Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทนำ - บทที่1 - 3)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทนำ - บทที่1 - 3)  (อ่าน 188 ครั้ง)

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-1
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************

เรียน   ท่านสมาชิกทุกท่านทราบและโปรดดำเนินการอย่างเคร่งครัด

เรื่อง  กฎกติกาและมารยาท

          กรุณาอ่านข้อความข้างล่างที่แนบมาด้วยข้าล่างนี้   ด้วยความระมัดระวังยิ่ง

เพราะเป็นบรรทัดฐานที่พึงยึดและปฏิบัติตามอย่างไม่สามารถพิจารณาเป็นอื่นได้

หากผู้ใดฝ่าฝืน  ทางเราจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไป


      จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน

                                                                                 นับถือ

                                                                            อิเจ้  โมดุเรเตอร์
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-10-2020 12:38:28 โดย Shonennihon »

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-1
Shonennihon

หายไปนานหลายเดือนเลยครับ ช่วงนี้งานยุ่งมากจนไม่มีเวลามาเขียนให้เรียบร้อยเสีย บวกกับการคิดพลอตเรื่องไว้มากมาย กว่าจะมาสรุปเป็นนิยายเรื่องนี้ใช้เวลาเป็นเดือนเหมือนกัน ตอนนี้ผมเริมลงมือเขียนแล้วครับ ไม่รู้ว่าจะถูกใจหรือเปล่า  แต่ก็ขอให้ชอบกันนะครับ เป็นเรื่องในความคิดที่จะเขียนมาเป็นปีแล้ว ขอให้ทุกคนชอบนะครับ

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-1
ต้นน้ำ

“ต้นน้ำ!”

นั่นชื่อผมเอง และนั่นก็เสียงแม่ผมเอง แม้จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมา 2 ปีแล้ว แม่ก็ยังจิกหัวใช้ผมยังกับเด็กๆ ทั้งๆ ที่คนงานในบ้านเยอะแยะ บ้านผมเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้าง ถือว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเลย คนงานในบ้านเยอะแยะไปหมด แต่แม่ก็เลือกที่จะใช้ผมทำงานอย่างติดปาก

โดยเฉพาะหน้าที่นี้ หน้าที่การไปเก็บกวาดสวนหลังบ้าน เพื่อนผมหลายคนอาจจะบอกว่า แค่นี้เอง! ทำๆไปเถอะ!! ทุกครั้งที่ผมบ่นให้ฟัง

แต่ก็นั่นแหละ! พวกมันไม่เคยเห็นสวนหลังบ้านผมนี่นา หลังบ้านผมเป็นที่ดินของบรรพบุรุษครับ พวกท่านปลูกสวนผลไม้ทำมาหากินจนส่งลูกไปเรียนจนจบวิศวะ และกลับเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างและร้านขายวัสดุก่อสร้างใหญ่โต นั่นก็คือพ่อผมเอง แต่ตอนนี้คงเหลือแต่ร้านขายวัสดุก่อสร้างเท่านั้นตั้งแต่พ่อเสียไปได้สองปีด้วยโรคมะเร็ง (แม่คนเดียวทำไม่ไหว เลยขายกิจการให้หุ้นส่วนไปทั้งหมด)

กลับมาที่สวนที่เล่าค้างไว้  บ้านผมมีต้นไม้ใหญ่อยู่ท้ายสวนซึ่งติดกับที่ดินอีกแปลงที่เป็นสวนเหมือนกัน ด้วยมีตำนานที่เล่าต่อๆ กันถึง เทพยดาที่สถิตย์อยู่ที่ต้นไม้ต้นนั้น จะดลบรรดาลให้สำเร็จ เรื่องความรักจึงมักจะมีคนแอบลอบเข้ามาบนบานสานกล่าว ที่ใต้ต้นไม้จึงเต็มไปด้วยธูปและเทียน ของเซ่นไหว้มากมาย นั่นเป็นเหตุให้แม่ต้องใช้ผมไปจัดการทำความสะอาดให้เรียบร้อยเป็นประจำ วันนี้ก็เช่นเดิม

“ต้นน้ำ!!” เสียงของแม่ที่เข้มขึ้นหลังจากที่ผมทำหูทวนลมไม่สนใจและนั่งกดจอยสติ้กเครื่องเล่น PS4 อย่างเมามันส์

“ครับบบบ” ผมรับตะโกนตอบกลับ เพราะไม่อยากให้แม่อารมณ์เสียก่อนมื้อเย็น เพราะจะส่งผลกับรายการอาหารมื้อเย็นทันที ผมเคยเจอมื้อเย็นที่มีเพียงข้าวต้มกับเกลือมาแล้ว

‘ไม่ทำงานก็ไม่ต้องกิน!!’ เสียงของแม่ในตอนนั้นยังดังอยู่ในโสตประสาท

“ได้ยินแล้วก็ลงมา!!” เสียงของแม่ที่ดังผ่านพื้นชั้นสองทำให้ผมต้องรีบหยุดเครื่องเล่นเกมและเดินออกจากห้องทันที

“ครับแม่ ผมอ่านหนังสืออยู่” ผมที่เดินไปเจอหน้าแม่ที่ตรงบันไดทางขึ้นชั้นสองรีบตอบออกไปเสียงเรียบ

“แม่ไม่ได้โง่นะ! เสียงเกมส์แกดังลั่นมาถึงข้างล่าง คิดอยู่ว่าถ้าไม่ลงมาจะไปสับสวิตช์ปิดไฟฟ้าชั้นสองเสียเลย!!” แม่สวนกลับมา

“แม่จะให้ผมทำอะไร?” ผมรีบถามเปลี่ยนเรื่องหลังจากโดนแม่จับโกหกได้

“ไปจัดการใต้ต้นไม้นั่นที แม่เห็นคนไปป้วนเปี้ยนแถวนั้น เจอธูปเจอเทียนก็จัดการเก็บให้หมดด้วย!!  ชั้นไม่อยากให้ไฟไหม้บ้าน!!” แม่โวยวายพลางชี้ไปทางทิศหลังบ้าน

“แม่ สวนเราออกจะกว้าง ไหม้ยังไงก็ไม่ถึงบ้าน” ผมบ่นอุบอิบ

“ต้นน้ำ!” แม่ผมเอ่ยเสียงขุ่น

“โอเคๆ เดี๋ยวผมจัดการให้ ทำไมแม่ไม่เปิดให้เขาเข้ามาสักการะบูชาไปเลย เก็บเงินคนละร้อยสองร้อยบาท รวยไม่รู้เรื่อง!!” ผมพูดพลางเดินออกห่างจากแม่

”ฉันไม่ตัดทิ้งก็บุญแล้ว หากพ่อแกไม่สั่งเสียไว้ว่า รักต้นไม้ในสวนมาก อย่าตัดเพราะบรรพบุรุษปลูกไว้ ฉันตัดให้มันจบๆไป”  แม้ว่าตอนที่แม่กล่าวจะมีน้ำเสียงหงุดหงิดมากก็ตาม แต่ก็มีสีหน้าที่เศร้าสร้อยลงจนเห็นได้ชัด

ผมเห็นก็เศร้าตามไปด้วยเพราะความคิดถึงพ่อ พ่อรักสวนผลไม้หลังบ้านมาก แม้ไม่ได้ปลูกขายแล้ว ท่านก็ดูแลของท่านอย่างดี ออกดอกออกผลก็แจกญาติพี่น้องกับคนงานหมด

“รีบไปเถอะ หากแกยังอยากให้พวกต้นไม้ที่พ่อแกรักยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ไหม้เป็นตอตะโกเสียก่อน”  แม่เหมือนมีน้ำตาคลออยู่ก่อนที่จะปลีกตัวไปดูแลหน้าร้านที่ตอนนี้ลูกค้ากำลังเข้ามามากขึ้นในช่วงสุดท้ายของวัน

ผมจึงจัดแจงเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม ถังน้ำ ถุงขยะ ไม้กวาดถุงมือ ที่ผมมีเตรียมไว้เป็นประจำในการไปรบรากับบรรดาข้าวของที่กองอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น

เหมือนเช่นทุกวันที่ผมมักจะเดินชมนกชมไม้ไปตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐมอฐสีแดงเรียงกันเป็นแนวยาวทอดจากตัวบ้านไปจนถึงท้ายสวน ที่สุดทางเดินนี่ก็คือต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในสวน ผมก็ไม่แน่ใจว่าต้นอะไร ไม่เคยมีผลให้เห็นอะไรนอกจากดอกสีส้มสดในทุกหน้าร้อน

ผมมักจะเดินร้องเพลงเสียงดังไปด้วยเพราะจะได้บอกใบ้ให้คนนอกที่เข้ามาบูชาต้นไม้ต้นนี่หลบหนีไปก่อน ผมไม่อยากมีอาการอึดอัดเวลาต้องเอ่ยปากไล่คนพวกนั้น บางคนถึงขั้นตกใจวิ่งหกล้มหัวแตกมาแล้วก็มี เสียงผมก็ไม่ได้ดีอะไรมาก ร้องได้ก็ไม่กี่เพลง เพียงแค่นึกอยากร้องอะไรก็ร้องออกมาดัง บางครั้งผมก็ยังร้อง ‘เพลงช้าง’ ก็มีมาแล้ว

วันนี้ผมจะรีบไปเล่นเกมต่อเลยเร่งฝีเท้าและใช้ไม้กวาดเคาะถังน้ำไปพลางเดินไปพลาง เผื่อว่าจะมีคนได้ยินแล้วจะได้หนีไปก่อน

แต่วันนี้ทุกอย่างดูเงียบสงบกว่าที่คิด และวันนี้กลับเป็นผมเองที่เป็นฝ่ายตกใจเสียเอง หรือจะเรียกว่าตกตะลึงดี

ที่เนินเตี้ยๆ ใต้ต้นไม้ต้นนั้น มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ ผิวขาว ผมสีดำยาวและมัดไว้หลวมๆที่ท้ายทอย ลมแดดร่มรื่นยามเย็นพัดโชยให้ไรผมโปกปลิวเบาๆ  ใบหน้าเรียวยาว ขาวเนียนจนเกือบโปร่งใสนั้น หลับตาพริ้ม ท่วงท่าการยืนที่มั่นคง บวกกับส่วนสูงที่สูงจนเกือบถึงกิ่งที่เตี้ยที่สุดของต้นไม้นั่น มันสวยงามจนแทบละสายตาไม่ได้กับทรวดทรงที่ได้สัดส่วนเหมือนเขามองภาพวาดของศิลปินชิ้นเอง

การแต่งกายที่ธรรมดานั่นไม่ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูธรรมดาลงไปเลย เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวสะอาดตากับการเกงยีนส์ทรงกระบอกเล็กดูเป็นของมีราคาขึ้นมาทันที

สองมือของชายคนนั้นเหมือนถือบางสิ่งอยู่ในมือ บางอย่างมองจากระยะของผมก็ไม่สามารถคาดเดาได้ หรือจะเป็นอาวุธ อย่าบอกนะว่าผู้ชายหน้าสวยคนนี้จะเป็นโจร!

ก่อนที่ผมจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อแจ้งแม่ของผมถึงเหตุด่วนเหตุร้ายที่ผมเจอ ชายหน้าสวยคนนั้นก็ยกอุปกรณ์ในมือข้างหนึ่งลักษณะเหมือนเนื้อไม้สีเข้ม เขาวางสิ่งนั้นไว้บนบ่าและใช้คางหนีบที่ปลายสิ่งของชิ้นนั้น พร้อมอีกมือหนึ่งที่วาดขึ้นมาพร้อมกับไม้เรียวยาวขนาดยาวประมาณข้อศอกขึ้นมาประกบไว้ด้านบนของสิ่งนั้นที่วางบนบ่า

เพียงชั่วพริบตากลังจากนั้น เสียงที่เกิดจากการเสียดสีของสิ่งของทั้งสองสิ่งก็บรรเลงออกมากลายเป็นเสียงที่ไพเราะจับใจ

ผมไม่เคยรู้เลยว่าของสิ่งนั้น (ที่มารู้ทีหลังว่าไวโอลิน) มันจะสามารถสรรสร้างทำนองที่เหมือนเสียงสวรรค์ขนาดนี้ได้

มือที่ถือโทรศัพท์สมาร์ทของผม จากที่ตั้งใจจะกดโทรศัพท์หาแม่ กลับเปลี่ยนโหมดมาเป็นการบันทึกภาพ ภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังบรรเลงเสียงสวรรค์ให้เขาและเหล่าธรรมชาติทั้งมวลที่อยู่ ณ ที่นี้

ท่วงท่าในการใช้มือสอดประสานกับจังหวะดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ ล้วนสอดประสานกับเสียงที่บรรเลง ดวงตาที่หลับพริ้มไปกับสมาธิของดนตรีที่บรรเลง ทำให้ภาพตรงหน้า มันสวยงามจนผมหยุดเท้าตัวเองที่ก้าวเข้าใกล้ภาพเหล่านั้นไม่ได้ ผมยืนดูการแสดงนั้นไปเรื่อยๆ จนเสียงดนตรีหายไป มือที่เคยถือกล้องเพื่อบันทึกที่น่าประทับใจนี้ก็ถูกลดลงไปตอนไหนก็ไม่ทราบ ผมหลงไปกับภาพตรงหน้า หัวใจกระตุกสั่นไหวเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพตรงหน้าทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเอง จนกระทั้ง

“นายเป็นใคร?” ชายที่แสดงการเล่นดนตรีที่แสนมหัสจรรย์นั่นเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เขาหลุดออกจากภวังค์บรรเลงดนตรี

ดวงตาคมกริบที่มองมาทางผมทำให้ใจไหววูบจนต้องเกือบลืมหายใจ ผมทำได้แต่กลืนน้ำลาย และยิ้มเฝือนตอบกลับไป

..........



จินไห่ อรรณพ


ผมนั่งมองภาพที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์รุ่นล่าสุดที่เพิ่งซื้อมา แต่ความคมชัดของภาพมันเบลอไปหมดไม่ชัดเจน ไม่ใช่เพราะคุณภาพของภาพและไม่ใช่คุณภาพของโทรศัพท์ แต่เป็นเพราะน้ำที่หล่อเลี้ยงในตามันเอ่ออยู่ และพร้อมที่จะไหลนองหน้าเป็นสาย

ผมปาดน้ำตาที่ไหลลงไปที่แก้มที่ตอนนี้คงเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดฝาดเพราะผมปาดน้ำตาติดต่อกันหลายครั้ง

ในบางช่วงของชีวิต ก็ต้องยอมอ่อนแอบ้าง ผมคิด

ผมใช้นิ้วโป้งมือข้างที่เพิ่งปาดน้ำตาสัมผัสไปที่รูปถ่ายครอบครัวบนหน้าจอ รูปที่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้อยู่ร่วมกัน ใจที่ไหวหวั่นสั่งให้นิ้วมือปัดรูปนั้นไปทางซ้ายเพื่อเปลี่ยนภาพ มาเป็นรูปผู้หญิงผมยาว ยิ้มสวยผิวสองสี  วงหน้าที่แสนสดใสจนทำให้ผมยิ้มตามได้ทุกครั้งที่เห็น...แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว มันทำให้ผมเศร้าไปมากกว่าเดิม

ผมตัดสินใจปิดหน้าจอโทรศัพท์และลดมือลงไปเพื่อเอาเครื่องโทรศัพท์แผ่นบางนั้นโยนลงกระเป๋ากางเกง

“เลิกเศร้าได้แล้ว ชีวิตมันต้องเดินต่อ!” ผมบอกตัวเองแบบนั้น

สายตาของผมทอดยาวไปจนสุดผืนดินที่เป็นมรดกของพ่อที่ให้ไว้ พื้นดินหลายไร่ของบรรพบุรุษที่เหลือไว้ให้ เขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล และผ่านเรื่องราวมากมาย ในที่สุดเขาก็มาถึงที่นี่

เขายังจำภาพสมัยเด็กที่เขามักจะมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ เรือกสวนที่มีไม้ผลต้นใหญ่ยืนตระหง่านเป็นทิวแถวอย่างมีระเบียบ แต่ภาพที่เห็นตอนนี้กลับเหลือเพียงที่รกร้างกับต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นรกสูงเทียมเข่า

ผมมองความเปล่าเปลี่ยวเหล่านั้นด้วยสายตาที่เปียกชุ่ม จนกระทั่งไปสะดุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่สุดปลายที่ดินผืนนี้ ผมรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

ภาพในหัวของผมผุดภาพๆหนึ่งขึ้นมาอย่างตั้งใจ ผมจึงรีบเปิดค้นกระเป๋าสะพายตนเองอย่างร้อนรน จนกระทั้งผมเจอสิ่งที่ค้นหา สิ่งที่ผมพกติดตัวไปไหนมาไหนอย่างตั้งใจ

มันคือสมุดบันทึกของคุณพ่อ พ่อที่ผมเคารพรักสุดหัวใจ พ่อที่จากไปก่อนวัยอันควร พ่อผมทิ้งสมบัติไว้ให้ผมมากมาย แต่กลับมีเพียงชิ้นนี้ที่ผมบังเอิญไปเจอมันในกล่องของส่วนตัวของคุณพ่อ แล้วมันทำให้ผมหลงเสน่ห์มันอย่างประหลาด

มันเป็นหนังสือที่เขียนด้วยลายมือของพ่อ กระดาษสีเหลืองเก่าซีด เริ่มจะกรอบเปื่อย บวกกับภาพวาดประกอบระดับศิลปินชื่อดังของพ่อ ทำให้หนังสือเล่นนี้เหมือนวรรณกรรมชิ้นเอกที่มีเล่มเดียวในโลก บันทึกเล่มนี้ทำให้ผมนึกถึงพ่อ มันเหมือนพ่อยังคงอยู่กับผม บันทึกเป็นภาษาไทยทั้งหมด ทำให้ผมซึ่งไม่ได้แตกฉานภาษาไทยมีปัญหากับการแปลความพอควร ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องของพ่อ และเป็นเรื่องราวช่วงวัยรุ่นของพ่อที่ประเทศไทย มันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก เรื่องรักแรกของพ่อ แต่เสียดายพ่อไม่ได้เอ่ยชื่อหรือลักษณะของคนรักเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่าต้องสวยระดับแม่ของผมแน่ๆ เป็นคิดเข้าข้างตนเองของผม คนที่ทำให้พ่อหลงรักจนลืมไม่ลงนี้คือใครกัน ผมเองก็อยากจะทราบ

ผมนั่งพลิกเปิดบันทึกของพ่อไปเรื่อยๆ อย่างระมัดระวังจนกระทั้งไปเจอภาพวาดที่ใกล้เคียงกับภาพที่ปรากฏในคลองสายตาของเขาตอนนี้ถึงขนาดที่ว่าผมยกสมุดเล่นนั้นมาเปรียบเทียบกัน แม้ขนาดและรูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ผมมั่นใจว่ามันเป็นต้นเดียวกันแน่ๆ

ร่างกายไวกว่าความคิด ผมรู้ตัวอีกทีก็หยิบไวโอลินประจำกายพร้อมสมุดบันทึกบุกฝ่าพงหญ้า ข้ามรั่วไปยืนใต้ต้นไม้ต้นนั่นเสียแล้ว

รูปวาดในสมุด จะมีรูปวาดของต้นไม้ต้นนี้ทุกบททุกตอน แต่ภาพที่วาดนั้นไม่ซ้ำกันเลย เป็นภาพต้นไม้ต้นนี้ในมุมต่างๆ ภายใต้แสงและเงาที่แตกต่าง

ผมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบผิวขรุขระของลำต้น ลูบไปบนอักขระที่ถูกสลักไว้กลางลำต้นที่เลือนลางไปตามกาลเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างในบันทึกเล่มนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ลักษณะภูมิประเทศบริเวณนี้ก็เหมือนกับที่บรรยายไว้ในสมุดบันทึกทุกอย่าง มันทำให้ผมนึกถึงข้อความบางช่วงในบันทึกที่เขาประทับใจที่สุด แล้วผมก็เปิดหีบไวโอลินขึ้นมาสีเป็นเสียงที่ผุดขึ้นมาในสมอง ท่วงทำนองมันค่อยๆ ไหลบ่าออกมาจนแทบจดจำได้ไม่หมด ผมหลับตาเพ่งสมาธิไปกับท้วงทำนองในใจ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเล่นมันออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ผมเผลอหลงเข้าไปอยู่ในเมโลดี้เหล่านั้น จนกระทั้งรู้สึกถึงใครบางคนบริเวณนั้น ผมหยุดเล่นและลืมตาทันที เด็กหนุ่มวัยรุ่นในชุดลำลอง ทรงผมทันสมัย รูปหน้าหมดจด ยืนหลับตาเหมือนหลงเข้าไปความไพเราะของบทเพลงที่ผมเพิ่งบรรเลง

“นายเป็นใคร?” ผมถามออกไปด้วยความตกใจ แต่ไม่รู้ว่าเพราะความแปลกของสำเนียงภาษาไทยของผมหรือเปล่า ทำให้ชายวัยรุ่นตรงหน้าถึงมีอาการแปลกใจและไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ของผม จนกระทั้งผมกำลังจะเอ่ยปากถามอีกที

“นายนั่นแหละ! เป็นใคร!” เสียงของหนุ่มวัยรุ่นตอบสวนมา
“นี่มันพื้นที่สวนบ้านผม คุณไม่ควรเข้ามา!!” ชายวัยรุ่นพูดออกมาด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก

......................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-09-2020 11:17:22 โดย Shonennihon »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1356
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
อ้าว! ยังไงละเนี้ย ต่างคนต่างเด๋อใส่กัน คู่นี้ดูท่าจะชลมุน 55555 ต้นไม้ต้นนี้มีความสำคัญฉไหนหนอ รอตอนต่อไปเลยค่ะ สนุกดีนะ น่าติดตามๆ

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0
จิณไห่​ ชอบชื่อนี้จังค่ะ​ ❤️  :katai4: :katai5:

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-1
บทที่ 1

เรื่องของเรื่อง


“เธอไม่เคยแคร์ฉันเลยใช่ไหม?” เสียงหญิงสาวเกรี้ยวกราดดังขึ้น

“อะไรของเธอเนี่ย? อยากมาดูหนังก็พามาแล้วไง!” ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาดีคิ้วคมพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาหยิบตั๋วหนังแถวฮันนี่สวีทที่แพงสุดในโรงภาพยนตร์ขึ้นมาแสดงตรงหน้า

“แล้วพีชนัดกี่โมง?!?” พีชสาวน้อยหน้าตาน่ารักที่ตอนนี้คิ้วของเธอเริ่มผูกกันเกือบจะเป็นโบว์แล้ว

“เอ่อ...... 11 โมง....” ชายหนุ่มตอบไม่เต็มเสียง

“แล้ว ‘ต้นน้ำ’ มากี่โมง!?!” หญิงสาวยังคงเพิ่มเสียงขึ้น

“ก็ผม... ต้องไปซ้อมกีฬากับเพื่อนก่อนนี่นา!!” ต้นน้ำทำหน้าครุ่นคิดก่อนตอบ เขามักจะใช้ข้ออ้างนี้กับสาวๆของเขาเสมอ ในฐานะนักกีฬาของมหาวิทยาลัย เขาใช้ชื่อเสียงตรงนี้อ้างจนเป็นนิสัย

“แล้วเพื่อนของหมาตัวไหนมันอัพไอจีสตอรี่ ว่าไปนั่งจีบลีดฯ มอน้องใหม่อยู่!!” พีชยกหน้าจอโทรศัพท์ที่มีภาพเคลื่อนไหวของคนตรงหน้าชัดเจน

‘ไอ้เชี้ยไอซ์! ไอ้เพื่อนเลว!!’ ต้นน้ำยกยิ้มแบบฝืนๆ ไปให้หญิงสาวที่กำลังคบหาตรงหน้า พร้อมสบถด่าเพื่อนในใจ

เพี๊ยะ!!

เสียงฝ่ามือเล็กปะทะกับใบหน้าขาวใสของหนุ่มร่างสูงสไตล์นักกีฬาอย่างจัง

“เธอมันก็มีดีแค่หน้าตา เธอมันไร้หัวใจ ถามจริงเธอเคยรักใครบ้างไหม?” พูดจบสาวร่างเล็กโยกย้ายร่างเล็กๆ ของเธอหนีจากชายตรงหน้าทันที

“เดี๋ยวครับพี่พีช!” ต้นน้ำที่ชำนาญเกมจีบสาว เดินเกมรุกเพื่อขอคืนดีทันที เขารู้ว่าสาวรุ่นพี่ปีสี่คนนี้ชอบให้เรียกสรรพนามแบบไหน เสียงอ้อนๆแบบไหน

“ปล่อย!!” สาวเจ้าเสียงแข็ง

“ต้นน้ำผิดไปแล้ว ยกโทษให้ต้นน้ำเถอะนะ” เสียงออดอ้อนแบบไม่แคร์สื่อดังออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่พีชกลับทำท่าข่มตาและสะบัดมือทิ้งทันที

“นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้ว มันจะไม่มีครั้งต่อไปแล้ว!!” แพรวสะบัดหน้าใส่ต้นน้ำอย่างไม่ใยดี

ต้นน้ำทำได้แค่เกาหัวมองภาพสาวน้อยเดินจากไปจนสุดตา

“เสียเงินฟรีๆ อีกแล้วสิ” ต้นน้ำเกาหัวมองตั๋วหนังราคาแพงในมือ

เขามองชื่อของภาพยนต์รักหวานซึ้งที่ปรากฎอยู่บนตั๋วราคาเกือบพันบาท

“ไม่ใช่แนวว่ะ” ต้นน้ำเบ้ปาก ส่ายหน้าแล้วจึงเดินไปที่บริเวณเครื่องบริการขายตั๋วอัตโนมัติ เขาพิจารณาผู้คนที่เข้าไปซื้อตั๋วอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะเดินทักสาวสวยกลุ่มหนึ่งพร้อมยื่นตั๋วชุดนั้นให้สาวกลุ่มนั้นอย่างไม่ลังเล ด้วยความที่เป็นคนที่พอมีคนรู้จักบ้าง ทำให้สาวน้อยกลุ่มนั่นรับไว้ด้วยความปลาบปลื้ม ต้นน้ำเดินจากมาทันทีที่เสร็จสิ้นภาระกิจ

‘ทำไมผู้หญิงถึงได้วุ่นวายเรื่องความรักกันจัง แค่มีความสุขทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันมันก็น่าจะพอหรือเปล่าวะ?’ คนร่างสูงโปร่งบ่นพึมพำขณะเดินออกจากพื้นที่โรงภาพยนตร์

ต้นน้ำนักศึกษาปีสาม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัด ผู้เคยเป็นถึงอดีตเดือนมหาวิทยาลัยที่มีสถิติโหวตสูงสุดในประวัติศาสตร์ของการประกวด มีแฟนมานับไม่ถ้วนทุกคณะ ทุกชั้นปี แต่ไม่มีใครทนคบอยู่เกินสามเดือนเลย สาวๆ หลายคนพยายามมาทำลายสถิติ มีทั้งที่ต้นน้ำเป็นคนไปจีบเอง และคนที่เสนอตัวให้ แต่ก็ไม่มีใครอยู่กับเขาเกินสามเดือนเลย มันเป็นเลขอาถรรพ์สำหรับเขาไปแล้ว

“ไอ้เชี้ยต้นน้ำ มึงนี่เอาอีกแล้วหรือวะ?!” เสียงของไอซ์เพื่อนสนิทของเขาดังขึ้นทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามาในระยะสิบเมตร

“เพราะใครล่ะไอ้สัด แม่ง!!” ต้นน้ำทำสายตาดุใส่เพื่อนสนิท

“ก็มึงไม่จริงจังกับพี่พีชเอง ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ไอ้คนที่ดีแต่เรื่องหน้ากับเรื่องบนเตียงน่ะ!!” ไอซ์พูดพลางหลบฝ่ามือที่วาดผ่านอากาศเล็งมาที่ศรีษะตนเอง

“สัด!! กูยังซิง กูรักษาพรหมจรรย์” ต้นน้ำทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างเพื่อนสนิท พื้นที่ๆ เขากับเพื่อนมักจะมาสิงอยู่เป็นประจำคือ ม้านั่งข้างสนามบาสเกตบอลกลางแจ้งในมหาวิทยาลัย

“นักพรากพรหมจรรย์เสียล่ะมากกว่า กูว่ามึงเลิกนิสัยเหี้ยๆ นี้เหอะ ก่อนที่สักวันมึงจะเป็นพ่อคนไม่รู้ตัว!!” ไอซ์เตือนสติเพื่อน

“กูป้องกันดีน่า พวกนั้นก็ต้องการ กูก็แค่สนองไหมวะ! อีกอย่างมันผิดที่พวกนั้นมาเติมเต็มช่องว่างในใจกูไม่ได้เอง อยู่ด้วยกันไม่ได้ก็เลิก!!” ต้นน้ำมองไปที่ท้องฟ้าอย่างสบายใจ เขาพูดเหมือนมันเป็นเรื่องที่แสนปกติธรรมดา

“มึงมีด้วยหรือวะ? ไอ้รูโหว่ในจิตใจเนี่ย! กูว่ามึงไม่มีหัวใจเลยมากกว่า!” ไอซ์ผู้ซึ่งรู้ไส้ทุกขดของเขาอย่างดีพูดสวนมา

“เกลียดแม่ง! รู้ทัน เอาจริงๆ กูก็เคยนะ...”  ต้นน้ำค่อยๆลดเสียงลงเมื่อสายตาของเขาไปปะทะกับสาวทรงเนื้อนมไข่อย่าง ‘นิ่ม’ แฟนสาวรุ่นพี่ของหนึ่งในเพื่อนสนิทของเขา

“เฟรมล่ะ?” น้ำเสียงแบบถือตัวสอบถามไปยังน้องชายฝาแฝดของแฟนตัวเอง

“พวกผมไม่ใช่แฝดสยามนะ ที่จะได้ตัวติดกัน แล้วพวกผมก็ไม่มีญาณทิพย์ที่สื่อถึงกันได้นะ ปกติเห็นตัวติดกันตลอดมาถามแบบนี้ผมถึงกับตอบไม่ถูกเลยนะเนี่ย” คำตอบของไอซ์ที่ทำให้สาวสวยอดีตดาวมหาวิทยาลัยผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ

“นายนี่มันตอบสั้นๆ ไม่เป็นเลยใช่ไหม? เมื่อไหร่จะเลิกยียวนกวนประสาทฉันเสียที” ไอซ์ที่ได้ยินเสียงบ่นของอนาคตพี่สะใภ้ถึงกลับกรอกตาไม่สนใจฟัง

“นายก็ด้วย ฉันไม่น่าแนะนำให้นายรู้จักยัยพีชเลย ไอ้คนไม่มีหัวใจ!!” ในที่สุดจุดประสงค์ของสาวสวยทรงโตก็ปรากฏ ทั้งสองคนรู้ว่านิ่มไม่น่าจะมาถามหาคนของตัวเองกับพวกเขาเพราะไอ้เฟรมน่ะทั้งรักแฟน กลัวแฟนอย่างกับอะไรดี คิดหรือว่ามันไปไหนแล้วจะไม่รายงานแฟนขี้หึงของตนเอง

“ผมก็เคยบอกแล้วว่า ผมน่ะ believe in fuck, not believe in love ดังนั้นหากจะด้วยกันยาวๆ ก็ต้องเข้าใจข้อนี้นะ!!” ต้นน้ำพูดขึ้นมาต่อหน้านิ่มกลับไปด้วยยิ้มที่แสนเจ้าเลห์

“ชิ! ใครจะคิดว่านายหมายความแบบนั้นจริงๆ!! ฉันไปดีกว่า ฉันเอาเวลาไปปลอบยัยพีชดีกว่า คอยดูนะฉันหาให้นางใหม่แล้วดีกว่า เดือนมหาวิทยาลัยง่อยๆ อย่างแกเลย!!” นิ่มโกรธกระฟัดกระเฟียดเดินห่างออกไป

“เจ๋งว่ะ!! สยบยัยพี่นิ่มด้วยไม่กี่ประโยค ปกติกูเจอยัยนั่นเมื่อไหร่ ต้องแพ้ปากนางทุกทีเลยว่ะ”  ไอซ์หันไปหาต้นน้ำด้วยสีหน้าทึ่ง

“กูรู้ว่ามึงน่ะเกรงใจ ไอ้เฟรม หากเอาจริงยัยนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ฝีปากอย่างมึงหรอก!!” ต้นน้ำสวนกลับ

“ยกย่องกูเกินไปแล้ว ว่าแต่ที่มึงพูดเมื่อกี้จริงอ่ะ มึงเพิ่งไปเดทกันไม่กี่ครั้งเอง นี่มึงได้กับพี่พีชแล้วหรือวะ??” ไอซ์สงสัย

“บ้าเรอะ! กูก็มีกฏของกูนะ กูไม่ได้มั่วขนาดนั้น!! ถึงพี่พีชจะพยายามยั่วกูหลายครั้งก็เถอะ ไม่ไหวว่ะ กูคุยด้วยก็รู้แล้วว่าจะมีแต่ปัญหา” ต้นน้ำเล่าพลางส่ายหน้าไปพลาง

“ผู้หญิงก็อย่างนี้” ไอซ์เสริม

“จ้า พ่อยอดชาย มึงเป็นประเภทสนแต่ผู้ชายนี่หว่า” ต้นน้ำเหล่มองคนข้างๆ

“พูดว่า กูไม่ได้จำกัดเรื่องเพศดีกว่า แต่ผู้ชายมันคบกันง่ายกว่านี่หว่า มึงน่าจะลองนะ”

“ไม่ๆ กูว่าไม่ดีกว่า ไม่ใช่ว่ากูอคตินะ แต่มันไม่ใช่แนวว่ะ กูนึกภาพตัวเองไม่ออกจริงว่ะ!!” ต้นน้ำปฎิเสธเสียงแข็ง

“สนามก็ว่างทำไมพวกมึงไม่ลงไปเล่นวะ?” เสียงจากด้านข้างสนามไม่ไกลดังแทรกบทสนทนาของเพื่อนสนิททั้งสอง คนที่มาด้วยท่าทางสุดคูลแบบนักกีฬามหาวิทยาลัยคือ ‘ไอ้เฟรม’ พี่ชายฝาแฝดของไอซ์นั่นเอง 

หากเป็นทั่วไปคงจะแยกพี่น้องสองคนนี้ไม่ออก เพราะหน้าเหมือนกันอย่างกับโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ส่วนสูงก็ไล่เลี่ยกัน บวกกับความที่หน้าตาเป็นลูกครึ่งชาติตะวันตก จึงทำให้สองคนนี้โดดเด่นมาก ที่สำคัญพวกมันดันเรียนคณะเดียวกัน

“พี่นิ่มล่ะ เจอกันหรือยัง?” ต้นน้ำถามทันทีที่เห็นหน้าบอยเฟรนด์คนคูลของนิ่มอดีตดาวมหาวิทยาลัยทรงโต
“ถามทำไมว่ะ กูเพิ่งแยกกันเมื่อเย็นนี้เอง เห็นบอกว่าจะไปปลอบใจเพื่อนอะไรสักอย่าง” เฟรมตอบไปพลางเปลี่ยนไปสวมรองเท้าหุ้มข้อเพื่อลงสนามซ้อมกับเพื่อนๆ

ต้นน้ำกับไอซ์ มองหน้ากันเป็นเชิงรู้กัน เพราะรู้อยู่แล้วว่านิ่มเป็นคนอย่างไร

“ไม่มีอะไร แค่ถาม ก็ปกติเห็นพี่นิ่มตามติดมึงแจเลย ขนาดมึงมาเล่นบาสฯ ยังตามมานั่งเล่นโทรศัพท์รอที่ข้างสนาม” ต้นน้ำตอบกลับไปเป็นเชิงล้ออีกฝ่าย

“ตามติด.... ไม่ถึงขนาดนั้นเสียหน่อย!” เฟรมเถียงกลับแบบติดตลก

ไอซ์ที่ได้ยินพี่ชายตัวเองตอบแบบนั้นได้แต่หลบหน้ากรอกตา

“ว่าแต่พวกมึงจะอู้อะไรให้อายเด็กวะ ลงสนามได้แล้ว ปีนี้ปีสุดท้ายแล้วนะ กูยังอยากได้แชมป์ปิดท้าย” เหตุเพราะปีสี่มักจะโดนห้ามไม่ให้ลงแข่งเพราะเวลาซ้อมน้อยลงแล้ว งานของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์นั้นใครๆก็รู้ว่าโปรเจ็คจบมันโหดร้ายขนาดไหน เฟรมจึงอยากทิ้งชื่อไว้ว่าช่วงที่เขาอยู่ในทีมช่วยให้ทีมชนะเลิศสามปีซ้อน

“เฮ้ยๆ กูบอกแล้วไงว่าวันนี้กูงด กูมีนัด” ในขณะที่ไอซ์พยักหน้าและเตรียมตัวลงสนาม แต่ต้นน้ำกลับปฏิเสธเสียงดัง

“อ้าว! ก็กูเห็นมึงเสนอหน้ามาที่สนามก็นึกว่ามึงเปลี่ยนใจแล้ว!!” เฟรมสวน

“อย่าให้กูพูดเลยครับคุณเพื่อน อยู่ๆ เงินก็ลอยหายวั่บไป หนังก็ไม่ได้ดู สาวก็ทิ้ง.... กูไม่มีที่ไปเลยเดินมานั่งแง่กอยู่กับผู้ชายเหม็นเหงื่ออย่างพวกมึงไง” ต้นน้ำผ่อนลมหายใจแรงๆหลายรอบจนลมพัดผมหน้าม้าของเฟรมไหวไปมา

“เออๆ ช่างแม่ม! หากมึงไม่ใช่ฝีมือดีอยู่แล้วกูให้ยืมรองเท้าสำรอง ชุดสำรอง และลากลงมาซ้อมด้วยแล้ว!! อยากนั่งก็แล้วแต่มึงเลย พวกกูไปแล้ว!!” เฟรมพูดจบก็ลากน้องชายฝาแฝดตัวเองลงสนาม

“อ้าว! เชี้ยแล้ว” ต้นน้ำทำท่าทางลังเลเล็กน้อยหลังเฟรมพูดจบประโยค การที่คนไฮเปอร์อย่างเขาจะมานั่งคนเดียวแบบนี้มันก็ใช่ที่ ก่อนที่เพื่อนฝาแฝดทั้งจะลงถึงสนาม เขารีบกระโดดลงไปคว้าคอไอ้เฟรมและขอยืมชุดสำรองทันที

............


เป็นธรรมเนียมของทุกครั้งหลังซ้อมบาสเกตบอลจบลง ทุกคนในทีมจะไปจบลงที่ร้านอาหารที่ไหนสักแห่ง วันนี้ทุกคนจึงตกลงไปที่ร้านคาเฟ่กึ่งร้านอาหารสไตล์บ้านสวน บรรยากาศดีแถวบ้านของต้นน้ำ ต้นน้ำพยายามคัดค้านเพราะเวลาไปกับพวกคนในทีมมีแต่ความวุ่นวาย เอะอะเสียงดัง จะไปทำลายบรรยากาศดีๆของร้านเสียเปล่าๆ แต่ไอ้พวกคนในทีมไม่ฟังการทัดทานของต้นน้ำใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นที่รู้กันว่าช่วงนี้ของทุกวัน ร้านนั้นจะมีแต่สาวๆ สวยๆ ไปนั่งชิลอยู่

“อย่ามากั๊กไอ้ต้นน้ำ กูรู้ว่ามึงไปบ่อย จะเก็บไว้กินคนเดียวใช่ไหม? สาวๆพวกนั้น” ไอ้กล้า หนึ่งในสมาชิกของทีมที่มีความเจ้าชู้ คารมดีที่สุดคนหนึ่งของทีม หรือชื่อเต็มๆ ของมันต้นกล้า ที่ไม่ได้ตัวเล็กตัวน้อยเหมือนชื่อของมัน มันคือไม่ได้สูงที่สุดในทีมแต่มันเป็นคนที่กล้ามหนาที่สุดในทีมต่างหาก (ไม่รู้ว่ามันจะเล่นกล้ามให้ตัวใหญ่ขนาดนั้นไปเพื่ออะไร โค้ชด่ามันประจำแต่มันก็ไม่สนใจ)

“ก็กูรู้จักพี่เจ้าของร้านโว้ย กูกลัวพวกมึงไปทำลายบรรยากาศร้านพี่เขา สัด!!” ต้นน้ำสวนและพยายามหนีจากมือของไอ้ต้นกล้าที่พยายามจะมาขยี้หัวของเขา

“กูล่ะเบื่อผัวเมียคู่นี้จริงๆ จู๋จี๋กันอีกแล้ว ไอ้สองต้น” ไอซ์ที่มักจะคอยแซวเขาเรื่องนี้ประจำเดินมาเห็นพอดี

“ผัวเมีย พ่อง!!” ต้นน้ำด่ากลับทันที เขายอมรับว่าสนิทกับต้นกล้ามากจนใครๆมักเข้าใจผิด ด้วยความที่เข้าทีมมาพร้อมกัน ชื่อเล่นคล้ายกัน นิสัยใกล้เคียงกันจึงสนิทกันได้เร็ว

“กูขอเป็นผัวได้ป่ะ?” ต้นกล้าเดินเข้ามากอดคอใกล้ชิด

“ไอ้สัด!! กูไม่ขำ!!” ต้นน้ำแหว่งแขนล่ำๆของต้นกล้าทิ้งไปข้างลำตัวเจ้าของเช่นเดิม

“อย่าอายสิวะ ฮ่าฮ่าๆ” ไอซ์แซวเสียงดัง ซึ่งทำให้คนทั้งทีมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงส่งเสียงหัวเราะครืน

“ให้กูเอาเท้าลูบปากมึงหน่อยเหอะ! มุกแบบนี้กูไม่ขำ!! อยู่ในร้านนั้นห้ามเล่มมุกนี้ด้วย ไม่งั้นกูตัดเพื่อน!!” ต้นน้ำสบถพลางชี้หน้าไอซ์จริงจัง

“เชี้ย! แม่งเอาจริงว่ะ วันนี้ไม่ตบมุกกับพวกกูด้วย นี่มีงกลัวเสียภาพลักษณ์กับสาวๆ ขนาดนั่นหรือวะ?” ต้นกล้ายิ้มอย่างมีเลศนัย

“หรือมึงจะลอง!!” ต้นน้ำขู่

“เออๆ กูยอม เป็นผัวก็ต่องเคารพเมียสินะ” ต้นน้ำส่ายหย้าผายมือเป็นเชิงยอมแพ้

“ไอ้สัด!!” ต้นน้ำกำหมัดอย่าเหลืออด พร้อมที่จะเดินไปปะทะกับเพื่อน ปากเสียตรงหน้า

“พวกมึงช่วยสำรวมได้ไหมวะ!! จะถึงร้านแล้ว เดี๋ยวก็ไม่ได้แดกเหมือนคราวที่แล้วอีก!!” เฟรมที่เป็นกัปตันทีมเปล่งเสียงเข้มเพื่อห้ามทัพ แม้เขารู้ว่าพวกนี้มันก็แค่ทะเลาะกันตามประสาเด็กผู้ชาย ที่พักเดียวมันก็หายโกรธ เพราะแค่ระหว่างเดินจากลานจอดรถมาร้านอาหารแค่นี้ก็ทะเลาะกันได้มันเป็นเรื่องเป็นราวไปแล้ว เดี๋ยวต่อยตีเดี๋ยวดีกันของคู่นี้กลายเป็นกิจวัตรจนชินตา และที่เฟรมบอกให้พวกมันหยุดเพราะครั้งล่าสุดก็ต่อยตีกันร้านอาหารร้านหนึ่งพังไปแถบหนึ่งจนโดนแบนไม่ให้เข้าร้านอีกต่อไป เฟรมกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเลยรีบห้าม

ทั้งสองทำปากสบถใส่กันแต่ก็ยอมแยกย้ายแต่โดยดี ไอ้ต้นกล้าแม้ว่ามันจะห้าวเป้งแค่ไหน แต่คนเดียวที่มันยอมสยบและไม่มีปากเสียงด้วยเด็ดขาดคือ ‘ไอ้เฟรม’ โดยที่ทุกคนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร?

ในที่สุดทั้งกลุ่มนักกีฬาก็เดินมาถึงร้านที่บรรยากาศดีที่สุดร้านหนึ่งในตัวจังหวัด ร้านคาเฟ่กึ่งอาหารร้านนี้ปลูกสร้างด้วยสไตล์มินิมอลลิตส์ เรียบง่าย ประดับตกแต่งไฟสไตล์เรทโทรสีส้มนวลทั้งร้าน มีอีกทั้งมีโซนเอ้าท์ดอร์ ที่ได้ชื่นชมบรรยากาศสวนธรรมชาติรอบร้านอย่างลงตัว ที่นี่มีตั้งแต่ อาหารกินจริงจังจนอาหารกินเล่น ชากาแฟครอบจักรวาล

ทั้งทีมที่เคยมาแล้วสองสามครั้งก็ยังอดทึ่งในความสวยลงตัวของร้านไม่ได้ แต่ละเดือนร้านจะปรับเปลี่ยนแนวโทนการแต่งร้านเรื่อยๆ ดังนั้นไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็อดชื่นชมความเอาใจใส่เจ้าของร้านไม่ได้

“สวัสดีครับพี่จินไห่” ต้นน้ำไหว้คนที่ยืนต้อนรับอยู่หน้าร้านอย่างสุภาพนอบน้อม จนคนทั้งทีมอดที่กรอกตากับกิริยาที่หาได้ยากแบบนี้ไม่ได้

“อ้าว! ต้นน้ำสวัสดี มากินข้าวกับเพื่อนเหรอ? โอเคๆ มาเลยๆ เดี๋ยวพี่ให้ลูกน้องจัดเตรียมให้ วันนี้ค่อนข้างแน่นแต่พี่หาให้ได้!!”  เจ้าของร้านคนหล่อยิ้มสวยต้อนรับขับสู้อย่างสนิทสนม

ทุกคนในทีมเดินเข้ามาในร้านท่าทีเริงรื่นกับอาหารตาภายในร้าน ที่เต็มไปด้วยสาวน้อยสาวใหญ่หน้าตาดี ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าสามในสี่ส่วน

ส่วนเหตุผลที่ร้านนี้จำนวนลูกค้าแน่นขนัดขนาดนี้ ไม่ใช่เหตุผลอื่นใด มันมาจากเจ้าของร้านลูกครึ่งใต้หวั่นหน้าตาดี หุ่นแน่นน่าขย้ำอย่างคุณจินไห่นั่นเอง

เขาไม่ใช่มีดีแต่หน้าตานะ แถมยังเป็นนักดนตรีที่มีฝีมือโดดเด่นอีกด้วย

ยิ่งช่วงสามทุ่มก่อนร้านจะปิด เจ้าของร้านหน้าหยกจะมาบรรเลงดนตรีสดให้กับลูกค้าทุกคนเป็นการขอบคุณด้วย อันนี้ถือเป็นไฮไลต์สำหรับสาวๆ ทุกคนเลย เพราะคุณจินไห่สามารถเล่นดนตรีได้เกือบทุกชนิด แต่ละวันก็จะเล่นไม่ซ้ำกันเลย เขาจะเล่นประมาณเกือบชั่วโมงให้คนฟังฟินกันยาวๆ แบบไม่มีหยุดพัก

ลีลาการเล่นดนตรีที่ถึงอารมณ์ และความรู้สึกของเพลงทำให้สาวหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งเหงื่อผุดพลายเวลาที่เขาเล่นด้วย สะท้อนกับแสงไฟสีส้มภายในร้านมันช่างเป็นภาพที่เหมือนจิตกรชื่อดังลงพู่กันอย่างตั้งใจ หลายคนมาเพื่อสิ่งนี้มากกว่าอาหารที่เสริฟเสียอีก (แม้ว่าอาหารจะอร่อยมากก็ตาม)

อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลย ผู้ชายมองการแสดงของจินไห่เองก็มีเสียอาการด้วยเช่นกัน เพราะเขาเป็นผู้ชายที่ไว้ผมยาวได้น่ามองมาก เรียกว่าสวยก็ไม่ผิด

ต้นน้ำเองก็เป็นหนึ่งในผู้ชายเหล่านั้นที่เสียอาการทุกครั้งที่ดูการแสดงของพี่จินไห่ พี่ชายที่มีพื้นที่บ้านติดกับหลังบ้านของเขา ผู้ชายที่ทำให้เขาสงสัยในรสนิยมตัวเองเสมอ

เสร็จสิ้นอาหารมื้อค่ำที่แสนสนุก ทุกอย่างเป็นไปตามที่ต้นน้ำคาดการณ์ไว้ บรรดาผองเพื่อนในทีมของเขาไม่เคยทำให้เขาผิดหวัง จากมื้ออาหารค่ำที่กินร่วมกันหลังซ้อม กลายเป็นปาร์ตี้ย่อมๆ จนในที่สุดกลายเป็นงานบันเทิงเต็มรูปแบบ หลังจากที่ของเหลวสีอำพันรสฉุนถูกฉีดเข้ากระแสเลือด ทุกอย่างก็เละเทะอย่างเคย จนทุกคนที่อยู่โต๊ะข้างเคียงต้องย้ายหนี

ต้นน้ำเป็นเพียงคนเดียวที่ยังรักษาสติอยู่ได้ เพราะด้วยความที่เกรงใจพี่จินไห่จึงได้แต่ทำหน้าที่ห้ามปรามเพื่อนๆ ไม่ให้เลยเถิดจนเหนื่อยยิ่งกว่าซ้อมกีฬา

หลังจากทยอยเตะไอ้พวกคออ่อน เมาแล้วเลื้อยไปเรื่อยให้กลับบ้านไปทีละคนจนหมด เขาถึงได้แต่สบถกับตัวเองเสียงดังถึงไอ้พวกเพื่อนเฮงซวยทั้งหลายที่สร้างภาระให้กับเขา แต่ในทางกลับกันหากไม่ใช่ว่าเป็นที่นี่แล้วล่ะก็ เขาเองก็คงไม่ต่างจากพวกมัน ที่รุ่งเช้าอาจจะไปอยู่บ้านเพื่อนในทีมคนใดคนหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว

เหตุผลที่เขาเกรงใจพี่จินไห่มากๆ น่ะหรือ? เพราะพี่จินไห่เป็นคนโปรดของแม่น่ะสิ ตั้งแต่พี่จินไห่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านที่นี่ซึ่งมีพื้นที่ติดกับบ้านของเขา หลังจากที่พี่จินไห่เข้าทักทายและขอโทษเรื่องที่เขาเข้ามาบุกรุกที่ดินในสวนหลังบ้านผม แม่ผมก็ปลื้มเขาจนแทบอยากจะพาเข้าบ้านมาดูแลเสียเอง เอ็นดูพี่เขามากกว่าต้นน้ำมี่เป็นลูกเสียอีก จนบางทีถึงกับออกปากเตือนแม่ว่า ไม่ได้อยากได้พ่อเลี้ยงหนุ่มขนาดนั้น

‘ฉันแค่เอ็นดูยะ!’ แม่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงมีโทสะทุกครั้งที่ต้นน้ำพูดกับแม่ของเขาลักษณะแบบนี้

(พี่จินไห่บอกเขาชอบต้นไม้ใหญ่หลังบ้าน ไม่รู้ว่าชอบเพราะอะไร เพราะผมมองต้นไม้ต้นนี้มันน่ากลัวจะตาย ต้นไม้ต้นใหญ่ดูเก่าแก่หลังบ้านต้นนี้ มันดูมืดสลัวและบรรยากาศอืมครึมตลอดเวลา ไหนจะบรรดาของเซ่นไหว้เหล่านั้นอีก)

“มายืนบ่นอะไรตรงนี้!!” พี่จินไห่เจ้าของเสียงเสน่ห์พูดถึงที่ด้านหลังจนต้นน้ำต้องหันไปทางต้นเสียงทันที

“ครับๆ ป่าวครับ แต่เหนื่อย” ต้นน้ำบ่นอุบ

“ทีหลังก็สนุกกับเพื่อนๆไปก็ได้ พี่โอเค พี่ชอบนะ ร้านครึกครื้นดี” พี่จินไห่ยิ้มให้เห็นฟันเรียงตัวสวย

“ผมเกรงใจน่ะครับ เดี๋ยวแม่ผมรู้เข้าว่าผมมารบกวนพี่จินไห่ผมมีหวังโดนต่อว่าไปหลายวันจนหูชา” ต้นน้ำส่ายหน้า

“เรียกชื่อจีนพี่ให้ลำบากทำไม เรียกชื่อไทยก็ได้ พี่ไม่อยากให้ฟังดูเป็นคนต่างชาติน่ะ” จินไห่ยิ้มอย่างเขินๆ

“อรรณพน่ะนะครับ เรียกยากกว่าอีก” หลังจบคำของต้นน้ำ ที้งคู่ก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“อ้าว! งั้นเหรอ?” จินไห่หัวเราะไปด้วยพูดไปด้วย

“ก็ใช่น่ะสิครับ” ต้นน้ำยิ้มแบบขัดเขิน เวลาพี่จินไห่หัวเราะนี่ยิ่งทำให้เขาใจสั่นแบบแปลกๆ  เขาต้องพยายามทำตัวให้ห่างจากพี่จินไห่มากกว่านี้แล้ว

“ผมไปก่อนนะ” ต้นน้ำรีบขอตัว

“เอ่อ..... ต้นน้ำ.... พี่มีเรื่องจะขอร้อง... คุยกับพี่ก่อนได้ไหม?” จินไห่มีสีหน้ากังวลขึ้นเล็กน้อย

“อ่า.... ได้ครับ” ด้วยความเกรงใจมารดาตนเองเลยปฏิเสธคนๆนี้ไม่ลง

จินไห่พาต้นน้ำเดินเข้าในสวนใกล้กับร้านอาหาร ที่จัดตกแต่งประดับประดาไปด้วยต้นไม้สวยงามและแสงไฟสีส้มอ่อนหลากหลายขนาด

“มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ?” ต้นน้ำเปิดบทสนทนาก่อนขณะที่จินไห่มีอาการเดินวนกระสับกระส่าย

“เอ่อ.... พี่มีเรื่องจะขอร้อง คือ... ยังไงดี พี่จะเล่ายังไงดีนะ....” จินไห่มีสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก

“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ทำท่าเหมือนจะมาขอผมเป็นแฟนอย่างนั้นแหละ” ต้นน้ำพูดติดตลกเพราะอาการของพี่บ้านข้างเคียงคนนี้ไม่ต่างจากสาวน้อยสาวใหญ่ที่กำลังจะสารภาพรักกับเขา คนมีประสบการณ์อย่างเขาถึงกับล้อเลียนท่าทางของอีกฝ่าย

”ก็เออนะสิ!!” จินไห่หลุดปากออกมาด้วยสีหน้ากังวล

“อะไรนะ?!?!” ต้นร้องเสียงหลง


………………………………
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2020 10:32:19 โดย Shonennihon »

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-1
บทที่ 2

เรื่องที่อยากจะขอ


“อะไรนะ?!?!”

ต้นน้ำไม่อยากเชื่อหูตัวเอง คนที่เนื้อหอมในหมู่หญิงสาวอย่างจินไห่ไม่น่าจะสนใจคบหาผู้ชาย

“เฮ้ยๆ ไม่ใช่ๆ อย่าเพิ่งเข้าใจ คือ แบบ... อยากให้มาเป็นแฟนหลอกๆ น่ะ ช่วยมาเป็นไม้กันหมาให้พี่หน่อย!” จินไห่เลิ่กลั่กถึงขนาดโบกไม้โบกมือในอากาศไปมา

“อืม..... ไม่เข้าใจ...... แต่ภาษาไทยพี่ดีขึ้นเยอะเลยนะ” ต้นน้ำมีสีหน้างุนงงปนตกใจ แต่ก็ชื่นชมสำนวนการพูดเปรียบเปรยของอีกฝ่ายไม่ได้ หากเป็นเมื่อเกือบสองปีก่อน ขนาดพูดให้ชัดยังยาก

“ขอบใจ เดี๋ยวก่อน!! เดี๋ยวพี่อธิบายเพิ่มนะ คือ.... แฟนเก่า ที่เลิกกันมาหลายปีแล้ว จะมาเที่ยวที่นี่น่ะ คือ.... จะมาขอค้างที่บ้านด้วย พี่ไม่อยากให้ตัวเองกลับไป.....” จินไห่สีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักเวลาเล่าถึงเรื่องนี้

“กลัวถ่านไฟเก่ามันคุ!?” ต้นน้ำต่อคำอมยิ้ม

“เออๆ นั่นแหละ มันจบไม่ดีเท่าไหร่ คือ....ซับซ้อนน่ะ พี่ไม่อยากใกล้ชิดเธอมากเกินไป กลัวจะเสียใจทีหลัง.....” จินไห่เล่าต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา

“ทำไมพี่ไม่ไปขอร้องบรรดาแฟนคลับพี่ล่ะ ผมว่าพวกหล่อนคงจะยินดีเลยล่ะ” ต้นน้ำเสนอความคิดอย่างหน้าชื่น

“อืม.... พี่มีเหตุผลของพี่ อีกอย่าง.... พี่ไม่อยากให้มันดูเป็นศึกชิงนายน่ะ ผู้หญิงตีกันมันไม่ดีใช่ไหม? เอาคนที่มีความรู้สึกดีกับเรามาร่วมแผนด้วยมัน แผนมันจะแตกง่ายน่ะสิ!” ประโยคนี้ทำให้ต้นน้ำต้องมองคนๆนี้ใหม่เสียแล้ว เป็นคนช่างวางแผนเสียจริง ละเอียดรอบคอบกว่าที่คิด

“แล้วมาคบกับผู้ชายนี่มันดีกว่ายังไง?!?” ต้นน้ำถามออกไปด้วยสีหน้ากวนบาทา

“มันแยบยลเด็ดขาดกว่านะ การที่พี่ประกาศกับเขาไปเลยว่าคบกับผู้ชายก็แปลว่าพี่เปลี่ยนรสนิยมแล้ว เธอจะได้เลิกหวังลมๆ แล้งๆ ไง” จินไห่เสริมให้ประโยคแรกดูมีเหตุผลขึ้นไปอีก

“อืม....... ผม.....แบบ..... มองภาพตัวเองแบบนั้นไม่ออกว่ะ” ต้นน้ำพยายามปฏิเสธ

“เฮ้ย! ไม่ต้องคิดมาก แบบธรรมชาตินี่ล่ะ แบบว่าเราก็สนิทกันอยู่แล้ว ก็แค่มาหาพี่บ่อยๆมาค้างบ้านพี่บ้าง ก็โอเคแล้ว ที่เหลือก็ improvise เอา” จินไห่เสริมเติม

“อิม... อิมอะไรนะ?!?” ต้นน้ำตามไม่ทัน

“Impr....... เออ! ช่างเหอะ ค่อยไปดูที่หน้างานเอา ผู้ชายคบกันมันไม่สวีทอะไรเยอะไม่ใช่เหรอ?” จินไห่ถอนหายใจกับอนาคตสถาปนิกหนุ่มที่อ่อนภาษาต่างประเทศอย่างมาก

“ผมจะรู้ได้ไง ผมไม่เคยคบกับผู้ชาย” ต้นน้ำคว่ำปาก
“ก็เหมือนในซีรี่ย์ไง! พี่ศึกษามาบ้าง” จินไห่โอ่

“ผมไม่เคยดู!!” ต้นน้ำสวนครับ

“แล้วจะช่วยพี่ไหมเนี่ย? ช่วยหน่อยสิ พี่หาใครไม่ได้แล้ว ต้นน้ำเคยมีแฟนมาตั้งหลายคน ไม่ยากหรอก!” จินไห่โน้มน้าวเต็มที่

“อืม.......” ต้นน้ำพยายามหาคำปฏิเสธ แต่พอเห็นหน้าที่ดูเดือดร้อนตรงหน้าก็พูดไม่ออก

“น่านะ!! ช่วยพี่หน่อย!!” จินไห่ใช้สองมือเขย่าแขนทั้งสองข้างของต้นน้ำเบา ทำให้ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น หัวใจเจ้ากรรมของต้นน้ำก็ดันเต้นระรัวไม่รู้จักเวลา เขายอมรับว่าภาพตรงหน้ามันน่ารักไม่น้อย ผู้ชายที่ตัวสูงพอๆกับเขากลับทำตัวเหมือนสูง 160 เซ็นติเมตร

“แล้วผมจะได้อะไร?” ต้นน้ำพยามหลบหน้าที่เริ่มขึ้นของตนเอง

“จ้างเลยก็ได้ วันละ1,000 บาท” จินไห่ยิ้มอย่างมีความหวัง

“ข้าวอีกวันละมื้อ!!” ต้นน้ำยิ้มอย่างลิงโลดเพราะช่วงนี้ยอมรับว่าเงินขาดมือเพราะเปย์สาวไปเยอะ ช้อตทุกเดือน ไม่รู้ติดหนี้ไอ้ไอซ์ไปกี่บาทแล้ว( น่าจะเกือบหมื่น) เรียนสถาปัตย์ก็ใช้เงินเยอะนะ แต่งานเปย์สาวมันก็จำเป็น

“กินร้านพี่ฟรีเลยทุกมื้อ!!” จินไห่เอาของอร่อยเข้าล่อ

“ต้องห้ามให้แม่ผมรู้!!”

“ได้!!”

“กี่วัน?”

“หนึ่งเดือน”

“ห้าาาาา!!!!”


..................


“แม่งเอ้ยยยย!!”
ต้นน้ำสบถออกมาหลังจากทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนักมาพักใหญ่

“เป็นเชี้ยอะไร!!” ไอซ์แฝดผู้น้องหนึ่งในเพื่อนสนิทของต้นน้ำเดินมาลูบที่ท้ายทอยต้นน้ำอย่างรุนแรง

“ก็เรื่องที่กูเล่าให้ฟังเมื่อวานนั่นแหละ!!” ต้นน้ำเล่าทุกเรื่องให้ไอซ์ฟังเกือบจะทุกเรื่องเพราะเป็นที่สนิทที่สุดในกลุ่ม และเป็นคนที่รับฟังเขามากที่สุดในกลุ่มเช่นกัน

“คิดมาก!! แค่เดือนเดียว เป็นกูนะ จะสามเดือนกูก็โอเค พี่ไห่นี่แบบที่กูชอบเลยนะ ถ้าเขามาขอกูนะ กูจะไปนอนด้วยทุกคืนเลย แค่กอดกูก็เอา!” ไอซ์ทำท่าเคลิ้มภายใต้เหงื่อที่ไหลเป็นน้ำฝน

“มึงก็พูดได้สิ!!” ต้นน้ำค้อนใส่ไอซ์

“แล้วเรื่องแค่นี้ก็ไม่ควรมาแอบอู้นะ! เห็นไหมเนี่ยเพื่อนๆ เขาซ้อมกันจะเป็นจะตาย!!” ไอซ์ใช้ฝ่ามือลูบศรีษะต้นน้ำอย่างแรงจนเสียงดังสนั่น

“โอ้ย!! ไอ้สัด เจ็บนะ กูขอทำใจก่อนได้ไหม? เชี้ย! จริงสิ มึงมาเปลี่ยนตัวกับกู!!” ต้นน้ำดึงชายเสื้ออีกฝ่าย

“มึงนี่!! คิดหน่อยเพื่อน คิด!!”

“คิดเชี้ยอะไร!! กูเป็นผู้ชายนะ จะให้แสดงเป็นแฟนกับผู้ชายเนี่ยนะ!!”

“นั่นแหละ! กูถึงบอกให้มึงคิดไง!! เพราะมึงเป็นผู้ชายนี่แหละ พี่เขาถึงจะให้มึงไปแสดงเป็นแฟนเขาไง พี่เขาก็บอกเองว่า ไม่อย่างให้ความหวังกับใคร ยังไงมึงก็ไม่สนใจพี่เขาอยู่แล้วไง!!”

“..........” ต้นน้ำกลับไปทำสีหน้าครุ่นคิดอีกรอบ

“เป็นตัวของตัวเองไปเหอะ ยังไงมึงก็รู้จักพี่เขาดี ก็แค่ทำตามปกติ แค่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ก็น่าจะพอนะ อยากไปพยายามมันจะดูเฟค!!” ไอซ์ให้กำลังใจเพื่อนพร้อมตบบ่า

“แล้ววันนี้กูต้องไปเจอแฟนพี่เขาด้วยแล้วไง ตื่นเต้นฉิบหาย กูจะทำแผนพี่เขาแตกไหมวะ?” ต้นน้ำมีสีหน้ากังวลแทนที่

“วันนี้!! ไหนมึงบอกสัปดาห์หน้า!!” ไอซ์มีสีหน้าประหลาดใจอย่างมาก

“นางบอกว่ามาเซอร์ไพรส์....” นางคือสัพนามที่รู้กันดีแทนแฟนเก่าพี่จินไห่

“เชี้ย!! กูติวให้มึงไม่ทันแล้วแน่ๆ!!” ไอซ์กุมขมับ

“นั่นแหละที่กูกังวล” สีหน้าต้นน้ำตอนนี้เหมือนจะร้องไห้

“งั้นกูขอไปลาโค้ชแปปนะ เดี๋ยวกูมาคุยด้วย!!” พูดจบไอซ์ก็เดินหายไป

................

การฝึกมีแฟนผู้ชายแบบครึ่งๆ กลางๆ จากเพื่อนสนิท ไม่ได้ทำให้ต้นน้ำสบายใจขึ้นมาเท่าไหร่ แค่ให้นึกภาพตัวเองหอมแก้ม จับมือผู้ชายตัวเขื่องอย่างพี่จินไห่ก็นึกถาพไม่ออกแล้ว

เขามักกังวลกับเรื่องวิธีปฏิบัติกับฝ่ายตรงข้ามในฐานะแฟน เขาต้องปฏิบัติแนวไหน เขาไม่ทีทางทำท่าทางเป็นเมียพี่จินไห่แน่นอน เพราะที่ผ่านมาเขาทำหน้าที่เสมือนสามีที่ดีเสมอกับคนที่เขาคบด้วยทุกคน

‘ไอ้โง่!! มึงอย่าเอาบรรทัดฐานโบราณแบบนั้นมาเทียบกับความสัมพันธ์สมัยใหม่สิวะ!! อย่าเอาเรื่องบนเตียงมาวัดเรื่องของการที่คนสองคนดูแลและแสดงออกต่อกัน!!’ เสียงของไอ้ไอซ์ยังดังก้องในหัว เพราะมันเล่นพูดเสียหลายรอบที่ผมทำหน้าตาแปลกๆใส่มัน

“เชี้ยเอ้ย! เอาไง เอากัน!!” ต้นน้ำพูดกับตัวเองที่หน้าร้านอาหารกึ่งคาเฟ่

ต้นน้ำเดินก้าวเท้าเข้าร้านแบบสั่นๆ เขารู้ว่าเท้ามันเบาหวิว พื้นมันโคลงเคลง หัวใจสั่นระรัว เขาเกลียดการเล่นละคร เขารู้เพราะด้วยหน้าตาของเขาเป็นธรรมดาที่จะมีรุ่นพี่ชวนไปเล่นละครเวทีของมหาวิทยาลัย เขากล้าแสดงออกนะ เรื่องการพูดหน้าชั้นเรียนนี่ถือเป็นง่ายสำหรับเขา แต่การแสดงละครมันต่างกัน เขาแสดงออกในสิ่งที่เขาไม่เชื่อ หรือไม่จริงมันยากมาก สุดท้ายก็ต้องลาออกเพราะทนเห็นตัวเองเป็นพระเอกหุ่นกระบอกไม่ไหว

“อ้าว!! น้องต้นน้ำ คุณไห่รออยู่ในบ้าน เห็นว่ามีแขกด้วยนะ โคตรสวย!!” พี่โอบผู้จัดการร้านพูดกับต้นน้ำทันทีที่เจอหน้าเขา

ต้นน้ำทำได้แค่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้สึกกระตือรือร้นในการเจอคนสวย

............

“ขอโทษนะครับพี่ คือผมติดซ้อมบาสฯ น่ะโค้ชไม่ปล่อยพวกผมเสียที” ต้นน้ำมาช้ากว่าเวลานัดมากเลยพยายามหาข้อแก้ตัวที่คิดว่าดีที่สุดขณะที่เปิดประตูบ้านเพื่อไปที่ห้องรับแขก เขาพยายามตะโกนแบบไม่ต้องเกรงใจ เหมือนเขาทำเป็นปกติ ทำตัวเหมือนเป็นแฟนของพี่จินไห่ ตี๋หล่ออินเตอร์ที่ถือว่าเป็นสามีของจังหวัด

“อ้าว! พี่ก็นึกว่าเราจะทิ้งพี่เสียแล้ว” จินไห่เดินมาจากห้องรับแขกไม่ไกลและจ้องอีกฝ่ายอย่างอาฆาตวาบหนึ่งก่อนเดินเข้ามากอดคอและยิ้มอย่างชื่นมื่น

‘โห..... สุดยอด แสดงละครเก่งไม่เบา’ ต้นน้ำคิดพลางเดินตามการลากจูงของอีกฝ่าย

“นี่ไง! คนที่พี่เล่าให้ฟัง!” จินไห่กล่าวแนะนำพลางกระชับวงแขนให้อีกฝ่ายเข้าใกล้เขามากขึ้น จนต้นน้ำอดที่จะชักสีหน้าไม่ได้ ตั้งแต่รู้จักกันมา ครั้งนี้ถือว่าเขาได้ใกล้ชิดพี่จินไห่มากที่สุด

ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของสาวสวยผมยาวมัดทรงหางม้าจนส่งกระแสแห่งความสงสัยมาถึงผู้ชายทั้งสองคน

“พี่เนี่ย! พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบให้พี่แสดงความรักต่อหน้าคนอื่น!” ต้นน้ำพูดจบก็เลื่อนศอกไปปะทะกับซี่โครงอีกฝ่ายอย่างจังจนจินไห่อดที่จะร้องโอยด้วยความเจ็บปวดไม่ได้

สีหน้าของสาวเจ้าคลายความสงสัยลงไปเล็กน้อย
“เออๆ พี่ขอโทษ จริงสิ! พี่ลืมไปเลย พี่คนสวยคนนี้คือ เสี่ยวหยู๋ ...”

“เป็นแฟนเก่า!!” เสี่ยวหยู๋คนสวยโพล่งออกมาเสียงดังตัดกับเสียงแนะนำตัวของจินไห่ซึ่งก็ทำให้จินไห่มีสีหน้าตกใจไม่น้อย

“แต่ตอนนี้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” จินไห่รีบเสริมทันที

“ก็ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนแล้วนี่ อยากเป็นเหมือนเดิมมากกว่า” เสี่ยวหยู๋บ่นพึมพำ

“อะไรนะครับ” ต้นน้ำแม้จะพอจับใจความได้บ้างแต่ก็ถามกลับไปตามการตอบสนองปกติ

“ไม่มีอะไรคะ พี่ก็พึมพำไปเรื่อย.... ว่าแต่... ไม่เหมือนที่จินไห่เล่าให้ฟังเลยเนอะ ไหนว่า น้องเขาเข้ามาจีบก่อนไง รุกหนักเลยต้องยอมแพ้....” สายตาสงสัยจ้องมองมาอีกรอบ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

“ฮ่าฮ่าฮ่า... พี่เขาบอกแบบนั้นเหรอครับ....” ต้นน้ำหัวเรากลบเกลื่อน

“พี่จินไห่เนี่ย ผมก็บอกพี่อยู่ว่าผมไม่ชอบเล่าเรื่องนี้ให้คนที่ผมไม่สนิทฟัง ผมอาย...” ต้นน้ำหันไปยิ้มเย็นๆใส่จินไห่ ที่ยิ้มตอบกลับมาไม่ต่างกัน

“แหมๆ พี่ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล พี่ต้องอยู่อีกตั้งสองเดือน เดี๋ยวเราก็สนิทกันแล้ว ไม่ต้องเขินพี่หรอก!” เสี่ยวหยู๋ยิ้มหวานตอบกลับมา

“สองเดือน!!” ต้นน้ำหันไปทางสวยสายผมหางม้าและรีบหันไปหาจินไห่อย่างตัองการคำอธิบาย

“เอ่อ... พี่ก็เพิ่งรู้...” จินไห่ตอบเสียงสั่น

“เอาน่าๆ พี่สาวคนนี้ใจกว้างพอ ไม่มาแย่งคืนหรอกน่า ไม่ต่องรีบหึง” สาวเจ้ายิ้มเจ้าเล่ห์มาทางต้นน้ำ และพูดต่อเบาๆว่า “แต่อย่าเผลอนะ”

‘เชี้ยแล้วไง พี่จินไห่เจอของจริงแล้วไงล่ะ!!’ ต้นน้ำคิดในใจ เขาจะไปต่อกรอะไรกับผู้หญิงที่ฉลาดและสวยคนนี้ได้

“เหนื่อยแล้ว ห้องนอนพี่ไห่ไปทางไหนน่ะ จะได้ไปเก็บข้าวของ” เสี่ยวหยู๋ยืดตัวบิดขี้เกียจ

“ หมายความว่าไง?” ต้นน้ำถามอย่างสงสัย

“ก็พี่น่ะกลัวผีจะตาย พี่ไห่ก็รู้จะให้พี่นอนคนเดียวในบ้านที่ไม่คุ้นเคยได้ยังไง?” เสียวหยู๋ทำเสียงออดอ้อน ทรวดทรงของเธอตอนยึดตัวตรง ทำให้ต้นน้ำยอมรับว่าเธอมีเสน่ห์ดึงดูดทางเพศไม่น้อย

“ต้นน้ำหึงพี่เหรอ?” เสี่ยวหยูหันมามองเขาด้วยหางตา

“ใครจะไป......!!!” ในใจของต้นน้ำตะโกนลั่น ‘ใครจะไปหึงไอ้ยักษ์ปักลั่นนั่น!!’ แต่เหมือนเขารู้ว่าไม่ควรจึงหยุดและยิ้มอย่างใจเย็น

“ไม่หึงหรอกครับ ผมเชื่อใจ” ต้นน้ำรีบตอบด้วยน้ำเสียงใจเย็น

“ไม่ได้หรอก!!” จินไห่รีบพูดสวนขึ้นมา

“ทำไมล่ะ?!?” สาวเจ้าทำท่างอแง

“เตียงพี่เต็มแล้ว!!” จินไห่กล่าวเสียงเข้ม

“ไม่เข้าใจ!!” เสี่ยวหยู๋มีน้ำเสียงไม่พอใจ

“ก็เพราะเตียงพี่มีต้นน้ำนอนด้วยทุกคืน!! แล้วพี่ก็จัดห้องรับรองให้แล้วด้วย!!” จินไห่ตอบกลับทันควัน ส่วนต้นน้ำได้แต่แอบทำหน้าเหวออยู่ในใจ

‘เชี้ยแล้ว!! ไอ้พี่จินไห่ มึงช่วยปรึกษากูด้วยนะ!!’ ต้นน้ำสบถในใจอีกยาว

เสี่ยวหยู๋แม้จะทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยอมเดินตามจินไห่ที่หิ้วกระเป๋าเดินทางเดินนำหน้าไป ตัดตัวเองไปจากบทสนทนาที่ดูท่าทางจะยืดเยื้อและอึดอัดเพื่อพาสาวเจ้าไปพักที่ห้องรับรองที่จัดเตรียมไว้ให้

........

“พี่บอกแม่เราให้แล้วนะ” จินไห่พูดขึ้นขณะถอนหายใจแบบโล่งอก เหมือนเพิ่งผ่านพ้นมรสุมลูกแรกไปได้

“ไอ้พี่จินไห่ มึงไม่เคยบอกน้องเลยนะว่าต้องมานอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกัน!!” ต้นน้ำโวยลั่น เพราะตอนนี้เขาถูกลากเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับหนุ่มตี๋อินเตอร์หุ่นลีน

“จะโวยวายทำไมวะก็ผู้ชายด้วยกัน พี่ขอร้องเถอะนะ นะ!” จินไห่ที่เพิ่งเคยได้ยินน้องบ้านติดกันอย่างต้นน้ำขึ้นกูมึงก็เข้าใจถึงอารมณ์ของอีกฝ่ายทันที

ต้นน้ำพอฟังอีกฝ่ายผ่อนเสียงลงนุ่มก็ใจเย็นลงและมองสำรวจห้องจนทั่ว เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาบ้านนี้ และยิ่งห้องนอนไม่ต้องพูดถึง ไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้เข้ามา เขาเคยแต่ได้ยินบรรดาเพื่อนผู้หญิงของเขาต่างใฝ่ฝันมโนไปว่าตนเองได้เข้ามาในห้องนี้ด้วยจินตนการต่างๆ นานา จนต้นน้ำเองก็อดเขนลุกไม่ได้ว่าจินตนาการของสาวน้อยเหล่านั้นก็น่ากลัวไม่แพ้ชายฉกรรณ์เลยทีเดียว

ภายในห้องประดับตกแต่งสไตล์มินิมอลลิตส์ เรียบง่าย แต่ก็ดูแพง ทุกอย่างเป็นโทนน้ำตาลอ่อน เตียงที่ออกแบบให้สูงกว่าพื้นไม้แบบโบราณไม่มาก ผ้าปูเตียงสีเอิร์ธโทน มีโต๊ะทำงาน ชั้นหนังสือ โคมไฟที่ถูกวางอย่างพอดีเหมาะเจาะไปหมดทุกมุม เป็นคนรสนิยมดีกว่าที่คิด

“ว่าไง? น่านอนใช่ไหม?” จินไห่พูดถึงทำลายบรรยากาศ

“น่านอ..... เอ้ย!! ไม่นะ ผมไม่นอนเตียงเดียวกับพี่นะ!!” ต้นน้ำรีบปฏิเสธ เขาค่อนข้างหวั่นไหวกับรูปลักษณ์ของจินไห่อยู่แล้ว เขายังไม่อยากทดสอบความรู้สึกตัวเองด้วยการเพิ่มการสัมผัสเข้าไปด้วย เขายังชอบผู้หญิงอยู่ เนื้อนุ่ม เนินหน้าอกขาวๆ ยังคงเร้าอารมณ์เขาอยู่ เขาพอใจกับความรู้สึกตรงนั้นดีอยู่แล้ว

“ขี้โวยวายจริง!! เบาๆ หน่อย บ้านพี่ผนังมันบางเดี๋ยวเสี่ยวหยู๋ก็ได้ยิน เสียแผนพอดี!!” จินไห่เดินเข้ามาใกล้และหรี่เสียงตัวเองลง แต่ดวงตาจ้องมาที่ต้นน้ำเขม็ง

“ งั้นผมกลับบ้าน ไหนๆ วันนี้แฟนเก่าพี่ก็น่าจะหลับแล้ว!” ต้นน้ำคว้ากระเป๋าที่วางไว้ก่อนหน้านี้เตรียมตัวใช้ทักษะวิ่งเร็วของเขา

“เดี๋ยวสิ!! ตอนเช้ามันก็ไม่เนียนน่ะสิ เอาอย่างนี้ พี่มีที่นอนสำรองในตู้ ต้นน้ำก็นอนข้างเตียงนี่ก็แล้วกัน!!” จินไห่ต่อรอง พร้อมคว้าจับอีกฝ่ายความเร็วที่เหนื่อว่า

“พี่เป็นเดอะแฟลชเรอะ เร็วโคตร!!” พูดจบเขาต้องรีบใช้มือที่ชุ่มเหงื่อแกะนิ้วมืออีกฝ่ายออกจากท่อนแขนตัวเอง เป็นมือที่ใหญ่และทรงพลังมาก

“เอาน่า พี่ขอ....” จินไห่ทำเสียงออดอ้อน

“...... แต่ผมไม่มีชุดเปลี่ยน พรุ่งผมมีเรียนแต่เช้า!!” ต้นน้ำมีท่าทางโอนอ่อนมากขึ้น

“พี่เตรียมไว้แล้ว นี่ไง!!” จิตไห่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่มีชุดนอนสีขาวพับไว้เรียบร้อยกองหนึ่ง

“ผมไม่ใช้ตัวเดียวกับพี่นะ!!” ต้นน้ำทำตัวเรื่องมาก เผื่อว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ

“เออน่า นี่ของมึงคนเดียวเลย พี่ซื้อมานานแล้วไม่ได้ใส่ จะทำตัวเป็นแฟนกันมันก็ต้องเนียนหน่อยสิ!” จินไห่ยักคิ้วให้ ส่วนต้นน้ำก็เผลอใจสั่นกับผู้ชายตรงหน้าแบบไม่รู้ตัว

“ผม.... เอ่อ... แล้วผ้าเช็ดตัวล่ะ ผมจะอาบน้ำยังไง?” ต้นน้ำทำตัวเรื่องมากไปอีก

“เอ้านี่ และก็ได้เวลาไปอาบน้ำแล้ว ห้องน้ำอยู่ทางนั้น!” จินไห่โยนผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดให้ต้นน้ำพร้อมชี้ทางไปห้องน้ำให้ซึ่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง

“เอ่อ....” ต้นน้ำยืนมองผ้าผืนน้อยที่ถูกโยนมาให้ด้วยท่าทีอึ้งๆ  ไม่ว่าเขาจะอิดออดยังไง อึกฝ่ายก็ไม่ย่อท้อจะให้เขาค้างให้ได้

“ยังไม่ไปอีก หรือต้องให้พี่อุ้มไป?” จินไห่ยิ้มกว้าง

“เฮ้ยๆ ไม่ต้อง ผมไปเองได้!!” ต้นน้ำรีบดีดตัวเองออกจากจุดเดิมไปที่ห้องน้ำทันที

พอหลังจากผลัดเสื้อผ้าเก่าออก และอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย ต้นน้ำถึงเพิ่งได้สังเกตว่า ผ้าผืนน้อยที่เขาได้มานั้น มันผืนเล็กกว่าที่เขาคาดมาก พันรอบเอวได้หมิ่นเหม่ รัดจนติดผิวถึงจะรั้งไว้อยู่ ความยาวก็พอดีหัวเข่า ‘นี่มันอะไรกันวะ? แกล้งกันไหมเนี่ย?’ เขาคิดเมื่อมองสภาพตัวเองในกระจก

“พี่จินไห่.... หยิบเสื้อผ้าให้ผมหน่อย ผ้าผืนน้อยของพี่มันห่อผมแทบไม่มิด!!” ต้นน้ำแง้มประตูและพูดขอความช่วยเหลือ

“อายอะไรวะ ผู้ชายด้วยกัน” จินไห่ส่ายหน้า มองไปทางประตูห้องน้ำด้วยท่าทางขบขัน

“มันหนาว!!” ความจริงการแก้ผ้าอาบน้ำระหว่างเพื่อนนักกีฬาด้วยกันมันแสนจะเป็นเรื่องธรรมดาของต้นน้ำ แต่ไม่รู้ทำไมกับพี่จินไห่เขาถึงได้รู้สึกเขินขนาดนี้

“โอเคๆ พี่คงเปิดแอร์เลยเย็นเกินไปสินะ พี่ก็อยู่ตัวคนเดียวในห้องก็เลยติดนิสัย ไม่ค่อยใส่อะไรตอนทำธุระส่วนตัวน่ะ ผ้าเช็ดตัวก็เลยมีแบบประหยัดพื้นที่การเก็บ” จินไห่อธิบายยาวพร้อมกับหยิบชุดนอนยื่นให้อีกฝ่าย ต้นน้ำก็เปิดประตูอ้าออกมาเพื่อให้หยิบชุดนอนที่จินไห่ยื่นให้

“หุ่นก็ดี อายอะไรวะ?” จินไห่แซวอีกฝ่ายขณะมองเห็นเรือนร่างเปลือกอกและผ้าผืนน้อยที่รัดอยู่ช่วงร่างที่เน้นทรวดทรงชัดเจน

“โรคจิตป่าวเนี่ย!! แล้วอย่าบอกนะว่าแก้ผ้านอน!!” ต้นน้ำตะโกนออกจากห้องน้ำหลังจากรับเสื้อผ้าและปิดประตูปัง!!

จินไห่หัวเราะลั่นกับอาการไร้เดียงสาของคนที่ดูจะไม่ไร้เดียงสา

หลังจากที่ต้นน้ำออกมาจากห้องน้ำโดยแต่งตัวชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวที่เกือบจะโปร่งแสงออกมาเรียบร้อย จินไห่ก็ยกยิ้มมุมปากกับสิ่งที่เห็น และเดินสวนเข้าห้องน้ำไป

และแล้วก็เป็นไปตามเป็นไปตามคาด จินไห่ที่เข้าห้องน้ำตัวปลิวเดินออกมาด้วยการใช้ผ้าผืนน้อยที่แทบจะปิดบังส่วนสำคัญไม่ได้เดินออกมาทั้งใช้มือพยุงผ้ารั้งไว้ที่จุดใต้สะดือแค่นั้น

“เฮ้ย!!” ต้นน้ำที่นั่งเล่นโทรศัพท์เรื่อยเปื่อยตรงบริเวณที่นอนสำรองซึ่งจัดไว้ข้างเตียงใกล้ห้องน้ำ เขาเหลือบตาไปมองถึงกับร้องลั่น

“เออ โทษทีว่ะ พี่เคยชิน งั้นช่วยโยนชุดนอนบนเตียงให้พี่หน่อยสิ!!” จินไห่กล่าวด้วยท่าทีธรรมดามากๆ

“เอาไปเลย!!” ต้นน้ำรีบลุกไปคว้าชุดนอนที่พับเตรียมไว้บนเตียงและเหวี่ยงชุดนอนไปทางคนร้องขอที จินไห่ได้แต่หัวเราะท่าทีของอีกฝ่ายอย่างขบขันปนเอ็นดู ต้นน้ำไม่เข้าใจตนเองอีกเช่นเดิมว่า ปกติเขากับเพื่อนๆ ก็แทบจะเปลือยเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำในชมรม เขาก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้เลย

‘เราไม่สนิทกันขนาดนั้นป่าววะ!! มันก็เลยแปลกๆ!’ เขาคิดขณะที่ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด

“เออ! แล้วพี่บอกแม่ผมยังไงเนี่ย ผมถึงมาค้างบ้านพี่ได้!!” ต้นน้ำรีบถามเรื่องที่ค้างคาใจ

“ก็แค่บอกว่ามีเรื่องให้ช่วย” จินไห่เดินออกมาด้วยเสื้อผ้าแบบเดียวกับเขา แต่ออร่ามันต่างกันมาก จินไห่เป็นคนที่ใส่อะไรก็ดูดีดูแพงไปหมด

“แค่เนี้ย!!” ต้นน้ำทำหน้าแปลกใจสุดๆ เพราะเขาเองการจะขอไปค้างบ้านเพื่อนมันยากยิ่งกว่าสร้างเขื่อน

“อืม” จินไห่ตอบสั้นๆ

“อะไรวะ?!?” ต้นน้ำบ่นพึมพำกับตนเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-10-2020 12:26:11 โดย Shonennihon »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เนื้อเรื่องน่าสนใจ

แต่...

อ่านไปอ่านมา  งงกับตัวละคร

พีชกับแพรวนี่คนเดียวกันป่ะ?
นิ่มนี่สรุปเป็นดาวหรือเดือน?
ต้นน้ำต้นกล้าตอนคุยกัน  สับสนว่าประโยคนั้นใครพูดกันแน่?

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-1
ขออภัยกับชื่อตัวละครนะครับ เพราะ มาเปลี่ยนเอาตอนโค้งสุดท้ายก่อนลง เลยเบลอๆ 55555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2020 10:33:05 โดย Shonennihon »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +93/-1
บทที่ 3

คืนแรก




ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากที่ชายทั้งสองคน หมดเรื่องที่คุยกันและตั้งท่าจะนอน เสียงเคาะประตูที่ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะภายในบ้านนอกจากพวกเขาทั้งสองคนก็มีแต่อดีตแฟนสาวหุ่นอึ๋มของจินไห่เท่านั้น ดังนั้นจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากตัวต้นเหตุที่ให้ทั้งสองมาอยู่ห้องเดียวกันในคืนนี้

“รู้นะว่ายังไม่ได้นอน เมื่อสักครู่ยังได้ยินเสียงคุยกันอยู่เลย!!” เสียงจากภายนอกห้องดังขึ้นแทรกประตูเข้ามา จินไห่มีอาการหน้าซีดขึ้นทันทีเพราะไม่รู้ว่าคนนอกห้องจะได้ยินการสนทนาของเขาแค่ไหน

“น้องนอนไม่หลับน่ะ อยู่ต่างที่ต่างถิ่นจะให้ผู้หญิงตัวเล็กนอนอยู่ในที่ๆ ไม่คุ้นเคยได้อย่างไรล่ะ คืนนี้ขอไปนอนด้วยได้ไหมพี่ไห่?” เสียงหวานๆ ของสาวน้อยหน้าห้องดังแทรกเข้ามา ทำให้ชายทั้งสองเริ่มมีอาหารลนลาน

‘มานี่ มานอนบนเตียง!!’ จินไห่โบกไม้โบกมือเรียกอีกฝ่ายที่อยู่บนที่นอนสำรองพร้อมด้วยเสียงกระซิบอย่างร้อนรน

ต้นน้ำสบถด้วยรูปปาก ‘วอท เดอะ ฟัด!!’ ใส่คนบนเตียงแต่สุดท้ายก็ยอมพาตัวเองขึ้นไปบนเตียงแต่โดยดี ส่วนจินไห่รีบไปจัดการพับที่นอนสำรองอย่างลวกๆ และรีบโยนเข้าไปในตู้เสื้อผ้าด้วยความรวดเร็วเหมือนซุปเปอร์ฮีโร่

“พี่ไห่! พี่ไห่! สงสารน้องหน่อย มาเปิดประตูให้เข้าไปหน่อยนะ คืนเดียวเอง!!” สาวเจ้าไม่ยอมแพ้พร้อมเคาะประตูห้องรัว

ต้นน้ำพาลคิดไปว่าผู้หญิงคนนี้โรคจิตไม่น้อย

“เดี๋ยวก่อน พี่ขอแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน!!” จินไห่ตะโกนไปพร้อมกับปลดกระดุมตัวเองออกหนึ่งเม็ดเผยให้เห็นแผงอกขาวแน่นได้รูป และใช้มือข้างหนึ่งปลดกระดุมต้นน้ำออกเช่นกันอย่างรวดเร็ว

‘เฮ้ย!!’ ต้นน้ำร้องอุทานระดับเสียงกระซิบด้วยความแปลกใจว่าไอ้คนที่ดูเรียบร้อยแบบนี้ทำไมมีสกิลการปลดกระดุมเสื้อคนอื่นเร็วปานนี้

‘เอาน่าจะได้เนียน’ จินไห่กระซิบกระซาบพร้อมขยิบตา

“จะอายอะไรคะพี่ เราก็เคยเห็นอะไรๆ กันหมดแล้ว” เสี่ยวหยู่พูดกรอกใส่ประตูด้วยน้ำเสียงที่ดูยั่วยวน

ต้นน้ำถึงกับกลืนน้ำลาย นี่สินะโลกของผู้ใหญ่ คนสวยที่โตแล้วพูดอะไรน่าอายแบบนี้ได้หน้าตาเฉย

“แต่พี่ไม่ได้อยู่คนเดียว!! เสี่ยวหยู๋คงเข้าใจนะ!!” จินไห่โต้กลับทันที

ต้นน้ำได้แต่ขมวดคิ้วใส่คนบนเตียงข้าง แต่นอกจากจินไห่จะไม่สะทกสะท้านแล้ว เขายังใช้มือยีหัวต้นน้ำให้ยุ่งเหยิง หลังจากนั้นก็ยีหัวตัวเองต่อ และเดินไปเปิดประตู

สิ่งที่เห็นหลังประตูที่เปิดแง้มออกคือ หญิงสาวหน้าใสที่แต่งชุดนอนที่ดูยั่วยวน บางเบาจนเกือบเห็นเรือนร่างที่อยู่ข้างใน

ต้นน้ำที่หันไปเห็นถึงกับดวงตาเบิกกว้าง น้องชายของเขารู้สึกคึกคักขึ้นมานิดหน่อย (ต้องโทษความสมบูรณ์แข็งแรงของตัวเอง)

“เธอใส่ชุดอะไรของเธอเนี่ย!!”  จินไห่ตกใจ

“ก็ชุดนอน” เสี่ยวหยู๋ใช้นิ้วมือหยิบจับเนื้อผ้า ลูบไล้ไปมาเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งมากขึ้น ลายลูกไม้ภายในชุดนอนแบบเดรสยาวนั่นลอยเด่นขึ้นมา จนทำให้หัวใจเด็กหนุ่มอย่างต้นน้ำถึงกับสั่นระทึก สิ่งแรกที่เขานึกออกคือการดึงผ้าห่มผืนบางมาห่มปกปิดช่วงล่างที่คึกคักไม่รู้เวลา

จินไห่ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

“น้องไม่ได้มากวน.... ใช่ไหม?” การเน้นและเว้นวรรคของสาวเจ้าที่มีสายตาสำรวจหนุ่มทั้งสองด้วยแววตากึ่งเสียใจนั้นชวนให้น่าคิดมาก

“กวนสิ!!” จินไห่ตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นที่พาลให้เข้าใจผิด

“พี่จินไห่!!” ปฏิกิริยาอัตโนมัติของต้นน้ำเพื่อแก้ตัว

“จะอายทำไม! เป็นแฟนกันก็ต้องมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันมันปกติ!!” จินไห่หันไปหาต้นน้ำบนเตียงที่ทำท่าฉุนเฉียวกับคำพูดอีกฝ่าย แต่ก็ไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไร เพราะโดนเพื่อนสอนหลักสูตรเร่งรัดว่า

‘ไม่รู้อะไรอย่าเถียงให้มีพิรุธ เออๆ ออๆ ไม่อย่างนั้นแผนแตก!!’

ตอนนี้หน้าฝืนยืมยอมรับคำพูดอีกฝ่าย ทำให้จินไห่ได้แต่หัวเราะต้นน้ำในใจ

“ว้าย ใครเป็นบทบาทไหนบอกได้ไหม? ตื่นเต้นจัง แต่ให้เดานะ....” เสี่ยวหยู๋ถือโอกาสทีเผลอเดินฝ่าเข้ามาในห้องเพื่อมานั่งบนเตียงข้างต้นน้ำ

ต้นน้ำทำได้แค่สะดุ้ง ตัวเกร็งขยับถอยไปอีกทาง เพราะเนื้อนมไข่ ขาวนวลเข้าใกล้ให้เห็นมากกว่าเดิม ต้นน้ำตกใจจนไม่สามารถตอบอะไรได้

“ไม่ใช่เรื่องของเธอนะ มันเสียมารยาทนะ ต้นน้ำเขาไม่รู้จักเธอเสียหน่อย คงไม่สนิทใจพอที่จะพูดขนาดนั้น!!” จินไห่ดุอีกฝ่าย

“เดี๋ยวก็สนิทเนอะ?” เสี่ยวหยู๋หันมาทางต้นน้ำเพื่อขอความเห็น

“ไม่ต้องนอกเรื่อง ออกไป!! ยังไม่ได้อนุญาติเลยนะ!!” จินไห่เสียงเข้ม

“แหม..... เนี่ยน่า ให้เดา......พี่ว่า... พี่จินไห่ต้องรุกอยู่แล้ว เพราะสมัยเป็นแฟนกันเนี่ย พี่เขาสุดยอดเลย บางคืนนะแทบไม่ได้นอนเลย อึดอะไรขนาดนั้น พี่นี่แสบไปถึงมดลูกเลย!!” เสี่ยวหยู๋ไม่ได้สนใจคำดุของอดีตแฟนเลย หันไปเม้าส์มอยต่ออย่างจงใจ

“เสี่ยวหยู่!!” จินไห่ตวาด เพราะเขาเห็นหน้าต้นน้ำเหรอหรา ทำตัวไม่ถูกอยู่ ไม่ใช่เพราะคำพูดของสาวสวยข้างๆ แต่เป็นอาการที่สาวเจ้าขยับเข้ามาเกาะแขนและใช่สองเต้าทรงโตถูไปมากับต้นแขนต้นน้ำ

‘โวยยยยยย อดทนไว้ โว้ยยยยย’ ต้นน้ำสบถในใจ

“พี่ไห่น่ะ... หยู๋ขอนะแค่คืนเดียวเอง จะนอนอย่างเดียวไม่พูดแล้ว” เสี่ยวหยู่ทำท่าออดอ้อนและเค้นน้ำในตาให้คลอเกือบล้นออกมา

“เฮ้อ....... คืนเดียวนะ!!” จินไห่ผ่อนลมหายใจยาว เขาใจอ่อนกับภาพตรงหน้า เสี่ยวหยู๋รู้จุดอ่อนของเขา ‘น้ำตาผู้หญิง’ จินไห่ทำได้แค่เดินเข้ามาจัดเตรียมที่นอนให้เสี่ยวหยู่ และกำชับหนักแน่นว่าให้นอนเท่านั้น ห้าพูดห้ามคุย ห้ามรบกวนพวกเขาบนเตียงเด็ดขาด

เสี่ยวหยู๋รับปากหนักแน่น และพูดทิ้งท้ายออกมาว่า

“รักแฟนหวงแฟนเหลือเกินนะพี่ หยู๋ไม่คิดจะแอบเอายาฆ่าแมลงกรอกปากแฟนเด็กพี่เสียหน่อย”

น้ำเสียงเหมือนทีเล่นแต่สายตาที่มองมากลับตรงกันข้าม ทำให้ต้นน้ำแทบนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะกลัวตัวเองเป็นศพบนที่นอน

...................

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ผู้หญิงอะไร  หน้าด้านจริง ๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด