{End} ▶▷ เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ ◀◁ Up. #50 {15/03/2562}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: {End} ▶▷ เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ ◀◁ Up. #50 {15/03/2562}  (อ่าน 52829 ครั้ง)

ออฟไลน์ เขียนสือ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
    • เขียน'สือ


เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{12}







            “น้องปลอดภัยแล้วนะครับ แต่คงต้องอยู่ดูอาการที่คลินิกสักสองสามวัน
เพราะบาดแผลลึกพอสมควร ถ้าไม่มีอะไรแล้วเชิญทำเรื่องกรอกประวัติกับเจ้าหน้าที่
ที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าเลยนะครับ หมอขอตัวก่อน” เพราะเป็นโรงพยาบาลสัตว์ที่ใหญ่
และได้มาตรฐานที่สุดของจังหวัด จึงมีผู้ใช้บริการมาก คุณหมอเลยไม่สามารถอยู่ให้
โซ่กับพอร์ชซักถามอะไรต่อได้ เพราะต้องกลับไปดูเคสที่ทิ้งไว้ก่อนหน้า เพราะต้อง
ปลีกตัวมารักษาเจ้าตัวเล็กของโซ่ก่อน เนื่องจากเป็นเคสฉุกเฉิน เสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากที่สุด



            “กลับไปพักที่บ้านกันก่อนเถอะมึง” จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายและฝากเจ้าตัวเล็กเสร็จ
พอร์ชก็ชวนโซ่กลับไปพักผ่อนที่บ้านเสียก่อนที่จะไปไหนต่อ เพราะสภาพตนกับโซ่ตอนนี้
นั้นแย่มาก เขาหน้าเละ ส่วนโซ่ไม่ได้ใส่เสื้อ แถมเนื้อตัวยังเปรอะไปด้วยเลือดของลูกแมว



            “เมื่อห้าหกปีที่แล้ว วันนี้เป็นวันตายของพ่อกู” โซพูดบอกออกท่ามกลางความเงียบ
หลังจากที่พวกเขาทั้งสองคนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและพากันมานั่งมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะ
ทำอะไรอยู่กลางห้องนอนของพอร์ช



            “มึง” ข้อมูลล่าสุดที่ได้รับรู้จากปากโซ่ทำเอาพอร์ชตกใจ



            “กูเลยตั้งใจจะทำบุญไปให้เขาเหมือนทุกปี ตั้งแต่ใส่บาตรตอนเช้า ไปจนทำทาน
ให้อาหารมา บริจาคอาหารคน”



            “มึงโอเคนะ”



            “กูสบายดี…แต่กูไม่อยากเห็นใครหรือตัวอะไรมาตายต่อหน้ากูในวันนี้อีก”

..

..

,,

            "มาแล้วหรอ…แกคงจะเกลียดฉันมากเลยใช่ไหมโซ่" ร่างซูบผอมบนเตียงนอน
หลังใหญ่ เอ่ยทักลูกชายเพียงคนเดียวของตนเองด้วยน้ำเสียงและท่าทางอ่อนแรง
เพราะรู้สึกเหนื่อย เมื่อเริ่มหายใจไม่ทัน แต่เวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว จึงไม่อาจ
หยุดพักได้ เพราะกว่าเจ้าเด็กดื้อนี่จะยอมมาหาเขาได้ ต้องส่งทนายไปตามมาแล้วกว่าสิบรอบ



            “…..” เด็กชายไม่พูดแต่เขาพยักหน้าเป็นคำตอบ เท่านั้นเขาก็รู้แล้วว่าลูกชาย
เพียงคนเดียวรู้สึกยังไงกับตนเอง แต่จะโทษใครได้ล่ะ ในเมื่อเป็นเขาเสียเองที่ทำให้
เรื่องทุกอย่างมันออกมาเป็นแบบนี้ และก็เป็นเขาเองนั่นแหละที่ทอดทิ้งให้ลูกชายต้อง
เผชิญกับความยากลำบาก ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าทางนั้นไม่เคยเห็นคุณค่าความสำคัญของ
ลูกชาย ดั่งเช่นชื่อ ‘โซ่’ ที่เคยเป็นเครื่องมือใช้ฉุดรั้ง พันธนาการเขาไว้เมื่อครั้งอดีต



            “มานี่สิโซ่ มานอนข้างๆพ่อ” เขากวักมือเรียกลูกชายให้ลงนอนที่ว่างข้างตัว
ประคองศีรษะได้รูปของลูกชายให้หนุนนอนในอ้อมแขน



            “…..” ทั้งที่ในใจกำลังหวีดร้องห้ามไม่ให้เข้าใกล้ แต่ร่างกายกลับทรยศ
ขยับตัวตามทุกความต้องการของผู้ชายคนนี้



            “ดึกแล้วหนา…หลับเถิดหนอ…พ่อจะร้อง…เพลงกล่อม…กล่อมเบาเบา…
เจ้าตัวน้อย ค่อยค่อยนอน…ฝันดี”



            เด็กชายปิดเปลือกตาลง ซุกตัวเข้าอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ เมื่อได้พบกับสิ่งที่ห่างหาย
จากชีวิตไปนานแสนนาน ปล่อยหัวใจดวงน้อยให้ล่องลอยไปตามท่วงทำนองเพลงที่แสนคุ้นเคย



            ภาพสองพ่อลูกที่นอนตระกองกอดกันอยู่บนเตียงทำเอาทนายประจำตัวเจ้าของบ้าน
กับเด็กชายตัวจิ๋วที่มาเป็นเพื่อนคู่ซี้น้ำตาซึมเพราะภาพตรงหน้าที่ดูเหมือนจะอบอุ่น แต่
ความจริงแล้วมันช่างหม่นหมอง ไร้ซึ่งแสงแห่งความหวัง



            “พ่อจะสอน…เจ้าเอาไหม…ให้นับดาว…อยู่บนฟ้า…สุกสดใส…คือ..แสง…..ดาว”



            สิ้นสุดลงแล้ว…ไม่ใช่แค่เสียงเพลงสั่นๆ แต่เป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเจ้า
ของเสียงเพลงนั้นด้วย ฝ่ามือใหญ่ไร้เรี่ยวแรง หลุดออกจากร่างกายลูกชาย



            แต่อนิจจัง…เด็กชายในอ้อมแขนนั้นกลับไม่ได้รู้ตัวเลยว่า พ่อได้จากเขาไปแล้ว



            “ตื่นเถอะครับคุณหนู คุณท่านสิ้นแล้วครับ” ทนายหนุ่มเดินเข้ามาปลุกเพราะ
คิดว่าเด็กน้อยนอนหลับ ทั้งที่ความจริงแล้วเด็กชายรับรู้ทุกเหตุการณ์ ทุกสัมผัส และ
ทุกความรู้สึก เพียงแต่เขายังไม่อยากลืมตาขึ้นมาสู่ความเป็นจริงก็เท่านั้น



            “ไม่เป็นไรนะครับคุณโซ่…บุญล้อมจะดูแลคุณโซ่เอง”



            ทนายหนุ่มยิ้มเศร้า มองดูความรักความผูกผันระหว่างเด็กน้อยทั้งสองคน
คนหนึ่งคือลูกชายพระปฏิบัติในวัดประจำจังหวัด อีกคนหนึ่งคือลูกชายเจ้านายที่จม
อยู่กับความทุกข์ทรมานเพราะกลเกมส์ของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดอยู่นานแสนนาน



            “ผมจะดูแลคุณโซ่ให้มากกว่าที่คุณท่านเมตตาเด็กกำพร้าแบบผมเลยครับ”
เขาให้สัญญาแล้วก้มกราบลงบนปลายเท้าของเจ้านายผู้มีพระคุณ ผู้ที่ชุบเลี้ยงเปลี่ยน
ชีวิตให้เด็กไร้ค่าอย่างเขาได้เติบโตจนมีหน้าที่การงานมั่นคงหาเลี้ยงตัวเองได้อย่างทุกวันนี้

..

..

..

            “ของที่เหลือเอาไงดี” พอร์ชเอ่ยถามถึงข้าวสารอาหารแห้งที่จัดเป็นชุดจำนวน
ห้ากล่องใหญ่บนหลังรถ ที่โซ่บอกว่าเป็นอาหารคน ไม่ซักถามหรือปลอบโยนใดๆ เกี่ยว
กับเรื่องที่โซ่เล่าให้ฟังทั้งสิ้น เพราะรู้ดีว่าโซ่ไม่ต้องการ แต่เจ้าตัวแค่อยากเล่าให้ฟังเฉยๆ



            “ก็แค่เอาไปส่งให้ถึงมือเจ้าของ” โซ่บอกพร้อมกับลุกขึ้นเดินนำพอร์ชออกจากห้อง
เขารู้สึกดีที่พอร์ชไม่ซักถามถึงเรื่องที่เขาเล่าให้ฟัง เพราะเขาแค่อยากจะระบายเฉย
เพราะรู้สึกแย่มากที่ต้องมาเห็นเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายในวันนี้เหมือนเมื่อหก
ปีก่อน แม้ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นจะเป็นแค่แมวตัวเล็กๆก็ตาม



            “มึงรู้จักคนพวกนี้ได้ยังไงวะนิ่ง” พอร์ชถามหลังจากที่นำข้าวสารอาหารแห้ง
ส่งมอบให้กับเจ้าของบ้านทั้งห้าหลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เลยค่อนข้างจะแปลกใจ
เพราะบ้านแต่ละหลังอยู่ห่างไกลกันมากพอสมควร



            “พวกเขาเคยเป็นครูมวยที่บ้านกู ก่อนที่จะโดนอีกจังหวัดซื้อตัวไป พอแก่แล้ว
หมดประโยชน์ก็ไม่มีใครเห็นค่าแบบนี้แหละ…แต่รับรู้แล้ว จะให้กูทนดูอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้
เพราะพวกเขาเป็นศิษย์รักทวดกูทั้งนั้น” เพราะว่าคุ้นเคยกับอดีตครูมวยเหล่านี้มาตั้งแต่ยังเด็ก
โซ่เลยไม่อาจทำเป็นมองผ่านความยากไร้ของพวกเขาไปได้ ทุกครั้งที่เอาอาหารมาให้หมาแมว
โซ่ก็จะจัดข้าวสารอาหารแห้ง และยาสามัญประจำบ้านมาส่งให้ครูมวยเหล่านี้ด้วย
ของที่เขาเอามาให้ อาจจะไม่ได้ทำให้อิ่มหนำ แต่พวกเขาก็จะไม่อดตายอย่างแน่นอน



            “มึงเป็นคนดีมากซะจนกูเริ่มอายแล้วนะเนี่ย” ถึงปากจะพูดออกไปแบบนั้น
แต่ใบหน้าของพอร์ชก็ประดับไปด้วยรอยยิ้ม



            เฮ้อ…ไม่มีวันไหนที่อยากจะเปิดเพลงยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอของดาเอ็นโดรฟิน
เท่าตอนนี้เลย แม่งโคตรตรงใจ!



            “ไม่หรอก ถ้ามึงรู้จักกูจริงๆ มึงจะบอกว่ากูเป็นคนเห็นแก่ตัวซะมากกว่า…
แวะวัดเขารูปช้างหน่อยดิ” โซ่ปฏิเสธคำชมของพอร์ช สะกิดบอกให้อีกฝ่ายเลี้ยวรถ
เข้าวัดที่กำลังจะขับผ่านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาพอร์ชแทบตั้งตัวไม่ทัน



            “มึงจะไหว้พระหรอ แต่ที่นี่เขาไม่มีดอกไม้ให้ซื้อแบบที่วัดท่าหลวงนะเว้ย”
พอร์ชบอก แม้วัดนี้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกหนึ่งแห่งของจังหวัดก็จริง
แต่ด้วยความที่จังหวัดนี้เป็นทางผ่านมากกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักเดินทาง
ถ้าไม่มีงานประจำปี ก็จะไม่มีดอกไม้มาวางขายทุกวันเหมือนกับวัดใหญ่ประจำจังหวัด
ที่มีดอกไม้ไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา



            “มีแค่มือก็ก็ไหว้ได้…แล้วมึงก็ต้องเป็นคนแบกกูขึ้นวัดด้วย” โซ่บอก



            “ห้ะ! แบก? ให้กูแบกมึงขึ้นวัดเนี่ยนะ?” พอร์ชร้องถามเสียงหลง มันก็จริง
ที่วัดนี้อยู่บนภูเขาลูกเล็กๆ เหมือนจะไม่สูงนัก แต่ก็ชันพอตัว ลำพังแค่เดินขึ้นเองยัง
เหนื่อยเลย กว่าจะถึงยอด นี่เขาต้องมาแขกไอ้นิ่งที่แม้ว่าตัวจะตัวเล็กกว่าเขา แต่มัน
ก็สูงพอๆกับเขา ซึ่งไม่ต้องคิดถึงน้ำหนักตัวเลยว่าจะเท่าไหร่ เพราะเล็กกว่าเขาก็ไม่
ได้แปลว่ามันจะผอมแห้ง แล้วโซ่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ใครจะสามารถแบกไปไหน
ต่อไหนได้อย่างสบายๆ อีกทั้งทางเดินขึ้นวัดก็มีถึงสามช่วงกว่าจะถึงยอดเขา ไม่ต้อง
บอกก็รับรู้ได้เลยว่า งานนี้…หืดขึ้นคอแน่ตัวกู!



            “เออ…เลิกทำน่าโง่แล้วย่อตัวลงสักที เสียเวลากู” หรอ…พอร์ชอยากจะถาม
ออกไปแบบนี้จริงๆ แต่ความจริงแล้ว ได้แต่ย่อตัวลง กลายเป็นม้า เตรียมพร้อมให้คุณชายเขาขี่ขึ้นเขา



            “ฮึบ! เหี้ย…หนักฉิบหาย” โซ่เองก็ไม่ได้ปราณีเจ้าม้ามนุษย์เลยแม้แต่น้อย
ถึงได้กระโดดใส่หลังพอร์ชเต็มแรง แบบที่ไม่กลัวว่าจะพากันล้มหน้าคะมำ



            เพียะ!



            “อยู่ในวัดห้ามพูดคำหยาบ…ควาย” โซ่ใช้มือตบปากพอร์ชดังเพียะทำเอา
พอร์ชสะดุ้ง…ว่าเขาแต่ตัวเองก็เน้นเสียงด่าพอร์ชออกมาอย่างชัดเจน



            “จ้ะ…พี่โซ่คนดี” กระแทกแดกดันโซ่เสร็จพอร์ชก็เริ่มก้าวเดินขึ้นบันไดอย่างระวัง
แต่มาได้ครึ่งทางช่วงแรกพอร์ชก็เริ่มล้าเสียแล้ว



            “จะหยุดพักก็ได้ แต่ถ้าล้มหรือทำกูตกเหยียบพื้นเมื่อไหร่ มึงไม่ได้รู้สิ่งที่กูตั้งใจ
จะบอกแน่ไอ้หมาพอร์ช” โซ่กระซิบบอกข้างหูพอร์ชเบาๆ เมื่อเจ้าตัวทำท่าจะปล่อยเขาลง



            “บอก…อะไรวะ?” โอ้ย…ก็อยากจะพูดให้มันติดกันอยู่หรอกนะ แต่มันเหนื่อยโว้ย!



            “ถึงยอดเขาเมื่อไหร่ก็จะบอกมึงเอง” โซ่บอก



            “มึงจะแวะไหว้พระตรงนี้ก่อนเปล่า” พอร์ชถามเมื่อเดินมาสุดทางเดินช่วงแรกแล้ว
เจอกับมณฑปจัตุรมุขหลังเก่าที่อยู่ใกล้กับวิหารหลังใหม่ ซึ่งภายในประดิษฐานพระพุทธบาท
สำริดอยู่ด้วย พอร์ชก็เลยถือโอกาสนี้แอบพักเหนื่อยเสียเลย



            “มีเหรียญปะ? เอามายืมหน่อย” โซ่กระโดดลงจากหลังพอร์ช แบมือกระดิกนิ้วยิกๆ
ขอเหรียญจากพอร์ชมาวางบนรอยพระพุทธบาท เพราะตัวเองไม่มี



            “มึงเป็นคนแบบไหนกันแน่วะนิ่ง” พอร์ชหยิบยกคำถามที่วนเวียนอยู่ในความคิดออกมาถามเจ้าตัวตรงๆ



            “กูก็คือกู จะมุมไหนแบบไหนก็เป็นกูทั้งนั้น…ไปต่อได้แล้วไอ้หมาพอร์ช!” จ้องตา
มองหน้าตอบคำถามเสร็จก็กระโดดขึ้นหลังพอร์ชต่อ ทำเอาพอร์ชแทบตั้งตัวไม่ทัน



            “ตายแน่กู” พอร์ชตั้งกรอกตามองหนทางตรงหน้า แล้วพูดได้คำเดียวเลยว่า ยิ่งสูงยิ้งชัน!



            “สู้หน่อยไอ้หมา…เดี๋ยวก็ถึง” คนที่ขี่หลังสบาย ตบบ่าพอร์ชแปะๆเหมือนให้กำลังใจ
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะน้ำหนักมือที่ลงมาบนบ่านั้น…แทบทรุด



            “โอ้ย…กูไม่ไหวแล้วว่ะนิ่ง” พอร์ชร้องบอกออกมาเสียงสั่น แขนขาอ่อนแรงเพราะความล้า
แต่ก็ฝืนเอาไว้สุดแรงเกิด



            “แวะไหว้พระตรงนี้ก่อน” โซ่บอกเสียงเรียบเมื่อพอร์ชพามาถึงชานพักที่สอง ซึ่งมีจุด
ให้กราบพระก่อนจะขึ้นไปถึงยอดเขา ไม่ได้แสดงออกหรือให้ความสงสารเห็นใจใดๆต่อคนที่
กลายร่างเป็นม้าพาขี่หลังขึ้นมาถึงตรงนี้



            “จะถึงแล้วมึงเดินขึ้นเองได้ไหมวะนิ่ง…กูโคตรเหนื่อยเลยว่ะ” พอร์ชหอบแหกเป็น
หมาหอบแดด กระพือชายเสื้อพัดลมเข้าหาตนเอง



            “ถ้ามึงพาไปไม่ถึงกูจะลง” โซ่บอกเสียงนิ่งแวว สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีท่าทีโกรธเคืองใดๆ
ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างมาสะกิดใจพอร์ช บอกให้เขาทนสู้ต่ออีกสักนิด



            “เฮ้อ…เอาก็เอาวะ! มาขึ้นหลังพี่เลยน้องเดี๋ยวพี่พาแว้น” จ้องมองบันไดสีขาวทอดยาว
ขึ้นยอดเขาสูงที่ทั้งเล็กทั้งแคบและชันกว่าอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าหนทางสองช่วงที่ผ่านมานั้น
ไม่อาจเทียบเท่าบันไดช่วงสุดท้ายนี้ได้เลย แม้ว่าทอดสุดท้ายนี้จะมีระยะทางที่สั้นกว่ามากก็ตาม



            แม้ว่าใจจะสู้แค่ไหน แต่ร่างกายมันฟ้องว่าหมดแล้วแรงที่มี ออกเดินได้ไม่ถึงครึ่ง พอร์ช
ก็มาห้อยต่องแต่งกอดราวบันไดอยู่กลางทาง โดยมีโซ่เกาะเป็นลูกลิงอยู่บนหลัง



            “มาถึงตรงนี้…ถ้ามึงตกกูก็ตก ถ้ามึงเจ็บกูก็เจ็บด้วยนะพอร์ช” โซแนบริมฝีปากกระซิบเบาๆ
ข้างหูพอร์ช และเป็นครั้งแรกที่โซ่เอ่ยปากเรียกชื่อพอร์ชแบบที่ไม่มีคำนำหน้า ไม่มีเสียงกร่นด่า
ไม่มีการกระโชกโฮกฮาก หรือไร้อารมณ์ แต่กลับกันน้ำเสียงที่ฟังนั้นมันทำให้พอร์ชรู้สึกดีมาก
จนทำให้มีแรงฮึดกลับมาอีกครั้ง



            กอดกระชับจับต้นขาประคองบั้นท้ายของโซ่ไว้มั่น ก้าวเท้าออกเดินอีกครั้งด้วยหัวใจ
ที่เต้นแรงกว่าเดิม มาถึงจุดนี้แล้ว พอร์ชรับรู้ด้วยตนเองได้ว่า…ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว



            “เป็นแฟนกูแล้ว…ทิ้งกูมึงตาย” นั่นคือสิ่งที่พอร์ชได้ยินจากปากของโซ่เมื่อถึง
จุดหมายบนยอดเขา พวกเขานั่งชมพระอาทิตย์ตกท่ามกลางความเงียบ เพราะไม่มีใคร
พูดอะไรออกมาสักคำเดียว แต่ทุกอย่างก็ชัดเจนได้ด้วยตัวมันเอง ว่าสองมือที่กุมกันอยู่นี้
มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว และสถานะแฟนเจ็ดวันก็สิ้นสุดลงแล้ว ในเมื่อต่อไปนี้พวกเขาคือ
คนรักจริงๆ คนที่จะอยู่เคียงข้างกันไปตลอด ตราบเท่าที่หัวใจยังเป็นของกันและกัน









TBC.

หลังจากนี้เตรียมตัวรับมือกับความน่ารักแบบแปลกๆของคู่นี้ได้เลย
เพราะนี่ไม่ใช่ตอนจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นความรักของ #พอร์ชโซ่ ได้เลยนะคะ
อาจจะไม่หวานมาก ไม่โหดมาก ไม่ต้องทะเลาะต่อยตีกันบ่อยๆ แต่ละมุนแน่นวล

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6146
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-10
เป็นแฟนกันแล้ววว

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-9
โซ่อ่ะ ทำไมดีแบบนี้นะ

ออฟไลน์ goldentime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
โซ่เนี่ยเหมือนแม่พอร์ชแน่ๆเลยสายโหดเหมือนกัน

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4282
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-7
เป็นแฟนกันแล้ว... ยังต้องผ่านอะไรด้วยกันอีกเยอะ จับมือกันให้แน่น ๆ นะ

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
เป็นแฟนกันแล้วว :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14043
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25
 o13 ระยะทางพิสูจน์รัก

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4751
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-19

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
เป็นแฟนโซ่ต้องทนได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะทนมือทนTeen โซ่ให้ได้  :laugh:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 745
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ zuu_zaa

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2091
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +115/-1

ออฟไลน์ net. net_n2537

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
 :impress2: คือมันดีอ่ะแก!!!!!  จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
สุดจริงๆ

ชอบๆรอตอนต่อๆไปนะครับ

ออฟไลน์ ka[ze]na

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4028
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-6
น่าร๊ากกกก

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 631
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
เฮ้ย ทำไมอยู่ดีๆก็โรแมนติก? โอ้ย อมยิ้มแก้มจะแตก  o18

ออนไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +584/-11
เป็นแฟนกันแล้ว

ออฟไลน์ pkjoe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
อยากรู้ว่าคุณโซ่จะตะมุตะมิยังไง

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4078
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-3

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
เฮ้ยชอบอ่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Bk borz.

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 126
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ไม่ชอบเลยงื้ออออมันค้างอ่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-01-2018 21:21:36 โดย Bk borz. »

ออฟไลน์ เขียนสือ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
    • เขียน'สือ


เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{13}







            “เมื่อตอนเที่ยงคนที่โรงพยาบาลสัตว์โทรมาบอกว่าไอ้ตัวเล็กออกจากโรงพยาบาลได้แล้วนะ
แต่ก็ต้องมาให้หมอตรวจเช็คอาการทุกเดือนจนกว่าจะหายสนิท เพราะภายในมันบอกช้ำมากพอสมควร
…มึงจะเอาไง” พอร์ชเอ่ยถามในขณะที่นั่งรอเรียกประชุมสี บอกให้โซ่ได้รับรู้ในทุกคำที่ตนเองได้คุยกับ
ทางโรงพยาบาล เพราะวันนี้พวกเขาพักไม่ตรงกัน เลยไม่ได้มานั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนทุกที



            “หน้าบ้านกูมีหมาใหญ่อยู่เต็มเลย ไว้ที่นั่นไม่ได้หรอก จะเอามันกลับไปบ้านพักแมวจรก็ไม่ได้
ไม่อย่างนั้นได้ตายแน่” ความจริงแล้วโซ่อยากจะเอาเจ้าตัวเล็กมาเลี้ยงเอง แต่ว่าหน้าบ้านเขามีหมาจร
ตัวใหญ่กว่าสิบตัวที่ชอบเข้ามากินเศษอาหารที่บ้านเพราะมีนักมวยบางคนรักสัตว์ชอบเก็บอาหารเหลือ
ไว้ให้มาพวกนี้ อีกทั้งบ้านพักหมาแมวจรจัดที่พวกเขาเอาอาหารไปบริจาคก็มีหมาแมวมากเกินไปแล้ว
แถมยังไม่สะอาดเท่าที่ควร ถ้าเอาไอ้ตัวเล็กไปไว้ในนั้น ถ้าไม่โดนกัดตาย ก็แผลติดเชื้อตายอย่างแน่นอน



            “เอาไว้บ้านกูก็ได้ แม่กูชอบแมวอยู่แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก” พอร์ชเสนอ เพราะที่บ้าน
เขาเป็นทาสแมวกันทั้งบ้าน แถมไอ้เหมียวตัวล่าสุดเพิ่งแก่ตายไปได้ไม่กี่เดือน หลังจากที่อยู่เป็นเพื่อน
แม่เขามากว่ายี่สิบปี ซึ่งถ้าเทียบอายุกันจริงๆ มันก็รุ่นทวดเขาแล้ว



            “แต่กูสัญญากับมันไว้แล้วว่าถ้ามันรอด จะพามันมาอยู่ด้วยกัน…หรือว่ากูควรจะย้ายไปอยู่บ้าน
พ่อกูดี?” อย่างแรกเลยคือโซ่รู้สึกถูกชะตากับเจ้าเหมียวน้อยตัวนี้ตั้งแต่แรกเห็น จึงได้พูดออกไปแบบนั้น
แล้วนั่นก็เป็นเหมือนสัญญาลูกผู้ชาย ที่พูดแล้วไม่ควรคืนคำ แต่จะให้ไปอยู่ที่บ้านก็อย่างที่บอกว่ามันไม่ได้จริงๆ
เพราะแมวเป็นสัตว์ที่คอนโทรลไม่ได้ ไม่เหมือนหมาที่จะสอนจะสั่งยังไงก็ได้ สามารถทำตามได้ทุกอย่าง



            “บ้านพ่อมึง?”

            “มึงเห็นคลินิกเก่าสองคูหาที่อยู่ตรงข้ามร้านมึงป่ะ?” โซ่ถาม



            “มึงอย่าบอกนะว่า…”



            “อือ...ของพ่อกูเอง พอเขาตายมันก็เลยกลายเป็นตึกร้างอย่างที่เห็น ส่วนบ้านที่กูบอกเนี่ยมัน
อยู่ข้างบึง(สีไฟ)โน่น ตรงโน้นกูให้อาทนายเช่าอยู่” โซ่พูดถึงอาคารพานิชย์สองคูหาที่อยู่ตรงข้ามกับบ้าน
หรือร้านของพอร์ช ซึ่งเมื่อก่อนมันเป็นคลินิกของพ่อเขา แต่พอท่านเสียชีวิตแล้วก็ไม่ได้ทำอะไร ปล่อยมัน
เอาไว้อย่างนั้น ถึงแม้ว่าจะมีคนแวะเวียนมาขอเช่าและซื้ออยู่เรื่อยๆก็ตาม



            ก่อนที่พ่อกับแม่จะแยกทางกัน โซ่ก็มีชีวิตไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ ชอบตามพ่อไปที่คลินิก
เพราะมีเพื่อนเล่นเยอะ ของกินก็แยะ มีแต่คนมารุมล้อมเอาใจ สนุกสนานร่าเริงไปตามวัย จะมีก็แต่
ไอ้แห้งขี้ขโมยที่มันชอบมาแอบดูดน้ำแดงในกระติกน้ำคิตตี้ของเขานี่แหละที่มันเป็นศัตรู เอาแต่
ล้อเลียนเรื่องรูปร่างของเขา แต่ก็นั่นแหละ จะเถียงมันก็ไม่ได้ ในเมื่อเขาอ้วนมากจริงๆ และมันก็
เป็นคนเดียวที่คอยซับน้ำตาให้เขา ถึงแม้ว่าเก้าในสิบส่วนของน้ำตาของเขาจะมีสาเหตุมาจากการ
กลั่นแกล้งของมันก็เถอะ ก่อนที่จะต้องห่างหายกันไป เพราพ่อแม่ของเขาแยกทางกัน โดยที่แม่
ไม่ยอมให้เขามาเจอกับพ่ออีกเลย จนกระทั่งวันที่พ่อตายนั่นแหละ



            “นี่อย่าบอก…อย่าบอกนะว่ามึงคือไอ้เด็กอ้วนหัวฟูที่ชอบหิ้วกระติกน้ำคิตตี้คนนั้นอ่ะ!”
 พอร์ชตบโต๊ะดังตึกตังเหมือนว่าจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ความทรงจำวัยเด็กที่ขาดหายไปนาน



            “งั้นมึงก็ไอ้แห้งปากหมาที่ชอบแย่งน้ำแดงกูแดกสินะ!” ว่าจบพอร์ชก็ลงไปนอนกองอยู่
ที่พื้นด้วยแรงส่งจากฝ่าเท้าของโซ่ ทำเอาคนที่อยู่รอบข้างแตกฮือ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าช่างยนต์
กับช่างไฟตีกันอีกแล้ว เพราะสองกลุ่มนี้นั่งอยู่ด้วยกัน



            “โอ้ย…ไอ้โซ่ไอ้เหี้ย! ถีบมาได้…โคตรจุก!” พอร์ชโวย



            “เพราะมึง! เพราะมึงคนเดียวเลยที่ทำให้กูโดนจับไปโกนหัวเป็นอิคคิวซังอยู่ตั้งนาน”
โซ่จำได้ดีเลยว่าตอนนั้นรู้สึกแย่แค่ไหนที่ไอ้โดนไอ้แห้งแย่งน้ำแดงมันว่าผมเหมือนขนหมา
เสียใจแทบตายตอนพ่อพาไปโกนหัวที่ร้านตัดผม เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาไม่ชอบไว้ผมยาวๆ
ทั้งที่เขาโคตรรักโคตรหวงเส้นผมของตัวเองมากเลย



            “เฮ้ยแยกๆ ตีกันทำห่าไรพวกมึง พวกขาเสือกเขาตกใจกันหมดแล้ว” เป้กับบุญล้อม
ช่วยกันจับเพื่อนของตนเองไว้แน่น เมื่อทั้งสองคนทำท่าจะพุ่งเข้าหากันอีกรอบ



            “คุณโซ่ไม่เป็นอะไรนะครับ” บุญล้อมตรวจเช็คอาการของเพื่อนรักให้แน่ใจ แม้ว่าจะ
เห็นอยู่แล้วว่าฝ่ายที่เจ็บนั้นคือพอร์ช



            “อือ” สะบัดตัวออกจากเพื่อนแล้วนั่งลงที่เดิม



            “คงจะเป็นหรอกถีบกูซะเต็มตีนขนาดนั้น” ถึงปากจะแขวะแต่พอร์ชก็ทิ้งตัวลงนั่งข้าง
โซ่เหมือนเดิม โซ่ขึงตาใส่ แต่พอร์ชทำเป็นไม่สนใจ



            “โอ้ย…กูอยากจะบ้า อยู่ดีๆก็ตีกันซะงั้น…ประมาณว่าด้วยรักและส้นตีน…งี้หรอวะ?”
แวนได้โอกาสแทรก หลังจากจัดการเรื่องแก้ข่าวกับเผือกเสร็จ ไม่อย่างงั้นคงได้มีหมาคาบข่าว
ไปฟ้องอาจารย์กันมั่ง โดยเฉพาะกับพอร์ชที่จะซวย เพราะมีอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นคนเดียวกับ
อาจารย์ฝ่ายปกครอง ช่วงนี้พวกเขาเลยถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ หลังจากที่มีเรื่องยกพวกตีกับ
ช่างไฟวันนั้นแล้วพอร์ชกลับมาด้วยหน้าตาเขียวช้ำในวันรุ่งขึ้น



            “เสือก/เสือก” พอร์ชกับโซ่พูดบอกออกมาพร้อมกัน



            “ซะงั้นเลยกู” แวนชูนิ้วกลางให้พอร์ชกับโซ่คนละข้างก่อนที่จะนั่งลงที่เดิมของตัวเอง



            “ย้ายมาอยู่กับกูสิ อย่าอยู่คนเดียวเลย…กูเป็นห่วง” เพราะโซ่ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่อง
เมื่อครู่นี้อีก พอร์ชก็เลยตีเนียน ชวนมาอยู่ด้วยกันซะเลย



            “ตรงข้ามบ้านมึงเนี่ยนะอันตราย?” โซ่ล่ะงงกับตรรกะเสื่อมๆของพอร์ชเหลือเกิน อยู่
ห่างกันแค่ถนนสองเลนกั้นมันบอกอันตราย แต่เขาว่าอยู่กับมันเสียมากกว่าที่ต้องระวัง



            “เออดิ…กูไม่ให้มึงอยู่ตึกนั้นคนเดียวหรอก ถ้ามึงอยู่ก็จะไปอยู่ด้วย แต่ทางที่ดีมึงมาอยู่กับกูดีกว่า
…กลับบ้านไปกูจะรีบคุยเรื่องนี้กับแม่เลย” พอร์ชพูดบอกอย่างเอาแต่ใจ



            “เพ้อเจ้อ” ด่าเสร็จก็ลุกหนีทันทีที่ประธานสีบอกปล่อย อีกเดี๋ยวไอ้คนงี่เง่ามันก็ลุกตามมาเองแหละ
เพราะต้องกลับบ้านพร้อมกัน



            “นึกจะมาก็มา ไม่คิดที่จะชวนกูเลยนะมึง” พอร์ชบ่นเป็นหมีกินผึ้ง วิ่งตามโซ่มาติดๆ แต่ก็
ไม่ได้หงุดหงิดอะไร เพราะเริ่มจะชินกับ ‘ความโซ่’ บ้างแล้ว



            “โซ่” เพียงแค่เงยหน้า จากอารมณ์ดีๆก็เริ่มฉุนจัด เพราะคนที่มายืนดักอยู่ตรงหน้านี้คือ
ศัตรูคู่อาฆาตที่ชอบมาหาเรื่องพวกเขาบ่อยๆ



            “ไง” แม้ว่าเพื่อนจะเงียบหายเข้ากลีบเมฆไปกว่าสองสัปดาห์ แต่โซ่ก็ไม่ตื่นเต้นอะไร
เพียงแค่รู้สึกแปลกใจที่จู่ๆเจ้าตัวก็โผล่มาแบบไม่มีบอกกล่าว  ไม่แม้จะส่งข่าวมา ให้เพื่อนได้
รับรู้บ้างว่าตนเองเป็นอย่างไร อยู่ไหน สบายดีไหม เพราะล่าสุดที่โซ่กับบุญล้อมไปถามหายศ
ที่บ้านก็เจอแต่ความว่างเปล่า ถามเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆก็ไม่มีใครรู้



            “กูมารับ”



            “กูไม่ให้ไป! วันนี้มึงต้องไปรับไอ้เหมียวกับกู มึงจะไปกับมันได้ไง” กลับเป็นพอร์ช
ที่ตะโกนเสียงดังใสหน้ายศ แล้วหันมาให้เหตุผลกับโซ่ โดยหยิบยกเรื่องลูกแมวขึ้นมาอ้าง



            “เดี๋ยวกูตามไป” โซ่บอกกับยศ ยศพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินไปรอที่รถ ซึ่งจอดอยู่ไม่
ไกลจากตรงที่พวกเขายืนอยู่นัก



            “กูบอกว่าไม่ให้มึงไปกับมัน…ไม่ได้ยินรึไงวะ!” พอร์ชรู้สึกโมโหที่คนรักไม่ยอมฟัง
คำพูดของตนเอง ยกมือขึ้นมาบีบต้นแขนของโซ่ไว้แน่น



            “อย่าไปกับคุณยศเลยนะครับคุณโซ่” ทั้งที่เติบโตมาด้วยกัน เป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้กัน
มาตั้งนาน แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้บุญล้อมถึงได้รู้สึกไม่สบายใจกับการกลับมาของยศในครั้งนี้เลย



            “ไปรอกูที่บ้าน ไว้ไปรับไอ้เหมียวด้วยกัน” โซ่แกะมือของพอร์ชออกจากต้นแขนของตน
ก้าวเดินไปหายศแบบที่ไม่ฟังเสียงร้องห้ามของใคร ขึ้นรถได้ ยศก็บิดคันเร่ง พาออกจากวิลัยไป
แบบที่ไม่หันกลับมามองคนที่เป็นมองตามไปด้วยความเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย



            “น้องกูถูกส่งตัวไปรักษาที่กรุงเทพฯ เพราะขามันติดเชื้อ โรงบาลบ้านเรา เอาไม่อยู่”
ยศไม่ได้พาโซ่ไปส่งที่บ้านอย่างที่เคย แต่กลับพามาบ้านของตัวเองแทน



            “อือ” โซ่พยักหน้ารับรู้ โอเค…เรื่องแรกถือว่าเคลียร์



            “กูได้ยินมาว่ามึงคบกับไอ้พอร์ช” เป็นเพราะสาเหตุนี้ที่ทำให้เขาใจร้อน บุกไปรับโซ่ถึงวิลัย
หลังจากที่ได้รู้ข่าวจากเพื่อนในแผนกเมื่อตอนที่กลับมาถึงบ้าน เลยอยากจะได้คำยืนยันจากปากของโซ่
ว่าตกลงแล้วความจริงมันเป็นยังไงกันแน่



            “อือ” โซ่ก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม ในเมื่อมันคือความจริง



            “ทำไมวะ ไอ้พอร์ชมันอยู่ช่างยนต์นะเว้ย แล้วมันก็เป็นอริกับเราด้วย มึงจำไม่ได้หรอ” ทำไมจะ
จำไม่ได้ล่ะ ในเมื่อทุกครั้งที่สองฝ่ายยกพวกตีกัน เขาก็อยู่ในเหตุการณ์เสมอ เพียงแค่ไม่ได้กระโดดเข้า
ไปร่วมวงด้วยเท่านั้นเอง



            “ไร้สาระ” โซ่ว่า



            “มึงพูดได้แค่นี้เองหรอวะโซ่!” โซ่ก็ไม่รู้ว่าทำไม เป็นเพราะอะไรยศถึงได้มาหาเรื่องเขาด้วย
เรื่องไร้สาระแบบนี้ แต่รู้แค่ว่าตอนี้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาตะโกนใส่หน้าอย่างนี้



            “กูไม่รู้หรอกนะยศ ว่าที่หายไปมึงไปเจอกับอะไรมาบ้าง ถ้ามึงไม่เล่าให้กูฟัง และเผื่อว่ามึงจะ
ยังไม่รู้นะยศ…ตอนนี้ช่างยนต์กับช่างไฟเขาเลิกตีกันแล้วว่ะ” พูดจบโซ่ก็หันหลังเดินหนี ไม่รอฟังคำพูด
ไร้สาระของเพื่อนอีกแล้ว ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาสักที



            “กูรักมึง! กูรักมึงได้ยินไหมไอ้โซ!”



            “…..” คำสารภาพที่ออกมาจากปากของเพื่อนรักที่คบกันมากว่าสิบปีทำให้โซ่หยุดนิ่ง



            “ถ้ามึงจะรักใครสักคน ขอให้คนๆนั้นเป็นกูไม่ได้หรอวะโซ่” ยศก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังโซ่
อ้อนวอนขอให้เพื่อนเห็นใจ เพราะนานมาแล้วที่ตัวเขาเอง มองโซ่เป็นมากกว่าเพื่อน



            “ไม่ได้” อาจจะฟังดูใจร้ายไปนิด แต่นี่คือความจริง ไม่มีใครสามารถบังคับใครได้ แม้แต่เขาเอง
ยังบังคับหัวใจตัวเองไม่ได้เลย



            “แล้วทำไมต้องเป็นไอ้พอร์ชด้วยล่ะ! มึงก็รู้ว่ากูไม่ถูกกับมัน ถ้าไม่มีมันสักคน…”



            “ต่อให้ไม่มีมัน มึงก็เป็นได้แค่เพื่อนกูเหมือนเดิมยศ” ยังไม่ทันที่ยศจะได้พูดจบ โซ่ก็พูดสวน
ขึ้นมาเสียก่อน ด้วยถ้อยคำที่ชวนให้คนฟังใจสลาย



            “…..”



            “ลองคิดทบทวนให้ดีนะยศ ว่าจริงๆแล้วมึงคิดยังไงกับกูกันแน่ แต่จำเอาไว้เลย…ไม่ว่าจะวันนี้
พรุ่งนี้ หรืออีกจะกี่เดือน กี่ปี…มึงยังเป็นเพื่อนกู” ประโยคทียาวที่สุดในชีวิตได้ออกจากปากของโซ่มาแล้ว
แต่เขาไม่คิดเลวว่าจะได้พูดอะไรแบบนี้กับใคร เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่น่าภูมิใจ แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกแย่
เพราะผลลัพธ์มันออกได้สองทาง คือหนึ่งยศจะกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีของเขาเหมือนเดิม หรือสอง…
เขาอาจจะต้องเสียเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งไปเลยก็ได้



            “แต่…กู รัก มึง…จริงๆนะโซ่”



            “มึงนี่มันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องจริงๆสินะ” โซ่บนออกมาเมื่อเห็นพอร์ชนั่งค่อมรถรออยู่ที่
หน้าบ้านของยศ ซึ่งเจ้าตัวก็คงจะขี่รถตามหลังเขามาแรก เพียงแต่เขาไม่ได้สนใจก็เท่านั้นเอง
แต่จะมาอีกท่าไหนถึงได้เงียบขนาดนี้ อันนี้คงต้องถามเจ้าตัวเอาเองก็แล้วกัน



            “ไปรับไอ้เหมียวกันเถอะ” จะว่าพอร์ชเสือกก็ได้ แต่ดับเครื่องยนต์ตั้งแต่ปากซอยเพื่อ
มาแอบฟังอย่างนี้ก็เพราะความเป็นห่วงความปลอดภัยของคนรักทั้งนั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบ
แฝงเลยแม้แต่น้อย ถึงจะรู้สึกหมั่นไส้ไอ้เจ้าของบ้านตอนที่มันพาดพิงมาถึงเขาอยู่มากก็เถอะ



            “เจ้าตัวเล็กนี้หรอที่เราบอกกับแม่น่ะพอร์ช” คุณนายแม่ของพอร์ชมองลูกแมวในอ้อม
แขนของโซ่ด้วยความเอ็นดู เพราะตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลสัตว์ เจ้าตัวเล็กก็ไม่เอาใครเลย
จะอยู่แต่กับโซ่ แม้ว่าทั้งพอร์ชและคุณนายแม่ของพอร์ชจะพยายามหลอกล่อกันจนสุดความสามารถแล้วก็ตาม



            “อือ…น่ารักไหมแม่...สวัสดีครับคุณย่า ผมชื่อเด็กหญิงมณีลูกชายป๋าพอร์ชกับหม่ามี้นิ่งเองครับ”
เอิ่ม...ตกลงแล้ว ไอ้เหมียวตัวเล็กนี่เป็นเพศไหนกันแน่? คุณนายเธอละสับสนกับการเรียกชื่อเรียงลำดับ
เพศผิดๆถูกๆของลูกชายเสียจริง แต่ก็ไม่กล้าทัก เพราะเห็นลูกอยู่ในสภาวะ...เพ้อ



            เมี๊ยว~



            ‘หม่ามี้พ่อง!’ ทดหนึ่งไว้ในใจก่อน ถึงเวลาเมื่อไหร่พ่อจะอัดให้น่วม! ผู้ชายไร้มดลูกที่ไหนเขา
เป็นหม่ามี้กัน…อย่างพี่โซ่คนแมนต้องพ่อจ๋าเท่านั้นโว้ย!



            “ตลก” เพราะเกรงใจแม่ของพอร์ชโซ่จึงปฏิเสธคำพูดเพ้อเจ้อของพอร์ชด้วยถ้อยคำที่ดูซอฟต์ที่สุด
เกิดหลุดด่ามันออกมา เดี๋ยวเขาจะหาพ่อแม่ไม่สั่งสอน



            เมี๊ยว~



            ว่าแล้วก็อยากจะรู้จริงๆว่า ที่เจ้าเหมียวมันร้องตามออกมาติดๆนั้น กำลังคิดอะไรอยู่…จะเห็นด้วย
หรือเห็นต่างจากพอร์ชกันแน่นะ?



“แกก็พูดไปเรื่อยเจ้าพอร์ช!” คุณนายฟาดมือเข้าที่ต้นแขนของลูกชายเต็มแรง เหมือนว่าจะไม่เห็นด้วยกับ
คำพูดของเจ้าตัว แล้วโซ่กำลังจะยิ้มออกมาอยู่แล้วเชียว ถ้าหากไม่มีประโยคถัดมาที่ว่า…



            “รอให้แม่ไปขอกับทางบ้านโน้นก่อนสิ จะได้เป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆสักที”



            บึ้ม!



            โซ่รู้สึกเหมือนถูกถีบกลางอากาศ สติโดนทำลายไปแล้วกว่าครึ่ง ไม่คิดว่าแม่ของพอร์ชจะเป็น
ไปกับลูกชายด้วย มันก็ดีอยู่หรอกที่ทางนี้ไม่รังเกียจในตัวตนของเขา แถมยังต้อนรับเป็นอย่างดี แต่อย่าลืมสิ
 ว่าเขาก็ผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม จะให้มาพูดเรื่องแบบนี้ตรงๆ มันก็รู้สึกแปลกๆชอบกล



            เอิ่ม...จะถามว่าเขินหรอ?



            เออ…เขินก็ได้วะ!



            ยืดอกยอมรับ(ในใจ)แบบแมนๆไปเลย พี่โซ่คนจริงอยู่แล้ว(?)







TBC.

ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่คนรัก วันๆหนึ่งเราเจอคนมากกว่าหนึ่งคน เจอปัญหามากกว่าหนึ่งอย่าง
พบความสุขมากกว่าหนึ่งครั้ง...แล้วจะไปกำเกณฑ์ทำไมให้มันเหนื่อย ทำใจให้สบาย
ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการ แล้วพรหมลิขิตจะนำทาง

ใจเย็นๆ ค่อยๆเรียนรู้ไปด้วยกัน แล้วคุณจะรักพอร์ชอย่างที่โซ่รัก แล้วคุณจะหลงโซ่อย่างที่พอร์ชเป็น

Ps.ขอโทษนะคะที่หายไปหลายวัน พอดีมีเรื่องยุ่งๆเข้ามาให้คนเขียนปวดหัวหลายอย่าง

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14043
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25
คุณแม่ก็เอากับเขาด้วย

ออฟไลน์ ka[ze]na

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4028
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-6
น่าร๊ากกกกก

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
อุ๊ย อุ๊ย  คุณแม่ยอมรับแล้วเหรอ  :o8:

ออฟไลน์ ซีเนียร์

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 745
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ no.fourth

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
พี่โซ่คนแมนน่ารักก

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
คุณแม่มาทีหลังแต่ชนะเลิสสสสสสส

ออฟไลน์ uyong

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
คุณแม่ชนะเลิศ สั้นๆได้ใจความ :mew3:

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-9
คุณแม่มีแซวน้องโซ่นะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด