Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทที่ 1 - 21 part 4) 20 ก.ย. 21
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทที่ 1 - 21 part 4) 20 ก.ย. 21  (อ่าน 3723 ครั้ง)

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ก็นะ   รู้ทั้งรู้ว่าอีกไม่นานแม่ก็จะมา  เจ้าต้นน้ำยังหน้ามืดตามัวจะเล่นจ้ำจี้กับพี่ไห่ให้ได้   ทั้ง ๆ ที่พี่ไห่ก็ห้ามแล้ว  เป็นไงหล่ะ  ชิส์

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
ต้นน้ำวิ่งออกทางหลังบ้าน ผ่านสวนผลไม้ที่ทิ้งร้างจนรกรัง ผ่านต้นไม้ใหญ่ที่เขาฝากธุลีของบุพการีของตนและจินไห่ไว้ในอ้อมกอดของรากไม้อายุหลายสิบปี ปีนผ่านรั้วลวดหนามผุพังที่กั้นระหว่างสองพื้นที่ วิ่งไปจนถึงบ้านที่เขาแสนจะผูกพันแม้จะเคยมาฝังตัวอยู่ไม่นาน

“ต้นน้ำ?” จินไห่ที่กำลังจะเดินไปร้านอาหารของตนเอ่ยทักคนที่วิ่งจากทางสวนหลังบ้านอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยน้ำตา รอบขอบดวงตาที่แดงก่ำจนเหมือนโดนกำปั้นใครทุบอย่างแรงหลายครั้ง ดวงตาที่สับสนทำให้จินไห่วิ่งเข้าไปโอบรั้งร่างที่สั่นเทิ้มไว้ในอกอุ่นทันที

ฮือ…..

เสียงสั่นเล็กๆนั้น ที่จินไห่ ไม่เคยได้ยิน ทำให้เขาสังหรใจไม่ดี เขาเคยคิดถึงเหตุการณ์ทำนองนี้หลายครั้ง เขาเคยจำลองมันในความคิดหลายรอบ เรื่องที่เขากลัวว่ามันจะเกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร เรื่องที่พี่ออมไม่ควรจะทราบก่อนจะถึงเวลาที่เหมาะสม

เขาพยายามคิดหลายแบบว่าจะบอกแม่ของต้นน้ำอย่างไรถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและต้นน้ำแต่สุดท้ายก็จะต้องจบลงด้วยคำว่าเสียใจแบบนี้

‘มันยังไม่ถึงเวลา’

เขาคิดย้ำในใจขณะที่ยืนลูบศรีษะคนตรงหน้า

“แม่……แม่เขา” ต้นน้ำที่กำลังสับสนว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลังกล่าวขึ้นอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่เพียงเท่านี้จินไห่ก็ได้ข้อยืนยันชัดเจน

“แม่ต้นน้ำรู้เรื่องของเราแล้วใช่ไหม?” จินไห่พูดเสียงเรียบ

“ทำไมพี่รู้?!?” ต้นน้ำเงยหน้าขึ้นมา สีหน้าประหลาดใจที่ทั้งใบหน้าแดงก่ำไปหมด

“ก็พอจะสังเกตได้ตั้งแต่พี่ลงมาเจอแม่ของต้นน้ำแล้วล่ะ พี่ออมมาก่อนเวลามาก แล้วก็…นิ่งเกินไป….มันสัมผัสได้น่ะ!”  ต้นน้ำกลับประหลาดใจที่ทำไมเขาไม่รู้สึกเลย

“ผมขออยู่ที่นี่ก่อนได้ไหม?” ต้นน้ำเช็ดน้ำตาที่ไหลโดยไม่ตั้งใจและมองหน้าคนรักของเขาด้วยดวงตาแดงช้ำ

จินไห่มองสีหน้าคนตรงหน้าด้วยแววตาเจ็บปวด ความเจ็บนี้แล่นไปที่กลางอกเหมือนเข็มนับสิบทิ่มแทงหัวใจของเขา แต่ครั้งนี้เขาจะเอาเพียงอารมณ์อ่อนไหวตรงหน้ามาเคลือบแคลงการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้ เขาจะต้องเคลื่อนไหวต่อเหตุการณ์นี้อย่างระมัดระวัง

“ไม่ได้ น้องจะทำให้ทุกอย่างแย่ลง” จินไห่กัดฟันพูดตรงข้ามกับใจจริงที่อยากรั้งคนตรงหน้าไว้โดยที่ไม่สนใจคนเป็นแม่

“ทำไมล่ะครับ แม่เขาไม่เข้าใจ แม่ตั้งใจจะแยกเราจากกันนะครับ!!” ต้นน้ำพูดด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ วัยรุ่นอย่างเขาต้องการเพียงความสุขตรงหน้าเท่านั้น

“อยากแก้ปัญหาตรงนี้ไปด้วยกันไหม?” จินไห่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาลูบผมต้นน้ำอย่างนุ่มนวล ต้นน้ำทำได้แค่พยักหน้า แต่ภายใจเต็มไปด้วยคำถาม เขาไม่เข้าใจว่าการกลับไปอยู่บ้านกับแม่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างไร รังแต่จะทำให้พวกเขาถูกกีดกันออกจากกัน

“เชื่อพี่นะ กลับไปเป็นลูกที่ดีก่อน อย่าหนีปัญหา เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ เราต้องคุยกันด้วยเหตุผล” จินไห่ยิ้มบางๆที่มุมปาก ปากก็พูดไปแต่ในสมองกลับว่างเปล่า เขารู้ดีว่าแม่ของต้นน้ำเป็นคนเด็ดเดี่ยวเช่นไร ด่านอุปสรรคนี้ มันยากเกินกว่าที่เขาจะใช้เวลาคิดอันสั้น

จินไห่พยายามอย่างหนักจนกระทั่งต้นน้ำตัดสินใจเดินกลับบ้านไปโดยดี โดยมีเงื่อนไขจากจินไห่ว่า ห้ามมีปากเสียงกับแม่ตนเองเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องใช้เวลาในการกล่อมด้วยเหตุผล

หลังจากวันนั้น จินไห่ก็ไม่พบหน้าต้นน้ำอีกเลย ไม่แม้แต่จะสื่อสารถึงกันทางโทรศัพท์หรือข้อความ

…………….

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
:pig4: :pig4: :pig4:

ก็นะ   รู้ทั้งรู้ว่าอีกไม่นานแม่ก็จะมา  เจ้าต้นน้ำยังหน้ามืดตามัวจะเล่นจ้ำจี้กับพี่ไห่ให้ได้   ทั้ง ๆ ที่พี่ไห่ก็ห้ามแล้ว  เป็นไงหล่ะ  ชิส์

วัยรุ่นก็อย่างนี้

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
บทที่ 21

Over the rainbow




หนึ่งสัปดาห์แล้วนับจากที่ต้นน้ำบุกมาถึงบ้านเพื่อบอกข่าวร้ายเรื่องความไม่พอใจของแม่ของเขากับความสัมพันธ์ของต้นน้ำและจินไห่

หนึ่งสัปดาห์ที่จินไห่กินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดหาทางออกไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องของพวกเขา

สามวันแล้วที่เขาเดินไปพบกับแม่ของต้นน้ำ แต่พี่ออมแทบจะไม่มองหน้าเขาเลย ทำตัวยุ่งตลอด ด้วยภาระงานของทั้งสองทำให้มีโอกาสพบกันน้อยมาก แม้จะไปยืนรอเพื่อขอพบ แต่จินไห่กลับไม่เป็นที่ต้อนรับเหมือนเคย

จินไห่คิดหาทางอื่นไม่ออกเลยว่าจะแก้ปมตรงนี้อย่างไร เรื่องครอบครัวเป็นอุปสรรคที่ยากที่สุดของเขา จินไห่เข้าใจวัฒนธรรมของคนเชื้อสายจีนเป็นอย่างดี มันไม่มีทางที่แค่คำพูดจะแก้ปัญหาได้ เพราะอย่างไรมันก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก

สิบวันผ่านไปที่จินไห่ไม่ได้พบต้นน้ำเลย แม้เขาจะแอบออกไปรอที่ใต้ต้นไม้ใหญ่แล้วก็ตาม มันเงียบสงบไม่มีแม้เสียงลมพัดโบกใบไม้

จินไห่ติดต่อไปหาไอซ์แต่เขาก็ไม่ทราบข่าวคราวของต้นน้ำเช่นกัน เพราะไอซ์ก็คิดว่าต้นน้ำน่าจะสิงอยู่ที่บ้านจินไห่ไม่ไปไหน ไอซ์ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ขะต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เพราะเขาเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของต้นน้ำที่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย แม้แม่ของต้นน้ำจะไม่ชอบใจที่รบกับไอซ์ แต่พอนานวันเข้าแม่ก็เข้าใจ ไอซ์จึงรับปากว่าจะช่วยสืบข่าวมาให้

วันนี้คือวันที่ครบสองสัปดาห์พอดี จินไห่เตรียมเคลียร์งานทั้งหมดและฝากฝังทุกอย่างไว้ที่ผู้จัดการร้านของเขา วันนี้เขาจะต้องคุยกับแม่ของต้นน้ำให้รู้เรื่อง โดยมีไอซ์เป็นผู้คิดแผนอันแยบยลให้

ไอซ์นัดแนะจินไห่ให้ไปที่ผับของนีโน่ เจ้าพ่อแหล่งเที่ยวยามราตรี ครั้งที่ฟังจินไห่ก็สงสัยว่าให้ไปทำอะไรที่นั่นกัน จนกระทั้งได้รับการแถลงไขจากจ้าวแผนการอย่างไอซ์ว่า…

พี่โน่ได้ช่วยเชิญแม่ของต้นน้ำออกมาเพื่อขอคุยเรื่องธุรกิจ ทำทีว่ามีแผนจะขยายร้านและอยากให้แม่ของต้นน้ำดูแลเรื่องวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมด ซึ่งหากฟังจากโครงการแล้ว หากสนทนาภาษาธุรกิจสำเร็จ ที่ร้านจะได้กำไรก้อนโตเลยทีเดียว การวางแผนทั้งหมดเป็นการร่วมมือระหว่างไอซ์และนีโน่ (ไม่รู้ว่าสองคู่ปรับนี่มาญาติดีกันได้ยังไง?)

จินไห่ไปถึงตรงกับเวลานัดหมาย ณ ส่วนหนึ่งของผับซึ่งนีโน่เป็นเจ้าของอยู่ ขณะนี้ผับยังคงเงียบเหงาและร้างผู้คนเนื่องจากยังเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ จินไห่พบว่าแม่ของต้นน้ำที่อยู่ในชุดเรียบร้อยเป็นทางการนั่งหันหลังให้กับเขาที่โต๊ะวีไอพีของร้าน ผมที่หวีเรียบและมัดไปทางด้านหลังแบบครึ่งศรีษะช่างรับกับใบหน้าที่สดใสของเธอ ต้นน้ำคงได้โครงสร้างหน้าที่แสนสดใสจากเธอคนนี้

เขาพบว่าตอนนี้ นี่โน่ผู้เป็นเจ้าของร้านกำลังนั่งสนทนาด้วยท่าทีสบายอยู่ฝั่งตรงข้าม และยกยิ้มมุมปากขึ้นทันทีที่เห็นจินไห่เดินเข้ามาในระยะสายตา

“สวัสดีครับ พี่ออม ในที่สุดเราก็ได้เจอกันนะครับ” จินไห่กล่าวอย่างสุภาพ

“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ สินะ” แม่ของต้นน้ำเอ่ยขึ้นขณะที่ยังคงหันหน้าให้กับคู่สนทนาก่อนหน้า

“หมดธุระของผมแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ แต่เรื่องที่ผมจะให้พี่มาช่วยผมเรื่องจัดหาวัสดุก่อสร้างเป็นเรื่องจริงนะ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องติดต่อไป” นีโน่พูดจบก็ยกมือไหว้อย่างสุภาพ ก่อนที่ยืนขึ้นติดกระดุมเสื้อสูทและเดินจากไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ขอบคุณครับพี่โน่” จินไห่กล่าวอย่างสุภาพและก้มหัวให้

“ไม่นึกว่าน้องไห่สนิทชิดเชื้อกับผู้มีอิทธิพลอย่างนี่โน่” แม่ของต้นน้ำพูดเสียงดังเมื่อจินไห่นั่งลงแทนที่คู่สนทนาก่อนหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง

“ผมเคยทำงานกับพี่โน่ครับ แล้ววันนี้…. ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่ครับ!!” จินไห่ก้มลงเกือบชิดกับพื้นโต๊ะตรงหน้าหลังพูดจบประโยค

หญิงสาววัยกลางคนเริ่มดึงหน้าตึง รูปปากที่เคยยกยิ้มเมื่อครู่กลับนิ่งและปิดสนิท บรรยากาศภายในผับยามบ่ายกลับเย็นเยียบและดูมืดลงเล็กน้อย เหมือนหญิงตรงหน้าจินไห่คนนี้สามารถปรับเปรียบบรรยากาศโดยรอบได้ดังใจ

จินไห่กลืนน้ำลายหนืดลงคอเฮือกใหญ่ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเย็นที่ค่อยๆแผ่มาจากบรรยากาศจนถึงกับขนลุกขึ้นมา

“ผมอยากคบกับต้นน้ำจริงๆ ครับ ผมสาบานว่าจะดูแลเขาอย่างดี ผมรักต้นน้ำครับ” จินไห่กลั้นใจพูดด้วยความกล้าทั้งหมดที่มี แต่เสียงที่หลุดออกมากลับมีอาการสั่นอยู่ที่ท้ายประโยค

อีกฝ่ายยังรงดึงหน้านิ่ง ดวงตาจ้องมองลึกลงไปในดวงตาเขาเหมือนจะพยายามเสาะหาความจริงใจจากสิางที่จินไห่พูด จินจึงทำได้เพียงจ้องมองกลับอย่างแน่วแน่ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจของเขา

คนเป็นแม่กลับทำได้แค่ถอนหายใจหลังจากที่จ้องลึกเจ้าไปในดวงตาอีกฝ่ายแบบแทบจะไม่กระพริบตา

“พี่ออมครับ ผม….จริงใจนะครับ ผม…..หลงรักต้นน้ำมานานแล้วครับ ทีแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรแล้ว แต่…..เมื่อน้องเขา….. ยอมรับหัวใจของผม…… ผมก็เลย…..” จินไห่ก้มหัวไปมาระหว่างพูดจนคู่สนทนาได้แต่กุมศรีษะ

“พอเถอะ…. พี่ว่า…..” คนเป็นแม่ตอบสั้นๆ และเบา

“ไม่ครับ!! ไม่ ผม……”

“พี่ว่า เราไม่ต้องพูดอะไรกันแล้วนะ พี่…..”

“พี่ออม ผมขอร้องครับ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ ผมยอมทุกอย่างให้ผมได้คบกับต้นน้ำเถอะครับ!!” จินไห่ไม่ยอมแพ้

“พอเถอะ!” อีกฝ่ายกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ แล้วผ่อนลมหายใจลงพื้นโต๊ะอย่างแผ่วบาง

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1

“ไม่ครับ ผมไม่พอ ผมจะพูดกับพี่จนกว่าจะเข้าใจ!!”  จินไห่เงยหน้าขึ้นมาเสียงดังใส่คนตรงหน้าอย่างจริงจัง แน่นอนว่าสร้างความแปลกใจแก่ผู้หญิงวัยกลางคนๆนี้อย่างมาก มันแสดงออกมาทางสีหน้าชัดเจน

“เออๆ รู้แล้ว พี่หมายถึง พี่คงพอเรื่องแกล้งน้องแล้วล่ะ!!” แม่ของต้นน้ำผ่อนลมหายใจอีกครั้งด้วยด้วยรูปปากอมยิ้มกับอาการหน้าเหวอของคนหน้าสวยตรงข้าม

“หา!!!” คือคำอุทานเพียงคำเดียวที่คนหน้าเหวอคิดออก

“ใจเย็นๆ แล้วก็ฟังพี่นะ พี่พนันกับไอ้เจ้าต้นน้ำไว้น่ะ” แม่ของต้นน้ำยกมือขึ้นเชยคางเท้าโต๊ะด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ในที่สุดเกมน่าเบื่อและเปลืองพลังงานแบบที่เธอคิดเองนั้นจะได้สิ้นสุดลงเสียที

“เอ๊ะ!” จินไห่ตามกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ทัน

“โอเค งงแบบนี้ก็แปลว่าลูกพี่มันไม่ได้บอกอะไรน้องไห่อย่างที่ตกลงกัน” แม่ของต้นน้ำมองคนตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ อากัปกิริยาของจินไห่เป็นไปตามที่เธอคาดเดาไว้

“ผมไม่เข้าใจ?” จินไห่ทรุดตัวนั่งลงหลังจากที่ลุกขึ้นโวยวายมาพักใหญ่

“แล้วเธออยากพูดอะไรกับพี่ล่ะ?” มีรอยยิ้มจางๆ จากคนเป็นแม่

“ผมอยากให้พี่เข้าใจในความรักของผมกับต้นน้ำ เรารักกัน อยากให้พี่รู้ว่าผมจะดูแลต้นน้ำอย่างดี ผมรักต้นน้ำด้วยใจจริง”

สีหน้าขึงขังของคนพูดทำให้คนเป็นแม่ใจบางลงไปมาก

“แต่เธอก็ปิดคนเป็นแม่อย่างพี่ได้ตั้งนาน ทั้งๆ ที่พี่เปิดโอกาสให้ตั้งหลายครั้งแล้ว”  ผู้เป็นแม่จ้องเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย

จินไห่หน้าเย็นไปครึ่งซีกเหมือนเลือดไม่ไปเลี้ยงเพราะแววตาคนตรงหน้า
“พี่รู้เมื่อไหร่?”

“ประเด็นมันไม่ใช่ว่าพี่รู้เมื่อไหร่ ประเด็นคือ คิดว่าเมื่อไหร่จะบอกพี่ แบบนี้มันไม่จริงใจเลย เธอคิดว่าพี่เป็นมนุษย์ป้าโลว์เทค อย่างนั้นหรือ? คนเป็นแม่ยุคนี้ต้องหัดเล่นพวกโซเชียลเน็ตเวิร์คไว้นะ ไม่งั้นจะตามลูกไม่ทัน … ตอนแรกไม่เชื่อหรอกนะ แต่ลูกชายพี่มันก็ไม่คิดจะปิดบังเรื่องน้องเท่าไหร่นี่นะ”

ฟังแบบนี้แล้วจินไห่ถึงกับกำหมัดแน่น อยากโขกกระโหลกแฟนเด็กของเขาสักสองสามที ที่ทำอะไรไม่ระวังจนเรื่องบานปลาย

“แล้วพี่ออมยอมรับเรื่องพวกผมได้ไหมครับ?” จินไห่ถามต่อด้วยอาการใจเต้นตุบตับคับอก

“แล้วเธอคิดว่าไง?!?”

“มันอาจเป็นเรื่องรับได้ยากนะครับ สังคมก็ยังไม่ยอมรับเรื่องแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่….. รักลูกชายพี่จริงๆนะครับ รักมาก รักจนขาดไม่ได้”

“ภาษาไทยเธอดีขึ้นมากเลยนะ แต่คงดูละครไทยเยอะไปหน่อยนะ เลี่ยนเชียว ถามให้คิดอีกนิดนะ หากพี่ไม่โอเคพี่จะเล่นเกมส์พนันทั้งๆ ที่รู้ว่าจะแพ้ทำไม? รู้ไหมว่าพี่พนันกับลูกของพี่ไว้ว่าอย่างไร?”

จินไห่สั่นหน้าแต่ก็ยังไม่รู้สึกใจชื้นขึ้นสักเท่าไหร่

“หนึ่งเดือน ห้ามพบ ห้ามเจอ จนกว่าจินไห่จะเดินมาคุยกับพี่และทำให้พี่ยอมรับในความสัมพันธ์นี้ให้ได้! เห็นไหมง่ายจะตาย!” แม่ของต้นน้ำยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเลห์

“โห…แต่พี่เล่นไม่ยอมพบผมเลย หนีผมตลอด หากผมไม่ร่วมมือกับไอซ์ และพี่โน่ผมจะได้เจอพี่ไหมเนี่ย?”

“นั่นเป็นเรื่องของความจริงใจและความอดทน หากรักลูกพี่จริง น้องไห่ต้องทำให้ได้”

“ผมใช้เวลาตั้งเกือบสามสัปดาห์เลยนะกว่าจะได้คุยกับพี่!! แล้วแฟนผมล่ะ”

“อะแฮ่ม!! พี่ยังไม่อนุญาตเลย อย่าเพิ่งใจร้อน! พี่ส่งต้นน้ำไปอยู่บ้านญาติที่ต่างจังหวัดหนึ่งเดือน ยึดโทรศัพท์ไว้ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเธอเล่นโกง!!”

“พี่ออม เข้าใจพวกผมจริงๆ ใช่ไหมครับ ทำไมถึงได้ขัดขวางพวกผมขนาดนี้!!”

“พี่เข้าใจสิ พี่ศึกษาจากพวกซีรีย์มาเยอะเลย จนพี่จะกลายเป็นสาววายอยู่แล้ว พี่ค้นพบว่าผู้ชายๆ ก็มีโมเม้นต์อะไรพวกนี้ด้วย แต่พี่อยากจะรู้ว่าพวกเธอรักกันจริงแค่ไหน สามารถทนต่อความยากลำบากกันได้มากน้อย แค่ไหน น้องก็บอกเองว่าสังคมยังไม่ได้ยอมรับเรื่องพวกนี้ได้สักเท่าไหร่ พี่มีลูกชายคนเดียวนะ พี่ไม่อยากให้เขาต้องทุกข์กับสิ่งที่เขาเลือกในวันนี้ แล้วไปพบว่าตัวเองเลือกเส้นทางผิดในภายหลัง น้องไห่เข้าใจพี่ใช่ไหม?”

หลังจากฟังคนเป็นแม่ร่ายยาว เขาพยักหน้าเข้าใจจากใจจริง เพราะเป็นเรื่องที่ตัวเขาเองรับรู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นเรื่องจริง

จินไห่ลุกขึ้นยืนและคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงผู้เป็นแม่ที่เข้มแข็งคนนี้ เขาจ้องมองไปที่ดวงตาอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ

“ผมจะดูแลลูกชายพี่อย่างดีครับผมสัญญา”
คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายยิ้มอย่างเอ็นดูได้

“จ้ะ พี่รู้ตั้งแต่ประโยคแรกที่น้องเอ่ยขึ้นมาแล้วล่ะ รู้ตั้งแต่พี่ได้คุยกับลูกชายอย่างเปิดอก มันยากนะที่จะยอมรับ แต่พี่ก็อยากให้ลูกมีความสุขในแบบที่เขาเลือกเอง แค่นั่นแหละความสุขของคนเป็นแม่” แม่ของต้นน้ำยกมือขึ้นลูบบ่าของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

“ขอบคุณครับ” จินไห่เงยหน้าขึ้นมองคนเป็นแม่อย่างซาบซึ้ง เขาไม่คิดว่าทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้

“เฮ้อ…. มันยากนะ พี่บอกเลย การที่ดันมีผู้ชายมาเป็นแฟนลูกชายตัวเองแบบนี้ อะไรที่คิดไว้ก่อนหน้านี้ พังครืนลงมาเลย พี่นะอุตส่าห์เก็บเงินเก็บทองไว้ให้มันเผื่อมันจะเอาไปเป็นสินสอด ไปขอเมียเข้ามาช่วยกันดูแลบ้าน มีหลานให้อุ้มสักสองคน นี่พี่นะถึงขั้นคิดเผื่อไว้ด้วยนะว่าควรจะมีห้องเพิ่มสักห้อง เผื่อมันไปทำเขาท้อง เป็นแม่วัยรุ่นสมัยนี้นี่มันปวดหัวจริงๆ!!” แม่ของต้นน้ำบ่นยาวพลางกุมขมับ

“ขอโทษนะครับ….” จินไห่หน้าซีดพูดเสียงอ่อย

“ตายจริง! พี่ขอโทษ! บ่นเยอะไปหน่อย เฮ้อ!! แต่พี่ก็เข้าใจนะ หลังจากศึกษามาเยอะ แล้วเราก็รู้จักกันมานาน พี่ว่าพวกงานบ้านงานเรือน น้องไห่นี่เก่งกว่าผู้หญิงหลายคนอีกนะ พี่โอเคกับจุดนี้มาก ดีกว่าไปคว้าผู้หญิงที่ดีแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ แบบนั้นไม่ได้… ว่าแต่ไม่เอายัยหมวยที่พี่แนะนำจริงๆเหรอ สวยน่ารักแถมขยันอีกต่างหาก!!” แม่ของต้นน้ำฉีกยิ้มที่ท้ายประโยค

“พี่ออม…..!!” จินไห่รู้ว่าอีกฝ่ายล้อเล่นหลังจากที่กล่าวชื่นชมตัวเองเลยตอบกลับอย่างเขินๆ

“ล้อเล่นแค่นี้ก็ไม่ได้ อีกอย่าง…. เลิกเรียกพี่ออมได้แล้วนะ เรียกแม่เหมือนเจ้าต้นน้ำก็ได้”

“ครับ! พี่…… เอ่อ…… คุณแม่” จินไห่รีบเปลี่ยนคำเรียกทันทีที่เห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้ว

“เออ!! ว่าแต่…. ใครเป็นเคะ ใครเป็นเมะล่ะ?!?”  แม่เขยหมาดๆ ก้มหน้าลงมาแซวข้างหู

“เอ่อ… พี่ออม เอ้ย!! คุณแม่ครับ เรื่องนี้มัน!!”  จินไห่เขินโวยหน้าแดง

“โอเค อายก็ไม่เป็นไร แค่พี่ก็พอดูออกแหละ! หมดธุระแล้วไปหาอะไรเย็นๆ กินก่อนกลับบ้านเถอะนะ”  ผู้เป็นแม่เหยียดยืดขึ้นเต็มความสูง

“โหย… ไม่เห็นมีอะไรดราม่าเลย อุตส่าห์ไลฟ์สดในเฟซบุ๊คขนาดนี้” เจ้าของร้านตัวเล็กที่ไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้ไปอยู่ไหนมาโผล่พรวดออกมาจากเงามืด

จินไห่รีบหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาเปิดดูจึงพบว่าไลฟ์นี้มีคนเข้ามากูมากกว่า สี่พันคน เขารีบหันไปหาผู้เป็นแม่ของแฟนที่เพิ่งจะยอมรับเขาทันที

ด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราดที่แม้แต่เจ้าของร้านผู้ทรงอิทธิพลอย่างนีโน่ถึงกลับรีบปิดไลฟ์และเก็บมือถือทันที หลังจากนั้นก็โดนคุณแม่สุดห้าวอย่างคุณออมเจ้าของกิจการค้าวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด สวดยับถึงความไม่เป็นผู้ใหญ่ของนีโน่และผู้ร่วมขบวนการอย่างไอซ์ (เป็นอีกครั้งที่จินไห่งงว่าไปสนิทกันตอนไหน?)

หลังจากวันนั้นทุกคนถูกกำชับว่าอย่าบอกเรื่องนี้ให้คนที่อยู่ไกลไร้การสื่อสารอย่างต้นน้ำรู้อย่างเด็ดขาด จนกว่าจะครบกำหนด หนึ่งเดือน ส่วนจินไห่เองก็ต้องร่วมทดสอบความอดทนต่อไปจนกว่าจะครบกำหนด ถึงแม้จะได้รับการยอมรับแล้วแต่ข้อตกลงก็คือข้อตกลง หากผ่านพ้นช่วงนี้ไปไม่ได้ แม่ของต้นน้ำก็ยังไม่สามารถไว้ใจให้คบหากันต่อไปได้

จินไห่จึงได้แต่อดทนรอต่ออีกสัปดาห์กว่าๆ มันเป็นเวลาที่ยาวนานกว่าที่เขาคิดมาก แต่ก็เป็นการรออย่างสุขใจ

……………………..

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1


เวลากว่าหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างเชื่องช้าดุจเต่าคลาน ความเปลี่ยวเหงาและคิดถึงใครสักคนมันช่างทรมานเหมือนโดนแช่อยู่ในน้ำเย็นท่ามกลางพายุหิมะที่ขั้วโลกใต้

ไม่เคยคิดเลยว่าจะทรมานขนาดนี้ ยิ่งระหว่างที่เดินทางกลับจากบ้านญาติที่เชียงราย เขาอยากให้รถที่นั่งอยู่ตอนนี้มันเหาะได้เสียเหลือเกิน ต้นน้ำเหม่อมองออกไปด้านนอกตัวรถ ผ่านความมืดมิดของทุ่งนาสุดสายตา แสงดาวที่แข่งกันขับแสงเพราะเป็นคืนข้างแรม ลมหนาวของเครื่องปรับอากาศของรถโดยสารประจำทางระหว่างจังหวัด ยิ่งทำให้รู้สึกทรมาน เขาแทบนอนไม่หลับ ต้นน้ำคิดถึงหน้ามารดาของตนเองที่กล่าวท้าทายเขาไว้ตอนที่เขาเริ่มต่อต้านอำนาจแม่

ผลที่ได้คือ แม่ยังคงยืนกรานถึงความไม่เหมาะสมและไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ แล้วยังจะท้าทายเขากลับโดยพนันในสิ่งที่ดูเหมือนง่าย แต่ความจริงแล้วมันช่างยากเย็นจนแทบจะเป็นไปไม่ได้

‘พนันกับแม่แกไหมล่ะ พรุ่งนี้เก็บกระเป๋าไปอยู่กับอากู๋แกที่เชียงราย หนึ่งเดือน หากระหว่างนี้ พี่ไห่ของแกกล้าที่จะมายื่นอกรับเรื่องความสัมพันธ์ของพวกแก และโน้วน้าวแม่แกให้เห็นด้วยได้ แม่จะยอมให้แกคบกัน!! แต่มีเงื่อนไข สองข้อ หนึ่งคือ ยึดโทรศัพท์ สองคือ ห้ามติดต่อกันเด็ดขาด หากแม่รู้ แม่จะปรับแกแพ้ทันที!!’

เสียงแม่ของเขายังจำได้ขึ้นใจ มันยังดังก้องอยู่ในฝันทุกคืน เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตกลง หลังจากที่นิ่งไปหลายนาที การตัดสินใจครั้งนี้ของเขานับเป็นเรื่องที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยตัดสินใจมาทั้งชีวิต แม้จะนั่งนึกเสียใจตลอดทุกคืนในที่ทุระกันดารอย่างรีสอร์ตของอากู๋ของเขาที่เชียงราย

มันช่างเหมาะเจาะเกินไปที่แม่เขาท้าทายเขาด้วยวิธีนี้เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คนงานในรีสอร์ตขาดพอดี ต้นน้ำเลยต้องไปทำงานทั้งดูแลลูกค้ายันเป็นคนช่วยซ่อมแซมต่อเติมรีสอร์ตสไตล์รักษ์โลกที่ดินแดนที่เหมือนโลกที่สามอันห่างไกลอย่างรีสอร์ตแห่งนี้

อย่าว่าแต่สัญญาณโทรศัพท์เลย ไฟฟ้ายังต้องจำกัดการใช้งานเสียด้วยซ้ำ แบบนี้มันเหมือนส่งเขามาลงโทษมากกว่า

ไม่รวมถึงความกังวลเรื่องแฟนที่อยู่ห่างไกลของเขาอีก ต้นน้ำรู้จักนิสัยจินไห่ดี การไปเผชิญหน้ากับแม่ของเขาด้วยเรื่องแบบนี้โดยไม่มีเขาอยู่ด้วยแทบเป็นไปไม่ได้ แล้วอย่าไปคาดหวังว่าจะเถียงชนะแม่เขาเลย แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้เลยว่าจะสู้เหตุผลกับแม่เรื่องนี้อย่างไร คิดถึงตรงนี้ ต้นน้ำถึงกับผ่อนลมหายใจออกแทบจะหมดปอด

งานนี้มันขึ้นอยู่กับดวงล้วน ๆ เลยทีเดียว แต่ก็เป็นทางเลือกเดียวที่ลัดที่สุด ทรมาน 1 เดือนแลกกับความสุขของชีวิตที่เหลือ

ต้นน้ำรู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องอนาคตเขาคงไม่อาจทราบได้ว่าความรักของเขาจะเป็นอย่างไรต่อ เขารู้แต่ว่าจินไห่มาช่วยเติมเต็มช่องว่างที่หายไปของเขา ความอบอุ่นจากผู้ชายคนนี้ เขาไม่เคยได้ความรู้แบบนี้จากใครเลย หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้เขาได้ไตร่ตรองนั่งคิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด ทั้งความรู้สึกที่เกิด ทำให้เขารู้ว่า มันไม่ใช่เรื่องบนเตียงที่จินไห่มอบความสุขให้เขาได้อย่างล้นเหลือ ใบหน้าสวยๆ ที่มองได้ไม่เบื่อ การเอาใจใส่ดูแลที่เขาไม่เคยได้จากใครมาก่อน แต่ยังมีความสุขใจเพียงที่ได้อยู่ใกล้กัน มันก็ทำให้เขาไมาอยากจากไปไหน

ยิ่งคิดแบบนี้ได้ ยิ่งทำให้เขาทรมานมากขึ้นเมื่อมองไปที่รอบด้าน มีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่ คนที่ทำให้เขาสุขใจไม่ได้แนบชิดไม่สามารถมองเห็นได้ ไม่ได้แม้ได้ยินเสียง ทำไมเรื่องเพียงแค่นี้ถึงทำให้เขาเจ็บปวดขนาดนี้ แม้แต่ขณะที่เขาเดินทางกลับบ้านอยู่ตอนนี้ เขายังเจ็บหน่วงที่หน้าอกทุกครั้งที่นึกถึง ต้นน้ำถึงกับขยำเสื้อที่หน้าอกตัวอย่างไม่รู้ตัว

แสงไฟที่ริมข้างทางวิ่งเข้ามาปะทะใบหน้าอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดหลายชั่วโมงสลับกับความมืดของชนบทอยู่หลายชั่วโมง ไม่ทำให้เขาอ่อนเพลียเลย มีเพียงความตื่นเต้นตกค้างอยู่ในร่างกายจำนวนมาก เขาอยากทราบว่าผลลัพธ์ของการเดิมพันครั้งนี้จะเป็นเช่นไร เขาถึงกับวิงวอนต่อวิญญาณของพ่อตนเองและพ่อของจินไห่ช่วยดลบันดาลให้สัมฤทธิ์ผล แม้ไม่รู้ว่าจะมีจริงหรือเปล่าด้วยซ้ำ

เขานั่งภาวนาอยู่ซ้ำๆ จนกระทั้งความอ่อนเพลียต่อการเดินทางไกลและความอ่อนล้าจากการทำงานหนักตลอดทั้งเดือนได้พรากความกระตืนรือร้นและความตื่นเต้นเหล่านั้นไป จนกระทั้งเหลือแต่ความมืดมิด

แสงไฟสลัวจากนีออนบนรถขนส่งกึ่งเก่ากึ่งใหม่แยงเข้าผ่านเปลือกตาที่ปิดไปอย่างไม่ตั้งใจ รวมกับเสียงอื้ออึงจากผู้ร่วมเส้นทาง แม่จะมีคนเพียงบางเบาเพราะไม่ใช่ช่วงฤดูท่องเที่ยว แต่ก็ดังพอให้ต้นน้ำรู้สึกตัว

สิ่งแรกที่ต้นน้ำทำหลังจากตื่นขึ้นมาคือการมองออกไปชมวิวที่นอกหน้าต่างรถบานใหญ่ ตอนนี้ความสว่างที่ขอบฟ้าด้านตะวันออก กำลังคืบไล่ราตรีมากขึ้นเรื่อยๆ รูปร่างทิวทัศน์ต่างๆที่เคยถูกปกปิดโดยราตรีก็ค่อยๆ เผยให้เห็นสถานที่รอบข้างที่คุ้นตามากขึ้น เขาไม่รู้ว่าเขาหลับไปยาวนานเท่าไหร่ แต่ทิวทัศน์ที่คุ้นตาเหล่านี้ทำให้รู้ว่าเขาใกล้ถึงถิ่นที่เขาจากมาแล้ว

ในที่สุดต้นน้ำก็กลับมาถึงหน้าบ้านของจินไห่แทนที่จะกลับไปที่บ้านของตนเองก่อน เขามองวันที่ที่แสดงอยู่บนโทรศัพท์ซ้ำไปซ้ำมา เพื่อทบทวนว่าช่วงเวลาของการเดิมพันได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้จะไม่ได้ไปฟังคำตัดสินจากมารดาตนเอง เขาก็มั่นใจในตัวจินไห่มากพอที่จะเดินทางมาพบคนที่เขารักและคิดถึงสุดหัวใจ เขาวาดภาพไว้ในใจแล้วว่าจะทำอะไรกับแฟนของเขาบ้างเมื่อได้เจอหน้ากัน แล้วค่อยถามถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

ต้นน้ำไม่รู้หรอกว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะเขาอยู่ๆก็หายไปโดยไม่ได้กล่าวลาหรือบอกเหตุผลที่หายไป เขาคิดว่าจินไห่ที่ให้อภัยเขาได้เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน

ต้นน้ำหอบเป้ใบใหญ่เดินเข้าร้านไปโดยที่คนงานในร้านไม่ได้ทันสังเกตุ กว่าพวกเขาจะรู้ตัวและพยายามขัดขวางคนหอบของพะรุงพะรังที่คุ้นเคยคนนี้ ต้นน้ำก็เดินไปถึงห้องครัวที่จินไห่มักจะใช้ช่วงเวลานี้อยู่ในครัวเสมอเพราะตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและเครื่องครัวว่าพร้อมให้บริการหรือไม่

“สุดยอดเลยคะพี่ไห่ หมวยไม่เคยรู้เลยว่ามันจะเอามาทำอะไรแบบนี้ได้!!” เสียงใสๆของหญิงสาวดังขึ้นจนเท้าของต้นน้ำสะดุดหยุดนิ่ง

“วัตถุดิบที่ดีเป็นเรื่องสำคัญครับ ที่เหลือก็แค่ปรุงให้ถูกต้อง” เสียงชายหนุ่มที่เขาถวิลหาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาดังขึ้นเป็นคู่สนทนา

“อันนี้อะไรน่ะคะ?” ต้นน้ำสาวเท้าเข้าไปใกล้มากขึ้นและเริ่มมั่นใจว่าเสียงหญิงสาวคนนี้น่าจะเป็นเสียงของลูกพี่ลูกน้องของเขาเอง ‘ยัยหมวยร้านข้าวสาร’

“ลองชิมดูสิ” จินไห่ใช้ช้อนยาวตักอาหารบนจานเปลขนาดใหญ่และบรรจงป้อนไปที่ปากอันอวบอิ่มสดใสของสาวสวยวัยแรกแย้ม เธออ้าปากให้อาหารเข้าปากอย่างขวยเขิน พร้อมใช้มือจับมืออีกฝ่ายที่ด้ามช้อนเพื่อส่งให้ช้อนออกจากปากอย่างนุ่มนวล

“อร่อยมากเลยคะ ปกติหมวยไม่ชอบกินปลานึ่งเสียเท่าไหร่แต่นี่มันสุดยอดเลยคะ” สาวหมวยยิ้มออกมาด้วยความประหลาดใจพร้อมเคี้ยวช้าๆ อย่างมีมารยาท
ภาพทั้งหมดตรงหน้าถูกส่งเข้าสู่สมองของต้นน้ำอย่างรวดเร็ว แต่อาการเจ็บปวดกลับเกิดขึ้นกับหัวใจพร้อมๆ กัน ความเจ็บปวดที่แล่นทำร้ายหัวใจแบบนี้มันช่างหนักหน่วงและทรมาน

เขายืนนิ่งไปอีกพักใหญ่กับภาพเหตุการณ์ที่ทั้งสองชายหญิงสนิทกันขนาดนั้น การแตะต้องตัวกันอย่างไม่ระมัดระวังตัวในที่มิดชิดแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน หรือที่ผ่านมาหนึ่งเดือนเกิดอะไรขึ้นที่เขาไม่รู้ หรือเพียงหนึ่งเดือนก็มีอะไรเกิดขึ้นกับความรักที่เขาคิดว่ามั่นคงหนักหนา หรือมันจะเป็นอย่างที่แม่เขาบอกในตอนเดิมพันว่าความรักของพวกเขาก็อาจะแค่ความใคร่ ของคนเหงาสองคน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

ดวงตาที่ร้อนผ่าวกำลังพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำที่เขาไม่เคยคิดว่าจะหลั่งกับเรื่องพรรณนี้ เขาปาดมันไม่ให้ไหล เขาเป็นลูกผู้ชายเขาต้องเข้มแข็ง

“เฮียไห่ครับ ขอโทษนะครับ ผมพยายามห้ามแล้ว!!”
เสียงลูกน้องในร้านอาหารดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้คู่สนทนาประหนึ่งนกคู่รักรู้สึกตัวจากภวังค์ของทั้งสองหันมาเห็นต้นน้ำที่มีสีหน้าเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะสลายอยู่ตรงหน้า

“ต้น….น้ำ” จินไห่มีสีหน้าตกใจกับภาพที่เห็น

ต้นน้ำเดินถอยหลังไม่รู้ตัว และสาวเท้าวิ่งออกจากร้านแบบไร้เป้าหมาย

………

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1

………

ต้นน้ำรู้ตัวอีกทีตัวเองก็วิ่งมาหยุดที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่บ้านของตนเอง มันกลายเป็นเรื่องเคยชินเสียแล้วที่เขามักจะมายืนมองต้นไม้ต้นนี้เวลาที่เขารู้สึกเหงา หรือคิดอะไรไม่ออก

นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่เขาต้องมาทำความสะอาดและอยู่ใต้ร่มไม้นี้เสมือนเป็นพื้นที่ในห้องของตนเอง ยิ่งได้รู้ความเป็นมาก็ยิ่งรู้สึกผูกพันกับเงาครึ้มตระหง่านสง่างามต้นนี้

เหมือนเช่นทุกครั้งที่ส่วนหนึ่งของใต้ร่มไม้นี้มักจะมีเศษของเส้นไหว้ที่หลุดรอดจากการกัดแทะของสัตว์โลกขนาดเล็กที่อาศัยตามร่มไม้สวนภายในพื้นที่นี้แวะมากัดกินเหมือนเป็นบุพเฟ่ตามเวลา

ด้วยความไม่สบอารมณ์จากภาพบาดตาตรงหน้าเมื่อครู่ ตอนนี้ต้นน้ำเห็นอะไรก็ดูขัดตาไปหมด เขาจึงหยิบจานกระดาษที่มีเศษซากผลไม้ที่คาดว่าจะเป็นแอปเปิลเหวี่ยงไปอีกด้านหนึ่งของต้นไม้เผื่อว่าอารมณ์ผลุนพล่านจะได้หายไปบ้าง พร้อมตะโกนโวยวาย ยิ่งที่ได้รู้ว่าไม่มีใครคิดแม้จะตามมาปรับความเข้าใจกับเขา ต้นน้ำก็ยิ่งหงุดหงิด

“โอ้ย!!”

เสียงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นจากทิศที่เขาโยนซากของเซ่นไหว้ไป

“ใครน่ะ?” ต้นน้ำรู้สึกตกใจที่เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

“ถ้าจะมาไหว้ก็อย่างเหวี่ยงของเก่ามั่วทั่วสิ” ชายหนุ่มวัยประมาณมัธยมปลายเดินออกมาจากมุมอับพร้อมทั้งปัดเสื้อผ้าไปมา

“นี่มันสวนบ้านกู กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู” ต้นน้ำพูดให้คนแปลกหน้าเข้าใจถึงสถานการณ์

“ฉิบหายแล้ว!!” ชายแปลกหน้าพูดจบก็เตรียมโกยอ้าว

“เดี๋ยว!! เอาของๆมึงกลับไปด้วย!!” ต้นน้ำคว้าจับคอเสื้อดีไซน์แปลกตาของอีกฝ่ายหนึ่งได้ทัน พร้อมชี้ไปทางของเซ่นไหว้จานใหญ่ใต้ต้นไม้ใกล้กับเด็กวัยรุ่น

“เฮ้ย!! ไม่ใช่ของผม!!” อีกฝ่ายรีบปฏิเสธด้วยท่าทีกลัวเกรง แววตาสีน้ำตาลอ่อนที่ส่งมาให้เขานั่น ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งขึ้นไปอีกเท่าตัว เพราะมันช่างเหมือนกับคนที่ทำให้เขาเสียใจ

“ไม่ใช่ของมึง?!? มึงไม่ได้มาไหว้ขอความรักเฮงซวยเหมือนคนอื่นเหรอวะ?!? แล้วมึงเข้ามาในเขตบ้านกูทำไม? หรือเป็นขโมย!! กูจะได้แจ้งตำรวจ!!” ต้นน้ำเหวี่ยงชายร่างเล็กบอบบางคนนั่นไปที่ตีนต้นไม้ที่แข็งหยาบ ชายร่างเล็กร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ้ยยย พี่อารมณ์ไม่ดีก็อย่ามาพาลผมดิวะ!” ฝ่ายที่ล้มลุกคลุกคลายจนเปรอะดินไปครึ่งตัวโวยกลับ

“กูไม่ได้พาลมึง แต่มึงเป็นขโมย!!” ต้นน้ำโดนจี้ใจดำ

“ผมไม่ใช่ขโมย ผมมา…..…ขอพร”

“ไอ้เด็กแก่แดด ริอาจมีความรัก นะมึง!! แล้วไอ้เรื่องขอพรนี่แม่งงมงายสัดๆ!!” ต้นน้ำชี้หน้าอีกฝ่าย

“พี่ก็แก่กว่าผมไม่เท่าไหร่มั้ง ก็ยังเด็กเหมือนกันล่ะวะ!” ต้นน้ำโดนอีกฝ่ายจี้ใจดำอีกรอบ

“สงสัยกูต้องสั่งสอนมารยาทมึงสักหน่อยแล้ว!!” ต้นน้ำคว้าคอเสื้อยวบๆ ของอีกฝ่ายรั้งลอยขึ้นมา ส่วนอีกมือก็ง้างรอเตรียมเหวี่ยงหมัดใส่ให้สาแก่ใจ อย่างน้อยก็ได้ระบายอารมณ์ที่มันคั่งค้างอยู่

“เฮ้ยๆๆๆๆๆ พี่ผมขอโทษ ถ้าพี่อกหักมาก็ลองขอพรกับเจ้าพ่อไม้ใหญ่ดูสิ”

“เขาเรียกกันแบบนั่นเหรอวะ?!?” ต้นน้ำฟังแล้วก็รู้สึกขำขัน เขาไม่เคยรู้เลยว่าคนภายนอกเรียกต้นไม้ต้นนี้ว่าอะไร พูดจบเขาก็คลายมือตัวเองและมองขึ้นไปถึงยอด ต้นไม้นี้มีใบหนาครึ้มขึ้นมากจนแทบจะบดบังแสงแดดที่ส่องลงมาถึงพื้นดินใต้ต้นไม้จนหมด

“ดูก็รู้ว่าเพิ่งอกหักมา พี่ลองขอพรดูไหม?” เด็กมัธยมกล่าวเสียงสั่นอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“กูว่ากูไม่คุ้นหน้ามึงเท่าไหร่ บ้านมึงอยู่แถวนี้เหรอวะ?!?” หลังจากที่ใจเย็นลงบ้างเขาก็พินิจหน้าอีกฝ่ายก็พบว่าไอ้เด็กนี่ก็หน้าตาไม่ขี้ริ้ว แถมสำเนียงการพูดก็ไม่ใช่คนท้องถิ่น

“ผมเพิ่งย้ายมาน่ะครับ”

“แล้วมึงรู้เรื่องต้นไม้นี้ได้ยังไง!”

“คนที่อยู่ก่อนเขาเล่าให้ฟัง”

“มีความรักน่ะสิเรา?” ต้นน้ำมองสีหน้าและแววตาคนตรงหน้าออก

“อือ..” เด็กหน้าขาวมันก็แต่พยักหน้า

“แล้วนี่มาขอ แล้วขอเสร็จยัง กูจะให้มึงกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย กูไม่มีอารมณ์จะมาดุคนอย่างพวกมึงแล้ว!!”

“ผมมาแก้บนต่างหาก ผมสมหวังแล้ว”

“เฮ้ยจริงดิ! เชี้ย!! ของจริงเหรอวะ?!?” สีหน้าเจ้าของบ้านแปลกใจออกนอกหน้า

“ลองขอพรสิ!” เด็กวัยรุ่นพยักหน้าเป็นเชิญชวนให้อีกฝ่ายลองดู

“……..” ต้นน้ำลังเลอยู่พักใหญ่ แต่ในที่สุดก็ยอมคุกเข่า ก้มหน้า หลับตาขอพร ให้ทุกอย่างที่เขาเห็นในวันนี้เป็นเรื่องไม่จริง ขอให้แม่ยอมรับความรักของเขา

“แล้วมึงขอพรไปว่าอะไรวะ?!?” ต้นน้ำลืมตาขึ้นมาและหันไปหาคนที่เป็นเหมือนเพื่อนใหม่ของเขา

ว่างเปล่าและเงียบเชียบ มีเพียงเสียงลมและใบไม้เสียดสีกันท่ามกลางแดดยามสายเท่านั้น

“เฮ้ย!! กูไม่ขำ มึงหลบกูเพื่อ?!? กูไม่ทำอะไรมึงหรอก ออกมาเหอะ!?!”
ต้นน้ำหันซ้ายและขวา เขาก็เจอแต่ภาพทิวทัศน์เดิมๆ แต่ไร้วี่แววไอ้เด็กคลั่งรักนั่น

“เอ้ยไอ้…. เชี้ย!! ชื่ออะไรวะ แม่งไปไม่ลามาไม่ไหว้ อย่าให้กูเจออีกรอบนะ!!”ต้นน้ำพูดไปพลางค้นหาอีกฝ่ายไปด้วย

“พูดอยู่กับใครน่ะลูก?” เสียงคุ้นหูดังขึ้นที่ด้านหลัง

ต้นน้ำที่ไม่คิดว่าจะเจอกับแม่ตัวเองเวลานี้ถึงกับสะดุ้งตัวโยนไปด้านหน้าเล็กน้อย

ความจริงเขาอยากทราบความคืบหน้าตลอดหนึ่งเดือนกับแฟนตัวเองมากกว่า แต่ในเมื่อเห็นภาพที่เป็นคำตอบแบบนั้น เขาก็คงไม่จำเป็นต้องไปถามแล้ว เวลาหนึ่งเดือนมันสามารถเปลี่ยนแปลงคนเราได้ขนาดนี้เลยหรือนี่?

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด