...ด้วยพันธะบรรณาการ พันธะ 17(จบ)...อัพ 22/07 (หน้า 20 ค่ะ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ด้วยพันธะบรรณาการ พันธะ 17(จบ)...อัพ 22/07 (หน้า 20 ค่ะ)  (อ่าน 278918 ครั้ง)

ออฟไลน์ sine_saki

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-2
อุแหม่ ท่าจะเกิดศึกชิงบัลลังก์เสียแล้ว
ชอบฉากทีชีวินสนทนากับองค์เตชจัง ที่มีสี่มือที่อยากปกป้ององค์สน แล้วสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่าชอบองค์สน
แอร้ย อยากมีแบบนี้สักคนจัง
รอวันเสาร์หน้าค่ะ

ออฟไลน์ Lily teddy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1003
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-2
ช้อบ ชอบเรื่องนี้อ่านแล้วเพลินจนไม่อยากให้จบเลยอะ อีกทีต้องรอเสาร์หน้าแน่ะ  :ling3:
วันนี้ท่านเตชไม่มีโอกาสเข้าหาท่านสนเลยน่าสงสาร อุตสาห์คิดแผนสารพัด
แถมเปิดใจกับชีวินว่าจะปกป้องท่านสนด้วย   :-[ อ่านแล้วเขินอะ
น่าสงสารท่านสนกับหน้าที่คนเลี้ยงหอยที่นอนนิ่งในน้ำจะให้ออกท่ากระฉับกระเฉงยังไงล่ะเนี่ย  :m20:
เรื่องรักก็น่ารัก แต่เรื่องชิงอำนาจนี่ก็น่ากลัว องค์ชายเจษฏานี่ดีรึป่าวก็ไม่รู้
รอติดตามจ้า แค่เสาร์หน้าเองเนอะ  :เศร้า2:  เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนจ้า  :mew1:  :pig4:

ออฟไลน์ wnkth

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-2
 :mew1: น่าติดตาม ตอนหน้าเอายาวๆเลยนะครับ

ออฟไลน์ duck-ya

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
สนุกมากๆ
ขนาดอยู่กันต่างเมืองยังไม่เว้นเลย
นั่นพี่น้องเธอน้าาาา
 :mew5:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ชอบองค์เตชเหมือนกันค่ะ คนอะไรรักจนล้นอกทั้งพูดทั้งแสดงออก แทบจะป่าวประกาศให้คนทั้งโลกรู้

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
กรี๊ดดด
ทำไมเราเพิ่งเห็นเรื่องนี้ของคุณบัวว แอร๊ยย
ฮามากอะ ตลกที่สุด อ่านไปหัวเราะไป
องค์ชายบ้าหอย กร๊ากกกกก
รอตอนต่อไปนะคะ อุอิ

ออฟไลน์ aorpp

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-3
มาติดตามเรื่องใหม่ของน้องบัวค่ะ
ยัยอรุณาโหดแท้ๆ ทำได้แม้แต่พี่ชายของตัวเอง
หวังว่าองค์ชายเตชินทร์จะปกป้ององค์ชายสนธยาให้ปลอดภัยได้
+1 บวกๆคะแนนชื่นชมค่ะ   :กอด1:

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9404
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
องค์ชายผู้เลี้ยงหอย :m20:
อ่านแล้วอมยิ้มขำจริงด้วยค่ะ องค์เตชก็มั่นคงดีจริงๆ ขอให้องค์สนรู้ตัวเร็วๆ :impress2:
อย่ามัวแต่เลี้ยงหอยจนเพลินล่ะ :jul3:

ออฟไลน์ FlOriN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
อ่านไปยิ้มไป><
องค์สนน่ารักอ่า แอบฮาด้วยนะ อิอิ

องค์เตชอบอุ่นมาก ชอบบบ
แบบเป็นห่วงเป็นใยองค์สนสุดๆ

ส่วนอรุณา เธอร้ายมาก ภาวนาไม่ให้เกิดอะไรกะองค์สน
รอเสาร์หน้าค้าบบบ

ออฟไลน์ justlove

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-0
 :mew1: :katai2-1:    มาตอกบัตรอ่านเรื่องใหม่  ตามอ่านจากชื่อคนเขียนเรื่องจอมร้าย

เอาใจช่วยเจ้าชายคนเลี้ยงหอย จะปรับตัวปรับใจได้เร็วม๊าย จากเดิมมีสนมเป็นร้อย ต้องเปลี่ยนมาเป็นชายาแทน :mew4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Ali$a฿eth

  • [จิ้น]ตนการ
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-3
มาขอติดตามใหม่อีกคนพิมเม้นไม่ถนัดเลยในมือถือ

เดี๋ยวไปแก้ในคอม

เอาเป็ดเอาบวกไปเป็นกำลังใจก่อนน๊า :mew1:

lovelymoo

  • บุคคลทั่วไป
สนธยา ฮามากกกกกกกก คิดได้ไงเนี่ยว่าบ้าหอยกัน 55555

แต่ท่านเตชเนี่ยน่ารักจังแหะ อยากรู้เรื่องว่าไปตกหลุมรักสนได้ยังไงจริงๆน้า   :z2:

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4359
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-26
เอิ่ม คุนน้องสาวของท่านสนนี่โรคจิตอ่อน แล้วใช่ป่ะ

แต่องค์เตชนี่มาดนิ่ง แต่กินขาดจร้า อ่านไป ยิ้มไป

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
เออนะ จะเอาอะไรกับองค์ชายที่มีสนมนับร้อย
ไม่เข้าใจหรอกน่า...ว่าเวลาโดนจีบเป็นยังไง ^^"
ได้แต่เอาใจช่วยให้องค์เตชแสดงออกจนอีกคนรับรู้ หุหุ

ทีนี้...เมื่อสารภาพความรู้สึก
องครักษ์ต่างเมืองคงรู้แล้วว่าต้องทำตัวอย่างไร ^^
คอยแอบช่วยองค์ชายเจ้าเมืองจะดีกว่าเนอะ

อยากบอกเจ้าหญิงรัชทายาทว่า...
ก็เพราะนิสัยแบบนี้ยังไงล่ะ ท่านแม่ถึงไม่ยกเมืองให้
จะให้อยากได้แค่ไหน เป็นรัชทายาทยังไง...เรื่องสมบัติมันเปลี่ยนกันได้
ต่อให้ไม่มีองค์ชายสนธยา...ถ้านิสัยยังเป็นแบบนี้อยู่ ยังไงท่านแม่ก็ตั้งคนอื่นขึ้นมาได้อีกอยู่ดี

เอาใจช่วยให้คนอาศัยต่างบ้านต่างเมืองอยู่ดีมีสุข
เพราะเจ้าบ้านแต่ละคนก็ดูสมัครใจจะให้อยู่ด้วยไปนานๆ นะ

ปล.แอบชอบองค์ชายผู้พี่...ดูเฉลียวใจในการมาเยือนกับของบรรณาการ ^^

ออฟไลน์ sam3sam

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2562
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-4
ท่าทางคนโดนจีบจะรู้สึกตัวยากนะ
เอาใจช่วยองค์เตชจ้า :L2:
น้องท่านสนนี่ก็เกินจะรับไหวจริงๆ
แม้แต่พี่ชายตัวเองก็ยังคิดฆ่าแกงกันได้ลงคอ :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Fate

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 77
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ตามมาจากจอมร้ายค่ะ  :katai5:
เรื่องนี้มาเป็นแนวราชนิกูล ...แนวโปรด
แต่ไม่นึกว่าจะมาขำขนาดนี้ ฮ่าๆ
ขำไม่หาย...หอยคู่บ้าน คู่เมือง องค์สนช่างปราดเปรื่อง  o13

ส่วนองค์เตช แหม่ พระองค์ทรงรุกมากเลยนะเพคะ ทั้งตำหนัก ยกเว้น องค์สน คงไม่มีใครไม่รู้เหตุผลในการเลี้ยงหอยแล้วมังคะ
เป็นเรื่องที่องค์ชายรุกเร็วมากจริงๆ เร็วจนหม่อมฉันงง
นี่ขนาดทรงประกาศให้องครักษ์รู้เลย นับถือองค์เตช ทรงพระปรีชาจริงๆ ฮ่าๆ   :katai2-1:

รอตอนต่อไปอยู่นะคะ แหะๆ


Cacao

  • บุคคลทั่วไป
องค์สนน่าร๊าก กริ๊บกริ้ว ก๊าวใจหม่อมชั้นเหลือเกินเพคะ แต่เจอแบบองค์เตชเข้าไป ไม่รักเห็นจะไม่ได้ หี่หี่
ชอบตอนองค์เตชสารภาพกับชีวินว่ากำลังมีใจให้กับองค์สนอยู่ คือแบบ โอ้ยยยยยยยย >/////<  ทรงพระน่ารักมาก
หม่อมฉันเขินพระองค์ ทู เดอะแมกซ์เพคะ บ่องตงเลย หอยสื่อรักจริงๆเลย อิอิ

ออฟไลน์ cinquain

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1125
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +247/-0
โอย ฮาได้ใจค่ะคุณบัว ^^ ไอ้หอยคู่บ้านคู่เมืองนี่มันต้องอายุยืนหมื่นๆปีแน่นอน!
ส่วนองค์เจษก็สมแล้วกับตำแหน่งรัชทายาทอันดับหนึ่ง ที่จับได้ว่ามันจะมีเหตุผล
อะไรที่ทำให้องค์สนต้องตามมาเลี้ยงหอย!!

ส่วนองค์เตชก็ออกนอกหน้าไปนี๊ด ^^ แต่ก็ชอบค่ะ 555 น่ารักดี ^^

ออฟไลน์ kny

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1800
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-16

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
มานอนรออ

 :katai3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4168
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
องค์เตชช่างทำตัวได้น่ารักมากจะคอยปกป้ององค์ชายสนธยา
มีคนสั่งฆ่าท่านสน องค์เตชได้ออกโรงปกป้องแน่

ออฟไลน์ EverGreen™

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-1
องค์เตชน่ารัก

 :laugh:

องค์เตชสู้ๆ  :ped149:

พระน้องสาวทรงร้ายมากอะะะะ
ห้ามทำอะไรองค์สนนะ!!!  :katai4:

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2426
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
ทำไมเพิ่งเห็น  :-[ องสนน่ารักมาก ไร้เดียงสา ตลกตรงที่คิดว่าองค์ชายที่นี่เพี้ยน ชอบหอยอ่ะ  :hao6:

ออฟไลน์ MinKKniM

  • 난 널 사랑해 동해
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 462
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-2
ชอบบบบบ ฮามากกกก องค์สนคนเลี้ยงหอยน่ารักเนอะองค์เตชเนอะ  :mew1:

ออฟไลน์ FlOriN

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
มารอองค์สนกะองค์เตช ><

Anyann

  • บุคคลทั่วไป
องค์เตชน่ารัก ที่เปิดเผยความรู้สึกให้คนรอบข้างรู้เพราะจะให้เขามาเป็นพวกใช่มั๊ย 5555

เมื่อไหร่องค์สนจะรู้เรื่องสักทีน้า อยากเห็นองค์สนเขิน กิ้วววว

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
NOV: ด้วยพันธะบรรณาการ
By: Dezair
……………………..
บทที่ 4

องค์ชายสนธยาทอดเนตรน้ำสีดำในถ้วยกระเบื้องเล็กๆซึ่งถูกส่งใส่หัตถ์นับตั้งแต่ตื่นบรรทม ก่อนที่พระองค์จะเหลือบเนตรขึ้นมองหญิงร่างอวบที่ยืนกำกับอยู่ข้างเตียง


“อีกกรึ้บเดียวเพคะ อีกกรึ้บเดียว”


…อีกกรึ้บเดียวจอดน่ะสิไม่ว่า…แค่เห็นสียาก็รู้แล้วว่าขมจนลืมตาไม่ขึ้น!!…


องค์ชายหนุ่มแห่งสมุทราได้แต่ก้มลงจับจ้องยาสีดำนั่นอีกครั้ง แม้จะนึกเกลียดโอสถรสขมเสียจนไม่อยากแตะต้อง แต่เพราะตอนนี้อยู่ต่างบ้านต่างเมือง จะทำองค์อ่อนแองอแงงี่เง่าไม่ดื่มยาเพียงเพราะเหตุผลว่า ‘ขม’ ก็ดูจะทุเรศไปหน่อย แค่ส่งบรรณาการเป็นหอยแก่งั่กมาตัวเดียวก็แทบจะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้อนันตราชอยู่แล้ว อย่าให้พระองค์ต้องสร้างประวัติศาสตร์อีกรอบด้วยการเป็นอาคันตุกะจากต่างแดนที่ดื้อด้านเรื่องกินยาเลย!


เมื่อคิดได้เช่นนั้น องค์ชายหนุ่มแห่งราชสำนักสมุทราก็ยกถ้วยกระเบื้องในมือขึ้นกระดกโอสถสีดำสนิทเข้าโอษฐ์อย่างรวดเร็ว รสขมแปร่งแผ่ซ่านไปทั้งลิ้น ก่อนจะผ่านลงสู่ลำคอและมันทำเอาร้อนวาบเสียจนแทบไม่อยากหายใจ


“องค์ชาย! ทรงพระปรีชาเหลือเกิน!! ขนาดองค์เตชยังต้องทรงยกจิบตั้งหลายรอบกว่าจะหมด แต่นี่พระองค์ทรงยกครั้งเดียวหมดเลย เยี่ยมมากเพคะ” คุณท้าวเอิบรับถ้วยกระเบื้องคืน ในขณะที่ริมฝีปากที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงอ่อนๆก็ขยับเอื้อนเอ่ยชมเชยองค์ชายหนุ่มไม่หยุด


“จิบหลายรอบ? หมายความว่ายานี่ ไม่ต้องดื่มทีเดียวหมดก็ได้เหรอ” สนธยาถาม


“เพคะ”


“อ้าว!!! แล้วเมื่อกี้บอกเราว่ากรึ้บเดียว!”


“แหม ก็นึกว่าพระองค์จะทรงเล่นแง่แบบองค์เตช แต่ที่ไหนได้ พระปรีชามากล้น!” คุณท้าวเอิบยังดูร่าเริงที่สามารถทำให้องค์ชายสนธยาทรงยกยาขึ้นกระดกเพียงรวดเดียวโดยไม่ต้องให้นางชักแม่น้ำมาหว่านล้อม แต่สำหรับคนที่ยกยาขึ้นกระดกรวดเดียวนี่สิ…รสขมยังติดลิ้นเสียจนไม่อยากจะพูดอะไรทั้งๆที่ในใจนึกขุ่นแทบตาย!


…กรึ้บเดียว! กรึ้บเดียว!! เชื่อไม่ได้!!!!...


“วันนี้ไม่มีไข้แล้ว พรุ่งนี้คงไม่ต้องเสวยโอสถอีก แต่เห็นหมอหลวงว่าจะจัดโอสถสำหรับบำรุงกำลังให้แทนนะเพคะ” คุณท้าวเอิบทูลอีกรอบ ก่อนจะหันไปสั่งกับนางกำนัลที่ยืนอยู่ด้านหลัง


 “ไปยกสำรับมาถวายองค์ชายสนธยาในห้องบรรทมไป”


“เราลงไปทานข้างล่างเองดีกว่า อยู่บนเตียงอย่างนี้อุดอู้เต็มแก่ อยากลุกอยากเดินบ้าง”


เพราะถูกขังอยู่ในห้องบรรทมด้วยเหตุที่ว่า ‘ป่วย’ เป็นเวลา 5 วันแล้ว วันนี้ที่มีเรี่ยวมีแรงกลับมาและไม่รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนเก่า แม้จะยังหายใจลำบากแต่ก็ไม่มีน้ำมูกไหลเยิ้มอีกแล้ว สนธยาจึงหาลู่ทางได้ที่จะได้ออกไปสูดอากาศนอกห้องเสียบ้าง


คุณท้าวเอิบทอดมององค์ชายหนุ่มที่เอ่ยโอษฐ์ขอด้วยความอ่อนใจน้อยๆ หากแต่ดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนขององค์ชายหนุ่มแห่งราชสำนักสมุทรานั้นกลับทำให้ความอ่อนใจกลายเป็นความใจอ่อนได้ในเสี้ยวเวลา


“ก็ได้เพคะ แต่อย่าออกไปนอกตำหนักเชียว ข้างนอกลมยังแรง ประเดี๋ยวไข้จะกลับ”


“เรารู้แล้วว่าลมที่อนันตราชนั้นร้ายกาจ ไม่เอาตัวเข้าไปขวางทางลมอีกแล้ว” องค์ชายสนธยาตรัสอย่างร่าเริง ก่อนจะตวัดผ้าห่มที่คลุมองค์ออก แล้วก้าวลงจากเตียง คุณท้าวเอิบรีบหันไปสั่งนางกำนัลให้หยิบเสื้อคลุมขนสัตว์มาถวายเป็นการด่วน


“อยู่ในตำหนักก็ต้องทำองค์ให้อบอุ่นนะเพคะ” นางว่าอย่างนั้น ซึ่งองค์ชายสนธยาก็ไม่มีโต้แย้งแต่อย่างใด รับเสื้อคลุมมาสวมอย่างไม่มีดื้อรั้น


“เราขอล้างหน้าล้างตาหน่อย แล้วจะลงไปที่ห้องอาหารนะ คุณท้าวล่วงหน้าไปก่อนเถอะ”


หญิงร่างอวบย่อกายลงน้อมรับ ก่อนจะพาขบวนนางกำนัลออกจากห้องไป ทิ้งเอาไว้เพียงองค์ชายสนธยาและชีวินที่ยังยืนอยู่ในห้อง พอพ้นแผ่นหลังนางกำนัลทั้งหมดเท่านั้น องค์ชายหนุ่มแห่งสมุทราก็หันมาทางองครักษ์คู่ใจทันที


“ชีวิน เจ้าไปหาทางออกจากตำหนักให้เราที”


“ทรงจะเสด็จไปดูแลหอยหรือพระเจ้าค่ะ”


“หอย?! จริงสิ! เราป่วยจนลืมหอยไปเลย มันเป็นอย่างไรบ้างล่ะ” พอพูดถึงหอย ก็ดูเหมือนองค์ชายสนธยาจะตระหนักไปถึงเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ที่มาจากสมุทราด้วยกันอย่างหอยมุกตัวเขื่อง


“เห็นว่าองค์ชายเตชินทร์มีรับสั่งให้หมอหลวงจากกรมเกษตรที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาสัตว์มาดูแลพระเจ้าค่ะ”


“ดี! จะได้ไม่ลำบากเราอีก”


“แต่ถึงจะมีคนอื่นมาดูแล พระองค์ก็ต้องเสด็จไปที่บ่อหอยบ้างนะพระเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นพวกทหารเฝ้าบ่อจะพูดเอาได้ว่าพระองค์ไม่ดูแลเอาใจใส่หอย” องค์ชายสนธยาโบกหัตถ์ไปมาอย่างขอไปที


“รู้แล้วๆ แต่เอาไว้วันอื่นแล้วกัน วันนี้เราอยากไปเที่ยว”


“ทรงจะเสด็จไหนหรือพระเจ้าค่ะ” ชีวินถามอีกครั้ง แม้ใบหน้าขาวจะเรียบเฉย แต่ในดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นบอกให้รู้ว่ามีแววห่วงใยองค์ชายเหนือหัวของตนเป็นที่สุด


“ไปเที่ยวฉลองหายป่วยน่ะสิ นี่วันที่เจ็ดแล้วนะ ที่เรายังไม่ได้แตะต้องสตรีที่ไหนเลยนับตั้งแต่ออกมาจากสมุทรา ยอมรับตามตรงว่าใช้มือตัวเองจนเบื่อ”


“องค์ชาย” ชีวินได้แต่ปรามด้วยน้ำเสียงระอาใจ องค์ชายสนธยานั้นมีดีหลายอย่าง แต่ที่มีไม่ดีก็ตรงที่พระองค์หมกมุ่นเรื่องสตรีมากเสียจนหากแก่ตัวไป คงถูกเรียกว่า ‘เฒ่าหัวงู’ เป็นแน่แท้ และแน่นอนว่าชีวินไม่อยากเห็นภายภาคหน้าขององค์ชายผู้เป็นดั่งชีวิตของตนต้องถูกครหาเช่นนั้น


“อ้าว! นั่นเจ้าจะไปไหน” องค์ชายสนธยาร้องถาม เมื่อเห็นชีวินหมุนกายหมายจะออกจากห้องโดยที่ยังไม่ยอมน้อมรับคำสั่งพระองค์


“ไปเตรียมฉลองพระองค์ชุดขาวและพานดอกไม้ให้องค์ชายทรงนำไปบูชาเทพเจ้า เนื่องในวโรกาสที่พระองค์หายประชวรเป็นปลิดทิ้ง”


“เราไม่ได้บอกว่าจะไปบูชาเทพเจ้าเสียหน่อย!!”


“ทรงไม่ได้ตรัส แต่กระหม่อมจะเตรียมให้พระเจ้าค่ะ” ชีวินพูดเสียงเรียบอย่างดื้อดึง แล้วหมุนกายออกจากห้องทันที ทำเอาองค์ชายสนธยาผู้ถูกขัดพระทัยได้แต่พ่นปัสสาสะออกมาด้วยความหงุดหงิดเป็นที่สุด


…ชีวินไม่ตามใจเช่นนี้ แล้วใครจะตามใจพระองค์เล่า?!!!...

………………………………


สนธยาเป็นคนติดเที่ยว…ตั้งแต่เกิดและเติบโตในสมุทรา พระองค์ก็ไม่เคยอยู่ติดวัง เพราะชอบลงไปเที่ยวเล่นในเมือง บางคราวก็ออกทะเลไปกับเรือพาณิชย์บ้าง เรือลาดตะเวรบ้าง แล้วแต่ว่าสะดวกอย่างไหนมากกว่า ดังนั้นเมื่อมาอยู่ที่อนันตราชและมีลมหายใจต่ออายุราวโชคช่วย พระองค์ก็นึกอยากออกไปโลดโผนนอกกำแพงวังบ้าง ติดที่ว่ามาอยู่ได้สองวันก็ดันป่วยไข้เสียนี่ กว่าจะฟื้นตัวดีก็ใช้เวลาไปอีก 5 วัน


นับรวมแล้วก็หนึ่งสัปดาห์พอดิบพอดีที่องค์ชายรักสนุกอย่างสนธยาไม่ได้ออกไปเที่ยวเตร่นอกรั้วนอกวังเลย!!


องค์ชายหนุ่มทอดเนตรออกไปยังนอกบานกระจกหน้าต่าง นอกตัวตำหนักเป็นสวนกว้างที่ถูกโอบล้อมอีกชั้นด้วยกำแพงสูงหนา


…นอกกำแพงออกไปคืออาณาเขตของวังหลวงแห่งอนันตราช และนอกวังหลวงของอนันตราชก็คือเมืองหลวงของอนันนตราช! เมืองหลวงที่ได้ชื่อว่าเจริญไม่เป็นสองรองใครในแผ่นดิน!!


…น่าเที่ยวเหลือเกิน! น่าเที่ยวจริงๆ!!!...


…แต่…พระองค์จะเสด็จออกไปได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีคนนำทาง ชีวินที่เป็นองครักษ์คู่พระทัยก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการให้พระองค์ไปบูชาเทพเจ้ามากกว่าจะยินยอมนำทางพาพระองค์เสด็จประพาส หากพระองค์จะออกไปเองก็ยากเกินกำลังเพราะไม่รู้ทาง และไม่มีโอกาสได้ออกไปสำรวจเส้นทาง ในเมื่อถูกคุณท้าวเอิบสั่งให้นางกำนัลทั้งหลายคอยติดตามไปทุกที่ ราวกับจะควบคุมให้อยู่แต่ในตำหนักอย่างไรอย่างนั้น!...


…แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้! จะทำยังไงถึงจะออกไปเที่ยวในเมืองได้!


ในขณะที่องค์ชายสนธยาแห่งราชสำนักสมุทรากำลังครุ่นคิดหาทางจะออกไปเตร่ในเมือง หากแต่ก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเนื่องจากผู้ช่วยมือหนึ่งอย่างชีวินนั้นหมายจะพาพระองค์ไปบูชาเทพเจ้าอย่างเดียว ฝ่ายคุณท้าวเอิบที่กำลังควบคุมการจัดวางอาหารของเหล่านางกำนัลก็เหลือบเห็นอากัปกิริยาขององค์ชายหนุ่มที่แม้จะประทับอยู่ที่โต๊ะเสวย แต่สายเนตรกลับทอดเลยออกไปนอกหน้าต่าง พลันนั้น ความสงสารและเอ็นดูก็เกิดขึ้นในอกของนาง


…สงสาร…เพราะนางทูลห้ามไม่ให้ออก องค์ชายก็เลยทำได้เพียงแค่ทอดเนตรออกไปจากทางหน้าต่าง…


…เอ็นดู…เพราะพระองค์ช่างว่านอนสอนง่าย ทูลว่าไม่ให้ออก แม้จะอยากออกเพียงใดก็ยังทำเพียงแค่มองด้วยความอยากเท่านั้น…


คุณท้าวเอิบได้แต่อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาองค์ชายหนุ่มที่ประทับอยู่ที่โต๊ะเสวย


“ตักข้าวเลยไหมเพคะ”


“อืม” องค์ชายจากสมุทราผู้ที่กำลังจดจ่ออยู่กับการ ‘หนี’ ออกไปเที่ยวเตร่ในคืนนี้ได้แต่รับคำเสียงเอื่อย แต่การรับคำเสียงเอื่อยเฉื่อยนั้น ทำเอาคุณท้าวเอิบยิ่งสงสารมากกว่าเก่า จนตัดสินใจเอ่ยปากทูล


“องค์ชายคงอยากเสด็จออกไปนอกตำหนักสินะเพคะ” และคำถามนั้น ทำเอาคนวางแผนเที่ยวถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยพักตร์ขึ้นส่งยิ้มบางเบาให้คนถาม


“แต่คุณท้าวไม่ให้เราออกไปนอกตำหนักไม่ใช่หรือ”


“หม่อมฉันหวังดีต่อพระองค์นะเพคะ”


“เราเข้าใจ คุณท้าว…เราก็เลยไม่ออกอย่างไรล่ะ”


…ไม่ออกเพราะออกไม่ได้…ลองว่าชีวินร่วมมือด้วย คืนนี้ได้ถึงไหนถึงกันไปแล้ว!...


คุณท้าวเอิบได้แต่ยิ้มบางอย่างชื่นชมด้วยหลงคิดว่าอีกฝ่ายเข้าอกเข้าใจความหวังดีของนาง และเพื่อตอบแทนความเข้าใจที่พระองค์มี นางก็จะช่วยให้พระองค์ได้สมปรารถนาเอง!

…………………………..


“อะไรนะคุณท้าว! องค์ชายสนธยาอยากเสด็จออกไปนอกตำหนักหรือ?! หมายความว่าตำหนักของเราไม่ดีหรือไร?!!”


หลังจากถวายความดูแลองค์ชายสนธยาจนจบมื้อเรียบร้อย คุณท้าวเอิบก็ดั้นด้นมาเข้าเฝ้าองค์ชายเตชินทร์ที่ตำหนักขาวของกรมวังทันที เพื่อทูลความที่นางรับรู้มา


…องค์ชายสนธยาทรงอยากเสด็จออกนอกตำหนัก…


ทว่า…เจ้าของตำหนักอย่างองค์ชายเตชินทร์นั้นกลับดำริไปคนละเรื่อง


“ไม่ได้หมายความเช่นนั้นเพคะ องค์ชายสนธยาเพียงแค่อยากเสด็จประพาสนอกตำหนักเท่านั้น”


“อ้อ…แล้วเขาบอกหรือเปล่าว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน” พอรู้ว่าเป็นเพียงแค่อยากออกไปเที่ยว องค์ชายเตชินทร์ก็หายใจคล่องขึ้นกว่าเมื่อครู่เยอะ


“ทรงตรัสว่าอุดอู้ คงแค่อยากเสด็จประพาสนอกตำหนักเท่านั้นเพคะ”


“อืม…แล้วท่านว่าเราควรพาเขาเที่ยวที่ไหนดี”


“เที่ยวชมหอยดีไหมพระเจ้าค่ะ” สมิตที่นั่งทำงานอยู่ไม่ไกลทูลเสนออย่างหวังดี


…เพราะถ้าองค์ชายเตชินทร์เสด็จไปชมหอยมุกกับองค์ชายผู้มาจากสมุทรา ทั้งสองพระองค์คงมีเรื่องได้สนทนากันยาวนานเพราะหนึ่งเป็นผู้มาจากสมุทราที่เชี่ยวชาญเรื่องหอยทะเลเป็นอย่างดี ในขณะที่อีกหนึ่งนั้นคือองค์ชายจากอนันตราชที่ไม่ว่าองค์ชายของสมุทราจะตรัสอะไรมาก็คงตั้งใจฟังอย่างดีเยี่ยม


“สมิต เวลาเจ้าจีบคนที่เจ้าถูกใจ เจ้าใช้วิธีพาไปเที่ยวบ่อหอยอย่างนั้นหรือ?”


“เอ่อ…ไม่เคยหรอกพระเจ้าค่ะ”


“คราวหลังเจ้าก็ทำเสียก่อน! แล้วค่อยมาแนะนำเรา” สมิตได้แต่ก้มหน้างุด ด้วยเพราะชายมากรักอย่างเขาไม่เคยมีบ่อหอยเป็นตัวเลือกในสถานที่พาสตรีไปเกี้ยวพาราสีเลยสักครั้ง


“อังกูร เจ้าว่าเราควรพาเขาไปเที่ยวที่ไหนดี” องค์ชายเตชินทร์หันไปตรัสถามองครักษ์คู่พระทัยอีกคนที่มีคำแนะนำที่ยอดเยี่ยมและรับฟังได้มากกว่า


“องค์ชายสนธยามาจากสมุทรา และก็ไม่เคยเสด็จมาอนันตราชมาก่อน กระหม่อมคิดว่า องค์ชายสนธยาคงจะประสงค์อยากเสด็จดูบ้านเรือน ผู้คนของอนันตราช พาไปประพาสในเมืองก็น่าจะดีพระเจ้าค่ะ”


“จริงด้วยเพคะ องค์ชายสนธยาเคยตรัสกับหม่อมฉันว่าถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรในสายตาของหม่อมฉัน ก็ให้สอนพระองค์ได้เลย หม่อมฉันคิดว่าองค์ชายสนธยาน่าจะชอบเรียนรู้และแสวงหาความรู้ใหม่ๆนะเพคะ เพราะฉะนั้น อะไรที่ตื่นตาตื่นใจ หรือเป็นของแปลกสำหรับสมุทราแล้วล่ะก็ องค์ชายสนธยาจะต้องชอบแน่ๆ” คุณท้าวเอิบเสริมอย่างเห็นด้วยกับคำแนะนำของอังกูร


“ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราจะพาเขาเข้าไปเที่ยวในเมือง คุณท้าวทำมื้อค่ำเป็นพวกของเบาๆแล้วกัน เราจะพาเขาไปหาร้านอร่อยๆทานตอนเที่ยว”


องค์ชายเตชินทร์เอนกายลงพิงกับพนักเก้าอี้อย่างมีความสุขเมื่อดำริไปถึงเย็นวันนี้ที่พระองค์จะพาองค์ชายสนธยาไปเที่ยวชมเมืองหลวงของอนันตราชที่คงจะมีเรื่องราวมากมายให้พระองค์ได้ชี้ชวนให้องค์ชายผู้นั้นได้ตื่นตาตื่นใจ คำถามมากมายขององค์ชายสนธยาจะทำให้พระองค์ต้องหาคำตอบมาอธิบายได้ไม่หยุดหย่อน


…แต่…มันคือความสุข…


การได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่อยู่ในใจเสมอมานั้น เป็นเรื่องที่พระองค์ไม่คิดฝันว่าจะเกิดขึ้นจริง…


…และวันนี้…มันจะเป็นจริงแล้ว…


“กระหม่อมขอเสนอพระเจ้าค่ะ กระหม่อมได้ยินมาว่าองค์ชายสนธยาทรงมีสนมทั้งสิ้นร้อยกว่าคน พาองค์ชายสนธยาไปประพาสที่ตรอกท้ายเมืองหรือไม่ก็ตรอกสามที่ท่าเรือดีไหมพระเจ้าค่ะ! องค์ชายสนธยาจะได้มีสนมครบพัน!”


“สมิต!!!!! อยากย้ายไปเป็นทหารที่ท่าเรือแทนไหม?!!!”


“ไม่อยากพระเจ้าค่ะ”


“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกพูด เจ้าทำลายฝันดีของเราเสียหมด!!”


“กระหม่อมแค่อยากให้พระองค์เสด็จกลับมาในโลกของความเป็นจริงต่างหาก…” ประโยคนี้สมิตได้แต่พูดงุบงิบ ด้วยเพราะรู้ว่าขืนพูดเสียงดัง คราวนี้คงถูกเด้งจากตำแหน่งองครักษ์รักษาพระองค์ไปเป็นทหารถือปืนยืนคุมท่าเรือเป็นแน่แท้

…………………………………

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1543/-8
เอาเข้าจริงแล้ว ชีวินก็ไม่ได้บังคับให้องค์ชายสนธยาต้องสวมฉลองพระองค์สีขาวล้วนเข้าไปบูชาเทพเจ้าเพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยปัดเป่าโรคภัย หากแต่เรื่องที่องค์ชายสนธยามีพระประสงค์จะเสด็จไปเตร่นอกรั้วนอกวัง ชีวินก็ไม่ได้ทำตามแต่ประการใด และดูเหมือนเจ้าตัวเองก็รู้ว่าเมื่อตนเองไม่ยอมทำตามประสงค์แล้ว ก็ไม่ควรมาอยู่ขวางเนตรขวางกรรณให้คนอยากประพาสต้องหงุดหงิดงุ่นง่าน ดังนั้นเมื่อถวายอารักขาจนกระทั่งพระอาทิตย์หลุบลงใต้พื้นดินแล้ว องครักษ์หนุ่มก็น้อมส่งองค์ชายสนธยาที่ห้องบรรทม แล้วจึงก้าวขาออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ


คนอยากเที่ยวเลยได้แต่หันรีหันขวาง ด้วยเพราะเวลานี้มาอาศัยในอนันตราช นอกจากชีวินที่คอยดูแลแล้ว ก็ไม่มีบ่าวไพร่คนอื่นใกล้มือให้เรียกใช้อีก


“นี่ถ้าหอยมันฟังภาษาคนรู้เรื่อง เราจะสั่งให้มันพาเราออกจากวังจริงๆ!!” สนธยาได้แต่บ่นกับตนเองขณะเหลือบตาลงมองไปยังสวนหลังวังที่มีบ่อน้ำ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าก้นบ่อต้องมีหอยนอนพะงาบไม่รู้วันรู้คืน


แล้วพอคิดถึงหอยที่วันๆเอาแต่นอนอยู่ก้นบ่อ ก็ทำเอาองค์ชายหนุ่มแห่งราชสำนักสมุทราย้อนมองดูตนเองที่ไม่ได้ต่างจากหอยตัวนั้นเสียเท่าไหร่ เจ้าหอยตัวนั้นไปไหนนอกจากบ่อไม่ได้ ก็เหมือนพระองค์ที่เสด็จไปไหนนอกตำหนักไม่ได้เช่นกัน


องค์ชายหนุ่มได้แต่ถอนปัสสาสะแล้วเหลือบเนตรขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน พระจันทร์สีเหลืองนวลดวงโตสาดแสงไปทั่ว ลมเย็นพัดเป็นระลอกเข้ามาปะทะพักตร์สีน้ำผึ้งเพราะบานหน้าต่างที่เปิดออกกว้าง…กว้าง…เสียจนดวงหทัยของพระองค์แทบจะกระโจนออกไปแทนวรกายอยู่แล้ว


…ทนได้หรือ…ทนอึดอัดอยู่ในตำหนักนี้ต่อไปได้อีกหรือ…แสงสีนอกรั้ววังเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่เคยเห็น หนำซ้ำนี่ก็วันที่เจ็ดแล้วที่ไม่ได้ไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนเลย…จะทนต่อไปได้อีกหรือ…คนอย่างองค์ชายสนธยาถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวเอาไว้ที่ใดที่หนึ่งเกิน 3 วันได้อย่างไรกัน…


หัตถ์สีน้ำผึ้งค้ำลงบนบานหน้าต่าง ออกแรงเพียงนิดร่างก็เกือบจะยกขึ้นไปนั่งบนขอบหน้าต่างได้แล้ว ทว่า…


   “ท่านสน เราขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหม”
 

เสียงร้องจากหน้าประตูทำเอาคนกำลังยกร่างหวือขึ้นบนขอบหน้าต่างหมายจะปีนออกจากห้องถึงกับรั้งร่างตัวเองลงมายืนกับพื้นแทบไม่ทัน บานประตูห้องถูกผลักให้เปิดออก พอดีกับที่หัตถ์สีน้ำผึ้งรีบดึงบานหน้าต่างปิดทันควันราวกับกลัวว่าถ้าเปิดเอาไว้จะถูกอีกฝ่ายจับได้ว่าเขาคิดจะหนีเที่ยว และเพราะรีบร้อนดึงหน้าต่างปิด บานพับจึงหนีบเข้าที่นิ้วเสียจนเจ้าของนิ้วยาวถึงกับร้องลั่น


   “โอ๊ยๆๆๆ!!!”


   “ท่านสน! เป็นอะไรไป!” คนแวะมาเยี่ยมเยียนยามค่ำไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากองค์ชายเตชินทร์เจ้าของตำหนัก และพอเห็นองค์ชายจากสมุทราร้องเสียงหลงเช่นนั้น เจ้าของตำหนักที่แสนใส่ใจอาคันตุกะก็รีบถลาเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว


   “หน้าต่างหนีบ” สนธยาตอบ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจคำตอบของเขา เพราะเจ้าตัวคว้ามือสองข้างไปดูด้วยตาของตัวเอง


   “แดงเชียว เจ็บมากไหม” หัตถ์หนาหยาบนั้นอบอุ่นพอๆกับน้ำเสียงที่แสนอ่อนโยนที่ถูกใช้ตั้งคำถาม สนธยานิ่งงันไปเล็กน้อยด้วยเพราะรู้สึกเก้อเขินที่มือของตัวเองถูกกอบกุมด้วยมือของอีกฝ่าย


   “เอ้อ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” สนธยาพยายามดึงมือตัวเองออกมา หากแต่พอออกแรงรั้งเพียงนิดเดียว มือของเตชินทร์ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ก่อนที่องค์ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของตำหนักจะเงยหน้าขึ้นยิ้มให้อย่างอ่อนโยน


   “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว เพราะถ้าท่านเป็นอะไรขึ้นมา เราคงทำใจไม่ได้” วาจาที่แสนอ่อนโยนนั้นแฝงความจริงจังเสียจนคนฟังถึงกับวาบไปทั้งหัวใจด้วยเพราะรู้สึกเสียวสันหลังอย่างไรชอบกล


   ทว่า…องค์ชายจากสมุทราก็ยังอาศัยความตลกเข้าแก้สถานการณ์ชวนหวิว


   “แหม ท่านเตชช่างเป็นเจ้าบ้านที่น่านับถือเหลือเกิน รับผิดชอบแขกอย่างเราเสียขนาดนี้”



“เราไม่เคยรับผิดชอบแขกคนใด” คนฟังใจกระตุก ด้วยเพราะความหมายแฝงในประโยคนั้นราวกับจะบอกว่าเพราะเป็นแขกที่มีนามว่า ‘สนธยา’ เตชินทร์จึงรับผิดชอบถึงเพียงนี้! แล้วทำไมต้องเป็นสนธยาที่เตชินทร์รับผิดชอบเล่า?!!


…หรือว่า…หรือว่า…หรือว่าองค์ชายแห่งราชสำนักอนันตราชจะ…


“…เพราะที่ตำหนักอิฐไม่เคยมีแขกมาเยือน” เตชินทร์กล่าวต่อ ทำเอาคนกำลังคิดไกลที่เริ่มหน้าเสียเพราะหวั่นใจกับความนัยของประโยคเมื่อครู่ถึงกับชักสีหน้ากลับมาแทบไม่ทัน จากที่ตอนแรกนั้นตื่นตะลึงกับวาจาแฝงความหมายในเชิงเกี้ยวพาราสี มาบัดนี้ สนธยาเริ่มเคืองเพราะอีกฝ่ายกลับคำกันหน้าตาเฉย!


“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” สนธยากล้าสาบานว่าไม่ได้เสียดายที่ตีความหมายของประโยคของอีกฝ่ายผิดพลาด แต่เพราะความเป็นบุรุษรูปงามคนหนึ่งของสมุทรา ที่มีสตรีงามล้อมหน้าล้อมหลังนับร้อย ก็ทำให้พอจะเชื่อมั่นว่า ‘มีดี’ พอจะทำให้คนรอบข้างพูดจาโอ้โลม แม้คนรอบข้างจะเป็นชายก็เถอะ


แต่…ชายที่ชื่อเตชินทร์ซึ่งขยันทำให้เสียวสันหลังบ่อยๆเพราะวาจาชวนให้คิดนี่…มันน่าสักทีเหลือเกิน!! พูดมาได้ว่าไม่เคยรับผิดชอบแขกคนใด แล้วยังมาเติมท้ายประโยคว่าเป็นเพราะไม่เคยมีใครมาเป็นแขก! โธ่เอ้ย!!! ทำเอาคิดเสียไกล!!!!


   “เอ่อ…แล้ว…เมื่อครู่นี้เห็นว่ามีเรื่องจะคุย มีอะไรหรือ” เพราะรู้สึกเสียหน้าลึกๆ สนธยาเลยถามไถ่ไปเรื่องอื่น


   “อ้อ เราเห็นว่าท่านหายป่วยแล้ว ก็เลย…จะมาชวนออกไปเที่ยวในเมืองด้วยกัน”


   “เที่ยว?!” บุรุษร่างสูงโปร่งแห่งราชสำนักสมุทราหูผึ่งหันกลับมาสบตาคนชวนทันที


   “ใช่ สนใจไหม”


   “สนซี!!! แต่…จะออกไปได้หรือ คุณท้าวเอิบสั่งห้ามไม่ให้เราออกจากตำหนัก” สนธยาถามเผื่อแผ่ไปถึงคุณท้าวเอิบ


   “เราขออนุญาตให้แล้ว”


   “จริงหรือ?!!!”


   “จริง ถ้าท่านสนยังไม่ง่วง และอยากออกไปเที่ยวกับเรา เราก็จะพาท่านไป”


   “ท่านเป็นเจ้าของบ้านที่ยอดเยี่ยมมากๆ ท่านเตช ถ้าอย่างนั้นอีกครู่นึงเจอกันข้างล่าง ขอเราเปลี่ยนชุดเสียหน่อย ข้างนอกอากาศเย็นใช่ไหม เราจะได้เอาเสื้อคลุมติดไปด้วย”


   “ให้เราเลือกให้ไหม” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ดังมาจากเจ้าของตำหนัก ทำเอาสนธยานิ่งชะงัก หันขวับกลับไปมองแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับจะเป็นการถามย้ำว่าที่พูดเมื่อครู่นี้ตั้งใจจริงหรือเพียงแค่หยอกเล่น


   “เราล้อเล่นหรอก” ไหมล่ะ!! จะไม่เชื่อคำพูดขององค์ชายบ้าหอยนี่อีกแล้ว!


“…ท่านสนเลือกเสื้อผ้าหนาๆหน่อยแล้วกัน ข้างนอกลมยังแรง ประเดี๋ยวไข้จะกลับ เราจะลงไปรอข้างล่าง” เตชินทร์เห็นอาการลอบพ่นลมหายใจอย่างนึกขุ่นในใจของอีกฝ่ายก็ได้แต่กลั้นยิ้ม แล้วใช้น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยแนะนำ อันที่จริง จะลองยื่นมือเข้าไปช่วยเลือกเสื้อผ้าให้สนธยาก็ได้หรอก แต่คิดอีกที…แกล้งหยอกให้ใบหน้าสีน้ำผึ้งเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าองค์ชายแห่งสมุทรานั้นช่างน่ารักน่าใคร่ยิ่งกว่าใคร


…แล้วพระองค์สัญญา…เมื่อวันหนึ่งที่เหมาะสมกับเวลา พระองค์จะไม่หยอกล้อให้องค์ชายสนธยานึกขุ่นนึกเคืองอีก แต่พระองค์…จะหยอกเอินให้องค์ชายสนธยาเก้อเขินเสียจนทำได้เพียงแต่ซุกพักตร์ลงกับอุระของพระองค์เท่านั้น…

………………………………..

   คณะออกเที่ยวในเมืองยามค่ำคืนนั้น ไม่มีใครคนอื่นนอกเสียจากองค์ชายเตชินทร์ผู้สถาปนาตัวเป็นคนนำเที่ยว และนักท่องเที่ยวที่แสนมีเกียรติอย่างองค์ชายสนธยา


   “แล้ว…เราจะไปกันสองคนเท่านั้นหรือ” สนธยาถาม เมื่อเห็นว่าพอก้าวพ้นประตูวังออกมาแล้ว ก็ยังมีเพียงตนและผู้เป็นเจ้าบ้านอย่างเตชินทร์เพียงสองคน ไม่มีอังกูร ไม่มีสมิต ส่วนชีวิน…สนธยาเลือกที่จะตัดหางปล่อยวัด เหตุเพราะอีกฝ่ายหมายจะให้พระองค์ไปบูชาเทพเจ้ามากกว่าจะออกมาเที่ยว!


   “ใช่”


   “ไม่มีท่านอังกูร หรือท่านสมิตก็ได้หรือ” ที่สมุทรานั้น แม้จะเป็นเพียงเกาะเล็กๆ แต่ยามที่พระองค์ต้องเสด็จออกนอกวัง ไม่ว่าจะลับเพียงใด ก็ต้องมีองครักษ์ติดตามไปด้วยหนึ่งคนเสมอ แต่ที่นี่…ที่อนันตราชที่แสนยิ่งใหญ่ องค์ชายรัชทายาทที่แม้จะเป็นลำดับที่ 2 แต่ก็สามารถเสด็จออกนอกวังยามวิกาลได้โดยลำพังอย่างนั้นหรือ?!


   “มีแค่เราสองคน หรือท่านสนไม่อยากไปกับเรา”


   “เปล่า! เอ่อ…เราแค่แปลกใจ”


   “อย่าแปลกใจเลย แล้วก็อย่าได้กังวล ที่อนันตราชปลอดภัย หรือต่อให้มีอันตรายเพียงใด เราก็ไม่มีทางปล่อยให้ใครทำอะไรท่าน” เตชินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดังเช่นทุกที แสงจันทร์ที่สาดส่องไปทั่วทุกหย่อมหญ้ากอปรกับแสงจากโคมหน้าประตูวังนั้น ทำให้เห็นรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าขาวของอีกฝ่าย และเพราะเห็นรอยยิ้มนั้น สนธยาจึงต้องเบือนสายตาหลบวูบ แม้เสี้ยวใจหนึ่งจะร้องถามว่าหลบทำไม?! อีกประเดี๋ยว เจ้าองค์ชายบ้าหอยนั่นก็จะพูดจาฉีกหน้าไปอีกเรื่อง แต่…แต่ก็ยังไม่กล้าจ้องตรงๆอยู่ดี!!


   “ท่านสน หลบตาเราทำไม…มองหน้าเราหน่อยไม่ได้หรือ”


   “เราเปล่าหลบ…เราแค่…เราแค่มองซ้ายมองขวา ชีวินสอนไว้ว่าต้องเป็นคนช่างสังเกต” ใบหน้าสีน้ำผึ้งหันไปทางซ้ายที ทางขวาที หากแต่ตรงหน้าที่เป็นองค์ชายร่างสูงใหญ่แห่งอนันตราช สนธยากลับไม่ยอมมองตรงเสียอย่างนั้น สุดท้าย มือใหญ่จึงต้องประคองใบหน้านั้นไม่ให้หันไปทางใดอีก


   “เราบอกท่านแล้ว ว่าเราไม่มีทางปล่อยให้ใครทำอะไรท่าน เราจะปกป้องท่านด้วยมือของ…” ไม่เพียงแค่กระแสเสียงที่แสนอ่อนโยน แต่สายตาที่จับจ้องสบกับดวงตาของสนธยาก็ทำเอาคนถูกประคองหน้าชักจะร้อนผ่าว เสียจนไม่อาจปล่อยให้เตชินทร์กล่าวจนจบได้อีก


   “เอ่อ! เราอยากเที่ยวแล้ว! อย่าเสียเวลายืนคุยกันตรงนี้เลย! รีบเที่ยวเถอะ!!” สนธยารีบร้องหน้าตื่น ด้วยกลัวใจว่าหากปล่อยให้เตชินทร์พูดจนจบ จะเป็นฝ่ายตนเองที่คิดไกลเสียจนกู่ไม่กลับ! แล้วพอกู่ไม่กลับขึ้นมาจริงๆ ทีนี้จะกลายเป็นเสียท่าให้องค์ชายแห่งราชสำนักอนันตราชหักหน้าน่ะสิ!


   เตชินทร์มองท่าทางตื่นตระหนกของคนตรงหน้าแล้วได้แต่ยิ้มบาง สองมือที่ประคองใบหน้าเรียวสีน้ำผึ้งอยู่นั้นลูบผิวแก้มแผ่วเบาอย่างเอ็นดู ก่อนจะยอมปลดมือตนเองลงเพราะดวงตาสีน้ำตาลอ่อนนั้นเริ่มไหวระริกและตื่นตระหนก



   “เชิญทางนี้” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แล้วจึงหมุนกายออกเดินนำ สนธยามองตามอย่างไม่วางใจ แต่อีกเสี้ยวของใจกลับขัดแย้งประหลาด แม้จะเพิ่งพบหน้ากันเพียงไม่กี่วัน แต่ความรู้สึกบางอย่างหยั่งรากลึกเสียจนไม่กล้าก้มลงมองเรื่องราวภายในหัวใจของตนเอง


…หัวใจ…ที่ไม่รู้ว่าบัดนี้เป็นอะไร จึงไว้ใจกับคนที่ไม่สมควรวางใจ…เตชินทร์เป็นองค์ชายจากราชสำนักอื่น พวกเขาไม่สมควรสนิทสนม ไม่ควรพบปะพูดคุยหยอกล้อ แม้สถานะ ‘คนเลี้ยงหอย’ จะค้ำคอให้สนธยาต้องอยู่ที่อนันตราชต่อไป แต่ก็ไม่จำเป็นที่เตชินทร์ต้องเข้ามาข้องแวะข้องเกี่ยว เยี่ยมไข้ หรือพาเที่ยว


‘…เพราะที่ตำหนักอิฐไม่เคยมีแขกมาเยือน’


หรือเพราะเตชินทร์ไม่เคยมีแขกมาเยี่ยมเยียน จึงทำตัวไม่ถูกว่าควรจะต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอย่างไรให้อยู่ในความพอดี ถ้าเช่นนั้น ที่สนธยาไว้ใจกับคนไม่น่าวางใจอย่างเตชินทร์ก็คงเป็นเพราะไม่เคยไปเป็นแขกบ้านแขกเมืองของอาณาจักรใดกระมัง ทุกอย่างจึงได้อิหลักอิเหลื่อไปหมดแบบนี้


…เห็นที…เขาคงต้องเริ่มทำความคุ้นเคยกับการเป็น ‘แขก’ ให้มากกว่านี้ บางที อาจจะทำให้ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจคลายลงก็เป็นได้

………………………………
   

   เมืองหลวงของอนันตราชนั้นสมกับเป็นเมืองที่ถูกกล่าวขานว่า ‘ควรจะมาสักครั้งในชีวิต’ จัตุรัสกลางเมืองพลุ่กพล่านไปด้วยผู้คนมากมาย ส่วนหนึ่งคือนักท่องเที่ยว อีกส่วนคือชาวเมือง และที่ขาดไม่ได้ คือเหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่มาเปิดแผงขายของกันแน่นขนัดสองฝั่งของทางเดินเท้ากว้างขวางที่ถูกปูด้วยแผ่นหินไสจนเนื้อเรียบเป็นระนาบเดียวกัน


   “ที่นี่คือจัตุรัสกลางเมือง ทุกๆเจ็ดวัน จะมีข้าวของมาขาย แต่ถ้าเป็นวันอื่น ที่นี่คือที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นที่พบปะพูดคุย” ผู้นำเที่ยวกิตติมศักดิ์นามว่าเตชินทร์เอ่ยปากแนะนำ


   “ท่านเห็นบ่อน้ำพุที่กลางจัตุรัสนั่นไหม ตรงนั้นเป็นหนึ่งในสามตำนานรักของอนันตราชเชียวล่ะ”


   “ตำนานรัก?”


   คนเป็นเจ้าบ้านเจ้าเมืองพานำไปยังบ่อน้ำพุกลางจัตุรัส แม้ผู้คนจะพลุ่กพล่านไปเสียหน่อย แต่ก็เข้าไปใกล้บ่อน้ำได้อย่างไม่ยากไม่เย็น


   บ่อน้ำพุขนาดใหญ่เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กลางบ่อคือรูปปั้นสิงโตคู่ ตัวหนึ่งยืนองอาจ อีกตัวนั่งสงบเคียงข้าง เจ้าสิงโตตัวที่ยืนเป็นสง่ากำลังอ้าปากคล้ายจะคำราม สนธยาชะเง้อคอมองเข้าไปในปากสิงโต หากเป็นที่สมุทราซึ่งนิยมชมชอบการพนันขันต่อนั้น ชาวเมืองค่อนเกาะจะต้องมาต่อแถวเพื่อโยนอะไรสักอย่างไปที่ปากสิงโต โดยมีเดิมพันว่ามันจะเข้าหรือไม่ หากแต่ที่นี่…ที่อนันตราช…ในปากสิงโตว่างเปล่าไร้ของแสลง



   “มองอะไรหรือ? ท่านสน” เมื่อเห็นว่าคนข้างกายกำลังสนอกสนใจสภาพภายในปากรูปปั้นสิงโตเสียจนไม่ได้สนใจจะรับฟังสิ่งใด


   “เอ่อ…ก็…นึกว่าคนที่นี่จะชอบเสี่ยงดวงโยนอะไรเข้าปากสิงโตน่ะ” คนฟังถึงกับหัวเราะร่วน เตชินทร์ตั้งใจพาอีกฝ่ายมาที่จตุรัสกลางเมืองเพื่อบอกเล่าเรื่องราวความรักอันเป็นตำนาน แต่ดูเหมือนสนธยาผู้มาจากเกาะแดนใต้จะสนใจเรื่องที่เห็นแล้วจับต้องได้มากกว่ามานั่งฟังเรื่องเก่าเรื่องแก่ที่ไม่รู้ว่าถูกใส่สีตีไข่มามากมายเพียงใดแล้ว


   “แล้วนั่น…นั่นขายอะไรน่ะ ทำไมคนรุมกันเพียบเลย” แล้วเจ้าตัวก็หันไปสนใจแผงแม่ค้าใกล้ๆที่กำลังมีลูกค้ารุมล้อม แทนที่จะสนใจรูปปั้นสิงโตเสียแล้ว เตชินทร์ได้แต่ส่ายศีรษะไปมาน้อยๆ ที่ดูเหมือนแผนการพาสนธยาเข้าสู่ห้วงอารมณ์ลึกซึ้งจะไปไม่ถึงฝั่ง


   “ท่าทางจะขายอาหาร เหมือนได้กลิ่นหอมๆ”


   “ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปดูกันเถอะ” รูปปั้นสิงโตคู่ถูกเมินแน่นอนแล้ว และเตชินทร์ก็อยากตามใจอาคันตุกะคนพิเศษมากกว่าจะเหนี่ยวรั้งให้สนธยาต้องมาฟังเรื่องพร่ำเพ้อ นั่นประไร...พอชวนเข้าไปดู เจ้าตัวก็ยิ้มกว้างลิงโลดเชียว แบบนี้ล่ะ…ถึงได้ไม่อยากขัดใจ


   มือหนาหยาบรั้งแขนสนธยาเบาๆให้เดินเข้าไปดูแผงขายของที่กำลังถูกรุมล้อม กลิ่นหอมหวานของขนมจากเตาถ่านบนแผงค้าลอยเข้าจมูกเมื่อยิ่งขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น จนสนธยาต้องทำจมูกฟุดฟิดไปมา


   “หอมล่ะสิ”


   “อืม! ท่าทางจะน่าอร่อย” นอกจากจะสูดกลิ่นหอมเสียเพลินแล้ว เจ้าตัวยังชะเง้อคอข้ามไหล่ลูกค้าคนอื่นๆที่รุมล้อมเข้าไปยังแผง เห็นเป็นขนมสีเหลืองนวลรูปร่างแปลกตากำลังถูกแคะลงมาจากแป้นพิมพ์เหล็ก ในขณะที่สนธยากำลังมองแม่ค้าทำขนมเสียเพลิน ฝ่ายคนพาเที่ยวอย่างเตชินทร์ก็ขยับเข้าไปเจรจาซื้อขนมจากแม่ค้าสาวแล้วเรียบร้อย นางแย้มยิ้มรับคำ ก่อนจะห่อขนมสีเหลืองนวลด้วยกระดาษแล้วจึงส่งให้ในขณะที่ร่างสูงส่งเหรียญเงินเป็นการแลกเปลี่ยน


   “ลองชิมสิ” เขาว่าอย่างนั้น เมื่อจูงสนธยาพาออกมาจากแผงแล้วจึงยื่นขนมในมือไปตรงหน้า สนธยาบิขนมออกมาเล็กน้อย มันเป็นเนื้อแป้งนุ่มที่กำลังร้อนกรุ่นเพราะเพิ่งถูกแคะออกจากแป้นพิมพ์มาหมาดๆ สนธยาส่งมันเข้าปากอย่างรวดเร็วโดยไม่กลัวร้อน เพราะตอนนี้อากาศเย็นๆรอบกายทำให้เขาเริ่มโหยหาของร้อนๆมาให้ความอบอุ่น


   “เป็นอย่างไรบ้าง”


   “อร่อย” คนถูกถามตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างที่ทำเอาเตชินทร์มองเพลินจนคนถูกมองชักจะเริ่มร้อนวูบเสียววาบ ทั้งๆที่อากาศรอบกายเย็นจัด


   “เอ่อ…คือ…เรา…เรา…”


   “เห็นท่านชอบ เราก็ดีใจ” นอกจากสายตาแฝงแววหวานอย่างน่าประหลาดแล้ว คำพูดคำจาของเตชินทร์ก็ชักจะทำให้สนธยาคิดมากเข้าไปทุกที ร่างสูงโปร่งพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรักษาสติทั้งมวลให้อยู่กับตัวเอง


   …เตชินทร์เพียงแค่ทำหน้าที่เจ้าบ้านเท่านั้น ส่วนเขาก็เป็นแขกบ้านแขกเมือง…ฝ่ายนั้นมีนิสัยชอบหยอกล้อรักสนุก ไม่ได้คิดอกุศลมีจิตปฏิพัทธ์อะไรต่อกัน…ใช่ การกระทำของเตชินทร์ไม่ได้ต้องการสื่อความหมายใดมากไปกว่านี้…


   ท่าทางสูดลมหายใจเข้าออกราวกับเรียกสตินั้น ทำเอาเตชินทร์ได้แต่อมยิ้มบาง เขาไม่รู้ว่าสนธยากำลังทำอะไร แต่ดูเหมือนเจ้าตัวกำลังมุ่งมั่นมากทีเดียว


   “ไปดูที่อื่นต่อกันเถอะ แล้วประเดี๋ยวจะพาไปทานข้าวต้มเจ้าอร่อย รับรองว่าท่านต้องติดใจ” เขาเอ่ยชวน แล้วจับจูงแขนของอีกฝ่ายเดินฝ่าฝูงชนไปยังลานกว้างซึ่งไม่ไกลจากจตุรัสน้ำพุเสียเท่าไหร่

   
   ในลานกว้างที่มีแผงขายอาหารมากมาย ราวกับเป็นตลาดย่อมๆ ส่วนหนึ่งของลานถูกใช้จัดเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้ซึ่งคนซื้อสามารถเลือกซื้ออาหารจากแผงค้ามานั่งรับประทานตรงโต๊ะใดก็ได้แล้วแต่อัธยาศัย


   “ที่นี่คือตลาดโต้รุ่ง ขายแต่อาหาร ตั้งแต่ดึกไปจนถึงรุ่งสาง”


   “แล้วมีคนซื้อหรือ?!” ตอนนี้เพิ่งจะหัวค่ำ ผู้คนก็ยังขวักไขว่กันหนาตาหรอก แต่ลองค่อนคืนไปแล้ว สนธยาก็คิดว่ามันน่าจะเปลี่ยวเหงาและวังเวงเพราะใครๆต่างก็ต้องกลับเข้าเรือนเพื่อพักผ่อนกันทั้งนั้น


   “ที่นี่ใกล้ท่าเรือ แล้วเรือก็เข้าตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ยิ่งดึกๆยิ่งคึกคัก เพราะพวกลูกเรือที่มากับเรือเที่ยวกลางคืนจะมาเดินกันให้พรึบ”


   “อย่างนี้นี่เอง นี่ถ้าเราเอากลับไปทำที่สมุทราบ้าง ก็น่าจะดี ที่สมุทราก็มีเรือเข้าทั้งกลางวันกลางคืนเช่นกัน” สนธยาเปรยด้วยเพราะนึกชอบในเรื่องตลาดโต้รุ่งเช่นนี้ ทว่าคนฟังกลับนิ่งงัน


   “ท่าน…จะกลับสมุทราหรือ?”


   “กลับสิ ท่านนี่ถามประหลาด แล้วไหนร้านข้าวต้มเจ้าอร่อยที่ท่านว่าล่ะ เราเริ่มหิวแล้ว” สนธยามองซ้ายขวาหาร้านข้าวต้มเจ้าอร่อยอย่างที่อีกฝ่ายแนะนำเอาไว้ ทว่ากวาดตาได้แค่สองสามครั้ง แรงรั้งที่ต้นแขนก็ทำเอาต้องหันกลับมามอง


   “ท่านอยากกลับสมุทราหรือ” เตชินทร์ถาม ดวงตาคมที่มักจะทอดแววหวานกลับกลายเป็นแฝงรอยเศร้าเอาไว้เสียจนสนธยานิ่งไปเล็กน้อย ทว่าก็ยังทำเป็นยิ้มกว้างตอบกลับไป


   “ก็สมุทราเป็นบ้านของเรา…”


   “แล้วอนันตราชเป็นบ้านอีกหลังของท่านไม่ได้หรือ อนันตราชขาดเหลืออะไรที่ท่านต้องการบ้าง บอกเราได้ไหม เราจะได้ปรับปรุงให้ที่นี่มีเทียบเท่าที่สมุทรามี”


   “ท่านเตช…”


   “เราแค่อยากให้ท่านเปิดใจยอมรับอนันตราชบ้าง สมุทราอาจเป็นบ้านเกิด แต่ให้อนันตราชเป็นบ้านอีกหลังของท่านได้ไหม ไม่ต้องรักอนันตราชเท่ากับที่รักสมุทรา แต่…แค่คิดถึงอนันตราชบ้างก็เท่านั้น” สนธยานิ่งไป เขาอยากค้านสุดใจว่าจะให้คิดถึงอนันตราชทำไม ในเมื่อเขาไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับอนันตราชเลยแม้แต่นิดเดียว ทว่า…ไม่ทันจะได้พูดอะไร บุรุษผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาพวกเขาสองคน


   …สมิตนั่นเอง…


   “องค์ชาย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพระเจ้าค่ะ!!” สมิตรายงานเสียงเบาจนแทบกระซิบ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้พระกรรณองค์ชายหนุ่มแห่งอนันตราชแล้วกระซิบทูลความ และเพียงรายงานสั้นๆจากปากของนายทหารคนสนิท ก็ทำเอาดวงเนตรขององค์ชายเตชินทร์ถึงกับเบิกโพลง ก่อนที่โอษฐ์หนาสีแดงสดจะเปล่งเสียงออกมาให้สนธยาที่ยืนเคียงข้างนิ่งงันไม่ต่างกัน


   “อะไรนะ! หอยป่วย!!”



ติดตามตอนต่อไป (จันทร์หน้าค่ะ)
ขอโทษที่ผิดนัดนะคะ :hao5:
เมื่อวันเสาร์ไปงานซ้อมรับปริญญาเพื่อนมา เหนื่อยสายตัวแทบขาด วันอาทิตย์ก็ติดธุระ แถมคอมก็เกเรมากมาย จะชัทดาวน์ตัวเองอย่างเดียว วันนี้มันไม่เกเรแล้ว เลยรีบวิ่งมาลงโดยไว

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและพื้นที่บอร์ดมากๆนะคะ วันนี้เหนื่อยมากเลยยยยย อาชีพพนักงานกินเดือนนี่มันปวดร้าวแสนสาหัสจริงๆ

แล้วเจอกันใหม่ วันจันทร์หน้านะคะ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ท่านเตชขยันหยอดอย่างนี้ ท่านสนเริ่มร้อน ๆ หนาว ๆ แล้วสิ
โถ ๆ คุณหอยบรรดาศักดิ์ล้มป่วยซะแล้ว

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4377
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
กรี๊ดดด หอยป่วยยยยยย
เอาแล้วไง
รีบหาหมอมารักษาหอยเร็วๆๆๆๆ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด