► ——— เด็กมันน่ารัก ——— ◄ ตอนที่16 (27.06.2019)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ► ——— เด็กมันน่ารัก ——— ◄ ตอนที่16 (27.06.2019)  (อ่าน 20963 ครั้ง)

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ
4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ
5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน
7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ
8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).
9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ
10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป
11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว
บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป
12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด
13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ
14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ
15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข
17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม









ธาราอยากจะใช้มือคู่นี้ลูบหัวเด็กคนนั้นอย่างอ่อนโยน
อยากจะใช้มือคู่นี้ปกป้องจากอันตรายใดๆ
อยากจะใช้มือคู่นี้โอบกอดให้ความอบอุ่น

แต่บางที...
ธาราก็อยากจะใช้มือคู่นี้ลูบไล้ผิวเนียนใสนั้น
อยากจะใช้มือคู่นี้ขย้ำร่างบางให้ช้ำเนื้อ
และบางทีก็อยากใช้มากกว่ามือ...ทำให้เด็กคนนั้นแปดเปื้อน





สารบัญ

บทนำ
ตอนที่1
ตอนที่2
ตอนที่3
ตอนที่4
ตอนที่5
ตอนที่6
ตอนที่7
ตอนที่8
ตอนที่ 9
ตอนที่10
ตอนที่11
ตอนที่12
ตอนที่13
ตอนที่14
ตอนที่15
ตอนที่16(UP!)
#เด็กมันน่ารัก




ติดตามทวิตเตอร์ได้ที่ @TiXA_20X จะได้ไม่พลาดตอนใหม่ๆจ้า

**คำเตือน : นิยายเรื่องนี้นายเอกยังเป็นผู้เยาว์ แต่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ**
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-06-2019 20:20:53 โดย TiXA »

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 650
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
Re: ► เ ด็ ก มั น น่ า รั ก ◄
«ตอบ #1 เมื่อ21-02-2019 13:29:32 »

 :hao7: แค่เริ่มก็ชอบแล้วค่ะ  o13 รออ่านนะค่ะ  :hao7:

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
Re: ► เ ด็ ก มั น น่ า รั ก ◄
«ตอบ #2 เมื่อ21-02-2019 13:31:48 »

บทนำ


       "อือ..."



     คนตัวบางใต้ร่าง"ธารา"ส่งเสียงประท้วงในลำคอยามอยู่ในห้วงนิทรา เมื่อคนข้างบนกำลังขบดูดซอกคอขาวอย่างหน้ามืดตามัว ธาราใจเต้นแรงราวมันจะปะทุออกมาในยามที่ลิ้นอุ่นได้สัมผัสกับลำคอเนื้อเนียน จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมจากร่างบางอย่างกับโดนมอมเมาด้วยกลิ่นและรส



     กว่าเขาจะได้สติและหยุดการกระทำ ก็ตอนที่'เด็ก'ใต้ร่างขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรับรู้ว่าร่างกายกำลังถูกรบกวนด้วยอะไรบางอย่าง



     อะไรบางอย่างที่ว่าละใบหน้าออกจากซอกคอน่าหลงใหลนั้น ก่อนที่จะมองใบหน้าละอ่อนของเด็กดีที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว สุดท้ายธาราก็คิดว่า คนมีมลทินอย่างเขา ไม่ควรจะทำผ้าขาวแปดเปื้อน



     ธาราขบกรามแน่น ไม่อาจดับไฟราคะที่คุกรุ่นในใจได้ ร่างหนาพาตัวเองเข้าห้องน้ำ จัดการอารมณ์ด้วยฝ่ามือเสร็จสรรพ เขาเริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองมาถึงจุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่



     จุดที่คนที่ฟันใครมามากอย่างเขา ต้องมาอดทนอดกลั้น แล้วทำตัวเป็นพ่อพระ กับเด็กอายุ18คนนึง









     มันคงเริ่มจากวันนั้น เช้าวันจันทร์ที่จราจรไม่น่าพึงประสงค์



     ธาราเพิ่งย้ายมาอยู่ในย่านนี้ ก็ถูกรับน้องด้วยการนั่งแช่อยู่ในรถส่วนตัวเป็นชั่วโมง หนุ่มใหญ่มองวิวข้างนอกรถเพื่อฆ่าเวลา พลันสายตาก็ไปหยุดอยู่เด็กม.ปลายคนนึงที่เดินอยู่บนฟุตบาทท่าทางกำลังเดินไปโรงเรียน



     เด็กคนนั้น คนที่เพิ่งเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่องานศพของมาลิน



     มาลินที่เคยเป็นเพื่อนร่วมงานของเขา และมาลินที่เป็นแม่ของเด็ก'ติณณ์'คนนั้น



     ธาราเจอติณณ์ครั้งแรกตั้งแต่เด็กน้อยยังตัวเล็กนิดเดียว มาลินเคยพาลูกมาที่ทำงาน คนในแผนกต่างเอ็นดูและอยากเข้ามาเล่นด้วย แต่เด็กน้อยเอาแต่หลบหลังแม่ ไม่พูดคุยกับใครนอกจากแม่ เหมือนโลกทั้งใบมีแต่แม่มาลิน



     เวลาผ่านไป มาลินไม่ได้พาติณณ์มาที่ทำงานอีก แต่เธอยังคงชอบเล่าเรื่องราวของลูกให้ธาราฟัง พร้อมเปิดภาพประกอบให้ดู เหมือนกับธาราได้เฝ้าดูการเติบโตของเด็กคนนี้ จากการเล่าเรื่องของมาลินบ่อยๆ



     จนกระทั่งมาลินถูกรถชน



     ธาราจำได้แม่นว่าตัวเองน้ำตาไหลในงานศพ มาลินเป็นเพื่อนของเขาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แถมยังอยู่แผนกเดียวกันตอนทำงาน ไหนจะชอบมาเล่าเรื่องลูกให้ฟังบ่อยๆ



     แต่ทว่าวันนั้นธาราก็จำได้แม่น ว่าไม่มีน้ำตาสักหยดจากติณณ์



     ภาพที่เห็นคือเด็กคนนั้นมีแววตาว่างเปล่า ไม่นานนักก็เริ่มเป็นแววตาเศร้าสร้อย น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย ฟันขาวขบกัดริมฝีปากบางอย่างกับกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่าง สุดท้ายก็กลับมาทำหน้าเรียบเฉย



     เรียบเฉยอย่างวันนี้



     งานศพเพิ่งพ้นไปเมื่อเดือนที่แล้ว ธาราอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าติณณ์จะสบายดีไหม อา คงไม่สบาย เพราะปกติมาลินต้องส่งลูกไปโรงเรียนทุกวัน



     ธาราจ้องร่างบางที่กำลังเดินท่ามกลางแดดจ้าที่กระทบบนผิวขาวๆนั่น มันยิ่งส่งให้เด็กคนนั้นมีออร่า น่าจับตามอง แต่มันคงจะแสบผิวน่าดู ธารานึกเสียดายผิวสวยๆนั่นถ้าหากว่าถูกเผาไหม้จากแดด



     คนในรถมีความคิดที่จะเรียกให้ติณณ์ติดรถไปด้วยกัน แต่ต้องถูกยกเลิกไป เพราะหนึ่ง เขาไม่ได้อยู่ในเลนติดฟุตบาท สอง ติณณ์คงจะจำไม่ได้ว่าตาแก่วัย40ปีนี่เป็นใคร คงไม่ยอมขึ้นรถไปด้วยแน่



      และแล้วก็ถึงสัญญาณไฟเขียว ธาราคิดช่างแม่ง หลังจากนี้ก็คงไม่เจอกันแล้ว





     ธาราคิดผิด



     แทบจะทุกๆเช้าบนจราจร ในตอนที่รถติด เขามักจะเห็นติณณ์เดินไปโรงเรียน



     แต่วันนี้ เด็กน้อยหยุดนั่งพักตรงป้ายรถเมล์ กำลังนั่งหอบด้วยความเหนื่อย เหงื่อเม็ดเล็กไหลจากหน้าผากมาสู่คาง และมันก็ไหลย้อยมาตามลำคอขาว ลูกกระเดือก และไหปลาร้า ก่อนจะไหลหายเข้าไปในชุดนักเรียน



     ให้ตายเถอะ



     ธาราปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงลำคอของติณณ์น่ามองมาก



     เป็นโชคดีที่กระจกรถติดฟิล์มค่อนข้างทึบ ไม่งั้นคงเห็นภาพหนุ่มใหญ่กำลังจดจ้องลำคอหนุ่มน้อยด้วยสายตาวาววับ อย่างกับเสือเจอเหยื่ออันโอชะ



     ธาราสลัดความคิดหื่นกามของตัวเองออก ก่อนจะหันไปโฟกัสกับไฟสัญญาณจราจรแทน



     การที่ธาราต้องมาเห็นติณณ์เดินบนฟุตบาทบ่อยๆทำให้เขาเริ่มสังเกตเด็กนี่มากขึ้น เริ่มจากหน้าตาที่จัดว่าดี ออกไปทางหล่อมากกว่าหน้าหวาน ผิวพรรณนวลใส แต่ติดที่ว่าชอบทำหน้าตาย ไม่สิ ทำหน้าเหมือนโลกนี้ไม่น่าอยู่มากๆต่างหาก



     และตัวย่อชื่อโรงเรียนที่ปักบนหน้าอก เป็นโรงเรียนดังในย่านนี้ ตรงไปอีกนิดนึงก็ถึงแล้ว



     แต่ติดตรงที่ว่า.....



     วันหนึ่ง ธาราต้องตื่นเช้ามากเป็นพิเศษ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างก็ว่าได้ ขณะที่เขากำลังพารถออกจากคอนโดมิเนียมที่อยู่ เขาก็เจอติณณ์กำลังเดินออกจากหมู่บ้านข้างหน้า



     มันแปลกตรงไหนน่ะหรอ



     ตรงที่โรงเรียนกับหมู่บ้านนี้ ไม่ได้ใกล้พอที่จะสามารถเดินไปเรียนได้แม้แต่น้อย มันไกลมาก ทีแรกเขาคิดว่าติณณ์บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน หรือไม่ก็นั่งรถเมล์มาลงป้ายหรอกหรอ



     ธาราเก็บความสงสัยไว้ในใจ หรือเรื่องมันอาจไม่ใช่อย่างที่เห็นกันนะ? อยู่ๆก็โดนปลุกความเป็นเด็กวิทย์ขี้สงสัย เขาทดลองตามดูพฤติกรรมการไปโรงเรียนของเด็กนี่ทุกวันๆ สังเกตว่าติณณ์เดินผ่านป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้านไปอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีการขึ้นรถใดๆทั้งสิ้น



     ถึงจะดูโรคจิต แต่ก็สรุปได้ว่า ติณณ์เดินไปโรงเรียนทุกวัน



     ทำไมไม่ขึ้นรถเมล์ รถตู้ หรือแท็กซี่ล่ะ?



     ธาราทนไม่ไหวที่ต้องเห็นเด็กน้อยเดินหอบไปโรงเรียนทุกวัน ถ้ามาลินมาเห็นเธอจะรู้สึกยังไง? ให้ตาย เขาต้องทำอะไรสักอย่าง



      แผนการเข้าหาเด็ก101 คงเริ่มต้นนับจากนี้













talk.

นี่เป็นเรื่องราวของพระเอกวัย40กับเด็กอายุ18นะคะ /ไอดังคุกๆ ถ้าสนใจรบกวนคอมเม้นหน่อยนะคะ/กราบ พอดีพล็อตมันแวบเข้ามาในหัว ลงบทนำดูฟีดแบคก่อน ถ้าไม่แป้กก็แต่งต่อ ถ้าแป้กก็จะแต่งต่อ /ห้ะ
ปล.เรื่องนี้ลงทั้งเว็บเด็กดีและเล้าเป็ดเน้อ ไม่ต้องตกใจว่าก็อปรึเปล่า ไรท์คนเดียวกัน555555



#เด็กมันน่ารัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-04-2019 16:23:32 โดย TiXA »

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 650
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
ชอบค่ะ  o13  อย่าทิ้งกันน้าาาาา  o13

ออฟไลน์ แพรวฐา

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
ติดตามค่าาา o13

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
ขอแบบแดดดี้(ที่ไม่ใช่พ่อ)นะจ๊ะ   :hao3: :hao3: :hao3:

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ตอนที่1
     

            “ติณณ์ วันนี้มึงเอาข้าวมากินปะ” โต้เอ่ยถามเพื่อนในกลุ่มเมื่อเจ้าตัวกำลังนั่งบนเก้าอี้ ติณณ์ทำเพียงพยักหน้าตอบ ก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับโต๊ะเลคเชอร์



            “มึงนี่น้า เป็นแบบนี้ตลอด หัดนอนไวๆบ้างเหอะมึง”



            ติณณ์รับฟังคำพูดนั้นแล้วปล่อยให้มันผ่านหูไป ตอนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าที่จะพูดกับโต้  มันเป็นแบบนี้ทุกเช้า พอติณณ์มาถึงโรงเรียนเขามักจะงีบก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยลงไปเข้าแถว เนื่องจากเขาอ่อนล้าจากการเดินมาโรงเรียน และง่วง



            หลังจากที่แม่เสีย เขากลายเป็นคนกลัวรถ ภาพที่เห็นแม่ถูกรถชนยังติดตาและหลอกหลอนเขามาจนถึงทุกวันนี้ มันทำให้เด็กหนุ่มไม่กล้าขึ้นรถโดยสารทุกประเภท เขายอมเดินในระยะทางที่ไกล แม้ว่าจะเหนื่อยมากก็ตาม



            นายติณณ์ถูกเลี้ยงมาโดยแม่คนเดียว แต่โชคดีเหลือเกินที่มาลินมีหน้าที่การงานดี เงินเดือนเยอะ ฉะนั้นไม่มีปัญหาเลยสำหรับการเลี้ยงติณณ์ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมาตั้งแต่เล็กจนโต



            “ไหนมึงเอาอะไรมากิน ขอดูหน่อยดิ้” โต้ถือวิสาสะค้นถุงพลาสติกที่บรรจุข้าวกลางวันของติณณ์ “ขนมปังอีกละ? มึงอิ่มหรอกูถามจริง”



            หลังจากนั้นโต้ก็บ่นเป็นหมีกินผึ้ง โต้เป็นเพื่อนสนิทของติณณ์มาตั้งแต่สมัยม.ต้น ติณณ์กล้าเรียกโต้ว่าเพื่อนสนิทในตอนนั้น เพราะเวลามีเรื่องอะไร ก็มีแต่เพียงแม่กับโต้เท่านั้นที่เด็กหนุ่มยอมให้รับรู้เรื่องราวในชีวิต ยอมแชร์ประสบการณ์ที่ดีและไม่ดี



            พอขึ้นม.ปลาย กลุ่มเพื่อนเริ่มใหญ่มากขึ้น แน่นอนว่าโต้สนิทกับเพื่อนหลายคนเพราะเป็นคนอัธยาศัยดี ต่างกับติณณ์ที่พูดไม่เก่ง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบเข้าสังคม เพียงแต่ติณณ์ไม่ถนัดที่จะเข้าหาคนแปลกหน้าเท่านั้น ก็พอมีเพื่อนอยู่บ้าง แต่ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นอย่างที่เคยสนิทกับโต้



            ระยะห่างระหว่างคนสองคนมากขึ้น จนติณณ์ไม่กล้าเรียกโต้ว่าเพื่อนสนิทอีกต่อไป เพราะกลัวว่าเขาเป็นฝ่ายเดียวที่สนิทด้วย และเขาก็ไม่กล้าเรียกร้อง เพราะมันกลัวจะดูงี่เง่า



            แต่พอแม่เขาเสีย โต้กลับมาใกล้ชิดกับติณณ์มากขึ้น เริ่มจากที่โต้มานั่งเป็นเพื่อนเขาแบบนี้ในทุกๆเช้า เห็นว่าติณณ์ไม่ยอมลงไปกินข้าวกลางวันเลยซื้อข้าวมาให้ เขายืนยันว่าไม่กินแต่เพื่อนเขาก็บังคับให้กินอยู่นั่น สุดท้ายติณณ์ต้องเอาข้าวกลางวันมากินเองบนห้อง จะได้ไม่ลำบากโต้ และโต้ก็จะนั่งกินข้าวกลางวันบนห้องเป็นเพื่อนเขาทุกวัน



            อย่างที่เมื่อก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้



แทนที่จะเรียกว่าความหวังดี แต่ติณณ์คิดว่ามันก็แค่ความสงสาร พอเวลาผ่านไป ถ้าโต้เห็นว่าเขาเข้มแข็งขึ้น ก็คงจะห่างกันเหมือนเดิม



            ไม่ต้องมาสงสารเราหรอก



            เรามันน่าเบื่อ อยู่ด้วยก็น่าเบื่อ เราไม่สนุกเท่าไปอยู่กับคนอื่นๆหรอก



            ไม่อยากปล่อยพลังลบใส่ใคร ไม่อยากให้ใครมาเบื่อเวลาอยู่กับเรา



            ไม่ต้องมาทำให้เราคิดว่าเรามีเพื่อน เพราะสุดท้ายเราก็ต้องอยู่คนเดียว



            ติณณ์ปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบๆกับพื้นโต๊ะ เก็บเสียงสะอื้นให้เบาที่สุด เมื่อก่อนเขามักจะร้องไห้ในอ้อมกอดแม่ แล้วตอนนี้ล่ะ เขาจะไปร้องไห้กับใคร



            นอกจากตัวเองคนเดียว





 

            “นี่มึงดูนี่ ย่ากูทำกุ้งทอดกระเทียมมาให้กิน ของโปรดมึงนี่” ไม่ว่าเปล่า โต้เปิดกล่องข้าวเมื่อถึงเวลาพักเที่ยง เขาจำได้ว่ามันเป็นเมนูโปรดของใครบางคน หวังว่าอาหารที่ชอบจะทำให้สุขภาพจิตของติณณ์ดีขึ้นบ้าง



            คนชอบกุ้งทำเพียงปรายตามอง ก่อนที่จะกัดขนมปังไส้หมูหย็องคำเล็กๆเข้าปาก ติณณ์รู้ทันว่าสิ่งที่โต้กำลังทำก็เพราะอยากให้เขาอารมณ์ดี ไม่ใช่เพราะอยากกลับมาสนิทด้วยแต่อย่างใด



            ติณณ์เข็ดเหลือเกินกับการเอาชีวิตตัวเองไปผูกกับใครมากเกินไป พอถึงคราวโดนทิ้ง มันเจ็บเหมือนจะตายอย่างไรอย่างนั้น



            เขาเลยแก้ปัญหาโดยการนับจากนี้เขาจะไม่เปิดรับใครอีกแล้ว หากไม่มีการผูกพัน ก็จะไม่เจ็บปวด ทำให้โต้ทนไม่ไหวกับความน่าเบื่อของเขา แล้วโต้ก็จะจากไปเอง



            “อะ กุ้งมึงอะ”



            เจ้าของกุ้งทอดกระเทียมนำช้อนที่บรรจุด้วยกุ้งหนึ่งตัวไปจ่อปากเพื่อนคนหน้าตาย ติณณ์ปฏิเสธด้วยการส่ายหน้า โต้ถอนหายใจให้กับความดื้อด้าน จึงตัดสินใจจับปลายคางเพื่อนให้หันหน้าเข้าหากันดีๆ บีบริมฝีปากบางนั่นให้อ้าออกเบาๆ จากนั้นก็ทำการยัดกุ้งเข้าปาก



            “จะดื้อไปเพื่อ? กินๆเข้าไปให้เยอะๆ ตัวมีเนื้อบ้างหรือเปล่าวะน่ะ”



            โต้บ่นอีกแล้ว แต่ติณณ์ทำหูทวนลม



            “มึงดูแลตัวเองบ้างดิ ไม่ชอบให้มึงเป็นแบบนี้เลย กูเป็นห่วงมึงนะเว้ย”



            โกหก



            “จะแอดมิชชั่นอยู่แล้ว เป็นห่วงสุขภาพบ้าง อดทนกินเข้าไปหน่อยเถอะ เพื่อตัวของมึงเอง”



            หยุดสงสารกันสักที สุดท้ายแล้วตัวเขาก็ต้องอยู่คนเดียวไม่ใช่หรือไง



            “ติณณ์? มึงฟังกูไหมเนี่ย”



            “อืม”



            โต้ถึงกับตบหน้าผากตัวเองเมื่อเห็นเพื่อนตอบส่งๆ มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าตอบตามมารยาท ติณณ์รับรู้ถึงความหนักใจของคนข้างๆ แต่เขาไม่ได้หนักใจตามไปด้วย



            ดูซิ มึงจะทนความน่าเบื่อของกูได้อีกนานเท่าไหร่กัน



            ติณณ์เดินกลับบ้านอย่างเคยตั้งแต่อะไรๆเปลี่ยนไป ถามว่าชินไหม ก็คงต้องตอบว่าไม่ เดินไปโรงเรียนหนึ่งเดือน เทียบกับนั่งรถไปโรงเรียนทั้งชีวิต มันเทียบได้ที่ไหนกัน



            เด็กหนุ่มอยู่บ้านหลังเดิมคนเดียว มรดกจากแม่ก็มากพอที่จะใช้ชีวิตต่อไป และยังมีพวกญาติที่ต่างจังหวัดโอนเงินมาให้อย่างไม่ขาดมือ แต่มีอยู่หนึ่งสิ่งที่เขารู้สึกขาดแคลน



            คงจะเป็นความอบอุ่น



            นึกแล้วก็แค่นยิ้มประชดให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง ที่ไม่ไปอยู่กับญาติเพราะไม่สนิทกับญาติเหมือนกัน ใช่ ญาติแท้ๆจากสายเลือดนั่นแหละที่ไม่สนิท เวลาแม่พาไปหาญาติ เขาไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องพูดคุยกับใครนอกจากแม่ ทำแต่เพียงยิ้มและตอบคำถามเป็นมารยาท บางทีเขาก็เกลียดตัวเองที่เข้ากับใครยากเหลือเกิน



            ติณณ์สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว จากนั้นก็อาบน้ำชำระเหงื่อ ทำโจทย์เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยจนดึกดื่น ที่หักโหมขนาดนี้เพราะไม่อยากว่าง ถ้าไม่มีอะไรทำแล้วจะฟุ้งซ่าน เลยเอาแต่อ่านหนังสือ และไม่กินข้าวเย็น



            ไม่ใช่เพราะเอาแต่อ่านหนังสือ แต่เป็นเพราะกินไม่ลง ไม่อยากอาหาร แค่ดื่มน้ำเท่านั้น



            พออ่านหนังสือจนง่วง ติณณ์เริ่มปิดไฟเข้านอน แต่คืนของเขาไม่จบแค่นั้น



            เด็กหนุ่มนอนร้องไห้เมื่อความมืดและความอ้างว้างเข้ามาเยือน สมองเอาแต่วนลูปภาพที่แม่ถูกรถชน และตอกย้ำความโดดเดี่ยว ไม่มีใครให้ยึดเหนี่ยวจิตใจอีกต่อไป



            ร่างบางกอดหมอนข้างแน่น เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว และห่มผ้าหนาๆให้ความอบอุ่น ให้เหมือนกับว่ากำลังถูกใครสักคนกอด



            เสียงสะอื้นในความมืดยังคงดังอยู่นาน จนกระทั่งเจ้าของร่างอ่อนล้าและผล็อยหลับไปเอง





 

            กิจวัตรประจำวันของติณณ์วนลูปแบบนี้อยู่ทุกวัน คือ กินข้าวเช้า เดินไปโรงเรียน ถูกโต้บังคับกินข้าวกลางวัน กลับบ้านมาอ่านหนังสือ ร้องไห้ก่อนนอน และหลับในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นไปโรงเรียน



            แต่วันนี้ มีบางอย่างเปลี่ยนไป



            ในขณะที่ติณณ์กำลังทำโจทย์ เสียงออดของบ้านก็ดังขึ้นอย่างที่ไม่ได้ดังมานาน เขาแปลกใจอย่างมากเมื่อชะโงกหน้าไปดูตรงหน้าต่างก็พบว่า มีผู้ใหญ่คนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูรั้ว



            เจ้าของบ้านเดินออกไปที่ประตูรั้ว ก่อนที่จะได้เอ่ยอะไร ผู้ใหญ่นิรนามก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน



            “สวัสดีครับติณณ์ จำอาได้ไหม?”



            ติณณ์เริ่มมองสำรวจคนแปลกหน้า…คนๆนี้เป็นผู้ชายดูมีอายุห่างจากเขาหลายปี ถ้าให้เดาคงพอๆกับแม่ แต่งตัวดี เหมือนทำงานในบริษัท ตัวสูง หุ่นดี อา หมายถึงมีกล้าม หน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม แต่ด้วยความที่เจ้าตัวฉีกยิ้มแบบเป็นมิตรสุดๆเลยดูใจดีไม่น้อย



            รวมๆแล้ว ติณณ์จำผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยสักนิด



            “ขอโทษนะครับ คือผมจำไม่ได้” ติณณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงงุนงงปนรู้สึกผิด



            “อา นั่นสิ จำได้ก็แปลก ไม่ได้เจอกันมาตั้งนาน นี่อาธารนะ เป็นเพื่อนของแม่มาลิน เราเคยเจอกันตอนที่ติณณ์ตัวเล็กนิดเดียวเอง ที่ทำงานแม่เราไง จำได้ไหม?”



            เด็กหนุ่มเริ่มรื้อฟื้นความจำ ภาพที่จำได้คือแม่เคยพาเขาไปที่แผนกตอนอยู่อนุบาล แล้วก็มีผู้ใหญ่ยิ้มให้มากมาย ทำท่าจะข้ามาหาติณณ์ตั้งหลายคน ติณณ์กลัวมากเลยเอาแต่หลบหลังแม่ ฉะนั้น เขาจำใครไม่ได้ทั้งนั้น



            “อ๋อ…ครับ” อ๋อไปอย่างนั้น ติณณ์จำไม่ได้หรอก แน่นอนว่าธาราดูออก



            “จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรหรอก อาแวะมาทักทายเฉยๆ พอดีเพิ่งย้ายมาอยู่แถวนี้” ธาราชวนคุย “เป็นไงบ้าง สบายดีไหม แล้วนี่อยู่บ้านคนเดียวหรอ”



            “ครับ” ติณณ์เลือกตอบแค่คำถามที่สอง



            “นี่ อาซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝาก ไม่รู้ว่าชอบไหม แต่รับรองว่าอร่อย เจ้าเด็ดเชียวนะ”



            ธาราหยิบยื่นน้ำใจให้เด็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าติณณ์ยังไม่ไว้ใจเขาเท่าไหร่เลยไม่ยอมเปิดประตูรั้วมารับ ให้ตาย มาลินคงสอนลูกว่า ‘อย่าไปรับขนมจากคนแปลกหน้านะลูก’ แน่ๆ



            เมื่อเป็นอย่างนี้ หนุ่มใหญ่เลยยื่นนามบัตรให้กับติณณ์เพื่อแสดงตัวตนและความน่าเชื่อถือ “ถ้ากินเข้าไปแล้วรู้สึกผิดปกติก็เรียกตำรวจให้มาจับอาได้เลย เอาน่า อาไม่ใช่โจรหรอกนะ แค่แวะมาทักทายเฉยๆว่าสบายดีไหม รับไปเถอะนะครับ”



            พูดขนาดนี้แล้ว เจ้าของบ้านเลยยอมเปิดประตู แล้วยกมือไหว้ขอบคุณก่อนที่จะรับถุงก๋วยเตี๋ยวมา จบด้วยการปิดประตูรั้วใส่



            ธาราคงหวังมากไป นึกว่าติณณ์จะชวนเข้าไปกินน้ำกินท่าในบ้านเสียอีก…



            หึ ขี้ระแวงจริงนะ



            “งั้นอาไปก่อนนะ ไว้เจอกันใหม่ ดูแลตัวเองดีๆนะครับ”



           ทั้งคู่กล่าวลาตรงประตูรั้วนั้น ธาราออกรถไปแล้ว เหลือแต่ติณณ์ที่มองถุงก๋วยเตี๋ยวอย่างงงๆ ก่อนที่จะเข้าบ้านไปนั่งทำโจทย์เหมือนเดิม และไม่มีความคิดที่จะกินข้าวเย็นดังเดิม



            แต่พอเห็นถุงก๋วยเตี๋ยวแล้วใจมันว้าวุ่น หากต้องลงถังขยะคงจะดูเสียมารยาทไม่น้อย



            ถึงจะไม่อยากอาหารมากแค่ไหน แต่คำว่า ‘มารยาท’ มันค้ำคอ เขาจึงลุกไปหยิบถ้วยในครัวมาอย่างช่วยไม่ได้



            นั่นเป็นวันแรกที่ติณณ์กินข้าวเย็นในรอบเดือน

 

           

 

 

 

            เช้าวันต่อมา ธาราตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อมาจอดรถรอใครบางคนอยู่หน้าหมู่บ้าน เหมือนโรคจิตพิลึก แต่ที่ทำไปก็เพราะเป็นห่วง เห็นมาตั้งแต่ตัวเล็กๆย่อมมีความผูกพัน แม้ว่าธาราจะผูกพันอยู่ฝ่ายเดียวก็ตาม



            อะไรช่วยได้ก็ช่วยๆกันไป



            ไม่กี่อึดใจ เป้าหมายก็เดินออกมาจากหมู่บ้าน ธารารีบออกจากรถแล้ววิ่งตามเด็กหนุ่ม แล้วลดความเร็วลง ทำทีว่ามาเดินแถวนี้ก่อนอยู่แล้ว



            “ติณณ์” ธาราสะกิดหลังติณณ์ เจ้าตัวสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนสะกิดก็ยกมือไหว้ทักทายทันที



            “สวัสดีๆ กำลังจะไปโรงเรียนหรอ”



            “ครับ”



            “ไปยังไง”



            “เดินไปครับ”



            “อ้อ…” ธาราพยักหน้า และถามคำถามที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ“อยู่โรงเรียนอะไรล่ะหืม”



            นักเรียนตอบชื่อโรงเรียนมา โหมันอยู่ไกลมากเลยนะ เดินไหวได้ยังไง ธาราแสร้งถาม ติณณ์ยิ้มเป็นมารยาทแล้วยืนยันว่าไหวครับ หนุ่มใหญ่ชี้ทางสว่างให้ติดรถไปด้วยกัน แต่ก็เป็นไปตามคาด ติณณ์ปฏิเสธเพราะเกรงใจ



            “ไม่ต้องเกรงใจเลย อาต้องไปทำงานทางนั้นพอดี ไม่ได้ลำบากอะไร” ธาราเองก็ยืนยันจะพาเด็กคนนี้ไปส่งให้ได้



            “ไม่เป็นไรจริงๆครับ ขอบคุณนะครับ” ติณณ์ปฏิเสธอย่างมีมารยาท



            “เดินไปไม่เหนื่อย ไม่ร้อนหรือไง หืม”



            “ไม่ครับ”



            โกหกชัดๆ



            เขามันไม่น่าเอามาเป็นเพื่อนร่วมทางขนาดนั้นเลยหรือไงถึงได้ปฏิเสธขนาดนี้ นี่ถ้าไม่ใช่ลูกของมาลินนี่เขาช่างแม่งไปนานแล้ว



            “ติณณ์กลัวอาลำบากหรอ?”



            “ครับ”



            “ติณณ์ลองคิดดูนะ ระหว่างติณณ์เดินตากแดดไป กับอาขับรถไปแบบสบายๆ ใครลำบากมากกว่ากัน”



            เด็กตรงหน้าเม้มริมฝีปากแล้วหลบตา จากนั้นก็เงียบ เห็นได้ชัดว่าเถียงต่อไม่ได้ ดูแล้วท่าทางจะอึดอัด



            “ไปกับอานะติณณ์ ไปสบายๆไม่ต้องเดินตากแดด” ธาราแตะไหล่เด็กหนุ่ม แล้วดันให้ไปทางรถเบาๆ แต่ติณณ์กลับขืนตัวแล้วส่ายหน้า หนุ่มใหญ่คิดว่าเราจะเล่นสงครามประสาทนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน คงต้องเข้าโหมดจริงจัง



            “ติณณ์” ธาราปรับเป็นโทนเสียงอ่อนโยน โน้มใบหน้าลงให้อยู่ระดับเดียวกันกับเด็กน้อยที่เอาแต่หลบตาเขา นิ้วสากจากการทำงานหนักเชยคางมนให้มามองตากัน แล้วจ้องลึกไปในแก้วตาใสนั้น “บอกอาได้ไหมว่าทำไมไม่อยากนั่งรถ”



            “…”



            “งั้นไม่ต้องไปกับอาก็ได้ แต่ติณณ์นั่งแท็กซี่ไปได้ไหม เดี๋ยวอาออกเงินให้ เอาไหม”



            ติณณ์ส่ายหน้าอีกแล้ว แถมยังกัดปากแน่นกว่าเดิม ทำเอาคนมองเหนื่อยใจ เอานิ้วไปคลึงริมฝีปากเบาๆให้คลายออก “อย่ากัดปาก”



            “ผมเดินไปเองได้จริงๆนะครับ”



            “ตากแดดบ่อยๆเดี๋ยวก็ป่วยเอาหรอก สรุปตอบอาได้ไหมว่าทำไมไม่ยอมนั่งรถ”



            “…”



            “จะเลือกไม่ตอบใช่ไหม”



            ธาราก้าวเข้าหาติณณ์ระยะประชิดจนเด็กนักเรียนต้องก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ กระทั่งแผ่นหลังแนบชิดกับกำแพง จากนั้นก็ถูกปิดล้อมอิสระภาพด้วยแขนแกร่ง ติณณ์ตกใจไม่น้อยเมื่อถูกกระทำแบบนี้ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ตอนนี้เป็นตอนเช้ามืด ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปผ่านมา



            “ไม่ตอบก็ไม่ต้องไปไหนกันทั้งคู่นี่แหละ”



            ระยะนี่มันใกล้จนติณณ์ได้กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ใหญ่จากร่างกายคนตรงหน้า เขาว่าตัวเองไม่ใช่คนตัวเล็กอะไร แต่พอมาอยู่ภายใต้อาณัติแบบนี้ เขาดูตัวจ้อยไปทันตา



            ธารามีความสามารถในการกดดันลูกน้อง กับเด็กตัวแค่นี้ถือว่ารับมือง่ายมาก ติณณ์ดูท่าทางเป็นเด็กดี ขี้เกรงใจ ฉะนั้นไม่ต้องใช้ไม้แข็งมากเกินไปก็น่าจะใจอ่อนแล้ว



            “เรากำลังจะสายทั้งคู่นะติณณ์ แต่ถ้าติณณ์ยอมไปกับอา หรือตอบมาดีๆว่าทำไมไม่ยอมขึ้นรถ เรื่องก็จบแล้วนะครับ”



            คนในชุดนักเรียนรู้สึกกดดันอย่างมาก ประโยคนั้นมันแปลได้ง่ายๆว่าเขานั่นแหละที่ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ไหนจะสายตาคู่นั้นที่ดูอ่อนโยน ไม่ทำให้รู้สึกว่ากำลังโดนดุอะไร มันทำให้ติณณ์ดื้อไม่ลงกับคนที่ใจดีแบบนี้



            แต่ติณณ์ก็ใช้เวลาสักพักกว่าจะกล้าตอบออกไป



            “ผม…กลัวรถ”



            “กลัวรถ? ทำไมล่ะ?”



            เมื่อคนถามเห็นปฏิกิริยาของคำถูกถาม  เขาแทบอยากจะกลืนคำพูดของตัวเองลงไป เด็กหนุ่มหลบสายตาอีกครั้ง จมูกรั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง ดวงตาแววใสเหมือนกับมีน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อย ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันอย่างเคยตัว นี่เขากำลังจะเด็กร้องไห้หรือ?



            ธาราปะติดปะต่อเองว่าทำไมติณณ์ถึงกลัวรถนัก พอเดาถึงสาเหตุหนึ่งซึ่งดูมีน้ำหนักมากพอ เขาก็เริ่มพอเข้าใจและไม่เซ้าซี้อีก



            “โอเค อาเข้าใจแล้วว่าติณณ์กลัว…แต่ให้โอกาสอาไปส่งได้ไหม? สัญญาว่าอาจะขับช้าๆ ไม่ต้องกลัวนะ”



            “…”



            “นะครับติณณ์ ไม่น่ากลัวหรอก เชื่ออานะ”



            “…”



            “ช้ากว่านี้จะสายแล้วนะติณณ์”



            สุดท้ายติณณ์ก็ยอมจบสงครามประสาทโดยการตอบตกลงไป สีหน้าของอาธารดูโล่งใจมาก เขาแค่ไม่อยากเป็นตัวถ่วงเวลาไปทำงานของผู้ใหญ่เท่านั้นเอง



            เมื่อร่างบางถูกยัดเข้าสู่ห้องโดยสารส่วนตัว ความรู้สึกที่แล่นเข้ามาในหัวก็คือ เกร็ง



            เกร็งเพราะเกรงใจ และคนข้างๆไม่ใช่คนที่สนิทด้วย



            ไม่ทันตั้งตัว สารถีใจบุญก็เอี้ยวตัวมาคาดเข็มขัดให้ผู้โดยสาร ติณณ์กลั้นหายใจเมื่อแขนแกร่งที่คุ้นเคยอยู่ตรงหน้า และกลิ่นน้ำหอมของอาธารก็ลอยมาแตะจมูกอีกแล้ว ปกติติณณ์ไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมฉุนๆอย่างที่เพื่อนผู้หญิงในห้องฉีด แต่ของอาธารมันเป็นกลิ่นแบบที่เขาอธิบายไม่ถูก รู้แต่ว่าพอได้สูดดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายแปลกๆ



            “ขอบคุณครับ”



            แต่ติณณ์ไม่รู้ตัวหรอก



            ตอนที่สารถีเอื้อมมาคาดเข็มขัดให้ ธารากำลังใช้ความพยายามอย่างมากในการห้ามตัวเองไม่ให้มองไปที่ลำคอขาวๆนั่น 







#เด็กมันน่ารัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-04-2019 16:24:19 โดย TiXA »

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ลืมtalk.555555

น้องเป็นเด็กดีมีมารยาทค่ะ ส่วนคนดื้อก็คงเป็นอาธาร :o8: ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามค่า

ออนไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-6
 :L2: :pig4:

เย็นไว้ตุณอา

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +262/-6
ค่อยๆตะล่อมนะคะลุง เอาใจช่วย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
สงสารน้อง..งงงงงงง     :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
 :pig4:สนุกค่ะ  ตาม

ออฟไลน์ MimoreQ

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เลี้ยงต้อยยยยยยยย

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ตอนที่ 2   
     



            ผู้โดยสารของธาราหลับปุ๋ยไปแล้ว



            หลังจากที่จับเด็กติณณ์ยัดขึ้นรถได้สำเร็จ เด็กหนุ่มมีท่าทางเกร็งอย่างเห็นได้ชัด นิ้วเรียวจิกหน้าตักแน่น คิ้วขมวดกันเป็นปม สายตามองออกไปยังนอกกระจกรถอย่างหวาดระแวง ถึงธาราจะขับช้ากว่าปกติมาก แต่ติณณ์ก็คงยังดูเป็นกังวล



            "ติณณ์หลับก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวถึงแล้วอาจะปลุกให้"



เด็กดีเชื่อฟังคำสั่งของผู้ใหญ่ จึงหลับคอพับไปทันใด ระหว่างติดไฟแดงธาราลอบมองผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย



            เด็กที่อยู่ในโทรศัพท์ของมาลิน ดูต่างจากเด็กตรงหน้าเขามาก



            มาลินชอบถ่ายอิริยาบทต่างๆของลูกตอนเด็กๆแล้วเอามาเล่าเรื่องกับธารา มีทั้งรูปที่ติณณ์กำลังกินอาหารที่ชอบ ติณณ์กำลังทำหน้าเครียดเวลาอ่านหนังสือ ติณณ์กำลังไปเที่ยว ติณณ์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส แม้มันไม่ใช่เรื่องของธาราเขาก็ยินดีรับฟัง สำหรับมาลินที่อยู่ตัวคนเดียว คงจะอยากอวดลูกให้ใครสักคนได้รับรู้



            แต่เด็กคนนั้นตอนนี้ ดูโทรมเหลือเกิน



            เริ่มจากขอบตาที่คล้ำแถมยังบวมนิดๆเหมือนคนอดนอน ผอมจนกระดูกไหปลาร้าขึ้นชัด ธาราไม่สงสัยเลยว่าทำไมร่างกายอ่อนเพลียนั่นถึงพักผ่อนได้ง่ายในยามนี้



            น่าสงสาร นั่นเป็นคำนิยามคำเดียวสำหรับติณณ์ตอนนี้



            มีแม่อยู่คนเดียวตั้งแต่เล็กจนโต อยู่ๆมาวันนึงต้องอยู่คนเดียว ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แถมยังมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับรถเลยไม่กล้านั่งรถไปโรงเรียน



            ธาราเพิ่งย้ายคอนโดมิเนียมมาอยู่แถวนี้เพราะเนื่องจากได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนก เงินเดือนสูงขึ้น ย่อมเลือกซื้อความสะดวกสบายให้กับตัวเอง คอนโดฯหรูขึ้น ใกล้บริษัทมากขึ้น นี่ถ้าไม่ได้ย้ายมาอยู่แถวนี้เขาเดาไม่ออกว่าป่านนี้ชีวิตติณณ์จะเป็นอย่างไร



            คนหลับไม่รู้เรื่องเอียงคอไปทางประตูรถเล็กน้อย มันเปิดโอกาสให้เห็นขี้แมลงวันจุดเล็กๆที่ซ่อนอยู่ตรงซอกคอขาวนั้น ไม่รู้อะไรดลใจให้ธารามองอย่างไม่วางตา กว่าจะรู้สึกตัว ก็ตอนที่รถคันหลังบีบแตรไล่ยามที่ไฟเขียว



            อา เป็นเอามากนะไอ้ธารา



 

 

            "ติณณ์...ติณณ์ครับ ถึงแล้วนะ"



            ไหล่ของติณณ์ถูกเขย่าเบาๆโดยฝีมือธารา เจ้าของรถมองผู้โดยสารเอามือขยี้ตาตัวด้วยความงัวเงีย ก่อนที่จะปล่อยให้เด็กลงรถเขาก็รีบพูดขึ้นก่อน



            “ติณณ์เลิกเรียนกี่โมง”



            “…บ่ายสามครับ”



            “โอเค เดี๋ยวอาขอเบอร์ติณณ์หน่อยนะ” คนเพิ่งตื่นทำหน้างุนงงตอนที่ผู้ใหญ่ยื่นโทรศัพท์มาให้กรอกเบอร์ แต่แล้วก็ยอมให้เบอร์ไปอย่างไม่อิดออด “ประมาณบ่ายสามครึ่งอาจะมารับที่เดิมนะ”



            “…ครับ?”



            “ก็ตามนั้น อาจะมารับเรากลับบ้านตอนเย็น จะปฏิเสธก็ได้นะ แต่อาก็จะมาจอดรถรอตรงนี้จนกว่าติณณ์จะเดินขึ้นรถอา”



            แล้วมันเรียกว่าปฏิเสธได้ตรงไหน!?

 

 

 

 

            เป็นไปตามคาด



            เวลาบ่ายสามกว่าๆ มีรถคันหรูมาจอดรอใครบางคนที่เดิม ติณณ์ทำได้แต่ถอนหายใจ เขายอมรับตามตรงว่าไม่อยากไปกับอาธารเท่าไหร่ แม้จะสบายก็ตาม แต่เขารู้สึกอึดอัดจริงๆ



            นั่นแหละ คำว่ามารยาทมันค้ำคอไงล่ะ



            "สวัสดีครับ"



            ติณณ์เอ่ยคำนั้นพลางยกมือไหว้ผู้ใหญ่ใจดีตอนขึ้นรถ ธาราฉีกยิ้มเป็นมิตรอย่างเคย เลยทำให้เขาลดความเกร็งไปนิดนึง


           
            "เป็นไง บ้าง เรียนเหนื่อยไหม"



            "ครับ"



            "คาบสุดท้ายเรียนอะไร ดูเหนื่อยๆจริงด้วย"



            "ฟิสิกส์ครับ"



            "ไม่แปลกใจ" ธาราหัวเราะเบาๆ "เมื่อก่อนอาชอบฟิสิกส์นะ แต่พอทำงาน เกลียดเข้าไส้เลยล่ะ"



            ติณณ์อยากจะถามนะว่าอาธารทำงานอะไรถึงได้ใช้ฟิสิกส์ด้วย แต่ติดที่ว่าเขารู้สึกอายๆหรือไม่ก็ขาดความมั่นใจทุกครั้งเวลาชวนคุยกับคนที่ไม่สนิท



            คงจะเป็นปมตอนเด็ก



            "ตอนม.ปลายนะ อาได้ท็อปฟิสิกส์เกือบทุกรอบ แต่พอเรียนมหาลัย ไม่ติดเอฟก็นับว่าเป็นบุญ" ธาราเล่า "อ้อ อาเรียนวิศวะโยธามานะ แล้วเราล่ะ อยากเรียนอะไร"



            อา ได้รู้คำตอบแล้วว่าอาธารเป็นวิศวกรโยธา



            "วิศวะไฟฟ้าครับ"



            "โห ดีเลยนะ งานมั่นคง เงินเดือนดี"



            ธาราชวนผู้โดยสารคุยเยอะกว่าคนขับแท็กซี่เสียอีก แต่ติณณ์ตอบมาแค่ ครับ ไม่ครับ โอเคครับ และเห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มดูท่าทางอึดอัด ไม่เป็นตัวของตัวเอง เขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนมาเป็นชวนคุยเป็นระยะๆมากกว่าพูดฉอดๆอย่างตอนแรก 



            “ปกติเรานอนกี่โมงเนี่ยหืม” ธาราชวนคุยในขณะที่สายตาจับจ้องไปที่ถนนข้างหน้า



            “…”



            “ติณณ์?”



            เมื่อไร้เสียงตอบรับจากผู้โดยสาร ธารารู้สึกแปลกใจ แม้ว่าติณณ์จะพูดไม่เก่งแต่เป็นเด็กมีมารยาท ถามอะไรไปมักจะตอบเสมอ ไม่ใช่เงียบแบบนี้



            ธาราปรายตาไปมองที่นั่งข้างๆ ก็พบว่าติณณ์หลับไปแล้ว



            “โถ่ ก็ปล่อยให้อาพูดคนเดียวตั้งนาน”



            ธาราว่าอย่างขำๆ ก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมไปลูบผมของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู คนหลับปุ๋ยตอบสนองสัมผัสนั้นด้วยการเอาศีรษะไปไถกับมืออุ่นนั้นเบาๆอย่างไม่รู้ตัว



            หึ อย่างกับแมวที่บ้านแน่ะ



 

            ธาราไปรับไปส่งนักเรียนแบบนี้ทุกๆวัน ภาพชินตาของเขาคือ เมื่อไหร่ที่ติณณ์นั่งรถ ก็จะเผลอหลับทุกๆที ไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจากเบาะนุ่มเกินไป เขาขับรถช้าเกินไป แอร์เป่าหน้ามากเกินไป หรือไม่ก็เจ้าตัวเองนั่นแหละที่นอนน้อยมากเกินไป



            เขาเคยถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนของติณณ์ ก็ได้รับคำตอบว่า เด็กหนุ่มมัวแต่อ่านหนังสือเตรียมสอบ จึงนอนไม่พอ และเขาได้ทำการตักเตือนไปเรียบร้อยว่าอย่าหักโหม ให้นอนเร็วกว่านี้ แต่ดูท่าทางเด็กดีของเขาจะดื้อในเรื่องนี้ เพราะจะกี่วันๆ เขาก็เห็นติณณ์ในสภาพอิดโรยทุกที



            และจะกี่วันๆ ติณณ์ก็คงยังพูดน้อยกับเขาอยู่ดี



            ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว ธาราไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองสนิทกับเด็กหนุ่มมากขึ้นเลย เขาสรุปเองได้ว่าติณณ์เป็นคนโลกส่วนตัวสูงมาก เคยชวนไปกินข้าวด้วยแล้วก็ไม่ไป มันทำให้เขาเองต้องระวังไม่ให้ตัวเองล้ำเส้นมากเกินไป กลัวว่าเด็กคนนั้นจะอึดอัดจนไม่ยอมให้ไปรับไปส่งอย่างที่เป็นตอนนี้



            แต่ไม่รู้สิ ธารารู้สึกอยากรู้จักติณณ์มากกว่านี้



 

 

            วันหนึ่ง ธารามารับติณณ์ที่โรงเรียนอย่างเคย



            แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือติณณ์หายไปไหนก็ไม่รู้



            เขาโทรหาติณณ์ก็พบว่าอีกฝ่ายปิดเครื่อง ธาราเหงื่อตก ทั้งเป็นห่วงทั้งกังวล เป็นห่วงว่าเด็กคนนั้นจะเป็นอะไรหรือเปล่า และเป็นกังวลว่า หรือเด็กคนนั้นจะหนีเขาไปแล้ว?



            ธาราตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน แต่แล้วก็ต้องเดินออกมาด้วยความผิดหวัง เพราะเขาไม่รู้จักชื่อจริงของติณณ์ แถมไม่รู้ด้วยว่าเรียนอยู่ห้องอะไร



            คงจะเหลือแผนสุดท้าย ก็คือเดินสุ่มถามนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมาว่ารู้จักคนชื่อติณณ์ที่อยู่ม.6ไหม เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทร จะมีสักกี่คนกันที่รู้จักติณณ์ เพราะเจ้าตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร



            แต่แล้วฟ้าก็ประทานเด็กคนหนึ่งมาให้



            “อ๋อ ไอ้ติณณ์น่ะหรอ เพื่อนผมเองครับ”



            ธาราโล่งใจอย่างมากที่ในที่สุดก็เจอคนรู้จักติณณ์สักที



            “พอจะรู้ไหมว่าตอนนี้ติณณ์อยู่ที่ไหน?”



            “ผมเห็นมันนั่งอยู่ตรงลานน้ำพุอะครับ” ว่าแล้วเพื่อนของติณณ์ก็ชี้ไม้ชี้มือบอกพิกัดเป้าหมายให้เป็นอย่างดี



            “โอเค ขอบคุณมากครับ” ก่อนที่จะทำการค้นหาเด็กติณณ์ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ “ว่าแต่เราชื่ออะไรล่ะ”



            “โต้ครับ”



            “อยู่กับติณณ์บ่อยไหม? เอ่อ หมายถึงว่าสนิทกับติณณ์ใช่ไหม?”



            “อา ใช่ครับ ผมเป็นเพื่อนสนิทติณณ์”



            “อาขอเบอร์โต้หน่อยนะ เผื่อว่าอาติดต่อติณณ์ไม่ได้จะได้ติดต่อเราแทน”



            หลังจากแลกเบอร์เสร็จสรรพ โต้มองตามแผ่นหลังของผู้ใหญ่ที่กำลังเดินออกไป พลางคิดไม่ตกว่า…



            ใครวะ!?

 

 

 

            ธาราเดินมาตามทางที่เพื่อนของติณณ์บอกไว้ แล้วเขาก็เจอคนที่ตามหา



            คนๆนั้นนั่งอยู่บนม้าหิน กับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวนอนอืดอยู่บนโต๊ะ



            ติณณ์ยกโทรศัพท์ราคาแพงขึ้นมาถ่ายภาพแมวสีส้มที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว แล้วยกยิ้มขึ้นบางๆทำให้เล็กรอยลักยิ้มจางๆที่ปรากฎอยู่บนแก้มใสนั้น



            เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่านะ ที่ธาราเคยเห็นติณณ์ยิ้ม



            “ติณณ์”



            เจ้าของชื่อดูตกใจเล็กน้อยที่เห็นธาราอยู่ที่นี่ “อาหาตั้งนาน ทำไมถึงปิดโทรศัพท์ล่ะ?”



            หัวใจของติณณ์หล่นไปที่ตาตุ่ม เขาทำอาธารเดือดร้อนอีกแล้ว



            “ขอโทษครับ  คาบสุดท้ายผมสอบ เลยปิดไว้แล้วลืมเปิด”



            อา รอยยิ้มนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่สีหน้าที่รู้สึกผิดสุดๆ



            แต่ใครมันจะไปโกรธเด็กดีลง จริงไหม?



            ธาราบอกเด็กหนุ่มว่าไม่เป็นไร ระหว่างที่ทั้งคู่เดินไปที่รถ ธาราเล่าเรื่องแมวพันธุ์สก็อตทิช โฟลด์ของตัวเองที่เลี้ยงไว้ในคอนโด มันชื่อถุงเงิน ชอบกระโดดขึ้นมานั่งทับโน้ตบุคเวลาอาทำงาน บางทีก็ชอบมานอนทับตัวตอนกลางคืน บางทีแกล้งมันหนักๆหน่อยก็โดนตบหน้า อย่างนั้น อย่างนี้ ธาราเล่า แถมยังเล่าไม่หยุดแม้กระทั่งตอนออกรถแล้ว



            เพราะตอนเล่า ติณณ์มองเขาเล่าอย่างสนอกสนใจ แถมยังเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเจ้าตัวอีกด้วย



            จับได้แล้ว



            ที่แท้ ก็ชอบแมวนี่เอง

 

 

            วันต่อมา ธารามารับติณณ์กลับบ้านตามปกติ



            ไม่สิ ติณณ์จะยังไม่ได้กลับบ้านตอนนี้



            “เดี๋ยวอาขอแวะซื้อข้าวให้ถุงเงินแปปนึงนะ”



            ว่าแล้วธาราก็จอดรดที่หน้าร้านขายอาหารสัตว์ร้านหนึ่งที่ค่อนข้างดูดีและราคาแพง ไม่นานนักเขาก็เดินออกมาจากร้านนั้น พร้อมถือถุงพลาสติกพะรุงพะรังเต็มสองมือ



            “อามีเรื่องรบกวนติณณ์นิดหน่อยได้ไหม” ธาราแสร้งทำหน้าลำบากใจสุดๆ “ช่วยอาถือถุงอาหารกับถุงทรายขึ้นคอนโดหน่อยนะ”



            มีหรือที่ติณณ์จะปฏิเสธ



            อยากเห็นรอยยิ้มของติณณ์อีกครั้ง ก็ต้องลงทุนหน่อยน่ะนะ

 

 

 

            ติณณ์เดินถือถุงอาหารแมวตามธาราขึ้นคอนโดมิเนียมหรู ภายนอกดูด้วยตาเปล่าก็รู้แล้วว่าแพงมาก แต่พอได้เข้าไปในห้อง ก็พบว่ามันดูแพงยิ่งกว่า เฟอร์นิเจอร์หรูหราถูกจัดวางเป็นระเบียบ ไหนจะวัสดุต่างๆที่ใช้ อีกทั้งของตกแต่งที่ทำให้ห้องนี้ดูมีราคาเพิ่มขึ้นไปอีก



            แขกผู้มาเยือนมัวแต่ตกตะลึงกับความงามของคอนโด พอถูกสัมผัสเหมือนขนอะไรนิ่มๆมาถูไถที่ขา ติณณ์ถึงกับสะดุ้งแล้วเผลอถอยตัวออกเล็กน้อย



            “เมี้ยว”



            นี่น่ะหรอ ถุงเงินของอาธาร



            เจ้าสิ่งมีชีวิตพันธุ์สก็อตทิช โฟลด์เริ่มทำการสำรวจสิ่งมีชีวิตใหม่ที่แปลกหน้า จมูกเล็กๆพยายามที่จะดมเท้ามนุษย์ ติณณ์ตัวเกร็งขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสเปียกชื้นของจมูกแมวมันติดกับข้อเท้า ถึงเขาจะชอบแมว แต่ก็ไม่ค่อยเล่นกับแมวตัวเป็นๆแบบนี้ มากสุดก็ได้แต่นั่งมองเฉยๆ



            เมื่อติณณ์ถูกสำรวจมากขึ้น เขาเริ่มถดตัวหนี



            “ถุงเงินพอก่อน”



            ธาราอุ้มเจ้าแมวสก็อตทิช โฟลด์ออกมา พอเห็นท่าทีดูเกร็งๆกลัวๆของติณณ์ก็รู้สึกเอ็นดูมากกว่าเดิม



            “ถุงเงินเขาสงสัยน่ะว่าติณณ์เป็นใคร แปลกกลิ่น เล่นด้วยเยอะๆเดี๋ยวก็ชิน ไม่ต้องกลัวนะ ถุงเงินไม่ข่วนหรอก” ธาราอุ้มเจ้าแมวเข้าไปใกล้ๆติณณ์ “ลองลูบหัวดูสิ”



            ติณณ์เอื้อมมือไปลูบหัวเล็กๆนั่นอย่างกล้าๆกลัวๆ พอได้ลูบขนนิ่มๆเขาก็ลดอาการเกร็งลงเมื่อเจ้าถุงเงินหลับตาเคลิ้ม ท่าทางน่ารักนั่นสามารถเรียกรอยยิ้มของติณณ์ได้อย่างง่ายๆ



            เจ้าของแมวพอใจอย่างมากตอนที่เห็นเด็กตรงหน้ายกยิ้ม



            เวลายิ้มออกจะน่ารัก ธาราอยากให้ติณณ์ยิ้มบ่อยๆแบบนี้



            “เล่นกับถุงเงินไปก่อนนะ เดี๋ยวอาไปเปลี่ยนทรายแมวแปปนึง”



            ธาราทิ้งสิ่งมีชีวิตหน้าตาน่ารักสองตัวให้เล่นด้วยกัน ส่วนตัวเองก็ไปเปลี่ยนทรายแมวในกระบะ พลางลอบมองเด็กคนนั้นเป็นระยะๆ



            เด็กติณณ์ยังคงกล้าๆกลัวๆที่จะเล่นกับถุงเงิน มือเรียวตั้งใจจะเอื้อมไปลูบหัวเล็กๆนั่นอย่างเมื่อกี้ แต่ไม่ทันถึงหัว จมูกเล็กๆของเจ้าแมวก็เริ่มดอมดมมีนิ้วเรียวนั้น ลามมาถึงแขน สักพักเริ่มขึ้นตักติณณ์ เริ่มไต่ชุดนักเรียน ทำเอาเด็กหนุ่มอมยิ้มจนแก้มบุ๋มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว



            นั่นมันน่ารักสุดๆไปเลยไม่ใช่หรอ ธาราคิดในใจ



            เมื่อถุงเงินทำการสำรวจจนพอใจแล้ว มันก็เลิกสนใจคนแปลกหน้า แล้ววิ่งไปอ้อนเจ้าของแทน ติณณ์รู้สึกใจห่อเหี่ยวขึ้นมาทันทีเมื่อเจ้าตัวเล็กหนีไปหาอาธารแทน



            อย่างที่ธาราเองก็รู้สึกได้



            “ขนมแมวอยู่บนโต๊ะน่ะติณณ์ ซองสีชมพู ลองเอามาให้ถุงเงินสิ”



            ติณณ์ลุกขึ้นไปหยิบซองขนมอย่างว่าง่าย พอฉีกออกก็ได้กลิ่นคล้ายปลาทูน่าเลยขึ้นมาแตะจมูก แต่ดูเหมือนเจ้าแมวจะยังไม่รู้ตัวว่าของอร่อยมันอยู่ในมือของใครอีกคน



            “ลองเรียกเขาสิติณณ์”



            เรียก?



            หมายถึง…เรียกเหมียวๆน่ะหรอ



            “ม…เมี้ยวๆ”



            พระเจ้า



            เสียงนั่นมันน่ารักกว่าถุงเงินเสียอีก ธาราคลุ้มคลั่งกับตัวเองเงียบๆ



            เด็กหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นและสนุกกับการป้อนขนมให้ถุงเงินอย่างมาก พอรีดขนมจนหมดซอง เจ้าแมวก็ทำการไต่ชุดนักเรียนเหมือนจะขอขนมอีก ติณณ์ได้แต่หัวเราะแล้วบอกว่าหมดแล้วๆ แถมยังดูทุลักทุเลยามที่โดนถุงเงินจู่โจม



            ตอนนี้ติณณ์ดูมีความสุขจริงๆ



            อย่างที่ธาราเองก็เผลอยิ้มตามไปด้วย



 

 

            ในยามที่ตะวันลาขอบฟ้า ดวงดาราเข้าประดับยามราตรี เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่นักล่าต้องออกล่าเหยื่อ



            ธาราชำระร่างกายตัวเองให้สะอาด สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินพอดีตัวเพื่อเน้นให้รูปร่างดูดี ปลดกระดุมบนออกเล็กน้อย โชว์กล้ามอกพอเซ็กซี่ เปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมเป็นกลิ่นยั่วยวนแทนกลิ่นที่ใช้เวลาไปทำงาน และไม่ลืมที่จะพกถุงยางอนามัยใส่กระเป๋ากางเกงไป



            ใช่ ธาราชอบเที่ยวกลางคืน



            ไม่นานนัก ธาราก็มาถึงผับร้านประจำ แสงสีเสียงแสดส่องผู้คนที่กำลังเต้นยั่วยวน หลายคนจ้องมามาที่ธาราอย่างเชิญชวน แต่เลือกเมินและเขาเดินไปตรงโซนวีไอพีที่มีคนได้จองไว้ก่อนหน้านี้แล้ว



            “ไง วันนี้มาช้านะ”



            ไตรภพ หนึ่งในคณะกรรมการบริหารหน้าใหม่ในบริษัทของธาราเอ่ยทัก ในยามที่ตนเองนั่งโอบผู้ชายหน้าตาน่ารักข้างนึง กับผู้หญิงสวยเซ็กซี่ข้างหนึ่งบนโซฟาสีแดงเลือด พวกเขาเห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ ครอบครัวของธาราและไตรภพรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ไตรภพอายุมากกว่าธาราเล็กน้อย จึงคอยช่วยเหลือธารามาตั้งแต่เล็กๆ



            รวมถึงมีเส้นสายในการทำงานเล็กน้อย



            “ผมติดธุระนิดหน่อยน่ะครับ”



            ธุระที่ว่า ก็คือมัวแต่ตะล่อมให้ติณณ์มากินข้าวเย็นด้วยกัน แน่นอนว่าเด็กคนนั้นตกลง เพราะธาราเล่นเตรียมอาหารใส่จานเสียเรียบร้อย ก่อนที่จะถามความสมัครใจของติณณ์



            ธาราเริ่มรู้วิธีรับมือกับติณณ์ทีละน้อย



            “แล้วนี่…วันนี้พี่จะเอาทั้งสองคนเลยหรอ?”



            ไตรภพหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินคำนั้น “ไม่ใช่…คนนี้เด็กพี่” มือข้างที่โอบไหล่เนียนของสาวสวยบีบขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็เปลี่ยนไปบีบไหล่เด็กหนุ่มอีกคน “ส่วนคนนี้ของธาร”



            เขาก็ต่างเป็นเสือไบกันทั้งคู่



            เขาว่าอันตราย แต่ใครๆก็อยากเข้าหา ด้วยรูปลักษณ์ที่หล่ออันตราย และเสียงเล่าอ้างที่ว่า ‘เผ็ด’ อย่าบอกใคร



            ธารายกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นคนที่ไตรภพเลือกมาให้ เป็นเด็กหนุ่มน่าจะอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ หน้าตาออกไปทางตี๋ น่ารัก ดูมีเนื้อมีหนัง จับเต็มไม้เต็มมือ ผิวขาวเนียนละเอียด ดูท่าทางร้ายไม่เบา และที่สำคัญ ธาราเชื่อว่าไตรภพคัดมาแล้วว่าเป็นงาน และเก่งเรื่องอย่างว่า



            เพราะนี่คือสเป็คของธารา



            แมวยั่ว…ธาราชอบแมวยั่ว



            อา พูดถึงแมวแล้วก็คิดถึงแมวอีกตัว ที่ไม่ใช่ถุงเงิน



            ไม่…



            ในยามที่รอบตัวเขาเต็มไปด้วยอบายมุข ติณณ์ไม่สมควรแม้แต่จะมาอยู่ในความคิดของเขาด้วยซ้ำ



            เด็กคนนั้นใสสะอาดเกินกว่าจะเอามาคิดเรื่องสกปรก



            เขาจะเป็นเทวดาผู้ใจดีต่อหน้าเด็กคนนั้น และจะปกป้องทุกอบายมุขให้พ้นจากเด็กคนนั้น



            เขาจะซ่อนซาตานในใจให้ลึกที่สุด…ไม่ให้เด็กคนนั้นแปดเปื้อนแม้แต่นิดเดียว







#เด็กมันน่ารัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-04-2019 16:25:03 โดย TiXA »

ออนไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-6

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
คุณอาแอบเผ็ดนี่นา....รอวันตะบะแตกเลย    :hao6: :hao6: :hao6:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
 :pig4:จะคอยอ่านดูซิว่าจะเป็นเทวดาใจดีได้นานแค่ไหนกลัวร่างซาตานจะทนไม่ไหวแหกร่างเทวดาออก. ก็เด็กมันน่ารัก

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4417
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
ทนไหวเหรอคะคุณอา  :hao7:

ออฟไลน์ nittanid33333

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ชอบค่ะ ชอบบบบบ :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4738
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
ร่างเทวดาจะโดนถีบออกเมื่อไหร่ 55555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +358/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ o13

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4648
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
จะรอดูอาธารเป็นในคราบเทวดา
อย่ามาเป็นซาตานกับน้องนะ

 :L2: :L2:

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1634
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-6
ขอให้ตาลุงธารา


รักเด็กแบบจริงใจด้วยนะ

 อย่าทำให้น้องเสียใจ


สงสารน้อง

ออฟไลน์ Poer

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ชอบอ่าาาาาชอบอะไรแบบเน้ :hao5:

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 305
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ชอบบบบบ :mew1: เป็นกำลังใจให้จ้าาาา

ออฟไลน์ sweetie

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 212
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เอาใจช่วยธาร ให้น้องเปิดใจให้ไวไวนะ  :katai2-1:

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ตอนที่ 3


            พระอาทิตย์เจิดจ้าบนท้องฟ้าถูกบดบังรัศมีโดยมวลเมฆครึ้มสีเทา มันส่งเสียงครืนๆน่ากลัวสักพักจนกระทั่งหยาดน้ำฟ้าเทลงมาบนดิน ทำให้ติณณ์ที่กำลังยืนรอคนมารับตรงหน้าโรงเรียน ต้องหลบเข้าใต้หลังคาของฟุตบาทเพื่อหลบฝน



            ติณณ์เกลียดฝน



            โดยเฉพาะฝนที่ตกหนักแบบนี้



            ทั่วบริเวณที่เจ้าตัวยืนอยู่ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ส่วนใหญ่คงยังหลบฝนกันอยู่ในอาคารเรียน เหลือเพียงแต่ตัวเขากับสายฝนล้อมรอบ ลมพัดแรงจนฝนบางส่วนสาดเข้าคนในร่ม แถมยังเกือบทำร่างบางๆนั่นปลิวหายไปกับลม   

 

            เปรี้ยง!



            อยู่ๆฟ้าก็คำรามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาผู้คนสะดุ้งโหยง โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบเสียงดังๆอย่างติณณ์ บรรยากาศโดยรวมส่งผลให้เขาหดหู่อย่างมาก



            รอบๆตัวไม่มีใครนอกจากฝน



            อ้างว้าง หนาวเย็น และรู้สึกไม่ปลอดภัย



            ติณณ์ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว เมื่อไหร่อาธารจะมา



            เขายืนรออยู่นานแสนนาน แต่ก็ไร้วี่แววสักคัน



            หรือว่าจะโดนทิ้ง



            พอจินตนาการแบบนั้นในสถานการณ์น่าหดหู่แบบนี้ น้ำตามันก็รื้นขึ้นมาอย่างอ่อนแอ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเพื่ออดกลั้นก้อนสะอื้น พยายามเลิกคิดแบบนั้นจะได้ไม่รู้สึกแย่ไปกว่านี้



            โตแล้ว ยิ่งเป็นผู้ชายด้วย ใครเขาร้องไห้กัน ว่าไหม?



            ปริ้นๆ



            เพราะมัวแต่ตกอยู่ในภวังค์ จึงไม่รู้ว่ารถของอาธารมาจอดตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ในระหว่างที่กำลังเปิดประตูขึ้นรถ เด็กหนุ่มเปียกฝนในระยะเวลาสั้นๆ แต่ด้วยความที่ฝนตกหนัก เลยทำให้ชุดนักเรียนเปียกมากกว่าควรที่จะเป็น



            "ขอโทษที่มารับช้านะติณณ์ วันนี้รถติดนิดหน่อย" ธาราชี้แจง "ดูซิเปียกหมดแล้ว"



            ธาราพูดขึ้นตามภาพที่เห็น โชคดีที่ไม่ได้เปียกจนชุ่มไปทั้งชุดนักเรียนสีขาวตัวบางๆ ถ้าไม่อย่างนั้น ธาราต้องหัวใจวายตายแน่



            เมื่อร่างบางที่เปียกฝนนั้นถูกเป่าด้วยแอร์รถ สองแขนก็กอดร่างตัวเองขึ้นมาอัตโนมัติด้วยความหนาว ธาราเห็นท่าทีนั้นจึงเอื้อมไปหยิบเสื้อสูทบนเบาะหลังมาห่มให้เด็กหนุ่มได้อบอุ่น



            "ขอบคุณครับ"



            รถออกจากโรงเรียนไปได้สักพัก ติณณ์รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ ไม่รู้สิ มันรู้สึกมีอะไรที่ไม่เหมือนทุกๆวัน



            วันนี้อาธารไม่ชวนคุย



            ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะยิ้มให้เด็กหนุ่ม ตอนนี้กลับเคร่งเครียดอย่างปิดไม่มิด ติณณ์ไม่กล้าถามว่าอาธารเป็นอะไร เพราะคนข้างๆดูน่ากลัวมากในตอนนี้ จึงได้แต่นั่งเงียบๆอย่างอึดอัดใจ



            Rrrrrrrrrrr



            อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ของธาราก็กรีดร้องขึ้นมา ทำเอาผู้โดยสารสะดุ้งเล็กน้อย แต่เจ้าของโทรศัพท์กลับไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่าใครโทรมา



            "สวัสดีครับ" เงียบไปสักพัก ธาราก็ถอนหายใจ "อีกแล้วหรอ? ลูกค้าต้องการงานพรุ่งนี้นะคุณ!...ไม่ต้อง เดี๋ยวผมจะเข้าบริษัทตอนนี้ล่ะ"



            ธาราหัวเสียอย่างมากที่ต้องกลับไปแก้งานด้วยตัวเองถึงบริษัท ก่อนอื่นต้องไปส่งติณณ์ที่บ้านก่อน แต่เมื่อสายตาคมมองไปที่จราจรก็พบว่าตัวเองต้องถอนหายใจอีกครั้ง



            และเขาต้องตัดสินใจแบบนี้



            "ติณณ์ วันนี้รีบกลับบ้านหรือเปล่า"



            "ไม่ครับ"



            "งั้นติดรถไปบริษัทกับอาแปปนึงได้มั้ย? ทางบ้านเรามันต้องยูเทิร์น ตอนนี้รถติดมาก อากลัวว่าจะไม่ทันการ"



            "เอ่อ...งั้นอาธารปล่อยผมลงตรงป้ายรถเมล์ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมข้ามสะพานลอยไปเอง"



            "เรามีร่มมั้ย?"



            "ไม่มีครับ"



            "แล้วจะเดินตากฝนไปหรอ หืม ฝนตกหนักมาก ทางเข้าบ้านน้ำท่วมแน่ๆ อาไม่ให้ติณณ์เดินไปหรอก" ธาราใช้น้ำเสียงอ่อนลง "ไปกับอานะครับ แปปเดียวจริงๆ"



            "...ครับ"



            ติณณ์ไม่เข้าใจตัวเองว่ารู้สึกแย่ทำไม



            ถ้าอาธารไม่เสียเวลามารับเขา คงจะถึงบริษัทเร็วกว่านี้หรือเปล่า เหมือนเป็นภาระยังไงไม่รู้ ยิ่งเห็นอาธารเครียด ติณณ์ยิ่งรู้สึกไม่ดี รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของความเครียดนั้น



            ติณณ์รู้ว่าตัวเองคิดมากเกินไปในช่วงนี้ แต่มันห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ



            ถ้าเป็นคนอื่นๆที่มานั่งตรงนี้แทนเขา คงจะพูดอะไรสักอย่างให้อาธารสบายใจขึ้นมั้ย? จะดีกว่าเขาที่เอาแต่นั่งเงียบและเป็นภาระแบบนี้มั้ย? หรือถ้าไม่มีเขาตรงนี้จะดีกว่า?



            เขามันเป็นคนที่ไปอยู่กับใคร ก็ไม่สามารถให้พลังบวกกับคนๆนั้นได้จริงๆ



            ติณณ์แอบใช้เล็บจิกข่วนหน้าตักตัวเองใต้เสื้อสูท จะได้รู้สึกเจ็บร่างกายมากกว่าเจ็บที่ใจ และจะได้หยุดฟุ้งซ่านด้วย



            วันนี้ฝนตก



            และมันกำลังตกอย่างหนักในหัวใจติณณ์





 

            เสื้อสูทที่เคยห่มอยู่บนร่างบางๆ ตอนนี้มันกลับถูกสวมโดยคนร่างแข็งแกร่ง



            ติณณ์เพิ่งเคยเห็นธาราสวมชุดสูทแบบนี้ มันส่งให้ผู้ใหญ่คนนั้นดูเคร่งขรึม น่าเคารพ น่าเกรงขาม ตอนที่เดินเข้าบริษัทมีแต่คนยกมือสวัสดีธาราตลอดทาง ส่วนติณณ์ก็ได้แต่เดินตามหลังต้อยๆ แถมยังสัมผัสได้ว่ามีหลายคนกำลังมองมาที่เขา แม้ไม้รู้ว่าถูกมองด้วยสายตาแบบไหน แต่ติณณ์ไม่สบายใจเลย



            “ติณณ์นั่งรออยู่ตรงนี้แปปนึงนะ เดี๋ยวอามา”



            คนตัวเล็กกว่าถูกจับนั่งบนโซฟาสวยในห้องโถงใหญ่ๆที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมา ส่วนธาราเดินหายไปในแผนกเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่ติณณ์ที่นั่งตัวลีบอยู่คนเดียว แถมยังเกร็งมากๆเพราะไม่เคยมาที่นี่



            ไม่สิ เคยมาตอนเด็กๆ แต่ติณณ์จำอะไรไม่ได้เลย



            “ขอโทษนะคะ ใช่น้องติณณ์ลูกแม่มาลินหรือเปล่า?”



            อยู่ๆก็มีพนักงานผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเข้ามาทักทายเด็กหนุ่ม อายุดูไล่เลี่ยกับอาธารและแม่ ถ้าให้เดาคงเป็นเพื่อนของแม่



            “ใช่ครับ”



            “ตายแล้ว ใช่จริงๆด้วย พวกน้ามองกันตั้งนานว่าใช่หรือเปล่า” น้าผู้หญิงคนหนึ่งพูดด้วยความตื่นเต้น “โตขนาดนี้แล้วหรอ เจอกันคราวนั้นยังตัวเล็กนิดเดียวเอง โตมาหล่อเชียว”



            “ขอบคุณครับ” พร้อมหัวเราะแห้งๆเมื่อถูกชม



            ติณณ์ถูกบรรดาผู้ใหญ่รุมถามสารพัด เป็นไงบ้าง สบายดีไหม อยู่ม.อะไรแล้ว เรียนที่ไหน จะเข้าคณะอะไร คิดถึงติณณ์มากเลย บลา บลา บลา เด็กหนุ่มหัวแทบหมุนเวลาถูกล้อมด้วยผู้ใหญ่ เขาก็ทำได้แต่ตอบทุกคำถามให้ครบ และรู้สึกแย่เป็นพิเศษเวลาตอบคำถามเกี่ยวกับแม่



            “เอ้อ ลืมถาม น้องติณณ์มากับคุณธาราหรอ?”



            “คุณธารา?” ติณณ์นึก “อาธารใช่ไหมครับ”



            “โอ้ รู้จักกันหรอ” น้าสาวคนหนึ่งดูตกใจ “ลืมไป คุณธาราเขาเป็นเพื่อนกับมาลินนี่นา”



            “แล้วสรุปมากับคุณธาราได้ยังไงจ๊ะน้องติณณ์”



            “เอ่อ…” จากนั้นติณณ์ก็เล่าถึงสาเหตุที่เขาต้องมานั่งอยู่ตรงนี้



            “คุณธาราไปรับไปส่งน้องติณณ์ทุกวันเลยหรอ ใจดีจัง”



            “อยากให้คุณธาราไปส่งฉันบ้าง”



            “ละเมอ!”



            ผู้ใหญ่พูดคุยกันเองสักพัก ก่อนจะลาเด็กน้อย “งั้นพวกน้าไปทำงานก่อนนะจ๊ะ ไว้เจอกันใหม่นะน้องติณณ์”



            ติณณ์ยกมือไหว้พวกผู้ใหญ่ก่อนจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกรอบ เขานึกสงสัยว่าอาธารอยู่ตำแหน่งอะไร ทำไมถึงต้องเรียกว่าคุณธารา แล้วที่บอกว่าอาธารเป็นเพื่อนกับแม่ของเขานี่เป็นความจริงสินะ



            ตลอดเวลาที่เด็กหนุ่มนั่งตรงนั้น ก็มีแต่คนมอง ไม่รู้ว่าเพราะเขาใส่ชุดนักเรียนเลยดูโดดเด่นในบริษัทนี้ เพราะเขาเป็นลูกของมาลิน หรือเพราะเขามากับธารา ติณณ์อึดอัดมาก ได้แต่แสร้งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ไหนจะแอร์ที่นี่เย็นมาก ไอหนาวมันทะลุผ่านชุดนักเรียนตัวบาง แถมกางเกงมันก็ไม่ได้ยาวมาก นี่มันหนาวกว่าในรถของอาธารเสียอีก



            เมื่อไหร่อาธารจะมา ในหัวของติณณ์มีแต่คำนี้







            “เด็กคนนั้นเป็นใคร”



            ไตรภพเอ่ยถามกลุ่มพนักงานที่เข้าไปคุยกับเด็กที่ใส่ชุดนักเรียนคนนั้น ที่จริงเขาเห็นตั้งแต่ที่ธาราเดินมากับคนตัวจ้อยนั่นแล้ว มันทำให้กระตุกต่อมสงสัยอย่างมาก ว่าธาราไปรู้จักกับเด็กหน้าตาน่ารักคนนั้นได้ยังไง และเด็กคนนั้นเป็นใคร



            “น้องติณณ์ค่ะคุณไตรภพ เป็นลูกของมาลินที่เคยเป็นพนักงานในแผนกเดียวกันกับคุณธารา แล้วคุณธาราต้องเข้ามาแก้งานกะทันหันตอนกำลังไปส่งน้องติณณ์ที่บ้าน แต่อะไรๆไม่สะดวก น้องติณณ์เลยต้องติดมาด้วยน่ะค่ะ”



            “อืม…” ไตรภพพยักหน้าเข้าใจ “ขอบคุณพวกคุณมาก ไปทำงานได้แล้ว”



            หลังจากที่ไล่พนักงานของตัวเองไปทำงานเสร็จสรรพ ผู้บริหารก็เดินเข้าไปหาเด็กติณณ์ที่กำลังเอาแต่นั่งลูบแขนตัวเองบรรเทาความหนาว



            “สวัสดีครับ”



            นั่นเป็นคำทักทายของไตรภพที่แล่นเข้าหูเด็กหนุ่ม คนถูกทักทายยกมือสวัสดีกลับทั้งๆที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใคร ถ้าให้เดาคงเป็นคนรู้จักกับแม่ หรือไม่ก็อาธารอีกนั่นแหละ



            “อาชื่อไตรภพนะ เป็นเพื่อนกับธารา ส่วนเรา…ชื่อติณณ์ใช่มั้ย?”



            “ครับ”



            ไตรภพเริ่มทำการสำรวจคู่สนทนา เด็กคนนี้หน้าตาดี ผิวขาวใสไปทั้งตัว ขาเรียวสวย รูปร่างบาง กระดูกไหปลาร้าขึ้นสวย รวมๆแล้วเรียกได้ว่า นี่คือสเป็คของไตรภพทั้งหมด



            “มารออาธารหรอครับ”



            “ครับ”



            “งั้นเดี๋ยวอาขอนั่งคุยเป็นเพื่อนนะ พอดีอาว่างๆอยู่เหมือนกัน” ไตรภพชวนคุย “นี่ไม่ค่อยกินข้าวใช่ไหมเนี่ย ตัวเราผอมมากเลย”



            “…ครับ”



            ผู้ใหญ่หัวเราะเล็กน้อยให้กับท่าทีขี้อายนั้น จากการพูดคุยไม่กี่ประโยค เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้พูดไม่เก่ง เขาจึงเป็นฝ่ายชวนคุย



            “ข้าวมันไม่อร่อยหรอถึงไม่กิน”



            “เอ่อ…ผมแค่ไม่ค่อยหิวน่ะครับ”



            ติณณ์รู้สึกได้ว่า อาไตรภพคนนี้ ยิ้มเก่งเหมือนอาธาร ชวนคุยเก่งเหมือนอาธาร ดูเหมือนจะเก่งกว่าด้วยซ้ำ อาภพไม่ถามเกี่ยวกับการเรียนหรือเรื่องส่วนตัวเลย ส่วนใหญ่จะคุยเรื่องทั่วๆไป วันนี้ฝนตกหนักนะ รถติดแน่ๆ ตอนติณณ์นั่งมาก็รู้ใช่มั้ยว่าติด นั่งจนเมื่อยเลยสิ อาเบื่อกรุงเทพก็เพราะแบบนี้ อย่างนั้น อย่างนู้น ติณณ์เลยตอบได้อย่างไม่อึดอัดใจ เพราะอาภพไม่ถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเขาเหมือนน้าผู้หญิงพวกนั้น



            ซึ่งดีมากๆ



            “ติณณ์เป็นคนพูดน้อยนะ”



            “เอ่อ…ครับ” ติณณ์ตอบพร้อมยิ้มแห้งๆ



            “ไม่ใช่ไม่ดีนะ อาชอบคนพูดน้อยๆ ไม่น่าเบื่อหรอก เพราะอาพูดเยอะ ถ้าอยู่กับคนพูดเยอะจะแย่งกันพูด อารำคาญคนพูดมาก” ไตรภพว่าขำๆ “ยกเว้นอา อาพูดเยอะได้คนเดียว”



            ติณณ์หัวเราะเบาๆกับคำพูดนั้น ไม่ได้หัวเราะตามมารยาท แต่ติณณ์รู้สึกดีกับคำพูดนั้นจริงๆ



            แอบดีใจที่มีคนไม่เบื่อเวลาอยู่กับเขา ดีใจที่มีคนมาบอกว่าชอบสิ่งที่เขาเป็น ทั้งๆที่เขาน่ะโคตรเบื่อตัวเองเลย



            อาภพเป็นคนร่าเริงจริงๆ พูดไม่หยุดเลย แถมยังไม่ชวนคุยเรื่องเครียดๆด้วย ที่สำคัญ อาภพยิ้มตลอดเวลา มันทำให้ติณณ์รู้สึกดีที่เวลาคนอยู่กับเขามีความสุข เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวว่าตัวเองยิ้มออกมาตั้งแต่ตอนไหน มารู้ก็ตอนที่อาภพพูดชมว่า ติณณ์น่ะ เวลายิ้มแล้วน่ารักมากเลย



            “ข…ขอบคุณครับ” ไม่เคยมีใครชมมาก่อนว่าเขาน่ารัก เลยประหม่าเล็กน้อย



            “น่ารักจริงๆนะ ตอนที่เห็นน่ะ หัวใจอาเต้นแรงมากเลย”



            พอถูกพูดตรงๆแบบนี้ ติณณ์ประหม่าอย่างมาก รู้สึกมือตัวเองเกะกะ ไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน เลยเอามาลูบแขนเบาๆเพื่อบรรเทาความหนาวดังเดิม



            “หนาวหรอครับ”



            “ครับ”



            “งั้นไปนั่งที่อื่นมั้ย ตรงนี้แอร์มันลง แล้วก็…” ไตรภพมองซ้ายมองขวา “…คนเยอะด้วย”



            เป็นความคิดที่ดี เพราะติณณ์ไม่ชอบตรงนี้เลย



            ตอนกำลังคุยกับอาภพ กลับมีคนมองมาทางติณณ์มากกว่าตอนเดินมากับอาธารอีก



            “ครับ…ไปครับ”



            หารู้ไม่



            เด็กน้อยกำลังคิดว่าผู้ใหญ่คนนี้ปลอดภัยกับตัวเอง

 

 

 

            ติณณ์นึกว่าไตรภพจะพาไปนั่งที่อื่นที่ไม่ไกลจากเดิม ที่ไหนได้ ผู้ใหญ่คนนั้นพาเด็กหนุ่มเข้ามาถึงห้องทำงานส่วนตัว



            ติณณ์อยากจะถอยหลังกลับ แต่ไม่ทันแล้ว



            “เดี๋ยวอาชงโกโก้ร้อนให้ดื่มนะ จะได้อุ่นๆ”



            ร่างบางถูกจับให้นั่งบนโซฟานุ่มๆ มันนั่งสบายกว่าโซฟาที่ห้องโถงนั้นเสียอีก ติณณ์อยากจะปฏิเสธโกโก้ร้อนนั้นด้วยความเกรงใจ แต่ก็รู้อยู่ว่าถึงปฏิเสธไปอาภพก็ยืนยันจะทำให้อยู่ดี



            ระหว่างรอ แขกผู้มีเกียรติแอบมองห้องทำงานนี้ มันค่อนข้างขว้าง หรูหราด้วยการตกแต่ง เหมือนห้องทำงานของคนมีตำแหน่งสูง เพียงแต่ติณณ์ไม่รู้ว่ามันคือตำแหน่งอะไร แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย เพราะถ้ารู้เขาต้องเกร็งมากแน่ๆ



            ไม่นานนัก โกโก้ร้อนกลิ่นหอมหวานก็โชยมาแตะจมูกเล็ก เด็กหนุ่มตาวาวเมื่อแก้วโกโก้ถูกยื่นมาโดยผู้ใหญ่ตรงหน้า เขาไม่ลืมยกมือไหว้ขอบคุณก่อนที่จะรับแก้วนั้นมา ของเหลวสีน้ำตาลเข้มไหลรินเข้าโพรงปากจนได้รสหอมหวานของโกโก้ชั้นดี อุณหภูมิที่ไม่ร้อนลวกปากจนเกินไปทำให้ดื่มง่าย กลืนลงไปแล้วอบอุ่นร่างกายดี



            เครื่องดื่มอุ่นๆ ห้องเงียบๆ ได้อยู่กับคนที่บอกว่าไม่เบื่อเขา



            นี่มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับวันแย่ๆของติณณ์วันนี้เลย



            ไตรภพนั่งชิดข้างๆตัวเด็กหนุ่มทั้งๆที่โซฟามีพื้นที่ตั้งกว้าง แขนแกร่งยกขึ้นวางบนพนักพิงด้านที่เด็กคนนั้นนั่ง แถมยังหันตัวมาทางติณณ์อีก มองๆดูแล้วเหมือนติณณ์กำลังถูกไตรภพโอบอย่างไรอย่างนั้น



            เด็กหนุ่มรับรู้ว่าตัวเองกำลังถูกผู้ใหญ่มอง มองแบบจังๆ ไม่กะพริบตาเลย ติณณ์ไม่กล้าหันไปดูว่าอาภพกำลังมองตัวเองด้วยสายตาแบบไหน เลยทำได้แต่ก้มหน้าดื่มโกโก้ร้อนอึกๆอย่างเดียว



            ไตรภพมองดู ‘เหยื่อ’ ที่ทำตัวไม่ถูกเวลาโดนมอง เขารู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเด็กคนนี้โดยการจ้องไม่หยุด เวลาต่อมา พวงแก้มใสทั้งสองข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ อย่างที่ไตรภพรู้ว่าติณณ์กำลังประหม่า



            โกโก้ร้อนหมดแก้วแล้ว เด็กหนุ่มวางแก้วนั้นลงที่โต๊ะข้างๆ ส่วนปัญหาต่อไปคือ เขาไม่รู้ว่าจะวางสายตาไว้ตรงไหนดี



            “อร่อยขนาดนั้นเลยหรอ” ไตรภพถามอย่างล้อเลียน



            “อร่อยครับ”



            “อาชงร้อนขนาดนั้นเลยหรอ หืม…” นิ้วสากเคลื่อนไปลูบไล้แก้มแดงๆนั่น “แก้มแดงเชียว…น่ารัก”



            พอได้สัมผัสกับแก้มเนื้อเนียนใสนั้น ไตรภพเคลื่อนนิ้วไปที่ปลายคางมน แล้วบังคับให้ใบหน้าอ่อนเยาว์หันมาสบตากัน ติณณ์รู้สึกหน้าร้อนมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าอาภพกำลังใช้สายตาแบบไหนมองเขา ไม่รู้สิ รู้สึกว่าดวงตาคมนั้นวาววับ เป็นประกายแปลกๆ



            ติณณ์เกร็งตัวเมื่อถูกมือสากสัมผัสใบหน้า ไตรภพรู้สึกติดใจแก้มเนียนๆเลยเอาแต่ลูบอย่างหลงใหล สักพักก็เปลี่ยนไปลูบใบหูขาวๆจนมันเปลี่ยนเป็นสีแดง ติณณ์ไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกเคลิ้มเพราะเบาะมันนุ่ม เพราะอากาศมันกำลังพอดี หรือเพราะถูกลูบเบาๆแบบนี้



            “ง่วงหรอครับ…” ไตรภพกระซิบชิดใบหูขาวนั้น “ง่วงก็หลับซะนะ”



            มือใหญ่โอบศีรษะเล็กให้มาพิงบนบ่าแกร่ง แล้วลูบผมนิ่มๆนั้นเพื่อกล่อมให้หลับ



            ทั้งๆที่เด็กคนนั้นถูก‘กล่อม’ด้วยโกโก้ร้อนเรียบร้อยแล้ว



            เปลือกตาของเด็กหนุ่มปิดลงอย่างง่ายดาย ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอทำให้ไตรภพมั่นใจว่าเด็กคนนี้หลับไปแล้ว ดวงตาคมจ้องมองต้นขาขาวที่มีรอยแดงน่าสงสัย เหมือนรอยข่วน แต่เขาไม่สนใจหรอกว่ามันเกิดจากอะไร เขาสนใจแต่ว่า สีแดงๆนั่นมันตัดกับผิวขาวๆได้สวยมาก



            มือสากเคลื่อนไปลูบไล้ต้นขานั้นที่มีรอยแดง และเริ่มลามขึ้นไปจนกางเกงนักเรียนเลิกขึ้น เผยให้เห็นขาอ่อนด้านใน มือแกร่งจัดการขยำเนื้อนุ่มนั้นอย่างถือวิสาสะจนมันเกิดรอยนิ้วมือ นักล่าตาวาวมากกว่าเดิมเมื่อเห็นผิวสะอาดนั่นแปดเปื้อนไปด้วยรอยแดง อยากจะใช้ฟันคมเข้าไปกัดเนื้อนั้นให้เลือดซิบ



            อยากได้



            ไตรภพอยากได้เด็กคนนี้



            ก็อกๆ



            ไฟราคะถูกดับด้วยเสียงเคาะประตู ไตรภพถอนหายใจด้วยความหัวเสีย และละมือออกจากขาอ่อนนั้นด้วยความเสียดาย



            “เชิญครับ”



            คนที่เปิดเข้ามา คือธารา



            เขาหัวใจหล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นว่าติณณ์กำลังซบบ่าใคร



            ตอนที่เขาเดินออกมาจากแผนก ก็ไม่เห็นเด็กหนุ่มนั่งอยู่ที่เดิมแล้ว โชคดีที่มีคนบอกเขาว่าเห็นติณณ์เดินไปกับไตรภพ พอถามคนนั้นคนนี้เรื่อยๆ ก็ได้คำตอบว่า เด็กดีคนนั้นอยู่ในถ้ำเสือร้าย ตอนรู้แบบนั้นเขาแทบอยากจะบ้า



            ผีย่อมเห็นผีกันเอง



            “ติณณ์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ คุณไตรภพ” ธาราพยายามคุมเสียงตัวเองไม่ให้หาเรื่องมากเกินไป



            แต่ไตรภพดูออก ว่าธารากำลังไม่พอใจ



            “ก็ไม่มีอะไร เด็กมันหนาว เลยชวนมาดื่มอะไรร้อนๆเฉยๆ” ผู้บริหารตอบอย่างสบายๆ



            “ถ้าแค่นั้น ก็ดีครับ…งั้นผมขอพาติณณ์กลับบ้านนะครับ”



            “เชิญ”



            ไตรภพกำลังจะปลุกให้เด็กติณณ์ตื่น แต่ธาราเข้ามาดึงร่างบางนั่นออกไปเองเสียก่อน เขาเรียกพร้อมเขย่าให้ติณณ์ตื่น ไม่นานนักดวงตาสวยก็ลืมขึ้นมาอย่างงงงวย



            “อาธาร…?”



            “ครับ อาเอง กลับบ้านกันนะ” ธารายิ้มให้กับเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว



            ติณณ์มองไปที่ไตรภพผู้กำลังยิ้มแย้มอย่างเดิม เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกล่วงเกิน เลยกล่าวลาอาภพอย่างสุภาพดังเดิม



            “ไว้เจอกันใหม่นะติณณ์”



            ไตรภพบอกอย่างนั้นขณะที่ธารากำลังโอบไหล่เด็กหนุ่มอย่างหวงแหน ก่อนจะเดินออกจากห้อง ธาราหันมามองไตรภพด้วยสายตาที่อ่านได้ว่า ‘อย่ายุ่งกับเด็กคนนี้เป็นอันขาด’



            ผู้บริหารกระตุกยิ้มเมื่อเห็นสายตานั้น ธาราดูหวงแหนเด็กคนนั้นมาก และเขาไม่เคยเห็นน้องชายหวงใครมากขนาดนี้



            แต่ไตรภพก็อยากได้เด็กคนนั้นมากเหมือนกัน



            หึ…น่าสนุกจริงๆ









talk.

มัวแต่แอ๊บใส ระวังโดนตัดหน้านะคะอาธาร  :hao3:

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ



#เด็กมันน่ารัก



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-03-2019 19:45:59 โดย TiXA »

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ถ้าขี้เกียจเข้ามาดูว่านิยายอัพหรือยัง กดตุ่มฟอลที่ทวิต @TiXA_20X ได้นะคะ เพิ่งเปิดสดๆตะกี้  :hao5:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
ไตรภพกับธาราพี่น้องคนละแม่รึเปล่าจากหน้าที่ตำแหน่งงานต่างกันจัง

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4417
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
กลัวคุณไตรภพนี่แทนน้องเลย น่ากลัวมาก คุณอาอย่าพาน้องมาอีกนะคะ  :katai1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด