{End} ▶▷ เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ ◀◁ Up. #50 {15/03/2562}
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: {End} ▶▷ เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ ◀◁ Up. #50 {15/03/2562}  (อ่าน 47112 ครั้ง)

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
หว่า พี่พล ยังอยู่นิ ยังไม่ตาย รู้จักกับโซ่ได้ไงหว่า  :confuse:

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ goldentime

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 158
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
จะเป็นพี่ชายหรือคู่แข่งละเนี่ย :katai1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-18

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
รอตอนต่อๆไปนะครับ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +582/-10
รอตอนต่อไป~

ออฟไลน์ mareya.no7

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
เหนื่อยแทนพอร์ช ยกให้พี่ไปเถอะ ถ้าจะฝังใจกันขนาดนั้นนะ  :เฮ้อ:

ออฟไลน์ pkjoe

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 79
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
อยากอ่านต่อแล้วอ่ะ สนุกดีครับ

ออฟไลน์ เขียนสือ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
    • เขียน'สือ


เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{08}





              "พี่พล"



            ชื่อคุ้นหูที่ออกมาจากปากโซ่ทำเอาพอร์ชรีบหันกลับไปมองป้ายชื่อ
ที่ติดอยู่ตรงบริเวณหน้าอกเสื้อเครื่องแบบข้างขวาของคนมาใหม่อย่างทันที
เพราะมันไม่ใช่เชื่อเดียวกันกับที่เขาและคนทั้งบ้านรู้จักหรือใช้เรียก และนั้น
จึงทำให้เขาพบกับที่มาของชื่อดังกล่าว ‘ทศพล เลิศโยธา’ ไม่รู้จะดีใจหรือ
เสียใจดีที่ ‘เฮียทศ’ พี่เขยคนโตของเขาเป็นคนๆเดียวกันกับ ‘พี่พล’ ที่โซ่ร้องหา
อยู่ตลอดเวลาที่ไม่รู้สึกตัว…เขาว่ากันว่ายามเจ็บไข้ไร้สติสิ่งที่ควบคุมร่างกาย
กลับไม่ใช่สมอง แต่เป็นจิตใต้สำนึกที่กลั่นออกมาจากหัวใจอย่างแท้จริง



            “มาอยู่นี่ได้ไงซอโซ่! พี่ตามหาเราแทบแย่” เหมือนย้ำเตือนว่าพอร์ช
เป็นคนนอก เมื่อคนทั้งคู่เขาโผเข้ากอดกันทำให้พอร์ชต้องลุกถอยหลังออกมา
ยืนดูอยู่ห่างๆ ภาพของคนที่เขาบอกว่าชอบมากมายกับพี่เขยที่เคารพไม่ต่างจาก
พี่ชายที่กำลังโอบกอดกันมันทำให้พอร์ชรู้สึกร้อนอยู่ในอกเหมือนโดนสุมไฟ ทั้งที่
เขาพยายามแทบตายกว่าที่โซ่จะยอมคุยด้วยแต่ละคำ แต่กลับพี่ทศแล้วกลับกลาย
เป็นโซ่เสียเองที่เป็นฝ่ายเอ่ยปากถามอย่างไม่หยุดพัก



            “พี่พล” โซ่แทบเก็บน้ำตาแห่งความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อได้มาพบกับคน
สำคัญของตัวเองที่ห่างหายกันไปนานหลายปี



            “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะไม่ร้อง…เด็กดีของพี่” เขาโยกตัวไปมาเพื่อกล่อมคนในอ้อมกอด
 ที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเท่าไรในสายตาของเขาโซ่ก็ยังเป็นเหมือนเด็กน้อยตัวเล็กๆที่
ชอบวิ่งร้องไห้ออกมาให้เขากอดปลอบเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง



            “คุณทศ…” คราวนี้ไม่ได้มีแค่พอร์ชที่รู้สึกเหมือนโดนต่อยกลางอากาศอีกแล้ว
 เมื่อพี่ชายคนโตของพอร์ชหรือแฟนตัวจริงของทศพลเดินเข้าเห็นคนรักของตัวเองนั่ง
กอดใครบางคนอยู่ที่พื้น มิหนำซ้ำน้ำเสียงที่ใช้ปลอบโยนนั้นช่างฟังดูแล้วอบอุ่นเหลือเกิน
ต่างจากเวลาที่พูดคุยกับเขาที่มักจะนิ่งๆทื่อหรือไม่ก็ดุดันเหมือนกับตอนที่ฝึกทหารในค่าย
ตัวเอง ไม่มีหรอกที่จะมานุ่มนวล อ่อนหวานหรืออ่อนโยนอย่างนี้



            สภาพของสองพี่น้องโฟล์คพอร์ชตอนนี้ไม่ต่างจากอากาศธาตุที่อยู่ในสภาวะไร้สภาพ
ไม่สามารถเรียกร้องความสนใจจากทศกับโซ่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

..

..

..

            “สรุปแล้วมึงเป็นน้องพี่ทศจริงๆหรอวะ?” พอร์ชถามซ้ำเพื่อความในใจอีกครั้ง
หลังจากที่ขับรถมาส่งโซ่ถึงหน้าบ้าน เพราะพี่เขยอย่างทศบอกกับครอบครัวของตนไว้
แค่ว่าเป็นพี่ชายของโซ่ นอกจากนั้นก็ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรอีกเลย

            “กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงถามทำไม แต่กูอยากจะบอกไว้แค่ว่า ถ้าไม่ได้เป็นพี่น้อง
กันแล้ว กูจะไม่คบกับพี่พลในฐานะอื่นอย่างแน่นอน…สยอง” นี่คงจะเป็นการพูดที่ยาว
ที่สุดของโซ่แล้วตั้งแต่ที่รู้จักกันมา



            “พูดอย่างนี้…มึงแคร์กูหรอ?” พอร์สถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปลื้มปริ่ม
ไม่รู้ว่าจะใช่อย่างที่คิดไหม แต่น้องมโนมันพาฟินไปไกลแล้ว



            “แล้วแต่จะคิด” พูดจบก็หันหลังเดินหนีเข้าบ้านไป เพราะไม่สามารถทนมอง
สีหน้าเคลิ้มฝันเหมือนคนบ้าของพอร์ชได้อีกต่อไป ส่วนพอร์ชเองพอพ้นหลังโซ่ไปแล้ว
ก็กลับมาสู่สภาวะปกติดังเดิม ไม่เหลือเค้าคนบ้าเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ขยับตัวควัก
โทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน



            “ออกมาเจอกันหน่อยสิมหา”

..

..

..

            “สูบบุหรี่ในบริเวณวัดแบบนี้มันไม่ดีนะครับ” บุญล้อมที่เพิ่งมาถึงเอ่ยเตือน
พอร์ชที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่กลางลานวัดซึ่งเป็นสถานที่นัดแนะในครั้งนี้



            “มึงรู้จักไอ้โซ่ตั้งแต่เมื่อไหร่วะมหา” พอร์ชทำไม่สนคำเตือนของบุญล้อม
หันมาตั้งคำถามที่อยากจะรู้กับบุญล้อม



            “มีปัญหาอะไรกันรึเปล่าครับ” เอนตัวพิงต้นไม้ใหญ่ด้วยท่าทางสบายๆ
ต่างจากพอร์ชที่รู้สึกสยองนิดๆ เพราะต้นไม้ต้นนั้นเป็นต้นโพคู่ที่ชาวบ้านพากัน
จุดธูปกราบไหว้อยู่ทุกวัน หลังจากที่มีคนบอกว่าเคยเห็นผู้หญิงและผู้ชายผมขาว
เดินออกมาจากต้นไม้สองต้นนี้



            “วันนี้กูเพิ่งเจอกกับพี่ชายมันมา” พอร์ชบอก



            “พี่พล?” บุญล้อมถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้เจอกับพี่ชายของโซ่มานานแล้ว



            “เออ…จะพี่พลหรือพี่ทศก็พี่เขยกูทั้งนั้น”



            “พี่เขย?” เป็นอีกครั้งที่บุญล้อมต้องแปลกใจกับข้อมูลใหม่ที่พอร์ชให้



            “เออ! มึงจะตกใจอะไรนักหนาเนี่ยก็แค่พี่พลของพวกมึงกับพี่ทศพี่เขยกู
เป็นคนเดียวกัน บอกมาสักทีเถอะว่ามึงรู้จักไอ้นิ่งมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เรื่องราว
ชีวิตของมันมากแค่ไหน ช่วยเล่าให้กูฟังหน่อย…กูอยากเสือกจะแย่อยู่แล้วโว้ย”
ในที่สุดพอร์ชก็ตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด เพราะไม่สามารถอดทนอดกลั้น
กับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้



            “คุณควรจะฝึกความอดทนไว้บ้าง เพราะถ้าคุณยังใจร้อนเป็นไฟอย่างนี้
คุณจะอยู่กับคุณโซ่ไม่ได้ เพราะที่เห็นนิ่งๆแบบนั้นเขาไม่ใช่น้ำ แต่เป็นน้ำมันที่
พร้อมจะระเบิดตัวเองทิ้งทันทีเมื่อเจอกับความร้อนของไฟ” บุญล้อมพูดเตือน
ออกมาด้วยความหวังดี ก่อนที่จะวกกลับเข้าเรื่องที่พอร์ชถาม



            “ผมกับคุณโซ่เราเคยอยู่บ้านติดกัน เกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกัน
ปีเดียวกัน จะต่างก็แค่เวลาที่ต่างกันแค่สิบนาที คุณโซ่มีพี่ชายต่างพ่อหนึ่งคน
คือพี่พลที่อายุมากกว่าหลายปี และน้องสาวต่างพ่ออีกหนึ่งคน” บุญล้อมสังเกต
มองท่าทางของพอร์ชไปด้วยในขณะที่เล่า



            “…..”

            “พ่อของพี่พลแอบมาพาพี่เขาหนีออกจากบ้านของคุณแม่ไปเข้าโรงเรียน
เตรียมทหารตั้งแต่ผมกับคุณโซ่แค่สามขวบ แต่ทุกๆวันหยุดพี่พลจะแอบมาหาคุณโซ่
ที่บ้านตลอด อยู่ได้หลายวันหน่อยก็ตอนที่คุณโซ่อยู่คนเดียว แต่ถ้าวันไหนคุณแม่กลับ
มาบ้านก็ต้องรีบหนีไป เพราะไม่อยากมีปัญหา จนกระทั่งคุณตากับคุณยายไปรับคุณโซ่
มาอยู่ด้วยนั่นแหละ พี่เขาถึงได้หายไป เพราะติดต่อใครไม่ได้”



            “อ้าว…แล้วมึงล่ะ?” มาถึงตรงนี้พอร์ชเองก็สงสัย ในเมื่อบุญล้อมบอกว่าอยู่
บ้านติดกันกับโซ่ แล้วทำไมถึงไม่เจอกับทศพลอีก ไหนจะยังมาเป็นเด็กวัดอยู่ที่นี่อีก?



            “นั่นก็เพราะว่าผมตามหลวงพ่อมาอยู่ที่วัดก่อนที่คุณโซ่จะย้ายไปอยู่กับ
คุณตาคุณยายยังไงล่ะครับ” บุญล้อมเฉลย



            “แล้วแม่ของไอ้นิ่งล่ะวะ? เขาหายไปไหน” พอร์ชถามต่อ



            “เมื่อไหร่ที่คุณทำให้คุณโซ่ไว้ใจได้ เมื่อนั้นคุณจะได้รู้เองนั่นแหละครับ
…เอาเป็นว่าผมขอตัวกลับไปนอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปเดินตามหลวงพ่อ
บิณฑบาตแต่เช้า” เป็นอีกครั้งที่พอร์ชถูกคู่สนทนาทิ้งให้อยู่คนเดียว จะเรียกรั้งไว้
ก็ไม่ได้ เพราะกว่าจะรู้ตัวอีกทีบุญล้อมก็เดินหายไปไกลแล้ว

..

..

..

            “พอร์ช” เดินเข้าบ้านได้ไม่กี่ก้าวพอร์ชก็โดนพี่เขยอย่างทศพลเรียกไว้เสียก่อน



            “อ้าว…ว่าไงครับพี่” จากที่ตั้งใจว่ากลับมาแล้วจะตรงขึ้นห้อง พอร์ชก็ต้องหัน
เดินกลับไปตามเสียงเรียกของทศพลที่นั่งอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อแม่และพี่ชายของตัวเองแทน



            “พี่ขอเบอร์โซ่หน่อยสิ เมื่อกี้ลืม”



            “ไม่มีหรอกพี่ ไอ้นิ่งมันใช้โทรศัพท์กับใครเขาซะที่ไหน เห็นมีแต่ไอพอดเก่าๆ
ของมันน่ะแหละที่ติดตัวไม่ห่าง” พอร์ชบอกด้วยท่าทางเซ็งๆ เมื่อคิดถึงความโลเทคของ
โซ่ที่ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์จะให้โทรหาในยามที่คิดถึงหรืออยากคุยด้วย…นึกแล้วก็หงุดหงิด



            “อ้าวหรอ โซ่ยังใช้ไอพอดที่พี่ซื้อให้อยู่อีกหรอเนี่ย” ถึงจะแปลกใจนิดหน่อย
แต่ทศพลก็ดีใจที่น้องชายยังรักษาสิ่งของที่ตนให้เป็นอย่างดี แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วหลายปีก็ตาม



            “พี่ซื้อให้มัน?”



            “อืม…ของขวัญวันเกิดครบรอบสิบขวบน่ะ ทำไมหรอ?” ทศพลถาม



            “ก็ไม่ทำไมหรอกพี่ ผมแค่อยากรู้ว่าเพลงกล่อมเด็กที่อยู่ในเครื่องพี่เป็นคน
จัดการรึเปล่า หรือว่ามันหามาใส่เอง” พอร์ชถามกลับ เพราะนี่ก็เป็นอีกเรื่องของโซ่ที่พอร์ชอยากจะรู้



            “เฮ้ยไม่ใช่! เพลงที่พี่ลงให้โซ่ในไอพอดก็มีแต่เพลงสากลกับเพลงวัยรุ่นฮิตๆทั้งนั้น”
ทศพลรีบบอกปฏิเสธ เพราะจำได้ว่าตอนเช็คเครื่องทีแรกที่รับจากร้านก็ได้เพลงตามที่สั่งไว้



            “แล้วเพลงกล่อมเด็กมันมาจากไหนวะ” สุดท้ายแล้วพอร์ชก็ต้องพึมพำถามตัวเอง
เมื่อไม่ได้ความกระจ่างจากพี่เขยอย่างทศพล



            “ถ้านายจริงจังและจริงใจกับโซ่พอ ไม่ว่าจะสงสัยหรืออยากรู้เรื่องอะไรก็ไม่ต้อง
ไปตามหาหรอกพอร์ช เพราะความจริงแล้วก็มีแค่โซ่คนเดียวเท่านั้นที่เป็นคำตอบของคำถาม”



            “ผมแค่อยากจะเข้าใจมันให้มากกว่านี้”



            “เรื่องแบบนี้มันไม่มีวิธีคิดตายตัวแบบสูตรคณิตหรอกนะพอร์ช แล้วถ้านายอ
ยากจะรู้จักโซ่ นายก็ต้องเรียนรู้ตัวตนของโซ่ ไม่ใช่ไปถามเอาจากคนอื่นแบบนี้ และ
ถ้าอยากจะได้ใจนายก็ต้องใช้ความจริงใจเข้าแลก ไม่ใช่ความอยากรู้อยากเห็น หรือ
แค่นึกสนุก เพราะสุดท้ายแล้วคนทำลายอาจจะเจ็บหนักกว่าคนโดนทำร้ายก็เป็นได้”
นั่นคือประโยคสุดท้ายที่พอร์ชจำได้ เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย
ต่อให้พี่ชายหรือแม่จะตะโกนร้องเรียกสักแค่ไหน เขาก็หันหลังให้ทุกคน แล้วเดิน
ลอยละล่องขึ้นห้องมาแบบเบลอๆ เพราะรู้สึกจุกกับคำเตือนของทศพลที่มันพุ่งเข้า
มาปักลงกลางใจ จนต้องย้อนกลับมามองตัวเองว่าแท้จริงแล้ว เขาต้องการอะไร
จากโซ่กันแน่ นอกจากความอยากรู้ อยากลอง อยากเอาชนะ ในตอนแรก

..

..

..

            “ให้หกวันที่เหลือนี้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วกันนะมึง” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์
ขึ้นมากดดูรูปของโซ่ที่ตนแอบถ่ายไว้ จ้องมองอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะ...Post Facebook







            ลงได้ไม่กี่นาทีเพื่อนๆใน Facebook ที่ยังไม่นอนก็รีบเข้ามากด
Like กด Share กันรัวๆ และแน่นอนว่าคนที่ใจกล้าหน้าด้านเข้ามา Comment
เผือกในทันทีก็จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเสียจากเพื่อนรักเพื่อนซี้อย่างแวนและ
เป้ที่ดูเหมือนว่าจะเข้ามาก่อกวนเสียมากกว่า





            สุดท้ายแล้วพอร์ชก็ทนไม่ได้ต้องลากเพื่อนรักทั้งสองเข้าไปคุยในกลุ่ม
ลับที่มีสมาชิกเพียงแค่พวกเขาสามคน เพราะเรื่องบางเรื่องมันก็คุยกันต่อหน้า
สาธารณชนไม่ได้ อย่างเช่นเรื่องของโซ่ที่เป็นประเด็นหลักของการพูดคุยในวันนี้
ซึ่งกว่าที่สามเพื่อนซี้จะได้คำตอบของคำถามเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่เช้าวันใหม่แล้ว
 นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สามทรราชแห่งช่างยนต์ไปวิทยาลัยสาย โดยเฉพาะกับ
พอร์ชที่บอกกับโซ่ไว้ว่าจะขับรถไปรับไปวิทยาลัยพร้อมกัน หลังจากที่ทั้งสองนั้น
หลุดพ้นทัณฑ์บนของตัวเองในวันเดียวกัน





                                 TBC.
ความจริงแล้ว ในต้นฉบับมันมีมากกว่านี้ แต่คนเขียนลงรูปในเล้าเป็ดไม่เป็น
#ขอโทษในความไม่สะดวกนี้ด้วยนะคะ

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9970
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-77

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-9
โซ่คงมีเรื่องบางเรื่องที่เจ็บปวดมากสินะ



ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-25

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
ปัญหาที่เกิดขึ้นคงเกิดจากพ่อแม่ของโซ่แน่ๆ เลย  :hao3:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-18

ออฟไลน์ net. net_n2537

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
นี่หรือคือพี่พล คนที่โซ่ฝังใจ  :mew6:

ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
พอร์ช ต้องใจแลกใจแล้วแหละ
โซ่ สู้ๆนะ

ออฟไลน์ เขียนสือ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
    • เขียน'สือ


เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{09}







          “กลางวันกูไปกินข้าวด้วยนะ” พอร์ชคว้าแขนของโซ่ไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินหนีไป



            “เรื่องของมึง” โซ่พูดบอกแต่เพียงเท่านั้นก่อนที่จะเดินตรงไปยังตึกเรียนของตนเอง
 ส่วนพอร์ชก็เดินแยกไปอีกทาง เพราะมีเรียนในแผนกและตอนนี้เขาก็สายมากแล้ว



            “แฮ่กๆ” ทั้งที่พยายามจะเร่งฝีเท้าแล้ว แต่พอร์ชก็มาไม่ทันเข้าแถวเช็คชื่อเข้าแผนกอยู่ดี
 เพราะอาจารย์ประจำวิชากำลังปล่อยเพื่อนเข้าห้องพอดี



            “ว่าไงพีรพัฒน์กลับมาวันแรกก็สายเลยรึไง” อาจารย์ที่หันมาเห็นพอร์ชพอดีก็เอ่ยทักขึ้น
ด้วยรอยยิ้มที่เด็กช่างยนต์ทั้งแผนกลงความเห็นเดียวกันว่า…สยองฉิบหาย เพราะอาจารย์คนนี้ไม่
ลงโทษเด็กด้วยการตีหรือใช้งานหนักเหมือนกับหัวหน้าแผนก แต่ชอบลงโทษเบาๆ
แต่เป็นวิธีที่โคตรจะอับอาย



            “ผมตื่นสาย” พอร์ชยกมือขึ้นไหว้ขอโทษพร้อมๆกับที่แวนเอ่ยแซวเสียงดังขึ้นมาว่า…



            “ไอ้พอร์ชมันกำลังอินเลิฟครับอาจารย์ ช่วงนี้มันเลยกินไม่ได้นอนไม่หลับ” พอแวนพูดจบ
เพื่อนๆก็พากันโซ่แซวอย่างสนุกสนาน เพราะเพื่อนๆในห้องต่างก็เห็น Post ของพอร์ชใน Facebook
 กันครบทุกคนแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีใครรู้ว่าคนในรูปนั้นเป็นใคร นอกเสียจากแวนกับเป้ที่ต่างก็ปิดปากเงียบ
แม้ว่าเพื่อนหลายคนจะพากันมาเค้นคอถามก็ตาม



            ‘สัส’ พอร์ชหันไปด่าแวนแบบไม่ออกเสียง แต่มีหรอที่แวนจะสะทกสะท้าน
เปล่าเลย เขายังคงยักคิ้วส่งกลับมาอย่างท้าทาย



            “ดี ถ้างั้นก็ไปโน่นเลย…แนะนำตัวเองเสร็จแล้วก็ตะโกนบอกรักแฟนให้เพื่อนฟังสักยี่สิบรอบซิ”
อาจารย์ประจำวิชาชี้ไปที่เนินดินเล็กๆข้างตึก แล้วบอกบทลงโทษของพอร์ชในวันนี้ให้เจ้าตัวได้รับรู้
ซึ่งพอร์ชเองก็เคยมายืนตะโกนอยู่ตรงจุดนี้หลายครั้งแล้วเพราะมาสาย แต่ครั้งก่อนๆนั้น มันแค่พูด
ชื่อตัวเองแล้วก็ต่อด้วยคำว่า ‘ผมจะไม่มาสายอีกแล้วครับ’ ก็เท่านั้น



            “โธ่…จารย์” พอรู้บทลงโทษของตัวเองแล้วพอร์ชแทบทรุด โดนลงโทษแบบปกติอ่ะ
บอกเลยว่าไม่อาย เพราะหน้าด้านพอ แต่พอมีเรื่องโซ่มาเกี่ยวแล้วเขารู้สึกลำบากใจ เพราะอะไรๆ
มันยังไม่ลงตัว เลยกลัวว่าจะมีปัญหา ถ้าเกิดว่าเผลอทำอะไรที่โซ่ไม่ชอบใจออกไป



            “สู้ๆมึง!” แวนชูสองนิ้วเหมือนให้กำลังใจ แต่เปล่าเลย เพราะไอ้เพื่อนเวรมันกำลังล้อ
เลียนเขาอยู่ แต่ที่หนักไปกว่านั้นคือ…ช่างยนต์มุงนี้มาจากไหนครับ?



            “ผมจะเข้าไปในห้องนะ ตะโกนดังๆให้ผมได้ยินด้วยล่ะ ถ้าไม่อยากมีแถม อ่อ…แล้ว
แฟนอยู่แผนกไหนก็อย่าลืมหันหน้าไปทางนั้นด้วยนะ…เผื่อเขาจะได้ยิน” สั่งเสร็จอาจารย์
สุดแสบก็เดินผิวปากเข้าตึกไปอย่างสบายใจ



            “เพราะมึงเลยแม่ง!” พอร์ชขว้างกระเป๋าสะพายของตัวเองส่งไปให้แวนกับเป้ที่จอง
พื้นที่ด้านหน้าสุด นั่งรอชมความอับอายของอย่างสบายใจ ประหนึ่งว่ามีคนมาปูเสื่อให้ ทั้งที่
จริงแล้วที่ตรงนั้นมันเป็นพื้นซีเมนต์ธรรมดาๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง



            “เอาน่ามึง…อย่าลืมหันไปทางโน้นด้วยนะ เผื่อ ‘มัน’ จะได้ยิน” คราวนี้ไม่ใช่แวน
แต่กลับเป็นเป้ที่เอ่ยแซวออกมา และชี้นิ้วไปยังตึกหลังสุดของวิทยาลัยที่เป็นตำแหน่งที่ตั้ง
ของแผนกช่างไฟที่โซ่สังกัดอยู่ ส่วนแผนกช่างยนต์ของพอร์ชนั้นคือตึกที่สองริมฝั่งขวามือ
ตรงข้ามกับโรงจอดรถ และอยู่ไม่ไกลจากประตูรั้วของวิทยาลัยนัก ต่างจากของโซ่ที่อยู่ลึก
เข้าไป แถมยังเป็นแค่ตึกสี่ชั้นธรรมดาๆ เหมือนกับตึกสามัญ ไม่มีอู่หรือโรงงานเหมือนกับแผนกของพอร์ช



            “ผมชื่อพีรพัฒน์ โรจนจินดา ช่างยนต์ 1/1 รักไอ้นิ่งครับ!” พอร์ชสูดหายใจเข้าปอด
ป้องปาก ร้องตะโกนชื่อ แผนก ระดับชั้น ห้อง และตามด้วยคำบอกรักโซ่ซึ่งเป็นบทลงโทษ
ในครั้งนี้ออกมาเสียงดังฟังชัด ด้วยสีหน้าแดงก่ำเพราะเขินอาย ต่างจากเพื่อนๆ รุ่นพี่ในแผนก
และต่างแผนกที่มานั่งดูยืนดูพากันหัวเราะตัวงอ แล้วก็เป็นอย่างนั้นไปจนครบยี่สิบรอบ
 ครบตามคำสั่งของอาจารย์ พอร์ชกับเพื่อนๆถึงได้ฤกษ์เข้าเรียนวิชาแรกของวันตอนเกือบเก้าโมง



            “ไอ้พอร์ชมันเลิกกับน้องบี๋แล้วไปคบเด็กคอมฯหรอวะ?” เพื่อนในห้องสะกิดถามแวน
ระหว่างที่เดินไปโรงอาหาร หลังจากที่เสร็จสิ้นตารางเรียนในช่วงเช้า



            “มึงคิดงั้น?” แวนเลิกคิ้วถาม



            “ก็เมื่อเช้าตอนที่มันโดนลงโทษมันหันหน้าตะโกนไปทางนั้นนี่หว่า ไม่ได้ตะโกนไป
ทางฝั่งน้องบี๋บัญชีของมันสักหน่อย” เด็กหนุ่มพูดบอกพลางชี้ไปทางตึกคอมเก่าที่อยู่ด้านหลัง
โรงอาหาร หน้าตึกช่างไฟ แล้วก็ชี้ไปทางตึกบัญชีที่อยู่ทางฝั่งซ้ายสุด ซึ่งอยู่ตรงข้างกันกับ
แผนกช่างยนต์ของพอร์ช โดยมีสนามฟุตบอลและโรงอาหารกั้นกลางอยู่



            “โอ้ย…แม่นางเขางี่เง่าขนาดนั้น ไอ้พอร์ชมันอัญเชิญออกจากชีวิตไปตั้งแต่
สองวันแรกแล้วครับคุณมึง” แวนบอก เพราะแทบจะไม่มีเรื่องไหนของพอร์ชเลยที่ตน
กับเป้จะไม่รู้เรื่อง ในเมื่อเจ้าตัวมันเอามาปรึกษาและเล่าให้ฟังแทบจะทุกเรื่อง เหมือนกับ
เรื่องน้องบี๋คู่นอนคนล่าสุดของมันที่โคตรจะ ขี้วีน งี่เง่า และเอาแต่ใจ เรียกว่ารวมทุกนิสัย
ที่ไอ้พอร์ชเกลียดไว้ในตัวคนเดียวเลยก็ว่าได้ ดังนั้นแม่สาวเจ้าจึงโดนตัดหางปล่อยวัดเสีย
ตั้งแต่คุยกันได้สองวัน เรียกได้ว่า กลางวันคุย กลางคืนซั่ม เช้าบอกเลิกแบบนั้นก็ได้
เพราะมันเป็นเรื่องจริง



            “กูก็ว่างั้น เห็นตอนนั้นมาตามแวดๆใส่ไอ้พอร์ชอยู่สี่ห้าวันแล้วก็หายเงียบไปเลย”
เขาพยักหน้าเห็นด้วย เพราะก่อนหน้านี้หญิงสาวที่ชื่อบี๋มาตามวีนพอร์ชอยู่เป็นอาทิตย์ก่อน
ที่จะเงียบหายไป จนปัจจุบันนี้ก็ไม่มีใครเห็นแม่นางอีกเลย



            “มึงก็รู้ว่าเฮียดี้รักไอ้พอร์ชจะตาย” แวนบอก



            “มึงอย่าบอกนะว่า…”



            “เออ…ก็อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ ป่านนี้น้องบี๋คงเปรมไปแล้ว” คำยืนยันของแวน
ทำเอาเพื่อนอ้าปากค้าง



            “พี่ดี้แม่งโหดฉิบหาย…รักไอ้พอร์ชเกิ๊น~” เรื่องที่พอร์ชเป็นน้องรักของพี่ๆนั้นเป็น
ที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนเก่าของพอร์ช โดยเฉพาะกับว่าที่นักอย่างออดี้พี่ชายคนรองของพอร์ชที่
สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อพี่น้องของตนเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะผิดหรือจะถูกก็ตาม อย่างเช่นกับ
ที่ทำกับหญิงสาวคู่นอนของพอร์ช โดยที่พอร์ชไม่ได้รู้เรื่องเลยสักนิด เพียงแต่ว่าเจ้าตัวนั้น
บังเอิญไปบ่นกับพี่ชายคนโตอย่างโฟล์คฟัง แล้วโฟล์คก็โทรไปเล่าให้ออดี้ฟังอีกที หลังจาก
นั้นไม่กี่วันหญิงสาวคนดังกล่าวก็หายไปวงจรชีวิตของพอร์ช



            “มึงก็อย่าไปหลุดปากให้ไอ้พอร์ชมันรู้ก็แล้วกัน เดี๋ยวได้ไปตีกับเฮียดี้อีก” แวนเตือน



            “เออๆ กูรู้แล้วน่า ว่าแต่…ตกลงแล้วแฟนมันเด็กไหนวะ?” เขาพยักหน้ารับปาก
แล้ววกถามเข้าเรื่องเดิมที่อยากรู้



            “มึงก็แหกตาดูเอาสิ เพื่อนมึงเสนอหน้าไปหาเขาถึงที่ขนาดนั้น” แวนเพยิดหน้า
บุ้ยปากให้เพื่อนหันไปดูพอร์ชที่กำลังเดินตรงดิ่งไปหาโซ่ที่โต๊ะประจำของกลุ่มช่างไฟ



            “ไอ้โซ่…ช่างไฟ?” แม้ว่าภาพมันจะเฉลยคำตอบของคำถามอยู่แล้ว แต่เขาก็อยาก
จะได้คำยืนยันจากปากแวนอีกครั้ง ว่าเขาไม่ได้เข้าใจผิดไปเอง



            “มึงเห็นมันเต๊าะใครอยู่ก็คนนั้นนั่นแหละ” แวนบอก



            “นรกแตกแน่ มวยถูกคู่ซะด้วยไอ้พอร์ชเอ้ย ถ้าพวกแม่งได้กันจริงๆ คงบันเทิงฉิบหาย”
เขาอยากจะสบถออกมาดังๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะตรงนี้มีทั้งครูและนักเรียนอยู่เยอะเกินไป



            “จะบันเทิงเริงใจขนาดไหนก็ต้องรอดูต่อไป หึๆ” แวนพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนที่จะ
แยกย้ายกันไปตามที่ตามทางของตัวเอง



            “มีอะไรรึเปล่าครับคุณพอร์ช” บุญล้อมเอ่ยถามเป็นคนแรก เพราะโซ่มัวแต่ก้มหน้า
กินข้าวแบบที่ไม่ยอมสนใจพอร์ช ส่วนเพื่อนๆที่นั่งอยู่ด้วยกันก็เอาแต่ตั้งท่าเตรียมพร้อมลุย
เต็มที่ เพราะกลัวว่าพอร์ชจะมาหาเรื่องอย่างที่เคยต่อยตีกันประจำ



            “กูเอาสุกี้ทะเลพิเศษกับโค้กขวดนึงนะแวน…มึงขยับไปหน่อยดิมหา”  พูดสั่งพร้อม
กับส่งเงินพอดีค่าอาหารของตัวเองให้กับเพื่อนรัก ก่อนที่จะหันไปบอกกับบุญล้อมที่นั่งติด
กันกับโซ่อีกฝั่งให้ขยับออกไปหน่อย ตัวเองจะได้นั่งข้างๆโซ่ได้ เพราะโซ่นั่งอยู่มุมโต๊ะพอดี



            “นิ่งครับ…ขยับหน่อยสิครับ ขอนั่งด้วยคน”  พอเห็นว่าบุญล้อมขยับให้ตามคำขอแล้ว
พอร์ชก็หันมาอ้อน(?)โซ่แทน ซึ่งเป็นอะไรที่ทำให้เพื่อนๆช่างไฟของโซ่สยอง ถึงกับต้องรีบพา
กันลุกหนีออกไปจากโต๊ะทันที



            “ไม่” คำปฏิเสธที่ไรเยื่อใยของโซ่ทำเอาพอร์ชถึงกลับเซ็ง แต่ก็ยอมไปนั่งฝั่งตรงข้าม
ของโซ่ที่เพิ่งจะว่างเพราะเจ้าของเดิมลุกหนีไปแทน



            “บ่ายนี้เขาเรียกรวมสีพวกมึงรู้ยังวะมหา” พอร์ชปล่อยให้โซ่ได้ทานมื้อกลางวันอย่าง
สบายใจไปก่อนที่เจ้าตัวจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้ (สังเกตจากสีหน้าที่เริ่มตึงๆเพราะคำถามของพอร์ช)
แล้วหันไปคุยเรื่องกีฬาสีกับบุญล้อมแทน



            “สีผมนัดที่ลานกิจกรรม แล้วของคุณพอร์ชล่ะครับ?” บุญล้อมถาม



            “ที่เดียวกัน” พอร์ชบอก



            หลังจากกินข้าวเสร็จทั้งสองกลุ่ม(?)ห้าคน(?)ก็พากันเดินลัดสนามบอล
ไปยังลานกิจกรรมเพื่อรอหัวหน้าสีของตัวเองเรียกรวม ซึ่งสำหรับแผนกช่างแล้วก็
ตามแถบสีที่ติดอยู่บนอกเสื้อช็อปนั่นแหละ จะมีก็แต่ฝั่งพาณิชยกรรมนั่นแหละที่
ต้องมาดูตามสีเสื้อพละที่ได้อีกที แล้วก็บังเอิญที่สีชมพูกับสีฟ้าได้นั่งรวมข้างกัน
ทั้งห้าคนก็เลยไม่ได้แยกกันไปไหน แต่นั่งรวมกองกันอยู่ด้านหลังสุดที่
เป็นรอยต่อของทั้งสองแผนกนั่นแหละ



            “ขอตัวแทนมวยสากลด้วยครับน้อง/ ขอตัวแทนมวยสากลด้วยค้า~” หัวหน้า
สีฟ้ากับหัวหน้าสีชมพูพูดบอกออกมาพร้อมกัน หลังจากที่รับสมัครตัวแทนนักกีฬาใน
แต่ละประเภทครบหมดแล้ว เหลือมวยสากลเป็นอย่างสุดท้าย เพราะเป็นกีฬาที่มีคนดูเยอะ
 แต่คนสมัครน้อย ซึ่งคนชนะจะเสมอตัว ไม่โดนชม ไม่โดนด่า แต่ถ้าแพ้ก็เตรียมตัวอับอาย
ไปจนสิ้นสุดปีการศึกษานั่นแหละ เพราะจะต้องมีพวกปากมากไม่สร้างสรรค์หาเรื่องเกทับอยู่ตลอดเวลา



            “ไอ้โซ่ลุกมา” ประธานสีที่เป็นนักเรียนในค่ายมวยของตาโซ่เอ่ยเรียกเสียงดัง
ทำเอาสมาชิกช่างยนต์และช่างไฟแตกฮือเพราะเป็นที่รู้กันดีของทั้งสองกลุ่มว่าโซ่เป็น
พวกไม่สุงสิงกับใคร เวลาเพื่อนมีเรื่องก็จะนั่งฟังเพลงรออยู่ที่รถเฉยๆ จนกว่าเพื่อนจะ
ตีกันเสร็จ ซึ่งก็น่าจะชกต่อกับใครเขาไม่เป็น แล้วทำไมถึงได้เลือกไอ้โซ่? เกลียดไอ้โซ่?
แค้นไอ้โซ่? ส่งไอ้โซ่ไปตาย? เอาแต่สงสัยและพูดกันไปต่างๆนาๆ ด้วยความไม่รู้



            “ผมลงมวยเองเจ้” พอร์ชยกมือขึ้นบอกกับประธานสีซึ่งเป็นสาวประเภทตัวแทน
จากแผนกเลขาฯของตัวเองทันทีที่โซ่เดินออกไปตามเสียงเรียกของประธานฝ่ายโน้น
นั่นทำให้มีประเด็นฮือฮามากขึ้นมา เพราะเมื่อไม่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วยังเห็นทั้งสองคนนั่ง
ร่วมโต๊ะกินข้าวด้วยกันอยู่เลย แถมยังดูสนิทกันอีก



            “บันเทิงพอไหมละครับเพื่อนมึง?” แวนหันไปถามกับเพื่อนคนคนเดิมที่คุยเรื่อง
พอร์ชกับโซ่ด้วยกัน ก่อนที่จะเข้าโรงอาหาร



            “กูนึกภาพไม่ออกเลยว่ะ” เขาทำหน้าสยอง ทำขนลุกขนพองตอบกลับแวนที่นั่ง
หัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ



            “น้องพอร์ชลงบอลแล้วไม่ใช่หรอจ้ะ?” ประธานสีของพอร์ชถาม เพราะก่อนหน้านี้
พอร์ชได้ลงสมัครเข้าทีมฟุตบอลไปแล้ว



            “ลงแล้วก็ลงอีกได้นี่เจ้ มวยกับบอลมันแข่งคนละเวลากัน” พอร์ชบอก



            “ไม่ได้ๆ น้องพอร์ชสุดหล่อก็รู้ว่าสีชมพูของเราคาดหวังกับแชมป์ฟุตบอลสาม
สมัยแค่ไหน เพราะฉะนั้นเจ้ให้นักฟุตบอลลงกีฬาอย่างอื่นซ้อนไม่ได้ โดยเฉพาะมวย
สากลที่อาจจะเจ็บหนักจนถึงขั้นแข่งอย่างอื่นต่อไม่ได้” คุณพี่ประธานสีเธอให้เหตุผล
เพราะนักกีฬามวยสากลของปีที่ผ่านๆมามักจะจบลงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกหามเข้าโรงพยาบาล



            “แต่…”



            “ผมลงมวยเองเจ้” ยังไม่ทันที่พอร์ชจะได้พูดต่อ ใครบางคนก็ลุกขึ้นมาแทรก
บทสนทนา ยกมือเสนอตัวเองลงแข่งมวยสากลตัดหน้าพอร์ช



            “ไอ้เหี้ยป้อง!” พอร์ชเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนร่วมแผนกเสียงแข็ง เพราะ ‘ป้อง’ หรือ
‘ปกป้อง’ เป็นผู้นำของห้องสอง ส่วนพอร์ชก็เป็นหัวโจกห้องหนึ่งที่เพื่อนๆพี่ในแผนกไว้ใจ
เหมือนกับที่เขาว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เพราะแม้ว่าพวกเขาจะไม่กระโจนต่อย
ตีกันทุกครั้งที่เจอหน้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาทั้งคู่จ้องหาจังหวะโจมตีกันอยู่ทุกครั้งไป



            “ได้จ้ะ…ถ้าเป็นน้องป้องเจ้โอเค” คุณเจ้ประธานตอบรับในทันที เพราะปกป้องยัง
ไม่ได้ลงสมัครเข้าร่วมกีฬาใดๆทั้งสิ้น จึงเหมาะมากที่จะให้ลงแข่งมวยสากล



            ปึก ปึก



            “ไม่ต้องห่วงนะ เด็กมึง…กูจะดูแลให้เป็นอย่างดี” หลังจากลงชื่อเสร็จ ปกป้อง
เดินตรงเข้ามาตบไหล่ กระซิบบอกข้างหูพอร์ชด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยั่วยวน
กวนประสาท  จนพอร์ชต้องกัดฟัน กำหมัดไว้แน่น เพราะไม่อาจที่จะลงมือได้นอนนี้
เนื่องจากว่ามีอาจารย์อยู่มากเกินไป แม้ว่าความจริงแล้วอยากจะยกแข้งขึ้นฟาดหน้าปกป้องมากก็ตามที



            “อย่าให้ถึงคราวกูก็แล้วกัน” พอร์ชพูดบ่นเสียงแข็ง เพราะรู้สึกหัวเสียที่ถูก
ปกป้องปาดหน้าลงชื่อเข้าแข่งมวยสากลแทนตัวเอง อีกทั้งยังพูดดักทางเหมือนกับ
ว่าเจ้าตัวนั้นรู้เรื่องระหว่างเขากับโซ่เป็นอย่างดี



            “คุณพอร์ชอยากต่อยกับคุณโซ่หรอครับ” บุญล้อมแกล้งถาม

            “ต่อยบ้านมึงสิ! กูแค่ไม่อยากให้เพื่อนมึงเจ็บตัวเปล่า ไอ้ป้องน่ะยูโดสายดำ
ลูกชายเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเลยนะเว้ยมหา…อย่าทำเป็นเล่นไป” พอร์ชบอก
ที่เขาจะลงสมัครชกมวยกับโซ่ก็เพราะว่าไม่อยากจะให้โซ่เจ็บตัวมากนัก เพราะรู้ดีว่า
เพื่อนๆพี่ๆในแผนกเขาหลายคนไม่ชอบขี้หน้าโซ่สักเท่าไหร่ เพราะความนิ่งและชอบ
สุงสิงกับใครของเจ้าตัว จึงถูกมองว่าหยิ่งไปโดยปริยาย เพราะก่อนหน้านี้
เขาเองก็มองว่าโซ่เป็นแบบนั้นเช่นกัน



            “คุณพอร์ชลืมไปแล้วหรอครับว่าคุณโซ่น่ะก็ทายาทแชมป์โลกมวยไทยนะครับ”
บุญล้อมกระซิบบอกข้างหูพอร์ชเพราะเบาๆ เพราะนอกจากพวกเขาแล้ว ยังไม่มีใครรู้เรื่อง
ที่โซ่เป็นหลานค่ายมวยดังประจำจังหวัด



            “เออว่ะ แต่กูก็ไม่อยากให้มันเจ็บตัวอยู่ดีว่ะมหา” พอร์ชบอกอย่างเป็นกังวล
เพราะยังไม่รู้ระดับฝีมือการต่อยมวยที่แท้จริงของโซ่ พอร์ชจึงไม่วางใจนัก



            “เอางี้นะครับ…คืนนี้สี่ทุ่มตรงมาเจอกันที่หน้าปากซอยบ้านคุณโซ่ แล้วผมจะ
พาคุณไปเปิดหูเปิดตา จะได้เลิกห่วงคุณโซ่แล้วหันมาห่วงชีวิตตัวเองแทนสักที”
บุญล้อมหันซ้ายแลขวามองดูให้แน่ใจก่อนว่าโซ่ยังไม่ได้เดินกลับมานั่งที่ ยื่นหน้าเข้า
ไปกระซิบนัดแนะเวลาและสถานที่กับพอร์ชเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน



            “ตกลง”







TBC.

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +411/-25

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5135
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +159/-4
 :m7: ขอตามไปแอบดูหลานโซ่ด้วยคนนะ  :m22:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ day9day

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2268
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-9
ไม่มีอะไรจะเม้น
นอกจากบอกว่าให้มาต่อเร็วๆนะ

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-9
ค้างอ่ะ มาต่อเร็วเข้า อิอิ

โซ่นี่เก่งอ่ะ

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-2

ออฟไลน์ yowyow

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4504
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +139/-7
ห่วงชีวิตตัวเองแทนดีกว่า 55555

บุญล้อมพูดถูกใจ

 :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
กว่าจะได้เป็นแฟนกันพอร์ชอาจจะช้ำในซะก่อน
 -

ออฟไลน์ net. net_n2537

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
จะรอดูคุณพอร์ชคนกลัวตีนเมีย?  :laugh:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +582/-10

ออฟไลน์ wichiwiwie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอตอนต่อไปเลยฮะ

ออฟไลน์ เขียนสือ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-1
    • เขียน'สือ


เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{10}







            “ทำไมไม่เข้าไปนั่งดูข้างในดีๆวะมหา…อยู่ตรงนี้ยุงกัดฉิบหาย” พอร์ชถามเสียงขุ่น
เพราะหงุดหงิดที่โดนยุงทั้งฝูงรุมกัดอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง หลังจากมาตามคำนัดของบุญล้อม
และบุญล้อมบอกให้เขาจอดรถไว้หน้าบ้านของคนรู้จักที่อยู่ถัดจากบ้านของโซ่ไปสามหลัง
แล้วค่อยพากันเดินย่องมาแอบดูโซ่ยืดเส้นยืนสายอยู่ทางด้านหลังบ้านซึ่งเต็มไปด้วยดงต้นกล้วยแทน
ก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องเป็นตรงนี้ ทั้งมืด ยุงก็ชุม แถมยังมองเห็นโซ่ไม่ชัดอีกต่างหาก แต่ก็ต้องทนอยู่
เพราะบุญล้อมบอกให้อดทนรอ แล้วจะได้เห็นอะไรดีๆ



            “ทนหน่อยสิครับ นั่นไง คุณโซ่ยืดกล้ามเนื้อเสร็จแล้ว…เดี๋ยวก็ถึงเวลา” บุญล้อมบอกพลาง
ชี้ชวนให้พอร์ชดู โซ่ที่กำลังเก็บอุปกรณ์ยืดกล้ามเนื้อของตัวเองเข้าตู้ แล้วหยิบของบางอย่างติดมือมาด้วย



            “มันทำอะไรของมันวะ?” พอร์ชขอสารภาพตามตรงเลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่ห่างจากเรื่องแม่
ไม้มวยอยู่มาก แม้ว่าจะมีเรื่องต่อยตีกับชาวบ้านบ่อยก็เถอะ เขาจึงไม่รู้ว่าสิ่งที่โซ่กำลังทำอยู่ตอนนี้คืออะไร
ทำไมต้องยกม้วนสายสิญจน์ขึ้นไหว้เหนือหัว



            “นั่นเรียกว่า ‘คาดเชือก’ครับ แล้วเชือกที่คุณโซ่ใช้คาดก็เป็นสายสิญจน์มัดตราสังศพของ
คุณตาทวดที่ผ่านพิธีกรรมและลงอักขระคาถามาเรียบร้อยแล้วครับ” มาถึงตรงนี้ ไม่ใช่แค่พอร์ชที่
รู้สึกเย็นวูบด้านหลัง แต่บุญล้อมผู้ให้ข้อมูลเองก็รู้สึกเหมือนกัน เขาจึงยกมือขึ้นไหว้เหนือหัวแล้วพูดต่อว่า…



            “ผมไม่ได้จะลบหลู่คุณตาทวดนะครับ ผมแค่อยากจะแบ่งปันเรื่องราวของคุณโซ่ให้คนที่
มารับหน้าที่ดูแลคุณโซ่ต่อจากผมได้รับรู้ไว้บ้าง…หวังว่าคุณตาทวดจะเข้าใจนะครับ” สิ้นสุดคำพูด
ของบุญล้อม กระแสลมแรงก็พัดผ่านตัวพวกเขาทั้งคู่ไปอีกวูบหนึ่ง ทำเอาพอร์ชถึงกับสะดุ้งสุดตัว
ยกมือขึ้นไหว้เหนือศีรษะเช่นเดียวกันกับที่บุญล้อมทำ เป็นการเคารพและขอขมาไปในตัวที่ต้องมา
รับฟังเรื่องราวของท่านผ่านจากปากของคนอื่นโดยที่ท่านไม่ได้อนุญาตแบบนี้



            “คุณตาทวด? ไม่ใช่คนเดียวกับที่อยู่ตอนนี้หรอวะ” แม้ว่าจะรู้สึกกลัวอยู่บ้าง แต่เพราะเป็น
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับโซ่ พอร์ชจึงอดไม่ได้ที่จะถามถึง



            “ไม่ใช่ครับ คุณตาเป็นลูกชายคนเดียวของคุณตาทวด แต่คนที่สอนมวยคุณโซ่คือคุณตาทวด
ไม่ใช่คุณตาครับ เพราะหลังจากที่ไปรับคุณโซ่มาจากบ้านคุณแม่ คุณตาก็ต้องกลับไปเป็นครูมวย
ที่กรุงเทพฯ ปล่อยให้คุณโซ่อยู่กับคุณตาทวดสองคน ซึ่งตอนนั้นคุณตาทวดก็ยังแข็งแรงดี
ไม่ได้เจ็บป่วยหรือมีโรคประจำตัวอะไร จึงดูแลคุณโซ่และผมได้อย่างสบายๆ” เล่ามาถึงตรงนี้แล้ว
บุญล้อมก็จำเป็นต้องหยุดเมื่อพอร์ชเอ่ยถามขึ้นมา



            “มันกำลังเดินมาทางนี้หรอวะ?” พอร์ชถามเสียงตื่น เพราะตกใจที่เห็นโซ่กำลังเดินตรง
มาตรงทิศทางเดียวกับที่ตนกับบุญล้อมยืนอยู่



            “ไม่ต้องตื่นเต้นหรอกครับ ถ้าคุณพอร์ชไม่เสียงดัง คุณโซ่ก็จะไม่มีทางเห็นเรา
เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะมาตรงนี้” บุญล้อมพูดพลางยักคิ้วส่งไปข้างหน้าให้พอร์ชมองดูโซ่ที่
ยกมือที่คาดเต็มไปด้วยสายสิญจน์ทั้งสองข้างขึ้นพนมยกมือขอขมาต้นกล้วยที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง



            “อย่าบอกนะว่ามันจะซ้อมกับต้นกล้วย?” พอร์ชถาม



            “นักมวยในค่ายนี้ไม่ค่อยมีใครอยากซ้อมกับคุณโซ่หรอกครับ ถ้าคุณตาไม่ขอร้องแกมบังคับ” บุญล้อมบอก



            “ทำไมวะ”  พอร์ชถามต่อในขณะที่โซ่เล่มลงแข้งเตะต้นกล้วยเป็นจังหวะเบาๆ



            ตุบ ตุบ ตุบ



            “เพราะมวยที่คุณใช้คือคาดเชือกโบราณที่ดูทั่วไปเขามองว่าช้าและสู้มวยไทยใส่
นวมสมัยใหม่ที่ว่องไวไม่ได้ แต่สำหรับนักมวยด้วยกันแล้ว มวยไทยโบราณถือว่าเป็นการต่อสู้
ที่น่ากลัวที่สุด เพราะครบเครื่องไปด้วยหมัด เท้า เข่า ศอก รวมถึงการทุ่ม การทับ และจับหักล็อคได้
ที่สำคัญเลยคือวิชาคาดเชือกโบราณสามารถโจมตีจุดอันตราย จนถึงตายได้ ถ้าหากคู่ต่อสู้ประมาท
เหมือนอย่างที่เคยมีในบันทึกประวัติศาสตร์มวยไทยยังไงล่ะครับ” บุญล้อมเล่าให้พอร์ชฟังเหมือน
อย่างที่เคยฟังคุณตาทวดของโซ่ท่านสอนสั่นให้เข้าใจทั้งศาสตร์และศิลป์ในวิชาคาดเชือกโบราณ
ที่นับวันก็จางหายไปตามเวลา และอาจจะเหลือเพียงแค่เชื่อก็ได้ ถ้าหากวันข้างหน้า ไม่มีใครเห็นคุณค่า
รากเหง้าของมวยไทย และคิดแต่ฝึกเพื่อที่จะเอาชนะเหมือนอย่างที่มีให้เห็นกันในทุกวันนี้



            “ไม่จริงน่า” พอร์ชพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหู มันก็จริงที่แม่ไม้มวยไทยเป็นกีฬา
การต่อสู้ ที่มีโอกาสได้เห็นนักกีฬาถูกหามส่งโรงพยาบาลอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นตายคาเวที
อย่างที่บุญล้อมบอกหรอก



            ตุบ ตุบ ผัวะ! โครม!



            พูดไม่ทันขาดคำ พอร์ชก็ต้องตกใจ ตาโต อ้าปากค้าง เมื่อต้นกล้วยลำแน่นหักเป็นสองท่อน
เพราะแรงเตะของโซ่



            “ฉิบหายแล้ว” พอร์ชครางออกมาเบาๆ ก็รู้หรอกว่าโซ่น่าจะพอชกต่อยเป็น จากประสบการณ์
นวดหน้าด้วยฝ่าเท้าที่โซ่บริการอยู่บ่อยๆในช่วงที่รู้จักกันแรกๆ แต่ก็ไม่คิดว่าไอ้ตัวโย่งๆขาวๆหุ่นปลิวลม
จะแรงเยอะขนาดที่ว่าเตะต้นกล้วยหักครึ่งได้ เพียงแค่ฟาดแข้งไปไม่กี่ทีแล้วอย่างนี้…ชีวิตของเขายัง
จะปลอดภัยอยู่ไหม?



            “โชคดีนะครับคุณพอร์ช” เหมือนจะให้กำลังใจ แต่เปล่าเลย! เพราะสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอย
ยิ้มสะใจแบบนั้นบอกได้เลยว่า…ไอ้มหามันกำลังเยาะเย้ยเขาอยู่!



            “โชคดีบ้านมึงเถอะไอ้หมา! ห่า…ถ้ากูทำให้มันไม่พอใจ ตัวกูขาดครึ่งเพราะจะโดนเตะตายไหมเนี่ย” พอร์ชบ่น



            “ไม่หรอกครับ คุณโซ่เขาใจดี มีเมตตาเป็นมิตรกับ ‘สัตว์’ น้อยใหญ่ แล้วเขาก็ถือคติที่ว่ามวยไม่ได้มีไว้ต่อยกับหมา”



            “สาบานสิว่ามึงไม่ได้หลอกด่ากูอยู่?” พอร์ชขมวดคิ้วถามเสียงขุ่น



            “ฮ่าๆ ไม่หรอกครับ ผมแค่ต้องการจะสื่อว่าคุณโซ่เขาเป็นคนดีเท่านั้นเอง” ความจริงแล้วก็ด่า
เจ้าตัวตรงๆนี่แหละ เพราะพอร์ชเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ใช้กำลังตัดสินปัญหา คิดว่าตัวเองเก่งเหนือผู้ใด
แต่ความจริงแล้วก็แค่เด็กไม่รู้จักโตคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอะไรที่ตัวเขากับโซ่ไม่ชอบเอามากๆเลย เพราะตั้ง
แต่เด็กจนโตก็โดนสอนฝังหัวมาตลอดว่าอย่าใช้วิชาความรู้ไปในทางที่ผิด เพราะวิชามวยไทยที่แท้จริง
มีไว้สืบสาน ป้องกันตัว และช่วยเหลือคนอ่อนแอที่โดนรังแก ไม่ได้มีไว้หาประโยชน์ส่วนตน เพื่อโค่นล้มส่วนรวม

..

..

..

            “มีปัญหากับกู?” โซ่เอ่ยถามเสียงเรียบ หลังจากที่อดทน นั่งเป็นเป้านิ่งให้พอร์ชสำรวจอยู่นานสองนาน
ตั้งแต่ที่เจ้าตัวไปรับเขามาจากบ้าน เพื่อไปวิทยาลัยด้วยกัน แต่พอร์ชดันลืมของ เลยต้องย้อนกลับมาที่บ้านของ
เจ้าตัวอีกรอบ แม่ของพอร์ชที่ลงมาเจอพอดีก็เลยชวนทั้งสองคนอยู่ทานข้าวเช้าด้วยกันเสียเลย เพราะเหลือ
เวลาอีกกว่าสองชั่วโมง จะถึงเวลาเข้าแถวหน้าเสาธง



            “เปล่า ก็ไม่ได้มีอะไร แค่วันนี้มึงดู…น่ารักดี” พอร์ชเกาจมูกแก้เก้อ เขาไม่ได้จะประจบ แต่พูดชมออก
มาจากใจจริง ก็ไม่รู้ทำไม แต่เขาจะรู้สึกหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นโซ่ใส่เสื้อช็อป ก็ยอมรับว่ามันดูดี คนอื่น
อาจจะมองว่าหล่อ แต่เขากลับมองว่ามันน่ารัก เสียนี่สิประเด็น สงสัยสายตาจะมีปัญหา หรือว่าเป็นเพราะ
เขาตกหลุมรัก หน้าแข้งแห่งรัก…หักต้นกล้วยเมื่อคืนก็ไม่รู้



            โซ่ไม่ได้พูดหรือโต้ตอบอะไรกลับไป เขายังคงตีหน้านิ่ง แต่ตาวาววับ ยกมือขึ้นทุบกำปั้นลง
ไปบนหน้าตักของโซ่สั้นๆ แต่หนักหน่วงเต็มแรง ทำให้ไม่มีคนเห็น แต่คนที่โดนหมัดนักมวยอย่าง
พอร์ชนั้นไม่อาจนิ่งเฉยได้



            “โอ้ย!” ร้องโอดโอย แล้วดีดตัวขึ้นมาจากเก้าอี้ด้วยความตกใจและลืมตัว ทำหน้าตักที่
เจ็บอยู่แล้วกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะทานข้าวที่ทำจากหินอ่อนแท้เนื้อหนาแข็งแรงให้เจ็บซ้ำเข้าไปอีก



            ตึง!



            “เป็นอะไรไปเจ้าพอร์ช ร้องอย่างกับโดนเชือด” แม่ของพอร์ชถาม



            “มดกัดครับ” ความจริงแล้วพรอ์ชไม่ได้สงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างนี้หรอก แต่เป็นเพราะ
ว่าไม่ทันได้ตั้งตัวบวกกับความเจ็บเจ้าตัวก็เลยตอบออกไปด้วยท่าทางสุภาพ จนพ่อแม่แปลกใจ
แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร เพราะมีโซ่นั่งอยู่ด้วย



            “เอาๆ ถ้าไม่มีอะไรก็ลงมือทานข้าวกันได้แล้ว เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย” แม่พอร์ชบอก
อย่างไม่ติดใจถามอะไรต่อ ชวนให้ลูกและสามีทานข้าวตามปกติ



            “บ้านอยู่แถวไหน…ลูกเต้าเหล่าใครล่ะเราน่ะ” พ่อของพอร์ชเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่
ทุกคนกำลังก้มหน้าก้มตาทานข้าวอยู่อย่างตั้งใจ ทำเอาพอร์ชรีบเงยหน้าขึ้นมาจ้องมอง
ส่งสายตาห้ามไม่ให้พ่อถามต่อ เพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้สนิทกับโซ่เท่าที่ควร และคิดว่าโซ่คง
จะไม่อยากพูดถึงเรื่องครอบครัวกับใครมากนัก จึงไม่อยากให้โซ่ลำบากใจ



            “อยู่ค่ายมวยพ่อสิงห์ครับ” โซ่ตอบอออกไปตามตรง



            “เป็นนักมวยรึ?” พ่อของพอร์ชถามต่อ



            “เปล่าครับ นั่นบ้านของผม” โซ่บอก



            “เราคงเป็นหลานครูสิงห์สินะ” พอมาถึงตรงนี้พ่อของพอร์ชก็รู้ซึ้งถึงสถานะของโซ่
เพราะในบ้านหลังนั้นถ้าไม่ใช่นักมวยในค่ายก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่หลานชายคนเดียวของเจ้าของบ้าน



            “ครับ”



            “เลิกถามเถอะป๋า กินๆ” เอ่ยปรามให้พ่อตัวเองเลิกถามซอกแซก แล้วยกแก้ว
นมสดของตัวเองส่งไปให้โซ่กินต่อ เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวทานข้าวหมดแล้ว คือมันอาจจะดูหน่อมแน้ม
ไปนิดที่เป็นผู้ชายเรียนช่างแมนๆแต่ต้องมานั่งจิบนมสดหลังอาหารยามเช้าทุกวันแบบนี้
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อแม่บอกว่าดี ทุกคนในบ้านก็ต้องทำตาม ไม่เว้นแม้แต่พ่อ
เพราะแม่คือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในบ้านหลังนี้



            “ดื่มนมให้หมดเดี๋ยวนี้เจ้าพอร์ชอย่ามาทำเนียนยกของตัวเองให้คนอื่นอย่างนั้นนะ…
เราก็ดื่มให้หมดด้วยนะน้องโซ่ ดื่มนมทุกวันร่างกายแข็งแรง” เธอว่าพลางยกแก้วนมของพอร์ช
ส่งคืนให้กับเจ้าตัว ก่อนที่จะหันไปบอกกับโซ่ด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากที่ใช้กับลูกชายอย่างสิ้นเชิง
ทำเอาพอร์ชถึงเบ้หน้าเบะปากให้กับความสองมาตรฐานของคนเป็นแม่ ที่ดูเหมือนว่าช่วงนี้
คุณเธอจะเอ็นดูโซ่เหลือเกิน แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่มีปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ในภายภาคหน้า



            “มึงไม่รำคาญใช่ไหม” พอร์ชเอ่ยถามระหว่างทางที่ขี่รถไปวิทยาลัย โดยมีโซ่ซ้อนอยู่ด้านหลัง
จะไม่เกาะเอวคนขี่อย่างพอร์ชก็ไม่ได้ในเมื่อ เบาะรถด้านหลังมันสูงและเทลงด้านหน้าทำให้ทั้งสองตัว
แนบชิดติดกันไปโดยปริยาย จากคนที่เคยขี่รถเร็วดั่งพายุลมกรด พอร์ชก็เปลี่ยนมาขี่ช้าเหมือนเต่าคลาน
เพราะอยากจะใช้เวลานี้กับโซ่ไปนานๆ ถึงแม้ว่าระยะทางจากบ้านไปวิทยาลัยมันจะไม่ไกลเท่าไหร่ก็เถอะ!



            “เรื่อง?” ไม่รู้ว่าโซ่คิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนว่าพอร์ชจะบิดคันเร่งเร็วขึ้นระหว่างที่ตั้งคำถาม
โซ่จึงต้องยื่นหน้าเอนตัวเข้าไปใกล้เจ้าตัวอีกนิด



            “ก็เรื่องที่แม่กับป๋ากูเขาถามซอกแซกเรื่องของมึงไง” พอร์ชหันมาพูดบอกข้างเดียวกันกับที่โซ่
ยื่นหน้าเข้าไป ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่แนบชิดสัมผัสกัน แต่ก็เพียงแค่พริบตาเดียว แล้วก็โซ่ก็รีบถอยหน้า
หนีด้วยความตกใจ ต่างจากพอร์ชที่เคลิ้มจนเกือบจะบิดรถลงข้างทางเสียแล้ว แต่ดีที่ตั้งสติและหันรถ
กลับมาได้ก่อน ก็นะ…คนมันฟิน ต่อให้ขี่จานบินก็ฟินได้



            “ไม่อ่ะ มีคนคุยด้วยยังดีกว่าไม่มีใครสนใจเลย” โซ่ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งปกติ แต่พอร์ชฟัง
ดูแล้วรู้สึกไม่ดีเลย เพราะถึงแม้ว่าเสียงของโซ่จะไม่สั่นเครือ ไม่แสดงถึงความน้อยใจ แต่ฟังดูแล้วมันช่างดูหดหู่ชอบกล



            “ดีแล้ว…เพราะต่อจากนี้ไปกูจะตามติดมึงยิ่งกว่าวิญญาณอาฆาตอีกนะโว้ย จะบอกให้” พอร์ชแกล้ง
โวยวายเสียงดังสร้างสถานการณ์ หวังว่าจะให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้นเหมือนเดิม



            “คือ?” โซ่เองก็เหมือนว่าจะคุ้นเคยในการพูดคุยเรื่องไร้สาระกับพอร์ชบ้างแล้ว ถึงได้โต้ตอบกลับมาอยู่ต่อเนื่อง
ไม่ปล่อยให่พอร์ชพูดคนเดียวเหมือนคนบ้าอย่างก่อนหน้า



            “ก็แบบ…ประมาณว่ากูจะอยู่ข้างๆ มึงไปจนวันตายอะไรอย่างนี้ไง…อย่าให้กูพูดเยอะได้ไหมวะ!
 ถึงกูจะหน้าด้านแต่ก็ก็เขินเป็นนะโว้ย!~” สุดท้ายแล้วพอร์ชก็ต้องร้องตะโกนออกมาเสียงดังด้วยความเขินอาย
ทำเอาเพื่อนร่วมถนนที่ขี่รถสวนไปมาในช่วงนั้นหันมามองกันเป็นแถว เพราะนอกจากเจ้าตัวจะเสียงดังแล้ว
ใบหน้ายังซับสีเลือดไปจนลำคอ เพราะวันนี้ทั้งพอร์ชและโซ่ไม่มีใครใส่หมวกกันน็อคกันมาสักคน



            พอเห็นพอร์ชเป็นแบบนั้นแล้วโซ่ก็ไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่ทิ้งศีรษะซบลงบน
แผ่นหลังของพอร์ชแผ่วเบา แต่ช่างชัดเจนเสียจริงในความรู้สึกของพอร์ช เขารู้สึกดีจนแทบอยากจะจอดรถ
แล้วจับโซ่ลงมาฟัดซะเดี๋ยวนี้เลย  ฮึ่ม…หมั่นเขี้ยวฉิบหายเลยโว้ย!







TBC.

ออฟไลน์ ่jum

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4124
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-2

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด