Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทนำ - บทที่1 - 11) 11 ม.ค. 21
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทนำ - บทที่1 - 11) 11 ม.ค. 21  (อ่าน 1269 ครั้ง)

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1

ต้นน้ำอ่านจบด้วยรอยยิ้ม เขาสัมผัสถึงมิตรภาพที่กำลังก่อเกิดขึ้นผ่านตัวอักษร การปรับตัวไปตามการเติบโตของเจ้าของบันทึก ภาพสวยๆและลายมือที่งดงาม มันดึงให้เขาอ่านได้อย่างไม่มีเบื่อ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่ม

หลังจากที่มองนาฬิกาดิจิทัลที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหนังสือ เขาก็ต้องตกใจเพราะเวลาประมาณนี้มักจะเป็นเวลาที่เจ้าของห้องกำลังจะกลับขึ้นมา  ต้นน้ำรีบจัดการเก็บบันทึกเล่มนั้นไว้ที่เดิมจัดระเบียบโต๊ะหนังสือให้เรียบร้อย และรีบกระโดดขึ้นเตียงมานอนทันที

ผ่านมาได้หลายวันแล้วที่ต้นน้ำยอมนอนร่วมเตียงกับจินไห่ เขาแอบแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกชินแบบนี้ อาจเป็นเพราะที่นอนของจินไห่นั้นมันนอนสบายกว่าที่นอนสำรองมากมายนัก รวมถึงจุดที่ลมเย็นๆจากเครื่องปรับอากาศที่ตกลงตรงจุดที่เขานอนพอดี และการมีคนนอนอยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก ถึงแม้จะเป็นผู้ชายตัวสูงยาวขนาดนั้นก็ตาม (ต้นน้ำชอบแนวผู้หญิงรูปร่างเล็ก น่ารักมากกว่า)

ระหว่างนอนคิดอะไรเพลินอยู่นั่น ประตูก็ถูกผลักเข้า แต่คนที่เข้ามากลับเป็นผู้หญิงผมยาวสลวยไพล่หลัง วงหน้าสะสวยที่แต่งแต้มไปด้วยสีสันอย่างเหมาะเจาะนั้นสลายยิ้มทันทีที่เห็นเขานอนอยู่เตียงแทนที่จะเป็นเจ้าของห้อง

“อ้าว! พี่ไห่ยังไม่มาหรอกรึ?” เสี่ยวหยู๋พูดขึ้นลอยๆมากกว่าต้องการคำตอบ ส่วนต้นน้ำนั้นพยายามทำตัวไม่สนใจอีกฝ่าย

“งั้น....ระหว่างรอ พี่คุยกับเราก่อนก็ได้ฆ่าเวลา” เสี่ยวหยู๋พูดจบก็เดินเข้าห้องพร้อมปิดประตู เธอเดินไปรอบๆ ห้องจนกระทั้งเธอหาที่นั่งเหมาะเจาะลงได้คือที่ปลายเตียง

ต้นน้ำขยับตัวขึ้นนั่งบนที่นอน และพยายามรักษาระยะห่างระหว่างเขาและเธอ

“แหม..... ระวังตัวจังนะ พี่ไม่กัดหรอกน่า!” เสี่ยวหยูยิ้มอย่างมีเลศนัยไปทางชายหนุ่มที่อยู่บนเตียง

ถึงแม้ว่าวันนี้การแต่งกายของเสี่ยวหยู๋จะดูมิดชิดกว่าทุกวันที่เขาเจอ แต่เขาก็เริ่มไม่รู้สึกไว้ใจผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว ยิ่งตอนนี้เขาต้องระวังมากขึ้น ต้นน้ำรู้สึกแบบนั้น

“เตรียมตัวหรือยัง?” เสี่ยวหยู๋ถามขึ้นขณะหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นมาเช็ดถูที่หน้าจอ

“เตรียม?” ต้นน้ำแสดงอาการงงจนออกนอกหน้า

“อ้าว! พี่ไห่ยังไม่ได้บอกเหรอ.... อืม.... สงสัยจะยุ่ง..... ไม่เป็นไร พี่จะบอกเอง..... แต่.... กลัวพี่ไห่จะโกรธจัง ...... งั้นให้พี่ไห่มาบอกเองดีกว่า!” ต้นน้ำรู้สึกว่าเสี่ยวหยู๋เล่นเกมเก่ง มันทำให้เขาอยากรู้ขึ้นมา หน้าอกของเขาเริ่มร้อนรน

“เรื่องนั้นผมเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วครับ!!” ต้นน้ำกล่าวอย่างหมั่นไส้ในท่าทีของอีกฝ่าย

“ก็ดี!! เรื่องราวต่างๆ จะได้ลงตัวเสียที เราจะได้เข้าใจกันนะ” เสี่ยวหยู๋ยิ้มมุมปากอย่างน่าสงสัย

“อ้าว!! เสี่ยวหยู๋กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากทางประตู

“เพิ่งมาถึงคะ เลยกะจะมาทักทายแฟนพี่หน่อย อยากให้น้องเขาสบายใจก่อนที่จะไปด้วยกัน” เสี่ยวหยู๋ยิ้มหวานท่าทางอ่อนโยนขึ้นมาทันที

“??????” ต้นน้ำทำหน้างงใส่อีกฝ่าย

“คือ.... ต้นน้ำ... เขา....” จินไห่อ้ำอึ้ง

“ผมเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วครับ!! พี่จินไห่ไม่ต้องห่วงนะครับ” ต้นน้ำพูดแทรก

“งั้นก็ดีนะ ลาเรียนได้ก็ดี จะได้ไปสนุกด้วยกัน!! ไปก่อนล่ะวันนี้เพลียจัง พี่ไห่คะ หยู๋ไปนอนก่อนนะคะ” เสี่ยวหยู๋โบกมืออำลาก่อนออกจากห้อง และพูดกับพี่จินไห่ด้วยภาษาจีน ยิ่งทำให้ต้นน้ำที่งงอยู่แล้ว งงหนักกว่าเดิมอีก

“พี่ดีใจนะที่ต้นน้ำตกลง” จินไห่หันมายิ้มให้อีกฝ่าย

“เดี๋ยวก่อนนะพี่ ผมกำลังงงอยู่ว่าพวกพี่พูดถึงอะไร? ผมก็แค่ตามน้ำไป จะได้ประชดยัยแฟนเก่าโรคจิต!!” ต้นน้ำเผยสีหน้าไม่พอใจขี้นมาทันที สำนึกเสียใจที่ตนเองตัดสินใจโต้ตอบแบบนั้น

......................


“สัปดาห์หน้ากูลานะ!” ต้นน้ำเดินมาบอกเฟรมและเพื่อนร่วมทีมหลังจากเดินไปบอกโค้ชของทีม

“มึงจะไปไหน?” เฟรมพูดสวนขึ้นมาทันที

“เอ่อ... ต้องไปธุระที่ต่างจังหวัดนิดหน่อย” ต้นน้ำตอบเสียงอ่อย

“อย่างนี้ก็ได้ไปเที่ยวดิวะ ทำไมมึงทำหน้าเหมือนไม่ดีใจเลย!” ไอ้ต้นกล้าถามแทรกขึ้นมา แต่โดนสายตาพิฆาตจากเฟรมกัปตันทีม มันจึงได้แต่แทรกตัวกลับไปที่เดิม

“เออ! จริงด้วย” เฟรมหันถามต่อ

“ก็กูโดนบังคับปะวะ!” ต้นน้ำพูดเสียงอ่อย

“ใครวะจะไปบังคับมึงได้ แม่มึง? ไม่น่าจะใช่เพราะกูเห็นมึงโดดงานที่บ้านออกจะบ่อย!!” เฟรมตอบกลับมาอย่างรู้ทัน

“ก็ไอ้......” ต้นน้ำเสียงขาดห้วงทันทีที่เห็นสายตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งมาที่ตนเอง สายตาของไอ้ไอซ์ เขารู้สึกขอบคุณเพื่อนคนนี้จับใจ ไอซ์มันไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากงานนี้เลย แต่มันเป็นคนที่ช่วยเพื่อนแบบสุดตัว เขารู้สึกซาบซึ้งอย่างบอกไม่ถูก

“อะไรของมึง? อยู่ก็เงียบ!” เฟรมทำหน้าแปลกใจกับอาการแปลกๆของเพื่อน

“ไม่มีอะไร บ่นไปก็เท่านั้นก็ดันรับปากไปแล้ว” ต้นน้ำผ่อนลมหายใจออกมาและเดินหลบไปนั่งอีกมุมหนึ่งก่อนการซ้อมกีฬาประจำวันจะเริ่มขึ้น

“สัด!! มึงนี่ไม่เหมาะกับงานแบบนี้เลยนะ!!” ไอซ์แอบแยกตัวมาคุยกับต้นน้ำระหว่างการวอร์มอัพ

“อือ!! กูก็ว่างั้น!!” ต้นน้ำตอบแบบเพลียหัวใจ

“ไอ้คนปลิ้นปล้อนแบบมึงเนี่ยนะ!” ไอซ์พูดปนขำ

“สัด!! กู... ไม่รู้ว่ะ.... แบบนี้มันไม่ใช่แนว แม่งไม่สนุกเลย” ต้นน้ำรำพันไปเรื่อยพร้อมถอนใจ

“เลิกซ้อมเรามีเรื่องต้องคุยกัน!! เล่ามาให้หมด!!” ไอซ์ตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆและหยักคิ้วให้เหมือนเป็นเรื่องสนุก ต้นน้ำรู้สึกว่าเพื่อนของเขาน่าจะสนุกกับสถานการณ์แบบนี้มากกว่าเป็นห่วงเขา

..............

หลังจากสบโอกาสที่ต้นน้ำกับไอซ์ได้อยู่กันสองคนโดยทำทีว่าจะไปติวหนังสือต่อ (ทุกคนรู้ว่าการติวหนังสือกับไอซ์เป็นเรื่องที่ไม่น่าภิรมย์แม้แต่น้อย เพราะมันเป็นครูที่แย่และปากเสียมาก แม้ความรู้จะเยอะขึ้นแต่คุณจะต้องเสียกำลังใจในการเรียนไปเลย จึงเป็นเรื่องปกติที่จะไม่มีใครมาด้วย)

ต้นน้ำเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟัง

“หา!! เขาให้มึงไปเที่ยวต่างจังหวัดกับพวกเขาสามคืน!!” ไอซ์ทำท่าทีตกใจ พวกเขาที่ไอซ์พูดถึงก็คือ จินไห่ นีโน่ เจ้าพ่อหนุ่มและอดีตแฟนสาว เสี่ยวหยู่

“ไงล่ะ!! มึงรู้หรือยังว่าทำไมกูถึงได้กลุ้ม!! แค่ยัยโรคจิตคนเดียวไม่พอ ยังมีไอ้คนน่ากลัวอย่างพี่โน่อีก กูไม่รู้จริงๆ ว่าสองคนนั่นเขาคิดอะไร!!” ต้นน้ำรู้สึกได้ระบาย

“นั่นสิ...... แล้วทำไม ไม่ให้แฟนมึงเขาปฏิเสธล่ะ? เอ่อ... กูหมายแฟนปลอมๆ พี่จินไห่น่ะ” ไอซ์รีบเปลี่ยนคำพูดทันทีที่สัมผัสถึงรังสีอำมหิตจากเพื่อนสนิท

“เพื่อน! กูไม่ขำ... กูก็บอกเขาแล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าขัดหุ้นส่วนของร้าน” ต้นน้ำเกาหัวตัวเองอย่างจนปัญญา

“เดี๋ยวนะอย่าบอกนะว่า ไอ้พี่โน่มันมีหุ้นส่วนที่ร้านนี้ด้วย!! รวยไปไหนวะ! พอฟังอย่างนี้ก็พอจะนึกภาพออกเลยว่าทำไม พี่จินไห่ถึงมีเงินเปิดร้านได้ใหญ่โตขนาดนี้ภายในเวลาไม่กี่ปี หรือว่ามันทำไปเพราะหวังเครมพี่จินไห่เหรอวะ?” ไอซ์วิเคราะห์ไปเรื่อยจนกระทั้งประโยคสุดท้ายที่ได้คำตอบจากใบหน้าของต้นน้ำในทันที

“เชี้ย!! แม่งเล่นใหญ่ตลอด!!” ไอซ์ตบมือเสียงดังหนึ่งฉาด

“มึงพูดเหมือนมึงรู้จักพี่เขาดีอย่างนั่นแหละ!” ต้นน้ำทำสีหน้าแปลกใจกับท่าทางมั่นใจของอีกฝ่าย

“ก็นิดหน่อย....”  ไอซ์ยักคิ้ว

“........” ต้นน้ำมองหน้าไอซ์เหมือนอยากได้คำตอบ

“ว่างๆ เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง เอาเรื่องของมึงให้เรียบร้อยก่อนดีไหม? สรุปว่าเป็นดับเบิ้ลเดท? พี่นีโน่มันจะจีบยัยนมโตนั่นจริงๆ เหรอ?” ไอซ์รีบลากกลับมาเรื่องปัญหาก่อน เดี๋ยวจะคุยกันนานไป


“กูก็ไม่รู้ว่ะ.... แต่เขาจองบ้านวิลล่าสระน้ำไว้ มีสองห้องนอนเอง แปลว่า สองคนนั้นก็ต้องนอนห้องเดียวกันดิ!” ต้นน้ำพยายามนึกถึงรายละเอียดที่จินไห่เล่าให้ฟัง

“ความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรก นี่มึงทำบุญด้วยอะไรวะ? ถึงได้มาเจอพี่จินไห่แบบนี้! เท่าที่ฟังเหมือนไม่มีปัญหา แต่มาคิดดูดีๆ แล้วแม่งปัญหาโตคตรเยอะ!” ไอซ์วิเคราะห์พร้อมผ่อนลมหายใจเบาๆ

“กูถึงได้มาปรึกษามึงไง!!” ต้นน้ำหันมาด้วยใบหน้าหมาโง่ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ

“เชี้ย!! โคตรสร้างภาระ!! แต่…กูก็ชอบนะ สนุกดี ยิ่งมีตัวละครเพิ่มอย่างไอ้พี่โน่ กูยิ่งตื่นเต้น” ไอซ์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“กูควรจะกลัวมึงด้วยไหมเนี่ย?” ต้นน้ำเอ่ยทักใบหน้าที่มีรอยยิ้มปนความสนุกสนานบนความทุกข์ของเขา

“เอาน่า! มึงไม่มีทางเลือก นอกจากทำตามที่กูบอก ส่วนกูเองก็ช่วยมึงอีกทางด้วย!!” ไอซ์ตบบ่าเพื่อนเบาๆ

“ยังไงว่ะ?” ต้นน้ำตามไม่ทันจริงๆ ไอซ์เป็นคนทั้งหัวไวและเจ้าเล่ห์จนตัวเขาเองรู้สึกโชคดีที่มีมันเป็นเพื่อน

“เออน่าเดี๋ยวกูบอก ยังมีเวลา แค่นี้นะ กูมีนัด!” ไอซ์พูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้ต้นน้ำรู้สึกงงและเคว้งคว้าง

.................

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1

ออฟไลน์ Shonennihon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
[size=บทที่ 11

ช่วงเวลาแห่งความสับสนปะปนวุ่นวาย[/size]


อีกสัปดาห์หนึ่งกว่าจะถึงวันนัดหมายของการไปเที่ยวเกาะช้างครั้งแรกในชีวิตของต้นน้ำ แต่กลับกลายเป็นว่าเขากลับไม่มีความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปแม้แต่น้อย เพราะคนที่ไปด้วยเหล่านั้นแค่คิดก็ไม่สนุกด้วยแล้ว

การที่ต้นน้ำต้องไปแสดงละครตลอดเวลา 24 ชั่วโมงนี่ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนในลำไส้ จนเกิดอาการไม่อยากอาหาร มาหลายมื้อแล้วและคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกจนถึงวันที่ออกเดินทาง

จินไห่ซึ่งเห็นอาการของต้นน้ำที่แสดงความไม่สบายใจออกมาทางสีหน้าท่าทางก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เขาเดินมาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่บ่อยครั้ง

ส่วนต้นน้ำก็ตอบกลับไปแบบกลายๆ หลายครั้งว่าไม่เป็นไร มันคือเป็นความรับผิดชอบของเขาเองที่รับปากว่าจะช่วยจินไห่ก็คงต้องช่วยให้ถึงที่สุด โดยต้นน้ำพยายามคิดถึงวันดีๆ หลายๆครั้งที่จินไห่เคยช่วยเขาไม่ให้โดนแม่ของตนเองดุอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงเงินค่าตอบแทนที่พี่จินไห่ได้ให้มาก่อนแล้วล่วงหน้า ตอนนี้เขาเคลียร์หนี้สินจนหมดสิ้นแล้ว ต่อไปก็จะเป็นเงินเก็บแล้ว ต้นน้ำพยายามคิดถึงเรื่องดีๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

ส่วนเรื่องสาวๆ ในอนาคตหลังจากที่เรื่องนี้จบลง ค่อยไปคิดเอาก็แล้วกันว่า เขาจะหาแฟนได้อีกไหม? แต่ขนาดไอซ์ซึ่งมันประกาศตัวชัดว่าชอบผู้ชายมากกว่า มันยังมีผู้หญิงเข้าหาไม่ขาด เรื่องนี้น่าจะพอสบายใจได้ (แต่ไอซ์มันหล่อโคตรๆ แบบลูกครึ่งตะวันตกแต่กับต้นน้ำเขาหล่อแบบตี๋ๆ มันจะเทียบกันได้หรือเปล่านะ ต้นน้ำกังวลไปเรื่อยเปื่อย)

ต้นน้ำสังเกตอาการของจินไห่ช่วงหลังๆ มานี้ก็แปลกไปจากเดิม เขาดูอารมณ์ขึ้น ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ทำไมคนนี้ถึงได้ยังใจเย็นขนาดนี้อยู่ได้ ยิ่งพอได้คำตอบจากต้นน้ำบ่อยๆ ว่าไม่เป็นไร ยังไงก็ไม่เปลี่ยนแผน จินไห่ก็ยิ่งทำตัวเป็นปกติไม่มีความกังวลหลังจากนั้น หรือมีแต่ต้นน้ำคนเดียวท่ีคิดมาก

“เราซ้อมกันหน่อยไหม?” จินไห่พูดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นมื้อเย็น

“ห๊ะ?!?!”  ต้นน้ำทำหน้าแปลกใจ

“ก็จะไปเที่ยวกันอยู่แล้ว อยู่ในสายตาของพวกที่ชอบจับผิดตลอดเวลา ไม่กลัวความแตกเหรอ ยิ่งพี่โน่ยิ่งเป็นคนฉลาดมากเสียด้วย” จินไห่อธิบายหน้านิ่ง

“.......ก็จริงของพี่.....” เป็นเรื่องที่ต้นน้ำไม่อาจปฏิเสธได้เลย เพียงแค่ได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้ง แค่มองตานีโน่เขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนนี้ไม่ธรรมดา ไม่อย่างงั้นคงอยู่ในจุดนั้นนานขนาดนี้ไม่ได้แน่

“แล้วเราควรจะเริ่มจากไหนก่อนดี เพราะเท่าเพื่อนผมที่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนนี่ มันก็บอกผมตลอดว่า แฟนผู้ชายไม่เหมือนแฟนผู้หญิง มันไม่ต้องเทคแคร์อะไรมาก พูดกันตรงๆ เหมือนเพื่อนได้ ก็เหมือนคนที่สนิทกันมากแค่นั้น!” ต้นน้ำพยายามนึกถึงคำพูดที่เพื่อนเขาช่วยติวให้

“พี่ก็ไม่รู้ว่า พี่ก็ไม่เคยคบผู้ชาย เสี่ยวหยู๋ก็แฟนคนเดียวของพี่นี่แหละ.... ส่วนใหญ่พี่จะเทคแคร์เขามากกว่า.....” จินไห่มีความรู้สึกหัวสมองมันตันๆ และเขินๆ

......... ทั้งสองอยู่ในความเงียบกันครู่ใหญ่ ต่างคนต่างนึกถึงเรื่องที่จะทำต่อไปไม่ออก

“โอเค......งั้น....” จินไห่เริ่มก่อน
“เราเริ่มจากอะไรง่ายๆ ก็แล้วกัน ข้อมูลประเภท ชอบอะไรไม่ชอบอะไรดีไหม? เรื่องแบบนี้คนเป็นแฟนกันมันต้องรู้ลึกรู้จริง!” จินไห่เสนอความคิด

“มันไม่เห็นยากเลยพี่!” ต้นน้ำไม่เห็นด้วย

“จริงน่ะ? งั้น... ลองเริ่มกันดู!! อาหารที่ชอบและไม่ชอบ?” จินไห่ท้าทาย

“พี่ชอบอาหารรสหวาน ของคาวน่าจะไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ แต่ของหวานน่าจะกินได้ทุกชนิด แต่ที่เห็นกินบ่อยน่าจะเป็นไข่ม้วนหวานแบบญี่ปุ่น อันนี้น่าจะเป็นของโปรดเลย ส่วนของที่ไม่ชอบก็คงเป็นต้นหอม โดยเฉพาะตรงหัว เห็นเขี่ยออกเป็นประจำ! เป็นไงใช่ไหมพี่?” ต้นน้ำยิ้มอย่างมีชัย

“.......เออ.... ใช่......” จินไห่ยอมรับอย่างแปลกใจ ที่เด็กคนนี้ช่างสังเกตเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ในการกินอาหารร่วมกัน

“คราวนี้แล้วผมล่ะ?” ต้นน้ำเริ่มรู้สึกสนุก

“ต้นน้ำ ชอบกินอาหารรสจัด ของเผ็ดนี่จะชอบเป็นพิเศษ เช่นพวกผัดพริกขิง ผัดพริกแกงแดงๆ นี่เห็นจะเจริญอาหารเป็นพิเศษ ของที่ไม่ชอบน่าจะเป็นอาหารประเภทปลา เพราะไม่เคยเห็นแตะเลย ใช่ไหม?” จินไห่ตอบด้วยท่าทีมั่นใจ

“โอโห....มันใช่เลยว่ะ พี่สมัครไปเป็นนักสืบเถอะวะ!” ต้นน้ำชื่นชมอีกฝ่าย

“งั้น....อากาศล่ะ พวกฤดูกาล อุณหภูมิอะไรแบบนี้” จินไห่เริ่มประเด็นถัดไป

“อืม.... เรื่องฤดูที่ชอบ ไม่ค่อยมั่นใจ แต่ที่ไม่ชอบนี่มั่นใจเลยครับว่า ฤดูหนาว เพราะพี่ไม่ชอบอากาศเย็นอย่างมากเลย สังเกตุจากการปรับอุณหภูมิในห้องก็รู้” ต้นน้ำนึกอยู่สักครู่ก่อนตอบ

“อืม...ใช่ พี่ไม่ชอบฤดูหนาว รู้มันทรมานเวลาเจออากาศเย็น ผิวก็แห้ง อาบน้ำก็ลำบาก พี่เป็นชอบอาบน้ำมาก” พูดถึงตรงนี้จินไห่ก็หยุดมองหน้าต้นน้ำที่เริ่มทำหน้าสงสัยในข้อมูลที่ล้นเข้ามาในหัว

“แค่อยากบอกให้รู้น่ะ.... แล้วก็... พี่ชอบฤดูฝน.... เหมือนต้นน้ำไง....” จินไห่พูดต่อและยิ้มมุมปากปิดท้ายประโยค

“เฮ้ย!! เหมือนกันเลย ผมก็ชอบฤดูฝนนะ ผมชอบเวลาฝนตก มันเย็นแบบชุ่มช่ำดี ผมชอบมองตอนฝนตกนะ มันรู้สึกทำให้จิตใจสงบดี ...ว่าแต่พี่รู้ได้ไง?” ต้นน้ำมีสีหน้าแปลกใจกับประโยคของอีกฝ่าย

“ก็งานออกแบบของเราไง เวลาพี่มองไปที่งานของเรา มันทำให้พี่นึกถึงฝนตกพรำๆ รู้สึกถึงความเย็นของสายน้ำที่มาจากฟากฟ้า...”  จินไห่ทำท่านึกถึงอะไรบางอย่างในหัว

“เว่อไปป่ะพี่! แต่มันก็ถูกนะ ร้านที่ผมออกแบบให้แม่และเพื่อนๆของแม่ ผมก็ได้แรงบันดาลใจจากตอนผมนั่งดูฝนตกจากที่ต่างๆ ....ว่าแต่พี่เคยเห็นงานผมกี่งานเนี่ยถึงได้เดาได้ตรงแป๊ะแบบนี้” ต้นน้ำรู้สึกเหมือนมีแฟนคลับตามชื่นชมผลงานตนเอง รู้สึกปลื้มแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะนอกจากงานที่ส่งอาจารย์และงานที่แม่ฝากให้ทำ(แบบไม่ได้เงิน) จินไห่ไม่น่าจะเคยเห็น

“ตอนพี่ไปขอความช่วยเหลือกับแม่ของเรา แม่เราก็เลยเอาพวกแบบร่างต่างๆ ของเราให้ดูน่ะ สวยๆ ทั้งนั้นเลย” จินไห่ชื่นชมอย่างจริงใจ ทำให้ต้นน้ำอดที่จะเขินตามไม่ได้

“แหม.... ไม่เท่าไหร่หรอกครับ แบบร่างที่อยู่ใน.......” ต้นน้ำเกือบจะหลุดปากถึงบันทึกเล่นนั้น โชคยังดีที่เขารู้ตัวทันเสียก่อนจึงห้ามปากตนเองได้ทัน

“อะไรเหรอ? แบบร่างที่ไหน?” จินไห่สงสัยจึงรีบถาม เพราะสีหน้าของต้นน้ำมันดูอึดอัดแบบแปลก

“แบบร่างของ... ของ.... ไอ้ไอซ์น่ะ คนนั้นน่ะแทบไม่เคยโดนแก้เลย” ต้นน้ำติดคำตอบเท่าที่จะหาได้ในหัวตอนนี้ แต่อย่างน้อยมันก็เรื่องจริงล่ะ

“อ้อ.... สงสัยต้องขอดูหน่อยแล้ว” จินไห่พยักหน้าอือออ

“ฮ่าฮ่าฮ่า.....ครับ”

หลังจากนั้นพวกเขาก็ผลัดกันทายโน่นนั่นนี่ ไปอีกเกือบสองชั่วโมง ด้วยสีหน้าสนุกสนาน จนคนงานในร้านต่างพากันแอบเก็บภาพเจ้านายที่ยิ้มยากของตนเองไปหลายภาพ บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ในร้านแห่งนี้


เช้าอันสดใสเริ่มต้นด้วยเสียงนกกระจอกร้องเสียงดังใกล้กับหน้าต่างห้องนอน เสียงเจี๊ยวจ๊าวที่เหมือนนกทั้งฝูงรุมจิกกันทำให้ต้นน้ำนอนต่อไปไม่ไหว แม้มันจะยังเช้ามากอยู่ ดวงตาของเขาลืมขึ้นมากระทบกับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า เป็นภาพที่ไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ในวันหยุดของเขา เสียงนกตัวนั้นยังร้องระงมอื้ออึงจนเหมือนมันจะขาดใจ เขาจึงตัดสินไปทำอะไรสักอย่างกับไอ้นกตัวที่ปลุกเขาตั้งแต่เช้าวันหยุดแบบนี้

นับวันเขาเริ่มจะเคยชินกับการนอนค้างที่นี่ มันเหมือนบ้านหลังที่สองของเขาไปแล้ว คุ้นเคยกับการนอนสองคนและตื่นมาบนที่นอนแต่เพียงลำพัง เพราะเจ้าของห้องต้องออกไปซื้อวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารในตอนเช้าอย่างสม่ำเสมอ

ต้นน้ำลุกขึ้นยืนและมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาเห็นภาพบ้านของเขาจากที่ไกลๆ หลังคาสีเทาซีดที่กระทบแสงแดดนั่น ทำให้เขานึกถึงเรื่องราวในบันทึกที่เขาอ่านบางส่วนบางตอน ที่มักจะบรรยายบรรยากาศยามเช้าที่แสนเหงาของเจ้าของบันทึกกับมื้อเช้าที่ทำขึ้นเองเพราะมารดาของเจ้าของบันทึกยุ่งเกินกว่าจะทำให้กิน การต้องอยู่กับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสำหรับต้นน้ำนั้นเขาเข้าใจดี และไม่เรียกร้องอะไรจากแม่ของเขาด้วยเพราะเขารู้ดีว่าแม่ของเขาทำดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยแม่ของเขาต่อให้ยุ่งอย่างไรก็ต้องกินมื้อเย็นกับเขาทุกวัน ซึ่งช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เขาก็มักจะแวะไปหาแม่เพื่อขอทานมื้อเย็นด้วย

ต้นน้ำเดินมาจนถึงริมหน้าต่าง เขามองหาที่มาของเสียง แล้วก็พบว่ามีนกตัวน้อยบาดเจ็บพยายามกระพืบปีกเพื่อบินแต่ก็ร้องด้วยความเจ็บปวด และยังมีนกอีกตัวหนึ่งที่กระโดดและบินวนไปมาโดยรอบ ภาพที่เห็นทำให้ต้นน้ำที่กำลังควันออกหูจากความรำคาญเสียงรบกวนดังกล่าวหายเป็นปลิดทิ้ง เขาพยายามมองหาอะไรบางอย่างในห้องเพื่อช่วยนกบาดเจ็บตัวนั้น ระหว่างที่มองไปทั่ว เขาก็สังเกตุเห็นว่านกอีกตัวนั่นมีการบินไปที่อื่นเป็นระยะๆ ต้นน้ำจึงพยายามมองตามทิศทางที่นกตัวนั้นบินไปๆกลับๆ จนกระทั่งเหลือบไปเห็นรังของมันที่ซอกใต้หลังคาบ้านไม่ไกล 

ต้นน้ำพยายามปีนขึ้นไปส่องที่รัง เขาก็พบว่าที่รังมีไข่นกอยู่จำนวนหนึ่ง และนั่นเป็นเหตุผลให้ต้นน้ำต้องรีบช่วยเหลือนกสองตัวนั้น

เขานึกถึงอุปกรณ์ต่างๆ ง่ายๆ ที่บ้าน เอามาทำเป็นบ้านนกแบบง่ายๆ และวางไว้ตรงหลังคาชั้นหนึ่งใกล้หน้าต่างห้องนอน เขารีบปีนลงไปช่วยนกน้อยที่บาดเจ็บมาทำแผลให้และนำนกตัวนั้นไปวางไว้ที่รังใกล้ไข่ของพวกมัน ท่ามกลางภาระกิจจิกกัดของนกอีกตัวหนึ่ง หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจช่วยชีวิต เขาสัญญากับตัวเองว่าจะหาวัสดุที่ดีกว่านี้มาทำบ้านนกให้

นึกได้ดังนั้นเขาก็หอบกระบอกม้วนแบบร่างของเขาขึ้นมาวางบนโต๊ะ หยิบม้วนปึกกระดาษจากด้านในออกมา และกางออก เขาเริ่มออกแบบทันที รูปร่างคือทรงบ้านนก ที่น่าจะเข้ากับตัวบ้าน ที่เขาออกแบบให้กับจินไห่ใหม่ ถึงแม้ว่าเขาจะมีเวลาน้อย แต่เขาก็พยายามร่างออกแบบบ้านตามที่เจ้าของบ้านได้จ้างเขาไว้ อย่างจำยอม

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ต้นน้ำเองก็ไม่ทราบ เขารู้แต่ว่าแสงแดดอ่อนๆ ที่เคยส่องเข้ามาตอนนี้กลายเป็นลำแสงพิฆาตที่ร้อนแสบผิวไปเรียบร้อยแล้ว เครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้เพียง 25 องศาเซลเซียส ตอนนี้เริ่มทำให้เขาร้อนเสียแล้ว เขารู้สึกถึงความมันบนใบหน้าและเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นที่แผ่นหลัง เขามักจะลืมเวลาขณะที่กำลังร่างแบบที่ตนเองชอบทุกครั้ง หลังจากมองนาฬิกาเขาจึงคิดว่าควรจะพาตนเองไปอาบน้ำได้แล้ว นึกได้ดังนี้เขาก็ลุกขึ้นและเดินเข้าห้องน้ำทันที

วันนี้มีเรียนช่วงสายบวกกับที่เขาตื่นเช้า ทำให้ต้นน้ำมีเวลาทำอะไรต่างๆ ในช่วงเช้าอย่างไม่เร่งรีบ ต้นน้ำเดินออกจากห้องอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ เขาเริ่มจะทำตัวเองเป็นเจ้าของห้องเข้าไปทุกที เริ่มปล่อยตัวตามสบายมากขึ้น ตราบใดที่ไม่ทำให้ห้องรก เขาก็จะไม่โดนจินไห่บ่นให้รำคาญ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาลืมตัวจึงเดินแก้ผ้าออกมาจากห้องน้ำ แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบเห็นคนร่างสูงบางเจ้าของห้องยืนส่องแผ่นร่างแบบของเขาพร้อมพลิกไปมาอย่างระมัดระวัง

“เฮ้ย....!!” ต้นน้ำร้องเสียงหลงพลางคว้าผ้าผืนน้อยที่พาดคอมาปกปิดส่วนสำคัญของเขา

“ลายเส้นไม่คมเท่าไหร่?” เจ้าของเสียงเสียบเหลือบขึ้นมามองต้นน้ำวาบหนึ่งก่อนจดจ่อไปที่กระดาษแผ่นใหญ่ตรงหน้าอีกครั้ง

“แหม.... ทำเหมือนพี่วาดรูปเก่งเลยนะ..” ต้นน้ำพูดสวนออกไปแต่ในใจก็คืดลุ้นว่าจินไห่จะเห็นเขาเปลือยเมื่อครู่หรือเปล่า?

“พูดเหมือนเคยเห็นพี่วาดรูป...” จินไห่ตอบพลางไล่ระดับสายตาขึ้นมามองเสียงคนที่เด็กกว่ากำลังเหมือนโกรธที่โดนดูถูก

“ก็เพราะไม่เคยเห็นเลยไง ก็เลยบอกได้ว่าพี่น่าจะวาดรูปไม่เป็น” ต้นน้ำตอบสวนไปในขณะที่พยายามขยับตัวไปหาเสื้อผ้าใส่ให้เรียบร้อย

“หึ..!! ก็ถูก! พี่มันวาดภาพห่วยมากเลยทั้งๆ ที่มีพ่อเป็นถึงจิตรกรชื่อดัง”  จินไห่พูดด้วยสายตาเหม่อลอยและเจ็บปวด เหมือนสิ่งๆ นี้ไปกระแทกแผลเก่าของเขาเข้า

“อ่า..... ขอโทษนะพี่ ผมไม่ได้ตั้งใจ....” ต้นน้ำมีสีหน้าสำนึกผิด เพราะเขากำลังทำให้ชายตรงหน้าคิดถึงคนที่จากไปไม่มีวันหวนกลับ

“ไม่เป็นไร พี่ผิดเองแหละ พี่มักจะวิจารณ์อะไรตรงๆ ควรจะคิดให้ดีก่อนพูด ความจริงพี่จะบอกต่อว่า แต่ความคิดสร้างสรรค์น่าสนใจดี พี่ชอบนะ!” จินไห่ยิ้มแห้งๆ ตอบกลับมา

“จริงหรือครับ พี่ชอบเหรอครับ? ผมนี่เพิ่งจะคิดไปแบบสดๆ เลย” ต้นน้ำเผลอดีใจจนผ้าผ่อนเกือบหลุด

“หึหึ เด็กน้อย ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนก็ได้นะ” จินไห่ยิ้มพร้อมกับภาพขบขันตรงหน้าพร้อมพูด

“ตรงส่วนไหนของผมครับที่เป็นเด็กน้อย!!” ส่วนต้นน้ำที่เถียงกลับแต่ใบหน้ากลับเขินแดงและรีบแต่งตัวให้เสร็จต่อไปโดยไม่รอให้อีกฝ่ายโต้ตอบกลับมา อย่างน้อยเขาก็มั่นใจในหุ่นนักกีฬาของตนเอง ทำไมอีกฝ่ายได้ชอบบอกว่าเขาเป็นเด็กอยู่บ่อยครั้ง ถ้าในเรื่องร่างกายเขาบอกได้เลยว่าเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

หลังจากต้นน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขายังคงมองเห็นเจ้าของห้องยังนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือด้วยสีหน้าอารมณ์ดี วงหน้าที่พินิจพิเคราะห์แบบร่างของเขาอย่างมีความสุขภายใต้แสงแดดที่ส่องมาเบื้องหลังเรืองรองนั้นมันเหมือนภาพเทวดาตามโบสถ์คริสตจักรเลย ต้นน้ำเห็นแล้วอยากหยิบดินสอมาร่างภาพพวกนี้ไว้ แต่ในเมื่ออุปกรไม่พร้อมเขาเลยขอจดจ้องเพื่อจดจำรายละเอียดตรงหน้าไว้อย่างตั้งใจ

“เหม่ออะไร?” จินไห่เงยหน้าขึ้นมามองต้นน้ำที่มองตนอย่างไม่วางตา

“ไม่มีอะไรครับ แค่รู้สึกว่ามันสวยดี” ต้นน้ำพลั้งปากตอบไป

“อะไรสวย?” จินไห่มีสีหน้าไม่เข้าใจกับคำตอบของอีกฝ่าย

“อ๋อ... เปล่าครับ เอ่อ.....แค่รู้สึกแสงด้านหลังมันสวยดี” ต้นน้ำรีบหันไปมองทางอื่นและตอบอย่างเลิ่กลั่ก เขาสงสัยตัวเองว่าทำไม ไม่กล้าสู้หน้าจินไห่ตอนนี้

“แปลกคนจริง เด็กคนนี้” จินไห่ยิ้มและผ่อนลมหายใจเบา

“ผมไม่เด็กแล้วนะ ผมกับพี่ก็อายุห่างกันไม่เท่าไหร่!!” ต้นน้ำรู้หงุดหงิดกับคำว่าเด็กมากขึ้นทุกทีไม่รู้ทำไม

“จ้าๆ ได้ๆ ไม่เด็กแล้ว แต่อย่างน้อยอายุพี่ก็ใกล้เลขสามแล้วนะ”

“หน้าพี่ยังไม่น่าจะถึงนะ!” ต้นน้ำแสดงความคิดเห็นจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มมุมปากตอบกลับมา ใบหน้าที่เด็กกว่าอายุนั่นทำให้ต้นน้ำใจเต้นอย่างอธิบายไม่ได้อีกแล้ว เขาเลยหันมาตั้งใจจัดข้าวของเตรียมตัวไปเรียน

“วันนี้.... ไปซื้อของกับพี่นะ” อยู่ๆจินไห่ก็เอ่ยชวน

“หา?!?” ต้นน้ำที่ไม่ได้ตั้งใจฟังจึงหันมาหาเจ้าของเสียง เขาไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินถูกต้อง

“ก็จะไปเที่ยวทะเลแล้ว พี่ยังไม่ได้เตรียมตัวเลย” จินไห่ตอบด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ

“ก็จริง!” ต้นน้ำหันไปทางตู้เสื้อผ้าในห้องพร้อมพูดออกมา เพราะเท่าที่เขามาอาศัยอยู่กับผู้ชายสมถะคนนี้ เขาแทบไม่มีเสื้อผ้าสำหรับไปเที่ยวต่างถิ่นเลย แทบจะบอกได้เลยว่าเป็นคนที่ไม่พร้อมจะไปเที่ยวไหนไกลบ้านเลยมากกว่า

“งั้นต้นน้ำมาช่วยพี่หน่อยนะ!” จินไห่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“อ่า......” ในใจต้นน้ำอยากปฏิเสธมากแต่ก็ติดที่สีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย

..................

ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองซึ่งเป็นห้างที่ใหญ่และใหม่ที่สุด เป็นศูนย์รวมคนทุกเพศทุกวัยเพราะมีร้านค้ามากมายหลากหลายรองรับรสนิยมของคนทุกเพศทุกวัย จินไห่ที่เดินอย่างเงอะงะ ทำท่าทางไม่คุ้นชินกันสถานที่แห่งนี้จนต้นน้ำซึ่งเป็นคนแนะนำต้องถอนหายใจเสียงดัง

“พี่จินไห่ ถามจริง! พี่ไม่เคยมาจริงๆ น่ะ ห้างนี้มันเปิดเกือบปีแล้วนะ” ต้นน้ำถามไปใบหน้าคิ้วขมวด

“ก็เคยมาสองสามครั้ง ส่วนใหญ่ก็ตรงไปซุปเปอร์มาร์เก็ตก็กลับ....” จินไห่ตอบแบบเขินๆ

“งั้นพี่อยากได้อะไรบ้าง จะได้แนะนำได้ถูก” ต้นน้ำผ่อนลมหายใจอีกหน

“อืม... แล้วไปเที่ยวทะเล ที่นี่เขาเตรียมอะไรบ้าง?” จินไห่ผู้ไม่เคยเที่ยวที่ไหนเลยในไทย สมองจึงว่างเปล่าสำหรับโจทย์นี้ แม้แต่ที่ใต้หวันมันก็นานมากแล้วที่ได้ไปเที่ยวแบบนี้

“พี่จินไห่..... พี่นี่มัน.....” ต้นน้ำยกมือกุมขมับ ไม่รู้ว่าจะโกรธหรือสงสารคนที่พามาด้วยดี

“งั้นเริ่มจาก เรียกชื่อพี่ใหม่ก็พอ เป็นแฟนกันเรียกชื่อสองพยางค์มันห่างเหิน เรียก ‘พี่ไห่’ ก็พอนะ” จินไห่เปลี่ยนบรรยากาศโดยการพูดไปอีกเรื่อง

“พี่จิน....เอ่อ.... พี่ไห่ มันใช่เวลามาคุยเรื่องนี้ไหมเนี่ย?” แม้ต้นน้ำจะพูดแบบนี้แต่ในใจเขาก็นึกย้อนไปว่าเคยได้ยินแฟนเก่าตัวแสบของคนตรงหน้าเรียกแบบนี้

“ฮ่าฮ่าฮ่า ขอโทษเห็นน้องกำลังเครียดก็เลยเปลี่ยนเรื่อง ว่าแต่เราไปเริ่มที่ไหนก่อนดี?” จินไห่หัวเราะกลบเกลื่อน

“งั้นเราไปเริ่มที่กางเกงสำหรับเล่นน้ำก็แล้วกัน แล้วก็เสื้อผ้าสบายๆ สไตล์ริมหาดด้วย” ต้นน้ำเสนอ

“ต้นน้ำว่าเราควรใส่ชุดคู่ไหม จะได้เนียนหน่อย” จินไห่เสนอบ้างแต่ดูท่าทางจะเขินอายพอควร

“อืมมมม อันนี้พี่คิดเองจริงอ่ะ? มันก็น่าสนใจนะ แต่ผมรู้สึกอายๆ ยังไงไม่รู้ ไม่เอาดีกว่า” ต้นน้ำรู้สึกแปลกขึ้นมายังไงไม่รู้ เขาเหมือนจะรู้สึกว่าจินไห่กำลังจีบเขาอยู่จริงๆ

“ก็... ตามใจน้องครับ” จินไห่ตอบกลับเสียงเรียบ ดูมีความผิดหวังเจือปนอยู่เล็กน้อย และแล้วต้นน้ำก็เดินนำไปที่ร้านที่เขารู้จัก

สุดท้ายเขาก็ได้เสื้อคู่จนได้เพราะบังเอิญไปเจอไอซ์ที่มาพร้อมกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง (เดาว่าน่าจะเป็นคนที่มันจีบอยู่) หลังจากแนะนำตัวกันเสร็จสรรพ ไอซ์ก็เจ้ากี้เจ้าการจนเผยให้พี่จินไห่รู้ว่า เพื่อนสนิทของเขาคนนี้รู้เรื่องที่เขาแกล้งเป็นแฟนไม่มากก็น้อย

“ต้นน้ำ พี่ขอคุยด้วย!” จินไห่พูดเสียงเข้ม

“อ่ะ .... เอ่อ.... เรื่องอะไรครับ” ต้นน้ำเสียววาบไปทั่วแผ่นหลัง บรรยากาศที่เปลี่ยนไปของผู้ใหญ่ตรงหน้ามันน่ากลัวยังไงไม่รู้

“เพื่อนต้นน้ำคนนี้รู้เรื่องของเราใช่ไหม?” จินไห่กระซิบกระซาบ แต่ก็ไม่พ้นหูทิพย์ที่ดีผิดปกติของไอ้เพื่อนปากมากของเขา

“รู้สิครับ พี่คิดว่าไอ้จริตแบบนี้ ไอ้ต้นน้ำมันมีที่ไหน ถ้าไม่ผมช่วยติวให้” ไอซ์เดินมาใกล้พร้อมยื่นหน้าแทรกมาระหว่างกลาง

“เฮ้ย!! ไอ้คนเสียมารยาท!!” ต้นน้ำร้องเสียงหลง

“ก็ได้ยินพูดถึงกู กูก็เลยเดินมาเสนอหน้าเสียหน่อย! ว่าแต่พี่เก่งไม่เบานะเนี่ย รู้ได้ไงว่าผมรู้เรื่องของพวกพี่!” ไอซ์มีสีหน้าชื่นชมคนที่อายุมากกว่า

“จากคำพูดเวลาแนะนำการซื้อของของน้องนั่นแหละ ดูจะพยายามแนะนำให้พวกพี่แสดงออกผ่านการแต่งตัวว่าเป็นแฟนกันจนเด่นชัดเกินไป อีกอย่าง... ต้นน้ำไม่กล้าที่จะบอกกับใครว่าเป็นแฟนกับพี่ เขาควรจะปฏิเสธ แต่ก็เปล่า! พี่เลยเดา น้องไอซ์คงรู้เรื่องพวกเราหมดแล้ว” จินไห่อธิบายเป็นฉากๆ

“โห.... พี่เป็นญาติกับไอ้เด็กแว่นยอดนักสืบที่ไม่รู้จักโตหรือเปล่าวะเนี่ย!!” ไอซ์อยากจะปรบมือดังๆ แต่เกรงใจคนที่มาด้วยที่มีสีหน้าเกร็งๆ แล้ว

“พอเลย พอ!! กูจะไปที่อื่นต่อแล้ว มึงก็ไม่ต้องตามมาหรอก เชิญไปเดทของมึงต่อเลย!!” ต้นน้ำดันตัวเพื่อนสนิทให้ถอยห่างออกไป

“ไม่เป็นไร ไหนๆก็รู้แล้ว ไหนๆก็ช่วยกันมาขนาดนี้แล้ว งั้นมาช่วยพี่ต่ออีกหน่อยได้ไหม? ว่าแต่...... หากคนที่มาเดทด้วยไม่ว่าอะไรนะ” จินไห่มองไปที่ชายหนุ่มหน้าตาดี แต่งตัวภูมิฐานที่มาด้วย เขาแทบไม่ได้พูดอะไรเลยตลอดการสนทนาแค่เดินตามเงียบๆ

“เอ่อ... พี่ครับ.... อันนี้รุ่นพี่ผมครับ อย่าหาเหาใส่หัวผมเลย แฟนมันดุจะตาย เดี๋ยวผมจะโดนฆ่าเอา!!” ไอซ์นำนิ้วชี้ขึ้นมาคาดปากพร้อมพูด

“นี่มึงกลัวอะไรกับเขาเป็นด้วยหรือวะ!?!” ต้นน้ำแปลกใจกับท่าทางของเพื่อน

“แฟนพี่ไม่ดุขนาดนั่นหรอกครับ แต่ก็อย่าไปแหย่รังแตนเลยก็แล้วกัน สงสารเจ้าไอซ์มันน่ะ” ชายที่นิ่งเงียบกลับพูดขึ้นมา พร้อมเสียงหัวเราะ ใบหน้าขาวใสน่ารักออกหวานแบบนั้นทำให้แม้แต่คนขายสินค้าประจำจุดยังเผลอยิ้มตาม เป็นคนมีเสน่ห์จริงๆ

“พี่...เอ่อ...” ทั้งๆที่เพิ่งแนะนำแต่ต้นน้ำกลับลืมชื่อไปเสียอย่างนั้น สมองของเขาไม่ถนัดจำชื่อผู้ชายจริงๆ

“กวีครับ พี่ชื่อกวี” เจ้าของใบหน้าสวยหวานตอบ ไอซ์มีอาการขวยเขินจนเก็บอาการแทบไม่อยู่เมื่อเจอกวียิ้มหวานใส่แบบนี้ ส่วนตัวต้นน้ำนั้นกลับรู้เสียเฉยๆ กับคนตรงหน้า รู้แต่ว่าน่าจะมีทั้งหญิงและชายมาติดพันเยอะแน่ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ แล้วพี่กวีมาเดินอยู่กับไอ้เจ้าชู้นี่ได้ยังไงครับ?” ต้นน้ำถามต่อ จินไห่ได้ยิ้มตอบกลับไป เป็นคนพิการทางมนุษย์สัมพันธ์เหมือนเคย

“พี่มาฝึกงานที่โรงพยาบาลสัตว์แถวนี้น่ะครับ แล้วบังเอิญไปเจอไอซ์เข้าก็เลยเดินคุยกันเรื่อยเปื่อย” กวีตอบเสียงใส

“แล้วทำไมพี่กลับมาฝึกงานที่นี่ทำไมไม่บอกไม่กล่าวกันบ้างเลยอ่ะครับ ตั้งแต่ไปเรียนต่อที่กรุงเทพก็ไม่กลับมาทักทายบ้างเลยนะครับ!!” เสียงอ่อนเสียงหวานของไอ้ไอซ์ทำให้ต้นน้ำรู้สึกคลื่นไส้จนออกนอกหน้า แสดงสีหน้ารังเกียจเพื่อนตนเองที่ไม่เคยเห็นแสดงอาการแบบนี้กับใคร ต้นน้ำสงสัยว่าพี่กวีคนนี้คือรักแรกของมัน ที่ไอซ์เคยเล่าให้ฟังแน่นอน

จินไห่สังเกตุเห็นอาการของต้นน้ำที่ดูเสียมารยาทกับเพื่อนรุ่นพี่คนใหม่คนนี้ก็เลยกระแอมทัก จนกระทั่งต้นน้ำหยุดทำหน้าตาใส่เพื่อนสนิทของเขา

“ไอซ์ก็รู้ ชัยไม่ให้บอกน่ะสิ” กวียิ้มแห้งๆตาหยี

“เชอะ!” ไอซ์แสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างมาก

“อ๋อ... แฟนพี่น่ะ” กวีตอบต้นน้ำที่ทำสีหน้าสงสัย

“ใช่! คู่แข่งตลอดกาลของกู ทั้งเรื่องบาสฯ เรื่องหัวใจ!!” ไอซ์หันไปพูดกับต้นน้ำ

“หา!! งั้นก็....” ต้นน้ำ

“ต้นน้ำอย่าเสียมารยาท!” จินไห่พูดแทรกเตือนสติ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ไม่ได้ปกปิดอะไรครับ พ่อแม่ก็ทราบว่าคบกัน ความจริงก็รู้จักกันทั้งจังหวัดอยู่ช่วงหนึ่งด้วยครับ ฮ่าฮ่าฮ่า” กวีตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

ต้นน้ำก็เคยได้ยินเหมือนกันเมื่อหลายปีก่อนเรื่องนักกีฬาสองโรงเรียนดังคบกัน แต่ก็ไม่ได้สนใจ ไม่นึกว่าจะได้มาเจอตัวเป็นๆ แบบนี้

“ไหนๆ ก็เจอกันแล้ว ผมอยากขอร้องพี่เรื่องหนึ่งได้ไหมครับ?” ไอซ์พูดแทรกขึ้นมาหลังจากนิ่งเงียบไปพักใหญ่

“ถ้ามันไม่รบกวนเรื่องฝึกงานก็ยินดีนะ” กวีตอบแบบลังเล

“ก็มีเรื่องให้ช่วยเรื่องสองคนนี้นิดหน่อยน่ะครับ!” ไอซ์ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์

“เกี่ยวอะไรกับกู!!??” ต้นน้ำสงสัย จินไห่ก็ทำหน้าสงสัยไม่แพ้กัน

“เออน่ะ รับรองช่วยมึงได้แน่นอน ศัตรูความรักของกูไม่ได้แค่ไอ้พี่ชัยที่เป็นแฟนของพี่กวีคนเดียวหรอก!!” กวีพูดอย่างร่าเริงแววตาฉายแววน่ากลัว

“หมายความว่าไง?” ต้นน้ำมีสีหน้าตกใจ

“เออน่า มึงยังไม่ต้องรู้หรอก!!” ไอซ์ตบหลังต้นน้ำเสียงดัง
ท่ามกลางความมึนงงของคนทั้งกลุ่ม

...............................

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-1

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 809
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด