Love you...รักอยู่รู้ยัง {Up:รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่ (290521)} [Boy's love]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Love you...รักอยู่รู้ยัง {Up:รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่ (290521)} [Boy's love]  (อ่าน 483 ครั้ง)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-2
    • แฟนเพจ
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 

- - - -- - - - - -- - - - - - -


Love you...รักอยู่รู้ยัง














ทั้งหัวใจดวงใหญ่เบิ้มของน้องสมุทรคนนี้

มีแต่พี่พระจันทร์ตัวเล็กตัวน้อยคนสวยขาของน้องสมุทรแค่คนเดียวเท่านั้น!

ต่อให้ใครจะพูดว่าพี่พระจันทร์ไม่มีทางเป็นเมียน้องสมุทรได้

ขอบอกเอาไว้เลยว่าไม่มีทางเชื่อ!

จนได้มาพบกับตาตัวเองเท่านั้นล่ะ ก็คือ...เอ่อ ช่วยด้วยจ๊ะแม่!!

“พี่พระจันทร์ใหญ่มาก!”





#รักอยู่รู้ยัง

-------------------------------------------------





พูดคุยกับคนเขียน

สวัสดีค่ะ!! ...กลับมาพบกับ โยเกิร์ตแคทตี้ (Yoghurt Catty) หรือจะเรียกว่า 'แคท'

ไรเตอร์คนดีคนเดิม เพิ่มเติมคือความบ้า

เป็นไรเตอร์หน้าเก่า ที่คนไม่ค่อยรู้จักเพราะเขียนไม่เก่งเท่าไหร่ ฮ่าๆ แต่เราก็จะเขียนต่อไปนะเออ

คราวนี้แคทขอมาเปิดเรื่องที่5ค่ะ เป็นเรื่องของพี่พระจันทร์ หรือลูกชายฝาแฝดคนโตของเฮียทัพ

จากเรื่องMistake หลงร้ายนั่นเองค่ะ

ถ้าใครที่เคยได้อ่าน จะต้องจำเด็กแฝดน้องพระจันทร์และน้องอาทิตย์ในวัยเบบี้ได้แน่นอน แต่ถ้าใครไม่เคยอ่าน ไม่เป็นไรจ๊ะ

เรื่องไม่ได้ต่อกันนะเออ สามารถอ่านแยกได้จ้า ^_^

คราวนี้เป็นเรื่องราวของฝาแฝดคนพี่อย่างพระจันทร์ ที่โดนน้องสมุทรตามจีบ

แต่จีบในที่นี้ไม่ได้จีบมาเป็นสามี แต่น้องดันอยากได้พี่พระจันทร์สุดหล่อไปเป็นเมียซะนี่สิ

น้องสมุทรตัวแสบจะมาพลิกโพพี่สุดหล่อของเราได้ไหม ยังไง?

ถ้าอยากรู้ต้องมาติดตามไปพร้อมๆ กันนะคะ ...

และเช่นเดิม แคทหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนอ่านของแคทจะชอบเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ

หวังว่าจะยิ้มและมีความสุขไปด้วยกันจนจบเรื่องเลย

แคทฝากพี่พระจันทร์กับน้องสมุทรไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยน้าา จุ๊บๆ





** นิยายเรื่องนี้ไม่โหดไม่โฉดไม่เถื่อนไม่ดราม่าไม่ฮามากมาย ไม่มีอะไรมากหรือน้อยเกินไป

แต่ก็เป็นนิยายที่ถูกกลั่นกรองออกมาด้วยหัวใจของคนเขียน

หวังว่าคนอ่านทุกคนจะเป็นกำลังใจ และติดตามนิยายเรื่องนี้ และเติบโตไปพร้อมๆ กันนะจ๊ะ ^_^



*เม้นสักนิดเพื่อการเขียนที่ไหลลื่น แม้เราจะต้องการคอมเม้นแต่ก็ต้องการคอมเม้นที่เป็นมิตรนะจ๊ะ


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-05-2021 19:20:10 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-2
    • แฟนเพจ
Re: Love you...รักอยู่รู้ยัง [Boy's love] [YAOI]
«ตอบ #1 เมื่อ22-05-2021 20:42:49 »


MINI INTRO




MINI INTRO



“น้องสมุทรรักพี่พระจันทร์ อยากได้พี่พระจันทร์เป็นเมียจริงๆนะ!”

“ตัวโตเท่าพุ่มต้นเข็ม โตให้ได้มากกว่านี้ค่อยไถหน้ามาบอกรักกู”

.

.

.

“พี่พระจันทร์คนสวยขาจะเป็นของใครไปไม่ได้หรอกนะ นอกจากน้องสมุทรคนนี้ บอกไว้ตรงนี้!”

“มั่นใจมากเลยเพื่อนกู คือมึงอยากได้พี่เค้ามาเป็นผัวมึงขนาดนั้นเลย”

“สัด พูดอะไรแบบนั้น อยากไดเมาเป็นเมียกูสิวะ ปั๊ดโถะ!”

“โถ่อี ... กล้าที่จะนะมึงอ่ะ“

“เอ๊า”

.

.

.

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกพยายามเรื่องกู”

“อยากจะบอกให้พี่พระจันทร์รู้ไว้นะ น้องสมุทรน่ะนะเป็นคนรักแบบมีสเต็ป ถ้าจะเจ็บก็ขอเจ็บแบบมีสไตล์ เอิ๊วกรู๊ว คำพูดเรานี่มันเท่สุดๆไปเลยว่ะ”

“สัด น่ารำคาญ”

.

.

.



“เลิกคิดจะเอากูไปเป็นเมียมึง”

“ทำไมล่ะพี่พระจันทร์ น้องสมุทรคนนี้รักพี่พระจันทร์คนสวยขาคนเดียวเลยนะ อยากเอาพี่แค่คนเดียว”

“อยากเอากู?”

“อือหือๆ”

“จะเอากูน่ะก็ได้....”

“จริงไหมๆๆๆ”

“จริง แต่มีข้อแม้...”

“ว่ามาเล้ยๆ น้องสมุทรรับได้ทุกสิ่งอย่าง พร้อมมากอยากได้เธอ”

“หึ จะเอากูน่ะก็ได้ แต่กูต้องได้เอามึงก่อนนะ”

“เหยดแหม่!”



.

.

.



“มึงหลบหน้ากู”

“บ้าน่า ใครมันจะไปทำแบบนั้นกันอ่ะตัวเธอ”

“สมุทร”

“อย่าทำเสียงดุจะได้ไหม หัวใจบอบบางไม่อยากได้ยินน้ำเสียงจริงจังหรอกนะ”

“หนีกูทำไม ไหนบอกว่าอยากได้กูเป็นเมีย”

“ก...ก็.....”

“สมุทร ... ว่าไง”

“ก็อยากได้เป็นเมียไงวะ กูไม่ได้อยากได้พี่พระจันทร์เป็นผัวไหมอ่ะ!”

“กูเป็นผัวแล้วมันทำไม”

“มันใหญ่มากไงล่ะ เสียบเข้ามาทีนึงถึงไส้ใน ถามมาได้ ปัดโถะ!”

“มึงเจ็บ?”

“มันฟิน!”

“หึ”



.

.

.

“ผมพึ่งรู้วันนี้ว่ะพี่ สู้กับอะไรมันก็ไม่ยากเท่ากับสู้คนในใจพี่ ผมเคยคิดว่าที่พี่ไม่เปิดใจเพราะผมยังพยายามไม่มากพอ แต่จริงๆมันไม่ใช่เลยว่ะ ... ขอโทษที่เข้าไปเป็นเรื่องมะลิงกิงกองในชีวิตพี่นะ”



ข้ามสมุทรเด็กชายที่ตกหลุมรักพี่พระจันทร์มาตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาเรียนม.4ที่โรงเรียนใหม่ ครั้งแรกที่ได้เจอกันคือตอนที่พี่พระจันทร์

ช่วยน้องเด็กอนุบาลพร้อมๆกับเจ้าตัวที่พยายามทำตัวเป็นพระเอกไปช่วยน้องจนเกือบจะโดนรถชน และตั้งแต่วันนั้นมา พี่พระจันทร์ก็ได้

กลายมาเป็นนางฟ้าคนสวยในใจน้องสมุทรตลอดกาล

พยายามแล้วพยายามเล่าแต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาก็มีแค่ปฏิกริยาไม่รับรู้ของพี่พระจันทร์ก็เท่านั้น ...

 หึ่ย! แต่น้องสมุทรคนนี้ก็ไม่ย่อท้อหรอกนะ ได้แต่รอเวลาจนถึงวันนี้ วันที่น้องสมุทรจะโตมากพอ

มากพอที่พี่พระจันทร์จะรักได้! ...

ยังคงจะพยายามบอกรักอยู่ แล้วพี่พระจันทร์จะยอมรับรู้ได้หรือยัง?

เรื่องราวแสนตลกร้ายของหนึ่งเด็กชายที่พยายามมอบความรักไป กับอีกหนึ่งชายหนุ่มที่ไม่เคยแม้แต่จะสนใจความรักที่ได้มา

ความรักในครั้งนี้ ใครที่จะเป็นคนรู้ตัวก่อนกัน

กับ

Love You…รักอยู่รู้ยัง

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-



แคทกลับมาแล้วววว กลับมาพร้อมเรื่องใหม่ เรื่องของลูกชายฝาแฝดคนโตของเฮียทัพ

เรื่องราวระหว่างพี่พระจันทร์คนเท่กับน้องสมุทรคนดื้อจะเป็นยังไง

แน่นอนว่า เรายังคงคอนเซ็ปนิยายใสๆสไตล์หอบหื่นกันต่อไป

แคทหวังว่าคนอ่านจะสนุก และอยู่ติดตามไปด้วยกันจนถึงตอนสุดท้ายเช่นเดิมนะคะ

และใครที่มาอ่านแล้ว แคทขอให้รอดปลอดภัยจากโควิด19และไม่ปวดหลังค่ะ

ปล. มีใครลงผิดเรือไหมน้าาา อิอ๊ะเลยน้าาา

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-2
    • แฟนเพจ
Re: Love you...รักอยู่รู้ยัง [Boy's love] [YAOI]
«ตอบ #2 เมื่อ22-05-2021 20:44:45 »


รักอยู่รู้ยัง

INTRO




ถ้าคุณรักใคร ก็แค่ปล่อยใจไปกับมัน

ต่อให้มันจะเป็นความรักที่เหมือนกับพระจันทร์ลอยอยู่บนฟ้า ไม่มีทางจะหล่นลงมาสู่มหาสมุทรก็ตาม

แต่ถึงมันจะเป็นแบบนั้น ก็ยังอยากจะลองบอกให้รู้ว่ารักดูสักที

....ถ้าลองบอกว่ารักอยู่ แล้วเธอจะรับรู้ได้หรือยัง....



-*-*-*-*-*-*-*-*-



ผ่านมาก็นานหลายปี แต่เหตุการณ์ในวันนั้น รอยยิ้ม สายตา ความใจดีของเขา มันกลับยังตรึงอยู่ในหัวใจของผม ไม่ลืมเลือน...



เสียงจอแจที่ดังมาจากผู้คนรอบข้าง รถราที่วิ่งผ่านไปผ่านมาในช่วงเวลาเช้าของวันจันทร์ที่ร้อนระอุ ตัวผมที่กำลังรอข้ามถนนไปอีกฝั่งของถนนเพื่อเริ่มต้นบทเรียนชีวิตใหม่ วันแรกของการเป็นนักเรียนชั้นม.4 วันแรกกับโรงเรียนใหม่ เครื่องแบบใหม่ และ...



“เห้ย ไอ้น้องจิ๋ว อย่าพึ่งข้ามถนนสิโว้ย!!” ผมที่สายตาเหลือบไปเห็นเด็กตัวเล็กในชุดนักเรียนอนุบาลที่ปล่อยมือจากคุณแม่ของตัวเอง แล้วกำลังจะวิ่งลงไปบนถนนเลยตะโกนออกไปแบบนั้น



“น้องงงง” ร้องตะโกนออกไปพร้อมๆ กับที่ออกวิ่ง มือที่พยายามเอื้อมออกไปข้างหน้า แต่ผู้คนแถวป้ายรถเมล์นี่ก็ดูจะเบียดเสียดจอแจซะเหลือเกิน ... ไม่มีตามองเห็นเด็กกันหรอวะ



‘กึก ฟุบ แอ๊ก’



“โอ๊ย!”



‘เอี๊ยดดดดดด” เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนดังลั่นไปทั่ว ตามมาด้วยเสียงฮือฮาของบรรดาเหล่าคนรอบข้างในบริเวณนี้ ผมได้แต่เงยหน้าขึ้นมาจากพื้นฟุตบาตรที่ตัวเองนอนหน้าคว่ำวัดพื้นอยู่ตอนนี้ สัด! เมื่อกี้กูสะดุดเชี่ยอะไรวะ พื้นถนนประเทศไทยมันแสนจะเหี้ย!



แต่ว่า ... แล้วไอ้น้องจิ๋วนั่นล่ะ



หัวใจของผมสั่นอย่างหวาดกลัว กลัวว่าไอ้เด็กตัวเล็กๆ เมื่อกี้ที่ผมตั้งใจจะวิ่งเข้าไปช่วยจะเป็นอะไรไป และก็พอดีกับที่สายตาของผมเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของใครบางคนที่กำลังอยู่ตรงหน้าผม คนที่อยู่ในชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับผม และมีเส้นผมสีชมพูอ่อนๆ แขนได้รูปที่กอดตัวเด็กจิ๋วนั่นเอาไว้แนบอก พร้อมๆ กับที่เจ้าของแผ่นหลังนั่นจะค่อยๆ หันทั้งตัวมาทางผมช้าๆ เป็นช่วงเวลาสโลโมชั่นที่เหมือนในซีรี่ย์รักที่เคยได้ดู ... เจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อนที่มีใบหน้าเรียวได้รูป มีคิ้วเรียงตัวสวยสีเข้ม พร้อมๆ กับขนตางอนยาวที่ทำให้ดวงตาคู่นั้นมีสเน่ห์มากขึ้นไปกว่าเดิม ริมฝีปากบางสีส้มละมุนนั่นก็อีกที่เหมือนกับยิ่งสะกดสายตาของผมให้ถอนไปทางไหนไม่ได้เลย



ตึกตักๆ หัวใจมันเต้นมันสั่นมันไหว อาการเหมือนอยากจะมอบใจไปให้เค้า



“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” คนตรงหน้าย่อตัวลงถามเจ้าเด็กจิ๋วนั่น พร้อมฝ่ามือที่ยกขึ้นลูบหัวเด็กนั่นเบาๆ ...งุ้ย คนสวยใจดี



“ข...ขอบคุณมากๆ ฮะพี่สุดหล่อ” เอ๊ะ อะไรนะ เดี๋ยวไอ้จิ๋ว!หล่ออะไรของมึง สวยสิเห้ย ละมุนใจขนาดนี้ มาหล่ออะไร คนหล่อต้องกูนี่ กูที่นอนแหมะอยู่ที่พื้นถนนนี่!



“คราวหลังอย่าปล่อยมือแม่อีก”



“ฮับ” เด็กจิ๋วตอบรับพร้อมๆ ที่แม่ของเจ้าตัวรีบวิ่งตามมารับลูกชาย และขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ สุดท้ายเจ้าเด็กจิ๋วนั่นก็เดินจากไปพร้อมๆ กับแม่ของเจ้าตัว คนตรงหน้าของผมที่ละสายตาจากเจ้าจิ๋วและแม่ของมัน ก่อนจะหันมามองหน้าผม ตาสองตาที่จ้องประสานกันในตอนนี้ หัวใจของผมสั่นไหว รู้สึกเหมือนกับว่าละสายตาจากเค้าไม่ได้เลย เขาที่ลุกขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาผมช้าๆ ... เห้ยๆๆๆ เค้ามีใจให้กูรึเปล่า ทำตัวยังไงดีวะ เก็กหน้าขรึมก่อนไหม เค้าชอบกูแน่ๆ อ่ะแบบนี้



“จะนอนอยู่อีกนานไหม มึงคิดว่าฟุตบาตรเป็นทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์หรอ ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาจะช่วยใครไหว คราวหลังก็อยู่เฉยๆ เถอะ ตัวเองจะตายเอา” ริมฝีปากบางๆ นั่นเจื้อยแจ้วออกมาแบบนั้น หัวใจของผมเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง เค้าพูดมาแบบนี้ แม่ง!



เค้าเป็นห่วงเป็นใยกูแน่ๆ เลยอ่า



“เป็นห่วงกันสินะ งึ่ย ชื่ออะไรหรอเธอ เราน่ะนะพึ่งเข้ามาใหม่อยู่ม.4วันนี้วันแรกเลย”



“กูม.6 ไม่ใช่เพื่อนเล่นมึง ... จะสายแล้ว รีบไปเข้าเรียน”



“ด..เดี๋ยวครับ” ผมโพร่งออกไปแบบนั้นในตอนที่คนตรงหน้าจะเดินจากกันไป สายตาเย็นชาที่มองมาที่ผมเหมือนเป็นสิ่งน่ารำคาญนิดหน่อย แต่ผมเข้าใจ คนสวยก็ต้องสงวนท่าที่เป็นธรรมดา



“อะไร” ปรายสายตาคมที่มีแพรขนตางอนยาวหันมามองผมนิดๆ



“พี่ชื่ออะไรหรอ”



“ถามเพื่อ”



“ผมอยากรู้นี่ครับ น้า พี่บอกผมหน่อยนะๆๆ” คนตรงหน้าที่ทำแค่ถอนหายใจแรงๆ ใส่ผมหนึ่งที



“น่ารำคาญ”



“ห๊ะ...ชื่ออะไรนะพี่”



“...กูชื่อ...”



“เห้ย...มึงอยู่นี่เองไอ้....” เสียงของใครอีกคนที่วิ่งเข้ามาตะโกนเรียกชื่อของคนตรงหน้าที่ผมอยากรู้จัก เจ้าตัวที่ทำหน้าเหวอไปนิดๆ ตอนมองเพื่อนคนนั้นที่ตะโกนเรียกชื่อแล้ววิ่งเข้ามากอดคอ เขาไม่ตอบคำถามของผม ... แต่ถึงแบบนั้น ชื่อของเค้าที่ออกจากปากของใครอีกคน ก็ทำให้ผมจำได้ไม่เคยลืม




.

.

.


“ชื่ออออออ~~~.......”



“เห้ยๆ มึง พูดเพ้ออะไรวะ” แรงเขย่าข้างๆ ตัวที่ทำให้ต้องลืมตาขึ้นมา สายตาพร่าเบลอมองไปรอบๆ อย่างไม่รู้จะโฟกัสที่ตรงไหน เหมือนก่อนหน้านี้จะคิดย้อนไปไกลถึงเหตุการณ์ในอดีตอย่างไงอย่างงั้น ก้มหน้าลงมามองตัวเองตรงนี้ ตัวผมที่อยู่ในชุดนักศึกษาสภาพหลุดลุ่ย และในมือก็กอดขวดเหล้าอยู่ เสียงเพลงรอบๆ ตัวที่ทำให้บรรยากาศดูคึกคักขึ้นมากกว่าเรื่องในฝันเมื่อกี้



“เอิ๊กกกก” สะอึกหนึ่งทีเป็นการเกริ่นนำ เรียกสายตารังเกียจจากคนรอบข้างได้นิดหน่อย แต่ใครสนล่ะ ผมทำแค่พูดต่อไป



“เรื่องราว....มานก็เป็นแบบเน้ เรื่องราวความ เอิ๊ก ความรักเศร้าๆ ขอเหล้าขมๆ มาให้หน่อยคร๊าบ”



“มันเล่าเรื่องอะไรของมันวะพี่ ทำไมกูไม่เข้าใจที่มันพูด”



“มึงคาดหวังอะไรจากน้องรหัสสดๆ ร้อนๆ ของมึงวะสัดเอส มึงว่าสภาพมันตอนนี้ดูปกติไหม”



“ซุบซิบไรกานนนนน เล่าให้ฟังบ้างสิจ๊ะๆ”



“อะ เมาแล้ว แต่ยังอยากเสือกอยู่อ่ะเนอะ เอาให้เต็มที่ไปเลยครับไอ้น้อง ไม่ต้องเกรงใจกูหรอกจริงๆ”



“งั้นจัดไปน้าไอ้เอสไอ้โดส!”



“อะ ไอ้เหี้ยเอ้ย เล่นกูละ น้องรหัสมึงมันเอาเรื่องจังวะไอ้เอส”



“มันก็หลานรหัสพี่มึงเหมือนกันป่ะวะพี่โดส”



เสียงสองเสียงที่ดังงุบงิบๆ อยู่ข้างๆ มันช่างน่ารำคาญหู เพราะแบบนั้นก็เลยลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับชูขวดที่อุ้มอยู่ขึ้นไปบนฟ้า อยากจะไปแตะขอบฟ้า~



“เต็มเท้! ฉุดหย่ายยยยปิ๊บๆ” จังหวะมันได้ ดนตรีมันเด้งโดนหัวจิตหัวใจกันแบบสุดๆ เพราะแบบนั้นเลยรู้สึกว่าไม่อยากจะหยุด อยากจะลุกขึ้นตะโกนไปตามเสียงเพลงพร้อมโยกๆ ตัวไปมาท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะEDMตื๊ดหัวใจ เอาเว้ย เต็มที่กันหน่อยงานนี้ ไม่เมาไม่เลิกไม่เมาไม่กลับ แต่ถ้ากูหลับก็หิ้วกูกลับด้วย!



“ปิ๊บพ่อปิ๊บแม่มึงไอ้สัดน้อง พูดไม่รู้เรื่องมึงก็นั่งนิ่งๆ สิวะ ลุกขึ้นเต้นหาพ่อมึง กูอายคน”

เสียงดุที่ดังอยู่ข้างๆ ตัว พร้อมมือที่เอื้อมมาคว้าแขนของผม ดึงให้ตัวทั้งตัวของผมต้องล้มหงายหลังลงไปนั่งแหม่ะอยู่บนโซฟาอีกครั้ง ทำไมต้องขัด ก็คนมันอยากจะโยกๆๆ สักหน่อย ทำไมต้องขัดกันวะ ผมที่พยายามจะลืมตาขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ภาพตรงหน้าก็ยิ่งเบลอมากขึ้นทุกที... เกิดอะไรขึ้นวะคร๊าบบบ มืดๆ เบลอชอบกล



“ช่วยโด้ยยย ทำไมภาพไม่ตรง ทำไมภาพมันเบลอหรือเธอไม่ชัดเจน ทำไมๆ ทำไมใครมันปิดไฟ!”



“สัด! ไม่มีใครปิดไฟ แว่นมึงเบี้ยว!”



“โอ้ว แว่นเบี้ยวนี่เองสินะ เอิ๊ก”



“ไอ้ซาหมุดเอ๊ย มึงแม่ง”



“สมุทร! ชื่อว่าสมุทรครับ น้องข้ามสมุทรคนหล่อเอง ซาพ่อซาแม่มึงอ่อพี่โดส” โมโห ชอบเรียกชื่อกันผิดๆ ยกมือขึ้นดันกรอบแว่นตาที่ตกคาลงไปที่ปลายจมูกให้ขึ้นมาอยู่ที่ลูกตาดีๆ ไปด้วยทีนึง ... โอ้โห ภาพชัดระดับเอชดีปรากฏตรงหน้า นมพี่สาวโต๊ะข้างๆ กระแทกดวงตา แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่สามารถทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของน้องสมุทรคนนี้ไหวหวั่นได้ เพราะอะไรน่ะเรอะ!



“อะ ถ้าจะด่ากูขนาดนี้มึงไม่ต้องเรียกกูพี่แล้วก็ได้ไอ้น้องหมุด”



“ฮื่อออ สมุทรอยากได้เค้าๆๆๆ เข้าใจหมายยย เอิ๊ก” เวลากูเศร้าก็ช่วยฟังกูหน่อยสิวะ ปั๊ดโถะ! เอาแต่เรียกชื่อผิดๆ อยู่ได้



“เมาก็อยู่เฉยๆ กูอายจนอยากตายแล้วนะ”



“ปล่อยมันเหอะไอ้เอส กูก็อายพอๆ กับมึงแหล่ะ” เสียงสองเสียงที่ยังคงดังอยู่ข้างๆ ตัวไม่เลิกไม่ลา ทำให้ผมต้องฝืนตัวเอียงหัวไปมอง ซุบซิบๆ กันอยู่นั่น แถวบ้านเรียกว่านินทาหรือเปล่า ไอ้พี่สองตัวนี้ไม่น่ารักนินทากันหรือเปล่า



“พี่มึงสองตัว”



“สองคนไอ้สัด”



“นั่นล่ะ...ผมน่ะนะ เจ็บยอดหัวนม”



“ห๊ะ!”



“น้องสมุทรอยากได้เค้า แบบว่าคนมันคลั่งไข่มากๆ”



“คลั่งไคล้!”



“ก็คล้ายกัน งื้ออ อยากได้ ...น้องสมุทรสุดแสนจะอยากได้คนสวยขาของน้อง!!” ตะโกนออกมาแบบนั้นแล้วทิ้งตัวนอนลงบนโซฟายาวอีกครั้ง หลับตาลงไปเพราะรู้สึกเริ่มจะเวียนหัวไม่ไหวแล้วในตอนนี้ แต่พอยิ่งหลับตา ภาพที่เคยคิดถึงมาตลอดหลายปีก็หลั่งไหลเข้ามา คนที่มีใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ ริมฝีปากเล็กๆ จุ๊บจิ๊บสีชมพูอมส้ม จมูกโด่งได้รูป และมีดวงตาเฉี่ยวคมบาดจิตบาดใจ ที่พอมองรวมๆ แล้วมีสเน่ห์เหลือเกินคนนั้น น้องสมุทรอยากจะร้องออกมาเป็นเพลงเลย



“สวยขนาดนั้นเลยหรอวะ คนที่ทำให้มึงวิ่งตามมาตั้งแต่ม.4น่ะ” พี่โดสถามขึ้นมาแบบนั้นเลยต้องจำใจเปิดตาข้างนึงหรี่สายตาไปมองพี่มัน พร้อมพยักหน้าเป็นคำตอบส่งไปให้



“ที่สุดในหัวใจน้องสมุทร”



“คือมึงชอบเค้ามากจนตามเค้ามาสอบให้ติดม.นี้เลยอ่ะนะ”



“ช่าย! สมุทรสุดแสนจะชอบ สุดรักสุดดวงใจคนสวยขาของน้องหมุด”



“กูล่ะอยากจะเห็นหน้าจริงๆ คนสวยคนไหนทำให้มึงคลั่งรักได้ขนาดนั้นวะ” พี่โดสพูดออกมาอีกพร้อมหันไปมองหน้าพี่เอส พอเห็นแบบนั้นตัวเราก็ยกยิ้มมุมปากแบบแสนจะเท่ห์ใส่พี่ๆ ยกมือขึ้นดันกรอบแว่นแบบสุดคูลใส่มันไปอีกนิด ฮั่นน่อ แสนเท่



“หึ คนสวยคนดังคนนั้นน่ะ รับรองว่าถ้าพูดชื่อออกไป พี่ๆ ต้องรู้จัก”



“อะไหนมึงลองว่ามา กูค่อนข้างจะกว้างขวาง กูมีเพื่อนมันทุกคณะแหล่ะ”



“ไงล่ะน้องรหัสกู สายเสือกในตำนาน นักเอาทุกคณะ ไหนมึงพูดชื่อมาไอ้สมุทร รับรองพี่รหัสมึงต้องรู้จัก”



“เห้ย คุณโดสก็พูดไปครับ นี่กูน้องมึงไง”



“ฟังนะๆๆ คนสวยขาพิกกี้บูบู้ของนายข้ามสมุทรคนนี้น่ะ เค้าชื่อ....พระจันทร์”



“.........................”



“.........................”



“อ๊ะนะๆ อึ้งเลยๆ แค่ชื่อก็หวานกรุบ”



“เดี๋ยวนะ กูขอถามมึงอีกทีนะไอ้น้องสมุทร...พระจันทร์ไหนนะ” หลังจากเงียบเดสแอร์ใส่กันไปนานสองนาน พี่โดสทำตาเหลือกใส่แล้วเอ่ยออกมาอีกที



“กูขอร้องเลยนะ อย่าบอกกูนะว่า....”



“พี่พระจันทร์บริหาร คนสวยคะคนสวยขาคนนั้นไง พวกพี่มึงรู้จักใช่รึป่ะล่ะ! แสนฮ็อต!”



“เชี่ย!”



“กูอยากตาย”



พี่เอสพี่โดสพูดขึ้นมาพร้อมกัน แถมพี่โดสยังเอามือยกขึ้นตบหน้าผากด้วยทีนึง ตบยุ่งแหล่ะกูว่า



“ทำไมต้องอยากตายว้า พี่จะบอกว่าน้องสมุทรน่ะหลงรักคนที่สวยเกินตัวไปใช่ไหมล่า ฮึก แล้วไงว้า ไอ้แว่นแบบผมก็มีหัวใจ ไอ้แว่นแบบผมจะหลงรักคนสวยไม่ได้รึไง ใครแม่งเป็นคนห้าม!”



“กูถามจริงๆ นะไอ้หมุด”



“สมุทร! เรียกชื่อกูให้ถูกๆ พี่มึงจะตายอ่อ”



“เออๆ แต่ไอ้พระจันทร์บริหารที่มึงว่าน่ะ...มันคือคนนั้นหรือเปล่า...”



“หื้มมม หนาย” ปรือตาพร้อมๆ กับที่เอียงหน้าหันไปมองตามฝ่ามือของพี่โดสมัน มองแล้วมองอีก เพ่งแล้วเพ่งอีกก็หาไม่เจอ จนพี่เอสมันต้องเอื้อมมือมาจับหน้า แล้วดันให้หันไปมองตรงมุมหนึ่งของร้าน ตรงโซนที่เป็นพื้นต่างระดับ มีมุมโซฟาแบบครึ่งวงกลมสีแดงหันหน้ามาทางเวทีตรงด้านที่พวกผมนั่งอยู่ คนร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงกลางโซฟาตอนนี้ แขนข้างนึงที่พาดไปตามพนักพิงโซฟา ส่วนมืออีกข้างก็ทำแค่ยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบด้วยท่วงท่าแบบผู้ดี รอบๆ ตัวของเค้ามีผู้คนหน้าตาดีมากมาย พร้อมๆ กับที่ส่งเสียงเฮฮาเหมือนว่ากำลังสนุกกันอย่างเต็มที่ แต่ถึงแบบนั้น...สายตาของผมก็เอาแต่จับจ้องคนที่นั่งอยู่ตรงกลางตรงนั้น คนที่ครั้งนึงเคยทำผมสีชมพูอ่อนๆ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมันไปหมดแล้ว และไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมที่เอาแต่จ้องหรือเปล่า อยู่ๆ สายตาคู่นั้นก็ละจากแก้วเหล้า ก่อนจะหันมาสบตากับผมนิ่งๆ ผ่านระยะทางที่ไกลกันขนาดนี้ แต่ถึงจะไกลมากแค่ไหน สายตานั่นก็ยังทำให้ผมต้องหันหน้าหนีมาหลบอย่างไวเหมือนเดิม



ใจสั่นไปหมดจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้าเลย น้องสมุทรเขิน



“อะไรของมึงวะไอ้สมุทร เป็นเหี้ยอะไร แล้วสรุปว่าใช่ไหม ไอ้ห่านั่นใช่พี่พระจันทร์คนสวยขาของมึง”



“น่านน่ะ....”



“นั่นน่ะอะไรวะ มึงช่วยประคองสติหน่อยได้ไหม”



“น่านน่ะ คือพี่พระจันทร์คนสวยคะคนสวยขาของโผ้ม! ทำไงดีว้าโอ๊ดพี่เดส! อยากด้าย”



“พี่เอสพี่โดสไอ้สัด เรียกชื่อพวกกูพันกันไปหมด”



“ช่างหัวชื่อพวกพี่มึงสิ น้องสมุทรอยากด้ายยยย แค่เห็นตาสวยๆ นั่นก็อยากตาย แม่ยอดดวงใจของน้องสมุทร”



“กูขอร้องเลยไอ้สมุทร นั่นมันไอ้พระจันทร์เลยนะเว้ย”



“พี่พระจันทร์! ให้เกียรติคนสวยของผมด้วย อย่ามาเรียกว่าไอ้นะ!”



“สวยก็เหี้ยแล้วแบบนั้นน่ะ” พี่เอสพูดออกมาแบบนั้นพร้อมส่ายหน้า



“พอๆ กูจะพามึงกลับแล้ว วันนี้ไม่ไหวแล้วมึงอ่ะ เมาเป็นลูกหมา”

พี่โดสพูดออกมาพร้อมๆ กับเอื้อมมือมาคว้าแขนของผมแล้วดึงขึ้น มีพี่เอสอีกคนที่ทำท่าจะลุกขึ้นมาประคองตัวผมอีกด้าน ผมที่ลุกขึ้นมาแต่สายตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองพี่พระจันทร์ของผม ดวงตาคมนิ่งที่ยังไม่หันหนีไปทางไหน ไม่รู้ว่ามองใคร แต่เหมือนว่าสายตาคู่นั้น ก็กำลังมองสบกันอยู่ในตอนนี้ ความรู้สึกบางอย่างมันก็ตีตื้นขึ้นมาอีกแล้ว ผมที่ผลักตัวพี่เอสกับพี่โดสออกไปจนพี่มันหงายหลังลงไปนั่งที่โซฟากันอีกครั้ง



“โอ๊ยเจ็บนะโว้ยไอ้สมุทร แล้วนี่มึงจะไปไหน” ได้ยินเสียงตามหลังมาไกลๆ หันมองไปแว๊บนึง เหมือนว่าพี่ๆ จะตามมา แต่ติดที่ว่าร้านนี้คนมันเยอะ จะเดินทีก็โดนดักหน้าดักหลัง โชคดีที่ผมน่ะมันตัวไม่ใหญ่เป็นควายแบบพี่ๆ เลยผ่านมาง่ายหน่อย แต่รู้สึกเหมือนโดนลูบตูดไปหนึ่งที แย่มาก กูปวดตดเลย!



“หือ...” เสียงอุทานแบบนั้นดังออกมาจากตรงหน้า สายตาหลายคู่ที่มองมาที่ผมเป็นตาเดียว คือเข้าใจว่าหล่อเท่อ่ะนะ แต่มองงี้ก็เขินหมดอ่ะดิ



“เมาแล้วมาผิดโต๊ะหรอคะ”



“แต่มองพี่พระจันทร์ขนาดนั้น พี่พระจันทร์รู้จักหรอคะ” เสียงหวานๆ ของสาวๆ ที่นั่งขนาบข้างซ้ายขวาพี่พระจันทร์ผลัดกันพูดเป็นลูกคู่ สวยอยู่นะ แต่เอานมเบียดแขนคนสวยขาแบบนั้นได้ไงอ่ะ น้องสมุทรไม่ชอบเลย ... ผมนี่ขมวดคิ้วเลย แต่สุดท้ายก็ละสายตาไปจ้องคนตรงหน้าที่ทำให้ผมเดินมาหยุดอยู่ที่ตรงนี้แทน คนตรงหน้าที่ในวันนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว สวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ทหนังสีดำตัดแดงแบบมีสไตล์ พี่พระจันทร์เปลี่ยนไปมาก แตกต่างจากสามปีก่อนที่ผมเคยจำได้ ตอนนี้ไม่มีแล้วคนที่เคยทำผมสีชมพูอ่อนๆ เส้นผมสวยเปลี่ยนมาเป็นสีดำสนิท แต่ถึงแบบนั้นก็ดูแซ่บๆ เหมาะแก่การเป็นเมียน้องสมุทรที่สุดอยู่ดี



“พ...พี่พระจันทร์” ผมเปิดปากพูดออกมาแบบนั้น คนรอบๆ ข้างพี่พระจันทร์ก็หันมามองผมเป็นตาเดียว



“น้องรู้จักไอ้จันทร์หรอวะ มาๆ มานั่งด้วยกันสิ” พี่ผู้ชายหน้าหล่อที่นั่งถัดไปจากพี่พระจันทร์นิดหน่อยพูดออกมาแบบนั้น เป็นคนรูปร่างสมส่วนที่หน้าตาออกไปทางญี่ปุ่น หล่อแบดยากูซ่า ทรงผัวไม่เหมือนพี่พระจันทร์ ไม่สวยครับ น้องสมุทรไม่สนใจ แค่อิจฉาในหน้าตาของพี่เค้านิดหน่อย



“ใครวะไอ้พระจันทร์” เพื่อนผู้ชายอีกคนที่ถัดไปกับพี่หล่อแบดนั่นถามขึ้น มองมาที่ผมอย่างสงสัย แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะใครๆ ก็สนใจผมเป็นตาเดียว แต่ถึงแบบนั้นผมก็ไม่ละสายตาไปไหน นอกจากมองแค่พี่พระจันทร์คนสวยขาคนเดียวเท่านั้น



“ผมน่ะ! ...ไม่เปลี่ยนใจหรอกนะ” จ้องสายตาคมสวยนั่นแล้วว่าออกมาแบบนั้น คนตรงหน้าที่เอาแต่เงียบไม่พูดอะไรตอบมาเหมือนกัน ปฏิกริยาแบบนั้นทำเอาหัวใจน้องสมุทรห่อเหี่ยว ... หรือพี่พระจันทร์จะลืมกันไปแล้วนะ



“หื้ม เปลี่ยนใจไม่เปลี่ยนใจไรวะ”



“สรุปมึงรู้จักไหมเนี่ยไอ้จันทร์ เอาแต่เงียบไอ้สัด” เพื่อนพี่สมุทรว่าออกมาแบบนั้น สายตาดูจะงงนิดๆ แต่ถึงแบบนั้นพี่สมุทรก็ไม่พูดอะไรออกมา เค้าแค่มองตรงมาที่หน้าผมนิ่งๆ เหมือนเดิม ก่อนที่เวลาจะเดินผ่านไปอีกนิด ขายาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่นั่นก็ ส่วนตัวผมก็แค่ก้าวเดินเข้าไปหาพี่เค้าทีละก้าวๆ ด้วยขาสั่นๆ แต่น้องสมุทรสู้ และสุดท้ายก็...



“สรุปมึงรู้จักไหมเนี่ยไอ้จันทร์ เอาแต่เงียบไอ้สัด” เพื่อนพี่สมุทรว่าออกมาแบบนั้น สายตาดูจะงงนิดๆ แต่ถึงแบบนั้นพี่สมุทรก็ไม่พูดอะไรออกมา เค้าแค่มองตรงมาที่หน้าผมนิ่งๆ เหมือนเดิม ก่อนที่เวลาจะเดินผ่านไปอีกนิด ขายาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่นั่นก็วาดลงมาวางที่พื้นเสมอกัน เป็นปฏิกริยาแรกที่ได้เห็นเค้าทำอะไรมากกว่าการมองตาผม และไม่รู้ว่าอะไร ไม่รู้ว่าความกล้ามาจากไหน อาจจะเป็นเพราะอาการมึนเมาที่มีมาแต่เดิม หรือเพราะสายตาคมที่มีขนตายาวๆ นั่นดึงดูดผม เหมือนกับมันกำลังท้าทาย เหมือนกับมันกำลังบอกผมผ่านสายตานั่นว่า  ‘แน่จริงมึงก็ลองก้าวมานั่งตักกูดู’



พรึบ



“นี่ นี่ทำอะไรย๊ะ” เสียงโวยหึ่งๆ เหมือนผึ้งแตกรักดังอยู่รอบๆ ข้าง แต่สายตาของผมก็เอาแต่จับจ้องคนที่ยังอยู่ตรงหน้า คนที่ผมเบียดตัวเข้าหานั่งคล่อมลงบนตักของเค้า พี่พระจันทร์คนสวยขาของผมไม่ได้ว่าอะไร เค้าแค่เลื่อนมือขึ้นมาโอบเอวผมไว้ก็เท่านั้น เนี่ย กลัวผัวในอนาคตอย่างผมล่วงตกลงไปแหล่ะ มีใจๆๆๆๆ



“ผม...ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกน้า แล้วก้ออออ...” ช้อนตามองตาสวยของพี่เค้า ดวงตาสีดำสนิทที่มีแพรขนตายาวมองสบมาแบบไม่หลบตาผม



“ตอนนี้น่ะนะ...น้องสมุทรไม่เด็กแล้วน้า จริงๆ”



ผมพูดออกไปแล้วมันก็ตามมาด้วยความเงียบระหว่างผมกับเค้า ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เราสองคนนั่งจ้องตากันอยู่ท่ามกลางเสียงวุ่นวายของคนรอบตัว แต่ถึงแบบนั้น ตัวผมเองกลับไม่ได้ยินเสียงอะไร หรือจริงๆ อาจจะเรียกว่าไม่ได้สนใจอะไรนอกจากพี่พระจันทร์เลยถึงจะถูก



“หรอ” คำเดียวสั้นๆ ที่ถูกเปร่งออกมาจากริมฝีปากสวยเป็นประโยคแรกระหว่างผมกับเค้า



“ถ้างั้นมึงก็พิสูจน์สิ...ว่ามึงไม่ได้เด็กเหมือน3ปีก่อน”



จบคำพูดนั้น ริมฝีปากของผมก็โน้มลงไปแนบที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย เป็นแรงดึงดูดที่พอได้เริ่มก็พยายามดูดเม้มริมฝีปากอีกฝ่าย ค่อยๆ ละเลียดไล้ลงไปกดจูบดูดดึงซ้ำอย่างพยายามสุดๆ เอาลิ้นเล็กๆค่อยๆชอนไชเข้าหาริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ไม่ให้ความร่วมมือกันสักนิด พอเป็นแบบนี้แล้วก็ใจฝ่อ ค่อยๆผละใบหน้าออกมาช้าๆ ช้อนสายตามองคนตรงหน้าที่ก็กดสายตาลงมามองกันอยู่ตอนนี้

“มึงไม่ได้เก่งขึ้นเลย”



“ก็น้องสมุทรน่ะ.....”

ฝ่ามือหนาที่เลื่อนขึ้นมาประคองต้นคอทางด้านหลังของผม สัมผัสเบาๆของอีกฝ่ายทำผมสะดุ้งและชะงักคำพูดของตัวเองไปในทันที รับรู้ถึงนิ้วมือแกร่งทั้งห้าที่ประคองอยู่ที่ต้นคอ ดวงตาสวยที่มีขนตางอนยาวคู่นั้นกระพริบช้าๆพร้อมๆกับที่ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นจนลมหายใจของผมสะดุด เอียงหน้าทำมุมช้าๆพร้อมๆกับเลื่อนสายตาลงมามองที่กลีบปากของผม สายตาที่ทำเอาตัวของผมร้อนไปหมด ริมฝีปากหยักยกยิ้มน้อยๆในตอนนั้น พร้อมๆกับนิ้วหัวแม่มือที่ไล้ไปตามกรอบหน้าของผม และสุดท้ายก็มาหยุดที่แว่นสายตาของผมที่ถูกฝ่ามือใหญ่นั่นถอดออก ยังไม่ทันได้พูดจาอะไรก็ถูกริมฝีปากได้รูปนั่นประกบจูบลงมา ฝ่ามือหนาที่ดึงตัวผมเข้าไปแนบชิด รับรู้ได้ถึงตัวอุ่นๆของอีกคนที่ผมคิดถึง ลิ้นร้อนชื้นของคนตรงหน้ากรีดแทรกริมฝีปากผมเข้ามาช้าอย่างมีจังหวะ รับรู้ได้ถึงฝ่ามือหนาที่แทรกเข้ามาจากชายเสื้อ บีบขยับเบาๆอยู่ที่ช่วงเอวจนอดไม่ได้ที่จะหลุดเสียงครางออกมา



"อื้ออ" 



หน้าของผมเห่อร้อนไปทั้งหน้า ตาของผมเบิกกว้างขึ้นในตอนที่พี่พระจันทร์ค่อยๆผละริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตามีสเน่ห์นั่นเอาแต่จับจ้องที่ริมฝีปากของผม ใบหน้าหล่อนั่นที่ก็เลื่อนเข้ามาคลอเคลียร์เบาๆที่ข้างแก้ม รับรู้ได้ถึงริมฝีปากของเค้าที่กดเบาๆย้ำที่แก้มของผม ... ช่วยด้วย ช่วยน้องสมุทรด้วย น้องสมุทรรู้สึกแปลกๆ



“ต้องให้กูสอนอีกกี่ที ถึงจะรู้ว่าเป็นผัวที่ดีต้องทำยังไง”



“ผ...ผมทำได้ ผมทำได้จริงๆนะ” ปรือตาขึ้นมามองหน้าอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่ภาพตรงหน้าค่อนข้างจะพร่าเบลอนิดๆ ดีตรงที่สายตาของผมมันไม่ได้สั้นมากขนาดนั้น เลยทำให้มองเห็นกรอบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน แว่นตาของผม ตอนนี้มันก็ยังยังคงอยู่ในมือของพี่พระจันทร์



“ถ้าอยากเป็นผัวกูนักน่ะก็ได้...แต่มึงต้องยอมเป็นเมียกูก่อน”




#รักอยู่รู้ยัง



--------------------------------------------

น้องสมุทรหนีไปลูกกกก ... ขอทางเดินให้ผัวพี่พระจันทร์คนแพรวพราวด้วยจ้า :-[ :impress2: :กอด1:
​​​​​​​

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-2
    • แฟนเพจ
บทที่1



โอ้ เเม่คุณ คนสวย

ทำใจผมระทวย ตั้งเเต่ครั้งนั้นที่เราจ้องตา

เหตุฉไหน ผมคิดทันใดว่าเป็นนางฟ้า

ติดปีกลงมา จากสรวงสวรรค์ความฝันหรือไร





‘ติ๊งติงติ๊งติง’





เสียงดีดกีต้าร์ที่คลอแผ่วๆ ไปกับเสียงร้องสดใสวิบวับประดุจดังแก้วบาดหัวใจในความรู้สึกของตัวเอง มันช่างเหมาะเจาะกับบรรยากาศเอื่อยๆ ลมโชยๆ และแดดร้อนเปรี้ยงๆ แสนจะระอุในเวลาเที่ยงวันแบบนี้เสียจริงเชียวทีเดียวนะ ถามตัวเองอีกครั้งว่าเหมาะหรอ แต่เอานะ ถ้าใจเราว่าเหมาะ ก็ไม่มีอะไรมาหยุดเราได้หรอกครับ ... ผู้คนรอบข้างที่เดินขวั่กไขว่หันมามองผมเป็นตาเดียว แป๊บๆ ก็หันไปซุบซิบกัน บอกตรงๆ ว่ามั่นใจมากว่าเค้าต้องชื่นชมผมอยู่แน่ๆ





“ไอ้เหี้ย” เสียงอุทานที่ดังมาไม่ใกล้ไม่ไกลทำเอาผมต้องรีบเก๊กหน้าฉีกยิ้มกว้างรอไว้ก่อนเลย หล่อเท่มั่นใจ มีสไตล์ให้คนเค้ารู้ ในตอนนี้ที่สายตาของผมก็มองไปเห็นนักศึกษากลุ่มใหญ่กลุ่มใหม่ที่กำลังเดินออกมาจากตัวตึกของคณะ โป๊ะเชะ ตรงต่อเวลาไม่ขาดไม่เกิน กูดีดต่อเลยเพลินๆ อีกหนึ่งจังหวะ จัดไป



‘ติ๊งติงติ๊งติง’



อยากบอกให้คุณนั้นได้เข้าใจว่าทั้งดวงใจผมมีเเค่คุณ

ทำงานเก็บเงินไปสู่ขอคุณ

วอนพ่ออย่าพึ่งยกคุณให้ใคร

ทรัพย์สินเงินทองมันของนอกกาย

ข้าฟันกันตายไปหลายคน

ให้นามสกุลผมเป็นของคุณ

ทั้งชีวานี้ยอมพลีให้เลย





ร้องจบท่อนสุดท้ายของเพลงพร้อมเก็กหน้าหล่อหลอกล่อหัวใจ ละมือออกจากกีต้าร์แล้วทำท่าผายมือพร้อมเป่าหัวใจไปหาเป้าหมายที่ผมตั้งใจมาร้องเพลงจีบเค้าในวันนี้ ขยิบตาให้หนึ่งทีเป็นของแถม วิ๊ง! ~~



“ไอ้เหี้ย น้องมันเอาจริงว่ะ”



เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะทะเล้นนิดๆ พูดออกมาพร้อมๆ กับเสียงกลั้วหัวเราะที่เหมือนเจ้าตัวจะพยายามกลั้นขำเอาไว้ตอนที่เห็นหน้าผม ผู้คนรอบๆ ข้างที่กำลังเดินเข้าเดินออกคณะบริหารเริ่มหันมามองผมกันมากขึ้นตามไปด้วย ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกนะ ก็กลุ่มชนหน้าตาดีตรงหน้าผมที่ก็ทั้งหล่อเท่ จะตกเป็นเป้าสายตาก็ไม่แปลก และเหตุผลนั้นมันก็ไม่ต่างกับตัวผมเอง สายตาของผมเองก็ถูกดึงดูดไปที่คนๆ เดียวในกลุ่มนั้นเหมือนกัน ผู้ชายร่างสูงที่ในสายตาและหัวจิตหัวใจของผมเค้าเป็นคนสวย หวานกรุบ คนที่เป็นเจ้าของดวงตาหวานเพราะมีขนตายาวๆ นั่นประกอบอยู่ ถึงแม้ว่าสายตานั้นในตอนนี้จะมองมาที่ผมนิ่งๆ เรียกได้ว่านิ่งฉิบหายเลยล่ะแม่ เค้าที่มองตรงมาที่ผมเหมือนสายตาคู่สวยนั่นกำลังจะบอกว่า มึงทำเหี้ยอะไรของมึง! … แต่ผมคิดว่าผมน่าจะคิดไปเองแหล่ะ คนสวยคะคนสวยขาของผมอ่ะนะจะมาหยาบโลนแบบนั้นได้ไงก่อนเอ่ย



“พี่พระจันทร์” เป็นผมที่พูดออกมาก่อน และในตอนนั้นรอบๆ ตัวก็เหมือนจะเงียบเสียงลงไปด้วยเช่นกัน แหน๊ อยากเสือกอ่ะดิรู้น้า งั้นดึงไว้ก่อนไหมเอาให้คนได้ลุ้นกัน พูดดีไหม พูดดีรึเปล่า หันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ตัว ไอ้ฉิบหาย อย่างฮา สีหน้าแต่ละคนลุ้นสุด โอ๊ย ปวดขี้หรือเปล่า ยังไงเอ่ย ... อะๆ งั้นไม่แกล้งละดีกว่า



“น้องสมุทรมาทำตามสัญญา แต่ไม่ขอเวลานานนะ”



“น้องเค้าเอาจริงนะเว้ยไอ้พระจันทร์ พูดอะไรหน่อยสิวะเพื่อน” เพื่อนในกลุ่มของพี่พระจันทร์ ที่ผมจำได้ว่าชื่อพี่ปุ่นพูดขึ้นมาแบบนั้น พร้อมๆ กับแขนหนานั่นที่กระทุ้งเข้าที่แขนพี่พระจันทร์ของผมเบาๆ เป็นการเร่งให้เจ้าตัวเปิดปาก แต่ถึงแบบนั้น พี่พระจันทร์คนสวยขาของผมที่ยังคงทำหน้านิ่งๆ มองตรงมาด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ได้อีกแล้ว ... เป็นแบบนี้ทุกที



“มาทำเหี้ยไร” ประโยคแรกสุดจับจิตจับใจที่พี่เค้าพูดขึ้นมากับผม ทำเอากูขนลุกชูชัน



“ผมมาจีบพี่พระจันทร์ครับ” ถามมาก็ตอบไป ใจน้องสมุทรน่ะยิ่งใหญ่เหมือนชื่ออ่ะแหล่ะนะบอกไว้เลย



“จีบกู”




“ใช่! อยากได้พี่พระจันทร์เป็นเมียที่สุดเลย!!” โพร่งออกมาแบบฮึกเหิม ก่อนจะตามมาด้วยเสียงซุบซิบหึ่งๆ เหมือนผึ้งแตกรังของคนรอบข้างที่กำลังมุงดูพวกเราอยู่ บางทีก็เป็นเรื่องของเราบ้างได้ไหม ทำไมคนไทยขี้เสือก



“แล้วถามกูไหมว่ากูอยากได้มึงเป็นผัวหรือเปล่า”



จุกไปนิดๆ รู้สึกคันยิบๆ ที่หัวใจตอนที่ได้ฟังคำพูดตรงๆ แบบนี้ของพี่พระจันทร์ แต่ถึงแบบนั้นน้องสมุทรก็ทำแค่หายใจเข้าปอดลึกๆ หนึ่งที



“ผม...ผมจะพยายามทำให้พี่ตกหลุมรักขึ้นไหมไหว น้องสมุทรใช่ไหมเป็นคนถีบพี่ลงไปให้ดู!” พี่พระจันทร์ที่ได้ฟังคำพูดของผมปุ๊บก็ขมวดคิ้วเข้มมองหน้าผมปั๊บ หึ้ย ขมวดคิ้วแล้วดูน่ารัก ไอ้ต้าวความรักของน้องสมุทร



“มึงเพ้ออะไร กลับไป มันน่ารำคาญ”



“น้องสมุทรจะทำให้พี่พระจันทร์ใจอ่อนให้ได้เลย จะพิสูจน์ให้ดูว่าตอนนี้น้องสมุทรน่ะไม่เด็กเหมือนตอนนั้นแล้วนะ” กำมือแน่นๆ แล้วโพร่งออกมาอีก ตอนที่เห็นอีกฝ่ายทำสายตาเย็นชาใส่แล้วตั้งท่าจะเดินหนี เป็นอีกครั้งแล้วที่พี่พระจันทร์ตั้งท่าจะหนีกัน ... แต่ไม่รู้ว่าคำพูดของผมมันไปสะกิดอะไร แต่สุดท้ายเค้าก็หยุดเดินแล้วหันกลับมามองกันอีกที



เยส! เห็นแบบนั้นก็ฉีกยิ้มหวานใส่ไปเลยหนึ่งกระบวนท่า ยิ้มหวานของผัวแบบน้องสมุทร



“มึงมันก็แค่เด็ก และกูไม่คิดจะชอบเด็กแบบมึง”



“น้องสมุทรไม่เด็ก น้องสมุทรโตมาก อยากเป็นผัวพี่พระจันทร์!”



“ยากหน่อย กูไม่ชอบคนไม่แซ่บ”



“พูดงี้ลองชิมกันรึยัง สักครั้งดูไหมเอ่ย” มาลองครวญครางใต้ร่างน้องสมุทรดูสักที มามะ



“เด็กที่จูบก็ยังต้องให้นำ มึงมาเอาไร”



“มาเอาพี่พระจันทร์!”



“เชรด กูชอบน้องเค้าวะ อย่างได้ใจสัด”



“ไอ้พระจันทร์เงียบเลยว่ะ มึงลงข้างไหนไอ้ปุ่น กูลงข้างน้องสมุทร ต้องได้แล้วว่ะกูเชียร์”




“สัด ลงข้างเดียวกันแล้วจะพนันยังไง”



เสียงเพื่อนสนิทสองคนของพี่พระจันทร์ที่ซุบซิบกันดังจนกูได้ยิน ถ้าจะพูดดังขนาดนี้อย่าทำท่ากระซิบให้เหนื่อยเลยเถอะ ผมมองเลยหัวไหล่พี่พระจันทร์ไปส่งยิ้มให้พวกพี่เค้านิดๆ อย่างน้อยๆ เหมือนว่าเพื่อนพี่เค้าก็เชียร์ผมว่ะ เอาว่ะๆ น้องสมุทรจะได้ลูกสมุนเพิ่มนะ ผมละสายตาออกมาจากพี่ๆ ทั้งสองก็ต้องสะดุ้งตอนที่เห็นพี่พระจันทร์หันมองตามสายตาของผม แล้วจ้องผมนิ่งๆ ตกใจหมดเลย! มองเพื่อนแค่นี้ก็หวงหรอวะ



“อยากเป็นผัวกู” พี่พระจันทร์เลิกคิ้วและถามออกมานิ่งๆ



“ครับ!”



“กูยอมเป็นเมียให้ก็ได้” เดินตรงมาข้างหน้าของผม ดวงตาคู่สวยที่มีขนตายาวมองตาผมพร้อมยกยิ้มมุมปาก ก่อนฝ่ามือหนาจะเลื่อนขึ้นมาเชยปลายคางของผมให้ขึ้นมามองตา เหยดแม่! ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้ว่าพี่พระจันทร์ของน้องสมุทรน่ะแสนจะสูงยาว แต่ไม่ต้องห่วงนะ จะผัวจะเมียมันไม่ได้อยู่ที่การขึ้นคล่อมหรอก นอนๆ ลงไปก็เปลี่ยนได้เหมือนกัน! เดี๋ยวตอนนั้นน้องสมุทรก็ผัวเอง



“จริงหรอ!”



“แต่กูเคยบอกมึงไปแล้วนะ เงื่อนไขของกู” เงื่อนไขอะไรวะ พี่พระจันทร์บอกอะไรวะ บอกกูตอนไหนทำไมน้องสมุทรจำไม่ได้!! อยากยกมือขึ้นทุบหัวว่ะ น้องสมุทรไม่เคยจะลืมเรื่องพี่พระจันทร์สักเรื่องเดียวเลยนะ ขนาดกางเกงบ็อกเซอร์ลายพระจันทร์ยิ้มตอนพี่พระจันทร์ใส่มางานกีฬาสีตอนม.6 น้องสมุทรยังจำได้เลยนะเว้ยว่าใส่กลับตะเข็บมาอ่ะ



“มึงลืม...”



“อ่า เอ่อ ผม เอ่อ”



“ไม่ได้เรื่อง”



“เดี๋ยวก่อนสิพี่พระจันทร์ สมองน้องสมุทรไม่ดีมันก็ลืมกันได้ แต่จะมาตัดสินว่าผมเด็กไปเพราะเรื่องนี้ไม่ได้นะ! พี่พระจันทร์บอกน้องสมุทรมาอีกครั้งได้หรือเปล่า น้า นะๆๆ” เลื่อนมือไปจับต้นแขนที่ใส่เสื้อนักศึกษาอยู่ ช้อนตามองอ้อนปริบๆ ทำแบบนี้ทีไรแม่ใจอ่อนทุกที แต่พี่พระจันทร์ขมวดคิ้วแน่นแล้วหันหน้าหนีกูเลยทีนึง เอ้า!



“สัด...แบบนี้แล้วยังอยากจะเป็นผัวกู”



“อะไรนะ พี่พระจันทร์ขอเสียงดังๆ หน่อยจะได้หรือเปล่า”



“ถ้าอยากเป็นผัวกู ... มึงต้องยอมให้กูเป็นผัวมึงก่อน”



เหยดแม่! อะไรกันครับนี่ ... เหมือนจะหูฝาดรึไม่ ยังไงนะ ... น้องสมุทรถอยเท้าขยับหนีพี่พระจันทร์หนึ่งก้าวครึ่งเลย



ช้อนสายตาเลื่อนขึ้นไปมองหน้าคนที่เอ่ยวาจาอุกอาจกับหัวใจน้องสมุทรเมื่อกี้แล้วก็ต้องสะดุ้ง เมื่อพี่พระจันทร์เอาแต่จ้องหน้าผมไม่วางตา ก็เหมือนจะเจอกับคำตอบที่ว่า คำพูดเมื่อกี้มันคือเรื่องจริง



“แต่ผม...แต่น้องสมุทรน่ะรั...”



“มึงอย่าพูดคำนั้นออกมาเลย มึงก็รู้ว่ากูจะไม่รับฟัง ... สิ่งที่มึงต้องทำ คือไปคิดว่ายอมรับกับข้อเสนอกูได้ไหม แต่ถ้าไม่ได้ กูคิดว่ามึงควรถอยไปให้ห่างจากกู เพราะบางคำพูดมันอาจมีค่าสำหรับมึงมาก แต่กับกู...กูอาจจะไม่ได้เห็นค่าอะไรของมันเลย”



สายตาคมสวยของพี่พระจันทร์ที่ไล้มองกันจนผมต้องเผลอกลืนน้ำลาย ดวงตาคมในขนตางอนยาวจับจ้องมาที่ดวงตาของผม เลื่อนลงมาที่ปลายจมูก และสุดท้ายสายตาก็ถูกไปวางไว้อ่อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปากของผม รู้สึกร้อนวาบไปทั้งหน้า เขินสายตาของคนสวยขาจนต้องขบเม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันและหลุบสายตาหนีพี่พระจันทร์ลงมามองตีน ได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอของเค้าไปทีนึง และสุดท้ายก็เป็นผมที่ได้แต่ยืนนิ่งไม่ติงไหว ตอนที่เงยหน้าขึ้นมามองใหม่ ก็ได้แต่เห็นแผ่นหลังของพี่พระจันทร์ที่เดินจากไปเหมือนทุกที ปล่อยผมทิ้งไว้ตรงนี้ เป็นมหาสมุทรที่แสนโง่งมอยู่ที่เดิม



‘ปุปุ’



“พยายามเข้านะน้อง พี่ล่ะอย่างชอบความแอ๊วเอินของน้องเมื่อกี้เลยว่ะ” แอ๊วเอินคือไร หมายถึงการจีบเมื่อกี้น่ะหรอ



“สู้ล่ะ กูเชียร์อยู่...กูก็หวังว่ามึงจะเป็นคนที่มาเปลี่ยนใจของมันได้เหมือนกัน”



“สู้เข้าล่ะ ถึงมันอาจจะปากหมาหน่อย แต่จริงๆ มันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอก” อยากเถียงว่าปากหมาไม่หน่อย แต่พูดไม่ได้ ความรักพี่พระจันทร์มันจุกปาก



“ผมรู้...”



ตอบรับเพื่อนพี่พระจันทร์สองคนที่เดินเข้ามาหาผม คนนึงส่งรอยยิ้มมาให้ ส่วนพี่ปุ่นก็เอื้อมมือมาตบไหล่ให้กำลังใจกันแบบนั้น ผมสูดลมหายใจเข้าปอด มองตามแผ่นหลังพี่พระจันทร์ที่เดินห่างออกไปทุกทีๆ แต่ถึงแบบนั้น ผมก็อยากจะบอกให้เค้าได้รู้อยู่ดี



“พี่พระจันทร์ ผมชอบพี่จริงๆ นะ!”



ตะโกนออกไปแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้เห็นพระจันทร์จะหันมามองสมุทรอยู่ดี



เหมือนกับนับจันทร์ ที่ไม่เคยคิดจะข้ามสมุทรมาซักที



ส่วนคนที่เอาแต่มองกูอยู่ตอนนี้...ก็คืออิพวกมนุษย์ป้าข้างบ้านที่เป็นตัวประกอบนี่แหล่ะ ถ่ายรูปถ่ายคลิปกูใหญ่เลยน้า รู้สึกได้รับแสง เป็นคนเด่นดัง ... แต่เดี๋ยวก่อนนะเออ ...เหมือนจะพึ่งระลึกบางอย่างขึ้นมาได้ว่า น้องสมุทรซวยแล้วล่ะมึง!



...




ภาษาไทยวันละคำวันนี้ขอเสนอคำว่า ‘งามหน้า’ ... งามจนผมไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แค่ก้าวเท้าเข้ามาในตึกคณะก็เหมือนจะกลายเป็นคนเด่นคนดังจนใครๆ ก็แทบจะรู้จักซะแบบนั้น ก็แหม โลกออนไลน์สมัยนี้มันไปไวอ่ะเนอะ เล่นเอาไม่ว่าจะเป็นไอ้ด่างหน้าตึก ลุงยามหน้าป้อม ป้าร้านขายน้ำหน้าซุ้ม หรือแม้แต่ภารโรงที่มีหน้าที่กวาดใบไม้ พอเห็นผม ไอ้น้องสมุทรคนนี้เดินผ่านไป ก็เอาแต่ทำปากงุบงับๆ ผงาบๆ ทุกครั้งที่เห็น เหยดแหม่ อิพวกช่างสอด ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวกูบ้างก็ไม่ได้หรือไงครับ!



“มาแล้วหรอไอ้ตัวดี”   เสียงดังที่ทำเอาขาผมชะงัก เสียงคุ้นๆ เหมือนคนคุ้นเคย ปั๊ดโถ่เอ๊ย ... ใครอยากเจอมึงก่อนเอ่ยไอ้เพื่อนเหี้ย



“ดีจ้าตัวเธอ มาทำอะไรแถวนี้เอ่ยเพื่อนมาร์ช” ฉีกยิ้มกว้างๆ แล้วถามมันออกไป แต่อีกฝ่ายที่ยืนพิงเสากอดอกมองตรงมาไม่มีทีท่าว่าจะเล่นด้วย หน้าแม่งแข็งโป๊ก อยากจะถามจังเลยว่าหน้ากับKอะไรของเธอแข็งกว่ากัน เอิ๊กอ๊ากขำๆ ไม่เอาๆ ไม่เล่นอ่ะเนาะ



“กูเรียนคณะนี้ มาแถวนี้ก็ถูกแล้ว ใครมันจะเหมือนไอ้ห่าหน้ามึนบางคนที่แล่นไปแรดที่คณะอื่นมา” มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วปรายตามามองแรงใส่ผมทีนึง ทำเอาขนลุกชูชันไปทั้งแผ่นหลังกันเลยทีเดียว



“โอ๊ย เจ็บไปทั้งหัวใจ ทำไมยังทน เหมือนถูกด่าเลยจ้า”



“ไม่เหมือน กูด่ามึงไอ้สัด!” ทำขึ้นเสียงใส่ ไม่พอใจมันแค่นั้นยังเดินแบกกำปั้นเข้ามาโบกหัวผมให้ลั้นโยกๆๆ โยกเข้าไปให้มันหลุดโลกอีกหนึ่งที



‘แป๊ะ’



“อู้ย เจ็บนะไอ้สัดมาร์ช”



“เจ็บ แค่นี้มึงเจ็บ มึงเจ็บเท่าที่ไอ้เหี้ยนั่นทำให้มึงขายหน้าไหม” มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วจ้องตาผมเขม็ง เห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่เม้มปากเงียบ พ่อด่าจะให้น้องสมุทรเถียงยังไง แต่ถึงงั้นก็ไม่ถอดใจเรื่องพี่พระจันทร์หรอกนะ ... แต่กูจะไม่พูดออกไปหรอกครับ กลัวโดนไอ้มาร์ชซัดปาก



ไอ้มาร์ช เด็กหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยที่เวลาอยู่บ้านจะมีคนงานเรียกคุณหนูมาร์ช ผิวขาวราวไข่ในหิน ผิดกับสันดานที่ค่อนข้างป่าเถือนแล้วบ้าพลัง วันหยุดว่างๆ มันชอบไปเล่นบาส เพราะแบบนั้นมันเลยตัวสูงกว่าผม เหอะ อยากเตะตัดขา หมั่นไส้ ...แต่ทำงั้นไม่ได้ เพราะเดี๋ยวไม่มีเพื่อน มันเป็นเพื่อนสนิทซี้ปึกที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ม.4 รู้จักกันเพราะแอบขโมยยางลบของมันมาใช้แล้วมันแอบจับได้ โคตรจะซวย...มันเป็นคนที่อยู่ในทุกวีรกรรมสมัยมัธยมกับผมมาเสมอ มันรู้ดีว่าผมชอบพี่พระจันทร์มากแค่ไหน และเพราะแบบนั้น มันเลยเป็นคนนึงที่ค้านหัวชนฝาว่าอยากให้ผมตัดใจ อยากจะให้ผมพอสักทีกับพี่คนนี้ที่ผมตกหลุมรัก



แต่ตกหลุมรักนะไม่ใช่ปวดขี้ ที่ขออนุญาตครูเข้าห้องน้ำไปเบ่งพรวดไม่กี่นาแล้วออกมาก็บอกว่าหายปวดแล้ว สบายตูด ...เออมันก็ไม่ใช่ไหมอ่ะ ยังไง



“เค้าไม่เคยห้ามให้กูจีบ”



“แต่เค้าก็ไม่เคยบอกว่าจะหยุดอยู่กับมึงไอ้หมุด...เค้าไม่เคยชอบมึง”



“ถึงแบบนั้นกูก็ยังอยากจะลองดูนี่หว่ามาร์ช” เม้มปากแน่นๆ แล้วช้อนตาบอกมันเพราะมันสูงกว่าผมครับ ตัวก็หนากว่าผมด้วย แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้สูงเท่าพี่พระจันทร์คนสวยขาของผมหรอก



“มึงลองมากี่ทีแล้ว”



“ถ้าพูดตรงๆ ก็แค่2 ครั้งแรกก็ที่แหกปากบอกรักไปกลางสนามบอล อีกครั้งก็....” ลากเสียงยาวก่อนจะเม้มปากแน่นๆ เข้าหากันเมื่อคิดถึงเรื่องตอนนั้น ...อีกครั้งก็คงเป็นตอนที่ไม่มีใครอยู่ มีแค่ผมกับพี่เค้า ในวันสุดท้ายก่อนพี่พระจันทร์จะเรียนจบม.6



และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายของผมกับเค้าเช่นกัน ... เรียกได้ว่า 3ปีไม่ลืมเลือน



“อีกครั้งตอนไหน มึงเงียบทำเหี้ยไร” ทำเสียงเข้มดุจนเผลอสะดุ้งออกจากความทรงจำในตอนนั้น โถ่อิเพื่อนตัวมาร



“โถ่เพื่อนมาร์ชครับ เลิกหวงเป็นผัวกูได้ไหมอ่ะ ใจสั่นหวั่นไหวไปหมดแล้วนา”



“มึงนี่แม่งกวนส้นตีนจริงๆ!” ว่าแบบนั้นแล้วผลักหัวผมอีกทีแบบไม่ออมแรง รักกูมากแหล่ะ ถ้าไม่คิดว่ารู้จักกันมานาน กูก็จะคิดว่ามันเกลียดกัน



“ทำอะไรกันอยู่พวกมึง” เสียงใสๆที่มาพร้อมร่างของใครอีกคน พอหันไปก็มองเห็นรองเท้าผ้าใบกับกางเกงยีนส์ขายาวขาดเข่าแสนเซอร์ ขายาวๆเดินก้าวฉับๆ มาพร้อมกระเป๋าเป้ขาดๆ ไม่ต่างจากกางเกงของมัน เหมือนเป็นคอลเลคชั่นแห่งความโสมม ติดอย่างเดียวตรงหน้าหล่อๆ ของมันที่ทำให้ใครต่อใครมองตามมันจนคอเคร็ด หล่อสกปรกมีหนี้ ชื่อของเค้าคือ เฮง ซึ่งเพื่อนๆ ชอบเรียกมันว่า ไอ้เฮงซวย! ส่วนข้างหลังที่เดินกันมาคือ จิม สูงยาวเข่าดีหน้าตาเกาหลีสะอาดสะอ้าน มันทั้งคู่เป็นเพื่อนในกลุ่มเรา สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย ไม่ต่างจากผมกับมาร์ช และพวกเราก็สนิทกันมาตั้งแต่วันเข้าค่ายรับน้องของมหาลัย รวมพลคนหน้าตาดี ที่ไอ้มาร์ชบอกว่าไม่นับรวมผมเข้าไปในกลุ่มแค่คนเดียว สัด!



“รีบขนาดเดินไปเหยียบตีนหมาก็ยังไม่ขอโทษ ทำไมใจโฉดแบบนี้วะไอ้เฮงซวย”



“ถ้าช้า ก็จะเดินมาถามเรื่องไอ้สัดสมุทรทันหรอ มึงอย่าโง่สัดจิม สมุทรมึงไปไหนเมื่อเช้านี้ หนังหน้ามึงถึงว่อนเต็มเฟสบุ๊คเลยสัด” ไอ้เฮงว่าออกมาแบบนั้น ทำเอาผมต้องยกมือตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ ... กูว่าแล้วว่าโลกออนไลน์มันไปไวตลอด



“คอมเม้นท์ถึงมึงสนั่นหวั่นไหวไปหมดเลยกูขอบอก กล้ามากนะที่ไปเล่นกีต้าร์จีบพี่พระจันทร์ถึงคณะอ่ะ” ไอ้จิมว่าตามออกมา แล้วยกมือขึ้นตบไหล่ผมไม่เบาไม่แรงไปหนึ่งที



“เออ พวกมึงมาช่วยกูด่ามันเลย โง่ฉิบหายไอ้สัด” ไอ้มาร์ชว่าออกมาสำทับแบบนั้นแล้วมองผมตาแข็ง คือแข็งอะไรขนาดนั้นอ่ะตัวเธอ



“กูไม่ได้ด่ามันที่โง่นะ” ไอ้เฮงว่าว่าแล้วเดินนำพวกเราทั้งสามขึ้นตึกเรียนไป ไอ้จิมเองก็เดินขนาบข้างผมพร้อมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้น



“ใช่ ที่ด่ามึงก็เพราะว่านั่นน่ะมันคือพี่พระจันทร์คนหล่อเลยนะไอ้สัด หมุดมึงก็กล้าไปจีบสมบัติคณะบริหารไม่ดูหนังหน้ามึงเลยนะ”



“เดี๋ยวๆ ไอ้จิม นี่มึงพูดว่าใครหล่อ” ผมขมวดคิ้วแล้วหันมองหน้าเพื่อนทั้งสามคน ... มองเห็นไอ้มาร์ชที่กรอกตาใส่แล้วถอนหายใจใส่ผมหนึ่งที



“ถามโง่ๆ อิหมุด จะใครหล่อ ก็พี่พระจันทร์สมบัติของชาติ ผัวคณะที่รักขาไงล่ะอิโง่”



“จริง แล้วยังกล้าจะไปบอกปาวๆ ว่าอยากได้เป็นเมีย หมุดมึงไม่ดูตัวเองอ่ะเพื่อน” จิมเสริมคำพูดไอ้พร้อมพยักหน้าอีกหนึ่งทีเป็นลูกคู่กัน



“ไม่ดูตัวเองอะไรวะ! แล้วพี่พระจันทร์อ่ะสวยน่ารักขาขนาดนั้นอ่ะ จะให้มาเป็นผัวกูได้ยังไง!” ผมเถียงออกไปอยากขัดใจ ไอ้มาร์ชก็กรอกตาใส่อีกหนึ่งที



“ทั้งโลกก็มีแค่มึงคนเดียวล่ะไอ้สมุทรที่เห็นว่าพี่มันสวย”



“ก็พี่พระจันทร์สวยน่ารักครับอ่ะ!”



“ตอนมันจูบมึง ขยี้จนมึงระทวยคาอกมันที่ร้านเหล้าวันนั้น...มึงก็ยังมองว่ามันสวยงั้นหรอไอ้สมุทร” ไอ้มาร์ชพูดออกมาแบบนั้น ผมเลื่อนสายตาไปมองมันแล้วได้แต่อ้าปากค้าง สายตาคมๆ ของมันที่บอกให้ผมรู้ว่า เดี๋ยวมึงได้เจอกูจัดการอีกทีแน่ไอ้ลูกแรด! ... เชี่ย เรื่องคืนนั้นพ่อมาร์ชกูรู้ได้ยังไง!



“กรี๊ดดดด มึงจูบกับพี่พระจันทร์หรอไอ้หมุด!” เพื่อนเฮงก็กรี๊ดซะสาวแตก หมาที่นอนอยู่ข้างตึกตกใจวิ่งหนีเลย



“มึงเตรียมตัวโดนอิแฟนคลับเพจคิ้วบอยขย้ำหัวได้เลยกูบอกไว้ตรงนี้! ไปจูบกันได้ยังไงวะ”



ไอ้เฮงกับไอ้จิมหันไปขมวดคิ้วถามไอ้มาร์ชหน้าตาเครียด รู้สึกเหมือนมีพ่อสามคนขึ้นมาเลยทีเดียว เห็นแบบนั้นทำเอาผมได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ จูบกันได้ยังไง



กูเปล่า...กูไม่ได้จูบกับพี่พระจันทร์ ...



คือหมายถึงไม่ได้จูบกับพี่พระจันทร์ครั้งนี้ครั้งแรก ... เพราะจริงๆ เมื่อ3ปีก่อน มันก็อาจจะเรียกได้ว่า ...มากกว่าจูบไปอีกเยอะแล้วก็ได้มั้ง







#รักอยู่รู้ยัง

------------------------------

สเปเชียลทอร์ค




สมุทร: พูดเลยว่าคนสวยก็ต้องหยิ่งเป็นธรรมดา น้องสมุทรเข้าใจ น้องสมุทรจะสู้นะ

มาร์ช: หนึ่งเลยคือเค้าไม่ได้สวย และสองเลยเค้าไม่ได้หยิ่ง เค้าแค่ไม่ชอบมึง

สมุทร: มาร์ชเหมือนอยากโดนฟาดปากอ่ะ จริง

พระจันทร์: น่ารำคาญ

สมุทร: จริง ไอ้มาร์ชใช่ไหมพี่พระจันทร์

พระจันทร์: มึงนี่แหล่ะ!

สมุทร: เอ้า! คนสวย~~

พระจันทร์: Kวยกูก็สวยนะจะดูไหม อ้อ...คงเคยเห็นแล้ว

มาร์ช,ไรเตอร์,คนอ่าน: ยังไงเธอออออ!!

-*-*-*-*-

เอาบทที่1มาหย่อนค่ะ แคทฝากเอ็นดูน้องสมุทรกับพี่พระจันทร์ด้วยนะคะ เปิดตัวแก๊งค์เพื่อนน้องสมุทร ก็จะมีแต่คนปกติอยู่ด้วยกัน

พี่พระจันทร์ เธอจะเอายังไงกับน้อนนนน อย่าใจร้ายกับน้องสมุทรจะได้หรือเปล่า~



 :pig4: :กอด1:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-2
    • แฟนเพจ

บทที่2


...คนโง่...



              คำๆนี้ที่ได้ยินมาจนชินชาจากปากของเพื่อนสนิทแบบไอ้มาร์ชเป็นครั้งที่สองพันห้า ทำเอาหัวใจของน้องสมุทรล่ะแสนจะเจ็บแปร๊บ มันด่าเช้าด่าเย็นด่ากันไม่เว้นวัน ดีที่ผมไม่ได้อยู่หอเพราะว่ามีบ้านอยู่ที่กทม. ไม่อย่างงั้นมันคงตามมาด่าผมถึงตอนกลางคืนด้วย แต่ถึงมันจะด่ายังไง น้องสมุทรแบบกูก็ไม่ถอยหรอกนะจะบอกให้ ... ยังคงอยากเป็นผัวพี่พระจันทร์อยู่ดี แอ๊วอ๊าววววว~~~



และเค้าว่ากันว่า...ถ้าเราชอบใคร ก็ให้เอาตัวเองไปอยู่ในที่ๆเปิดโอกาสให้เค้าได้มองเห็น



ชัดเจน !



วันนี้น้องสมุทรเลยมานั่งอยู่ในที่ๆพี่พระจันทร์จะมองเห็นชัดๆเลย อย่างเช่น ... โรงอาหารคณะบริหารในเวลายามเช้าตรู่



“ไอ้สัดหมุด สรุปจะแดกไหมข้าว เป็นเหี้ยอะไรต้องชะเง้อคอยาวอยู่ได้” ไอ้มาร์ชขมวดคิ้ว มันมองมาดุๆ จ้องหน้ามาที่ผมแบบไม่พอใจ



“นั่งเหมือนเจ้าเข้าไข่อยู่ได้ ยุกยิกไม่เลิกเลย กูอายคนไอ้สัด” ไอ้เฮงว่าแบบนั้นพร้อมส่ายหน้าหน่ายๆ วันนี้มันก็ยังคงคอนเซ็ปหล่อเท่สกปรกไม่เปลี่ยน เจ้าตัวยกขาข้างนึงขึ้นมายันไว้บนเก้าอี้ม้านั่งยาวด้วยแบบเป็นกันเอง กูอยากจะถามเหลือเกินว่านี่บ้านมึงหรอ



“กูมองหาพี่พระจันทร์ยังไงเล่า วันนี้พี่พระจันทร์มีเรียนเช้านะ”



“แล้วทำไมถึงเสือกรู้ขนาดนั้นวะ” ไอ้จิมเงยหน้าขึ้นมาจากชามถ้วยก๋วยเตี๋ยวของตัวเองแล้วเอียงคอถามผมอย่างสงสัย



“มีอะไรบ้างที่สมุทรคนนี้จะไม่รู้บ้าง”



“จริง ก็มึงแสนซอกซอนอ่ะสัดหมุด อีกนิดกูจะคิดว่ามึงเป็นผีในห้องของพี่พระจันทร์” ไอ้เฮงจีบปากจีบคอว่าผมแบบนั้น จริงๆเป็นเพื่อนกันนะครับ แต่ก็เหมือนมันสามคนจะเกลียดกู



“มึงไม่น่าถามว่ามีอะไรที่มึงไม่รู้ไอ้สมุทร” ไอ้มาร์ชว่าออกมาแบบนั้น ทำเอาผมต้องเลิกคิ้วลุ้นตามเลย ... หน้าหล่อๆของมันมองตรงมาที่ผมแล้วยกยิ้มนิดๆ



“ก็เรื่องที่ไอ้พี่พระจันทร์ไม่ชอบมึงไง...ที่มึงไม่รู้”



จึก



เจ็บกระดองใจ เหมือนใครเอาขี้มาเหยียบหน้า



‘ปึก’



ผมที่ลุกขึ้นยืนพร้อมเอามือตบโต๊ะ จ้องหน้าไอ้มาร์ชเขม็ง บอกให้รู้ตรงนี้เลยว่าน้องสมุทรไม่พอใจเอามากๆแล้วนะ ไอ้มาร์ชที่ละสายตาออกมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มันกำลังเอาลูกชิ้นกุ้งเข้าปาก เงยหน้ามองผมนิดๆ



“มึง...ใจร้ายมาก” บอกมันออกไปแบบนั้น เพื่อนๆอีกสองคนที่เริ่มวางช้อนกินข้าว ไอ้จิมที่ก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ๆผม เพราะมันเป็นคนที่นั่งอยู่ข้างกัน มือหยาบๆของมันที่เอื้อมมาจับข้อศอกของผมเอาไว้แล้วลูบเบาๆ



“มึงอย่าคิดมากน่าสมุทร มึงก็รู้ว่าไอ้มาร์ชมันปากหมานี่” ไอ้เฮงว่าออกมาแบบนั้นแล้วหันไปตบหัวไอ้มาร์ชแรงๆหนึ่งทีแบบไม่ออมแรง ไอ้มาร์ชมองหน้าผมอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมานิดๆแบบเสียไม่ได้ เหอะ



“เออๆ กูขอโทษๆ กูมันปากหมาเอง”



“จริง! กูเสียใจ มึงปากหมามากอ่ะมาร์ช”



“เออๆ ต่อไปกูจะไม่พูดแบบนี้แล้ว” ไอ้มาร์ชว่าออกมาแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงหน่อยๆ ท่าทางของมันที่ทำเหมือนว่ารู้สึกผิดอยู่นิดๆทำผมรู้สึกดีขึ้นจิ๊ดนึง



“ดีมาก! มึงอย่ามาเรียกพี่พระจันทร์ของกูว่าไอ้อีกนะ กูทำใจไม่ได้เลย เสียใจมาก มาขึ้นไอ้ขึ้นอีกับคนสวยขาของกูแบบนี้ได้ไงวะ แม่ง มึงมันคนบาปหนา” บอกมันออกไปแบบนั้นแล้วขมวดคิ้วมองแรงใส่มันอีกดอก หึ อย่ามาอวดดีกับคนรักของน้องสมุทรอีกเชียวนะ



“เดี๋ยวนะ....” 



“นี่มึงโกรธไอ้มาร์ชเพราะ...”



“เพราะมันเรียกพี่พระจันทร์ว่า ‘ไอ้’ หรอ”



ทั้งสามคนมันมองหน้ากันเอง ก่อนจะผลัดกันพูดออกมากันทีละประโยคๆแบบนั้น ผมมองหน้าพวกมันแล้วทำหน้าจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าอีกครั้งเป็นคำตอบว่า ใช่เลย



“สัด!” ไอ้มาร์ชร้องด่าผมออกมาแบบนั้น รุนแรงจนกระทั่งน้ำลายเป็นฝอยของมันกระเด็นเข้าตาผมเลย หึ่ย สกปรก เชื้อโรค โควิด!!



“อะไรของมึงล่ะ ยังจะมาด่ากูอีก”



“มึงนั่งลงเลยไอ้สมุทร”



“จะมาบังคับกูนั่งทำไม กูกำลังมองหาพี่พระจันทร์คนสวยของกูอยู่นะ เนี่ยๆเห็นไหม กูรอเอาอาหารให้พี่พระจันทร์อยู่เนี่ย” บอกออกไปแบบนั้นแล้วปรายตาไปมองถุงที่ผมพูดถึง เตรียมมาพร้อมซ้อมมาเป๊ะ



“อาหาร พูดเหมือนพี่มันเป็นหมา” ไอ้จิมส่ายหน้าแล้วก้มหน้าไปกินก๋วยเตี๋ยวของแม่งต่อ ปากไม่ดี กูอยากตบให้หัวจุ่มก๋วยเตี๋ยวน้ำใสของมัน



“ข้าวเหนียวหมูปิ้งเนี่ยนะ กระจอก พี่พระจันทร์มึงคุณชายขนาดนั้น จะมาแดกอะไรแบบนี้เพื่อ” ไอ้เฮงว่าแบบนั้นแล้วส่ายหน้า มันที่เอื้อมมือมาที่ถุงหมูปิ้งของผม ยังไม่ทันจะได้จับถุง ผมก็ตีมือมันไปแรงๆทีนึงจนอีกฝ่ายต้องชักมือกลับ



“เจ็บนะสัดหมุด”



“แล้วมึงจะมาแตะต้องหมูปิ้งพี่พระจันทร์กูทำไมเล่า”



“ก็ไอ้พี่พระจันทร์มึงยังไม่มา ขอแดกก่อนไม้นึงดิ” ว่าออกมาหน้าตาย แต่สายตายังคงจับจ้องมองกันอยู่ที่หมูปิ้งในอ้อมกอดของผมไม่เลิก



“สารเลว กูไม่ให้หรอกนะ นี่ของพี่พระจันทร์คนสวยขาของกูนะ”



“เค้าจะแดกของมึงไหมดีกว่า ก็แค่หมูปิ้งเนี่ย ในโรงอาหารนี้มีของน่าแดกมากกว่าหมูปิ้งมึงอีกเยอะนะน้องหมุด” ไอ้จิมว่าแล้วส่ายหน้า



“นี่ไม่ใช่หมูปิ้งธรรมดาๆนะเว้ย”



“ทำไม หมูปิ้งมึงแดกแล้วจะเหาะได้เป็นพระสังฆ์ทองตอนถอดรูปหรือไง” ดูแม่งเปรียบเทียบ



“มันเป็นหมูปิ้งนมสดเจ้าดังเลยเหอะ กูน่ะนะมาต่อแถวซื้อตั้งแต่ร้านเค้าพึ่งเปิดเถอะ” บอกแบบนั้นแล้วยักคิ้วใส่ไอ้จิมอีกหนึ่งที แสนเท่ไปเลยว่ะน้องสมุทร กูนี่มันผัวตัวอย่างจริงๆเลย คิดแบบนั้นแล้วก็ยกมือขึ้นดันแว่นตาที่กรอบหน้าขึ้นนิดๆ



“มึงอย่าบอกว่าคือหมูปิ้งหลังมอที่มันเปิดขายตอนหกโมงครึ่ง”



“ใช่จ้า อุ๊ย!” ตอบออกไปอย่างมีความสุข กูยิ้มจนตาปิดเลยก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วต้องเบิกตากว้างๆยกมือขึ้นมาอุดปากตัวเองทันที ค่อยๆเลื่อนสายตาไปมองคนที่ถามกันเมื่อตะกี้ เฮือก



“เอ่อ...เพื่อนมาร์ช กูน่ะนะ ไม่ได้มาตอนร้านเปิดหรอก จริ๊ง” หันไปบอกมันแบบนั้นแล้วยิ้มประจบ แต่ไอ้มาร์ชเหมือนจะไม่เล่นด้วยกับน้องสมุทรเลย



“มันเป็นพ่อมึงหรอ ทำไมมึงต้องถ่อออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้าขนาดนั้นเพื่อมาต่อคิวซื้อไอ้หมูห่านี่ให้มันแดกด้วยวะ”



“เค้าไม่ได้เป็นพ่อกูหรอก” และกูก็ไม่ได้อยากให้เค้าเป็นพ่อนะ ... น้องสมุทรอยากให้เค้าเป็นเมียน้องสมุทรอ่ะ ทำไมมาร์ชไม่เข้าใจวะ



“ก็ใช่ไง แล้วมึงจะทำไปทำไม ซอยบ้านมึงตอนเช้าๆกับตอนดึกน่ากลัวจะตาย ทำไรคิดถึงตัวเองบ้างสิวะสมุทร”



“มึงไม่เข้าใจหรอกมาร์ช” ผมเม้นปากแน่นๆแล้วหันไปจ้องตามัน ... มาร์ชมันไม่เข้าใจน้องสมุทรเลยว่ะ



“เออกูไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจมึงเลยว่ามึงจะทำเพื่อคนๆนึงไปทำไม ทั้งๆที่มันไม่เคยจะรับรู้ความรักของมึงเลยด้วยซ้ำ” มันว่าออกมาอีกอย่างฉุนๆ มันหัวเสียตลอดเวลาที่ต้องพูดถึงเรื่องของพี่พระจันทร์ เป็นมาแบบนี้ตั้งแต่ตอนม.4หลังจากผมตะโกนบอกรักพี่พระจันทร์กลางสนามบอลละ



“ไอ้มาร์ชพอ” เป็นไอ้เฮงที่พูดขัดออกมาแบบนั้น มันที่เอาขาข้างนึงชันขึ้นมาบนเก้าอี้พร้อมๆกับยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าของตัวเองขึ้นเพราะบรรยากาศตอนนี้เริ่มจะร้อน อาจจะร้อนทั้งจากอากาศ และร้อนจากการโต้เถียงกันของผมกับไอ้มาร์ชล่ะมั้ง



“เออ มึงใจเย็นดิวะเพื่อน อย่าทะเลาะกันๆ” ไอ้จิมที่นั่งข้างๆผมว่าแบบนั้นพร้อมโบกไม้โบกมือห้ามไอ้มาร์ชซะยกใหญ่ หน้าตาไอ้จิมเรียกได้ว่าเลิ่กลั่กสุด



“กูไม่ได้ทะเลาะ กูก็แค่เป็นห่วงมัน”



“กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงกูเว่ยเพื่อนมาร์ช แต่เรื่องพี่พระจันทร์กูขอล่ะ กูชอบเค้า มากๆ...” บอกมันออกไปแบบนั้น จ้องตามองเข้าไปในตาของไอ้มาร์ชนิ่งๆ



“มึงก็ขอกูแบบนี้ทุกที”



“อื้ม...เพราะงั้นก็ยอมกูเหมือนทุกทีเถอะ” ว่าออกมาแบบนั้นแล้วฉีกยิ้มกว้างๆให้มัน ไม่แค่นั้นยังเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนอีกสองคนด้วย ทั้งไอ้เฮงและไอ้จิม พวกมันที่ทำหน้าชะงักไปนิดหน่อยตอนที่มองหน้าผม ไอ้เฮงสะบัดหน้าหนีไปมองอีกฝั่ง มองเห็นมันที่กำลังเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มตัวเองอยู่ตอนนี้ ไอ้จิมที่หน้ากับหูแดงขึ้นมาพร้อมยกมือเกาหัวตบหน้าตัวเอง มีแค่ไอ้มาร์ชที่ยังทำหน้าปกติอยู่ได้ มันที่ทำแค่ถอนหายใจหนักๆให้อย่างจำยอม เห็นแบบนั้นยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก อารมณ์ดีครับ เหมือนเวลาพ่อยอมรับในตัวแฟนเรา



“เลิกยิ้มได้แล้วมึงอ่ะ”



“อ๊ะนะๆ เขินความหล่อของพี่สมุทร พูดมันออกมา พูดคำนั้นออกมาเลยเพื่อนๆ พูดครับ พูดเลยว่า...”



“K!” เสียงประสานทั้งสามกระแทกเข้าหน้าน้องสมุทรเต็มๆ เหมือนจะเป็นKที่ยิ่งใหญ่ แย่ๆ น้องสมุทรไม่ได้อยากได้คำนี้โว้ย!!



“อ๊ะ...” หางตาของผมเหลือบเห็นอะไรแว๊บๆ เหมือนกับจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมกำลังตามหาอยู่ เห็นแบบนั้นเลยร้องออกมาแล้วละสายตาออกจากเพื่อนๆของตัวเองทันที



“พี่พระจันทร์!” ผมยิ้มแล้วตะโกนเรียกคนที่กำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร วันนี้พี่พระจันทร์ก็ยังอยู่ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อร่นขึ้นมาที่ข้อศอก ใส่เข้าคู่มากับกางเกงยีนส์สีดำแบบที่เจ้าตัวชอบใส่ตลอดๆดูดีเหมือนเคย เรียกได้ว่าแกะความเป็นลูกคนรวยออกมาทั้งดุ้น ทั้งเสื้อกางเกงหรือกระเป๋าเป้ที่สะพายมา ... พี่พระจันทร์ชะงักขาแล้วหันมามองตามเสียงเรียก แน่นอนว่าน้องสมุทรก็ลุกขึ้นยืนโชว์ตัวแล้วโบกมือให้ไหวๆ ฉีกยิ้มกว้างๆส่งไปให้เลยหนึ่งที เอามือดันแว่นตาตัวเองด้วยอีกหน่อยนึง



น่ะ มันแสนจะเท่



งี้แหล่ะ ช่วงนี้ผัวฮอตเนิร์ดกำลังมาแรง ... แต่เอาจริงๆกูก็ไม่ได้เนิร์ดเลยครับ กูแค่สายตาสั้นเท่านั้นเอง ...



กลับมาที่พี่พระจันทร์ สายตาคมสวยที่มีขนตางอนยาวของพี่เค้าที่หันมาเห็นกัน ใบหน้าเรียบสนิทนั่นเรียกได้ว่ายิ่งนิ่งสนิทมากขึ้นไปอีก ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับหลังหันแล้วเดินหนีออกจากโรงอาหารไป .. เอ้า!



“งง เพื่อนเรายืนงง”



“ทรงดูจะเป๋ๆ เค้าเห็นแล้วหนีมึงเลยว่ะน้องหมุด” ไอ้เฮงกับไอ้จิมรับส่งกันเป็นลูกคู่ ผมหันไปมองค้อนพวกมันคนละที แต่กลับได้รับเสียงหัวเราะกลับมาเป็นการตอบแทน เพื่อนเหี้ย



“แล้วนั่นมึงจะไปไหน” เสียงเข้มๆของพ่อน้องสมุทรดังขัดขากูขึ้นมาอีกแล้ว หันหน้าไปมองก็เจอพ่อตั้งท่าจะลุกขึ้นยืนตาม เห็นแบบนั้นกูนี่รีบยกมือขึ้นทำปางห้ามมึงตามกูเลย



“มึงไม่ต้องตามมาเลยเพื่อนมาร์ช กูจะไปตามหาหัวใจกูครับ” พูดออกมาเร็วๆ แล้วขยิบตาใส่มันทีหนึ่ง ไอ้มาร์ชที่ชะงักไปกับความเท่ของผม เห็นแบบนั้นก็เข้าทางกูเลย พลิกตัวลุกจากเก้าอี้ม้านั่งตัวยาวแล้ววิ่งจ้ำอ้าวตามพี่พระจันทร์ออกไปแทน ได้ยินเสียงด่าดังไล่หลังของไอ้มาร์ชตามมาเหมือนเดิม เรียกได้ว่าคุ้นชินมากๆ แต่ใครจะสนกันล่ะ หัวใจดวงนี้มีแต่มอบให้พี่พระจันทร์เท่านั้นล่ะ



“พี่พระจันทร์!” ตะโกนเรียกเสียงดังในตอนที่วิ่งตามออกมาแล้วมองเห็นแผ่นหลังกว้างนั่นไวๆ เหมือนจะเดินไปทางสวนหย่อมที่อยู่ด้านข้างของโรงอาหารคณะ ว่าแต่ขายาวอะไรขนาดนั้นเอ่ย น้องสมุทรสับตีนจะแหกแล้วยังแทบตามไม่ทัน ดีนะตอนเด็กวิ่งหนีเพื่อนเก่ง เพราะว่าน้องสมุทรน่ะชอบขโมยยางลบเพื่อน อิจฉาครับ ยางลบมันมีกลิ่นหอมๆ ของน้องสมุทรลบแล้วชอบดำแล้วกระดาษก็ขาดเป็นขุยๆ หึ่ย



‘หมับ’



“พ..พี่พระจันทร์!แฮ่ก....เดี๋ยว เดี๋ยวครับ” เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมก้มตัวลงไปเอามือเท้าไว้กับหัวเข่าตัวเองแล้วหอบหนักๆ สภาพไม่ต่างจากหมาหน้าร้อนที่หอบแดด ... แม่งเอ้ย หมดเลยความเท่น้องสมุทร



“อะไรของมึง”



“ทำไมต้องหนีน้องสมุทรด้วย” พยายามปรับลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมอตามเดิมแล้วเก๊กหน้าให้เท่ที่สุดต่อหน้าพี่พระจันทร์ ผัวยอดตัวอย่าง ผัวยอดพีระมิด เรียกเค้าว่าน้องสมุทร



“กูไม่อยากเจอมึง ... มาทำไม” พูดออกมาเสียงนิ่ง แล้วจ้องตาผมอย่างรำคาญ ... ฮึกเสียใจ แต่ไม่แคร์! น้องสมุทรด้านกว่านั้นกูพูดเลย



“เอาข้าวเหนียวหมูปิ้งมาให้ครับ!” พูดออกไปแบบมุ่งมั่นแล้วยืดตัวขึ้น แอ่นอกแน่นๆเชิดขึ้นพร้อมยื่นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ถือมาด้วยส่งไปให้ พี่พระจันทร์ปรายสายตามองลงมาที่ถุงข้าวเหนียวในมือผมแว๊บเดียวแล้วตะหวัดสายตาไปทางอื่นทันที



“ไม่กิน”



“เอ้า ทำไม!”



“กูไม่ชอบ มึงเอาไปให้หมาข้างตึกกินเถอะ”



“เห้ย นี่มันเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้งยี่ห้อดังจากหลังมอเลยนา พี่พระจันทร์ลองกินนิดนึงสิ” บอกออกไปพร้อมดันข้าวเหนียวหมูปิ้งนั่นไปทางอีกฝ่ายอย่างเชิญชวน โยกถุงไปมาแถวๆหน้าแถวๆจมูกของอีกฝ่าย หอมมาก อยากให้ลอง



“กูไม่ชอบ มึงอย่ามาเซ้าซี้” อีกฝ่ายที่โยกหน้าหลบซ้ายหลบขวาจากถุงข้าวเหนียวหมูนั่นก่อนจะตวัดสายตาสวยๆคู่นั้นมามองทางผมอย่างไม่ชอบใจ ดวงตาคู่นั้นที่มองมาอย่างรำคาญทำเอาผมชะงักมือที่พยายามจะเอื้อมถุงข้าวเหนียวหมูส่งไปให้อีกครั้งต้องหยุดลง สายตาที่มันกำลังบอกว่าไม่ชอบเอามากๆเริ่มทำให้น้องสมุทรรู้สึกใจเสีย



“น้องสมุทรแค่อยากทำหน้าที่...” บอกออกมาเสียงอ่อยๆตอนที่ช้อนสายตาหลังแว่นตาอันใหญ่นี้มองตอบอีกคน พี่พระจันทร์ที่ถอนหายใจออกมาหนักๆเหมือนกำลังข่มอารมณ์ไม่ให้เตะผมให้ออกห่างจากตัวอย่างเต็มกำลัง



“หน้าที่อะไรของมึง กูเคยร้องขอมึงหรอ เคยบอกให้มึงมาทำอะไรให้กูแบบนี้หรอวะ”



“ก็น้องสมุทรจีบพี่พระจันทร์นี่...น้องสมุทรรักพี่พระจันทร์ อยากได้พี่พระจันทร์เป็นเมียจริงๆนะ!”



“ตัวโตเท่าพุ่มต้นเข็ม โตให้ได้มากกว่านี้ค่อยไถหน้ามาบอกรักกู” พูดออกมาพร้อมๆกับสายตาคมที่มีแพรขนตางอนยาวนั้นจับจ้องมาที่ใบหน้าของผม ดวงตาคู่คมที่ค่อยๆเลื่อนสายตามองหน้าของผมช้าๆไปทีละส่วน ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว ดวงตา เลื่อนลงมาที่ปลายจมูก และสุดท้ายก็หยุดอ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปาก สายตาของพี่พระจันทร์ที่ทำเอาผมต้องเผลอกลืนน้ำลาย และเม้มริมฝีปากของตัวเองซะแบบนั้น ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สายตาคู่สวยนี้ก็ยังทำหน้าที่ให้น้องสมุทรได้อายอยู่เสมอ .... ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรตอบกลับไป คนตรงหน้าก็ก้าวขาเข้ามาประชิดตัว น้องสมุทรที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเผลอถอยขาหนีได้แค่ก้าวเดียวเท่านั้น พี่พระจันทร์ก็เลื่อนวงแขนแกร่งล็อคเอวกันไว้ซะแล้ว



“พ...พี่พระจันทร์เข้ามาใกล้ขนาดนี้มาเอาอะไร มาเอาหัวใจน้องสมุทรรึเปล่า ถ้าใช่ก็ได้ไปแล้วไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้ หรือว่าอยากแดกหมูปิ้งแล้วหรอ” 



“กูไม่ชอบแดกหมูปิ้ง” เอียงหน้าก้มลงมากระซิบเบาๆทำเอาขนลุกซู่ซ่าไปทั้งตัว ทำไมนะมันทำไม หรือจะเป็นเพราะว่าสายตาสวยๆนั่นที่เอาแต่มองไปทั่วหน้าของน้องสมุทรกันนะ



“ต...แต่...แต่เมื่อก่อนบางครั้งพี่พระจันทร์ก็รับหมูปิ้งน้องสมุทรไปกินนะ น้องสมุทรจำได้อ่ะ”  เถียงออกไปแบบนั้น พี่พระจันทร์ชะงักไปนิดหน่อยแล้วขมวดคิ้วตอบกลับมา ดูท่าเหมือนจะโมโหกันอีกแล้ว มันทำไมนักนะ ก็จำได้จริงๆว่าช่วงตอนมัธยม บางครั้งพี่พระจันทร์ก็รับไปกินอยู่หน้าตาเฉย ทำไมต้องมาตั้งแง่ผลักไสกันตอนนี้ด้วยเล่า ใจร้าย...แต่ไม่แคร์อีกอยู่ดี



“นั่นมันเมื่อก่อน นี่มันกูตอนนี้”



“โว๊ะ ทำไมเอาใจยากจัง แต่ไม่เป็นไร งั้นพรุ่งนี้น้องสมุทรจะเปลี่ยนเมนูใหม่มาให้นะ” ว่าออกไปแบบนั้นแล้วฉีกยิ้มกว้างๆให้พี่พระจันทร์อีกที เป็นไงล่ะครับ ผัวเอาใจ ผัวใส่ใจ เนี่ย น้องสมุทรมันแสนเท่ว่ะ หลงรักเลยดิ หลงรักน้องสมุทรเลยดิพี่พระจันทร์น่ะ อิ๊



“เมื่อไหร่มึงจะเลิกพยายามเรื่องกูสักที” อีกคนไม่ได้ยิ้มตอบแต่ถามออกมาแบบนั้นแทน วงแขนหนาที่ยิ่งดึงตัวผมให้ขยับเข้าไปใกล้ตัวของอีกฝ่ายมากขึ้นไปกว่าเดิม ใกล้กันมากจนใจของน้องสมุทรเต้นตึกตักๆจนกลัวว่าพี่พระจันทร์จะได้ยินเลยด้วยซ้ำ



“พ..พี่พระจันทร์”



“กูบอกไปแล้ว มีแต่มึงถ้าอยากลองก็ต้องให้กู”



“น...น้องสมุทร” อึกอักๆ น้องสมุทรรู้สึกเป็นเลิ่กเป็นลั่กมากขึ้นตอนที่ถูกดึงตัวเข้าไปชิดตัวของคนตรงหน้า ใกล้ขนาดที่รับรู้ได้ถึงอกแกร่ง แผ่นท้องแข็งๆ ที่เหมือนจะนับลอนที่หน้าท้องได้เลยนั่นล่ะ...



“ว่าไง พร้อมจะแลกไหมล่ะ” พูดพร้อมเชยคางผมขึ้นมาให้สบตาตรงๆกับอีกฝ่าย



“น้องสมุทรน่ะ...”



“กูฟังอยู่”



“น้องสมุทรยังไม่ยอมแลก แต่! แต่ๆ...อยากจะบอกให้พี่พระจันทร์รู้ไว้นะ น้องสมุทรน่ะนะเป็นคนรักแบบมีสเต็ป ถ้าจะเจ็บก็ขอเจ็บแบบมีสไตล์ เอิ๊วกรู๊ว คำพูดเรานี่มันเท่สุดๆไปเลยว่ะ” พูดออกไปแบบนั้นแล้วเต๊ะท่ายกมือขึ้นสะบัดปรอยผมของตัวเอง พี่พระจันทร์ที่ผละวงแขนออกจากเอวของผมแล้วกลับมาทำหน้าเอือม



“สัด น่ารำคาญ”



“เอ้า! ว่าน้องสมุทรทำไม”



“กลับคณะมึงไปได้แล้ว” ทำหน้าเบื่อใส่ผมแล้วโบกมือไล่ เห็นแล้วขัดใจหน่อยๆจนอดไม่ได้ที่จะทำหน้างอลง แต่พอก้มหน้าลงมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาเก้าโมงสิบห้า กูก็ตาโตขึ้นมาเลย เหยดแหม่ อีกสิบหน้านาทีจะสับตีนไปถึงคณะทันไหม ไม่ทันโดนล็อกประตูห้องแน่ๆ



“งั้น...งั้นน้องสมุทรไปก่อนนะ รักนะจ๊ะจุ๊บๆ เอิ๊ว กรู๊ว” โบกมือบ๊ายบายแล้ววิ่งจากมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรอีกอย่างเลยวิ่งกลับไปหาใหม่



“พี่พระจันทร์!”



“เชี่ย! มึงกลับมาอีกทำไมอีก” คนตรงหน้าที่สะดุ้งตกใจจนทำบุหรี่มวนนึงหลุดมือหันมามองหน้าผมแบบหงุดหงิด



“นี่น่ะ ถึงไม่ชอบแต่มันก็ลองท้องได้นะ พี่พระจันทร์ก็จะขึ้นเรียนแล้วนี่นา น้องสมุทรรู้ว่าพี่พระจันทร์ยังไม่ได้กินไรหรอก เอาไปเถอะครับ” ยัดถุงหมูปิ้งเจ้าดังหลังมอใส่มืออีกคนแล้วฉีกยิ้มกว้างๆ มองเห็นปากหยักที่กำลังจะอ้าขึ้นมาด่ากันแน่ๆ แบบนั้นเลยรีบขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วยืดตัวขึ้นไปจุ๊บเบาๆลงที่ริมฝีปากหยัก คนร่างสูงตรงหน้าดวงตาคมวาวขึ้นนิดๆ ฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาจะจับเข้าที่แขนกันแต่เป็นผมที่ดันตัวออกมาก่อน รู้สึกร้อนหน้าไปหมด



“อ๊ากกกก ขอโทษที่น้องสมุทรลวนลามพี่พระจันทร์ แต่ต่อจากนี้จะเป็นผัวที่ดีให้ได้เลย!!” ตะโกนบอกออกมาแบบนั้นแล้วกลับหลังหันวิ่งออกมาแบบไม่ยอมหันกลับไปมองหน้าคนที่ตอนนี้ยืนนิ่งเอาหลังพิงกำแพงอยู่ว่าทำหน้ายังไง ... เขินมากๆ น้องสมุทรหน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูร้อนไปหมดแล้ว

น้องสมุทรสมควรตาย น้องสมุทรเผลอลวนลามพี่พระจันทร์ไปแล้วอ่ะ!! ผิดผีๆ

เอาแม่มาขอพี่พระจันทร์เลยได้ไหม ยังไงดีนะ!!


.

.

.



              ริมฝีปากอิ่มที่ผละออกจากริมฝีปากของกัน ในตอนที่ตั้งใจจะเอื้อมมือไปรั้งแขนเล็กนั่นไว้ก็ไม่ทันซะแล้ว ในเมื่อเจ้าตัวเด้งตัวหนีออกไปไกลขนาดนั้น แถมยังกลับหลังหันแล้วออกวิ่งอย่างตั้งหน้าตั้งตาเหมือนกับว่ามันจะไปลงวิ่งแข่งกับใครเพื่อเอาเหรียญทอง ได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กๆนั่นจากไปด้วยสายตานิ่งๆ



สมุทร ในความทรงจำของผม มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากสามปีก่อนเท่าไหร่ในด้านนิสัย แต่ด้านรูปร่างก็ถือว่ามันแตกต่างไปจากเดิมมากอยู่ มันสูงขึ้น มีกล้ามเนื้อมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากไปกว่าเดิมจนตัวหนาอะไร กลับกันมันกลับโปร่งบางเพราะสูงกว่าเมื่อก่อน หน้าของมันที่เคยมีสิวเยอะแยะตอนนี้ก็ขาวเนียนอมชมพูจนอดแปลกใจไม่ได้ และไอ้แว่นตาโตๆนั่นก็ยังอยู่เหมือนเดิมแต่แตกต่างตรงกรอบแว่นทรงโบราณถูกเปลี่ยนมาเป็นแว่นกรอบบางๆเหมือนพวกไอดอลเกาหลีชอบใส่ เลยขับให้ใบหน้าของมันดูหน้าเอ็นดูขึ้นมาล่ะมั้ง



 ...จะว่าเหมือนเดิมก็เหมือน จะว่าต่างก็ต่างไปเยอะ โดยเฉพาะเอวบางๆนั่น ที่เหมือนจะต่างจากที่เคยจับเมื่อตอนนั้นไปเยอะอยู่ ... เหมือนจะจับถนัดมือมากกว่าเดิม



 สุดท้ายก็ละสายตากลับมาก้มหน้าลงมองข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือแทนคนที่หายไปจากสายตาแทน



“หึ”



“ยิ้มเหี้ยอะไรอ่ะหรอครับเพื่อน หลอนสัดๆ นี่มึงพี้ยามาหรืออะไร” เสียงของคนมาใหม่ที่ดังขึ้นมาพร้อมกับขายาวๆและหน้างงๆของมันในตอนที่มองมาอย่างสงสัย พอเห็นหน้าก็ทำเอาเสียอารมณ์ แล้วพูดเหี้ยอะไร ใครมันยิ้ม



“เสือก”



“แหม่ ไม่อ่อนโยนกับกูเหมือนเวลาอ่อนโยนกับจุดซ่อนเร้นเลยนะครับพี่พระจันทร์”



“ไปไกลๆตีนไอ้ปุ่น”



“เอ้อ กับกูน่ะมันหยาบนัก ว่าแต่ทำไมในโรงอาหารกูไม่เจอมึง แดกมาแล้วหรอวะ” ไอ้ปุ่นที่เดินเข้ามาใกล้ มันที่ทรุดตัวลงนั่งยองๆแล้วหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจุดสูบ



“เปล่า”



“แล้วทำไมไม่ไปแดก เดี๋ยวต้องขึ้นเรียน”



“มีของแดกแล้ว”



“หื้ม” ไอ้ปุ่นที่คาบบุหรี่อยู่ในปากเงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ก่อนสายตาของมันจะเลื่อนไปมองมืออีกข้างของผมที่ไม่ได้ถือบุหรี่เอาไว้ แต่กลับมีถุงบางอย่างที่ก่อนหน้านี้โดนบังคับให้รับเอามา



“ข้าวเหนียวหมูปิ้ง” เลิกคิ้วพร้อมเบิกตากว้าง ลงเสียงสูงในตอนท้ายแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อ



“มึงเห็นเป็นก้ามปูอลาสก้าหรือไง”



“สัด ไม่ใช่แบบนั้น แต่มึงเนี่ยนะแดกข้าวเหนียวหมูปิ้ง กูเคยซื้อมาให้แทบปาใส่หน้ากู บอกว่ามันเยอะคาร์ปก็มากแดกแล้วอ้วนเดี๋ยวกล้ามหด ...แล้วคิดไงวันนี้ถึงซื้อมา”



“ไม่ได้คิด”



“พูดเหี้ยอะไรเข้าใจยากจังวะ แต่ถ้าไม่แดกก็เอามาได้นะ” มันที่พูดพร้อมกับเอื้อมมือมาตั้งท่าจะแยกไป ติดตรงตีนที่ยื่นไปเกือบฟาดหน้ามันซะก่อน ไอ้ปุ่นเลยมาไม่ถึง



“หวงเหี้ยอะไรขนาดนั้น กับเพื่อนมึงก็จะกระทืบเพราะหมูปิ้งหรอ! กูฟ้องแน่!”



“ปัญญาอ่อน” ปรายตามองมันที่ทำหน้างอไม่เหมาะกับหนังหน้าส่งมาให้กัน ไอ้ปุ่นมันหล่อในสายตาสาวๆ แต่ในสายตาของเพื่อนกันมันเป็นคนกวนตีน



“มึงจะกินจริงอ่ะ”



“อืม ... วันนี้จะกิน” บอกออกไปแบบนั้นแล้วก้มหน้าลงมองข้าวเหนียวหมูปิ้งในมืออีกครั้ง ก็แค่อยากจะกิน



“เออ จะกินก็กิน เจ้าดังหลังมอเลยนี่หว่า” มันว่าออกมาอีก ได้ยินแบบนั้นเลยต้องหันหน้าไปมองมันอีกที หมูปิ้งเจ้าดัง รู้ได้ไง เจ้าไหนๆก็เหมือนกัน



“มึงมองโลโก้ที่ถุงหน่อยครับเพื่อน นั่นเจ้าดังหลังมอ ถ้าไม่มาต่อแถวตั้งแต่เช้าๆมึงฝันว่าจะได้แดก ปกติไม่เกินแปดโมงก็หมดแล้วครับ เออ ว่าแต่มึงมาต่อซื้อเองหรอวะ ไม่จริงอ่ะ”



“เสือกไม่มีที่สิ้นสุด” ด่ามันจบแล้วเดินหนี



“เอ้า จะทิ้งกูไปไหน รอกูดูดมวนนี้หมดก่อนสิวะ”



“จะไปแดกหมูปิ้ง”



“หมูปิ้งเหี้ยนั่นสำคัญกว่ากูหรอสัดจันทร์!”



“เออ” ... วันนี้มันเกิดสำคัญขึ้นมา



...



ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-2
    • แฟนเพจ


‘ซ่า’



ฝนหลงฤดู



ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในเวลาสี่โมงครึ่ง ท้องฟ้าที่ควรจะสว่างสดใสให้เหมาะกับความหล่อเหลาของน้องสมุทร แต่ตอนนี้มันกลับมืดครึ้มเหมือนสีเสื้อผ้าสกปรกของไอ้เฮงที่มันไม่ค่อยจะซัก ปัดโถ่เว้ย! ตกมาทำไมใครบอกให้ตกมา



“เอาไงดีวะตัวกู” บ่นออกมาแบบนั้นแล้วหันซ้ายหันขวา เรียกได้ว่าหว่าเว้แบบสุดๆ เพราะว่ารอบตัวแทบจะไม่เหลือคนแล้ว หน้าหอสมุดกลางตอนนี้เลยมีแค่น้องสมุทรและหมาตัวใหญ่หนึ่งตัวที่วิ่งมาหลบฝน ขอบคุณมากที่ยังมีพี่หมามาอยู่เป็นเพื่อนกัน ส่วนเพื่อนๆของผมนั้นกลับไปหมดแล้ว ไอ้มาร์ชต้องรีบกลับไปรับน้องสาวแทนแม่ที่โรงเรียนครับ ไอ้มาร์ชมันมีน้องสาวที่อายุห่างกันมากอยู่คนนึง เป็นลูกหลงที่แม่มันดันท้องตอนที่ไอ้มาร์ชมันโตแล้ว ตอนนี้น้องมันพึ่งจะอยู่ป.1เอง ส่วนไอ้เฮงไอ้จิมก็กลับตั้งแต่เลิกแล้วครับ รีบกลับไปตีป้อมกูรู้เลย มันเลยเหลือแต่ผมที่วันนี้ตั้งใจมาหาข้อมูลทำรายงานเพิ่ม เพลินไปหน่อยจนติดฝนอยู่ตอนนี้



‘ครืดๆ’



โทรศัพท์สั่นๆขึ้นมาเลยได้ละสายตาออกมาจากท้องฟ้า มองเห็นปลายสายที่โทรเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพ่อน้องสมุทรเอง คนดีคนเดิมนามว่าเพื่อนมาร์ช



“ฮัลโหลพ่ออออ”



((มึงกลับจากหอสมุดหรือยังวะ))



“ทำไมหรอ มึงลืมอะไรหรือเปล่า”



((เปล่า แต่กูเห็นว่าฝนตก มึงออกมาหรือยัง กูไปรับไหม))



“มึงอยู่ไหนเนี่ยตอนนี้”



((กูมารับน้องมิลินแล้วพึ่งถึงบ้าน แต่ห่วงมึงขึ้นมา กลัวว่ามึงจะไปลื่นตายอยู่แถวไหน สรุปว่าไงให้กูไปรับไหม)) เป็นคนปากหมา บางครั้งน้องสมุทรก็รู้สึกเหมือนว่าเพื่อนแช่งกัน แต่จริงๆคงไม่ใช่หรอก



“ไม่ต้องหรอกๆ กูออกมาแล้ว อยู่บีทีเอสหนูด่วนแล้วมึง” เลือกที่จะโกหกมันออกไปแบบนั้น เพราะถ้าบอกว่ายังติดแหง็กอยู่ตรงนี้ ผมรู้ดีว่าไอ้มาร์ชมันก็คงบึ่งมอไซค์ของมันออกมารับผมแน่ๆ แล้วแบบนั้นจะทำให้คนต้องเปียกถึงสองคนเพื่ออะไรวะ มันเองก็ถึงบ้านแล้ว น้องสมุทรเปียกคนเดียวยังดีกว่า



((จริงใช่ไหม))



“หลอกมึงแล้วกูได้พี่พระจันทร์มาเป็นเมียไหมเอ่ย ยังไง”



((สัด เมียทิพน่ะสิ))



“อิทิพนี่มันคือใคร! มันแย่งพี่สมุทรกูเรอะ!”



((ขอร้องอย่าปัญญาอ่อน ถ้ามึงถึงรถไฟฟ้าแล้วงั้นก็กลับบ้านดีๆ))



“จ้าพ่อ ปลายปีนี้มึงต้องได้รางวัลพ่อดีเด่นจากกูแล้วล่ะเพื่อนมาร์ช เดี๋ยวน้องสมุทรทำสายสะ....ตู๊ดดด ตู๊ด ตู๊ด”



“ยังพูดไม่จบเลยนะโว้ย”



ตะโกนใส่มือถือไปแบบนั้นทั้งที่รู้ว่าป่านนี้ไอ้มาร์ชมันก็คงไม่ได้ยินแล้ว เพราะชิงวางสายไปตั้งแต่น้องสมุทรยังพูดไม่จบ ไร้มารยาทจริงๆเลย หึ่ย ... น้องสมุทรที่เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงให้เรียบร้อยแล้วกระชับกระเป๋าเป้บนไหล่ให้เข้าที่เข้าทาง ขืนยืนอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็คงจะไม่ได้กลับอยู่ดี เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฝนมันจะหยุดตก และตอนไหนที่จะมีรถเวียนมารับ เพราะงั้นเลยเลือกที่จะวิ่งตากฝนฝ่าไปเลยจะดีกว่า คิดแบบนั้นแล้วก็ออกวิ่งไปตามฟุตบาททั้งๆที่ฝนก็เริ่มตกหนัก รู้สึกหนาวจนตัวเริ่มสั่น แต่ถึงแบบนั้นก็ยังวิ่งตรงไปเรื่อยๆตามทาง บางช่วงของถนนก็มีอุโมงกันแดดพอให้ได้หลบฝนได้บ้าง



“เกลียดฝนจริงๆเลยโว้ย!” ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่แว่นเริ่มขึ้นฝ้าแล้วเริ่มจะมองไม่เห็นทาง ความลำบากของคนใส่แว่น ความลำบากของแว่นที่มีฝ้าขึ้นมาเป็นไอน้ำ สัดเอ้ย รำคาญ ... และเพราะว่ามองอะไรข้างหน้าได้ไม่ชัดเท่าไหร่เลยไม่ได้รู้เลยว่ามีรถคันนึงที่ขับมาตามทางแบบไม่เบานัก



‘ซ่า!!’



เปียกไปทั้งตัวตั้งแต่หัวยันไข่ไหลลงไปถึงถุงเท้า ชุ่มไปหมดทุกสัดส่วน



“สัด เหยดแม่! พ่องตาย!! ขับรถไวขนาดนี้มึงไม่รีบไปตายก่อนใครเลยล่ะ กูจะโทรบอกยมบาลให้!!” โกรธจัดจนต้องแหกปากด่าไล่หลังออกไปแบบนั้น มองก็มองไม่เห็นแถมยังเปียกไปทั้งตัว น้องสมุทรที่ดึงแว่นออกมาจากหน้าแล้วพยายามเอาเสื้อนักศึกษาเปียกๆนั่นเช็ดแว่นที่ขึ้นฝ้า



‘ตึก ตึก ตึก’



ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ มองเห็นเป็นภาพเบลอลางๆในตอนที่ยังไม่ใส่แว่นเหมือนว่าจะมาหยุดอยู่ตรงหน้า รู้สึกแบบนั้นเลยเบี่ยงตัวหลบ แต่อีกคนก็ไม่ยอมเดินผ่านไป ขมวดคิ้วขึ้นพร้อมเงยหน้ามอง แต่มองไม่เห็นอะไรนอกจากภาพเบลอๆ สุดท้ายเลยเอาแว่นยกขึ้นมาใส่ ก่อนภาพของคนตรงหน้าจะทำให้ต้องเบิกตาค้าง



“พ...”



“ขอโทษที กูมองไม่เห็นคนเลยขับแรงไปหน่อย”



“ม..ไม่! ไม่ พี่พระจันทร์ไม่ผิดเลย จิ๊บๆเบาๆ” งื้ออ เมื่อกี้กูบอกจะโทรเรียกยมบาล ไอ้สัดน้องสมุทร มึงแช่งว่าที่เมียในอนาคตตัวเองอยู่นะ กูล่ะอยากจะตบตีตัวเองแรงๆจริงๆ ฮื่ออ



“ทำไมมึงมาอยู่ตรงนี้” ถามผมออกมาแบบนั้นแล้วมองไล่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าช้าๆ รู้สึกร้อนไปทั้งหน้าทั้งตัวตอนที่พี่พระจันทร์เอาแต่มองกันไม่หยุดแบบนี้ ... คนเป็นผัวไม่ควรจะเขินง่ายๆ แต่ถึงแบบนั้นก็เสหน้าไปมองถนนแทนดีกว่า บางทีพื้นถนนมหาลัยกูมันก็สวยดีเหมือนกันนะ



“น้องสมุทรจะกลับบ้าน”



“แล้วเพื่อนมึงไปไหนกันหมด ทำไมปล่อยมึงมาอยู่คนเดียว”



“เพื่อนกลับหมดแล้วน่ะสิ พอดีน้องสมุทรอยู่หอสมุดเพลินน่ะ” พี่พระจันทร์พยักหน้านิดๆแบบเข้าใจและไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาอีก บรรยากาศระหว่างเราเหมือนกับช่วงเวลาของฝ้าที่ขึ้นแว่น เบลอๆและอึดอัดแปลกๆ อาจเป็นเพราะไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างกันและกัน และเพราะแบบนั้นเลยเป็นผมเองที่เลือกทำลายความเงียบนี้แทน



“พี่พระจันทร์กลับเถอะครับ เดี๋ยวน้องสมุทรก็จะกลับแล้วล่ะ” บอกออกไปแบบนั้นแต่อีกคนก็ยังไม่ได้ขยับตัวไป ผมเอียงคอมองหน่อยๆ

 

“ฮัลโหลพี่พระจันทร์ยังอยู่ไหม ใครโทรมาแล้วใครโทรไป” โบกมือไปมาใส่คนตรงหน้าที่เอาแต่จ้องมองกันแต่ไม่ยอมพูดอะไร พี่พระจันทร์กรอกตาใส่เล็กๆแล้วเอื้อมมือจับแขนของผมที่โบกไปมาอยู่ตรงหน้าของอีกคนเอาไว้



“มึงกลับกับกู เดี๋ยวกูไปส่ง”



“ห๊ะ!!” ฝัน...ฝันหรือเปล่า ฝันที่ไม่กล้าฝัน



“ไป” พูดออกมาสั้นๆแค่นั้นแล้วดึงมือผมให้เดินตามกันไป



“เห้ยๆ พี่พระจันทร์ ไม่เป็นไรครับ” ถึงจะอยากเอาตูดไปแนบกับเบาะรถพอร์ชสปอร์ตสองที่นั่งสีเทาคันที่จอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ข้างถนนตอนนี้ก็ตามเถอะ แต่จะให้พี่พระจันทร์ไปส่งก็เกรงใจ



“ทำไม” หันกลับมามองหน้ากันนิ่งๆ แต่ปลายเสียงที่พูดออกมาติดจะไม่พอใจเล็กๆ



“ก็...ก็น้องสมุทรเกรงใจ” ช้อนตามองบอกออกไปแบบนั้น พี่พระจันทร์ก็ถอนหายใจออกมานิดหน่อย มือหนาที่เสยผมที่เปียกน้ำของตัวเองขึ้นไปด้านบน ... กรี๊ดดด ว่าที่เมียน้องสมุทรแสนจะโซฮอตจัดๆ



“ถือเป็นค่าตอบแทนข้าวเหนียวหมูปิ้ง” บอกแค่นั้นแล้วไม่ยอมให้ผมได้พูดปฏิเสธอะไรออกมาอีก รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่พระจันทร์ยัดตัวผมเข้าไปนั่งในรถของเจ้าตัวเรียบร้อยแล้ว หันซ้ายหันขวามาอีกที พี่พระจันทร์ก็ออกตัวรถเรียบร้อย



“บอกทางไปบ้านมึงมา”


ผมพยักหน้ารับแล้วบอกออกไป เห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับนิดหน่อย แล้วบรรยากาศโดยรอบของเราก็เงียบลงมาอีกครั้ง พี่พระจันทร์ที่ทำแค่เอามือนึงเท้าแขนกับกรอบหน้าต่างรถ และอีกมือก็จับพวงมาลัยนิดๆ ขับไปด้วยท่วงท่าที่เรียกได้ว่าจะสบาย ... แต่น้องสมุทรไม่สบาย หันไปมองทีไรก็อยากจะหน้าแดงทุกทีเลยว่ะแม่ง ก็ไอ้เสื้อนักศึกษาบางๆที่เปียกน้ำของพี่พระจันทร์มันแนบไปกับหน้าท้องแกร่งจนเห็นซิกแพ็คเป็นลอนๆอย่างชัดเจนเลยอ่ะดิ หืดหาด เป็นคนสวยขารักสุขภาพแหล่ะ!



“ถ้าอยากมองมึงก็มองเถอะ หันไปหันมาแบบนั้นคิดว่ากูไม่รู้หรือไง”



“เอ่อ...” อึกอักเลย น้องสมุทรโดนจับได้หรือนี่ น้องสมุทรก็ว่าเนียนในระดับนึงอยู่นา



“พี่ดูออกด้วยหรอจ๊ะ”



“หึ ไม่ออกเลยมั้ง จ้องกล้ามท้องกูขนาดนั้นน่ะ”



“อุ้ย” สะดุ้งเลยกู แต่ให้ทำไงได้อ่ะ ก็กล้ามมันเตะตาโดนใจผมมากๆ น้องสมุทรน่ะไม่มีกล้ามอะไรเลยสักนิด ทั้งๆที่พยายามออกกำลังกาย เคยโดฟเวย์โปรตีนแล้วด้วย แต่สุดท้ายก็เลิกไปเพราะรถชาติมันเหี้ยเกินไปไม่อร่อยเหมือนขนม และสุดท้ายแผนการสร้างกล้ามเนื้อก็ถูกพับไปในที่สุด



“ชอบกล้ามกูหรือไง”



“อื้มม น้องสมุทรอยากมีบ้าง แต่มันไม่มาเลยสักนิด” บ่นออกไปแบบนั้นแล้วก้มลงมองพุงตัวเอง อย่าว่าแต่ซิกแพ็คที่จะโผล่ขึ้นมาเลย ทุกวันนี้ก้มลงไปก็เจอแต่วันแพ็คล้วนๆ กูนึกว่าพุงเด็กอิ่มนม ปัดโถะ!



“เอ๊ะ พี่พระจันทร์เลี้ยวเข้ามาที่สวนนี่ทำไมอ่ะ” ร้องบอกออกมาแบบนั้นตอนที่รู้ว่ารถคันแพงนี่เลี้ยวเข้ามาจอดที่สวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพนี่แทนที่จะขับต่อไป



“ฝนตกหนักมาก กูไม่อยากเสี่ยง มันมองไม่เห็น มึงรีบหรือเปล่า”



“ไม่ครับ”



“ก็ดี...เพราะถ้ามึงรีบมาก ก็วิ่งไปละกัน” เอ้า สัดนี่! เอ้ย...หยอกจ้า ใครจะกล้าพูดหยาบๆใส่พี่พระจันทร์คนสวยขาของน้องสมุทรได้กันล่ะ ผมที่หันหน้าออกไปจากรถ มองกระจกทางฝั่งซ้าย บรรยากาศเงียบๆในรถเกิดขึ้นอีกครั้ง ได้ยินแต่เสียงแอร์ที่ดังอยู่ในรถเพียงอย่างเดียว



‘ฟึบ’



“อ๊ะ”



“เช็ดหัวซะ เดี๋ยวเป็นหวัด” เสียงเข้มที่มาพร้อมๆกับผ้าขนหนูที่โยนลงมาใส่หัวของผม



“ข...ขอบคุณครับ” ผมยิ้มออกมาน้อยๆตอนที่เริ่มเอาผ้าผืนนั้นมาเช็ดผมเช็ดตัวตามที่อีกคนว่า เหมือนว่าก่อนหน้านี้พี่พระจันทร์จะเอี้ยวตัวไปหยิบของจากหลังรถมา เห็นเป็นกระเป๋ากีฬาอยู่ตรงนั้น



“แล้วพี่พระจันทร์ล่ะครับ”



“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูเปลี่ยนเสื้อเอา”



“ห๊ะ” ผมร้องออกมาอย่างไม่เข้าใจ แต่กลับต้องเบิกตากว้างขึ้นไปอีกในตอนที่เจ้าตัวเริ่มแกะกระดุมเสื้อนักศึกษาออกจากตัวในตอนนี้



“มองอะไร มองหัวนมกูหรือไง”



“เห้ย...ปล๊าว” สัด ทำไมต้องเสียงสูง!



“หึ”  พี่พระจันทร์ที่ขำในลำคอแบบนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวแล้วเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น เห็นแบบนั้นก็เผลอช้อนตามองอีกฝ่าย แล้วแนบแผ่นหลังไปกับเบาะรถให้มากที่สุดอย่างตกใจและทำอะไรไม่ถูก



‘ครืด’



“พี่...พระ...จันทร์” เรียกชื่ออีกคนอย่างกระท่อนกระแท่นในตอนที่เบาะที่นั่งของผมถูกปรับเอนให้นอนลงแบบไม่รู้ตัว และต้องกลืนน้ำลายเหนวๆลงไปในลำคอตอนที่อีกคนจ้องมาที่ร่างกายของผมที่พึ่งรู้ว่าเสื้อนักศึกษาของตัวเองก็เปียกจนแนบและเห็นไปถึงไหนต่อไหนไม่ต่างไปจากใครอีกคนที่ตอนนี้กำลังเอนตัวมาคล่อมทับกันไว้ ดวงตาสวยคมที่สบกับสายตาของผมในตอนนี้วาววับแบบที่ผมเคยเห็น .... เคยเห็นแบบนี้ในครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอพี่พระจันทร์...



“รื้อฟื้นกันหน่อยดีไหมวะ เรื่องของมึงกับกูน่ะ”



#รักอยู่รู้ยัง

---------------------------------------

กรี๊ดดด รื้อฟื้นอะไรกันคะ มันยังไง มันทำไม...เคยมีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอ

แต่พี่พระจันทร์ช่วยใจเย็นกับน้องหน่อยค่ะ คิดอะไรอยู่กันคะเนี่ยผู้ชายคนนี้

งึ่ยย ... แคทฝากพี่พระจันทร์กับน้องสมุทรไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

ฝากคนอ่านคอมเม้นท์เป็นกำลังให้กันด้วยน้า แคทตามอ่านทุกคอมเม้นท์เลยค่ะ

และสามารถมาหวีดร้องกันได้ทางทวิตเตอร์ได้ที่แฮชแทค #รักอยู่รู้ยัง ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

 

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด