The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 52 [ 22:41 น. - อา. 14 มิ.ย 63 หน้า 76 ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 52 [ 22:41 น. - อา. 14 มิ.ย 63 หน้า 76 ]  (อ่าน 306458 ครั้ง)

ออฟไลน์ khwanruen

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1262
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-3
เข้ามาติดตามด้วยคนจ้า  :mc4:

ออฟไลน์ snack

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-0
ไฟกับสมุทรยังไม่เจอกันขอลุ้นพายุกับพี่ธานไปก่อน

 :mew1:

ออฟไลน์ Fragrant

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
ยาวมากจริงๆ สู้ๆค่ะ รออ่านน้า  :กอด1:

ออฟไลน์ thyme812

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-3

ออฟไลน์ punthipha

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-0
เพิ่งเข้ามาอ่าน :mc4: ไม่เจอกันนานมาก  :mew1: :mew1: รอตามต่อ

ออฟไลน์ NOPKAN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-1

ออฟไลน์ pui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2429
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-3
รอตอนต่อไป^^

ออฟไลน์ Madness69

  • Love@Sickness
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 515
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-0
    • Madness69 Fanpage
 :จุ๊บๆ:
ดีใจหลาย จะได้อ่านเรื่องไหม่ เอิงเอย
คิดฮอดอีหลีเด้อไอ้เด็กหื่น
ู^@^

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

(อยากบอกคุณนักแต่ง ป้าชอบเรื่องพี่คิวน้องเค้กมาก เสียดาย มาเข้าเล้าเป็ดเมื่อหมดโอกาศจอง)

ขอบคุณค่ะ _/\_ ติดตามภาคต่อได้น้าาา ยังทัน 55555++


เค้าสงสัยในตัวพี่ธานกะพายุตะหงิดๆ นะ พูดเล่อะ XD

ปล.อยากเห็นน้องกังฟู คงน่ารักน่าอุ้มน่ากอดรัดฟัดเหวี่ยงพอๆ กับ มาร์ตินเลยใช่มั้ย 5555

ปล.มันน่าจะสามารถแดกมาร์ตินได้เลยทีเดียวนะ กร๊าก


:จุ๊บๆ:
ดีใจหลาย จะได้อ่านเรื่องไหม่ เอิงเอย
คิดฮอดอีหลีเด้อไอ้เด็กหื่น
ู^@^


มาก็ช้า อายุมากแล้วก็งี้ หึหึหึหึ
ถ้าเค้าเป็นงั้นจริง ..เจ๊ก็เป็นระดับอาจารย์หื่นแล้วล่ะ กร๊ากกกก
  :hao6:

ออฟไลน์ dolphins

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 585
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +113/-1
เบบี้ ^^ มากอดทีดิ  :กอด1: เพิ่งเห็นว่าลงเรื่องใหม่ ดีใจอ่ะ  :impress2: ... รอตอนต่อไปนะจ๊ะ อยากรู้เรื่องราวของสมุทรบ้างแล้ว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ KaorPaor

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 703
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +140/-4
อัยยะเพิีงเห็นเรื่องใหม่
รีบเข้ามาอ่านเลย

รักนะตัวเอง จุ๊บๆ

ออฟไลน์ aehJTS

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1993
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +216/-8
โอ้ยยยย.เห็นชื่อแล้วดีใจมากเลยค่ะ
ติดตามอ่านเหมือนเดินนะค่ะ

 :pig4: ค่ะ

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15
ตอนที่ 3
..ไฟ..




"ไอ้เด่น..มานี่" ผมกวักมือเรียก  เมื่อเห็นนาฬิกาบอกเวลาที่พี่ธานได้เขียนกำกับไว้ว่าสมุทรจะกลับถึงบ้านเป็นเวลาเท่าไหร่ของวันนี้  พี่ธานบอกว่าโดยปกติเขาไม่เคยผิดเวลา  และตอนนี้ก็ใกล้เวลาเต็มทีแล้ว  ดังนั้นผมควรหลบออกมาก่อน  ผมเดินผ่านบ้านของสมุทรไปเพราะเห็นว่ามีซอยอยู่ทางด้านซ้ายมือด้านหน้าใกล้ ๆ คิดว่าไปรอที่นั่นน่าจะสะดวกกว่า

"ตอนเด็ก ๆ กูฟันผุ" ผมหาเรื่องคุย  มือหยิบลูกอมออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างเคยมือแล้วก็นึกอะไรขึ้นได้  วันนี้มีลูกอมรสมะขามอยู่ในกระเป๋าเสื้อเพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น  เหมือนถูกบังคับว่าให้กินได้แค่เม็ดเดียวจากคนที่โตกว่า

"พ่อเลยห้ามไม่ให้กูกินลูกอมอีก สั่งห้ามพี่ธานด้วยว่าถ้ากูกิน ให้พี่ธานไปบอกพ่อทันที" ผมเล่า  ไอ้เด่นมองหน้าผมอย่างตั้งใจฟัง  ผมหันกลับไปมองที่หน้าบ้านสมุทรอีกครั้ง

"พ่อให้ป้าอิ่มเอาลูกอมในโหลที่กูสะสมไว้ไปเททิ้งจนเกลี้ยง" ผมกระแทกเสียง 

"มึงเข้าใจคำว่าเกลี้ยงไหม" ผมหันไปมองหน้าไอ้เด่นอย่างนึกโมโห  นึกทีไรเป็นต้องอารมณ์เสียทุกที

"..กูโกรธพ่อมาก" ผมเล่าต่อ 

"กูก็เลย..เอากุญแจรถของพ่อทุกคัน ไปซ่อนในตะกร้าผ้าอ้อมของพายุ" ไอ้เด่นหัวเราะ

"แล้วก็แอบเอาลูกอมที่ทยอยซื้อมาใหม่..ไปซ่อนในกระปุกออมสินของพี่ธาน แล้วเอาเงินพี่ธานน่ะ..ไปใส่ในกระปุกออมสินของกูแทน" ผมพูด  ไอ้เด่นหัวเราะเบา ๆ

"วันดีคืนดี พี่ธานที่ไม่เคยจะเอาเงินออกไปใช้ เสือกอยากแคะกระปุกออมสินขึ้นมา..พอจับได้ว่ากูทำอย่างนั้น โกรธกูหน้าแดงเลย ถ้ามึงเห็น..รับประกันว่าโคตรฮา" ผมพูดแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้

"กูก็เลยขู่พี่ธานว่า..ถ้าพี่ธานเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อ กูจะบอกพ่อว่าพี่ธานแอบสูบบุหรี่ ซึ่งกูโกหกอะนะ..หึหึหึ" ผมขำ 

"แต่ถ้าพี่ธานไปฟ้องพ่อกูขึ้นมาจริง ๆ มึงว่าพ่อกูจะเชื่อกูหรือเชื่อพี่ธานวะ" ผมหันไปมองหน้าไอ้เด่น  ไอ้เด่นส่ายหัวยิ้ม ๆ เหมือนไม่ขอตอบ 

"เชื่อพี่ธานอยู่แล้วสิไอ้เหี้ย รายนั้นน่ะประวัติด่างพร้อยที่ไหน" ผมเบะปากว่าให้  ไอ้เด่นหัวเราะหนักกว่าเดิม  หลังจากวันนั้นพี่ธานก็ตกลงกับผมว่าผมสามารถซื้อลูกอมได้แค่วันละหนึ่งบาทเท่านั้น  สมัยนั้นหนึ่งบาทได้ลูกอมตั้งสองเม็ด  บางยี่ห้อก็สามเม็ด  บางทีผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะโตมาถึงวันที่ลูกอมเม็ดละหนึ่งถึงสองบาทได้..แม่งบ้าไปแล้วจริง ๆ 

ผมจำได้ว่า..วันที่พ่อของผมเสีย  พี่ธานเดินเข้ามาหาพร้อมกับลูกอมรสซูกัสสีเขียวสองเม็ด  เราแบ่งกันกินคนละเม็ด  วันนั้นพี่ธานเพียงพูดกับผมว่า.."ห้ามกินเกินวันละสองบาท ถือว่าปรับตามเศรษฐกิจให้แล้วกัน" ทำให้ผมหัวเราะออกมากับมุขที่จะพยายามปลอบใจผม  มันคงเป็นการปลอบใจที่ฝืดที่สุดเท่าที่เคยพบมาเลยละครับ

ผมกับไอ้เด่นยืนอยู่ตรงนี้อยู่ร่วมสิบนาที  หลังจากนั้นไม่นานก็เห็นสมุทรเดินเข้ามาในซอย  หน้าตาดูอิดโรย  ดูท่าเขาคงเหนื่อยล้าพอดู  ผมยืนกอดอก  เอนตัวพิงกำแพงมองตามสายตาของสมุทรที่ตอนนี้เขากำลังมองไปที่ผู้หญิงแก่คนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าบ้านของเขา  เธอน่าจะมาซื้อขนมหรืออาจมาหาใครสักคน..

"ซื้อขนมหน่อยจ้า~" ผู้หญิงคนนั้นตะโกนบอกคนในบ้าน

"ค่า!" เสียงคนในบ้านตะโกนตอบกลับทันที

"เอาอะไรดีครับป้า" สมุทรพูดทักทั้งที่เจ้าตัวยังไม่ถึงบ้านดี  เขายิ้มกว้าง  รีบวิ่งตรงดิ่งเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นในทันทีที่เห็นว่าเธอต้องการซื้อขนมของบ้านตน  ท่าทางอิดโรยเมื่อครู่ดูจะหายไปสนิทอย่างกับสั่งได้

"พี่สมุทรกลับมาแล้ว!" เสียงดังด้วยความดีใจจากเด็กผู้ชายในบ้าน  สมุทรอมยิ้ม  เขาวางของที่ถือไว้ลงบนโต๊ะอย่างลวก ๆ แล้วรีบพับแขนเสื้อขึ้นมากกว่าเดิมก่อนจะเดินไปล้างมือ

"ขอโทษค่า" ดาวเปิดมุ้งลวดออกมา  เธอรีบมัดผม  ใส่รองเท้าอย่างเร่งรีบเพื่อมาช่วยพี่ชาย  เสียงของทุกคนเริ่มเบาลงจนไม่ได้ยิน  ผมยืนเพ่งพินิจริมฝีปากที่ขยับไปมาระหว่างหญิงคนนั้นและสมุทร 

"ฟักทองบวดแค่ห้าถุง" ผมเบะปากพึมพำ  ท่าทางของสองพี่น้องนั้นกุลีกุจอช่วยกันใหญ่  ดีใจอย่างกับขายได้เป็นรอยถุงอย่างนั้น..หึ 

"ฟักทองบวดนี่มันเป็นยังไงวะ" ผมหันไปบ่นถามไอ้เด่น

"นายก็เคยกินนะครับ ที่คุณพายุทำให้ไงฮะ" ไอ้เด่นบอก  ผมเบะปากอีกครั้งเพราะไม่เคยจำ 

"เหรอ" ผมตอบแค่นั้นแล้วหันกลับไปมองที่เดิมต่ออีกครั้ง

"พี่สมุทร!" เมฆเปิดประตูออกมาแล้วรีบเดินไปหาพี่ชายด้วยท่าทางดีใจจนน่าแปลกตา  สมุทรหันไปยิ้มแล้วอุ้มน้องชายตัวเองขึ้น

"ไอ้เด่น..หน้าตามึงเหมือนคนอยากกินบัวลอยนะ" ผมหันไปมองหน้าไอ้เด่นแกมบังคับหลังจากเห็นสมุทรพูดว่า "วันนี้ไม่เอาบัวลอยด้วยเหรอครับ" แต่หญิงคนนั้นปฏิเสธก่อนที่จะได้รับของแล้วเดินไป  ไอ้เด่นอ้าปากหวอเพราะกล้วยทอดยังไม่หมดดีเลย  ผมมองหาเป้าหมาย  หันไปเห็นกลุ่มเด็กผู้ชายกำลังนั่งเล่นเกมเศรษฐีอยู่พอดี  ผมหยิบเงินออกมาสามร้อยแล้วยื่นให้ไอ้เด่นไป

"ให้เด็กไปซื้อบัวลอยมาดิ สัก..หกถุง จ้างมันไปร้อยนึง"

"ครับ" ไอ้เด่นพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปหาเด็กกลุ่มนั้น  มันคุยกับเด็กอยู่ประมาณสองสามนาที  เด็กผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่มก็รีบวิ่งจ้ำอ้าวสี่คูณร้อยไปที่ร้านสมุทรทันควัน  ผมแอบมองอยู่ที่เดิม  เพียงครู่เดียวไอ้เด็กคนนี้ก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาหาพวกผมพร้อมกับยื่นถุงขนมบัวลอยให้ด้วย

"ขอบใจ" ไอ้เด่นบอก 

"แค่นี้แหละ ไปได้แล้ว" ไอ้เด่นว่า  เด็กคนเดิมพยักหน้ายิ้ม ๆ กลับไปที่กลุ่มเพื่อนของตน  พวกมันพากันหยุดเล่นเกมแล้ววิ่งไปพร้อมกับเงินหนึ่งร้อยบาทในมือ  ผมกับไอ้เด่นยืนมองถุงบัวลอย  คนที่น่าจะมีคำถามอยู่ในหัวมากที่สุดก็คงจะเป็นไอ้เด่นในตอนนี้นี่ละมังครับ  น่าสงสารแต่ก็ขี้เกียจอธิบาย

"นายชอบผู้หญิงบ้านนั้นเหรอครับ" ไอ้เด่นถาม  ผมกลอกสายตามองไปที่มัน  มันยิ้มกว้างหน้าซื่อ

"มึงนี่สอดรู้จริง ๆ" ผมส่ายหัวบ่น  ไอ้เด่นหน้าจ่อยไปเล็กน้อยแต่ก็ยังอมยิ้มเหมือนคนไม่ได้สำนึกเท่าไหร่นัก  ผมหันกลับไปมองที่เดิมอีกครั้ง  สามพี่น้องคุยอะไรกันสักอย่างก่อนเข้าบ้านไปพร้อม ๆ กัน



ตืด  ๆ  ๆ ๆ  ...ผมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู  เห็นสายโทรเข้าจากพี่ธานจึงรีบกดรับ  ตั้งแต่จำความได้  พี่ธานคงเป็นคนเดียวที่ผมไม่เคยไม่รับโทรศัพท์ของพี่แกเลยสักสายเดียว

"ว่าไง" ผมพูด

"หวัดดีครับคุณไฟ..คืนนี้คุณไฟว่างไหมครับ ป๋าจงบอกว่าอยากเจอคุณคืนนี้น่ะครับ" พี่ธานเข้าเรื่องทันที

"ว่าง ที่ไหน" ผมถาม

"Teaser เหมือนเดิมครับ..เห็นว่า อยากจะคุยเรื่องหุ้นที่ผับ" พี่ธานบอกชื่อผับประจำที่ผมกับป๋าจงชอบนัดเจอกัน

"ได้..บอกป๋าได้เลย งั้นเดี๋ยวไปเจอกันที่บ้านแล้วกัน เดี๋ยวผมกลับแล้ว..ไม่เกินหกโมงครึ่งน่าจะถึง" ผมบอกพร้อมกับพลิกนาฬิกาข้อมือดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

"ได้ครับ หวัดดีครับ" พี่ธานพูดก่อนตัดสายไป  ผมเดินนำออกมาก่อนโดยเร่งฝีเท้าค่อนข้างเร็วเพราะยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคนที่อยู่ในบ้านตอนนี้  ผมกับไอ้เด่นกลับมาที่รถอีกครั้งและเดินทางกลับบ้าน

"อะไรครับนั่นน่ะ" พี่ธานถามด้วยสีหน้าแปลกใจที่เห็นไอ้เด่นถือทั้งถุงซาลาเปาและถุงบัวลอยเต็มไม้เต็มมือ 

"ของฝากให้พี่ไง" ผมตอบปัดไปที  พี่ธานยังคงมองด้วยสีหน้าเรียบ ๆ

"มีส่วนของมึงด้วยนะ" ไอ้เด่นพูดแกมหัวเราะไปทางไอ้เข้มที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กับพี่ธาน
 
"ผมขอตัวเข้าไปอุ่นอาหารในครัวนะครับนาย" ไอ้เด่นหันมาบอกพร้อมกับก้มหัวเล็กน้อย  ผมพยักหน้าอนุญาต 

"เป็นไงบ้างครับ" พี่ธานถาม  ผมเดินนำเข้าไปในห้องนั่งเล่นเพราะอยากนั่งพักสบาย ๆ เต็มแก่แล้ว  วันนี้เกือบทั้งวันที่ทำอะไรไม่ได้เกี่ยวกับงาน  หรือที่จริงอาจจะเป็นงานก็ได้ละมั้ง  งานที่ได้รับมอบหมายจากพ่อก่อนเสีย 

นอกจากห้องนอนของผมแล้ว  ห้องนั่งเล่นห้องใหญ่นี้เป็นห้องที่ผมชอบมากที่สุดในบ้าน  เป็นได้ทุกอย่างทั้งอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ชมวิว ทำงานแบบเปลี่ยนบรรยากาศ  และเพราะผมไม่ค่อยชอบให้ห้องนี้เสียงดังนัก  เวลาที่ไอ้ดินอยากจะดูหนังเสียงดัง ๆ ผมมักจะไล่ให้มันไปดูที่ห้องนั่งเล่นอีกห้องหนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่าห้องนี้เกือบครึ่ง  ห้องนั้นทำไว้สำหรับดูหนังอย่างเดียว  มีเครื่องเสียงให้ครบและสามารถนั่งนอนดูได้อย่างสบาย ๆ มันอยากจะดูดังลั่นสักแค่ไหนก็เรื่องของมันแต่สำหรับห้องนั่งเล่นห้องใหญ่นี้ผมขอสิทธิ์พิเศษว่าให้ใช้ชีวิตเบา ๆ กันหน่อย  ซึ่งทุกคนในบ้านก็จะรู้ดี 

พี่ธานรีบรินน้ำให้ผม  ผมรับมาดื่มจนหมดแก้ว
"ก็..พอจะคล้ายกับที่พี่ว่าไว้" ผมตอบ  พี่ธานอมยิ้มเหมือนพอใจแล้วเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัว 

"เป็นคนขยันนะครับ หนักเอาเบาสู้ทีเดียว" พี่ธานพูด  ผมพยักหน้าอย่างไม่ปฏิเสธ  อันที่จริงแล้วผมไม่ใช่คนที่จะไว้ใจใครง่าย ๆ ถามว่าผมไว้ใจลูกน้องของผมทั้งหมดไหม  ผมก็ไว้ใจแต่ในทางกลับกัน  ผมยังรู้สึกว่าผมต้องเตรียมใจยอมรับกับความผิดหวังตลอดเวลาในทุกการเชื่อใจนั้น ๆ อย่างเรื่องของครอบครัวลุงยอดเอง  ผมไม่ควรนำความไม่สบายใจส่วนตัวของผมมาตัดสินการช่วยเหลือเสียด้วยซ้ำ  พ่อของผมสั่งเสียไว้ก่อนท่านจากไปว่าให้ผมหาครอบครัวของลุงยอดให้พบและถ้าอีกฝ่ายลำบากอยู่  ก็ให้ช่วยเหลือเท่าที่จะสามารถทำได้  หรือถ้าไม่ลำบากก็ควรตอบแทนเท่าที่ควร  ทั้งที่มันควรจะเป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ผมควรจะทำตามคำสั่งของพ่อผมอย่างตรงไปตรงมา  แต่ผมกลับปฏิเสธไม่ได้ว่าผมจะช่วยเหลือพวกเขาในวิธีตามแบบของผมเท่านั้น  ช่วยไม่ได้..ก็พ่อไม่ได้เขียนกำกับไว้นี่ว่าให้ช่วยพวกเขาแบบไหน

ลุงยอดเป็นลูกน้องที่พ่อรักและไว้ใจเหมือนเพื่อนสนิทคนหนึ่ง  ส่วนลุงยอดเองเป็นสหายคนเดียวที่ติดตามพ่อและตายแทนพ่อผมได้เช่นกัน  ลุงยอดต้องเสียชีวิตก็เพราะธุรกิจของครอบครัวผม  มันมีส่วนให้เป็นอย่างนั้น  ครอบครัวของลุงยอดต้องตกที่นั่งลำบากก็เพราะพวกผมอีกนั่นละ  ในสมัยนั้นที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมากมาย  ทุกอย่างมันเกินควบคุมไปหมดแล้ว  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องของผู้ใหญ่แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า  เหตุการณ์ในวันที่ลุงยอดเสียนั้นผมยังจำได้ดี  ดังนั้น..ผมจึงเห็นสมควรว่าสิ่งที่พ่อสั่งไว้มันสำคัญ

ส่วนตอนนี้เอง  แม้ว่าพี่ธานจะนำข้อมูลที่ว่าครอบครัวนั้นเป็นคนดีและน่าไว้ใจ  แต่ในมุมมองของผมแล้ว  ผมไม่ต้องการนำความขยัน  ความที่ดูเป็นคนดีนั้นมาวัดเพื่อลองให้เราเชื่อใจใครสักคน  หลายครั้งเรามักผิดหวังก็เพราะเทียบมาตรฐานอะไรทำนองนี้เป็นที่ตั้ง  ในขณะที่ผมกำลังต้องการรู้อะไรด้วยตนเอง  ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าสมมุติว่าผมปรากฏตัวต่อหน้าอีกฝ่ายแล้ว  เขาจะจำเรื่องราวที่ผ่านมาหลายสิบปีนั่นได้ไหม  และถ้าเขาจำได้แล้ว  ผมคงต้องขอมองในแง่ลบไปอีกว่า  ผมมาเสนอตัวช่วยเหลือครอบครัวเขาอย่างนี้  อีกฝ่ายจะหน้าเงินแค่ไหนกัน  หรือถ้ามองให้ร้ายไปกว่านั้นอีก  พวกเขาอาจจะโกรธแค้นครอบครัวของผมก็เป็นได้  ผมไม่มีทางรู้เลยถ้าไม่ไปเผชิญหน้าโดยตรง  ซึ่งตอนนี้  ผมอยากได้เปอร์เซ็นต์ในใจผมเท่านั้นว่าถ้าผมปรากฏตัวแล้ว  เรื่องมันจะไม่หักมุมจนน่าหน่ายใจเกินไป

"ผมว่าจะดู ๆ ไปสักพัก" ผมถอนหายใจพูดบอก  เท้าแขนลงบนหน้าขา  เรามองหน้ากัน

"คุณกลัวว่าอีกฝ่ายจะ.." พี่ธานพูดก่อนทิ้งน้ำเสียงไป

"หึ..อืม สงสารพ่อที่ตายไปแล้วน่ะ" ผมพูดติดตลกเพราะรู้ว่าพี่ธานหมายถึงอะไร 

"ลุงยอดเองก็เป็นคนดีมาก" ผมก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างหนักใจ  เขาเป็นคนดีมากเกินไปด้วยซ้ำ

"ผมพูดตามตรงนะ.. ผมแค่ไม่อยากผิดหวังในตัวพวกเค้า" ผมบอก

"ครับ ผมเข้าใจ" พี่ธานพยักหน้า

"นายครับ! พี่ธาน! บัวลอยมาแล้ว" ไอ้เด่นเดินกลับเข้ามาพร้อมกับไอ้เข้มและถาดที่มีบัวลอยอยู่บนนั้นสองถ้วย 

"เสียงดังทำไม" พี่ธานขมวดคิ้วดุ  ไอ้เด่นหุบปากลงทันที  มันนำขนมเสิร์ฟให้แล้วยืนมอง  ผมมองถ้วยบัวลอยที่อยู่ตรงหน้า

"ของ..ยายสมุทรเหรอ" พี่ธานถาม

"ของ ผู้หญิงของนายน่ะพี่" ไอ้เด่นแย่งตอบ  พี่ธานกลั้นหัวเราะ

"หักโบนัสมันนะ ปากมากทั้งวัน" ผมขู่เสียงเข้ม  ปกติแล้วการพูดเล่นพูดหัวระหว่างผมกับลูกน้องก็จะมีอยู่เรื่อย ๆ แม้ผมจะดูจริงจังกับงานในบางครั้งแต่พวกมันก็คงรู้ดีว่าที่จริงแล้วผมก็ไม่ใช่คนแบบนั้นตลอดเวลา  หลายครั้งก็มีใจอ่อนกับความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกมัน  แต่แน่นอนว่าถ้าใครก็ตามทำผิดร้ายแรง  หรือถ้าทำให้ผมฟิวส์ขาด  ผมก็ไม่ยั้งมือกับพวกมันเช่นกัน

"โหย นายอ่ะ..ผมแค่พูดเล่นเองครับ" ไอ้เด่นคุกเข่าลงนั่งตรงหน้าผมทันควัน  ผมเหล่มอง  มันยิ้มเจื่อน

"คุณไม่ชอบกินขนมไทยไม่ใช่เหรอครับ แต่ซื้อมาซะเยอะเลยนะ" พี่ธานอมยิ้มแซว  ผมส่ายหัวหน่อย ๆ

"นายจะไม่กินหน่อยเหรอครับ ผมให้แม่บ้านอุ่นให้แล้ว" ไอ้เด่นพูด  ผมหันไปมองหน้าพี่ธาน  พี่ธานเบะปากยิ้ม ๆ แล้วหยิบถ้วยบัวลอยขึ้นเตรียมกิน

"หวัดดีค้าบ..กลับมาแล้ว!" ไอ้ดินวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

"หวัดดีครับคุณดิน" ไอ้เข้มยิ้มทักทันที  ไอ้เข้มกับไอ้ดินจะสนิทกันเป็นพิเศษ  เข้ากันได้ดีอย่างกับฝนตกขี้หมูไหลเลยทีเดียว  คงเพราะไอ้เข้มมีความเป็นพี่สูง  ไม่ว่าจะเจอคนที่อายุน้อยกว่านิสัยอย่างไร  ทั้งแบบไอ้เด่นที่เป็นน้องชายแท้ ๆ หรืออย่างไอ้ดิน  ก็ดูเหมือนไอ้เข้มจะรับได้ทุกอย่าง

"เอ๊ะ บัวลอย! กำลังหิวพอดีเลย" ไอ้ดินไม่ว่าเปล่า  มันพุ่งตัวเข้ามานั่งข้าง ๆ ผมแล้วคว้าถ้วยบัวลอยของผมไปในทันที



เพี้ย !!!  ...ผมฟาดมือลงที่หน้าผากไอ้ดินแล้วแย่งถ้วยบัวลอยกลับมา  ไอ้ดินจับหน้าผากตัวเองอึ้ง ๆ
"ของกู มึงนี่ชักลามปามใหญ่แล้วนะ" ผมว่า

"ปกติเฮียไม่ชอบกินขนมหวานไม่ใช่รึไง" ไอ้ดินโวยอย่างรู้นิสัยผม  ก็ไม่เชิงที่ผมจะไม่ชอบกินของหวานนะครับ  เพียงแค่ปกติผมไม่ค่อยชอบกินขนมหวานของไทยก็เท่านั้น  ผมชอบกินเค้ก กินคุกกี้ Honey Toast ซึ่งก็ต้องไม่หวานจนเลี่ยนกินไม่ลง  ในความหวานต้องมีความกลมกล่อมของเนยและนมด้วย  แต่ถ้าสำหรับขนมหวานของไทยนั้น  ถ้าผมจะกินได้ก็ต่อเมื่อเจ้านั้นมันอร่อยจริง ๆ และที่สำคัญจะต้องไม่หวานมาก  ปกติผมจะชอบกินขนมคบเคี้ยวไร้ประโยชน์มากกว่า  คนเราก็ต้องมีของที่ชอบและที่ไม่ชอบกันทุกคนนั่นแหละ

"แต่วันนี้กูจะกิน" ผมว่า

"แต่ดินหิว" มันทำหน้างอปากจู๋

"มึงไม่น่ารักหรอกนะ อายุเท่าไหร่..ตัวโตจะทันควายละ แต่สมองยังเท่าเดิม" ผมด่า  พวกลูกน้องพากันอมยิ้ม 

"นี่ขนาดไม่ชอบของหวานนะยังขนาดนี้ กินมากกว่านี้ไม่ดุจนแปลงร่างเลยรึไง" ไอ้ดินหันหน้าหนีพึมพำคนเดียว  พี่ธานหัวเราะคงเพราะได้ยินเหมือนกัน

"โอ๊ยเฮีย!" ไอ้ดินร้องเพราะผมนำมือวางลงบนหัวไอ้ดินแล้วบีบหัวมันเต็มแรงมือ  ไอ้ดินร้องหน้าเหยเกหันกลับมา

"เดี๋ยวผมไปเอามาให้ใหม่ไหมครับคุณดิน" ไอ้เข้มถาม

"ไม่ต้อง..กูซื้อมาเผื่อพวกแม่บ้านเค้า ไอ้เหี้ยนี่ไร้ประโยชน์..กินเยอะโง่มาก" ผมดักคอด่าก่อนเลย  ไอ้ดินนั่งหน้างอ

"กูกินคำเดียว กูไม่ค่อยหิว" ผมบอกเพราะไม่รู้สึกหิวจริง ๆ และจะให้ผมกินหมดถ้วยนี้ก็คงทำไม่ได้ด้วย  เพียงแค่อยากจะลองชิมดูเท่านั้นว่าของข้างทางที่อยู่ในซอกหลืบแบบนี้จะพอกระเดือกลงไหม

"กูก่อน" ผมหันไปมองตาขวางใส่ไอ้ดินเพื่อย้ำสถานะบ้าง  เดี๋ยวนี้มีอะไรไอ้ดินแม่งแย่งเข้าปากตัวเองก่อนตลอด  ไม่ได้รู้จักพี่รู้จักน้อง

".........." ทุกคนเงียบเฝ้ามองอย่างกับรอลุ้นหวน  ผมส่ายหัวเซ็ง ๆ สุดท้ายก็ตักบัวลอยเข้าปากแล้วยื่นถ้วยนี้ให้กับไอ้ดินไปอย่างตัดรำคาญ  พอไอ้ดินได้ปุ๊บมันก็ทำการสวาปามในทันที  ผมเงียบ  เหลือบมองไปที่พี่ธานเล็กน้อย  อีกฝ่ายพยักหน้าเหมือนกับยอมรับว่ารสชาติก็พอใช้ได้  ผมว่ามันก็โอเคนะครับ  ไม่หวานจนเกินไป..ก็พอกินได้อะนะ

"ไปเอาซาลาเปามาให้พวกนั้นไป" ผมบอกไอ้เด่นให้เอาไปให้พวกเพื่อนมันที่น่าจะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นของคนงานทางด้านหลังบ้าน

"ได้ครับ" ไอ้เด่นพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไป

"ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ เหนียวตัวมาทั้งวัน" ผมบอกแล้วยกน้ำเปล่าที่พี่ธานเทให้ใหม่ขึ้นดื่มจนหมดแก้วอีกครั้ง  พี่ธานพยักหน้ารับ  ผมเดินกลับขึ้นบ้านเพื่อเข้ามาอาบน้ำแต่งตัว  สงสัยว่าวันนี้คงมีงานเข้าอีกแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นป๋าจงคงไม่อยากเจอผมแบบนี้  ระหว่างที่อาบน้ำ  ในสมองก็คิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อย  กำลังคิดอยู่ว่าความคิดที่ซับซ้อนกับครอบครัวนี้สำหรับผมมันถูกต้องไหม  ผมเล่นแง่เกินไปหรือเปล่า  หรือที่จริงเขาควรจะได้รับการตอบแทนกับบุคคลที่เขาเสียไปก็ได้  ข้อดีข้อเสียตีกันให้มั่วไปหมด



- - - - - - - - - - - - - -
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-10-2015 21:46:01 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

20:35 น.  ผับ Teaser

"คุณไฟครับ เชิญทางนี้เลยครับ..ป๋ารออยู่แล้วครับ" พี่ใบ  ลูกน้องคนสนิทของป๋าจง  อายุราว ๆ รุ่นเดียวกันกับพี่ธานยืนรอต้อนรับผมอยู่แล้ว  ผมพยักหน้ายิ้มรับ  พี่ใบเดินนำเข้าไปในตัวร้าน  วันนี้ผมมากับพี่ธาน ไอ้เด่น ไอ้เข้ม  ส่วนไอ้รุ่งกับไอ้หินผมให้มันพักผ่อนอยู่บ้าน  โดยเราเดินทางแยกกันมาคนละคัน  ส่วนใหญ่ถ้าออกตอนกลางคืนเราจะทำแบบนี้กันประจำอยู่แล้ว

"หวัดดีครับป๋า" ผมยกมือไหว้ป๋าจงที่นั่งจิบไวน์รออยู่  ป๋าจงเป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ของพ่อผม  ผมเองก็สนิทกับป๋ามาก  เคารพและรักป๋ามากเช่นกัน  คนในวงการส่วนใหญ่เรียกป๋าว่า "ป๋าจง" ป๋าเป็นเสมือนลุง  รักและเอ็นดูผมกับพายุมาตั้งแต่ผมยังเด็ก  พ่อของผมชอบเรียกป๋าจงว่า "ไอ้ป๋า" เลยทำให้ผมที่แทนที่จะเรียกป๋าว่า "ลุงจง" กลับกลายเป็นเคยชินในการเรียก "ป๋าจง" แทน 

"นั่ง ๆ ๆ" ป๋าชวนด้วยท่าทางดีใจที่เห็นผมมาถึงแล้ว  ธุรกิจของป๋าส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับร้านอาหารและผับบาร์ เหล้า ไวน์ ไร่องุ่น รีสอร์ท  ทั้งหมดในธุรกิจนั้นติดอันดับว่าเป็นธุรกิจชื่อดังหนึ่งในสิบของประเทศทั้งนั้น  ป๋าจงทำงานสุจริตแต่ก็บอกปัดไม่ได้ว่าแต่ก่อนก็เคยทำงานแบบที่มือเปื้อนเลือดมาก่อน  พ่อของผมรักป๋ามากเพราะมีอุดมการณ์คล้าย ๆ กัน  พ่อเคยพูดกับผมว่า.."ถ้าป๋าค้าของเถื่อนแม้แต่ชิ้นเดียว เราก็คงจะไม่ได้เป็นเพื่อนรักกันถึงทุกวันนี้" ซึ่งแต่ก่อนป๋าเป็นยังไง  ป๋าก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น

"ไง..สบายดี" ป๋ารีบรินไวน์ให้ผมอย่างสนิทสนมแทนที่จะสั่งให้ลูกน้องรินให้  ผมอนุญาตให้พี่ธานนั่งลงข้าง ๆ ในทั้งหมดของลูกน้องผม  อะไรที่พี่ธานทำให้ผมมาตลอดจนถึงปัจจุบันนั้นทำให้ผมซาบซึ้งและให้เกียรติพี่เขามากที่สุดเสมอ

"ครับป๋า ขอบคุณครับ" ผมผงกหัวรับแก้วไวน์มา

"ป๋ามีไรรึเปล่า" ผมถาม

"หึหึหึ..แกนี่เหมือนเดิมเลยนะ จะรีบเข้าเรื่องไปไหน" ป๋าอ้าปากหัวเราะซะกว้าง  ผมยิ้ม  พี่ใบรินไวน์ให้กับพี่ธาน  อีกฝ่ายรับไปด้วยท่าทางนอบน้อมเช่นกัน 

"เรื่อง FORCE น่ะ" ป๋าเท้าแขนลงด้วยท่าทางจริงจังขึ้นมาเช่นกัน  FORCE..คือผับกึ่งร้านอาหารที่ผมกำลังจะร่วมหุ้นกับป๋าจง  ผมไม่เคยทำธุรกิจผับบาร์มาก่อน  แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าครอบครัวผมไม่เคยทำทางด้านสายงานนี้  ในสมัยของพ่อผมนั้นก็เคยทำธุรกิจแบบนี้มาแล้ว  แต่พ่อก็เลิกทำทันทีที่ลุงยอดจากไป  ครอบครัวเราขายกิจการเกี่ยวกับผับบาร์ทั้งหมด  พ่อตัดสินใจวางมือและไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนวงการนี้อีกเลยอย่างเด็ดขาด  ผมเริ่มมาคิดทำธุรกิจแบบนี้อีกครั้งก็ตอนที่ป๋าจงชวนและผมก็คิดดีแล้วว่าถ้าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับผับก็คงจะทำแค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น  และที่ร่วมหุ้นกับป๋าก็เพราะว่าเชื่อใจว่าทุกอย่างมันจะไปได้ดี

"ครับ" ผมพูด  ป๋าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเหลือบมองหน้าผมพร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ

"ไอ้กริด ลูกอาสมยศน่ะ..มันอยากจะร่วมหุ้นกับเราด้วย" ป๋าพูดขึ้น  ผมนั่งนิ่งมองหน้าป๋า  อารมณ์อย่างกับคนถูกชกหน้ายังไงอย่างนั้น  "ไอ้กริด"..จะเรียกว่าเป็นคู่อริของผมเลยก็ว่าได้  ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันก็นับว่าไม่ถูกชะตาแม้แต่นิดเดียว  เรามีเรื่องขัดขากันอยู่หลายครั้งต่อหลายครั้ง  และก็มีหลายครั้งที่ทั้งลูกน้องของผมและลูกน้องของมันต่างยิงกันเองจนบาดเจ็บกันมาแล้ว  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  ลุงสมยศพ่อของไอ้กริดกลับสนิทสนมกับป๋าจงมาก  และแน่นอนว่า  ผมเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับลุงสมยศหรอกนะครับ

"ป๋าก็ปฏิเสธแล้วนะ ป๋าเข้าใจ..แต่ไอ้กริดมันดึงดันจริง ๆ" ป๋าพูดด้วยสีหน้าเกรงใจผม  ผมได้แต่พยักหน้าอย่างเข้าใจป๋าเช่นกัน  เพราะป๋าก็คงเกรงใจลุงสมยศและก็เกรงใจผมด้วย

"งั้น..ไฟว่าไฟขอถอนตัวดีกว่าป๋า" ผมพูดเสียงเรียบ  ผมไม่ได้โกรธป๋าหรืออะไรแต่แค่ไม่อยากทำงานร่วมกันกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้าก็เท่านั้น

"เฮ้ย..ไฟ!" ป๋าอุทาน  รีบขยับตัวเข้ามาใกล้ผมพร้อมกับตบบ่าผมในทันที  ผมยิ้มให้เพราะก็ไม่อยากให้ป๋าคิดมาก

"ไฟไม่ได้โกรธป๋าหรอกนะครับ เข้าใจ" ผมบอก

"เฮ้ย ไม่ได้ ๆ" ป๋าส่ายหัวแทบหลุด  คิ้วขมวดชนกันเหมือนจะไม่ยอมรับในการตัดสินใจของผมอีก

"ทำแบบนี้ไม่ถูก ไอ้ลมได้ยินคงเอากูตาย" ป๋าพูดติดตลกจนผมขำออกมา  "ไอ้ลม"..ที่ป๋าว่าคือพ่อของผมเอง  เราต่างเงียบลง  ป๋าหันมาจ้องหน้าผมเล็กน้อย

"ที่จริงน่ะ.." ป๋าเอ่ยขึ้นเหมือนกับมีอะไรในใจ  อีกฝ่ายหยิบแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมดแก้ว

"ป๋ากำลังอยากได้ที่ดินแถวมวกเหล็ก ไอ้ยศมันบอกว่าจะขายให้..แล้วมาจังจังหวะเดียวกันกับ" ป๋าจงเบะปากเล็กน้อยเหมือนไม่ค่อยอยากจะพูดถึง

"ไม่รู้ไอ้เด็กเปรตนั่นมันรู้ได้ไงว่าป๋ากับแกร่วมหุ้นกันอยู่" ป๋าเล่าด้วยท่าทางหงุดหงิดใจ

"เอาจริงนะป๋า.." ผมพูดแทรกขึ้นพลางถอนหายใจ   

"สำหรับผม คนไม่ชอบขี้หน้ากัน เพื่อให้โลกไม่แตก..ก็แค่อยู่ห่างกันไว้" ผมพูดแกมหัวเราะ  มือหมุนแก้วไวน์เล่นไปเรื่อยเพราะเพลินมือดี  ที่จริงแล้วผมไม่ชอบดื่มไวน์แต่ก็ไม่เคยบอกใคร  ดังนั้น..รินให้ก็รับไว้แค่นั้น

"จะว่าไฟมองโลกในแง่ร้ายก็ได้ แต่ไฟคิดว่า ไอ้กริด..มันรู้ว่าไฟร่วมหุ้นกับป๋า ที่ปัญญาอ่อนคือ..มันรู้แล้วมันทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร " ผมแสยะปากพูดบอกป๋าอย่างรับไม่ได้  บางครั้งผมก็อดรู้สึกสะอิดสะเอียนกับนิสัยและพฤติกรรมของคนบางคนที่มีลักษณะแบบนี้

"ไม่ชอบขี้หน้ากัน กลับเสือกพยายามพุ่งเข้าหากัน ที่จริงไฟกับมันไม่ควรมีอะไรเชื่อมเข้าหากันเลยด้วยซ้ำ ต่างคนต่างอยู่ ต่างทำธุรกิจไป..แต่มันชอบก้าวขาล้ำเส้นมาตลอด คอยจะเอาชนะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไฟไม่อยากเล่นด้วยหรอก..เหนื่อยน่ะ" ผมยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้และถอนหายใจออกมาอย่างแรง  การเข้าไปร่วมเล่นเพื่อเอาชนะกับคนที่ไม่รู้ข้อเสียของตัวเองและมากไปกว่านั้นคือไม่ยอมรับว่าตัวเองผิดยังไง  กับคนหน้าด้านพรรค์นี้มีแต่เราที่จะเหนื่อยเปล่า 

"แต่ถ้ามึงถอยง่าย ๆ มันก็ว่ามึงยอมแพ้น่ะสิ" ป๋าพูด

"หึ..ช่างหัวมันเถอะ มันจะคิดอย่างนั้นแล้วมันสบายใจก็เรื่องของมัน" ผมหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่คิดมากอะไร  คนที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด  มันก็จะหลอกตัวเองว่ามันไม่ผิดของมันอยู่อย่างนั้นจนวันตายนั่นละ

"หึ..ไอ้นี่" ป๋าจงหัวเราะเหมือนเห็นด้วยกันกับผม

"อีกอย่าง ป๋าจะให้ไฟเอาชนะมันด้วยการลงทุนร่วมกัน..แต่ไฟจะต้องไปทนเจอหน้ามันระหว่างประชุมทุกครั้งนี่นะ เฮอะ..นรกน่ะป๋า" ผมว่าอย่างรับไม่ได้

"ไฟหมายถึง ให้ไปทรมานในนรกยังดีซะกว่าได้เห็นหน้าไอ้กริด" ผมว่า  ป๋าส่ายหัวยิ้ม ๆ คล้ายกับเอ็นดูผมและไม่ได้ต่อว่าอะไร

"อ่าว! ไฟ!" ผมหันไปมองตามเสียงที่ไม่ค่อยอยากให้คุ้นหู  ตัวการที่กำลังอยู่ในบทสนทนานี้เดินยิ้มร่าเข้ามาพอดี  ตายยากยิ่งกว่าแมลงสาบซะอีก

ถ้าคนรอบข้างผมจะบอกกับผมว่า  ผมมีหน้าตาที่ดุมากและท่าทางไม่เป็นมิตร  หน้าตาที่คาดคะเนไม่ได้ว่าควรเป็นคนดีหรือคนไม่ดี  ผมก็ไม่โกรธหรอกเพราะหน้าผมก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ มานานแล้ว  แต่สำหรับผม  ถ้าให้พูดถึงใบหน้าของไอ้กริดนั้น  ถ้าจะให้ผมนิยามลักษณะความหมายของเบ้าหน้าของไอ้กริดแล้วละก็  มันเป็นคนที่มีหน้าตาของคนที่ไม่น่าคบ  ไม่ต้องให้ใครมาดูโหงวเฮ้งแทนให้เลย  ผมดูด้วยตัวเองยังมั่นใจได้เลยว่าคนอยากไอ้กริดไม่ใช่คนที่ใครก็ตามควรไว้ใจที่จะทำธุรกิจร่วมกันกับมัน  ถึงต้องทำธุรกิจทุจริตก็ตาม  ผมก็จะไม่มีทางไว้ใจคนที่มีใบหน้าลักษณะแบบนี้  หน้าตาส่อแววขี้โกง  พร้อมอกตัญญูและหักหลังเพื่อนพ้องด้วยความหน้าด้านหน้าทนของตนเองได้เสมออะไรทำนองนั้น

"หวัดดีครับป๋า" ไอ้กริดยกมือไหว้ป๋า  ป๋ายิ้มรับไหว้

"มาเที่ยวเหรอ" ป๋าถาม

"เปล่าหรอกครับ มาหาป๋าน่ะ..เห็นเลขาป๋าบอกว่าวันนี้ป๋าจะเข้าร้านนี้" ไอ้กริดพูดแล้วเดินเข้ามาในบริเวณโต๊ะของพวกผมหน้าตาเฉยทั้งที่ป๋ายังไม่ทันชวน  ปกติป๋าจงไม่ชอบคนแบบนี้  คนที่ชอบเสนอหน้าและไม่รู้จักมารยาทว่าเวลาไหนควรเข้าเขตของคนอื่นหรือเวลาไหนไม่ควร  ผมไม่ได้มองหน้ามันเพราะไม่อยากมอง..เสียลูกตา

"ไฟขอตัวกลับก่อนดีกว่านะป๋า" ผมพูดขึ้นโต้ง ๆ

"อ่าว" หน้าป๋าเลิ่กลั่กเหมือนยังไม่อยากให้ผมกลับแต่ก็ไม่กล่าวห้ามไว้  ผมลุกขึ้น  ป๋าและพี่ธานลุกตาม

"อ่าว จะกลับแล้วเหรอ..นั่งคุยกันก่อนสิไฟ" ไอ้กริดยิ้มแฝงไปด้วยสีหน้ากวนอารมณ์  ผมเหลือบไปมองมันด้วยหางตาที่ไม่เป็นมิตรกลับบ้าง  อีกฝ่ายแสยะยิ้มให้เล็กน้อยคล้ายกับไม่สนใจว่าใครในที่นี้จะคิดยังไง

"ก็แค่ร่วมวงกันไว้..เพราะเดี๋ยวยังไง เราก็จะได้ทำธุรกิจร่วมกันแล้วนะ" มันว่าด้วยท่าทางมั่นใจ  ปากมากฉิบหาย  เสียงก็น่ารำคาญหู  ถ้าให้เปรียบเทียบความเกลียดที่ผมมีต่อมันแล้วละก็  ถ้าผู้หญิงกับผู้ชายหมดโลกนี้ไปแต่ผมจำเป็นต้องเอาใครสักคนทำเมียเพื่อสำเร็จความใคร่  ผมยอมตายซะดีกว่าจะเอาคนอย่างไอ้เหี้ยนี่  มันคงจะเป็นคนเดียวที่ผมจะไม่แข็งด้วยเพราะแค่เห็นหน้าก็จะอ้วกแล้ว

"สะอิดสะเอียนฉิบหาย" ผมพึมพำยิ้ม ๆ ทั้งไอ้กริดและลูกน้องของมันต่างพากันมองมาที่ผมเขม็งคงเพราะได้ยินชัดเจน  ผมช้อนสายตาขึ้นมองพวกมันอย่างกวนส้นตีนกลับไปให้

"ญาติดีกันไว้ น่าจะดีนะ" ไอ้กริดยังคงรักษาท่าทีเป็นมิตร  หลายครั้งผมมักสงสัยเสมอว่า..คนที่ตอแหลแสดงท่าทีเป็นมิตรที่ดีทั้งที่ไม่มีความซื่อสัตย์จริงใจต่ออีกฝ่ายหนึ่งเลยนั้น  ครอบครัวมันเลี้ยงดูมายังไงถึงได้ทำให้มันดูตอแหลได้เป็นธรรมชาติขนาดนี้  เพราะเวลาที่ผมไม่ชอบใครผมจะไม่เอาตัวเองเข้าไปใกล้คน ๆ นั้น  ไม่พูดถึง ไม่หาเรื่อง ต่างคนต่างอยู่  ขอบเขตของผมคือ..ไม่เข้าไปข้องแวะอีกฝ่ายก่อน  "ต่างฝ่ายต่างก้าวถอยหลังกลับไปในพื้นที่ของตัวเอง"  มันเป็นข้อปฏิบัติง่าย ๆ เพื่อให้ต่างฝ่ายต่างอยู่อย่างสงบสุขในโลกของใครของมันก็แค่นั้น

"หึ..ไม่ล่ะ กูถอนตัวแล้ว เชิญมึงตามสบาย" ผมบอกด้วยท่าทางไม่แคร์เช่นกัน  ไอ้กริดหน้าเหวอไปเล็กน้อย  มันคงผิดคาดที่ผมไม่คิดจะเดินต่อด้วย

"ก็ไม่เชี่ยวทางด้านนี้ ที่จริงมึงก็ควรจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้วนี่นะ" ไอ้กริดพูดว่าแกมหัวเราะ 

"กูไม่เชี่ยวเหมือนมึงอยู่แล้ว เรื่องไม่มีมารยาท..หน้าด้านหน้าทนอะไรพวกนี้น่ะ" ผมยิ้มย้อนทันที  ไอ้กริดหน้าเสีย

"หึ..กูว่ามึงชนะเลิศด้านนี้ว่ะ" ผมยักคิ้วยิ้มมุมปาก  นำมือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบายใจ

"ไอ้ไฟ!" ไอ้กริดลุกขึ้นตะคอกคล้ายหมดความอดทน 

"กูจะบอกอะไรให้มึงรู้ไว้" ผมพูดขึ้นนิ่ง ๆ หุบยิ้มลงและมองหน้ามันไม่วางตา  บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปทันที

"ถึงถ้าครั้งนี้กูจะรู้จักกับมึงครั้งแรก กูก็จะไม่ร่วมทำธุรกิจกับมึง เพราะอะไรรู้ไหม.." ผมพูด  ไอ้กริดมองผมตาเหลือกเหมือนมันลุ้นในคำอธิบายยาว ๆ ของผม

"เพราะหน้าตามึงน่ะ..ถึงเกิดเป็นหมา ก็เป็นหมาที่พร้อมจะหักหลังเจ้านาย" ผมยิ้มมุมปากบอก  ได้ยินเสียงพี่ธานหัวเราะชอบใจเบา ๆ 

"ไอ้ไฟ! มึง.." ไอ้กริดกัดฟันแน่นด้วยความโมโห  มันชักปืนออกมาจ่อที่ผมในทันที  แต่ก็ดูเหมือนความเร็วของแขนมันจะช้ากว่าพี่ธานที่อายุมากกว่ามันไปหน่อย  ผมยังคงยืนนิ่งมองไปที่กระบอกปืนของไอ้กริดเพื่อสำรวจรุ่นและคำนวณความเร็วที่มีอยู่ในหัว  ทุกคนเงียบหมดแม้กระทั่งเสียงเพลงในร้านก็ดับสนิทลงเหมือนรู้ว่าเกิดเหตุไม่ดีขึ้น  ลูกน้องของเราทั้งสองคนต่างยืนจังก้าเอาปืนจ่อหัวกันและกัน  ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ได้เห็นมาพักใหญ่ ๆ แล้ว

"เอาสิ" ผมเอ่ย

"กูก็อยากรู้มานานแล้ว..ว่าลูกน้องกู หรือมึง..ที่จะเร็วกว่ากัน เวลาที่มึงให้ลูกน้องมึงมาแทงข้างหลังคนของกูทีไร กูไม่เคยได้อยู่เห็นสักที" ผมแสยะปากหัวเราะ  จ้องหน้ามันอย่างท้าทาย  ไอ้กริดกัดฟันแน่นเหมือนแค้นเต็มที่  มือที่ถือปืนอยู่เกร็งด้วยความเดือดอย่างเห็นได้ชัด  ผิดกับพี่ธานที่ยังคงนิ่งไม่แสดงอารมณ์ให้เห็น  คนแบบไอ้กริดไม่มีทางมาเทียบสติคนอย่างพี่ธานได้อยู่แล้ว  ตามอย่างที่ผมพูด..ผมก็อยากจะวัดให้เห็นกับตาตรงนี้เหมือนกันว่าอดีตนักแม่นปืนอย่างพี่ธานกับคนใจหมาอย่างไอ้กริดใครมันจะดวงเจ๋งกว่ากัน

"........." ผมกับไอ้กริดจ้องหน้ากันไม่ละสายตา  ผมอมยิ้มเยาะ  คาดว่าไอ้กริดน่าจะรู้ดีว่าพี่ธานเป็นใคร  ในวงการยิงปืน  พี่ธานก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงมากไม่น้อย

"เอา ๆ ๆ! ..พอได้แล้ว" ป๋าจงพูดขึ้นเสียงดังลั่น  ป๋าปัดมือไล่ลูกน้องของตนที่วิ่งเข้ามาอย่างเป็นห่วง

"ทำเหมือนไม่มีอั๊วอยู่ตรงนี้ พอ ๆ ๆ ๆ" ป๋าไม่พูดว่าเปล่า  แกนำไม้เท้าคู่กายอันโปรดราคาหลายแสนของแกที่พายุบินไปซื้อให้ถึงดูไบเพื่อนำมาเป็นของขวัญวันเกิดในปีที่ผ่านมาขึ้นปัดกลางระหว่างเราทั้งสองฝ่าย  พี่ใบเข้ามาเคลียร์ระหว่างกลางด้วยอีกแรง
 
"พวกลื้อนี่ไม่คิดจะญาติดีกันเลยใช่ไหม" ป๋าจงบ่น  ผมปัดมือให้พี่ธานและลูกน้องคนอื่น ๆ เป็นฝ่ายเก็บปืนก่อนเพราะเกรงใจป๋า  เมื่อไอ้กริดเห็นว่าผมยอมก่อนมันถึงได้เก็บปืนลงและลูกน้องมันถึงได้ทำตาม

"ผมลาละครับป๋า" ผมหันไปยกมือไหว้  ป๋าจงพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนที่ผมจะเดินออกมา  ผมเดินหลับตา  นำนิ้วกดลงที่หน้าผากตัวเองอย่างแรงเพราะรู้สึกปวดขมับขึ้นมาตุบ ๆ เพราะตัวเองดันไม่ได้ระบายอารมณ์อย่างที่ควรจะทำ

"เฮ้อ" ผมถอนหายใจเบา ๆ

"แค่ไม่ต้องมายุ่งกัน มันจะตายห่าเหรอวะ" ผมอดบ่นไม่ได้  ผมเกลียดคนที่มีพฤติกรรมแบบไอ้กริดที่สุด  คำนิยายของความตอแหลที่คนเขาว่ามักใช้เฉพาะผู้หญิง  ผมว่ามันไม่ถูกต้องเสมอไป  แม้แต่ผู้ชายก็มีความตอแหลอยู่ในตัวแทบทุกคนนั่นละ  จะตอแหลในลักษณะไหนก็แล้วแต่คน..ว่ากันไป  สำหรับผม..คนตอแหลที่จัดอันดับให้อยู่ในหมวดรกหูรกตามากที่สุดคือ  คนอย่างไอ้กริดที่สามารถปั้นหน้าลักษณะแบบต่าง ๆ ได้หน้าตาเฉยในทุกสถานการณ์ 

"กูละไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าที่มันทำแบบนั้นไป ชีวิตมันมีความสุขไหม" ผมกัดฟันบ่นอย่างไม่เข้าใจตามที่พูด  พี่ธานถึงกับหัวเราะคงเพราะผมพูดมึงกูกับพี่ธานแบบที่นานครั้งจะเป็น

"..หรือเพราะมันมีความสุขที่ได้ทำ" ผมขมวดคิ้วมองหน้าพี่ธานอย่างต้องการคำตอบ

"หึหึ" พี่ธานส่ายหัวหัวเราะเหมือนตอบให้ไม่ได้

"ตกลง คุณไฟจะไม่ทำต่อแล้วใช่ไหมครับ..แล้วเงินที่ลงทุนไปแล้วล่ะ" พี่ธานถามระหว่างที่เราเดินกลับไปที่รถ
 
"แล้วแต่ป๋า" ผมตอบ  เงินแค่ไม่กี่แสนที่ผมเพิ่งลงทุนไปผมไม่คิดอะไรมาก  โดยเฉพาะกับป๋าจงแล้วด้วย  เงินที่เสียไปยังถือว่าน้อยเพราะเพิ่งเริ่มต้นและผมเลือกที่จะหยุดได้ทัน  ผมไม่คิดมากหรอกครับ  กับป๋า..กี่แสนกี่ล้าน  ผมก็ให้ได้

"ครับ" พี่ธานพยักหน้า  เดินไปเปิดประตูรถให้ผม  ผมกดโทรศัพท์โทรหาไอ้คิน  เพื่อนสนิทสมัยมหาวิทยาลัย  พอทราบว่าไอ้คินอยู่ที่บาร์ที่โรงแรมของมัน  ผมจึงนัดว่าบอกว่าจะไปหามันในทันทีเพราะคืนนี้ผมเองก็ไม่มีนัดที่ไหนแล้ว  อีกอย่างก็ยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้ด้วยน่ะนะ.. 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-05-2016 23:08:53 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

The Rest Bar, RATIO HOTEL

"ไงมึง หายหัวไปตั้งนาน" ไอ้คินทักทันทีที่เห็นผม  มันเข้ามากอดไหล่ผมไปและพาไปที่โต๊ะที่จองไว้ให้แล้ว  "ภาคิน"..คือเพื่อนสนิทที่ผมรู้จักในมหาวิยาลัยสมัยเรียนปริญญาตรี  เราเรียนสาขาบริหารธุรกิจมาด้วยกัน  เราสนิทกันมาตั้งแต่เริ่มเรียนปีหนึ่ง  ผมจำได้เลยว่ามันดีใจที่เห็นหน้าผมในคราสเรียนปีหนึ่งครั้งแรก  ทั้งที่เราไม่รู้จักกันแต่มันกลับเรียกให้ผมไปนั่งกับมันด้วยท่าทางตื่นเต้น  แถมยังชวนคุยเหมือนรู้จักกันมานานอีกด้วย 

"กูหรือมึงที่หายหัว" ผมว่า  เพราะไอ้คินบินไปต่างประเทศบ่อยมาก  บินไปเพราะธุรกิจ  เดี๋ยวโผล่ประเทศนู้นเดี๋ยวไปประเทศนี้  หาตัวจับยากมากได้อีก

"ไอ้โปรดไม่มาเหรอ" ไอ้คินถาม  ไอ้คินกับไอ้โปรดรู้จักกันได้เพราะผมเป็นสื่อกลาง 

"มีบินโตเกียวมั้ง วันนี้ หรือพรุ่งนี้นี่แหละ..ไม่แน่ใจ" ผมลืมสนิท  พนักงานเดินมารับออเดอร์

"เอาไร" ไอ้คินถาม

"เบียร์" ผมตอบเพราะอยากดื่มอะไรเบา ๆ เนื่องจากเหนื่อยสะสมมาหลายวัน

"เหมือนเดิมนะ" ไอ้คินถาม

"อืม" ผมพยักหน้าตอบ

"Westvleteren 12" ไอ้คินสั่งพนักงานมันอย่างรู้ใจผม 

"กินไรไหม" มันถาม

"ไม่อ่ะ" ผมตอบปัดพร้อมถอนหายใจ  ไอ้คินปัดมือไล่พนักงาน  พนักงานมันผงกหัวเล็กน้อยก่อนเดินไป

"ของหวานไหม" มันอมยิ้มกะล่อน

"ไม่มีอารมณ์" ผมตอบตามความจริง

"โฮ..ไม่มีอารมณ์ มึงเป็นผู้ชายมึงพูดแบบนี้ไม่ได้นะไอ้เหี้ยไฟ" ไอ้คินยิ้มกว้างส่ายหัวเหมือนรับไม่ได้ 

"ใช่ไหมพี่ธาน" มันยักคิ้วไปทางพี่ธานที่ยืนอยู่ด้านหลังผม  พี่ธานก้มหัวเล็กน้อยเหมือนบอกเป็นนัยว่า.."อย่าให้ผมแสดงความคิดเห็นเลยครับ" ประมาณนั้น

"นั่งด้วยกันสิพี่" ไอ้คินกวักมือเรียก  ผมหันไปพยักหน้าอนุญาต  พี่ธานเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

"สามที่" ไอ้คินสั่งพนักงานที่เพิ่งนำเบียร์มาเสิร์ฟ

"ไปไหนมาวะ หน้าตามึงดูอารมณ์ดีมาก" มันพูดขำ ๆ เหมือนประชด

"ไปเจอป๋ามา แล้วก็เจอไอ้เหี้ยกริดด้วย" ผมตอบ

"ฮึ..ดวงมึงนี่สมพงศ์กันดีนะ" ไอ้คินหัวเราะ  ผมส่ายหัวเซ็ง ๆ ก่อนยกเบียร์ขึ้นจิบ

"จับมันทำเมียดิ เผื่อมันจะหายพยศได้บ้าง ไม่แน่..มันอาจจะแอบชอบมึงอยู่ก็ได้นะ" ไอ้คินกวนตีนไม่เลิก  พี่ธานหัวเราะซะหน้าแดง

"ไอ้เหี้ย เอาซะของกูหดเข้าไปในไข่" ผมสบถ

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ" ไอ้คินหัวเราะชอบใจ

"คุยเรื่อง FORCE เหรอ" ไอ้คินถามเพราะมันรู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้วว่าผมจะลงทุนกับป๋าจงเปิดผับ  ผมพยักหน้าตอบ

"มันจะหุ้นด้วย" ผมตอบ

"หะ!" ไอ้คินอุทานด้วยสีหน้างง ๆ 

"มันต้องการกวนตีนมึงแน่" ไอ้คินขมวดคิ้วเป็นโบเลยทีเดียว

"แล้วมึงจะทำยังไง"

"รอดูป๋าไปก่อน แต่ถ้าป๋าเอามัน..กูก็ถอนตัว แค่นั้น" ผมตอบ  ไอ้คินพยักหน้ารับแล้วยกเบียร์ขึ้นดื่ม  ผมบอกให้ไอ้คินเปลี่ยนเรื่องคุย  เราเลยคุยเรื่องธุรกิจของมันแทน  บ่นนู่นบ่นนี่ไปเรื่อยจนเกือบชั่วโมง

"มึงเห็นน้องชุดขาวที่ยืนอยู่นั่นเปล่า" ไอ้คินชี้นิ้วไปที่มุมตรงเคาร์เตอร์ของร้าน  ผมหันไปมองตาม  เห็นผู้หญิงสวมชุดเดรสสีขาวรัดหุ่นที่เข้ากับหุ่นพอดี  มองแล้วสะอาดตา 

"PR ร้านกูเอง..จ้องจะแดกมึงมาได้พักใหญ่ละ หึหึหึ" ไอ้คินพูดขำ ๆ ทำเอาพี่ธานขำออกมาด้วย 

"เซ้าซี้บอกให้กูแนะนำให้รู้จัก" ไอ้คินพูด

"แล้ว..ปกติก็ปกตินี่หว่า" ผมพูด  ผมก็มาร้านไอ้คินหลายครั้งแล้ว  เธอก็มาต้อนรับปกติดี  ไม่ได้มีท่าทีผิดสังเกต  ผมหมายถึงก็ไม่ได้ให้ท่าเกินควรอะไร

"มึงก็จีบน้องมันหน่อยดิว้า" ไอ้คินนำศอกมากระทุ้งแหย่ผม

"ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจ" ผมทำหน้าเบื่อหน่าย

"โว้~..ไอ้เหี้ยนี่ อะไรของมึงเนี้ย!" ไอ้คินสะบัดหัวอย่างรับไม่ได้  เสียงมันดังลั่น  ผมหัวเราะ  ก็ขี้เกียจจริง ๆ นี่ครับ

"กูบอกว่ากูไม่มีอารมณ์ก็คือไม่มีอารมณ์ ไอ้เหี้ย..นี่กูตั้งใจมาหามึงนะ" ผมด่ามันด้วยน้ำเสียงไม่พอใจบ้าง  เบื่อคนเซ้าซี้ฉิบหาย

"ครับ ๆ ๆ กูผิด" ไอ้คินรีบเอาใจผมทันที

"กูว่ามึงผิดปกตินะ เหนื่อยเหรอ" ไอ้คินอมยิ้มถาม  ผมเบะปากอย่างใช้ความคิด

"งั้นมั้ง" ผมตอบส่ง ๆ

"ก็...." ผมเอ่ยก่อนทิ้งน้ำเสียงลง

"เติมเบียร์ไหมคะ" ผมหันไปตามเสียง  ผู้หญิง PR คนที่ไอ้คินพูดถึงก่อนหน้านี้เดินเข้ามายิ้มถามผม  ผมพยักหน้าตอบเล็กน้อย  ไอ้คินกับพี่ธานมองผมเขม็ง  เธอจัดการรินเบียร์ให้ผมด้วยท่าทางชำนาญตามสายอาชีพ  ในสายตาของผมแล้ว  ผู้หญิงที่หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มอย่างเธอที่สวมใส่ชุดสีขาวกับหุ่นขาว ๆ เซ็กซี่แบบนี้แล้วต้องมารินเบียร์ให้ผม  มันช่างไม่น่ามองเอาซะเลย  ผมไม่ได้จะวัดคุณค่าของความเป็นเธอจากตรงนี้หรอกนะครับแต่ถ้าเป็นเมียผม  ผมไม่ให้ทำแบบนี้ต่อหน้าผมแน่  ซึ่งก็นั่นละ..นี่มันอาชีพเธอน่ะนะ

"ขอบคุณครับ" ผมบอกแล้วรับแก้วเบียร์มา

"พี่คินเติมไหมคะ" เธอถามไอ้คิน

"อะไร..ของพี่ก็เกือบหมดเหมือนกันนะ" ไอ้คินแซวเธอ  เธอยิ้มเขิน  หันหน้ามาปะทะสายตากับผมเล็กน้อย  ผมอมยิ้มให้และก็อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้เธอด้วย  เธอรินเบียร์ให้ไอ้คินอยู่ครู่เดียวก่อนจะหันไปเห็นว่าแก้วของพี่ธานยังคงเต็มอยู่จึงไม่ขอเติม  เธอก้มหัวน้อย ๆ แล้วเดินไป

"ไม่เอาแต่เสือกส่งสายตา" ไอ้คินผลักหัวผมเบา ๆ ด้วยท่าทางหมันไส้  ผมหัวเราะ

"จริงจังกับกูป่ะ" ผมถาม  มือเลื่อนแก้วเบียร์วนไปเรื่อย

"หึ..ไม่รู้ดิ จริงจังมั้ง" ไอ้คินตอบ

"เฮอ งั้นกูขอผ่าน" ผมตอบทันทีแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างหมดอารมณ์  แค่คิดก็เหนื่อยคูณเพิ่มเข้าไปอีกแบบไม่มีสาเหตุเลยทีเดียว

"ฮ่า ๆ ๆ ไอ้เชี้ย กูขำ" ไอ้คินหัวเราะซะดัง

"รอบก่อนยังปวดหัวไม่หาย" ผมบ่น 

เมื่อนึกถึงก็อดขยาดไม่ได้  เมื่อประมาณสองอาทิตย์ที่ผ่านมา  ผมเพิ่งจะเคลียร์ผู้หญิงสองคนที่พากันตบตีกันเพราะความเข้าใจผิด  ทั้งสองคนเคยนอนกับผมเกินสามสี่ครั้ง  สำหรับพวกเธอที่ก็มีชื่อเสียงในสังคมอยู่  ก็คงอดคิดไม่ได้ว่ากำลังจริงจังกับผมละมั้งครับ  แต่ผมไม่เคยปฏิบัติอะไรเกินเลย ๆ แต่อีกในหนึ่งก็ไม่ลืมที่จะให้เกียรติอีกฝ่าย  ซึ่งผมคิดว่าต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าผมไม่ได้จริงจังด้วยและควงเธอแค่คู่นอนเท่านั้น  การพาออกไปข้างนอกด้วยก็เพราะพวกเธอนอนกับผมไปหลายครั้งแล้ว  ผมจึงไว้ใจ  ดังนั้น..ผมคิดว่าพวกเธอน่าจะรู้จักการวางตัวที่จะออกไปกับผม  รู้จักสถานะของตัวเองว่าผมเพียงแค่อยากพาออกไปกินข้าวแต่ไม่ได้มีความหมายอะไรที่จะมากไปกว่านั้น  ซึ่งปรากฏว่าผู้หญิงสองคนมาเจอกัน  เขม่นกัน  พากันตบตีร้านอาหารกระจาย  แต่มันก็คงจะผิดที่ผมนั่นแหละเพราะอันที่จริงมันไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นด้วยซ้ำ  ที่ผ่านมากับคนอื่น ๆ ก็ไม่เคยเกิดเรื่องประมาณนี้ขึ้นเลย  ครั้งล่าสุดนี่มันหายนะชัด ๆ จนถึงวันนี้ก็ยังเข็ดอยู่ 

ผมเกลียดคนขี้หงุดหงิด ขี้โวยวาย  ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้วยิ่งไม่ชอบมอง  ถึงจะสวยแค่ไหนแต่ถ้ามาทำนิสัยเอาแต่ใจเกินควรและเที่ยวด่าคนอื่นแบบไม่มีเหตุผล  เชิญออกไปจากชีวิตผมได้เลย

"มันไม่มีคนที่พอดี ๆ สำหรับกูเลยเหรอวะ" ผมอดบ่นไม่ได้

"พอดียังไงของมึง..พอดีที่ว่านี่คือ สองคนเจอกันโดยบังเอิญแล้วทุกคนโอเคอะนะ" ไอ้คินทำเสียงสงสัย

"อืม..ก็ดีนะ" ผมยิ้มกะล่อนตอบไปอย่างนั้นเอง  ทั้งที่ความหมายลึก ๆ ของผม  ผมคงจะรู้ดีอยู่คนเดียว

"จะได้อยู่กันได้ยาว ๆ ไง" ผมพูดติดตลกไปงั้น

"จังไรฉิบหาย" ไอ้คินด่า  ผมกวาดตามองไปรอบ ๆ ร้าน  ลูกค้ายังเยอะเหมือนเดิม

"บาร์เทนเดอร์ใหม่เหรอวะ" ผมถามเมื่อเห็นคนไม่คุ้นตา  บาร์เทนเดอร์วัยรุ่นผู้ชาย  หน้าตาหล่อดี

"อืม"

"เป็นเกย์ปะวะ" ผมถามไปงั้น  เพราะดูท่าทางน้องเขาน่าจะใช่  แต่ถ้าไม่ใช่เกย์ก็คงขอโบกมือลาอีกเหมือนกันเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงจีบยากเป็นพิเศษ  ซึ่งถ้าเขาไม่น่าสนใจถึงขนาดทำให้ผมรู้สึกร่างกายร้อนรุ่มจนแทบระเบิด  ผมก็ไม่มีอารมณ์จะไปทุ่มเทเวลาจีบจริงจัง 

ผมคิดว่าคนเราไม่ควรเสียเวลาจีบใครนานเกินไปถ้าเราไม่ได้ชอบคน ๆ นั้นมาก ๆ จากก้นบึ้งของหัวใจ  เพราะมันเสียเวลาทำมาหากิน  อีกทั้งเสียเวลาเปล่า  เสียเวลาด้วยกันทั้งคู่  บางคนจีบเอาสนุก  ยิ่งยากยิ่งดีด้วยความสะใจเพราะมันท้าทายความสามารถ  ผมไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่อประโยชน์อะไรเพราะถ้าให้พูดตามตรงก็แค่อยากจับอีกฝ่ายทำเมียแค่นั้น  ตอนจบก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี  บางครั้งอะไรมันจะยิ่งแย่ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งเขาคิดจริงจังกับเราด้วย  ดังนั้น..ที่ผ่านมาถ้าต้องการเพียงแค่ควงเล่นหรือคู่นอน  ผมมักจะสังเกตเสมอว่านิสัยใจคออีกฝ่ายเป็นอย่างไรและเต็มใจไหมที่จะเป็นแค่คู่นอนกับผมเท่านั้น  ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนก็ตามแต่ถ้าจีบเกินสองครั้งแล้วผมไม่ได้พาขึ้นเตียง  ผมเลิกยุ่งและหยุดคิดเบื้องต่ำกับอีกฝ่ายทันที  เป้าหมายใหม่มันมีเข้ามาตลอดนั่นละ  แม้ว่าผมจะไม่หา  แต่มันก็เข้ามาเองจนอดรู้สึกเบื่อ ๆ บ้างไม่ได้     
 
"กูจะรู้ไหมล่ะ" ไอ้คินตอบเสียงห้วน

"ถ้าปิดร้านมึงนี่ปกติต้องจ่ายเท่าไหร่" ผมหันไปมองหน้าไอ้คิน  ไอ้คินขมวดคิ้วอย่างสงสัย

"ทำไม" มันถาม

"กูไม่ต้องการอาหารนะ แค่ต้องการคอนเซปร้านมึงเฉย ๆ" ผมบอก  ไอ้คินยิ่งทำหน้างงไปใหญ่

"กับน้องเค้านะ กูอยากลองทำตรงเคาร์เตอร์บาร์มึงดู" ผมยักคิ้วบอก  ทำเอาไอ้คินถึงกับสำลักเบียร์ที่เพิ่งซดไปทันที

"หึ..ไอ้เหี้ยไฟ ฮ่า ๆ ๆ ๆ" ไอ้คินหัวเราะลั่น 

"กูรู้ละว่าทำไมไอ้โปรดชอบด่ามึงว่าจังไร" ไอ้คินส่ายหัวยิ้ม ๆ

"กูพูดเล่น" ผมว่าแล้วลุกขึ้นเอื้อมไปยกแก้วเบียร์มาดื่มจนหมดแก้ว

"กูคิดแค่แสนห้าอ่ะ..ค่าเด็กต่างหากนะ มึงไปตกลงกับมันเอาเอง" ไอ้คินเล่นด้วยทันที  ผมเหล่สายตามองมัน

"กระจอก สัตว์..แต่กูขอเต็มวันนะ" ผมย้อนกวนมันไม่หยุด

"ฮ่า ๆ ๆ" ไอ้คินหัวเราะ  ผมชันตัวขึ้นนั่ง   

"เฮ้อ! กลับดีกว่าว่ะ พรุ่งนี้กูมีงานเช้า" ผมตัดบท  ขี้เกียจจะเล่นแล้ว

"อ่าว..รีบไปจังวะ กูว่าจะชวนไปต่อหน่อยเนี้ย" ไอ้คินทำหน้าเซ็งทันที

"กูไม่ได้เกาะพ่อแม่กินอย่างมึงนี่ ลูกน้องกูเยอะแยะ" ผมว่า  ไอ้คินเป็นน้องชายคนเล็กของบ้านที่ถูกเอาอกเอาใจ  เติบโตมาในครอบครัวที่รับราชการและมีหน้าที่การงานใหญ่โต  ทั้งพ่อและพี่ชายมันเป็นตำรวจ  มียศตำแหน่งสูงเป็นที่นับหน้าถือตา  มีไอ้คินนี่แหละที่นอกคอกออกมาเปิดผับเปิดบาร์อย่างที่เห็น  แต่ก็ว่าอะไรมันไม่ได้มากหรอกเพราะงานของผมก็ต้องได้รับการช่วยเหลือจากครอบครัวของไอ้คินอยู่บ่อยครั้ง  อย่าง "พี่ทัพ"..พี่ชายแท้ ๆ ของไอ้คิน  ผมกับเขาก็เคยร่วมงานกันมาก่อน  สนิทสนมรู้ใจกันเป็นอย่างดี  ที่จริงเราก็อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัยกันมาเสมอ  สมัยเป็นวัยรุ่น  คดีหลายคดีของพี่ทัพผมเองก็ช่วยด้วย 

"กูบอกว่ากูไม่ได้เกาะพ่อแม่กิน!" ไอ้คินย้อนเสียงกระแทกว่ากลับ  ผมหัวเราะ  ไอ้คินไม่ชอบให้ผมแซวว่ามันเกาะพ่อแม่กิน  ที่จริงมันก็เป็นคนเก่งนะครับ  ทำงานเก่ง  บริหารเป็นแต่กว่าจะมาถึงจุดนี้กันได้  ทั้งผมและมันก็ใช้เงินของพ่อแม่ทั้งนั้น  ผมกวักมือเรียกพนักงานเพื่อให้มาคิดเงิน  พนักงานมาพร้อมกับยื่นบิลให้  ผมจัดการจ่ายเงินเรียบร้อย  นั่งรออยู่ครู่หนึ่งผู้หญิง PR คนเดิมก็เดินมาพร้อมกับคืนเงินทอนให้ผม

"ไม่ต้องทอนหรอก" ผมบอกเธอแล้วลุกขึ้น  เธอพยักหน้ายิ้ม ๆ ด้วยท่าทางเกร็ง ๆ และยังคงยืนอยู่ที่เดิมเหมือนรออะไรสักอย่าง  ทุกคนลุกตาม

"ชื่ออะไร" ผมถามแล้วเดินเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น

"เบลค่ะ" เธอยิ้มตอบแต่ไม่สบตาผมตรง ๆ ผมเข้าไปใกล้เธอมากกว่าเดิม  อีกฝ่ายไม่ได้ขยับหนี  ผมจึงเข้าไปโอบเอวเธอไว้หลวม ๆ ก่อนโน้มตัวเข้าไปหา 

"เอาไว้..ครั้งหน้ามีโอกาสค่อยมานั่งด้วยกันนะ" ผมกระซิบบอก

"ค่ะ" เบลยิ้มเขินพร้อมกับเงยหน้ามองหน้าผม

"ไป!" ไอ้คินเข้ามาแล้วดึงหน้าผมไปอย่างแรง  ผมตัวเซเข้าไปหามันแล้วจึงเข้าไปกอดคอมันไว้ 

"แล้วบอกไม่มีอารมณ์ หน้าหมาจริง ๆ นะมึงน่ะ" ไอ้คินว่า  ผมหัวเราะ  เราเดินกลับมาที่รถ  ไอ้คินทั้งเปิดประตูรถให้ผมและยืนรอส่งผมจนรถของผมขับออกมา  พวกผมตรงกลับเข้าบ้านกันทันที 

เมื่อกลับมาถึงบ้านผมก็เห็นไฟที่โรงฝึกของพายุยังเปิดสว่างอยู่  บ้านผมบริเวณกว้างขวาง  ลูกน้องในบ้านเยอะมาตั้งแต่สมัยทวดของผมแล้ว  บ้านถูกออกแบบมาเพื่อมีบริเวณมากพอสำหรับการออกกำลังกายและฝึกที่บ้านได้  ที่บ้านจะมีโรงฝึกสองโรงฝึกโดยแยกพื้นที่ชัดเจน  โรงฝึกแรกเป็นของผมและพายุโดยส่วนตัว  ซึ่งจะไม่มีใครสามารถเข้าไปซ้อมได้ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก่อน  เป็นโรงฝึกแบบ Indoor เพราะส่วนมากพายุจะไว้ใช้ฝึกกังฟู  ทำสมาธิและซ้อมปิงปองบ้าง  ในนั้นจะเก็บทั้งดาบ กระบี่กระบองที่ทั้งผมและพายุใช้ประจำ 

ส่วนอีกโรงฝึกหนึ่งติด ๆ กันเป็นของส่วนรวมของทุกคนในบ้าน  รองรับลูกน้องที่จะฝึกได้ทั้งแบบ Indoor และ Outdoor มีเครื่องออกกำลังกายครบครัน  มีบริเวณสำหรับฝึกการต่อสู้  โรงฝึกรวมจะใหญ่กว่าโรงฝึกส่วนตัวเพื่อรองรับลูกน้องของผมได้มากพอ  และที่สำคัญใกล้ ๆ กับโรงฝึกมีสนามคอนกรีต  ส่วนมากบริเวณนั้นเอาไว้เตะตะกร้อบ้าง  วอลเลย์บอลบ้าง  จะว่าพวกผมรักกีฬามากก็ได้  อุปกรณ์กีฬามีครบเกือบทุกอย่าง  ส่วนกีฬาที่ผมชอบเล่นมากที่สุดคงเป็นตะกร้อ  สมัยเป็นเด็กมันจะมีอะไรให้เล่นนักหนา  เห็นพ่อเคยเล่นอะไรเป็นประจำ  โตมาก็เล่นตามอย่างนั้น

ผมเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ  เวลานี้เกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว  ดึกมากขนาดนี้แล้วคนในบ้านรู้ดีว่าคงไม่มีใครบ้าเข้าไปในโรงฝึกในเวลาแบบนี้ได้นอกจากพายุคนเดียว

"คุณพายุซ้อม!" พวกมันลงจากรถกันมาได้ก็ลุกลี้ลุกลนตาโตอย่างกับคนถูกหวย  พี่ธานอมยิ้ม

"นายครับ..ผมขอไปดูหน่อยนะครับ" ไอ้เข้มก้มหัวขออนุญาต 

"หึ..พวกมึงนี่ท่าจะโรคจิตนะ แต่ก็..ตามสบาย" ผมอมยิ้มบอก  ไม่รู้ว่าพวกมันเป็นอะไรกันถึงได้ชอบดูผมกับพายุฝึกซ้อมกันนัก  ยิ่งแอบ ๆ หลบ ๆ ซ่อน ๆ ยิ่งชอบดู  ผมก็ไม่ได้อะไรหรอกนะครับแต่บางครั้งพายุมันต้องการสมาธิ  มันถึงได้ขอให้พ่อทำโรงฝึกนั้นให้มันเป็นการส่วนตัว  และที่สำคัญถ้าบางอารมณ์ของพายุไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่อนุญาตให้คนอื่นดูมันตอนที่ฝึกซ้อมได้  มันมักจะหงุดหงิดทุกครั้งไป  และทั้งที่พวกลูกน้องก็รู้ดีว่าถ้าพายุจับได้ว่าพวกมันแอบดูพายุจะโกรธ  หรือถ้าหนักไปกว่านั้นคือพวกมันจะถูกซัดด้วยตีนเปล่า  แต่พวกมันกลับมีความสุขสมยอมซะอย่างนั้น 

"ขอบคุณครับนาย!" ทั้งไอ้เด่น ไอ้เข้มพากันก้มหัวยิ้มกว้างพร้อมกันในทันที  พวกมันพากันวิ่งตรงไปที่โรงฝึกอย่างว่องไว  ไอ้รุ่งกับไอ้หินวิ่งออกมาจากบ้านเหมือนรอให้พวกผมกลับมาอยู่ก่อนแล้ว  มันสี่คนพากันวิ่งตรงไปที่โรงฝึกในทันทีและไม่ลืมที่จะรักษาความเงียบไว้ด้วย

"หึ.." พี่ธานกับผมส่ายหัวยิ้ม ๆ

"อ่าว..แล้วนั่นคุณจะไปไหนครับ" พี่ธานถามผมด้วยสีหน้าฉงนที่เห็นผมไม่เดินไปทางเข้าบ้านแต่กลับเดินไปทางโรงฝึกแทน

"แอบดูดิ" ผมตอบขำ ๆ พี่ธานส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายแต่ก็รีบจ้ำเท้าเดินตามผมมาเหมือนเสียไม่ได้..




........ไฟ........

ปล. คิดว่าน่าจะยาวพอให้อิ่มกันได้ :)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-01-2016 17:17:26 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ rujaya

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
อ่านเต็มอิ่มจริงๆ :mew1:
ทำไมยิ่งอ่านรู้สึกว่าไฟจะคล้ายเฮียเมตรไม่รู้อะ  :hao3:

ออฟไลน์ pui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2429
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-3
เรื่องนี้มีแต่คนแซบๆ รอตอนต่อไปคะ^^

ออฟไลน์ michiko_love

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-3
เจอกันสมุทรจะจำได้มั้ยเนี้ยะ ลุ้นๆๆ

ออฟไลน์ pornvrin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 231
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-3
โอยยยย เค้าอยากไปอยู่ในกลุ่มแอบดูด้วยอะ XD

ตัวละครแต่ละตัวยังเป็นปริศนามาก เดาทางไม่ถูกทีเดียว

ปล.ตอนนี้ปลื้มพี่ธานนะ คะแนนนำโด่งมากกก ^^

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2007
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
โอยยยยยย เห็นชื่อนักเขียนก็รีบกดมาก่อนแบบเลย แบบอยู่ดีๆก็หูอื้อตาลาย5555

ขอจิ้มไว้ก่อนนะคะ ตาจะปิดซะแล้ว... ติดตามทุกเรื่องของคุณเบบี้ค่ะ สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้จ้า จากคนอ่านรุ่นเก่าๆกลางๆกึ่งๆ ^^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ MRchai

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 296
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
คิดถึงเบบี้นะครับดีใจมากกกกที่กลับมา

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2037
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15
โอ้ยยยย.เห็นชื่อแล้วดีใจมากเลยค่ะ
ติดตามอ่านเหมือนเดินนะค่ะ

 :pig4: ค่ะ

อัยยะเพิีงเห็นเรื่องใหม่
รีบเข้ามาอ่านเลย

รักนะตัวเอง จุ๊บๆ

เบบี้ ^^ มากอดทีดิ  :กอด1: เพิ่งเห็นว่าลงเรื่องใหม่ ดีใจอ่ะ  :impress2: ... รอตอนต่อไปนะจ๊ะ อยากรู้เรื่องราวของสมุทรบ้างแล้ว

โอยยยยยย เห็นชื่อนักเขียนก็รีบกดมาก่อนแบบเลย แบบอยู่ดีๆก็หูอื้อตาลาย5555

ขอจิ้มไว้ก่อนนะคะ ตาจะปิดซะแล้ว... ติดตามทุกเรื่องของคุณเบบี้ค่ะ สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้จ้า จากคนอ่านรุ่นเก่าๆกลางๆกึ่งๆ ^^

คิดถึงเบบี้นะครับดีใจมากกกกที่กลับมา

คิดถึงทุกคนมากเหมือนกันค่าาาา ~
ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่ยังคิดถึงกัน ยังจำกันได้ และยังกลับมาติดตามผลงานด้วย > <
หวังว่าจะชอบผลงานเรื่องนี้นะคะ
เจอกันตอนหน้าค่ะ #เขิน งุงิ ครุคริ
  :hao5:

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2542
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-9
แอบดูคุณพายุกันหมดเลย

ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง อิอิ


ออฟไลน์ KaniSui

  • ♪(*^ ・^)ノ⌒☆
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-0
เหี้ยกริดนี่ นึกเป็นหน้าไอ้ตี๋เล็กในเรื่องหงส์ขึ้นมาเลย กวนส้นตีน หน้าด้านๆงี้เลย
อ่านไปก็กัดฟันไป แบบแค้นด้วยอ่า ความเหี้ยของมันกระแทกไตพี่ไฟทะลุมาหาน้องเลยค่ะ

พ่อสมุทรคนดีคนนั้น พอจะเดาไรได้ แต่ก็ไม่อยากจะเดาเลย เง้ออออ
มาชัดเจนตรงที่พี่ไฟแม่งร้ายยยยยย น่าโดนกดให้รู้แล้วรู้รอด แต่เฮียดูท่าคงไม่ยอมง่ายๆ 5555
เรื่องใครจะเป็นพระเป็นนายนี่ทำใจมาแล้วเนี่ย ยังไงก็ได้แล้วจุดนี้

รอบนี้น้องพายุมาแต่นามไม่ได้ยินเสียงเลย คิดถึงนะ 55555

ตอนสามนี่แบบฮาหนักมาก หลายอย่าง หัวเราะเสียงดังจนโดนด่า 555555 เอาอีกๆๆๆนะ
ยิ่งเรื่องเอาเหี้ยกริดทำเมียนี่ขนลุกแทน แต่แม่งฮาจริง บ้าหราาาา กร๊ากกกกก

ยาวอีกละ....
ขอให้น้องบัตเตอร์ไม่เกเร เบบี้จะได้เขียนลื่นไหล แล้วมาต่อพี่ไฟอีกเร็วไว เย้!!!!!
เลิฟยู


เอ้ยยย ลืมพี่ธาน พ่อพระเอกของน้อง โอ้โหหหหหห จองเลยค่ะ!!!!!!!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-10-2015 00:43:17 โดย KaniSui »

ออฟไลน์ NUTSANAN

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-3
ดีมจมากที่เบบี้มาแต่งเรื่องใหม่ บอกตรงๆว่าเดาไม่ออกเลยจ้าาาา ว่าใครคู่ใครอะไรยังไงงงงง :katai1:

ออฟไลน์ bobie

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-7
อื้อหือไอกริด
โผล่มาแค่นี้ก็ทำให้เกลียดได้ละ
คนอะไรหน้าด้านหน้าทนจิง

ว่าแต่เมื่อไหร่ไฟกะสมุทรจะเจอกันนนนนน
อยากรู้จักสมุทรมากกว่านี้แล้วน้าาา

ออฟไลน์ aehJTS

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1993
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +216/-8
สมุทร จะจำไฟได้ไหมนะ แล้วจะโกรธหรือเปล่าที่ทำให้ครอบครัวเป็นแบบนี้
แต่ไม่เป็นไรคงไม่เกินความสามารถไฟที่จะล่อให้มาอยู่ด้วย และปรับความเข้าใจ ฮิ้ววว...

 :pig4: ค่ะ

ออฟไลน์ snack

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-0
ยาวจุใจขอบคุณมาก..รอลุ้นว่าไฟจะทำยังไงกับสมุทรนะเพราะดูไฟจะเป็นคนที่ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ

ชอบพี่ธานนนนนน :mew1:


ออฟไลน์ น้องแมว

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
อ่านนิยายของเบบี้มาทุกเรื่อง พึ่งได้เมนเพาะพึ่งเป็นสมาชิก อิอิ

พี่ไฟนี้ก็เจ้าเล่ห์ใช่ย่อยเลย อิอิ
รอรอ่านต่อคะ ติดตามๆ
ร้ากเบบี้น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ my.atty

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 25
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อ่านนิยายของเบบี้มาทุกเรื่อง พึ่งได้เมนเพาะพึ่งเป็นสมาชิก อิอิ

พี่ไฟนี้ก็เจ้าเล่ห์ใช่ย่อยเลย อิอิ
รอรอ่านต่อคะ ติดตามๆ
ร้ากเบบี้น้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:


ใช่เลยๆๆๆ 55555 เรื่องนี้เพิ่งอ่านน้า ติดตามจากทวิตเตอร์ เป้นกำลังใจให้ มาต่อบ่อยๆๆ จร้าาา  :-[

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด