------- นทีต้นน้ำ ------- ตอนที่ 30 ------ [17/12/2020]---P.9
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ------- นทีต้นน้ำ ------- ตอนที่ 30 ------ [17/12/2020]---P.9  (อ่าน 18759 ครั้ง)

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
เจอของจริงแล้วนที ฮืออออออออออออ
ดิวจะเห็นมั้ยเนี่ย  :ling2:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :z3: ม่าย ม่ายหน้าอ่านเวลานี้

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 587
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-0
 :a5: นทีค่ะ  :a5: ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง แต่นทีเนียน นัวเนียได้น่ารักน่าหยิกมากกกค่ะ  :hao7:  :hao3:  :hao7:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
กำลังเพลิน​ๆมาเจอแบบนี้ตอนตีสี่​ ใจนี้เสียวแวบเลย

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
อุ๊ย !  คุณพ่อมาจริงป่ะ

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
แต่งตัวแบบนี้ มาแบบนี้...ตอนตีสี่
ไม่กอดแน่นๆ ก็บ้าแว้ว
 :hao7:
เราต้องเนียนเข้าไว้เนาะ
กอดๆๆๆ

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ฮืออออออออออออ ค้างงงงงงงงงง   :z3: :z3: :z3:
ท่าทางนที จะไปจัดการกับตัวเอง หลังจากทายาที่สะโพกต้นน้ำ
เพราะลมปราณแตกซ่าน   :pighaun:
มีคนท้าแข่งกับต้นน้ำแล้ว  :เฮ้อ:
ถ้าไม่ใช่ มันก๊ไม่ใช่นะดิว  :m16:
นที  ต้นน้ำ    :กอด1: :กอด1: :กอด1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
พ่อที่ว่านี่ใช่พลังงานป่ะอ่ะ ฮ่าๆ นทีไปไม่รอดแล้วลูกเอ๊ย น้องน้ำคนดีของอิป้า น่ารักกกก  :-[ :-[

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
พ่อตายแล้วววววว

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ------- นทีต้นน้ำ ------- ตอนที่ 9 ------ [30/8/2019]
« ตอบ #69 เมื่อ: 30-08-2019 15:02:51 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เด๋วนะ........คุ้น ๆ ว่าพ่อต้นน้ำเสียไปแล้วไม่ใช่เหรอ? 

แล้วที่นทีเห็นนั่นหล่ะ คืออัลไล?

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
รู้สึกคำอวยพรของแม่จะมีผล

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำ  ตอนที่ 10

เปลี่ยนไปกินข้าวหมูแดงบ้างก็ดีนะ



“นี่” ต้นน้ำเป็นฝ่ายเรียกขึ้นก่อน

“อืม” นทีขานรับ

“เราจะนอนท่านี้กันจริงๆ เหรอ?”  ท่ามกลางแสงไฟทุกดวงเปิดสว่างจ้า  ผู้ชายตัวโตสูงไม่ต่ำกว่า 180 เซนติเมตรสองคนนอนหันหลังชนกันภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน

“แล้วมันมีท่าไหนที่ผีเข้าไม่ได้บ้าง?” นทีเก็บเท้าเข้าในผ้าห่มผืนใหญ่มิดชิด 

“แต่ถ้าผีจะเข้า  ท่าไหนก็เข้าได้ป่ะ?  นายไม่เคยดูจูออนเหรอ?  นอนคลุมโปงก็ยังมุดออกมาได้”

“ไอ้หนังบ้านั่นมันทำลายเซฟโซนของเรา” นทีบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดจริงจัง   

‘เซฟโซน’ ผ้าห่มเนี่ยนะ? “นายกลัวจริงๆ เหรอ?”  นายเห็นจริงๆ เหรอ?

“นี่นายคิดว่าเราล้อเล่นเหรอ?  เราเห็นจริงๆ  แค่เรายังไม่อยากเล่าตอนนี้”  นทีพูดจบก็เบียดแผ่นหลังเข้ามาชิดอีก  เบียดจนแทบไม่รู้จะเบียดยังไงแล้ว 

“งั้นเรานอนหงายนะ  นอนท่าเดียวมันเมื่อย  ถ้าผีมันมาด้านบนกับข้างนี้...เดี๋ยวเรากันไว้ให้”  นี่เขาคุยอยู่กับเด็กสามขวบที่คิดว่าผ้าห่มกันผีได้อยู่หรือไง?

“อืม” นทีอนุญาต

“นายนอนท่าเดียวไม่เมื่อยหรือไง?”  นทีนอนตะแคงข้างเดียวมาครึ่งชั่วโมงกว่าๆ แล้ว “เราเปลี่ยนข้างกันไหม? นายย้ายมานอนเฝ้าระวังฝั่งนี้  เดี๋ยวเราไประวังฝั่งโน้นเอง”

ได้ผล...นทีพลิกตัวนอนหงายเตรียมตัวย้ายมานอนตะแคงอีกฝั่ง 

ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน  ต้นพลิกคว่ำ  ใช้แขนทั้งสองข้างค่อมตัวนทีไว้เพื่อย้ายไปนอนอีกด้าน  ตาสองคู่สบตากันชั่วครู่  เหมือนมีแรงดึงดูดให้ต่างคนต่างมองตากันและกัน...เหมือนเข้าใจแต่ไม่รู้ความหมาย 

“ท่านี้ปลอดภัยที่สุด” นทีบอกโดยไม่ละสายตาจากดวงตาคู่สวย

ต้นน้ำขยับตัวเบี่ยงไปอีกด้าน  หลบสายตาไปทางอื่น  เม้มปาก  กลืนน้ำลายเบาๆ...‘ร้อน’ อีกแล้ว 

 นทีนอนตะแคงหันหลังให้ต้นน้ำ  รอยยิ้มนิดๆ จุดขึ้นที่ริมฝีปาก  รอยยิ้มที่ต้นน้ำไม่ได้เห็น  เรื่องบางเรื่อง...ก็เร่งรีบไม่ได้นะ“นอนไม่หลับ  คุยกันเถอะ” 

ต้นน้ำเองก็รู้สึกว่าจะนอนไม่หลับเหมือนกัน  “อืม  คุยเรื่องอะไรล่ะ?”

นทีชวนต้นน้ำคุยตั้งแต่เรื่องของเล่น  เกมส์  เพื่อน  เรื่องราวตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน  ต่างคนต่างสรรหาเรื่องมาคุยไม่หยุดราวกับต้องการรักษาช่วงเวลานี้ให้ยาวนานที่สุด

“ตีสี่แล้ว  นอนได้ยัง?”  ต้นน้ำถามเนือยๆ 

“นายง่วงแล้วเหรอ?”

“ฮื่อ”  ง่วงนานแล้วเถอะ

“ง่วงแล้วทำไมไม่บอกแต่แรก”

“ก็นายกลัวผีนี่  นายไม่เคยได้ยินเหรอว่า...ตีสามผีออก  เราเลยคุยเป็นเพื่อนนายไง  แต่นี่...ตีสี่แล้ว  ผีน่าจะเลิกงานแล้วมั้ง  เราก็น่าจะนอนกันได้แล้ว”

“อย่าเพิ่งนอนเลย  ไหนๆ ก็จะเช้าแล้ว  เราไปตักบาตรให้พ่อนายกันเอาไหม?”  เผื่อคุณพ่อจะปราณี...ไม่มาให้เห็นอีก

ต้นน้ำอ้าปากหาวก่อนตัดสินใจ  “ไปก็ไป  งั้นก็ลุกไปหาโจ๊กกินกันด้วยเถอะ  หิวแล้วเนี่ย”





ตักบาตรเสร็จ...ต้นน้ำก็พานทีมาที่ต้นจำปีขนาดใหญ่ที่สูงกว่าบ้านสองชั้นของเขาส่งกลิ่นหอมรวยริน   เป็นต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดของบ้านแล้ว

“นายทำอะไร?”  นทีถามเมื่อเห็นต้นน้ำกดโทรศัพท์มือถือ

“เซิร์ทเน็ต...หาบทกรวดน้ำ  นายท่องเป็นเหรอ?”

นทีส่ายหัว  “ไม่เป็นอ่ะ  เอาด้วย”  ว่าพลางหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดหาบทกรวดน้ำบ้าง

ทั้งสองคนพากันกรวดน้ำเงียบๆ  ต่างคนต่างบอกสิ่งที่ตัวเองอยากพูดในใจ 

นทีถามเมื่อเห็นต้นน้ำลุกขึ้น “ถ้าพ่อนายอยู่ตรงนี้  นายจะพูดอะไร?” 

ต้นน้ำลุกขึ้นยืน  “ขอโทษ...มั้ง  ขอโทษที่ไม่เคยบอกว่ารักเขาเลย  ไม่เคยแสดงออกด้วยซ้ำ”  ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงแดดอ่อนยามเช้า “ตอนนั้นแม่ร้องให้บ่อย  บางครั้งก็บอกให้เราเลือกว่าเราจะอยู่กับใคร  เราก็รู้สึกเหมือนเราต้องเลือกทีม  ถ้าเราคุยกับพ่อ  แม่ก็จะเหงา  เหมือนเราไม่ได้เข้าข้างแม่  ทั้งที่ความจริงแล้ว...เราสามคนควรอยู่ทีมเดียวกันมากกว่า”  มือเรียวเอื้อมมือไปรับใบไม้แห้งที่ร่วงโรยลงมาจากยอดไม้ 

สายลมพัดกิ่งจำปีปลิวโบกเบาๆ  คล้ายการพยักหน้ารับรู้ของคนที่จากไป

นทีเองก็มองไปยังกิ่งไม้ที่โบกปลิวด้วย  “บางทีเราอาจจะผิดที่เลือกข้างก็ได้  เราเองก็ควรอยู่ข้างคนทั้งคู่เหมือนกัน  แต่จะทำยังไงได้ล่ะ?  ตอนนั้น...พวกเราก็ตัวแค่นั้น”




คลาสเรียนรวมในเช้าวันจันทร์  นทีจับจูงต้นน้ำที่เดินกระเผลกเข้ามาห้องเรียน  เสียงดังจอแจกลับเงียบลงไปชั่วอึดใจ  ก่อนจะฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง  คล้ายๆ  กับการถูกนินทาในกลุ่มเพื่อน...เวลาคนที่ถูกนินทาเดินเข้าไปในกลุ่ม  ทุกคนจะเงียบๆ อึ้งๆ  จากนั้นก็ทำเป็นหาเรื่องคุยสนุกสนานเฮฮากว่าเดิม  เหมือนเรื่องที่คุยอยู่ก่อนหน้านี้ไม่เกี่ยวกับคนที่เข้ามาใหม่แม้แต่นิดเดียว... บรรยากาศตอนนี้ก็คล้ายๆ จะเป็นอย่างนั้น

นทีประคองแขนต้นน้ำเข้าไปนั่งที่  ซึ่งกลุ่มเพื่อนช่างนินทารออยู่แล้ว

“อย่าบอกนะว่า...” ริวชี้หน้าต้นน้ำ 

“ว่าอะไร?”

“มึงเสร็จนทีไปแล้ว  เหมือนที่ในเพจเขาพูดกัน”  คำถามชัดเจนมากต้นปาล์ม

“ช่าย”  ต้นน้ำลอยหน้าลอยตาตอบ 

“เฮ้ยยย”  เสียงทั้งกลุ่มตะโกนอย่างตกใจ

“เสร็จตีนมันน่ะสิ”  ต้นน้ำเล่าเรื่องราวความเป็นมาให้เพื่อนฟัง

ริวกุมท้องหัวเราะจนน้ำตาเล็ด  “โถ...เพื่อน  มึงอุตส่าห์รักษาเนื้อรักษาตัว  ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใคร  มาโดนตีนนทีเปิดซิงซะงั้น” 

เม่นที่ได้ยินเรื่องการรักนวลสงวนตัวของต้นน้ำมานานก็หัวเราะด้วย  ว่าเขารักตัวกลัวตายแล้ว...แต่ต้นน้ำหนักกว่า “มึงต้องรับผิดชอบมันเลยนะนที”

“ก็รับผิดชอบอยู่เนี่ย”  คนมีความรับผิดชอบยิ้มรับนัยน์ตาพราว




คนบางคนก็เหมือนเกาะแน่นเหมือนเห็บ  น่ารำคาญเหมือนแมลง  แมลงหวี่แมลงวันที่แม้ไม่ได้อันตรายแต่ก็ยัง...น่ารำคาญอยู่ดี 

“น้ำ  คิดถึงจังเลย”  ร่างบางโผเข้ากอดทันทีที่เห็นใบหน้าขาวใสของต้นน้ำ

ต้นน้ำขืนตัวออกเล็กน้อยพอเป็นพิธี  คนอื่น...ไม่มีใครเข้าใจหรอกนะว่าน้ำตาลกับเขาสนิทกันแค่ไหน  ถ้ามีคนเอาไปนินทา...น้ำตาลนั่นแหละที่จะเป็นคนเสียหาย  น้ำตาลเองก็ไม่เคยระวังตัวเอาเสียเลย

อ่า...คนบางคนพ้นช่วงเคอร์ฟิวแล้วสินะ  มือใหญ่จับคอเสื้อต้นน้ำถอยมาด้านหลัง  อีกมือก็ช่วยดันหน้าน้ำตาลไว้ไม่ให้เข้ามาใกล้

“นที๊!”  น้ำตาลเรียกชื่อนทีด้วยเสียงสูงกระชาก  น้ำเสียงผิดกันลิบลับกับที่ใช้เรียกต้นน้ำ  มือเล็กยังตะกายหาอ้อมกอดอุ่นของคนที่เพิ่งโดนแยกออกไป

“ระวังตัวหน่อยน้ำตาล”  นทีบอกเสียงขรึม  “เดี๋ยวต้นน้ำจะเสียหายนะ”

เพื่อนในกลุ่มมองหน้ากันเหรอหรา...ผู้หญิงไม่ใช่เหรอวะที่เป็นฝ่ายเสียหาย? 

เสียงคิกดังมาจากทางด้านหลัง  หญิงสาวสองคนใส่ชุดนักศึกษามหา’ลัยเดียวกับน้ำตาลหัวเราะให้กันคิกคัก

“เพื่อนเราเอง”  น้ำตาลบอกพร้อมกับแนะนำเพื่อนอีกสองคนให้ต้นน้ำรู้จัก  คนหนึ่งชื่อแตงโม...ซึ่งก็...สมชื่อ   อีกคนหนึ่งรวบผมครึ่งหัวไปมวยเป็นทรงบันนี่อยู่ด้านบนชื่อกระต่าย...ดูน่ารักๆ สมชื่อเหมือนกัน  ทั้งสองคนส่งยิ้มให้พร้อมกับโบกมือทักทาย  ประกายตาดูระยิบระยับขึ้นเมื่อมองไปทางนที

“นี่เพื่อนเรา”  ต้นน้ำแนะนำเพื่อนทั้งหมดให้หญิงสาวทั้งสามคนรู้จักก่อนเอ่ยชวน  “ไปกินข้าวกันเถอะ  กินที่โรงอาหารนี่ก็พอนะ  เรามีเรียนต่อ”

“ทำไมเดินกะเผลกๆ” น้ำตาลถามขณะที่เดินเคียงคู่กับต้นน้ำไปยังโรงอาหาร  หรือว่า...จะเป็นอย่างในเพจยุแยงตะแคงรั่วนั่น  อ่านเพจมากจนทนไม่ไหว  ต้องรีบรุดโดดเรียนเพื่อมาดูให้เห็นกับตาตนเองถึงที่นี่ 

“ก็นทีน่ะสิ ทำเราเมื่อคืน”

“ทำอะไร?  นทีทำอะไร?”  น้ำตาลเริ่มโวยวายเสียงดัง  ทั้งภาพทั้งเสียงที่คนเขาแชร์กัน  ถึงตอนแรกจะเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่คนอื่นมโนกันไปเอง  แต่พอเสพมากๆ เข้า  จิตใจก็ชักจะหวั่นใจ 

ต้นน้ำกลัวน้ำตาลโวยวายเสียงดัง  เลยรีบเล่าอีกรอบ  เล่าซ้ำสองรอบแล้วนะวันนี้ 

“จริงเหรอ?”  น้ำตาลถามย้ำเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“จริง!” ต้นน้ำพยักหน้าหนักแน่น

“นทีเข้าใจผิดคิดว่าน้ำเป็นโจรได้ไง? ในบ้านก็มีแค่คนเดียว  ก็น่าจะรู้ไหมว่าเป็นใคร?”

ต้นน้ำกลืนน้ำลาย  จากที่เขาฟังที่นทีเล่าคือนทีเห็นคนที่ใส่เสื้อสีฟ้าสวมกางเกงยีนส์สีเข้มเดินเข้าไปหลังบ้าน  ซึ่งแน่ใจได้ว่าไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน  จะบอกว่าเป็นพ่อเขา...ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใช่จริงหรือเปล่า?  แม้ว่าในรูปจะเห็นแค่ช่วงบน  แต่นทีก็พูดถูก...ในวันที่พ่อเสีย  แม่สวมสีฟ้าเสื้อตัวโปรดเข้าคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้มตัวเก่งให้พ่อจริงๆ   

นทีที่เห็นคนๆ นั้นเลยเดินตามเข้าไป  เมื่อเห็นคนกำลังกำลังรื้อของอยู่   ก็ปักใจเลยว่าเป็นขโมย   ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...จัดให้เต็มๆ หนึ่งดอก!

“ก็ตอนนั้นเราใส่ผ้าโพกหัว  ใส่หน้ากากกันฝุ่นด้วยไง”

“อ๋อ”  น้ำตาลพยักหน้ารับ

ต้นน้ำระบายลมหายใจ  จบคำถามเจ้าหนูจำไมซะที 

“หึ...น้ำอย่ามาแก้ตัวแทนนทีหน่อยเลย  ยังไงเราก็ไม่ยอมหรอกนะ”  น้ำตาลเดินไปโวยวายใส่นทีที่เดินตามมาด้านหลัง  ง้างขาจะเตะหน้าแข้งนทีแต่นทีเอาขาหลบทัน

ต้นน้ำโล่งใจ  โยนไปทางนทีก็แล้วกัน

“เย้ย!  อะไรอ่ะ?  มาเตะเราทำไมน้ำตาล?”  นทีโวยวาย

“ก็นายทำให้ต้นน้ำเจ็บ  ต้องเดินกระเผลกๆ แบบนี้ไง  อย่าหนีนะ”  น้ำตาลชี้หน้ากล่าวโทษนทีที่ไปหลบหลังเม่นก่อนไล่ตามไป  วันนี้ต้องเธอต้องแก้แค้นคืนต้นน้ำให้ได้สักถีบ

“ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ  มันมืด”  นทีวิ่งไปหลบหลังริว

“ไม่ได้ตั้งใจก็ช่าง  น้ำใจดีไม่เอาเรื่อง  แต่เราไม่ใจดีเหมือนน้ำหรอกนะ”

ใจดีอะไรวะ...กว่าจะหายโกรธ  เขาง้อแทบตาย “นี่  ต้นน้ำไม่ชอบผู้หญิงขี้โวยวายหรอกนะ”  ได้ผล  น้ำตาลชะงักกึก

ร่างบางเคลื่อนเข้ามาใกล้  “แล้วน้ำชอบผู้หญิงแบบไหน?” 

“ไม่รู้  แต่เห็นชอบทำท่ารำคาญเอื้องฟ้าประจำตอนที่เอื้องมันโวยวาย” 

“นี่  นายช่วยสืบให้หน่อยสิ  ว่าต้นน้ำชอบผู้หญิงแบบไหน?”

มีใครบ้าช่วยสืบข้อมูลให้ศัตรูหัวใจกันวะ?  อย่างน้อย...ต้องไม่ใช่เขาแน่ “ได้สิ  เดี๋ยวเราจะช่วยสืบให้”  นทีบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่สุดในชีวิต




ทีม ‘เจ้าบ้าน’ ทำหน้าที่ตอนรับทีม ‘เยือน’ ไม่มีขาดตกบกพร่อง  ขิงทำหน้าที่พาน้องแตงโมทัวร์รอบโรงอาหาร  ซื้อข้าวซื้อน้ำโดยให้เหตุผลว่า...อากาศมันร้อน  กินแตงโมมันจะได้ชื่นหัวใจ  พอๆ กับคนรักสัตว์อย่างต้นปาล์มที่คอยดูแลให้ข้าวให้น้ำน้องกระต่ายไม่ห่าง 

พอมีคนมาเพิ่ม  โต๊ะก็แน่นเกินไป  นที เม่น ริว... สามหนุ่มโคตรสุภาพบุรุษเลยเสียสละย้ายมานั่งอีกโต๊ะหนึ่ง  นทีนั่งกอดอก  คิ้วเข้มขมวดมุ่น  ตาเรียวหรี่ลงเล็กน้อย  มองภาพน้ำตาลที่นั่งคุยกับต้นน้ำอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนัก   ภาพวันแรกที่เขาได้รู้ว่าน้ำตาลชอบต้นน้ำวนเข้ามาในสมอง

‘ถ้าจริงจังก็จะหนี  แต่ถ้าทำเป็นเล่นๆ  ก็จะยอมให้อยู่ใกล้ได้’ 

เขาเกลียดอาการนี้   เกลียดความรู้สึกแบบนี้  เกลียดความต้องการที่ไม่อาจไขว่คว้า  เกลียดความรู้สึกที่ ‘หยุด’แล้วก็ต้องทรมาน  แต่ถ้าไม่หยุด...ก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนต่อ  หรืออาจจะต้องพบเจอกับความทรมานยิ่งกว่า

ความรู้สึกที่เขามีต่อต้นน้ำ 
คนที่เป็นทั้ง...เพื่อน
เป็น...พี่ชาย
เป็น...ครอบครัว
นับวัน...ก็ยิ่งไม่ปกติแล้ว  ความร้อนรุ่มยามที่ได้อยู่ใกล้ชิด  รุนแรงยิ่งกว่ายามที่ได้คลอเคลียเรือนร่างเย้ายวนของผู้หญิงเสียอีก  กลิ่นหอมละมุนที่นับวันยิ่งโหยหายิ่งกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพง  แรงดึงดูดจากดวงตาใสๆ คู่นั้นเชิญชวนยิ่งกว่าดวงตายั่วยวนของผู้หญิงทุกคนที่ได้พบเจอ
นับวัน...ก็ยิ่งยากที่จะทน
แต่ถ้าทนไม่ไหว...เขาก็อาจจะต้องเสียคนที่เป็นทั้งเพื่อน  พี่ชาย  และครอบครัวไป  พอจะมีหนทางไหม?...ที่เขาจะรักษาทุกอย่างไว้ได้เหมือนเดิม

‘นายชอบคนๆ  หนึ่งเพราะเขาน่ารักแค่นั้นเหรอ?’

‘เขาดีเลยแหละ’

นทียังคงจำคำพูดของต้นน้ำในวันนั้นได้ดี....ถ้าหน้าตาและความดียังไม่ใช่เหตุผลที่ต้นน้ำต้องการ  มันจะมีอะไรมากกว่านั้นอีกล่ะ?

‘ก็ชอบนะ  แต่ไม่อยากคบ   เป็นนาย  นายจะคบกับคนที่เป็นลูกเพื่อนแม่นายเหรอ?  นายจะคบกับเพื่อนที่เล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆ ได้เหรอ?  เผื่อมันไม่ใช่ขึ้นมาล่ะ  อาจจะมองหน้ากันไม่ติดอีกเลยก็ได้นะ’
หึ...นทียิ้มกับตัวเอง  เราจะรู้ได้ยังไงว่าใช่หรือไม่ใช่?  ในเมื่อเรายังไม่เคยลองเลย

‘เราอาจจะยังไม่ได้ชอบมากขนาดนั้น’  แล้วต้องชอบมากขนาดไหนกัน?  ถึงจะยอม ‘ลอง’ สักครั้ง

“ตบเลยไหมมึง?” ริวเบียดเข้ามาใกล้พลางกระซิบชิดริมหูซ้าย  แขนหนึ่งเท้าเข้ากับไหล่นที  ส่งแววตาร้ายกาจไปยังกลุ่มของน้ำตาล

“กูเห็นด้วย  เล่นแม่งเลย”  เม่นเบียดตัวเข้ามากระซิบที่ริมหูขวา  แววตาพร้อมบวกไม่แพ้ริว 

นทีเหลือบตามองซ้ายทีขวาทีอย่างอิดหนาระอาใจ  โคลงศรีษะเบาๆ  ก่อนลุกขึ้นพรวด  เดินออกไปโดยไม่สนใจคนที่เท้าแขนกับไหล่เขาที่เพิ่งหล่นพรวดออกไป

ริวกับเม่นมองหน้ากัน

“ไปเถอะ”  เม่นชวน

“ไปไหน?”

“ไปซื้อข้าวกินบ้างสิวะ  รออะไรล่ะ กัปตันล่มเรือแล้วนี่”

ริวยักไหล่ก่อนเดินตามไป





วันนี้เป็นวันเกิดขิง  ขิงเลยต้องรีบกลับบ้านไปฉลองวันเกิดกับที่บ้าน  ประกอบกับที่อาทิตย์หน้าเป็นวันสอบกลางภาค  พวกเพื่อนๆ เลยแยกย้ายกันกลับบ้านกันหมด  ไม่ได้ไปฉลองที่ไหนกัน  ต้นน้ำเลยถือโอกาสชวนเพื่อนไปทำบุญที่บ้านเด็กกำพร้าในวันเสาร์นี้แทน   ซึ่งทุกคนก็ตกลง   

เอื้องฟ้านั่งรอนทีอยู่ใต้ตึกคณะเป็นเพื่อนต้นน้ำเอียงตัวเข้ามากระซิบ “วันเกิดไอ้ขิง  กูจะลงรูปนี้แฮปปี้เบิร์ธเดย์มัน”  มือเล็กโชว์รูปในโทรศัพท์...รูปเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนผมยาวถักเปีย  ต้นน้ำกระพริบตาก่อนเพ่งดูอีกรอบให้ชัดๆ  นั่นมัน...ไอ้ขิงจริงๆ ด้วย  ขิงตอนเป็นเด็กน่ารักมาก  ดูเป็นเด็กผู้หญิงหวานแหววที่ดูไม่ออกเลยว่าโตมาจะกลายเป็นทอมจอมกะล่อน 

“น่ารักใช่ไหมล่ะ?  เสียดายชิบหาย  เพื่อนสาวกูหายไปไหนวะ?”  เอื้องฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย 

“งั้นกูลงรูปมันตอนรับน้องด้วยดีกว่า  มึงอัพก่อนเลย  เดี๋ยวพอเราทำ  พวกไอ้ริวไอ้เนมก็ทำตาม”

“กูว่าเพื่อนที่โรงเรียนกูก็จะอัพตามด้วยน่ะสิ  วันเกิดมันทั้งที  กูไม่อยากให้เป็นวันนรกของมันนะ”  เอื้องฟ้าพูดเสียงอ่อน  สงสารเพื่อนที่โดนกลั่นแกล้ง  มือก็กดโทรศัพท์ยิกๆ   

“ใช่  ควรจะเป็นวันที่มันมีความสุขที่สุดสิ  กูไม่อัพรูปวันรับน้องแล้ว  กูจะอัพรูปนี้ดีกว่า”  ต้นน้ำยื่นโทรศัพท์ให้เอื้องฟ้าดู  เป็นรูปขิงในวันที่เมามาก  นอนหลับพับไปบนเก้าอี้  แต่รูปที่ต้นน้ำมีไม่ใช่รูปนอนหลับธรรมดา  แต่เป็นรูปมุมเสยที่เห็นทั้งเหนียงและรูจมูกของสาวหล่อสุดฮอตอันดับหนึ่งแบบเต็มหน้าจอ

“ดีมาก  กูจะได้ไม่ต้องโดนด่าอยู่คนเดียว  นั่น...รถมึงมาแล้ว”  เอื้องฟ้าชี้ให้ต้นน้ำดูรถเขาที่นทีเป็นคนขับมาจอดที่หน้าคณะ 

“งั้นกูไปนะ  ขอบใจมากที่นั่งเป็นเพื่อน  กลับดีๆ ล่ะ” ต้นน้ำเดินโขยกๆ แยกกับเอื้องฟ้าที่เดินไปยังรถของตัวเอง  นทีเปิดประตูรถลงมาช่วยพยุง 

“วันนี้ดิวกลับด้วยนะ  รถดิวเข้าอู่”  นทีบอกตอนที่เปิดประตูด้านหลังให้เขาเข้าไปนั่ง 

ดิวที่นั่งอยู่ด้านหน้าข้างคนขับหันมาทักทาย “หวัดดีต้นน้ำ  เป็นอะไร? ทำไมเดินแปลกๆ”

จะตอบว่าอะไรดีล่ะ?  โดนตีน!  ก็ไม่น่าจะใช่คำตอบที่ดี  ดูไม่หล่อเอาเสียเลย  “อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ  ลื่นไปชนเคาน์เตอร์” โชคดีที่วันนี้เขาตอบคำถามนี้บ่อยแล้ว  ไม่รู้ว่าเป็นอะไร...วันนี้ทั้งวัน  มีแต่คนถามเขาเรื่องนี้   หวังว่าดิวคงดีกว่าน้ำตาลที่แทบจะเค้นคอเขาถามให้ได้ว่าไปโดนอะไรมา?  พอรู้คำตอบก็หันไปโวยวายใส่นทีที่ทำให้เขาเจ็บตัว

“แล้วนทีก็ต้องคอยรับคอยส่งแบบนี้ทุกวันเหรอ?”

“..........”  ต้นน้ำตอบไม่ถูก  ปกติทุกวันจันทร์  เขากับนทีก็ต้องไป-กลับด้วยกันอยู่แล้ว  แต่วันอื่นๆ ก็แยกกันมา  แยกกันกลับตลอด  เจ็บครั้งนี้...เขากับนทียังไม่ได้คุยกันเลยว่าจะเอายังไง

“อืม  คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ  จนกว่าจะหาย”  นทีที่เข้ามานั่งในรถแล้วได้ยินคำถามพอดีเลยเป็นคนตอบแทน

หลังจากนั้นก็เกิดเดดแอร์ชั่วคราว  รถเคลื่อนตัว  แต่ไม่มีใครพูดอะไรกันเลยสักคน  ต้นน้ำเกลียดความรู้สึกแบบนี้  ความรู้สึกกระอักกระอ่วนที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง?  แต่เขาเกลียดความรู้สึกก่อนหน้านั้นมากกว่า  ความรู้สึกที่เป็นต้นเหตุให้เขาไม่สามารถสรรหาคำพูดมาชวนอีกฝ่ายคุยได้  เขาไม่พอใจที่นทีพาดิวมาด้วย  ไม่พอใจที่เห็นดิวนั่งอยู่บนรถเขา  นั่งด้านหน้าคู่กับนที  เขาเกลียดความเอาแต่ใจไร้สาระบ้าบอคอแตกนี้  เกลียดที่ตัวเองไม่มีเหตุผล  เกลียด  เกลียด  เกลียด  เกลียด เกลียด!

ต้นน้ำนั่งมองไปนอกหน้าต่าง  พยายามปรับลมหายใจเข้าออกให้ช้าลง  สมัยเด็กๆ คุณยายเคยสอนว่า...คนเราเวลาโกรธมักจะหายใจเร็ว  ถ้าเรารู้ตัวว่าโกรธ  ให้พยายามปรับลมหายใจตัวเองให้ช้าลงก่อน  ปรับที่ร่างกายเราก่อน  แล้วอารมณ์ก็จะเย็นลงตาม  เข้า...ออก...เข้า...ออก...เข้า...ออก...เข้า...ออก....เข้า....ออก...เข้า...ออก...เข้า...ออก...  ขอให้ความลับยังคงเป็นความลับ!





ติ๊ง...เสียงไลน์เข้า
ต้นน้ำรีบเปิดดู

Uangfah : กูอัพรูปแล้ว  มึงอัพด่วนๆ เลย  กูไม่อยากโดนด่าคนเดียว 

ต้นน้ำยิ้มออก  ปรับลมหายใจอาจช่วยระงับอารมณ์ไม่ได้  แต่เพื่อนช่วยได้  เขาอัพรูปขิงค้างไว้ แต่ยังคิดแคปชั่นไม่ออก....

“เป็นอะไร?  ทำไมเงียบ?”  นทีถามพลางเหลือบมองมาที่ต้นน้ำที่อยู่ด้านหลังตอนรถติดไฟแดง

“ไม่พอใจที่เรามาด้วยหรือเปล่า?”  ดิวถามเสียงแผ่วจนน่าสงสาร  นทีที่อยู่ในสายตาเขามาตลอด...พอดูออกว่าชอบต้นน้ำ  แต่เขากลับมองต้นน้ำไม่ออกว่ามีใจให้นทีหรือเปล่า?  ถ้าต้นน้ำไม่พอใจเรื่องนี้จริงๆ  นั่นก็หมายความว่าต้นน้ำ...ชอบนทีอยู่เหมือนกัน

ต้นน้ำส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน  “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก  เรามีเรื่องให้คิดนิดหน่อยนะ”

“เรื่องอะไร?”  นทีถามจริงจัง  เขาเป็นห่วงต้นน้ำที่ตั้งแต่ขึ้นรถมาได้ก็นั่งหลับตาเงียบมาตลอดทาง 

“นายอย่ารู้เลย  มันไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก” 

นั่นแหละ...ยิ่งต้องรู้  นทีเลี้ยวรถจอดข้างทาง  “ไม่บอก  ก็ไม่ต้องกลับ”

ดิวมองหน้านที

ต้นน้ำก็มองหน้านที  เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้  แต่ก็บ่งบอกว่าไม่ได้ล้อเล่นก็เลยต้องเขยิบตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย  ก่อนยื่นโทรศัพท์ที่อัพภาพเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้ลงแคปชั่นให้นทีดู  “ไอ้เอื้องมันไลน์มาบังคับให้อัพเป็นเพื่อนมัน  เราคิดแคปชั่นอยู่”

นทีดูรูปในโทรศัพท์ที่ขึ้นแคปชั่น ‘happy birthday...’ ไว้แล้วหัวเราะก๊าก 

ดิวที่ยื่นหน้าเข้ามาดูด้วยพอมีมารยาทกว่านทีอยู่บ้าง  เพียงแค่หัวเราะเบาๆ   พลอยทำให้บรรยากาศในรถดีขึ้น  จนตอนนี้...เขาก็ยังดูไม่ออกว่าต้นน้ำคิดเหมือนกันกับที่นทีคิดหรือเปล่า?





หลังจากส่งดิวเสร็จแล้ว  ต้นน้ำก็ย้ายมานั่งข้างหน้าคู่กับนที  พลางก้มเล่นโทรศัพท์

“กินข้าวไหม?”  นทีถามขึ้น

“อืม  กินก็ได้”

“บอกไว้ก่อนนะว่าไม่ใช่ข้าวมันไก่”

“เออน่า”  ต้นน้ำหัวเราะอีก

สักพักเสียงไลน์กลุ่มก็เด้งขึ้นมา 

The khing : ไอ้พวกเลว

ต้นน้ำรู้ว่าขิงต้องเห็นภาพพวกนั้นแล้วแน่นอน  ไม่อยากโดนขิงด่า  ไม่เข้าไปอ่านดีกว่า  คืนนี้จะไม่แตะไลน์กลุ่มเลย  คอยดู!

เอื้องฟ้าเขียนแคปชั่นอวยพรว่า...happy birthday ลูกสาวสุดที่รัก  แม่ไม่เคยคิดเลยว่าโตมาจะกลายเป็นหนุ่มหล่อไปได้  ขอให้ชีวิตดี  มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง  หาสะใภ้ดีๆ เข้าบ้านให้แม่ได้ชื่นใจนะลูกนะ

ส่วนของเขาเขียนว่า...ขอให้มีคนข้างเคียง  เหมือนมีเหนียงอยู่ข้างคอ  มีคนอยู่เคียงคู่  เหมือนกับรูจมูกเธอ 

ริวเองก็อัพตาม  ริวอัพรูปขิงหล่อมาก  หล่อจริงๆ  ขิงยืนกอดอกพิงกำแพงอย่างเท่  ผู้ชายหลายคนชิดซ้ายไปเลย  แต่มีข้อความประกอบพิมพ์แปะติดแทนลายน้ำในรูปเลยว่า...นิ้วนะน้อง  ไม่ท้องนะจ๊ะ...  แล้วเขียนแคปชั่นอีกที...HBD  ปีนี้ขอให้ได้  ขอให้โดน

ต้นน้ำหัวเราะ  สมกับเป็นริวคนเสื่อม

ส่วนเนมอัพรูปตอนรับน้องพร้อมข้อความอวยพรอีกนิดหน่อย  ความจริง...รูปขิงตอนรับน้องไม่น่าเกลียดนักหรอก  ถ้าเทียบกับเอื้องฟ้าแล้ว...ความอุบาทว์เทียบกันไม่ติด  ขิงเหมือนนางฟ้า  ส่วนเอื้องฟ้าเหมือนคนบ้านหลุดออกมาจากหลังคาแดง  รุ่นพี่สาวๆ  เอ็นดูขิงมาก  ขิงโดนทำโทษทีไรก็จับแต่งหน้า  ดัดขนตา  กรีดอายไลน์เนอร์  จนพวกรุ่นพี่ผู้ชายพากันอยากลองของ ‘เปลี่ยนทอมกลายเป็นเธอ’ กันหลายคนอยู่

การโดนจับแต่งหน้าเป็นสาวถือว่าเป็นจุดบอดในใจสาวหล่ออย่างขิง  ขิงถือมาก...บอกว่าการแต่งหน้าแบบนี้เสียจรรยาบรรณทอมหมด

พอดีกับที่รถจอด  ต้นน้ำเลยให้นทีดูรูปที่เพื่อนอัพอวยพรวันเกิดให้ขิง  นทีหัวเราะ

“เราจะถ่ายรูปนายไว้เยอะๆ บ้าง  เอาไว้ตอนวันเกิดนาย”

“ตามสบายเถอะ  เราดูดีทุกท่วงท่าอยู่แล้ว  รูปตอนรับน้องยังไม่หลุดสักรูป”  พูดพลางก้าวเท้าเดินลงมาจากรถ  ก่อนชะงักเมื่อเห็นป้ายร้านข้าวมันไก่หราอยู่ตรงหน้า  “ไหนว่าไม่กินข้าวมันไก่ไง?” ต้นน้ำถามแบบงงๆ

“ก็ไม่ได้กินข้าวมันไก่  เขาขายข้าวหมูแดงด้วย”

“เราเคยบอกนายหรือเปล่า?  ว่าเราไม่กินข้าวหมูแดง”   ในขณะที่ฝนทิพย์กินข้าวมันไก่  ต้นน้ำซึ่งคิดว่าข้าวมันไก่เป็นอาหารผู้ใหญ่มาตลอดกลับได้กินแต่ข้าวหมูแดง   พอรู้ว่าตัวเองกินข้าวมันไก่ได้...เขาก็บอกเลิกกับข้าวหมูแดงไปโดยปริยาย  ไม่เคยแตะอีกเลย 

“ไม่เคยบอก  แต่เรารู้” ถ้าสังเกตก็ต้องรู้สิ  “ร้านนี้ข้าวหมูแดงอร่อยกว่าข้าวมันไก่นะ”

ต้นน้ำ  “..........”

“นายพลาดโอกาสกินข้าวมันไก่มาแล้วตั้งหลายปี  แต่ต่อไปอีกหลายๆ ปี  นายอาจจะพลาดโอกาสกินข้าวหมูแดงที่อร่อยที่สุดไปนะ  เปิดโอกาสให้อะไรใหม่ๆ บ้างสิ  รสชาติข้าวหมูแดงที่ไม่ได้กินมานานอาจจะอร่อยกว่าที่เคยกินก็ได้”  นทีลากแขนต้นน้ำเดินเข้าไปในร้าน

เย็นนั้น...ต้นน้ำอัพรูปข้าวหมูแดงที่ไม่ได้กินมาหลายปีพร้อมแคปชั่นว่า...อร่อยกว่าที่คิด 





ต้นปาล์มเลื่อนโทรศัพท์ขึ้นลง  เขาเข้าแท็กนทีต้นน้ำ  ในทวิตเตอร์มีคนมโนเยอะจริงๆ 

@SmileA988
วันนี้ในโรงอาหาร  มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาหานที
ญ : นที  นายทำต้นน้ำเจ็บจนเดินกระเผลก
นที : มันมืด  ไม่ได้ตั้งใจ
นทีทำอะไรต้นน้ำตอนมืดๆ? ต้นน้ำเจ็บจนเดินกระเผลกด้วย คิดดีไม่ได้เลย #นทีต้นน้ำ


แน่นอนว่าคนดีๆ อย่างต้นปาล์มต้องช่วยไขความข้องใจนั้นสักหน่อย 

@palmtree กำลังตอบกลับถึง @SmileA
อุบัติเหตุชนกับเคาน์เตอร์ครัว เจ็บสะโพกนิดหน่อย  คิดดีๆ นะ


อา...เขานี่ช่างเป็นเพื่อนที่ดีเสียจริงๆ  ต้นปาล์มภูมิใจในตัวเอง



----------อ่านต่อด้านล่าง----------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2019 13:59:49 โดย Smile A »

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
--------------- ต่อตอนที่ 10 ---------------


ต้นน้ำและนทีกลับเข้าบ้าน  เจอทั้งธนกรและฝนทิพย์ที่เพิ่งกลับเข้าบ้านมาเหมือนกัน 

“พวกลูกสอบเสร็จกันเมื่อไร?”  ธนกรถามเมื่อเห็นหน้าลูกชายสองคน

“อาทิตย์หน้าครับ  แล้วก็เรียนต่อเลย  ป๊ามีอะไรเหรอครับ?” 

“แต่สงกรานต์หยุดใช่ไหม?”

“ใช่ครับ”

“ป๊าจะชวนไปบ้านคุณยาย  ไปกันไหม?”

นทีมองหน้าต้นน้ำคล้ายขอความเห็น  ต้นน้ำที่ยิ้มดีใจพยักหน้าให้นทีหงึกหงัก 

“ไปด้วยกันเถอะ  นทีจะได้รู้จักพี่น้องทางฝั่งแม่บ้าง” ฝนทิพย์กล่าวเสริม 

“ครับ” นทีตอบรับ





ขิงนั่งทำหน้าตาอาฆาตแค้นอยู่มุมหนึ่งของโต๊ะ  ตรงหน้ามีชาเขียวของต้นน้ำ  ถุงขนมจากเนม  และเค้กที่เอื้องฟ้าหอบมาเซ่นจากบ้าน   ขิงรับไว้ทั้งหมดแต่สีหน้ายังคงขุ่นเคืองไม่หาย

ริวเดินเข้ามานั่งพลางถาม “มึงเคืองอะไรขนาดนั้นเนี่ย?  ถามจริง...พวกกูทำไปเพราะเอ็นดูมึงมากเลยนะ”  เพื่อให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น  ริวยื่นมือเรียวไปลูบหัวขิงอย่างเอ็นดู

“กูยังทำใจไม่ได้  คนล้อกูตั้งแต่เช้าแล้ว”  ก็จริง...สาวหล่อสุดฮอตที่เดินไปทางไหนก็มีแต่คนทักทายนี่นา “พวกรุ่นพี่ผู้ชายแม่งก็กลับมาเรียกกู...น้องขิงคะ  น้องขิงขาอีกแล้ว”  เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นตอนรับน้อง  ความสวยของขิงจากรูปที่เนมลงเมื่อวานคงไปกระตุกต่อมลองของในตัวพวกรุ่นพี่เข้าอีกครั้ง

“ต้องเป็นเพราะรูปมึงแน่เลยไอ้เนม?”  เอื้องฟ้ารีบโยนเผือกร้อนให้เนม

“รูปมึงด้วยแหละอีเอื้อง  ถักผมเปียซะน่ารักเชียว”

“พวกมึงทั้งหมดน่ะแหละ  ความเป็นชายกูป่นปี้หมดแล้ว”  ขิงใช้มือกุมขมับทั้งสองข้าง

“ไม่เป็นไรขิง  มีคนหนึ่งช่วยมึงได้” ริวเหล่ตามาทางต้นน้ำ

ต้นน้ำชี้ที่ตัวเอง  “กู?”

ริวพยักหน้า  ดวงตาแฝงความเจ้าเล่ห์

ต้นน้ำขนลุกเกรียว  อะไรที่มาจากริว  ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ “ช่วยไงวะ?” 

“มึงจะยอมช่วยไหมล่ะ?  ถ้ามึงยอม  เดี๋ยวกูจัดการเอง”

นั่น!...ริวไม่ยอมบอกเสียด้วยว่าจะให้ช่วยอะไร?  ต้นน้ำกำลังจะปฏิเสธ  แต่กลับบังเอิญไปสบสายตาข่มขู่ของขิงเข้าเสียก่อน “ไอ้น้ำ  มึงต้องรับผิดชอบเหนียงและรูจมูกกูที่ถูกเผยแพร่ออกไปโดยไม่ได้ขออนุญาต”

ต้นน้ำหน้าเจื่อน  หันไปมองขู่อาฆาตริวแทน

คนอย่างริวเหรอจะเดือดร้อน?  ริวยักไหล่พลางกดโทรศัพท์  “เออ  พวกไอ้เอกกับไอ้โจชวนเที่ยววันสงกรานต์  มันกลับมาบ้าน  มึงว่างไหมน้ำ”

สมัยเรียนมัธยม  เอกเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับต้นน้ำ  ส่วนโจเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับริว  แต่ดันไปสอบติดมหาลัยเดียวกัน  คณะเดียวกันที่ต่างจังหวัด  เลยพลอยเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันไปด้วย  เหมือนเขากับริว

“ไม่ว่างว่ะ  แม่ชวนไปบ้านยาย  เสียดายว่ะ  พวกมึงไปกับกูไหม?”

ทุกคนส่ายหน้า  เนมนัดแป้งไว้แล้ว  เอื้องฟ้าไปเที่ยวกับที่บ้าน  ส่วนขิงนัดรวมญาติที่บ้าน  เอกกับโจก็คงไม่ไปเหมือนกัน  อุตส่าห์ได้กลับมาบ้านทั้งที

ติ๊ง..ติ๊ง... เสียงเตือนจากไอจีดังขึ้น  ต้นน้ำรีบเปิดอ่าน  รู้สึกได้ถึงลางร้ายบางอย่าง
 
ว๊ากกกก...รูปเขา! ในชุดนักเรียนหญิงปกกะลาสีของญี่ปุ่น
 
สมัยงานกีฬาสีตอนเรียนมอห้า  ปีก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนถูกผู้ปกครองฟ้องร้องเรื่องค่าใช้จ่ายงานกีฬาสีฟุ่มเฟือยเกินไป  พอมาปีเขา...โรงเรียนเลยจำกัดงบกิจกรรม  โดยให้เน้นไปทางความคิดสร้างสรรค์แทน  สีแต่ละสีถูกตัดงบ  และสีของเขาก็สร้างสรรค์ออกเป็นเชียร์หรีดเดอร์ธีมนักเรียนหญิงญี่ปุ่น  แต่ตอนนั้นมีกันหลายคน  ทำอะไรก็ทำเป็นทีม  ยุแยงตะแคงรั่วกันไป  สนุกสนานกันจนลืมไปว่า...รูปมันจะสร้างความอับอายในอนาคตได้นะ

“ไอ้เหี้ย!”  ริวแม่งโคตรเลว  ทำเป็นชวนเขาคุย  มือก็กดอัพโหลดรูปเขา  คนอื่นๆ ในกลุ่มก็ฮือฮากันใหญ่  เอื้องฟ้าแทบกรี๊ดเมื่อเห็นเพื่อนสาวคนใหม่

แคปชั่นก็เลว...จีบทอมไม่สำเร็จอย่าไปเสียดาย  ผู้ชายมีเยอะ

มาแล้ว...เร็วมากกกประดุจความเร็วแสง  คอมเม้นท์เด้งรัวๆ  ไลค์ไม่ต้องพูดถึง...ไม่รู้ว่าได้หัวใจเพิ่มวินาทีละกี่ดวง

วันนั้นทั้งวัน... ‘สาวหล่ออันดับหนึ่ง’ ก็ได้ ‘หนุ่มหน้าสวยอันดับสี่' เป็นเพื่อนร่วมเดินปิดหน้าปิดตาหลบเลี่ยงเสียงแซวจากทั้งเพื่อนและรุ่นพี่  ทั้งในคณะและต่างคณะ





---------------to be continue---------------

อุอุ  เขารู้ใจตัวเองกันแล้วนะ
แต่อาจจะติดขัดอะไรอยู่
ขัดใจอิช้อยเล็กน้อย  แต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป
ช้อยดันใส่รายละเอียดอื่นมาซะเยอะ

อย่าว่าช้อย  ช้อยบอบบาง  ยิ่งว่าช้อยก็จะยิ่งดองงาน
ช่วยไปให้กำลังใจช้อยด้วยนะคะ

เพจช้อยเอง   


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2019 13:58:49 โดย Smile A »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :pig4:

ดิวจะเป็นตัวกระตุ้นไหมนะ
ตอนนี้บอกให้รู้ว่า รูปเก่าๆต้องเก็บไว้ดีดี จรัมมมม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-09-2019 14:34:17 โดย Billie »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1593
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
เพื่อน

ร๊ากกกกกกกกก

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ดิวเหมือนระเบิดเวลา นทีทำไมยังผูกติดขาไว้อีก มะค่อยชอบดิวอ่า
เพื่อนรัก รักเพื่อนแท้ทรู
อยากดูรูปเด็กหญิงญี่ปุ่น ที่เป็นลีดมั่งอ่า
 :mew1:


ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
แกล้งขิง ต้นน้ำเลยโดนบ้าง :serius2:
แต่ถึงไม่แหย่ขิง นึกหรือว่าริวจะไม่แกล้งต้นน้ำ
เพราะริวน่ะซาตานชัดๆ
ไม่รู้ว่าเพื่อตัวเองด้วยหรือเปล่า  :really2:
ดิวเริ่มรุกนทีแล้ว  :เฮ้อ:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
เพื่อนแต่บะคนนี่น่าเลิกคบจริงๆ
ทำกันไปด้าย o13

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ใครจะพูดก่อนล่ะทีนี้
มีตัวกระตุ้นทั้งคู่เลย  :ling2:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำ  ตอนที่ 11

ดวงดาวในดวงตา





ใต้ตึกวิศวะ
 
“เฮ้ย!  พวกมึงมึงเห็นนี่ยัง?” เจ้าพ่อโซเชียลอย่างต้นปาล์มตะโกนเรียกเพื่อนพลางยื่นโทรศัพท์ให้ดู
 
ทุกคนสุมหัวมาดูทันที  ไม่เพียงแค่เพื่อนในกลุ่ม  แต่เพื่อนคนอื่นที่นั่งรอขึ้นตึกเรียนอยู่ด้วยกันก็แหวกเข้ามามุงด้วย  นทียื่นหน้าเข้ามาดูแวบเดียวก่อนหลบมุมไปนั่งกดโทรศัพท์อยู่คนเดียว
 
“นี่มันต้นน้ำนี่หว่า”
 
“โคตรน่ารักเลย”
 
“เป็นเกย์เหรอวะ? ทำไมแต่งหญิง  ดูไม่ออกเลย”
 
“ลองจีบดูสิวะ  เดี๋ยวก็รู้” 
 
“พวกมึงอย่าลอง  เจ้าของมันดุ” น็อตปรามเพื่อนในคณะ  เกรงว่าจะพูดเอาสนุกกันจนเลยเถิด  ยังไงเสีย... ต้นน้ำก็ถือว่าเป็นเพื่อนเขาคนหนึ่ง
 
“นี่มึงรู้ด้วยเหรอไอ้น็อตว่าใครเล็งมันอยู่?” เม่นถาม
 
“เชี่ย  มีแต่คนตาบอดเท่านั้นแหละที่ดูไม่ออก”
 
“ใครวะ? เจ้าของไอ้น้ำ  ไอ้น้ำมันมีแฟนแล้วเหรอ?” ต้นปาล์มถามขึ้นด้วยสีหน้าแววตาไร้เดียงสาอย่างที่สุด
 
น็อตม้วนกระดาษเป็นม้วนกลม  แล้วฟาดลงหัวเพื่อนแสนซื่อดังป้าบ  ก่อนหันไปบอกเม่น
 
“กูขอเพิ่มจากเมื่อกี้  มีแต่คนตาบอดกับคนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่รู้”
 
ต้นปาล์มคลำหัวป้อยๆ  “เออ พวกคนฉลาด มึงบอกกูหน่อยสิ  ว่าแฟนไอ้น้ำเป็นใคร?”
 
น็อตยิ้มเหยียดใส่ต้นปาล์มก่อนมองไปยังนทีที่นั่งหลบมุมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ในโลกส่วนตัว  อาการเหมือนสาวน้อยตาหวานมีความรัก  เสียจริตสัดๆ  ไปหมดแล้ว... นทีคนเท่ห์ 
 
“มึงไม่รู้  ก็จงไม่รู้ต่อไปเถอะ” เม่นส่ายหน้า  ลูบหัวต้นปาล์มเบาๆ ก่อนเดินขึ้นตึกเรียน
 
ต้นปาล์มถลึงตาใส่  ตีหัวเขา... เขาไม่โกรธ  แต่พูดแล้วไม่บอก... เขาโกรธมาก  หลอกให้ยากแล้วจากไป  ไม่ได้คิดเล๊ยยยย... ว่าต้นปาล์มจะค้างคาใจขนาดไหน  ถ้าเขาคิดมากจนเป็นโรคนอนไม่หลับ  ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ
 
 
 
 
 
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ขัดจังหวะการอ่านหนังสือของต้นน้ำ  ร่างโปร่งลุกขึ้นไปเปิดประตู  นทีส่งยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนเบียดตัวเข้ามา  ในมือมีถุงกระดาษติดมาด้วย  
 
“อ่ะ.. เอามาให้  เห็นนายชอบ” 
 
“อะไร?” ต้นน้ำเปิดถุง  หยิบขึ้นมาดูแบบงงๆ  ก่อนทำตาเหลือก... ว๊ากกก! ชุดนักเรียนหญิงญี่ปุ่นแบบเน็คไทด์ “เฮ้ย... มันไม่ใช่... “ 
 
“ที่ป๊ากับแม่ซื้อมาให้จากญี่ปุ่นไง  เราไม่ได้ใช้หรอก  นายเก็บไว้เถอะ” 
 
“เราก็ไม่ได้ใช้เหมือนกัน  มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ”
 
“อะไร?  เราคิดอะไร?  เราก็ไม่ได้คิด” 
 
ต้นน้ำ “...........” 
 
นทีเดินไปที่ประตู  ชี้ลงไปในถุงที่ต้นน้ำถืออยู่ “มีชุดเมทกับชุดพยาบาลด้วยนะ  ท่าจะน่ารักดี”  มือใหญ่ปิดประตูลง  ทันเวลาก่อนที่ถุงกระดาษจะปลิวหวือลอยไปกระแทกตามหลังนิดเดียว





บ้านดวงดาราตั้งอยู่ชานเมืองปทุมธานีริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา  เป็นบ้านเก่าหลังใหญ่ซึ่งได้รับบริจาคมาจากเศรษฐีนีชราที่สูญเสียลูกชายสองคนไปในอุบัติเหตุรถคว่ำ  ทำให้ไม่มีผู้สืบทอดมรดกจึงได้เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นสถานสงเคราะห์รับเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้เรื่อยมา 

เด็กในบ้านมีอายุตั้งแต่เจ็ดขวบไปจนถึงวัยมัธยมปลาย  ส่วนเด็กเล็กกว่านั้นจะอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอีกแห่ง

“สวัสดีครับป้าเล็ก”  ต้นน้ำพาเพื่อนๆ  เข้าไปสวัสดีป้าเล็ก 

นทีอึ้งไปเล็กน้อย  ‘ป้าเล็ก’ ในความคิดของเขาคือผู้หญิงตัวเล็กๆ  ที่ดูอบอุ่นและใจดี  ผิดไปจากรูปลักษณ์ของ ‘ป้าเล็ก’ ตัวจริงลิบลับ  ป้าเล็กที่อยู่ตรงหน้าเขาคือผู้หญิงรูปร่างผอมสูงสวมเสื้อผ้าฝ้ายยาวคลุมเข่าทับกางกางผ้าฝ้ายสีนวลไว้อีกชั้น  ผมยาวสลวยปะบ่า  ใบหน้านวลตกแต่งไว้อย่างประณีต  ขนตาดกดำเป็นแพใหญ่   และ...มีลูกกระเดือก!

“เรายังไม่ได้บอกนายเหรอ?”  ต้นน้ำถามเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของนที

“เรื่อง...?”

“ป้าเล็กเป็นกระเทย”

นทีส่ายหน้าหวือ

“เอาเถอะ  ไม่แปลกหรอก  เราก็เพิ่งรู้ว่าป้าเป็นกระเทยตอนมอสี่นี่เอง  เราเข้าใจว่าป้าเป็นผู้หญิงมาตลอด”

นทีมองต้นน้ำอึ้งๆ   เขาไม่เคยเจอป้าเล็กมาก่อน  ไม่รู้ว่าเป็นกระเทยก็ไม่แปลก  แต่ต้นน้ำที่สนิทกับป้าเล็กมานาน  ไม่รู้ว่าป้าเล็กเป็นกระเทย...นั่นน่ะแปลก!

“สวัสดีจ้ะเด็กๆ”  เสียงแหบที่บีบจนเล็กสมชื่อกล่าวทักทาย “โอ้ย...มีแต่คนหน้าตาดีๆ  มาซิ....มาให้ป้ากอดให้ชื่นใจหน่อย” 

ร่างสูงไล่กอดไปทีละคน  เริ่มจากต้นน้ำ “โอ๊ย...ชื่นใจ  ลูกชายป้า  ไม่เจอกันแป๊บเดียว  โตเป็นหนุ่มขึ้นเยอะ  นี่นทีใช่ไหม?  ตอนเด็กๆ ว่าหล่อแล้ว  ยิ่งโตยิ่งหล่อ  จำป้าไม่ได้ล่ะสิ  ตอนพวกเราเล็กๆ พ่อแม่พาเราไปงานเลี้ยงรุ่นกัน  พ่อแม่พวกเธอน่ะ...โน่น!  อยู่หน้าเวที  ปล่อยให้ฉันเลี้ยงพวกเธอนี่ล่ะ”  ป้าเล็กเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มพราย

ฝนทิพย์กับธนกรหัวเราะ 

“นี่  มีแฟนหรือยังล่ะ?”

“ยังครับ”

“อะไร?  หน้าตาแบบนี้  รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้ไงเนี่ย  เสียดายของ”

“ใครจะเหมือนแกไอ้เล็ก  แรดแต่เด็ก”  ธนกรแซวเพื่อน

“ย่ะ  พวกแกลงเอยกันได้เพราะใคร  สำเหนียกบุญคุณไว้บ้างสิยะ”  เล็กหันไปค้อนใส่ธนกรทั้งที่มือก็ยังจับนทีไว้ไม่ยอมปล่อย ก่อนวกกลับมากอดพวกเด็กๆ เรียงตัว  “มีปัญหาปรึกษาป้าเล็กได้  พ่อเธออาจจะเก่งเรื่องงาน  แม่เธอก็อาจจะเก่งเรื่องเลี้ยงลูก  แต่เรื่องความรัก...ไว้ใจป้า  ป้าเล็กเก่งที่สุด”

“ใช่”  ธนกรแทรกขึ้นมาอีกครั้ง “พวกป๊าอกหักรวมกันทั้งรุ่น  ยังไม่เท่าครึ่งหนึ่งของป้าแกเลย”

เล็กตีหน้ายักษ์ใส่เพื่อน  “แน่นอนย่ะ  จะอกหักสักกี่สิบครั้งก็ยังคุ้ม  ถ้าสุดท้ายได้เจอคนที่ใช่” จบประโยคก็หันไปทำตาหวานกะลิ้มกะเหลี่ยใส่ด้านหลังของลุงแดง...ชายสูงวัยคู่ชีวิตที่คบกันมานานนับสิบปีที่กำลังขะมักเขม้นช่วยจัดอาหารสำหรับเด็กๆ “เอาล่ะ แยกย้ายกันไปทำงานก่อน  เดี๋ยวค่อยคุยกัน”  เล็กเอามือดันหลังของหนุ่มสาววัยฉกรรจ์ก่อนตะโกน  “ที่รัก  แรงงานมาแล้วจ้า”

พวกเขาแยกย้ายกันลำเลียงของ  จัดฉากถ่ายรูป  โดยมีตากล้องมาจากทางสำนักพิมพ์และจากทางบริษัทของธนกรคอยถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไปเรื่อย  มีพนักงานเก่าแก่ที่สนิทสนมกันหน่อยเท่านั้นที่มาร่วมด้วย  มีเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ก่อนที่จะมีพิธีรับมอบของ  โดยเด็กที่บ้านดวงดาราจะแบ่งกันนั่งเป็นโต๊ะละสิบคน  ในหนึ่งโต๊ะจะมีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเด็กโตเพื่อที่พี่ๆ ที่โตกว่าจะได้ดูแลน้อง ๆ ได้  ส่วนโต๊ะพวกเขาก็จะแยกเป็นกลุ่มผู้ใหญ่และกลุ่มเด็กๆ เหมือนกัน  กลุ่มของธนกรจะมีครูใหญ่นั่งอยู่ด้วย  ส่วนโต๊ะของต้นน้ำมีครูพี่เลี้ยงอีกสองคนนั่งด้วย 

“ต้องขออภัยด้วยนะคะ”  หนึ่งในครูพี่เลี้ยงกล่าวกับพวกเขา “เด็กๆ ที่บ้านเราอาจจะดูไม่เรียบร้อยไปบ้างที่พูดคุยกันตอนรับประทานอาหาร  ทางเราอยากให้เด็กๆ รู้สึกเหมือนได้อยู่บ้าน  ไม่อยากให้มีกฎเกณฑ์บังคับมากมายเหมือนอยู่โรงเรียนประจำ  เราปฏิบัติกันมาแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่คุณยายท่านยังอยู่แล้วค่ะ”

“คุณยายคือใครเหรอครับ?”  น็อตถาม

“ท่านชื่อคุณยายทองจันทร์ค่ะ  ท่านเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้  เป็นคนบริจาคที่ดินทั้งหมดและก่อตั้งบ้านดวงดาราขึ้นมา” 

“ทำไมชื่อว่าบ้านดวงดาราล่ะคะพี่?”  แป้งที่ติดสอยห้อยตามเนมมาด้วยถามบ้าง

“คุณยายท่านเล็งเห็นว่าในชีวิตของเด็กคนหนึ่งต้องประสบเรื่องราวต่างๆ มากมาย  การสูญเสียพ่อแม่  เป็นเด็กกำพร้าก็เป็นแค่เหตุการณ์หนึ่งในชีวิตของเด็กๆ เท่านั้น  แต่การใช้ชีวิตต่อไปยังต้องพบเจอเรื่องราวอีกมาก  คุณยายอยากให้เด็กๆก้าวผ่านได้ในทุกสถานการณ์ค่ะ...ไม่ว่าจะพบเจอกับอะไรก็ตาม  ไม่ว่าเราจะสูญเสียอะไรไป  แต่อย่าสูญเสียดวงดาวในตาเรา...เป็นที่มาของชื่อบ้านดวงดาราค่ะ  หมายถึงแสงของดวงดาวในดวงตาของเรา”

“โห...คุณยายเจ๋งมากเลยครับ”  ปาล์มบอกอย่างตื่นเต้น

“แล้วป้าเล็กกับลุงแดงเขาเป็นอะไรกับมึงวะ?  ดูท่าเขาจะรักมึงมากเลยนะ”  ริวถามต้นน้ำเพราะเห็นเล็กดูแลเอาใจใส่ต้นน้ำเป็นพิเศษ  เรียกลูกคะ...ลูกขาทุกคำ  พูดเพราะยิ่งกว่าแม่ตัวจริงอย่างฝนทิพย์พูดกับลูกเสียอีก  ดูไม่เหมือนเป็นแค่ลูกชายเพื่อนธรรมดา

“เป็นพ่อแม่คนที่สองของกูมั้ง  เขาเลี้ยงกูมา”  ตอนเด็กๆ  เวลาพ่อแม่ทะเลาะกัน  พ่อมักเดินออกจากบ้านไป  ส่วนแม่ก็หลบไปร้องให้  สภาวะจิตใจยังไม่พร้อมที่จะดูเด็กอย่างเขา  เวลานั้น...ป้าเล็กจะถูกเรียกมา  พาเขาเล่น  พาเขาเที่ยว   สอนหุงข้าว  ล้างจาน  คอยให้คำปรึกษาเวลาทะเลาะกับเพื่อน 

ตอนที่พ่อเสีย  ป้าเล็กต้องมาอยู่กับเขาบ่อยขึ้น  ดูแลทั้งจิตใจและร่างกายของเขา  เพราะแม่ที่ต้องรับภาระมากขึ้น...ต้องทำงานหนักขึ้น  แม้ว่าจะมีเงินประกันชีวิตจากพ่อมาช่วยเหลือภาระหนี้สินเรื่องบ้าน  เรื่องรถ  และพอมีเงินเหลือสำรองอยู่บ้าง  แต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนก็ไม่ใช่น้อย  กว่าร้านดอกไม้ของแม่จะลงตัวพอที่จะทำกำไรมาจุนเจือค่าใช้จ่ายได้ก็ใช้เวลาเป็นปี   ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสมัยมัธยมต้นของต้นน้ำจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับป้าเล็กและลุงแดง  ซึ่งทั้งสองคนก็รักและเอ็นดูต้นน้ำเหมือนเป็นลูกของตัวเอง 





ช่วงบ่ายเป็นช่วงเล่นเกมส์ก่อนมอบของโดยแบ่งทีมเป็นทีมของเด็กๆ บ้านดวงดาราและทีมงานที่มามอบของ  โดยมีโอเล่และเต้...พนักงานจากสำนักพิมพ์ลิตเติ้ลบุ๊คของเล็กเป็นพิธีกรดำเนินรายการ

“เอาล่ะค่ะ  มาถึงช่วงเล่นเกมส์กันแล้วนะคะเด็กๆ  เป็นเกมส์ง่ายๆ  ธรรมดาๆ  นะคะ...เกมส์เก้าอี้ดนตรีค่ะ  ขอตัวแทนจากทีมดวงดาราค่ะ...เอากี่คนดี  สิบแล้วกัน   แล้วก็ตัวแทนจากทีมดันดาราอีกสิบคนค่ะ”  โอเล่ตั้งชื่อทีมเองเสร็จสรรพเรียบร้อย

ทีมดวงดาราเลือกพี่โตวัยมัธยมปลายมาลงสนาม  เพราะต้องแข่งกับผู้ใหญ่ทั้งนั้น  เด็กๆ ส่งเสียงเชียร์กันเฮฮาสนุกสนาน

“คุณนทีไปสิ”  พวกพนักงานบริษัทส่งเสียงเชียร์ทำให้นทีต้องลุกขึ้นไปพร้อมชวนต้นปาล์มไปด้วย

“ของป้าส่งน้ำไปด้วย”  ป้าเล็กดันต้นน้ำให้ลุกขึ้น  ต้นน้ำลากริวกับเนมไปด้วยกัน

ทีมดันดาราประกอบไปด้วยริว เนม ต้นน้ำ นที ปาล์ม และพนักงานอีกห้าคน 

“พร้อมกันนะคะ?”  โอเล่ถาม  ทั้งสองทีมพยักหน้า 

เต้ให้สัญญาณเปิดเพลง  เพลงที่ใช้เป็นเพลงลูกทุ่งที่จังหวะมันส์มากพลอยทำให้ทุกคนคึกคักไปด้วย  เพลงหยุด...มีสามคนที่ต้องออก  ริวผู้ไม่แพ้ยังคงอยู่  ต้นปาล์มผู้ชื่นชอบการแข่งขันก็ยังอยู่  เนมคนอวดแฟนก็ยังคว้าเก้าอี้ไว้ได้  รวมถึงนทีและต้นน้ำด้วย  คนที่ออกไปคือพนักงานบริษัทของเล่นของธนกรที่ดูเหมือนจะเข้ามาเล่นเพื่อให้ครบจำนวนคนเฉยๆ ไม่ได้จริงจังกับการแข่งขันมากขนาดนั้น

“รอบแรก  ทีมดันดาราออกไปสามนะครับ  ทีมดวงดารายังอยู่ครบ  เหมือนกับว่าดวงดารามาพร้อมกับดวงจริงๆ นะครับวันนี้” 

“คุณเต้คะ  ดูเหมือนคุณจะเป็นกลางมากเลยนะคะ  พวกเราดูไม่ค่อยออกเลยว่าคุณเชียร์ทีมดวงดาราจนออกนอกหน้าไปนิดนึง” โอเล่ประชดเพื่อนร่มงานก่อนหันมายังทีมต้นน้ำ  “ดันดาราคะ  ยังสู้กันอยู่หรือเปล่า?”

“สู้ครับ!”  พวกเขาตะโกนตอบ

“ดวงดารา  สู้ไหม?” พิธีกรผู้เป็นกลางถามบ้าง

“สู้!!!”  เสียงเด็กๆ ตะโกนเต็มเสียงเล่นเอาเสียงพวกเขาแผ่วไปเลย

เพลงเปิดขึ้นอีกครั้ง  แต่รอบนี้เป็นเพลงช้ามาก  น่าจะยุคสุนทราภรณ์ได้  ทุกคนเดินกันเอื่อยเฉื่อย  ระวังหน้าระวังหลังกันสุดฤทธิ์  เพลงเปิดนานมาก  เดินวนกันจนผู้เล่นทุกคนคลายความระวังตัว...เพลงก็หยุดกะทันหัน   ต้นน้ำรีบถลาไปยังเก้าอี้ว่างที่ใกล้ตัวที่สุด  ชั่วขณะที่กำลังจะนั่งลงไปนั้นกลับมีคนที่เร็วกว่า  แต่ก็ยั้งไม่ทันแล้ว  เขานั่งทับลงไปบนตักของคนที่นั่งลงก่อนหน้า   พอรู้สึกตัวว่ากำลังนั่งตักใครสักคนอยู่  ร่างโปร่งก็ผลุนผลันผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว  แต่ทว่ากลับเร็วเกินไปจนเกือบทรงตัวไว้ไม่อยู่  มือใหญ่คว้าเอวเขาไว้ได้พลางประคองให้กลับลงมานั่งตักเหมือนเดิม  ต้นน้ำเอี้ยวตัวไปมอง...สายตาคมยิ้มกริ่มของนทีมองตอบกลับมา 

ชั่วเวลาแค่กระพริบตาสองปริบที่หัวใจเขาเต้นแรง  เลือดลมทั้งหมดสูบฉีดมาที่ใบหน้า  แต่ช่วงเวลาแต่สูดลมหายใจเข้าถัดมา...เขาก็รวบรวมสติท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายได้  “เราว่า...เราเห็นก่อนป่ะ?”

“เราก่อนดิ  นายดูด้วย...ว่าใครนั่งก่อน”

ใบหน้าใสเบะปากใส่ก่อนลุกขึ้นยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี 

“เอาล่ะครับ  ดันดาราออกไปอีกสาม”  เต้ประกาศผล

ต้นน้ำหันขวับหาผู้ร่วมชะตากรรมทันที  เป็นทีมงานจากลิตเติ้ลบุ๊คอีกสองคน  ต่างฝ่ายต่างหัวเราะให้แก่กันในความกากของทีมตัวเอง   

“ดันดาราเหลืออีกสี่คนเท่านั้นนะครับ  ในขณะที่ดวงดารายังอยู่กันครบทีมเลย”  เต้บรรยายพลางเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างนทีกับริว  โดยมีต้นปาล์มกับเนมยืนอยู่ข้างๆ “น้องๆ ครับ  ยอมแพ้เลยดีไหมครับ?” 

เสียงกรี๊ดจากน้องๆ บ้านดวงดาราดังสนั่น  พวกพี่ที่มารอบนี้หล่อสวยกันทุกคนเลย  โดยเฉพาะพี่นทีกับพี่ริว

“ไม่นะคะ  ทีมดันดาราจะแพ้ไม่ได้นะคะ? เพื่อเป็นการจูงใจในการแข่งขัน  เรามีรางวัลจากบอร์ดบริหารจากทั้งสองบริษัทมามอบให้แก่ผู้ชนะเป็นพิเศษ  มาค่ะ...พี่เตรียมไว้แล้ว”  โอเล่ล้วงซองสีขาวขึ้นมาโชว์  “พี่เตรียมซองไว้แล้วค่ะ  ส่วนเงินรางวัลจะเป็นเท่าไรนั้น... ”  โอเล่ทำหน้าเจ้าเล่ห์เดินไปหาธนกรที่พอรู้ตัวว่าโดนมัดมือชกเข้าให้แล้วก็หัวเราะลั่นพลางล้วงกระเป๋าเงินคว้าแบงค์พันขึ้นมาใส่ลงในซองขาวสองใบอย่างใจป้ำ

จำนวนเงินสองพันเรียกเสียงเฮดังมาจากเด็กๆ บ้านดวงดาราอีกครั้ง  พร้อมๆ กับเสียงโห่จากผู้แพ้ที่ตกรอบไปก่อนหน้านี้  รวมถึงต้นน้ำด้วย

เมื่อมีเงินรางวัลมาล่อ   การแข่งขันก็ยิ่งคึกคักขึ้น  “เดี๋ยวค่ะ...เดี๋ยว  มีเงินรางวัลแล้วก็ต้องมีบทลงโทษ เมื่อกี้พี่เห็นน้องๆ ไม่ตั้งใจแข่งกันเลย  ใครแพ้ต้องเป็นแฟนพี่นะคะ”

“ผมมีแฟนแล้วครับ”  เนมรีบชี้มาที่แป้ง 

“โอเคค่ะ  ไม่แย่งแฟนกัน  ที่เหลือ...ใครแพ้ต้องเป็นแฟนพี่นะคะ”

เสียงกรี๊ดดังมาจากน้องๆ บ้านดวงดาราอีกครั้ง  น้องบางคนก็ใจกล้าตะโกนขึ้นมาว่า “ใครชนะต้องเป็นแฟนหนู?”  เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน

“เอ้าๆๆๆๆ  พี่โอเล่อยากมีแฟน  พวกเรามีกันตั้งสิบคน  จัดให้หน่อยดีไหม?” เต้ผู้ไม่เป็นกลางอย่างเห็นได้ชัดถามทีมดวงดารา  ซึ่งน้องๆ ก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี  “ดีมาก  เริ่มได้!” 

เพลงถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง  ทุกคนดูเกร็งและคาดหวังมากกว่าเดิม  ต้นน้ำที่กลับมาอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเพื่อนๆ ก็พลอยลุ้นตามไปด้วย 

“รู้งี้กูไปเล่นด้วยก็ดี”  เอื้องฟ้าบอก

“ทำไม?  มึงอยากเป็นแฟนพี่โอเล่เขาเหรอ?”  ขิงถาม

“เปล่า  กูอยากได้เงินสองพัน”

“เชี่ย”  ขิงหัวเราะเพื่อน   

เพลงหยุดแล้ว  รอบนี้เนมกับน้องๆ บ้านดวงดาราได้ออกอีกสองคน  โอเล่ดูระรี้ระริกเป็นพิเศษ  ทีมดันดาราเหลือสาม  ดวงดาราเหลือแปด 
 
“โอ๊ย...เหี้ย  พอพี่โอเล่จะจับทำแฟน  ไอ้สามตัวนั้นแม่งเล่นโหดสัด  ไอ้ปาล์มแทบจะถีบกูออกจากเก้าอี้” เนมบ่นกระปอดกระแปดพลางลูบแขนที่มีรอยแดงจางๆ  เพราะรอบเมื่อกี้เขาแย่งเก้าอี้กับต้นปาล์ม

เพื่อนๆ พากันหัวเราะ  ก่อนพากันหันไปสนใจเกมส์ที่กำลังจะเริ่มรอบใหม่อีกครั้ง  โอเล่ยังคงปล่อยมุกเต๊าะหนุ่มๆ ไม่หยุดแถมยังดูเหมือนจะแปรพักต์เข้าข้างน้องๆ บ้านดวงดาราไปแล้ว  รอบนี้ทุกคนตั้งใจมากเป็นพิเศษ  ดูเหมือนสามคนนั้นจะไม่มีคำว่าเพื่อนหลงเหลืออยู่แล้ว

“มึงว่าพวกมันจริงจังกันเกินไปป่าววะ?”  น็อตถามเม่น

“มึงดูหน้าพี่โอเล่ก่อน  กูว่าเขาเอาจริงนะ”  ถึงโอเล่จะทำเป็นพูดเล่นก็เถอะ  แต่ก็ดูมีความสุขมากที่ได้แซะหนุ่มๆ

“น้องทีๆ  น้องทีชอบคนแก่กว่าหรือเด็กกว่าคะ?”

นทียิ้มเขิน “แก่กว่าครับ”

ต้นน้ำก็พลอยยิ้มไปด้วย  โอ๊ย...แล้วเขายิ้มทำไมวะเนี่ย?  แล้วไอ้ความรู้สึก...แอร๊ยย แอร๊ยย...แบบที่เห็นบ่อยๆ ตามคอมเม้นท์สาวๆ นี้มันคืออะไรวะเนี่ย?

“เราก็มีสิทธิ์น่ะสิ  พวกเด็กๆ หลบไป”  โอเล่หันไปบอกเด็กๆ บ้านดวงดารา 

“อย่าเพิ่งร้องลูก  อย่าเพิ่งร้อง  ยังเหลืออีก...”พี่โอเล่เหล่สายตาไปยังปาล์มกับริว 

“โอเล่ครับ” พี่เต้สะกิดเตือน  “เบาๆ ครับ  เจ้านายมาด้วยนะ”

“วินาทีนี้แล้วนะคะเต้  อายไม่ได้แล้วค่ะ  ทุกวันนี้ก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องแล้วล่ะค่ะ”

เต้ทนความหื่นของเพื่อนร่วมงานสาวไม่ไหว  สั่งเปิดเพลงโดยด่วน  พอเพลงจบพวกนทียังคงยึดเก้าอี้เป็นของตัวเองไว้ได้  น้องๆ บ้านดวงดาราออกไปกันสามคน 

“เอาแล้วๆ  อาจเป็นเพราะกำลังใจของโอเล่ทำให้หนุ่มๆ ของทีมดันดาราเกาะเก้าอี้กันไว้ได้เหนียวแน่น”  เต้พูดไปหัวเราะไปอย่างสะใจ  “ทีมดวงดาราออกไปอีกสามคนนะครับ  น้องเป็นยังไงกันบ้างครับ?  ยังสู้อยู่ไหม?” 

“สู้!” น้องๆ ยังคงกำลังใจดีพอๆ กับโอเล่ที่ยิ่งคึกคัก

“เริ่มเลยเถอะ  พี่ทนไม่ไหวแล้ว  พี่อยากรู้เหลือเกินว่าพี่จะได้ตกเป็นของใคร? มิวสิค!”  พี่โอเล่เรียกเพลง  ซึ่งก็ได้เพลงตามที่เรียก  ผู้เล่นยังงงๆ  อยู่เลยตอนที่เพลงขึ้น

เพลงจบ...นทีกำลังจะเข้าไปนั่ง  แต่มือบางของโอเล่เร็วกว่า  เธอดึงเก้าอี้ออกแล้วเอาไปเสียบไว้ให้น้องๆ บ้านดวงดาราแทน 

“พี่โอเล่  มายไอดอล”  เอื้องฟ้าแทบจะตะโกนบอกรักพี่โอเล่  ประทับใจในการเต๊าะหนุ่มแบบหน้าด้านๆ ไม่อายฟ้าอายดินของนาง

“คนนี้แฟนฉัน” โอเล่เดินไปคล้องแขนนทีที่ทำหน้าหัวเราะไม่ได้  ร้องให้ไม่ออก  แล้วก็หันไปแซวธนกรที่นั่งหัวเราะอยู่กับฝนทิพย์ “คุณพ่อขา  คุณพ่อได้ลูกสะใภ้แล้วนะคะ  เสียสองพัน แลกกับลูกสะใภ้หนึ่งคน  คุ้มนะคะเนี่ย”

ธนกรพยักหน้าเออออไปด้วย  หัวเราะไปด้วย  สักพักก็ส่ายหน้าระอาใจ

“เดี๋ยวฉันเป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิงให้เอง  แถมข้าวสารให้ด้วยนะ” เล็กแซวธนกรบ้าง 

โอเล่รั้งตัวนทีไว้ลูบๆ คลำๆ พอประมาณก่อนปล่อยมานั่งกับเพื่อน  นทีเดินหมดแรงมานั่งข้างต้นน้ำ  ต้นน้ำก็ยื่นขวดน้ำเย็นให้  นทีรับมาดื่มเงียบๆ  คอยลุ้นเกมส์ต่อไปที่เหลือแค่ริวกับต้นปาล์มสองคน

“คู่ต่อสู้ของเราวันนี้สูสีมากนะครับ  ทีมดันดาราเหลือสองคน  ทีมดวงดาราเหลือสามคน  รอบนี้จะมีคนออกทั้งหมดสามคน  แล้วเราก็จะเข้าสู่รอบสุดท้ายกันแล้วนะครับ”

เพลงเริ่ม...เสียงพูดคุยก็เงียบลงไป  เพลงรอบนี้นานมาก  รอจนทุกคนเริ่มเบื่อเพลงก็หยุด  ต้นปาล์มโถมตัวไปยังเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุด  แต่กลับต้องกระเด็นออกมาเพราะแรงปะทะจากคนที่ตังโตกว่าอย่างริว  ทั้งสองคนกระเด็นไปคนละข้าง  มือที่สามจากดวงดาราคว้าเก้าอี้ไปได้ 

คนแพ้ทั้งสองคนโดนโอเล่แทะโลมสักพักก็ปล่อยตัวออกมาสู่อ้อมอกเพื่อน 

“เชี่ย  มึงชนกูทำไมวะ?” ปาล์มบ่นริว

“มึงก็ชนกูเหมือนกันแหละ”

“ไม่เหมือน  กูเจ็บกว่า  สองพันกูปลิดปลิวไปแล้ว”

“มึงจะเอาไปทำไมวะ...สองพัน  ให้น้องๆ เขาไปเถอะ”

“กูได้มา  กูก็จะให้น้องอยู่ดีแหละ  แบบนั้นโคตรเท่ห์  แต่แบบนี้ไม่เท่ห์เลย  ศักดิ์ศรีน่ะ...มึงรู้จักไหม?” 

ริว “.....”  คนอย่างต้นปาล์มรู้จักคำว่าศักดิ์ศรีด้วยเหรอ?

เป็นที่แน่นอนว่าน้องๆ ดวงดาราได้เงินรางวัลสองพันบาทไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี  มาถึงช่วงสุดท้าย  โอเล่เชิญคุณครูใหญ่ขึ้นมาบนเวที

“สวัสดีค่ะ  วันนี้ครูอยากจะขอบคุณมากๆ  สำหรับน้ำใจ  ความสนุกสนาน  และมิตรภาพที่มีให้กับน้องๆ  ครูเองก็เป็นเด็กรุ่นหนึ่งที่เคยอยู่ที่นี่มาก่อน  เรียนจบแค่มอหก...ก็ไม่เรียนต่อแล้ว  แต่เลือกที่จะมาทำงานอยู่ที่นี่แทน  เพราะคิดว่าเราเติบโตมาจากที่นี่  เราก็ควรตอบแทนบุญคุณที่นี่  ด้วยความที่ตอนนั้นยังอายุน้อย   ความคิดความอ่านก็แคบ  ครูต่อว่ารุ่นพี่คนหนึ่งที่มาเป็นลูกคุณยายรุ่นแรก  ในตอนนั้นมีเด็กเยอะขึ้น  ต้องการแรงงานหนุ่มสาวมาช่วยดูแลมากขึ้น  อะไรหลายๆ อย่างยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง  แต่รุ่นพี่คนนั้นกลับเห็นแก่ตัว  ไม่ยอมมาอยู่ดูแลที่นี่...ที่ที่เป็นรากเหง้าของตัวเอง  เขาคนนั้นทิ้งที่นี่ไปเดินทางตามความฝันของตัวเอง   น่าแปลก...ทั้งที่คุณยายไม่เคยโกรธคนคนนั้นเลย  แต่ครูกลับโกรธมาก  จนแทบจะไม่อยากคุยกับรุ่นพี่คนนั้นเลย   

ก่อนที่คุณยายจะเสีย...ท่านป่วยหนัก  เราประสบปัญหาทางด้านการเงิน  จำนวนเด็กที่มากขึ้นทำให้เราแทบจะรับมือกับปัญหาการเงินไม่ไหว  แต่อย่างที่คุณยายได้ตั้งใจถ่ายทอดแนวคิดของท่านไว้เรา...ไม่ว่าเราจะเจอกับอะไร  เราจะไม่สูญเสียดวงดาวในดวงตาเรา  วันหนึ่ง...ดวงดาวของท่านก็กลับมา  ทันเวลา...เพื่อให้คุณยายได้เห็นว่าดวงดาวของท่านเปล่งประกายงดงามแค่ไหน?” คุณครูใหญ่พูดไปทั้งที่น้ำตาคลอ  ทั้งความรู้สึกผิด  ความซาบซึ้ง  ความกตัญญูถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงที่แผ่วเบาทว่าหนักแน่น “ขอบคุณพี่เล็กค่ะ  ขอบคุณพี่เล็กที่กลับมาในวันนั้น  ทำให้เรายังมีวันนี้อยู่” 

เล็กเดินเข้าไปตระกองกอดครูใหญ่ไว้ในอ้อมแขน  เรียกน้ำตาของคนที่คอยฟัง 

เด็กๆ และครูที่ดูแลร้องให้กันหมด  ฝนทิพย์น้ำตาไหลซบใบหน้าลงกับอกกว้างของธนกร แป้งซับน้ำตาที่หัวตาโดยมีมือของเนมโอบกอดอยู่เบื้องหลัง  เอื้องฟ้ากับขิงน้ำตาไหลแบ่งกระดาษทิชชูกันเช็ด  ต้นปาล์มผู้อ่อนไหวปล่อยโฮโดยมีน็อตกับเม่นคอยห้ามไม่ให้ร้องให้หนักกว่านี้แล้ว...มันน่าอาย

“ร้องให้ใช่ไหม?”  นทีถามเมื่อรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากการเบียดของคนทางด้านหลัง 

“อืม”  ต้นน้ำตอบเสียงสั่น  เขาใช้หลังนทีบังไม่ให้คนอื่นเห็นว่าเขาร้องให้  ริวที่นั่งข้างๆ ยื่นมือมาตบบ่าเขาเบาๆ

“นี่คือบทเรียนสุดท้ายที่คุณยายทิ้งไว้ให้ครูก่อนจากไป...เราไม่สามารถตัดสินใครได้  ตราบใดที่เราไม่ได้เดินทางไกลโดยสวมรองเท้าของเขา”  ครูใหญ่ทิ้งท้ายประโยคลงได้อย่างสวยงามก่อนยื่นไมค์ส่งต่อให้กับเล็ก

เล็กยิ้มรับไมค์  ยิ้มให้ครูใหญ่ก่อนหันมายิ้มให้เด็กๆ

“เรียกว่าป้าเล็กแล้วกันเนอะ” เล็กเงียบอยู่ครู่หนึ่งคล้ายกำลังเรียบเรียงคำพูด “อย่างที่ทุกๆ คนรู้  ป้าเล็กเป็นกระเทยค่ะ”  คราวนี้ทุกคนเงียบ  “เหตุผลที่ป้าต้องมาอยู่ที่นี่  ไม่ใช่เพราะว่าป้าไม่มีพ่อแม่  แต่เป็นเพราะว่าพ่อของป้ารับไม่ได้ที่ป้าเป็นแบบนี้  ป้าถูกตีทุกวัน  แต่อย่างว่านะคะ...กระเทยไม่ใช่โรค  ที่รักษาแล้วหายได้...ไม่ใช่นิสัย  ที่ตีแล้วนิสัยจะดีขึ้นมาได้...คุณยายพบป้า  แล้วพาป้ามาอยู่ที่นี่  คุณยายบอกกับป้าว่า...ถ้าจะเป็นกระเทย...อย่าเป็นกระเทยธรรมดา  แต่ให้เป็นกระเทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  อย่าเป็นกระเทยขี้เหร่ที่หาได้ดาษดื่นตามท้องถนน...แต่จงเป็นกระเทยที่สวยที่สุด”

“ตอนแรกๆ ป้าไม่เข้าใจ  ป้าไว้ผมยาว  แต่งหน้า  ทาปาก  สวยมาก  ป้าเป็นนางรำ  ประกวดนางงาม...แต่คุณยายก็ยังบอกว่าป้าเป็นกระเทยธรรมดาอยู่นั่น” เล็กหัวเราะเมื่อนึกถึงอดีต “สมัยนั้นยังไม่เปิดกว้างเหมือนทุกวันนี้  ป้าโดนเด็กผู้ชายแกล้ง  ป้าก็ด่ากลับบ้าง  ตีกันบ้าง  จนมาวันหนึ่ง...ป้าเหนื่อยแล้วที่จะต่อสู้  ป้าแค่พยักหน้าให้แล้วเดินออกมา  วันนั้น...เป็นวันแรกที่คุณยายชมป้าว่าสวย  พวกหนูเริ่มเข้าใจไหมลูก?”  ป้าเล็กหยุดถาม

เด็กๆ หลายคนพากันพยักหน้าหงึกหงัก

“เราเป็นคนสวย...เราไม่จำเป็นต้องสนใจคำพูดของคนอื่น  ถ้าเรามั่นใจว่าเราสวยแล้ว...ให้เดินต่อไป เราอยู่เริ่ดๆ เชิ่ดๆ สวยๆ ของเรา  การทะเลาะเบาะแว้ง...ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนไม่สวยทำนะคะ” สิ่งที่เล็กพูดตอบโจทย์ที่ครูใหญ่ทิ้งเอาไว้ได้เป็นอย่างดี  เพราะเธอมั่นใจว่าเธอได้ทำในสิ่งที่สมควรแล้ว  เธอจึงได้เดินหน้าต่อในวิธีของตัวเองแม้ว่าครูใหญ่และคนอื่นๆ จะไม่เห็นด้วยก็ตาม  “ลูกๆ ทุกคนมีวิถีทางเป็นของตัวเอง  อย่าไปตัดสินใคร  และอย่าปล่อยให้ใครมาตัดสินเรา  จงเป็นตัวเองให้ดีที่สุด  เอาล่ะ...ป้าฝากไว้เท่านี้  เด็กๆ อยากถ่ายรูปกับคนสวยไหมคะ?”  เล็กชี้ที่ตัวเอง

“อยากค่ะ”  เด็กๆ ตะโกนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน 

“ป้าเล็กของนายเจ๋งจริงๆ ด้วย”  นทีกระซิบบอกต้นน้ำที่ยังคงตาแดงช้ำอยู่  แต่ก็ยังไม่วายหันกลับมายักคิ้วให้เขา



-----------------------------------------

เป็นตอนที่เขียนแล้วลบ  ลบแล้วเขียนบ่อยมากๆ 
ซีนหวานไม่ค่อยมีนะ 
เดี๋ยวตอนหน้า พวกนางจะไปเที่ยวสงกรานต์กันจ้า
ซีนต้องมาล๊าวววว

ทวงถาม ทักทาย ได้ที่ที่เพจเหงาๆ ของช้อยเอง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-09-2019 15:02:44 โดย Smile A »

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7532
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ซึ้ง........จนน้ำตาซึมออกมาตามไปด้วยเลย   :mew6:
ชอบบบบบบบบบบบบ   คุณยายทองจันทร์ สอนป้าเล็กได้ดีมากกกกกก   :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
"อย่าเป็นกระเทยธรรมดา
แต่ให้เป็นกระเทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
อย่าเป็นกระเทยขี้เหร่ที่หาได้ดาษดื่นตามท้องถนน...
แต่จงเป็นกระเทยที่สวยที่สุด
       :L1: :L1: :L1:

ออฟไลน์ janamanza

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
กินใจมากกับคำสอนของคุณยายในพาร์ทนี้

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1770
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ช็อตนั่งตักกันจะมีใครถ่ายได้มั้ยน้าาาา

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด