Love you รักอยู่รู้ยัง {Up:รักอยู่รู้ยัง 5ตอนพิเศษ 010922} [ยังไม่จบ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Love you รักอยู่รู้ยัง {Up:รักอยู่รู้ยัง 5ตอนพิเศษ 010922} [ยังไม่จบ]  (อ่าน 15567 ครั้ง)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0
 

- - - -- - - - - -- - - - - - -


Love you...รักอยู่รู้ยัง














ทั้งหัวใจดวงใหญ่เบิ้มของน้องสมุทรคนนี้

มีแต่พี่พระจันทร์ตัวเล็กตัวน้อยคนสวยขาของน้องสมุทรแค่คนเดียวเท่านั้น!

ต่อให้ใครจะพูดว่าพี่พระจันทร์ไม่มีทางเป็นเมียน้องสมุทรได้

ขอบอกเอาไว้เลยว่าไม่มีทางเชื่อ!

จนได้มาพบกับตาตัวเองเท่านั้นล่ะ ก็คือ...เอ่อ ช่วยด้วยจ๊ะแม่!!

“พี่พระจันทร์ใหญ่มาก!”


#รักอยู่รู้ยัง

-------------------------------------------------


:3123:สารบัญ :3123:

สวยๆเป็นผัว ครั้งที่1

INTRO

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่1

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่2

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่3

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่4

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่5

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่6

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่7

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่8

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่9

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่10

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่11

รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่12

:L2:**ใครไม่มียูสในเล้าเป็ด อ่านแล้วฝากแท็ก #รักอยู่รู้ยัง ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ :pig4: **
 


-----------------------------

ผลงานที่ผ่านมา (จบแล้ว)

:L2: One Night...คืนเดียวก็เสียวได้ [รุกฆาตxเลิฟ]

:L2: No limit...แรงรัก|กระแทก♥|ลึก [นักรบxฝา]

:L2:Mistakes หลงร้าย [ทัพหน้าxคาราเมล]

:L2:Beauty and the boy สวยๆเป็นผัว[ดาบxเอม]


แฟนเพจอัปเดทนิยาย พูดคุยและทวงนิยายกันได้ทางนี้ทางเดิมนะจ๊ะ
Yoghurt Duchy

-------------------------------------------------

พูดคุยกับคนเขียน

สวัสดีค่ะ!! ...กลับมาพบกับ โยเกิร์ตแคทตี้ (Yoghurt Catty) หรือจะเรียกว่า 'แคท'

ไรเตอร์คนดีคนเดิม เพิ่มเติมคือความบ้า

เป็นไรเตอร์หน้าเก่า ที่คนไม่ค่อยรู้จักเพราะเขียนไม่เก่งเท่าไหร่ ฮ่าๆ แต่เราก็จะเขียนต่อไปนะเออ

คราวนี้แคทขอมาเปิดเรื่องที่5ค่ะ เป็นเรื่องของพี่พระจันทร์ หรือลูกชายฝาแฝดคนโตของเฮียทัพ

จากเรื่องMistake หลงร้ายนั่นเองค่ะ

ถ้าใครที่เคยได้อ่าน จะต้องจำเด็กแฝดน้องพระจันทร์และน้องอาทิตย์ในวัยเบบี้ได้แน่นอน แต่ถ้าใครไม่เคยอ่าน ไม่เป็นไรจ๊ะ

เรื่องไม่ได้ต่อกันนะเออ สามารถอ่านแยกได้จ้า ^_^

คราวนี้เป็นเรื่องราวของฝาแฝดคนพี่อย่างพระจันทร์ ที่โดนน้องสมุทรตามจีบ

แต่จีบในที่นี้ไม่ได้จีบมาเป็นสามี แต่น้องดันอยากได้พี่พระจันทร์สุดหล่อไปเป็นเมียซะนี่สิ

น้องสมุทรตัวแสบจะมาพลิกโพพี่สุดหล่อของเราได้ไหม ยังไง?

ถ้าอยากรู้ต้องมาติดตามไปพร้อมๆ กันนะคะ ...

และเช่นเดิม แคทหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนอ่านของแคทจะชอบเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ

หวังว่าจะยิ้มและมีความสุขไปด้วยกันจนจบเรื่องเลย

แคทฝากพี่พระจันทร์กับน้องสมุทรไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยน้าา จุ๊บๆ



** นิยายเรื่องนี้ไม่โหดไม่โฉดไม่เถื่อนไม่ดราม่าไม่ฮามากมาย ไม่มีอะไรมากหรือน้อยเกินไป

แต่ก็เป็นนิยายที่ถูกกลั่นกรองออกมาด้วยหัวใจของคนเขียน

หวังว่าคนอ่านทุกคนจะเป็นกำลังใจ และติดตามนิยายเรื่องนี้ และเติบโตไปพร้อมๆ กันนะจ๊ะ ^_^

*เม้นสักนิดเพื่อการเขียนที่ไหลลื่น แม้เราจะต้องการคอมเม้นแต่ก็ต้องการคอมเม้นที่เป็นมิตรนะจ๊ะ

 :L2: :3123: :L2:
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-09-2022 18:49:31 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
Re: Love you...รักอยู่รู้ยัง [Boy's love] [YAOI]
«ตอบ #1 เมื่อ22-05-2021 20:42:49 »


MINI INTRO




MINI INTRO



“น้องสมุทรรักพี่พระจันทร์ อยากได้พี่พระจันทร์เป็นเมียจริงๆนะ!”

“ตัวโตเท่าพุ่มต้นเข็ม โตให้ได้มากกว่านี้ค่อยไถหน้ามาบอกรักกู”

.

.

.

“พี่พระจันทร์คนสวยขาจะเป็นของใครไปไม่ได้หรอกนะ นอกจากน้องสมุทรคนนี้ บอกไว้ตรงนี้!”

“มั่นใจมากเลยเพื่อนกู คือมึงอยากได้พี่เค้ามาเป็นผัวมึงขนาดนั้นเลย”

“สัด พูดอะไรแบบนั้น อยากไดเมาเป็นเมียกูสิวะ ปั๊ดโถะ!”

“โถ่อี ... กล้าที่จะนะมึงอ่ะ“

“เอ๊า”

.

.

.

“เมื่อไหร่มึงจะเลิกพยายามเรื่องกู”

“อยากจะบอกให้พี่พระจันทร์รู้ไว้นะ น้องสมุทรน่ะนะเป็นคนรักแบบมีสเต็ป ถ้าจะเจ็บก็ขอเจ็บแบบมีสไตล์ เอิ๊วกรู๊ว คำพูดเรานี่มันเท่สุดๆไปเลยว่ะ”

“สัด น่ารำคาญ”

.

.

.



“เลิกคิดจะเอากูไปเป็นเมียมึง”

“ทำไมล่ะพี่พระจันทร์ น้องสมุทรคนนี้รักพี่พระจันทร์คนสวยขาคนเดียวเลยนะ อยากเอาพี่แค่คนเดียว”

“อยากเอากู?”

“อือหือๆ”

“จะเอากูน่ะก็ได้....”

“จริงไหมๆๆๆ”

“จริง แต่มีข้อแม้...”

“ว่ามาเล้ยๆ น้องสมุทรรับได้ทุกสิ่งอย่าง พร้อมมากอยากได้เธอ”

“หึ จะเอากูน่ะก็ได้ แต่กูต้องได้เอามึงก่อนนะ”

“เหยดแหม่!”



.

.

.



“มึงหลบหน้ากู”

“บ้าน่า ใครมันจะไปทำแบบนั้นกันอ่ะตัวเธอ”

“สมุทร”

“อย่าทำเสียงดุจะได้ไหม หัวใจบอบบางไม่อยากได้ยินน้ำเสียงจริงจังหรอกนะ”

“หนีกูทำไม ไหนบอกว่าอยากได้กูเป็นเมีย”

“ก...ก็.....”

“สมุทร ... ว่าไง”

“ก็อยากได้เป็นเมียไงวะ กูไม่ได้อยากได้พี่พระจันทร์เป็นผัวไหมอ่ะ!”

“กูเป็นผัวแล้วมันทำไม”

“มันใหญ่มากไงล่ะ เสียบเข้ามาทีนึงถึงไส้ใน ถามมาได้ ปัดโถะ!”

“มึงเจ็บ?”

“มันฟิน!”

“หึ”



.

.

.

“ผมพึ่งรู้วันนี้ว่ะพี่ สู้กับอะไรมันก็ไม่ยากเท่ากับสู้คนในใจพี่ ผมเคยคิดว่าที่พี่ไม่เปิดใจเพราะผมยังพยายามไม่มากพอ แต่จริงๆมันไม่ใช่เลยว่ะ ... ขอโทษที่เข้าไปเป็นเรื่องมะลิงกิงกองในชีวิตพี่นะ”



ข้ามสมุทรเด็กชายที่ตกหลุมรักพี่พระจันทร์มาตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาเรียนม.4ที่โรงเรียนใหม่ ครั้งแรกที่ได้เจอกันคือตอนที่พี่พระจันทร์

ช่วยน้องเด็กอนุบาลพร้อมๆกับเจ้าตัวที่พยายามทำตัวเป็นพระเอกไปช่วยน้องจนเกือบจะโดนรถชน และตั้งแต่วันนั้นมา พี่พระจันทร์ก็ได้

กลายมาเป็นนางฟ้าคนสวยในใจน้องสมุทรตลอดกาล

พยายามแล้วพยายามเล่าแต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาก็มีแค่ปฏิกริยาไม่รับรู้ของพี่พระจันทร์ก็เท่านั้น ...

 หึ่ย! แต่น้องสมุทรคนนี้ก็ไม่ย่อท้อหรอกนะ ได้แต่รอเวลาจนถึงวันนี้ วันที่น้องสมุทรจะโตมากพอ

มากพอที่พี่พระจันทร์จะรักได้! ...

ยังคงจะพยายามบอกรักอยู่ แล้วพี่พระจันทร์จะยอมรับรู้ได้หรือยัง?

เรื่องราวแสนตลกร้ายของหนึ่งเด็กชายที่พยายามมอบความรักไป กับอีกหนึ่งชายหนุ่มที่ไม่เคยแม้แต่จะสนใจความรักที่ได้มา

ความรักในครั้งนี้ ใครที่จะเป็นคนรู้ตัวก่อนกัน

กับ

Love You…รักอยู่รู้ยัง

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-



แคทกลับมาแล้วววว กลับมาพร้อมเรื่องใหม่ เรื่องของลูกชายฝาแฝดคนโตของเฮียทัพ

เรื่องราวระหว่างพี่พระจันทร์คนเท่กับน้องสมุทรคนดื้อจะเป็นยังไง

แน่นอนว่า เรายังคงคอนเซ็ปนิยายใสๆสไตล์หอบหื่นกันต่อไป

แคทหวังว่าคนอ่านจะสนุก และอยู่ติดตามไปด้วยกันจนถึงตอนสุดท้ายเช่นเดิมนะคะ

และใครที่มาอ่านแล้ว แคทขอให้รอดปลอดภัยจากโควิด19และไม่ปวดหลังค่ะ

ปล. มีใครลงผิดเรือไหมน้าาา อิอ๊ะเลยน้าาา

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
Re: Love you...รักอยู่รู้ยัง [Boy's love] [YAOI]
«ตอบ #2 เมื่อ22-05-2021 20:44:45 »


รักอยู่รู้ยัง

INTRO




ถ้าคุณรักใคร ก็แค่ปล่อยใจไปกับมัน

ต่อให้มันจะเป็นความรักที่เหมือนกับพระจันทร์ลอยอยู่บนฟ้า ไม่มีทางจะหล่นลงมาสู่มหาสมุทรก็ตาม

แต่ถึงมันจะเป็นแบบนั้น ก็ยังอยากจะลองบอกให้รู้ว่ารักดูสักที

....ถ้าลองบอกว่ารักอยู่ แล้วเธอจะรับรู้ได้หรือยัง....



-*-*-*-*-*-*-*-*-



ผ่านมาก็นานหลายปี แต่เหตุการณ์ในวันนั้น รอยยิ้ม สายตา ความใจดีของเขา มันกลับยังตรึงอยู่ในหัวใจของผม ไม่ลืมเลือน...



เสียงจอแจที่ดังมาจากผู้คนรอบข้าง รถราที่วิ่งผ่านไปผ่านมาในช่วงเวลาเช้าของวันจันทร์ที่ร้อนระอุ ตัวผมที่กำลังรอข้ามถนนไปอีกฝั่งของถนนเพื่อเริ่มต้นบทเรียนชีวิตใหม่ วันแรกของการเป็นนักเรียนชั้นม.4 วันแรกกับโรงเรียนใหม่ เครื่องแบบใหม่ และ...



“เห้ย ไอ้น้องจิ๋ว อย่าพึ่งข้ามถนนสิโว้ย!!” ผมที่สายตาเหลือบไปเห็นเด็กตัวเล็กในชุดนักเรียนอนุบาลที่ปล่อยมือจากคุณแม่ของตัวเอง แล้วกำลังจะวิ่งลงไปบนถนนเลยตะโกนออกไปแบบนั้น



“น้องงงง” ร้องตะโกนออกไปพร้อมๆ กับที่ออกวิ่ง มือที่พยายามเอื้อมออกไปข้างหน้า แต่ผู้คนแถวป้ายรถเมล์นี่ก็ดูจะเบียดเสียดจอแจซะเหลือเกิน ... ไม่มีตามองเห็นเด็กกันหรอวะ



‘กึก ฟุบ แอ๊ก’



“โอ๊ย!”



‘เอี๊ยดดดดดด” เสียงล้อรถบดกับพื้นถนนดังลั่นไปทั่ว ตามมาด้วยเสียงฮือฮาของบรรดาเหล่าคนรอบข้างในบริเวณนี้ ผมได้แต่เงยหน้าขึ้นมาจากพื้นฟุตบาตรที่ตัวเองนอนหน้าคว่ำวัดพื้นอยู่ตอนนี้ สัด! เมื่อกี้กูสะดุดเชี่ยอะไรวะ พื้นถนนประเทศไทยมันแสนจะเหี้ย!



แต่ว่า ... แล้วไอ้น้องจิ๋วนั่นล่ะ



หัวใจของผมสั่นอย่างหวาดกลัว กลัวว่าไอ้เด็กตัวเล็กๆ เมื่อกี้ที่ผมตั้งใจจะวิ่งเข้าไปช่วยจะเป็นอะไรไป และก็พอดีกับที่สายตาของผมเหลือบไปเห็นแผ่นหลังของใครบางคนที่กำลังอยู่ตรงหน้าผม คนที่อยู่ในชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกันกับผม และมีเส้นผมสีชมพูอ่อนๆ แขนได้รูปที่กอดตัวเด็กจิ๋วนั่นเอาไว้แนบอก พร้อมๆ กับที่เจ้าของแผ่นหลังนั่นจะค่อยๆ หันทั้งตัวมาทางผมช้าๆ เป็นช่วงเวลาสโลโมชั่นที่เหมือนในซีรี่ย์รักที่เคยได้ดู ... เจ้าของเรือนผมสีชมพูอ่อนที่มีใบหน้าเรียวได้รูป มีคิ้วเรียงตัวสวยสีเข้ม พร้อมๆ กับขนตางอนยาวที่ทำให้ดวงตาคู่นั้นมีสเน่ห์มากขึ้นไปกว่าเดิม ริมฝีปากบางสีส้มละมุนนั่นก็อีกที่เหมือนกับยิ่งสะกดสายตาของผมให้ถอนไปทางไหนไม่ได้เลย



ตึกตักๆ หัวใจมันเต้นมันสั่นมันไหว อาการเหมือนอยากจะมอบใจไปให้เค้า



“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” คนตรงหน้าย่อตัวลงถามเจ้าเด็กจิ๋วนั่น พร้อมฝ่ามือที่ยกขึ้นลูบหัวเด็กนั่นเบาๆ ...งุ้ย คนสวยใจดี



“ข...ขอบคุณมากๆ ฮะพี่สุดหล่อ” เอ๊ะ อะไรนะ เดี๋ยวไอ้จิ๋ว!หล่ออะไรของมึง สวยสิเห้ย ละมุนใจขนาดนี้ มาหล่ออะไร คนหล่อต้องกูนี่ กูที่นอนแหมะอยู่ที่พื้นถนนนี่!



“คราวหลังอย่าปล่อยมือแม่อีก”



“ฮับ” เด็กจิ๋วตอบรับพร้อมๆ ที่แม่ของเจ้าตัวรีบวิ่งตามมารับลูกชาย และขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ สุดท้ายเจ้าเด็กจิ๋วนั่นก็เดินจากไปพร้อมๆ กับแม่ของเจ้าตัว คนตรงหน้าของผมที่ละสายตาจากเจ้าจิ๋วและแม่ของมัน ก่อนจะหันมามองหน้าผม ตาสองตาที่จ้องประสานกันในตอนนี้ หัวใจของผมสั่นไหว รู้สึกเหมือนกับว่าละสายตาจากเค้าไม่ได้เลย เขาที่ลุกขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาผมช้าๆ ... เห้ยๆๆๆ เค้ามีใจให้กูรึเปล่า ทำตัวยังไงดีวะ เก็กหน้าขรึมก่อนไหม เค้าชอบกูแน่ๆ อ่ะแบบนี้



“จะนอนอยู่อีกนานไหม มึงคิดว่าฟุตบาตรเป็นทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์หรอ ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาจะช่วยใครไหว คราวหลังก็อยู่เฉยๆ เถอะ ตัวเองจะตายเอา” ริมฝีปากบางๆ นั่นเจื้อยแจ้วออกมาแบบนั้น หัวใจของผมเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง เค้าพูดมาแบบนี้ แม่ง!



เค้าเป็นห่วงเป็นใยกูแน่ๆ เลยอ่า



“เป็นห่วงกันสินะ งึ่ย ชื่ออะไรหรอเธอ เราน่ะนะพึ่งเข้ามาใหม่อยู่ม.4วันนี้วันแรกเลย”



“กูม.6 ไม่ใช่เพื่อนเล่นมึง ... จะสายแล้ว รีบไปเข้าเรียน”



“ด..เดี๋ยวครับ” ผมโพร่งออกไปแบบนั้นในตอนที่คนตรงหน้าจะเดินจากกันไป สายตาเย็นชาที่มองมาที่ผมเหมือนเป็นสิ่งน่ารำคาญนิดหน่อย แต่ผมเข้าใจ คนสวยก็ต้องสงวนท่าที่เป็นธรรมดา



“อะไร” ปรายสายตาคมที่มีแพรขนตางอนยาวหันมามองผมนิดๆ



“พี่ชื่ออะไรหรอ”



“ถามเพื่อ”



“ผมอยากรู้นี่ครับ น้า พี่บอกผมหน่อยนะๆๆ” คนตรงหน้าที่ทำแค่ถอนหายใจแรงๆ ใส่ผมหนึ่งที



“น่ารำคาญ”



“ห๊ะ...ชื่ออะไรนะพี่”



“...กูชื่อ...”



“เห้ย...มึงอยู่นี่เองไอ้....” เสียงของใครอีกคนที่วิ่งเข้ามาตะโกนเรียกชื่อของคนตรงหน้าที่ผมอยากรู้จัก เจ้าตัวที่ทำหน้าเหวอไปนิดๆ ตอนมองเพื่อนคนนั้นที่ตะโกนเรียกชื่อแล้ววิ่งเข้ามากอดคอ เขาไม่ตอบคำถามของผม ... แต่ถึงแบบนั้น ชื่อของเค้าที่ออกจากปากของใครอีกคน ก็ทำให้ผมจำได้ไม่เคยลืม




.

.

.


“ชื่ออออออ~~~.......”



“เห้ยๆ มึง พูดเพ้ออะไรวะ” แรงเขย่าข้างๆ ตัวที่ทำให้ต้องลืมตาขึ้นมา สายตาพร่าเบลอมองไปรอบๆ อย่างไม่รู้จะโฟกัสที่ตรงไหน เหมือนก่อนหน้านี้จะคิดย้อนไปไกลถึงเหตุการณ์ในอดีตอย่างไงอย่างงั้น ก้มหน้าลงมามองตัวเองตรงนี้ ตัวผมที่อยู่ในชุดนักศึกษาสภาพหลุดลุ่ย และในมือก็กอดขวดเหล้าอยู่ เสียงเพลงรอบๆ ตัวที่ทำให้บรรยากาศดูคึกคักขึ้นมากกว่าเรื่องในฝันเมื่อกี้



“เอิ๊กกกก” สะอึกหนึ่งทีเป็นการเกริ่นนำ เรียกสายตารังเกียจจากคนรอบข้างได้นิดหน่อย แต่ใครสนล่ะ ผมทำแค่พูดต่อไป



“เรื่องราว....มานก็เป็นแบบเน้ เรื่องราวความ เอิ๊ก ความรักเศร้าๆ ขอเหล้าขมๆ มาให้หน่อยคร๊าบ”



“มันเล่าเรื่องอะไรของมันวะพี่ ทำไมกูไม่เข้าใจที่มันพูด”



“มึงคาดหวังอะไรจากน้องรหัสสดๆ ร้อนๆ ของมึงวะสัดเอส มึงว่าสภาพมันตอนนี้ดูปกติไหม”



“ซุบซิบไรกานนนนน เล่าให้ฟังบ้างสิจ๊ะๆ”



“อะ เมาแล้ว แต่ยังอยากเสือกอยู่อ่ะเนอะ เอาให้เต็มที่ไปเลยครับไอ้น้อง ไม่ต้องเกรงใจกูหรอกจริงๆ”



“งั้นจัดไปน้าไอ้เอสไอ้โดส!”



“อะ ไอ้เหี้ยเอ้ย เล่นกูละ น้องรหัสมึงมันเอาเรื่องจังวะไอ้เอส”



“มันก็หลานรหัสพี่มึงเหมือนกันป่ะวะพี่โดส”



เสียงสองเสียงที่ดังงุบงิบๆ อยู่ข้างๆ มันช่างน่ารำคาญหู เพราะแบบนั้นก็เลยลุกขึ้นยืนพร้อมๆ กับชูขวดที่อุ้มอยู่ขึ้นไปบนฟ้า อยากจะไปแตะขอบฟ้า~



“เต็มเท้! ฉุดหย่ายยยยปิ๊บๆ” จังหวะมันได้ ดนตรีมันเด้งโดนหัวจิตหัวใจกันแบบสุดๆ เพราะแบบนั้นเลยรู้สึกว่าไม่อยากจะหยุด อยากจะลุกขึ้นตะโกนไปตามเสียงเพลงพร้อมโยกๆ ตัวไปมาท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะEDMตื๊ดหัวใจ เอาเว้ย เต็มที่กันหน่อยงานนี้ ไม่เมาไม่เลิกไม่เมาไม่กลับ แต่ถ้ากูหลับก็หิ้วกูกลับด้วย!



“ปิ๊บพ่อปิ๊บแม่มึงไอ้สัดน้อง พูดไม่รู้เรื่องมึงก็นั่งนิ่งๆ สิวะ ลุกขึ้นเต้นหาพ่อมึง กูอายคน”

เสียงดุที่ดังอยู่ข้างๆ ตัว พร้อมมือที่เอื้อมมาคว้าแขนของผม ดึงให้ตัวทั้งตัวของผมต้องล้มหงายหลังลงไปนั่งแหม่ะอยู่บนโซฟาอีกครั้ง ทำไมต้องขัด ก็คนมันอยากจะโยกๆๆ สักหน่อย ทำไมต้องขัดกันวะ ผมที่พยายามจะลืมตาขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ภาพตรงหน้าก็ยิ่งเบลอมากขึ้นทุกที... เกิดอะไรขึ้นวะคร๊าบบบ มืดๆ เบลอชอบกล



“ช่วยโด้ยยย ทำไมภาพไม่ตรง ทำไมภาพมันเบลอหรือเธอไม่ชัดเจน ทำไมๆ ทำไมใครมันปิดไฟ!”



“สัด! ไม่มีใครปิดไฟ แว่นมึงเบี้ยว!”



“โอ้ว แว่นเบี้ยวนี่เองสินะ เอิ๊ก”



“ไอ้ซาหมุดเอ๊ย มึงแม่ง”



“สมุทร! ชื่อว่าสมุทรครับ น้องข้ามสมุทรคนหล่อเอง ซาพ่อซาแม่มึงอ่อพี่โดส” โมโห ชอบเรียกชื่อกันผิดๆ ยกมือขึ้นดันกรอบแว่นตาที่ตกคาลงไปที่ปลายจมูกให้ขึ้นมาอยู่ที่ลูกตาดีๆ ไปด้วยทีนึง ... โอ้โห ภาพชัดระดับเอชดีปรากฏตรงหน้า นมพี่สาวโต๊ะข้างๆ กระแทกดวงตา แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่สามารถทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของน้องสมุทรคนนี้ไหวหวั่นได้ เพราะอะไรน่ะเรอะ!



“อะ ถ้าจะด่ากูขนาดนี้มึงไม่ต้องเรียกกูพี่แล้วก็ได้ไอ้น้องหมุด”



“ฮื่อออ สมุทรอยากได้เค้าๆๆๆ เข้าใจหมายยย เอิ๊ก” เวลากูเศร้าก็ช่วยฟังกูหน่อยสิวะ ปั๊ดโถะ! เอาแต่เรียกชื่อผิดๆ อยู่ได้



“เมาก็อยู่เฉยๆ กูอายจนอยากตายแล้วนะ”



“ปล่อยมันเหอะไอ้เอส กูก็อายพอๆ กับมึงแหล่ะ” เสียงสองเสียงที่ยังคงดังอยู่ข้างๆ ตัวไม่เลิกไม่ลา ทำให้ผมต้องฝืนตัวเอียงหัวไปมอง ซุบซิบๆ กันอยู่นั่น แถวบ้านเรียกว่านินทาหรือเปล่า ไอ้พี่สองตัวนี้ไม่น่ารักนินทากันหรือเปล่า



“พี่มึงสองตัว”



“สองคนไอ้สัด”



“นั่นล่ะ...ผมน่ะนะ เจ็บยอดหัวนม”



“ห๊ะ!”



“น้องสมุทรอยากได้เค้า แบบว่าคนมันคลั่งไข่มากๆ”



“คลั่งไคล้!”



“ก็คล้ายกัน งื้ออ อยากได้ ...น้องสมุทรสุดแสนจะอยากได้คนสวยขาของน้อง!!” ตะโกนออกมาแบบนั้นแล้วทิ้งตัวนอนลงบนโซฟายาวอีกครั้ง หลับตาลงไปเพราะรู้สึกเริ่มจะเวียนหัวไม่ไหวแล้วในตอนนี้ แต่พอยิ่งหลับตา ภาพที่เคยคิดถึงมาตลอดหลายปีก็หลั่งไหลเข้ามา คนที่มีใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ ริมฝีปากเล็กๆ จุ๊บจิ๊บสีชมพูอมส้ม จมูกโด่งได้รูป และมีดวงตาเฉี่ยวคมบาดจิตบาดใจ ที่พอมองรวมๆ แล้วมีสเน่ห์เหลือเกินคนนั้น น้องสมุทรอยากจะร้องออกมาเป็นเพลงเลย



“สวยขนาดนั้นเลยหรอวะ คนที่ทำให้มึงวิ่งตามมาตั้งแต่ม.4น่ะ” พี่โดสถามขึ้นมาแบบนั้นเลยต้องจำใจเปิดตาข้างนึงหรี่สายตาไปมองพี่มัน พร้อมพยักหน้าเป็นคำตอบส่งไปให้



“ที่สุดในหัวใจน้องสมุทร”



“คือมึงชอบเค้ามากจนตามเค้ามาสอบให้ติดม.นี้เลยอ่ะนะ”



“ช่าย! สมุทรสุดแสนจะชอบ สุดรักสุดดวงใจคนสวยขาของน้องหมุด”



“กูล่ะอยากจะเห็นหน้าจริงๆ คนสวยคนไหนทำให้มึงคลั่งรักได้ขนาดนั้นวะ” พี่โดสพูดออกมาอีกพร้อมหันไปมองหน้าพี่เอส พอเห็นแบบนั้นตัวเราก็ยกยิ้มมุมปากแบบแสนจะเท่ห์ใส่พี่ๆ ยกมือขึ้นดันกรอบแว่นแบบสุดคูลใส่มันไปอีกนิด ฮั่นน่อ แสนเท่



“หึ คนสวยคนดังคนนั้นน่ะ รับรองว่าถ้าพูดชื่อออกไป พี่ๆ ต้องรู้จัก”



“อะไหนมึงลองว่ามา กูค่อนข้างจะกว้างขวาง กูมีเพื่อนมันทุกคณะแหล่ะ”



“ไงล่ะน้องรหัสกู สายเสือกในตำนาน นักเอาทุกคณะ ไหนมึงพูดชื่อมาไอ้สมุทร รับรองพี่รหัสมึงต้องรู้จัก”



“เห้ย คุณโดสก็พูดไปครับ นี่กูน้องมึงไง”



“ฟังนะๆๆ คนสวยขาพิกกี้บูบู้ของนายข้ามสมุทรคนนี้น่ะ เค้าชื่อ....พระจันทร์”



“.........................”



“.........................”



“อ๊ะนะๆ อึ้งเลยๆ แค่ชื่อก็หวานกรุบ”



“เดี๋ยวนะ กูขอถามมึงอีกทีนะไอ้น้องสมุทร...พระจันทร์ไหนนะ” หลังจากเงียบเดสแอร์ใส่กันไปนานสองนาน พี่โดสทำตาเหลือกใส่แล้วเอ่ยออกมาอีกที



“กูขอร้องเลยนะ อย่าบอกกูนะว่า....”



“พี่พระจันทร์บริหาร คนสวยคะคนสวยขาคนนั้นไง พวกพี่มึงรู้จักใช่รึป่ะล่ะ! แสนฮ็อต!”



“เชี่ย!”



“กูอยากตาย”



พี่เอสพี่โดสพูดขึ้นมาพร้อมกัน แถมพี่โดสยังเอามือยกขึ้นตบหน้าผากด้วยทีนึง ตบยุ่งแหล่ะกูว่า



“ทำไมต้องอยากตายว้า พี่จะบอกว่าน้องสมุทรน่ะหลงรักคนที่สวยเกินตัวไปใช่ไหมล่า ฮึก แล้วไงว้า ไอ้แว่นแบบผมก็มีหัวใจ ไอ้แว่นแบบผมจะหลงรักคนสวยไม่ได้รึไง ใครแม่งเป็นคนห้าม!”



“กูถามจริงๆ นะไอ้หมุด”



“สมุทร! เรียกชื่อกูให้ถูกๆ พี่มึงจะตายอ่อ”



“เออๆ แต่ไอ้พระจันทร์บริหารที่มึงว่าน่ะ...มันคือคนนั้นหรือเปล่า...”



“หื้มมม หนาย” ปรือตาพร้อมๆ กับที่เอียงหน้าหันไปมองตามฝ่ามือของพี่โดสมัน มองแล้วมองอีก เพ่งแล้วเพ่งอีกก็หาไม่เจอ จนพี่เอสมันต้องเอื้อมมือมาจับหน้า แล้วดันให้หันไปมองตรงมุมหนึ่งของร้าน ตรงโซนที่เป็นพื้นต่างระดับ มีมุมโซฟาแบบครึ่งวงกลมสีแดงหันหน้ามาทางเวทีตรงด้านที่พวกผมนั่งอยู่ คนร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงกลางโซฟาตอนนี้ แขนข้างนึงที่พาดไปตามพนักพิงโซฟา ส่วนมืออีกข้างก็ทำแค่ยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบด้วยท่วงท่าแบบผู้ดี รอบๆ ตัวของเค้ามีผู้คนหน้าตาดีมากมาย พร้อมๆ กับที่ส่งเสียงเฮฮาเหมือนว่ากำลังสนุกกันอย่างเต็มที่ แต่ถึงแบบนั้น...สายตาของผมก็เอาแต่จับจ้องคนที่นั่งอยู่ตรงกลางตรงนั้น คนที่ครั้งนึงเคยทำผมสีชมพูอ่อนๆ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมันไปหมดแล้ว และไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมที่เอาแต่จ้องหรือเปล่า อยู่ๆ สายตาคู่นั้นก็ละจากแก้วเหล้า ก่อนจะหันมาสบตากับผมนิ่งๆ ผ่านระยะทางที่ไกลกันขนาดนี้ แต่ถึงจะไกลมากแค่ไหน สายตานั่นก็ยังทำให้ผมต้องหันหน้าหนีมาหลบอย่างไวเหมือนเดิม



ใจสั่นไปหมดจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้าเลย น้องสมุทรเขิน



“อะไรของมึงวะไอ้สมุทร เป็นเหี้ยอะไร แล้วสรุปว่าใช่ไหม ไอ้ห่านั่นใช่พี่พระจันทร์คนสวยขาของมึง”



“น่านน่ะ....”



“นั่นน่ะอะไรวะ มึงช่วยประคองสติหน่อยได้ไหม”



“น่านน่ะ คือพี่พระจันทร์คนสวยคะคนสวยขาของโผ้ม! ทำไงดีว้าโอ๊ดพี่เดส! อยากด้าย”



“พี่เอสพี่โดสไอ้สัด เรียกชื่อพวกกูพันกันไปหมด”



“ช่างหัวชื่อพวกพี่มึงสิ น้องสมุทรอยากด้ายยยย แค่เห็นตาสวยๆ นั่นก็อยากตาย แม่ยอดดวงใจของน้องสมุทร”



“กูขอร้องเลยไอ้สมุทร นั่นมันไอ้พระจันทร์เลยนะเว้ย”



“พี่พระจันทร์! ให้เกียรติคนสวยของผมด้วย อย่ามาเรียกว่าไอ้นะ!”



“สวยก็เหี้ยแล้วแบบนั้นน่ะ” พี่เอสพูดออกมาแบบนั้นพร้อมส่ายหน้า



“พอๆ กูจะพามึงกลับแล้ว วันนี้ไม่ไหวแล้วมึงอ่ะ เมาเป็นลูกหมา”

พี่โดสพูดออกมาพร้อมๆ กับเอื้อมมือมาคว้าแขนของผมแล้วดึงขึ้น มีพี่เอสอีกคนที่ทำท่าจะลุกขึ้นมาประคองตัวผมอีกด้าน ผมที่ลุกขึ้นมาแต่สายตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองพี่พระจันทร์ของผม ดวงตาคมนิ่งที่ยังไม่หันหนีไปทางไหน ไม่รู้ว่ามองใคร แต่เหมือนว่าสายตาคู่นั้น ก็กำลังมองสบกันอยู่ในตอนนี้ ความรู้สึกบางอย่างมันก็ตีตื้นขึ้นมาอีกแล้ว ผมที่ผลักตัวพี่เอสกับพี่โดสออกไปจนพี่มันหงายหลังลงไปนั่งที่โซฟากันอีกครั้ง



“โอ๊ยเจ็บนะโว้ยไอ้สมุทร แล้วนี่มึงจะไปไหน” ได้ยินเสียงตามหลังมาไกลๆ หันมองไปแว๊บนึง เหมือนว่าพี่ๆ จะตามมา แต่ติดที่ว่าร้านนี้คนมันเยอะ จะเดินทีก็โดนดักหน้าดักหลัง โชคดีที่ผมน่ะมันตัวไม่ใหญ่เป็นควายแบบพี่ๆ เลยผ่านมาง่ายหน่อย แต่รู้สึกเหมือนโดนลูบตูดไปหนึ่งที แย่มาก กูปวดตดเลย!



“หือ...” เสียงอุทานแบบนั้นดังออกมาจากตรงหน้า สายตาหลายคู่ที่มองมาที่ผมเป็นตาเดียว คือเข้าใจว่าหล่อเท่อ่ะนะ แต่มองงี้ก็เขินหมดอ่ะดิ



“เมาแล้วมาผิดโต๊ะหรอคะ”



“แต่มองพี่พระจันทร์ขนาดนั้น พี่พระจันทร์รู้จักหรอคะ” เสียงหวานๆ ของสาวๆ ที่นั่งขนาบข้างซ้ายขวาพี่พระจันทร์ผลัดกันพูดเป็นลูกคู่ สวยอยู่นะ แต่เอานมเบียดแขนคนสวยขาแบบนั้นได้ไงอ่ะ น้องสมุทรไม่ชอบเลย ... ผมนี่ขมวดคิ้วเลย แต่สุดท้ายก็ละสายตาไปจ้องคนตรงหน้าที่ทำให้ผมเดินมาหยุดอยู่ที่ตรงนี้แทน คนตรงหน้าที่ในวันนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว สวมทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ทหนังสีดำตัดแดงแบบมีสไตล์ พี่พระจันทร์เปลี่ยนไปมาก แตกต่างจากสามปีก่อนที่ผมเคยจำได้ ตอนนี้ไม่มีแล้วคนที่เคยทำผมสีชมพูอ่อนๆ เส้นผมสวยเปลี่ยนมาเป็นสีดำสนิท แต่ถึงแบบนั้นก็ดูแซ่บๆ เหมาะแก่การเป็นเมียน้องสมุทรที่สุดอยู่ดี



“พ...พี่พระจันทร์” ผมเปิดปากพูดออกมาแบบนั้น คนรอบๆ ข้างพี่พระจันทร์ก็หันมามองผมเป็นตาเดียว



“น้องรู้จักไอ้จันทร์หรอวะ มาๆ มานั่งด้วยกันสิ” พี่ผู้ชายหน้าหล่อที่นั่งถัดไปจากพี่พระจันทร์นิดหน่อยพูดออกมาแบบนั้น เป็นคนรูปร่างสมส่วนที่หน้าตาออกไปทางญี่ปุ่น หล่อแบดยากูซ่า ทรงผัวไม่เหมือนพี่พระจันทร์ ไม่สวยครับ น้องสมุทรไม่สนใจ แค่อิจฉาในหน้าตาของพี่เค้านิดหน่อย



“ใครวะไอ้พระจันทร์” เพื่อนผู้ชายอีกคนที่ถัดไปกับพี่หล่อแบดนั่นถามขึ้น มองมาที่ผมอย่างสงสัย แต่ก็ไม่แปลกใจ เพราะใครๆ ก็สนใจผมเป็นตาเดียว แต่ถึงแบบนั้นผมก็ไม่ละสายตาไปไหน นอกจากมองแค่พี่พระจันทร์คนสวยขาคนเดียวเท่านั้น



“ผมน่ะ! ...ไม่เปลี่ยนใจหรอกนะ” จ้องสายตาคมสวยนั่นแล้วว่าออกมาแบบนั้น คนตรงหน้าที่เอาแต่เงียบไม่พูดอะไรตอบมาเหมือนกัน ปฏิกริยาแบบนั้นทำเอาหัวใจน้องสมุทรห่อเหี่ยว ... หรือพี่พระจันทร์จะลืมกันไปแล้วนะ



“หื้ม เปลี่ยนใจไม่เปลี่ยนใจไรวะ”



“สรุปมึงรู้จักไหมเนี่ยไอ้จันทร์ เอาแต่เงียบไอ้สัด” เพื่อนพี่สมุทรว่าออกมาแบบนั้น สายตาดูจะงงนิดๆ แต่ถึงแบบนั้นพี่สมุทรก็ไม่พูดอะไรออกมา เค้าแค่มองตรงมาที่หน้าผมนิ่งๆ เหมือนเดิม ก่อนที่เวลาจะเดินผ่านไปอีกนิด ขายาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่นั่นก็ ส่วนตัวผมก็แค่ก้าวเดินเข้าไปหาพี่เค้าทีละก้าวๆ ด้วยขาสั่นๆ แต่น้องสมุทรสู้ และสุดท้ายก็...



“สรุปมึงรู้จักไหมเนี่ยไอ้จันทร์ เอาแต่เงียบไอ้สัด” เพื่อนพี่สมุทรว่าออกมาแบบนั้น สายตาดูจะงงนิดๆ แต่ถึงแบบนั้นพี่สมุทรก็ไม่พูดอะไรออกมา เค้าแค่มองตรงมาที่หน้าผมนิ่งๆ เหมือนเดิม ก่อนที่เวลาจะเดินผ่านไปอีกนิด ขายาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่นั่นก็วาดลงมาวางที่พื้นเสมอกัน เป็นปฏิกริยาแรกที่ได้เห็นเค้าทำอะไรมากกว่าการมองตาผม และไม่รู้ว่าอะไร ไม่รู้ว่าความกล้ามาจากไหน อาจจะเป็นเพราะอาการมึนเมาที่มีมาแต่เดิม หรือเพราะสายตาคมที่มีขนตายาวๆ นั่นดึงดูดผม เหมือนกับมันกำลังท้าทาย เหมือนกับมันกำลังบอกผมผ่านสายตานั่นว่า  ‘แน่จริงมึงก็ลองก้าวมานั่งตักกูดู’



พรึบ



“นี่ นี่ทำอะไรย๊ะ” เสียงโวยหึ่งๆ เหมือนผึ้งแตกรักดังอยู่รอบๆ ข้าง แต่สายตาของผมก็เอาแต่จับจ้องคนที่ยังอยู่ตรงหน้า คนที่ผมเบียดตัวเข้าหานั่งคล่อมลงบนตักของเค้า พี่พระจันทร์คนสวยขาของผมไม่ได้ว่าอะไร เค้าแค่เลื่อนมือขึ้นมาโอบเอวผมไว้ก็เท่านั้น เนี่ย กลัวผัวในอนาคตอย่างผมล่วงตกลงไปแหล่ะ มีใจๆๆๆๆ



“ผม...ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกน้า แล้วก้ออออ...” ช้อนตามองตาสวยของพี่เค้า ดวงตาสีดำสนิทที่มีแพรขนตายาวมองสบมาแบบไม่หลบตาผม



“ตอนนี้น่ะนะ...น้องสมุทรไม่เด็กแล้วน้า จริงๆ”



ผมพูดออกไปแล้วมันก็ตามมาด้วยความเงียบระหว่างผมกับเค้า ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เราสองคนนั่งจ้องตากันอยู่ท่ามกลางเสียงวุ่นวายของคนรอบตัว แต่ถึงแบบนั้น ตัวผมเองกลับไม่ได้ยินเสียงอะไร หรือจริงๆ อาจจะเรียกว่าไม่ได้สนใจอะไรนอกจากพี่พระจันทร์เลยถึงจะถูก



“หรอ” คำเดียวสั้นๆ ที่ถูกเปร่งออกมาจากริมฝีปากสวยเป็นประโยคแรกระหว่างผมกับเค้า



“ถ้างั้นมึงก็พิสูจน์สิ...ว่ามึงไม่ได้เด็กเหมือน3ปีก่อน”



จบคำพูดนั้น ริมฝีปากของผมก็โน้มลงไปแนบที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย เป็นแรงดึงดูดที่พอได้เริ่มก็พยายามดูดเม้มริมฝีปากอีกฝ่าย ค่อยๆ ละเลียดไล้ลงไปกดจูบดูดดึงซ้ำอย่างพยายามสุดๆ เอาลิ้นเล็กๆค่อยๆชอนไชเข้าหาริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ไม่ให้ความร่วมมือกันสักนิด พอเป็นแบบนี้แล้วก็ใจฝ่อ ค่อยๆผละใบหน้าออกมาช้าๆ ช้อนสายตามองคนตรงหน้าที่ก็กดสายตาลงมามองกันอยู่ตอนนี้

“มึงไม่ได้เก่งขึ้นเลย”



“ก็น้องสมุทรน่ะ.....”

ฝ่ามือหนาที่เลื่อนขึ้นมาประคองต้นคอทางด้านหลังของผม สัมผัสเบาๆของอีกฝ่ายทำผมสะดุ้งและชะงักคำพูดของตัวเองไปในทันที รับรู้ถึงนิ้วมือแกร่งทั้งห้าที่ประคองอยู่ที่ต้นคอ ดวงตาสวยที่มีขนตางอนยาวคู่นั้นกระพริบช้าๆพร้อมๆกับที่ใบหน้าคมเลื่อนเข้ามาใกล้มากขึ้นจนลมหายใจของผมสะดุด เอียงหน้าทำมุมช้าๆพร้อมๆกับเลื่อนสายตาลงมามองที่กลีบปากของผม สายตาที่ทำเอาตัวของผมร้อนไปหมด ริมฝีปากหยักยกยิ้มน้อยๆในตอนนั้น พร้อมๆกับนิ้วหัวแม่มือที่ไล้ไปตามกรอบหน้าของผม และสุดท้ายก็มาหยุดที่แว่นสายตาของผมที่ถูกฝ่ามือใหญ่นั่นถอดออก ยังไม่ทันได้พูดจาอะไรก็ถูกริมฝีปากได้รูปนั่นประกบจูบลงมา ฝ่ามือหนาที่ดึงตัวผมเข้าไปแนบชิด รับรู้ได้ถึงตัวอุ่นๆของอีกคนที่ผมคิดถึง ลิ้นร้อนชื้นของคนตรงหน้ากรีดแทรกริมฝีปากผมเข้ามาช้าอย่างมีจังหวะ รับรู้ได้ถึงฝ่ามือหนาที่แทรกเข้ามาจากชายเสื้อ บีบขยับเบาๆอยู่ที่ช่วงเอวจนอดไม่ได้ที่จะหลุดเสียงครางออกมา



"อื้ออ" 



หน้าของผมเห่อร้อนไปทั้งหน้า ตาของผมเบิกกว้างขึ้นในตอนที่พี่พระจันทร์ค่อยๆผละริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตามีสเน่ห์นั่นเอาแต่จับจ้องที่ริมฝีปากของผม ใบหน้าหล่อนั่นที่ก็เลื่อนเข้ามาคลอเคลียร์เบาๆที่ข้างแก้ม รับรู้ได้ถึงริมฝีปากของเค้าที่กดเบาๆย้ำที่แก้มของผม ... ช่วยด้วย ช่วยน้องสมุทรด้วย น้องสมุทรรู้สึกแปลกๆ



“ต้องให้กูสอนอีกกี่ที ถึงจะรู้ว่าเป็นผัวที่ดีต้องทำยังไง”



“ผ...ผมทำได้ ผมทำได้จริงๆนะ” ปรือตาขึ้นมามองหน้าอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่ภาพตรงหน้าค่อนข้างจะพร่าเบลอนิดๆ ดีตรงที่สายตาของผมมันไม่ได้สั้นมากขนาดนั้น เลยทำให้มองเห็นกรอบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน แว่นตาของผม ตอนนี้มันก็ยังยังคงอยู่ในมือของพี่พระจันทร์



“ถ้าอยากเป็นผัวกูนักน่ะก็ได้...แต่มึงต้องยอมเป็นเมียกูก่อน”




#รักอยู่รู้ยัง



--------------------------------------------

น้องสมุทรหนีไปลูกกกก ... ขอทางเดินให้ผัวพี่พระจันทร์คนแพรวพราวด้วยจ้า :-[ :impress2: :กอด1:
​​​​​​​

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
บทที่1



โอ้ เเม่คุณ คนสวย

ทำใจผมระทวย ตั้งเเต่ครั้งนั้นที่เราจ้องตา

เหตุฉไหน ผมคิดทันใดว่าเป็นนางฟ้า

ติดปีกลงมา จากสรวงสวรรค์ความฝันหรือไร





‘ติ๊งติงติ๊งติง’





เสียงดีดกีต้าร์ที่คลอแผ่วๆ ไปกับเสียงร้องสดใสวิบวับประดุจดังแก้วบาดหัวใจในความรู้สึกของตัวเอง มันช่างเหมาะเจาะกับบรรยากาศเอื่อยๆ ลมโชยๆ และแดดร้อนเปรี้ยงๆ แสนจะระอุในเวลาเที่ยงวันแบบนี้เสียจริงเชียวทีเดียวนะ ถามตัวเองอีกครั้งว่าเหมาะหรอ แต่เอานะ ถ้าใจเราว่าเหมาะ ก็ไม่มีอะไรมาหยุดเราได้หรอกครับ ... ผู้คนรอบข้างที่เดินขวั่กไขว่หันมามองผมเป็นตาเดียว แป๊บๆ ก็หันไปซุบซิบกัน บอกตรงๆ ว่ามั่นใจมากว่าเค้าต้องชื่นชมผมอยู่แน่ๆ





“ไอ้เหี้ย” เสียงอุทานที่ดังมาไม่ใกล้ไม่ไกลทำเอาผมต้องรีบเก๊กหน้าฉีกยิ้มกว้างรอไว้ก่อนเลย หล่อเท่มั่นใจ มีสไตล์ให้คนเค้ารู้ ในตอนนี้ที่สายตาของผมก็มองไปเห็นนักศึกษากลุ่มใหญ่กลุ่มใหม่ที่กำลังเดินออกมาจากตัวตึกของคณะ โป๊ะเชะ ตรงต่อเวลาไม่ขาดไม่เกิน กูดีดต่อเลยเพลินๆ อีกหนึ่งจังหวะ จัดไป



‘ติ๊งติงติ๊งติง’



อยากบอกให้คุณนั้นได้เข้าใจว่าทั้งดวงใจผมมีเเค่คุณ

ทำงานเก็บเงินไปสู่ขอคุณ

วอนพ่ออย่าพึ่งยกคุณให้ใคร

ทรัพย์สินเงินทองมันของนอกกาย

ข้าฟันกันตายไปหลายคน

ให้นามสกุลผมเป็นของคุณ

ทั้งชีวานี้ยอมพลีให้เลย





ร้องจบท่อนสุดท้ายของเพลงพร้อมเก็กหน้าหล่อหลอกล่อหัวใจ ละมือออกจากกีต้าร์แล้วทำท่าผายมือพร้อมเป่าหัวใจไปหาเป้าหมายที่ผมตั้งใจมาร้องเพลงจีบเค้าในวันนี้ ขยิบตาให้หนึ่งทีเป็นของแถม วิ๊ง! ~~



“ไอ้เหี้ย น้องมันเอาจริงว่ะ”



เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะทะเล้นนิดๆ พูดออกมาพร้อมๆ กับเสียงกลั้วหัวเราะที่เหมือนเจ้าตัวจะพยายามกลั้นขำเอาไว้ตอนที่เห็นหน้าผม ผู้คนรอบๆ ข้างที่กำลังเดินเข้าเดินออกคณะบริหารเริ่มหันมามองผมกันมากขึ้นตามไปด้วย ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกนะ ก็กลุ่มชนหน้าตาดีตรงหน้าผมที่ก็ทั้งหล่อเท่ จะตกเป็นเป้าสายตาก็ไม่แปลก และเหตุผลนั้นมันก็ไม่ต่างกับตัวผมเอง สายตาของผมเองก็ถูกดึงดูดไปที่คนๆ เดียวในกลุ่มนั้นเหมือนกัน ผู้ชายร่างสูงที่ในสายตาและหัวจิตหัวใจของผมเค้าเป็นคนสวย หวานกรุบ คนที่เป็นเจ้าของดวงตาหวานเพราะมีขนตายาวๆ นั่นประกอบอยู่ ถึงแม้ว่าสายตานั้นในตอนนี้จะมองมาที่ผมนิ่งๆ เรียกได้ว่านิ่งฉิบหายเลยล่ะแม่ เค้าที่มองตรงมาที่ผมเหมือนสายตาคู่สวยนั่นกำลังจะบอกว่า มึงทำเหี้ยอะไรของมึง! … แต่ผมคิดว่าผมน่าจะคิดไปเองแหล่ะ คนสวยคะคนสวยขาของผมอ่ะนะจะมาหยาบโลนแบบนั้นได้ไงก่อนเอ่ย



“พี่พระจันทร์” เป็นผมที่พูดออกมาก่อน และในตอนนั้นรอบๆ ตัวก็เหมือนจะเงียบเสียงลงไปด้วยเช่นกัน แหน๊ อยากเสือกอ่ะดิรู้น้า งั้นดึงไว้ก่อนไหมเอาให้คนได้ลุ้นกัน พูดดีไหม พูดดีรึเปล่า หันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ตัว ไอ้ฉิบหาย อย่างฮา สีหน้าแต่ละคนลุ้นสุด โอ๊ย ปวดขี้หรือเปล่า ยังไงเอ่ย ... อะๆ งั้นไม่แกล้งละดีกว่า



“น้องสมุทรมาทำตามสัญญา แต่ไม่ขอเวลานานนะ”



“น้องเค้าเอาจริงนะเว้ยไอ้พระจันทร์ พูดอะไรหน่อยสิวะเพื่อน” เพื่อนในกลุ่มของพี่พระจันทร์ ที่ผมจำได้ว่าชื่อพี่ปุ่นพูดขึ้นมาแบบนั้น พร้อมๆ กับแขนหนานั่นที่กระทุ้งเข้าที่แขนพี่พระจันทร์ของผมเบาๆ เป็นการเร่งให้เจ้าตัวเปิดปาก แต่ถึงแบบนั้น พี่พระจันทร์คนสวยขาของผมที่ยังคงทำหน้านิ่งๆ มองตรงมาด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ได้อีกแล้ว ... เป็นแบบนี้ทุกที



“มาทำเหี้ยไร” ประโยคแรกสุดจับจิตจับใจที่พี่เค้าพูดขึ้นมากับผม ทำเอากูขนลุกชูชัน



“ผมมาจีบพี่พระจันทร์ครับ” ถามมาก็ตอบไป ใจน้องสมุทรน่ะยิ่งใหญ่เหมือนชื่ออ่ะแหล่ะนะบอกไว้เลย



“จีบกู”




“ใช่! อยากได้พี่พระจันทร์เป็นเมียที่สุดเลย!!” โพร่งออกมาแบบฮึกเหิม ก่อนจะตามมาด้วยเสียงซุบซิบหึ่งๆ เหมือนผึ้งแตกรังของคนรอบข้างที่กำลังมุงดูพวกเราอยู่ บางทีก็เป็นเรื่องของเราบ้างได้ไหม ทำไมคนไทยขี้เสือก



“แล้วถามกูไหมว่ากูอยากได้มึงเป็นผัวหรือเปล่า”



จุกไปนิดๆ รู้สึกคันยิบๆ ที่หัวใจตอนที่ได้ฟังคำพูดตรงๆ แบบนี้ของพี่พระจันทร์ แต่ถึงแบบนั้นน้องสมุทรก็ทำแค่หายใจเข้าปอดลึกๆ หนึ่งที



“ผม...ผมจะพยายามทำให้พี่ตกหลุมรักขึ้นไหมไหว น้องสมุทรใช่ไหมเป็นคนถีบพี่ลงไปให้ดู!” พี่พระจันทร์ที่ได้ฟังคำพูดของผมปุ๊บก็ขมวดคิ้วเข้มมองหน้าผมปั๊บ หึ้ย ขมวดคิ้วแล้วดูน่ารัก ไอ้ต้าวความรักของน้องสมุทร



“มึงเพ้ออะไร กลับไป มันน่ารำคาญ”



“น้องสมุทรจะทำให้พี่พระจันทร์ใจอ่อนให้ได้เลย จะพิสูจน์ให้ดูว่าตอนนี้น้องสมุทรน่ะไม่เด็กเหมือนตอนนั้นแล้วนะ” กำมือแน่นๆ แล้วโพร่งออกมาอีก ตอนที่เห็นอีกฝ่ายทำสายตาเย็นชาใส่แล้วตั้งท่าจะเดินหนี เป็นอีกครั้งแล้วที่พี่พระจันทร์ตั้งท่าจะหนีกัน ... แต่ไม่รู้ว่าคำพูดของผมมันไปสะกิดอะไร แต่สุดท้ายเค้าก็หยุดเดินแล้วหันกลับมามองกันอีกที



เยส! เห็นแบบนั้นก็ฉีกยิ้มหวานใส่ไปเลยหนึ่งกระบวนท่า ยิ้มหวานของผัวแบบน้องสมุทร



“มึงมันก็แค่เด็ก และกูไม่คิดจะชอบเด็กแบบมึง”



“น้องสมุทรไม่เด็ก น้องสมุทรโตมาก อยากเป็นผัวพี่พระจันทร์!”



“ยากหน่อย กูไม่ชอบคนไม่แซ่บ”



“พูดงี้ลองชิมกันรึยัง สักครั้งดูไหมเอ่ย” มาลองครวญครางใต้ร่างน้องสมุทรดูสักที มามะ



“เด็กที่จูบก็ยังต้องให้นำ มึงมาเอาไร”



“มาเอาพี่พระจันทร์!”



“เชรด กูชอบน้องเค้าวะ อย่างได้ใจสัด”



“ไอ้พระจันทร์เงียบเลยว่ะ มึงลงข้างไหนไอ้ปุ่น กูลงข้างน้องสมุทร ต้องได้แล้วว่ะกูเชียร์”




“สัด ลงข้างเดียวกันแล้วจะพนันยังไง”



เสียงเพื่อนสนิทสองคนของพี่พระจันทร์ที่ซุบซิบกันดังจนกูได้ยิน ถ้าจะพูดดังขนาดนี้อย่าทำท่ากระซิบให้เหนื่อยเลยเถอะ ผมมองเลยหัวไหล่พี่พระจันทร์ไปส่งยิ้มให้พวกพี่เค้านิดๆ อย่างน้อยๆ เหมือนว่าเพื่อนพี่เค้าก็เชียร์ผมว่ะ เอาว่ะๆ น้องสมุทรจะได้ลูกสมุนเพิ่มนะ ผมละสายตาออกมาจากพี่ๆ ทั้งสองก็ต้องสะดุ้งตอนที่เห็นพี่พระจันทร์หันมองตามสายตาของผม แล้วจ้องผมนิ่งๆ ตกใจหมดเลย! มองเพื่อนแค่นี้ก็หวงหรอวะ



“อยากเป็นผัวกู” พี่พระจันทร์เลิกคิ้วและถามออกมานิ่งๆ



“ครับ!”



“กูยอมเป็นเมียให้ก็ได้” เดินตรงมาข้างหน้าของผม ดวงตาคู่สวยที่มีขนตายาวมองตาผมพร้อมยกยิ้มมุมปาก ก่อนฝ่ามือหนาจะเลื่อนขึ้นมาเชยปลายคางของผมให้ขึ้นมามองตา เหยดแม่! ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งรู้ว่าพี่พระจันทร์ของน้องสมุทรน่ะแสนจะสูงยาว แต่ไม่ต้องห่วงนะ จะผัวจะเมียมันไม่ได้อยู่ที่การขึ้นคล่อมหรอก นอนๆ ลงไปก็เปลี่ยนได้เหมือนกัน! เดี๋ยวตอนนั้นน้องสมุทรก็ผัวเอง



“จริงหรอ!”



“แต่กูเคยบอกมึงไปแล้วนะ เงื่อนไขของกู” เงื่อนไขอะไรวะ พี่พระจันทร์บอกอะไรวะ บอกกูตอนไหนทำไมน้องสมุทรจำไม่ได้!! อยากยกมือขึ้นทุบหัวว่ะ น้องสมุทรไม่เคยจะลืมเรื่องพี่พระจันทร์สักเรื่องเดียวเลยนะ ขนาดกางเกงบ็อกเซอร์ลายพระจันทร์ยิ้มตอนพี่พระจันทร์ใส่มางานกีฬาสีตอนม.6 น้องสมุทรยังจำได้เลยนะเว้ยว่าใส่กลับตะเข็บมาอ่ะ



“มึงลืม...”



“อ่า เอ่อ ผม เอ่อ”



“ไม่ได้เรื่อง”



“เดี๋ยวก่อนสิพี่พระจันทร์ สมองน้องสมุทรไม่ดีมันก็ลืมกันได้ แต่จะมาตัดสินว่าผมเด็กไปเพราะเรื่องนี้ไม่ได้นะ! พี่พระจันทร์บอกน้องสมุทรมาอีกครั้งได้หรือเปล่า น้า นะๆๆ” เลื่อนมือไปจับต้นแขนที่ใส่เสื้อนักศึกษาอยู่ ช้อนตามองอ้อนปริบๆ ทำแบบนี้ทีไรแม่ใจอ่อนทุกที แต่พี่พระจันทร์ขมวดคิ้วแน่นแล้วหันหน้าหนีกูเลยทีนึง เอ้า!



“สัด...แบบนี้แล้วยังอยากจะเป็นผัวกู”



“อะไรนะ พี่พระจันทร์ขอเสียงดังๆ หน่อยจะได้หรือเปล่า”



“ถ้าอยากเป็นผัวกู ... มึงต้องยอมให้กูเป็นผัวมึงก่อน”



เหยดแม่! อะไรกันครับนี่ ... เหมือนจะหูฝาดรึไม่ ยังไงนะ ... น้องสมุทรถอยเท้าขยับหนีพี่พระจันทร์หนึ่งก้าวครึ่งเลย



ช้อนสายตาเลื่อนขึ้นไปมองหน้าคนที่เอ่ยวาจาอุกอาจกับหัวใจน้องสมุทรเมื่อกี้แล้วก็ต้องสะดุ้ง เมื่อพี่พระจันทร์เอาแต่จ้องหน้าผมไม่วางตา ก็เหมือนจะเจอกับคำตอบที่ว่า คำพูดเมื่อกี้มันคือเรื่องจริง



“แต่ผม...แต่น้องสมุทรน่ะรั...”



“มึงอย่าพูดคำนั้นออกมาเลย มึงก็รู้ว่ากูจะไม่รับฟัง ... สิ่งที่มึงต้องทำ คือไปคิดว่ายอมรับกับข้อเสนอกูได้ไหม แต่ถ้าไม่ได้ กูคิดว่ามึงควรถอยไปให้ห่างจากกู เพราะบางคำพูดมันอาจมีค่าสำหรับมึงมาก แต่กับกู...กูอาจจะไม่ได้เห็นค่าอะไรของมันเลย”



สายตาคมสวยของพี่พระจันทร์ที่ไล้มองกันจนผมต้องเผลอกลืนน้ำลาย ดวงตาคมในขนตางอนยาวจับจ้องมาที่ดวงตาของผม เลื่อนลงมาที่ปลายจมูก และสุดท้ายสายตาก็ถูกไปวางไว้อ่อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปากของผม รู้สึกร้อนวาบไปทั้งหน้า เขินสายตาของคนสวยขาจนต้องขบเม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันและหลุบสายตาหนีพี่พระจันทร์ลงมามองตีน ได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอของเค้าไปทีนึง และสุดท้ายก็เป็นผมที่ได้แต่ยืนนิ่งไม่ติงไหว ตอนที่เงยหน้าขึ้นมามองใหม่ ก็ได้แต่เห็นแผ่นหลังของพี่พระจันทร์ที่เดินจากไปเหมือนทุกที ปล่อยผมทิ้งไว้ตรงนี้ เป็นมหาสมุทรที่แสนโง่งมอยู่ที่เดิม



‘ปุปุ’



“พยายามเข้านะน้อง พี่ล่ะอย่างชอบความแอ๊วเอินของน้องเมื่อกี้เลยว่ะ” แอ๊วเอินคือไร หมายถึงการจีบเมื่อกี้น่ะหรอ



“สู้ล่ะ กูเชียร์อยู่...กูก็หวังว่ามึงจะเป็นคนที่มาเปลี่ยนใจของมันได้เหมือนกัน”



“สู้เข้าล่ะ ถึงมันอาจจะปากหมาหน่อย แต่จริงๆ มันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอก” อยากเถียงว่าปากหมาไม่หน่อย แต่พูดไม่ได้ ความรักพี่พระจันทร์มันจุกปาก



“ผมรู้...”



ตอบรับเพื่อนพี่พระจันทร์สองคนที่เดินเข้ามาหาผม คนนึงส่งรอยยิ้มมาให้ ส่วนพี่ปุ่นก็เอื้อมมือมาตบไหล่ให้กำลังใจกันแบบนั้น ผมสูดลมหายใจเข้าปอด มองตามแผ่นหลังพี่พระจันทร์ที่เดินห่างออกไปทุกทีๆ แต่ถึงแบบนั้น ผมก็อยากจะบอกให้เค้าได้รู้อยู่ดี



“พี่พระจันทร์ ผมชอบพี่จริงๆ นะ!”



ตะโกนออกไปแบบนั้น แต่ก็ไม่ได้เห็นพระจันทร์จะหันมามองสมุทรอยู่ดี



เหมือนกับนับจันทร์ ที่ไม่เคยคิดจะข้ามสมุทรมาซักที



ส่วนคนที่เอาแต่มองกูอยู่ตอนนี้...ก็คืออิพวกมนุษย์ป้าข้างบ้านที่เป็นตัวประกอบนี่แหล่ะ ถ่ายรูปถ่ายคลิปกูใหญ่เลยน้า รู้สึกได้รับแสง เป็นคนเด่นดัง ... แต่เดี๋ยวก่อนนะเออ ...เหมือนจะพึ่งระลึกบางอย่างขึ้นมาได้ว่า น้องสมุทรซวยแล้วล่ะมึง!



...




ภาษาไทยวันละคำวันนี้ขอเสนอคำว่า ‘งามหน้า’ ... งามจนผมไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แค่ก้าวเท้าเข้ามาในตึกคณะก็เหมือนจะกลายเป็นคนเด่นคนดังจนใครๆ ก็แทบจะรู้จักซะแบบนั้น ก็แหม โลกออนไลน์สมัยนี้มันไปไวอ่ะเนอะ เล่นเอาไม่ว่าจะเป็นไอ้ด่างหน้าตึก ลุงยามหน้าป้อม ป้าร้านขายน้ำหน้าซุ้ม หรือแม้แต่ภารโรงที่มีหน้าที่กวาดใบไม้ พอเห็นผม ไอ้น้องสมุทรคนนี้เดินผ่านไป ก็เอาแต่ทำปากงุบงับๆ ผงาบๆ ทุกครั้งที่เห็น เหยดแหม่ อิพวกช่างสอด ปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวกูบ้างก็ไม่ได้หรือไงครับ!



“มาแล้วหรอไอ้ตัวดี”   เสียงดังที่ทำเอาขาผมชะงัก เสียงคุ้นๆ เหมือนคนคุ้นเคย ปั๊ดโถ่เอ๊ย ... ใครอยากเจอมึงก่อนเอ่ยไอ้เพื่อนเหี้ย



“ดีจ้าตัวเธอ มาทำอะไรแถวนี้เอ่ยเพื่อนมาร์ช” ฉีกยิ้มกว้างๆ แล้วถามมันออกไป แต่อีกฝ่ายที่ยืนพิงเสากอดอกมองตรงมาไม่มีทีท่าว่าจะเล่นด้วย หน้าแม่งแข็งโป๊ก อยากจะถามจังเลยว่าหน้ากับKอะไรของเธอแข็งกว่ากัน เอิ๊กอ๊ากขำๆ ไม่เอาๆ ไม่เล่นอ่ะเนาะ



“กูเรียนคณะนี้ มาแถวนี้ก็ถูกแล้ว ใครมันจะเหมือนไอ้ห่าหน้ามึนบางคนที่แล่นไปแรดที่คณะอื่นมา” มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วปรายตามามองแรงใส่ผมทีนึง ทำเอาขนลุกชูชันไปทั้งแผ่นหลังกันเลยทีเดียว



“โอ๊ย เจ็บไปทั้งหัวใจ ทำไมยังทน เหมือนถูกด่าเลยจ้า”



“ไม่เหมือน กูด่ามึงไอ้สัด!” ทำขึ้นเสียงใส่ ไม่พอใจมันแค่นั้นยังเดินแบกกำปั้นเข้ามาโบกหัวผมให้ลั้นโยกๆๆ โยกเข้าไปให้มันหลุดโลกอีกหนึ่งที



‘แป๊ะ’



“อู้ย เจ็บนะไอ้สัดมาร์ช”



“เจ็บ แค่นี้มึงเจ็บ มึงเจ็บเท่าที่ไอ้เหี้ยนั่นทำให้มึงขายหน้าไหม” มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วจ้องตาผมเขม็ง เห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่เม้มปากเงียบ พ่อด่าจะให้น้องสมุทรเถียงยังไง แต่ถึงงั้นก็ไม่ถอดใจเรื่องพี่พระจันทร์หรอกนะ ... แต่กูจะไม่พูดออกไปหรอกครับ กลัวโดนไอ้มาร์ชซัดปาก



ไอ้มาร์ช เด็กหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยที่เวลาอยู่บ้านจะมีคนงานเรียกคุณหนูมาร์ช ผิวขาวราวไข่ในหิน ผิดกับสันดานที่ค่อนข้างป่าเถือนแล้วบ้าพลัง วันหยุดว่างๆ มันชอบไปเล่นบาส เพราะแบบนั้นมันเลยตัวสูงกว่าผม เหอะ อยากเตะตัดขา หมั่นไส้ ...แต่ทำงั้นไม่ได้ เพราะเดี๋ยวไม่มีเพื่อน มันเป็นเพื่อนสนิทซี้ปึกที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ม.4 รู้จักกันเพราะแอบขโมยยางลบของมันมาใช้แล้วมันแอบจับได้ โคตรจะซวย...มันเป็นคนที่อยู่ในทุกวีรกรรมสมัยมัธยมกับผมมาเสมอ มันรู้ดีว่าผมชอบพี่พระจันทร์มากแค่ไหน และเพราะแบบนั้น มันเลยเป็นคนนึงที่ค้านหัวชนฝาว่าอยากให้ผมตัดใจ อยากจะให้ผมพอสักทีกับพี่คนนี้ที่ผมตกหลุมรัก



แต่ตกหลุมรักนะไม่ใช่ปวดขี้ ที่ขออนุญาตครูเข้าห้องน้ำไปเบ่งพรวดไม่กี่นาแล้วออกมาก็บอกว่าหายปวดแล้ว สบายตูด ...เออมันก็ไม่ใช่ไหมอ่ะ ยังไง



“เค้าไม่เคยห้ามให้กูจีบ”



“แต่เค้าก็ไม่เคยบอกว่าจะหยุดอยู่กับมึงไอ้หมุด...เค้าไม่เคยชอบมึง”



“ถึงแบบนั้นกูก็ยังอยากจะลองดูนี่หว่ามาร์ช” เม้มปากแน่นๆ แล้วช้อนตาบอกมันเพราะมันสูงกว่าผมครับ ตัวก็หนากว่าผมด้วย แต่ถึงแบบนั้นมันก็ไม่ได้สูงเท่าพี่พระจันทร์คนสวยขาของผมหรอก



“มึงลองมากี่ทีแล้ว”



“ถ้าพูดตรงๆ ก็แค่2 ครั้งแรกก็ที่แหกปากบอกรักไปกลางสนามบอล อีกครั้งก็....” ลากเสียงยาวก่อนจะเม้มปากแน่นๆ เข้าหากันเมื่อคิดถึงเรื่องตอนนั้น ...อีกครั้งก็คงเป็นตอนที่ไม่มีใครอยู่ มีแค่ผมกับพี่เค้า ในวันสุดท้ายก่อนพี่พระจันทร์จะเรียนจบม.6



และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายของผมกับเค้าเช่นกัน ... เรียกได้ว่า 3ปีไม่ลืมเลือน



“อีกครั้งตอนไหน มึงเงียบทำเหี้ยไร” ทำเสียงเข้มดุจนเผลอสะดุ้งออกจากความทรงจำในตอนนั้น โถ่อิเพื่อนตัวมาร



“โถ่เพื่อนมาร์ชครับ เลิกหวงเป็นผัวกูได้ไหมอ่ะ ใจสั่นหวั่นไหวไปหมดแล้วนา”



“มึงนี่แม่งกวนส้นตีนจริงๆ!” ว่าแบบนั้นแล้วผลักหัวผมอีกทีแบบไม่ออมแรง รักกูมากแหล่ะ ถ้าไม่คิดว่ารู้จักกันมานาน กูก็จะคิดว่ามันเกลียดกัน



“ทำอะไรกันอยู่พวกมึง” เสียงใสๆที่มาพร้อมร่างของใครอีกคน พอหันไปก็มองเห็นรองเท้าผ้าใบกับกางเกงยีนส์ขายาวขาดเข่าแสนเซอร์ ขายาวๆเดินก้าวฉับๆ มาพร้อมกระเป๋าเป้ขาดๆ ไม่ต่างจากกางเกงของมัน เหมือนเป็นคอลเลคชั่นแห่งความโสมม ติดอย่างเดียวตรงหน้าหล่อๆ ของมันที่ทำให้ใครต่อใครมองตามมันจนคอเคร็ด หล่อสกปรกมีหนี้ ชื่อของเค้าคือ เฮง ซึ่งเพื่อนๆ ชอบเรียกมันว่า ไอ้เฮงซวย! ส่วนข้างหลังที่เดินกันมาคือ จิม สูงยาวเข่าดีหน้าตาเกาหลีสะอาดสะอ้าน มันทั้งคู่เป็นเพื่อนในกลุ่มเรา สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย ไม่ต่างจากผมกับมาร์ช และพวกเราก็สนิทกันมาตั้งแต่วันเข้าค่ายรับน้องของมหาลัย รวมพลคนหน้าตาดี ที่ไอ้มาร์ชบอกว่าไม่นับรวมผมเข้าไปในกลุ่มแค่คนเดียว สัด!



“รีบขนาดเดินไปเหยียบตีนหมาก็ยังไม่ขอโทษ ทำไมใจโฉดแบบนี้วะไอ้เฮงซวย”



“ถ้าช้า ก็จะเดินมาถามเรื่องไอ้สัดสมุทรทันหรอ มึงอย่าโง่สัดจิม สมุทรมึงไปไหนเมื่อเช้านี้ หนังหน้ามึงถึงว่อนเต็มเฟสบุ๊คเลยสัด” ไอ้เฮงว่าออกมาแบบนั้น ทำเอาผมต้องยกมือตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ ... กูว่าแล้วว่าโลกออนไลน์มันไปไวตลอด



“คอมเม้นท์ถึงมึงสนั่นหวั่นไหวไปหมดเลยกูขอบอก กล้ามากนะที่ไปเล่นกีต้าร์จีบพี่พระจันทร์ถึงคณะอ่ะ” ไอ้จิมว่าตามออกมา แล้วยกมือขึ้นตบไหล่ผมไม่เบาไม่แรงไปหนึ่งที



“เออ พวกมึงมาช่วยกูด่ามันเลย โง่ฉิบหายไอ้สัด” ไอ้มาร์ชว่าออกมาสำทับแบบนั้นแล้วมองผมตาแข็ง คือแข็งอะไรขนาดนั้นอ่ะตัวเธอ



“กูไม่ได้ด่ามันที่โง่นะ” ไอ้เฮงว่าว่าแล้วเดินนำพวกเราทั้งสามขึ้นตึกเรียนไป ไอ้จิมเองก็เดินขนาบข้างผมพร้อมพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนั้น



“ใช่ ที่ด่ามึงก็เพราะว่านั่นน่ะมันคือพี่พระจันทร์คนหล่อเลยนะไอ้สัด หมุดมึงก็กล้าไปจีบสมบัติคณะบริหารไม่ดูหนังหน้ามึงเลยนะ”



“เดี๋ยวๆ ไอ้จิม นี่มึงพูดว่าใครหล่อ” ผมขมวดคิ้วแล้วหันมองหน้าเพื่อนทั้งสามคน ... มองเห็นไอ้มาร์ชที่กรอกตาใส่แล้วถอนหายใจใส่ผมหนึ่งที



“ถามโง่ๆ อิหมุด จะใครหล่อ ก็พี่พระจันทร์สมบัติของชาติ ผัวคณะที่รักขาไงล่ะอิโง่”



“จริง แล้วยังกล้าจะไปบอกปาวๆ ว่าอยากได้เป็นเมีย หมุดมึงไม่ดูตัวเองอ่ะเพื่อน” จิมเสริมคำพูดไอ้พร้อมพยักหน้าอีกหนึ่งทีเป็นลูกคู่กัน



“ไม่ดูตัวเองอะไรวะ! แล้วพี่พระจันทร์อ่ะสวยน่ารักขาขนาดนั้นอ่ะ จะให้มาเป็นผัวกูได้ยังไง!” ผมเถียงออกไปอยากขัดใจ ไอ้มาร์ชก็กรอกตาใส่อีกหนึ่งที



“ทั้งโลกก็มีแค่มึงคนเดียวล่ะไอ้สมุทรที่เห็นว่าพี่มันสวย”



“ก็พี่พระจันทร์สวยน่ารักครับอ่ะ!”



“ตอนมันจูบมึง ขยี้จนมึงระทวยคาอกมันที่ร้านเหล้าวันนั้น...มึงก็ยังมองว่ามันสวยงั้นหรอไอ้สมุทร” ไอ้มาร์ชพูดออกมาแบบนั้น ผมเลื่อนสายตาไปมองมันแล้วได้แต่อ้าปากค้าง สายตาคมๆ ของมันที่บอกให้ผมรู้ว่า เดี๋ยวมึงได้เจอกูจัดการอีกทีแน่ไอ้ลูกแรด! ... เชี่ย เรื่องคืนนั้นพ่อมาร์ชกูรู้ได้ยังไง!



“กรี๊ดดดด มึงจูบกับพี่พระจันทร์หรอไอ้หมุด!” เพื่อนเฮงก็กรี๊ดซะสาวแตก หมาที่นอนอยู่ข้างตึกตกใจวิ่งหนีเลย



“มึงเตรียมตัวโดนอิแฟนคลับเพจคิ้วบอยขย้ำหัวได้เลยกูบอกไว้ตรงนี้! ไปจูบกันได้ยังไงวะ”



ไอ้เฮงกับไอ้จิมหันไปขมวดคิ้วถามไอ้มาร์ชหน้าตาเครียด รู้สึกเหมือนมีพ่อสามคนขึ้นมาเลยทีเดียว เห็นแบบนั้นทำเอาผมได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ จูบกันได้ยังไง



กูเปล่า...กูไม่ได้จูบกับพี่พระจันทร์ ...



คือหมายถึงไม่ได้จูบกับพี่พระจันทร์ครั้งนี้ครั้งแรก ... เพราะจริงๆ เมื่อ3ปีก่อน มันก็อาจจะเรียกได้ว่า ...มากกว่าจูบไปอีกเยอะแล้วก็ได้มั้ง







#รักอยู่รู้ยัง

------------------------------

สเปเชียลทอร์ค




สมุทร: พูดเลยว่าคนสวยก็ต้องหยิ่งเป็นธรรมดา น้องสมุทรเข้าใจ น้องสมุทรจะสู้นะ

มาร์ช: หนึ่งเลยคือเค้าไม่ได้สวย และสองเลยเค้าไม่ได้หยิ่ง เค้าแค่ไม่ชอบมึง

สมุทร: มาร์ชเหมือนอยากโดนฟาดปากอ่ะ จริง

พระจันทร์: น่ารำคาญ

สมุทร: จริง ไอ้มาร์ชใช่ไหมพี่พระจันทร์

พระจันทร์: มึงนี่แหล่ะ!

สมุทร: เอ้า! คนสวย~~

พระจันทร์: Kวยกูก็สวยนะจะดูไหม อ้อ...คงเคยเห็นแล้ว

มาร์ช,ไรเตอร์,คนอ่าน: ยังไงเธอออออ!!

-*-*-*-*-

เอาบทที่1มาหย่อนค่ะ แคทฝากเอ็นดูน้องสมุทรกับพี่พระจันทร์ด้วยนะคะ เปิดตัวแก๊งค์เพื่อนน้องสมุทร ก็จะมีแต่คนปกติอยู่ด้วยกัน

พี่พระจันทร์ เธอจะเอายังไงกับน้อนนนน อย่าใจร้ายกับน้องสมุทรจะได้หรือเปล่า~



 :pig4: :กอด1:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ

บทที่2


...คนโง่...



              คำๆนี้ที่ได้ยินมาจนชินชาจากปากของเพื่อนสนิทแบบไอ้มาร์ชเป็นครั้งที่สองพันห้า ทำเอาหัวใจของน้องสมุทรล่ะแสนจะเจ็บแปร๊บ มันด่าเช้าด่าเย็นด่ากันไม่เว้นวัน ดีที่ผมไม่ได้อยู่หอเพราะว่ามีบ้านอยู่ที่กทม. ไม่อย่างงั้นมันคงตามมาด่าผมถึงตอนกลางคืนด้วย แต่ถึงมันจะด่ายังไง น้องสมุทรแบบกูก็ไม่ถอยหรอกนะจะบอกให้ ... ยังคงอยากเป็นผัวพี่พระจันทร์อยู่ดี แอ๊วอ๊าววววว~~~



และเค้าว่ากันว่า...ถ้าเราชอบใคร ก็ให้เอาตัวเองไปอยู่ในที่ๆเปิดโอกาสให้เค้าได้มองเห็น



ชัดเจน !



วันนี้น้องสมุทรเลยมานั่งอยู่ในที่ๆพี่พระจันทร์จะมองเห็นชัดๆเลย อย่างเช่น ... โรงอาหารคณะบริหารในเวลายามเช้าตรู่



“ไอ้สัดหมุด สรุปจะแดกไหมข้าว เป็นเหี้ยอะไรต้องชะเง้อคอยาวอยู่ได้” ไอ้มาร์ชขมวดคิ้ว มันมองมาดุๆ จ้องหน้ามาที่ผมแบบไม่พอใจ



“นั่งเหมือนเจ้าเข้าไข่อยู่ได้ ยุกยิกไม่เลิกเลย กูอายคนไอ้สัด” ไอ้เฮงว่าแบบนั้นพร้อมส่ายหน้าหน่ายๆ วันนี้มันก็ยังคงคอนเซ็ปหล่อเท่สกปรกไม่เปลี่ยน เจ้าตัวยกขาข้างนึงขึ้นมายันไว้บนเก้าอี้ม้านั่งยาวด้วยแบบเป็นกันเอง กูอยากจะถามเหลือเกินว่านี่บ้านมึงหรอ



“กูมองหาพี่พระจันทร์ยังไงเล่า วันนี้พี่พระจันทร์มีเรียนเช้านะ”



“แล้วทำไมถึงเสือกรู้ขนาดนั้นวะ” ไอ้จิมเงยหน้าขึ้นมาจากชามถ้วยก๋วยเตี๋ยวของตัวเองแล้วเอียงคอถามผมอย่างสงสัย



“มีอะไรบ้างที่สมุทรคนนี้จะไม่รู้บ้าง”



“จริง ก็มึงแสนซอกซอนอ่ะสัดหมุด อีกนิดกูจะคิดว่ามึงเป็นผีในห้องของพี่พระจันทร์” ไอ้เฮงจีบปากจีบคอว่าผมแบบนั้น จริงๆเป็นเพื่อนกันนะครับ แต่ก็เหมือนมันสามคนจะเกลียดกู



“มึงไม่น่าถามว่ามีอะไรที่มึงไม่รู้ไอ้สมุทร” ไอ้มาร์ชว่าออกมาแบบนั้น ทำเอาผมต้องเลิกคิ้วลุ้นตามเลย ... หน้าหล่อๆของมันมองตรงมาที่ผมแล้วยกยิ้มนิดๆ



“ก็เรื่องที่ไอ้พี่พระจันทร์ไม่ชอบมึงไง...ที่มึงไม่รู้”



จึก



เจ็บกระดองใจ เหมือนใครเอาขี้มาเหยียบหน้า



‘ปึก’



ผมที่ลุกขึ้นยืนพร้อมเอามือตบโต๊ะ จ้องหน้าไอ้มาร์ชเขม็ง บอกให้รู้ตรงนี้เลยว่าน้องสมุทรไม่พอใจเอามากๆแล้วนะ ไอ้มาร์ชที่ละสายตาออกมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มันกำลังเอาลูกชิ้นกุ้งเข้าปาก เงยหน้ามองผมนิดๆ



“มึง...ใจร้ายมาก” บอกมันออกไปแบบนั้น เพื่อนๆอีกสองคนที่เริ่มวางช้อนกินข้าว ไอ้จิมที่ก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ๆผม เพราะมันเป็นคนที่นั่งอยู่ข้างกัน มือหยาบๆของมันที่เอื้อมมาจับข้อศอกของผมเอาไว้แล้วลูบเบาๆ



“มึงอย่าคิดมากน่าสมุทร มึงก็รู้ว่าไอ้มาร์ชมันปากหมานี่” ไอ้เฮงว่าออกมาแบบนั้นแล้วหันไปตบหัวไอ้มาร์ชแรงๆหนึ่งทีแบบไม่ออมแรง ไอ้มาร์ชมองหน้าผมอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมานิดๆแบบเสียไม่ได้ เหอะ



“เออๆ กูขอโทษๆ กูมันปากหมาเอง”



“จริง! กูเสียใจ มึงปากหมามากอ่ะมาร์ช”



“เออๆ ต่อไปกูจะไม่พูดแบบนี้แล้ว” ไอ้มาร์ชว่าออกมาแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงหน่อยๆ ท่าทางของมันที่ทำเหมือนว่ารู้สึกผิดอยู่นิดๆทำผมรู้สึกดีขึ้นจิ๊ดนึง



“ดีมาก! มึงอย่ามาเรียกพี่พระจันทร์ของกูว่าไอ้อีกนะ กูทำใจไม่ได้เลย เสียใจมาก มาขึ้นไอ้ขึ้นอีกับคนสวยขาของกูแบบนี้ได้ไงวะ แม่ง มึงมันคนบาปหนา” บอกมันออกไปแบบนั้นแล้วขมวดคิ้วมองแรงใส่มันอีกดอก หึ อย่ามาอวดดีกับคนรักของน้องสมุทรอีกเชียวนะ



“เดี๋ยวนะ....” 



“นี่มึงโกรธไอ้มาร์ชเพราะ...”



“เพราะมันเรียกพี่พระจันทร์ว่า ‘ไอ้’ หรอ”



ทั้งสามคนมันมองหน้ากันเอง ก่อนจะผลัดกันพูดออกมากันทีละประโยคๆแบบนั้น ผมมองหน้าพวกมันแล้วทำหน้าจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าอีกครั้งเป็นคำตอบว่า ใช่เลย



“สัด!” ไอ้มาร์ชร้องด่าผมออกมาแบบนั้น รุนแรงจนกระทั่งน้ำลายเป็นฝอยของมันกระเด็นเข้าตาผมเลย หึ่ย สกปรก เชื้อโรค โควิด!!



“อะไรของมึงล่ะ ยังจะมาด่ากูอีก”



“มึงนั่งลงเลยไอ้สมุทร”



“จะมาบังคับกูนั่งทำไม กูกำลังมองหาพี่พระจันทร์คนสวยของกูอยู่นะ เนี่ยๆเห็นไหม กูรอเอาอาหารให้พี่พระจันทร์อยู่เนี่ย” บอกออกไปแบบนั้นแล้วปรายตาไปมองถุงที่ผมพูดถึง เตรียมมาพร้อมซ้อมมาเป๊ะ



“อาหาร พูดเหมือนพี่มันเป็นหมา” ไอ้จิมส่ายหน้าแล้วก้มหน้าไปกินก๋วยเตี๋ยวของแม่งต่อ ปากไม่ดี กูอยากตบให้หัวจุ่มก๋วยเตี๋ยวน้ำใสของมัน



“ข้าวเหนียวหมูปิ้งเนี่ยนะ กระจอก พี่พระจันทร์มึงคุณชายขนาดนั้น จะมาแดกอะไรแบบนี้เพื่อ” ไอ้เฮงว่าแบบนั้นแล้วส่ายหน้า มันที่เอื้อมมือมาที่ถุงหมูปิ้งของผม ยังไม่ทันจะได้จับถุง ผมก็ตีมือมันไปแรงๆทีนึงจนอีกฝ่ายต้องชักมือกลับ



“เจ็บนะสัดหมุด”



“แล้วมึงจะมาแตะต้องหมูปิ้งพี่พระจันทร์กูทำไมเล่า”



“ก็ไอ้พี่พระจันทร์มึงยังไม่มา ขอแดกก่อนไม้นึงดิ” ว่าออกมาหน้าตาย แต่สายตายังคงจับจ้องมองกันอยู่ที่หมูปิ้งในอ้อมกอดของผมไม่เลิก



“สารเลว กูไม่ให้หรอกนะ นี่ของพี่พระจันทร์คนสวยขาของกูนะ”



“เค้าจะแดกของมึงไหมดีกว่า ก็แค่หมูปิ้งเนี่ย ในโรงอาหารนี้มีของน่าแดกมากกว่าหมูปิ้งมึงอีกเยอะนะน้องหมุด” ไอ้จิมว่าแล้วส่ายหน้า



“นี่ไม่ใช่หมูปิ้งธรรมดาๆนะเว้ย”



“ทำไม หมูปิ้งมึงแดกแล้วจะเหาะได้เป็นพระสังฆ์ทองตอนถอดรูปหรือไง” ดูแม่งเปรียบเทียบ



“มันเป็นหมูปิ้งนมสดเจ้าดังเลยเหอะ กูน่ะนะมาต่อแถวซื้อตั้งแต่ร้านเค้าพึ่งเปิดเถอะ” บอกแบบนั้นแล้วยักคิ้วใส่ไอ้จิมอีกหนึ่งที แสนเท่ไปเลยว่ะน้องสมุทร กูนี่มันผัวตัวอย่างจริงๆเลย คิดแบบนั้นแล้วก็ยกมือขึ้นดันแว่นตาที่กรอบหน้าขึ้นนิดๆ



“มึงอย่าบอกว่าคือหมูปิ้งหลังมอที่มันเปิดขายตอนหกโมงครึ่ง”



“ใช่จ้า อุ๊ย!” ตอบออกไปอย่างมีความสุข กูยิ้มจนตาปิดเลยก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วต้องเบิกตากว้างๆยกมือขึ้นมาอุดปากตัวเองทันที ค่อยๆเลื่อนสายตาไปมองคนที่ถามกันเมื่อตะกี้ เฮือก



“เอ่อ...เพื่อนมาร์ช กูน่ะนะ ไม่ได้มาตอนร้านเปิดหรอก จริ๊ง” หันไปบอกมันแบบนั้นแล้วยิ้มประจบ แต่ไอ้มาร์ชเหมือนจะไม่เล่นด้วยกับน้องสมุทรเลย



“มันเป็นพ่อมึงหรอ ทำไมมึงต้องถ่อออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้าขนาดนั้นเพื่อมาต่อคิวซื้อไอ้หมูห่านี่ให้มันแดกด้วยวะ”



“เค้าไม่ได้เป็นพ่อกูหรอก” และกูก็ไม่ได้อยากให้เค้าเป็นพ่อนะ ... น้องสมุทรอยากให้เค้าเป็นเมียน้องสมุทรอ่ะ ทำไมมาร์ชไม่เข้าใจวะ



“ก็ใช่ไง แล้วมึงจะทำไปทำไม ซอยบ้านมึงตอนเช้าๆกับตอนดึกน่ากลัวจะตาย ทำไรคิดถึงตัวเองบ้างสิวะสมุทร”



“มึงไม่เข้าใจหรอกมาร์ช” ผมเม้นปากแน่นๆแล้วหันไปจ้องตามัน ... มาร์ชมันไม่เข้าใจน้องสมุทรเลยว่ะ



“เออกูไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจมึงเลยว่ามึงจะทำเพื่อคนๆนึงไปทำไม ทั้งๆที่มันไม่เคยจะรับรู้ความรักของมึงเลยด้วยซ้ำ” มันว่าออกมาอีกอย่างฉุนๆ มันหัวเสียตลอดเวลาที่ต้องพูดถึงเรื่องของพี่พระจันทร์ เป็นมาแบบนี้ตั้งแต่ตอนม.4หลังจากผมตะโกนบอกรักพี่พระจันทร์กลางสนามบอลละ



“ไอ้มาร์ชพอ” เป็นไอ้เฮงที่พูดขัดออกมาแบบนั้น มันที่เอาขาข้างนึงชันขึ้นมาบนเก้าอี้พร้อมๆกับยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าของตัวเองขึ้นเพราะบรรยากาศตอนนี้เริ่มจะร้อน อาจจะร้อนทั้งจากอากาศ และร้อนจากการโต้เถียงกันของผมกับไอ้มาร์ชล่ะมั้ง



“เออ มึงใจเย็นดิวะเพื่อน อย่าทะเลาะกันๆ” ไอ้จิมที่นั่งข้างๆผมว่าแบบนั้นพร้อมโบกไม้โบกมือห้ามไอ้มาร์ชซะยกใหญ่ หน้าตาไอ้จิมเรียกได้ว่าเลิ่กลั่กสุด



“กูไม่ได้ทะเลาะ กูก็แค่เป็นห่วงมัน”



“กูรู้ว่ามึงเป็นห่วงกูเว่ยเพื่อนมาร์ช แต่เรื่องพี่พระจันทร์กูขอล่ะ กูชอบเค้า มากๆ...” บอกมันออกไปแบบนั้น จ้องตามองเข้าไปในตาของไอ้มาร์ชนิ่งๆ



“มึงก็ขอกูแบบนี้ทุกที”



“อื้ม...เพราะงั้นก็ยอมกูเหมือนทุกทีเถอะ” ว่าออกมาแบบนั้นแล้วฉีกยิ้มกว้างๆให้มัน ไม่แค่นั้นยังเผื่อแผ่ไปถึงเพื่อนอีกสองคนด้วย ทั้งไอ้เฮงและไอ้จิม พวกมันที่ทำหน้าชะงักไปนิดหน่อยตอนที่มองหน้าผม ไอ้เฮงสะบัดหน้าหนีไปมองอีกฝั่ง มองเห็นมันที่กำลังเอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มตัวเองอยู่ตอนนี้ ไอ้จิมที่หน้ากับหูแดงขึ้นมาพร้อมยกมือเกาหัวตบหน้าตัวเอง มีแค่ไอ้มาร์ชที่ยังทำหน้าปกติอยู่ได้ มันที่ทำแค่ถอนหายใจหนักๆให้อย่างจำยอม เห็นแบบนั้นยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีก อารมณ์ดีครับ เหมือนเวลาพ่อยอมรับในตัวแฟนเรา



“เลิกยิ้มได้แล้วมึงอ่ะ”



“อ๊ะนะๆ เขินความหล่อของพี่สมุทร พูดมันออกมา พูดคำนั้นออกมาเลยเพื่อนๆ พูดครับ พูดเลยว่า...”



“K!” เสียงประสานทั้งสามกระแทกเข้าหน้าน้องสมุทรเต็มๆ เหมือนจะเป็นKที่ยิ่งใหญ่ แย่ๆ น้องสมุทรไม่ได้อยากได้คำนี้โว้ย!!



“อ๊ะ...” หางตาของผมเหลือบเห็นอะไรแว๊บๆ เหมือนกับจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมกำลังตามหาอยู่ เห็นแบบนั้นเลยร้องออกมาแล้วละสายตาออกจากเพื่อนๆของตัวเองทันที



“พี่พระจันทร์!” ผมยิ้มแล้วตะโกนเรียกคนที่กำลังเดินเข้ามาในโรงอาหาร วันนี้พี่พระจันทร์ก็ยังอยู่ในชุดนักศึกษาที่พับแขนเสื้อร่นขึ้นมาที่ข้อศอก ใส่เข้าคู่มากับกางเกงยีนส์สีดำแบบที่เจ้าตัวชอบใส่ตลอดๆดูดีเหมือนเคย เรียกได้ว่าแกะความเป็นลูกคนรวยออกมาทั้งดุ้น ทั้งเสื้อกางเกงหรือกระเป๋าเป้ที่สะพายมา ... พี่พระจันทร์ชะงักขาแล้วหันมามองตามเสียงเรียก แน่นอนว่าน้องสมุทรก็ลุกขึ้นยืนโชว์ตัวแล้วโบกมือให้ไหวๆ ฉีกยิ้มกว้างๆส่งไปให้เลยหนึ่งที เอามือดันแว่นตาตัวเองด้วยอีกหน่อยนึง



น่ะ มันแสนจะเท่



งี้แหล่ะ ช่วงนี้ผัวฮอตเนิร์ดกำลังมาแรง ... แต่เอาจริงๆกูก็ไม่ได้เนิร์ดเลยครับ กูแค่สายตาสั้นเท่านั้นเอง ...



กลับมาที่พี่พระจันทร์ สายตาคมสวยที่มีขนตางอนยาวของพี่เค้าที่หันมาเห็นกัน ใบหน้าเรียบสนิทนั่นเรียกได้ว่ายิ่งนิ่งสนิทมากขึ้นไปอีก ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับหลังหันแล้วเดินหนีออกจากโรงอาหารไป .. เอ้า!



“งง เพื่อนเรายืนงง”



“ทรงดูจะเป๋ๆ เค้าเห็นแล้วหนีมึงเลยว่ะน้องหมุด” ไอ้เฮงกับไอ้จิมรับส่งกันเป็นลูกคู่ ผมหันไปมองค้อนพวกมันคนละที แต่กลับได้รับเสียงหัวเราะกลับมาเป็นการตอบแทน เพื่อนเหี้ย



“แล้วนั่นมึงจะไปไหน” เสียงเข้มๆของพ่อน้องสมุทรดังขัดขากูขึ้นมาอีกแล้ว หันหน้าไปมองก็เจอพ่อตั้งท่าจะลุกขึ้นยืนตาม เห็นแบบนั้นกูนี่รีบยกมือขึ้นทำปางห้ามมึงตามกูเลย



“มึงไม่ต้องตามมาเลยเพื่อนมาร์ช กูจะไปตามหาหัวใจกูครับ” พูดออกมาเร็วๆ แล้วขยิบตาใส่มันทีหนึ่ง ไอ้มาร์ชที่ชะงักไปกับความเท่ของผม เห็นแบบนั้นก็เข้าทางกูเลย พลิกตัวลุกจากเก้าอี้ม้านั่งตัวยาวแล้ววิ่งจ้ำอ้าวตามพี่พระจันทร์ออกไปแทน ได้ยินเสียงด่าดังไล่หลังของไอ้มาร์ชตามมาเหมือนเดิม เรียกได้ว่าคุ้นชินมากๆ แต่ใครจะสนกันล่ะ หัวใจดวงนี้มีแต่มอบให้พี่พระจันทร์เท่านั้นล่ะ



“พี่พระจันทร์!” ตะโกนเรียกเสียงดังในตอนที่วิ่งตามออกมาแล้วมองเห็นแผ่นหลังกว้างนั่นไวๆ เหมือนจะเดินไปทางสวนหย่อมที่อยู่ด้านข้างของโรงอาหารคณะ ว่าแต่ขายาวอะไรขนาดนั้นเอ่ย น้องสมุทรสับตีนจะแหกแล้วยังแทบตามไม่ทัน ดีนะตอนเด็กวิ่งหนีเพื่อนเก่ง เพราะว่าน้องสมุทรน่ะชอบขโมยยางลบเพื่อน อิจฉาครับ ยางลบมันมีกลิ่นหอมๆ ของน้องสมุทรลบแล้วชอบดำแล้วกระดาษก็ขาดเป็นขุยๆ หึ่ย



‘หมับ’



“พ..พี่พระจันทร์!แฮ่ก....เดี๋ยว เดี๋ยวครับ” เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมก้มตัวลงไปเอามือเท้าไว้กับหัวเข่าตัวเองแล้วหอบหนักๆ สภาพไม่ต่างจากหมาหน้าร้อนที่หอบแดด ... แม่งเอ้ย หมดเลยความเท่น้องสมุทร



“อะไรของมึง”



“ทำไมต้องหนีน้องสมุทรด้วย” พยายามปรับลมหายใจให้กลับมาสม่ำเสมอตามเดิมแล้วเก๊กหน้าให้เท่ที่สุดต่อหน้าพี่พระจันทร์ ผัวยอดตัวอย่าง ผัวยอดพีระมิด เรียกเค้าว่าน้องสมุทร



“กูไม่อยากเจอมึง ... มาทำไม” พูดออกมาเสียงนิ่ง แล้วจ้องตาผมอย่างรำคาญ ... ฮึกเสียใจ แต่ไม่แคร์! น้องสมุทรด้านกว่านั้นกูพูดเลย



“เอาข้าวเหนียวหมูปิ้งมาให้ครับ!” พูดออกไปแบบมุ่งมั่นแล้วยืดตัวขึ้น แอ่นอกแน่นๆเชิดขึ้นพร้อมยื่นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ถือมาด้วยส่งไปให้ พี่พระจันทร์ปรายสายตามองลงมาที่ถุงข้าวเหนียวในมือผมแว๊บเดียวแล้วตะหวัดสายตาไปทางอื่นทันที



“ไม่กิน”



“เอ้า ทำไม!”



“กูไม่ชอบ มึงเอาไปให้หมาข้างตึกกินเถอะ”



“เห้ย นี่มันเป็นข้าวเหนียวหมูปิ้งยี่ห้อดังจากหลังมอเลยนา พี่พระจันทร์ลองกินนิดนึงสิ” บอกออกไปพร้อมดันข้าวเหนียวหมูปิ้งนั่นไปทางอีกฝ่ายอย่างเชิญชวน โยกถุงไปมาแถวๆหน้าแถวๆจมูกของอีกฝ่าย หอมมาก อยากให้ลอง



“กูไม่ชอบ มึงอย่ามาเซ้าซี้” อีกฝ่ายที่โยกหน้าหลบซ้ายหลบขวาจากถุงข้าวเหนียวหมูนั่นก่อนจะตวัดสายตาสวยๆคู่นั้นมามองทางผมอย่างไม่ชอบใจ ดวงตาคู่นั้นที่มองมาอย่างรำคาญทำเอาผมชะงักมือที่พยายามจะเอื้อมถุงข้าวเหนียวหมูส่งไปให้อีกครั้งต้องหยุดลง สายตาที่มันกำลังบอกว่าไม่ชอบเอามากๆเริ่มทำให้น้องสมุทรรู้สึกใจเสีย



“น้องสมุทรแค่อยากทำหน้าที่...” บอกออกมาเสียงอ่อยๆตอนที่ช้อนสายตาหลังแว่นตาอันใหญ่นี้มองตอบอีกคน พี่พระจันทร์ที่ถอนหายใจออกมาหนักๆเหมือนกำลังข่มอารมณ์ไม่ให้เตะผมให้ออกห่างจากตัวอย่างเต็มกำลัง



“หน้าที่อะไรของมึง กูเคยร้องขอมึงหรอ เคยบอกให้มึงมาทำอะไรให้กูแบบนี้หรอวะ”



“ก็น้องสมุทรจีบพี่พระจันทร์นี่...น้องสมุทรรักพี่พระจันทร์ อยากได้พี่พระจันทร์เป็นเมียจริงๆนะ!”



“ตัวโตเท่าพุ่มต้นเข็ม โตให้ได้มากกว่านี้ค่อยไถหน้ามาบอกรักกู” พูดออกมาพร้อมๆกับสายตาคมที่มีแพรขนตางอนยาวนั้นจับจ้องมาที่ใบหน้าของผม ดวงตาคู่คมที่ค่อยๆเลื่อนสายตามองหน้าของผมช้าๆไปทีละส่วน ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว ดวงตา เลื่อนลงมาที่ปลายจมูก และสุดท้ายก็หยุดอ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปาก สายตาของพี่พระจันทร์ที่ทำเอาผมต้องเผลอกลืนน้ำลาย และเม้มริมฝีปากของตัวเองซะแบบนั้น ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สายตาคู่สวยนี้ก็ยังทำหน้าที่ให้น้องสมุทรได้อายอยู่เสมอ .... ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรตอบกลับไป คนตรงหน้าก็ก้าวขาเข้ามาประชิดตัว น้องสมุทรที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเผลอถอยขาหนีได้แค่ก้าวเดียวเท่านั้น พี่พระจันทร์ก็เลื่อนวงแขนแกร่งล็อคเอวกันไว้ซะแล้ว



“พ...พี่พระจันทร์เข้ามาใกล้ขนาดนี้มาเอาอะไร มาเอาหัวใจน้องสมุทรรึเปล่า ถ้าใช่ก็ได้ไปแล้วไม่ต้องใกล้ขนาดนี้ก็ได้ หรือว่าอยากแดกหมูปิ้งแล้วหรอ” 



“กูไม่ชอบแดกหมูปิ้ง” เอียงหน้าก้มลงมากระซิบเบาๆทำเอาขนลุกซู่ซ่าไปทั้งตัว ทำไมนะมันทำไม หรือจะเป็นเพราะว่าสายตาสวยๆนั่นที่เอาแต่มองไปทั่วหน้าของน้องสมุทรกันนะ



“ต...แต่...แต่เมื่อก่อนบางครั้งพี่พระจันทร์ก็รับหมูปิ้งน้องสมุทรไปกินนะ น้องสมุทรจำได้อ่ะ”  เถียงออกไปแบบนั้น พี่พระจันทร์ชะงักไปนิดหน่อยแล้วขมวดคิ้วตอบกลับมา ดูท่าเหมือนจะโมโหกันอีกแล้ว มันทำไมนักนะ ก็จำได้จริงๆว่าช่วงตอนมัธยม บางครั้งพี่พระจันทร์ก็รับไปกินอยู่หน้าตาเฉย ทำไมต้องมาตั้งแง่ผลักไสกันตอนนี้ด้วยเล่า ใจร้าย...แต่ไม่แคร์อีกอยู่ดี



“นั่นมันเมื่อก่อน นี่มันกูตอนนี้”



“โว๊ะ ทำไมเอาใจยากจัง แต่ไม่เป็นไร งั้นพรุ่งนี้น้องสมุทรจะเปลี่ยนเมนูใหม่มาให้นะ” ว่าออกไปแบบนั้นแล้วฉีกยิ้มกว้างๆให้พี่พระจันทร์อีกที เป็นไงล่ะครับ ผัวเอาใจ ผัวใส่ใจ เนี่ย น้องสมุทรมันแสนเท่ว่ะ หลงรักเลยดิ หลงรักน้องสมุทรเลยดิพี่พระจันทร์น่ะ อิ๊



“เมื่อไหร่มึงจะเลิกพยายามเรื่องกูสักที” อีกคนไม่ได้ยิ้มตอบแต่ถามออกมาแบบนั้นแทน วงแขนหนาที่ยิ่งดึงตัวผมให้ขยับเข้าไปใกล้ตัวของอีกฝ่ายมากขึ้นไปกว่าเดิม ใกล้กันมากจนใจของน้องสมุทรเต้นตึกตักๆจนกลัวว่าพี่พระจันทร์จะได้ยินเลยด้วยซ้ำ



“พ..พี่พระจันทร์”



“กูบอกไปแล้ว มีแต่มึงถ้าอยากลองก็ต้องให้กู”



“น...น้องสมุทร” อึกอักๆ น้องสมุทรรู้สึกเป็นเลิ่กเป็นลั่กมากขึ้นตอนที่ถูกดึงตัวเข้าไปชิดตัวของคนตรงหน้า ใกล้ขนาดที่รับรู้ได้ถึงอกแกร่ง แผ่นท้องแข็งๆ ที่เหมือนจะนับลอนที่หน้าท้องได้เลยนั่นล่ะ...



“ว่าไง พร้อมจะแลกไหมล่ะ” พูดพร้อมเชยคางผมขึ้นมาให้สบตาตรงๆกับอีกฝ่าย



“น้องสมุทรน่ะ...”



“กูฟังอยู่”



“น้องสมุทรยังไม่ยอมแลก แต่! แต่ๆ...อยากจะบอกให้พี่พระจันทร์รู้ไว้นะ น้องสมุทรน่ะนะเป็นคนรักแบบมีสเต็ป ถ้าจะเจ็บก็ขอเจ็บแบบมีสไตล์ เอิ๊วกรู๊ว คำพูดเรานี่มันเท่สุดๆไปเลยว่ะ” พูดออกไปแบบนั้นแล้วเต๊ะท่ายกมือขึ้นสะบัดปรอยผมของตัวเอง พี่พระจันทร์ที่ผละวงแขนออกจากเอวของผมแล้วกลับมาทำหน้าเอือม



“สัด น่ารำคาญ”



“เอ้า! ว่าน้องสมุทรทำไม”



“กลับคณะมึงไปได้แล้ว” ทำหน้าเบื่อใส่ผมแล้วโบกมือไล่ เห็นแล้วขัดใจหน่อยๆจนอดไม่ได้ที่จะทำหน้างอลง แต่พอก้มหน้าลงมองนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาเก้าโมงสิบห้า กูก็ตาโตขึ้นมาเลย เหยดแหม่ อีกสิบหน้านาทีจะสับตีนไปถึงคณะทันไหม ไม่ทันโดนล็อกประตูห้องแน่ๆ



“งั้น...งั้นน้องสมุทรไปก่อนนะ รักนะจ๊ะจุ๊บๆ เอิ๊ว กรู๊ว” โบกมือบ๊ายบายแล้ววิ่งจากมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรอีกอย่างเลยวิ่งกลับไปหาใหม่



“พี่พระจันทร์!”



“เชี่ย! มึงกลับมาอีกทำไมอีก” คนตรงหน้าที่สะดุ้งตกใจจนทำบุหรี่มวนนึงหลุดมือหันมามองหน้าผมแบบหงุดหงิด



“นี่น่ะ ถึงไม่ชอบแต่มันก็ลองท้องได้นะ พี่พระจันทร์ก็จะขึ้นเรียนแล้วนี่นา น้องสมุทรรู้ว่าพี่พระจันทร์ยังไม่ได้กินไรหรอก เอาไปเถอะครับ” ยัดถุงหมูปิ้งเจ้าดังหลังมอใส่มืออีกคนแล้วฉีกยิ้มกว้างๆ มองเห็นปากหยักที่กำลังจะอ้าขึ้นมาด่ากันแน่ๆ แบบนั้นเลยรีบขยับตัวเข้าไปใกล้ แล้วยืดตัวขึ้นไปจุ๊บเบาๆลงที่ริมฝีปากหยัก คนร่างสูงตรงหน้าดวงตาคมวาวขึ้นนิดๆ ฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาจะจับเข้าที่แขนกันแต่เป็นผมที่ดันตัวออกมาก่อน รู้สึกร้อนหน้าไปหมด



“อ๊ากกกก ขอโทษที่น้องสมุทรลวนลามพี่พระจันทร์ แต่ต่อจากนี้จะเป็นผัวที่ดีให้ได้เลย!!” ตะโกนบอกออกมาแบบนั้นแล้วกลับหลังหันวิ่งออกมาแบบไม่ยอมหันกลับไปมองหน้าคนที่ตอนนี้ยืนนิ่งเอาหลังพิงกำแพงอยู่ว่าทำหน้ายังไง ... เขินมากๆ น้องสมุทรหน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูร้อนไปหมดแล้ว

น้องสมุทรสมควรตาย น้องสมุทรเผลอลวนลามพี่พระจันทร์ไปแล้วอ่ะ!! ผิดผีๆ

เอาแม่มาขอพี่พระจันทร์เลยได้ไหม ยังไงดีนะ!!


.

.

.



              ริมฝีปากอิ่มที่ผละออกจากริมฝีปากของกัน ในตอนที่ตั้งใจจะเอื้อมมือไปรั้งแขนเล็กนั่นไว้ก็ไม่ทันซะแล้ว ในเมื่อเจ้าตัวเด้งตัวหนีออกไปไกลขนาดนั้น แถมยังกลับหลังหันแล้วออกวิ่งอย่างตั้งหน้าตั้งตาเหมือนกับว่ามันจะไปลงวิ่งแข่งกับใครเพื่อเอาเหรียญทอง ได้แต่มองตามแผ่นหลังเล็กๆนั่นจากไปด้วยสายตานิ่งๆ



สมุทร ในความทรงจำของผม มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากสามปีก่อนเท่าไหร่ในด้านนิสัย แต่ด้านรูปร่างก็ถือว่ามันแตกต่างไปจากเดิมมากอยู่ มันสูงขึ้น มีกล้ามเนื้อมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากไปกว่าเดิมจนตัวหนาอะไร กลับกันมันกลับโปร่งบางเพราะสูงกว่าเมื่อก่อน หน้าของมันที่เคยมีสิวเยอะแยะตอนนี้ก็ขาวเนียนอมชมพูจนอดแปลกใจไม่ได้ และไอ้แว่นตาโตๆนั่นก็ยังอยู่เหมือนเดิมแต่แตกต่างตรงกรอบแว่นทรงโบราณถูกเปลี่ยนมาเป็นแว่นกรอบบางๆเหมือนพวกไอดอลเกาหลีชอบใส่ เลยขับให้ใบหน้าของมันดูหน้าเอ็นดูขึ้นมาล่ะมั้ง



 ...จะว่าเหมือนเดิมก็เหมือน จะว่าต่างก็ต่างไปเยอะ โดยเฉพาะเอวบางๆนั่น ที่เหมือนจะต่างจากที่เคยจับเมื่อตอนนั้นไปเยอะอยู่ ... เหมือนจะจับถนัดมือมากกว่าเดิม



 สุดท้ายก็ละสายตากลับมาก้มหน้าลงมองข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือแทนคนที่หายไปจากสายตาแทน



“หึ”



“ยิ้มเหี้ยอะไรอ่ะหรอครับเพื่อน หลอนสัดๆ นี่มึงพี้ยามาหรืออะไร” เสียงของคนมาใหม่ที่ดังขึ้นมาพร้อมกับขายาวๆและหน้างงๆของมันในตอนที่มองมาอย่างสงสัย พอเห็นหน้าก็ทำเอาเสียอารมณ์ แล้วพูดเหี้ยอะไร ใครมันยิ้ม



“เสือก”



“แหม่ ไม่อ่อนโยนกับกูเหมือนเวลาอ่อนโยนกับจุดซ่อนเร้นเลยนะครับพี่พระจันทร์”



“ไปไกลๆตีนไอ้ปุ่น”



“เอ้อ กับกูน่ะมันหยาบนัก ว่าแต่ทำไมในโรงอาหารกูไม่เจอมึง แดกมาแล้วหรอวะ” ไอ้ปุ่นที่เดินเข้ามาใกล้ มันที่ทรุดตัวลงนั่งยองๆแล้วหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วจุดสูบ



“เปล่า”



“แล้วทำไมไม่ไปแดก เดี๋ยวต้องขึ้นเรียน”



“มีของแดกแล้ว”



“หื้ม” ไอ้ปุ่นที่คาบบุหรี่อยู่ในปากเงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ก่อนสายตาของมันจะเลื่อนไปมองมืออีกข้างของผมที่ไม่ได้ถือบุหรี่เอาไว้ แต่กลับมีถุงบางอย่างที่ก่อนหน้านี้โดนบังคับให้รับเอามา



“ข้าวเหนียวหมูปิ้ง” เลิกคิ้วพร้อมเบิกตากว้าง ลงเสียงสูงในตอนท้ายแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อ



“มึงเห็นเป็นก้ามปูอลาสก้าหรือไง”



“สัด ไม่ใช่แบบนั้น แต่มึงเนี่ยนะแดกข้าวเหนียวหมูปิ้ง กูเคยซื้อมาให้แทบปาใส่หน้ากู บอกว่ามันเยอะคาร์ปก็มากแดกแล้วอ้วนเดี๋ยวกล้ามหด ...แล้วคิดไงวันนี้ถึงซื้อมา”



“ไม่ได้คิด”



“พูดเหี้ยอะไรเข้าใจยากจังวะ แต่ถ้าไม่แดกก็เอามาได้นะ” มันที่พูดพร้อมกับเอื้อมมือมาตั้งท่าจะแยกไป ติดตรงตีนที่ยื่นไปเกือบฟาดหน้ามันซะก่อน ไอ้ปุ่นเลยมาไม่ถึง



“หวงเหี้ยอะไรขนาดนั้น กับเพื่อนมึงก็จะกระทืบเพราะหมูปิ้งหรอ! กูฟ้องแน่!”



“ปัญญาอ่อน” ปรายตามองมันที่ทำหน้างอไม่เหมาะกับหนังหน้าส่งมาให้กัน ไอ้ปุ่นมันหล่อในสายตาสาวๆ แต่ในสายตาของเพื่อนกันมันเป็นคนกวนตีน



“มึงจะกินจริงอ่ะ”



“อืม ... วันนี้จะกิน” บอกออกไปแบบนั้นแล้วก้มหน้าลงมองข้าวเหนียวหมูปิ้งในมืออีกครั้ง ก็แค่อยากจะกิน



“เออ จะกินก็กิน เจ้าดังหลังมอเลยนี่หว่า” มันว่าออกมาอีก ได้ยินแบบนั้นเลยต้องหันหน้าไปมองมันอีกที หมูปิ้งเจ้าดัง รู้ได้ไง เจ้าไหนๆก็เหมือนกัน



“มึงมองโลโก้ที่ถุงหน่อยครับเพื่อน นั่นเจ้าดังหลังมอ ถ้าไม่มาต่อแถวตั้งแต่เช้าๆมึงฝันว่าจะได้แดก ปกติไม่เกินแปดโมงก็หมดแล้วครับ เออ ว่าแต่มึงมาต่อซื้อเองหรอวะ ไม่จริงอ่ะ”



“เสือกไม่มีที่สิ้นสุด” ด่ามันจบแล้วเดินหนี



“เอ้า จะทิ้งกูไปไหน รอกูดูดมวนนี้หมดก่อนสิวะ”



“จะไปแดกหมูปิ้ง”



“หมูปิ้งเหี้ยนั่นสำคัญกว่ากูหรอสัดจันทร์!”



“เออ” ... วันนี้มันเกิดสำคัญขึ้นมา



...



ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ


‘ซ่า’



ฝนหลงฤดู



ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในเวลาสี่โมงครึ่ง ท้องฟ้าที่ควรจะสว่างสดใสให้เหมาะกับความหล่อเหลาของน้องสมุทร แต่ตอนนี้มันกลับมืดครึ้มเหมือนสีเสื้อผ้าสกปรกของไอ้เฮงที่มันไม่ค่อยจะซัก ปัดโถ่เว้ย! ตกมาทำไมใครบอกให้ตกมา



“เอาไงดีวะตัวกู” บ่นออกมาแบบนั้นแล้วหันซ้ายหันขวา เรียกได้ว่าหว่าเว้แบบสุดๆ เพราะว่ารอบตัวแทบจะไม่เหลือคนแล้ว หน้าหอสมุดกลางตอนนี้เลยมีแค่น้องสมุทรและหมาตัวใหญ่หนึ่งตัวที่วิ่งมาหลบฝน ขอบคุณมากที่ยังมีพี่หมามาอยู่เป็นเพื่อนกัน ส่วนเพื่อนๆของผมนั้นกลับไปหมดแล้ว ไอ้มาร์ชต้องรีบกลับไปรับน้องสาวแทนแม่ที่โรงเรียนครับ ไอ้มาร์ชมันมีน้องสาวที่อายุห่างกันมากอยู่คนนึง เป็นลูกหลงที่แม่มันดันท้องตอนที่ไอ้มาร์ชมันโตแล้ว ตอนนี้น้องมันพึ่งจะอยู่ป.1เอง ส่วนไอ้เฮงไอ้จิมก็กลับตั้งแต่เลิกแล้วครับ รีบกลับไปตีป้อมกูรู้เลย มันเลยเหลือแต่ผมที่วันนี้ตั้งใจมาหาข้อมูลทำรายงานเพิ่ม เพลินไปหน่อยจนติดฝนอยู่ตอนนี้



‘ครืดๆ’



โทรศัพท์สั่นๆขึ้นมาเลยได้ละสายตาออกมาจากท้องฟ้า มองเห็นปลายสายที่โทรเข้ามาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพ่อน้องสมุทรเอง คนดีคนเดิมนามว่าเพื่อนมาร์ช



“ฮัลโหลพ่ออออ”



((มึงกลับจากหอสมุดหรือยังวะ))



“ทำไมหรอ มึงลืมอะไรหรือเปล่า”



((เปล่า แต่กูเห็นว่าฝนตก มึงออกมาหรือยัง กูไปรับไหม))



“มึงอยู่ไหนเนี่ยตอนนี้”



((กูมารับน้องมิลินแล้วพึ่งถึงบ้าน แต่ห่วงมึงขึ้นมา กลัวว่ามึงจะไปลื่นตายอยู่แถวไหน สรุปว่าไงให้กูไปรับไหม)) เป็นคนปากหมา บางครั้งน้องสมุทรก็รู้สึกเหมือนว่าเพื่อนแช่งกัน แต่จริงๆคงไม่ใช่หรอก



“ไม่ต้องหรอกๆ กูออกมาแล้ว อยู่บีทีเอสหนูด่วนแล้วมึง” เลือกที่จะโกหกมันออกไปแบบนั้น เพราะถ้าบอกว่ายังติดแหง็กอยู่ตรงนี้ ผมรู้ดีว่าไอ้มาร์ชมันก็คงบึ่งมอไซค์ของมันออกมารับผมแน่ๆ แล้วแบบนั้นจะทำให้คนต้องเปียกถึงสองคนเพื่ออะไรวะ มันเองก็ถึงบ้านแล้ว น้องสมุทรเปียกคนเดียวยังดีกว่า



((จริงใช่ไหม))



“หลอกมึงแล้วกูได้พี่พระจันทร์มาเป็นเมียไหมเอ่ย ยังไง”



((สัด เมียทิพน่ะสิ))



“อิทิพนี่มันคือใคร! มันแย่งพี่สมุทรกูเรอะ!”



((ขอร้องอย่าปัญญาอ่อน ถ้ามึงถึงรถไฟฟ้าแล้วงั้นก็กลับบ้านดีๆ))



“จ้าพ่อ ปลายปีนี้มึงต้องได้รางวัลพ่อดีเด่นจากกูแล้วล่ะเพื่อนมาร์ช เดี๋ยวน้องสมุทรทำสายสะ....ตู๊ดดด ตู๊ด ตู๊ด”



“ยังพูดไม่จบเลยนะโว้ย”



ตะโกนใส่มือถือไปแบบนั้นทั้งที่รู้ว่าป่านนี้ไอ้มาร์ชมันก็คงไม่ได้ยินแล้ว เพราะชิงวางสายไปตั้งแต่น้องสมุทรยังพูดไม่จบ ไร้มารยาทจริงๆเลย หึ่ย ... น้องสมุทรที่เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกงให้เรียบร้อยแล้วกระชับกระเป๋าเป้บนไหล่ให้เข้าที่เข้าทาง ขืนยืนอยู่แบบนี้ทั้งคืนก็คงจะไม่ได้กลับอยู่ดี เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ฝนมันจะหยุดตก และตอนไหนที่จะมีรถเวียนมารับ เพราะงั้นเลยเลือกที่จะวิ่งตากฝนฝ่าไปเลยจะดีกว่า คิดแบบนั้นแล้วก็ออกวิ่งไปตามฟุตบาททั้งๆที่ฝนก็เริ่มตกหนัก รู้สึกหนาวจนตัวเริ่มสั่น แต่ถึงแบบนั้นก็ยังวิ่งตรงไปเรื่อยๆตามทาง บางช่วงของถนนก็มีอุโมงกันแดดพอให้ได้หลบฝนได้บ้าง



“เกลียดฝนจริงๆเลยโว้ย!” ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่แว่นเริ่มขึ้นฝ้าแล้วเริ่มจะมองไม่เห็นทาง ความลำบากของคนใส่แว่น ความลำบากของแว่นที่มีฝ้าขึ้นมาเป็นไอน้ำ สัดเอ้ย รำคาญ ... และเพราะว่ามองอะไรข้างหน้าได้ไม่ชัดเท่าไหร่เลยไม่ได้รู้เลยว่ามีรถคันนึงที่ขับมาตามทางแบบไม่เบานัก



‘ซ่า!!’



เปียกไปทั้งตัวตั้งแต่หัวยันไข่ไหลลงไปถึงถุงเท้า ชุ่มไปหมดทุกสัดส่วน



“สัด เหยดแม่! พ่องตาย!! ขับรถไวขนาดนี้มึงไม่รีบไปตายก่อนใครเลยล่ะ กูจะโทรบอกยมบาลให้!!” โกรธจัดจนต้องแหกปากด่าไล่หลังออกไปแบบนั้น มองก็มองไม่เห็นแถมยังเปียกไปทั้งตัว น้องสมุทรที่ดึงแว่นออกมาจากหน้าแล้วพยายามเอาเสื้อนักศึกษาเปียกๆนั่นเช็ดแว่นที่ขึ้นฝ้า



‘ตึก ตึก ตึก’



ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ มองเห็นเป็นภาพเบลอลางๆในตอนที่ยังไม่ใส่แว่นเหมือนว่าจะมาหยุดอยู่ตรงหน้า รู้สึกแบบนั้นเลยเบี่ยงตัวหลบ แต่อีกคนก็ไม่ยอมเดินผ่านไป ขมวดคิ้วขึ้นพร้อมเงยหน้ามอง แต่มองไม่เห็นอะไรนอกจากภาพเบลอๆ สุดท้ายเลยเอาแว่นยกขึ้นมาใส่ ก่อนภาพของคนตรงหน้าจะทำให้ต้องเบิกตาค้าง



“พ...”



“ขอโทษที กูมองไม่เห็นคนเลยขับแรงไปหน่อย”



“ม..ไม่! ไม่ พี่พระจันทร์ไม่ผิดเลย จิ๊บๆเบาๆ” งื้ออ เมื่อกี้กูบอกจะโทรเรียกยมบาล ไอ้สัดน้องสมุทร มึงแช่งว่าที่เมียในอนาคตตัวเองอยู่นะ กูล่ะอยากจะตบตีตัวเองแรงๆจริงๆ ฮื่ออ



“ทำไมมึงมาอยู่ตรงนี้” ถามผมออกมาแบบนั้นแล้วมองไล่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าช้าๆ รู้สึกร้อนไปทั้งหน้าทั้งตัวตอนที่พี่พระจันทร์เอาแต่มองกันไม่หยุดแบบนี้ ... คนเป็นผัวไม่ควรจะเขินง่ายๆ แต่ถึงแบบนั้นก็เสหน้าไปมองถนนแทนดีกว่า บางทีพื้นถนนมหาลัยกูมันก็สวยดีเหมือนกันนะ



“น้องสมุทรจะกลับบ้าน”



“แล้วเพื่อนมึงไปไหนกันหมด ทำไมปล่อยมึงมาอยู่คนเดียว”



“เพื่อนกลับหมดแล้วน่ะสิ พอดีน้องสมุทรอยู่หอสมุดเพลินน่ะ” พี่พระจันทร์พยักหน้านิดๆแบบเข้าใจและไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมาอีก บรรยากาศระหว่างเราเหมือนกับช่วงเวลาของฝ้าที่ขึ้นแว่น เบลอๆและอึดอัดแปลกๆ อาจเป็นเพราะไม่มีเสียงพูดคุยระหว่างกันและกัน และเพราะแบบนั้นเลยเป็นผมเองที่เลือกทำลายความเงียบนี้แทน



“พี่พระจันทร์กลับเถอะครับ เดี๋ยวน้องสมุทรก็จะกลับแล้วล่ะ” บอกออกไปแบบนั้นแต่อีกคนก็ยังไม่ได้ขยับตัวไป ผมเอียงคอมองหน่อยๆ

 

“ฮัลโหลพี่พระจันทร์ยังอยู่ไหม ใครโทรมาแล้วใครโทรไป” โบกมือไปมาใส่คนตรงหน้าที่เอาแต่จ้องมองกันแต่ไม่ยอมพูดอะไร พี่พระจันทร์กรอกตาใส่เล็กๆแล้วเอื้อมมือจับแขนของผมที่โบกไปมาอยู่ตรงหน้าของอีกคนเอาไว้



“มึงกลับกับกู เดี๋ยวกูไปส่ง”



“ห๊ะ!!” ฝัน...ฝันหรือเปล่า ฝันที่ไม่กล้าฝัน



“ไป” พูดออกมาสั้นๆแค่นั้นแล้วดึงมือผมให้เดินตามกันไป



“เห้ยๆ พี่พระจันทร์ ไม่เป็นไรครับ” ถึงจะอยากเอาตูดไปแนบกับเบาะรถพอร์ชสปอร์ตสองที่นั่งสีเทาคันที่จอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ข้างถนนตอนนี้ก็ตามเถอะ แต่จะให้พี่พระจันทร์ไปส่งก็เกรงใจ



“ทำไม” หันกลับมามองหน้ากันนิ่งๆ แต่ปลายเสียงที่พูดออกมาติดจะไม่พอใจเล็กๆ



“ก็...ก็น้องสมุทรเกรงใจ” ช้อนตามองบอกออกไปแบบนั้น พี่พระจันทร์ก็ถอนหายใจออกมานิดหน่อย มือหนาที่เสยผมที่เปียกน้ำของตัวเองขึ้นไปด้านบน ... กรี๊ดดด ว่าที่เมียน้องสมุทรแสนจะโซฮอตจัดๆ



“ถือเป็นค่าตอบแทนข้าวเหนียวหมูปิ้ง” บอกแค่นั้นแล้วไม่ยอมให้ผมได้พูดปฏิเสธอะไรออกมาอีก รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่พระจันทร์ยัดตัวผมเข้าไปนั่งในรถของเจ้าตัวเรียบร้อยแล้ว หันซ้ายหันขวามาอีกที พี่พระจันทร์ก็ออกตัวรถเรียบร้อย



“บอกทางไปบ้านมึงมา”


ผมพยักหน้ารับแล้วบอกออกไป เห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับนิดหน่อย แล้วบรรยากาศโดยรอบของเราก็เงียบลงมาอีกครั้ง พี่พระจันทร์ที่ทำแค่เอามือนึงเท้าแขนกับกรอบหน้าต่างรถ และอีกมือก็จับพวงมาลัยนิดๆ ขับไปด้วยท่วงท่าที่เรียกได้ว่าจะสบาย ... แต่น้องสมุทรไม่สบาย หันไปมองทีไรก็อยากจะหน้าแดงทุกทีเลยว่ะแม่ง ก็ไอ้เสื้อนักศึกษาบางๆที่เปียกน้ำของพี่พระจันทร์มันแนบไปกับหน้าท้องแกร่งจนเห็นซิกแพ็คเป็นลอนๆอย่างชัดเจนเลยอ่ะดิ หืดหาด เป็นคนสวยขารักสุขภาพแหล่ะ!



“ถ้าอยากมองมึงก็มองเถอะ หันไปหันมาแบบนั้นคิดว่ากูไม่รู้หรือไง”



“เอ่อ...” อึกอักเลย น้องสมุทรโดนจับได้หรือนี่ น้องสมุทรก็ว่าเนียนในระดับนึงอยู่นา



“พี่ดูออกด้วยหรอจ๊ะ”



“หึ ไม่ออกเลยมั้ง จ้องกล้ามท้องกูขนาดนั้นน่ะ”



“อุ้ย” สะดุ้งเลยกู แต่ให้ทำไงได้อ่ะ ก็กล้ามมันเตะตาโดนใจผมมากๆ น้องสมุทรน่ะไม่มีกล้ามอะไรเลยสักนิด ทั้งๆที่พยายามออกกำลังกาย เคยโดฟเวย์โปรตีนแล้วด้วย แต่สุดท้ายก็เลิกไปเพราะรถชาติมันเหี้ยเกินไปไม่อร่อยเหมือนขนม และสุดท้ายแผนการสร้างกล้ามเนื้อก็ถูกพับไปในที่สุด



“ชอบกล้ามกูหรือไง”



“อื้มม น้องสมุทรอยากมีบ้าง แต่มันไม่มาเลยสักนิด” บ่นออกไปแบบนั้นแล้วก้มลงมองพุงตัวเอง อย่าว่าแต่ซิกแพ็คที่จะโผล่ขึ้นมาเลย ทุกวันนี้ก้มลงไปก็เจอแต่วันแพ็คล้วนๆ กูนึกว่าพุงเด็กอิ่มนม ปัดโถะ!



“เอ๊ะ พี่พระจันทร์เลี้ยวเข้ามาที่สวนนี่ทำไมอ่ะ” ร้องบอกออกมาแบบนั้นตอนที่รู้ว่ารถคันแพงนี่เลี้ยวเข้ามาจอดที่สวนสาธารณะใจกลางกรุงเทพนี่แทนที่จะขับต่อไป



“ฝนตกหนักมาก กูไม่อยากเสี่ยง มันมองไม่เห็น มึงรีบหรือเปล่า”



“ไม่ครับ”



“ก็ดี...เพราะถ้ามึงรีบมาก ก็วิ่งไปละกัน” เอ้า สัดนี่! เอ้ย...หยอกจ้า ใครจะกล้าพูดหยาบๆใส่พี่พระจันทร์คนสวยขาของน้องสมุทรได้กันล่ะ ผมที่หันหน้าออกไปจากรถ มองกระจกทางฝั่งซ้าย บรรยากาศเงียบๆในรถเกิดขึ้นอีกครั้ง ได้ยินแต่เสียงแอร์ที่ดังอยู่ในรถเพียงอย่างเดียว



‘ฟึบ’



“อ๊ะ”



“เช็ดหัวซะ เดี๋ยวเป็นหวัด” เสียงเข้มที่มาพร้อมๆกับผ้าขนหนูที่โยนลงมาใส่หัวของผม



“ข...ขอบคุณครับ” ผมยิ้มออกมาน้อยๆตอนที่เริ่มเอาผ้าผืนนั้นมาเช็ดผมเช็ดตัวตามที่อีกคนว่า เหมือนว่าก่อนหน้านี้พี่พระจันทร์จะเอี้ยวตัวไปหยิบของจากหลังรถมา เห็นเป็นกระเป๋ากีฬาอยู่ตรงนั้น



“แล้วพี่พระจันทร์ล่ะครับ”



“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูเปลี่ยนเสื้อเอา”



“ห๊ะ” ผมร้องออกมาอย่างไม่เข้าใจ แต่กลับต้องเบิกตากว้างขึ้นไปอีกในตอนที่เจ้าตัวเริ่มแกะกระดุมเสื้อนักศึกษาออกจากตัวในตอนนี้



“มองอะไร มองหัวนมกูหรือไง”



“เห้ย...ปล๊าว” สัด ทำไมต้องเสียงสูง!



“หึ”  พี่พระจันทร์ที่ขำในลำคอแบบนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัวแล้วเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น เห็นแบบนั้นก็เผลอช้อนตามองอีกฝ่าย แล้วแนบแผ่นหลังไปกับเบาะรถให้มากที่สุดอย่างตกใจและทำอะไรไม่ถูก



‘ครืด’



“พี่...พระ...จันทร์” เรียกชื่ออีกคนอย่างกระท่อนกระแท่นในตอนที่เบาะที่นั่งของผมถูกปรับเอนให้นอนลงแบบไม่รู้ตัว และต้องกลืนน้ำลายเหนวๆลงไปในลำคอตอนที่อีกคนจ้องมาที่ร่างกายของผมที่พึ่งรู้ว่าเสื้อนักศึกษาของตัวเองก็เปียกจนแนบและเห็นไปถึงไหนต่อไหนไม่ต่างไปจากใครอีกคนที่ตอนนี้กำลังเอนตัวมาคล่อมทับกันไว้ ดวงตาสวยคมที่สบกับสายตาของผมในตอนนี้วาววับแบบที่ผมเคยเห็น .... เคยเห็นแบบนี้ในครั้งสุดท้ายที่ผมได้เจอพี่พระจันทร์...



“รื้อฟื้นกันหน่อยดีไหมวะ เรื่องของมึงกับกูน่ะ”



#รักอยู่รู้ยัง

---------------------------------------

กรี๊ดดด รื้อฟื้นอะไรกันคะ มันยังไง มันทำไม...เคยมีอะไรเกิดขึ้นงั้นหรอ

แต่พี่พระจันทร์ช่วยใจเย็นกับน้องหน่อยค่ะ คิดอะไรอยู่กันคะเนี่ยผู้ชายคนนี้

งึ่ยย ... แคทฝากพี่พระจันทร์กับน้องสมุทรไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

ฝากคนอ่านคอมเม้นท์เป็นกำลังให้กันด้วยน้า แคทตามอ่านทุกคอมเม้นท์เลยค่ะ

และสามารถมาหวีดร้องกันได้ทางทวิตเตอร์ได้ที่แฮชแทค #รักอยู่รู้ยัง ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

 

ออฟไลน์ u_cosmos

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
ขอเสนอชื่อตอนว่าหมูปิ้งสื่อรักค่ะ ><
แต่.....เดี๋ยวก๊อน เดี๋ยวก่อน ทำไมตัดจบแบบนี้!!!! เค้าจะมารื้อฟื้นความหลังอะไรกันอ่ะแม๊!!!
รีบโทรไปฟ้องพ่อมาร์ชด่วนๆ ว่าลูกสาวคนดีจะถูกทำมิดีมิร้ายจากเมีย(ทิพย์)แล้ว

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2034
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
 

บทที่3

 

แผ่นหลังของผมที่ค่อยๆ แนบสนิทลงไปกับเบาะรถราคาแพง ที่มันถูกเอนลงไปด้วยฝีมือของคนที่คล่อมทับกับตัวผมอยู่ในตอนนี้ เสียงทุ้มเข้มไม่ดังไม่เบาที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากสวยสีอมส้มนั้นทำเอาขนลุกไปทั้งแผ่นหลัง

 

“รื้อฟื้นกันหน่อยดีไหมวะ เรื่องของมึงกับกูน่ะ”

 

จบคำพูดประโยคนี้ ดวงตาคู่สวยนั้นก็วาววับขึ้นมา พอๆ กับหัวใจของน้องสมุทรที่มันเต้นไม่หยุดเลยในตอนนี้ นึกย้อนกลับไป ในวันสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน วันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนชั้นม.6ของพี่พระจันทร์ ...

 

และใช่ มันเป็นวันสุดท้ายที่เราได้เจอกัน

 

แต่ถึงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน แต่วันนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้พูดคุยกันมากกว่าหนึ่งประโยค ได้พูดคุย ได้ใกล้ชิด ได้สนิทมากกว่าทุกที...และจบลงที่ จากไป ทิ้งไว้แค่ตะกอนความทรงจำในใจของน้องสมุทรตลอดมา

 

แค่นึกย้อนกลับไปก็ขนลุกซู่ซ่าหน้าแดงเหมือนตูดลิงแล้วอ่ะ ก็เรื่องตอนนั้นมัน....

 

“บางทีกูก็สงสัย ว่ามันเป็นเพราะเรื่องครั้งนั้นหรือเปล่า...”

 

“..............”

 

“ที่ทำให้มึงยังติดอยู่กับกูจนถึงตอนนี้”

 

“ม...ไม่...” อยากจะเถียงออกไปว่าไม่ใช่ แต่พอลองนึกๆ กลับไป ก็ทำแบบนั้นกับน้องสมุทรไว้ มาสอนกันไว้กับคนที่มันชอบพี่ฉิบหาย แล้วบอกว่าให้ลืมมันไป มันจะทำได้ยังไงล่ะวะ โถ่อิ!...อิคนสวยหน้าคมยอดดวงใจของน้องสมุทร

 

“ทำไม มึงเถียงไม่ออก?”

 

“ป...เปล่า แต่....” แต่มันก็ใช่ อยากเถียงยังไงก็ยาก

 

“แบบนี้มันจะดีแน่หรอสมุทร” ใบหน้าคมนั่นที่เลื่อนเข้ามาใกล้ คำพูดที่ไม่ได้ดังไม่ได้เบามากเท่าไหร่ แต่พอช้อนตาขึ้นมองใบหน้านั้นที่หยุดนิ่งค้างไม่ใกล้ไม่ไกล ฝ่ามืออุ่นๆ ที่ก็เลื่อนเข้ามาประคองใบหน้าของผมเอาไว้ ดวงตาคู่สวยในขนตายาวๆ นั่นที่ก็จับจ้องมามองกันไม่ละสายตา

 

“ผม....”

 

“อย่าเอาใจมาเททิ้งไว้ให้กูเลย”

 

“ผมยังไม่ได้เริ่มลอง พี่ก็จะปฏิเสธกันอีกแล้วหรอ” กี่ครั้งที่ผมยังไม่ทันได้เริ่มก็โดนปัดทิ้งไปแบบนี้

 

“มันเสียเวลา”

 

“แต่ผมก็อยากลอง พี่พระจันทร์...” ตอนที่เรียกชื่ออีกคนออกไปแบบนั้น ก็เป็นตอนที่ช้อนตามองหน้าอีกฝ่าย มือของผมที่ผวาเอื้อมไปจับต้นแขนของคนที่เลื่อนตัวเข้ามาคล่อมทับผมเอาไว้ ในนาทีนี้ที่เราสบตากัน มองไม่เห็นความรู้สึกใดๆ ที่อีกฝ่ายส่งมาให้กันสักนิด แต่ถึงแบบนั้น

 

“ขอน้องสมุทรลองอีกสักครั้งได้ไหม ให้ครั้งนี้น้องสมุทรได้ลอง ในแบบที่พี่พระจันทร์จะไม่หายไปก่อนที่น้องสมุทรจะได้ทำอะไรเลย จะได้หรือเปล่า”

 

“ถึงแม้ว่าสุดท้ายมึงจะต้องเป็นคนเสียใจ...” เสียงทุ้มเข้มถามออกมาแบบนั้น สายตาที่ผมก็ช้อนตามอง ในแววตายังคงเหมือนเดิม สายตาที่มองผม แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

 

“อืม”

 

“มึงเลือกเองนะ เพราะถ้าสุดท้ายกูไม่รู้สึก กูก็ไม่ได้มีหน้าที่ไปรับผิดชอบความเสียใจของมึง

 

“อื้ม ... น้องสมุทรไม่เป็นไรหรอก” ตอบออกไปแบบนั้น พร้อมส่งยิ้มจนตาหยีผ่านเลนแว่นตาหนาๆ ไปให้พี่พระจันทร์

 

ไม่เป็นไรหรอก ไม่เห็นมันจะต่างกันตรงไหน เมื่อก่อนก็เคยเสียใจเพราะไม่ได้เริ่มลงมืออะไรสักอย่าง ถ้าครั้งนี้ได้ลองแล้วมันไม่เป็นไปอย่างที่คิด อย่างน้อยก็จะไม่เสียใจที่ได้ลองเข้าใกล้พี่พระจันทร์มากกว่าเดิม ... น้องสมุทรจะไม่เป็นเด็กขี้ขลาดที่ทำได้แค่ตะโกนบอกรักจากกลางสนามบอลอีกแล้ว

 

“น้องสมุทรเลือกเอง”

 

“งั้นก็ดี” ว่าแบบนั้น ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ มุมปากหยักที่ยกยิ้มขึ้นมาในตอนนั้นแตกต่างออกไปจากปกติที่อีกฝ่ายชอบทำหน้านิ่งๆ ไม่สนโลก แววตาแพรวพราวที่เหมือนหมาป่าที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ ทำเอาใจน้องสมุทรเต้นโครมคราม พี่พระจันทร์ในแบบใหม่ ในแบบที่น้องสมุทรไม่เคยเห็น ... ต่างจากสามปีก่อนไปเยอะเลย

 

“เพราะเวลาที่กูได้เริ่ม...กูจะได้ไม่รู้สึกผิดอะไรที่จะไม่หยุด” จบคำพูดพร้อมแววตาเป็นประกาย น้องสมุทรที่จะอ้าปากตอบกลับอะไรออกไปก็ไม่ได้พูดสักคำ เพราะมันติดตรงริมฝีปากตรงหยักที่โฉบทับลงมาแบบที่ไม่ทันให้ตั้งตัว รุนแรงดุดันพร้อมที่จะรุกล้ำจนหัวใจน้องสมุทรเต้นโครมๆ ... นี่มันริมฝีปากสวยของพี่พระจันทร์!

 

“อึก”

“เปิดปากหน่อยสมุทร” เสียงกระซิบแหบพร่าที่เรียกชื่อของผม มาพร้อมๆ กับปลายจมูกโด่งที่คลอเคลียไปตามข้างแก้ม ลมหายใจร้อนๆ ของอีกฝ่ายที่เป่ารดกันจนผมต้องเอียงหน้าหลบ แต่ถึงแบบนั้นอีกฝ่ายก็เหมือนจะไม่ยอมให้ผมทำตามความต้องการ


“สมุทร”

 

“อึก...อื้ม” เสียงครางเบาๆ ที่ดังแผ่วออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่อยู่นั่นยิ่งทำให้รู้สึกว่าหน้าร้อนขึ้น ค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาช้าๆ มองเห็นพี่พระจันทร์ตรงหน้าในระยะที่เรียกได้ว่าใกล้ชิดจนใจสั่น นานมากเลยที่ไม่ได้เห็นใกล้ๆ กันขนาดนี้


“เกะกะ” คนที่ผละริมฝีปากออกจากปากอิ่มพูดออกมาเบาๆ แบบนั้นพร้อมหัวคิ้วที่ย่นเข้าหากัน ท่าทางที่ดูเหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง ทำให้น้องสมุทรไม่เข้าใจ


“แว่นมันเกะกะ”


“อื้อ ไม่เอา” ร้องห้ามออกมาในตอนที่ฝ่ามือหนาเริ่มจะทำตามใจตัวเองด้วยการทำท่าจะดึงแว่นออกจากหน้าน้องสมุทร แต่ติดที่ฝ่ามือเรียวเอื้อมไปคว้าข้อมือแกร่งเอาไว้ได้ทัน

 

“ทำไม” ขมวดคิ้วนิดๆ พร้อมถามออกมาด้วยเสียงที่เข้มขึ้น

 

“กะ...ก็น้องสมุทรอยากเห็นหน้าพี่พระจันทร์ชัดๆ ถอดออกแล้วมองไม่ชัดนี่” เลือกจะตอบออกไปแบบนั้นแทนความจริงที่ว่า ไม่อยากให้เห็นหน้าชัดๆ หรอก ก็น้องสมุทรไม่หล่อเท่นี่หว่า อยากเป็นไอ้เด็กสุดหล่อในแว่นตาโตของพี่พระจันทร์

 

“หึ ... มึงนี่มัน...” อีกคนที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะเอียงหน้าเข้ามาหากันอีกครั้ง ริมฝีปากหยักที่กดจูบเบาๆ ย้ำชัดแนบที่รูปปากแล้วผละออกแล้วกดย้ำลงไปอีกครั้ง ทำซ้ำๆ อยู่แบบนี้อีกสองสามครั้งจนน้องสมุทรเขินกับท่าทางแบบนั้น

 

“พ...พี่”

 

“3ปีที่ผ่านมา ที่กูเคยสอนไว้ ... มึงได้เอาไปลองใช้กับใครบ้างรึเปล่า”

 

ริมฝีปากหยักที่อ้อยอิ่งอยู่ข้างๆ แก้ม ลมหายใจร้อนที่รินรดอยู่ตรงนั้นทำเอาขนอ่อนๆ ตามใบหน้าและลำคอลุกชันอย่างห้ามไม่อยู่ ร้อนหน้าที่ไม่ใช่หน้าร้อนจนรู้สึกว่าหน้าแดง ... ฮึบไว้น้องสมุทรคนเท่ เราจะเขินอายไปมากกว่านี้ไม่ได้นะเห้ย

แต่ให้ทำไงได้ น้องสมุทรเขินไปแล้วนี่หว่า เขินสีหน้า เขินท่าทาง เขินมุมปากที่กำลังยกยิ้มนั่น ... แล้วน้องสมุทรก็เขินสายตาหวานๆ แต่ติดจะคมดุนั่นที่กำลังมองกันแบบรอฟังคำตอบอยู่ตอนนี้

 

“ผ...ผม”

 

“ว่าไง”

 

“แน่นอน น้องสมุทรน่ะนะเคย...อึก อื้มม”

 

ริมฝีปากของคนตรงหน้าที่โฉบลงมาประกบจูบ ขบเม้มหนักๆ รุนแรงมากกว่าเก่า ความรู้สึกเหมือนเป็นการลงโทษซะด้วยซ้ำ

น้องสมุทรยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคเลยนะ ...

 

ในตอนที่ตกใจจนต้องยกมือขึ้นดันอกแกร่งนั่นไว้ แต่อีกฝ่ายก็เลื่อนมือขึ้นมาจับมือกันเอาไว้ซะก่อน ฝ่ามือหนาที่รวบแขนทั้งสองข้างของน้องสมุทรขึ้นไปไว้เหนือหัวอย่างช่ำชอง ลิ้นร้อนชื้นที่ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดี พยายามจะแทรกเข้ามาในโพร่งปากอย่างช้าๆ ในตอนที่ตั้งใจจะเบี่ยงหน้าหนี มันก็ดันติดตรงที่รับรู้ได้ถึงว่าฝ่ามือหนาของคนตรงหน้าที่ค่อยๆ แทรกตัวเข้ามาจากชายเสื้อ ฝ่ามือเย็นชื้นที่วางลงบนเอว ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาช้าๆ แล้ววางแนบลงมาที่กลางหน้าอก ... หัวใจที่เต้นรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ความทรงจำที่ผ่านมานานแล้ววิ่งมากระแทกหน้าไม่ขาดสาย

 

“อ๊ะ...” นิ้วมือเย็นที่แนบลงบนยอดอกข้างขวา ปลายนิ้วชี้และหัวแม่มือที่ค่อยๆ บีบคลึงมันช้าๆ จนทำให้ต้องร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ปรือสายตาสั่นๆ ของตัวเองมองหน้าคนที่แนบริมฝีปากหยักขบเม้มอย่างมีชั้นเชิง พี่พระจันทร์ที่พอได้ยินเสียงร้องเบาๆ ของผมก็ทำแค่ผละหน้าออกในระยะสั้นๆ ก่อนจะแบลงมาแนบริมฝีปากอย่างร้อนแรงมากกว่าเดิม และถึงแบบนั้นในช่วงจังหวะนึง ผมก็ยังทันเห็นริมฝีปากยกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะของเค้าได้ชัดเจน

 

“มึงกำลังโกหกใครอยู่สมุทร”

 

“อึก....”

 

“คนที่เคย เค้าไม่อ่อนแบบนี้หรอก” เสียงกระซิบแผ่วๆ ที่ข้างหู ปลายจมูกโด่งที่ไล้คลอเคลียอยู่ข้างแก้มทำเอาน้องสมุทรหน้าแดงทุกที

 

“อ๊ะ...ม ไม่...” พยายามร้องห้ามแต่ไม่ทัน ได้แต่ร้องออกมาแค่นั้นพร้อมเชิดหน้าขึ้นมอง แว่นที่สวมใส่อยู่ถูกถอดออกไปด้วยฝีมือคนตรงหน้า สายตาที่เริ่มพล่าเบลอมองเห็นหน้าอีกคนไม่ชัดขึ้นเรื่อยๆ แต่ภาพลางๆ ที่มองเห็นก็คือพี่พระจันทร์ที่ชะงักไปตอนที่มองหน้ากันแบบไม่มีแว่น

 

แม่งเอ้ย พลาดแล้ว น้องสมุทรไม่เท่อย่างแรงเลยอ่ะดิ

 

“พี่พระจันทร์ขอแว่นสมุทรคืน”

 

“มึงแม่ง ...พอไม่ใส่แล้ว....”

 

“รู้แล้วน่าว่าน่าเกลียด อย่ามาขยี้ปมได้เปล่า น้องสมุทรขอแว่นนะ” โพล่งออกไปแบบนั้น แล้วช้อนตามอง พยายามทำหน้าน่าสงสาร สองมือที่ก็ยื่นออกไปกำๆ แบๆ แบบขอแว่นคืน ภาพเบลอๆ ที่คนไม่สายตาสั้นไม่เข้าใจ แต่น้องสมุทรเข้าใจมาก เบลอขนาดนี้เอาลูกตากูออกจากเบ้าไปเลยเถอะ

 

“ไม่”

 

“พ...พี่พระจันทร์อ่....อึก” เป็นอีกครั้งที่คนขโมยแว่นโฉบปากลงมาบดขยี้ริมฝีปากของน้องสมุทร เป็นช่วงเวลาที่ทั้งมึนทั้งงงปนเขินจนใจสั่น ฝ่ามือหนาที่เลิกจับข้อมือของน้องสมุทรแล้วถูกเปลี่ยนมาจับใบหน้าล็อคเอาไว้บังคับให้เอียงหน้าทำมุมองศาเพื่อรับจูบพี่พระจันทร์ให้ได้มากกว่าเดิม ... พี่พระจันทร์ยังจูบเก่งเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือร้อนแรงจนน้องสมุทรหายใจไม่ทัน

 

“อ๊ะ...” เสียงในลำคอที่เปล่งออกมาอย่างตกใจ เมื่อเบาะรถที่นั่งอยู่ถูกปรับเอนนอนราบลงไปแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ผวาจนต้องเอื้อมมือไปเกาะไหล่กว้างของคนตรงหน้าเอาไว้ แต่ถึงแบบนั้นอีกฝ่ายก็ยังเอาแต่ใจไม่ยอมถอนจูบออกมาแม้แต่น้อย ลิ้นร้อนยังคงทำหน้าที่เกี่ยวกวัดไล่ต้อนลิ้นของน้องสมุทรอยู่อย่างเดิม รับรู้ได้ว่าขาของน้องสมุทรถูกดันให้อ้าออกด้วยท่อนขาแกร่ง แล้วตามมาลำตัวท่อนล่างของคนบนตัวที่ตามทาบทับลงมาแบบแนบแน่น เนื้อแนบเนื้อกับเสื้อผ้าที่ก็ต่างฝ่ายต่างเปียก ยิ่งทำให้รับรู้ไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะในเวลาที่ร่างกายส่วนล่างของพี่พระจันทร์เริ่มขยับเนิบนาบช้าๆ ผ่านกางเกงนักศึกษาที่เนื้อผ้าบางๆ เหมือนจงใจแกล้งให้น้องสมุทรรู้สึกมากไปกว่าเดิม

 

“สมุทร”

 

“อึก...ด...เดี๋ยว”

 

“ไม่เดี๋ยว”

 

ไม่เดี๋ยวคืออะไร เดี๋ยวก่อนสิเห้ย! คนเป็นผัวต้องเป็นผู้นำไหมยังไง พี่พระจันทร์จะมานำกันแบบนี้ไม่ได้ไหมเห้ย ... ใจเย็นก่อนพ่อหนุ่มคนสวยของน้องสมุทร

 

“อ๊ะ อึก...อย่..อื้ม” คำพูดร้องห้ามหายเข้าไปในลำคออีกครั้งเมื่อโดนกดจูบย้ำๆ ซ้ำๆ อีกที ฝ่ามือหนาที่เลื่อนไปวางลงบนเป้ากางเกงของผมอย่างรุกล้ำ นิ้วเรียวยาวของพี่พระจันทร์ที่ค่อยๆ ลูบไล้มันเบาๆ ไปตามความยาวอย่างช้าๆ ก่อนจะผละมือออกมาแล้วแนบลำตัวท่อนล่างของตัวเองลงบนตำแหน่งนั้นแทน ท่อนเอ็นแข็งขืนของอีกฝ่ายที่ขึ้นรูปชัดเจนในทุกๆ ครั้งที่ขยับเอว อยากจะร้องห้าม แต่อารมณ์วาบหวามก็ปิดปากน้องสมุทรเอาไว้แน่น

 

พี่พระจันทร์ในตอนนี้ น้องสมุทรก็ยังสู้ไม่ได้อยู่ดีเหมือนอย่างเคย

 

คนจะเป็นผัว ... นอนครางอยู่ข้างล่างก็คงไม่แปลกใช่ไหมวะ แบบว่าพี่พระจันทร์อาจจะอยากออนท็อป

 

“อ๊ะ”

 

‘ครืด ครืดดดด’

 

เสียงมือถือที่ถูกวางทิ้งไว้จากหน้าคอนโซลรถไม่ทำให้คนบนตัวผมเลิกขยับช่วงเอวให้เสียดสีกันมากขึ้นกว่าเดิม พี่พระจันทร์ยังคงพยายามปลุกปั่นแกล้งกันอยู่แบบนั้น ใบหน้าคมที่ผละออกมาเอาสันจมูกไล้ไปตามข้างแก้ม ลมหายใจร้อนๆ ที่ตัดกับแอร์เย็นฉ่ำของรถราคาแพง ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างกายชูชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

‘ครืด ครืดดดด’

 

เสียงโทรศัพท์มือถือของพี่พระจันทร์ที่ยังคงสั่นเหมือนเจ้าเข้าไม่เลิกไม่ลา ทำให้คนบนตัวของผมชะงักใบหน้าอยู่ที่ข้างแก้ม ได้ยินเสียงลมหายใจดังฟืดฟาดเหมือนคนที่กำลังไม่สบอารมณ์ของพี่พระจันทร์ดังอยู่ข้างๆ หู ใบหน้าคมที่ค้างนิ่งอยู่แบบนั้น ก่อนที่พี่พระจันทร์จะผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมา แล้วค่อยๆ ดันตัวผละออกจากผมเล็กน้อย เราสองคนที่สบตากันนิ่งโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร เป็นช่วงเวลาที่โคตรจะเขินอาย น้องสมุทรอยากมุดเบาะรถ ... ก็เมื่อกี้นี้เราพึ่ง

 

‘ครืด ครืดดดด’

 

แม่ง! มือถือผีเปรต น้องสมุทรอยากจะถามว่ามีใครตายหรอโทรจังเลย อิมือถือขี้ขัด หึ่ย!

 

พี่พระจันทร์ที่เอี้ยวตัวกลับไปคว้าโทรศัพท์มาดู ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากัน ผมที่ได้แต่มองตามท่าทางนั้นไปแบบไม่เข้าใจ พี่พระจันทร์ผละตัวกลับไปนั่งที่เบาะนั่งคนขับของตัวเองตามเดิม แล้วกดๆ จิ้มๆ ก้มหน้าลงไปกับโทรศัทพ์ น้องสมุทรเองไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าพูดตามตรงก็ออกจะเก้อเขินอยู่เหมือนกัน ก็อีกฝ่ายเล่นผละออกไปแบบนั้นนี่หว่า

 

“อ่ะ เอ่อ พี่พระจั...”

 

“มึงเงียบก่อน” เสียงเข้มที่ติดจะหงุดหงิดบอกกับผมแบบนั้น สายตาคมนั่นยังไม่ยอมละออกจากหน้าจอมือถือ พี่พระจันทร์ที่เอาแต่กดๆ จิ้มๆ พิมพ์ข้อความบางอย่างลงไปแต่เหมือนจะไม่มีอะไรตอบกลับมา

 

“แม่ง” คนตรงหน้าผมสบถออกมาแบบนั้น แล้วตัดสินใจกดโทรออก ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร แต่ดูเหมือนพี่พระจันทร์จะร้อนใจน่าดู สังเกตได้จากสีหน้าและท่าทางที่เปลี่ยนไป

 

“ทำไมไม่ตอบ อยู่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่า!” เสียงร้อนใจที่แทบจะเป็นตะโกน กรอกเข้าไปในสายโทรศัพท์ยิ่งทำให้ผมตกใจ ไม่เคยเห็นพี่พระจันทร์ในโหมดนี้ โดยปกติก็เป็นแค่คนสวยหน้านิ่งที่ดูจะรำคาญทุกสิ่งแค่นั้นเอง

 

“ได้ รออยู่ตรงนั้น เดี๋ยวจันทร์ไปรับ...ครับ จันทร์จะรีบไป” เสียงทุ้มนุ่มที่พูดออกมาแบบนั้น เสียงในแบบที่ผมไม่เคยได้ยิน พี่พระจันทร์ที่กดวางสายโทรศัพท์แล้วหันมามองหน้าผม อะไรบางอย่างทำให้รู้แล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ผมยิ้มออกมาแบบที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกไม่ดี

 

“กูไปส่งมึงไม่ได้แล้....”

 

“ไม่เป็นไรเลยครับ พี่พระจันทร์ส่งน้องสมุทรตรงBTSข้างหน้านี้ก็ได้ เดี๋ยวสมุทรไปต่อเอง”

 

“กูต้องไปอีกทางนึงว่ะ มึงไปเอง...”

 

“ได้เลย! น้องสมุทรเดินออกไปตรงนี้นิดเดียวได้สบายมาก พี่พระจันทร์ไม่ต้องห่วงนะ” ผมที่รีบสวนคำพูดออกมาแบบนั้น พี่พระจันทร์พยักหน้านิดๆ ก่อนจะยื่นแว่นตามาสวมให้ผมตามเดิม ใบหน้าคมที่ผมชอบมองเห็นได้ชัดมากกว่าเดิม ผมที่ยกมือขึ้นขยับแว่นตาตัวเองอย่างเคยชิน ก้มลงหยิบกระเป๋าที่ตอนนี้มันไหลตกลงไปอยู่ที่พื้น พี่พระจันทร์ไม่พูดอะไรออกมาอีกสักคำ เป็นความรู้สึกที่วูบโหวงในใจ แต่ไม่พูดออกมาจะดีที่สุด

 

ในเมื่อรอแล้วอีกฝ่ายไม่พูดอะไร ผมเลยตัดสินใจเปิดประตูรถ

 

“สมุทร”

 

“ค..ครับ”

 

“มึงอย่าถอดแว่นออกอีกนะ” บอกออกมาแบบนั้น ผมเลยเผลอยกมือขึ้นจับแว่นตาตัวเองอีกครั้ง เม้มปากนิดๆ อย่างไม่มั่นใจ ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าตามันจะลอยๆ อบาทย์หน่อยๆ เวลาถอดแว่น

 

“อื้ม รู้แล้วน่า มันน่าเกลียด แหะๆ”

 

“มึงมันไม่รู้อะไรเลยเถอะ”

 

“หื้ม” ส่งหน้างงๆ ไปให้แต่พี่พระจันทร์ไม่ตอบ อีกฝ่ายแค่เอี้ยวตัวไปที่เบาะรถด้านหลัง แล้วหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่กว่าผมส่งมาให้

 

“ครับ?”

 

“มึงไม่รู้จักเสื้อหรือไง ใส่คลุมไปสิวะ เสื้อนักศึกษามึงมันบาง เห็นไปถึงหัวนมมึงแล้ว” บ่นออกมาแบบนั้นแล้วโยนเสื้อตัวนั้นมาให้ ใจที่เคยห่อเหี่ยวเมื่อก่อนหน้านี้กลับฟูขึ้นมาอีกครั้งซะอย่างงั้น ... ไอ้น้องสมุทร มึงนี่มันใจง่ายจริงๆ เลยนะ

 

“ข...ขอบคุณครับ”

 

“มึงรีบๆ ไปได้แล้ว กูรีบ” อีกฝ่ายที่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วยกแขนท้าวเข้ากับกระจกรถแล้วหันหน้าไปทางอื่น ผมพยักหน้าอย่างแข็งขันแล้วส่งยิ้มไปให้อีกฝ่าย แม้ว่าพี่พระจันทร์จะไม่ได้มองก็ตาม

 

“ผมไปนะครับ ...”

 

“.................”

 

“ขอบคุณนะครับพี่พระจันทร์” พูดบอกออกไปแบบนั้น อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรออกมามากไปกว่าคำว่า “อืม” สั้นๆ ที่ไม่ดังอะไร

 

           และสุดท้ายน้องสมุทรก็มายืนตัวเปียกอยู่กลางสวนสาธารณะ มองตามรถคันหรูที่ขับออกไปอย่างรีบร้อน ผมที่กอดกระเป๋าเป้ตัวเองเอาไว้แน่นๆ แล้วยิ้มบางออกมานิดๆ ....

 

“อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ใกล้ชิดมากกว่าเดิมแหล่ะวะ” สู้เค้าโว้ยไอ้น้องสมุทร อนาคตผัวพี่พระจันทร์อยู่ไม่ไกลหรอก ฮ่าๆๆ

 

‘ซ่า ซ่า’

 

อืม....แต่อนาคตผัวของพี่พระจันทร์ตอนนี้เปียกมาก เปียกไปยันไข่ ไหลไปตามร่องตูด ฝนตกรุนแรงมากๆ แม่งเอ๊ย ทำไมไม่พกร่ม หงุดหงิดกับตัวเองนิดๆ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าฝนไป ถ้าออกจากสวนนี้ได้ ข้างหน้าสวนก็เป็นบันไดข้ามไปสถานีรถไฟฟ้าได้แล้วล่ะ

 

“นี่”

 

“อ่ะเอ่อ...คือ” ผมที่ค่อยๆ หันไปมองทางด้านข้างตัว รับรู้ได้ถึงเงาของร่มคันใหญ่ที่กำลังกางให้ผม

 

“มึงกำลังจะไปBTS?” ผู้ชายร่างสูงในชุดนักศึกษามหาลัยที่บอกไม่ได้ว่ามหาลัยอะไร มองไม่เห็นหัวเข็มขัดเพราะเจ้าตัวปลดเสื้อออกมาจากกางเกง เสื้อนักศึกษาแขนยาวที่ถูกพับไว้ที่ข้อศอกอย่างลวกๆ กับทรงผมทันสมัยและเจาะหูอย่างเท่ ตัวที่สูงกว่าผมนั่นทำให้ต้องเงยหน้ามอง

 

“เอ่อ...กะ ก็ใช่” ตอบกลับไปอย่างงงๆ ว่าแต่มึงใครเนี่ย...

 

“งั้นไป”

 

“ห๊ะ เห้ย เดี๋ยวๆ” ร้องบอกออกมาแบบนั้น ตอนที่คนข้างตัวเริ่มเดิน มันที่เอาร่มมาเกี่ยวหัวผมให้เดิมตามไปข้างๆ ...

 

อะไรกันครับเนี่ย!!

 

“ไม่ต้องทำหน้ากลัวกูขนาดนั้น” อ๋อหรอ...กูต้องไม่กลัวคนที่ไม่รู้จักหรอ ยังไง โอ้สังคมเมืองพุทธ

 

“ก็แค่เห็นมึงยืนเปียกเป็นลูกหมา ไหนๆ ก็จะมาทางเดียวกันอยู่แล้ว ช่วยกัน” เค้าพูดเสริมออกมาแบบนั้น หลังจากที่เห็นสีหน้าของผม

 

“อ่า...เอ่อ...ขอบใจ” อีกฝ่ายไม่พูดอะไร ทำแค่พยักหน้ารับ แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า ผมที่แอบเงยหน้ามองเขานิดๆ แม่งเอ้ย หล่อว่ะยอมรับเลย

 

“ชอบกูหรอ”

 

“ห๊ะ!”

 

“ก็เห็นแอบมองไม่เลิก”

 

“แค่มองนี่ต้องชอบเลยรึไงวะ อาจจะมองเพราะแค่คิดว่าหน้ามีขี้มูกติดเฉยๆ ก็ได้ไหมอ่ะ” มั่นหน้าไปไหนวะ ได้แต่เถียงมันออกไปแบบนั้นแล้วหันหน้าหนีไปมองทางข้างหน้าแทน ได้ยินเสียงหัวเราะของอีกคนนิดๆ

 

“หึ”

 

“ถึงแล้ว” คนข้างๆ ที่หันหน้ามาประจันหน้ากับผมพร้อมลดร่มที่ถืออยู่ลง ผมได้แต่เงยหน้ามองใบหน้าของเขาได้ชัดๆ มากกว่าก่อนหน้านี้ อืม...ไอ้นี่มันหล่อจริงๆ ว่ะ

 

“ขอบใจนะ”

 

“ไม่เป็นไร มึงไปได้แล้วมั้ง มัวแต่มองหน้ากูอยู่ได้ กูเริ่มจะคิดว่ามึงชอบกูจริงๆ แล้วนะ” เขาว่าออกมาแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ยิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูเท่ยิ่งขึ้น ... แต่พอแม่งอ้าปากออกมา อยากบอกให้หุบปากไปเหอะจะได้หล่อเหมือนเดิม หลงตัวเองไรขนาดนั้นก่อน

 

“ฮ่า ล้อเล่นนิดเดียวดูมึงทำหน้า” แล้วกูทำหน้ายังไงวะ

 

“มึงชื่ออะไร กูยอร์ช

 

“จำเป็นต้องบอกหรอ” ผมขมวดคิ้วพร้อมพูดออกไปแบบนั้น มองหน้าคนที่ยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้นในตอนนี้

 

“ถือเป็นค่าตอบแทนผู้มีพระคุณที่กางร่มมาให้มึง”

 

“ก็มึงบอกว่าทางผ่านอ่ะ”

 

“แล้วสรุปชื่ออะไร”

 

“เฮ้อ เจ๊าะแจ๊ะจัง ... ชื่อ สมุทร พอใจยัง”

 

“ถามแค่นี้มึงถึงกับต้องบอกชื่อนามสกุลด้วยหรอวะ แต่ก็ดีนะ กูคงจำขึ้นใจกับชื่อแบบนี้ นายสมุทร พอใจยัง”

 

“ห๊ะ”

 

“กูไปล่ะนะ นายสมุทรพอใจยัง”

 

“ด...เดี๋ยวๆ ไม่ๆ ...คือ...” ผมที่อ้าปากพงาบๆ พร้อมกวักมือเรียกคนที่หันหลังแล้วเดินจากไปคนละทางด้วยรอยยิ้มสนุกสนาน ห่างออกไปเรื่อยๆ ที่แผ่นหลังกว้างนั่นจากไปพร้อมร่มพับสีน้ำเงิน แต่คือ... กูชื่อสมุทรเฉยๆ จ้าพ่อมึง พอใจยังนั่นกูถามไหมเอ่ย

 

แม่งเอ๊ย! กวนตีนฉิบหายเลย

 
(มีต่อค่ะ)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
.

.

.

 

“น้องสมุทรกลับมาแล้วจ้าคนสวย”

 

“กลับมาแล้วหรอไอ้ตัวดี เปิดเทอมวันแรกเป็นยังไงบ้างน่ะเรา”

 

เสียงวิ่งตึงตังๆ ที่ดังออกมาจากในครัว พร้อมเสียงร้องตะโกนที่ถามออกมาแบบนั้น ทำเอาคิ้วน้องสมุทรกระตุก มองคนตรงหน้าที่วิ่งมายืนจังก้าในปากยังคาบขนมปังและช้อนตามองผมตาแป๋ว

 

‘เพี้ยะ’

 

“โอ๊ย เจ็บนะ”

 

“ก็ตีให้เจ็บไง ใครสั่งใครสอนให้พูดกับพี่แบบนี้วะไอ้ทะเล” ผมด่าออกไปแบบนั้น ไอ้เด็กตรงหน้าที่ตอนนี้ตัวเริ่มโตจะถึงไหล่ผมแล้วทำแค่ยกมือขึ้นลูบหัวปอยๆ ... ไอ้ทะเล น้องชายของผมเอง อายุค่อนข้างห่างกันมากอยู่ เพราะมันเป็นลูกหลง ตอนนี้ผมอยู่ปี1 ส่วนไอ้ทะเลพึ่งจะขึ้นม.1 แต่ความแก่แดดของมันทะลุอายุไปมากเลย

 

“หยอกแค่นี้ทำไมต้องกริ้วโกรธ”

 

“กวนตีนนัก”

 

“แม่! พี่สมุทรว่าน้องทะเลกวนตีน!!” มันร้องออกมาเสียงดังอีกครั้ง ผมที่กำลังจะยกมือโบกหัวมันอีกที แต่ไอ้เด็กนี่ก็ร้องออกมาเสียงดังพร้อมใส่เกียร์หมาวิ่งหนี มันน่าตามไปโบกให้หัวสั่นจริงๆ

 

“น้องสมุทร!” แต่ติดตรงที่ว่าเสียงของใครอีกคนทำให้น้องสมุทรต้องชะงักขา ชะงักมือ แล้วลดแขนลงมาวางข้างตัวอย่างสงบเสงี่ยม

 

“แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดคำหยาบกับน้อง” แม่ของน้องสมุทรเป็นหญิงสาววัย50ปีที่ยังคงสวยทันสมัยและใส่ใจรูปร่าง ตากลมโตของแม่ ที่น้องสมุทรได้มาจากแม่เด๊ะๆ เลยล่ะ แม่น่ารัก แม่คนสวย และแม่ก็...

 

“ถ้ายังได้ยินอีกแม่จะตีน้องสมุทรแล้วนะ” ดุฉิบหาย ... น้องสมุทรได้แต่ทำหน้าเบ้ ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปกอดอ้อน

 

“ก็ทะเลมันกวนสมุทรก่อน”

 

“ให้ตายเถอะ น้องสมุทรโตกว่าทะเลตั้งเยอะ อย่าไปใส่ใจอะไรทะเลเลย ก็รู้อยู่ว่าน้องชายเรามันเป็นยังไง”

 

“ก็มันแก่แดด”

 

“ทะเลไม่ได้อยากแก่แดดเลยนะ พูดกันจริงๆ แต่มันช่วยไม่ได้นี่นาที่แดดประเทศเรามันจะร้อนมากเกินไปอ่ะนะ ทะเลก็จะร้อนๆ แดดนิดหน่อย จะแก่แดดไปบ้างมันก็ปกติอ่ะนะ”   

 

ไอ้เจ้าเด็กทะเลที่พูดออกมาฉอดๆ จากตรงโซฟาที่ห้องรับแขก มันที่นอนเอาขากระดิกเท้ายิกๆ เหมือนว่าเท่มากเหลือเกิน ผมได้แต่ช้อนตามองหน้าแม่ ก่อนที่เราสองคนจะระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังกับคำพูดของไอ้เด็กนี่

 

“ให้ตายเถอะลูกฉัน”

 

“น้องสมุทรเสียใจมากที่มีน้องแปลกๆ”

 

“ทะเลก็เสียใจเหมือนกันที่มีพี่แปลกๆ”

 

“คืนนี้คอยดู กูจะโทรฟ้องเฮียคลื่น

 

“แน่นอนว่าทะเลจะบอกว่าไม่ได้ว่าเฮียคลื่นเลย ว่าเฮียหมุดล้วนๆ ล่ะนะ”

 

“แม่ทะเลว่าสมุทร!”

 

“แม่ หมุดแอบหยิกทะเล!!”

 

“แม่ ไอ้ทะเลเรียกชื่อน้องสมุทรเฉยๆ ไม่มีคำว่าพี่เลยสักนิด”

 

“โอ้ย พ่อสักทีเด็กๆ มากินข้าวได้แล้ว ขอร้องล่ะ”

 

“คร๊าบบบ”

 

“ทะเลไป ทะเลวิ่งนำ”

 

และใช่...นี่คือครอบครัวของผม เรามีกันอยู่4คน แม่ ผม ทะเล และพี่ชายของผม เฮียคลื่น ที่ตอนนี้เรียนปี4อยู่ที่มหาลัยชื่อดังทางภาคเหนือ เพราะฉะนั้นเฮียเลยไม่ได้อยู่ที่นี่...พ่อของพวกเราเสียไปตอนที่ทะเลอายุได้5ขวบ เราพักอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่มีพื้นที่จอดรถหน้าบ้าน มีสนามหญ้าหน้าบ้านและหลังบ้านที่พอให้พื้นที่สีเขียวได้บ้าง เป็นบ้านสองชั้นที่ไม่เคยขาดเสียงดังจากผมและทะเล ครอบครัวของผม แม่ เฮียคลื่น น้องสมุทร และทะเล

 

.

.

.

 

‘ครืด ครืดดด’

 

เสียงสั่นๆ ที่ดังต่อเนื่องจากโทรศัพท์มือถือที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียงข้างๆ ตัวผมที่กำลังนอนคว่ำหน้าดูซีรี่ย์อย่างสบายอารมณ์นั้นทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว ปลายสายตาไปมองนาฬิกาแขวนผนัง มันบอกเวลาว่าตอนนี้ห้าทุ่ม ...

 

ห้าทุ่ม ... ห้าทุ่มแล้วใครแม่งยังมีหน้าโทรมากวนน้องสมุทรอีกวะ คือมันกำลังถึงจุดไคลแม็กซ์ของเรื่อง มันไม่ควรมีอะไรมารบกวนไงครับ ปัดโถ่เว้ย มามึงมา โทรมาขัดกูขนาดนี้ ไอ้สมุทรคนนี้จะด่าให้เละ!!

 

ผมที่เอื้อมมือไปหยิบมือถือขึ้นมาดูอย่างหงุดหงิด เบอร์ที่โชว์ขึ้นกลางหน้าจอทำให้ต้องขมวดคิ้ว

 

“ใครวะแม่ง หรือมาส่งของ น่านามคาน*จริงๆ” คว่ำหน้ามือถือลงแล้วกลับมาฉีกยิ้มกับซีรี่ย์ต่อ เอาเลย จังหวะนี้พระเอกต้องได้จูบ จะ...จูบ จ๊ว...

 

‘ครืด ครืดดด’

 

“ให้มันได้แบบนี้สิเหยดแหม่!” ร้องออกมาแบบนั้น ตอนที่เสียงสั่นครืดๆ แบบต่อเนื่องจะดังขึ้นมาอีก คือถ้าสั่นขนาดนี้ มึงไม่โผล่ออกมาจากโทรศัพท์แล้วมาเขย่าเรียกกูเลยล่ะ สั่นแรง สั่นนาน สั่นเป็นไข่สั่นเลยโว้ย!

 

“ฮัลโหล โทรมาทำไม ที่นี่ไม่ได้โทรไปแล้วไอ้หน้าไหนโทรมาขัดน้องสมุทรตอนดูซีรี่ย์วะ!!” ตะโกนกรอกเข้าไปปลายสาย หลับหูหลับตา หงุดหงิดจริงๆ

 

((.......................) )

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสายที่โทรเข้า อั๊ยย๊ะ ... งงจนต้องดึงหูโทรศัพท์ออกมาดู หน้าจอขึ้นวินาทีที่สนทนาอยู่ แสดงว่ายังไม่วาง แต่ไม่พูด เห้ย...ยังไง จะยังไง

 

“เห้ยๆ โหลๆ ได้ยินไหม ถ้าไม่พูดจะวางแล้วนะโว้ย กวนจริงๆ!”

 

((นอนดูซีรี่ย์ได้สบายแบบนี้ แสดงว่ามึงก็คงถึงบ้านแบบปลอดภัยดีสินะ) )

 

“...........” กะพริบตาปริบๆ สองที ดึงโทรศัพท์ที่แนบหน้าอยู่ออกมาดูสายที่โทรเข้า เป็นเบอร์หมายเลขที่ไม่รู้จัก...แต่เสียงเมื่อกี้คุ้นมาก คุ้นแบบจับจิตจับใจน้องสมุทร

 

“สมุทร”

 

“เชี่ย!”

 

((ด่ากูหรอสมุทร) ) เสียงเข้มๆ ปลายสายที่เรียกชื่อผมออกมาอีกครั้ง ทำเอาหัวใจของน้องสมุทรสั่นตุบๆ แต่สั่นสู้นะ อยากเป็นผัวเธอจัง นี่พี่พระจันทร์ของน้องชิมิ

 

“พ...พี่พระจันทร์หรอ”

 

((อืม) )

 

“เชี่ย!! โทรหา มีใจๆๆๆ ....”

 

((มึงว่าอะไรนะ) )

 

“เปล่าๆ ครับ ว่าแต่พี่มีเบอร์น้องสมุทรได้ยังไง งื้อ เขินในจุดจุดหนึ่งเลยนะ พี่พระจันทร์โทรมาหาน้องสมุทร” พูดออกไปแบบนั้นแล้วทิ้งตัวลงนอนกลิ้ง สิงตัวเองเข้าไปในผ้าห่มนวมผืนหนา แล้วซุกหน้าลงไป น้องสมุทรสุดแสนจะเขินอาย

 

((ถึงบ้านแล้วงั้นก็แค่นี้) )

 

“เห้ย...ด...เดี๋ยวๆ สิครับ”

 

((ทำไมอีก) ) เสียงปลายสายที่ติดจะรำคาญเล็กๆ ว่าออกมาแบบนั้น แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสายทิ้งไป

 

“ก็เปล่า น้องสมุทรแค่อยากคุยด้วย ก็พี่พระจันทร์โทรมาทั้งทีนี่นา ... ว่าแต่ที่โทรมาคือห่วงน้องสมุทร กลัวว่ายังไม่ถึงบ้านหรอ” ถามออกไปแบบนั้น คนที่อยู่อีกฟากฝั่งของสายโทรศัพท์ไม่ได้ตอบอะไรออกมาอีก เสียงรอบๆ ตัวของผมเงียบลงไป แต่เสียงจากอีกฝั่งเหมือนเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ผมก็ไม่เข้าใจนัก ... ไม่รู้ว่าตอนนี้พี่พระจันทร์อยู่ไหน ...

 

((อืม) )

 

“เชี่ย! มีใจจริงๆ ว่ะๆ” ว่าแบบนั้นแล้วนอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียง

 

((ไร้สาระ กูแค่กลัวว่าเด็กอ๊องนมผงแบบมึงจะไปหลงอยู่ตรงไหนก็แค่นั้น) )

 

“ปัดโถ่เอ๊ย ขอมโนยิ้มอีกนิดนึงก็ไม่ได้ ทำไมชอบดับฝันกัน” ผมว่าออกไปแบบนั้น แต่ริมฝีปากกลับมีรอยยิ้มที่หุบลงไม่ได้ เหมือนฝันเลย ฝันที่ว่าเมียโทรมาเช็กว่าอยู่ไหนทำอะไร พี่พระจันทร์คนสวย อนาคตเมียของน้องสมุทร อิอิ

 

“พี่พระจันทร์ครับ”

 

((อืม...ว่าไง) )

 

“น้องสมุทรดีใจที่พี่พระจันทร์โทรมานะ” บอกออกไปแบบนั้นในตอนที่ตัวเองโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม ยิ้มออกมาน้อยๆ ในตอนที่ได้พูดออกไป ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง แต่น้องสมุทรมีความสุขมากๆ ในตอนนี้

 

((มึงดีใจง่ายดีนะ กับเรื่องแค่นี้ก็ดีใจ) )

 

“เปล่าสักหน่อย แต่ที่ดีใจแบบนี้ ก็เพราะว่ามันเป็นพี่พระจันทร์ต่างหาก”

 

((อืม...) )

 

“อืมอะไรเล่า พูดให้เยอะกว่านี้หน่อยสิครับ”

 

((เรื่องมากอะไรนักวะมึงอ่ะ) )

 

“ฮ่าๆ พี่พระจันทร์คนสวยขาน่ารักจัง ยอมพูดยาวขึ้นตั้งเยอะ”

 

((มึงจะเอาขาไหนล่ะสมุทร กูฟาดให้ได้นะ สวยห่าไร) )

 

((เอาขาพาดบ่าได้เปล่า อิอิ) ) ผมพูดติดทะลึ่งออกไป ไม่รู้ว่าพี่พระจันทร์จะแก้มแดงอ่องต่องเหมือนตูดลิงไหมน้า แบบว่าจะเขินน้องสมุทรหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ หน้าน้องสมุทรน่ะแดงแล้ว แค่นึกไปถึงว่าถ้าขาพี่พระจันทร์พาดบ่าน้องสมุทร เอิ๊ววว อ๊าววว จุ๊กกรู๊มากๆ

 

((ได้) )

 

“ห๊ะ!”

 

((แต่เป็นขามึงนะที่พาดบ่ากู เวลาใส่เข้าไปแรงๆ น้องสมุทรอย่าร้องละกัน) ) เสียงทุ้มเข้มที่กรอกเสียงปลายสายออกมา ทำเอาหูน้องสมุทรร้อนยังกับว่าพี่พระจันทร์มากระซิบกันอยู่ข้างหู

 

“อ...อ่ะ เอ่อ...”

 

((หึ ถึงกับติดอ่าง) )

 

“น้อ...น้องสมุทรเปล่า”

 

((เปล่าก็เปล่า ไว้เจอกันจะลองพิสูจน์ดูนะครับน้องสมุทร) ) พี่พระจันทร์บอกแบบนั้น ไม่ได้เห็นสีหน้า แต่กลับรับรู้ได้ว่าพี่พระจันทร์กำลังขำและสนุกกับการได้แกล้งกันอยู่แบบนี้ ผมที่ได้แต่ยกมือขึ้นมาปิดหน้า ร้อนอีกแล้ว ร้อนหน้าที่ไม่ใช่หน้าร้อน อาการแบบนี้คงไม่ได้ติดโรคระบาดทางเดินหายใจรุนแรงอะไรหรอกใช่ไหม งื้อ ใจเต้นเหมือนจะเด้งออกมาจากอกเลย

 

((จันทร์...) )

 

“พี่พระจันทร์”

 

เสียงเรียกชื่อพี่พระจันทร์ที่ดังขึ้นมาพร้อมๆ กับเสียงของผมดังลอดออกมาจากปลายสาย เสียงไม่ทุ้มเข้มติดจะกังวาลใสที่ผมไม่เคยได้ยิน

 

((แค่นี้ก่อนนะ) )

 

“ด...เดี๋ยวครับ” ผมที่ละล่ำละลักออกมาแบบนั้น แต่อีกฝั่งกลับไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผมได้พูดมากไปกว่านี้

 

((ฝันดี) )

 

สองคำสุดท้ายก่อนเสียงตัดสัญญาณจากปลายสายจะดังขึ้น ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่พระจันทร์จะรีบร้อนไปไหน แต่สิ่งที่เกินคาดมากกว่าอะไร ก็คือสองคำสุดท้ายจากปลายสายเมื่อสักครู่

 

“ฝันดี ... พี่พระจันทร์บอกฝันดีหรอวะ ....” กะพริบตาปริบๆ อยู่บนเตียง ก้มมองมือถือที่หน้าจอกลับมาเป็นปกติแล้วเพราะอีกฝ่ายวางสายไปแล้ว ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองอีกที ...เจ็บว่ะ

 

น้องสมุทรไม่ได้ฝัน

 

“อ๊ากกกก พี่พระจันทร์บอกฝันดี!!!” ดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงด้วยความตื่นเต้น พรุ่งนี้ต้องรีบไปเล่าให้เพื่อนมาร์ชฟังแล้ว กูน่ะนะ น้องสมุทรก้าวหน้าในการเป็นผัวพี่พระจันทร์มาอีกก้าวแล้วนะเห้ย

 

‘โป๊ก’

 

“โอ๊ย! เจ็บโว้ย!” ยกมือขึ้นกุมหัวตัวเองแน่นๆ เพราะตอนที่ดิ้นดันเอาหัวไปโขกกำแพงที่หัวเตียง เจ็บจนน้ำตาเล็ด เมื่อกี้ดีที่ตดไม่แตกออกมาด้วย

 

‘ปักๆๆ’

 

“ทำเสียงดังอะไรของหมุด! ทะเลจะฟ้องแม่นะ!!”

 

เสียงตบกำแพงห้องดังมาจากบริเวณแถวๆหัวเตียงของผม พร้อมๆ กับเสียงตะโกนของไอ้ทะเล ได้ยินไอ้เด็กมันว่าแบบนั้นแล้วก็ได้แต่กลอกตาวนไปหนึ่งทีติด

 

หนทางแห่งการเป็นผัวพี่พระจันทร์ของน้องสมุทรมันช่างไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยจริงๆ

 

#รักอยู่รู้ยัง

 

สวัสดีค่าาาา แคทกลับมาแล้วค่าาาา

ขอโทษจริงๆที่หายไปนานมากๆ หลังจากที่ที่บ้านติดโควิดไป คิดว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ง่ายๆ แต่จริงๆแล้วมันยากมากๆเลยค่ะ

แคทได้แต่หวังว่า คนอ่านของแคทจะห่างไกลจากโควิดนะคะ ...

และแคทก็ขอขอบคุณคนอ่านที่ยังอยู่ด้วยกัน ยังคอยทักทายมาพูดคุยกับแคทเสมอๆ รวมถึงบางท่านที่ยังโดเนท

รวมถึงของขวัญวันปีใหม่ หรือแม้กระทั่งยาในตอนที่ติดโควิด ขอบคุณมากๆจริงๆค่ะ

ส่วนตอนนี้!! กลับมาแล้วจ้าาา กลับมาพาพี่พระจันทร์กับน้องสมุทรคนมั่นใจว่าจะได้เป็นผัวพี่พระจันทร์มาแล้วค่ะ

แคทหวังว่าคนอ่านจะยังคงสนุก และติดตามไปด้วยกันจนจบนะคะ

มารอดูคนที่ขึ้นอย่างหงส์ และจะลงอย่างหมาหรือเปล่ากันนะ อิอิ

ใครตกหลุมรักก่อนแพ้นะ รู้ยัง?



ปล. ขอขอบคุณคนอ่านทั้ง2ท่านของแคทจริงๆที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ให้กันนะคะ ดีใจที่ยังอยู่ด้วยกันนะคะ

ขอเสนอชื่อตอนว่าหมูปิ้งสื่อรักค่ะ ><
แต่.....เดี๋ยวก๊อน เดี๋ยวก่อน ทำไมตัดจบแบบนี้!!!! เค้าจะมารื้อฟื้นความหลังอะไรกันอ่ะแม๊!!!
รีบโทรไปฟ้องพ่อมาร์ชด่วนๆ ว่าลูกสาวคนดีจะถูกทำมิดีมิร้ายจากเมีย(ทิพย์)แล้ว
  << ชอบมากค่ะ ชอบตรงเมียทิพย์นี่ล่ะ 55555 พ่อมาร์ชต้องรู้เรื่องนี้แล้ว!


:pig4:
 :3123:
ขอบคุณมากๆนะคะ ถ้ากลับมาเปิดเจอเรื่องนี้ แคทหวังว่าเรื่องนี้จะยังทำให้มีรอยยิ้มได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

:pig4: :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Koyokid16

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สนุกจ้า มารอมารอ
เราชอบมากเลยนะ เราน่ะสายดราม่า 55  อ่านแล้วเจ็บจิ๊ด แต่เรื่องนี้ หลายอารมณ์ดี ม่าก็ได้ ตลกด้วย น้องหมุดนี้ สายมโนตัวแม่เลย อยากให้น้อง ถอดแว่นแล้วดิ อยากเห็นอิพี่พระจันทร์คลั่งบ้าง

รอ นะค่า แล้วรักษาสุขภาพน่าคุณแคท  :mew1:

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
สนุกมากกกก เป็นกำลังให้หนูนะลูกน้องสมุทร :a2: :a2:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 710
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ

บทที่4



เช้าวันใหม่ที่สดใสซาบซ่า น้องสมุทรที่มีเรียนบ่ายกลับแหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่เช้าตรู่โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก เรื่องของเรื่องคือมันนอนไม่หลับ ไม่ได้เป็นคนขยันตื่นอะไรขนาดนั้นหรอก พอเช้าปุ๊บมันก็ดีดลุกจากเตียงปั๊บ ตื่นเต้นแบบสุดๆ อยากวิ่งมาบอกเล่าเรื่องราวที่พบเจอมาเมื่อวานกับเพื่อนมาร์ช ... อยากจะบอกให้มันรู้ว่าน้องสมุทรคนนี้ใกล้จะได้เป็นผัวพี่พระจันทร์แล้วนะรู้ยัง เพราะแบบนั้นตอนนี้น้องสมุทรเลยกำลังเดินเล่นชิวๆ ในรั้วมหาลัยในเวลา10โมงเช้า ... ใช่จ๊ะ แต่กูมีเรียนบ่าย



แล้ววันนี้พี่พระจันทร์ก็มีเรียนบ่าย ผมเลยเดินไปซื้อข้าวเหนียวไก่ แซนวิชทูน่า แล้วก็มีคุกกี้มาไว้ให้พี่พระจันทร์ด้วย ก็จะจีบเค้า เราต้องเอาเรื่องหน่อย เปย์หนักแบบทรงเสี่ย



น้องสมุทรเดินเล่นเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าคณะวิศวกรรม ผู้ชายใส่ช็อป ผู้หญิงใส่กางเกงยีนส์เดินเท่ๆ กันไปมา เท่แบบนี้ใช่ไหมวะ สาวๆ เค้าถึงกรี๊ดกัน นี่ถ้าน้องสมุทรใส่บ้าง พี่พระจันทร์จะกรี๊ดกันบ้างป่ะ อยากเป็นผัวเท่ๆ ของพี่พระจันทร์



“เห้ย!” เสียงร้องเรียกที่ไม่เป็นมิตรนักดังขึ้น



ผมที่หันไปมองทางลานว่างที่มีแผ่นป้ายหินอ่อนสลักบอกชื่อคณะเด่นหราพร้อมมีอนุสรณ์สถานรูปฟันเฟืองใหญ่ๆ ตั้งไว้อยู่ทางด้านหน้าของคณะ รอบๆ ลานโล่งนั่นประกอบไปด้วยต้นไม้ใหญ่ปลูกเพิ่มความร่มรื่นและโต๊ะม้านั่งที่ตั้งไว้สำหรับเด็กคณะนี้รอบบริเวณ



อ่า...นี่ป่ะวะที่เค้าเรียกว่าลานเกียร์ เกียร์คือเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ครับ น้องสมุทรไม่สนิท



“เห้ย มึงมาทำไรที่นี่” คนที่เหมือนจะคุ้นหน้าลุกเดินออกมาจากโต๊ะใต้ต้นไม้ไม่ใกล้ไม่ไกลกำลังเดินตรงมาหาผม



“เห้ย มึงจำกูได้ป่ะเนี่ย ไอ้นายสมุทร พอใจยัง” ชัดเจน ... ไอ้คนใจดีหลงตัวเองที่เอาร่มเกี่ยวหัวผมให้เดินไปพร้อมมันเมื่อวานนี้



“ไม่ได้ชื่อนั้นเว้ย”



“หึ ตลกดีว่ะ ทำเป็นฟึดฟัดนะนายสมุทร พอใจยัง” มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมาดีดหน้าผากผมแรงๆ ทีนึง ...



“เจ็บนะโว้ย” มึงกับกูสนิทสนมกันเบอร์นี้เลยเรอะ! มึงใครเนี่ย



“มึงเรียนคณะไร” คนตรงหน้าที่วันนี้อยู่ในชุดกางเกงยีนกับเสื้อช็อป ต่างจากเมื่อวานที่ใส่ชุดนักศึกษาที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อย และเพราะแบบนั้น วันนี้มันเลยยิ่งดูดีมากกว่าเมื่อวานไปอีก



“ถามทำไม”



“ถามไม่ได้หรอวะ กูผู้มีพระคุณมึงนะ” ว่าแบบนั้นแล้วยกยิ้มมุมปาก สายตาคมที่มองดูผมเหมือนกับว่ามันกำลังเล่นกับกระต่ายขนปุกปุย



“เออๆ ก็เรียนอยู่ที่นี่ล่ะ สินสาด”



“แล้วเด็กศิลปศาตร์ทำไมมาเดินเล่นแถวนี้”



“แล้วมึงเป็นยามหรือไง ถึงถามเยอะถามแยะจังวะ” ผมว่าใส่ แต่อีกฝ่ายแค่ยกยิ้มขำ สายตาของมันดูไม่มีแววโกรธอะไร



“กูอยากรู้ ก็ถามสิวะ แล้วนี่มึงกินไรหรือยัง” พอโดนถามปุ๊บ ท้องก็ร้องปั๊บ



“คำตอบมึงชัดเจนดีนะ” มันว่าออกมาล้อๆ เอาซะกูอายหน้าเบ้ ไอ้ท้องไม่รักดีแม่งก็ครวญครางซะดังเชียว



“มากินข้าวกับกูมา กูจะพามึงชิมของดีวิศวะ” มันที่ว่าออกมาแบบนั้น แล้วยกแขนหนักๆ ขึ้นมาวางพาดไหล่ผมอย่างสนิทสนม



“มึงเรียนปีไรสมุทร”



“ปี1 แต่คือมึงกับกูนี่สนิทกันหรอวะ”



“มึงไม่เคยดูหนังจีนหรอวะ ช่วยชีวิตหนึ่งครั้ง เป็นสหายกันตลอดไป”



“มึงดูอินนะ” แล้วคือมึงแค่ช่วยกูไม่ให้เปียกฝนไหม ยังไง...แต่ก็นะ รู้จักคนไว้ก็ถือว่ามีคอนเน็คชั่น อีกอย่าง ดูท่าทางมันก็ไม่ได้จะมีพิษมีภัยอะไรกับผม หน้าตาดูไม่ใช่คนชั่ว ... แต่ติดไปทางกวนตีนนะไอ้นี่น่ะ



“กูปี3 เป็นพี่มึง ไหนเรียกกูพี่ยอร์ชให้ชื่นใจหน่อย”



“จำเป็นหรอวะ” กรอกตามองหน้าพี่มันนิดๆ มันที่มองสบตาผมไม่ได้มีแววโกรธอะไร จริงๆ เค้าว่ากันว่าพวกวิศวะส่วนใหญ่ค่อนข้างเคร่งเรื่องลำดับอาวุโส ในคณะก็มีโซตัสกันเข้มข้น ตอนแรกนึกว่าจะโดนพี่มันด่าซะแล้ว แต่คนตรงหน้ากลับยกยิ้มถูกใจซะงั้น



“มึงไม่อยากเป็นน้องสินะ”



“มีน้องแล้ว” ก็เรื่องจริง แค่มีไอ้ทะเลคนเดียวทุกวันนี้ก็ปวดหัวฉิบหายละ



“งั้นเป็นไร เมียกูไหม”



“ไม่โว้ยยยย พี่ยอร์ชสวัสดี พอใจยัง!” ห่านี่



“ฮ่าๆ มึงนี่ตลกวะสมุทร พอใจยัง”



“เลิกล้อผมสักทีเถอะว่ะ ผมชื่อสมุทรเฉยๆ เว้ย”



“โอเคๆ ปะ ไปกินข้าวกัน”



“นี่ผมถามจริงนะ พี่ไม่มีเพื่อนครบหรอวะ” เดินตามมันไปทางโรงอาหารของคณะวิศวะ เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้ามา ปกติไม่ค่อยออกจากคณะตัวเองหรอกครับ ยกเว้นแต่จะวิ่งไปคณะบริหารอ่ะนะ ก็ที่นั่นมีพี่พระจันทร์นี่นา



“เพื่อนน่ะกูมี แต่กูอยากพามึงไปกินด้วย”



“พี่ก็แปลกคนดีนะ”



“กูจะบอกความฝันในวัยเด็กของกูให้” ใบหน้าหล่อๆ ของมันที่เอียงหน้าลงมากระซิบเข้าที่ข้างหูของผมเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ นั่นทำเอาขนลุกนิดๆ



“ตอนเด็กกูอยากเป็นไกด์”



“แล้ว” หันหน้าไปถามแบบโคตรจะสงสัย แต่อีกฝ่ายไม่ถอยหน้าหนี เพราะแบบนั้นปลายจมูกของผมกับพี่ยอร์ชถึงชนกัน ในไม่กี่วินาทีนั่นผมผงะออกมาทันที แต่อีกฝ่ายกลับไม่ทำอะไรนอกจากอมยิ้มนิดๆ



“เชี่ย แล้วพี่จะเอาหน้าเข้ามาใกล้ทำห่าไรขนาดนี้วะ”



“ก็กูจะกระซิบไง มันเป็นความลับนะเว้ย” มันว่าแบบนั้น ... อะ กระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของกูอีก



“พี่มึงแม่งประสาทว่ะ” ผมบ่นอุบอิบเบาๆ อีกฝ่ายแค่หัวเราะในลำคอ



“เพราะแบบนั้นกูเลยจะพามึงทัวร์คณะกูนี่ไง” มันพูดต่อไปแบบไม่รู้สึกขัดเขินอะไร พอเห็นแบบนั้นผมเลยต้องทำนิ่งๆ เหมือนเมื่อกี้ไม่เกิดอะไรขึ้น คนอื่นเค้าไม่รู้สึกแปลกอะไร ไอ้ผมจะโวยวายขึ้นมา มันก็ดูไม่ใช่ป่ะวะ งั้นมึงเงียบไว้ดีกว่าน้องสมุทร



“ข้าวมันไก่วิศวะอย่างเด็ด” พี่มันว่าแบบนั้นตอนที่เราเหยียบเท้าเข้าไปในโรงอาหาร ผู้คนไม่พลุกพล่านในช่วงเวลานี้



“อะไรที่ว่าเด็ดวะพี่”



“ลูกสาวแม่ค้า กูบอกเลยว่าอย่างงี้! สัด...เล่นมุกเหี้ยไรของมึง”



“ฮ่าๆ แล้วพี่เล่นตามทำไมวะ อย่างเหี้ย” ผมหลุดขำออกมา ไอ้พี่ยอร์ชส่ายหน้าหน่อยๆ ก่อนจะเดินนำไปสั่งข้าวมันไก่ที่มันว่าเด็ดสุดๆ มองเห็นว่าวันนี้ลูกสาวป้าร้านข้าวมันไก่ที่มันว่าก็มาขายด้วยครับ อื้ม...เด็ดจริงว่ะ



แฮร่ๆ หยอกๆ ไม่มีใครเด็ดสู้พี่พระจันทร์ของน้องสมุทรได้อีกละ



“ไอ้สมุทรปะ” พี่มันเดินมาหาผมที่กำลังยืนรออยู่ เห็นข้าวมันไก่สองจานควันฉุยหน้าตาน่ากิน น้องสมุทรนี่เผลอกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เห็นไอ้พี่ยอร์ชมันยกยิ้มขำเลย



“เห้ย มึงพาใครมาด้วยวะ” เสียงตะโกนดังๆ เหมือนเวลารถขายผักขับผ่านดังขึ้นตอนที่ผมกับพี่ยอร์ชเดินเข้าไปที่โต๊ะนั่ง สามหน่อรูปหล่อแต่ดูเถื่อนนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมจ้องตรงมาที่ผมแบบไม่ละสายตา ผมที่เหมือนสิ่งแปลกประหลาดในบริเวณนี้ทำเอาเลิ่กลั่ก



“นี่ไอ้สมุทร ... ส่วนมึง พวกเหี้ยนั่นเพื่อนกู ไอ้นิว ไอ้ทอย ไอ้วิน” ประโยคแรกมันแนะนำเพื่อนมันให้ผมรู้จัก ส่วนประโยคหลังนั่นเป็นการอธิบายกับผม พร้อมชี้มือไล่ไปทางเพื่อนมันทีละคน



“สวัสดีครับ” ผมพูดออกมาพร้อมยกมือไหว้ พี่ๆ มันยกมือไหว้แต่สีหน้าก็ยังติดจะดุ คุณพี่ไม่สบอารมณ์อะไรกันมาหรอจ๊ะ อยากจะทราบ



“พวกมึงเลิกดึงหน้ากันสักทีไอ้สัด น้องมันไม่ใช่เด็กคณะเรา”



“เอ้าหรอ โทษทีนะ พอดีมันเป็นคาแรคเตอร์” พี่นิวว่าออกมาแบบนั้นแล้วยิ้มแผละ ... โซว้าว ไอ้เหี้ย พอยิ้มออกมาแล้วก็หน้าดูชม หล่อฉิบหาย เป็นผู้ชายมีลักยิ้มอยู่ที่ฝั่งขวา



“พวกมันเป็นเฮดวาร์คเลยต้องคีพคูล แต่จริงๆ เป็นพวกประสาทแดก มึงอย่าไปกลัว” ไอ้พี่ยอร์ชว่าแบบนั้นแล้วดึงผมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มัน



“ว่าแต่น้องมารู้จักกับไอ้เหี้ยนี่ได้ไง” พี่วินถามออกมาแบบนั้น พร้อมยกแก้วน้ำแข็งขึ้นมาเคี้ยวกร้วมๆ



“รู้จักมันเมื่อวานพี่ พี่ยอร์ชมันกางร่มไปส่งผมที่บีทีเอสอ่ะพี่ ส่วนวันนี้พอดีเจออีก พี่มันก็ลากผมมากินข้าว” บอกออกไปแบบนั้น เห็นพวกเพื่อนพี่มันมองหน้ากัน แล้วหันไปมองหน้าไอ้พี่ยอร์ชสายตาเหมือนล้อๆ แต่เอาจริงๆ ก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรกันแน่อ่ะนะ



“แหม่ คุณยอร์ชช่างเป็นคนดีจริงๆ เลยนะครับเนี่ย” พี่ทอยที่หรี่ตามองพี่ยอร์ชแล้วจีบปากจีบคอว่าออกไปแบบนั้น



“จริงครับ ผมนี่ตกใจแทบจะเอามือทาบอก” พี่วินว่าต่อกันเป็นลูกคู่ รับส่งมุกกันโบ๊ะบ๊ะจนผมนึกถึงไอ้เฮงกับไอ้จิมเลย



“สัด แล้วนี่ไอ้ทิตย์ยังไม่มาหรอวะ” พี่ยอร์ชด่าเสร็จพร้อมเปลี่ยนเรื่อง



“มึงควรชินไหม ป่านนี้แม่งคงสิงอยู่ห้องหญิงคนไหนสักคนนั่นล่ะ” พี่ทอยว่าออกมาขำๆ เหมือนว่าพวกเค้ากำลังพูดถึงเพื่อนของเขาอีกคนที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้ล่ะนะ



ส่วนผมที่เหมือนส่วนเกินตรงนี้ มาอยู่แบบผิดที่ผิดทาง โดนล้อมไว้ด้วยเด็กวิศวะหน้าโหดแต่จริงๆ แล้วใจดี กูเลยทำได้แค่ก้มหน้าลงกินข้าวมันไก่ที่พี่มันสั่งมาให้ ... เชี่ย อร่อยจริงว่ะ น้ำจิ้มอย่างเด็ด รสชาติเค็มตัดเปรี้ยวและหวานกลมกล่อม หอมขิงหน่อยๆ ได้กลิ่นเต้าเจี้ยวขึ้นมาเตะจมูกนิดๆ โอ้โหหห สมแล้วที่เป็นของดีวิศวะ!!



“ไงมึง อร่อยใช่ไหมล่ะ” พี่ยอร์ชที่ใช้ไหลมันดันไหล่ผมนิดๆ ถามออกมาตอนเห็นสีหน้าเป็นประกายของผม



“เด็ดมากพี่”



“จริงมึง โดยเฉพาะน้องหวานใจคนงาม กูล่ะอยากถามว่าหวานจริงไหม”



“มึงอย่ามาเซ็กชวล ฮาราสเมนต์ไอ้เหี้ย สังคมมันเหี้ยก็เพราะมีผู้ชายแบบมึงไอ้สัดทอย ใช้Kนำทางแทนสมองหรอ” พี่วินว่าออกมารัวๆ แบบนั้น พร้อมๆ กับพี่นิวที่ยกมือขึ้นตบหัวพี่ทอยแรงๆ ทีนึง แรงขนาดที่หัวพี่ทอยเกือบจุ่มลงไปในจานข้าวขาหมูของพี่มัน



“โอ๊ยๆ ขอโทษๆ กูแค่จะถามว่าน้ำจิ้มหวานไหม”



“K” พี่ยอร์ช พี่นิว พี่วินด่าออกมาพร้อมกัน เอาซะบนโต๊ะเต็มไปด้วยคำว่าK อื้ม Kเต็มไปหมดเลยครับ



พี่ทอยที่รีบยกมือขึ้นทำท่าไหว พร้อมบอก “ไม่เล่นงี้แล้ว ผิดไปแล้วๆ”



แต่เพราะเรื่องนี้เลยทำให้รู้ว่า จริงๆ แล้วพวกพี่มันก็เป็นสุภาพบุรุษชนกันค่อนข้างมากอยู่นะ เพราะว่าประเทศเราแม่งชอบเล่นมุกแบบนี้จนกลายเป็นเรื่องเคยชิน จนบางทีก็ลืมไปแล้วว่า มุกแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการคุกคามทางเพศดีๆ นี่เอง



พ่อของผมน่ะเน้นเรื่องนี้กับผมมาตลอดเลย เพราะแบบนั้น ผมเลยเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ชายที่อยากจะเท่เหมือนพ่อ พร้อมจะดูแลคนที่รักและให้เกียรติคนอื่นเสมอ ... เชี่ย อนาคตผัวพี่พระจันทร์มันแสนเท่เลยว่ะ!





“อะ น้ำ”



“ขอบคุณพี่” ผมยกมือขึ้นไหว้พี่ยอร์ชตอนที่มันส่งแก้วน้ำแคนตาลูปปั่นมาให้ผม ผมที่ยืนรอมันอยู่แถวลานเกียร์ หลังจากกินเสร็จก็แยกจากเพื่อนของพี่มัน แก้วนี้พี่ยอร์ชมันถ่อไปซื้อมาให้ บอกว่าร้านน้ำปั่นข้างคณะมันก็คือที่สุดของน้ำปั่น ฮาวทูพรีเซ้นท์คณะไม่เลิกเลยจริงๆ



“พี่ ค่าข้าวค่าน้ำกี่บาท” ผมควักเงินออกมาจากในกระเป๋า แต่พี่ยอร์ชมันเอาแต่ส่ายหน้า



“กูไม่คิด”



“ได้ไงวะ กี่บาทบอกมาไวๆ” ผมเร่งมันยิกๆ สายตาก็เหลือบมองนาฬิกาไปด้วย มันใกล้จะเที่ยงแล้ว ผมต้องรีบไปหาพี่พระจันทร์



“ถือว่ากูเลี้ยงทำความรู้จักกัน”



“อะไรของพี่วะน่ะ แต่ไม่เอาจริงๆ แน่นะ”



“เออ ไม่เอา...แต่ถ้ามึงอยากจะให้ กูขอเป็นเบอร์โทรมึงแทนได้ไหมล่ะ”



“เบอร์โทรผม” กูนี่เลิกคิ้วขึ้นอย่างงงงวยจนคิ้วแทบจะขึ้นไปแปะกับไรผมแล้วนะ มึงจะเอาเบอร์กูไปทำไมเอ่ย ซื้อหวยหรอวะ



“เออ เบอร์มึง ... เอามา” นี่มึงขอหรือข่มขู่ จริงๆ ก็งงนิดหน่อย แต่มาขนาดนี้แล้ว แถมเวลาก็ใกล้จะเที่ยงเข้ามาเรื่อยๆ ผมเลยไม่อยากเสียเวลาบอกเบอร์มันไป สักพักพี่ยอร์ชมันก็ยิงเข้ามา



“เมมไว้ มีปัญหาอะไรก็โทรมา หรือว่าถ้าคิดถึงเหงาๆ เปลี่ยวๆ อยากเสียวก็โทรได้”



“Kเถอะ!” ด่ากระแทกหน้ามันออกไปแบบนั้น ไอ้พี่ยอร์ชมันยืนขำหน้าดำหน้าแดง ถูกใจกับKที่กระแทกหน้ามั้ง



“ผมไม่คุยกับพี่ละ ไปล่ะผมรีบ” ว่าแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นไหว้มันอีกทีพร้อมออกวิ่ง



“ไปดีๆ นะมึง”



“เออ ดูแลตัวเองได้น่า โตแล้วโว้ย”



“มึงแม่งไม่รู้อะไรหรอกไอ้สมุทร” ได้ยินเสียงพี่ยอร์ชมันตะโกนไล่หลังตามมาแบบนั้น เล่นเอาน้องสมุทรถึงกับขมวดคิ้วเลย แม่ง ประโยคนี้อีกแล้ว เมื่อวานก็เหมือนจะได้ยินพี่พระจันทร์ว่าแบบนี้เหมือนกัน ... กูไม่รู้อะไรวะ พวกแม่งไม่เคยจะพูดให้เคลียร์เลย



...






ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
สับตีนมาไวๆ จนสุดท้ายก็มายืนหอบแดดอยู่หน้าคณะบริหาร มองนิดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นคณะบริหาร บรรยากาศแม่งโคตรจะต่างจากคณะวิศวะเมื่อกี้ ทางบริหารนี่จะมีแต่พวกหน้าตาเกลี้ยงเกลา ขาวๆ หล่อๆ เดินถือกระเป๋าหรูใส่ส้นสูงและกระโปรงทรงเอสั้นๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ โอเคอาจไม่ใช่ทั้งหมด แต่น้อยครับที่จะเห็นใส่ผ้าใบแบบวิศวะเมื่อกี้ อาจเพราะวิชาเรียนต่างกันก็เป็นได้ล่ะนะ



“เห้ย น้องที่มาร้องเพลงจีบไอ้จันทร์นี่หว่า” ถือได้ว่าผมเป็นคนดังคนหนึ่ง



“วันนี้จะมาทำอะไรอีกล่ะเรา มาร้องเพลงไม่เอาแล้วนะ หน้ามึงนี่เด่นหราไปทั่วแล้ว” เพื่อนพี่พระจันทร์ที่ผมจำได้ว่าชื่อพี่ปุ่นเดินตรงเข้ามาทักผมด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร เอาล่ะ หล่อน่ารักจนตาพร่า ญี่ปุ่นสมชื่อเลยครับคนนี้อ่ะ



“เปล่าครับพี่ น้องสมุทรซื้อข้าวกับขนมมาฝากพี่พระจันทร์” ผมว่ายิ้มๆ พี่ปุ่นที่มองตามมือของผมที่ยกถุงขึ้นมาให้ดู พยักหน้านิดๆ



“งั้นเราไปนั่งรอมันกับพี่กัน เดี๋ยวมันคงมาแหล่ะ” ผมพยักหน้ารัวๆ เลย งื้อ นี่คือเพื่อนพี่พระจันทร์ยอมรับกูแล้วใช่ไหมเอ่ย วันหลังจะซื้อขนมมาฝากพี่ปุ่นด้วย เรียกได้ว่าเป็นการติดสินบน



“อ้าวเห้ย น้องคนนี้มันน่าคุ้นๆ มึงหนีบมาจากไหนวะไอ้ปุ่น” ผมกับพี่ปุ่นเดินไปถึงโต๊ะใต้ตึกของคณะบริหาร เพื่อนอีกคนนึงกลุ่มเดียวกับพี่พระจันทร์ก็ทักขึ้นมา คณะนี้จะจัดม้านั่งไว้ใต้อาคารครับ ...ผมยกมือไหว้พี่เค้า



“ไหว้พระครับ”



“เอ่อ...ผมไม่ได้ไหว้พระ ผมไหว้พี่”



“ฮั่นแหน่ะ ไอ้เด็กนี่มันเล่นมุก มันแพรวพราวว่ะ” พี่เค้าว่าออกมาพร้อมยิ้มถูกใจ แล้วหันไปพูดงั้นกับพี่ปุ่น



“พี่ชื่อมีนนะ เป็นเพื่อนกับไอ้จันทร์”



“ผมสมุทรครับ”



“โอ๊ย ไม่ต้องแนะนำก็รู้จักว่ะ หน้าน้องนี่เด่นหราในเฟสครับ เสียงดีดกีต้าร์มันยังซาบซ่าในหัวใจพี่ว่ะ ฮ่าๆ”



“ผมก็ว่าผมค่อนข้างที่จะดีดได้ดีนะ” ผมบอกออกไปแบบนั้นเลยเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ปุ่นและพี่มีนได้ดังลั่น ผมหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ รู้สึกเหมือนโดนจับจ้องยังไงก็ไม่รู้



“อึดอัดหรือเปล่าสมุทร ต้องทำใจหน่อยนะ ก็เราเล่นประกาศจีบไอ้จันทร์ดังลั่นหน้าตึก”



“เออ ใจกล้าฉิบหาย”



“ก็...เคยอายแล้วมันไม่ได้นี่หว่าพี่” ผมยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ



“แล้วไม่อายแบบนี้คิดว่าจะได้หรอวะ” พี่มีนถามออกมาอีกพร้อมยักคิ้ว สีหน้าท่าทางของพี่เค้าดูจะเป็นคนที่ค่อนข้างทะเล้นและตลกมากกว่าใครในกลุ่ม



“ผมว่าได้นะ” ผมขยิบตาใส่เค้าทีนึง



“บ๊ะ...ไอ้เด็กนี่มันเอาเรื่องแท้ ว่าแต่มาวันนี้มาทำไรวะ”



“ผมซื้อของมาฝากพี่พระจันทร์ครับ”



“ไหนๆ มีอะไรให้กินบ้าง” พี่มีนว่าแบบนั้นแล้วเอามือเอื้อมมาเปิดถุงที่ผมซื้อมา แต่ติดตรงที่ว่าพี่ปุ่นไวกว่า มือยาวๆ ของพี่เค้าที่เอื้อมไปฟาดหน้าผากพี่มีนแรงๆ



“ทำเหี้ยไรของมึง สันดาน มันของเพื่อน”



“โอ๊ย...เดี๋ยวเพื่อนมึงก็เอาให้เรากินอยู่ดีป่ะ” พี่มีนว่าแบบนั้นพรางยกมือลูบหน้าผากตัวเองปรอยๆ ... แต่ว่านะ พี่พระจันทร์ไม่กินหรอ



ผมที่ช้อนตามองสบกับพี่ปุ่น ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่มีนบ้าง ทันเห็นพี่ปุ่นถลึงตาใส่พี่มีนทีหนึ่ง พี่มีนที่ทำปากพงาบๆ จับใจความได้ว่า ‘กูไม่ได้ตั้งใจ’



“อ่า...พี่พระจันทร์ไม่กินหรอครับ ฮ่าๆ” ผมว่าออกมาพร้อมรอยยิ้ม ก้มมองถุงข้าวเหนียวไก่ย่างของตัวเองนิดๆ



“ไอ้มีนมันจะไปรู้อะไร จริงๆ มันก็กินนะ พี่เห็น” พี่ปุ่นบอกผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง ท่าทางที่อยากจะบอกผมว่ามันคือเรื่องจริง ผมคิดว่าพี่เค้าคงอยากจะให้กำลังใจผมมากกว่าถึงได้บอกออกมาแบบนั้น ... แต่ถึงจะไม่กินก็ไม่เป็นอะไรหรอก เพราะความสัมพันธ์ของผมกับพี่พระจันทร์ ดูเหมือนมันจะก้าวหน้าขึ้นมากอยู่นะ อิอิ



“แล้วนั่นถุงอะไรวะ พี่เห็นเดินกอดมาแต่ไกล” พี่มีนถามพร้อมชะเง้อชะแง้มองของที่ผมกอดไว้อยู่



“อ๋อ...ผมเอาเสื้อมาคืนพี่พระจันทร์ครับ”



“เสื้อ” พี่ปุ่นกับพี่มีนพูดออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้าที่ออกจะตกใจนิดๆ ส่วนผมก็ทำแค่พยักหน้าหงึกหงัก ก็เสื้อคลุมเมื่อวานที่พี่พระจันทร์ให้ผมใส่กลับ น้องสมุทรน่ะเอาไปซักจนหอมฟุ้งเลย



“เชี่ย ไม่ธรรมดาว่ะ” พี่มีนว่าเบาๆ พร้อมเอามือลูบอก ส่วนพี่ปุ่นก็ทำแค่ยกยิ้มนิดๆ แบบเข้าใจกันสองคน ... ทำไมวันนี้กูเจออะไรแบบนี้บ่อยจังวะ ตั้งแต่เพื่อนพี่ยอร์ชละ แล้วนี่ยังมาเพื่อนพี่พระจันทร์อีก



“แล้วนี่เรากินไรมายัง พี่พาไปกินเปล่า ก๋วยเตี๋ยวหมูสับต้มยำบริหารอร่อยมากนะบอกเลย” พี่ปุ่นว่าออกมาอย่างใจดี แต่วันนี้มันเป็นอะไร มีแต่คนอวดของดีหนึ่งคณะหนึ่งผลิตภัณฑ์ให้ผมไม่เลิก



“ผมกินมาแล้วพี่ ไปกินที่โรงอาหารคณะวิศวะมาล่ะ”



“เชี่ย มึงไปกินอะไรที่นั่นวะ อย่าบอกว่าไปหลีหนุ่มคณะนั้นมานะมึง”



“บ้าเปล่าพี่ ผมมีพี่พระจันทร์แล้วนะ! อยากเป็นผัวพี่พระจันทร์คนเดียวแหล่ะผมอ่ะ” บอกออกมาเสียงดังแบบมั่นอกมั่นใจ พร้อมยืดออกแมนๆ ขึ้นตบอกโชว์ไปอีกที พี่มีนถึงกับขำจนน้ำแข็งไหลลงคอ เป็นสภาพที่เรียกได้ว่าอุบาทย์มาก



“คืองี้นะ พอดีมีพี่ที่รู้จักชวนไปอ่ะ แต่ข้าวมันไก่วิศวะก็เด็ดจริงพี่”



“หรอวะ วันหลังกูจะลองไปดู”



“ได้เลย พี่ชวนผมก็ได้นะ ผมเป็นไกด์ให้ได้เลย” ผมพูดเอาใจ พยายามตีซี้เข้าไป เข้าทางเพื่อนมีชัยไปกว่าครึ่ง



“มึงเรียนคณะอะไรกันแน่ถึงไปรู้เรื่องของวิศวะเค้า” พี่ปุ่นว่าออกมา เค้ามองหน้าผมแล้วยิ้ม ไม่อยากจะพูดเลยว่ะ ผมว่าพี่ปุ่นต้องเอ็นดูน้องสมุทร แผนเข้าทางเพื่อนพี่พระจันทร์ น้องสมุทรว่าได้ใจพวกพี่ๆ เค้าไปแล้ว80เปอร์เซ็นต์



ไม่ต้องถามว่ารู้ได้ยังไง น้องสมุทรตัดสินใจเอาเองครับ!



“โหย ก็วันนี้พี่ยอร์ชสอนผมมาหมดแล้ว แทบจะรู้จักทุกซอกของวิศวะแล้วพี่”



“ยอร์ช” พี่มีนวางแก้วน้ำแข็งของตัวเองแล้วเลิกคิ้วมองหน้าผม



“อื้ม พี่ยอร์ชคือพี่คนที่ผมรู้จักอ่ะพี่” บอกออกไปอีกครั้ง กลัวพี่เค้าไม่เข้าใจ เพราะเห็นหน้าพี่มีนดูจะยังข้องใจนิดๆ



“อย่าบอกว่าไอ้ยอร์ชปี3 วิศวะโยธานะ”



“เอ่อ...ไม่แน่ใจว่ะพี่ปุ่นว่าพี่เค้าเรียนสาขาไร แต่ถ้าปี3อ่ะใช่เลยพี่ .. ทำไมอ่ะ พี่รู้จักหรอ”



“เชี่ย”



“หื้ม” ผมเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจตอนที่เห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของพี่ปุ่นกับพี่มีน คือทำไมชอบมองหน้ากันแล้วเหมือนพูดคุยกันทางโทรจิต คนไม่เข้าใจแบบกูมันก็อึดอัดนะครับ ... แต่ก่อนที่จะได้คำตอบอะไร เสียงของคนมาใหม่ที่ผมรอก็ดังขึ้นมาขัดสะก่อน



“มึงมาทำไม” เป็นคำพูดที่มีเอกลักษณ์ของคนซึนแหล่ะผมว่า พี่พระจันทร์วันนี้อยู่ในเสื้อนักศึกษากับกางเกงยีนส์ดำ ในมือถือกระเป๋าclutch bagของผู้ชายลายกราฟฟิค แต่มองดูรู้ว่าเป็นของแบรนด์บาเลนเซียกา



“น้องสมุทรเอาของมาฝาก พี่พระจันทร์กินอะไรหรือยัง หิวไหม” ผมพูดออกไปพร้อมรอยยิ้มแล้วลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปหา พี่พระจันทร์กรอกตาออกมานิดหน่อยตอนเห็นท่าทางของผมแบบนั้น



“กูไม่กิน มึงเอากลับไปเหอะ”



“แล้วพี่พระจันทร์อยากกินอะไรล่ะ น้องสมุทรไปซื้อให้เอาไหม” ผมยังคงตื้อถามเพราะเป็นห่วง แอบลอบช้อนตามองพี่มันนิดๆ แอบนึกไปถึงเรื่องราวเมื่อวานที่เกิดขึ้นแล้วรู้สึกว่าหน้าจะแดง แต่ดูเหมือนว่าพี่พระจันทร์จะเก็บซ่อนความเขินอายเอาไว้ได้ดีกว่าผมเยอะเลย เพราะสีหน้าเรียบเฉยของเค้า มันไม่ได้แสดงออกว่ากำลังรู้สึกอะไร หรือเขินอะไรกับเรื่องเมื่อคืนแบบผมสักนิด ... คนซึนแหล่ะผมว่า



“ไม่เอา มึงกลับไปได้แล้วไป จะมาหากูทำไมวะ” ขมวดคิ้วมองหน้าผมนิดๆ สีหน้าที่ติดว่าอยากให้ผมกลับไปให้พ้นๆ สักที



“อ่า แต่น้องสมุทรยังอยากอยู่กับพี่พระจันทร์นี่นา” ผมพูดแบบนั้นแล้วเดินไปเกาะแขนพี่เค้าแล้วเอียงหน้ามองยิ้มๆ



“ขอน้องสมุทรอยู่กับพี่พระจันทร์ก่อนไม่ได้หรอ นะๆ น้า”



“มึงเป็นไรวะ มางอแงเหี้ยไร” พี่พระจันทร์ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วก้มลงมองหน้าผม ดวงตาคมสวยที่มีขนตางอนยาวในแบบที่ผมชอบจ้องตาผมแบบไม่สบอารมณ์เท่าไหร่



“เห้ยๆ ไอ้จันทร์ มึงเป็นไรของมึงเนี่ย น้องมันก็แค่เอาขนมมาให้เฉยๆ” พี่ปุ่นที่ดูเหมือนรู้ว่าบรรยากาศไม่ค่อยดีพูดขึ้นมาแบบนั้น



“เออจริงมึง แล้วน้องมันก็เอาเสื้อมาคืนมึงด้วย แหม่ๆ” พี่มีนพูดว่าออกมาแบบนั้นทำให้พี่พระจันทร์ต้องหันไปมองแล้วขมวดคิ้วนิดๆ



“ปากทำมาไล่ แต่จริงๆ ก็ให้เสื้อตัวหวงของมึงไปเลยหรอวะ” พี่มีนว่าล้อๆ แล้วหันมายักคิ้วให้กับผม ... นั่น ทีมน้องสมุทรแล้วหนึ่ง



“เสื้อตัวนี้พี่พระจันทร์หวงหรอ แต่ว่าก็ให้น้องสมุทรใส่หรอ” ช้อนตามองคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้น พี่พระจันทร์ที่ทำหน้านิ่งๆ แล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ



“มึงมาหากูแค่นี้ใช่ไหมสมุทร” พี่มันถามออกมานิ่งๆ ผมที่ยกมือดันแว่นตาตัวเองนิดๆ แบบไม่เข้าใจ แล้วก็พยักหน้าออกมาให้พี่มันนิดๆ จริงๆ มันเป็นนิสัยเวลาที่ไม่มั่นใจแล้วจะชอบทำ



“งั้นกูก็ได้ของทุกอย่างที่มึงเอามาแล้ว มึงกลับไปได้ละ”



“ทำไมชอบไล่ผมนักล่ะ คนเค้าจีบนะรู้ยัง”



“เออ กูรู้แล้วพอใจยัง! ถ้าพอใจมึงก็กลับไปสักทีสิวะ”



“ทำไมอ่ะ ทำไมต้องอยากให้กลับขนาดนั้นด้วย” ผมว่าวันนี้พี่พระจันทร์แปลกๆ ทั้งๆ ที่เมื่อวานก็ไม่เป็นแบบนี้สักหน่อย เอาจริงๆ เหมือนว่าเราจะตกลงกันไปแล้วด้วยซ้ำว่าเค้ายอมให้ผมจีบ ... แล้วถ้ายอมให้จีบ แต่ไม่ยอมให้ใกล้ มันจะไปคืบหน้าอะไรล่ะวะ



“จันทร์ พี่ปิดรถให้แล้วนะ”

เสียงใสๆ ของคนมาใหม่ที่เดินตามเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้ม ทำให้ผมต้องละสายตาจากหน้าของพี่พระจันทร์เพื่อไปมองคนมาใหม่ ก่อนที่ใบหน้าขาวใสอมชมพู ที่มาพร้อมๆ กับสีผมสุดน่ารักอย่างสีชมพูเฟดอ่อนๆ ดูพาสเทลยิ่งขลับให้ใบหน้านั่นน่ารักเข้าไปใหญ่ คนตัวบางสูงโปร่งที่อยู่ในชุดนักศึกษาเดินเข้ามาใกล้แล้วมาหยุดอยู่ข้างๆ พี่พระจันทร์ ก่อนที่นิ้วเรียวสวยนั่นจะยื่นกุญแจรถราคาแพงส่งมาให้พี่พระจันทร์



น้องสมุทรได้แต่อ้าปากค้างในตอนที่เห็นใบหน้าของคนมาใหม่คนนี้ชัดๆ ...



คนที่ผมจำได้ดีว่าเป็นใคร



คนที่คอยมารับมาหาพี่พระจันทร์เสมอตอนที่พี่เขาอยู่ม.6 ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะขึ้นมหาลัยไปแล้วก็ยังมาหากันทุกเย็น



“พี่อัยย์”



“เอ๋ รู้จักพี่ด้วยหรอครับ สวัสดีนะ” คนมาใหม่หันมาเห็นผมแล้วทำหน้างงๆ เหมือนกับสงสัยว่าผมเป็นใคร ก่อนที่จะพูดออกมาแบบเป็นกันเองอย่างน่ารัก ... 4ปีผ่านไป พี่เค้าก็ยังดูน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง



ผมหันไปมองหน้าพี่พระจันทร์นิดๆ อีกฝ่ายขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็เลือกจะเมินหน้าหนีจากผมไปหาพี่อัยย์



“พี่อัยย์สวัสดีครับ” พี่มีนที่เหมือนจะตั้งสติได้ก่อนใคร ยกมือขึ้นไหว้พี่อัยย์ด้วยรอยยิ้มแหะๆ แบบไม่สู้ดีนัก



“ทำไมพี่ถึงมากับไอ้จันทร์มันได้” พี่ปุ่นถามออกไปแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่ผมไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่ามันแข็งฉิบหาย ผมได้แต่กระพริบตาปริบๆ แล้วยกมือขึ้นดันกรอบแว่นอีกครั้ง เหมือนว่าพวกเค้าจะรู้จักและสนิทกันดีทั้งหมด



“อ้อ เมื่อคืนพี่ขอให้จันทร์ไปรับน่ะ แล้วก็เลยอยู่ด้วยกัน วันนี้มีเรียนบ่ายพร้อมกันเลยมาพร้อมจันทร์เลย” พี่อัยย์ว่าออกมาแบบนั้นแบบไม่ได้คิดอะไร ... แต่คนที่คิดอะไรกลับเป็นผมเอง



พี่อัยย์บอกว่าเขาให้พี่พระจันทร์ไปรับ ... ไปรับตอนไหน มันจะใช่ตอนที่เขาทำสีหน้ากระวนกระวายใจแล้วผละไปจากผมหรือเปล่า



แล้วที่บอกว่าอยู่ด้วยกัน ... จะใช่ตอนที่ผมได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากปลายสายเมื่อคืนนี้หรือเปล่า



อยู่ๆ ความคิดด้านลบของตัวเองก็เข้าครอบงำแปลกๆ ผมได้แต่เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่พระจันทร์ด้วยใจสั่นๆ ไม่ได้รู้สึกว่าเค้าเป็นคนสวยขาแล้วผมเขินหรอกนะ ...



แค่เหมือนว่าความรู้สึกของน้องสมุทรในตอนนี้ มันจะคล้ายๆ กับเวลาที่เราโดนดึงขาให้จมลงไปที่ก้นสมุทร ความรู้สึกของที่เงยหน้าขึ้นมองด้านบน พยายามจะตะกายขึ้นไปให้พ้นน้ำ แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็ขึ้นไปหายใจให้พ้นน้ำไม่ได้สักที...



“เอ่อ...” ผมที่หาเสียงตัวเองเจอในที่สุดเอ่ยออกไปแบบนั้น ทำให้ทุกคนหันมามองอย่างพร้อมเพรียงกัน พี่พระจันทร์มองหน้าผมนิ่งๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร สายตาของเขายังคงเป็นเช่นเดิม นั่นคือไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมเลยเหมือนเดิม



“ผม...ผมขอตัวก่อนนะครับ ฮ่าๆ เพื่อนน่าจะมารอแล้ว” บอกออกไปแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มที่ส่งไปให้ทุกคนเหมือนทุกที ไม่ได้รอให้ใครตอบรับอะไร เพราะรู้ดีว่าคนที่ผมอยากให้เค้าพูดอะไรออกมาสักหน่อยจะไม่มีทางพูดมันออกมา ผมเลยรีบคว้ากระเป๋าตัวเองมา แล้วหันหลังวิ่งหนีออกมาทันทีที่พูดจบ



.

.

.



“สัด! ไหนมึงบอกกูว่ามึงกลับออกมาแล้วไงวะ”



“กูก็ไม่อยากให้ลำบากนี่หว่า” ผมที่เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนตัวเองที่ทำหน้าเหมือนอยากแดกหัวผมลงไปให้มันจบๆ ไอ้มาร์ชขมวดคิ้วเป็นปมแน่นๆ จนผมกลัวว่าหน้ามันจะแก่ก่อนวัย



“แล้วมึงเลยไปกับไอ้เหี้ยนั่นแทนว่างั้น!”



“อย่าเรียกพี่พระจันทร์ของกูว่าไอ้เหี้ยนั่นได้ไหมวะ” ผมว่าออกมาแบบนั้นด้วยเสียงอ่อยๆ หลังจากกลับมาจากคณะบริหาร ก็มาเจอไอ้มาร์ชนั่งรอที่คณะอยู่ก่อนแล้ว มันที่เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของผมก็เอาแต่เค้นความจริงออกมาจนหมด หลังจากที่เล่าจบ ก็เลยได้เห็นสีหน้าเหมือนคนหิวตับหมาส่งมาให้ผมแทน ... พ่อโมโห พ่อโกรธา



“มึงแม่ง”



“เอาน่าเพื่อนมาร์ช ยังไงกูก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยนี่หว่า”



“แล้วไอ้เหี้ยนั่น เออๆ กูหมายถึงไอ้สัดพี่พระจันทร์ของมึงน่ะ มันไม่พูดเหี้ยอะไรเลยรึไง” คำพูดคำจา ขนาดถลึงตาใส่มันยังเรียกไอ้สัดพี่พระจันทร์อีก หึ่ย หัวใจน้องสมุทรมันเจ็บปวดว่ะ คนสวยขาโดนเรียกแบบหยาบคาย



“ไม่นะ” ผมตอบออกไปหงอยๆ จะให้พูดอะไรวะ ในเมื่อพี่มันเอาแต่มองหน้าพี่อัยย์



“K กูอยากจะไปต่อยให้หน้าแม่งแหก”



“ไม่ได้นะเว้ย มึงจะไปต่อยหน้าสวยๆ งั้นได้ไง”



“สัด มึงเลิกเอาตาตุ่มมองสักทีไอ้เหี้ยสมุทร”



“แล้วพ่อจะโมโหอะไรขนาดนั้น มึงก็น่าจะรู้ว่าลูกมึงมันสติปกติที่ไหนล่ะไอ้มาร์ช” ไอ้เฮงว่าแบบนั้น มันที่กำลังพับแขนเสื้อนักศึกษาของมันให้เข้าที่ แต่เอาดีๆ ยิ่งพับก็ยิ่งแย่ครับ



“เรื่องโพมันยังดูยากขนาดนี้ แล้วเรื่องนี้มันจะดูออกไหม” ไอจิมมองมาที่ผมแล้วถอนหายใจ



“มองออกไม่ออกอะไรวะ” ผมขมวดคิ้วมองหน้าพวกมันพร้อมกันแบบนั้น ไอ้มาร์ชกรอกตาแบบหมดความอดทนเต็มที



“สมุทร กูว่ามึงควรพอว่ะ พอกับพี่แม่งได้แล้ว”



“กูพึ่งได้ลองเองนะเว้ยมาร์ช~~ กูก็เล่าให้มึงฟังแล้วไงว่าพี่พระจันทร์อ่ะพึ่งตกลงให้กูจีบได้ แล้วมึงจะให้กูพอได้ยังไง กูอุตส่าห์อดทนรอมาตั้ง4ปี”



“4ปีของมึงมันยังสูญเปล่าไม่พอหรอวะ มึงยังจะต้องเสียเวลาไปมากแค่ไหนกับคนแบบมันอ่ะ” มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วมองผมแบบไม่สบอารมณ์



“เห้ยๆ ไอ้มาร์ช มึงจะฉุนเฉียวแล้วว่าพี่พระจันทร์เค้าแบบนั้นมันก็ไม่ถูกนา” เป็นไอ้จิมแย้งออก



“ทำไมกูจะโทษแม่งไม่ได้ มันทำแบบนี้ก็เท่ากับให้ความหวังไอ้สมุทร ให้ความหวังมัน แล้วดูสุดท้ายแม่งทำดิ K!”



“มึงต้องเข้าใจก่อนว่าเพื่อนเรามันไปชอบเค้าเอง แล้วถ้ามันจะเสียใจกลับมาเอง มันก็ไม่ใช่ความผิดของเขา มึงดึงดันไปขอความรักจากเค้า ถ้าสุดท้ายสิ่งที่ได้ตอบกลับมามันไม่ตรงใจมึง แล้วจะพาลไปโทษว่าเค้าเหี้ย มึงสิเหี้ยที่จัดการความรู้สึกของตัวเองไม่ได้แล้วยังเสือกไปโทษเขาอีก ... เขาขอให้มึงไปรักหรอ?”



ไอ้เฮงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผมยกมือขึ้นดันกรอบแว่นให้เข้าที่อีกครั้งตอนที่ได้ฟังคำพูดนั้น ... ยอมรับว่าวันนี้รู้สึกจุกๆ ที่ใจนิดหน่อย เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะว่าคนที่ยืนข้างพี่พระจันทร์ตรงนั้น คือพี่อัยย์น่ะสิ พี่อัยย์ที่ผมรู้ว่าตลอดมา พี่พระจันทร์ไม่เคยละสายตาจากเค้าได้เลย



“เห้ยๆ มึงอย่าพึ่งตีโพยตีพายทั้งไอ้หมุดทั้งมึงเลยเพื่อนมาร์ช นี่มันพึ่งเริ่มต้นเองไม่ใช่หรอวะ ... เอางี้ คืนนี้กูเลี้ยงเอง ไปคลายเครียดกันเถอะเพื่อนๆ” ไอ้จิมว่าออกมาพร้อมยิ้มกว้างๆ มันที่ไม่อยากเห็นผมเศร้า และคงไม่อยากเห็นไอ้มาร์ชตึงเลยเสนอวิธีที่มันชอบที่สุด



“แดกเหล้าย้อมใจ แล้วพรุ่งนี้เอาใหม่สิครับมึง...ไอ้หมุดเพื่อนกูมันจะยอมแพ้เพราะแค่นี้หรอวะ”



ผมสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ อีกหนึ่งที ก็ถูกของมัน ไม่มันใช่เวลาที่ผมจะมานั่งหงอย พึ่งเริ่มแท้ๆ ...กูจะยอมแพ้ได้ไง



น้องสมุทรจะเป็นผัวพี่พระจันทร์ให้ได้!



แม้ตอนนี้หนทางจะริบหรี่ก็ตาม



“สัด พวกมึงแม่งชอบให้ท้ายมันว่ะ” ไอ้มาร์ชบ่นออกมาแบบไม่สบอารมณ์ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ผมแรงๆ เก้าอี้หินนี่ถึงกับสะเทือน รุนแรงแท้



“มึงต้องปล่อยให้มันเดินเองได้แล้วไอ้มาร์ช มึงปกป้องมันทั้งชีวิตไม่ได้หรอก” ไอ้เฮงมองหน้าไอ้มาร์ชนิ่งๆ ผมไม่ได้ยินว่ามาร์ชมันตอบอะไรกลับไป เห็นแค่มันถอนหายใจหนักๆ แล้วหันหน้าหนี



นั่นสินะ ... ผมต้องเดินเองได้แล้ว ล้มแค่นี้ทำไมจะต้องท้อ รอมา4ปี จะจบด้วย4วันหรอวะไอ้สมุทร

หึ่ย! ใครมันจะไปยอมวะ!







ควันจางๆ ลอยเอื่อยๆ ไปตามสายลม ตรงสถานที่ที่เอาไว้สำหรับรมควันกันโดยเฉพาะ ผมที่ยืนพิงกำแพงแล้วพ่นควันสีเทาให้ลอยขึ้นไปในอากาศอย่างใจลอย ในหัวยังนึกถึงแผ่นหลังที่วิ่งจากไปเมื่อตอนกลางวันไม่เลิก ... ไม่รู้จะมาทำห่าอะไร



“มึงเอาอีกแล้วหรอวะไอ้พระจันทร์”



“มึงพูดอะไร” ลดมวนบุหรี่ออกจากปาก ก่อนจะปรายสายตาไปมองคนข้างๆ ไอ้ปุ่นที่โยนบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้ตีนขยี้ก้นบุหรี่ให้ดับสนิท



“กูเป็นเพื่อนมึงมากี่ปี แค่มองตามึงก็เห็นไปถึงK” มันที่จ้องตาผมนิ่งๆ แล้วพูดออกมาแบบนั้น



“เกินไปไอ้สัด” ด่ามันออกไปแบบนั้นแล้วหันหน้าหนีจากไอ้ปุ่น



“เมื่อไหร่มึงถึงจะพอกับพี่อัยย์” ไอ้ปุ่นที่ว่าออกมาแบบนั้น มันเหมือนจะไม่ยอมจบเรื่องนี้ให้กันสักที แม่งโคตรน่ารำคาญ

น่ารำคาญพอๆ กับใครบางคนที่ตื้อมาหากันไม่เลิก วันนี้ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะเจอมันที่คณะ ... แต่ลืมไปเลยว่า มันที่บอกกันเสียงแข็งแบบนั้นว่าชอบกัน มันคงไม่เลิกพยายามง่ายๆ



“หรือถ้ามึงไม่พอกับพี่อัยย์ มึงก็ไม่ควรดึงสมุทรมันเข้ามาเกี่ยวด้วย” ผมขมวดคิ้วแล้วหันไปมองหน้ามัน



“เกี่ยวเหี้ยอะไรกับมัน” ผมถามมันออกไปอย่างหงุดหงิด ไอ้ปุ่นบางทีมันก็น่ารำคาญเกินกว่าจะเสวนาด้วย



“หึ มึงหวงเสื้อตัวนั้นจะตาย ขนาดพี่อัยย์จะใส่มึงยังไม่ให้เลยเพราะป๊าทัพซื้อมาให้จากฝรั่งเศส แล้วน้องสมุทรเป็นใครมึงถึงให้ใส่”



“น้อง?” ผมขมวดคิ้วกับคำที่มันเรียกไอ้สมุทร สนิทกันขนาดไหนไปเรียกแม่งว่าน้อง



“นี่มึงโฟกัสตรงจุดไหนของมึงเนี่ยไอ้สัด”



“จุดไหนก็เรื่องของกูเหอะ หุบปากมึงดิไอ้ปุ่น รำคาญ” ยกมือขึ้นเสยผม รู้สึกร้อนและหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้วในวันนี้



“เหอะ ทำเป็นหงุดหงิดไปเหอะ คนที่ตามชอบมึง ไม่ใช่ว่าวันนึงเขาจะเลิกชอบไม่ได้นะ กูขอเตือน”



“แล้วกูต้องสนหรอ กูได้ขอให้มันมาชอบกูหรอ ... มึงที่มาจี้เหมือนกูทำผิดนักหนา ทั้งๆ ที่กูก็เป็นแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว กูเคยใส่ใจความรู้สึกใครมากกว่าอัยย์หรอวะ มึงเองก็น่าจะรู้” ผมสะบัดหน้าปรายสายตามามองมันตรงๆ



“เออ เพราะกูรู้นี่แหล่ะ กูถึงอยากให้มึงพอสักทีไอ้พระจันทร์”



“อัยย์ต้องมีกู!”



“หรอ มึงคิดว่างั้นหรอ” ไอ้ปุ่นแสยะยิ้มออก รอยยิ้มของมันที่กำลังบอกว่ามันรู้ดีในทุกๆ เรื่อง เป็นรอยยิ้มที่ผมโคตรจะเกลียด



“พี่อัยย์เค้าต้องมีมึงเสมอแหล่ะ เวลาที่เค้าไม่มีใครอ่ะ แต่เวลาที่เค้ามี เค้าก็ไม่เคยต้องการมึงหรอก” ผมปาบุหรี่ในมือลงพื้นแรงๆ เป็นความจริงที่เถียงมันไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ต้องการจะฟัง ก่อนจะสะบัดหน้ามองไอ้ปุ่นอย่างไม่สบอารมณ์



“แล้วกูจะบอกอะไรให้มึงรู้อีกอย่าง ... วันนี้น้องสมุทรไปกินข้าวกับไอ้ยอร์ชที่วิศวะมาว่ะ”



“มึงว่าอะไรนะ!” กระชากคอเสื้อไอ้ปุ่นให้เข้ามาใกล้ ขมวดคิ้วมองมัน รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นไปอีกเท่าตัวตอนที่ไอ้เพื่อนรักตรงหน้าทำแค่ส่งยิ้มออกมาแบบไม่รู้ไม่ชี้ อ่านสายตามันออกมาได้ว่า ‘ก็ไม่รู้สิน้า’



“K”



“กูว่ามึงหลุดแล้วนะพระจันทร์เพื่อนรัก”



“สัด! น่ารำคาญ”



...



(มีต่อค่ะ)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ

ผม นายข้ามสมุทร ที่กำลังยืนอยู่ด้านหน้าของร้านอาหารผับกึ่งในเวลาสามทุ่มกว่าๆ ตามเวลานัดกันของพวกเพื่อนๆ ป้ายชื่อร้านที่อยู่ด้านบนสุดของตัวตึกเป็นสีชมพูนีออนแสบตา เขียนชื่อไว้ว่า ‘DANIWORLD’ เห็นพวกมันบอกว่าร้านนี้เป็นร้านดัง ในรีวิวก็มีบอกไว้ว่าอาหารอร่อย เพลงดี และเจ้าของร้านเด็ด กูงงมากๆ ว่าทำไมมันถึงไปเกี่ยวกับเจ้าของร้านได้วะ แต่ถ้ารีวิวขนาดนี้ หรือว่าจะสวยวะ ระริกระรี้ขึ้นไปนิดนึง เพราะน้องสมุทรน่ะชอบคนสวย



“มาถึงนานยังวะไอ้สมุทร” หันไปมองตามเสียง เห็นไอ้เฮงลงมาจากรถพร้อมๆ กับไอ้มาร์ช บ้านพวกมันอยู่ทางเดียวกันเลยรับกันมา ส่วนไอ้จิมมันคงอยู่ในร้านเพราะมาจองโต๊ะ



“ไปมึง เข้าไปเมาให้ลืมเศร้า” ไอ้เฮงว่าแบบนั้น มันเดินมากอดคอผมแล้วยีหัวไปด้วย



“ไอ้สัดเฮงซวย กูอุตส่าห์เซ็ตผมมาไอ้ห่า” ผมร้องออกไปแบบนั้น กูเซ็ตมานานมาก แต่จะมาโดนทำลายลงเพราะไอ้เพื่อนเฮงซวย



“หึ มึงไม่หล่อไปมากกว่าเด็กม.4หรอก ไม่ต้องเสียดาย” ไอ้มาร์ชว่าแบบนั้น มันในวันนี้เรียกว่าหล่อบาดใจนะครับ เสื้อเชิ๊ตไม่ติดกระดุมสามเม็ดของมันเปิดโชว์ให้เห็นแผงอกขาวๆ นั่น กูว่าวันนี้จะต้องมีคนได้หิ้ว



“พ่อแม่งใจร้ายกับกูจังเลยว่ะเพื่อนเฮง” ผมแกล้งทำหน้าเบะปากอยากร้องไห้



“โอ๋ๆ นะมึง แต่เชื่อกูเถอะ วันนี้พ่อมึงอาจจะหาแม่ใหม่ให้มึงว่ะ ฮ่าๆ”



“ขอโทษที กูไม่มีลูกแบบมึง อ้อ เพื่อนแบบมึงด้วยไอ้สัด” ไอ้มาร์ชว่าแบบนั้นเรียกเสียงโห่ฮาจากพวกเราสองคนได้เป็นอย่างดี



เข้าไปในร้าน ไอ้จิมจองโต๊ะที่อยู่ชั้นล่างแถวๆ โซนด้านหน้าเวทีเอาไว้ให้ คืนนี้มันคงกะหูดับไม่เมาไม่เลิกให้สมกับที่วันพรุ่งนี้เราไม่มีเรียนครับ



“โอ้ๆ น้องหมุดของกูมาแล้ว มาด้วยลุคขาวใสไฉไลกว่าเดิม”



“แน่นอน คอนเซ็ปกูคือหล่อแบบเจ้าชาย”



“ให้ตาย ไอ้เหี้ยกูนึกว่าคอนเซ็ปแม่ชีมาตลอด ไหว้สา”



“แม่ชีพ่อง!” ยกนิ้วกลางให้ไอ้จิมไป แต่เหมือนอีกฝ่ายจะยิ่งชอบอกชอบใจมากกว่าเดิม ... พวกเรานั่งกินกันไปเรื่อยๆ พูดคุยเรื่องเฮฮาสารพัดที่จะงัดมุกออกมาตบใส่กันได้ เล่นและดื่มกันไปเรื่อยๆ จนเวลาล่วงเลยไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ กว่าจะมีใครใส่ใจเวลา สติของแต่ละคนก็พัดพาไปที่อื่นเรียบร้อยแล้ว



วันนี้ไอ้เฮงกับไอ้จิมได้ชนแก้วกับสาวๆ กันไปไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ส่วนไอ้มาร์ชตอนนี้ลุกไปนั่งที่โต๊ะไม่ใกล้ไม่ไกล ผมยกหัวขึ้นมาจากโต๊ะทรงสูงที่เรานั่งกันอยู่ พยายามปรือตามองให้ได้มากที่สุด มองเห็นว่าข้างตัวของมันกำลังมีสาวสายกระซิบอยู่ข้างหู สายตาเจ้าชู้ที่กำลังส่งไปให้เธอ บอกให้รู้ว่าวันนี้แม่งต้องแยกกันกลับกับไอ้เฮง



“เห้ยๆ ไอ้หมุด มึงไหวไหมเนี่ย”



“กูไม่มาวจ้า”



“สัด ถ้าพูดแบบนี้เมาทุกที ครั้งนี้พ่อมึงก็ไม่อยู่ห้ามนะโว้ย” ไอ้จิมว่าออกมาแบบนั้น ผมที่ทำแค่ยกมือขึ้นดันแว่นที่ไหลออกจากกรอบหน้าไปให้เข้าที่....แค่นี้น้องสมุทรไม่เมาหรอกว่ะ ถ้าเมารักพี่พระจันทร์ก็ไม่แน่หรอก เอิ๊ก



“เห้ยมึง ไอ้สมุทรพอใจยัง” เสียงเรียกที่มาพร้อมกับแรงสะกิด ผมยกหัวตัวเองขึ้นมาจากโต๊ะได้ในที่สุด หันไปมองก็เห็นผู้ชายหน้าหล่อที่แต่งตัวด้วยเครื่องประดับหูเป็นสายโซ่คล้องกันไปมาหลายรูอย่างเท่ ริมฝีปากที่มีรอยยิ้มกวนๆ ยกยิ้มอยู่ที่มุมปากแม่งอย่างคุ้น



“ไอ้สมุทร”



“เชี่ย มึงหน้าเหมือนพี่ยอร์ช”



“หึ ไม่ใช่แค่เหมือน กูนี่แหล่ะยอร์ชเลย”



“เอ้า โลกกลมฉิบหาย ดีพี่ยอร์ช มาชนแก้ว” บอกมันแบบนั้นแล้วคว้าแก้วตัวเองมาชนกับแก้วที่มันถือมา ก่อนจะกระดกเข้าปากไปอีกอึก



“เห้ยเบาหน่อยไอ้ลูกหมา มึงเมาแล้วเนี่ย” มันว่าแบบนั้น แล้วดึกแก้วออกจากปากผม สายตามันดูจะแวววาวมากกว่าตอนกลางวัน หรือว่าเป็นเพราะมันเป็นตอนกลางคืนที่มืดๆ แล้วมีแสงไฟวูบวาบกันวะ



“ไม่เมาๆ นี่ๆ พวกมึง นี่พี่ยอร์ช ... ส่วนพี่ยอร์ช นี่ไอ้เฮง ไอ้จิม แล้วนู้นนนนที่อยู่ตรงโต๊ะนู้น หรี่ตามองเห็นมะ นั่นไอ้มาร์ช เพื่อนสมุทรเองจ้า” พี่มันมองตามมือผมที่ชี้ไปหาไอ้มาร์ชพร้อมพยักหน้านิดๆ ประมาณว่าเห็นแล้ว



“อื้ม ไหว้เพื่อนสมุทรยางงง”



“เชี่ย ไหว้เหี้ยไรล่ะ พวกกูนี่ต้องไหว้พี่เค้า” ไอ้จิมว่าออกมาแบบนั้น แต่พี่ยอร์ชก็ทำแค่หัวเราะหึๆ



“เออดีพวกมึง เพื่อนมึงดูเมาแล้วนะ”



“มากอ่ะพี่”



“ทำไมกินเยอะจนเหมือนหมาขนาดนี้วะ” พี่ยอร์ชถาม และเพราะว่าเสียงมันดัง มันถึงก้มลงต่ำจนต้องเอียงหน้าเข้ามาใกล้ๆ แก้มของผมเพื่อกระซิบให้ได้ยิน



“ผมมีเรื่องเสียจายยยย เลยอยากดื่มไงเพ้”



“มึงมีเรื่องทุกข์ไร ไหนเล่าสิ” ไอ้พี่ยอร์ชว่าแบบนั้นแล้วทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของไอ้มาร์ช



“คือว่าผมน่ะนะ...คือผมน่ะ...โอ๊ย เชี่ย มือถือขัดจังหวะ” ผมว่าออกมาแบบนั้นตอนที่รู้สึกว่ามือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงมันสั่นจนไข่เต้นในกางเกงหมดแล้ว พยายามจะดึงมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแต่แม่งยากเหลือเกิน สงสัยวันนี้จะใส่กางเกงเดฟไปหน่อย แม่งเอ๊ย ล้วงยาก



“นี่ๆ พี่มอส”



“กูชื่อยอร์ช”



“เออๆ ...นั่นล่ะ เดี๋ยวสมุทรมานะ ไปรับโทรศัพท์แป๊บ เดววววมาเล่าให้ฟังใหม่น้า” ผมบอกแบบนั้น พร้อมๆ กับลุกออกจากที่นั่ง แต่มือของพี่มันก็เอื้อมมาจับแขน



“กูไปเป็นเพื่อน”



“ไม่ต้องๆ เดวมา แป๊บเดววว แม่คงโทรมาอ่ะ พี่ไปด้วยเดี๋ยวดูไม่เท่ ...ไอ้เฮงไอ้จิม กูฝากพี่ด้วยแป๊บนุง” บอกแบบนั้นพรางโบกมือไปมา พร้อมๆ กับดันไหล่หนาให้ทรุดตัวลงนั่งที่เดิม พี่ยอร์ชทำหน้าเหมือนไม่อยากจะทำตาม แต่ติดตรงไอ้เพื่อนทั้งสองคนของผมเข้าประกบพี่มันทันที ได้ยินเสียงพวกมันถามถึงคณะที่พี่มันเรียน จริงๆ แล้วน้องสมุทรคิดว่าพวกมันแค่สนใจสาวๆ คณะวิศวะเท่านั้นล่ะ



ผมที่เดินเป๋ไปเป๋มา ค่อยๆ เกาะกำแพงของร้านเดินออกมาที่ทางด้านหลังร้าน ตรงเป็นโซนลานจอดรถ ลมแรงๆ ที่เป่ารถหน้าทันทีที่เปิดประตูด้านหลังออกมา ทำให้ตื่นตัวขึ้นมานิดนึง ร้านนี้บรรยากาศดีและจัดร้านสวยจริงๆ ดูรู้เลยว่าเจ้าของร้านใส่ใจ ขนาดด้านหลังตรงนี้ยังมีที่นั่งพัก และจัดเป็นซุ้มดอกไม้เอาไว้ให้ดูสบายตา ผมที่ทรุดตัวลงนั่งแถวๆ นั้นแล้วพยายามหยิบมือถือออกมา จนถึงตอนนี้ก็ยังสั่นไม่เลิก



“รู้แล้วๆ จารับแล้วจ้า” ทำไมเสียงกูมันอ้อแอ้แปลกๆ นะ



“มึงไม่ต้องรับแล้ว!” เสียงเข้มๆ ที่ติดจะขุ่นมัวแปลกๆ ดังอยู่ที่ด้านหลังของผม พอหันหน้าไปมองก็เจอเข้ากับคนที่ผมคิดถึงตลอดเวลา แต่สายตาของคนตรงหน้าดูจะไม่เป็นมิตรนัก



“....พี่ พระจันทร์”



“เออ! กูเอง” ว่าแบบนั้นแล้วย่างสามขุมตรงเข้ามาหาผม หึ่ย แต่น้องสมุทรสะบัดหน้าหนี คิดถึงนะแต่ขอพักก่อน วันนี้มาเที่ยว กะว่าจะย้อมใจให้แข็งแรง แต่ตอนนี้ยังไม่แข็งนี่หว่า



“มึงสะบัดหน้าหนีกูหรอวะ”



“เออสิ สมุทรสะบัดเองแหล่ะ” บอกออกไปแบบนั้นแล้วเบ้ปากใส่



“ทำไม ต้องเป็นไอ้เหี้ยยอร์ชใช่ไหม มึงถึงจะเอียงหัวใส่น่ะห๊ะ”



“เอ้า แล้วเกี่ยวไรกับพี่ยอร์ชอ่า” ผมหันหน้าไปมองมันในที่สุด เอียงหัวตะคองมองมันเพราะรู้สึกว่าหัวมันหนักๆ โอ๊ยๆ ตาลาย



“งื้อ ภาพมันเบลอหรือเธอไม่ชัดเจนน้า”



“สัด มึงนี่แม่ง”



“อาไร จะด่าไรอีก เดี๋ยวก็ไล่อีก งั้นวันนี้พี่พระจันทร์ไปเลยนะ สมุทรยังไม่พร้อมเป็นผัวพี่”



“เมาแล้วเพ้อไรของมึงวะ เงยหน้าขึ้นมาคุยกับกูดีๆ สมุทร” คนตรงหน้าว่าพร้อมดึงแขนผมไว้ก่อนที่ผมจะไหลลงไปกองกับพื้น เพราะรู้สึกอยากนอน .... น้องสมุทรอยากทิ้งตัว อยากอยู่ในสภาวะทิ้งดิ่ง



“มาอาวววว สมุทรอยากนอน นอนตรงนี้”



“นอนเหี้ยไรล่ะ ตรงนี้นอนไม่ได้!” พี่พระจันทร์ทำเสียงเหมือนรำคาญ แต่ก็เป็นพี่มันที่ดึงตัวผมเข้าไปกอด เอาหน้าของผมทิ้งตัวลงบนไหล่ของมัน แล้วจับตัวของผมให้ยืนดีๆ แม้ว่าตัวผมในตอนนี้แทบจะไม่รู้จักคำว่ายืนดีๆ แล้วก็ตาม



รับรู้ได้ถึงฝ่ามืออุ่นๆ ที่เอื้อมมาปัดผมที่ปรกหน้าของผมออกเบาๆ อื้ม กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ นี่มันทำให้ยิ่งอยากนอน หอมจนเอาหน้าซุกเข้าไป กอดอะไรตรงหน้าให้แน่นขึ้นไปอีก หมอนข้างหรือเปล่านะ งื้อ น้องสมุทรอยากกอดแน่นๆ เลย



“สัด อย่ามาซุกกูแบบนี้สมุทร”



“อื้ม อยากนอน”



“เออๆ กูจะพาไปนอนนี่ล่ะ อยู่เฉยๆ”



“หื้ม ... พระจันทร์หรอ” เสียงเข้มๆ ของใครบางคนที่ผมไม่รู้จักดังขึ้นเรียกชื่อของพี่พระจันทร์ ผมพยายามปรือตาขึ้นมามอง สภาพแว่นที่อยู่ตรงลูกตาแค่ด้านเดียว อีกด้านตกไปอยู่ที่โหนกแก้ม เลยทำให้มองเห็นคนที่เรียกพี่พระจันทร์ไม่ชัด พอมองออกว่าเห็นใบหน้าคมหล่อ ดวงตาคมที่ถูกเขียนด้วยอายไลน์เนอร์เฉี่ยว และเปลือกตาทาด้วยอายแชโดว์ที่มีกลิตเตอร์วิวับ เลื่อนสายตาลงมาก็มัดกล้ามและแผ่นอกกว้างๆ บนไหล่หนานั่นเห็นขนเฟลอร์สีชมพูแปร๊ดวางพาดอยู่บนไหล่ รู้สึกเหมือนมีอะไรที่มันไม่ถูกต้อง อะไรเอ่ยที่ไม่เข้าพวก ผู้ชายหล่อ ดูผัวมาก อยู่บนจุดสูงสุดของหวงโซ่ แต่ปากแดง และแต่งหน้าจัด...แต่มันจะใช่หรอ หรือน้องสมุทรตาลายนะ ไม่ไหวตาจะปิด ตาจะปรือ อยากทิ้งตัว



.

.

.



“อาดาบ” ผมเรียกคนตรงหน้าออกมาแบบนั้น ชายร่างสูงที่อยู่ในชุดฉูดฉาด แต่งหน้าจัดและมีริมฝีปากสีแดง แต่ริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มเจ้าเล่ห์และมองตรงมาที่ผมด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก สายตาของคนที่ผ่านโลกมาก่อน



ใช่แล้ว อาดาบ เป็นลูกพี่ลูกน้องของป๊าผม และเป็นเจ้าของร้านนี้



“นี่เราหิ้วใครอยู่คะ” อาถามแบบนั้นด้วยเสียงสอง หรี่ตามองผมพร้อมยกยิ้มมุมปาก



“เอ่อ...”



“เอาว่ะ เด็กสมัยนี้มันเอาเรื่องจังเลยนะคะ มีอะไรให้คนสวยช่วยไหมเอ่ย” ขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อยแล้วขยิบตาให้ จริงๆ คือขยิบตาใส่ไอ้สมุทรที่เสือกปรือตาขึ้นมาส่งยิ้มหวานให้อาของผม เห็นแบบนั้นเลยเบี่ยงตัวมันหนี



“หึๆ”



“อาเปิดห้องให้จันทร์หน่อย จันทร์จะ...”



“โอ๊ยอิดอก หลานกูโตขนาดนี้แล้วหรอ โอ้ไม่นะ! กูยังมองเห็นมึงตัวแค่นิ เล็กๆ ตัลร๊าก ที่ไหนได้ แม่งร้ายเหมือนป๊ามัน แต่พระจันทร์คะ...ร้านกูไม่ใช่โรงแรมนะมึง”



“อาดาบ จันทร์แค่จะพาน้องไปนอนเฉยๆ น่า น้องเมาแล้ว”



“นอนจับมือกันใสๆ ไม่มีอาราย ตอแหลได้อิเฮียทัพมาเลย”



“นะครับอาดานี่คนสวย นะ ช่วยจันทร์หน่อยนะ”



“กรี๊ดดด พระจันทร์เรียกอาว่าดานี่ มึงเอาไปเลยค่ะ กุญแจห้องชั้น3ไปเปิดเลยค่ะ!! วันนี้กูจะกลับไปนอนกับไอ้เอม ไม่อยู่รบกวนขุ่นหลานหรอกนะคะ” อาดานี่ที่กรี๊ดออกมาแล้วควักกุญแจที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงส่งมาให้ผม เอาดีๆ เหมือนว่าเจ้าของร้านนี้กำลังเตรียมตัวกลับบ้านทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลา ติดตรงที่ว่าดันมาเจอผมซะก่อน



“แต่ว่า น้องแน่หรอวะ หน้าตาน่ารักนะ” อาดาบว่าแบบนั้นโดยที่เลิกทำเสียงสองเสียงสาม พร้อมมองสำรวจใบหน้าใส ที่ตอนนี้เอาหน้าซุกซอกคอผมไปแล้วตอนนี้



“อืมน้อง”



“พี่น้องไม่นัวกันคะอย่าลืม”



“แล้วใครจะไปนัวกับมันวะอาดาบ”



“อิดอก พอกูให้กุญแจเรียกดาบเลยนะอิเด็กสร้างบ้าน!” แหวใส่ผมตอนที่ได้ยินชื่อเรียกจริงๆ ของตัวเองที่เจ้าตัวไม่ชอบ อาผมเป็นคนหล่อที่ตลก แต่ป๊าชอบบอกว่าสติไม่ดี



“อากลับไปได้แล้วไป จันทร์จะพาน้องไปนอน...กลับช้าแบบนี้อาเอมหนีไปมีผัวใหม่แล้วมั้ง”



“ตบปากเท่าอายุมึงเลยพระจันทร์ มึงนี่แม่งไม่น่ารักเหมือนอาทิตย์เลยว่ะ” อาดาบว่าออกมาแบบนั้น ทำเสียงฟึดฟัดขัดใจ ไม่ได้น่ารักเท่าไหร่เมื่อผู้ชายกล้ามใหญ่ๆ อกแน่นๆ มาทำแบบนี้ แล้วคำพูดของอาก็ทำเอาผมกรอกตา อาดาบก็ต้องชอบไอ้อาทิตย์อยู่แล้ว ก็เลี้ยงกันมาเหมือนตัวเองนี่หว่า



“เออๆ ไม่ต้องถลึงตาใส่กู กูกลับแล้ว ส่วนมึงก็อย่ารุนแรงนะ กูพึ่งซื้อเตียงมาใหม่”



“รู้แล้วน่า ถ้าพังก็จะให้ป๊ามาเปลี่ยนให้”



“เชี่ย แม่งเอาเรื่องว่ะ...แต่เด็กมึงก็น่ารักอยู่นะ”



“อา มองไรวะ ผมจะฟ้องอาเอม”



“หึ ... พี่น้องเค้าไม่หวงดิพระจันทร์”



“รำคาญ”



“ปากแข็งไปเหอะ กูเห็นคนเป็นหมามานักต่อนักละ” อาดาบว่าแบบนั้นแล้วยักคิ้วให้



“พ่อมึงแล้วหนึ่ง” พูดจบแล้วก็หันหลังเดินแกว่งกุญแจรถในมือเดินจากไป ผมได้แต่ถอนหายใจหนักๆ มองเห็นรถมอเตอร์ไซต์คันใหญ่พุ่งตัวออกไปจากลานจอด เสียงเร่งเครื่องทำให้ท่อดังไปตามทาง ... อืม รถอากูเอง



.

.

.



“อื้อ” ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่รู้สึกว่าตัวเองที่ทิ้งให้หงายหลังลงไป รู้สึกผวาจนต้องลืมตาตื่น ภาพบรรยากาศรอบๆ ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ขมวดคิ้วออกมา



“ตัวหนักฉิบหาย” เสียงเข้มๆ คุ้นหูดังขึ้นจากปลายเตียง พอเพ่งมองดีๆ ก็ถึงได้รู้ว่านั่นมัน



“พี่พระจันทร์”



“เออ กูเอง ไม่ใช่ไอ้สัดยอร์ชหรอก” เสียงติดจะขุ่นว่าออกมาอีก ยอร์ช...ยอร์ชไหนกันวะ



“พ..พี่พระจันทร์”



“อะไรอีก”



“น้องสมุทรน่ะ...”



“อะไร”



“น้องสมุทรไม่ยอมแพ้หรอกนะ น้องสมุทรจะปกป้องพี่พระจันทร์เองนะ” บอกออกไปแบบนั้นแล้วส่งยิ้มให้อีกคนน้อยๆ รู้สึกถึงเสียงยวบยาบและเตียงนอนที่ยุบลงไป ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายดันตัวขึ้นมาบนเตียง มองเห็นใบหน้าของคนที่ผมหลงรักลอยอยู่ตรงหน้า



“กูบอกแล้วว่าให้มึงถอยจากกู”



“ไม่เอาหรอก ไม่ถอย” เถียงออกไปแบบนั้นพร้อมๆ กับสายหน้ารัวๆ อื้อ ยิ่งส่ายก็ยิ่งมึน



“ถ้ามึงไม่ถอย มึงจะไม่มีสิทธิ์ถอยแล้วนะ”



“อืม ไม่เอาสิทธิ์ถอย เอาสิทธิ์ผัว ให้ได้ไหม อยากเป็นผัว อึก...อื้ม” คำพูดของผมถูกกลืนหายลงไปพร้อมๆ กับลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาแทน ลมหายใจอุ่นร้อนตัดกับแอร์เย็นๆ เพิ่มความรู้สึกวูบวาบแบบบอกไม่ถูก ริมฝีปากหยักที่ดูดดุนแทรกริมฝีปากเข้ามาแบบรุนแรงทำเอาผมผวา ฝ่ามืออุ่นๆ ที่สอดเข้ามาในเสื้อของผม ค่อยๆ ไล้มือขึ้นมาที่หัวนมและบีบมันเล่นอยู่แบบนั้น



“อ๊ะ อึก”



“อยากเป็นผัว กูคงให้ไม่ได้ว่ะ” เสียงทุ้มเข้มที่ดังขึ้นมาพร้อมๆ กับใบหน้าคมที่ก้มลงจูบไปตามลำคอของผม ลิ้นร้อนๆ ที่ขบเม้มที่ติ่งหู สัมผัสวูบวาบที่เล่นงานจนได้แต่หลับตา รู้สึกหัวหนักๆ จนกว่าจะลืมตาขึ้นมาห้าม



“ถ้าเป็นเมียกู อันนั้นน่ะอีกเรื่อง”



เมียหรอ ... เมียอะไร เมียใครวะ ...น้องสมุทรอยากเป็นผัวพี่พระจันทร์ต่างหากล่ะ “อ๊ะ...” ยอดอกที่ถูกริมฝีปากเย็นๆ ครอบลงบนหัวนม อกแอ่นสะท้านขึ้นพร้อมๆ กับที่ส่วนยอดถูกดึงเม้มก่อนจะปล่อยออก แผ่นหลังถึงได้ทิ้งตัวลงแนบกับพื้นเตียง สัมผัสวูบวาบรุกเร้ามากกว่าที่เคย น้องสมุทรว่าน้องสมุทรไม่ไหว



“สมุทร” เสียงเข้มๆ ที่ดังอยู่ข้างหู ทำเอาขนลุกซู่และเสียวไปทั้งร่าง แต่ถึงแบบนั้น...ถึงแบบนั้นก็ยากเกินกว่าจะลืมตาขึ้นมามอง ... น้องสมุทร ...ง่วง



.

.

.



ดวงตาที่ปิดสนิทโดยไร้กรอบแว่นให้เกะกะสายตาหลับพริ้มลงไปในที่สุด ผมได้แต่คล่อมทับร่างที่หลับสนิทไปต่อหน้าต่อตากันนิ่งๆ



“แม่ง....ไอ้สมุทรแม่ง” สบถออกมาแบบนั้นตอนที่เอื้อมมือไปตบแก้มใสๆ เบาๆ สงสัยว่ามันหลับจริงๆ ไหม และใช่ หลับแบบกรนเบาๆ ด้วยนิดนึง ผมที่ผละตัวลุกออกมานั่งข้างๆ ร่างของเด็กที่หลับสนิทไปแล้ว พยายามหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ ก้มมองส่วนกลางลำตัวที่เด่นนูนออกมาดันกางเกงยีนส์แล้วได้แต่ซี๊ดปาก



“แค่จูบกันนิดหน่อย กูเป็นขนาดนี้เลยหรอวะ แม่ง” ยกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อขึ้นแบบไม่อยากจะเชื่อกับตัวเอง หันไปมองไอ้เด็กที่ตอนนี้หันหน้ามาทางผม หลับสนิทแบบไม่สนใจจะระวังตัว



“แดกเหี้ยไรจนเมาขนาดนี้วะ” บ่นมันแบบนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มใสของมันเบาๆ คนที่หลับอยู่เหมือนจะรำคาญที่โดนกวน



“อื้อ อย่าแกล้งน้อง” มันว่าแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมาเกาแก้ม ท่าทางแบบนั้นโคตรจะหน้าหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็ทำแค่เอื้อมเอาผ้าห่มมาคลุมตัวมันไว้ดีๆ ตั้งใจว่าจะลุกขึ้นไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ถ้าตื่นมึงเจอกูแน่สมุทร ค้างจนปวดฉิบหาย



‘ครืด ครืดดด’



เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงไอ้สมุทรสั่น ตั้งใจว่าจะไม่สนใจแต่มันก็ยังสั่นไม่เลิก คิดว่าอาจจะเป็นแม่มันเลยเอื้อมมือล้วงหยิบออกมาดู แต่ข้อความที่เด้งขึ้นมากลางหน้าจอนั่นทำให้ความรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นฉิบหาย



[[พี่ยอร์ชวิศวะ: สมุทรอยู่ไหนวะ] ]

[[พี่ยอร์ชวิศวะ: อยู่ตรงไหนเดี๋ยวกูไปรับ] ]

[[พี่ยอร์ชวิศวะ: เป็นอะไรหรือเปล่า] ]

[[พี่ยอร์ชวิศวะ: สมุทรกูเป็นห่วง] ]





“เหอะ เสือกไอ้สัด” ว่าแบบนั้นแล้วกดเปิดเข้าโปรแกรมแชทนั่นไป โชคดีที่ไอ้สมุทรมันไม่ได้ล็อคมือถือเลยเข้าไปได้สบายๆ ไอ้เด็กนี่แม่งไม่เคยจะระวังตัว



[[พี่ยอร์ชวิศวะ: อ่านแล้วก็ตอบกูสิวะ] ]

[[พี่ยอร์ชวิศวะ: สมุทร] ]



[[น้องสมุทร: เสือกไอ้สัด อย่ามายุ่งกับกูอีก] ]

[[น้องสมุทร: เสียเวลาอยู่กับผัว] ]



ตอบกลับไปแค่นั้นแล้วกดปุ่มบล็อคแม่งไปทันที ไม่พอแค่นั้นกูลบแชทด้วยเรียบร้อย



“เหอะ อย่าหวังจะมาเสนอหน้าอีกไอ้สัดยอร์ช” โยนมือถือไอ้สมุทรลงไปบนเตียง ก่อนจะหันไปมองไอ้เจ้าของเครื่องที่นอนหลับเป็นตายแบบไม่รู้อะไร ใบหน้าขาวใสของมันที่นอนทับบี้ไปกับหมอนให้เห็นแก้มป่องๆ นั่น



‘ฟอดดดดด’



กดปลายจมูกหนักๆ บี้ไปกับแก้มของมันแรงๆ สมน้ำหน้า เอาให้เด็กมันเจ็บแก้มตอนตื่นไปเลย

“ทำโทษมึงที่น่ารำคาญนัก”



#รักอยู่รู้ยัง



มาแล้วจ้าาา มาพร้อมกับเปิดตัวตัวละครใหม่ๆมาเต็ม โบ้มๆ ตอนนี้ยาวจัดสุดจัดสุดใจ อาจมีคำผิดนะคะเพราะแคทยังไม่ได้ตรวจทานให้ละเอียด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ส่วนตอนนี้มีอาดาบคนสวยโผล่มาด้วยยยย อั๊ย แคทหวังว่าจะมีคนคิดถึงพี่เค้านะคะ ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน ไปจ๊ะเอ๋พี่แกได้ที่ #สวยๆเป็นผัว จ้า

ส่วนพี่พระจันทร์น้านนนนน...อิพี่นี่มันร้ายนะคะหัวหน้า อย่ามารังแกลูกฉันนะอิตาพระจันทร์ ไม่งั้นจะแจ้งงงงง



พระจันทร์: แจ้งไร ...ไอ้สมุทรมันสมยอม

แล้วก็ แคทฝากคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ ฝากบอกเล่ากันเข้ามาว่านิยายเรื่องนี้ดีสนุกถูกใจ หรือไม่ชอบตรงไหนเข้ามานะคะ แคทตามอ่านทุกคอมเม้นท์เลยค่ะ ... สำหรับท่านที่ไม่ชอบใจในตัวละคร เนื้อเรื่อง หรืออะไรต่างๆในเรื่องแคทต้องขออภัยด้วยจริงๆนะคะ แต่ก็ขอบคุณและดีใจที่เปิดเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ

สุดท้ายนี้ ยังหวังเช่นเดิมว่านิยายเรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่านทุกท่าน มีความสุขและยิ้มได้ไปด้วยกันในทุกครั้งที่เปิดอ่านนะคะ


ปล. แคทขอขอบคุณคนอ่านจากทางเล้าเป็ดทั้ง3ท่านมากๆนะคะที่มาคอมเม้นท์ให้แคทในตอนที่ผ่านมา
ดีใจมากๆค่ะ คิดว่าที่นี่จะไม่มีใครอ่านแล้วววว ขอบคุณมากๆจริงๆนะคะ

สนุกจ้า มารอมารอ
เราชอบมากเลยนะ เราน่ะสายดราม่า 55  อ่านแล้วเจ็บจิ๊ด แต่เรื่องนี้ หลายอารมณ์ดี ม่าก็ได้ ตลกด้วย น้องหมุดนี้ สายมโนตัวแม่เลย อยากให้น้อง ถอดแว่นแล้วดิ อยากเห็นอิพี่พระจันทร์คลั่งบ้าง

รอ นะค่า แล้วรักษาสุขภาพน่าคุณแคท  :mew1:
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ แคทดีใจที่ชอบนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ


สนุกมากกกก เป็นกำลังให้หนูนะลูกน้องสมุทร :a2: :a2:
แคทดีใจมากๆเลยค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ มาอ่านอีกน้าา


รอครับผม
งื้ออ แคทมาแล้วนะคะ มาอ่านอีกน้าาา

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 710
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
พบคนปากแข็งแล้ว1

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ


บทที่5



เครื่องปรับอากาศเย็นๆ ที่ทำให้รู้สึกหนาวจนต้องดึงผ้าห่มขึ้นมากระชับกาย รู้สึกนอนไม่ค่อยสบายเพราะอากาศเย็นเกินกว่าปกติที่เคยเปิดแอร์ที่ห้องนอน ความรู้สึกแบบนั้นทำให้คิ้วสวยต้องขมวดเข้าหากัน ก่อนจะเอาหน้าได้รูปซุกลงบนหมอนนิ่ม แขนเรียวที่เอื้อมไปตั้งใจจะไปดึงตุ๊กตาหมีที่หัวเตียงมากอดซะหน่อย แต่ทำไมวันนี้พี่หมีของน้องสมุทรมันถึงแข็งๆวะ



“อื้ม..ม” ขมวดคิ้วนิดๆ แต่ตาก็ยังไม่ลืม ความรู้สึกหนักๆ หัว อยากจะอ้วกนิดๆ นี่มันคุ้นๆ เหมือนเวลามันเมา



“แจ๊บๆ” ขยับปากทำเสียงแบบเวลาที่น้ำลายจะไหล แล้วเอื้อมมือไปเกาตูด ... ทำตัวตามสบายแบบเวลาที่เราอยู่บ้าน

“สบายมากไหม”



“หื้ม” ได้ยินเหมือนเสียงแปลกๆ ที่ไม่ควรจะมาอยู่ในห้องน้องสมุทร ...เสียงใครวะ



“ตื่นแล้วก็ลืมตา”



ทำตามคำสั่งใน สาม สอง หนึ่ง



“เชี่ย!!” ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาตามเสียงที่ว่า ภาพตรงหน้าเบลอๆ มัวๆ ในตอนแรกเป็นแบบที่เวลาตื่นนอนมักจะเป็น แต่จากสายตาของน้องสมุทร มันยิ่งเบลอมากขึ้นไปอีกเพราะแว่นคู่ใจไม่ได้ใส่อยู่เหมือนเคย ห้องทั้งห้องไม่ได้มีแสงสว่างอะไรลอดเข้ามา หากแต่ว่ามันยังพอมีแสงรำไรจากไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็กๆ ที่ติดอยู่4มุมรอบๆ ห้องนี้ มองดูดีๆ แล้วแม่งไม่ใช่ห้องตัวเอง ... แม่จ๋าช่วยด้วย น้องสมุทรอยู่ไหนวะ



“มองอะไร” เสียงทุ้มที่ดังใกล้ๆ ชิดใบหู มาพร้อมๆ กับลมร้อนๆ ที่เป่ารดทำเอาขนลุกซู่ รีบสะบัดหน้ามามอง ในจังหวะนั้นที่ปลายจมูกแตะเบาๆ กับคนที่ไม่ยอมถอยห่างออกไป ภาพตรงหน้าพร่าเบลอเพราะว่าไม่มีแว่นคู่ใจของน้องสมุทรอยู่บนหน้า ... “มึงใครเนี่ย!” ตะโกนออกไปแบบนั้นพร้อมๆ กับยกมือขึ้นดันอกอีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้า ภาพเบลอๆ มองแล้วคุ้นๆ แต่ถึงแบบนั้นก็ดันอกมันไว้ก่อน



“เมาแล้วมึงลืมกูเลยรึไง”



“เอ๊ะ...” เสียงแบบนี้นี่มัน ... กระพริบตาสองปริบ ประมวณความทรงจำในหัว เสียงแบบนี้นี่มันคือเสียงที่น้องสมุทรชอบ



‘พรึบ’



“อ๊ะ” แผ่นหลังของผมถูกดันให้ลงไปนอนราบกับเตียงอีกครั้ง เงาดำๆ ที่คล่อมทับตัวของผมอยู่ตอนนี้ทำเอาตาเบิกกว้าง ... ไม่ใช่ผีชิป่ะจ๊ะ ไม่ใช่ผีจะอำน้องสมุทรชิป่ะจ๊ะ



“ผ...ผีเหรอจ๊ะ”



“ผีทะเลมั้งกูน่ะ” เงาตะคลุ่มๆ วูบไหว เลื่อนลงมากระซิบเบาๆ ที่ข้างหู ขนอ่อนๆ แถวข้างแก้มขนลุกซู่ ฝ่ามืออุ่นๆ ที่จับอยู่ที่ข้างเอวน้องสมุทรถูกบีบและลูบเบาๆ เป็นจังหวะ หัวใจเต้นตึกตักตอนที่ได้ยินเสียงนี้



“พ พี่พระจันทร์”



“ถ้าบอกว่าไม่ใช่”



“งั้นมึงคือใครล่ะอิเหี้ย จ้อจี้กูหรอ!”



“หึ มึงนี่แม่ง” เสียงของคนบนตัวที่เหมือนจะขำกับท่าทางของผม ก่อนหน้านี้รู้สึกกลัวกว่านี้ แต่ยิ่งได้ยินเสียงพูด เสียงขำของอีกฝ่ายมากขึ้น ผมก็ยิ่งมั่นใจ แล้วความตกใจในตอนที่ตื่นขึ้นมาในที่แปลกๆ ที่ไม่ใช่บ้านตัวเองก็ลดน้อยลง ... เหลือแต่หัวใจน้องสมุทรที่สั่นอยู่แบบนี้



สั่นสู้อยากเป็นผัว เอิ๊ว อ๊าววว



“น้องสมุทรหนัก” ว่าแบบนั้นพร้อมดันอกแกร่งที่คล่อมทับกันอยู่ให้ลุกออกจากตัว



“รู้แล้วหรอกูคือใคร” ใบหน้าคมที่ก้มลงมาใกล้หน้าของผมมากขึ้น ทำให้เห็นชัดมากขึ้น ถึงจะยังไม่ชัดมาก แต่ก็พอมองออกแบบมั่นใจได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์เลยว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกลจริงๆ



“พี่พระจันทร์...”



“เก่งดีนี่”



“น้องสมุทรแค่เห็นไรผมพี่พระจันทร์ก็รู้แล้วเถอะ เพราะอะไรรู้ป่ะ เพราะพี่พระจันทร์ไม่ได้อยู่แค่ในสายตาน้องสมุทรไง แต่พี่พระจันทร์อยู่ในหัวใจน้องสมุทรด้วย” โอ้โหหห คำพูดคำจาเต๊าะเข้าไปหนึ่งดอก เป็นไงล่ะ เขินอายแก้มแดงเป็นตูดลิงเลยอ่ะดิ๊



“หึ ปากเก่งจังนะมึงอ่ะ”



“เห้ย รู้ได้อ่ะตะเอง”



“อืม นั่นดิ กูรู้ได้ไงวะ เคยลองมั้ง” คนบนตัวที่ไม่ยอมขยับออกไปไหนตามที่ผมออก แต่กลับตอบคำถามผมเล่นอย่างสนุก



“ว่าไปนั่น ... ว่าแต่ตอนนี้พี่พระจันทร์ลุกออกจากตัวน้องสมุทรก่อนได้ไหมเนี่ย” บ่นออกมาอีกครั้ง แล้วยกมือขึ้นดันอกอีกฝ่ายอีกทีแต่ก็เหมือนเดิม ... ไม่ขยับ



“สมุทร”



“ว่าไงครับ”



“มึงสายตาสั้นมากเลยดิ”



“อื้ม ก็สั้นอ่ะ แบบตอนนี้ก็มองไม่ชัดนะ พี่พระจันทร์ช่วยหยิบแว่นให้หน่อยได้ไหมครับ”



“กูอยากรู้ว่าสั้นแค่ไหน”



“หื้ม ก็สั้น....”



“ตอนนี้มองเห็นหน้ากูไหม”



“ไม่อ่ะ” ผมสายหัว ก็มองเห็นหน้าพี่พระจันทร์ที่ลอยอยู่เหนือร่างขึ้นไปได้แบบลางๆ



“แล้วแบบนี้อ่ะ” พี่พระจันทร์ที่ถามออกมาอีกครั้ง พร้อมใบหน้าที่เลื่อนลงมาใกล้มากกว่าเดิม ผมกระพริบตาปริบๆ เผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความรู้สึกแปลกๆ



“พ...พี่พระจันทร์”



“ว่าไง”



“ใกล้...ใกล้ไป”



“ใกล้แล้วเห็นหน้ากูชัดหรือยัง” ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดกัน บอกให้รู้ว่ามันใกล้มากแค่ไหน ใกล้ในระดับที่ผมมองเห็นสายตาคมสวยที่มีขนตางอนยาวนั่นได้อย่างชัดเจน มองเห็นรูปปากสวยที่กำลังยกยิ้มมุมปากมองหน้าผมตาวาว



“ชัด ชัดแล้ว...”



“กูทำให้ชัดได้อีก”



ริมฝีปากสวยที่แนบลงมาบนริมฝีปากของผมหลังจากที่เจ้าตัวพูดประโยคนั้นจบ ลิ้นอุ่นที่ไล้เลียขบเม้นไปตามริมฝีปากทั้งบนและล่างของผมอย่างมีชั้นเชิงนั่นทำเอาผมต้องเกร็งตัว มือที่วางอยู่บนอกของพี่พระจันทร์ได้แต่กำเสื้อของอีกฝ่ายจนยับในตอนที่ริมฝีปากอุ่นที่ขบเม้มริมฝีปากล่างของผมทีนึงแรงๆ จนทำเอาความรู้สึกเสียวซ่านตีขึ้นมาที่อกจนเผลอเผยอปากออกด้วยความตกใจ และเพราะแบบนั้นเลยทำให้ลิ้นของอีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาได้ตามที่เจ้าตัวต้องการ พี่พระจันทร์ที่แทรกลิ้นอุ่นเข้ามาแตะกับลิ้นของผมและกวาดต้อนไปทั่วภายในอย่างชำนาญ ทั้งเกี่ยวทั้งดูดสลับกันไปจนผมเริ่มหายใจไม่ทัน เป็นความรู้สึกที่ว่าพี่พระจันทร์กำลังรุนแรงมากขึ้น สัมผัสทุกอย่างที่อีกฝ่ายกำลังมอบให้กันมันแทบจะทำให้ทั้งร่างของผมละลาย ขนอ่อนที่ลุกชันขึ้นมาเมื่อฝ่ามือหนาที่ในตอนแรกวางอยู่ที่เอวผม ตอนนี้มันกำลังสอดมือเข้ามาในเสื้อของผมแทน ฝ่ามือหนาที่ลูบไปตามแผ่นหลังของผมไม่ต่างจากการจูบที่แสนจะจาบจ้วงและล้ำลึก



“อื้อ” ร้องครางออกมาแบบนั้นตอนที่รับรู้ได้ถึงสัมผัสวาบหวามที่ไล่ไปตามสันหลัง ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาวางเบาๆ และเคล้นคลึงทางด้านหน้าที่ยอดหัวนม นิ้วชี้และนิ้วโป้งอุ่นๆ ที่บีบคลึงมันเบาๆ สลับแรง พร้อมๆ กับที่ลิ้นอุ่นของพี่พระจันทร์ก็ยังคงดูดดันขบเม้นปลายลิ้นของผมไม่ยอมปล่อย ... เป็นความรุกล้ำที่เร่าร้อนจนตัวสั่น วาบหวามจนอารมณ์ต่างๆ ถูกปลุกขึ้นมากแบบที่ผมไม่ได้ตั้งใจ สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังตื่นตัว ความหน่วงตรงกลางหว่างขาของผมทำให้ผมร้อนหน้าไปหมด



คนบนตัวที่ผละใบหน้าออกให้ผมได้หอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด และในไม่กี่วินาทีต่อมาก็ถูกริมฝีปากเดิมประกบเข้าหาอีกรอบ พร้อมกับลิ้นที่แทรกเข้ามาฉกฉวยภายในคราเดียว



ทุกสัดส่วนของร่างกายเราเบียดเสียดกันอยู่ภายใต้ผ้าห่ม เสียงจูบดูดดื่มที่ดังก้องอยู่ในหูของผมมันทำให้หน้าเห่อร้อนขึ้นมาอีกครั้ง แต่ความอายอะไรก็คงจะไม่เท่าในตอนที่ผมสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนของ ‘เขา’ คนที่อยู่ด้านบน ... พี่พระจันทร์ เป็นพี่พระจันทร์ที่กำลังจูบน้องสมุทรอยู่จริงๆ



เป็นอีกครั้งที่เราได้ใกล้กันมากกว่าเคย มากกว่าจินตนาการที่น้องสมุทรเคยฝันเอาไว้



ความแข็งขืนจากกลางหว่างขาของพี่พระจันทร์ที่เบียดสะโพกแนบตัวลงมาชิดนั้นทำให้ผมอายจนหน้าแทบจะระเบิด รู้สึกได้ว่ามันดันออกมานอกกางเกงของเขา



"อืม" ได้ยินเสียงครางต่ำดังออกมาเบาๆ ในตอนที่เราเสียดสีกัน เสียงของพี่พระจันทร์ทำให้ภายในช่องท้องของผมบิดเกร็งไปหมดเลย



“สมุทร” พี่พระจันทร์ผละหน้าออกมามองหน้าผม ผมตาพร่าไปหมด ทำไมถึงรู้สึกว่าพี่เค้าหล่อเท่เซ็กซี่ขึ้นมาแบบที่ไม่เคยรู้สึกเลยวะ ฝ่ามือหนาของพี่พระจันทร์ที่เกี่ยวอยู่ที่ขอบกางเกงบ็อกเซอร์ของผม ... เชี่ย กางเกงยีนส์ที่ใส่มาเมื่อคืนไปไหนแล้ว ยังไม่ทันได้นึกอะไรออก ผมก็ต้องกดสะโพกลงไปกับเตียงอีกครั้งเมื่อนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายแตะนิ้วลากไปตามท้องน้อยในขณะที่เอ่ยปากถามออกมาแบบนั้น



“กูอยาก เมื่อคืนมึงทำกูค้าง”



“ผ...ผม....น้องสมุทร ไม่” ผมกัดริมฝีปากตอนที่ได้ยินคำพูดตรงๆ ออกมาจากปากของพี่พระจันทร์ หน้าร้อนไปหมดจนคิดว่าตัวเองแทบจะระเบิด ลิ้นเหมือนจะพันกันไปหมดจนไม่รู้ว่าต้องตอบอะไรออกไป ยิ่งมองหน้าพี่พระจันทร์ที่จ้องมองกันนิ่งๆ เหมือนว่าต้องการคำตอบจากผม แต่ว่า...



“อ๊ะ...พี่ พระ จันทร์” ได้ยินเสียงตัวเองที่เรียกชื่อพี่พระจันทร์แบบกระเซ่าอะไรได้ขนาดนั้น ได้แต่เงยหน้ามองเพดานที่เห็นเป็นสีชมพูพาสเทลอ่อนๆ รู้สึกว่าตาพร่าไปหมดตอนที่ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามส่วนกลางลำตัวของผม ฝ่ามืออุ่นๆ ที่เอาแต่บดคลึงเบาๆ ปลุกปั่นความรู้สึกของผมให้ทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ เพียงแค่ฝ่ามือที่คลึงอยู่ที่ส่วนหัวความเสียวก็แล่นขึ้นมาถึงท้องน้อย ฝ่ามือที่เน้นหนักมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างผู้เชี่ยวชาญที่รู้ว่าจะทำยังไงให้ผมรู้สึกได้มากขึ้นอีก



“กูอยาก”



“มะ...ไม่” ผมที่กัดฟันพูดออกมาแบบนั้นได้ในที่สุด แม้ว่าในตอนนี้น้ำตาของผมจะค่อยๆ ไหลออกมาจากหางตาอย่างเสียวซ่าน ความรู้สึกที่มากขึ้นเรื่อยๆ ที่ไม่สามารถทำให้มันไปถึงจุดได้โดยไว แทบจะขาดใจในตอนนี้ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ได้



“ทำไม” เสียงเข้มที่มาพร้อมดวงตาคมดุก้มลงมองหน้ากัน



“กูนึกว่ามึงกับกูตกลงกันรู้เรื่องตั้งแต่บนรถวันนั้นแล้ว”



“ก...ก็ใช่ แต่” เม้มริมฝีปากแน่นๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้หลุดเสียงครางออกมา เพราะถึงจะปฏิเสธออกไปแบบนั้น แต่คนบนตัวก็ยังคงขยับฝ่ามือไม่หยุด หนำซ้ำเหมือนว่าจะยิ่งขยับให้เน้นหนักมากขึ้นไปอีกจนผมได้แต่หอบสั่นไปหมดทั้งตัว



“อะไร”



“ก็...”



“อะไร หรือเป็นเพราะไอ้เหี้ยยอร์ช” สามคำสุดท้ายเน้นหนักพร้อมกับฝ่ามือที่ขยับรูดรั้งแกนกายของผมหนักๆ จนสะโพกของผมขยับตามฝ่ามือหนา ...ว่าแต่อะไรนะเมื่อกี้



“ยอร์ช...อะไร”



“ไอ้เหี้ยยอร์ชวิศวะนั่น มันเป็นอะไรกับมึง” ก้มหน้าลงมาใกล้กับหน้าผมมากกว่าเดิม เหมือนมองเห็นแววตาลุกวาวขึ้นมาในตอนนั้น ผมปรือตาที่ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตาเพราะแรงอารมณ์ที่โดนปลุกขึ้นและยังไม่สงบลงในตอนที่ฝ่ามือพี่พระจันทร์ละออกมา

“อื้ออ”



“ว่ายังไง ถ้ามึงไม่ตอบมา มึงก็ไม่ต้องเสร็จ ปวดหำตายไปซะมึง” พี่พระจันทร์ที่พูดจริง และเหมือนจะทำจริงตอนที่อีกคนทำท่าจะลุกออกจากตัวกันไป .... เดี๋ยวสิโว้ย! ถ้าจะไม่ทำให้แล้วมาปั่นมันขึ้นทำไมล่ะโว้ย



“คำตอบ” ใช่เวลาที่เสือกอยากเอาคำตอบนี้ไหมเอ่ย น้องสมุทรล่ะไม่เข้าใจว่าไอ้พี่ยอร์ชมันมาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย ฮื่อ น้องสมุทรปวดหำนะ



“ก็เป็นพี่ไง ก็แค่พี่ที่รู้จักกัน ไม่ได้เป็นอะไรเลย เป็นแค่พี่ๆๆๆๆ พี่ร่วมมหาลัยอ่ะ อื้ออ...” ผมที่ไม่สนความอายอะไร และก็ไม่สนพี่พระจันทร์ที่ยังคล่อมทับกันในตอนนี้เลื่อนฝ่ามือตัวเองลงไปที่แกนกาย ตั้งใจจะทำให้มันเสร็จๆ ไปโดยไม่สนอะไรแล้ว แต่มันก็ติดตรงฝ่ามือแกร่งของพี่พระจันทร์



“งื้อ” ผมครางเบาๆ แบบไม่สบอารมณ์ แต่ก็ไม่มีแรงสู้อยู่ดี ... มองเห็นใบหน้าของพี่พระจันทร์ที่จะผ่อนคลายขึ้น แต่กูนี่ที่ไม่ผ่อนคลายอะไรทั้งนั้น



“แล้วกูล่ะ”



“อ...อะไร...”



“กูเป็นอะไรสำหรับมึง”



“โว้ย! ถามอะไรนัก ฮื่ออ น้องสมุทรอยากเสร็จๆ อ่ะ”



“ถ้าอยากเสร็จก็ตอบกูมาสมุทร” ผมมองเห็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะต้องการแกล้งกันอยู่นัยที แต่ฝ่ามืออุ่นๆ ก็เลื่อนมาเช็ดน้ำตาให้กัน



“เป็นคนที่น้องสมุทรชอบไง ตามจีบขนาดนี้ น้องสมุทรเห็นพี่พระจันทร์เป็นผีในมหาลัยมั้ง!!” มูหู โมโหๆ ...มันใช่เวลามาสอบถามกูในเรื่องนี้ไหมเอ่ย



“ถือว่าคำตอบมึงดี” ว่าแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มที่มาทั้งหน้าทั้งตาแบบที่ผมไม่เข้าใจ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่อยากจะเข้าใจอะไรอีกแล้วในตอนที่ฝ่ามือหนาของพี่พระจันทร์เกี่ยวกางเกงบ็อกเซอร์ของผมที่ค้างอยู่ที่สะโพกลงไปกองที่ปลายเท้า และขาของพี่พระจันทร์ก็เตะมันลงไปจากเตียงแบบไม่ใส่ใจ ก่อนที่ท่อนขาของพี่พระจันทร์จะแทรกขาของผมให้กางออกกว้างในตอนที่ท่อนล่างของพี่พระจันทร์จะแทรกเข้ามา ผมมองเห็นท่อนล่างเปลือยเปล่าของพี่พระจันทร์เต็มๆ ตา ... มันค่อนข้างแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนมาก แบบมากๆ



“เชี่ย! แม่!!” พี่พระจันทร์ใหญ่มาก!!



ร้องออกมาแบบนั้นแล้วเหลือบไปมองท่อนล่างของตัวเองเต็มๆ ตาเหมือนได้เปรียบเทียบอย่างเห็นภาพชัดๆ เห็นชัดแบบนั้นแล้วก็เริ่มขยับตัวหนีในตอนที่รู้สึกว่าท่าทางแบบนี้มันไม่ค่อยจะดี ไม่ดีมากๆ



ไม่ดีสำหรับน้องสมุทรแบบสุดๆ ไปเลย


(มีต่อจ้า)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-01-2022 19:48:04 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
“อย่าดิ้นสมุทร”



“ไม่...ไม่เอาพี่พระจันทร์”



“ทำไมอีก” อีกคนที่ถอนหายใจหนักๆ เหมือนกำลังใช้เหตุผลกับผมอย่างที่สุด



“น้อ....น้องสมุทร”



“อย่าทำเหมือนว่ากูจะปล้ำมึงได้ไหมวะ แต่ถ้ามึงยังแบบนี้อีก กูอาจจะปล้ำจริงๆ นะ” ใบหน้าของพี่พระจันทร์ที่เลื่อนมากระซิบ พร้อมๆ กับริมฝีปากอุ่นที่กดจูบเบาๆ ที่ข้างแก้ม



“ก็น้องสมุทร”



“อะไรวะสมุทร”



“ก็น้องสมุทรอยากเป็นผัวพี่พระจันทร์นี่!” หลับหูหลับตาตะโกนออกไปเสียงดังในท่าทางที่โคตรจะล่อแหลมแบบนี้ ไม่รู้เมื่อกี้น้ำลายกระเด็นเข้าตาพี่พระจันทร์หรือเปล่า ฮื่ออ ไม่ได้ตั้งใจนะ



เป็นช่วงเวลาที่ความเงียบโรยตัวลงมาจนน่าใจหาย พี่พระจันทร์ไม่พูดอะไรจนผมที่หลับตาปี๋อยู่ต้องค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาทีละข้าง เริ่มจากซ้าย หยีตาดูนิดๆ แล้วค่อยๆ เปิดตามาเต็มสองตามองเห็นดวงตาคมสวย ที่ตอนนี้ติดจะดุและเรียบนิ่ง



ฮื่อออ กลัวนะ



“ทำไมมึงยึดติดกับการเป็นผัวกูขนาดนั้นวะ มันทำไมนัก” พี่พระจันทร์ที่ดันตัวขึ้นจากการคล่อมตัวผม ยกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อของตัวเองให้เสยขึ้นไป



“ก็น้องสมุทรอยากปกป้องพี่พระจันทร์นี่....”



“ปกป้องกู ... ตัวเท่าพุ่มต้นเข็มแบบมึงจะปกป้องกูจากอะไรวะ”



“ก็จาก...” จากคนที่ทำร้ายหัวใจพี่พระจันทร์ไงวะ น้องสมุทรอยากเป็นผัวพี่พระจันทร์ อยากเป็นคนที่จะคอยปกป้องหัวใจพี่พระจันทร์เอง เหมือนที่พ่อของผมที่คอยปกป้องหัวใจของแม่และพวกเราทุกคนในครอบครัว อยากเป็นคนเท่ๆ แบบนั้น



“กูไม่ใช่คนที่มึงจะต้องมาปกป้องสมุทร”



"แล้วอีกอย่าง มึงรู้อะไรไหมว่าการที่เราจะปกป้องคนที่เรารักได้ มันไม่จำเป็นว่ามึงจะเป็นผัวหรือเมียหรือเป็นอะไร ... ไม่ว่าอยู่ในตำแหน่งไหนบนเตียง มึงก็ปกป้องคนที่มึงรักได้ทั้งนั้นสมุทร"



“ผม...” เม้มปากแน่นๆ ตอนที่ได้ยินพี่พระจันทร์พูดขึ้นแบบนั้น หัวใจของน้องสมุทรสั่น รู้สึกเหมือนถูกค้อนอันใหญ่ๆ ทุบลงมาที่หัว มึนจนงงแต่ก็เหมือนได้รับคำเฉลยข้อสอบที่ไม่เคยหาคำตอบได้



“และกูก็เคยบอกมึงไปแล้ว ว่าถ้าจะเอากูน่ะก็ได้ แต่กูต้องได้เอามึงก่อน” คำพูดเน้นย้ำส่งไปถึงความทรงจำในอดีตที่พี่พระจันทร์เคยพูดแบบนั้นจริงๆ ขนลุกซู่ซ่า



พี่พระจันทร์โน้มหน้าลงมาจูบที่ข้างขมับตอนที่พูดประโยคนี้จบ พร้อมๆ กับที่ขยี้ปลายนิ้วเข้าหาส่วนปลายของผมอีกครั้งแบบที่ผมไม่ทันตั้งตัว พร้อมๆ กับการนวดคลึงแบบรัวเร็วจนเกิดเสียงน่าอาย น้ำใสๆ ที่ซึมออกมาเรื่อยๆ จากส่วนปลาย ความลื่นและชื้นแฉะเกิดขึ้นไปตามจังหวะมือ ความรู้สึกที่ยังไม่เคยหายไปไหนถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งจากฝีมือคนเดิมๆ ผมกัดริมฝีปากกลั้นครางไม่ไหว มันมากจนเกินไป จนไม่รู้ตัวว่าเผลอปล่อยเสียงร้องออกไปมากแค่ไหน



“อ๊ะ พ...พี่พระจันทร์” จิกปลายเท้าเข้ากับปลายเตียงด้วยความเสียวซ่าน รับรู้ได้ถึงปลายนิ้วยาวๆ ที่ลูบไล้เบาๆ ไปตามแก้มก้น ความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะรับรู้เกิดขึ้นจนเกร็งไปทั้งตัว



“สมุทร...มารื้อฟื้นกันหน่อยไหมวะ”



“อ๊ะ พี่พระจันทร์ อื้ออ”



“อย่าเกร็ง กูไม่ทำไรหรอก” พี่พระจันทร์ละมือออกมาจากช่องทางด้านหลังของผมในตอนที่ผมตัวสั่นไปทั้งตัว ฝ่ามือหนาที่เปลี่ยนมาจับเอวผมแน่นๆ พร้อมๆ กับฝ่ามือหนาของพี่พระจันทร์ที่รูดรั้งแกนกายของผมพร้อมๆ กับนิ้วหัวแม่มือของพี่มันที่ถูวนไปที่ส่วนปลายของผมไปด้วย น้ำหนักมือที่ยังเหมือนเดิมไม่ต่างไปจากเมื่อ4ปีก่อนเลยทำเอาตาผมพร่า ฝ่ามือแกร่งที่รูดส่วนกลางของผมขึ้นลงและเน้นย้ำตรงส่วนปลายถี่ๆ และขยับมืออีกไม่กี่ที ความรู้สึกที่ถูกอัดอั้นไว้นานสองนานของผมก็ล้นทะลักออกมาอย่ากลั้นเอาไว้ไม่อยู่ น้ำขาวขุ่นที่พุ่งออกมาเลอะมือของพี่พระจันทร์และหน้าท้องของผมเอง เสียงหอบหนักๆ ไม่ได้มาจากใครนอกจากผมเอง



“อ๊ะ...พี่พระจันทร์ ม...ไม่เอา น้องสมุทร...ไม่พร้อม” ร้องบอกอย่างเหนื่อยหอบและผวาในตอนที่ตัวของผมถูกอีกคนจับตัวให้พลิกไปนอนคว่ำหน้าลง ฝ่ามือหนาของพี่พระจันทร์ที่ดึงสะโพกของผมให้สูงขึ้น ท่าทางที่บ่งบอกอนาคตทำผมร้องออกมาเสียงดัง



“กูไม่ใส่เข้าไปหรอก”



“.....แม้ว่าจะอยากมากก็เถอะ” พี่พระจันทร์พึมพำเบาๆ เป็นประโยคที่ฟังไม่ชัดเท่าไหร่



“แล้ว...แล้ว”



“นิ่งๆ” ว่าแบบนั้นพร้อมจัดท่าทางของผมให้ขาทั้งสองข้างหุบเข้าหากันจนชิด พร้อมกับที่ผมรับรู้ว่าท่อนเอ็นแกนกายของพี่พระจันทร์ที่ถูกสอดใส่เข้ามาระหว่างหว่างขาของผมแทนการสอดใส่ในช่องทางรัก ท่าทางที่เลียนแบบท่าสอดใส่จากทางด้านหลังปลุกเร้าอารมณ์ของผมให้สูงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อส่วนอ่อนไหวของผมและพี่พระจันทร์เสียดสีกันอย่างใกล้ชิด ริมฝีปากอุ่นๆ ของพี่พระจันทร์ที่กดจูบลงที่แผ่นหลังเปลือยเปล่าของผม



“อื้มม” ท่อนเอ็นแข็งของพี่พระจันทร์ที่เสียดสีกับขาอ่อนด้านในของผม ก้มลงมองเห็นส่วนปลายของพี่พระจันทร์ที่ผลุบเข้าออกผ่านช่องว่างระหว่างขาของผม เสียดสีกับท่อนเอ็นและลูกบอลอันน่ารักของผมจนต้องสูดปากเสียว พี่พระจันทร์ที่กระแทกกระทั้นเข้ามาเป็นจังหวะหนักๆ แก้มก้นและหน้าขาของผมและเขาที่กระทบกันจนเกิดเป็นเสียงน่าอายไม่ต่างจากการโดนสอดใส่จริงๆ ทำเอาหน้าเห่อร้อน ความรู้สึกชื้นแฉะที่ถูกขบเม้นเบาๆ ไปตามลาดไหล่และลำคอ ฝ่ามืออุ่นๆ ของพี่พระจันทร์ที่เอื้อมมือข้างนึงลงมาขยับแกนกายให้ผมอีกครั้ง ส่วนมืออีกข้างก็เอาแต่บีบขยี้หัวนมของผมอยู่แบบนั้น



พี่พระจันทร์ร้ายกาจ!



‘พลับ’



“อ๊ะ” ร่างทั้งร่างถูกพลิกให้นอนหงาย ท่อนขาทั้งสองข้างของผมถูกรวบให้แนบชิดกันอีกครั้ง โดยพี่พระจันทร์รวบขาทั้งสองข้างของผมไปพาดบ่าไว้แน่นๆ เหลือบสายตาลงไปมองเห็นแกนกายของพี่พระจันทร์ที่ถูกสอดเข้ามาในช่องว่างระหว่างหว่างขาเข้ามาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นแบบด้านหน้า มันเลยทำให้ผมมองเห็นพี่พระจันทร์ได้เต็มๆ ตา ภาพที่ร้อนแรงจนตาพร่า ผมคนที่อยากจะเป็นผัวพี่พระจันทร์มองเห็นหน้าท้องมีแพ็คตัววีของพี่พระจันทร์ ท่อนเอ็นที่ขึ้นอยู่ตรงท่อนแขนในตอนที่เจ้าตัวเกร็งตัวจับขาของผมไว้แน่นๆ แกนกายของกันและกันที่เสียดสีกันมากขึ้นเรื่อยๆ ลอนหน้าท้องที่ยิ่งมองเห็นได้ชัดในตอนที่พี่พระจันทร์เกร็งตัวสอดกระแทกผ่านหว่างขาเข้ามา ผมเสียวไปทั้งตัวจนต้องเอื้อมมือลงไปขยับแกนกายของตัวเอง ในครั้งนี้พี่พระจันทร์ไม่ได้ห้าม ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของอีกคนที่ดูเหมือนจะชอบใจ



“ดี ... ทำแบบนั้นแหล่ะ แบบที่กูเคยสอนมึงตอนม.4”



ร้องครางออกมาแบบนั้นตอนที่ความต้องการพุ่งทะยานขึ้นไปเรื่อยๆ ปรือตามองเห็นการสอดใส่ของพี่พระจันทร์ที่กระแทกกระทั้นช่วงล่างเข้ามา เป็นความคิดที่พร่าเบลอ เหมือนกระซิบผ่านสายลมมาเงียบๆ ว่าเท่านี้มันไม่พอ ต้องการมากกว่านี้ ...น้องสมุทรต้องการมากกว่านี้



“อ๊ะ อ้า” อยากให้พี่พระจันทร์กระแทกเข้าในตัวของน้องสมุทร ความคิดที่ไม่เคยมีมาก่อนทำเอาต้องหลับตาแล้วส่ายหน้าไปมากับตัวเอง



“ซี๊ด” เสียงครางต่ำๆ ของพี่พระจันทร์ในตอนที่น้ำขุ่นข้ำถูกฉีดพุ่งออกมาจากส่วนปลายแข็งขืนพร้อมๆ กับที่ตัวผมกระตุกเกร็งอีกครั้งและปลดปล่อยออกมาพร้อมๆ กับพี่พระจันทร์ น้ำขุ่นเหนียวจากพี่พระจันทร์และของตัวผมเองเปรอะเลอะไปทั่วหน้าท้องของผม ปรือตามองสภาพตัวเองกับคนตรงหน้าที่หอบหายใจหนักๆ แล้วยิ่งร้อนหน้า พี่พระจันทร์ที่ปล่อยเรียวขาของผมให้เป็นอิสระ ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มลงมาจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากช้ำของผมเบาๆ



“กูจะเชื่อคำพูดมึง ว่าไอ้เหี้ยยอร์ชไม่ได้สำคัญอะไรนอกจากเห็บหมา” พี่พระจันทร์พูดออกมาเบาๆ ในตอนที่ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ผม ท่อนแขนของพี่พระจันทร์ที่ดึงตัวผมเข้าไปกอดใกล้ๆ โดยไม่สนใจว่าเราจะเลอะเทอะไปด้วยกัน



ว่าแต่กูเคยพูดแบบนั้นหรอ กูบอกว่าพี่ยอร์ชเป็นเห็บเมื่อไหร่?



“แล้วอีกอย่าง”



“หื้ม”



“มึงเป็นผัวใครไม่ได้หรอกสมุทร โดยเฉพาะเป็นผัวกู” ว่าแบบนั้นแล้วยกยิ้มมุมปาก



...



เดินเข้ามาในมหาลัยในวันที่มีเรียน หลังจากเมื่อวานไม่มีตารางเรียน ถือว่าโคตรโชคดีเพราะว่าดันไปเมา เมาจนเกิดเรื่องแบบนั้นกับพี่พระจันทร์ แค่คิดขึ้นมาก็เขินอีกแล้วแม่ง น้องสมุทรยกมือขึ้นลูบหน้าแดงๆ ของตัวเองเลย หลังจากตอนนั้นเรื่องราวจบลงที่ผมกับพี่พระจันทร์หลับกันไปอีกรอบ และตื่นขึ้นมาในช่วงบ่าย พี่พระจันทร์พาไปกินข้าว และสุดท้ายก็อาสาไปส่งผมที่บ้าน เป็นความรู้สึกที่โคตรจะเหมือนฝัน ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้อ่ะ เพราะงั้นในตอนนี้ น้องสมุทรเลยเดินยิ้มเป็นคนบ้าเข้ามาในคณะตัวเอง แต่รอยยิ้มก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเห็นคนที่หน้าจะคุ้นๆ ยืนทำหน้าถมึงทึงเหมือนจะกระวนกระวายหน่อยๆ ตอนที่ผมยิ้มกว้างและยกมือขึ้นโบกให้ เจ้าตัวก็ย่างสามขุมตรงเข้ามาหาผม



“สมุทร”



“พี่ยอร์ช ทำไมทำหน้าตาเหมือนคนเหม็นขี้แบบนี้อ่ะพี่ ฮ่าๆ” ผมว่าออกมาแบบขำๆ แต่เหมือนไอ้คนใส่ช็อปและถือหนังสือเรียนเล่มควายของมันอยู่จะไม่ตลกด้วย อ่าจ๊ะ...



“มีไรวะพี่ ทำไมมาถึงคณะเลยอ่ะ”



“กูหามึงไม่เจอ”



“ห๊ะ หาผมไม่เจอ แล้วพี่หาผมทำไมวะ” ผมยกมือขึ้นดันกรอบแว่นตาตัวเองอย่างงงๆ มันมีเรื่องอะไร



“คืนนั้นมึงหายไปเลย กูติดต่อก็ไม่ได้ มึงหายไปไหนของมึงวะ” มันว่าออกมาแบบฉุนๆ ใจเย็นหนุ่ม จะไม่ต่อยกันใช่ไหม สีหน้าท่าทางที่ดูจะหงุดหงิดสุดๆ ไปเลยล่ะ



“แม่งกูไลน์ไปโทรไปก็ไม่ติด มึงรู้ไหมว่ากูเป็นห่วง!” มันว่าออกมาเสียงดัง เล่นเอาเด็กคณะผมที่กำลังเดินเข้าเดินออกสะดุ้งไปกับเสียงของพี่มัน ดุดันอะไรขนาดนั้น มึงเป็นพี่วาร์คหรือเปล่า อะไรเอ่ย



แต่เห็นท่าทางของมันที่ดูจะเป็นห่วงกันขนาดนั้นแล้วก็ทำเอารู้สึกผิด ...แต่



“แต่มันไม่มีเบอร์พี่โทรมาหาผมเลยนะเว้ย” ผมว่าแบบนั้นแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเปิดให้พี่มันดูสายโทรเข้าซึ่งไม่มีเบอร์พี่มันจริงๆ



“แปลกว่ะ” ผมว่าออกมาแบบนั้น มองเห็นพี่ยอร์ชที่ถอนหายใจออกมาหนักๆ มันที่ทำท่าทางเหมือนพยายามสงบสติ



“ช่างแม่งเหอะ มึงไม่เป็นไรก็ดี”



“ผมจะเป็นไรล่ะวะพี่ ฮ่า”



“ก็วันนั้นมึงเมาฉิบหาย กูก็นึกว่ามึงจะถูกใครฉุดไปปล้ำน่ะสิไอ้สัด” พี่มันว่าแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมาดีดหน้าผากผมเบาๆ ไม่ได้แรงมาก ...แต่ถ้าพูดถึงว่าฉุดไปปล้ำ ก็ไม่ต่างเปล่าวะ คิดถึงแบบนั้นแล้วได้แต่ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน



“ผมขอโทษที่ทำให้พี่เป็นห่วงนะครับ พอดีว่าผมไปเจอ...”



“หื้ม เจอ เจออะไรวะ” พี่ยอร์ชเลิกคิ้วเป็นคำถาม หน้าตาหล่อๆ ของพี่มันที่ดูผ่อนคลายลงนิดหน่อยแล้วถามออกมาแบบนั้น และในตอนที่ผมกำลังจะอ้าปากออกไป เสียงของคนมาใหม่ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของผม



“เจอกู...และก็อยู่กับกูทั้งคืน” หันไปมองก็พบกับร่างสูงๆ ของพี่พระจันทร์ที่ยกยิ้มมุมปากมองมาทางผมกับพี่ยอร์ชด้วยรอยยิ้มที่เรียกได้ว่าโคตรจะกวนอวัยวะเบื้องล่างของคนที่พบเห็นมาก ฉากเปิดตัวที่แม่งโคตรจะเหมือนตัวร้ายในละคร ... ใครปล่อยตัวพี่พระจันทร์มาตอนนี้วะเนี่ย!



พี่พระจันทร์ที่มาพร้อมพี่ปุ่นกับพี่มีนเดินตรงเข้ามาหาผม แต่พี่พระจันทร์ดันไว้กว่า ขายาวๆ ของพี่พระจันทร์เดินมาหยุดอยู่ข้างผม พร้อมๆ กับวงแขนยาวนั่นที่โอบไหล่ของผม ท่าทางที่ดูสนิทสนมจนออกนอกหน้าของพี่พระจันทร์ทำเอาผมร้อนหน้าและงงไปพร้อมๆ กัน ผมช้อนตามองพี่พระจันทร์ที่ยังยิ้มมีความสุขมากๆ สายตาคมสวยที่ก้มลงมามองผมพร้อมรอยยิ้ม



“เนอะน้องสมุทรเนอะ” หันมาพยักหน้าใส่ผมไปอีก .... แม่! โคตรน่ารัก



“ไอ้สัดพระจันทร์โคตรกวนตีน”



“หวงก้างฉิบหายไอ้เหี้ย”



ได้ยินเสียงพี่ปุ่นกับพี่มีนกระซิบกันมาจากที่ไกลๆ แต่ถึงแบบนั้นพี่พระจันทร์ก็ยังทำให้ผมอึ้งขึ้นไปอีก ในตอนที่ริมฝีปากสวยนั่นอ้าปากออกมาอีก



“มึงมาเสือกอะไรกับเด็กกูวะไอ้เหี้ยยอร์ช” ยักคิ้วส่งไปให้พี่ยอร์ชทีนึง หน้าตาพี่พระจันทร์ในตอนนี้จัดได้ว่าโคตรกวนตีน ถ้าพี่ยอร์ชจะอยากตีนกระตุกผมก็ไม่แปลกใจเลยครับ



“สมุทรมันบอกมึงหรือไงว่าเป็นเด็กมึง” พี่ยอร์ชที่จ้องตาพี่พระจันทร์นิ่งๆ สีหน้าที่ไม่ได้บอกอะไรให้ผมเข้าใจ แต่ถึงแบบนั้นก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นท่าทางที่เหมือนจะเข้ามาต่อยใครสักคนของพี่ยอร์ชเป็นครั้งแรก



“ไม่เชื่อกู...ก็ลองถามสมุทรมันเองสิว่าใช่ไหม” พี่พระจันทร์ว่าออกมาแบบนั้นแล้วยกยิ้มเหนือกว่าส่งไปให้พี่ยอร์ช



“บอกไอ้เห็บมันสิสมุทรว่าใช่หรือเปล่า อ๊ะๆ แต่อย่าเสียใจจนวิ่งไปร้องไห้ล่ะมึงอ่ะ” พูดออกไปแบบนั้นอย่างเหนือกว่า พี่พระจันทร์ที่ปรายสายตาไปมองพี่ยอร์ชพร้อมยกยิ้มมุมปากเย้ยอีกฝ่าย



“ว่าไงสมุทร มึงเป็นเด็กมันหรอวะ” พี่ยอร์ชหันมามองหน้าผม ในสายตาของพี่มันที่ผมอ่านได้ว่ามันกำลังร้องขอ ผมไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่สายตาแบบนั้นทำเอาผมรู้สึกใจหาย

ว่าแต่...นี่มันเรื่องอะไรกันหรอจ๊ะแม่สาวน้อย ใครก็ได้บอกน้องสมุทรทีจ้า!



#รักอยู่รู้ยัง

ทีมมัมหมีแม่น้องสมุทรใจเย็นก่อนนะคะ ย้ำกันอีกที พี่พระจันทร์เป็นพระเอก นางเป็นคนน่ารักนะคะจริงๆ

แต่พี่พระจันทร์เป็นพระเอกจริงๆ นะคะทุกคน ถึงแม้ว่าพี่มันจะเป็นคนรว้ายๆ

ที่มีนิสัยชอบตะล่อม เอ้ย หากิน เอ่อ หมายถึงทำให้น้องสมุทรคล้อยตามได้ง่ายเฉยๆ

แต่ยังเน้นย้ำกันอีกทีว่ามันเป็นพระเอกค่ะ จริงๆ ... หลังจากที่ตอนที่แล้ว มีคนอ่านหลายท่านเตรียมอาหารเม็ด

และเปลี่ยนเรือไปยอร์ชสมุทรกันแล้ว อยากบอกให้ใจเย็นๆน้าาา อนาคตค่อยหาไม้มาตีอิพี่พระจันทร์มันก็ยังทันน้า 555555

และเช่นเดิม แคทหวังว่าทุกคนจะสนุกไปด้วยกัน ส่วนตอนนี้ มามะ โฮกฮากไปด้วยกันนะคะ

ฝากแท็คในทวิตเตอร์ #รักอยู่รู้ยัง ด้วยนะคะ

คอมเม้นท์ให้กำลังใจกันสักนิดเพื่องานเขียนที่ลื่นไหล ทุกกำลังใจและทุกข้อความแคทตามอ่านเสมอ

และมีความสุขไปกับทุกข้อความของทุกๆคนจริงๆค่ะ



แคท: ใช่ไหมพระจันทร์ บอกแม่ๆน้องสมุทรไปไวๆ เร็วๆ!

พระจันทร์: จำเป็น? เหนื่อยจะพูด

แคท: อ๊ากอิเด็กนี่ ฉันกำลังช่วยแกอยู่น้าาา

พระจันทร์: ถ้าไม่ได้ชื่อสมุทรก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย จบนะ


ปล. ขอขอบคุณคุณmeteexpมากๆนะคะที่มาคอมเม้นท์ให้แคทนะคะ 
พบคนปากแข็งแล้ว1


เชิงอรรถ

ชิป่ะจ๊ะ หมายถึง  ใช่รึเปล่าจ๊ะ

ตะเอง หมายถึง ตัวเอง (เป็นอรรถรสเพื่อเสียง)

มูหู หมายถึง โมโห (เป็นอรรถรสเพื่อเสียง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-01-2022 21:40:13 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 710
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
ตามอ่านต่อไปน่ะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ

ออฟไลน์ Koyokid16

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 21
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :pighaun: เลือดเกือบหมดตัวละจ้า ฮีฮี
รอบทเต็ม บทอัศจรรย์

มารอทุกวันเลยนะค่า สนุกมาก เป็นกำลังใจให้เสมอจ้า

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
หมั่นไส้พระจันทร์ ไอต้าวปากแข็งเอ้ยยย :katai4:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
บทที่6



“ว่าไงสมุทร”



“คือ...แล้วมันทำไมหรอวะพี่” ผมที่ตอบออกไปแบบนั้น อยู่ๆ สถานะการณ์ตรงหน้ามันก็แปลกๆ อึมครึมยังกับว่าพี่พระจันทร์กับพี่ยอร์ชกำลังหาเรื่องกัน เพราะมีผมเป็นตัวแปร .... ซึ่งนั่นมันไม่ถูกต้องป่ะ



ผมหันไปมองหน้าพี่พระจันทร์ที่ยืนอยู่ข้างตัว สลับกับพี่ยอร์ชที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ แต่พี่พระจันทร์ที่เอาแต่มองหน้าพี่ยอร์ชแบบกวนตีน พี่ยอร์ชขมวดคิ้ว ท่าทางที่เหมือนอยากจะพุ่งเข้ามาตั๊นหน้าพี่พระจันทร์สักทีนึง



“พวกพี่สองคนรู้จักกันหรอวะ”



“มันไม่สำคัญหรอก สำคัญคือคำตอบมึง” พระจันทร์ว่าออกมาแบบนั้น น้ำเสียงไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวกับบรรยากาศขมุกขมัวนี้เลย แถมใช้อกตัวเองมาดันไหล่ผมให้รีบตอบอีก



“สมุทร” พี่ยอร์ชพูดขึ้นมาอีก ดวงตาคมดุของพี่มันที่มองตรงมาที่ผม ผมไม่เข้าใจความหมายนั่น



“ผมไม่ใช่เด็กของพี่พระจันทร์หรอกครับ” ผมถอนหายใจแล้วพูดออกไปแบบนั้น



“ไอ้สมุทร!” พี่พระจันทร์ที่โอบไหล่ผมไว้ว่าออกมาเสียงดัง แก้วหูข้างขวาของน้องสมุทรนี่แทบจะเต้นระบำ เงยหน้ามองคนที่สูงกว่า ก็เห็นพี่คนสวยขาของผมถลึงตามองหน้าดุๆ หันไปมองหน้าพี่ยอร์ชบ้างที่ตอนนี้เปลี่ยนจากหน้าจ๋อยๆ เป็นยิ้มออกมากว้างๆ แทน ... คือพวกพี่มันสองคนอารมณ์เปลี่ยนไว้จังวะ



“เหอะ ได้ยินชัดแล้วนะไอ้จันทร์...มึ...”



“แต่คือ....” ผมสอดปากพูดออกไปก่อนที่พี่ยอร์ชจะพูดได้จบประโยค



“ผมกำลังจีบพี่พระจันทร์น่ะครับพี่ยอร์ช”



“อะไรนะ” พี่ยอร์ชขมวดคิ้วมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ ขายาวที่ก้าวตรงเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น สีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่เข้าใจ ติดตรงที่ก่อนที่พี่ยอร์ชจะถึงตัวผม ก็ถูกพี่พระจันทร์คนสวยขาของผมเดินขึ้นมายืนตรงหน้าผมขว้างผมระหว่างพี่ยอร์ชเอาไว้ซะก่อน เชี่ย...บังกูมิดเลย อนาคตเมียสายสุขภาพแหล่ะ



“เหอะ คราวนี้มึงเองก็ได้ยินชัดแล้วเหมือนกันนะไอ้ยอร์ช” ว่าจบพร้อมยื่นมือไปผลักไหล่พี่มันแรงๆ



“มึงจะเอาไง”



“เห้ยๆ พวกมึงสองคนพอ” เป็นพี่ปุ่นกับพี่มีนที่เข้ามาขวางตอนพี่ยอร์ชจะตรงเข้าใส่ ผมมองภาพตรงหน้าแบบไม่เข้าใจเลยว่าสองคนนี้เป็นอะไร และพวกเค้ามีเรื่องอะไรกัน



“กูพอก็ได้ ... แต่มึงก็ต้องพอเหมือนกัน” พี่พระจันทร์สะบัดตัวเองออกจากพี่ปุ่นแล้วชี้หน้าพี่ยอร์ช ท่าทางที่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมแต่ติดตรงพี่มีนที่ตัวใหญ่กว่าดึงเอาไว้



“ไปไอ้สมุทร” พี่พระจันทร์ว่าแบบนั้นแล้วดึงมือผมไป พร้อมดึงให้เดินตามเค้าไป



“เห้ยๆ เดี๋ยวๆ พี่พระจันทร์ พี่ยอร์ช คือ...” ผมว่าอย่างละล้าละลัง หันไปมองพี่ยอร์ชสลับกับโดนพี่พระจันทร์ลากให้เดินไปด้วยกัน ปัดโถ่เอ๊ย ปกติก็ไม่เห็นจะอยากให้กูไปไหนมาไหนด้วย วันนี้ลากจังโว้ย



“อย่าดื้อกับกูสมุทร” พี่มันว่าแบบนั้น ก้มหน้าลงมามองหน้าผมดุๆ ก่อนฝ่ามือของพี่พระจันทร์จะเอื้อมมาจับหน้าผมให้หันไปมอง



“มองแต่กูนี่ ไปมองไอ้ห่านั่นทำไม ขี้เหร่” คนเรามันจะมั่นหน้าอะไรขนาดนั้นวะ!แต่ไม่ปฏิเสธหรอกครับ เพราะพี่พระจันทร์น่ะสวยที่หนึ่ง ที่สุดในใจน้องสมุทร



“แต่ผมยังไม่ได้ลาพี่ยอร์ช”



“ช่างแม่งสิ ใครสน” กูสนจ้า .. . ผมที่ยังไม่ทันจะได้ค้านอะไรออกมาอีกก็ต้องเดินตามพี่พระจันทร์ไป เพราะสู้แรงอีกฝ่ายไม่ไหว แต่ในตอนที่เรากำลังจะเดินไป เสียงของพี่ยอร์ชก็ดังไล่หลังตามมาซะก่อน คำพูดที่ทำให้พี่พระจันทร์กับผมต้องหยุดเดิน



“กูรู้นะว่ามึงทำแบบนี้เพื่ออะไรไอ้พระจันทร์!”



“มึงอย่าคิดว่ามึงจะทำได้ แล้วสมุทรก็ไม่เกี่ยว”



“กูจะทำอะไรมันก็เรื่องของกู และมึงก็อย่าเสือกคิดว่ารู้ดีไปทุกเรื่องนักเลย ... คนแบบมึงแม่งไม่เคยรู้อะไร”



“มึงก็เหมือนกัน! ไม่เคยรู้เหี้ยอะไรสักอย่าง”



“แต่กูรู้อยู่เรื่องนึง” พี่พระจันทร์ว่าออกมาแบบนั้น ดวงตาคมของพี่พระจันทร์ที่จ้องมองพี่ยอร์ชนิ่ง ก่อนริมฝีปากสวยนั่นจะแสยะยิ้มมุมปากส่งไปทางพี่ยอร์ช



“ครั้งนี้มึงจะไม่มีทางชนะ”



.

.

.



“มึงเลิกไปยุ่งกับไอ้เหี้ยนั่นเลย”



ผมว่าแบบนั้นตอนที่เงยหน้าขึ้นมาจากจานแซนวิสทูน่าของตัวเอง ในปากยังคาบผักสลัดเคี้ยวหยับๆ ไปด้วย ตอนที่ผมได้แต่มองหน้าของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันที่ลากผมมานั่งที่ร้านกาแฟเงือกเขียวที่อยู่ในคณะของผม



“เอ้า มันได้ยังไงเล่า” บอกออกไปแบบนั้นตอนที่กลืนแซนวิชคำโตนั่นลงท้อง พี่พระจันทร์ถอนหายใจออกมาหนักๆ อย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหยิบทิชชู่ที่วางอยู่ข้างตัวพี่เค้าแล้วยื่นมาเช็ดที่มุมปากของผม สายตาคมๆ ที่มองมาเหมือนรำคาญกันเต็มที แต่ถึงแบบนั้นก็ยังคงเช็ดปากให้ผมไม่หยุด



“พ...พี่พระจันทร์”



“แดกเลอะเทอะนะมึงอ่ะ”



“ผม...” หัวใจน้องสมุทรมันสั่นอีกแล้ว ช้อนตามองหน้าของพี่พระจันทร์อีกที อยู่ๆ มันก็ดันเผลอนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืน นึกถึงท่าทางของคนตรงหน้าตอนที่เปลือยเปล่าและเอาแต่กระแทกกระทั้นแกนกายเข้ามากลางหว่างขาของผม ... พี่พระจันทร์ในตอนนั้น กับพี่พระจันทร์ในตอนนี้มัน....



“ทำไมมึงหน้าแดง” ว่าแบบนั้นพร้อมหรี่ตาลงมองจับผิด



“หรือมึงคิดถึงไอ้เหี้ยยอร์ช” ขมวดคิ้วแล้วว่าออกมาเสียงดัง ผมนี่เลิ่กลั่ก มองไปที่โต๊ะอื่นๆ อย่างขอโทษ



“เปล่าสักหน่อย แล้วพี่จะเสียงดังออกมาทำไมล่ะครับ น้องสมุทรอายคนเค้า”



“กูสนที่ไหนล่ะ” จ๊ะ เชิดเนอะ ... แบบสวยแล้วหยิ่งไม่อะไรกับใคร



“ว่าแต่พี่พระจันทร์กับพี่ยอร์ชรู้จักกันมาก่อนหรอครับ” ผมเลือกที่จะถามออกไป เพราะไม่เข้าใจท่าทีของสองคนนี้มากๆ ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเค้าทะเลาะอะไรกัน



“อืม ...”



“แล้วพี่สองคนทะเลาะกันหรอ”



“เปล่า แต่มึงอย่าไปยุ่งกับมัน ไอ้ขยะมีพิษนั่นน่ะ” ว่าไปนั่นแล้วยกแก้วอเมริกาโน่เย็นของตัวเองขึ้นมาดูดหน้าตาเฉย



“ผมก็ไม่ได้สนิทกับพี่เค้าขนาดนั้น แต่พี่เค้าก็นิสัยดีนะ”



“ดีเหี้ยไร ถ้ามึงไม่อยากเสียใจก็อย่าไปยุ่งกับมัน” บอกผมแบบนั้นด้วยสีหน้าที่เรียกได้ว่าจริงจังมากๆ



“แล้วผมจะไปเสียใจกับพี่เค้าทำไม”



“ก็มันแค่จะมาหลอกมึงไง เดี๋ยวได้มึงแล้วก็ทิ้ง”



“เกินไปน่าพี่พระจันทร์ พี่ยอร์ชไม่ได้ชอบน้องสมุทรสักหน่อย” ผมบอกออกไปแบบนั้นแล้วยิ้มน่าระรื่น ก็เรื่องจริงไหม พี่ยอร์ชจะมาชอบผมได้ยังไงวะ คนแบบผมอ่ะนะ ใครมันจะมาชอบวะ



“อีกอย่างนะ ... คนที่จะทำให้น้องสมุทรเสียใจได้มันก็มีแค่คนเดียว” บอกออกไปแบบนั้นแล้วยื่นหน้าเข้าไปหาคนที่นั่งทำหน้านิ่งๆ มองหน้ากันอยู่ในตอนนี้



“คนที่น้องสมุทรชอบ ... ก็มีแค่พี่พระจันทร์เท่านั้นล่ะ”



“เพราะงั้นคนที่จะทำให้น้องสมุทรเสียใจได้ก็ต้องมีแค่คนเดียว ... ที่หนึ่งของหัวใจคนสุดท้ายของชีวิต”



“หึ”



“เอิ๊ววว เขินเลยว่ะ เท่จัดเลยตัวกู” ว่าแล้วก็ยกมือขึ้นปิดหน้า ปัดโถะ น้องสมุทรนี่มันสุดจ๊าบนะว่าไป



“หึ มึงนี่แม่งเสี่ยว” บ่นออกมาแบบนั้นแล้วยกยิ้ม เป็นรอยยิ้มน้อยๆ ที่ผมเห็นได้แป๊บเดียว เพราะพี่พระจันทร์ถอยตัวหนีไปพิงพนักเก้าอี้แล้วหันหน้าหนีกันซะงั้น



... มองจากตรงนี้เหมือนคนกำลังหน้าเบี้ยวเพราะกลั้นยิ้มจนปวดกราม



เอาเป็นว่าน้องสมุทรจะทำเป็นไม่เห็น อาการเริ่มตกหลุมรักน้องสมุทรไม่ไหวก็แล้วกันนะ



...



“มึงนี่แม่งทำแต่เรื่อง อยากเป็นดารานักหรอไอ้สัด เรื่องมึงนี่ดังหน้าเฟสอีกแล้ว” เสียงไอ้มาร์ชที่บ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ มันขมวดคิ้วมองผมทันทีที่ผมทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ว่างข้างๆ มัน



“ก็คนในคณะเราขี้เสือกอ่ะ”



“ไม่ใช่คนในคณะเราขี้เสือกหรอกโว้ย แต่มึงเล่นมีหนุ่มมาวิวาทแย่งกันจีบมึงถึงคณะ แล้วสองคนนั้นก็ตัวท็อปบริหาร กับอีกหนึ่งนั่นเดือนคณะโยธา มันก็ต้องดังสิวะ” ไอ้เฮงว่าแบบนั้นตอนที่เงยหน้าขึ้นมาจากเกมส์ที่มันกำลังเล่นอยู่ในมือถือ



“จีบเหี้ยไรล่ะ” ผมว่าออกไปแบบนั้นแล้วปาแท่งลิควิดใส่หัวไอ้เฮง แต่มันเสือกรับทันด้วยท่าเท่ๆ ขยิบตาให้ผมทีนึง



“ขอบใจมึงมากน้องหมุด กูไม่มีพอดี”



“K”



“Kพี่พระจันทร์หรอ” ไอ้จิมเสือกออกมาแบบนั้นแล้วยิ้มหรี่ตาหน้าระรื่น



“Kพี่พระจันทร์มันทำไม!”



“ใหญ่มั้ง กูเดาๆ เอาอ่ะนะ ฮ่าๆ”



“ก็ใหญ่ไง แต่ไม่รู้ยังว่าเป็นไงยังไม่ได้ลอง” พูดพร้อมเบ้หน้า ทำไมเพื่อนๆ น้องสมุทรถึงต้องวอแวKพี่พระจันทร์ด้วยวะ นึกขึ้นมาแล้วมันร้อนๆ หน้าแปลกๆ เลยเนี่ย



“หื้มมม แล้วมึงจะไปลองที่ไหนไม่ทราบวะ” ไอ้จิมพูดแบบนั้นแล้วเอื้อมมือมาผลักหัวผม เอาซะแว่นก็เลื่อนออกจากลูกตาเลยแม่ง



“ก็ลอง...”



“ลองเหี้ยอะไรไอ้สมุทร” ไอ้มาร์ชว่าออกมาเสียงแข็งๆ หันไปมองหน้ามันที่ตอนนี้ขมวดคิ้วแน่นๆ มองกันแล้วผมสะดุ้งเลย เหมือนพ่อจับได้ว่าแอบไปเยเย่กับผัวมา



“เปล่า กูเปล่าลองอะไรเลย” บอกมันแบบนั้น แล้วกระดึบตัวเข้าไปหา เอื้อมมือไปกอดแขนมันไว้แน่นๆ แล้วเอาหน้าไปถูอ้อนๆ



“แล้วคืนนั้นมึงหายไปไหน” ไอ้มาร์ชที่ถอนหายใจทำหน้าเบื่อๆ ถามออกมาแบบนั้น เล่นเอาน้องสมุทรใจหายแว๊บ



“คืนไหน กูไม่ได้หายนี่นา น้องสมุทรก็อยู่ตรงหน้าพ่อนี่”



“กูไม่มีลูกแรด เอาดีมึงหายไปไหนมา”



“จริง พวกกูนี่ตามหามึงแทบแย่ แล้วยังเสือกปล่อยพี่ยอร์ชไว้กับพวกกูอีก” ไอ้จิมเห็นด้วยกับไอ้มาร์ช แล้วจะให้กูตอบออกไปยังไงว่ากูหายไปชั้นบนของผับจ้า พี่พระจันทร์พาไป กูก็ตอบออกมาแบบนี้ไม่ได้ไหมอ่ะ



“แต่ว่าไป ไอ้พี่ยอร์ชนี่มันก็นิสัยดีอยู่นะ ดูเป็นห่วงมึงมากด้วย” ไอ้เฮงที่วางมือถือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม

“ดูก็รู้แล้วว่าพี่มันคิดอะไร”



“คิดอะไรวะ” ผมเอียงคอถาม ไอ้เฮงยกยิ้มมุมปากแล้วยักไหล่ เอ้า นี่มึงกวนตีนน้องสมุทรหรอ



“มึงนี่แม่งไม่เคยรู้เหี้ยไรเลยจริงๆ”



“โอ๊ย มึงผลักหัวกูอีกแล้วนะไอ้สัดจิม มึงจะเอาใช่มะ”



“ไม่เอาโว้ย กูไม่อยากเอาเด็กแบบมึงหรอก เด็กเหี้ยอะไรไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง” มันว่าแบบนั้นแล้วเอี้ยวตัวหลบหมัดของผมที่เอื้อมไปตีหลังมัน น้องสมุทรจะตีมันให้กระอักเลย



“ไม่รู้เหี้ยอะไรสักอย่างแล้วเสือกอยากเป็นผัวพี่พระจันทร์”



“จริง ... ยังไม่ทันได้ขึ้น ก็คงโดนคล่อมแล้วล่ะกูว่า” ไอ้เฮงไอ้จิม สองคู่หูเฮงซวยพูดกันรับส่งไปมา เหมือนว่ากูไม่ได้นั่งอยู่ด้วย ถ้าจะนินทาดังขนาดนี้ มึงไม่เดินไปห้องเสียงตามสายแล้วประกาศออกไมค์เลยล่ะแม่ง



ผมเบ้หน้าหนีจากพวกมัน แล้วหันมามองหน้าไอ้มาร์ชที่ตอนนี้เอาแต่ขมวดคิ้ว ผูกโบว์ทำหน้าเครียดเหมือนปวดท้องขี้แต่ไม่มีส้วมให้เบ่ง



“เป็นไรวะมึง” เอื้อมมือไปสะกิดไหล่มัน ไอ้มาร์ชที่หันหน้ามามองกันนิดๆ แล้วถอนหายใจหนักๆ



“มึงแม่งไม่รู้อะไรสักอย่างเลยว่ะสมุทร”



“เอ้า! เหี้ยไรเนี่ย” ยกมือขึ้นเกาหัวเลยกู



“แต่ถ้าให้กูเลือก มึงเลือกไอ้พี่ยอร์ชเหอะ ยังไงมึงก็ไม่เหนื่อยเหมือนวิ่งตามแบบไอ้พี่พระจันทร์เฮงซวยนั่นหรอก”



“มึงอย่าด่าพี่พระจันทร์สิวะ ตอนนี้กูกับพี่มันน่ะนะเรา...” ผมขยับเข้าไปกระซิบมันแบบนั้น รู้สึกร้อนๆ หน้าเกินกว่าจะพูดออกมาดังๆ ด้วย



“ทำไม” ไอ้มาร์ชว่าแบบนั้นแล้วหันหน้ามาหากัน ปลายจมูกของเราสองคนที่ชนกันเข้าพอดี ผมสะดุ้ง มันสะดุ้ง แล้วเราก็ผละออกจากกันทันที มองเห็นหน้าของมันที่ขึ้นสีนิดๆ เชี่ย!



“แก้มมึงแดงเป็นตูดลิง!” ผมพูดออกไปดังๆ พร้อมชี้หน้าไอ้มาร์ชไปด้วย มันที่เบิกตากว้างขึ้นแล้วขมวดคิ้วใส่อย่างหงุดหงิด คำพูดของผมทำเอาไอ้จิมกับไอ้เฮงหลุดขำก๊ากออกมาดังลั่น ...โชคดีที่ยังไม่มีใครเข้าคลาสเรียนมา ไม่งั้นคงโดนอาจารย์ด่าไปแล้ว



“ฮ่าๆ มึงความรู้สึกไวหรอวะมาร์ช”



“น่ารักน่ะมึงอะ”



“หุบปากไปไอ้พวกเหี้ย ส่วนมึงสมุทร! เลิกได้เลิก เลิกตามวอแวไอ้ห่านั่นเหอะ ถ้ามันชอบมึงบ้างมันคงไม่เล่นเป็นหมาหยอกไก่กับมึงแบบนี้หรอก”



“พี่พระจันทร์ไม่ได้หยอกไก่กูนะมึง! เค้าหยอกอันอื่นกูเลยเถอะ”



“หยอกอะไร!”



เสียงสามเสียงของเหล่าเพื่อนสนิทจอมขี้เสือกตะโกนออกมาพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย แล้วจะให้บอกออกไปยังไงอ่ะ...ว่าพี่มัน



“หยอกไข่กูจ้า!~~” ยิ้มตาปิดแล้วบอกเพื่อนอย่างภูมิใจ กูน่ะนะ เริ่มเข้าใกล้หัวใจพี่พระจันทร์แล้วเถอะ!อิอิ


...



“พี่ยอร์ช” ผมที่เดินลงมาจากคณะตอนสี่โมงเย็น ก็เจอเข้ากับพี่ยอร์ชเจ้าเก่าเจ้าเดิมในชุดเสื้อช็อปเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรังสีคนอารมณ์เคร่งขรึม ปกติจะเจอแต่พี่มันในโหมดของคนร่าเริง



“กูมีเรื่องอยากคุยด้วย” พี่มันว่าออกมาแบบนั้น สีหน้าท่าทางจริงจังจนทำให้ผมต้องหยุดมอง



“แต่ผมสัญญากับไอ้มาร์ชว่าจะไปกินซูชิด้วยกันอ่ะ” ว่าออกไปแบบนั้นแล้วพยักหน้าไปใส่ไอ้มาร์ชที่เดินตามมา มันยกมือขึ้นไหว้พี่ยอร์ชที่ก็ยกมือรับไหว้มัน



“มึงไปกับพี่เค้าก็ได้ วันหลังค่อยไปกับกู” มันบอกแบบนั้นแล้วยิ้มให้อีกคน ผมมองอย่างชั่งใจ ก่อนที่สุดท้ายจะพยักหน้าตกลง



“ขอบใจมึง” พี่ยอร์ชหันไปบอกไอ้มาร์ช



“ไม่เป็นไรพี่” ไอ้มาร์ชพยักหน้าให้พี่ยอร์ช แล้วหันมาตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนที่มันจะเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง คิดว่ามันน่าจะเดินไปลานจอดรถ



“พี่ยอร์ชมีอะไรกับผมหรอพี่”



“มึงไปกับกูก่อน เดี๋ยวกูไปส่งบ้าน”



“แต่...”



“กูไม่ทำไรมึงหรอก” พี่มันมองหน้าผม สายตาจริงจังของมันทำให้ผมพยักหน้าตอบรับ จริงๆ ไม่ได้กลัวมันทำอะไรสักหน่อย แค่คิดว่าถ้าไปกับพี่ยอร์ชแล้วพี่พระจันทร์รู้จะโกรธหรือเปล่า แต่คงไม่เป็นไรหรอก ก็พี่มันไม่รู้นี่นา



ผมเดินตามพี่มันไปถึงรถ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างๆ แล้วทำปากโอ้โห เบนซ์สปอร์ตสองประตูสีขาวทำเอาผมมองสลับกับพี่ยอร์ช คิดว่าต้องเป็นรถราคาแพงฉิบหายไม่ต่างจากรถของไอ้มาร์ชแน่ๆ อ่ะ จริงๆ ดูจากหน้าตาก็รู้ว่ามันไม่น่าจะจน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีฐานะเบอร์นี้ ... ไอ้ฉิบหาย น้องสมุทรจะเกาะพี่มันไว้ครับ เลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าสาธุ

“นี่กูจะมีบุญตูดได้นั่งหรอวะเนี่ย”





“ก็แค่รถไหม มึงตลก” มันว่าแบบนั้นแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ ผมเข้าไปนั่งข้างๆ ที่เบาะข้างคนขับแบบเบามากๆ กลัวเบาะเค้าเป็นรอยครับ



“มึงไม่ต้องเกร็งขนาดนั้น ก็แค่รถ”



“รถราคาแพงโว้ยพี่ ทำไมไม่บอกให้ไวกว่านี้ กูนี่จะเกาะไว้แน่นๆ ไม่ยอมให้พี่มึงหนีหายเลยจ๊ะ” ผมว่าแบบนั้นแล้วยิ้มจนตาปิด พี่ยอร์ชหัวเราะแล้วส่ายหน้าหน่อยๆ พี่มันที่เอนตัวเข้ามา ใบหน้าคมหล่อของมันที่ห่างจากหน้าของผมไปหน่อย เรามองตากัน ในตอนที่ผมไม่เข้าใจและรู้สึกตกใจหน่อยๆ ก็รู้สึกถึงสายเบลท์ที่ถูกคาดผ่านอก



“อ่า...”



“ปลอดภัยไว้ก่อนไง หรือมึงคิดว่ากูจะทำไร”



“เปล๊า...” ว่าแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นไปดันกรอบแว่นตาหนาเตอะของผมแก้เก้อ



“แล้วมึงไม่ต้องเหนื่อยเกาะกูหรอก ... กูไม่ได้คิดจะหายไปจากมึง”



“แหม่ ปากหวานแบบนี้สาวๆ ติดตายเลย”



“กูไม่ได้อยากให้สาวติด กูอยากให้มึงติด”



“ห๊ะ...” เมื่อกี้พี่มันพูดอะไรวะ จริงๆ กูเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะประมวนผลออกมาติดๆ ขัดๆ นะ ... เพราะผมเริ่มคิดว่าคำพูดของพี่มันจะแปลกหน่อยๆ



พี่ยอร์ชมันไม่ได้ตอบคำถามอะไรของผม ทำแค่ยักไหล่แล้วขับรถออกไปจากคณะก็แค่นั้น ตลอดทางไม่ได้มีบรรยากาศเคร่งเครียดอะไร พี่ยอร์ชมันเปิดเพลงทำลายบรรยากาศระหว่างเราด้วยเพลงปลุกเร้าอารมณ์ เพลงของศิริพร ชื่อเพลงโบว์รักสีดำ บรรยากาศคอนทราสจนผมต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง รถหรูกับเพลงหมอรำที่เจ้าของรถหน้าตาออกลูกครึ่งญี่ปุ่นในชุดเสื้อช็อป ... บรรยากาศแบบนี้มันอะไรกันล่ะครับเนี่ย



จนเมื่อรถขับไปได้ถึงครึ่งทาง



‘ครืด ครืดดดด’



เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นให้แปลกใจ พี่ยอร์ชที่อยู่ข้างๆ ตัวไม่ได้สนใจอะไรในตอนที่ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย อดแปลกใจไม่ได้กับคนที่โทรมา



“ฮั...ฮัลโหลครับ” ปัดโถะ! ไอ้สมุทรมึงอย่าเสียงสั่นสิวะ



((อยู่ไหน) )



“เอ่อ...อยู่บนรถครับ” ผมตอบออกไปแบบนั้นในตอนที่ได้ฟังเสียงปลายสายที่ดุเหมือนว่ากำลังหงุดหงิด ... ก็ถ้าหงุดหงิดแล้วจะโทรมาหากันทำไมนะ กลัวนะเว้ย แอบปลายตาไปมองคนขับข้างๆ ตัวที่ยังเอนจอยกับเพลงหมอรำต่อไป มีโยกหัวตามจังหวะดนตรีไปนั่นอีก อืม มีความสุขอ่ะเนาะ



((มึงอย่ากวนกูนะสมุทร มึงกลับกับใคร) )



“อ่า ...เอ่อ..”



“มีอะไรเปล่าวะสมุทร” พี่ยอร์ชที่ถามผมออกมาแบบนั้นในตอนที่เห็นท่าทีอึกอักของผม ปัดโถ่เว้ย เก็บความหวังดีมึงไว้ก่อนไม่ได้หรือไงวะ



((เสียงไอ้เหี้ยยอร์ช! นี่มึงไปไหนกับมันห๊ะ!!) )



“ไม่ได้ไปไหนพี่ ผมจะกลับบ้าน”



((มึงลงจากรถมันเลย ลง!) )



“ได้ที่ไหนเล่าพี่พระจันทร์ ผม...”



“ไอ้พระจันทร์โทรมาหรอ” พี่ยอร์ชที่คงได้ยินผมเรียกชื่อเลยถามออกมาแบบนั้น ผมมองเห็นตาคมของพี่ยอร์ชวาวขึ้นมา เอ่อคือ



“ครับ...”



“คุยกับมันทำไมไร้สาระ”



((ไอ้เหี้ยนั่นมันว่าใคร ห๊ะ มึง...) )



“เอามือถือมานี่สมุทรกูวางให้” พี่ยอร์ชว่าออกมาแบบนั้นแล้วดึงโทรศัพท์ออกมาจากหูผม ได้ยินเสียงพี่พระจันทร์โวยวายดังออกมาจากในสายแม้ว่ามือถือจะไปอยู่ในมือพี่ยอร์ชแล้วก็ตาม



((มึงจะเล่นกับกูหรอวะ!....) )



“กูไม่เล่นกับมึงให้เหนื่อยหรอก...กูเล่นกับไอ้สมุทรดีกว่าอีก”



((ไอ้เหี้ยยอร์ช!) )



ตู๊ด....



เสียงสัญญาณหายไปพร้อมๆ กับนิ้วแกร่งของพี่ยอร์ชที่กดตัดสาย แล้วกดปิดเครื่องมือถือผมหน้าตาเฉย



“เห้ยพี่ยอร์ช”



“ปิดเครื่องไปเถอะ พี่ขออยู่กับเราสองคนก่อนไม่ได้หรอวะ...” สายตาคมของพี่ยอร์ชที่หันมามองผมในตอนที่เราติดไฟแดง



“แต่พี่พระจันทร์...”



“สมุทร ถ้ามึงไม่รู้กูจะบอกให้”



“บอก...บอกอะไรวะพี่”



“บอกให้รู้ว่ากูชอบมึง”



“เชี่ย!” อุทานเสียงดัง จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยตาโตๆ แต่พี่ยอร์ชก็ยังเอาแต่พูดต่อไป สายตาคมๆ ที่ไม่สั่นไหวนั่นจริงจังจนมากกว่าคำว่าล้อเล่นได้



“กูซีเรียสนะ”



“งั้นสวัสดีนะ ผมแฮรี่ แฮรี่พ็อตเตอร์” ว่าออกไปพร้อมยิ้มแหย่



“เล่นมุขเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย ฮ่าๆ ...สัดเอ้ย” พี่ยอร์ชมันว่าแล้วขำออกมาเสียงดัง อีกฝ่ายที่หลุดหน้าจริงจังจนผมขำตาม ก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยนี่หว่า



“แต่พี่ยอร์ช ...ผม...”



“มึงจะบอกกูว่ามึงชอบไอ้พระจันทร์อ่ะดิ” ผมพยักหน้ารับกับคำถามนั้น



“แต่ตราบใดที่มึงยังไม่ได้คบกับมัน กูก็มีสิทธิ์จะสู้ไม่ใช่หรอวะ ... ก็ขอแค่อย่าเอาแต่ปิดใจมองแต่คนที่ไม่ได้รักมึงเลย หันมามองคนที่พร้อมจะรักมึงตรงนี้บ้างก็พอ”



“พี่...”



“กูไม่รีบหรอกนะ .. แต่กูเร่งว่ะ” ยกยิ้มมุมปากหันเปลี่ยนไปเปลี่ยนเกียร์ เหยียบคันเร่งในตอนที่ไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว ท่าทางเท่ๆ แบบนั้น แม่งเอ๊ย คนพวกหน้าตาดีนี่มันทำเขินอายจังวะ ... ยกหน้าขึ้นดันกรอบแว่นแล้วหันหน้าออกไปมองนอกรถแม่ง



“ขอบคุณที่มาส่งครับพี่”



“กูชอบมึง มากกว่านี้ก็ทำให้ได้”



เชี่ยเอ๊ย รุกอะไรกูจังอ่ะ



“พี่ยอร์ช...” ผมลากเสียงอ่อย อยากจะให้เบาๆ บ้าง ใจจริงไม่อยากให้เค้ามาทุ่มเท่อะไรกับผม เพราะยังไงผมก็คงไม่เปลี่ยนใจจากพี่พระจันทร์มาชอบพี่ยอร์ชหรอก น้องสมุทรที่รักพี่พระจันทร์มาสี่ปี กับพี่ยอร์ชที่พึ่งเจอกันไม่กี่วัน ถ้ามันเปลี่ยนง่ายขนาดนั้น ผมคงไม่ชอบพี่พระจันทร์มาถึงตอนนี้หรอก



“อะ ขนมเค้ก” มันหยิบกล่องขนมเค้กออกมาจากเบาะหลังที่ไม่รู้ว่าซื้อมาตั้งแต่ตอนไหน มองเข้าไปเห็นเป็นเค้กสตอเบอรี่จากร้านดังร้านนึง



“เห็นว่านัดไปกินซูชิกับเพื่อน แต่อดเพราะกู เอาเค้กไปกินแทนก่อนละกัน”



“ขอบคุณครับพี่” ผมยกมือไหว้แล้วเดินลงจากรถ อีกคนที่เลื่อนกระจกลงมามองผม



“ฝันถึงกูบ้างล่ะ” ยกยิ้มหล่อส่งท้าย ก่อนจะถอยรถออกไปทั้งแบบนั้น ... ไอ้เหี้ยเอ๊ย คนหน้าตาดีทำอะไรแต่ละทีก็หล่อจังอ่ะ เสียดายว่ะ ถ้าพี่ยอร์ชมันอยากมาเป็นเมียน้องสมุทร อันนี้ยังน่ารับพิจารณามากกว่าเยอะเลย ผมถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปในบ้านแบบใจลอยๆ



“กลับมาแล้วครับ” พูดออกมาแบบนั้นแต่ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากแม่ หรือว่าวันนี้แม่จะยังไม่กลับ ผมเดินเข้าไปวางเค้กไว้ในตู้เย็น ก็ได้ยินเสียงตึงตังวิ่งออกจากห้องดูหนัง เป็นไอ้ทะเลน้องรัก ผมไม่ได้สนใจอะไรมันได้แต่เดินเบลอๆ ขึ้นห้องไป



“เห้ยพี่หมุดๆ ทะเลมีเรื่องจะบอกนะ คือว่า...”



“อืม เดี๋ยวกูลงมาเล่นด้วย แต่ตอนนี้ไว้ก่อนนะ”



“คือว่ามันไม่ได้ไหมอ่ะ มันแบบว่า...”



“ไว้ก่อนทะเล หัวใจกูทำงานหนัก” เดินหนีมันขึ้นบันไดมาเรื่อยๆ ไอ้ทะเลที่ตะโงนแง้วๆ อยากจะตามขึ้นมา แต่ผมเอาขาเขี่ยมันไว้ เลิกสนใจไอ้เด็กกระโปกนั่นก่อน ทะเลมันเป็นแบบนี้เสมอ เหมือนเด็กเล็กๆ มีเรื่องมาเล่าให้ฟังทุกวัน แต่บางวันกูก็ไม่ไหว ขอพี่สมุทรมึงพักหัวใจแป๊บสิวะ



“ตามแต่ใจเลย ทะเลถือว่าพยายามละ!”



“เออ ตามสบายมึงจ้า”



ว่าแบบนั้นแล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนตัวเองไป เหนื่อยหัวใจ ใจผมมันยังเต้นตึงตังเหมือนเวลาได้เต้นหน้าเวทีคอนเสิร์ต ความรู้สึกเหมือนตอนที่ได้สบตานักร้องเกาหลีที่ชอบตอนที่ได้นั่งบัตรหกพันห้าแถวหน้าสุด ... พี่ยอร์ชมันทำผมเป๋นะเอาจริงๆ



“เฮ้อ...เขินว่ะ” ผมว่าออกไปแบบนั้นแล้ววางของลงบนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอน ร้อนหน้าแปลกๆ อ่ะเอาจริงๆ



“เขินมากไหมวะ ... มากเท่าตอนมึงนอนใต้ตัวกูหรือเปล่า” เสียงเข้มๆ ที่ดังมาจากด้านหลังของผมทำเอาขนลุกซู่ หันหน้าไปมองทันที มีร่างของแขกไม่ได้รับเชิญนั่งกระดิกตีนอยู่บนที่นอนของผมหน้าตาเฉย สายตาคมสวยที่ผมชอบนักชอบหนา ในตอนนี้จองมาที่ผมนิ่งๆ เป็นความรู้สึกเสียวสันหลังวาบในตอนที่สายตานั่นจ้องผมไปทั่วทั้งตัว



มา...ได้ไงวะ!



“พ พี่พระจันทร์”



“เออ กูเอง...พี่พระจันทร์ของมึงไง” ยกยิ้มเหี้ยมพร้อมก้าวลงมาจากเตียง สองขายาวที่ก้าวตรงมาหาน้องสมุทร

ไอ้ทะเล!! ช่วยพี่มึงด้วยจ้า!!!

#รักอยู่รู้ยัง



ตะโกนออกมาพร้อมกันค่ะว่าเรื่องนี้ใครเป็นตัวร้าย!! ตัวร้ายมันมาบุกรุกแล้วจ้า เอิ๊ววว

แคทยังคาดหวังเหมือนเดิมว่าเรื่องราวนี้จะทำให้คนอ่านทุกคนมีความสุขไปได้ด้วยกันนะคะ

หวังว่าจะเข้ามาอ่าน มาเม้นท์ให้กำลังใจแคทนะคะ คนละเม้นท์สองเม้นท์ก็ดีใจค่ะ

หรือคอมเม้นท์กันได้ทางทวิตเตอร์ แฮชแท็ค #รักอยู่รู้ยัง

แคทตามอ่านอยู่น้า มีความสุขทุกครั้งที่เห็นข้อความจากคนอ่านค่ะ

 :mew1: :3123:


แคทขอขอบคุณ คนอ่านจากเล้าเป็ดมากๆนะคะ ดีใจจจจ แคทนึกว่าจะไม่มีคนอ่านแล้วค่ะ

:sad4:ภ :o12:
  แคทมาแล้วนะคะ มาอ่านอีกน้าาาา

ตามอ่านต่อไปน่ะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
ขอบคุณมากๆนะคะ แคทดีใจมากๆเลยค่ะ :mew1:


:pighaun: เลือดเกือบหมดตัวละจ้า ฮีฮี
รอบทเต็ม บทอัศจรรย์

มารอทุกวันเลยนะค่า สนุกมาก เป็นกำลังใจให้เสมอจ้า
  อ๊ากกก เขินเลย แคทพยายามเขียนอย่างเต็มที่ หวังว่าบทเกือบอัศจรรย์จะไม่ทำให้ผิดหวังนะคะ อิอิ


หมั่นไส้พระจันทร์ ไอต้าวปากแข็งเอ้ยยย :katai4:
ไอ้ต้าวปากแข็งแบบนี้มันต้องโดนอะไรค๊าาา (ยื่นไม้)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-01-2022 20:44:48 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 710
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
สู่ขิต ร่วมไว้อาลัยใน 3 2 1

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1694
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
โอ้ยขำไม่ไหวแล้วจ้าาาาา :laugh: :laugh:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ

บทที่7



“ว่าไง ตกใจมากหรอ” เสียงทุ้มที่เข้มขึ้นมากกว่าทุกทีที่เจ้าตัวชอบพูด ขายาวๆ ที่ก้าวตรงมาหาผมช้าๆ ทุกก้าวที่เดินใกล้เข้ามาหนักแน่นจนน้องสมุทรขาสั่นพับๆ กลัวอะไรกันวะไอ้น้องสมุทร ไอ้เรามันเป็นคนเท่ๆ นะเว้ย อนาคตผัวที่แสนองอาจ



“พ พี่พระจันทร์มาได้ไง” ปัดโถะไอ้สมุทรมันเสียงสั่น ฮึบไว้สิ ความองอาจของมึงน่ะ สู้เค้าสิวะไอ้ชาย!



“กูขับรถมา” คืออันนั้นน้องสมุทรก็รู้จ้า อยากจะด่าออกไปแบบนั้น แต่พอเห็นสีหน้านิ่งๆ กับดวงตาคมๆ เวลากระพริบตาแต่ละที ขนตางอนยาวนั้นขยับขึ้นลงพรึบพรับ ทำเอาหัวใจน้องสมุทรสั่นไหว ความสวยกระแทกตาหรอ...เปล่า รังสีความไม่พอใจในตัวกูมันกระแทกตา ฮื่อออ ไอ้ทะเลช่วยด้วย!



“คืออันนั้นน้องสมุทรก็รู้...” กลืนน้ำลายหนึ่งเอือกแล้วขยับเท้าถอยหนีไปหนึ่งก้าว



“มึงรู้แล้ว แต่กูยังไม่รู”



“พี่พระจันทร์ไม่รู้อะไรเบ๋อ” เบ๋อเลยนะ อยากเป็นผัวสไตล์แบ๊วๆ น่ารัก กระพริบตาปริบๆ ไปสองทีด้วยความคาวาอี้เดส ปิ๊งๆ



“ไม่รู้ว่ามึงจะกล้ากลับมากับไอ้เหี้ยยอร์ชไง!” กระแทกเสียงใส่พร้อมฝ่ามือแกร่งที่เอื้อมมือมาจับแขนน้องสมุทรแล้วดึงรั้งให้ตัวน้องสมุทรเข้าไปใกล้ ใกล้ชนิดที่เรียกได้ว่าในวงแขน



“พ พี่พระจันทร์” อึกๆ อักๆ กับบรรยากาศตรงหน้า นี่เหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เห็นพี่พระจันทร์โกรธขนาดนี้



“ทำไม มึงกลัวกูหรือไง”



“พี่พระจันทร์เสียงดัง” ช้อนตามองคนตรงหน้าแล้วตอบเสียงอ่อยๆ ไม่รู้จะวางสายตาไปไว้ตรงไหน ก็ตีหน้ายักษืขนาดนี้ แล้วมาถามว่ากลัวหรือไง ก็กลัวน่ะสิวะ น้องสมุทรแม่งต้องเป็นพ่อบ้านใจกล้าแน่ๆ ไม่กล้าหือกับอนาคตเมียหรอกครับ



“เออ! กูดังได้กว่านี้อีก ถามจริงๆ ที่มึงบอกว่าชอบกูนี่เรื่องตอแหลหรอวะ” พี่พระจันทร์ว่าออกมาแบบนั้นด้วยเสียงขุ่นๆ แต่คำพูดประโยคนี้ก็ทำให้ผมชะงักไปเหมือนกัน ได้แต่ขมวดคิ้วแล้วเงยหน้ามองคนตรงหน้า



“น้องสมุทรไม่เคยตอแหลเรื่องที่ชอบพี่พระจันทร์นะ!” ว่าอะไรน้องสมุทรก็ได้ แต่อย่ามาว่าว่าเรื่องที่น้องสมุทรชอบพี่พระจันทร์เป็นเรื่องล้อเล่น น้องสมุทรไม่ยอมหรอก



“ไม่ตอแหลแล้วมึงมากับมันทำไม! กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าให้ออกห่างจากมัน ถ้าเรื่องแค่นี้มึงยังทำให้กูไม่ได้ มึงคิดว่ามึงจะเขยิบเข้ามาใกล้กูได้รึไงสมุทร”



“แล้วพี่เคยคิดจะเปิดใจให้ผมจริงๆ บ้างไหมล่ะ จะให้ผมเขยิบเข้าไปบ้างหรือยังล่ะ!”



“ไม่เขยิบแล้วกูจะมายืนอยู่ตรงหน้ามึงตอนนี้ไหม แม่ง!” พี่พระจันทร์สบถออกมาเสียงดัง เราสองคนที่ยืนเถียงกันหน้าดำหน้าแดงแบบที่ไม่มีใครยอมใคร จนมาจบลงที่ประโยคนี้ของพี่พระจันทร์ที่ทำเอาผมชะงักค้าง ผมกระพริบตาปริบๆ สองทีจ้องหน้าคนตัวสูงตรงหน้าพร้อมประมวนผม ดูเหมือนว่าก็ไม่ต่างจากพี่พระจันทร์เท่าไหร่ที่ก็ดูจะชะงักค้างไปกับคำพูดของตัวเองเหมือนกัน พี่พระจันทร์ที่ถอยเท้าขยับหนีผมไปนิดๆ ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น



“พี่ พระจันทร์”



“อย่ามาเรียกกู” เค้าว่าแบบนั้นแล้วหันหลังหนี แต่มีหรอที่น้องสมุทรจะปล่อยจังหวะนี้ไป มันคือทางของผมแล้วว่ะ รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในหัวใจก็ตอนนี้ ผมก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเค้าแทน เรียกได้ว่ารุกเข้าไปเลยน้องสมุทรมึงทำได้



“เดินตามกูมาทำไม” เค้าว่าแบบนั้นตอนที่ทรุดตัวลงนั่งที่เตียงของผม ท่าทางที่ดูหัวเสียแบบสุดๆ พี่พระจันทร์ที่ดูหงุดหงิดและสับสนกับตัวเอง



“ก็น้องสมุทรอยากอยู่ใกล้ไง” ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปหาใกล้ๆ ใช้ไหล่กระแซะคนข้างตัวนิดๆ พี่พระจันทร์ถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะเขยิบตัวหนีไปนั่งอยู่กลางที่นอน ใช้แผ่นหลังพิงหัวเตียงเอาไว้ ขายาวๆ ที่ข้างนึงชันขึ้น พร้อมๆ กับที่เจ้าตัวเริ่มใช้แขนข้างขวายกขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาด้วยมือเดียว เป็นภาพที่เท่ เอ้ย สวยงามบาดใจ ... ว่าแต่เค้ากำลังยั่วยวนน้องสมุทรใช่ไหมวะ อั๊ย พี่พระจันทร์ร้อนแรงว่ะ



“ทำอะไรของมึง จะรุกกูหรือไง” พี่พระจันทร์ปลายสายตามามองผมที่กำลังคลานเข้าไปหาเค้านิดๆ



“ใช่แล้วล่ะ น้องสมุทรกำลังรุกพี่พระจันทร์คนสวยไงครับ” ตอบออกไปแบบนั้นตอนที่ก้มตัวลงไปคล่อมทับอีกฝ่ายเอาไว้ ยกยิ้มนิดๆ เหมือนพระเอกนิยายวาย โอ้โห ไอ้เรานี่มันแสนเท่ไปเลยว่ะ จำเอาไว้ จะรุกจะรับเค้าไม่ได้วัดกันที่ความสูงว่ะ พอนอนทาบลงไปก็เท่ากันหมดล่ะ!



“พี่พระจันทร์หึงน้องสมุทรกับพี่ยอร์ชหรอ”



“เรียกมันไอ้เหี้ยยอร์ช มันเป็นลูกแม่มึงหรอถึงต้องเรียกว่าพี่”



“ก็เค้าอายุมากกว่าน้องสมุทร”



“สมุทร อย่าขัดใจกูไปมากกว่านี้” ว่าออกมาเสียงเข้มๆ ก่อนที่วงแขนแกร่งจะดึงเอวน้องสมุทร ทำให้ทั้งตัวของผมจากที่คล่อมตัวกั้นพี่พระจันทร์ที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ ตอนนี้เป็นผมที่ถูกทิ้งตัวลงไปนั่งคล่อมทับพี่พระจันทร์



“เชี่ย ท่าทางของผัว” พูดออกมาเบาๆ กับตัวเองด้วยใจเหิมเกริม วันนี้เข้าใกล้อีกนิด น้องสมุทรอยู่บนตัวพี่พระจันทร์ว่ะ!



“หึ” ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนใต้ร่างผมเบาๆ เอียงคอมองพี่พระจันทร์นิดๆ ว่าขำอะไร



“พี่พระจันทร์ขำน้องสมุทรหรอ”



“อืม กูขำหมาขำแมวมั้ง”



“ทำไมต้องกวนตีนน้องสมุทรด้วยนะถามจริงๆ”



“ปากมึงนี่แม่งน่าดีด กวนใจกูอยู่ได้โครตน่ารำคาญเลยว่ะสมุทร” ไม่ว่าเปล่ายังยื่นมือมาบีบปากผมแรงๆ ด้วยทีนึง เจ็บไปหมด แต่คิดว่าปากยังใช้การได้ดี สามารถทำเธอสุขขีขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดได้อยู่นะจ๊ะคนสวย



คิดแบบนั้นเลยเอื้อมมือไปช้อนปลายคางพี่พระจันทร์ให้ขึ้นมามองหน้ากัน



“เลิกซึนเถอะน่า หลงรักความผัวของน้องสมุทรก็พูดมา”



“ผัวเลยนะ”



“คล่อมขนาดนี้เมียมั้งแหม่เธอก้อ” ยกยิ้มเท่ๆ ส่งไปอีกนิด ขยิบตาให้หน่อยนึง ผมเห็นพี่พระจันทร์ทำหน้าเหมือนคนกลั้นยิ้มแล้วหันหน้าหนีกันมองออกไปนอกหน้าต่างห้องผม



“สมุทร”



“จ๋าคนสวยขา”



“กูจริงจังนะ มึงอย่ายุ่งกับไอ้ยอร์ชเลย มันเป็นคนไม่ดี”



“ยังไง” เอียงคอถาม พร้อมก้มมองหน้าคนที่เงยหน้าขึ้นมามองกันในตอนนี้ “น้องสมุทรไม่เข้าใจ พี่ยอร์ชก็ดีกับสมุทร ถึงน้องสมุทรจะไม่ได้ชอบเค้าแบบที่ชอบพี่พระจันทร์ แต่น้องสมุทรก็มองว่าเป็นพี่คนนึงนะ”



“มันเป็นคนเห็นแก่ตัว ที่ดีแต่จะทำให้คนที่มันคบด้วยเสียใจ”



“แล้วพี่เค้าจะมาคบกับสมุทรที่ไหนล่ะ”



“มันชอบมึง”



“แต่น้องสมุทรชอบพี่พระจันทร์ อย่าดูถูกความรักของน้องสมุทรนักเลย 4ปีเลยนะที่พยายามมาอยู่ตรงหน้าพี่พระจันทร์แบบนี้ เชื่อน้องสมุทรเถอะ น้องสมุทรไม่ได้คิดอะไรกับพี่ยอร์ชจริงๆ” ก้มหน้าเข้าหาคนใต้ร่างช้าๆ พร้อมพูดอย่างจริงจัง ผมที่ใช้ปลายจมูกเขี่ยที่ปลายจมูกโด่งของพี่พระจันทร์เบาๆ เป็นการลองเชิง แต่เห็นอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรเลยได้แต่ยิ้มกว้างออกมาแล้วเอาปลายจมูกเขี่ยอีกทีแบบอ้อนๆ



“มึงนี่แม่ง”



“หล่อเท่บาดใจ บาดไข่ บาดอารมณ์ใช่เปล่าล่ะ”



“ทะลึ่ง” ว่าแบบนั้นแล้วเอื้อมมือขึ้นมาดีดหน้าผากผมเบาๆ ไปที



“อะไรว้า เค้าบอกว่าผัวเท่ๆ ทะลึ่งตึงตังมันจะได้ใจ เสียวว๊าบไม่ใช่หรอ” ผมถามแบบนั้นแล้วถอนหายใจออกมาแบบเซ็งๆ



“ใครมันบอกมึง”



“พี่กู”



“กูอะไรของมึง”



“กูเกิ้ลไง” ว่าแบบนั้นแล้วทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งบนตัวพี่พระจันทร์อีกนิดอย่างเซ็งๆ นี่ที่พยายามรีเสิร์ชขอมูลมุกเสี่ยวเกี้ยวสาวมาเต๊าะพี่พระจันทร์มันได้ผลบ้างไหมวะ หรือน้องสมุทรจะโดนหลอก



“ซี๊ด”



“พี่พระจันทร์เป็นอะไร”



“มึงจะกระแทกตัวลงมาทำไมวะสมุทร”



“ทำไมอ่ะ น้ำหนักน้องสมุทรเยอะไปใช่เปล่า ขอโทษนะ เชี่ยเอ๊ย น้องสมุทรจะไปฝึกซิกแพคมาให้ได้เลย”



“เออ อ้วน” อีกคนว่าออกมาแบบนั้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี สงสัยจะหนักมากจริงๆ ว่ะ



“งั้นน้องสมุทรลงละ เดี๋ยวค่อยมาคล่อมพี่พระจันทร์ใหม่วันหลังละกันนะ” บอกแบบนั้นแล้วตั้งท่าจะปีนลงมาจากตัว แต่โดนวงแขนแกร่งของพี่พระจันทร์โอบเอาไว้ก่อน



“หื้ม ปล่อยดิ ไม่หนักหรอ น้องสมุทรจะลง”



“มึงมันอ้วน”



“อย่าบูลลี่ได้ไหม ไม่มีใครสอนหรอว่าอย่าเอาเรื่องน้ำหนักมาล้อเล่นอ่ะ”



“แต่ไม่ใช่ตัวอ้วน...”



“ห๊ะ”



“แต่แก้มอ้วน”



“แก้มน้องสมุทรอ้วนหรอ” ผมถามแบบนั้นพร้อมยกมือขึ้นไปจับแก้มตัวเองอย่างงงๆ พี่พระจันทร์ที่เขยิบตัวเข้ามาใกล้ผม ใบหน้าของอีกฝ่ายที่เลื่อนเข้ามาใกล้ กระซิบเบาๆ ข้างหูจนได้รับรู้ถึงลมหายใจร้อนๆ ที่รินรดกันอยู่ที่ข้างแก้ม



“ไม่ใช่แก้มที่หน้า แต่เป็นแก้มที่ก้น ...มันอ้วน”



“อ๊ะ” ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่จบประโยคแล้วฝ่ามืออีกฝ่ายจับเข้าที่ก้นตามคำพูดเต็มแรง ฝ่ามือแกร่งที่บีบมันเบาๆ ตามจังหวะ ก่อนที่พี่พระจันทร์จะพลิกตัวดันร่างของผมให้ลงไปนอนแผ่ที่กลางเตียงแทนเจ้าตัว และใช่ ... ผมได้แต่เบิกสายตากว้างมากขึ้น มองพี่พระจันทร์ที่กำลังคล่อมทับอยู่ตรงหน้า



“พี่พระจันทร์”



“เลิกกวนใจกูไม่ได้หรอวะสมุทร”



“ยังไง”



“ก็แค่กลับไปใช้ชีวิตของมึง แล้วเลิกยุ่งกับกู”



“น้องสมุทรทำไม่ได้หรอก จะไล่หรอ” จ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง พี่พระจันทร์ที่แค่ยกยิ้มมุมปากออกมาน้อยๆ



“เปล่า...กูแค่รู้สึกว่ามึงกวนใจกูมากไปแล้ว”



“มันทำไมนัก น้องสมุทรยังไม่ได้ทำอะไรนอกจากเข้าไปวิ่งเล่นในหัวใจพี่พระจันทร์แค่นั้นเองนะ”



“ดื้อด้านนัก”



“ก็มันจริงนี่ อย่ามาไล่กันซะให้ยาก”



“เคยเตือนมึงแล้วนะ ถ้ากูไม่รู้สึก...”



“ก็ขอให้น้องสมุทรได้ลอง” ผมว่าแบบนั้นแล้วเอื้อมมือขึ้นไปจับใบหน้าของคนตรงหน้านิ่งๆ



“พี่พระจันทร์ใช้ชีวิตตามสบายได้เลย น้องสมุทรเองก็จะทำเหมือนกัน”



“ก็กูใช้ชีวิตตามสบายไม่ได้ก็เพราะมึงนี่ล่ะ”



“เอ๋ ยังไงนะ อึก อื้ม...” ความสงสัยที่ถูกตัดจบไปเพราะริมฝีปากที่โฉบลงมาบดขยี้ริมฝีปากกัน ดูดเม้มริมฝีปากจน เกิดเป็นเสียงดังก้องเข้ามาในหู ผมเผยอปากหอบหายใจตอนที่อีกฝ่ายผละริมฝีปากออกไป แต่วินาทีถัดไปอีกฝ่ายก็รีบทาบทับเข้าหาใหม่แล้วตวัดลิ้นเข้าไปรุกแบบหนักหน่วง จนเผลอยกมือกอดแผ่นหลังกว้างเอาไว้แน่นๆ พี่พระจันทร์จูบผมซ้ำๆ ผมได้แต่หลับตาลงเมื่ออีกฝ่ายผละหน้าออกมาแล้วกดจมูกซุกไซร้ไปตามซอกคอ กดริมฝีปากจูบไปตามใบหูและลำคอ ในใจของผมที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกบางอย่างกำลังบอกให้ตัวเองเอ่ยปากห้าม



แต่ไม่..



ปากของผมไม่ขยับพูดอะไรออกไปทั้งนั้น



นอกจากนอนหลับตานิ่งปล่อยให้พี่พระจันทร์ล่วงเกินอยู่แบบนั้น จนกระทั่งมันเลยเถิดไปไกล รู้ตัวอีกทีมือของอีกฝ่ายก็สอดเข้ามาในเสื้อนักศึกษาตัวบางและวางอยู่บนหน้าอก ปลายนิ้วเรียวยาวลากไปตามผิวกายเก่อนจะหยุดอยู่ที่ตุ่มไตนูนแข็งตรงกลางนั้น



“ฮื่อ..”



ผมร้อง.. ร้องออกมาไม่ใช่คำห้ามปรามที่คิดว่าอยากจะพูด



ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะหยุดชะงักไปในนาทีต่อมา ผมได้ยินเสียงกลั้นใจและอีกฝ่ายที่ถอนตัวเองออกมาจากตัวของผม การหอบหายใจที่รุนแรงมากขึ้นของพี่พระจันทร์ทำให้ผมต้องลืมตามองหน้าอีกฝ่ายแบบไม่เข้าใจ เลื่อนสายตาลงไปมองที่แกนกายใหญ่ที่ดุดดันออกมาจากกางเกงที่ยังไม่ถูกถอด เป็นผู้ชายด้วยกันก็รู้เลยว่ามันคงปวดหน่วงๆ บริเวณกลางลำตัวแน่ๆ สภาพของคนตรงหน้า เป็นสิ่งที่ตอกย้ำได้ชัดเจนว่าเมื่อกี๊ผมกับพี่เค้า เราเกือบจะไปถึงไหนต่อไหนกันอีกแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าผมจะนอนนิ่งๆ เป็นไอ้แว่นตาแตกอยู่แบบนี้ ผมเผลอไผลไปกับพี่พระจันทร์อีกครั้ง และอีกครั้ง และอีกครั้ง...



“ผม...พี่...”



“หยุดแค่นี้ เพราะถ้าไม่หยุด กูเองก็คงหยุดไม่ได้ ... และมึงเองก็คงห้ามไม่ไหว ทั้งๆ ที่ตัวมึงไม่พร้อม”



“ผม...” อยากจะแย้งประโยคคำพูดของเค้า แต่ผมทำได้แค่อ้าปากพงาบๆ พูดได้แค่คำว่าผมสั้นๆ คำเดียว เพราะคำพูดของพี่พระจันทร์ เป็นอะไรที่เถียงไม่ออก ผมไม่พร้อม...



“กูเป็นเมียให้มึงไม่ได้สมุทร จะเป็นได้ ก็เป็นแค่ผัวที่มีหน้าที่เอามึง...”



“น้องสมุทรไม่...”



“และถ้ามึงยังทำได้โดนกูเอาไม่ไหว ก็อย่าเล่นกับใจกูให้มาก เพราะกูไม่ใจดีกับมึงทุกครั้งหรอกนะ” บอกแบบนั้นแล้วดวงตาสวยคมดุของพี่พระจันทร์ก็หลับลงช้าๆ แบบอดกลั้นอารมณ์ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวออกแล้วลุกไปนั่งอยู่ปลายเตียง ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสน ผมไม่พร้อมจะเป็นเมียพี่พระจันทร์เหมือนกัน ทำใจไม่ลงเพราะประกาศมาตั้ง4ปีว่าจะเป็นผัวพี่พระจันทร์ให้ได้ แล้วทำไมถึงต้องมาสั่นคลอนเอาตอนนี้วะ



“กูจะกลับแล้ว ... ทิ้งพวกไอ้ปุ่นมาก็เพราะมึงเลย แม่ง”



“พี่พระจันทร์” ผมเรียกชื่อเค้าเสียงอ่อยอีกครั้ง



“ช่วยไม่ได้ก็อย่าเรียกสมุทร” ว่าแบบนั้นแล้วลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทางดีๆ แล้วเดินไปจับลูกบิดประตู ผมที่เห็นแบบนั้นแล้วถลาตามลงจากเตียง ก่อนจะวิ่งไปจับมืออีกฝ่ายไว้แบบงงๆ พี่พระจันทร์มองหน้าผมนิ่งๆ แบบอดกลั้นอดทน ส่วนผมก็งงร่างกายมันไปแบบอัตโนมัติ



“ผม ผม...”



“อะไรอีก” มองผมนิ่งๆ แล้วถอนหายใจพิงหลังกับบานประตู พี่พระจันทร์เดาะลิ้นเป็นจังหวะในตอนที่รอคอยว่าผมจะพูดอะไร



“ผม ผมช่วยได้” กลั้นใจพูดออกไปด้วยเสียงที่ไม่ดังเท่าไหร่ แต่ถึงแบบนั้นก็พูดออกไปอยู่ดี



“ยังไง” พี่พระจันทร์พูดออกมาแบบนั้น ก็เป็นตอนที่ผมทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหน้าเค้าพอดี ก่อนจะค่อยๆ ยกมือสั่นๆ ขึ้นไปจับที่เข็มขัดราคาแพง



“สมุทร” พี่พระจันทร์เรียกชื่อผมเข้มขึ้นในตอนที่เห็นการกระทำของผม ผมช้อนตาสั่นไหวมองเค้าอีกที



“น้องสมุทรช่วยนะ ...” บอกแบบนั้นแล้วปลดกระดุมกางเกง พร้อมทั้งรูดซิบลงช้าๆ กางเกงนักศึกษาเนื้อผ้าดีที่วันนี้พระจันทร์ใส่ไป ถูกปลดลงไปที่ปลายเท้าพร้อมกางเกงชั้นในยี่ห้อCkที่พี่พระจันทร์ใส่แล้วแม่งโคตรเซ็กซี่ ตอนนี้ถูกถอดลงไปกองที่ข้อเท้าด้วยฝีมือน้องสมุทรเอง ก่อนจะตามมาด้วยแกนกายแข็งขืนที่ดีดตัวออกมาโดนหน้าน้องสมุทร



“อึก...” ได้ยินเสียงพี่พระจันทร์กลืนน้ำลายในลำคอนิดๆ แบบนั้น ก็ได้แต่ยกมือสั่นๆ ขึ้นไปจับแกนกายตรงหน้าเอาไว้ ขยับฝ่ามือไปตามความยาวของมันช้าๆ แค่ขยับนิดๆ ก็ได้ยินเสียงหายใจหนักๆ ของอีกฝ่าย ไล้จากส่วนหัวไปยังส่วนปลาย มืออีกข้างที่ก็เลื่อนลงไปบีบเฟ้นเบาๆ อยู่ที่ลูกบอลกลมกลึงข้างล่างนั่น ทำตามแบบในความทรงจำที่ครั้งนึงพี่พระจันทร์เคยสอนมา ....



“อึก ทำตามที่กูเคยสอนได้ดีนี่” พี่พระจันทร์ว่าออกมาแบบนั้น เหมือนว่าอีกฝ่ายก็จะนึกถึงเรื่องราวนั้นขึ้นมาพร้อมๆ กัน ความทรงจำสุดท้ายตอนผมม.4ที่มีร่วมกันกับเค้า



“งั้นวันนี้กูจะสอนมึงอีกอย่างสมุทร”



“หื้ม” ผมขยับมือไปพร้อมๆ กับช้อนตามองหน้าอีกฝ่ายไปด้วย พี่พระจันทร์ที่ยืนพิงประตูเดาะลิ้นน้อยๆ ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อให้พ้นออกจากใบหน้า สายตาคมที่มองกันอยู่ตอนนี้ทำเอาผมเขินหน้าแดง



“อ้าปากมึงสิสมุทร”



“ห๊ะ...น้องสมุทร...”



“มึงรู้ไหมว่าการใช้ปาก ทำให้เมียบนเตียงมึงรู้สึกดีนะ”



“จริงหรอ”



“อืม” ยักคิ้วนิดหน่อย แล้วเอื้อมมือมาคว้าเข้าที่ปลายคางของผม



“อ้าปากสมุทร” พี่พระจันทร์ที่บีบปากกระตุ้นผมน้อยๆ สุดท้ายผมก็ค่อยๆ อ้าปากแล้วรับตัวตนของอีกคนเข้ามาช้าๆ ความรู้สึกเฝื่อนๆ ที่ไม่เคยพบเจอแทรกเข้ามาให้ได้ชิม



“ซี๊ด เก็บฟันมึงด้วย อย่าให้โดน” พี่พระจันทร์บอกออกมาแบบนั้น และผมก็พยายามทำตามที่อีกฝ่ายบอกแต่โดยดี



“ขยับตามความยาวหน่อยสมุทร ซี๊ด อ่าส์....ปากมึงอุ่นว่ะ” พี่พระจันทร์สูดปากครางไม่ได้สนใจว่าตรงนี้ที่เราทำอยู่จะเป็นหน้าประตูห้อง ผมที่ดูดเม้มอย่างไม่ประสา ซึ่งพยายามทำมากแค่ไหน ก็ทําได้เพียงส่วนปลายเพราะไม่เคยทํามาก่อน



“อ้าปากกว้างๆ หน่อยสมุทร เอาเข้าไปอีก” พี่พระจันทร์ที่สอดกลางกายของตัวเองให้ลึกเข้าไปอีก ขนาดของแกนกายที่เกินไปมาก ทำให้รับมันเข้ามาได้เพียงครึ่งเดียว สะโพกสอบที่เริ่มต้นขยับไปตามจังหวะเหมือนว่าอีกฝ่ายก็เริ่มเผลอไผล ทำให้ในทุกครั้งที่สอดใส่เข้ามาก็ชนเข้ากับเพดานปาก จนเกือบจะลงคอเล็กไปอยู่แล้ว



“อึก ซี๊ด...สมุทร"



“อึก..." เผลอร้องออกมาแบบนั้น ตอนที่รู้สึกจุกแน่นไปหมดจนน้ำตาคลอ ได้แต่ช้อนตาขึ้นไปมองหน้าสุขสมของพี่พระจันทร์ เป็นตอนเดียวกันที่พี่พระจันทร์เอื้อมมือลงมาดึงแว่นตาให้ออกไปจากหน้าของผม



"ร้องไห้ทำไมวะ ซี๊ด" พี่พระจันทร์ที่ยืนอยู่ถอนกลางกายของตัวเองออกจากปากเล็ก



"น้องสมุทรทำได้..."



"ชู่ววว" พี่พระจันทร์พูดออกมาแบบนั้น พร้อมๆ ที่ฝ่ามือหนากําลังใช้มือขยับช่วยตัวเองโดยเน้นตรงส่วนปลายยอดอยู่ และไม่ได้บังคับให้เขาต้องใช้ปากให้อีก



“ซี๊ดด...สมุทรเงยหน้าหน่อย” พูดบอกออกมาแบบนั้น ก่อนที่ผมจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมอง



ซึ่งพอคนที่ยืนใช้มือช่วยตัวอยู่เห็นใบหน้าเล็กที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยน้ําตาช้อนขึ้นมอง ร่างสูงก็ถึงจุดสุดยอดทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของอีกคนนั้นยั่วอารมณ์จนเผลอปลดปล่อยออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ



“อะ...อ่าา เชี่ย อึก"เนื่องจากการปลดปล่อยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวทําให้น้ําสีขาวขุ่นบางส่วนพุ่งไปโดนหน้าของคนร่างบางตรงหน้า



"อึก" เมื่อปลดปล่อยออกชจนหมดทุกหยาดหยดฝ่ามือหนาก็ออกแรงดึงแขนน้องสมุทรให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ที่กระเป๋ากางเกงข้างหลังของตัวเองมาเช็ดให้น้องสมุทรจนหมด



"กูขอโทษที ไม่ได้ตั้งใจ ใครแม่งใช้ให้มึงทำหน้ายั่วแบบนั้นวะ"



"น้องสมุทรเปล่า...น้องสมุทรไม่รู้ อึก" คำพูดที่สับสนหายไปพร้อมๆ กับริมฝีปากอุ่นที่ตามลงมาทาบทับที่ปากสวยของน้องสมุทรอีกครั้ง สอดแทรกเข้ามาเบาๆ นวดคลึงดูดดึงอยู่ที่ริมฝีปากล่างอย่างหยอกล้อ ก่อนจะผละออกมามองหน้าน้องสมุทรพร้อมรอยยิ้มมุมปาก



"ขอบคุณครับ" พี่พระจันทร์ว่าออกมาด้วยเสียงทุ้มเข้มในแบบที่น้องสมุทรไม่เคยได้ยินมาก่อน เป็นความรู้สึกอุ่นๆ จนต้องก้มหน้าหนีคนที่กำลังกอดกันไว้ในตอนนี้



.

.

.


ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
(ต่อ)



“โอ้ววว ในที่สุดก็ลงมากันสักที ฮื่อ” ในตอนที่ผมกับพี่พระจันทร์เดินลงมาจากห้องก็เห็นไอ้ทะเลเดินสับตีนไปมาอยู่ที่หน้าบันไดชั้นล่างเป็นหนูติดจั่นเลย มันที่ทำหน้าทำตาเหมือนอยากจะร้องไห้รีบวิ่งเข้ามาหาผม



“เป็นอะไรทะเล” ผมถามออกไปแบบนั้น มันที่กอดผมแน่นๆ แล้วช้อนตามองหน้า



“พี่หมุดๆ บ้านเราน่ากลัวมากเลยอ่ะ ทะเลกลัว”



“ทำไม มีอะไร” พี่พระจันทร์ถามออกมาแบบนั้นแล้วมองไปรอบๆ บ้าน



“ทะเลจะขึ้นไปเรียก แต่เจอผีอ่ะ!” มันว่าออกมาแบบนั้นด้วยสีหน้าตาตื่น ผี...ผีในบ้านหรอวะ?



“ห้องพี่หมุดมีผีไอ้โบ๋แน่ๆ กุ๊กๆ กู๋อ่ะ ฮื่อ”



“มึงพูดถึงอะไรเนี่ยทะเล ไม่เข้าใจเลยเว้ย” ผมถามมันออกไปอีกที พี่พระจันทร์เดินมาหยุดลงข้างๆ ทะเลแล้วยื่นมือไปลูบหัวมันเบาๆ งุ้ยยยย ว่าที่พี่สะใภ้ดูแลน้องผัวแหล่ะเนอะ! หยุด อย่ามาค้านความฝันผม



“ก็ทะเลเห็นว่าพวกพี่หายขึ้นไปนานแล้วอ่ะ เลยขึ้นไปตาม กะว่าจะให้มาเล่นเกมส์ที่พี่สุดหล่อซื้อมาฝากด้วยอ่ะ”



“ห๊ะ” พี่สุดหล่อ มันหมายถึงกูชิมิ ... แต่ดูจากสายตาของไอ้ทะเลที่กำลังมองไปที่พี่พระจันทร์ เค ไอ้น้องทรยศ! มึงกล้ามองคนสวยขาของกูหล่อได้ยังไง!



“ขึ้นไปตามพวกพี่บนห้องหรอ” พี่พระจันทร์ถามออกมาด้วยเสียงน่าฟัง เชี่ย! เสียงแบบนี้ไม่เคยมีให้กันมาก่อนเลยนะ แต่ใช้กับไอ้ทะเล พี่พระจันทร์น่ารักกับเด็กเสมอเลย เหมือนตอนที่ผมตกหลุมรักเค้าในครั้งแรกเป๊ะ



“ใช่ๆ แต่พอจะเคาะประตู ทะเลก็ได้ยินเสียงผีอ่ะ” เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ



“มันร้องยังไง” พี่พระจันทร์เลิกคิ้วถามทะเล แต่สายตาคมสวยนั่นเอาแต่หันมาจ้องผมไม่เลิก



“อ๊า อึก อื้อออ อะไรแบบนี้ โหยหวนจับใจ ห้องผีสมุทรมีผีนะพี่สุดหล่อ!!” ไอ้ทะเลแหกปากออกมาเสียงดัง ก่อนมันจะกระโดดไปที่โซฟาแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมหัวไว้ เหมือนว่าก่อนหน้านี้มันจะเอามาเตรียมไว้อยู่แล้ว เอ่อ...



ผมหันไปมองพี่พระจันทร์ที่ยกยิ้มมุมปาก สายตาแวววาวของเค้าทำเอาผมร้อนหน้า ร่างสูงๆ ของพี่พระจันทร์ที่เดินมายืนซ้อนหลังของผม ก่อนจะก้มหน้าลงมากระซิบกันที่ข้างหูเบาๆ



“ไม่เสียงกูก็เสียงมึงแล้วว่ะสมุทร แต่ทำไงได้วะ ก็ปากมึงมันทำกูเสียวอ่ะ”



“ไอ้พี่...” ยกมือขึ้นทุบอกอีกคน แต่อีกฝ่ายดันเบี่ยงหลบทันแบบสบายๆ ขายาวๆ ที่ตรงไปหาสมุทรแล้วลูบผมมันเบาๆ



“ไม่ต้องกลัวหรอกทะเล ห้องพี่สมุทรไม่มีผีหรอก”



“แต่ผมได้ยินน้า อ๊ากกก”



“ถ้าจะมี ก็มีแค่ผีผัวสมุทรแหล่ะมั้ง”



“ห๊ะ อะไรหรอ คล้ายๆ ผีเสื้อสมุทรในพระอภัยหรือเปล่า ไม่ได้การละ ทะเลจะโทรบอกเล่าเก้าสิบกับเฮียคลื่นนนน” ไอ้ทะเลแหกปากออกมาอีกครั้งแล้ววิ่งหายไปเอามือถือ



“เนอะสมุทรเนอะ” ไม่ต้องหันมาเนอะกับกู! หึ่ยยย อย่าเขินอายไอ้สมุทร ทำหน้าให้มันด้านๆ ไว้ สู้...สู้...สู้ไม่ไหวโว้ย!!



...



“ไอ้สัด! หายออกไปไหนมาวะ อย่าบอกกูว่าไปรับพี่อัยย์อีกนะ” เสียงของไอ้ปุ่นที่ดูไม่สบอารมณ์มากๆ ว่าออกมาแบบนั้นในตอนที่ผมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ มัน



“สีหน้ามึงดูอิ่มเอิบมากนะไอ้สัด หรือจริงแบบที่ไอ้ปุ่นมันว่า” เป็นไอ้มีนที่ว่าออกมาด้วย มันที่วางแก้วเหล้าที่พึ่งรินใหม่ส่งมาวางไว้ที่หน้าผม



“แต่กูว่าไม่น่าใช่ กูได้ยินมึงคุยโทรศัพท์กับน้องสมุทรนี่หว่าเมื่อเย็น” ไอ้มีนว่าแบบนั้นแล้วยกยิ้ม K พวกสัดรู้ดี



“แล้วทำไม”



“ก็ไม่ทำไมหรอกพ่อ แค่อยากรู้...”



“อยากเสือกมึงก็พูดออกไปให้ชัดๆ ครับไอ้มีน”



“อย่าพูดเหมือนมึงไม่อยากได้ไหมครับเพื่อนปุ่น แล้วกรุณาอย่าเรียกว่าการเสือก ให้เรียกว่า สอดรู้เรื่องราวชีวิตของเพื่อนอย่างใกล้ชิด”



“โถ่ไอ้สัด ชื่อจริงของคำว่าอยากเสือกแม่งยาวจัง”



“มึงนี่ก็ขัดจัง จะเอากับกูไหม”



“ไม่นะ กูไม่เล่นเพื่อน โพเดียวกันมันผลัดกันเอายาก” ไอ้ปุ่นว่าแบบนั้นแล้วกระดกเหล้าเข้าปากไปอีกแก้ว พร้อมๆ กับที่ไอ้มีนยื่นตีนไปถีบขามันเข้าให้อีกที



“กูก็ไม่เอากับมึงไอ้สัด เดี๋ยวต้องแย่งกันดันลงข้างล่าง เหนื่อย”



“แต่กูว่าก็ไม่เหนื่อยขนาดนั้น ถ้าพวกมึงไม่อ่อน” บอกออกไปแบบนั้นแล้วเผลอยกยิ้ม นึกไปถึงเด็กอีกคนที่ก่อนหน้านี้คุกน้ำตาคลอเพราะพยายามจะกลืนกินตัวตนกันเข้าไปทั้งๆ ที่ไม่เคย



“หึ”



“ยิ้มเหี้ยอะไรของมึงไอ้สัดพระจันทร์ กูหลอนนะไอ้เหี้ย”



“มึงพี้ยา แดกกระท่อมมาหรือเปล่า ไม่ได้นะไอ้สัด ถึงตอนนี้จะถูกกฏหมายของอิหนู แต่กูก็ไม่แนะนำ”



“พวกเหี้ย กูไม่เล่นยาอะไรทั้งนั้นแหล่ะ” ผมทำหน้าเบื่อใส่พวกมันก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบบ้าง บรรยากาศดีๆ ในร้านอาดาบยิ่งทำให้อารมณ์ดีมากขึ้นไปอีก



“แล้วอารมณ์ดีอะไรครับ ยังกับคนได้ปล่อยน้ำ”



“ก็ได้ปล่อยจริงๆ” ผมว่าแบบนั้นแล้วยักคิ้วใส่พวกมันที่อ้าปากค้าง



“เชี่ย! มึงเสร็จน้องสมุทรแล้วหรอวะ!!” ไอ้มีนแหกปากดังลั่น แล้วเอามือยกขึ้นมาทาบอก ท่าทางโอเว่อร์เกินจริงที่ตั้งใจกวนตีนผมแบบสุดๆ เพื่อนเหี้ย



“พ่องมึงไอ้สัด มาลองกับกูไหม กูบอกเลยว่าต่อให้เป็นมึงก็เอากูไม่ลง”



“อู้ยยย ขอโทษครับพี่ ไม่กล้าแล้วครับ” ไอ้มีนยกมือไหว้ปรกๆ ปะหลก



“แต่ถ้าแบบนั้น มึงจะหมายถึง มึงได้น้องแล้วหรอวะ”



“ใช่เรื่องของมึงไหมไอ้สัด เสือก” ผมไม่ชอบพูดเรื่องบนเตียงของคู่นอน มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาบรรยายให้ใครต่อใครได้รู้ มันไม่ใช่นิสัยผม และยิ่งกับสมุทร ผมยิ่งไม่อยากให้ใครเอามันมาพูดเล่น เพราะแบบนั้นเลยปรายตามองไอ้มีนแรงๆ ทีนึง



“ไอ้พระจันทร์” เป็นไอ้ปุ่นที่เรียกผมออกมาด้วยเสียงจริงจัง มองไปทางมันที่จ้องมองกันนิ่งๆ อยู่ก่อนแล้ว



“มึงกับสมุทรนี่ยังไงวะ”



“ก็ไม่ยังไง มันจีบกู”



“แล้วมึงก็ปล่อยให้น้องมันจีบอ่ะนะ”



“อืม...ก็แล้วไง ไล่มันก็ไม่ไปหรอกไอ้สมุทรน่ะ” ยักไหล่นิดๆ ก่อนจะเอนตัวลงพิงพนักโซฟา เอาแขนข้างนึงพาดไปกับพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้างมองสีหน้าจริงจังของไอ้ปุ่น



“ขอร้องไอ้พระจันทร์ มึงอย่าดึงน้องเข้ามาเลย ถ้ามึงยังรู้สึกกับพี่อัยย์ คนที่เข้ามาไม่ได้รู้สึกสบายๆ ไปกับมึงหรอกนะ”



“แต่อันนี้จริง ตอนนี้มึงทำตัวข้ามเส้นแบบที่กูไม่เคยเห็นมึงเป็นกับใครมากๆ เลยนะมึงรู้ตัวไหม” เป็นไอ้มีนที่หันมาพูดจริงจังกับผมด้วย เห็นพวกมันสองคนเป็นแบบนี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ



“มึงหวงน้องมันนะ รู้ตัวบ้างเหอะ”



“ใช่ พอเป็นไอ้ยอร์ช มึงก็เลือกพุ่งเข้าใส่แบบไม่คิดเลย เห็นใจน้องมันบ้างเหอะว่ะ ถ้ามึงไม่ได้รู้สึกหวงจริงๆ ก็อย่าทำให้น้องมันคิดไปเอง คนรู้สึกมันไม่สนุกกับมึงหรอกนะ” ไอ้ปุ่นว่า



“หรือมึงห่วงน้องมัน ชอบมันหรอวะ”



“คำถามที่พวกมึงถามกู ถึงเวลากูจะตอบไอ้สมุทรมันเอง ไม่ใช่มาตอบพวกมึง” ผมพูดออกไปนิ่งๆ จ้องตาเพื่อนสองคนแบบไม่หลบสายตา



“กูรู้แต่ว่า อยู่กับมันแล้วกูสบายใจ”



“สบายใจกว่าพี่อัยย์หรอวะ”



“กับอัยย์มันไม่ใช่ความสบายใจมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว” ผมบอกออกไปแบบนั้นแล้วนึกไปถึงหน้าใครอีกคนที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เห็น คนที่ทำให้ผมใจเต้นมาตั้งแต่ยังเด็ก เหมือนเป็นความแก่แดดที่รู้สึกและยึดติดมาไม่เลิก ...



แต่ต่อให้ยึดติดแค่ไหน ก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี



“ไอ้พระจันทร์ ถ้ามึงยังลืมเค้าไม่ได้ มึงต้องใช้เวลา ไม่ใช่ใช้ใครอีกคนมาแทนใคร



แล้วกูเคยพูดหรือไง ว่าจะใช้ใครมาแทนกัน


#รักอยู่รู้ยัง



คุณค๊าาา รอพี่พระจันทร์ก่อนค๊าาาา อย่าพึ่งรีบลงเรืออื่นเลยน้าาา

พี่พระจันทร์ รีบบอกทีมแม่น้องหมุดไปว่าแกตกหลุมรักน้องแล้ว!

อย่ามาปากแข็ง!!

พระจันทร์: เคยพูดหรอว่าตกหลุมรักมัน

แคท: แล้วแกจะบอกว่าไม่ตกหลุมรักนน้อง แต่จะไปเยเย่น้องเรอะ!

พระจันทร์: ก็ไม่เคยพูดเหมือนกันว่าไม่ตกหลุมรักป่ะ

เอ้า อินี่!!


ขอขอบคุณคนอ่านจากทางเล้าเป็ด ที่ยังอยู่ด้วยกันกับแคทเสมอนะคะ นึกว่าจะไม่มีใครอ่านแล้ว ขอบคุณนะคะ

สู่ขิต ร่วมไว้อาลัยใน 3 2 1
อย่าพึ่งขิตค่าาา มามะ มาต่อน้าาา อิอิ :3123:


โอ้ยขำไม่ไหวแล้วจ้าาาาา :laugh: :laugh:
งื้อออ ขอบคุณมากๆนะคะ แคทดีใจที่รู้สึกสนุกไปด้วยกันนะคะ มาอ่านอีกนะคะ :3123:

ปล. ฝากแฮชแท็คในทวิตเตอร์ #รักอยู่รู้ยัง ไว้ด้วยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-02-2022 21:55:51 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-2
    • แฟนเพจ
บทที่8



“ฮัลโหลจ้าเด็กๆ เอาอะไรเพิ่มไหมคะ หรือต้องการคนสวยๆ มานั่งด้วยไหมเอ่ย ... ว่าแต่ทำไมทำหน้าพวกมึงหน้าตาเครียดกันจังวะ” เสียงสองที่มาพร้อมร่างกายหนา ที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตสีชมพูปลดกระดุมสามเม็ดจนเห็นแผ่นอกแกร่งของคนที่ดูก็รู้ว่าเข้าฟิตเนสเป็นประจำ ประโยคแรกพูดออกมาด้วยเสียงสองที่เจ้าตัวชอบทำ แต่ในตอนที่สายตาคมที่กรีดอายไลน์เนอร์มาคมเฉียบหันไปมองรอบๆ กลุ่ม ก็ทำเสียงปกติเข้มขึ้นมาทันที



“อาดาบ” ผมว่าแบบนั้นตอนที่ร่างสูงๆ กำยำนั่นนั่งลงข้างๆ กัน



“กรี๊ดดด อิพระจันทร์ อิหลานไม่น่ารัก ปากมึงนี่น่าหาอะไรมายัดมากๆ คืนนี้จ่ายค่าเหล้ากูเลยนะคะ ข้อหาพูดจาแสลงรูหู” ดวงตาคมที่บนเปลือกตามีกลิตเตอร์วิ้งๆ เป็นประกายปรายตามามองแรงใส่ผม



“ไอ้พระจันทร์ มึงแม่งควาย ทำไมมาว่าเจ๊ดานี่ของกูแบบนี้” ไอ้มีนว่าแบบนั้นแล้วหันไปยิ้มประจบ



“จริง คนสวยอย่าโมโหไปเลยนะครับ” ไอ้ปุ่นรีบว่าออกมาสำทับ ประจบประแจงขั้นสุดยอด เห็นแบบนั้นเลยได้แต่กรอกตาใส่พวกมันไปที



“อั๊ย สองหนุ่มสองมุมพูดจาน่ารัก คืนนี้อยากกินอะไรอีกไหมเอ่ย เดี๋ยวเจ๊เลี้ย....”



“อิเจ๊พี่มึง! มึงทำอะไรอยู่ตรงนี้ไม่ทราบ!” เสียงใสๆ ของคนมาใหม่ ทำให้พวกผมทั้งโต๊ะต้องหันไปมอง ร่างโปร่งบาง ที่ส่วนสูงน่าจะประมาณ170ในชุดเสื้อเชิ๊ตสีฟ้าอ่อนๆ กับกางเกงยีนส์ขายาวขาดริ้วตรงหน้าขาแบบนั้น ยิ่งขับให้ผิวขาวๆ ของคนใส่โดดเด่นขึ้นมา ไม่ต่างจากใบหน้าใสๆ ไม่มีริ้วรอย รูปร่างหน้าตาที่เรียกได้ว่าถ้าใส่ชุดนักศึกษาก็ยังคิดว่าเรียนปี4



“อาเอม” ผมยิ้มกว้างขึ้นพร้อมเอ่ยเรียกใครอีกคนที่กำลังเดินเข้ามา ดวงตาสดใสที่กำลังจ้องไปที่อาดาบของผมเขม็งค่อยๆ หันมามองผมช้าๆ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นสดใสน่ารัก รอยยิ้มสวยๆ ที่ผมเห็นมาตั้งแต่ตอนอายุ3ขวบ



“พระจันทร์ของอา มาได้ยังไงครับ” คนน่ารักพูดว่าออกมาแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มกว้างๆ แล้วก้าวขาตรงมาหาผมพร้อมกางมือออกกว้าง



‘พรึบ’



“ทำอะไรของมึงอิหนู” แต่ก่อนที่อาเอมจะวิ่งมากอดผมได้ ก็ติดที่มืออาดาบคว้าร่างโปร่งนั่นเอาไว้ซะก่อน อาเอมเลยโดนดึงไปยืนข้างๆ อาดาบที่ยืนโอบเอวบางนั่นไว้ก่อน



“ทำอะไรของเจ๊เนี่ย”



“แล้วมึงจะทำอะไรไม่ทราบ”



“จะกอดหลานไงวุ้ย พระจันทร์ไม่มาหาอาเลยครับ คิดถึงนะเรา หรือว่าโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้วเลยติดสาว หื้ม”



“จันทร์ไม่มีสาวที่ไหนหรอกครับอาเอม”



“จริงหรือเปล่าน้า”



“จริงสิ จันทร์รักอาเอมคนเดียว”



“สาระแนมาเจ๊าะแจ๊ะเมียกู” อาดาบที่ว่าแบบนั้น พร้อมจีบปากถลึงตามองผมดุๆ



“ก็อาเอมรักจันทร์”



“มันรักกูมากกว่ามึงเถอะ”



“พอๆ พี่ดาบเลิกไร้สาระได้ไหม” อาเอมที่ขัดผมกับอาดาบว่าขึ้นแบบนั้นพร้อมยกมือขึ้นตีไหล่แฟนตัวเอง มองเห็นอาดาบฟึดฟัดๆ แต่เถียงไม่ได้อยู่ดี อาเอมเดินมานั่งลงข้างๆ ผมก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัว ท่าทางแบบเดิมๆ ที่เหมือนเห็นผมเป็นเด็กสามขวบเหมือนเคย



“สวัสดีครับเด็กๆ อาขอนั่งด้วยแป๊บนึงได้ไหม” อาเอมว่าออกมาแบบนั้นแล้วส่งยิ้มหวานไปรอบโต๊ะ แอบมองเห็นอาดาบคิ้วกระตุกไปนิดหน่อย ผมชอบเวลาเห็นอะไรแบบนี้ที่สุด ช่วงเวลาที่อาดาบจะเลิกแอ๊บเป็นคนสวยในมโนจิตตัวเอง



“โห อาเอมนั่งทั้งคืนพวกผมก็ไม่โกรธหรอกครับ” ไอ้มีนว่าออกมาแบบนั้น



“จริงครับ นั่งทีออร่าจับโต๊ะเลยครับ”



“ก็ใช่สิคะ ก็อินี่มันเมียเจ้าของร้าน หรือเรียกง่ายๆ ว่าเมียกู พวกมึงเลิกหม้อเมียกูได้ไหมไอ้สัด ... พระจันทร์มึงจัดการเพื่อนมึงดิ๊” อาดาบกระแทกตัวลงนั่งโซฟาตัวเดียวแบบไม่สบอารมณ์



“ไร้สาระจริงๆ เล้ย” อาเอมว่าแบบนั้นแล้วส่ายหน้า ก่อนจะหันมามองผม



“พี่เมลบอกอาว่าพระจันทร์ไม่กลับบ้านเลยนะ”



“ก็จันทร์ยุ่ง”



“ยุ่งจริงหรือเปล่า ไอ้อาทิตย์ยังกลับ” อาดาบพูดลอยๆ ออกมา ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ตอนที่นึกถึงหน้าน้องชายตัวเองที่เหมือนกันอย่างกับแกะ แต่นิสัยนี่อย่าให้เอ่ย ไม่เหมือนกันสักอย่างแม้กระทั่งสีที่ชอบ ผมชอบสีดำ ส่วนอาทิตย์มันชอบสีชมพู



“ไอ้ห่านั่นมันก็ลอยไปลอยมาตลอด”



“มันไม่ได้ลอยไปลอยมาหรอก มันแค่กลับไปเล่นที่บ้านได้ เพราะมันไม่รู้สึกอะไรกับคนข้างบ้านมากกว่า” อาดาบพูดขึ้นมาแบบนั้น ผมหันไปมองใบหน้าคมหล่อที่ยกยิ้มมุมปากมองผม ริมฝีปากที่ทาด้วยลิปเฉดแดงอมส้มนั่นไม่ทำให้หน้าของอาดาบหล่อน้อยลง แถมในตอนที่พูดออกมาแบบนั้นแล้วจ้องหน้ากันก็ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดจนต้องเสหน้าหนี ... ไม่ชอบเลยว่ะ



“ผมก็ไม่ได้อะไร”



“หึ ถ้าทำได้แบบที่มึงพูดก็ดีพระจันทร์ ... ก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว เพราะคนที่มึงคอย มันก็ไม่เคยจะคอยมึงนะ”



“อาอย่าพูดถึงอัยย์แบบนั้น”  พูดออกไปด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง ก็มันไม่พอใจ แต่ก็ได้รับสายตานิ่งๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากส่งกลับมาแทน



“กูยังไม่ได้พูดสักคำว่าหมายถึงอัยย์”



“เหอะ” ได้แค่แค่นเสียงออกมาแบบเสียไม่ได้ แล้วหันหน้าหนี



“เจ๊ พอแล้วน่า นานๆ ผมจะเจอหลานนะ อย่ามาพูดให้เสียบรรยากาศสิ” อาเอมที่ขัดขึ้นมาอีกเป็นรอบที่สอง



“กูไม่พูดก็ได้ ... แต่อย่าให้อะไรสายไปซะล่ะ มันแก้ยาก” อาดาบที่ยักคิ้วส่งมาให้ผมครั้งนึง ก่อนที่ฝ่ามือแกร่งจะกวักเรียกลูกน้องให้หยิบขวดเหล้าขวดใหม่มาแกะ อาดาบที่ยกบลูเลเบิ้ลขึ้นมาเทใส่แก้วใบใหม่ เทเพียวๆ แล้วกระดกเข้าไปอึกใหญ่



“ฮ้า รสชาติดี ... ขวดนี้กูเปิดให้มึงกับเพื่อนเอง คืนนี้กูเลี้ยง” อาดาบว่าแบบนั้น ตามมาด้วยเสียงโห่ฮาของไอ้มีนกับไอ้ปุ่นที่รีบขอบคุณอย่างดีอกดีใจ อาดาบที่ลุกขึ้นยืนแล้วดึงอาเอมให้ลุกขึ้นตามด้วย



“ถ้ามึงมูฟไปไกลแล้วก็ดี เจ้าเด็กคืนนั้นจะได้ไม่เสียใจ” อาดาบว่าแบบนั้นแล้วก้มลงมากระซิบข้างหูผมเบาๆ



“โว๊ะ ไร้สาระวะอา”



“จ้าๆ อิดอก งั้นกูไม่กวนละดีกว่า เอมปะ ปล่อยเด็กๆ มันไว้นี่ล่ะ มึงขึ้นไปข้างบนกับกูได้แล้ว มัวแต่มาเดินเล่นนะอิหนู”



“ผมมากกว่าที่ต้องด่าพี่แบบนั้น มัวแต่ลงมาแรด”



“เดี๋ยวเถอะ กล้าด่ากูแบบนี้หรอคะ กูผัวสวยๆ ของมึงนะคะ!”



“โอ๊ย รุงรังจริงๆ เลย...อาไปก่อนนะเด็กๆ” อาเอมทำหน้าเหม็นเบื่อใส่อาดาบ ก่อนจะมาส่งยิ้มหวานให้พวกผม



อาเอมกับอาดาบที่เดินออกไป มองตามหลังของคนทั้งคู่ที่เหมือนจะเถียงกันไปมา แต่อาเอมก็ไม่เคยหลุดออกจากวงแขนแกร่งของอาดาบเลยสักที เป็นความรักแบบนี้ที่ผมเห็นมาตั้งแต่เด็กจนชินตา



“อามึงแม่งอย่างเจ๋ง” ไอ้มีนว่าออกมาแบบนั้นตอนที่ทั้ง2คนเดินขึ้นไปยังชั้นบนของผับแล้ว



“เค้าก็เป็นของเค้าแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร”



“จริงๆ ความรักแม่งไม่เกี่ยวกับเพศหรอกว่ะ ใช่ว่าเป็นเกย์แล้วจะคบกันไม่ยืดป่ะวะ คำพูดแบบนั้นแม่งโคตรโบราณ ดูคู่อามึง หรือคู่ป๊ามึงดิ แม่งอย่างเจ๋ง”



“อืม แต่กว่าจะเจอความรักดีๆ พวกเค้าก็ผ่านอะไรกันมาเยอะว่ะ”



“มึงเองก็จะเจอความรักดีๆ แบบนั้นว่ะเพื่อน” ไอ้มีนเอื้อมมือมาตบไหล่ผมปุๆ สองที “กูกับไอ้ปุ่นก็ด้วย เพราะว่าพวกเราแม่งเป็นชายหนุ่มที่โคตรหน้าตาดียกแก๊งว่ะ ฮ่าๆ”



“อวยตัวเองฉิบหาย”



“แต่ก่อนที่มึงจะเจอเรื่องดีๆ แบบนั้น มึงต้องเลิกยึดติดให้ได้ก่อนนะ มึงถึงจะเจอ” ไอ้ปุ่นหันมามองหน้าผมแล้วพูดออกมาแบบนั้น สายตาของมันที่กำลังบอกบางอย่าง เห็นแบบนั้นแล้วได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆ



“มึงดูเหมือนจะเชียร์ไอ้สมุทรจนออกนอกหน้าจังเลยนะ ทำไมวะ แค่ของแดกที่มันส่งให้กูทุกวันนี่มันซื้อมึงได้ขนาดนั้นเลย” ผมยักคิ้วมองมันนิดๆ



“ของแดกก็ส่วนของแดก แต่น้องมันจริงจังกับมึงขนาดนั้น มองมาจากนอกโลกก็ยังดูออกว่ะว่าน้องมันรักมึงมากอ่ะ”



“แต่กูเห็นด้วยกับไอ้ปุ่นนะเว้ย เห็นว่าน้องมันชอบมึงมาตั้งแต่ม.4 ถ้าเป็นกู กูไปชอบคนอื่นแล้วไอ้เหี้ย ไม่มานะพยายามจนได้มาเรียนที่เดียวกับมึงแบบนี้หรอกว่ะ แถมคนที่ชอบยังเป็นมึง ชีวิตโคตรเศร้าอ่ะ”



“เป็นกูแล้วมันทำไม”



“กล้าถามนะไอ้สัด เย็นชา ปากหมา มักง่าย ได้หมดแต่ไม่เอาเค้าจริงๆ อ่ะ แก้ได้แก้นะครับ สงสารความรู้สึกเค้าว่ะ”



“กูไม่เคยบังคับใครมาเอานะไอ้สัด แล้วอีกอย่าง มึงเอาอะไรมาแน่ใจว่าไอ้สมุทรมันรักกูจริงๆ วะ ตัวกูยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำ ว่า จริงๆ มันแค่อาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าคำว่ารัก กับติดใจ อะไรที่ติดอยู่กับมัน”



“มึงหมายความว่าอะไรวะ” ไอ้มีนมองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวแบบงงๆ ไม่คิดจะอธิบายอะไรกับความสงสัยของมัน ทำแค่ยักไหล่แล้วนั่งพิงพนักฟังเพลงไปเงียบๆ มองเห็นไอ้ปุ่นกรอกตาใส่ส่งมาให้ทีนึง ไอ้ห่านี่ก็เยอะ



“เห้ย เชี่ย นั่นมันพี่อัยย์นี่หว่า”



“ไหน” ผมหันหน้าไปตามคำพูดแทบจะทันที มองออกไปตรงทางออกของร้าน เห็นแผ่นหลังบางที่คุ้นตา กำลังยื้อยุดฉุดแขนกับใครบางคนอยู่ในตอนนี้



“เชี่ย ทำไมต้องมาที่นี่วันนี้ด้วยวะแม่ง” ไอ้ปุ่นพูดออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์ ผมรู้ว่ามันไม่ค่อยจะชอบอัยย์ แล้วก็เข้าใจดีด้วยว่าเป็นเพราะอะไร แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น มันก็แค่ความคิดของไอ้ปุ่น ไม่ใช่ของผม



“มึงจะลุกไปไหนไอ้เหี้ยพระจันทร์”



“กูจะไปดูอัยย์”



“ไหนมึงบอกว่ามูฟแล้วไง”



“ปล่อยมือกู” กดเสียงแข็งพร้อมขมวดคิ้วส่งไปให้ไอ้ปุ่น ก่อนจะดึงแขนตัวเองออกจากมือมันแบบไม่สบอารมณ์



"” มึงจะห่วงอะไรพี่อัยย์นักวะ ถ้าไอ้สมุทรมาเห็นแม่งเสียใจตาย”



“มันจะเสียใจไม่เสียใจแล้วกูต้องแคร์แม่งหรอ พวกมึงเลิกเชียร์แม่งขนาดนี้ดิ๊ ใจกู กูรู้ตัวเองดี” พูดออกไปแค่นั้น ก่อนจะผลักไอ้ปุ่นที่ยืนขวางทางให้หนีออกไปทางอื่น



.

.

.



“ไอ้สมุทร ทำไมหน้าซีดๆ วะมึง เมาหรอ”



“ป เปล่า...”



“เปล่าเหี้ยไร ทำหน้าทำตาเหมือนมึงเห็นผีมาอ่ะ”



“จริง มาแดกเหล้ากับเพื่อนทั้งที ทำหน้าให้มันมันส์ๆ หน่อยสิคร๊าบ”



“จริง หรือไม่งั้นก็ลุกขึ้นเต้นดื่อดึ๊งๆ กับกูก็ได้นะเว้ย”



“ไอ้สัดเฮงลงมาไอ้เหี้ย” ไอ้จิมที่รีบตะโกนเรียกแล้วดึงแขนไอ้เฮงให้ลงมานั่งข้างมันดีๆ ก่อนที่มันจะปีนขึ้นโต๊ะไปเต้นจริงๆ



“มีไรเปล่าวะ” ไอ้มาร์ชกรอกตาอย่างรำคาญใส่ไอ้เฮง ก่อนที่มันจะหันหน้ามาถามผมอีกครั้ง สายตาที่มองมาเหมือนเป็นห่วงของมัน เป็นอะไรที่ผมคุ้นเคยดี



“เปล่าหรอก ... กูแค่คิดว่า จริงๆ วันนี้กูไม่น่ามาเลยว่ะ” ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ไอ้มาร์ชอย่างใจลอยๆ เป็นความรู้สึกตามที่พูดออกไปเมื่อกี้นี้เลยว่า ผมไม่น่ามาวันนี้เลยจริงๆ หรืออาจจะเป็นความผิดที่เมื่อกี้ผมเสือกออกจากห้องน้ำเร็วไปสักหน่อย มันเลยไปได้ยินประโยคนั้นของใครบางคนแบบไม่ได้ตั้งใจเข้า ... คนเราไม่มีใครรู้อนาคตจริงๆ ทั้งๆ ที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผมยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสุขที่สุดอยู่เลย แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ผมกลับรู้สึกว่า มือที่ผมเอื้อมออกไปไขว่คว้า มันไม่เคยคว้าอะไรกลับมาได้สักอย่างเดียว



...



“ปล่อยดิวะอัยย์”



“ทำไมถึงไม่คุยกับอัยย์ล่ะ คุยกับอัยย์ก่อนนะ เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ”



“คนที่ไม่รู้เรื่องมันคืออัยย์เปล่าวะ เราคุยกันไปหมดแล้วอัยย์” เสียงเข้มที่เริ่มจะไม่สบอารมณ์ว่าออกมาแบบนั้น ฝ่ามือหนาที่พยายามดึงแขนเรียวของคนตรงหน้าออก แต่คนตัวเล็กกว่ากลับไม่ยอม ดวงตากลมโตน่ารักที่ตอนนี้เริ่มแดงขึ้นมาเพราะน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้



“ยังไม่หมด เรื่องของเรามันยังไม่จบอ่ะ!”



“มันจบไปนานมากแล้วอัยย์ ยอมรับเหอะว่าเราสองคนมันไปกันไม่ได้อีกแล้ว”



“ไม่จริง! ทำไมเราจะไปกันไม่ได้ อัยย์ไม่เลิกนะ”



“ปัดโถ่เว้ย! ปล่อยดิวะอัยย์” สบถออกมาเสียงดัง พร้อมสะบัดอีกฝ่ายที่เอาแต่เกาะแขนให้ปล่อยออกไปสักที

‘พลัก’



“โอ๊ย” ร่างเล็กที่ถูกสะบัดตัวออกแบบไม่ทันตั้งตัวจึงเซล้มลงไปบนพื้นแข็งๆ เต็มแรง ด้วยความเจ็บเลยเผลอร้องออกมาเสียงดังแบบนั้น



“เชี่ย มึงทำไรอัยย์ไอ้สัด!” เสียงตะโกนก้องที่ดังมาพร้อมๆ กับขายาวที่กระโดดถีบเข้าร่างของอีกฝ่ายเต็มแรงจนเซล้มลง



‘พรึบ’



“ไอ้สัดจันทร์”



“เออ มึงจะทำไมกูล่ะ ไอ้เหี้ยยอร์ช!” คนมาใหม่ว่าออกมาแบบนั้นแล้วตามไปคล่อมทับตัวคนที่โดนถีบจนลุกยังไม่ขึ้น ก่อนจะสวนหมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ข้างแก้มอีกฝ่ายไปอีกจังๆ



“มึง ไอ้สัดจันทร์!”



‘ผลัว ผลัก’



ยอร์ชที่ไม่ยอมสบถด่าออกมาเสียงดัง ก่อนจะสะบัดตัวพระจันทร์ออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นลุกขึ้นคล่อมทับแล้วสวนหมัดกลับเข้าที่หน้าพระจันทร์แบบไม่ยอมเช่นกัน ในจังหวะที่พระจันทร์จะลุกขึ้นมาต่อยสวนคืน ก็โดนร่างเล็กของคนที่ล้มกองอยู่บนพื้นก่อนหน้านี้รีบวิ่งมาดึงเอาไว้ซะก่อน



“อย่า! พระจันทร์หยุด อย่า ฮึก อย่าทำยอร์ชนะ!!” แรงทุบตีพร้อมกับผลักไส้จากอัยย์ทำให้พระจันทร์ต้องชะงักหมัดค้างไว้กลางอากาศ สายตาคมที่มีขนตายาวเป็นแพรจับจ้องไปที่ดวงหน้าเรียวสวยที่มีริมฝีปากอิ่ม ที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเม้มปากแน่นอย่างอดทนอดกลั้น แล้วดวงตากลมโตคู่นั้นก็เอาแต่มองมาที่ผมแบบคาดโทษ



แล้วถามว่ากูผิดอะไร



คนแบบไอ้พระจันทร์ที่ทำทุกอย่างเพื่อคนตรงหน้ามาตลอดมันผิดอะไรวะ



“แล้วที่มันทำอัยย์เจ็บ มันต่อยจันทร์เจ็บอ่ะ ทำไมอัยย์ไม่พูดห้ามมันบ้างวะ มันทำเหี้ยกับอัยย์นะเว้ย!”



ความรู้สึกที่เรียกได้ว่าสุดจะทนทำให้เลือดขึ้นหน้าจนตะโกนออกมาแบบนั้น สายตาคมที่จ้องตามองแบบไม่ลดละ มองไปที่หน้าของไอ้ยอร์ชที่ไม่ได้ดูสนใจอัยย์เลยด้วยซ้ำ



“อย่ามาว่ายอร์ชนะ จันทร์ดิเหี้ย จันทร์ต่อยยอร์ชทำไมวะ นี่มันเป็นเรื่องของอัยย์นะ มันเกี่ยวอะไรกับจันทร์ด้วยอ่ะ!” ร่างเล็กตรงหน้าที่ตรงมาผลักอกเขา สายตากลมสวยที่เค้าชอบกำลังมองมาอย่างด่าทอ ร่างเล็กที่วิ่งชนไหล่ของเค้าไปประคองตัวของไอ้ยอร์ชให้ลุกขึ้น



“จันทร์เหี้ยหรอวะ อัยย์ว่าจันทร์เหี้ยหรอวะ! ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอัยย์งั้นหรอวะ!!” ผมตะโกนออกมาอย่างอดไม่ไหว มองหน้าคนที่ผมบอกตัวเองว่ารู้สึกกับเค้ามาทั้งชีวิต แต่คนตรงหน้าไม่ได้มองมาที่ผมด้วยความรู้สึกอะไรเลย เป็นความเจ็บที่โคตรจะสมเพชตัวเอง ทั้งหมดที่ทำมามันเพื่ออะไรวะ



“ถ้าทุกอย่างมันเป็นเรื่องของอัยย์ แล้วทุกครั้งทำไมอัยย์ต้องร้องหาแค่จันทร์วะ อัยย์จะดึงจันทร์ไว้ทำไมวะ!”



“ก็อัยย์เห็นจันทร์เป็นเพื่อนอัยย์ เป็นคนที่อัยย์คิดว่าเป็นครอบครัว ฮึก” ร่างเล็กตรงหน้าพูดออกมาแบบนั้นพร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสาย ท่าทางที่บอกว่าตัวเองกำลังเสียใจ น้ำตาของเค้าที่ผมไม่เคยอยากจะเห็น ...



แต่ถ้ามันจะพังยับแบบนี้



ก็พังแม่งไปทุกอย่างเลยละกัน



พระจันทร์ที่อยู่สูงสุดฟ้า ถ้ามันจะร่วงลงมา ก็คงหล่นลงได้แค่พื้นสมุทรเท่านั้น ... มันจะไม่ยอมตกลงมาเจ็บตรงหน้าไอ้ยอร์ชแบบนี้หรอก



“ถ้าจะบอกว่าจันทร์เหี้ย บางทีอัยย์ก็น่าจะย้อนมองตัวเองบ้างนะ อัยย์ก็เหี้ยเหมือนกันว่ะ เหี้ยที่โคตรเห็นแก่ตัว”



“พระจันทร์!”



“เออ เรียกไปให้พอใจไปเลยนะ เพราะครั้งนี้มันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่อัยย์เรียกชื่อจันทรื แล้วจันทร์จะวิ่งไปหาอัยย์เหมือนตัวโง่งม!” ผมที่ไม่เคยขึ้นเสียงใส่อัยย์ หรือแม้แต่จะว่าสักครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่าผมทนไม่ไหวอีกแล้ว กูแม่งเหมือนตัวอะไรสักอย่างที่อยู่ข้างๆ เค้าแต่เค้าไม่เคยเห็นค่าอะไรเลย ผมไม่ได้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เพื่อมาถูกทำตัวเป็นไอ้ตัวน่าสมเพชแบบนี้หรือเปล่าวะ



ถ้ามันจะพัง ก็พังแม่งให้หมดทุกอย่างไปเลย



“พระจันทร์ ฮึก” อัยย์ร้องไห้ออกมาเสียงสั่นในตอนที่ได้ยินผมตะโกนว่าออกมาแบบนั้น เค้าที่ทำท่าอยากจะปล่อยมือจากไอ้ยอร์ชแล้ววิ่งมาหาผม แต่ถึงแบบนั้น ... มันก็คือแค่ทำท่า แต่ไม่ได้วิ่งมาอยู่ดี



เห็นแบบนั้นก็ได้แต่แค่นยิ้มให้ตัวเอง เป็นความรู้สึกที่บอกให้ตัวเองยิ้มออกมาซะ แต่ก็ยิ้มไม่ออกอยู่ดี



ผมอยู่กับอัยย์มาตั้งแต่4ขวบ เติบโตมาด้วยกันจนถึงมัธยมไม่เคยห่างกันเลยสักครั้ง ได้มองเห็นรอยยิ้มของกันและกันมาตลอดทุกช่วงเวลาของชีวิต ประคับประคองความรู้สึกที่ขาดหายไปเพราะครอบครัวของอัยย์ที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะแบบนั้นผมเลยเลือกเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ที่มีชีวิต พยายามเติมเต็มส่วนที่ขาดให้อัยย์ได้มีรอยยิ้มมาเสมอ



จนเข้าสู่ชีวิตช่วงม.ปลายปีสุดท้าย ที่อัยย์ได้ไปรู้จักเพื่อนใหม่แบบไอ้ยอร์ชตอนไปเรียนกวดวิชา และมันก็กลายเป็นว่าพวกเราก็ได้กลายเป็นเพื่อนกันแม้ว่าเรากับมันจะเรียนกันคนละโรงเรียนก็ตาม ความสนิทสนมที่ไม่รู้ว่ามันไปเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าผมพลาดไปตอนไหน สุดท้ายหัวใจของอัยย์ที่ผมทะนุถนอมมาอย่างดี มันก็กลายเป็นของไอ้ยอร์ชมันแทน และไม่ว่ากี่ครั้งที่อัยย์กับมันทะเลาะกันเมื่อไหร่ สุดท้ายก็จบลงที่ผมคอยปลอบใจมาเสมอ



ผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ รอคอยความรักที่เค้าให้มาแค่บ้างที เวลาที่เค้าทะเลาะกัน หรือแม้กระทั่งวันสุดท้ายที่อัยย์จับได้ว่าไอ้ยอร์ชแอบคุยกับคนอื่น ก็ยังเป็นผมที่ยังยืนกอดปลอบใจอัยย์ เป็นผม ผมเสมอ ... ผมที่อัยย์ไม่เคยมองเห็นความสำคัญเลย



“ถ้าอยากเลือกมันนักก็ตามใจ เพราะต่อจากนี้ จันทร์ก็จะไม่เลือกอัยย์ก่อนใครแล้วเหมือนกัน”



...



“ไอ้สมุทร ไอ้เหี้ยมึงอย่าเข้าไป”



“ปล่อยกูไอ้เหี้ยมาร์ช มึงเห็นไหมพี่พระจันทร์ของกูหน้าแหกหมดแล้ว!” ผมหันมาแยกเขี้ยวใส่ไอ้มาร์ชที่ดึงแขนผมไว้เต็มแรง



เรื่องราวนี้มันเกิดขึ้นในตอนที่ผมเดินซึมกระทือไม่อยากหืออือกับใครออกมาจากร้าน ตั้งใจจะกลับบ้านเพราะผมเริ่มไม่จอยกับสิ่งรอบข้าง เพราะแบบนั้นไอ้มาร์ชเลยอาสาจะไปส่ง เราสองคนทิ้งไอ้เฮงกับไอ้จิมไว้ในร้าน เพราะเหมือนว่าคืนนี้พวกมันจะได้ใช้ความใจร่านของมันอย่างเต็มที่ แต่ในตอนที่เราเดินออกมาถึงนอกร้าน ทางเดินที่กำลังจะไปขึ้นรถของไอ้มาร์ชก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทย์กันซะก่อน ด้วยความเสือก ...เอ่อ ด้วยความอยากรู้และใส่ใจเรื่องราวที่เป็นไปของคนรอบข้าง ทำให้ผมหันไปมองอย่างใส่ใจ และสิ่งที่เห็นก็ทำให้วิญญาณน้องสมุทรกลับเข้าร่าง



‘ผลัว!’



เสียงต่อยอย่างรุนแรงที่ทำให้พี่พระจันทร์หน้าหัน ใบหน้าขาวใสไร้รอยสิวที่ผมเคยชื่นชมโดนต่อยเข้าเต็มหน้า เห็นแบบนั้นเลยตั้งใจจะพุ่งออกไปช่วยพี่พระจันทร์ไว้แบบหล่อๆ แต่ติดที่หลังคอถูกมือไอ้มาร์ชกระชากปกเสื้อเอาไว้ก่อน มันที่กดหัวผมลงข้างๆ พุ่มไม้แถวนั้น และเราก็ซุ่มดูกันมาตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ ที่พี่พระจันทร์หันหลังเดินหนีออกมาอย่างฉุนเฉียว เสี้ยวหน้าที่ผมชอบนิ่งสนิทแต่ดวงตาคู่นั่นกลับเหมือนมีไฟสุมอยู่ในดวงตา ผมหันกลับไปมองตรงลานนั่นอีกครั้ง พี่อัยย์ยืนเรียกชื่อพี่พระจันทร์อยู่ตรงนั้นทั้งน้ำตา ผมหันกลับไปมองพี่พระจันทร์อีกครั้ง แผ่นหลังกว้างๆ ที่เดินหายไปอย่างรวดเร็วจะเสียใจแค่ไหนกับเรื่องราวในวันนี้ ก่อนหน้านี้ผมก็เสียใจที่ได้ยินคำพูดของพี่พระจันทร์ตอนอยู่ในร้าน แต่ให้ทำไงได้ละวะ ผมรักเค้ามากกว่าที่จะนึกถึงมัน



ที่เค้าว่ากันว่า ความรักทำให้คนตาบอด ผมว่ามันไม่ใช่หรอก ความรักทำให้เรานึกถึงใครก่อนตัวเองต่างหาก


(มีต่อหน้าต่อไปค่ะ)

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด