รักเอย : จริงหรือที่ว่าหวาน ? หรือทรมานใจคน
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รักเอย : จริงหรือที่ว่าหวาน ? หรือทรมานใจคน  (อ่าน 244702 ครั้ง)

RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #360 เมื่อ18-04-2009 01:51:28 »


 
ประกาศ


หากเรื่องที่ผมเล่าจบลง . .  . ผมขอลบข้อความบางส่วนบางตอนภายใน ๓๐ วันนะครับ

สำหรับคนที่ชอบ  ก็เซฟเก็บไว้นะครับ  แต่กรุณาอย่านำไปโพสต์ที่อื่น  เพราะผมตั้งใจเขียนไว้ในเล้านี้ที่เดียวเท่านั้น  สำหรับคนที่เข้ามาหลังที่ผมเขียนจบ ๓๐ วัน  อาจได้เรื่องไม่ครบสมบูรณ์นะครับ

ขออนุญาตทำตามนี้นะครับ . .



^

^

^


ข้อความข้างบนเอามาจากเรื่องก่อน . . .


กำลังชั่งใจอยู่


. . . ว่าเรื่องนี้  มันจะตามมาหลอกหลอนอีกไหมหว่า
http://media.imeem.com/m/of7bmqLpIJ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2009 20:50:59 โดย ราชบุตร »

namtaan

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #361 เมื่อ18-04-2009 06:38:57 »

รับทราบประกาศ และขอบคุณมากมายสำหรับความซาบซึ้งกินใจ

แม่ัรักลูก แต่ฆ่าลูกให้ตายทั้งเป็นมานานกว่าอายุโอ๊ตอีกนะนั่น

บวก 1 แต้มเช่นเคย ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ kit

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #362 เมื่อ18-04-2009 07:36:43 »


ต๊าย ยังดีนะคะ ที่คุณยายแป้ง(แม่ยัยโอห์ม)ทำอย่างนี้เมื่อปี 2534
ถ้าเป็น 2552 เห็นทีจะโดนคุณป้าสุนีย์(แม่โต้ง)หัวเราะเยาะ ชิส์

218 + 1 = 219
ขอบคุณนะคะ คุณ ราชบุตร


ออฟไลน์ IZE

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-3
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #363 เมื่อ18-04-2009 07:45:29 »

 :m15: :m15: :m15: :m15:

Tao_huu

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #364 เมื่อ18-04-2009 09:33:15 »

จะจบแล้วเหรอเนี่ย  :a5:

แต่รอลุ้นๆ เจอพี่โน๊ตไวๆ  :กอด1:

cmos

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #365 เมื่อ18-04-2009 10:52:23 »

สงสารโน้ตจัง :sad11:

RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #366 เมื่อ18-04-2009 11:37:36 »



ยังไม่ได้เขียนตอนจบเลย . . .

. . . ชั่งใจอยู่  จะจบเรื่องราวแบบไหนดี  ที่จะทำให้จดจำมากที่สุด

โน้ตกลับมาแล้วไปกอดโอห์ม . . . หรือ . . . โน้ตประสบอุบัติเหตุ  กลางทางก่อนมาถึง 

อันไหนดีกว่ากันอ่ะ

นิยายถ่ายทอดสดก็งี้  หาทางจบไม่เจอ  เฮ้ยยยยยยย

ปล. คนเขียนกวนตรีนอีกแร่ะครับท่านนนนนนนนนนนนนนนน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2009 11:40:13 โดย ราชบุตร »

ออฟไลน์ kit

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #367 เมื่อ18-04-2009 12:23:39 »



วุ้ย กิต.เคยอ่านเจอที่ไหนที่หนึ่งนะคะ
มีนักเขียนบางคนเคยบอกไว้ว่า
"ผมเขียน เพราะรัก และมีความสุขกับการเขียน ใครชอบก็อ่าน ไม่ชอบ ก็ไม่อ่าน จบข่าว"
กิต.ว่า เป็นความคิดที่น่าสนใจเหมือนกันนะคะ อิอิ

ขอบคุณนะคะ คุณ ราชบุตร


mango

  • บุคคลทั่วไป

 โน้ตประสบอุบัติเหตุ  กลางทางก่อนมาถึง  too soappy na ka,   :monkeysad:

โน้ตกลับมาแล้วไปกอดโอห์ม . . love this plot ka , happy ending  :call:  please

nanao

  • บุคคลทั่วไป
ขอแบบ Happy นะคร้าบคุณราชบุตร

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป

ตอนที่  ๑๗
   
   ผมนิ่งเหมือนถูกสาป  มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมา  เรื่องที่แม่เล่าให้ฟัง  มันเจ็บปวดเกินกว่าที่ผมจะรับได้  พี่โน้ตอยู่ได้อย่างไร  พี่โน้ตผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดมาได้อย่างไรกัน  พี่โน้ตทำทุก ๆ  อย่างลงไปได้อย่างไร . . .


   ไม่ได้เดินหายไปแบบที่ผมเคยคิด . . .

   . . . แต่

   พี่โน้ตมีชีวิตอยู่บนซากอะไรสักอย่าง . . .

   . . . มีลมหายใจ

   หาก . . .ไร้วิญญาณ

   . . . ซากชีวิต

   ผมยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ  แม้จะหลับตา  แต่น้ำตามันยังเอ่อไหล  เรื่องที่ผมได้รับรู้จากปากของคนที่ผมเรียกว่า . . . แม่

   ผมไม่โกรธ . . .

   . . . เพราะแม่มีเหตุผลของแม่

   กับพี่โน้ต  ผมมีแต่ความสงสาร  มีแต่ความหดหู่  จะมีผู้ชายที่ไหนอีกที่ดีแบบนี้  มิน่าวันนั้นตอนผมกลับมาจากโรงเรียน  เจอแม่กับพี่โน้ต  พี่โน้ตถึงคอยหลบสายตาผม  ไม่มองแบบครั้งก่อนเก่า  อาจเพราะพี่โน้ตกลัวผมเห็นร่องรอยของบาดแผลที่โดนกรีดลงบนหัวใจ

   แผลคงยังสด  เลือดคงไม่จางหาย  จะให้น้องเห็นได้อย่างไรกัน  คนที่เก็บเอาความรู้สึกแบบนั้นเอาไว้กับตัว  คือคนที่เจ็บปวดที่สุดแล้ว  หามีความเจ็บปวดใดมากไปกว่านี้อีกแล้ว    ความเจ็บปวดที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่เตรียมหัวใจไว้รับมันก่อนเลยเสียด้วยซ้ำ

   มิน่า . . .

   . . . วันนั้น 

   วันที่พี่โน้ตอยู่กับผมวันสุดท้าย  ในเวลาที่พี่โน้ตเองก็รู้ว่ามันค่อย ๆ  หมดลงทุก ๆ  วินาที  ยิ่งใกล้เวลาที่จำต้องลาจาก  พี่โน้ตกอดผมเอาไว้แน่น  ราวกับว่าจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว  ผมมันโง่  ไม่เฉลียวใจเลยสักน้อยนิด

     ภายใต้วงแขนอันอบอุ่นที่ผมคุ้นเคย . . .

   . . . ผมไม่เคยรู้เลย  เวลากำลังหมดไปเรื่อย ๆ 

   . . . พี่ไม่รู้วันข้างหน้า  แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม  พี่อยากให้โอห์มจำอ้อมกอดของพี่ไว้  อ้อมกอดแบบวันนี้  ตอนนี้  หากโอห์มกับพี่จำต้องจาก  พี่สัญญานะว่าพี่จะตามหาโอห์ม  ไม่ว่าโอห์มจะอยู่แห่งหนใด  พี่จะตามหา  และเมื่อถึงเวลาที่พี่พบโอห์ม  พี่จะกอดโอห์มเอาไว้แบบนี้  เมื่อถึงเวลานั้นต่อให้เทวดา  หรือพระพหรมหน้าไหนก็จะมาแยกพี่จากโอห์มไม่ได้อีก  พี่ไม่ยอม . . . พี่จะไม่มีวันยอมอีกเด็ดขาด”

   ผมมองหน้าแม่นิ่ง . . .

   . . . ความเจ็บปวดมันค่อย ๆ  แล่นเข้ามาสู่หัวใจ  ภาพที่ผมเห็น  แม่คล้ายเหนื่อยอ่อนเต็มกำลัง  แววตาแม่มีแต่น้ำตา  อาจเป็นน้ำตาที่แม่เพิ่งรู้ว่าแม่ได้ฆ่าคนสองคน  แม่ฆ่ามันด้วยความรักทั้งหมดที่แม่มี 

   เทวดาองค์แรกของลูก . . .

   . . . คือ พ่อ  แม่

   พระพรหม . . . เปรียบเสมือน พ่อ  กับแม่

   . . . ผมมันโง่

   คำพูดของพี่โน้ตแฝงนัยยะทุก ๆ  อย่างเอาไว้  เรื่องที่พี่โน้ตไม่สามารถพูดออกมาตรง ๆ  ได้เลย  พี่โน้ตเจ็บปวดกับการกระทำของ  ใครคนนึง  คนที่ผมเองก็ไม่เคยคาดคิด  ผมพยายามเข้าใจแบบที่พี่โน้ตเข้าใจในวันก่อน

   แม่ . . .

   . . . หวังดีกับลูกเสมอ

   ความหวังดีที่แม่หยิบยื่น  อาจทำร้ายคนหลาย ๆ  คน  อาจฆ่าใครบางคนให้ตายไป  แต่ด้วยความรักที่วาดหวังอยากให้ลูกได้ดิบได้ดี  เป็นแบบที่แม่อยากให้เป็น  แม่ไม่ผิด  ไม่ผิดที่จะรักและวาดหวังให้ลูกได้ดีที่สุด

   ความรัก . . .

   . . . ไร้รูปแบบ

   มุมความรักของแม่   อาจจะแตกต่างกับคนอื่น ๆ  ไม่ใช่มุมที่ผมเห็น  ไม่ใช่มุมที่พี่โน้ตหยิบยื่นให้ผม  แต่มุมความรักของแม่ไม่ได้แปลว่าแม่ผิด  แม่ทำสิ่งที่แม่คิดว่าถูกต้อง  เพียงแต่แม่ไม่เคยถาม  ไม่เคยถามคนที่จะรับว่า  ต้องการแบบที่แม่เห็นหรือไม่

   ทุก ๆ  คนหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้ผมเสมอ . . .

   ผมเคยคิด . . .

   . . . ผมทำอะไรผิด

   มาตอนนี้ . . . 

   ผมอาจทราบคำตอบแล้ว  คำตอบที่ผมถามตัวเองมาสิบแปดปี  คำถามที่มันเกิดขึ้นหลังจากที่พี่โน้ตหายไปอาทิตย์แรก . . .

   . . . สิบวัน

   เป็น . . . ครึ่งเดือน

   ไม่มีการติดต่อกลับมาหาผม  ไม่มีเสียงโทรศัพท์เหมือนทุก ๆ  ครั้งที่พี่โน้ตกลับไปบ้าน  ที่พอถึงหาดใหญ่พี่โน้ตจะโทรมาบอกผมว่า . . . ถึงแล้วนะปลอดภัยดี

   . . . ไม่มีพี่โน้ตที่บ้านพักที่ศูนย์วิจัยในเดือนถัดมาที่ผมลงไปหาดใหญ่เพื่อตามหาพี่โน้ต  พี่โน้ตหายไป   โดยที่ไม่มีใครรู้  ว่าพี่โน้ตไปอยู่ ณ ที่แห่งใด การหายไปอย่างไร้ร่องรอยของพี่โน้ต มันเกิดขึ้นเพราะความประสงค์ของคนที่นอนอยู่ตรงหน้าผม

   “โอห์ม . . .”  เสียงของแม่ร้องเรียก

   “. . . แม่ขอโทษนะโอห์ม  แม่ขอโทษ” 

   ผมนั่งนิ่ง ๆ . . .

   . . . สมองผมรับรู้เรื่องราวเสียที่ไหนในเวลานี้

   มันมีแต่ความเจ็บปวดนับพันทวี  มันรุนแรงหลากหลายที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันจะจบลงที่ได  เรื่องที่ผมเพิ่งทราบ  มันจะทำให้ผมรับสภาพนั้นได้นานกขนาดไหน  เพราะผมรู้ดี  สิ่งที่เกิดขึ้นผมไม่เคยคิด  ไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่รักผมมากขนาดนี้

   . . . ภาพของโอห์มต้องสวยงาม

   ผมหลับตา  คนที่หยิบยื่นความสวยงามให้ผม  กลับเป็นคนที่เจ็บปวดที่สุด  กลับกลายเป็นคนที่ต้องทนทุกข์  ทรมานเพราะรอเวลาที่จะหยิบยื่นวันเวลาให้ผม  ยิ่งคิดหัวใจมันยิ่งอ่อนล้า  ที่ทำได้ดีที่สุดในห้วงเวลาแบบนี้  คือปล่อยน้ำตารินหลั่งไหล  ร้องไห้ออกมาให้สาสมกับที่อีกคนต้องเจ็บปวด

   . . . คนที่รู้เวลาแห่งการพลัดพราก

   เขาอยู่ในห้วงเวลานั้นได้อย่างไร  เขาทนอยู่กับสิ่งที่ค่อย ๆ  กัดกินหัวใจของตัวเองอย่างช้า ๆ  เพื่อรอเวลา . . . จากเป็น

     มองแม่ผ่านม่านน้ำตาที่มันไหลออกมาจากหัวใจของผม  สิ่งที่ผมเคยมีคำถาม  มันไม่สำคัญเท่ากับว่า  คน ๆ  นั้นอยู่ที่ไหน  และอยู่มาได้อย่างไร 

   หากเป็นผม . . .

   . . . คงไม่มีลมหายใจอีกแล้ว     

   ผมรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดราวกับมีเข็มนับพันพุ่งตรงเข้ามาสู่หัวใจ  เรื่องราวที่ผมได้รับรู้  เจ็บปวดเหลือเกิน    ตอนนี้นะหรือ  ผมเจ็บปวดกว่าเดือนแรกที่พี่โน้ตหายตัวไปเสียอีก  ผมเจ็บปวดกว่าตอนที่ผมคิดว่าพี่โน้ตทิ้งผมไปแล้ว  ความเจ็บปวดในคราวนั้นมันเกิดจากความคิดของผม  ที่ผมพยายามคิดไปเองว่าผมไม่สำคัญพอสำหรับพี่โน้ต . . .

   ตอนนี้ . . .

   . . . ผมเจ็บปวด  เพราะผมรู้แล้วว่าความเจ็บปวดที่ผมได้รับ  เทียบไม่ได้เลยกับที่อีกฝ่ายต้องจำใจทำ เดินออกไปจากชีวิตของใครสักคน  ทั้ง ๆ  ที่ยังรักเต็มหัวใจ

   . . . พี่โน้ต 

   เก่ง . . . 

   . . . แกร่ง  เสมอ 

   พี่โน้ตก้าวผ่านวันเวลาที่โหดร้ายแบบนั้นมาได้   เดินผ่านรอยแห่งความเจ็บปวดยิ่งที่สุดในชีวิต   หากเป็นผม  ถ้าผมเจอแบบที่พี่โน้ตเจอ  ผมจะยังมีลมหายใจเพื่อรอการได้เจอกันอีกครั้ง  แบบที่พี่โน้ตรออีกไหม

   วันนี้ผมทราบแล้วกับคำถามที่ว่าผมผิดอะไร  ทำไมพี่โน้ตทิ้งผมไป . . .

   . . . ผมผิดเพราะผมเกิดมาเป็นผู้ชาย 

   ผมหันไปมองหน้าโอ๊ต . . .

   เจ้าตัวแสบนั่งนิ่ง  แววตาคล้ายมีคำถาม  โอ๊ตอาจจะสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น  แต่สำหรับผม  สิ่งที่อยู่ตรงหน้าตอกย้ำความเจ็บปวด  ว่าสิ่งที่ผ่านมา  มันอาจจะเกิดจากความผิดพลาดของอะไรสักอย่าง  และ  มันส่งผลมาจวบจนกระทั่งวันนี้

   . . .  วันที่พี่โน้ตคิดว่าตายจาก

   คือ . . .

   . . . วันที่มีชีวิตใหม่เกิดขึ้นมาในร่างกายของอีกคน

   ผมมองโอ๊ต  แววตาโอ๊ตมันเศร้า  ไม่เหมือนครั้งแรกที่ผมเคยเจอ  อาจเป็นเพราะโอ๊ตไม่ได้เกิดมาจากความรัก  แต่มันคือ  ความผิดพลาด  คือความสูญเสียที่พี่โน้ตจำต้องปล่อยอีกคน  ผมเข้าใจแล้ว  ว่าทำไม  พี่โน้ตถึงอยากเลี้ยงโอ๊ตเอง  ไม่อยากให้ที่บ้านเอาลงไปเลี้ยงที่หาดใหญ่  อาจเพราะว่า  พี่โน้ตไม่มีอะไรอีกแล้วในชีวิต

   สิ่งที่พี่โน้ตยึดเอาไว้คือ . . .

   . . . ลูก

   “โอห์ม . . .”  เสียงแม่เรียก  หากแม่สะอื้น

   “. . . โอห์มจะโกรธ  จะเกลียดแม่  แม่ไม่ว่า  แต่แม่ขอให้โอห์มพูดอะไรบ้าง” 

   “แม่ . . .”  ผมซบหน้าลงกับมือแม่  เอามือแม่มาแนบเอาไว้กับแก้ม  ผมไม่ได้เกลียด  ไม่ได้โกรธอะไรแม่เลย  เพราะผมเข้าใจ    สิ่งที่แม่ทำ  แม่ย่อมเห็นแล้ว  คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเวลานั้น  แม่ไม่ผิดที่จะทำ

   “. . .ไม่ครับ  ไม่เคยโกรธ  โอห์มรักแม่”

   “อาโอห์มอย่าร้องนะครับ  โอ๊ตใจคอไม่ดี”  ตัวแสบมันเอื้อมมือมาเกาะกุมมือของผมเอาไว้   นั่นมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกอ่อนแอหนักเข้าไปอีก

   “โอห์ม . . .”  พ่อเดินมาใกล้ ๆ  ผม  เอามือลูบหัวผมเบา ๆ

   จนกระทั่งตอนนี้  ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ  ตัวผม  ล้วนแต่หยิบยื่นความรักให้กับผมทั้งนั้น  ไม่มีใครเลยที่ไม่รักผม  ผมอาจจะโชคดีมากกว่าคนอื่น ๆ  ตรงที่ผมได้รับความรักจากคนรอบ ๆ  ตัว  แต่ผมได้รับมันมากเกินไป

   “โอห์มไม่ใช่เด็ก ๆ  แล้วนะลูก  โอห์มโตพอที่จะรับรู้แล้ว  พ่ออยากให้โอห์มเข้มแข็ง  อะไรที่ผ่านมา  เราแก้ไขมันไม่ได้นะลูก   แล้วเราจะมัวไปเสียอกเสียใจกับสิ่งที่มันผ่านมา มันจะทำให้เรามีความสุขหรือโอห์ม”   มือพ่อลูบที่ศรีษะผมช้า ๆ

   พ่อพูดถูก . . .

   . . . คนเราควรมองไปข้างหน้ามากกว่า

   “ครับพ่อ”

   ผมเอามือปาดน้ำตาทิ้ง  เพราะรู้ดีว่า  หากผมยังอ่อนแอแบบนี้  ทั้งพ่อและแม่คงไม่สบายใจ  และคนที่เสียใจมากที่สุดคือแม่  ผมรักแม่ และรู้ดีว่าสิ่งที่แม่ทำ  แม่ทำด้วยความรัก    ด้วยความหวังดี  แม่ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายผม

   “แม่ . . .”  ผมจับมือแม่เอาไว้

   “. . . แม่ไม่ต้องกังวลใจนะครับ  โอห์มไม่โกรธ  ไม่เคยโกรธแม่  โอห์มคงต้องขอบคุณแม่ด้วยซ้ำไป  ที่แม่ทำให้โอห์มมีวันนี้  เพราะหากไม่มีแม่  คงไม่มีโอห์ม”  ผมยิ้มให้แม่อีกครั้ง

   “. . . โอห์มรักแม่  รักแม่กว่าใครทั้งหมด”  ผมเอามือนั้นมาแนบไว้กับแก้ม

   แม่ยิ้ม . . .

   . . . แม้สีหน้าของแม่ไร้เลือดฝาด  และออกจะซีด  แต่แววตาของแม่มีความสุข  แม่อาจเจ็บปวดกับโรคร้าย  ผมไม่อยากให้แม่ต้องมาต่อสู้กับความเจ็บปวดเพราะความรู้สึกที่แม่คิดว่าสิ่งที่แม่ทำมันไม่ถูกต้อง

   “โน้ต . . .”  แม่เอ่ยออกมาเบา ๆ

   “เดี๋ยวพี่โน้ตก็มาแล้วแม่  พี่โน้ตกำลังมานะแม่”    เสียงผมมันแหบติดลำคอ

   ผมรู้จักดี  คนที่ผมรัก  พี่โน้ตทำตามสัญญาเสมอ  สิ่งเดียวที่ผมรู้ในเวลานี้  ทุกคนรอการกลับมาของพี่โน้ต  แม่คงมีความสุขและหมดห่วง  กับสิ่งที่ได้ทำไปในวันก่อน 

   “โน้ตจะโกณธแม่มั้ยลูก . . .”  เสียงแม่คล้ายกังวล

   “. . . โอ๊ต  พ่อเราเขาจะโกรธย่ามั้ยลูก”

   “ไม่หรอกครับย่าแป้ง  พ่อไม่โกรธใครหรอกครับ  พ่อไม่เคยโกรธ  โอ๊ตรู้  พ่อจะไม่มีวันโกรธใครหรอกครับ  พ่อสอนโอ๊ตเสมอ  การให้อภัยคนอื่น  คือเมตตาอันสูงสุด  ส่วนการให้อภัยตัวเองเรื่อย ๆ  จะทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างที่สุด  พ่อบอกโอ๊ต  ว่าอย่าให้อภัยตัวเองบ่อย ๆ  เพราะเราจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว”  โอ๊ตยิ้ม  เอามือมากุมมือผมกับแม่เอาไว้

   “โธ่ . . . นี่เราทำอะไรลงไปนี่”  แม่หลับตา  น้ำตาแม่ไหล

   ผมสงสารแม่จับหัวใจ  บางทีตอนนี้แม่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกผิดชอบที่เกิดในหัวใจของแม่เอง  ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดี

   ผมได้แต่รอ . . .

   . . . รอคนที่แม่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกนั้นอยู่



   แม่หลับเพราะอ่อนล้าเหลือกำลัง  ส่วนพ่อผมบอกให้กลับไปพักที่บ้านก่อน  เย็น ๆ  ค่อยมาใหม่  ส่วนผมขอทำหน้าที่ลูกที่ดี  อยู่โยงเฝ้าไข้แม่  ผมเข้าใจดีแล้วถึงคนที่นับเวลารอ  มันทรมานเช่นไร  ผมรอการมาของใครคนนึง . . .

   . . . และผมรอการจากไปของใครอีกคน

   แค่คิดหัวใจผมก็หายวาบ . . .

   . . . การลาจาก

   มรดกที่บรรพบุรุษของมนุษย์ทิ้งเอาไว้ให้ลูกหลาน  ไม่มีใครเลยที่จะไม่ได้รับมรดกชิ้นนี้  ทุกคนล้วนได้รับ  จะมาหรือน้อย  ทุกคนก็ได้รับเหมือนกัน  เป็นมรดกชิ้นเดียวที่ทุกคนได้รับเหมือนกัน  ผมนั่งมองแม่นอนหลับ  บางเวลา  สีหน้าแม่แสดงความเจ็บปวด

   ผมแทบจะขาดใจ . . .

   . . . แม่สู้  แม่ทนกับโรคร้ายที่เกาะติดตัวแม่แน่น

   “อาโอห์ม . . . พ่อปิดเครื่อง  พ่อปิดเครื่องตั้งแต่วางสายจากย่า  โทรไปที่บ้านก็ไม่มีคนรับ”  ไอ้ตัวแสบมองเดินมานั่งใกล้ ๆ  ผม

   “พ่ออาจจะกำลังเดินทาง”

   “แต่ผมโทรไปเป็นร้อยครั้งแล้ว  พ่อเคยปิดเครื่องเสียที่ไหนเล่า  ปกติหากพ่อปิดเครื่อง  พอเปิดก็ต้องรู้ว่าโอ๊ตโทรไป  พ่อจะโทรกลับทุกครั้ง  แต่นี่อะไร  ไม่โทรเลย  แถมไม่ยอมเปิดอีก  พ่อเป็นอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้”   ไอ้ตัวแสบถอนหายใจช้า ๆ

   ผมมองหน้าโอ๊ต . . .

   . . .  ใจหาย

   พ่อเป็นอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ . . .

   พระเจ้าอย่าเล่นตลกอีกเลย  ที่ผ่านมา  มันก็เจ็บปวดพอแล้ว  มอบสิ่งดี ๆ  ให้โอห์มบ้างก็ได้  โอห์มคงไม่แกร่งพอที่จะสูญเสียคนที่โอห์มรักไปพร้อม ๆ  กันทั้งสองคนหรอก  คำพูดของโอ๊ต  ทำเอาผมรู้สึกหวั่นในหัวใจ

   มันทั้งกลัว . . .

   . . . ทั้งกังวลใจอย่างที่สุด

   “พ่ออาจรีบมา  แบตพ่ออาจจะหมด”

   ผมคิดไปในทางที่ดี  เพราะการคิดไปในทางเลวร้าย  รังแต่จะนำความเจ็บปวดมาสู่หัวใจ  ในเวลาแบบนี้  ผมไม่สามารถที่จะคิดเรื่องอะไรที่เลวร้ายได้อีกแล้ว    สิ่งที่ได้รับรู้ในวันนี้มันถึงที่สุดแล้ว  ไม่มีอะไรที่จะเลวร้ายได้เท่านี้อีกต่อไปแล้ว

   “ก็น่าจะโทรมาบอกมั่ง” 

   “ไอ้เด็กนี่  นั่นพ่อนะ”

   “ไม่สนหรอก  พ่อบอกโอ๊ตเอง  ไปไหนผิดเวลาให้โทรบอก  พอโอ๊ตบอกแบตหมด  พ่อถามมีเหรียญมั้ย  โอ๊ตบอกมี  พ่อบอกนั่นไง . . .”  มันหยุดมองหน้าผม

   “แค่เศษตังค์บาทเดียว  ใส่ตู้แล้วกดเบอร์  เงินบาทเดียวซื้อความรู้สึกคนได้  ทำไมไม่ทำ  งกเงินบาทเดียวไปได้”  ผมต่อให้เสร็จสรรพ

   “เฮ้ย . . . อาโอห์มรู้ได้ไง”    ไอ้ตัวแสบมองหน้าผม

   ผมยิ้ม . . .

   . . . เอามือลูบหัวโอ๊ตเบา ๆ  ภาพอดีตในความทรงจำของผมมันแจ่มชัดเสมอ  ผมไม่ลืม  ไม่เคยลืม  ภาพทุก ๆ  ภาพ  สิ่งดี ๆ  ทุก ๆ  อย่างที่เคยมี  ภาพอะไรที่ว่าชัด  สำหรับผมมันเทียนบไม่ได้เลยกับ . . .

   . . . ภาพแห่งความทรงจำ

   “ตกลงพ่อกับอาโอห์ม  กำลังเล่นอะไรกันอยู่ครับเนี่ย”  ไอ้ตัวแสบเริ่มตั้งคำถามอีกแล้ว

   “ไม่มี๊”  ผมรีบปฏิเสธ  ไม่มีเล่น  เกมส์นี้ไม่มีคนเริ่มต้น  ผมจะเล่นได้อย่างไร  ในเมื่อเรื่องราวของหัวใจสำหรับผมมันยิ่งใหญ่เสมอ

   “พ่อกับอาโอห์ม  รู้จักกันมาก่อน”  ไอ้ตัวแสบมองหน้าผม

   “ถูก”

   “เหมือนย่าจะเคยบอก  ไอ้โอ๊ต  นี่  นิสัยเหมือนโอห์ม  โน้ตเลี้ยงลูกได้เสียคนเหมือนเลี้ยงน้อง”  มันทำเสียงยานคาง

   ผมยิ้ม . . .

   . . . โอ๊ตไม่รู้อะไรมากกว่านี้อีกหรือ  ในเมื่อตอนที่แม่เล่าเรื่อง  เจ้าตัวก็นั่งอยู่ในเหตุการณ์  ผมได้แต่มองหน้าโอ๊ต    อดที่จะเอ็นดูไม่ได้

   “นั่นคือการหลอกด่า”

   “โอ๊ตก็ว่าอยู่  ย่าไม่ด่าพ่อตรงๆ  แน่ ๆ  เพราะกลัวผิดศีล”

   “พ่อสบายดีหรือ . . .”

   “ก็เรื่อย ๆ  พ่อชอบเก็บตัวเงียบ ๆ  ไม่ชอบสังคมกับเพื่อนฝูงเท่าไหร่  โอ๊ตบอกไม่ถูกหรอก  ว่าพ่อเป็นอย่างไรบ้าง  บางครั้งพ่อเหมือนคิดอะไรคนเดียว  แต่พอโอ๊ตเข้าไปหา  พ่อจะเปลี่ยนเป็นอีกคน  เป็นคนที่ชอบกอด  ชอบคุยเล่น”  เจ้าตัวเล่าเสียงใส

   ผมเอานิ้วชี้ซ้ายเกลี่ยแหวนทองคำขาวที่นิ้วก้อยขวาไปมา . . .

   ผมนึกภาพออก  คนที่จมอยู่กับตัวเอง  ยอมแบกเรื่องราวทั้งหมดเอาไว้เอง  โดยที่ไม่ยอมแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา  เก็บความรู้สึกตรงนั้นเอาไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด

   “ครับ”

   “อาโอห์มนี่เหมือนพ่อเลย”

   “ตรงไหน”  ผมมองตาไอ้ตัวแสบ

   “เวลาพ่อหลุด ๆ  พ่อจะชอบนั่งเอามือหมุนแหวนไปมา  เหมือนอาโอห์มเลย  โอ๊ตสังเกตมาหลายครั้งแล้ว  เวลาอาโอห์มเหม่อ ๆ  ลอย ๆ  จะชอบคลำแหวน  แฟนให้มาอะดิ๊”

   ผมยิ้มอีกครั้ง . . .

   “ไม่ใช่แหวนหมั้น  ไม่ใช่แหวนแต่งงาน  แต่เป็นแหวนแทนความรักทั้งหมดที่พี่มีให้กับคนคนนึง  คนเดียวที่พี่จะรักได้ในชีวิตนี้    จำไว้นะ  อย่าลืมฉัน . . . แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย  เมื่อใดวายสวาทวอดจึงถอดเอย”

   “อีกแล้ว  สำนวนเน่า ๆ  อีกแล้ว  ใครหนอ  ช่างกล้าพูด”

   “บอกโอ๊ตไง  มีแต่พ่อโอ๊ตแหละที่กล้า  อาเคยบอกไปแล้ว”  ผมมองหน้าไอ้ตัวแสบ  ยืนยันในสิ่งที่พูดว่านี่คือเรื่องจริง

   ไอ้ตัวแสบหน้าถอดสี . . .

   “อย่าล้อเล่นได้ไหม  โอ๊ตยิ่งใจคอไม่ดี”

   “ใจคอไม่ดีเรื่อง”

   “ก็ที่ย่าแป้งเล่าให้ฟัง  มันเหมือนว่า  พ่อกับอาโอห์ม . . .”  ไอ้ตัวแสบไม่ยอมพูดให้จบ  หยุดและมองหน้าผม

   “. . . ช่างเหอะ  ถ้ามันจะทำให้พ่อมีความสุข  โอ๊ตยินดี”

   “ยินดีเรื่องอะไร”

   “อะไรก็ได้  ที่พ่อจะมีความสุข  เพราะตั้งแต่โอ๊ตจำความได้  พ่อไม่เคยยิ้มกับใครอีกเลยนอกจากโอ๊ต  หากจะมีใครสักคนมาทำให้พ่อยิ้มได้  ทำให้พ่อหัวเราะได้  โอ๊ตควรดีใจไม่ใช่หรือ  เรื่องของผู้ใหญ่  บางครั้งเด็กแบบโอ๊ตไม่ควรไปเกี่ยว”

   ผมยิ้มกับคนตรงหน้า . .

   . . . โอ๊ตไม่ใช่เด็ก  แต่โอ๊ตถอดแบบความคิดมาจากพี่โน้ตเต็ม ๆ  เป็นลูกไม้ที่หล่นใต้ต้น  และผมได้แต่หวังว่าลูกไม้ลูกนี้จะเติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแรง  ให้ร่มเงาแก่สรรพสัตว์ต่อไม้  เหมือนต้นไม้อีกต้น  ที่เคยให้ร่มเงาแก่ผมเสมอมา

   “มีอีกเรื่องที่โอ๊ตอยากจะถามอาโอห์ม”

   “ถามมาสิ”

   “ตอบโอ๊ตตามตรงได้ไหมครับ  โอ๊ตสัญญาจะถามแค่คำถามเดียวเท่านั้น”

   “ก็ถ้าตอบได้อาก็จะตอบ”  ผมยิ้ม  เรื่องที่จะรับปากก่อนได้ฟังคำถามนั้นอย่าวาดหวัง  เพราะผมรู้จักพ่อพันธุ์ของไม้ต้นนี้ดี  มีหรือจะไม่ถ่ายเทส่วนที่ดีแก่ลูกไม้

   “โหย  แบบนี้ตายเลยโอ๊ตเอ้ย”  โอ๊ตเอามือตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ

   “ตกลงจะถามหรือไม่ถาม”

   “ถามครับ  แต่อาสัญญาก่อนว่าจะตอบ”

   “ก็ถามมา  อย่ามาลีลา”  ผมเอามือไปขยี้หัวโอ๊ตเบา ๆ 

   “อาโอห์มรู้จักไอ้ตัวเล็กของพ่อใช่ไหมครับ”  โอ๊ตจ้องหน้าผมนิ่ง    รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อที่สุด

   “รู้จักครับ”

   “ไอ้ตัวเล็กของพ่อ  กับ  อาโอห์ม  คือคน ๆ  เดียวกัน  โอ๊ตเข้าใจถูกใช่ไหมครับ”

   “หมดคำตอบ  เพราะโอ๊ตขอให้อาตอบแค่คำถามเดียวซึ่งอาตอบไปแล้ว”  ผมหัวเราะเบา ๆ  ก่อนที่จะขยี้หัวโอ๊ตอีกครั้ง

   “อาขี้โกง”

   “ใครโกง  ก็โอ๊ตบอกอาเองจะถามแค่คำถามเดียว  แล้วคำถามเดียวโอ๊ตถามอาแล้วนะ  โอ๊ตถามผิดเอง  หากเป็นอา  อาจะถามตรง ๆ  เลย  ไม่อ้อมค้อมหรอก”

   “หูย  โอ๊ตอยากถามอยู่  แต่กลัวอาไม่ตอบ”    ไอ้ตัวแสบคงโมโหตัวเอง  ที่พลาดเอง

   “โอห์ม . . .”  เสียงแม่ 

   ผมหันไปที่เตียงคนป่วย  แม่ลืมตา  เหมือนจะยันกาย  ผมรีบปรี่ไปหาแม่ค่อย ๆ  พยุงร่างแม่  แม่ตัวเบา  ผอมกว่าเดิม  มิน่าแม่ถึงใส่เสื้อผ้าตัวโต ๆ  เพราะแม่อยากจะปิดบังร่างกายแม่ที่อ่อนแอลงทุก ๆ  วัน

   “โน้ตมาหรือยังลูก. . .”  แม่มองหน้าผม

   “. . .  ปรับเตียงให้แม่หน่อยนะโอห์ม”

   “คงกำลังเดินทางนะแม่”   ผมตอบ  พลางเอามือหมุนเตียงให้ปรับเอนขึ้น  เพื่อให้แม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ  แม่ทำมือเป็นสัญญาณว่าพอ

   “กี่โมงแล้ว”

   “จะบ่ายสามแล้วแม่  แม่หิวมั้ย”

   “น่าจะถึงแล้ว   ตั้งหลายชั่วโมง . . .”

   “. . .ขอน้ำแม่หน่อยสิโอห์ม”

   “อาจกำลังขับรถมานะแม่  หาดใหญ่  กรุงเทพฯ  มันตั้งสิบสองสิบสามชั่วโมง  ดึก ๆ  คงจะถึงแหละแม่”  ผมรินน้ำใส่แก้ว

   “ถ้าเป็นแม่  แม่จะบินมา  จะบินมาทันที”

   “ตั๋วอาจจะเต็มนะแม่  ใครจะบินสมัยนี้ต้องจองล่วงหน้า”

   “พ่อ . . .”  เสียงโอ๊ตร้องเรียก  เมื่อประตูห้องเปิดมา

   ผมหันไปตามเสียงเรียกของโอ๊ต . . .

   คนที่ยืนหน้าประตู  ดูภูมิฐานกว่าที่ผมเคยเห็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน  ผมที่เคยดำแซมดอกเลาบาง ๆ  ทุก ๆ  อย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง  ผมกระพริบตาถี่ ๆ  เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือความจริง 

   . . . ความจริงที่ผมโหยหา

   มิใช่ความฝันอีกต่อไป . . .

   ร่างนั้นค่อย ๆ  เดินก้าวมาอย่างช้า ๆ  ตอนนี้ผมรู้แล้ว  ไม่ใช่ภาพฝัน  สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้า คือความจริง  หัวใจผมเต้นแรง  เมื่อร่างนั้นเข้ามาใกล้ผมทุกที  ผมเห็นแล้ว  ผมเห็นชัดเจน  แม้แววตาผมจะพร่ามัวเพราะมีน้ำตา  แต่ภาพนั้นชัดเจนในหัวใจผมอย่างที่สุด

   “ตัวเล็ก” 

   พี่โน้ตรวบร่างผมไปกอดเอาไว้แน่น  ผมยืนนิ่งหัวใจเต้นแรง  ผมบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้ผมรู้สึกอย่างไร  ผมรู้แค่ว่า  ผมอบอุ่นหัวใจเป็นที่สุด  อบอุ่นเหมือนอ้อมกอดสุดท้ายที่ผมเคยได้รับที่สถานีรถไฟบางซื่อเมื่อสิบแปดปีที่ผ่านมา

   “คิดถึงตัวเล็ก  คิดถึงเหลือเกิน” 

   เสียงกระซิบที่ข้างหู  ผมรับรู้  จมูกที่แอบแตะที่แก้มผมเบา ๆ  ผมได้แต่สะอื้นเบา ๆ  มันเป็นการร้องไห้เพราะความสุข  หาใช่น้ำตาแห่งความเจ็บปวดอีกต่อไป  มือพี่โน้ต  โอบศรีษะผมเอาไว้ที่ซอกคอ   วงแขนที่รัดแน่น  สัมผัสที่ผมโหยหามาตลอด 

   “ต่อจากวันนี้  เทวดาหรือพรหมหน้าไหนก็มาเอาตัวเล็กของพี่ไปไม่ได้  พี่ไม่ยอม  ไม่ยอมอีกแล้ว  สิ่งเดียวที่จะแยกพี่ได้  คือ  ลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น”  เสียงพี่โน้ตสั่น 

   ผมรับรู้ได้  ถึงหยาดน้ำอุ่น ๆ  ที่ไหลคลออยู่บนซอกคอของผม ผมกอดร่างนั้นเอาไว้แน่น  หัวใจที่หายไปของผม  คนที่ผมรักยิ่งกว่าสิ่งใด ๆ  ทั้งหมด  อย่าว่าแต่พี่โน้ตเลยที่ไม่ยอม  ผมเองก็ไม่ยอม  ไม่มีวันยอมเหมือนกัน  ผมจะไม่มีวันยอมให้พระพรหมมาลิขิตชีวิตของผมอีกแล้ว

   ที่ผ่านมา . . .

   . . . เพียงพอแล้วสำหรับเส้นทางของพรหมลิขิต




โ ป ร ด ติ ด ต า ม ต อ น ต่ อ ไ ป

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2009 21:15:17 โดย ราชบุตร »

mango

  • บุคคลทั่วไป

Thank you very much, คุณ ราชบุตร

 :L2:

ออฟไลน์ badcow

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-10
ขอบคุณ ขอบคุณ คุณราชบุตร มากๆๆๆ ครับ

ไม่ว่า ตอนจบจะเป็นยังไงต่อไป

ขอแค่ พี่โน๊ต เจอกะ โอห์ม แบบนี้แหล่ะครับ

ขอบคุณอีกทีครับ ซึ้ง

Tao_huu

  • บุคคลทั่วไป
 :mc4:  เจอกันแล้วว

ขอจบแบบ Happy Ending หนา :กอด1:

C2U

  • บุคคลทั่วไป
 :m3: แอรั๊ยยยยยยยย พี่โน้ตกะโอห์มเจอกันแล้ว     :กอด1:  ดีจัง



ขอบคุณนะคะ คุณราชบุตร   :L2:




ขอจบแบบแฮปปี้บ้างนะคะ  แค่นี้ก็เศร้ามากมายแล้ว  (แต่ก็ยังชอบอ่านอยู่ 555) 

ออฟไลน์ เด็กแว่นน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
จบแบบสมหวังนะครับ

ดีใจจัง สองคนได้เจอกันแล้ว

dui12342537

  • บุคคลทั่วไป
หนุกๆดีฮะ แหะๆตะกี้ส่งไปผิด

dui12342537

  • บุคคลทั่วไป
ติดตามไปเรื่องต่อไป อิอิ

ออฟไลน์ kit

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1082
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +186/-3

ต๊าย พ่อไม่เกรงใจโอ๊ตตี้เลย.......
ขอบคุณนะคะ คุณ ราชบุตร


ออฟไลน์ imon

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 902
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +106/-10

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป

เรื่องต่อไป . . .

พระเอกชื่อ . . . เค

ม่อน . . . คือ  นายเอก

แล้วพล็อตล่ะ . . . ยังไม่คิด    จะเอาไงดีว่ะ  พล็อตเรื่องหน้า

. . . สงกรานต์กลางสงคราม . . .

รักระหว่างรบดีไหมหว่า  นิยายแนวการเมือง    แต่มันเขียนยากว่ะ  อิอิอิ

พระเอกเป็นตำรวจอารักขาท่านผู้นำ  ส่วน  นายเอก  นี่  เลขาแกนนำผู้เรียกร้อง  อร๊ายส์ . . . เหมือนจะสวย


ออฟไลน์ badcow

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +112/-10
 :z1: หุหุหุ พล๊อตเรื่องใหม่มาแระ จะมี มือตบ ตีนตบ หัวใจตบ ด้วยป่าวคับ 555
.
ชอบชื่อ นายเอก โดนใจอย่างแรง (หันไปมองไอคนข้างๆ 555)
.
.
รอ  พี่โน๊ต กะ โอห์ม ต่อไปใจจดจ่อ

tonsai_2520

  • บุคคลทั่วไป
Re: [นิยาย] รักเอย
«ตอบ #382 เมื่อ18-04-2009 23:50:15 »



วุ้ย กิต.เคยอ่านเจอที่ไหนที่หนึ่งนะคะ
มีนักเขียนบางคนเคยบอกไว้ว่า
"ผมเขียน เพราะรัก และมีความสุขกับการเขียน ใครชอบก็อ่าน ไม่ชอบ ก็ไม่อ่าน จบข่าว"
กิต.ว่า เป็นความคิดที่น่าสนใจเหมือนกันนะคะ อิอิ

ขอบคุณนะคะ คุณ ราชบุตร





นั่นนะสิ . . .

. . . เพราะหัวใจ  จขกท.  เหมือนจะมีรักหรือเปล่า

เรื่องราวมันจึงออกแนว  เศร้า  ซึ้ง  ตรึงใจ  คล้าย ๆ  คนกำลังมีความรัก

. . . รักเอย  รักที่ปรารถนา  รักมาประดับชีวี  หวั่นในฤทัยเหลือที่  เกรงรักลวงฤดี  รักแล้วขยี้ใจ . . .
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-04-2009 23:52:40 โดย ต้นสาย »

ออฟไลน์ «ƤȑǃǹĉΞḠ○ḺҒ™»

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
โห๊ยยย เจอกัน ซะที    :sad4:

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
เยี่ยม 
ไม่รู้จะพูดไร พูดได้คำเดียว
โอ๊ตน่ารัก
ขอบคุณมากครับ

nanao

  • บุคคลทั่วไป
แม้คุณราชบุตรจัตัดจบแค่นี้ผมก็จะไม่เสียใจเลย

ในที่สุดคนรักกันก็ได้เจอกันเสียที ^^

ออฟไลน์ zandwizz

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +148/-7
รีบน อย่านะ
เดี๋ยวคุณราชบุตร
เอาจริงนะ 
กลัว

namtaan

  • บุคคลทั่วไป
แล้วการรอคอยอันแสนยาวนานของพี่โน้ตก็จบลงพร้อมความเศร้าจากการที่คิดว่าถูกทิ้งของโอห์ม

ต่อไปนี้ไม่มีใครยอมจากลาอีกแล้ว

ความรักของแม่ยิ่งใหญ่เสมอแต่ความรักที่ไม่คำนึงถึงความต้องการของลูกทำเอาลูกตายทั้งเป็นมาสิบกว่าปี

รอตอนต่อไป ไม่ว่าจะจบยังไงก็ขอบคุณค่ะ

RAJCHABUT

  • บุคคลทั่วไป


ตอนต่อไป . . . ยังไม่มี

มีแต่  ที่ปิ้ง ๆ  ในหัวมาเรียกน้ำย่อย แบบนึกสด ๆ  เขียนสด ๆ 



   ๑๒ เมษายน ๒๕๕๒
   
   ประเทศลิอาเมีย


   สถานการณ์ของผู้ชุมนุมประท้วงขยายวงกว้างขึ้นทุกที   แหล่งข่าวจากต่างจังหวัดบอกมา  ตามจังหวัดที่เป็นฐานเสียงของรัฐบาลชุดก่อน  มีการระดมพล  ปิดสถานที่สำคัญ ๆ  หลาย ๆ  จุด   หน่วยวอร์รูมของท่านผู้นำวุ่นวายกับแหล่งข่าวที่มีมาอย่างต่อเนื่อง  ว่าสถานการณ์ของผู้ชุมนุมบ้าคลั่งมิแตกต่างจากคนไร้สติ    ทุก ๆ  คนต่างเฮกันมาปิดถนนหนทาง  ด้วยหวังว่าจะหักล้างรัฐบาลชุดนี้ลงให้ได้


   “แม่งเอ้ย  ทำไมมันวุ่นวายอย่างนี้ว่ะ”    กอล์ฟ  นายร้อยจบใหม่ที่เพิ่งเข้ามาประจำทีมอารักขาท่านผู้นำหัวเสียกับข่าวที่เข้ามาเป็นระยะ ๆ 

   “เอาน่าเดียวก็ดี  เชื่อพี่”    เค  หัวหน้าทีมอารักขาท่านผู้นำชุดซี  อดีตเดือนมหาวิทยาลัย  ผู้ผันตัวเองมาสอบรับราชการหลังจากจบรัฐศาสตร์การฑูตระหว่างประเทศ

   “พี่  ขนาดประกาศสถานกาณ์ฉุกเฉินแล้วนะพี่  พวกนั้นยังกล้าบุกเข้าไปถึงกระทรวงมหาดไทย  ที่นั่นนะ  หน่วยงานดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศเชียวนะพี่เค”

   “กอล์ฟเชื่อเหอะ  อีกไม่เกินอาทิตย์นึง    สถานการณ์คลี่คลาย”

   “จะเป็นไปได้ไงพี่   ขนาดวันก่อนมีประชุมสุดยอดผู้นำ  พวกมันยังบุกไปทำลายกันถึงโรงแรมเลย  เอพีตีข่าวสด  ซีเอ็นเอ็นยิงภาพด่วน  แทบทุกสำนักข่าวทั่วโลกตัดฉับมารายงานสดจากประเทศเราเลยนะพี่”

   “เอาน่า  เดี๋ยวดีเองเชื่อพี่”

   “ยังไงเหรอพี่”

   “กอล์ฟรู้จักกับควายไหม”  เคหันมายิ้ม  แววตาเจ้าเล่ห์

   “รู้จัก  ทำไมเหรอ”

   “ควายมันต้องมีคนจูงไปกินหญ้าถูกมั้ยกอล์ฟ”  เจ้าตัวพยายามหาคำพูดที่ดูเหมือนกับว่า  จะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจง่ายที่สุด

   “ถูกครับพี่  แล้วไงต่อ”

   “เมื่อเจ้าของควาย  จูงควาย  หรืออาจจะต้อนควายไปกินหญ้า  พอไปถึงดงหญ้า  ก็จะปล่อยควายออกเดินตามทุ่งให้ควายเดินหาอาหารกินเองไง”  เคยิ้มหวานตาหยี

   “เห็นภาพเลยพี่  ควายที่โดนต้อนมาจากต่างจังหวัด  กำลังหลงเมืองหลวง  หาทางไปไม่ถูก  เลยว่อนเสียทั่ว  ดีนะที่ท่านผู้นำเราเป็นงาน  ประกาศให้เป็นวันหยุด  เลยได้ใจคนในเมืองหลวง”  กอล์ฟ  รุ่นน้องที่จบทางด้านบู๊  คาดไม่ถึง  ฝ่ายบุ๋นจะเล่นเกมส์ดึงมวลชน

   “ถูกต้องที่สุด  คนเมืองหลวงจะมีนิสัยที่แปลกอย่างนึงจำเอาไว้”  เคยิ้มแบบเยือกเย็น

   “อะไรหรือพี่”

   “สิ่งใดก็ตาม  ที่ผู้ชุมนุมทำ  แล้วตัวเองไม่เดือดร้อน  ชาวเมืองหลวงจะเฉยมาก  อย่างคราวปิดประตูสู่เอเชีย  ชาวเมืองหลวงไม่ออกมาโวยวาย  เพราะมีคนไม่กี่กลุ่มที่เดือดร้อนจากการกระทำนั้น  ไกด์  นักท่องเที่ยว  คนที่ทำงานสนามบิน  สายการบิน  เดือดร้อน  แต่เมืองหลวงเรามีคนอาศัยอยู่ประมาณเจ็ดล้านคน  การปิดประตูสู่เอเชีย  มีคนเดือดร้อนเต็มที่  ไม่เกินสองแสนคนต่อวันตามขีดที่สนามบินรับไหว  คนเมืองหลวงเลยเฉย ๆ  กับการปิดสนามบิน”   อดีตเดือนมหาวิทยาลัย  ที่มีดีกรีเหรียญทอง  วิเคราะห์ความเห็น

   “ผิดกับการปิดถนนใช่ไหมพี่”

   “ถูกต้อง  กอล์ฟอย่าลืม   การปิดศูนย์กลางการคมนาคมทางบก  เหมือนเส้นเลือดใหญ่  หัวใจของเมืองหลวง  ที่ทั้งสี่ทิศจะมุ่งหน้าไปสู่ถนนสายหลักของประเทศ   เมื่อเส้นเลือดใหญ่เกิดการอัมพาต  มีหรือที่คนเมืองหลวงจะอยู่เฉย  เสียงด่าเสียงสาปแช่งจึงดังระงมทั่วสารทิศ  สงครามมวลชนครั้งนี้  ฝ่ายฐานอำนาจเก่าเสียมวลชนคนเมืองหลวงอย่างเต็ม ๆ  ที่สุด”

   “สุดยอดมาก  ผู้นำของเรา”   ลูกทีมอันดับหนึ่งฝ่ายบู๊ชื่นชมท่านผู้นำอย่างใจจริง

   “ถึงอายุท่านจะไม่มาก  แต่ท่านสุขุม  ดูอย่างวันก่อนท่านไปงานที่เมืองตากอากาศสิ  ขนาดโดนกลุ่มผู้ประท้วงทุบรถ  ท่านยังใจเย็นเลย  มีผู้นำชาติไหนมั่งวะ  ที่ยอมไม่ใช้อภิสิทธิ์ความเป็นผู้นำ  ปิดถนน  มีรถนำขบวน  ท่านกลับทำตัวติดดิน  ยอมติดไฟแดง  ทั้ง ๆ  ที่สถานการณ์ในตอนนั้นมันเกือบถึงขีดสุดแล้ว    ก็นี่แหละ  ผลผลิตจากแหล่งที่ดี  คัดคน  คัดคุณภาพที่ดี  จากมหาวิทยาลัยที่ผลิตผู้นำระดับมากที่สุดในโลก ย่อมให้ผลที่ดี  ผิดกับต้นไม้พิษย่อมให้ผลที่มีพิษ”

   “ไม่เหมือน ดร. ห้องแถวใช่ไหมพี่  คนที่บอกให้ลูกหลานคนจนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย  แต่ในวันเดียวกัน  ทั้งลูกสามใบเถา  อิแอบคนโตนี่ต้องให้พี่เขยอดีตท่านผู้นำหน้าหม้อคุมไปส่งถึงดูไบ  เพราะกลัวว่าจะแอบไปเทคยาที่ไหนก่อนถึงมือพ่อ   อดีตเมียกับน้องอิ่งอ่างนี่บินไปต่อเครื่องที่ฮ่องกง  ส่วนน้องเริ่มคนกลางบินไปลอนดอน    เปิดตูดบินหนีไปคนละทิศละทาง  ผมละสังเวชใจแกมสมเพชยิ่งนักกับผู้คนที่ออกมาชุมนุมตามคำปลุกเร้าผ่านวีดีโอลิ้งค์จริง ๆ  เลย” 

   “คนคิดได้  มีสมองเอาไว้คิด  ส่วนที่ไม่มีสมองแถวบ้านกอล์ฟเรียกว่าอะไร”

   “ควายครับพี่”

   “เกมส์นี้สู้กันอีกยาว”

   “นองเลือดไหมพี่”  แววตาทหารฝ่ายบู๊หวาดวิตก  เพราะประเทศเพิ่งผ่านการทำรัฐประหารมาไม่นานหากเกิดรัฐประหารอีกครั้ง  ประเทศจะเสียหายหนักขนาดไหน

   “ไม่น่าจะมีอีก  เพราะท่านผู้นำมีแผน”

   “. . . แปบนะพี่  แหล่งข่าวส่งข่าวมาด่วน”    กอล์ฟหันกลับไปที่เครื่องส่งสัญญาณรุ่นเก่าที่แทบจะไม่มีใช้แล้ว 

   หน่วยวอร์รูมหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์ทุกระบบ  เพราะรู้ดีว่า  ระบบสื่อสารทางอากาศ  รวมทั้งดาวเทียมของประเทศ  ไม่มีใครรู้ว่าสมัยเรืองอำนาจมีการติดตั้งระบบดักฟังไว้ที่หน่วยงานใดบ้าง  เพราะระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมแห่งเดียวของประเทศ  เคยเป็นขุมทรัพย์มหาศาลของอดีตผู้นำที่ตอนนี้ได้กลายเป็นนักโทษชายเรียบร้อยไปแล้ว 

   “พี่  แหล่งข่าวแจ้งมา  มีการยึดรถแก๊ส ๑๕ ตัน  ไว้เป็นตัวต่อรอง เขาเอามาปิดถนนย่านแฟลตที่ผู้มีรายได้น้อยอาศัยอยู่นะพี่  ชิบหายเลยนะพี่  แก๊สสิบห้าตันรัศมีทำลายล้างห้ากิโลเมตรเชียวนะพี่  ตูมตามขึ้นมาดังอีกรอบเลยประเทศของผม”

   “ผู้ชุมนุมแพ้แล้ว”  เคยิ้มอย่างมั่นใจ

   “เฮ้ย  แพ้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ”

   “ทางการทูต  ถือว่าผู้ชุมนุมแพ้อย่างราบคาบ  เพราะหากผู้ชุมนุมเลือกที่จะเอาประชาชนเป็นตัวประกันเมื่อไหร่  หน่วยงานรัฐมีสิทธิและอำนาจโดยชอบธรรมที่จะสลายการชุมนุม  อีกไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอก  ทหารจะตบเท้าออกมาเพียบ”  เคมั่นใจอย่างที่สุด

   “ท่านผู้นำเราใจเย็นเกินไป”

   “ไม่หรอก  กอล์ฟไม่รู้จักท่านผู้นำดีพอ”

   “ทำไมเหรอพี่”   

   “กอล์ฟอย่าลืม  อดีตนักโทษชาย  สร้างฐานอำนาจมานาน  และมีเงินมากพอที่จะซื้ออำนาจได้    ท่านผู้นำของเรา  จำต้องใจเย็น  เพราะว่าท่านไม่รู้  ว่าตำรวจ  หรือทหารเหล่าไหนบ้างที่เป็นคนของนักโทษชาย  ท่านยอมใจเย็นพอที่จะแยกปลาออกจากน้ำ  เมื่อถึงเวลาที่ท่านรู้ว่า  ใครคือคนของใคร  ท่านก็จะใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่อย่างเหมาะสมที่สุด”  เคมั่นใจ  แหล่งข่าวที่ได้มาไม่ผิดแน่ ๆ

   มีความพยายามที่จะให้มีการเกิดเหตุนองเลือด  เพื่อที่ทหารจะออกมาทำรัฐประหาร  และเมื่อนั้นท่านผู้นำคนปัจจุบันจะตกจากบัลลังค์อำนาจที่มีอยู่  มีการถ่ายอำนาจแก่คนที่คณะปฏิวัติรัฐประหารเลือกมา  และที่สำคัญที่สุด  จะต้องมีการ . . . นิรโทษกรรม

   เมื่อนั้น . . .

   . . . คือเป้าหมายสูงสุดของคนที่โฟนอินมาทุกคืน 

   คงมีความสุขดีไม่น้อย  ที่พอพูดโดนใจใครที  ผู้คนจะยกตีนขึ้นมาตบใส่หน้าที . . .

   “พี่อย่าบอกนะว่าระดับ  ผบ. เหล่าทัพ  มีคนจากฐานอำนาจเก่าแทรกอยู่”

   “เข้าใจถูกต้อง   กอล์ฟเห็นไหม  วันที่ท่านผู้นำออกแถลงการณ์สถานการณ์ฉุกเฉิน  ผบ.เหล่าทัพบางคนทำหน้าแบบกระอักกระอ่วน  นั่นก็เพราะว่า  คาดไม่ถึงว่าท่านผู้นำจะกล้าลงมาบัญชาการเอง”

   “งั้นข่าวที่ว่า  จะจ่ายสองหมื่นล้านให้คนทำรัฐประหารก็มีมูลละสิ”

   “ถ้าเป็นกอล์ฟ  เงินเจ็ดหมื่นกว่าล้านที่โดนอายัด  ครอบครัวกระสานซ่านเซ็น  กอล์ฟจะยอมจ่ายสองหมื่นล้านไหม”

   “ยอมดิพี่  ไม่ยอมก็โง่แล้ว  โดนอายัดไม่รู้จะได้คืนไหม  แต่หากนิรโทษกรรมเมื่อไหร่  นอกจากจะได้คืนแล้ว  ยังได้อีกไม่รู้เท่าไหร่เพราะอำนาจย่อมกลับมาอยู่ในมือ  คราวนี้ไม่ใช่ชนแค่คนบางคนแต่อาจชนหัวใจของคนทั้งชาติก็เป็นได้”

   “พี่ดีใจที่ได้ร่วมทีมกับกอล์ฟ  คนที่พลีตัวเพื่อชาติและราชบัลลังค์ยังมีอีกมากในประเทศของเรา”  เคยื่นมือไปออกไปให้อีกฝ่ายสัมผัสอย่างเต็มหัวใจ

   “ผมไม่ยอมหรอกพี่  ไม่มีวันยอม”

   “ท่านผู้นำก็ไม่ยอม  ท่านยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงหลายครั้งแล้ว  เพื่อดึงมวลชนกลับคืน  และ  ท่านใจเย็นพอที่จะให้ได้รู้ว่ามี ผบ.เหล่าทัพใดบ้าง  ที่เป็นฐานของอดีตผู้นำ  และ  ท่านฉลาดพอที่จะให้อีกฝ่ายคลั่งมากที่สุด  เมื่อนั้นท่านจะให้ทหารออกมา  และความชอบธรรมจะเกิดแก่ฝ่ายที่โดนกระทำ  ตอนนี้อีกฝ่ายพลาดที่เอาประชาชนเป็นตัวประกัน  พรุ่งนี้เหอะกอล์ฟ  สิบสามเมษา  เห็นทีฤกษ์ที่ทางกลุ่มผู้ชุมนุม  เลือกเอาอดีตของกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่สองเป็นฤกษ์ดีของพวกตนเอง  จะทำให้ตัวเองพ่ายแพ้ในที่สุด  แพ้ทั้งในประเทศ  แพ้ในสื่อของต่างประเทศ  เพราะท่านผู้นำมีความชอบธรรมอย่างสมบูรณ์ในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่อให้เกิดความรุนแรง”  เคยิ้มอย่างผู้ชนะ





นิยายแนวการเมืองแบบนี้ . . .

. . . ไม่ค่อยมีเนาะ

ใครชอบกดบวกเลย  ใครไม่ชอบเชิญลบตามสบาย  ยิ่งลบมากเท่าไหร่ยิ่งชอบ  จะเขียนยาวสักสองร้อยตอน

เอาตั้งแต่โครตเหง้าบรรพบุรุษ . . . เจ้าขี้เมืองเลย ชิส์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-04-2009 01:23:47 โดย ราชบุตร »

tamtam

  • บุคคลทั่วไป
กรี๊ดดดดดดด
ดีใจ เจอกัน
อูย ลุ้นทีละบรรทัด กลัวไม่เจอกัน
อ่านจบตอน
ค่อยหายใจออกหน่อย
เฮ้อออ เกือบขาดใจตาย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด