซ้อเราน่ะมีนัด หมอนัดน่ะ” ท่านประธานใหญ่หันมาบอกอาจารย์กันตภณ ผมก็ลุกขึ้น คงต้องรีบเข้าห้องน้ำก่อน

“ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับ “ผมพูดและลุกขึ้นทันที

“หึๆ สงสัยจะกลัวท่านประธานใหญ่จนฉี่ราดแน่เลย “พี่เขาหัวเราะตามหลังผมทันที ผมรีบเข้าห้องน้ำและทำธุรส่วนตัว พอเสร็จธุระ ผมก็ต้องรีบโทรหาพี่ฟ้า พี่สาวไอ้ฟิล์ม วันนี้พี่ฟ้าเขารับเลี้ยงเจ้าลูกโซ่ให้ผมก่อน

//สวัสดีครับพี่ฟ้า//
// บีมโทรมาพอดีเลย พี่ว่าจะโทรหาเราอยู่ พอดีเลย พี่ต้องพาลูกชายคนโตไปหาหมอฟัน หมอนัดตอนบ่ายสามน่ะ แล้วนี่เราเสร็จหรือยังบีม// พี่ฟ้าบอกผม
// เสร็จแล้วพี่ฟ้า ถ้าอย่างนั้นผมไปรับเลยครับ //ผมบอกพี่ฟ้า พร้อมกับรีบกดวางสาย ผมต้องไปบอกพี่กันก่อนว่าผมต้องรีบไปรับเจ้าลูกโซ่ของผมก่อน ตอนนี้ผมไม่เรียกอาจารย์กันตภณแล้วเพราะว่าผมจบแล้วนิ และอาจารย์ก็ไม่ใช่อาจารย์ผมแล้ว

//อะไรน่ะ แล้วหมอส่ายป่านเขาจะเอาประวัติการรักษากูไปทำไม แต่ถ้าเขาจะเอาไปก็เรื่องของเขาดิ ภีม พอเถอะ ไม่อยากยุ่งแล้วไง อย่าทำให้มันแย่ไปกว่านี้เลยภีม แล้วคิดว่ากูควรให้อภัยอีกเหรอ เออ แค่นี้น่ะภีม จะไปส่งบีมก่อน อืม บาย // ผมเดินออกมาก็เจอพี่กันตภณยืนคุยโทรศัพท์อยู่ ดูสีหน้าไม่ค่อยดี

“พี่ทะเลาะอะไรกับพี่หมอภีมเหรอครับ”

“ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง มันชอบง้องแง้งใส่พี่น่ะเป็นมันตัวโตโตแบบนี้ใจมันยังกับปลาซิว ว่าแต่เราเถอะจะรีบกลับเลยไหมพี่ว่าจะชวนไปหาอะไรทานสักหน่อย” พี่กันตภณพูดปนหัวเราะกลบเกลื่อนทั้งที่สีหน้าดูแล้วน่าจะมีเรื่องกวนใจพี่เขาอยู่แต่ผมก็ไม่กล้าถาม ผมก็ยิ้มตอบให้เหมือนเคย ผมก็มองเสื้อตัวนี้ ผมไม่ได้เห็นพี่กันตภณใส่นานแล้วน่ะ ตั้งแต่วันนั้น งานเลี้ยงอำลา อาจารย์บัญชีที่เกษียณอายุ เป็นอาจารย์แม่ที่พวกผมเคารพ วันนั้นพวกผมเลยไปช่วยอาจารย์ของคณะ และวันนั้นพี่กันตภณใส่มันไป เสื้อตัวนี้ผมเป็นคนซื้อให้อาจารย์ เมื่อสองปีที่แล้วนี่เอง

“มองเสื้อพี่นี้ คิดอะไรหรือเปล่า” พี่กันตภณถามผม พี่เขาจำไม่ได้หรือเปล่าน่ะว่าเสื้อตัวนี้ผมซื้อให้

“คุ้นๆ เนอะ” ผมพูด

“อ้อเสื้อตัวนี้พี่เอามาจากห้องไอ้ภีมไง ที่วันนั้นเจ้าลูกโซ่อึรดพี่น่ะ และพี่เห็นว่าสีมันสวยดีพี่เลยเอามาใส่อีก “ผมพยักหน้าก่อนจะยิ้มจางๆ ใช่มันสีเดียวกันเลย

“อากัน อาเจ๊โทรมาบอกป๊า ว่าจะให้อากันพาอาม่าไปเอกซเรย์ข้อเท้าน่ะ”

“อ้าววันนี้เหรอ” พี่กันหันไปถามหลานชายพี่เขาที่วิ่งมาบอกพี่กันตภณ

“งั้นบีมไปกับพี่ก่อนน่ะ”

“ไม่ได้ครับพี่กัน เพราะว่าผมต้องไปรับลูกนะครับ พี่ฟ้าเขามีธุระนะครับ”

“ให้ผมนั่งแท็กซี่ไปดีกว่าครับ และพี่กันไปดูม๊าพี่เถอะครับ อันนั้นสำคัญกว่านะครับ ให้ผมนั่งแท็กซี่กลับเองดีกว่า”

“บ้านเพื่อนน้องอยู่ตรงไหนอ่ะครับ” พี่ธามถามผม

“อยู่ตรงเพชรบุรีตัดใหม่ครับ”

“พี่ต้องไปเอาเอกสารให้ป๊า ที่อโศกเลยครับ” พี่ธามพูด

“เฮีย เฮียไปมิวไม่ใช่เหรอ ที่ตรงอนุสาวรีย์ชัยน่ะ เฮียไปส่งน้องเขาหน่อยดิ” พี่ธามหันไปเรียก พี่ธี พี่ธีหันมามองผมกับพี่กันตภณ ผมนี่ไม่กล้าเงยหน้า เฮียเขาดูดุดุน่ะผมว่า คงเพราะค่อนข้างเหมือนท่านประธานใหญ่มากที่สุด

“อากันต้องไปดูอาม่าเพราะว่า อาม่าเขามีนัดพบวันนี้”

“เออ ได้ดิ ให้น้องเขาไปกับผมก็ได้อากัน”

“แล้วเราจะกลับมาคอนโดยังไง” พี่กันตภณหันมาถามผมอีก ผู้ชายคนนี้หวงผมไปทุกเรื่องเลย

“ก็แท็กซี่ไงครับ”

“แล้วคอนโดน้องอยู่ไหนเหรอครับ” พี่ธีถามผม

“ก็ไม่ไกลจากนี้หรอกแค่สามป่ายรถเมย์น่ะ” พี่กันตภณเป็นคนตอบแทน

“งั้นพี่ขับกลับมาส่ง เพราะว่าแฟนพี่เขาจะมาเอาของที่บ้านแม่เขาด้วยน่ะ ว่าที่แม่ยายพี่นะครับ ทางผ่านอยู่น่ะ เพราะว่าไม่ไกลจากนี้แค่สี่ห้าป้ายรถเมย์เหมือนกัน” พี่ธีพูด ยิ้มๆ ผมก็เงยหน้าขึ้น มุมปากผมค่อยปรากฏขึ้นเป็นยิ้มได้หน่อย แต่ตอนอยู่ในห้องประชุมนี้พี่แกขรึมน่าดู

“งั้นไปกับธีน่ะ และให้ธีขับมาส่งที่คอนโดเรา ห้ามกลับเอง พี่เป็นห่วง “พี่กันตภณพูด

“อาผมมาส่งให้น่ะ น้องไม่หายไปไหนหรอก “พี่ธีพูด

“งั้นอาฝากด้วยน่ะ ธี ใจมาก”

“บีมพรุ่งนี้พี่ไปรับเราน่ะและจะได้มาทำงานวันแรก พี่อยากมาส่ง” พี่กันตภณบอกผม ผมพยักหน้า ก่อนจะเดินตามพี่ธีไป พี่ธีก็คุยโทรศัพท์กับแฟนเขาไปด้วย ผมไม่เห็นพี่ธีสวมแหวนที่นิ้วนางนั้นแปลว่าแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ แต่ไม่มีแหวนเหมือนที่พี่กันสวมแหวนประจำวงค์ตระกูล แต่ผมสังเกตพี่ธามและพี่ธันเขายังสวมอยู่เลยอ่ะ แหวนที่พี่กันบอกกัยผม และมันจะจริงไหมถ้าเจอใครที่ชอบให้มอบแหวนวงนั้นไป แปลกดีน่ะ แต่แหวนคืนนั้นน่ะ มันคงไม่ได้มอบเพราะมีคำสั่งจากวงค์ตระกูลมันมาเหมือนกันแน่ๆ แหวนพร้อมกับเงินสดห้าพัน ถุ้ย! ไอ้เชี้ยเธียร!!

“พี่มีคู่หมั้นแล้วครับ “ผมก็สะดุ้ง ผมคงมองนิ้วพี่เขานานไปหน่อย

“ทราบครับ” ผมเงยหน้าตอบพี่เขา

“พี่รักว่าที่ภรรยาพี่ครับ เพราะว่าว่าที่ภรรยาพี่โคตรดุเลย” พี่ธีพูด ผมพยักหน้าว่าน่าจะใช่น่ะ

TBC...........

หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.9 เจอว่าที่พ่อสามีแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 05-03-2021 22:19:03
 :impress2: :-[
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.9 เจอว่าที่พ่อสามีแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 05-03-2021 22:49:34
 :katai2-1:


ไกล้เข้ามาแล้ววววว
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย) EP.10 ลุงธีเจอหลานโซ่แล้ว P1
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 06-03-2021 07:26:32
EP.10 ลุงธีเจอหลานโซ่แล้ว P1 
[/size][/color]

                 Part's กันต์ธีย์ ผมเดินออกมายืนรอพี่ธีที่ด้านหน้าตึก พี่ธีเขาเดินไปขับรถคันหรูมารับผม รถพี่ธีสวยและหรูมากดูท่าจะรถนำเข้าและน่าจะไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ แต่ก็หรูพอพอกับรถของพี่กันตภณนั่นแหละ ต่างแค่ว่าคนล่ะรุ่น ของพี่กันตภณน่ะรุ่นก่อนหน้านี้หลายปีอยู่และดูคลาสสิคกว่า ผมเข้าไปนั่งข้างๆ พี่ธีที่ทำหน้าที่ขับรถเอง

“ขอที่อยู่ด้วยครับน้องบีมพี่จะได้ตั้ง จีพีเอส ไม่อย่างนั้น หลงแน่ๆ “พี่ธีพูด ผมก็ส่งที่อยู่ให้ และพี่ธีก็ตั้งจากหน้าจอทัชสกีนในรถหรูของพี่ธีเขา ผมเงยหน้าขึ้นมามอง ผมเห็นหูพี่ธีเออมันเหมือนหู ไอ้เจ้าลูกโซ่ผมเลย หูกางและจังหวะนั้นพี่ธีหันมาพอดี

“จะว่าพี่หูกางเหรอครับ” พี่ธีพูดพร้อมกับกุมหูหัวเอง ผมรีบสั่นหัวทันที ใครจะกล้าว่าลูกท่านประธานใหญ่ละครับ อาจจะตกงานได้

“ไม่ ไม่ ใช่ครับ แต่ ก็กางนะครับ อุ้ย! พี่ผมขอโทษครับ”

“นี้แหละจุดขายบ้านพี่ หูกางทุกคน “พี่ธีพูดปนหัวเราะ อ้อไม่โกรธค่อยยังชั่วหน่อย เอาจริงๆ พี่เขาก็ไม่ดุเหมือนตอนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมกับท่านประธานใหญ่เลยน่ะ ผมนั่งคุยไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่ง มาถึงอนุสาวรีย์ชัย พี่เขาตรงเข้าไปจอดด้านหลังร้านขายยาแห่งหนึ่ง ร้านใหญ่มาก

“พี่เข้าไปรับแฟนก่อนนะครับ แฟนพี่เป็นเภสัชกรน่ะครับ และนี้ร้านยาแฟนพี่ครับ “พี่ธีบอก ผมพยักหน้าก่อนจะปลดเข็มขัด แฟนเขามาผมก็ต้องไปนั่งหลังซิ ผมรีบขยับตัวออกมาและไปนั่งด้านหลังทันที ไม่นานพี่เขาก็เดินคุยมาด้วยกันผมหันไปเห็นก็ยิ่งมองเพราะว่ามัน ดูน่ารักดี

“อุ้ย!!” แฟนพี่เขาเปิดประตูด้านหลังที่ผมนั่งอยู่ แฟนพี่เขาน่ารักมากเลย สวมเสื้อกาวสีขาว ตรงเหนือกระเป๋าปักไว้ว่า ภก.พิมลวรรณ

“อ้าวไปนั่งด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะบีม” พี่ธีถามผม

“น้องเขากลัวเฮียน่ะซิ เลยกระโดดมานั่งหลังเลย ใช่ไหมคะ เพราะว่าเฮียแกหน้าดุ แต่จริงๆ น่ะ ติ้งต้อง” แฟนคนสวยของพี่ธีพูด ขำ ขำ กับเฮียธีที่ยืนเกาหัวตัวเอง ก่อนจะเอาฝ่ามือแตะที่หัวผู้หญิงคนนั้น ไม่ได้โกรธแต่เอ็นดู มันน่ารักไปอีกแบบน่ะ

“เฮียไม่โหดน่า จะโหดก็ตอนนั่งกับป๊าอย่างเดียว” พี่ธีพูดตอนที่เข้ามานั่งในรถแล้ว และแฟนพี่เขาก็เข้ามานั่ง เขาก็คุยกันกะหนุงกะหนิง คนเป็นแฟนกันอะนะ และมันก็ดูน่ารักดี

“บีมนี้พี่มิวครับ ว่าที่ภรรยาพี่ครับ พี่กำลังจะแต่งงานกันปลายปีนี้ครับ” พี่ธีบอกผม

“ยินดีที่รู้จักนะคะ ว่าแต่จับพลัดจับผลูยังไงถึงได้มานั่งรถเฮียได้คะเนี๊ยะ”

“เด็กอากันเขา เขาฝากไปส่งบ้าน “พี่ธีพูด แม่เรียกผมว่าเด็กพี่กันตภณอีก

“อากันน่ะฝากผิดคนหรือเปล่า “แฟนพี่เขาแซวพี่ธีทันที

“พี่บอกน้องเขาไปแล้วพี่น่ะเกรงใจว่าที่ภรรยา เพราะว่าดุครับ เห็นพี่โหดแต่พี่เกียมัวน่ะครับ “พี่ธีพูด และพี่มิวหันมาพยักพเยิดให้ผม

“และน้องเขาว่าจะไปเอาของด้วย ใช่ไหมครับ ที่ตรงเพชรบุรีตัดใหม่น่ะครับ” ผมหันมามองพี่ธี พี่เขาเรียกลูกผมว่าของเลยเหรอ

“ผมไปรับลูกน่ะครับพี่ธี” ผมบอกพี่ธี

“เออ พี่ขอโทษที ไปรับลูกเนอะ” พี่ธีรีบขอโทษผมทันที

“ห๊ะ!! มีลูกแล้วเหรอ ดูยังเด็กอยู่เลยอ่ะบีม” แฟนพี่ธีร้องเสียงหลงเลย

“น้องอายุเท่าไหร่แล้วค่ะ” พี่เขาถามถึงผมแน่ๆ เพราะว่าพอผมชี้ตัวเองพี่เขาพยักหน้าหงึกๆ ก่อน

“ผมเพิ่งจบปริญญาตรีครับ ผมยี่สิบเอ็ดย่างยี่สิบสองปีแล้วครับ” ผมบอกพี่มิวแฟนพี่ธี

“เด็กกว่าพี่สามสี่ปีได้ แต่เฮียน่ะคงแก่กว่าครึ้งรอบได้เลยมั้ง”

“หนูว่าเฮียแก่เหรอ เจ็บน่ะคำนี้น่ะ” เฮียธีพูด ผมก็ต้องเหลือบตามอง ทำไมไม่เจอแบบนี้บ้างว่ะน่ารักอ่ะ ผมแอบคิดในใจ แต่ทำไมผมถึงชอบนึกถ้าไอ้พ่อของลูกโซ่มันรู้จักมาง้อผมบ้างก็คงดี แต่ใครจะมาง้อคนที่มีอะไรคืนเดียวแล้วท้องเลยว่ะ

“และนี่ก็ตามน้องเขาไม่ทันแล้วเฮีย” พี่มิวก็หันมาบอกพี่ธี

“ก็บอกให้แต่งตั้งแต่ต้นปีแล้วนี่” พี่ธีพูด

“ก็จะลดน้ำหนักก่อน”

“กินขนมเค้กอีกแล้ว จะลดหรือจะเพิ่มจ๊ะหนู” ผมบอกตามตรงน่ะว่าพี่เขาน่ารักจริงๆ คู่นี้ พี่ธีดูท่าทีเหมือนจะเจ้าชู้แต่ไม่เจ้าชู้เลย ผมนั่งดูเขาสองคนหยอกล้อกันจนรถแล่นมาจนถึงบ้านพี่ฟ้า ผมก็รีบเปิดประตูทันทีเพราะว่าคิดถึงเจ้าลูกโซ่แย่แล้ว

“พี่จะกลับเลยก็ได้นะครับ ผมนั่งแท็กซี่ไปเองได้นะครับพี่ธี”

“ไม่ได้ครับ เพราะว่าอากันเขาฝากพี่ครับ และเราไปนานเหรอครับ” พี่ธีถามผม

“ไม่นานครับแค่ไปรับและก็กลับเลยครับ”

“พี่รอได้ครับบีม ไปเถอะครับ และพี่ว่าช่วยแฟนกินขนมก่อน ให้กินคนเดียว เดี๋ยวชุดแต่งงานต้องตัดใหม่” พี่ธีบอกผมแอบหยอกกันเล่นกับพี่มิวอีกแล้ว ก่อนจะหันไปคุยกะหนุงกะหนิงด้วยกันต่อ ผมเห็นแบบนี้แล้ว อิจฉามาก ตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว ทำไมเขาเป็นผู้ชายที่น่ารักขนาดนี้ ผมชอบมองคู่รักที่ทำอะไรให้กันแบบนี้ แล้วผมล่ะจะมีบ้างไหมน่ะ แต่มันแปลกเวลาที่พี่กันตภณทำให้ผม ทำไมผมรู้สึกเหมือนเขาคือญาติผุ้ใหญ่ที่ทำอะไรให้ผมไม่เคยมองในฐานะคนรักที่ทำให้กันแบบพี่ธีกับพี่มิวเลยก็ไม่รู้ หรือว่าในหัวผมคิดแต่เรื่องไอ้คนที่ทำให้ผมท้องกันแน่ ผมเดินเข้ามาก็เปิดประตูเข้าไปทันที ผมเห็นเจ้าลูกโซ่ของผมนั่งรื้อของออกจากกระเป๋าใส่ของใช้เด็กอ่อน รื้อจนเพลินเลยน่ะ

“มัม มัม มัม” ไม่รู้ว่าเรียกหรือว่าแค่บ่นน่ะ ทันทีที่เขาหันมาเจอผม และรีบคลานมาหาผมทันทีเช่นกัน ผมก็ตรงปรี่ไปหาเจ้าลูกโซ่

“บอกว่าให้เรียกมี้ ไม่ใช่มัม มัม มัม” ผมย่อตัวลงบอกเจ้าลูกโซ่ พร้อมกับเอานิ้วจี้จิ้มที่ปลายจมูกโด่งรั้นนี้ โด่งกว่าผมมากมาย ขนาดว่าผมเป็นลูกครึ้งน่ะ ยังโด่งน้อยกว่าเลย แต่แปลกที่ผมกลับเป็นลูกครึ้งที่มีเชื้อไทยมากกว่า แต่ก็ดูรู้แหละว่าไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์

“อ้าวบีมมาแล้วเหรอ พี่จับอาบน้ำให้แล้วน่ะ กรี้ดจนแสบแก้วหูเชียวเวลาอาบน้ำน่ะ” พี่ฟ้าพูดปนหัวเราะ ส่วนคนที่ถูกพูดถึงก็เอียงคอมอง รู้เรื่องทันทีเลยน่ะ

“อาบีม” ลูกสาวพี่ฟ้าคนที่สอง สองขวบกว่าแล้ว พูดเก่งแล้วซิและเขาก็วิ่งมากอดผม ผมมาที่บ้านนี้บ่อยเมื่อก่อน เพราะว่าผมสนิทกับฟิล์มมาก นัดกันมาทำรายงานที่บ้านฟิล์มบ่อยๆ

“น้องน่ารัก” น้องเพิร์นบอกผมชมเจ้าลูกโซ่ของผมแต่คนถูกชมกับเงยหน้าขึ้นเม้มปาก จนน้องเฟิร์นต้องหลบหลังผมแทน

“น้องน่ากลัว” อ้าว! ผมเหลียวหลังกลับมามองเฟิร์น เมื่อกี้ยังน่ารักอยู่เลย และผมก็อดกลั้นหัวเราะไม่ได้กับคนที่แอบน้องอยู่ด้านหลังผม

“แล้วนี่เริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะบีม และใครจะดูเวลาเราไปทำงานน่ะบีม” พี่ฟ้าถามผม

“ผมเริ่มทำงานพรุ่งนี้ครับ แต่ว่าที่ทำงานผมน่ะ เขาเปิดรับเลี้ยงเด็กเล็กด้วยครับพี่ฟ้า และผมก็ใช้สวัสดิการ เขาให้ฝากดูแลฟรีครับ ในช่วงเวลางานครับพี่ฟ้า”

“ดีจังเลยอ่ะ มีงานดีดีแบบนี้ เอาไว้ให้มั่นเลยน่ะ นี้ไอ้ฟิล์มน่ะได้งานที่ต้องมีกะกลางคืนด้วย มันโคตรเหนื่อยเลย มันบอกเรียนมาก็ยากกว่าจะจบ แต่พอจบมาแล้วได้งานทำ ก็เหนื่อยว่าทำการบ้านอีก มันบ่นกับพี่ทุกวันเลยบีม” พี่ฟ้าพูด ผมก็ยิ้มๆ เพราะว่าผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่างานจะเหนื่อยไหม

“พี่ฟ้า ผมไปก่อนนะครับ”

“และนี่พี่ที่เป็นลูกท่านประธานใหญ่เขามาส่งผมนะครับและเขาก็รอไปส่งผมที่คอนโดอีกที ผมเกรงใจเขานะครับ” ผมบอกพี่ฟ้าก่อนจะคว้าเอาทุกอย่างขึ้นมาสพายกระเป๋าขึ้นบนบ่าก่อนจะหันไปอุ้มเจ้าลูกโซ่ขึ้นมาหนีบเอวผมไว้ พออุ้มขึ้นมาได้ก็คว้าเสื้อผมจะแหวกหาอกแบนๆ ผมอีก

“อือออ” ผมส่ายหน้าว่าไม่ได้ ก็ยังจะแหวกอีก จนพี่ฟ้าหลุดขำผมทันที

“ที่ของพี่ตูมๆ ไม่จับหรอก” พี่ฟ้าพูดปนหัวเราะกับเจ้าโซ่ที่ติดอกแบนๆ ของผมน่าดู

“อาบีมไปก่อนนะครับ น้องเฟิร์น เอาไว้อาพาน้องมาเล่นด้วยใหม่น่ะครับ”

“น้องน่ากลัวแต่เฟิร์นก็ชอบน้องน่ะอาบีม” เฟิร์นกระซิบข้างหูผม

“เอาน่ะน้องฟันกำลังจะขึ้นน่ะ เลยอยากขยำอะไรสักอย่าง “พี่ฟ้าบอกลูกสาว ผมก็คิดว่าน่าจะฟันกำลังขึ้น เห็นโผ่มานิดๆ แล้วด้วย ตอนนี้ก็ทานอาหารบดอยู่ และผมก็รีบกระเตงลูกออกมาอย่างรวดเร็ว เกรงใจคนที่รอ

******
Part’ s เฮียธี พี่ชายคนโตของพระเอก แต่ยังไม่รู้ว่าตอนนี้กำลังรอน้องสะใภ้อยู่ (ยังไม่รู้ตัวอีกาๆ) ธีกำลังนั่งให้แฟนสาวที่คบหากันมาเกือบแปดปี กำลังป้อนขนมกันอยู่ ธีเขาเหมือนป๊าของเขา รักใครก็รักคนเดียว ไม่ว่อกแว่กและให้เกียรติคนที่ตัวเองคบหาอยู่ ถ้าเลิกกันแล้วจะมีแฟนใหม่ก็ไม่มีใครว่า แต่ว่าคู่ของเขานี้รักและเข้าใจจึงอยู่ด้วยกันนานมาก ธีคบกับแฟนสาวตั้งแต่เธอเรียนเภสัชกรปีหนึ่ง พบรักกันบนรถไฟฟ้าเพราะว่าวันนั้นรถของธีเสีย และเขาก็รีบไปสอบเลยต้องจอดรถทิ้งไว้และขึ้นรถไฟฟ้าไปแทน และนั้นทำให้เขาได้คนที่น่ารักมาอยู่ข้างๆ จนถึงทุกวันนี้

“เฮียว่าอันนี้สวยไหมอ่ะ”

“แล้วแต่เมียเฮียเลยครับ อันไหนเมียชอบเฮียก็ชอบเพราะว่าเฮียเคารพการตัดสินใจเมียเฮีย และไม่คัดค้านการตัดสินใจของเมียด้วย” ธีพูด

“เฮียอ่ะ พูดแบบนี้ ไม่กล้าไปรักคนอื่นเลยน่ะ”

“ก็ดีแล้วไง ถ้าเมียตัดสินใจไปรักคนอืนอันนี้เฮียจะค้านละครับ” ธีพูดหยอกคนรักในรถจนกระทั่ง เขาเห็นบีมหอบกระเป๋าและเด็กน้อยที่หนีบเข้าเอวมาด้วย เขาจึงรีบลงจากรถก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้บีม ธียืนมองเด็กน้อยตัวขาวๆ ที่หนีบเอวบีมมาด้วยความสงสัย ทำไมพอเพ้งมองใกล้ๆ เขาก็ยิ่งเห็นว่าใบหน้าเด็กน้อยนั้นดูคุ้นเคย จะว่าเหมือนอากันตภณเหรอ ไม่น่าจะใช่น่ะแต่นี่มันลูกของน้องบีมเขานิแต่แม่น้องน่ะใครก็ไม่ได้ถามอีก

“สวัสดีครับก่อนซิลูกโซ่ “บีมบอกให้ลูกชายเขาสวัสดีครับ ธีเป็นคนชอบเด็กเขาอยากมีลูกทันทีที่แต่งงาน พอเขาเห็นเด็กน่ารักตาหวานขนาดนี้ เขาจึงยื่นใบหน้าหล่อๆ ของเขาเข้าไปใกล้แต่ผลที่ได้คือ

“โอ๊ยย!!” ธีร้องเสียงหลงทันที เพราะว่าเด็กน้อยบีบปลายจมูกโด่งรั้นของเขาทันควันเช่นกัน

“ลูกโซ่!!!” บีมรีบห้ามปรามลูกชายตัวแสบพร้อมกับพยายามจับมือลูกโซ่ให้ปล่อยปลายจมูกโด่งๆ นั้นให้เป็นอิสระ และทันทีที่เด็กน้อยปล่อยจมูกของธีเป็นอิสระ เขาก็รีบถอยหลังออกและหันมาจับและสำรวจปลายจมูกตัวเอง คนที่เปิดกระจกมองอยู่คือแฟนสาวของเขา

“พี่ธี ผมขอโทษครับ “บีมรีบกล่าวขอโทษธีแทนเจ้าลูกโซ่ทันที ลูกหนอลูกจะทำให้มี้ตกงานน่ะลูกโซ่ ไปทำลูกชายคนโตท่านประธานใหญ่ทำไมลูก

“พี่ธี เป็นอะไรไปน่ะ” มิวแฟนสาวรีบถามแฟนหนุ่มทันที

“เด็กบีบจมูกพี่ ดุน่ะเนี๊ยะ ตัวแค่เนี๊ยะ!” ธีหันไปบอกแฟนสาว ที่นั่งมองเขาและยังขำเขาอีก ส่วนบีมก็ยืนมองด้วยสายตาที่รู้สึกผิดแทนลูกชายจริงๆ

“มองหน้าก็ไม่ได้เหรอครับ ลูกชายบีมน่ะครับ” พี่ธีถามบีมก่อนจะหันมาช่วยหยิบกระเป๋าใส่ไว้ในรถ พร้อมกับสายตาเด็กน้อยที่จับจ้องที่เขาอย่างไม่วางตา

“แสดงว่าน้องเขาไม่ชอบจมูกโด่งๆ ของพี่แน่ๆ เลย เฮียธี “แฟนสาวรีบแซวแฟนหนุ่มทันที และธีก็รอให้บีมเข้าไปนั่งในรถซะก่อน เพื่อจะได้ปิดประตูให้ แอบจับปลายจมูกตัวเองอีกครั้งเมื่อกี้น่าจะเรียกว่าหยิกดีกว่าจับน่ะ เพราะว่ามันเจ็บมาก ธีคิดในใจ ก่อนจะเข้ามานั่งทำหน้าที่คนขับรถและปรับกระจกมองตัวแสบที่นั่งอยู่บนตักของบีม มองไปรอบรถเก๋งคันหรู ราวกับกำลังสำรวจโลกกว้าง สายตาที่มองเหมือนอยากจะหาอะไรทำ ก่อนที่ธีจะออกรถ เด็กน้อยก็หันไปเห็นฟิกเกอร์ของธีที่เขาไปซื้อมาสะสมไว้ ราคาตอนนั้นก็เกือบสองหมื่นบาทต่อชิ้น เพราะว่าทำได้หน้าตาเหมือนตัวแสดงในเรื่องซูเปอร์ฮีโร่ไม่มีผิด แต่ว่าเด็กน้อยหันไปดึกปืดเดียวหลุดมาทันทีทั้งแผง ผมนี้ร้องไม่ออกครับ

“เว้ยย ลูกโซ่”

“มิว ตัวนั้นโทนี่สตาร์ค พี่ซื้อมาหนึ่งหมื่นเก้าพันบาท “ธีพูดกับมิวด้วยน้ำเสียงที่เบามาก และ

“ปึก “หัวไอรอนแมนกระเด็นมาตกที่ด้านหน้าของรถ มันมาแต่หัวด้วย

“มิวคิดว่า ฟิกเกอร์ไอรอนแมนเฮียน่ะ ถึงแก่ชีวิตไปแล้วแหละ” มิวพูดพร้อมกับคีบหัวฟิกเกอร์ที่กระเด็นมาขึ้นมาให้แฟนหนุ่มดู น้ำตาแทบไหลแต่เด็กน้อยก็มองตัวฟิกเกอร์ที่ไร้หัวก่อนจะโยนทิ้งไป

“พี่ธี ผมขอโทษครับพี่ธี “ส่วนบีมก็รีบขอโทษขอโพยทันทีกับผลงานลูกชายตัวแสบ

“ไม่เป็นไรครับบีม พี่ก็ว่าจะถอดออกและเก็บไว้บ้านอยู่แล้วแต่พี่ไม่คิดว่าน้องจะช่วยพี่ถอดแบบ  เออ ออกมาเป็นชิ้นๆ แบบนี้ ” ธีหยิบเอาหัวฟิกเกอร์ไอรอนแมนมาดู ก่อนจะมองเด็กน้อยที่ทำหน้าตาอินโนเซ้นท์ ใสซื่อจนเฮียธีโกรธไม่ลง ก่อนจะตัดใจออกรถจะดีกว่า

“บีมนี้ลูกบีมเหรอคะ น่ารักมากเลยอ่ะ หล่อด้วยอ่ะ น้องอายุเท่าไหร่แล้วค่ะ” มิวหันไปถามบีม

“น้องอายุ 6 เดือนครับ แต่ว่าน้องคลอดก่อนกำหนด คลอดตอนอายุครรภ์ที่35สัปดาห์กับอีกหกวันนะครับ” บีมตอบ

“เป็นคุณพ่อที่ใส่ใจมากจริงๆ ค่ะ “แฟนสาวของธีพูดด้วยความประหลาดใจ ส่วนบีมก็มองแฟนสาวของธี

“คือว่าปกติ คนที่เป็นพ่อมาซื้อยาน่ะ ลูกเกิดเมื่อไหร่ยังไม่รู้เลยจำไม่ได้แต่นี่จำได้แม้กระทั่งอายุครรภ์ก่อนจะคลอดเลยอ่ะ เก่งมากเลยบีม” มิวกล่าวชมบีมทันที

“ผม เออ ผม” บีมก็ยิ้มเจือนให้แทนคำขอบคุณ

“น้องน่ารักอ่ะเฮีย” แฟนสาวหันมาอ่อนธีกำลังขับรถออกมาได้สักระยะ

“อยากได้เหรอ นั้นลูกเขาน่ะ ถ้าอยากได้ต้องไปทำเอา”

“อยากได้และอยากได้แบบนี้ด้วยอ่ะ น่ารักแบบนี้อ่ะเฮีย “แฟนสาวของธีพูดก่อนจะหันมามองเด็กน้อยที่นั่งมือไม่สุขตลอด ยุกยิกกับบีมไปด้วยจนบีมต้องจับมือให้อยู่นิ่งๆ และทันทีที่แฟนสาวขอบธีหันมามองเต็ม เขากลับเห็นบางสิ่งที่แปลกและประหลาดใจ จนต้องหันมามองแฟนหนุ่มที่ขับรถอยู่ สลับไปมา จนแฟนหนุ่มหันมาสะกิดแฟนสาวตัวเอง

มีต่อด้านล่างค่ะ
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.10 ลุงธีเจอหลานโซ่แล้ว P2
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 06-03-2021 07:28:13
EP.10 ลุงธีเจอหลานโซ่แล้ว P2
[/color][/size]

“เป็นอะไรน่ะมิว”

“เฮีย หนูคิดมากไปไหมอ่ะ หน้าตาเด็กน้อยน่ะ มีส่วนคล้ายเฮียอ่ะ”

“เฮ้ย เฮียมีหนูคนเดียว ไม่เหมือนไอ้ น้องคนเล็กเฮียนี่”

“หนูเห็นอ่ะเฮีย ดูที่คิ้วดิ หนาเหมือนเฮียเลย “แฟนสาวบอกกับแฟนหนุ่ม ทำให้เขาต้องดึงกระจกมามองคิ้วตัวเองระหว่างรอติดไฟแดง เออคิ้วเขาหน้าจริงแต่ไม่ได้หนาอยู่คนเดียวน่ะ หนาทั้งบ้าน จนถึงป๊าของเขาด้วย

“เฮีย ดูจมูกดิ โด่งเหมือนเฮียเลย แต่ว่าพ่อน้อง น้องบีมน่ะเขาจมูกก็โด่งน่ะ แต่ไม่โด่งรั้นเหมือนน้องเลยน่ะ คือโด่งแบบสวยๆ อ่ะ ของน้องบีมน่ะ หรือว่าแม่ของลูกเขาโด่งก็ไม่รู้น่ะเฮีย  “แฟนสาวพูดทำให้แฟนหนุ่มมองจมูกตัวเองก่อนจะหันไปมองเด็กน้อย

“เฮีย!!”

“อะไรอีกล่ะหนู! “เฮียมักจะแทนการเรียกแฟนสาวว่าหนู

“ตาอ่ะ เหมือนเฮียน่ะ โตแต่ว่าหางตาชี้ขึ้นนิดๆ”

“ตาแบบนี้ตาเอาเรื่อง อาม่าพี่บอกไว้ ตาไอ้ตัวแสบน้องชายเฮียไง ไอ้ตี๋น้อยอ่ะ ”คนที่ธีพูดถึงคือเธียรวิชย์

“และผมน้องเขาก็หนาเหมือนเฮียเลยอ่ะ”

“เออ ที่หนูพูดมานี้จะให้เขาเป็นลูกเฮียให้ได้ใช่ไหมครับ จะให้ขอน้องเขาไปอยู่กับเฮียเลยไหม ในฐานะที่เกิดมาก๊อบปี้ความหล่อเฮียน่ะ”

“ไม่ใช่ หนูแค่แปลกใจ ทำไมเหมือนกันขนาดนี้ เหมือนแบบนี้มันคนในครอบครัวเอียแล้ว “แฟนสาวของธีหันมาบอกธี ก่อนจะหันไปมองเด็กน้อยอีกที ระหว่างที่บีมกำลังโทรหาเพื่อนให้ลงมารับ เพราะเพื่อนๆ มาหาที่คอนโดกันหมดแล้ว ธีและแฟนก็หันไปมองเด็กน้อยเป็นระยะ ธีก็เห็นเหมือนที่แฟนสาวเห็นเหมือนกันน่ะ

“หูก็กางด้วยน่ะเฮีย” แฟนสาวพูดและสะกิดธี ทำให้แฟนหนุ่มปรับกระจกมองอีกครั้ง

“จริงด้วย “ธีพูดขึ้น จังหวะที่บีมหันมามองพอดี บีมทำหน้าสงสัยทันทีเช่นกัน

“อ้อน้องน่ารักนะคะ”

“พี่เขาบอกว่าน้องโตขึ้นน่าจะหล่อเหมือนพี่แน่นอนน่ะครับ แฟนพี่คอนเฟิร์ม” ธีรีบบอกบีมทันที บีมถึงกลับต้องก้มลงน้องเจ้าลูกโซ่ นอกจากจะไม่ค่อยเหมือนมี้แล้วยังไปเหมือนคนอื่นอีกเหรอ มันยังไงกันว่ะ บีมแอบคิดในใจ

“แหวะ! ใครพูดแบบนั้นล่ะเฮีย หนูไม่ได้พูดว่าน้องจะหล่อเหมือนเฮียแต่หนูบอกว่าน้องน่ะน่าจะหล่อกว่าเฮีย” แฟนสาวของธีพูด

“อ้าวทิ้งกันซะงั้นน่ะหนู หนูมากับเฮีย อย่าทิ้งเฮียแบบนี้ซิ “ธีรีบหันมาบอกแฟนสาวทันที

“พี่ครับเลี้ยวซอยข้างหน้าครับ “บีมลืมชี้ว่าต้องเหลียวแล้ว

“เอี้ยด!!!!” เสียงรถเบรก ธีที่เหยียบเบรกกะทันหัน โชคดีที่ไม่มีรถตามมาในระยะประชิด และบีมก็รีบคว้าลูกมากอดแนบอกไว้ได้ทันโดยไม่หวงตัวเอง มันยิ่งทำให้แฟนสาวของธี หันมามองด้วยความแปลกใจอีกครั้ง พฤติกรรมของบีมมันไม่ได้บ่งบอกว่าเป็นแค่พ่อแต่เหมือนกับเขาเป็นแม่ซะมากกว่า

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ พี่ขอโทษทีนะครับ บีม” ธีรีบกล่าวขอโทษบีมทันที

“ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากที่ไม่บอกพี่ธีล่วงหน้านะครับ ผมขอโทษครับ” บีมพูดอย่างรู้สึกผิดและรถเก๋งคันหรูก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่ด้านหน้าคอนโด ธีเลือกที่จะไปจอดที่ร่มๆ ให้บีม จังหวะนั้นมะนาวเดินลงมาพอดี เธอสวมชุดยูนิฟอร์มทำงาน เดินตรงมาที่รถที่จอดอยู่

“พี่ธีนี้ใช่แม่เด็กไหมอ่ะ แต่ว่าไม่มีส่วนไหนที่จะบอกว่าใช่เลยอ่ะ “แฟนสาวของธีพูด ก่อนจะลดกระจกลง

“สวัสดีค่ะ” มะนาวกล่าวทักทายแต่ตาน่ะไม่ได้มองมิวสักเท่าไหร่ มองแต่แฟนหนุ่มของเธอ

“สวัสดีค่ะ แม่น้องลูกโซ่เหรอคะ” มิวเอ่ยถามมะนาวทันที

“ห๊ะ!” มะนาวทำสีหน้าตกใจ ก่อนจะตอบไปว่า “ไม่ใช่แม่ค่ะ ยังไม่มีผัวค่ะ” มะนาวรีบตอบทันที

“อ้าวเหรอ ยังไม่มีผัว เฮอะๆ ตรงไปไหมอ่ะเฮีย น้องเขาอ่ะ เฮอๆ” มิวแฟนสาวของธีทวนที่มะนาวพูดก่อนจะยิ้มแหยๆ ไปให้คนข้าง ว่าน้องเขาบอกเฮียอ่ะ มะนาวที่ส่งสายตาที่พรุ้งพริ้งไปให้ธี ส่วนธีรีบสั่นศีรษะบอกให้แฟนสาวรู้ว่าเขา ไม่เอาแบบนี้ (เขาชอบสาวผอมบางตัวเล็ก)

“ช่วยเพื่อนถือของก่อนนะคะ พี่ชายหล่อเนอะ “มะนาวถามแฟนของธีและชี้นิ้วไปที่ธี มิวหันมายิ้มให้แฟนหนุ่ม พี่ชายอืมม แฟนหนุ่มแถมเข้าใจว่าพี่ชายอีกต่างหาก เธอก็ยิ้มแหยๆ มะนาวรีบเข้าไปรับของจากบีมทันที

“ขอบคุณนะครับพี่ธี ขอบคุณนะครับพี่มิว” บีมรีบกล่าวขอบคุณทั้งคู่เป็นการใหญ่ ส่วนเด็กน้อยที่คลานอยู่บนเบาะ จับนั้นล้วงนี้

“ลูกโซ่ ไปได้แล้วลูก “บีมเรียกลูกชายแต่ว่าโซ่แค่หันมามองแต่ไม่ยอมไปจากรถ (คุณลุงที่ยังไม่รู้ตัว)

“โซ่ ไปได้แล้ว” บีมเรียกลูกชายอีกครั้งแต่ก็ไม่ยอมไปอยู่ดี แถมสะบัดแขนจากบีมออกไม่อยากลงจากรถซะงั้น

“ไปเถอะลูกโซ่” บีมดึงลูกชายที่ดึงรั้งเบาะคนขับด้านหลังธีไว้แน่น

“ไม่ธรรมดาน่ะลูก ร้องอยากได้รถหรูตั้งแต่ยังเดินไม่ได้เลย คันนี้ลุงพึ่งจะถอยมาจากโชว์รูมเลยลูก สิบล้านต้นๆ เอง” ธีพูดหันบอกเด็กน้อย บีมรีบหันมายิ้มไม่แพงเลย แพงมาก มี้จะทำงานสักกี่สิบปีล่ะลูกโซ่ ขึ้นไปเล่นรถของเล่นบนห้องโน้น บีมแอบคิดในใจ เด็กน้อยก็ยังไม่ยอมยังหันไปปีนป่ายจนขึ้นที่กล่องใส่ของระหว่างคนขับจนได้ เด็กน้อยหันหน้าไปมองธีพร้อมกับเม้มปากแน่น และพยายามจะจับจมูกของลุงธีอีกครั้ง แน่นอนเขาเพิ่งจะโดนไปรีบเอามือกุมปลายจมูกตัวเองเอาไว้ก่อน

“ฮันแน่! คิดว่าจะได้ทำแบบเดิมเหรอ มุขมันเก่าแล้ว” ธีชี้นิ้ว

“โอ๊ยย!!!” ใช่มุขมันเก่าหลานเลยดึงหูลุงที่กางแทนลุงก็ร้องเสียงหลงไปทันที ” เฮีย!!!” มิวแฟนสาวร้องเสียงหลงเพราะไม่คิดว่าเด็กน้อยจะกล้าดึงหูเฮียธี

“พี่ธี!!” บีมรีบพยายามดึงเจ้าลูกโซ่ ไปทำเขาทำไมลูกโซ่ ส่วนลุงธีเองก็ไม่กล้าขัดขืนดึงหูกลับเพราะเกรงว่าจะเหลือหูไว้แค่ข้างเดียว มีสองหูจะดีกว่าธีคิดในใจ เลยต้องรอให้เด็กน้อยปล่อยเอง เจ็บแต่ต้องไม่ร้องอายเด็กมันครับ และหูที่กางนี้คือเอกลักษณ์ประจำบ้านของเขาเลย ท่านชายหูกางที่เพื่อนๆ ของเขาตั้งให้ แถมกางทั้งบ้านอีกด้วย

“ลูกโซ่!! ปล่อยหูลุงเดี๋ยวนี้น่ะ ไม่งั้นมี้จะตีแล้วน่ะ!!” และนี้ก็ทำให้ทั้งคู่หันมามองบีมกันหมดเพราะว่าเขาแทนตัวเองว่ามี้ และนั้นเด็กน้อยถึงได้ยอมปล่อย แถมทำหน้าเสียใจที่โดนดุอีกต่างหาก และบีมก็ดึงเจ้าลูกโซ่ถอยออกไปจนได้

“บีม บีม ไอ้บีม  “มะนาวเห็นว่าทั้งธีและมิวที่อ้าปากหวอเพราะว่ากำลังตกใจที่ได้ยินบีมแทนตัวเองว่ามี้ มะนาวเลยต้องสะกิดเรียกเพื่อนทันที และมะนาวคงเดาได้ว่าทั้งคู่นั้นกำลังคิดอะไรอยู่ (เป็นใครก็คิดเรียกมี้ขนาดนั้น) มะนาวคิดในใจ

“บีมออกมาเถอะ “มะนาวกัดฟันเรียกเพื่อนทันทีและบีมที่พยายามลากเจ้าลูกโซ่ออกไปอย่างทุลักทุเล

“นิกเนมนะคะ มี้ น่ารักดีเนอะ เฮอะๆ “มะนาวรีบแก้ตัวแทนเพื่อนรัก ก่อนจะรีบโบกมือลาและหันไปช่วยเพื่อนรักถือของ เพราะมี้บีมกำลังวุ่นวายอุ้มเจ้าลูกโซ่ จากอาการคือไม่อยากลงจากรถคันหรูของคุณลุงเลยว่างั้น และบีมก็ต้องแบกเจ้าลูกโซ่ขึ้นบ่าแทนและพากันเข้าไปในคอนโดทันที ทิ้งไว้ซึ่งความงงให้กับ คู่รักเป็นอย่างยิ่ง

“เฮีย เฮียได้ยินเหมือนหนูไหมอ่ะ เขาแทนตัวเองว่ามี้กับลูกอ่ะ”

“ได้ยินครับ น่ารักเนอะ!” เฮียธีพูดกับแฟนสาว พร้อมกับทำน้ำเสียงล้อเลียนเพื่อนของบีมด้วย

“ก็น้องคนที่อวบๆ ระยะสุดท้ายนั้นน่ะเขาทำให้พี่ดูอ่ะ และเขาก็บอกว่านิกเนม คงรู้กันแค่เพื่อนๆ น่ะมิว” ธีบอกกับแฟนสาวทันที ก่อนจะดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด

“ไปกันเถอะเพราะว่าถ้าไปช้า ม๊าพี่บ่นแน่ๆ เพราะม๊าพี่ซีเรียสเรื่องทานอาหารไม่ตรงเวลามิว” ธีหันมาบอกแฟนก่อนจะรีบขับรถออกไปทันที และเขาต้องแวะไปเอาของนั้นคือการ์ดแต่งงานที่สั่งพิมพ์ไว้แล้วเพื่อเอามาตรวจเช็กรายชื่อแขกที่เขาเลือกเชิญมาในงานสำคัญของเขาทั้งคู่

*****

Part’ s เธียรวิชย์ เขาใช้เวลาเดินทางโคตรยาวนานเลย ยาวนานคือรอต่อเครื่องนี้แหละ ทำให้เธียนวิชย์มาถึงเกือบบ่ายสามโมง เธียรวิชย์โทรไปบอกเฮียธันพี่ชายคนที่สามให้มารับหน่อย เพราะเฮียธีไปรับแฟน ส่วนเฮียธาม คนนี้สาวแตกเวลาอยู่นอกบ้าน และด่าเธียรไฟแล๊ป เธียรเลยเลือกพี่ชายคนที่สามจะดีกว่า (เธียรคิดในใจว่าเขาควรเรียกเฮียธามว่าอาเจ๊ซะมากกว่า)

“ไงครับคุณชายเธียรวิชย์ “เสียงทักทายจากพี่ชายคนที่สาม มองน้องชายที่เดินเหมือนคนไม่ได้หลับไม่ได้นอน พร้อมลากกระเป๋าหลุยส์ราคาแสนแพงมาด้วย

“มึงโทรหาเฮียทำไมว่ะ  และทำไมไม่โทรไปหาน้องแพรวาล่ะ น้องเขาจะได้จัดขบวนขันหมากมารับมึงกลับบ้าน เธียรวิชย์แค่หันไปมองหน้าพี่ชาย ก่อนจะยักไหล่ว่าไม่มีอารมณ์โต้คารมด้วย และพยักพเยิดให้เปิดหลังรถเพื่อนำกระเป๋าเดินทางใส่ลงไป

“น่าจะให้คนขับรถเอารถโรงเรียนมารีบมึงไอ้เธียร รถกูป๊าเพิ่งซื้อให้ “ธีนหันมาเอ็ดน้องชายตัวดีทันที

“ก็ให้เป็นรอยสักหน่อย และไปงอแงให้ป๊าซื้อคันใหม่ดิเฮีย” เธียรวิชย์พูดอย่างคนหัวเสีย

“ไปกินรังแตนที่ไหนมามึง” ธันเดินมาถามน้องชายคนเล็ก เพราะว่าปกติหยอกแรงๆไม่โกรธแต่นี้โกรธหรืองอนเลยน่ะ

“เฮียธีอะดิ รู้ไหมว่าอีคอนโนมี่คลาสที่ผมนั่งมาน่ะ  ผมต้องเจออะไรบ้าง” เธียรวิชย์หันมาพูดกับพี่ชายคนที่สองทันที ก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นรถเก๋งคันหรูไป เสื้อผ้าไม่เยอะหรอก ที่เหลือเก็บไว้ที่นั่นเพื่อนกลับไปอีก

“เจออะไรวะ แอร์สวยๆ หรือเปล่าว่ะ”

“เจอเด็กร้องไห้ทั้งคืน แถมนั่งข้างผมด้วย กรีดร้องจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน และมันทำให้ผมหลอนตลอดการเดินทางเฮีย “เธียรวิชย์พูดก่อนจะปิดลงและเดินอ้อมไปนั่งข้างคนขับทันที ส่วนธันก็ยักไหล่ให้น้องชายก่อนจะตามเข้าไปนั่ง ธันยกข้อมือที่คาดนาฬิกาสุดหรูเอาไว้ ขึ้นมาดู นาฬิกาโรเล็กซ์ที่ป๊าซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดและได้กันคนละเรือนแถมรุ่นอัลลิมิเต็ดซะด้วย

“ม๊าบอกว่าอาม่าจะไปทานข้าวด้วยที่บ้าน”

“อืมม” เธียรวิชย์แค่พยักหน้าตอบแค่นั้น

“ทำหน้าตาเหมือนไม่ได้นอนเลยว่ะ ไปทำอะไรก่อนมาว่ะ”

“ไม่ได้ทำอะไรเฮีย ที่ไม่ได้นอนก็เพราะว่าฝันบ้าฝันบออะไรก็ไม่รู้ ฝันเห็นเด็ก “เธียรวิชย์หันมาบอกพี่ชายคนที่สาม ธันถึงกับหันมามองน้องชายก่อนจะกลั้นหัวเราะ

“กูว่ามึงไปทำใครท้องไว้แน่ๆ มึงโดนป๊าด่าแน่ๆ ฮาๆ”

“เฮีย!! สมน้ำหน้ารอเลยเหรอ” เธียรวิชย์หันมาชำเลืองตามองพี่ชาย

“เฮีย เจออากันมั้งไหม”

“อากันเหรอ เจอวันนี้อ่ะ แต่ที่ผ่านมาไม่เจอเลยว่ะ เหมือนอากันจะยุ่งๆ ว่ะ ถามทำไมว่ะ”

“แพรวาบอกผมว่า ที่มหาวิทยาลัยของอากันน่ะ เขาพูดกันว่า อากันไปทำนักศึกษาท้อง เพราะว่าเด็กคนนี้มาคลุกอยู่กับอากันตลอดที่มหา’ลัยน่ะ และนี่น้องเขาคงจะคลอดลูกแล้วมั้ง” เธียรวิชย์เอ่ยถามพี่ชายทันที ธันถึงกับต้องทำท่าคิด

“อ้อ รู้แล้วมีคนโทรมาบอกป๊าเราว่ะ แต่มึงอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกอาม่านะ”

“ทำไมอะเฮีย อาม่าจะเสียใจเหรอ”

“อาม่าน่ะจะเสียใจ อาม่าจะหัวเราะจนฟันปลอมกระเด็นซิไม่ว่า ใครจะไปเชื่อว่าอากันทำใครท้องว่ะเธียร”

“ทำไมอ่ะ” เธียรวิชย์หันมาถามพี่ชายทันที

“อากันน่ะเคยแต่งงานกับผู้หญิงที่อาก๋งหามาให้และอยู่ด้วยกันตั้งห้าปี จนอาก๋งเสียไปนั่นแหละอากันก็ถึงได้ขอหย่ากับภรรยาของเขาอ่ะ อาหลินน่ะ ”

“ผมรู้ว่าหย่ากันแต่ไม่รู้เหตุผลว่ะเฮีย”

“เหตุผลที่งี่เง่าที่สุด คือ เขาตรวจเจอว่าอากันน่ะ เป็นหมัน แถมทำทุกวิถีทางแล้วก็ไม่ท้องซะที อาหลินเลยยอมถอยดีกว่าไง”

“เฮ้ย!!! จริงดิเฮีย”

“ก็จริงอะดิ ฉะนั้น พอมีคนเอาเรื่องนี้มาบอกป๊า ป๊าโบกมือเลย ใครจะไปเชื่อและเด็กนั้นอาจจะท้องไม่มีพอและให้อากันรับผิดชอบก็ได้มั้ง”

“แล้วเด็กคนนั้นคือใครอ่ะเฮีย”

“ไม่รู้ว่ะ เขาไม่ได้บอกละเอียดซะด้วยว่ะ และทางเราก็ไม่ได้สนใจเลย เงียบไปเองมั้ง”

“เออ แล้วแพรวาเขายังแอบไปหามึงที่นั่นไหมว่ะ เธียร”

“ไปมา แต่ว่าพ่อแม่ของเขาตามไปหาที่นั่นพอดี ผมเลยโชคดีไปเฮีย”

“แพรวานี้ มันเอาแต่ใจไม่เลิกนี่มันยี่สิบกว่าแล้วนะมึง”

“ทำไมแพรวามันไม่ร้องอยากได้เฮียบ้างว่ะ” เธียรวิชย์หันมาถามพี่ชายตัวเอง คนพี่ถึงกับหันขวับมามองและโบกมือปฏิเสธ ใช่พี่ๆ เขารู้เห็นพฤติกรรมของแพรวามาตั้งแต่เด็ก และเธอทำให้ทุกคนแสนจะสยองพองขน แถมยิ่งกับเฮียธาม พี่ชายคนสองของเขานี้ จิกกัดเรียกว่า อยู่มุมเดียวกันไม่ได้ เพราะเฮียธามเป็นแรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่ยกเว้นต่อหน้าป๊า (เพราะว่าเฮียธามแกไม่แมนครับผม)

“ป๊าบอกว่ามึงต้องเริ่มงานเลยน่ะไอ้เธียร โรงเรียนสาขาXXXXX ป๊าให้มึงไปดูแล เพราะว่าพวกกูน่ะ เหนื่อยนะโว้ย มาช่วยกันเลย” ธันหันมาบอกน้องชายคนเล็ก

“เมื่อไหร่ล่ะ “เธียรวิชย์ถามพี่ชายคนที่สองกลับ

“ก็วันจันทร์นี้เลยว่ะเธียร”

“อยากพักสักเดือนไมได้เหรอ”

“ไม่ได้ พวกกูงานล้นมือ”

“ไม่คุยแล้วน่ะเฮีย นอนแล้วเซ้ง ถึงบ้านปลุกด้วย” เธียรวิชย์ปรับเบาะให้เอนนอนทันที

“อ้าวไอ้นี่ มุขง่วงนอนเมื่อไหร่จะเลิกว่ะ กูเป็นเฮียน่ะไม่ใช่คนขับรถส่วนบุคคล” ตกลงนี้มาถึงให้ทำงานเลยเหรอ เธียรวิชย์คิดในใจ เขาควรจะชวนเพื่อนๆ ไปที่ผับเดิมไหม เพื่อว่าจะเจอนายคนนั้น แต่ถ้าเจอผมจะทำหน้ายังไงวะ ผมเองไม่อยากจะคิดเลย และทั้งหมดนี้เพื่อนผมเองที่ผิด และวันนั้นผมเองก็เพิ่งโดนป๊าด่าไปชุดใหญ่ เขาเลยเสียใจน้อยใจป๊าและหงุดหงิดอีกที่ต้องกระเตงแพรวาไปด้วยคืนนั้น แถมผมยังโดนของดีจากเพื่อนรักที่ใส่ไว้ในแก้วแชมเปญอีกพอได้สติผมก็พบว่าผมมีอะไรกับใครก็ไม่รู้ และด้วยความตกใจผมเลยชิ้งหนีและยังต้องบินกลับไปเรียนต่ออีก น้องเขาคงจะให้อภัยผมน่ะ ถ้าผมไปสารภาพความผิด(เขาคงให้มึงหรอกครับไอ้เธียรวิชย์ครับ)
TBC.....

       เป็นไงบ้างคะ หลานกับลุง(ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นลุงหลานแท้ๆ) น่ารักเนอะ!!!  ตอนหน้าเธียรวิชย์จะเจอกับกันต์ธีย์ เขาจะจำกันต์ธีย์ได้ไหม เรื่องในคืนนั้น ส่วนบีมน่ะจำหน้าเธียรวิชย์ไม่ได้แน่ แต่ถ้าเอาเจ้าลูกโซ่มาเทียบคงจำได้อยู่น่ะ และเธียรวิชย์จะเอะใจอะไรบ้างไหมถ้าได้เจอเจ้าลูกโซ๋
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.10 ลุงธีเจอหลานโซ่แล้ว P1,P2
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 06-03-2021 10:11:26
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.10 ลุงธีเจอหลานโซ่แล้ว P1,P2
เริ่มหัวข้อโดย: Tanthai23 ที่ 06-03-2021 13:37:20
 :กอด1: :o8: :-[
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.10 ลุงธีเจอหลานโซ่แล้ว P1,P2
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 06-03-2021 22:23:55
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (คร้ึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 07-03-2021 12:03:11
           
EP.11 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (คร้ึ้งแรก)

         
            Part's เธียรวิชย์ วันแรกของการเป็นเด็กฝึกงาน ทำงานในโรงเรียนนานาชาติของพ่อตัวและถ้าไม่ผ่านโปรสามเดือน เธียรวิชย์จะไปทำอะไรวะ เธียรวิชย์ยืนนิ่งคิดอะไรเยอะแยะไปหมดอยู่ในหัว เขาเองไม่เคยชอบงานบริหารกว่าจะทนเรียนจบก็แทบตาย แถมใช้เวลาเรียนนานกว่าพี่ชายทั้งสามคนอีก  แถมวันนี้เขาต้องสวมสูทผูกไทมาทำงานในวันแรก ในตำแหน่งผู้บริหารแต่ห้อยท้ายมาด้วยคำว่า Training  โรงเรียนนานาชาติสาขานี้เป็นสาขาที่เปิดใหม่และมีการระบายนักเรียนมาจากสาขาอื่น โดยคัดเลือกเอาเฉพาะที่ผู้ปกครองเต็มใจ ดังนั้นนักเรียนจึงยังไม่เยอะ และสาขานี้ป๊าบอกกับผมว่า ต้องการให้มีนักเรียนแค่ห้องละเจ็ดคน แถมยังเปิดศูนย์เนอสเซอรี่ ดูแลเด็กเล็กตั้งแต่สามเดือนขึ้นไปจนถึงสี่ขวบแต่ว่าจะแยกโซนกันชัดเจน ผมรู้แค่นี้และนี้ผมจะผ่านโปรผู้บริหารได้ไหมใช่ครับผมเป็นผู้บริหารช่วงฝึกงาน พ่อน่ะพ่อทำกับลูกชายคนเล็กได้ และตอนนี้ผมกำลังจะทิ้งก้นบุหรี่ลงที่พื้นแต่ว่า ป้ายห้ามทิ้งขยะลงพื้นอยู่ตรงหน้า และถังขยะก็ต้องเดินย้อนไปประมาณ หนึ่งร้อยเมตรได้ ผมควรจะเลือกโยนไว้ตรงนี้หรือเดินไปดีน่ะ ไม่เอาอะ ทิ้งตรงนี้ดีกว่า

“ลุงนิสัยไม่ดี ทิ้งไม่ลงถังขยะ” โชคดีที่ยังไม่ลงพื้น ผมหันมามองเด็กน่ารัก จะเตะก็ไม่ได้เพราะว่า ผู้ปกครองจ่ายค่าเทอมมาเรียน และค่าเทอมนั้นคือรายได้ของครอบครัวผม

“ไม่ทิ้งลูกไม่ทิ้งน่ะ แค่ลองเฉย ดูซิว่าใครจะเห็นบ้างเอ่ย” ผมหันมาพูดกับเด็กๆ สายตานับสิบคู่เหล่านั้น มองมาผมไม่กะพริบกันขนาดนี้ ผมคิดว่าเห็นทั้งหมดนั่นแหละ และแต่ละคนไม่มีใครหลงกลเชื่อผมสักนิด

“ลุงนิสัยไม่ดีอีกแล้ว โกหก!!” อ้าว!! เด็กยุค DHA สูงปรี้ดก็จะฉลาดกันแบบนี้ใช่ไหม เด็กมันยังดูออกเลยเธียรวิชย์ ผมมองหน้าเด็กน้อย ผมว่าผมควรจะย้ายเด็กเล็กไปอยู่สาขาเดิมและเปลี่ยนโรงเรียนนี้เป็นเด็กมัธยมแทนดีกว่าไหม จะได้เสมอกัน แต่ผมก็ยิ้มจนกระทั่ง

“สวัสดีค่ะ” เสียงหวานๆ ของคุณครูผู้รักเด็ก

“สวัสดีครับ ผมเธียรวิชย์ครับ ผู้บริหารงานคนใหม่ครับ “ผมหันไปบอก และครูที่อยู่ตรงหน้าตกใจก่อนจะเอามือขึ้นทาบอก


“สวัสดีค่ะคุณเธียรวิชย์”

“ห้องทำงานผมอยู่ตรงไหนครับ “ผมถามคุณครู ใช่ครับ ห้องทำงานตัวเองยังไม่รู้เลย

“เฮอะๆ “ครูคนสวยหัวเราะผม และเด็กที่พากันเล่นสนุกสนาน และดูท่าครูจะวุ่นวายเหมือนนกกระจอกตีกัน ผมเลยยกมือเบรกก่อน

“ลองไปถามน้องธุรการดูก่อนดีไหมคะ คือว่าดิฉันต้องไปห้ามทัพเด็กๆก่อนนะคะ มีน้อยคนแต่ก็ปวดหัวเหมือนกันคะ คุณผู้บริหารงานคนใหม่ และฝึกงาน” ผมก็พยักหน้าว่าครูควรจะไปเถอะครับก่อนจะยกพวกตีกันมากไปกว่านี้ และผมก็หันหลังเดินออก และมองไปตามป้าย ว่าผมควรจะเดินไปทางไหน ผมเดินไปตามทาง จนไปเจอทางเดินที่จะเดินขึ้นไป แต่ผมหันไปเห็นป้ายชี้ไปที่ทางเดิน ดูแล้วน่าจะอีกโซนที่แยกออกจากโรงเรียนชั้นประถม เรียกว่า Early learning Centre ผมดูจากป้าย มี baby room ,Toddlers room and preschool room. ผมยืนมอง ผมเองก็ยังไม่เคยเห็นโรงเรียนสาขานี้มาก่อนเลย นี้เป็นครั้งแรก แต่ว่าผมรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งที่อยากจะให้ผมเดินเข้าไปดูแต่ และจู่ๆ มือถือผมก็ดังขึ้น เบอร์คนที่ผมไม่อยากรับแต่ก็ต้องรับ ไม่อย่างนั้นนางก็จะพยายามจนผมต้องรับให้ได้ แพรวา

//พี่เธียร กลับมาเร็วกว่ากำหนดทำไมไม่บอกแพรวาเป็นคนแรกค่ะ!!! // เสียงที่ดังจนแสบแก้วหู ทำให้ผมต้องยกมือถือออกห่างจากรูหูผมทันที ก่อนจะกลับมาหนาบที่หูอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างสงบลง
//พอดีว่าพี่รีบนะคะ// ผมกลั้นใจตอบแพรวาไป
//รีบจนบอกแพรวาไม่ได้เลยเหรอคะ//
// ก็พี่ต้องรีบเรียนรู้งานของพี่ด้วยไง พ่อพี่ให้พี่เข้าทำหน้าที่ผู้บริหารแล้วครับ//
// ดีจังเลยค่ะ  ถ้าอย่างนั้นแพรวาไปหาคุณผู้บริหารได้ไหมนะคะ แพรวาคิดถึงนะคะ แพรวาอยากเอาดอกไม้ไปให้นะคะ//
// เออพี่ว่าแพรวารอให้พี่เลิกงานดีกว่าไหมคะ และนี้แพรวาไม่ทำงานเหรอคะ ได้ยินว่าไปทำงานกับคุณพ่อ//
// ก็ไม่มีอะไรมากนี้ค่ะ นั่งๆ นอนๆ สบายจะตายไปคะ และจะออกไปหาพี่เธียรก็ยังได้ แค่บอกออกไปธุระใครก็ไม่กล้าฮือกับแพรวาแล้วค่ะพี่เธียร//
//นะคะ แพรวาอยากเจอพี่เธียรค่ะ อย่าขัดใจแพรวานะคะ แพรวาไม่ชอบ! // ผมถึงกับต้องเหลือกตาขึ้นบนก่อนจะ
//ตามใจค่ะแพรวา แค่นี้ก่อนนะคะ พี่ต้องเข้าห้องทำงานค่ะ บายค่ะ//ผมรีบพูดและกดวางสายไปทันที

ผมรีบเดินไปตามป้าย ป้ายชี้บอกทาง เพื่อไปห้องธุรการ ระหว่างที่ผมกำลังเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย เดินผ่านครูก็ยิ้มทักทาย ผมต้องสวมบัตรห้อยคอมีชื่อและนามสกุลตัวเองไปด้วย พอคุณครูเห็นก็หันมาทักทายกันหมดแต่มันจะดีมากถ้าไม่พ่วงมาด้วยคำว่า Training คงจะดีกว่านี้น่ะเธียรวิชย์ ด้วยความที่ยิ้มไปเรื่อย ก็เลยยิ้มให้หนุ่มน้อยคนหนึ่งเขาก็ยิ้มให้ผมก่อนจะ

เอี้อด!!!” ยังกับติดเบรกเอบีเอสเอาไว้ที่เท้า ชื่อคุ้นๆ น่ะ กันต์ธีย์ ผมเหลียวหลังไปมองคนที่ติดเบรกไม่ต่างจากผม เขาก็เหลียวหลังมามองผมเช่นกัน (บีม ก็คิดว่าชื่อมันคุ้นๆ น่ะ ไอ้เธียรวิชย์ ก่อนจะเหลียวหลังมามองเช่นกัน) และผมก็ค่อยๆ ก้าวถอยหลัง ถอยมาสองสามก้าวจนกระทั่งเรามายืนเสมอกัน นักศึกษาฝึกงานหรือเปล่าว่ะ ผมยิ้มไว้ก่อน ผมหรี่ตาอ่านชื่ออีกครั้ง กันต์ธีย์ ชัดเจนมาก

“สวัสดีครับ ใช้น้องกันต์ธีย์ไหมครับ “ผมถามคนตรงหน้า เขาก็เงยหน้ามองผม ก่อนจะยื่นใบหน้านั้นเข้ามาแนบชิด นี้สายตาสั้นหรือว่าไงแต่ถ้าอ่านได้แนบชิดขนาดนี้ สั้นมากเกินไปแน่ๆ  คือว่าเขายื่นหน้าเข้ามาติดจนแทบจะแหนบหน้าอยู่ที่อกผมแล้ว

“ผมชื่อเธียรวิชย์ครับ เธียรวิชย์ เดชาวชิรภังกุลชร” ผมก้มลงบอกคนตรงหน้า เขาก็ค่อยๆ ถอยหลังก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม อ้อเขาน่าจะอ่านนามสกุลผมอยู่ นาสสกุลยาวเลยพิมพ์ตัวเล็กไปหน่อย

“หลานอาจารย์กันตภณใช่ไหมครับ” น้องเขาถามผม

“ใช่ครับ ใช่เลย แล้วน้องใช่คนที่ทำThesis ให้พี่หรือเปล่าครับ”

“เออ ใช่ครับ “

“แม้เจอซะที ขอบคุณนะครับ” แต่น้องเขาก็ยังมองป้ายชื่อผมอยู่

“มีอะไรหรือเปล่าครับ เห็นมองป้ายชื่อพี่ หรือว่าชื่อพี่ เออ มันแปลก หรือว่ามันตลก ไปนะครับ” ผมถามน้องตรงหน้า ผมเห็นบัตรเขาเขียนว่าTraining เหมือน

“เออ ไม่มีอะไรครับ แค่คิดว่า เออ ชื่อมันซ้ำกับ ใครบางคนน่ะครับ “

“แฟนเหรอ” ผมถามเขา

“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่แน่นอน “น้ำเสียงที่ฟังดูแล้ว น้องเขาดูท่าจะโกรธไอ้คนนั้นมากถึงขั้นอยากจะฆ่ามันได้เลย และชื่อมีเป็นพัน พันทำไมต้องมาตั้งชื่อซ้ำกับคนดีดี อย่างผมว่ะ

“สงสัยจะอริเก่าแน่ๆ เฮอๆ “ผมพูด ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ ผมควรจะไปเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อน้องเขาไหมว่ะ

“ไม่ใช่หรอกครับ”

“งั้นก็แล้วไปครับ”

“เจ้ากรรมนายเวรดีกว่า นิสัยแม่งเชี้ยมากครับ “

“หึ? ” ผมถึงกับต้องถลึงตา

“แม่งเห็นแก่ตัวด้วย ไม่มีความรับผิดชอบ ทำเชี้ย!!  อะไรไว้แล้วแม่งไม่รับผิดชอบอ่ะ ผมนี้กรวดน้ำคว่ำขันให้มันทุกวันเลยเนี๊ยะ ทั้งที่ผมไม่ใช่คนอาฆาตน่ะ” ผมถึงกับอ้าปากค้าง น้องไม่อาฆาตแต่น้องจำแม่นมาก ท่าทางจะแค้นฝังรากฝังโคนแน่ๆ ซวยไปน่ะไอ้คนนั้นน่ะ

“อุ้ย!! ผมขอโทษนะครับ งั้นผมขอตัวนะครับ ผมต้องไปส่งแฟกซ์ให้พี่ธีนะครับ ไปก่อนนะครับ คุณผู้บริหารงานคนใหม่และเออ Training ด้วยเหรอ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย แต่ก็ยินดีที่รู้จักครับ” น้องเขาพูดฉอดๆ พร้อมกับอ่านบัตรผมอีกครั้งทุกตัวอักษรแม้กระทั่ง Training ก่อนจะวิ่งไปอ้าวออกไป

“ยังไม่ได้ชวนเลยว่าจะพาไปเลี้ยงข้าว” ผมยืนโบกมืออยู่คนเดียว ก่อนจะหันมาเจอ สาวสวยในชุดกระโปรงสั้น เขามองผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ก่อนจะ

“ใช่คุณเธียรวิชย์ไหมคะ”

“ใช่ครับ “

“สวัสดีค่ะ” เข้าย่อตัวลงไหว้ผมอย่างสวยงาม ราวกับผ่านเวทีประกวดนางงามมาหลายเวที

“อดีตเทพีบ้านโค้กค่ะ” ผมพยักหน้ามาไกลมากครับ

“ดิฉันชื่อปลายฟ้าค่ะ เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการค่ะ เออ คุณเธียรวิชย์มีอะไรให้ปลายฟ้าดูแล บอกได้เลยนะคะ”

“คือผมหาห้องทำงานไม่เจอนะครับ”

“หุๆ “ปิดปากหัวเราะอย่างน่ารัก “เรื่องแค่นี้เอง ปลายฟ้าพาไปค่ะ พาไปให้ถึงห้องเลยค่ะ” ผมก็พยักหน้า ใจดีเนอะ รองเท้าส้นสูงและสั้นกระโปรงสั้นมาก เดินนำหน้าผมแบบซ้ายขวาซ้าย ใช่ถามว่าผมมองลึกลงไปเลยไปมองครับตามประสาชายหนุ่มแต่เรื่องที่คิดจะทำอย่างนั้นน่ะ ไม่มีในโรงเรียนพ่อผมแน่ๆ ป๊าเอาผมตายครับ เพราะก่อนมาสั่งผมเป็นหนักหนาอยู่แล้ว ไอ้ที่จะไม่ผ่านโปร ก็คือถ้ามีเรื่องชู้สาวในที่ทำงานนี่แหละ ไม่อยากโดนตัดออกจากกองมรดก

“นี่ค่ะห้องทำงานของผู้บริหารงานระดับสูงสุด “

“ผมยังฝึกงานอยู่เลยครับ” ผมหยิบบัตรที่ห้อยคอโชว์ให้เธอดู

“ไม่เป็นไรค่ะ ปลายฟ้า เทรนให้เองค่ะ เทรนให้หมดทุกยก เอ๊ย ทุกเรื่องค่ะ “ผมพยักหน้าและเธอก็เปิดประตูเข้าไปทันที ผมเดินเข้าไปด้านในห้องทำงานจริงๆ ที่มีแต่แฟ้มเอกสารแถมยังวางเต็มไปหมดอีกต่างหาก

“เดี๋ยวปลายฟ้าช่วยเก็บให้นะคะ” ปลายฟ้าพูดก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงเก็บแน่นอนกระโปรงสั้นขนาดนั้น ผมก็ต้องเห็นไปถึงไหนๆ แต่ผมเลือกที่หันไปมองทางอื่น มันไม่สภาพครับผม

“ปึก” เสียงเตะประตูเข้ามาและคนที่ทำเช่นนั้นได้ก็คือ แพรวา เธอถึงกับถอดแว่นตาหนาๆนั้นออก และหันไปมองคนที่กำลังอ่อยผมด้วยท่าเก็บแฟ้มเอกสาร ไม่ต่างอะไรกับท่าเก็บสบู่

“นี้มันกล้ามาให้ท่าพี่ในห้องนี้เลยเหรอ พี่เธียร!! ” แพรวาพูดก่อนจะลงไปกระชากผมคนที่ก้งโค้งอยู่และดึงหันไปพร้อมกับฟาดฝ่ามือจตบหน้าสวยๆ นั้นไปหนึ่งที่ “ฉาด!! ”

“ว้าย!! ”

“แพรวา แพรวา ทำอะไรน่ะ หยุด! ” ผมก็พยายามห้าม

“อะไรกันคะ คุณเธียร นี้เขามาตบปลายฟ้าทำไมกันคะ โอ๊ย เจ็บค่ะ”

“เจ็บมากหนักใช่ไหมได้ “แพรวาพูดก่อนจะปรีเข้าไปอีกและก็ “ฉาด! ฉาด! ฉาด! ” สามที่ติดจนปลายฟ้ากระเด็นไปอยู่นอกห้อง และแพรวาก็ลงไปนั่งคร่อมพร้อมกับตบอีกหลายฉาด แน่นอน แต่ล่ะห้องเรียนพากันเปิดประตูออกมาดูและบรรดาครูก็ดันนักเรียนเข้าไปเพื่อไม่ให้เห็นภาพอุจาดลูกตาแบบนี้

“แพรวาพี่บอกให้หยุดไง “

“ไม่หยุด แพรวาจะตบสังสอนอีหน้าด้านนี้ค่ะ “

“ฉาด!! ”

“อ้ายยย” เสียงกรี้ดร้อง และฝ่ามือที่ปะทะลงไปไม่ยังจนใบหน้าบวมปูด และแน่นอนรปภ วิ่งกรูกันขึ้นมาทันที ผมก็ยืนถอยหลังก่อน ให้เขาจัดการเองแล้วกัน

“หยุดครับคุณครับ ที่นี้โรงเรียนนะครับ” รปภ ที่ขึ้นมาพยายามห้ามทั้งคู่ ห้ามไม่อยู่ก็รีบเข้ามาจับแยก จนกระทั่งแพรวาหยุดชะงักก่อนจะหันมามองหน้าผม พร้อมกับปาดเหงื่อที่แตก ยิ่งกว่าทำคาร์ดิโอคออกกำลังกายซะอีก

“พี่เธียร นี้อะไรคะ!”แพรวาหันมาถามผม

“เขาเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการของพี่และเขาก็พาพี่มาห้องทำงานแพรวา “ผมบอกเธอ ก่อนจะหันไปมองสาวธุรการที่สภาพดูแล้วสะบักสะบอมเหมือนโดนหมาเป็นฝูงฟัดมาไม่ผิดเพี้ยนเลย

“โอ๊ย เจ็บ โอ๊ยเจ็บค่ะ “ คุณเจ้าหน้าที่ที่โดนแพรวาตบก็ร้องโอดโอยไปตามระเบียบ

“พี่ครับ ผมว่าพาเขาไปโรงพยาบาลทีเถอะครับ” ผมบอกพี่รปภ ก่อนจะหันมามองแพรวาก่อนจะพยักหน้าและพยุงธุรการคนสวยออกไป

“พี่ต้องไล่นังนี้ออกนะคะ แพรวาไม่ยอม!!!! ” แพรวาพูดกรอกหูผมอีกครั้ง และมันไม่ใช่ครั้งแรกซะด้วย

RRR เสียงโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ของผมดังขึ้น เบอร์จากเฮียธี ผมยกมือห้ามแพรวาไว้ก่อน

“ว่าไงเฮีย”

“เป็นไงมึง มีปัญหาอะไรไหม “เหมือนเฮียจะมีร่างทรงเลยน่ะ ผมหันมามองแพรวา

“ถ้ามีเรื่องน่ะมึง ป๊าจะให้มึงฝึกงานต่อไปอีกสามเดือนหรือไม่ก็ให้มึงออกไปสร้างตัวเองพร้อมบอกลาตำแหน่งผู้บริหารได้เลย” ผมก็ต้องใช้มือป้องโทรศัพท์เอาไว้ก่อนจะหันมามองตัวต้นเหตุ

“ไม่มีเฮีย ทุกอย่างเงียบมาก เงียบสนิท!! ” ผมตอบเฮียธีไป ก่อนจะหันมาจุ๊ปากไม่ให้แพรวาส่งเสียงใดๆ ทั้งสิ้น

“ก็ดีน่ะ และนี้เฮียจะบอกว่า วันนี้มีตัวแทนโรงเรียนที่ประเทศอังกฤษน่ะเขาเป็นกลุ่มนักวิชาการ เขาจะขอเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนเราน่ะ เพราะว่าโรงเรียนเราติดอันดับ โรงเรียนที่ผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานมาเรียนมากที่สุด” เฮียธีบอกกับผม ผมก็หันไปมองรอบ บรรดาครูประจำแต่ล่ะห้องที่ออกมายืนกอดอกมองมาทางผมกันทุกห้อง ผมว่าสงสัยเราจะต้องเปลี่ยนใหม่แล้วมั้งเฮีย อาจจะตกอันดับก็วันนี้

“แล้วเฮียจะให้ผมทำยังไงอ่ะ”

“มึงก็พาเขาเดินสำรวจเพราะว่ามึงต้องคุยภาษาอังกฤษกับเขา”

“คุยน่ะมันคุยได้เฮีย ผมอยู่อังกฤษมาก่อนเฮียแต่ เรื่องในโรงเรียนผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยน่ะ”

“งั้นไปถามเลขามึงดิ”

“เลขา คนไหนอ่ะ”

“เลขาน่ะ ป๊าเขาให้คนที่ทำงานที่แผนกธุรการ ขวบตำแหน่งเลขามึงไปด้วย ไปถามเอาและนี้เขาใกล้จะถึงแล้วอีกสามสิบนาที “

“และอย่าทำให้ป๊าผิดหวังนะมึงน่ะ งานนี้สำคัญมาก โชคดีไอ้ตี๋น้อย! ” เฮียธีพูดก่อนจะรีบวางสายไป ผมหันมามองแพรวา อย่างเหลืออด ในความเอาแต่ใจและไร้เหตุผลของเธอ นี้เธอดูซีรีส์เกาหลีที่มีคุณหนูเอาแต่ใจมากไปหรือเปล่า

“แพรวา แพรวาจะทำให้พี่ต้องยืดเวลาฝึกงานออกไปอีก แพรวารู้ตัวไหมครับ”

“ก็นางนั้น”

“แพรวา พี่จะบอกอีกอย่างน่ะ แพรวาจะมาทำกิริยาแบบนี้ในโรงเรียนไม่ได้ นี้ไม่ใช่ที่ผับที่แพรวาทำได้นะครับ “ผมพูด เธอก็กอดอกเหมือนกับที่ผมพูดไปทั้งหมดน่ะ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาซะมากกว่า

“แพรวา พี่ต้องไปทำงานก่อนนะคะ พี่คิดว่าแพรวาควรจะกลับไปทำงานกับคุณพ่อก่อนนะคะ”

“ทำไมละคะ”

“พี่ให้แพรวามานั่งกับพี่ไม่ได้จริงๆ ค่ะ พี่ขอล่ะ แต่ถ้าเลิกงานได้” ผมหันมาบอกเธอ

“ก็ได้ค่ะ พี่เธียร ว่าแต่คืนนี้ไปเที่ยวกันได้ไหมคะ แพรวาอยากจะดิ้งกับพี่เธียร นะคะ”

“วันนี้อาม่าให้พี่เข้าไปหาพี่ไปไม่ได้ค่ะแพรวา”

“อะไรกัน พี่ควรจะไปกับแพรวาก่อนซิคะ แพรวาไม่ได้เจอพี่ตั้งหลายเดือนแล้ว เกือบจะปีหนึ่งด้วยซ้ำ แพรวาไม่ยอมค่ะ” นี่ก็ทำให้ผมต้องหันซ้ายแลขวามก่อนจะยกมือเบรก อย่างเหลืออด

“งั้นตอนเย็นแพรวาแวะมารับนะคะ “แพรวาพูด ผมพยักหน้าแบบขอไปที ก่อนจะจับเนกไทให้เข้าที่ เข้าทาง

“พี่เธียรค่ะ แหวนพี่เธียรไปไหนคะ” แพรวาถามผม ก่อนจะจ้องมองที่มือผม

“แหวน? ”

“แหวนประจำ วงค์ตระกูลของพี่นะคะ”

“แหวน อ้อ พี่ทำหายน่ะตั้งนานแล้ว”

“แน่นะคะ ไม่ได้ไปให้ใครนะคะ เพราะว่าแพรวาไม่ยอม!! ”

“หายค่ะ พี่ทำหายค่ะ “ผมตอบเธอไปแต่จริงๆ มันไม่ได้หายเพราะว่าผมได้ให้เด็กผู้ชายคนนั้นไป

“แล้วพี่จะเอาแหวนที่ไหนมาหมั้นแพรวาล่ะ เพราะว่าพี่เคยบอกแพรวาเอาไว้ว่าอาก่งให้ไว้หมั้นสาวที่พี่ชอบไม่ใช่เหรอคะ” ผมก็ต้องสะบัดหน้ามามอง ผมลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย แต่ผมให้เด็กคนนั้นไปแล้ว

“แพรวา พี่ไม่เคยบอกแพรวาเลยน่ะว่าพี่จะหมั้นกับแพรวาน่ะ”

“อะไรน่ะ ไม่ได้พี่ต้องหมั้นกับแพรวา คนเดียวเท่านั้น แพรวาจะไม่ยอม และแพรวาจะให้พ่อไปคุยกับพ่อของพี่เร็วๆ นี้ “แพรวาพูด

“แพรวา” ผมเรียกแพรวาแต่ว่าสายตาผมเหลือบไปเห็นรถตู้ มาจอดอยู่สองคัน อย่าบอกน่ะว่าที่เฮียธีบอกผมว่าจะมาเยี่ยมชมโรงเรียนน่ะ”

“แพรวาพี่ไปก่อนน่ะพี่มีงานด่วน “ผมพูดและรีบชิ้งหนีแพรวาทันที

“พี่เธียร!! ” ผมก็รีบลงบันไดและวิ่งตรงไปตามป้ายที่บอกว่าไปที่ห้องธุรการก่อน ทันที ตายแน่เลย เธียรวิชย์เอ้ย ผมวิ่งไปหยุดที่หน้าห้องธุรการตามป้ายก่อนจะรีบเปิดประตูเข้าไป และคนที่ผมเจอระหว่างทางเดิน

“คุณกันต์ธีย์ครับ”

“อ้าวคุณนั้นเอง เออ มีอะไรให้ผมช่วยครับ”

“ผมต้องการให้ช่วย คือ ผมต้องพาคณะที่มาเยี่ยมโรงเรียนเรานะครับ คุณช่วยไปเดินให้ข้อมูลโรงเรียนนี้กับผมหน่อยได้ไหมครับ “ผมถามหนุ่มน้อยหน้ามน

“ผมจะไปได้ยังไงล่ะครับ นี้พี่คนที่ทำธุรการกับผมก็ไปโดยอะไรฟัดมาก็ไม่รู้ ต้องไปโรงพยาบาลนะครับคุณเธียรวิชย์”

“เออ อ้อ คนสวยๆ “ผมก็ต้องหันหลังไปมองที่รูปเจ้าหน้าที่ที่ประจำการมีรูปเธออยู่ ที่โดนแพรวาตบไป เวรจริงๆ เลยผม

“นี้ผมอยู่คนเดียว งานยุ่งมากเลย มีสายโทรเข้ามาตลอดจากผู้ปกครองอ่ะครับ และผมก็ต้องคอยเช็กตารางงานอีก และไหนผมจะต้องไปป้อนนม…” ผมฟังคุณธุรการร่ายยาวจนมาหยุดที่ ป้อนนมนี้แหละ ผมหันขวับมาทันทีก่อนจะเลิกคิ้วสูง

“ป้อนนม นม เออ ไม่ใช่ ไม่ใช่ เอานมไปให้ที่แผนกเด็กเล็กนะครับ” คุณกันต์ธีย์ตอบผม

“อ้อ แม้ตกใจนึกว่ามีลูกแล้ว” ผมพูด

“เออ เฮอๆ “อีกคนก็หัวเราะเช่นกัน

“ถ้าอย่างนั้น คุณเธียรวิชย์เอาแฟ้มไปเปิดดูได้ไหมครับ ผมก็ดูมาจากในนี้แหละครับ” หนุ่มน้อยส่งแฟ้มเอกสารมาให้ผมแทน แฟ้มใหญ่ขนาดนี้ให้ไปกางดูเลยเหรอ

“ผมช่วยได้แค่นี้จริงๆ ครับ คุณเธียรวิชย์” กันต์ธีย์พูดกับผมและยังคงคอยรับสายตลอดเวลาจริงๆ ผมก็เหลือบไปมองเห็นกลุ่มคณะที่มาเยี่ยมชมเดินมาที่ห้องธุรการกันก่อนเพื่อนเลย ผมหันไปมองก่อนจะส่งยิ้มให้

สวัสดีครับ ผมเธียรวิชย์ครับ “

“สวัสดีคุณเธียรวิชน์ พวกเราเป็นนักวิชาการที่จะมาเยี่ยมชมโรงเรียนนานาชาติของคุณนะคะ “

“เชิญครับ วันนี้ผมจะพาไปทัวร์เองเลยนะครับ” ผมพูดก่อนจะหันกลับไปมองหนุ่มน้อยที่สารวนกับการรับโทรศัพท์อย่างไม่ขาดสาย ดูท่าจะยุ่งจริงๆ และผมก็เดินออกมาเพื่อพูดคุยแนะนำตัวเอง

“ถ้าอย่างงั้นที่แรกเลยนะครับที่ผมจะพาไป เออ ห้องโสตศึกษาก่อนเลยครับ” ผมพูดแต่ว่าห้องโสตศึกษามันอยู่ตรงไหนว่ะ ผมจะหันมาถามกันต์ธีย์ ดูแล้วก็คงยาวเหมือนกัน เลยยืนเปิดแฟ้มดู ไล่หาไปเรื่อยๆ คนที่รอก็ยืนรอไปแล้วกันน่ะ ผมเปิดอยู่ประมาณสิบห้านาที เจอซะที

“เดินลงบันไดไปเลยนะครับ “ผมหันมาบอกเจ้าหน้าที่วิชาการจากประเทศอังกฤษ เขาก็หันมามองหน้ากัน ก่อนจะมองป้ายของผม วันนี้ผมสวมเสื้อสีชมพูอ่อนกับเนกไทสีรุ่งเลย ผมเดินไปตามทางเดินแนะนำบร้าๆ ถูกบ้างผิดบ้างเปิดดูเอาจากในแฟ้ม แต่ล่ะอันมีดินสอเขียนกำกับเอาไว้ อธิบายเอาไว้ด้วย ใครกันน่ะ ลายมือช่างสวยงามเหลือเกิน ก่อนจะมาหยุดที่ห้องคอมพิวเตอร์

“คณเธียรวิชย์ ขอพวกเราเข้าไปดูpreschoolของคุณหน่อยได้ไหมคะ น่าสนใจค่ะ ไม่บ่อยเลยที่จะเห็นว่ามีรับดูแลเด็กเล็กที่นี้ด้วยนะคะ” นักวิชาการท่านหนึ่งชี้ไปที่ด้านหลังของผม เป็นทางเดินไป Early learning Centre

“เออ ได้ครับ ผมพาไปแล้วกันนะครับ” ผมบอกก่อนจะเดินนำนักวิชาทั้งหลายไป ผมก็เปิดหาแต่ว่าไม่เจอข้อมูลเลยจะแนะนำยังไงหว่า ต้องใช้บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ที่มีรหัสรูดก่อนจะเข้าไป เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ ผมก็ทำตามขั้นต้อนโดยใช้บัตรผู้บริหารงานTraining นี้แหละ และผมก็เชิญชุดคณะวิชาการเข้าไปก่อน ผมเดินพาเข้าไปหยุดที่หน้าห้องเด็กทารก เพราะว่ามีป้ายติดไว้ว่าBaby room ผมหันมามองนักวิชาการที่พากันมองส่องเด็กน้อยด้านใน ผมรีบเปิดหาก่อน มีไหมว่ะข้อมูล ขอให้มีทีเถอะ ถ้าเขาถามขึ้นมาว่าเบบีรูมนี้มีเด็กอายุเท่าไหร่จะตอบยังไง ผมก็เปิด เปิด และก็เปิด จนกระทั่ง เจอแต่เป็นลายมือที่ถูกเขียนไว้ด้วยความบรรจง ว่าเบบี๋รูม รับเด็กตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปถึงหนึ่งขวบ และบร้าๆ ผมต้องดูข้อมูลก่อนค่อยหันไปอธิบายและค่อยพาไปชม

“ว้าย !! คุณเธียรเบบี๋ค่ะ”

“ครับผมทราบครับ ว่าห้องนี้เบบี๋ครับ ผมกำลังหาให้อยู่ครับว่าเบบี๋ที่ห้องนี้เขารับดูแลอายุเท่าไหร่บ้าง”

“คุณเธียรค่ะ เบบี๋ค่ะ ตรงขาคุณนะคะ” ผมก็เงยหน้ามองเบบี๋ตรงขาผมเหรอ ผมก็รู้สึกว่ามีคนมาดึงขากางเกงผมอยู่น่ะ ผมก็ก้มลงมองเกือบรอดใต้ระหว่างขาของผม และสิ่งที่ผมเห็นคือเด็กน้อยที่ชะโงกหัวขึ้นมามองผม เด็กน้อยคนนี้หน้าคุ้นๆ น่ะ มันมาอีกแล้วเหรอ ไอ้เด็กที่ผมฝันถึงน่ะ ใครซื้อตั๋วให้มันมาและผมก็ใช้นิ้วจิ้มที่หัวที่ดกดำไปด้วยเส้นผม ไม่ใช่ฝัน มาแบบตัวเป็นๆ เลยคราวนี้

TBC......
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (คร้ึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 07-03-2021 13:40:01
 :hao6: :hao7:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (คร้ึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 07-03-2021 19:33:27
 :hao6: :hao6: :hao6:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.1 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (ครึ้งหลั)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 07-03-2021 22:00:18
      Part's เธียรวิชย์ ผมก็รู้สึกว่ามีคนมาดึงขากางเกงผมอยู่น่ะ ผมก็ก้มลงมองเกือบรอดใต้ระหว่างขาของผม และสิ่งที่ผมเห็นคือเด็กน้อยที่ชะโงกหัวขึ้นมามองผม เด็กน้อยคนนี้หน้าคุ้นๆ น่ะ มันมาอีกแล้วเหรอ ไอ้เด็กที่ผมฝันถึงน่ะ ใครซื้อตั๋วให้มันมาและผมก็ใช้นิ้วจิ้มที่หัวที่ดกดำไปด้วยเส้นผม ไม่ใช่ฝัน มาแบบตัวเป็นๆ เลยคราวนี้

“ว๊าก!! ” ผมก็กระโดดโหยงเหยงเลยซิ ตกใจเด็กและก็กลัวเหยียบเด็กอีก เพราะว่าเล่นคล้านไปมารอบๆ ผมแบบนี้ คณะนักวิชาการก็พากันตกใจกลัวผมจะเหยียบเด็กแน่ๆ ผมก็มองหาไปรอบๆ ด้วย ไปไหนวะเนี๊ยะ จนกระทั่ง

“ปะ ปะ ปะ “เด็กน้อยควานมาหยุดตรงหน้าผม เขานั่งลงกับพื้นก่อนจะยื่นมือขึ้นมา ทำมือเรียกผมเข้าไปหา ผมนี้ต้องก้มลงจนเกือบถึงพื้นก็ว่าได้ ว่าแต่เด็กนี้ออกมาได้ยังไงกัน และแน่นอนนักวิชาการได้ขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด และผมก็มองเด็กน้อยที่มองผมตาแป๋ว ผมเลยเลือกที่จะอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาไว้ก่อน

“ลูกคุณหรือเปล่าครับ” หนึ่งในนั้นเอ่ยถามผมและชี้ที่เด็กน้อยที่ผมอุ้มเอาไว้ ว่านี้ลูกผมไหม แน่นอนผมรีบหันไปตอบแบบไม่ลังเล

“ไม่ใช่ครับ”

“แน่ใจเหรอคะ” นักวิชาการอีกคนถามผม เหมือนยังไม่เชื่อที่ผมบอก

“ไม่ใช่ครับผมยังไม่มีลูกครับ”

“แต่หน้าเหมือนคุณเธียรมากเลยนะคะ” ผมก็ต้องหันมามองคนที่บอกว่าเด็กคนนี้หน้าเหมือนผม และผมก็หันมาเหล่ตามองคนที่ผมอุ้มไว้อยู่เช่นกัน ก่อนจะไปมองรอบๆ จนมาหยุดที่ กระจกเงานูนรูปวงกลมที่เอาไว้มองหัวมุมตึก ผมก็ต้องถลึงตามองด้วยความประหลาดใจ เพราะสิ่งทีผมสัมผัสได้คือใบหน้าเด็กน้อยกับใบหน้าของผมที่แนบชิดกันมาก และนั้นมันเหมือนคนเดียวกัน

“เว้ยย!!! ” ผมร้องซิครับรออะไรก่อนจะหันมามองเด็กน้อย

“ปะ ปะ ปะ” เด็กน้อยส่งเสียงพร้อมตบมือไปด้วย

“จะไปไหนเล่า แล้วนี่ เราออกมาได้ยังไง” ผมถามเด็กน้อยที่ผมอุ้มอยู่  ก่อนจะหันมามองกลุ่มนักวิชาการพร้อมกับรอยยิ้ม ที่ส่งไปให้ อย่าไปเขียนวิจารณ์ผมนะครับ ป๊าของผมเอาผมตายแน่ๆ ไอ้เธียรเอ๊ย! ผมก็อุ้มเด็กน้อยและมองหาว่าพอจะมีใครให้ข้อมูลเรื่องนี้ได้บ้าง ผมสังเกตจากชุดที่เด็กน้อยสวมใส่อยู่ มีปักชื่อเอาไว้ว่า “ลูกโซ่ “

“สงสัยว่าแม่เราคงจะชื่อแม่กุญแจล่ะซิท่าและลูกชื่อลูกโซ่ คล้องกันเลยซิ “ผมถามเด็กน้อย ก่อนจะหันมาเจอบรรดาสายตาของนักวิชาการที่มาจากแดนไกล ใช่ซินี้อาจจะทำให้เขามองว่านี้คือความประมาทก็ได้น่ะ

“ผมขอพาน้องกลับเข้าไปก่อนนะครับ รอผมสักครูนะครับ “

“แล้วน้องออกมายังไงคะ คุณ”

“ผมคิดว่าน่าจะมีอะไรผิดพลาดทางเทคนิคนะครับ ผมจัดการให้ครับเพราะว่าผมเป็นผู้บริหารครับผม” ผมพูดก่อนจะหันไปมองหาทางเข้า

“Tainning!! ” ใช่ครับมันตลกมาก ผู้บริหารฝึกงาน ป๊าเข้าใจตั้งให้ผมน่ะ ผมก็ยิ้มตอบคนที่อ่านป้ายให้ผมฟัง ก่อนจะรีบอุ้มเจ้าลูกโซ่ ตามชื่อที่ติดเอาไว้ก่อนจะพยายามมองหาเจ้าหน้าที่ ผมก็รู้สึกได้ว่าเสียงดังมาที่ตรงอกของผม

“แจ๊ปๆ” ผมก็ก้มลงมองเด็กน้อยที่กำลังเคี้ยวเนกไทลายสีรุ่งของผมอย่างเมามัน

“อร่อยไหมลูก” ผมถามเด็กคนนั้น ทั้งดูดทั้งกัดทั้งดึง จนเรียกว่าเปียกแฉะ จะทั้งผืนแล้วอยู่แล้ว  ผมหันซ้ายแลขวาอีกที จนมีครูเดินมาและเขาก็ทำท่าตกใจสิ่งที่ผมอุ้มเด็กน้อยอยู่

“น้องลูกโซ่!!! “

“คุณเป็นพี่เลี้ยงเด็กห้องเบบี๋รูมนี้ใช่ไหมครับ” ผมถามคนตรงหน้า

“ใช่ค่ะ คุณเป็นพ่อเด็กเหรอคะ” ผมหันมามองคนที่ถามผม ก่อนจะพลิกป้ายชื่อให้เชาดูว่าผมเป็นใครครับ จู่ๆ ก็หาว่าผมเป็นพ่อเด็ก

“ชื่อ คุณเธียรวิชย์ เดชาวชิรภังกุลชร “เขาอ่านชื่อและนามสกุลของผมได้ถูกต้อง

“เอะนามสกุลคุ้นๆ นะคะ” ยังอีก!!

“เหมือนท่านประธานใหญ่เลยไหมครับ” ผมถามเขากลับ

“เหมือนมากเลยค่ะ “เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม ก่อนจะทำท่าคิด” หรือว่าเขาคือ”

“ใช่ครับ ผมคือผู้บริหารคนใหม่ครับ และผมคือลูกชายท่านประธานใหญ่ครับคุณพี่เลี้ยงครับ!! ” ผมตอบเธอด้วยสี่หน้าที่จริงจังจนเรียกว่าพยายามระงับความโกรธไปด้วย

“อู้ยย!! ขอโทษค่ะ สวัสดีค่ะท่าน เอ๊ย คุณเธียรวิชย์ค่ะ” กราบงามๆ กลับมาให้ผมทันที

“ตอนแรกดิฉันนึกว่าพ่อน้องลูกโซ่ซะอีก เห็นหน้าเหมือนกัน “ยังมีหน้ามาบอกว่าผมคือพ่อเด็กอีก และเด็กน้อยก็แทะเนกไทผมโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นอีก ผมก็ก้มลงมองและพยายามจะดึงออกแต่

“อ้า …เพี๊ยะ!! ”

“เฮ้ยย!! “ตีมือผมด้วยทั้งนี้มันเนกไทผมครับ เหลือกตาขึ้นมองค้อนผมอีกต่างหาก และทำการกัดแทะมันต่อไป ผมเลยต้องละสายตาขึ้นมามองคุณครูที่ยืนด้วยท่าทางเกรงกลัว กลัวว่าจะตกงานแน่ๆ

“นี้คุณ คุณดูเด็กยังไงให้เด็กออกไปอยู่นอกห้องนี่มันคือความไม่ปลอดภัยคุณรู้ไหม! และถ้าพ่อแม่เด็กเขารู้เข้าล่ะคุณ “ผมถามคนตรงหน้า

“ดิฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าน้องออกมายังไงนะคะ เพราะว่าประตูก็ปิดหมดนะคะ เหลือแต่ประตู แต่ไม่น่าจะใช้น่าจะปิดค่ะ” ครูพี่เลี้ยงพูดก่อนจะทำท่าคิดทบทวน

“แล้วคิดว่าน้องเขาออกมายังไงละครับ ถ้าไม่ใช่ความบกพร่องของคุณ หรือว่าน้องเขาท่องคาถาผ่าทะลุประตูออกมาได้ล่ะครับคุณพี่เลี้ยง!! ” ผมตะคอกถามเสียงดังแต่ไม่ดังจนเกินไป และระว่างที่ผมสนทนากับพี่เลี้ยงอยู่ เจ้าตัวเล็กที่ผมอุ้มอยู่ มือไม้ก็อยู่ไม่สุข ผมต้องคอยจับมือที่หยุดหยิกจับนั้นจับนี้สำรวจไปหมด ตกลงนี้เขาจบการสำรวจโลกมาหรือไง สำรวจไปจนถึงหูผมด้วย ผมก็ต้องจับมือเล็กนั้นรวบไว้ก่อน (ถ้าเป็นสาวๆ จะไม่ห้ามเลยลวนลามกับแบบนี้)

“ดิฉันขอโทษค่ะคุณเธียรวิชย์ แต่ดิฉันเช็กน้องเขาแล้วค่ะ น้องเขายังนั่งเล่นอยู่ในคอกลูกบอลอยู่เลยค่ะ” ผมก็เลิกคิ้วสูง แล้วออกมาด้านนอกได้ไง ออกมาเก็บลูกบอลอย่างนั้นหรือ

“แต่พอดีทางบ้านดิฉันนะคะโทรมาเลยเผลอไปรับสาย และแค่แป๊บเดียวจริงๆ ค่ะ และดิฉันขอโทษค่ะ จะไม่ทำอีกค่ะ อย่าไล่ดิฉันออกเลยนะคะ งานหายากค่ะ” คนตรงหน้าผมใช้น้ำตามาต่อรองอีกแล้ว

“ก็ได้ ผมจะให้คุณแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ต่อไปคุณต้องระวังมากกว่านี้ เพราะการดูแลเด็ก ยิ่งเด็กเล็กๆ คุณต้องโฟกัสที่งานมากกว่าเรื่องส่วนตัวแต่ถ้าพักหรือเลิกงานแล้ว ผมจะไม่ว่าคุณเลย” ผมพูดบอกคนตรงหน้า

“ถ้าอย่างนั้น ขอเอาน้องไปทานนมก่อนนะคะ “คนตรงหน้าบอกผม

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นครับคุณสายฝน “ผมเพิ่งสังเกตเห็นป้ายชื่อ

“เพราะว่าน้องเขาพยายามจะกินเนกไทผมไปทั้งอันอยู่แล้วครับ และนี้ก็แปลว่าเขาหิวแล้ว ไปครับ” ผมพูดและรีบส่งเด็กน้อยคืนไป พี่เลี้ยงก็รับไปจากมือผมทันที แล้วผมจะยืนรออะไรล่ะ ผมต้องไปอธิบายยาวเลยถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผมรีบหันเพื่อจะเดินออก

“ปึก” ไปไม่ได้เพราะว่า เนกไทยังติดที่มือเด็กอยู่ และมันก็คล้องคอผมไว้ด้วย ผมต้องถอยหลังกลับมาแทบจะไม่ทัน

“ว้าย !! ลูกโซ่ ปล่อยเนกไทเขาค่ะลูก” ผมหันมามองคนที่กำเนกไทผมแน่นและยังคงอมดูดอย่างกับมันคือของลูกอมก็ว่าได้ แค่สีมันหวานไปหน่อยเท่านั้นเอง

“ขอโทษนะคะ คุณเธียร “พี่เลี้ยงกล่าวขอโทษผมอีกครั้งก่อนจะพยายามดึงเนกไทผมออกมาให้ได้

“หมับ” ยังอีก ยังเอี้ยวตัวมาคว้ากลับไปอีก นี่ถ้าผมมีสำรองไว้ ผมก็จะยกให้ไปเลย สงสัยอยากผูกเนกไทบ้างแน่ๆ

“ลูกโซ่ ไปกินนมดีกว่านะลูกน่ะ เนกไทกินไม่ได้นะคะ ไปค่ะไป พี่ฝนพาไปกินนมค่ะลูก “พี่เลี้ยงก็รีบพาเด็กที่ดูท่าจะหิวจนตาลาย ถึงได้อมดูดเนกไทผมได้เปียกแฉะขนาดนี้ ผมต้องค่อยๆ บิดน้ำลายออกจากเนกไทลายสีรุ้งออก หรือว่ามันมีกลิ่นลูกกวาดอยู่ด้วยเด็กน้อยนั้นถึงได้อมดูดสนุกสนาน ผมค่อยๆ ใช้นิ้วมือคีบขึ้นมาดมดู

“อ้วก!! ” ถึงกับเกิดอาการคล้ายจะแพ้ท้อง เพราะกลิ่นน้ำลายของเด็กน้อย แล้วเนกไทเส้นนี้ก็ต้องติดตัวผมไปยั้นเลิกงานแถมพร้อมกับกลิ่นนี้ด้วย ผมถึงกับส่ายหัวไปมาขณะที่ผมกำลังสับเท้าเดินจนออกมาถึงข้างนอก แต่ก็ไม่พบแล้วชุดนักวิชาการของผม ผมว่างานเข้าแล้วแหละเธียรวิชย์ เมื่อเช้ามึงก้าวเท้าไหนออกมาว่ะ
      ผมเดินกลับไปที่ห้องธุรการอีกครั้ง ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปก็เจอหนุ่มน้อยที่กำลังวุ่นวายกับการอธิบายอะไรสักอย่างให้ผู้ปกครองที่มาติดต่อฟัง นี้ขนาดเทรนเนอร์เหมือนผมแต่ดูจากการทำงาน ชำนาญการมากกว่าอีกสงสัยประสบการณ์แน่น ผมยืนรอจนผู้ปกครองเดินออกไป แต่ก่อนจะเดินผ่านผมเขาก็อ่านป้ายที่ห้อยคอเอาไว้ด้วยว่า ผู้บริหารงาน (Training ) พออ่านป้ายเสร็จก็ยิ้มให้ผม ไม่เคยเจอใช่ไหมครับคุณผู้ปกครอง ผู้บริหารก็มีช่วงฝึกงานที่ต้องผ่านโปรให้ได้ซะก่อนเช่นกัน

“คุณเธียรวิชย์ผมว่าจะเดินไปบอกอยู่นะครับว่า…. “เสียงที่ดังรอดถามผม ผมก็ก้มลงลอดมองผ่านช่องสนทนาเล็ก ๆ จะบอกว่าอะไรเอ่ย

“วันนี้มีประชุมครูครับ แต่ครูไม่กี่ท่านนะครับ” เธียรวิชย์ถึงกับขมวดคิ้ว

“หลังอาหารเที่ยงครับ 12.30 นาที”

“หลังอาหารเทียง ให้พักแค่สามสิบนาทีเองเหรอ” ผมถามหนุ่มธุรการทันที

“ครับ เขาแจ้งผมมาแบบนี้น่ะครับ “

“Oh my goodness!!!” ผมสบถออกมาเบาๆ

“แล้วเนกไทคุณไปโดนอะไรมาน่ะครับ ทำไมมันเปียกไปครึ้งอันแบบนั้นล่ะครับ” พอคนตรงหน้าถามผม ผมก็ต้องใช้นิ้วคีบส่วนปลายขึ้นมาให้ดู

“พอดีผมเจอเด็ก” กันต์ธีถึงกับขมวดคิ้ว

“เด็กเล็กนะครับ ผมพากลุ่มนักวิชาการไปดู บังเอิญเจอเด็กออกมาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ นอกห้องผมเลยต้องอุ้มกลับเข้าห้องไปนะครับ

“และเขาก็เห็นว่า เนคไทของผมมันคล้ายลูกกวาดสีรุ้งนะครับคุณกันต์ธีย์ อมดูดจนสนุกสนาน ก็เลยเปียกแบบที่นี้เห็นนี้แหละครับ แถมกลิ่นนี้ ไม่ต้องให้บรรยาย เพราะจะพาให้กินข้าวไม่ลง” ผมพูดกับหนุ่มน้อยตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นมามองแอบยิ้มเล็ก

“จะว่าไปหน้าคุ้นๆ น่ะ” ผมพูดขึ้นก่อนจะเอามือเท้าคางมองคนภายในห้องธุรการ

"ผมหรือเด็กครับที่หน้าคุ้นๆนะครับ"คนด้านในถามผม ผมก็ทำท่าคิด เออ จะว่าไป มันก็คุ้นทั้งคู่น่ะ จนผมต้องสั่นหัวไล่ความคิดบ้าๆออกก่อน

“แล้วนี่ คุณเธียรวิชย์มีสำรองไหมอ่ะครับ เพราะว่าคุณต้องเข้าห้องประชุม”  หนุ่มคนนั้นเอ่ยปากถามผม

“ไม่มีครับ มีอันเดียว ใครจะไปคิดว่าจะมีอุบัติเหตุแบบนี้ด้วยล่ะครับ”

“เอาอย่างนี้ไหมครับ ผมซักให้ มีห้องซักผ้าสำหรับซักของใช้เด็กน่ะครับ ผมไปใช้ประจำ เวลาเสื้อผ้าเจ้าลูกโซ่ของผมไม่พอนะครับ”

“ใครน่ะ” ผมถามกันต์ธีย์กลับ

“ลูกโซ่ “หนุ่มที่ยืนอยู่ด้านในตรงหน้าบอกผม ใช่เด็กคนที่อมเนกไทผมหรือเปล่าน่ะ

“คุณขึ้นไปทานอาหารก่อนดีกว่าไหมครับ เพราะว่าจะเที่ยงแล้ว เดี๋ยวเวลาพักก็จะไม่ถึงสามสิบนาทีเอานะครับ” ผมหันมามองคุณธุรการ ก่อนจะพยักหน้า และรีบถอดเนคไทส่งไปให้ และก่อนจะเดินออกไป ผมหันมามองเขาอีกครั้ง ลูกโซ่ เด็กคนนั้น หรืออาจจะแค่แฟนคลับก็ได้มั้ง แม้เด็กตัวแค่นี้มีแฟนคลับด้วยเหรอ ผมหันมายิ้มให้หนุ่มธุรการก่อนจะเดินออกไป

TBC ......
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.1 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 07-03-2021 22:35:04
 :laugh:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.1 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 08-03-2021 05:02:27
 :laugh: :laugh: :laugh:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.1 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: weedear ที่ 08-03-2021 07:10:37
รีบมาต่อน้าาาา
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.1 พ่อลุกเจอกันแล้ว(แต่ยังไม่รู้) (ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 08-03-2021 08:42:30
 :z13: :z10: :z3:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.2 คลาดกันแค่นิดเดียว
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 08-03-2021 11:21:03
     EP.11.2 คลาดกันแค่นิดเดียว


            Part's เธียรวิชย์ ผมตรงไปที่ห้องทำงานของผมหลังจากนั้น พอก้าวเท้าเข้าห้องได้ผมก็นั่งแผ่หลาทันที พาเดินเกือบรอบตึกขนาดนี้ ถึงจะแค่ตึกเดียวเองก็เถอะ เล่นเอาเธียรยังเหนื่อยเหมือนกัน และโชคดีที่พากันเพ่นกลับไปซะก่อน ผมรู้สึกง่วงๆ อาหารก็ยังไม่มา ของีบก่อนแล้วกันน่ะ ดังนั้นจึงหมุนเก้าอี้สำหรับแขก มาไว้ตรงข้ามเก้าอี้ของผม พร้อมกับเอนหลังพิงพนักและยกเท้าขั้นมาวาง ค่อยยังชั่วหน่อย ผมค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ จะว่าไปหนุ่มธุรการคนนั้นก็หน้าตาคุ้นๆ อยู่น่ะ คุ้นว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน



“กึก” เสียงเหมือนบางสิ่งถูกวางลงบนโต๊ะ ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นก่อนจะหันไปมอง ภาพที่เลือนรางคล้ายกับเงาของใครสักคนจนกระทั่งกลับมาชัดเจนมากขึ้น และคนนั้นคือหนุ่มน้อยในห้องธุรการนั้นเอง ผมรีบดีดตัวขึ้นนั่งทันที



“อาหารเที่ยงครับคุณเธียรวิชย์ “



“ขอบคุณครับ แม้ยกมาให้ผมเองเลยเหรอครับ” ผมเอ่ยปากถามก่อนจะฉีกยิ้มให้



“ก็ผมเป็นเลขาคุณด้วยนี่ครับ” ผมถึงกับแปลกใจขึ้นเล็กน้อย



“อ้าวคุณเองเหรอ ตอนแรกผมก็นึกว่าผู้หญิงคนเมื่อเช้า ที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลนะครับ”



“คุณพ่อคุณเขาบอกให้ผมทำหน้าที่สองตำแหน่งน่ะครับ “หนุ่มน้อยคนนี้บอกผม



“อย่าลืมเข้าประชุมเที่ยงครึ้งน่ะครับ ผมวางแฟ้มเอกสารไว้ที่ห้องประชุมแล้วครับและมีอาหารว่างและเครื่องดื่มไว้ให้แล้วด้วยครับ “หนุ่มน้อยคนนั้นหันมาบอกผม ผมยิ้มให้ เขาดูเป็นคนมีระเบียบรอบคอบมากจน ผมอดนึกถึงม๊าผมไม่ได้ ม๊าเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมของป๊า ม๊าดูแลป๊าทุกเรื่อง ทุกอย่างจะถูกจัดเตรียมไว้หมด ไม่ต้องเอ่ยปากร้องขอ และผมก็อยากได้ผู้หญิงอย่างม๊ามาเป็นภรรยาของผม ผมไม่อยากได้ผู้หญิงอย่างแพรวา ที่วัน วันเอาแต่ชี้นิ้วสั่งคนใช้ แถมยังไม่เคยพูดดีกับเขาสักนิด ผมลุกขึ้นก่อนจะเหลือบไปเห็นเนกไทที่วางอยู่ถูกพับมาอย่างเรียบร้อย



“คุณกันต์ธีนี่เนกไทผมใช่ไหมครับ”



“ใช่ครับ ผมไปสักอบแห้งและรีดมาให้เรียบร้อยแล้วครับ”



“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวน่ะครับ “



“รบกวนผูกให้หน่อยได้ไหมครับ ผมผูกไม่สวยอ่ะ และเมื่อเช้าม๊าเป็นคนผูกให้นะครับ” ผมเอ่ยปากขอร้องขอหนุ่มน้อยคนนั้น เขาหันมามองผม ก่อนจะเดินมาหยิบเนกไทขึ้นมาคลี่และเดินตรงมาหาผม เขาหยุดตรงหน้าผม ก่อนจะค่อยๆ เขย่งเท้าขึ้นคล้องเนกไทให้ผม ทำไมแววตาคู่นี้มันเหมือนใครสักคนที่ผมเพิ่งจะเจอมาไม่นานนี้เลยน่ะ ขนตาที่งอนยาวนั้น ก็ช่างเหมือน ผมเพ็งมองดูคนที่ผูกเนกไทจนเพลิน



“เสร็จแล้วครับ “กันต์ธีย์เอ่ยปากบอกเขา ก่อนจะก้าวถอยหลังออก ผมก้มลงมองเนกไทที่ถูกผูกไว้อย่างเรียบร้อยไม่มีที่ติ ถ้าเป็นผู้หญิงผมคงจีบทันทีแต่ว่านี้



“ผมไปก่อนนะครับ”



“น้องครับ พี่ว่าจะชวนไปทานข้าวนะครับ” ผมเอ่ยปากชวนคนที่กำลังเดินหันหลังออก



“อะไรนะครับ” เขาหันมาถามผมอีกครั้ง



“ชวนไปทานข้าวนะครับ พี่อยากเลี้ยงข้าวนะครับ”



“เนื่องในโอกาสอะไรเหรอครับ” เนื่องในโอกาสอะไรด้วยเหรอ ในโอกาสอะไรดีกว่า



“ขอบคุณเรื่องที่ทำรายงานให้พี่นะครับ “ผมนึกขึ้นได้ก็รีบตอบไปทันที เลิกคิ้วสูงรอคำตอบว่า ได้ครับ



“ไม่ได้เลยครับ ผมยุ่งมากจริงๆ และคงไม่รู้อีกเมื่อไหร่จะว่างด้วยครับ นานเลยครับ” ผมต้องตกใจคิ้วแน่นเลยเหรอ



“คิวเหรอครับที่ไม่ว่าง น้องฮอทขนาดนี้เลยเหรอครับ” ผมถามน้องเขา



“ผมวุ่นวายกับลูกน่ะครับ ผมไปไม่ได้หรอกครับ ไม่ต้องถามว่ามีคิวเยอะไหม มีแค่คิวเดียวก็จะแย่แล้วครับ และคิวนี้คงจองผมไปตลอดทั้งชีวิตแหละครับ ผมไปก่อนน่ะครับ “ผมก็ต้องยืนอึ้งกิมกี่ ไปตามระเบียบ ลูก ลูกหมาหรือเปล่าว่ะ เพราะว่าดูยังเด็กอยู่เลยน่ะ ถ้ามีแล้วนี่พี่อายเลยน่ะครับน้องครับ





ผมเข้าประชุมต่อทันทีหลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จ บรรยากาศในห้องประชุมเล็กๆ กะทัดรัดมีครูแค่ไม่กี่ท่านอย่างที่กันต์ธีย์บอกผมไว้ไม่มีผิด วาระการประชุมก็คือการมอบหมายงานประเมินการศึกษา กฎระเบียบบังคับครู และจิปาถะ ผมนั่งมองไปด้วยและฟังครูที่เข้ามาประชุมดูแต่ละคนก็หัวกะทิทั้งนั้น และที่ผมคิดน่ะ นี้ไม่น่าจะเรียกประชุมแต่น่าจะเรียกการตั้งโต๊ะโต้วาทีกันมากกว่า โต้เถียงกันมันมากกว่า และผมเองก็ได้แต่นั่งเอาปากกาจิ้มขมับตัวเองและฟังไปด้วย เขาให้มาช่วยกันหาทางแก้ปัญหาไม่ใช่โต้เถียงเพื่อเอาชนะกันผมคิดในใจ ตาผมก็มองซ้ายทีขวาที มันทำให้ผมเข้าใจป๊าผมขึ้นมาทันที ที่อยากจะกระจายงานให้ลูกๆ บ้างเพื่อมานั่งเป็นกลางอยู่แบบนี้ กว่าจะเถียงกันเสร็จ ก็ปาเข้าไปเกือบจะบ่ายสามครึ้งแล้ว จบซะทีซิน่ะ



“ตึ้ง!! “เสียงข้อความเข้ามือถือผม ทำให้ทุกอย่างกลับมาสู้โหมดความเงียบ ผมก็ก้มลงอ่าน



//พี่เธียรค่ะ แพรวา จะไปรับแล้วนะคะ เตรียมพร้อมสำหรับอาหารค่ำที่แสนโรแมนติกของเราสองคนหรือยังคะ” ผมก็ต้องกุมขมับ ก่อนจะ



//ถ้าพวกคุณได้ข้อสรุปกันแล้วก็ขอจบการโต้วาที เอ๊ย การประชุมไว้แต่เพียงเท่านี้น่ะครับ เชิญครับ//ผมพูดก่อนจะลุกขึ้น เหลือกตาขึ้นบนเล็กน้อย  ใจผมก็อยากกลับไปเริ่มต้นเรียนมหา’ลัยใหม่ ทำไมทำงานมันคนละเรื่องกันเลยว่ะ เธียรวิชย์ ผมก็รีบเดินกลับห้องทำงานของผู้อำนวยการ เพื่อไปเก็บของบนโต๊ะแต่พอผมเข้ามาในห้อง ทุกอย่างถูกเก็บเข้าที่เรียบร้อยเหลือแต่พนักงานทำความสะอาดที่จะเข้ามาทำหลังเลิกเรียน



“สวัสดีครับ มาเก็บห้องให้ผมเหรอครับ คุณป้า” ผมถามคนทำความสะอาด เขาหันมามองหน้าผม



“ไม่ใช่ค่ะ คุณเจ้าหน้าที่ห้องธุรการนะคะ เขาเข้ามาทำให้ค่ะ ป้าแค่มาดูดฝุ่น ปัดกวาดเช็ดถูให้เฉยๆ ค่ะ” ป้าคนที่ทำความสะอาดบอกผม ผมก็รีบเก็บทุกอย่างก่อน ว่าจะลงไปขอบคุณและถ้าพรุ่งนี้ว่างจะชวนไปทานข้าวแน่นอน แต่พอผมเดินลงมาก็ไม่เจอเขาแล้ว ห้องธุรการปิดล๊อกเรียบร้อย ทำไมกลับเร็วจังน่ะ ผมก็ต้องเดินลงมายังชั้นล่างสุด หันซ้ายหันขวาเผื่อว่าจะเจอ และผมก็เห็นเขาหลังไวไว กำลังเดินจั้มอ้าว ไปทางโซน เนอสเซอรี่แคร์ ไปทำไมล่ะนั้นน่ะ และนี่มันก็นอกเวลางานแล้วไม่ใช่เหรอ ผมเลยเดินตามไปดูดีกว่ากะว่าจะชวนกลับบ้านด้วยกันเลย



“หมับ!!!” มีคนมาดึงรั้งแขนผมเอาไว้ผมซะก่อน ผมหันมามอง แพรวา เธอมาพร้อมกับชุดสวยและทรงผมที่ไปทำมาอย่างดี นี้เธอไม่ได้กลับไปทำงานกับพ่อเธอเหรอ



“แพรวาพร้อมมากค่ะ เดทของเรา”



“แพรวา พี่แค่พาเราไปนั่งทานร้านอาหารสักแห่งที่ในห้างครับ ไม่ได้จะพาไปร้านอาหารหรู และพี่ก็ต้องไป”



“ไม่ได้!! ต้องไปกับแพรวา เท่านั้น!!”



“แพรวา มันเกินไปแล้วน่ะ และพี่จะไปหาอาม่าพี่น่ะแพรวา พี่เริ่มจะไม่ไหวแล้วน่ะ แพรวาเอาแต่ใจเกินไปแล้ว”



“ไม่รู้แหละพี่เธียรต้องไปกับแพรวา และวันนี้ห้ามใครมากวน” แพรวาพูด



“หมับ” แพรวาควงแขนผมทันที “ไปขึ้นรถกับแพรวานะคะ รถของพี่ให้คนขับรถขับไปจอดที่บ้านพี่เลยนะคะ “แพรวาบอกผม



“แพรวามีเซอไพรส์ค่ะ” แพรวาหันมาบอกผม ก่อนจะทำตาประกายแวววาว ผมเหลือบมองเวลา แล้วจะไปหาอาม่าได้ไหมว่ะเนี๊ยะ



“พี่เธียร ยืนอยู่ตรงนี้นะคะ หันหลังด้วยนะคะ แพรวา จะเข้าไปเอาเซอไพรส์มาหมอบให้นะคะ “แพรวาบอกผมให้ยืนเว้นระยะห่างจากรถเอาไว้และหันหลัง



“ยืนเซ่ออะไรล่ะ รอถ่ายซิ ถ่ายดี ดีน่ะ เอาสวยๆ ด้วย ไม่สวยน่ะโดนไล่ออก” ผมได้ยินเธอสั่งคนที่มาดูแลเธอ และสิ่งที่ผมเห็นกำลังตรงมาหาผม คือรถลัมโบร์กินี่รุ่นตัวท็อปใหม่ล่าสุด ก่อนจะดริฟรถตีโค้งมาจอดตรงข้างหน้าผมพอดิบพอดี พร้อมกับประตูปีกนกที่เปิดออก เฮียธาม ชะโงกหัวมองผม



“ขึ้นรถ” เฮียบอกผม แต่ว่าผมชี้ไปข้างหลังผมล่ะ



“ขึ้นมา!! “ผมหันไปมองก่อนจะวิ่งเข้าไปในรถเฮียธามและประตูก็ปิดลงพร้อมกับเสียงเบิ้นเครื่องจนยางไหม้ และควันโขม้งไปหมด ควันดำๆ ซะด้วยและเฮียแกตั้งใจมากเบิ้นใส่แพรวามันขนาดนั้น ก่อนจะออกรถที่แรงเต็มพิกัดของเฮียธามไป ผมหันไปมองจนกระทั่งควันเริ่มจางหายไปเหลือไว้แค่เด็กผู้หญิงที่ยืนถือช่อดอกไม้ เอามือปัดควันไปมา



“ว๊าก!! เฮีย แพรวามันด่าเฮียแน่” ผมร้องบอกเฮียธาม เพราะว่าดูจากสภาพนางแล้ว ไอ้ควันดำดำนั้นคงทำให้เธอดูเหมือนไปคลุกกับเขม่าดำๆหม้อมา เฮียธามแค่หันมายักคิ้วให้ผม แต่ก็ดีที่เฮียมาช่วยชีวิตผมได้ทัน



“มึงคิดว่ากูแคร์เหรอคะไอ้ตี๋น้อย ด่ามากูก็ด่ากลับ ไม่โกงไง” เฮียถาม ผมควรจะเรียกเจ๊ธามมากกว่า กรีดนิ้วปัดผมอย่างน่ารัก แต่ถ้าต่อหน้าป๊าเฮียแกแมนมาก



“อาม่าให้มารับมึงไปหา ถ้ามึงไม่ไป เป็นเรื่องแน่ เพราะว่าวันนี้รวมญาติน่ะ ไอ้ตี๋น้อย” เฮียธามหันมาพูด ผมพยักหน้าก่อนจะหันไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาขาดไว้ก่อน รถเฮียยิ่งแรงๆอยู่ และจังหวะนั้นผมก็เห็นรถอากันตภณ ขับสวนเข้ามา



“เฮียรถอากันอ่ะ อามาทำไมอ่ะ มาหาผมเปล่า” ผมถามเฮียธามทันที



“ไหนวะ ที่แน่ๆ เขาไม่ได้มาหามึงหรอก มาหาเด็กเขา เด็กเขาทำงานที่นี้ วันก่อนเขาพามาฝากกับป๊าอ่ะ ไม่เจอหรือไง” เฮียธามมองตามที่ผมชี้ ก่อนจะขับรถออกไปทันทีเช่นกัน อากันตภณมีเด็กเหรอ คนไหนวะ พรุ่งนี้ต้องไปตามสืบดู



ผมหันมามองเฮีย ดูซิเอสเซสเซอรี่เต็มหัวไปหมดฟรุ่งฟริ้มกระดิ่งแมวมาก แถมต่างหูก็เป็นแพเชียว การแต่งตัวทั้งหมดนี้ ป๊าผมไม่เคยจับเฮียธามได้เลยสักที ใช่ครับพี่ชายคนที่สองผมออกแนวสาวมากกว่า และก่อนเฮียจะเข้าบ้านทุกอย่างจะถูกถอดเก็บจนหมดแม้กระทั่งผมที่ยาวเหมือนบ๊อบก็จะถูกรวบขึ้นไป เฮียแกไถด้านในและพอมัดก็จะเหมือนทรงผมผู้ชายทั่วไป ถ้าปล่อยลงจะออกแนวสาวๆหน่อย ผมนั่งมองแล้วผมก็อยากจะบอกเฮียว่า เฮียควรจะบอกป๊าไปเถอะ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเปลี่ยนบุคลิกภาพ เดี๋ยวแมนเดี๋ยวแต๋วแบบนี้ สักวันคงได้สลับผิดบทกันบ้าง



*****



     Part’ s กันต์ธีย์ ผมเดินไปหาลูกชายหลังจากที่ผมจัดการเก็บทุกอย่างในห้องทำงานเรียบร้อยและขึ้นไปทำห้องทำงานให้กับผู้บริหารคนใหม่ ที่เป็นลูกชายคนเล็กของทานประธานใหญ่ แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจคือ ชื่อเธียรวิชย์ มันช่างเหมือนกับไอ้คนที่เอาแหวนเอาไว้ให้ผม แต่นามสกุลน่ะมันมีแค่ดอเด็กตัวเดียว แล้วผมจะรู้ไหมว่านามสกุลเต็มมันคืออะไร หรือแค่ดอเด็กด้วนๆ กันแน่



ไอ้ตอนแรกผมก็นึกว่าคนเดียวกัน แต่เพราะว่าความสุภาพของเขามันทำให้ผม สั่นหัว ก็ไอ้คนนั้นน่ะ มันทำสีหน้าไม่พอใจผมตั้งแต่ที่ผมทำเหล้าหกใส่เสื้อมันแล้วนิ แต่คนนี้กลับไม่ใช่ เขาสุภาพ จนผมคิดว่าไม่ใช่คนเดียวกันแน่ๆ



“น้องบีม มาแล้วเหรอคะ “พี่สายฝน พี่คนที่ดูแลแซบซ่าให้ผม เจ้าลูกโซ่ ตอนนี้หกเดือนกับอีกสิบวัน พรุ่งนี้ต้องไปรับวัคซีนด้วยซิ ผมน่ะเขียนใบลาส่งไปให้พี่ธีแล้ว ผมกะจะลาแค่ครึ้งวัน



“มะ มะ มะ “ดูเรียกผมซิ



“บอกว่าเรียกมี้ ไม่ใช่ มะ มะ “ผมพูดกับตัวเล็ก ก่อนจะอุ้มขึ้นมา ยิ่งนับวันเขาก็ยิ่งทำให้ผมรักเขาและความโกรธแค้นที่เคยมีกับไอ้คนที่ทำให้ผมท้อง มันเริ่มจางหายไป เพราะแต่ผมได้ความรักจากเด็กคนนี้มาแทน ผมอุ้มเขาขึ้นมา สบตาที่ใส่ซื่อนั้น ฝ่ามือเล็กๆ จับที่ใบหน้าของผม



“มะ มะ มะ “ยักเรียกผมว่ามะมะ อีก สักวันคงได้กลายเป็นมาม่ากันบ้างล่ะ ผมแอบคิดในใจ ก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าเด็กน้อยขึ้นมาสะพายไว้



“พี่ฝนครับ พรุ่งนี้ น้องไม่ได้มานะครับ เพราะว่าผมจะพาไปฉีดวัคซีนหกเดือดน่ะครับ “ผมบอกพี่สายฝน



“ค่ะน้องบีม” พี่สายฝนพูดก่อนจะหันมามองลูกโซ่



“วันนี้ก็เกือบทำพี่ฝนตกงานแล้วค่ะ น้องบีม” ผมหันไปมอง ก่อนจะหันมามองพ่อตัวดีของผมเช่นกัน



“ทำไมเหรอครับ”



“ก็น้องเขาคงเบื่อบรรยากาศภายใน เลยออกไปนั่งเล่นนอกห้องแทนนะคะ และน่าจะออกไปตอนที่คุณครูเขาเปิดประตูแล้วไม่เห็นนะคะ ไวมากเลยน้องค่ะน้องบีมลูกชายน้องบีมเนี๊ยะ!” ผมถึงกับถลึงตาขึ้น มีแบบนี้ด้วยเหรอ ลูกผมนี้น่ะ



“และโชคดี แต่ก็ยังร้ายสำหรับพี่อยู่ดีค่ะ คนที่มาเจอน้องคือ ผู้บริหารงานคนใหม่ เขาว่าพี่ใหญ่เลยค่ะ พี่นี้คิดว่าโดนแน่ๆ ไล่ออก” พี่ฝนพูดผมหันมาทำหน้าดุใส่เจ้าลูกโซ่



“ผมขอโทษแทนเจ้าลูกโซ่ด้วยนะครับพี่ฝน” ผมพูด



“ไม่เป็นไรค่ะ และนี่พี่ก็กำชับกับพี่เลี้ยงว่าให้ปิดประตูทุกครั้ง อย่าคิดว่าแป๊บเดียวจะไม่เกิดอะไรขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นได้กลับบ้านนอกแน่ๆ ค่ะ “พี่สายฝนพูด ผมหันมามองเจ้าลูกโซ่ เจ้าลูกโซ่ ชะโงกหัวไปมองหาใครสักคนจากด้านหลังของผม



“ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับพี่ฝน” ผมรีบบอกพี่สายฝน พี่เลี้ยงเจ้าตัววุ่นวายของผม ผมหันหลังไปมองคนที่เดินมาถึงก็ก้มลงหยิบกระเป๋าเจ้าลูกโซ่ขึ้นมาถือให้ พี่กันตภณคนเดิม เพิ่มเติมคือความหล่อขึ้นทุกวัน แต่ผมกลับยังไม่เคยมองเขาเป็นเช่นคนรักเช่นเคย ผมมีเหตุผลครับและผมจะบอกเมื่อผมมั่นใจว่าเหตุผลนั้นถูกต้อง



“วันนี้สร้างวีรกรรมอะไรกับพี่เลี้ยงอีกไหมครับลูกโซ่” พี่กันตภณถามเจ้าลูกโซ่ ของผม พร้อมกับใช้นิ้วจิ้มที่จมูกโด่งรั้น และเจ้าลูกโซ่ก็ไล่จับไม่อยากให้จับปลายจมูกของเขา แต่ทว่าผมกลับเห็นปลายจมูกของอีกคน คนที่ผมผูกเนกไทให้วันนี้ ผมอยู่ใกล้ชิดเขามาก ผู้ชายที่สาวๆ ในโรงเรียนพูดถึงกันทั้งโรงเรียน นั้นคือคุณเธียรวิชย์



“บีม บีม บีม!!” ผมสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีมือมาแตะที่แขนผม พี่กันตภณ



“มีอะไรครับพี่กัน” ผมถามพี่กันกลับทันที



“พี่กางมือรอรับจะเอาเจ้าลูกโซ่ใส่ในคาร์ซีทอยู่น่ะครับ แต่ว่าวันนี้บีมเหม่อไปน่ะ งานเยอะไปหรือเปล่า หรือว่าเครียดเรื่องอะไรอยู่น่ะ” ผมส่งเจ้าลูกโซ๋ให้พี่กันตภณรับไปและน้ำเจ้าตัวดีใส่ในคาร์ซีทเหมือนเช่นทุกวัน



“ผมว่าจะเอารถผมมาขับได้แล้วครับ พี่กัน”



“ทำไมล่ะ ไม่อยากให้พี่มารับมาส่งแล้วเหรอ “พี่กันตภณถามผม



“ผมเกรงใจนะครับ และพี่ต้องขับรถย้อนไปย้อนมาอีก ไหนจะมารับผม ไหนจะไปส่งผม และไหนจะต้องขับรถกลับบ้าน ไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ นี้ยังไม่รวมที่พี่ต้องขับไปมหาวิทยาลัยอีกนะครับ พี่กัน” ผมพูดกับคนตรงหน้า พี่กันเปิดประตูให้ผมเข้าไปนั่ง ผมก็ต้องเข้าไปนั่งตามที่พี่เขาพยักพเยิดบอกผม



“พี่เต็มใจครับ” พี่กันตภณบอกผมก่อนที่จะจับสายนิรภัยมาคาดให้ผม



“แต่ผม เออ ผม คิดว่า พี่ “ผมกำลังจะพูด แต่ก็ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดหรือถามพี่กันตภณดีไหม พี่เขามองหน้าผม เหมือนกำลังสงสัยในสิ่งที่ผมกำลังจะเอ่ยปาก



“มีอะไรครับบีม”



“ไม่มีอะไรครับพี่กัน กลับบ้านเถอะครับ ผมอยากจะพาเจ้าโซ่ไปอาบน้ำแย่แล้ว” ผมบอกพี่กันตภณ พี่เขาก็ปิดประตูลง ก่อนเดินมาขึ้นอีกฝังแทน ผมหันไปมองพี่กันตภณ จังหวะที่พี่กันกำลังจะเลี้ยวรถออก ผมเหลือบไปมองมือถือที่วางในกล่องใส่ของ ผมเห็นมีข้อความถูกส่งเข้ามาในมือถือพี่กันตภณ



// กัน ทำไมไม่รับสาย รับสายดิ จะได้คุยกัน // ผมอ่านข้อความนั้นแต่พี่กันตภณเขายังไม่ได้เปิดอ่านเลย



“พี่กัน ผมต้องพาน้องลูกโซ่ไปฉีดวัคซีนพรุ่งนี้นะครับ”



“หมอสายป่านหรือเปล่า”



“ครับพี่กัน”



“งั้นพี่ไปส่งน่ะ”



“ก็ได้ครับ และพรุ่งนี้เพื่อนๆ ผมจะอยู่เลี้ยงเจ้าลูกโซ่ตอนบ่ายให้นะครับ” ผมบอกพี่กันตภณ



“เราจะกลับมาทำงานอย่างนั้นนะหรือ” พี่กันตภณถามผม



“ครับ” ผมตอบเบาๆ



“พรุ่งนี้พี่ต้องมาที่นี้ด้วย เรามาพร้อมกันเลยไหมเพราะว่าพี่ชายพี่เขาจะนัดคุยเรื่องหุ้นกับเจ๊พี่ด้วยกันที่นี้ และเรื่องที่จะให้หลานชายพี่มาเป็นผู้บริหารที่นี้อีก “พี่กันตภณบอกกับผม



“เจอกันหรือยัง ไอ้เจ้าเธียรวิชย์ที่พี่ให้เราทำรายงาน Thesis ให้มันน่ะ มันชมเราน่ะว่าเราทำได้ละเอียดและดีมากนี่มันว่าจะชวนเราไปทานข้าวด้วย แต่พี่บอกเรายุ่งน่ะ”



“อ้อเจอกันแล้วครับ ผมไม่แปลกใจเลยว่าเขาจะเป็นหลานพี่กัน เพราะว่าเขาดูสุภาพไม่ต่างจากพี่กันมากแต่น่าจะกวนๆ มากกว่าน่ะครับ ด้วยวัยด้วยมั้งครับ” ผมหันมาพูดกับพี่กันตภณ



“ไอ้เจ้าเธียรนี้น่ะ แม่พี่เอาไปเลี้ยงตั้งแต่เกิดเลย”



“พี่ไม่ค่อยรู้อะไรมาเพราะว่าตอนนั้นพี่ก็เพิ่งจะสิบห้าสิบหกปี พี่รู้แค่ว่า หมอตรวจเจอบางสิ่งที่ผิดปกติ เลยต้องผ่าเอาเจ้าเธียรออกมาก่อนกำหนด น่าจะ36 วีคได้ และอาซ้อต้องไปเข้ารับการรักษาตัวต่อจากนั้น ส่วนเจ้าเธียรก็อยู่ในตู้อบอาทิตย์หรือสองอาทิตย์นี้แหละ และพอกลับบ้านม๊าพี่ก็รับไปดูแลเอง”



“เธียรเนี๊ยะ มันแสบที่สุดในบรรดาหลานที่พี่มีเลยน่ะ มันร้ายมากและยังมีม๊าพี่ที่ตามใจมันมากอีกคน เมื่อก่อนน่ะแต่ป๊าพี่น่ะดุมันมากที่สุดในบรรดาหลานเลยแหละ “พี่กันตภณพูดถึงคุณเธียรวิชย์ ผมก็ต้องขมวดคิ้ว ก็ไม่มากน่ะ ผมคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งถึงบ้าน จะว่าไปดูพี่กันตภณเขาสนิทกับหลานคนเล็กเขามากเลยน่ะและพฤติกรรมที่เขาเล่ามามันก็เกือบจะเหมือนเจ้าลูกโซ่ผมทั้งหมดและมันก็ทำให้ผมอดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน

TBC.....
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.2 คลาดกันแค่นิดเดียว
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 08-03-2021 14:19:17
 :angry2: :serius2:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.2 คลาดกันแค่นิดเดียว
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 08-03-2021 21:47:51
 :hao6: :hao6: :hao6:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.11.2 คลาดกันแค่นิดเดียว
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 08-03-2021 23:04:06
 :laugh:


เฮียธามชนะเลิศ
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12 เธียรวิชย์ออกตามหาคนในคืนนั้น
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 09-03-2021 07:24:40

          Part’ s กันต์ธีย์ ผมพาเจ้าลูกโซ่มาฉีดวัคซีนหกเดือนตามนัด แต่เลยมาหน่อย เพราะว่าเจ้าโซ่เกิดก่อนกำหนด หมอส่ายป่านเลยนับวัคซีนให้เลยไปหน่อยไม่มากหนัก ตอนแรกพี่กันตภพว่าจะมาส่งผม แต่จู่ๆ ก็มีสายเรียกตัวประชุมที่กองมหาวิทยาลัยด่วน ผมเลยนั่งแท็กซี่มาแทน พี่กันตภณบอกว่าจะมารับผมและไปส่งน้องลูกโซ่ที่คอนโดก่อนจะไปที่โรงเรียนที่ผมทำงานด้วยกัน พี่กันต้องไปประชุมกับพี่ชายคนโต พี่สาวและหลานๆ จะว่าไป คุณเธียรวิชย์นี้เขายิ้มเหมือนพี่กันตภณไม่มีผิดเพี่ยนแต่นี่กับเป็นสิ่งเดียวที่เจ้าลูกโซ่มีเหมือนกับพี่กันตภณ แปลกไหมน่ะ แปลกน่ะ

“สวัสดีค่ะ วันนี้มีนัดฉีดวัคซีนของน้องนะคะ แต่ว่าคุณหมอสายป่านติดธุระด่วนค่ะ คุณหมอสายป่านได้ฝากเรื่องให้คุณหมอภีมปภพเป็นคนฉีดให้น้องค่ะและตรวจสุขภาพด้วยค่ะ” ผมพยักหน้าก่อนจะอุ้มเจ้าลูกโซ่ขึ้นมา

“เดี๋ยวตามน้องผู้ช่วยไปเลยนะคะ “ผมพยักหน้าก่อนจะเดินตามไป และเจ้าลูกโซ่ก็หมุดหน้าเข้ากับอกแบนๆ ของผม เหมือนจะเดาได้ว่าผมพาเขามาทำอะไร ไม่ซ่าเลยน่ะวันนี้น่ะ ผมเดินมานั่งรอที่หน้าห้องหมอภีมปภพ แทน ห้องที่มีแต่คนท้องและส่วนใหญ่จะเป็นคนไข้ผู้หญิงทั้งนั้น ก็หมอภีมปภพเขาเป็นหมอสูตินรีแพทย์ ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมหมอสายป่านให้หมอภีมปภพเป็นคนดูแลแทน แต่กลับไม่ใช่ให้หมอเด็กคนอื่น ผมนั่งที่ตรงเก้าอี้ ส่วนเจ้าโซ่ก็ดีดดิ้นอยากจะลงไปคลานที่พื้นอีก

“ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วเฮียเกริก นี้รอหมอภีมอยู่ เพื่อนของกันเขาไงล่ะที่เป็นหมอที่อาม่าหาประจำ เอะอะอะไรก็ต้องขอเป็นหมอภีม เห็นหมอภีมบอกว่าจะสั่งฮอร์โมนให้ม๊าไปทาน จะได้ไม่หงุดหงิดง่าย จะกลับแล้วเฮีย ก็เจ้ากันมันบอกว่าติดประชุมอยู่นี้ ไม่ได้คุยหรอก แค่นี้ก่อนน่ะเฮีย หมอเรียกแล้ว”

RRRR เสียงโทรศัพท์ผมดังขึ้น เป็นเบอร์ของพี่กันตภณ ผมรีบรับสายทันที ก่อนจะปล่อยเจ้าลูกโซ่ ลงไปนั่งเล่นที่พื้นก่อน

//ครับพี่กัน//
//พี่กำลังจะออกไปแล้วน่ะบีม//
//ได้ครับ ผมยังนั่งรอพี่หมอภีมอยู่ครับพี่กัน//
//ไม่ใช่หมอสายป่านเหรอบีม ที่นัดเจ้าลูกโซ่น่ะวันนี้//
//ไม่ใช่ครับ แต่ผมไม่รู้ว่าทำไม เขาให้เป็นหมอภีมปภพครับวันนี้// ผมบอกพี่กันตภณ
// ไม่เป็นไรหรอก หมอภีมก็ดีน่ะ พี่กำลังจะออกรถคงไม่เกินยี่สิบนาทีครับ //
พี่กันตภณบอกผม ผมก็กดวางสายก้อนจะหันไปเห็นไอ้เจ้าลูกโซ่ที่คลานไปเกาะรถเข็นคนไข้ อาม่าคนหนึ่งเข้าแถมยังเอียงคอมองซ้ายขวา และยื่นมือไปทำท่าจะจับ

“อัยย๊า! อาตี๋น้อยๆ อ่าห์ “ผมได้ยินเสียงเรียกเด็กน้อยและผมก้มลงจะอุ้มเจ้าลูกโซ่ที่นั่งลงตรงระหว่างขาผมแต่ทว่า ไม่มี ผมหันไปมอง ลูกชายตัวดีของผม คลานไปตอนไหนก็ไม่รู้ ไปปืนเกาะอยู่ที่ตรงขาของอาม่าที่นั่งอยู่บนรถเข็นที่อยู่ไม่ไกลมากหนัก ผมก็รีบลุกไปจับเจ้าลูกโซ่ทันที

“อาหงส์ อาตี๋น้อยๆ อยากเล่นกับอั้วน่า” อาม่าพูดพร้อมกับเอาฝ่ามือลูบหัวเจ้าลูกโซ่อย่างเอ็นดู

“ขอโทษนะครับ” ผมรีบขอโทษขอโพยใหญ่เลย

“แม้หน้าตาน่ารักน่าชังซะด้วย ลูกชายเหรอคะ” ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนข้างๆ อาม่า ผมเดาได้ว่าเป็นลูกสาวของอาม่า เขาและเด็กผู้หญิงอีกคน หน้าตาหมวยๆ น่ารักคงจะหลานสาวแน่ๆ

“ครับ ผมพามาฉีดวัคซีนน่ะครับ”

“อืมมม “เจ้าลูกโซ่ พยายามจะเอนตัวลงจากผมจะไปเล่นกับอาม่าอีก (ภาษาไทยเรายังไม่ค่อยแข็งแรงดีจะไปสื่อสารภาษาจีนได้เหรอ เจ้าลูกโซ่ แอบคิดในใจ)

“ไปครับลูกโซ่ไปนั่งกับมี้ดีกว่านะครับ ไม่ดื้อนะครับ” ผมบอกเด็กน้อยก่อนจะอุ้มขึ้น

“หน้าตาอาตี๋น้อยๆ มันคุ้นๆ น่ะนี่มันลูกไอ้เธียรหรือเปล่าอ่ะ อาหงส์” ผมหันไปมองอาม่า ไอ้เธียรไหนอ่ะอาม่า

“อาม่าอาเธียรยังไม่มีเมีย “ลูกสาวของอาม่ารีบพูดก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ มาให้ผม

“เธียรไหนเหรอครับ “ผมรีบหันไปถามอาม่าทันที

“ไอ้สีเทียนอ้า หลานอั๋วหน่า หน้ามันยังนี้เลยน่า อั๋วนี้เลี้ยงมันมากับมือ ทำไมอั๊วจะจำไม่ได้ ไอ้ตาเฉียวๆ เอาเรื่องแบบนี้เลยน่า” ผมก็พยักหน้าเบาๆ เพราะว่าคนละเธียรกัน ก็เลยยิ้มแหยๆ ไป และไอ้นั่นมันไอ้เธียรวิชย์ ดอ และไม่ใช่เธียรวิชย์ เดชาวชิรภังกุลชรหลานอากันอีก ผมว่าเลิกหาดีกว่าไอ้เธียรวิชย์อะไรเนี๊ยะ รู้สึกว่าจะหลายเธียรแล้วเนี๊ยะ!

“อาตี๋น้อยๆ “อาม่าเรียกลูกชายผม เจ้าลูกโซ่ก็พยายามยืนแขนอันสั้นนิดเดียว ไปหาเขาอีกด้วยอยากเล่นกับเขาขึ้นมาอีก

“โทษทีน่ะ ม๊าพี่น่ะแก่มากแล้ว หลงๆ ลืมๆ อย่าถือสาน่ะหนูน่ะ “พี่ผู้หญิงที่เป็นลูกสาวของอาม่าพูด ผมพยักหน้าว่าไม่เป็นไร และพยาบาลก็ออกมาเข็นอาม่าไป ก่อนจะไปหันมาโบกมือให้เจ้าลูกโซ๋ของผม

“กลายเป็นอาตี๋ไปแล้วหรือไง” ผมถามเจ้าลูกโซ่ของผม ก่อนจะกลับมานั่งลง เพื่อรอเข้าห้องตรวจ ผมเหลือบมองมือถือของผม

มะนาว//แกจะกินอะไรไหมจะได้ซื้อเข้าไปกินกัน//
บีม// “ซื้อมาเลยน่ะมะนาว บีมต้องกลับไปทำงานไง//
มะนาว//เออ ลืมว่ะ//
ใบชา//วันนี้ ทำชาบูกินกันดีกว่าอยากกินอ่ะ//
เป็กซ์//ดีเลย//
ฟิล์ม//กูต้องแบกหม้อชาบูพี่ฟ้าไปอีกแล้วใช่ไหมไอ้เชี้ย! /// ผมนั่งคุยแชทไลน์กับเพื่อนๆ พอผมเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ก่อนจะหันไปสะดุดที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ ตรงหัวมุม เขามองผมอยู่ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าเขายืนมองผมมาพักใหญ่แล้ว ใครกันน่ะ เขาคือใครอ่ะ จะให้ผมตามก็คงไม่ได้ มีทั้งเจ้าลูกโซ่และกระเป๋าเด็กอีก

“เด็กชายกีรติกรค่ะ “พี่พยาบาลเดินเข้ามาเรียกชื่อลูกชายผมและผมก็ลุกขึ้นพร้อมกับเดินตามเขาเข้าไปทันที ผมยังหันกลับมามองหาผู้หญิงคนนั้นแต่ว่าไม่เจอแล้ว เขาเดินหายไปกับกลุ่มคนที่เดินทางเข้าออก หรือว่าผมเข้าใจผิดไปเองน่ะ จนกระทั่งผมเข้าไปนั่งในห้องพี่หมอภีม

“สวัสดีครับลูกโซ่” พี่หมอภีมปภพหันมาทักทายเจ้าลูกโซ่ก่อนจะผลักเก้าอี้เลื่อนออกมาอยู่ตรงหน้าและยื่นหน้าหล่อๆ มามองลูกโซ่แบบใกล้ชิด แต่แปลกน่ะ ที่อย่างนี้ไม่อยากจับจมูกเขา แต่วันก่อนกับพี่ธี ที่เป็นลูกเจ้าท่านประธานล่ะจับและบีบเขาติดมือเลยน่ะ

“เป็นไงบ้าง หกเดือนครึ้งแล้วซิ และนี่น้องเลี้ยงง่ายไหมบีม” พี่หมอภีมพูดก่อนจะหยิบเอาของเล่นมาให้เจ้าลูกโซ่ถือพร้อมกับฟังปอดลูกโซ่ไปด้วย

“ก็ยากบ้างง่ายบ้างอ่ะครับพี่หมอ เพราะว่าผมเองเป็นคุณแม่มือใหม่มาก “ผมบอกพี่หมอภีมปภพ

“ยังยากอีกเหรอครับ ขนาดว่ามือโปรไปดูแลทุกวันขนาดนี้” พี่หมอภีมปภพพูดปนหัวเราะ

“พี่หมายถึงพี่กันนะเหรอครับ” ”

“ก็ใช่ซิครับ จะเป็นใครไปไม่ได้ “พี่หมอภีมปภพพูดก่อนจะลงบันทึกในสมุดให้เจ้าลูกโซ่ พี่หมอภีมเงยหน้ามองผม ผมก็ยิ้มให้

“ทำไมไม่ใจอ่อนให้กันมันสักทีล่ะ บีม มันก็อยากมีลูก แต่แค่มีไม่ได้ และกันมันก็เป็นคนดีน่ะ พี่ยืนยันได้” พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะหันไปพยักหน้าบอกพยายาบาลให้เตรียมยาฉีดให้ลูกโซ่

“คุณหมอคะ เดี๋ยวไปเอาวัคซีนที่เบิกเอาไว้ที่ห้องยาก่อนนะคะ “พี่พยาบาลหันมาบอกพี่หมอภีมปภพก่อนจะเดินออกไป

“พี่หมอคิดว่าผมควรจะให้พี่กันทำหน้าที่ที่พี่เขาไม่ได้ทำเหรอครับ” ผมถามพี่หมอภีมปภพ พี่เขาหันมามองหน้าผมเหมือนจะไม่เข้าที่ผมพูด

“ก็ถ้า เขาดีพอสำหรับหน้าที่นี้ “พี่หมอภีมปภพพูด

“แต่ผมไม่ได้คิดแบบนั้นน่ะซิครับ ผมควรจะเก็บกันไว้แค่เพราะว่าเขาทำหน้าที่พ่อที่ดีได้เหรอครับ มันดูจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยไหมอ่ะครับพี่หมอ และมันจะปิดโอกาสที่ดีของพี่กันไหมครับ เพราะอาจจะมีคนที่รักพี่กันมากกว่าผมก็ได้น่ะครับ” ผมพูด พี่หมอภีมมองหน้าผม พี่เขาแอบกลืนน้ำลายลงคอด้วย

“ถามว่าผมเคยคิดว่าเขาคือพ่อที่ดีของลูกไหม ผมคิดครับแต่ จนกระทั่งผมได้เจอกับบางสิ่ง” ผมพูดขึ้น

“ผมเลยไม่คิดว่าผมควรจะทำอย่างนั้น มันคือการเห็นแก่ตัวที่สุด” ผมพูด

“บีมพูดเรื่องอะไรครับ” พี่หมอภีมถามผม

“เสื้อเชิ้ตที่พี่กันไปเปลี่ยนที่ห้องพี่วันที่ลูกโซ่อึรดนะครับ เสื้อเชิ้ตตัวนั้นผมซื้อให้พี่กันผมจำแบบและแบรนด์เนมได้ ผมซื้อให้เป็นของขวัญ และพี่กันก็ใส่มันมาวันเลี้ยงส่งอาจารย์ในคณะที่เกษียณอายุ และคืนนั้นผมเองก็ต้องอยู่ช่วยเพื่อนๆ พี่กันขอกลับก่อนเพราะว่ามีนัด”

“และผมก็บังเอิญเดินออกมาโทรศัพท์ ผมเห็นรถที่มารับพี่กันไป รถเก๋งคันนัน ผมเดาได้ว่าคือรถพี่หมอ ผมเคยเห็นรถพี่หมอตอนที่ไปเที่ยวที่บ้านพี่หมอไงครับ

“และผมก็ไม่เห็นพี่กันใส่เสื้อตัวนั้นอีกเลย จนกระทั่ง วันนั่นแหละครับ นั้นแปลว่าพี่กันมาค้างกับพี่หมอถูกต้องไหมครับ” พี่หมอภีมปภพมองหน้าผม ผมสังเกตการณ์ลงปากกาซ้ำๆ ที่จุดเดียวกัน

“และนั้นทำให้ผมบอกกับพี่กันว่า ผมอยากจะตามหาพ่อเจ้าลูกโซ่แต่ความจริงผมไม่รู้หรอกว่าผมจะตามเจอไหมเพราะตอนนี้ผมคิดว่าผมดูแลเขาได้ด้วยตัวผมเอง”

“ส่วนพี่กันผมเองก็ไม่อยากกักเขาเอาไว้ต่อให้เขาทำดีกับผมมากแค่ไหน แต่ถ้าเขามีคนที่รักเขามากกว่าผม ผมยินดีที่จะให้เขาไปเจอคนที่ดีกว่า"

“และผมก็รู้ว่าพี่รักพี่กัน ผมดูจากที่พี่รู้ทุกอย่างของพี่กัน มันไม่ใช่แค่ว่าเพื่อนสนิท มันน่าจะมากกว่านั้นถูกต้องไหมครับ”

“เออ บีม” พี่หมอภีมปภพทำท่าอึกอักที่จะพูด

“ผมไม่รู้ว่าเรื่องระหว่างพี่กับพี่กันมันเริ่มมาตั้งแต่ตอนไหน แต่ผมเดาว่าพี่ยังไม่อยากให้มันจบแบบนี้ถูกต้องไหมครับ”

“พี่กับพี่กันเป็นแฟนกันมาก่อนครับ คบกันหลายปี” พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผม

“และพี่เองที่ทำให้กันมันถูกป๊ามันจับแต่งงาน พี่คบกับพี่กันตั้งแต่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน แต่พี่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมปลายแล้วน่ะ “พี่หมอภีมปภพบอกผม มุมปากที่กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ

“ป๊าของกันไม่ชอบความารักแบบนี้ และพี่ก็ทำอะไรไม่ได้” พี่กันพูดขึ้นด้วยแววตาที่รู้สึกผิดที่เขาเองก็อาจจะมีส่วนผิดเช่นกัน

“เจ็บมากไหมครับพี่หมอ” ผมถามพี่หมอ

“เจ็บครับ ห้าปีที่ทนน่ะเจ็บมาก แต่พอกันเขาหย่ากับภรรยาเขาได้ และแทนที่พี่กับกันควรจะได้กลับมาคบกัน แต่กลับเป็นพี่เองที่ทำผิดจนกันเขาไม่ยอมกลับมาหาพี่”

“พี่ไปมีอะไรกับผู้หญิงครับ และกันมันก็ไม่ขอกลับมาหาพี่อย่างคนรักอีก” พี่หมอภีมปภพพูด

“เป็นผมก็คงทำใจลำบากล่ะครับพี่หมอ” ผมพูด และจังหวะนั้น พี่พยาบาลเดินเข้ามาพอดี และพี่หมอภีมปภพก็หันไปหยิบหลอนฉีดยามาส่งให้พี่หมอถือไว้

“แหง๋ๆๆ” ผมก็ก้มลงมอง เขายังไม่ฉีดเลย แค่หยิบมาดู

“อืมมม” ทำนิ้วว่าไม่เอาด้วย

“ไม่เจ็บครับ ลุงหมอฉีดเบาๆ ครับ” พี่หมอภีมปภพูดก่อนจะหันมาและผมก็ยึดล๊อกตัวเจ้าลูกโซ่ที่ดิ้นกระจุยกระจาย จนเอาไม่อยู่ และพี่พยาบาลต้องเข้ามาช่วยผมยืดแทน ตัวแค่นี้ดิ้นแข็งแรงมาก จนผมยืดไม่อยู่ และทันทีเข็มจิ้มลงไปผมก็หลับตาปี๋เช่นกันใครจะทนดูอยู่ได้ ส่วนเจ้าลูกโซ่นี้ก็กรี้ดเต็มเสียง

“เดี๋ยวลุงหมอปิดพาสเตอร์ให้น่ะครับ ไม่เจ็บแล้วลูก” พี่หมอภีมปภพบอกเจ้าลูกโซ่ ที่นั่งปากล่างจะครอบปากบนอยู่แล้ว นี้แปลว่างอนอยู่เหลือกตาขึ้นมองลุงหมออีก พี่หมอภีมพยายามเล่นด้วยเพื่อไถ่โทษ แต่เจ้าลูกโซ่ก็หมุนตัวหนี ไม่ยอม ผมนึกแปลกใจยังไม่หนึ่งขวบเลยน่ะรู้จักงอนแล้ว

“แต่ถ้ากันเขาเลือกเรา พี่ยินดีน่ะ พี่ดีใจด้วย “พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะลุกขึ้น เพราะว่าผมก็ต้องกลับกันแล้วเช่นกัน ผมอุ้มเจ้าลูกโซ่ขึ้น พี่หมอภีมลุกขึ้นมาหยิบก็หยิบกระเป๋าเพื่อจะเดินออกไปส่งผม

“พี่ขอโทษนะครับ ที่พี่ไม่ได้บอกทั้งหมดวันที่พี่บอกว่าไอ้กันมันเคยแต่งงาน “ผมหันมายิ้มให้พี่หมอภีม

“พี่ไม่ได้คุยกับกันเขามาพักใหญ่แล้ว มีคุยบ้างเวลาที่กันพาแม่เขามาหาหมอ แต่น้อยมาก และพี่กลับมาคุยกับกันอีกครั้ง ก็ตอนที่เขามาขอให้ พี่ดูแลเราและลูก นี้แหละพี่คุยกับเขาบ่อยขึ้น”

“พี่เคยแอบคิดเข้าข้างตัวเองน่ะพี่อาจจะได้เขากลับคืน แต่มันก็แค่คิด เพราะเขาเลือกเรา “พี่หมอภีมปภพพูด ก่อนจะใช้นิ้วมือแตะที่ปลายจมูกโด่งรั้นของเจ้าลูกโซ่

“แต่อย่างน้อยก็ทำให้พี่รู้ว่ากันยังไม่ได้ตัดพี่ออกไปซะทีเดียว ยังคงอยู่แม้จะในฐานะเพื่อน” พี่หมอภีมปภพพูด และจังหวะนันพี่กันตภณเดินเข้ามาพอดี

“ผมจะไม่บอกพี่กันว่าพี่หมอบอกผมทุกอย่างแล้วโอเคนะครับ” ผมหันไปบอกพี่หมอภีมปภพ

“ขอบคุณครับ” พี่หมอภีมปภพพูด และหันไปมองหนุ่มใหญ่ คือพี่กันตภณ สีหน้าและแววตาที่ถูกปรับให้พยายามมองอย่างคนที่ไม่ได้คิดอะไรเกินเพื่อนกับพี่กันของหมอภีมปภพ มันทำให้ผมรู้สึกปวดใจแทนยังไงก็ไม่รู้

“ไอ้กัน ม๊ามึงมากับเจ๊หงส์น่ะ มาเพราะว่าจำวันนัดผิด” พี่หมอภีมปภพบอกพี่กันตภณ

“จริงดิ กูไม่ได้เปิดเครื่องเลยว่ะ เจ๊หงส์เลยไม่ได้โทรบอกกู “พี่กันตภณพูด ก่อนจะแบมือไปรับกระเป๋าใส่ของใช้เด็กไปสะพายให้ผม ผมเห็นสายตาพี่หมอภีมปภพมองพี่กันแล้ว ผมก็ไม่อยากให้พี่กันตภณถือให้เลย แต่ถ้าทำแบบนั้น พี่กันจะรู้ว่าผมรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว และพี่หมอภีมปภพกับพี่กันอาจจะมองหน้ากันไม่ติดรวมถึงผมอีกคน ผมเลยต้องทำให้เหมือนทุกอย่างเป็นปกติที่สุด

“พี่ไปส่งเราที่คอนโดก่อนและเราค่อยไปโรงเรียนกันนะครับบีม” พี่กันตภณบอกผม ผมหันไปมองพี่หมอภีมปภพ

“พี่หมอครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากทานอาหารปั่นแล้วอ่ะครับ” ผมถามพี่หมอภีมปภพ

“ฟันน่าจะขึ้นน่ะบีม ลองไปศึกษาเกี่ยวกับ Baby Led Weaning ดูน่ะคือการฝึกให้เด็กน้อยลองใช้มือหยิบอาหารทานเองดู เลือกแบบอาหารนุ่มๆ เคี้ยวง่ายๆ ทานเอง บางทีเขาอาจจะเบื่ออาหารเหลวนะครับบีม” พี่หมอบอกผม

“ลองไปศึกษาดูก่อน ถ้าไม่เข้าใจ กลับมาหาพี่น่ะพี่จะให้คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้แนะนำอีกที “พี่หมอภีมปภพพูด

“ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นต้องรบกวนพี่กันพาผมมาทีน่ะครับ “ผมหันไปมองพี่กันตภณ พี่เขาก็พยักหน้า

“งั้นให้กันโทรมานัดแล้วกัน “พี่หมอภีมปภพพูดก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องตรวจไป และผมก็พยักหน้ากับพี่กันตภณ ว่าผมจะต้องเอาเจ้าลูกโซ่ไปส่งแล้ว และคงต้องป้อนยาก่อนไปทำงาน เพื่อนๆ ผมน่ะมือใหม่เดี๋ยวจะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถ้าลูกโซ่มีไข้ขึ้นมาเดี๋ยวจะทำอะไรกันไม่ถูก

******
Part’ t เธียรวิชย์ เป็นอีกวันที่ผมมาเป็นผู้บริหารฝึกหัด ฟังแล้วเจ็บชะมัดเลย ป๊าน่ะป๊า ผมกำลังเดินเข้าในอาคาร นักเรียนน่าจะเข้าห้องเรียนกันหมดแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องด่วนผมเข้าสายได้ถึงเก้าโมงเช้าแต่ว่าวันนี้ผมไปกับป๊าและม๊า ไปที่โรงเรียนอีกสาขาวันนี้เขามีนิทรรศการและผมก็รีบกลับมาก่อนป๊ากับม๊าบอกจะไปหาอาม่าก่อนถึงจะมาที่นี้ ก็วันนี้มีนัดประชุมแค่คนวงในของผมเรื่องเกี่ยวกับหุ้นส่วน
ผมเดินไปหยุดและหันไปมอง แผนกเด็กเล็ก ทำไมผมถึงได้คิดถึงใบหน้าเด็กน้อยคนนั้นหนักน่ะ ผมเลือกเดินไปที่แผนกเนอสเซอรี่ เดินไปหยุดที่ห้องBaby room ผมกำลังจะหมุนลูกบิดประตูเข้าไป

“อุ้ย! ขอโทษค่ะ คุณผู้บริหาร” ครูคนเมื่อวานที่ผมเม้งแตกไปนั้นเอง

“สวัสดีครับ คุณสายฝน เรียกผมว่าเธียรวิชย์ก็ได้ครับ”

“สวัสดีค่ะ คุณเธียรวิชย์ ว่าแต่มามีอะไรหรือเปล่าคะ” คุณครูพี่เลี้ยงถามผม ผมก็เดินเข้าไปในห้องเด็ก ผมมองไปรอบๆ แต่ในห้องเด็กนี้ มีเปลเด็กเล็ก อุปกรณ์เสริมพัฒนาการเด็ก มีของเล่นที่เหมาะสมกับวัยและมีครูพี่เลี้ยงที่ผ่านการอบรมเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการดูแลเด็กเล็ก มีพี่เลี้ยงดูแลเด็กสามคนต่อพี่เลี้ยงหนึ่งคน และนี้ก็มีเด็กเล็กสิบห้าคน ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นเด็กคนนั้น

“เออ คุณฝนครับ น้องที่ชื่อลูกโซ่นี้”

“วันนี้ไม่มาค่ะ คุณมี้เขาพาไปฉีดวัคซีนค่ะ”

“อ้อครับ “ผมพยักหน้า ผมก้มลงมองเวลาตอนนี้บ่ายโมงแล้ว ขึ้นไปบนห้องทำงานก่อน บ่ายโมงครึ้ง ถึงจะเข้าประชุม

“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับ และถ้ามีอันไหนไม่ปลอดภัยกับเด็กๆ นี้รายงานให้ผมทราบทันทีนะครับ “ผมบอกกับพี่เลี้ยงก่อนจะเดินออก ผมคิดถึงชื่อนี้ ลูกโซ่ ผมจำได้ว่าผมได้ยินกันต์ธีย์เขาพูดว่าลูกโซ่ของผม และก่อนที่ผมจะเดินผ่านห้องธุรการ ผมก็ยืนคิดก่อนจะเลือกเดินเข้าไป

“สวัสดีครับคุณปลายฟ้า” ผมทักผู้หญิงที่พยายามหันมามองผม เธอสวมซอร์ฟคอลาร์อยู่ นี้เธอเป็นหนักเลยเหรอ ที่โดนแพรวาตบไปเมื่อวาน

“สวัสดีค่ะ คุณเธียรวิชย์” เธอค่อยๆ หันมาหาผมช้าๆ ด้วยความยากลำบาก

“สวัสดีครับคุณปลายฟ้า นี้คุณเป็นหนักเลยเหรอครับ”

“หนักค่ะ หนักมากค่ะ”

“แล้วนี่ เออ กันต์ธีย์ไปไหนเหรอครับ “นี้แหละที่ผมตั้งใจมาหา

“เออ ไม่อยู่ค่ะ ลาครึ้งวันค่ะ แต่ป่านนี้ยังไม่มาเลยค่ะ”

“เขาลาป่วยเหรอครับ” ผมถามปลายฟ้า

“เห็นบอกว่าพาลูกไปฉีดวัคซีนนะคะ น้องเขาไม่โสดค่ะ แต่ปลายฟ้าน่ะโสดนะคะ” ผมก็ต้องถึงกับเกาหัว ไม่ได้ถามเลย ว่าคุณโสดไหม

“หมอนัดอีกไหมครับคุณปลายฟ้า”

“ไม่นัดค่ะ แต่จริงๆ ก็อยากให้นัดค่ะ เพื่อว่าคุณเธียรจะไปส่งค่ะ” ปลายฟ้าพูด

“ผมคงไปส่งเองไม่ได้หรอกครับ ถ้านัดอีกผมก็จะให้คนขับรถนั่นแหละครับพาไป เหมือนเมื่อวาน” ผมพูดก่อนจะเดินหันหลังออก น้องเขามีลูกแล้วจริงๆ เหรอ ไม่อยากเชื่อเลย ผมก็ลืมถามเลย แต่ไม่ถามดีกว่าเพราะดูแล้ว ปลายฟ้าอะไรนี้ไม่รู้อะไรสักอย่าง

“อาเธียร” ผมหันมาเจอโกวหงส์ (น้าผู้หญิง นางสาวของพ่อผมแต่เป็นพี่สาวของอากัน)

“สวัสดีครับโกว “ผมยกมือไหว้โกวหงส์ โกวหงส์มากับลูกสาวคนโต รุ่นเดียวกับแพรวา แต่นางกลับไม่ค่อยสุงสิงกับแพรวาด้วยทั้งที่วัยเดียวกัน เป็นผู้หญิงเหมือนกัน มันช่างแปลกมาก มาหามาเล่นที่บ้าน เหมยไม่ยอมเข้าใกล้เลยหรือพูดคุยด้วยเลย แต่แพรวาก็ไม่ทำเช่นนั้นเหมือนกัน

“สวัสดีค่ะเฮียเธียร” ดอกเหมยยกมือไหว้ผม

“สวัสดีคีค่ะเหมย เป็นไงบ้างเรียนจบแล้วซิ”

“ม๊าให้เหมยต่อโทเลยอ่ะ เฮีย”

“ก็ตอนนี้จะได้เรียนและอยู่ช่วยดูอาม่าด้วย ช่วงนี้ม๊าต้องช่วยพ่อเรานิเหมย และไหนจะต้องตามรับตามส่งอาหมวยเล็กอีกล่ะ หลิวน่ะ “โกวหงส์หันไปพูดกับเหมย

“อาม่าไม่ดีขึ้นเหรอครับโกว” ผมถามน้าผู้หญิง ระหว่างที่เดินขึ้นไปที่ห้องประชุมเล็ก

“ไม่เลยเธียร นี้อาม่าก็ถามหาแต่เธียร ว่าเลิกเรียนหรือยัง อาม่ายังจับได้ว่าเธียรน่ะยังเล็กอยู่เลย” ผมก็ต้องกุมขมับตัวเอง นี้ผมต้องแบ่งเวลาไปอยู่กับอาม่าบ้าง เพราะว่าอาม่าก็เลี้ยงดูผมมาตั้งแต่แบเบาะ

“แต่อาม่าน่ะ ไปเจอเด็กคนหนึ่งอ่ะเฮีย ที่โรงพยาบาลเพื่อนอากัน อาม่าบอกว่าหน้าเหมือนเฮียเลยอ่ะ และยังบอกอีกว่าเป็นลูกเฮียด้วย” อาเหมยพูด ผมหันมามองจริงดิ ทำไมช่วงนี้มีแต่คนทักผมว่าเรื่องมีลูกบ่อยน่ะ ผมว่ามันยังไงแล้วแหละ

“โกวครับ เดี๋ยวผมมาน่ะครับ ผมว่าจะไปดูเอกสารที่ห้องทำงานแป๊บหนึ่งครับ” ผมบอกโกวหงส์ โกวกับอาเหมยเดินเข้าไปนั่งในห้องประชุมที่เปิดแอร์ไว้รอแล้ว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและโทรหาเพื่อนผมไอ้พีชก่อนไอ้นี่งานมันไม่ค่อยมีอะไรมาก

//ว่าไงว่ะมึง// ไอ้พีชทักผม

//คืนนี้ไปที่ผับที่กูไปกลับมึงล่าสุดอ่ะ //ผมจะไปที่ผับนั้น เพื่อไปถามหาน้องคนนั้น เพื่อว่าเขาจะกลับไปทำงานที่นั่นอีก

//ไปทำไมว่ะ//

//ไปเถอะน่ะ และอย่าเสือกหลุดบอกแพรวาน่ะว่าจะไป กูจะไปทำธุระที่นั่น// ผมบอกไอ้พีช

//โทรบอกทุกคนด้วย//

//ทุกคนเลยเหรอ//

//ใช่แต่ยกเว้นแพรวา!! กูขอล่ะ// ผมพูดบอกคนปลายสายก่อนเดินเข้าไปในห้องทำงานผมกดวางสายลงทันที ผมเห็นมีเอกสารวางเอาไว้ พร้อมกับใบลาของกันต์ธีย์ ผมก็หยิบมาดู มันคือจดหมายลา เขาระบุว่าเขาต้องพาลูกไปฉีดวัคซีนจริงๆ ด้วย อะไรวะ ไม่น่าเชื่อเลยว่า น้องเขามีลูกมีเมียแล้ว ผมก็วางไว้ก่อน และหันมาเซนต์อันอื่นแทน (แอบเศร้าทำไมว่ะ น้องเขาเป็นผู้ชายไงไอ้เธียรผมเถียงกับตัวเองในใจ มีลูกมีเมียจะแปลกตรงไหนวะ)

TBC....

หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12 เธียรวิชย์ออกตามหาคนในคืนนั้น
เริ่มหัวข้อโดย: weedear ที่ 09-03-2021 18:28:29
ตามมมมมม
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12 เธียรวิชย์ออกตามหาคนในคืนนั้น
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 09-03-2021 18:37:00
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.1 ลูกโซ่ป่วย
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 09-03-2021 19:41:37
Part’ s กันตภณ ผมขับรถไปรับบีมที่โรงพยาบาลของหมอภีมปภพ บีมเขาพาเจ้าลูกโซ่ไปฉีดวัคซีนตามนัดมาแต่แปลกที่หมอสายป่านกลับส่งให้หมอภีมปภพทำหน้าที่ฉีดให้แทน และนี้เจ้าลูกโซ่ก็เลยหงอยไปทันที ไม่ค่อยร่าเริงสงสัยจะปวดแขนและบีมก็ให้ทานยาลดไข้แก้ปวดก่อนจะออกมาเช่นกัน เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แต่สิ่งที่ผิดปกติไปจากเดิมคือบีม รู้สึกว่าเขาเงียบไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหนื่อยหรือเปล่า

“บีม เป็นอะไรหรือเปล่า ดูเราเงียบๆ ไปน่ะ” ผมถามบีมขณะที่เลี้ยวรถเข้ามาจอดที่จอดรถสำหรับแขกที่มาติดต่อ อันที่จริงผมเอาไปจอดไว้ที่จอดสำหรับผู้บริหารก็ได้

“บีม” ผมเรียกบีมอีกครั้ง บีมหันมามองหน้าผม เขายิ้มจางๆ

“เป็นอะไรไปน่ะทำไมเงียบวันนี้” ผมถามบีม

“ไม่มีอะไรครับพี่กัน “บีมบอกผม

“บีม ดูเหนื่อยน่ะ วันนี้กลับพร้อมพี่เลยแล้วกันน่ะ “ผมบอกบีม

“ครับ” บีมพูดแค่นั้น ก่อนจะเปิดประตูออกไป

“หวัดดีครับอากัน” หลานชายผมอีกสามคน เดินตามหลังมา ผมหันไปยกมือรับไหว้ บีมก็หันไปยกมือไหว้ตามปกติ เพราะว่าทั้งสามคนแก่กว่าบีมหลายปีอยู่

“สวัสดีครับน้องบีม เป็นไงบ้างครับ เหนื่อยไหมครับ ที่ต้องดูแลไอ้ตี๋เล็กของพี่” ธันยิ่งคำถามแรกถามบีมทันที บีมหันไปยิ้มให้

“ไม่นี้ครับ แต่เมื่อวานบีมไม่ได้ช่วยอะไรคุณเธียรมากครับเพราะว่าบีมยุ่งมากเมื่อวาน” บีมพูด ผมหันมามองบีม มิน่าล่ะดูไม่ค่อยสดชื่นเลย

“วันนี้เลิกเร็วได้เลยน่ะ เพื่อว่าคืนนี้เจ้าตัวเล็กมีไข้น่ะบีม”

“ลูกเป็นไงบ้างบีม เห็นเราแฟกซ์ใบลาไปให้พี่น่ะ” ธี หลานชายคนโตของผมถามบีม

“ไม่เป็นไรแล้วครับ แต่ก็ร้องเอาเรื่องอยู่ตอนโดนฉีดยาอ่ะครับ พยาบาลต้องมาช่วยผมจับ “บีมพูด

“"แย่เลยเนอะเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวแบบนี้ " พี่ธีพูด ผมหันไปมองพี่ธี ก่อนจะหันมามองบีม ผมไม่ได้บอกความจริงกับทุก ว่าจริงๆ บีมน่ะคือแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่พ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างที่ทุกคนเข้าใจกัน

“น่ารักไหมอ่ะอ่ะพี่ธี” ธามหันไปถามธี

“น่ารักน่ะ แต่ดุชะมัด บีมจมูกผมนี้ติดมือเลยน่ะอากัน” ธีหลานชายของผมพูดถึงเจ้าลูกโซ่ ผมเดาว่าธี น่าจะรักเด็กและคงอยากจะมีลูกทันทีทีแต่งงานเลย

“พี่กันครับ ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” บีมพูดก่อนจะแยกตัวไปห้องทำงาน ผมเห็นเขาเงียบๆ แบบนี้แล้วก็อดเป็นกังวลใจไม่ได้

“ป๊ามาถึงแล้วครับ อาเหมยส่งข้อความมาบอกผมแล้วครับอากัน” ธันหันมาบอกผม ว่าพี่ชายคนโตของผมมาถึงแล้ว

“เดี๋ยวอาตามขึ้นไปน่ะ “ผมบอกหลานๆ ของผม ผมว่าจะอะไรบีมสักอย่างแต่พอ ผมเปิดประตูเข้าไป

“ทำไมเพิ่งจะมาเนี๊ยะ ยังฝึกงานแท้ๆ รู้จักเวล้ำเวลาหน่อยน่ะ ทำงานอะไรแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่าคุณเขาเลือกให้ไปเป็นเลขาคุณเธียรได้ยังไง ใครฝากมาล่ะ ถึงได้ทำงานเช้าชามเย็นชามแบบนี้ “ผมได้ยินเสียงผู้หญิงที่ต่อว่าใครสักคน และผมก็คิดว่าเป็นบีม

“นี้คีย์ข้อมูลลงไปให้หมดเลยน่ะ ไม่หมดก็ไม่ต้องกลับ” ผมถึงกลับยืนผ่อนลมหายใจเข้าออกก่อนจะ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” ผมเคาะกระจกที่กันไว้

“มีอะไรให้ช่วยค่ะ” น้ำเสียงที่แตกต่างจากเมื่อสักครู

“คุณชื่ออะไร” ผมถามเธอ เธอหันไปมองบีมก่อนจะหันมายิ้มให้ผม

“ปลายฟ้าค่ะ เป็นหัวหน้าธุรการที่นี้ค่ะ”

“ที่นี้ยังไม่มีหัวหน้าธุรการไม่ใช่เหรอครับ เพราะว่าพี่ชายผมคุณเกริกน่ะครับ เขาบอกว่ายังไม่ได้แต่งตั้งแต่รอดูว่าใครจะผ่านโปรและไม่ผ่านโปร “ผมถามคนที่ยืนมองหน้าเธออยู่ที่ด้าน เธอชักสีหน้าด้วยความแปลกใจแปลกใจแต่บีมไม่กล้าเงยหน้ามองผม

“ไม่ต้องแปลกใจหรอกน่ะ ผมนี้แหละน้องชายคุณเกริก” ผมพูดก่อนจะยื่นบัตรที่แสดงตัวว่าผมก็เหมือนบอร์ดผู้บริหารเหมือนกัน คนที่ยืนอยู่รับไปดูก่อนจะทำสีหน้าตกใจ

“สวัสดีค่ะคุณกันตภณ แม้ปลายฟ้าตาไม่ถึง ว่าแต่คุณกันตภณมีธุระอะไรเหรอคะ”

“ผมไม่ได้มีธุระกับคุณ แต่อีกสักครู่คุณคงได้มีธุรกับคุณเกริกแทน และผมจะบอกให้ว่า บีมเขาน่ะพาลูกไปฉีดยา เขาได้ส่งใบลาให้กับพี่ชายผมแล้ว และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงใส่ใครแบบที่คุณทำเมื่อสักครู่ คุณปลายฟ้า เพราะว่าคุณยังไม่ใช่หัวหน้า" ผมพูด

“เออ ปลายฟ้าไม่ได้”

“ผมได้ยินทุกคำพูด คุณไม่ใช่หัวหน้าที่จะมาสั่งว่าเขาต้องคีย์ข้อมูลให้เสร็จ ไม่เสร็จไม่ต้องกลับ คุณไม่ควรจะพูด เพราะว่าคุณก็คือพนักงานคนหนึ่งเช่นกัน”

“และงานพวกนี้ คุณควรจะนั่งทำก่อนที่น้องเขาจะมาบ้างไม่ใช่นั่งนิ่งๆ ส่องกระจกไปวัน วัน คุณปลายฟ้า”

“แต่”

“คุณรอคุยกับคุณเกริกแล้วกัน” ผมพูดแค่นั้น ก่อนนะหันไปมองบีม

“และถ้าผมยังได้ยินคุณพูดจาไม่ดีกับบีม คุณเตรียมเก็บข้าวของของคุณได้เลย ผมจะเชิญออก” ผมพูดก่อนจะเดินออกไปทันทีเช่นกัน

“พี่กัน” บีมวิ่งตามผมออกมาทันที เขาไม่เคยเห็นผมแสดงอาการไม่พอใจใครขนาดนี้

“พี่กัน ไม่เอาน่ะ และผมก็ผิด ผมลาแค่ครึ้งวันแต่นี้ผมมาช้าไปด้วย พี่เขาก็คงเหนื่อยนะครับ พี่กัน” บีมพยายามพูดขอร้องผม

“บีมได้ยินที่เขาว่าเราไหม ทั้งที่เขาไม่ได้วิเศษวิโสไปกว่าเราเลย และที่พี่ชายพี่ให้พี่หาเรามาทำงานเพราะว่านางทำงานไม่เป็น แต่คนรู้จักเขาฝากมาเฉยๆ “ผมหันมาพูดกับบีม

“พี่จัดการเองนะบีม และถ้าเขาว่าอะไรบีมอีกบอกพี่” ผมพูดและเดินขึ้นไปทันทีเช่นกัน ผมตรงไปที่ห้องประชุมเล็ก ห้องที่ใช้ประชุมสำหรับครอบครัว ผมเปิดประตูเข้าไป ผมเป็นคนสุดท้ายพอดี ผมนั่งลงข้างพี่เกริก

“สวัสดีครับเฮีย สวัสดีครับอาซ้อ” ผมหันไปยกมือไหว้เฮียเกริกและพี่สะใภ้ของผม

“สวัสดีครับเจ๊หงส์”

“เป็นอะไรไปน่ะกัน ทำไมหน้าเหมือนใครทำอะไรให้เราโกรธ” พี่เกริกเอ่ยถามผมทันทีที่หันมาเห็นหน้าผมเข้า ผมหันมามองพี่เกริกเช่นกัน

“ผมจะคุยกับเฮียหลังจากประชุมแล้วกันน่ะ เกี่ยวกับพนักงานที่ทำงานกับบีม ลูกศิษย์ของผม ที่ผมเอามาฝากกับเฮียน่ะ” ผมหันมาบอกพี่ชายคนโตของผม

“เรื่องปลายฟ้าอีกแล้วเหรอกัน”

“พี่รู้” ผมขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“เมื่อสักครู่ไอ้เธียรมันเพิ่งบอกพี่เองว่า ชอบว่าเด็กของเราน่ะ เธียรมันได้ยิน พูดจาไม่ค่อยดี คือประมาณว่าพูดให้ตัวเองดูดี ทั้งที่ตัวเองทำงานไม่เป็นเลย นี้ไอ้เจ้าเธียรต้องโทรไปสั่งเครื่องดื่มจากคาเฟ่ใกล้ๆ ให้มาส่งแทน เพราะว่าบีมเขาลาครึ้งวันและเธอก็ไม่รู้ว่าต้องมีของว่าง” พี่เกริกพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อมระอา

“เมื่อวานมีประชุมกับอาจารย์ บีมเขายังรู้เลยและเตรียมกาแฟและของว่างเอาไว้ให้เลยโดยไม่ต้องบอก” พี่เกริกหันมาบอกผม ผมพยักหน้า" บีมน่ะ เขาขอไปฝึกงานตั้งแต่ปีสามเทอมสองแล้วครับเฮีย เขาเลยพอจะรู้งานมาบ้างนะ"ผมบอกพี่เกริก

“พี่ว่าจะคุยกับคนที่ฝากงานมา เขาเป็นเพื่อนรักกับอาซ้อเราด้วย เขาทำงานไม่ค่อยเป็นพี่ไม่ว่าหรอก คนเราเรียนรู้กันได้แต่เรื่องเดียวที่พี่มองข้ามไม่ได้คือกับเพื่อนร่วมงาน” พี่เกริกหันมาบอกผม ผมพยักหน้า ไอ้เจ้าเธียรเดินเข้ามาและมานั่งข้างๆ ผมพอดี

“อาหวัดดีครับ” เธียรยกมือไหว้ผม ผมหันไปรับไหว้

“เอาล่ะในเมื่อมากันครบแล้วก็ขอเริ่มประชุมเลยน่ะ ก่อนอื่นขอพูดเรื่องที่ให้เธียรวิชย์ มาทำหน้าที่ผู้บริหารก่อนแต่ยังอยู่ในช่วงทดลองงาน”

“เฮีย มีอย่างนี้ด้วยเหรอ ไหน ไหนก็ให้ลูกทำแล้ว มาอยู่ช่วงทดลองงานได้ยังไงล่ะเฮีย” เจ๊หงส์รีบถามพี่เกริกทันที ผมหันมามองหน้าไอ้หลานชายของผม ผมก้มลงมองบัตรที่เธียรวิชย์ห้อยคอไว้เหมือนเช่นคนอื่นๆ

“เวลาเดินผ่านคุณครูนี้ผมอายเขามากเลยอา และพอใครมาติดต่อเขาก็ก้มลงมองบัตรผมทุกคน ผู้บริหารฝึกงานน่ะอา “ไอ้เจ้าเธียรวิชย์บ่นให้ผมฟังทันที

“ก็มันยังไม่เคยทำให้ฉันที่เป็นป๊าของมันเองไว้ใจ ดังนั้น ถ้ามันบริหารไม่ดี ก็ไม่ผ่านและถ้ามันทำให้ทุกอย่างเละเทะล่ะก็ ฉันจะยกคืนให้กันมันไปแทน” ผมหันไปมองพี่ชายคนโตของผม ก่อนจะหันมามองหลายชายตัวดีของผม พี่ชายผมคงอยากให้เธียรวิชย์เปลี่ยนแปลงตัวเองแต่ผมรู้ว่าทำไม

“ทำไมล่ะเธียร นี้มันเป็นมรดกมาจากกาก๋งเลยน่ะเธียร” ผมหันมาถามหลายชายของผม

“อาก็รู้ว่าผมไม่ได้ชอบสายบริหารตั้งแต่แรกแล้ว” เธียรวิชย์พูดกับผม ผมพยักหน้าว่าผมรู้

“มีอะไรก็ปรึกษาอาซิและนี้คือมรดกตกทอดมาจากรุ่นสู่รู่น และเพื่อว่าเรามีลูกมีหลาย จะได้สานต่อได้ “ผมหันมาพูดกับเธียรวิชย์

“และเรื่องหุ้น อันนี้ก็เหมือนกันเธียร ถ้ามึงดูแลที่มอบหมายให้ไปไม่ได้ หุ้นก็จะไม่ให้เช่นกัน” ผมหันมามองเธียรวิชย์ถึงกับกุมขมับตัวเอง

“เอาน่ะ ป๊าคงขู่ไปงั้นแหละ “เจ๊หงส์รีบหันมาปลอบหลานชายทันที

“อันนี้พูดจริง เพราะว่ามันทำตัวเหลวไหลมากกว่าคนอื่น สร้างปัญหามาก็เยอะแยะ ตามแก้ไม่หวัดไม่ไหว ดังนั้น ถ้าปีนี้ไม่ปรับปรุงตัวน่ะ ก็จะเหลือแต่ชื่อ ดูซิ จะมีผู้หญิงคนไหนมาเกาะอีกบ้าง “พี่ชายผมหันมาชี้นิ้วทางเธียรวิชย์ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องการประชุม ไปพูดถึงเรื่องอื่นๆ ต่อ

ตื้ดๆๆ โทรศัพท์ผมสั่น ผมก็หยิบขึ้นมาดู ข้อความจากบีม

//พี่กันผมต้องกลับบ้านก่อนครับ ลูกโซ่ตัวร้อนครับ ผมบอกพี่ปลายฟ้าไว้แล้วครับ // หลังจากที่ผมอ่านข้อความ ผมก็ยกมือขอตัวออกไปด้านนอกทันที ผมรีบกดโทรออกหาบีม

“บีมเกิดอะไรขึ้น”

“มะนาวโทรมาหาผม บอกว่าลูกโซ่มีไข้ครับพี่กัน ตอนนี้ผมนั่งรถแท็กซี่แล้วครับ”

“เดี๋ยวพี่เลิกประชุมแล้วพี่ไปหาน่ะ เพื่อว่าเป็นเยอะจะได้ไปโรงพยาบาล”

“ครับพี่กัน”

“มีอะไรโทรหาพี่ทันทีน่ะบีม” ผมพูด ก่อนจะเดินกลับเข้ามา เจ๊หงส์กับอาเหมย ออกไปแล้ว ผมกับเห็นปลายฟ้า ผู้หญิงที่ผมต่อว่าเขาเรื่องที่เขาพูดจาไม่ดีกับบีม พี่เกริกเรียกเขาขึ้นมาคุย

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ น้องเขาวิ่งออกไปเลยค่ะ ไม่พูดไม่จากไม่บอกอะไรฟ้าเลยค่ะ” ผมเข้ามาได้ยินเข้าพอดีเลย

“อ้าวจริงเหรอ” พี่เกริกพูดก่อนจะหันมามองหน้าคนอื่น และผมก็เข้ามาอยู่ในช่วงนี้พอดี

“คุณหมายถึงกันต์ธีย์หรือเปล่าคุณปลายฟ้า” ผมถามปลายฟ้า เธอหันมามองหน้าผมก่อนจะฉีกยิ้มที่เหมือนจะสวย

“ใช่ค่ะ จะใครละคะ มาก็สาย เอาลูกมาอ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ” ปลายฟ้าพูด

“ลูกเขามีไข้ครับคุณปลายฟ้า คุณน่าจะรู้จักเห็นอกเห็นใจเพื่อนร่วมงานสักนิดน่ะคุณปลายฟ้า และเขาก็บอกกับผมว่า เขาบอกคุณไว้แล้ว ว่าเขาจะรีบกลับบ้านไปดูลูกเขาด่วน ทำไมคุณถึงได้โกหก เพื่อให้ตัวเองดูดีครับปลายฟ้า เพื่ออะไรครับ” ผมพูดตอกใส่หน้าเธอทันที ปลายฟ้าหันมามองผม

“อากัน” ธีรีบลุกขึ้นคว้าแขนผมเอาไว้ซะก่อน

“ไม่เคยเห็นอากันของขึ้นมาก่อนเลยว่ะ “เสียงกระซิบหลานๆ ผม ใช่ผมเป็นคนที่จัดการอารมณ์ตัวเองได้ค่อนข้างดีแต่ครั้งนี้ผมเกือบทนไม่ไหว

“จริงหรือเปล่าคุณปลายฟ้า”

“คือเออ หนูคงลืมบอกไปค่ะว่าน้องเขา”

“ผมก็ได้ยินเต็มสองรู้หูนะครับว่าคุณบอกว่าน้องเขาวิ่งออกไปเฉยๆ ไม่ได้บอกอะไรคุณ ลืมบอกกับตั้งใจไม่บอกนี้มันคนละเรื่องกันเลยนะครับคุณปลายฟ้า “ธามพูดขึ้นพร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคนที่ยืนหน้าซีด

“ได้ยินผิดไปไหมค่ะ ท่านประธาน” ปลายฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

“ไม่ผิดครับ ผมก็ได้ยินครับ คุณปลายฟ้า คุณไม่ได้พูดว่าน้องเขาบอกคุณเลย แต่ความจริงแล้ว น้องเขาบอกคุณก่อนจะไปถูกต้องไหมครับ” เธียรวิชย์พูด "และคุณกลับโกหกและนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณพูดไม่ดีใส่น้องเขาน่ะครับ เพราะว่าคุณก็พูดให้ผมฟังตอนที่ผมลงไปถามหาน้องเขาด้วย ผมก็ไม่อยากทำงานร่วมกับคนใจแคบอย่างคุณน่ะ ปลายฟ้า" เธียรวิชย์ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยเขายังไม่ทนเลย และ ทุกคนหันมามองที่เธอกันหมดแม้กระทั่งอาซ้อแม่ของหลานๆ ผมก็เช่นกัน ผมรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของเพื่อนอาซ้อ พี่สะใภ้ผมเอง อาซ้อคงกระอักกระอ่วนใจพอสมควร ก่อนจะหันมาพยักหน้ากับพี่ชายผมว่าเอาตามที่พี่ชายผมเห็นสมควร

“ถ้าอย่างนั้นก็ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณพ้นสภาพการเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการที่นี้ เรื่องทำงานไม่เป็นผมยังพออภัยแต่เรื่องใส่ร้ายพนักงานด้วยกัน ผมรับไม่ได้ เชิญครับคุณปลายฟ้า”

“เดี๋ยวนะคะ จะไล่ปลายฟ้าออก ก็ได้นะคะคุณลุงคุณป้า แต่ต้องจ่ายค่าทำขวัญปลายฟ้ามาก่อนค่ะ”

“ค่าทำขวัญอะไรคุณ ทำขวัญที่เชิญพนักงานยอดแย่อย่างคุณออกเหรอครับ คิดได้ยังไง คุณคนสวยแต่ไร้สมอง” ธามหลานชายของผมพูดพร้อมกับเอียงคอมองผู้หญิงที่ยืนอยู่แต่อันนี้ทำให้ธันหันมาสะกิดและพยักพเยิดไปที่พี่เกริก

“ไม่ใช่ค่ะ แต่เป็นค่าทำขวัญที่เมื่อวาน แฟนคุณเธียรวิชย์ มาตบหน้าปลายฟ้าค่ะ ดูซิค่ะ บวมจนจะข้ามวันเลยค่ะ ห้าหมื่นบาทและทำให้ปลายฟ้าอับอายทุกคนในตึกที่ออกมายืนมองปลายฟ้ากันหมด และยังรู้สึกหวาดระแวงด้วยนะคะ” ปลายฟ้าพูด

“เฮ้ย!!!” เธียรวิชย์หลานชายผม ผมหันไปมองไม่ใช่แค่ผมทุกสายตาก็ว่าได้

“ไอ้เธียร!!”

“ไอ้เธียร ไหนมึงบอกว่าเมื่อวานเงียบมากไง” ธีหลานชายคนโตผมหันมาถามน้องชายคนเล็กทันที

“ไอ้เธียรวิชย์!!!” เฮียเกริกหันเรียกลูกชายคนเล็กอย่างเหลืออดเช่นกัน ผมว่างานนี้ คงยาวแน่ๆ ผมก็เลยลุกขึ้น

“เฮียเกริก ผมขอตัวนะ ผมมีธุระด่วน” ผมพูดก่อนจะลุกขึ้น ธุระด่วนที่ว่าคือผมต้องไปดูบีมกับลูกก่อน เธียรวิชย์ทำท่าจะถามอะไรผม แต่ผมยกมือเอาไว้ก่อน ผมรีบเดินลงและตรงไปที่ลานจอดรถทันที และรีบออกรถและตรงไปที่คอนโดของบีมทันที

*****

   Part’ s กันต์ธีย์ ผมรีบกลับบ้านทันที ที่มะนาวโทรไปหาผม ผมวิ่งลงมาเรียกรถแท็กซี่โดยยังไม่ได้โทรไปหาพี่กันตภร ผมไม่อยากให้พี่กันต้องทิ้งทุกอย่างและมากับผม เพราะว่าอันนี้ก็สำคัญกับพี่เขา ผมมาถึงก็เดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่น ผมเห็นมะนาวกำลังอุ้มเจ้าลูกโซ่ ที่ร้องงอแง ผมเห็นพี่ฟ้า พี่สาวของฟิล์มก็มาอยู่ที่นี้ด้วย

“ลูกโซ่” ผมรีบวางของทิ้งทุกอย่างตรงเข้าไปหาเจ้าตัววุ่นวายของผม ผมกอดเจ้าลูกโซ่

“ฮือๆๆ” ร้องไห้ใหญ่เลย ใจหายเลยครับผม

“ตัวร้อนเดี๋ยวให้น้องทานยาอีกรอบน่ะบีม” พี่ฟ้าบอกผม ผมพยักหน้าก่อนจะใช้ผ้าขนหนูที่ชุบน้ำมาคอยเช็ดหน้าเช็ดตา และเช็ดตามรักแร้ ตามขาหนีบ เจ้าตัววุ่นวายก็ไม่ยอมให้เช็ด ผมก็อุ้มโอ๋เดินไปรอบห้องเลย ใจผมจะขาดที่เห็นลูกเป็นแบบนี้

“มะ มะ มะ “เจ้าวุ่นวายร้องไห้และจับหน้าผม ผมว่าเขาคงไม่สบายตัวเอามากๆ กอดผมและซบหน้ากับอกของผมตลอด

“พี่วัดไข้แล้วบีม น้องมีไข้ 38 น่ะบีม” พี่ฟ้าบอกผม

“เดี๋ยวให้น้องทานนูโรเฟ่นแล้วกันน่ะ เพราะว่าที่น้องมีไข้คงเพราะว่าปวดแขนน่ะบีม” พี่ฟ้าบอกผม

“พี่ต้องไปรับลูกชายที่โรงเรียนแล้วน่ะ ถ้าน้องงอแงมากจนผิดปกติ พาไปโรงพยาบาลเลยน่ะบีม” พี่ฟ้าบอกผม ผมพยักหน้า ผมแอบน้ำตาไหล สงสารลูก มะนาวเดินไปหยิบขวดยามาอ่านและป้อนตามที่ระบุเอาไว้ข้างขวด และอีกอย่างเจ้าโซ่ป้อนยายากมากจริงๆ มักจะอาเจียนออกตลอด และพี่ฝนพยาบาลห้องเด็กแนะนำผมให้มีไซริงค์ที่ใส่น้ำไว้หนึ่งหลอดค่อยสลับหยอดกับยาไปด้วย

“ปึก” เสียงประตูเปิดเข้ามาโดยพี่กันตภณ ผมหันไปมอง พี่เขาเดินตรงมาหาเจ้าลูกโซ่ก่อนเลย มาถึงก็เอาหลังมืออังที่หน้าผากลูกโซ่

“ตัวร้อนน่ะบีม ได้วัดไข้หรือยัง” พี่กันตภรถามผม ผมปาดน้ำตาไปด้วยความสงสารลูก ผมพยักหน้าเบาๆ ผมเครียดมากเวลาลูกป่วย ผมกลัว

“บีมไปเตรียมยาน่ะ พี่อุ้มเองบีม” พี่กันคงเห็นว่าผมเริ่มมีความกังวลมากเกินไป ผมเลยต้องส่งเจ้าลูกโซ่ให้พี่กันตภณเอาไปอุ้มแทน ผมหันมามองเพื่อนๆ แต่ละคนก็ทำสีหน้าเครียดกันหมดที่เห็นเจ้าลูกโซ่ป่วยแบบนี้

“สงสารหลานว่ะ” เป็กซ์พูด ผมก็จัดการดูดยาจากขวดยาตามปริมาณที่เภสัชกรคำนวณมาให้ ก่อนจะหันไปมองเจ้าลูกโซ่ที่สะอึกสะอื้นน่าดู ผมเห็นพี่กันตภณอุ้มเจ้าโซ่ พยายามปลอบโยนด้วยความรัก แต่ความรู้สึกของผมนั้นผมเห็นภาพความรักที่เหมือนเจ้าโซ่คือหลานของพี่กันตภณมากกว่า

“ป้อนยานะครับ” ผมบอกพี่กันตภณ พี่เขาก็อุ้มลูกโซ่ในท่านอนให้หัวสูงขึ้นมา เพื่อว่าผมจะได้ป้อนยาใส่กระพุ้งแก้มนั้น ผมเองไม่อยากทำแบบนี้เลยแต่ผมต้องป้อน

“อืมมม” พอเห็นหลอดยานี้ส่ายหัวทันที ผมเห็นอาจารย์กันตภณมองเจ้าโซ่แอบยิ้มกริ่ม และผมก็ต้องค่อยป้อนลูกโซทีละนิด ละนิด โดยมีเพื่อนของผมหลอกล้อแม้จะไม่ค่อยสำเร็จรอบนี้ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

“บีม พวกฉันลงไปซื้ออะไรมากินกันน่ะและพวกฉันจะอยู่เป็นเพื่อนแกเองคืนนี้น่ะ เพื่อว่ามีอะไรจะได้ช่วยๆ กัน” มะนาวบอกผมและเพื่อนก็พากันออกไป เหลือไว้แค่ผมกับพี่กันและเจ้าลูกโซ่ ที่งอมแงมเพราะว่าพิษไข้

“บีม พี่ชายพี่เขาเชิญปลายฟ้าออกแล้วน่ะ” พี่กันตภพบอกผม ผมเงยหน้ามอง

“พี่กันอ่ะ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ และถ้าคนอื่นรู้ว่าเป็นเพราะผมเขาจะกล้ามาทำงานกับผมเหรอ”

“ก็เขาพูดจาไม่ดีกับเรา”

“ก็แค่คำพูดเองพี่กัน และมันก็มีทุกทีแหละ”

“ไม่ได้ครับ คนเราต้องให้เกียรติกันในการทำงาน ไม่ใช่มาก่อนข่มคนมาทีหลังและนี้คือการตัดสินใจของพี่ชายพี่ครับ เพราะว่าเธียรวิชย์เขาก็บอกกับพี่ชายพี่ว่าเขาก็ได้ยินปลายฟ้าพูดถึงเราไม่ดีเหมือนกัน เขาก็ไม่พอใจเช่นกัน เขาก็เลยบอกว่าไม่อยากทำงานร่วมกับปลายฟ้าเช่นกัน” ผมก็ต้องแปลกใจ แต่ทำไมมุมปากผมกลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มน่ะ ที่ผมรู้สึกว่าเขาใส่ใจผมมากยังไงก็ไม่รู้ ผมเองก็ไม่อยากคิดไปเองแต่ว่า เธียรวิชย์ ชื่อที่เหมือนแต่นิสัยกับแตกต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือ

TBC...........
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.1 ลูกโซ่ป่วย
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 09-03-2021 20:19:02
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.1 ลูกโซ่ป่วย
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 09-03-2021 20:30:05
 :angry2: :serius2:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.1 ลูกโซ่ป่วย
เริ่มหัวข้อโดย: weedear ที่ 09-03-2021 21:42:05
 :mew1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.2 คำตอบของเธียรใกล้เข้ามาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 10-03-2021 10:25:17
   

          Part’ s เธียรวิชย์ ผมเพิ่งจะรู้วันนี้เองว่าน้องที่ชื่อกันต์ธีย์ คือคนที่อากันฝากพ่อผมมาทำงานและอากันก็มาตามรับตามส่งอีกด้วย ผมไม่รู้แต่ผมรู้สึก มันบอกไม่ถูก วุ่นวายไปหมด เขาดูน่ารัก และด้วยความที่เขาเป็นมีระเบียบ เรียบร้อยเรียกว่าผู้หญิงบางคนก็ไม่เท่ากับเขา เช่นแพรวา ผมไม่ได้อยากเปรียบเทียบน่ะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ


   ผมมาถึงที่ผับนี้ก่อนเวลา วันนี้ผมขอป๊ากับม๊ามา ผมตั้งใจจะมาสอบถามเกี่ยวกับน้องคนนั้น มันคางคาในใจผมมาก ตั้งแต่อยู่ที่อังกฤษ วันนั้น ผมไม่ได้หนีแต่ที่ผมต้องรีบกลับเพราะว่าผมมีสอบเก็บคะแนนจากศาสตราจารย์วิชาสำคัญของผมถ้าผมไม่ไป ผมต้องรอปีหน้าเลย

“ไอ้เธียร” ผมหันไปเห็นเพื่อนๆ ของผมเดินตรงมาหาผม มีพีช ไอ้ราเชน และไอ้ณัฐ พวกมันนั่งลงก่อนจะหันไปโบกมือเรียกคนมารับออเดอร์

“พวกมึงบอกแพรวากันไหมว่ะว่ากูมาที่นี้” ผมถามเพื่อนๆ ผม พวกมันสั่นหัวกันเป็นแถว

“แต่กูเดาว่าคงไม่ได้ออกมาว่ะ เพราะว่าป๊ากับม๊ากูไปคุยกับพ่อแม่แพรวาแล้ววันนี้”

“ว่าจะขอน้องเขาให้มึงเหรอว่ะ” ไอ้ราเชน ผมหันมาชูนิ้วกลาง

“ป๊ากับม๊าไปคุยเพราะว่าแพรวาน่ะตบธุรการที่ทำงานที่โรงเรียนพ่อกูและเขาดันทำให้พ่อกูไล่ออกอีกวันนี้ เขาก็ให้พ่อกูจ่ายค่าทำขวัญไปตั้งห้าหมื่นบาท ในฐานะที่แพรวามันลากไปตบที่หน้าห้องจนบรรดาครูนักเรียนแห่กันออกมาดู” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เซ็งสุดๆ และนี้อาจจะยิ่งทำให้พ่อไม่ไว้ใจอะไรเขาอีก

“แพรวานี้มันเอาแต่ใจ จนกูไม่อยากมีน้องสาวเลยน่ะ และดีที่พ่อแม่กูตัดสินใจ มีแค่กูคนเดียว” ไอ้ณัฐ ไอ้ไอโซ รูปหล่อ

“มึงเรียกผู้จัดการร้านมาคุยดิ กูจะถามเรื่องวันที่เคาท์ดาวน์ที่นี้น่ะ” ผมบอกเพื่อนๆ ของผม พวกมันมองหน้าผมกันหมด

“กูมีบางสิ่งที่คาใจกูอยากรู้ว่าน้องคนนั้นน่ะคือใคร”

“น้องเขาชื่ออะไรล่ะ มึงจำได้ไหมล่ะเพราะว่ามึงเอาเขาครับ คุณเธียรวิชย์ครับ” ไอ้พีชมันถามผม ผมสั่นหัว

“ต้องถามไอ้ไปส์ว่ะ เพราะว่ามันนั่งจีบน้องเขาอยู่พักหนึ่งแล้วก่อนที่มึงกับแพรวาจะเข้ามาในผับอ่ะ” เรเชนพูด

“แล้วไอ้ไปส์มันไม่มาเหรอว่ะ” ผมถามพวกมัน

“ไม่รู้ว่า กูโทรติดต่อมันไม่ได้ว่ะ “พีชหันมาบอกผม ไอ้เวรเลย ผมก็รีบหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาทันทีแต่ว่าฝากข้อความตลอด ผมโทรออกอยู่สี่ห้าครั้ง แสดงว่ามันอาจจะไม่อยู่ที่ไทยอาจจะไปจีนกับพ่อแม่มันแน่ๆ

“มึงไปคุยกับผู้จัดการให้กูหน่อยดิไอ้เชน กูอยากรู้จริงๆว่ะ” ผมหันไปบอกราเชนเพื่อนผม

“มาสำนึกผิดเชี้ยอะไรตอนนี้ว่ะ ลำบากกูอีก” ไอ้ราเชนมันบ่นผมแต่มันก็เดินหายออกไป ผมก็นั่งคุยกัน ไม่นานเหล้าก็มาเสิร์ฟพร้อมกับเด็กชงเหล้าให้ ผมก็ไม่ได้หันไปสนใจ เพราะว่าผมพวกผมไม่ได้มาเพื่อสิ่งนี้ จนกระทั่งไอ้ราเชนมันกลับมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง มีป้ายบอกว่าเป็นผู้จัดการ ผมเงยหน้ามอง ก็ตกใจ เธอสวยจริงๆ เธอยิ้มให้เพื่อนผมทุกคน และแน่นอนเพื่อนผมนี้ตาวาวทันที จนเขามาหยุดที่ผม

“สวัสดีค่ะดิฉันนิน่าค่ะ เป็นผู้จัดการร้านนี้ค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมเธียรวิชย์ครับ” ผมบอกผู้หญิงคนนั้น เธอยิ้มสวยมาก แต่ผมกลับไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนเช่นทุกครั้ง เธอมองหน้าผมก่อนจะหันไปมองคนที่ไปพาเธอมา

“ขอเพื่อนผมคุยด้วยสักครูได้ไหมครับ” ราเชนมันชี้มาที่ผม ผมก็ชี้ตัวเอง และราเชนก็ขยิบตาให้ผม ผมก็หันไปยิ้มให้นิน่า เขาก็เดินมานั่งข้างๆ ผมทันที

“เห็นคุณราเชนบอกว่าคุณมีเรื่องจะสอบถามเกี่ยวกับผู้จัดการคนเก่าเหรอคะ”

“เออ ใช่ครับ คือว่า เมื่อตอนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ปีที่แล้วน่ะครับ ผมมากับเพื่อนๆ ที่นี้นะครับและไอ้คนที่ไปตามมานะครับ” ผมพูดก่อนจะชี้ไปที่ไอ้ราเชน มันก็ชี้ตัวเองอีก

“เอาเงินให้ผู้จัดการร้านคนเก่า เพื่อพาเด็กมาชงเหล้าและมาดื่มด้วยกัน และเด็กคนนั้นน่าจะเป็นเด็กใหม่ เพราะว่าคออ่อน ดื่มไม่ค่อยเก่งและเขาก็ “ผมก็พูดก่อนจะหันไปมองเพื่อนเอาไงดีว่ะ

“น้องเขาขโมยของอันมีค่าเพื่อนผมไปครับ และของชิ้นนี้สำคัญมากครับ แหวนต้นตระกูล และแหวนวงพี่เขาจะเอาไว้หมั้นสาวนะครับ ถ้าไม่มีแหวนพ่อบอกห้ามแต่ง” ไอ้ณัฐมันพูดให้ผม ผมหันมามองหน้ามันอยากจะถีบมันจริงๆ แต่งเรื่องอะไรแบบนี้ว่ะ

“ตอนนี้มันเกิดอยากจะใช้หมั้นสาวนะครับ รบกวนขอข้อมูลให้ไอ้เพื่อนรักพี่ทีนะครับ มันอยากมีเมีย” ไอ้ราเชนช่วยผมมาก จนผมอยากจะหันมาแจกของสมน้ำหน้ามันจริงๆ

“จริงเหรอคะ แม้น่าสนใจนะคะ อยากมีโมเม้นโดนขอแต่งงานเหมือนกัน” เข้าทางคนที่นั่งข้างๆ ผมทันที

“ว่าแต่เรื่องเกิดวันที่เคาท์ดาวน์ปีใหม่นะคะ นิน่าต้องไปถามพี่คนเก่าๆ ให้นะคะ เพราะว่านิน่าก็เพิ่งจะมาได้ไม่กี่เดือนเองค่ะ พี่ผู้จัดการคนเก่าจู่ๆ ก็หายไป แต่คนที่นี้บอกว่าเขามีหนี้สินนอกระบบเยอะนะคะ” นิน่าหันมาบอกผม ผมแค่พยักหน้าคือไม่อยากรู้เรื่องอื่นอยากรู้เรื่องเด็กคนนั้ันเท่านั้น

“นิน่าจะช่วยนะคะ” ผมพยักหน้าและยิ้มให้ ก่อนที่นิน่าจะเดินออกไป

“กูเห็นเขายืนมองมึงนานแล้วไอ้เธียร และท่าทางเขาจะชอบมึง และที่สำคัญเขาคือผู้จัดการร้านด้วยว่ะ”

“แต่กู”

“เอาน่ะ จีบไว้” ไอ้ราเชนพูด ผมก็นั่งขนเหล้าเล่นไปเรื่อยเปื่อย ทำไมวันนี้รู้สึก หงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ ไม่อยากจะนั่งอยู่ตรงนี้เลย อยากจะกลับบ้านมากกว่ามันรู้สึกกระวนกระวายแปลก คือตั้งแต่ที่รู้ว่ากันต์ธีย์มีลูกมีเมียแล้ว และกันต์ธีย์คือเด็กที่อากันมาฝากอีก มันสบสนตีกันวุ่นวายไปหมด ตกลงหมอนี้ยังไงแน่ เป็นไบเหรอว่ะ จนกระทั่งคุณนิน่ามาถึงเขาก็มานั่งข้างผมทันที

“นิน่าไปถามมาให้แล้วนะคะ “นิน่าบอกผมก่อนจะหันมายิ้มให้ผม

“ขอบคุณครับ”

“อย่าเพิ่งค่ะ ขอแลกเป็นไลน์ได้ไหมคะ แล้วนิน่าจะบอกให้” ผมหันมามองหน้าเพื่อน แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ไอ้ราเชนมันก็หยิบมือถือผมมาและเปิดเพื่อจะได้แลกไลน์กันไป จนนิน่าได้ไลน์ผมไปสมใจ พอเขาเข้าไปโปรไฟล์ของผม เขาก็เงยหน้าขึ้นมองผมพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นี้คุณเป็นลูกชายมหาเศรษฐีเลยนะคะ”ดูจากกิริยาที่แสดงออกอย่างชัดเจน เพื่อนๆผมพยักพเยิดกันทุกคน ผมต้องเหลือกขึ้นบนก่อนจะหันมายิ้มให้เธอ

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ เพราะนั้นคือเงินครอบครัวผมครับ ไม่ใช่เงินของผมเองคนเดียว เออว่าแต่นิน่าจะบอกผมได้หรือยังล่ะครับ ผมอยากรู้ครับ” ผมหันมาบอกเธอ ให้เธอรีบบอกผมมาซะทีซิ

“ถ้าบอกแล้ว ชวนนิน่าไปทานข้าวด้วยได้ไหมคะ เพิ่มอีกอย่าง” ข้อต่อรองเริ่มเพิ่มมาเรื่อยๆ เลยน่ะ

“เออ คือผมยุ่งนะครับ”

“งั้นนิน่าก็ ไม่อยากบอกค่ะเพราะว่ามันเสียงมากที่จะโดนไล่ออกค่ะ” เธอพูดก่อนทำท่าจะเดินออกไป แต่ผมดึงแขนเธอไว้ เธอรีบเซถลามาหาผมทันที แถมกอดผมด้วย

“ขอโทษนะคะ นิน่าเสียหลักนะคะ”

“ครับ ไม่เป็นไร ผมจะชวนไปทานข้าวแล้วกันนะครับแต่รบกวนบอกผมที เรื่องนี้สำคัญกับผมจริงๆ ครับคุณนิน่า” ผมพูดจาอ้อนวอนกับเธอ

“ก็ได้ค่ะ บอกก็ได้ค่ะ ขอนั่งใกล้ๆ นะคะ” นิน่าพูด ผมพยักหน้าให้ นาทีนี้อะไรก็ต้องยอมว่ะ

“นิน่าพอรู้มาบ้างนะคะแต่นี้ไปถามคนด้านในมาให้ มีคนที่ทำงานในวันที่เคาท์ดาวน์ด้วยนะคะ เขาบอกนิน่ามาว่า ที่วันนั้นที่คุณบอกว่ามีคนชงเหล้าคนใหม่ เขาบอกไม่มีคนใหม่ค่ะ คนชงเหล้าหรือนั่งดิ้งนะคะ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กคนเดิมๆ แต่วันนั้นที่มีคนใหม่นะคะ เขาเป็นผู้จัดการร้านคนใหม่ค่ะ และมาเรียนงานกับพี่คนเก่า ก็คือพี่กฤษณ์ค่ะ คนที่เพิ่งหายไปไม่กี่เดือนนี้นะคะ” ผมหันไปมองนิน่าว่าแน่ใจแล้วเหรอว่าไม่มีเด็กใหม่มาชงเหล้าน่ะ

“จริงค่ะ ไม่มีคนใหม่”

“แล้วผู้จัดการคนใหม่คนนั้น คือใครชื่ออะไรรู้ไหมครับ” ผมถามนิน่า

“เขาลืมกันไปหมดแล้วค่ะ เพราะว่ามันนานแล้วและน้องเขาก็มาวันเดียวเองค่ะ ก็หายไปเลยไม่มาอีกและทุกคนก็ไม่มีใครรู้เรื่องที่เกิดขึ้นด้วยค่ะ เขาเลยไม่สามารถจะบอกกับนิน่าได้อีกค่ะ ทำไมเหรอคะ หรือว่าคุณชอบผู้ชายคะ “นิน่าพูดก่อนจะขยับเข้ามาแนบชิดเอาคางเกินไหล่ผม ผมก็หันไปมอง

“คุณทำแบบนี้เขาไม่ว่าเอาเหรอครับ”

“ก็นิน่าคือผู้จัดการร้านนี้ค่ะ “นิน่าพูด ผมก็หันไปมองหน้าเพื่อนผม ไม่เห็นจะได้อะไรเลย และจู่ๆ โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น

//พี่เธียร!! พี่ให้ป๊ากับม๊าพี่มาบอกกับพ่อและแม่ของแพรวาแบบนี้ได้ยังไงแพรวาไม่ยอม!!! ตอนนี้พี่อยู่ไหนแพรวาจะไปหาพี่เดี๋ยวนี้เลย” เสียงแพรวาแพดดังมาในมือถือของผม ผมหันมามองเพื่อนๆ

“แพรวา”

“พี่อยู่ไหน!!!”

“พี่จะกลับแล้วค่ะ พี่แค่มาคุยธุระแพรวา”

“แพรวาจะไปหาพี่เดี๋ยวนี้!!! “และแพรวาก็วางสายไป ผมก็หยิบมือถือมาดู แพรวาจะมาได้ยังไง และผมก็เห็นว่ามันโชว์โลเคชั่นได้ ใครตั้งว่ะนี้ ผมก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที

“พวกมึงรอนี้น่ะ แพรวามาแล้วพากลับบ้านด้วย “ผมพูดและทุกคนก็ตกใจไม่แพ้กับผม

“ไอ้เชี้ยเธียร!! มึงทิ้งระเบิดให้พวกกูกู้เหรอไอ้สัส!!” เสียงพวกมันด่าผมทันที

“คุณเธียร คุณจะไปไหนคะ ไหนคุณบอกว่าถ้าฉันบอกสิ่งที่คุณต้องการแล้วคุณจ่ะ”

“ผม ต้องรีบไป แล้วผมจะโทรไปบอกน่ะว่าเมื่อไหร่ที่เราตกลงกันน่ะคุณผู้จัดการ บายครับ” ผมพูด เขาคงไม่รู้ว่าผมบันทึกการสนทนาของผมกับเขาเอาไว้ด้วย ไม่ได้แอมผมหรอกแม่คุณคนสวย!! ที่เมืองไทยผมไม่ทำเพราะว่าผู้หญิงไทยต้องการผูกมัดแต่ที่เมืองนอกเราเท่าเที่ยมกัน ผมทำเขามีความสุขเขาก็ทำให้ผมมีความสุข เซ็กส์เฟรนด์ ผมรีบวิ่งอ่าวออกจากมาผับทันที ผมรีบไปบอกเด็กฝากรถให้เอารถไปให้ผม เวรกรรมจริงๆ ผม นี้ป๊ากับม๊าไปคุยกันยังไงเนี๊ยะ! ที่แน่ๆ ไม่กล้ากลับบ้าน ไปนอนบ้านอาม่าดีกว่าคืนนี้

//ฮัลโหล //อากันตภณกดรับสายของผมทันทีเช่นกัน
//ว่าไงเธียร//
//อากัน ผมจะไปนอนบ้านอาม่าคืนนี้อ่ะ นี้ผมกำลังจะออกจากผับครับอา//
//ไปเที่ยวผับอีกแล้วเธียร นายเพิ่งจะโดนพ่อด่าไปไม่ใช่เหรอว่าอย่าเหลวไหลน่ะ//อากันถามผม
//พอดีผมออกมาทำธุระน่ะครับอา ผมมาคุยธุระกับเพื่อนจริงๆ ครับอาและผมกลับไปบ้านไม่ได้ แพรวาตามหาผมอีก ผมจะบ้าตายแล้วอา//
//ก็อยากหล่อช่วยไม่ได้//
//อาจะกลับบ้านแล้วเธียร //อากันตภณบอกผม
(บีมน้องลูกโซ่ไข้ลงแล้วใช่ไหมครับ และแน่ใจน่ะว่าอยู่ได้) ผมได้ยินเสียงอาคุยกับใครสักคน น้องลูกโซ่เหรอ จะใช้คนที่อยู่ที่โรงเรียนผมคนนั้นไหมน่ะ แต่ว่าบีมนี้ชื่อนี้คุ้นมากๆ
//อาผมไปที่บ้านเลยน่ะบ้านเลยนะครับ ผมกำลังจะขับรถออกไปครับ”
//โอเคเธียร// ผมก็กดวางสายของอากันตภณ ผมเข้าไปนั่งในรถ ผมรีบส่งข้อความหาไอ้ไปส์ก่อนเลย

// ไอ้ไปส์ ถ้าว่างโทรหากูด้วย กูมีเรื่องจะถามเกี่ยวกับเด็กที่ชงเหล้าวันเคาดาวน์ว่ะ // ผมส่งข้อความหาไอ้ไปส์ เพราะว่ามันน่าจะรู้เรื่องน้องคนนั้น ก็ตอนที่ผมคุยกับไปส์มัน มันบอกว่ามันกลับมาที่นี้อีกและมันก็เอาเงินอุดเพื่อว่าถ้าน้องเขามาถามหาผม โดยที่ผมเองก็ไม่ได้บอกให้มันทำ แต่ผมเข้าใจมันน่ะ มันคงไม่อยากให้น้องเขาเอาเรื่องผม มันรู้ว่าพ่อไม่เข้าข้างผมแน่ๆ แต่แปลกว่าทำไมน้องเขากลับไม่ตามหาผมเพื่อให้ผมมารับผิดชอบหรือเรียกร้องเงินจากผมเลย นี้ก็เงียบไปเฉยๆ อีก กลับต้องมาเป็นผมเองที่มาตามหาเขา

//ฮัลโหลม๊า//ผมโทรหาม๊าของผม
//เธียรเจอแพรวาหรือยัง//
// ผมคิดว่าเธอคงไปเจอเพื่อนๆ ผมแทนนะครับ เพราะว่าผมออกมาแล้วครับม๊า//
// ม๊า ผมไปค้างบ้านอาม่าน่ะ ม๊าไม่ต้องบอกเขาน่ะว่าผมไปนอนที่นั่นน่ะ ผมไม่อยากประสาทกินและพาให้นอนไม่หลับม๊า//
//ม๊าว่าจะโทรบอกว่า ป๊าจะส่งเราไปอบรมน่ะ เรื่องการบริหารงานระบบการศึกษาน่ะ ไปกับเฮีนธามเขาน่ะ พรุ่งนี้ //
//ไปกี่วันครับม๊า//
//สามวัน ม๊าแพ็คกระเป๋าให้และพรุ่งนี้เฮียธามไปรับล่ะที่บ้าอาม่าน่ะ//
//ครับม๊า เธียรรักม๊าน่ะ//
// ม๊าก็รักเธียร ดื้อกับป๊าให้น้อยลงหน่อยจะดีมากเธียร และแค่นี้น่ะเธียร // ม๊าบอกผม ก่อนจะวางสายไป ผมขับรถมาถึงบ้านอาม่าแล้วขณะที่ผมกำลังจะถึงหน้าประตูรั่วบ้านของอาม่าเ ผมเห็นรถเก๋งคันหรูของอากันตภณจอดอยู่โดยมีรถเก๋งอีกคันจอดต่ออยู่เช่นกัน แต่ผมเลือกที่จะขับผ่านไปเอารถเข้าบ้านก่อน ผมใช้รีโหมดทีมีกันทุกคน กดเปิดประตูรั่วบ้าน ผมออกมาจากรถ เห็นผมแหงนหน้าขึ้น ผมเห็นไฟในบ้านยังเปิดอยู่ อาม่าคงยังไม่นอน ผมเลือกเดินย้อนออกมาและเห็นว่าอากันคุยกับใครอยู่ ดูสีหน้าจากไฟสลัวๆ ที่ส่องมา สีหน้าอากันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และอีกคนก็หน้าคุ้นๆ คุ้นตาผมมาก

“อ้าวเธียร” อากันหันเห็นผมเดินออกมาพอดี

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้อากันและอีกคนผมไม่แน่ใจว่าเขาคือใครกันแต่ก็ยกมือไหว้เอาไว้ก่อน

“ไอ้เจ้าเธียรไง” อากันบอกคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม เขาก็ทำท่าคิดก่อนจะ

“ลูกชายพี่เกริกคนเล็ก คนที่ ตอนที่กันไปรับที่เรียนพิเศษและกันไปรับสายเลยเวลาเลยทำให้โมโหหิวและยังงอแงจะกินพาสต้าด้วยใช่คนนั้นไหมล่ะ” ผมก็ขมวดคิ้ว พี่เขารู้ได้ไง ใช่เมื่อก่อนอากันต้องคอยตามรับตามส่งผมตอนไปเรียนพิเศษและเหตุการณ์นี้ก็ถูกต้องซะด้วย

“อืมม มันนี้แหละ ไอ้หลานเอาแต่ใจในตอนนั้นน่ะ” อากันพูดก่อนจะหันมามองผม

“โตเป็นหนุ่มแล้วน่ะเนี๊ยะ เห็นแบบนี้รู้สึกตัวเองแก่ไปเยอะเลยน่ะ” พี่เขาพูดปนหัวเราะ ก็แน่ล่ะ พี่เขารุ่นเดียวกับอาผมและอาผมก็อ่างจากผมตั้งสิบหกปี

“พี่ภีมไงเธียร ตอนนี้เป็นคุณหมอภีมปภพไปแล้ว “อากันบอกผม ผมพยักหน้า

“อ้อผมจำได้แล้วครับ ผมไม่เจอพี่นานมากเลยน่ะครับ “ผมพูดก่อนจะมองไปที่รถเก๋งของอากัน แต่แปลกน่ะทำไมไม่เข้าไปคุยกันในบ้าน

“แล้วนี่ทำไมมาหาอาม่าดึกจังล่ะเธียร อาม่านะเข้านอนแล้ว อาม่าเขาทานยา ยามันก็ทำให้อาม่าง่วงเลยต้องเข้านอนเร็วน่ะ “อากันบอกกับผม

“ผมมานอนนี้ครับอา”

“หนีสาวมาอีกแล้ว “อากันดักคอไว้ทันที

“เออ กัน ถ้าอย่างนั้น กลับก่อนน่ะ”

“อืมม กลับเถอะ “อากันบอกพี่ภีมปภพ ผมก็ยกมือไหว้ พี่เขากันมารับไหว้ผมก่อนจะหันมามองหน้าอากันเหมือนเขายังมีเรื่องค้างคาที่จะพูดกันอยู่

“เข้าบ้านไปก่อน อาจะเอารถเข้าไปเก็บน่ะเธียร “อากันบอกผม ผมก็พยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปแต่ก็หันมามองพี่หมอ พี่หมอเขามองอากันแปลกๆ จะว่าไปตั้งแต่อากันแต่งงานกับอาหลิน ผมก็ไม่เห็นพี่เขามาหาอากันอีกเลย ส่วนผมน่ะ พอเข้ามหาวิทยาลัย เป็นหนุ่มเนื้อหอมมาก แทบไม่ได้เจออากัน อากันหย่ากับภรรยาตอนไหนผมเองยังไม่รู้เลย และยิ่งไปเรียนที่เมืองนอกผมก็มีแค่โทรคุยกับอาบ้างแค่นั้นเอง โทรมาปรึกษาเรื่องเรียนนี้แหละ

   ผมเดินเข้ามาก็เห็นอาม่าเดินออกมาจากห้องพัก อาม่าพักชั้นล่าง เพราะว่าอาม่าเดินขั้นเดินลงไม่ไหว แต่ห้องนอนอาม๊าพ่อผมทำให้อย่างดี สะดวกสบายมาก

“อาเธียร ลื้อมาทำไมดึกๆ ดื่นๆ ฮะ” อาม่าถามผม ผมตรงเข้าไปกอดอาม่า

“ไม่ต้องมากอดเลย ที่ดีดีไม่มา พอมีเรื่องล่ะ มาเชียวน่ะมึงน่ะ และนี้มึงมีเรื่องมาอีกแล้วซิ ไอ้เธียร “อาม่ารู้ทันเธียรตลอดเลย

“แล้วนี่มาคนเดียวเหรอ ลูกเมียไปไหนล่ะ” ผมถึงกับเงยหน้ามองอาม่า

“อาม่า ผมยังไม่มีเมีย”

“ซี้ซั้วต่างนะมึงน่ะ อาม่าเห็นอยู่ หน้าเหมือนมึงเลยไอ้สีเทียน และอาก๋งสอนว่าอย่าโกหก จำไม่ร่ายหรือไง ไอ้สีเทียน” อาม่าพูด เรียกชื่อเพี้ยนอีกต่างหากอาม่า

“อาม่า ผมชื่อเธียรวิชย์ไม่ใช่สีเทียน”

“เธียรวิชย์อั๋วตั้งเองทำไมจะไม่รู้ แปลว่านักปรารญ แต่มึงน่ะ ไม่ต่างอะไรกับสีเทียน ไม่ได้เรื่อง”

“อาม่าพอแล้วป๊าด่าทุกวันแล้ว นะอาม่านะ อย่าด่าเธียรเพิ่มเลยน่ะ” ผมกอดอ้อนอาม่า

“อาม่าล่ะเบื่อเราจริงๆ เล๊ย!! “อาม่าพูดก่อนจะถอนหายใจออกยาวๆ และอากันก็เข้ามาพอดีเลย

“อ้อนอะไรอาม่าอีกล่ะเธียร” อากันถามผมปนหัวเราะ

“ตกลงนี้มาทำไมเนี๊ยะฮะ” อาม่าถามผมอีก

“มันหนีสาวมานอนที่นี้ไงม๊า” อากันตอบแทนผม

“พี่โสน เดี๋ยวขึ้นไปจัดห้องรับแขกข้างบนให้หลานผมหน่อยนะครับพี่” อากันบอกกับคนรับใช้ในบ้าน

“ม๊า ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะ” อากันถามอาม่า

“ก็ได้ยินเสียงเราคุยกับใครอ่ะ ใช่อาภีมหรือเปล่าอ่ะ ม๊าจำเสียงได้”

“เออ ไม่มีม๊า ผมไม่ได้คุยกับใครหรอกม๊าและภีมก็ ไม่ได้มา ภีมมันทำงานที่โรงพยาบาล ม๊าก็เจอไม่ใช่เหรอวันนี้น่ะ” อากันตอบอาม่าว่าไม่ได้คุยกับใครทั้งที่อากันยืนคุยกับพี่หมอภีมนี่น่ะ ผมหันไปมองอาหัน อากันส่ายหน้ากับผม

"ก็เจอไง เจอลูกไอ้เธียรด้วย " อาม่าบอกอากัน อากันถึงกับสะบัดหน้ามามองอาม่า ผมหันไปพยักพเยิดกับอากัน

"ม๊า ไอ้เธียรมันยังไม่มีครอบครัวเลยมันจะมีลูกได้ไงม๊า"อากันพูดและอาม๊าก็หันขวับไปทันที

"พวกลื้อนี้หาว่าอั๊วแก่แล้ว ซี้ซั้วเหรอ" อาม่าพูด พร้อมกับทำท่าหงุดหงิดด้วย

"โอเคม๊า มีก็มี " อากันยกมือขึ้น ก่อนที่อาม่าจะโมโหมากไปกว่านี้ ส่วนผมนี่หันไปมองอากันทำท่าจะค้านแต่ อาทำนิ้วจุ๊ปากว่าไม่ให้ผมพูดต่อ

“เธียรว่าอาม่า เข้านอนเถอะน่ะเธียรพาไปเอง และผมจะขึ้นไปอาบน้ำแล้ว พรุ่งนี้เจ๊ธามมารับแต่เช้าอาม่า” ผมบอกกับอาม่า

“ลื้อมีพี่สาวด้วยเหรออาเธียร” เวรแล้วผม อาม่าหันมาถามผมทันที อากันก็หันมามองผมด้วย (ถ้าเจ๊ธามรู้เธียรตายอีก ไอ้เธียรเอ๊ย)

“ไม่มีอาม่า”

“มึงบอกเจ๊ธามมึง เฮียมึงมันแปลงเพศแล้วเหรอ เดี๋ยวอาม่าจะไปวีดีโอคอลหาป๊ามึงอ่ะ” อาม่าไม่พูดเปล่าทำท่าจะลุกไปแถมยังจะวีโอคอลเลยเหรอม่า

“เดี๋ยวอาม่า!! “ผมรีบถึงแขนอาม่าไว้ก่อน

"วีดีโอคอลเลยเหรออาม่า"

"เห็งหน้าไง คุยแล้วเห็งหน้าอ่ะ มึงไม่เคยเหรอ แม้ที่อย่างนี้โลวเทคนะมึงน่ะ" อาม่าหันมาบอกผมอีก ผมต้องเกาที่ท้ายถอยตัวเอง

"ผมรู้จักน่ะอาม่า เธียรโทรหาม๊าบ่อยตอนขอเงินอ่ะ แต่กับป๊าไม่กล้าน่ะ ฝากข้อความตลอดกลัวป๊าด่า และตอนนี้มันก็ดึกแล้วด้วยอาม่า และป๊ากับม๊าก็นอนแล้ว อย่าโทรเลย กวนเขาเปล่าๆ " ผมบอกอาม่า ถ้าให้โทรไปนี้คงไม่มีใครได้นอนแน่ๆ

“อาม่า ผมเรียกเฮียธาม ไม่ใช่เจ๊ธาม อาม่าได้ยินผิดไปแล้วน่ะ สงสัยอาม่าจะง่วง ไป ผมพาไปนอนน่ะอาม่าน่ะ” ผมรีบบอกอาม่า เอาหัวไถอาม่าออดอ้อนหน่อย

“งั้นผมขึ้นห้องก่อนน่ะม๊า “อากันบอกก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน ผมหันไปดูรูปวงศ์ตระกูล ผมยังเรียนชั้นมัธยมปลายอยู่เลยเฮียธีเรียนจบแล้ว ส่วนเฮียคนอื่นก็ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ และ อากันก็เพิ่งแต่งงานใหม่ กับอาหลิน ภาพนี้อาก๋งยิ้มมีความสุขมากที่ลูกๆ หลายอยู่กันพร้อมหน้า ลูกสาวของอี๊หงส์ก็ยังเรียนมัธยมปลายกับประถมอยู่ ผมคิดถึงอาก๋งน่ะ

“อาม่าก็คิดถึงอาก๋งน่ะเธียร อาม่ายังคิดถึงตอนที่เรายังเด็กเล็กนิดเดียวอยู่เลย “อาม่าพูดขึ้น

“แล้วทำไมวันนี้ไม่พาลูกพาเมียมาด้วย” อาม่าถามผมอีกแล้ว ผมต้องเอาฝ่ามือแตะหน้าผากตัวเอง

“ไปนอนดีกว่าอาม่า ผมจะขึ้นนอนแล้วน่ะ ผมว่าอาม่าง่วงนอนแล้วแหละเนี๊ยะ”

“ทะเลาะกับเมียมาหรือไง รู้ไหมคนในบ้านน่ะสำคัญมากๆ อาก๋งน่ะสอนป๊าเราตลอดเห็นไหม ป๊าเรานะรักม๊าเราแค่ไหน รักและให้เกียรติคนที่เรียกว่าภรรยา คนที่เป็นแม่ของลูกอ่ะ คนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข เราก็ต้องทำอย่างป๊าเขาน่ะเธียรน่ะ ขนาดม๊าเราน่ะ อาก๋งเป็นคนเลือกให้ป๊าเราไมได้เลือกเองน่ะ แต่ป๊าก็รักม๊าเรามากน่ะทั้งที่ไม่ได้เลือกเอง และนี้เราได้เลือกเองไม่ต้องมีใครมาเลือกให้เหมือนอากันเขาด้วย ได้เลือกเขามาแล้วก็ต้องดูแลเขาดีดีน่ะเธียรน่ะ และยิ่งเขาต้องเป็นแม่ของลูกเราด้วยน่ะ ต้องเอาใจเขามากๆ ผิดนิดผิดหน่อยให้อภัยกัน รู้ไหมเธียร” อาม่าบอกผมแววตาที่มองอย่างเอ็นดู ผมเห็นมาตั้งแต่ผมจำความไม่ได้ เพราะว่าม๊าป่วยในตอนนั้น

"อาม่า ถ้าผมได้เลือกใครสักคนมาโดยที่ไม่ได้เลือกเพราะรักแต่ต้องเลือกเพราะว่าผมต้องรับผิดชอบล่ะอาม่า "ผมถามอาม่า อาม่ามองหน้าผมอีกครั้ง

" จะด้วยเหตุผลอะไรมันก็ไม่สำคัญหรอกอาเธียร แต่มันสำคัญหลังจากหลังจากนั้นน่ะ จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ไหม เขาเป็นแม่ของลูกลื้อได้ไหม แม่น่ะ เป็นง่ายน่ะเป็นได้ทุกคนแหละแต่แม่ที่ดีน่ะหายาก ลื้อมีแม่ที่ดี ลื้อน่าจะรู้น่าอาเธียร และขนาดคนรักกัน รักกันมากปานจะกลืนกลิ่น เลิกกันก็เยอะแยะไป ไปหาหนังสือซุบซิบดารามาอ่านไป๊" อาม่าบอกผม ผมต้องเกาหัวเล็กน้อยตรงที่อาม่าให้ผมไปหาหนังสือซุบซิบดารามาอ่านนี้แหละ

“ครับอาม่า งั้นอาม่าเข้านอนดีกว่าน่ะ ดึกแล้วอาม่า เธียรรักอาม่าน่ะ งั้นเธียรไปนอนก่อนน่ะอาม่า ฟ๊อด!!” ผมบอกอาม่า อาม่ายกฝ่ามือลูบบนหัวผมเบาๆ และพี่คนใช้ที่ดูแลอาม่าก็เข้ามาประคองอาม่าเข้าไป

        ผมยืนมองอาม่า ก่อนจะปิดประตูลง ขนาดอาม่าไม่ค่อยได้ออกไปไหน อาม่ายังบอกว่าเธียรวิชย์น่ะมีลูกมีเมียแล้วเลย ตั้งแต่ที่อยู่อังกฤษแล้วน่ะ ผมต้องตามหาเด็กคนนั้นให้เจอให้ได้ ผมกำลังเดินขึ้นไปบนห้องนอนแต่จะว่าไปผมก็ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาเลย ผมไม่ได้มานอนบ้านอาม่าหลายปีแล้วด้วย ห้าปีได้แล้วมั้ง เสื้อผ้าก็ไม่มี ไปดูห้องอากันดีกว่า เพราะว่าอากันก็ไม่ใช่คนตัวใหญ่ไปกว่าผม ความสูงก็ไล่ๆ กัน

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะห้องนอนอากัน แต่ว่าไม่มีการตอบรับ ผมเลยเลือกที่จะเปิดประตูเข้าไปเลย อากันไม่ได้ อยู่ในห้องนอน ผมกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง ผมก็เห็นประตูริมระเบียง หน้าห้องนอนอากันเปิดแง้มเอาไว้ สงสัยอากันจะออกไปยืนรับลงด้านนอกแน่ๆ

//อะไรน่ะ เป็นไปไม่ได้หรอกภีม ที่ลูกของบีมจะหน้าเหมือนเธียรวิชย์ ตาฝาดไปหรือเปล่า อาจจะมองไม่ชัดก็ได้น่ะ เพราะว่ามันมืดและไม่ค่อยสว่างด้วย //

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเลยเคาะกระจกก่อน อากันหันมามองหน้าผม ผมดูจากชุดที่อากันสวมอยู่นั้นแปลว่าอากันอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว

“ว่าไงเธียร” อากันหันมาถามผม

“อาผมไม่มีเสื้อผ้าเลยอ่ะ”

“ดูในห้องเสื้อผ้าของอาน่ะ เลือกเอาเลยเธียร อามีชุดใหม่ๆ อยู่หลายชุด และชุดชั้นในใหม่ๆ ก็มี เลือกเอาเลยเธียร” อากันบอกผม ผมก็ยกนิ้วโป้งให้ ว่าไม่กวนแล้ว แต่มันทำให้ผมคิดน่ะว่า ใครอีกน่ะบีมและลูกเขาหน้าเหมือนเธียรวิชย์ ใช่ผมหรือเปล่าว่ะ หรือว่ามีใครที่ชื่อซ้ำกับผมอีก ชื่อโหลไปไหมว่ะ ขนาดกันต์ธี เขายังมีคนที่เขาไม่ชอบขี้หน้าก็ชื่อเดียวกับผมอีก แต่จะว่าไป ผมยังไม่เคยถามกันต์ธีเลยน่ะว่า เขาชื่อเล่นว่าอะไร เรียกแต่ชื่อเต็มๆ มาตลอด และนี้ผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย สิ่งที่ผมฝันมาตลอด ทำยังไงถึงจะได้เจอคนนั้น ในคืนนั้น ถ้าเจอแล้ว ผมจะทำไงดีว่ะ รับผิดชอบเหรอว่ะ ?

TBC.....
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.2 คำตอบของเธียรใกล้เข้ามาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 10-03-2021 12:24:05
 :hao6: :hao7:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.2 คำตอบของเธียรใกล้เข้ามาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: p_phai ที่ 10-03-2021 21:28:21
 o13
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.12.2 คำตอบของเธียรใกล้เข้ามาแล้ว
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 10-03-2021 23:22:56
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 11-03-2021 07:20:26
EP.13 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งแรก)      

         Part’ sเธียรวิชย์ ผมหลบหน้าหลบตาแพรวาไปสองสามวัน และนิน่าก็คอยส่งข้อความมาหาผมจะให้ผมพาไปทานข้าวอีก เพราะว่าเขาได้เอาความลับมาบอกกับผม ผมก็ปฏิเสธตลอด ผมบอกว่าผมยุ่งอยู่ และถ้าว่างจะโทรไปบอก แต่นางก็ขยันส่งข้อความมาหาและพยายามจะโทรหาผมผ่านไลน์แต่ผมก็ไม่ยอมรับ จนผมส่งข้อความไปบอกเธอว่าผมมีคลิปเสียงที่เธอนำความลับภายในที่ทำงานมาบอกผม ผมจะส่งให้เจ้าของผับ เท่านั้นแหละนางก็เงียบไปเลย

   พอกลับมาถึงก็ต้องออกไปประชุมกับทีมผู้บริหารของแต่สาขา และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น พี่ธี พี่ธามและพี่ธันก็ไป พอประชุมเหมือนกัน พอเสร็จปุ๊ปผมก็รีบกลับมาโรงเรียนของทันทีโดยยังไม่ได้คุยอะไรกับเฮียเลย รู้สึกแปลกๆ ที่ไม่ได้เจอกันต์ธีย์มาสองวัน และที่แปลกไปอีกอย่างคือผมก็เลือกเดินเข้ามาทางเนอส์เซอรี่แทน ผมหลือบไปมองเวลาที่นาฬิกาเรือนสีทองที่ข้อมือผมตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงเช้า จะว่าไปผมก็ยังนึกถึงเด็กตัวขาวๆ ราวกับก้อนเต้าหู้ ดวงตากลมโตนั้น คิ้วนี้หนามากแต่กลับโค้งสวยรับกับปลายจมูกโด่งรั้นนั้นขนตาที่งอนราวกับตุ๊กตาบาบี๋ แล้วนี้ผมจะมาเดินผ่านแผนกเด็กอ่อนทำไมน่ะ

“ปึก” ผมก็ต้องชะงักเท้า ก่อนจะหันไปมอง คนที่อยู่ด้านหลังกระจกใส่ ไม่ใช่ใครอื่นเจ้าลูกโซ่ เด็กที่ผมบรรยายอยู่นี้แหละ และคือคนที่พยายามจะกินเนกไทผมวันก่อน ผมถอยหลังกลับมามอง เด็กน้อยเกาะกระจกยืน และยิ้มตาหยี เหมือนเขากำลังอวดฟันที่กำลังโผ่ออกมาให้ผมดู ทำไมน่ะเด็กคนนี้ถึงทำให้ผมยิ้มได้ทุกที รอยยิ้มนี้มันคุ้นเคยเหมือนผมเคยเห็นในกระจก  ผมก็ย่อตัวลงมองเด็กน้อยนั้น เขาเคาะกระจกตอบ ทำปากจู๋กับกระจกบานใหญ่ ราวกับเขาคือเจ้าปลาดูดกระจก ผมก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปที่ประตู

    ผมเปิดประตูเข้าไปทันที ครูพี่เลี้ยงทุกคนหันมามองผมกันหมด ผมก็หันไปมองตำแหน่งที่ผมเห็นเป็นก้อนขาวๆ เพราะว่าตัวขาวจั้วะ ผมเดินตรงไปหยุดมอง (ผมแอบแปลกใจตัวเอง ผมไม่ชอบเด็กมาก่อน ไม่เคยอยากอยู่ใกล้เด็กเพราะว่ายังไม่เคยมีหลานแต่ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ทำให้ผมรู้สึกอยากรู้จักอยากมาหา ทั้งที่วันแรกก็ฝากน้ำลายไว้เป็นที่ระลึกขนาดนั้น แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่ามีคนที่เพียบพร้อมเหมือนม๊าของผมบนโลกนี้อีกคนไปพร้อมๆกันแต่เขากลับเป็นผู้ชายนั้นก็คือคือกันต์ธีย์  เนกไทนั้นกลิ่นน้ำยาที่เขาใช้ซักยังหอมติดปลายจมูกผมอยู่เลย)

“ปะ ปะ ปะ” พอเงยหน้าขึ้นมาก็ยื่นมือมาบนอากาศ เหมือนเรียกผมเลย ผมก็ย่อตัวลง นั่งยองๆเด็กน้อยยึดเกาะขาผมขึ้น ผมก็ใช้มือประคองอัตโนมัติเพราะว่ากลัวเจ้าก้อนขาวๆ นี้จะล้มลงไป

“ไม่เจอกันสามวัน ทำไมคิดถึงเหรอ” ผมถามเด็กน้อย เขากำลังมองหาเนกไทของผมแน่ๆ

“วันนี้ไม่ได้ใส่มาก เพราะว่าไม่มีคนผูกให้ “ผมพูดกับคนตรงหน้า ไม่รู้เข้าใจไหมแต่ก็ยิ้มตาหยีมาให้ผม ดีที่ตาโตเลยยังเห็ฯ ตาดำกับเขาบ้าง ที่ไม่ผูกไทมาเพราะว่าม๊าของผมไปกับป๊าไม่อยู่ ไปไหนก็ไม่รู้แต่เช้า และผมเองก็เพิ่งจะกลับมาพร้อมกับเฮียธามตอนดึกแล้ว เลยไม่ได้เข้าไปถามก่อน แต่ไม่ผูกวันหนึ่งคงไม่เป็นไร

“คุณเธียรค่ะ” ครูพี่เลี้ยงเดินมาหาผม ผมหันไปมองเธอก่อนจะลุกขึ้น แต่ลืมไปว่าเจ้าก้อนขาวๆ นี้พิงผมอยู่ ผมก็รีบคว้าลอยติดมือขึ้นมาอุ้มไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงได้ลงไปกลิ้งให้เจ็บตัวอยู่บนพื้นแน่ๆ แต่ว่ามันทำให้สายตาสายคู่ของบรรดาครูพี่เลี้ยงพากันหันมามองผมกับเจ้าก้อนเต้าหู้กันหมด

“มีอะไรเหรอครับ” ผมถามทุกคน ทุกคนมองผมกับเจ้าลูกโซ่สลับกันไปมา

“ผมถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่าครับ” ผมถามย่ำอีกครั้ง

“ไม่มีค่ะ!! “เสียงประสานกันก่อนจะหันไปหาอะไรทำทันที ผมหันมามองครูที่มาเรียกผม เขาก็มองผมกับลูกโซ่สลับกันไปมา

“บังเอิญไปไหมคะ “ครูพี่เลี้ยงถามผมแบบกล้าๆ กลัว”

“บังเอิญอะไรเหรอครับ คุณครูพี่เลี้ยงครับ” ผมถามครูพี่เลี้ยงกลับ

“ใบหน้าน้องเขากับใบหน้าของคุณเธียรวิชย์นะคะ เหมือนกันมากจนแยกไม่ออก แต่ไม่น่าจะใช่ค่ะ เพราะว่าน้องเขาก็มีพ่อของเขานะคะ “ครูพี่เลี้ยงบอกผม ผมก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมาเหล่มองเด็กน้อยก่อนจะหันหน้ามาครูพี่เลี้ยงอีกที

“แต่ตั้งแต่น้องมาอยู่ที่นี้เกือบอาทิตย์ ไม่เคยเห็นคุณแม่น้องมาเลยนะคะ มีแต่คุณพ่อนะคะ” ผมถึงกับขมวดคิ้ว ก็เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเหรอ ถ้าอย่างนั้น กับอากันล่ะ ยังไงกันว่ะ

“อ้อมีอีกคนที่มารับมาส่งประจำค่ะ คือคุณกันตภณค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นแฟนกันไหมนะคะ” อันนี้ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ตกลงพ่อของเจ้าหมอนี้เป็นอะไรกันแน่ มีเมียหรือมีสามีกันแน่ ผมกลับมามองเจ้าก้อนเต้าหู้ที่ผมอุ้มอยู่ (ขาวขนาดนี้เปลี่ยนชื่อเถอะผมคิดในใจ)

“คุณเธียรค่ะ!! มีคนมาขอพบค่ะ เขาบอกมีธุระด่วนมากค่ะ และโหวกเหวกโวยวายจะพบคุณเธียรวิชย์ให้ได้ค่ะ ห้ามก็ไม่ฟังค่ะ ขนาดบอกว่าคุณเธียรไปประชุมก็ไม่ฟังค่ะ” ผมหันไปมองคนที่วิ่งมาบอกผม เขาเป็นคนทำงานธุรการที่ส่งมาช่วยคุณกันต์ธีย์แทนปลายฟ้า

“ใครเหรอครับ” ผมถามกลับทันที

“ไม่ได้บอกค่ะแต่เป็นผู้หญิงค่ะ และดูน่าจะอ่อนกว่าคุณหลายปีอยู่ วีนเหวี่ยงเหมือนเด็กไม่ได้ของเล่นเลยค่ะ” ผมไม่ต้องเดาแล้วว่าใคร ผมสูดลมหายใจเขาอย่างเอือมระอา

“เขาอยู่ที่ไหนครับ”

“หน้าห้องทำงานคุณเธียรค่ะ”

“ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้” ผมบอกคนที่มาหาผม แปลกน่ะเขารู้ได้ยังไงว่าผมมาที่นี้ แผนกเด็กอ่อนแบบนี้ด้วย ผมก็ต้องเอาเจ้าก้อนขาวๆ ส่งไปให้ครูพี่เลี้ยงไปอุ้มทันที แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็บังเกิด เมื่อเจ้าก้อนขาวๆ หันมากอดผมหมับและใบหน้านั้นมันก็ตรงพิกัดสองจุดที่ซ้อนอยู่ในเสื้อกรามผม ขนาดซ้อนแล้วน่ะ เด็กน้อยอ้าปากงับทันควันเช่นกัน

“เฮ้ยยย “ผมร้องด้วยความตกใจ พร้อมกับใช้ฝ่ามือดันออกแต่ไม่กล้าออกแรงมากเดี๋ยวเกิดงับติดปากไปล่ะตายเลยผมไม่มีจุกสำรอง แถมยังเอามือกำเสื้อผมแน่นติดมือ ครูพี่เลี้ยงก็พยายามอุ้มดึงออก

“น้องลูกโซ่!! ปล่อยคุณเธียรวิชย์ค่ะลูก!!” ครูพี่เลี้ยงพยาบามบอกเจ้าก้อนเต้าหู้ และบรรดาสายตาครูพี่เลี้ยงคนอื่นๆ ที่มองผมเหมือนถูกกดปุ่มค้างเอาไว้เช่นกัน ทันทีที่ครูพี่เลี้ยงเจ้าก้อนขาวๆ ออกไปได้ ผมก็ต้องก้มลงสำรวจ รอยเปียกเป็นวงกลมรอบๆจุดเล็กที่ติดกับอกแบนๆของผม เจ้าลูกโซ่นี้มันอกชายแท้ นี่หิวจนตาลายหรือไง ผมอยากจะ อืม แต่เด็กน้อยหาได้สำนึกไม่ ยังเอียงคอมองอีกน่ะ และทำปากจ๊วบๆ อีกด้วย และพยายามยื่นมือคว้าผมอีก จนครูพี่เลี้ยงต้องรวบมือไว้ด้วยกัน

“คุณเธียรค่ะขอโทษนะคะ น้องคง…”

“แยกแยะไม่ออกเหรอครับว่าอันไหนเต้านมแม่เขากับเต้านมผมน่ะครับ มันต่างกันน่ะครับเนี๊ยะ และของผมมันก็แบนมาตรฐานชายไทยครับ  “ผมพูดกับครูพี่เลี้ยงที่ยืนมองผมพร้อมยิ้มเจือนมาให้ผมแทน ผมเลยเลือกเดินออกทันที

“เจ้าก้อนเต้าหู้เอ้ย!! อุตส่าห์มาเล่นด้วย เล่นแบบนี้ เดินไปนี้อายเขาไหม” ผมบ่นพึมพำออกไปทันทีและหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมากดซับไปด้วย และพอผมเงยหน้าขึ้นมา ผมก็เจอกับ คุณครูที่พาเด็กๆ เดินออกไปสำรวจนอกห้องเรียน เด็กน้อยน่าจะชั้นประถมปีที่หนึ่ง แต่ละคนมองที่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าและตอนนี้มันก็เปียกเป็นวงอยู่ตรงหน้าอกผม แถมพิกัดชัดเจนมากเจ้าก้อนเต้าหู้สร้างแลนด์มาร์คพอดิบพอดีเลย

“สวัส ดี ค่ะ คุณ เออ คุณ เธียร วิชย์” คุณครูที่ทักทายผม ยังมองเลย มองส่วนนั้นของผมนั่นแหละ

“พอดีผมทำน้ำหกใส่ตัวเองนะครับ”

“อ้อค่ะ เป็นวงเลยนะคะ”

“อุ้ย! ขอโทษทีค่ะ ไปค่ะลูกไปดูสวนผักกันดีกว่าค่ะ ทางนี้ค่ะ” คุณครูรีบพาเด็กๆ ออกไปอีกทางทันที

“เหมือนแม่เลย แม่ให้น้องกินนม เปียกแบบนี้เลย แม่บอกนมมันไหล่ ลุงมีน้ำนมด้วยเหรอ?” เด็กน้อยชี้มาที่ผมพร้อมคำถามที่เล่นเอาผมยืนกุมขมับแทน วันก่อนต้องถึงกับถอดเอาเนกไทไปซัก วันนี้เธียรวิชย์ต้องถอดเสื้อไปซักด้วยใช่ไหม

“ไม่มีลูกไม่มี ครับเพราะว่าลุงเป็นผู้ชายครับ!!! “ผมบอกเด็กน้อยที่ยืนเอียงคอ เหมือนคำตอบที่ได้ยังไม่ถูกใจ แต่ยอมรับว่านี้คือน้ำจริงๆ แต่นี่น้ำลายเจ้าคนเดิมที่ทำกับเนกไทของผมไว้ เด็กคนนั้นมองผมแบบยังไม่ปักใจเชื่อ ตอนรับสมัครเด็กเข้าเรียนนี้เขาวัดจากระดับไอคิวใช่ไหมเนี๊ยะหลอกยากจริงๆ ผมยิ้มให้ประมาณว่าไม่ตามครูไปเหรอลูก  และคุณครูก็หันมาดันเด็กๆ ให้เดินต่อไปยังแปลงปลูกผัก ผมก็รีบจั้มอ้าวเดินขึ้นบันไดไปทันที ผมเห็นที่ตรงหน้าห้องธุรการ บรรดาครูที่ยืนอยู่สามสี่คน เขากำลังคุยกับกันต์ธีย์ ผมก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีเช่นกัน

“อ้าวคุณเธียรวิชย์มาแล้วนี่ไง” ครูหนึ่งในนั้นเดินมาเห็นผมเข้าก็ชี้นิ้วมาที่ผมทันที

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ผมถามทุกคน ก่อนจะหันไปเห็นที่บอร์ด มีการนำภาพถ่ายมาติดไว้หลายภาพเลย คนที่อุ้มเด็ก หอมเด็ก มันดูน่ารักมากน่ะ แต่ว่าสีหน้าแต่ละคนดูเป็นกังวล

“นี้บอร์ดวันพ่อเหรอครับ จัดเร็วไปไหมครับ ผมถามกลับ เพราะว่านี้เพิ่งจะมีนาคมเอง” ผมถามบรรดาครูที่ยืนมองผม

“คุณเธียรวิชย์ค่ะ คนที่เอามาติดน่ะเขาด่าว่าน้องธุรการค่ะ นี้ค่ะ ว่าเสียๆ หายๆ เลยค่ะและนี้คือการ บูลลี่กันชัดๆเลยนะคะ และมาทำแบบนี้ในโรงเรียนแบบนี้ด้วย เด็กๆมาเห็นเข้าจะไม่เอาตามอย่างเหรอคะ” ครูหนึ่งในนั้นหันมาพูดกับผม ผมก็เดินมาดู จริๆงด้วย ข้อความที่เขียนว่าไว้ต่างๆ นานา เรียกว่าไอ้ตุ๊ด เรียกว่าพวกโรคจิต ไปขอลูกใครมาเลี้ยงบ้าง ผมหันมามองคนนั้นที่อยู่ในภาพ คือคนเดียวกับกันต์ธีย์ไม่มีผิดเพี้ยน

“เขาว่าคุณเหรอกันต์ธีย์” ผมถามกันต์ธีย์ เขาหันมามองผม น้ำใสๆ มันเริ่มปริ่มเที่ขอบตาจนใกล้จะเอ่อล้นออกมา เขาคงเสียใจมาก แต่เป็นใครก็เสียใจและโกรธ แต่ใครกันถึงได้กล้ามาทำแบบนี้ในโรงเรียนแบบนี้อีกด้วย

“ขึ้นไปคุยกับผมในห้องทำงานผมดีกว่าน่ะ” ผมบอกเขา เขาก็เดินตามผมเข้าไป

“ครูครับ ผมรบกวนดึงออกให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ” ผมบอกบรรดาครูที่ยืนดูอยู่ ผมหันมามองกันต์ธีย์ก่อนจะส่งผ้าเช็ดหน้าไปให้ เขาซับน้ำตา

“คุณรู้ไหมว่าใครทำแบบนี้น่ะ”

“ผมไม่รู้ครับ ผมมาถึงก็เห็นแล้วอ่ะครับและวันนี้ผมมาถึงสายเพราะว่าผมพาลูกชายผมไป หาหมออีกครั้งตอนเช้าครับ” กันต์ธีย์พูด

“เขาไม่สบายเพราะว่าผมพาเขาไปฉีดวัคซีนมาวันก่อนและการที่เขามีไข้เขาอาจจะแพ้วัคซีนเลยต้องไปตรวจอีกครั้ง และน้องน่ะคลอดก่อนกำหนดหลายสัปดาห์ด้วยครับ น้องคลอดตอน36วีคนะครับ และผมก็ไม่ได้ไปขอลูกใครมาเลี้ยงอย่างที่เขาว่าผมแบบนั้น  “กันต์ธีย์ตอบผม ผมหันมามองหน้าเขา ผมเองก็พูดไม่ออกจุกแทนไปเลย ใครกันน่ะ แต่ผมเดาว่าปลายฟ้าแน่ๆ

“คุณบอกเรื่องนี้กับอากันหรือยัง” ผมถามกันต์ธีย์

“ยังครับ คุณเธียรวิชย์อย่าบอกได้ไหมครับ เพราะว่าผม เออ ผมไม่อยากให้พี่กันต้องมาเดือดร้อนเพราะผมอีก “กันต์ธีย์พูด ผมเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง

“แต่นายกับอากันเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ เรื่องแบบนี้ แฟนกันก็ต้องช่วยกันซิ” ผมพูดแต่ว่ามันฟังแล้วผมเจ็บเองยังไงก็ไม่รู้ ผมมองหน้ากันต์ธีย์ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าผม จังหวะที่ผมกันธีย์กำลังเดินไปที่ห้องทำงาน ห้องประชุมเล็กถูกเปิดออก บรรดาครูที่เข้าประชุมพาเดินออกมาและแต่ล่ะคนก็หันมามองกันต์ธีย์กัน ทุกคนคงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่บอร์ดแล้ว

“พี่เธียร!!” เสียงที่แหลมจนแสบแก้วหู ดังมาแต่ไกลไม่ใช่ใครอื่น แพรวา เธอเดินสับเท้าที่สูงปรี้ดมาหาผมทันที

“พี่เธียรไปไหนมาค่ะ ตั้งแต่วันที่พี่ไปที่ผับที่พี่ไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่อ่ะปีที่แล้วอ่ะ ไหนพี่บอกว่าไม่ชอบไงไปทำไมอีกอ่ะ และแอบไปไม่บอกแพรวาแบบนี้ นี่พี่นัดใครไว้ที่นั่นหรือเปล่าพี่เธียรและแพรวาโทรหาพี่ไปส์ เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ไปกับพี่ด้วย พีไปกับใครคะ!!!”

“พี่ไปกับใครและพี่หิ้วใครออกไปหรือเปล่าค่ะ แพรวาไม่ยอมนะคะ”

“แพรวานี่มันที่โรงเรียน พูดอะไรให้เกียรติพี่บ้างซิ คนมองกันหมดแล้ว พี่เป็นผู้บริหารนะแพรวา ทำอะไรคิดหน่อยได้ไหม และพี่ไปก็แค่ไปนั่งดื่มกับเพื่อนพี่ไปคุยธุระ “ผมพูดก่อนจะหันมามองหน้ากันต์ธีย์เขามีสีหน้าตกใจและมองป้ายชื่อผมใหม่อีกครั้ง

“คุณไปที่นั่น เมื่อปีที่แล้ววันเคาท์ดาวน์ใช่ไหมครับ คุณเธียรวิชย์!!” กันต์ธีย์เขาถามผม ผมหันมามองก่อนจะพยักหน้าไปและผมก็สะบัดหน้ากลับมามองเขาอีกที สีหน้าแววตาที่เปลี่ยนไป

“แพรวาพี่ขอคุยธุระกับเจ้าหน้าที่ก่อนได้ไหมครับ แพรวาไปหาที่นั่งรอที่ห้องรับแขกก็ได้น่ะ พี่คงคุยกันยาวหน่อย” ผมหันมาบอกแพรวา

“ผมว่า ผมไม่คุยดีกว่า” ผมหันมามองคนที่กำลังจะหันหลังออก น้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันทำให้ผมต้องตกใจมิใช่น้อย เขาสะบัดมือผมออกทันที

“กันต์ธีย์ เป็นอะไร เข้าไปคุยกับผมก่อน ผมจะได้ช่วย”

“อย่าเลยครับ ผมว่าคุณช่วยตัวเองเถอะ”

“คุณ!!”

“พี่เธียรค่ะ นี้คนที่ทำงานธุรการพี่เหรอคะ” แพรวาถามผมและชี้ไปที่กันต์ธีย์ ผมพยักหน้าว่าใช่

“กันต์ธีย์ เราควรจะคุยกันก่อนน่ะ”

“ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณเธียรวิชย์! และผมก็จะไม่ทำงานที่นี้แล้ว หาคนใหม่ได้เลย ผมลาออก “ผมก็ต้องตกใจหนักเข้าไปอีก

“ลาออก ง้อตายล่ะ ไปเลย และแกควรจะมาขอโทษพี่เธียรของฉันก่อนนะ ไอ้พนักงานต๊อกต๋อย ไม่มีเงินยังทำเป็นอวดดี เงินเดือนแกน่ะ ขนหน้าแข้งพี่เธียรชั้นไม่ร่วงหรอกน่ะจะบอกให้ “แพรวายืนกอดอกต่อว่ากันต์ธีย์ ผมก็จับแขนเธอผมส่ายหน้าไปมาให้พอ ผมว่าต้องมีเรื่องเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ ผมทำท่าจะเดินไปแต่ว่าแพรวาจับแขนผมหมับ แต่จู่ๆเธอก็ปลอยแขนผมและเดินก้าวเท้าออกไปเพื่อนไปหากันต์ธีย์

“แต่เดียวน่ะ!! นี้นายหันมานี้ซิ ฉันคุณๆ หน้าแกน่ะ” แพรวาออกคำสั่งกับกันต์ธีย์ที่กำลังเดินหันหลังออกไป ผมหันมามองแพรวา

“แพรวา!!”

“ก็ฉันบอกให้หันมาไงล่ะ  ฉันสั่งน่ะ หูแตกเหรอ หันมา!!!” แพรวาเดินไปกระชากคนที่หันหลังอยู่ให้หันมา

“นายนี่เองอ่ะ คนที่ท้องในมหา’ลัย ทำเป็นอวดดี ลูกคลอดแล้วหรือไง แล้วใครเลี้ยงลูกล่ะห๊ะ “แพรวาพูดว่ากันต์ธีย์คือคนที่ ท้องในมหา’ลัย แต่ว่าเขาคือผู้ชายน่ะ น้ำเสียงแพรวาไม่ใช่เบาๆ เหมือนตะโกนมากกว่า บรรดาครูที่ยืนรอลิฟต์ หันมามองกันต์ธีย์กันหมด

“ลูกกี่เดือนแล้วล่ะ คงหลายเดือนแล้วล่ะซิ “ผมเห็นที่ยืนเขากำมือแน่นก่อนจะหันมามองหน้าผม

“ผมผิดหวังที่คนที่ผมคิดว่าดี แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ มึงแม่งเชี้ยที่สุด!!” กันต์ธีย์เขาเดินหลังออกทันที

“อ้าวไอ้นี้ มึงมาว่าพี่เธียรกูทำไม มานี้เลยน่ะ ไอ้ท้องไม่มีพ่อ!!”

“แพรวา!! หยุด!!”

“พี่เธียรไม่ได้ยินเหรอว่าเขาว่าพี่น่ะ แพรวาจะไปตบมันค่ะ”

“หยุด!! เข้าห้องไปเดี๋ยวนี้!! แพรวา!!” ผมไม่เคยขึ้นเสียงดังใส่แพรวาแบบนั้นมาก่อน ผมยืนพยายามระงับอารมณ์โกรธของผมเอง จนกระทั่ง มือถือผมดังขึ้น เบอร์ไอ้ไปส์

“ว่าไงไปส์” ผมถามมันทันที

“น้ำเสียงคุสาดเลยครับ กูมาหามึงอ่ะ ที่โรงเรียนพ่อมึง กูอยู่ชั้นล่างแล้ว”

“ขึ้นมาบนห้องทำงานกูเลย เดินตามป้ายมากูรอ” ผมพูดก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานผม ผมเห็นแพรวาที่นั่งตัวสั่นตกใจที่ผมโกรธเธอมากในวันนี้

“แพรวา!! เธอคิดว่าที่เธอพูดประจานคนอื่นน่ะ มันทำให้เธอดูดีขึ้นเหรอพี่ถามหน่อย” ผมถามแพรวาเสียงดัง

“ก็มัน”แพรวาทำท่าจะเถียงเพื่อเอาชนะแต่ผมชี้หน้าเธอ เธอก็หดเพราะว่านี้คือครั้งแรกจริงๆที่ผมทำแบบนี้กับเธอ

“ต่อให้มันคือเรื่องจริง เธอก็ไม่ควร!!”

“พี่เขาข้างมันเหรอ พี่ห้าม…”

“หยุด พูดคำว่าแพรวาไม่ยอมซะที!! แพรวาใช้คำนี้กับคนอื่น มาตั้งแต่แพรวายังเด็ก และตอนนั้น อาจจะได้เพราะว่าเธอคือเด็กผู้หญิงคนเดียวที่เข้ามาวิ่งเล่นกับพวกพี่ๆแต่นี่เธอโตแล้วแพรวา!!” ผมพูดและจังหวะนั้นเอง ผมหันไปเห็นคนที่เปิดประตูเข้ามา สีหน้ามันตกใจเหมือนเจออะไรมา อย่าบอกน่ะว่ามันเดินไปเจอบอร์ดอะไรนั้นอีก แสดงว่ายังไม่มีใครเอาออก

“เป็นอะไรของมึงไปส์” ผมถามไอ้ไปส์เพื่อนผม มันเดินตรงมาหาผมพร้อมกระซิบกับผม

“กูมีเรื่องต้องคุยกับมึงไอ้เธียร”

“กู” ผมชี้ตัวเอง

“เออ” มันตอบ และแพรวาที่นั่งมองผมสองคน

“ก็คุยดิ”

“ข้างนอกเถอะว่ะ” ไอ้ไปส์กระซิบบอกกับผม ผมหันมามองแพรวาที่นั่งมองผมกับไปส์สลับกันไปมา ก่อนจะเปลี่ยนท่าเป็นนั่งกอดอกแทน

“พี่จะไปไหน คุยตรงนี้เลยทุกเรื่องแพรวาต้องรู้ค่ะ รู้ทุกเรื่อง” ผมหันมามองไอ้ไปส์

“เรื่องเด็กที่มึงหาตัวน่ะ” ไอ้ไปส์กระซิบกับผม

“พี่จะคุยธุระส่วนตัวแพรวา “ผมหันมาบอกแพรวาทันที

“ไม่ได้แพรวา”

“แพรวา อย่าทำให้ป๊าพี่ต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด คือแพรวาจะไม่มีสิทธิ์เข้ามาในนี้อีก ป๊าบอกกับพ่อของแพรวาไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ “ผมพูด ก่อนจะพยักพเยิดให้เข้าไปในห้องส่วนตัวอีกห้องหนึ่ง ผมกดปิดประตูทันที ห้องนี้เอาไว้คุยกับผู้ปกครองที่กำลังโมโห เป็นห้องเก็บเสียงได้ดี ไอ้ไปส์มันมองหน้าผม

“ไอ้พีชมันโทรบอกกูเมื่อเช้าว่ามึงไปตามหาน้องที่ชื่อบีม ที่มึงมีอะไรด้วย ที่ผับ”

“เออ ใช่ กูรู้สึกว่าที่กูฝันน่ะ มันแปลกๆ”

“มึงไม่ต้องหาแล้ว” ไอ้ไปส์พูด ผมยืนกอดอกมองหน้ามัน

“ทำไมว่ะ” ผมถามไอ้ไปส์

“กูเพิ่งจะเดินสวนกับน้องเขาเมื่อกี้ เขาทำงานที่นี้กับมึง น้องเขาชื่อกันต์ธีย์นั่นแหละชื่อที่ผู้จัดการคนนั้นมันให้กูมา “ไอ้ไปส์พูด ก็ต้องตกใจ นั้นแปลว่ากันต์ธีย์คือคนเดียวกับคนนั้นเหรอ และที่แพรวาพูดว่าเขาท้องไม่มีพ่อล่ะ คืออะไร

“มีป้ายว่าธุรการและฝึกงานอยู่ใช่ไหมว่ะ” ผมถามไอ้ไปส์

“ก็ใช่ไง น้องคนนี้แหละ เพราะว่ากูไปขอประวัติน้องเขามาจากไอ้ผู้จัดการนั้น และมันบอกกูว่า น้องเขาโดนเจ้าของบอกเลิกจ้างเช้าวันรุ่งขึ้นเลย และน้องเขาก็ไม่ได้กลับไปอีกจนสามเดือนให้หลังนั่นแหละ น้องเขาถึงได้ไป เพื่อตามหามึงอ่ะ และไอ้นี้ก็โทรมาหากู กูเลยเข้าไปอีกทีและมันก็เอาเงินกูไปด้วยไอ้เชี้ยเอ๊ย!!” ไอ้ไปส์บอกผม มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดนั้น “พี่ใส่ถุงด้วย ผมอาจจะท้อง”

“เชี้ยเอ๊ย!!!” ผมสบถออกมา

“มึงจะทำยังไงวะ น้องเขาจำมึงไม่ได้เหรอว่ะเธียร” ไปส์มันถามผม ผมก็มองหน้ามัน ภาพที่เขาอุ้มเด็กที่ถูกติดประจานไว้ที่บอร์ดน่ะ มันติดตาผมมาก

“แม่น่ะใครก็เป็นก็ได้ แต่แม่ที่ดีน่ะมันหายนะเธียรน่า แม่หรือน่ะเป็นแม่ที่ดีแค่ไหน ลื้อน่าจะเข้าใจ!!” อาม่าบอกกับผมวันก่อน ผมเปิดประตูออกมาก็เห็นแพรวากำลังนั่งกรีดอายไลน์เนอร์ เสริมสวยตลอดเวลา

“มึงช่วยกูหน่อย กันน้องแพรวาให้กูที กูต้องคุยกับน้องเขา กูว่า ที่เขาพูดกับกูนะมันคือเรื่องจริงว่ะ” ผมหันมาบอกไอ้ไปส์

“นี้มึงให้กูเฝ้าร๊อตไวเลอร์ดีดีนี้เองน่ะไอ้เธียร!” ไอ้ไปส์มันกระซิบกับหูผม มันเปรียบเปรยน้องแพรวาไม่ต่างกับร๊อตไวเลอร์เลย

“และมึงเชื่อเหรอว่า ว่าเรื่องที่เขาบอกว่าเขาอาจจะท้องได้น่ะ” ไอ้ไปส์ถามผม

“ใช่ มันคือเรื่องจริงว่ะ” ผมพูดก่อนจะเดินไปหาแพรวา

“แพรวาพี่มีเรื่องด่วนนะครับ แพรวารอพี่ที่นี้นะ พอดีพี่ต้องไปเช็ดห้องน้ำ เออ มัน เออ อุดตันครับ ราดไม่ลง เด็กจะเข้าห้องน้ำไม่ได้” ผมกับแพรวาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเย็นที่สุด และผมก็กำลังโกหกแพรวา เธอละสายตาจากระจกมามองผมทำท่าขนลุกขนพองทันที

“อี๋!!! น่ารังเกียจ แล้วทำไมพี่ต้องไปเองอ่ะ ให้คนอื่นไปไม่ได้เหรอ “แพรวาถามผม

“พี่ต้องไปดูเองค่ะแพรวา เพราะว่า นี้โรงเรียนนี้ของพ่อพี่ค่ะและเด็กๆ จะไม่มีห้องน้ำใช้ค่ะ”

“ก็เรื่องของเด็กๆ ซิคะ ให้ครูพาไปหาห้องน้ำอื่นก็ได้นี้ค่ะ ไม่เห็นต้องลงไปเลย ลูกของพี่ก็ไม่ใช่ เป็นแพรวาไม่ไปหรอกค่ะ “แพรวาพูด มันยิ่งทำให้ผมเห็นภาพที่อาม่าบอกผมไม่มีผิดเลย

“แพรวา นี้โรงเรียนพี่ค่ะ แพรวารอที่นี้นะคะ ไอ้ไปส์มันก็อยู่ “ผมพูดก่อนจะหันมาหยักหน้ากับไอ้ไปส์ ก่อนจะเดินลงไปอย่างรวดเร็ว

“นี้แกได้ยินที่แฟนคุณเธียรพูดไหม ฉันก็ว่าน่ะ คนอะไรรักลูกจนเหมือนอุ้มท้องมาเองเลยอ่ะ” ผมได้ยินแต่คนซุบซิบกันตลอดทาง ผมก็เดินลงไปจนถึงห้องธุรการ และเข้าไปในห้องนั้นทันทีผมกวาดสายตามองไปรอบๆแต่ไม่เจอคนที่ผมต้องการ ทำไมเขาอยู่ใกล้ผมแค่นี้เอง ผมแม่งไม่เคยเอะใจอะไรเลย

TBC......

ขอบคุณคอมเม้นให้กำลังใจด้วนะคะ มีกำลังใจอยากลงบ่อยๆเลย ตอนแรกนึกว่าจะเงียบกริบซะอีก ขอบคุณมากๆเลยค่ะ  :กอด1: :pig4:

หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 11-03-2021 08:07:13
 :z3: :z3:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 11-03-2021 08:30:40
 :katai1: :katai1: :katai1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งแรก)
เริ่มหัวข้อโดย: AkuaPink ที่ 11-03-2021 09:10:35
 :pig4:
 :กอด1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13.1 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 11-03-2021 17:01:57
Part's เธียรวิชย์ หลังจากที่ผมรู้ความจริงว่ากันต์ธีย์ คือคนเดียวกับเด็กที่ผมมีอะไรด้วย ในวันนั้น ก็ใครไม่รู้ดันใส่ยาปลุกเซ็กส์ไว้ในแก้วแชมเปญที่ผมยกไปดื่ม และที่สำคัญแพรวายืนยันแล้วว่ากันต์ธีย์คือเด็กตั้งท้องในมหาวิทยาลัยอีกด้วยอีก และที่ผมมั่นใจว่าลูกผม เพราะว่าอากันตภณเป็นหมัน นั้นก็แปลว่าลูกผมแน่นอน ผมต้องคุยกับเขา ตอนนี้ผมก็เดินสับเท้าลงไปจนถึงห้องธุรการ รีบเปิดประตูเข้าไปในห้องนั้นทันที มีคนนั่งทำงานอยู่แต่ไม่มี กันต์ธีย์ และผมก็ยกมือขึ้นมาเคาะกระจกเพื่อเรียกคนด้านใน

“สวัสดีค่ะคุณเธียรวิชย์ มีเรื่องอะไรเหรอคะ” เจ้าหน้าที่คนที่ไปเรียกผมเขาเดินออกมาถามผม ผมมองไปรอบภายในห้องก่อนจะเอ่ยปากถาม

“กันต์ธีย์ไม่อยู่เหรอครับ” ผมถาม

“เขาลาออกแล้วค่ะ นี้เพิ่งจะเก็บของและออกไปเลยค่ะ”

“ไปไหนครับ”

“ลงไปรับลูกเขาค่ะ ลูกเขาชื่อลูกโซ่นะคะและเขาก็จะไม่ส่งลูกเขามาอยู่ที่นี้แล้วด้วยค่ะ”

“ลูกเขาชื่อลูกโซ่” ผมถามย้ำอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ธุรการก็พยักหน้าว่าใช่ ผมนิ่งไปพักหนึ่งผมน่าจะเอะใจตั้งแต่โดนทักว่าหน้เขาเหมือนผมแล้ว ไอ้เซ้อไอ้เธียรวิชย์!! ทำไมคิดไม่ได้ตั้งแต่คำพูดครูพี่เลี้ยงที่พูดว่าเขาหน้าเหมือนผม ผมก็รีบหันหลังวิ่งออกไปจากห้องทันทีเช่นกัน มือถือผมสั่นสะท้านไปด้วย ผมไม่หยิบมาดูว่าเป็นของใคร ผมวิ่งไปจนถึงทางเดินที่จะไปห้องเด็ก ผมตรงไปที่ห้องเด็กอ่อนทันที ผมเปิดประตูพรวดพล้าดเข้าไปพร้อมกับอาการหอบเหนื่อย

“ครูครับ ครู เออ ผม แฮกๆ “ผมพูดไปก็พยายามหายใจไปด้วย

“คุณเธียรวิชย์มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ลูกโซ่ยังอยู่ไหมครับ” ผมถามครูพี่เลี้ยงทันที

“น้องไปแล้วค่ะ เห็นคุณพ่อบอกว่าจะไม่ทำงานที่นี่แล้วด้วยค่ะ เพิ่งออกไปได้สิบนาทีนี้เองค่ะ” ผมเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะวิ่งออก แต่ว่าเขาจะไปทางไหนน่ะ ผมยืนคิด

“มีสายเขาในมือถือผม อากันตภณ ผมารีบกดรับสายทันทีเช่นกัน

//เธียร เกิดอะไรขึ้น ทำไมบีมเขาบอกอาว่าเขาลาออก นายไปทำอะไรให้เขาโกรธ//

//อาต่างหาก ทำไมอาไม่บอกผมว่าบีมเขามีลูกได้//

// เธียร เธียรรู้ได้ไงเรื่องนี้น่ะ //

//ลูกที่บีมอุ้มท้องอยู่น่ะ ลูกผมอา!!! //

//ไอ้เธียร!! //

//และนี้ผมคงยกให้อาไม่ได้ ผมจะเอาลูกเมียผมคืน// ผมพูดกับคนในสาย ถึงเขาจะเป็นอาที่ผมรักมากก็ตาม ผมกดวางสายจากอากันตภณ จังหวะนั้นผมเห็นคนทำสวนในโรงเรียน เขาเดินสวนมาพอดี

“ขอโทษนะครับ เห็นคนที่อุ้มเด็กเดินผ่านไปด้านหน้าไหมครับ” ผมถามคนสวนของโรงเรียน เขาก็ยืนนิ่งคิดสักครู่

“เห็นครับ เป็นคนทำงานที่นี้นี่ครับ ผมเขาเห็นเดินออกไปอุ้มลูกตากแดดไปโน่นน่ะครับ แดดก็ร้อน ร้อน สงสารเด็กนะครับ “คนทำสวนตอบผมพร้อมกับชี้นิ้วไปทางที่บีมเพิ่งเดินออกไป ผมก็วิ่งตามออกไปทันทีเช่นกัน ผมวิ่งไปทั้งอากาศร้อนๆ ขนาดผมเองยังรู้ร้อนขนาดนี้แล้วเด็กล่ะ เสื้อผ้าที่เริ่มมีเหงื่อไหลซึมออกมา และสิ่งที่ผมเห็นคือ หนุ่มคนนั้นอุ้มเด็กน้อยเดินออกไป เขากำลังจะไปรอเรียกรถแท็กซี่แน่ๆ

“บีม!!” ผมเรียกชื่อเขา เขาหันมามองผมพร้อมกับเด็กคนนั้น เจ้าก้อนขาวๆ ของผม แต่บีมกำลังหันหลังเดินออกต่อ

“บีม!! หยุด” ผมเรียกเขาอีกครั้ง ก่อนจะวิ่งไปถึงบีม ผมรีบคว้าตัวเขาเอาไว้ บีมดิ้นสะบัดโดยไม่หันมามองหน้าผม

“บีม “ผมเรียกเขาอีกครั้ง บีมหันมามองหน้าผม น้ำใสๆ ไหลรินออกมา

“ผมเคยคิดว่าคุณไม่ใช่ ไม่ใช่ไอ้คนที่มันฝากเรื่องแย่ๆ ไว้กับผม ผมมองคุณผิดมาตลอด ไปให้พ้นเลย ไปเลย” บีมค่อยๆ หันหน้ามามองผม ดวงตาที่แดงก่ำคู่นั้น

“มึงก็ได้แล้วมึงก็ทิ้งแล้ว มึงจะเอาอะไรอีก ไอ้เชี้ย ฮือๆ” คนตรงหน้าผม ผมก็ดันเขาให้เข้ามาในร่มก่อน ผมไม่รู้ว่าผมควรจะพูดคำไหนเพราะว่าทั้งหมดมันคือความผิดของผม ที่ผมทิ้งเขาไว้กับเรื่องร้ายๆ แบบนี้ เป็นความผิดที่ผมต้องยอมรับแต่โดยดี ผมมองคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งพร้อมกับพยายามระงับอารมณ์โกรธตัวเองไปด้วย และเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาที่มองผม เริ่มเอานิ้วมือใส่ปาก

“มะ มะ มะ “เด็กน้อยเรียกบีมไม่ชัด เรียกมะ มะ มะ บีมยืนปาดน้ำตาตัวเอง

//ฮัลโหล พี่ครับ ผมขอรถด่วน ผมต้องการรถตอนนี้ครับ // ผมโทรบอกคนขับรถที่ขับรถให้ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน ก่อนจะหันมามองบีมที่ทำท่าจะเดินหนีผม ผมก็มองเจ้าก้อนขาวๆ ทื่มองผมกับบีมสลับกันไปมาอีก

“ไปกับพี่เดี๋ยวนี้” ผมบอกบีม

“กูไม่ไปกับมึง กูไม่ไปไหนกับมึงทั้งนั้น ไปให้พ้นจากกูสองคนเลย และมึงทิ้งกูไว้แบบนี้แหละ” บีมพูดด้วยความโมโห ผมไม่โต้ตอบอะไรบีมทั้งนั้น เพราะว่าทั้งหมดคือความผิดของผมเอง ผมก็ยืนคิดว่าถ้าผมพูดไปบีมที่ยังคงโกรธผมอยู่คงไม่ยอมฟังอะไรจากผมแน่นอน ผมเลยคว้าเจ้าลูกโซ่มาอุ้มไว้ เรียกว่าแย่งอุ้มไปเลยจะดีกว่า ผมแย่งลูกมาจากบีมทันที ผมแหงนขึ้นไปมองบนตึก ผมเห็นแพรวากำลังเดินออกมาจะมาตามผม ผมก็วิ่งไปพร้อมกับลูกของผม และบีมก็วิ่งตามผมทันทีเช่นกัน

“เอาลูกผมคืนมาน่ะ คุณจะเอาเขาไปจากผมไม่ได้ เขาเป็นลูกผมแค่คนเดียว “ผมได้ยินแต่ผมก็วิ่งทันที ผมก็วิ่งไปที่เพื่อไปที่จอดรถ ถ้ารอให้มารับคงไม่ทัน จังหวะนั้นแพรวาก็มองลงมาที่ผม

“พี่เธียร!!!” เสียงเรียกชื่อผมดังมาจากตัวอาคาร ผมก็แหงนขึ้นไปมองบนตึกน้ั้นอีกครั้ง และบีมที่หยุดเท้าเงยหน้าขึ้นไปมองแพรวาเหมือนผม ก่อนจะหันมามองหน้าผม ผมส่ายหัวไปมาว่าไม่ใช่อย่างที่เห็น

“เร็วซิ! “ผมหันมาเร่งบีมทันที

“ไม่ ไม่ไป เอาลูกผมคืนมาเดี๋ยวนี้น่ะ เขาไม่ใช่ลูกคุณ” บีมพูดและพยายามดึงลูกชายเขากลับ

“หน้าเหมือนขนาดนี้ ไปหลอกเด็กอนุบาลเถอะบีม” ผมพูดกับบีม

“และจะให้ใครเป็นพ่อเด็กล่ะ อาของผมเหรอบีม ผมไม่ให้หรอกน่ะ นี้ลูกผม”

“แล้วจะมาอยากเป็นพ่ออะไรตอนนี้ ไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบ แต่ถ้ามึงมีความรับผิดชอบจริง มึงจะทิ้งให้กูเผชิญกับมันคนเดียวแบบนี้เหรอ ไอ้เชี้ยเธียร!! กูต้องเจออะไรบ้าง กูโดนอะไรบ้าง มึงอยู่ข้างกูไหม มึงดีแต่ทำกูท้อง มึงเคยหันมามองกูไหม ฮือๆ” บีมพูดไปพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วย และจังหวะนั้นรถแล่นมาพอดีรถที่ผมโทรไปแจ้งไว้ วันนี้ผมไม่ได้ขับรถมาเอง ให้รถที่บ้านมาส่ง ผมรีบโบกรถไว้ก่อนและคนขับรถก็วิ่งลงมาเปิดประตูพร้อมกับมองหน้าผมและมองเด็กน้อยที่ผมอุ้มอยู่

“ด่าจบหรือยังบีม” ผมถามบีม เขาเงยหน้าขึ้นมองผม

“ขึ้นรถและไม่ได้จะเอาไปแค่เด็ก เอาไปทั้งแม่และลูกนี่แหละ” ผมพูดบอกบีม ผมเห็นแพรวาวิ่งลงมาแล้ว แม้ว่าไอ้ไปส์มันจะพยายามดึงรั้งไว้ก็ตาม

“ขึ้นรถซิ!!!” ผมตะคอกเสียงดังใส่บีมเพราะว่าแพรวากำลังวิ่งลงมาแล้ว แต่คนที่วิ่งไปขึ้นรถไปกลับเป็นคนขับรถของผมซะเอง

“พี่ครับ พี่ขึ้นไปทำไมอ่ะครับ” ผมถามพี่คนขับรถ

“อ้าวคุณเธียรสั่งนี้ครับ”

“ผมสั่งเมียผม ไม่ได้สั่งพี่ครับ” ผมบอกคนขับรถ บีมสะบัดหน้าหันมามองผม

“ไม่ใช่ผมเหรอครับ” พี่คนขับรถถามผม ผมก็มองกลัวแพรวาจะมาถึง

“พี่เป็นคนขับและพี่ต้องปิดประตูนี้ครับ” ผมบอกพี่คนขับรถ ก่อนจะดันบีมขึ้นไป แต่เขาก็ขึ้นไปตามแรงดันของผม และผมก็เข้าไปนั่งทันที พี่คนขับรถรีบวิ่งลงไปปิดประตูก่อนจะวิ่งกลับขึ้นมา

“ออกรถเลยครับ เดี๋ยวนี้!!” ผมออกคำสั่ง

“จะให้ดีล๊อกรถก่อนด้วยครับ “ผมบอกคนขับรถทันทีที่แพรวาลงวิ่งมาถึงและคนขับรถก็ล๊อกรถได้ทัน และขับรถออกทันที แพรวาก็ทำท่าจะวิ่งตามผม แต่คงยากเพราะว่าเธอสวมรองเท้าส้นแหลมขนาดนั้น ผมก็ต้องเอามือกุมหน้าอกตัวเอง แต่เจ้าลูกโซ่ที่ผมอุ้มไว้กอดไว้ เขาหันมามองหน้าผม

“แล้วนี่เราจะไปไหนกันดีครับคุณเธียร” คนขับรถหันมาถามผมผ่านกระจกมองหลังเพราะว่ารถแล่นออกมาได้สักพักแล้ว

“ไปโรงพยาบาลครับ”

“ไปทำไม!!” คนข้างๆ หันขวับมาถามผมทันที

“ไปส่งผมที่โรงพยาบาลเอกชนสักที เอาดีดีหน่อย ผมจะไปตรวจดีเอ็นเอ” ผมพูดสายตาผมมองคนที่นั่งหน้างออยู่ข้างๆ

“ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นลูกมึง ก็แค่ไม่ต้องรับ เอาลูกกูคืนมา” คนข้างผมทำท่าจะคว้าลูกคืนแค่ผมไม่คืนให้

“ถ้ากลัวว่านี้ไม่ใช่ลูกตัวเองก็ไม่ต้อง กูอยู่กันได้” บีมพูด

“แต่ผมค่อนข้างมั่นใจครับ ว่าลูกคุณเธียร หน้าเหมือนกันราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันขนาดนี้ครับ” คนขับรถพูดขณะที่ติดไฟแดง ผมก็หันไปมองพี่เขา

“ขอโทษครับ เพื่อจะช่วยในการตัดสินใจ อู้ย!! ไม่น่าเลยกู” คนขับรถของผม

“ไปโรงพยาบาลครับ “ผมบอกคนขับอีกครั้ง

“ผมไม่ไป จอดเลยผมจะลง” คนข้างผมพูด

“ผมบอกไปและไม่ต้องจอด ผมไม่ให้ใครลงทั้งนั้น” ผมหันไปพูด

“ผมบอกไม่ไปผมจะลง”

“ก็บอกไม่ให้ลง”

“เออ ขอประทานโทษนะครับ ไปหรือไม่ไปครับ ตัดสินใจทีเถอะครับ ตอนนี้รถคันหลังๆ บีมแตรไล่ทั้งถนนแล้วครับ ผมเองก็ตัดสินใจให้ไม่ถูกครับ ไปหรือไม่ไปครับแต่ถ้ายังไม่ไป เห็นทีคงจะเป็นผมน่ะครับที่ได้ไปก่อน แต่ไปโรงพักน่ะครับผม ตำรวจคงมาเขียนใบสั่งแน่ๆ ข้อหากีดขวางจราจร” พี่คนขับรถพูด

“ผมตัดสินใจได้ในตอนนี้ ผมเป็นผู้บริหารแม้จะฝึกงาน สั่งให้ไป ถ้าไม่ไป ผมสีสิทธิ์ไล่คุณออก คุณคนขับรถที่ขัดใจนาย” ผมพูดเท่านั้นแหละรถแล่นออกไปทันที ก่อนที่ไฟเขียวจะเปลี่ยนเป็นไฟเหลืองแทนอย่างหวุดหวิด ผมยังไม่ได้รับสายใครทั้งนั้นและนี้ก็กระหน่ำโทรกันจัง

“พี่รู้ว่านี้ลูกพี่แต่พี่ต้องตรวจ เพราะว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เข้าใจไหมบีม เห็นพี่แบบนี้พี่ไม่ยอมให้ลูกและ…”

“เมียพี่ไปลำบาก” ผมพูด บีมมองหน้าผมก่อนจะปาดน้ำตา ผมส่งผ้าเช็ดหน้าให้แทนแต่เขาไม่รับ ส่วนเจ้าลูกโซ่เป็นคนยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้าไปแทนและเอี้ยวตัวไปเช็ดให้บีมแทนผม

“คืนลูกผมได้หรือยัง” บีมหันมาถามผมด้วยน้ำเสียงที่เย็นลงแล้ว ผมพยักหน้าก่อนจะส่งเจ้าก้อนเต้าหู้คืนไปให้บีม ผมหันมากดรับสายบรรดาเฮียที่กระหน่ำโทรหาผมก่อน ผมกดเรียกว่าชุมสาย

//ไอ้เธียร เกิดอะไรขึ้น// เฮียธีถามผมก่อนคนอื่น

//ผมยังไม่เฮียตอนนี้ไม่ได้ ไปเจอกันที่บ้านเย็นนี้ผม และผมจะพูดพร้อมกันทีเดียว ทั้งป๊าและม๊าด้วย //ผมบอกกับเฮียธี

//เรื่องใหญ่เหรอว่ะไอ้ตี๋น้อย// เฮียธีถาม ผมรู้ว่าเฮียรักผม

//อืมม// ผมตอบเบาๆ ก่อนจะเอามือลูบหัวเจ้าก้อนเต้าหู้เบาๆ

//มึงไม่ใช่ไอ้ตี๋น้อยแล้วไอ้เธียร มึงน่ะ เยอะ!! เยอะทุกเรื่องไอ้ตี๋เรื่องเยอะ!! // เฮียธามพูด ผมน่ะกดวิดีโอคอลอยู่ ก่อนเบนกล้องไปที่สองคนที่กอดกันกลม เฮียธันก็เข้ามาชุมสายพอดี

//เฮ้ยลูกมึงเหรอว่ะ ไอ้เธียร// ประโยคแรกของเธียธันที่ได้เห็นหน้าเจ้าลูกโซ่

ฝฝกูว่าแล้วเชียว มิวก็บอกกูวันนั้นแต่ไม่คิดว่ามึงจะ… ฝฝเฮียธีทำท่าจะพูดแต่คงเห็นหน้าบีมเลยเลือกที่จะไม่พูดดีกว่า

//อู้ยตายแล้วหลานสาวของโกว// เฮียธามพูดพร้อมทำตาวิ้งใส่หลาน เพราะว่าเฮียแกขับรถอยู่คนเดียว ไม่มีป๊ากับม๊าอยู่ด้วยไง

//หลายชายเฮีย!! // ผมบอกเฮียธาม บีมสะบัดหน้ามามองเฮียธามทันทีเช่นกัน ใช่ครับไม่มีใครเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อว่าเฮียผมนี้แหละ สาวแตก ผมเงยหน้ามองพี่คนขับรถ เขาก็ตกใจไม่แพ้กัน ขนาดคนขับรถบ้านผมที่ขับรถรับส่งเวลาที่ไม่อยากขับรถเอง ยังไม่รู้เรื่องนี้เลย ผมทำนิ้วจุปาก พี่เขาน่าจะเข้าใจแล้วว่า อย่าพูดให้ป๊าผมฟังแน่นอน

“เฮ้ย ป๊าอยู่ในสายด้วยเฮีย”

//เฮ้ยยฉิบหายแล้วกู หลายชายของเจ้ก!! // เปลี่ยนทันทีเลยน่ะเฮียธามของผม

//กูไม่เคยดึงป๊าเข้ามาไอ้เชี้ยธัน// พี่ธีพูด

//เฮียแค่นี้น่ะ นี่เฮียขับรถกลับกันเลยใช่ไหม//

//นี่มึงจะไปไหนอีกล่ะ// เฮียธามถามผม

//พาไปตรวจดีเอ็นเออ่ะ//

/มึงยังกล้าโผ่หน้าไปขอเขาตรวจดีเอ็นเออีกเหรอ เขาจะไม่ด่ามึงให้เหรอไอ้ตี๋น้อย เปลืองทรัพยากรแรงงานโดยใช่เหตุ//เฮียธันพูด

//เพราะว่าผลดีเอ็นเอของมึงกับหลานกูน่ะ อยู่บนหน้ามึงแล้วครับ //เฮียธามพูด ผมหันมามองคนข้าง

//ก็รู้ว่าดีเอ็นเอผมแรงเว้อ แต่ผมต้องใช้เฮีย//

//เฮียรู้แล้วว่าทำไม เธียร//เฮียธีพูดขึ้น

//แค่นี้ก่อนน่ะ เฮียจะวางสายก่อนเพราะป๊าโทรมา มึงให้เฮียบอกป๊าว่าไง เธียร //เฮียธีถามผมก่อนจะวางสาย

//บอกว่าไปเจอกันที่บ้าน ผมมีเรื่องจะบอกแค่นั้นแหละเฮีย//ผมพูดกับเฮียและเฮียธีก็กดวางสายไปเช่นกัน

//งั้นเจอกันที่บ้านเลยตี๋น้อย เรื่องมึงนี้เยอะไม่สมกับตำแหน่งตี๋น้อยๆ ของอาม่าเลยว่ะ //เฮียธามอีกคนแต่ผมรู้ว่าเฮียธามรักผมไม่แพ้เฮียคนอื่นและเฮียธันก็แค่แร๊พโย๊ะมาให้ผมก่อนจะวางสายกันไป

ผมหันมามองเจ้าก้อนเต้าหู้ของผม (ผมเป็นคนที่ชอบทานเต้าหู้มากอาม่าทำให้ผมทานบ่อยและเจ้าโซ่ก็ขาวๆ อวบๆ เหมือนกัน) ตอนนี้เขาได้เอาหน้าหล่อๆ เหมือนผม ซบลงที่หน้าอกของบีบและหลับปุ๋ยไปแล้ว ผมก็กดโทรศัพท์มือถือเสริซหาว่าโรงพยาบาลไหนที่ตรงอีเอ็นเอดีที่สุดรวดเร็วและแม่นยำ จนผมไปเจอที่หนึ่ง เป็นโรงพยาบาลเอกชน ผมก็ส่งให้คนขับรถรับมือถือของผมไป เขาก็พยักหน้าตามนั้น ผมรับมือถือคืนกลับมาและกดปิดเครื่องทันที ไม่อยากรับรู้อะไรในตอนนี้ ผมหันมามองบีม ผมเห็นว่าเขาอุ้มนานแล้ว ผมก็แบมือแต่เขากลับมองผม

“ไม่มีสิทธิ์อุ้มบ้างหรือไง” ผมถามบีมกลับ เขาก็ส่งเจ้าก้อนเต้าหู้มาให้ผมรับมาอุ้มตัวนุ่มนิ่ม

“หิวหรือยังเพราะว่านี้ก็บ่ายโมงแล้วบีม” ผมถามบีม เขานิ่งไม่หันมามองหน้าผม

“บีม ผมรู้ว่าผมผิดพลาดในวันนั้น เออ แต่วันนี้ ผมไม่อยากจะแก้ตัวน่ะ แต่ผม”

“คุณไม่ได้ตั้งใจและผมแค่ซวยใช่ไหม” บีมหันมาพูดก่อนจะหันหน้าออกไปมองด้านนอก ที่ตรงหน้าต่าง

“พี่รู้ว่า วันนั้นมันแย่มาก พี่ตกใจกับสิ่งที่พี่ทำลงไปบีม “ผมพูด ผมไม่กล้าสบตากับบีมเลย

“แหวนที่พี่ให้ไว้ล่ะ อยู่ไหนบีม วันนั้นพี่วางไว้ให้น่ะ” ผมถามบีม บีมหันมามองหน้าผม “พร้อมกับเงินห้าพันบาท มึงคิดว่ามันคุ้มไหมอ่ะ กับที่กูต้องเกือบเรียนไม่จบ ถ้าไม่ได้อาจารย์กันตภณช่วยพูดให้ และไหนกูต้องแบกท้องโต โตไปเรียนให้จบเพื่อจะได้เลี้ยงลูกเอง และมึงก็น่าจะได้ยินที่แฟนมึงพูดน่ะ กูโดนแบบนั้น ทุกวันมึงรู้ไหม” บีมพูด ผมหันมามองบีม ผมคว้ามือบีบขึ้นมา

“จะทำอะไรน่ะ” บีมถามผมเสียงหลง

“ตบติ ตบเลย พี่รู้ว่าบีบเจ็บกว่าพี่เยอะ ตบดิพี่จะได้เจ็บบ้างไง “ผมพูดแต่บีมมองหน้าผมนิ่งมาก เขากัดปากตัวเองแน่น ผมก็ยังจับขอมือของบีมเขาตั้งเอาไว้ ผมยื่นแก้มไปใกล้ๆ เพื่อให้เขาตบหน้าผม เพื่อว่าจะลดความโกรธแค้นจะได้เบาลงแต่บีมกับเลือกที่จะลดมือลง

“กูอยากต่อยมึงมากตั้งแต่รู้ว่าท้องแล้ว กูอยากจะ ฮึก” บีมพูดก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทาง ผมรู้ว่าเขาอาจจะอยากทำมากกว่านั้น อาจจะอยากฆ่าผมเลยก็ได้

“แต่พอได้เจอหน้าลูก ได้อยู่กับลูก มันหายไปหมดแล้วอ่ะ ฮืก ความโกรธเชี้ยๆ อะไรพวกนั้นน่ะ ฮืกๆ” บีมพูดพร้อมกับปาดน้ำตาตัวเอง ผมเอามือจับคางนั้น แต่ข้างผมพยายามขืนตัวเองไว้ ไม่ยอมทำตามผม ผมเลยต้องออกแรงหน่อยไม่แรงมาก ผมใช้ผ้าเช็ดหน้าที่มีในกระเป๋าซับน้ำตานั้นอย่างเบามือ

“ตกลงแหวนบีมยังเก็บไว้ใช่ไหม” ผมถามบีมอีกครั้ง

“จะเอาคืนเหรอ” บีมหันมาถามผม

“อยู่ไหนล่ะ” ผมถามบีม บีมเขาก็ดึงสร้อยออกมาจากคอเขา เขาใช้ห้อยแหวนเอาไว้ตลอด รอยยิ้มพูดขึ้นที่มุมปากของผมเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปจับสร้อยเสร็จนั้น บีมทำท่าจะถอดมันออก

“ไม่ต้องถอดออกหรอก” ผมบอกบีม

“ทำไมไม่เอาคืนไปล่ะ แหวนวงศ์ตระกูลไม่ใช่เหรอ” บีมหันมาถามผม

“ใช่และมันมีมากกว่าคำว่าแหวนประจำวงค์ตระกูลน่ะ เก็บมันไว้ให้ดีที่สุด เก็บไว้ให้ถึงรุ่นลูกโซ่เลย” ผมพูดแค่นั้น



ไม่นานรถก็แล่นมาจอดที่ตรงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สำหรับตรวจดีเอ็นเอโดยเฉพาะ และคนขับรถก็รีบเดินลงมาเปิดประตู ผมเดินลงไปก่อนพร้อมอุ้มเจ้าลูกโซ่ลงไปด้วย ผมหันมาหาคนขับรถประจำที่พ่อผมจ้างเอาไว้

“ถ้ามีใครโทรหาหรือสอบถามอะไรเกี่ยวกับผมตอนนี้ รบกวนอย่าเพิ่งให้ข้อมูล ว่าผมอยู่ที่ไหน แม้กระทั่งป๊ากับม๊าผม หรือว่าอากันตภณ” ผมบอกคนขับรถ

“หากเกิดอะไรขั้นผมรับผิดชอบเอง “ผมบอกคนขับรถเพราะดูจากสีหน้าเขากังวลว่าเขาอาจจะโดนไปด้วย แต่เขาก็พยักหน้ารับ ผมหันไป พยักหน้าให้บีมเดินเข้าไปกับผม บีมเลือกหยิบเอาบางอย่างใส่กระเป๋าเป้ไปให้ลูกด้วยเช่นกัน ผมเดินนำบีมเข้าไปพร้อมอุ้มคนที่หลับปุ๋ยคาอกผมไปด้วย มีแต่คนหันมามองผมกัน

“หล่ออ่ะ แก “คำชมที่มองให้

“มีลูกแล้ว แต่ไม่เห็นมีแม่มากเลย สมัครเลยไหม ผมเดินยิ้มให้คนที่แซวผมพร้อมโบกมือทักทาย และบีมที่เดินตามเข้ามาพอดี และคนที่ยืนจะยื่นใบสมัครผมก็หันมามองหน้ากัน ผมว่าเขาคงขย้ำใบสมัครทิ้งก็ตรงนี้แหละ ผมเองไม่ใช่คนเจ้าชู้น่ะถ้าผมเจอคนที่เรียกว่าแฟนแล้ว แต่ที่ผ่านมายอมรับว่า เซ็กส์โซนมาตลอด เพราะว่าผมรอคนที่เหมือนม๊าของผมเท่านั้น

“สวัสดีครับ ผมมาติดต่อขอเข้ารับการตรวจดีเอ็นเอครับ” ผมบอกเจ้าหน้าที่ เขาก็มองหน้าผมและหันไปมองบีมก่อนจะก้มลงมองเจ้าก้อนเต้าหู้ที่ผมอุ้มให้หลับอยู่กับอกของผม

“ตรวจแบบไหนดีคะ”

“ตรวจหาความเป็นพ่อลูกครับ”

“คุณหรือว่าเขาค่ะ “พยาบาลถามผม ก่อนจะชี้ไปที่บีม

“ทั้งคู่ครับ” ผมตอบ บีมหันมามองหน้าผม

“ดิฉันว่าผลมันออกมาแล้วมั้งคะ ดูหน้าเด็กกับหน้าคุณน่ะ น่าจะพ่อลูกกันเกือบ 99 % เลยนะคะ” พยาบาลบอกผม

“ผมจำเป็นต้องใช้เอกสารครับคุณพยาบาล “ผมกัดฟันบอกคุณพยาบาลไป

“ส่วนลูกผมน่ะจำได้ครับ ว่าผมทำใครท้อง “ผมหันมามองคนที่ยืนเบ้ปากและมองบน “แต่ที่ผมจำได้คือเขาไม่น่าจะท้องได้แต่ก็ท้องได้” ผมพูดต่อคนที่ยืนข้างหันมาค้อนผมทันที แต่คนที่ทำหน้างง คือพยาบาล

“ตกลงตรวจทั้งคู่นะคะ” คุณพยาบาลถามผม ผมพยักหน้าทันที

“รอนานไหมครับ ภรรยาผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย” ผมบอกคนที่ทำหน้าที่อยู่”

“แล้วนี่จะตรวจภรรยาคุณด้วยไหมคะ”

“ตรวจซิครับผมก็บอกไปแล้วว่าผมตรวจทั้งคู่” ผมพูดและชี้ไปที่บีม พยาบาลถึงกับสะบัดบ๊อบไปทางบีมทันที สองทีติด

“นี้คือภรรยาคุณเหรอคะ”

“ครับภรรยาผม”

“ไม่ใช่ครับภรรยาเขา ผมไม่ได้แต่งงาน” บีมพูดก่อนจะหันมามองผม “กับเขา” บีมพูด

“มีลูกก่อนแต่งนะครับ” ผมรีบบอกคุณพยาบาล

“ผมไม่ได้เต็มใจ” ผมหันมามองคนข้างๆ ขนาดไม่เต็มใจน่ะ ได้มาแล้วหนึ่งเลย

“แต่ผมตั้งใจทำ ภูมิใจนำเสนอด้วยครับ นี้ไงครับ” ผมพูดและโชว์ผลงานคุณพยาบาล เขาก็ก้มลงมอง

“พี่ว่าผลแม่นยำว่าเป็นพ่อลูกกัน ดูแค่หน้า เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วแหละค่ะว่าพ่อลูกกันแน่ๆ ”

“ถึงยังไงผมก็ไม่ต้องการ ให้เขาเป็นพ่อของลูกผมอยู่ดี” กันต์ธีย์พูด ก่อนจะหันหน้าหนี ผมก็ยิ้มๆ ให้พยาบาล เขาก็มองผมกับบีมสลับกันไปมา

“แต่นี้มันลูกผม คุณหนีความจริงไม่พ้นคุณกันต์ธีย์” ผมหันไปพูดกับบีม บีมหันขวับมามองผม

“ใช่ผมหนีไม่พ้นแต่ผมก็ไม่ยอม ที่จะ…”

“พอ พอเถอะค่ะ” คุณพยาบาลยกมือห้ามผมสองคนทันที ผมหันไปมองคนรอบๆ ที่หันมามองผมสองคนเถียงกันไปมา

“พอทั้งคู่ค่ะนะคะ จะเต็มใจหรือตั้งใจเดี๋ยวรู้ผลค่ะที่นี้ดีเอ็นเอแม่นยำ 99 % ค่ะ ไม่ต้องเถียงกันนะคะ และเห็นเถียงๆ กันแบบนี้น่ะ เดี๋ยวมาอีกคน “คุณพยาบาลพูดผม และมีแอบแซวเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกริ่มให้ผมกับคนข้างๆ แต่ข้างๆ นี่ซิ เอาแต่ยืนกอดอกเหลือกตาขึ้นบนใส่ผมทันที

“และเอาเป็นว่า ตรวจทั้งคู่นะคะ น่าจะตกลงกันก่อนจะลงจากรถมานะคะ เชิญนั่งเลยค่ะ “พยาบาลถามผมสองคนด้วยน้ำเสียงดุๆ ใส่ผมทั้งคู่
“เออ เดี๋ยวนะคะ ใครพ่อใครแม่ค่ะ” คุณพยาบาลหันมาถามผมกับบีม

“ผมพ่อ นี้แม่ครับ” ผมรีบตอบทันที คนที่ยืนข้างๆ ผมหันถลึงตาใส่ผมทันที

“โอเคค่ะ นั่งรอนะคะ คุณพ่อรูปหล่อ และคุณแม่น่ารัก รบกวนนั้งกันเงียบๆ อย่าตีกันนะคะ “คณพยาบาลพูดพร้อมกับยิ้มให้ผมและคนที่เดินหน้าคว่ำไปพร้อมๆ กับผม และเจ้าก้อนเต้าหู้ก็ตื่นพอดี เขามองหน้าผม และมองไปรอบๆ ก่อนจะหันมามองผมอีกที

“แหง๋!!!!! เอาร้องขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเลย แถมยังดิ้นไปด้วย ดิ้นจนแทบจะตกจากแขนผมไปอยู่ที่พรมอยู่แล้ว ผมก็กอดไว้ ส่วนบีมเองก็ตกใจหันหน้าเข้ามาหาทันทีทั้งที่ก่อนหน้าหนี เอาแต่หันหน้าออก เจ้าก้อนเต้าหู้นี้ก็รีบดีดตัวขึ้นนั่งมานั่งและยืน มองซ้ายมองขวา กอดคอผมแน่นมาก

“เป็นอะไรไปล่ะ” ผมถาม

“เขาไม่ชอบโรงพยาบาลน่ะร้องทุกทีที่เข้ามา” บีมพูดกับผม ผมก้มลงมองเจ้าลูกโซ่ (ผมเองก็เป็น ไม่ชอบกลิ่นไม่ชอบอะไรหลายๆ อย่าง ร้องไม่อยากมาจนผมโต พอรู้เรื่องนั่นแหละถึงได้ดีขึ้น) และบีมก็แบมือเรียกให้ลูกชายเข้าไปหา และเจ้าลูกโซ่ก็หันไปหาบีมทันที และพยาบาลก็เดินมาเรียกผมสามคนไปยังห้องตรวจ เพื่อเข้าไปคุยกับหมอก่อน ผมเข้าไปพร้อมกันทั้งสามคน ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้อง บีมชะงักเท้า

“บีม เชื่อใจพี่ไหม พี่ไม่ได้ต้องการรู้ว่าเขาคือลูกพี่จริงไหม เพราะว่าเพี่เชื่อว่าเขาใช่ แต่พี่ต้องการเอกสาร ยืนยัน “ผมพูดกับบีม บีมพยักหน้ากับผมเบาๆ ผมหันไปยิ้มให้เขา ผมนึกถึงคำพูดของอาม่า เมื่อสามวันก่อน จู่ๆ ผมถามอาม่าว่าถ้าวันหนึ่งผมต้องเลือกคนที่ผมต้องรับผิดชอบ แต่อาม่าบอกกับผมว่ามันไม่สำคัญ เพราะว่ามันสำคัญหลังจากนั้น และมันก็จริง เพราะว่าลูกผมต้องการแม่ และผมก็เชื่อว่าไม่มีใครทำหน้าที่ได้ดีไปกว่าแม่ที่แท้จริงๆ ถึงแม่คนนี้จะเป็นผู้ชายก็ตาม

   ผมเดินเข้าไปนั่งคุยกับหมอ เขาก็ถามผมถึงจุดประสงค์ว่าทำไม ผมก็บอกไปตามจริง จนกระทั่งถึงขั้นตอนในการทำการเก็บดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้ม แต่ก็ยากสำหรับเจ้าลูกโซ่หน่อยเพราะบีมบอกว่าเขากินยายากมาก (เหมือนผม ผมกินยายากมาก ร้องไห้บ้านจะแตก และพอโตขึ้นมาแอบเอายาทิ้งก็บ่อย จนม๊าต้องนั่งจ้องว่าให้กินและกลืนให้ดู) ไม่นานทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี ระหว่างที่นั่งคุยกับหมอที่ดูแล และเจ้าหน้าที่ ผมสังเกตเห็นว่าเขาก็มองหน้าผมกับลูกโซ่สลับกันไปมา ผมรู้ว่าหน้าตาเหมือนกันขนตานี้ลูกผมแน่ๆ แม้มันดูตลกมาหรือไง เวลาไม่นานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เหลือแต่พาเข้าบ้านซิน่ะ

TBC.........

หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13.1 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 11-03-2021 17:33:13
 :hao6: :hao6: :hao6:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13.1 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 11-03-2021 19:13:57
 :serius2: :angry2:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13.1 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: weedear ที่ 11-03-2021 19:34:00
อยากอ่านต่อแล้วว
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.13.1 ความจริงที่เธียรตามหา(ครึ้งหลัง)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 11-03-2021 22:43:19
 :katai3:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 12-03-2021 02:23:22
EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน

       หลังจากที่ทำผมพาลูกโซ่ บีมและตัวผมเองเข้ารับการเก็บเนื้อเยื่อที่กระพุ้งแก้มเพื่อตรวจหาดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้ว ผมก็พาบีมไปหาอะไรทานกันก่อน พาไปหาร้านอาหารที่มีสนามเด็กเล่น และมือถือผมก็สั่นตลอดเวลา คราวนี้เป็นเบอร์แพรวาเอง ผมก็ไม่ยอมรับสายเธอ ผมนั่งมองบีม เขาลูกโซ่ไปนั่งชิงช้าเล่นในสนามเด็กเล่น

// พี่เธียร รับสายแพรวาเดี๋ยวนี้นะคะ พี่ควรจะรู้ว่าถ้าพี่ไม่รับสาย ใครจะเดือดร้อน และพี่ควรจะรู้ว่า พี่เป็นของแพรวาคนเดียวเท่านั้น // แพรวาส่งข้อความหาผม

//เธียร ม๊ากับป๊าจะถึงบ้านแล้วน่ะลูก มีอะไรเข้ามาคุยกันน่ะ ป๊าเขาก็พร้อมจะรับฟังน่ะเธียร// ม๊าส่งข้อความมาหาผมเช่นกัน เป็นข้อความที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย

“บีมกลับกันหรือยัง “ผมเดินไปหาบีม ดูเจ้าลูกโซ่ยังเล่นสนุกอยู่เลย บีมหันมามองหน้าผมก่อนจะพยักหน้ากับผมกลับได้แล้ว ผมพาทั้งคู่เดินไปขึ้นรถ ผมไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง แต่ผมจะไม่ยอมให้ลูกและคนที่เป็นแม่ของลูกผมต้องไปอยู่ตามลำพังเด็ดขาด ผมเดินขึ้นไปนั่งในรถ

“กลับบ้านเลยครับพี่สิงห์” ผมบอกพี่คนขับรถ บีมหันมามองหน้าผม

“ไม่ไปส่งก่อนเหรอ” บีมหันมาถามผมคงหมายถึงเขากับลูก

“ไม่ครับ ไปอยู่บ้านกับพี่ เพราะว่านี้ลูกพี่ “ผมชี้ไปที่เจ้าลูกโซ่

“ส่วนบีมก็คือแม่ของลูกพี่ พี่ไม่ทิ้งเช่นกัน “ผมพูดบอกบีมก่อนจะจับสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้บีม บีมอุ้มเจ้าลูกโซ่เอาไว้ ผมก็คาดของผมเช่นกัน ผมนั่งเงียบไปตลอดทางจนถึงบ้านคฤหาสน์หลังใหญ่ของผม ผมไม่เห็นบีมจะตื่นเต้นกับบ้านหลังใหญ่ของผมเหมือนกับ นิน่า ที่เขามาดูโปรไฟล์ของผมและทำท่าตื่นเต้นจนออกนอกหน้า รถฟอร์จูนเนอร์เข้ามาจอดด้านใน ผมคิดว่ายังไม่มีใครมาถึงเช่นกัน เพราะผมก็ยังไม่เห็นรถใครเข้ามาจอด ผมลงมาก่อน และหันไปมองบีมที่นั่งกอดลูกชาย เจ้าลูกโซ่มองผม

“บีม ลงมาซิครับ พี่เลือกที่จะรับผิดชอบสิ่งที่พี่ทำ”

“ไม่จำเป็นก็ได้มั้ง ที่จะต้องเอาทั้งชีวิตของพี่มาอยู่กับผม คนที่พี่ไม่ได้รัก”

“พี่รู้ว่ายังไม่ถึงขั้นรักแต่พี่เลือกคนที่สำคัญกับลูกพี่ เพราะคำว่าแม่ ไม่ใช่ว่าใครจะมาแทนก็ได้ ดังนั้น พี่เลือกลูกและบีม ลงมาซิครับ” ผมพูด บีมหันมามองหน้าผม ส่วนลูกโซ่ก็มองผม ผมกางมือออก เขาเงยหน้ามองบีม และสุดท้ายบีมก็เรื่องที่จะเดินลงมา

“แต่ว่าผมไม่ได้เอาของใช้ลูกมาด้วย” บีมพูด

“ซื้อใหม่ก็ได้นี้”

“แต่” บีมเงยหน้าขึ้นมองผม

“ไม่อยากซื้อใหม่ก็ไปขนมาไว้ที่นี้เลยแต่ว่าคืนนี้นอนนี้นะครับบีม พี่อยากให้ป๊ากับม๊าเจอหลาน “ผมบอกบีม เขาหันมามองหน้าผม และคนใช้เดินออกมาก็มีสีหน้าที่ตกใจกับสิ่งที่เห็น จังหวะนั้น ก็มีรถแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ผมเดาได้ว่ารถอากันตภณ ผมหันไปมองก่อน ใช่จริงๆ ด้วย ผมเห็นอาก้าวลงจากรถมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินตรงมาที่ผมยืนอยู่

“นี้มันอะไรกันเธียร” อากันตภณเดินปรี่ออกมาจากรถเก๋งคันหรูทันที พร้อมกับยิงคำถามใส่ผมทันทีเช่นกัน ก่อนจะหันไปมองบีมที่ยืนกอดลูกชายอยู่

“บีมคือเมียผม และเด็กนั้นคือลูกผมครับอา” ผมตอบอากัน

“บีม ไม่จริงใช้ไหม บีมบอกพี่ซิ “อากันตภณถามบีม ผมหันไปมองหน้าบีม เขายืนหันหลังให้อากันอยู่ เขากอดเจ้าลูกโซ่ ที่เหลือกตาขึ้นมองผมทีและอากันที

“บีม” อากันเดินมาจับแขนของบีม
“อา นี้เมียผม นี้ลูกผม “เดินมาจับมืออากันเอาไว้

“แต่นายไม่ได้ดูแลเขา!! “อากันหันมาขึ้นเสียงดังใส่ผม และคนใช้ในบ้านผมเริ่มออกมายืนมองกันหมด

“ก็ผมไม่รู้มาก่อนนิครับอา” ผมบอกอากัน

“แล้วทำไม ไม่คิดจะตามหาตั้งแต่ทีแรกเธียร” อากันตภณพูด เขามองหน้าผม

“ผมว่าอาคงเดาอะไรออกบ้าง เพราะอาคือคนที่อยู่ใกล้ชิดผมเท่าๆ กับอาม่า แต่อาไม่เคยคิดจะพูดหรือถามผมสักนิด” ผมพูดและมองหน้ากันตภณ

“และผมเองไม่เคยรู้ว่าบีมจะท้องได้จริงๆ ถึงแม้ว่าเขาบอกผมวันนั้น วันที่ผม ..” ผมกำลังจะพูดว่าวันที่ผมมีอะไรกับบีมครั้งแรก

“วันที่ผมมีอะไรกับเขาและแม้ว่าครั้งนั้นผมจะทำไปเพราะว่าผมไม่มีสติ แต่ว่าวันนี้ผมมีสติพอที่จะกล้ายอมรับผิดในสิ่งที่ผมทำกับอา” ผมพูดกับอากันตภณ อามองหน้าผม

“แต่อารักบีม” อากันตภณพูดกับผม

“ผมก็รักลูกผมน่ะอา และลูกผมก็ไม่อยากเสียแม่เขาไปครับอา ผมต้องเก็บทั้งคู่เอาไว้กับผม ผมให้อาไม่ได้ทั้งคู่” ผมพูดก่อนจะดันบีมเข้าบ้าน

“หมับ” อากันตภณจับแขนบีม

“อา “ผมจับแขนอาเช่นกัน สายตาที่ประสานกัน อาที่เคยเป็นอาที่ผมรัก วันนี้มันกลับกลายมาเป็นศัตรูหัวใจกันและกันอย่างนั้นหรือ

“อาไม่ยอมให้นายที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้ ดูแลบีม” อากันตภณพูด

“ใช่วันนี้ผมยังเหมือน ผมยังดูแลใครไม่ได้แม้แต่ตัวเอง แต่ผมเชื่อว่าผมต้องทำได้อา” ผมพูด

“บีมกลับบ้าน” อากันตภณพยายามดึงแขนบีมเอาไว้ แต่ผมก็ดึงรั้งบีมและลูกไว้เช่นกันจนกระทั่งรถแล่นเข้ามาจอดติดๆ กันหลายคัน และคนที่ลงมาจากรถก่อนคือม๊าของผม

“อากันอะไรกันน่ะ อากัน อาเธียร” ม๊ารีบตรงมาเพื่อจะมาห้ามทัพของผมกับอากันตภณ

“เกิดอะไรขึ้น เธียร กัน” ป๊าเดินมาถามผมก่อนจะหันไปมองหน้าอากันเช่นกัน รถเฮียที่พากันเดินลงมาจากรถตัวเองมองหน้าผมและอากัน ที่กำลังยื้อแย่งคนคนเดียวกัน

“เข้าไปคุยกันบ้าน เดี๋ยวนี้!! “ป๊าพูดก่อนจะหันไปมองรถอีกคันที่แล่นเข้ามาจอดจนฝุ่นตลบอบอวลไปหมด และคนที่ก้าวเท้าลงมาอย่างรวดเร็วคือแพรวา เธอเดินปรี่มาหาผมเช่นกัน

“พี่เธียร!! พี่ขับรถหนีแพรวาแบบนี้ไม่ได้นะคะ!!” แพรวาพูดก่อนจะมองคนที่ยืนหันหลังอยู่

“แพรวาเห็นพี่เอาไอ้เด็กที่ท้องไม่มีพ่อขึ้นรถมา ทำไมคะ” แพรวาพูด แต่สิ่งที่เธอพูดออกมา มันทำให้ทุกคนในครอบครัวผมหันไปมองเธอกันหมดแม้กระทั่งอาโกวหงส์ น้องสาวของพ่อผมที่เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน

“เข้าไปคุยกันในบ้าน” ป๊าพูดออกคำสั่งและแพรวาที่รีบเดินแทรกทุกคนขึ้นมาหาผมก่อน

“หมับ” เธอจับแขนผมแน่นๆ และหันไปมองบีม ที่ยืนนิ่งไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น ส่วนลูกโซ่ก็กอดบีมไว้แน่นเช่นกัน

“นี้มันอะไรกันค่ะพี่เธียร” แพรวาถามผม ผมหันมามองหน้าเธอก่อนจะค่อยๆ แกะมือเธอออกและผมก็จับแขนบีมแทน

“เขาบ้านนะบีม “ผมบอกบีม บีมหันมามองหน้าผมและหันไปมองแพรวา
“พี่บอกแล้วไง ว่าพี่เลือกคนที่จะเป็นแม่ของลูกพี่ เพราะว่าลูกพี่สำคัญ แล้วบีมล่ะ เลือกใคร คนที่บีมคิดว่าสำคัญกับลูกชายของบีม พี่รู้ว่าพี่ผิดแต่นี่ลูกของพี่ และลูกพี่ก็ต้องการบีม พี่พร้อมจะทำตัวเองให้ดีกว่าที่ผ่านมาก แค่ขอโอกาสจากบีม “ผมถามบีม บีมหันมองหน้าผมก่อนจะ เลือกก้าวเท้าเดินขึ้นไป อากันตภณกลับเป็นฝ่ายปล่อยแขนจากบีม

“พี่เธียร!! พี่พูดอะไรของพี่น่ะ ปล่อยมันเดี๋ยวนี้น่ะ” แพรวาพยายามกระชากแขนผม ผมก๊เลือกที่จะแกมือเธอให้ออกและหันมาโอบพาบีมเข้าบ้านของพ่อแม่ของผม ผมหันไปเห็นเฮียธี ที่ยืนมองผมอยู่ เฮียยกนิ้วโป้งให้ผม แต่แพรวาพยายามจะมาดึงแขนผมให้ออกจากบีม

“แพรวาปล่อยพี่ครับ” ผมหันไปบอกแพรวา

“มันเป็นอะไรกับพี่!!”

“แม่ของลูกพี่” ผมหันมาตอบ แพรวามองหน้าผมก่อนจะหันไปมองหน้าเด็กที่บีมอุ้มอยู่ เธอคงเห็นได้ชัดเจนว่าเขาคือลูกของผมจริงๆ

“ไม่จริงอ่ะ ไม่จริง! แพรวาไม่ยอม แพรวาไม่ยอม!!!”

“โอ๊ย!!! แพรวา เธออายุเท่าไหร่แล้ว กรีดร้องเพลงหนูไม่ยอม หนูไม่ยอมมากี่ปีแล้วเนี๊ยะ! เปลี่ยนเพลงได้แล้วมั้ง” พี่ธามพี่ชายคนที่สองที่อดรนทนไม่ไหว จนต้องพูดออกมา ผมหันไปมองป๊ากับม๊า และโกวหงส์ ที่ยืนอยู่ข้างๆ อากันเช่นกันโกวหงส์จับแขนอากันเอาไว้ ผมรู้ว่าอากันคงเสียใจหรือไม่ก็โกรธแต่นี้เลือดเนื้อของผม ผมเหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบในสายตาใครหลายคนแต่ผมคงยอมให้คนอื่นมาทำหน้าที่นี้แทนผมแน่นอน

         ผมเดินตามหลังบีมเข้าไปในบ้านทุกคนมองบีมและลูกโซ่กันหมด ป๊า ม๊าและโกวหงส์หันมามองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าและหันไปคุยกัน พี่ๆ ผมเดินตามเข้ามาเช่นกัน อาเหมยก็มองบีมและลูกโซ่

“อาเหมยจำได้ พี่ที่อาม่าบอกว่านี่ลูกเฮียเธียรอ่ะ วันก่อนที่พี่บอกว่าพาน้องไปฉีดวัคซีนวันก่อนนะคะ” อมเหมยพูด บีมแค่หันไปยิ้มพยักหน้าเบาๆ

“พี่เธียร! พี่จะไปประคองมันทำไมค่ะ พี่ต้องมาอยู่ข้างๆ แพรวาซิ “แพรวาพูดและจะเข้ามาหาผมแต่พี่ธามยืนขวางเอาไว้

“นี่เธอ ยืนเองไม่เป็นเหรอ ตัวโตซะเปล่า และนี้ไอ้เธียรมันก็ควรจะอยู่ข้างลูกข้างเมีย เธอน่ะเป็นอะไรกับมันล่ะ " พี่ธามหันมาพูดกับแพรวา "สมองน่ะคิดเยอะๆ หน่อย ก่อนที่มันจะฝ่อ” เฮียธามพูดต่อแพรวาชักสีหน้าไม่พอใจทันที

“นี่เป็นพี่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องยุ่งไปทุกเรื่องน่ะ อันนี้เรียกว่าเสือก!!” แพรวาหันไปบอกพี่ธาม พี่ธามคงโมโหจนเกือบจะกางมือออก ผมหันไปมองพี่ธีก็ยืนสั่นหัวทันที

“อีนี่ปากดีนะมึง เดี๋ยวได้เจออะไรที่มันดีกว่าปากมึงแน่ ฝ่ามือกูนี้!!” เฮียธามทำท่าจะกางมือแปขึ้นมารอทันทีและแพรวาเองก็ไม่กล้ากับเฮียธามอยู่แล้ว นางถึงกับชะงักเท้าเอาไว้แต่ว่ามีมือใครบางคนจับมือเฮียธามห้ามเอาไว้ได้ทัน

“อย่าเฮีย อย่าไปทำแบบนั้น เดี๋ยวป๊าก็ได้รู้หรอก “เฮียธันกระซิบบอกเฮียธาม

“รู้ว่า” เฮียถามถามกลับ”

“ป๊าน่ะเสียลูกชายไปนานแล้ว เล่นกางมือแปรอตบเขาซะขนาดนี้ นี่มันลูกสาวเขาทำกัน! “เฮียธันพูดกระซิบกับเฮียธาม

 " อู้ย เจ๊ลืมตัว" เฮียธามเอามือทาบอก  "เว้ยย"เฮียธี   "เออ เฮียลืมตัวว่ะ " เฮียแกเลยต้องชักมือลง ผมหันไปมองพี่ธาม ผมสั่นหัวเบาๆ ว่าอย่าเลยเฮีย ส่วนเฮียธีน่ะเอามือกุมหน้าอกตัวเองคงลุ้นน่าดู ทุกวันนี้ที่ช่วยปิดก็แย่แล้วน่ะ ยังไม่เก็บอาการอีกเวลาป๊าอยู่ และจังหวะที่ป๊า ม๊า และอาโกว เดินเข้ามาพอดี

“นั่งลงซิบีม” ป๊าบอกบีมให้นั่งลง ผมก็รีบจับบีมไปนั่งแต่แพรวารีบเข้ามาดึงรั้งผมอีก

“แพรวา นั่งลงก่อน เธออย่าทำให้ภาพลักษณ์เธอดูแย่ไปกว่านี้เลยน่ะ ดูบีมซิ เขานิ่งกว่าเธอ เขาดูมีราคากว่าเธออีก เธอเป็นผู้หญิงแท้ๆ สำรวมหน่อยซิ” โกวหงส์ถึงกับต้องเอ่ยปากพูด เพราะโกวหงส์คงทนไม่ไหวจริงๆ เช่นกัน แพรวาถึงกับชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจทันที ผมยอมรับเลยว่าบีมนิ่งมาก นี้แหละวางมาดได้เหมือนม๊าของผมจริงๆ


“และฟังอะไรให้มันเรียบร้อยซะก่อน ไม่ใช่เอาแต่ร้องแลกแหกกะเชิง มันดูไม่สมกับที่เธอเป็นถึงลูกท่านรัฐมนตรี”

“นั่งลงซะแพรวา “ม๊าพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่มนวล ผมหันไปมองเธอและพยักหน้าให้เธอปล่อยแขนผมซะ ผมเดินไปนั่งข้างๆ บีมทันที และทุกคนก็หาที่นั่ง แต่แพรวามัวแต่มองผมเลยได้ไปนั่งที่ไกลออกไป เธอคงไม่อยากโดนอี๊ผมว่าเธอ เธอเลยต้องนั่งลงอย่างเงียบๆ

“เอาล่ะ เธียร เกิดอะไรขึ้น บอกป๊า บอกม๊าและอาโกวมา “ป๊าถามขึ้น ผมหันมามองหน้าบีม ส่วนเจ้าลูกโซ่ที่กอดบีมตัวสั่นเล็กน้อย

“โธ่ถังพ่อคุณ ไม่ต้องกลัวลูก “โกวหงส์ผมเอามือลูกหลังเจ้าลูกโซ่ของผม

“ป๊า ผมทำบีมเขาท้อง” ผมพูด ทุกอย่างเงียบลงทันทีแต่

“อ้ายยยย!!” แพรวากรีด นี้บรรดาเฮียผมถึงกับหยิบเอาแอร์พอตมาอุดหูไว้ทันที

“แพรวา เธอจะกรี้ดทำไมอีก “โกวหงส์หันไปถาม

“หนูรับไม่ได้ค่ะ” แพรวาพูด

“แพรวาครับ เขาก็ไม่ได้ให้แพรวารับครับ แต่เขาให้ไอ้เธียรมันรับครับเพราะว่ามันเป็นคนทำเขาท้องครับ” เฮียธันหันไปพูด

“แพรวาหมายถึงแพรวารับไม่ได้ค่ะ และพี่เธียรไปทำไอ้นี่มันท้องได้ยังไงกันค่ะ พี่ทำมันท้องตอนไหน “แพรวาลุกขึ้น อาโกวผมถึงกับส่ายหัวและหันไปมองป๊าผม ส่วนบีมที่ยังนิ่งและกอดเจ้าลูกโซ่เอาไว้

"ก็ทำนิสัยแบบนี้ไง ชาตินี้ก็คงไม่รู้หรอกว่าเขาทำกันยังไงถึงได้ท้อง และพี่เองก็ยังไม่เห็นจะมีใครหน้าไหน ยอมเป็นหน่วยกล้าตายให้เธอสักคน ขนาดไอ้เธียรเอง มันยังไม่กล้าเลย " เฮียธามคนเดิม ผมสะบัดหันไปมองหน้าเฮีย อย่าโยนมาหาผม และม๊าก็หันมามองเฮียธามทันที "ครับม๊าผมจะนั่งเงียบๆ "เธียธามพูด

"เฮีย!! นี้เฮียกล้าว่าแพรวาเหรอคะ" ส่วนแพรวาที่ดูท่าจะไม่ยอมหยุดง่ายเช่นกัน

“แพรวา ฟังเธียรพูดให้จบก่อนแพรวา น้าขอล่ะ และธามก็หยุด! ม๊าขอ “ม๊าของผมเป็นคนพูดก่อนจะหันไปมองป๊าผม "แต่แพรวาก็ยังไม่ยอมอยู่ดี"เธอยังยืนยันจะไม่ยอมฟังผมพูด

“ถ้าเงียบแบบคนอื่นเขาไม่ได้ จะให้ยืมตะกร้อเอาไหม" เฮียธามหันไปถามแพรวา

"ตะกร้ออะไร" แพรวาหันขวับไปถามเฮียธามทันที

" มันเหมาะกับเธอแน่นอนแพรวา เพราะว่ามันคือตะกร้อครอบปากสุนัข เห็นมันว่างอยู่อันหนึ่งน่ะ เอาไหมครับ และพี่จะได้ให้แม่บ้านเขาไปหยิบเอามาให้” พี่ธามหันไปบอกแพรวาพร้อมรอยยิ้ม แต่ม๊าผมหันมามองเฮียธามอีกที เหมือนกำลังพยายามจะรับหนึ่งถึงสิบอยู่น่ะ

“ธาม!!” ม๊าหันมาเอ็ดพี่ชายผมทันที

“พี่ธาม แพรวาไม่ใช่หมานะคะ” แพรวาหันขวับมาพูด

“พี่ไม่ได้ว่าแพรวาเป็นหมานี่ครับ แต่แพรวาแค่ปากหมานะครับ” พี่ธามพูดต่อและหันไปยิ้ม

“ไอ้ธาม พอ!!” ป๊าหันมาปรามเฮียธามอีกคน ปกติป๊าผมเป็นคนพูดน้อย

“เออ ตกลงเอาไหมคะ ตะกร้อนะคะ ที่เอาไว้ครอบปากสุนัข พี่มลจะได้ไปหยิบมาให้ค่ะ” คนใช้บ้านผมเอาน้ำมาเสิร์ฟพอดีเลย ทำให้ม๊ากับป๊าผมหันไปมองพร้อมกันทันทีคนใช้บ้านผม

“เฮ้ยย!!” ผมกับเฮียธีและเฮียธันร้องออกมาพร้อมกันเลย

“เอาครับพี่มล” พี่ธามรีบตอบทันทีเช่นกัน และ “ไม่เอาจ๊ะมล! วางแก้วน้ำให้แขกและเข้าไปเตรียมทำอาหารเย็นได้แล้ว ขอบใจมาก ที่ช่วยกันได้ดีจริงๆ” ม๊าของผมบอกคนใช้ ทุกคนหันมาหน้ากัน ก่อนจะหันไปมองพี่ชายคนที่สอง ขยันใส่ไฟนางเหลือเกิน "ค่ะ"พี่มลตอบก่อนจะหยิบถาดและถือกลับไป

“ตกลง คนที่พามานี้ ลูกเมียเราใช่ไหมเธียร” โกวหงส์หันมาถามผม ผมหันไปพยักหน้าตอบโกวหงส์

“หนูใช่คนที่ทำงานตำแหน่งธุรการหรือเปล่าลูก” โกวหงส์หันมาถามบีม

“ใช่ครับ ผมทำงานตำแหน่งธุรการครับ” บีมพูดพร้อมกับกอดเจ้าลูกโซ่เอาไว้ และผมก็เห็นว่าบีมอุ้มนานแล้ว ผมแบมือไปขออุ้มลูกแทนบ้าง บีมหันมามองผมเขาส่งลูกมาให้ผมอุ้ม แต่ครั้งนี้มันง่ายขึ้น

“แล้วพี่แน่ใจได้ยังไงว่าเด็กนี้ลูกพี่น่ะ พี่เธียร เพื่อว่ามันอาจจะไปนอนกับใครต่อใครมาก็ได้ และที่มหา’ลัยน่ะ ใครก็พูดกันว่ามันไปคลุกอยู่กับอากัน” แพรวาลุกขึ้นมาพูด ผมหันไปมองอากันว่าเขาจะพูดยังไงกับเรื่องนี้ ถ้าเขาพูดว่ามันคือเรื่องจริงนี้เขาก็ทำร้ายบีมทางอ้อมเช่นกัน

“ว่าไงล่ะ กัน ที่แพรวาพูดน่ะ เรื่อง “ป๊าผมหันไปถามอากันตภณทันที

“ใช่ครับเฮีย มีคนในมหาวิทยาลัยพูดกันแบบที่แพรวาพูด แต่ว่าบีมเขารับทำวิทยานิพนธ์ครับ และผมก็เป็นคนแนะนำเขาทำรายงานเพื่อหาค่าเรียนหนังสือเขาเลยมาปรึกษาผม”

“และคงไม่มีใครกล้าทำเรื่องน่าอับอายเพื่อประจานตัวเองในห้องที่มีอาจารย์นับสิบคนแบบนั้นหรอกมั้ง แพรวา เพราะทุกครั้งที่บีมมาหาผม เขาก็มาในเวลาที่มีอาจารย์เขานั่งกันอยู่ตลอด” อากันพูด ตอนแรกแพรวาก็ยิ้มเยอะแต่ก็ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“ทำงานส่งตัวเองเรียนเหรอลูก แล้วพ่อแม่ล่ะ”

“พ่อผมเสียไปตั้งแต่ผมอายุได้เจ็ดขวบครับ และพ่อผมเป็นคนต่างชาติ พอแม่ผมแต่งงานใหม่ ท่านก็ส่งผมมาอยู่ที่ไทยกับยาย แต่พอยายผมเสีย ผมก็ไปอยู่คอนโดที่แม่ผมซื้อเอาไว้สำหรับมาพักผ่อนครับ” บีมตอบ ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้ของบีมมาก่อนเลย บีมหันมามองหน้าผม

“ผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้ แม่เพิ่งจะบอกกับผมว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะว่าพ่อผมที่เป็นนักวิทยาศาสตร์แต่เขาทำอะไรกับผมบ้าง ผมไม่เคยรู้หรอกครับจนกระทั่ง ..” บีมพูดก่อนจะหันมามองผมกับเจ้าลูกโซ่

“แกจะบอกว่าแกท้องและพี่เธียรต้องรับผิดชอบแกอย่างนั้นเหรอ “แพรวาลุกขึ้นอีกครั้ง ทุกคนหันไปมองเธออย่างเอือมระอา

“แพรวาใจเย็นนั่งลงก่อนได้ไหมแพรวา “ม๊าของผมพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพื่อให้แพรวาใจเย็นลง แต่ผมว่าน้ำอะไรก็เอาแพรวาไม่อยู่แล้วแหละ เธอเอาแต่ใจจนใครๆ ก็เอือมระอาไปหมด

“ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องไปรับผิดชอบเลย ก็แค่ท้องในคืนเดียวและที่ได้กับพี่เธียรน่ะ เขาวางยาพี่เธียรหรือเปล่า ทำเหมือนในละครน่ะ ใช่ไหม แกทำแบบนั้นใช่ไหม” แพรวาพูดแต่บีมน่ะหันมามองหน้าผม

“ผมโดนวางยาจริง “ผมพูด

“นั้นไง มึง…มึงกล้าวางยาพี่เธียรของฉันเหรอ” แพรวารีบพูดต่อทันทีและทำท่าจะเข้ามาทำร้ายบีมแต่ อาโกวหงส์หันไปยิ่งสายตาที่บ่งบอกว่าจะเริ่มหมดความอดทนแล้วน่ะ ป๊ากับม๊าถึงกับออกอาการตกใจทันทีได้ยินว่าผมโดนวางยา

“แต่ไม่ใช่บีมเป็นคนวางยาผม แต่บีมก็โดนเพื่อนผมที่เล่นพิเรนทร์ วางยาเขาก่อนและผมเองก็ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ ผมเลยทำสิ่งที่ไม่น่าจะทำกับคนที่ไปทำงานที่นั่น อย่างบีม” ผมพูด

“แต่ตอนนั้นผมตกใจและขี้ขลาดเกินไปจะยอมรับใส่สิ่งที่ตัวเองทำลงไป จนกระทั่งผมได้เห็น ลูกผมอ่ะป๊า ผมเลย…”

“ถ้าอย่างนั้น เราจะทำยังไงกับเรื่องนี้เธียร” ป๊าถามผม ผมหันไปมองบีม

“ผมจะรับผิดชอบบีมและลูก” ผมพูด

“มันก็แค่ท้องอ่ะ พี่ต้องรับผิดชอบมันเลยเหรอ ทำไมเหรอคะ ไม่เห็นจะต้องรับผิดชอบเลย” แพรวาลุกขึ้นพูดอีกครั้ง ป๊าผมลุกขึ้นเช่นกันและเดินออกไปผมไม่รู้ว่าไปไหน

“แพรวา เธอพูดแบบนี้ก็ไม่ถูกน่ะ ลองคิดกลับกัน ถ้ามีคนมาทำให้เธอท้องเหมือนบีมและแทนที่จะรับผิดชอบกลับบอกว่าเธอก็แค่ท้องล่ะ พูดว่าไม่เห็นจะต้องรับผิดชอบเธอเหมือนกัน เธอจะรู้สึกยังไงล่ะแพรวา และนี่เธียรเขาก็ตัดสินใจของเขาแล้วว่าจะรับผิดในสิ่งที่เขาทำลงไป”

“แต่พี่เธียรคือของแพรวา”

“พี่ไม่เคยบอกว่าพี่เป็นของแพรวาครับ” ผมหันไปบอกเธอ บีมหันมามองผมด้วยเช่นกัน แพรวามองผมก่อนจะหันไปมองรอยๆ

“คุณน้าจะให้พี่เธียรตัดสินใจแบบนี้ไม่ได้นะคะ เพราะว่าพ่อแพรวาไม่ยอมแน่ๆ และที่สำคัญ คุณน้ากับคุณอาคงลืมไปว่าตระกูลของแพรวาเคยช่วยตระกูลคุณน้ามาก่อน “แพรวาขุดเอาเรื่องนี้มาพูดทันที

“แล้วฉันต้องยกลูกชายให้เธอเหรอ แพรวา ถ้าเขาไม่ได้ต้องการจะเลือกเธอน่ะ “ม๊าหันมาพูดกับแพรวา ทั้งที่ไม่เคยพูดแบบนี้มาก่อน พ่อผมเดินกลับมาพอดี

“แพรวา ไอ้เธียรมันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเธอน่ะ พี่ว่าเธอควรจะไปทำตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่มากกว่านี้จะดีกว่า พูดมาได้ยังไง ว่าเธียรคือของแพรวา ทั้งที่มันไม่เคยบอกเธอเลยน่ะว่า มันอยากเป็นอย่างที่เธอนั่งฝันกลางวันเอาเอง หรือที่เขาเรียกกันว่าโรคมโน คิดเองเออเองอยู่คนเดียว “พี่ธามพูดก่อนลุกขึ้นและเดินออกไปเป็นคนแรก คงเบื่อที่จะฟังความงี่เง่าของแพรวา ผมก้มลงมองเจ้าลูกโซ่เห็นเงียบๆ เหลือกตาขึ้นมองผมและหันไปมองแพรวาก่อนจะรีบหันมาซุกอกผม ส่ายหัวด้วยไม่ว่ารำคาญเหมือนกันหรือว่ากลัวกันแน่

“งั้นผมพาบีมกับลูกขึ้นห้องผมก่อนนะครับม๊า ป๊า เพราะว่าลูกโซ่ดูท่าจะง่วงแล้ว” ผมเองก็เบื่อที่จะพูดกับคนไม่รู้เรื่องอย่างแพรวา ผมพยักหน้ากับบีม บีมก็ทำท่าจะลุกเช่นกัน ผมอุ้มลูกโซ่ขึ้น
“ไม่ได้น่ะ พี่จะไปกับมันไม่ได้พี่จะให้มันนอนบ้านเดียวกับพี่ไม่ได้ ไม่ได้”

“ได้ครับแพรวา เพราะว่าบีมคือว่าที่ภรรยาของพี่ “ผมพูด บีมหันมามองหน้าผม”

“และพี่ก็.... เอาแหวนของพี่ให้บีมไปแล้ว” ผมหันไปบอกแพรวา

“อ้าว! ถ้าอย่างนั้นเราก็ขอบีมเขาแต่งงานไปแล้วซิ แหวนวงศ์ตระกูลน่ะ ถ้าให้ใครนั้นแปลว่า เราเลือกบีมแล้วใช่ไหม” โกวหงส์พูดขึ้น

“ไม่จริงอ่ะ! พี่บอกว่าพี่ทำหายไม่ใช่เหรอคะ”

“พี่โกหกแพรวา “ผมหันไปบอกแพรวา

“บีมเอาแหวนออกมาซิ “ผมบอกบีม บีมมองหน้าผม

“แหวนน่ะบีม” ผมกระซิบอีก เขาก็พึ่งจะนึกขึ้นมาได้เลยหยิบออกมาจากสร้อยคอที่ห้อยอยู่

“ชัดเลย! ยินดีด้วยครับคุณได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้” พี่ธันพูดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่บีม

“ไม่จริง!! นั้นมันต้องเป็นของฉัน เอาคืนมาน่ะ” แพรวาทำท่าจะก้าวเท้ามาหาบีมแต่ผมก็ต้องกันบีมออก และจู่ๆ แพรวาก็ล้มลง เพราะสะดุดเท้าอาเหมย

“เออ โทษน่ะ ไม่ตั้งใจน่ะ” อาเหมยพูดแต่ผมรู้ว่าเหมยมันตั้งใจ แพรวาลุกขั้นมาได้ ก็หันไปมองอาเหมยด้วยความพอใจ แต่อาเหมยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“พอ พอ พอได้แล้ว! “ม๊าผมลุกพรวดขึ้นยกมือห้าม

“พ่อแม่เธอจะมารับแล้วแพรวา กลับไปตั้งสติตัวเองให้ดีดี ไม่ใช่เอาแต่โวยวายแบบนี้”

“เธอน่ะคลุกคลีกับครอบครัวน้ามาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนก็วิ่งตามพี่เธียร และน้าก็เห็นว่าเราน่ะ เป็นลูกคนเดียว ส่วนเธียรก็ไม่อยากให้เธอเอาแต่ร้องไห้งอแง ก็เลยยอมแต่นี้เธอโตแล้วแพรวา เธอควรจะรู้ได้แล้วว่า สิ่งที่เธอทำน่ะ มันใช้ไม่ได้แล้วน่ะที่จะงอแง โวยวายโดยไม่แคร์ว่านี้มันสมควรหรือไม่สมควร เพราะเธอไม่ใช่เด็กสองสามขวบแล้ว แพรวา!! “ม๊าผมพูด ปกติม๊าผมเป็นผู้หญิงเรียบร้อย ไพเราะอ่อนหวาน ม๊าเป็นคนที่เก็บอาการโมโหได้ดีมากมาตลอด แต่วันนี้เล่นเอาพวกผมแม้กระทั่งป๊าผมเองก็ยืนอึ้งไปตามๆ กัน

“ม๊า” ป๊าผมเองยังไม่อยากจะเชื่อเลย โกวหงส์ก็ยังงงเลยที่เห็นมาผม ของขึ้นกับเขาเหมือนกัน

“ชอบ…กดไลฟ์” เฮียธี

“มันใช่เลย งั้นกดแชร์” เฮียธีอีกคน ม๊าหันขวับไปมองพี่ชายสองคนของผม ถึงกับหดเป็นแถว

“เธียรพาบีมและลูกไปพักเถอะ โกวจะกลับแล้ว ไปอาเหมย เดี๋ยวไม่ได้กลับกันพอดีมืดค่ำซะก่อน” โกวหงส์พูดก่อนจะลุกขึ้นเช่นกัน

“ไม่แพรวาไม่กลับ” แพรวาพูด ผมหันมามองแพรวา ภาพเด็กผู้หญิงน่ารักที่เคยวิ่งตามผมเล่นกับผม ไม่น่าเชื่อว่านี้เธอช่างดูน่ากลัว ผมหันมาเอาแขนไปดันบีมที่หันไปมองแพรวาให้เดินออก ผมรู้ว่าเขารู้สึกผิดแต่คนที่ผมอุ้มอยู่นี้ก็สำคัญกับผมมากเช่นกัน ผมเอามือลูบหัวเบาๆ และนี้ผมเลือกแล้วผมเดินออกโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของเธอ

“พี่เธียร!!!” แพรวาจะเข้ามาหา ผมเองก็ไม่ได้หันกลับไปมองเธอ ผมต้องยอมใจร้ายบ้างแล้วเพื่อไม่ให้เสียสิ่งที่สิ่งที่สำคัญกับผม นั้นคือลูกและอีกคนที่ควรค่ากับคำว่าแม่ของลูกมากกว่าแพรวา

“แพรวา” เสียงแม่ของแพรวาเรียกเธอ

“คุณแม่คุณพ่อ แพรวาไม่ยอมนะคะ แพรวาไม่ยอม พี่เธียรทำแบบนี้กับแพรวาไม่ได้ ฮือๆ คุณแม่คุณพ่อ ทำอะไรสักอย่างซิคะ แพรวาไม่ยอมให้พี่เธียรกับไอ้บ้านั้น ต้องเป็นแพรวาคนเดียว ฮือๆ ” ผมสั่นหัวให้บีมว่าอย่าไปฟังและผมก็ปล่อยให้พ่อแม่ของเธอจัดการกับลูกสาวของเขาเอง ผมพาบีมขึ้นมาบนบ้านและพาไปยังห้องนอนของผม และทันทีที่ปิดประตูห้องนอนปิดลง

“ฟู่!!” ผมพ่นลมหายใจออกมายาวๆ บีมยืนมองผม

“อันที่จริงพี่ไม่ต้องรับผิดชอบผมหรอกน่ะ ดูเธอเสียใจมากที่”

“พี่เลือกแล้ว บีม “ผมพูดก่อนจะเอาเจ้าลูกโซ่ไปล้างมือในห้องน้ำซะก่อนเพราะว่าเล่นเครื่องเล่นมา ผมกลัวลูกเอามือใส่ปากไม่รู้ว่าไปจับอะไรมาบ้าง ก่อนจะเดินออกมาเห็นบีมยืนมองรูปถ่ายผมสมัยเด็กๆ กับพี่ๆ และเขาก็หันมามองเจ้าลูกโซ่

“แล้วของใช้ลูกล่ะ ผมจะทำยังไง”

“บีมจะใช้อะไรบ้างล่ะ พี่จะได้ให้คนในบ้านไปซื้อให้ มีร้านค้าอยู่น่ะออกไปจากหมู่บ้านหน่อย” ผมบอกบีม บ้านของผมตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ที่ค่อนข้างแพงทำเลดี ทำเลดีของป๊ากับม๊า คือไม่วุ่นวาย เงียบสงบแต่ยังอยู่ใกล้ตัวเมือง เพื่อความสะดวกสบาย จังหวะนั้นเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ผมและบีมหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน

TBC......

              คนแต่งต้องบอกก่อนว่านายเอกเรื่องนี้ไม่ใช่นักบู๊ แต่คนแต่งตั้งใจให้เขาเป็นคนนิ่งๆ ไม่จำเป็นต้องไปออกรบเองเพราะว่าบีมเป็นคนที่น่ารัก มีคนปกป้องเยอะอยู่แล้ว

                 ตอนหน้าอาม่าจะมาหาหลาน อาม่าคือคนที่เธียรรักมากที่สุดรองลงมาจากป๊ากับม๊าและเป็นคนที่เธียรเชื่อฟังมากที่สุด มากกว่าป๊าเขาอีก เรามาดูซิว่าเจ้าลูกโซ่จะทำให้อาม่าหลงได้ไหมน่ะ

ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ เราจะสู้ไปด้วยกันจนจบ  :กอด1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 12-03-2021 03:00:48
 :impress2: :-[
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 12-03-2021 04:56:31
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 12-03-2021 23:03:35
 :เฮ้อ:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน
เริ่มหัวข้อโดย: AkuaPink ที่ 13-03-2021 07:32:35
 :pig4:
 :3123:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 พาลูกเมียเข้าบ้าน
เริ่มหัวข้อโดย: weedear ที่ 13-03-2021 09:44:21
รำคานแพรวามากกกกก
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 .1 เจ้าลูกโซ่ขี้อ้อน
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 13-03-2021 19:45:55
      ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องนอน ผมเดินย้อนไปเปิดพร้อมกับลุ้นว่าใครกันน่ะ อย่าบอกน่ะว่าแพรวาตามขึ้นมาน่ะ  และผมก็อุ้มลูกโซ่ติดมือไปด้วย พอเปิดประตูออกไป คนนั้นคือเฮียธี ผมนี้ค่อยโล่งอกไปหน่อย แต่ว่าไอ้เจ้าลูกโซ่กับยื่นมือไปจะจับปลายจมูกเฮียธีทันทีเช่นกัน แต่เฮียแก็ไว้ รีบคว้านจับมือหลานเอาไว้ซะก่อน

“แม้มุกเดิมๆ “เฮียธีพูดและยังทำท่าจะงับมือหลานเล่น “เอิ้กๆ “เจ้าลูกโซ่หัวเราะชอบใจใหญ่เลย ผมรู้ว่าพี่ธีชอบเล่นกับเด็กๆ เห็นเด็กไม่ได้ต้องเข้าไปหยอกเล่น

“เฮียจะไปรับแฟนเฮียน่ะ พี่มิวนะครับบีม เฮียบอกมิวว่า เรามีหลานแล้วมิวตื่นเต้นน่าดู และมิวก็เดาถูกซะด้วยว่าลูกน้องบีม “เฮียธีพูด ผมถึงกับต้องทำสีหน้าแปลกใจ

“ก็พอดีวันนั้นพี่ไปส่งน้องบีมเขาที่ไปรับเจ้าแสบ มิวเขาทักพี่ตลอดทางเลยว่าหน้าคุ้นๆ เหมือนคนในครอบครัวเฮียแน่ๆ ที่ไหนได้เป็นหนุ่มหล่อของบ้านเรานี้เอง “เฮียธีพูด

“บีมจะเอาอะไรไหม พี่มิวเขาเป็นร้านขายยาน่ะ พี่มิวจะได้เอามาให้” ผมหันไปถามบีม

“คงต้องเป็นขวดนมน่ะครับ และก็นมผง ผมให้น้องทานนมแพะอยู่ครับ และก็แพมเพิสเด็กน่ะครับ” บีมหันไปบอกกับเฮียธี

“จัดให้ครับ “เฮียธีพูดก่อนจะหันมาจับปลายจมูกหลานแทน

“เฮีย…แพรวากลับไปยัง” ผมถามเฮียธี

“ไปแล้ว แต่นางจะไปได้น่ะ ร้องไห้สะอึกสะอื้นร่ำไห้ใจจะขาด และพ่อเขาดูท่าจะไม่พอใจป๊าด้วยว่ะ อันนี้เริ่มซีเรียสว่ะ เพราะว่าป๊ากับลุงธรรมรัตน์น่ะไม่เคยผิดใจกันมาก่อนเลยน่ะ “ผมพยักหน้ากับเฮีย แบบเซ็งๆ และหนักใจไปพร้อมๆ กัน

“งั้นเฮียไปน่ะ จะรีบไปรับมิวก่อน รอนานเดี๋ยวนางเหวี่ยง และที่เหวี่ยงไม่ใช่ว่าเหวี่ยงกูไปรับช้าน่ะเพราะว่าจะรีบมาดูลูกมึงนี้แหละ ” เฮียธีพูดก่อนจะปิดประตูลง ผมหันมามองบีม ผมเดินเข้ามามองเขา

“อาบน้ำก่อนไหมบีม” ผมถามบีม บีมนั่งลงบนเตียงนอนของผม บีมมองหน้าผม เหมือนเขากำลังใช้ความคิดอยู่

“พี่ให้ผมอยู่ในฐานะอะไรอ่ะ แค่แม่ของลูกพี่หรือเปล่า” บีมถามผม

“เออ คือ พี่ พี่ยอมรับว่าใช่ในตอนนี้ แต่มันอาจจะมีมากกว่านั้นก็ได้น่ะ พี่เชื่อที่อาม่าของพี่ ที่บอกกับพี่ว่า บางที่ไม่จำเป็นต้องรักกันมาก่อนแต่ถ้าหลังจากนี้ไปแล้ว ถ้าบีมพร้อมจะเริ่มต้นใหม่กับพี่ พี่ยินดีที่จะปรับปรุงตัวเองน่ะ และพี่เชื่อว่า “ผมพูด บีมมองหน้าผมแบบไม่ค่อยเข้าใจมากหนัก

“บีมคือคนที่พี่รอ “ผมพูด

“พี่เชื่อจากอะไรอ่ะ ในเมื่อวันแรกที่ผมเจอพี่น่ะ พี่ยังไม่พอใจผมที่ผมทำเหล้าหกใส่พี่เลย” บีมพูด ผมเดินมาหยุดตรงหน้าบีมและวางเจ้าโซ่ลงบนตักบีม ก่อนจะย่อตัวลง แววตาที่ใส่ซื่อของบีมและลูกโซ่มองมาที่ผม นั้นแปลว่าลูกโซ่ได้วงตาสวยงามนี้มาจากบีม

“พี่ขอโทษ เออ คือ  คือว่าวันนั้นน่ะ พี่โดนป๊าพี่ด่าน่ะ ด่าเยอะที่สุดพี่เลยหงุดหงิด และพี่ก็เห็นเรา พี่ก็คิดว่าเป็นพวกนั่งดิ้งทำเพื่อเงิน อยากได้แต่เงิน “ผมพูด กับบีม

“แต่จริงผมไม่ใช่เด็กนั่งดิ้งน่ะ” บีมพูด ผมเงยหน้าขั้นมองบีม ผมขมวดคิ้วจนเป็นปม


   ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องนอนของผมอีกครั้ง ผมหันไปก่อนจะเปิดประตู ผมเปิดประตู คนที่มาคือม๊าของผมเอง ม๊าเดินมาพร้อมกับถือกล่องมาหนึ่งกล่อง ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง

“ม๊าไปค้นเอาเสื้อผ้าเจ้าเธียรในตู้มาน่ะ ตั้งแต่ตอนเล็กๆ ม๊ายังเก็บเอาไว้ บางชุดยังใหม่อยู่เลยน่ะพอจะใส่ไปก่อนได้ไหมล่ะบีม “ม๊าผมพูดก่อนจะวางกล่องนั้นลง บีมเปิดดูและหยิบเสื้อผ้าชุดเด็กเล็กมาดู ม๊ามองเจ้าลูกโซ่ที่กำลังช่วยบีมรื้อเสื้อผ้าในกล่องออกมาดูเอง เขาหันมาเอียงคอมองม๊าผมแถมยังหลับตาข้างหนึ่ง เอียงคออีกทีและหลับตาอีกข้างสลับกันแบบนี้จน

“หึๆ ทะเล้นนะเราน่ะ ทะเล้นเหมือนป๊าเราไม่มีผิดเลย” ม๊าผมพูดปนหัวเราะ

“เธียร ป๊าเรียกไปคุยที่ห้องทำงานน่ะ และอย่าเถียงป๊าล่ะ เพราะว่าป๊าเขาอาบน้ำร้อนมาก่อน เข้าใจไหมเธียร ป๊าแนะนำอะไรก็ฟังเอาไว้น่ะเธียรน่ะ “ม๊าหันมาบอกกับผม ผมยอมรับว่าผมเป็นลูกชายคนที่สี่ ที่ดื้อที่สุดของป๊าเลยก็ว่าได้ ผมหันไปพยักหน้าเบาๆ กับม๊า ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปและก่อนที่ผมจะปิดประตูผมได้ยินเสียงคุยกันของแม่ผมกับบีมแม่ผมอยากมีหลานแต่ด้วยความที่บ้านของผมยุ่งมากพี่ๆ เลยยังไม่พร้อม และผมก็ปล่อยให้แม่สามีกับลูกสะใภ้เขาคุยกันตามลำพัง เพื่อบางทีแม่ผมกับบีมอาจจะคุยกันเข้าใจมากกว่าผม

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะประตูห้องทำงานของป๊า ผมรู้ว่าประตูไม่ได้ล๊อกนั้นแปลว่า ป๊าคงนั่งรอบ่นผมอยู่แล้วแน่ๆ เลย ผมเปิดประตูเข้าไปทันที ป๊านั่งลงอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผม สายตาของป๊า ที่ไม่เคยภูมิใจในตัวลูกชายคนเล็กคนนี้เลยสักนิด มีแต่เรื่องมาให้ป๊า

“นั่งลงซิเธียร” ป๊าพูดผมก็นั่งลง

“แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้มันนานแบบนี้ ละเธียร” ป๊าถามผม

“ผมไม่รู้ว่าเขาจะท้อง และถึงตอนนั้นผมจะไม่ตั้งใจแต่ตอนนี้ผมตั้งใจป๊า ตั้งใตที่จะรับผิดชอบเขาน่ะป๊า” ผมพูด ป๊าก็วางปากกาลงพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหน้าผม

“จะรับผิดชอบเขา ดูเราซิ จะดูแลเขาได้ไหม ยังเหลวไหลอยู่เลยน่ะเธียร”

“และเด็กคนนี้อากันของเรา มันก็เป็นคนเอามาฝาก ป๊าดูก็รู้ว่ากันมันต้องคิดอะไรด้วย ไม่อย่างนั้นกันมันจะไปทำหน้าที่ดูแลเขาหรอกเธียร” ป๊าผมพูด ผมทำได้แค่หลุบตาลง

“แถมเด็กนี้มันก็ดูแลมาแต่ก็ดันมาเป็นลูกหลานชายมันอีกเองอีก “ป๊าผมพูด ผมรู้ว่าป๊าก็รักน้องชายของป๊ามากเหมือนกัน

“แล้วป๊าคิดว่าผมควรจะยกลูกเมียผม ให้กับอาตัวเองเหรอครับ เพราะว่าเขาดูแลได้ดีกว่า ทั้งที่ผมยังไม่ได้ลองเลยป๊า” ผมถามป๊าผม

“ก็ถ้าอยากดูแลเขา ก็ทำให้ป๊าและม๊าเห็นว่าเราจะดูแลเขาได้ การจะเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ต้องแบกรับภาระต่างๆ มันไม่ง่ายน่ะเธียร “ผมหลุยตาลง

“ถ้าอย่างนั้นก็ดูแลโรงเรียนที่ป๊าให้แกทำตอนนี้ให้ดี ถ้าแกทำได้นั้นก็แปลว่าแกพร้อมจะดูแลเขา แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องคืนอากันเขาไปทั้งหมด” ป๊าพูดก่อนจะ โบกมือให้ผมออกไปได้แล้ว ป๊าจะทำงานต่อ

“ป๊า ป๊าเคยถามเธียรไหม ว่าเธียรอยากเรียนอะไร” ผมเงยหน้าขึ้นถามคนตรงหน้า

“ป๊ารู้ รู้ว่าเธียรอยากเรียนอะไร ไม่อย่างนั้น มึงจะหนีกวดวิชาไปเรียนวาดภาพแทนเหรอ และแอบไปเรียนจนอาก๋งจับได้ และสุดท้าย ไอ้กันที่มันตามรับตามส่งเรา น่ะโดนอาก่งด่าแทน “ป๊าพูด ผมยอมว่าจริงๆ

“ผมไม่อยากทำงานด้านการบริหารอ่ะป๊า กว่าผมจะเรียนสิ่งที่ผมไม่ชอบจนจบอ่ะป๊า มันยากมาเลยน่ะป๊า” ผมพูดป๊าหันมามองหน้าผม

“แต่นี้มันธุรกิจบ้านเราเธียร!! ธุรกิจที่อาก๋งพยายามทำมาเพื่อเป็นสมบัติของครอบครัวเราและมันก็เป็นมรดกตกทอดมา”

“และตอนนี้เราก็ไม่มีแค่ตัวคนเดียวแล้วเธียร เรามีลูกเพิ่มมาอีก และมีแม่ของลูกอีก ถ้าไม่ทำอันนี้จะไปทำอะไรเธียร!! “ป๊าถามผม

“ป๊าก็ยังคิดเสมอว่าผม ไม่เคยเป็นลูกที่เอาไหน ไม่เก่งเหมือนลูกทุกคนที่ป๊ามีอยู่ดี” ผมพูดก่อนจะลุกขั้นด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจป๊า

“ก็ทำให้ป๊าเห็นซิเธียร ว่าเธียรยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองได้และถ้านายทำได้นั่นแหละ มันจะเป็นความภาคภูมิใจของเธียรเองไม่ใช่แค่ป๊ากับม๊า และลูกเราที่จะมองเราคือแบบอย่างในอนาคตเธียร “ป๊าพูดแค่นั้น ก่อนจะก้มลงเซนต์เอกสารต่อ

   ผมก็แค่หยุดฟังและเปิดประตูออกไป ผมได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากด้านล่าง ผมเดินลงไปดู ผมเห็นอาม่า อาม่ามาหาเหลน พวกเขากำลังหัวเราะในความน่ารักของลูกชายผม ผมเดินไปยืนมองเด็กน้อยขี้อ้อนทำให้อาม่าที่เงียบเหงาเศร้าซึมหลังจากที่อาก๋งผมเสียไปกะทันหันโดยไม่ทันตั้งตัว นี้คือรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าของผู้หญิงที่เลี้ยงดูผมแทนม๊าของผมมาตั้งแต่แรกเกิด

“อาเธียรน้อยๆ มา มา อาโจวม่าให้รางวัล เออ นี้ดูซิ มันเหมือนอาเธียรม๊าก มาก ฉลาดซะด้วยน่ะ ขี้อ้อนอีกต่างหาก “อาม่าผมชมลูกชายของผมไม่ขาดปาก จนผมเดินไปนั่งลงและเข้าไปกอดอาม่า

“เป็นไง โดนป๊าดุมาอีกแล้วซิ เราอย่าดื้อกับป๊าซิ อาเธียร และป๊าเขาบอกเขาแนะนำอะไรก็ตามที่ป๊านั่นแหละ ป๊าเขาอาบน้ำร้อนมาก่อน น่ะอาเธียร”

“งั้นอาม่าก็อาบน้ำร้อนก่อนมาใช่ไหมครับอาม่า” เฮียธันล่ะสายตากับการเล่นกับเจ้าลูกโซ่มาถามอาม่า

“อาม่าเหรอ อาบน้ำเย็น!”

“อ้าวอาม่า!!!” เฮียธีมกับเฮียธี

“ร้อนจะตายห่า เมืองไทยนะไม่ใช่เมืองนอกอ้า เมืองไทยมันมีหน้าร้อนแค่หน้าเดียว ร้อน ร้อนมาก ร้อนมั๊กมาก และร้อนฉิบหาย!” อาม่าพูด

“อาม่า!!” พวกผม

“โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงเลี้ยว! ถามอะไรโง่ๆ ใครจะไปต้มน้ำอาบว่ะ ” อาม่าของพวกผมเป็นคนตลกครับ เฮียธันถึงกับเกาหัวทันที “กูไม่น่าพาตัวเองไปให้อาม่าด่าฟรี” เฮียธันพูด

“แล้วนี่มึงไปซุกไว้ที่ไหนทำไมเพิ่งพามาล่ะ หาอาเธียร ลูกเมียเราน่ะ” อาม่าถามผม ผมหันไปมองบีม

“ก็กะว่าจะรอให้ตั้งทีมฟุตบอลแล้วค่อยบอกน่ะอาม่า” ผมพูด

“มึงมันกวนตีนอาม่าอีกแล้วไอ้สีเทียน”

“อาม่า ผมชื่อเธียรวิชย์” ผมอ้อนอาม่า ผมหันไปเห็นบีมเดินออกมาที่

“แล้วนี่ เลี้ยงเมียยังไง ถึงได้ผอมขนาดนี้ เลี้ยงให้อ้วนๆ หน่อย จะได้มีอีกสักห้าหกคน” บีมสะบัดหน้ามามองอาม่าผมทันที

“เมียเหรออาม่าที่ให้ผมมีได้สี่หน้าคนน่ะอาม่า”

“อาม่าหมายถึงลูกมีสี่ห้าคน แต่เมียน่ะไม่ต้องถึงสี่ห้าคงหรอก ลองมีอีกคนน่ะ อาม่าจะให้เขาตัดไอ้ตัวเจ้าปัญหามึงออกจะได้ไม่กล้าซ่าอีก” อาม่าพูด แบบนี้หนีบน้องหนูรอเลยดีกว่า

“ล้อเล่นอาม่า ให้ผมทำมาแบบ ตั้งทีมฟุตบอลเลยไหมอ่ะอาม่า” ผมพูด มีคนแอบค้อนด้วยน่ะ

“ดีดี เอาสำรองมาด้วยน่ะ อาม่าชอบมีเหลนเยอะๆน่ะ” อาม่าผมพูด

“ว่าแต่ลูกชายเราชื่ออาหรายน่ะ ชื่อจริงนะ” ผมเองก็ยังไม่รู้

“ชื่อ เออ ชื่อ …..” ผมเองก็หันไปมองคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“อ้าวไอ้เธียร ลูกมึงชื่อจริงชื่ออะไรละ” มาม่าถามผม

“ไม่รู้อ่ะอาม่า แต่ชื่อเล่นน่ะลูกโซ่ ” ผมพูด

“โป๊ก!!”

“โอ๊ย!! อาม่าตีเธียรทำไมเนี๊ยะ”

“เป็นป๊าภาษาอาหราย ลูกชื่ออะไรยังไม่รู้เลย ไปถามเมียมึงซิไป๊ ไอ้นี้ เดี๋ยวเอาอีกทีเลย “อาม่าโบกมือให้ผมไปถามบีม ที่นั่งดูของที่มิวเอามาให้ มีพวกขวดน้ำ น้ำยาล้างขวดนมและเยอะแยะไปหมด จำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร เอสเซสเซอรี่ลูกผมเยอะเหมือนกันน่ะ

“เพิ่งจะเป็นวันนี้วันแรกเองนะอาม่า” ผมพูด

“เป็นอาหราย” อาม่าถาม

“เป็นป๊า” ผมบอกเบาๆ เอามือลูบหัวไปด้วย

“ชื่อเด็กชายกีรติกรครับ แปลว่าผู้สร้างชื่อเสียงครับ อาม่า” บีมหันมาตอบ อาม่า

“ดีดี เพราะดี แต่เลี้ยงให้ดีดีเลยน่ะ อย่าให้เหมือนพ่อมัน อาม่าตั้งให้ว่า เธียรวิชย์ แปลว่านักปราชญ์ อ่ะ แต่ที่ไหนได้มันไม่ได้ดีไปกว่าไอ้สีเทียนเลย มึงควรจะชื่อเป็นไอ้สีเทียนมากว่าเธียรวิชย์อ่ะ”

“อาม่า!!! “ผมอ้อนอาม่า

“ไม่ต้องมาอ้อนเลย “ผมรู้ว่ามีคนแอบมอง และทำเป็นรีบหันหนี เห็นผมแบบนี้ผมขี้อ้อนน่ะ “หมับ” มีคนมาอ้อนอาม่าผมเพิ่มอีกคน ไอ้เจ้าลูกเจ้าก้อนเต้าหู้ของผม อาม่ารีบหันไปลูปหัวคนที่กอดขาอาม่าจนก้นโด่ง

“ม๊า มายังไงล่ะ “ป๊าผมลงมาถามอาม่า ป๊าผมยืนมองผมลูกชายของผม

“ม๊ามาแท็กซี่น่า โทรหาอากันแล้วมันไม่รับสาย และเห็นว่ามารวมกันที่นี้นึกว่ามีเรื่อง ม๊าเลยมา” อาม่าบอกป๊าผม ผมรู้ว่าม๊าไม่อยากให้ป๊าเป็นห่วง

“พ่อมันก็ขี้อ้อน พอมันมีลูก ลูกมันก็ขี้อ้อนน่า อาเกริกน่า นี้ถ้าอาก๋งอยู่ล่ะ หลงตายเลยอ่ะ “อาม่าพูดและชี้ที่เจ้าก้อนเต้าหู้ของผมกับบีม ป๊าผมก้มลงมองเจ้าตัวเล็กของผม ที่แหงนหน้าขึ้น

“งั้นม๊าอยู่ทานอาหารเย็นก่อนแล้วกัน ผมค่อยให้คนขับรถที่บ้านไปส่งม๊าเลยนนะ อากันมันบอกผมว่ามันไม่กลับบ้านน่ะวันนี้น่ะ” ป๊าบอกอาม่า

“ป๊า ผมจะไปส่งมิวที่คอนโดด้วยป๊า เพราะว่ามิวเขามีอบรมเรื่องยาพรุ่งนึ้ครับป๊า ผมไปส่งอาม่าเองแล้วกัน” เฮียธีบอกกับป๊า ป๊าพยักหน้าว่าได้

“หมับ” มีคนคลานไปเกาะขาป๊าผม ป๊าก้มลงมองเด็กน้อย พวกผมก็มองว่าป๊าผมจะเตะออกไปหรือว่าจะอุ้มขึ้นมา

“มึงว่าป๊าจะเตะเหมือนพุดเดิ้ล หมาของเฮียธามไหมอ่ะ ที่แตะกระเด็นลอยไปยังกับผ้าขี้ริ้วน่ะเฮีย “เฮียธันกระซิบกับเฮียธี พี่มิวหันไปชำเลืองตามองเฮียธี ที่ทำท่าคิด

“ก็เจ๊ มึงเล่นใส่เอสเซสซารี่ สีชมพูสะพรั้งทั้งตัวแบบนั้น เป็นกู กูก็เตะ” เธียธีย์พูด

“ทำตัวแมนแต่หิ้วหมาฟรุ้งฟริ้งน่ารัก มึงคิดว่าป๊าจะเชื่อเหรอ ดีไม่เตะเจ้าของหมาด้วยก็บุญหนักหนาแล้วมึง” เฮียธีพูด

“หมับ” ป๊าผมก้มลงอุ้มเด็กน้อยที่ยืนมือขึ้นมาบนอากาศ เหมือนควักมือเรียกป๊าผม ผมแทบจะไม่ค่อยเห็นป๊ายิ้มเท่าไหร่แต่ว่าวันนี้มุมปากของป๊ากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มและมันดูมีความหมายมากกว่าทุกครั้ง

“หมับ” ฝ่ามือน้อยๆ จับเข้าที่ใบหน้าของป๊าผม “ปะ ปะ ปะ “แววตาใส่ซื้อนั้นมองจ้องไปในแววตาที่ดุดันของป๊าผม มันทำให้อ่อนลงได้อย่าไงม่น่าเชื่อ ป๊าใช้ฝ่ามือลูบลงที่หัวเจ้าลูกโซ่เบาๆ

“เอาล่ะ ทานอาหารเย็นกันได้แล้ว มิว บีมไปลูก “ม๊าเดินมาบอก เรียกสองสะใภ้พร้อมกันเลย เฮียธันเดินออกไปเรียกเฮียธาม ที่แอบไปคุยโทรศัพท์อยู่ ส่วนม๊าเดินเข้ามามองป๊าผมที่อุ้มเจ้าก้อนเต้าหู้ของผมเอาไว้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสาวสวยตามวัยของม๊า ม๊าเป็นคนตัวเล็กผิวขาวๆ จั๊ว และทั้งป๊ากับม๊าก็พากันอุ้มเจ้าก้อนเต้าหู้ของผมกับบีมเข้าไปที่ห้องอาหารด้วยกันเลย สงสัยอาก๋งจะหลงหลานแล้วแน่ๆ ผมลุกขึ้น ผมพยุงอาม่า ให้ลุกขึ้น

“อาบีมมานี้ม่ะ” อาม่าเรียกบีมมาเดินใกล้ๆ

“ครับอาม่า” บีมตอบอาม่าผม

“อาม่าดีใจน่ะได้เห็นเหลนก่อนจะซี้แหง๋น่ะ” อาม่าพูดกับผมและบีม

“อาม่าอย่าพูดอย่างนั้นซิ “ผมรีบห้ามอาม่าทันที

“อาม่าจะบอกให้อย่างน่ะ คู่ชีวิตน่ะ สิ่งสำคัญคือประคับประคองกันไป อยู่ดัวยกัน หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกันน่ะ ยิ่งมีลูกแล้วด้วยน่ะ”

“และเราอาเธียร เป็นหน้าครอบครัวแล้ว หน้าที่ลื้อคือดูและปกป้องคนของตัวเองได้ดีที่สุดเข้าใจไหม” อาม่าพูดกับผมและบีม

“อาบีม รู้ไหมว่า อาม่าน่ะ อยู่ในบ้านที่มีสะใภ้ถึงเจ็ดคนน่ะ ปัญหาเยอะแยะจิปาถะ อยู่บ้านหลังเดียวกัน ตาต่อตาฟันต่อฟัน ไม่ต้องไปสู้รบตบมือกับใคร ด้วยกันเองนี้แหละ แต่อาม่าก็รอดมาได้”

“ด้วยอะไรอะอาม่า” ผมพาถามอาม่า

“ปืน”

“เฮ้ย!!”

“อาม่า!!” บีม

“อาม่าล้อเล้น ถ้าใช่ปืนอาม่าไปอยู่ในคุกนานแล้ว ใช้ความอดทน และคนสำคัญคืออาก๋งลื้อน่ะ ที่ดูแลให้กำลังใจอาม่าจน อาก๋งออกมาปลูกบ้าน สร้างครอบครัวของตัวเองโดยการมาเปิดโรงเรียนสอนหนังสือกับเพื่อนซี้ของเขาน่ะ ดังนั้นลื้อสองคนต้องรักษามันไว้ให้ดีน่ะ ให้ถึงรุ่นอาลูกโซ่เลยน่ะไปถึงรุ่นลูกอาโซ่ด้วยอีกด้วย “ผมพยักหน้า ผมรู้ว่าคนนั้นคือใคร เขาคือปู่ของแพรวา

“อาเธียร ลื้อต้องเป็นผู้ใหญ่แล้วน่ะ ไม่ใช่เอะอะ หนีไปนอกน่ะ และนี้มีเมียก็น่ารัก มีลูกก็น่าชัง เลี้ยงดูเขาให้ดีดี ทำหน้าที่ป๊าให้ดี เหมือนป๊าเราน่ะ รักและให้เกียรติม๊าเรา ทำให้เหมือนป๊าเราเข้าใจไหม และบ้านเล็กบ้านน้อยก็อย่าไปมี “อาม่าพูด

“มีบ้านใหญ่เลย” อาม่าพูด

“อาม่า!!”

“บ้านใหญ่น่ะคือมีลูกเยอะๆ แต่เมียน่ะมีคนเดียวพอ” อาม่าพูด

“และอย่าให้อาม่ารู้น่ะว่ามึงแอบไปมีเมียน้อยน่ะน่ะเธียร อาม่านี้จะตีหัวมึง” อาม่าพูดผมหันมองอาม่า

“เมื่อก่อนอาม่าไม่ตีมันไง ตอนนี้อาม่าจะตีมันแหละ ถ้ามันดื้อน่ะบอกอาม่าน่ะ บีมน่ะ” อาม่าหันไปพูดกับบีม ผมก็พยุงอาม่าที่ผมรักไปนั่งทานที่ห้องอาหารประจำบ้าน ผมเห็นทุกคนกำลังหัวเราะชอบใจกับความน่ารักเจ้าลูกโซ่

“กินเยอะๆ น่ะ อาบีม จะได้เป็นแม่พันธุ์ชั้นดี”

“พล้วด!!” เฮียธาม ส่วนบีมน่ะสะบัดหน้าไปมองอาม่าผม ผมนี้ต้องเกาหัวเล็กน้อย

“อ้าวเราเป็นอะไรไปล่ะ อาธาม” อาม่าหันไปถามเฮียธาม

“หนูเหรอคะ”

“เฮ้ย!!” พวกผมเอง

“ผมเหรอครับอาม่า” เฮียธามของผม เฮียธีทำนิ้วเฉือดคอโชว์ เพราะว่าดีที่ป๊าผม นั่งมองเจ้าลูกโซ่เขาเล่นกับม๊าผมอยู่

“ก็อาม่าเล่นบอกว่าให้น้องสะใภ้ผมเป็นแม่พันธุ์ชั้นดี ดีเกินชะนีบางตัวอีกน่ะอาม่า”

“ชะนีไหนอีกอ่ะ “อาม่า

“ชะนีแพรวาอาม่า” เธียธามพูด

“มีเมียเป็นคนไม่ชอบ มึงอุตริจะไปเอาชะนีมาเป็นเมียอีกเหรอ ไอ้เธียร!” อาม่าผม ผมถึงกับกุมขมับ

“อาม่าผมไม่ได้จะเอา ใครจะไปเอาชะนี และเฮียอ่ะพูดไปเรื่อย” ผมรีบแย้งทันที

“ไม่เห็นเหรอนั่งร้องห่มร้องไห้ ผัว ผัว ผัว ไม่ใช่ชะนีแล้วเขาเรียกอะไรล่ะ “เฮียธามปากร้ายเป็นที่หนึ่ง พี่มิวยังขำเฮียธามผมเลย

“อาเกริก อาเธียรมันก็มีลูกมีเมียเลี้ยว ลื้อก็ควรจะให้มันแต่งงานแต่งการไปเลยน่า” อาม่าพูดกับป๊าผม

“ก็รอให้เฮียมันแต่งก่อนซิม๊า” ป๊าผมหันมาบอกอาม่า

“อาธีก็จะแต่งปลายปีนี้ ถ้าอย่างนั้น อาธาม ลื้อต้องรีบหาเมียแล้ว น้องมันจะได้แต่งเดี๋ยวลูกมันครบทีมฟุตบอลก่อนพอดี” อาม่าผมหันไปมองเธียธาม เฮียธามเหลือกตาขึ้นบน ก็ตรงให้หาเมียนี้แหละ

“เฮีย ผมว่าเฮียน่ะสารภาพกับอาม่าและป๊าไปเถอะ ว่าเฮียน่ะเลิกหาเมียมาตั้งนานแล้ว” เฮียธันสะกิดบอกเฮียธาม

“แล้วอาม่าเขาจะเปลี่ยนใหม่เป็นให้กูนะหาผัวแทน แต่กูไม่ต้องหา เพราะผัวน่ะกูไว้รอแล้ว เหลือแต่เมีย ยากฉิบหาย!” เฮียธามหันมาบอกเธียธัน

“และถ้าจะให้กูสารภาพเพื่อไอ้เธียรมันจะได้ลัดคิวไปแต่งงานก่อน มึงสองคนพร้อมเอาหน้าหล่อๆไปรองตีนป๊าแทนกูไหมล่ะ กูจะได้รีบบอกเลย” เฮียธามหันมาบอกผมกับเฮียธัน แน่นอนผมรีบสั่นหัว ผมรีบแต่

“ผมไม่รีบเฮีย แต่ไอ้เธียรมันน่าจะรีบ”

“ไม่โยนเลยน่ะเฮีย” ผมรีบหันไปค้อนพี่ชายคนที่สามเฮียธัน

“มึงรีบนิครับ แถมยังมันนำเฮียธีไปหนึ่งประตูแล้ว” เฮียธามแซวเฮียธีทันที เฮียธีแอบส่งนิ้วกลางให้

“อาม่า! ให้ไอ้เธียรมันแต่งไปก่อนเลยไม่ได้เหรอ ดูมันรีบน่ะอาม่า ก็ลูกมารอแล้วหนึ่งอ่ะอาม่า ถ้าช้าน่ะ มันอาจจะมาอีก มันบอกว่ามันกำลังจะทำแต้มด้วยอาม่า” เฮียธามพูด ส่วนคนที่ข้างๆ ผมค่อยๆ หันมามองผม สูดลมหายใจเข้าปอดด้วย

“เฮีย!!” ผมหันมากระทุ้งข้อศอก

“และดูท่าจะรีบกว่าเฮียธีอีกน่ะอาม่า ให้สลับชื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวในการ์ดเลยก็ได้น่ะ เปลี่ยนเป็นเธียรกับน้องบีมไปเลย” เฮียธามรีบเสนอทันที ผมก็ถลึงตามอง มันคือความคิดที่ดีน่ะ ผมรีบพยักหน้าเห็นด้วย

“อู้ยยย!!!” ผมร้องออมาเบาๆ เพราะว่ามีคนแอบหยิกเข้าที่ซี่โครง

“เฮ้ยไม่ได้ รอมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ให้เฮียแต่งก่อน เฮียก็รีบ และไอ้เธียรมันทำลูกคนที่สองรอไปก่อน ค่อยแต่งยังทัน” เฮียธันรีบพูดแย้งทันที บีมหันไปมองเฮียธีตอนที่ให้ทำลูกคนที่สองนี้แหละ

“ทีอย่างนี้ล่ะแย่งกันเชียวน่ะ แย่งกันจะแต่งนะมึงน่ะ “อาม่าพูด

“มลมาเอาน้องไปอุ้มก่อนน่ะ ไปอยู่กับพี่มลก่อนน่ะ ให้ป๊ากับม๊าเขากินข้าวก่อน” อาม๊าผมบอกเจ้าลูกโซ่

“ม๊าปกติบีมเขาแทนตัวว่ามี้ครับ”

“อ้าวหรอ “ม๊าหันมาก่อนจะเอามือลูกหัวเจ้าลูกโซ่”

“ให้มี้เขากินข้าวก่อนนะ “อาม๊าผมบอก ผมหันมาพยักหน้าให้ทานได้แล้ว มีคนดูลูกแล้ว แม่บ้านก็เอาเจ้าลูกโซ่ไปดูแลแทน และดูท่าจะเป็นที่รักของทั้งบ้านไปอย่างรวดเร็ว ผมยอมรีบน่ะว่าที่ผ่านมาผมเบี่ยงบ่ายมาตลอดเรื่องคิดจะแต่งงาน เพราะมันยังไกลเกินสำหรับ แถมผมไม่คิดว่าจะแต่งตอนอายุยี่สิบห้าแบบนี้อีกด้วยยังอยากซ่าอยู่ แต่ว่าตอนนี้ พอผทเห็นหน้าลูกเมียแล้วอยากแต่งเลย กลัวอากันมาแย้งคืน ยิ่งป๊าพูดว่าถ้าผมทำไม่ได้ก็ต้องคืนทุกอย่างไปให้อากันตภณให้หมด ผมหันมามองบีมที่ยิ้มกับม๊าและป๊าที่ยังหันไปเล่นกับเจ้าลูกโซ่

“พี่ไม่เห็นป๊ายิ้มแบบนี้มานานแล้วน่ะ เพราะงานเยอะ ป๊าก็เครียด นี่พี่ขอบคุณนะบีมน่ะ ที่มีลูกที่น่ารักมาให้พี่แบบนี้ “ผมพูดกับบีม บีมหันมามองหน้าผม ก่อนจะหลุบตาลง และผมก็หันไปตักอาหารใส่จานให้ บีมเขาก็เงยหน้าขึ้นมองผมอีก

“กินซิ เดี๋ยวอาม่าก็ว่าเอาหรอก ผอมไปน่ะ และกินเยอะๆ จะได้เตรียมเป็นแม่พันธุ์ชั้นดี “ผมบอกคนที่ผมตักอาหารมาให้ยักคิ้วให้ด้วย ส่วนคนฟังรีบยู่ปากใส่ผมทันที แต่ก็ก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไป ผมไม่ได้กลับมาอยู่แบบนี้หลายปี และนี่ก็คือความสุขของครอบครัวที่อาจจะกำลังเริ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะว่ามีเจ้าตัวน้อยนี้เข้ามาช่วย ผมควรจะขอบคุณเหตุการณ์คืนนั้นใช่ไหม และทุกครั้งที่ผมหันไปเห็นเจ้าก้อนเต้าหู้ที่มาจากสายเลือดผม มันกลับทำให้ผม ไม่อยากให้เขาไปอยู่กับคนอื่น

TBC..
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 .1 เจ้าลูกโซ่ขี้อ้อน
เริ่มหัวข้อโดย: fc_fic ที่ 13-03-2021 20:03:49
 :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 .1 เจ้าลูกโซ่ขี้อ้อน
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 13-03-2021 20:16:57
 :impress2: :-[ :o8:
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.14 .1 เจ้าลูกโซ่ขี้อ้อน
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 14-03-2021 02:20:41
 :katai2-1:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.15 ข้อตกลง
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 14-03-2021 11:45:41
   Part’ s กันต์ธีย์ หลังจานทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ผมก็อุ้มเจ้าตัวเล็กไปส่งอาม่าของพี่เธียร ผมรู้ว่าใครหลายคนอาจจะมองว่าผมใจร้าย ที่เลือกพี่เธียรวิชย์ เหตุผลมันมากหมายเหลือเกิน แต่ที่ผมเลือกเหตุผลหลักๆ คือ เขาคือพ่อของลูกผม และเขาขอโอกาสเพื่อจะได้ทำหน้าที่พ่อให้ลูกชายของผมกับเขา ผมยอมรับว่าผมเริ่มใจอ่อน เมื่อได้เห็นใบหน้าเจ้าลูกโซ่ที่มองเขาราวกับว่าผูกพันมานาน นี้ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าสายใยแห่งรัก เส้นตายที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่สัมผัสได้ด้วยใจ

“เอาไว้อาม่ามาเยี่ยมอีกน่ะ” อาม่าบอกผม

“มาอีกเมื่อไหร่อ่ะอาม่า” เฮียธันถาม

“พรุ่งนี้” อาม่า

“อาม่า!!”

“ก็มาเยี่ยมอีกไง พรุ่งนี้อ่ะ” อาม่า

“ม๊า ยิ่งเดินไม่ค่อยจะไหวอยู่ วันหยุดให้อาเธียรพาไปที่บ้านอาม่าแล้วกัน “ม๊าบอกอาม่าแทน

“พาไปนะ ไม่พาไปน่ะ มึงโดน ไอ้เธียร!!” อาม่าพูด ก่อนจะขึ้นรถเฮียธีไป เฮียธีจะไปส่งพี่มิว แฟนสาวของเขาและกลับคอนโดตัวเองด้วย พี่ธีเขานอนคอนโดตัวเอง เพราะว่าใกล้ที่โรงเรียนที่พี่เขาดูแลที่สุด ส่วนพี่ธันก็นอนบ้างไม่นอนบ้าง พี่ธามจะนอนคอนโดเฉพาะคืนวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์ถึงพฤหัสบดี นอนบ้านกัน

“พาลูกไปนอนได้แล้วเธียร ดูซิ ตาปรือแล้ว” ม๊าหันมาบอกพี่เธียร

“ครับม๊า” พี่เธียรหันไปบอกม๊าก่อนจะหันมาพยักหน้ากับผม คนใช้ก็โบกมือโบกมือไม้ให้เจ้าลูกโซ่กันใหญ่ ผมยอมรับว่าอาม่าทำให้ผมคิดถึงยายของผมมาก ท่านรักและเป็นห่วงผม แต่แปลกที่ญาติพี่น้องแม่ผมเขาไม่อยากรับผมเลยสักคน อาจจะเป็นเพราะว่าพ่อผมไม่ค่อยช่วยเหลือทางการเงินเหมือนครอบครัวคนอื่นที่เขาได้สามีเป็นคนต่างชาติและมีบ้านใหญ่โต เหมือนคนอื่นๆ ที่ได้แต่งงานกับสามีต่างชาติ

“บีมอาบน้ำก่อนไหม พี่ดูลูกให้ก่อน” พี่เธียรบอกผม ผมพยักหน้า และพี่เธียรเขาก็ส่งชุดนอนของเขามาให้ผม

“ชุดใหม่ครับ” พี่เธียรพูด

“ไม่ได้ว่าอะไรนี่ “ผมพูดและแอบอมยิ้ม

“บีม เดี๋ยวพี่มาน่ะพี่ไปคุยกับเฮียธันแป๊บหนึ่ง” พี่เธียรพูดก่อนจะอุ้มเจ้าลูกโซ่ไปด้วย ผมหันไปเห็นภาพที่เหมือนจะคล้ายกันแต่กลับให้ความรู้สึกที่ต่างกั้น คือภาพที่พี่กันตภณอุ้มเจ้าลูกโซ่กับพี่เธียรวิชย์ผู้ชายที่ทำให้ผมมีลูกโซ่ มันต่างกันอย่างเห็นได้ชัดตรงรอยยิ้มของลูกโซ่ที่ดูมีความสุข

//ฮัลโหลครับน้องบีม//ผมกดโทรหาพี่หมอภีมปภพ ผมมีเบอร์เขาแต่ผมมักจะให้พี่กันเป็นคนโทรทุกครั้ง และมันก็ทำให้ผมสังเกตุเห็นบางสิ่งที่ซ้อนอยู่ลึกๆในใจพี่กันตถณกับหมอภีมปภพ

//พี่หมอครับ ผม//

// พ่อลูกเขาเจอกันแล้วเหรอครับ//

//พี่หมอรู้ได้ยังไงครับ//

//พี่ไปหากันมาเมื่อสามวันก่อน พี่เจอหลานของกันเขาเข้า ที่ชื่อเธียรวิชย์น่ะ และพี่ก็ยอมรับว่าพี่ตกใจที่เห็นใบหน้าของเขาและสิ่งที่พี่นึกถึงคือลูกโซ่ //

//ครับพี่หมอ แต่ผมไม่รู้มาก่อน //

//แล้วกันล่ะ //

//พี่กันเขาออกไปแล้วครับ แต่ผมได้ยินอาม่า ม๊าของพี่กันบอกว่าพี่กันไม่ได้กลับบ้าน ผมอยาก….///

//พี่ดูแลเอง พี่รู้ว่ากันมันไปไหน//

//ขอบคุณนะครับพี่หมอ//

//พี่เข้าใจเหตุผลของบีมน่ะ//

//แค่นี้ก่อนนะครับ //

//โอเคบีม มีอะไรปรึกษาพี่ได้น่ะ พี่ยินดี และอย่าลืมพาเจ้าลูกโซ่มาฉีดวัคซีน 8 เดือนด้วยน่ะ //

//ครับพี่หมอ ขอบคุณครับ// ผมกดวางสายจากพี่หมอภีมปภพ ก่อนจะรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเอาเสื้อผ้าพี่เธียรวิชย์มาใส่ มันก็จะหลวมโครงไปสักหน่อย พอผมเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นเจ้าลูกโซ่ที่พี่เธียรวิชย์อุ้มมา น้ำตาเอ่อมาด้วย

“พี่ไม่รู้ เล่นกับเฮียธันอยู่ดีดี ก็ร้องไห้จ้าเลย พี่ปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเงียบเนี๊ยะบีม” พี่เธียรวิชย์พูดด้วยสีหน้ากังวลที่เห็นเจ้าลูกโซ่ร้องไห้ ที่สะอึกสะอื้น

“ฮือๆๆ”

“เป็นอะไรล่ะบอกป๊าซิ ป๊าไม่รู้ หึ เจ้าก้อนเต้าหุ้ของป๊า” พี่เธียรวิขย์พยายามปลอบโยยและเรียกลูกผมว่าก้อนเต้าหู้อีก ผมหันไปเหล่ตามอง

“พี่ชอบทานเต้าหู้มาก และลูกพี่ก็ขาวจั๋วเหมือนก้อนเต้าหู้เชียว” พี่เธียรวิขย์พูด ผมเหลือกตาขึ้นมองบนทีหนึ่ง เหมือนตรงไหน???

“น้องน่าจะหิวนมน่ะพี่เธียร เดี๋ยวผมจะลงไปชงนมให้น่ะครับ “ผมพูดและรีบเดินลงไปชั้นล่างทันที ผมเดินไปจัดการประกอบขวดนมที่ผมล้างและใส่เครื่องนึ่งขวดนมที่พี่มิวเอามาให้ ปกติผมใช่ที่นึ่งใส่ไมโครเวฟเอา แต่อันนี้สะดวกกว่า ผมรีบประกอบขวดนมแข่งกับเสียงเจ้าลูกโซ่ที่ร้องไห้ เพราะว่าหิวนม ดูท่าแล้วพีเธียรจะเอาไม่อยู่  บทจะหิวก็หิวผมก็รีบวิ่งขึ้นมาบนบ้านทันที ภาพที่ผมเห็นมันทำให้ผมรู้ว่าผมคิดถูกแล้วที่เลือกคนที่นี้ ทั้งป๊าและม๊าของพี่เธียร พี่ชายของเธียรก็พากันออกมา ช่วยปลอบโยน ช่วยหลอกล้อ ให้หยุดร้อง แต่พอหันมาเห็นขวดนมนี้รีบกางมือมาทันที

“หิวนม!!” บรรดาลุงๆ พูดออกมาพร้อมกัน และเจ้าลูกโซ่ก็รีบรับขวดนมไปจากผมทันที

“เอาล่ะเข้าห้องได้แล้วมั้ง หลานจะได้นอน ร้องแบบนี้ง่วงมากแล้ว”

“แต่ก็ดีน่ะ บ้านเงียบมานานน่ะป๊าตั้งแต่พวกนี้โตกันหมดน่ะ” ม๊าพูดก่อนจะหันมายิ้มให้ผม และผมก็พาเจ้าลูกโซ่ที่หิวน่าดูแลประกอบกับง่วงนอนมากด้วย เข้าไปในห้องนอน ผมรีบเอาขวดนมจ่อปากเจ้าลูกโซ่ทันที

“พี่อาบน้ำก่อนน่ะ” พี่เธียรวิชย์บอกผม ผมหันไปมองคนที่กำลังถอดแหวนถอดนาฬิกาออกและกำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต

“ก็ไปอาบซิ “ผมพูดและพยายามไม่มองคนที่กำลังถอดเสื้อเชิ้ตออก มันเผยให้เห็นผิวขาว รูปร่างที่ดูสมสวนแม้จะไม่มีมวนมัดกล้ามเหมือนหนุ่มเล่นกล้ามก็ตาม

“เพื่อว่าลูกหลับจะแอบเข้ามาดูพี่ก็ได้น่ะและพี่ไม่ชอบล๊อกประตูห้องน้ำ” และคนที่ถอดทุกอย่างออกหมดแต่โชคดีที่เอาผ้าขนหนูมาพันกายไว้แบบหมิ่นๆ

“จ้างให้ก็ไม่ไปดูต่อให้เปิดประตูเอาไว้ก็เถอะ!” ผมพูดโดยไม่ได้มองหน้า แอบค้อนด้วย และแอบคิดจะไปดูทำไมไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อยแค่แม่ของลูกชิส์! ผมป้อนนมเจ้าลูกโซ่จนหมดขวดแต่ก็ยังไม่ยอมหลับ แถมยังแหวกเสื้อผมเพื่อจะหาเต้าแบนๆ อีกแล้ว ผมก็หันซ้ายแลขวา คงจะไม่มีใครเปิดประตูเข้ามาน่ะ

“จริงอ่ะ” ผมถามลูกโซ่ เจ้าก้อนเต้าหู้ที่ป๊าเขาเรียก ก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าผมทำตาปริบๆ อีก “ทำแบบนี้มี้ใจอ่อนอ่ะดิ’ ’ผมบอกเจ้าลูกโซ่ ก่อนจะมองคนที่อยู่ในห้องน้ำ คงยังไม่เสร็จหรอกมั้ง เอาว่ะเดี๋ยวลูกไม่หลับ และผมก็จัดการถลกชายเสื้อขึ้น หนึ่งข้างและเจ้าลูกโซ่ก็รีบหมุดหัวเข้าไปอ้าปากงับจุดสี่ชมพูดเรือๆ ของผมดูดอย่างเมามันอีกครั้ง และทำตาปรือเหมือนจะหลับแต่จู่ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก พี่เธี่ยรวิชย์ และคนที่ตกใจก็คือพี่เธียรวิชย์

“เฮ้ยยย!!!” ถึงกับผงะไปทันที ผมแค่หันไปชำเลืองตามอง ทำนิ้วจุ๊ปากด้วยว่าอย่าเสียงดัง พี่เขาก็ปิดปาก กำลังตาปรือเลยเชียว ตาโพลงขึ้นมาอีก และหันไปเอียงคอมอง ป๊าตัวเอง

“เอาจริงดิ” พี่เธียรวิชย์เขาชี้มาที่เจ้าลูกโซ่ ก่อนจะเดินมานั่งบนเตียงอีกฝั่งตรงข้ามกับผม

“ก็ใช่ไง ไม่อย่างนั้นเขาไม่นอน “ผมหันไปบอกคนข้างๆ

“เออ มี เออ มี “ยังทำมือชี้ตรง

“ไม่มีแล้ว เมื่อก่อนมี แต่มีนิดเดียว และใช้ผมเป็นผู้ชายที่ให้พยายามให้นมลูกไง “ผมตอบผมเข้าใจว่าพี่เขาคงหมายถึงน้ำนมละซิ

“ก็เห็นอยู่น่ะว่ามี นิดเดียว” คนข้างๆ ผมพูดและชี้มาที่อกแบนๆ ของผม

“ผมหมายถึงน้ำนมน่ะมีนิดเดียว “ผมหันมาพูดและถลึงตาใส่คนพูดด้วย

“แม้ทำเป็นผู้หญิงไปได้ พอบอกนมเล็ก ทำหน้างอนเชียว” พี่เธียรพูดปนหัวเราะ ผมหันมาค้อน ก่อนจะหันมาตบก้นเจ้าลูกโซ่ จะได้หลับ ว่าแต่ผมจะนอนยังไง จะนอนเตียงเดียวกันอย่างนั้นเหรอ ไม่ดีมั้ง ผมคิดว่าจะลงไปนอนพื้นดีกว่าและพื้นก็มีพรมหนาอยู่ ส่วนเจ้าลูกโซ่ให้นอนบนนี้แหละ ผมเอามือลูกใบหน้าหล่อๆ นั้น ขนตาที่งอนยาว และเสียงดูดเต้าผมดังจ๊วบๆ ไปด้วยก่อนจะหันมาเจอสายตาคนที่ชะโงกหัวมอง เต้าผม

“เฮ้ย!! มองอะไรน่ะ” ผมรีบหนีบเจ้าลูกโซ่ เข้าหาอกของผมทันที

“ก็มองลูกดูดไง”

“ไม่เคยเห็นหรือไง”

“เคยเห็นแต่เต้ากลมๆ นมเด็งๆ แต่อันนี้ไม่เคยอ่ะ แบนแต่ดูเร้าใจน่ะ “คนที่พูดก็ยังชะเง้อคอมองอยู่นั่นแหละ ส่วนเจ้าลูกโซ่ก็ดูดไม่ปล่อยเลย จนผมเองต้องดันหน้าป๊าจอมหื่นนี่ออก

“มีสองข้างเนอะ” คนข้างๆ ผมพูด “หึ??? “ผมหันมามองคนที่พูด

“แล้วใครมีข้างเดียวล่ะ ถามแปลกๆ” ผมหันมาถามยังชะเง้อมองอีก

“ต้องดูดแบบนี้ด้วยเหรอ ถึงจะหลับอ่ะ” พี่เธียรถามผม ผมพยักหน้าและก้มลงมองเจ้าลูกโซ่ที่หลับแต่ยังดูดไม่ยอมปล่อย

“มีตั้งสองข้างอ่ะ แบ่งมาสักข้างได้ไหมอ่ะ นอนไม่หลับเหมือนกัน” ผมหันมามองคนข้างๆ กี่ขวบแล้ว เขาก็มองผมทำหน้าตาออดอ้อน

“ก็แค่ถามดู และพี่รู้สึกช่วงนี้พักผ่อนน้อย นอนไม่ค่อยหลับไง เลยอยากมีตัวช่วยบ้าง “คนข้างผมพูด ผมหันไปมอง

“ตลกบริโภคแล้ว นอนไปเลย “ผมหันมาชี้หน้า

“แค่นี้ก็ดุด้วยอ่ะ”

“นอนไปเลย ทะลึ้งจริงๆ เพี๊ยะ!”

“เอ้าท์” ร้องเสียงหลงเลยผมตีที่ต้นแขนคนข้างๆ พี่เขาก็ค่อยๆ เอนตัวลงนอน ส่วนเจ้าลูกโซ่ ก็อ้าปากปล่อยจุกสีชมพูเรือของผม ผมก็รีบเอาชายเสื้อลงทันที ผมหันมาเห็นพี่เธียรวิชย์เขานอนดูทีวีอยู่ ผมก็เลยหยิบหมอนลงไปวางไว้ที่พื้น ผมขอแม่บ้านเอาไว้ คือผ้าห่มพื้นเล็กๆ พี่เขาก็เลยเอามา เขาคงคิดว่าผมเอาไว้ให้น้องลูกโซ่

“ทำอะไรน่ะบีม” พี่เธียรวิชย์ถามผม

“ผมก็นอนไง”

“ทำไมไม่นอนบนนี้ด้วยกันล่ะบีม”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมผมต้องนอนบนนั้นกับพี่ ผมให้ลูกนอนคนเดียวพอแล้ว” ผมพูดก่อนะเอนตัวลงนอน แต่คนบนเตียงก็ไม่ได้พูดอะไร ผมขอหมอนมาเพิ่มหลายใบอยู่เพื่อกันไม่ให้เจ้าลูกโซ่ดิ้นลงมา แต่ดิ้นมาก็เจอผมอยู่ดี เสียงทีวีเงียบไปแล้ว พี่เธียรเขาเปิดทีวีนอนแล้ว ผมทำได้แค่ชะเง้อคอไปดูเจ้าลูกโซ่ที่นอน หลับปุ่ย และพี่เธียรวิชย์ก็หลับแล้ว ผมทิ้งตัวลงนอน พยายามข่มตาให้หลับ จะด้วยแปลกทีก็ใช่ แล้วเราจะอยู่กับด้วยสถานะอะไร แค่พ่อแม่ของลูกใช่ไหม ผมเห็นสีหน้าแววตาของผู้หญิงคนนั้น เขาดูเสียใจ เป็นใครก็เสียใจ ที่มีคนมาฉกเอาของรักของหวงไปแบบนี้ ผมนอนตะแคง คิดอะไรเพลิน จู่ๆ ก็มีคนลงมานอนข้างหลังผม

“เฮ้ย!!” ผมหันมามองคนที่ลงมานอนแทรกระหว่างผมกับที่นอน

“พี่ลงมาทำไมอ่ะ” ผมถามพี่เธียร

“ก็ไม่ยอมขึ้นไปนอนด้วยนิ “พี่เธียรพูด

“ไม่อ่ะ ขึ้นไปนอนเลยน่ะ “ผมพูดและหันหน้าหนี ผมพยายามขยับหนีแต่โดนดึงรั้งเอาไว้

“หมับ” เขากอดผมจากด้านหลัง ผมพลิกตัวหันมามอง มาไม้ไหนอีกเนี๊ยะ

“ก็อยากรู้”

“อยากรู้ว่า” ผมพลิกตัวหันมาถามคนข้างหลัง

“วันนั้นพี่ทำยังไง “ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าทำยังไง

“เฮ้ย” ผมร้องออกมาเบา เพราะคนที่นอนตะแคงรวบเอวผมโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ริมฝีปากอวบอิ่มครอบลงที่ริมฝีปากบางๆ ของผม ผมก็พยายามทุบหน้าอกให้หยุด แต่ก็ไม่กล้าสงเสียงดังเพราะกลัวเจ้าลูกโซ่จะตื่น ถ้าตื่นมานี้ร้องยาวเลย และคนที่จูบผมก็ไม่ยอมหยุดซะด้วยน่ะ มือไม้ก็ลูบไล้ไปเรื่อย ผมต้องปล่อยให้ทำไปสักพัก ผมหยุดดิ้น คนที่จูบผมก็เริ่มได้ใจ เริ่มได้ใจบดขยี้ริมฝีปากอย่างเมามัน

“เห็นลูกดูดอ่ะ ขอมั้งดิ” ไม่พูดเปล่าถลกชายเสื้อขึ้นมาและทำท่าจะครอบปากลงที่สองจุดสีชมพู ผมก็ช้อนตามอง หน้าคนหื่น คงได้ใจคิดว่าผมคงอ่อนระทวยไม่ยอมดิ้นต่อต้านใช่ไหม

“ผลัก!” ผมตีเข่าเข้าตรงพิกัดนั้นเต็ม

“โอ้ววว โอ๊ยย อู้ด บีม”

“ชู้!!” เดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก ผมทำหน้าดุ “อย่าร้องดัง เดี๋ยวลูกตื่น” ผมพูดและทำหน้าดุใส่ คนที่นอนดิ้นกุมเจ้าโลกเอาไว้ไปมา

“ก็ตีเข่า ใส่ ลูกคนโต พี่ทำไมอ่ะ โอ๊ยยย เจ็บ”

“ทะลึ้งหนักนิ และหื่นกามไม่รู้เวลาล่ำเวลาเลย “ผมดันตัวเองขึ้นนั่งมองคนที่นอนตัวงอ

“รู้ไหมว่าพี่เคยผ่าไส้เลื่อนตอนเด็กๆ น่ะบีม” พี่เธียรพูด ผมก็ตกใจซิ

“จริงอ่ะ เฮ้ย! ผมขอโทษ “กลายเป็นผมเองที่ รู้สึกผิด ผมพูดและคนที่นอนตัวงอหรี่ตามองผม ผมเข้าไปสะกิดว่าเป็นไงบ้างล่ะ

“เจ็บมากไหมอ่ะ ผมไม่ตั้งใจอ่ะ “ผมพูดอย่างคนที่รู้สึกผิดจริงๆ

“นี้ขนาดไม่ตั้งใจน่ะ ยังเข้ามาเต็มประตูขนาดนี้ โอ๊ยย! จุกเลยเนี๊ย” พี่เธียรวิชย์พูด

“แล้วใครให้ลงมาล่ะ หื่นนี่ ผมมานอนเพราะลูกน่ะ ไม่ได้มานอนเป็นตัวช่วยบรรเทาอารมณ์หื่นกามของพี่น่ะ”

“ก็ทำหน้าที่ พ่อของลูกไง”

“ก็นอนกับลูกไปซินั่นแหละหน้าที่พ่อของลูก”

“ลูกหลับแล้ว หน้าที่พ่อของลูกก็คือสามี สามีเขาก็ต้องเล่นจั้มจี้กับภรรยาไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ ไม่ และก็ไม่ ขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย” ผมชี้นนิ้วไล่คนที่นอนตะแคงหันมามองผม

“ใจร้ายจังเลยอ่ะ “คนที่นอนแผ่ข้างๆ มองผม ผมเหลือกตาขึ้นมองบนก่อนจะหลุบตาลงมองคนข้างๆ

“พี่ผิดมาเลยเหรอครับจนให้อภัยพี่ไม่ได้ และนี้พี่ยอมรับผิดแล้วอ่ะ บีม” เบื่อจริงๆ มิน่าล่ะลูกโซ่มันได้ระบบขี้อ้อนนี้มาจากใคร พ่อมันนี้เอง ผมแอบคิดในใจ

“ก็ลงมานอนพื้นทำไมอ่ะ รังเกียจพี่เหรอ”

“ไม่ได้รังเกียจแต่แค่ ผมยังไม่เคลียร์หลายเรื่องอ่ะ เลย ยัง”

“เรื่องอะไรบ้างล่ะ” พี่เขานอนตะแคงและเอามือมายันศีรษะมองผม

“หนึ่งเรื่องสถานะเพราะว่าเรายังไม่ได้รักกัน” ผมพูด

“พี่ต้องพยายามทำให้บีมรักพี่อย่างนั้นเหรอ” พี่เธียรวิชย์ถามผม ผมหันไปมอง

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นน่ะ “ผมพูด

“สอง เรื่องผู้หญิงของพี่ “ผมพูด พี่เธียรวิชย์เปลี่ยนท่ามาเป็นนอนตะแคง “แพรวาเหรอ หึงพี่เหรอ” พี่เธียรวิชย์ถาม มุมปากนั้นตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม แต่ผมหันมากอดอกมอง

“พี่ไม่เคยคิดอะไรกับแพรวาเกินไปกว่าน้องสาว ส่วนแพรวาก็เป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะว่าเป็นลูกคนเดียวของพ่อเพื่อนพี่อีก เธอโดนตามใจจน เธอไม่เคยไม่ได้สิ่งที่เธออยากได้ ส่วนพี่ก็ไม่อยากทำให้พ่อของพี่ต้องขัดใจกับเพื่อนเลยเออ ออ ให้เธอตามพี่จนเธอเหลิงได้ใจ  ตอนนี้พี่รู้ว่าที่ผ่านมาพี่คิดผิดที่ยอมเธอมากเกินไป ” พี่เธียรวิชย์พูด ผมพยักหน้า

“ผมเองก็ไม่อยากมานั่งทำสงครามกับผู้หญิงเพราะว่าคนที่ดูไม่ดีคือผมและยิ่งผมมีลูกผมจะไม่ทำตัวอย่างแบบนั้นให้ลูกดู เพราะนั้นอาจจะทำให้เขาคิดว่าการทำร้ายผู้หญิง คือเรื่องปกติ พี่เข้าใจไหม” ผมพูด พี่เธียรวิชย์พยักหน้าเบาๆ

“ดังนั้นขอนี้พี่ก็ต้องจัดการให้ผม เพราะว่าถ้าข้อนี้ไม่ผ่าน ไม่ต้องถามถึงข้อแรกว่าพี่จะได้ไหม” ผมพูด คนที่ตอนฟังถึงกับหน้าเสียไปทันที

“ข้อแรกพี่ทำได้แต่ข้อสองอ่ะ ยากน่ะ เพราะว่าพี่ก็ทำมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้จะหาวิธีไหนแล้ว ยังไม่ได้ผลเลย จนป๊าให้พี่เลือกไปเรียนต่อเมืองนอก นางยังไม่ยอมปล่อยพี่เลยอ่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น ผมว่าผมเลือกไปข้อสามเลยดีกว่าพี่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย” ผมหันไปพูดกับพี่เธียรวิชย์ยิ้มเลยละซิ

“ข้อสามอะไรล่ะ” พี่เธียรวิชย์ถามผม

“และสามคือพี่กันตภณ เพราะว่าที่ผ่านมาพี่กันตภณเขาดูแลและทำหน้าที่แทนพี่มาตลอด ดูแลผมดูแลเจ้าลูกโซ่ ตั้งแต่อยู่ในท้องด้วยซ้ำ ส่วนพี่น่ะไปหมุดหัวอยู่ตรงไหนผมยังไม่รู้เลย” ผมพูดก่อนจะหันมามองหน้าพี่เธียรวิชย์ดันตัวเองขึ้นนั่งทันที

“ขนาดตอนคลอดพี่กันยังนั่งเฝ้าผมเลย คนดีขนาดนี้ ผมควรจะทิ้งเขามาหาพี่ไหมล่ะ! “ผมถามพี่เธียรวิชย์

“แล้วบีมคิดว่าอากันเขาควรทำหน้าที่ได้ดีกว่าพี่หรือเปล่า ทั้งที่พี่ยังไม่ได้ลองเลยน่ะบีมและพี่ก็เป็นพ่อแท้เจ้าลูกโซ่น่ะ อากันไม่ใช่พ่อเด็กซะหน่อย และอากันเขาก็เป็นหมัน” พี่เธียรวิชย์พูด ทำหน้าเหมือนเด็กน้อยขึ้นมาทันทีเลยน่ะ

“ดังนั้น กว่าเฮียธีจะแต่งงาน ผมยังมีเวลาคิดและตัดสินใจทำให้ผมเห็นว่า ผมกับลูกโซ่ควรฝากชีวิตไว้กับพี่ได้ไหม ถ้าไม่ผมก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก “ผมพูดกับพี่เธียรวิชย์

“และพี่คงรู้น่ะว่า หนึ่งในสามข้อนี้ ข้อไหนที่พี่ควรจะจัดการก่อน “ผมพูดพร้อมกับกอดอกมอง

“สงสัยต้องข้อสองแน่ๆ เพราะเล่นบอกถ้าข้อสอบไม่ผ่านไม่ต้องถามถึงข้อหนึ่งและถ้าสองข้อแรกไม่ได้ ข้อที่สามน่ากลัวกว่า จะทิ้งพี่ไปหาคนอื่นอีกอ่ะ พี่ไม่ยอมอ่ะ “พี่เธียรวิชย์พูดและทำท่าจะเข้ามากอดผมแต่ผมดันเอาไว้ ชี้หน้าด้วย

“แล้วจะมานอนแยกแบบนี้ได้ยังไงอ่ะ เดี๋ยวลูกขาดความอบอุ่น ไม่ครบพ่อแม่ลูกน่ะ” คนงอแงพูด

“ผมไม่ขึ้น พี่นั้นและขึ้นไปนอนเลย ไปนอนกับลูกนั่นแหละ” ผมพูดและพยายามดันพี่เธียรวิชย์ให้ขึ้นไปแต่จู่ๆ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เสียงเคาะประตูห้องนอน ก็ดังขึ้น ผมก็ หยุดสงเสียงเพื่อฟัง

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เสียงเคาะอีกสามทีไม่ดังมาก

“เธียร นอนหรือยัง” เสียงม๊าของพี่เธียรวิชย์

“ม๊ามา ถ้าม๊าเห็นบีมนอนบนพื้นแบบนี้ม๊าว่าพี่แน่ พี่โดนป๊าว่ามาแล้วน่ะ จะให้โดนม๊าว่าพี่อีกคนเหรอ” พี่เธียรวิชย์พูด ผมก็รีบลุกและเก็บทุกอย่างก่อนจะรีบขึ้นไปบนเตียงนอน พี่เธียรวิชย์เดินไปเปิดประตู

“ป๊าให้ม๊าเดินมาดูว่าตกลงนอนกันได้ไหม เพราะกลัวจะแคบไปน่ะเตียงเราน่ะ และจะดิ้นไปทับลูกเอา ป๊าเขาเป็นห่วง “ม๊าเดินมาถามพี่เธียรวิชย์

“เป็นห่วงผมเหรอม๊า”

“เป็นห่วงหลาน!!” ม๊าพูดชัดเจนมาก ผมแอบสมน้ำหน้า

“นอนได้ม๊า หมอนั้นน่ะหลับป๋ยไปแล้วม๊า”

“เอาไว้ซื้อเตียงใหม่หรือไม่ก็ซื้อเตียงเด็กไว้ในห้องนอนแล้วกัน และโตหน่อยค่อยแยกห้อง” ม๊าบอกพี่เธียรวิชย์

“นึกว่าเดินมาดูกลัวลูกสะใภ้ลงไปนอนพื้นซะอีก”

“แล้วกล้าทำแบบนั้นหรือเปล่าล่ะ”

“ถ้าทำม๊าคงได้”

“แน่ล่ะ ห้ามให้เมียลงไปนอนพื้นล่ะ ไม่งั้นเราน่ะโดนแน่ๆ เอาไปนอนได้แล้ว และพรุ่งนี้เลิกเร็วได้ป๊าบอก พากันไปซื้อของใช้ลูกชายเราด้วยล่ะ “ม๊าพูด

“อีกอย่างน่ะเธียร อย่าเปิดแอร์จนเย็นจัดล่ะ ลูกจะไม่สบายเอา เราน่ะเปิดแอร์จนเย็นม๊าเดินมาปิดให้ทุกคืน เข้าใจไหมเธียร ลูกยังเล็กหนัก” คำสั่งม๊าที่บอกพี่เธียร นี้แค่คืนแรกที่เจ้าลูกโซ่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ เขายังรักเจ้าขนาดนี้ ผมนอนหลับตาปี๋แต่แอบฟัง ผมไม่รู้ว่าม๊าไปตอนไหน แต่ที่นอนตรงข้ามผมยุบลงเบาๆ ผมลืมตามองคนที่กำลังจะหอมแก้มแต่เป็นแก้มเจ้าลูกโซ่ พี่เธียรวิชย์ ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายคนนี้คือคนเดียวกับคนในคืนนั้น พฤติกรรมที่ต่างกันราวกับฟ้ากับดิน หรือนี้คือาสัญญาณของความเป็นพ่อ ผมค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง โดยกล้าไม่ได้ลืมตาต่อผมนอนใช้ความคิดมากมายในหัว พ่อของลูกสำคัญกว่าคนที่เคยทำหน้าที่ดูแลลูกผมจริงหรือ???

“ป๊าบอกกับพี่ว่า ถ้าพี่ทำได้ไม่ดีพอ ก็ให้คืนให้อากันไป หรือบีมคิดว่าพี่ควรจะทำแบบนั้นจริงๆ แต่พี่รักลูกน่ะ และพี่เชื่อว่าลูกพี่รักบีมมาก ดังนั้นคนที่เป็นแม่เขาคนอื่นก็แทนไม่ได้ พี่ไม่อยากเสียใครไปทั้งนั้น ทั้งบีมและลูกโซ่ พี่ขอโอกาสก่อนได้ไหมครับ ให้พี่ได้ลองก่อน “เสียงที่ดังอยู่ข้างหูผม ไม่รู้ว่านี้คือการตัดพอหรือว่าแค่แอบน้อยใจกันแน่ แต่จะให้ผมยอมเลยมันคงง่ายไปน่ะ เธียรวิชย์
 
TBC....

   ข้อตกลงของบีม เธียรวิชย์จะทำได้ไหมน่ะ แพรวาที่งี่เง่าตัวแม่ขนาดนั้น พ่อแม่นางยังไม่กล้าเลย แล้วเธียรวิชย์จะทำยังไง ทุกครั้งที่ลูกร้องไห้เสียใจจะเป็นจะตายก็มาอ้อนวอนขอร้องพ่อแม่เธียรวิชย์ให้ยอมลูกสาวเขาหน่อย  เฮอ!!!

หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.15 ข้อตกลง
เริ่มหัวข้อโดย: Nattie69 ที่ 14-03-2021 13:36:03
 :o8: :-[
หัวข้อ: Re: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.15 ข้อตกลง
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 14-03-2021 23:04:27
 :katai3:
หัวข้อ: (Mpreg)โซ่รักคล้อง(หัว)ใจ(นาย)EP.16. ยอมเพื่อลูก
เริ่มหัวข้อโดย: Alessa ที่ 15-03-2021 11:37:53
   EP.16. ยอมเพื่อลูก

             Part's กันต์ธีย์ ตอนแรกผมว่าจะนอนพื้นแต่สุดท้ายก็ต้องขึ้นมานอนกับพี่เธียรวิขย์บนเตียง เพราะว่าม๊าของพี่เขาเข้ามาและผมเองก็ไม่อยากให้ม๊ากับป๊าต่อว่าพี่เธียรผมเลยยอมนอนด้วยทั้งคืน แต่ก็แอบระแวงเหมือนกัน ก็คืนนั้น ผมมีสติบ้างไม่มีสติบ้าง มันยังเอาผมไม่ยังเลย แต่ที่ไหนได้ พี่เธียรวิขย์ไม่ได้ล่วงเกินผมเลย และผมยังรู้สึกว่า มีคนมาห่มผ้าห่มให้ผมอีกด้วย ผมแค่ลืมตาขึ้นมามองก็เห็นหลังไว เดินอ้อมไปซะแล้วและผมก็หลับต่อจนเกือบสว่าง ผมรู้สึกว่าปลายจมูกแหลมนั้นมาใกล้แก้มผม เจ้าลูกโซ่ของมี้ ผมก็รีบหอมแก้มนุ่มนั้นทันที

“เขาเรียกมอร์นิ่งคิสใช่ไหม” เสียงที่ทำให้ผมต้องลืมตาโพลงเพื่อมองดูคนที่ผมหอมแก้มอยู่ ปลายจมูกโด่งนั้นไม่ใช่ของลูกชายผมแน่อนนเพราะว่าของเจ้าลูกโซ่ยังเล็กอยู่เลยแต่นี้ มันใหญ่กว่าและมันก็เป็นของป๊าลูกชายอของผมเอง พี่เธียรวิชย์!!!

“เฮ้ย!!!” ผมรีบกระโดดขึ้นนั่งทันที แล้วเจ้าลูกโซ่ล่ะ ของผมล่ะไปไหน ผมหันไปเห็นเจ้าลูกโซ่ผมนอนดิ้นไปอยู่เกือบปลายเตียงแล้ว ผมรีบไปคว้าเอาลูกโซ่กลับมา

“ตื่นแต่เช้าเลย”

“จะลงไปทำอาหารเช้าให้ลูกทาน” ผมบอกคนที่นอนอยู่

“ลูกยังไม่ตื่นเลยน่ะ เอาลูกมานอนก่อน กอดแม่ไม่ได้กอดลูกก็ยังดี “พี่เธียนวิชย์พูดพร้อมกับกางแขนมา ผมก็เอาเจ้าลูกโซ่ขี้เซานอนลงข้างๆ พี่เธียรวิชย์ ก่อนจ