...ด้วยพันธะบรรณาการ พันธะ 17(จบ)...อัพ 22/07 (หน้า 20 ค่ะ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ด้วยพันธะบรรณาการ พันธะ 17(จบ)...อัพ 22/07 (หน้า 20 ค่ะ)  (อ่าน 279796 ครั้ง)

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
.............................................
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10-12-2021 19:27:33 โดย Dezair »

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
ด้วยพันธะบรรณาการ
By: Dezair
.............................
พันธะ 1



   ตำหนักหลวงแห่งเกาะสมุทรานั้นตั้งอยู่บนผาที่ผินหน้าสู่มหาสมุทรกว้างสีน้ำเงินเข้ม ในเกาะเล็กๆแห่งนี้ พื้นที่ที่สูงที่สุดคือหน้าผาที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ตำหนักราชินี’ ด้วยเพราะเป็นที่ประทับขององค์ราชินีผู้เป็นประมุขแห่งเกาะสมุทรามาหลายต่อหลายรุ่น



   ตัวตำหนักถูกก่อด้วยปูนทั้งหลัง ฉาบด้วยสีน้ำเงินและประดับด้วยเม็ดไข่มุกสีฟ้าที่หาได้ยากยิ่ง ทว่า…สำหรับเกาะที่ขึ้นชื่อเรื่องการส่งออกไข่มุกอย่างสมุทรานั้น ไม่มีไข่มุกสีใดหายากเกินความสามารถ และเพราะสมุทรามีสินค้าส่งออกเป็นไข่มุกเม็ดงามที่ลือชื่อไปทั่วทุกหัวเมือง ดังนั้นเกาะเล็กๆแห่งนี้จึงรุ่มรวยเสียจนมีงบหลวงมากเพียงพอที่จะสร้างความวิจิตรตระการตาด้วยการประดับประดาเม็ดไข่มุกตามที่ต่างๆ ตั้งแต่ประตูเมืองที่ท่าเรือหลักไปจนถึงกำแพงท้ายเมือง 



ความงดงามที่แสนอลังการนี้เอง ที่เรียกร้องให้นักเดินเรือจากทุกหัวเมืองบนแผ่นทวีปต่างแวะเวียนมาที่สมุทราจนที่นี่เก็บรายได้จากนักท่องเที่ยวแดนไกลได้เป็นกอบเป็นกำ



   “ปีนี้ มีนักท่องเที่ยวมากกว่าปีที่แล้วถึง 95,000 คนทีเดียวพระเจ้าค่ะ ดูเหมือนพวกเจ้าหน้าที่ที่ประตูผ่านเข้าเมืองจะเริ่มบ่นอุบว่าทำงานมือเป็นระวิง”



ในโถงกว้างกลางตำหนักหลวงที่ผินหน้าออกสู่ทะเลสีน้ำเงินเข้มนั้น มีการประชุมเป็นประจำทุกเช้าโดยขุนนางนายทหารระดับสูงต้องรายงานสถานการณ์สำคัญต่อหน้าพระพักตร์ราชินีวารีวาทผู้เป็นประมุขแห่งสมุทรา



   และเพราะการประชุมถือเป็นรัฐกิจอย่างหนึ่ง ในโถงกว้างจึงไม่ต่างจากห้องทรงงานของพระองค์ โต๊ะยาวถูกนำมาตั้งกลางห้องตั้งแต่องค์ราชินีวาทขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ และนับจากนั้น ในทุกๆเช้า รอบโต๊ะจะประกอบด้วยขุนนางนายทหารทั้งหลายที่พร้อมใจกันนำเอกสารมารายงาน จนบัดนี้มันเต็มแน่นไปด้วยเอกสารมากมายเสียจนลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งโต๊ะตัวนี้หน้าตาเป็นเช่นไร



   “ถ้าอย่างนั้นก็ประกาศรับสมัครเจ้าหน้าที่ประจำประตูผ่านเข้าเมืองเพิ่ม ถ้ามีคนมาสมัครมาก ก็จัดสอบเสีย” ราชินีวารีวาทผู้ประทับอยู่หัวโต๊ะตรัสอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปรับเอกสารจากนายทหารอีกคนที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือ



   “เรื่องงบหลวงสำหรับตั้งกองเรือลาดตระเวนเพิ่มพระเจ้าค่ะ ทางกรมคลังอนุมัติมาแล้ว” องค์ราชินีทรงขยับฉลองพระเนตรบนพระพักตร์เล็กน้อยให้เข้าที่ ก่อนจะจับจ้องสายเนตรลงบนเอกสารสีเหลืองอ่อนที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณ เพียงครู่หนึ่ง ก็ทรงประทับตราพระนามลงกับเอกสารฉบับนั้นเพื่อเป็นการ ‘อนุมัติขั้นสูงสุด’ แล้วจึงประทานคืนนายทหารคนเดิม



   “มีเรื่องอื่นอีกไหม” พระนางตรัสถามเสียงเรียบแล้วเงยพักตร์ทอดดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนไปยังนายทหารและขุนนางคนอื่นๆที่นั่งอยู่สองฝั่งโต๊ะ



   “เรื่องของบรรณาการที่จะต้องส่งให้อนันตราชพระเจ้าค่ะ” ขุนนางเฒ่าแห่งกรมวังทูล ทำเอาองค์ราชินีต้องเหลือบเนตรไปจับจ้องยังผู้พูด



   “…ปีนี้ครบกำหนดต้องส่งเครื่องบรรณาการแล้ว องค์ราชินีมีประสงค์ให้ส่งอะไรไปบรรณาการอนันตราชดีพระเจ้าค่ะ” ผู้เป็นประมุขสูงสุดแห่งเกาะสมุทราเอนพระปฤษฎางค์ลงพิงกับพระเก้าอี้ พักตร์งามสีน้ำผึ้งนั้นมีวี่แววตริตรอง สองเนตรจับจ้องหัตถ์เรียวที่ประดับด้วยธำมรงค์วูบวาบจากเพชรน้ำเอกและไข่มุกสีรุ้งอะร้าอร่าม



   “ส่งมุกไปก็แล้วกัน” พระองค์ตรัสเรียบๆ



   อนันตราชเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของแผ่นทวีป และมีบุญคุณกับเกาะสมุทรามาแต่ไหนแต่ไร สมัยก่อนที่ทัพเรือของสมุทรายังเป็นเพียงนกหัดบิน ก็ได้อนันตราชส่งนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาช่วยสอนสั่งและอบรมวิทยาการ พอครั้งมีสงคราม อนันตราชก็ส่งทัพเรือมาช่วยรบถึงที่ แม้พระองค์จะตระหนักดีว่าอนันตราชไม่ได้มองเกาะเล็กๆอย่างสมุทราเป็นมหามิตร หากแต่…พระองค์ก็ไม่ควรให้อนันตราชมองสมุทราว่าเป็นศัตรูเช่นกัน!



   “ส่งไข่มุกนะพระเจ้าค่ะ”



“เราหมายถึงหอยมุก”



ขุนนางเฒ่านึกฉงนเล็กน้อย หากแต่ก็คิดไปว่าองค์ราชินีคงมีพระประสงค์ให้ทางอนันตราชได้เม็ดมุกสดใหม่จึงมีรับสั่งให้ส่งหอยมุกตัวเป็นๆไป พอไปถึงต่อหน้าพระพักตร์กษัตริย์วิภูผู้เป็นประมุขแห่งอนันตราชก็ค่อยแกะเม็ดออกมาถวายตรงนั้น



“พระเจ้าค่ะ ส่งหอยมุก แล้ว…จะให้ส่งไปกี่พันหีบดีพระเจ้าค่ะ เอ?...ปีก่อนรู้สึกอาณาจักรกุลานจะส่งไข่มุกจากเมืองสุวชลไป 2000 หีบ ถ้าอย่างไร ของเราเอาสัก 5000 หีบเลยดีไหมพระเจ้าค่ะ” ขุนนางเฒ่าเตรียมจดรายการของบรรณาการเต็มที่ สายตาจับจ้ององค์ราชินีอย่างตั้งอกตั้งใจ



   “เอาตัวเดียวพอ”



ขุนนางนายทหารทั้งหลายชะงักกึก ก่อนจะหันขวับมององค์ราชินีด้วยความตกใจ



   “อะ…อะไร…อะไรนะพระเจ้าค่ะ เมื่อกี้ตรัสว่าอย่างไร”



   องค์ราชินีเหลือบเนตรขึ้นสบตาขุนนางชราแห่งกรมวังที่มีหน้าที่เตรียมของบรรณาการ ก่อนจะตรัสย้ำอีกครั้ง



   “เราบอกว่าให้ส่งไปตัวเดียว”



   “ตัวเดียว! ต…แต่! แต่นั่นอนันตราชนะพระเจ้าค่ะ!! อนันตราช…อนันตราช…” 



ถึงคราวพูดไม่ออกกันทั้งโต๊ะ เพราะอนันตราชที่ว่าเป็นอาณาจักรใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องกองทหารเป็นที่สุด ไม่มีอาณาจักรใดกล้าหยอกให้อนันตราชโมโห ไม่มีอาณาจักรใดกล้าหยามให้อนันตราชอับอาย เพราะนั่นหมายถึงกองทัพของอนันตราชจะบุกประชิดเมืองภายในเสี้ยวอึดใจ!!



   “อนันตราชแล้วอย่างไรล่ะ ก็บอกไปสิว่าปีที่ผ่านมา สมุทราขาดแคลนรายได้ งบหลวงมีไม่พอจะสรรหาของดีเลิศหรูมาถวาย” ดำรัสขององค์ราชินีช่างแตกต่างจากความเป็นจริงโดยสิ้นเชิง เพราะปีที่ผ่านมา สมุทราทำรายได้มหาศาลจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมเมืองมากกว่าสองปีก่อนหน้ารวมกันเสียอีก!



   “ส่วนมุกที่จะส่งไป ก็ไม่ต้องไปหาที่ไหน เอาหอยมุกที่อยู่ในสระหลังตำหนักเราไปก็ได้ ตัวนั้นมันใหญ่และแก่มากแล้ว ปล่อยให้ตายในสมุทราก็รังแต่จะทำให้กรมวังเกิดปัญหาเพราะไม่รู้จะจัดการกับศพมันอย่างไรดี” และเป็นอีกครั้งที่โองการขององค์ราชินีทำเอาทั้งโต๊ะเงียบกริบ ด้วยเพราะอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออก



   …นอกจากมีพระประสงค์ให้ส่งหอยมุกไปแค่ตัวเดียวแล้ว ยังให้ส่งตัวที่แก่จนใกล้ตายไปด้วยน่ะหรือ?!!...



   “ต…แต่…แต่หอยนั่น…มันอายุจะครบร้อยอยู่แล้วนะพระเจ้าค่ะ แล้ว…แล้วตลอดชั่วชีวิตของกระหม่อม กระหม่อมก็ไม่เคยเห็นมันคายไข่มุกเลยสักครั้ง เอ่อ…กระหม่อม…กระหม่อมเกรงว่า…เกรงว่าถ้าส่งไปให้อนันตราช…” ขุนนางเฒ่าผู้มีอายุได้หกสิบปียืนกรานด้วยเกียรติของขุนนางแห่งกรมวังว่าตั้งแต่เกิดในเกาะสมุทรา เขาก็ไม่เคยเห็นหอยมุกตัวเขื่องที่อยู่ในสระหลังตำหนักจะคายมุกเลยสักครั้ง! และถ้านับอายุของมันแล้ว ขุนนางเฒ่าเชื่อว่ามันแทบจะเป็น ‘พ่อ’ เขาได้ด้วยซ้ำ!



   …แล้วจะให้ส่งหอยมุกแก่งั่กที่คายไข่มุกไม่ได้ แถมไม่รู้จะตายวันตายพรุ่งไปเป็นของบรรณาการแก่อาณาจักรที่แสนยิ่งใหญ่อย่างอนันตราชน่ะหรือ?!...



   …หาเรื่องตายสิไม่ว่า!!!...



   “ไม่เห็นต้องเกรง ทำตามที่เราว่า ส่งหอยมุกตัวนั้นไปเป็นของบรรณาการแก่อนันตราช แล้วแนบสาสน์ไปด้วย ว่าเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่อนันตราชช่วยดูแลสมุทราเสมอมา และเราหวังว่าเขาจะดูแลสมุทราเสมอไป” เมื่อพระองค์ย้ำโองการเป็นครั้งที่สองอย่างหนักแน่นว่าจะส่งหอยมุกแก่ๆไปเพียงตัวเดียว ขุนนางเฒ่าแห่งกรมวังก็ได้แต่ก้มหน้าน้อมรับงกๆด้วยไม่อาจเอื้อมถวายความคิดเห็นอะไรได้อีก



   งานนี้เห็นทีสมุทราคงจะเหลือเพียงชื่อ เมื่อใดที่หอยมุกตัวนั้นเดินทางไปถึงอนันตราช เมื่อนั้นไซร้สมุทราคงย่อยยับลงกลางทะเลเป็นแน่แท้



“อ้อ…ส่ง ‘สนธยา’ ไปกับขบวนบรรณาการด้วย ถ้าเขาถามว่าทำไมเขาต้องไป ก็จงบอกเขาว่าเราสั่งให้เขาไปทำอย่างไรก็ได้ ให้อนันตราชรับหอยมุกตัวนั้นเป็นของบรรณาการโดยไม่ยกทัพมาตีสมุทราของเรา”



“แล้วถ้า…ถ้าทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จล่ะพระเจ้าค่ะ” ขุนนางคนหนึ่งถามเสียงกล้อมแกล้มด้วยเกรงภัยจากอนันตราชเสียยิ่งกว่ามรสุมลูกโตที่จะพัดขึ้นเกาะเสียอีก องค์ราชินีวารีวาทเหลือบเนตรไปจับจ้องก่อนจะตรัสเสียงเรียบหากแต่หนักแน่นและมั่นคงเป็นที่สุด



“ไม่มีทางไม่สำเร็จ เราเชื่อฝีมือ ‘ลูกชายของเรา’ เสมอ”


………………………………..


“อะไรนะ!! เสด็จแม่สั่งให้เราเอาหอยมุกในสระหลังวังไปเป็นของบรรณาการอนันตราช!! บ้าไปแล้ว!!!” 



ในขณะที่ผู้เป็นพระมารดานั้นมั่นอกมั่นใจเสียเหลือเกินว่า ‘โอรส’ ของพระองค์มีความสามารถในภารกิจครั้งนี้ หากแต่พอเรื่องบรรณาการประหลาดที่ดูอย่างไรก็หยามเกียรติอนันตราชมาถึงพระกรรณขององค์ชายสนธยาผู้เป็นพระโอรสองค์โตของราชินีวารีวาท เสียงโวยวายก็ดังลั่นตำหนักหลวงอย่างช่วยไม่ได้



“ทรงอย่าตรัสเช่นนั้น นั่นพระมารดาของพระองค์นะพระเจ้าค่ะ” 



องครักษ์หนุ่มร่างสูงโปร่งติด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเคย หากแต่องค์ชายสนธยาผู้ซึ่งกำลังตกตะลึงกับของบรรณาการไร้ราคายังไม่มีวี่แววว่าจะสนใจการติเตียนขององครักษ์ข้างกายเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้พระองค์กำลังทอดเนตรเห็นแต่ความพินาศที่จะเกิดขึ้นกับสมุทราในวันที่ขบวนบรรณาการไปถึงมืออนันตราช



…และอะไรก็ไม่เลวร้ายไปกว่า ในขบวนบรรณาการนั้น ต้องมีพระองค์เสด็จไปด้วย!!!... ตายแน่ๆ!! พระองค์นี่ล่ะศพแรกของสมุทรา!...



“องค์ราชินีทรงมีรับสั่งว่าให้องค์ชายเสด็จพร้อมขบวนบรรณาการ และทำอย่างไรก็ได้ให้อนันตราชยอมรับของบรรณาการโดยไม่บุกมาตีสมุทราพระเจ้าค่ะ” ขุนนางเฒ่าแห่งกรมวังผู้มีหน้าที่จัดเตรียมของบรรณาการเป็นคนมาทูลความตามที่มีโองการมา



“ไม่มีทาง!!!” องค์ชายหนุ่มผู้รับมรดกทั้งพระมังสาสีน้ำผึ้งและพระเนตรสีน้ำตาลอ่อนจากองค์ราชินีวาทตรัสเสียงดังลั่นห้องทรงงานของพระองค์เอง



“อะไรไม่มีทางหรือพระเจ้าค่ะ” ขุนนางเฒ่าถาม



“ก็ให้อนันตราชยอมรับหอยเป็นของบรรณาการน่ะสิ! ไม่มีทางหรอก!! ต่อให้น้ำลายเราเคลือบด้วยยาเสน่ห์ แต่ถ้าทางนั้นเห็นหอยแก่ๆนอนพะงาบๆอยู่ในหีบแค่ตัวเดียว พวกนั้นคงหน้าตั้งจัดกองทัพบุกมาถล่มสมุทราแทบไม่ทัน!” 



ขนงเรียวพาดเฉียงเหนือเนตรกลมโตขมวดเข้าหากันแน่นอย่างเคร่งเครียด สมุทราจะกลายเป็นเมืองร้างก็คราวนี้ เสด็จแม่นะเสด็จแม่! กรมคลังมีทรัพย์อื้อซ่า! แล้วเหตุใดมาตระหนี่ขี้เหนียวกับของบรรณาการด้วยเล่า?!!!



ขุนนางเฒ่าเหลือบตามององค์ชายหนุ่มที่ประทับอยู่บนโต๊ะทรงงาน อยากทูลเหลือเกินว่าตนก็เห็นด้วยว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ให้อนันตราชลดขนาดอาณาจักรลงยังจะง่ายเสียกว่าให้ทางนั้นรับหอยแก่ๆตัวเดียวเป็นของบรรณาการ



หากแต่…เขาไม่มีสิทธิ์พูด องค์ราชินีมีรับสั่งแล้ว และองค์ชายสนธยาก็ต้องรับโองการนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



ดูเหมือนองค์ชายหนุ่มเองก็ตระหนักดีว่านี่คือโองการ…และในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น ‘โองการ’ นั่นก็หมายความว่าเป็นรัฐกิจของบ้านเมือง เมื่อมารดาผู้เป็นประมุขแห่งสมุทราสั่งให้เขานำขบวนบรรณาการไปยังอนันตราช ไม่ว่าในหีบบรรณาการนั้นจะมีสิ่งใด เขาก็ต้องทำ



ร่างสูงโปร่งคลายท่อนกรที่กอดอุระออกราวกับตัดพระทัย ขนงที่ขมวดเหนือดวงเนตรกลมโตคลายปมลง ก่อนที่พระองค์จะถอนปัสสาสะออกมาเสียทีหนึ่ง



“เอาล่ะ…ช่างเถอะ โองการของเสด็จแม่ ต่อให้ไร้สาระมากกว่านี้ก็เป็นโองการของราชินีวารีวาทแห่งสมุทราอยู่ดี” องค์ชายหนุ่มผู้เป็นโอรสองค์โตของราชินีแห่งวารีวาทตัดพระทัยที่จะดื้อแพ่ง เพราะให้อย่างไร ‘โองการ’ ก็คือ ‘โองการ’ และพระองค์ก็ถูกเลี้ยงดูสอนสั่งมาให้รักในเลือดขัตติยะมากกว่าจะหนีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องสนองโองการเสียด้วย



“…ท่านไปเตรียมของบรรณาการเถอะ เรียบร้อยเมื่อไหร่ก็มาบอกกำหนดการแก่เรา เราจะได้รู้ตัวว่าต้องออกเดินทางวันไหนเวลาใด”



“รับด้วยเกล้า” ขุนนางเฒ่าน้อมกายรับ ก่อนจะถอยหลังออกจากห้องทรงงานไปอย่างรวดเร็ว บานประตูปิดลงแล้ว ทิ้งให้ภายในห้องทรงงานเหลือเพียงองค์ชายหนุ่มแห่งราชสำนักสมุทราและองครักษ์คู่พระทัย



“ชีวิน” องค์ชายสนธยาตรัสเรียก ขณะเสด็จกลับไปนั่งยังพระเก้าอี้หลังโต๊ะทรงงาน



“พระเจ้าค่ะ” องครักษ์หนุ่มผู้ติดสอยห้อยตามมาตั้งแต่องค์ชายสนธยายังเป็นเพียงองค์ชายน้อยน้อมกายรอรับคำสั่งอยู่ด้านข้าง



“นับจากนี้ไปสามวัน เจ้าไปบอกคุณท้าวที่ตำหนักสนมว่าให้พานางสนมมาหาเราที่ห้องทุกคืน คืนละ 30 คน” องค์ชายหนุ่มตรัส ก่อนจะถอนปัสสาสะอีกครั้ง



…การเสด็จออกจากสมุทราครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่พระองค์รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘ไปแล้วไปลับ คงไม่ได้กลับมา’ ในเมื่อไปกับหอยมุกเพื่อนยากตัวเดียวที่มีฐานะเป็นของบรรณาการแก่อาณาจักรอนันตราชที่ขึ้นชื่อลือชาด้านกองทหาร ฝ่ายนั้นคงจะยอมให้พระองค์ลอยนวลหรอก ถ้าเห็นว่าของบรรณาการเป็นแค่หอยตัวเดียวที่ทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนพะงาบๆไปวันๆอย่างนั้น



“เราต้องลาเมียเราให้ครบ” 



ตรัสแล้วก็ถอนปัสสาสะอีกเฮือก ด้วยเพราะอาลัยอาวรณ์ทั้งชีวิตและสนมซ้ายขวา



“ถ้าเช่นนั้นกระหม่อมเกรงว่าจะไม่ทัน คืนละ 30 คน แค่เพียง 3 คืนก็แค่ 90 คนเองนะพระเจ้าค่ะ องค์ชายมีพระสนมทั้งหมด 121 คนไม่ใช่หรือ เหลืออีกตั้ง 31 คน” ชีวินทูลด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามนิสัย



องค์ชายเหลือบเนตรมองใบหน้าหล่อเหลาขององครักษ์หนุ่มคู่พระทัย ชีวินเป็นผู้ชายหน้าตาดี เป็นทหารที่ได้รับการยกย่องจากสตรีทั้งวังหลวงว่ารูปงาม นามเพราะ และคุณสมบัติครบถ้วน หากแต่เพราะมุ่งมั่นจริงจังกับหน้าที่การงานมากไปเสียหน่อย เลยไม่เผื่อแผ่เวลาไปให้หญิงสาวที่ไหนเลย



น่าเสียดาย…ยังไม่ทันได้ลิ้มรสชาติหอมหวานของการเกิดเป็นบุรุษเพศ ก็ต้องตามเสด็จพระองค์ไปตายในอนันตราชอีก ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ในเมื่อต้องตาย สนมทั้ง 121 คนก็คงเอาไปด้วยไม่ได้ พระองค์จะยกให้ชีวินกึ่งหนึ่งก็แล้วกัน…



“ที่เหลือเรายกให้เจ้า ชีวิน”



“อะไรนะพระเจ้าค่ะ” คนฟังเหมือนหูดับไปชั่วขณะ จนต้องทูลถามอีกครั้ง



“เราบอกว่าสนมอีก 31 คนที่เราลาไม่ทัน เรายกให้เจ้า” คนได้รับมหากรุณาธิคุณถึงกับชะงักกึก แล้วพลันนั้นใบหน้าขาวขององครักษ์หนุ่มก็ขึ้นสีทันควัน จนองค์ชายสนธยาผู้เจนจัดกับการจัดการ ‘สนม’ ต้องลุกขึ้นมาโอบไหล่องครักษ์หนุ่มอย่างปลอบประโลม



“ไม่เอาหน่าชีวิน ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาสมุทราอีกไหม บางทีอาจตายตั้งแต่กษัตริย์ของอนันตราชเปิดหีบบรรณาการแล้วเจอหอยนอนอืดอยู่ในนั้นก็เป็นได้ ตอนนี้ยังพอมีเวลา เจ้าก็จงใช้ให้คุ้มเสีย”



“กระหม่อมขอใช้เวลาที่พอจะมีไปกับสิ่งอื่นจะดีกว่าพระเจ้าค่ะ ขอไม่รับพระมหากรุณาในครั้งนี้ แล้วนี่พระองค์ประทับตราเอกสารที่กระหม่อมวางเอาไว้หรือยัง กระหม่อมจะนำไปส่งที่กรมกลาโหม” ว่าแล้วชีวินก็ทำเป็นวุ่นวายกับงานเอกสารบนโต๊ะทรงงานขององค์ชายหนุ่มเสียเต็มประดา ก่อนจะคว้าเอกสารที่มีตราประทับเรียบร้อยแล้วขึ้นมาถือ จากนั้นก็ค้อมกายลา แล้วออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว



องค์ชายสนธยาได้แต่ทอดพระเนตรตามบานประตูที่ปิดลง แล้วได้แต่สรวลเบาๆอย่างชอบใจ



…ชีวินเป็นนายทหารรูปงาม นามเพราะ คุณสมบัติครบถ้วน…



แน่นอน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใครๆในวังหลวงก็รู้กันดี แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพระองค์ก็คือ นายทหารที่รูปงามนามเพราะคุณสมบัติครบคนนี้ ‘ขี้อาย’ กว่าเด็กสาวแรกรุ่นอีกน่ะซี!


………………………………..


เพราะของบรรณาการที่สมุทราเตรียมจะนำส่งไปยังอนันตราชนั้นมีเพียงหอยมุกตัวเดียว ดังนั้นทางกรมวังจึงใช้เวลาตระเตรียมเพียงแค่ 3 วัน ขบวนบรรณาการที่ประกอบด้วยสัมภาระขององค์ชายสนธยาผู้เสด็จไปพร้อมกับหอยมุก และอ่างแก้วขนาดใหญ่สำหรับบรรจุหอยอายุใกล้ครบร้อยปีก็เตรียมท่ารออยู่ที่ประตูวังแล้ว



องค์ชายหนุ่มแห่งสมุทราทอดเนตรหอยมุกขนาดมหึมาที่นอนนิ่งอยู่ในอ่างแก้วที่ถูกเติมน้ำทะเลจนแทบล้นแล้วได้แต่ภาวนา



…ขออย่าให้มันตายกลางทางเลยเถิด…อย่างน้อยๆ ก็ให้ถึงมืออนันตราชเสียก่อนแล้วค่อยตาย ถึงแม้ว่าตอนนั้นพระองค์อาจจะไม่ได้อยู่ทอดพระเนตรมันแล้วก็ตามที



“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม”



เสียงนุ่มดังมาจากเบื้องหลัง ทำเอาองค์ชายสนธยาต้องทรงหันกลับไปตามเสียง



ราชินีวารีวาทเสด็จมายังประตูวังที่มีขบวนเรียงแถวรอเคลื่อนย้าย อันประกอบไปด้วยวงดุริยางค์ที่จะเล่นเครื่องดนตรีนำขบวนไปส่งถึงท่าเรือหลัก และขบวนนายทหารอีกนับร้อยที่ตามไปส่ง หากแต่องค์สนธยากลับดำริว่าเหมือนขบวนส่งพระศพของพระองค์อย่างไรอย่างนั้น



“เสด็จแม่” องค์ชายหนุ่มน้อมกายต่ำถวายความเคารพพระมารดา



“องค์สน เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่ไหม” ไม่ว่าเมื่อไรราชินีวารีวาทก็ยังใช้น้ำเสียงหวานกับโอรสธิดาเสมอ แม้จะเป็นผู้มีโองการส่งโอรสนามว่า ‘สนธยา’ ไปตายในแดนไกลก็เถอะ



“พร้อมยิ่งกว่าพร้อมอีกพระเจ้าค่ะ” องค์ชายสนธยาทูลตอบ ไม่มีวี่แววโกรธเคือง ไม่มีวี่แววน้อยพระทัย แม้ว่าเมื่อสิ้นสุดการเดินทางครั้งนี้ที่อนันตราช ชีวิตของพระองค์จะหาไม่ หากแต่…สิ่งหนึ่งที่พระองค์เชื่อเสมอก็คือพระมารดาของพระองค์มีโองการในสิ่งที่ ‘ดี’ ที่สุดเสมอ



…แม้ว่าดีที่สุดในครั้งนี้ จะเป็นการเลือกความตายให้องค์ชายสนธยาก็ตามที…



“เห็นว่าลาสนมนับร้อยภายในเวลาแค่สามวันหรือ” องค์ราชินีตรัสหยอก อย่างที่ทำเอาโอรสสรวลร่วน



“แหม ก็เกรงว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ก็ต้องเอาให้คุ้มสิพระเจ้าค่ะ” ดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนของผู้เป็นมารดาอ่อนแสงลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เรื่องนี้พระองค์ดำริมาดีแล้ว…สมุทราจำเป็นต้องส่ง ‘โอรส’ ออกไป มิเช่นนั้นจะเป็น ‘โอรส’ องค์นี้เองที่ต้องแดดิ้นที่สมุทรา



“แม้ไม่ได้กลับ แต่ขอให้จงจำเอาไว้ว่าเจ้าคือ ‘สนธยาแห่งสมุทรา’ วันหนึ่งในภายภาคหน้าอาจไม่มีตำแหน่งองค์ชายติดตัว แต่จงอย่าลืม เจ้ายังเป็นลูกของแม่เสมอ”



“กระหม่อมไม่มีวันลืม เสด็จแม่” เพราะ สมุทราคือเลือดเนื้อ สมุทราคือหัวใจ พระองค์เกิดที่นี่ แม้ต้องไปตายในดินแดนอื่น แต่พระองค์จะเป็น ‘สนธยาแห่งสมุทรา’ จนวันที่ลมหายใจสุดท้ายปลิดปลิว



“…เอ่อ…เสด็จแม่ ขอกอดหน่อยได้ไหม”


คำขอสุดท้ายของโอรสทำเอาองค์ราชินีผู้อยู่เหนือมวลชนแห่งสมุทราได้แต่นิ่งงัน ด้วยเพราะพระองค์ขึ้นครองบัลลังก์นับตั้งแต่ให้กำเนิดองค์ชายสนธยา และเพราะรัฐกิจที่แสนหนักหน่วง องค์ชายน้อยจึงเติบโตขึ้นมาด้วยมือของแม่นมมากกว่า ‘แม่แท้ๆ’ อย่างพระองค์เอง


สนธยาไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด ไม่เคยร้องขอให้พระองค์หันกลับมาสนพระทัย สนธยาเกิดมาในฐานะโอรส เขารู้…ว่าสำหรับราชินีแห่งเกาะสมุทราแล้ว ประชาชนมาก่อนโอรสเสมอ



สองหัตถ์เรียวเล็กของผู้เป็นมารดาโอบกอดแผ่นหลังของโอรสองค์โตด้วยความรักสุดดวงใจ ความห่วงหาห่วงใยก่อให้เกิดหยาดน้ำใสเอ่อคลอเนตรสีน้ำตาลอ่อน ไออุ่นของอ้อมแขนที่กอดกระชับระหว่างมารดาและบุตรช่วยเติมเต็มความรู้สึกว้าเหว่ตลอดเวลาหลายปีที่ความเป็นแม่ลูกถูกขวางกั้นด้วยรัฐกิจของบ้านเมือง



…หากแต่เวลานี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต แต่อ้อมกอดของแม่เป็นของเขาแล้ว…



องค์ชายสนธยากล้ำกลืนความโหยหาลงในอก เสียงแตรนำขบวนดังขึ้นราวกับให้สัญญาณของการลาจาก อ้อมกอดที่แนบแน่นจึงจำต้องคลาย



“ได้เวลาแล้ว” ราชินีวารีวาทตรัส ดวงเนตรยังจับจ้องพักตร์ของโอรสราวกับจะจดจำทุกรายละเอียดเอาไว้ในห้วงคำนึง



“รักษาพระวรกายด้วย” เมื่อลูกทิ้งความห่วงหาเป็นครั้งสุดท้าย ทำเอาหญิงผู้เป็นแม่ต้องกลืนสะอื้นลงในคอ แล้วมอบรอยยิ้มจางที่แสนเศร้าให้บุตรชาย



“เจ้าก็เช่นกัน…โชคดี สนธยา” เป็นครั้งแรกที่องค์ชายหนุ่มได้ยินชื่อของตนที่ไร้ยศใดๆจากริมฝีปากของราชินีวารีวาท พระสุชลหยดลงบนปรางค์สีน้ำผึ้งอย่างห้ามไม่อยู่ ด้วยเพราะรู้ว่าชื่อที่ไร้ยศนี้เปรียบเสมือนของขวัญล้ำค่าชิ้นสุดท้าย องค์ราชินีลดตำแหน่งของพระองค์เองจากประมุขมาเป็นแม่…แม่ผู้ซึ่งเป็นคนธรรมดา กับเขา…ที่เป็นเพียงบุตรชาย



…ไม่มีตำแหน่งหัวโขนใดๆขวางกั้น…มีเพียงแค่ความสัมพันธ์แม่ลูกที่ถักทอร้อยเรียงพวกเขาเอาไว้ในห้วงแห่งความคิดถึง…



“ลาก่อน ท่านแม่”



ขบวนบรรณาการเคลื่อนออกจากตำหนักหลวงไปตามเส้นทางจากหน้าผาสู่ใจกลางเมือง และตรงไปยังท่าเรือหลักของเกาะสมุทรา ราชินีวารีวาทได้แต่ทอดพระเนตรตามขบวนนั้นจนกระทั่งหายลับไปจากสายพระเนตร และในตอนนั้น พระสุชลขององค์ราชินีที่ได้ชื่อว่าเข้มแข็งที่สุดในราชวงศ์ก็หยดลงต้องกับผิวดิน



…ไปแล้ว…ดวงหทัยของพระองค์ไปแล้ว…



…และพระองค์รู้ดี…ดวงหทัยดวงนี้จะไม่มีทางได้กลับมา…



……………………………..

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-06-2013 21:00:49 โดย Dezair »

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8



อนันตราชเป็นอาณาจักรใหญ่ที่กินพื้นที่ตั้งแต่ทิวเขาทางตอนเหนือจนถึงน่านน้ำทางใต้ การเดินทางจากเกาะกลางทะเลอย่างสมุทรามายังอนันตราชนั้นไม่ยากเย็นเสียเท่าไร เพราะเป็นเส้นทางหลักของนักเดินเรือ ขบวนบรรณาการของสมุทรามาขึ้นที่ท่าเรือหลักของอาณาจักรอนันตราชภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน แล้วหลังจากนั้นก็เป็นการเดินทางด้วยเกวียนเทียมม้าจากท่าเรือเข้าไปยังใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของวังหลวงแห่งราชสำนักอนันตราช



องค์ชายสนธยาปล่อยชายผ้าม่านของเกวียนให้ทิ้งตัวลงตามเดิม แล้วขยับกายจัดท่านั่งของตนอย่างนึกอึดอัด



ขบวนบรรณาการเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตวังหลวงแล้ว จากนี้…อายุขัยของพระองค์กำลังลดลงอย่างช้าๆ…และมันจะสิ้นสุดลงเมื่อกษัตริย์วิภูแห่งอนันตราชทรงเปิดหีบบรรณาการแล้วพบอ่างแก้วซึ่งบรรจุเจ้าหอยยักษ์นอนพะงาบอยู่ในนั้นเพียงลำพัง



“ทรงรู้สึกไม่สบายหรือพระเจ้าค่ะ”



ชีวินที่ร่วมเกวียนมาด้วยกันทูลถามอย่างนึกห่วงใยเมื่อเห็นองค์ชายหนุ่มที่ตนถวายความดูแลมาแต่ไหนแต่ไรเริ่มมีสีพักตร์ไม่สู้ดี ซ้ำยังเอาแต่ขยับกายไปมาเหมือนร้อนรนอย่างไรอย่างนั้น



“คนใกล้ตาย จะให้รู้สึกดีได้อย่างไรล่ะ”



“ไม่ตรัสเช่นนั้นสิพระเจ้าค่ะ ไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย” แม้ชีวินจะรู้ดีว่าสถานการณ์เข้าข่ายให้ต้องมาสิ้นชีพในอนันตราช แต่ไม่ว่าอย่างไร ในฐานะองครักษ์ แม้เขาต้องตายที่นี่ แต่องค์ชายสนธยาต้องปลอดภัย



“จะให้พูดเรื่องมงคลอะไรอีก คนมันใกล้ตายก็เห็นๆกันอยู่”



แม้จะไม่ใช่คนมองโลกในแง่ร้าย แต่แค่ไพล่คิดไปถึงเจ้าสัตว์ไม่มีขาที่นอนมาตลอดทาง องค์ชายหนุ่มก็ทนมองโลกในแง่ดีต่อไปไม่ไหว



...เกิดมาเป็นถึงโอรสทั้งที ตอนจะตายดันมาตายเพราะหอย!...ให้มันได้อย่างนี้สิ!...



“หากจะตาย ก็ต้องเป็นคนอื่นที่ตาย ไม่ใช่พระองค์ กระหม่อมสัญญา” 



ชีวินถวายคำมั่นด้วยความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวอย่างที่ทำเอาองค์ชายสนธยาได้แต่ถอนปัสสาสะกับความดื้อด้านนั้น แม้จะอยากเย้าว่าชีวินไม่มีทางห้ามมัจจุราชที่มาพร้อมกับหอยมุกแก่งั่กนั่นได้ แต่องค์เองก็ตระหนักดีว่าต่อให้เกิดอะไรขึ้น ชีวินจะปกป้องพระองค์สุดความสามารถ



“เฮ้อ…เจ้าเอาตำแหน่งพี่คุ้มกะลาหัวของเราไปเลยดีไหม” องค์ชายสนธยาตรัสอย่างอ่อนพระทัย หากแต่อีกฝ่ายก็ไวพอจะย้อนกลับด้วยวาจาราบเรียบเช่นเคย



“ไม่ดีพระเจ้าค่ะ กระหม่อมไม่มีเชื้อสายราชนิกูล เป็นพระเชษฐาของพระองค์ไม่ได้”



องค์ชายผู้ประสงค์จะยัดเยียดตำแหน่ง ‘พี่ชายคุ้มกะลาหัว’ ให้องครักษ์เต็มแก่กำลังจะเริ่มบทสนทนากระเซ้าเย้าแหย่อย่างที่ถนัดต่อไป ทว่าเกวียนที่โดยสารมากลับหยุดเสียก่อน บอกให้รู้ว่าเวลาแห่งความเป็นจริงงวดเข้ามาทุกขณะ



องค์ชายสนธยาเหลือบเนตรสบกับดวงตาขององครักษ์คู่พระทัย ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว ล้วนเกิดกับมนุษย์ทุกคน หากแต่…พอความตายกำลังวิ่งกวดเข้ามาหาทุกขณะจิตเช่นนี้แล้ว พระองค์ตรัสได้เลยว่าแทบบ้า!



“อย่าทรงกังวล พระองค์จะต้องไม่เป็นอะไร” ชีวินย้ำอย่างจริงจังอีกครั้ง ก่อนที่บานประตูของตู้โดยสารจะถูกเปิดออก และพาให้องค์ชายแห่งเกาะสมุทราได้เสด็จออกมาเผชิญกับวังหลวงของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นทวีป



…อาณาจักรอนันตราช!...


…………………………………….


และแล้ว…วังหลวงแห่งอาณาจักรอนันตราชก็ทำให้องค์ชายสนธยาแห่งเกาะสมุทราได้เรียนรู้ว่า…นอกจากความตายแล้ว…สิ่งที่น่ากลัวไม่น้อยไปกว่ากันก็คือความอับอาย!



“นั่นหรือ คือสิ่งที่เกาะสมุทราเรียกว่าของบรรณาการ” 



กษัตริย์วิภูเป็นบุรุษร่างกายสูงใหญ่กำยำดั่งชายชาติทหารสมกับที่ปกครองอาณาจักรที่ขึ้นชื่อลือชาด้านการรบ ดังนั้น เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรของบรรณาการแล้วตรัสด้วยสุรเสียงค่อนไปทางดูแคลน องค์ชายสนธยาผู้นำขบวนบรรณาการมาถวายก็ยิ่งรู้สึกว่าเจ้าหอยมุกตัวเดียวที่นอนอยู่ในอ่างแก้วนั้นมันช่างด้อยค่า ต้อยต่ำ และไร้ราคาเสียจริงๆ! และที่ทำให้องค์ชายหนุ่มจากสมุทรายิ่งรู้สึกว่าบรรณาการของตนนั้นไร้ค่าราวกับขยะมากขึ้นไปอีกก็ตรงที่พวกขุนนางนายทหารในราชสำนักอนันตราชถูกกษัตริย์วิภูเรียกให้เข้าเฝ้าเป็นการด่วน เพราะประมุขแห่งอนันตราชต้องการ ‘อวด’ ให้เหล่าเสนาทั้งหลายเห็นของบรรณาการที่งี่เง่าที่สุดในประวัติศาสตร์!



…หอยมุกหนึ่งตัวในอ่างแก้ว!!!...



“พระเจ้าค่ะ สิ่งนี้ที่สมุทราเรียกว่าของบรรณาการ” 



ในเมื่อไม่มีทางโต้แย้งให้เป็นอื่นได้ องค์ชายหนุ่มจากเกาะเล็กๆกลางมหาสมุทรจึงสมยอมตามน้ำ



กษัตริย์วิภูหรี่เนตรลงเล็กน้อยราวกับนึกรู้ว่าสมุทราคงเล่นแง่ดังที่พระองค์เคยได้สดับมาว่าราชินีวารีวาทผู้เป็นประมุขเหนือชาวเกาะแห่งนั้นเจ้าเล่ห์เพทุบายและเต็มไปด้วยแผนการอันแยบยล



…ไม่รู้ว่าคราวนี้องค์ราชินีผู้ถูกตราหน้าไปทั่วทุกหัวเมืองว่าเป็นแม่มดร้ายเจ้ามารยาดำริการใด ถึงได้ส่งหอยมุกเพียงตัวเดียวมาเป็นของบรรณาการ! หอยมุกเพียงหนึ่งตัว! กับสถานะที่เป็นถึงของบรรณาการแก่อาณาจักรอนันตราชที่แสนยิ่งใหญ่!...



“แล้วสิ่งนั้นที่สมุทราเรียกว่าของบรรณาการมันทำอะไรได้บ้างล่ะ” กษัตริย์วิภูตรัสถาม ทำเอาองค์ชายสนธยานิ่งไปเล็กน้อยด้วยเพราะในความเป็นจริงแล้ว เจ้าหอยมุกตัวนี้ทำอะไรไม่ได้สักอย่างนอกจากนอนอยู่ก้นอ่าง



“เอ่อ…มัน…มัน…” 



ตั้งแต่เกิดจน 20 ชันษา องค์ชายสนธยาก็ไม่เคยทอดเนตรเห็นมันทำอย่างอื่นเลย มันไม่เคยคายมุก มันไม่เคยขยับ สิ่งเดียวที่มันทำคือเผยอกาบบ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งบางครั้งที่ว่านั่น…ก็นาน…จนแทบจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่



“มันอะไร”



“เอ่อ…มัน…มัน…”



“มันอะไรก็ว่ามา หรือมันทำได้แต่เรื่องพิสดารจนเจ้าคิดว่าเราจะไม่เชื่อ ไม่เป็นไร พูดมาเถอะ เราเป็นคนเชื่อคนง่าย” กษัตริย์วิภูทรงเปิดทางเต็มที่ ด้วยเพราะอยากรู้ว่าสมุทราคิดจะทำสิ่งใด องค์สนธยาเหลือบเนตรขึ้นมองพักตร์เรียบเฉยของผู้เป็นประมุขแห่งอนันตราชแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าอากาศในโถงกว้างกลางวังหลวงแห่งนี้ช่างไม่น่าหายใจเอาเสียเลย



“ถ้าเจ้าไม่พูด เราจะถือหอยนั่นทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนเฉยๆ และนั่นหมายความว่าสมุทราหยามเกียรติเราด้วยการส่งหอยไร้ค่ามาเป็นของบรรณาการ ทหาร!!” ท้ายประโยคกษัตริย์วิภูทรงกระชากเสียงดังลั่น นายทหารใหญ่น้อยที่อยู่ในโถงตั้งท่ารับคำสั่งโดยพร้อมเพรียงจนสนธยาอ้าปากค้าง และก่อนที่ประมุขแห่งอนันตราชจะมีรับสั่งใดๆ องค์ชายผู้นำขบวนบรรณาการจากสมุทราก็รีบร้องเสียงลั่น



“มันเป็นหอยคู่บ้านคู่เมืองพระเจ้าค่ะ!” 



คำแก้ต่างทำเอาทั้งโถงเงียบกริบในเสี้ยวอึดใจ แล้วก็กลายเป็นเสียงหัวเราะดังกระหึ่มทั้งจากขุนนางนายทหารและแม้แต่กษัตริย์วิภูที่ประทับอยู่บนบัลลังก์



“คือ…พระองค์ก็ทอดเนตรเห็นแล้วว่ามันตัวใหญ่ขนาดนี้ แปลกพิสดารใช่ไหมพระเจ้าค่ะ มันอยู่คู่สมุทรามานานนมตั้งแต่ก่อนกระหม่อมจะเกิดเสียอีก ดังนั้น…มันก็เลยเป็นหอยคู่บ้านคู่เมือง เป็นหอยที่สร้างอำนาจบารมีให้แก่ราชสำนัก เอ่อ…ที่สมุทราอยู่ดีกินดีได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะหอยคู่บ้านคู่เมืองนี้ล่ะพระเจ้าค่ะ”



 “แล้วสมุทราส่งหอยคู่บ้านคู่เมืองมาให้เราแบบนี้ สมุทราจะไม่แย่หรือไร”



   “ไม่แย่พระเจ้าค่ะ! คือ…เพื่อมิตรภาพของอนันตราชและสมุทราแล้ว การยกหอยคู่บ้านคู่เมืองเป็นของบรรณาการนั้นเล็กน้อยนัก ขอเพียงแค่อนันตราชมองสมุทราเป็นเกาะเล็กๆที่รักสงบ คอยจุนเจือบ้าง เกื้อหนุนบ้าง เท่านั้นก็พอ” พูดไปเหงื่อแทบไหลเป็นน้ำ ทั้งๆที่อากาศในอนันตราชนั้นเย็นกว่าที่สมุทรามากนัก แต่เพราะสายเนตรของกษัตริย์วิภูที่อยู่เบื้องหน้าและความเป็นความตายรอคอยอยู่เบื้องหลัง ยิ่งทำเอาเสียงหัวใจเต้นดังสะท้อนไปทั้งอกอย่างที่ทำเอาหวิดจะเป็นลมไปหลายที



   …รับๆไปเสียทีเถิด! รับๆหอยตัวนี้ไปเสียที!...



   “มิตรภาพ?...” 



กษัตริย์วิภูตรัสเสียงเนิบ ดวงเนตรจับจ้องใบหน้าขององค์ชายหนุ่มผู้มาจากเกาะทางใต้ องค์ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นโอรสพระองค์แรกของราชินีวารีวาท แม้เกาะสมุทราจะสืบบัลลังก์ด้วยตำแหน่งราชินี แต่อย่างไรเสีย องค์ชายก็ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบสันตติวงศ์ หากว่าไม่มีองค์หญิงองค์ใดเสด็จขึ้นครองบัลลังก์



   แล้วถ้าเช่นนั้น…เหตุใด ราชินีวารีวาทจึงกล้าส่งโอรสองค์โตออกจากเกาะมาพร้อมกับของบรรณาการไร้ราคาที่ชวนโมโหเช่นนี้?...



   …พระนางต้องมีแผนการอะไรสักอย่างเป็นแน่แท้…ทว่า แผนการอะไรล่ะ? กษัตริย์วิภูมองไม่ออก และเพราะเช่นนั้นจึงได้แต่ดำริว่าควรจะทำเช่นไรกับหอยมุกบรรณาการและองค์ชายผู้นำขบวนมาดี



   “เสด็จพ่อ”



เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากแถวนายทหารทางฝั่งซ้ายของหัตถ์ ทำเอากษัตริย์วิภูต้องทอดเนตรลงมอง องค์รัชทายาทลำดับที่สองผู้เป็นโอรสจากสนมคนใดคนหนึ่งของพระองค์กำลังเงยหน้ามองผู้เป็นพระบิดาพร้อมด้วยรอยยิ้มบางที่มุมปากอย่างที่ติดนิสัยทำเป็นประจำ



   “ว่ามา องค์เตช” 



องค์ชายเตชินทร์ผู้ประสูติจากสนมที่กษัตริย์วิภูจำไม่ได้ด้วยซ้ำ หากแต่เพราะเป็นโอรสที่รอบรู้ทั้งการทหารและการปกครอง จึงขยับฐานะจากโอรสปลายแถวขึ้นมาเป็นรัชทายาทลำดับที่สองได้อย่างไม่ค้านสายตาขุนนางนายทหารคนใด



   “หากพระองค์ไม่ว่าอะไร ของขวัญวันคล้ายวันเกิดปีนี้ของกระหม่อม ขอเป็นหอยคู่บ้านคู่เมืองของสมุทราได้ไหมพระเจ้าค่ะ” องค์ชายหนุ่มผู้มีผิวขาวสะอาดทูลถามพร้อมรอยยิ้มเช่นเคย กษัตริย์วิภูเลิกขนงเล็กน้อย



   “เจ้าอยากได้หรือ”



   “พระเจ้าค่ะ” คำตอบรับขององค์ชายหนุ่มแห่งราชสำนักอนันตราชทำเอาคณะที่มาจากสมุทราแทบเนื้อเต้นกันไปหมด และที่ดูจะแสดงออกยิ่งกว่าใครก็เห็นจะเป็นองค์ชายสนธยาผู้ที่เมื่อครู่ยังเหงื่อหยดเป็นน้ำ หากแต่บัดนี้กลับแย้มยิ้มอย่างยินดี!



   กษัตริย์วิภูเหลือบเนตรไปยังหอยมุกในอ่างแก้วอีกครั้ง ก่อนที่จะหันกลับมาสบเนตรของโอรสที่ยังคงถวายรอยยิ้มให้พระองค์เฉกเช่นทุกที หากแต่ในดวงตาสีดำเข้มขององค์ชายเตชินทร์กลับมีแววระริกบางอย่างอย่างที่ทำเอาประมุขแห่งอนันตราชต้องยอมตามใจ



   “ก็ได้” พระองค์ตอบรับคำขอของโอรส ก่อนจะหันไปทางคณะจากสมุทราที่มีแววความสุขล้นปรี่



   “เราขอรับของบรรณาการจากสมุทรา เพื่อมาเป็นของขวัญให้แก่โอรสของเรา”



   “ด้วยความยินดียิ่ง ฝ่าบาท” 



องค์ชายสนธยาน้อมกายแทบจะติดพื้น พระองค์สูดหายใจเสียหลายฟืดอย่างยินดี อนันตราชยอมรับบรรณาการแล้ว นั่นก็หมายความว่าพระองค์จะได้เสด็จกลับสมุทรา และถ้าพระองค์ได้กลับสมุทรา นั่นก็หมายความว่าพระองค์จะได้ฉลองกับบรรดาสนมทั้ง 121 คน!



   “กระหม่อมมีเรื่องจะทูลขออีกเรื่องพระเจ้าค่ะ” 



เสียงทุ้มขององค์ชายเตชินทร์ดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาคนที่กำลังล่องลอยไปในจินตนาการว่าจะได้กลับไปกกสนมทั้งร้อยกว่าชีวิตต้องเหลือบตามอง



   “ที่ตำหนักของกระหม่อม ไม่มีบ่าวไพร่คนใดรู้วิธีเลี้ยงหอยมุก เพราะฉะนั้น…” องค์ชายหนุ่มผู้ขอรับหอยคู่บ้านคู่เมืองเป็นของขวัญวันคล้ายวันสมภพเหลือบเนตรกลับไปมองยังสนธยา ก่อนที่โอษฐ์หนาสีแดงสดบนพักตร์ขาวจะขยับรอยสรวลอย่างชอบอกชอบใจ



   “…กระหม่อมขอให้องค์ชายสนธยาอยู่ที่ตำหนักของกระหม่อมเพื่อเป็นคนเลี้ยงหอยพระเจ้าค่ะ”



   “เฮ้ย!!!” 



คนถูกขอให้ไปเลี้ยงหอยยังตำหนักขององค์ชายรัชทายาทลำดับที่สองแห่งราชสำนักอนันตราชถึงกับร้องลั่นด้วยความตกใจ หากแต่องค์ชายเตชินทร์ผู้ต้นคิดกลับไม่สนพระทัยต่อเสียงร้องนั้นแม้แต่น้อย พระองค์ยังคงแย้มสรวลจางๆ แล้วหันกลับไปทูลความกับกษัตริย์วิภูเป็นการเน้นย้ำปิดทางหนีทีไล่ขององค์ชายจากสมุทราทุกประตู



   “หากองค์ชายสนธยาไม่ยอมมาเป็นคนเลี้ยงหอย กระหม่อมก็ขอคืนของขวัญชิ้นนี้”



“ทำอย่างนั้นได้อย่างไรกัน?!! เป็นกษัตริย์ รัชทายาท เป็นราชนิกูล ตรัสแล้วคืนคำไม่ได้!” องค์ชายสนธยารีบขวาง ก่อนที่ทุกอย่างจะตาลปัตร เมื่อครู่นี้อุตส่าห์หายใจได้โล่งจมูกแล้วเชียว! เหตุใดถึงมากลายเป็นแบบนี้เล่า?!!!



“เราไม่ได้คืนคำ แต่เราแค่จะคืนของบรรณาการ” องค์ชายเตชินทร์หันมาแย้ง หากแต่พักตร์คมคายยังคงเจือด้วยความอ่อนโยนเพราะรอยยิ้มที่มุมโอษฐ์นั่น



“คืนบรรณาการก็ไม่ได้!!”



“คืนได้สิ” องค์ชายแห่งราชสำนักอนันตราชกล่าวเช่นนั้นก่อนจะหันไปทางกษัตริย์วิภูแล้วทูลอย่างแข็งขัน “ในอนันตราชไม่มีขุนนางคนใดรู้วิธีเลี้ยงหอยมุก ดังนั้น หากรับหอยมุกมา กระหม่อมเกรงว่าจะเป็นการเสียของ เพราะอย่างไรมันก็ต้องตายใน 3 วัน 7 วันเนื่องจากไม่มีใครเลี้ยงเป็นพระเจ้าค่ะ”



“จริงของเจ้า องค์เตช ถ้ารับมาแล้วตายใน 3 วัน 7 วันโดยที่ยังไม่ได้แสดงอภินิหาริย์การเป็นหอยคู่บ้านคู่เมืองล่ะก็ เสียเปล่าจริงๆนั่นล่ะ” แล้วก็กลายเป็นว่ากษัตริย์วิภูทรงเห็นพ้องตามที่โอรสทูลเสียด้วย สนธยาแทบล้มทั้งยืนเมื่อเรื่องราวพลิกกลับเสียจนไม่เห็นหนทางการได้กลับสมุทราอีก



“ถ้าอย่างนั้น…” ประมุขสูงสุดแห่งอนันตราชเอ่ยโอษฐ์ราวกับจะตัดสินพระทัย ทำเอาองค์ชายจากสมุทราถึงกับเบิกเนตรค้าง ก่อนจะรีบร้องเสียงลั่นโถง



“กระหม่อมจะเป็นคนเลี้ยงหอยเองพระเจ้าค่ะ!!!!”



คนทั้งโถงหันกลับมามององค์ชายสนธยาเป็นตาเดียว และนั่นรวมไปถึงสายเนตรขององค์ชายเตชินทร์ก็ทอดพระเนตรมาจับจ้องยังพักตร์สีน้ำผึ้งนั้นด้วย โอษฐ์หนาขยับแย้มสรวลกว้างกว่าครู่เล็กน้อย ก่อนจะหันไปค้อมกายแด่กษัตริย์วิภู แล้วจึงทูลเสียงดังฟังชัด



“ถ้าเช่นนั้น กระหม่อมก็ขอรับหอยมุกตัวนั้นและคนเลี้ยงนะพระเจ้าค่ะ”


ติดตามตอนต่อไป (เสาร์หน้า)

สวัสดีค่ะ
หายไปนานมากกกกกกก นับจากที่เรื่องจอมร้ายจบ  :mew1:
เรื่องแนวนี้ เป็นอีกแนวที่บัวชอบมากเลย แต่ก็เขียนยากมากๆเหมือนกัน ด้วยเพราะภาษาที่ค่อนไปทางราชาศัพท์ เลยทำให้เวลาอ่าน จะอ่านยากและไม่ค่อยลื่น บัวพยายามปรับให้สมดุล ถ้าใครมีอะไรแนะนำติชมก็บอกกันได้เลยนะคะ

ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ และทุกๆกำลังใจค่ะ

แล้วเจอกันเสาร์หน้าจ้า



ออฟไลน์ MiU

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-3
ที่จริงแล้วแอบหวังคนเลี้ยงตั้งแต่แรกแล้วมั้ง  :impress2:

ฮาตอนหอยคู่บ้านคู่เมือง 555 ฟังทีไร จักจี้ทุกที (ป่าวคิดลึกเลยน้า รีบแก้ตัว)  :katai2-1:

เป็นกำลังใจในการปั่นค่า อยากอ่านต่อเร็ว ๆ  :L2:

ออฟไลน์ leknoey

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-2
มาต้อนรับเรื่องใหม่   :pig2:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
องค์เตกับองค์สน ใครจะลื่นกว่ากัน
เปิดเรื่องมาก็ฮากับหอยร้อยปีซะแล้ว

ออฟไลน์ NOoTuNE

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +317/-15
 :hao5: :hao5:

กรี๊ดเรื่องใหม่มาแล้ว



หอยหรือจะสู่ไข่  :hao7: :hao7:



สนุกมากเลยค่ะื ตอนแรกยังเดาไม่ออกว่าใครจะคู่ใครแต่ ตอนนี้พอเดาอออกแล้วค่ะ


รอตอนต่อไปไปค่ะ

ออฟไลน์ kangkaw

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 392
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
รีบเข้ามาจองที่หลังจากเห็นชื่อคนเขียน^^

ออฟไลน์ kuichai

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เห็นชื่อคนเขียนก็รีบกดเลยค่ะ

 สนุกมากค่ะ หอยคู่บ้านคู่เมือง


ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4145
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
555 หอยคู่บ้านคู่เมือง คิดได้งัยเนี้ย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sosi

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 246
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
หอยคู่บ้านคู่เมือง คิดออกมาไ้ด้นะ :katai2-1:
องค์ชายเตชิน ก็เหมือนกันคิดยังไงให้องค์ชายจากเมืองอื่นมาอยู่ด้วย
ถึงจะให้แค่อยู่เลี้ยงดูหอยมุกก็ตามเถอะ

 :katai4:

ออฟไลน์ พิรุณสีเงิน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 184
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
ที่ขอนี้เพราะเล็กหอยหรือว่าที่คนเลี้ยงหอยกันแน่คะ

แต่ฮาจริง ตอนที่บอกว่าเป็นหอยคู่บ้านคู่เมือง  :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ michiko_love

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-3
รอติดตามนะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ NannY

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +125/-1
มาปาดเรื่องใหม่ของคุณบัวค่าาาา

ออฟไลน์ sam3sam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-4
ว้าว เรื่องใหม่ :mc4:
เห็นชื่อคุณบัวแล้วรีบจิ้มเข้ามาอ่านอย่างเร็วเลย

อั๊ยยะ หอยคู่บ้านคู่เมือง :laugh:

ออฟไลน์ sine_saki

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
ดูจากเนื้อเรื่องท่าจะฮา เพราะเจ้าหอยคู่บ้านคู่เมืองนี่แหละ 555

ออฟไลน์ Little_Devil

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

เข้าใจคิดเนอะ หอยคู่บ้านคู่เมือง ก็สมกันอยู่นะ อยู่มาอายุเป็นร้อยปีขนาดนั้น ฮาาาา  :m20:

รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ Takarajung_TK

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 931
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-2
ชอบๆๆๆ เจ้าชายกลายเป็นคนเลี้ยงหอย
แล้วอย่างนี้ใครคู่ใครล่ะเนี่ย
รอๆๆๆๆ

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
เหตุ....ฮามาก!!!! หอมมุกร้อยปี กับคนเลี้ยงหอยดีกรีเจ้าชาย 55555+

dolphins

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณสำหรับเรื่องใหม่ค่ะน้องบัว เริ่มเรื่องมาก็สนุกละ คนนึงเจ้าเล่ห์ อีกคนก็ลื่นเป็นปลาไหลกันเลยทีเดียว...
รอตอนต่อไปค่ะ  :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ vanny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 286
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +30/-0
 :mc4: :mc4: :mc4:

ตามมาต้อนรับเรื่องใหม่ด้วยคนค่ะ

แค่ตอนแรกก็เรียกเสียงฮาได้ถล่มทลายซะแล้ว จากเจ้าชายกลายเป็นคนเลี้ยงหอย

แถมยังเป็นหอยแก่ที่ไม่เคยมีใครเห็นทำอะไร นอกจากการอยู่นิ่งๆ ช่างสมกับเป็นหอยคู่บ้านคู่เมือง จริงๆ

ออฟไลน์ Chichi Yuki

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-3
มาต้อนรับเรื่องใหม่ค่ะ
เรื่องนี้ดูท่าจะสนุกน่าดูเลย

ออฟไลน์ SenzaAmore

  • Where troubles melt like lemon drops....
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 713
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +79/-0
 :laugh: โอ้ยยยยยฮามากกกกกก 555555 :m20:

ตลกเวลาบรรยายว่า หอยแก่ที่นอนพะงาบๆ มันเห็นภาพมากๆอ้ะ555 :pandalaugh:

ฮามากกก ความจริงองค์ชายคงอยากได้คนเลี้ยงหอย มากว่าหอยคู่บ้านคู่เมืองละม้่างงงง :m12:

มาติดตามค่ะๆ อย่าลืมไปต่อเรื่องจอมร้ายน้าาา :กอด1:

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
เข้ามากรี๊ดเรื่องใหม่ก่อน...ยังไม่ได้อ่าน ^^"
หลังจากไปถอยของขวัญมาเก็บส่วนตัว...ซ้ำไปซ้ำมาอยู่นั่น
ไม่คิดว่าไม่กี่วันจะมีเรื่องใหม่มาให้ตาม...ดีใจและเต็มใจตามนะคะ ^^V

.....ขอเวลาอ่านเอาเรื่อง ค่ำจะมาเม้นท์ ^^.....

กรี๊ดกร๊าดองค์ชายสนธยา...กลายเป็นคนเลี้ยงหอยไปแล้ว
องครักษ์ล่ะ จะได้ทำหน้าที่อะไรกันต่อหนอ...อิอิ

ส่วนองค์ชายเตชินทร์...ต้องคิดอะไรอยู่สิน่า ไม่น่าไว้ใจ
คนเมืองใหญ่วางใจได้ไม่ได้ง่ายๆ นะนี่

สงสารสนมทั้งหลายร้อย...องค์ชายจะได้กลับเมื่อไหร่
แล้วกลับไปได้จะเหมือนเดิมมั้ยน้าาาา ท่าจะยาก ;p

รอดูวิธีเลี้ยงหอยๆๆๆ เอิ๊กๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2013 20:39:09 โดย Gokusan »

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
บรรณาการด้วยหอยมุกตัวเดียว


มันน้อยไปอ่ะดิองค์ชายเลยต้องกลายเป็นหนึ่งในเครื่องบรรณาการเลยอ่ะดิ



รออ่านตอนต่อไปค้าบบบบบบบบบบบบบบ

ออฟไลน์ ❝CHŌN❞

  • เหงา เหงา :(
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1924
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +213/-3
อร๊ายยยยยยยยยย ชอบมาก ฮามาก

จริงๆแล้วอยากได้หอย หรือคนเลี้ยงก็ไม่รู้เนอะ

ปล.เรื่องนี้ต้องฮามากแน่ๆ แค่คิดก็สนุกแล้ววว

ออฟไลน์ FlOriN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
ชอบๆ คนดูแลหอย ><
จากนี้ต้องมีอะไรน่าสนใจมาก
รอติดตามต่อนะค้าาา

ออฟไลน์ pooinfinity

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +140/-3
เห็นชื่อน้องบัว เลยรีบวิ่งเข้ามาอ่าน คิดถึงงงงงงงงมาก

ว่าแต่องค์ชายสน จะฮาไปไหน มีได้รบรากันมันส์แน่ๆ

ออฟไลน์ bpyt

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1319
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
องค์เตชหวังคนเลี้ยงมากกว่าหอยมุกแน่ๆ
อยากเลี้ยงคนเลี้ยงหอยล่ะสิ 55

แต่องค์ชายสนธยาแรงอ่ะ มีสนมอะร๊ายย 121 คน สุดยอดมาก!!

ออฟไลน์ Lily teddy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-2
ด้วยพันธะบรรณาการ ของคุณdesair
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=38199.0#msg2402800
 ตลกมาก แค่เปิดเรื่องก็ฮาละ :laugh:
ตามมาจากกระทู้นี้อะคะ ลองเข้ามาอ่านแล้วถึงปกติจะไม่อ่านเรื่องที่เป็น ภาษาเจ้า แต่เรื่องนี้อ่านแล้วไม่งง เข้าใจง่าย
อ่านแล้วฮาจริง น่าสนุกดี เลยขอมารอติดตามด้วยคนค๊า
ปล. ขอบคุณ คุณ Theomen  ด้วยนะคะสำหรับการแนะนำนิยายสนุก ๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด