มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งหลัง๒๐%) [๒๔ ก.ย. ๒๕๖๒]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งหลัง๒๐%) [๒๔ ก.ย. ๒๕๖๒]  (อ่าน 646735 ครั้ง)

ออฟไลน์ R.michi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
เมื่อไหร่จะมาาาาา :sad4: :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ 404notfound

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 5
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
คิดถึงเรื่องนี้ที่สุด 
สงสารอยากจะร้องไห้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้
ไอ้ลอยมันจะไปเป็นพระเอกเรื่องใหม่
แต่เรื่องนี้เอ็งเลวมาก อ้ายชั่ว
สมควรถูกพี่สิงห์จัดการ
หม่อมย่าทำไมจับเขาพรากกันแบบนี้มันบาปนะคะ
สงสารมันเสียใจที่สุด อยากให้เขาอยู่ด้วยกัน
 :sad4: :sad4: :sad4: :sad4:

ออฟไลน์ awila

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
กลับมาอ่านอีกรอบ เจออัพเดทพอดี ไม่คิดว่าคุณดอกไม้จะมาต่อดีใจมาก
ตอบจบจะจบยังไงเราก็รับได้ค่ะ ด้วยความต่างของฐานะและยุคสมัย เราทำใจได้ถ้าจะจบแบบไม่แฮปปี้ ถึงแม้จะแอบหวังว่านิยายนี้จะจบแบบนิยายไม่อิงหลักควาาจริงก็ตาม555
คิดถึงเรื่องนี้มากจริงๆ มาต่อไวๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่าา

ออฟไลน์ Damon

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 398
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-2
มาดันค่ะ รอเสมอ ขำอีลอย

ออฟไลน์ noina

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 718
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
คิดถึงเรื่องนี้จัง

ออฟไลน์ lanlanmai

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :o12: ไม่เจอนิยายดีๆแบบนี้มานานแล้วค่ะ ฟินคู่สิงห์จ้อย แต่เศร้าคู่คนึงเล็กเหลือเกิน

ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
คิดถึงจังเลยค่ะ  :ling3:

ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
เล็กจะเป็นยังไงน้อ

ออฟไลน์ XVIII.88

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
    • XVIII.88
คิดถึงแล้วหนาแก้วตา  :hao5: :hao5:

จะอ่านอีกรอบก็สงสารตัวเอง  :ling2:

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +325/-1
บทที่ ๓๖

ไม่มีวัน

(ครึ่งแรกจ้า  :L2:)

สิ้นกันแล้วเรา สิ้นความมัวเมา สิ้นคำบัญชา
สิ้นความรัก สิ้นเมตตา สิ้นวาสนากันที



“คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย มีมติให้ปลดอาจารย์คนึง วนาสัยออกจากราชการ”
   
ถ้อยคำจากตัวแทนสำนักงานเขตยังกึกก้องอยู่ในหัวอาจารย์ปรีชาไม่วางวาย    

ข้าราชการครูที่กระทำการอันไม่สมควรทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นอกจากนั้นยังเป็นความผิดทางอาญาเสียด้วย  คนึงได้รับการลงโทษทางอาญาไปแล้ว และการลงโทษทางวินัยก็ตามมาติดๆ ชนิดไม่ให้เวลาหายใจหายคอกันบ้างเลย

“กรณีที่ครูล่วงละเมิดทางเพศนักเรียนถือเป็นเรื่องล่อแหลมมาก และเป็นเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่มีการลดโทษให้อย่างแน่นอน อย่างต่ำต้องถูกปลดออกจากราชการ ซึ่งหากผู้บังคับบัญชาปิดบังพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาก็จะต้องได้รับโทษด้วย”
   
ผู้อำนวยการโรงเรียนฝึกหัดครูเอนหลังพิงเก้าอี้ในห้องทำงาน ระบายลมหายใจอย่างหดหู่  เหม่อมองไปยังเสาธงที่เพิ่งถูกเชิญธงลงจากยอดเสา อาคารเรียนไม้ถูกแสงอัสดงย้อมเป็นสีทองอร่าม หรือนอกจากคนึงแล้ว เขาเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเรื่องอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปกครองของตนด้วย

“เพราะเราต้องการให้วงการครูมีความโปร่งใส ซึ่งโทษขั้นต่ำคือไล่ออกและไม่มีการลดหย่อน เพราะข้าราชการครูไม่เพียงแต่มีวินัยข้าราชการกำกับ แต่ยังมีเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครูที่ต้องยึดถืออีกด้วย” 
   
อดนึกถึงคู่รักคู่วิปโยคไม่ได้ คนหนึ่งก็ถูกจองจำอยู่ในโรงพัก ส่วนอีกคน.. ก็มีตรวนที่มองไม่เห็นอันมีนามว่าเกียรติแห่งศักดินาผูกมัดไว้แน่น หม่อมดารามีบัญชาให้กักบริเวณผู้เป็นหลานไว้แต่ในเรือนพักผู้อำนวยการ แม้ก้าวเดียวก็มิอาจย่างกรายออกมาได้เพราะนอกจากลงทุนมาเฝ้าหลานด้วยตัวเองแล้ว ท้าวเธอยังสั่งลูกน้องผัว.. เอ๊ย ลูกน้องสวามีมาเดินคุมเชิงกันให้รอบเรือนยังกะควบคุมตัวนักโทษอุกฉกรรจ์ก็มิปาน

***********************************

ห้องรับรองแขกของอาจารย์ปรีชาต้องกลายสภาพมาเป็นห้องขังของหม่อมราชวงศ์เลอมานโดยชั่วคราว ผู้ที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วถูกอำนาจศักดินาบันดาลให้เป็นผู้เสียหายจากคดีฉาวโฉ่ บัดนี้.. เมื่อมาอยู่ต่อหน้าผู้เป็นย่าเพียงลำพัง เลอมานก็ไม่ต่างอะไรกับจำเลยดีๆ นี่เอง ถูกซักเสียจนเปื่อยเป็นกระดาษเช็ดน้ำตา

“คนเป็นครูบาอาจารย์ควรสั่งสอนนักเรียน ไม่ใช่มาล่อลวงนักเรียนตัวเองให้หลงผิด” พระชายาในกรมหลวงบูรพฯ ตราหน้าอาจารย์อัปรีย์ด้วยความโกรธเกรี้ยว “ดีที่มันยอมสารภาพแล้วว่าเป็นฝ่ายล่วงละเมิดเรา ยอมง่ายๆ แบบนี้ก็ดี”

“สารภาพอะไรกัน” หัวอกเลอมานแหว่งวิ่นเป็นริ้ว ทวงถามเสียงสั่นพร่า คราบน้ำตายังไม่จากจากแก้มด้วยซ้ำ “ทำไมอาจารย์พูดแบบนั้น”

หม่อมย่าหันมา นัยน์ตาโกรธเกรี้ยวดั่งสุมไฟ “เราก็อีกคน พ่อตัวดี! อย่ามาตีหน้าแบบนี้ให้ย่าเห็นนะ!” ปลายนิ้วเหี่ยวย่นประดับแหวนเพชรจิ้มหน้าผากหลานจนหน้าหงาย “ก่อเรื่องเสื่อมเสีย ทำให้ย่าขายหน้า นักข่าวไม่แห่กันมาสาวไส้ก็บุญหัว ย่าลงทุนลงแรงไปตั้งเท่าไร กว่าจะทำให้คนเขาเชื่อว่าเราถูกครูสารเลวนั่นล่อลวง เราอย่ามาทำให้เสียเรื่อง!”

“เล็กไม่ได้ถูกล่อลวง! เรารักกัน!” หนุ่มน้อยประท้วงทันควัน “เล็กเป็นคนเข้าหาเขาก่อนด้วยซ้ำ”

“พูดออกมาได้ไม่อายปาก! ทรพี!” ท้าวเธอสั่นสะท้านทั่วสรรพางค์กาย หน้าแดงก่ำด้วยโลหิตสูบฉีด “อยู่แต่ในนี้ไปเถอะ! จนกว่าย่าจะจัดการเรื่องนี้จบ อย่าฝันเลยว่าจะได้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน ”

หม่อมดาราก้าวฉับออกจากห้องราวกับทนอยู่ดูหน้าหลานอีกต่อไปไม่ได้แม้วินาทีเดียว ก่อนประตูไม้เก่าจะปิดลงดังปัง เลอมานเห็นชายฉกรรจ์ในเครื่องแบบทหารยืนคุมเชิงอยู่หน้าห้องสองคน หม่อมราชวงศ์หนุ่มซบหน้าลงโศกกำสรด เสียงลั่นดาลกุญแจจากด้านนอกราวกับจะบีบหัวใจเขาให้แหลกสลายป่นปี้

ขอบฟ้าเบื้องตะวันตกเป็นสีแดงแกมเหลืองดั่งเป็นแผลช้ำเลือด สีเดียวกับหัวใจเขาเวลานี้หรือเปล่าหนอ เสียงแจ้วๆ ของฝูงนกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่ากลับเงียบหาย เสียงหรีดหริ่งเรไรร้องรับรัตติกาลมาแทนที่ นกยังบินกลับรังกลับคอน แล้วรังหัวใจของเขาเล่าอยู่แห่งหนใดกันแน่  อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจนพบรังที่ปรารถนาจะพิงพักจนวันตาย แต่เหตุใดจึงกลับกลายมาเป็นเช่นนี้  ความฝันที่จะอยู่ที่นี่เคียงข้างอาจารย์จนวันตายจะเป็นได้เพียงความฝันเท่านั้นหรือ

***********************************

ลมหัวค่ำโชยมาพร้อมเสียงนกกาบินกลับรัง  เงาขมุกขมัวโรยม่านสีดำลงมาจนท้องฟ้ามืดมิด  หากโรงสีใหญ่ของนางพูนทรัพย์ยังวอมแวมแสงไฟที่สว่างออกมาจากในออฟฟิศ
   
คุณนายนั่งปักผ้าอยู่บนเก้าอี้โยกสบายใจ  ตั้งแต่ลูกชายมารับผิดชอบงานในโรงสีให้ แกก็มีเวลาพักผ่อนนั่งๆ นอนๆ กับเขาบ้าง หลังจากหน้าดำคร่ำเครียดอยู่กับกองตัวเลขมาค่อนชีวิต

จ้อยนั่งซึมกระทืออยู่กับกองสมุดบัญชีไม่พูดไม่จา  นิ่งเงียบอยู่เช่นนั้นตั้งแต่ลากสังขารซังกระตายกลับมาหลังเลิกเรียน  เมื่อพี่สิงห์มาดูแลโรงสี  เมียกำนันก็ให้จ้อยติดตามมาด้วย  แกบอกว่าจ้อยเป็นคนละเอียดรอบคอบ  ควรมาช่วยพี่เขาทำบัญชี  จ้อยจึงเข้านอกออกในประหนึ่งเป็นลูกสะใภ้.. เอ๊ย ลูกชายคุณนายพูนทรัพย์อีกคนหนึ่งก็มิปาน

“ครู มาช่วยสนเข็มให้ป้าหน่อย” คุณนายเรียกจ้อย  หนุ่มน้อยวางปากกาในมือลงเดินไปสนด้ายสีแดงใส่รูเข็มให้แก  บนตักหญิงกลางคนมีปลอกหมอนสีขาวสะอาดปักลายดอกไม้สดใส  แกเคยบอกว่าปักให้พี่สิงห์ใบหนึ่ง  พอดีด้ายเหลือเลยจะปักให้จ้อยอีกใบด้วยเอาบุญ

“เฮ้อ..” ผู้มากวัยกว่าถอนใจ  แกเห็นหน้าเงื่องหงอยของจ้อยแล้วคงเดาอะไรได้ไม่ยาก “คิดมากเรื่องเพื่อนสิท่า”

จ้อยพยักหน้าหงึก  และพอมืออวบอูมยื่นมาลูบหัว  นักเรียนครูก็ทรุดกายลงนั่งพับเพียบกับพื้นเคียงข้างกัน 

“ท่านชายเล็กไม่ควรที่จะคิดสั้นอย่างนี้” แม่พี่สิงห์รู้ข่าวก่อนจ้อยจะเล่าให้ฟังเสียอีก หม่อมดาราพาตำรวจมาลากคออาจารย์คนึงเข้าคุกทั้งที  มันเรื่องเล็กอยู่หรือเล่า  คนเขาโจทย์กันให้ค่อนทั้งบาง “ความรักของคนในวัยนี้น่ะมันจะจีรังไปได้สักเท่าไร ถ้าเจ้าตัวไม่เกิดระหองระแหงจนตัดสวาทกันขึ้นเองผู้ใหญ่ก็มักจะช่วยตัดให้อยู่ดี”

จ้อยสะอึกลึกในอก  ถ้าป้าทรัพย์รู้ว่าเมื่อคืนพี่สิงห์กับจ้อยทำอะไรกันไปบ้างจะยังเมตตาลูบหัวจ้อยลงอยู่ไหม 

“แล้วเอ็งได้ตรัสอะไรกับเพื่อนบ้างหรือเปล่าล่ะ” เวลาผ่านไป  คุณนายก็ยังใช้ราชาศัพท์ผิดๆ ถูกๆ

“ชายเล็กถูกกักบริเวณอยู่แต่ในห้องเสียแล้ว” จ้อยตอบเสียงอ่อย “ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้คุยกันอีกเมื่อไร”

สองคนสองวัยนั่งคุยปรับทุกข์กันอยู่เช่นนั้น  จนได้ยินเสียงคนงานจอแจมาจากตีนท่า  บ่งบอกว่าพี่สิงห์ของจ้อยกลับมาจากไปคุมเรือรับซื้อข้าวเปลือกที่ผักไห่แล้ว 

หนุ่มน้อยกระวีกระวาดลุกขึ้นเตรียมน้ำมาต้อนรับ  ร่างองอาจผึ่งผายเดินผ่านประตูเข้ามาพลางปาดเหงื่อบนใบหน้าคมคร้ามด้วยแขนเสื้อ  มือใหญ่รับขันน้ำฝนเย็นชื่นใจที่จ้อยส่งให้ไปดื่มรวดเดียวแทบหมดขันก่อนส่งคืนตาเชื่อม  นี่ถ้าแม่ไม่นั่งหัวโด่อยู่  คงได้รวบตัวเมียไปกอด หอมเอาๆ ทั้งแก้มซ้ายขวาแล้ว

บทจะเอางานเอาการพี่สิงห์ของจ้อยก็จริงจังพอตัว  จ้อยได้แต่ลอบมองยิ้มๆ ตอนสองแม่ลูกเขาคุยเรื่องงานกัน “รับจ้างเกี่ยวข้าวใกล้จะหมดหน้าแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีพวกเผาถ่าน หรือตัดไม้ส่งให้เราทอนเป็นฟืน”

เจ้าแม่เงินกู้เบ้หน้าเมื่อได้ยินชื่อสิ่งของด้อยค่าอย่างถ่านอย่างฟืน “จะได้อัฐสักเท่าไรเชียว”

“อะไรได้เงินก็ต้องเอาไว้ก่อน” พี่สิงห์ว่า แต่ประโยคถัดมาปรายตามาทางจ้อย “เก็บเงินแต่งเมีย”

จ้อยถลึงตาใส่แทบพลัดจากเบ้า พูดจาประเจิดประเจ้อ! 

แต่พอมองไปทางคุณนาย กลับชื่นชมลูกชายไปตามเรื่อง มันก็ปกติของชายหนุ่มที่หน้าที่การงานลงหลักปักฐานมั่นคงแล้วจะคิดเรื่องมีครอบครัว  มิได้ระแคะระคายอะไรสักน้อย เฮ้อ! โล่งอก!

“ครูจะนอนที่นี่หรือจะกลับไปหายาย” ป้าทรัพย์หันถามจ้อยขณะเก็บของเตรียมกลับเรือนกำนัน  น้าเวกคงนั่งตบยุงรออยู่ที่ท่า
“ดึกแล้วนอนนี่ดีกว่า  อยู่เป็นเพื่อนพี่สิงห์เขา” แกเชื้อเชิญด้วยเอ็นดู  ความจริงแล้วจ้อยก็นอนค้างที่นี่มากกว่าที่บ้านตัวเองเสียอีก

เกือบพ้นธรณีประตูไปแล้วคุณนายเพิ่งนึกขึ้นได้ “ความจริงยายช้อยก็แก่แล้ว  ย้ายมาอยู่บ้านป้าก็ได้จะได้มีคนดูแล  ป้าจะได้มีคนอยู่เป็นเพื่อน  ครูก็ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา”

“จริงหรือแม่!” สิงห์ดีใจเป็นล้นพ้น  จ้อยหยิกเข้าให้จนสะดุ้ง  อย่าออกนอกหน้าให้มันเกินไปนัก

“ลุงกำนันจะไม่ว่าอะไรหรือจ๊ะ” ความเจียมตนสั่งให้จ้อยถามออกไป   

“โอ๊ย! รายนั้นจะไปว่าอาไร๊” แกว่าเสียงสูง “เผลอๆ จะดีใจจนกระโดดโลดเต้นสิไม่ว่า”

ดอกไม้ความสุขค่อยๆ ผลิบานขึ้นในใจจ้อย  ต่อแต่นี้ยายจะได้ไม่ลำบาก  และจ้อยก็จะมีเวลาดูแลทั้งยายทั้งป้าทรัพย์โดยไม่ต้องพายเรือไปๆ มาๆ ให้เหนื่อยอีกต่อไป  อะไรก็ไม่สำคัญเท่า.. จ้อยจะได้อยู่ใกล้ๆ คนที่จ้อยรัก..

จ้อยเหลือบมอง ‘คนที่จ้อยรัก’ จึงรู้ว่าอีกฝ่ายมองมาอยู่ก่อนแล้ว  แขนกำยำวาดลงโอบไหล่เล็กบางเอาไว้ ดูเผินๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากพี่ชายโอบไหลน้องน้อย

“แม่ไปล่ะ  ดูน้องด้วยนะตาสิงห์” ป้าทรัพย์มองพี่สิงห์แล้วก็มองจ้อยด้วยสายตาสื่อความหมายบางอย่าง “ครู.. ฝากพี่เขาด้วยนะ” 

คล้อยหลังเจ้าแม่เงินกู้ไม่ทันไร  ลูกชายตัวดีของแกก็หับประตูหน้าต่างเสียสนิท  ก่อนรวบตัวจ้อยไปกอดแน่น  หอมเอาๆ ทั้งแก้มซ้ายขวาอย่างกะตายอดตายอยาก คนอะไรมือหนักตีนหนัก  จ้อยจะน่วมไปทั้งตัวอยู่แล้ว 

“อย่านะ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดี” มือเล็กยันปลายคางสากออกห่าง  ไม่ได้เล่นตัว  แต่จ้อยอารมณ์ไม่ดีจริงๆ “จ้อยเป็นห่วงเล็กกับอาจารย์”

พี่สิงห์คงรู้ข่าวแล้ว  ในดวงตาสีสนิมเหล็กจึงสลดวูบลง  กับเลอมานเขาก็สนิทกันฉันท์มิตร  รู้ว่ามิตรทุกข์อย่างนี้เลยพลอยทุกข์ใจกันไปด้วย  นิ่งฟังเสียงลมหายใจกันอยู่สักพัก  อยู่ดีๆ พี่ก็โพล่งขึ้นทำลายความเงียบงัน  “พี่มีของมาให้จ้อยด้วย!”

คนตัวโตกุลีกุจอออกไปข้างนอก  สักพักก็กลับเข้ามาพร้อม.. กรงนก? กรงนกนั่นแหละ ถึงจะมีผ้าคลุมอยู่  แต่จ้อยก็ดูออกว่ามันคือกรงนก  จ้อยได้แต่มองพี่ด้วยความไม่เข้าใจ  นี่ไปเก็บนกตกรังมาจากไหนอีกล่ะหือ 

มือใหญ่ดึงผ้าคลุมกรงออก  จ้อยจึงได้เห็นมัน  นกเอี้ยง!  ปีกสีน้ำตาลเข้ม  ใต้ตาสีเหลืองสดตัดกับขนดำขลับที่หัวอย่างสะดุดตา  มันเอียงคอมองจ้อยด้วยลูกตาใสๆ น่าเอ็นดู “ดีเลย จ้อยเป็นนกเอี้ยง” จ้อยกอดกรงมันเอาไว้  รอยยิ้มค่อยระบายในหน้า “งั้นพี่ก็เป็นควายเฒ่าสิ เนอะ”

“ถ้าได้อยู่กับจ้อยตลอดไป ให้เป็นวัวเป็นควายพี่ก็ยอม” ดวงตาที่มองมาหวานยิ่งกว่าจาวตาลเชื่อม มืออบอุ่นลูบผมจ้อยเบาๆ “มันพูดได้ด้วยนะ”

“หือ” จ้อยวางกรงไอ้เอี้ยงลงบนตั่ง ก่อนนั่งลงข้างมัน  พี่สิงห์นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นไม่ห่างกัน

“เรียกมันสิ เอี้ยงจ๋าๆ” พี่คะยั้นคะยอ

จ้อยว่าง่ายขึ้นมาทันที ทำเสียงเล็กเช่นเวลาคุยกับเด็กน้อยเรียกเอี้ยงจ๋าๆ ตามพี่บอก  จนนานสองนาน เอี้ยงจ๋าก็เอาแต่มองมาตาปริบๆ   

“มันพูดได้จริงหรือ” หนุ่มน้อยชักไม่แน่ใจ 

“จริง! พี่สอนมันอยู่ตั้งนาน”

“หรือมันค่ำแล้ว  เอี้ยงมันง่วงหรือเปล่า” จ้อยตั้งข้อสงสัย ความจริงถึงมันจะพูดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สิ่งใดที่พี่เอามาให้ จ้อยรักหมดทุกอย่างนั่นแหละ “ไม่เล่นแล้ว จ้อยไปหาอะไรให้มันกินดีกว่า”

คนเสียหน้าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่นก “ไอ้เอี้ยง มึงจะพูดหรือไม่พูด” มือหยาบใหญ่แทบเขย่ากรงกึงๆ “ถ้าไม่พูดพรุ่งนี้หลวงพ่อได้ฉันแกงป่านกสับแน่”

จ้อยส่ายหน้าระอา  หันไปเก็บเอกสารบนโต๊ะทำงานให้เรียบร้อยดีกว่าฟังคนบ้าเถียงกับนก  สักพัก.. เสียงใสเจื้อยแจ้วก็แว่วมา..

รักคู้... รักคู้...

หนุ่มน้อยหันไปมองอย่างพรึงเพริด  ดวงตากลมใสเบิกกว้าง  เจ้าเอี้ยงตัวน้อยยังขับขานไม่หยุดราวกับมันพูดได้อยู่แค่นี้ รักคู้.. รักคู้..

“กว่าจะพูดนะไอ้นกโง่ เล่นเอากูเหงื่อตก” พี่สิงห์ปาดเหงื่อ มองจ้อยด้วยดวงตาพราวระยับ

รักคู้..

รักครู.. สินะ..

“พี่นั่นแหละโง่” แก้มขาวๆ แดงซ่านจนต้องก้มหน้างุด ทำเป็นนั่งเล่นกับนกแก้เขิน “คำง่ายๆ แค่นี้พูดเองก็ได้ ไม่เห็นต้องไปลำบากเอี้ยงมัน”

“ความจริงพี่ก็บอกจ้อยทุกวันอยู่แล้ว จ้อยไม่รู้หรือ” คนตัวโตคุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้า คว้ามือจ้อยไปแนบแก้ม

“ชีวิตพี่มันไร้ค่ายิ่งกว่าสะเก็ดตีนเมรุ จนมีจ้อยมาช่วยทำให้เป็นผู้เป็นคน” ริมฝีปากร้อนผ่าวกดจูบลงกลางฝ่ามือเล็ก  ในดวงตาที่มองสบมา  มันไม่ใช่เพียงความหวาน  มันมีความซื่อตรง คงมั่น พร้อมจะมอบกายถวายชีวิตลงแทบตักจ้อย 

ความรู้สึกที่อ่อนบางเหมือนใยน้ำค้างขาวนวลบนยอดหญ้าถ่ายเทสู่ใจจ้อยจนเต็มตื้น  นักเรียนครูก้มลงไปกอดร่างกำยำไว้เต็มอ้อมอก  น้ำตาแห่งความสุขใช่ไหมที่คลอหน่วยตาจนแสงไฟฝ้าฟาง  จ้อยจะอยู่กับพี่.. จะดูแลพี่ตลอดไป.. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจ้อยก็ไม่กลัวทั้งนั้น 

ขอเพียงจ้อยได้อยู่กับพี่..

“จ้อยสอนมันพูดบ้างได้ไหม” นักเรียนครูอมยิ้มเขินอาย โน้มหน้าลงไปข้างหูพี่ กระซิบคำคำหนึ่งแผ่วเบา 

พี่ได้ยินพลันตาลุกวาว  ก่อนโจนเข้าใส่น้องทั้งตัวจนพากันล้มลงบนตั่งไม้สักกว้าง  ริมฝีปากร้อนผ่าวจูบเอาๆ อย่างย่ามใจ 

“อย่านะ!” จ้อยยันอกผึ่งผายออกห่างแทบไม่ทัน คนอะไรใจเร็วใจร้อน ไม่ให้เวลาหายใจหายคอกันมั่ง “เดี๋ยวคนเห็น”

“ใครหน้าไหนมันจะเข้ามา เขารีบกลับบ้านไปนอดกอดเมียกันหมดแล้ว”

จ้อยปัดป้องพอเป็นพิธี “ถ้าพี่ไม่อายคน ก็อายเอี้ยงมันบ้าง”

พี่สิงห์สลัดเสื้อออกทางหัวรวดเร็ว  เดินเอาไปคลุมกรงไว้  ก่อนหันมายิ้มเผล่ “แค่นี้มันก็ไม่เห็นแล้ว”

น้องส่งยิ้มเจิดจ้าให้พี่  อ้าแขนรอรับร่างกำยำที่ถาโถมลงมา

จ้อยเจ็บปวดทรมานมานานเหลือเกิน  ถูกรังแกมานักต่อนักเสียจนหัวใจป่นปี้  แต่นับจากนี้ชีวิตจะมีแต่แสงตะวันสาดส่อง  โลกจะไม่มืดมนอีกต่อไป 

***********************************

(มีต่อจ้า :hao7:)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +325/-1
เดือนครึ่งดวงโผล่พ้นขอบเมฆพร้อมเปล่งแสงจ้า ค้างคาวแตกพรูลงจากปลายตาลพร้อมส่งเสียงแคว๊กๆ  หัวลมยามดึกกระโจนลงจากยอดไม้ พัดหวือหวิวผ่านช่องลมเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมจนผิวกายอาจารย์หนุ่มสะท้าน

คนึงกระสับกระส่ายห่วงหน้าพะวงหลัง ยากจะข่มตาหลับลง แสงเดือนที่สาดเข้ามาช่างสลัวเย็นชืดไร้ชีวิตชีวาราวกับหว่านโปรยความโดดเดี่ยวให้เขาโดยเฉพาะ แล้วอกใจเขาก็ไหวยะเยือกขึ้นด้วยอาการหวั่นวิตกอะไรบางอย่าง ราวกับกองทุกข์ที่นั่งจมอยู่นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด 

จันทร์เอยเคยเปล่งแสงนวลจ้า  บัดนี้ราวกับมีหยาดน้ำตาเคลือบจนริบหรี่  หนูเล็กของครู.. มองพระจันทร์ดวงเดียวกันกับครูอยู่ไหม  ป่านฉะนี้คนดีของครูจะเป็นอย่างไรบ้าง

สุดปัญญาของพี่แล้ว.. จันทร์เจ้าเอย..

***********************************

เลอมานเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ข้าวปลาไม่กิน ไม่เสวนากับผู้ใด  รู้สึกเหมือนทิศทั้งแปดมืดมิดและเงียบสงัดราวกับป่าช้า เสียงสะอึกสะอื้นดังระงมในหัวอก น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด นับแต่นี้ชีวิตอาจารย์และเขาจะเป็นอย่างไร อนาคตที่เคยวาดฝันร่วมกันไว้จะมีทางเป็นจริงไปได้หรือ  หรีดหริ่งเรไรกรีดปีกร้องโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ใจเขาไหวหวั่นจวนจะขาด ราชนิกูลหนุ่มเยี่ยมหน้าฝ่าความมืดออกไปนอกหน้าต่าง วาดหวังว่าจะเห็นคนรักเดินกลับมา แต่กลับไม่มีอะไรเคลื่อนไหวแม้จะจ้องอยู่นานแล้ว  เขาแหงนหน้าขึ้นมองหมู่ดาวที่โปรยแสงระยิบระยับบนฟ้าดำ ก่อนซบหน้ากับสองฝ่ามือสั่นระริกร้อนผ่าว เสียงสะอึกสะอื้นครวญแผ่วขึ้นอีกครั้ง

จนเมื่อไก่เริ่มขันรับวันใหม่ อากาศเช้าตรู่เย็นเยือกลิ้มเลียอยู่ทั่วไป ลมบางเบาโบยโบก เงาขมุกขมัวคลี่คลายออกเชื่องช้า ขอบฟ้าด้านตะวันออกแจ่มกระจ่าง ประดับแสงเงินแสงทองระยิบระยับ ไก่ตบปีกแล้วขันอำลาขึ้นเจื้อยแจ้ว เลอมานจึงค่อยลุกจากพื้นที่นั่งกอดเข่าพิงฝามาเงียบๆ ทั้งคืน จิตใจยังสลึมสลัว ระเหระหน เด็กหนุ่มหลับตาลง ก่อนลืมขึ้นอีกครั้งเพื่อให้ชินกับแสงสว่างที่ค่อยๆ ง้างตีนฟ้าขึ้น

ในเช้าที่ฟ้าแจ่มใสเช่นนี้ จิตใจเขากลับหมองมัวเหลือจะกล่าว เด็กหนุ่มอยากอยู่นิ่งๆ เหม่อมองท้องฟ้าสุดไกล เฝ้ามองดวงตะวันขึ้นแล้วตก ตกแล้วขึ้น หมกมุ่นอยู่กับความคิดเดียวดายโดยไม่แตะต้องอาหารใดๆ ทั้งสิ้น

กงล้อแห่งเวลาหมุนไปข้างหน้าไม่หยุดยั้ง โลกยังหมุนรอบตัวเองและดวงอาทิตย์ไม่แปรเปลี่ยน จะมีก็แต่สรรพสิ่งและผู้คนบนโลกใบนี้เท่านั้น.. ที่ผันแปรเปลี่ยนไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เลอมานต้องกินน้ำตาต่างข้าวมาเป็นเวลาสามวันจนผ่ายผอม  ในหัวอกหนุ่มน้อยจะหาความรู้สึกอื่นนอกจากความห่วงหาและความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาเป็นไม่มีอีกแล้ว  จนบางคราวนึกอยากจะหลับไปแล้วไม่ขอตื่นขึ้นมาอีกเลย

เสียงดุเหว่าแว่วมายามรุ่งสาง พร้อมๆ กับเสียงหวูดรถไฟถอนสะอื้น แผ่วครวญหวนเศร้า ฟังแล้วอาดูรจับใจ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น  เลอมานไม่มีแม้กะใจจะหันไปมอง คงมิแคล้วหม่อมย่า หรืออาจารย์ปรีชา ไม่ก็พลทหารบริวารสักคนนำอาหารเช้าเข้ามาให้อย่างเช่นทุกวัน

“เอากลับไป ผมไม่หิว” ราชนิกูลหนุ่มกล่าวทั้งที่สายตายังจับจ้องตะวันสีหมากสุกลอดทิวไม้มาอาบท้องทุ่งเป็นสีทองอร่าม ครั้งหนึ่งว่าวสีขาวของเขากับอาจารย์เคยโบยบินอยู่บนผืนฟ้านั้น มันช่างเป็นอิสรเสรี

“จ้อยเอง” เสียงที่เคยคุ้นดังขึ้นก่อนบานประตูเปิดแอ้ด เลอมานหันขวับเมื่อรู้ว่าเป็นเพื่อนรัก หัวใจที่หม่นมัวมานานดั่งมีแสงตะวันส่อง  ยามมองเพื่อนประคองถาดข้าวต้มหมูควันลอยหอมกรุ่นวางลงโต๊ะเล็กๆ ข้างเตียง ก่อนดึงมือเพื่อนนั่งลงบนที่นอนนุ่มเคียงกัน

“ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอจ้อยแล้ว” เสียงเขาสั่นพร่า นัยน์ตาแดงช้ำอย่างคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

“มาดูเด็กดื้อ ได้ข่าวว่าไม่ยอมกินอะไรเลย” มืออบอุ่นของเพื่อนไล้แก้มเขาแผ่วเบา “หม่อมดาราเลยยอมให้จ้อยเข้ามา ท่านทราบว่าจ้อยปราบเด็กดื้อเก่ง”

เจ้านาฬิกาปลุกกาเหว่ายังไม่ยอมลดราวาเสียง พร้อมเพรียงกันเรียกขานเลอมานอยู่นั่นว่า.. ตื่นเช้า.. ตื่นเช้า..

หวนนึกไปถึงยามรุ่งสางในห้องน้อย ห้องที่เคยมีเขากับอาจารย์ร่วมเรียงเคียงหมอน อาจารย์ชอบมาเลียนเสียงนกกาเหว่าปลุกเขาที่ข้างหูแบบนี้.. ตื่นเช้า.. ตื่นเช้า..

“ทำไมกาเหว่ามันถึงไปไข่ให้อีกาฟักนะ จ้อยว่าจริงหรือเปล่า” เขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงเพลงที่อาจารย์เคยร้องกล่อม ถนอมไว้ในรังนอน ซ่อนเอาเหยื่อมาให้กิน ปีกเจ้ายังอ่อนคลอแคล ท้อแท้จะสอนบิน..

“ไม่จริงเขาไม่เอาไปร้องเป็นเพลงกล่อมเด็กหรอก” จ้อยว่า “แล้วที่มันชอบไข่ให้อีกาฟักน่ะ เป็นเพราะนิสัยขี้เกียจของมันไง ไม่ก็อีกาตัวมันดำเหมือนกาเหว่า ตัวก็โตเกือบเท่ากัน มันเลยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเมียมัน” จ้อยก็พูดไปเรื่อย เล่าเป็นนิทานหลอกเด็กเลยเชียว เลอมานหัวเราะอย่างคนรู้ทัน เพื่อนก็ทำเสียงขึงขัง “เห็นทีเราต้องไปถามมันแล้วล่ะ”

ไม่พูดเปล่า พรรคพวกเดินลิ่วไปเกาะขอบหน้าต่าง ชะโงกหน้าไปหาต้นมะม่วงข้างเรือน ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน “ทำไมพวกเอ็งชอบไปไข่ทิ้งให้อีกาฟักหือ..”

กาเหว่ามันไม่ยอมตอบ แต่พากันบินพึ่บๆ ไปจับยอดมะม่วงอีกฝั่ง

“เออ แล้วทำไมมันถึงชอบร้องตอนรุ่งสาง” เลอมานยังไม่ยอมหยุดเป็นบุรุษเจ้าปัญหา

“มันร้องหาคู่มันไง”

“จริงด้วย..” ราชนิกูลหนุ่มพยักหน้าเซื่องซึม จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่เคยเห็นกาเหว่าหรือนกชนิดไหน นกสวน นกบ้าน นกน้ำ นกทุ่ง แตกฝูงมา มันก็มักอยู่กันเป็นคู่ๆ ไม่เคยเห็นมันอยู่โดดเดี่ยว

“หรือไม่ก็หายเมา งัวเงียขึ้นมาต๊กกะใจ ลูกข้าหายไปไหนน้อ” พอเห็นเขาทำหน้าเศร้า จ้อยก็เล่านิทานอีกแล้ว “เหมือนตอนเล็กลืมตุ๊กตางานวัดที่จะให้น้ำฝนไว้ที่ซ่องนางทองใบไงล่ะ ตื่นมาแล้วเรียกหาใหญ่ ลำบากจ้อยต้องไปเอามาคืนให้” ประโยคหลังนี่จ้อยขมุบขมิบปากบ่น

“จริงด้วย..” ดวงตาสีอำพันหม่นหมองลงอีก “คืนนั้นถ้าอาจารย์ไม่ไปช่วยฉันไว้ล่ะก็..”

คืนนั้น.. คืนแรกที่อาจารย์จูบเล็กโดยที่รู้ว่าเป็นเล็กจริงๆ ไม่เหมือนจูบแรกที่พระนคร.. ที่อาจารย์เมาเสียจนเผลอจูบเล็กเพราะคิดว่าเล็กเป็นคนอื่น

รู้ตัวอีกที จ้อยก็พาเขามานั่งที่เตียงตอนไหนไม่รู้ ตักข้าวต้มอุ่นๆ ขึ้นเป่าก่อนยื่นป้อน คนเป็นไข้ใจได้แต่ส่ายหัว

“อาจารย์เป็นอย่างไรบ้าง” ในที่สุดก็อดถามออกไปไม่ได้

“ยังอยู่ที่โรงพัก รอดำเนินคดี” เลอมานไม่รู้หรอกว่าจ้อยพยายามหลีกเลี่ยงคำว่า ‘ฝากขัง’ และไม่รู้ด้วยว่า.. อาจารย์ปรีชาบอกว่าตามกฏหมาย คนึงต้องถูกพิพากษาจำคุกอย่างต่ำก็.. ๗ – ๑๕ ปี

พยายามแล้วพยายามเล่า  ในที่สุดจ้อยก็ทำได้แค่ยัดเยียดโอวัลตินร้อนให้แก้วเดียว

“ต้องกิน” คนพูดพลอยเสียงเครือไปด้วย “เดี๋ยวล้มไป อายเขา..”

เลอมานรับมาแต่โดยดี หากดื่มได้แค่ครึ่งถ้วยก็วาง

“ดื่มให้หมดซี่” เพื่อนคะยั้นคะยอ เลอมานได้แต่สั่นศีรษะ รอบกายอ้างว้างว่างเปล่า ลมหนาวกรีดผิวบาดลึกกว่าทุกวัน

ประตูเปิดผาง  หม่อมดาราที่ท่าทางจะรอดูผลนอกห้องอยู่นานเดินอาดๆ ตรงมาหา

“ยอมกินอะไรหรือยัง” ท่านหันถามจ้อย หากพอเห็นถ้วยโอวัลตินพร่องไปแค่ครึ่งเดียวก็ทำท่าจะกริ้วขึ้นมาอีก “ทำไม! เห็นหน้าย่าแล้วผะอืดผะอมรึไง ต้องเห็นหน้าไอ้ครูนั่นใช่ไหมถึงจะยอมกิน”

ผู้เป็นหลานได้แต่ก้มหน้านิ่ง  มือที่อยู่บนตักกำแน่นจนสั่นสะท้าน

“รอดูมันติดตะรางเถอะ อย่างต่ำก็ ๒๐ ปี น้อยกว่านี้ฉันไม่ยอม” ดวงตาดังไฟสุมนั่นบอกให้รู้ว่าท่านทำจริงแน่ “จะได้ไม่ออกมาทำระยำกับลูกหลานใครอีก”

“ยี่..ยี่สิบปีเลยหรือ” เลอมานเงยหน้ามองผู้เป็นย่าอย่างไม่เชื่อหู พอหันหาเพื่อน เพื่อนก็หลบตาวูบ  ยี่สิบปี.. เป็นไปได้แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย  ความจริงชาวบ้านเขาลือกันให้แซ่ดด้วยซ้ำว่าหากจะทำให้อาจารย์คนึงหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ผู้ทรงอำนาจอย่างหม่อมดารายังทำได้ง่ายดาย ครูบ้านนอกลูกชาวนาจนๆ จะเอาอะไรไปคัดง้างภริยาแม่ทัพฟ้า

“หม่อมย่า.. เล็กขอร้อง..” หนุ่มน้อยปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น  โผเผไปเกาะแขนผู้เป็นย่า “ปล่อยอาจารย์ไปได้ไหม”

“ย่าตามใจเรามามากพอแล้ว!”

“หม่อมย่า..เล็กขอ..” ร่างไร้เรี่ยวแรงทรุดลงกอดขา ใบหน้าที่เงยขึ้นมีแต่หยดน้ำตาไหลพรากเป็นทาง

“เสียชาติที่เกิดมาเป็นหลานจอมพล” ท่านว่าเสียงสั่น ดวงตาวาวโรจน์นั้นคลอวับด้วยน้ำตาเช่นกัน “ดูสารรูปเข้า เหมือนตัวอะไรสักอย่าง”

“จะให้เล็กทำอะไรก็ยอมทั้งนั้น.. ช่วยอาจารย์ด้วย” เขายอมแล้ว ยอมหมดทุกอย่าง จะสั่งให้ไปตายที่ไหนก็ยอม

“พูดจริงใช่ไหม!” เลอมานพยักหน้าระรัว

“เราต้องกลับอังกฤษให้เร็วที่สุด กลับไปแล้วหมั้นกับหญิงก้อยทันทีโดยไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น! ทำได้ไหม!”

“หม่อมย่า..”

โลกอันสงบ โลกที่เลอมานคิดว่าเป็นสุข สมบูรณ์พร้อมทลายลงในพริบตา เด็กหนุ่มปล่อยแขนอ่อนเปลี้ยตกลงข้างตัว ทรุดลงต่อหน้าผู้เป็นย่าคล้ายกองอะไรสักกอง ไม่มีเสียงคร่ำครวญ จะมีก็แต่น้ำตาเหมือนสายธารพังทลายจากทำนบ

“ทำได้ไหม! ถ้าทำไม่ได้ก็..”

“เล็กยอม..” เสียงที่ออกจากริมฝีปากซีดเซียวช่างแผ่วหวิว แต่แววตานั้นแน่วแน่นัก “จะเอาเล็กไปฆ่าให้ตายเล็กก็ยอม”

“ดี!” ท้าวเธอชี้หน้าคาดโทษ “ลูกผู้ชายพูดแล้วห้ามคืนคำนะ! เตรียมเก็บข้าวของได้แล้ว ย่าจะรีบติดต่อทางพ่อเราให้เร็วที่สุด!” 

************************

ติดตามต่อครึ่งหลังเด้อจ้า  :hao7:

เอ้าคุยกันหน่อยยยย

จำได้ว่าเคยบอกไว้ว่าตอนนี้เป็นตอนจบ (ที่จะมีบทส่งท้ายอีกนิดนึง) คือตอนแรกก็คิดว่าจะยัด..เอ๊ย..จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้จบในสิบหน้ากว่าๆ จากที่วางโครงไว้แล้วคิดว่าจะเขียนหมดน่ะนะคะ แต่พอมาลงรายละเอียดแล้ว..ไม่หมดจ้า เลยหั่นเป็นสองตอนดีกว่า เพราะฉะนั้น บทนี้ยังไม่ใช่ตอนจบนะคะ จริงๆ เค้าก็วางโครงไว้จนจบละล่ะ แต่ขอเวลาใส่ดีเทลหน่อยน้า

นี่อยากบอกว่าเข้ามาดูหน้านิยายตัวเองทุกวันเลย กลัวโดนจับเข้าห้องดำ..เอ๊ย..ห้องนิยายที่ยังไม่ต่อจนจบม้ากมากเลยค่ะ เพราะเอาจริงๆ นี่ก็เลยสามเดือนมานานโข.. หายไปกี่เดือนเนี่ย.. โอ๊ย รู้สึกว่านิ้วจะไม่พอนับ  :hao5:

ไปล่ะ มาซะดึกเลย อ่านจบแล้วแยกย้ายกันเข้านอนนะคะ ฝันดีราตรีสวัสดิ์จ้า

ดอกไม้

๑๕ ส.ค. ๖๐

ออฟไลน์ XVIII.88

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
    • XVIII.88
ไม่นะ หม่อมย่าาาาาา ฮืออออ อย่าทำร้ายจิตใจหลานเลยย

มองไม่เห็นหนทางที่ความรักจะสมหวังเลย ใครจะมาช่วยความรักของครูจน ๆ คนนึงกับลูกหลานท่านหลานเธอให้สมหวังได้ ถ้ามีก็คงเป็นคู่แท้ต่อกัน  :hao5:

-------
ขอบคุณที่มาต่อค่า  :L2:

ออฟไลน์ namaquaru

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
ได้อ่านต่อแล้ว คิดถึงงงงงงงงงงงง~ :pig4:
ยังคงสงสารคุณชายเช่นเดิม
ได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
  :กอด1:  :กอด1:

//แอบหมั่นไส้พี่สิงห์คนหลงเมียจังค่ะ  :hao3:

ออฟไลน์ Pithchayoot

  • พิชญ์ชยุตม์
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 365
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
ต้องมีอะไรบางอย่างเกี่ยวกับภูมิหลังของจ้อย


อ้าวววว สายมโนก็มาาาาา

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1749
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
ฮือออออ
รักนี้ของเล็กกับอาจารย์ช่างมืดมนเหลือเกิน
คนนึงโดนขังคุก อีกคนโดนกักบริเวณ
ไม่อยากเดาเลยค่ะ ว่ามันจะไปจบลงที่ตรงไหน

สวนทางกับความรักของจ้อยกับพี่สิงห์
เดาว่าแม่พี่สิงห์น่าจะรู้แล้วแต่ไม่ว่าอะไร

ขอบคุณที่มาต่อนะคะ
คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกก

ออฟไลน์ aisen

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +75/-1
ปาดน้ำตาสงสารครูกับชายเล็กมาก

ออฟไลน์ feelinlove

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
หม่อมย่าใจร้ายมาก ไม่ห่วงจิตใจเล็กบ้างเลย

ออฟไลน์ tuek

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3584
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +214/-3
ดีใจที่คุณดอกไม้มาต่อสงสารทั้งอาจารย์กับเล็กส่วน้อยกับสิงห์ก็สมหวังกันแล้วเหมือนคุณนายจะรู้นะว่าสิงห์กับจ้อยเป็นอะไรกัน

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
สงสารชายเล็ก ทำไม๊ ทำไม รักนี้จึงมีแต่น้ำตา

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
ฮัลโหล! เซอร์ไพรส์มาก ในที่สุดเธอก็มา นี่ยอมรับว่าลืมๆ รายละเอียดช่วงต้นๆ ไปแล้วนะนี่ ไม่เป็นไร จะกลับไปอ่านอีกรอบเพื่อรื้อฟื้น คุณดอกไม้คะ...รูปเล่มของเรื่องนี้จะมีเมื่อไรหรือคะ อิฉันอยากอ่านเป็นแบบเล่มมากๆ เลยค่ะ ^_____^

ป.ล. อิฉันคิดว่าการเอานิยายใดๆ เข้าห้องนั้นต้องเป็นเรื่องที่ยังเขียนไม่จบและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เป็นเวลาสามเดือนนะคะ แต่นิยายเรื่องนี้ของคุณดอกไม้ไม่น่ามีปัญหาเพราะว่ามีแฟนๆ มาคอยรีพลายให้เพื่อให้มันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดค่า ดังนั้นยอหอ...อย่าห่วง อิอิ
ป.ป.ล. อยากอุดหนุนรูปเล่มจริงๆ นะคะคุณดอกไม้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ mildmildss

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ยืดยื้อมากเลย เมื่อไหร่จะมีความสุข หรือจะจบแบบนี้ :katai4:

ออฟไลน์ MIkz_hotaru

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2167
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-4
เล็กกลับไปเรียนให้จบ รอปีกกล้าขาแข็ง ค่อยกลับมายังไม่สาย
เชื่อว่าอาจารย์รอเล็กได้
ถ้ามีความรักต้องมีความหวัง
สู้ๆนะ ทั้งสองคน

ส่วนอีกคู่น้าน
หมั่นไส้จังค่ะ หอมเมียเช้า หอมเมียเย็น
 :-[

ออฟไลน์ กบกระชายไทยนิยม

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 502
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1
เลอมานผู้น่าสงสาร ยอมใช้มีดกรีดตัดขั่วใจตัวเองเพื่อคนรัก อาจารย์คนึงก็น่าสงสาร อย่าให้มีดราม่าคู่จ้อยมาเสริมเลย ><

ออฟไลน์ bojaemyboo

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 241
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ Thanking

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 47
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
นานแค่ไหนก็รอได้จ้ะสำหรับเรื่องนี้ ขอบคุณที่มาลงให้อ่านต่อนะคะ ยังคงรักเรื่องนี้เหนียวแน่นจ้า  :L1:

ออฟไลน์ Rose_Apple

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
จู่ๆน้ำตาก็ไหลออกมาค่ะ เรื่องมันบีบเข้ามาเรื่อยๆ เจอเรื่องแย่ๆมาข้าวปลาไม่ได้กินต้องโดนคำพูดเสียดแทงหัวใจซ้ำไปอีก .... /ขอทิชชู่สักสิบม้วนมาซับน้ำตาทีเถอะ  :m15:

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อนะคะ  :L2:

ออฟไลน์ punthipha

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +198/-0
รอตอนต่อไปทั้งน้ำตา คนแก่ไม่ใจอ่อนเลยเหรอ :mew4: :mew4:

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 757
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
 :sad4: :sad4: ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้มานาน ตอนนั้นอ่านตอนเรียนปีหนึ่ง ปีสอง ตอนนี้เรียนจบแล้ว ดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่ได้อ่านอีกครั้ง จนตอนนี้จะจบแล้ว ฮืออออ สงสารทั้งหนูเล็กและคุณครู จะทำยังไงน้อออ เราช้ำใจแทนเหลือเกิน  :katai1:

ออฟไลน์ Grey Twilight

  • Moderator
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 396
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +171/-17
ผมโอเคนะครับ ถ้าคู่หลักของเลอมานไม่ได้จบแบบ Happy Ending เพราะถ้าเราจะพูดถึงความรู้สึกอิ่มเอมที่เราจะได้จากการที่มีตอนจบแบบสุขนิยม ผมคิดว่าคู่ของจ้อยกับสิงห์ก็น่าจะตอบโจทย์ของเราแล้ว (สังเกตจากวิถีชีวิตต่างจังหวัด แถมตัวบ้านของสิงห์ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครมาจับตามอง และตัวจ้อยเองก็น่ารักน่าเอ็นดู มันเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อมของเลอมานไม่ติดเลยครับ) การที่เรามีคู่นึงเป็นตัวส่งความรู้สึกที่ดีแล้ว การที่อีกคู่จะจบแบบไม่สุขนิยม ผมว่ามันเป็นการเปรียบเทียบที่ดีนะครับ และยิ่งทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้น่าสนใจขึ้นมากในสายตานักวิเคราะห์

เพราะถ้าเรามองกันจริงๆ พิจารณาจากบริบทสังคมย้อนยุคในสมัยนั้นในเมืองหลวง และฐานะทางสภาพแวดล้อมทั้งหมดของตัวละครเอก จะเห็นได้ว่ามันเป็นไปแทบไม่ได้เลยที่เลอมานจะประสบความสำเร็จในแง่ชีวิตรักร่วมเพศของตนเอง อีกทั้งตัวเลอมานเองก็มีกรอบชีวิตและบริบทที่ต้องก้าวไปอย่างรัดกุมมาก (เรียนจบต่างประเทศ สภาพแวดล้อมครอบครัวสูงส่งมีคนจับตามองมาก แถมยังเป็นลูกชายคนเดียวอีกด้วย ข่าวสารและการซุบซิบนินทามีผลต่อการสั่นสะเทือนชื่อเสียงมากครับ)

และการที่ถ้าคู่ของเลอมานจบแบบ Sad End จะทำให้วรรณกรรมเรื่องนี้สร้างคุณค่าทางสังคมเชิงปรัชญาอย่างหนึ่งที่ผมแทบไม่พบเลยในปัจจุบันที่ผู้อ่านยึดติดกับผลลัพธ์ (ด้วยค่านิยมของสังคมทุนนิยม) นั่นคือ “The true meaning of expenditure isn’t the Goal, but it is the journey.”

...เพราะเป้าหมายที่ล้มเหลวลงทุกครั้งจะก่อให้เกิดประกายแห่งความคิดและการเรียนรู้อดีตครับ การมองเป้าหมายที่สำเร็จตลอดเวลาไม่ได้การันตีว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับทุกๆคน การที่ถ้าเลอมานจะไม่สมหวัง แล้วร้อยเรียงเรื่องราวนั้นส่งต่อผ่านไปยังคนรุ่นหลังเพื่อให้เข้าใจถึงสิ่งที่เขาต้องเจอ สิ่งที่เขาต้องประสบ ความละเมียดละไมของความรู้สึกที่เขาได้รับมันมาโดยไม่มีการแบ่งแยกของเพศ ให้มันเป็นอุทาหรณ์ มันเป็นการชี้ความนัยเชิงปรัชญาออกมาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไม่ขัดกับความรู้อิ่มเอมที่คนอ่านคาดหวังจะได้จากวรรณกรรมสุขนิยมอีกด้วย (เรื่องจากเราจะได้จากคู่ของจ้อย) ผมคิดว่าตรงนี้เป็นข้อคิดที่จะให้คนอ่านได้อย่างน่าสนใจมากเลยครับ

และถามว่าสิ่งที่ประทับใจผมในเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องของมิติความแน่นของตัวละคร ความสมจริง แบ็คกราวน์และเหตุผลของการกระทำของทุกๆตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นลอย สิงห์ จ้อย จินดา มันมีมิติและเหตุผลรองรับไม่ว่าจะดีหรือเลว และการบรรยายที่เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในยุคสมัยนั้น ความงดงามของภาษาและพล็อต ทั้งหมดเหล่านี้คือเสน่ห์ของเรื่องมหาหงส์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ครับ ดังนั้นสำหรับผม ถ้าให้เลือกระหว่างการจบลงแบบที่ไม่มีองค์ประกอบข้างต้นมารองรับ กับการจบแบบทิ้งความนัยโดยมีองค์ประกอบด้านบนรองรับ ผมเลือกทางเลือกที่สองนะครับ

ออฟไลน์ muio

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
รอติดตามอ่านมาตลอดเลยค่ะะ ชอบมากๆเลย แต่งออกมาเยอะๆนะคะคุณดอกไม้ รอตอนต่อไปค่ะ :mew1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด