มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งแรกจ้า^^) [๑๑ มี.ค. ๒๕๖๒]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: มหาหงส์ บทที่ ๓๗ : คอย (ครึ่งแรกจ้า^^) [๑๑ มี.ค. ๒๕๖๒]  (อ่าน 557807 ครั้ง)

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +321/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

***********************************************************************

สารบัญค่ะ :L2:

บทนำ : คืนหนึ่ง
บทที่ ๑ : หงส์เหิร
บทที่ ๒ : หงส์ปีกหัก
บทที่ ๓ : คมตาฟ้าซื่อสื่อรักโลมใจ
บทที่ ๔ : ดอกฟ้าร่วง
บทที่ ๕ : สวัสดีบางกอก
บทที่ ๖ : ชังกันบ่แลเหลียว ตาต่อ กันนา
บทที่ ๗ : น้อยใจ
บทที่ ๘ : เสน่หา
บทที่ ๙ : น้ำตาดาว
บทที่ ๑๐ : ถ้าเธอจะรัก ฉันก็จะรอ
บทที่ ๑๑ : เพชฌฆาตใจ
บทที่ ๑๒ : ยูงกระสันเมฆ
บทที่ ๑๓ : กอดฉัน
บทที่ ๑๔ : โจรปล้นจูบ
บทที่ ๑๕ : น้ำตาลใกล้มด(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)   
บทที่ ๑๖ : ดอกฟ้ารักดอกดิน(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
ตอนพิเศษวันเข้าพรรษา : เวียนเทียนเสี่ยงรัก 
บทที่ ๑๗ : ชายเดียวในดวงใจ(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๑๘ : ที่รัก(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๑๙ : อกเอยมันแค้น(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๐ : ยิ่งกว่าการฆ่า(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๑ : คนใจมาร(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๒ : ดอกหญ้า(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๓ : หวงรัก(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๔ : วาสนากระต่าย(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๕ : ศักดินากับยาจก(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๖ : เหลือความดีให้พี่บ้าง(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๗ : คนเลวของเธอ(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๘ : ขยี้รัก(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๒๙ : แล้วจะรู้ว่าพี่รัก(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)
บทที่ ๓๐ : ขอรักคืน(ครึ่งแรก)   (ครึ่งหลัง)


************************************************************


บทนำ

คืนหนึ่ง


อยุธยา, พุทธศักราช ๒๕๐๔


คืนหนึ่งยังซึ้ง ตรึงใจตรึงใจเรา
ฉันเฝ้าอิงแนบแอบอกอุ่น
ลมโชยโปรยกลิ่นผกากรุ่น
รุ่งอรุณเรืองรางสว่างฟ้า



ฟ้าจวนสาง ดาวพราวยังไม่ลับฟ้า ฟ้าสีมืดกลืนแสงสว่างเกิดเป็นแสงทองเรืองรองจับทิศตะวันออก ร่างสูงใหญ่บนเตียงตื่นนานแล้ว แต่ยังคงนอนฟังเสียงไก่ขันอย่างสงบ ทอดมองร่างๆหนึ่งที่นั่งอยู่กับพื้นกลางห้อง เฝ้ามองมือเรียวบางค่อยๆจับกลีบเสื้อสีกากีอย่างประณีต มือเรียวพรมน้ำในขันสาครลงบนผ้า  วางเตารีดนาบบนนวลตองก่อนยกขึ้นรีด  เหล็กร้อนต้องละอองน้ำเกิดเสียงดังฉ่า  พับทบอีกด้านหนึ่ง รีดทับ ซ้ำๆ..ช่ำชอง.. จนเสร็จสิ้น ใส่ไม้แขวน แขวนไว้กับตู้เสื้อผ้า


เครื่องแบบข้าราชการครูอันทรงเกียรติ


กลิ่นดอกมหาหงส์ข้างหมอนยังหอมเรื่อ แต่ไหนเลยจะหอมเท่ากลิ่นผมติดหมอนของคนรัก ชายหนุ่มฝังหน้าลงสูดกลิ่น แกล้งทำเป็นหลับตาเมื่อเห็นร่างโปร่งเดินตรงเข้ามาหา

“อาจารย์คนึง ตื่นเถอะครับ” สะกิดต้นแขนร่างที่คิดว่ายังหลับใหล แต่กลับถูกมือใหญ่คว้าไปจรดปลายจมูก “แน่ะ..ตื่นแล้วก็ไม่ยอมลุก แกล้งผมอีกแล้วหรือ”

เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆในคอ ขณะยังกุมมือบางไว้ไม่ยอมปล่อย พลางลืมตาขึ้นช้าๆ “บอกแล้วไงว่าตอนอยู่กันสองคนไม่ต้องเรียกอาจารย์ สอนไม่จำ ลงโทษเสียดีไหม”

“ลงโทษแบบไหน ให้ผมไปวิ่งรอบสนามเหมือนเมื่อก่อนน่ะหรือ อย่าลืมสิ ตอนนี้ผมเป็นอาจารย์ฝึกสอนแล้วนะ” น้ำเสียงอ่อนโยนเสนาะหูเอ่ยพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง จังหวะเดียวกับอีกฝ่ายค่อยๆยันกายขึ้นนั่ง

“แล้วอีกอย่าง.. ผมแค่อยากให้เกียรติอาจารย์”

คนึงถอนใจพรู รวบร่างคนรักไว้ในอ้อมกอดหลวมๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่อยากได้ยินอีกฝ่ายเรียกเขาว่าอาจารย์ เพราะทุกครั้งที่ได้ยิน ความละอายอดสูจะแล่นเข้ากัดกินใจ เขาผิด.. เขาบาปนัก.. ที่อุตริมีความสัมพันธ์แบบนี้กับลูกศิษย์ตัวเอง ซ้ำยังเป็นลูกศิษย์ผู้ชายเสียด้วย

แต่เขาห้ามใจตัวเองไม่ได้ เขารักจินดามากเหลือเกิน..

“ถ้ามีใครรู้เรื่องระหว่างเราจะเป็นยังไงนะ” ร่างในอ้อมแขนถามขึ้นราวกับอ่านใจเขาออก
“ถามทำไมหรือ” เสียงทุ้มอู้อี้แทบกลืนหายไปในลำคอเพราะเจ้าตัวฝังใบหน้าลงกับบ่าเล็กเรียว
“ท่าทางเหมือนจ้อยจะรู้แล้ว” เสียงจินดาแผ่วหวิว เต็มไปด้วยความกังวลจนรู้สึกได้ “หลังๆมานี่จ้อยมองผมแปลกๆ”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย เรารักกันมันผิดด้วยหรือ” ใบหน้าหล่อคมกดปลายจมูกบนผิวแก้มนุ่ม ก่อนหาเรื่องเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ได้ข่าวว่าจะมีอาจารย์ฝึกสอนเป็นนักเรียนนอกมาจากอังกฤษหรือ เห็นว่าอาจารย์ใหญ่ให้จินดาเป็นคนดูแลเขา”

“ไม่ใช่นักเรียนนอกธรรมดา แต่เป็นถึงหม่อมราชวงศ์เสียด้วย ท่าทางคงเจ้าเสน่ห์ไม่เบา อีกสองวันผมต้องไปรับเขาที่บ้านแพนแล้ว”

ร่างสูงใหญ่หัวเราะในคอ กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น “จะเจ้าเสน่ห์แค่ไหนกันเชียว สู้จินดาของฉันได้หรือเปล่า”
“ทำเป็นพูดดีไป พอเขามาแล้วอาจารย์จะลืมผมสิไม่ว่า”
“ไม่มีทางหรอก..”



เธอประคองตระกองกอด ตระกองกอดยอดรัก
ฉันบอกสมัคร ขอรักชั่วชีวา


.................................................................
...........................................


“อาจารย์.. อาจารย์คนึง.. อาจารย์คนึงครับ”

ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบขาวไว้ทุกข์สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเรียกพร้อมมีมือมาสะกิด เมื่อนั้นเขาจึงตื่นจากภวังค์และรับรู้ความเป็นจริงว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน

“อาจารย์คนึง” อาจารย์วิรัชฝ่ายภาษาอังกฤษนั่นเอง “เขาประกาศเรียกชื่อคุณให้ขึ้นไปทอดผ้าไตรแล้ว ไม่ได้ยินหรือ”

ร่างสูงชะงัก ก่อนก้มหน้ารับคำแผ่วเบา ลุกเดินไปรับผ้าไตรบังสุกุลพร้อมช่อดอกไม้จันทน์จากพานที่น้องชายร่างเล็กของผู้ตายยื่นให้ ก่อนก้าวขึ้นไปบนเมรุ วางผ้าไตรลงที่หน้าโลง ท่ามกลางสายตาของแขกในงานหลายคนที่จับจ้อง

มือใหญ่สั่นระริกแทบควบคุมไม่อยู่ สายตาคมมองรูปถ่ายที่ตั้งอยู่หน้าโลงด้วยความรักและอาลัยสุดหัวใจ ใบหน้าหวานคม ดวงตาสวยโศกทอดมองมาอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกับเมื่อตอนยังมีชีวิต ดวงตานี้.. ใบหน้านี้.. ชื่อนี้จะอยู่ในหัวใจเขาตลอดไป


จินดา..



เสียงปี่พาทย์ประโคมเพลงพญาโศก ขณะร่างไร้วิญญาณของคนรักกำลังมอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลี คนึงได้แต่ยืนมองควันสีขาวเป็นทางจากยอดเมรุ เคียงข้างด้วยหญิงชราและเด็กหนุ่มที่กำลังกอดรูปพี่ชายร้องไห้โฮ

“จ้อย.. พี่จินดาไม่อยู่แล้วจ้อยต้องดูแลยายให้ดีๆนะ” มือใหญ่เอื้อมไปลูบหัวอีกฝ่ายอย่างจะปลอบขวัญ “เราต้องเข้มแข็ง เป็นหลักให้ยาย รู้ไหม”

ร่างเล็กในเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ครับ..”

“ยังหนุ่มอยู่แท้ๆ ทำไมจินดาจากยายไปเร็วอย่างนี้” มือเหี่ยวย่นใช้ผ้าเช็ดน้ำหมากเช็ดน้ำตาป้อย

“ไม่ต้องห่วงนะครับยาย จินดาเป็นลูกศิษย์ผม และเป็นเพื่อนผมด้วย ยายกับน้องของจินดาก็เหมือนยายกับน้องของผม”

พลันเกิดเสียงเฮฮาอึกทึกขึ้นแถวศาลา คณะปี่พาทย์ถึงกับชะงัก บรรดาหนุ่มเหน้าสาวสวยคุยกันครื้นเครงเสียงดังเรียกสายตาหลายคนให้หันมองเป็นตาเดียว แขกในงานหลายคนวิ่งกรูกันไปดูทั้งที่ยังอยู่ในชุดดำ

“พวกนั้นใครกัน เสียมารยาทจริง” อาจารย์หนุ่มมองตาม
“คณะกลองยาวที่กำนันเสริมจ้างมาน่ะสิครับ” จ้อยตอบทั้งที่น้ำตายังเปื้อนแก้มขาว “เห็นว่าเอามาต้อนรับคุณชายที่จะมาพรุ่งนี้”


มือใหญ่กำหมัดแน่น.. ขบกรามจนข้างแก้มเป็นสันนูน

ถ้าเจ้าคุณชายนั่นไม่มาที่นี่ คนรักของเขาก็คงไม่ต้องตาย


หม่อมราชวงศ์เลอมาน บูรพวงศ์


เขานึกชิงชังคนคนนี้นักตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า!



ขอเตือนเธออย่าลืมวาจา
ที่เคยสัญญากันไว้ในคืนนั้น*




โปรดติดตามตอนต่อไป


----------------------------------------------------------------------------------------------------
*เพลงคืนหนึ่ง, พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ ยุคล ประพันธ์, ธานินทร์ อินทรเทพ – จินตนา สุขสถิตย์ ขับร้อง



ดอกไม้บอกเล่า

สวัสดีทุกคนที่แวะเข้ามาค่ะ

นิยายเรื่องนี้เป็นแนววายไทยย้อนยุคเรื่องแรกในชีวิต และเป็นครั้งแรกที่ลงนิยายที่เล้าด้วยค่ะ
(ตื่นเต้นเล็กๆ :-[)
ผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้านะคะ

ขอบคุณค่ะ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-03-2019 23:15:52 โดย ดอกไม้ »

ออฟไลน์ Lukaka

  • ★น้อยนิดมหาศาล★
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 620
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1
ตามมาให้กำลังใจค่ะ 

คิดถึงน้องจ้อยยย  คิดถึงคุณชายเล็ก

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1121/-5
Perfect! เป็นอีกเรื่องที่ชื่นชอบอย่างมากค่ะ, ใครได้เข้ามาอ่าน ขอให้อ่านไปเรื่อยๆ แล้วจะเริ่มติดและหลงตัวละครในเรื่อง. แล้วจะพบว่าความสนุกของนิยายที่เป็น "นวนิยาย" เป็นอย่างไร.

กดบวก ๑ ให้คุณดอกไม้นะคะ.

ขอบคุณค่ะ.  :กอด1:

ออฟไลน์ cocoaharry

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 655
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2
    • cocoaharry_Demmy Chan_Otaku Y Girl
รอติดตามค่ะ

ออฟไลน์ dahlia

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +695/-4
ติดใจชื่อเรื่องจังเลย แถมคุณ Wordslinger ให้เครดิตแบบนี้ คงต้องคอยติดตามแล้วค่ะ

kenshinkenchu

  • บุคคลทั่วไป
เรื่องนี้สนุกมาก ยิ่งอ่านยิ่งแซ่บ เข้ามาคอนเฟิร์ม  o13

ปล. คุณดอกไม้................................
แอร๊ยๆ  ว่างมาต่อยังคะ 
อยากได้ศุกร์หรรษหาคืนมาอ่ะ   :กอด1:

Zymphoniz

  • บุคคลทั่วไป
โอ๊ะ พี่จี้ มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ
ติดตามๆๆๆ  :mc4:

ปล. อย่าลืมมี่จังกับโนโนะน้าาา   :z10:

ออฟไลน์ kangkaw

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-2
ตอนรับเรื่องใหม่ค่ะ น่าสนใจมาก รอติดตามนะคะ

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8470
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2121/-586
สมัยนั้น  ธรรมเนียมการเรียน คุณครู กับอาจารย์ น่าจะยังเคร่งครัดอยู่

มัธยมศึกษา  เรียน คุณครู  คุณครูใหญ่  ผู้อำนวยการ
อุดมศึกษา เรียก อาจารย์

แต่อาจารย์ใหญ่นั้น  ไม่แน่ใจว่ามีเรียกกันไหม?  ในต่างจังหวัด  หรือมีไว้เรียกเฉพาะกันแต่ใน "คณะแพทยาศาสตร์"  ลองค้นหาข้อมูลตรงนี้หน่อยนะคุณน้อง

อนึ่ง ริจะเขียนฉาก  รีดผ้าด้วยเตาถ่าน  จากประสบการณ์ที่เคยรีดมา  รู้สึกว่าที่คุณน้องบรรยายไว้ในจะทแม่งๆ ไปนิด อิอิ

เจ้สอง

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
กรี๊ดดดดดดด
เอามาลงที่นี่ด้วย
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ สุดยอดนิยาย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ @BUA@

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +427/-7
ชอบค่ะ เรื่องนี้
+1 ต้อนรับเลยจ้า  o13

ออฟไลน์ IIMisssoMII

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2120
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-2
มาให้กำลังใจคะ อย่าลืมไปต่อ น้องจ้อยกะพี่สิงห์ด้วยนะคะ ^^ (ได้ข่าวว่าคู่รอง 55+)

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1121/-5
^
^
^
^
แฟนน้องจ้อยกับพี่สิงห์เหมือนกันใช่ไหมคะ? อิอิ. ร้ากคู่นี้มากยิ่งกว่าคู่เอกอีกนะเนี่ย. ความรักที่เกิดการเข้าใจผิดจนทำให้ใจเจ็บช้ำอย่างเหลือแสน. พี่สิงห์ผู้มีใจ "นักเลง" อย่างแท้จริง. ปลื้ม  :กอด1:

(เข้ามาหลายรอบแล้ววันนี้ แสดงให้เห็นว่ารักเรื่องนี้จริงๆ)

 :กอด1:

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
จิ้มข้างบน
รักเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ

ออฟไลน์ ~l3aml3ery~

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0
มาต้อนรับพี่จี้ค๊า :L2:

ออฟไลน์ しろやま としんや

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +920/-157
จารย์คนึงคุณเล็กมาที่นี่ด้วย>/////////<






ปล.อยากอ่านตอนใหม่มากๆๆๆๆๆๆเลยอ่ะ

ออฟไลน์ irksome

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 287
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
 :mc4: :mc4: :mc4:

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +321/-1
สมัยนั้น  ธรรมเนียมการเรียน คุณครู กับอาจารย์ น่าจะยังเคร่งครัดอยู่

มัธยมศึกษา  เรียน คุณครู  คุณครูใหญ่  ผู้อำนวยการ
อุดมศึกษา เรียก อาจารย์

แต่อาจารย์ใหญ่นั้น  ไม่แน่ใจว่ามีเรียกกันไหม?  ในต่างจังหวัด  หรือมีไว้เรียกเฉพาะกันแต่ใน "คณะแพทยาศาสตร์"  ลองค้นหาข้อมูลตรงนี้หน่อยนะคุณน้อง

อนึ่ง ริจะเขียนฉาก  รีดผ้าด้วยเตาถ่าน  จากประสบการณ์ที่เคยรีดมา  รู้สึกว่าที่คุณน้องบรรยายไว้ในจะทแม่งๆ ไปนิด อิอิ

เจ้สอง

 o22 ตะ..เตารีด!

ขอบคุณเจ้สองมากๆค่ะที่ทักเรื่องเตารีด ความจริงถามแม่มาแล้ว แต่ดันเข้าใจไปอีกอย่างซะนี่ จากนี้ไปจะจำจนตายเลยค่ะว่าเตารีดถ่านใช้ยังไง ^^ (ไปแก้แล้วค่ะ)

ส่วนเรื่องคำเรียกอาจารย์ใหญ่ คือนิยายเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากวิทยานิพนธ์ "The Far Province" เป็นบันทึกของหนุ่มน้อยไฮโซจากอังกฤษที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครคนแรกในเมืองไทยน่ะค่ะ ดังนั้นคำเรียกอาจารย์ใหญ่ (รวมถึงรายละเอียดต่างๆ) น้องจึงอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลดังกล่่าวเป็นหลัก (ฉบับแปลภาษาไทยเรียกอาจารย์ใหญ่น่ะค่ะ^^)

สถานที่ซึ่งเป็นฉากหลักของเรื่องคือโรงเรียนฝึกหัดครู จากที่ไปค้นประวัติในหอสมุดมา สมัยนั้นก็เรียกอาจารย์-อาจารย์ใหญ่นะคะ

ขอบคุณเจ้สองมากๆค่ะสำหรับคอมเม้นท์ ยินดีน้อมรับทุกคำติชม ทุกคำวิจารณ์เป็นกำลังใจค่ะ  :L2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-11-2011 21:23:14 โดย ดอกไม้ »

januarys13

  • บุคคลทั่วไป
รอตอนต่อไปต่อไป  :o8:

ออฟไลน์ Sorso

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 819
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-3
มาเจิมเรื่องนี้ ฮ่าๆๆ มาต่อเร็วๆนะ รออ่านอยู่

สู้ๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: มหาหงส์ บทนำ : คืนหนึ่ง [๒๘/๑๑/๕๔]
« ตอบ #19 เมื่อ: 28-11-2011 23:07:41 »





ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
มารอด้วยคน  ชอบการใช้ภาษาจัง

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-6
ทำไมจินดาถึงตาย

 :L2: :L2:

Mio

  • บุคคลทั่วไป
เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตาม ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอดีต....
แต่คาดว่าจะเต็มไปด้วยไฟรักในไม่ช้า :laugh:
สามคำ>>> ตาย ยัง ไง  :z3:

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +321/-1

บทที่ ๑

หงส์เหิร


หงส์เหมราชเอย  สง่าผ่าเผยงามสคราญ
ณ แดนหิมพานต์ หวงตัวรักวงศ์วาน
หิมพานต์สถานสำราญมา*




โครงการอาสาสมัครต่างประเทศของอังกฤษ

หม่อมราชวงศ์เลอมาน บูรพวงศ์ นึกเกลียดคนที่อุตริก่อตั้งโครงการนี้ขึ้นมาครามครัน

ก็เพราะไอ้โครงการบ้านี่ไม่ใช่หรือ  ที่ทำให้บุตรชายคนเดียวของเอกอัครราชทูตเช่นเขาต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากเมืองศิวิไลซ์อย่างมหานครลอนดอน  มายังประเทศที่ล้าหลังอย่างที่นี่ 
   
ปกติแล้ว  แม้เขาจะทำความผิดไว้รุนแรงแค่ไหน  ท่านพ่อก็ลงโทษเขาเพียงแค่ริบเงินค่าใช้จ่าย  กักบริเวณ  หรือไม่ก็ให้ไปทำงานที่สถานทูตไทยประจำกรุงลอนดอนอันเป็นที่ทำงานของท่านพ่อ  แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะหนักถึงขั้นนี้  ทั้งที่ความผิดที่เขาก่อก็ไม่ได้รุนแรงอะไรนักหนา 

กะอีแค่ตบหน้ารุ่นน้องชาวไทยที่โรงเรียนเพราะมันบังอาจทำอาหารเช้ามาให้เขาไม่ถูกใจ 
รุ่นน้องก็ย่อมต้องตกเป็นเบี้ยล่างรุ่นพี่อยู่แล้ว  แถมยังเป็นรุ่นน้องที่มาจากประเทศหลังเขาอีกต่างหาก 

นั่นคงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ท่านพ่อทนไม่ไหว  จนตัดสินใจส่งเขาเข้าโครงการที่ว่านั่นทันทีที่เรียนจบชั้นไฮสคูล  ใช้เส้นสายวางแผนให้เขามาที่ประเทศนี้  ยื่นคำขาดให้เขาไปทำงานเป็นอาสาสมัครที่โรงเรียนในจังหวัดชื่อยาวเรียกยากนั่น
   
ท่าเตียนในยามนี้พลุกพล่านเหลือแสน  หม่อมราชวงศ์เลอมานนั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่ในห้องพักผู้โดยสารด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ  เสียงเจ๊กร้านข้าวกระแทกตระหลิวกับกระทะเรียกลูกค้าดังลั่น  เสียงเอะอะของชาวบ้านเหม็นเหงื่อไคลในร้านกาแฟ  ไหนจะเสียงพวกคนเรือที่ขึ้นบกมานั่งโขกหมากรุกกันรอเวลาเรือออกนั่นอีก 

แม้ทุกอย่างจะน่ารำคาญจนทำให้ใบหน้างามหวานด้วยเชื้อฝรั่งที่มีอยู่เสี้ยวบูดบึ้งไปบ้าง  กระนั้นบรรดาหญิงสาวทั้งหลายก็ชม้ายชายตาคุณชายรูปงามราวพระเอกหนังกันตาหวานหยดย้อย 

“โถ..พ่อคุณทูนหัวของย่า” หม่อมดารา หรือหม่อมย่าใหญ่ของเขาเอ่ยประโยคนี้ขึ้นเป็นรอบที่สิบแล้วกระมัง “ลำบากลำบนเหลือเกินแล้ว  จากนี้ไปจะกินจะอยู่ยังไงกัน”

“ไม่ต้องไปห่วงเขาหรอกหม่อมย่าใหญ่” หม่อมเจ้าอาทิตย์ธวัชผู้เป็นบิดา  และดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอนถึงกับทิ้งงานมาส่งเขาด้วยพระองค์เอง “ดูถูกแผ่นดินพ่อแผ่นดินแม่ดีนัก  ต้องโดนแบบนี้ถึงจะเข็ดหลาบ  มองไม่เห็นหัวคนอื่นแบบนี้ต่อไปจะเป็นใหญ่เป็นโตได้ยังไง”
   
พระเนตรที่ทอดมองโอรสดูเด็ดขาดแน่วแน่  จนเลอมานต้องหลบตาวูบ  ทั้งโลกนี้มีเพียงท่านพ่อคนเดียวเท่านั้นที่เขาจะยอมอ่อนให้

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ” มือเหี่ยวย่นลูบใบหน้าหลานอย่างรักใคร่ “น่าจะให้คนขับรถไปส่งหรือนั่งรถไฟไปก็ยังดี.. ไปเรือเมล์แบบนี้มัน..”

“ลงไปคลุกคลีกับชาวบ้านเสียบ้าง  เผื่อนิสัยชอบดูถูกคนมันจะซาลง” ท่านชายอาทิตย์ตรัสเสียงขุ่น  พระเนตรคมวาวจ้องมองบุตรชายที่เอาแต่เสมองทางอื่น
“จะมีพายุลานเทหรือเปล่าก็ไม่รู้” หม่อมย่าใหญ่ยังมิวายเป็นห่วงร่ำไป 
“ถ้าพายุมานายท้ายเขาก็จอดรอลมนิ่งเองนั่นละ  ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ตรัสพลางหันมองเด็กหนุ่มที่ยังหน้างอง้ำ “ยังไงวันนี้ก็ต้องไป  ผัดเขามาหนหนึ่งแล้วนี่” 

พลันชายหนุ่มผิวคล้ำร่างสันทัดท่าทางคล่องแคล่ววิ่งเหงื่อโซมมา  กระหืดกระหอบรายงาน “ขนของไปไว้ในเรือเรียบร้อยแล้วกระหม่อม”

“เอ้า นี่ก็จวนได้เวลาแล้ว  ลงเรือไปหาที่หาทางกันให้เรียบร้อย  เดี๋ยวประมาณ ๓-๔ โมงเย็นก็คงจะถึงบ้านแพน  จะมีเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนมารอรับ” 
   
ร่างโปร่งหยัดกายลุกขึ้นเตรียมบังคมลา  ทว่าผู้เป็นบิดากลับเอื้อมหัตถ์กุมไหล่เขาไว้แน่น  สายพระเนตรที่ทอดมาเปี่ยมด้วยเมตตานัก
   
“จงพร้อมที่จะเรียนและพร้อมที่จะสอน  การอาสาออกไปช่วยคนอื่นนั้นฟังดูโก้  แต่จะให้ถูกต้องเรียกว่าอาสาไปรับใช้เขามากกว่า  เพราะการช่วยส่อให้คิดไปได้ว่าเราวิเศษกว่าเขา  แต่การรับใช้นั้น  ย่อมช่วยให้รู้จักเป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน  อย่างน้อยก็ไม่ดูถูกชาวบ้านว่าโง่กว่า  การพร้อมที่จะรับใช้คนที่เราไม่รู้จักกัน  จะช่วยให้จิตใจของเราเต็มเปี่ยมขึ้น”
   
“อาสาสมัครหรือ” เลอมานทำเสียงขึ้นจมูกแบบกริยาฝรั่ง “ชายไม่ได้สมัครใจเลยสักนิด  ท่านพ่อบังคับชาย”
“ที่ไม่ใช่บทลงโทษ  แต่เป็นบทเรียน  จงไปอยู่ให้เขาผูกมิตรกับเราเสมอบ่าเสมอไหล่  นับเราเป็นลูกหลาน  จะหวังอะไรยิ่งไปกว่านี้  เพราะความสำคัญของมนุษย์กับมนุษย์นั้นอยู่ตรงที่มีน้ำใจไมตรีต่อกัน  การให้วัตถุแก่กันนั้นง่าย  แต่การให้น้ำใจแก่กันสิยาก” 
   
เขาลาท่านพ่อและหม่อมย่าใหญ่พลางหันหลังมุ่งไปยังเรือเมล์สองชั้นขนาดใหญ่ทาสีแดงฉาดฉาน  นับจากนี้เขาจะต้องจากบ้าน จากครอบครัว  ไปอยู่กับคนแปลกหน้า  ไปอยู่ในดินแดนที่ไม่เคยคุ้นเป็นเวลา ๑ ปีเต็ม  คิดถึงตรงนี้แล้วก็อดใจหายไม่ได้  เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าหม่อมย่าใหญ่ที่ส่งเสียงร้องไห้กระซิกแว่วมาด้วยซ้ำ 
   
สภาพภายในเรือยิ่งทำให้เขาสะอิดสะเอียนนัก  เหล่าชาวบ้านชายหญิงเด็กแก่ นั่งนอนอยู่กับพื้นเกะกะไร้ระเบียบ  ทุกสายตาหันมองเขาเป็นตาเดียวราวกับเขาเป็นสิ่งแปลกปลอมที่หลงเข้ามา 

ก็น่าอยู่หรอก  ชายหนุ่มหน้าตาผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้าน  ใบหน้างามหวานที่พิมพ์มาจากมารดาผู้เป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ  เรือนผมและดวงตาสีน้ำตาลอ่อน  การแต่งกายที่พวกชาวบ้านเคยเห็นกันแค่จากพระเอกหนังฝรั่ง  อยู่ดีๆมาเดินเฉิดฉายอยู่ในเรือแดงได้อย่างไรกัน
   
“คุณชายเล็ก  เดี๋ยวก่อน เดี๊ยวๆๆๆ” นายแช่มคนรับใช้คนสนิทที่ติดสอยห้อยตามมาจากอังกฤษรีบวิ่งตาลีตาเหลือกจนเรือโคลงเมื่อเห็นคุณชายสุดที่รักเดินลิ่วๆไปยังที่นั่งยกสูงท้ายเรือ “นั่งตรงนั้นไม่ได้ขะรับคุณชาย”
   
“ทำไม” ตวัดเสียงห้วนเล่นเอาคนฟังขยาด  ดวงตาคู่สวยเหลือบมองด้วยหางตาอย่างไม่พอใจ
“คุณชายจะนั่งตรงนั้นไม่ได้นา..” หนุ่มผิวคล้ำมองซ้ายมองขวาก่อนลดเสียงลงเป็นกระซิบ “นั่นมันที่นั่งพระ” 
“แล้วนั่งไม่ได้หรือไง”
“ไม่ด๊าย..บาปกรรมตายเลย”
“แล้วจะให้นั่งตรงไหน” คุณชายจอมหยิ่งถามเสียงขุ่น “อย่าบอกนะว่าจะให้นั่งกับพื้นปนกับคนพวกนี้!”
“ชู่วๆๆๆ” สิ้นเสียงนั้นบรรดา’คนพวกนี้’ที่ว่าพากันหันมองขวับ  จนบ่าวตัวดีรีบปรามแทบไม่ทัน  หวิดจะเอามือปิดปากแดงๆนั่นให้อยู่รอมร่อ “โธ่เอ๋ย คุณชาย เบาๆหน่อยซี่  พวกคนเรือนี่นักเลงเยอะนา  ถ้าคุณชายไปไม่ถึงบ้านแพนละก็ ท่านชายอาทิตย์เล่นงานแช่มตายแน่เลยขะรับ”
“แล้วจะให้นั่งไหน”

คนสนิทเดินนำกลับไปยังส่วนหน้าเรือ  เขาจึงเพิ่งเห็นว่าหลังห้องนายท้ายมือม้านั่งวางอยู่สองสามตัว   

“นี่แหละชั้นหนึ่งแล้วคุณชาย  คุณชายนั่งตรงนี้นะ  แช่มจะเอนหลังให้ลมโกรกกะพื้น”
“เดี๋ยว!” ยังไม่ทันทรุดลงเอกเขนกให้สบายใจ  ผู้เป็นนายก็เรียกไว้เสียก่อน  ก่อนจะได้ยินคำสั่งที่เล่นเอาปาดเหงื่อ
“สกปรกแบบนี้ฉันจะนั่งได้ยังไง  แกหาอะไรมาเช็ดเก้าอี้ซิ”
     
**********************

“หวังว่าที่นั่นจะดัดนิสัยชายเล็กให้ดีขึ้นได้นะ” หม่อมเจ้าอาทิตย์ธวัชตรัสเมื่อส่งบุตรชายเพียงคนเดียวลงเรือไปแล้ว
“ท่านชายโหดร้ายเสียจริง  ปีนี้ชายเล็กเพิ่งจะเต็มสิบแปด  ก็ลงโทษให้ไปอยู่ไกลบ้านขนาดนั้น” น้ำตายังไม่แห้งจากดวงตาหม่อมดารา  ถึงแม้จะไม่ใช่ย่าแท้ๆ  เป็นแค่พี่สาวของย่า  แต่หญิงชราก็รักคุณชายเล็กมากราวกับหลานแท้ๆของตัวเอง 

“หม่อมย่าใหญ่ตั้งชื่อให้เขาสูงเกินไปรึเปล่า  ถึงได้ทำตัวจองหองเย่อหยิ่งมองไม่เห็นหัวคนอื่นแบบนี้”  ประโยคนี้คล้ายตรัสรำพึงกับพระองค์เอง  ขณะทอดพระเนตรเรือแดงค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากท่าฝ่ากระแสน้ำไป

****************************
   
   
ออกจากท่าเตียนตั้งแต่เช้าตรู่  เรือแดงแล่นผ่านเขตหมู่บ้านคับคั่งในเมืองหลวง  บ้านเรือนแต่ละหลังค่อยๆห่างออกไปเรื่อยๆ  บางคราวก็พบเรือนแพจอดเต็มสองฝั่งแม่น้ำ  จนกระทั่งถึงทิวทุ่งนาเขียวขจีกว้างใหญ่ 
   
สายน้ำกว้าง ท้องฟ้าสูงโล่ง  ทำให้เด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์เบิกบานตื่นตาอยู่ได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น  เมื่อนั่งหลังแข็งโต้ลมแรงนานเข้าหน่อย  ทนโคลงไปโคลงมากับเรือมากเข้านิด  อาการคลื่นเหียนเวียนไส้ก็โจมตีจนหม่อมราชวงศ์หนุ่มผุดลุกผุดนั่งเข้าออกห้องน้ำเป็นว่าเล่น  แม้จะเมาเรือแค่ไหนเขาก็ไม่คิดจะลงไปเอนหลังกับพื้นให้เสียเกียรติ  ได้แต่นั่งกุมขมับกับเก้าอี้อยู่อย่างนั้น  เดือดร้อนนายแช่มที่ต้องมาพัดวีให้ไหวๆ
   
จนเกือบ ๔ โมงเย็น  สองฝั่งแม่น้ำเริ่มเต็มไปด้วยเรือโยงผูกติดกันยาวเหยียด  ผ่านโรงสีปล่อยควันโขมง  ผ่านบ้านเรือนที่เริ่มคับคั่งขึ้น  เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าเข้าสู่เขตตลาดบ้านแพน  เลอมานจึงเริ่มตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้า  กลัดกระดุมคอผูกไทด์ที่ตนคลายออกเมื่อเช้าให้กระชับ  โยนยาดมส้มมือที่จ่อรูจมูกมาตลอดทางคืนนายแช่ม  จัดผมเผ้าให้เรียบร้อยแล้วสวมหมวกปีกแคบ  และเมื่อเรือจอดนิ่งสนิทที่ท่า  เขาก็ก้าวย่างขึ้นฝั่งได้อย่างสง่างาม
   
   
สุภาพบุรุษหนุ่มในชุดสูทสีครีม สวมหมวกปีกสีน้ำตาล  แม้ดวงตาจะถูกแว่นดำบดบังอยู่ แต่ก็ไม่อาจปกปิดความงดงามของใบหน้านั้นได้  ยิ่งเมื่อมายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านจอแจที่ท่าเรือ  ยิ่งดูโดดเด่นราวกับหงส์ในฝูงกา  ไม่ว่าใครจะสนใจมองจนเหลียวหลังอย่างไร  เขาก็ยังยืนเชิดหน้ามองตรงราวกับไม่สนใจชีวิตอื่นใดบนโลก   
   
“หม่อมราชวงศ์เลอมาน บูรพวงศ์ใช่ไหม” เสียงทุ้มที่เอ่ยชื่อเขาทำให้เด็กหนุ่มต้องหันไปมอง  หน้าที่เชิดอยู่แล้วต้องเชิดยิ่งกว่าเก่าด้วยอีกฝ่ายนั้นสูงกว่าเขามากนัก

“สวัสดี  ผมอาจารย์คนึง วนาสัยจากโรงเรียนฝึกหัดครูอยุธยา  ผมมารับคุณ” ดวงตาเรียวคมสีสนิมเหล็กมองเขานิ่งอย่างไม่สะท้อนอารมณ์ใด  แม้ไม่ยินร้าย  แต่ก็ไม่ยินดี 

“อ้อ” เด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์เพียงกล่าวรับสั้นๆ  ถอดแว่นออกเพื่อสำรวจอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า  ใบหน้าคมคาย ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงขายาวสีดำ  แต่ปลอกแขนทุกข์ที่แขนซ้ายนั้นสะดุดตาสะดุดใจเขานัก  นึกฉุนเฉียวขึ้นมาครามครัน  อาจารย์บ้านนอกคนนี้กล้าดียังไงถึงแต่งตัวแบบนี้มารับเขา
   
นายแช่มหอบสัมภาระมาเต็มสองมือ  เมื่อเห็นว่าผู้เป็นนายยืนอยู่กับใคร ก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม  “สวัสดีครับ”

“สวัสดี” คนึงรับไหว้พร้อมยิ้มด้วยไมตรี  เหลือบมองเด็กหนุ่มที่เอาแต่ยืนเชิดหน้า  อดคิดอย่างดูแคลนไม่ได้ว่า  ไม่อยู่เมืองนอกนานเกินไปก็คงจะเป็นที่กมลสันดานส่วนตัวถึงได้ไม่รู้จักไหว้หรือกล่าวสวัสดีคนอื่น  ดวงตาเรียวคมสำรวจหัวจรดเท้า  ดูอย่างไรก็ไม่เหมือน ‘อาสา’ สมัครสักนิด  หนักไปทาง ‘ถูกบังคับ’ เสียมากกว่า  เด็กหนุ่มร่างระหง ‘เอวองค์สารพัดไม่ขัดตา’ ผิวขาวเนียนที่เรียกว่า ‘แตงร่มใบ’ ได้ไม่ขัดปาก  ผมสีน้ำตาลอ่อนต้องประกายแดดดูราวเส้นไหม  ทว่าดวงตาแวววาวราวอัญมณีคู่นั้นกลับดีแต่มองคนอื่นอย่างเหยียดหยัน

รูปงามเสียเปล่า  คงร้ายกาจไม่ใช่เล่นจึงถูกพ่อตัวเองส่งมาดัดนิสัยที่นี่

หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย      ควรจะนับว่าชายโฉมยง
กระนี้หรือบิดามิพิศวาส..


คนึงและนายแช่มถือกระเป๋าเดินทางของคุณชายไว้คนละสองใบ  ในขณะที่เจ้าของกระเป๋ากลับเดินเชิดหน้าเอามือไพล่หลังไม่แยแส  อาจารย์หนุ่มเดินนำทั้งสองมายังเรือยนต์ที่จอดรออยู่ที่ท่าเพื่อเดินทางไปยังโรงเรียน

ทัศนียภาพและวิถีชีวิตชาวบ้านสองฝั่งคลองที่ผ่านสายตายิ่งทำให้เด็กหนุ่มผู้สูงศักดิ์รังเกียจนัก  ท้องทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา  ฝูงวัวควายปล่อยทุ่งพากันมากินน้ำ  กลุ่มเด็กเปลือยกายล่อนจ้อนโดดน้ำกันโครมๆ  หญิงสาวชาวบ้านในผ้าถุงเปียกแนบเนื้อนั่งขัดสีฉวีวรรณที่ท่าน้ำ  ทุกอย่างทำให้เขาอดวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล้าหลังไร้การพัฒนาไม่ได้ 

โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนตกอยู่ในสายตารังเกียจเดียดฉันท์จากผู้มารับอย่างไร

*************************
   
   
ท่าน้ำหลังโรงเรียนฝึกหัดครูอยุธยากำลังคึกคักราวกับงานวัด  ผ้าแพรเพลาะสีสดใสถูกนำมาตกแต่งจนท่าน้ำเรียบๆดูสวยสด  เหล่าคณาจารย์ต่างอยู่ในชุดแต่งกายสุภาพเรียบร้อย  นักเรียนบางส่วนที่กินนอนที่โรงเรียนก็มาออกันที่ท่าจนคับคั่ง    แม้แต่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงก็ยังแห่กันมา 

ได้ยลโฉมคุณชายนักเรียนนอกจากอังกฤษที่ร่ำลือกันว่ารูปงามนักหนา  แถมยังได้ดูมหรสพกลองยาวที่กำนันเสริมหามาเป็นของแถม  ในชีวิตอันเรียบง่ายจนน่าเบื่อ  นานทีปีหนจะมีเรื่องครึกครื้นให้ดูชม  แล้วใครเล่าจะพลาดได้ลง 
   
จ้อยในเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงสีกากีอันเป็นเครื่องแบบของนักเรียนโรงเรียนฝึกหัดครูกำลังตื่นตาตื่นใจอยู่กับหาบเร่ที่มาจับจองที่ทางขายของหลังโรงเรียน  เดินไปเดินมาก็หยุดอยู่หน้าร้านน้ำแข็งกดสีสันสดใส  เด็กหนุ่มร่างเล็กยืนมองตาละห้อยได้ไม่ทันไรก็มีมือมาตบไหล่ดังป้าบ
   
“ตามหาตั้งนาน ที่แท้ก็มาอยู่นี่เอง” สันติฉายานายสี่ตาเพราะใส่แว่นโอบไหล่เล็กบางของเพื่อนรักไว้อย่างสนิทสนม
“เอาไหมจ้อย เดี๋ยวเราเลี้ยง” สง่าเดินมาประกบอีกคน  และไม่ทันที่จ้อยจะอ้าปากร้องห้าม  เพื่อนตัวดีก็สั่งน้ำแข็งกดกับแม่ค้าไปแล้ว  มิไยจ้อยจะโบกมือห้าม  น้ำแข็งกดรดน้ำแดงราดนมจนชุ่มก็ถูกยัดใส่มือ

“ขอบใจนะ  เดี๋ยววันหน้าเรากับยายจะทำขนมมาให้” ริมฝีปากบางว่าพลางชิมรสหวานฉ่ำแล้วยิ้มเขิน  จริงอยู่ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน  แต่จะให้เพื่อนมาเลี้ยงบ่อยๆก็ใช่เรื่อง
   
จ้อยเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เล็ก  แม่กำไลของเขาไปทำงานที่กรุงเทพ  พอคลอดเขาแล้วก็เอามาฝากให้ยายเลี้ยงแล้วตัวก็หายเข้ากลีบเมฆ  เด็กหนุ่มเคยเห็นหน้าแม่แต่เพียงในรูปถ่ายเก่าๆ  แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังอดภูมิใจไม่ได้ที่ตัวเองถอดใบหน้าแม่มาไม่ผิดเพี้ยน  ส่วนพ่อนั้นหรือ  เติบโตมาจนอายุ ๑๗ ปี  จ้อยก็ยังไม่รู้ว่าพ่อบังเกิดเกล้าของตนเป็นใคร  และเชื่อว่ายายเองก็คงไม่รู้เช่นกัน

เกิดมาก็กำพร้าพ่อแม่แล้ว  เมื่อสี่วันก่อนพี่ชายก็มาตายจากไปอีก  ชีวิตจ้อยตอนนี้จึงเหลือเพียงยายคนเดียวเป็นที่ยึดเหนี่ยว  แต่ไม่ใช่เพียงความน่าเวทนาที่ทำให้จ้อยกลายเป็นที่รักที่เอ็นดูของอาจารย์และผองเพื่อน  หากเป็นเพราะความอ่อนโยนอ่อนน้อม  และร่าเริงสดใสเหมือนแสงตะวันยามเช้า  อันเป็นนิสัยดั้งเดิมของตัวเขาเองต่างหาก
        

จ้อยเป็นเด็กดี  ไม่มีพิษมีภัยกับใคร  แต่ก็ยังไม่วายมีศัตรู

“เฮ้ย ไอ้จ้อย!” เสียงทุ้มห้าวตะโกนเรียกดังลั่นจากด้านหลัง  ไม่ต้องหันไปดูจ้อยก็รู้ว่าเสียงใคร  เพราะมีเพียงคนเดียวที่จ้องระรานเขาแบบนี้ 
   
“โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังกินน้ำแข็งกดอีกเรอะวะ” จริงดังคาด  นายสิงห์ลูกชายกำนันเสริมพร้อมลูกสมุน ๓-๔ คนเดินอาดๆตรงเข้ามาอย่างหาเรื่อง  ท่าทางยียวนกวนประสาทจนจ้อยเบ้ปากรังเกียจ  ถึงจะร่างเล็กผิดกันเยอะแต่เด็กหนุ่มก็จ้องหน้ามันกลับไปอย่างไม่กลัวเกรง
   
ดูเอาปะไร  เย็นย่ำสนธยาขนาดนี้ไอ้สิงห์มันยังสะเออะใส่แว่นดำ  คงจะนึกว่าตัวเองเป็นพระเอกหนังฝรั่งโก้เสียเต็มประดา     
   
“หรือว่าหมายังเลียถึงวะ  ไอ้จ้อยมันยิ่งเตี้ยๆอยู่” ไอ้ลอย สมุนคนสนิทของไอ้สิงห์เห่าหอนขึ้น  ประโยคที่จ้อยไม่เห็นว่ามันจะขำตรงไหนกลับเรียกเสียงหัวเราะจากพวกมันครื้นเครง
   
“เออว่ะ  ไหนดูหน่อยซิวะ” มือแกร่งคว้าเข้าให้ที่แขนเล็ก  อาศัยร่างกายที่สูงใหญ่กำยำกว่าดึงร่างเล็กเข้าหาตัวได้อย่างง่ายดาย  จ้อยออกแรงยื้อยุดจนน้ำแข็งกดร่วงลงพื้น 
   
ไอ้สิงห์ทำท่าเสียดมเสียดาย  พลางจับแว่นขึ้นคาดผม  เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและดวงตาวาววับ  ดวงตาคู่นั้นจ้องวงหน้าอ่อนเยาว์ละมุนของคู่กรณีนิ่งไปอึดใจ 

‘แววเนตรเด็ดฉกาจชาตินักสู้’ ช่างขัดกันเหลือเกินกับ ‘โอษฐ์ตรูกลทับทิมจิ้มลิ้มเหลือ’

“ไปกันเถอะสันติ สง่า อย่าไปสนพวกอันธพาลเลย” จ้อยขึงตาใส่พลางหันหลังเดินหนีทั้งยังจับแขนตัวเองป้อยๆด้วยความเจ็บ  ยังไม่ทันได้เดินหนีไปดั่งใจ  คนตัวสูงกว่าก็ปราดมาขวางหน้าไว้  สายตายังจับจ้องไม่กระพริบ   
   
“ปากแดงอย่างกับผู้หญิงเลยนะเอ็ง” ไม่ว่าเปล่า  ดันเอื้อมมือมาหาเสียด้วย  มือเล็กรีบปัดมันออกทันทีก่อนจะถึงตัว  ร่างสูงทำท่าดังได้สติ  แววตาที่มองเปลี่ยนเป็นเอาเรื่องทันที  แถมยังเงื้อง่ากำปั้นขึ้น 

“หยุดนะไอ้สิงห์!!” เสียงทรงอำนาจดังฟ้าผ่าดังขึ้น  ไม่ใช่แค่ไอ้สิงห์กับพรรคพวกเท่านั้นที่ชะงัก  ทุกคนล้วนหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว  ร่างสูงใหญ่ในชุดสีกากีเดินถือตะพดอาดๆมา  ปิดหัวล้านเลี่ยนไว้ด้วยหมวกกะโล่  หนวดงอนโง้งเน้นใบหน้าให้ดูดุดันน่าเกรงขามยิ่งขึ้น 
   
“วันนี้อย่าก่อเรื่องเชียวนะ  ไม่งั้นพ่อจะแพ่นกบาลแยกให้หมดทั้งหัวโจกหางโจก” แค่กำนันเสริมเงื้อตะพดใส่  ไอ้สิงห์และพวกก็หัวหดกันเป็นแถว   
   
“ขอโทษทีนะครู  อย่าถือสาไอ้ลูกชายอันธพาลของลุงเลยนะ” ท่าทีดุร้ายที่มีต่อลูกชายแปรเปลี่ยนเป็นเมตตาอารีต่อนักเรียนฝึกหัดครูทันที  จ้อยยิ้มเจื่อน  ปากบางขยับจะเอ่ยคำว่าไม่เป็นไร..   
   
“มันยังไม่ได้เป็นครูเสียหน่อย  พ่อไปเรียกมันว่าครูทำไม” หัวโจกร่างสูงโพล่งขึ้นขัดเสียก่อน  แต่ก็จ๋อยไปอีกครั้งเมื่อผู้เป็นพ่อร่ายยาว
   
“หุบปากไปเลยไอ้สิงห์  หัดเอาอย่างครูเขาซะมั่ง  หนังสือหนังหาก็ไม่ยอมเรียน  ดีแต่ระรานชาวบ้านไปทั่ว  พวกเอ็งไปอยู่ไกลๆโน่นเลย  เดี๋ยวคุณชายเห็นเข้าจะอับอายขายขี้หน้ากันทั้งบาง”

ลูกชายกำนันได้แต่ฮึดฮัด  ก่อนจากไปยังมิวายชี้หน้าคู่กรณี  พร้อมชี้หน้าขู่อาฆาต
   
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้จ้อย  อีกสองสามวันข้าจะไปเก็บดอกที่แผงผักยายเอ็ง  เตรียมตัวไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”

ออฟไลน์ IIMisssoMII

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2120
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-2
พี่สิงห์ >////<

ออฟไลน์ ดอกไม้

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 156
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +321/-1
อาจารย์ปรีชาเจ้าของร่างท้วมและใบหน้าเอื้ออารียืนยิ้มอยู่ที่ท่า  รายล้อมด้วยเหล่าคณาจารย์ที่คอยชะเง้อมองคุ้งน้ำข้างหน้าเป็นระยะ  การมาเยือนของชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์คนนี้สำคัญยิ่งนัก  ด้วยว่าหม่อมราชวงศ์เลอมานคือโอรสคนเดียวของหม่อมเจ้าอาทิตย์ธวัชผู้ให้การอุปถัมภ์โรงเรียนมาช้านาน  การต้อนรับจึงจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ   
   
“เอ้าเฮ้ย  โน่นไง  เรือมาแล้ว  ตั้งแถวๆ” กำนันเสริมโวยวายขึ้นเมื่อเห็นเรือยนต์ลำหนึ่งแล่นเข้าคุ้งน้ำมา  อาจารย์ปรีชารีบกระชับคอเสื้อให้เรียบร้อย  อาจารย์อื่นที่ยืนระเกะระกะในตอนแรกต่างพากันยืนเรียงแถว  ส่วนพวกชาวบ้านรวมทั้งจ้อยและพวกพรรคต่างพากันชะเง้อชะแง้  คณะกลองยาวลุกขึ้นยืนเตรียมพร้อม  ทุกคนต่างอยากเห็นหน้าอาจารย์ฝึกสอนคนใหม่ที่มียศศักดิ์สูงส่งคนนี้นัก
   
เรือยนต์แล่นเข้าเทียบท่า  อาจารย์ปรีชาพาใบหน้าเปื้อนยิ้มเข้ามายืนใกล้ๆ  ผู้ที่ขึ้นจากเรือคนแรกคืออาจารย์คนึง  และร่างโปร่งบางที่ค้อมหัวหลบหลังคาเรือก้าวขึ้นมายืนบนท่าคนต่อมาคือชายหนุ่มที่ทุกคนรอคอย
   
แม้จะเห็นจากในระยะไกล  แต่หม่อมราชวงศ์หนุ่มก็เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านได้เซ็งแซ่  บางคนชะเง้อมองคอยาวจนแทบจะตกจากตลิ่ง  ส่วนพวกสาวๆก็กระมิดกระเมี้ยนขวยเขินกันหน้าแดงก่ำ
   
“ท่านนี้คืออาจารย์ปรีชา  เป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเรา” คนึงแนะนำให้คุณชายรู้จักบุคคลที่ยืนอยู่หัวแถว 
   
“ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนของเราครับคุณชาย” อาจารย์ใหญ่วัยกลางคนเอ่ยทักทายพร้อมยิ้มกว้างจนหางตาย่น  แต่หม่อมราชวงศ์หนุ่มกลับตอบรับเพียงอาการพยักหน้าน้อยๆ.. เท่านั้น  แล้วใบหน้างามงดนั่นก็กลับมาเชิดชูคอเหมือนเก่า 
   
ไม่มีการยกมือไหว้  ไม่..แม้แต่จะถอดหมวกออก 

อาจารย์ปรีชาเพียงกระแอมในคอ  ก่อนหันไปแนะนำผู้ที่ยืนอยู่ถัดจากเขา “นี่คือกำนันเสริม  เป็นกำนันของตำบลนี้ครับ”
   
กำนันร่างใหญ่หัวเราะแหะๆ  ถอดหมวกกะโล่ออกแล้วยกมือขึ้นจะรับไหว้ตามความเคยชิน  แต่แล้วก็ต้องหัวเราะเก้อ รับไหว้เก้อ ด้วยเพราะชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ทักทายเขาด้วยอาการเดียวกับที่ทักทายอาจารย์ใหญ่ 
   
อาจารย์วิรัช หัวหน้าภาคภาษาอังกฤษก้าวขาออกมาทักทายบ้างอย่างมั่นใจ 
   
“กุดอ๊าบเต้อนูนเซอร์ เวลคั่มทู..”
“ผมพูดไทยได้ ไม่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ” เลอมานทะลุกลางปล้องเพราะสุดจะทนกับภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหู  เล่นเอาอาจารย์ร่างสันทัดหน้าม้าน 
   
นายแช่มยกข้าวของขึ้นฝั่งมาได้แล้วก็ตามมายกมือไหว้ผู้มาต้อนรับทีละคนอย่างอ่อนน้อม  แนะนำตัวเสร็จสรรพว่าเป็นข้าช่วงใช้ของคุณชาย  คนึงมองบ่าวแล้วหันมองนายด้วยสายตาเหยียดหยัน  เสียแรงที่มีเชื้อเจ้า  กลับทำตัวเย่อหยิ่งจองหอง  ไม่ยอมยกมือไหว้กระทั่งอาจารย์ใหญ่หรือกำนัน
   
ดวงตาคู่สวยทอดมองแถวยาวเหยียดของคนที่พากันมาต้อนรับเขาแล้วนึกเวียนหัวขึ้นมาครามครัน  สายตาทุกคู่มองมาทางเขาเป็นจุดเดียว  เสียงซุบซิบวิจารณ์ดังเข้าหูเป็นระยะ

“สวยจริงพ่อคุณเอ๊ย  ยังกะพระเอกหนังแน่ะ”
“ขาวเป็นหยวกกล้วยเชียวว่ะ”
“ทำไมผมเขาสีอ่อนกว่าเราล่ะ”
“คงอยู่เมืองนอกนานจนเป็นฝรั่งมั้ง”
“ไอ้โง่  ไม่พ่อก็แม่เขาคงเป็นฝรั่งตะหากเล่า”


หม่อมราชวงศ์หนุ่มรู้สึกอึดอัดนัก  ไหนจะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง  ไหนจะเวียนหัวเพราะเมาเรือตั้งแต่อยู่บนเรือเมล์  มือบางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูกเพราะความรู้สึกคลื่นเหียนพุ่งเข้าโจมตี  แต่ก็พยายามฝืนทนเอาไว้
   
“ที่พักของผมอยู่ไหน” เขาหันไปถามอาจารย์หนุ่มที่เป็นคนพาเขามา  ให้รู้สึกตึงหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ  แถมยังมองกลับด้วยสายตาเคียดขึ้ง  จนอาจารย์ปรีชาต้องเป็นคนตอบให้

“คุณชายพักที่บ้านพักอาจารย์หลังนั้นครับ” นิ้วอูมชี้ไปทางเรือนไม้เสาคอนกรีตที่ซ่อนกายอยู่ในดงมะม่วงใบหนา “เดี๋ยวให้คนเอาของไปเก็บให้แล้วเชิญคุณชาย..”

“ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อน  กรุณาอย่าให้ใครไปรบกวน” น้ำเสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยขึ้นทำให้หลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก  นายแช่มถึงกับเข้ามากระซิบประชิดตัว

“คุณชายเล็ก มันจะดีหรือ เขาจัดงานต้อนรับให้นะขะรับ” สีหน้าบ่าวหนุ่มซีดยิ่งกว่าซีด
“แกก็อยู่แทนฉันไปสิ” คุณชายกลับตอบอย่างไม่แยแส  และไม่ทันหลายคนจะคัดค้าน  ไม่ทันนายแช่มจะทัดทาน  ร่างโปร่งบางก็เดินลิ่วๆผ่านกลุ่มคนที่มองตามไปจนสุดตา 

นายสิงห์และพรรคพวกก็อยู่ในกลุ่มนั้น  ต่างมองตามคุณชายรูปงามด้วยสายตาแสนทึ่ง     

“เหมือนตุ๊กตาที่น้องข้าเล่นตอนเด็กๆเลยว่ะ” หัวโจกเอ่ยขึ้น สายตายังมองตามร่างนั้นทั้งที่เดินไปไกลแล้ว
“เสียดายเป็นผู้ชายเสียได้  ถ้าเป็นผู้หญิงละก็..” ไอ้ลอยหยักยิ้มมุมปาก  ดวงตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ  วูบหนึ่งขณะเด็กหนุ่มสูงศักดิ์เดินผ่าน  มันได้กลิ่นหอมจางๆจากร่างนั้น 

ช่างยวนใจเสียเหลือเกิน       
         
*************************
   
หม่อมราชวงศ์เลอมานเดินกึ่งวิ่งมาที่โคนต้นหางนกยูงหน้าบ้านพัก  มือเล็กใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากแน่น  สีหน้าเขาตอนนี้ผะอืดผะอมบอกไม่ถูก  เหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใครจึงตัดสินใจโก่งคออาเจียนกับโคนต้นไม้นั้น

เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เที่ยง  สิ่งที่ผ่านพ้นลำคอออกมาจึงมีแต่น้ำย่อยขมเปรี้ยว  ทรมานเหลือเกิน..

มือหนึ่งที่ลูบหลังให้ทำให้เลอมานตกใจสะดุ้งสุดตัว   เขาเอี้ยวหลังมองขวับ  พบเด็กหนุ่มร่างเล็กคนหนึ่งในชุดที่คาดว่าเป็นนักเรียนของที่นี่  กำลังขยับปากจะไล่ออกไปแต่กลับถูกความคลื่นเหียนโจมตีอีกระลอกจนต้องยอมแพ้แก่รอยมืออ่อนโยนนั้น

หม่อมราชวงศ์หนุ่มทิ้งตัวลงนั่งหอบบนแคร่ไม้ไผ่โคนต้นหางนกยูง  ดวงตาคู่สวยจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เอาแต่ยิ้มด้วยสายตาไม่พอใจ  ใครใช้ให้หมอนี่มาเห็นเขาในสภาพน่าอดสูกันเล่า  สักพักร่างนั้นก็หันหลังวิ่งขึ้นบันไดไปบนบ้านแล้วประคองขันน้ำใบหนึ่งมายื่นให้     

“อาจารย์คนึงก็เหลือเกิน  ดูไม่ออกหรือไงนะว่าคุณชายเมาเรือ  หน้าซีดออกขนาดนี้” จ้อยวางขันน้ำลงกับแคร่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ยอมยื่นมือมารับเสียที

“นี่เป็นน้ำฝนครับคุณชาย  ไม่ต้องห่วง  ที่นี่ใครๆก็ดื่มกันทั้งนั้น” เขาเอ่ยเมื่อเห็นสายตาคลางแคลงใจของอีกฝ่าย “ถ้าไม่ดื่มก็ล้างหน้าล้างตาเสียหน่อย จะได้สดชื่น”

ผู้สูงศักดิ์กว่าคว้าขันขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้  เขาบ้วนปากแล้วลองดื่มดูด้วยความกระหาย  ให้นึกแปลกใจว่าน้ำฝนนี้ช่างชื่นใจอย่างน่าประหลาด  ดวงตาสีน้ำตาลเพ่งพิเคราะห์สารรูปเด็กหนุ่มตรงหน้า  ร่างเล็กผอมบางในเสื้อสีขาวตุ่น  กางเกงมีรอยปะชุน  รองเท้าที่ใส่ก็เป็นรองเท้าแตะเก่าๆ  แต่ดวงตาเป็นประกายและรอยยิ้มสดใสนั้นช่างเป็นมิตรชวนมอง 
   
ไม่ถึงอึดใจ  ทั้งสองก็เห็นร่างสูงร่างหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าขึ้งเครียด   

“กลับไปที่งานเดี๋ยวนี้!”
        
ประโยคคำสั่งนั้นทำให้หม่อมราชวงศ์เลอมานโกรธจนลมแทบออกหู  ได้แต่พยายามสะกดโทสะเอาไว้อย่างสุดกลั้น  ตั้งแต่เกิดมา  นอกจากท่านพ่อแล้ว  ไม่มีใครหน้าไหนกล้าสั่งเขามาก่อน   

“คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดกับใคร  อย่ามาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับผม” ร่างโปร่งบางลุกพรวดขึ้น  อดหัวเสียไม่ได้ที่แม้จะลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูงแล้วอีกฝ่ายก็ยังสูงกว่าเขามากนัก       
 
คนึงยิ้มหยัน  รู้สิ  กำลังพูดกับเด็กไร้มารยาท  เย่อหยิ่งจองหองน่ารังเกียจอยู่อย่างไรล่ะ  แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดไปดั่งใจคิด 

“สิ่งที่คุณทำวันนี้มันเสียมารยาทมาก”
“แล้วไง  ผมไม่ไปเสียอย่าง  คุณจะทำไม” 
“ถ้าคุณไม่กลับไป  ผมจะโทรศัพท์ไปทูลฟ้องท่านชายอาทิตย์” ชื่อบิดาที่ถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดนั้นทำให้เลอมานชะงัก  ยอมจำนนด้วยความไม่เต็มใจ  เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ  สะบัดหน้าเดินกลับไปที่งานอย่างเสียมิได้

จ้อยได้แต่มองตามทั้งสองพลางถอนหายใจ  ความบาดหมางไม่ลงรอยได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกอย่างนี้  แล้วระยะเวลาอีก ๑ ปีที่หม่อมราชวงศ์เลอมานต้องอยู่ที่นี่  รอยร้าวนั้นจะลุกลามใหญ่โตไปสักแค่ไหน  จะถึงขั้นแตกสลายเลยหรือเปล่าหนอ 

**********************

เวลาผ่านไปจนถึงหัวค่ำ  การร่วมรับประทานอาหารเย็นกับคณะอาจารย์ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี  เลอมานยังจำสีหน้าของนายแช่มได้ดีว่ามันดีใจมากแค่ไหนที่เห็นเขากลับไป  และจำสีหน้าของเหล่าอาจารย์ทุกคนได้ดีเช่นกัน 
   
ไม่ว่ามันจะเป็นสายตาอิดหนาระอาใจ เหนื่อยหน่าย ไม่พอใจ อ่อนใจ หรืออะไรก็ตามแต่  สายตาเหล่านั้นก็ไม่อาจทำให้เขาสะดุ้งสะเทือนได้  การถูกเลี้ยงดูมาอย่างฝรั่ง  แถมยังถูกหม่อมแม่พะเน้าพะนอเอาใจราวกับไข่ในหิน  ไม่ว่าเพื่อนฝูงหรือบ่าวไพร่ก็ปฏิบัติกับเขาเช่นผู้มีศักดิ์สูงกว่า  สิ่งเหล่านั้นหล่อหลอมให้หม่อมราชวงศ์เลอมานไม่เคยนึกถึงความรู้สึกใคร  ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาทั้งสิ้น

ระหว่างมื้อเขาทานได้น้อยคำ  ด้วยนึกเหยียดหยันในรสชาติสตูไก่ที่พยายามปรุงให้อร่อยเท่าต้นตำรับ  สีหน้าเขาคงแสดงออกไม่น้อยตอนที่อาจารย์ปรีชาบอกว่าแม่ครัวปรุงให้สุดฝีมือ  ทุกคนในโต๊ะถึงได้ทำหน้ากระอักกระอ่วนอย่างนั้น
   
หลังมื้ออาหารที่น่าเบื่อหน่าย  อาจารย์หนุ่มร่างสูงก็พาเขาและนายแช่มมายังห้องพักบนเรือนไม้ใต้ถุนสูงขนาด ๑๕ เสา  คะเนด้วยสายตาแล้วพบว่ามีห้องพักอื่นอีก ๓-๔ ห้อง  ผ่านห้องนั่งเล่นตรงกลาง พวกเขาถูกพามายังห้องหนึ่ง  ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปพบเตียงสองหลังตั้งอยู่คนละฝั่งห้อง  คิ้วเรียวถึงกับขมวดมุ่น 

“นั่นเตียงใคร” ใบหน้างดงามเชิดขึ้นถามอย่างไม่สบอารมณ์  ก่อนจะหันไปสำรวจทั่วห้องกว้าง  เครื่องเรือนทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน  ตู้เสื้อผ้า  หรือโต๊ะเขียนหนังสือ ทุกอย่างมีเป็นคู่และถูกจัดวางในลักษณะแบ่งพื้นที่ครึ่งห้อง  โดยกั้นกลางไว้ด้วยชั้นหนังสือ

“เตียงผมเอง” คำตอบของอีกฝ่ายทำให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มแทบสำลักอากาศ “ห้องพักอาจารย์กำหนดให้อยู่ห้องละสองคน  และพอดีอาจารย์ที่เคยอยู่ห้องนี้กับผมตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว  ที่สำคัญผมก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลคุณด้วย”

“ไม่มีห้องเดี่ยวหรือ”

“ไม่มี” คนึงเอ่ยเสียงเรียบ  เรียบพอๆกับใบหน้านิ่งขึง “ที่นี่บ้านพักไม่ใช่โรงแรม”

นายแช่มเห็นประกายตาเจ้านายวาววับด้วยความไม่พอใจ  และเห็นอาจารย์ร่างสูงใหญ่ปลีกตัวไปที่โต๊ะทำงานอย่างไม่แยแส มันก็เริ่มเห็นท่าไม่ดี  รีบเข้าไปประคองคุณชายที่รักไปนั่งพักที่เตียงอย่างประจบ  และจัดแจงสัมภาระในกระเป๋าเก็บเข้าที่ 

คนึงพยายามข่มอารมณ์ไว้  เมื่อได้ยินเสียงเลอมานบ่นแต่เรื่องความคับแคบของห้องพักและไร้สิ่งอำนวยความสะดวกจากอีกฝั่งห้องแว่วมา  ฝ่ายนั้นจงใจพูดให้เขาได้ยิน  เขาแน่ใจเช่นนั้น             
          
“นี่คุณ  คุณน่ะ” ร่างโปร่งเดินมาหยุดเรียกเขาอยู่ข้างชั้นหนังสือใหญ่ที่ถูกใช้กั้นกลางห้อง “คุณชื่ออะไรนะ”

ดวงตาคมวาวขึงตาใส่อีกฝ่าย  คิ้วหนาขมวดมุ่น  เจ้าเด็กไร้มารยาทนี่จำชื่อเขาไม่ได้จริงๆหรือจงใจแกล้งถาม 
   
แต่ไม่ว่าจะสาเหตุไหนก็แสดงถึงความไม่น่าคบได้พอๆกัน
   
“เอ่อ..อ-อาจารย์คนึงขะรับ  คือ..” บ่าวหนุ่มผิวคล้ำยืนกุมเป้าถาม “คุณชายจะอาบน้ำแล้ว  ไม่ทราบว่าห้องน้ำอยู่ไหนหรือขะรับ”   

*************************

“นี่น่ะหรือห้องน้ำ”
   
เลอมานพึมพำแผ่ว  สองนายบ่าวถือไฟฉายฝ่าความมืดจากบ้านพักมาหยุดอยู่หน้าห้องน้ำตามที่คนึงชี้บอก  ความจริงแล้วเรียกว่าโรงอาบน้ำน่าจะถูกกว่า  ดวงตาคู่สวยมองผนังก่อด้วยสังกะสีอย่างหยาบๆด้วยความแคลงใจ  เมื่อเปิดประตูเข้าไป  เปิดไฟสว่าง  มีอ่างใส่น้ำที่ก่อด้วยปูนขนาดใหญ่อยู่กลางห้องกว้าง  พื้นปูนเฉอะแฉะ  กลิ่นอับน่ารังเกียจทำให้ต้องยกมือขึ้นปิดจมูกโด่งรั้น     

“ไม่มีห้องน้ำที่ดีกว่านี้แล้วหรือ” ความขยะแขยงแล่นพล่านจนเด็กหนุ่มอดบ่นไม่ได้ 
“แต่อาจารย์คนึงบอกว่าใครๆก็อาบที่นี่นะขะรับ” 

เลอมานจึ๊ปากอย่างขัดใจ  รับผ้าขนหนู,เสื้อคลุมและสบู่ฝรั่งจากบ่าวมาถือไว้  แล้วไล่ให้มันออกไปเฝ้าที่หน้าโรงอาบน้ำ  กำชับนักหนาว่าอย่าให้ใครเข้ามาเด็ดขาด

นายแช่มออกไปแล้ว.. เหลือเขาอยู่คนเดียวในห้องน้ำโล่งกว้าง..

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองไปรอบๆห้องอย่างประดักประเดิด  เขาไม่เคยอาบน้ำในห้องน้ำที่กว้างขนาดนี้มาก่อน  มันโล่งเสียจนไม่ต่างอะไรกับอาบน้ำในที่แจ้ง  แต่ยังอุ่นใจอยู่บ้างเพราะมีนายแช่มเฝ้าอยู่ข้างนอก 

ไม่มีฝักบัว  ไม่มีน้ำอุ่น  ไม่มีอ่างอาบน้ำให้นอนแช่  มีแต่ขันสาครบุบๆวางอยู่บนขอบอ่าง     

เขาเหลียวมองไปรอบๆอีกครั้ง  ก่อนค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าตนออกจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า  ค่อยๆอาบน้ำอย่างทุลักทุเล
เพียงน้ำขันแรกรดกายก็ร้องคราง.. มันช่างเย็นเหลือใจ   

ขันแล้วขันเล่าราดรด  มือบางค่อยๆบรรจงทำความสะอาดไปทั่วร่าง  เรือนผมสีน้ำตาลเปียกลู่  หยดน้ำเกาะพราวทั่วผิวเนียนเรียบ 

จู่ๆเด็กหนุ่มก็พลันได้ยินเสียงแกร๊กที่ประตู

มือที่กำลังละเลงฟองบนศีรษะชะงัก 

ใคร!?
นายแช่ม!?

เสียงคนคุยกันแว่วๆดังขึ้นพร้อมประตูไม้บานเก่าเปิดผางออก  ฟองสบู่ราคาแพงที่อยู่บนศีรษะเริ่มไหลเข้าตา  ทำให้เขาเห็นหน้าคนบุกรุกเข้ามาได้ไม่ชัดนัก  รู้แต่ว่าพวกนั้นมีไม่ต่ำกว่า ๒ คน!


“นั่นใคร!”            


โปรดติดตามตอนต่อไป

--------------------------------------------------------------------------------------
*เพลงหงส์เหิร, แก้ว อัจฉริยะกุล ประพันธ์, เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้อง
** ศกุนตลา



ดอกไม้ตอบเม้นท์จ้า :L2:

Lukaka
ขอบคุณที่ตามมาให้กำลังใจกันนะคะ  จะรีบกลับไปเขียนต่อเร็วๆนี้ค่ะ

Wordslinger
ขอบคุณคุณแป้งจี่มากๆเลยค่ะ คอยตามเชียร์ตลอดไม่ว่าจะบอร์ดไหน  แหะๆ (เกาหัวแก้เขิน) นิยายเรื่องนี้ก็ไม่ได้สรรพคุณดีเลิศอะไรหรอกค่า แค่คนเขียนเขียนขึ้นมาด้วยความรักเท่านั้นเอง ^^

Cocoaharry
ขอบคุณที่รอติดตามค่ะ^^

Dahlia
ชื่อเรื่อง ‘มหาหงส์’ มาจากชื่อดอกไม้ที่เราชอบมากๆเลยค่ะ

Kenshinkenchu
อ้าวนึกว่าใคร  เหมือนเจอเพื่อนเก่าเลยค่ะ มามะขอกอดที :กอด1:
ใกล้จะได้เขียนต่อแล้วค่ะ เพราะนิยายเรื่องแรกที่ต้องรีบปั่นของเราใกล้จบแล้ว  เขียนจบเมื่อไหร่เดี๋ยวรีบมาเขียนเรื่องนี้ต่อเลยค่ะ

Zymphoniz
ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้ะ  ไม่ลืมมี่จังกับโนโนะแน่นอน เพราะว่าใกล้จบแล้วจ้า

Kangkaw
ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจค่ะ^^

jeaby@_@
แหะๆ มีคนชวนมาลงน่ะค่ะ ที่นี่คนเยอะดีจัง (ตื่นเต้น ตื่นคนค่ะ) ขอบคุณที่ให้กำลังใจกันเสมอไม่ว่าบอร์ดไหนนะคะ

@BUA@
ขอบคุณสำหรับคะแนนค่ะ ^^

IIMisssoMII
คุณน้ำส้มนี่เอง  ขอบคุณที่ยังรอกันนะคะ  จะรีบไปเขียนต่อเร็วๆนี้แหละค่ะ

~l3aml3ery~
555+ น้อง Bambery นี่เอง เจอกันทุกบอร์ดเลย โลกกลมหรือพรหมลิขิต^^

しろやま としんや
แหะๆๆ สรุปเลยลงทั้งหมด 3 บอร์ด วันไหนอัพพร้อมกันทีเดียว 3 บอร์ดละแย่แน่เลย ยิ่งชักช้างุ่มง่ามโลว์เทคอยู่ด้วย -_-“ สำหรับตอนใหม่  อดใจรออีกแป๊บนึงนะคะ^^

Irksome
ขอบคุณที่มาจุดประทัดต้อนรับค่ะ (อุดหูๆ)^^

januarys13
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ  เราจะอัพอาทิตย์ละตอนเน้อ

Sorso
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ สู้ๆ ฮึบๆ

iforgive
ดีใจที่ชอบค่ะ  นิยายเรื่องนี้ภาษาติดจะโบราณๆหน่อยเน้อ  (ตามอายุคนเขียน^^)

golove2
อันนี้ต้องคอยติดตามค่ะ ^^

Mio
แนวย้อนยุคเป็นแนวที่อยากเขียนมานานแล้วค่ะ  (รู้ว่าเขียนยากแต่ก็ยังอยากจะเขียน) หากมีตรงไหนผิดพลาดทักท้วงชี้แจงได้เลย ยินดีรับฟังทุกความเห็นค่ะ

สามคำ >>> ขอบ คุณ ค่า ^^

ดอกไม้
๒ ธ.ค. ๒๕๕๔

ออฟไลน์ iforgive

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +843/-80
สุดยอด  อ่านแล้วนึกภาพตามได้เป็นฉาก ๆ เลย  อาจเป็นเพราะเราก็ ส.ว. ด้วยแหละ  '^__^
โรงเรียนฝึกหัดครูสำหรับคนอื่น  แต่เป็นโรงเรียนดัดสันดานของเลอมาน  เจ๋ง

ออฟไลน์ Jploiiz

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-2
อยากรู้ว่าจินตาตายยังไง

ชอบอ่านนิยายแนวนี้นะคะ
แลดูขลังๆ ดี ฮ่าๆๆ

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2464
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1121/-5
พี่สิงห์ของแป้งฯ!

 :impress2:

อ่านกี่ครั้งก็ชอบ เป็นกำลังใจให้คุณดอกไม้นะคะ, รออยู่ว่าจะมาต่อเมื่อไหร่.

ออฟไลน์ jeaby@_@

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1179
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +454/-3
เป็นแม่ยกคุณชายค่ะ
อ่านกี่ครั้งก็สนุก บรรยายดีมาก
ยอดเยี่ยม

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด