------- นทีต้นน้ำ ------- ตอนที่ 30 ------ [17/12/2020]---P.9
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ------- นทีต้นน้ำ ------- ตอนที่ 30 ------ [17/12/2020]---P.9  (อ่าน 18755 ครั้ง)

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 791
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำ  ตอนที่ 12

แยกสละกับระกำออกหรือยัง?





“สอบเสร็จสักที”  ต้นปาล์มเดินหอบร่างไร้วิญญาณเดินออกมาห้องสอบเป็นคนสุดท้าย “ไปฉลองกันไหมมึง?”

“ไปดิ  หมูกระทะนะ  ไม่เอาเหล้า  กูไม่ไหว  เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนเลย”  เม่นเสนอความคิด

“เออ เหมือนกัน  กินอิ่มๆ  กูจะได้นอนหลับอย่างสบายใจ”  น็อตตกลงก่อนหันไปถามเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน “พวกมึงไปด้วยไหมตั้ม?”

ตั้มที่กำลังนั่งเบื่อๆ อยู่พยักหน้า “ไปดิ  พวกมึงอ่ะดิว?”  เขาหันไปถามดิวที่นั่งรวมกลุ่มอยู่ใกล้ๆ กันด้วย 

“อืม ไปสิ” ทุกคนพยักหน้าเออออตามกัน  เย็นวันนั้นวิศวะกลุ่มใหญ่พากันจับจองพื้นที่ร้านหมูกระทะโต๊ะใหญ่ 

“ไหนว่าไม่มีเหล้าไง?”  น็อตถามเมื่อเห็นว่าตั้มสั่งเบียร์มา

“มันต้องมีกลั้วคอสักหน่อยไหม?  มึงก็อย่ากินจนเมาสิ”  ตั้มตอบพร้อมกับรินเบียร์แจก “ช่วงนี้ทำไมกูไม่ค่อยเห็นมึงเลยวะนที?”

“กูก็ไปเรียนทุกวัน”

“กูหมายถึงตอนไปเที่ยว  แต่ก่อนนี่แรดออกทุกอาทิตย์  พอจะหายก็หายไปเลย  สาวๆ  ถามหามึงจนกูปวดหัว  ไม่เชื่อถามไอ้ปาล์มได้”

เม่นคีบหมูใส่ปาก  ก็ที่ร้านเหล้าไม่มีต้นน้ำนี่

“พรุ่งนี้ไหมล่ะ?”  ปาล์มชวน

“กูดีล”  ตั้มตอบ  เม่นกับน็อตก็พยักหน้าตกลง

“กูไม่ว่าง  มะรืนกูต้องขับรถพาป๊ากับแม่ไปต่างจังหวัด”

“มึงก็ให้ไอ้น้ำขับสิ” ปาล์มช่วยคิดหาทางให้เพื่อนเที่ยวได้

“เดี๋ยวมันก็ให้กูขับอยู่ดีน่ะแหละ”  นทีตอบ  ต้นน้ำเป็นโรคขี้เกียจขับรถ  บ่นทุกครั้งที่ตัวเองต้องเป็นคนขับ

น็อตทำหน้าเอือม คีบหมูชิ้นที่สุกใส่ปากบ้าง จ้า...แฟนขับจ้า 

“เดี๋ยวนะๆ  น้ำ?  ต้นน้ำศีลกรรมอ่ะนะ?”  นิว...เพื่อนในกลุ่มตั้มถามขึ้น

“เออ”  ปาล์มตอบ 

“แล้วมันไปกับที่บ้านมึง?” นิวถามหน้าตาเลิ่กลั่ก “หรือว่า...?”

“ว่าอะไร?” นทีถาม

“มึงกับมันเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอ?” ตั้มมองซ้ายมองขวาก่อนถามเสียงเบา

นทีมองซ้ายมองขวาก่อนตอบเสียงเบา “....จริง”

เพื่อนในโต๊ะทั้งหมดเงียบ  มองหน้านทีด้วยสายตาทั้งอึ้งและทึ่ง

ต้นปาล์มหัวเราะเสียงดัง  “เชี่ย  มึงจะไปหลอกพวกมันทำไมวะ?  มึงก็บอกพวกมันไปสิว่าป๊ามึงกับแม่มันแต่งงานกัน  พวกมึงแค่อยู่บ้านเดียวกัน”

เม่นกับน๊อตวางตะเกียบลงพร้อมกัน  ไอ้ปาล์มมี่  มึงนั่นแหละที่ควรหุบปาก





ต้นน้ำเดินลงบันไดมาด้วยหน้าตาอิดโรย  การไม่ได้นอนยาวติดต่อกันเป็นอาทิตย์ส่งผลให้อารมณ์ของเขาหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ  ตาคู่สวยมองผ่านกระจกหน้าต่างไปยังร่างสูงที่เล่นปาลูกบอลอยู่กับโจลีและแบรดพิตต์ด้วยใบหน้าสดใส  โกนหนวดโกนเคราเรียบร้อย  ดูเหมือนพระเจ้าจะเอ็นดูนทีเป็นพิเศษ  นอกจากหล่อ สูง  รูปร่างดีแล้ว  ยังได้สอบเสร็จเร็วกว่าอีกด้วย  แถมสอบเสร็จยังได้ไปกินหมูกระทะที่เขาอยากกินต่ออีก  อ่า...ชีวิตที่มีหมูกระทะช่างแสนเพอร์เฟ็คต์  ร่างกายเขาปราศจากหมูสามชั้นบนกระทะมีรูมานานเท่าไรแล้วเนี่ย  วันก่อนที่นทีโพสต์ภาพหมูกระทะพร้อมกับแท็กเพื่อนๆ กลุ่มวิศวะรวมถึงดิวด้วย  เขาอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย  อยากจะโผเข้าไปในรูปซะตอนนั้น  ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะรวบรวมสมาธิให้อ่านต่อได้...อิดโรยได้อีก 

กลับมาถึงบ้านเมื่อวานเขาก็นอนยาวมาจนถึงตอนนี้  แต่ก็เหมือนจะยังไม่พอ  อยากจะนอนต่ออีกสักวัน  แต่กลับต้องตื่นแต่เช้าเพราะต้องเดินทางไปบ้านคุณยาย  เฮ้อ...

“น้ำ  กินข้าวก่อนไหมลูก?”  ฝนทิพย์ถามลูกชายด้วยหน้าตาสดใส  ดีใจที่จะได้กลับไปเยี่ยมบ้าน  โดยมีธนกรที่หน้าตาสดใสนั่งอยู่ข้างๆ 

“ครับแม่” หน้าตาสดใสทั้งบ้านเลย  ยกเว้นเขาคนเดียว  เขายังเป็นลูกบ้านนี้อยู่หรือเปล่าเนี่ย?  น้อยใจจนต้องกินน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จิ้มนมจนหมดไม่เหลือสักตัว

“นายกินปาท่องโก๋หมดเลยเหรอ?” นทีเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้  ทันตอนที่ต้นน้ำกำลังใช้เนื้อปาท่องโก๋ชิ้นสุดท้ายกวาดนมข้นหวานเกลี้ยงถ้วยพอดี

“อืม  มีไรไหม?” ต้นน้ำเหล่ตาขึ้นมอง  หงุดหงิดพร้อมบวกมากตอนนี้

“หือ  ไม่มี๊  ไม่มีอะไรเลย” 

“อ้าว  น้ำกินปาท่องโก๋หมดเลยเหรอลูก?” ฝนทิพย์เดินออกมาจากบริเวณครัว  “นทียังไม่ได้กินเลย”

“ไม่รู้นี่  นึกว่ากินแล้ว”  ต้นน้ำทำสีหน้าสำนึกผิด  ทีเขายังไม่ได้กินหมูกระทะเลย  แค่นทีไม่ได้กินปาท่องโก๋...แค่นี้ยังน้อยไป  “แล้วทำไมยังไม่ได้กินล่ะ?” 

“ก็รอนายน่ะสิ  เดี๋ยวเหลือไว้ให้นายน้อยเกินไป  นายก็บ่นไม่อิ่มอีก”

คำตอบของนทีทำให้ต้นน้ำเริ่มรู้สึกผิดจริงๆ ขึ้นมา “ไข่ดาวไหม?  เดี๋ยวทอดให้”

“เจียวแล้วกัน  เอาแบบฟูๆ ใส่หอมหัวใหญ่ให้ด้วยนะ”

ต้นน้ำเดินไปเปิดตู้เย็น  หยิบไข่ไก่ออกมาสองฟอง  ปรุงรสก่อนเริ่มซอยหอมหัวใหญ่ 

“เดี๋ยวแม่ไปดูเด็กจัดของบนรถก่อนนะ” ฝนทิพย์บอกต้นน้ำ

“ครับ” 

“ของน้ำมีแค่กระเป๋าใบเดียวใช่ไหม?”

“ครับ  ผมวางไว้หน้าประตู  เดี๋ยวผมออกไปยกให้”

“ไม่เป็นไร  เดี๋ยวแม่ให้เด็กมายก”

ฝนทิพย์เงียบหายไปแล้ว 

“นายโกรธอะไรเราหรือเปล่า?”  นทียื่นหน้าเข้ามาถาม  ตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่ต้นน้ำดูหงุดหงิด  ทำหน้าบึ้งตึง  เย็นชาใส่เขา 

“ม๊าย...ไม่นี่” ต้นน้ำตกใจที่นทีโผล่เข้ามาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว  เผลอตอบเสียงสูง

แน่นอน!  แบบนี้โกรธแน่ๆ   “ถามจริง  เราทำอะไรให้นายไม่พอใจหรือเปล่า?”

 “ไม่นี่  ไม่มี๊”  ไม่มีสักหน่อย  ไม่มีอะไรเลย  นทีแค่ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนเฉยๆ  ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องโกรธสักหน่อย  ต้นน้ำสับหัวหอมกระเด็น 

นทีกระเถิบตัวออก  “ไม่...ก็ดีแล้ว  เราไปรอที่โต๊ะนะ”  นทีชี้ไปที่โต๊ะเก้อๆ กังๆ  เขาไม่ควรเข้ามาที่ครัวตั้งแต่เห็นต้นน้ำถือมีดแล้ว

ต้นน้ำไม่ตอบอะไร  ก้มหน้าก้มตาทำไข่เจียวต่อไป  สักพักข้าวสวยร้อนๆ โปะไข่เจียวหอมกรุ่นก็มาเสิร์ฟนทีถึงที่  “เราไปช่วยแม่จัดของก่อนนะ”

“เดี๋ยวสิ  นายจะปล่อยให้เรานั่งกินคนเดียวอย่างนี้เหรอ?”

“แล้วปกตินายไม่ได้นั่งกินคนเดียวหรือไง?”  หึ...คงมีคนกินข้าวด้วยตลอดสินะ

“ก็กินคนเดียวนั่นแหละ  แต่ตั้งแต่มีนาย  ก็ไม่ค่อยชินกับการกินข้าวคนเดียวแล้ว”

อั้ก...เหมือนมีลูกศรยิงมากระแทกปุ่มโกรธแตกกระจุย  หยุดเดี๋ยวนี้นะ...ห้ามยิ้ม  ฮึบๆ ฮึบไว้  ต้นน้ำบอกตัวเองเมื่อรู้สึกได้ว่ามุมปากของตัวเองกำลังจะยกขึ้น  โนๆๆๆ...โกรธอยู่นะ  ริมฝีปากอาจจะยั้งทั้น  แต่สายตาที่ทอประกายวาว  อ่อนโยนขึ้นนั้น...ห้ามไม่อยู่แล้ว 

นทีเป็นฝ่ายยิ้มออกมาแทน  ก่อนตักข้าวไข่เจียวเข้าปาก

ต้นน้ำดึงเก้าอี้ออกห่างจากโต๊ะ  แทรกตัวเองลงนั่ง  “อร่อยไหม?”

“ชิมดูสิ” นทีตักข้าว  ยื่นช้อนไปใกล้ริมฝีปากต้นน้ำ

ต้นน้ำอ้าปากรับ  “อร่อยมาก  ใครทำกันนี่?  ต้องเป็นคนที่หล่อมากแน่ๆ เลย”

นทียิ้มพลางตักข้าวเข้าปากตัวเองบ้าง





เป็นอย่างที่นทีคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด...เขาเป็นคนขับ  โดยมีต้นน้ำนั่งเป็นเนวิเกเตอร์แสนดีที่นั่งกอดหมอนหลับตั้งแต่รถเคลื่อนออกจากบ้าน  ปาท่องโก๋ที่เจ้าตัวกินจนเกลี้ยงจานคงทำงานได้ดี  ต้นน้ำหลับสนิทนานเกือบสองชั่วโมงถึงได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ 

“โหย  ยังไม่ถึงอีกเหรอเนี่ย?” 

“อืม  สงกรานต์  รถมันเยอะ” นทีตอบ

“เราน่ะนอนสบาย  ยังจะมาบ่นอีก  ตาทีขับมาตั้งนานยังไม่บ่นสักคำ” ฝนทิพย์กระแนะกระแหนลูกชายมาจากทางด้านหลัง 

“ไม่ได้บ่นสักหน่อย  ผมแค่งง  ปกติขับแค่สามชั่วโมงก็ถึงกาญฯ แล้ว” 

“ก็รถมันติดนี่ยะ  เราน่ะหลับไม่รู้เรื่องอะไร?”

“คร้าบผม  รับทราบครับ” ต้นน้ำค้นของในกระเป๋าเป้ก่อนเลือกขนมมาได้ห่อหนึ่ง

“อิ่มเป็นหลับ  ขยับเป็นกิน” เสียงฝนทิพย์ลอยมาแผ่วๆ 

“หรือจะให้หลับล่ะแม่?”  ต้นน้ำหาวอีกรอบเป็นการยืนยัน

“ตื่นมาพักผ่อนมั่งเถอะลูก  นอนนานแล้ว  เดี๋ยวจะเหนื่อย” ธนกรแซวบ้าง

“ป๊าอ่ะ  เข้าข้างแม่ตลอด  นี่ลูกนะ” 

สองข้างทางที่รถแล่นผ่านมีเด็กๆ  ตั้งกลุ่มสาดน้ำกันเป็นช่วงๆ  ตัวเล็กตัวน้อยสาดน้ำกันให้วุ่นไปหมดโดยไม่สนใจแดดร้อนเปรี้ยงแม้แต่นิดเดียว   สายตาแวววาวกับรอยยิ้มสนุกสนานมีให้เห็นตลอดกลางเดินทาง

ช่วงรถติดไฟแดง  รถกระบะที่บรรทุกถังน้ำเต็มคันรถจอบเข้าเทียบข้างรถเขา  เด็กวัยประถมสองคนกับผู้ใหญ่อีกสี่คนนั่งประกบอยู่ด้านหลัง

ต้นน้ำหันไปยิ้มให้เด็กคนหนึ่งที่หันหน้ามาสบตาเขาพอดี  พร้อมกับยักคิ้ว  กวักมือท้าทาย  ปากก็พูด “สาดเลย  แน่จริงสาดเลย”

เด็กน้อยทำหน้าโมโห  สาดน้ำปะทะกระจกดังปัวะ  ร่างโปร่งผงะหงาย  ก็รู้อยู่นะว่าสาดไม่โดนหรอก  แต่เสียงน้ำกระแทกกระจกก็อดทำให้ตกใจไม่ได้  ใบหน้าใสหันไปยี้ใส่เด็กน้อยที่กำลังจะตั้งท่าจะตักน้ำขึ้นมาสาดอีกครั้ง 

ผัวะ! น้ำสาดกระเด็นเข้ามาในรถ  แม้ไม่มากมายแต่ก็พอทำให้ใบหน้าของคนที่ยื่นไปเปียกได้

“นที๊!  นายเปิดกระจกทำไม?” มือเรียวคว้าหากระดาษทิชชู  นทีเปิดกระจกลงนิดเดียว  แต่น้ำที่สาดเข้ามาเน้นๆ ตรงช่วงตาพอดี

“โทษๆ  มือมันไปโดน”  นทีพูดกลั้วหัวเราะ  รีบหากระดาษทิชชูมายื่นให้  พอดีกับที่ไฟเขียว  นทีกลับไปขับรถต่อ 

ต้นน้ำเช็ดหน้าแล้วก็เช็ดคอนโซลรถต่อ  “ลงทุนแกล้งเนอะ”  ว่าพลางหันไปแลบลิ้นใส่เด็กน้อยตัวดำบนรถกระบะที่หัวเราะร่าตาใสพลางแลบลิ้นกลับใส่เขา  ป๊ากับแม่ก็นั่งหัวเราะอยู่ด้านหลัง







รถขับมาถึงถนนใหญ่แยกลงไปสู่แม่น้ำแคว  ในที่สุดเนวิเกเตอร์ก็ทำงานเสียที...ต้นน้ำบอกทางให้นทีเลี้ยวซ้ายลงไป  ผ่านทุ่งดอกคอสมอสสีชมพูปนม่วง  เลยไปอีกก็เป็นทุ่งดอกไม้สีเหลืองส้มสดใส  เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่แวะมาถ่ายรูปและเที่ยวชมพันธุ์ไม้ 

พวกเขาขับเลยบริเวณไร่กว้างขวางไปจนถึงทางเลี้ยวอีกแห่งหนึ่ง  นทีเลี้ยวเข้าไปตามคำบอกของเนวิเกเตอร์  พ้นรั้วไม้...ก็พบส่วนหย่อมที่จัดแบบเรียบง่าย  ก่อนถึงลานกว้างหน้าบ้านไม้สองชั้นขนาดกลาง 

ฝนทิพย์พาธนกรและลูกๆ  เข้าไปยังตัวบ้าน  คุณยายและคุณป้านั่งรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นอยู่แล้ว

“มากันแล้วเหรอลูก?”  คุณยายยังคงยิ้มให้อย่างอบอุ่นเหมือนเคย 

นทียกมือไหว้คุณยายและป้าหยาดที่เขาเคยพบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่องานแต่งงานของฝนทิพย์

เสียงวิ่งตึกตักดังมาจากหลังบ้าง  เด็กสาววัยรุ่นตัวกลม  มัดผมหางม้าคนหนึ่งโผล่เข้ามา

“พี่น้ำ” น้ำอุ่นตะโกนเรียกพลางกอดพี่ชายแน่น   ต้นน้ำหัวเราะลูบหัวลูบหลังน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่างอารมณ์ดี

“พอๆ ยายอุ่น  พี่น้ำหายใจไม่ออกพอดี”  ป้าหยาดเอ่ยเตือน “สวัสดีป้าฝนกับลุงกรก่อนสิ” 

น้ำอุ่นถอยตัวออกไปสวัสดีฝนทิพย์กับธนกร  พลางชะงักเมื่อเห็นนที

“พี่นทีไง  ลูกชายลุงกร” หยาดทิพย์อธิบาย

น้ำอุ่นยิ้มเขินยกมือสวัสดี  ก่อนบอก  “ทำไมไม่มีใครบอกอุ่นเลยว่าพี่นทีหล่อแบบนี้?”

“หล่อกว่าพี่อีกเหรอ?”  ต้นน้ำชี้ที่ตัวเอง

“โอ๊ย...พี่น้ำน่ะ  หล่อที่สุดแล้วค่ะ  ยกให้เป็นที่หนึ่งตลอดกาลเลย”

“ดีมากน้องรัก” ต้นน้ำยกมือขึ้น  น้ำอุ่นก็ยกมือขึ้นแปะ

“น้องรักเขาน่ะ”  ฝนทิพย์อธิบาย  เธอมีพี่น้องทั้งหมดสามคน  หยาดทิพย์เป็นพี่คนโต  เธอเป็นคนกลาง  ภูรีเป็นน้องชายคนเล็ก...มีลูกชายคือน้ำเหนือ  และลูกสาวคือน้ำอุ่น  ตอนเด็กๆ น้ำเหนือไม่ค่อยเล่นกับน้ำอุ่นเท่าไรเพราะชอบเล่นแบบเด็กผู้ชายมากกว่า  และมีลูกพนักงานเป็นเพื่อนเล่นอยู่หลายคน  ส่วนธารา...ลูกชายของหยาดทิพย์และเธียร  ก็โตเกินกว่าจะเป็นเพื่อนเล่นของเด็กเล็ก  ทุกครั้งที่เธอพาต้นน้ำมาเยี่ยมบ้าน  น้ำอุ่นเป็นต้องมาชวนต้นน้ำเล่นเสมอ  และต้นน้ำก็ไม่เคยปฏิเสธ  ยอมเป็นเพื่อนเล่นให้น้องตลอด  น้ำอุ่นเลยค่อนข้างติดต้นน้ำมากกว่าคนอื่น

“ไปกินข้าวกันก่อนเถอะ  อุ่นรอจนหิวแล้ว” น้ำอุ่นกระตุกแขนต้นน้ำ 

นทีมองตามขำๆ  สองคนนี้สมกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ 

ทุกคนพากันไปนั่งที่โต๊ะอาหาร 

“แล้วน้ำเหนือล่ะ?”  ต้นน้ำถามถึงน้องชาย

“ไปเล่นน้ำกับเพื่อนแล้ว”

“แล้วเราล่ะ  ไม่ไปเล่นกับเพื่อนเหรอ?”

“ก็รอพี่น้ำอยู่นี่นา  กับเพื่อนเดี๋ยวค่อยไปเล่นพรุ่งนี้ก็ได้  ไปเล่นด้วยกันไหมพี่น้ำ?”

“ไปสิ  ไปด้วยกันไหม?” ต้นน้ำหันไปถามนที  นทีพยักหน้า “งั้นวันนี้ไปดูสวนกันไหม?” 

นทีพยักหน้าอีก “แล้วแต่ไกด์เลย”

“อุ่นไปด้วยนะ”  น้ำอุ่นรีบเสนอตัวทันที 

“ต้องไปสิ  เป็นไกด์นี่”

“น้ำกับนทีไปนอนที่รีสอร์ทนะลูก” หยาดทิพย์บอก “น้าภูเขาเตรียมห้องไว้ให้แล้ว”

“โอเคครับ”  ต้นน้ำกับนทีรับคำ  บ้านนี้เดิมมีทั้งหมดสี่ห้อง  ห้องคุณยาย  ห้องหยาดทิพย์และเธียร  ส่วนอีกห้องคือห้องเดิมของฝนทิพย์ที่เก็บไว้เวลาที่เธอกลับมาเยี่ยมบ้าน  และห้องเก่าของภูรีที่เปลี่ยนเป็นห้องของธาราแทน   

ปกติต้นน้ำนอนกับใครก็ได้  ทั้งกับธาราและฝนทิพย์  แต่พอเพิ่มนทีกับธนกรมาด้วย  จะเบียดนทีลงที่ห้องธาราอีกคนก็คงจะไม่สะดวกเท่าไร





กินข้าวเสร็จ  น้ำอุ่นก็พาต้นน้ำและนทีไปยังมอเตอร์ไซค์คันเก่ง “เอาไงดี?  มอเตอร์ไซค์มีคันเดียว”

“ซ้อนสามเลยก็ได้  พี่ขับเอง  อุ่นมานั่งหน้า  ไร่เราเอง  ขับไปแค่ในไร่  ตำรวจไม่จับหรอก”  ต้นน้ำพาดขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์เป็นคนแรก  น้ำอุ่นตามไปนั่งข้างหน้าต้นน้ำ  นทีรอให้ทั้งสองคนนั่งเข้าที่แล้วค่อยตามไปนั่งด้านหลัง  มือใหญ่อ้อมโอบเอวต้นน้ำไว้ทันควัน  อกกว้างชิดแผ่นหลังเขา

ต้นน้ำหันขวับ  จมูกนทีห่างจากแก้มเขาไม่ถึงคืบ  “ใกล้ไปไหม?” 

“กลัวตกนี่” นทีตอบด้วยใบหน้าใสซื่อ

“แล้วไม่กลัวรถล้ม?” นทีทำหน้างง “กอดแน่นขนาดนี้  ขับไม่ถนัด  รถมันจะล้มได้นะ”

“อ๋อ” นทีคลายอ้อมแขนออก เขยิบตัวให้พื้นที่ต้นน้ำเพิ่มอีกนิดนึง 

ต้นน้ำขยับตัวหาท่านั่งที่สบายตัวก่อนสตาร์ทเครื่อง  “ไปแล้วนะ”

รถมอเตอร์ไซค์คันน้อยพุ่งทะยานพาผู้ชายตัวโตๆ สองคนและเด็กสาวตัวกลมอีกหนึ่งคนไปยังผ่านทุ่งดอกไม้หลากสีสันที่ยังคงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว  เข้าสู่บริเวณโซนต้อนรับที่ด้านหน้าของไร่  ด้านหน้าสุดจัดเป็นร้านกาแฟและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มาจากไร่และพื้นที่ข้างเคียง  มีทั้งผลไม้สด  ดอกไม้สด  ผลิตภัณฑ์แปรรูปและสินค้าโอท็อป

ต้นน้ำจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ด้านหน้า  น้ำอุ่นโดดผลุงลงไปทันทีที่มอเตอร์ไซค์จอดสนิท

“พี่ๆ ลุงเธียรอยู่ไหม?”  น้ำอุ่นถามพนักงานขายบัตรเข้าชมไร่ 

“เมื่อกี้พี่เห็นอยู่ที่สำนักงานนะคะ”

“ไปหาลุงเธียรกันก่อนนะ”  ต้นน้ำบอกนที  ก่อนเดินนำร่างสูงตามน้ำอุ่นเข้าไป

ส่วนของสำนักงานอยู่ด้านหลัง  ซึ่งต้องผ่านซุ้มจำหน่ายบัตรเข้าชมไร่ก่อน  พวกเขาจึงใช้หน้าน้ำอุ่นแทนบัตร  เพราะพนักงานส่วนใหญ่ล้วนจำน้ำอุ่นได้กันทุกคน

ผ่านซุ้มจำหน่ายบัตรเข้าไป  ด้านหลังร้านกาแฟก็จะเป็นส่วนสำนักงาน  ไกด์กิตติมศักดิ์ตัวกลมเดินนำหน้าพี่ชายทั้งสองคนตรงไปยังห้องด้านในสุด   พวกเขาเข้าไปสวัสดีเธียร...สามีของหยาดทิพย์  เจ้าของไร่แห่งนี้   เธียรทักทายพอเป็นพิธีก่อนปล่อยให้พวกเขาเที่ยวตามสบาย  เพราะรู้ว่าต้นน้ำกับน้ำอุ่นเชี่ยวชาญถนนหนทางในไร่จนทะลุปรุโปร่งดีอยู่แล้ว  ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ต้นน้ำพานทีเดินมายังซุ้มประตูโค้งขนาดใหญ่ปกคลุมไปด้วยผักไม้เลื้อยจำพวกแตง บวบ  ฟัก  และยังใช้เป็นทางเข้าสู่ส่วนแสดงผักและผลไม้อีกด้วย
 
“พวกนี้มีไว้โชว์เฉยๆ”  น้ำอุ่นอธิบาย  “ไร่เราไม่ได้ปลูกหรอกค่ะ  ที่ขายอยู่ข้างหน้าก็รับของเพื่อนบ้านใกล้ๆ มาขาย  ที่ไร่เราเน้นปลูกแต่ดอกไม้” 

“ถ่ายรูปไหม?”  ต้นน้ำถามนทีพลางหยิบกล้องที่เขาฝากไว้ในกระเป๋าเป้ของน้ำอุ่นออกมา

“ถ่ายดิ”  นทีเข้าไปยืนริมซุ้ม  แค่หันข้างนิดๆ  ทำท่าจะจับลูกฟักที่ห้อยย้อยลงมาโดยไม่มองกล้อง  แค่นี้...ก็เหมือนถ่ายแบบลงนิตยสารแล้ว 

ต้นน้ำกดชัตเตอร์ไปสองสามรูป  ก่อนบอกให้นทีเปลี่ยนท่า  สักพักก็เปลี่ยนให้ตากล้องไปเป็นแบบ...แบบมาเป็นตากล้องบ้าง  น้ำอุ่นเองก็เข้าไปถ่ายรูปกับพี่ชายทั้งสองคนอย่างสนุกสนาน  เดินเล่นกันจนทั่วสวนที่จัดไว้สำหรับโชว์แล้วก็เดินย้อนกลับมาขึ้นรถมอเตอร์ไซด์ขับบึ่งไปยังไร่ดอกมะลิที่ต้องวนออกมาอีกทางหนึ่งที่ห้ามบุคคลภายนอกเข้าแล้ว  ซึ่งพวกเขาสามารถเข้าได้สบายมาก  เพราะมีใบเบิกทางชื่อน้ำอุ่นมาด้วย

“ป้า” น้ำอุ่นตะโกนเรียกคนงานที่กำลังเดินอยู่ข้างทาง “เห็นพี่ธารไหมคะ?”

“อยู่สวนดาหลาจ้ะ”  ป้าตอบพลางชี้ไปอีกทาง

“พี่น้ำ  วนกลับ  ไปทางโน้น”  ไกด์กิตติมศักดิ์รู้เส้นทางในไร่ดี  แต่ไม่รู้ว่าคนที่ต้องการตามหาอยู่ส่วนไหนของไร่

ต้นน้ำวนรถกลับ  ผ่านหน้าร้านขายของอีกครั้ง  ไปยังเขตปลอดบุคคลภายนอกอีกด้านหนึ่งของไร่  ที่เต็มไปด้วยไม้ใบเรียวที่ดูเหมือนไม่มีลำต้น  คล้ายกับว่ามีแค่กิ่งงอกออกมาจากพื้นดินเท่านั้น  ดอกไม้ดอกใหญ่มีกลีบแข็งหนาสีชมพูเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ งอกออกมาจากพื้นดินตรงโคนต้นโดยตรง  คล้ายกับเป็นการแตกหน่อมากกว่าการออกดอกเสียอีก 

ต้นน้ำจอดรถ  เมื่อเห็นกลุ่มคนออกันอยู่ตรงหน้า  คาดว่าพี่ชายคนโตของบ้านคงอยู่บริเวณนี้ 

“พี่ธาร”  น้ำอุ่นตะโกนเรียก 

ร่างสูงที่อยู่ปะปนกับคนอื่นคนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใครชะโงกตัวขึ้นมามอง  พอเห็นเป็นน้องๆ ของตัวเองก็เดินแหวกกลุ่มคนออกมาหา

ธารา... พี่ชายคนโตของพวกเขา  ลูกชายคนเดียวของหยาดทิพย์และธีระ  สถาปนิกหนุ่มอนาคตไกล...ไกลผู้ไกลคนมาอยู่ป่า!  เพราะตั้งแต่เรียนจบมาได้สองปี  ธาราก็ใช้ชีวิตขลุกอยู่ในไร่  ลุยกับดินกับโคลนมาตลอด  ไม่เคยใช้ชีวิตสถาปนิกห้องแอร์กับใครเขา  ซึ่งไม่มีใครเข้าใจว่าธาราจะเรียนสถาปนิกไปทำไม  และ...ทำไมไม่เรียนเกษตร?

“ไง  ไอ้น้ำ  ได้ข่าวว่าไปเป็นนายแบบ” ธาราทักน้องชาย

“แน่นอน  คนมันหล่อ” งานเดียวเท่านั้นแหละ  เขาก็ยังอุตส่าห์เอามาโม้ได้   “นี่...พี่ธาร  พี่ชายคนโตของบ้านเรา  ลูกป้าหยาดกับลุงเธียร”

นทียกมือไหว้  มองชายหนุ่มร่างสูงที่คำนวณแล้วน่าจะสูงพอๆ กับเขาเลยทีเดียว    ผมหยักศกยาวประบ่ารวบไว้ที่ท้ายทอย  ใบหน้าหวานแม้จะไม่หวานเท่าต้นน้ำ  แต่ก็มีบางส่วนที่คล้ายกันอยู่บ้าง 

“นี่นที  ลูกป๊า  น้องชายคนใหม่ของเรา” ต้นน้ำแนะนำ

“สวัสดีครับ”  นทียกมือไหว้ 

“ยินดีต้อนรับ  งั้นคงต้องมีการรับน้องสักหน่อยแล้ว”  ธารายกท่อนแขนที่เต็มไปด้วยรอยสักมาโอบไหล่นทีแล้วตบปุๆ  เสื้อยืดคอวีกว้างและลึกพอที่จะเห็นรอยสักรำไรตรงช่วงอกแน่น  “คืนนี้เป็นไง?”

“ไม่เอาอ่ะ  ไม่ได้นอนเต็มๆ  มาหลายคืนแล้ว  คืนนี้ขอนอนให้เต็มอิ่มสักหน่อยเถอะ  ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน”  ต้นน้ำปฏิเสธ

“ตามใจ”

“แล้วพี่ไม่ไปเล่นสงกรานต์เหรอ?”  น้ำอุ่นถาม

“ไม่ล่ะ  ไม่ใช่เด็กๆสักหน่อย  งานยังมีอีกเพียบเลย  เข้าไปถ่ายรูปข้างในสิ  ข้างในมีขิงแดง  กับดาหลาแดงด้วย”  ธาราบอกเมื่อเห็นนทีตั้งกล้องถ่ายรูป “น้ำพาไปสิ”

ต้นน้ำเดินนำ  นทีเดินตาม

“อุ่นไม่ไปนะ  อุ่นเมื่อย  รออยู่ที่นี่ดีกว่า”  น้ำอุ่นบอกเพราะเห็นว่าคงไม่มีอะไรมาก  แค่เดินไปถ่ายรูปแป๊บเดียว  เธอรอตรงนี้คงสะดวกกว่า

ธาราหันไปจัดการคนงานย้ายหน่อดาหลาต่อ

Rrrr…Rrrr… เสียงโทรศัพท์ของน้ำอุ่นดังขึ้น  เป็นสายที่มาจากรีสอร์ท

น้ำอุ่นรีบกดรับสายทันที  “สวัสดีค่ะ”

[ น้องอุ่นคะ! พี่วรรณนะคะ ]  วรรณาคือพนักงานต้อนรับที่รีสอร์ท

“ค่ะ  พี่วรรณ”

[ พอดีมีลูกค้าวอล์คอินเข้ามาน่ะค่ะ  อยากได้ห้องเตียงคู่สองห้อง  แต่ทางเรามีเหลือแค่ห้องเดียว  ไม่ทราบว่าจะเปลี่ยนกับห้องคุณต้นน้ำที่คุณภูจองไว้ได้ไหมคะ? ]

“แป๊บนึงนะคะพี่วรรณ”  น้ำอุ่นสอดสายตามองหาต้นน้ำและนที  ก่อนวิ่งออกไปตามทางที่ทั้งคู่เดินลับไป  แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา

“มีอะไรยัยอุ่น?”  ธาราถามเมื่อเห็นน้องสาวทำท่าทางเลิ่กลั่ก

“ที่รีสอร์ทโทรมาค่ะ  บอกว่าจะขอแลกห้องพี่น้ำที่เป็นเตียงคู่  มาเป็นเตียงเดี่ยวได้ไหมคะ?  พอดีมีลูกค้าวอล์คอินเข้ามา  เขาอยากได้เตียงคู่สองห้อง  แต่เรามีเหลืออยู่แค่ห้องเดียว”

ธารามองไปยังทางที่และนทีและต้นน้ำเดินหายเข้าไป  ไม่มีวี่แววว่าทั้งสองคนจะกลับมาง่ายๆ

“ไม่เป็นไรหรอกมั้ง  สองคนนั้นคงไม่คิดมากหรอก  ให้เปลี่ยนไปเถอะ  เดี๋ยวจะเสียลูกค้า”

น้ำอุ่นเอาโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง  “เปลี่ยนให้ลูกค้าได้เลยค่ะพี่วรรณ”

น้ำอุ่นวางสายเสร็จไปนานแล้ว  นทีกับต้นน้ำถึงได้โผล่มา   

“ทำไมหายไปนานจังล่ะ?” น้ำอุ่นถามเชิงบ่น

“ก็นทีน่ะสิ  ไม่รู้จักต้นเฮลิโคเนีย  เลยพาเดินไปดูถึงท้ายสวนโน่น  ทีนี้นายรู้จักแล้วนะ?”  ต้นน้ำถาม

“แน่นอนสิ  เรื่องง่ายๆ แค่นี้เอง”

“แล้วแยกลองกองกับลางสาดออกหรือยัง?”

“หึ...แล้วนายล่ะ  แยกสละกับระกำออกหรือยัง?”

“เหอะ”  ต้นน้ำเบ้หน้าใส่นทีก่อนเดินไปหาธารา  “น้ำไปก่อนนะพี่  เดี๋ยวเจอกันที่บ้าน”

“เออ  ไว้เจอกัน”

“ไปก่อนนะครับ”  นทียกมือไหว้ธารา

“เออๆ  โชคดีเว้ย”

ธารามองตามเด็กโข่งสองคน  ต้นน้ำเดินไปขัดขานทีจนเกือบคว่ำ  นทีก็หันกลับมาผลักหัวต้นน้ำจนเซไปอีกทาง  สองคนนี้มันถูกกันหรือเปล่าวะเนี่ย?  คืนนี้มันจะนอนเตียงเดียวกันรอดหรือเปล่าวะ?





น้ำอุ่นบอกทางมายังทุ่งดอกคอสมอสอีกด้านซึ่งเป็นอาณาเขตของไร่  นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้ามาในบริเวณนี้ได้  เลยทำให้ดอกไม้ด้านนี้ยังคงความสมบูรณ์อยู่ 

“พี่น้ำเก็บดอกไม้มาถือไว้สิ”

“เด็ดได้เหรอ?”

“ได้สิ  เราเป็นเจ้าของไหม?  เราควรใช้สิทธิความเป็นเจ้าของนะ”

“รวมถึงไร่มะม่วงข้างๆ นี่ด้วยไหม?”  ต้นน้ำถามน้ำอุ่นยิ้มๆ  เมื่อนึกถึงตอนที่เขาและน้ำอุ่นแอบเก็บมะม่วงไร่ข้างๆ มาจิ้มน้ำปลาหวานกิน

“ไม่ๆ  อันนั้นเราใช้สิทธิความเป็นขโมย  แหม...พูดแล้วน้ำลายสอเลย”  สองพี่น้องมองหน้ากันแล้วหัวเราะขำ

“พี่สองคนเข้าไปกลางๆ หน่อย  แล้วมานั่งตรงนั้น  โอเคๆ พอแล้ว”  น้ำอุ่นสวมบทบาทตากล้องจำเป็น  จับพี่ชายสองคนมาเป็นนายแบบ  จัดท่าจัดทางสนุกสนาน  เอาดอกไม้ไปทัดหูนทีกับต้นน้ำแล้วถ่ายคู่กันประชันความงาม  “หูย  พี่สองคนทำไมสวยกว่าหนูอีกล่ะ?  อยากจะบ้า”  น้ำอุ่นเช็ครูปไปบ่นไป

ต้นน้ำเดินเข้ามาดูบ้าง  พลางออกความเห็น  “สวยว่ะ นที”

“พูดจาไม่ดูหน้าตัวเองเนอะ” นทีทำหน้าเหยียดหยามใส่ต้นน้ำ 

“อุ่น...ใครสวยกว่า?”  ต้นน้ำหันไปหากรรมการ

“ก็ต้องพี่น้ำสิ  ยกให้เป็นที่หนึ่งทุกเรื่องเลย”  ต้นน้ำไล่เตะน้ำอุ่นโทษฐานประจบสอพลอไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ





“ซ้ายหน่อยๆ  นั่นล่ะ...ลูกนั้นสวย”  ต้นน้ำยืนชี้นิ้วบอกนทีที่ได้รับภารกิจพิเศษให้มุดรั้วไปเก็บมะม่วงสวนเพื่อนบ้าน

“รู้แล้ว  นายก็พูดเบาๆ หน่อยสิ  เดี๋ยวเขาก็จับได้หรอก”  คนบนต้นไม้ร้องบอก

“โอ๊ย  ไม่ต้องกลัวหรอก  รู้จักกัน  ขอแค่ลูกสองลูก  เขาไม่ว่าหรอก”

“ลูกสองลูกกับผีสิ”  ที่เขาโยนไปให้ก็ไม่ต่ำกว่าสิบลูกแล้วนะ  แล้วยังมาชี้นิ้วสั่งให้เขาเก็บเพิ่มอีก

ในเวลาโพล้เพล้  ตะวันใกล้จะลับขอบฟ้า  ไม่ควรพูดถึง...

บรูว...บรูว...บรู๋ว...เสียงหมาหอนดังมาแต่ไกล

“นที”  ต้นน้ำตะโกนเรียก “ลงมา...เร็วๆ ด่วนๆ” ปากก็สั่ง  แต่ตัวต้นน้ำวิ่งกลับไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้ว

นทีรู้สึกได้ถึงน้ำเสียงร้อนรนของต้นน้ำ  มีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่  ร่างสูงเผ่นพรวดตามคำสั่ง  ก้าวเท้ายาวๆ สามสี่ก้าวก็มุดรั้วออกมาได้  ต้นน้ำสตาร์ทเครื่องไว้รออยู่แล้ว  ก้นยังไม่ทันติดเบาะ   รถมอเตอร์ไซค์คันน้อยก็ทะยานออกไปราวกับติดปีก 

“เย้ยย”  นทีร้องเสียงหลง  มือยังกำมะม่วงติดมาอีกพวง  “ช้าหน่อย  คิดว่าขี่ดูคาติอยู่หรือไง?”

โฮ่งๆๆๆๆๆๆ...เสียงหมาเห่ามาจากทางด้านหลังไกลๆ  หมาตัวใหญ่สามตัวเบียดกันมุดรั้วออกมา  วิ่งตรงมาทางพวกเขา

นทีตะโกนอีกครั้ง  “เร็วอีกกกกกกก!!!”


------------tbc------------

ในที่สุดเราก็แต่งทันเล้าเปิด
5555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-09-2019 12:44:02 โดย Smile A »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ Pungpondkid

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
รออย่างใจจดใจจ่อ :sad4:

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
มีความสุขมากๆ ที่ได้อ่าน..........  :mew1: :mew1: :mew1:
ต้นปาล์ม ซื่อจริงๆ  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 791
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1771
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ยังไม่รู้ตัวว่าคืนนี้จะเจออะไร 5555555555555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
อ้าวๆ เจ้าถิ่นเค้ามาทวงของคืนแล้ว  :laugh:

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
ขอบคุณที่ติดตามมากๆ เลยนะคะ
 @catka12
 @MAGNOLIA
 @Januarysky
 @miikii
 @kawisara
 @B52
ขอบคุณที่อ่านและช่วยคอมเม้นท์ตอบมาตั้งแต่แรกๆ เลยนะคะ
ถ้าไม่มีคนอ่าน  เราก็อาจจะท้อไปแล้วก็ได้

และก็ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เข้ามาอ่านทีหลังด้วยนะคะ
ดีใจที่มีคนอ่านเพิ่มขึ้น  ดีใจที่คนชอบ  เราก็จะพยายามพัฒนามากขึ้น

ตอนนี้กำลังเขียนตอนที่ 13 อยู่  ก็หวังว่าเราจะบรรยายได้ดีกว่าบทที่หนึ่งนะ
55555

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ขอบคุณแบบไม่รู้จะขอบคุณยังไง
พูดคุย ทักทาย ทวงถาม ทักท้วง 

 

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
เค้าสองคนเป็นธรรมชาติกันมากขึ้นๆๆๆ
ชอบเรื่องนี้ ขอบคุณที่มีเรื่องดีๆ น่ารักๆ มาให้อ่าน

 :mew1:
กดบวกเป็นกำลังใจ

ปล.เค้า FC โจลี่ แอนด์ แบรตพิทต์ ฟอร์เอฟเว่อร์ พามาเจอหน่อย กอดๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำ  ตอนที่ 13

คำพูดที่พูดไม่ได้





นทีขับรถพาน้ำอุ่นและต้นน้ำมายังรีสอร์ทก่อน  ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่นั่งคุยกันต่อ  โดยทิ้งรถมอเตอร์ไซค์ของน้ำอุ่นไว้ที่ไร่ 

“อ่ะ  นี่กุญแจ”  น้ำอุ่นยื่นกุญแจให้ “อุ่นเข้าบ้านเลยนะ  พวกพี่เดินไปกันเองได้ใช่ไหม?  สุดทางเดินริมน้ำนั่นแหละ  ห้องใหญ่สุด  วิวดีสุดเลยนะ” 

“โอเค  ขอบใจมาก  พรุ่งนี้เจอกัน”  ต้นน้ำบอกน้องสาว  น้ำอุ่นโบกมือบ๊ายบายก่อนเดินไปยังตัวบ้านที่สร้างแยกออกไปทางด้านหลังของล็อบบี้รีสอร์ท  นทีกับต้นน้ำมีกระเป๋ากันมาคนละใบ  เลยไม่ให้พนักงานช่วยยกกระเป๋าไปให้  ทั้งสองคนเดินลัดเลาะตามตามทางเดินที่ปูด้วยหินไปยังห้องพักติดลำน้ำแควที่อยู่ริมสุด 

“ห้องนี้แหละ”  ต้นน้ำไขกุญแจเข้าไป

ด้านในแบ่งเป็นสองส่วน  คือส่วนของห้องนั่งเล่นและห้องนอน  ทั้งสองส่วนมีกระจกใสกั้นระหว่างตัวห้องภายในกับระเบียงที่ยื่นออกไปติดริมน้ำ

ต้นน้ำอ้าปากค้าเมื่อเห็นเตียงเดี่ยวกลางห้องนอน  นทีกรอกตามองบน  ต่างคนต่างตกอยู่ในความคิดของตัวเองไปชั่วครู่ 

“เราอาบน้ำก่อนนะ”  ต้นน้ำบอกนทีพลางเดินเอากระเป๋าไปวางไว้ตรงตู้เสื้อผ้า

“เอ่อ...อืม”

ต้นน้ำเลือกชุดนอน  หยิบของใช้ที่จำเป็นเดินเข้าห้องน้ำไป  ทันทีที่ประตูห้องน้ำปิดลง...ต้นน้ำก็เอามือขยี้หัวตัวเองแรงๆ  โอย...ตายแน่  เตียงเดียวกันเข้าไปอีก 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่เขารู้สึกแปลกๆ กับนที  อยากเจอ...แต่ก็ไม่อยากเจอ   อยากคุย...แต่ก็ไม่อยากคุย  อยากอยู่ใกล้ๆ...แต่ในขณะเดียวกันก็อยากถอยห่าง  เพราะความรู้สึกร้อนวูบวาบยามที่ได้อยู่ใกล้  มันเริ่มชัดเจนมากขึ้นทุกขณะ  และดูเหมือนจะมากขึ้นเรื่อยๆ  ทุกวัน

ทั้งๆ ที่พยายามจะหยุด  แต่ก็หยุดไม่ได้ 

ถ้าหากมีใครล่วงรู้ความลับของเขาเข้า  ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น?  ไม่รู้ว่าเขาจะต้องสูญเสียความสุขที่มีอยู่ในมือนี้ไปเมื่อไร?... แต่เขาไม่อยากเสี่ยงและยังไม่พร้อมที่จะเสี่ยง  เขาจะต้องเก็บความลับนี้ไว้ในส่วนลึกที่สุดในก้นบึ้งของหัวใจ  เหยียบทิ้ง  บี้แบน  จนกว่ามันจะหายไปเอง  ต่อให้ต้องทำร้ายใจตัวเองสักเท่าไร...ต่อให้เจ็บกว่านี้  เขาก็ต้องทำ





นทีทิ้งตัวลงบนเตียงนอน  มองไปยังด้านข้างที่ว่างเปล่า  ว่างเปล่า...เหมือนชีวิตเขาที่ผ่านมา  กินข้าวคนเดียว   อยู่บ้านคนเดียว  เจอผู้หญิง...ก็จบลงที่เตียง  เติมเต็มแค่เพียงความต้องการทางร่างกาย  แต่ความรู้สึกกลับขาดหาย   ท่ามกลางผู้คนมากมาย...แต่เขากลับหาคนที่จะหัวเราะไปกับมุกตลกฝืดๆ ของเขา  ร้องให้ให้กับเรื่องเศร้าของเขา  อยู่เคียงข้างเขาในวันที่เขาต้องผ่านเรื่องราวเลวร้ายไม่เจอ

แต่ต้นน้ำ...เหมือนสายน้ำเย็นฉ่ำที่ไหลผ่านหัวใจในวันที่แห้งแล้ง  เหมือนสายลมเบาๆ...ที่พัดผ่านอยู่รอบตัวในวันที่เงียบเหงาที่สุด  เป็นแสงแดดอุ่น...ในวันที่อากาศเหน็บหนาว

ในวันแต่งงานของป๊า  เขารู้ดีว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้างในตอนที่ต้องเดินไปส่งป้าธัญญา  ถ้อยคำที่แสนเจ็บปวดที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก  ทุกคำคอยทิ่มแทงจิตใจของเขามาเนิ่นนาน  เจ็บจนชินชา  แต่เมื่อเขาหันหลังกลับมา...และพบว่าต้นน้ำยืนอยู่ด้านหลังเขามาตลอด  กลับกลายเป็นความอบอุ่นที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้ามาเกาะกุมพื้นที่ในหัวใจ  ราวกับว่า... ไม่ว่าต้องเจอกับอะไร  ไม่ว่าเรื่องราวเลวร้ายแค่ไหน   เพียงแค่เขาหันกลับมา...เขาก็จะเจอคนๆ นี้ยืนอยู่

คืนที่ต้องพาณภัทราไปส่ง  ต้นน้ำเพียงแค่ขับรถเงียบๆ  ให้เขานั่งสบายโดยไม่พูดอะไรสักคำ...ทั้งที่เป็นคนที่ไม่ชอบขับรถแท้ๆ

บ้านที่เคยเงียบเหงา  มีเขาแค่เพียงลำพัง  ทุกครั้งที่เขากลับบ้านก็มีแค่ไฟหน้าบ้านที่ป้าแม่บ้านเปิดไว้ต้อนรับ  แต่พอมีต้นน้ำเข้ามา...บ้านก็สว่างไสวรอเขากลับบ้านทุกวัน  แค่เขากลับบ้าน...เขาก็จะเจอต้นน้ำรออยู่ 

เขาไม่ต้องกินข้าวคนเดียวอีกต่อไป  แม้ว่าเขาจะเบื่อข้าวมันไก่แค่ไหนก็ตาม
 
 นทียิ้มกับตัวเอง  มือเรียวลูบไปยังที่นอนด้านข้างที่ยังคงว่างเปล่าอยู่  แต่คืนนี้จะมีคนอีกคนหนึ่งมานอนที่นี่...ข้างๆ เขา
...หากเขายั้งตัวเองไม่อยู่? 
...หากเขาปล่อยทุกอย่างไปตามใจปรารถนาเล่า?
เขาจะคว้าคนที่ต้องการมาไว้ได้...หรือจะแหลกสลายคามือเขากันแน่?





ต้นน้ำกลับเข้ามาในห้องหลังพอดีกับที่นทีเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี  ร่างสูงพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอวหมิ่นเหม่ก่อนเดินไปหยิบกางเกงนอนมาสวม

“ไปไหนมา?”

“ไปขอผ้าห่มมาเพิ่ม”  ต้นน้ำบอกด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

“แล้วไหนผ้าห่ม?”

“หมด” เขาอุตส่าห์เดินไปขอผ้าห่มที่ล็อบบี้มา  แต่วันนี้แขกเยอะมาก  ผ้าห่มที่มีอยู่เลยหมดเพราะมีลูกค้าขอเพิ่มหลายห้อง

“เหรอ?...ว้า” น่าเสียดายจังเลย...นทีหันไปเก็บของเข้าตู้เสื้อผ้า  ริมฝีปากแต้มด้วยรอยยิ้มกริ่ม

“นายก็ใส่เสื้อนอนสิ  ผ้าห่มมีผืนเดียว  เดี๋ยวก็หนาวตอนกลางคืน”  ต้นน้ำทิ้งตัวนอนลงบนเตียง  มือเรียวตวัดผ้าห่มคลุมโปง  คนบ้าอะไรวะ?  ไม่ชอบใส่เสื้อนอน  อ่อยเรี่ยราดแบบนี้...เดี๋ยวพ่อก็จับกินกลางตลอดตัวเสียเลยนี่





“พวกพี่ดูแปลกๆ นะ  ไม่สบายกันหรือเปล่า?” น้ำอุ่นทักถามเมื่อเห็นพี่ชายสุดที่รักและพี่ชายคนใหม่นั่งหน้าหมองซึม ขอบตาเป็นรอยคล้ำจางๆ  กันอยู่สองคนในห้องอาหาร 

“อืม  เมื่อคืนแอร์เย็นน่ะ” นทีตอบ  เมื่อคืน...เขานอนไม่หลับ  ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน  ท่ามกลางป่าเขาธรรมชาติ  บรรยากาศริมน้ำ  และกลิ่นสบู่อ่อนจากคนข้างตัว  ไม่ได้ชวนให้ง่วงงุนเลย 

“ก็บอกแล้วให้นอนใส่เสื้อ  ผ้าห่มยิ่งมีผืนเดียวอยู่”  เมื่อคืนนทีไม่ยอมใส่เสื้อนอน  แถมยังมาเบียดแย่งผ้าห่มกับเขา  เสียงหัวใจเขาเต้นดังออกมาข้างนอกจนคิดว่าหัวใจจะวายเสียแล้ว  แล้วยิ่งตื่นมาพบว่าตัวเองนอนหนุนแขนกอดคนตัวโตหลับ...หัวใจก็ไหววูบ  เหมือนสติจะหลุดออกมาเสียอย่างนั้น  ขอโทษนะหัวใจ...คงทำงานหนักสินะ 

“.....” นทีก้มลงกินข้าวต่อ  ถ้าใส่เสื้อแล้วจะเอาเหตุผลอะไรไปซุกตัวใต้ผ้าห่ม ‘คนดี’เล่า  เขารอจนต้นน้ำหลับก็ช้อนศรีษะคนข้างๆ เข้าสู่วงแขน  รวบคนตัวผอมไว้ในอ้อมกอด  แค่นี้ก็อุ่นแล้ว  ต้องใช้ผ้าห่มสองผืนไปทำไม  กลิ่นสบู่ที่ทรมานเขาอยู่ค่อนคืน  เพียงแค่ได้ดอมดมใกล้ๆ ก็เปลี่ยนเป็นยากล่อมประสาทชวนให้งุนงงจนหลับใหลไปได้

“งั้นเดี๋ยวคืนนี้อุ่นเอาผ้าห่มที่บ้านไปเพิ่มให้นะคะ”  น้ำอุ่นบอกอย่างหวังดี  แต่ดูเหมือนเสียวสันหลังแปลกๆ เย็นเยียบจนต้องเอามือลูบท้ายทอย  โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครบางคนหมายหัวเอาไว้แล้ว

“เหนือไปไหนล่ะอุ่น?” 

“ยังไม่ตื่นเลย  โน่นแหละ...10 โมง”

ต้นน้ำพยักหน้า  “แล้ววันนี้เราไปเล่นน้ำไหนกัน?”

“บ้านเพื่อนอุ่น  บ้านเขาเปิดร้านขายส่งอยู่ในเมือง  ไปเล่นตรงนั้นคนเยอะดี  ของกินก็เพียบ  พี่เหนือก็ไปเล่นดนตรีอยู่ตรงนั้นนะ  โรงแรมเพื่อนพี่เหนืออยู่ฝั่งตรงข้าม  เอาเวทีมาตั้งหน้าโรงแรมเลย  ลงทุนสุดๆ”

“เอาสิ  เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยไปนะ  ร้อน”





หลังมื้อเช้า  ต้นน้ำพานทีเดินอ้อมไปทางด้านหลังของเรือนที่ถูกสร้างเป็นล็อบบี้และห้องอาหารไปยังบริเวณบ้านของน้ำอุ่นเพื่อไปทำความรู้จักกับภูรี...น้าชายของเขาและระริน...น้าสะใภ้  พ่อแม่ของน้ำเหนือและน้ำอุ่นก่อนพาเดินลัดเลาะตัวรีสอร์ทไปทางด้านหลังที่เป็นทางเดินธรรมชาติไปยังธารน้ำเล็กๆ ตกแต่งเลียนแบบธรรมชาติ  คล้ายกับเป็นน้ำตกย่อส่วน  ส่วนน้ำอุ่นขอตัวรอเพื่อนที่จะติดรถไปเล่นน้ำด้วยอยู่ที่บ้าน

“นายสนิทกับคนที่บ้านดีเนอะ”  นทีบอกก่อนเอามือวักน้ำเย็นฉ่ำที่มาจากธรรมชาติล้วนๆ เล่น

“อืม  แต่ก่อนปิดเทอมทีไร  แม่ก็เอามาฝากเลี้ยงที่นี่”

“ถึงว่า...น้ำอุ่นติดนายแจ”

“ไม่มีใครเล่นด้วยน่ะสิ  มีแต่เรา”

“แล้วน้ำเหนือล่ะ?”

“ไอ้นั่นชอบเล่นมวยปล้ำ  ต่อสู้อะไรแบบนั้น  บ้าพลังเกินเหตุ  เล่นด้วยไม่ไหว”

“อย่าเดินไปตรงนั้น”  นทีร้องบอกเมื่อเห็นต้นน้ำกำลังจะเดินไปเหยียบบนโขดหินที่ทำเป็นทางเดินไปกลางน้ำ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า”  ขาดคำ  ต้นน้ำก็ลื่นพรืดลง “เหวอ  ว้ากกกก” นทีเอื้อมมือไปพยายามคว้าไว้...แต่ไม่ทัน  ร่างโปร่งล้มลงไปคุกเข่าในลำธารเสียแล้ว  แม้ระดับน้ำจะสูงเพียงแค่ครึ่งแข้ง  แต่คนล้มลงไป...ก็ทำให้เปียกได้เหมือนกัน

“ก็บอกแล้ว  นายใส่รองเท้าแตะ  มันก็ลื่นง่ายน่ะสิ” 

ต้นน้ำเบ้หน้า  ส่งเสียงคราง “อูยย” พลางชันเข่าขึ้นมาดู  ด้วยความที่น้ำตื้น  พอล้มลงไปเต็มน้ำหนัก  เข่าก็ไปครูดกับหินที่พื้นลำธารจนถลอกเป็นรอยแดง

“เป็นไงมั่ง?” นทียื่นมือไปให้ต้นน้ำจับ 

“เจ็บอ่ะ”  ต้นน้ำยื่นมือมาจับมือนทีที่พยายามจะดึงตัวเขาขึ้น  แต่จู่ๆ...คนที่อยู่ในน้ำกลับทิ้งน้ำหนักตัวลงพร้อมกับกระตุกมือ 

“เย้ยยย”  นทีที่ไม่ทันได้ตั้งตัวพยายามขืนตัวไว้  แต่ก็ต้านทานไม่ไหว  เซร่วงลงมาตามแรงดึง 

ต้นน้ำหน้าเหวอที่นทีเซร่วงมาทางเขา  ทั้งที่เขาตั้งใจจะดึงนทีให้ลงมาเปียกด้วยกันเฉยๆ  มือเรียวยกขึ้นกันตัวเองกับคนตัวโต  แต่น้ำหนักของนทีที่ทิ้งลงมาทำให้ดันไว้ไม่อยู่  นทีใช้มือหนึ่งยันตัวเองไว้กับพื้นหิน  อีกมือหนึ่งพยายามกันศรีษะต้นน้ำที่ผงะหงายไปด้านหลัง  ต้นน้ำเบี่ยงหน้าหนีเมื่อเห็นใบหน้าคมคายพุ่งเข้ามาใกล้  ปลายจมูกโด่งและปากนุ่มของนทีกดเบียดลงที่แก้มของเขาเต็มแรง 

“อื๊อออออ”  ต้นน้ำหลับตาปี๋   มือหนึ่งเท้ากับพื้นหินด้านหลัง  มือหนึ่งขวางระหว่างตัวเขากับนทีไว้  ส่วนนทีใช้มือหนึ่งยันตัวเองไว้กับพื้นหิน  อีกมือหนึ่งคอยกันศรีษะของต้นน้ำไว้ไม่ให้กระแทกลง  ร่างสูงคร่อมอยู่บนตัวเขาพอดี

...
...
...
กา...กา...กา... เสียงนกกาบินผ่าน

นทีสูดหายใจเข้า  ก่อนผ่อนลมหายใจช้าๆ   จมูกโด่งเป็นสันค่อยๆ เลื่อนออกจากพวงแก้มเนียนใสอย่างอ้อยอิ่ง   นทียันตัวเองให้นั่งคุกเข่า  ต้นน้ำค่อยๆ  ขยับตัวถอยจากร่างที่ค่อมทับอยู่  มือเรียวเอื้อมไปจับมือของนทีมาดู...รอยที่เกิดจากการใช้ฝ่ามือตัวเองยันไว้กับพื้นหินปรากฏให้เห็นเป็นรอยแดง

“พวกพี่เป็นอะไรหรือเปล่า?”  เสียงน้ำอุ่นตะโกนมาจากริ่มฝั่ง  ต้นน้ำถอนหายใจโล่งอกที่ไม่ต้องอยู่กับนทีสองคนในเวลาที่ตัวเขาเองยังควบคุมลมหายใจตัวเองไม่ได้แบบนี้ 

“ล้มน่ะ” นทีบอกพลางลุกขึ้นยืน 

“เลือด!” น้ำอุ่นร้องบอกเมื่อเห็นเลือดสีแดงไหลออกมาจากเข่าของนทีเป็นทาง

“เลือดจริงๆ ด้วย”  ต้นน้ำตกใจ  “นายเจ็บมากไหม?” เขาเอามือกวักน้ำใส่แผลของนทีเพื่อล้างรอยเลือดและดูขนาดของแผล

นทีส่ายหน้า  เขาแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลยด้วยซ้ำ  อย่ามาถามถึงความรู้เขาตอนนี้เลย...ตาคมมองไปยังแก้มเนียนที่เขาได้สัมผัสไปเมื่อสักครู่นี้  ไล่เรื่อยไปถึงริมฝีปาก  ดวงตาทอแววหวานวาบออกมา

“แผลไม่ใหญ่เท่าไร  ไปทำแผลที่บ้านเถอะ”  ต้นน้ำบอกก่อนลุกขึ้นจับต้นแขนนทีรั้งให้ออกเดินไปด้วยกัน

“พี่น้ำ  นี่เพื่อนอุ่น...ชื่อแก้ม”  น้ำอุ่นแนะนำเพื่อนสาวรูปร่างผอมสูงที่เดินตามกันมาด้วยแต่ไม่มีใครสนใจเพราะมัวแต่สนใจคนที่ได้เลือดอยู่  “นี่พี่น้ำ  ส่วนนี่...พี่นที”   

เด็กสาวยกมือสวัสดีชายหนุ่มทั้งสองคนที่เพียงพยักหน้าให้

“ไปที่บ้านกันเถอะ”  ต้นน้ำบอกน้ำอุ่นและเพื่อน  ก่อนหันไปหานที “ที่มือเจ็บไหม?”

นทีส่ายหน้า  พลางยื่นมือให้ต้นน้ำดูรอยถลอกเป็นปื้นแดง 

“เหมือนมีเลือดซึมนิดนึงเลย” 

“แล้วเข่านายล่ะ”  นทีนึกได้ว่าต้นน้ำเจ็บที่หัวเข่า  รีบก้มลงดู...เป็นแผลถลอก มีเลือดซึมเล็กน้อยเหมือนกัน 

“ก็ทำแผลกันทั้งหมดนี่แหละ”  ต้นน้ำสรุป  ชายหนุ่มทั้งสองคนเดินเคียงกัน  ปล่อยให้เด็กสาวสองคนรั้งท้าย

“แกเห็นอย่างที่เราเห็นหรือเปล่า?”  แก้มใสรั้งแขนน้ำอุ่นไว้ให้เดินช้าลงพลางกระซิบเบาๆ

“เห็นอะไรวะ?”

“เมื่อกี้พี่สองคนเขา...จูบกันป่าววะ?”

น้ำอุ่นเลิกคิ้วมองเพื่อนสาวที่ต่อมวายกำเริบ  อยากจะตบกบาลเคาะสมองส่วนมโนให้ร่วง “บ้าน่า...พี่เขาแค่ล้มลงไปด้วยกัน”

“แต่เราว่ามันแปลกๆ นะ”

“แกอย่ามโนน่า  นั่นพี่เรา!  เว้นๆ ไว้บ้างเถอะ”  น้ำอุ่นบอกเพื่อนก่อนลากแขนให้เดินตามเร็วๆ  จะได้เลิกฟุ้งซ่านสักที





ต้นน้ำแวะมาเอากล่องปฐมพยาบาลที่บ้านน้ำอุ่นก่อนพากันเดินกลับไปยังห้องพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกออก  ต่างฝ่ายต่างผลัดกันทำแผลให้อีกฝ่าย   แล้วพากันกลับมากินอาหารกลางวันที่น้าสะใภ้จัดเตรียมไว้ให้  ภูรีนั่งอยู่หัวโต๊ะ  ขนาบด้วยระรินและน้ำเหนือ  น้ำอุ่นกับแก้มใสนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาและนที 

น้ำเหนือสวัสดีนทีที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก  “พี่ทีโคตรเท่ห์เลยอ่ะ  เดี๋ยวเข้ามหา’ลัย  ผมไปตัดผมทรงพี่บ้างดีกว่า” น้ำเหนือเอ่ยชมตรงไปตรงมา

“เหรอ?  จะเข้าได้ไหมล่ะ? มหา’ลัยน่ะ” ภูรีดักคอ  ลูกชายเขาเรียนไม่เอาอ่าวสักเท่าไร  เก่งแต่เรื่องดนตรีกับกีฬา  ปีนี้จะเข้ามหา’ลัยแล้ว  ไม่รู้ว่าจะล่มหรือจะรอด

“โหย...พ่อ  อะไรคือคำว่ากำลังใจ?”

ภูรีตบกระเป๋าเสื้อเชิ้ต “ก็เงินที่ออกค่าวงดนตรีให้แกนี่ไงล่ะ?”  ภูรีคือหนึ่งในสปอนเซอร์ในการจัดแสดงดนตรีสดช่วงสงกรานต์ให้กับวงของน้ำเหนือ

ทั้งโต๊ะพากันหัวเราะ

“พี่น้ำ  พวกผมตั้งเวทีเล่นดนตรีกันที่ในเมือง  พี่แวะไปดูด้วยสิ  พี่นทีด้วยนะ”  น้ำเหนือชวน

“ไปอยู่แล้ว  วันนี้พี่น้ำจะไปเล่นน้ำกับพวกอุ่น” น้ำอุ่นชิงบอกก่อน

“ดีเลย  เดี๋ยวไปเลยไหม?  ผมจะติดรถไปด้วย  จะได้ไม่ต้องให้เพื่อนมารับ”

“แต่วันนี้ต้องกลับบ้านเร็วนะตาเหนือ  ห้ามกลับดึกเหมือนเมื่อวาน   เย็นนี้นัดรวมญาติกันที่บ้านคุณย่า” ระรินบอกเด็กๆ

ทั้งหมดเออออรับทราบ





นทีวนรถมาจอดที่หลังร้านขายส่งของเพื่อนน้ำอุ่น  เด็กสาวหน้าหมวยที่ชื่อไอติมวิ่งออกมาต้อนรับพลางยกมือสวัสดีพวกเขา  พาพวกเขาเดินอ้อมไปยังด้านหน้าที่ตั้งถังน้ำไว้แล้ว  น้ำอุ่นจูงมือต้นน้ำไปยังกลุ่มเพื่อนที่มีทั้งผู้หญิงผู้ชายนับสิบชีวิตรออยู่ก่อนแนะนำพี่ชายทั้งสองคนให้เพื่อนๆ รู้จัก  ส่วนน้ำเหนือก็แยกไปยังเวทีแสดงดนตรีที่ตั้งอยู่หน้าโรงแรมฝั่งตรงข้าม

เสียงฮือฮาดังมาจากกลุ่มเพื่อนๆ ของน้ำอุ่น

“พี่นทีหล่อจังเลยค่ะ”

“พี่น้ำก็หล่อ”

“พี่มีแฟนยังคะ?”

“ถึงไม่มี  พี่เขาก็ไม่เอาแกหรอก”

“เอ๊า...เราก็แค่ถาม”

เสียงแซว  เสียงพูดคุยดังสนุกสนาน  นทีกับต้นน้ำเพียงแค่หัวเราะไปด้วย

“แผลนาย...โดนน้ำมันจะแสบไหม?”  ต้นน้ำก้มลงมองที่แผลนที 

แต่นทีกลับจับมือต้นน้ำขึ้นมาดูแทน  “ก็คงแสบพอๆ กับแผลนายนั่นแหละ”

“ทำไงได้ล่ะ?  นี่มันสงกรานต์ทั้งทีนะ  กลัวแสบก็ไม่สนุกสิ” 

“ไป  งั้นไปแสบกันเถอะ” นทีจูงข้อมือต้นน้ำไปยังถังน้ำที่ตั้งไว้ริมถนน 

คนพลุกพล่านอย่างที่น้ำอุ่นว่าจริงๆ  มีขันหลายใบรวมทั้งถึงน้ำขนาดเล็กวางอยู่  ร้านข้างๆ ล้วนตั้งถังน้ำไว้หน้าบ้านด้วยกันทั้งนั้น  

ซ่าาา...ต้นน้ำตักน้ำราดนทีที่ไหล่  น้ำไหลย้อยซึมลงทั้งในเสื้อและกางเกง  นทีเหล่ตามองต้นน้ำ
 
“ประเดิมให้ไง”  ต้นน้ำตอบพลางยิ้มหวาน

หึ... เมื่อเช้าก็ทำเขาเปียกน้ำมารอบหนึ่งแล้ว  ตอนนี้ก็ยังมาทำให้เขาเปียกก่อนอีก  มือใหญ่ล็อคคอต้นน้ำ  อีกมือก็ใช้ขันจ้วงตักน้ำในถังสาดใส่ๆ  ต้นน้ำพยายามจะดิ้นออกจากอ้อมแขนแกร่ง  แต่นทีใช้แรงกดเขาไว้กับตัวทำให้ดิ้นไม่หลุด  เปียกปอนกันไปทั้งคู่  ด้วยน้ำมือกันเอง  ยามศึก... เรารบ  ยามสงบ... เราก็ตีกันเอง
 
แก้มใสมองภาพนทีและต้นน้ำแล้วยิ้มเขินสะกิดน้ำอุ่น "แกดูดิ  ไม่จิ้นเหรอวะ?” 
 
“พวกพี่เขาแค่สนิทกันเฉยๆ” น้ำอุ่นเถียง
 
“ก็แค่จิ้นเฉยๆ  ไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องจริงสักหน่อย  แกก็ดูสิ” ไอติมเจ้าของบ้านพยักเพยิดให้เพื่อนๆ ดูต้นน้ำที่ดิ้นหลุดมาจากอ้อมแขนของนทีได้แล้วก็ตักน้ำจ้วงๆ สาดใส่นที  พอดีกับที่มีรถกระบะขับผ่านมา  คนบนรถพร้อมใจกันสาดน้ำใส่ทั้งสองคนโครมใหญ่  คนเจ้าคิดเจ้าแค้นทั้งสองเลยร่วมมือกันจ้วงน้ำในถังสาดคืน  คนบนรถก็ไม่ยอมแพ้...สาดกลับ  พวกเด็กผู้ชายเห็นแล้วน่าสนุก... ก็วิ่งไปช่วยนทีกับต้นน้ำอีกแรง 
 
“แต่พี่สองคนเหมาะกันดีเนอะ” เสียงมดตะนอย...สาวน้อยหน้าใสอีกคนเห็นด้วยกับคนอื่นๆ
 
น้ำอุ่นมองไปยังร่างสูงเด่นทั้งสองคนที่ถูกสาวๆ กลุ่มใหญ่บนรถกระบะกรูลงมาประแป้ง  แม้เพื่อนผู้ชายของเธอจะช่วยกันไว้ให้  โดยการเสนอหน้าไปให้สาวๆ ปะแป้งแทน  แต่ก็ยังมีบางคนหลุดรอดเข้าไปถึงตัวนทีกับต้นน้ำได้  ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันสนุกสนาน 
 
แต่เหมือนจะมีแป้งเข้าตาต้นน้ำ  ต้นน้ำเลยวักน้ำล้างหน้าแรงๆ นทีเข้าไปประคองใบหน้าของต้นน้ำเพื่อดูดวงตาให้ 
 
พี่สองคนก็เคมีเข้ากันจริงแหละ





พอแสงแดดเริ่มเบาบาง  เสียงดนตรีก็ดังมาจากเวทีดนตรีสด

“สงสัยวงดนตรีขึ้นแล้วแหงเลย”  น้ำอุ่นบอกต้นน้ำ  “ไปดูกันเถอะ” ชวนพี่เสร็จก็หันไปชวนเพื่อนต่อ

แก๊งสงกรานต์หน้าขาวกลุ่มใหญ่พากันเดินข้ามถนนโดยมีชายหนุ่มร่างสูงสองคนเป็นหัวโจก  พวกเขาเดินตามหลังน้องๆ ไปเพื่อดูแลความปลอดภัยให้น้องด้วย  คนเริ่มหนาตากว่าตอนช่วงบ่ายมาก  การจราจรบนท้องถนนติดแหง็กแทบจะไม่ขยับเขยื้อนเลย  โชคดีที่พวกเขาไม่ได้เล่นบนรถกระบะ

ตลอดระยะทางที่เดินมา  ต้นน้ำและนทีโดนสาดน้ำปะแป้งตลอด  คนหนึ่งปะ...อีกคนก็มาสาด...สาดเสร็จก็ปะใหม่...วนอย่างนี้ไม่รู้กี่รอบ  กว่าจะทะลุทะลวงคลื่นมหาชนจนมาถึงเวทีได้....ก็ทุลักทุเลพอสมควร 

พวกน้ำอุ่นมาถึงก่อนแล้ว  พากันไปจับจองสร้างแลนด์มาร์คอยู่หน้าเวทีไว้รอ  พวกเขาหอบร่างอันเปียกโชกไปยืนด้านหลัง ตั้งใจว่าจะมาดูแลน้อง  แต่แค่จะดูแลตัวเองก็ยังจะไม่รอดแล้ว

“พวกพี่โทรมจัง”  น้ำอุ่นหัวเราะก๊ากเมื่อเห็นสภาพพี่ๆ ที่เหมือนไปตกถังแป้งเปียกมา

“อีกนิดเดียวเอาลงทอดได้เลยนะพี่”  แก้มใสแซวบ้าง  น้องๆ ในกลุ่มพากันหัวเราะพวกเขา 

เสียงดนตรีหนักหน่วงจากเวทีดังตลอดชั่วโมง  พวกเขาทั้งโยก  ทั้งกระโดดไปตามจังหวะเพลงที่เล่นสลับกันระหว่างเพลงเร็วและเพลงช้า  จนหกโมงเย็น...ต้นน้ำก็สะกิดน้ำอุ่น

“อุ่น  กลับเถอะ  เดี๋ยวไปสาย”

น้ำอุ่นพยักหน้า  “งั้นอุ่นไปบอกพี่เหนือก่อนนะ”  พูดจบร่างกลมก็ลากแก้มใสกลืนหายไปทางด้านหน้าสุดของเวทีอย่างรวดเร็ว

พอเพลงจบ  เขาก็เห็นน้ำเหนือก้มลงมาหาน้ำอุ่น  คุยอะไรกันบางอย่างพลางพยักหน้า  น้ำเหนือหันไปตะโกนบอกเพื่อน  แล้วทั้งหมดก็เข้าประจำที่อีกครั้ง

“วันนี้มือกีตาร์เราของกลับก่อนนะครับ  เนื่องจากนัดสาวไว้”  นักร้องนำหันไปหาน้ำเหนือ  “หา...อะไรนะ?  ไม่ใช่สาวเหรอ?  อ๋อๆ...ไม่ใช่สาวครับ  ผู้ชายครับ”  เสียงกลองตีรับลูกให้นักร้องนำที่แซวเพื่อน

น้ำเหนือยกเท้าไล่ถีบคนแซวบนเวที 

“เพลงสุดท้ายของน้ำเหนือนะครับ  เดี๋ยวเราจะเปลี่ยนมือกีตาร์คนใหม่ขึ้นมาแทน” เสียงบนเวทีเงียบไปสักพักก่อนที่นักร้องนำจะเริ่มร้อง

“ก็ไม่รู้เลย ว่าฉันต้องเริ่มอย่างไร
คงเป็นเพราะฉันกลัวว่าอาจจะเสียเธอไป
หากว่าฉันถามเธอ
แต่ความรู้สึก มันล้นจนทนไม่ไหว
ยิ่งเวลาที่เธอยิ้มมาและจ้องมองตา
มันเกิดคำถามมากมาย”


ไม่มีใครสังเกต  ไม่มีใครสนใจคนสองคนที่เต้นด้วยกันมาหลายเพลงกลับเงียบลงไป  ไม่มีเสียงร้องโหวกเหวก  ไม่มีแม้กระทั่งคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของคนทั้งคู่  เหมือนต่างฝ่ายต่างดื่มด่ำจมดิ่งลงไปในห้วงความคิดของตนเอง  อะไรที่พยายามจะลบ...ก็เหมือนจะยิ่งตอกย้ำชัดเจน  ความรู้สึก...ที่หวังว่าจะจางหายลงไปกับกาลเวลายิ่งทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ  ยิ่งพยายามไม่สนใจมัน...พอเผลอ  มันก็จะปรากฏตัว

“ฉันไม่รู้ และยังคงไม่แน่ใจ
รักไม่รัก ใจจริงเธอต้องการแบบไหน
มันยังคงไม่ชัดเจน
เธอกับฉัน เราเป็นอะไร ช่วยบอกฉันที
อยากรู้สายตาที่เธอมีให้กัน
มันหมายความว่าอะไร
เป็นแค่เพียงอารมณ์อ่อนไหวที่คงหายไป
หรือซ่อนความรักที่มีเอาไว้
เธอคิดยังไงกับฉัน ช่วยบอกฉันที”


ในชั่วขณะหนึ่งที่ไม่ได้ยาวนานนัก  ต้นน้ำหันมาทางนทีก็พบว่าอีกฝ่ายมองมาอยู่ก่อนแล้ว  เหมือนมีแรงดึงดูดที่ทำให้เขาละสายตากลับไปไม่ได้  เหมือนดวงตาคู่นั้นอยากจะพูดอะไรกับเขา  เป็นข้อความที่ไม่อาจเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้  ‘ข้อความในใจ’...ที่เขาอ่านไม่ออก 

นทียกมือเรียวขึ้นช้าๆ  เอื้อมไปหาต้นน้ำ  สายตาของเขาจับจ้องที่ดวงตาใสตลอดเวลา  ราวกับกลัวว่า...หากเขาละสายตาไป  ดวงตาคู่นี้จะหายไป...ไปยังที่ๆ เขาไม่อาจเอื้อมถึง  แม้จะอยู่ใกล้แสนใกล้  ก็ไม่อาจคว้ามาไว้ในครอบครองได้

“พี่น้ำ”  น้ำอุ่นตะโกนเรียก  “พี่เหนือให้กลับรถมารับที่ประตูฝั่งโน้น  ฝั่งนี้ออกไปไม่ได้  คนเยอะ...เดี๋ยวเปียก”

ต้นน้ำกระพริบตา  เขาเหลือบมองนทีแวบหนึ่งก่อนหันทางน้ำอุ่น  “อ๋อ...อืม”

นทีที่ยกมือค้างไว้  เอื้อมไปหยิบอะไบางอย่างออกมาจากผมต้นน้ำ

“อะไร?”  ต้นน้ำถาม

“หนอนน่ะ” นทีตอบ

ต้นน้ำ “.....”
แก๊งสงกรานต์พากันเดินกลับ  โดยไม่มีใครรู้...ในความปกติ  มีความไม่ปกติซ่อนอยู่





บนรถนั่งกันเงียบ  มีเพียงสองสาวจากเบาะด้านหลังเท่านั้นที่พากันคุยเสียงดัง

“แกว่าไอติมมันชอบไอ้ก้องป่ะ?”  น้ำอุ่นถามแก้มใส

“ชอบ  แน่นอน!”

“ทำไมแกมั่นใจนักวะ?”

“แกดูเว็บนี้สิ”  แก้มใสเปิดโทรศัพท์เลื่อนให้น้ำอุ่นดู

“อะไรวะ?  7 วิธีสังเกตพฤติกรรมคนแอบชอบ?”

“ใช่  เราเจอมา  ตรงทุกข้อเลย”

“ข้อหนึ่ง  คุณจะแอบมองเขาอยู่เสมอ...แม้ว่าเขาจะอยู่ท่ามกลางคนมากมาย  แต่คุณก็มักจะหาเขาเจอ”

“ใช่ไหมล่ะ?”

ใช่ เสียงตอบดังมาจากในใจของต้นน้ำที่เริ่มนั่งไม่ติด  หน้าใสหันไปมองนอกหน้าต่าง  ไม่หันมามองในรถอีกเลย

“ข้อสอง...คุณมักจะหาเรื่องอยู่ใกล้ชิดเขาเสมอ  พยายามกินข้าวใกล้ๆ เขา  ไม่ว่าจะเวลาทำงานหรือเวลาเรียนก็เลือกที่นั่งใกล้ๆ เขา”

ตลอดดด!  ยิ่งช่วงหลังมานี่  ยิ่งใช่เลย  ตอนเรียนด้วยกันก็นั่งติดกัน  ตอนกินข้าวก็ยังนั่งด้วยกัน  แถมเดี๋ยวนี้ยังมีนอนด้วยกันอีกนะ  ต้นน้ำกลืนน้ำลาย

“ข้อสาม...ทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาให้มากที่สุด  เช่น โทรปลุก  กลับบ้านด้วยกัน”

ไม่นะ...ไม่ได้โทรปลุก  เดินขึ้นไปปลุกเลย  บ้าน...ก็ไม่ได้กลับด้วยกัน  ต่างคนต่างกลับ...แล้วกลับมาเจอกันที่บ้านต่างหาก

“ข้อสี่...เป็นห่วงเขาอยู่เสมอและใส่ใจเขาอยู่เสมอ  แค่เขาไม่สบายนิดเดียว  คุณก็รู้แล้ว”

ม่ายจริ๊งงงงงงงงงงง  เพื่อนกันก็ต้องห่วงกันเป็นธรรมดาสิ  ข้อนี้ปัดตกไป

“ข้อห้า...ตั้งใจฟังที่เขาพูดอยู่เสมอ”

ก็เสียงนทีน่าฟังอ่ะ  คุยก็สนุก  เขาก็ตั้งใจฟังที่ริวพูดเหมือนกันนะ

“ข้อหก...สนใจเขาในทุกเรื่อง  รู้หมดทุกโซเชียลเน็ตเวิร์ค”

เฮลโหล...ก็เพื่อนกันไหม?  ก็ต้องคอนเน็คกันทุกช่องทางอยู่แล้วสิ  เขาก็รู้เรื่องเอื้องฟ้าทุกช่องทางเหมือนกันนั่นแหละ

“ข้อเจ็ด...คิดถึงเขาบ่อยๆ  ได้กินอาหารอร่อยก็นึกถึงเขา  ฟังเพลงที่ใช่...ก็นึกถึงเขาทุกที”

เหอะ...ถ้าเปลี่ยนไอ้เจ็ดข้อนั่นเป็นลูกปืน  ข้อไหนโดน  ข้อไหนใช่...ก็ยิงปังเข้าสู่หัวใจ  เขาก็คงตายไปแล้ว  เลือดอาบเลยทีเดียว  ปัญหาของเขาคือ...จะให้นทีเห็นเลือดไม่ได้  เขาต้องกลบเรื่องนี้ให้มิด  ไม่ให้เหลือร่องรอย  นทีจะรู้สึกไหม?...ต่อไป...จะไม่แอบมอง  ไม่อยู่ใกล้  ไม่ปลุกตอนเช้า  ไม่เป็นห่วง  ไม่ตั้งใจฟังที่พูด  แต่แค่ตามไอจี  เฟสบุค...นทีคงไม่รู้หรอก  หรือถ้าแค่คิดถึง...นทีก็คงไม่รู้เหมือนกัน

นทีปรายหางตามองคนด้านข้างที่หันไปมองนอกหน้าตางตลอดทาง  เขาไม่เห็นหน้าต้นน้ำเลยไม่รู้ว่าต้นน้ำมีสีหน้าแบบไหน?  คิดอะไรอยู่?  แต่ก็อดขำกับตัวเองไม่ได้...ไอ้เจ็ดข้อนั่น  เขาทำมาหมดแล้วทุกข้อ  ถ้าต้นน้ำได้ยิน...พอจะรู้ตัวบ้างไหม?  ว่าเขารู้สึกยังไง?  ความในใจที่เขาพูดออกไปไม่ได้



------------tbc------------

เครดิตเพลง  หมายความว่าอะไร  ของวงมีนนะคะ

อัพให้อ่านก่อน  ดึกแล้ว  พรุ่งนี้แวะมาแก้ไขคำผิดให้อีกรอบนะ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13355
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ถ้าแต่ละคนคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยคงจะรู้ไปนานแล้วว่าโดนแอบรักอยู่

ออฟไลน์ Moonoii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ซึนมากแต่ละคน อุแง๊

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ตรงทุกข้อ  ทั้งสองคนนั่นแหละ   :m20: :laugh: :pigha2:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :L1: :pig4:

อึดอัดแทนคนแอบรัก

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 511
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ไม่ใครก็ใคร ก็จะเปยเผิดกันล่ะ
 :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1771
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
คนนึงก้คิดแต่จะหนีอีกคนเขาคิดที่จะเข้าหาจริงๆแล้ว
 :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :hao4: จะกล้าบอกรักกันไม๋คู่นี้

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
แล้วถ้าต่างคนต่างรู้ว่าคิดตรงกันล่ะ  :hao3:

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 791
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +230/-3
เสร็จกันทั้งคู่เลย

ออฟไลน์ Smile A

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 50
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0
นทีต้นน้ำตอนที่  14

ทิ้งตัวแล้ว  ก็ช่วยทิ้งใจไว้ด้วยได้ไหม






นทีขับรถไปส่งแก้มใสที่บ้านก่อนวกกลับมาที่บ้านคุณยายอีกครั้ง  เมื่อทั้งหมดเปิดประตูเข้าไปก็ได้ยินเสียงเฮลั่นของคุณยายพร้อมกับเสียงโอดครวญของหยาดทิพย์  ฝนทิพย์  และระริน

“แม่ได้หัว  จ่ายมา” คุณยายที่นั่งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะสี่เหลี่ยมฟาดไพ่ดังผัวะลงบนโต๊ะ  กวักมือเรียกเงินจากสองลูกสาวและหนึ่งลูกสะใภ้

“แม่อ่ะ  อีกแล้ว” ฝนทิพย์บ่น  ตั้งแต่ตั้งโต๊ะมา  คุณยายสายน้ำทิพย์กินเอาๆ  ชนะน็อคบ้าง  แต้มบ้างมาตลอด

“เขาเรียกว่าฝีมือ” คุณยายข่มทับลูกสาวคนเล็กซ้ำอีก

นทีมองสถานการณ์ด้วยความมึนงง  เกิดอะไรขึ้นกับคุณยายผู้อบอุ่นและใจดีของเขา

“ดัมมี่น่ะ  สี่ขาครบ”  ต้นน้ำอธิบายเมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของนทีแล้วเดินผ่านร่างสูงเข้าไปในครัว

“ไม่มีคำว่าแม่ลูกในวงไพ่หรอก”  น้ำเหนืออธิบายซ้ำก่อนเดินตามต้นน้ำไปอีกคน

“ไปเถอะ  เรื่องปกติ”  น้ำอุ่นดันหลังนทีให้เดินตามเข้าไปในครัว  เธียรและภูรีกำลังตำน้ำจิ้มซีฟู้ดสำหรับปิ้งบาร์บีคิวให้เด็กๆ

“มีน้ำพริกกะปิกับแกงส้มด้วยนะน้ำ” ภูรีบอกต้นน้ำ  “คุณยาทำไว้ให้”  ต้นน้ำยิ้มกว้าง  คุณยายไม่เคยลืมเลยว่าเขาชอบกินอะไร  ทุกครั้งที่กลับมาก็จะทำให้กินตลอด

“มีผักบุ้งผัดแกล้มหรือเปล่าน้าภู?” เขาชอบกินผักบุ้งผัดมากกว่าลวก  ซึ่งคุณยายก็รู้ใจหลาน

“มี”

ต้นน้ำลูบมือเดินไปยังโต๊ะอาหาร...มีทุกอย่างให้เลือกสรร  ถูกใจเขาที่สุด

“กินข้าวกันก่อน  เดี๋ยวค่อยไปต่อข้างนอก” เธียรบอกพลางยกเนื้อที่หมักไว้รวมทั้งน้ำจิ้มออกไปในสวนที่จัดเตนรียมสถานที่สำหรับปาร์ตี้ไว้

“พี่ธารล่ะคะ?”  น้ำอุ่นถามเธียร

“ออกไปซื้อเครื่องดื่มกับกร  เดี๋ยวมา  พวกเรากินกันเลย  คนอื่นกินหมดแล้ว”

ต้นน้ำทำหน้าที่พี่คนโตตักข้าวแจกทั้งตัวเองและน้อง 

“พี่น้ำ พรุ่งนี้ไปเล่นที่เดิมอีกไหม?”

“อ้าว  ไม่ขึ้นรถกระบะเหรอ?”

“อุ่นไม่อยากขึ้น  รถติด  พอน้ำหมดก็โดนสาดอยู่ฝ่ายเดียวเลย” น้ำอุ่นเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการเล่นรถกระบะ  เลยไม่ค่อยชอบเท่าไร “เล่นอยู่กับที่สนุกกว่า”

“นายว่าไง?”  ต้นน้ำหันไปถามความเห็นนที  เผื่อนทีอยากขึ้นรถกระบะ

“ยังไงก็ได้” 

“นายเคยขึ้นรถกระบะเล่นหรือยัง?”

“เคยแล้ว  หนาว”

ต้นน้ำหัวเราะ  ก็จริง...แต่เวลารถแล่นแล้วลมตีพั่บๆ นี่...หนาวมาก  ตัดกำลังไปเยอะเลย

“หรือจะไปน้ำตกไหม?” 

“นายอยากไปเหรอ?” นทีถามต้นน้ำกลับบ้าง 

“ไม่อยาก  สงกรานต์ทั้งที  อยากไปสาดให้สะใจมากกกว่า  พรุ่งนี้วันสุดท้ายแล้วด้วย” 

“งั้นเล่นที่เดิมก็ได้”

“ที่เดิมก็ดีพี่  พรุ่งนี้พวกผมจะไปเล่นด้วย”

“จริงอ่ะ?” น้ำอุ่นถามอย่างดีใจที่พี่ชายจะมาเล่นน้ำด้วย

“จริง  ที่ดีใจนี่เพราะพี่ไปเล่นด้วย  หรือดีใจที่พวกไอ้แมนไปด้วย” น้ำเหนือกระเซ้าน้อง  เพราะรู้ว่ากลุ่มเพื่อนน้องสาวแอบปลื้มเพื่อนตัวเองอยู่

“ก็ต้องพี่แมนสิ  พี่เหนือเจอกันอยู่ทุกวัน  ต้องดีใจตรงไหน?”

“ฮึ๊ย” น้ำเหนือเบ้ปากใส่น้ำอุ่น

สี่พี่น้องแซวกันสนุกสนาน  กินเสร็จแล้วก็ย้ายไปยังสวนหน้าบ้าน  ผ่านวงไพ่สาวๆ  ต้นน้ำก็แวะหอมแก้มคุณยายทิพย์ฟอดใหญ่

“ขอบคุณนะครับ  น้ำพริกกะปิอร่อยมากเลยครับ”

มือย่นของคุณยายลูบหลังต้นน้ำ  อีกมือหนึ่งถือไพ่ที่คลี่เรียงไว้ในมือ 

“เพื่อเป็นการตอบแทนคุณยาย  น้ำจะบอกอะไรให้นะครับ...” คุณยายทิพย์เอียงคอมองหลานชายอย่างน่ารัก  รอฟังว่าหลานจะบอกว่าอะไร  “แม่อมสอง*”

คุณยายหัวเราะถูกใจ  แต่ฝนทิพย์โวยวาย

“ไปๆ ไอ้น้ำ  ออกไปเลยนะ  แผนแม่พังหมดแล้ว”

ต้นน้ำหัวเราะก่อนเดินออกไป  ฝนทิพย์ตีไพ่สองในมือออก  คุณยายทิพย์น็อคไพ่  กินรอบวง 

“ฮ่า...ต้นน้ำหลานรักของยาย  ได้เยอะกว่าค่าน้ำพริกกะปิเสียอีก” คุณยายหัวเราะเอิ้กอ้าก  มีความสุขอย่างที่สุด





วงเหล้าด้านนอกก็ครื้นเครงไม่แพ้กัน  ธนกรและธารากลับมาแล้ว  นั่งพร้อมหน้ากันอยู่ตรงมุมบ้านที่จัดโซฟาชุดใหญ่ไว้ตรงระเบียงริมสวนน้ำตก ด้านข้างมีเตาบาร์บีคิวที่มีหมูหมักน้ำเยิ้มวางแผ่หราอยู่หลายชิ้น 

“น้ำอยากกินหมูย่าง” 

“มีอะไรที่แกไม่อยากกินมั่งไอ้น้ำ  มาทีไรก็รีเควสแต่ของกิน”

“มีแล้วกันน่า  แต่หมูย่างไม่ได้กินนานแล้ว”

“อะไรกัน  กรเลี้ยงหลานพี่ยังไงให้หิว?”  เธียรแซวธนกร

“ใช่พี่  ต้นน้ำตัวเล็กนิดเดียว” ภูรีเข้าข้างพี่ชาย

“ฮะ”  นทีทำหน้าเหรอหรา “นี่ยังตัวเล็กอีกเหรอครับ?  กินจะหมดบ้านแล้วนะ”

“ลุงเธียรกับน้าภูแซวเล่น  นายก็ยังจะเป็นไปกับเขาอีกเหรอ?” 

“ก็ว่าอยู่ครับ  แต่ก่อน...พอผมเปิดตู้เย็นมา  มีของกินเต็มตู้เลย  เดี๋ยวนี้...พอผมเปิดตู้เย็นมา  ผมต้องทำใจ...ปิดตู้เย็นแล้วขับรถออกไปเซเว่นนะ”

“ทำไมอ่ะพี่?  ของกินหมด?”

“ใช่  ไม่ใช่หมดธรรมดานะ...ของหมายังหมดเลย...คิดดู  พี่สงสารหมาพี่มากเลย...ผอมหมดแล้ว”

ทุกคนหัวเราะไม่เว้นแม้แต่ต้นน้ำ  “เกินไปๆ  น้ำเปล่าเต็มตู้...ก็กินเข้าไปดิ”

“ก็นั่นแหละ สิ่งที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้”

“ผมเข้าใจพี่  เหมือนตอนที่พี่น้ำมาอยู่บ้านผมเลย”  น้ำเหนือกอดนทีอย่างเข้าอกเข้าใจ  คนอื่นอาจจะคิดว่านทีล้อเล่น  แต่น้ำเหนือรู้ดีว่านทีพูดเรื่องจริง “ผมว่าถ้าพวกก๊อกน้ำ  อ่างน้ำมันกินได้  พี่น้ำคงกินเข้าไปแล้ว”

  “มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นไหม”  ต้นน้ำเริ่มหน้ายู่

“ไม่เป็นไรๆ  ป๊าเลี้ยงได้  จะขุนให้อ้วนเลย”  ธนกรลูบหัวต้นน้ำเบาๆ อย่างเอ็นดู “แต่เค้กกล้วยหอมที่ป๊าซื้อก่อนมา  น้ำเป็นคนกินใช่ไหม?”

ต้นน้ำเอาหัวโขกกับโต๊ะ  ฟุบหน้านิ่ง “สองชิ้นเองป๊า”

“แต่มันมีแค่สามชิ้นนะลูก”

คนอื่นพากันหัวเราะ




ตกดึกวงเหล้าก็เริ่มกรึ่มๆ  ส่วนวงไพ่ก็เริ่มมีการออกมาไถเงินวงเหล้ากันบ้างแล้ว  คุณยายยังเป็นคนที่ได้เงินเยอะที่สุดเหมือนเดิม  ปกติคุณยายจะนอนเร็ว  เพียงแต่วันนี้ลูกหลานมากันครบขา...คุณยายเลยยอมนอนดึกสักวัน 

ต้นน้ำนั่งหน้าแดงอยู่ริมเตาบาร์บีคิว  หมูกับไวน์...กินแล้วมันเข้ากันจริงๆ

น้ำเหนือเกากีตาร์เบาๆ โดยมีน้ำอุ่นร้องคลอประสานเบาๆ  ต้นน้ำยิ้ม  บ้านภูรีเป็นบ้านนักดนตรี  ภูรีสนับสนุนให้ลูกสาวลูกชายเล่นดนตรี  เล่นกีฬาในเวลาว่าง  ทุกครั้งที่เขามา...เขาก็โดนจับเคี่ยวเข็ญให้เรียนดนตรีไปด้วย ต้นน้ำอดยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป  ถ่ายวิดีโอไว้ไม่ได้  แม้จะเป็นภาพที่เห็นชินตาบ่อยๆ  แต่ก็เป็นภาพที่สวยงามทุกครั้งเวลาที่นึกถึง

“เมาแล้วเหรอพี่?  หน้าแดงเชียว” 

“อืม  นิดหน่อย”  ก็นิดหน่อยจริงๆ  เขารู้สึกมึนหัวนิดเดียวเอง

“พี่ทีมีแฟนยังครับ?” น้ำเหนือถาม

“ยัง”

“ดีเลย เพื่อนผมฝากมาถาม  ลองคุยกับเพื่อนผมดูไหมพี่?  สวยนะ”

ต้นน้ำยกไวน์ขึ้นจิบ

“แต่มีคนที่ชอบแล้ว” นทีบอกยิ้มๆ

ต้นน้ำยกไวน์ขึ้นกรอก

“จีบอยู่เหรอ?  ผมจีบให้เอาไหม?  ผมจีบเก่งนะ  ไม่เชื่อถามพี่ธารดู”

ธาราหัวเราะเสียงดัง  เธียรและภูก็หัวเราะตามไปด้วย  เพราะรู้วีรกรรมจีบสาวของพี่น้องคู่นี้ดี

“ใครอ่ะ?  ทำไมผมไม่รู้?”  ต้นน้ำโวยวาย

“ก็พี่เมย์...สาวไร่ข้างๆ นี่ไง” น้ำอุ่นตอบ

“คนที่เราไปขโมยมะม่วงไร่เขาอ่ะนะ”

“ใช่  คนนั้นแหละ”

“แต่เป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“นั่นแหละที่ยาก  พี่เมย์เขารู้นิสัยพี่ธารดี  จนไม่อยากได้ไง” พูดจบน้ำเหนือก็ต้องย่นหัวลง  เพราะธาราโยนน้ำแข็งมาโดน  “โหย...คนอุตส่าห์ช่วยจีบ  หอบกีตาร์ไปเล่นหน้าบ้านเขาเป็นเดือน  พอจีบติด...ก็ถีบหัวส่ง”

“ถรุยยย  ให้ไปเล่นเป็นเดือน...จีบไม่ติด  อ่อนว่ะ  พี่เล่นเพลงเดียว...เขายอมตกลงเลย  ฝีมือมันคนละชั้นกันโว้ย”  ธาราข่มน้องชาย

“พี่เมย์ใจอ่อนตั้งแต่ตอนส่งผมไปเล่นแล้วเถอะ  แล้วนั่นมันร้องเพลงขอแต่งงานป่ะ  พี่ก็ต้องร้องเองสิ”

“แต่งงาน?” ต้นน้ำถามเสียงสูง  เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าธาราจะแต่งงาน  นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่สถาปนิกอนาคตไกลออกมาอยู่ไกลผู้ไกลคนในไร่นี่ก็ได้


“ใช่  พี่ธารขายออกแล้วนะ  จะแต่งกันปีหน้า  พี่ธารให้เก็บเป็นความลับ  อายตอนไปจีบเขา  อายยังไงไม่รู้...รู้กันหมดทั้งบ้าน”  น้ำอุ่นขายพี่ “ก็เล่นส่งพี่เหนือไปร้องเพลงให้เขาฟังทุกวัน  ใครไม่รู้ก็บ้าแล้ว”

ป๊อก...ป๊อก...เสียงน้ำแข็งตกลงบนหัวสองพี่น้องช่างเมาท์อย่างแม่นยำ 

“ผมไม่เกี่ยวนะ  ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย”  น้ำเหนือคร่ำครวญหาความยุติธรรม

“ก็เอ็งเริ่ม”  ธาราตอบ

“แหม  แค่เล่าสู่กันฟังในหมู่พี่น้องน่ะ  ไม่รู้ว่าจะอายอะไรนักหนา”

“หรือจะเอาอีกที...หา?”

“ไม่คร้าบ...ไม่แล้วครับพี่  มาพี่ที...เอาเพลงอะไร?  เดี๋ยวผมจีบให้”

“อย่าให้มันจีบให้เลย  มือปืนโพรไฟล์ต่ำ ไม่เคยมีประวัติการจีบติดมาก่อน  ลงมือเองเถอะน้อง...เชื่อพี่”  ธารายังคงเตือนมาด้วยความหวังดี  อย่างคนมีประสบการณ์  เขาเคยใช้บริการกากๆ นี้มาแล้ว 

“มันต้องติดสักคนสิน่ะ  ของพี่ทีอาจจะคนแรกก็ได้  เอาเพลงอะไร?  เลือกมาเลยพี่”

“เพลงอะไรก็ได้  เอาแบบที่...ฟังแล้วหลงรักเลย  จีบติดแน่นอน”

“จัดไปพี่”

น้ำเหนือเกากีตาร์เบาๆ  ก่อนเสียงร้องทุ้มนุ่มจะดังขึ้น

“ในเมืองเล็กเล็กที่มีผู้คนอยู่มากมาย
จะมีบ้างไหมสักคนที่มองมาหาฉัน
คล้ายโลกนี้ไม่มีใครอยู่
มีฉันคนเดียวที่ต้องคู่
อยากอยู่ด้วยกันนับวันจากนี้ไป

ในเมืองเล็กเล็กที่มีผู้คนอยู่รอบกาย
จะมีบ้างไหมสักคนที่ทำให้เรื่องร้าย
ฉันกลายเป็นเรื่องที่ยิ้มได้
ได้คิดและเริ่มชีวิตใหม่
สบตาทีไรสดใสได้ทุกที
อยาก มี ไว้ ใครสักคนที่ยืนข้างข้างกัน
อยากจะมีเวลาดีดีกับคนนั้น”


นทีนั่งเท้าคางฟังน้ำเหนือร้องเพลง...รอยยิ้มจางๆ เจืออยู่บนใบหน้า  ตั้งแต่ขับรถออกจากกรุงเทพฯ  เขาก็อมยิ้มมาตลอด  เป็นความรู้สึกเบาๆ  แต่ไม่ว่างเปล่าเหมือนเคย...

รอยยิ้มจาง...ขยับกว้างขึ้นไปอีกเมื่อคนที่นั่งข้างๆ เบียดตัวเข้ามาใกล้  ชิด...จนรู้สึกได้
 
“อยากตกอยู่ในสภาวะ ทิ้งตัว
อยากทิ้งทั้งตัวและหัวใจ
กับใครสักคนหนึ่ง คงต้องมีอยู่
แต่ก็ไม่รู้จะได้เจอกันจากมุมไหน
หากตกอยู่ในสภาวะ ทิ้งตัว
จะไม่มามัวยืนมองให้เสียเวลา
จะดึงเธอเข้ามากอด และทิ้งตัวลงที่ตัก
และจะหยุดพักหัวใจของฉันไว้
ที่ไหล่ข้างซ้ายของเธอตลอดไป”


ในเนื้อเพลงเป็นไหล่ข้างซ้าย  แต่ในความเป็นจริงของนทีคือไหล่ข้างขวา  เขารู้สึกหนักที่ไหล่เลยหันไปมอง...คนบางคนตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวไปแล้ว  ศรีษะต้นน้ำพิงอยู่ที่ไหล่เขา  ใกล้...จนได้กลิ่นยาสระผมลอยวนอยู่ในอากาศ 

“ทิ้งตัวไปแล้วหนึ่ง  สงสัยไอ้เหนือจะร้องเพราะมาก” ธาราแหย่

ต้นน้ำสัปหงกจนศรีษะร่วงลงจากบ่านที   มือใหญ่ประคองแนบไว้กับอก

“เออๆ ถือไว้ก่อน  พี่ถ่ายรูปแป๊บ” ธาราบอกให้นทีจับหัวศรีษะต้นน้ำไว้ก่อน  เรื่องแบบนี้...เขาชอบนัก  ถ่ายรูปคนตอนเมา  แล้วเก็บเอาไว้แบล็คเมลล์ตอนตื่น...สนุกที่สุด

นทีทำหน้างง...ว่าแล้ว  ต้นน้ำติดนิสัยนี้มาจากใคร?  ต้นน้ำเองก็เคยถ่ายรูปขิงตอนเมาลงไอจีตอนวันเกิด  กรรมตามสนองก็งานนี้ล่ะ 

“พี่ธารส่งให้อุ่นด้วย” น้ำอุ่นร้องบอก

“ผมด้วย” น้ำเหนือก็เอาด้วย  ความบันเทิงของครอบครัวนี้น่ากลัวจริงๆ 

“ผมด้วย” เสียงดังมาจากนที  ธารา  น้ำเหนือ  และน้ำอุ่นมองหน้ากัน  ก่อนพากันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา 

“ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่  นายได้บัตรผ่านการเป็นครอบครัวเราแล้ว”  ธาราบอก

นทียิ้ม  เขาไม่ได้จะเอาไปแกล้งต้นน้ำสักหน่อย  แค่จะเอาไปเก็บไว้ดูเอง  แต่ถึงยังไง...เขาก็ได้บัตรผ่านแล้ว  ธาราจะเข้าใจผิดก็ช่างเถอะ

นทีค่อยๆ วางศรีษะต้นน้ำลงบนตักช้าๆ 

“เมาแล้วเหรอพี่ที?  ทำไมหน้าแดง?” 

อืม  เมา”  นทีตอบ  เขาไม่รู้จะเอาแขนวางไว้ตรงไหนเลยเอาพาดไว้บนไหล่คนที่นอนหลับอยู่บนตัก

“พี่ทีเล่นดนตรีไหม?” น้ำเหนือถาม

“เล่นกีตาร์เป็น”

“ลองสักเพลงไหม?”

“เอามาสิ”  นทียื่นมือไปรับกีตาร์จากน้ำเหนือมาดีดเบาๆ

น้ำอุ่นมองภาพนทีเล่นกีตาร์โดยมีต้นน้ำนอนอยู่บนตักมีฉากหลังเป็นน้ำตกจำลอง...คล้ายกับว่ากำลังกล่อมคนให้นอนหลับฝันดี

พี่เขาก็เหมาะกันจริงๆ แหละ  เพราะยายแก้มใสคนเดียวที่ทำให้ต่อมวายของเธอกำเริบไปด้วย  แม้ว่าจะพยายามบอกตัวเองว่านั่นคือพี่ชายของตนเองแล้วก็ตาม





นทีและน้ำเหนือช่วยกันประคองต้นน้ำลงจากรถ 

“เดี๋ยวพี่แบกไปก็ได้  เหนือช่วยประคองหลังแล้วกัน”  นทีย่อเข่าลงให้น้ำเหนือและน้ำอุ่นประคองร่างต้นน้ำขึ้นหลัง   คนเมาส่งเสียงอืออาคล้ายไม่สบายตัว  แต่ก็ยังคงหลับต่อไม่ยอมตื่น

นทีเดินไปที่ห้องโดยมีน้ำเหนือและน้ำอุ่นเดินตามเพื่อช่วยระวังด้านหลังให้  น้ำเหนือช่วยไขกุญแจให้ก่อนที่นทีจะพาต้นน้ำไปยังเตียงนอนด้านใน

“ทำไมเตียงเดียววะ?” น้ำเหนือหันไปกระซิบถามน้ำอุ่น  เขาจำได้ว่าเขาเป็นคนบอกวรรณาว่าจองเตียงคู่เอง

“อ๋อ  ลูกค้าขอเปลี่ยนน่ะ  ก็เลยเปลี่ยนให้”

น้ำเหนือพยักหน้า “พี่ที  ผมพาพี่เล่นอะไรสนุกๆ ป่าว?”  น้ำเหนือที่เริ่มมึนๆ เหมือนกันพูดไปขำไป

“อะไรอ่ะ?” นทีถาม  ตอนนี้ยังมีอะไรให้เล่นสนุกได้อีก  มือเรียวจัดท่าจัดทางคนเมาให้นอนสบายที่สุด

“พี่น้ำๆ”  น้ำเหนือเรียกต้นน้ำ

“อือ” ต้นน้ำส่งเสียงตอบเบาๆ

“ขอตังค์หน่อย”

“กา...ป๋าว” คนเมาบอกเสียงยานคาง

“เอาหมดเลยนะ”

“อืม”  ต้นน้ำพยักหน้าตอบทั้งที่ยังไม่ลืมตา

น้ำอุ่นกับน้ำเหนือหัวเราะ  นทีหัวเราะตาม

“พี่อยากได้อะไร?  ขอเลย...ได้หมด  พวกผมไปก่อนนะพี่  พรุ่งนี้เจอกัน” 

นทีเดินไปส่งน้องๆ ที่หน้าประตู  ก่อนเดินกลับมาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ต้นน้ำ  คนเมาที่ผิวหน้าร้อนจัดส่งเสียงครางประท้วงเมื่อมีผ้าเย็นๆ มาโดนใบหน้า

นทีก้มลงไปดูหน้าใสของคนเมาใกล้ๆ  ก่อนส่งเสียงเรียกอ่อนหวาน “น้ำๆ”  มือเรียวเกลี่ยไปตามกรอบหน้าก่อนหยุดที่ผิวแก้มระเรื่อ

ต้นน้ำหลับตานิ่งสักพักก่อนส่งเสียงงึมงำออกมา 

“น้ำรักนทีไหม?”  เสียงทุ้มแผ่วเบา อ่อนโยน คล้ายหลอกล่อให้เหยื่อติดกับ

“รัก” คนที่ไม่มีสติสัมปะชัญญะหลงกลจนได้ 

ดวงตาคมวาววาบขึ้น  จุดรอยยิ้มที่มุมปาก

“ต้นน้ำ  ต้นน้ำคนดี”  เสียงเรียกคราวนี้ยิ่งทวีความหวาน  อ่อนโยนกว่าทุกครั้งที่เคยเอ่ยมา

“งื้อออ”

“ขอจูบได้ไหม?”

รอไม่นานเลย  ริมฝีปากแดงอิ่มก็ตอบรับคำขอ “อืม”

หมาป่าที่จ้องจะตะครุบเหยื่ออยู่แล้วยิ้มกว้างไปทั้งปากและตา  มือเรียวที่รั้งอยู่ตรงกรอบหน้าไล้เลื่อนมายังปลายคางของคนหลับช้าๆ  นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ริมฝีปากสีแดงสดให้เผยอออก  ก่อนจะก้มลงไปลิ้มรสชาติหวานฉ่ำ  นทีค่อยๆ ละเลียดดูดดึงความหวานจากกลีบปากสีสด  ยิ่งได้ลิ้มชิมรส...เขากลับยิ่งรู้สึกว่าไม่พอ  ไม่พอ และไม่พอ  ทุกครั้งที่คิดจะหยุด  แต่ร่างกายกับไม่ฟังคำสั่ง  ริมฝีปากเหมือนแห้งเหือด  โหยหาการเติมเต็มอีกครั้ง  อีกครั้ง  อีกครั้ง 

จนกระทั่งคนหลับส่งเสียงครางประท้วงไม่สบายตัว  เขาถึงได้รู้สึกตัวว่าจูบเบาๆ ทีแรกนั้น...เริ่มจะหนักหน่วงขึ้นทุกที  นทีพลิกตัวนอนตะแคงมองหน้าต้นน้ำที่หลับสนิท  มือเรียวลูบไล้ริมฝีปากนุ่มอีกครั้งอย่างเสียดาย  เขากดจมูกสูดกลิ่นจากแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว  คนหลับสบายไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย  ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าสร้างความลำบากให้คนอื่นเขายังไง 

นทีถอนหายใจยาวอย่าง  ก่อนเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่ได้ปิดประตู  เสียงหอบกระเส่าดังปนมากับเสียงน้ำจากฝักบัวสูงที่ร่วงกระทบพื้นกระเบื้องด้านล่าง  โดยที่คนที่หลับสบายอยู่บนเตียงไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ตลอดเวลา





แก้มใสมารอติดรถไปเล่นน้ำอยู่ที่บ้านน้ำอุ่นตั้งแต่เช้า 

“แกเห็นเพจนี้หรือยัง?” แก้มใสเอี้ยวตัวเข้าหาน้ำอุ่น  มือบางเลื่อนโทรศัพท์ให้ดู

น้ำอุ่นมองตามมือเพื่อน  “พี่นทีกับพี่น้ำนี่”

“ใช่สิ  เห็นไหม?  บอกแล้ว...ไม่ได้มีเราคนเดียวที่คิด  คนอื่นเขาก็คิดเหมือนกัน”

“ในทวิตก็มีนะ” แก้มใสกดเข้าแอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์  ภาพของนทีและต้นน้ำเรียงขึ้นมาเป็นพรืด

น้ำอุ่นไล่ดูพลางทำหน้านิ่ว  “แกว่าเรื่องจริงไหม?”  จากที่ไล่ดูตามรูป...ก็คล้ายกับว่ามันเป็นเรื่องจริง  แต่จะเชื่อมากก็ไม่ได้...คนชงก็ชง  คนพายก็พาย  เรือใครก็เรือมันอยู่แล้ว 

“จะไปรู้ได้ไงเล่า?  แกเป็นน้อง  แกอยู่กับพวกพี่เขา  แกน่าจะรู้มากกว่าเรานะ”

น้ำอุ่นคิดหนัก  พี่สองคนอยู่ด้วยกัน  บางทีก็ตีกัน  บางทีก็...น้ำอุ่นหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา  เลื่อนรูปให้แก้มใสดู  รูปนทีกับต้นน้ำในอิริยาบถต่างๆ  ตั้งแต่ไปถ่ายรูปเล่นกันในสวน  จนถึงรูปที่ต้นน้ำนอนหนุนตักนทีเมื่อคืน

แก้มใสมองน้ำอุ่นด้วยสายตาเคลือบแคลง  “ทำไมเขาต้องซบกัน  นอนหนุนตักกันด้วย?”

“ก็เมื่อคืน  พี่น้ำเมาหลับมาซบพี่นที  พี่นทีเลยให้นอนหนุนตักตัวเองแทน”

“แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริง  แกจะทำยังไง?”

“.....”  น้ำอุ่นครุ่นคิดหนักมาก “เอาจริงๆ เลยป่ะ?”

“เออ”

“หวงพี่น้ำว่ะ  แต่พอเห็นหน้าพี่นทีแล้วก็แบบ...ยอมๆ ก็ได้”

ทั้งสองคนหัวเราะให้กัน 

“ไม่ต้องพี่นทีหรอก  แค่พี่น้ำคนเดียว  ถ้าพี่ชายเราจะเปลี่ยนใจเป็นเกย์...เราก็ยอมแล้ว  พูดก็พูดเถอะ...ถ้าเราเป็นพี่นที  เราหาทางปล้ำพี่น้ำไปนานแล้ว”

น้ำอุ่นหัวเราะ  “หรือจะให้พี่น้ำปล้ำพี่นทีดีวะ? พี่นทีโคตรหล่อ  โคตรดีอ่ะ  เมื่อคืน...พี่นทีดูแลพี่น้ำดีมากกกก  ค่อยๆ จับหัวพี่น้ำวางบนตัก  แล้วหลังจากนั้น...จะทำอะไรก็กลัวพี่น้ำจะตื่น  แล้วยังให้พี่น้ำขี่หลังกลับห้องด้วยนะ” 

แก้มใสเงียบไปก่อนพูดออกมาเบาๆ “เอิ่ม...ที่...แกพูด  มันคือ...เป็นแฟนกันเลยนะเว้ย”

“หรือจะจริงวะ?”

“ไม่จริงเราก็เชียร์แล้วล่ะ...ดีขนาดนั้น  แต่ถ้าดีขนาดนั้น...จะไม่จริงได้ไงวะ?”

“อืมม...” น้ำอุ่นครุ่นคิดอีกครั้ง  วันนี้เธอใช้สมองเปลืองมาก  ใช้เยอะกว่าตอนสอบเสียอีก  “เราว่าต้องสืบแล้วว่ะ  เรื่องนี้มีเงื่อนงำ”  สองคู่ซี้มองตากันวาววับ  นักสืบโซเชียลจะมาเก่งสู้นักสืบตัวจริงได้ไงเล่า?  ถึงจะเป็นมือสมัครเล่นก็เถอะ  แต่แค่เห็นภาพในจอ...จะมาสู้เห็นของจริงได้ยังไง





ต้นน้ำกับนทีเดินคู่กันเข้าในบ้านของน้ำอุ่นในเวลาเกือบเที่ยงแล้ว  ทุกอิริยาบถของทั้งสองคนอาจไม่รอดพ้นสายตาของสองนักสืบสาวแห่งลุ่มแม่น้ำแควไปได้ 

“กินข้าวยัง?”  ต้นน้ำถามสองสาวทันทีที่เห็นหน้า

“ข้าวเที่ยงยัง”

“มากินด้วยสิ  เดี๋ยวจะได้ออกไปเลย”  ต้นน้ำตักข้าวเผื่อน้องสองคนด้วย

“พวกพี่ดูโทรมกันจัง”  น้ำอุ่นทัก “แอร์เย็นอีกเหรอ?  เมื่อคืนกลับมาก็ดึกแล้ว  อุ่นลืมเอาผ้าห่มไปให้”

“เรากลับมากันกี่โมง?”

“ก็เกือบเที่ยงคืนน่ะ  พี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”

ต้นน้ำส่ายหน้า  เมื่อคืนเขาดื่มไวน์ไปเยอะมาก...ภาพตัดไปตัดมาจนสับสนไปหมด  จำได้ว่านั่งฟังน้ำเหนือร้องเพลงอยู่ดีๆ...ภาพก็ตัดไปเป็นตอนที่มีเสียงกีตาร์ดังใกล้ๆ ส่วนเขานอนหลับอยู่  แล้วจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้เลย

“นายจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”  นทีถามย้ำอีกครั้ง

ต้นน้ำส่ายหน้าอีก  ดวงตาใสแจ๋วสบเข้ากับสายคมของนที “ทำไม?  หรือเมื่อวานเราทำอะไรแย่ๆ ลงไป”

“ไม่มีหรอก  นายไม่ได้ทำอะไร?”  นทีบอกยิ้มๆ  “แต่เงินในกระเป๋าน่าจะหมดแล้วมั้ง”

ต้นน้ำเลิ่กลั่กควักกระเป๋าเงินออกมาดู  พลางถอนหายใจ “ไม่หายสักหน่อย”

นทีกับน้ำอุ่นหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

“แต่ว่าเมื่อคืน...เราไปเดินชนอะไรเข้าหรือเปล่า?  หรือล้มกระแทกพื้นอะไรไหม?”  ต้นน้ำถามคิ้วขมวด

“ไม่มีนี่  ทำไมเหรอ?”

“รู้สึกชาปาก  เหมือนปากมันบวมๆ” พูดแล้วก็ลองทำปากจู๋เจ่อๆ ดู

นทีหัวเราะตาหยี “ไหนมาดูซิ”

ต้นน้ำหันหน้าไปหานที  มือใหญ่ลูบไล้เรียวปากของต้นน้ำด้วยดวงตาแวววาม 

นทีแกล้งพิจารณาริมฝีปากแดงช้ำก่อนบอก “ไม่มีอะไรนี่  คิดมาก”

ต้นน้ำหน้าม่อยกลับมา  ลองเม้มริมฝีปากดูอีกครั้ง  เขามั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง...รู้สึกชาและบวมที่ริมฝีปากหน่อยๆ

ใต้โต๊ะกินข้าว  ขาแก้มใสเตะขาน้ำอุ่นยิกๆ  เป็นอันรู้กันว่าหมายความว่าอะไร?

“เหนือไม่กินข้าวเหรอ?”

“ออกไปแล้ว  พวกพี่ตื่นสาย  พี่เหนือกลัวจะได้เล่นสงกรานต์แป๊บเดียว”  สองวันที่ผ่านมาน้ำเหนือไม่ได้เล่นสงกรานต์เลย  เพราะมัวกังวลเกี่ยวกับเรื่องแสดงดนตรีสด  แต่พอได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจก็อยากเล่นสงกรานต์เป็นการส่งท้ายสักหน่อยเลยกระตือรือร้นเป็นพิเศษ





สองหนุ่มสองสาวพากันมาจอดรถที่หลังร้านขายส่งเหมือนเดิม  เพียงแต่วันนี้ไอติมไม่ได้ออกมารับแล้ว  พวกเขาที่รู้ทางแล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปเอง  ที่หน้าร้านคนเยอะคึกคักกว่าเมื่อวานมาก  อาจจะเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายก็เลยไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องเวลาเท่าไร

“พี่นที  พี่ต้นน้ำ  สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ” เพื่อนน้ำอุ่นส่งเสียงทักทาย

“พี่นที  เมื่อวานพี่สาวหนูขอเบอร์พี่ด้วยล่ะ”  มดตะนอยร้องบอก

“พี่นทีมีคนที่ชอบแล้ว” น้ำอุ่นบอกเพื่อน

“พี่หนูเป็นกิ๊กได้นะ” มดตะนอยยังไม่ยอมแพ้  นทีหัวเราะขำไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ

ต้นน้ำเบ้ปาก  เบื่อความเสน่ห์แรงของคนข้างๆ เลยเดินไปยังถังน้ำคนเดียว  นทีมองพวกน้ำอุ่นยิ้มๆ ก่อนยักไหล่  เขากวักมือเรียกเพื่อนผู้ชายของน้ำอุ่น “ไป ลุยเลยเหอะ” แล้วเดินตามต้นน้ำไป

กลุ่มเด็กผู้ชายเดินตามนทีไป  ปล่อยพวกเด็กผู้หญิงไว้ที่โต๊ะสำหรับนั่งพักด้านหลัง

มดตะนอยก็มองตาม  “เราว่าเราพอจะรู้แล้วว่าพี่นทีชอบใคร”

“ใช่ไหม?  พวกเรากำลังสืบอยู่ว่าคู่นี้ยังไงกันแน่” แก้มใสบอกพลางเปิดมือถือให้มดตะนอยดูเพจนทีต้นน้ำ

ไอติมยื่นหน้ามาดูด้วย “ดูยังไงก็ใช่”

“แกมีไอจีพี่นทีป่าว?”

“ไม่มี  แต่เข้าไปดูในไอจีพี่ต้นน้ำก็ได้” น้ำอุ่นเลื่อนโทรศัพท์ดู “นี่ไง” เธอดูรูปต้นน้ำที่กลุ่มเพื่อนๆ แท็กมา

เด็กสาวทั้งสี่คนสุมหัวกันดูโทรศัพท์เครื่องเดียวกัน

“หูย  คนตามเยอะมาก”

“และก็...ลงรูปพี่น้ำเยอะมากด้วย” มดตะนอยตั้งข้อสังเกต  รูปในไอจีนทีส่วนใหญ่จะเป็นรูปถ่ายไฟ ถ่ายถนน  ถ่ายต้นไม้ไปเรื่อยตามอารมณ์  มีรูปเพื่อนๆ บ้าง  รูปตัวเองบ้าง  แต่รูปเดี่ยวที่เยอะรองลงมาจากรูปเจ้าของไอจีเองก็คือรูปของต้นน้ำ  สี่สาวพากันวิพากษ์วิจารย์กันใหญ่

“พวกแกไม่คิดว่าเราทำตัวเหมือนนักสืบโซเชียลเหรอวะ?  ไหนแกบอกว่านักสืบโซเชียลสู้นักสืบตัวเป็นๆ ไม่ได้ไง  เป้าหมายยืนอยู่ตรงหน้าแล้ง...ยังจะไปดูไอจีอีก” น้ำอุ่นเตือนเพื่อน

ทุกคนหน้าเจื่อนลงก่อนดึงหัวที่สุมกันออก  แล้วมองไปยังเป้าหมายที่ตัวเปียกกันหมดแล้ว

“เฮ้ย...นั่นมันพี่วุ้นเส้นนี่”  ไอติมร้องตกใจเมื่อหญิงสาวขวัญใจหนุ่มมัธยมในโรงเรียนเธอมาโผล่ที่นี่

ทั้งสี่คนมองไปยังหญิงสาวผมยาว  ผมสีดำขับให้ดวงหน้าขาวดูขาวยิ่งขึ้นไปอีก  ดวงตากลมโตรับกับริมฝีปากอิ่ม  จมูกโด่งนิดๆ ทำให้ดวงหน้านั้นดูจิ้มลิ้มน่ารักน่าทะนุถนอม

“มากันทั้งกลุ่มเลย”  แก้มใสบอกเมื่อเห็นกลุ่มสาวไฮโซประจำโรงเรียนเดินมาสมทบกับวุ้นเส้น  ทั้งกลุ่มสวมกางเกงขาสั้นโชว์เรียวขาสวย  แต่เสื้อตัวฐนสั้นยาวแตกต่างกันไป  บางคนก็สวมแขนกุด  บางคนก็สวมแขกว้างทับเสื้อกล้ามอีกที  ไม่โป๊จนน่าเกลียด  แต่ก็ดึงดูดสายตา

“เล็งพี่แกไว้แหงเลย” มดตะนอยบอกเมื่อเห็นสาวๆ ประกบข้างนทีและต้นน้ำทั้งสองข้าง “ไม่รู้ว่าใครเล็งใครล่ะ”

น้ำอุ่นมองตามด้วยสายตาติดจะหมั่นไส้  “ฝันไปเถอะ”  ตราบใดที่มีน้ำอุ่นอยู่  พวกรุ่นพี่พวกนี้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เข้าใกล้พี่ชายเธอ  รู้จักอิทธิฤทธิ์คนเป็นน้องน้อยไปสิ 


--------- tbc ---------

มาล๊าวววว

โอ๊ยตอนนี้....ลูกสาวกับลูกชายชั้น

ไม่รู้จะห้ามพวกเขายังไงดี  แต่พวกเขาก็หวงเนื้อหวงตัวกันมาตั้ง 13 ตอนแล้วอ่ะเนอะ

ไม่รู้ว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วหรือยังนะ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-09-2019 20:06:24 โดย Smile A »

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
ต้นน้ำ...มีคน อบลักหลับนายแน่ะ

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 o18 แอบขโมยจูบหรอนที

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
เฮ้ย!  นทีร้ายอ่ะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด