The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 52 [ 22:41 น. - อา. 14 มิ.ย 63 หน้า 76 ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 52 [ 22:41 น. - อา. 14 มิ.ย 63 หน้า 76 ]  (อ่าน 306405 ครั้ง)

ออฟไลน์ ขนมโก๋

  • เป็ดหัวเน่า
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0

ออฟไลน์ KaniSui

  • ♪(*^ ・^)ノ⌒☆
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-0
ดีใจที่ที่รักกลับมาาาาา อยากมีฟีลลิ่งเข้ามาเม้นนิยายตอนต่อตอนเหมือนแต่ก่อนอยู่เหมือนกัน

ในส่วนของนิยายนั้น.. ทำไมรู้สึกได้ว่าคุณไฟจะได้ผัว เราไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย? 55555
และเดาว่า สมุทร สุดสาครคนนั้นอาจได้เป็นผัว? ....จะใช่หรือไม่ ลุ้นนนนนนนน
แต่แอบตกใจ นึกว่าจะเล่นเพื่อนซะแล้ว แต่คงไม่เล่น? ใช่มั้ย?

แค่ตอนแรกก็ตัวละครเยอะขนาดนี้แล้ว แล้วมาซะรู้เรื่องตื้นลึกหนาบางเลย ตื่นเต้น
พอที่รักบอกว่ามีคู่หลัก2คู่ นี่แบบ.. เฮ้ยยยยย ทำไมรู้สึกว่าน่าจะมากกว่า2 555555555
ที่แน่ๆ ไฟเนี่ยแหละ1ละ แล้วนี่เดาว่าอีกคู่เป็นน้องพายุ ไม่ก็โปรด แต่พี่ธานก็ดูดี งุ้ยยยยย ยังไง

ภาษาดีนะ สไตล์เบบี้ ไม่ได้โหดร้ายพ่องมรึงตายอะไรขนาดนั้นนี่ 555555
บรรยายเยอะดี คนป่วยมึนเลยเนี่ย แต่คิดว่าควรรู้ไว้เยอะๆ กร๊ากกก
แล้วแบบ รู้สึกว่ามาแบบนี้ อนาคตแม่งต้องมีอะไรแน่ๆงี้


พอละแล้วดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าเยอะ (ไม่ทันละ) 55555
รักค่ะ

ออฟไลน์ gupalz

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +604/-20
ดีใจเบบี้กลับมาแล้ว
รออ่านตอนต่อไปจ้า

ออฟไลน์ poompoo

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 153
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-0
ดีใจจัง เบบี้มาลงนิยายในเล้าแล้วววว  :impress3:

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15
ดีใจที่ที่รักกลับมาาาาา อยากมีฟีลลิ่งเข้ามาเม้นนิยายตอนต่อตอนเหมือนแต่ก่อนอยู่เหมือนกัน

ในส่วนของนิยายนั้น.. ทำไมรู้สึกได้ว่าคุณไฟจะได้ผัว เราไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย? 55555
และเดาว่า สมุทร สุดสาครคนนั้นอาจได้เป็นผัว? ....จะใช่หรือไม่ ลุ้นนนนนนนน
แต่แอบตกใจ นึกว่าจะเล่นเพื่อนซะแล้ว แต่คงไม่เล่น? ใช่มั้ย?

แค่ตอนแรกก็ตัวละครเยอะขนาดนี้แล้ว แล้วมาซะรู้เรื่องตื้นลึกหนาบางเลย ตื่นเต้น
พอที่รักบอกว่ามีคู่หลัก2คู่ นี่แบบ.. เฮ้ยยยยย ทำไมรู้สึกว่าน่าจะมากกว่า2 555555555
ที่แน่ๆ ไฟเนี่ยแหละ1ละ แล้วนี่เดาว่าอีกคู่เป็นน้องพายุ ไม่ก็โปรด แต่พี่ธานก็ดูดี งุ้ยยยยย ยังไง

ภาษาดีนะ สไตล์เบบี้ ไม่ได้โหดร้ายพ่องมรึงตายอะไรขนาดนั้นนี่ 555555
บรรยายเยอะดี คนป่วยมึนเลยเนี่ย แต่คิดว่าควรรู้ไว้เยอะๆ กร๊ากกก
แล้วแบบ รู้สึกว่ามาแบบนี้ อนาคตแม่งต้องมีอะไรแน่ๆงี้


พอละแล้วดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าเยอะ (ไม่ทันละ) 55555
รักค่ะ

เธอจะรู้เยอะไปละ กินเพดดิกรีเป็นอาหารเหรอ 5555555555++  :mew5:

ออฟไลน์ Tatangth

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 515
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ Pam_ban

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
มาแล้ว นั่งรอ นอนรอมาแรมปี แล้วในที่สุดก็ได้เจอ กับ  :mc4:  ไฟขา!!  มาเฟียสายดีหรือเปล่าเนี่ย  ชีวิตชาติตระกูลดูยิ่งใหญ่เวอร์วังอลังการมาก ยังคงรักในความเป็นตัวเอกยอดนักมวยอยู่นะคะคนเขียน  :laugh: รอเจอผู้จะมาทำให้ไฟร้อนขึ้นอยู่นะคะ 


ป.ล.แต่ก็อยากรู้ว่า เพื่อนโปรดของพี่ไฟจะชอบหนุ่มแมนคนไหน  :oo1: น่าติดตาม


รอตอนต่อไปค่ะ


 :katai3:

ออฟไลน์ จุ๊บจิ๊บจ๊ะจ๋า

  • I LOVE MY SMILE
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-4
 :pighaun: :haun4: :pighaun: :haun4: บี้ กูอยากใช้อีโมนี้ๆๆๆๆไ จัดให้กูหน่อยนะเรื่องนี้ กูฝันเอาไว้เยอะ เอิ๊กกกกกก

ออฟไลน์ waan_warunee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
เจ้นึกว่าตาฝาด...เบบี้กลับมาแล้วววววววววววววววว :)

ออฟไลน์ tutu

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +131/-2
ในที่สุด...เรื่องใหม่ก็มา  :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ CarToonMiZa

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6756
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +820/-41
เรื่องใหม่มาแล้ว
สมกับที่รอคอย
+1 จ้า

ออฟไลน์ jaymaza

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ดีใจที่เบบี้กลับมาเขียนลงเล้าอีกกก

เวลคัมแบคคคค ~

>.<

ออฟไลน์ krit24

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 811
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +67/-3
รอเรื่องใหม่มานานแล้วค่า. ตกใจจริงๆที่เห็นนิยายเรื่องใหม่ จะรอตามนะคะ

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

ตอนที่ 2
..ไฟ..




"เฮียยุ! ขอโทษค้าบ..ม่าย!!" ผมสะดุ้งตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงของไอ้ดินโวยวายดังลั่นบ้านมาจากทางด้านนอก  ขนาดห้องนอนผมอยู่ในสุดยังได้ยินเกือบชัดเจน  ไอ้นี่มันชอบโวยวายเสียงดังจริง ๆ

"เฮ้อ" ผมถอนหายใจแรง  เรียกว่าตื่นเต็มตาเลยทีเดียว  เหลือมองไปที่นาฬิกาตรงหัวเตียง  บอกเวลาแปดโมงเช้าพอดีเป๊ะ  วันนี้ถือว่าผมตื่นค่อนข้างสาย  เนื่องจากเมื่อคืนกลับบ้านค่อนข้างดึกเพราะมีสังสรรค์กับเพื่อนเก่าที่มหาวิทยาลัย  แถมกว่าจะหลุดออกมาจากผู้หญิงคนหนึ่งได้ก็ยากเย็น  กลับถึงบ้านประมาณเกือบตีสามเห็นจะได้  ผมลุกขึ้นนั่งสักครู่หนึ่งเพื่อเรียกสติตัวเองก่อนลุกเดินออกไปข้างนอก  พอเดินตรงไปที่ระเบียงกลางบ้านก็เห็นไอ้ดินกำลังถูกพายุล็อกคอลากเข้าไปที่ห้องนั่งเล่นแล้ว

"หึ.." ผมหัวเราะเบา ๆ สงสัยว่าไอ้ดินคงแอบไปขโมยของของพายุเอาไปใช้โดยพละการอีกแน่ ๆ เป็นแบบนี้ทุกทีไป  บางทีผมก็สงสัยว่าไอ้ดินอาจจะชอบความเจ็บปวดที่ได้รับจากพายุก็ได้  ผมเดินลงบันไดมา  พี่ธานเดินเข้ามาพอดี  อีกฝ่ายผงกหัวเป็นการทักทายผมเล็กน้อย

"จะรับอะไรดีครับคุณไฟ คุณพายุกับคุณดินกินเรียบร้อยแล้ว แต่ผมไม่ได้ให้แม่บ้านตั้งโต๊ะเผื่อ เห็นว่าเมื่อคืนคุณนอนดึก" พี่ธานพูด  พี่เขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าผมต้องการอะไรหรือไม่ต้องการอะไรแบบที่ผมแทบไม่ต้องสั่งเลยด้วยซ้ำ  รายละเอียดอะไรพวกนี้พี่เขาไม่จำเป็นต้องทำก็ได้เพราะเราก็มีแม่บ้านคอยจัดการทุกอย่างอยู่แต่พี่ธานกลับจำได้ทั้งหมด  เดาได้ถูกตลอดว่าเมื่อไหร่ที่ผมต้องการหรือไม่ต้องการอะไร

"โยเกิร์ต กีวี" ผมตอบเนือย ๆ ตอนนี้ไม่ได้นึกอยากกินอะไร  ซึ่งอาหารประจำในตอนเช้าของผมมักจะเป็นอาหารง่าย ๆ เข้าปากง่าย ๆ กินง่าย ๆ และที่สำคัญจะต้องไม่ใช่อาหารร้อนเพราะผม.."ไม่ชอบ" กินมันในตอนเช้า

"ได้ครับ" พี่ธานพยักหน้าตอบก่อนเดินตรงเข้าไปทางห้องครัวที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของตัวบ้าน  ผมเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่น  เห็นพายุกับไอ้ดินคุยญาติดีกันแล้ว

"ดีเฮีย" ไอ้ดินยิ้มกว้างทักด้วยท่าทางสบายใจ  ผมชะงักเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้

"วันนี้โรงเรียนเข้าสายรึไง" ผมถาม  ไอ้ดินหันไปมองนาฬิกาบนผนังห้องในทันที

"เฮ้ย! สาย!" ไอ้ดินอุทานตาโต  พายุส่ายหัวเบา ๆ คล้ายเอือมเต็มทน 

"จิ" ผมจิปากอย่างหงุดหงิดขึ้นมา 

"ทำไมมึงเป็นคนแบบนี้วะฮะ!" ผมว่าออกไปอย่างเหลืออดพร้อมกับง้างขาเข้าไปถีบไอ้ดิน  ไอ้เหี้ยนี่ต้องมีพฤติกรรมที่ทำให้ผมเหวี่ยงได้ง่าย ๆ ตลอด

"โอ๊ย!" ไอ้ดินร้อง  ตัวทิ่มลงไปที่พื้นอย่างหมดท่าเพราะผมถีบไปเต็มแรงเหมือนกัน

"หึหึหึ" พายุหัวเราะชอบใจ

"ดินเจ็บนะ" มันร้องหน้างอ  ผมยืนเท้าเอวมองคาดโทษที่มันยังทำท่าไม่สำนึก

"ไปแล้วเฮีย!" ไอ้ดินยิ้ม  โวยวายพยายามลุกขึ้นคลานหนีเท้าผมเมื่อเห็นว่าผมทำท่าจะเข้าไปซ้ำมันอีก

"หวัดดีครับ..หวัดดีครับ" มันลุกขึ้นวิ่งรนไปรอบ ๆ ห้องเพื่อไม่ให้ผมได้เข้าไปถีบมันได้อีก  ไอ้ดินยกมือไหว้ผมลวก ๆ ก่อนวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างรวดเร็ว

"เฮีย! ดินลืม!" ไอ้ดินโผล่หันกลับมาอีกครั้ง  มันยิ้มทะเล้นแล้วเกาะอยู่ตรงที่ประตูโดยโผล่แค่ใบหน้า

"วันนี้ดินมีซ้อมเต้น" ไอ้ดินบอก  งานอดิเรกของน้องชายตัวดีคนนี้คือ เต้น Streetdance และเล่น BMX กับเพื่อน ๆ ในโรงเรียน  มันจะรวมตัวกันที่สวนสาธารณะเป็นประจำ  ซึ่งอันที่จริงแล้วผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่น่ะนะ  แต่ถ้าไม่นอกลู่นอกทางก็ไม่ได้ขัดอะไร

"มึงต้องกลับบ้าน" ผมย้ำเสียงเข้มเป็นการบอกว่าวันนี้ไม่อนุญาต  ไอ้ดินทำหน้าหงอย  ผมก้าวเท้าจ้ำอ้าวจะเข้าไปซ้ำมันอีกรอบแต่ไอ้ดินวิ่งหนีไปแล้ว

"ขับรถดี ๆ!" ผมตะโกนบอกไล่หลังมัน 

"ค้าบ!" ไอ้ดินขานตอบ  วันที่ไอ้ดินมีเรียนบางวันผมจะอนุญาตให้มันเอารถมอเตอร์ไซด์ไปโรงเรียนเองได้  มอเตอร์ไซด์คันหลายแสนที่ผมยอมซื้อให้มันเพราะดันไปตกลงกับเงื่อนไขปัญญาอ่อน ๆ ที่ไม่คิดว่าคนอย่างไอ้ดินจะสามารถทำได้คือ.."เกรดสามขึ้นไป" พอหลังจากที่มันได้รถเรียบร้อยแล้ว  มีหรือครับที่มันจะประพฤติตัวเหมือนเดิม..เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว  ดังนั้น..ผมจึงจำเป็นต้องเพิ่มกฎในการขับขี่มอเตอร์ไซด์ของมันว่า  วันไหนที่มันมีเรียนพิเศษ  วันนั้นคนของที่บ้านจะต้องเป็นฝ่ายไปรับไปส่งมันเพื่อจัดระเบียบตัวไอ้ดินเอง  ส่วนวันไหนที่มันไม่มีเรียนพิเศษก็ให้ขับไปเองได้แต่จะต้องกลับบ้านตรงตามเวลาที่กำหนดไว้  ซึ่งก็จะมีบ้างที่มันแอบดื้อ  เวลาที่ผมตื่นสายหรือไปทำงานเช้า  ไอ้ดินก็จะแอบขับมอเตอร์ไซด์ออกไปเอง  ผมจะมารู้อีกทีก็ตอนที่คนในบ้านมารายงานให้ฟัง

"อ้ากกกกกกกกกก! โคตรสาย" มันร้องลั่นอยู่หน้าบ้าน  เสียงดังจนได้ยินไปทั่ว  ผมถอนหายใจแรงอีกครั้งอย่างเหนื่อยหน่าย  พายุอมยิ้มชอบใจ  ผมเดินไปนั่งลงที่โซฟาตัวยาวก่อนหยิบหนังสือพิมพ์ของวันนี้ขึ้นมา

"คอยดูมันเรื่องเกรดด้วย" ผมพูดขึ้นแกมสั่งเพราะหน้าที่นี้ผมยกให้พายุเป็นคนรับผิดชอบ  ไอ้ดินไม่ใช่คนโง่แต่ก็ไม่ใช่คนตั้งใจเรียน  มันชอบเที่ยว  ติดเพื่อนและรักสนุกเหมือนพ่อมันไม่มีผิด  ศัตรูก็ค่อนข้างมีมากเนื่องจากมันหน้าตาไม่เลว  หน่วยก้านดี  เพื่อนเยอะเพราะเป็นคนนิสัยอย่างที่เห็น  แต่ส่วนมากก็จะเป็นเพื่อนที่สำมะเลเทเมา  เพื่อนในกลุ่มเต้นที่ไม่ค่อยวิตกกังวลกับเรื่องการเรียน  ที่บ้านดีมีฐานะ  ผมเองก็ไม่ได้อยากให้น้องตัวเองเป็นแบบนี้หรอกนะครับแต่เรื่องบางเรื่องมันก็เกินจะควบคุมจริง ๆ จะให้มันปฏิบัติตรงดิ่งตามที่ผมต้องการทั้งหมด  เจ้าตัวเองก็คงไม่สามารถทำให้ได้ด้วย  ดังนั้น..ที่ทำให้ได้ตอนนี้ก็ดูแลกันไปจนกว่าจะตายจากกันเท่านั้น

เรื่องการอยู่ร่วมกันในบ้านนี้จะแบ่งหน้าที่กันไป  แม่บ้านและคนงาน  ทุกคนจะรู้ดีว่าควรเชื่อฟังพี่ธานเป็นใหญ่ที่สุดรองจากผม  เพราะส่วนใหญ่พี่ธานจะรับคำสั่งจากผมไปด้วย  แม่บ้านผู้หญิงอยู่ประจำมีทั้งหมดสามคนโดยมีหัวหน้าแม่บ้านคือป้าอิ่ม  ครอบครัวของป้าอิ่มทำงานให้กับที่บ้านผมมาตั้งแต่รุ่นของคุณปูแล้ว  ส่วนคนงานผู้ชายมีอยู่สองคนก็คือน้ามิ่งกับลุงทอง  นอกจากพายุ ไอ้ดินและพี่ธานแล้ว  ผมก็ไม่เหลือใครแล้วในบ้านหลังนี้ที่เรียกว่าญาติ  อีกสี่คนเป็นลูกน้องของผมที่อาศัยอยู่ด้วยกัน  ส่วนเรื่องตรวจตราความสะอาดและความเรียบร้อยภายในบ้านผมยกให้พายุเป็นคนดูแลเพราะมันเป็นคนรักความสะอาดมาก  มันเกลียดความสกปรกมากของมากที่สุด  มันจึงทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุดในบ้าน  ทุกคนมักจะกลัวพายุดุเรื่องความสกปรกมากกว่ากลัวผมดุเสียอีก 

ส่วนอีกเรื่องในบ้านที่พายุต้องดูแลคือ  มันจะมีหน้าที่จับตามองไอ้ดิน  พายุจะมีหน้าที่คอยสืบข่าวคราวของไอ้ดินในโรงเรียน  นอกจากนี้พายุก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีกถ้าผมไม่ได้สั่ง  ผมไม่สนใจหรอกว่าพายุจะไปสืบมาได้ยังไงแต่ทุกครั้งที่ได้รู้ข่าวทั้งดีและไม่ดีก็มักจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น  อย่างเรื่องเกรด  เราก็ต้องดูแลกันเป็นพิเศษเพราะไอ้ดินค่อนข้างกะล่อน  พายุจึงต้องติดต่อเรื่องกับอาจารย์ที่ปรึกษาแทนผมและนำเรื่องมาให้ผมได้รับรู้อีกทอดหนึ่ง

"วันนี้เฮียจะไปไหน" พายุถาม

"ไปดูงานที่ต่อเติมตลาด" ผมตอบ  ถ้าต่อเติมตลาดเสร็จเรียบร้อย  วางแผนไว้ว่าจะขึ้นค่าเช่าตลาดในทันทีซึ่งได้แจ้งเรื่องนี้ให้คนที่ตลาดได้รับรู้ก่อนล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว

"มึงมีสอนเช้าเหรอ" ผมถาม

"เปล่า..ว่าจะเข้าไปดูเฉย ๆ บ่ายมีเรียนน่ะ ก่อนเข้าคราสต้องไปประชุมทีมปิงปองอีก" พายุตอบ  มันเป็นนักกีฬา Table Tennis ของมหาวิทยาลัย  นี่คือกีฬาอีกหนึ่งอย่างที่มันทำได้ดีมากรองจากการต่อสู้  พายุเอื้อมมือหยิบขนมปังสังขยากินเงียบ ๆ พี่ธานเดินเข้ามาพร้อมกับแม่บ้านที่ถือถาดนำอาหารเช้ามาให้ผม 

"บัญชีเหรอ" ผมถาม  เห็นพี่ธานถือสมุดในมือ

"ครับ..คุณไฟจะฟังเลยไหม" พี่ธานถามกลับด้วยท่าทางเกรงใจ  ผมพยักหน้าอนุญาต  พี่ธานเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว  แม่บ้านนำโยเกิร์ตกับกีวีและน้ำเปล่าวางให้ตรงหน้าผมก่อนเดินออกจากห้องไป
 
"ทองลงอีกแล้ว" ผมพูดเมื่ออ่านข่าวทองจบอย่างลวก ๆ ก่อนพับหนังสือพิมพ์เก็บ 

"งั้นคงไปจัดการเก็บดอกเบี้ยกับเสี่ยหลงได้แล้วมั้ง" ผมแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนหยิบโยเกิร์ตมากิน

"หึ.." พายุหัวเราะในลำคอเบา ๆ

"ไม่สิ..กูอยากได้เงินต้นคืนมากกว่า" ผมมองเจ้าเล่ห์ไปที่พายุ  "เสี่ยหลง"..คือหนึ่งในลูกหนี้ของผม  เฮียแกเปิดร้านขายทองและเบื้องลึกไปกว่านั้นคือ..สันดานกะล่อนระยำไม่เบา  แต่เฮียจะระยำกับใครผมไม่สนหรอก  เพียงแค่อย่ามาระยำกับผมก็พอ
 
"จัดการด้วย" ผมสั่งเสียงห้วน

"ครับ" พี่ธานพยักหน้ารับทราบทันที

"ว่ามาเลย" ผมบอกพร้อมถอนหายใจ  พี่ธานเปิดสมุดออกช้า ๆ ก่อนไล่ไปทีละหน้าเหมือนกำลังหาทางเริ่ม 

"ค่าเช่าแผงเดือนนี้สี่แสนห้าหมื่นสองพัน มีไม่จ่ายอยู่ยี่สิบรายครับ" พี่ธานบอก

"รายเดิม" ผมถามไปกินไปไม่มองหน้าอีกฝ่าย  โยเกิร์ตแม่งรสชาติห่วยแตกจริง ๆ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงจบที่มันทุกครั้งในตอนเช้า

"ครับ" พี่ธานพยักหน้ารับ  ผมผงกหัวรับรู้ก่อนนิ่งเงียบลงอย่างใช้ความคิด  เนื่องจากรายที่ว่ามาผมได้ให้โอกาสกับการเบี้ยวเรื่องจ่ายมาหลายครั้งแล้ว  แม้ว่าที่ผ่านมาพ่อผมจะบริหารงานแบบใจดีและเป็นกันเอง  แต่สำหรับผม..ผมว่านี่มันไม่ใช่  มันเป็นการใจดีที่มากเกินไป  และบางทีก็ต้องสั่งสอนกันบ้างรึเปล่า  หลายครั้งที่ผมมีคำถามกับตัวเองเสมอว่า..คนหวงหนี้พวกนี้เราควรใจดีด้วยไหม  เพราะนิสัยหวงหนี้เป็นนิสัยที่ผมจะไม่มีทางเข้าใจหยั่งถึง  เหตุผลของคนหวงหนี้มักฟังดูปลิ้นปล้อนตอแหล  ความหมายของการหวงหนี้สำหรับผมคือ..มันแสดงถึงความไม่ซื่อสัตย์ลึก ๆ ของบุคคลนั้น  และมันดูไม่น่าคบหา 

"ให้คนไปสืบ..ทั้งหมดนั่นแหละ" ผมสั่ง

"ผมขอรายละเอียดภายในสามวันนะ" ผมช้อนตาขึ้นมองพี่ธานแกมบังคับ

"ได้ครับ" พี่ธานรับปาก

"อันนี้เป็นค่าแรงที่ต่อเติมตลาดครับ" พี่ธานบอกพร้อมกับยื่นเอกสารนำมาวางตรงหน้าผม  ผมรับมาดูตัวเลข  เมื่อพบว่าตัวเลขไม่ได้เกินกว่าที่วางงบไว้จึงไม่ได้ว่าอะไร

"เดี๋ยวผมเขียนเช็คให้"

"บัญชีของค่ายมวยจะรวมเสร็จพรุ่งนี้นะครับ..ส่วนค่าเช่าที่เชียงใหม่ ได้ครบตามจำนวนครับ" พี่ธานรายงาน

"แล้วจัดการเรื่องยามที่นั่นด้วยรึยัง" ผมถามถึง  ผมใส่ใจเรื่องการดูแลคอนโดและอาคารพาณิชย์ที่เชียงใหม่เป็นพิเศษเพราะมันไกลตา  แม้ในบางครั้งผมจะเข้มงวดแต่ก็ต้องเข้มงวดเพื่อทุกคนที่มาใช้บริการของเรา  ทั้งคอนโดและห้าง  รวมไปถึงอาคารพาณิชย์ที่ให้เช่า  ผมอยากให้คุณภาพยังคงรักษาไว้  ปรับปรุงแก้ไขตรงไหนเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ก็ให้ปรับปรุงอยู่เนือง ๆ ไม่อย่างนั้นมันจะเละเทะเหลาะแหละไปหมด 

"น้าเกียวบอกว่าเรียบร้อยแล้วครับ" พี่ธานตอบ

"วันนี้พี่ก็ไปจัดการเรื่องที่ควรจัดการแล้วกัน" ผมพูด 

พี่ธานเป็นเสมือนเลขาและคนรู้ใจของผม  จะว่าเป็นบอดี้การ์ดด้วยก็ได้  ก็เราใช้ชีวิตกันแบบนี้มาตั้งแต่เกิดจนไม่รู้จะให้นิยามสถานะของเราว่าอะไรแล้ว  หน้าที่ของพี่ธานที่สำคัญที่สุดคือ..เชื่อฟังคำสั่งผม  งานของพี่ธานจะสับเปลี่ยนกันไปแต่ก็อยู่ในขอบเขตที่พี่เขาควรรับผิดชอบ  ยกตัวอย่างเช่น  เรื่องดูแลความปลอดภัยภายในบ้านและการเป็นหัวหน้าควบคุมความปลอดภัยของคนในครอบครัวผม  ติดต่องานที่ตลาดแทนผมได้  ติดต่อประสานงานกับทางคอนโดและห้างที่เปิดที่เชียงใหม่  และเรื่องบัญชีค่ายมวย  หน้าที่พวกนี้พี่ธานจะรู้ดีว่าควรทำอะไรเมื่อไหร่บ้างซึ่งก็ไม่ใช่งานหนักอะไรนักเพราะที่ทำงานแต่ละที่ก็มีพนักงานทำประจำอยู่แล้ว  ส่วนธุรกิจของผมส่วนอื่น ๆ ก็จะมีเลขาส่วนตัวในบริษัทนั้น ๆ ประสานงานให้อยู่  ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นผู้หญิงและจะติดต่อกันเฉพาะงานในส่วนบริษัทนั้นเท่านั้น  ไม่มีนอกเหนือกว่านี้  แต่พี่ธานเราทำงานด้วยกันแทบจะตลอดเวลา  อยู่บ้านเดียวกัน  กินด้วยกัน  ปรึกษาหารือ  ไปไหนมาไหนด้วยกัน  ถ้าขาดพี่เขาผมเองก็คงจะเป๋ไม่น้อย  เราเติบโตมาด้วยกันซึ่งมันเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกันไปแล้ว

"เอาไอ้เข้มไป เดี๋ยวผมไปกับไอ้เด่นเอง" ผมบอก  "ไอ้เข้ม"..คือคู่หูของพี่ธานและเป็นพี่ชายฝาแฝดของไอ้เด่น  อายุประมาณยี่สิบสามปีเศษ  ที่มาของไอ้เข้มและไอ้เด่นที่มาทำงานอยู่กับผมได้นี้ค่อนข้างยาว  ใช้เวลาเล่าคงจะหมดเป็นครึ่งวัน  ในการทำงานในแบบของผมนั้น  ผมไม่เคยปล่อยให้พี่ธานไปดูงานคนเดียวเพราะผมรู้ว่ามันหนักและค่อนข้างอันตรายในบางครั้ง  ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ  ผมคิดว่า..ชีวิตคนเราต้องการเพื่อนเสมอ

"คุณไฟจะไปไหนครับ" พี่ธานถาม  ผมเหลือบสายตาลงเพราะไม่ใช่ไม่อยากตอบคำถาม  แต่เพียงแค่ไม่ต้องการตอบคำถามนี้ต่อหน้าพายุก็เท่านั้น 

"ธุระ" ผมตอบแค่นั้นก่อนหยิบกีวีขึ้นกินต่อทันที  พายุที่ไม่ได้สังเกตมองหน้าผมเพราะมันมัวแต่อ่านหนังสือนิตยสารแฟชั่นอะไรของมันอยู่  แต่ผมรู้ว่าหูมันกำลังตั้งใจฟัง  พี่ธานสบตาผมเพียงนิดเดียวก่อนพยักหน้าคล้ายกับขอโทษเหมือนกับรู้ว่าผมกำลังคิดอะไร  ผมส่งสายตาให้พี่ธานออกไปได้แล้ว

"มีอะไรอีกไหม" ผมถามเพื่อไม่ให้สถานการณ์ดูมีพิรุธ

"ไม่ครับ งั้น..ผมขอตัวก่อนนะครับ" พี่ธานบอก 

"เออ ใช่ครับ..เรื่องคนดูแลให้คุณพายุน่ะ ตกลงว่า.." พี่ธานชะงักเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

"ไม่เอา!" พายุขึ้นพูดเสียงแข็งทันควัน  สายตาไม่ละจากตัวหนังสือแม้แต่น้อย  ผมบอกแล้วว่ามันฟังอยู่  ผมแสยะยิ้มมุมปาก  พี่ธานเองก็ด้วย 

"ในบ้านเรา..ไอ้เข้ม ไอ้รุ่ง แล้วก็ไอ้หิน คุณพายุเลือกมาสักคนสิครับ นี่พี่เสียสละไอ้เข้มให้เลยนะ" พี่ธานยิ้มพูดหน้าตายเหมือนต้องการกวนอารมณ์พายุเล่น  รายชื่อที่พี่ธานพูดมาคือลูกน้องมือเก่งของผมทั้งหมด  ที่ไม่ว่าจะมีเรื่องสำคัญอะไรก็แล้วแต่  ทั้งสามสี่คนจะต้องอยู่ในขบวนการร่วมด้วยช่วยกันกับผมทั้งสิ้น 

"มีแต่ห่วยแตก" พายุกระแทกเสียงหน้างอพร้อมเหลือบตามองหน้าพี่ธาน  ถ้ามันจะว่าอย่างนั้นก็ได้..เพราะที่ว่ามาก็ยังไม่มีใครต่อสู้แบบมือเปล่าแล้วชนะพายุมันได้สักคน

"หึ" ผมกับพี่ธานหัวเราะ

"งั้นมึงก็เอาพี่ธานไปไหมล่ะ กูให้" ผมย้อน  พายุหันมามองค้อน  ผมยักคิ้วแกล้งน้องชายตัวเองยิ้ม ๆ

"พี่ธานก็.. งั้น ๆ" พายุเบะปากเบนหน้าหนีไปอีกทางเหมือนพยายามจะหลีกเลี่ยงว่าอันที่จริงแล้วมันก็รู้ดีว่าพี่ธานฝีมือดีแค่ไหน

"ครับ คุณหนู" พี่ธานกวนพร้อมกับยิ้มกว้าง

"พี่ธาน!" พายุกระแทกเสียงด้วยความโมโหทันทีซึ่งไม่บ่อยนักที่ใครจะมาทำให้มันอารมณ์เสียง่าย ๆ ได้

"หึหึหึ" ผมหัวเราะพร้อมกับปัดมือเพื่อให้พี่ธานออกไปสักที  พี่ธานชอบกวนพายุด้วยการเรียกมันว่า.."คุณหนู" บ่อย ๆ ทั้งที่ก็รู้ว่ามันไม่ชอบ  ผมไม่เคยห้ามนะครับ  ผมว่ามันก็โอเค  พายุไม่กล้าโกรธพี่ธานจริงจังอยู่แล้ว  ดังนั้นมันก็เหมือนเล่นแซวกันขำ ๆ แค่นั้น   

พี่ธานเปรียบเสมือนพี่ชายของเราทั้งสองคน  พี่เขาอายุมากกว่าผมสี่ปีและมากกว่าพายุอีกเท่านึงเลย  ประมาณแปดเก้าปีเห็นจะได้  ตอนนี้ก็เหยียบเลขสามเข้าไปแล้วแต่ก็ยังดูดีอยู่ไม่น้อย  พี่ธานไม่ใช่คนหล่ออะไรนักแต่จัดว่าเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดทั้งเพศตรงข้ามและเพศเดียวกันอยู่พอดู  ครอบครัวของพี่ธานเป็นคนอีสาน  ส่วนแม่เป็นคนเหนือ  พี่ธานจึงมีผิวสีไข่  รูปหน้าค่อนข้างเหลี่ยมแต่จมูกโด่ง  ตาตี่เล็กน้อย  ใบหน้าค่อนข้างนิ่งและดุ  ผมว่าพี่ธานหน้าคล้ายคนจีนอยู่ในบางมุม  ซึ่งถ้าใครไม่รู้จักพี่ธานก็คงคิดว่าหน้าตาพี่เขาไม่ใช่คนที่ควรเข้าใกล้เลย  เวลาแสยะยิ้มที  ขนาดเพื่อนสนิทผมที่บอกว่าเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของผมที่ดูไม่น่าคบแล้ว  พวกมันเลยรู้ว่าทำไมผมกับพี่ธานถึงไปกันได้ดีขนาดนี้ 

พ่อของพี่ธานเป็นลูกน้องของพ่อผมแต่เขาเสียไปตั้งแต่พี่ธานยังเล็ก  ส่วนแม่ของพี่ธานแยกทางกับพ่อตั้งแต่ที่พ่อของพี่ธานตัดสินใจมาทำงานให้กับครอบครัวของผมเต็มตัว  เธอมีสามีใหม่อยู่ที่จังหวัดลำปางและอยู่กินที่นั่นจนถึงทุกวันนี้   

ตัวพี่ธานเองก็ถูกเลี้ยงโดยคลุกคลีกับมวยมาตั้งแต่ที่พ่อของพี่ธานยังไม่เสีย  พ่อของผมบอกว่าลุงแกสอนพี่ธานชกมวยก่อนที่จะสอนให้หัดพูดซะด้วยซ้ำ  และคงเพราะกรรมพันธุ์หน่วยก้านรูปร่างจึงดีมาก  พี่ธานเป็นผู้ชายที่หุ่นโคตรดี  ผมว่าผมสูงกว่าลูกน้องทุกคนแล้วแต่พี่ธานกลับตัวใหญ่สูงกว่าผมซะอีก  แต่ก็นั่นแหละ..พี่เขาสูงกว่าผมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว  นิสัยโดยปกติแล้วพี่ธานเป็นคนค่อนข้างเงียบขรึม  จะแสดงออกทางสีหน้าและแววตาให้เห็นบ้างในบางครั้งที่มีสถานการณ์พิเศษสุดจริง ๆ ทั้งนี้กลับเป็นคนที่นอบน้อมถ่อมตนกับผมและพายุเสมอมา  ภายนอกเวลาที่พี่ธานแสดงออก  สำหรับคนอื่นพี่ธานดูเป็นผู้ชายใจเย็นและเป็นสุภาพบุรุษมากคนหนึ่ง  แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จักตัวตนของพี่ธานได้ดีเท่ากับผม  ก็เหมือนกับที่พี่ธานเองก็คงรู้จักผมดีมากเช่นกัน  อ่านผมออกหมดไปยังตับไตไส้พุงจนผมอดระแวงไม่ได้

"หุบปากไปเลยนะเฮีย" พายุหันมาพาลทันที  ผมเบะปากยิ้มและยกมือขึ้นยอมแพ้มัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-05-2016 23:02:18 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

กริ๊ง  ๆ  ๆ ๆ ~ ...เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น  พายุทำหน้าเซ็งก่อนขยับตัวทำหน้าที่ของน้องที่ดีรับสายแทนผมทั้งที่ผมอยู่ใกล้โทรศัพท์มากกว่า

"ครับ..บ้านเลิศประสงค์ครับ"

"ครับ ผมพูด" พายุทำหน้าผงะไปเล็กน้อย  ผมมองมันนิ่ง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น  อีกฝ่ายเหลือกตาโตพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือมาที่โทรศัพท์ที่ตนเองถืออยู่  ผมอ่านปากมันที่พยายามสื่อแบบไร้เสียงว่า.."พี่ริศา" เท่านั้นเองผมถึงกับต้องโบกมือปฏิเสธทันควัน

"เอ่อ เฮียนอนอยู่อ่ะครับ" พายุโกหกไป  มันเงียบไปครู่  สายตามองผมเลิ่กลั่ก

"ฮะ..คือเฮียกลับบ้านดึก" พายุว่า  ผมส่ายหัวแล้วทำท่าจะลุกขึ้นเพื่อเดินหนีสถานการณ์แต่กลับโดนพายุเข้ามาตะครุบตัวไว้ก่อน  ด้วยความไว  ผมจึงผลักหัวพายุออกจากตัวอย่างแรง  อีกฝ่ายอมยิ้มเล็กน้อยหน้าหงายไปตามแรง

"เดี๋ยวกูถีบ" ผมด่าแบบไม่ออกเสียง  พายุกลั้นหัวเราะแล้วยกมือปราม

"ครับ เดี๋ยวบอกให้ครับ..หวัดดีครับ" พายุพูดก่อนวางสายไป

"มึงจะดึงกูไว้ทำเหี้ยอะไร" ผมด่ามันยิ้ม ๆ

"อะไรของเฮีย มันใช่เรื่องของยุไหมล่ะ!" มันโวยวายแล้วมองค้อนผมด้วยสายตาเหมือนผมทำอะไรผิดอย่างนั้น

"ทำอะไรแล้วก็ไม่รับผิดชอบ"

"กูไปทำอะไร" ผมว่ากลับเพราะยังไม่ทันได้ทำอะไรใครเลย

"ริศา"..คือผู้หญิงที่ย่าผมอยากให้รู้จักกัน  คบกันและถ้าแต่งงานกันได้ก็คงจะสมความปรารถนาย่าผมไม่น้อย  ริศาเป็นหลานสาวของเพื่อนสนิทของย่า  เธอเป็นคนที่ดีนะครับ  ก็จัดว่าเป็นผู้หญิงที่สวยแต่ไม่มีเสน่ห์สำหรับผม  ที่สำคัญผมไม่ได้ชอบเธอและไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรที่จะสามารถคบกันให้ก้าวหน้าไปมากกว่านี้ได้ 

ครั้งหนึ่งผมกับริศาได้ลองเปิดใจดู ๆ กันอยู่สักระยะ  น่าจะประมาณหนึ่งเดือนได้  แต่หลังจากนั้นผมก็เริ่มตีตัวห่างออกมาเพื่อเป็นการส่งสัญญาณบอกอีกฝ่ายว่าเราสองคนไม่น่าจะไปกันได้ดี  ความสัมพันธ์ของเรายังไม่ถึงขั้นคนรู้ใจ  ดังนั้นการทำแบบนี้ผมคิดว่ามันเป็นการปฏิเสธที่อะลุ่มอล่วยที่สุด  ในมุมมองของผม  การที่คนเราจะไปกันได้ดีหรือไปกันไม่ได้นั้นมันต้องขึ้นอยู่ทั้งสองฝ่าย  ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดว่าไปกันได้ดีอยู่เพียงฝ่ายเดียว  นั่นจะเป็นความสัมพันธ์ที่จะไปถึงทางตันในที่สุด..

สำหรับผมแล้ว..ในหลาย ๆ ครั้งคงต้องมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบและสวยงามออกไปเลย  ถ้าสุดท้ายแล้วคนสองคนไม่สามารถเข้ากันได้  จะเพศหรือหน้าตาก็ไม่ใช่ส่วนสำคัญ

ผมไม่ใช่คนที่เรียกร้องเรื่องความรัก  โหยหาหรือเหงากับเรื่องพวกนี้  และไม่เคยมีความคิดที่จะมีครอบครัวในอนาคตด้วย  เรื่องทำนองนั้นไม่เคยอยู่ในหัวเลย  คงเพราะมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เลยไม่รู้สึกต้องการอะไรเป็นพิเศษ  แต่เมื่อไหร่ที่ผมตัดสินใจกับตัวเองว่าผมจะลองคบกับใครดูสักคน  ถึงจะไม่บอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าผมตั้งใจจะลองดูเขาแล้วนะ  ซึ่งแม้จะเพียงเป็นแค่การดูกันเท่านั้น  แต่ผมก็เลือกที่จะหยุดการมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นในทันทีแม้ว่าผมจะยังไม่มีพันธะตายตัวก็ตาม  ผมไม่เคยบอกใครเรื่องนี้เพราะไม่ใช่เรื่องน่าป่าวประกาศ  อีกอย่างภาพลักษณ์ของผมก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไรอยู่แล้ว  แต่ทั้งอย่างนั้น..ผมคิดว่าผมเป็นคนที่ค่อนข้างใจแข็ง  หรือจะให้เรียกว่าหยาบกระด้างบ้างก็ได้  ในทุกครั้ง  มันจะมีความรู้สึกที่สามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าผมไม่สามารถคิดจริงจังกับริศาได้ในระยะยาวกว่านี้ได้อย่างแน่นอน  และถ้าจะเป็นอย่างนั้นในอนาคต  ผมก็ควรจะจบกับริศาไปซะให้เร็วที่สุดเพื่อเราทั้งสองฝ่าย 

เพื่อนบางคนที่ไม่ค่อยสนิทกับผม  มักจะอิจฉาผมเวลาที่เห็นผมควงผู้หญิงสวย ๆ ไปไหนมาไหนเป็นว่าเล่น  แต่ผมไม่ค่อยรู้สึกพิเศษอะไรเท่าไหร่และไม่เข้าใจความรู้สึกอิจฉาแบบอะไรทำนองนั้น  เพราะถ้าผมตั้งเป้าไว้แค่ผมต้องการแค่หลับนอนกับเธอเท่านั้น  ผมก็ไม่เคยรู้สึกอยากได้จนเบื้องล่างร้อน  ได้ก็ดี..ไม่ได้ก็ไม่ได้เดือดร้อนอิจฉาอะไร  แต่ถ้าในกรณีต้องการแบบพิเศษกว่าการหลับนอน  และถึงผู้หญิงคนนั้นจะสวยแค่ไหนก็ตาม  แต่ถ้าเธอไม่มีจุดไหนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากอยู่ด้วยกับเธอนาน ๆ หรือรู้สึกพิเศษไปมากกว่าความหลงใหลในความสวยงามของเธอ  ความสวยความหล่อก็เท่านั้น..ไร้ประโยชน์สิ้นดีสำหรับผม  มันก็เหมือนกับการมีเซ็กส์นั่นแหละ  เข้ากันได้บ้าง..เข้ากันไม่ได้บ้าง  สำหรับผมนั้นเรื่องเพศไม่สำคัญ  มันสำคัญที่รายบุคคลว่าจะทำให้ผมหลงได้มากน้อยแค่ไหน  อย่างในบางครั้งที่ผมมีอะไรกับผู้ชายที่ไม่ได้หน้าตาดีอะไรเท่าไหร่นักถ้าต้องให้เทียบกับกรณีผู้หญิงที่ผมเคยหลับนอนด้วย  แต่ถ้าเขามีดีกว่าผู้หญิงบางคน  ก็คงต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขามีดีกว่าและเขาสามารถทำให้ผมหลงใหลได้มากกว่า  มันก็เหมือนกับมีเคมีที่ทำให้รู้สึกร่างกายเร่าร้อนต้องการอีกฝ่ายนั่นละ  อารมณ์น่าจะประมาณนั้น  ว่าไปว่ามาก็ยากจะอธิบายเป็นคำพูดเหมือนกัน  ผมถึงได้ไม่เคยหลุดปากพูดเรื่องนี้กับใคร

"ตกลงเฮียกับพี่ริศานี่ยังไง" พายุถามด้วยสีหน้าอยากรู้ทันทีทั้งที่ปกติตัวเองไม่ค่อยแสดงสีหน้าอะไรแท้ ๆ

"กูจะหนีจนกว่าย่าจะเป็นฝ่ายยอมแพ้" ผมยักคิ้วยิ้มตอบอย่างไม่คิดมาก  พายุหัวเราะอ้าปากกว้างเหมือนสะใจ

"เออ..หรือว่ามึงจะรับช่วงต่อไหมล่ะ" ผมมองเหล่

"ลองดูหน่อยก็ดีนะ ผู้หญิงน่ะ..เผื่อเปลี่ยนใจ" ผมแกล้งซะเลย  พายุช้อนตามองผมด้วยสายตาไม่พอใจ

"คนที่ได้ทุกเพศอย่างเฮีย สักวันสวรรค์ต้องลงโทษให้เหลือแต่ขนแน่ ๆ" พายุเท้าคางพูดเสียงแข็ง 

"หึ..สัตว์" ผมว่า

"กูละอยากเห็นหน้าย่าจริง ๆ เลย" ผมถอนหายใจพร้อมแสยะยิ้มเล็กน้อย  การได้แกล้งย่าเป็นหนึ่งสิ่งที่สร้างสีสันของชีวิตให้กับผมและพายุน่ะนะ

"หึหึ" พายุขำใหญ่  ผมรู้ดีว่ามันก็ชอบใจที่ผมเป็นฝ่ายได้กวนย่าแบบนี้

"เฮียก็รักใครจริง ๆ สักทีสิ ย่าจะได้เลิกยุ่งไง..ง่ายจะตาย" มันยักคิ้วกวนอารมณ์ผมไม่หยุด  ผมไม่ตอบโต้กลับ  ได้แต่ส่ายหัวอย่างเอือม ๆ ประโยคนี้  บางครั้งมันก็ยากที่จะอธิบายความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในใจลึก ๆ ให้กับใครได้เข้าใจตามอย่างที่เราต้องการ

"ไปแล้ว โชคดี" ผมบอกพร้อมปัดมือส่ง ๆ แล้วลุกเดินหนีมา

"เจอเข้าสักวันจะรู้สึก" พายุบ่นเสียงแว่ว  ผมได้แต่อมยิ้มแล้วเดินกลับขึ้นมาบนห้องนอนอีกครั้ง  ผมกดโทรหาไอ้เด่นเพื่อให้มันรู้ว่าวันนี้มันมีภารกิจหน้าที่ต้องออกไปกับผม  และโทรเรียกให้พี่ธานไปรอผมที่ห้องทำงานเพราะผมมีเรื่องจะถาม  หลังจากที่ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย  แม่บ้านก็เข้าไปทำความสะอาดห้องนอนให้  ผมเดินออกไปที่ห้องทำงานอีกห้องหนึ่งซึ่งเป็นห้องทำงานห้องใหญ่ที่ถ้าผมทำงานอยู่บ้านและถ้าพี่ธานต้องทำงานด้วย  ส่วนมากนั่นจะเป็นห้องทำงานประจำของเราทั้งสองคน  แต่ถ้าผมต้องการทำงานคนเดียวเงียบ ๆ ผมจะนำงานขึ้นมาทำที่ห้องทำงานที่อยู่ในส่วนของห้องนอนของผม

"คุณไฟมีอะไรครับ" พี่ธานถาม

"ผมขอที่อยู่ค่ายมวย กับที่อยู่บ้านสมุทรหน่อย..ที่ทำงานด้วย" ผมบอก  พี่ธานนิ่งไปครู่

"คุณไฟจะไปหาวันนี้เหรอครับ" พี่ธานถาม

"เปล่า..แค่ ไปดูน่ะ" ผมตอบเพราะใจจริงแล้วอยากดูให้เห็นกับตาว่าอีกฝ่ายที่ว่านั้นใช้ชีวิตอย่างไร  มันจะเป็นไปตามที่พี่ธานเคยรายงานไว้หรือเปล่า  เขาจะอยู่อย่างไร หน่วยก้าน นิสัย รูปร่างหน้าตาตอนนี้เปลี่ยนไปแค่ไหนแล้วบ้าง

"ได้ครับ" พี่ธานพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินไปเขียนที่อยู่ให้กับผม  พี่ธานใช้เวลาสักครู่ใหญ่ ๆ ในการเขียนรายละเอียดทั้งหมด  ทั้งเวลาทำงานและเวลาเลิกงาน  รวมไปถึงที่อยู่ของบริษัทที่สมุทรทำอยู่ด้วย

"คุณไฟ ไม่อยากให้คุณพายุรู้เรื่องนี้เหรอครับ" พี่ธานถามหลังจากเขียนรายละเอียดให้ผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"อืม ขี้เกียจอธิบายน่ะ" ผมตอบเพราะผมอยากแน่ใจก่อนถึงจะเล่าให้พายุฟัง  พี่ธานพยักหน้าเงียบ ๆ เข้าใจอะไรง่ายเหมือนเดิม
ผมกับไอ้เด่นเดินทางไปดูงานต่อเติมที่ตลาดชโนทัยก่อนเป็นอันดับแรก  ปีนี้มีโครงการต่อเติมพื้นที่ในส่วนของตลาดและโซนพลาซ่าที่จะติดแอร์  และก็มีบางส่วนอื่น ๆ ที่ชำรุดต้องซ่อมแซมด้วย  หลังจากดูงานเสร็จเรียบร้อยดีแล้วก็เดินทางไปกินอาหารกลางวันที่ร้านบะหมี่เจ้าประจำของผม  วันนี้นึกอยากกินขึ้นมาและเป็นจังหวะที่งานไม่ยุ่ง 

ร้านนี้เป็นเจ้าประจำที่ผมกินมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กแล้ว  ที่ร้านเริ่มขายบะหมี่มาตั้งแต่รุ่นทวดนู่นละ  ต้นตระกูลของร้านก็รู้จักกันดีกับทวดของผม  ช่วยเหลือข้าวปลาอาหารกันมาตั้งแต่สมัยที่ทั้งคู่ยังจนเข็ญใจ  พ่อของผมเคยเล่าให้ฟังว่า.."ทวดของแกเคยบอกว่า แกเคยจนมาก จน ๆ ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไง" ตอนนั้นผมแอบหลุดหัวเราะเพราะเล่าฟังดูติดตลก  ฟังแล้วมีความสุขดี  ดูแล้วทวดคงผ่านอะไรมามากจนไม่รู้จะอธิบายยังไงตามที่แกว่า  และมันทำให้ผมซาบซึ้งเสมอที่ความพยายามของคนตั้งแต่ต้นตระกูลทำให้ผมอยู่ดีกินดีจนถึงทุกวันนี้ 

..ผมเหลือบดูนาฬิกาเป็นระยะเพื่อคำนวณเวลาที่น่าจะเป็น  ตอนนี้เกือบบ่ายสองโมงแล้ว  และผมกับไอ้เด่นกำลังอยู่ที่ไซต์ก่อสร้างบ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง 

"นายจะไปไหนครับ" ไอ้เด่นถามทันทีที่เห็นผมทำท่าจะลงจากรถ  ลูกน้องที่เป็นบอดี้การ์ดคนอื่น ๆ ของผมเกือบทั้งหมดจะเรียกผมว่า "นาย" มันเรียกกันเอง  ผมไม่เคยบอกให้พวกมันเรียกผมกันแบบนี้  มีเพียงพี่ธานคนเดียวที่เรียกผมว่าคุณไฟ  ส่วนไอ้พวกนี้จะเรียกพี่ธานว่า "พี่ธาน" บ้างและให้ฉายาพี่ธานว่า "พี่ใหญ่" บ้างก็ว่ากันไป

"จะลงไปดูหน่อย มึงอยู่นี่แหละ" ผมบอก  ไอ้เด่นพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเป็นกังวลกับผมเล็กน้อย  ผมเดินลงมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ไซต์ก่อสร้างมากขึ้น  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เดินอย่างหลบ ๆ เพราะไม่ต้องการให้คนที่ผมมาแอบเฝ้าดูนี้ได้เห็นผมเสียก่อน 

ผมมองกวาดตาไปทั่วไปบริเวณแล้วก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งที่โดดเด่นกว่าคนอื่นในนั้น  รูปร่างคล้ายกับคนในรูป  ผมรู้ทันทีว่าเป็นเขา  ผมเพ่งมองอย่างละเอียด  รูปร่างสูงโปร่งเท่า ๆ กันกับผมหรืออาจจะสูงกว่าผมเล็กน้อยด้วยซ้ำ  เค้าโครงหน้าแม้จะเปลี่ยนไปมากแต่ก็ไม่ผิดจากตอนเป็นเด็กเท่าไหร่นักนั่นหมายความว่าเป็นคนเดียวกันไม่ผิดแน่.."สมุทร"

อีกฝ่ายกำลังทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ  ผิวที่เข้มขึ้นจากที่น่าจะเป็นคนผิวสีขาวเหลืองคงเพราะทำงานตากแดดตากลมมามาก  เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนครึ่งท่อนที่ค่อนข้างกระชับทำให้รู้ว่าเป็นคนมีกล้ามเนื้อ  และเพราะอย่างนั้นถึงได้ใส่เสื้อเชิ้ตธรรมดา ๆ แต่กลับยังดูรูปร่างดีสมส่วน  ลักษณะดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนดุแม้ว่าหน้าตาภายนอกจะดูคมเข้มก็ตาม  ท่าทางจริงจังเอางานเอาการดีตามที่พี่ธานเคยรายงานไว้ 

"หึ.." ผมหัวเราะในลำคอเมื่อหวนนึกถึงคำพูดของพ่อที่เคยชมลุงยอดให้ผมฟังสมัยเป็นเด็กว่า "สมัยหนุ่ม ๆ นะ ไอ้ยอดมันหล่ออย่างกับดาราแน่ะ" ผมเคยเห็นรูปของลุงยอดสมัยเป็นหนุ่ม  ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลุงแกหล่อมากจริง ๆ ถ้านึกแล้วก็คงจะไม่ผิดกับคนเป็นลูกเท่าไหร่นัก  หน้าตาที่แม้จะไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่สำหรับคนที่ทำงานแบบนี้อยู่ในตอนนี้ก็จัดว่าดูดีมากไม่น้อยทีเดียว

ผมเดินกลับมาที่รถอีกครั้งเพราะยืนนานกว่านี้ก็จะเหนื่อยเปล่า  อากาศร้อนอย่างกับโลกจะระเบิด  ไอ้เด่นที่นั่งรอในรถกับแอร์เย็นสบาย  เมื่อมันเห็นผมเดินกลับมาที่รถก็รีบลงจากรถแล้วยืนเปิดประตูรถรอให้ผมในทันที 

"ร้อนฉิบหาย" ผมบ่นเมื่อก้นแตะเบาะแล้วหยิบน้ำเปล่ามากินก่อนเหลือบมองไปที่ไซต์งานอีกครั้งหนึ่ง 

"ขับไปที่ย่านมารัตหน่อย" ผมสั่ง

"ซอยหก" ผมบอกรายละเอียด

"ครับ" ไอ้เด่นรับทราบแล้วออกรถในทันที  ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมาย  ย่านนี้เป็นย่านชุมชนระดับล่างของคนทำงานหาเช้ากินค่ำที่มีฐานะไปถึงค่อนข้างยากจน  นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมมาแถวนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ บ้านเรือนเรียกว่าเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่พอสมควร  ตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ทรุดโทรม  การจราจรก็จอแจสกปรก  ทุกอย่างน่ารำคาญตาไปหมด 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-05-2016 23:03:01 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

"เข้าไปข้างในนั้นเป็นอะไร" ผมถาม  ตอนนี้ผมกับไอ้เด่นออกมายืนข้างนอกรถ  บริเวณที่ผมยืนอยู่นี้ส่วนมากเป็นอาคารพาณิชย์เก่า ๆ และตึกที่อยู่อาศัยแบบทาวน์เฮ้าส์ที่แต่ละบ้านก็เปิดกิจการขายของเป็นของตัวเอง  บางตึกก็ทรุดโทรมบ้าง  ส่วนบางตึกก็ดูเหมือนจะได้รับการซ่อมแซมบ้างแล้ว 

"สลัมครับ ลึกเข้าไปในนั้นย่านสลัม" ไอ้เด่นตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ  ผมพยักหน้า  ยืนเท้าเอวมอง  ไอ้เด่นเป็นคนที่เก่งเรื่องจำทางมากที่สุดในทีมลูกน้องคนสนิทของผม  มันรักการอ่านแผนที่มาก  และชำนาญแทบทุกตรอกซอกซอยอย่างกับมีแผนที่อยู่ในหัวมันอย่างนั้น  ผมพยักหน้าพลางอมยิ้มหน่อย ๆ เมื่อนึกถึงความหลังสมัยที่ผมเจอไอ้เด่นและไอ้เข้มครั้งแรก  ในตอนนั้นสภาพของพวกมันผิดจากตอนนี้ลิบลับ

"ขวามือเป็นโรงเรียนของชุมชนนี้ ซ้ายมือเข้าไปสุดซอยห้านั้นเป็นวัดครับ" ไอ้เด่นอธิบายให้ฟัง  ตรงบริเวณนี้คงจะไม่เลวร้ายเท่าไหร่  แต่จากที่ระยะสายตาสามารถมองเห็นไปตรง ๆ ได้  เพียงไม่ถึงสี่ร้อยเมตรก็เหมือนเปลี่ยนจากโลกที่สองไปเป็นโลกที่สี่  หรืออาจดูหลุดโลกไปเลยเพราะไม่น่าเฉียดตัวเข้าไปใกล้ด้วยซ้ำ  บ้านเรือนแถบบริเวณนั้นสร้างด้วยไม้เก่า ๆ ที่เห็นความสกปรกวุ่นวายได้มากอย่างชัดเจน 

"ย่านนี้ใช่ย่านปล่อยของ ๆ เสี่ยทรัพย์รึเปล่า" ผมพูดเมื่อนึกขึ้นได้คับคล้ายคับครา  ผมรู้จักเสี่ยทรัพย์แต่ก็ไม่ได้สนิทมากนัก  แน่นอนว่าธุรกิจของเสี่ยแกทั้งเรื่องค้ายา  ค้าแรงงาน  คนในวงการธุรกิจใต้ดินก็ทราบกันดี  แต่เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของแต่ละคน  เราก็ต่างคนต่างอยู่  ใครจะดำ  ใครจะขาว  หรือเทา ๆ เราที่อยู่ตรงจุดนี้ต่างก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่  หลังจากที่ผมได้ลองเข้าไปในวงการมืดและวางมือมาได้หลายปี  ผมได้ตัดสินใจกับตัวเองไว้แล้วว่า  ผมจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวหรือช่วยเหลือตำรวจ  หรือใครก็ตามเพื่อความยุติธรรมที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เหมือนอย่างพ่ออีก  ใครจะทำมาหาแดกผิดกฎหมายหรือถูกกฎหมายอย่างไรก็เชิญ  แต่อย่างมายุ่งเกี่ยวธุรกิจและครอบครัวของกันและกันก็พอ

"ครับ" ไอ้เด่นพยักหน้าตอบ

"ขอโทษนะครับนาย นายมาตามใครครับ" ไอ้เด่นถามด้วยสีหน้าเหมือนอึดอัดมานาน  ไอ้นี่มันสอดรู้ผิดพี่ชายของมัน

"เดี๋ยวมึงก็รู้" ผมอมยิ้มตอบ  ไอ้เด่นอมยิ้มเล็กน้อย  ผมเหลือบดูนาฬิกาข้อมืออีกครั้ง

"หิวไหม" ผมถามเพราะตอนนี้บ่ายสามกว่า ๆ แล้ว  และใช้เวลาน่าจะอีกประมาณเกือบสองชั่วโมง  ถ้าเวลาที่พี่ธานให้ผมมามันจะไม่ผิดเพี้ยนไปน่ะนะ

"ขับกลับไปถนนใหญ่ กูเห็นมีร้านกาแฟอยู่" ผมบอกเพราะจะให้นั่งรออยู่ที่ร้านแถวนี้คงไม่ไหว  ไม่มีที่ไหนติดแอร์เลยสักที่เดียว ไอ้เด่นพยักหน้า  มันเดินมาเปิดประตูรถฝั่งด้านหลังให้ผมก่อนขับรถไปที่หมาย  ผมกับไอ้เด่นเข้าไปนั่งในร้านกาแฟติดแอร์ธรรมดา ๆ สั่งเครื่องดื่มและอาหารกินเล่นมากินฆ่าเวลา

"เอ๊ะ..หรือว่านายมาตามผู้หญิงเหรอฮะ" อยู่ ๆ ไอ้เด่นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้  ผมที่กำลังดื่มกาแฟอยู่ถึงกับชะงักแล้วเหลือบมองหน้ามันอย่างปราม ๆ อาการสอดรู้ของมันที่เริ่มมากเกินไป

"ขอโทษครับ ก็นายดูจริงจังนี่ครับ" ไอ้เด่นยิ้มเจื่อนเล็กน้อย

"ถ้ากูจะมีเมีย กูต้องมาหาแถวนี้ว่างั้น" ผมแสยะมุมปากพูดกวนมันเล่น

"หึหึ" ไอ้เด่นหัวเราะเขิน ๆ

"กูไม่ใช่มึงนะ" ผมย้อน

"นายอ่า" มันทำเสียงอ่อนลง

"ซาลาเปาร้านนี้อร่อยว่ะ" ผมเท้าแขนลงและอดชมไม่ได้เพราะเป็นเพียงร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่บริการอาหารเพียงไม่กี่เมนูเท่านั้นแต่กลับมีซาลาเปาที่ถูกปากมาก 

"ใช่ครับ..ผมยังคิดเลยว่าไส้หมูสับคล้ายกับร้านประจำตอนที่นายพาไปกินที่ฮ่องกงเลย" ไอ้เด่นพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขึ้นมาทันที

"ลูกเท่าไหร่วะ" ผมขมวดคิ้วแล้วคว้าเมนูมาดูด้วยความอยากรู้  เมื่อเห็นว่าลูกละยี่สิบบาทในคุณภาพขนาดนี้นี่ก็อดแปลกใจไม่ได้
 
"นายชอบสินะ" ไอ้เด่นยิ้มกรุ้มกริ่ม

"อะไร" ผมกลอกสายตาถามอย่างไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร

"ก็..อารมณ์ผ้าขี้ริ้วห่อทองไงครับ" ไอ้เด่นตอบ

"หึ" ผมหัวเราะ

"รู้ดีนะมึง ฉลาดกว่าไอ้กังฟูหน่อยนึงแล้ว" ผมชม 

"โห่..นายอ่ะ" ไอ้เด่นทำหน้าน้อยใจที่ผมดันเอามันไปเปรียบเทียบกับหมาอีกแล้ว  "กังฟู"..ที่ผมพูดถึงคือบอดี้การ์ดสุดรักสุดหวงของพายุ  เป็นหมาพันธุ์ Doberman ที่เกิดจากพ่อพันธุ์ Doberman รุ่น Champion และแม่พันธุ์ Doberman แท้  เกิดที่เยอรมนีที่พายุถึงกับบินไปซื้อตัวมาในราคาหลายแสนบาท  ค่าเดินทางไปนำกลับมาและค่าเทรนเนอร์  เรียกว่าหมดกับไอ้กังฟูไปเหยียบล้าน  ซึ่งคงเรียกได้ว่าเป็นบอดี้การ์ดที่พายุมันรักของมันที่สุดและแน่นอนว่ากังฟูก็รักเจ้านายของมันมากเช่นกัน  ทั้งฉลาดและรักเจ้านาย  อีกทั้งดุมากอีกด้วย  นอกจากผมแล้วมันก็แทบไม่ไว้ใจใครให้เข้าใกล้พายุได้ง่าย ๆ เลย  ดุมากถึงขนาดที่ลูกน้องผมถึงกับมาขอร้องให้ผมไปบอกพายุว่าให้มันเก็บหมาของมันให้เป็นที่เป็นทางกว่านี้หน่อย  ไม่อย่างนั้นพวกมันไม่เป็นตาทำงานกันแน่ ๆ 

"ไปสั่งกลับบ้านซิ..เอาไปฝากพวกคนที่บ้าน" ผมสั่ง

"ครับ..กี่ลูกดี"

"สัก..สามสิบลูกพอไหม" ผมถามเพราะลูกค่อนข้างเล็ก  ส่วนลูกน้องผมแต่ละคนก็กินอย่างกับยัดนุ่น

"น่าจะพอนะครับ" ไอ้เด่นเห็นดี  มันลุกไปสั่ง  ผมได้ยินเสียงเจ้าของร้านดูเหมือนจะตกใจไม่น้อยที่พวกผมสั่งเยอะขนาดนี้

"นายครับ เจ้าของร้านบอกว่ามีแค่ยี่สิบห้าลูก" ไอ้เด่นกลับมาบอก

"ขอโทษด้วยนะคะ เหลือแค่ยี่สิบห้าลูกเองอ่ะค่ะ" เจ้าของร้านรีบกุลีกุจอมาบอกผมด้วยท่าทางร้อนใจ  ผมเหลือบตาไปมองเธอ  เธอชะงักทันทีที่เห็นหน้าผมก่อนยิ้มแหยออกมาเหมือนทำหน้าไม่ถูก

"ไม่เป็นไรครับ ยี่สิบห้า..ก็ยี่สิบห้า" ผมบอกเธอและพยายามจะยิ้มให้แต่สุดท้ายกลับยิ้มไม่ออก  รู้สึกเหมือนหน้าถูกสต๊าฟชั่วขณะ
ผมไม่ใช่คนที่ยิ้มบ่อยและบางครั้งก็จะไม่ยิ้มหรือหัวเราะอย่างเปิดเผยกับคนที่เพิ่งรู้จักหรือไม่สนิท  คนทั่วไปจึงดูจะเกร็ง ๆ เวลาที่อยู่กับผม  และผมก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้  บางคนถึงกับบอกว่าผมน่ากลัวและมีรังสีที่บอกว่าผมไม่ต้องการให้ใครเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น  หลายครั้งผมก็พยายามยิ้มให้เป็นธรรมชาติแล้วแต่เพื่อนสนิทกลับมักพูดว่า.."ถ้าเวลาที่มึงยิ้มจะดูเหี้ยขนาดนี้ กูว่าไม่ยิ้มน่าจะดีกว่า" แต่สำหรับผม  ผมคิดว่าผมไม่ได้สุดโต่งขนาดนั้นหรอกนะครับ  อย่างครั้งนี้..ผมก็ได้ยิ้มในใจให้กับเธอเจ้าของร้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

"ได้ค่ะ เดี๋ยวจะรีบไปจัดให้เลยนะคะ..รบกวนรอสักครู่นึงนะคะ" เธอก้มหัวยิ้มอย่างนอบน้อมก่อนรีบวิ่งกลับเข้าไปในส่วนของหลังร้าน  ไอ้เด่นกลับมานั่งที่เดิมแล้วหยิบซาลาเปาลูกของมันกินต่อจนหมด  ทั้งไอ้เข้มและไอ้เด่นเป็นคนที่กินได้ทุกอย่าง  บางครั้งที่ผมหรือพี่ธานกินอะไรเหลือแล้วเรียกให้มันสองคนมากินต่อ  พวกมันก็ไม่เคยอิดออดเลย  บางครั้งดูดีใจมากด้วยซ้ำ  ไม่รู้ว่ามันจะดีใจกันทำไมทั้งที่ผมก็เลี้ยงอาหารมันดี ๆ อยู่ทุกมื้อ  พวกมันไม่เคยเกี่ยงเรื่องกินและแทบกินหมดจนเกลี้ยง  ผมไม่เคยเห็นข้าวสักเม็ดเหลือบนจานข้าวของมันทั้งคู่  ถ้าเลียได้มันคงเลียไปแล้ว  มันสองคนแสดงให้ผมเห็นว่า  มันเห็นคุณค่าของอาหารทุกจานมาก ๆ ถ้าวันไหนที่ต้องการกินนิดเดียวมันก็จะไม่ตักเยอะ  ผมเคยแอบได้ยินไอ้เด่นพูดกับป้าอิ่มว่า..มันเสียดายเวลาที่จะต้องเทอาหารที่เหลือทิ้งไป  เวลาที่ผมได้มองดูมันทั้งคู่กินก็สนุกดี  เพลินตาเพราะมันกินน่าอร่อย  เห็นแล้วก็เหมือนอิ่มไปด้วย 

ผมเหลือบดูนาฬิกาอีกครั้ง  ตอนนี้ก็ได้เวลาเต็มทีแล้ว  ผมกับไอ้เด่นเดินทางกลับไปที่เดิมอีกครั้งหนึ่งโดยให้ไอ้เด่นจอดรถไว้ข้างทางที่ซอยห้า  คนแถวนั้นหันมามองที่รถเราและเราสองคนเป็นระยะด้วยสายตาสงสัยบ้าง  อยากรู้อยากเห็นบ้าง  ผมเลือกที่จะเข้าไปนั่งในร้านกาแฟโบราณที่หน้าปากซอย  เป็นร้านที่เปิดใต้ตึกของที่พักอาศัยของตัวเอง  คนขายเป็นคุณตาแก่ ๆ คนหนึ่งที่ต้อนรับขับสู้ลูกค้าเป็นอย่างดี  ผมสั่งโอเลี้ยง  ส่วนไอ้เด่นสั่งชามะนาว  สั่งแบบต่างคนต่างไม่รู้ว่าควรจะสั่งอะไรดีเพื่อไม่ให้เสียมารยาทที่เข้ามานั่งเอื่อยเฉื่อยรอเวลาแบบนี้  อีกอย่างผมก็อิ่มมาจากร้านกาแฟเมื่อกี้นี้แล้วด้วย 

"พ่อหนุ่มสองคนมาหาใครเรอะ เห็นมาสองรอบแล้ว" คุณตาเจ้าของร้านถามด้วยสีหน้าเป็นมิตร

"อ๋อ..เปล่าหรอกครับ มาดูที่น่ะครับ" ไอ้เด่นทำหน้าที่ตอบแทนผมทันที

"อ่า..งั้นเหรอ แต่..ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกแล้วกันนะ ตามสบาย ๆ" คุณตายิ้มบอกพร้อมกับทำมือปัดไปมาก่อนเดินจากไป  ผมหยิบรูปถ่ายที่พี่ธานให้ไว้มาดูอีกครั้ง  เป็นรูปถ่ายปัจจุบันของครอบครัวสมุทร  ผมต้องการจดจำรายละเอียดเพื่อที่ว่าเมื่อเห็นตัวจริงจะได้ไม่ผิดตัว  เหลือบดูนาฬิกา  บอกเวลาสี่โมงครึ่งโดยประมาณ 

"มานั่นแล้ว" ผมพูดขึ้นพร้อมกับถอดแว่นตากันแดดออกเพื่อให้เห็นได้ชัดขึ้น  เด็กผู้หญิงในชุดนักศึกษา  แต่งตัวเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า  กับเด็กผู้ชายที่สวมใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนรัฐเดินจับมือมาด้วยกัน  ไอ้เด่นหันไปมองตาม  ผมหยิบเงินวางไว้บนโต๊ะหนึ่งร้อยบาทก่อนพยักหน้าส่งสัญญาณให้ไอ้เด่นลุกตามออกมา  ผมแอบเดินตามหลังทั้งสองคนไปห่าง ๆ ดูเหมือนสองคนก็ไม่ทันได้สังเกตเห็น  ไอ้เด่นเดินทิ้งหลังตามผมมาเหมือนรอให้ผมตัดสินใจว่ามันควรจะทำอะไร  วันนี้ผมเพียงแค่ต้องการมาสังเกตการทั้งหมดเท่านั้น  ดังนั้น  ก็ไม่คิดจะทำเรื่องอะไรให้เกินกว่านี้ 

น้องผู้หญิงที่ชื่อดาว  น้องสาวแท้ ๆ ของสมุทร  หน้าตาติดไปทางคม ๆ ให้อารมณ์เดียวกับพี่ชาย  แต่แม้จะไม่จัดว่าเป็นคนสวยเท่าไหร่แต่ก็มีดวงตาที่มีเสน่ห์มากทีเดียว  รูปร่างเล็กดูบอบบาง  เธอไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นักถ้าให้เทียบกับพี่ชายที่ดูเป็นคนสูงมาก  น้องสาวก็ควรจะมีความสูงที่มากกว่านี้  ส่วนไอ้ตัวเล็ก  ท่าทางผอมแห้งแรงน้อยและผิวค่อนข้างขาวซีดผิดกับพี่ชายและพี่สาวทั้งสองคน  หน้าตาน่ารักทีเดียว  ผมมองตามและกำลังคิดว่าทั้งสองคนคงจะไม่อาศัยอยู่ด้านในย่านสลัมนั่นหรอกมั้ง  อะไรคงจะไม่โชคร้ายขนาดนั้นและถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันก็คงจะทำให้ผมรู้สึกผิดไม่น้อย

ทั้งสองคนเดินจูงมือกันตรงไปเรื่อย ๆ ซอยข้างหน้าเป็นซอยสุดท้ายแล้ว  และถ้าสองคนนั้นไม่เลี้ยวแสดงว่าจะต้องตรงไปในย่านสลัมนั่นเท่านั้น  ผมชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเพื่อหยุดมองดู  ทั้งสองเดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไป  ผมอมยิ้มอย่างพอใจแล้วรีบจ้ำเท้าเดินตามไปในทันที

"ว่าไงจ๊ะน้องดาว..กลับมาแล้วเหรอ" ผมหยุดเดินในทันทีที่ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากในซอยนั่น  เมื่อมองเข้าไปก็เห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งซึ่งมีกันหกคน  บางคนยืนอยู่บ้าง  บางคนนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซด์บ้าง  น้องสาวกับน้องชายของสมุทรชะงักเมื่อถูกพวกนั้นดักไว้ทางด้านหน้า  เมฆผู้เป็นน้องชายกอดเข้าที่แขนของพี่สาวของตนเองในทันทีด้วยท่าทางหวาดกลัว  ผู้ชายหนึ่งในนั้นแสยะยิ้มพร้อมเดินตรงเข้าไปหาดาวมากขึ้น  เธอไม่มีท่าทางตอบโต้แต่ก็ไม่มีท่าว่าจะถอยกลับเช่นกัน 

"หึ..พี่รอตั้งนานแน่ะคนสวย" อีกฝ่ายแสยะยิ้มด้วยท่าทางน่าขยะแขยง  เนื้อตัวดูสกปรก  บวกกับรอยสักอุบาทว์ ๆ ไร้ความเป็นศิลปะที่อยู่บนตัวมันทำให้รู้สึกอยากจะอ้วก  มันเอื้อมมือไปจะแตะแก้มดาวแต่ถูกเธอปัดมือออกอย่างแรง  ฝ่ายที่ถูกปัดมือหัวเราะอย่างชอบใจ

"วันนี้พี่สมุทรของพวกน้องไม่ได้กลับมาด้วยกันเหรอคะ ว่าไง..ไอ้เมฆ! ว้า..งั้นก็ไม่มีใครคุ้มกันแล้วสินะ น่าสงสารจัง" มันเบะปากยิ้มพูด

"ทางโล่งงงงง..เลยเพ่~" พวกมันพากันหัวเราะว่าเป็นเสียงเดียวกัน  ดาวเงยหน้าขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายเงียบนิ่ง  เธอทำท่าจะเดินหนีแต่ก็ถูกมันต้อนดักไว้หมดทุกทาง  ทุกคนยืนขึ้นเหมือนพยายามที่จะรุกหนัก  สายตาของพวกมันจับจ้องไปที่เธอเหมือนกับโหยหาเหยื่ออย่างนั้น  ผมถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ เพราะไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น  คิดแค่เพียงว่าจะตามมาดูอย่างเงียบ ๆ แค่นั้น 

ผมหันกลับไปมองไอ้เด่นที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เช่นเดียวกัน  แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณให้ไอ้เด่นเข้าไปจัดการซะ  อีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

"อย่าเอิกเกริกล่ะ" ผมเตือนไว้ก่อน

"ครับ" ไอ้เด่นรับคำแล้วเดินเข้าไปในซอยทันที  ผมยังคงยืนมองอยู่ที่เดิม  ไอ้เด่นเดินเข้าไปเงียบ ๆ ก่อนชักปืนออกมาทำให้เด็กวัยรุ่นหนึ่งในนั้นหันกลับมาเห็นพอดี  มันชะงักตาเบิกโตก่อนสะกิดบอกเพื่อนตนเองทำให้ทุกคนรู้เห็นต่อสถานการณ์ตรงหน้า
 
".........." ความเงียบครอบงำในซอยเพียงครู่  ไอ้เด่นเพียงยืนแช่นิ่งพร้อมพเยิดหน้าเป็นการขู่บอกฝั่งนั้นว่าให้หยุดการกระทำออกไปดี ๆ ทั้งสองฝ่ายต่างยืนจ้องหน้ากันนิ่งคล้ายลองเชิงโดยที่ทั้งดาวและเมฆไม่ทันได้หันกลับมาเห็นทางด้านหลังด้วยซ้ำว่ามีไอ้เด่นอยู่  ไอ้เด่นนำมือที่ถือกระบอกปืนอยู่ไขว้มาทางด้านหลังตนเองเหมือนต้องการจะซ่อนไว้เพียงครู่เดียวเพื่ออ่านเกมและคล้ายเตือนให้เด็กวัยรุ่นพวกนั้นได้มีทางเลือก  ถึงแม้ว่าไอ้เด่นจะเป็นคนพูดมากและทะเล้น  แต่มันก็ฉลาดดี  เหมือนรู้ว่าผมไม่ต้องการให้ฝ่ายที่ถูกช่วยรับทราบเช่นกัน 

เด็กวัยรุ่นพวกนั้นกระจายตัวหลีกทางออกอย่างเงียบ ๆ และรักษาท่าที  ดาวและเมฆรีบเดินจ้ำเท้าหนีไปอย่างรวดเร็วอย่างไม่เหลียวหลัง  ผมหยิบปืนที่พกมาด้วยออกมาแล้วนำกระสุนออกจากกระบอก  พร้อมเดินตรงไปหาวัยรุ่นพวกนั้น  ไอ้เด่นตามประกบหลัง  ผมเดินตรงดิ่งไปหาเด็กผู้ชายที่ดูจะเป็นหัวโจกที่สุดในกลุ่ม  ผมจ้องมัน  มันเองก็มองหน้าผมไม่วางตา  สายตาของมันที่ดูน่าขยะแขยงเมื่อครู่นี้ตอนนี้ดูน่าชวนอาเจียนมากกว่าเดิม  สายตาที่ดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเพียงแค่ได้เห็นกระบอกปืนแค่นั้น

"ฮึก!" มันสะดุ้งเฮือกเมื่อผมชักปืนออกมาไม่ทันให้มันได้ตั้งตัวพร้อมกับแตะจ่อไปที่หน้าผากมัน  พวกเพื่อนมันแตกฮือไปคนละทาง 


แกรก~  ...เสียงปืนที่ลั่นไกแบบไร้กระสุนทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้งตาโตแทบถลน  ผมแสยะยิ้มให้  หึ..ชอบที่ได้เห็นเวลาที่คนเหี้ย ๆ แสดงสีหน้าแบบนี้จริง ๆ หน้าตาที่ทำแบบเดียวกันทุกคนเวลากลัวตาย  รายไหนรายนั้น

"เพื่อนมึงดูรักมึงทุกคนเลยนะ" ผมแสยะยิ้มพูดประชด

"ถ้ากูเห็นว่ามึงมายุ่งกับคนบ้านนั้นอีก รอบหน้า..มึงจะไม่มีแม้แต่มือเอาไว้ชักว่าว เข้าใจไหม..น้องชาย" ผมยิ้ม  ไม่ขู่เปล่า  นำลูกกระสุนที่อยู่อีกมือแทงเข้าที่หน้าผากมันแทนปากกระบอกปืนในทันที  อีกฝ่ายตัวสั่นตาโต  ตาดำกลอกมองไปที่กระสุนที่อยู่บนหน้าผากตนเอง

"ไม่ยิงสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก กระสุนแพงน่ะ แพงกว่าชีวิตมึงอีก..หึ" ผมพูดแกมหัวเราะ

"เก็บหน้าหล่อ ๆ ของน้องเค้าไว้หน่อยซิ" ผมพูดยิ้มอย่างเป็นมิตร  ไอ้เด่นนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกับเข้าไปล็อกหน้าอีกฝ่ายทันที  ไอ้เด็กคนนี้พยายามจะขืนแรงมันแต่มีหรือที่แรงคนที่ตัวเล็กแถมท่าทางอย่างกับคนขี้ยาจะไปสู้แรงคนที่ออกกำลังกายและฝึกโหดแทบทุกวันอย่างไอ้เด่นได้  ไอ้เด่นยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายเมื่อจัดการถ่ายรูปหัวโจกเสร็จเรียบร้อย 

ผมกวาดตามองไปที่พวกมันอีกเป็นครั้งสุดท้าย  ไม่มีการพูดอะไรจากเราทั้งสองฝ่าย  พวกมันก็รีบแยกย้ายกันอย่างกับผึ้งแตกรัง  ผมหันกลับไปในทางที่ดาวและเมฆเดินไปในซอย  คาดว่าทั้งสองคนคงจะกลับบ้านเพราะมันน่าจะเป็นทางเดียวกับที่พี่ธานได้เขียนแผนที่ไว้ให้  เมื่อเดินลึกเข้าไปในซอยอีกประมาณสี่ห้าร้อยเมตร  ระหว่างทางถัดจากปากซอยเมื่อกี้นี้  ตอนนี้ทางก็ไม่เปลี่ยวเท่าไหร่แล้ว  มีตึกรามบ้านช่องทั้งสองข้างทางและบางบ้านก็เป็นร้านขายของชำกับพวกผักสดสลับกันไป  ทุกคนต่างมองมาที่ผมเหมือนสงสัยและแปลกตา  ทั้งที่วันนี้เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตผมก็แต่งตัวธรรมดาที่สุดแล้ว  เสื้อโปโลสีดำกับกางเกงยีน  มีแต่ไอ้เด่นนั่นแหละที่แต่งตัวสุภาพดูดีเกินผมซะอีก 

ผมว่าไอ้เด่นคงจะชินกับการแต่งตัวแบบนี้  เพราะนอกจากที่พวกมันจะถูกฝึกร่างกายโดยครูอาจารย์ที่ผมจัดไว้ให้แล้ว  เรื่องมารยาทก็ถูกฝึกโดยพี่ธาน  และเรื่องการแต่งตัวก็ถูกปลูกฝังโดยพายุ  ทุกครั้งที่พวกมันต้องติดตามผม  ถ้าจะใส่กางเกงยีนก็ต้องใส่คู่กับเสื้อโปโลหรือเสื้อเชิ้ตซึ่งสีเสื้อจะต้องผ่านตากรรมการอย่างพายุ  และถ้าต้องการใส่กางเกงสแลคก็ต้องคู่กับเสื้อเชิ้ตสีขาวหรือสีดำเท่านั้น  แต่ถ้าจะต้องออกงานก็ต้องมีสูทเป็นงานเป็นการแล้วแต่โอกาสไป  ทุกอย่างพายุเป็นคนจัดการทั้งหมด

"ยาย..หนูกลับมาแล้ว!" เสียงดาวตะโกนบอกคนในบ้านทำให้ผมกับไอ้เด่นหยุดยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของบ้านหลังนั้นในทันที  ผมไม่ได้เข้าไปยืนที่หน้าบ้านเพราะมันจะดูจงใจเกินไปและอีกฝ่ายอาจจะคิดได้ว่าผมเป็นคนไม่น่าไว้ใจก็ได้  ผมเลือกที่จะยืนอยู่หน้าร้านกล้วยทอดที่อยู่เยื้อง ๆ กัน  แม่ค้ามองผมกับไอ้เด่นอย่างสงสัย  ไม่ใช่สงสัยสิ..สายตาของเธอน่าจะกำลังระแวงพวกเรามากกว่า

"กล้วยทอดยี่สิบครับ" ผมบอกเธอลวก ๆ เพื่อไม่ให้เธอจับผิดว่าผมแปลกหน้า  หันกลับไปมองที่หน้าบ้านของสมุทรอีกครั้งพร้อมสำรวจทางด้านนอก  เป็นบ้านแบบตึกแถวสามชั้น  ด้านหน้าตั้งร้านขายขนมไทยเล็ก ๆ มีโต๊ะกับเก้าอี้อยู่ประมาณสามชุดเหมือนไม่ได้ตั้งใจเปิดให้นั่งเป็นงานเป็นการนัก  หรืออาจเพราะว่าพื้นที่หน้าบ้านไม่พอตั้งร้านที่ใหญ่กว่านี้ก็ได้  บ้านถูกปิดด้วยประตูมุ้งลวดจึงไม่สามารถมองเข้าไปด้านในได้ถนัด  ประตูบ้านอีกชั้นยังเป็นแบบเหล็กยืดเก่า ๆ อยู่เลย  แถมมีสนิมขึ้นตามสภาพอายุบ้านด้วย

"ยี่สิบบาทจ้า" แม่ค้าบอกพร้อมกับยื่นถุงกล้วยทอดมาให้  ผมจ่ายเงินแล้วรับถุงกล้วยมาก่อนจะยื่นไปให้ไอ้เด่นส่ง ๆ เพื่อให้มันจัดการกล้วยทอดจำเป็นนี่ซะ

"ป้าครับ..ค่ายมวยศรไกรไปทางไหนครับ" ผมถาม

"อ๋อ มาหาค่ายมวยหรอกเหรอจ๊ะ" เธอยิ้มคล้ายกับโล่งอก  ว่าแล้วว่าพวกผมต้องดูไม่น่าไว้ใจ  คิดว่าบางครั้งการแต่งตัวที่ดูดีก็ไม่ได้ช่วยให้หน้าตาดูน่าไว้ใจขึ้นมาได้บ้างเลย  สงสัยคนเราคงมีออร่าบางอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่สามารถสัมผัสได้อย่างคนนอกเห็นแน่ ๆ

"เดี๋ยวพ่อหนุ่มออกไปทางซอยนี้นะจ๊ะ เลี้ยวขวา เข้าซอยสี่..ตรงไปเรื่อย ๆ ค่ายของตาศรอยู่ก่อนถึงวัดนาสิงห์เลยจ้ะ" ป้าแกอธิบายด้วยท่าทางตั้งใจเต็มเปี่ยม

"ขอบคุณครับ" ผมยิ้มบอก

"เดี๋ยวไง..ผมขอนั่งกินตรงนี้พักสักได้ไหมครับ" ผมชี้มือไปที่เก้าอี้ไม้หินอ่อนที่อยู่หน้าบ้านใครสักคน  มันว่างอยู่พอดี  ป้าแกมองหน้าผมเหมือนความระแวงยังไม่หมดไปจากใจ

"พอดี หลงทาง เดินมาเหนื่อยน่ะครับ..จะได้นั่งกินกล้วยด้วย" ผมยิ้มหน่อย ๆ เสแสร้งไปอย่างนั้นเพราะอันที่จริงแล้วขี้เกียจจะฉีกปากยิ้มเอามาก ๆ

"ได้เลย ๆ ตามสบาย" ป้ารีบบอก  ผมพยักหน้าให้ไอ้เด่นมันนั่งตามเพราะปกติมันจะไม่กล้านั่งถ้าผมไม่อนุญาตก่อน  ผมเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้  ไอ้เด่นถึงหย่อนก้นลงนั่งข้าง ๆ
 
"นายจะลองหน่อยไหมครับ" ไอ้เด่นกระซิบถามผมพร้อมกับแหวกถุงกล้วยทอดให้ผมดูด้วย

"อร่อยไหมล่ะ" ผมถามมันเพราะเห็นว่ามันกินไปนิดนึงแล้ว  อีกมือนึงยังถือกล้วยอยู่เลย  ส่วนตัวผมแล้วผมไม่อยากกินเพราะอากาศร้อน  ถ้ากินเข้าไปคงจะยิ่งหิวน้ำและไม่อยากมือเปื้อนอีกด้วย

"ก็..พอได้ กล้วยนี่ฝาดติดคอเลยฮะ" มันตอบยิ้ม ๆ ผมหัวเราะเบา ๆ ที่กระทั่งคนที่ไม่ค่อยติเรื่องรสชาติอาหารอย่างไอ้เด่นกลับติได้  สงสัยรสชาติคงเกินเยียวยาจริง ๆ ผมหยิบกล้วยมากินเพราะสังเกตเห็นว่าป้าคนขายกล้วยทอดยังแอบมองดูพวกเราอยู่  ผมจึงแกล้งเหลือบส่งสายตาไปทางป้าแกเพื่อให้เธอได้รู้ว่าผมรู้ว่าเธอแอบมองผมอยู่  และมากไปกว่านั้นป้าควรหยุดเสือกเรื่องชาวบ้านได้แล้ว  เธอชะงักทันทีด้วยความตกใจก่อนจะฉีกยิ้มกว้างมาให้ผม  ผมยิ้มให้เธอเพียงนิดเดียวแต่ตาไม่ได้ยิ้มด้วยเพราะรู้สึกไม่ชอบใจที่เห็นรอยยิ้มตอแหลที่ป้าแกประดิษฐ์ขึ้นมาเมื่อกี้นี้  ผมหันกลับมาสายตาก็มองเข้าไปในบ้านหลังนั้นอีกครั้ง...




........ไฟ........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-01-2016 17:16:20 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2542
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-9
ยินดีต้อนรับกลับบ้าน!!!!!

คิดถึงมากกกเลยเบบี้กำลังบ่นถึงหานิยายอ่านพอดี
เจอเรื่ิองนี้เข้าให้ดีใจมากๆ
แค่เริ่มเหมือนเนื้อหาโตขึ้นเยอะเลย แปลกไปกว่าเมื่อก่อน  ตัวละครเยอะมากไม่รู้ว่าใครเป็นพระเอกและนายเอก มีเรื่องที่ต้องติดตาม

คิดถึงเบบี้นะ ดีใจที่กลับมา:)

ออฟไลน์ imac

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 972
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
รอตอนต่อไปครับ

ออฟไลน์ ขนมโก๋

  • เป็ดหัวเน่า
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-0

ออฟไลน์ Youch06

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 155
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
ลุ้นนนนนนนนนอ่ะ
555555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ bobie

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-7
อ่านไปลุ้นไป
ลุ้นอะไรไม่รู้นะ
แต่ความรู้สึกตอนอ่านมันลุ้นมากๆ 55555555

ออฟไลน์ toou

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1312
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-3
พายุคู่กับพี่ธานเล้ยยยยย อั้ยย้ะๆๆๆ
ตอนนี้ลุ้นกับคุณไฟมากค่ะ ตามหาสมุทรด้วยตัวเองเลยยยยย  งื้ออออออ

ออฟไลน์ michiko_love

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-3
พายุน่ารักอ่า  :กอด1:

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1777
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-7
ตัวระครดูหนักแน่น ฉลาด และสู้คน ดีจัง



อ่านแล้วรู้สึก ถ้าไม่ท้อ ก็สู้ต่อได้ โอกาศ ทุกคนมีไม่เท่ากัน



แต่ทุกคน มีโอกาศเหมือนกัน



แต่โอกาศใครจะมาถึงก่อน เท่านั้นเอง



เรื่องนี้ ดูท่า เคะแต่ละองค์ เป็นเคะนางพยา ทั้งนั้น ฮ่าๆๆๆ ชอบ



(อยากบอกคุณนักแต่ง ป้าชอบเรื่องพี่คิวน้องเค้กมาก เสียดาย มาเข้าเล้าเป็ดเมื่อหมดโอกาศจอง)

ออฟไลน์ A-J.seiya*

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-7
ติดตามมมม
กิลตี้ อยากแสดงความรับผิดชอบงี้เหรอไฟ?
รอดูนะ ว่าจะพอเจอกันในรูปแบบไหน? ^^

ออฟไลน์ rujaya

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
อ่านไปก็ลุ้นไปจะได้เจอสมุทรมั้ย

ออฟไลน์ Pam_ban

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
อารมณ์นี้มาอีกแล้ว แบบว่าอยากอ่านให้จบเรื่องไปเลยทีเดียว  :z6: รอนานแล้วใจจะขาดด้วยความอยากรู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่อง  แต่มาขนาดนี้แล้วก็จะอดทนค่ะ รอเปิดตัวคุณไฟกับสมุทร  พี่เค้าเล่นซื้อของกินตลอดทางเพื่อดักรอเจอสมาชิกครอบครัวขนาดนี้ คงไม่ธรรมดาแล้วล่ะค่ะ


รอตอนต่อไปค่ะ


 :katai2-1:

ออฟไลน์ pornvrin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 231
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-3
เค้าสงสัยในตัวพี่ธานกะพายุตะหงิดๆ นะ พูดเล่อะ XD

ปล.อยากเห็นน้องกังฟู คงน่ารักน่าอุ้มน่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงพอๆ กับ มาร์ตินเลยใช่มั้ย 5555

ออฟไลน์ sirin_chadada

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-8
รอตอนต่อปาย...

ออฟไลน์ KaniSui

  • ♪(*^ ・^)ノ⌒☆
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-0
ได้กลิ่น พี่ธานน้องพายุมาแต่ไกล ง่อวววววววว
พี่ไฟตอนเดินแถวหมู่บ้านนี่ชาวบ้านคงมองเหมือนพวกมาทวงหนี้ มาดักคนอุ้มไปนั่งยางไรงี้
คิดว่าพี่ไฟจะหล่อพอจะกลบมาดมาเฟียชุดดำได้อยู่นะ แต่คงจะไม่ใช่ 55555 ดาร์กไปอีก
พ่อสมุทรนี่ก็กลิ่นไอความเป็นคนดีมาเลยค่ะ รุกพ่อมาเฟียให้รอดนะได้โปรด หวังไว้มากเลยเนี่ย 55555

ชอบความเป็นลูกน้องมาก อารมณ์เพื่อเจ้านายผู้ให้ชีวิตใหม่งี้มันจะอินเป็นพิเศษ งื้อออออ

อยากจะให้เจอ อยากจะให้จีบกันเร็วๆ ขอสักคู่นึงเริ่มจีบกันก่อนในตอนต่อไปเลยค่ะ!!!



นี่ระหว่างอ่านก็มโนต่อๆๆไปไกลอีกละ เหมือนตอนอ่านสลิ่ม ไม่จบสักทีเพราะมัวมโน 55555
ติดแล้วเนี่ย มาอีกเร็วววววววววววว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-10-2015 17:32:26 โดย KaniSui »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด