...ด้วยพันธะบรรณาการ พันธะ 17(จบ)...อัพ 22/07 (หน้า 20 ค่ะ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ด้วยพันธะบรรณาการ พันธะ 17(จบ)...อัพ 22/07 (หน้า 20 ค่ะ)  (อ่าน 274553 ครั้ง)

ออฟไลน์ AeRoMoZa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
เอาล่ะสิ หอยป่วย ท่านสนก็ดูแลรักษาไม่เป็นซะด้วย
หรือจะมีอะไรเกี่ยวกับราชินีเกิดขึ้นนะ
แล้วใครจะแอบมาลอบจัดการท่านสนเนี่ย หวังว่าท่านเตชจะดูแลท่านสนไว้ได้
แอบแปลกใจที่ทำไมท่านเตชมีเสื้อผ้าไซส์พอดีกับท่านสนไว้
หรือมีใครส่งข่าวมาก่อนนะ
หวังว่าราชินีจะสุขสบายดี

รออ่านต่อนะคะ

ป.ล.ขำมากตอนที่อ่านเจอว่าเป็นราชทูตหอย555

ออฟไลน์ sweetbasil

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
หอยจะมาป่วยอะไรตอนนี้เนี่ย  :z6:

ชอบตอน ราชทูตหอย  :laugh:

ออฟไลน์ Takarajung_TK

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-2
หอยป่วย !!!
กำลังจะหวานหอยมาขัดฟินซะงั้น  :katai1:

ออฟไลน์ nigiri-sushi

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1165/-8
    • Nigiri-Sushi Page
ขำหอย 5555555555555555+
หอยแก่ๆ
หอยร้อยปี
หอยคู่บ้านคู่เมือง
คนเลี้ยงหอย
โอย..ท้องแข็งแหล่ว

ออฟไลน์ mr_longza

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0

ออฟไลน์ nigiri-sushi

  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1165/-8
    • Nigiri-Sushi Page
กำลังซื้งๆอยู่ดีๆ ประโยคนี้เล่นเอาฮาก๊าก
"อะไรนะ หอยป่วย!"
ท้องแข็งแว้วววว 5555555

@Lucifer_Prince@

  • บุคคลทั่วไป
อ่านจอมร้ายยังไม่จบคัฟพี่บัว  โดดมาอันนี้ก่อน  อิอิ  หอยป่วย" หอยแก่อันนั้นมันจะมีอะไรไม๊น้า  "

ออฟไลน์ little_munoi

  • ++ singular ++
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-3
ห๊ะ "หอยป่วย" โอ๊ยยยเครียยด!!
ใครทำคุนไสใส่หอยป่าวเนี่ย!!

ออฟไลน์ sukaz

  • I Will Love You Unconditionally
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3
หอยยยยย ป่วยยย


 :mew4: :mew4: :mew4:

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
NOV: ด้วยพันธะบรรณาการ
By: Dezair
……………………..
บทที่ 5
 
สตรีผู้มีอำนาจเหนือคนทั้งมวลแห่งเกาะสมุทราเอนพระวรกายพิงพนักอย่างอ่อนล้า นับตั้งแต่ส่งสนธยาออกจากเกาะ ก็ดูเหมือนพระองค์จะมีราชกิจมากกว่าเดิม เนื่องจากงานหลายอย่างที่เคยอยู่ในความดูแลของโอรสถูกยกให้แก่ข้าราชบริพาร หากแต่สุดท้ายแล้วก็ต้องผ่านสายเนตรของพระองค์อยู่ดี
 
                นอกจากราชกิจที่เพิ่มมากขึ้นจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนแล้ว แม้ว่าสนธยาจะออกจากเกาะไปแล้ว แต่เพราะเป็นลูก ราชินีวารีวาทจึงอดไม่ได้ที่จะรับรู้ข่าวสารความเป็นไปของบุตร
 
                “เขาเป็นอย่างไรบ้าง ท่านวรุฒ” หลังเส้นสิ้นการประชุมในตอนเช้า ขุนนางวัยชราสองคนต้องเข้าเฝ้าพระองค์เป็นการส่วนตัว รายที่หนึ่งคือท่านวรุฒ ขุนนางเฒ่าร่างผอมหากแต่ยังผึ่งผายมีสง่าราศี ผู้ซึ่งมีหูมีตาอยู่ในอาณาจักรต่างๆ รวมไปถึงในอนันตราชด้วย
 
                “เพิ่งหายประชวร แต่โดยรวมก็มีความสุขดี องค์ชายที่อนันตราชให้การดูแลเป็นอย่างดีพระเจ้าค่ะ” ราชินีวารีวาทได้แต่พยักพักตร์น้อยๆอย่างรับรู้ ก่อนจะหันมาที่ขุนนางเฒ่าอีกรายผู้มีนามว่าชลเทพ ซึ่งนับตั้งแต่สนธยานำขบวนบรรณาการไปยังอนันตราช ท่านชลเทพก็ขึ้นมาดูแลทัพเรือแทน
 
                “แล้วท่านล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง”
 
                “ก็…” ขุนนางเฒ่ารับใช้ราชสำนักมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม มาบัดนี้เคราและเส้นผมเป็นสีเงินยวงแล้ว เรื่องความสัตย์ซื่อก็ยังมั่นคงเต็มเปี่ยมชนิดที่พูดคำไหน คำนั้นล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น ทว่าวันนี้…ขุนนางเฒ่ากลับไม่กล้าเอ่ยปาก
 
                “ท่านว่ามาเถอะ เรามีสติพอจะแยกแยะว่าเรื่องใดถูกเรื่องใดผิด แม้เป็นลูก หากทำเรื่องผิดบาป เราก็ไม่อาจมองว่าเป็นเรื่องถูกต้องได้หรอก”
 
                “เมื่อวาน…มีคนร้ายบุกมาที่เรือนของกระหม่อม แต่เพราะพระกรุณาของพระองค์ที่ให้ลูกเมียของกระหม่อมย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียก่อน พวกมันจึงไม่ได้ทำร้ายใครพระเจ้าค่ะ”
 
                “แล้วจับตัวคนร้ายได้ไหม”
 
                “ได้พระเจ้าค่ะ แต่พวกมันฆ่าตัวตายทันทีที่ถูกจับ”
 
                “ปิดปากตัวเองสินะ” ราชินีวารีวาทได้แต่ตรัสเสียงแผ่ว เพราะคนร้ายที่จับได้เลือกจะปิดปากตัวเองด้วยความตาย จึงไม่อาจสืบสาวได้ว่าใครจ้างวานมา ทว่า…ท่านขุนนางชลเทพเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ตงฉิน ซื่อสัตย์ ทว่าก็รักสงบและไม่เคยสร้างศัตรูที่ไหน ดังนั้น…ถ้าจะมีศัตรูสักคน ก็น่าจะเป็นคนที่ขวางหูขวางตาเมื่อท่านชลเทพก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแม่ทัพกองเรือ
 
                ชลเทพเองก็พอจะรู้ว่าใครที่หมายหัวตน ที่สมุทราแม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่กฎบ้านกฎเมืองเข้มงวด ผู้ใดในสมุทราริอ่านเป็นโจรขโมย มันผู้นั้นจะถูกตัดนิ้วมือทั้งสิบ และถูกขังให้อดตายอย่างเอน็จอนาจ ไม่มีใครในสมุทรากล้าตั้งตัวทำผิด อีกทั้งความอุดมสมบูรณ์ในเกาะแห่งนี้ก็มีมากพอที่จะทำให้ประชาชนทุกคนอยู่อย่างอิ่มหนำสำราญโดยไม่ต้องใช้วิธีประทุษร้ายใคร แต่…ถ้าจะมีใครสักคนหวังทำร้ายคนอื่น ใครคนนั้นคงคิดการใหญ่มากกว่าการชิงทรัพย์ธรรมดา
 
                “ยังไงก็ระวังตัวหน่อยแล้วกันท่านชลเทพ เราจะส่งทหารไปดูแลท่าน รวมถึงบุตรและภรรยาของท่านอีกจำนวนหนึ่ง อย่าได้เป็นห่วง”
 
                “ขอบพระทัยในพระกรุณา” ราชินีวารีวาททอดเนตรขุนนางเฒ่าผู้ถูกหมายหัวทำร้ายทั้งครอบครัวแล้วได้แต่หวนนึกถึงโอรสที่ถูกส่งออกไปจากเกาะสมุทรา
 
                …พระองค์รู้ มีเพียงคนเดียวที่บัดนี้โกรธเคืองอาฆาตท่านชลเทพ และคนผู้นั้นก็คาดหวังความตายให้คืบคลานไปยังโอรสของพระองค์ที่อยู่ในต่างแดนด้วยเช่นกัน…อนันตราชปลอดภัย พระองค์เชื่อเช่นนั้น หรือหากอันตราย แต่คนที่อนันตราชจะพร้อมปกป้องสนธยาด้วยทั้งหมดที่มี
 
                ราชินีวารีวาทเอื้อมหัตถ์ไปหยิบกระดาษสีเหลืองนวล ก่อนจะจรดปลายปากกาขนนกลงขีดเขียนอะไรบางอย่างแล้วจึงส่งให้ท่านวรุฒ
 
                “นำจดหมายนี้ส่งให้ถึงมือชีวิน อย่างด่วนและลับที่สุด”
 
                “รับด้วยเกล้า”
 
                …หากอนันตราชปลอดภัยกว่าที่สมุทรา สนธยาก็ไม่ควรจะได้กลับมาเป็นองค์ชายแห่งราชสำนักสมุทราอีกต่อไป!...
 
 ……………………………………………….
 
                ร่างสูงสง่าของผู้เป็นเจ้าของตำหนักอิฐวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในอาณาเขตของตำหนักก่อนจะตรงดิ่งไปยังด้านหลังอาคารขนาดสามชั้น อันเป็นสวนหย่อมที่เมื่อไม่กี่วันก่อน พระองค์มีรับส่งให้ขุดบ่อเพื่อรอรับ ‘ของขวัญ’ จากแดนไกล
 
                และบัดนี้…บ่อนั้นก็กลายเป็นที่อยู่ของ ‘หอย’ ตัวสำคัญ และพระองค์จะไม่ตื่นตระหนกเช่นนี้เลย หากสมิตไม่ไปทูลว่า ‘หอยป่วย’  ถ้าหอยสำคัญตัวนี้เกิดตายเพราะป่วย คราวนี้คนที่อยู่ในอนันตราชด้วยสถานะ ‘เลี้ยงหอย’ ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป
 
                และถ้าคนผู้นั้นจากไป หทัยของพระองค์ก็จะแหลกสลายดับสิ้นเหมือนวิญญาณหอยตัวนั้นเช่นกัน!!
 
                …ไม่!!!...องค์ชายเตชินทร์ตะโกนก้องในหทัยของพระองค์เองว่ามันจะต้องไม่มีวันนั้น!! หอยตัวนั้นต้องมีอายุเป็นนิรันดร์! และองค์ชายสนธยาต้องประทับอยู่เคียงข้างพระองค์จนกว่าความชราจะพลัดพรากลมหายใจให้ปลิดปลิว!!!
 
                “องค์ชาย!” ทันทีที่ร่างสูงขององค์ชายเตชินทร์ปรากฏ ท่านหมอสุเวชแห่งกรมเกษตรก็ถลาเข้ามาคำนับด้วยใบหน้าซีดเผือด
 
                “สมิตบอกว่าหอยป่วยหรือ! ทำไมถึงป่วย?!” สุรเสียงเคร่งเครียดประหนึ่งถูกศัตรูรุกรานแผ่นดิน องค์ชายสนธยาที่เพิ่งเสด็จตามมาทัน สดับฟังสุรเสียงนั้นตวาดก้อง และความเงียบที่เข้าปกคลุมพื้นที่หลังตำหนักแล้วพระขนงก็ได้แต่ขมวดมุ่น
 
                องค์ชายแห่งสมุทราเหลือบเนตรไปยังกลุ่มคนที่มารายล้อมรอบบ่อหอย ซึ่งบัดนี้ตะแกรงถูกยกขึ้นจากบ่อ อวดโฉมหอยมุกขนาดใหญ่ยักษ์ที่นอนอยู่บนตะแกรงซึ่งอยู่เหนือบ่อ
 
                …มันดูเหมือนปกติทุกประการ…
 
                ชีวินผู้เป็นองครักษ์คู่ใจขององค์ชายแห่งสมุทราเห็นองค์ชายผู้เป็นเหนือหัวของตนกำลังมีวี่แววสงสัยบนพระพักตร์ก็ปราดเข้าไปยืนเคียงข้างอย่างรู้งาน
 
                “ชีวิน หอยป่วยจริงหรือ?”
 
                “ก็น่าจะจริงพระเจ้าค่ะ เพราะมันผิดปกติ”
 
                “แล้วมันป่วยเป็นโรคอะไร อันที่จริง…หอยมันป่วยได้กี่โรคล่ะ” แม้จะเป็นลูกทะเล เกิดและเติบโตมากับกุ้งหอยปูปลามากกว่า หมูไก่วัวควาย แต่องค์ชายสนธยาก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าหอยจะป่วยเป็นอะไรได้บ้าง
 
                “กระหม่อมก็ไม่ทราบพระเจ้าค่ะ แต่มันป่วยประหลาด” สิ้นคำของชีวิน ท่านหมอหลวงผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสัตว์ก็หันไปสั่งให้ทหารยกตะแกรงกลับลงไปในบ่อ เพื่อให้หอยตัวนั้นจมลงไปใต้น้ำ และทันทีที่มันจม ฟองอากาศมากมายก็ผุดขึ้นมาราวกับน้ำเดือด
 
                “นั่นอะไรน่ะ” องค์ชายเตชินทร์ทรงร้องถาม ทันทีที่หอยจมน้ำ ฟองอากาศก็ปรากฏขึ้น มันผุดขึ้นเหนือน้ำ แล้วแตกออก แล้วผุดซ้ำ ผุดขึ้นมาไม่หยุด จนหมอหลวงต้องหันไปสั่งให้ทหารยกตะแกรงขึ้น พอหอยพ้นน้ำ ฟองอากาศเหล่านั้นก็ไม่ปรากฏอีก
 
                “มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
 
                “พวกเวรยามบอกว่า หลังจากเปลี่ยนกะรอบค่ำได้ครู่หนึ่งก็เกิดพระเจ้าค่ะ พวกทหารกังวล ท่านอังกูรจึงให้คนไปตามกระหม่อมมาตรวจ แต่…” ท่านหมอหลวงสุเวชทิ้งระยะการทูลความเล็กน้อย ด้วยใบหน้าที่ซีดลงเรื่อยๆ
 
                “แต่อะไร?!” เวลาปกตินั้น องค์ชายเตชินทร์ทรงเป็นองค์ชายที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและน่าคบหา หากแต่เวลานี้…พระพักตร์ช่างบึ้งตึงและสุรเสียงก็สั้นห้วนอย่างเอาเรื่อง
 
                “เอ่อ…กระหม่อม…กระหม่อมตรวจแล้วก็ยังไม่ทราบอยู่ดีพระเจ้าค่ะ มันแปลก…แปลกมากเหลือเกิน”
 
                “หมายความว่าท่านไม่รู้อย่างนั้นหรือ?!!!” องค์ชายเตชินทร์ตรัสเสียงดังสนั่นด้วยความโมโห ทำเอาท่านหมอผู้แก่ชราค้อมกายต่ำอย่างหวาดหวั่น
 
                “กระหม่อม…เอ่อ…กระหม่อม…”

   “ท่านสุเวช! ท่านเป็นหมอหลวงประจำกรมเกษตร! เราเห็นม้าเห็นช้างล้มป่วย ท่านก็ยังช่วยได้ แล้วทำไมกับแค่หอยตัวเดียวถึงรักษาไม่ได้!!”

   “ก็…ก็…” ท่านสุเวชยิ่งหน้าซีดหนักกว่าเก่า ไม่กล้าทูลว่าทั้งม้าทั้งช้าง ตนเห็นมาตั้งแต่ยังเล็ก และฝึกปรือการรักษาพวกมันมาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนอยู่ในโรงเรียนแพทย์ประจำวังหลวง หากแต่… ‘หอย’… ตั้งแต่เรียนรักษาสัตว์มาจนอายุปูนนี้ ท่านสุเวชเคยรักษาไม่ถึง 10 ครั้งด้วยซ้ำ! แล้วโรคประหลาดประเภทปล่อยฟองอากาศไม่หยุด เขาก็ไม่เคยพบเคยเห็นเสียด้วย แล้วจะวินิจฉัยได้อย่างไรกัน!


   “ตอบมา! ท่านสุเวช!! ทำไมครั้งนี้ถึงรักษาไม่ได้!!!” ร่างชราของท่านสุเวชสั่นเทิ้มปานจะทรุดลงไปหมอบแทบพื้นในบัดนั้น ทว่า…เสียงหนึ่งกลับดังแทรก
 
                “เราว่าไม่ต้องรักษาหรอก หอยมันคงแค่ตด”
 
                คนทั้งคณะที่มามะรุมมะตุ้มกันอยู่ตรงบ่อหอยถึงกับหันขวับไปมองยังต้นเสียงแทบไม่ทัน องค์ชายสนธยาเหลือบเนตรสบตั้งแต่องค์ชายเตชินทร์ คุณท้าวเอิบ ท่านหมอหลวงสุเวช ท่านองครักษ์อังกูรและสมิต รวมไปถึงนายทหารเวรยามทั้งหลาย พวกนั้นมองกลับมาที่พระองค์พร้อมกับความเงียบกริบและเผยอปากค้าง
 
                “พวกท่านไม่เคยเห็นกันหรือ อย่างเวลาคนเราตดในน้ำ มันก็มีฟองอากาศผุดขึ้นมาอย่างนี้ล่ะ หอยมันก็คงแค่ตดล่ะมั้ง อย่าได้คิดมากนักเลย” พระองค์เองก็เป็นห่วงหอยตัวนั้นอยู่หรอก อย่างน้อยๆก็ทอดเนตรมาตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์ มาบัดนี้พอเห็นมันคายฟองอากาศไม่หยุดก็ห่วงบ้าง แต่ก็พอเข้าใจว่าอายุอานามของมันที่ประเมินไม่ได้ ก็อาจทำให้ระบบในร่างกายของมันรวนเรบ้าง ซึ่งก็ต้องทำใจยอมรับกับความชราภาพเหล่านี้ไม่ใช่หรือ
 
                “ถ้ามันตดอย่างที่ท่านว่า แล้วทำไมมันถึงตดไม่หยุดล่ะ” องค์ชายเตชินทร์หันมาถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ด้วยเพราะไม่อาจทำพระทัยเย้นยอมรับเหตุผลขององต์ชายสนธยาได้
 
                “ก็ตดเป็นชุด ท่านไม่เคยตดเป็นชุดหรือ ลองเสวยถั่วมากๆดูสิ” องค์ชายเตชินทร์ตั้งท่าจะแย้ง แต่คุณท้าวเอิบเข้ามาขวางเสียก่อน
 
                “เอาอย่างนี้ดีไหมเพคะ ลองปล่อยเอาไว้สักวัน หากพรุ่งนี้เช้า อาการของหอยยังไม่ดีขึ้น ยังมีฟองอากาศผุดทุกครั้งที่ปล่อยเขาเอาไว้ในน้ำ ก็ค่อยให้ท่านสุเวชจัดยาให้” องค์ชายหนุ่มแห่งราชสำนักอนันตราชเหลือบเนตรมายังคุณท้าวผู้เลี้ยงดูพระองค์มา รู้ดีว่าพระองค์จะใจร้อนวู่วามไม่ได้ เรื่องการรักษาต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ ไม่ใช่พระองค์จะยื่นหัตถ์เข้าไปยุ่มย่าม
 
                …แต่…แต่ดู ‘คนในดวงใจ’ ของพระองค์นั่นสิ ทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่ห่วงใยอาการของเจ้าหอยตัวนั้นเอาเสียเลย ทั้งยังให้เหตุผลข้างๆคูๆที่ฟังอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้นเสียอีก
 
                …มีแต่พระองค์เท่านั้นที่ผูกมัดเอาไว้ด้วยหอยตัวนี้ แต่หอยตัวนี้ไม่ได้ผูกมัดใครคนนั้นเอาไว้ด้วยกันเลย หากมันตาย คนผู้นั้นจะได้กลับสมุทราอย่างที่ต้องการ อนันตราชไม่มีความหมาย เป็นได้แค่ที่พัก หากแต่ไม่ใช่ที่อาศัย
 
                “เอาอย่างนั้นก็ได้” สุรเสียงที่เคร่งเครียดมาตลอดพักใหญ่กลายเป็นเย็นเยียบ ดวงเนตรคมบนพักตร์ขาวเหลือบไปยังองค์ชายสนธยา ก่อนที่พระองค์จะหมุนพระวรกายเสด็จกลับเข้าไปในตำหนักโดยไม่แม้แต่จะตรัสอะไรอีก เป็นฝ่ายองค์ชายนธยาผู้ถูกมองวูบเดียวที่รู้สึกแปลกประหลาดกับสายเนตรนั้น จนต้องหันไปตรัสกับองครักษ์นามว่าชีวินที่ยืนอยู่ข้างกาย
 
                “นี่เราถูกงอนอยู่รึเปล่า” เพราะมีสนมในปกครองถึง 121 นาง จะไม่รู้เชียวหรือว่าการถูกงอนเป็นเช่นไร แต่ที่ต้องถามชีวินเพื่อความแน่ใจ เพราะครั้งนี้คนที่ทำท่าว่าเมินกลับเป็นชายอกสามศอกที่ร่างกายสูงใหญ่กว่าพระองค์เสียอีก
 
                ชีวินถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะทูลกลับอย่างไม่เกรงพระทัยคนฟัง
 
                “งอนตั้งแต่พระองค์ตรัสว่าหอยตดแล้วพระเจ้าค่ะ”
 
                 ว่าแล้วชีวินก็ถอนหายใจอีกเฮือก พลางเหลือบมองตามวรกายขององค์ชายเตชินทร์ที่หายลับเข้าไปในตำหนักพร้อมองครักษ์สองนาย ปล่อยให้คุณท้าวเอิบส่งแขกอย่างท่านหมอสุเวชเพียงลำพัง
 
                …คนหนึ่งก็พยายามยื้อเอาไว้ หากแต่อีกคนนี่สิ…
 
ชีวินเหลือบกลับมามององค์ชายผู้เป็นเหนือหัวของตนที่กำลังมองหอยยักษ์ตัวเขืองซึ่งถูกยกกลับลงไปใต้น้ำแล้ว และมันก็ยังคงปล่อยฟองอากาศต่อเนื่อง
 
                …อีกคน…ก็ไม่ได้สนใจจะเข้าใจการยื้อนั้นเลย…ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป เห็นที ‘สี่มือ’ ที่จะปกป้ององค์ชายสนธยาจะเหลือแค่ ‘สองมือ’ ของชีวินเท่านั้นกระมัง
 
 ………………………………………………
 
                สมิตบอกได้คำเดียวว่าวันนี้คือวัน ‘วินาศ’ ของแท้ เพราะตั้งแต่เช้าที่พระองค์ทรงยุ่งกับราชกิจเสียเต็มประดา พอตกเย็นได้เสด็จประพาสเป็นการส่วนพระองค์กับองค์ชายจากสมุทราก็ดูเหมือนพระอารมณ์จะเตลิดไกลราวกับเป็นหนุ่มน้อยในวัยแรกรัก แต่พอสมิตได้รับข่าวด่วนและนำข่าวด่วนข่าวร้ายไปทูลแจ้ง พระอารมณ์ขององค์ชายเตชินทร์ก็ดิ่งลึกลงสู่ความวิตกกังวล ก่อนจะกลายเป็นความโกรธเคืองเมื่อท่านหมอหลวงผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสัตว์มากที่สุดในวังอย่างท่านสุเวชไม่อาจทูลได้ว่าหอยป่วยเป็นอะไร
 
                ทุกอย่างควรจะหยุดที่แค่พระอารมณ์โมโหขุ่นเคือง ทว่า…ผู้ที่อยู่เหนือความคาดหมายดันทำให้สถานการณ์พลิกตลบด้วยการออกความเห็นว่า
 
                ‘หอยตด’
 
                ตอนแรกสมิตทั้งอึ้งทั้งขำ แต่พอจะหัวเราะดันเหลือบเห็นสีพระพักตร์องค์ชายเตชินทร์ก็พอรู้ว่าการออกความเห็นว่า ‘หอยตด’ ขององค์ชายสนธยานั้น ดูท่าจะทำให้พระอารมณ์ของรัชทายาทลำดับที่สองแห่งอนันตราชกลายเป็นความน้อยใจขุ่นเคือง
 
                และความขุ่นความเคืองนั้นก็ดำเนินมาตั้งแต่เสด็จกลับจากบ่อหอยเข้ามาในห้องบรรทม และแสดงออกด้วยการทำเสียงดังปึงปังไปหมด หากไม่ใช่ว่าสมิตถวายการรับใช้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เขาก็คงจะนึกหวั่นพระอารมณ์ร้อยอย่างในหนึ่งวันขององค์ชายเตชินทร์อยู่เหมือนกัน
 
                “พวกเจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว เราจะเข้านอน” ว่าแล้ว องค์ชายหนุ่มก็ทรงโยนหนังสือในหัตถ์ที่ทรงหยิบมาพลิกอ่านได้ไม่ถึง 2 หน้าลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะไถลร่างลงนอนโดยไม่สนใจผู้ใดอีก
 
                สมิตกับอังกูรจึงได้แต่น้อมกายลา แล้วจึงออกจากห้องไปอย่างเงียบเฉียบ และพอพ้นห้องบรรทมขององค์ชายเตชินทร์มาแล้ว สมิตก็ถึงกับถอนหายใจเสียงดังเฮือก
 
                “วันนี้สถานการณ์พลิกหลายรอบจริง ข้าล่ะเหนื่อย”
 
                “จริง” อังกูรเป็นคนพูดน้อย ส่วนใหญ่จึงมักจะแสดงความคิดเห็นไปในทางเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วยเท่านั้น ส่วนการให้เหตุผล หรือการเสนอแนะเพิ่มเติมนั้นไม่ค่อยจะมี
 
                “แต่ที่พลิกที่สุดก็เห็นจะเป็นตอนหอยตดนี่ล่ะ เล่นเอาข้ากลั้นหัวเราะแทบแย่” อังกูรได้แต่พยักหน้ารับ เขาเองก็คิดไม่ถึงว่าองค์ชายสนธยาจะทรงเสนอความคิดเช่นนี้ออกมา ในตอนที่ทุกอย่างกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน และองค์ชายเตชินทร์กำลังโมโหเป็นที่สุด
 
                “อันที่จริงแล้ว องค์เตชก็ไม่น่าจะคิดเล็กคิดน้อยนักเลย องค์ชายสนธยาก็คงไม่อยากให้สถานการณ์ย่ำแย่ ถึงได้ตรัสเช่นนั้นออกมา”
 
                “องค์เตชทรงห่วงเรื่องหอยมาก เจ้าก็รู้ แต่พอองค์ชายสนธยามีรับสั่งราวกับมันเป็นเรื่องเล็กน้อย องค์เตชเลยน้อยพระทัย” อังกูรเสนอตามความคิดของตน ตอนที่พวกเขาก้าวมาหยุดที่หน้าห้องพักบนชั้นสามพอดี สมิตถอนหายใจอีกครั้ง แล้วส่ายศีรษะไปมา
 
                “เสียองค์เพราะผู้ชาย” สมิตว่าอย่างนั้น
 
                “ก็เห็นเป็นแค่กับองค์ชายสนธยา กับสตรีนางอื่นๆในวังไม่ยักเป็น”
 
                “น่าเสียดาย ข้าล่ะอยากเห็นโอรสขององค์เตช แต่ถ้าปักใจรักองค์ชายสนธยาเช่นนั้น ข้าก็อดน่ะซี่” อังกูรไม่ตอบ เขาได้แต่ยิ้ม ด้วยเพราะรู้ว่าความรักครั้งนี้ของผู้เป็นนาย ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ว่าองค์ชายสนธยาเป็นองค์ชายหรือองค์หญิง และไม่ได้หวังผลภายภาคหน้าว่าจะได้มีโอรสธิดาสืบต่อไปหรือไม่ หากแต่…องค์ชายเตชินทร์ต้องการคนที่ชื่อสนธยาเท่านั้น มิเช่นนั้นคงไม่ออกอาการมากถึงเพียงนี้
 
                สองเพื่อนรักผู้เป็นองครักษ์ในองค์ชายรัชทายาทแห่งอนันตราชหายลับเข้าไปในห้องพักส่วนตัวแล้ว ในขณะที่องครักษ์ขององค์ชายแห่งสมุทราที่หลบอยู่ข้างบันไดซึ่งได้ยินทุกประโยคที่พูดคุยนั้น ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น
 
                …โอรสธิดาหรือ?...
 
                เขาเองก็อยากเห็นโอรสธิดาขององค์ชายสนธยาเช่นกัน
 ……………………………………………………….
 
                ร่างอรชรเดินวนไปมารอบห้องอย่างนั่งไม่ติด พักตร์งามดั่งดรุณีแรกรุ่นส่ออารมณ์หงุดหงิดและโมโหร้าย ริมฝีปากแต่งแต้มด้วยสีชาดขบเม้มเข้าหากันอย่างอัดอั้น
 
                …นี่ก็หลายวันแล้ว! เมื่อไรพระองค์จะได้ยินข่าวดีจากอนันตราชเสียที!!...
 
                “องค์หญิงเพคะ พระทัยเย็นนะเพคะ ของอย่างนี้จะกระทำอุกอาจไม่ได้ อนันตราชเป็นอาณาจักรใหญ่ พลทหารพรั่งพร้อมซ้ำยังได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี อีกทั้งองค์ชายสนธยาก็เป็นถึงอาคันตุกะประจำตำหนักขององค์ชายรัชทายาทลำดับที่ 2 มันไม่ง่ายนะเพคะ”
 
                “แล้วจะให้ข้ารอถึงเมื่อไร!!”
 
                “จะทำการใหญ่ต้องใจเย็น หม่อมฉันเคยสอนแล้วนะเพคะ” คุณท้าวสุภาทูล มือเหี่ยวย่นแตะท่อนกรเล็กเรียวขององค์หญิงอรุณาอย่างปลอบประโลม
 
                “ราชบัลลังก์แห่งสมุทราต้องไม่พ้นฝ่าพระหัตถ์ของพระองค์ ได้โปรดเชื่อหม่อมฉันนะเพคะ” นางผู้รับใช้มาตั้งแต่พระองค์ยังเยาว์ใช้วาจาปลอบขวัญอย่างที่เคยได้ผลมาตลอด และครั้งนี้ก็เช่นกัน องค์หญิงอรุณาพยักพักตร์อย่างรับรู้ แม้พระขนงจะยังขมวดมุ่นก็ตาม
 
                “มีรับสั่งจากราชินีวารีวาทให้องค์หญิงอรุณาเสด็จเข้าเฝ้าเป็นการด่วนพระเจ้าค่ะ!!” เสียงตะโกนจากนอกห้องบรรทมส่วนพระองค์ ทำเอาคุณท้าวสุภาต้องรีบยุยง
 
                “นั่นประไร สงสัยองค์ราชินีจะมีดำริงานสำคัญให้พระองค์นะเพคะ ถึงได้เรียกให้เข้าเฝ้า” พอถูกเป่าพระกรรณเช่นนั้น องค์หญิงอรุณาผู้วาดหวังบัลลังก์แห่งสมุทราก็หวนไปถึงรับสั่งลับของพระองค์ที่มอบหมายให้นักฆ่าฝีมือดีบุกไปยังเรือนของขุนนางเฒ่าอย่างท่านชลเทพ แม้ครั้งนั้นจะไม่ได้ทำร้ายใครให้ได้รับบาดเจ็บ เพราะครอบครัวของท่านชลเทพไปเยี่ยมญาติที่เมืองอื่น แต่ก็คงทำให้เจ้าขุนนางเฒ่าขวัญหนีดีฟ่อและอาจรีบถวายคืนตำแหน่งแม่ทัพกองเรือแก่องค์ราชินีวารีวาทโดยเร็ว
 
                “คราวนี้ ตำแหน่งแม่ทัพกองเรือจะได้ตกถึงมือข้าเสียที!”
 
                …………………………………………………
 
แสงสีทองนอกหน้าต่างบานกระจกรำไรอยู่ที่ขอบฟ้าลิบๆ ทำเอาองค์ชายหนุ่มผู้พลัดถิ่นมาจากเกาะเล็กๆกลางทะเลต้องผุดลุกขึ้นนั่งบนแท่นบรรทมอย่างนึกหงุดหงิดงุ่นง่าน ดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนเหลือบไปบานกระจกที่แสงจากภายนอกบอกเวลาเช้าตรู่
 
                …เช้าแล้ว…แต่พระองค์บรรทมไม่หลับมาทั้งคืน…
 
                …ก็จะเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องหอยตัวดีที่เมื่อวานดันป่วยประหลาดปล่อยฟองอากาศเสียจนโกลาหลกันไปทั้งวัง หนำซ้ำ พอพระองค์พยายามจะกู้สถานการณ์ไม่ให้ความดมโหขององค์ชายเตชินทร์ทำให้ท่านสุเวชเป็นลมไปเสียก่อน ก็ดันทำให้องค์ชายเตชินทร์เมินพระองค์เสียอย่างนั้น…
 
                …ก็ใครจะไปรู้ ว่าจะบ้าหอยห่วงหอยขนาดนี้!...
 
                องค์ชายหนุ่มเจ้าของพระมังสาสีน้ำผึ้งไถลกายลงจากแท่นบรรทมแล้วเสด็จไปยังข้างบานหน้าต่าง ซึ่งสามารทอดเนตรลงไปยังสวนด้านหลังตำหนักอันเป็นตำแหน่งของบ่อหอยมุกตัวเขื่องที่เมื่อวานสร้างเรื่องสร้างราวให้ท่านสุเวชจากกรมเกษตรเกือบหัวขาดเพราะป่วยเป็นโรคอะไรก็ไม่รู้ที่ท่านสุเวชไม่สามารถให้คำตอบได้
 
                ที่บ่อน้ำซึ่งเมื่อวานคือจุดเกิดเหตุ มาบัดนี้ผิวน้ำเรียบสนิท ไม่มีฟองอากาศผุดพรายเหมือนเมื่อวาน
 
                “วันนี้ไม่ยักมีฟองอากาศสักฟอง ดูท่ามันจะตดจริงๆ ไหมล่ะ! ทำกันเสียเป็นเรื่องใหญ่” สนธยาได้แต่พึมพำเสียงเบา ก่อนจะหมุนกายไปพลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่และล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่นในยามเช้า ก่อนจะก้าวออกจากห้อง ที่หน้าห้องนั้นชีวินพร้อมรับใช้อยู่แล้ว องครักษ์ผิวขาวซึ่งไม่สมกับเกิดในสมุทราก้าวเท้าเดินตามองค์ชายหนุ่มที่เสด็จลงห้องเสวยชั้นล่างของตำหนัก
 
                “อรุณสวัสดิ์เพคะ องค์สน” คุณท้าวเอิบเองก็พร้อมรับใช้อยู่ในห้องเสวย นางกำลังควบคุมดูแลการจัดกระยาหารมื้อเช้าอยู่ที่โต๊ะ แต่ก็ยังหันมาทูลทักทายพร้อมรอยยิ้มแจ่มใสอย่างเช่นทุกเช้า
 
                “อรุณสวัสดิ์” องค์ชายสนธยาตรัสเช่นนั้น หากแต่ก็ต้องเลิกพระขนงเมื่อพบว่าที่โต๊ะเสวยกลางห้องมีเพียงแค่สำรับอาหารชุดเดียว
 
                “อ้าว...แล้ว…”
 
                “องค์เตชเสด็จออกไปที่บ่อหอยเมื่อครู่นี้เองเพคะ”เมื่อเห็นสายเนตรขององค์ชายหนุ่ม คุณท้าวเอิบก็พอจะคาดเดาได้ว่าองค์ชายสนธยาแห่งเกาะสมุทราดำริเรื่องใดอยู่
 
                “ไปดูหอยแต่เช้าเลยหรือ”
 
                “เพคะ องค์เตชทรงห่วงเรื่องหอยมาก” องค์ชายสนธยาได้แต่พยักพักตร์อย่างเห็นด้วย หากแต่ไม่ได้ตรัสสิ่งใดต่อก็เสด็จไปประทับที่โต๊ะเสวยแล้วเริ่มมื้อเช้าอย่างง่ายๆ หากแต่ชีวินที่ถวายการรับใช้มานานนมรู้ดีว่านี่เป็นมื้อที่องค์สนเสวยเร็วที่สุดในชีวิต
 
              ……………………………………………… 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2013 20:41:11 โดย Dezair »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
               

ผิวน้ำนิ่งเรียบ มีเพียงระลอกคลื่นน้อยๆยามลมพัดแผ่วเบา องค์ชายเตชินทร์ผู้เป็นเจ้าของตำหนักอิฐทอดเนตรนิ่งนานอยู่ข้างบ่อ โดยไม่มีนายทหารเวรยามคนใดกล้าเข้าไปรบกวน จนกระทั่งสมิตเหลืบไปเห็นร่างสูงโปร่งผู้มีมังสาสีน้ำผึ้งเสด็จตรงเข้ามาหา
 
                “อังกูร ราชทูตหอยที่ไม่ใคร่จะสนใจหอยมานั่นแล้ว” สมิตขยับเข้าไปกระซิบให้เพื่อนรักเหลือบตามองตาม
 
                องค์ชายสนธยากำลังเสด็จมายังบ่อหอย พร้อมด้วยองครักษ์คู่ใจนามว่าชีวินซึ่งสมิตไม่อยากจะเหลือบแลสายตาไปมองใบหน้านิ่งเรียบหยิ่งยโสนั่น หากแต่เพราะนายเหนือหัวของฝ่ายนั้นช่างแสนจะมีแนวคิดและฝีปากน่าสนใจเกินไป สมิตเลยอดไม่ได้ที่จะเผื่อแผ่ความสนใจไปยังชีวินด้วย…ก็เท่านั้น
 
                สมิตไม่ต้องเข้าไปทำหน้าที่ถวายข่าวว่าองค์ชายสนธยาเสด็จมายังบ่อหอยกับองค์ชายเตชินทร์ เพราะผู้เป็นเจ้าของตำหนักอิฐแห่งนี้ทรงได้ยินเสียงฝีบาทหนักๆของอาคันตุกะได้เป็นอย่างดี และสมิตเชื่อหมดใจว่าองค์ชายเตชินทร์ทรงจำเสียงบาทนี้ได้อย่างแม่นยำ
 
                “แหม รู้นะนั่นว่าองค์สนเสด็จมาแล้ว แต่ทำพระทัยแข็งไม่ยอมหันไปดู เพิ่งรู้ว่าองค์เตชทรงขี้งอนขนาดนี้” สมิตอดไม่ได้ที่จะปากมากนินทาผู้เป็นนายกับอังกูร
 
                “สมิต” หากแต่อีกฝ่ายไม่เล่นด้วย สมิตเลยได้แต่หุบปากเงียบ แล้วคอยเฝ้าสังเกตสถานการณ์ต่อไปว่าเมื่อองค์ชายสนธยาเสด็จเข้าไปใกล้แล้ว องค์ชายเตชินทร์จะทรงกระทำสิ่งใดต่อไป
 
                องค์ชายสนธยาเสด็จไปประทับเคียงข้างองค์ชายเตชินทร์ที่ข้างบ่อหอยแล้ว และสมิต อังกูรกับชีวินก็ยืนอารักขาใกล้มากพอที่จะได้ยินบทสนทนาที่เริ่มต้นด้วยฝีโอษฐ์ขององค์ชายที่มักมีดำริสร้างสรรค์อย่างหาไม่ได้ในแผ่นดินไหน
 
                “เราบอกแล้วว่ามันแค่ตด เห็นไหม วันนี้นิ่งเชียว”
 
                “ท่านดูไม่ห่วงมันเลยสักนิด” องค์ชายเตชินทร์ตรัสด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเพราะสะท้อนในอุระ ที่เห็นอีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่าเป็นกังวล ทั้งๆที่หากหอยตัวนี้ซึ่งเป็นของบรรณาการต้องดับดิ้นลงที่อนันตราช องค์ชายสนธยาก็ไม่มีความจำเป็นหรือเหตุผลใดอีกที่จะต้องอยู่ที่นี่ต่อไป และเมื่อถึงเวลานั้น…เวลาของพระองค์ที่จะได้ใกล้ชิดองค์ชายสนธยาก็จะสิ้นสุดลงด้วยเช่นกัน
 
                องค์ชายสนธยาจับกระแสเสียงที่แสนน้อยเนื้อต่ำใจจากประโยคเพียงแค่ประโยคเดียวของอีกฝ่าย อาจจะเพราะพระองค์มีสนมมากมาย สมัยที่ยังอยู่ในสมุทรา และพระองค์ก็ไม่เคยปล่อยให้สนมทั้งหลายแสดงอาการงอนให้ง้อนานๆเสียด้วย พอได้ยินน้ำเสียงน้อยใจอย่างนี้ พระองค์จะต้องรีบจูงใจกลับมาเสียก่อนจะงอนนานกว่านี้
 
                “หอยตัวนี้อยู่ในบ่อหลังตำหนักของเสด็จแม่ สมัยยังเล็ก เราต้องไปขอพรจากเสด็จแม่ในวันเกิด ทุกๆปีต้องเดินผ่านบ่อนี้ แม้มันจะอยู่ใต้บ่อ แต่ก็รับรู้ว่ามันอยู่ในนั้น พอโตขึ้นมา ทุกๆเช้าเราต้องไปประชุมกับคณะขุนนางนายทหารที่ตำหนักหลวง ถ้าเดินลัดผ่านทางตำหนักของเสด็จแม่ จะไปถึงได้เร็วกว่าเดินอ้อม เราก็เลยต้องเดินผ่านทุกวัน ในทุกๆปี ก่อนเข้าหน้าฝน จะมีการขัดกาบหอยให้สะอาดเอี่ยม พวกทหารจะยกมันขึ้นมาจากบ่อ และให้นางกำนัลขัดมันให้เอี่ยมอ่อง เราจะแวะไปดูมันทุกปี” องค์ชายสนธยาตรัสพลางแย้มสรวลบางเบายามดำริถึงเมื่อครั้งยังอยู่ในสมุทรา ก่อนจะหันมาทางองค์ชายเตชินทร์ที่ประทับอยู่เคียงข้าง
 
                “แน่นอน เราห่วงมัน แต่เราก็อยากให้ท่านเข้าใจว่ามันแก่มากแล้ว เราเกิดมาก็เห็นมันตัวใหญ่อย่างนี้ มันอยู่มานาน หากบัดนี้ร่างกายมันจะรวนเรไปบ้าง ก็ต้องทำใจยอมรับมันไม่ใช่หรือ การรั้งให้มันมีชีวิตอยู่ด้วยการแพทย์และการรักษา เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องดี ใครๆก็อยากมีชีวิตยืนยาวกันทั้งนั้น แต่หากการรักษาสร้างความเจ็บปวดแสนสาหัสให้มัน เราก็อยากให้มัน ‘ไป’ อย่างสบายที่สุด”
 
                “แล้วถ้ามันจากไป…สมุทราจะ…” องค์ชายเตชินทร์กังวลเพียงเรื่องเดียว คือหากหอยตาย สมุทราก็อาจจะต้องเรียกองค์ชายสนธยากลับ เพราะไม่มีเหตุผลใดอีกให้ต้องอยู่ที่นี่ จริงอยู่ว่าที่สมุทราไม่ปลอดภัย พระองค์เองก็พอจะรับรู้ว่าเรื่องราวภายในราชสำนักสมุทราเป็นเช่นไร แต่…ก็มีอีกหลายอาณาจักรที่ปลอดภัยเพียงพอที่ราชินีวารีวาทจะทรงส่งโอรสนามว่าสนธยาไปหลบลี้หนีภัยร้าย
 
                “ไม่ต้องห่วง หากมันตาย สมุทราไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบหรอก เราจะรีบให้เสด็จแม่ส่งของบรรณาการที่มีค่าไม่ด้อยไปกว่ากันมาให้อนันตราชทันที” หากแต่องค์ชายสนธยากลับดำริไปคนละเรื่อง และนั่นทำเอาคนฟังที่กำลังจะเริ่มหายงอน ชักจะนึกตึงขึ้นมาอีกรอบ สมิตมองเห็นความวินาศในอีกไม่กี่เสี้ยวเวลาข้างหน้าแล้วต้องรีบเสนอหน้าเข้ามาไกล่เกลี่ย
 
                “ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ” หากแต่ไม่ใช่สมิตเพียงคนเดียว เพราะชีวินเองก็ยื่นมือเข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ด้วยเช่นกัน จึงกลายเป็นทั้งสองพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
 
                สมิตและชีวินหันมองหน้ากันทันที ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างจะเบือนหน้าหนีไม่ยอมทูลอะไรทั้งคู่
 
                “มีอะไรหรือ” องค์ชายสนธยาหันมาตรัสถาม เมื่อสององครักษ์เงียบไปทั้งคู่
 
                “พระองค์เพิ่งหายประชวรเมื่อวาน วันนี้ออกมาตากลมแรงแต่เช้า เกรงว่าไข้จะกลับพระเจ้าค่ะ” ชีวินทูลนายของตนโดยไม่หันไปสนใจสมิตที่ยืนอยู่ไม่ไกลอีก กลายเป็นฝ่ายสมิตเสียเองที่ได้แต่นิ่งชะงัก เพราะประโยคที่ชีวินใช้แยกองค์ชายทั้งคู่ออกจากกันเป็นประโยคเดียวกับที่เขาคิดจะใช้เช่นกัน!
 
                “จริงด้วยสินะ ป่านนี้คุณท้าวเอิบคงค้อนเราให้ขวั่กที่เราออกมานอกตำหนักเช่นนี้” องค์ชายสนธยาตรัสอย่างนึกขึ้นได้ ก่อนจะหันมาทางองค์ชายเตชินทร์ที่พักตร์ยังนิ่งเฉย หากแต่ในสายเนตรนั้นมีแววเจ็บปวดลึกซึ้งอย่างที่คนเห็นได้แต่ขมวดขนงมุ่น
 
                “ท่านเตช…”
 
                “เชิญท่านสนกลับเข้าตำหนักเถอะ อย่างที่ชีวินว่า ข้างนอกลมแรง อาจจะทำให้ไข้กลับ” ท่าทียังคงดูมึนตึง และน้ำเสียงก็ไม่หวานหยดเช่นทุกคราว องค์ชายสนธยานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะใช้มาตรการสุดท้ายอย่างที่เคยใช้กับสนมทั้งหลายได้ชะงัดเสมอ
 
                หัตถ์เรียวสีน้ำผึ้งยื่นออกไปแตะที่ท่อนกรของอีกฝ่ายเบาๆ แค่นั้นก็ทันตาเห็นแล้ว เพราะร่างสูงสง่าขององค์ชายรัชทายาทแห่งอนันตราชดูจะนิ่งชะงักไปในทันที อีกทั้งพักตร์ขาวก็ดูเหมือนความหมางเมินจะเจือจาง ในขณะที่สายเนตรที่เหลือบกลับมาสบกับดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนขององค์ชายสนธยาก็ดูจะอ่อนแสงลง
 
                “ท่านเตช ท่านเองก็ต้องห่วงสุขภาพด้วยเช่นกัน เห็นคุณท้าวเอิบบอกว่า ท่านออกมาดูมันตั้งแต่เช้าไม่ใช่หรือ แล้วนี่รับของเช้าบ้างรึยัง”
 
                “เรียบร้อยแล้ว” เพียงแค่ความห่วงใยที่ถ่ายทอดออกมาจากน้ำเสียงขององค์ชายจาสมุทรา องค์ชายรัชทายาทลำดับที่ 2 แห่งอนันตราชก็ดูจะพระทัยอ่อนยวบยาบอย่างไม่มีสาเหตุ
 
                “ท่านต้องออกไปทำงานที่กรมวังใช่ไหม”
 
                “ใช่ ที่ตำหนักขาว ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก”
 
                “แล้วกลางวันล่ะ ทานที่ไหน กลับมาทานที่นี่ไหม เราจะรอ” พอประโยคสุดท้ายออกจากโอษฐ์บางขององค์ชายแห่งสมุทรา องค์ชายเตชินทร์ก็ราวกับถูกพาขึ้นสวรรค์ทั้งๆที่สองบาทยังเหยียบพื้น
 
                “เรา…จะรีบกลับมาทานมื้อเที่ยงกับท่าน”
 
                “อืม” ทิ้งท้ายการรับคำด้วยรอยยิ้มบางที่แสนงดงาม ก่อนที่องค์ชายสนธยาจะหมุนวรกายกลับเข้าไปในตำหนัก ทิ้งให้องค์ชายเตชินทร์ทอดพระเนตรตามด้วยสายเนตรที่แสนปิติยินดี อย่างที่สมิตอดไม่ได้ต้องหันไปพูดกับเพื่อนรักนามว่าอังกูรเสียงเบา
 
                “แค่ลมปากเพียงอย่างเดียวก็ทำเอาองค์เตชเปลี่ยนพระอารมณ์ได้ง่ายขนาดนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหลงองค์ชายสนธยามากเพียงใด อุ้ย!!” นินทาจบปุ๊บ สมิตก็หันมาเห็นองค์ชายเตชินทร์กำลังทอดเนตรมาทางเขาพอดี องครักษ์หนุ่มปากมากเลยรีบทำตัวเรียบร้อย หากแต่แทนที่องค์ชายเตชินทร์จะทรงเล่นงานเพราะฝีปากแสนประเสิรฐนั่น พระองค์กลับแย้มสรวลอย่างเป็นสุข…พระเนตรพระกรรณดับไปแล้ว ไม่ทันได้รับรู้เรื่องอื่นใดอีก นอกจากนัดมื้อกลางวันที่ให้ไว้กับองค์ชายสนธยา
 
                “ไปเถอะ วันนี้เราจะเข้ากรมเร็วหน่อย จะได้จัดการงานให้เรียบร้อยแล้วรีบกลับมาทานมื้อเที่ยงกับท่านสน”
 
                “ดูท่า วันนี้คุณท้าวเอิบต้องรีบตั้งโต๊ะมื้อกลางวันเสียแล้ว เพราะองค์เตชคงรีบกลับมาตั้งแต่สาย” สมิตยังไม่วายกระซิบกับหูเพื่อน
 
                “สมิต” สุรเสียงขององค์ชายเตชินทร์ทำเอาคนกำลังนินทาเจ้านายสะดุ้งเฮือก
 
                “พ…พระเจ้าค่ะ…”
 
                “เจ้าไปบอกคุณท้าวที ว่ามื้อเที่ยงวันนี้ของเราจะเริ่มตั้งแต่สายจนกระทั่งเย็น”
 
                “หา! มื้อเดียวจะเสวยถึงเย็นเลยหรือพระเจ้าค่ะ?!!”
 
                “ใช่ ตอนแรกเราตั้งใจจะทานถึงดึกเลยด้วยซ้ำ” องค์ชายเตชินทร์ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับเป็นเรื่องปกติ ก่อนจะเสด็จออกจากตำหนักเพื่อรีบไปทรงงานให้เสร็จในตอนสาย แล้วจะรีบเสด็จกลับมาเริ่มมื้อเที่ยงกับองค์ชายสนธยา
 
                สมิตได้แต่มองตาม แล้วเกาะศีรษะแกรกพลางส่ายศีรษะไปมากับรับสั่งขององค์ชายเหนือหัว
 
                “ถ้าจะทำกันขนาดนี้ ผูกองค์สนติดไปทุกทีเลยไหมล่ะ หื้อ!”
 
 ……………………………………………………..
 
ในขณะที่ผู้เป็นอนุชาอย่างองค์ชายเตชินทร์กำลังทรงงานอย่างแสนสุนทรีย์ด้วยเพราะมีเป้าหมายเป็นมื้อกลางวันกับองค์ชายผู้เป็นแก้วตาดวงใจ องค์ชายเจษฎาผู้เป็นพระเชษฐาของโอรสธิดาทั้งมวลแห่งอนันตราชกำลังทรงงานอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในห้องอักษร แม้นี่จะเป็นเวลาเช้าตรู่ที่ขุนนางนายทหารส่วนใหญ่ยังร่วมมื้อเช้าอยู่กับครอบครัวก็ตาม แต่เพราะรัฐกิจในฐานะ ‘องค์ชายรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง’ ทำให้พระองค์ไม่อาจใช้ชีวิตเฉกเช่นบุรุษฉกรรจ์ทั้งหลายในอนันตราช
 
                …พระองค์มีบ้านเมืองต้องรับผิดชอบ มีราชบัลลังก์ต้องค้ำจุน…
 
                เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ทำเอาองค์ชายหนุ่มต้องเงยพักตร์จากงานเอกสารที่จำต้องสรุปให้เสร็จสิ้นภายในเช้านี้ เพื่อเข้าประชุมในยามบ่าย
 
                “เข้ามา”
 
                สิ้นเสียงอนุญาต นายทหารผู้หนึ่งก็เปิดประตูเข้ามา ก่อนจะรีบนำความมาทูล
 
                “มีอะไรหรือ อัศวา” องค์ชายหนุ่มตรัสถาม เพราะปกติแล้ว หากไม่ใช่เรื่องด่วน อัศวาผู้เป็นทหารองครักษ์คนสนิทของพระองค์จะไม่เข้าเฝ้ากะทันหันนอกเวลาราชการเช่นนี้
 
                “เรื่ององค์ชายจากสมุทราพระเจ้าค่ะ” อัศวาทูล เพียงเท่านั้น องค์ชายเจษฎาก็ทรงวางปากกาขนนกที่อยู่ในหัตถ์ลงบนแท่น แล้วจึงเอนวรกายพิงพระเก้าอี้ ราวกับรอคอยที่จะสดับทั้งที่เมื่อครู่ยังยุ่งเสียเต็มประดา อัศวาขยับเข้าไปใกล้เพื่อทูลเรื่องราวที่ได้ยินมาจากสายในสมุทรา
 
                “ดูเหมือนองค์หญิงองค์หนึ่งของสมุทราไม่ค่อยจะรักใคร่พี่ชายเสียเท่าไหร่”
 
                “หืม? แต่สมุทราสืบทอดบัลลังก์ด้วยตำแหน่งราชินีไม่ใช่หรือ” องค์ชายเจษฎาตรัสถาม เรื่องความรักใคร่ในหมู่พี่น้องผู้ถือเชื้อสายราชนิกูลนั้นหากไม่บ่มเพาะแต่เล็ก โตขึ้นมาก็คงนึกอยากจะประหัตประหารกันน่าดู แต่…องค์หญิงแห่งสมุทราจะกังวลไปไย ในเมื่อ ‘พี่ชาย’ ไม่มีสิทธิ์ครองตำแหน่งจ้าวบัลลังก์แห่งสมุทราอยู่แล้ว ในเมื่อที่สมุทรานับถือราชินีเป็นเจ้าเมือง
 
                “พระเจ้าค่ะ แต่เมื่อครั้งที่องค์ชายสนธยายังประทับอยู่ที่สมุทรา องค์ชายสนธยาได้รับตำแหน่งแม่ทัพกองเรือ ซึ่งเป็นกองทัพสำคัญที่สุดของสมุทรา”
 
                “อ้อ! เพราะอย่างนั้นองค์หญิงก็เลยหวั่นใจว่าอาจมีการเปลี่ยนกฎมณเฑียรบาลอย่างนั้นสินะ แล้วตอนนี้องค์ชายสนธยามาอยู่ที่อนันตราชแล้ว แล้วใครคุมทัพเรือแทนล่ะ”
 
                “ขุนนางเฒ่าคนหนึ่งในราชสำนักพระเจ้าค่ะ” องค์ชายเจษฎาเลิกพระขนงเล็กน้อย เมื่อได้สดับว่าตำแหน่งที่องค์หญิงแห่งสมุทราหมายปองไม่มาถึงมือนางเสียที นางคงไม่หยุดอยู่เฉยๆ และองค์ชายสนธยาที่แม้จะประทับอยู่ในอนันตราช แต่หากองค์หญิงผู้นั้นหมายมั่นจะบากบั่นทำลายเสี้ยนหนามขวางทางบัลลังก์ อนันตราชก็อาจกลายเป็นสุสานขององค์ชายสนยาได้เสมอ!
 
                “ที่ตำหนักอิฐ นอกจากทหารเวรยามคุ้มกันบ่อหอยแล้ว องค์เตชขอทหารเพิ่มบ้างรึเปล่า”
 
                “เพิ่มพระเจ้าค่ะ องค์ชายเตชินทร์มีรับสั่งกับฝ่ายทหารเมื่อเดือนก่อน”
 
                “เมื่อเดือนก่อนหรือ?” เป็นอีกครั้งที่องค์ชายเจษฎานึกแปลกพระทัย เมื่อผู้เป็นน้องชายขอทหารคุ้มกันตำหนักเพิ่มเมื่อเดือนก่อน ซึ่งนั่นหมายถึงก่อนที่ขบวนบรรณาการจากสมุทราจะมาถึง
 
                …หรือจะรู้ล่วงหน้าว่าขบวนบรรณาการของสมุทราคืออะไร ไม่สิ…นอกจากจะรู้ว่าขบวนบรรณาการคืออะไรแล้ว เตชินทร์ยังรู้กระทั่งว่าคนนำขบวนบรรณาการมาที่อนันตราชคือองค์ชายสนธยา
 
                “อัศวา เจ้าจงไปที่ตำหนักของเสด็จพ่อ แล้วเรียนท่านราชเลขาวิกรมว่าเราขอเข้าเฝ้าเป็นการด่วนทันทีที่เสด็จพ่อทรงประชุมรอบเช้าเสร็จ”
 
                “รับด้วยเกล้า จะให้กระหม่อมเรียนท่านวิกรมไหมพระเจ้าค่ะ ว่าเป็นเรื่องด่วนเรื่องอะไร”
 
                “เรื่ององค์ชายพลัดถิ่น”

ติดตามตอนต่อไป

กรุงเทพ ฝนตก รถติด และพนักงานกินเงินเดือนเพิ่งกลับถึงบ้านนนนนน (กรีดร้องงงงงง)
เมื่อตอนที่แล้ว เล่นเอาเงิบกันไปเลย เจอประโยคสุดท้ายว่าหอยป่วย อิอิ
บอกแล้วเรื่องนี้เน้นอมยิ้มขำๆ ดราม่าชิงบัลลังก์อะไรนั่นเป็นแค่น้ำจิ้มเท่านั้นล่ะ ฮ่าฮ่า

มีหลายเรื่องอยากเวิ่นเว้อพูดคุยกับทุกๆคน แต่สังขารไม่ไหวแล้ว
เจอกันตอนหน้า จะพยายามมาวันอังคารหน้าค่ะ T^T

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และพื้นที่บอร์ดเช่นเคย

ออฟไลน์ SenzaAmore

  • Where troubles melt like lemon drops....
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 713
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +79/-0
 ตลกอ่ะ อาการที่หอยปล่อยฟองฟ่อดๆนานๆ คือ อาการหอยตดเป็นชุดหรอเนี่ย5555555 :laugh:
แถมมีให้เทียบกะคนกินถั่วอีกแหนะ  :jul3:

แอบสงสารหมอสุเวช แหม่สัตวแพทย์ก็ใช่ว่าจะมีโอกาสรักษาหอยได้บ่อยๆนา555 :m20:

ในที่สุดก็รู้เหตุผลที่ราชินีส่งองค์สน มาอยู่ที่นี่สักที :katai2-1:

มาต่อเร็วๆน้าา :mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-07-2013 21:20:16 โดย Theomen »

ออฟไลน์ cinquain

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-0
 โอย นั่งหัวเราะกั่กๆ หอยตด! ตดเป็นชุดด้วย!  เอ้า!
ดีที่แม่เดินเข้าไปอาบน้ำแล้ว ไม่งั้นคงได้ตอบคำถามหัวเราะอะไรน่ะ  :ling1:

คุณบัวคิดพล๊อตได้ล้ำลึกมากค่ะ
เชียงใหม่ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเหมือนกัน ไงรักษาสุขภาพนะคะ

จะรอหัวเราะอีกในตอนหน้าค่ะ ^^

ออฟไลน์ kongxinya

  • Skt KS
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
 :laugh: นึกว่าหอยมันเป็นอะไรที่แท้ก็หอยตดนี่เอง องค์สนปราชเปรื่องมากอะ
องค์เตชทั้งรักทั้งหลงองค์สนเลย ว่าแต่เมื่อไหร่องค์สนที่แสนจะปราชเปรื่องจะรู้นี่  :mew2:
แต่ยังดีที่องค์สนยังรู้ว่าองค์เตชงอน นี่ล่ะข้อดีของการมีสนมมาก่อน
องค์สนง้อได้น่ารักมาก ยังกะภรรยารอสามีกลับมากินข้าวพร้อมกันแน่ะ  :o8:
ส่วนองค์ชายเจษฏาคงไม่คิดร้ายกับองค์สนหรอกใช่มั๊ยยยย  :mew5:

รอตอนต่อไปค่ะ  :L2: :กอด1: :L2:

ออฟไลน์ jinjin283

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 934
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-1
><  องค์เตชคงอารมห์ดีน่าดูเลยนะคะ แค่ชวนทานข้าวนะเนี่ย แหม
หลงกันแบบนี้ถ้าองสนต้องกลับไปจริงจะเปนไงคะเนี่ย
ปล ตอนต่อไปมาไวๆนะคะ ฮ่าๆ

ออฟไลน์ mur@s@ki

  • อยากรัก..แต่ใจไม่กล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1899
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-5
หอยตด!!! โอยยยยยยยยยย เราขำเตียงสั่นเลย
แล้วเรื่องงอน ตัดพ้อฯลฯ นี่องค์สนเอาอยู่จริงๆ สมกับที่ผ่านสนามมา121คน OMG


 :กอด1:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ช่างเป็นหอยเซเลปเสียนี่กระไร ตดทีผู้คนปั่นป่วนไปหมด
ขำองค์เตชจะเหวยข้าวเที่ยงตั้งกะสายยันดึก ระวังท้องแตกนะเพคะ

นิดนึงค่ะคนเขียน ที่ใช้มังสาน่าจะเป็นฉวีเหมาะกว่าไหม

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
โอ๊ยย
มันฮาตรงหอยตดนี่แหละ
แล้วเปรียบเทียบแบบ เห็นภาพพ
ฮ่าๆ
ขอบคุณคุณบัวที่มาต่อค่ะ

 :mew1:

ออฟไลน์ justlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :katai2-1:  มาติดตามคนเลี้ยงหอย
                 อาจเลี้ยงหอยไม่เก่ง แต่เข้าใจอารมณ์เจ้าของหอยได้ดีมาก
                 เคยแต่มีสนมเป็นร้อย ตอนนี้ตัวเองจะโดนจับเป็นสนมแล้ว ยังไม่รู้ตัวอีก :mew1:

ออฟไลน์ ❝CHŌN❞

  • เหงา เหงา :(
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1924
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-3
มันมีอะไรมากกว่าที่คิดสินะ หรือว่าแม่องค์สนกะองค์เตชจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่องค์สนมาที่อนันตราช

ต้องรอดูต่อไป แต่บอกเลย ฮามาก "หอยตด" เนี่ย ฮ่าๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ greensoda

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
เข้ามาเพราะชื่อคนแต่ง   :mew1:
แล้วก็ไม่ผิดหวังง  o13
องค์ชายเตชขี้งอนอ่ะ
องค์สนง้อได้น่ารักมากก  :กอด1:

ออฟไลน์ beautjang

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ฮาสุดๆอ่ะ คุณบัว :hao6:

สนุกมว๊ากกก. ชอบเรื่องแนวนี้สุดๆ. พยายามเข้าน้าาาา รักษาสุขภาพด้วยค่าาา^^

ออฟไลน์ sam3sam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-4
ตอนที่เจอหอยป่วยเข้าไปก็แล้วเงิบไปทีนึงละ
มาตอนนี้เงิบหนักกว่าเดิมอีกจ้า
"หอยตด" ไม่ใช่ตดธรรมดานะ แต่เป็น "ตดรัว" :jul3:

ออฟไลน์ mind223

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 240
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
ฮาแตก ตรง "หอยตด"  :m20: :m20: :m20: :m20:


 :m20: :m20: :m20: :m20: :m20:

ออฟไลน์ MinKKniM

  • 난 널 사랑해 동해
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
แหม...ดีนะที่องค์สนมีสนมมาเป็นร้อย เลยรู้ทันทีว่าองค์เตชทรงงอนนนนนน ต้องขอบคุณประสบการณ์อันโชกโชนขององค์สน 555555

ที่สำคัญเพิ่งรู้ว่าหอยตดได้ด้วย 555555

@Lucifer_Prince@

  • บุคคลทั่วไป
อื้ม  องค์เจษคิดจะทำอะไรนะ!!!!!!  องค์หญิงบ้านางจะฆ่าพี่เชียวหรือ~_~  เรื่องนี้มั่ยพูดมั่ยได้หอยตด  แล้วเรื่องงอน อะไรเนี่ยสมแล้วที่ผ่านสนมมาตั้ง121  เก่งเชียว>___<

ออฟไลน์ sweetbasil

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 807
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
ตอนที่แล้วหอยป่วย

มาตอนนี้หอยตด ขำท้องแข็งเลย

องค์สน เปรียบอาการงอน องค์เตช เหมือนสนม

แต่นั้น ว่าที่ พระสวามืใจอนาคต นะเพค่ะ  :jul3:

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
ประทับใจ หอยตด 55555 องค์สนช่างคิดนะ

ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
อย่างนี้ท่านพี่ขององค์เตชก็จะช่วยท่านสนจากนังมารร้ายสินะ

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
ทุกคนขำหอยตดหมดเลย

เราก็ขำ

องค์สนเลิกซึนก็จะรู้นะว่าองเตชติดยังไง :mew4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด