► ——— เด็กมันน่ารัก ——— ◄ ตอนที่15 (13.06.2019)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ► ——— เด็กมันน่ารัก ——— ◄ ตอนที่15 (13.06.2019)  (อ่าน 14201 ครั้ง)

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2902
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
คืออะไร...เกือบไปแล้วลูก    :katai1: :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
อะไรเนี่ยะไวไฟรุกแรงมากไตรภพ :ling3:

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 330
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
โอ๊ยยยยเค้าฟูมฟักของเค้ามาอย่างดีจะมาแย่งของเค้าไปไม่ได้นะ

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนที่ 4


            ติณณ์กำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ต้องหา ส่วนอาธารเป็นตำรวจ



            เพราะตั้งแต่เขาทั้งคู่เดินออกมาจากห้องทำงานของไตรภพ ธาราโอบไหล่เด็กนักเรียนตลอดเวลา เหมือนกลัวว่าติณณ์จะดิ้นและวิ่งหนีหายไปไหน หรือไม่ก็กลัวว่าใครจะมาเอาเด็กคนนี้ไป



            และตอนนี้ ในห้องโดยสารส่วนตัวเงียบๆแคบๆนี้ ติณณ์กำลังถูกสอบสวนเรื่องไตรภพ



            อยู่ๆไปโผล่ในห้องทำงานอาภพได้ยังไง? เขาเข้ามาชวนคุยหรอ? คุยอะไรบ้าง? แล้วเข้าไปทำอะไรในห้องทำงาน? เขาทำอะไรติณณ์หรือเปล่า? ทำไมอยู่ๆไปหลับคาบ่าเขาแบบนั้น อาบอกแล้วใช่ไหมว่าให้นั่งรออา วันหลังใครชวนไปไหนอย่าไปนะ ห้ามไปหลับกับใครมั่วซั่วด้วย บลา บลา บลา ฉอด ฉอด ฉอด



            ติณณ์โดนสวดยับตั้งแต่ออกมาจากบริษัทจนตอนนี้ใกล้จะถึงบ้าน ธาราก็ยังไม่หยุดบ่นเรื่องนี้ แถมยังใช้เสียงเหมือนจะดุ แม้จะไม่ได้ตะคอกหรือพูดเสียงดัง แต่สีหน้าของอาธารเวลาพูดนั้นเครียดมาก เลยรู้สึกว่ากำลังถูกดุอยู่



            เหมือนเขาเป็นภาระให้อาธารอีกแล้ว



            "ขอโทษครับ"



            เสียงน่าฟังที่ตอนนี้กลับเบาหวิวและเศร้าสร้อยไม่น้อย เมื่อธาราหันไปก็พบว่าใบหน้าอ่อนเยาว์กำลังหม่นหมอง และนัยต์ตากลมก็หม่นแสง ถ้าติณณ์มีหูแมวหรือหูกระต่าย ตอนนี้คงทำหูตกอย่างน่าสงสาร



            "ขอโทษเรื่องอะไรครับ?"



            "ผมดื้อ...ไม่ยอมนั่งรออาธารตอนนั้น"



            เด็กดี



            ก็เป็นเด็กดีเสียอย่างนี้ ธาราจะไปโกรธลงได้ยังไง



            "ไม่ต้องขอโทษหรอก ติณณ์ไม่ได้ผิดเลย" ธาราใช้เสียงที่อ่อนลง พลางเอื้อมมือไปลูบผมนิ่ม"อาแค่เป็นห่วง และอยากตักเตือนเท่านั้นเอง เข้าใจไหม หืม?"



            เพราะว่าเด็กดีของเขาทำหน้าจ๋อยเนื่องจากโดนสวดยับ ธาราจึงหยุดพูดเรื่องนี้ แล้วเปลี่ยนไปคุยสัพเพเหระแทน ทั้งๆที่ติณณ์เป็นคนพูดคำว่าขอโทษ แต่กลับเป็นเขาเสียเองที่รู้สึกผิด ไม่รู้สิ อยากจะทำยังไงก็ได้ให้เด็กคนนั้นทำหน้าตาสดใสมากกว่านี้



            ก็ยอมรับแหละ ว่าสงครามนี้เขาแพ้ติณณ์



            เจ้าของรถคันหรูตบไฟเลี้ยวเพื่อเป็นสัญญาณว่าจะเลี้ยวเข้าหมู่บ้านของใครบางคน ไม่นานนักเครื่องยนต์ก็มาจอดเทียบท่าบ้านหลังเดี่ยว ผู้โดยสารยกมือไหว้ขอบคุณอย่างที่ทำปกติก่อนจะเปิดประตูแล้วเอี้ยวตัวลงจากรถ



            “เดี๋ยว” ธาราเรียกรั้งไว้ก่อนที่ร่างบางนั่นจะลงรถ



            “ครับ?” คนถูกรั้งหันมามองด้วยสีหน้างุนงง



            ตอนที่ขาเรียวขยับเพื่อจะออกจากห้องโดยสาร กางเกงนักเรียนสีเข้มมันเลิกขึ้นจนเผยให้เห็นรอยข่วนสีแดงจางๆตรงหน้าตัก “ไปโดนอะไรมา” ธาราถาม



            “เอ่อ…อุบัติเหตุเล็กน้อยครับ” ติณณ์ตอบอ้อมแอ้ม



            “เจ็บไหม”



            ธารานึกห่วงร่างกายบอบบางนี้ แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เจ็บครับ เขาคงจะปล่อยเด็กคนนี้ไปแล้วถ้าสายตาคมไม่ไปเห็นรอยอะไรแดงๆบางอย่างใต้กางเกงนักเรียนนั่น



            “แล้วตรงนั้นไปโดนอะไรมาอีก? อาขอดูหน่อยนะ”



            มือใหญ่จับกางเกงสีเข้มให้เลิกสูงขึ้นอีก เขาพบว่าเนื้ออ่อนตรงนั้นมันมีรอยคล้ายนิ้วมือเป็นจ้ำๆทั่วบริเวณ ทั้งๆที่ยังไม่ได้ถามข้อเท็จจริงกับเจ้าตัวว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ธาราสงสัยไตรภพไปแล้วเรียบร้อย



            ติณณ์น่ะ ทั้งเด็ก ตัวขาว ผอมบาง และใสซื่อ



            ทั้งหมดนั่นมันคือสเป็คของไตรภพเลยไม่ใช่หรือไง?



 

 

            อย่าไว้ใจอาภพมากนะ นั่นคือคำพูดสุดท้ายของอาธารที่บอกกับติณณ์ก่อนที่จะเข้าบ้าน



            ติณณ์ไม่เข้าใจว่าทำไมอาธารถึงพูดแบบนั้น แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เข้าบ้านมาอาบน้ำชำระร่างกาย ทำโจทย์ และร้องไห้ก่อนนอนตามปกติ



            พอความมืดและความอ้างว้างเข้ามาทักทาย ความทรงจำที่ไม่ดีมันก็ฉายซ้ำๆไปมาในหัวของเด็กหนุ่ม ยิ่งนับวัน ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เหมือนความทรงจำนั้นคอยตะโกนใส่หน้าเขาทุกคืนว่า ‘ไม่มีใครรักแกแล้ว’



            และสำหรับภาพฉายวันนี้ เป็นเรื่องของความรัก



            รักครั้งแรกของติณณ์ คงจะเป็นตอนที่เขาอยู่ม.4 แล้วมีพี่ม.6คนหนึ่งเข้ามาจีบ



            พี่คนนั้นบอกว่าติณณ์ลึกลับ น่าค้นหา อยากรู้จัก อยากจีบ ติณณ์แอบดีใจเล็กๆที่มีคนเข้าหา มันรู้สึกว่าเขามีตัวตน เป็นคนพิเศษสำหรับใครสักคน แต่ก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง พอเขารู้ตัวว่ากำลังถูกจีบ กลับทำตัวไม่ถูก เก้ๆกังๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี ทั้งๆที่ในใจมันรู้สึกดีที่มีคนมาชอบ



            และอยู่ๆวันนึง พี่คนนั้นก็พูดตรงๆว่าติณณ์น่ะ เข้าถึงยากมากเกินไป จากนั้นก็หายไปเลย



            ติณณ์แปลคำว่า ‘เข้าถึงยาก’ ได้ว่า ‘น่าเบื่อ’



            เขารู้ตัวแหละ รู้ตัวเสมอๆด้วยว่าน่าเบื่อ เขาไม่ใช่คนตลก ชวนคุยไม่เก่ง อยู่กับใครก็พาเขาน่าเบื่อไปหมด



            และมันก็เป็นแบบนี้ซ้ำๆ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าตอนจบมันเป็นแบบไหน แต่มันก็อดรู้สึกดีไม่ได้จริงๆเวลามีคนเข้าหา



            พอถึงเวลาที่คนพวกนั้นจากไป ติณณ์ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกแย่มากๆ เขาไม่โทษหรอกว่าคนพวกนั้นให้ความหวัง มันเป็นเพราะเขาน่าเบื่อเองต่างหาก



            แต่ยังดี ตอนนั้นเขายังมีแม่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นคนเดียวที่เขาเชื่อจริงๆว่ารักเขาแบบไร้เงื่อนไข



            แต่ตอนนี้ไม่มีแม่แล้ว ก็คงไม่เหลือใครที่รักเขาแล้ว จริงไหม?



            เด็กหนุ่มกอดหมอนข้างแน่นขึ้น ปลอกหมอนเนื้อดีชุ่มไปด้วยน้ำตา เจ้าตัวปล่อยให้ตัวเองสะอื้นเต็มที่แบบไม่อายใคร ให้น้ำตามันไหลออกไปให้หมด เดี๋ยวตัวเขาก็ผล็อยหลับไปเอง



            RRRRRRRRrrrrrrrrrrrrrrrrrr



            อยู่ๆแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ก็สาดขึ้นมาท่ามกลางความมืด เสียงริงโทนที่ไม่ได้เปลี่ยนมานานก็ดังกลบเสียงสะอื้น เจ้าของเครื่องหยิบอุปกรณ์เจ้าปัญหามาเช็คว่าใครโทรมาในยามนี้ ดวงตาที่พร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำถูกปาดออกเพื่อจะได้มองเลขเบอร์ได้ชัดๆ



            เบอร์แปลก



            นิ้วเรียวกดปุ่มรับสายด้วยความสงสัย พยายามคุมเสียงตัวเองให้ปกติมากที่สุด



            “สะ…สวัสดีครับ” เพราะติดก้อนสะอื้น เลยทำให้สื่อสารไม่ค่อยชัดเจน



            [ติณณ์? ทำไมเสียงเป็นอย่างนั้นล่ะ] เสียงนิรนามจากปลายสายเอ่ยขึ้น มันเป็นเสียงผู้ชายที่ค่อนข้างมีอายุ และฟังแล้วคุ้นหูไม่น้อย



            “เอ่อ…ไม่ทราบว่าใครโทรมาครับ?”



            [อาเอง…อาไตรภพเอง]



            “อาภพ?” ติณณ์ทวนชื่อไป สูดน้ำมูกไป



            [ติณณ์เป็นอะไรหรือเปล่า? ร้องไห้หรอ?]



             “เปล่าครับ” เด็กหนุ่มโกหกทั้งน้ำตา



            [จริงหรือเปล่า]



            “จ…จริงครับ”



            [เด็กไม่ดี โกหกอา เสียงสั่นแบบนี้ยังจะบอกว่าไม่ร้องไห้อีก]



            พอสิ้นคำนั้น ติณณ์ก็บ่อน้ำตาแตกอย่างไม่อายคนปลายสาย



            ยามที่หัวใจพังยับเยินขนาดนี้ ขอแค่ใครสักคนรับฟังเสียงสะอื้น…แค่นั้นก็พอแล้ว



 

 

            ตลอดคืนนั้นไตรภพปลอบประโลมเด็กหนุ่มด้วยเสียงนุ่มๆ ส่วนคนเจ้าน้ำตาก็เอาแต่ร้องไห้ ไม่ได้เล่าหรือระบายความในใจอะไร จนกระทั่งผล็อยหลับไปตามปกติ



            แต่สิ่งที่ไม่ปกติคือ หลังจากวันนั้น ไตรภพโทรมาหาเด็กหนุ่มทุกคืน ส่วนใหญ่จะโทรมาชวนคุยเรื่องราวทั่วไป ไม่ได้ถามไถ่ถึงสาเหตุการร้องไห้นั้นอีก ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้อยากเล่าอะไรอยู่แล้ว ติณณ์ไม่รู้หรอกว่าอาภพทำแบบนี้ทำไม รู้แต่ว่าการโทรมาทุกๆคืนนั้น มันช่วยเบี่ยงเบนไม่ให้เขาฟุ้งซ่านตอนดึกๆ และไม่ร้องไห้ก่อนนอนอีกแล้ว



            พักหลังๆมา ผู้ใหญ่คนนั้นเริ่มหยอดคำหวาน พูดในสิ่งที่เด็กหนุ่มอยากฟัง พูดให้เด็กคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองมีค่า ตัวเองพิเศษสำหรับไตรภพมากแค่ไหน ดั่งซาตานที่คอยป้อนยาพิษรสหอมหวานให้เด็กน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวจนติณณ์รู้สึกสับสน



            อีกใจหนึ่งมันบอกว่า คำพูดเหล่านี้ เขาเคยได้รับมันมาแล้วและมันไม่เคยจะลงเอยด้วยดี



            อีกใจหนึ่งมันบอกว่า ที่ผ่านมามันเป็นเพราะเขาไม่เปิดใจเอง แต่หากคราวนี้เขายอมเปิดใจสักครั้ง แล้วจะได้ความรักที่เขาโหยหาทุกๆคืนไหม?



            ติณณ์รู้ ว่าตอนนี้เขาต้องการแค่ใครสักคนมารัก



            ตอนจบจะเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่ตอนนี้เขารู้สึกดีกับคำพูดเหล่านั้นเหลือเกิน



            เด็กน้อยผู้ขาดความรักกำลังถูกชักจูงโดยซาตาน…ผู้ที่ต้องการแค่ต้องการกลืนกินร่างกายน่าลิ้มรสนั่นเท่านั้นเอง



 

            ช่วงนี้ติณณ์หน้าตาสดใสขึ้น ธาราคิดอย่างนั้น



            ประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา จากที่เด็กคนนั้นชอบทำหน้าตาหม่นหมอง ตอนนี้กลับดูมีชีวิตชีวา พูดเยอะขึ้นนิดหน่อย(นิดเดียวจริงๆ) บางทีอยู่ๆก็อมยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เขาเคยถามนะว่ายิ้มอะไรอยู่คนเดียว แต่ก็ได้คำตอบมาแค่ว่า เปล่าครับ



            ใช่สิ ธารามันก็แค่คนนอก



            ถึงจะอยากรู้เหตุผลของความสุขนั้น แต่มันก็ไม่สำคัญนักหรอก



            แค่ยิ้มบ่อยๆให้เขาเห็น เท่านี้ก็ชื่นใจมากแล้ว



            “ยืนยิ้มอะไรอยู่คนเดียวคะคุณธารา”



            เหมือนเสียงนั้นมาจิ้มฟองสบู่ที่มีรูปเด็กติณณ์ให้แตกเหลือแต่ละออง พอหันหน้าไปก็พบว่ามีพนักงานในแผนกคนหนึ่งกำลังยิ้มล้อเลียนเขาอยู่ พอเอามือมาแตะที่มุมปากของตัวเอง ก็พบว่าเขากำลังยิ้มอยู่จริงๆ



            แค่นึกถึงรอยยิ้มของเด็กคนนั้น เขาก็ยิ้มออกมาแล้วหรอเนี่ย



            ท่าจะทำงานหนักเกิน



            “ไม่มีอะไรหรอกครับ” ธาราว่าอย่ายิ้มๆ



            “ค่ะ ไม่มีก็ไม่มีค่ะ ว่าแต่คุณธารากำลังจะไปไหนคะ?” เพราะธารากำลังยืนรอลิฟต์ พนักงานสาวจึงเอ่ยถามแบบนั้น



            “ไปที่ห้องคุณไตรภพน่ะครับ พอดีโดนเรียก”



            “เรียกไปชมแน่ๆเลยค่ะ โปรเจคต์ใหญ่ของคุณธาราเพิ่งเสร็จไปด้วยดีนี่คะ”



            “ขอให้เป็นอย่างนั้นนะครับ”



            ธาราเองก็สงสัย ร้อยวันพันปีไม่เคยจะถูกเรียกไปที่ห้องไตรภพ



            มันต้องมีอะไรแน่ๆ



 

 

            “เชิญนั่งครับ”



            ธารานั่งลงบนเก้าอี้หรูตามคำเชิญ แล้วมองหน้าพี่ชายต่างครอบครัวเพื่อรอให้ฝ่ายนั้นเป็นคนชี้แจงเอาเองว่ามีเหตุอะไรถึงต้องเรียกธารามาถึงที่นี่



            “โปรเจคต์ใหญ่ที่คุณเพิ่งทำเสร็จไป น่าชื่นชมมากเลยนะ ลูกค้าชมใหญ่เลยว่างานเรียบร้อยมาก เห็นทีบริษัทคงมีภาพลักษณ์ที่ดีมากขึ้นจากโปรเจคต์ของคุณ” ไตรภพเริ่มพูดขึ้นอย่างสบายๆ และสาธยายคุณงามความดีของโปรเจคต์อย่างนั้นอย่างนี้ แต่ธารารู้สึกว่านี่ยังไม่ใช่จุดประสงค์ที่เขาถูกเรียกมา



            “ผมเลยมีอะไรตอบแทนเล็กๆน้อย ผมจะจัดปาร์ตี้ฉลองให้กับพวกคุณทั้งแผนก…ที่บ้านของผม”



            นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไตรภพมักจะหาเรื่องปาร์ตี้ได้เสมอนั่นแหละ



            และธาราก็รู้ว่าไตรภพยังไม่เข้าเรื่อง



            “ขอบคุณมากครับ แต่คุณภพช่วยเข้าเรื่องให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?”



            ผู้บริหารระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อถูกมองเกมขาดแบบนั้น “รีบไปไหนล่ะน้องชาย”



            “ผมแค่อยากรู้ว่าพี่เรียกผมมาทำไม” สรรพนามเริ่มเปลี่ยนเมื่อบรรยากาศเป็นกันเองมากขึ้น



            “งั้นผมไม่อ้อมค้อมแล้วนะ” ไตรภพหยิบถุงที่บรรจุกล่องขนมอะไรสักอย่างที่หน้าตาดูดีมีราคา “ฝากไปให้ติณณ์ที”



            ว่าแล้วเชียว



            “เนื่องในโอกาสอะไรครับ?”



            “ให้เพราะความเอ็นดูไม่ได้หรอ?” ผู้บริหารหนุ่มว่าอย่างกวนๆ แต่ธาราไม่ขำ



            “ผมรู้นะว่าพี่คิดอะไรกับติณณ์”



            ธารารู้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว เขาเห็นสายตาที่ไตรภพมองที่เด็กคนนั้นก็รู้เลยว่า ไตรภพอยากได้ติณณ์จนตัวสั่น



            “แล้วยังไงต่อล่ะ…พี่คิดอะไรกับเด็กคนนั้นแล้วธารจะทำไม?”



            “ติณณ์ไม่เหมาะกับพี่”



            “ยังไงหรอคุณธารา ช่วยอธิบายให้ฟังได้ไหม?”



            “เขาไม่ใช่ของเล่นของใคร เขามีค่ามากกว่านั้น” ธาราเริ่มไม่พอใจนิดๆ “พี่จะไปเล่นกับใครก็ได้ แต่ไม่ใช่กับติณณ์”



            “ทำไม ธารจะเก็บไว้เล่นเองหรือไง?”



            “คุณไตรภพ”



            ท่าทีจริงจังและเยือกเย็นของธารา ทำให้ไตรภพรับรู้ว่าธาราไม่เล่น แถมยังดูหวงเด็กคนนั้นมากจริงๆ และดูท่าทางไม่ได้หวงแบบคู่นอน ไม่บ่อยนักที่จะเห็นธาราอารมณ์เสียใส่เขาแบบนี้ นี่เป็นโอกาสดีทีเดียวที่จะได้เห็นน้องชายในด้านนี้



            ไอ้ที่อยากได้ติณณ์น่ะ ก็อีกเรื่อง



            แต่การที่ได้ปั่นหัวธาราเล่นเนี่ย ก็น่าสนุกไม่แพ้กัน

 



            ณ เวลาเลิกเรียนของเด็กมัธยมปลาย ติณณ์นั่งรถของอาธารกลับบ้านตามปกติ ผู้ใหญ่ก็ชวนคุยนิดหน่อยตามปกติ แต่ดูเหมือนอาธารอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมาสักที



            จนกระทั่งรถจอดตรงหน้าบ้านนั่นแหละ ถึงยอมพูดออกมา



            "อาภพเขาฝากขนมมาให้เราน่ะ"



            ธาราหยิบถุงขนมหน้าตาหรูที่วางอยู่ตรงเบาะหลังมาให้เด็กตรงหน้า คนได้รับมีท่าทางดีใจเหมือนได้ของล้ำค่าที่สุดในชีวิต อย่างที่ธาราไม่เคยเห็นท่าทีแบบนั้นมาก่อน



            ธาราชอบให้ติณณ์ยิ้ม แต่ไม่ชอบให้ยิ้มเพราะไตรภพเลย



            "ขอบคุณครับ"



            เด็กติณณ์กล่าวขอบคุณขนมนั้น และขอบคุณที่ธารามาส่ง ก่อนที่จะวิ่งแจ้นหายเข้าไปในบ้านเพื่อเปิดดูถุงขนมนั้นด้วยความตื่นเต้น มันคือคุกกี้เนยสดที่ตัวเขาเคยบอกไตรภพว่าชอบกิน ตอนที่คุยโทรศัพท์กันนั่นแหละ



            ติณณ์ยังคงเป็นคนที่พูดไม่เก่ง แต่พอคู่สนทนาไม่ได้มาเป็นตัวเป็นๆอยู่ตรงหน้า เหลือเพียงเสียงปลายสายให้สื่อสาร เขาก็กล้าสนทนาด้วยนิดหน่อย



            อารมณ์เหมือนนักเลงคีย์บอร์ด ต่อหน้าไม่กล้าบอกอย่างไรอย่างนั้น



            พอได้หยิบคุกกี้กล่องสวยนั้นออกจากถุง มือเรียวจัดการเปิดกล่องแล้วชิมรสขนมหวาน หอมกลิ่นเนยและวานิลลาที่คละคลุ้งอยู่ในปาก ดั่งแอปเปิ้ลสีสวยแต่อาบไปด้วยยาพิษฝีมือแม่มด เพียงแต่ยาพิษไม่ได้อยู่ในคุกกี้ แต่เป็นการ์ดเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในถุง



            เด็กหนุ่มหยิบการ์ดต้องสงสัยออกมาจากถุง มันเป็นการ์ดเชิญงานปาร์ตี้อะไรสักอย่างที่ติณณ์ไม่เข้าใจนักว่ามันคืออะไร เขาจึงต่อสายไปหาคนที่ส่งการ์ดนี้มาให้



            พอดีศุกร์นี้อาจะจัดปาร์ตี้ฉลองน่ะติณณ์ อาธารเขาเพิ่งทำโปรเจคต์ใหญ่เสร็จไป อาเลยจัดงานเลี้ยงตอบแทนเล็กๆน้อยๆ อยากให้ติณณ์มาด้วย อาอยากเจอ อาคิดถึง ไตรภพพูดแบบนี้



            ติณณ์หนักใจไม่น้อย เพราะนั่นมันงานสำหรับผู้ใหญ่ และเขาไม่เกี่ยวข้องเลยสักนิด



            แต่ไตรภพยังคงยืนยันว่าอยากให้เขาไปมากๆ ถ้าไม่ไปไตรภพคงเสียใจแย่



            คนฟังได้แต่ใจอ่อน พลางคิดว่าถ้าปฏิเสธไป อาภพคงจะคิดว่าเขาน่ะเข้าถึงยาก และเรื่องมันก็จะจบลงแบบซ้ำๆกับในอดีต



            ติณณ์บอกกับตัวเองแล้ว ว่าจะลองแหกกฎของตัวเอง แล้วลองเปิดใจดูสักครั้ง



 

            เช้าวันใหม่ ธารามารับเด็กตัวจ้อยอย่างเคย ใบหน้าน่ามองนั้นสดใสขึ้นทุกวันๆ อย่างวันนี้ตอนนั่งรถ ติณณ์หันมามองหน้าธาราเป็นระยะๆ เหมือนมีเรื่องอะไรจะพูด แต่ยังลังเลอยู่ว่าจะพูดออกไปดีไหม



            ธาราจับได้นะ ถึงสายตาจะมองตรงไปที่ถนนข้างหน้า แต่หางตามันเห็นว่ามีเด็กแอบมองอยู่



            “มีอะไรจะพูดกับอาหรือเปล่าติณณ์?” ธาราหันไปว่ากับเด็กข้างๆอย่างขำๆ “มองอยู่นั่น อยากพูดอะไรก็พูดสิ อาไม่กัดหรอกนะ”



            “อ่า…” ไหนๆอาธารก็พูดขนาดนี้แล้ว “คือ…วันศุกร์นี้อาธารมีงานเลี้ยงหรอครับ?”



            “ติณณ์รู้ได้ยังไง?”



            “อาภพเขาชวนผม—”



            “ไปชวนตอนไหน?” พอชื่อนั้นออกมาจากปากติณณ์ ธาราก็โพล่งขึ้นมา และพยายามคุมตัวเองไม่ให้รู้สึกหงุดหงิด



            “เขาโทรมาชวนผมเมื่อวานครับ”



            “โทร? แล้วอาภพไปได้เบอร์ติณณ์มาจากไหนล่ะ”



            “เขาบอกว่าเป็นความลับ…”



            หึ ไม่พ้นให้ลูกน้องไปสืบมาล่ะสิ



            “อาฮะ แล้วยังไงต่อ เขาโทรมาตั้งแต่วันไหน แล้วโทรมาทุกวันเลยหรือเปล่า”



            “ตั้งแต่วันที่อาธารพาผมไปที่บริษัท แล้วก็คุยกันทุกวันเลยครับ” ถึงติณณ์จะไม่เข้าใจว่าทำไมอาธารต้องถามขนาดนั้น แต่ก็ยอมเล่าตามความจริง



            “โทรมาคุยอะไรกัน หืม”



            “ก็…สัพเพเหระน่ะครับ”



            ธารานิ่งไปสักพักเพื่อใช้ความคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะถามเด็กคนนี้ต่อ “ติณณ์คิดว่าอาภพเขาเป็นคนยังไง?”



            เด็กหนุ่มนึกถึงลักษณะนิสัยของไตรภพ แล้วตอบไปว่า อาภพคุยเก่ง ใจดี ใส่ใจคนอื่น พูดน่าฟัง บลา บลา บลา ติณณ์พูดถึงไตรภพในทางที่ดีทั้งนั้น พอได้ฟังแล้วธาราก็รู้ว่านิสัยเหล่านั้นมันเอาไว้หลอกหล่อคนอื่นต่างหากล่ะ



            และดูเหมือนติณณ์จะเป็นหนึ่งในผู้ถูกหลอกรายต่อไป ดูจากเวลาที่เจ้าตัวพูดถึงไตรภพแล้ว เด็กหนุ่มมีอาการเขินเล็กน้อย แล้วก็เผลออมยิ้มออกมาด้วย



            อย่าบอกนะ ว่าที่ช่วงนี้ยิ้มบ่อยๆเป็นเพราะไตรภพ



            เขาอยากจะบ้าตายจริงๆ



            ธาราดีใจนะที่ติณณ์มีความสุข แต่มันต้องไม่ใช่ความสุขปลอมๆและไม่ยั่งยืนแบบนี้สิ



            ต่อให้เขาพูดไปตอนนี้ว่า อาภพของติณณ์น่ะ ไม่ใช่คนดีอย่างที่ติณณ์คิดหรอก เขาแค่จะมาหลอกฟันติณณ์เท่านั้นเอง เด็กคนนี้คงไม่เชื่อเขาแน่



            “แล้วติณณ์อยากไปหรอ?” ธาราเข้าเรื่องแบบไม่อ้อมค้อม



            “อยากไปครับ”



            “ทำไมถึงอยากไปล่ะ”



            “ก็…อาภพชวน”



            มองจากดวงอังคารก็รู้ว่าติณณ์ชอบไตรภพ



            คนๆนั้นน่ะ มีความสามารถพูดให้คนอื่นหลงได้ง่ายจะตาย แล้วกับเด็กตัวแค่นี้ ไม่แปลกเลยที่ติณณ์จะเดินตามเกมของไตรภพอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่



            ธารากำลังจะหันไปบอกติณณ์ว่า ‘ไม่ให้ไป’ แต่พอเจอสีหน้าที่คาดหวังของเด็กหนุ่ม ดวงตาใสเป็นประกายและมีความหวังมากมายอยู่ในนั้น แถมยังช้อนตามองธาราอย่างติดอ้อนนิดๆ มันทำให้เขากระอักกระอ่วนไม่น้อย



            อย่ามาทำหน้าตาน่ารักใส่นะติณณ์!



            ไม่ได้ เขาต้องใจแข็งเข้าไว้



            “อย่าไปเลย ในงานมีแต่ผู้ใหญ่ที่ติณณ์ไม่รู้จักทั้งนั้น เราไม่อึดอัดแย่หรอหืม…มันไม่สนุกสำหรับติณณ์หรอก เชื่ออานะ” เขาพยายามชักนำความคิดเด็กหนุ่มให้ไปอีกทาง



            “…แต่” ติณณ์อ้ำอึ้ง



            “ที่นั่นไม่เหมาะกับติณณ์หรอก เอาไว้วันหลังอาพาไปเที่ยวที่อื่นดีกว่าเนอะ”


           
            “…”



            ดวงตาที่เคยมีประกายความหวัง ตอนนี้มันกลับมาหม่นแสงอีกครั้ง ใบหน้าที่เคยสดใสน่ามองก็แปรเปลี่ยนมาเป็นหม่นหมองอย่างเคย เอ่อ หม่นหมองมากกว่าเคยหรือเปล่านะ



            ติณณ์ไม่ได้มองหน้าธาราแล้ว เด็กหนุ่มหันหน้าหนีไปทางกระจกรถแทน ไหล่ทั้งสองข้างห่อเข้าหากันอย่างเสียบุคลิก แล้วห้องโดยสารก็ตกอยู่ในความเงียบ เหลือไว้แต่เสียงแอร์รถ และธาราก็รู้สึกว่าโลกใบนี้นั้นหดหู่ลง



            อา เขาเป็นคนทำให้รอยยิ้มนั้นหายไปแล้ว

 



            ตั้งแต่วันนั้น เด็กติณณ์ไม่สดใสเลย แบบที่ว่ามองทีไรก็รู้สึกห่อเหี่ยวไปด้วย จากปกติที่เด็กคนนั้นไม่ค่อยจะพูดกับธารา ตอนนี้มันกลายเป็นว่าติดลบอย่างกู่ไม่กลับ สองสามวันที่ผ่านมาติณณ์พูดกับเขาแค่ ‘สวัสดีครับ’ ตอนขึ้นรถ และ ‘ขอบคุณครับ’ ตอนลงจากรถ ไหนจะคอยหันหน้าหนีไปทางกระจกรถทุกวันๆ



            ธาร มึงทำเด็กงอน



            ทั้งๆที่เขาคิดว่าตัวเองตัดสินใจดีแล้ว แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองทำผิดมหันต์ยังไงไม่รู้



            ชวนคุยก็แล้ว ง้อก็แล้ว ติณณ์ยืนยันว่าไม่ได้งอนครับ แต่เด็กคนนั้นก็ดูหม่นหมองลงทุกวันๆ



            ธาราไม่อยากให้ติณณ์เป็นแบบนี้เลย



            หัวหน้าแผนกถอนหายใจอย่างเคร่งเครียด ทำไมเขาต้องมากระวนกระวายกับเด็กตัวแค่นี้ด้วย!?



            สุดท้าย มือใหญ่ก็หยิบโทรศัพท์ราคาแพงของตัวเองขึ้นมา เลื่อนหารายชื่อลูกน้องคนสนิท แล้วกดโทรออกอย่างไม่ลังเล



            “คุณเอก ช่วยแนะนำร้านเสื้อผ้าสำหรับวัยรุ่นผู้ชายหน่อยสิ ราคาเท่าไหร่ก็ได้ ไม่เกี่ยง” ธาราพูดเสียงเครียด “ชุดสำหรับโอกาสอะไรน่ะหรอ…เอาแบบไปงานปาร์ตี้อะไรพวกนั้นน่ะ”



            ก็ยอมรับอีกแหละ ว่าธาราแพ้เด็ก









talk.

อาธารทำเด็กงอนนนนนนนนนนนนนนน /ปิดตาชี้

พูดคุยและติดตามตอนใหม่ๆได้ที่ทวิตเตอร์ @TiXA_20X นะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม รักเสมอ



#เด็กมันน่ารัก

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1092
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
ติณณ์โลกแคบไม่ทันจิ้งจอกอย่างไตรภพหรอกก็ขออย่าได้พลาดท่าให้ไตรภพแล้วกัน

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2902
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
โว๊ะ...จะรอดไหมเนี่ย..ยยยยย     :m16: :m16: :m16:

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 716
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ถ้าจะพาน้องไปก็ต้องดูแลน้องดีๆนะธาร อย่าพึ่งดีแตกซะก่อน

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
เหนื่อยใจแทนธาร

ถ้าติณมันจะชอบแบบไนรภพ

ก็ช่างมันเถอะ

สัญชาติญาณของคนที่ไม่มีใคร

ควรจะขี้ระแวงกว่านี้นะติณ

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ให้ติณณ์ได้เรียนรู้เองดีกว่าเพราะนางไม่ฟังใครแน่ๆ ให้เจอกับตัวเองดีสุด

ออฟไลน์ สีหราช

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 395
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1086
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +327/-0
+1  o13 ขอบคุณครับ :pig4: :katai5:

ออนไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4398
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
ปล่อยเลยไหมคะอาธาร ให้ได้เรียนรู้

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ pond_sn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ขอบคุณณค้่าา

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
 :3123:
รออ่านต่อจร้าา
 :pig4:

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนที่ 5



          นี่ไม่ใช่เส้นทางกลับบ้านของเขา ติณณ์คิดแบบนั้นระหว่างนั่งรถกลับบ้าน



          ถ้าจำไม่ผิด ทางที่ธารากำลังขับไป ก็คือคอนโดของเจ้าตัวนั่นแหละ เด็กหนุ่มมองวิวข้างทางที่ไม่ชินตาพลางมีคำถามมากมายในหัว แต่ไม่ได้เอ่ยปากถามสักคำ จนกระทั่งรถจอดนิ่งที่ลานจอดรถ



          ธาราเดินมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้ เป็นคำสั่งนัยๆว่าให้ลงจากรถด้วยกัน ผู้โดยสารสบตาดวงตาคมคู่นั้นเชิงเป็นคำถาม อยู่ๆก็พามาที่คอนโดแบบไม่บอกไม่กล่าวกัน แถมไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น มันทำให้ติณณ์เกิดระแวงขึ้นมา



          "ติณณ์ครับ ลงมา" ธาราใช้เสียงอ่อนโยนอย่างที่ใช้กับเด็กคนนี้เป็นประจำ



          "ไปไหนหรอครับ?"                                     



          ดูสิ ดันมาระแวงใส่เขาได้ยังไงกัน



          "บอกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ อาตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ติณณ์เชียวนะ มา ลงมาเร็ว"



          "เอ่อ..." เด็กหนุ่มอึกอักเมื่อถูกเร่งเร้า



          "อะไรกัน ไม่ไว้ใจอาหรอ?" ธาราว่าขำๆแล้วเท้าแขนกับประตูรถ "แล้วถ้าเป็นอาภพของติณณ์มาพูดแบบนี้ จะยอมลงมั้ย หืม"



          เมื่อผู้ใหญ่พูดแบบนั้น คนฟังก็เบิกตากว้าง เพราะคำตอบของคำถามนั้น มันก็คือใช่ ไตรภพมีอิทธิพลต่อจิตใจเขามาก แต่ธาราเอ่ยปากว่าไม่ให้ติณณ์ไปยุ่งกับคนที่เขาประทับใจ มันเลยทำให้เขาหน้าเสียเล็กน้อย แถมยังไปต่อไม่เป็น



          "เฮ้อ เชื่อเขาจริงๆสินะ น่าน้อยใจจัง" ธาราแสร้งทำทีน้อยใจ "อามีของขวัญมาให้ติณณ์ เลือกตั้งนานเลยนะ อาตั้งใจหาให้เราเลยนะ จะไม่ไปเอาจริงๆหรอครับ"



          "ของขวัญอะไรหรอครับ" ยัง ยังไม่ลงมาอีก



          นี่เขาเหมือนมิจฉาชีพหรือนักต้มตุ๋นขนาดนั้นเลยหรือไง



          "ก็บอกว่าจะเซอร์ไพรส์ไง ถ้าบอกก็ไม่ตื่นเต้นสิ"



          เด็กคนนั้นยังทำหน้าไม่ไว้ใจเหมือนเดิม แถมยังนั่งแช่อยู่บนรถไม่เปลี่ยน สายเข็มขัดก็ยังไม่ได้ปลดด้วยนะน่ะ   

       

          "ติณณ์ ลงมาดีๆนะครับ"



          "..."



          "ลงมาเร็ว ไม่ดื้อตอนนี้นะติณณ์"



          "..."



          "อ่า..." ธาราถอนหายใจ "จะไม่ลงดีๆใช่ไหม?"



          ในขณะที่เด็กหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงก้มศีรษะเข้ามาในรถและถือวิสาสะปลดเข็มขัดนิรภัยออก มือแกร่งสอดเข้าใต้ขาพับแล้วอุ้มร่างบางนั่นออกมาจากรถ เจ้าตัวมีอาการตื่นตระหนกที่ถูกกระทำแบบนี้ และมองไปที่ใบหน้าหล่อคมนั้นอย่างไม่พอใจ



          จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้หรอก



          แค่อยากแกล้งเด็กดื้อน่ะ



          "อาธาร ปล่อยครับ" เสียงน่าฟังว่าพลางดิ้นน้อยๆอย่างกลัวตก



          "ตัวเบาจัง กินข้าวบ้างหรือเปล่าเนี่ย" ธาราเปลี่ยนเรื่องอย่างลอยหน้าลอยตา



          "ผมยอมเดินไปด้วยดีๆแล้ว ปล่อยเถอะครับ"



          ธาราก้มมองดวงตากลมที่ฉายแววตื่นตระหนกและซ่อนความเว้าวอนไว้ข้างในอย่างปิดไม่มิด ถึงปากเล็กจะเอาแต่บอกให้ปล่อย แต่มือเรียวยังคงยึดบ่าเขาไว้แน่นเพราะกลัวตก  แบบที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือ



          อยากจะแกล้งให้คนหน้าตายร้องไห้สักครั้ง



          ถ้าดวงตาเรียบเฉยนั้นมีน้ำใสๆคลอเบ้าให้วิบวับ จะน่ารักสักแค่ไหนกัน




          "อาธาร!"



          เจ้าของร่างบางร้องออกมาอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆผู้ใหญ่ก็ปล่อยเรียวขาให้ตกไปตามแรงโน้มถ่วง ยังดีที่มือแกร่งอีกข้างยังคงโอบลำตัวเด็กหนุ่มไว้อยู่ ไม่อย่างนั้นติณณ์คงล้มระเนระนาดไปกองกับพื้น



          ติณณ์ตัวเล็กมาก ธาราคิดอย่างนั้นเมื่อมือของตัวเองกำลังประคองเอวบางๆนั่นไว้



          ตัวเล็กในที่นี้หมายถึงผอม ไม่ใช่ไม่สูง ติณณ์สูงตามอายุอย่างปกติ แต่พอได้สัมผัสแบบนี้ เดาไม่ยากเลยว่าใต้ชุดนักเรียนนั่นยังบอบบางได้มากกว่านี้ นี่ถ้าเขาเป็นพ่อของติณณ์ คงจะตีให้ก้นลายโทษฐานที่ไม่รักษาสุขภาพตัวเอง



          ก่อนที่จะวินิจฉัยร่างกายของเด็กหนุ่มไปมากกว่านี้ ร่างนั้นก็ผละตัวออกจากธารา ยิ่งเห็นว่าผู้ใหญ่กำลังอมยิ้มล้อเลียนนิดๆ ยิ่งทำให้ติณณ์มั่นใจว่ากำลังโดนแกล้ง เขาซ่อนความไม่พอใจไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉย แต่ธาราจับได้เพราะแววตาขุ่นมัวนั้น



          นอกจากจะไม่ร้องไห้ตามที่คาดไว้ แถมยังโดนหงุดหงิดอีกด้วย



          คดีเก่ายังไม่ทันหาย ดันสร้างคดีใหม่ขึ้นมาอีกนะไอ้ธาร



 

 

          "ถุงเงิน~"       



          ทันทีที่สองขาเข้ามาเหยียบในคอนโดหรู เด็กหนุ่มรีบเดินจ้ำอ้าวไปหาเจ้าแมวพันธุ์สก็อตทิช โฟลด์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนโซฟานุ่ม ธารามองเด็กที่เอาแต่ลูบหัวสัตว์เลี้ยงของตัวเองอย่างไม่สนใจอย่างอื่น ไม่เอ่ยปากถามถึงเซอร์ไพรส์ของเขาด้วยซ้ำ



          เจ้าของคอนโดหรูนั่งลงข้างๆเจ้าแมวอีกฝั่ง พลางมองลักยิ้มบุ๋มๆตรงแก้มของติณณ์ยามได้ลูบขนนิ่มๆอย่างเพลินมือ ส่วนแมวก็หลับตาเคลิ้มอย่างสบายใจ บางทีธาราก็อิจฉาถุงเงินที่ถูกติณณ์สนใจและยิ้มให้บ่อยๆแบบนี้



          ตอนแรกถามอยู่นั่นแหละว่าพามาทำไม ทีงี้ล่ะไม่สนใจเขาเชียว น่าน้อยใจชะมัด



          ด้วยความหมั่นไส้สัตว์เลี้ยงตัวเองที่บังอาจมานอนอืดคั่นกลางระหว่างธารากับติณณ์ เขาจัดการอุ้มแมวขวางคอไปนอนที่อื่นโดยไม่สนใจว่าจะเป็นรบกวนมันหรือไม่ แล้วเขยิบตัวเองเองเข้าไปใกล้ๆติณณ์ แต่เด็กคนนั้นกลับหันหน้าหนี



          "ยังไม่หายงอนอาหรอ?"



          "..."



          จริงๆอาจจะหายงอนตั้งนานแล้ว แต่ดันไปแกล้งเขาเพิ่ม ก็เลยโดนงอนใหม่หรือเปล่านะ



          ไม่รอช้า อยู่ๆถุงแบรนด์เนมก็ถูกวางลงบนตักของติณณ์ เขามองหน้าอาธารอย่างสงสัยก่อนที่จะเปิดดูของข้างใน มันคือเสื้อเชิ้ตสีขาว กับกางเกงยีนส์สีเข้ม และเขาก็กลับไปมองหน้าอาธารอย่างสงสัยมากกว่าเก่า เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายซื้อให้เขาทำไม เนื่องในโอกาสอะไร



          "เซอร์ไพรส์" ธาราว่ายิ้มๆ



          "ขอบคุณครับ แต่…อาธารซื้อให้ผมทำไมหรอครับ"



          "เอาไว้ใส่ไปงานเลี้ยงไง"



          "งานเลี้ยง?"



          "ใช่ ก็อาภพเขาชวนเราไม่ใช่หรอ"



          ติณณ์หน้าเหวอไปแล้ว



          "ไป เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย ตอนเย็นๆงานจะเริ่มแล้ว"



          เด็กหนุ่มเข้าใจว่าอาธารอนุญาตให้ไปงานเลี้ยงแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆถึงให้ไป ทั้งๆที่ตอนแรกอาธารห้ามนักห้ามหนาเหลือเกิน



          "ทำไมอยู่ๆอาธารถึงให้ผมไปล่ะ"



          "ก็ดูสิ มีเด็กแถวนี้งอนอา" นิ้วสากเอื้อมไปบีบแก้มเนียนๆนั่นด้วยความมันเขี้ยว "แบบนี้คงหายงอนกันแล้วใช่ไหม?"



          "ผมไม่ได้งอนครับ" ติณณ์เบี่ยงหน้าออกจากการโดนแตะต้องใบหน้าตัวเอง



          ถ้าเป็นคนอื่น ธาราคงใช้มุกแก้คนปากแข็งด้วยการบดจูบ คิดแล้วสายตาคมก็เคลื่อนไปมองที่ปากเล็กๆนั่น มันเป็นสีธรรมชาติที่ดูสุขภาพดี ดูก็รู้ว่าเด็กดีของเขาไม่ได้สูบบุหรี่แต่อย่างใด แบบนั้นในโพรงปากคงจะหอมหวาน พอส่งลิ้นเข้าไปสำรวจเจ้าตัวคงจะครางอื้ออึงอย่างที่ไม่เคยรับรสจูบของเขามาก่อน



          ธาราไม่ต่อปากต่อคำกับติณณ์ต่อ และไล่เด็กไปอาบน้ำแต่งตัว พอเห็นคนตัวเล็กหายเข้าไปในห้องน้ำตามคำสั่ง ลิ้นอุ่นก็แลบเลียริมฝีปาก กลืนน้ำลายลงลำคอแห้งผาก ทั้งหมดมันเป็นผลมาจากจินตนาการว่าได้บดจูบเด็กคนนั้น



          ติณณ์น่าจะจูบไม่เก่ง ซึ่งไม่ใช่สเป็คของธาราด้วยซ้ำ



          แต่ส่วนมืดของจิตใจมันก็อยากเห็นปฏิกิริยาบางอย่างจากคนนิ่งๆแบบนั้น



 

 

          เสียงน้ำกระทบพื้นดังมาจากในห้องน้ำระหว่างที่ติณณ์กำลังนั่งบนโซฟาตัวเดิม เขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็เหลือแต่รออาธารอาบน้ำแต่งตัวบ้าง ตอนที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมชุดใหม่ อาธารมองมาที่เขาอย่างพอใจ แล้วบอกว่าติณณ์หล่อมาก เขาคิดว่าเสื้อผ้าน่ะ มันส่งให้เขาดูดีได้เยอะมาก พอคิดแบบนั้นก็ได้สติขึ้นมาว่า เขาทำอาธารเดือดร้อนอีกไหมนะ ที่ต้องมาซื้อเสื้อแพงๆให้



          นี่เขาเผลองี่เง่าใส่อาธารหรือเปล่า แย่ชะมัด



          ไม่กี่อึดใจ ธาราก็ปรากฏตัวในสายตาติณณ์พร้อมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสแล็คสีดำ มือแกร่งยกขึ้นเสยผมไปมาเพื่อจัดแต่งทรงผมอยู่หน้ากระจก ติณณ์มองภาพนั้นอย่างตะลึง เขาเพิ่งเคยเห็นอาธารลุคนี้ ทั้งโครงหน้า ทรงผม เสื้อผ้า มันส่งให้ผู้ใหญ่คนนั้นหล่อคมมากๆแม้อายุจะปาไป40



          น้ำหอมขวดหรูหราถูกฉีดไปแต่ละจุดตามร่างกายแกร่ง กลิ่นหอมกรุ่นๆลอยมาแตะจมูกเล็ก มันเป็นกลิ่นหอมแบบผู้ใหญ่ ดมแล้วผ่อนคลายอย่างที่ติณณ์ชอบ เขาพยายามมองขวดน้ำหอมนั้นอย่างสนใจ เผื่อว่าในอนาคตเขาจะไปซื้อกลิ่นนี้ตาม มองไปมองมาสักพัก เจ้าของขวดน้ำหอมก็หันมามองติณณ์กลับ แถมยังยิ้มล้อเลียน



          "แอบมองอาหรอ"



          "ข...ขอโทษครับ"



          "ขอโทษอะไรกัน มองอีกเยอะๆเลยก็ได้ อาชอบ" ธาราว่าพลางแต่งองค์ทรงเครื่องตัวเอง "ติณณ์เสร็จแล้วหรอ ฉีดน้ำหอมหน่อยไหม?"



          ความจริงแล้วติณณ์ค่อนข้างเกรงใจ แต่ด้วยความอยากรู้ว่ากลิ่นหอมๆนั้นมันคือน้ำหอมแบรนด์อะไร ตัวเองจึงต้องมายืนหน้ากระจกกับอาธารแบบนี้ เขาลอบมองขวดบรรจุภัณฑ์เรียบหรูในมืออีกฝ่าย เห็นโลโก้ของแบรนด์นิดๆก็รู้ว่าเป็นแบรนด์ดัง ราคาคงแพง ยิ่งเข้าใกล้อาธารแบบนี้ยิ่งได้กลิ่นหอมจากร่างกายนั้น แต่อาธารกลับวางน้ำหอมขวดนั้นลงบนโต๊ะ



          “กลิ่นนี้มันออกแนวผู้ใหญ่ไปหน่อย ไม่ค่อยเหมาะกับติณณ์” ธาราพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบน้ำหอมอีกขวด “เอาอันนี้ดีกว่า วัยรุ่นก็ฉีดได้”



          ธารากดลงที่หัวสเปรย์ให้ฉีดลงไปที่ต้นคอของเด็กหนุ่ม แต่กลไกไม่รักดี แทนที่น้ำหอมจะออกมาเป็นละอองฟุ้งๆกลับเป็นสายน้ำเสียอย่างนั้น มันทำให้ต้นคอของติณณ์เลอะน้ำหอมหยดย้อยลงมาเป็นสาย ธารากกล่าวตำหนิหัวฉีดไม่รักดีและขอโทษขอโพยเด็กหนุ่ม พลางเอามือไปเช็ดหยดน้ำหอมตามลำคอสวย



          กลิ่นที่ถูกฉีดบนร่างกายติณณ์ มันเป็นกลิ่นที่ธารามักจะใช้เวลาไปเที่ยวกลางคืน ดั่งมีฟีโรโมนออกมาจากเด็กตรงหน้า กลิ่นที่ติดอยู่ตรงต้นคอเนียนสวยมันผสมไปด้วยกลิ่นอำพัน กลิ่นไม้ กลิ่นดอกไอริส เพิ่มความยั่วยวนด้วยกลิ่นเหล้ารัมผสมสไปซี่นิดๆ ตอนที่มันอยู่บนร่างกายธาราเขาก็ว่ามีเสน่ห์มากแล้ว พอกลิ่นพวกนั้นมันไปอยู่บนร่างกายติณณ์ ยิ่งกลิ่นแรงเป็นพิเศษบริเวณต้นคอ มันทำให้มือสากเผลอลูบไล้ลำคอที่เขาหลงใหลทั้งๆที่คราบน้ำหอมมันน่าจะหมดไปตั้งนานแล้ว



          รูปก็เพลินตา สัมผัสก็เนียนมือ ไหนจะกลิ่นที่ยั่วยวน



          ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าติณณ์ตอนนี้น่าขย้ำ น่ากลืนกินไปทั้งตัว



          เจ้าตัวขนลุกนิดๆเมื่ออาธารเช็ดคอให้ มือสากที่ผ่านการทำงานมามากไล้วนไปมาบริเวณไหปลาร้า แถมยังลูบขึ้นลูบลงไปถึงต้นคอซ้ำๆจนติณณ์เดาว่าน่าจะเกิดรอยแดงจางๆ ดวงตากลมช้อนมองไปที่ใบหน้าหล่อคมของผู้ใหญ่เพื่อจะเชิงถามว่าเสร็จหรือยัง แต่พอเห็นสายตาของอาธารที่มองมานั้นวาววับเหมือนเห็นเหยื่อรสโอชะอย่างที่ติณณ์ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่งผลให้เขาหน้าเห่อร้อนและถอยหลังออกอย่างตกใจนิดๆ



          ปฏิกิริยาของติณณ์นั้นดึงสติธาราได้อย่างดี จากที่ถูกมอมเมาด้วยกลิ่นและสัมผัสอย่างหน้ามืดตามัวก็ปรับสายตาให้เห็นว่าติณณ์กำลังทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขารู้สึกผิดอย่างมากและรีบขอโทษเด็กคนนั้นยกใหญ่



          อันตราย



          ขนาดเขายังเป็นขนาดนี้ แล้วไตรภพล่ะ จะขนาดไหน





(ต่อด้านล่างค่ะ)

         
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-03-2019 17:18:42 โดย TiXA »

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
 อยู่ใกล้ๆอาไว้นะ ห้ามเถลไถล ใครชวนไปไหนห้ามไปด้วยเด็ดขาด ธาราสั่งติณณ์แบบนี้ เหมือนผู้ปกครองพาเด็กเข้าห้างสรรพสินค้าครั้งแรก



          ขณะนี้ตัวเขามาอยู่ในปาร์ตี้เล็กๆที่อยู่หน้าบ้านของไตรภพ อย่างที่ติณณ์เองก็ไม่แน่ใจว่าควรเรียกว่าบ้านหรือคฤหาสน์ กึ่งกลางพื้นที่กินไปด้วยสระน้ำสีครามน่าแหวกว่าย รายล้อมไปด้วยโต๊ะ เก้าอี้เป็นกลุ่มๆ อีกทั้งโซนบาร์บีคิว อาหารและเครื่องดื่มละลานตา แสงไฟประดับที่อยู่ด้านบนเต็มไปด้วยสีสันแวววาวตัดกับบรรยากาศยามค่ำได้อย่างดี เขาไม่ได้มาเร็วนัก จึงมีแขกอยู่แล้วมากมาย ทั้งหมดเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่างดีเพราะต่างเป็นลูกน้องของธาราทั้งนั้น



          แต่ไม่ใช่กับติณณ์



          ถึงที่นี่จะสวยและอลังการ แต่เขาไม่ได้ผ่อนคลายไปด้วยเลย เพราะมีแต่ผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักรายล้อมทั้งนั้น เลยทำให้เขาค่อนข้างอึดอัด นึกภาพไม่ออกเลยว่าหลังจากนี้ควรจะวางตัวเองไว้ตรงไหน บางทีเขาก็นึกโกรธตัวเองที่ไม่เชื่อฟังอาธารตั้งแต่แรก



          เดี๋ยวสิ เขาไม่ได้อยากจะมาสนุกกับปาร์ตี้นี้สักหน่อย



          เขาอยากมาเจอไตรภพต่างหาก



          เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวา พยายามใช้สายตาค้นหาคนที่เขาอยากเจอ แต่กลับไร้วี่แวว อาจจะเป็นเพราะคนเริ่มเยอะขึ้นด้วย ไตรภพอาจจะถูกใครสักคนบดบังอยู่



          เพราะมัวเอาแต่หาใครบางคน พอหันมาอีกทีก็พบว่าอาธารกำลังยืนคุยกับผู้ใหญ่2-3คน ท่าทางดูนอบน้อมกับธารามาก แต่นั่นไม่สำคัญหรอก ประเด็นอยู่ที่ว่าตอนนี้ติณณ์ทำตัวไม่ถูกต่างหาก แน่นอนว่าการเข้าไปคุยด้วยนั่นเป็นวิธีที่บัดซบที่สุด จะยืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างหลังก็กระไรอยู่ เด็กหนุ่มเลยทำทีสนใจพุ่มไม้ข้างๆ



          มันคือดอกแก้ว ดอกเล็กๆสีขาวเป็นช่อ ส่งกลิ่นหอมเวลากลางคืน ที่บ้านเขาเคยปลูกไว้แต่ตายไปแล้ว กลิ่นหอมแบบนี้เป็นกลิ่นที่เขาไม่ได้ดอมดมมานาน เลยให้ความสนใจกับต้นไม้ต้นนี้เป็นพิเศษ แต่ในระหว่างที่เขากำลังใจจดใจจ่อกับดอกไม้สีขาวนั้น หางตามันก็แอบเห็นว่ามีใครบางคนกำลังมองมาทางเขา



          ด้วยความสงสัย ติณณ์เลยหันไปมองกลับอย่างไม่ลังเล แต่แล้วก็ต้องกลั้นหายใจไปนิดนึงเมื่อรู้ว่าคนที่กำลังมองเขาอยู่คือไตรภพ ผู้ใหญ่คนนั้นกำลังยืนคุยกับคนอื่นอยู่จากที่ไกลๆ อาภพส่งยิ้มมาให้เขาเป็นการทักทาย แต่ติณณ์กลับหันหน้าหนีอย่างไวเพราะความเขิน



          ตั้งใจมาหาเขาทั้งที แต่พอเจอจริงๆกลับไม่กล้ามองหน้า



          บ้าไปแล้วติณณ์



          ตอนคุยผ่านโทรศัพท์น่ะมันใจกล้ามากกว่านี้ เพราะไม่ได้เผชิญกันต่อหน้าแบบนี้ไง เขามันก็เป็นแบบนี้ทุกที พอได้เจอคนที่ประทับใจก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าสู้หน้า ไม่กล้าพูด ไม่กล้าอะไรเลย



          แต่ลึกๆมันก็อยากมองอีก



          ติณณ์รวบรวมความกล้าไปเพื่อหันไปมองอาภพอีกครั้ง คราวนี้อีกฝ่ายไม่ได้มองมาทางเขาแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะเขาจะได้แอบมองอยู่ตรงนี้อย่างสบายใจ



          สำหรับเขา แค่นี้มันก็มากพอแล้วจริงๆ



          “ติณณ์!”



          เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงเมื่อชื่อตัวเองถูกเรียกดังๆที่ข้างหู แถมยังมีสองมือเข้ามาตะปบไหล่อย่างกะทันหัน เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นธาราที่กำลังยืนหัวเราะใส่เขาอยู่ นั่นแหละ เขาถูกอาธารแกล้งอีกแล้ว



          “มายืนทำอะไรตรงนี้ ถ้าใครมาจับติณณ์ไปไหนจะทำยังไงเนี่ย”



          “แต่ที่นี่ไม่น่าจะอันตรายนะครับ”



          “ใครว่าล่ะ” ธาราทำเป็นกระซิบกระซาบ “เจ้าของที่นี่น่ะ ตัวดีเลย” คนฟังทำหน้าไม่เข้าใจ ซึ่งธาราไม่ได้หวังจะให้เข้าใจอะไรอยู่แล้ว “แล้วนี่ทำอะไร ชมดอกไม้?”



          “อ่า…ครับ มันหอมดี”




           มันก็จริงอย่างที่ว่า ดอกแก้วดอกเล็กพากันส่งกลิ่นหอมแข่งกันอบอวลทั่วบริเวณ แต่เป็นเพราะธารายืนใกล้ติณณ์เกินไปอย่างไรก็ไม่ทราบ กลิ่นดอกแก้วเลยถูกกลบด้วยกลิ่นน้ำหอมยั่วยวนไปเสียหมด เขาถอยตัวห่างเด็กหนุ่มเล็กน้อย จะได้ไม่หน้ามืดตามัวอย่างครั้งที่แล้ว ติณณ์น่ะ ตัวหอมล่อแมลงยิ่งกว่าดอกแก้วเสียอีก



          บางทีธาราก็มีความคิดอยากจะจับติณณ์อาบน้ำขัดตัวไม่ให้เหลือกลิ่นนี้แม้แต่นิดเดียว



 

 

          ติณณ์ถูกจับให้นั่งร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่คนอื่นๆ แหงล่ะ มันไม่มีเด็กคนอื่นแล้วสักหน่อย จะให้เขาแยกโต๊ะกับอาธารสองคนก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะความดื้อดึงจะมาด้วยเขาเลยต้องรับผลแบบนี้ 



          ตอนมานั่งแรกๆติณณ์โดนชวนคุยเยอะแยะเลย ส่วนใหญ่ก็ถามทั่วๆไปอย่างที่เขาเคยตอบมาเป็นสิบๆรอบ สักพักผู้ใหญ่บนโต๊ะก็ชวนคุยกันเองตามที่ควรจะเป็น ส่วนเขาก็นั่งตัวลีบอยู่ข้างๆหัวหน้าแผนก ฟังเรื่องของผู้ใหญ่ที่ไม่ค่อยจะเข้าใจนัก ยังดีที่อาธารยังหันมาคุยด้วยเป็นระยะๆ อร่อยมั้ย ทำไมไม่ลองกินอันนี้ล่ะ เอาอะไรเพิ่มมั้ย อย่างนั้นอย่างนี้ ติณณ์รู้สึกขอบคุณอาธารลึกๆที่อย่างน้อยก็ไม่ได้ปล่อยให้เขาจืดจางโดยสมบูรณ์



          ที่นี่มีคาราโอเกะกันนิดหน่อย มีอาผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นร้องเพลงเสียงเพี้ยนๆ เอ่อ อาคนนี้คือคนร่วมโต๊ะเดียวกันกับติณณ์นั่นแหละ จากการที่ฟังผู้ใหญ่คุยกัน อาคนนี้น่าจะชื่ออาเอก เพลงเพี้ยนๆของอาเอกสร้างความบันเทิงให้งานได้อย่างดี คนโต๊ะอื่นๆก็ต่างมองมาที่โต๊ะนี้แล้วพากันหัวเราะ ส่วนติณณ์ก็ทำได้แต่ดื่มน้ำแก้เคอะเขินอย่างเดียว



          เหมือนรอบๆกายเป็นสีสันสดใส แต่ตัวเขาเป็นสีเทาจืดๆ



          ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา



          "ผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ" เด็กหนุ่มสะกิดผู้ใหญ่ที่พาเขามา แล้วขออนุญาต พออาธารพยักหน้าเขาก็รีบออกมาจากตรงนั้น เพราะ...



          หนึ่ง เอาแต่กินน้ำอยู่นั่น เลยทำให้ปวดฉี่



          สอง ตรงนั้นเสียงดังและทำให้มึนหัวมาก เลยอยากออกมาตั้งหลักในที่เงียบๆสักพัก



          ติณณ์เดินเข้าไปในสถาปัยกรรมที่โคตรสวยเพื่อหาห้องน้ำ ในนี้มันกว้างเกินกว่าที่จะเดินหาเองเลยอาศัยถามคุณป้าแม่บ้านเอา เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณแล้วเดินหายไปในห้องน้ำหรู อย่างที่ทั้งหมดอยู่ในสายตาของใครบางคน



          ไตรภพยังคงยืนยัน ว่าเรื่องนี้มันโคตรน่าสนุก



 

 

          ติณณ์จัดการธุระของตัวเองเสร็จแล้ว ก่อนที่จะกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเดิมเขาเพิ่งสังเกตว่าที่นี่มีสวนหย่อมเล็กๆหลังบ้านด้วย กลิ่นหอมของดอกแก้วโชยมากับลม หลอกล่อให้เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในสวนเพื่อตามหาต้นตอของกลิ่นนั้น พอได้เจอเจ้าดอกไม้ตัวการก็เผลอยิ้มออกมา เขามีความคิดว่าจะเชยชมดอกไม้แถวนี้สักพักค่อยกลับไปนั่งที่



          เพราะตรงนี้มันเย็น ร่มรื่น สงบ แถมกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย



          ติณณ์ชอบบรรยากาศแบบนี้มากกว่า



          นิ้วเรียวเอื้อมไปเด็ดดอกแก้วมาดอกหนึ่ง หมุนไปหมุนมาพิจารณารูปลักษณ์ก่อนจะยกขึ้นมาดมใกล้ๆจมูก มันหอมสบายๆ ไม่ฉุน เหมือนเวลาได้กลิ่นน้ำหอมของอาธาร



          "อ๊ะ!"



          เจ้าตัวอุทานขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อมีสองแขนปริศนามากอดเอวของเขาไว้ ติณณ์พยายามแกะมือนั้นออกด้วยความตกใจ แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะที่คุ้นเคยข้างๆจึงหันไปมองคนต้นเหตุ



          อาไตรภพ



          "จับเด็กไม่ดีได้แล้ว แอบขโมยดอกไม้อาหรอ"



          "ขอโทษครับ" ลืมไปเลยว่าต้นไม้นี้มีเจ้าของ ดันไปเด็ดมั่วซั่วเสียได้



          "ไม่ยกโทษให้ได้ไหม" ไตรภพว่าเสียงเจ้าเล่ห์



          "อาภพปล่อยก่อนครับ"



          ติณณ์ดีใจมากเลยนะที่ได้เจออาภพ แต่พออีกฝ่ายเข้ามากอดเอวระยะแนบชิดแบบนี้มันก็อึดอัดเหมือนกัน แถมใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดีด้วย เข้าดิ้นขลุกขลักและพยายามแกะพันธนาการนั้นออก โชคดีที่อาภพไม่ขี้แกล้งจนเกินไป เลยยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระแต่โดยดี



          แล้วยังไงต่อล่ะ



          พอได้มาเจออีกฝ่ายใกล้ๆแบบนี้ หัวใจดวงน้อยมันเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมา ใบหน้าหล่อคมที่น่ามองแต่เขากลับไม่กล้ามองขึ้นมาดื้อๆ มือไม้รู้สึกเกะกะไปหมด ตอนนี้เขาคงดูเก้กังในสายตาอาภพไม่น้อย



          "คิดถึงจังเลย" ไตรภพว่าเสียงนุ่มพลางลูบศีรษะอีกฝ่าย "ดีใจจังที่ติณณ์ยอมมาด้วย"



          เด็กหนุ่มยิ้มเขินๆ ปากตอบออกไปแค่'ครับ' เขาอยากจะพูดกับคนๆนี้ให้มากกว่านี้เหมือนตอนคุยโทรศัพท์ แต่พอมาอยู่ต่อหน้ากลับพูดไม่ออกสักคำ



          "เพิ่งเคยเห็นเราแต่งตัวแบบนี้นะ ดูดีมากเลย"



          และก็เป็นฝ่ายไตรภพที่ชวนคุยเหมือนเดิม เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม ที่นี่อาหารอร่อยดีไหม ชอบอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ตอนนั้นแอบมองอาหรอ อาเห็นนะ รู้ไหมว่าอาคิดถึงติณณ์จะแย่ พอได้เห็นหน้าแล้วชื่นใจมากๆ บลา บลา บลา เด็กหนุ่มรู้สึกดีกับคำพูดพวกนั้น เขาว่าการมาครั้งนี้มันคุ้มค่าแล้วล่ะ



          "ติณณ์ชอบดอกแก้วหรอ?" ที่ถามแบบนั้นเพราะหลักฐานมันคามือ



          "ชอบครับ" ดอกแก้วในมือถูกยกขึ้นมาดม "หอมดี"



          "หอมจริงหรือเปล่า"



          ไตรภพยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆดอกไม้เล็กที่มือเรียวถืออยู่ เขาไม่ได้สนใจดอกไม้เลยแม้แต่น้อย เขาสนใจแต่ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่อยู่ห่างกันแค่คืบ และกลิ่นหอมยั่วยวนที่มาจากร่างกายเด็กคนนี้



          "หอมจริงๆด้วย...หมายถึงติณณ์น่ะ"



          คนถูกชมมีอาการประหม่า แต่พอเงยหน้าไปก็เห็นสายตาที่ดูน่ากลัวแปลกๆของอาภพ จะว่าอย่างไรดี มันคล้ายๆสายตาของอาธารที่เคยมองเขาตอนอยู่ที่คอนโด แต่ของอาภพตอนนี้มันดูมีความต้องการบางอย่างที่รุนแรงมากกว่า มันทำให้ติณณ์ต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ



          "ตกใจหรอ?" ไตรภพว่าพลางหัวเราะ "ขอโทษนะ ติณณ์หอมมาก อาเลยอยากดมใกล้ๆ"



          "อ่า...ครับ" เขาตอบได้แค่นี้จริงๆ



          "ไปคุยกันเงียบๆในบ้านไหม? ตรงนี้มันมืด แถมยุงเยอะด้วย"



            ถ้าติณณ์ไม่กลับไปนั่งที่ตอนนี้ เขาต้องโดนอาธารดุแน่ๆ เพราะเขาออกมาจากตรงนั้นมานานพอสมควรแล้ว "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกลับไปนั่งดีกว่า"



          "ว้า เสียดายจัง" ไตรภพแสร้งถอนหายใจ "งั้นไหนๆก็ช่วยอายกบาร์บีคิวไปวางเพิ่มหน่อยได้ไหม อยู่ในห้องครัวน่ะ"



          มีหรือที่ติณณ์จะปฏิเสธ เขาเดินตามคนตัวสูงเข้าไปในบ้าน เดินลัดเลาะนิดหน่อยก็เจอห้องครัวที่ทั้งกว้างทั้งหรู อาภพบอกเขาว่าบาร์บีคิวถูกพลาสติกแรปอยู่ในตู้เย็นใหญ่ ให้หยิบออกไปวางบนโต๊ะโซนปิ้งย่างได้เลย ส่วนเจ้าของบ้านจะตามไปทีหลังเพราะจะไปหยิบไวน์ในห้องมาเพิ่ม



          คนแปลกถิ่นเปิดตู้เย็นเพื่อค้นหาบาร์บีคิวที่ว่า ในตู้นี้มีของสดมากมายหลายตาจนเป็นการยากในการหาของนิดหน่อย เขาพยายามหาสิ่งที่ดูเหมือนบาร์บีคิวมากที่สุดแต่ก็ไม่พบ ในระหว่างที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่นั้น มีมือปริศนานำผ้าเช็ดหน้ามาแนบกับจมูกและปากของติณณ์ เขาตื่นตระหนกอย่างมากเมื่อตัวเองถูกล็อคด้วยแขนของใครบางคน ใช้เวลาสักพักสารเคมีที่อยู่ในผ้าเช็ดหน้าก็ออกฤทธิ์ให้คนสูดดมได้หมดสติลงอย่างสิ้นฤทธิ์



          ร่างบางทิ้งตัวลงบนอ้อมอกไตรภพอย่างไม่ได้สติ ผู้บริหารยิ้มอย่างพอใจก่อนที่จะช้อนตัวเด็กหนุ่มขึ้น แล้วพาเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ร่างผอมถูกวางลงบนโซฟานุ่ม ตามมาด้วยไตรภพที่นั่งมองสรีระเด็กคนนี้อย่างพิจารณา



          คนอย่างเขาไม่ชอบลักหลับใคร จะมีเซ็กส์ก็ต่อเมื่อคู่นอนสมยอมเท่านั้น



          อีกทั้งยังมีแขกมากมายอยู่ข้างนอก ถ้าเขาคิดจะกินเด็กคนนี้ขึ้นมาจริงๆ คงไม่โง่มาทำที่นี่หรอก และเขาก็ไม่ได้ล็อคประตูด้วยซ้ำ



          ไตรภพแค่อยากจะยั่วโมโหธาราเล่นๆเท่านั้นเอง



 

 

 

          ติณณ์หายไปนานเกินไป นี่คือสิ่งที่ธาราคิด



          เด็กคนนั้นบอกจะไปเข้าห้องน้ำ แต่นี่มันนานเกินไป จะให้คิดว่าคงถ่ายหนักก็ยังคงนานเกินไปอยู่ดี ไม่ใช่ว่าไปเถลไถลแถวไหนอีกล่ะ คิดแบบนั้นแล้วก็เกิดความกังวล มือใหญ่หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาโทรหาเด็กเจ้าปัญหา ฟังเสียงรอสายสักพักปลายสายก็รับโทรศัพท์



          “ฮัลโหล ติณณ์อยู่ไหน”



          [อยู่ในห้องทำงาน]



          เสียงทุ้มๆแบบนี้ไม่ใช่เสียงของติณณ์ ธารายกหูออกเพื่อเช็คว่าเขาโทรหาถูกคนแล้ว “ผมกำลังพูดกับใครครับ?”



          [อะไรกัน จำเสียงเจ้าของบ้านหลังนี้ไม่ได้หรือ น่าน้อยใจนะ] ปลายสายว่าพลางหัวเราะ



          “คุณไตรภพ?” เมื่อรู้ว่าเป็นใคร เขากังวลยิ่งกว่าเก่า “คุณมารับโทรศัพท์ติณณ์ได้ยังไง แล้วติณณ์อยู่ไหน!?”



          [ธารฉีดน้ำหอมให้ติณณ์หรอ หอมมากเลยนะ] ไตรภพเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย [น่ากินไปทั้งตัว]



          “อย่าแตะต้องเขาแม้แต่นิดเดียว”



          ธาราขบกรามดังกรอด ข่มอารมณ์ไม่ให้ตวาดออกมาท่ามกลางผู้คน มือใหญ่กดตัดสายอย่างไม่ไยดีแล้วรีบลุกออกจากที่เพื่อไปหาเด็กคนนั้น เขาร้อนรนใจมากว่าไตรภพจะทำอะไรเลวๆกับเด็กดีของเขาไหม หรือต่อให้ไม่ได้ทำอะไรเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้ติณณ์อยู่กับไตรภพสองต่อสองแน่ เมื่อเข้ามาในบ้านหลังโตเขาก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานชั้นสองอย่างชำนาญทาง ธาราไม่ได้เคยมาที่นี่ครั้งแรกเสียหน่อย



          ประตูห้องทำงานถูกกระชากออกด้วยมือแกร่ง ไฟพิโรธลุกโชนขึ้นเมื่อเห็นพี่ชายต่างครอบครัวกำลังซุกไซ้ลำคอเด็กคนนั้นที่ดูเหมือนหมดสติไป เขาเดินจ้ำอ้าวเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายให้ออกมา ง้างกำปั้นเตรียมต่อยคนที่บังอาจมาแตะต้องเด็กดีของเขา แต่แล้วไตรภพก็ยกมือขึ้นสองข้างขึ้นมาแล้วบอกธาราให้ใจเย็นก่อน



          “พี่ทำอะไรติณณ์วะ!” ธารากระชากเสียงอย่างหาเรื่อง



          “ก็ยังไม่ได้ทำอะไร” ไตรภพพูดอย่างไม่ซีเรียส “แค่ขอดมเฉยๆเอง”



          “อย่ามาโกหก!”



          “โกหกอะไรกัน” มือแกร่งกระชากอีกมือที่ขย้ำคอเสื้อเขาออก “ถ้าพี่คิดจะทำอะไรจริงๆคงล็อคประตู ไม่สิ พี่จะพาติณณ์ไปทำที่อื่นด้วยซ้ำ”



          “แล้วพาติณณ์มาถึงที่นี่ทำไมล่ะ คุณไตรภพ” สรรพนามที่เปลี่ยนไปแสดงถึงความไม่พอใจอย่างมากของธารา เขาพยายามไม่ให้อารมณ์มาครอบงำตัวเองอย่างเมื่อกี้ ไม่อย่างนั้นคงทำอะไรบ้าๆลงไปแล้ว



          “แค่อยากเห็นนายโมโหเล่นๆน่ะ ธาร…เด็กคนนี้เป็นคนโปรดของนายหรอ ทำไมต้องหวงก้างขนาดนั้นด้วย”



          “ติณณ์เป็นลูกของเพื่อนผม” ธาราจ้องอีกฝ่ายเขม็ง “และคุณห้ามแตะต้อง”



          “แค่ลูกของเพื่อนหรอ หืม?” ไตรภพหัวเราะเยาะ “นายไม่เคยรู้ตัวเลยใช่ไหมว่านายใช้สายตาแบบไหนมองเด็กคนนี้”



          “แล้วยังไง มันไม่เกี่ยวกับคุณ อ้อ หรือต้องให้ผมทำแบบนี้กับหลานสาวของคุณบ้างล่ะถึงจะเข้าใจ?”



          เมื่อเอ่ยถึงคนที่หวงแหน ไตรภพก็เริ่มมีน้ำโห “อย่าลากหลานของผมไปเกี่ยวด้วย”



          “ผมไม่ยุ่งแน่ ถ้าคุณไม่ยุ่งกับติณณ์ก่อน” ธาราพูดอย่างจริงจัง “ถ้าครั้งต่อไปคุณมายุ่งกับติณณ์อีก ผมก็จะเข้าไปยุ่งกับหลานของคุณเหมือนกัน คุณไตรภพ”



          “นี่คุณขู่ผม?”



          “หึ คุณก็รู้ว่าขู่ไม่ขู่ คุณรู้จักผมดีไม่ใช่หรือ?”



          ใช่ ธาราไม่ได้ขู่



          ใครเล่นสกปรกมา เขาก็พร้อมเล่นสกปรกกลับ ไตรภพรู้ข้อนี้ดี



          “หึ…” ไตรภพกำลังโมโห แต่เขาไม่ยอมถูกยั่วโมโหคนเดียวหรอก “หวงขนาดนี้ เพราะจะเก็บไว้กินเองล่ะสิ”



          “ผมไม่ได้คิดสกปรกเหมือนคุณ”



          “โอ้ พ่อเทวดา น่าประทับใจจริงๆ” ผู้บริหารปรบมืออย่างชอบใจ “นายอดใจไหวหรือ? อ้อ ติณณ์ไม่ใช่สเป็คนายนี่”



          “…”



          “ไม่คิดจะลองหน่อยหรอ เนื้ออ่อนน่ะๆ มันออกจะหวาน” ซาตานกำลังหลอกล่อซาตานด้วยกัน “นายน่าจะลองชิมความไร้เดียงสาดูเสียบ้าง ความสด ความอ่อนเยาว์แบบนี้มันหาได้ง่ายๆที่ไหน…นายไม่คิดบ้างหรอว่าเด็กคนนี้มันน่าจะหอมหวานมากแค่ไหน นายจะได้ฟังเสียงครางหวานๆที่ไม่ได้ปรุงแต่งสักนิด แค่คิดก็หวานปากแล้ว เด็กมันน่ารักขนาดนี้ นายทนไหวได้ยังไงกัน?”



          ผลั่ก!!



          ความอดทนเส้นสุดท้ายของธาราขาดลงเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงติณณ์แบบนั้น กำปั้นแน่นต่อยอย่างแรงที่ใบหน้าหล่อคมนั่น แรงกระทำมหาศาลส่งผลให้ไตรภพเซลงบนโซฟา เลือดแดงฉานไหลซิบออกมาจากมุมปากนั้น แต่ธาราไม่ได้สนใจ ไม่เกรงกลัวด้วยซ้ำว่าจะถูกไล่ออกหรือไม่ ก็ให้มันรู้ไปสิว่าคนอย่างไตรภพมันจะแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก เขาช้อนตัวเด็กหนุ่มที่หลับไม่รู้เรื่องออกจากตรงนั้นทันที อย่างที่ไตรภพมองดูแล้วแสยะยิ้ม



          ดูซิ ว่านายจะเป็นเทวดาได้นานเท่าไหร่กัน ธารา



 

 

          ร่างบางถูกวางลงบนเตียงนอนของเจ้าตัวอย่างทะนุถนอม ติณณ์เก็บกุญแจบ้านไว้ในกระเป๋าเสื้อเลยไม่ยากต่อการค้นหาสำหรับธารามากนัก เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่กับเหตุการณ์เมื่อครู่ นึกโมโหตัวเองที่ใจอ่อนยอมพาติณณ์มาแบบนี้



          ไตรภพพูดอย่างกับว่าติณณ์เป็นของเล่น



          อีกฝ่ายพยายามหลอกล่อให้ด้านมืดของเขาออกมา จริงอยู่ที่ติณณ์ไม่ใช่สเป็คของเขาแม้แต่น้อย ติณณ์ตัวเล็กเกินไป ไร้เดียงสาเกินไป เป็นเด็กดีเกินไป แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าหาติณณ์ขนาดนี้เพราะอะไร เพราะเป็นลูกของมาลิน เพราะน่าสงสาร เพราะน่าเอ็นดู เขาเองก็ไม่ทราบ และก็ไม่มั่นใจว่าถ้าถูกยั่วยวนขึ้นมาเขาจะทำเป็นไม่สนใจได้หรือไม่



          ธาราสลัดความคิดอบายมุขออกจากหัวก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง เขาเอื้อมมือไปลูบผมนุ่มของคนบนเตียงเป็นการบอกลาแล้วเตรียมลุกขึ้น แต่คนติดหมอนข้างกลับคว้ามือแกร่งนั้นไว้แล้วดึงเข้ามากอดอย่างที่คิดว่าเป็นหมอนข้าง ใบหน้าเนียนซุกเข้ากับมือนั้นเพื่อหาความอบอุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดมือสากสม่ำเสมอจนธาราไม่กล้าขยับไปไหน เหมือนเวลาถุงเงินกระโดดขึ้นมานอนบนตักไม่ผิด



          คนถูกรั้งหัวเราะอย่างเอ็นดู เขาก้มลงไปหมายจะแกะมือเล็กนั้นออก แต่พอได้เข้าใกล้อีกระยะก็ได้กลิ่นน้ำหอมที่ยังคงติดกายเจ้าตัวอยู่ ดั่งโดนฟีโรโมนนั้นสะกดอีกครั้ง ธารามองค้างที่ดวงหน้าได้รูปนั้น แพขนตาที่ปิดสนิทเข้าหากันเรียงตัวสวย จมูกรั้นเข้ากับรูปปากบางสีธรรมชาติ ไล่มองลงมาถึงแนวลูกกระเดือกนูนต่ำ ขี้แมลงวันจุดเล็กที่ซุกซ่อนตรงลำคอขาวชวนค้นหา ไหปลาร้านูนสวยจนน่าพรมจูบ เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวเข้ารูปร่าง ยิ่งเวลาร่างกายนี้นอนตะแคงยิ่งทำให้เห็นเส้นโค้งเว้าของเอวเล็กกับสะโพกผาย ชายเสื้อเลิกขึ้นเล็กน้อยจนเผยให้เห็นเนื้อขาวเนียนอย่างหมิ่นเหม่ ชวนให้สงสัยว่าใต้ร่มผ้านั้นจะขาวขนาดไหน รูปร่างน่ามองทั้งหมดมันปกคลุมด้วยกลิ่นน้ำหอมยั่วยวน มันทำให้ธาราต้องลมหายใจติดขัด



          อันตราย



          ตอนนี้ติณณ์อันตรายกับตัวเขามาก



          ในระหว่างที่ธารากำลังสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติอารมณ์ สายตาคมเหลือบไปเห็นกรอบรูปของแม่เด็กคนนี้บนหัวเตียง จุดนั้นแหละทำให้ธาราได้สติขึ้นมา เขาแกะมือเล็กที่กอดแขนเขาแน่นได้สำเร็จ แล้วหยิบหมอนข้างที่อยู่อีกฝั่งมาแทนที่ จับข้อมือเล็กให้มากอดสิ่งที่ควรจะกอด เขาผละตัวออกแล้วดึงผ้าห่มให้มาคลุมถึงอก และไม่ลืมที่จะลูบศีรษะเด็กหนุ่มเบาๆเพื่อกล่อมนอนปิดท้าย



          มือใหญ่หยิบกรอบรูปบนหัวเตียงขึ้นมาดู มันเป็นรูปคู่ของมาลินและติณณ์ตอนเด็กๆ เขารู้แล้วว่าติณณ์มีดวงตาและผิวขาวเหมือนใคร ที่แท้ก็เหมือนแม่ มาลินในรูปกำลังกอดติณณ์ตัวน้อยอย่างมีความสุข ป่านนี้คงไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ คอยมองลงมาดูลูกรักเสมอๆแน่



          เขาลูบกรอบรูปนั้นอย่างแผ่วเบา รูปๆนึงมันทำให้เขาคิดอะไรได้หลายๆอย่าง



          ธารามองรูปของมาลินอย่างแน่วแน่ พลางให้คำสัญญากับคนที่ล่วงลับ



          จะดูแล ทะนุถนอม และปกป้องติณณ์ให้ดีที่สุด อย่างที่เธอเคยทำมาตลอด











talk.

หายไปนานเลย แง ขอโทษนะคะ ติดภารกิจนิดหน่อย

ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ อาธารดูรอดคุกขึ้นมานิดนึงมั้ยเอ่ย  :hao4:

พูดคุยและติดตามตอนใหม่ๆได้ที่ทวิตเตอร์ @TiXA_20X และแฮชแท็ก #เด็กมันน่ารัก นะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม รักเสมอ





#เด็กมันน่ารัก


ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +262/-6
น้องงงง

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
เฮ้อ เหนื่อยแทนธาร

คือไตรภพนี่ก็เลวจริงๆ

คือมึงมองชีวิตเด็กคนนึงแค่เรื่องเซ็กส์

แล้วมองอนาคตเด็กคนนึงแค่เรื่องปั่นหัวธาร

คือมึงมองความรักของเด็กคนนึงที่มอบให้มึงเป็นเรื่องตลก

เราขอแช่งให้นายไตรภพได้ผัวซาดิส

ออนไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4398
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +91/-6
น้องตื่นมาก็น่าจะรู้แล้วป่ะว่าอาภพอันตรายอ่ะ โดนปิดปากขนาดนี้ ตาสว่างสักทีเถอะลูก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1092
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
อยากถีบหน้าไตรภพเลวได้รางวัล

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 307
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ติณเกี่ยวอะไรกับธาร ต้องการอะไรกันแน่

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 716
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ถ้าติณณ์ตื่นมาแล้วยังดื้อไม่ฟังที่อาธารเตือนเรื่องไตรภพก็คือไม่ไหวแล้วนะ ควรรู้ได้แล้วว่าไตรภพเป็นยังไง

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2902
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 330
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องตินณ์จะรู้มั้ยเนี่ยว่าคนที่หนูไว้ใจอย่างไตรภพเนี่ยไว้ใจไม่ได้เลย  :katai1:

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
ตอนที่ 6



     เปลือกตาสวยลืมขึ้นก่อนเวลาที่ควรจะตื่นประมาณครึ่งชั่วโมง ยังไม่ทันปรับโฟกัสสายตาให้มองทัศนียภาพได้เห็นชัดๆ ความรู้สึกปวดหัวจี๊ดก็แล่นเข้ามาอย่างกะทันหัน เมื่อผ่อนลมหายใจเข้าออกติณณ์ก็พบว่ามันร้อนกว่าปกตินิดหน่อย เป็นสัญญาณว่าคงจะเริ่มไม่สบาย เด็กหนุ่มชันตัวเองขึ้นอย่างยากลำบากเพราะเหมือนเรี่ยวแรงมันหายไปไหนก็ไม่ทราบ พอผ้าห่มร่วงหล่นจากหน้าอกเมื่อชันลำตัวขึ้นมา เผยให้เห็นว่าเขายังคงใส่เสื้อตัวเดิมจากเมื่อคืน

     

     พอพูดถึงเมื่อคืน ความทรงจำอันเลือนลางมันก็ไหลย้อนมา



     เขาจำได้ว่าตัวเองกำลังเปิดตู้เย็นหาบาร์บีคิวให้อาภพ อยู่ดีๆก็มีใครไม่รู้เอาผ้ามาปิดปาก เขาสูดดมกลิ่นคล้ายสารเคมีบางอย่างเข้าไปโดยไม่เต็มใจ แถมยังลูกล็อคตัวไว้อีกด้วย จากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว



     เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเขา ติณณ์รับรู้แค่นี้



     ส่วนคนที่พาเขามาอยู่ตรงนี้ คงจะเป็นอาธาร



     และคนที่โปะยาสลบ เขาไม่รู้หรอก อันที่จริงก็มีคนที่เขาสงสัยอยู่ แต่ไม่อยากให้ความจริงเป็นอย่างที่คิดเลย



     ติณณ์เลิกคาดเดาคนไม่ดี รออาธารมาชี้แจงให้ชัดๆไปเลยดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาโคตรรู้สึกแย่



     เจ้าของบ้านลุกขึ้นจากเตียงอย่างทะลักทุเล จากปกติที่ทำอะไรเฉื่อยช้าไปหมด ตอนนี้มันเข้าขั้นสล็อต เป็นเพราะเด็กหนุ่มมีอาการปวดหัว ไม่สบายตัวนิดหน่อย แต่ยังไม่ถึงกับขั้นต้องลาป่วย เขาเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำและเตรียมตัวไปโรงเรียนตามปกติ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ผู้ใหญ่ซื้อให้ถูกถอดออก เผยให้เห็นร่างกายบอบบางที่ขนาดติณณ์เองยังไม่ชอบ เขาหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อสำรวจว่าร่างกายตัวเองไม่ได้มีร่องรอยอะไรผิดปกติ แถมไม่ได้รู้สึกเจ็บที่ร่างกายส่วนไหน



     แล้วเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกับเขา



     อีกใจนึงมันก็อยากรู้ แต่อีกใจนึงก็กลัวคำตอบที่ได้รับเหลือเกิน






     รถคันหรูจอดลงตรงหน้าบ้านหลังที่คุ้นเคย ธาราลงจากรถแล้วไปกดออดหน้าบ้านเพื่อเรียกคนข้างในอย่างที่ทำประจำ ป่านนี้ติณณ์คงกระวนกระวายน่าดูว่ากุญแจบ้านตัวเองนั้นหายไปไหน แท้จริงแล้วเมื่อคืนธาราเอากุญแจดอกนั้นไป ก่อนที่จะล็อคประตูรั้วให้เจ้าของบ้าน เขาแอบไปปั๊มกุญแจมาสำรองติดไว้กับตัวเองเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน ไม่กี่อึดใจ เด็กนักเรียนก็เดินออกมาจากบ้าน ธาราไขประตูรั้วให้เสร็จสรรพพลางชี้แจงเรื่องกุญแจตอนที่ติณณ์กำลังทำหน้างง



     และเขามีอีกเรื่องสำคัญที่ควรจะแจ้งให้ติณณ์รู้ไว้



     รถส่วนตัวไม่ได้ออกตัวทันทีที่คนสองคนนั่งประจำที่อย่างเคย เพราะธารามีเรื่องที่จะคุยกับติณณ์ยาวเชียวล่ะ อีกประการหนึ่ง เขาคิดว่าถึงเวลาที่ต้องเตือนติณณ์อย่างตรงไปตรงมา และต้องใช้ไม้แข็ง เขาอ่อนโยนไม่ได้อีกแล้ว ไม่อย่างนั้นเด็กดีของเขาจะกลายเป็นเด็กดื้อแบบนี้ไปเรื่อยๆ ซึ่งธาราไม่อยากให้เกิดความเสี่ยงใดๆขึ้นอีก



     "ติณณ์รู้ไหมว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?"



     ภายใต้ห้องโดยสารเงียบๆแบบนี้ กับน้ำเสียงของธาราที่ไม่คุ้นหู เป็นเสียงที่ค่อนข้างดุ อีกทั้งหัวข้อที่ธาราจะพูดยังเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะดี ติณณ์เตรียมใจไว้แล้วว่าหลังจากนี้เขาต้องหดหู่แน่ๆ



     "ยังไม่ค่อยรู้ชัดเจนเท่าไหร่ครับ" ติณณ์ตอบออกไปตามตรง



     "งั้นอาขอถามก่อน หลังจากติณณ์เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วได้ไปที่ไหนต่อไหม?"



     "ผมเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้าน แล้วก็เจออาภพ เขาขอให้ผมไปช่วยยกบาร์บีคิวมาเพิ่มในห้องครัว ผมเลย—"



      "อาบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเถลไถล?"



     "ต...แต่อาภพเขาขอให้ผมช่วย ผมเลยไป" ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไรจริงๆ เมื่อผู้ใหญ่ขอความช่วยเหลือเขา จะให้ปฏิเสธคงจะดูเสียมารยาทมากๆ



     "ใครชวนไปไหนก็ไปหรอ?" ธาราว่า "แล้วเป็นยังไงต่อ"



     ติณณ์ลำบากใจที่จะเล่าพอควร แต่ก็ต้องเล่าตามความจริง "ผมหาของอยู่ดีๆก็มีใครไม่รู้เอาผ้ามาปิดปากผม แล้วผมก็สลบไป"



     "หึ ติณณ์คิดว่าใครเป็นคนทำล่ะ"



     "..."



     "อาภพของติณณ์ไง" ธาราแค่นยิ้ม "ผู้ชายที่ติณณ์อุตส่าห์ไปหา อยากรู้ไหมว่าเขาชวนติณณ์มาทำไม ไม่สิ อยากรู้ไหมว่าเขาเข้าหาติณณ์ทำไม"



     "..."



     "เขาแค่อยากจะกินติณณ์เท่านั้น อารู้จักเขาดียิ่งกว่าติณณ์เสียอีก ไตรภพน่ะหรอที่ต้องการความรัก ไม่เลย คำพูดหวานๆที่ใช้พูดกับติณณ์น่ะ เขาใช้กับทุกคน ถามว่าทำแบบนี้ทำไมน่ะหรอ? เอาไว้หลอกเด็กซื่อๆอย่างติณณ์ไง" ธาราเริ่มดุ "รู้ไหม รสนิยมทางเพศของไตรภพเป็นยังไง? แบบติณณ์เลยล่ะ เด็ก ขาว ตัวเล็ก อามองก็รู้ว่าอาภพน่ะอยากได้ตัวติณณ์จนตัวสั่น"



     ไม่จริง...



     "แล้ววันนั้นเกิดอะไรขึ้นรู้ไหม ติณณ์หายไปนานมากอาเลยโทรหา แต่คนที่ติณณ์รักหนักหนากลับรับโทรศัพท์แทน แถมยังบอกว่าตัวเองอยู่ในห้องทำงานกับติณณ์ พออาเข้าไปในห้องนั้น ภาพที่เห็นคือเขากำลังจะล่วงเกินติณณ์"



     "..."



     "คิดว่าคนที่รักกันจริงๆเขาทำแบบนี้ไหม?" ธาราขยี้ "เขาต้องการแค่ตัวของติณณ์...หัวใจไม่เอา"



     เหมือนโลกทั้งใบของติณณ์ถล่มลงมาเมื่อฟังประโยคนั้น



     "ไตรภพมองว่าติณณ์เป็นแค่ของเล่น ไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับเขาแม้แต่นิดเดียว ก็แค่เด็กตัวเล็กๆที่หลอกฟันง่ายเท่านั้น"



     ดั่งคำพูดที่ตรงไปตรงมานั้นเสียดแทงหัวใจดวงน้อยแล้วถูกขยี้ซ้ำๆจนไม่เหลือชิ้นดี เด็กหนุ่มรู้สึกชาๆที่ใบหน้า และชาเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณทรวงอก หัวสมองเขาว่างเปล่า มันเจ็บเสียจนคิดอะไรไม่ออก ทำได้แต่นั่งนิ่งให้อาธารดุต่อไป



     "อาเตือนแล้วใช่ไหม ว่าอย่าไว้ใจเขา? แล้วติณณ์ฟังอาบ้างไหม เอาแต่ฟังอาภพ แล้วผลเป็นยังไง" เสียงทุ้มนั้นเริ่มดุขึ้นเรื่อยๆ "ต้องให้โดนฟันแล้วทิ้งจริงๆก่อนใช่ไหมถึงจะเชื่ออา?...อาจะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย และถ้าติณณ์ยังดื้ออีก ต่อไปนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาเพราะติณณ์ไม่เชื่อฟัง อาจะไม่ช่วยแล้วนะ จะไปไหนกับอาภพก็ตามใจติณณ์แล้วกัน"



     ดวงตากลมเบิกกว้างกับคำพูดรุนแรงนั้นอย่างคาดไม่ถึง ไหนจะสีหน้านั้นที่ดูไม่พอใจในตัวเขาอย่างมาก เหมือนอาธารเอามือเข้ามาขย้ำหัวใจให้แหลกเหลวยิ่งกว่าเก่า ติณณ์รู้สึกว่าปลายจมูกมันชาๆขึ้น เป็นอาการว่าจะร้องไห้ออกมา ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันเพื่ออดกลั้นความรู้สึกที่จะปะทุออกมา เขาจะไม่ยอมปล่อยน้ำตาออกมาต่อหน้าใคร จะไม่ยอมให้ใครมาว่าเขาว่าเป็นผู้ชายอ่อนแออีกแล้ว ติณณ์อยากจะเอ่ยปากว่าขอโทษ แต่กลัวว่าพอเปิดปากออกมาแล้วมันจะกลายเป็นก้อนสะอื้นแทน



     ธารามองอาการของเด็กตรงหน้าที่เหมือนวันนั้น วันงานศพของมาลิน



     เขาใจหล่นไปที่ตาตุ่มเมื่อเห็นติณณ์พยายามปกปิดความรู้สึกบางอย่าง แต่เขาต้องใจแข็งเข้าไว้ จะไม่โอ๋อีกแล้ว เดี๋ยวเด็กคนนี้จะเคยตัวเอา ต้องได้รับการสั่งสอนแบบไม้แข็งเสียบ้าง



     ธาราไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วออกรถเดินทางไปส่งนักเรียนโดยไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆ คนถูกทำร้ายจิตใจเบนหน้าเข้าหาหน้าต่าง เขาไม่รู้จริงๆว่าตอนนี้ควรต้องรู้สึกอย่างไรก่อนดี เพราะตอนนี้อารมณ์ที่หลากหลายมันตีกันมั่วไปหมดจนปวดหัวมากกว่าเก่า ความรู้สึกทั้งหมดมันเอ่อล้นมาอยู่ที่เบ้าตา เขากลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่สุดท้ายมันก็หยดติ๋งลงมาหยดหนึ่ง เด็กหนุ่มรีบปาดมันออกอย่างกลัวว่าใครอีกคนจะเห็น ฟันขาวขบกัดริมฝีปากแน่นจนได้รสคาวเลือดในปากนิดๆ มันไม่ได้เจ็บแม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับความเจ็บที่ใจ



     พอสองเท้าก้าวเข้ามาในเขตโรงเรียน เด็กหนุ่มรีบวิ่งเข้าห้องก่อนที่หยดน้ำตามันจะออกมาโชว์ใครต่อใคร เมื่อร่างบางขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำแคบๆ ก้อนน้ำตามหาศาลที่อดกลั้นเอาไว้ตั้งนานก็ถูกปล่อยออกมา ในหัวตอนนี้มันคิดอะไรไม่ออกด้วยซ้ำ มันรู้แต่ว่าตอนนี้ต้องการร้องไห้ และพยายามไม่ให้สะอื้นเสียงดังเกินไปจนคนข้างนอกได้ยิน



     ฟันขาวขบกัดนิ้วเรียวของตัวเองเพื่อบังคับให้หยุดร้องไห้เสียที พอน้ำตาหยุดไหลเขาก็รอสักพักให้น้ำตาที่คลอในเบ้ามันแห้งเหือด รอให้จมูกหายแดง รอให้สีหน้ากลับมาเป็นปกติที่สุดก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ ในระหว่างที่เดินเข้าห้องเขาก็เห็นกลุ่มเพื่อนห้องอื่นจับกลุ่มคุยนอกห้องกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็เป็นคู่รักนั่งกระหนุงกระหนิงกันตรงระเบียง เขาพยามยามไม่มองดั่งว่ามันเป็นภาพบาดตา เป็นภาพที่เขาอยากได้รับ แต่ไม่เคยจะได้รับ



     ไม่สิ เคยเหมือนจะได้รับ แต่สุดท้ายก็เป็นแค่ภาพลวงๆเอาไว้หลอกเด็กโง่ๆ



     ปกติติณณ์เป็นคนตั้งใจเรียนอยู่แล้ว แต่วันนี้เหมือนเป็นบ้า เขาตั้งใจฟังคุณครูทุกคำพูด ทุกประโยค และคิดตามในทุกๆเรื่อง แม้จะเป็นวิชาที่เขาเบื่ออย่างสังคมศึกษาก็ตั้งใจฟังกว่าทุกที พอคาบว่างก็เอาแต่ทำโจทย์ที่ต้องคำนวณจะได้ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น แต่ถึงจะพยายามมากแค่ไหน มันก็มีความคิดอื่นแล่นเข้ามาในหัวเป็นระยะ เมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกว่าจมูกชาๆนั่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เขาพยายามมากๆในการอดกลั้นความรู้สึกที่จะปะทุออกมา มันทรมาณมากจนรู้สึกว่าอยากหายไปจากตรงนี้



     เจ็บเพราะอาภพน่ะ มันแค่ส่วนหนึ่ง



     แต่ที่เป็นบาดแผลอันใหญ่หลวง เพราะเหตุการณ์นี้มันตอกย้ำเขาว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรักอีกต่อไป



     ติณณ์คิดมาตลอดนะ ว่าตัวเองน่ะไร้ค่า แต่คิดไม่ถึงว่าจะไร้ค่าได้ขนาดนี้



     คิดไม่ถึงจริงๆ








     ....ติณณ์น่ะ เวลายิ้มแล้วน่ารักมากเลย...



     ...ถามว่าทำแบบนี้ทำไมน่ะหรอ? เอาไว้หลอกเด็กซื่อๆอย่างติณณ์ไง...



     ...อาชอบคุยกับติณณ์นะ...



     ...พออาเข้าไปในห้องนั้น ภาพที่เห็นคือเขากำลังจะล่วงเกินติณณ์...



     ...อยากให้ติณณ์มาด้วย อาอยากเจอ อาคิดถึง...



     ....ไตรภพมองว่าติณณ์เป็นแค่ของเล่น ไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับเขาแม้แต่นิดเดียว....



     ...เขาต้องการแค่ตัวของติณณ์...หัวใจไม่เอา...



     ...ต้องให้โดนฟันแล้วทิ้งจริงๆก่อนใช่ไหมถึงจะเชื่ออา...



     เฮือก!!




     คำพูดหลอกหลอนหลายคำพูดมันเอาแต่อัดใส่ติณณ์ในความฝันจนสะดุ้งตื่น สภาพตอนนี้คือเหงื่อโซมกายไปทั้งร่าย ลมหายใจหอบหนักเหมือนเพิ่งเจอเรื่องหนักๆมา มือเรียวยกขึ้นแตะพวงแก้มตัวเองก็พบว่ามันเลอะน้ำตา เขาภาวนาให้เรื่องทั้งหมดเป็นความฝัน แต่เรื่องราวทั้งหมดมันเด่นชัดเกินกว่าจะหลอกตัวเอง



     ขณะนี้เวลาสามทุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ติณณ์จำได้ว่าพอกลับมาถึงบ้านเขาก็ร้องไห้โฮอย่างนานจนหลับไป กิจวัตรประจำวันของเขาคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาไม่ได้ทำโจทย์ ไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้ร้องไห้ก่อนนอน แต่คงจะเปลี่ยนเป็นร้องไห้ทุกเวลาแทน



     เวลานี้อาภพไม่ได้โทรมาหาเหมือนเดิมแล้ว แน่นอนแหละว่าติณณ์ย่อมผิดหวังในเรื่องไตรภพอย่างมาก



     ก็เหมือนที่อาธารพูด เขามันก็แค่เด็กคนนึงที่แม่ตายไปก็ขาดความอบอุ่น ไม่เหลือใครให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ พอมีคนมาบอกชอบนิดหน่อยก็ตกไปอยู่ในกำมือของอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย ทั้งๆที่เมื่อก่อนมันก็เป็นแบบนี้ แต่ความโหยหาความรักของเขามันรุนแรงจนประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างน่าสมเพช



     โง่



     ติณณ์คิดว่าตัวเองโง่เง่าสิ้นดี ก็รู้อยู่แก่ใจว่าหลังจากนี้คงไม่มีใครมารักอีก แต่ความโง่นั้นทำให้เขาหลงเชื่อไตรภพง่ายๆ แท้จริงแล้วสิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวเขาก็คือความซิงงั้นหรือ? แค่ร่างกายงั้นหรือ? ก็ใช่น่ะสิ คนน่าเบื่ออย่างเขา ใครจะมารักได้ลง หลงสำคัญตัวเองผิดไปเสียได้ว่ามีค่าสำหรับผู้ใหญ่คนนั้น



     ทั้งโง่ ทั้งไร้ค่า หรือเขาสมควรถูกฟันแล้วทิ้งจริงๆ?



     ไม่มีใครเข้าหาเขาเพราะตัวของเขาจริงๆหรอก เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว



     แล้วอาธารล่ะ เข้าหาเขาเพราะอะไร?



     ญาติทางสายเลือดก็ไม่ใช่ คนรู้จักก็ไม่เชิง เข้าหาเพราะความรักหรือ ตลกตายล่ะ



     จะมีอะไรเสียอีก นอกจากติณณ์เป็นลูกของเพื่อนอาธาร ก็คงจะเกิดความสงสารเลยเข้ามาช่วยเหลือเท่านั้น



     อาธารต้องลำบากไปรับไปส่งเขาทุกๆวันอย่างไม่จำเป็น ต้องมาเหนื่อยใจเวลาเขาดื้อ เขาน่ะเป็นภาระในชีวิตอีกฝ่ายชัดๆ ถ้ายอมไม่ไปงานปาร์ตี้วันนั้น อาธารคงจะอยู่ต่อที่งานนั้นอย่างสบายใจและผ่อนคลาย แต่ทั้งหมดต้องมาพังเพราะเขาคนเดียว มันคงถึงเวลาแล้วแหละที่อาธารจะหมดความอดทนกับเขา



     ถึงได้ไล่ให้ไปอยู่กับอาภพอย่างนั้น



     สมควรแล้วจริงๆ



     เขายังหาข้อดีที่ตัวเองเข้าไปอยู่ในชีวิตของอาธารไม่เจอสักข้อ มีแต่ภาระและปัญหาทั้งนั้น ติณณ์ชื่นชมความอดทนของอาธารที่มีต่อเขามากจริงๆ แต่แค่นี้มันก็มากพอแล้ว หยุดเหนื่อยใจกับคนไร้ค่าอย่างเขาได้แล้ว



     ติณณ์อยากจะร้องไห้อีกนะ แต่มันไม่เหลือน้ำตาให้ร้องแล้ว ตอนนี้มันทั้งปวดหัวและเจ็บซี่โครงจากการสะอื้นไปหมด เขาเกลียดตัวเองที่อ่อนแอเกินไป เรื่องแค่นี้ไม่ควรจะร้องไห้ แท้จริงควรจะจำคำเตือนนั้นแล้วเดินหน้าต่อไป แต่ก็ตอบตัวเองไม่ได้จริงๆว่าทำไมต้องรู้สึกแย่ขนาดนี้ ทำไมต้องร้องไห้ขนาดนี้ ทำไมต้องอ่อนแอเหมือนเด็กอายุไม่กี่ขวบ ทั้งๆที่ก็โตแล้ว แถมยังเป็นผู้ชายอีกด้วย



     โคตรน่าสมเพชเลยว่าไหม



     เขายังยืนยัน ว่าเรื่องของอาภพมันก็แค่หนึ่งในร้อยๆเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกเจียนตายอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ภาพในอดีตแย่ๆที่เคยพยายามเมินเฉย มันกำลังสะสม และกลายเป็นภาพที่เด่นชัดขึ้น ภาพที่ว่านั้นก็คือความโดดเดี่ยวของตัวเองยังไงล่ะ



     คัตเตอร์คมกริบถูกหยิบขึ้นมาโดยเจ้าของบ้าน เด็กหนุ่มดันใบมีดแหลมคมให้ขึ้นมาสะท้อนแวววาวกับแสงไฟ ฆ่าตัวตายหรอ? ไม่หรอก ติณณ์ไม่ทำแบบนั้นหรอก เด็กดี เขาจะเป็นเด็กดีอย่างที่อาธารว่าไว้



     ติณณ์แค่อยากรู้สึกอย่างอื่นบ้าง



     ทรมาณหัวใจเหลือเกินที่ต้องรู้สึกไร้ค่าแบบนี้ตลอดทั้งวัน



     ปลายคัตเตอร์แหลมคมสะกิดลงบนข้อมือเล็ก เขาไม่กดลงไปให้จมเส้นเลือดหรอก เพียงแค่สะกิดให้เป็นแผลเล็กๆ3-4แผลเท่านั้น เลือดสีแดงสดไหลซิบนิดๆตัดกับผิวสีขาวได้อย่างดี ความรู้สึกใหม่ที่แล่นเข้ามาคือความเจ็บแสบที่ร่างกาย เขารู้หรอกว่าทำแบบนี้มันดูโง่สิ้นดี แต่ไหนๆก็โง่ตั้งแต่แรกแล้ว โง่อีกสักนิดจะเป็นอะไรไป



     สุขภาพจิตย่ำแย่งั้นหรอ? ก็คงใช่ แต่แล้วยังไงต่อล่ะ มีใครสนใจที่ไหน?



     น้ำตาหยดใสกลับมาไหลรินอีกครั้ง พร้อมกับเสียงสะอื้นดังที่แทบขาดใจ



     ติณณ์ได้แต่คิดซ้ำๆ ว่าเขาร้องไห้ออกมาเพราะเจ็บแผล ไม่ได้เจ็บปวดใจแต่อย่างใด



     ไม่เจ็บสักนิด




(ต่อด้านล่างค่ะ)

ออฟไลน์ TiXA

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
'อาธารไม่ต้องไปรับไปส่งผมที่โรงเรียนแล้วนะครับ ผมเริ่มขึ้นแท็กซี่เองได้แล้ว ขอโทษที่รบกวนอาตลอดมา หลังจากนี้จะไม่รบกวนอีกแล้ว ส่วนค่าเสื้อผ้า ผมจะคืนให้ในโอกาสหน้านะครับ ขอบคุณที่เมตตาผมเสมอมา
ติณณ์'



     ธาราอ่านข้อความที่เด็กคนนั้นส่งมาซ้ำๆ มันถูกส่งมาเมื่อสองสามวันที่แล้ว เขาโทรหาเด็กคนนั้นแต่ก็ไม่ยอมรับสาย ที่จริงเป็นเรื่องดีที่ติณณ์เริ่มกลับมาขึ้นรถโดยสารเป็นแล้ว แต่ทำไมเขากลับอยากไปรับไปส่งเด็กคนนั้นทุกๆวันก็ไม่รู้



     พอเป็นแบบนี้ เขาก็หาเรื่องเข้าหาเด็กคนนั้นไม่ได้แล้ว ติณณ์เป็นเด็กโลกส่วนตัวสูง ใช่ว่าเข้าไปได้ง่ายๆ แถมช่วงนี้เจ้าตัวคงจะยังเฮิร์ทเรื่องไตรภพอยู่อีก คงต้องให้เวลาสักพัก แล้วค่อยหาโอกาสเหมาะๆไปเยี่ยมเยียน



     ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ร้องไห้หนักหรือเปล่า กินข้าวบ้างไหม หลับเต็มอิ่มบ้างไหม



     หัวหน้าแผนกยอมรับว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีสมาธิทำงาน เพราะเอาแต่คิดถึงและเป็นห่วงใครบางคน แต่จะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อโทรไปก็ไม่รับสาย ไปหาที่บ้านตอนเช้าทีไรก็พบว่าติณณ์ออกไปแล้วทุกที แต่จะไปหาตอนเย็นก็กลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อน



     อยู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าเขามีเบอร์เพื่อนของติณณ์ ชื่อว่าโต้มั้งถ้าจำไม่ผิด นี่เป็นเวลาพักเที่ยงพอดี เป็นโอกาสเหมาะที่จะโทรไปถามคนที่อยู่ใกล้ตัวติณณ์ตอนนี้ว่าเจ้าตัวเป็นอย่างไรบ้าง



     [สวัสดีครับ?]



     "สวัสดีครับ โต้ใช่ไหม? นี่อาธารเองนะ เป็นคนรู้จักติณณ์น่ะ ที่อาเคยมาถามเราตอนนั้นไงว่าติณณ์อยู่ไหน"



     [อาธาร?] โต้นึกนานมาก [อ้อ คุณอาที่เคยมาหาติณณ์ในโรงเรียนนี่เอง]



     "ใช่แล้ว ตอนนี้โต้สะดวกคุยไหม"



     [สะดวกครับ คุณอามีอะไรหรือเปล่าครับ]



     "คืออาแค่อยากมาถามว่า ติณณ์สบายดีไหม ตอนที่อยู่โรงเรียนน่ะ"



     [เอ่อ...] โต้อึกอัก [คือ...ช่วงนี้ติณณ์ดูซึมๆน่ะครับ เห็นบอกว่าปวดหัว น่าจะไม่สบาย]



     "หรอ แล้วเขาได้เอายาอะไรไปกินบ้างไหม"



     [ผมไม่เห็นนะครับ]



     "ทำไมไม่ดูแลตัวเองบ้างนะ" ธาราพึมพำกับตัวเองเบาๆ "งั้นอาฝากโต้ดูแลติณณ์หน่อยนะ บังคับให้กินข้าวเยอะๆยิ่งดี"



     [อ่า...โอเคครับ]



     "อื้ม ขอบคุณมากครับ อามีเรื่องแค่นี้แหละ"



     [ด...เดี๋ยวครับคุณอา อย่าเพิ่งวางสายนะครับ]



     "หืม? มีอะไรหรือเปล่า"



     [คือ...] โต้ลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็พูดออกไป [ผมเห็นรอยอะไรสักอย่างบนข้อมือติณณ์ มันเป็นรอยแผลเล็กๆหลายแผลตรงข้อมือ เหมือนใช้อะไรคมๆข่วน ตอนแรกผมยังเห็นแค่ไม่กี่แผล แต่ตอนนี้มันเหมือนจะมากขึ้นทุกวันๆ]



     "..."



     [ช่วงนี้เพื่อนผมดูโทรมมากๆ ผมไม่กล้าถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่กล้าทักเรื่องแผลด้วย ผมเลย...อยากขอให้คุณอาช่วยดูให้หน่อยได้ไหมครับ]



     โทรศัพท์แทบจะร่วงหล่นมือ ณ ตอนนี้



     ธาราได้แต่ภาวนาว่ามันคงเป็นอุบัติเหตุ



     มันต้องเป็นอุบัติเหตุ...แค่อุบัติเหตุเท่านั้น










     รองเท้าหนังเหยียบคันเร่งจนเกือบจะมิดดามเมื่อถึงเวลาเลิกงาน ธาราแทบจะคำรามออกมาเมื่อสัญญาณไฟแดงมันสว่างขึ้น จิตใจมันเป็นห่วงใครอีกคนแทบตายอยู่แล้ว อยู่ๆก็ฉุกคิดขึ้นมาว่าวันนั้นเขาเตือนติณณ์แรงเกินไปหรือเปล่า? แต่สาบานว่าไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายจิตใจแต่อย่างใด เพียงแค่อยากให้ติณณ์คิดได้จริงๆ



     ปกติติณณ์ก็ดูไม่ค่อยยิ้ม ชอบทำหน้าเศร้าๆอยู่แล้ว คนที่รักที่สุดในชีวิตเพิ่งจะเสียไปเดือนก่อน มันยังคงเป็นแผลสด พอวันนึงคิดว่ามีคนมารัก คงจะดีใจ และสบายใจว่าคนที่รักตัวเองคงจะมาทดแทนความอบอุ่นนั้นได้



     ธารายอมรับว่าตัวเองไม่ได้ให้ความอบอุ่นแก่ติณณ์มากเท่าที่ควร



     เพราะเด็กคนนั้นโลกส่วนตัวสูง เขาคิดว่าให้ทุกๆอย่างค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า กระโจนหามากเกินก็กลัวว่าจะอึดอัด แต่เขาคิดผิด ไตรภพเข้าหาอย่างตรงๆและรุกแรง แถมยังพูดให้เด็กคนนั้นเข้าใจว่าเข้าหาเพราะความรัก ทีแรกคิดว่าการทำแบบนี้มันจะทำให้อีกฝ่ายกระโจนหนี แต่ไม่เลย เมื่อมีคนร้องขอความรักจากคนขาดความรัก มันกลับเข้าคู่กันได้ดีอย่างน่ากลัว




     พูดกันตามตรง ไตรภพคงจะคุยกับติณณ์ผ่านโทรศัพท์มากกว่าคุยกับเขาในชีวิตจริงเสียอีก



     ธารารู้แล้วว่าหลังจากนี้ควรจะให้ความอบอุ่นเด็กคนนั้นมากกว่านี้



     ไตรภพพูดว่ารัก ติณณ์ถึงยอมเปิดใจให้ในเวลาขาดความรักแบบนี้หรือเปล่า?



     ถ้าเป็นเขาล่ะ ต้องพูดแบบไหนติณณ์ถึงจะเปิดใจให้ รักงั้นหรือ? ถ้าพูดแบบนั้นคงจะเป็นการโกหก แถมติณณ์คงจะไม่เชื่ออีกแล้ว



     แล้วความจริงที่เขาเข้าหาติณณ์ขนาดนี้เพราะอะไรกันแน่ สงสาร? เอ็นดู? อยากช่วยเหลือ? ผูกพันธ์? สนใจ?



     ธาราเองก็ตอบไม่ได้จริงๆ






     เมื่อตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของใครบางคน ธารากดออดหน้าบ้านซ้ำๆตั้งหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้ โทรหาก็แล้วแต่ไม่รับสาย เขาไม่สบายใจจนเหงื่อตก มือใหญ่รีบค้นหากุญแจสำรองที่เคยปั๊มเอาไว้ในรถ เมื่อหาเจอแล้วเขาก็เปิดประตูรั้วเข้าไปอย่างไม่รอช้า พอเปิดประตูบ้านเข้าไปก็ไม่เจอใคร ธาราเรียกตะโกนชื่อติณณ์ซ้ำๆแต่ก็ไร้เสียงตอบรับ เขาถือวิสาสะเปิดประตูทุกห้องของบ้าน สุดท้ายคนที่เป็นห่วงก็นอนหลับปุ๋ยอยู่ในห้องนอน



     ธาราถอนหายใจอย่างโล่งอก ขายาวก้าวเข้าไปหาคนที่จมอยู่ในนิทราไม่รู้เรื่อง ท่าทางจะหลับลึกมากจนไม่ได้ยินอะไรเลย มือใหญ่ลูบกลุ่มผมนิ่มเบาๆอย่างเอ็นดู พลันสังเกตใบหน้าอ่อนวัยที่ดูโทรมจนน่าใจหาย แต่ที่น่าสังเกตมากกว่าก็คือ ใต้ตานั้นบวมแดง จมูกรั้นก็แดง พวงแก้มใสกลับมีคราบบางอย่างที่ไหลต่อมาจากดวงตา อย่างที่พอเดาได้ว่าคงจะร้องไห้มาอย่างหนัก



     น่าสงสาร



     มือที่เคยลูบผมก็เคลื่อนมากุมมือเล็กแทน ในยามที่คนตรงหน้าหลับใหล ธาราทำได้เพียงเท่านี้จริงๆ



     จริงสิ เพื่อนของเด็กคนนี้เคยบอกไว้ว่าที่ข้อมือติณณ์มีรอยแผลอะไรบางอย่าง เขารีบยกข้อมือบอบบางนั้นมาตรวจดู แล้วก็พบว่ามันมีแผลเล็กๆคล้ายแมวข่วนเต็มไปหมด แต่มันไม่ใช่รอยกรงเล็บแมว เหมือนมีของคมๆมากรีดบางๆ อีกทั้งรอยพวกนั้นมันอยู่บนข้อมือทั้งสองข้าง



     บนหัวเตียงที่เคยมีแต่กรอบรูปของมาลิน ตอนนี้มันมีบางสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง นั่นก็คือคัตเตอร์ ธาราใจคอไม่ดี ภาวนาขอให้ไม่เป็นอย่างที่คิด มือใหญ่หยิบสิ่งของนั้นมาพิจารณา เลื่อนใบมีดคมให้ขึ้นมาปรากฏแก่สายตา เขาพบว่าตรงปลายมันมีคราบเหมือนของเหลวสีแดงเล็กๆ



     เหมือนหัวใจของธาราแหลกสลายเสียตรงนั้น



     ข้อมือเล็กในกำมือมีการขยับเล็กน้อย คนที่เคยหลับใหลค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ก่อนที่มันจะเบิกกว้างเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนอยู่ในห้อง แถมยังมองข้อมือเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ติณณ์กระชากมือตัวเองกลับอย่างรวดเร็ว แล้วถอยตัวจนแผ่นหลังแนบชิดกับหัวเตียง



     "ติณณ์ทำแบบนี้ทำไม..."



     "อาธารมาทำไมหรอครับ—"



     "ติณณ์!" ธาราดุ "อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ตอบคำถามอา"



     เด็กหนุ่มสะดุ้งเมื่ออาธารดุเขาอีกแล้ว ติณณ์หน้าเสียเพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร คำตอบนั้นมันยาวเหลือเกิน อีกทั้งไม่อยากพูดถึง หากพูดไปอาธารคงจะมองว่าเขาอ่อนแอ งี่เง่า ทำร้ายตัวเองเพราะแค่เรื่องเล็กๆ



     "เรื่องเล็กๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ"



     "ถ้าเรื่องนั้นมันทำให้ติณณ์ต้องเป็นแบบนี้ อาว่าไม่เล็กแล้วนะ" ธาราใช้เสียงอ่อนลง "บอกอาได้ไหมว่าทำแบบนี้ทำไม"



     "..." ติณณ์อึดอัด เขาไม่อยากพูดจริงๆ



     "นะ บอกอาหน่อยนะ"



     "..."



     "เรื่องไตรภพหรอ?" ติณณ์ยังไม่ทันตอบ ธาราก็พูดต่อเสียก่อน "เขาไม่ได้รักติณณ์ ไม่ต้องไปให้ค่ากับคนเลวๆแบบนั้นหรอก"



     'เขาไม่ได้รักติณณ์'งั้นหรอ



     ติณณ์รู้อยู่แล้ว รู้ดีเสียด้วยว่าไม่ใช่แค่อาภพที่ไม่รัก แต่ไม่มีใครรักเขาเลยต่างหาก



     "ติณณ์เลิกรักคนแบบนั้นได้แล้วนะ และติณณ์ก็ต้องรักตัวเองด้วย"



     เขาไม่ได้รักอาภพแล้ว และไม่ได้รักตัวเองด้วย



     "คนแบบนั้นไม่ควรจะให้ค่าเลยสักนิด คนที่เห็นแค่ติณณ์เป็นของเล่นน่ะ ตัดเขาออกจากชีวิตซะ"



     รู้แล้ว รู้ว่าเป็นได้แค่ของเล่น ต้องการแค่ร่างกาย หัวใจไม่เอา ที่ทั้งหมดเป็นแบบนี้เพราะเขามันโง่เง่า และถ้าต่อไปยังโง่อยู่อีกอาธารจะไม่เตือน ไม่ช่วย ปล่อยให้อาภพฟันแล้วทิ้งให้มันจบๆไป เขารู้ดี จะจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าอย่าหลงคิดว่าตัวเองสำคัญกับใคร เพราะแท้จริงก็เป็นแค่ไอ้คนอ่อนแอ่ที่ไม่มีใครต้องการ



     ติณณ์เงยหน้ามองคนที่กำลังย้ำกับเขาซ้ำๆว่าอาภพไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ให้เขาเลิกรักได้แล้ว เขาคงดูโง่มากจริงๆจนอาธารคิดว่าเขากรีดข้อมือเพราะอกหักรักคุด



     บางทีเขานึกสงสัย อาธารจะมาเข้าหาเขาทำไมอีก ในเมื่อติณณ์พยายามเอาตัวเองออกมา จะได้ไม่เป็นภาระให้อีกฝ่ายเหนื่อยใจ ทำไมต้องมาตามเขาอยู่อีก อาธารควรจะโฟกัสที่การทำงาน มีความสุขกับคนรอบข้าง ไม่ใช่ต้องมารับพลังงานลบๆจากเขา ความรู้สึกพวกนี้น่ะ เขารับไว้คนเดียวก็พอแล้ว อาธารจะหาภาระมาใส่ตัวเองอีกทำไม ญาติก็ไม่ใช่ ถึงต้องมารับผิดชอบชีวิตเขาขนาดนี้



     อ๋อลืมไป ก็แค่สงสาร



     พอหายสงสาร เขาก็ต้องอยู่คนเดียวเหมือนเดิม คนเราอยู่ด้วยกันเพราะความสงสารตลอดไปไม่ได้หรอกจริงไหม



     "ไม่ต้องเสียใจนะ ไตรภพไม่ได้เข้าหาติณณ์เพราะอย่างที่ติณณ์คิด" ธารายังคงพูดให้ติณณ์คิดอยู่เรื่อยๆ



     "แล้วอาธารล่ะ" ติณณ์เอ่ยเสียงแผ่วเบา "เข้าหาผมเพราะอะไร"



     คนถูกตามเบิกตากว้างกับคำถามนั้น



     เป็นคำถามที่เขาหาคำตอบจริงๆให้ตัวเองไม่ได้จริงเสียที



     ธาราไม่รู้เลยว่าจะตอบอย่างไรให้เด็กตรงหน้าสบายใจและดูให้คุณค่ามากที่สุด เขาเงียบเพื่อคิดแล้วคิดอีก พยายามหาสาเหตุทั้งหมดที่เขาต้องมารู้สึกกับติณณ์แบบนี้ และเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือความรู้สึกอะไร ถ้าตอบว่าความรักคงจะเป็นนิยายหลอกเด็ก เพราะเขาหยุดมีความรักไปตั้งนานแล้ว มันหลอกลวง มันไม่มีอยู่จริง เขาไม่เคยศรัทธาในความรักมาเป็นเวลานาน จึงเลือกเพียงความสุขยามชั่วค่ำคืนเท่านั้น



     แล้วเขาต้องตอบเด็กคนนี้ว่าอย่างไร?



     ความเงียบปกคลุมห้องสี่เหลี่ยมนี้เป็นเวลานาน ติณณ์ไม่ได้คาดหวังว่าอาธารจะตอบอีกแล้ว เลยเบนหน้าหนีไปทางอื่น



     ติณณ์ได้ยินเสียงคนข้างๆถอนหายใจเฮือกใหญ่ ความเบาของเตียงมันเบาขึ้นเพราะอาธารลุกขึ้นยืน แล้วเดินออกจากห้องนี้ไป เหลือเพียงแต่เสียงประตูดังปังทิ้งท้ายเอาไว้



     เด็กหนุ่มใจสลายอย่างคาดไม่ถึง คำตอบมันไม่น่าฟังขนาดนั้นจนต้องหนีไปแบบนี้เชียวหรือ? ทั้งๆที่คิดว่าอาธารไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก แต่พอโดนกระทำเหมือนโดนทิ้งแบบนี้น้ำตามันก็เอ่อไหล ดั่งถูกให้ความหวังแล้วทำลายทิ้งซ้ำๆจนหัวใจเน่าเฟะ อาธารคงจะคิดได้เสียทีว่าที่ทำอยู่มันไม่มีเป้าหมาย มันไม่มีค่า มันเสียเวลา เขายินดีด้วยจริงๆเมื่อในที่สุดอาธารก็ตาสว่างเหมือนเขาเสียที

 

     แต่ทำไมมันถึงร้องไห้เป็นหมาไม่หยุดแบบนี้







     "สองร้อยสี่สิบบาทครับ"



     ธารายื่นแบงค์สีเทาให้เภสัชกรแล้วรับถุงสินค้ามา เขาออกมาซื้ออุปกรณ์ทำแผลตรงร้านหน้าบ้าน เขาคิดว่ามันคงดีกว่านั่งเงียบอยู่ในห้องนั้น กว่าที่จะคิดอะไรฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ก็รับเงินทอนจากเภสัชกรมา แล้วรีบเดินกลับเข้าบ้านเพื่อไปทำแผลที่ข้อมือติณณ์ให้



     ยังไม่ทันบิดประตูเข้าไป เสียงสะอื้นไห้ก็ดังออกมาจากในห้องนั้น ธารารีบเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าติณณ์นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ ผู้ใหญ่ตกใจอย่างมากจึงรีบเข้าไปกอดปลอบคนที่ขดตัวกลมแถมยังสั่นเทาอย่างน่าสงสาร



     "ติณณ์...ไม่เอาไม่ร้องนะ อาอยู่นี่แล้ว"

     ธาราพูดพลางลูบศรีษะเพื่อปลอบโยน เขาไม่เคยเห็นติณณ์ร้องไห้มาก่อน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหยดน้ำตาอันมากมายไหลออกมาจากดวงตาที่เคยเฉยชานั้น เป็นครั้งแรกที่เพิ่งเคยได้ยินเสียงสะอื้นเหมือนแทบขาดใจ เป็นครั้งแรกที่เพิ่งเคยเห็นความเปราะบางขนาดนี้ ไม่รู้เลยว่าติณณ์เจออะไรมาบ้าง ไม่รู้เลยว่าข้างในนั้นมันมีความผิดหวังอันมากมายซ่อนอยู่ เขาไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย



     เขาไม่ถามย้ำแล้วว่าติณณ์เป็นอะไร พูดอะไรไปตอนนี้ก็คงสูญเปล่า เลยทำได้แต่กอดร่างบอบบางนั้นแน่น ลูบศีรษะที่ซุกอกเขาอยู่ รับรู้ได้ถึงความชื้นแฉะของเสื้อเชิ้ตที่มาจากการเปื้อนน้ำตา ติณณ์ร้องไห้นานมาก นานจนตะวันจะลับขอบฟ้า ร้องจนเขาทรมาณและเหนื่อยแทน เมื่อเวลาผ่านไป คนในอ้อมกอดเริ่มหยุดสะอื้นด้วยความเหนื่อยและอ่อนล้า ธารารับได้ถึงแรงที่ทิ้งตัวลงมาอย่างหมดแรง เสียงแผ่วเบาพูดอะไรบางอย่างออกมาจากปากเล็ก ก่อนที่คนน่าสงสารจะผล็อยหลับคาอ้อมอกด้วยความเหนื่อย



     "ไม่มีใครรักเลย..."



     ธาราแทบใจสลายเมื่อได้ยินคำนั้น









talk.
อันนี้ไม่ใช่นิยายดราม่านะคะ ต่อจากนี้จะไม่มีดราม่าอีกแล้ว  ._____.
ตอนนี้ใช้พลังมากเลยค่ะ แงๆ เกือบร้องไห้ตั้งหลายรอบ
พูดคุยและติดตามตอนใหม่ๆได้ที่ทวิตเตอร์ @TiXA_20X และแฮชแท็ก #เด็กมันน่ารัก นะคะ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม รักเสมอ





#เด็กมันน่ารัก

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1092
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
อาธาร

ดุเด็กเยอะแล้ว

กรุณาปลอบใจเด็กด้วย

เด็กกำลังอ่อนแอ

น้องกำลังคิดว่าตัวเองไร้ค่า

น้องเหงาน้องหว้าเหว่

ปลอบน้องเลยนะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2902
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
หง่ะ..ไม่ดราม่าเลย..ยยยยยยยยยยยยยย    :m15: :m15: :m15:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด