☆☆ฤกษ์มงคล☆☆ ●••••••••》ตอนที่27…แวะมาหา 27/08/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ☆☆ฤกษ์มงคล☆☆ ●••••••••》ตอนที่27…แวะมาหา 27/08/63  (อ่าน 12449 ครั้ง)

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6

ออฟไลน์ Heroyj

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 24
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
อย่าพึ่งคบนะฤกษ์  ยังไม่โอเคกับหมอราล์ฟ ไม่พูดอะไรซักอย่างมัวแต่อมพะนำ อย่าพึ่งคบเลยน้อง

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ tsuyu

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 472
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-2

ออฟไลน์ 11:11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
23…ความมั่นใจที่ไม่กล้ามั่นใจ





"โยมสองคนเป็นแฟนกันรึ"


"ไม่ใช่ๆ รุ่นพี่ผมครับ!!"


"กำลังจะเป็น"


          ผมสะดุ้งโหยงกับเสียงคุ้นเคยที่อยู่ด้านหลังหันไปโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติอย่างห้ามไม่อยู่ ทว่า...ก็ต้องหยุดชะงักกับคำตอบของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ


"พี่!!!" ว้ากใส่อย่างลืมตัว


"อาตมาถามเฉยๆทำไมต้องโวยวาย"


"ผมเปล่า!!!" ไอ้สัส คุมโทนเสียงในระดับเดิมไม่ได้


"เอ้อ แล้วแต่เถอะ โวยวายเสร็จแล้วก็ไปทำงานแทนโยมช้างด้วยล่ะ เขาลาพักร้อน แล้วโยมชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไรนะ" หลวงพ่อสั่งผมเสร็จ ก็หันไปถามพี่ราล์ฟที่นั่งหน้านิ่งอยู่ด้านข้างผม


"ราล์ฟครับ" พี่ราล์ฟตอบเสียงนิ่ง


"งั้นรึ เหนื่อยหน่อยนะ" หลวงพ่อพูดพร้อมกับระบายยิ้มอย่างเมตตา


"ครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อน" พี่ราล์ฟยกมือไหว้หลวงพ่อและลุกขึ้นเดินออกไป ไม่หันมาบอกลาผมเลยสักคำ เขาโกรธอะไรผมหรือเปล่า?


"พี่ราล์ฟ!!" ผมลุกขึ้นยืนตะโกนเรียกออกไปอย่างไม่ได้คิดหน้า คิดหลัง แค่รู้สึกอยากรู้ สงสัยว่าพี่หมอเป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อกี้เขาพูดจริงหรือที่ขอคบ? หรือเขาแค่พูดเล่นๆ พี่ราล์ฟหยุดเดินหันกลับมามองผมหน้านิ่ง ทุกอย่างรอบตัวเงียบสงัดแม้แต่เสียงเคี้ยวข้าวเสียงดังของพวกไอ้สร้อยก็เงียบลง ผมยืนเคว้งหัวสมองโล่งเหมือนไม่มีรอยหยัก(ปกติก็ไม่มี)หันไปมองรอบๆตัว หลวงพ่อหายไปไหนแล้ว? วาร์ปได้หรือเปล่า หลวงพ่อวาร์ปได้หรือเปล่า งั้นผมจะพูด….


"พี่…"


"...."


"พี่...บ๊ายบายนะ"


"..."


"ไอ้ฤกษ์!!!!"


          พูดออกไปแล้ว...พูดเชี้ยอะไรออกป๊ายยย พี่ราล์ฟหันหลังเดินลงบันไดไปอย่างไม่พูดอะไรสักคำ ไอ้สัสเอ๊ยยย เขาโกรธกูหรือเปล่าวะ? เขาจะโกรธกูทำไมล่ะปกติก็กวนตีนเขาอยู่แล้ว แล้วทำไมผมต้องมาคิดเล็กคิดน้อยบ้าบอตาแตกอะไรอย่างนี้ด้วยวะ ผมนั่งลงทึ้งผมตัวเองอย่างไม่เข้าใจตัวเอง โดยมีถาดพลาสติกฟาดลงมาบนหัวผมอย่างนับไม่ถ้วนจากไอ้ลำไย ไอ้สัส!!


"มึงควรเดินไปส่งเขา" ไอ้เดือนคณะหน้าเชี้ย


"ไอ้ไม่มีสมอง!!" ไอ้ลำไยหัวทองคำ


"ไม่ตกลงพี่เขาไปวะ มึงก็ชอบพี่เขา" ไอ้ตาตีบเสือกหล่อ


"หน้าเชี้ยแล้วยังเล่นตัว" ไอ้นกแอนด์เดอะเบิร์ด


"ก็กูคิดว่าพี่เขาพูดเล่น" ตอบเสียงอ่อย


"พูดเล่น!! คนจริงอย่างพี่ราล์ฟเขาจะพูดเล่นทำเชี้ยไร มึงจะคิดเองเออเองอะไรดูหน้าพี่เขาด้วย"


"อยู่ดีๆพี่ราล์ฟเขาก็บอกว่าขอคบ? กูก็ตกใจดิวะ พี่ราล์ฟเขาดูไม่มีวี่แววจะชอบกูสักหน่อย" ผมตอบไอ้นกด้วยใบหน้าคิดหนัก แต่ผมกับพี่เขาเคยจูบกันแล้วอ่ะ เฮ้ยๆ แค่จูบกันเฉยๆไม่ได้แปลว่าจะชอบนี่หว่า


"มึงมันโง่ไง คนระดับอย่างเขาไม่มีทางเห็นได้ง่ายๆบ่อยๆอย่างทุกวันนี้หรอก ถ้าเขาไม่มาให้เห็นน่ะ กูกับพวกแอดมินเพจคิ้วท์บอยไปตามเฝ้าเช้าเย็นเกือบอาทิตย์เพื่อจะถ่ายรูปพี่หมอไม่เคยเจอแม้แต่เงา รู้ไว้ซะด้วย" ไอ้ลำไยจิ้มนิ้วมาที่กลางหน้าผากผมจนหงายหลัง


"หรือพี่มันชอบกูวะ? ไม่มั้ง พี่ราล์ฟเนี่ยนะ พี่มันคงไม่จริงจังหรอก...มั้ง" พูดเองนอยด์เองนักเลงพอ


"มีตา มีสมอง มีหัวใจก็ดูก็สัมผัสเองดิวะ แต่กูจะบอกให้เอาบุญคนอย่างพี่ราล์ฟกูไม่เคยเห็นต้องตามใคร" ไอ้นกจิ้มหัวกูซ้ำทำเชี้ยไร


"หรือกูจะเป็นทายาทคนรวยระดับหมื่นล้านวะ พี่ราล์ฟเขารู้เขาเลยมาจีบกูเพื่อจะเอาผลประโยชน์จากกูแล้วหักอกกูวะไอ้นก"


"อิฤกษ์ มึงควรเขย่าหัวสักสิบทีเผื่อสมองจะเข้าที่เข้าทาง"


"หาคนอื่นเถอะ ไอ้หมอนั่นไม่เหมาะกับมึงหรอก เลิกชอบมันเถอะ" ไม่เหมาะกันเหรอ? อืม...ก็จริง


"ไอ้ปัดอย่าใส่ไซโค มันยิ่งโง่อยู่ เป็นห่วงได้แต่ให้มันคิดเองชีวิตมัน ถึงมันจะไม่เหมาะกันจริงๆก็เถอะ" ไอ้เชี้ยตี๋!! เหมือนจะดีเสือกกระทืบซ้ำ


"ไอ้ตี๋!! เพื่อนกูออกจะน่ารักแบบโง่ๆขนาดนี้ไม่เหมาะตรงไหนคนอย่างมันเลยนะเว้ย คนอย่างไอ้ฤกษ์ชอบเขาออกจะขนาดนี้บุญของพี่หมอราล์ฟแล้ว อย่างน้อยก็มั่นใจว่าชีวิตเหนื่อยยากแน่นอน " ได้โปรดหยุดเข้าข้างกูเถอะไอ้ลำไย ไอ้ตับห่าน แต่เอ๋…


"เฮ้ย!! พวกมึงรู้ได้ไง กะ...กะ...กูไม่ได้ชอบพี่ราล์ฟนะเว้ย"



ปริ๊นๆๆ



          เสียงแตรรถดังลั่นลานวัด ผมรีบหุบปากที่กำลังเตรียมจะแถ ข้างๆ คูๆ กับไอ้พวกเพื่อนๆที่ฉลาดเป็นกรดมันรู้ได้อย่างไรว่าผมชอบพี่ราล์ฟ บรื๋อ~~ ไอ้พวกนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว ผมหันกลับไปมองเห็นรถหกล้อสี่ห้าคันกำลังวิ่งเข้ามาจอดเต็มลานวัด หันไปมองสบตาเพื่อนอย่างงงวยและรีบลุกขึ้นเดินไปหารถหกล้อ มีพวกพี่ๆชายฉกรรจ์ในชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินสิบกว่าคนกำลังเปิดท้ายขนของอะไรสักอย่างลง เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นเป็นตู้กดน้ำเย็นและน้ำร้อนสามสี่ตู้ที่ได้ถูกยกลงมาวางไว้ข้างๆรถ


"มาส่งของครับ" พี่หนึ่งในชุดยูนิฟอร์มบอก


"ครับ?" กูงง ใครสั่งตู้กดน้ำเยอะขนาดนี้ไม่มีเงินจ่ายนะเว้ย


"มีคนโทรมาสั่งให้มาส่งที่นี่ครับ" พี่เขาตอบอย่างสุภาพ


"ไม่ได้สั่งนะพี่ส่งผิดหรือเปล่า" ไอ้ตี๋ถาม


"ไม่ผิดครับนี่ครับวัดxxx มีคนบริจาค" พี่เขายื่นแผ่นกระดาษเอกสารการขนส่งที่มีชื่อวัดเป็นจุดหมายปลายทางให้พวกผมดู


"อ๋อ ขนไปไว้ข้างบนเลยครับ ไอ้นกไปตามหลวงพ่อมาดิ๊บอกว่ามีคนมาบริจาคของ" ผมหันไปบอกพวกพี่ที่มาส่งของให้ยกขึ้นไปไว้ตรงศาลาก่อนและหันไปบอกไอ้นกที่ยืนส่งยิ้มหวานชวนขนลุกให้พวกพี่ๆพนักงานส่งของ อยู่ในวัดก็ยังไม่เว้นนะมึง


"อันนี้ล่ะครับ"


"โอ้โหหหหห"


         พี่เขาชี้ไปที่ท้ายรถที่เหลืออีกหลายคันที่มีพัดลมตั้งพื้นขนาดใหญ่สี่ห้าตัว มีแอร์อีกสี่ตัว มีแผ่นฝ้าเพดานลายไทยอีกเต็มคันรถ มีกระจก หน้าต่าง โต๊ะกินข้าวขนาดใหญ่ เก้าอี้ โซฟา เครื่องดูดฝุ่นอีกหลายเครื่อง พัดลมเพดาน และอุปกรณ์มากมายสำหรับติดตั้งแอร์ เปลี่ยนกระจก ประตูและเปลี่ยนฝ้าเพดาน เอ่อ...


"ใครบริจาคครับ" ไอ้ปัดถามเพราะตอนนี้ผมไม่รับรู้อะไรแล้ว ตื่นตา ตื่นใจ และตื่นเต้นกับแอร์มาก วัดจะมีแอร์แล้ว แอร์จ๋าาา


"ในนามบริษัท 'สิงห์เวคิน' ครับ"


"โอ้โหหหหหห" ไอ้ลำไยตะโกนแหกปากลั่นจนผใสะดุ้งโหยง


"อะไรมึง บริษัทค้ายาเหรอ" ผมถามหน้าตาตื่น กูตกใจจริงๆนะเออ


"ค้ายาพ่องงง ชื่อบริษัทของบ้านพี่ราล์ฟ!!"


"อ้าว ไม่เห็นน่าตกใจอะไรเลย"


          เอิ่ม….ไม่แปลกใจเท่าไหร่จริงๆนะครับ หลังจากที่เห็นแผ่นหลังพี่ราล์ฟชุ่มไปด้วยเหงื่อเมื่อเช้านี้ ถ้าเทียบจากระดับความรวยที่ผมไปสัมผัสมาของพี่เขา ของพวกนี้เป็นการจ่ายที่เทียบเท่าขี้ผงในกระเป๋าพี่เขาอ่ะ เป็นคนไม่พูด ไม่บ่น แต่ทำเลยสินะพ่อหล่อเทวดา ดีครับ!! คิ้กค้ากกกก


"มึงหนีไปไหนไม่พ้นแล้วฤกษ์"


"อะไรนะปัด"


"เลิกกระโดดสักทีเถอะรำคาญ!"


"แอ่ะ"








"พี่ฤกษ์สี่โมงเย็นแล้วนะ ยังไม่ไหม้เลยทำไงดี" ไอ้สร้อยเริ่มเบะปากน้ำตาคลอ


"ถ้าห้าโมงแล้วยังไม่ไหม้ผมขออนุญาตทิ้งพี่ไว้ตรงนี้นะเว้ย" ไอ้เมฆหน้าซีดเผือดยกมือไหว้ผมคล้ายบอกผมว่า 'ขอโทษนะเว้ย แต่ห้าโมงกูจะทิ้งมึงจริงๆนะ'


"เออๆ ใจเย็นกันหน่อยสิวะเดี๋ยวก็ไหม้แล้ว ไอ้โจ้มันหายหัวไปไหนวะ"


"ไอ้โจ้มันวิ่งแจ้นไปตั้งแต่สี่โมงครึ่งกับพวกพี่มังกรตั้งนานแล้วเหอะ"


"เอ้า ไอ้พวกนี้" ผมหันไปมองด้านหลังที่เคยมีพวกไอ้ตี๋ ไอ้นกยืนอยู่ ขณะนี้กลับว่างเปล่าไม่เห็นแม้แต่เงาหัว เออออออ ลากูบ้างก็ได้ ไอ้พวกเชี้ย ส่วนไอ้พวกเดือนดาวมันกลับกันตั้งแต่เที่ยงแล้วเห็นว่ามีธุระ ที่มหาลัย


"หลวงพ่อก็ไม่อยู่ โทรหาลุงช้างก็ไม่ติดอะพี่ ทำไงดี"


"มึงรู้อยู่แก่ใจว่าควรทำไง"


"ฮือออออ ไม่เอาๆ"


          ไอ้สร้อยครวญครางด้วยน้ำเสียงชวนขนลุก!!? ไอ้สัส กูนี่ที่ต้องร้อง!! ผมยืนนิ่งมองเปลวไฟที่กำลังแผดเผาร่างร่างหนึ่งมาหลายชั่วโมงแต่ไม่มีที่ท่าว่าเปลวเพลิงจะทำให้มอดไหม้ลงได้เลย สัปเหร่อประจำวัดอย่างลุงช้างดันลาพักร้อนหนึ่งอาทิตย์ไปเที่ยวทะเลทรายดูพีระมิดกลางแดดกับครอบครัวที่อียิปต์ ได้เหรอวะ? มันได้เหรอ? ที่ให้ผมมาทำหน้าที่แทนเนี่ย!! ถึงผมจะอยู่กับวัดมานานแต่ก็ไม่มีเลยสักครั้งที่ต้องมา ตอกมะพร้าวล้างหน้าศพ ต้องสวดมนต์คาถากำกับ(ลุงช้างทิ้งสมุดบันทึกคาถาไว้ให้)และจัดการเผาด้วยตัวเอง ผมเป็นแค่ลูกมือลุงช้างเองนะเว้ย และนี่เป็นงานแรกที่ผมต้องทำเองแต่ดันไม่มีที่ปรึกษาให้คอยถาม ศพคุณลุงท่านนี้ก็ดันเป็นศพไม่มีญาติอีก ฮือออออ กูร้องแล้วนะ


"ลุง...ลุงไหม้เถอะนะเดี๋ยวพวกผมทำบุญไปให้" ไอ้เมฆเริ่มขอร้อง


"หลอกพวกผมมันบาปนา" ไอ้สร้อยเริ่มขู่


"ถ้าไม่ไหม้พวกผมเฉือนเนื้อลุงมากินจริงๆนา" ผมดับเบิ้ลขู่ ไม่ได้พูดเล่นนะครับถึงจะอยากให้เป็นก็เถอะ ในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกคู่ใจของลุงช้างเขียนบอกไว้ว่าให้เฉือนเนื้อมาย่างกินแล้วสวดมนต์บทที่เขียนบอกไว้ในสมุดบันทึก



ตุ้บ!!



(เสียงใจผมหล่นครับ)





"พี่!! ผมปวดขี้ไปขี้ก่อนนะ!!"


"ผม...ผมจะเป็นลมแล้วหน้ามืดอ่ะไปพักแป๊บ"


"เฮ้ยๆ จะไปไหนกันกลับมานี่นะโว้ยยยย"


          ไอ้สร้อยพอบอกปวดขี้เสร็จมันก็วิ่งจู๊ดหายวับไปชั่วพริบตา ตามมาด้วยไอ้เมฆหน้าซีดเสียยิ่งกว่ากระดาษวิ่งตามไปติดๆ ทิ้งให้ผมที่นั่งขัดสมาธิเท้าคางนั่งมองเปลวไฟอยู่นิ่งค้างเมื่อรู้ตัวว่าโดนทิ้ง ไอ้พวกเชี่ย กลับมาก๊อนนนน กูลุกไม่ด๊ายยย กูเป็นเหน็บ!! ไอ้พวกน้องเชี้ย ฮือออออ


นะโมตัสสะ~~~


"ครับ!!!" เสียงโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงผมแผดดังลั่นเป็นเบอร์แปลกที่ไม่ได้เมมชื่อไว้ ใครวะ? แต่ช่างเถอะ ใครที่โทรมามันต้องรู้จักกูแน่ๆไม่งั้นจะโทรมาทำข้าวต้มมัดทำไมล่ะ ผมรีบกดรับอย่างไวว่องก่อนจะตะโกนแหกปากออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว เห็นผมหล่อๆกล้าหาญอย่างนี้ก็กลัวเป็นนะเว้ย เมื่อต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว โปรดเห็นใจคนหล่อด้วย


"อยู่ไหน"


"ฮะ!!?"


"อยู่ไหน"


"มะ...มะ...เมรุเผาศพครับ"


"......"


"ฮืออออ พี่ราล์ฟช่วยผมด้วย ตู๊ดๆๆ"


          เมื่อรู้ว่าใครโทรมาผมก็แหกปากเสียงดังแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรไปมากกว่านี้สายก็โดนตัดไป อะไรของเขาวะ? โทรมาเพื่อ? จะทิ้งคุณลุงไว้แบบนี้ก็ไม่ได้มันเป็นหน้าที่ผมที่ต้องรับผิดชอบ(หล่อเลยอ่ะดิ) ลุงค้าบบบ ไหม้สักทีสิวะ


หมับ


"ไอ้เหี้ยยยยยย" ผมร้องลั่นเมื่อมีมือปริศนาวางแปะลงบนหัว หันไปมองเมื่อเห็นว่าเป็นใครผมยกมือไหว้ขอขมาแทบไม่ทัน ไอ้พี่ราล์ฟยืนหน้าถมึงทึงจ้องตาแข็งเป๊กมองมาอย่างเอาเรื่อง


"ขอโทษค้าบคุณพี่" บอกขอโทษเสียงอ่อยยื่นมือไปจับขากางเกงหรู(ผ้าโคตรนิ่ม)ยึดไว้เกรงว่าจะทิ้งผมซ้ำซ้อนอีกคน อย่าริมีเรื่องกับผู้มีอำนาจที่พึ่งบริจาคของราคาเกือบล้านเมื่อเช้านี้


"มานั่งทำอะไรตรงนี้"


"พี่มาทำไมอ่ะ"


"ใกล้มืดแล้วทำไมไม่กลับบ้าน"


"พี่มีธุระอะไรหรือเปล่า พี่มาหาผมเหรอ"


"ร้องโวยวายทำไมใครทำอะไร"


"พี่เห็นหลวงพ่อกลับมายังอ่ะ"


"ฤกษ์!"


"ครับ?"


"คุยเรื่องเดียวกับพี่ก่อน" พี่หมอว่าเสียงดุจับมือผมที่ยังคงดึงขากางเกงของเขาออกและดึงผมลุกขึ้นยืน


"กลับบ้าน"


"เดี๋ยวๆพี่ งานยังไม่เสร็จเลย" ผมยื้อแขนที่ถูกดึงให้ออกเดินไว้ จะไปได้ไงล่ะเว้ย พี่ราล์ฟเหลือบมองเปลวเพลิงที่ผมชี้ให้ดู พี่เขาขมวดคิ้วเข้มอย่างไม่สบอารมณ์และยกโทรศัพท์ออกมากดโทรออกและพูดภาษาอังกฤษอยู่สองสามคำ ไอ ยู โอเคร (แฮร่ ฟังรู้เรื่องแค่นี้อ่ะครับ) เอ้อ!! มี อีส ด้วย


"เดี๋ยวให้คนของพี่มาแทน" พี่ราล์ฟกดวางโทรศัพท์และหันมาบอกผม


"ไม่ได้พี่ ผมเผาตั้งแต่บ่ายแล้วจนตอนนี้ยังไม่ไหม้เลย" ชี้นิ้วยิกๆไปที่ร่างลุงให้ดูเป็นหลักฐาน เดี๋ยวหาว่าผมเพ้อเจ้อ


"ทำไม"


"ผมว่าลุงแกต้องเป็นคนมีของมีวิชาแน่ๆ ถึงเผาไม่ไหม้"


"...."


"เนี่ย ตามตำราเขาว่าเอาไว้ถ้าทำทุกอย่างแล้วยังไม่ไหม้ให้สัปเหร่อเฉือนเนื้อมากินเพื่อเป็นการแก้ของ ถอนของ" ผมบอกพี่ราล์ฟที่ยืนหน้าหล่อฟังเงียบๆพร้อมกับหยิบบุหรี่ราคาแพงออกมาจุดสูบ สนใจกูไหมเนี่ยที่พูดไป


"เป็นสัปเหร่อหรือไงเราน่ะ"


"ก็...เปล่า"


"งั้นกลับ"


"เฮ้ยๆพี่ไม่ได้ ลุงเขาไม่มีญาติที่ไหนจะทิ้งลุงได้ไง" ผมยื้อแขนตัวเองอีกครั้งเมื่อไอ้พี่หมอจะดึงให้กลับบ้านอย่างเดียว ผมไม่รีบโว้ยบ้านอยู่ข้างวัด พี่หมอราล์ฟถอนหายใจหน่ายๆยอมปล่อยมือผม ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ร่างของลุงที่อยู่ในเปลวเพลิง พี่ราล์ฟโยนบุหรี่เข้าไปในเปลวเพลิง มือแกร่งคว้าวัตถุสีดำเลื่อมออกมาจากด้านหลังหันปากกระบอกเล็งไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งในเปลวเพลิง


กริ๊ก


"พี่!! พี่จะทำอะไรเนี่ย ไม่ได้นะเว้ย!!!" ผมแหกปากลั่นกับภาพตรงหน้า ยิ่งพี่ราล์ฟปลดเซฟผมยิ่งสั่นยิกๆเป็นเจ้าเข้า ไม่ได้นะเว้ยไอ้หมอเถื่อน


"จะไหม้ไปดีๆ หรืออยากจะตายอีกรอบ ตายครั้งนี้แกไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ๆเพราะฉันจะแช่งแก"


"พี่ราล์ฟนี่ในวัดนะเว้ย พี่พกปืนมาเดินในที่สาธารณะแบบนี้ไม่... เฮ้ยๆ พี่ลุงไหม้แล้ว" ผมกระโดดไปคว้าแขนพี่ราล์ฟที่ถือปืนเล็งลุงอยู่กดลง แต่ก็ต้องตาเหลือกโพลงเมื่อเหลือบไปเห็นร่างลุงค่อยๆเริ่มไหม้ขึ้นทีละนิด หันไปมองพี่ราล์ฟที่ยืนนิ่งด้วยความพิศวง


"เอ็ง เอ็งเป็นใคร?"


"...."


"ออกจากร่างพี่ผมนะ!!" ผมถอดสร้อยพระตัวเองออกยื่นไปตรงหน้าพี่ราล์ฟ


"ออกไปเลยนะ ชิ้วๆๆ"


"เฮ้อ…"


"ถอนหายใจทำไม คาถาใหม่รึ!! ออกไปนะเว้ย"


"กลับบ้านเถอะพี่เหนื่อย" ผีในร่างพี่ราล์ฟคว้าข้อมือผมข้างที่ถือพระอยู่


"ชิ้วๆๆ โอ๊ย!!!"


 "แล้วก็เลิกทำตัวประหลาดได้แล้ว" ว่าผมประหลาดพร้อมกับบีบจมูกผมได้ขนาดนี้คงเป็นพี่ราล์ฟแหละ หรือเปล่าวะ?


"ผมหล่อขนาดนี้จะประหลาดได้ไงเล่า" ผมเถียงกลับขณะที่พี่ราล์ฟจูงมือผมให้ออกเดินเมื่อมีพี่การ์ดสามสี่คนเดินเข้ามา


" จริงดิ พี่มึงจะให้พี่ๆการ์ดเฝ้าลุงจริงดิ"


"...." ชะอุ้ย!! เผลอพูดคำหยาบ ตาคมมองมาอย่างดุๆ ผมทำได้เพียงยกมือไหว้ขอโทษตาใส เออๆคงเป็นพี่ราล์ฟตัวจริงแหละมองแรงขนาดนี้


"พี่ พี่เอานี่ไว้อ่านนะ" ผมรีบโยนสมุดบันทึกของลุงช้างไปให้พี่ๆการ์ดและรีบสาวเท้าตามแรงจูงของพี่ราล์ฟ พี่ราล์ฟพาผมมาหยุดอยู่ตรงรถหรูคันไม่คุ้นตา(ไม่เคยคุ้นสักคันเปลี่ยนแม่งทุกวัน)ที่จอดอยู่หน้าร้านของผม มีพวกพี่เพชรกับพี่บุญกำลังเก็บของจะปิดร้านส่วนน้องผมเห็นขับรถไปส่งของตั้งแต่บ่ายจนป่านนี้ไม่เห็นแม้แต่เงาแขน


"พี่มีไรหรือเปล่า" ผมเอ่ยถามเมื่อเราหยุดเดิน


"จะมาหาต้องมีอะไรด้วยหรือไง" พูดจบก็เดินเข้าบ้าน(ร้าน)ผม ทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาขาดๆในบ้าน สรุปกูเป็นแขกหรือเปล่า พี่ราล์ฟเป็นเจ้าของบ้านหรือเปล่า


"พี่ไม่ได้โกรธผมเหรอ" ผมเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างๆพี่หมอ


"โกรธ? เรื่องอะไร" พี่หมอราล์ฟเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ อ่า หล่อจัง ไม่อยากจะบอกเลยว่าวันนี้ทั้งวันผมเอาแต่คิดถึงพี่ พอเห็นพี่มาหาแล้วมันรู้สึกดีชะมัด


"ก็...เมื่อเช้าเหมือนพี่โกรธผมที่ผม...ผมไม่...ไม่..."


"ที่ไม่ได้สนใจคำพูดพี่เรื่องที่พี่ขอเราคบ"


"พี่โกรธผมเหรอ ผมขอโทษนะผมตกใจ"


"ถ้าพี่โกรธเราพี่ก็คงไม่มีวันหายโกรธเพราะเรามีเรื่องให้พี่โกรธได้ทั้งวัน"


"งั้นเรื่องเมื่อเช้าพี่ก็พูดเล่นอะดิ ฮ่าๆ"


"อืม"


         เสียงหัวเราะผมเริ่มเบาลงเรื่อยๆและกลับกลายเป็นว่าแม้แต่จะยิ้มก็แทบยิ้มไม่ออก หัวใจวูบโหวงฉับพลัน ก็รู้อยู่แล้วว่าพี่เขาอาจจะพูดเล่นแต่พอมาได้ยินจากปากทำไมถึงรู้สึกผิดหวัง…. ตาคมมองมาที่ผมนิ่งจนเหมือนจ้อง ผมเสหลบทำทีเป็นลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อเอาน้ำมาให้พี่ มีเสียงพี่บุญพี่เพชรตะโกนมาจากหน้าร้านว่า'กลับแล้วนะ' ผมทำเพียงโบกมือหยอยๆ ตามหลังอย่างไม่มีอารมณ์ เล่นเองเจ็บเองไม่เท่เลยว่ะ


"อ่ะพี่น้ำ เฮ้ย!!"  ก้มลงเอาแก้วน้ำวางไว้โต๊ะเล็กตรงหน้าพี่ราล์ฟ ไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นดีๆร่างผมก็ถูกดึงให้ไปนั่งแหมะอยู่อยู่บนตักแกร่ง วงแขนแกร่งโอบกอดรอบเอวผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย


"เป็นอะไร" พี่ราล์ฟเอ่ยถามพร้อมกับวางคางตัวเองลงบนไหล่ผม ใกล้จนคอผมรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆและกลิ่นหอมคุ้นเคย


"เปล่า" ผมพยายามจะดิ้นลงจากตักแกร่งแต่ก็สูญเปล่า จะไปสู้แรงคนที่เคยอุ้มผมจนตัวลอยได้ยังไง


"เสียใจหรือไง"


"ปะ…."


" 'อืม' เมื่อกี้พี่พูดเล่นแค่อยากให้รู้ว่าเมื่อเช้าพี่รู้สึกแบบนี้ แบบที่ฤกษ์กำลังรู้สึก"


"พี่…" พี่ผิดหวังเหรอ พี่เจ็บเหรอ


"แต่ขอคบเมื่อเช้านี้พี่พูดจริง"


"พี่...พี่ขอคบผมแบบไหนอ่ะ แบบแฟนอะเหรอ"


         ผมถามอย่างไม่มั่นใจอะไรเลย พี่ราล์ฟไม่ตอบแต่ปากร้อนจูบลงที่หลังคอผมจนขนลุกซู่ "แบบที่ทำแบบนี้ได้" พี่ราล์ฟพูดเบาๆข้างหูผม และจูบลงบนหัวไหล่ ร่างผมถูกผลักให้นอนลงบนโซฟาแบบเบลอๆ ปากร้อนก้มลงจูบตรงหน้าอกข้างซ้ายผม "แบบที่ตรงนี้มีแค่พี่" หน้าหล่อเงยขึ้นสบตาผม เราสบตากัน เหมือนพี่เขาจะบอกให้ผมชอบแค่เขา เหมือนพี่เขาจะชอบผม และเหมือนว่าพี่เขาจะจูบผม….เฮ้ย!! ไม่ได้โว้ย


พลั่ก!


"หยุดเลยนะ ไม่งั้นพี่เจอดีแน่"


         เมื่อได้สติผมก็ทุบลงไปตรงหัวไหล่พี่ราล์ฟเต็มแรง อย่ามาเล่นทีเผลอนะเว้ยผมไม่หลงกลหรอก พี่ราล์ฟถอนหายใจหน่ายๆแต่ก็ยอมผละออกไปแต่โดยดี ผมลุกขึ้นนั่งดีๆหน้าเห่อร้อนไปหมด กำลังจะลุกวิ่งไปหาอะไรกินในตู้ยินแก้หน้าร้อน พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยคราบเปื้อนบนเสื้อเชิ้ตสีขาวตรงหัวไหล่พี่ราล์ฟ ข้างที่ผมพึ่งตีไปเมื่อสักครู่ มันเริ่มขึ้นรอยเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ มือผมเย็นเฉียบ ตัวชาวาบ หัวใจเหมือนกำลังถูกบีบ


"เลือด!! พี่!! พี่บาดเจ็บเหรอ"









 :mew3: :pig4:







         














ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +225/-3

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ 11:11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
24…ห้องผม






"พี่!! นั่นเลือด เลือดใช่ไหม? ใครทำอะไรพี่!!" ผมถลาเข้าไปจับหัวไหล่ข้างที่เริ่มเต็มไปด้วยเลือด เอื้อมมือที่อยู่ๆก็สั่นอย่างห้ามไม่อยู่แตะลงไปเบาๆตรงรอยเลือด พี่ราล์ฟไม่หลบ เขายังนั่งนิ่ง ไม่แสดงท่าทีเจ็บปวดอะไรสักนิดจนผมคิดว่าอาจจะเป็นแค่รอยคราบเปื้อน


"ไม่เป็นไรหรอกแค่รอยเปื้อน พี่กลับก่อนมีธุระ" พี่ราล์ฟลุกขึ้นยืนก้มลงมาจูบหน้าผากผมเบาๆและหันหลังกำลังจะจากไป ผมรีบคว้าแขนพี่ราล์ฟไว้ดึงให้นั่งลง ไม่ได้สนแล้วที่โดนฉวยโอกาสจูบหน้าผาก


"พี่ ให้ผมดูก่อน" ผมไม่รอให้พี่เขาอนุญาติถือวิสาสะปลดกระดุมเสื้อของพี่ราล์ฟออกด้วยมือที่สั่นเทา ผมกลัว กลัวว่าจะเป็นอย่างที่คิดในหัว กลัวว่าพี่เขาจะเจ็บ


"พี่….ใคร...ใครทำพี่" ร่างผมชาวาบเมื่อเห็นภาพตรงหน้า...หัวไหล่แกร่งเป็นรอยช้ำมีผ้าก๊อซปิดไว้ถูกพันทบด้วยผ้ายืดพันแผลรอบหัวไหล่อีกทีอย่างเรียบร้อย ทว่า...ตอนนี้กลับมีเลือดไหลซึมออกมาเรื่อยๆจนผมใจหาย


"ผมขอโทษผมไม่รู้ พี่...พี่เจ็บมากไหม ผม..ผมจะพาพี่ไปโรงบาล"


"ฤกษ์ ใจเย็นๆพี่ไม่ได้เป็นไร" พี่ราล์ฟลูบหัวผมเบาๆ


"แต่เลือดไหลนะพี่ ต้องไปหาหมอให้หมอเขาดูนะ ต้องเย็บแผลไหม ต้องนอนโรงบาลไหม ต้องกินยาอะไรหรือเปล่า" ผมบอกอย่างไม่สบายใจ


"ลืมแล้วหรือไงว่าพี่เรียนหมอ พี่บอกไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ"


"แต่เลือดพี่ไหลนะ เยอะด้วย ผม..ผม…"




ปัง!!



           ภาพต่างๆของความทรงจำเก่าๆที่พยายามกดลึกลงไปภายใต้จิตใจ ขณะนี้มันย้อนกลับขึ้นมาเต็มหัวของผมไปหมด ภาพของเหลวสีแดงฉาน เสียงปืน กลิ่นคาวเลือด ความหวาดกลัว และหลังจากนั้นคือการลาจาก…..


"ฤกษ์ ค่อยๆหายใจ ฤกษ์ ใจเย็นๆ พี่ไม่เป็นไร ค่อยๆ"


"...." ผมกลัว กลัวพี่ราล์ฟจะหายไปพร้อมกับเสียงปืน และบาดแผล


"ฮึกๆๆ ฮือๆ"


"ฤกษ์…."


"ฮือๆๆ" ผมหยุดไม่ได้ผมหยุดน้ำตาไม่ได้ ทุกอย่างมันอัดแน่นอยู่ในอก เหตุการณ์ในวันนั้นผมสูญเสีย สูญเสียพี่ สูญเสียบ้านที่ถูกวางเพลิง สูญเสียยายที่หัวใจวายเพราะตกใจที่บ้านไฟไหม้ สูญเสียบ้านสวน เพราะเสียงปืน บาดแผล และการนองเลือด


          ผมชอบพี่ราล์ฟมากขนาดนี้เชียวหรือ มากขนาดที่ว่ากลัวเขาจะหายไป มากขนาดที่ว่าทำให้ความทรงจำครั้งเก่าผุดขึ้นมา ผมหลับตาลงพยายามหยุดร้องไห้


"ขอร้อง...ขอร้องหยุดเถอะ หยุดร้อง"


          อ้อมกอดแข็งแรงกอดกระชับผมแน่นขึ้นแน่นจนผมรู้สึกเจ็บทว่ากลับอบอุ่น ผมไม่รู้ว่าตัวผมถูกยกให้มานั่งบนตักพี่ราล์ฟในลักษณะคร่อมได้ย่างไร หน้าผมซบลงกับอกแกร่ง เสื้อเชิ้ตหรูเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา น้ำมูกผม แขนแกร่งกอดแน่นไม่ยอมปล่อยพร้อมกับเสียงทุ้มกระซิบข้างหูบอกซ้ำๆ 'ว่าไม่เป็นไร'


"ผม...ผมไม่ ฮึกๆ ได้ร้อง ฮึกๆ" เงยหน้าขึ้นมาเถียง ผม...กลัว...กลัว...เสียฟอร์ม (อย่าด่าเยอะนะครับ)


"ชูว์~"


"ผมไม่ได้ร้อง ฮึกๆ"


"ครับๆ ไม่ร้อง" มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้ผมอย่างแผ่วเบา มือของพี่ราล์ฟสากและหยาบกร้านเหมือนคนที่ทำงานหนักมาอย่างมาก และผมก็ชอบ เราสบตากันนิ่ง ริมฝีปากได้รูปกดจูบหางตา จมูก แก้ม ลำคอของผมแผ่วเบาจากนั้นริมฝีปากอุ่นก็กดจูบอีกครั้งที่ริมฝีปากผม ลิ้นร้อนค่อยไล่เลียตามแนวฟันเหมือนเป็นการบอกให้ผมเปิดปากออก และผมก็ได้สติรู้สึกตัวอีกครั้งว่ากำลังทำอะไรอยู่


"ทำแผลกันเถอะครับ" ผมหักห้ามใจหันหน้าหนีกับจูบลึกซึ้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ผลักพี่ราล์ฟออกเบาๆแล้วลุกลงจากตักแกร่ง ยอมรับว่าอยากสัมผัสคนที่เราชอบ ผมเป็นผู้ชายยังไงก็ต้องการ ใครจะไม่ชอบล่ะ ได้แตะได้กอดได้สัมผัสคนที่เราชอบ ทว่าผมกลัวจะห้ามตัวเองไม่อยู่น่ะสิ แค่วันนั้นผมก็รู้ตัวแล้วว่าแพ้ราบคาบกับสัมผัสของพี่หมอ ประสบการณ์ผมก็ไม่มี เคยดูหนังโป๊แค่ผู้ชายกับผู้หญิง ชายกับชายไม่เคยอยากรู้อยากเห็นเลยสักครั้ง ขอยอมรับว่ากลัวโว้ยยย


"พี่อยากอาบน้ำก่อน" พี่ราล์ฟบอกเสียงนิ่งลุกขึ้นยืนตามผม ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธที่ผมลุกหนีกระทันหัน แต่จูบหน้าจูบคอผมไปขนาดนั้นถ้าจะโกรธอีกเดี๋ยวแม่งเตะตัดขา


"เออใช่อาบก่อนแล้วค่อยทำแผล เดี๋ยวผมหาชุดให้ใส่จะได้สบายตัว"






"พี่ใส่ได้หรือเปล่า"


          ผมหันไปถามพี่ราล์ฟที่กำลังเดินลงมาจากชั้นสอง บนตัวพี่หมอราล์ฟมีเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงนอนขายาวของเทียนน้องชายผม ที่ตัวน่าจะพอๆกับพี่ราล์ฟ พี่ราล์ฟเอากล่องปฐมพยายามเข้าไปทำแผลเองในห้องน้ำโดยให้เหตุผลว่าพี่ทำเองเร็วกว่า เอออออ ผมมันไว้ใจไม่ได้


"อืม" พี่ราล์ฟพยักหน้าและเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ในครัวที่มีผมกำลังจัดอาหารเยอะแยะมากมายอยู่บนโต๊ะจากการสั่งของพี่ราล์ฟกินกันสองคนสั่งมาอย่างกับอยู่เป็นสิบ เฮ้อ ไอ้เทียนก็ไม่กลับส่งข้อความมาบอกว่าอยู่พัทยา พอเข้ามหาลัยก็ชักจะเอาใหญ่แล้วนะเจ้าเทียน!! ไปทำห่าไรตั้งพัทยา ไม่ชวนกูเลย ฮือ…


"พี่ต้องกินยาอะไรก่อนหรือเปล่า" ผมถามพร้อมกับยื่นจานข้าวให้พี่ราล์ฟ


"พี่ทานแล้ว"


"งั้นรีบกินเถอะพี่ ขับรถตอนดึกๆมันอันตราย"


"พี่จะกลับเช้า"


"อืม...แล้วแต่พี่"


"..."


เอ๋…


"พี่จะค้างเหรอ!!?"






"อันนี้แฟลชไดร์ฟอะไร"


          ท่านเทวดาหน้าตาหล่อไร้ที่ติขณะนี้ปล่อยผมยาวสลวยนั่งอยู่บนเตียงผม ชูแฟลชไดร์ฟสีชมพูหวานแหววขึ้นมาถามผมที่กำลังเดินเข้ามาในห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จ


"อ๋อ ของไอ้ลำไยอะพี่เอาไว้เปิดเพลงฟังสงสัยลืมไว้เมื่อคืน เสียบกับลำโพงตัวนี้มีแต่เพลงฝรั่งนะพี่น่าจะชอบผมไม่ชอบอ่ะฟังไม่รู้เรื่อง ฮ่าๆ" ผมตอบหยิบแฟรชไดร์ฟในมือพี่หมอไปเสียบกับลำโพง กดปุ่มเล่นเพลง เสียงเพลงสากลช้าๆฟังสบายๆก็ดังขึ้น ให้บรรยากาศมันผ่อนคลาย กูเนี่ยแหละควรผ่อนคลาย ทุกการกระทำของผม ผมรู้ว่าพี่เขามองผมอยู่ แต่ผมแกล้งทำเป็นไม่เห็น อ้ากกกก กูจะทำยังไงดี กูเขิน ไอ้สัส


          ผมเดินไปตากผ้าเช็ดตัวเหมือนคนทำตัวไม่ถูก ผมเคยนอนกับพี่เขาแล้วแต่นั่นที่บ้านพี่เขา แต่ในห้องของผมยังไม่เคยเลย ห้องนอนธรรมดาๆหรูสุดก็มีแค่แอร์เก่าๆหนึ่งตัวที่เร่งแอร์ก็ไม่ได้ลดแอร์ก็ไม่ได้เพราะไม่มีรีโมท ก็หวังว่าพี่เขาจะนอนสบาย


"ฤกษ์"


"ครับ?"


"กลัวเลือดเหรอเรา"


"ไม่เชิงหรอกพี่ ผมแค่ไม่ชอบอ่ะ" ผมเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบเอาผ้าห่มอีกผืนออกมา


"พี่ไม่เห็นรู้เลยว่าเรากลัว"


"ไม่ได้กลัวผมแค่ไม่ชอบเฉยๆเหอะ แล้วพี่จะไปรู้ได้ไงเราไม่ได้ซี้กันเหมือนพวกไอ้ปัดสักหน่อย"


"พี่ไม่อยากซี้แบบนั้น ซี้แบบนี้ดีแล้วชิมได้ทั้งตัว"


"ไอ้พี่หมอ!!!" ผมตะโกนว้ากลั่นห้อง อย่างทำอะไรไม่ได้จะเตะสักป๊าปก็ใจไม่ถึง จะด่าโคตรแม่กูก็มีส่วนสมยอม ฟินด้วยสิ เสร็จเลยกู ไอ้สาสสส


"เรียกพี่เบาๆก็ได้ยิน เขินพี่หรือไง" พี่หมอราล์ฟถามหน้านิ่งแต่แววตาเทาๆนั่นแม่งแกล้งกูชัดๆ แพรวพราวฉิบหาย


"ไม่ได้เขิน!!" กูจะเสียงสูงทำไม


"ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน" พี่ราล์ฟพูดหน้านิ่งเหมือนพูดเรื่องลมฟ้าลมฝนเหมือนชวนแดกข้าว


"พี่ราล์ฟทะลึ่งว่ะ ทำไร ไม่มีทำไรทั้งนั้นแหละ" หน้ากูไหม้แล้ว ผมเขินปู้ชายยย


"งั้นเหรอ" พี่ราลฟ์กระตุกยิ้มหล่อก่อนจะหันไปสนใจหน้าจอโน๊ตบุ๊ตต่อ ทิ้งให้ผมหัวใจเกือบวายกับรอยยิ้มนั่นอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า พี่มันร้ายแกล้งผมจนทำอะไรไม่ถูก ตัวผมก็ร้ายกว่าอยากกอดคนที่ชอบจะตายอยู่แล้ว แต่ต้องรักษาระยะห่างไว้ ให้ผมทำใจก๊อนนน ให้ผมไปเรียนรู้ในคลิปก่อน ฮือ คืนนี้กูจะใช้ชีวิตยังไง





"ทำอะไร"


"ปูที่นอนดิ พี่ก็เห็นอยู่ อะโด่ ถามมาได้" ไม่ได้กวนบาทานะเว้ย อย่าตาแข็ง เออ!! กูกวนอยู่หมันไส้แม่ง!! คนห่าไรแค่นั่งทำงานเฉยๆอยู่บนเตียงก็หล่อแม่งฉิบหาย ข้อความในโทรศัพท์ดังทุกห้านาที เอกสารก็วางกองเป็นตั้ง ทำไมไม่กลับบ้านวะถ้าชีวิตมันจะยุ่งเหยิงขนาดนี้ ที่นั่งทำงานอยู่ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะสบาย บ้านตัวเองมีห้องทำงานตั้งใหญ่โตดันไม่ไป มาสิงอยู่ที่นี่ทำไมห้องผมไม่มีโต๊ะทำงาน โต๊ะเขียนหนังสืออะไรทั้งนั้นแหละผมทำบนเตียง บนพื้นตลอด เฮ้อ จะไล่กลับบ้านก็ไม่ได้ยังไงผมก็เคยไปรบกวนบ้านเขาตั้งหลายวันเขามานอนด้วยแค่คืนเดียวเรื่องเล็กน้อย แต่...พอเห็นพี่ราล์ฟในวันนี้อยู่ดีๆผมก็อยากได้โต๊ะเขียนหนังสือไว้ในห้องสักชุด ไปซื้อวันไหนดีนะ เอ….ทำเองดีกว่า


"มานอนด้วยกัน" พี่ราล์ฟที่นั่งพิงหัวเตียงละมือจากโน๊ตบุ๊คหรูที่เอามาจากในรถเพื่อทำงานพูดเสียงจริงจัง


"ไม่เอาอ่ะ เตียงมันเล็กเดี๋ยวพี่นอนไม่สบายเจ็บแผล เอ...ผมว่าผมไปนอนห้องไอ้เทียนดีกว่านะ พี่นอนคนเดียวได้ใช่ไหม" เตียงผม 3.5 ฟุตนะครับ ผู้ชายสองคนจะนอนกันยังไงแถมอีกคนมีแผลอีก


 ตุ้บ!!


พี่ราล์ฟลุกขึ้นยืนผลักร่างผมลงเตียงเบาๆพร้อมกับเดินไปปิดไฟในห้อง เดินกลับมาที่เตียงดันร่างผมเข้าไปชิดผนังและล้มตัวนอนลงข้างๆ โอเคร!!! นอนเถอะครับ!!!




"ฤกษ์"


"หืม" ผมขานรับเสียงงัวเงีย เสียงทุ้มเอ่ยเรียกแผ่วเบาท่ามกลางเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆในความมืดอย่างที่ไม่มีใครคิดจะลุกไปปิด ผมไม่รู้ว่าพี่เขานอนตอนไหนภาพสุดท้ายที่เห็นคือนั่งพิงหัวเตียงพิมพ์งานกับเจ้าโน๊ตบุ๊คท่ามกลางแสงโคมไฟสลัวๆที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตรงหัวเตียง พี่ราล์ฟเขามักจะนอนทีหลังผมเสมอ ส่วนผมตอนนี้ไม่ไหวแล้วหนังตาหนักไปหมดเมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน กูแดกเหล้าอ่า


"เพลงนี้เพลงอะไร" ที่ผมตื่นไม่ใช่เสียงเรียกแผ่วเบาข้างหูนั่นหรอกครับ แต่แขนแกร่งนี่ต่างหากที่ทำให้ตื่น...ผมรับรู้ได้ถึงวงแขนแกร่งสอดเข้ามาใต้ศีรษะผมแทนหมอน และเอวผมมีวงแขนแกร่งอีกข้างที่กอดแน่นขึ้นจนรู้สึกอบอุ่น ร่างผมถูกดึงให้เข้าใกล้แผ่นอกแกร่งจนแผ่นหลังผมแนบชิดรับรู้ได้ถึงจังหวะการหายใจของคนด้านหลัง ผมง่วงเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมาบ่นแล้ว


"หืม..."


"เพราะดีนะ"


"ผมฟังเพลงฝรั่งไม่รู้เรื่อง" ง่วงงงง


"เพลงไทย"


"...."


"ฝันดีนะ" 


"...."


          ริมฝีปากได้รูปกดจูบลงแผ่วเบาบนหลังคอขาวท่ามกลางความมืด แขนแกร่งกอดกระชับร่างตรงหน้าให้แน่นขึ้นราวกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้วสำหรับเขาสองคน เสียงเพลงไทยเพลงหนึ่งยังดังขึ้นเบาๆ ถ้าคนที่ถูกกอดได้ฟังก็คงจะดี…




~อาจจะดูว่าฉัน โง่งมที่ทำเพื่อเธอ ให้เธอได้เสมอ ทั้งตัวและหมดหัวใจ

ทั้งๆที่ความเป็นจริง แค่ฝันก็ยังเกินไป ไม่มีอะไรคู่ควรสักอย่าง


ผ่านไปถึงเพียงไหน หัวใจก็พอรู้ดี แต่บังเอิญตอนนี้ รักเธอเกินหยุดยั้งใจ

พื้นที่ในใจที่มี ไม่เหลือให้ใครคนใด ทุกห้องในใจมีเพียงแต่เธอ


เกิดมาเพื่อจะรัก รักเธอคนเดียวอยู่อย่างนี้

ต่อให้มันไม่มีหนทางใดๆ ก็ไม่เคยหวั่นไหว

เกิดมาเพื่อจะรัก รักเธอจริงๆและพร้อมจะตายแทนได้

ก็เพราะหัวใจ ฉันมันสร้างมาเพื่อเธอ


แต่ไม่เคยโทษฟ้า ที่พาให้เราพบกัน และกำหนดให้ฉัน รักเธอเหมือนดังนิยาย

ให้ฉันต้องเจียมตัวเอง ให้ฉันต้องทนทำใจ แม้ทุกข์เพียงใด ก็มีเแต่เธอ


เกิดมาเพื่อจะรัก รักเธอคนเดียวอยู่อย่างนี้

ต่อให้มันไม่มีหนทางใดๆ ก็ไม่เคยหวั่นไหว

เกิดมาเพื่อจะรัก รักเธอจริงๆและพร้อมจะตายแทนได้

ก็เพราะหัวใจ ฉันมันสร้างมาเพื่อเธอ


ก็เพราะว่าเธอนั้นคือที่สุดของหัวใจ~






             เกิดมาเพื่อรักเธอ-มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์















 :katai4: :katai4:

:pig4: :pig4:

 :กอด1:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2020 21:39:09 โดย 11:11 »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +225/-3
มีเหตุการณ์ที่มากกว่าฤกษ์โดนยิงอีกเหรอ

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1641
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
ปมเยอะไปหมดเลย ไม่มีโอกาสได้หวานกันสักที

ออฟไลน์ 11:11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

25...ราล์ฟ(1.1)







          เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขณะที่ร่างสูงกำลังก้าวขึ้นเครื่องบินหรูส่วนตัว คิ้วเข้มบนใบหน้าหล่อเหลาขมวดเข้าหากันอย่างคนมีความกังวล เบอร์โทรของบอดี้การ์ดโชว์เด่นหราบนหน้าจอ ราล์ฟกดรับอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวใจที่ไหววูบ มีบางสิ่งเกิดขึ้นในหัวใจของเขา เป็นความรู้สึกแรกในชีวิตที่เกิดขึ้น…เขากลัว


"....."


"ฉันกำลังไป" ราล์ฟยืนนิ่งฟังเสียงต้นทางจากโทรศัพท์ด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งและนิ่งขึ้น แผ่รังสีความกดดัน น่ากลัว ออกจากตัวขึ้นเรื่อยๆดวงตาคมสีเทาหม่นกราดมองไปทางไหน ใครๆต่างก็ก้มหน้าหลบสายตาคมคู่นั้น สายตาที่พร้อมจะเอาชีวิตทุกชีวิต… เสียงทุ้มกรอกเสียงลงไปสั้นๆทว่าเย็นยะเยือก ราล์ฟหันหลังกลับเดินกลับไปที่รถหรูที่เขาพึ่งนั่งมาทันที


"นายครับ!! นัดนี้เราเลื่อนๆไม่ได้แล้วนะครับ"


"หุบปาก!!"


"....."


"เตรียมคนของเราให้พร้อมคืนนี้ฉันจะไปเอาเลือดตระกูล 'ซานโดร' !!!"


         เสียงเย็นตะคอกดังลั่นลานบิน บอดี้การ์ดยี่สิบกว่าชีวิตยืนเงียบกริบ แม้แต่บอดี้การ์ดคนสนิทก็ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยอะไรออกมาอีกเขารู้ดีว่า ไฟเพลิงกัมปนาทได้ถูกจุดติดในร่างนายของเขาแล้ว 'ใคร' ที่บังอาจมาจุดเพลิงนี้ ใครผู้นั้นไม่มีทางรอดเพลิงกัมปนาทนี้ไปได้แม้ชีวิตเดียว ราล์ฟผลักคนขับรถออกบ่งบอกว่าเขาจะขับเอง รถหรูพุ่งทะยานออกสู่ถนนในเมืองชนบทด้วยฝีมือการขับของเด็กหนุ่ม มันแรงเร็วจนแถบจะทยานบินสู่ท้องฟ้า เหล่ารถบอดี้การ์ดขับตามกันมาด้วยความเร็วที่เหยียบมิด ทว่าก็ทิ้งห่างนายของเขาอยู่ดีด้วยฝีมือการขับหลบหลีกอย่างเทียบไม่ติด


         รถหรูจอดนิ่งงันอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่เหลือแต่ซากปรักหักพังจากเพลิงไหม้ ร่างสูงก้าวลงจากรถขายาวก้าวอย่างช้าๆไปที่ซากของกองเพลิง ตรงหน้าของเขามีหน่วยรถพยาบาลและเหล่าบอดี้การ์ดของเขาที่เขาสั่งให้อยู่ดูแลครอบครัวนี้เป็นอย่างดี จนกว่าเขาจะกลับมาอีกครั้ง


เพี๊ยะ!!


          เสียงตบหน้าหัวหน้าบอดี้การ์ดดังสนั่นท่ามกลางความเงียบจากมือแกร่งของราล์ฟใจจริงเขาอยากจะลั่นกระสุนใส่กลางหน้าผากด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่ามีหลานชายคนเล็กของหญิงชราอยู่ด้วย มือเล็กๆยืนกุมมือของร่างหญิงชราที่นอนแน่นิ่งบนเตียงสนามของรถพยาบาลไม่ยอมห่างไปไหนเงียบๆ ด้วยสีหน้า แววตาเหม่อลอย ไม่มีแม้กระทั่งน้ำตา


"คุณยายกลับมาเอาเสื้อผ้าของใช้เพิ่มครับ เมื่อมาถึงบ้านก็ถูกไฟไหม้ไปครึ่งหลังแล้ว คุณยายตกใจจนหมดสติครับ พวกผมพยายาม…"


ผลัวะ!!!


          ปลายด้ามปืนฟาดเข้าที่หน้าของหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างแรงและรวดเร็วจนร่างใหญ่ทรุดลงกับพื้นฉับพลัน แต่ถึงอย่างนั้นหัวหน้าทีมก็รีบสบัดหน้าไล่ความมึนงงรีบนั่งคุกเข่าก้มหน้าทั้งที่เลือดไหลออกปากและจมูกหยดลงบนพื้นอย่างไม่ขาดสาย


กริ๊ก~


"ฉันเสียใจ คนไข้เสียก่อนที่ฉันจะมาถึง เธอหัวใจวายเฉียบพลันจากการตกใจกว่าจะได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกวิธีมันก็สายไปเสียแล้ว" หมอเคริกวางฝ่ามือลงบนไหล่ราล์ฟเบาๆคล้ายดึงสติ เมื่อเจ้าของดวงตาคมเทาหม่นปลดเซฟปืนจ่อไปที่ศีรษะของหัวหน้าบอดี้การ์ด สิ่งที่หมอเคริกทำมันช่วยเรียกสติของราล์ฟได้จริง ราล์ฟเก็บปืนเมื่อหันไปเห็นหลานชายคนเล็กของหญิงชราจ้องเขาอยู่ไม่วางตา ใบหน้าหล่อไร้ที่ติแต่เรียบนิ่งหลับตาคู่คมลงคล้ายพยายามคุมสติ ชั่วครู่ ราล์ฟลืมตาขึ้นอีกครั้งปัดมือหมอเคริกที่วางอยู่บนบ่าออก ขายาวก้าวไปอีกทางหนึ่งที่มีถังน้ำมันที่ใช้แล้ววางกองไว้ บอดี้การ์ดคนสนิทยื่นรูปถ่ายจากกล้องวงจรปิดรอบบ้าน ที่ได้ติดตั้งไว้ตั้งแต่เขามาเที่ยวเล่นบ้านหลังนี้ตั้งแต่เริ่มแรก ในรูปมีชายชุดดำสี่ห้าคนกำลังเทน้ำมันและจุดไฟเผาบ้านหลังนี้ ถึงแม้จะพากันปกปิดหน้าด้วยผ้าอย่างไรก็ไม่เกินความสามารถของฝีมือบอดี้การ์ดของราล์ฟที่จะตามหาตัว…


"ฉันฝากจัดการทางนี้ให้เรียบร้อย อยู่กับพวกเขาจนกว่าฉันจะกลับมา" ราล์ฟหันมาพูดกับหมอเคริกที่กำลังยืนลูบหัวหลายชายคนเล็กของหญิงชราอย่างปลอบประโลม


"ได้สิ แล้วถ้าเกิดนายไม่กลับมาล่ะ ฉันควรทำไง" หมอเคริกแสร้งถามด้วยความใสซื่อ เขารู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร


"หมอแค่จะกลายเป็นบุคคลสูญหาย" ดวงตาคมมองมาที่หมอคน(ที่อาจ)สนิทนิ่ง เพียงแค่แว๊บหนึ่งที่หมอเคริกสบตาคมลึกคู่นั้นพลันขนก็ลุกซู่ สิ่งที่ออกจากปากเด็กหนุ่มหมอเคริกรู้ดีว่ามีทางเป็นไปได้ 100% แต่หมออย่างเขาทำใจมาตั้งนานแล้วน่ะสิ ทำงานกับตระกูล 'ซาล์เลโอเน่' ลมหายใจของคุณในวินาทีข้างหน้าอาจไม่มีอยู่แล้วก็เป็นได้




ณ….อิตาลี




          เสียงฝีเท้านับสิบคู่ย่องเงียบกริบภายในโรงแรมหรูใจกลางเมืองประเทศอิตาลี ไฟฟ้าภายในโรงแรมที่มีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยมติดอันดับหนึ่งในสิบของโลกขณะนี้ดับลงอย่างน่าสงสัย มีเพียงแสงไฟสำรองสีส้มสลัวๆส่องตามทางเดิน เบื้องหลังของชายนับสิบที่สวมชุดสีดำสนิทใส่หมวกปิดบังใบหน้าเจ้าของคู่เท้าที่กำลังย่องอย่างเงียบกริบ มีร่างของบอดี้การ์ดสี่ห้าร่างนอนจมกองเลือดอยู่



ฟรึ่บ



ฟรึ่บ



            ร่างสูงร่างหนึ่งภายใต้ชุดดำปกปิดใบหน้าอย่างมิดชิด เปิดเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตาคมเฉียบนัยน์ตาสีเทาหม่นเพียงเทานั้น ดวงตาที่ปราศจากความเมตตา ดวงตาที่พร้อมจะพรากทุกชีวิตที่สบตาคู่คม เขาลั่นกระสุนเก็บเสียงออกไปอย่างไม่ลังเลเมื่อข้างหน้าเริ่มมีบอดี้การ์ดของคนที่เขาหมายจะมาเอาชีวิตทยอยกันวิ่งเข้า เพียงนัดเดียวที่ศีรษะเท่านั้นจากปืนเก็บเสียงของเขาก็พรากเอาทุกชีวิตรงหน้า เฉียบขาด แม่นยำ ราวจับวาง

          'ราล์ฟ' เด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์ไม่มีที่สิ้นสุด หนึ่งในพรสวรรค์นั้นคือการ 'ฆ่า' ชื่อเสียงด้านความฉลาด ไหวพริบและฝีมือในการฆ่าดังกระฉ่อนไปทุกสารทิศในวงการด้านมืดหรือที่เรียกกันมาว่า 'มาเฟีย'          มาเฟียใหญ่แห่งตระกูลซาล์เลโอเน่ ตระกูลมาเฟียที่มีอิทธิพลอันดับต้นๆในอิตาลีและของโลก อาวุธสงคราม และแหล่งสถานบันเทิงทั้งผิดและถูกกฎหมายสองในห้าทั่วโลกเป็นของซาล์เลโอเน่ และสิ่งที่ตามมาจากความยิ่งใหญ่ของคนในตระกูลนี้ก็คือ...ศัตรูทั่วทุกสารทิศถ้าประมาทคือ'ตาย'


          ไม่เคยมีศัตรูหน้าไหนที่ราล์ฟต้องลงมือจัดการเอง ทว่า ณ ขณะนี้สิ่งนั้นกำลังจะเกิดขึ้น ศัตรูตัวเป้งของตระกูลเขา ไอ้พวก 'ซานโดร' คู่แข่งด้านธุรกิจของบิดาราล์ฟ ถ้าให้เขาเดาพวกมันคงเข้าถึงตัวผู้เป็นบิดาเขาได้ยาก พวกมันเลยหันมาเล็งที่ตัวเขาเองทายาทของตระกูลเพราะเมื่อหลายปีก่อนพี่ชายของเขาที่อายุห่างกันสิบปีก็ได้จากไปเนื่องจากเหตุถูกลอบยิง…ส่วนเขานั้น พวกมันฆ่าเขาไม่ตายก็เลยข่มขู่ แต่พวกมันคงประมาทในฝีมือของเด็กหนุ่มมากเกินจนชะล่าใจ ในวันนี้ราล์ฟมาในแบบกองโจรไม่เปิดเผยตัวให้วุ่นวายกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตให้รู้ถึงพวกศัตรูคนอื่นๆที่จ้องจะแทรกแซง แต่ก็นั่นล่ะ!! ไอ้พวกซานโดรคงรู้อยู่แล้วว่าเป็นพวก'ซาล์เลโอเน่' พวกนั้นคงไม่คิดว่าราล์ฟทายาทแห่งตระกูลจะลงมือเอง


          ไม่กี่ชั่วลมหายใจราล์ฟก็จัดการพวกซานโดรให้นอนจมกองเลือดได้อย่างง่ายดาย สองเท้าของร่างสูงก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและรวดเร็วจนพวกบอดี้การ์ดของราล์ฟที่ติดตามมาตามแทบไม่ทัน บานประตูหรูห้องพักห้องหนึ่งของโรงแรมถูกพังทะลายลงด้วยฝีมือของราล์ฟ ร่างสูงในชุดดำที่เผยให้เห็นเพียงดวงตาคมสาวเท้าตรงไปที่บานประตูห้องนอนที่ปิดสนิท เขากระโดถีบเพียงครั้งเดียวบานประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นชายผมทองแซมขาวตัวใหญ่กำลังกดลั่นไกปืนมาทางประตูแต่ก็ช้าไปกว่าผู้บุกรุก


ฟรึ่บ


          ร่างของชายหนุ่มวัยกลางคนถอยผงะหลังติดผนังห้องห้องทันทีเมื่อราล์ฟเล็งปืนไปที่ข้อมือของเขาจนปืนรัวกระสุนแบบออโต้ที่กำลังจะลั่นไกหล่นลงพื้นแทบจะทันที เลือดเริ่มไหลทะลักหยดลงสู่พื้นเมื่อเส้นเลือดที่ข้อมือถูกทำลาย ชายวัยกลางคนมองผู้บุกรุกที่เข้ามาใหม่อย่างตกใจปนทึ่ง บานประตูเปิดพร้อมกับกระสุนที่ถูกเล็งมาที่เขาราวจับวางได้อย่างไร


ฟรึ่บ


         ไม่มีคำเอ่ยคำใดชั่ววินาทีกระสุนอีกนัดก็วิ่งผ่านทะลุอกข้างซ้ายของชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว ร่างใหญ่ทรุดลงไปนอนกองกับพื้นตาค้าง เขาเริ่มไอ และกระอักเลือด เขายังอยู่ เพียงแค่ลมหายใจมันช่างรวยรินซะเหลือเกิน เหมือนกับว่าเป็นความเมตตาของซาตานตรงหน้าซึ่งเท้าข้างหนึ่งกำลังเหยียบอกเขาอยู่


"ต้อง...ต้อง...การเท่าไหร่...ถ้าแก...แกไว้ชีวิตฉัน...ฉันจะตอบ...แทน...แกอย่างที่แกต้อง...การ" ชายวัยกลางคนที่กำลังนอนกระอักเลือดใต้แทบเท้าของราล์ฟพูดกระท่อนกระแท่น


พรึ่บ


"หึ!! ทั้งโคตรตระกูลแกก็ใช้ฉันไม่หมดหรอก"


"แก…" ชายวัยกลางคนตาเบิกโพลงเมื่อคนตรงหน้าถอดหมวกออก ดวงตาคมสีเทาหม่นมันหน้ากลัวเสียร่างสั่นเทิ้มอย่างคุมไม่อยู่ ความตายอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว…


"ถ้าแก...แก..ฆ่าฉันตระกูลแกก็อย่าหวังว่า…"


ฟรึ่บ


"อ้ากกกกกกก" กระสุนอีกนัดเจาะทะลุอกขวาของชายวัยกลางคนอย่างไร้ความปราณี


ฟรึ่บ


ฟรึ่บ


"อ้ากกกกกกกกกกกก" อีกสองนัดเจาะผ่านไปยังต้นขาทั้งสองข้างจนเลือดไหลนองเต็มพื้น


"แก….อ่อก...ฮึ่ก...ฮึ่ก" ชายวัยกลางคนตัวกระตุกด้วยพิษบาดแผลกระอักเลือดจนตาเหลือกโพลง มืออันไร้เรี่ยวแรงยื่นไปจับปลายขากางเกงคนตรงหน้าส่งสายตาอันอ้อนวอนพร้อมเสียงครางแผ่วเบาอย่างสัตว์ใกล้ตาย คล้ายพยายามบอกให้ฆ่าเขาเสียเถอะ


ฟรึ่บ


"ฮึ่กๆ" กระสุนอีกนัดพุ่งตรงเข้าที่ลำคอ ทว่า แฉลบออกข้างเหมือนตั้งใจ เลือดสีแดงสดไหลทะลักราวเปิดก๊อก กลิ่นคาวของของเหลวสีแดงส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วห้อง ร่างชายวัยกลางคนเริ่มแน่นิ่ง เหลือเพียงดวงตาสีฟ้าสดที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาจากความเจ็บปวดแสนทรมานราวตกนรก เปลือกตากระพริบอย่างอ่อนแรง เด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้ชายผู้เป็นดั่งผู้ยิ่งใหญ่แห่ง 'ซานโดร' กลายสภาพเป็นตาเฒ่าสิ้นฤทธิ์อยากตายแต่ไม่ได้ตาย ความอวดเก่งและประมาทศัตรูทำให้ความตายมาเยือนก่อนแก่ตาย ดวงตาคู่คมมองอย่างเยือกเย็นไร้ซึ่งความเมตตา ราล์ฟหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอย่างใจเย็น เขายืนจ้องมองดูร่างใต้ฝ่าเท้าตัวกระตุก กระอักเลือด ส่งเสียงครางจับไม่ได้ศัพท์ หายใจขาดห้วง ด้วยแววตาเรียบนิ่ง ระหว่างรอลูกน้องเขาเก็บกวาด


"เฮือกกกก"


"หึ!!"


         ลมหายใจเฮือกสุดท้ายสิ้นสุดลงพร้อมกับดวงตาสีฟาสดเบิกค้างแน่นิ่งจมกองเลือด เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มเย็นก่อนจะปาบุหรี่ทิ้งลงไปที่น้ำมันซึ่งลูกน้องเขาเทไว้ตรงมุมห้อง  เปลวเพลิงถูกจุดขึ้นลามทั่วทั้งชั้น45ของโรงแรมหรูอย่างรวดเร็ว


"เรียบร้อยดีไหมครับ"


"เสื้อฉันเลอะ"


          ราล์ฟตอบเด็กหนุ่มอีกคนที่อายุมากกว่าเขาไม่กี่ปีซึ่งกำลังขับเฮลิคอปเตอร์อยู่ ณ ขณะนี้  ชิโนผู้ที่กำลังขับเฮลิคอปเตอร์อยู่ส่ายหัวกับคำตอบห้วนๆของราล์ฟ เขาหันกลับมามองผู้ที่เป็นนายที่เขาเคารพรักและดั่งเพื่อนตายเพื่อสำรวจความเรียบร้อย


"เปลี่ยนซะ" เด็กหนุ่มอีกคนซึ่งอายุมากที่สุดที่นั่งข้างชิโนหันกลับมายื่นชุดให้ผู้เป็นนายของเขาและดั่งเพื่อนรักเพื่อเปลี่ยนชุดที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด


"ขอบใจอันเดรีย ฉันไม่คิดว่านายสองคนจะเป็นคนมารับฉัน"


"นายไม่คิดจะบอกพวกฉันสักหน่อยเหรอ นายควรให้พวกฉันตามไปด้วยตั้งแต่กลับไทยไปหาแม่นาย"


"ฉันเบื่อหน้าพวกนาย" ราล์ฟไม่คิดถามว่าชิโนและอันเดรียรู้ได้อย่างไรเพราะอย่างไรเจ้าหมอเคริกก็เป็นพี่ชายของอันเดรีย อันเดรียกับชิโนคงรู้มาจากหมอเคริก


"ฉันไม่เห็นความจำเป็นสักนิดที่นายต้องลงมือเอง" ชิโนถามอย่างแคลงใจ


"สำคัญ" ราล์ฟพูดเสียงเรียบ เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ อันเดรียและชิโนหันมาสบตากันด้วยความแปลกใจ พวกเขาสองคนพึ่งได้ยินคำนี้เป็นครั้งที่สองจากปากของราล์ฟ...หลังจากพี่ชายของราล์ฟตายพวกเขาก็ไม่ได้ยินคำนี้มานาน...สำคัญงั้นหรือ?


"นายกำลังประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับซานโดร ทายาทคนที่สืบทอดรุ่นต่อไปฉันได้ยินความสารเลวแทบนับไม่ถ้วนมันกัดเราไม่ปล่อยแน่ ตอนนี้เรื่องที่นายฆ่า 'เอาโล ซานโดร' รู้ถึงหูท่านประธานแล้ว เบื้องบนกำลังวุ่นวายและตึงเครียดกับเรื่องนี้"


"พูดมา" ราล์ฟกดรับโทรศัพท์จากหมอเคริกโดยไม่สนใจกับคำพูดอันยืดยาวของอันเดรียแม้แต่น้อย


'มีคนมารับฤกษ์กับเทียนไปอยู่ด้วย คนเป็นพ่อมาเมื่อช่วงเช้าแม่พึ่งมาถึง คนแม่กำลังจัดการประกาศขายที่ของคุณยาย ฉันสืบประวัติพ่อกับแม่ของเด็กมาแล้ว เปิดดูสิ"



"กว้านซื้อที่มาให้หมด" ราล์ฟพูดเสียงเรียบก่อนจะหยิบแล็ปท็อปมาเปิดดูข้อมูลที่หมอเคริกส่งมา ประวัติของพ่อกับแม่ฤกษ์ไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่นักสำหรับเด็กหนุ่ม สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กคนหนึ่งมันเป็นความผิดของเขาเอง...การที่เขาจะรับเด็กสองคนนั้นมาอยู่ด้วยมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลยสักนิด แต่ทว่า...สังคมและชีวิตที่เขาอยู่มันโหดร้ายเกินกว่าจะทำให้ฤกษ์ต้องแปดเปื้อน ความรู้สึก'ห่วงใย'เกิดขึ้นอยู่เต็มหัวใจของเด็กหนุ่ม


"ให้ไปอยู่กับลุงของเขา" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกครั้งเมื่อเงียบไปจนหมอเคริกที่รออยู่ปลายสายเริ่มหวั่นใจ ตาคู่คมนั่งนิ่งอ่านประวัติของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น'ลุง'อย่างตั้งใจ หมอเคริกเขียนบอกไว้แล้วว่าผู้เป็นลุงมาถึงเป็นคนแรก เขาจะรับเด็กสองคนไปอยู่ด้วยแต่ผู้เป็นพ่อกับแม่ไม่ยอม


"จัดการให้เรียบร้อยพรุ่งนี้ฉันคงจะไปถึง" ราล์ฟกดวางโทรศัพท์ทันทีหลังพูดจบ เฮลิคอปเตอร์จอดลงบนดาดฟ้าของโรงแรมหรูในเครือซาล์เลโอเน่ ร่างสูงของราล์ฟในชุดหรูใหม่ก้าวลงจากเครื่องแทบจะทันทีที่เครื่องลงจอดอย่างรีบเร่ง ทว่า ร่างสูงก็ต้องหยุดชะงักเมื่อการ์ดเกือบห้าสิบชีวิตวิ่งกรูเข้ามาล้อมเขาไว้ อันเดรียและชิโนยืนขนาบข้างผู้เป็นนายอย่างพร้อมจะถวายชีวิต


"หมดเวลาพักร้อนแล้วครับ"


          หนึ่งในการ์ดเอ่ยขึ้น เขาคือชายผมขาวร่างใหญ่ป็นการ์ดมือดีคนสนิทของท่านประธานและเป็นหนึ่งในอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวของพวกเขา…







ปัง



ปัง



ปัง



"ขออนุญาตครับ"


"ว่ามา" ราล์ฟวางปืนที่กำลังฝึกซ้อมลงเมื่อมีบุคคลเข้ามาใหม่ ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกยื่นมาให้เขาโดยชิโน มือแกร่งรับมาเปิดดูพลางขมวดคิ้วเข้มอย่างต้องการคำธิบาย รูปถ่ายหลายใบเต็มไปด้วยภาพของเด็กหนุ่มผิวขาวผ่อง ผมดำขลับ ดวงตากลมโตสดใสเสื้อผ้ามอมแมมไปด้วยคราบฝุ่น ขาและแขนถูกดามด้วยเฝือก

         

"วันนี้คุณฤกษ์มีเรื่องกับพวกเด็กนักเรียนต่างโรงเรียนครับ" ชิโนพูดไปพร้อมกับเหงื่อที่เริ่มออกเยอะขึ้น เมื่อสบเข้ากับตาคมที่จ้องมองมาเหมือนกดดันให้พูดให้หมด


"คือเด็กพวกนั้นมาหาเรื่องเด็กในวัดครับ คุณฤกษ์เขาเลยบุกไปเอาคืน คุณฤกษ์ไปคนเดียวครับแต่พวกคุณลูกปัดและคุณมังกรเขาไปช่วยไว้ทัน"


"หึๆๆ เก่งเหลือเกินตัวเท่านี้" เสียงหัวเราะพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของราล์ฟเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อได้เห็นสภาพของคนในรูป รอยยิ้มที่คนอื่นๆมักเห็นได้ยากและอาจจะไม่เคยปรากฎที่ไหนให้เห็นได้ง่ายเกิดขึ้นเกือบทุกครั้งเมื่อฟังเรื่องราวของคนในรูป ทุกการเคลื่อนไหวของคนในรูปอยู่ในการดูแลของเขาอย่างห่างๆตลอดไม่ให้รู้ตัว และคอยระวังไม่ล้ำเส้น ราล์ฟตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงต้องเฝ้ามองดูการเติบโตของเด็กหนุ่มตลอดหลายปี อาจเพราะรู้ว่าตนเองเป็นเหตุให้เด็กหนุ่มนั้นต้องเคยเกือบถึงแก่ชีวิต อาจเพราะเด็กหนุ่มเคยช่วยเขาไว้ อาจเพราะอะไรก็แล้วแต่ก็ช่างเถอะ การเฝ้ามองดูชีวิตของฤกษ์มันเป็นเรื่องคลายเครียดสำหรับเขาไปแล้ว ถึงบางขณะจะมีพฤติกรรมแปลกๆให้ได้เห็นมาบ่อยๆก็เถอะ



"ส่วนทางเรื่องมหาลัยที่คุณราล์ฟสนใจผมจัดการให้แล้วนะครับ คุณแข่งขันฝากมาบอกว่าอาทิตย์หน้าคุณแข่งกับคุณรอนจะแวะมาหาครับ" ชิโนพูดเป็นทางการเพราะในห้องไม่ได้มีแค่เขากับราล์ฟ ยังมีบอดี้การ์ดอีกหลายคน


"อืม เคลียร์ตารางงานให้ฉันด้วย" ราล์ฟพูดเสียงเรียบพลางนึกถึงเพื่อนสนิทอีกสองคนที่อยู่เมืองไทย เขารู้จักแข่งขันกับรอนตั้งแต่สมัยเด็กตอนที่เขาบินไปหาแม่ ถึงตอนนี้เขาจะไม่ได้กลับไปไทยหลายปีแล้วแข่งขันกับรอนก็มักจะบินมาเที่ยวหาเขาบ่อยๆ พวกนั้นรู้ดีว่าเขาเป็นใครและเขาก็รู้ดีว่าเจ้าพวกนี้ก็ไม่ธรรมดา เมื่อนึกถึงเพื่อนอีกสองคนราล์ฟก็ได้แต่ส่ายหัวไอ้พวกนี้น่ะ ซาตานในคราบนักบวช


"คุณราล์ฟจะลงคณะไหนครับ"


"ฉันจะลงเรียนแพทย์"


"แต่ว่าคุณราล์ฟพึ่งจะเรียนจบไปนะครับ" ชิโนถามอย่างแปลกใจ ใช่แล้ว สิ่งที่ชิโนพูดไม่มีผิดเพี้ยน  ราล์ฟผู้เป็นนายของเขาพึ่งเรียนจบแพทย์จากมหาลัยดังของโลกด้วยอายุเพียง18ปี เขาคืออัจฉริยะในหลายๆด้าน


"เรียนอีกก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ส่วนนายกับอันเดรียถ้าอยากเรียนอะไรเพิ่มก็ลงเรียน หรือจะอยู่ที่อิตาลีไปเลยก็ดี"


"โถ่ ยังไงพวกผมก็ต้องไปกับคุณราล์ฟด้วยอยู่แล้วครับ ส่วนเรื่องเรียนพวกผมคงพักไว้ก่อน" สำหรับชิโนและอันเดรียปริญญาสองใบก็เกินพอแล้ว แต่สำหรับนายของพวกเขาที่มีอยู่ห้าใบตอนนี้คงยังไม่พอ…


"คุณราล์ฟจะแวะไปหาคุณฤกษ์ไหมครับ" อันเดรียผู้ที่ยืนฟังเงียบๆอยู่นานเอ่ยถามผู้เป็นนาย ราล์ฟชะงักนิ่งชั่วครู่กับสิ่งที่ตนเองไม่เคยคิด เขาเพียงแค่เฝ้ามองอยู่ตรงนี้ก็ดีแล้วไม่กล้าแม้แต่จะคิดเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับเด็กคนนั้น สังคมดำมืดและศัตรูของเขาไม่เคยปราณีชีวิตของใคร


"คงไม่..." ราล์ฟตอบเสียงเรียบมือแกร่งหยิบปืนขึ้นเล็งไปที่เป้ากระดาษอีกครั้ง เขาแค่อยากไปพักผ่อนหัวสมองที่ใช้ชีวิตเคร่งเครียดกับสังคมดำมืดมานาน เขาแค่ต้องการกลับเมืองไทยเพื่อไปหาหญิงผู้เป็นแม่ที่ไม่ได้เจอมาหลายปี เขาแค่อยากไปเมืองไทย เมืองไทยที่เขาอยากไปมาตลอดหลายปี ตั้งแต่ครั้งนั้นที่กลับมาฆ่า 'เอาโล ซานโดร' เขาก็ไม่ได้กลับไปอีกเลยเพราะเหตุของการกระทำของราล์ฟ ทำให้ตระกูลของซานโดรตามล่าเขาอย่างหนักแต่ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรเขาได้ หลังจากนั้นผู้เป็นบิดาของราล์ฟก็ส่งเขาไปอยู่แถบทะเลทรายเพื่อฝึกความอดทนและฝีมือป้องกันตัว ทว่า สำหรับราล์ฟและบอดี้การ์ดซ้ายขวาอย่างอันเดรียและชิโนคือการทรมานอย่างแสนสาหัส แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็สามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้


           ราล์ฟเจ้าของในตาคมยกปืนเล็งไปที่รูปศีรษะบนกระดาษยิงเป้า เพียงชั่วแว๊บเดียวก่อนลั่นกระสุนออกไป 'ถ้าได้เจอเด็กคนนั้นอีกครั้งจะเป็นยังไงนะ' แค่ความคิดชั่วขณะ กระสุนที่ลั่นไกออกไปก็พลาดไปที่เบ้าตา….สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าแม่นยำ ทว่า สำหรับชิโน อันเดรีย และตัวราล์ฟเองมันผิดปกติ เขาแค่สมาธิหลุดเท่านั้นเอง ราล์ฟบอกกับตัวเองและปัดทุกอย่างในหัวทิ้ง เขาแค่อยากไปพักผ่อนที่เมืองไทยเพียงเท่านั้นเอง...







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2020 00:52:44 โดย 11:11 »

ออฟไลน์ 11:11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1


26...ราล์ฟ(1.2)







 "ตอนนี้ฉันยังไม่มองใคร~~ โสดหล่อโก้ๆแบบนี้กำลังสำบาย ถ้าน้องน่ารักคิกขุมั่กมาก~~ เรามาคุยกันก่อนได้~~ เย้เย โอ้โอ~
  ปัดโถ่ววว ส่ายตูดดิไอ้เสือ"




          เสียงโหวกเหวกที่ลานเอนกประสงค์ของคณะแพทย์เงียบลง เมื่อมีเสียงร้องเพลงประหลาดดังขึ้นทุกคนในคณะที่กำลังทำกิจกรรมรับน้องร้องเพลงคลายเคลียดและแนะนำตัวกันอยู่นั้น หันไปมองที่ทางเท้า ทางเดินผ่านหน้าคณะแพทย์


"กรี๊ดดดด น่าร้ากกกกกก"


"เด็กปีหนึ่งใช่ไหม คณะไหนเนี่ย"


"น้องโก๊ะมาก"


"แกๆถ่ายไว้เอาไปลงเพจ"


"อยากหยิกแก้ม"


"น่ารักๆๆๆๆโว้ย"


          เสียงพูดดังขึ้นไม่หยุดเมื่อทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างของเด็กหนุ่มสะพายย่ามที่เต้นดุ๊กดิ๊กๆ พลางเดินไปด้วยอย่างสนุกสนาน ข้างกายมีหมาอีกสองตัวเดินตามไม่ห่างเพื่อรอกินลูกชิ้นจากเด็กหนุ่มที่กำลังถืออยู่ หูสองข้างเด็กหนุ่มปริศนามีสายหูฟังเสียบไว้ เสื้อนักศึกษาตัวใหญ่กับกางเกงสีซีดตัวใหญ่ขาดวิ่นจนเผยให้เห็นขาขาววับๆแวมๆ ซึ่งส่วนนั้นเป็นที่จับจ้องของชาย(?)หลายๆคนที่อยากจะเห็นมากกว่านั้น



          ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่กำลังเดินผ่านมาลานเอนกประสงค์หน้าคณะแพทย์เพื่อไปยังโรงจอดรถหยุดชะงักนิ่งงันเหมือนต้องคำสาป ตาคู่คมมองร่างเด็กหนุ่มที่สดใสเจิดจ้า ณ ขณะนี้ไม่วางตา บางสิ่งในอกข้างในกำลังทำงานผิดปกติ น้องเรียนที่นี่? เรื่องนี้เป็นสิ่งเดียวที่เขาไม่เคยคาดฝัน ครั้งแรกจากหลายปีมาแล้วที่เขาได้เห็นน้องใกล้ขนาดนี้...


          แข่งขันหรือหมอแข่งซึ่งกำลังทำหน้าที่เป็นพิธีกรอยู่นั้นกำลังจะตะโกนเรียกเด็กหนุ่ม แต่ก็ต้องชะงักไว้แค่นั้นเมื่อราล์ฟเดินมาบังและฉวยเอาโทรโข่งในมือของหมอแข่งไปถือเอง


"ทุกคนครับมีสมาธิกันหน่อย"


"กรี๊ดดดดดดดดดด พี่หมอเทวดา"


"ตัวจริงหล่อมากกกก"


"ฉันเคยเห็นพี่เขาแต่ในทีวี ตัวจริงคือหล่อจะเป็นลม"


"ไหนว่าพี่เขาไม่เข้ากิจกรรมไง"


         เสียงเรียบนิ่งที่ไม่คุ้นเคยเอ่ยเรียกสติทุกคนให้หันกลับมามอง เสียงแตกตื่นดังขึ้นอีกเป็นเท่าตัวเมื่อหันมาเห็นคนที่ยืนถือโทรโข่งเป็นใคร ตาคู่คมสวยเมื่อเห็นร่างเล็กพร้อมกับหมาอีกสองตัวเดินลับไปแล้วหมอราล์ฟก็ยื่นโทรโข่งให้หมอแข่งและเดินจากไป ทิ้งให้ทุกคนมองตามด้วยความงุนงง


"ดะเดี๋ยวคร้าาาา พี่หมอคร้าาาา"


"อย่าพึ่งไปสิคร้าาา"






"และ...และ….ผู้ชนะในการประกวดเดือนมหาลัยปีxxxxได้แก่...ได้แก่….ได้แก่…"


"โอ้ยยยย บอกสักทีสิโว้ยกูลุ้นขี้จะแตกแล้วเนี่ย" เสียงของเด็กหนุ่มหน้าตี๋ตะโกนอย่างไม่ชอบใจ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงของเขาก็ไม่สามารถไปถึงบนเวทีได้เนื่องจากมีเสียงตะโกนเชียร์แข่งกันมากมายจากหลายคณะ


"เบอร์13โว้ยยยยยยยพูดสักทีสิวะ"


"เฮ้ย!! ลำไยมึงควรอยู่หลังเวทีไหมวะมาทำห่าไรข้างเวทีตรงนี้" เด็กหนุ่มหน้านวลท่าทางอ้อนแอ้นหันมาเหวใส่ผู้มาใหม่ที่พึ่งตะโกนไปเมื่อสักครู่


"กูตกรอบแล้วกูเบื่ออยู่หลังเวทีไหมละ อิฤกษ์เลิกสวดมนต์พึมพำสักที ถ้าไอ้ปัดไม่ชนะกูตบมึงหัวทิ่มแน่เลขมงคลเชี่ยไรมึงเลข13เนี่ย!! มันจับได้เลข9ดีๆอยู่แล้วเสือกไปให้มันเปลี่ยน มึงเห็นไอ้หล่อคณะแพทย์นั่นไหมตัวเต็งเลย" ลำไยหันมาว้ากใส่เจ้าเพื่อนข้างๆที่มันกำลังเอาปืนฉีดน้ำบรรจุน้ำมนต์..'นะเมตตา' ฉีดขึ้นไปบนเวที โดยหารู้ไม่ว่าเบื้องหลังของพวกเขามีรุ่นพี่อีกคณะหนึ่งกำลังยืนมองอยู่ อาจเพราะตำแหน่งข้างเวทีเป็นมุมมืด ใครๆจึงไม่สังเกตุเห็น


"เออหน่า….ถ้าไอ้ปัดไม่ได้กูให้ถีบ" ฤกษ์พูดด้วยความมั่นใจ


"คาถามึงศักดิ์สิทธิ์?" มังกรถามอย่างตื่นเต้น


"เอาเงินยัดน่ะ พ่อมันรวยจะตาย ฮ่าๆๆ"


"อ้ากกก อย่าทำกู" เจ้าฤกษ์วิ่งแจ้นเมื่อลูกเตะจากเจ้าตี๋กำลังพุ่งมาและก็กลับมาสงบอีกครั้งเมื่อเสียงพิธีกรกำลังเอ่ยหมายเลข…"


"โอม...นะเมตตา คุณนัง ขอให้ตำแหน่งเดือนมหาลัยเป็นของนายลูกปัดจอมนิสัยเสีย สาธุๆๆๆๆ"


"หมายเลข13คร้าาาา น้องปัดจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ เชิญน้องปัดเดินมารับรางวัลทางนี้ด้วยค่ะ"


"กรี๊ดดดดดดดด อิปัด!!!"


"เพื่อนผมๆๆ"


"อร๊ายย ไอ้หล่อนี่เพื่อนหนูคร้าาาาา"


"ถึงมันจะเชี้ยแต่มันหล่อค้าบบบบบ"


"ยินดีกับน้องปัดด้วยค่ะ ตำแหน่งนี้ช่างเหมาะสมกับน้องมากจริงๆ ขอเชิญเดือนและดาวดวงใหม่ถ่ายรูปคู่ทางด้านนี้ด้วยค่ะ"


"มึงๆเดี๋ยวกูมาปวดฉี่ว่ะ" ฤกษ์หันไปสะกิดนกที่กำลังถือดอกไม้รอมอบให้เพื่อน


"ให้กูไปเป็นเพื่อนไหม" นกถามอย่างเป็นห่วงเขากลัวมันไปแล้วไปลับน่ะสิ ไอ้ตัวน่ารักกวนประสาทเนี่ย


"ไม่ต้องๆเดี๋ยวกูมา" ฤกษ์บอกปัดเขาหันหลังเดินแยกจากพวกเพื่อนๆของเขามาเพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องลื่นด้วยเหตุจากน้ำมนต์ของตนเองที่ดันฉีดซะจนเลอะพื้นเต็มไปหมด


"เฮ้ยๆๆๆ"


ปึก


          ร่างเล็กไถลลื่นไปข้างหน้าอย่างบังคับตนเองไม่ได้ ก่อนที่เขาจะล้มลงแขนแกร่งของใครบางคนก็โอบเข้าที่เอวบางไว้ได้ทัน สองมือเล็กกำเสื้อตรงต้นแขนของใครบางคนไว้แน่นอย่างลืมตัว หน้าเล็กซุกเข้าที่ต้นแขนแกร่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ


"...."  ไม่มีเสียงเอื้อนเอ่ยอะไรของเจ้าของวงแขนแกร่ง มีเพียงเสียงรอบข้างที่ตะโกนแข่งกันฟังไม่ได้ศัพท์ กลิ่นหอมอ่อนๆของร่างนุ่มในวงแขนทำให้จมูกโด่งก้มลงไปสูดกลิ่นอย่างเผลอตัว ร่างนุ่มในอ้อมแขนของราล์ฟดันตัวออกจากวงแขนอย่างงงๆ ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างคนสำนึกผิด


"เอ่อ ขอโทษและขอบคุณนะพี่พอดีผมลื่น ไปนะครับ"


          ฤกษ์ก้มหัวขอโทษก่อนจะเดินจากไปด้วยความเร่งรีบ ราล์ฟมองตามเจ้าของร่างนุ่มที่เดินจากไปไม่วางตา ขายาวกำลังจะก้าวตามไปแต่ก็ต้องชะงักไว้แค่นั้น…


"อ้าวไม่ตามเหรอ เด็กอะไรโคตรน่าเอ็นดู" หมอแข่งที่ยืนสังเกตอยู่เงียบๆเอ่ยถามขึ้น


"ไม่" ราล์ฟตอบเสียงเรียบพร้อมกับเดินออกจากงาน


"อ้าว เมื่อกี้ดูเหมือนนายอยากได้นี่ แต่ก็ดีที่นายปฏิเสธ เสร็จฉันล่ะ เด็กคนเมื่อกี้สเป็คฉันเลย" หมอแข่งพูดยิ้มๆ เพราะหลายคนรู้ดีว่าเขาเป็นไบเช็กชวล


"งั้นก็ลองดูสิ" ราล์ฟหยุดเดินดวงตาคู่คมเฉียบหันมาสบหมอแข่งขันอย่างแข็งกร้าว หมอรอนที่เดินคุยโทรศัพท์เรื่องงานอยู่ข้างๆแต่หูและตาของเขายังรับรู้เรื่องราวรอบตัวอยู่ทุกขณะ ถึงกับต้องละจากโทรศัพท์หันมาสนใจเพื่อนทั้งสอง หมอแข่งขันก็เลิกคิ้วเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างกวนประสาทพร้อมกับจ้องตอบตาคู่คมสวยไปนิ่งๆอย่างไม่มีหลบ หมอแข่งจำเด็กคนนั้นได้ เด็กที่ร้องเพลงวันนั้น วันที่ราล์ฟเพื่อนของเขาที่อยู่ดีๆก็เข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้มันจะแค่ชั่วครู่ก็เถอะ และในวันนี้ เพื่อนเขามางานประกวดดาวเดือนอีก ไม่มีทางที่คนอย่างราล์ฟจะสนใจงานแบบนี้ และเมื่อเด็กคนนั้นเดินออกไปเพื่อนของเขาก็เดินออกจากงานเช่นกัน หึ ไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาและไหวพริบอันชาญฉลาดของแข่งขันไปได้หรอกนะ


"นายรู้จักเด็กคนนั้นใช่ไหม" หมอแข่งถามขึ้นเพราะระหว่างที่พวกเขายืนอยู่ข้างหลังของเด็กกลุ่มนั้นสายตาของเพื่อนเขานั้นจ้องเด็กคนนั้นไม่วางตา


"...." หมอราล์ฟไม่ตอบแต่ตาคมบ่งบอกว่าเขากำลังจะระเบิด และราล์ฟเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม่เขาถึงรู้สึกโกรธและหงุดหงิดจนน่ารำคาญขนาดนี้


"โอเค้ เด็กคนนี้ฉันจะไม่ยุ่ง หึๆ แต่ก็ใช่ว่ารอดมือฉันไปได้ กับคนอื่นก็ใช่ว่าจะรอดนี่ ว้าาาาาเสียดายแย่" หมอแข่งยกมือขึ้นยอมแพ้ยิ้มๆอย่างคนที่เริ่มจะรู้อะไรบางอย่าง เขาแค่ยั่วโมโหไปอย่างนั้นเองไม่คิดเลยจริงๆว่าครั้งนี้เขาจะเห็นราล์ฟผู้สุขุมโมโห


          ราล์ฟกัดฟันกรอดเขาไม่ตอบอะไร เดินตรงดิ่งไปขึ้นรถหรูด้วยท่าทีนิ่งๆก่อนจะขับออกไปด้วยความเร็วที่ยากจะคาดเดา เพื่อนทั้งสองดูจากการออกตัวของรถก็รู้แล้วว่าคนขับหัวเสียขนาดไหน


"ฉันว่ากำลังมีเรื่องสนุกล่ะ" หมอแข่งพูดด้วยรอยยิ้มร้าย


"ก็เห็นๆอยู่" หมอรอนกระตุกยิ้มพลางยกโทรศัพท์โทรออกหาใครบางคนก่อนจะสั่งบางอย่างกับคนปลายสาย


"สืบประวัติเด็กบางคนให้ฉันหน่อย"








"อ่า~"


พรั่บๆ


พรั่บๆ


"อ่า~ ราล์ฟคะ"


"อ่า~~อ๊ะๆๆๆ~ ราล์ฟคะกรีนไม่ไหวแล้ว"


           หญิงสาวในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียงหรูครางลั่นกับเซ็กส์อันร้อนแรงในค่ำคืนนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่ากับชายตรงหน้า ชายหนุ่มผู้ที่มีร่างกายอันกำยำแผ่นหลังเต็มไปด้วยลายสักอันน่าเกรงขาม ตามเนื้อมัดกล้ามทั่วร่างขณะนี้มีเหงื่อเกาะพราวระยับ ช่างเป็นภาพที่น่ามองชวนหลงใหล ตาคู่คมหลับตาลงขณะกระแทกสะโพกเข้าออกอย่างดุดันกับคนใต้ร่าง ภาพของร่างนิ่มในอ้อมกอดเขาชั่วขณะครั้งนั้น กลิ่นหอมอ่อนโยนนั้น ตากลมคู่นั้นก็ปรากฎขึ้นในหัวทุกครา     


          ราล์ฟกระแทกสะโพกแรงๆอีกสองสามครั้งเขาก็คำรามลั่นออกมา เขาถอนตัวออกจากร่างงามสุดแสนเซ็กซี่ของนางแบบชื่อดังที่ใครๆต่างก็หมายปอง แต่สำหรับราล์ฟนั้นไม่ใช่ ร่างตรงหน้าก็เป็นเหมือนอย่างเดิมๆที่ใครหลายๆคนเคยผ่านเข้ามา ชื่อเสียง อำนาจ เงิน บารมี อิทธิพลของตน คือสิ่งดึงดูดสิ่งที่งามแต่เปลือกนอกเข้ามาหาเขา ราล์ฟไม่แม้แต่จะสนใจร่างงามตรงหน้าที่กำลังนอนหมดเรี่ยวแรง ปากสีแดงสดของเธอเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำขาวขุ่น เธอมองจ้องมาที่ร่างกำยำพร้อมกับตวัดลิ้นเลียคราบน้ำขาวขุ่นที่เลอะริมฝีปากด้วยสีหน้าอย่างคนรู้สึกเต็มอิ่มกับเซ็กอันร้อนแรงและเธอรู้สึกภูมิใจอย่างมากอยู่ลึกๆที่ได้นอนกับราล์ฟ...ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้เข้าใกล้คนอย่าง 'ราล์ฟ สิงห์เวคิน ซาล์เลโอเน่'  ร่างกำยำก้าวลงจากเตียงเขาหยิบเช็ควางทิ้งไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงอย่างทุกครั้ง


         ร่างกำยำภายใต้สายน้ำยืนนิ่งอย่างครุ่นคิด ราล์ฟปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเสร็จเพราะภาพของฤกษ์ในหัว ครั้งแล้วครั้งเล่ากับบทรักคืนนี้ภาพในหัวของเขาก็มีแต่เจ้าเด็กนิสัยประหลาดดวงตากลมโต


พลั่ก


          มือแกร่งทุบลงไปที่ผนังอย่างแรง ตาคมหลับตาลงอย่างช้าๆ ยืนนิ่งสงบปล่อยให้สายน้ำไหลผ่าน นาทีแล้ว นาทีเล่า เขาก็ห้ามตนเองให้หยุดนึกถึงเจ้าของร่างนุ่มไม่ได้ เขาเฝ้าติดตามชีวิตของฤกษ์และช่วยเหลืออย่างเงียบๆมาโดยตลอด ทั้งนี้ทั้งหมดของการกระทำที่ผ่านมาเขาแค่รู้สึกอยากรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยมีตัวเขาเป็นสาเหตุ ทั้งที่เขาจะไม่แยแสไปเลยก็เลยก็ได้และคนอย่างราล์ฟเลือกที่จะทำอยู่แล้ว ทว่า...เขากลับฝืนที่จะไม่รู้ไม่ได้ แค่ได้เห็นภาพถ่ายผ่านการรายงานของลูกน้องเขาก็รู้สึกสบายใจที่เห็นฤกษ์มีความสุขดี และ ณ ขณะนี้เมื่อได้กลับมาพบอีกครั้งได้มองใกล้กว่าครั้งไหนโดยที่ไม่ได้ผ่านภาพถ่าย มันมีบางอย่างเกิดขึ้น ความรู้สึกที่อยากเข้าใกล้และหวงแหน…. มือแกร่งเสยผมยาวสลวยที่ตกลงมาปกหน้าขึ้น นิ้วเรียวค่อยๆไล้เส้นผมดำสนิทที่ชุ่มไปด้วยน้ำตั้งแต่โคนจรดปลายอย่างเชื่องช้า 'จะตัดดีไหมนะ' เกิดคำถามขึ้นภายในใจ ไม่ใช่ครั้งแรก หลายครั้งและหลายครั้งที่เขาถามตัวเอง และสุดท้ายก็จบลงด้วยการปัดความคิดนี้ทิ้ง เขารู้...รู้ดีว่าตัวเองกำลังพยายามมากแค่ไหนกับความปลอดภัยของใครบางคน….





 หลายเดือนผ่านไป




         รถหรูชะลอความเร็วลงและจอดนิ่งสนิทริมทางเท้าในซอยแห่งหนึ่งหลังมหาลัย ตาคู่คมจ้องมองไปที่คนกลุ่มหนึ่งตรงร้านยาดองริมถนนซึ่งมีร่างอันคุ้นตานั่งหัวเราะร่าเฮฮาอยู่ในกลุ่ม ราล์ฟพึ่งกลับจากต่างประเทศเพื่อไปทำงานแทนบิดา ระหว่างเดินทางกลับเขาโดนลอบทำร้ายถึงไม่สาหัสแต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บที่มือและพิษไข้จากการแช่อยู่ในน้ำทะเลเป็นเวลานาน เพื่อหลบหนีเอาชีวิตรอด หลายเดือนที่ผ่านมาเขาไม่ได้เจอเจ้าของตากลมเลยสักครั้ง และในวันนี้เมื่อได้เห็นรอยยิ้มสดใสตรงหน้า เขาต้องยอมรับกับตัวเองว่าตลอดหลายเดือนเขาคิดถึง...บางสิ่งที่รู้สึกว่าแหว่งหายไปขณะนี้ได้ถูกเติมเต็ม


"เมาขนาดนั้นยังจะขับรถอีก" ราล์ฟพึมพำกับตัวเองเบาๆพลางกัดฟันกรอดเมื่อมีชายในกลุ่มประคองเอวบางให้นั่งบนเบาะรถจักรยานดีๆ เขารีบก้าวลงจากรถเพื่อจะเดินไปหาคนตรงหน้าด้วยอารมณ์หงุดหงิดแต่ก็ต้องชะงักเมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ควรทำ… ร่างสูงยืนนิ่งก่อนจะหันหลังกลับเดินไปที่รถ พลันสายตาคู่คมก็เหลือบไปเห็นล้อรถของรถหรูของเขาค่อยๆยุบลง ราล์ฟสบถอย่างหัวเสียเขาระบายอารมณ์ด้วยการเตะเข้าไปที่รถหรูจนเกิดรอย คนรอบข้างหยุดเดินมองการกระทำของเขาและหยิบโทรศัพท์ออกมาอัดคลิปด้วยสายตาที่มองอย่างชื่นชม ต่างพากันพึมพำว่าเท่ห์ และดูดีไม่ขาดปาก ราล์ฟไม่คิดจะสนใจเสียงชัตเตอร์และเสียงกรี๊ดรอบตัว เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ตาคมกราดมองนิ่งๆด้วยสายตาดุ ทุกคนต่างพากันหลบสายตาและลดโทรศัพท์ที่กำลังถ่ายลง ไม่มีใครกล้าเดินเข้ามาหาเพราะหลายคนต่างรู้ดีถึงวีรกรรมอันแสนเย็นชาของคนตรงหน้า แต่ก็อดไม่ได้จริงๆที่จะต้องหยุดชื่นชมความหล่อเหลาดุจเทวดาเดินดินของเขา


"รถเป็นอะไรอ่ะพี่ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ"


         เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเป็นเสียงที่เคยได้ยินเพียงไม่กี่ครั้งแต่เขาจำได้ในทันที ดวงตาคู่สวยหันสบเจ้าของเสียงยานคางด้านหลัง เด็กหนุ่มดวงหน้าขาวใสดวงตากลมโต ตากลมแดงกล่ำและแก้มที่แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เด็กคนนั้นมาปรากฎตรงหน้าเขาแค่เอื้อมมือแล้ว...






"เฮ้~~ หายหัวไปตั้งหลายเดือนคิดถึงว่ะ" หมอรอนเปิดประตูห้องทำงานวิ่งถลาอ้าแขนเข้ามาหาเจ้าของห้อง ซึ่งราล์ฟที่นั่งทำงานอยู่ก็ยกเท้ารออยู่ก่อนแล้วทำให้หมอรอนเบี่ยงหลบไปฟุบนั่งอยู่ตรงโซฟามุมห้องแทบไม่ทัน


"ได้ข่าวว่าหลายวันก่อนนายไปเตะบอลมา ฉันนี่แทบไม่อยากจะเชื่อหูที่ได้ยิน" หมอรอนในชุดสีสุดแสบตาพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


"...." ราล์ฟทำเพียงแค่เงยหน้ามาสบตานิ่งและหันกลับไปสนใจงานต่อ มีหรือที่คนอย่างรอนและแข่งขันจะกลัว


"เมื่อวานฉันเจอน้องฤกษ์ด้วยว่ะ" แข่งขันเดินตามหลังมาติดๆทรุดลงนั่งบนโต๊ะทำงานของราล์ฟด้วยท่าทีกวนประสาท ทำทีหันไปพูดกับรอนด้วยสีหน้าแสร้งตกใจ ราล์ฟเงยหน้าขึ้นมองทันทีเมื่อชื่อบุคคลที่สี่ถูกเอ่ยออกมา เขาไม่แปลกใจสักนิดว่าเพื่อนของเขารู้จักฤกษ์ได้อย่างไร


"มองอะไรครับเพื่อนครับ รู้จักน้องฤกษ์เหรอครับ" แข่งขันยักคิ้วถาม


"มาทำไม" ราล์ฟไม่สนใจในสิ่งที่เพื่อนถาม เขาละจากงานเอกสารตรงหน้าเปลี่ยนมานั่งกอดอก หลังพิงเก้าอี้ มองนิ่งๆ เขารู้ดีว่าพวกนี้ตั้งใจมากวนเขาโดยเฉพาะ


"ยังไงต่อวะ ฉันไม่ได้ไปเสียดายฉิบ" รอนถามต่ออย่างนึกสนุก


"น่าร้ากกกกกกก กินเก่ง แก้มงี้ตุ่ยเลย"


"......"


"ฉันเห็นไกลๆยังน่ารักเลย ถ้าได้กอดสักครั้งรับรองจะเลี้ยงดูอย่างดี " รอนสมทบ


"วันนั้นน้องขาแพลงฉันเลยไปนวดให้ผิวตรงขาอ่อนนี้นะ…."


ครืด~~


"เฮ้ย!!! ฉันมีนัดกับชิโนว่ะ ไปละ"


"เออใช่ ไปล่ะ" แข่งขันสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นยืนวิ่งเร็วจี๋ออกจากห้องเป็นคนแรก รอนตามเขามาติดๆอย่างไม่ต้องเอ่ยเรียกเหมือนเตรียมตัวไว้อยู่ก่อนแล้ว ไปหาชิโนน่ะแค่คำอ้าง แต่วิ่งหนีตายเนี่ยเรื่องจริงจะอยู่ได้อย่างไรเล่าเมื่อเจ้าของห้องลุกขึ้นยืนพร้อมกับปืนที่อยู่ในมือ แข่งขันกับรอนเมื่อวิ่งลงมาข้างล่างต่างพากันมองหน้ากันและยิ้มขำ ช่วงนี้พวกเขาดูเหมือนจะสนุกกันเป็นพิเศษ


"ฉันพอจะรู้เหตุผลแล้วน่ะนะ ว่าทำไมชิโน อันเดรียและลูกน้องของราล์ฟถึงถูกบังคับให้เรียนภาษาไทย ฮ่าๆ"






"ทำไมยังไม่มีตัวอย่างวิดีโอโฆษณาของโทรศัพท์รุ่นใหม่มาให้ฉัน ทั้งที่กำหนดส่งงานคือวันนี้"


"เราติดปัญหาเรื่องนางแบบโฆษณาครับ มีอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำ เราเปลี่ยนนางแบบมาเป็นคุณคิม ณิชา นางแบบชื่อดังทั้งในไทยและต่างประเทศแล้วครับ เรากำลังเริ่มเร่งถ่ายทำให้เร็วที่สุดครับ "


          ราล์ฟเอ่ยถามขึ้นเมื่อเขาดูเอกสาร ขณะนี้เขากำลังประชุมเรื่องงานเปิดตัวโทรศัพท์ยี่ห้อ 'ซาล' ยี่ห้อดังจากการวางจำหน่ายหลายประเทศด้วยยอดขายถล่มถลาย และในเร็วๆนี้กำลังจะเปิดตัวรุ่นใหม่ล่าสุดในไทย


"ฉันให้เวลาสามวัน ข้างนอกนั่นยังมีคนเก่งๆอีกมากที่อยากทำงานกับบริษัทนี้" ราล์ฟบอกเสียงเรียบก่อนจะลุกเดินออกไปเป็นความหมายว่าการประชุมได้จบลงแล้ว ทว่าทุกคนในห้องประชุมเกือบสิบต่างพากันแทบสะดุ้งทุกครั้ง อย่างหวาดกลัว..วันนี้คุณราล์ฟไล่พนักงานออกไปสองคนแล้วจากการทำงานผิดพลาด ทุกคนต่างพากันคิดถึงท่านประธานผู้เป็นมารดาของคุณราล์ฟกันเสียสุดใจ ซึ่งท่านได้ลาพักร้อนอย่างไม่มีกำหนดเป็นเหตุให้ลูกชายของท่านมาดูแลแทน ถึงจะอายุยังน้อยแต่ความสามารถก็เรียกว่าอัจฉริยะได้อย่างเต็มปาก






"คุณราล์ฟสวัสดีค่ะ"


"คุณคิม ณิชา นางแบบโฆษณาคนใหม่ของเราครับ" อันเดรียที่ทำหน้าที่ทั้งบอดี้การ์ดและเลขากระซิบเบาๆที่ข้างหูราล์ฟ เมื่อมีสาวสวยในชุดนักศึกษารัดรูปเอ่ยทักขึ้นขณะที่กำลังจะก้าวขึ้นรถ ชิโนและอันเดรียที่ยืนอยู่ข้างๆราล์ฟต่างรู้หน้าที่ดี เขาแยกตัวออกมาขึ้นรถและขับออกไปก่อน ปล่อยให้นายได้คุยธุระกับนางแบบสาวให้เสร็จ...


          ขณะนี้เป็นเวลาดึกสงัด ราล์ฟยังอยู่ในมหาลัยเขาพึ่งทำงานเสร็จ รอบตัวเขามีเพียงแสงสลัวๆส่องให้เห็นทางเพียงเท่านั้นและรถที่เขาจอดอยู่เป็นมุมมืด


"พอดีคณะคิมมีกิจกรรมนิดหน่อยพึ่งเสร็จเหมือนกัน คิมเอารถมาจอดที่ตึกแพทย์น่ะค่ะ โชคดีจังได้เจอคุณราล์ฟพอดี คิมยินดีมากๆเลยนะคะที่ได้ร่วมงานกับบริษัทที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก"


"ยินดีเช่นกันครับคุณคิม"


"ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากเกินไป คิมขอเลี้ยงมื้อเย็นคุณราล์ฟได้ไหมคะ เป็นการฉลองที่เราได้ร่วมงานกัน" หญิงสาวส่งยิ้มหวานมาให้ ราล์ฟรู้ดีว่ามันหมายความว่าอะไร เธอไม่ใช่คนแรกที่เข้าหาเขาเพื่อหวังผลประโยชน์จากตัวเขา


"คิดดีแล้วเหรอ ผมกิน'หนัก'นะ " ราล์ฟกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก็ดีเหมือนกันวันนี้เขาใช้สมองเยอะมีเรื่องให้ผ่อนคลายบ้างคงดีไม่น้อย ราล์ฟดันหญิงสาวให้นั่งลงบนกระโปรงหน้ารถของเขา มือแกร่งหายวับเข้าไปภายใต้กระโปรงสั้นรัดรูปและดึงบางสิ่งที่กำลังปกปิดทางเข้าออกมาให้พ้นทาง หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นตรงนี้ เธอย่อมระวังตัวอยู่แล้วเพราะต้องแบกชื่อเสียงของเธอไว้บนบ่าตลอด แต่เมื่อคนตรงหน้าเป็น'ราล์ฟ' เธอไม่กังวลเลยสักนิดใจจริงอยากให้เป็นข่าวกับคนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ


"ด้วยความยินดีค่ะ" หญิงสาวตอบพลางยิ้มยั่วก่อนจะค่อยๆเอาเรียวขาสวยเกี่ยวเอวแกร่งอย่างเชิญชวน







             






















« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-08-2020 00:51:31 โดย 11:11 »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5247
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ 11:11

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 28
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1


27...แวะมาหา






ราล์ฟ…







"เหี้ยยยยยยย!!!"


          แสงไฟสาดส่องมาที่ร่างสองร่างบนหน้ากระโปรงรถหรู ถึงจะเป็นเพียงแค่ชั่วแวบเดียวแต่นั่นก็ทำให้ร่างทั้งสองที่กำลังสอดประสานกันผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ฝ่ายหญิง...แต่เป็นฝ่ายชายต่างหากเล่า แสงไฟไม่มีผลกับราล์ฟ คนอย่างเขาไม่เคยสนใจอะไรอยู่แล้ว ทว่า หากเป็นเสียงสบถหยาบดังลั่นต่างหากเล่าที่ทำให้เขาร่างเขาผละออกแทบทันที่ได้ยินเสียง เสียงที่เขาจำได้แม่น ตาคมเห็นแผ่นหลังคุ้นตากำลังเดินกลับหลังหนีไป ขายาวของราล์ฟก็รีบก้าวตามด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ถาถมเข้ามา มือเท้าเย็นเต้นระรัวด้วยความ….กลัว เขากลัวเจ้าของแผ่นหลังเข้าใจผิด อยู่ดีๆก็กลัวจะสูญเสีย….คนตรงหน้า


"เจ็บนะโว้ยย น้ำมนต์กูกว่าจะทำพิธีได้แต่ละครั้งมันนะ...นา.... เฮ้ย!! พี่!"


          เสียงที่เต็มไปด้วยความโมโหตะหวาดลั่น นั่นยิ่งทำให้มือแกร่งบีบต้นแขนในมือแรงขึ้นอย่างลืมตัว เขาไม่ได้โมโหคนตรงหน้า แต่แค่กลัว… ตาคมจ้องดวงตากลมตรงหน้าด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ความรู้สึกที่เขาได้แต่ปัดทิ้งแล้ว ปัดทิ้งอีก ราล์ฟได้แต่ถามตัวเองอีกครั้งและอีกครั้ง ที่เขามายืนตรงนี้เขาทำถูกแล้วใช่ไหม แต่ถึงจะไม่ถูกเขาก็เลือกที่จะมายืนตรงนี้ เขาเลือกแล้วจริงๆเขาเลือกที่จะเห็นแก่ตัว เขามองคนตรงหน้าอยู่ไกลๆไม่ได้แล้ว



"ราล์ฟคะ รอใครหรือเปล่า"


"เปล่า"


"ไม่ได้รอใครก็ไปสักทีสิคะ ลลินรีบนะ" หลังจากนั่งรอมาสักพักจนหญิงสาวเริ่มทนไม่ไหว เธอก็เริ่มที่จะโวยวายขึ้น


"ถ้ารีบก็ไปเอง" ราล์ฟตอบอย่างไม่สนใจ ตาคมยังจ้องมองออกไปนอกรถต่อโดยไม่คิดจะสนใจคนนั่งข้างๆที่นั่งหน้างอไปแล้ว


"ถ้าไปเองจะเจออันเดรียได้ไงเล่า!! ถ้าเลือกได้ฉันก็ไม่ไปกับนายหรอกราล์ฟ"


"เมื่อไหร่จะเลิกตอแยลูกน้องฉันสักที" ราล์ฟหันมาหาหญิงสาวอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เมื่อเห็นบุคคลภายนอกรถที่เขามองอยู่มีคนมารับสักที


"แล้วเมื่อไหร่ลูกน้องนายจะชอบฉันสักทีเล่า ฉันไม่ดีตรงไหน" ลลินถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจพร้อมกับกอดถุงของฝากจากค่ายที่เธอจะเอาไปมอบให้คนที่กำลังพูดถึงไว้แน่น


"เธอดีเกินไปต่างหาก แล้วก็เลิกมายุ่มย่ามกับฉันเพื่อยั่วโมโหอันเดรียซะที อย่าทำให้อันเดรียลำบากใจเลย" ราล์ฟพูดพร้อมกับขับรถออกจากมหาลัย อันเดรียกับชิโนตามเขาไปค่ายด้วยแต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆและได้กลับจากค่ายล่วงหน้ามาก่อนสองวันแล้ว


"ราล์ฟ นายคิดว่าอันเดรียชอบฉันบ้างไหม" ลลินถามอย่างเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง หญิงสาวที่ใครๆต่างก็หมายปองเรียงแถวกันเข้ามาจีบ ต้องมาขาดความมั่นใจให้กับเจ้าหนุ่มผมบลอนด์หน้านิ่งไร้อารมณ์ เธออยากจะเลิกชอบเขาเสียจริง ทว่า ทำได้ที่ไหนกันเล่า


"อย่าฝันให้มากนักเลย หาเอาใหม่เถอะ" ราล์ฟพูดอย่างตัดรำคาญ บางทีเขาก็อยากจะบังคับให้ลูกน้องเขาที่เป็นทั้งเพื่อนรักเพื่อนตายรับรักลลินสักที เธอจะได้เลิกมาเข้าทางเขาเพื่อใกล้ชิดอันเดรีย แต่เขาก็ปัดความคิดนี้ทิ้ง เมื่อเห็นน่านิ่งๆของอันเดรีย เขารู้ว่าเพื่อนเขาก็รัก...และเขาไม่อยากก้าวก่าย


"งั้นนายก็ช่วยฉันสิ" ลลินกอดแขนพลางออดอ้อน


"รำคาญหน่า" ราล์ฟสะบัดออกเมื่อลลินมาเกาะแขน ส่งผลให้ร่างบางหลุดออกจากแขนที่กำลังเกาะ ลลินเบะปากใส่ให้คนตรงหน้ากับการกระทำที่ดิบเถื่อนไม่เคยเปลี่ยนแปลง


"ชิ ใครกันที่ช่วยสอนภาษาไทยให้ตอนเด็กๆ ไม่สำนึกบุญคุณ หืมมมม" ตาคู่หวานกระตุกยิ้มร้ายเมื่อเห็นอะไรอยู่นอกรถ


"ถ้าฉันไม่ได้ นายก็ต้องไม่ได้นะราล์ฟ ถ้าฉันไม่ได้คบกับอันเดรียฉันจะบอกคุณป้าว่านายกับฉันตกลงจะแต่งงานกัน!!" ลลินพูดพร้อมกับมองออกไปภายนอกรถไม่ลดละ


"ก็ลองดูสิ" ราล์ฟก็ไม่แยแสเช่นกันใครก็บังคับเขาไม่ได้


"อืมมม เด็กผู้ชายอะไรน้าาา ตากลมโตน่ารักมากเลย"


"...." ราล์ฟหันขวับไปทางที่หญิงสาวกำลังมองอยู่แทบจะทันที ร่างคุ้นตานั่งอยู่บนรถไสระหว่างรอไฟจราจร ตากลมจ้องมองมาที่รถเขาอย่างสงสัยใคร่รู้ด้วยสีหน้าซึมๆ


"อืม ถ้าทำให้ร้องไห้คงจะน่ารักมากๆเลยสินะ อยากเห็นจัง" ลลินหันมายิ้มร้ายให้ราล์ฟ ทำไมเธอจะไม่รู้ตลอดหลายวันที่อยู่ค่ายตาคู่คมเทาหม่นอันแสนทรงเสน่ห์คู่นั้นเฝ้ามองใครอยู่ เธอคิดว่าจะไม่สนใจอยู่แล้วเชียวนะ เพราะเรื่องตัวเองก็ปวดหัวจะแย่ ในเมื่อราล์ฟไม่ยอมช่วย เธอก็ไม่มีทางเลือก หึๆ ใครว่าเธอร้ายไม่เป็น ความอ่อนโยนที่เห็นน่ะแค่เปลือก ความร้ายกาจน่ะธาตุแท้ของเธอเอง









'เมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 09.30  เกิดเสียงระเบิดและเสียงยิงปะทะกันทางเลี่ยงเมืองแถวxxx ชาวบ้านในละแวกนั้นต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ยินเสียงปืนนานเกือบสิบห้านาที แต่ทางด้านตำรวจกลับออกมาแถลงการณ์ว่าเป็นสถานการณ์เข้าใจผิด ไม่ได้มีการยิงปะทะกันแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่แค่กำลังซ้อมปฏิบัติการณ์ป้องกันการก่อการร้าย และได้เอ่ยขอโทษที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า ยืนยันว่าไม่มีใครได้รับอันตราย"


"นี่มันถนนไปทางบ้านมึงหนิฤกษ์ โหวว เดี๋ยวนี้ซ้อมกันฮาร์ดคอร์ไปไหมวะ ที่สาธารณะเลยนะเว้ย"


"กูว่าตำรวจแม่งต้องปกปิดอะไรแน่ๆ ฟังแล้วมันทะแม่งๆอยู่นาอิเบิร์ด"


"หรือว่ามีก่อการร้ายจริงๆวะ ฤกษ์เมื่อเช้ามึงผ่านทางนั้นหนิ เห็นอะไรผิดปกติปะ? มีรอยกระสุน รอยระเบิดอะไรไหม"


         เสียงข่าวจากโทรศัพท์ในมือไอ้ปัดกำลังเป็นที่น่าสนใจของพวกผมเป็นอย่างมาก เมื่อเช้าผมตื่นมาก็ไม่เห็นใครไม่รู้ว่าพี่ราล์ฟไปตอนไหน ไม่มีแม้กระทั่งโน๊ตเขียนบอกอะไร มีเพียงชุดอาหารเช้าจากร้านดังที่มาส่งให้ผมหน้าบ้าน พอคิดแล้วป๊อปคอร์นที่เคี้ยวอยู่เต็มปากอยู่ดีๆก็กลืนไม่ลง พี่เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า แผลอักเสบไหมนะ


"ฤกษ์!!"


"เออๆ ไม่มีหนิถนนสะอาดดี"


"มึงเป็นอะไร ดูเบลอๆสมองไปกระทบอะไรมารึ ยิ่งโง่ๆอยู่" ไอ้ปัดจ้องมาอย่างจับผิด


"กูคิดถึงพี่ราล์ฟ"


"ฮ๊ะ!!!!!"


"ตกใจอะไรวะ ก็พี่เขาไม่ค่อยสบายแล้ว...แล้วพี่เขาก็ช่วยกูไว้ตั้งเยอะกูก็…"


"เป็นห่วง?" ไอ้ปัดเลิกคิ้วถามด้วยหน้าหล่อๆ


"ก็พี่เขาไม่สบาย เออ!!! กูเป็นห่วงว่ะ" ตรงๆนักเลงพอ เอาจริงๆคือกูตอแหลไม่ทัน


"คิดถึงก็โทรหาสิวะ" ไอ้นกแนะ


"เอออออออออ จริงด้วย แต่กูโทรได้เหรอวะ ถ้าพี่เขาไม่รับล่ะ จะรบกวนพี่เขาหรือเปล่า พี่ราล์ฟงานเขาเยอะมากๆเลยนะมึง"


"ถ้ากลัวโทรไปรบกวนมึงก็ไปหาเขาสิ ตึกแพทย์ก็รู้จักแล้วป่ะ เขาจีบมึงอยู่มึงต้องไปได้ เอ๊ะ หรือว่าคบกันแล้ว"


"เฮ้ยยยย ไม่ใช่" ผมตะโกนลั่นเถียงลำไย เอาจริงๆผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจีบกันเป็นยังไง พี่มันตอแหลหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตอนเจอกันแรกๆพี่มันแม่งยังเอาผู้หญิงให้เห็นอยู่เลย อึ่ยยยย ผมชอบพี่มันไปได้ไงวะ กูโดนดีดน้ำมันพรายแน่ๆ


"จร้าาา กูจะคอยดู จบ!! แยกย้าย กูจะไปคุมน้องซ้อมหรีดกับอินก ส่วนมึงไปหาพี่หมอเสร็จแล้วก็ไปซ้อมบอลที่สนามกับพวกไอ้ตี๋ไอ้ปัดด้วย วันมะรืนก็งานแข่งกีฬาแล้ว"


"กูไม่ได้จะไปหาพี่หมอ!!!"





 



          เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เฮ้อ ไอ้สัส กูปวดขา ผมทรุดตัวลงนั่งยองๆพักเหนื่อยข้างๆริมทางเดิน เอาปิ่นโตวางไว้ข้างๆอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แม่งอยู่ไหนวะ กูเดินมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ จะโทรหาก็ไม่กล้ากลัวไปรบกวน รำคาญตัวเองที่เป็นห่าไรไม่รู้มาเดินตามหาผู้ชาย ถุ้ยยยย


"นี่ๆน้องฤกษ์ใช่ไหม"


"อ้าว พี่ลลินหวัดดีค้าบ" ไหล่ผมโดนสะกิดยิกๆหันไปก็เจอนางฟ้าในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา โอ้โหงามจริงๆแม่คุณเอ้ยยยยย


"มาหาราล์ฟเหรอ" พี่ลลินถามผมอย่างตื่นเต้น ดวงตาสวยเป็นประกายอย่างมีหวัง เพื่อ???


"ทำไมคิดว่าผมมาหาพี่ราล์ฟอ่ะ" ผมหันไปถาม ไม่คิดว่าผมอาจจะมาส่องหมอสาวๆคนอื่นบ้างไง โว๊ะ!! เสียความมั่นใจ


"ก็พี่อยากให้มาหาน่ะสิ ปะ พี่จะพาไปหา ลุกเร๊ววว เอ้า! ลุกเร็วๆลีลามากพี่จุ๊ฟนะ"


"เฮ้ยๆพี่ ช้าๆ ผมไม่รีบ พี่ลลินค้าบบบ" ผมลุกอย่างงวยงงตามแรงดึงที่ข้อมือด้วยฝีมือของนางฟ้าเสื้อกาวน์ เอ่อ คนสวยแดกอะไรมาครับคือดีดดีแท้

   

         พี่ลลินพาผมขึ้นลิฟท์เดินเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ก็มาหยุดอยู่ที่ห้องพักหนึ่งที่มีป้ายติดหน้าห้องว่า วีไอพี 'ห้ามรบกวน' ยังอ่านไม่ทันจบดีคุณเธอก็เคาะประตูรัวๆ จนผมสะดุ้งโหยง


"พี่ เขาติดป้ายว่าห้ามรบกวน" กูนี่ท้วงอย่างไว


"อ้าวเหรอ ไม่เห็นนะ" อันนี้คุณพี่จริงจังหรือกวนอ่ะ เอาดีๆ ป้ายแม่งอย่างเด่น


แอ๊ดดดดด


"มีอะ…."


ปึก


"ราล์ฟคะ ดูซิ ลลินพาใครมาเอ่ย" เสียงประตูห้องถูกเปิดโดยพี่อันเดรีย พี่ท่านยังถามไม่ทันจบดีพี่ลลินก็เดินกระแทกไหล่หนาเหมือนมองไม่เห็น(?) เข้าไปในห้องโดยไม่ต้องรออันเชิญและมีผมเดินตามแรงดึงไปติดๆ เฮ้ย ได้เหรอวะ เอาดีๆ


          พี่หมอราล์ฟขณะนี้นั่งอยู่ที่โซฟาหนังตัวยาวกับหนังสือหนาเตอะในมือหนึ่งเล่ม ภายในห้องมีโต๊ะทำงานขนาดกลางหนึ่งตัว และตู้สำหรับวางหนังสืออีกไม่กี่ตู้ คล้ายๆเป็นห้องทำงานกึ่งๆห้องพัก ในห้องมีแค่พี่ราล์ฟและพี่อันเดรียสองหนุ่มหน้าไร้อารมณ์ และเพิ่มเติมมาอีกสองชีวิตที่เพิ่งโผล่เข้ามา แค่เห็นพี่หมอผมก็เกิดอาการประหม่าอีกแล้ว


"งั้นเหรอ เสร็จแล้วก็กลับไปได้แล้ว" ผมหน้าเสียเมื่อได้ยินคำนั้น ไม่น่าเลย ไม่น่ามากวนพี่เขาเลย


"ไร้มารยาทที่สุด" พี่ลลินในมาดสาวเหวี่ยงที่ผมพึ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกบอกเสียงสะบัด ขณะนี้นั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะทำงาน เอ่อ บาปนะนั่น มีหนังสือบนโต๊ะอยู่ตั้งเยอะ


"ฉันไม่เคยมีอยู่แล้ว"


"ก็ไม่เคยหวังว่าจะมีหรอกจ๊ะ คุณอดีตคู่หมั้น" เมื่อก่อนผมใช้อะไรดูว่าเขารักกัน


"กลับไปได้แล้ว" พี่ราล์ฟก็ไล่จังวุ้ย กูนี่หน้าเสียหลายรอบล่ะ ไล่อีกทีคงเน่าแล้วล่ะครับ!!! ครั้งหน้าจะไม่มาหาแล้วนะโว้ย


"ไปอยู่แล้วล่ะถ้ามีคนไปส่ง ลลินเจ็บเท้าเดินไม่ไหว เมื่อกี้เดินมากับน้องฤกษ์รองเท้ากัด" พี่ลลินบอกด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร เอ่อ กูตามอารมณ์ไม่ทัน


"อันเดรีย"


"ครับ คุณราล์ฟ" พี่อันเดรียขานรับหน้านิ่งแต่คุณพี่ลลินผมเห็นนะโว้ย แววตาดีใจน่ะ ผมไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าพี่ลลินชอบพี่อันเดรีย แต่พี่อันเดรียไม่ชอบพี่ลลิน เอ๊ะ หรือว่าชอบวะ?หน้านิ่งขนาดนี้เดาไม่ถูก


"ไปส่งลลิน"


"ครับ" พี่อันเดรียรับคำพี่ราล์ฟ ร่างใหญ่เดินเข้าไปหาพี่ลลินด้วยใบหน้านิ่งขรึมก่อนจะก้มหัวให้พี่ลลินนิดหน่อยเป็นเชิงขออนุญาตประคองแขน แต่พี่ลลินดันสะบัดออก เอ้า อิหยังวะ


"ฉันจะขี่หลัง เดินไม่ไหว"


"ครับ" พี่อันเดรียรับคำอย่างนอบน้อมก่อนจะย่อตัวลงให้พี่ลลินขึ้นหลัง ร่างงามบนหลังกว้างหันมายิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะโบกมือ หย็อยๆ ให้ผมอย่างอารมณ์ดี โดยที่เจ้าของแผ่นหลังกว้างไม่มีทางได้เห็นสีหน้าพี่ลลินขณะนี้แน่ ถึงว่าล่ะ กระตือรือล้นสุดๆที่จะพาผมมาหาพี่ราล์ฟ ร้ายนักนะเจ๊ ผมส่ายหัวเซ็งๆและก้าวตามหลังพี่อันเดรียไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง...ผมหนักปิ่นโตแหละ พูดผิด


"จะไปไหนล่ะเราน่ะ พี่ให้พวกนั้นกลับ มานั่งนี่" เสียงทุ้มทักขึ้นเมื่อผมกำลังจะก้าวพ้นประตู


"อ้าว ก็ผมเข้าใจว่าอย่างนั้นนี่" ผมเกาหัวแกรกๆก้าวเข้าไปหาพี่ราล์ฟ ด้วยความรู้สึกที่โคตรจะแตกต่างกับเมื่อกี้ลิบลับ เชื้อพี่ลลินแม่งแรง จับแค่ข้อมือติดเชื้อได้ไง


"ผมเอาขนมไทยมาฝาก มีหลายอย่างเลย พี่กินข้าวยังอ่ะ"


"ยังไม่ได้กินพึ่งได้พัก มานี่มา เมื่อเช้าอาหารถูกปากไหม"


"อร่อยหมดแหละผมอ่ะ กินข้าวคลุกน้ำปลายังอร่อยเลยคะ...พี่ราล์ฟ!!!" ผมร้องเสียงหลงเมื่อถูกดึงให้นั่งลงบนตักแกร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว จมูกโด่งก้มลงมาหอมที่ซอกคอผมจนขนลุกเกลียวก่อนจะผละออกไป ผมรีบลุกออกจากตักมานั่งโซฟาหน้าตาตื่นอย่างรวดเร็วเมื่อทรงตัวได้ ยื่นมือจะทุบลงไปบนไหล่แกร่งอย่างคนจะเอาเรื่องแต่ต้องชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพี่เขามีแผล


"แผลพี่เป็นยังไงบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม" ผมยื่นมือไปแตะเบาๆที่ไหล่


"ไม่เป็นอะไร" พี่ราล์ฟจับมือที่ผมแตะไหล่มากุมมือไว้เบาๆ ตาคมมองสบมาที่ผมอย่างอบอุ่นหัวใจ ครั้งแรก...ของผมที่มองตาคมคู่นี้โดยไม่หวาดกลัว


"แต่เมื่อวานนี้…"


"เมื่อวานก็ส่วนเมื่อวาน ส่วนวันนี้พี่ไม่ได้เป็นอะไร" มือแกร่งยื่นมาลูบผมเบาๆ อ่อนโยนจังวะ ผมทำอะไรไม่ถูกเลยพี่ราล์ฟเวอร์ชั่นผ้าห่มเนี่ย รู้สึกดีโว้ยยยย


"โอมเพี้ยง หายไวๆนะ อย่าเจ็บอย่าป่วยอีกนะครับ" ผมก้มลงไปเป่าที่หัวไหล่พี่ราล์ฟเบาๆก่อนจะยิ้มให้คนตรงหน้า พี่ราล์ฟชะงักนิ่งก่อนจะดึงผมเข้าไปกอดไม่ยอมปล่อย


"พี่ราล์ฟ เรากอดกันบ่อยไปไหมวะ" ผมดันตัวเองออกแต่พี่ราล์ฟไม่ยอมปล่อย ใจไม่ดีเลยโว้ย


"คบกันแล้วกอดกันบ่อยแค่ไหนก็ได้" พี่ราล์ฟยอมปล่อยผมแต่โดยดีก่อนจะหันไปเปิดปิ่นโตที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟา


"เราคบกันตอนไหนอ่ะ คบกันแล้วเหรอ ที่เป็นแบบแฟนกันอะนะ" สาสสส ตอนไหนวะ กูละเมอตกลงคบงี้เหรอ


"ถ้าไม่ชอบพี่ ฤกษ์ปฏิเสธได้ เอาไว้พร้อมแล้วค่อยให้พี่เป็นแฟนฤกษ์แต่ตอนนี้ฤกษ์เป็นแฟนพี่"


"เฮ้ยพี่ ยังไงวะดูงงๆนะ แล้วนี่ยังไม่ได้กินข้าวอย่าพึ่งกินขนมสิ" ผมท้วงพี่ราล์ฟที่หยิบขนมเข้าปากแล้วยกถ้วยกาแฟร้อนดำปี๋ที่มีอยู่ก่อนแล้วดื่มตาม


"กินขนมก็อิ่มเหมือนกัน อันนี้ขนมอะไรพี่ไม่เคยเห็น"


"ไม่เอาพี่กินเลยผมยัดมาเต็มที่แล้ว อันนี้เรียกกระเช้าสีดา อร่อยป่ะ" ผมปฏิเสธขนมที่พี่ราล์ฟยืนมาป้อนให้ก่อนจะตอบในสิ่งที่คนตรงหน้าถาม แต่ไหงปากผมมีแต่ขนมวะ


"อืม ทำเองเหรอเรา"


"ใช่ทำเอง เดินไปซื้อเอง ต่อแถวเองกับตัว เก่งปะ" ผมตอบอย่างภูมิใจสุดๆ รอเป็นชั่วโมงอ่ะร้านนี้กว่าจะได้กิน พี่ราล์ฟยกมือดีดหน้าผากผมเบาๆพร้อมกับส่ายหัวอย่างหน่ายๆและหันไปรับโทรศัพท์เมื่อมีสายเข้ามาพอดี พี่เขามักจะทำงานตลอดเลยแฮะ ผมช่วยอะไรพี่เขาได้บ้างไหมนะ


          ผมยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา อีกชั่วโมงกว่าจะถึงชั่วโมงเรียน ยังมีเวลาลีลาอีกเยอะใจจริงก็อยากอยู่กับพี่เขาอะครับ การได้อยู่กับคนที่เราชอบมันโคตรจะดีเลยอ่ะ ผมไม่เคยมั่นใจในความรู้สึกพี่เขาเลย ผมแค่รู้ว่าผมชอบพี่เขา  วันนี้ดูเหมือนผมกับพี่ราล์ฟจะดูผ่อนคลายกันมากขึ้น ถ้าผมไม่รู้สึกไปเองนะ...แค่นึกถึงคืนที่ผ่านมาที่ผมเอาแต่ร้องไห้เป็นเด็กๆพี่ราล์ฟเอาแต่กอดผมไม่ยอมปล่อย ผมก็แทบจะเอาปิ่นโตตรงหน้าครอบหัวแล้ว แต่มันก็ดีแล้วที่พี่ราล์ฟก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อคืน 


"มองอะไรอยู่"


"เผื่อจะเจอสาวสวยในห้องพี่อ่ะ" ผมไม่รู้ว่าพี่เขาคุยโทรศัพท์เสร็จตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็หลุดพูดอะไรออกไปอย่างลืมตัว…


"พี่ไม่มีมาสักพักแล้ว" พี่ราล์ฟพูดพลางถอนหายใจ พี่เขาไม่พอใจหรือเปล่าวะ


"คือผมแค่แซว…"


"แค่แซวเล่น? แล้วทำไมถึงทำหน้าไม่พอใจพี่"


"เฮ้ยพี่ ผมเปล่า!!" ผมเถียงเสียงดังลั่นพลางเอามือจับหน้าตัวเองอย่างเริ่มไม่มั่นใจ หรือกูทำวะ? บ้าบอหน่า


"จะจับผิดพี่หรือไง ไม่ทันไรทำหน้าที่แฟนซะแล้ว พี่ไม่ได้ซ่อนใครไว้ในห้องหรอกนะ " พี่ราล์ฟพูดพลางกระตุกยิ้มอย่างชอบใจ


"ผมไม่ได้จับผิดพี่ซะหน่อย พี่จะยิ้มอะไรนักหนา ห้ามยิ้มนะโว้ย" ผมเอื้อมมือจะไปปิดปากรอยยิ้มร้ายอย่างหมันไส้ ไม่บ่อยครั้งหรอกนะที่จะได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของคนตรงหน้า แต่ก็ดันถูกรวบเอาไว้ได้ทัน อย่าผลักผมนอนลงบนโซฟาสิเฮ้ย กูสู้แรงไม่ได้


"ตอนนี้พี่มีอยู่คนเดียว คนนั้นอยู่ตรงหน้าพี่ตอนนี้ ขณะนี้ " พี่ราล์ฟพูดขณะที่หน้าเราห่างเพียงแค่ฝ่ามือกั้น


"พี่เจ้าชู้อ่ะ"


"ตอนนั้นไม่มีแฟน เขาไม่เรียกว่าเจ้าชู้"


"พี่มีสาวเยอะแยะไปหมด"


"ตอนนี้เลิกหมดแล้ว"


"เลิกทำไมอ่ะมีสาวเยอะดีจะตาย ผมก็อยากมี"


"ถ้าฤกษ์ให้พี่มี พี่ก็โอเครนะ"


"ถ้าพี่ให้ผมมีผมก็โอเครครับ"


"มันจะไม่มีวันนั้น"


"พี่ราล์ฟ"


"ครับ?"


"ขอบคุณนะครับสำหรับของที่บริจาคให้ที่วัด"


"แค่คำขอบคุณเหรอ" พี่ราล์ฟก้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูผมจนขนลุกเกลียว


"แล้วต้องแค่ไหนอ่ะครับ ผมไม่ได้เอาพวงมาลัยดอกไม้ติดมือมาด้วยน่ะสิ อื้อออออ"








       


 






















































ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0

ออฟไลน์ นางฟ้าน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ hewlett

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 560
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-3
ดัน รอน้อง

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1976
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด