[เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]  (อ่าน 64907 ครั้ง)

ออฟไลน์ HanATarO

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-2
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.11[08/04]
«ตอบ #330 เมื่อ12-04-2019 23:29:15 »

เป็นกำลังใจให้นะจิน แล้วมันจะผ่านไปนะ

ตอนนี้ให้จินรู้ว่ามีเคย์อยู่ข้างๆ ก็พอ

ออฟไลน์ palmiers

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.11[08/04]
«ตอบ #331 เมื่อ13-04-2019 16:35:30 »

คุณพ่อนะคุณพ่อ ทอดทิ้งลูกแล้วยังจะใจร้ายอีก สงสารจิน
ชอบเคย์มากอะ อยากได้ผู้ชายแบบนี้ กรี๊ดๆๆๆ เจ้าลูกหมา

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.11[08/04]
«ตอบ #332 เมื่อ13-04-2019 16:40:20 »

พ่อใจร้ายมาก

ออฟไลน์ Wwavez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.11[08/04]
«ตอบ #333 เมื่อ14-04-2019 23:43:34 »

นังพ่อนี่มันจริงๆเลย จะหวังดีกับรู้หรืออะไรก็แล้วแต่แต่คือเกินไปจริงๆ น้าหลินกับน้องจ้าวดูเป็นคนดีจังมีแต่ตาพ่อนี่แหละปันหาหลัก!!

ออฟไลน์ MeiHT

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 65
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.11[08/04]
«ตอบ #334 เมื่อ19-04-2019 00:27:03 »

14 : ฟ้าก่อนฝน


ผมนั่งเหม่อลอย มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย กระทั่งตอนที่เคย์เลี้ยวรถเข้ามาในลานจอดรถของหอพัก ใจผมยังคงหยุดอยู่ที่โต๊ะอาหารนั่นอยู่เลย

‘วิปริต!’

น่าสมเพชเสียจริง ตลอดมาที่เขาคุยกับผม หรือตอนที่เขานัดผมมาเจอกัน สิ่งที่เขาคิดมีแค่ความวิปริตของผมแค่นั้นหรือ

“ไปกัน” ผมเดินตามแรงฉุดดึงของคนตัวใหญ่ เคย์พาผมที่ยังเหม่อไม่เลิกมาถึงบนห้องได้ในที่สุด

ผมฉุดเขาให้มานั่งบนพื้นด้วยกัน เอนหัวพิงกับไหล่เขาอย่างเหนื่อยอ่อน

“ขอโทษนะที่สะบัดมือทิ้งตอนนั้น…”

“ไม่เป็นไร” เสียงเคย์ยังคงนุ่มอ่อนโยนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ผมหลุบตาลง เรื่องราวมากมายในหัวยังคงกระจัดกระจายไม่เป็นรูปเป็นร่างจนไม่รู้จะบอกกับเขายังไงดี

“มี…เรื่องเกิดขึ้น กูอยากจะเล่า แต่ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี”

“อือ งั้นก็ยังไม่ต้องเล่า”

“แต่ถ้าไม่ได้พูดออกไปกูต้องหัวระเบิดแน่ๆ อึดอัดเหี้ยๆ”

“งั้นกูจะนั่งรอจนกว่ามึงจะคิดออกนะ”

ชุดกระโปรงน่ารักๆ ในตู้เสื้อผ้า เครื่องสำอางค์สีสันสดใสบนโต๊ะกับวิกผมที่อยู่ในตู้ ของพวกนั้นยังเป็นของที่ผมชอบที่สุด แต่เวลานี้ หากผมต้องหยิบมันออกมาอีกรอบ เสียงของพ่อก็จะดังขึ้นในหัว

วิปริต!

“เอา…กระโปรงออกมาให้กูหน่อย”

เคย์ไม่ตั้งคำถามกับเรื่องที่ผมสั่งไปอย่างกะทันหัน เขาเพียงลุกขึ้นยืน เดินไปที่ตู้แล้วหยิบกระโปรงตัวนึงออกมา มันเป็นกระโปรงเทนนิสสีชมพูที่ผมมักสวมกับถุงน่องตาข่ายสีเดียวกัน

น่ารัก

ผมพอใจกับตัวเองภายใต้เสื้อผ้าพวกนี้ ชอบเหมือนกับที่คนอื่นชอบ

เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแล้วอย่างไร ของพรรค์นั้นมันเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบตรงไหนกัน

ไม่ว่าใครก็ควรจะมีสิทธิทำสิ่งที่ตัวเองชอบโดยไร้สายตาจากสังคมคอยตัดสินหากมันไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม

เพราะงั้นผมไม่ได้ผิดเสียหน่อย

คนที่ควรอับอายต้องไม่ใช่ผม

คิดได้แบบนั้นผมก็สลัดกางเกงที่สวมอยู่ออก แล้วดึงกระโปรงใส่ขึ้นมา จากนั้นก็รูดซิบข้างๆ จนได้ยินเสียงดังฟืด

ภาพที่ปรากฎบนกระจกทำให้รู้สึกขัดแย้งอย่างบอกไม่ถูก กระนั้นผมก็ยังจ้องมันแล้วถามเคย์ว่า

“น่ารักมั้ย?”

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังโคลงศีรษะ แม้ใบหน้าไร้รอยยิ้มแต่ดวงตาเขากลับเป็นประกาย

“อือ ใส่กระโปรงตัวนี้แล้วดูดีมากเลยล่ะ”

หัวใจผมพลันฟู่ฟ่องเพราะคำชมนั่น

แค่นี้ก็พอแล้ว

ต้องการแค่คำชม ไม่ต้องเข้าใจความรู้สึกของผม ไม่ต้องเข้าใจว่าทำไมถึงชอบ ไม่ขอให้เข้าใจ

เพียงแค่ยอมรับอย่างที่ผมเป็น

“เอาล่ะ นั่งลง กูรู้แล้วว่าจะเริ่มต้นเล่ายังไง”

เคย์นั่งฟังเรื่องราวเงียบๆ โดยไม่แย้งอะไรเวลาผมพูดด้วยความโมโห หรือกระทั่งตอนที่น้ำตาคลอเบ้าเพราะความเจ็บใจ

จวบจนกระทั่งเล่าทุกอย่างจบลง เขาจึงถามขึ้น

“แล้วเป็นยังไง”

ผมมองหน้าเขาอย่างมีคำถาม เคย์จึงขยายความ

“ตอนนี้คิดยังไง รู้สึกยังไง”

“ตอนนี้เหรอ…” ผมทบทวนความรู้สึกในหัวตัวเอง ก่อนจะพบบางอย่างที่สำคัญ “เพิ่งรู้ตัวว่าโดนพ่อปั่นจนเสียความมั่นใจ หงุดหงิดชะมัด ตาแก่นั่นพูดเรื่องที่ทำให้คนใจฟ่อ กูตั้งใจไว้ตั้งนานแล้วว่าไม่ว่าคนจะพูดถึงงานอดิเรกเรื่องแต่งหญิงยังไงก็จะไม่ยอมถอยเด็ดขาด เพราะกูชอบมัน และเพราะมีคนเข้าใจกูเยอะแยะและกูจะสนแค่คนพวกนั้น ส่วนเรื่องที่เราจะเป็นสถานะอะไรก็ตามในอนาคต…ก็ลองกันสักตั้งสิวะ สู้กับสังคมมันสักตั้ง ไม่ใช่พวกเรากลุ่มเดียวสักหน่อยที่กำลังพยายามอยู่”

“เก่งมาก กูรู้อยู่แล้วว่ามึงต้องคิดแบบนี้” เคย์เอื้อมมือมาโยกหัวผมไปมา

“…”

“แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ไม่หลุดคำว่าแฟนออกมาสักหน่อยล่ะ สถานะอะไรก็ตามเหรอ งั้นข้ามขั้นเป็นผัวเมียเลยได้ป่ะ”

“พูดแบบนี้อยากเอาเลือดหัวออกนักใช่มั้ย” ผมยืนค้ำหัวคนที่ยิ้มเผล่ ไฟลุกโชนอยู่ข้างหลังเป็นแบกกราวน์

แต่เจ้าหมาโง่ดูเหมือนจะไม่รู้ถึงความคิดมุ่งร้ายเอาเสียเลย มันลุกขึ้นพรวดหิ้วผมขึ้นเตียงไปนอน

“ยังไม่ได้อาบน้ำเลย ปล่อยสิเจ้าหมาสกปรก!”

“ช่างมัน ค่อยอาบพรุ่งนี้สิ เจอเรื่องเหนื่อยๆ แล้ว นอนกันดีกว่า”

“ถ้าจะทำตัวเป็นหมาขี้เรื้อนก็เป็นไปคนเดียวสิ!!”

“นอนๆ นอนครับ”

ขาใหญ่ๆ ก่ายรัดตัวผมจนขยับไปไหนไม่ได้ ผมจึงเอาหัวโหม่งหน้าอกอีกฝ่ายแต่ดันรู้สึกเจ็บหัวแทน

น่าหงุดหงิดจริงๆ เลย

แต่ก็เอาเถอะ

ผมหวังให้เวลาแห่งความสุขแบบนี้อยู่ไปนานๆ




มีเวลาพักกันอยู่ไม่นาน เคย์ซึ่งมีตำแหน่งเดือนคณะนิติพ่วงก็ต้องเริ่มทำงานอีกครั้ง เพราะงานกีฬามหาลัยยังไม่จบ ที่แข่งไปเป็นเพียงการแข่งเพื่อเอาผลก่อนวันจริงซึ่งต้องมีการมอบรางวัลและแน่นอนว่าต้องมีการเดินขบวนซึ่งได้ชื่อว่ารวมหนุ่มหล่อสาวสวยของมหาลัยมากมาย

ตัวผมเองเพราะไม่ใช่เดือนของโต๊ะดังนั้นจึงได้เป็นผู้ชมอย่างสบายใจ

เรื่องอะไรจะหาเหาใส่หัวล่ะ

ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย ขืนผิวผมเสียขึ้นมาก็แย่น่ะสิ

ชายหนุ่มไม่ได้กลับห้องหลายครั้งเพราะจำเป็นต้องไปซ้อมละครเปิดตัวของหลีดซัมติงของคณะเขา แถมยังต้องไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อกับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นงานเป็นการจนเจ้าตัวไลน์มาบ่นใหญ่ว่าจะเอาเขาเข้ามาคุยด้วยทำไมนะ

ผมยิ้มขำ ขนาดเรื่องงบของชุดยังต้องเอาเจ้าหมานั่นไปนั่งฟังด้วยเลยเหรอ ตลกเกินไปแล้ว

ผมซึ่งกำลังนั่งดูเพื่อนในโต๊ะกำลังซ้อมการแสดงของชาวบัญชียกโทรศัพท์ขึ้นกด รอยยิ้มประดับอยู่มุมปากค่อยๆ ขยายกว้างขึ้นเมื่ออีกฝ่ายส่งภาพมารายงานตัว

K : อยู่ในห้องประชุมครับ น่าเบื่อจัง

พร้อมกับแนบภาพตัวเองกำลังนั่งเท้าคางอยู่ ข้างๆ มีแขนของเพื่อนเข้ามาในเฟรม หน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายเบะปากเหมือนกับเด็กเวลาเซ็ง

น่ารักเป็นบ้า

“ยิ้มอะไรอ่ะ คุยกับใครรร” เพื่อนผมวิ่งเข้ามาชาร์ตทันทีที่เห็นผมกดมือถือต๊อกแต๊กๆ จนผมต้องรีบล็อคหน้าจอ

“ยุ่ง!”

เหล่าสาวๆ วี๊ดว้ายเมื่อผมแยกเขี้ยวใส่ พวกเธอแกล้งเดินหนีแต่จริงๆ แล้วคือไปซื้อของกินเล่น ผมตะโกนบอกให้ซื้อชานมมาเผื่อด้วยก่อนจะได้รับคำตอบเป็นนิ้วกลาง

เดี๋ยวนี้ผู้หญิงหยาบคายเป็นบ้า

“จะซื้อชานมเหรอ เดี๋ยวไปด้วยเอามั้ย” เสียงกระด้างอย่างผู้ชายดังขึ้นข้างๆ ตัวพร้อมกับที่เขานั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ผม ผมหันหน้ามามองเขาก่อนจะพบว่าเขาคือผู้ชายที่เป็นเดือนโต๊ะของผมเอง

ซึ่งเดือนโต๊ะไม่ใช่เดือนคณะนะ อย่าเข้าใจผิด เดือนโต๊ะจะต้องเอามารวมกันเพื่อคัดเป็นเดือนคณะอีกทีต่างหาก

อย่างเดือนโต๊ะผมคนนี้ชื่อไม้ที ท่ามกลางโต๊ะที่มีแต่สาวๆ กับผู้ชายจำนวนหยิบมือซึ่งไม่สนใจอะไรกระทั่งกิจกรรมก็ไม่มาเข้าร่วม เขาจึงได้รับโหวตเป็นเดือนโต๊ะไปโดยปริยาย

“เออ…เอาสิ” ผมตกลง

พวกเราเดินข้างๆ กันไปยังตึกอีกฝั่งเพื่อซื้อชานมจากร้านโปรดของผม บรรยากาศค่อนข้างอึดอัดนิดหน่อยเพราะผมไม่ค่อยชินกับการเดินกับผู้ชายซึ่งแผ่ความเป็นผู้ชายออกมามากขนาดนี้

ในหัวผมปรากฎภาพอีกคนซึ่งเคยมีบรรยากาศคล้ายๆ แบบนี้เช่นกัน

แต่เจ้าหมานั่น…ผมโคตรชินกับการมีเขาอยู่ด้วยเลย

ผมเหลือบมองคนสูงข้างตัวซึ่งเดินอกผายไหล่ผึ่ง ไหล่กว้างเรียบตึงทำให้เขาดูตัวใหญ่สมกับเป็นผู้ชายมากขึ้นไปอีก

แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นถึงสายตาของผมแล้วก้มหน้าลงสบตาด้วย

“มองทำไมเหรอ”

น่าแปลกที่สายตาแพรวพราวจากดวงตาซึ่งดูอ่อนโยนกลับทำให้ผมขนลุกมากกว่าตาคมดุจากรูมเมทผมเสียอีก

“อ๊ะ…เปล่า ไม่ได้มอง” ผมเบือนหน้ามามองตรง ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอายเมื่อโดนจับได้ว่าแอบมองคนข้างกาย

ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อย และมันทำให้ผมอับอายปนหงุดหงิดจนอยากจะตั๊นหน้าเข้าให้สักที

โคตรต่างจากตอนที่เคย์ล้อผมแบบนี้เลย ต่อให้เจ้านั่นจะหัวเราะในลำคอแล้วมองผมอย่างเอ็นดู มันก็ทำให้ผมรู้สึกแค่อยากมุดหน้าอกล่ำๆ นั่นให้ตัวเองขาดใจตายจะได้เลิกเขินก็เท่านั้น

แล้วนี่ผมเป็นบ้าอะไรถึงเอาทุกอย่างไปเทียบกับรูมเมทตัวเองวะ

“น่ารักนะเรา”

เหี้ย!

ผมขนลุกจนไม่กล้าหันไปมองอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าจะหน้าตาดีหรือเสียงจะนุ่มนวลชวนฝันขนาดไหน แต่ขอเถอะ

ผมโคตรขนลุกเลยจริงๆ

ด้วยบรรยากาศที่โคตรกระอักกระอ่วน ผมตัดสินใจแกล้งตายทำเป็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

ไม่รับรู้ ไม่รับรู้

ผมเดินนำหน้าเขาไปเมื่อเห็นร้านขายชานมอยู่เบื้องหน้า แต่สายตาจากข้างหลังซึ่งแผดเผามาก็ทำให้ผมอดขนลุกซู่อีกจนไม่ได้

ไม้ทีเดินมาขนาบข้างผมอีกครั้งตอนที่ผมรับชานมแล้วเดินออกมาจากร้าน ผมทำเป็นมองนกมองไม้มองพื้นและมองทุกอย่างแต่ก็ยังรับรู้อยู่ดีว่ามีสายตายังจับจ้องผมอยู่

“จิน จริงๆ ก็รู้ตัวแล้วใช่มั้ยว่าเราชอบ”

พรวด!

ผมสำลักน้ำเพราะกลืนผิดจังหวะจากประโยคนั้นจนไอค่อกแค่ก ซึ่งอีกฝ่ายก็ใจดีพอจะลูบหลังช่วย

รู้เว้ย! แต่เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้มั้ย!

แน่นอนว่าประโยคนั้นผมไม่ได้พูดออกไปหรอก

แล้วก็แกล้งตายไม่ตอบแล้วไม่ได้ด้วย

“อือ ก็พอรู้อ่ะนะ” ผมยิ้มแหยๆ ให้ ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มนุ่มๆ ตอบกลับมา

“เหมือนจินจะไม่ชอบเรานะ”

เขาเรียกว่าแขยงต่างหาก

“เปล่าหรอก คือเรารู้สึกแปลกๆ มากกว่า เออ คือ…แบบว่าเข้าใจใช่มั้ย”

“หรือว่าไม่แน่ใจในตัวเรา”

ผมกลอกตา ประโยคตัดพ้อเหมือนสาวน้อยนั่นมันอะไรกันน่ะ

“คือ…”

“ถึงจะเห็นเราชอบจีบสาวๆ แต่เราก็ชอบได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายนั่นแหละ เพราะงั้นเราชอบจินจริงๆ นะ เปิดโอกาสให้หน่อยได้มั้ย”

ทั้งๆ ที่เป็นประโยคคล้ายๆ กับที่เคย์เคยพูด แต่ผมไม่ได้รู้สึกใจเต้นอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแต่ความอึดอัดถ่วงไปหมด

“คือ…เรามีคนที่คุยๆ ด้วยอยู่แล้ว” ผมตอบปฏิเสธไป ยิ้มแหยๆ เป็นเชิงว่าไม่มีทางซะละมั้งเอ็ง

มีคนเดียวเท่านั้นที่ผมจะชอบ

และมันไม่ใช่แกโว้ย!

“ว้า ก็คิดๆ ไว้อยู่แล้วล่ะ จินชอบผู้ชายใช่มั้ย แย่ชะมัด ดูเหมือนว่าเราจะช้าไปหน่อย”

ผมสาวเท้าให้เร็วขึ้นอีกนิดเผื่อว่าระยะทางมันจะสั้นลงไปบ้าง

“ยังไงก็เอาไปคิดหน่อยเถอะ เราชอบจินจริงๆ นะ โดยเฉพาะด้านลูกแมวที่ระวังตัวเวลาคนไม่สนิทอยู่ด้วยแต่เวลาตอนอยู่กับคนที่ไว้ใจกลับนอนหงายพุงแบบนี้ โคตรน่ารักเลย”

ประโยคสุดท้ายไม้ทีก้มลงมากระซิบข้างหูผมพร้อมเป่าลมเบาๆ ที่ทำเอาผมเด้งตัวออกมาอย่างตกใจ

เวรๆ ๆ

มันคิดว่ามันทำอะไรอยู่!!

ผมโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เดินกลับไปรวมกลุ่มกับสาวๆ เพื่อนร่วมโต๊ะที่ส่งเสียงวี้ดว้ายเพราะเหตุการณ์ชวนจิ้นเมื่อกี้

ผมถูหูตัวเองอย่างหงุดหงิด

กลับห้องไปจะเอาแอลกอฮออล์เช็ดจนกว่าจะสะอาดเลยคอยดู!!



“หันมา”

คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามยังคงกอดอกทำหน้ามุ่ย ทำเมินเสียงของผม

โธ่เว้ย

คิดว่าคนตัวควายๆ มาทำอย่างนั้นแล้วมันน่ารักน่าชังมากรึไงเล่า เจ้าโง่เอ๊ย!

ตอนนี้ผมกำลังนั่งหน้าเครียดมองเจ้าเด็กขี้งอนไม่รู้จักโตที่อีกฟากของโต๊ะอาหาร ทั้งๆ ที่เป็นครั้งแรกที่ได้กินข้าวเย็นด้วยกันในรอบสองสัปดาห์แต่เจ้าบ้านั่นกลับงอนด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง

และเหตุผลที่ผมต้องมานั่งง้องแง้งกับเคย์ในร้านอาหารตามสั่ง มันเพราะรูปที่ไม้ทีก้มลงมากระซิบข้างหูผม ซึ่งตัวดีที่ปล่อยรูปก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพื่อนผู้หญิงในโต๊ะผมที่อยากเรียกกระแสกับงานกีฬานั่นเอง

เวรเอ๊ย ยัยนั่น

เร็วขนาดนั้นก็ยังถ่ายได้

“หันมาคุยกันก่อน” ผมยังคงย้ำคำเดิมซ้ำๆ เพื่อง้อเจ้าหมายักษ์ข้างหน้า

“…”

เฮ้อ เอากับเขาสิ ให้ตาย ต้องเอาไม้ตายออกมาแล้วมั้ย

ผมถอนหายใจก่อนจะทำเสียงหวานใส่

“อุตส่าห์ได้มากินข้าวด้วยกันทั้งที จะไม่คุยกันจริงๆ เหรอ”

อ๊ะ นั่น ตาแอบกระตุก

ผมแทบจะเห็นภาพหูหมากระดิกมาทางนี้กับหางฟูๆ ที่สั่นพั่บๆ ของเจ้าตัวถึงแม้จะยังเมินไม่มองมาทางนี้ก็เถอะ

ผู้ชายน่ะ…ร้อยทั้งร้อยก็อยากให้แฟนเอาใจเวลาตัวเองงอนทั้งนั้นแหละ

และถึงผมจะไม่ใช่คนผิดก็เหอะนะ แต่นานๆ ทีถอยให้ก่อนก็ไม่เลวเหมือนกัน

“วันนี้นึกว่าจะได้ทำอะไรด้วยกันเยอะๆ อีก กินข้าวด้วยกัน คุยกัน แล้วสุดท้าย….” ผมลดเสียงตอนท้ายประโยคลงจนได้ยินกันแค่สองคน “จะได้อาบน้ำด้วยกันไง”

ฟึ่บ!

เจ้าหมาหื่นกามหันหน้ามา ตาเป็นประกายวิ้งวับ

ผมแอบแลบลิ้น

หึ หลอกง่ายจริงๆ เจ้าหมาโง่

“น่าเสียดายจัง ไม่อยากคุยก็ไม่เป็นไร กูว่ามึงก็คงไม่อยากอาบน้ำ--”

“อาบครับอาบ คุยแล้วๆ” เขานั่งหันหลังตรง สายตาคาดหวังที่มองมารู้เลยว่าคิดอะไรอยู่

“ลามกวะ” ผมปรามาส

เขายกยิ้มเหมือนไม่สำนึก

“มันก็นานแล้วนะจากครั้งสุดท้าย…”

ขาที่ไขว้ห้างอยู่ใต้โต๊ะค่อยๆ ยกขึ้นเพื่อสัมผัสกับขาของอีกฝ่าย ผมใช้ปลายเท้าไล่ตามแนวกล้ามเนื้อของเขาจนรู้สึกถึงความแข็งของกล้ามที่เกร็งเพราะความรู้สึก

“ขี้ยั่ววะ”

“ก็…ยั่วแค่คนเดียวล่ะนะ” ผมเอียงคอ ยกยิ้มที่คิดว่าน่าจะสวยที่สุดไปให้ในขณะที่ปลายเท้าก็ไล่ขึ้นต้นขาใกล้จุดอันตรายของอีกฝ่ายเข้าไปทุกที

“ข้าวได้แล้วค่า”

การเสิร์ฟข้าวจากลูกสาวป้ายุ้มทำเอาวงแตก ผมสะดุ้งนั่งหลังตรงพอๆ กับคนตรงข้ามที่ทำหน้าเลิ่กลั่ก

จวบจนเจ้าหล่อนเดินกระแทกเท้าฉับๆ จากไปเพราะโดนป้าจอมโหดซึ่งโขกสับราคาอาหารตามสั่งตอนหมูแพงแล้วเสือกไม่ลดราคาตอนราคาหมูตก ผมกับเคย์ก็มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาอย่างหยุดไม่ได้

ให้ตายสิ อยู่กับเขานี่มันสนุกสุดๆ ไปเลย



v
v
v
ต่อข้างล่างค่ะ

ออฟไลน์ MeiHT

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 65
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.11[08/04]
«ตอบ #335 เมื่อ19-04-2019 00:27:21 »

หลังจากทานข้าวเสร็จ ผมกับเคย์เดินเตร่อยู่ในตลาดในมอสักพัก ผมหยุดยืนพิจารณาเสื้อผ้าเกาหลีสวยๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังไงก็คงใส่มันมาเรียนไม่ได้อยู่ดี

“ไปซื้อเสื้อกันเหอะ ใส่กันจะหมดตู้แล้ว” ผมเบือนหน้าหนีแล้วสะกิดเรียกคนตัวสูงข้างตัว แต่เขากลับเดินตรงเข้าไปหยิบเสื้อเปิดไหล่สีฟ้าอ่อนอันหนึ่งขึ้นมาแล้วเดินไปจ่ายตังค์

“เอาอันนี้ครับ”

แม่ค้าสาวดูตกใจพอสมควรที่ผู้ชายตัวโตๆ มาซื้ออะไรแบบนี้ แต่เขาก็ยิ้มนิดๆ ตรงมุมปากแล้วตอบว่า

“ผมซื้อไปให้แฟนน่ะครับ”

คำตอบอุดมคติของแฟนตัวอย่างทำเอาสาวๆ ที่เลือกซื้อเสื้อผ้าอยู่ถึงกับหยุดมองแบบเคลิ้มๆ เขาถือถุงพลาสติกซึ่งใส่เสื้อไว้ในนั้นออกมาหาผม

อ่า บ้าน่า อย่าบอกนะว่าซื้อมาให้….

หน้าผมเหมือนจะไหม้ตอนชายหนุ่มเอนตัวลงมากระซิบที่ข้างหูว่า

“ไว้ใส่ให้กูดูนะ”

ไอ้บ้า

และผมก็คงเป็นบ้าที่หันไปกระซิบตอบเขาว่า

“สนใจมาช่วยกูใส่มั้ย…ทั้งชุดเลยนะ”

ผมและเคย์เดินต่อไปในตลาดร้อนๆ ที่ดูเหมือนจะทำให้อุณหภูมิบนหน้าพวกเราร้อนขึ้น รูมเมทผมซื้อของกินเล่นอย่างพวกลูกชิ้น ไอติมโบราณ เฟรนฟรายช์ มากมายจนผมต้องช่วยถือ

“กินอันนี้ดิ อร่อยนะ” เขายื่นไส้กรอกสีชมพูดูแน่นเด้งมาให้

“สารกันบูดทั้งนั้น” ถึงจะพูดอย่างนั้นผมก็ยังยื่นหน้าอ้าปากรับไส้กรอกชิ้นนั้นมาเคี้ยวอยู่ดี

“ยังไม่ได้ซื้อเสื้อเลย ไม่มีอะไรจะใส่ไปเรียนแล้ว”

“เพราะพวกเราลืมตากผ้านั่นแหละ”

“ความผิดมึงอ่ะ มึงอยู่หอ ช่วงนี้กูวิ่งรอกอยู่ข้างนอกตลอดเลย”

“โห โทษทีแล้วกันที่ลืมนะพ่อหนุ่มฮอตประจำมหาลัย แน่จริงก็เอาไปตากห้องเพื่อนซะสิ”

“แต่ถ้าเอาเสื้อไปตากห้องเพื่อน กูก็จะไม่ได้แวบกลับมาหามึงนะ”

“…อึก” ผมหลุบตาเมื่อโดนคนข้างกายหยอดว่าอยากกลับมาหากันบ่อยๆ โดยใช้เสื้อผ้าเป็นเหตุผล

พอมองกลับขึ้นไปสบตาก็พบว่าเคย์กำลังมองผมด้วยแววตาที่เหมือนกับเอ็นดู สายตานั่นดูเหมือนจะมองแต่ผมจนเผลอทำให้เขินอีกจนได้

“น่ารัก…” เสียงนุ่มจากคนข้างๆ ไม่เล็ดรอดหูผมไป เป็นเหตุให้ต้องมองนกมองไม้ มองอย่างอื่นนอกจากเรือนร่างสูงใหญ่ของเคย์

บ้าเอ๊ย ประโยคเดียวกับไม้ทีตอนกลางวัน แต่ทำไมมันเขินอย่างนี้วะ

เขินเหมือนตัวจะแตก

“แล้ว…” ผมพึมพำ ช้อนตามองเขาตอนถามอย่างขลาดอาย “วันนี้จะค้างที่ห้องหรือเปล่า”

เคย์ยิ้มเล็กๆ เสี้ยวแสงซึ่งทำให้เกิดเงาบนใบหน้าคนร่างสูงทำให้เจ้าตัวดูน่ากลัวผิดปกติ

“อือ ต้องนอนค้างด้วยอยู่แล้ว”

แต่ผมคงคิดไปเอง มันเป็นแค่แสงเงา…ล่ะมั้ง?



เรากลับมาถึงห้องพร้อมกับของกินเต็มสองมือ เคย์รับเอาของทั้งหมดเข้าตู้เย็น บ่นผมเรื่องที่ไม่ยอมซื้อของติดไว้บ้าง แล้วถ้าหิวจะทำยังไง ส่วนผมก็ทำหูทวนลมใส่

“นี่…แล้วเรื่องอาบน้ำด้วยกันล่ะ” เขาท้วง

โห ความจำดีในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

“ถ้าจำข้อกฎหมายเก่งเท่าจำเรื่องแบบนี้มึงคงได้เกรดAแม่งทุกตัว”

“แหม ก็ข้อกฎหมายมันไม่น่าสนใจเท่าจะได้เอามึงนี่”

ไอ้บ้า…

สุดท้ายผมกับเคย์ก็ได้เข้าไปอาบน้ำด้วยกันสมใจเจ้าหมาที่ดีใจจนระริกระรี้สั่นหาง พวกเราเข้าไปยืนใต้ฝักบัวในห้องน้ำแคบๆ แล้วเปิดน้ำอุ่นๆ ให้ราดรดตัวตอนก้มลงจูบกันจนกลืนน้ำเข้าไปเสียหลายอึก

มือสากลูบไล้ตามตัวผม เคล้นคลึงเนื้อโดยเฉพาะส่วนสะโพกกับก้น พอๆ กับผมที่ใช้มือลูบไปตามกล้ามเนื้อแข็งตึงของเขา

“นวดให้” เสียงนุ่มแหบพร่าของอีกฝ่ายดังขึ้นพร้อมๆ กับมือที่นวดเฟ้นตรงคอและลาดไหล่จนผมครางด้วยความสบาย

ไม่ต้องหันลงไปมองก็รู้ว่าอะไรร้อนๆ แข็งๆ กำลังทิ่มขา เพราะของผมมันก็แข็งไม่ต่างกันหรอก

พวกเราไม่จับส่วนอ่อนไหว เอาแต่ใช้มือลูบตัวกันเหมือนอยากจำรูปร่างของอีกฝ่ายไว้ ในขณะที่เคย์ระบายอารมณ์ด้วยการถูส่วนแข็งขืนนั่นเข้ากับร่างกายของผม

เหมือนหมาเวลาต้องการผสมพันธุ์…

“นุ่ม” เขาหอบเบาๆ

“ส่วนมึงตัวแข็งอย่างกับหิน”

“อย่างอื่นแข็งด้วยป่ะ”

“แข็งดิ แต่กูทำให้มันนุ่มลงได้นะ” ผมยกยิ้มยั่วส่งไปให้

“ทำยังไงล่ะ” เขายิ้มรับ

ผมเขย่งขึ้นไปกระซิบข้างหูคนตัวสูง ซึ่งทันทีที่จบประโยคแล้วเขาก็หางสั่นพั่บๆ ด้วยความตื่นเต้น เคย์ปิดฝักบัว อุ้มผมออกไปเช็ดตัวกันแบบไม่กลัวลื่น ทั้งผมและเขาต่างก็ผลัดกันใช้ผ้าเช็ดไปตามตัวของอีกฝ่าย

“มาๆ ลองใส่กัน” เขาแทบจะรื้อเสื้อเปิดไหล่ที่พึ่งซื้อ

รูมเมทตัวดีเดินมาหาผมซึ่งถือกระโปรงรอไว้อยู่แล้ว ผมวางมันลงแล้วยกมือขึ้นซึ่งเพื่อนร่วมห้องก็ช่วยสวมเสื้อให้อย่างเก้ๆ กังๆ จนกระทั่งมันเข้าที่

“เสื้อผู้หญิงนี่ใส่ยากจริง” เขาบ่น ผมยักไหล่ให้ซึ่งนั่นเน้นไหปลาร้าเสียจนเคย์มองช่วงไหล่ผมด้วยดวงตาหื่นกระหาย

“แล้ว…กระโปรงล่ะ”

“ต้องลองดูอยู่แล้ว”

ผมจับไหล่เคย์ซึ่งคุกเข่าถือกระโปรงผม แล้วค่อยๆ ยกขาลงเพื่อสวมใส่มัน ชายหนุ่มดึงกระโปรงรูดขึ้นตามเรียวขาผมในขณะที่ผมยกปลายเท้าขึ้นล้อกับน้องชายซึ่งแข็งขืนของเขา

มันไม่อ่อนตัวลงเลยตอนที่เราเล่นเกมสวมชุดในตุ๊กตาอยู่ ซ้ำปลายหัวบานยังผลิตน้ำหล่อลื่นเสียมากขึ้นด้วยซ้ำ

เคย์กำลังตื่นเต้น

มากเสียด้วย

ผมขยับรอยยิ้มตอนที่เขาผุดลุกยืนตัวตรง สองมือของผมค่อยๆ จับปลายกระโปรงเลิกขึ้นนิดๆ แล้วเชิญชวนเขาด้วยสีหน้าขลาดอาย

“อย่าดุนะ พรุ่งนี้ต้องซ้อมละคร”

ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าหมาโง่ไม่เคยทำตามได้เสียที



K part

ผมมองคนตัวเล็กซึ่งนอนหลับไปทั้งๆ ที่สวมชุดเปิดไหล่สีฟ้าแสนสวยตัวนั้น มันเป็นชุดที่ทำให้ผมได้ฝากรอยตรงลาดไหล่ของเขา แต่มันอาจจะทำให้เขาคันเพราะยังไม่ได้ซักดังนั้นผมจึงทำการถอดให้แล้วเรียบร้อย

ช่วยไม่ได้ ผิวเขาบอบบางมากนี่

ผมเท้าคางมองจินที่กำลังนั่งหงายท้องเหมือนแมว ใบหน้าน่ารักยามหลับดูเหมือนคนไม่ระแวดระวังภัยจนน่าจับมาตี

แต่ไม่ได้ ทำไปเยอะมากแล้ว

เมื่อสักครู่มือผมแทบไม่ละไปจากลำคอระหงกับไหล่ของเขา เสื้อนั่นทำให้จินดูผอมและตัวเล็กกว่าเดิม เขาเริดหน้าเมื่อผมแตะต้องหลังคอเขาอย่างอ้อยอิ่ง และยิ่งเมื่อไล่มือไปตามไหล่บอบบางนั่น เขายิ่งห่อไหล่เข้ามาเหมือนเสียวซ่าน

นั่นทำให้ผม…

รู้สึกอยากจะใส่แรงเข้าไปอีก

น่ารักไปหมด

อยากทำให้พัง ทำให้เขาหมดแรง ไม่ต้องออกไปไหนนอกจากอยู่กับผมในห้อง

โอ๊ะ แต่มีช่วงหนึ่งตอนที่ผมกระแทกกระทั้นใส่ในตัวจิน ไอ้โทรศัพท์น่ารำคาญนั่นส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้า และแฟนผมก็ใจร้ายพอจะเบือนใบหน้าเล็กๆ ชุ่มน้ำตาไปหามัน

ทั้งๆ ที่ยังร้องครางไม่หยุด

ผมยังจำรูปคนที่กระซิบข้างหูจินได้ เพราะงั้นตอนที่มันดังขึ้น ผมจึงมองมันครู่หนึ่ง แล้วละมือจากตัวเขาเพื่อหยิบหมอนมาบังมันไว้

ไม้ทีงั้นเหรอ ชื่อมันงั้นสินะ

หลังจากกลบฝังไอ้โทรศัพท์น่ารำคาญนั่นได้ ผมก็ดึงขาเขาพาดเอว บังคับให้เขามองหน้าผมแล้วทำจนกว่าจินจะจำอะไรไม่ได้อีกนอกจากครางชื่อผมออกมา

ผมเอื้อมมือไปคว้านหาโทรศัพท์ใต้หมอนนั่น แน่นอนว่าผมจำรหัสผ่านเครื่องจินได้แม้เขาจะไม่เคยบอก แหม มันก็ต้องมีแอบมองรหัสผ่านกันบ้างแหละ

ผมเข้าไลน์ ข้อความจากไม้ทีอยู่ด้านบนสุด

ไม้ที : ที่พูดไปเมื่อบ่าย ยังรอคำตอบอยู่นะ

ผมยิ้มเย็น กดบล็อกมันทิ้งอย่างไม่ไยดี แล้วจึงเข้าเฟส กดค้นหาชื่อไอ้หมอนี่แล้วบล็อกเฟสบุ๊คมันไปด้วย แล้วก็สุดท้าย…

ผมกดเข้าไอจี ไถดูตามคนที่ฟอลจินอยู่จนในที่สุดก็เจอไอจีของไอ้ไม้ที ผมจัดการบล็อกมันออกจากสารบบชีวิตของจิน

ไอ้หน้าปลาจวดนี่เป็นใคร กล้าดียังไงมายุ่งกับคนของผม

ผมลุกขึ้นอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้กระเทือนถึงคนตัวเล็กซึ่งซุกตัวอยู่อย่างเป็นสุขในผ้าห่ม จัดการเปิดตู้เสื้อผ้าของจินแล้วหยิบเอาเสื้อบางส่วนออกมา ผมเอามันไปแช่น้ำจนชุ่มอย่างที่ไม่สนใจจะบิดมันแม้แต่น้อยแล้วเอาออกไปตากไว้ข้างนอก

กลับมามองตู้ของจินอีกที เหลือเพียงเสื้อยืดซึ่งคอกว้าง

หือ คุณคิดว่าผมแค่หยิบเสื้อเปิดไหล่แรนด้อมมาอะไรอย่างนี้เหรอ

ผมมุดกลับเข้าไปในผ้าห่มเดียวกับเขา จ้องมองร่องรอยจากการดูดดุนจนขึ้นสีแดงตามคอและไหล่

ยกมือขึ้นจับแขนซึ่งใช้มือเดียวก็กำได้โดยรอบ ผมกระชับอ้อมกอด ดึงเจ้าตัวน้อยเข้ามาให้ชิดกัน

ผมให้เวลาเขาศึกษาหัวใจตัวเอง แต่ไม่ได้บอกว่าจะเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำคะแนน

ถึงแม้ตอนนี้ผมจะมีอะไรบางอย่างที่ทำอยู่ มันก็เพื่อให้ทางของผมกับจินมั่นคงขึ้นในอนาคต เพราะงั้นช่วงที่ผมไม่ได้อยู่ดูแลเขาอย่างเดิม ผมต้องรีบทำลายคู่แข่งออกให้หมด

แน่นอน ผมอาจจะเป็นคนชั่วที่ปิดโอกาสจิน แต่แล้วไงล่ะ?

คนที่คู่ควรกับเขาที่สุดมีแค่ผม

และแน่นอนว่าเพื่อการนั้น ผมต้องทำ ‘เรื่องนั้น’ ให้สำเร็จให้ได้

ต้องเก็บเงียบเอาไว้ จินจะต้องไม่รู้เรื่องนี้ เพราะถ้ารู้คนตัวเล็กต้องโกรธมากแน่ๆ

ผมลูบหัวจินเบาๆ

ส่วนไอ้ไม้ที…

ถ้ายังไม่ยอมออกไปจากชีวิตจินดีๆ ล่ะก็ ผมจะทำให้เห็นว่าเจ้าโอตาคุคนนี้มันทำอะไรได้น่ากลัวกว่าที่มึงคิด



Jin part

วันนี้ผมก็ยังต้องออกมาซ้อมละครกับเพื่อนในโต๊ะเหมือนเดิม และเพราะวันนี้ค่อนข้างรีบร้อนเพราะตื่นสาย ผมเลยแทบไม่มีเวลากลบคอนซีลเลอร์กับจ้ำแดงซึ่งโผล่ตามร่มผ้า

บ้าเอ๊ย เหลือแต่เสื้อคอกว้างอีก

เสื้อที่ตากไว้ก็ไม่แห้ง

ทำไมวะ น้ำค้างเหรอ

แต่ลงท้ายคือผมทำทุกอย่างลวกๆ เตือนตัวเองในใจว่าถึงเวลาแล้วต้องเข้าห้องน้ำไปใช้คอนซีลเลอร์แต้มอีกรอบเผื่อมันลบหายไปเพราะเหงื่อ

ไม้ทีไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามกับผมเหมือนเมื่อวานซึ่งทำให้ผมค่อนข้างพอใจ ผมไม่ได้ถามว่าทำไมเขาถึงทำสายตาหงอยๆ มองมาตาละห้อยตลอด

ยังไม่ได้ทำไรเลย จะบ้าเหรอ

ผมยกมือพัด เพราะเคย์ส่งข้อความมาว่าเรียนเสร็จแล้ว ผมถึงวานให้อีกฝ่ายซื้อชานมมาให้ผมทีเพราะผมชอบชานมแถวคณะเจ้าตัวมากกว่า ซึ่งตามเวลาหมอนั่นน่าจะมาถึงได้แล้วให้ตายสิ

“เฮ้ย” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีอะไรเย็นๆ ทาบตรงหลังคอ เคย์ยืนส่งยิ้มแฉ่งให้ข้างหลังพร้อมกับชานมในมือ

“มาแล้ว”

“ชักช้า” ผมบ่น รับมันมาดื่ม เคย์ยกยิ้มน้อยๆ ซึ่งทำให้ใบหน้าคมดุของเจ้าตัวดูละมุนจนเพื่อนๆ ในโต๊ะผมเคลิ้ม

ผมเบ้ปากให้คนเสน่ห์แรงแล้วยกมือไล่

“ไปซะไป๊ ชิ้วๆ หมดประโยชน์แล้ว”

“โห เดี๋ยวก่อนสิวะจิน”

“นี่มึงกล้าไล่พ่อเทพบุตรกูไปเหรอ”

“ขอเวลาอาหารตากูหน่อย กูไม่ได้เห็นเขาทุกวันนะมึง”

ความใจกล้าของสาวบัญชีทำเอาเคย์ยิ้มเขินๆ ผมหันกลับไปแลบลิ้นใส่สาวๆ ผู้เหี่ยวแห้งเพราะผู้ชายในคณะมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์

“หือ”

แต่แล้วเมื่อหันกลับมามอง เคย์กำลังส่งยิ้มละไมให้ไม้ทีในขณะที่อีกฝ่ายกำลังหน้าไม่สู้ดี

ผมหงุดหงิด

ส่งยิ้มให้ทำไมหนักหนาเล่า

“เจ้าหมอนั่นไม่ได้ชอบผู้ชายนะ” ผมเขย่งขึ้นกระซิบคำโกหกข้างหูเขา

“หือ” เจ้าหมาโง่หันมามองผมแล้วยิ้มขำ

“พูดจริงนะ!”

“คร้าบๆ งั้นกูไปก่อนนะ กลับหอดีกว่า”

“ชิ้วๆ” ผมยกมือไล่เขาอีกครั้ง เคย์ถึงเคลื่อนตัวใหญ่ๆ นั่นออกจากบริเวณคอมมอนผม

ไม้ทีเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ชายหนุ่มอ้าปากและหุบมันหลายรอบเหมือนอยากจะถามอะไรบางอย่าง

“มีอะไรหรือเปล่า” ผมเอ่ยถาม

“คือ…เออ คนนั้น” ไม้ทีพูดได้นิดหน่อยแล้วก็หุบปากฉับ ชี้นิ้วมาที่คอผม “อืม…คือแบบ”

ผมตะปบมือตรงคอตัวเองทันที ก่อนจะรีบเผ่นเข้าห้องน้ำ รู้ดีว่าคอนซีลเลอร์คงเลือนแล้วแน่นอน

เจ้าหมาบ้านั่น! แต่ก่อนก็ไม่เคยดูดจนเป็นจ้ำขนาดนี้!

สมกับเป็นหมา! หมาขี้เรื้อนเอ๊ย!



หลังจากเลิกซ้อมละครท่ามกลางอากาศร้อนๆ แล้ว ผมแบกสังขารอันเหนื่อยอ่อนออกจากคอมมอน ลาเพื่อนๆ ด้วยสีหน้าป่วยๆ กันทั้งกลุ่มแล้วขับรถกลับหอ แน่นอนว่าต้องวนรถไปส่งเพื่อนบางคนเสียก่อน ซึ่งยิ่งทำให้เสียพลังงานเข้าไปใหญ่

ไม้ทีไม่คุยอะไรกับผมอีกเลยทั้งวัน ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมโล่งอกมาก ผมอารมณ์ดีถึงขั้นส่งข้อความไปบอกเคย์ว่าจะกลับไปกินข้าวเย็นด้วย ซึ่งอีกฝ่ายก็กระดี๊กระด๊าส่งสติ๊กเกอร์ตอบรับใหญ่

ได้กินข้าวด้วยกันสองวันติด โชคดีชะมัด

แต่เหมือนว่าโชคจะไม่เข้าข้างผมเสียแล้ว เพราะอยู่ๆ หน้าจอของผมก็สว่างวาบพร้อมกับข้อความจากรูมเมทที่สมควรจะอยู่ที่หอตอนนี้

K : กินข้าวด้วยไม่ได้แล้ว มีงาน น่าจะค้างข้างนอกคืนนี้

ผมเบนสายตากลับมาขับรถอีกครั้ง อดยอมรับไม่ได้ว่าผิดหวังหน่อยๆ แต่มันก็เข้าใจได้ ทั้งผมทั้งเขาต่างก็ยุ่งกันทั้งคู่

ผมไม่ควรจะงี่เง่า

เพื่อพยายามเอาความคิดโง่ๆ ออกจากหัว ผมหันไปคุยกับเพื่อนที่ร่วมทางมาด้วย

“ต้องเลี้ยงชานมเราแล้วมั้ยอ่ะ ขับมาส่งขนาดนี้” ผมเบ้ปากใส่พลอยที่นั่งทาลิปอยู่ข้างๆ เพราะจะไปเดทต่อ

“ได้จ้า เลี้ยงก็ได้ ถ้าฉันได้ผู้อ่ะนะ” หล่อนปิดตลับแป้งแล้วเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วอุทานเสียงดัง

“จิน! นั่นเมทแกนี่” เสียงตื่นเต้นของเธอทำเอาผมทำหน้าเซ็ง ไม่ว่าใครๆ ก็มักจะตื่นเต้นเวลาเห็นหมอนั่นตลอดเลย แต่ไม่คิดว่าขนาดดาวคนสวยอย่างยัยนี่ก็บ้าผู้ชายหน้าตาดีตามเขาไปด้วย

“จ้าๆ ได้ยินแล้ว”

“ไม่ใช่! ไอ้บ้า จะถามว่าเมทแกมีแฟนแล้วเหรอ เขาขึ้นรถไปกับผู้หญิงเมื่อกี้น่ะ”

เอี๊ยด!!

เสียงล้อบดถนนมาพร้อมกับเสียงบีบแตรด่าจากรถคันข้างหลัง พลอยที่นั่งอยู่ดีๆ ถึงกับหัวแทบโขกคอนโซลเพราะการเบรกอันเสียหลักของผม

“ขับอะไรของแกเนี่ยอีจินนนน”

“…เมื่อกี้ว่าอะไรนะ”

“หา…อะไร อ้อ เรื่องที่เมทแกขึ้นรถไปกับผู้หญิงเหรอ เขาดูโตๆ กว่าว่ะ แต่เห็นไม่ชัดหรอก ทำไมเหรอ ช็อคที่เมทตัวเองมีแฟนหรือไง”

“รถยี่ห้ออะไร คันไหน?”

“นิสสัน…อะไรของแกเนี่ยจิน ทำไมแกหน้าซีดๆ วะ”

“ไม่…ไม่มีอะไร” ผมปฏิเสธ แตะคันเร่งอีกรอบแล้วออกรถไปตามถนนเลนแคบๆ ในมอ

ประโยคของพ่อดังขึ้นมาในหัว

ถ้ามีทางเลือกเขาก็ต้องเลือกคบกับผู้หญิงมากกว่าคนที่เล่นเป็นผู้หญิงอย่างแกอยู่แล้ว

ไม่สิ

ผมกำพวงมาลัยซึ่งเริ่มชื้นเหงื่อจากฝ่ามือของผม

เรารู้ดีว่าเคย์เป็นคนแบบไหน

ใช่แล้ว สงสัยเจ้าหมาโง่แบบนั้นมันเรื่องตลกชัดๆ

ไม่มีทางที่เขาจะนอกใจใครได้หรอก

-----------------100%
ไม่ใช่นักเขียนสายม่าเลยค่ะ เป็นนักเขียนสายหื่นกาม เอะอะลากเข้าฉาก5555555555555
มาแล้วปมสุดท้าย อีกไม่กี่ตอนแน้ว เจ้าหมาทำอะไรทำไมจินต้องโกรธตอนรู้อ่ะ มาเจอกันตอนหน้านะคะ อีกไม่กี่ตอนจะจบแล้วสู้ๆ แง /บอกตัวเอง

ถึงตอนนี้เริ่มอยากรู้ว่าคนอ่านคิดยังไงเรื่องภาษา พล็อตหรือตัวละคร มีอะไรควรปรับแก้มั้ยคะ แง วิจารณ์เป็นวิทยาทานเผื่อเราจะได้เอาไปใช้กับเรื่องต่อไป(ถ้ามีเรื่องต่อไปนะคะ ฮา)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-04-2019 00:30:32 โดย MeiHT »

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +584/-10
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
«ตอบ #336 เมื่อ19-04-2019 09:19:30 »

เคย์ไปกับใคร

ออฟไลน์ HanATarO

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2322
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +132/-2
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
«ตอบ #337 เมื่อ19-04-2019 10:20:36 »

ม่าสุดท้าย ขอน้อยๆ นะคะ

เราว่าเคย์อาจจะเข้าไปคุยกับทางพ่อของจินหรือเปล่า

จินอย่าเพิ่งเข้าใจเคย์ผิดนะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
«ตอบ #338 เมื่อ19-04-2019 11:23:11 »

ความลัยอะไรอี๊ก..กกกกกกกกก  :mew5:

ออฟไลน์ gemgems

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 43
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
«ตอบ #339 เมื่อ20-04-2019 23:40:55 »

ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรกแล้วจ้า

จิน ใจเย็นลู๊กกกกกก :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
« ตอบ #339 เมื่อ: 20-04-2019 23:40:55 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
«ตอบ #340 เมื่อ22-04-2019 16:41:22 »

เคย์เข้าไปคุยกับพ่อจินเหรอ
หรือเคย์ทำอะไรอยู่

ออฟไลน์ Wwavez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
«ตอบ #341 เมื่อ23-04-2019 23:36:46 »

ใครอี้กกก ชีวิตไม่เคยสงบสุขเลยน้องแงๆ :serius2:

ออฟไลน์ Wwavez

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.12[19/04]
«ตอบ #342 เมื่อ23-04-2019 23:44:08 »

หรือแม่เลี้ยงจินป่าว ต้องไปทำอะไรช่วยจินแน่เลยดูเค้าก็เอ็นดูจินอะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด