**แรมเดือนสิบสอง** ll แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ (๑) P.8 [1/11/64]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: **แรมเดือนสิบสอง** ll แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ (๑) P.8 [1/11/64]  (อ่าน 45177 ครั้ง)

ออฟไลน์ saccarrum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คนกาก อย่าว่าน้องงงงงงงงงง ฮ่าๆๆ
พี่แรมจะรุกหนักแล้วสินะ  :ling1:

ออฟไลน์ PoPoe

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 131
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
มาเชียร์พี่แรม :katai2-1:

ออฟไลน์ Spissy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
โอ้ยยย คนจีบกากจนน้องไม่รู้ตัว ชอบดุใส่  :hao7:

ออฟไลน์ ธัญญ์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-4

แรมเดือนสิบสอง

แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๒
(๑)










สิ่งแรกที่ธันวาต้องรับมือคือสติกเกอร์รูปหัวใจที่คาดไม่ถึงว่าเดือนแรมจะขยันส่งมาทุกเช้าติดกันเป็นเวลาสามวันแล้ว


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าไอดอลของกรองเกียรติเป็นคนที่กวนประสาทคนได้เสมอต้นเสมอปลายจนน่าปวดหัว คนถูกระรานเองก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะคำว่า ‘Seniority’ ในวัฒนธรรมองค์กรมันค้ำคออยู่ แม้จะอยากด่ากลับไปแรง ๆ แค่ไหนแต่ก็ทำได้แค่ส่งสติ้กเกอร์แมวขู่ฝ่อกลับไปเท่านั้นเอง


“เป็นไร หน้าบูดหน้าบึ้งแต่เช้า” นัน รุ่นพี่ร่วมห้องอีกคนถามขึ้นมาเมื่อเห็นรุ่นน้องหนุ่มตีหน้ายุ่งใส่โทรศัพท์อยู่บนเตียง ไม่ใช่แค่วันนี้ แต่เขาเห็นมาหลายวันแล้ว


“ไม่มีไรครับ”


“ไม่มีไรก็ไปอาบน้ำเว้ย คนเต็มห้องน้ำแล้ว” อาร์ตที่กำลังสวมเสื้อนักศึกษาร้องบอก ธันวาครางรับอืออาก่อนนิ่งไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนกำลังทำอะไรอยู่


แต่งตัวในห้องนอน


ใคร ๆ เขาก็แต่งตัวในห้องนอนกันทั้งนั้น ไม่เห็นจะผิดหรือว่าแปลกอะไรสักนิด แต่ทำไมรุ่นพี่เดือนแรมต้องห้ามเขาด้วย ทำอย่างกับเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเสียอย่างนั้น


คิดได้ก็ปีนลงเตียงถอดเสื้อนอนเขวี้ยงลงตะกร้าผ้าใช้แล้ว คว้าตะกร้าอาบน้ำและผ้าเช็ดตัวพาดบ่าอย่างเคย ละเลยชุดนักศึกษาที่แขวนเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนเพราะตั้งใจว่าวันนี้จะนำไปใส่ในห้องอาบน้ำเลยหลังจากที่โดนเดือนแรมดุใส่ซ้ำมาอีกสองวันแล้ว


อ่า...สงสัยคงต้องตื่นเช้ากว่านี้ไม่ก็สายไปเลย เพราะทันที่ที่เปิดประตูห้องมาก็เจอรุ่นพี่ที่ทำเขาหัวเสียแต่เช้ายืนหน้านิ่งในชุดนักศึกษาถูกระเบียบอยู่หน้าห้องตนพอดี อีกฝ่ายพอเห็นหนุ่มรุ่นน้องเดินเปลือยท่อนบนออกจากห้องก็รีบถลึงตามองดุ


“บอกกี่ครั้งแล้วว่า…”


“แต่งตัวในห้องนอนผิดตรงไหนอ่ะ กฎใหม่ที่รุ่นพี่จะบังคับรุ่นน้องเหรอ เนี่ย ไอ้อาร์ตยังแต่งตัวในห้องเลย โน่นอีก ยังเดินพันผ้าขนหนูออกจากห้องน้ำมาได้เลย” ธันวาเถียงก่อนที่เดือนแรมจะพูดจบเสียอีก


“อยากโชว์ว่างั้น?”


“โชว์บ้าโชว์บออะไรล่ะพี่ สะดวกน่ะพี่เข้าใจไหม”


“อยากอ่อยนักก็เรื่องของมึง” เมื่อเห็นเดือนแรมบ่นแค่นั้นแล้วเงียบไปไม่พูดอะไรต่อ ธันวาจึงออกเดินอีกครั้งแต่ได้แค่ไม่กี่ก้าวก็หันกลับมาเรียกคนที่ยังยืนอยู่ที่เดิมอีกครั้ง


“สติกเกอร์อ่ะ ไม่ต้องส่งมากวนผมแล้วนะ”


“ทำไม? กูจะส่ง มีปัญหา?”


“ก็แล้วจะส่งมาทำไมเล่า” อยากด่าแรงกว่านี้ก็เกรงใจ


“ก็ชอบอ่ะ”


“...”


“อยากส่งให้”


ธันวารู้สึกเหมือนลมหายใจติดขัด ถ้าเป็นคนอื่นพูดแบบนี้เขาคงคิดว่าตัวเองเพิ่งโดนสารภาพรัก แต่พอเป็นคน ๆ นี้ สายตายียวนแบบนี้ คิดในแง่นั้นไม่ได้เลยจริง ๆ


ชอบที่ว่า ก็คงหมายถึงชอบแกล้งเสียมากกว่า






วันพุธกลางสัปดาห์ไม่มีอะไรน่าดีใจไปกว่าตารางเรียนครึ่งวันอีกแล้ว แต่ที่น่าดีใจมากขึ้นไปอีกสำหรับธันวาคือเย็นนี้มีนัดกับเพื่อนที่ร้านหมูกระทะ เนื้อที่เขาโหยหามาหลายวันจะได้รับการตอบสนองในวันนี้แล้ว แต่กว่าจะถึงเวลานั้น เขาก็ต้องผ่านการอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงและซ้อมดนตรีอีกหนึ่งถึงสองชั่วโมง ซึ่งธันวามองว่าหมูกระทะเย็นวันนี้ช่างคุ้มค่าสำหรับการรอคอยเสียจริง


และเพราะติดนัดกับเพื่อนไว้ก่อนแล้วจึงทำให้ธันวาต้องปฏิเสธลุงประภาสที่จะมาหาเย็นนี้ตามที่เคยตกลงกันไว้ว่าต้องยอมให้คนเป็นลุงมาทานข้าวด้วยสัปดาห์ละครั้ง แต่เมื่อหลานรักปฏิเสธ ก็กลายเป็นว่าไม่มีวันไหนในสัปดาห์ที่อีกฝ่ายจะสะดวกมาหาอีกแล้ว ธันวาจึงถือโอกาสนี้ขออนุญาตไม่กลับบ้านช่วงสุดสัปดาห์จนกว่าจะสอบเสร็จเสียเลย แม้ประภาสจะงอแงต่อรองแต่สุดท้ายก็ต้องยอมอ่อนให้เพราะเข้าใจว่าคนเรียนแพทย์ต้องอ่านหนังสือหนักจริง ๆ


เดินออกจากห้องเรียนพร้อมเสียงเซ็งแซ่ของนักศึกษาแพทย์ทั้งชั้นปีที่สองและสาม ธันวาเห็นหลังรุ่นพี่หน้าดุไว ๆ และถ้าไม่ติดว่ายังค้างคาเรื่องบางอย่างกันอยู่ ไม่มีทางที่เขาจะรีบพุ่งเข้าไปหาพร้อมร้องเรียกอีกฝ่ายเสียงดังเด็ดขาด


“พี่แรมครับพี่แรม”


“เอาแล้วเว้ย เอาแล้วเว้ย น้องเข้ามาทักเองเลยว่ะ” โอ๊คสะกิดก่อนหันไปมองตากับเพื่อนอีกสองคนแล้วพากันเดินนำออกไปก่อนหลังจากรับการค้อมศีรษะทักทายจากรุ่นน้องแล้ว


“มีอะไร” คนหน้าดุปั้นหน้านิ่งทั้งที่อยากยิ้มแทบบ้าที่อีกฝ่ายเข้ามาทักกันก่อน


“ไปทานข้าวกันไหมครับ” วันนี้พอมีเวลาว่าง ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ไปวันนี้ให้จบ ๆ กันไป จะได้ไม่มีอะไรค้างคากันอีก


“มึงชวน?”


“ครับ”


“ทำไม”


“ก็ผมติดค้างพี่อยู่นี่ครับ ที่ติวให้ครั้งก่อนผมยังไม่...”


“ไม่ไป”


“อ้าว...แล้วเมื่อไหร่จะได้เลี้ยงล่ะพี่”


“จะยอมให้เลี้ยงก็ต่อเมื่อมึงอยากกินข้าวกับกูจริง ๆ” พูดจบก็เดินจากไปทิ้งรุ่นน้องให้ยืนหน้าเหวออยู่อย่างนั้น


“อะไรของเขาวะ”


“อะไรของมึงไอ้ธันว์” กรองเกียรติเดินตามหลังมากอดคอคนที่ยังยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นทั้งที่รุ่นพี่เดินจากไปครู่หนึ่งแล้ว


“พี่แรมของมึงโคตรเข้าใจยากเลย”


“แต่กูว่ากูเริ่มเข้าใจละ”


กรองเกียรติยิ้มมุมปากยักไหล่แล้วเดินหนีไปอีกคนเมื่อธันวาเลิกคิ้วมองเพราะต้องการคำอธิบายที่มากกว่านั้น แต่กลายเป็นว่ายังไม่รู้อะไรอยู่ดี




หลังจากฝากท้องมื้อกลางวันที่โรงอาหารใกล้หอพักแล้วธันวากับเพื่อน ๆ ก็ไปนั่งอ่านหนังสือกันต่อที่หอสมุดของโรงพยาบาลซึ่งเป็นของคณะแพทย์ด้วย โดยไม่ลืมแวะซื้อขนมไปหย่อนใส่กล่องมิลเลอร์ของเดือนแรมเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับชีทสรุปก่อนไปรับชีทดังกล่าวที่ร้านถ่ายเอกสารหลังจากเอาไปทิ้งไว้ตั้งแต่สองวันก่อน เล่มนี้เขาถ่ายเอกสารจำนวนเล่มเท่าเพื่อนในคณะที่ต้องการแต่ทยอยกันมารับด้วยตัวเองไม่ได้อาสารับไปให้


“นี่มันระดับคัมภีร์ชัด ๆ” ตฤณว่า ยืนมองชีทเล่มหนาในมือด้วยความเทิดทูนพลางลูบมือบนปกอยู่หน้าร้านถ่ายเอกสาร


“ถ้ามึงไม่อ่านมันก็เป็นแค่หมอนที่ทำมึงคอเคล็ดได้เท่านั้นแหละ”


“ครับ ๆ ว่าที่ศาสตราจารย์นายแพทย์กรองเกียรติ” ตฤณประชดใส่ไอ้คนที่ขยันเรียนในห้องอย่างสม่ำเสมอจนสุดท้ายก็ต้องวิ่งหนีเพราะอีกฝ่ายยกชีทสรุปเล่มเดียวกันนั้นไล่ฟาดหัว กว่าจะได้เคลื่อนทัพไปอ่านหนังสือกันดี ๆ ธันวาก็ต้องเหนื่อยกับการห้ามปรามมากทีเดียว





“เห้ยมึง ไอ้ดีนถามว่าเย็นนี้มันชวนเพื่อนไปด้วยได้ป่ะ” ธันวาถามขึ้นมาในตอนที่ตนกับกรองเกียรติกำลังเก็บหนังสือในตอนสี่โมงเย็นเพราะมีนัดซ้อมดนตรีกันต่อในอีกครึ่งชั่วโมง


“ผู้หญิงหรือผู้ชาย” ตฤณยื่นหน้าเข้าไปถามแม้ว่าวันนี้จะไม่ได้ไปด้วยก็ตาม


“เพื่อนกูเรียนอักษรฯ ก็ต้องผู้หญิงแน่อยู่แล้วสิวะ”


“ผู้หญิงอักษรฯ” อาร์ตที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันพูดเพ้อ ๆ ตาลอยเหมือนจะจินตนาการไปถึงคณะดังกล่าวแล้ว “กูเปลี่ยนใจไปด้วยตอนนี้ทันไหมวะ”


กรองเกียรติยิ้มเย็น ตบบ่าเพื่อนทั้งสองก่อนเอ่ยวาจาตัดรอน “ไม่ทันแล้วเพื่อน”


เป็นอันว่าเย็นนี้นอกจากพวกเขาสามคนอันประกอบด้วยธันวา กรองเกียรติและดีนแล้ว ยังมีเพื่อนสาวปริศนาอีกหนึ่งคนด้วย ส่วนสำคัญที่กรองเกียรติปฏิเสธการตัดสินใจครั้งใหม่ของเพื่อนร่วมคณะสองคนนั้น นอกจากจะอยากแกล้งแล้วยังเป็นเพราะห่วงว่าหญิงสาวหนึ่งเดียวในวันนี้จะเคอะเขินเกินไปถ้าหนุ่ม ๆ ไปกันเยอะ เดิมทีมีแค่เพื่อนที่สนิทกันอยู่แล้วคงไม่เป็นปัญหา เพราะบางที...นี่อาจจะเป็นการเปิดตัวคนรู้ใจของดีนก็เป็นได้



ตัวโน้ตสุดท้ายของเพลงสุดท้ายจบลงในตอนใกล้หกโมงเย็นซึ่งจัดว่าทำเวลากันได้ดีก่อนที่จะโอดโอยเพราะท้องร้องกันไปมากกว่านี้


“ไปกินข้าวด้วยกันไหม” หญิงสาวคนเดียวในวงเอ่ยชวน สถานที่ก็คงหนีไม่พ้นโรงอาหารใกล้หอพักอีกตามเคย


“เรากับเก่งมีนัดกับเพื่อนแล้วอ่ะ ไว้ครั้งหน้านะครับหวาน”


“อื้อ” เธอยิ้มรับ แม้ลึก ๆ แล้วจะรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยก็ตาม




สองหนุ่มคณะแพทย์นัดเจอเพื่อนต่างคณะที่ร้านหมูกระทะชื่อดังย่านนั้น ดีนส่งข้อความมาบอกว่าถึงร้านแล้ว เป็นโต๊ะโซนโอเพ่นแอร์เพื่อจะได้ไม่รมควันในห้องแอร์ ธันวากับกรองเกียรติไปถึงร้านหลังจากนั้นเพียงสิบห้านาทีเพราะร้านใกล้ฝั่งโรงพยาบาลมากกว่ามหาวิทยาลัย


“ไอ้ดีนบอกว่ามันย่างหมูรอละ” ธันวาเล่าด้วยน้ำเสียงขบขัน ขณะเดินเข้าร้านไปพร้อมเพื่อนรัก ครู่หนึ่งถึงได้เห็นเพื่อนยกมือขึ้นบอกตำแหน่งที่แค่ชูมือหน้านิ่ง ๆ ก็รู้สึกว่าเพื่อนเขาช่างเท่เสียจนน่าหมั่นไส้ ยิ่งข้างกายมีสาวสวยในชุดไปรเวทนั่งอยู่ด้วยก็ยิ่งน่าอิจฉาเข้าไปใหญ่


แต่ให้ตายเถอะ! ธันวาชักเริ่มสงสัยว่าทำไมปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาเขาถึงไม่เคยสะดุดตากับใบหน้าหล่อแต่ดุอย่าง...สุนัขของเดือนแรมมากเท่าหลายสัปดาห์มานี้ แล้วนี่ขนาดหนีออกมากินนอกรั้วโรงพยาบาลก็ยังเจออีกฝ่ายนั่งอยู่โต๊ะไม่ไกลกันนักอีก


“บังเอิญจังเลยพี่ ๆ” เป็นกรองเกียรติที่วิ่งโล่เข้าไปทักทายกลุ่มรุ่นพี่ที่ยกกันมาทั้งสี่คนซึ่งธันวารู้จักเป็นอย่างดีแล้วจึงทำให้เขาต้องรีบตามเข้าไปทักทายด้วยทั้งที่อยากจะเดินเลี้ยวไปหาเพื่อนสนิทจะแย่อยู่แล้ว


“หึ” เดือนแรมหัวเราะในลำคอ ปรายตามองรุ่นน้องหน้าใสข้างหลังกรองเกียรติด้วยสายตาที่คนมองรู้สึกถูกก่อกวนอย่างไรไม่รู้


“เรื่องบังเอิญไม่มีจริงหรอกไอ้น้องเก่ง” โอ๊คว่าก่อนหันไปหัวเราะกับบอย ขณะที่ไนท์ยิ้มมุมปากไม่สนใจคนมาใหม่นัก


“หือ?”


“พวกมึงหิว พวกกูก็หิวไง เลยมาเจอกันที่ร้านนี้” สามเกลอหันมองหน้ากันยิ้ม ๆ เมื่อได้ยินเพื่อนตัวเองอธิบายประโยคที่ว่า ‘เรื่องบังเอิญไม่มีจริง’ ได้ฟังดังนั้นแล้วก็พร้อมใจกันอยากจะร้องแหมให้ดังไปถึงดาวอังคาร


“จริงด้วยครับ เรื่องบังเอิญไม่มีจริง” กรองเกียรติทวนโดยไม่ลืมสังเกตรุ่นพี่ที่ตัวเองเทิดทูนไปด้วยเพราะยังมีข้อกังขาบางอย่างที่ยังคาใจ “พวกผมไปก่อนนะครับ”


“เป็นใบ้รึไง” เดือนแรมว่าขึ้นก่อนที่สองรุ่นน้องจะจากไป


“หือ?” สองหนุ่มร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความสงสัย


“เพื่อนมึงเป็นใบ้เหรอวะเก่ง เห็นยืนบื้ออยู่เฉย ๆ ไม่พูดไม่จาสักคำ” ถ้าเดือนแรมพูดแบบนี้ด้วยใบหน้าเรียบเฉยในบรรยากาศของงานรับน้องที่ผ่านมาธันวาคงเสียวสันหลังวาบไม่กล้าแสดงอาการใด ๆ ออกมานอกจากกลัว แต่เพราะตอนนี้อยู่ในร้านหมูกระทะและรุ่นพี่ก็พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้ายียวนกวนประสาทขั้นสุด ธันวาจึงชักสีหน้าให้รู้ได้ว่าไม่พอใจ ทว่าใครมองหน้าบูดบึ้งของเจ้าตัวต่างก็คิดตรงกันว่ามันเหมือนท่าทางของคนงอนกันเสียมากกว่า


“ก็ไม่มีใครถาม ผมจะตอบหรือพูดแทรกได้ตรงไหนละครับ”


ดูสิ ว่ากระแทกขนาดนี้แล้วอีกฝ่ายยังยิ้มอยู่ได้ พอใจนักหรืออย่างไร!




“ใคร?” ดีนถามขึ้นทันทีที่เพื่อนมาถึงโต๊ะ เขาเห็นตั้งแต่เพื่อนทั้งสองคนตรงเข้าไปทักทายแล้ว มองปราดเดียวแค่พอให้รู้ว่ารู้จักกันก็เลิกสนใจ ไม่ได้จ้องมองอะไรมาก


“รุ่นพี่ที่คณะ” ธันวาตอบ


“ใช่คนที่ชื่อแรมอะไรนั่นรึเปล่า”


“หือ? มึงรู้จักด้วยเหรอ”


“พวกมึงเคยบ่นให้ได้ยิน จำไม่ได้เหรอ”


“กูบ่นเหรอ” ธันวาชี้นิ้วเข้าหาตัว บ่นถึงรุ่นพี่หน้าดุแต่โคตรของโคตรกวนประสาทให้ดีนฟังตอนไหนก็จำไม่ได้


“เออดิ มึงบอกว่าเขามากวนประสาทมึง”


“เออ โคตรกวน” ว่าแล้วก็แอบเหล่มองคนที่ตกเป็นประเด็นแวบหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายกำลังคีบหมูบนเตาแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้อย่างไม่มีสาเหตุขึ้นมา


“เขายังมากวนมึงอีกรึเปล่า”


“ทุกวัน!”


คำตอบของธันวาทำให้ดีนคิ้วกระตุก ปรายหางตามองคนที่ถูกพูดถึงแล้วเผยยิ้มบาง ๆ ที่ธันวาไม่ทันสังเกต


“ดีน” หญิงสาวหนึ่งเดียวในโต๊ะสะกิดเพื่อนชายที่ตนขอตามมาด้วยยิก ๆ ไม่ได้อยากจะขัดบทสนทนาระหว่างสองหนุ่มนัก แต่เพราะคนมาใหม่อีกคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในบทสนทนานั้นและนั่งติดกับเธอเอาแต่จ้องหน้าเธอจนเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาแล้ว


“อ้อ ลืม นี่ผิง เพื่อนสนิทในคณะกู ส่วนนี่ธันว์กับเก่งที่เราบอกว่าเรียนหมอ”


“เพื่อนจริงป่ะวะ” กรองเกียรติถามย้ำ นัยน์ตายังจับจ้องแต่ใบหน้าของหญิงสาวนามว่าผิง


“เพื่อนจริง ๆ”


กรองเกียรติยิ้มกว้าง ผิงเป็นผู้หญิงสวย อาจไม่สวยมากแต่สวยชนิดที่มองอย่างไรก็ไม่เบื่อ ผิวหน้าที่ไม่ได้ประทินแต่งแต้มสีจัดนัก แต่งแค่อ่อน ๆ ดูธรรมชาติยิ่งทำให้น่ามองจนไม่อาจละสายตา รู้สึกคิดถูกแล้วที่ยอมให้ดีนพาเธอมาในคืนนี้ด้วยได้


“เก็บอาการหน่อยมึงอ่ะ” ดีนปรามขำ ๆ แต่ที่ขำกว่าเห็นจะเป็นท่าทางหวั่นกลัวของเพื่อนสาวที่เบียดเข้ามาใกล้ตัวเองเรื่อย ๆ


“เขากลัวมึงแล้วเห็นไหมเนี่ย” ธันวาสมทบก่อนหันไปยิ้มทักทายเธอ “เห็นมันทำตัวคุกคามน่ากลัวแบบนี้แต่มันไม่ใช่คนเจ้าชู้นะครับ คบกันมาตั้งนานผมก็เพิ่งเคยเห็นมันเป็นแบบนี้กับคุณคนแรกเนี่ยแหละ”


ผิงยิ้มแห้ง ค่อย ๆ ขยับตัวออกห่างดีนไปนั่งตรง ๆ เนื่องจากนั่งกันคนละด้านของโต๊ะ เลยกลายเป็นว่าเธอต้องนั่งติดกับกรองเกียรติ ส่วนธันวานั่งฝั่งซ้ายมือของดีน






การที่กลุ่มบอยโดนแบนมารวมตัวกันในร้านหมูกระทะชื่อดังใกล้โรงพยาบาลในวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะใครที่ไหน เพียงแต่หากไม่เป็นเพราะอยากพาตัวเองมาอยู่ในสายตาของธันวา เดือนแรมคงไม่ชักแม่น้ำทั้งห้ามารบเร้าเพื่อนให้ออกมาด้วยกันแบบนี้แน่


“ว่าน้องโง่ น้องบื้อ มึงเองก็กากเหอะ” โอ๊คออกความเห็นเมื่อเห็นเดือนแรมมองตามร่างสูงโปร่งของรุ่นน้องรูมเมทของเขาที่ลุกไปตักอาหาร


“ปากหมาด้วย” บอยเสริม


“น้องมันคงคิดได้หรอกว่ามึงจีบ มีแต่จะเกลียดขี้หน้าน่ะสิ” ไนท์สำทับ


“กูมีวิธีของกูหน่า”


“ระวังเถ้อะะะ จะโดนหมาคาบไปแดกตัดหน้าอีก” โอ๊คว่า


“ครั้งนี้ไม่มีทาง” ว่าเสร็จก็ลุกออกจากโต๊ะหมายจะเดินไปตักอาหารเพิ่มโดยมีเพื่อนว่าไล่หลังไป “วางแผนเก่งงงงง”










(มีต่อนะคะ)

ออฟไลน์ ธัญญ์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-4

เบคอนคือเป้าหมายที่ทุกคนแย่งชิงและทำให้ธันวาต้องมายืนรออยู่หน้าโซนเนื้อสดเกือบห้านาทีแล้วเนื่องจากเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ต้องสั่งไม่สามารถตักเองตามใจชอบได้ ในมือมีผักสดสองสามชนิดที่เพื่อนฝากมาหยิบ มือข้างที่ว่างก็ไถแอฟโซเชียลในโทรศัพท์เล่นแก้เก้อ เห็นกรองเกียรติอัพสเตตัสเมื่อสิบนาทีก่อนว่ามาร้านนี้กับเขาและดีนเรียกกลุ่มเพื่อนมารุมด่ากันยกใหญ่หาว่าไม่ชวนกันบ้างทั้งที่ชวนไปก็คงจะมาไม่ได้เพราะอยู่ไกลกันเกินไปแท้ ๆ ธันวาไล่อ่านคอมเมนต์แล้วก็เผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมาก่อนจะงับปากไว้เพราะกลัวคนรอบข้างจะมองแปลก ๆ เอาได้


“รออะไร”


ธันวาหันมองร่างสูงที่เข้ามายืนข้างกัน พอยืนแบบนี้แล้วก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างสูงจนร้อยแปดสิบพอดิบพอดีของเขาดูเตี้ยไปเลย นัยน์ตาคมดุจ้องมองไปยังจุดหมายเดียวกับที่ตนกำลังรอคอยแล้วได้แต่ยอมจำนนในใจว่าตนคงหนีไม่พ้นรุ่นพี่คนนี้จริง ๆ “เบคอนครับ”


“ชอบกินเบคอนเหรอ” อยู่ ๆ คนข้าง ๆ ก็พูดขึ้นมาทั้งที่เงียบไปหลายอึดใจจนธันวาคิดว่าประเด็นนี้น่าจะตกไปแล้ว


“ครับ”


“แล้วชอบกินอะไรอีก”


“ก็...สามชั้น สันคอ เบคอนที่ไม่เค็ม ที่สุดเลยแหละ” ธันวาพูดไปยิ้มไปโดยไม่ทันรู้ตัวว่าคนพี่จับจ้องอยู่ด้วยสายตาเอ็นดูขนาดไหน


“กินแต่ของมัน เริ่มมีแก้มแล้วเนี่ย” มือหนาที่ยื่นไปหมายจะบีบส่วนที่พูดถึงให้เจ้าตัวดูว่าเยอะขึ้นจริง ๆ แต่กลับพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อเป้าหมายห่างออกไปเพราะใครบางคนเดินเข้ามากอดคอดึงธันวาออกห่าง


“มานานเกินไปแล้วนะมึงน่ะ” ดีนมองสบตาคนที่ยืนข้างเพื่อนแวบหนึ่ง ถ้าเขามาไม่ทันอีกฝ่ายคงแต๊ะอั๋งแก้มเพื่อนเขาไปแล้ว แต่มีหรือที่เขาจะยอมให้ทำอย่างนั้นได้ง่าย ๆ


“ยังไม่ถึงห้านาทีเลย นานตรงไหน”


“กลับไปกินไป เดี๋ยวกูรอให้เอง”


“แล้วนั่นอ่ะ เพื่อนจริง ๆ เหรอวะ” ธันวาถามพลางยิ้มล้อ ถ้าดีนมีแฟนจริงเขาจะจุดพลุในร้านหมูกระทะนี่เลย


“เพื่อนจริง ๆ สิวะ...ไม่ต้องมองอย่างนั้น กูเคยมีใครนอกจากมึงเหรอ” ดีนใช้มือข้างเดียวกับแขนที่กอดคอเพื่อนยีผมอีกฝ่ายด้วยความมันเขี้ยว “กลับโต๊ะไปได้แล้วไป”


เดือนแรมยืนกอดอกขณะที่ดีนยืนสอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบาย ทั้งสองรอกันเงียบ ๆ ชั่วครู่ดีนก็ได้จานเบคอนไปครองก่อน ใบหน้าหนุ่มรุ่นน้องต่างคณะแต้มยิ้มมุมปากตอนที่เดินสวนกันออกไป เหมือนเจ้าตัวจะยิ้มให้ลมให้ฟ้าแต่ไม่รู้ทำไมเดือนแรมถึงรู้สึกว่ากำลังถูกเย้ย











“เบคอนกูมาแล้ว” ธันวาร้องเรียกด้วยความดีใจ เสียดายอยู่หน่อย ๆ ที่ไม่ได้เป็นคนยืนรออยู่ต่อเพราะลึก ๆ แล้วก็อยากยืนรอเป็นเพื่อนรุ่นพี่ร่วมคณะ แต่ก็ด้วยเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเคว้งเพียงเท่านั้น ใช่จะหายเคืองเรื่องเก่าก่อนแล้วหรือพิศวาสอีกฝ่ายเสียหน่อย


“ถ้ามึงมาช้ากว่านี้ผิงจะโดนไอ้เก่งจ้องจนพรุนแล้วนะ” ธันวาว่าติดตลก ส่วนผิงก็ร่วมหัวเราะไปด้วย ไร้ท่าทีขลาดเขินอย่างก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ธันวาพบว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ห้าวเกินนิยาม ‘สาวอักษรฯ’ ไปเสียหน่อย ไม่แปลกใจเลยที่ดีนเลือกคบเป็นเพื่อนสนิท


“ขยันฟ้องพ่อมึงจริง ๆ เลยนะ” กรองเกียรติว่าก่อนส่ายหน้าหน่าย ๆ ไม่ทันคิดว่าจะโดนผลักหัวจาก ‘พ่อ’ ของธันวา


“เออ แล้วพวกมึงซ้อมดนตรีกันทำไมวะ ว่างด้วยเหรอ” ดีนถาม คาใจตั้งแต่วันที่ธันวาส่งรูปมาให้ดูแล้ว แต่ยังไม่มีใครตอบให้หายข้องใจ


“ซ้อมเล่นงาน Thanks สิ้นเดือน กูอยากให้พวกมึงทุกคนมาดูมากเว้ยดีน งานนี้ไอ้เก่งโคตรเท่” ไม่ใช่แค่อยากชมเพื่อนอย่างเดียว แต่ธันวาก็อยากจะอวดเพื่อนให้สาวเห็นด้วย ไหน ๆ มันก็ชอบแล้ว ถือว่าช่วยกัน “สาว ๆ ต้องหลงมันหนักแน่”


“มึงก็เท่เหอะไอ้ธันว์ ยิ่งถ้าวันจริงได้เล่นกับเบสคู่ใจมันนะ แม่งเอ้ยยยย กูอยากจะรู้นักว่ายังมีใครมองมันเป็นเกย์อีกไหม” ทุกวันนี้พวกเขาใช้เครื่องดนตรีในชมรมซ้อมกันอยู่ เดิมทีก็คิดว่าจะใช้ขึ้นแสดงด้วย แต่กลุ่มเพื่อนลงความเห็นกันว่าถ้าได้ใช้ของตัวเองก็คงจะดีกว่า


“สาธุเหอะ กูจะได้มีสาวกับเขาสักที”


“มีคนมองว่าธันว์เป็นเกย์ด้วยเหรอ” ผิงถามขึ้นมาหน้าซื่อ ๆ


“ไม่เหมือนเลยใช่ไหมล่ะ” ธันวาร้องถามด้วยความดีใจ เพราะนานทีจะมีคนคิดแบบนี้


“ตอนเจอครั้งแรกไม่คิดนะ แต่พอเห็นอยู่กับดีน เอาตรง ๆ ก็แอบคิดว่าเพื่อนชวนมารู้จักแฟนรึเปล่า” คำสารภาพอาย ๆ ของผิงทำเอาสามหนุ่มพร้อมใจกันระเบิดเสียงหัวเราะ


“นี่เธอคิดแบบนี้เหรอผิง”


“ก็มันน่าคิดนี่หว่า นายไม่มองผู้หญิงคนไหนเลย แต่กับธันว์ทั้งดูแลดีทั้งชอบสกินชิพกัน ต่างจากที่ปฏิบัติกับเก่งที่ดูเหมือนเพื่อนกันมากกว่า”


“มันเป็นพ่อลูกกันครับ” กรองเกียรติว่าติดตลก คบกันมาแต่ไหนแต่ไรเพื่อนลูกเสี้ยวของเขาก็ทำตัวเหมือนพ่อธันวาอยู่ตลอด ปกป้องดูแลไม่ห่าง ยิ่งช่วงมัธยมตัวติดกันเป็นตังเม ถ้าตอนนั้นธันวาไม่มีแฟน คนก็คงคิดกันว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันเองแล้ว


“ผมกับดีนชอบผู้หญิงนะครับ”


“เห้ย!” กรองเกียรติใช้ศอกสะกิดเพื่อน “พูดแบบนี้คือจะจีบผิงแข่งกับกูหรือยังไง”


“มึงพูดอะไรดูหน้าเขาด้วย” ธันวาหัวเราะปิดท้าย ขำในความหวาดระแวงวไม่เข้าเรื่องของเพื่อนเสียจริง


“จะไปรู้เหรอวะ ฟังมึงพูดเหมือนโปรโมทตัวเองยังไงก็ไม่รู้”


“แดก ๆ ไปเลยจะได้เลิกฟุ้งซ่าน” ธันวาคีบเนื้อทั้งหมดที่สุกแล้วบนเตาใส่จานกรองเกียรติเพื่อปิดปาก


ก่อนกลับสามหนุ่มหนึ่งสาวถ่ายรูปด้วยกันโดยมีกรองเกียรติเป็นคนเซลฟี่ ดีนบอกให้ผิงขยับเก้าอี้มาใกล้ตนขณะที่ตัวเองก็ดึงธันวาเข้ามาใกล้เช่นกัน วงแขนกว้างยกขึ้นวางพาดพนักเก้าอี้ธันวาอย่างเป็นปกติเช่นก่อนหน้านี้เวลาต้องการพักจากการรับประทานอาหาร





นักศึกษาแพทย์ทั้งสองกลุ่มกลับเข้าหอพักในเวลาไล่เลี่ยกัน ธันวาจึงนำชีทสรุปไปคืนเดือนแรมในระหว่างที่รอให้อาหารย่อยก่อนไปอาบน้ำ


“ผมเอามาคืน ขอบคุณมากนะครับ”


เดือนแรมรับชีทสรุปของตัวเองคืนมาแล้วมองรุ่นน้องหน้านิ่งจนคนถูกมองใจเสียเพราะเดาอารมณ์อีกฝ่ายไม่ออก “ซีรอกซ์ไปกี่เล่ม”


“เยอะอยู่ครับ เพื่อน ๆ หลายคนก็อยากได้ เอ่อ...พี่แรมไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ”


“ไปเอาเล่มของมึงมาซิ”


“ห๊ะ?”


ต้องรอให้เดือนแรมย้ำรอบที่สองธันวาจึงรีบวิ่งกลับห้องไปหยิบฉบับถ่ายเอกสารของตัวเองที่เขียนชื่อแสดงความเป็นเจ้าของลงไปเรียบร้อยแล้ว


เดือนแรมมองชื่อธันวาที่ถูกเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้พร้อมมีเลขรหัสนักศึกษากำกับไว้อีกด้วยตรงตำแหน่งใต้สัญลักษณ์รูปหัวใจที่เขาวาดไว้แล้วเงยหน้ามองเจ้าของแวบหนึ่ง ในมือเขาตอนนี้มีปากกาแดงหนึ่งด้ามแทนที่ชีทของตัวเอง


“ครับ?” ธันวาเอียงคอถามด้วยความสงสัย


เดือนแรมไม่ตอบแต่จรดปลายปากกาลงระบายหัวใจดวงนั้นให้เป็นสีแดงเหมือนเล่มต้นฉบับ


“เห้ยพี่! ระบายทำไมอ่ะ” ธันวาร้องห้ามไม่ทัน เพราะหัวใจดวงเล็กแค่นั้นเดือนแรมระบายไม่กี่ครั้งก็เต็มแล้ว


“จะให้เหมือนต้นฉบับจริง ๆ หัวใจต้องมีสีแดง” เดือนแรมว่าขณะยื่นเล่มนั้นคืนไปให้


“แล้วอย่างนี้พี่ไม่ต้องไล่ระบายสีให้ครบทุกเล่มเลยเหรอ”


“ไม่อ่ะ ระบายให้มึงคนเดียว”


“ไมงั้นวะ”


“ก็กูให้มึงแค่คนเดียว”


“หมายถึงชีทสรุป?”


เดือนแรมส่ายหน้า “หัวใจ”


เกิดสภาวะเงียบ ธันวาอ้าปากค้างเติ่ง ควานหาเสียงตัวเองไม่เจอและบอกไม่ถูกว่าตัวเองควรต้องรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ได้ยิน แต่สิ่งที่อีกฝ่ายทำต่อจากนั้นเหมือนปลดล็อกทุกสิ่งอย่าง เพราะหัวที่หงายไปด้านหลังจากการผลักของรุ่นพี่คือสัญญาณบอกว่าที่พูดมาทั้งหมดเมื่อครู่คงหนีไม่พ้นเรื่องกวนประสาทอีกเหมือนเคย


“เหมือนสติกเกอร์หัวใจที่กูส่งให้ทุกวันไง”


“กวนตีนว่ะพี่” ด่าใส่หน้าแล้วก็รีบวิ่งกลับห้องตัวเองเพราะกลัวจะโดนถีบเข้าให้โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเดือนแรมกำลังมองมาด้วยความรู้สึกไหนกันแน่







คืนนั้นกรองเกียรติรีบอัพรูปที่ถ่ายมาพร้อมแคปชั่นที่บ่งบอกถึงการถูกใจสาวทั้งที่ไม่มีเฟสบุ๊คของเธอด้วยซ้ำ ไม่มีแม้กระทั่งของเพื่อนตัวเองที่อยู่ต่างคณะเพราะอีกฝ่ายไม่เล่น และถึงแม้จะอัพดึกแต่ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีจากเพื่อนฝูงในการมาคอมเมนต์คุยกัน จะมีก็แต่ธันวาที่โผล่มาแค่คอมเมนต์เดียวแล้วก็หายไปเลย




Keng Krongkiet
14 mins.
สายสัมพันธ์สองคณะ ใครคู่ใครคงไม่ต้องบอกนะครับ #นศพกับเด็กอักษร
(รูปถ่ายสี่คนที่ร้านหมูกระทะ)
Thanwa DilokDharm, นะโม แฝดโอม, โอม แฝดนะโม and 76 other like this
T Team กูชอบ
    Keng Krongkiet สัส ว่าที่แฟนในอนาคตกูเว้ย
    นะโม แฝดโอม โคตรเหี้ย พวกมึงทั้งคู่
    โอม แฝดนะโม ทำไมกูไม่เจอบ้างงงงง
    Keng Krongkiet ไม่มีแต้มบุญก็ยากหน่อยนะ
    Thanwa DilokDharm เห็นไอ้ดีนไม่เล่นเฟสหน่อยเอาใหญ่เลยนะพวกมึง กูจะฟ้องมันว่าพวกมึงเต๊าะเพื่อนมัน
    โอม แฝดนะโม ฟ้องเก่งงงงงง
    T Team จ้า พ่อคนโปรดของไอ้ดีน
จุ๊บแจง แสดงธรรม กรี๊ดดดดดดด น้องธันว์มีแฟนใหม่แล้วเหรอ #ร้องห้ายยยย
สายน้ำ ไม่ไหลกลับ พี่เก่งนิยมของนอกเหรอคะ หันมองคนในคณะบ้าง พลีสสสสส
Oak 06154434xx พูดไม่ทันขาดคำว่าจะมีหมาคาบไปแดกตัดหน้า Boy NoBand Knight Asawin
    Boy NoBand ขนาดนี้แล้วมึงก็แท็กเจ้าตัวมาเลยเถอะ
    Oak 06154434xx อย่าไปแทรกแซงแผนของคุณเขา
    Knight Asawin นี่ยังไม่เรียกว่าแทรกแซงเหรอวะ
    Boy NoBand 555 ป่านนี้คุณเขานิ่งไม่ไหวแล้วมั้ง
    Keng Krongkiet คาบใครไปแดกเหรอครับ ผมหรือธันวา
    Oak 06154434xx ใครน่าแดกก็คาบคนนั้นแหละเว้ย



ชัดเจน!

กรองเกียรติเชื่อว่าเขาคิดไม่ผิด จากการสังเกตมาพักหนึ่งและคิดวิเคราะห์แยกแยะเอาจากสนทนาโต้ตอบของกลุ่มรุ่นพี่ที่มาคอมเมนต์แล้วเขาก็ได้ข้อสรุปของข้อสงสัยในทันที เด็กหนุ่มไม่รอช้า รีบทักไลน์เดี่ยวเพื่อนสนิทสมัยมัธยมที่ติดมาเรียนคณะเดียวกันเพียงคนเดียวของตนทันที


เก่งก็คือเก่ง : ไอ้ธันว์ นอนยังวะ





ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ผ่านไปสามวันก็กลายเป็นความเคยชินเสียแล้วที่ธันวาต้องตื่นเช้ามาเข้าโปรแกรมแชทของเฟสบุ๊คเป็นอันดับแรกทั้งที่มีการแจ้งเตือนจากโปรแกรมอื่นหรือคนอื่นมากมายแต่ธันวากลับเลือกช่องทางนี้ก่อนเพื่อรับสติกเกอร์รูปหัวใจจากเดือนแรมและส่งสติกเกอร์ที่แสดงอารมณ์ดูโมโหที่สุดกลับไป


เมื่อเห็นว่ายังพอมีเวลาก็ไถการแจ้งเตือนหน้าล็อกสกรีนดูคร่าว ๆ เผื่อมีเรื่องด่วนจะได้เตรียมตัวทัน ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นข้อความที่ทำให้ต้องย้อนกลับไปพิจารณาสติกเกอร์รูปหัวใจที่ได้รับทุกเช้าใหม่เสียแล้ว


เก่งก็คือเก่ง : ไอ้ธันว์ นอนยังวะ
เก่งก็คือเก่ง : กูว่าพี่แรมชอบมึงว่ะ


กูว่าพี่แรมชอบมึงว่ะ



กูว่าพี่แรมชอบมึงว่ะ








TBC.
-------------------------------------------------------------
ฝากพี่เดือนแรมของเราด้วยนะคะ
#แรมเดือนสิบสอง
ส่วนใครคิดถึงคุณดีน กลับไปอ่าน  'ห า กั น จ น เ จ อ' #ไม่ดิ้นรนหา ได้นะคะ

ด้วยรักและขอบคุณ

ธัญญ์

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
ไม่ใช่ว่าน้องรู้แล้วจะหนีนะคะ  :hao7:

คิดถึงคุณดีนนนนนน  :mew1:

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 594
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
หูยยยยยยย

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1164
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
อ่านข้อความเก่งแล้วธันว์สตั้นไป3วิเลย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ saccarrum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อิพี่แรมมมมมมมม แกจะบอกชอบเขา จีบเขาแต่หักมุมให้น้องเข้าใจว่าแกล้งว่าหยอกทำไมมมมมมม
คนกากที่แท้ทรู  :hao7: :z3:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

โถ....พี่แรมนี่กากจริงไรจริงเนอะ  จีบไปตั้งนานแต่น้องก็ยังไม่รู้ว่าจีบ  อิอิ


หลังจากที่เพื่อนเก่งเฉลยให้รู้แล้ว  เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อไปหว่า?

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 930
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2:

ออฟไลน์ P_Methayot

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
พี่แรมคนกากสู้ๆนะ

ออฟไลน์ ploy1102

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เอาใจช่วยพี่แรมคนกาก สู้ๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ may27

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 299
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
 :m15:  อยากอ่าน...... แต่ไม่อยากค้าง......... รอหลายๆตอนก่อนเนาะค่อยเข้ามาอ่าน​    เป็นกำลังใจให้ผู้แต่งนะคะ

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
พึ่งมาเห็นว่ามีอีกเรื่อง มาตามแล้วค่ะ 555

ออฟไลน์ 19th

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ขนาดบอกว่าให้ใจน้องยังเข้าใจว่ากวนตีน 555555  :z3:

ออฟไลน์ ธัญญ์

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-4
แรมเดือนสิบสอง

แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๒
(๒)




เขาชอบรุ่นพี่เดือนแรม


กรองเกียรติรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่วันรับน้องที่ปีสามจัดให้ปีสอง ประธานชั้นปีที่สามคนที่ยืนบนเวทีพูดจาฉะฉานด้วยสีหน้าขึงขังในวันนั้นสร้างความประทับใจให้เขายกให้อีกฝ่ายเป็นโรลโมเดลหรือบุคคลต้นแบบ เหนือกว่าคำว่าไอดอลอย่างที่ธันวาเข้าใจไปแล้ว


ไม่ใช่แค่หล่อ สูง เท่ แต่เก่งด้วย ทุกอย่างรวมเป็นผู้ชายที่ดูสมาร์ทจนผู้ชายด้วยกันยังชื่นชม


แต่แม้จะชอบอีกฝ่ายมากแค่ไหนใช่ว่าจะดีใจที่เขามาชอบเพื่อนตัวเอง


ธันวาไม่ได้เป็นเกย์…


คบกันมานานทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนมีรสนิยมทางเพศแบบไหน ถึงจะเคยมีแฟนเป็นผู้ชายแต่ท้ายที่สุดแล้วนั่นก็ยังไม่ใช่ความรัก และถึงแม้เดือนแรมจะเข้าหาธันวาด้วยวิธีการที่ต่างจากผู้ชายคนอื่นมากจนเพื่อนเขาไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกจีบ แต่เชื่อเถอะว่าธันวาไม่ยินดีนักหรอกที่โดนอีกฝ่ายเข้าหาด้วยความรู้สึกแบบนั้น


เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องเข้าไปช่วยในตอนที่เพื่อนยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าเดือนแรมในสภาพที่มีผ้าเช็ดตัวพาดบ่าเปลือยอยู่


“รีบไปอาบน้ำได้แล้วมึง ไป ๆ”


กรองเกียรติดันหลังเพื่อนบังคับเดินไปทางห้องน้ำรอจนร่างที่ฝืนในคราแรกเดินไปได้เองแล้วกรองเกียรติจึงค่อยหันมายิ้มแป้นทักทายรุ่นพี่ที่เคารพก่อนชิงหนีกลับห้องตัวเอง





“กูวางสิบบาท พี่แรมชอบมึงแน่ ๆ”


ธันวาเกือบสำลักโจ๊กในตอนที่กรองเกียรติพูดย้ำใจความเดิมกับข้อความที่ส่งมาให้เมื่อคืน เด็กหนุ่มคว้าแก้วน้ำมาดื่มก่อนมองเพื่อนตาเขียว


“กูลงหนึ่งร้อยเลย ไม่มีทาง” ธันวาพูดทั้งที่หน้าร้อนผ่าวตอนที่ย้อนดูสติกเกอร์รูปหัวใจที่เดือนแรมส่งมาให้ทุกเช้าเป็นเวลาหลายวันแล้ว “เจอกันทีไรไม่ดุก็กวนตีนใส่ ถ้าบอกว่าอยากถีบ กูว่ายังน่าเชื่อกว่า”


รอยยิ้มบนใบหน้ากรองเกียรติหายไป โหมดจริงจังบนใบหน้าตี๋ไม่ใช่สิ่งที่ธันวาเคยชินนัก “แล้วถ้าเขาจีบมึงจริง ๆ มึงจะว่าไง”


“ก...ก็จ่ายให้มึงหนึ่งร้อยไง”


กรองเกียรตินิ่ง หน้าตึงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเพื่อนแกล้งตอบไม่ตรงประเด็นจนสุดท้ายธันวาก็ทนแรงกดดันจากสายตาเพื่อนไม่ไหว


“ไม่รู้โว้ย ไม่เคยคิด”


“ก็เริ่มคิดซะตอนนี้”


“บอกแล้วไงว่าพี่เขาไม่ได้จีบกู”


“กูสังเกตมานานแล้วไอ้ธันว์ กูว่ามีโอกาสใช่สูงมาก”


ถึงกรองเกียรติจะบอกอย่างนั้นแต่ธันวาก็ยังไม่ปักใจเชื่อ ที่ผ่านมามีผู้ชายเข้ามาจีบมากมาย ไม่มีใครทำแบบเดือนแรมสักคน ใครที่ไหนจะทั้งดุทั้งด่าทั้งกวนประสาทคนที่ชอบ ชอบกันก็ต้องดูแลเอาใจใส่ทำแต่เรื่องดี ๆ ให้ไม่ใช่หรือ


พี่ภีม...แฟนเก่าเขาก็ทำแบบนั้น


“คุยไรกันวะ หน้าเครียดเชียว” เป็นตฤณที่เดินเข้ามาถามไถ่ วางเสื้อแลปยาวพาดไว้กับเก้าอี้ก่อนนั่งลงข้างธันวา มีแก่ใจเป็นห่วงเพื่อนทั้งที่ยังไม่ได้ไปซื้ออาหารเช้าเลยด้วยซ้ำ


“คุยกันว่าถ้ามึงยังไม่รีบกินข้าวมึงจะเข้าแลปไม่ทัน” กรองเกียรติว่า


“ทันโขหน่า พูดถึงแล้วก็ดีใจ วันนี้ผ่าเช้า จะได้ไม่ต้องเลิกค่ำมืดอีก ถึงจะกระอักกระอ่วนกับมื้อเที่ยงไปบ้างก็เถอะนะ” พวกเขาหมายถึงแลปกรอสส์หรือการผ่าร่างอาจารย์ใหญ่เพื่อศึกษากายวิภาคที่มักจะเรียนในช่วงบ่ายแล้วกินเวลาล่วงเลยไปถึงค่ำมืดอยู่ตลอด


“ถามจริง มีใครเรียนกรอสส์แล้วแดกหมูตุ๋นไม่ลงบ้าง กูเห็นก็แดกเอา ๆ กลัวเนื้ออะไรไม่มี๊”


“ก็จริงของมึงไอ้เก่ง แต่อาจจะเอียนอาหารเพราะกลิ่นฟอร์มาลีนอบอวลเนี่ยแหละ”


กรองเกียรติกับตฤณคุยกันเรื่องคลาสเรียนสี่ชั่วโมงในเช้าวันนี้จนไม่ทันสนใจว่าธันวาไม่ได้ร่วมบทสนทนาของทั้งคู่เลยสักนิด ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องของเดือนแรม ธันวากำลังประมวลผลทุกอย่างตั้งแต่รุ่นพี่คนนั้นมีตัวตนขึ้นมาแล้วเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิต แต่ก็ไม่ได้มีเวลาวิเคราะห์อย่างละเอียดนักเพราะต้องรีบไปเรียนกันต่อ



ไม่มีนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่สองคนไหนคาดคิดว่าการย้ายแลปมาเรียนชั่วโมงเช้าจะทำให้เลิกเรียนช้าไม่ต่างจากชั่วโมงบ่าย อาจจะดีกว่าเล็กน้อยตรงที่ยังมีขอบเขตว่าเลิกไม่เกินบ่ายโมงตรงอย่างแน่นอนเนื่องจากมีเรียนต่อ ขณะที่ชั่วโมงบ่ายอาจยาวต่อไปได้เรื่อย ๆ หากผ่าไม่เสร็จ


“กระเพาะเราถูกย่อยหมดแล้ว” หวาน หนึ่งในเพื่อนร่วมกลุ่มศึกษาอาจารย์ใหญ่ร่างเดียวกับธันวาโอดครวญขึ้นมาท่ามกลางเสียงโครกครากจากท้องของทุกคนในกลุ่ม


“รีบเก็บของเถอะ เรายังต้องไปเรียนต่ออีกนะ” เพื่อนอีกคนว่าทั้งที่สีหน้าสีตาก็เริ่มไม่โอเคแล้ว ไหนจะหิวไหนจะกลิ่นฟอร์มาลีนที่ชวนเวียนศีรษะและน่าคลื่นไส้ แม้จะเริ่มชินกลิ่นแต่ถ้าช่วงไหนกลิ่นแรงจนฉุนก็ทำเอาอยากอาเจียนได้เหมือนกัน


มีเวลาเหลืออีกสิบนาทีมากพอให้พวกเขาไปร้านสะดวกซื้อเพื่อหาอาหารรองท้อง ทว่าทุกคนกลับพร้อมใจกันมุ่งหน้าไปยังกล่องมิลเลอร์ของตัวเองเพราะมีคนส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มรุ่นมาบอกว่าพวกพี่รหัสปีสามหย่อนขนมไว้ให้ทุกคนแล้ว


ธันวาหยิบแซนวิสและน้ำผลไม้ที่หน้าตาเหมือนกันทั้งสองชุดขึ้นมาดู เห็นจะมีแค่กระดาษโน้ตที่แปะไว้เป็นคนละสีและข้อความข้างในเท่านั้นที่ต่างกัน


ชุดหนึ่งเป็นของพิ้งค์ พี่รหัสของเขา พร้อมข้อความให้กำลังใจ ส่วนอีกชุดไม่ลงชื่อเจ้าของแต่ก็ไม่ยากจะคาดเดานัก


‘เมื่อเช้าบอกไม่ทันว่าแลปเลิกช้า รีบกินรีบไปเรียนซะ’


เมื่อเช้าที่เขามัวแต่ยืนอึ้งเพราะทำตัวไม่ถูกกับสิ่งที่เพื่อนสนิทบอก ไม่ทันได้คุยอะไรกันเพื่อนคนที่ว่าก็เข้ามาจับแยกเสียก่อน


“ไอ้ธันว์ มึงได้สองชุดเลยเหรอ” ตฤณทักขึ้น ธันวาหันมองหน้าตาตื่น รีบเก็บกระดาษโน้ตใบที่ไม่ได้ลงชื่อใส่กระเป๋ากางเกงซ่อนจากสายตาทุกคนทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไปทำไม


“ใครให้วะ” กรองเกียรติถาม


“พี่พิ้งค์” และเลือกที่จะตอบไปเพียงชื่อเดียว


“สองชุดเลยอ่ะนะ”


“เออ กลัวกูไม่อิ่มมั้ง”








เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เรียนคาบบรรยาย ทำแลป ผ่ากรอสส์ อ่านหนังสือ ซ้อมดนตรี และก็...ต่อปากต่อคำกับเดือนแรม ความกวนประสาทของอีกฝ่ายทำให้ธันวาลืมในสิ่งที่กรองเกียรติเตือนไปเสียสนิท ทุกอย่างเป็นวัฏจักรวนเวียนอย่างนี้มาสัปดาห์กว่า ๆ จนถึงวันงาน Thanks ซึ่งปีนี้จัดขึ้นที่หอประชุมใหญ่ของโรงพยาบาลตามนโยบายของคณบดีคณะแพทยศาสตร์


แต่ถึงจะผ่านมาหลายวันแล้ว ต่อล้อต่อเถียงกันมาก็หลายครั้งทั้งต่อหน้าและผ่านข้อความในกล่องมิลเลอร์ ไหนจะสติกเกอร์รูปหัวใจที่ขยันส่งมาทุกวันพิสูจน์ให้เชื่อสนิทใจว่าอีกฝ่ายคง ‘ชอบ’ จริงอย่างที่ว่าแล้ว แต่ธันวาก็ยังชวนเดือนแรมไปเลี้ยงข้าวไม่สำเร็จสักที


จากที่มักเจอเดือนแรมมายุ่งวุ่นวายกับตัวเองอยู่บ่อย ๆ กลายเป็นว่าช่วงนี้เป็นเขาเสียเองที่ต้องพยายามพาตัวเองเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเพื่อรบเร้าให้ตกลงไปทานข้าวด้วยกันเสียที


ช่วงสิบเอ็ดโมงโรงอาหารใกล้หอพักชายคนไม่ค่อยเยอะ อีกอย่าง รุ่นพี่หลายคนยังไม่ตื่นเพราะตั้งใจจะตื่นมาแต่งตัวไปงานเลี้ยงตอนเย็นทีเดียว ขณะที่มีอีกหลายคนตื่นมาอ่านหนังสือก่อนอย่างเช่นเขา ธันวาเห็นแผ่นหลังกว้างของรุ่นพี่เดือนแรมยืนรออาหารอยู่หน้าร้านข้าวตามสั่ง หนุ่มรุ่นน้องจึงไม่รอช้าที่จะสาวเท้าเข้าไปยืนต่อหลังทันที


“สวัสดีครับพี่แรม” ทักทายเสียงหวานพร้อมกระพุ่มมือไหว้งาม ๆ เสียหน่อยเผื่อจะได้รับความกรุณาให้สมใจในวันนี้


แต่พี่ท่านแค่ปรายตามองด้วยหางตาแล้วครางอือรับเท่านั้น ไม่ได้สนใจใยดีคนพยายามทำตัวน่ารักเลย ไม่มีเค้าของคนที่ชอบกันอย่างที่กรองเกียรติว่าสักนิด


“พี่แรมครับ พรุ่งนี้วันหยุดไปกินข้าวกัน ที่ห้างก็ได้” ธันวายังตื้อต่อ ได้ยินอีกฝ่ายจิ๊ปากก่อนจะหันมามองหน้ากันตรง ๆ


“ขอบุฟเฟ่ต์แซลมอนนะ”


“บ้าไปแล้ว!” แค่สอนกรอสส์ให้นิด ๆ หน่อย ๆ ถึงกับต้องขูดเลือดขูดเนื้อรุ่นน้องกันเลยเหรอ “ไม่แพงไปหน่อยเหรอพี่”


“ถ้ารีบร้อนจะไปพรุ่งนี้นักก็ต้องแซลมอนเท่านั้น” เดือนแรมว่าก่อนหันไปรับจานข้าวตัวเองที่แม่ค้ายื่นมาให้แล้วหันมามองหน้าหนุ่มรุ่นน้องตรง ๆ อีกครั้ง


“แต่ถ้ารอให้ถึงวันที่มึงอยากไปกินด้วยกันจริง ๆ แค่ข้าวตามสั่งร้านนี้กูก็ยอมแล้ว”


คงจะมีวันนั้นอยู่หรอก!


แต่จะยอมเลี้ยงบุฟเฟ่ต์แซลมอนหรือก็ทำใจจ่ายแพงไม่ได้อยู่ดี


สงสัยคงต้องรอให้ถึงวันนั้น...วันที่ไม่มีจริง






งานเลี้ยงเริ่มขึ้นในเวลาหกโมงเย็น น้องปีหนึ่งที่เป็นแม่งานแต่งตัวจัดเต็มมาตั้งโต๊ะรับลงทะเบียนตั้งแต่ช่วงห้าโมงครึ่ง งานวันนี้ไม่มีธีมการแต่งตัว ไม่เหมือนงานบายเนียร์ งานนี้จัดขึ้นเพื่อพบปะสังสรรค์ตามประสาพี่น้องที่แน่นอนว่ามาร่วมกันไม่ครบทุกคน โดยเฉพาะรุ่นพี่ปีสี่ ห้า และหก ที่แทบจะเรียกได้ว่าส่งตัวแทนรุ่นมาร่วมงานเพียงเท่านั้น


โต๊ะหน้าสุดเป็นของรุ่นพี่ปีที่หก ลดหลั่นกันมาเรื่อย ๆ โดยของปีสองและสามจะปะปนกันอยู่โซนกลางถึงหลังห้อง กว่าจะมาร่วมงานกันเยอะเกินครึ่งห้องก็ล่วงเลยเข้าหนึ่งทุ่ม การแสดงของชั้นปีสองซึ่งเป็นรายการแรกจึงเริ่มต้นขึ้นในตอนนั้น


ธันวาถือเบสสีแดงเลือดนกของตัวเองด้วยความตื่นเต้นอยู่หลังเวที เบสตัวนี้ธันวาเพิ่งให้คนที่บ้านลุงประภาสนำมาให้เมื่อสัปดาห์ก่อน ใช้ซ้อมกับวงอยู่สองสามครั้งก็ชินมือเหมือนเล่นทุกวันได้อย่างง่ายดาย


“หวานตื่นเต้นจังเลยธันว์” นักร้องนำของวงเอ่ยขึ้น ธันวารู้ว่าหวานตื่นเต้นจริงอย่างที่บอก เพราะนอกจากสองมือเธอจะจับกันแน่นแล้ว เขายังเห็นเธอเดินไปมาอยู่หลายรอบ


“สูดหายใจเข้าออกลึก ๆ นะ” ธันวาวางมือบนไหล่เล็ก ตบเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจก่อนดึงกลับเพราะกลัวจะดูไม่ดีนัก “อย่างกังวล คิดซะว่าเราขึ้นไปสนุกกันบนนั้นไง”


เธอส่งยิ้มให้เพื่อนชายได้หวานสมชื่อเจ้าตัว


“มา ทำพร้อมกัน” ธันวาว่าก่อนเริ่มทำอย่างที่แนะนำเธอไปเมื่อครู่จนกระทั่งได้ยินเสียงพิธีกรเรียกให้พวกเขาขึ้นเวที



งานสังสรรค์แบบนี้เป็นอะไรที่น่าเบื่อสำหรับเดือนแรม เขาแทบไม่อยากจะเสียเวลามาถ้าไม่ติดว่าตัวเองมีตำแหน่งประธานชั้นปีที่สามค้ำคออยู่


ตำแหน่งที่เขาไปแย่งชิงมาครองจนได้เพื่อให้ตัวเองได้มีตัวตนในสายตาของใครบางคน


และใครคนนั้นก็กำลังจะทำให้งานในคืนนี้ดูน่าสนใจขึ้นด้วยการปรากฏตัวขึ้นบนเวทีพร้อมเครื่องดนตรีในมือ


เสียงกรี๊ดของสาว ๆ ดังขึ้นจากทั่วทุกทิศทาง เดือนแรมไม่รู้ว่าพวกเธอกรี๊ดให้ใครหรือกำลังถูกใจอะไร แต่สำหรับเขา สายตาจดจ้องอยู่ที่แค่คน ๆ เดียวเท่านั้น


...มองแค่คน ๆ เดียวมานานแล้ว


ธันวาเจ้าของร่างขาวบาง สูงชะลูด ปล่อยผมให้ปรกหน้าผากตามธรรมชาติดูเข้ากันได้ดีกับเชิ้ตขาวตัวโคร่งที่ปลดกระดุมสามเม็ดบนจนเผยแผงอกขาว คอเสื้อกว้างจนปกแทบหลุดไหล่ไปข้างหนึ่งอยู่รอมร่อนั่นทำให้เดือนแรมหงุดหงิดจนแทบบ้า ถ้าเป็นเจ้าของเมื่อไหร่เขาจะจับอีกฝ่ายตีให้ก้นลายแน่ที่แต่งตัวล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้


การแต่งตัวของธันวาไม่ได้ดูเกย์เลยสักนิด แต่กลับดูเป็นผู้ชายเซอร์ที่มีความแบดบอยอยู่พอตัว ยิ่งเล่นในตำแหน่งเบสก็ยิ่งดึงความสนใจจากสาว ๆ ได้ดีทีเดียว


แค่เพียงสี่หนุ่มปรากฏตัวบนเวทีพร้อมเด็กสาวคนเดียวก็เรียกเสียงกรี๊ดได้มากพอแล้ว แต่เมื่อธันวาเริ่มโซโล่เบสนำเครื่องดนตรีชนิดอื่นตามเพลงต้นฉบับ เสียงกรี๊ดก็ยิ่งถล่มทลาย รวมถึงสาว ๆ ที่นั่งร่วมโต๊ะกันอยู่นี่ด้วย


“มองไปไกล ที่ดวงดาวสุดขอบฟ้าไกล อยากจะไป ไปให้ถึงครึ่งทางแสงเธอ...”


เสียงหวาน ๆ ชวนเคลื้มของน้องผู้หญิงที่เดือนแรมไม่รู้จักชื่อทำเอาผู้ชายหลายคนเคลิ้มตาม ทว่าไม่ใช่กับเขา นัยน์ตาคมที่ใครเห็นว่ากำลังจดจ้องแต่บนเวทีไม่ได้มองหญิงสาวหนึ่งเดียวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่เป็นมือเบสคนนั้นต่างหาก


“น้องธันวาเป็นเกย์จริงเหรอแก เสียดายอ่ะ ฉันอยากได้”


“แต่น้องเก่งก็งานดีนะ ตี๋ ๆ แบบนี้ฉันชอบ”


เดือนแรมที่นั่งร่วมโต๊ะพยายามไม่สนใจ สายตาจดจ้องอยู่แต่ทุกการเคลื่อนไหวและแววตาซุกซนของธันวาเท่านั้น


ธันวาไม่ใช่คนหล่อจัด น่ารักมากก็ไม่ใช่ แต่เดือนแรมยอมรับว่าหน้าตาดีเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ยิ่งยามที่ได้สบตาโดยบังเอิญก็ยิ่งรู้สึกว่าแววตาขี้เล่นในหน่วยตาคู่นั้นทำให้เจ้าตัวมีเสน่ห์มากอย่างที่อยากจะหันไปมองบ่อย ๆ ทว่าเดือนแรมเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้เองว่าการสบตาตรง ๆ ยามอีกฝ่ายซ่อนความดื้อรั้นในตาคู่นั้นกลับทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปไหนได้เลย


“แกว่าน้องเป็นรุกหรือรับวะ” ประเด็นเรื่องรสนิยมทางเพศของธันวาถูกยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง


“รับแน่ ๆ ดูด้วยว่าแฟนเก่าน้องเป็นใคร แกคิดว่าพี่ภีม นิเทศฯ เขาจะรับเหรอ”


“ถ้าไม่ติดว่าน้องเคยคบกับพี่ภีม ฉันไม่เชื่อเด็ดขาดว่าน้องเป็นเกย์” เพื่อนชายใจสาวในโต๊ะพูดขึ้นมา สีหน้าเคร่งเครียดราวกับคิดไม่ตก


“แต่เคยเห็นน้องธันว์ตามจีบสาวพยาบาลมาพักนึงนะ”


“เรื่องเรียนเคยจริงจังแบบนี้ไหมครับพวกคุณ” โอ๊คแทรกขึ้นขำ ๆ


“เออว่ะ ฉันชักจะเชื่อที่แกพูดแล้ว” สายตาคนพูดจดจ้องแต่บนเวทีขณะพูดขึ้นอย่างเหม่อลอย ทำให้ทุกคนที่กำลังร่วมบทสนทนาหันมองตาม


‘อยู่ ๆ ก็มีแต่เธอมาปรากฏตัวในหัวใจ อยู่ ๆ ไม่รู้ทำไมถึงคิดถึงเธอได้ทั้งวัน’


“น้องดูเคมีเข้ากับน้องหวานมากเลยว่ะ เหมือนผู้ชายอ่ะ ไม่เหมือนเกย์”


ภาพที่ทุกคนเห็นเดือนแรมเห็นนานแล้วเพราะเขาไม่เคยละสายตาจากธันวาเลยสักนิดเดียว เพลงจังหวะสนุกกับเนื้อหาสื่อความหมายกับภาพที่นักร้องสาวร้องไปด้วยเต้นไปด้วยสร้างความสนุกสนานให้คนฟังและเพลิดเพลินกับอาหารตาไม่น้อย หากไม่ติดว่าเจ้าหล่อนเหลือบมองไปทางมือเบสของวงบ่อยและบางครั้งก็เต้นเข้าไปหาเหมือนหยอกล้อกัน ดูเหมาะสมจนเดือนแรมไม่ปฏิเสธเลยว่ามันเป็นจริงอย่างที่เพื่อนพูดกัน


“เหมือนเขาร้องเพลงจีบกันเลยว่ะ อะไรเนี่ย ฉันอกหักเหรอเนี่ย”


เดือนแรมจะไม่สนใจเลยถ้าไม่ได้ยินเสียงหัวเราะน้อย ๆ จากเพื่อนสนิททั้งสามคนที่พร้อมใจกันล้อเขาจนต้องปั้นหน้านิ่งเฉยแสร้งไม่สนใจทั้งที่กลัวอยู่ลึก ๆ


เมื่อมองเลยไปยังนักร้องสาวและเพิ่งพินิจดี ๆ แล้วเดือนแรมก็นึกขึ้นได้ว่าเธอคือคนเดียวกับที่เพื่อนเขาเคยแซวธันวาที่ร้านสเต๊กเมื่อหลายวันก่อน


‘ถ้าเธอชอบ มึงจะชอบป่ะล่ะ’


และคำตอบของธันวาในวันนั้นคือ


‘ให้เธอชอบจริง ๆ ก่อนเถอะพี่’


วันนี้จะยังตอบแบบนั้นอยู่ไหม…


“ฉันว่าไม่นานสองคนนี้ต้องคบกัน เชื่อฉันสิ” ลมหายใจของเดือนแรมสะดุดเมื่อได้ยินเพื่อนชายใจสาวว่าอย่างนั้นด้วยท่าทีมั่นใจ


ใช่จะอยากสนใจลมปากคนอื่น แต่เพราะตัวเองก็ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะใจน้องได้หรือเปล่า ธันวาเองก็ดูจะเอนเอียงไปหารุ่นน้องที่ชื่อหวานอะไรนั่นด้วย และถ้าน้องจะชอบเธอขึ้นมาจริง ๆ เขาจะทำอะไรได้มากไปกว่าก้มหน้ายอมรับแล้วถอยออกมาแต่โดยดีกันเล่า


“วันนี้พี่ ๆ น้อง ๆ ไปดูกล่องมิลเลอร์กันรึยังคะ” นักร้องสาวถามขึ้นมา “มีใครเคยได้รับของจากบุคคลนิรนามไหมคะ”


หลายคนยกมือขึ้น


“แล้วมีใครเป็นบุคคลนิรนามบ้างไหมคะ”


“ยกสิมึง” โอ๊คหันมาแซวเดือนแรมก่อนจะหันกลับไปพร้อมเสียงหัวเราะน้อย ๆ เมื่อเพื่อนย้อนกลับด้วยริมฝีปากที่ขยับเป็นคำว่า ‘เสือก’


‘โปรดอย่าสงสัยนั่นคือความจริงใจจากฉัน จากคนคนเดิมคนที่คุณก็รู้ว่าใคร
คนที่คอยอยู่ ดูแลระยะไกล จำได้ไหมเขายังเป็นห่วงคุณเหมือนเดิม...คุณก็รู้ว่าใคร’



ท่อนฮุกที่ถูกร้องขึ้นโดยไม่มีเสียงดนตรีช่วยขับให้เสียงสดของเธอยิ่งหวานล้ำสมชื่อสะกดให้ใครหลายคนตกอยู่ในภวังค์ ต่างจากเดือนแรมที่กำลังถูกดวงตาซุกซนของธันวาดึงไว้ด้วยความฉงนที่กำลังมองมาทางนี้เช่นกัน


หลังจบโชว์ที่มากถึงห้าเพลงพิธีกรหนุ่มก็เปิดโอกาสให้สมาชิกวงได้แนะนำตัวเองให้ทุกคนในที่นี้รู้จัก


“จบไปแล้วนะครับสำหรับโชว์จากพี่ ๆ ปีสอง เป็นยังไงกันบ้างครับ ขอถามพี่ใหญ่สุดของเราก่อนเลยดีกว่า” เมื่อพิธีกรชายบนเวทีพูดอย่างนั้น พิธีกรสาวที่อยู่ข้างล่างก็ถือไมค์ก้าวฉับเข้าไปยังโต๊ะเป้าหมายทันที


คนที่รับไมค์ไปเป็นประธานรุ่นชั้นปีที่ห้า วันนี้ขาดพี่ปีหกยกชั้น ไม่มีใครว่างมาร่วมงานได้สักคนเพราะเข้าเวรหนักและเหนื่อยเกินกว่าจะเอาเวลามาสังสรรค์แบบนี้ได้ “สุดยอดมากไอ้น้อง โคตรเท่ โดยเฉพาะมึงไอ้เก่ง”


“มีการระบุตัวบุคคลด้วยนะคะเนี่ย”


“น้องรหัสผมครับ สายนี้สมาร์ทกันทั้งสาย” คำยกยอตัวเองเรียกเสียงโห่ร้องจากเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นน้องได้เป็นอย่างดี เขายกนิ้วให้กรองเกียรติแทนคำบอกว่าเยี่ยมมากก่อนที่พิธีกรสาวจะเปลี่ยนเป้าหมายไปถามรุ่นถัดไปบ้าง


“พี่ปีสี่ละคะ โชว์นี้เป็นยังไงบ้าง”


“น่ารักมากครับ น้องหวานน่ารักมาก”


“อันนี้อวยกันเองในสายรหัสอีกรึเปล่าครับ” พิธีกรชายยิงคำถามมาจากบนเวที ช่วงเวลานี้คนที่เพิ่งเล่นดนตรีเสร็จกำลังเก็บของกันอยู่


“ไม่ใช่ครับ อยากเกี่ยวดองกันด้านอื่นมากกว่า” สิ้นเสียงทีเล่นทีจริงก็มีเสียงโห่ดังขึ้นตามระเบียบ เล่นหยอดกันกันต่อหน้าคนหลายร้อยแบบนี้ก็เป็นธรรมดาที่จะโดนถล่ม คนโดนหยอดเองก็เขินแก้มแดงทั้งที่ยังช่วยเพื่อนเก็บของไม่วางมือ


“ชักอยากจะรู้แล้วล่ะค่ะว่าพี่ปีสามจะว่างยังไงบ้าง” แน่นอนว่าไมค์ไม่หนีเดือนแรมไปไหน คนเป็นประธานรุ่นลอบทำหน้าเบื่อหน่าย เขาไม่ชอบแสดงความเห็นอะไรในที่สาธารณะแบบนี้เลย


“ในฐานะที่เป็นรุ่นที่ใกล้ชิดกันที่สุด พี่แรมมีความเห็นว่าไงบ้างครับ”


แม้มือจะง่วนอยู่กับการเก็บของแต่ธันวาก็ยังสนใจฟังในสิ่งที่เดือนแรมกำลังจะพูด รู้ว่าตัวเองกำลังคาดหวังว่าจะได้รับคำชมจากรุ่นพี่หน้าดุเพราะอยากให้มองกันในด้านดีบ้างนอกจากจะดุว่ากันอย่างที่แล้วมา


“ก็ดี”


“...”


“เอ่อ...ต้องการบอกใครเป็นพิเศษเหมือนคนอื่น ๆ เขาไหมครับ” เพราะเดือนแรมพูดสั้นเกินไป พิธีกรชายจึงรีบแก้สถานการณ์ที่เงียบเชียบด้วยการยิงประเด็นที่สองคนก่อนหน้านี้ทำ


“เก็บไว้บอกให้รู้กันแค่สองคนดีกว่าครับ”


“ง่อววววววว”


“แหม ไม่บอกก็รู้เลยนะคะว่าใคร” พิธีกรสาวแซว ทว่าเดือนแรมก็ไม่ได้แก้ไขว่าไม่ใช่คนที่ทุกคนเข้าใจ


“เห็นเงียบ ๆ ร้ายไม่ใช่เล่นนะท่านประธาน” เพื่อนสาวร่วมโต๊ะแซวขึ้นมา


“ไอ้แรมมันปากดีไปงั้นแหละ” โอ๊คว่าเสียงขบขัน เดือนแรมเองก็ไม่โต้เถียงอะไรนอกจากสนใจอาหารตรงหน้า




ที่ด้านหลังเวทีก็กำลังวุ่นกับการสลับโชว์ หวานแยกออกไปแล้วเพราะเพื่อนมาตามไป เหลือทิ้งไว้แต่เพียงสี่หนุ่มที่กำลังจัดการกับเครื่องดนตรีของตัวเอง


“ติดกระดุมได้แล้ว” กรองกียรติยื่นมือไปจับคอเสื้อของเพื่อนรักด้วยความหงุดหงิดใจ “จบโชว์แล้วก็แต่งตัวดี ๆ”


“มันเป็นทรงของเสื้อ ถ้าติดมากกว่านี้ก็เด๋อกันพอดี”


กรองเกียรติจิ๊ปากขัดใจแต่ไม่ได้รบเร้าอะไรต่อ ธันวาไม่รู้หรอกว่าแต่งตัวแบบนี้ทำให้ตัวเองดึงดูดทั้งเพศหญิงและเพศชายมากขนาดไหน ถ้าได้ตัวเมียอย่างที่อีกฝ่ายหวังไว้ก็คงจะดี แต่ถ้ามีตัวผู้มาติดกับก็คงปวดหัวแย่ และเขาเองก็คงไม่แคล้วต้องปวดหัวตามไปด้วยเหมือนกัน



ช่วงเวลาใกล้เลิกงานคือช่วงที่หลายคนพากันไปถ่ายรูปกับฉากสวย ๆ ที่น้องปีหนึ่งทำไว้ให้ เพื่อนร่วมโต๊ะหลายคนลุกออกไปขอสาว ๆ ถ่ายรูป กรองเกียรติเองก็ถูกน้องรหัสดึงตัวไป โต๊ะกลมสิบที่นั่งจึงเหลือแค่ธันวากับเพื่อนอีกสองคนที่นั่งห่างออกไปสามช่อง


แต่ไม่ทันไรเก้าอี้ข้างกายก็ถูกแทนที่ด้วยใครบางคน


“งานไม่สนุกเหรอครับ” คนมาใหม่ถามขึ้น ธันวาเพ่งมองไม่นานก็ได้ข้อสรุปว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง ตัวสูงพอกัน ไม่หนาไม่บางไปกว่าเขาสักเท่าไหร่


“สนุกดิ”


“ผมเห็นพี่นั่งไม่เอ็นจอยกับใครเลย”


ธันวาหัวเราะ “ง่วงมากกว่า แต่งานสนุกนะ” ไม่วายปิดท้ายด้วยการเอาใจเด็ก


“ผมขอไลน์พี่ได้ไหมครับ”


“เห้ยไอ้น้อง พี่ยังไม่รู้ชื่อเราเลยนะ ขอไลน์แล้วเหรอ”


อีกฝ่ายยิ้ม “ผมชื่อ...”


“ธันวา” กำลังรอฟังชื่อน้องแต่ไหงกลายเป็นว่าได้ยินชื่อเขาดังขึ้นแทนที่กันเล่า เจ้าของเสียงเข้มดุก็ไม่ใช่ใครที่ไหน รุ่นพี่เดือนแรมคนเดิมเพิ่มเติมคือแผ่รัศมีที่น่ากลัวจนเกินบรรยายออกมา


“ครับพี่แรม”


เดือนแรมคว้าแขนธันวาให้ลุกขึ้นยืนโดยไม่ปรายตามองน้องปีหนึ่งสักนิด “ไปกับกู”


“ไปไหนวะพี่” ร้องถามไปก็ไม่ได้คำตอบ เดือนแรมกึ่งลากกึ่งจูงเขาจนออกมานอกหอประชุมแล้ว


“พี่จะพาผมไปไหน”


“กลับหอเป็นเพื่อนหน่อย ง่วงแล้ว”



ธันวาได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหลุดขำออกมา “พี่เป็นเด็กสามขวบรึไงถึงต้องให้มีคนเดินกลับเป็นเพื่อน”


เดือนแรมหยุดเดินแล้วหันกลับมามองน้อง “มึงเองก็ง่วงไม่ใช่เหรอ ออกมากับกูไม่มีใครกล้าว่ามึงหรอก”


ธันวาคิด ก็จริงของพี่แรม เขาก็แค่เด็กปีสองโนเนมคนหนึ่ง ขืนออกจากงานมาตามลำพังก่อนเวลาเลิกคงได้โดยหมายหัวแย่ แต่ถ้าออกมากับคนมีพาวเวอร์อย่างเดือนแรม อย่างน้อยคงมีคนยอมปิดหูปิดตาได้บ้าง


“ส่งข้อความไปบอกเพื่อนด้วยว่ามึงกลับหอแล้ว มันจะได้ไม่เป็นห่วง”


จังหวะที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมากดพิมพ์หาเพื่อนนั่นเองที่ทำให้ธันวาได้สติว่ามือข้างหนึ่งของตนกำลังถูกอีกคนจับไว้ ไม่รู้ว่าเลื่อนจากแขนลงมาถึงมือตั้งแต่ตอนไหน รู้แต่พอเห็นอย่างนี้แล้วก็รู้สึกเคอะเขินไม่น้อยอยู่เหมือนกัน


“ปล่อยมือผมก่อนดิพี่”


เดือนแรมเลิ่กลั่กรีบปล่อยมือคนน้องราวกับว่าไม่อยากจะจับเท่าไหร่นักทั้งที่กำลังเพลินกับสัมผัสเลยด้วยซ้ำ


ระยะทางจากหอประชุมใหญ่ถึงหอพักนักศึกษาแพทย์ชายไม่ได้ไกลกันนัก ขามาธันวาใช้เวลาเดินไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ แต่ขากลับกลับรู้สึกว่ามันเนิ่นนานกว่านั้นมาก เป็นช่วงเวลาที่นานแต่ไม่อึดอัดเลยสักนิด คงเป็นเพราะตอนนี้เดือนแรมไม่ดุหรือกวนประสาทกันเช่นทุกที


ธันวาเพิ่งสังเกตเดือนแรมเต็ม ๆ ตาก็ตอนนี้เอง คนที่เดินข้างกันมีผิวไม่คล้ำแต่ก็ไม่ขาวมากเท่าเขา รูปร่างสมส่วน สูงกว่าเขาซักสิบเซนติเมตรเห็นจะได้ เนื้อตัวก็หนากว่าราวกับคนที่ได้ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อสม่ำเสมอทั้งที่จมจ่อมอยู่แต่กับตัวหนังสือและดนตรีเสียมากกว่า ผมที่เคยปล่อยตามธรรมชาติถูกเซตขึ้นเปิดหน้าผากหวีเรียบแบบเว็ทลุคแต่ไม่ได้ดูเนิร์ด มันกลับเสริมให้ใบหน้าหล่อดุ ๆ ของเขาดูหล่อแบดมากขึ้นไปอีกในแบบที่สาว ๆ ต้องมองกันตาเป็นมัน ทว่ามีบางอย่างบนใบหน้าเดือนแรมสะดุดตาเขาเข้าอย่างจัง ที่ผ่านมาเพราะมัวแต่ต่อล้อต่อเถียงกันจึงไม่เคยสังเกตเลยว่าริมฝีปากได้รูปนั่นแต้มยิ้มมุมปากอยู่ตลอดราวกับคนอารมณ์ดีเสียเต็มประดา


เดือนแรมเดินมาส่งธันวาถึงหน้าห้อง ไม่มีคำบอกลาใดเหมาะกับสภาวะชวนขัดเขินได้ดีไปกว่าการบอกว่า ‘ฝันดี’ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าห้อง เดือนแรมก็เรียกรั้งไว้เสียก่อน


“เดี๋ยวก่อน”


“ครับ?”


“เก่งมาก”


“หือ?”


“วันนี้เล่นเบสเก่งมาก เพิ่งเคยเห็นมึงเล่นสด ๆ”


“อ่า...ขอบคุณครับ แต่ทำไมพี่ไม่พูดแบบนี้ตอนน้อง ๆ ถามละครับ โถ่...ไม่คูลเลย”


“ก็บอกไปแล้วนี่”


“...?...”


“ว่าจะเก็บไว้บอกให้รู้กันแค่สองคน”









TBC.
------------------------------------------------
เรื่องนี้เขียนย้อนไปประมาณช่วงปี 55 เลยนะคะ
เพราะตอนปัจจุบันนี้ธันวาต้องอายุเท่าคุณดีนแล้วค่ะ
เพลงในเรื่องก็จะเก่าๆหน่อย

#แรมเดือนสิบสอง

ด้วยรักและขอบคุณ

ธัญญ์

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ตรง ๆ เนอะ พี่แรม

ออฟไลน์ 19th

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
พี่แรมบุกเอาบุกเอา  :-[

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -

ออฟไลน์ PrimYJ

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-3
พี่แรมสู้ๆ

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1940
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ saccarrum

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 142
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
แหมพี่แรม แหมมมมมมมมมมม
ถามว่าน้องรู้รึยังว่าจีบ ฮ่าๆๆๆ

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4025
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
พี่แรมไปสะบัดมือทำเหมือนไม่อยากจับน้องแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะรู้ว่าจีบจริงๆคะ 55555555555

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 930
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ กด +1 ให้นะครับ :a9:

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ Carrot_t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
พี่แรมของน้องงง  :-[

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด