------- นทีต้นน้ำ ------- ตอนที่ 30 ------ [17/12/2020]---P.9
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ------- นทีต้นน้ำ ------- ตอนที่ 30 ------ [17/12/2020]---P.9  (อ่าน 18756 ครั้ง)

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ต้นน้ำผู้ร้ายอยู่ตรงนี้
อยากรู้ว่าน้ำอุ่นจะทำยังไง 5555555555555

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7548
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ตอนนี้คนมีความสุขที่สุด คือนที...........   :-[
รองมาก็คือ แก๊งนักสืบสาว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ  :impress2:
คุณยายน่ารักมั่กมาก  ต้นน้ำพุงกางเลย  :mew1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำ  ตอนที่ 15
แฟนกัน วันเดย์






น้ำอุ่นเดินมาหาพี่ชายทั้งสองคนพร้อมกับมีแก้มใส  ไอติม  และมดตะนอยเดินประกบทั้งสองข้าง 

“อ้าว สวัสดีค่ะ” วุ้นเส้นส่งยิ้มหวานทักทายเมื่อเห็นรุ่นน้องร่วมโรงเรียนเดินมาสมทบ

น้ำอุ่นยิ้มมุมปาก  หึ...ตอนอยู่ที่โรงเรียนไม่เห็นจะเป็นรุ่นพี่แสนดีแบบนี้เลย  เดินข้ามหัวได้คงข้ามไปแล้วมั้ง “สวัสดีค่ะ”  น้ำอุ่นทักตอบด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง  หน้าตาไม่รับแขก

ต้นน้ำเห็นหน้าตาน้องสาวก็พอจะเดาออกว่าน้ำอุ่นคงไม่โอเคกับสาวๆ กลุ่มนี้เท่าไร  เลยส่งสายตาเป็นสัญญาณให้นทีคอยดูแลน้ำอุ่นด้วย  เพราะนทีอยู่ใกล้กับน้ำอุ่นมากกว่า

นทีขยิบตากลับ

“น้องเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนพี่ใช่ไหมคะ? คุ้นๆ หน้า” วุ้นเส้นพยายามหาเรื่องคุย  น่าเสียดายที่เธอจำชื่อรุ่นน้องคนนี้ไม่ได้

“แค่คุ้นเหรอคะ? เราเคยคุยกันด้วยซ้ำ”  ตอนที่ไปดูน้ำเหนือเล่นดนตรี  ก็พี่กลุ่มนี้แหละที่เดินชนเธอ  แล้วเบียดแทรกตัวเองแซงพวกเธอไปข้างหน้า  โดยไม่เอ่ยขอโทษสักคำ  ไม่...แม้แต่จะหันมามอง  “แต่พี่คงจำไม่ได้หรอก เพราะ...”

น้ำอุ่นจะพูดต่อแต่นทีกลับพูดแทรก “อุ่นไปช่วยพี่ยกถังตรงโน้นมาเพิ่มหน่อยสิ”  มือใหญ่ดึงข้อมือเธอ  รั้งไว้ให้ไปด้วยกัน  น้ำอุ่นขัดใจ  อยากเปิดศึกกับแก๊งนางแบบเต็มทน  แต่ก็ขัดนทีไม่ได้  ได้แต่เดินตามแรงลากของนทีไป   “ไอติมไปช่วยดูหน่อยว่าถังไหนใช้ได้” นทีหันไปบอก

ไอติมได้แต่เดินตามสองพี่น้องไป

พอมาถึงมุมที่ใช้เก็บถังน้ำ  น้ำอุ่นก็ออกอาการ  “พี่นทีอ่ะ  พวกผู้ชายมีตั้งเยอะ  ทำไมไม่ใช้ล่ะ?”

“พี่ใช้ที่ไหน? พี่ไม่อยากให้เรามีเรื่อง”

“พี่ดูออกด้วยเหรอคะ?” ไอติมถาม

ใครจะดูไม่ออกเล่า  มองแรงกันซะขนาดนั้น “ดูออกสิ  ที่พี่ไม่อยากให้น้ำอุ่นมีเรื่อง  ก็เพราะพี่เป็นห่วงน้ำอุ่นนะคะ  ถ้าอยู่ที่โรงเรียน  ไม่มีใครดูแล  เพื่อนก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด  เกิดมีปัญหาขึ้นมา  พี่น้ำเสียใจแย่เลยนะคะ  พี่ก็เสียใจเหมือนกัน  โดยเฉพาะ...ถ้าปัญหานั้นเกิดจากพวกพี่” 

“ก็อุ่นไม่อยากให้พี่พวกนั้นเล่นด้วยอ่ะ  ตอแหลจะตาย”

นทีถอนหายใจก่อนดุ  “แบบนี้ไม่น่ารักเลยน้ำอุ่น” มือใหญ่ลูบหัวน้องสาวเบาๆ  “พี่อยากให้น้ำอุ่นเป็นเด็กน่ารัก  หน้าบูดแบบนี้  พูดไม่เพราะแบบนี้...ไม่เอานะ  พี่รู้ว่าน้ำอุ่นไม่อยากให้เขาเล่นน้ำด้วย  เดี๋ยวพี่จัดการเองนะคะ ตกลงไหม?”

น้ำอุ่นยังหน้าบึ้ง  ท่าทางขัดใจ  แต่ก็ยอมพูด  “ตกลงค่ะ”


นทียิ้มก่อนเข็นถังน้ำใบใหญ่ออกไปคนเดียว

ไอติมตาลอยตามหลังนทีไป “พี่นทีโคตรอบอุ่นเลย  ฮือ...หลงรักได้ไหม?”

น้ำอุ่นเขกหัวเพื่อน  “กลัวพี่วุ้นเส้นจะเอาไปกินก่อนน่ะสิ  ป่ะ...ไปกำจัดศัตรูกันก่อน”





ต้นน้ำเห็นนทีลากถังน้ำออกมาคนเดียวเลยเดินเข้ามาช่วย แม้ถังน้ำจะทำจากพลาสติกน้ำหนักเบา  แต่ก็มีขนาดใหญ่  ทำให้เคลื่อนย้ายค่อนข้างลำบาก  และเขาก็อยากรู้เรื่องของน้ำอุ่นด้วย

“ยัยอุ่นเป็นอะไร?”  ต้นน้ำถามทันทีที่เดินมาถึงตัวนที

นทีหยุดลากถังแล้วยืนคุยกับต้นน้ำ

“เหมือนไม่ค่อยถูกกับรุ่นพี่กลุ่มนั้นนะ  ยังไม่ได้ถามว่ามีปัญหาอะไรกัน  แต่น้องไม่อยากให้รุ่นพี่มาเล่นน้ำด้วย”

“ทำยังไงดีล่ะ? พวกเด็กผู้ชายตอบตกลงกันไปแล้วด้วย”

นทีมองไปที่กลุ่มเด็กผู้ชายที่กำลังตื่นเต้นดีใจเมื่อมีกลุ่มรุ่นพี่คนสวยมาเล่นน้ำด้วย  ก่อนหันมาหาต้นน้ำ

“มันก็พอมีวิธีอยู่”

“ยังไง?”

นทีกวักนิ้วเรียกต้นน้ำ  ต้นน้ำชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนได้ยินเสียงทุ้มกระซิบริมหู “เป็นแฟนกันไหม?”

ปรื๊ด! ปรื๊ด! เสียงเลือดเปิดไซเรนแล่นตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมากองรวมกันที่หน้า  ผิวหน้าใสซับสีแดงเรื่อไล่ตั้งแต่พวงแก้มไปจนถึงใบหู

“หมะ...หมะ...หมายความว่า...?”  ต้นน้ำละล่ำละลักถาม

“แฟนเดย์ไง...แฟนกันวันหนึ่ง”  นทีพูดจบก็ยิ้มบาง  ดวงตาวาววับอย่างเจ้าเล่ห์  “อยู่เฉยๆ อย่าร้องนะ” มือใหญ่โน้มต้นคอต้นน้ำเข้ามาใกล้ก่อนแนบจมูกลงบนแก้มนิ่มสูดลมหายใจเข้าฟอดใหญ่

ต้นน้ำตาโต  หลังจากที่นทีถอนจมูกออก  ตาใสก็มองนทีไม่กระพริบ 

นทีหัวเราะเบาๆ  ก่อนก้มลงไปฉกความหวานจากริมฝีปากที่เพิ่งได้ลิ้มลองไปเมื่อคืนอีกครั้ง  เขาเม้มปากอิ่มเบาๆ อย่างหยอกเย้า  ครู่เดียวก็ละริมฝีปากออก 

“อย่าโวยวายนะ  น้องกลุ่มนั้นมองอยู่” นทีกระซิบข้างริมฝีปาก

ต้นน้ำอึ้ง  ร่างทั้งร่างคล้ายถูกขึงตึงไว้ด้วยเส้นลวดที่มองไม่เห็น  แม้แต่เซลล์ในสมองก็ถูกแช่แข็งไปด้วย 

น้ำอุ่นและไอติมที่เพิ่งเดินตามออกมาก็อึ้ง

แก้มใสและมดตะนอยก็อึ้ง

กลุ่มวุ้นเส้นที่หันมามองมาพอดีก็อึ้ง

แม้แต่กลุ่มเด็กผู้ชายก็ยังเงียบกันไปหมด

นทีจับมือต้นน้ำมาจับไว้ที่ขอบถังน้ำ “จะมาช่วยไม่ใช่เหรอ?”

ต้นน้ำพยักหน้า  แต่ไม่รู้เรื่องที่นทีพูดสักคำ  ฟังไม่เข้าใจเหมือนในหัวมันว่างเปล่าไปหมด  ส่วนรับข้อมูลไม่ทำงาน  ส่วนแปลข้อมูลขอลาหยุด  ได้แต่ช่วยลากถังน้ำไปตามสัญชาติญาณ

“พี่...พี่สองคน” วุ้นเส้นลำล่ำละลักจะพูด  แต่ก็เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก “พี่....พะ...พี่”

“พี่สองคนเป็นแฟนกัน?” ครีม...เพื่อนผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างวุ้นเส้นเป็นคนถามขึ้น

วุ้นเส้นพยักหน้า  ใช่เลย...ที่เธอจะพูด

“ใช่ครับ”  นทีตอบพลางใช้มือโอบรอบสะโพกต้นน้ำดึงเข้ามาใกล้  เขาใช้อีกมือหนึ่งที่ว่างเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าต้นน้ำออก  พลางพูดด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “แล้วพี่ก็หวงด้วย  ถ้าน้องจะเล่นน้ำด้วยกัน  อย่ามามายืนชิดแฟนพี่มากนะครับ” 

สาวหน้าคมที่ยืนประกบติดต้นน้ำในทีแรกเผลอขยับถอยโดยไม่รู้ตัว  อยู่ๆ ก็จุดไต้ตำตอ...ตอเบ้อเร่อเสียด้วย  เป็นใครจะไม่ตกใจบ้าง

“งั้นพวกเราไม่รบกวนดีกว่าค่ะพี่” ครีมเป็นคนเอ่ยขึ้น  เธอเป็นคนเดียวที่ประคองสติได้ดีที่สุด  และรู้จังหวะว่าควรถอยได้แล้ว  มือบางจับข้อมือเพื่อนให้เดินกลับ  แต่วุ้นเส้นก็ยังไม่วายหันกลับมามองเป็นระยะอย่างไม่เชื่อสายตา

เมื่อกลุ่มนางแบบประจำโรงเรียนถอยกลับ  น้ำอุ่นถึงได้หาลิ้นตัวเองเจอ  “พวกพี่...พะ...พวกพี่”  เสียงติดอ่างดังมาจากด้านหลัง  น้ำอุ่นและแก๊งเพื่อนสาวเพื่อนชายรวมตัวกัน ‘งง’ เฉพาะกิจ  ไม่รู้ว่าเป็นอุปาทานหมู่หรืออย่างไร?...น้องๆ ทุกคนถึงได้ทำตาโต  อ้าปากค้างกันไปหมด 

นทีกรอกตามองบนก่อนอธิบาย  “ไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหรอกน่า” ตอนนี้น่ะ...ไม่  ต่อไปค่อยว่ากัน  “ก็อุ่นไม่อยากให้พี่ๆ กลุ่มนั้นเล่นน้ำด้วยไม่ใช่หรือไง?”

เสียงถอนหายใจพรูใหญ่จากกลุ่มน้องๆ

“ผมก็นึกว่าพวกพี่เป็นแฟนกันจริงๆ ซะอีก  เล่นซะเหมือนเชียว” เด็กผู้ชายขี้เล่นที่สุดในกลุ่มพูดขึ้นก่อนเป็นคนแรก  พลอยทำให้คนอื่นๆ เริ่มผ่อนคลายกันมากขึ้น  ต่างพากันแซวละครฉากเด็ดเมื่อสักครู่นี้  แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังดึงสติกลับมาไม่ได้ 

ต้นน้ำยืนมองนทีและกลุ่มเด็กๆ โต้ตอบกันไปมา  โดยที่ไม่เข้าใจอะไรเลย  ในหัวเขาตีกันยุ่งไปหมด...เกิดอะไรขึ้น?  นทีจูบเขา  นทีจูบเขาใช่ไหม?  นทีจูบเขา  นทีจูบเขาแน่นอน  นทีจูบเขาทำไม?  โกหก  แต่จูบจริงๆ นะ  ปากนทีก็นิ่มดีเหมือนกันนะ  ไม่ใช่สิ  ว้ากกกกก....เฮ้ยยยย....แล้วจูบทำไม?  จูบเล่นๆ  จูบโชว์สาวเหรอ  แต่จูบจริงๆ ใช่ไหม?  จูบทำไมวะ?  ปากโคตรนิ่มเลย  รู้สึกดีอ่ะ  แต่จูบทำไมวะ?  สาวๆ ไปเล้วเหรอ  จูบเล่นๆ  หรือยังไง? เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ อ๋อ...นทีจูบเขา...เราจูบกัน 

“โอ๊ย” ต้นน้ำร้องเมื่อรู้สึกเจ็บที่แก้ม  นทีใช้สองมือดึงแก้มเขาจนยืด  ต้นน้ำปัดมือนทีออก  เอามือตัวเองกุมแก้มทั้งสองข้างแทน“เจ็บ”

“ก็ดึงให้เจ็บ เป็นไร? ทำไมเงียบ?”

“เมื่อกี้เราจูบกันเหรอ?”  ต้นน้ำถามนทีย้ำอีกครั้ง

“อืม”

ต้นน้ำยกมือขึ้นกุมอก  “ตกใจว่ะ”

“ช้าไปไหม?”

“ต้องเร็วกว่านี้เหรอ?  ไม่ทันแล้วอ่ะ...ตกใจอยู่” 

นทีหัวเราะเมื่อเห็นปฏิกิริยาการตกใจของต้นน้ำ...ช่างเป็นคนที่ตกใจแล้วนิ่งมาก

“ลองอีกทีไหม? จะได้หายตกใจ”

“เฮ้ย..ไม่” ต้นน้ำส่ายหน้าหวือ

“น่า  มาลองอีกที”  นทีขยับเข้าไปใกล้  ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำตอนตกใจ  หรือตอนที่ทำหน้าเหมือนลูกแมวขี้กลัวแบบนี้ก็ล้วนน่าแกล้งทั้งนั้น

“อย่าเข้ามานะ  ยิงตาแตกนะเว้ย” ต้นน้ำคว้าปืนฉีดน้ำขึ้นมา

นทียิ้มร้าย  “เอาสิ” เขาคว้าขันน้ำได้ก็สาดใส่ต้นน้ำจนเปียกซ่ก

ต้นน้ำไม่ยอมแพ้  อัดลมปืน...ฉีดน้ำใส่นที  พวกเด็กผู้ชายพากันตะโกนเชียร์พี่นทีสุดหล่อให้ไล่จับพี่ต้นน้ำมาจูบให้ได้ 

ส่วนแก๊งนักสืบสาวนั้น...

“แกว่าจริงหรือเปล่าวะ?” แก้มใสหันไปถามน้ำอุ่น

น้ำอุ่น “.....” จะว่าจริง...ก็จริง  จะว่าไม่จริง...ก็ไม่จริง 

คนเป็นแฟนกัน...ต้องสวีทหวานแหวว  เดินจับมือ  พูดจาคะขากันไม่ใช่เหรอ?  แต่พี่สองคนไม่ได้ใกล้เคียงกับอะไรแบบนั้นเลยสักนิด  เดินไปด้วยกัน...ไม่ขัดขากันก็บุญแล้ว

จะว่าเป็นแค่เพื่อนกัน...แต่ก็จูบกัน

“หรือจะเป็นอะไรที่มันมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนไหม?”  มดตะนอยตั้งสมมุติฐาน

ทั้งกลุ่มพยักหน้าครุ่นคิดไปตามกัน  ยกเว้นไอติมคนเดียว

“เราว่า...ไม่ใช่แฟน  ก็ทำให้เป็นแฟนกันซะเลยสิ  ไม่รู้ล่ะ...พี่นทีนี่สเป็คเลย  ถ้าเราไม่ได้...เราจะไม่ยอมเสียพี่นทีให้ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น  ยอมเสียให้พี่น้ำซะยังจะดีกว่า” 

“เห็นด้วย” แก้มใสสนับสนุน  “ถ้าต้องเสียพี่ต้นน้ำให้ผู้หญิงคนอื่นแล้วล่ะก็  ให้พี่นทีดีกว่า”

งืออออ...น้ำอุ่นอยากจะร้องให้  พี่ชายสุดที่รักและพี่ชายคนใหม่ที่แสนดี...นี่พี่ชายเธอทั้งสองคนเลยนะ





สาดกันไป  สาดกันมา  ต้นน้ำก็ชะงักค้าง  สายตามองไปยังด้านหลังของนที 

นทีหันกลับไปมองตามสายตาของต้นน้ำ...ชายหนุ่มในเสื้อลายดอกสีสันแสบตาทั้งห้าคนเดินเรียงกันมาทางเขา  ทั้งหมดสวมแว่นตาดำ  ปะแป้งขาว  ที่คอมีพวงมาลัยดอกมะลิห้อยไว้ทุกคน...‘แก๊งบอยแบรนด์ลุ่มน้ำแคว’ ช่างจัดจ้านในย่านนี้

“พี่เหนือ” เด็กผู้ชายตะโกนเรียก

น้ำอุ่น “.....” เธอไม่กล้าบอกใครเลยว่านี่เป็นพี่ชายแท้ๆ ของเธอ  พี่ชายแต่ละคน...ชวนให้น้องสาวต้องหลั่งน้ำตาเสียจริงๆ

พวกน้ำเหนือส่งยิ้มร้ายกาจมาให้

“ลุย!”  เสียงหนึ่งในแก๊งบอยแบรนด์ตะโกนก่อนวิ่งมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ไม่รู้ว่ามือใครเป็นมือใคร  ปะแป้งพวกเขาไปทั่ว  ปากก็พูด “ด้วยความเคารพครับพี่ๆ”  ถ้าเคารพจริง...ไอ้เด็กพวกนี้มันควรเบามือกว่านี้นะ  กว่าที่ต้นน้ำจะตั้งตัวได้  หน้าใสก็ขาววอก  ลายพร้อยไปด้วยแป้ง  เขาก้มลงมองสภาพตัวเองก่อนแล้วค่อยหันไปมองคนข้างๆ 

จังหวะเดียวกับกับที่นทีหันมามองเขา  ต้นน้ำหัวเราะกว้าง  นทีไม่ใช่พี่เคน ธีรเดชในเรื่องรถไฟฟ้ามหานะเธอ...ความหล่อของนทีเลยทะลุแป้งที่ทั้งหนาทั้งเปียกออกมาไม่ได้ 

นทีก็หัวเราะสภาพลูกแมวตกถังแป้งเปียกของต้นน้ำเหมือนกัน  เขาสองคนตกอยู่ในสภาพดูไม่จืด

พวกน้ำเหนือไปรวมกลุ่มกับพวกเพื่อนผู้ชายของน้ำอุ่น...พากันหัวเราะอยู่ด้านหลัง 

“แค่นี้...ความหล่อของพวกพี่ก็ไม่เหลือแล้ว”

“สาวๆ จะต้องมองแต่พวกผมเท่านั้น...ฮ่าฮ่าฮ่า” 

“ผมใช้แป้งทานาคาเลยนะพี่  จะได้สวยเหมือนสาวพม่า”

ต้นน้ำกับนทีตักน้ำสาดใส่แก๊งบอยแบรนด์ไม่ยั้ง  ถึงจำนวนคนจะน้อย  แต่ชัยภูมิที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำมากกว่าก็เพียงพอที่ทำให้ศัตรูระส่ำระส่ายแตกแยกกันไปคนละทิศละทางได้ 





ต้นน้ำมานั่งพักเหนื่อยอยู่บนเก้าอี้เตี้ยด้านหลังพลางมองกลุ่มน้ำเหนือที่ไม่ว่าจะพากันทำอะไรก็เรียกเสียงฮาได้ทุกครั้ง  นทีเดินตามมานั่งด้วย

แก๊งบอยแบรนด์ทั้งห้าคนประกอบด้วย  น้ำเหนือ แมน โย่ง ตี๋ และแชมป์  เป็นแก๊งเดียวกับที่ร้องเพลงเพราะอยู่บนเวทีเมื่อวานนี้   แต่วันนี้พวกเขาไม่ได้มาเพื่อร้องเพลง  แต่มาเพื่อ...

“น้องๆ ระวังผึ้งนะจ้ะ” ตี๋ตะโกนบอกกลุ่มเด็กสาวบนรถกระบะ “ผึ้งรู้ว่ารักเธอ”

คนอื่นๆ ก็ส่งเสียงฮิ๊วรับมุกกันเป็นทีม

“พี่ๆ ก็ระวังต่อนะคะ” น้องผู้หญิงบนรถกระบะตอบกลับมา

“ต่ออะไรจ๊ะ?” ตี๋ถามกลับเสียงหวาน

“ต่อไปจะไม่ตายดีค่ะ”

พวกตัวประกอบส่งเสียงโห่ให้ตี๋อีกครั้ง 

“นายไม่ไปแซวสาวบ้างอ่ะ”  ต้นน้ำบอกนที  มือเรียวยกขวดน้ำกรอกปากก่อนยื่นให้คนข้างๆ

“เคยที่ไหนล่ะ  นึกมุกไม่ออกหรอก” นทีรับขวดน้ำมายกดื่มต่อ

“อืม  ก็จริง   อย่างนายไม่ต้องเล่นมุกจีบสาวหรอกมั้ง  แต่ไม่ลองดูอ่ะ  ได้ผลนะ”

“รู้ได้ไงว่าได้ผล...เคย?”

ต้นน้ำส่ายหน้า  “ไม่เคยหรอก  เห็นไอ้เหนือมันเล่าว่าไอ้ตี๋ได้แฟนก็เพราะมันชอบเล่นมุกแบบนี้นี่แหละ”

นทีมองตี๋ที่ยังคงปล่อยมุกจีบสาวไม่หยุด  ตี๋ไม่มั่วแต่ตี๋ทั่วถึง

“นี่ขนาดมีแฟนแล้วนะเนี่ย”

“อ๋อ...มันเพิ่งอกหัก  แฟนมันขอเลิกก็เพราะมันชอบเล่นมุกแบบนี้นี่แหละ”

นที “.....”

ต้นน้ำมองไปที่ตี๋บ้าง “ถ้าจะเล่นมุก  ก็ต้องเล่นกับคนๆ เดียว  มีแฟนแล้วยังเล่นพร่ำเพรื่อก็ต้องตกอยู่ในสภาพนี้แหละ”

“เฮ้ย...ผึ้ง”  นทีหน้าเหวอมองไปที่หลังต้นน้ำ  ต้นน้ำก็พลอยสะดุ้งไปด้วย  เขาพยายามเอี้ยวตัวหลบเจ้าแมลงตัวจิ๋วแต่ร้ายที่อาจจะมาตอมน้ำหวานจากแก้วน้ำที่พวกเขาวางทิ้งไว้  แต่...“ผึ้ง...จะรู้ว่ารักเธอ”

ต้นน้ำชะงัก  แทบจะลืมหายใจไปพักหนึ่ง  ตาใสกระพริบมองคนที่เพิ่งเล่นมุกจีบสาวใส่

“เป็นไง พอใช้ได้ไหม?” ตาคมพราวระยับมองกลับมา 

“เหอะ...ระวังต่อนะ”  ต้นน้ำบอกกลับ

“ต่อไปจะไม่ตายดีเหรอ?”

“ต่อไป...จะตกหลุมรัก” 

นทีอมยิ้มพลางเบี่ยงหน้าหันหน้าไปอีกทาง  ต้นน้ำที่เห็นแค่ใบหูแดงๆ จากทางด้านหลังของนทีก็อมยิ้มหันหน้าไปอีกทาง





ต้นน้ำอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาหานทีที่ส่วนของห้องนั่งเล่นที่ปกติเจ้าตัวจะนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาตัวยาว  แต่กลับไม่พบเงาของใครสักคน   รอสักพักก็มีเสียงไขกุญแจ...ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถุงเบียร์และขนมขบเคี้ยวถุงใหญ่ 

นทีเปิดให้ตัวเองกระป๋องหนึ่ง  เปิดให้ต้นน้ำกระป๋องหนึ่ง  “อ่ะ...ซื้อมาเผื่อ” 

ต้นน้ำรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้งงๆ  เขาลังเลว่าควรจะดื่มดีหรือไม่?   
 
นทีจัดแจงเอาเบียร์ที่เหลือแช่ตู้เย็นก่อนลากต้นน้ำมานั่งที่พื้นหน้าโซฟา  มือใหญ่หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่ต้นน้ำพาดหัวไว้มาขยี้ให้เบาๆ 

ต้นน้ำหยิบรีโมทไล่ดูรายการทีวี  เขายังลังเลว่าควรจะดื่มเบียร์ดีหรือไม่...แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจของคนที่นั่งเช็ดศรีษะให้อยู่เบื้องหลัง  มือขาวยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ 

“นายเป็นคนที่ทนเห็นคนผมเปียกไม่ได้หรือไง?” ต้นน้ำถาม  เขาสังเกตมาหลายทีแล้วว่า  เขาผมเปียกทีไร...นทีก็จับเช็ดจนแห้งทุกที 

“อืม...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก  วันนี้เห็นคนอื่นเปียกแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนี่”  ถ้าเป็นอย่างที่ต้นน้ำกล่าวหา  สงกรานต์นี้เขาคงไม่ต้องทำอะไรแล้ว  คงได้แต่ไล่เช็ดผมคนอื่นเขาไปทั่ว  “แต่พอเห็นผมนายเปียก  เรารู้สึกเหมือนตอนที่เห็นโจลี่กับแบรดพิตต์ขนเปียก...กลัวว่ามันจะไม่สบายน่ะ”

อ๋อ...ต้นน้ำเข้าใจแล้ว  คงห่วงเขาเหมือนที่ห่วงหมานั่นแหละนะ  “รู้สึกดีจัง  ความสำคัญเท่ากับหมาเลย” มือเรียวยกเบียร์ขึ้นจิบเรื่อยๆ

นทีหัวเราะ  เขาเช็ดผมต้นน้ำจนแห้ง  ก่อนเอาผ้าเช็ดตัวโปะหน้าต้นน้ำ  อย่างนี้ตลอด...ลูบหลังแล้วก็ตบหัวตลอด  เดี๋ยวก็ดี...เดี๋ยวก็ร้าย  เอายังไง...ไอ้เหี้ยนี่?  เธอจะรักหรือเธอจะร้าย  ต้นน้ำสะบัดผ้าขนหนูให้หลุดออกจากหัว  ใบหน้าซับสีเรื่อเบ้ปากเหล่ตามองคนตัวสูงที่ลุกขึ้นหยิบเบียร์มาดื่มอึกๆ   นทีวางกระป๋องเบียร์ที่เหลืออยู่อีกครึ่งกระป๋องวางลงบนโต๊ะเตี้ยด้านหน้าต้นน้ำ 

“ไปอาบน้ำก่อนนะ”  ไม่บอกเปล่า  ยังเอาเท้าเขี่ยขาคนที่นั่งอยู่บนพื้นด้วย  ต้นน้ำเบี่ยงขาหลบ  แล้วยกเบียร์ดื่มเข้าไปอีกอึกใหญ่





สวนอาหารชานเมืองกรุงเทพมหานคร  กลุ่มชายหนุ่มเจ็ดคนนั่งอยู่บริเวณด้านนอกตรงสวนมุมสุดของร้าน  ไม่มีใครสนใจฟังเสียงเพลงคลอเบาๆ จากกีตาร์โปร่งจากนักร้องบนเวที

“พวกมึงจะไปงานเลี้ยงรุ่นที่โรงเรียนเปล่าวะ?” เอกถามเพื่อน  เขากับโจคงไปไม่ได้เพราะต้องกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัยซึ่งอยู่ต่างจังหวัด

“พวกกูไป” ปอนด์กับทะเลพยักหน้า  พวกเขาเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับต้นน้ำและเอกในสมัยมัธยม  และวันนี้พวกเขาก็นัดกันมาทานข้าวกับกลุ่มของริว  ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ชายดีๆ สี่คน ริว โจ แม็ก และเชน

“พวกกูก็ว่าจะไป  มึงอ่ะไอ้ริว?”  แม็กถามริวด้วยสีหน้ายิ้มๆ  โดยมีเชนยืนยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ข้างๆ

“ดูก่อนว่ะ”  ริวตอบ

“ดูก่อนเหี้ยไรวะ?  ดูน้องคนนั้นน่ะเหรอ?” โจแซวเพื่อน

“เชี่ย” ริวด่าเพื่อน

“น้องไหนวะ?”  กลุ่มต้นน้ำที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาก่อนถามอย่างกระตือรือร้น

“น้องปุณณ์” เชนช่วยไขข้อข้องใจ

“คนที่หน้าตาสวยๆ  เหมือนผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ?”  ปอนด์พอนึกออก  ปูณณ์เป็นเด็กผู้ชายหน้าสวยที่พวกรุ่นพี่ผู้ชายชอบเข้าไปจีบแต่โดนตอกหน้าหงายกลับมาทุกรายเพราะเจ้าตัวไม่ได้ชอบผู้ชาย

“เออ”

“แต่เขาไม่ได้เป็นเกย์นี่” เอกสงสัย

“ไอ้เหี้ยนี่ก็ไม่ได้เป็นเกย์” โจพยักเพยิดไปทางริว  “แต่ก็เสือกไปจีบน้องเขา”

ริวเบือนหน้าหนี  เขาไม่อยากพูดเรื่องที่มันผ่านไปแล้วอีก

“แล้วผลเป็นยังไง?” ทะเลถามริว

ริวนั่งนิ่ง  ก่อนตอบคำถามด้วยคำถาม “ไอ้น้ำ...มันเคยมีแฟนหรือเปล่าวะ?”

พอได้ยินคำถามของริว  ทุกคนก็พลอยลืมคำถามก่อนหน้านั้นเสียสนิท 

ทะเลคิดสักพักก่อนตอบ “ไม่เคยนะ  ไม่เคยมีแฟนเลย”   

“อืม  กูก็ไม่เคยได้ยินมันพูดถึงผู้หญิงคนไหน?  สนิทมากสุดก็น้ำตาล...แต่ก็ไม่น่าใช่  ทำไมวะ?”  เอกถาม

ริวนิ่วหน้า  ถ้าไม่เคยมีแฟน...มันไปเสียตัวตอนไหน?  “คืองี้มึง  พวกกูเล่นเกมส์กัน  แล้วในเกมส์ให้ทุกคนตอบคำถามตามความจริง  คำถามมีอยู่ว่า...เคยเสียตัวแล้วหรือยัง?”

“ซึ่งไอ้น้ำตอบว่า ‘เสียแล้ว’ เหรอ?” 

ริวพยักหน้า

กลุ่มต้นน้ำมองหน้ากันไปมา

“กูว่าคืนนั้นว่ะ”  เอกสันนิษฐาน  “คืนที่มันหายตัวไป”

“คืนที่มันกินเบียร์อ่ะนะ?”  ปอนด์เริ่มคิดตามที่เอกพูด

กลุ่มของริวขยับเข้ามาใกล้กลุ่มเพื่อนต้นน้ำมากขึ้น 

“คืองี้...ไอ้ต้นน้ำมันแพ้เบียร์เว้ย”  ทะเลเริ่มเล่า  กลุ่มริวเริ่มหูผึ่ง  เรื่องมีที่มาอย่างนี้...ต้องตั้งใจฟังให้ดี  “ไม่รู้มันเป็นอะไรกับเบียร์  กินเบียร์เมื่อไร?...เปลี่ยนเป็นคนละคน”

“อาการเป็นยังไงวะ?” ริวถาม

“หน้ามันจะแดง  ตามันก็จะหวานหยดเยิ้ม  ยิ้มเรี่ยราดไปทั่ว” เอกอธิบาย “พูดไม่ถูกว่ะ...คือเหมือนอินเนอร์มันเปลี่ยนไป  แม้แต่องศาการมองคนยังเปลี่ยนเลย”

“องค์พ่อคาสโนว่าลงน่ะสิ   เหมือนอยู่ๆ...แม่งก็ปล่อยฟีโรโมนออกมาได้  แมลงบินตามกันให้ว่อน” ปอนด์เสริม

“แล้วเป็นทุกครั้งที่กินเบียร์เลยหรือวะ?”  ริวยังคงสงสัย

“อืม  พวกกูลองกันมาสามครั้งแล้ว  แต่ครั้งสุดท้าย...มันหายตัวไป  พวกกูถามก็ไม่ยอมบอกว่าหายไปไหนมา” เอกตอบ

“บอกว่าจะไปห้องน้ำแล้วก็หายไปเลย” ทะเลเสริม

“หรือว่ามันโดนลากไปไหนหรือเปล่า?  พวกมึงตามดูมันดีแล้วหรือยัง?” โจถาม  รู้สึกเป็นห่วงต้นน้ำตงิดๆ  แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ตาม 

“พวกกูดูหมดแล้ว  โทรหามันไม่รู้กี่รอบ  จนมันรับสาย...แล้วบอกว่าถึงบ้านแล้วนั่นแหละ  พวกกูถึงได้วางใจ  กูไม่ใช่คนทิ้งพื่อนนะเว้ย”  เอกตบบ่าโจให้ใจเย็น

“แล้วมีวิธีแก้ไหมวะ?  หรือก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหายเมา”

“มี” ปอนด์ตอบ  “ให้มันกินเข้าไปอีกกระป๋อง  รับรอง...หลับไม่รู้เรื่อง”


---------- อ่านต่อด้านล่าง ------------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2019 15:52:46 โดย Smile A »

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
---------- ต่อจากด้านบน -----------

นทีเดินออกมาจากในห้องนอน  ต้นน้ำยังนั่งอยู่ที่พื้นเหมือนเดิม  นิ้วเรียวเขี่ยกระป๋องเบียร์เล่น  ตรงหน้ามีกระป๋องเบียร์เปล่าอยู่สองกระป๋อง  กระป๋องหนึ่งเป็นของต้นน้ำเอง  อีกกระป๋องเป็นของนทีที่กินเหลือไว้ครึ่งกระป๋อง 

“เรากินของนายหมดแล้ว” ต้นน้ำบอกนทีโดยไม่ได้เงยหน้าจากกระป๋องเบียร์เปล่านั้นเลย

“ไม่เป็นไร  เอาใหม่ก็ได้”  นทีเดินไปเปิดกระป๋องใหม่ “นายเอาด้วยไหม?”

“อืม” ต้นน้ำตอบรับ

นทีวางกระป๋องเบียร์ที่เปิดให้แล้วลงตรงหน้าต้นน้ำ  ก่อนทรุดนั่งลงตรงพื้นข้างๆ แล้วเปิดกระป๋องของตัวเองบ้าง 

มือขาวยกเบียร์กระป๋องใหม่ขึ้นดื่มอีกหลายอึก  ความขมแผ่ลงไปในลำคอก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนซ่านกระจายทั่วร่าง  ต้นน้ำกระพือเสื้อนอนที่สวมอยู่เบาๆ ก่อนใช้มือเสยผมขึ้น  ตาคู่ใสหันมามองคนที่มานั่งข้างๆ  มือเรียวเอื้อมไปจับที่ศีรษะของนที 

“ผมนายก็ยังไม่แห้งเลย” เขาใช้นิ้วชี้กรีดไล่ตามรอยหยดน้ำจากไรผมลงมาตามหลังใบหู  ลำคอ จนถึงไหปลาร้าของนที  ไม่เพียงแค่มือเท่านั้น  สายตายังไล่เรื่อยไปทุกจุดที่รอยนิ้วลากผ่าน 

ไม่ว่าต้นน้ำจะรู้ตัวหรือไม่...แต่ปลายนิ้วชี้ที่ใช้ลากไล้ไปตามลำคอของนทีก็ได้ส่งผ่านความร้อนไปยังอีกฝ่ายเสียแล้ว 

นทีหันมามองคนข้างตัวที่ดูแปลกไป

ต้นน้ำฟุบศรีษะลงบนโต๊ะเตี้ย  เอียงใบหน้าหันมาทางเขา  แพขนตาหนาที่กระพริบช้าๆ ไม่อาจปิดบังแววหวานจากดวงตาคู่สวยได้ 

“จะเช็ดให้ไหมล่ะ?” 

“อืม”  ต้นน้ำตอบรับ  เขาขยับไปใกล้นทีมากขึ้น   ซึ่งอีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดี   

นทีปล่อยให้ต้นน้ำเช็ดผมให้  ตาคมจ้องไปยังดวงตาใสของต้นน้ำที่มองตอบกลับมา  ต้นน้ำในเวลานี้...ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนก็ล้วน ‘ยวนใจ’ เขาทั้งสิ้น  เพียงแค่ช้อนสายตาขึ้นมอง...หัวใจเขาก็กระตุกไหว  เพียงแค่เผยอปากนิดเดียว...เขาก็คิดไปไกล 

อะไรที่ยังไม่เคยชิม...ก็ไม่เคยเรียกร้องอยากจะกิน  แต่อะไรที่ได้ลองลิ้มรสชาติแล้วสักครั้งหนึ่ง...ก็เป็นธรรมดาที่อยากจะลองชิมอีกสักครั้ง  ยิ่งเป็นรสชาติที่ติดใจแล้วล่ะก็... 

ต้นน้ำเอาผ้าขนหนูพาดคอนทีไว้  แล้วจับลูบเส้นผมของนทีเบาๆ ก่อนถาม “นี่กี่โมงแล้ว?”

“น่าจะสี่ทุ่มกว่าแล้ว  ทำไม?”

“หึ  แฟนกันวันหนึ่งไง” มือเรียวจับชายผ้าขนหนูทั้งสองข้าง  แล้วดึงรั้งลำคอของคนข้างๆ เข้ามาใกล้  ริมฝีปากสีสดทาบทับลงบนริมฝีปากเย็นของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ 

จูบของต้นน้ำไม่ได้เงอะงะ  แต่ก็ไม่ได้เชี่ยวชาญแพรวพราว  หากเป็นจูบที่นุ่มละมุนที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา  ลมหายใจผะแผ่วที่ระเรื่อยไปตามริมฝีปากพลอยทำให้ความคิดเตลิด  นี่ไม่ใช่ความฝัน...เขาไม่ได้เมา  และต้นน้ำ...ก็ยังคงตื่นอยู่

ลมหายใจอุ่นๆ ของต้นน้ำเริ่มถอยออกห่าง  ตาคู่สวยมองริมฝีปากที่ตัวเองเพิ่งละออกมาก่อนเม้มปากแน่น  ทรวงอกกระเพื่อมแรงเหมือนมีไฟปะทุอยู่ภายใน 

อ้อยเข้าปากช้าง  คงไม่มีช้างตัวไหนคายออกมา  นทีไม่ปล่อยให้ริมฝีปากอุ่นผละไปได้นาน  มือใหญ่รั้งแผ่นหลังที่ถอยห่างออกไปเข้ามาก่อนกดริมฝีปากแนบลงไปอีกครั้ง  จูบที่อ่อนโยนในคราแรกของต้นน้ำกลายเป็นจูบที่หนักหน่วงเต็มไปด้วยความถวิลหาของนที  ต้นน้ำเบียดตัวเองเข้ากับแผ่นอกกว้าง  ริมฝีปากสีสดเผยอรับเรียวลิ้นชื้นที่สอดเข้ามา  มือเรียวรั้งท้ายทอยที่ยังคงเย็นจากความชื้นของเส้นผม 

นทีจูบไล่ไปถึงพวกแก้ม  ใบหูและซอกคอขาว  ต่างฝ่ายต่างวนเวียนตักตวงเต็มความปรารถนา  มือใหญ่ของนทีสอดล้วงเข้าไปภายในเสื้อนอนของต้นน้ำ  ลูบไล้เอวคอดและผิวนวลเนียนทั่วแผ่นหลัง  ทั้งปลอบประโลมทั้งโหมกระพือไฟในอกของต้นน้ำให้ลุกโชน 

ร่างหนาใช้ร่างตัวเองเบียดดันอีกฝ่ายให้เอนลงที่พื้นก่อนปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออก  จูบไล่ไปตามไหปลาร้าและแผ่นอกที่กระเพื่อมแรง 

ลมหายอุ่นๆ และลิ้นนุ่มชื้นที่ลากไล้ทำให้คนที่อยู่ด้านล่างจวนเจียนจะขาดใจ  ต้นน้ำประคองใบหน้าของนทีที่ซุกลงอยู่ตรงแผ่นอกของเขาขึ้น   ตาคู่สวยมองเข้าในดวงตาคมที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาก่อนดึงรั้งดวงหน้านั้นมาจูบเบาๆ อีกครั้ง  เพื่อลดแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย  แต่ยิ่งจูบก็ยิ่งเหมือนเติมน้ำมันเข้ากองเพลิง  ภายในโสตประสาทได้ยินพียงเสียงหอบพร่ากระตุ้นไฟในอกให้โหมแรงขึ้นเท่านั้น  แม้แต่เสียงทีวีที่เปิดทิ้งไว้...เขาก็ไม่ได้ยิน 

‘ก๊อกๆๆๆ’...ไม่ว่าเสียงอะไร  เขาก็ไม่ได้ยินทั้งนั้น 

“พี่น้ำ”  เสียงหวานเล็กของน้ำอุ่นดังมาจากทางประตูห้อง  เหมือนโดนน้ำเย็นสาดแรงๆ...ไฟปรารถนาที่ลุกโชนดับมอดลงทันที

ต้นน้ำถอนริมฝีปากออก  หงายศีรษะลงบนพื้น  มือทั้งสองข้างกุมหน้าผากก่อนพรูลมหายใจยาวออกมาพร้อมๆ กับคนที่ฝังจมูกโด่งอยู่ตรงซอกคอเขา

“ไปเปิดประตูเถอะ”

“อืม” นทีกดจมูกลงบนแก้มแดงปลั่งของต้นน้ำแรงๆ  ก่อนตัดใจลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจ

มือหนากระชากประตูออกเต็มแรง  ใบหน้าถมึงทึงของนทีทำให้คนที่อยู่หน้าประตูทั้งสองคนหน้าซีดเผือด  น้ำอุ่นกอยกรูดไปชิดแก้มใส  จังหวะเดียวกับที่แก้มใสเองก็เขยิบมาชิดน้ำอุ่น   

“อุ่นเอาผ้าห่มมาให้”   

นทีเห็นหน้าน้องสาวสลดลงเลยพยายามจะปรับสีหน้าให้ดีขึ้น  แต่อารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ก็ไม่สามารถจะดับลงได้โดยง่าย  “ขอบใจ”  มือใหญ่เอื้อมไปรับผ้าห่มที่ผู้เป็นน้องเอามาให้  “น้ำอุ่นไปนอนเถอะ  ดึกแล้ว”

สองสาวพยักหน้าหงึกหงัก  อยากไปตั้งแต่พี่ชายเปิดประตูออกมาแล้ว  รังสีบางอย่างคุกรุ่นลอยวนอยู่รอบตัวนทีพลอยทำให้คนมองเกร็งตัวขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว  จนกระทั่งประตูปิดลง...สองสาวถึงได้ผ่อนลมหายใจยาว

“พี่นทีเป็นอะไรไป?  ทำไมน่ากลัวจัง?”  แก้มใสถามขึ้น  มือหนึ่งก็ลูบอกตัวเองเป็นการปลอบขวัญ   

“ไม่รู้เหมือนกันน่ะ”  น้ำอุ่นอยากจะร้องให้  เธอหวังดี...กลัวพี่ชายหนาวจนนอนไม่หลับกันอีก  อุตส่าห์เดินหอบผ้าห่มผืนใหญ่ข้ามสวนมาให้  ยังมาเจอพี่ชายทำหน้าดุใส่อีก  “ดีนะ ที่วันนี้แกมานอนเป็นเพื่อนเรา  ฮืออออ” น้ำอุ่นกอดแก้มใส

แก้มใสตบหลังน้ำอุ่นเบาๆ  “อือ  กลับไปนอนกันเถอะ”


---------- tbc ------------

งือ  ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยค่ะ  เลยมาช้าหน่อยนึง
ยังรอกันอยู่หรือเปล่า?

เราเปิดโหวตฉาก NC ที่เพจเรานะคะ  อยู่โพสต์บนสุด
ไปโหวตกันได้เลยว่าอยากได้แบบไหน?
โหวตฉาก NC
เราวางพล็อตเรื่องไปจนจบแล้ว  NC น่ะ..ของมันต้องมี
แต่เราไม่รู้ว่าจะเขียนแบบไหนดี  เพราะนทีต้นน้ำออกแนวใสๆ มาตลอด
เลยตัดสินใจถามคนอ่านดีกว่า
บอกไว้ก่อนนะว่า...ยังไม่มาเร็วๆ นี้แน่นอน
ลูกสาวเราไม่ง่ายนะคะ 555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-10-2019 15:55:23 โดย Smile A »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
 :z3: อ้อยจะเข้าปากช้างแล้วเชียว

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 415
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
เกือบแล้วเชียวววว :impress2: :impress2:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
จะต่อติไหมละอย่างนี้​ ไม่ใช่เมาหลับไปแล้วหรอกนะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :m31: หวังดีผิดเวลานะน้ำอุ่น

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7548
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง   :z3: :z3: :z3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
เหตุการณ์ล่อแหลมฝุดๆ  ยังมีเวลาแฟนเดย์อีกนิดนึงนะ จะอดใจกันได้อีกหรือเปล่าน้อ.  :hao3:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
หงุดหงิดกันเลยทีเดียวนที๊ 55555555555

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 782
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำ  ตอนที่ 16
ความลับของต้นน้ำ






นทีลืมตาขึ้นมา  อากาศยังคงเย็นสบาย  แสงนวลอ่อนที่ส่องเข้ามาบ่งบอกว่ายังเป็นเวลาเช้าอยู่มาก  แต่คนที่นอนอยู่ข้างๆ กลับไม่อยู่บนเตียงแล้ว  มีเสียงน้ำร่วงลงจากฝักบัวกระทบพื้นดังมาจากในห้องน้ำ 

   เมื่อคืนหลังจากปิดประตูส่งน้ำอุ่นแล้วหันกลับมา  เขาก็พบว่าต้นน้ำดื่มเบียร์อั้กๆ จนหมดกระป๋องก่อนล้มตัวนอนลงบนโซฟา...ตาปิดสนิท!  เขาได้แต่หอบผ้าห่มเดินมานั่งยองมองคนหลับ 

   เสียงประตูห้องน้ำเปิดออก  ต้นน้ำออกมาทั้งเสื้อผ้าครบชุด  “ตื่นแล้วเหรอ?”

   “อืม”  นทีตอบก่อนบิดขี้เกียจ  กลิ้งไปกลิ้งมาอย่างเกียจคร้าน

   “ไปอาบน้ำสิ” 

   “แป๊บนึง”  ตายาวรีปิดสนิทซุกหน้าลงกับหมอนของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ

   ต้นน้ำมองคนขี้เกียจบนเตียงแล้วได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ  ตัวเองก็เดินเก็บของไปเรื่อยๆ  ทั้งของตัวเองและของคนขี้เกียจ 

   “เมื่อคืนเมามากไหม?” เสียงทุ้มถามทั้งที่ยังคงซุกหน้าอยู่ในหมอน  ไม่ยอมเงย

   มือขาวที่กำลังพับผ้าอยู่ชะงักชั่วครู่ก่อนตอบ  “มาก”

   “แล้วจำอะไรได้ไหม?” 

   “.....”  ต้นน้ำนิ่งไปก่อนตอบ  “จำไม่ได้” 

   จากนั้นนทีก็เงียบไปทำท่าคล้ายจะหลับไปอีกรอบ  ส่วนต้นน้ำก็เก็บของเงียบๆ  จนกระทั่งเก็บของเสร็จถึงได้เดินไปดึงขาคนนอนขี้เกียจบนเตียง  “อาบน้ำเลยไหม?  เดี๋ยวไปเอาขนมปังมาให้”

   นทีลุกขึ้นมาจากเตียง  ไม่มีอาการงัวเงียให้เห็น  ตาคมมองเข้าไปยังดวงตาคู่ใสก่อนยิ้มบางๆ  มือใหญ่ยกขึ้นยีหัวต้นน้ำเบาๆ แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไป

   ต้นน้ำมองตามแผ่นหลังกว้างที่หายเข้าไปในห้องน้ำพลางถอนหายใจออกมา  เขาเดินไปหยิบผ้าห่มอีกผืนที่ยังคงวางพับเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ตรงโซฟาแล้วเดินออกไปข้างนอก  ตั้งใจว่าจะเอาผ้าห่มไปคืนน้ำอุ่นแล้วยกข้าวเช้ากลับมาให้นที





ธนกรเป็นคนขับโดยปล่อยให้ลูกชายทั้งสองคนนอนหลับมาตลอดทาง  ต้นน้ำลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงเปิดปิดประตูรถ  นทีเองก็ตื่นแล้วเหมือนกัน  ระหว่างเขากับนทีไม่มีใครพูดอะไรกันมากนัก  ต่างฝ่ายต่างหลับเป็นตาย  ตื่นมาก็ต่างฝ่ายต่างยกของตัวเองขึ้นไปบนห้อง


   มือใหญ่รั้งข้อศอกต้นน้ำไว้ก่อนที่เขาจะแยกเข้าห้อง  ต้นน้ำมองหน้านที  แพขนตาสวยหลุบลงก่อนสบตายาวรีของนทีอีกครั้ง “มีอะไร?”

    ตาคมปลาบจับจ้องดวงหน้าใสไม่คลาดสายตา  “เรื่องเมื่อคืน...นายจำไม่ได้จริงเหรอ?”

   ต้นน้ำส่ายหน้า  แต่ดวงตาคู่คมยังคงจับจ้องเขาไม่วางตา  “จำไม่ได้” ต้นน้ำบอกย้ำอีกครั้ง

   ดวงตาวาววับของนทีหม่นแสงลง  “อืม...จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  ไม่มีอะไรให้นายต้องจำหรอก”  เจ้าตัวยังคงยิ้มบางก่อนยกมือยีหัวเขาอีกครั้งแล้วเดินเข้าห้องไป  ต้นน้ำมองส่งนทีตามหลังก่อนกลับเข้าห้องของตัวเองบ้าง





“ไอ้น้ำ” เนมเรียก  “พวกนทีไปไหนวะ?  หายไปทั้งกลุ่มเลย”

   ต้นน้ำส่ายหน้า...เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่านทีไปไหน?  หลังจากกลับจากกาญจนบุรี  นทีก็ไปนอนที่คอนโดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว   

   “ในทวิตก็ยังไม่มีรายงานนะ” เอื้องฟ้าบอกทั้งที่มือยังเลื่อนโทรศัพท์อยู่

   “อาจจะโดด” ริวเงยหน้าขึ้นมาตอบก่อนทำตาโตเมื่อมองไปยังหน้าห้องเรียน  หญิงสาวผมผมยาวดัดเป็นลอนสวยก้าวเข้ามาอย่างมาดมั่น  ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงสดแย้มนิดๆ อยู่ตลอดเวลา  ร่างอวบอั๋นในชุดสูทเข้ารูปสีนวลเดินไปยังหน้าห้องเรียน

   รอจนเสียงภายในห้องเงียบลง  เสียงไพเราะจึงได้เอ่ยขึ้น “สวัสดีค่ะนักศึกษา  ครูชื่ออัญนะคะ  อัญชลี เมธาวิจิตร  มาสอนแทนครูกาญจนาที่ลาคลอดชั่วคราว” ตาสวยมองกวาดไปทั่วห้อง  แวบหนึ่งที่จุดสายตาสะดุดอยู่ที่ต้นน้ำก่อนมองไปทางอื่นในเวลาอันรวดเร็ว

   ต้นน้ำถอนหายใจก่อนฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

   “โคตรสวยเลยว่ะ” ความสวยของอาจารย์คนใหม่มันแน่นอกจนเนมทนไม่ไหว  ต้องเปรยออกมา

   “โคตรเอ็กซ์ด้วย  กูเพิ่งรู้นะว่าชุดสูทมันจะรัดรูปขนาดนี้” ขิงตาลอยไปยังร่างอวบแน่นตึงหน้าห้องเรียน ตั้งปณิธานไว้ในใจแล้วว่าจะไม่มีวันโดดเรียนวิชานี้แน่นอน 

   ทั้งห้องต่างพากันพูดถึงอาจารย์คนสวยไม่หยุด  มีเพียงต้นน้ำคนเดียวที่ได้แต่นั่งหลับตาฟังพร้อมกับเอามือลูบขมับเบาๆ

   จนหมดชั่วโมงเรียน  นักศึกษาพากันทยอยออกจากห้องเรียนไปทีละกลุ่มรวมทั้งกลุ่มของต้นน้ำเช่นกัน  ด้วยความที่ประตูห้องอยู่ด้านหน้า  เวลาเดินออกจากห้อง...หากไม่เดินผ่าน  ก็ต้องเฉียดใกล้โต๊ะอาจารย์ทำให้พวกเขาทั้งหมดพากันชะงักเมื่อได้ยินเสียงอาจารย์เรียก
   “เธอ”  อาจารย์คนสวยมองมายังต้นน้ำ “ช่วยครูยกเอกสารไปไว้ที่ห้องทีสิ”

   ไม่ต้องถามซ้ำอีกครั้ง  ต้นน้ำก็รู้ตัวดีว่าอาจารย์เรียกเขาแน่ๆ  ร่างสูงเดินมายกเอกสารกองไม่ใหญ่มากนักขึ้น  ตอนที่ถือมา...ก็ถือมาคนเดียว  แจกเอกสารนักเรียนหมดไปตั้งครึ่งแล้ว  พอจะกลับ...กลับถือเองไม่ได้  แต่เขาก็ไม่อยากจะแย้งอะไรให้มากความ  ได้แต่เดินถือเอกสารตามร่างอวบอิ่มในชุดสูทออกไป

   ระหว่างทาง...ไม่มีใครพูดอะไรกัน  ต่างฝ่ายต่างเดินเงียบๆ  อย่างใช้ความคิด  จวบจนถึงห้องพักครู  ปิดประตูเรียบร้อยแล้ว...ต้นน้ำวางเอกสารลงบนโต๊ะ  อัญชลีก็ตบเอกสารดังปัง  ตาคู่สวยที่วาดอายไลน์เนอร์ไว้คมกริบมองมาที่ต้นน้ำอย่างขุ่นเคืองพลางถาม  “ไหนว่าเรียนปีสองแล้วไง?”

   ร่างสูงถอยไปยืนพิงกำแพง “ไหนอาจารย์บอกว่าอยู่ปีสี่ไง?” แต่ที่ดูจากประวัติที่อัญชลีแนะนำตัวเมื่อสักครู่นี้...มันไม่ใช่  เธอจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ  อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสองถึงสามปีกว่าจะเรียนจบโท  ห่างจากคำว่า ‘ปีสี่’ ไปหลายปีอยู่

   อัญชลีทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงาน  มือทั้งสองข้างกุมขมับ  แม้จะหลับตาแต่สีหน้ากลับดูเครียดอย่างเห็นได้ชัด  จะไม่ให้เครียดได้อย่างไร?  เมื่อต้นเทอมหลังกลับมาจากเรียนจบด้วยคะแนนสูงเป็นที่น่าพอใจ  lucky in game แต่กลับ unlucky in love เสียอย่างนั้น...เธอถูกแฟนชาวจีนบอกเลิกก่อนบินกลับไปยังประเทศของตัวเอง  ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นเหมือนคบเธอฆ่าเวลาแค่ช่วงที่เรียนอยู่เท่านั้น  เรียนจบ...ก็แยกย้าย  บ้านใครบ้านมัน 

   คนอกหักจะทำอะไรได้  อย่างน้อยก็ต้องมีการออกไปกินเหล้ากับกลุ่มเพื่อนๆ บ้าง  และเป็นธรรมดา...ตามนิสัยของผู้หญิงที่ต้องตามส่องแฟนเก่า  ยิ่งได้รู้ว่าอีกฝ่ายกินหรูอยู่สบายดี  ไม่มีอาการอาลัยอาวรณ์สักนิด...เธอยิ่งแค้น 

   ทั้งฤทธิ์เหล้าและฤทธิ์อารมณ์ทำให้เธอควบคุมความรู้สึกไม่อยู่  อัญชลีเดินร้องให้ออกไปนอกร้านและบังเอิญเดินชนกับร่างสูงที่เดินสวนมา  ต้นน้ำคว้าร่างที่กำลังซวนเซเจียนจะล้มเอาไว้  อาการโงนเงนของคนในอ้อมแขนบ่งบอกอาการว่าเจ้าตัวเมามากแค่ไหน...แล้วยังน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายอีก  ต้นน้ำอดห่วงไม่ได้...เลยเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้  ยิ่งเช็ดก็เหมือนน้ำตาใสๆ จะยิ่งไหลออกมา 

   แต่ในวินาทีนั้น  อัญชลีกลับรู้สึกเหมือนมีเทวดามาโปรด  สายตาที่พร่าเลือนด้วยคราบน้ำตากลับแจ่มชัดขึ้น  ในห้วงความคิด  เธอกลับสำนึกขึ้นได้ว่า...ควรเอาเวลามาอยู่กับผู้ชายที่เช็ดน้ำตาให้เธอดีกว่าเสียเวลาไปกับผู้ชายที่ทำให้เธอร้องให้  ชายหนุ่มตรงหน้าทั้งขาวทั้งใส  ผิวเนื้อเนียนละเอียด  ทั้งยังอ่อนโยนเหลือเกินเวลาที่มือเรียวนั้นปาดไล้คราบน้ำตาบนใบหน้า  เธอมัวเสียเวลากับไอ้หน้าปลากระโห้อยู่ตั้งหลายปี  ทั้งซักผ้า ทำกับข้าว  ดูแลทุกอย่าง...เพียงเพราะคำลวงที่ว่าเขารักเธอ จะแต่งงานกับเธอ  ถ้าได้แต่งงานกันจริงๆ...ชีวิตบัดซบเป็นยังไง  เธอคงได้รู้ก่อนใคร

   ‘โอเคไหมครับ?’ ต้นน้ำถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง  อัญชลีส่ายหน้า  ดวงตาจับจ้องไปยังดวงหน้าขาวใสไม่คลาดสายตา  ต้นน้ำกวาดตามองไปยังด้านหลังของหญิงสาว...ไม่มีใครตามออกมาสักคน  เขาไม่กล้าทิ้งหญิงสาวไว้ตามลำพัง ‘ออกไปนั่งรับลมข้างนอกหน่อยไหมครับ?’ อัญชลีพยักหน้าตอบ

   แต่แทนที่ต้นน้ำจะเป็นคนจับจูงอัญชลีออกไป  กลับเป็นอัญชลีที่ลากต้นน้ำไปยังรถส่วนตัวที่จอดไว้แทน  เธอแค่ต้องการเวลาที่จะตั้งสตินานกว่านี้อีกหน่อย  แค่อยากคิดอะไรในที่เงียบๆ ไม่มีคนรบกวน  แค่อยากมีใครสักคนคนอยู่ด้วย  แต่ไม่คิดเลยว่า...จะมีแรงดึงดูดบางอย่างที่มองไม่เห็นจากชายหนุ่มชวนให้เธอเคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มบาง   อยากให้สายตาคู่นั้นจ้องมองเธอ  อยากให้มือคู่นั้นลูบไล้เธอ 
   หลังจากรถเคลื่อนตัวออกไปไม่นาน  เธอก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยว  แล้วก็...


   อัญชลีพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ “เอาเป็นว่า...เก็บไว้เป็นความลับของเราแล้วกัน  เธอไม่พูด  ชั้นไม่พูด  เท่านี้ก็ไม่มีใครรู้แล้ว” อัญชลีลืมตาขึ้น 

   “อืม...ตามนั้น”  ต้นน้ำพยักหน้า  เขาเองก็ไม่ได้คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครอยู่แล้ว

   “บอกไว้ก่อนเลยนะว่า  ชั้นไม่ได้เป็นผู้หญิงแบบนั้นนะ”  ไม่รู้อะไรดลใจเธอในคืนนั้นจริงๆ  แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่า...เธอกินเด็กอายุน้อยกว่าตั้งหลายปีเข้าไป กินเด็กว่าแย่แล้ว...นี่เด็กกว่าที่คิดเสียอีก 

   “รู้น่า” ต้นน้ำพยักหน้าก่อนเหลือบตามองคนที่นั่งหันหน้าเสมองไปทางอื่น “ผมไปละ  อาจารย์ดูแลตัวเองด้วย  อย่าอกหักอีกแล้วกัน”

   ร่างสูงลับประตูไปแล้ว  อัญชลีถึงได้หันหน้ากลับมา  “บ้าจริง  ใครจะอยากไปอกหักกันล่ะ” ไม่รู้ด้วยเหตุผลใด  น้ำตาหยดใสๆ หล่นลงมาจากดวงตาคู่สวยหยดหนึ่ง





ต้นน้ำถอยรถเก็บเข้าที่  นทีไม่กลับมานอนบ้านได้เกือบอาทิตย์แล้ว  ป๊ากับแม่ก็ไปดูโรงงานที่จีน  นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาต้องอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว 

   ร่างสูงเดินไปเปิดกรงให้โจลีกับแบรดพิตต์  ทั้งสองตัวกระดิกหางรับก่อนเดินตามต้นน้ำเข้าบ้าน  ไม่รู้ว่าไปเล่นอะไรกันมาถึงได้ทิ้งรอยเท้าเปื้อนฝุ่นไว้เป็นทาง  ต้นน้ำเวฟไส้กรอกให้หมาสองตัวกินและเวฟเผื่อตัวเองด้วยก่อนเดินนำมายังหน้าทีวี  เขากดรีโมทเลื่อนหาช่องหนัง...เป็นหนังรักเก่าๆ ที่เคยนำออกมาฉายแล้ว  เงาร่างของนทีที่เคยนั่งดูทีวีอยู่ใกล้ๆ กันแวบเข้ามาในสมอง  มือเรียวกดเปลี่ยนช่อง....มาเป็นช่องเพลง  ก็ดันเป็นเพลงอกหัก...แผ่นหลังเหงาๆ  ดวงตาเศร้าๆ คู่นั้นที่เขาเห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินเข้าห้องนอนแวบเข้ามาอีกครั้ง  หลอกหลอนหัวใจเป็นที่สุด 

   มือขาวกดปิดทีวีก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา  ลังเลว่าจะกดเบอร์โทรออกไปดีหรือเปล่า?  แต่ก็ตัดสินใจไม่กด  เปลี่ยนมาดูไอจีกับเฟสบุคที่ยังคงเงียบเชียบเหมือนเดิม...ไม่มีความเคลื่อนไหวใด     

   โชคดีที่มีแท็กนทีต้นน้ำ  อย่างน้อย...มันก็ยังทำให้เขาได้รู้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายบ้าง  มีรูปนทียืนอยู่คนเดียวใต้เงาต้นไม้ใหญ่   อาจจะด้วยสีหม่นๆ ของภาพทำให้เงาร่างของนทีดูเหงากว่าที่เคย  ต้นน้ำเอามือลูบหัวแบรดพิตต์  เขาเองก็เหงาเหมือนกัน  นอกจากเหงาแล้ว...ยังคิดถึงด้วย  การคิดถึงใครสักคน...มันเป็นเรื่องที่ทรมานที่สุด  ถ้าเราเหงา...เราก็ยังดูหนังฟังเพลง  หาอะไรทำแก้เหงาได้  แต่ถ้าเราคิดถึง...ยิ่งดูหนัง...ยิ่งคิดถึง  ยิ่งฟังเพลง...ยิ่งคิดถึง  เอาจริงๆ...อาการนี้เป็นแล้วหายยากมาก  จะทำอะไรก็คิดถึงไปหมด  มองหน้าหมา...ก็ยังคิดถึงเจ้าของหมาเลย  คิดแล้วก็หมั่นไส้หมาเหลือเกิน...เขายื่นสองมือไปปั่นหน้าหมาจนหน้าสั่น  ครางหงิงๆ...แต่ทำไงได้  เคยสัญญากับเจ้าของหมาไว้แล้วว่าจะดูแลหมาให้อย่างดี   คิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปหมาสองตัวลงไอจีสักหน่อย





รอยยิ้มกว้างจุดขึ้นที่มุมปากของนทีเมื่อเห็นรูปที่ต้นน้ำโพสลงอินสตราแกรม  เหมือนโจลีจะยิ้มจนตาหยี...โจลีมักจะทำหน้าตาแบบนี้เสมอตอนที่ได้ของกินถูกใจ  ภาพนี้ถ่ายในบ้าน...ดวงตาคมทอประกายอ่อนลง  เมื่อนึกได้ว่ามีคนเคยห้ามเขาพาหมาเข้าบ้าน  แต่วันนี้...คนๆ นั้นกลับพาเข้าบ้านเสียเอง 

   ดวงตายาวรีค่อยๆ ช้อนตาขึ้น  พ้นจากรูปหมาสองตัวในโทรศัพท์ก็สบเข้ากับดวงตาห้าคู่ที่เพ่งมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว

   “มองอะไร?”  นทีถามเพื่อน 

   “มองมึงนั่นแหละ  ทำหน้าซังกะตายมาหลายวัน  อยู่ๆ ก็ยิ้มได้ขึ้นมา”  น็อตบอก

   “ไหนมาดูซิ  มึงดูอะไร?  ทำไมยิ้ม” ปาล์มเดินมาหานทีทำท่าชะโงกหน้าดูโทรศัพท์  แต่นทีเอาโทรศัพท์หลบได้เร็วกว่า  “ไรว้า  แค่นี้ก็ขี้หวง”

   “แค่รูปหมาเนี่ยนะ”  เม่นเลื่อนดูโทรศัพท์ตัวเอง  ไม่ต้องดูโทรศัพท์นทีก็พอจะรู้ได้  แค่เขาเข้าไปดูไอจีต้นน้ำก็รู้แล้ว “คิดถึงหมาที่บ้านก็กลับบ้านไปซะ  ช่วงนี้กูยิ่งไม่ค่อยว่างอยู่  ป๊าโอนงานมาให้กูคนเดียวเลย  แล้วพวกมึงมานั่งทำอะไรกันอยู่ตรงนี้  ป๊าให้พวกมึงหยุดงานอ่านหนังสือ  มานั่งสะแหลนทำอะไรกัน?”  ประโยคหลังหันไปบอกน้องฝาแฝดชายหญิงของตัวเองพร้อมกับทำหน้าดุ 

   ครอบครัวของเม่นทำธุรกิจผลิตสื่อทางโทรทัศน์  ทั้งรายการทีวีและละคร  มีนักแสดงในสังกัดอยู่หลายชีวิต  และวันชัย...ผู้เป็นบิดาก็สนับสนุนให้ลูกเรียนรู้งานโดยการช่วยทำงานทุกคน  พวกเขาพี่น้องล้วนเป็นผู้จัดการให้นักแสดงในสังกัดตามแต่จะได้รับมอบหมายจากบิดา  และเนื่องจากสองแฝดกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย  งานส่วนใหญ่จึงมาตกอยู่ที่เม่นคนเดียว

   “โธ่...เฮีย  พวกผมก็เพิ่งได้หยุดเอง  ขอพักสักวันหนึ่งเถอะ” ม่อน...แฝดชายผู้พี่บ่น  ดวงตาเรียวเล็กอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่น้องบ้านนี้กรอกไปมา 

   “แล้วแกล่ะไอ้หม่อน  แกหยุดงานมาสองวันแล้ว  อย่าบอกนะว่ายังจะพักอยู่”

   “ช่าย...ดูหนังสือมาสองวันแล้ว  วันนี้วันพักดูผู้ชาย” ใบหม่อนยิ้มยียวนก่อนหันไปส่งตาหวานให้นที  ถึงตาเธอจะเล็กแต่ก็ยังพอดูออกว่าส่งสายตาหวานเชื่อมอยู่

   “โอ๊ย...ปวดหัว  วันหลังมึงไม่อยู่  กูคิดถึงมึงขึ้นมา  กูจะไปเดินเล่นที่สวนสัตว์”

   “ไปทำไมอ่ะเฮีย?” ใบหม่อนรู้ว่าประโยคต่อไปจบไม่สวยแน่  แต่ก็ยังอยากรู้ว่าเม่นจะว่ายังไงต่อ?

   “คิดถึงน้องก็ต้องไปดูแรด  หน้าเหมือนน้องสาวกูเลย”  เม่นเลอยหน้าลอยตาตอบ

   “เฮียยยยยย”  ใบหม่อนเรียกพี่ชายด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ

   “อย่าเรียกยาว” เม่นบอก  น้องๆ พากันลากเรียกเสียงยาวๆ ทีไร  ใจเขาเพลียทุกที “แล้วนี่ไอ้ชินไปไหน?”  เม่นถามถึงชิน...นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังในสังกัดที่กำลังทำรายได้สูงสุดให้บริษัทในขณะนี้  ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับม่อนด้วย  ปกติมักจะเห็นสองคนตัวติดกันอยู่เสมอ  เวลาเรียนก็เรียนด้วยกัน  เวลางานก็ไปด้วยกัน  ไม่มีเรียน...ไม่มีงาน  ก็ยังอยู่ด้วยกัน  จนเม่นคิดไปแล้วว่าเขามีน้องชายเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน

   “ไปซื้อบัวลอย” ม่อนตอบ

   หืมมม...กลุ่มเม่นที่รู้จักกับชินเพียงผิวเผินพากันทำหน้างง 

   “หน้าตาแม่งอินเตอร์สัด  ชอบกินบัวลอยเหรอ?” เนมถามอย่างแปลกใจ 

   “มันก็เงี้ยแหละ  สรรหาแต่ของกิน  วันก่อนก็หิ้วบะหมีเกี๊ยวมาฝาก”  ม่อนอธิบายนิสัยของเพื่อนตัวเองให้เพื่อนพี่ชายฟัง

   “โคตรอร่อยเลย  ไม่รู้มันไปซื้อมาจากไหน  เส้นเล็กแต่เหนียวหนึบๆ  น้ำซุปก็หวานสุดยอด  กระดูกหมูเปื่อยแทบจะไม่ต้องเลาะ  แค่ดูดๆ ก็หลุดออกมาเองเลย  พูดแล้วก็อยากกินอีกว่ะ”  เม่นโม้  เขาเองก็ได้อานิสงค์เป็นของกินอร่อยๆ จากชินอยู่บ่อยๆ คนฟังได้ยินพากันกลืนน้ำลายเอื๊อก

   นทีซุกหน้าลงบนหมอนอิง  อา...เขาคิดถึงต้นน้ำอีกแล้ว  แค่พูดถึงบะหมี่เกี๊ยว  ไม่รู้ว่ามันไปเกี่ยวกับต้นน้ำได้ยังไง  รู้แต่ว่า...คิดถึง

   เสียงเปิดประตูเข้ามาทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่พากันหันไปมอง  ร่างสูงท่าทางปราดเปรียวเดินเข้ามาพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาราวปฏิมากรรมชั้นเลิศที่บรรจงสลักขึ้นด้วยน้ำมือของพระเจ้า   ในมือมีถุงหิ้วขนาดใหญ่สองใบ

   “หวัดดีครับพี่”  ชินนั่งลงบนพื้นด้วยท่าทางสบายๆ พร้อมกับวางถุงขนมไว้บนโต๊ะเตี้ย  ม่อนรีบถลามาเปิดดู...เป็นขนมบัวลอยใส่ไข่ล้วนๆ  ไม่มีสลิ่มปน

   “กี่ถุงวะเนี่ย? เยอะสัด”  ม่อนรื้อถุงขนมออกมา

   “สามสิบ” เก้าตอบ

   “สามสิบ! มึงซื้อมาถมที่เหรอ?”

   “เออ  มึงจะแดกไม่แดก?”

   “แดกสิ...เดี๋ยวมึงเสียน้ำใจ  กูไปเอาถ้วยแป๊บ”  ม่อนวิ่งไปเอาอุปกรณ์มาแจกจ่ายทุกคน 

   ต้นปาล์มทำตาปรอยเมื่อได้ชิมคำแรก  “หืม...เหมือนจะละลายในปากได้เลย  อร่อยมาก  อย่างนี้ต้องไลฟ์  คนหล่ออยู่ครบ  ยอดไลฟ์กูต้องกระฉูดแน่  กูไลฟ์ได้เปล่าวะ?”  ปาล์มหันไปถามเม่น  หลังจากที่มีโอกาสเป็นพิธีกรไลฟ์สดไปตอนที่เล่นเกมส์วัดดวง  ต้นปาล์มก็ติดใจ...มีโอกาสเมื่อไรก็ไลฟ์สดไปซะทุกครั้ง

   “ก็ถ้าไลฟ์เล่นๆ  ไม่มีสินค้าอะไร  ก็ไลฟ์ได้  ก็ดีนะ...เผื่อมีใครมาดู  ชิน...มึงมีไลน์อาหารเข้ายังวะ?”  ประโยคหลังเม่นหันไปถามชิน

   “ยังพี่  แต่ช่วงนี้ผมพักงานนะ  เตรียมตัวสอบ  ไว้เข้ามหา’ลัยได้ก่อน  ถึงเริ่มงานได้ ”

   “เค  งั้นเริ่มเลยนะ”  ต้นปาล์มเริ่มถ่ายทอดสด  กล้องมือถือถ่ายไปที่บัวลอยก่อนเป็นอันดับแรกก่อนแพลนไปที่ใบหน้าเพื่อนร่วมวงแต่ละคน  ยอดคนดูพุ่งกระฉูดเมื่อใบหน้าของชินปรากฏขึ้นบนหน้าจอ  คอมเม้นท์ทะลักทลายจนอ่านไม่ทัน  เสียเวลากับชินอยู่พักใหญ่  กล้องถึงแพลนไปทางนที...ร่างสูงถือถ้วยบัวลอยค้างไว้ในมือ  แต่ดวงตากลับเหม่อลอยไปนอกระเบียง 

   “พี่นทีคะ! พี่นทีคะ!” ปาล์มเรียกเพื่อนตามที่คนในคอมเม้นท์เรียกพร้อมกับดัดสียงเล็กเสียงน้อย  นทีค่อยๆ ผินหน้าหันกลับมาช้าๆ  คล้ายเพิ่งออกจากภวังค์  รูปหัวใจในหน้าจอลอยขึ้นรัวๆ  “พี่นทีเป็นอะไรคะ? ทำไมไม่ร่าเริงเลย” ต้นปาล์มอ่านคอมเม้นท์  แน่นอนว่า...ไม่ลืมดัดเสียง

   “อกหักค่ะ”  น็อตดัดเสียงตอบต้นปาล์มพร้อมกับทำใบหน้าเศร้า  มือเช็ดน้ำตาป้อยๆ ตอนที่กล้องของปาล์มแพลนไป 

   อกหักเหรอ?...นทียิ้มเยาะตัวเอง  ไม่รู้ว่าตอนนี้เรียกว่าอกหักได้หรือยัง?  แต่ถึงไม่ใช่...ก็เรียกว่าใกล้เคียงแล้วล่ะ  จนถึงตอนนี้...เขาก็ยังคิดเหตุผลที่ต้นน้ำแกล้งจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้ไม่ออก  หาเหตุผลดีๆ มาสนับสนุนความคิดของตัวเองไม่ได้เลย  ที่เขาพอจะคิดได้และเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ...ต้นน้ำไม่ได้รู้สึกอย่างที่เขารู้สึก  ถึงได้แกล้งทำเป็นลืมทุกอย่างไป  ถ้าต้นน้ำอยากจำไม่ได้...เขาก็จะช่วย  อยากโกหกเขา...เขาก็จะเชื่อ
   เพียงแต่...จะให้เขาลืมรอยจูบในวันนั้นไปด้วย  เขาทำไม่ได้จริงๆ

   “อ้าว...เหม่อ  เหม่ออีกแล้ว  เหม่อตลอด”  เม่นสะกิดนทีก่อนกระซิบเบาๆ  นทีถึงได้ดึงสติกลับมาได้อีกครั้ง  ไม่รู้ว่าเขาเหม่อไปนานแค่ไหน  ต้นปาล์มไลฟ์จบไปแล้ว  พากันไปนั่งเช็คฟีดแบ็คอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง  “ถ้าอยู่นอกบ้านมันเศร้านักก็กลับบ้านเถอะมึง  กูถามจริงเถอะ  มึงทะเลาะกับไอ้น้ำใช่ไหม?”

   นทีสั่นหัวเบาๆ สีหน้ายังคงเหนื่อยหน่ายไร้อารมณ์  “ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน”

   เม่นตบเข่าดังผาง “นั่นไง  กูว่าแล้ว...ว่าต้องไม่ได้ทะเลาะกัน”  มือขาวโบกไล่นที  “กลับไปทะเลาะเลยมึง  จะได้รู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน?  มัวมานั่งเหม่อๆ ลอยๆ เป็นพระเอกเอ็มวีอยู่แบบนี้  เมื่อไรจะรู้เรื่อง?”

   “กลับไม่ได้น่ะสิ” เขายังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะยังทำใจอะไรได้  ถ้ากลับไปแล้ว  อะไรที่ต้นน้ำอยากลืม...เขาอาจจะเผลอทวนความจำให้ขึ้นมาก็ได้  “อย่าเพิ่งกลับเลย”  นทีบอกเม่นแต่ก็เหมือนตั้งใจตอกย้ำกับตัวเองมากกว่า

   “แล้วแต่มึงแล้วกัน”  เม่นกรอกตาขึ้นบนแล้วลงล่างก่อนถอนหายใจ   บทเพื่อนเขาจะปอดแหกขึ้นมา...ก็แหกซะจนขี้ขึ้นสมอง  “แต่มึงช่วยเล่าให้กูฟังหน่อยได้ไหม?  ว่าทำไมมึงถึงต้องมานั่งตีหน้าเศร้า  ไม่เล่าเหี้ยอะไรเลยแบบนี้?” ทำตัวอกหักรักคุดไม่สมกับตำแหน่งเดือนมหา’ลัยที่ได้มาเล๊ย  รวมทั้งตำแหน่งหนุ่มหล่อสุดฮอตอันดับหนึ่งด้วย  ถ้าอันดับหนึ่งยังต้องมานั่งซังกะตาย  พวกไม่มีอันดับอย่างเขาจะยังเหลือความหวังอะไรได้อีก

   “กูก็...อกหักไง”

   “อกหัก!! จริงดิ?” เม่นไม่ได้กล่าว...แต่คนที่กล่าวคือกลุ่มบุคคลที่แสร้งทำเป็นนั่งพูดคุยกันเรื่องไลฟ์สดเมื่อสักครู่นี้อยู่ตรงมุมหนึ่งของห้อง  แต่หูคอยผึ่งฟังอยู่ตลอดเวลา  ด้วยความตกใจเลยทำให้เสียอาการ...เผลอพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันพลอยทำให้บุคคลที่ถูกแอบฟังรู้ตัว

   นทีส่ายหน้า  สมาคมเผือกหน้าเจื่อนเมื่อโดนจับได้  ค่อยๆ เดินกลับมานั่งตรงมุมโซฟาทีละคน

   “จับปล้ำเลย  เชื่อกู”  น็อตมานั่งก่อนเป็นคนแรกพลางเสนอความคิด

   “แล้วพี่รู้ได้ไงล่ะ?  ว่าเขาไม่ชอบพี่” ใบหม่อนถามด้วยความอยากรู้

   นทีอึ้ง “.....” จากที่เคยคิดคนเดียว  กลับเปลี่ยนมาระดมสมองโดยไม่ได้ตั้งใจ  อยู่ๆ ก็รู้สึกเย็นยะเยือก...รับรู้ได้ถึงการมาเยือนของความหายนะ

   “พี่บอกรักไปแล้วเหรอ?” ใบหม่อนถามอีก

   นทีส่ายหน้าหวือ 

   “ยังไม่บอกแล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ชอบ?” ใบหม่อนพยายามขยี้ “ผู้หญิงน่ะ...ชอบอะไรที่มันชัดเจนนะ”  ยังขยี้ไม่จบ...ศีรษะก็โหม่งลงพื้นด้วยแรงตบเบาๆ จากผู้เป็นพี่ชาย

   เม่นกดหัวน้องสาวเอาไว้ก่อนบอก “ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย  ก็ต้องการความชัดเจนทั้งนั้นแหละน่า”

   ใบหม่อนดิ้นขลุกขลัก  เม่นพยักหน้าให้ม่อน  คู่แฝดมารับไม้ต่อใช้มือกดศีรษธแฝดผู้น้องของตัวเองไว้แน่น...กลัวว่าแรงที่มือจะไม่พอ  เลยใช้ตัวกดโถมลงไปอีก 

   “ไอ้ม่อน...หลังกูจะหัก  ไอ้ควาย...ตัวมึงไม่ใช่เบาๆ นะ” ใบหม่อนตะโกนทั้งที่ใบหน้ายังก้มต่ำเพราะโดนกดอยู่ 

   “เฮ้ย...มึงอย่าไปทำน้อง” น็อตสงสารใบหม่อนจึงช่วยแกะตัวม่อนออก  ซึ่งม่อนก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดีหลังจากที่จับใบหม่อนกดจนสาแก่ใจแล้ว

   ใบหม่อนเงยหน้าขึ้นมาได้แล้ว  “พี่นที  พี่ชอบหนู...พี่ก็บอกมาเลย  ไม่ต้องกลัว”

   “เห็นไหม?  มึงปล่อยแรดออกจากกรงแล้ว” เม่นบอกน็อต

   “ไอ้เอื้องมันเคยมาเจอใบหม่อนเปล่าวะ?”  ปาล์มถามเม่นแต่เม่นส่ายหน้า “กูนึกว่ามันมาคายตะขาบให้น้องมึงซะอีก”

     พูดถึงเอื้องฟ้าก็นึกถึงต้นน้ำ  นึกถึงต้นน้ำก็...เม่นกับน็อตหันไปมองนทีที่ส่งยิ้มเนือยๆ กลับมาก่อนลุกขึ้นยืน “กูกลับดีกว่า ขอบัวลอยสามถุงนะ”  นทีหันไปบอกชินที่นั่งยิ้มคนเดียวอยู่มุมห้อง

   “เอาไปเลยพี่” ชินบอกพลางตักบัวลอยกินต่อด้วยสีหน้าอิ่มสุข 

   นทีเดินออกไปแล้ว  ต้นปาล์มบ่นกระปอดกระแปดกับตัวเอง  “เห็นไหม?  พวกมึงอ่ะ  กูยังไม่รู้เลยว่รามันอกหักจากใคร”

   “มึงนั่นแหละ!” เม่นกับน็อตบอกพร้อมกันก่อนกระโจนเข้าหาต้นปาล์มอีกโทษฐานที่ทำเสียเรื่องจนสืบอะไรไม่ได้สักอย่าง

   “อะไรนะ?  จากกูเหรอ? มันชอบกูเหรอ?” ต้นปาล์มตะโกนถามพลาง  วิ่งหนีไปพลาง 





ต้นน้ำตื่นลงมาข้างล่างก่อนเดินไปเปิดตู้เย็น  เห็นถุงบัวลอยวางอยู่ด้านหน้าสุดสามถุง  เมื่อวานตอนเย็นยังไม่มี...นทีกลับมาบ้านเหรอ?  ร่างโปร่งวิ่งขึ้นไปดูบนห้องนอน  เอื้อมมือค่อยๆ คลายลูกบิดประตู  ประตูไม่ได้ล็อค...เขาแง้มประตูออกช้าๆ  โผล่หน้าเข้าไปดูทีละนิด  แต่....ห้องกลับเงียบและว่างเปล่า  ผ้าปูที่นอนยังคงปูตึงเหมือนเดิม  ต้นน้ำงับประตูปิดลง

   เขาเดินกลับลงไปข้างล่าง  แววตาวาวโลดยามที่วิ่งขึ้นมาด้านบนเหือดหายไปแล้ว  มือขาวเทบัวลอยลงในถ้วย  ค่อยๆ ละเลียดกินบัวลอยทีละคำ  รสชาติของบัวลอยหวานและมีความหอมเฉพาะตัว  ผสมกับความมันและเค็มปะแล่มๆ ของกะทิสดทำให้เขาสุขและเศร้าไปพร้อมๆ กัน  ความสุขจากการได้กินของอร่อยๆ  และความเศร้าจากความคิดถึง 


---------- อ่านต่อด้านล่าง ----------

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
---------- ต่อจากด้านบน ตอนที่ 16 -----------


กลุ่มนักศึกษาที่นั่งออกันอยู่หน้าร้านอาหารริมทางพากันชี้ชวนให้ดูร่างโปร่งที่กำลังจะเดินผ่านมา  ใบหน้าสวยหวานในชุดนักศึกษาชายชวนให้คนพากันจับกลุ่มซุบซิบนินทา  จนกระทั่งร่างนั้นเดินมาถึง  บางคนถึงกับปากกล้าเอ่ยคำพูดแซวออกไป

   “น้องสาว  มาคนเดียวเหรอจ๊ะ?  กินคนเดียวมันเหงา  มากินกับพี่ไหมจ๊ะ?” 

   เขาเจอเรื่องแบบนี้ไม่บ่อยนัก  แต่ก็ถือว่าบ่อยมากหากเทียบกับผู้ชายทั่วไป  ดิวพยายามไม่สนใจแล้วตั้งใจจะเดินผ่านไปเงียบๆ   แต่ร่างโปร่งก็ต้องชะงักเมื่อมีมือยื่นมาคว้าข้อมือเขาไว้  “กินข้าวด้วยกันก่อนสิน้อง”

   ดิวชักสีหน้าเมื่อการแซวด้วยคำพูดชักเริ่มถึงเนื้อถึงตัว  เขาอ้าปากจะปฏิเสธ  แต่มือใหญ่อีกมือหนึ่งเอื้อมมาคว่ข้อมือที่จับแขนเขาไว้แล้วบิดออกเสียก่อน 

   “พวกผมมีเรียน  คงกินข้าวกับพี่ไม่ได้” นทีกล่าวด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นก่อนเข้ามายืนขวางหน้าดิวไว้ 

   รุ่นพี่ที่ถูกบิดมือออกมองหน้านทีคล้ายจะเอาเรื่อง  แต่สายตาแข็งกร้าวที่มองตรงมาของหนุ่มหล่อรุ่นน้องก็ไม่ธรรมดา  เยื้องไปด้านข้างยังมีกลุ่มเพื่อนอีกสามคนยืนกอดอกรออยู่  เขากระชากมือกลับเบาๆ ก่อนเอ่ยอย่างเสียไม่ได้ “ไม่เป็นไร  ไว้วันหลังค่อยกินด้วยกันก็ได้”

   นทียิ้มมุมปากแต่ดวงตาไม่ยิ้มด้วย “งั้นพวกผมไปเรียนก่อนนะพี่”  นทีหันกลับไปพยักหน้าให้ดิวออกเดิน  เม่น น็อตและต้นปาล์มเดินปิดท้ายให้ 

   “กูอยู่ท้ายสุด  เกิดมันวิ่งเอามีดมาแทง  กูโดนก่อนเลยนะ”  ต้นปาล์มกระซิบบอกเพื่อนเมื่อเดินห่างจากรุ่นพี่อันธพาลมาไกลแล้ว

   “งั้นมึงฟังไว้เลย...พอมันแทงมึงแล้ว  มึงจับข้อมือมันไว้ให้แน่นเลยนะ  อย่าให้มันถอนมีดออกไปได้”  น็อตตอบกลับ

   “ทำไมอ่ะ?  เดี๋ยวจะเสียเลือดมากเหรอ?”

   น็อตส่ายหน้า  “หึ...เดี๋ยวมันชักมีดออกมาได้  มันจะเอามาแทงกูต่อ”

   “ไอ้สัด”  ต้นปาล์มด่าน็อต  รู้สึกได้ว่าเพื่อนช่างรักเขามากมายเลยจริงๆ

   “ดิวน่าจะไปเรียนมวยไว้นะ” เม่นเตือนด้วยความเป็นห่วง  นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาเห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับดิว   ครั้งแรกเป็นตอนต้นเทอมที่ดิวถูกพวกเส็งเคร็งลวนลาม  เริ่มจากที่ทำเป็นเล่นๆ  ไม่รู้ว่าลุกลามใหญ่โตจนเกือบจะเป็นการลวนลามจริงๆ ไปได้ยังไง  โชคดีที่พวกเขาเจอเข้าเสียก่อน  ถึงได้ช่วยเอาไว้ได้  นทีจัดการพวกนั้นเสียราบคาบ  ส่วนน็อตก็พาดิวไปส่งที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจรอยฟกช้ำตามร่างกายที่มีไม่น้อย  เป็นเหตุการณ์เดียวกันกับที่พวกเขาได้เจอกับต้นน้ำเป็นครั้งแรก

   “เคยแล้ว  แต่ไม่รอด  อาจจะตายเพราะเรียนมวยนี่แหละ”  ดิวพูดยิ้มๆ  เจ็บก็เจ็บอยู่  แต่เขาใจอ่อน  ไม่กล้าต่อยคนอื่นหรอก

   “อย่างน้อยก็ไปออกกำลังกายหน่อยดีกว่าไหม?”  นทีจับข้อมือดิวขึ้นมาดู  ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้กำจนรอบข้อมือ  นิ้วชี้ยังเหลือเกินมาตั้งข้อ โชคดีที่ต้นน้ำไม่ได้ตัวผอมขนาดดิว  ไม่อย่างนั้นเขาคงเป็นห่วงจนนอนไม่หลับ

   “ก็ออกอยู่นะ  เมื่อกี้พวกนทีกำลังจะไปกินข้าวกันเหรอ?” 

   “อืม  ยังไมได้กินเลย  ดันเจอพวกเหี้ยนั่นซะก่อน”  นทีบอก

   “งั้นไปกินร้านข้องมอฝั่งโน้นไหม?  เรานัดพวกเติ้ลกับโอมไว้ที่นั่น  กับข้าวเขาอร่อยดีนะ”

   นทีหันไปถามเพื่อน  ทุกคนตอบตกลงก่อนเดินไปพร้อมกัน


----------- tbc ----------

ถึงจะมาช้า แต่เอก็มานะ 

คิดเสียว่าเป็นนิยายรายสัปดาห์ก็แล้วกันนะคะ

อิอิ 

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
 ระวังต้นน้ำเข้าใจผิดนา

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 782
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ cookie8009

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
เรื่องน่ารักมากเลยครับ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
จะมีการเข้าใจผิดหรือเปล่านะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :katai2-1: น้องใบหม่อนพูดได้ดี  รู้ได้ไงว่าอกหัก

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ทำไมนทีถึงคิดว่าต้นน้ำจำได้

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
คู่นี้อยู่ๆ ก็ทำห่างเหินกันซะอย่างนั้น  :hao4:

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำ ตอนที่ 17
ต้นน้ำที่กลัวฝน





“อะโห  มึงดูสิ....น้องชินหล่อมากกกกกกก”  เอื้องฟ้าลากเสียงยาวพร้อมกับดึงขิงให้เข้ามาดูคลิปของปาล์ม  คลิปนี้ยอดวิวกระฉูด  คอมเม้นท์ถล่ม  ยอดไลค์กระจาย  “มันไปรู้จักกันได้ไงวะ?”

   “บ้านมันผลิตละคร”  ริวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบอก

   “แล้วทำไมกูไม่รู้วะ?”เรื่องแบบนี้คลาดสายตาเอื้องฟ้าไปได้ยังไง  แม้แต่ตัวเองยังไม่อยากเชื่อ

   “มึงรู้แล้วจะทำไม?” เนมถาม

   “กูก็จะไปกินกาแฟที่บ้านมันทุกวันเลย”

   “ส่องผู้ชายโดยเฉพาะสินะ” ขิงเบ้ปาก

   “แหม...อิขิง  ดาราเขาก็ไม่ได้มีแต่ผู้ชายหรอกน่า”

   ขิงยิ้มออก ดวงตาแวววาว  “เออ จริงด้วย  ไปกันอิเอื้อง  ไปตีซี้ไอ้เม่นตั้งแต่ตอนนี้เลย”  ผู้หญิงหนึ่ง ทอมหนึ่ง  หัวเราะให้กันอย่างถูกใจ

   คลิปเล่นไปเรื่อยๆ จนถึงที่น็อตบอกว่านทีอกหัก  ทุกคนมองไปที่ต้นน้ำเป็นสายตาเดียว  ต้นน้ำมองเพื่อนทีละคนอย่างหวาดๆ เผลอเขยิบถอยโดยอัติโนมัติ  “พวกมึงมองกูทำไม?”

   “มึงไม่รู้เหรอว่านทีอกหัก?” เอื้องฟ้าถามพลางหรี่ตามองอย่างจับผิด

   ส่ายหน้า  “ไม่รู้” 

   “มึงอยู่บ้านเดียวกันประสาอะไรวะ?  ทำไมมึงไม่รู้?  มึงไม่ใสใจ” เนมเริ่มกดดัน 

   “ก็กูบอกไปแล้วป่ะ...ว่ามันไปอยู่คอนโดเป็นอาทิตย์แล้ว  กูจะไปรู้ได้ไงว่ามันเป็นอะไร” ต้นน้ำเถียงข้างๆ คูๆ 

   “มึงรู้เถอะ...ไอ้น้ำ” ริวยิ้มนิดๆ ดวงตาทอประกายเจ้าเล่ห์ 

   “ไม่รู้  ไม่รู้เว้ย” ต้นน้ำลนลานเถียงก่อนลุกพรวด  “กูไปห้องน้ำก่อน” เขาทนรับแรงกดดันตรงนี้ไม่ไหวจริงๆ   ต้องรีบหาทางหนีทีไล่ก่อน

   เอื้องฟ้ามองตามหลังต้นน้ำที่วิ่งพรวดพราดออกไป  “แปลก  แปลกมาก  ต้องมีอะไรเกี่ยวกับมันแน่ๆ”  แค่ถามนิดเดียวก็ร้อนตัวเบอร์แรง

   “เกี่ยวกับมันนั่นแหละ”  ริวพูด

   “กูก็ว่าแล้ว  สองคนนั้นมันแปลกๆ  ถ้าจะว่า...มันทะเลาะกันเพราะชอบผู้หญิงคนเดียวกัน  มันก็...ผู้หญิงคนไหนวะ?  ไอ้น้ำแม่งไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนไหนเลย  จีบก็ไม่เคยจีบ” ขิงตั้งข้อสันนิษฐาน  เขาที่เป็นทอมยังจับผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชายอย่างต้นน้ำเสียอีก

   “เป็นไปได้ไหมที่มันอาจจะชอบคนที่เราไม่รู้จัก  แล้วผู้หญิงคนนั้นก็อาจจะกิ๊กกับนทีมาก่อน”  เอื้องฟ้าเสนอแนวคิดของตัวเองบ้าง

   “ไม่มีทาง  มีมึงอยู่  จะมีเรื่องไหนเล็ดรอดสายตามึงไปได้วะ” ขิงบอกเอื้องฟ้า

   “อืม  จริงของมึง  มีกูอยู่  ไม่มีเรื่องไหนที่กูไม่เสือก” เอื้องฟ้าเห็นด้วยกับขิงและเชื่อมั่นในความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองมากพอ “งั้นเท่าที่กูดูนะ  ไอ้น้ำ...ยังไม่ได้ชอบใคร  ส่วนนที...แฟนรายวันก็พอจะมี  แต่ยังไม่มีเจ้าไหนได้สัมปะทานระยะยาว”

   “หือ...มึงเสือกได้แค่นี้กันเองเหรอ?” เนมถาม “ไม่เห็นได้เรื่องได้ราวอะไรขึ้นมาเลย  ไอ้ริว...”

   “ทำไม?  กูทำไม?” ริวงงที่อยู่ๆ เนมก็โยนเผือกร้อนมาทางเขา

   “กูรู้ว่ามึงรู้” 

   “กูไม่รู้” ริวแก้ตัวเสียงสูง

   “อ่ะ...อีกคน  เป็นไปอีกคน  งั้นกูบอกเอง  กูว่า...มันชอบกัน  ใช่ไหม?”  เนมถามริว

   ริวกลอกตา “กูก็แค่สงสัย  แต่มันไม่เคยบอกกูตรงๆ หรอก”

   “ไอ้เหี้ย!” เอื้องฟ้ากับขิงอุทานขึ้นพร้อมกันก่อนมองหน้ากัน  “ถ้าลองย้อนคิดดีๆ มันก็...ใช่เลยว่ะ”  ต้นน้ำกับนทีสนิทกันมาก  มากจนน่าจะเกินกว่าคำว่าเพื่อนสนิททั่วไป  แต่ด้วยความที่เป็นผู้ชายทั้งคู่ทำให้เธอมองข้ามไป  “แล้วไงต่อวะเนี่ย...สรุปว่ามันทะเลาะกันเพราะอะไร?”

   “กูว่ามันคงรู้ใจตัวเองกันแล้วล่ะ”  เนมบอก

   “ทำไมมึงคิดอย่างนั้น?”

   “อ้าว...ก็ตอนกูกับแป้ง  เป็นเพื่อนสนิทกันมาอยู่ดีๆ พอรู้ตัวว่าชอบกันดันห่างกันไปซะงั้น  มันต้องมีช่วงให้คิดมั่งโว๊ย...ว่าจะเอายังไงต่อ  แบบว่า...เอ๊! จะเดินหน้าต่อดีไหม? หรือจะหยุด  เป็นเพื่อนกันต่อไปดี...อะไรงี้  เป็นเพื่อนกันมาก่อน....มันต้องมีจุดนี้ให้คิดโว้ย  ไม่ใช่คบกันไปส่งๆ เลิกกันแล้วก็มองหน้ากันไม่ติด”

   “อะโห...ท่านกูรูเนม  รู้จริงเว้ย”  ขิงซูฮก 

   “กูว่านทีอ่ะ...ชัดเจน  ชอบไอ้น้ำแน่นอน  แต่เพื่อนเรานี่สิ...แปลกๆ  เหมือนจะชอบ  แต่บางที...ก็เหมือนจะไม่ชอบ” กูรูเนมสันนิษฐานต่อ

   “กูว่าไอ้น้ำมันก็ชอบนทีเหมือนกัน  แต่มันอาจจะติดแค่...ไม่อยากเป็นเกย์หรือเปล่าวะ?”  ริวถามก่อนเอ่ยเสียงเย็น  “ข้ามเส้นนี้ไป  ก็โดนเรียกว่าเกย์แล้วนะ”

   เอื้องฟ้าเงียบไป  เหมือนมีอะไรมาแทงกลางใจดำ  ขิงเองก็แอบเหลือบมองอาการของเอื้องฟ้าก่อนถอนหายใจออกมา 

   “แม่ง...จะเกย์ จะกระเทย  จะเหี้ยอะไร?  มันก็ยังเป็นมัน  ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย  ใครพูดอะไร...กูเนี่ยแหละ  จะต่อยให้มันเอง”  ริวพูดน้ำเสียงกระแทก  กำหมัดแน่นด้วยสีหน้าถมึงทึง  จริงจังจนเพื่อนงง

   “เดี๋ยวมึง...ใจเย็น  ไม่ใช่เรื่องของมึงสักหน่อย  ไม่ต้องอิน”  เนมตบบ่าริวเบาๆ

   “แล้วถ้าคนที่พูดเหี้ยอะไรเนี่ย...คือพ่อแม่มันล่ะ  มึงจะไปต่อยพ่อแม่มันหรือไง?”  เอื้องฟ้าถามริวด้วยสายตาจริงจัง  ไม่มีแววล้อเล่นเหมือนอย่างเคย
 
   “เออ  กูลืมคิดไป”  ริวตอบด้วยท่าทีอ่อนลง  “กูก็แค่สงสารนที  การที่มันเลือกไอ้น้ำ...มันเองก็ต้องแลกกับอะไรเยอะเหมือนกัน  พ่อแม่มันก็มี  มันก็ยังยอมแลก  แล้วมึงดูเพื่อนเราสิ...หนีตลอด  โคตรป๊อด”

   จบคำพูดของริว...ทุกคนก็เงียบไป  ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง





“ทำไมมาช้าวะ?” ตั้มถามเมื่อเห็นนทีเดินเข้ามาในร้าน  ถัดจากเสียงตั้มก็มีเสียงอื่นร้องทักกันเซ็งแซ่

   “เพิ่งออกมาจาออฟฟิศเนี่ย”  นทีบอกก่อนนั่งลงข้างๆ น็อต   วันนี้เป็นวันเกิดตั้ม  ตั้มเลยชวนเพื่อนในคณะมาฉลองวันเกิดร่วมกัน  แต่น่าจะเป็นการหาเรื่องกินมากกว่า...ทั้งที่เป็นวันอาทิตย์และพรุ่งนี้มีเรียนทุกคน  แต่ชาวคณะก็ร่วมใจกันมา  ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเดินเป๋กันทั่วร้าน

   “เขาเป่าเค้กกันไปแล้ว  และกูเมาแล้วด้วย”  ปาล์มบอกเสียงอ้อแอ้ 

   “ช่าย...มึงมาทีหลัง  ซ่อมเลย”  น็อตยื่นเหล้าสีอำพันเข้มข้นเต็มแก้วให้นที  มือใหญ่รับมาอย่างเสียไม่ได้  “สุดซอยไปเล๊ยเพื่อน”  พูดจบแค่นั้นน็อตก็แทบคว่ำ  ท่าทางกินกันหนักหน่วงมาตั้งแต่งานเริ่ม

    นทีคว้าน็อตไว้ได้ก่อนลากไปกองรวมกับคนอื่นๆ บนโซฟาก่อนบ่นเบาๆ   “กินกันมาตั้งแต่เมื่อไรวะ?”  แต่ละคนดูไม่เหลือสภาพเลย  ไม่เรื้อนก็โวยวาย  ไม่โวยวายก็หลับไม่รู้เรื่อง  “แล้วจะกลับกันยังไงวะ?  เมากันขนาดนี้”

   “เดี๋ยวเอารถจอดไว้นี่  กูคุยกับพี่เจ้าของร้านแล้ว  พรุ่งนี้ค่อยมาเอา  เดี๋ยวกูลากพวกนี้ไปนอนบ้านกูเอง” เติ้ลบอกนทีพลางชี้ไปยังร่างที่นอนซุกอยู่ลำพังตรงโซฟาเดี่ยว  “มึงเอาไอ้ดิวไปส่งหน่อย  มันเมามาก  ไม่ไหวแล้วเนี่ย  มึงรู้จักบ้านมันใช่ไหม?”

   นทีพยักหน้า  ดิวส่งเสียงอืออาเมื่อเติ้ลมาดึงแขนให้ลุกขึ้น  ตาคู่สวยปรือมองก่อนหลับลงไปอีกครั้ง  เติ้ลจับมือดิวมาพาดบ่าตัวเองไว้  อีกมือหนึ่งก็โอบกระชับเอวดิวดึงให้ลุกขึ้น  ดิวเดินตาม...ลืมตาบ้าง...หลับตาบ้าง  เติ้ลช่วยประคองพาดิวไปยังลานจอดรถ  แต่ช่วงหนึ่งของพื้นไล่ระดับกัน  เติ้ลไม่ทันได้ระวัง...ทำให้เท้าของดิวเกิดไปเตะพื้นต่างระดับสะดุดล้มลงไปพลอยทำให้เติ้ลที่พยุงดิวมาล้มลงไปด้วย  นทีพยายามคว้าร่างเพื่อนทั้งสองคนไว้  แต่คนจำนวนคนสองคน...น้ำหนักย่อมเยอะกว่า  ทำให้ร่างสูงเซล้มลงไปด้วย  น้ำหนักส่วนใหญ่ทิ้งไปทับเท้าของดิวเต็มแรง

   “เฮ้ย”  เสียงเติ้ลร้องดัง

   ความเจ็บที่ข้อเท้าทำให้สติที่เลือนรางเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของดิวคืนกลับมาบางส่วน “อูยย” ดิวร้องโอดครวญ  น้ำตาซึมอยู่ที่หัวตา  มือกุมข้อเท้าไว้แน่น  อ้อมแขนแกร่งโอบรอบตัวดิว  นทีรีบอุ้มคนที่เจ็บไปยังรถที่จอดอยู่  “เดี๋ยวกูพาดิวไปโรงพยาบาลเอง  มึงดูไอ้พวกนั้นไปก่อน  เดี๋ยวมีใครเจ็บอีก” 
   
   โชคดีที่พื้นฐานนิสัยดิวไม่ใช่คนใจร้อนหรือขี้โวยวาย  เมื่อถึงโรงพยาบาลเลยค่อนข้างว่าง่าย  แม้ว่าจะยังมีอาการมึนเมาหลงเหลืออยู่บ้างแต่ก็ยอมให้แพทย์ตรวจอาการแต่โดยดี   นทีเงยหน้าขึ้นมองเมื่อดิวนั่งรถเข็นออกมาจากห้องตรวจ...ที่ข้อเท้ามีเฝือกอ่อนพันไว้

   “หมอว่าไงบ้าง?”

   “กระดูกนิ้วร้าว ไม่ต้องถึงกับใช้ไม้ค้ำ  แต่ก็ห้ามทิ้งน้ำหนักลงมากเกินไป”

   “ขอโทษนะ”

   “ขอโทษทำไม? ไม่เกี่ยวอะไรกับนทีสักหน่อย  มันน่าจะร้าวตั้งแต่ตอนเดินสะดุดพื้นแล้ว”

   ถึงดิวจะปฏิเสธแต่นทีก็ยังเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ดิวต้องบาดเจ็บน่าจะเกิดจากเขาด้วย  นทีเอื้อมมือไปช่วยประคองแขนดิวตอนที่เข็นรถเข็นไปถึงรถเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายทิ้งน้ำหนักไปยังเท้ามากเกินไป “อืม  ไหวไหม?” 

   “นทีไปส่งเราที่บ้านเติ้ลเถอะ”  ดิวบอกเมื่อเข้าไปนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว  “เราไม่อยากกลับบ้านเวลานี้  อีกแป๊บเดียวก็เช้าแล้ว” 

   “อืม  งั้นไปนอนที่คอนโดเรา  แล้วไปมหา’ลัยพร้อมกัน”

   ดิวเงียบไปก่อนตอบรับเบาๆ “อืม” 

   รถเคลื่อนตัวไปออกไปด้วยความเงียบตลอดทาง  ต่างฝ่ายต่างคิดอะไรเงียบๆ ลำพัง





ดิวนั่งมองไปรอบๆ ห้องรอนทีอาบน้ำ  คอนโดที่นทีอยู่เป็นคอนโดห้องเดี่ยวแต่กว้างมาก  มีทีวีเครื่องใหญ่แขวนไว้อยู่ตรงผนังหน้าเตียง  โต๊ะเขียนหนังสือ  และตู้เสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าอยู่ไม่มากนัก  ห้องค่อนข้างโล่งเหมือนไม่ค่อยมีคนอยู่  เขาไม่รู้จะรู้สึกยังไงกับช่วงเวลานี้ดี   เหมือนได้เข้าใกล้คนที่ตัวเองแอบชอบไปอีกขั้น...รู้สึกตื่นเต้นก็จริง  แต่ก็ไม่มากเท่าที่คิดเอาไว้  อาจเพราะเขารู้ดีว่านทีไม่ได้คิดอะไรกับเขาเกินกว่าเพื่อนคนหนึ่ง   

   นทีที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จยื่นผ้าเช็ดตัวสะอาดให้ดิว  “ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนนี้แล้วกัน  แล้วนี่ชุดนอน”  นทีวางเสื้อยืด กางเกงขาสั้นทับบนผ้าเช็ดตัวอีกที

   “ขอบใจ”  ดิวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ  นทีหันตัวเข้าซุกในผ้าห่มก่อนผลอยหลับไปอย่างง่วงงุน

   ดิวออกมาจากห้องน้ำเดินเข้าไปดูนทีใกล้ๆ ก่อนถอนหายใจออกมาเพราะร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงนอนหายใจสม่ำเสมอหลับสนิทไปเสียแล้ว  เขาเลยล้มตัวลงนอนข้างๆ  บนพื้นที่ว่างที่เหลืออยู่ 

   ตาคู่สวยมองใบหน้าหล่อเหลาที่หลับตาพริ้มอย่างเป็นสุขเงียบๆ...ในวันที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต...เขาไม่เคยคิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเขา...เขาโดนนักศึกษามหา’ลัยเดียวกันพูดแซว  สนุกปากเลยเถิดจนถึงขั้นจับไม้จับมือ  แม้ว่าจะไม่ชอบใจแต่เขาก็ไม่อยากต่อล้อต่อความ  ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถึงขั้นเดินตามไปยังที่เปลี่ยวก่อนจะลงมือปล้ำจูบ  พอเขาขัดขืนก็ทำร้ายร่างกาย  ช่วงเวลาที่กำลังจะหมดแรง...กลับมีมือใหญ่คู่นี้เข้ามาช่วยเหลือ  ทั้งยังอยู่เคียงข้างคอยเป็นพยานในยามที่ต้องขึ้นสถานีตำรวจ 

   หลังจากนั้น...สายตาของเขาก็จับจ้องแต่คนๆ นี้ตลอดจนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว  เขารู้สึกดีทุกครั้งที่เห็นนทียิ้ม  หัวเราะกับเพื่อน  และรู้สึกเศร้าเวลาที่นทีเงียบขรึมไป 

   ที่พูดว่านทีอกหักในคลิปคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างที่คนอื่นเอามาล้อ   เขาที่มองตามนทีเสมอย่อมรู้ดีกว่าใคร  มือเรียวยกขึ้นลูบจมูกคมสันเบาๆ...หากเปลี่ยนเป็นเขาได้ก็คงจะดี   เขาจะไม่ปล่อยให้นทต้องอยู่อย่างเหงาๆ คนเดียวลำพังอย่างนี้แน่





เอื้องฟ้าเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือขึ้นลงพลางทำหน้าขึงขัง 

   “มึงๆ” เอื้องฟ้าเรียกขิงเสียงเบา  มือเรียวสะกิดใต้โต๊ะ

   ขิงที่กำลังเล่นเกมส์อยู่รู้สึกขุ่นเคืองที่ถูกขัดจังหวะถามกลับเสียงดัง “อะไรวะ?” 

   ใต้โต๊ะ...มือเรียวเปลี่ยนจากสะกิดเบาๆ เป็นหยิกหนักๆ  ก่อนที่ขิงจะร้องโอดโอย...เอื้องฟ้าก็เข้าประชิดตัวพลางทำเสียงชู่ว  เหลือบตามองไปทางริวและเนมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  แล้วเลื่อนโทรศัพท์มือถือให้ขิงดู

   ขิงที่อ้าปากจะด่ากลับทำตาโตเมื่อเห็นภาพนทีที่ลงรถมาพร้อมกับดิวที่ขาเจ็บ  ทั้งยังช่วยประคับประคองทำให้ชาวเรือ ‘นทีดิว’ แล่นปรู๊ดปร๊าด  ปราดซ้ายแซงขวามาอยู่หน้าสุดของขบวนเรือ 

   ‘เสื้อพี่ดิวตัวใหญ่ไปนะคะ  หรือว่าไม่ใช่เสื้อตัวเอง  เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านเหรอ?'
   ‘จับไม่ปล่อย หวงแหละ ดูออก’
   ‘รักเหอะ ดูออกเหมือนกัน’

   พวกมึงอ่ะ ดูออก  แต่พวกกูดูไม่ออกเลย  ขิงคิดคนเดียวในใจ 

   “หัวเรือใหญ่อย่างมึงไม่คิดจะทำอะไรเลยเหรอวะ?”  เอื้องฟ้ากระซิบขิง

   “หืม?” ขิงเลิกคิ้วสูงมองเอื้องฟ้า

   “ก็มึงอ่ะที่เริ่มเดินเรือนทีต้นน้ำ  ก็ที่มึงส่งรูปมันให้เพจคิ้วบอยไง  มึงทำอะไรสักอย่างสิ  เรือคนอื่นจะแซงหน้าแล้ว”

   ขิงหันกลับมามองภาพนทีและดิวพลางทำหน้าหนักใจ  “เราจะทำอะไรได้วะ?  ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับมันสองคน  กูพายเรือมึงพังมาครั้งหนึ่งแล้ว  กูบอกตามตรง  กูเข็ดว่ะ”

   “พวกมึงทำไรกัน?”  ต้นน้ำที่เพิ่งเดินมาสบทบตบบ่าเอื้องฟ้าที่สุมหัวกับขิงอยู่  ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก มือที่จับโทรศัพท์อยู่แทบหล่นก่อนคว้าไว้ได้หวุดหวิด

   “มึงอ่ะ  ทำกูตกใจหมด” เอื้องฟ้าพูดเสียงแง้วเบาๆ  เหมือนแมวน้อยต่างจากยามปกติที่เป็นไฮยีน่าตะกายตึก

   “มีพิรุธนะ  พวกมึงวางแผนชั่วอะไรกันอีก?” 

   “ปะ...ปะ...เปล่า”  เอื้องฟ้ากับขิงผลัดกันละล่ำละลักตอบเป็นพัลวัน  “เปล่า  ไม่มีอะไรเลยมึง”

   มีแน่ๆ  ต้นน้ำหรี่ตามอง

   “ไอ้น้ำ  มึงเห็นรูปนี้ยังวะ?”  ริวถามพร้อมกับยื่นโทรศํพท์ตัวเองให้ต้นน้ำดู

   เอื้องฟ้ากับขิงแทบตะโกนด่าริว...อุตส่าห์ปิดไม่ให้เพื่อนเห็น  แต่ริวกลับยื่นมีดให้เพื่อนแทงตัวตายเฉยเลย

   ต้นน้ำที่รับโทรศัพท์มาดูเงียบไปพักใหญ่  หัวใจสูบฉีดเลือดเร็วจนผิดจังหวะ  เหมือนมีลูกตุ้มหนักๆ มาทับที่อก  ทั้งบีบทั้งรัดหัวใจจนแน่น  มือสั่น  ตัวสั่นอย่างที่ตัวเองก็ควบคุมไม่ได้ 

   “คนบางคนก็ทุ่มเทเพื่อได้มา  แต่คนบางคนก็ทุ่มทิ้งตลอด  เป็นมึง...มึงเลือกคนไหนวะ?”  ริวถามเหมือนปรึกษาแต่ส่งรอยยิ้มมุมปากกับดวงตาร้ายกาจให้ต้นน้ำ

   ต้นน้ำไม่ตอบ  ได้แต่หลบตาริว  เขาจะตอบอะไรได้...ในเมื่อเขาเป็นคนที่วิ่งหนีออกมาเอง

   “ว่าไง...มึงเลือกคนไหน?”  ริวถามซ้ำ

    ต้นน้ำอ้ำอึ้งก่อนตอบ  “คนที่...ทุ่มเทมั้ง”

    “ถ้ามึงรักใครสักคน  ไม่ว่าเขาจะทุ่มเทให้มึง  หรือทุ่มมึงทิ้ง  มึงก็ยังจะเลือกเขาอยู่ดี” ริวบอกเสียงเรียบ  สายตามองต้นน้ำนิ่ง  “แต่คนที่น่าสงสารที่สุด  น่าจะป็นคนที่ทุ่มเท...แต่กลับได้กลับมาแค่ความว่างเปล่านะ” 

   “สงสารนทีว่ะ”  เนมสำทับ

   “สงสารทำไมวะ?” 

   “ก็มันอกหักไง”

    อกหักตรงไหนกัน?  ก็เห็นควงกันอยู่ “ไปเรียนเถอะมึง  สายแล้ว”





ต้นน้ำก้าวเข้าไปในห้องก่อนเป็นคนแรก  จากการแอบมองด้วยหางตา...เขาเห็นกลุ่มนทีแวบๆ อยู่ด้านหลังของห้อง  ต้นน้ำจึงเลือกที่นั่งด้านหน้าพลอยทำให้เพื่อนที่ตามหลังเข้ามาต้องตามมานั่งด้วย

   ริวหันไปเพยิดหน้าใส่เม่นแทนคำทักทาย  เม่นยกมือตอบ  เป็นอันว่า...รู้กัน 

   “ทำไมพวกมันไม่มานั่งกับเราวะ?”  ต้นปาล์มถาม  “หรือว่า...พวกมันเกลียดเราแล้ว”

   น็อตตบต้นปาล์มหัวคว่ำ “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก  มันเกลียดมึงคนเดียว” 

   “ไอ้เหี้ย  กูไปทำอะไรให้มันวะ?  เดี๋ยวกูต้องไปถามให้รู้เรื่อง”

   “ไม่ใช่มึงหรอก  น่าจะเกลียดกูมากกว่า”  นทีที่ได้ยินบทสนทนาตลอดบอกเสียงแผ่ว

   เม่นมองต้นปาล์มอย่างเหยียดหยามก่อนหันไปหานที  “งั้นมึงต้องไปถามให้รู้เรื่องนะ”

   สายตาคมปลาบจับต้องที่แผ่นหลังของต้นน้ำตลอดคลาสเรียน  วูบหนึ่งก็คิดถึงเหลือเกิน  วูบหนึ่งก็ไม่รู้จะจัดการยังไงกับความสัมพันธ์นี้ดี  เขาไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว  อยากเดินหน้าให้รู้แล้วรู้รอด  แต่ถ้าการเดินหน้าต่อ...มันทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ  เขาก็ยินยอมกลับไปเป็นเหมือนเดิม  ดีกว่า...จะต้องสูญเสียไป

   จบคลาส...ต้นน้ำก็วิ่งปร๋อออกไปจากห้องโดยไม่สนใจใคร  แม้จะคิดถึงมากจนไถทวิตสามเวลาก่อนอาหาร  แต่เขายังไม้พร้อมที่จะเจอหน้านที  กลัวเหลือหากนทีจะถามว่า...เขาจูบนทีทำไม?  เขาจะตอบอย่างไร?
   ชอบ?
   รัก?
   ม่ายยยยยย...เขาจะให้นทีรู้ความรู้สึกเขาไม่ได้  เขาไม่น่าไปจูบนทีเลย  แต่โบราณว่า...อย่าถือคนบ้า  อย่าว่าคนเมา...เขาขอใช้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้  แล้วเขาก็แกล้งสมองเสื่อม...จำอะไรไม่ได้ไปแล้วด้วย 




ต้นน้ำนั่งเท้าคางอยู่ริมสนามฟุตบอล  เอื้องฟ้าชวนเขามาดู ‘นักฟุตบอล’สุดหล่อ  ผิวคร้ามร่างสูง 

   “มึงอย่ามาทำหน้าอมสากกะเบืออยู่แถวนี้สิวะ  กูอุตส่าห์ชวนมาดูผู้ชาย”  เอื้องฟ้าเอานิ้วผลักหน้าต้นน้ำ

   “กูไม่ได้ชอบผู้ชาย”

   “หรา?  กรี๊ดดดด”  เอื้องฟ้ากรีดร้องเสียงดังเมื่อนักกีฬาหนุ่มหล่อส่งยิ้มมาทางอัฒจันทร์ฝั่งสาวๆ  “เขายิ้มให้กูๆ”  ร่างน้อยหันมาบอกเพื่อน

   ขิงส่ายหน้า  “ก็มึงตะโกนเรียกเขาซะขนาดนั้น  เขาจะไม่หันมาได้ไงล่ะ?”  ดีแค่ไหนแล้วที่หันมาส่งยิ้ม  ถ้าเป็นเขาแล้วล่ะก็...ได้ยินเสียงเรียกกระตุกจิตขนาดนี้  ไม่กระตุกตีนใส่ก็บุญแล้ว  ขิงคิดไปเองคนเดียวตามประสาทอมสไตล์ตบจูบ 

   “มึงไม่รู้อะไร?  การสบตานี่แหละที่เป็นหน้าต่างของหัวใจ  สบตาก่อน...เดี๋ยวใจก็เปิดเอง”  เอื้องฟ้าเบ้หน้าใสขิง  ก่อนวิ่งไปออกับสาวๆ กลุ่มแฟนคลับนักบอลอยู่หน้าอัฒจันทร์

   ขิงทำหน้ากลืนไม่เข้า  คายไม่ออกก่อนหันไปหาต้นน้ำ  “อีเอื้องมันชวนมึงมาเพราะมันเป็นห่วงมึงนะ  มันเห็นมึงซึมๆ”

   ต้นน้ำ “.....” เขาดูออกง่ายขนาดนั้นเชียว

   “มันคงไม่อยากให้มึงเป็นแบบมันอ่ะ”

   ต้นน้ำเลิกคิ้วมองขิงด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม  “เป็นแบบไหนวะ?”

   “มึงก็รู้เรื่องมันแล้วนี่  เพื่อนสนิทกูอ่ะ...คู่หูดูโอ้เลยมึง...ชื่อวิว  จีบสาวก็ไปด้วยกัน  กลุ่มเดียวกันกับอีเอื้องนี่แหละ  แต่แล้ววันหนึ่ง...มันก็มาบอกกูว่ามันชอบเอื้องฟ้า  กูก็เชียร์สิ  เพื่อนก็เชียร์กันหมด  มันก็ดูชอบกันนะ  แต่ก่อนวันเรียนจบ...วิวสารภาพว่าชอบมัน  แต่มันปฏิเสธ  หลังจากนั้น...ไอ้วิวก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ  กูยังติดต่อมันอยู่  แต่พวกมันกลับไม่คุยกันเลย  มันแอดเฟรนด์กันในเฟสบุค  มันฟอลโลวไอจีกัน  แต่มันไม่เคยกดไลค์  ไม่เคยคอมเม้นท์กันเลย  บางทีกูดู...กูก็อึดอัดว่ะ  แล้วกูก็เป็นคนเชียร์พวกมันด้วย...พอมันมาเป็นแบบนี้  กูแม่งรู้สึกผิดเลย”

   “ไม่ใช่ความผิดของมึงหรอก  ใครจะรู้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้วะ?” 

   “แล้วมึงรู้สาเหตุที่มันมาดูผู้ชายวันนี้ป่ะ?”  ต้นน้ำส่ายหน้า  ขิงพยักเพยิดไปยังร่างบางที่ร้องกรี๊ดๆ เบื้องหน้าอัฒจันทร์  “อีเอื้องมันยังชอบไอ้วิวอยู่  เมื่อวาน...มันรูปคู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง  เขียนแคปชั่นว่า  จบเรื่องเก่าเพื่อเล่าเรื่องใหม่  ไอ้เหี้ย...คนถูกปฏิเสธแม่งเริ่มชีวิตใหม่ไปแล้ว  แต่คนปฏิเสธยังวนอยู่ที่เดิมอยู่เลย”

   “น่าสงสารอีเอื้องว่ะ”  เขาไม่เคยรู้เลยว่าเบื้องหลังไฮยีน่าจะมีลูกหมาผู้ซื่อสัตย์ซ่อนอยู่

   “นี่แหละสาเหตุที่กูต้องมาดูผู้ชายเป็นเพื่อนมัน  เหม็นเหงื่อชิบหาย  ถ้ามึงสงสารมัน...พรุ่งนี้มึงไปดูผู้ชายที่ชมรมบาสเป็นเพื่อนมันนะ  กูจะได้นัดสาวสักที”

   “เชี่ย  เออ...เดี๋ยวกูไปดูเป็นเพื่อนมันเอง”

   “มึงเองก็เหมือนกัน  ถ้ามึงรักใครสักคนแล้วก็ลุยเลยเถอะ  เลิกรักมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดนะเว้ย  เหมือนที่ไอ้ริวบอก  ต่อให้โดนทุ่มทิ้ง...มึงก็ยังจะรักคนนั้นอยู่”  กูรูขิง  บทจะจริงจังขึ้นมาก็เอาเรื่องเหมือนกัน 

   “หมายความว่า...เพื่อนมึงคนนั้นไม่ได้รักอีเอื้องแล้วเหรอ?”

   ขิงพูดมากจนคอแห้งเลยคว้าขวดน้ำมาดูดก่อนตอบ  “ก่อนหน้านี้ก็ยังรักอยู่นะ  แต่รู้แล้วไง...ว่าอีเอื้องไม่เอาแน่แล้ว  ก็เลยต้องไปต่อ  กูถามจริงๆ  มึงชอบนทีใช่ไหม?”

   “ถ้ากูบอกว่าเปล่าล่ะ?  ถ้าขิงยังสงสัย...นทีจะสงสัยเขาด้วยไหม?  ต้นน้ำถอนหายใจยาว  คนอื่นจะรู้ก็ช่าง  ขอแค่นทีไม่รู้ก็พอ

   “ก็เรื่องของมึง  หลอกใครก็หลอกได้  แต่มึงหลอกตัวเองไม่ได้หรอก  ถ้านทีตกลงไปคบคนอื่น...มึงจะรู้สึกยังไง?”

   ต้นน้ำเงียบคิด  “ก็คงยินดีว่ะ”

   “แล้วมึงไม่เจ็บ?”

   “เจ็บ”

   “แล้วมึงจะเลิกรักมันไหม?”

   “ไม่อ่ะ  กูก็คงจะยังรักมันอยู่อย่างนั้น” ต้นน้ำตอบโดยไม่ทันสังเกตรอยยิ้มร้ายที่ผุดขึ้นแวบหนึ่งบนใบหน้าขิง

   “แล้วทำไมมึงไม่คบกันสักทีวะ  นทีมันก็แสดงออกชัดเจนว่าชอบมึงเหมือนกันนะ?”

   “มัน  ชอบ  กู  เหรอ?”  นที  ชอบ  เขา  เหรอ?

   “อย่า บอก ว่า มึง ไม่ รู้”  ขิงพูดชัดเจนทีละคำเลียนแบบต้นน้ำ

   ต้นน้ำนิ่วหน้า  จะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่...หลายครั้งที่เขารู้สึกว่านทีเองก็ชอบเขาเหมือนกัน  แต่ก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง  และก็...

   “ถ้ามึงกลัวความสูง...มึงยืนอยู่บนที่สูง  แล้วข้างล่างมีคนที่มึงชอบอยู่...มึงกล้ากระโดดลงไปหาเขาไหม?”

   ขิงส่ายหน้า  “แบบนั้นไม่กล้าอ่ะ  กลัวตาย  แล้วถ้ามีเตียงอัดลมไว้รองรับล่ะ?  แบบ...มึงโดดลงไป  มึงปลอดภัยแน่นอน”

   “ก็ดีขึ้นนิดนึง  แต่ก็ต้องทำใจก่อนอยู่ดี”

   “สรุปว่ามึงกลัว!  กลัวอะไรวะ?”

   ต้นน้ำยู่หน้า  “ไม่รู้ว่ะ  รู้แต่ว่าไม่กล้า”

   



ร่างสูงเดินดูโทรศัพท์มือถือพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดีก่อนจะทรุดนั่งฝั่งตรงข้ามของคนที่นั่งจับจ้องตารางหมากรุกบนโต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าคณะวิศวกรรมศาตร์  บนตารางมีตัวเบี้ยหมากฮอสวางอยู่ทั่วกระดานคล้ายกับว่าผู้เล่นคนก่อนเล่นค้างไว้ 

   “ไง...ได้ข่าวว่าอกหักเหรอมึง?”  ริวทักขึ้นก่อน

   นทีหัวเราะเบาๆ  “ไม่รู้ว่ะ  มั้ง?”

   “เอาจริง?”

   “เอาจริงอะไร?”

   “เรื่องมึงกับไอ้น้ำอ่ะ...ยังไง?”

   นทียิ้มบาง  ไม่แปลกใจที่ริวรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับต้นน้ำ  เพราะเขาก็ไม่ได้ตั้งใจปิดบังอะไร  เพียงแต่...เกรงว่าอีกฝ่ายจะรู้แล้วตื่นตูมหนีไปก่อนก็เท่านั้น 

   “กู...ชอบมันว่ะ  ชอบจริงๆ น่ะแหละ  แต่สำหรับมัน...กูไม่รู้  เหมือนพอกูขยับเข้าไปใกล้  มันก็จะเขยิบหนี  ทำยังไง...ระยะห่างก็เท่าเดิม  เหมือนมันมีพื้นที่...ที่กูยังเข้าไปไม่ได้”  เขานึกถึงคำพูดของน้ำตาลอีกครั้ง ‘ถ้าเราจริงจัง  น้ำก็จะหนี  แต่ถ้าเราทำเป็นเล่นๆ...เขาก็จะยอมให้เราอยู่ใกล้ได้’  ไม่ได้คิดเลยว่าวันหนึ่ง...ตัวเองกลับต้องมาพูดถ้อยคำคล้ายๆ กับที่น้ำตาลเคยพูด

      
   “มึงก็เลยมานั่งเศร้า...ว่างั้น?”

   “กูไม่ได้นั่งเศร้า กูแค่...ยังไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป”  มือเรียวเคาะไปที่กระดานหมากรุกบนโต๊ะหินอ่อน  “ถ้ากูเดินหมากผิดตัวเดียว  อาจจะล้มทั้งกระดานเลยก็ได้  มึงก็รู้ว่าเกมส์นี้...กูแพ้ไม่ได้”

   “แล้วที่มึงไม่ยอมกลับบ้านนี่  หมากเกมส์นี้...มันดีแล้วเหรอวะ?”

   “ก็ไม่ดีเท่าไรหรอก”  แต่ก็ยังดีกว่าผลีผลามทำอะไรลงไปแล้วผิดพลาด 

   “งั้นกูจะบอกอะไรให้มึงอย่างหนึ่ง  เผื่อมึงจะรู้ว่ามึงต้องทำยังไง?” ริวยักคิ้วให้อย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า “ถึงมึงจะเป็นฝ่ายที่เดินเข้าหามัน  แต่มัน...ไม่เคยเดินหนีมึงเลยนะเว้ย  ระยะห่างมันไม่ได้เท่าเดิมอย่างที่มึงคิดหรอก”

   “มึงรู้ได้ไง?”

   “ไม่บอก  แต่เชื่อกูเถอะ  กูเอาเกียรติเป็นประกัน”

   “ซึ่งมึงไม่มี”

   “ไอ้สัด  กูอุตส่าห์หาข้อมูลมาให้  มึงนี่ไม่สำนึกจริงๆ  ลุยเลยเถอะมึง  ถ้ามันไม่ชอบมึงจริงๆ  ค่อยอกหักตอนนั้นก็ไม่สาย”

   นทียิ้มกว้างแบบที่ไม่ได้ยิ้มแบบนี้มาหลายวันแล้ว  สงสัยว่า...จะได้เวลาต้องกลับบ้านแล้วมั้ง   รู้แบบนี้แล้ว...เขาก็พอจะรู้ว่าต้องเดินทางไหนต่อ  ไม่ว่าพื้นที่ส่วนตัวหรือประตูที่ปิดตาย  เขาก็จะหาทางทำลายเข้าไปให้ได้


----------- tbc ----------

*A talk*

ใจเย็นน๊า  ตอนหน้านทีก็จะกลับบ้านแล้วจ้า

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

บรรดาเพื่อน ๆ นี่แสนดีเหลือหลายเลย 

น่ายินดีแทนนทีต้นน้ำจริง ๆ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
เหมือนทำงานเป็นขบวนการ 55555555555555

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :katai2-1: มีเพื่อนดี ต้องตบรางวัล

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด