Love you...รักอยู่รู้ยัง {Up:รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่31 (300722)} [Boy's love]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Love you...รักอยู่รู้ยัง {Up:รักอยู่รู้ยัง ครั้งที่31 (300722)} [Boy's love]  (อ่าน 12098 ครั้ง)

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
โอ้ยยย เอ็นดูความอยากรู้อยากเห็นของพี่พระจันทร์ เอ็นดู้วววววววววววววว :oni1: :oni1:

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
สุขสันต์วันเกิดนะครับ  :mc4:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่15

 

สายลมอ่อนๆ ในช่วงเวลาห้าโมงปลิวแผ่วๆ ช่วยทำให้ไม่รู้สึกร้อน พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกแย้มปีนัง ที่โชยมาตามสายลมให้ได้รู้สึกสดชื่น เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนละต้นคอก็ปลิวไสวจนคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ากันต้องเอื้อมมือมาทำท่าเหมือนจะหยิบออกให้

 

“เห้ยๆ มึงจะทำเหี้ยอะไร!” แต่ติดตรงที่เสียงดังจากแขกไม่ได้รับเชิญที่ตะโกนเย้วๆ ดังมาจากกำแพงบ้านของผม ปลายสายตาไปมองนิดๆ ก็เห็นพี่พระจันทร์ยืนเขย่งตัวลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงนั้น

 

“เสือกฉิบหาย”

 

“กูได้ยินะไอ้เหี้ยนี่!” ยังไม่ยอมแพ้ตะโกนเสียงดังออกมาอย่างหาเรื่อง พร้อมยกนิ้วกลางส่งมาให้พี่ยอร์ชอีกหนึ่งที ผมส่ายหัวน้อยๆ อย่างปลงตก ไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้จากพี่พระจันทร์ ... ผู้ชายนิ่งๆ ที่ดูไม่ค่อยจะสนใจใคร ทำไมวันนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ครับเนี่ย

 

“มาทางนี้เถอะครับ” ผมเป็นคนออกปาก เพราะขืนยังยืนกันอยู่ตรงนี้ก็คงไม่มีวันคุยกันรู้เรื่องอยู่ดี ผมบุ้ยหน้าไปทางหลังรถของพี่ยอร์ชให้เค้าเดินตามมา แต่ก็เลือกที่จะไม่เข้าไปนั่งในรถของเค้าตามสายตาเชิญชวนของพี่ยอร์ชอยู่ดี

 

“เห้ย จะไปไหนกันวะ!” พี่พระจันทร์ยังตะโกนตามมา ผมที่แค่หันไปมองแล้วจ้องตากับเค้านิ่งๆ อย่างมีความหมาย อย่างน้อยผมก็อยากคุยกับพี่ยอร์ชว่าเค้ามีเรื่องอะไร เพราะแบบนั้นพี่พระจันทร์ถึงได้ยอมเงียบไป แม้เจ้าตัวจะทำสายตาขัดใจแต่ก็ยังคงเกาะกำแพงอยู่ตรงนั้นตามเดิมไม่ไปไหนอยู่ดี

 

“พี่ยอร์ช…พี่มาหาผมถึงนี่มีอะไรหรอครับ” ผมที่ยืนเอาหลังพิงหลังรถของเค้าเอ่ยถามออกมาก่อนคนที่เดินตามมาจะได้พูด

 

“กูขอโทษ” เค้าว่าออกมาแบบนั้นด้วยเสียงเบาๆ ที่ผมฟังแล้วรู้ดีว่าเค้ากำลังรู้สึกผิดแบบที่พูด หันหน้าไปมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั่นนิดๆ ตอนที่ได้ยินคำพูดนี้

 

“ขอโทษที่กูทำตัวเหมือนดูถูกมึงแบบนั้น กูไม่ได้ตั้งใจ”

 

“อ่าครับ ผมจะรับคำขอโทษของพี่ไว้นะ จริงๆ ผมไม่ได้ติดใจอะไรขนาดนั้นหรอก แต่ก็อยากให้พี่รู้ไว้ว่าผมไม่ได้รู้สึกดีกับมันเหมือนกัน”

 

“ขอโทษที่ทำให้มึงรู้สึกไม่ดี ทั้งๆ ที่กูก็พยายามอยากจะให้มันออกมาดี ในทุกๆ อย่างเพื่อมึง” เข้าจ้องตาผม สายตาที่สื่อความหมายมากมายแต่ผมไม่เข้าใจมันสักอย่าง เห็นแบบนั้นเลยถอนหายใจหนักๆ แล้วเปิดปากพูดต่อ

 

“พี่ยอร์ช”

 

“หื้ม...”

 

“ผมพูดตรงๆ นะพี่ ผมดีใจที่ได้รู้จักพี่นะ แต่ว่า....”

 

“อย่าพึ่งพูดอะไรออกมาได้ไหมวะสมุทร” สายตาและสีหน้าของเค้าที่กำลังขอร้องผมอย่างจริงจัง ท่าทางที่บอกกันแบบนั้นจนผมต้องหุบปากลง ข้อเสียของผมคือการใจอ่อนและใจดีมากเกินไปล่ะมั้ง แต่ถึงแบบนั้นผมก็ทำร้ายน้ำใจคนตรงหน้านี้ไม่ลง เพียงเพราะเค้าขอร้องด้วยน้ำเสียงแบบนี้

 

“กูเคยบอกมึงไปแล้ว ว่าถึงแม้มึงจะชอบมัน แต่ตราบใดที่มึงกับมันไม่ได้เป็นอะไรกันกูก็ยังมีสิทธิ...เพราะแบบนั้นมึงอย่าพึ่งพูดมันออกเลยว่ะ คำปฏิเสธของมึงน่ะ”

 

“ผมไม่อยากให้พี่เสียเวลา...”

 

“กูไม่เคยรู้สึกเสียเวลา และมึงไม่ต้องมาห่วงแทนกู”

 

“พี่...มันจะดีกว่าหรอวะ ถ้าพี่จะกลับไปชัดเจนกับความสัมพันธ์ของพี่ แทนที่จะมาวิ่งตามผมแบบนี้” ผมเลือกจะพูดแบบอ้อมๆ แต่คิดว่าเค้าก็คงเข้าใจ พี่ยอร์ชที่ขมวดคิ้วนิดๆ แล้วก็เปลี่ยนสีหน้าไปในวินาทีต่อมา

 

“กูไม่มีหรอก ไอ้ความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนแบบนั้นน่ะ” หรอวะ...อยากจะถามคำถามนี้ออกไปแต่ก็ไม่ได้พูด ผมเลือกทำแค่มองหน้าเค้าตรงๆ และอีกฝ่ายก็ทำแค่ส่งรอยยิ้มมาให้กันแบบแนบเนียน แต่มันคงจะเนียนกว่านี้ ถ้าผมไม่ได้ความจริงเรื่องของเค้ากับพี่อัยย์ไปแล้ว

 

“อย่าสนใจคำพูดไอ้อาทิตย์เลย มันก็แค่พูดเข้าข้างแฝดมัน”

 

เค้าพูดออกมาแบบนั้นแล้วแค่นยิ้มใส่ ผมได้แต่ถอนหายใจออกมานิดๆ แล้วเลือกจะพยักหน้า ทำเหมือนคนที่ไม่เคยรู้อะไรมา ตามที่พี่ยอร์ชคิด เอาเถอะ สำหรับเรื่องของพี่ยอร์ชกับพี่อัยย์ยังไงผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเรื่องนั้น และผมเองก็ไม่เคยคิดอยากได้สิทธิอะไรจากพี่ยอร์ชเลยสักที

แต่ถ้าถามว่าเสียความรู้สึกไหม ก็เสียอยู่นะ ... เพราะมันเห็นชัดเลยว่า สุดท้ายแล้วพี่ยอร์ชก็เลือกที่จะปิดบังผมอยู่ดี มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเค้ายอมรับกับผมตรงๆ ว่าตอนนี้เรื่องของเค้ากับพี่อัยย์มันเป็นยังไงกันแน่ เพราะอย่างน้อยในตอนนี้ พี่พระจันทร์ก็ยังกล้ายอมรับกับผมตรงๆ ว่าเค้ายังตัดพี่อัยย์ไม่ได้ ไม่ใช่เลือกที่จะโกหกผม แล้วแกล้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนที่พี่ยอร์ชกำลังพยายาม

 

“สมุทร กูจะรอเจอมึงที่งานวันเกิดกูนะ” พี่ยอร์ชเลือกที่ตัดบทผม เหมือนไม่ฟังอะไรจากผมอีกแล้วมองตาผม สายตาที่กำลังร้องขอรอคำตอบรับ และสุดท้ายผมก็ทำเพียงพยักหน้าให้น้อยๆ แล้วส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้เค้า พี่ยอร์ชทิ้งสายตามองผมอีกเล็กน้อย ในตอนที่ผมขยับตัวออกจากหลังรถของพี่เค้า เจ้าตัวก็คงรู้แล้วว่าถึงเวลาที่ต้องกลับไป เค้าเดินกลับไปขึ้นรถ แม้สายตาอยากจะทำมากกว่านั้น แต่เป็นผมเองที่ไม่เปิดโอกาสให้ ไม่ว่าจะจับมือหรือกอดลา

 

“เจอกันวันเสาร์ ...”

 

“ครับ” ตอบรับอีกครั้ง ก่อนที่พี่ยอร์ชจะขึ้นรถไปสายตาคมก็ปลายตาไปมองคนที่กำลังยืนเกาะกำแพงบ้านผมอยู่ในตอนนี้เล็กน้อย

 

“ไอ้เหี้ย นี่มึงจะเอาใช่มะ!”

 

“พี่ยอร์ช กลับเถอะครับ ถือว่าผมขอนะ” รีบพูดแทรกก่อนที่จะเกิดสงครามน้ำระหว่างสองคนนี้จะเกิดขึ้นอีกรอบ น้องสมุทรล่ะกลัวเหลือเกินว่าจะมีป้าข้างบ้านออกมายืนมองก็เพราะเสียงทะเลาะของสองคนนี้

 

“ถือว่ากูทำตามเพราะมึงขอนะสมุทร” เค้าว่าแบบนั้นแล้วขึ้นรถไปโดยไม่สนใจเสียงโวยวายของใครอีกคน ผมมองตามรถคันหรูที่ขับออกไปแล้ว ในใจก็ได้แต่คิดว่าที่ทำอยู่มันถูกใช่ไหม กับการไม่ยอมพูดตรงๆ ออกไปเพราะกลัวเค้าจะเสียน้ำใจแบบนี้

 

.

.

.

 

เดินกลับเข้ามาในบ้านหลังจากยืนส่งพี่ยอร์ชไปแล้ว ก็พบกับคนที่ลากเก้าอี้ม้าหินกลับมาไว้กลางสวนตามเดิมเรียบร้อยแล้ว พี่พระจันทร์นั่งอยู่บนม้านั่งตัวเดียวกับที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเองไปปีนนั่นล่ะด้วยใบหน้าบึ้งๆ สีหน้าที่บอกให้คนมองเห็นรู้ว่าเจ้าตัวกำลังหงุดหงิด ... ว่าแต่มาหงุดหงิดอะไรก่อนเอ่ย

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ” ผมที่เดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามออกไปแบบนั้น แต่คนตรงหน้ากลับส่งสายตาขวางๆ ที่เหมือนหมาไซบีเรียนหงุดหงิดมาให้แทน ทำเอาผมอดอมยิ้มขำๆ ไม่ได้เลยจริงๆ

 

“อะไร”

 

“ก็ไม่ทำไมหรอกครับ ว่าแต่พี่อยากถามอะไรหรือเปล่า”

 

“กูเปล่า!” กระแทกเสียงใส่หนึ่งทีแล้วบอกว่าเปล่าออกมาเสียงดังแล้วเสหน้าหนี อ๋อจ้า เปล่าแหล่ะเนอะ...

 

“เฮ้อ พี่พระจันทร์ก็ถามไปซี่ว่าพี่หมุดไปคุยอะไรกับพี่คนนั้นมา อะ อุ๊บ อื้อ” ไอ้ทะเลที่พูดออกมาแบบนั้นยังไม่ทันจะจับประโยคดี ก็โดนพี่พระจันทร์คว้าคอไปปิดปากมันไว้แน่น ตายๆ ...น้องกูจะตายไหม

 

“เชี่ย บอกว่าอย่าพูดไงทะเล”

 

“อื้อๆ ไอ้อูดๆ”

 

“แต่มึงพูดไปแล้วแม่ง” สบถออกมาหงุดหงิดแล้วยอมปล่อยตัวน้องผมที่ดิ้นไปดิ้นมาออก พร้อมเขกหัวมันไปทีนึง ไอ้ทะเลเบ้ปากใส่แล้วยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองปลอยๆ

 

“ทะเลไม่พูดแล้ว แต่พี่พระจันทร์เรื่องเกมส์อ่า อย่ามาโปปดทะเลนะ” มันว่าแบบนั้นแล้วยื่นหน้าเข้าไป ... เห้ยๆ ใกล้คนสวยของกูไปแล้วไอ้เด็กนี่ เห็นแบบนั้นเลยคว้าคอเสื้อมันไว้แล้วลากมันให้มายืนข้างๆ กัน

 

“ไปไหนก็ไปเลยปะไอ้ทะเล”

 

“อะไรเล่า ทะเลคุยกับพี่พระจันทร์อยู่เนี่ยพี่หมุด ปัดโถะ ขัดจัง อิลูกช่างขัด”

 

“เดี๋ยวมึงจะโดนตีนกูนะไอ้เด็กแก่แดด”

 

“พี่พระจันทร์~~” ลากเสียงอ่อย แล้วเอื้อมมือไปกระตุกแขนเสื้อคนที่นั่งหน้าบูดอีกสองที หนอยๆ ...จะมาไปแล้วนะเว้ย

 

“เออๆ กูไม่ลืมหรอกน่า”

 

“เย้! งั้นทะเลไปก็ได้ เคลียร์กันดีๆ น้า”

 

“ไปไหนก็ไปเลยมึงอ่ะ” ผมว่าไล่หลัง ไอ้ทะเลก็ทำแค่วิ่งหนีทำหน้าทะเล้นเข้าบ้านไปแบบอารมณ์ดี คือมาทำไม มาให้มีบท มาให้พอกวนประสาทน้องสมุทรหรอ หึ่ย หนหวยนัก

 

“น้องมึงแม่งพูดมากเหมือนมึงฉิบหาย”

 

“ไม่เห็นจะเหมือนเลย น้องสมุทรน่ารักกว่าเยอะเถอะ” บอกออกไปแบบนั้นแล้วยักคิ้วให้พร้อมรอยยิ้ม พี่พระจันทร์ที่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อช้าๆ

 

“อืม ก็จริง...มึงน่ารักกว่า” พูดออกมาพร้อมสายตาที่ทำให้ผมต้องเสตาหลบ อยู่ๆ ก็รู้สึกร้อนวาบทั่วทั้งหน้า พี่พระจันทร์วันนี้เป็นอะไรของเค้าวะเนี่ย อยู่ๆ จะมาแพรวพราวทำสายตาแบบนี้ใส่ไม่ได้นะเว้ย

 

"อ่ะ..เอ่อ ... แล้วพี่สัญญาอะไรกับไอ้ทะเลไว้ครับ”

 

“เปลี่ยนเรื่องหรอวะ” ก็เออน่ะสิ ใครจะอยู่ให้ไล่ต้อนวะ

 

“อะไรเล่า แล้วว่าไง ตกลงพี่สัญญาอะไรกับมัน จะปิดบังผมหรอ”

 

“มึงหรือเปล่าที่กำลังปิดบังกู” อยู่ๆ พี่พระจันทร์ก็เหมือนคนที่พึ่งนึกอะไรได้ เปลี่ยนสีหน้ากลับไปเป็นบึ้งตึงเฉยเลย เอาล่ะ พี่พระจันทร์เมียรักของน้องสมุทร น้องสมุทรเลือกโพที่ถูกแล้วล่ะ อารมณ์เปลี่ยนยิ่งกว่าผู้หญิงตอนเป็นเมนส์ น้องสมุทรยกมือขึ้นเกาหัวเลยในจุดๆ นี้ กูไปปิดบังอะไรก่อนเอ่ย

 

“อะไรนะครับ?”

 

“มึง..”

 

“อ่ะหะ”

 

“เดินหนีออกไปจากระยะสายตาและการได้ยินของกูเมื่อกี้นี้ ปิดบังเหี้ยไรกูวะ”

 

“ใช่ที่ไหนกันเล่า” ผมตอบออกไปแบบนั้น พร้อมๆ กับที่ก็ยื่นนิ้วชี้ขึ้นไปคลึงระหว่างคิ้วของพี่พระจันทร์ที่กำลังขมวดไม่เลิกไปด้วย

 

“ไม่ใช่แล้วมึงคุยอะไร”

 

“ก็แค่คิดว่าถ้ายืนอยู่ตรงนั้นแล้วพี่ยอร์ชจะคุยไม่สดวก”

 

“ไม่สดวกก็เรื่องของโคตรพ่อมันดิ มึงจะสนใจมันทำเหี้ยไรล่ะ”

 

“ผมก็อยากคุยกับเค้า”

 

“ไอ้สมุทร มึงกำลังทำกูอารมณ์เสียนะ” กดเสียงเข้มใส่กัน แล้วจ้องหน้าผมเขม็ง ถอนหายใจออกไปนิดๆ พร้อมส่งยิ้มให้หน่อยๆ ผมไม่ได้โมโหที่พี่พระจันทร์ทำท่าทีแบบนี้ใส่หรอก

 

“แต่ไม่ว่ายังไงน้องสมุทรก็ไม่มีทางชอบพี่ยอร์ชหรอก” ผมยืนยันเสียงหนักแน่น และนั่นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นประโยคปลอบใจที่ทำให้คนตรงหน้าอารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อย

 

“แล้วมันถ่อมาหามึงเพื่อ”

 

“เพื่อขอโทษครับ เค้าขอโทษที่พูดกับผมไม่ได้”

 

“เหอะ คนใช้Kแทนสมองแบบมันก็คงต้องขอโทษอยู่แบบนั้นทั้งชีวิต” ปากคอเราะร้ายอะไรขนาดนั้นก่อน ผมที่นั่งลงข้างๆ เค้าได้แต่ยิ้มรับกับคำพูดใส่อารมณ์ของพี่เค้า

 

“แล้วมึงมองไรกูนักวะ”

 

“ก็พี่พระจันทร์ยังไม่บอกน้องสมุทรเรื่องที่สัญญากับไอ้ทะเลเลยอ่ะ”

 

“เฮ้อ เซ้าซี้ว่ะ”

 

“แล้วจะบอกไหม” ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วยิ้มแผละใส่อีกคนที่ก็ถอนหายใจใส่กันด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่พอพี่พระจันทร์เสหน้าหนี ผมแอบเห็นรอยยิ้มมุมปากของเค้าอีกที แหน๊...มีใจๆๆๆ

 

“กูก็แค่บอกจะซื้อเกมส์ให้ แลกกับ...”

 

“แลกกับ”

 

“เซ้าซี๊เพื่อ...”

 

“พี่พระจันทร์”

 

“เออๆ แลกกับช่วยกูลากเก้าอี้เหี้ยนี่ไปไว้ตรงกำแพงน่ะสิวะ เก้าอี้ห่าไรหนักชะมัด” บ่นอุบอิบออกมาแบบนั้น แต่ก็นั่นล่ะ ผมก็อดยิ้มกับคนตรงหน้าไม่ได้ คนที่บอกไม่สนใจอะไร แต่ก็อยากรู้จะตายว่าผมไปคุยอะไรกับพี่ยอร์ชจนถึงขั้นต้องไปปีนกำแพงแบบนั้น

 

“อ้อ แต่นี่ไม่ถือว่ากูเอาเงินฟาดหัวอะไรมึงกับน้องมึงนะ แต่ถือเป็นการทำงาน ถ้าใช้แรง ก็ต้องได้ของตอบแทน”

 

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่ครับ” บอกเค้ายิ้มๆ

 

“ไม่รู้แหล่ะ เผื่อมึงเอากูไปเปรียบเทียบกับไอ้เหี้ยนั่น กูกับมันไม่เหมือนกันหรอกนะบอกเลย”

 

“ผมก็ไม่เคยเอาพี่กับพี่ยอร์ชมาเทียบกันอยู่แล้วครับ บอกเลย” พูดพร้อมเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ สบสายตากับคนที่นั่งทำหน้านิ่งคิ้วขมวดที่ต้องพูดถึงคนที่ตัวเองไม่ชอบ ในตอนที่เค้าหันมาสบตากับผม ใบหน้าตึงๆ นั่นก็คลายออก ก่อนที่ใบหน้าคมจะเลื่อนเข้ามาใกล้ผมมากกว่าเดิมแบบไม่มีใครยอมใคร

 

“เป็นงั้นก็ดี”

 

“กูหมายถึงที่เราสองคนเป็นอยู่ตอนนี้ มันก็ดีเหมือนกัน” กระซิบเสียงแผ่วในตอนที่ขยับเข้ามาพูดชิดริมฝีปากของผม สายตาของเราที่สบกัน แต่ไม่มีใครผละออกจากกันในครั้งนี้ ทำให้ริมฝีปากอุ่นๆ แนบลงมาบนอวัยวะเดียวกัน ฝ่ามือหนาที่เอื้อมขึ้นมาจับกรอบหน้าของผม บังคับทิศทางให้หันซ้ายทำมุมให้ริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้าเคล้นคลึงแผ่วๆ ก่อนจะกดจูบหนักๆ จนต้องผวาตัวเข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่าย สอดลิ้นตอบรับกันกันอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางแสงไฟจากโคมไฟที่หัวเสาหน้าบ้าน สายลมแผ่วๆ และกลิ่นดอกแย้มปีนังที่โอบกอดเราทั้งสองคนไว้ในค่ำคืนนี้

 

...

 
(มีต่อ)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
“เห้ยๆ ไอ้หมุดทางนี้เว้ยๆ” เสียงเรียกเย้วๆ ที่ดังมาจากไอ้จิมที่โบกไม้โบกมืออยู่หน้าร้านที่ข้างในจัดงานวันเกิดของพี่ยอร์ช ร้านดังย่านทองหล่อ ที่เห็นว่าชั้นบนโซนต่อกับดาดฟ้าถูกปิดโดยอำนาจเงินของพี่ยอร์ช

 

“รีบมาขนาดนั้นเลยนะมึง”

 

“กูไม่ได้รีบเว้ย แต่มึงต่างหากที่ช้าฉิบหาย ไอ้เหี้ยเฮงกับไอ้มาร์ชมาถึงตั้งนานแล้วเหอะอยู่ข้างใน” ไม่บอกก็รู้ว่ารีบมากแค่ไหน

 

“รีบมาแดกเหล้าฟรีหรอวะ”

 

“โถ่น้องหมุด มึงไม่น่าถามป่ะวะ ของฟรีของดีแล้วเราจะช้าอยู่ทำไมล่ะคร๊าบ” มันยิ้มกว้างแล้วส่งแขนมาโอบรอบคอผมไว้ ท่าทางที่บอกให้ผมเดินตามมันไป แต่เป็นผมที่หยุดขาเอาไว้ก่อน

 

“เดี๋ยวๆ มึง ยังไปไม่ได้”

 

“รอเหี้ยอะไร รอพ่อมึงมาตัดริบบิ้นหรอวะ”

 

“เอ่อ....ก็น่าจะใช่นะ” ยิ้มแหยๆ ส่งไปให้เพื่อนจิมที่ก็ขทวดคิ้วใส่แบบไม่เข้าใจ ก่อนผมจะหันหน้าไปมองคนมาใหม่ที่พึ่งเดินเลี้ยวมาจากลานจอดรถของร้านนี้ ร่างสูงในชุดเสื้อยืดลายกราฟฟิกพื้นสีดำใส่เข้าคู่กับกางเกงยีนส์ขาดเข่าเท่ๆ และเซ็ตผมเปิดหน้าผากนั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวกลายเป็นที่จับจ้อง ... ก็ไม่เข้าใจว่าเสื้อแบบเดียวกันแท้ๆ ทำไมน้องสมุทรใส่แล้วไม่ฮ็อตแบบนั้นบ้างวะ

 

“เชี่ย พี่พระจันทร์”

 

“อ่าหะ”

 

“อย่าบอกนะว่า ว่า...มากับ...”

 

“มากับกู” พี่พระจันทร์ที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ผม และคงทันฟังประโยคนั้นพอดีเลยตอบออกไปแบบนั้น ฝ่ามือของคนมาใหม่ที่ยกขึ้นผลักแขนของไอ้จิมให้ออกจากคอของผมไป แล้วแทนทีด้วยแขนแกร่งของตัวเองแทนที่พาดลงมาที่คอของผม

 

“อ่ะ เอ่อ พี่พระจันทร์สวัสดีครับ”

 

“อือ” ปรายตามองเพื่อนผมนิดๆ แล้วพยักหน้าตอบรับหน่อยๆ ก่อนจะหันมาทางผม

 

“ไปมึง เข้าไปหาเรื่องสนุกๆ ทำกัน”

 

“เชี่ย กูว่าหายนะแน่ๆ งานนี้” ได้ยินเสียงไอ้จิมดังพึมพำตามมาจากข้างหลังเบาๆ แต่พี่พระจันทร์ก็ไม่ได้สนใจอะไร เค้าทำแค่โอบไหล่ผมเดินเข้าไปในงานอย่างชิลๆ ... บางทีไอ้จิมก็อาจจะคิดมากไป

 

“มึงเข้าไปกับเพื่อนนะ กูจะนั่งแดกเหล้ารอที่ชั้นล่าง” ใบหน้าคมเอียงเข้ามากระซิบข้างหูผมในตอนที่เราเดินเข้ามาในร้านแล้ว เสียงเพลงดังๆ และผู้คนมากมายทำให้ได้ยินไม่ชัดจนเค้าต้องเอียงหน้ามาหา ผมได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้มตอบรับพี่พระจันทร์ ก่อนจะเดินตามไอ้จิมขึ้นไปชั้นบน

 

“มึงนี่แน่ฉิบหายเลยนะไอ้สมุทร”

 

“อะไรวะ”

 

“ก็มึงเอาพี่พระจันทร์มาเย้ยพี่ยอร์ชในงานวันเกิดเค้าเนี่ย มึงแม่งอย่างแสบ”

 

“พูดเหี้ยอะไร กูไม่ได้คิดแบบนั้นนะเว้ย” ผมบอกออกไปตามจริง เพราะจริงๆ พี่พระจันทร์ก็แค่ตั้งใจจะมาส่งผมเฉยๆ อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนไอ้จิมจะไม่เชื่อกัน มันยังคงหรี่ตาทำหน้าล้อเลียนกันไม่เลิกอยู่แบบนั้น เห็นแล้วอยากยกมือขึ้นข่วนหน้าแม่ง

 

“สมุทร” เสียงเข้มของคนมาใหม่ทำให้ทั้งผมและไอ้จิมต้องหันไปมองตาม พี่ยอร์ชยืนอยู่ตรงทางเข้าของงานวันเกิดเค้า ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ๊ตฮาวายสีเข้มเข้าคู่กับกางเกงยีนส์สีดำยิ่งขับให้ผิวขาวของพี่เค้าเท่ขึ้นมากกว่าเดิม รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเค้ายิ่งกว้างมากขึ้นในตอนที่เค้าเห็นผม

 

“เชี่ย สวยจังวะเพื่อนกู ผู้ชายชมชอบว่ะ”

 

“หุบปากไอ้สัดจิม”

 

“กูดีใจมากนะที่มึงมา” พี่ยอร์ชพูดออกมาแบบนั้นตอนที่ก้าวเข้ามาหาผม

 

“ผมก็ต้องมาสิพี่ ก็สัญญาเอาไว้แล้วนี่”

 

“วันนี้มึงน่ารักมากนะ แต่ทำไมไม่ใส่เสื้อที่กูซื้อให้มาล่ะวะ” เค้าว่าพร้อมมองมาที่เสื้อสีขาวลายกราฟฟิคดำของผม ส่วนเสื้อของเค้าที่ใส่อยู่ ไม่ต่างจากเสื้อที่พี่เค้าซื้อให้ผมในครั้งก่อนเลย ถ้าใส่มา ก็คงจะเป็นเสื้อคู่กัน

 

“อ่า...ผมลืมซักอ่ะพี่” เลือกที่จะแก้ตัวแบบนั้นออกไปแทนบอกความจริงว่าพี่พระจันทร์บอกให้เอาไปเป็นผ้าเช็ดตีน

 

“ช่างเถอะ แค่ไม่ได้ใส่เสื้อคู่กันยังไงก็ไม่สำคัญเท่าคืนนี้กูมีเรื่องเซอร์ไพรซ์มึงหรอก” บอกออกมาพร้อมรอยยิ้มและสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยื่นมาจับมือผมเอาไว้แน่นๆ สายตาเป็นประกายของเค้าก็เอาแต่มองมาที่ผมไม่วางตา รู้สึกประหม่ากับสายตาของคนตรงหน้าจนต้องยกมือข้างที่ไม่ถูกกอบกุมไว้มาดันแว่นตาเพื่อแก้เก้อ

 

“เห้ๆ ปล่อยมือเพื่อนกูได้แล้วมั้งพี่ มากไป” เสียงของคนมาใหม่ที่ผมคุ้นเสียงดีคือไอ้มาร์ช มันเดินมาพร้อมๆ กับในมือก็ถือแก้วคอกเทลไว้แล้ว ดูจากสีหน้าเหมือนว่ามันก็จะกึ่มๆ อยู่พอตัว

 

“จับนิดจับหน่อย”

 

“ไม่หน่อยหรอกคนแบบมึงอ่ะพี่” ไอ้มาร์ชเดินชนไหล่พี่ยอร์ชไปที ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่เหมือนฝ่ายที่โดนชนจะไม่ติดใจอะไร พี่เค้าทำแค่ยิ้มอย่างมีความสุข เห็นแบบนั้นผมเลยยื่นของขวัญออกไปให้ กล่องไม่ใหญ่ไม่เล็กที่พี่พระจันทร์บอกว่าแบรนด์นี้น่าจะเหมาะกับผู้ชายแบบพี่ยอร์ช ผมที่เห็นว่าสวยดีเลยตัดสินใจซื้อมา

 

“สุขสันต์วันเกิดนะครับพี่ ขอให้พี่มีความสุขมากนะ”

 

“ขอบใจนะมึง จริงๆ ไม่ต้องมีอะไรมาให้กูก็ได้ เพราะแค่มีมึงก็ถือเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของกูแล้วว่ะ”

 

“ฮิ้วววว เบาหน่อยเว้ยๆ”

 

“จริง เว่อร์เหี้ยไรตลอดก่อนเอ่ย มึงรู้สึกอยากอ้วกเหมือนกูไหมครับไอ้นิว”

 

“กูแทบจะสำรอก แต่ต้องฮึบไว้ครับเพื่อนทอย เหล้าแพง มันเปลือง”

 

“พอไอ้สัด อะไรขนาดนั้นวะ” พี่ยอร์ชยกเท้ายันพี่ทอยเบาๆ แต่ได้รับเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกลับมาให้แทน

 

“เว่อร์จริงว่ะพี่ ทีตอนกูมา ไอ้เหี้ยพี่ยอร์ชแม่งแบมือทวงของขวัญยิกๆ”

 

“เอ้า แล้วมึงใช่ไอ้สมุทรหรือไงล่ะ” พี่ยอร์ชว่าออกมาแบบนั้นก็ตามมาด้วยเสียงโห่แซวจากคนรอบข้าง ทำเอาผมรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก แม่งเอ๊ย มันจะอะไรกับกูขนาดนี้วะ หันไปมองไอ้มาร์ชที่ก็แค่เบะปากใส่พี่ยอร์ชไปที

 

“ไปมึง กูพาไปนั่งโต๊ะ”

 

“ไม่เป็นไรพี่ เดี๋ยวผมไปนั่งกับไอ้เพื่อนผม”

 

“จริง มาทางนี้เลยไอ้สมุทร ไอ้เหี้ยเฮงจองโต๊ะแถวหน้าไว้ให้มึงแล้ว” ไอ้มาร์ชว่าแบบนั้นแล้วเดินแทรกพี่ยอร์ชมาคว้าแขนผมให้เดินตามมันไป พี่ยอร์ชกรอกตาใส่มันนิดหน่อย แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวก็กำลังติดพันกับแขกของตัวเองที่มางานนี้เหมือนกัน ผมเลยปลีกตัวมาได้ พอมาถึงโต๊ะก็พบกับเสี่ยเฮง วันนี้ที่แต่งหล่อในเสื้อฮาวายลายแบบที่เสี่ยเค้าชอบใส่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพื่อนผมมันหล่อ

 

“เมาแล้วหรอวะมึง”

 

“โถ่ๆ น้องหมุดของกู เอาไรมาเมาก่อนเอ่ย มึงอ่ะแหล่ะ มาช้าอย่าเสือกเมาไปก่อนล่ะ”

 

“ไอ้หมุดมันเมาก็ไม่เป็นไรหรอกจ้ามึง เพราะว่าเค้ามีคนมารับว่ะ”

 

“ใครวะ อย่าบอกว่ามึงจะกลับกับไอ้เหี้ยพี่ยอร์ชนะ” ไอ้มาร์ชขมวดคิ้วหันมามองผม ท่าทางเอาเรื่องของมันบอกให้รู้ว่าตั้งแต่มีเรื่องตั๋วครั้งก่อน มันก็เหมือนจะเลิกเข้าข้างพี่ยอร์ชไปซะแบบนั้น

 

“ไม่ใช่จ้าพ่อมาร์ช วันนี้ลูกมึงควงหนุ่มมา”

 

“หนุ่มพ่อง”

 

“ก็หนุ่มจริงๆ อ่ะไอ้สัด มันควงพี่พระจันทร์มาว่ะ”

 

“แค่กๆ ...เอาจริงดิไอ้เหี้ย” ไอ้เฮงถึงกับสำลักเหล้าที่กำลังกระดกเข้าปาก พ่นน้ำออกมาหน่อยนึงใส่หน้าไอ้จิมไปเต็มๆ

 

“สกปรกฉิบหายเลยไอ้เหี้ยเอ้ย” ไอ้จิมบ่นพร้อมๆ กับรีบเอาทิชชู่มาเช็ดอย่างรังเกียจ

 

“ลูกมึงแม่งร้ายกาจ”

 

“กูไม่ได้ควงมา พี่เค้าแค่มาส่ง”

 

“ก็หวังว่าจะแค่มาส่งนะมึง” ไอ้มาร์ชหันมาสบตากับผม ซึ่งน้องสมุทรก็ทำได้แค่พยักหน้าตอบกลับไป ก็มาส่งกับมารับสิวะ จนถึงตอนนี้พี่พระจันทร์ก็ยังไม่ได้ขึ้นมาที่นี่สักหน่อย

 

.

.

.

 

เวลาล่วงเลยไม่รู้ว่าผ่านไปนานกี่ชั่วโมง จำได้ลางๆ ว่าผมมาถึงที่นี่ตอนประมาณ3ทุ่ม นั่งเล่นอยู่ตรงนี้ทั้งกินทั้งดื่มและคุยไร้สาระไปเรื่อยๆ มีพี่ยอร์ชที่เข้ามานั่งแจมกับพวกเราบ้าง บางครั้งก็ต้องลุกไปดูเพื่อนๆ โต๊ะอื่นๆ ของเค้าบ้าง จนตอนนี้รู้สึกว่าหัวเริ่มจะปวด เหมือนว่าเริ่มจะกินเยอะไปแล้ว

 

“น้องสมุทรคะ ไหวหรือเปล่าเรา” เสียงที่มาพร้อมๆ กับแรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้หันไปมอง ก่อนจะต้องยิ้มออกมากว้างๆ เมื่อเห็นใบหน้าที่ผมรัก แต่พอลองยื่นเข้าไปใกล้ๆ ก็เห็นชัดๆ เลยว่าหัวชมพู

 

“พี่อาทิตย์”

 

“ใช่ค่ะพี่เอง เมาแล้วหรอคะ”

 

“เปล่าสักหน่อย น้องสมุทรยังไหวเถอะ” บอกออกไปแบบนั้นแล้วเอียงคอส่งยิ้มไปให้ ไม่รู้ทำไมถึงยื่นมือขึ้นไปจับหัวพี่เค้า

 

“ผมสีชมพู”

 

“ชอบหรอคะ”

 

“เคยชอบ ชอบตอนพี่พระจันทร์ทำครับ” ผมตอบพรางนึกไปถึงพี่พระจันทร์ตอนนั้นแล้วก็ต้องยิ้มออกมา ใจดี...แต่พอหลังจากวันนั้นพี่พระจันทร์ก็กลับไปทำผมดำ พอตามอยู่ห่างๆ เจ้าตัวก็ทำหน้านิ่งๆ ใส่ แต่ถึงแบบนั้นพี่พระจันทร์ตอนนั้นก็ยังสวยจับใจน้องสมุทรอยู่ดี

 

“ไอ้พระจันทร์ผมสีชมพูหรอคะที่หนูชอบ”

 

“ช่ายยย...แต่ว่า ไม่ว่าจะสีอะไรถ้าเป็นพี่พระจันทร์สมุทรก็ชอบหมด ฮี่ๆ”

 

“อิจฉาจังเลยค่ะ”

 

“โอ๋ๆ กอดๆ นะ น้องสมุทรกอดไหม แต่ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวพี่พระจันทร์หึง อิอิ”

 

“น้องสมุทรน่ารักจัง” ว่าแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมาลูบแก้มกันเบาๆ เบาจนรู้สึกแปลกๆ จนต้องเอียงแก้มหนี พี่อาทิตย์ที่มองหน้ากันนิดๆ ก่อนจะละมือออกแล้วยกยิ้มน่ารักส่งมาให้ งื้อ บ้านนี้มีแต่คนสวยหรอวะ พี่พระจันทร์ก็สวย พี่อาทิตย์หัวสีชมพูก็ยิ่งส๊วยสวย

 

“โหลๆ เทสๆ หนึ่งสองๆ เนื่องด้วยวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของไอ้เหี้ยยอร์ช...เอ้ย เพื่อนยอร์ชที่รักของชาวเรา” เสียงของพี่ทอยดังมาจากหน้าเวทียกพื้นที่ถูกทางร้านจัดขึ้นให้เป็นพิเศษในวันนี้

 

“กระผมขอเชิญไอ้เหี้ยยอร์ช เอ้ย เพื่อนยอร์ชที่รักขึ้นมาร้องเพลงในงานหน่อยครับโผ้มมม”

 

“ก็ถ้าจะเรียกกูเหี้ยก็ไม่ต้องแก้ก็ได้นะไอ้สัด” พี่ยอร์ชที่เดินขึ้นไปบนเวทีว่าเพื่อน ทำให้เรียกเสียงโห่ฮาจากคนด้านล่างได้เป็นอย่างดี ใบหน้าหล่อๆ ที่วันนี้ดูจะมีความสุขมากกว่าทุกวันหยุดยืนอยู่ตรงนั้น สายตาคมวาววับที่เอาแต่จับจ้องมาที่ผม ริมฝีปากหยักกดยิ้มมุมปากไม่ละสายตาไปจากผม

 

“ไอ้เหี้ยนั่นมองเหมือนอยากแดกน้องสมุทรเลยนะคะ” พี่อาทิตย์ที่ยืนอยู่ข้างตัวกระซิบบอกผมเบาๆ

 

“ไม่ใช่หรอกครับ”

 

“ใช่ค่ะ มองจากนอกโลกใครก็รู้ พี่สะกิดถามมนุษย์ต่างดาวนอกโลก มันก็จะตอบพี่ว่าเออใช่โอเย้!” อะไรของพี่อาทิตย์เค้าวะนั่นน่ะ

 

“สำหรับงานวันเกิดในปีนี้ เป็นปีที่มีความสุขมากๆ สำหรับกูเลย ที่เป็นแบบนั้น ก็เพราะมีใครคนนึงในงานนี้ ที่เป็นหัวใจของกู”

 

“ฮิ้ววว” เสียงลูกคู่โห่แซวที่ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสายในตอนที่พี่ยอร์ชพูดจบ คำพูดและสายตาที่มองมา เรียกให้คนในงานหันมามองผมได้ไม่ยากเย็น สายตาที่เหมือนกับคอยมองมาแล้วบอกกันว่าเป็นคนนี้นี่เองที่เค้ากำลังพูดถึง มันเป็นผมนี่เองที่เป็นคนๆ นั้นของพี่ยอร์ช ซึ่งนั่นมันเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเลย รู้สึกประหม่าจนต้องยกมือขึ้นดันกรอบแว่นแล้วก้มหน้าลงต่ำ

 

“กูอยากบอกให้เค้าได้รู้ความรู้สึกของกูที่มีต่อเค้าว่ากูรักเค้า รักแค่เค้าคนเดียว ... สมุทร”

 

เสียงที่เอ่ยเรียกชื่อผมแบบนั้นทำให้ทุกคนหันมามองที่ผมเป็นตาเดียว ชื่อของผมที่อยากทำให้มันถูกกลืนหายไปในตอนนี้ รู้สึกอึดอัดจนต้องบีบมือ ... และผมก็ได้แต่หวัง หวังว่าเค้าจะไม่ใช้วิธีนั้นกับผม

 

“กูชอบมึง คบกับกูเถอะนะ”

 

“ฮิ้วววว เอาเรื่องเว้ยๆ”

 

“คบเลยๆๆๆ”

 

“ตอบเลยๆๆๆ”

 

เสียงของคนในงานรอบข้างที่ดังประสานเสียงขึ้นมาไม่ต่างจากการกดดันเอาคำตอบจากผม เงยหน้าไปมองคนที่ยืนอยู่บนเวทีที่กำลังส่งยิ้มมาให้ รอยยิ้มที่มีความสุขของเค้า มันแตกต่างจากความรู้สึกของผมตอนนี้ แม้ว่าจะหวังเอาไว้ว่าเค้าจะไม่ใช้วิธีนี้กับผม การกดดันเอาคำตอบกันในวันสำคัญของตัวเอง ถ้าผมตอบว่าไม่ มันก็จะกลายเป็นคนใจร้ายที่มาหักอกเจ้าของงาน ในวันเกิดของเค้าเอง ... อย่างเหี้ย!

 

 

ทำไมถึงต้องเลือกใช้วิธีแบบนี้กับผมด้วย นี่หรอวะ สิ่งที่เค้าบอกว่าจะพยายาม ...ความพยายามที่เหมือนเป็นทางลัดเพื่อเอาเปรียบกันแบบนี้น่ะหรอวะ”

 

“สมุทร” พี่อาทิตย์หันมามองหน้าผมอย่างเข้าใจ

 

“ว่าไงมึง คบกับกูเถอะนะสมุทร” พี่ยอร์ชยังคงพูดออกไมค์ และมอบรอยยิ้มใจร้ายที่ดูเหนือกว่าผมส่งมาให้กันอย่างไม่เลิกลา ... ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเค้าต้องการอะไร ต้องการความรักจากผมไป หรืออยากชนะอะไรมากกว่ากัน

 

“ผม....” เสียงของผมสั่นอย่างที่รู้ตัวเองดี มองไปรอบๆ สายตาที่จ้องมองกันด้วยความคาดหวังและกดดันจากทุกคนทำให้ผมอึดอัด ผมควรจะตอบกลับไปว่ายังไงดี อยู่ๆ ก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่มางานนี้ซะแบบนั้น

 

“นะ...”

 

“คงจะไม่ได้หรอกว่ะ เพราะพอดีว่าคนที่มึงขอคบ มันคบกับกูอยู่ว่ะ”

 

เสียงของคนมาใหม่ที่ก้าวเข้ามาในงานพร้อมรอยยิ้มมุมปาก สายตาคมสวยของพี่พระจันทร์ที่มองตรงไปที่พี่ยอร์ชอย่างเย้ยหยัน ก้าวตรงเข้ามาหาผมช้าๆ ก่อนที่สุดท้ายแล้วข้างตัวของผม จะมีเค้าที่มายืนอยู่ข้างๆ

 

“ไอ้สัดพระจันทร์”

 

“มึงแม่งก็จะหน้าด้านไปหน่อยนะไอ้ยอร์ชที่มาขอคบกับคนของกู” พี่พระจันทร์ที่วาดแขนโอบไหล่ผมเอาไว้แน่นๆ พูดออกไปแบบนั้นด้วยคำพูดชัดถ้อยชัดคำแล้วยิ้มร้ายส่งไปให้พี่ยอร์ช

 

“ถ้าไม่เกรงใจอะไร ก็ช่วยเกรงใจชุดคู่แสดงสถานะของกูกับไอ้สมุทรหน่อยครับ ... ส่วนคนที่อยากให้มันใส่มาคู่ด้วยจนตัวสั่น ผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ ... วันนี้ มึงเป็นคนอื่นนะ รู้ตัวยัง”

 

#รักอยู่รู้ยัง

 

เอ้อ รู้ยังว่าเรื่องนี้ใครมันเป็นตัวร้ายยยย รู้ยังจ้าาา

พี่พระจันทร์: พวกเธอกำลังพูดถึงใคร ไม่ใช่ฉันชิป่ะ?




ปล. ต้องขออภัยที่มาลงช้านะคะ พอดีแคทพึ่งกลับมาจากงานฌาปนกิจคุณย่าที่ต่างจังหวัด เลยทำให้ลงงานล่าช้า

และอาจมีคำผิดค่อนข้างเยอะ แต่หวังว่าคนอ่านจะยังมีความสุขที่ได้อ่าน และคอยร่วมลุ้นไปด้วยกันจนถึงตอนจบเลยนะคะ

ขอขอบคุณคนอ่านจากทางเล้าเป็ดที่ยังอยู่กับแคทมาในทุกๆตอนเลยนะคะ

:-[ :impress2: HBD ค่า
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

โอ้ยยย เอ็นดูความอยากรู้อยากเห็นของพี่พระจันทร์ เอ็นดู้วววววววววววววว :oni1: :oni1:
พี่พระจันทร์ก็คือยอมไม่ได้ ขอให้ได้รู้เรื่องด้วย 5555555

สุขสันต์วันเกิดนะครับ  :mc4:
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ :L2:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-03-2022 21:22:48 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
เป็นยังไงละพี่ยอร์ช  :laugh:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่16



“ไอ้สัด!มึงโกหก”



“รับไม่ได้ก็กลั้นใจตายซะสิมึง” จ้องหน้าคนที่กำลังยืนตัวสั่นกำมือของมันแน่นอย่างอดกลั้นอยู่บนนั้น บนเวทีที่มันเป็นเจ้าของงาน เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มเหยียดออกมา จริงๆ ไม่ได้ตั้งใจให้สีหน้าบ่งบอกว่าสมน้ำหน้าขนาดนี้ แต่บางทีคนเราก็มักจะแสดงออกตามความรู้สึกมากกว่าที่จะควบคุมมันเอาไว้ ยิ่งเวลาที่เห็นสีหน้าเจ็บใจเหมือนฟ้าถล่มจะเป็นจะตายแบบนั้นแล้วยิ่งห้ามมุมปากของตัวเองไม่ให้ยกขึ้นไม่ได้เลยจริงๆ



“มึงโกหกกู! ไอ้สมุทร ไอ้เหี้ยนี่มันโกหกใช่ไหม มึงพูดสิวะ” ขายาวๆ ของมันที่ก้าวลงมาจากเวทีแล้วเดินตรงมาผลักอกกันแรงๆ ได้ยินเสียงฮือฮาดังมาจากคนรอบข้างแล้วยิ่งชอบใจ มองเห็นมือถือของคนในงานที่ยกขึ้นมาถ่ายเอาไว้



ดี ถ่ายไว้เยอะๆ หลังจากนี้ไอ้ยอร์ชจะได้เห็นว่าเวลามันเสียใจ มันน่าสมเพชแค่ไหน ... สมน้ำหน้ามึง



“เห้ยๆ ไอ้ยอร์ชใจเย็น” เพื่อนของมันที่ผมจำได้ดีว่าชื่อไอ้ทอยวิ่งเข้ามาก่อนใคร ดึงแขนไอ้ยอร์ชเอาไว้แต่ดูเหมือนมันจะไม่ฟัง เพราะสะบัดแขนออกจากเกาะกุมของเพื่อนมันเต็มแรง



“ทำไมวะ เพราะกูได้อัยย์มึงเลยไม่พอใจหรอวะ”



“ไอ้ยอร์ชมึงพอ” เป็นเสียงไอ้อาทิตย์ดังขึ้นมาจากด้านหลังของผม มันที่เดินแทรกตัวมาอยู่ตรงหน้าระหว่างผมกับไอ้ยอร์ชเอาไว้



“กูไม่พอ พี่มึงมันเหี้ยแพ้แล้วพาล ถ้ามึงอยากได้อัยย์มันมากก็มาเอาไปดิวะ กูไม่เอาแล้ว!”



“ไอ้สัด อัยย์ไม่ใช่สิ่งของที่มึงจะมายกให้ใครเมื่อไหร่ก็ได้”



เลือดขึ้นหน้า รอยยิ้มที่ก่อนหน้านี้มีประดับใบหน้าหายไปพร้อมๆ กับที่มือกับเท้าของผมไปไวกว่าความคิด เอื้อมมือไปผลักอกไอ้อาทิตย์ให้หลบออกไปแล้วซัดหมัดเข้าหน้าไอ้ยอร์ชเต็มๆ แรง มันไม่มีสิทธิมาพูดถึงอัยย์แบบนี้ มันมีสิทธิอะไรมาดูถูกคนที่รักมันขนาดนั้น



‘ผลัวะ’ ไอ้ยอร์ชที่เซถอยหลังล้มหน้าคว่ำไปลงโต๊ะทางด้านหลังมันล้มคว่ำไปหลายตัว ผมที่ก้าวขายาวๆ เข้าไปคล่อมตัวมัน ยกหมัดซ้ำกระแทกใส่หน้ามันอีกสองสามหมัดแบบที่มันลุกมาสวนไม่ทัน



‘ตุบ ผลัวะ!’



“คนแบบมึง คนแบบมึงมันไม่สมควรได้ความรักจากใครหรอกไอ้สัด” จ้องหน้าคนที่อยู่ใต้ตัวแล้วง้างหมัดกว้างๆ อีกครั้ง แต่มันที่ตั้งตัวได้ทันแล้วรับหมัดนั้นได้ซะก่อน ก่อนที่มันจะยกเข่าขึ้นมากระแทกสีข้าง แล้วเปลี่ยนมาคล่อมตัวผมแทนด้วยแววตาเดือดดาล



“มึงคิดว่ากูจะยอมโดนฝ่ายเดียวหรอไอ้สัดพระจันทร์! แค่ก็กูอยากจะมีความรักดีๆ สักครั้งทำไมมึงต้องมาเสือกด้วยวะ!”



‘ผลัวะ!’



มันตะคอกออกมาแบบนั้น พร้อมๆ กับหมัดที่สวนมาแบบไม่ทันได้หลบ เซถอยหลังพร้อมๆ กับแรงหมัดของมันที่กระแทกมาโดนที่มุมปากของตัวเองเต็มๆ



“พอไอ้สัดพอได้แล้ว!” เป็นไอ้อาทิตย์กระชากตัวของผมออกมา และทางด้านไอ้ยอร์ชเองก็เห็นเพื่อนของมันอีกสองคนที่มาล็อคตัวมันไว้ไม่ต่างกัน ผมแค่นรอยยิ้มออกมาพร้อมมองเหยียดมันตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนถุยเลือดตรงมุมปากทิ้งไป



“ความรักดีๆ หรอ ถุย” ว่าออกไปแบบนั้นพร้อมหันมองไปรอบๆ งานที่ตอนนี้พังเละเทะไม่เป็นท่า โต๊ะแถวนั้นถูกล้มคว่ำกระจาย สีหน้าของคนในงานที่ดูตื่นตกใจทั้งชายทั้งหญิงที่ดูจะตกใจกับเหตุการณ์นี้ ...แต่ถึงแบบนั้นก็ยังยกกล้องมาจับภาพเหตุการณ์เอ้าไว้อยู่ดี ผมหันกลับมามองหน้าไอ้ยอร์ชอีกครั้ง คนที่ครั้งนึงมันเคยเป็นเพื่อน



“มึงวิ่งตามหาความรักดีๆ ทั้งๆ ที่มึงเองก็มีอยู่แล้ว กูถามจริงๆ เหอะ ถ้ามึงไม่อยากรักแต่แรกมึงเอาไปทำเหี้ยอะไร!” จ้องมองตามันที่วูบไหวไปวูบนึง ก่อนสายตาของมันจะเปลี่ยนเป็นนิ่งสบตากับผมอีกครั้งเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไร มันไม่พูดอะไรออกมาอีกสักคำ และผมถือว่านั่นเป็นคำตอบของความเหี้ยทั้งหมดของมัน



“พวกมึงเลิกทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้สักทีเหอะว่ะ พวกมึงเป็นเพื่อนกันนะไอ้สัด” ไอ้ทอยพูดออกมาแบบนั้นทั้งๆ ที่มันยังล็อคตัวไอ้ยอร์ชเอาไว้



“กูก็ไม่มีเพื่อนเหี้ยแบบมัน! ตอนที่กูบอกว่ากูชอบอัยย์ มึงทำได้ไงถึงแอบไปมีอะไรลับหลังกู!” ผมตะคอกออกไปอย่างเดือดดาล ความรู้สึกเก่าๆ วนกลับมาเหมือนกับว่าเรื่องมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน



หักหลังเพื่อน นอกใจแฟน แล้วตอนนี้จะยังมาตามหาความรักดีๆ จากใครอีก ทั้งๆ ที่มันไม่เคยคิดจะรักษาแล้วจะอยากได้ไปทำเหี้ยอะไร



“แน่จริงมึงก็ตอบกูมา! คนเหี้ยๆ แบบมึงที่หักหลังเพื่อนแบบกู ทำได้ไงวะ! คนแบบมึงอย่ามีเพื่อนอีกเลยเถอะใช่ชีวิตนี้!!”



‘ผลัก!!’



หงุดหงิดจนสะบัดไอ้อาทิตย์หลุดออกจากตัวอีกรอบก่อนจะกระโดดถีบไอ้ยอร์ชเต็มแรง จนทั้งมันทั้งเพื่อนมันล้มหงายไปกับพื้น



“ต่อให้มึงเจ็บแค่ไหน มันก็เจ็บได้ไม่เท่ากับความเสียใจของกูที่โดนเพื่อนแบบมึงหักหลังหรอก!”



“ไม่ว่าเรื่องตอนนั้นมันจะเป็นยังไง แต่แล้วยังไงวะ ครั้งนี้กูจะมีความรักดีๆ บ้างไม่ได้หรือไง!” ไอ้ยอร์ชค่อยๆ เกาะโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่าทางของมันที่ดูจะช้ำไปทั้งตัวจนยืนแทบไม่อยู่ แต่ปากยังดีที่สามารถตะคอกใส่ผมได้ แต่ผมทำแค่แค่นยิ้มตอบกลับไปหลังจากได้ยินคำพูดของมัน ... ความรักดีๆ หรอ



“คนแบบมึงมันไม่สมควรจะมีความรักดีๆ ครั้งนั้นกูพลาด แต่ครั้งนี้กูจะไม่ยอมให้มึงได้ไอ้สมุทรไป กูจะไม่ยอมให้มันต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตคนเหี้ยๆ แบบมึงหรอก!” ยกมือชี้หน้ามัน จ้องตามันอย่างจริงจังว่าทุกคำพูดไม่ได้ล้อเล่น ไอ้ยอร์ชที่กำมือตัวเองแน่นๆ หน้าตาช้ำพร้อมกับเสื้อสีขาวที่มันใส่อยู่มีรอยเท้าอยู่กลางเสื้อ จากฝ่าเท้าของผมเอง ยกยิ้มใส่มันอีกทีก่อนจะหันหลังกลับมา เดินตรงไปคว้าข้อมือของไอ้สมุทรที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงนั้น สีหน้าของมันที่เรียกได้ว่าไม่สู้ดี ตากลมๆ หลังกรอบแว่นตาหนาเตอะของมันช้อนมามองหน้าผม พร้อมคิ้วสวยที่ยังขมวดเข้าหากันไม่เลิก มันที่ทำท่าอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ถูกผมตัดบท



“ไป”



“แต่กูรักมัน กูรักมึงสมุทร!”



“มึงยังไม่จบใช่ไหม!” หันหน้ากลับมามองคนที่แค่ยืนยังลำบาก แต่เสือกปากดีตะโกนออกมาแบบนั้น ในจังหวะที่ผมตั้งใจจะก้าวเข้าไปซ้ำมันให้หายหงุดหงิดอีกสักที ก็ติดตรงฝ่ามือของใครบางคนกระชากแขนของผมไว้ซะก่อน



“ทำอะไร!”



“..........”



“จันทร์ทำยอร์ชทำไม!”



‘เพียะ’



เสียงตะคอกจากคนคุ้นเคยที่มาพร้อมกับสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด คำพูดเดิมๆ ที่ผมคุ้นชินมันดีและฝ่ามือที่ผมเคยสัมผัสแต่ไม่มีสิทธิได้กอบกุม วันนี้มันกระแทกเข้าหน้าของผมอย่างจังจนหน้าหัน และซีกหน้าด้านขวาขึ้นรอยมือ



“เห้ย! อย่ามาทำพี่พระจันทร์นะ!” ไอ้สมุทรที่ยืนอยู่ข้างตัวผม มันก้าวเข้ามาขวางและผลักอัยย์ให้ออกไปไกลๆ สีหน้าท่าทางเอาเรื่องที่มันตั้งท่าจะเข้าไปสวนกลับแบบจริงๆ ทำให้ผมคว้าข้อมือเล็กๆ นั่นไว้



“สมุทรอย่า”



“แต่เค้าตบพี่!” มันจ้องตาผมเขม็ง สีหน้าเอาเรื่องที่ผมไม่เคยได้เห็นและเป็นครั้งแรกที่มันกำลังโกรธ



“ตบแค่นี้ยังน้อยไป ทำไมจันทร์ต้องทำยอร์ชด้วยวะ ทำไม ทำทำไม!” โวยวายออกมาเสียงดังแล้วมองมาที่ผมอย่างคนผิด สายตาคาดโทษที่บอกผมว่าจะไม่ยอมให้อภัย ทั้งๆ ที่ผมเองก็เจ็บ ปากผมกำลังแตกและเลือดไหล แต่อัยย์ก็เป็นแบบนี้ทุกที เค้าไม่เคยเห็น ไม่เคยมองเห็นความเจ็บปวดของผม สายตาของเค้าเอาแต่มองไปที่เดิม คนที่อัยย์กำลังวิ่งเข้าไปกอดประคอง



“ยอร์ช เจ็บตรงไหน อัยย์พาไปหาหมอนะ” อัยย์ที่ถามมันออกไปแบบนั้น สายตาสวยที่มีน้ำตารื้นปริ่มขอบตาเอาแต่จ้องไปทั่วตัวของไอ้ยอร์ชอยู่แบบนั้น มันที่ก้มหน้ามองอัยย์แค่แว๊บเดียวเท่านั้น ก่อนจะยื่นมือมาดันให้ออกห่าง



“มาทำไม หลบไป!”



“เห้ย มึงจะทำเกินไปแล้วนะไอ้ยอร์ช!” ผมก้าวขาเดินกลับไปทันทีในตอนนี้ จับตดินกลับไปทันทีในตอนนี้ จับตัวประคองอัยย์ไว้ได้ทันก่อนที่เจ้าตัวจะล้มลงไปเจ็บตัว



“แล้วไง กับอัยย์กูก็จบกันไปนานแล้ว”



“ยอร์ช ไม่จริงอ่ะ เราจะจบกันได้ยังไง” ฝ่ามือเล็กๆ ที่ผลักผมออก ก่อนจะเอื้อมไปคว้าเข้าที่แขนแกร่งของคนตรงหน้า ไอ้ยอร์ชที่ขมวดคิ้วแล้วหันมามองหน้าอัยย์นิ่งๆ สายตาที่ผมเข้าใจดีว่ามันหมายความว่ายังไง



สายตาของคนที่หมดใจ คนที่ไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกันอีกแล้ว



“แล้วทำไมมันจะจบไม่ได้วะอัยย์ เราเลิกกันไปเป็นปีแล้วเหอะ”



“ตอนเราคบกัน ฮึก...เราก็ตกลงกันสองคนอ่ะ แล้วทำไมตอนเราเลิกกัน มันถึงเป็นแค่ยอร์ชที่ตัดสินใจคนเดียวอ่ะ อัยย์ยังไม่ตกลงด้วยสักคำ แล้วแบบนั้นเราจะเลิกกันได้ยังไง ฮื่ออ”



“อัยย์ พอเหอะ” ผมเอื้อมมือไปดึงแขนคนที่เอาแต่พยายามเบียดตัวไปกอดไอ้ยอร์ชไว้แน่นๆ พร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นสาย



“อย่ามายุ่ง! ฮึก เราขอให้จันทร์มายุ่งหรอ!!” แขนเล็กๆ นั่นสะบัดแขนผมออกมาอีกครั้งพร้อมหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองหน้าผม เสียงใสๆ ที่กำลังเสียใจตะคอกใส่ผมเต็มหน้า ...เหอะ กูนี่แม่ง



“พอเหอะอัยย์ ยอร์ชมีคนอื่นที่ชอบแล้ว” ไอ้ยอร์ชพูดออกมาแบบนั้น พร้อมทั้งสายตาของมันที่มองตรงมาหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของผม ทุกๆ สายตาหันไปจับจ้องไอ้สมุทรที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่เว้นแม้แต่อัยย์ที่กำลังมองมันด้วยน้ำตานองหน้า



“มันหรอ...” อัยย์ที่ก้มหน้าลงต่ำถามออกมาเบาๆ ไหล่เล็กๆ ที่กำลังสั่นไหวนั่นเสียใจเท่าไหร่ผมไม่รู้



“มันหรอ! มันหรอที่ทำให้ยอร์ชเปลี่ยนใจอ่ะ!” อัยย์ที่เงยหน้าขึ้นมาตะคอกออกมาเสียงดัง สายตาที่ผมไม่เคยเห็นกำลังมองมาทางสมุทร ขาเรียวในชุดกางเกงยีนส์ก็ก้าวฉับๆ ตรงไปหาสมุทรอย่างเอาเรื่อง เห็นแบบนั้นก็เลยมาขวางเอาไว้ก่อนที่ฝ่ามือเรียวนั่นจะฟาดเข้าที่หน้าของไอ้สมุทรเต็มแรง



‘เพี้ยะ’



“เห้ย! พี่พระจันทร์ครับ” ไอ้สมุทรที่ผวาตัวเข้ามาหาผม มือเล็กๆ นั่นเอื้อมมาเกาะแขนของผมเอาไว้ แต่ผมดันตัวมันไปไว้ข้างหลัง ส่งสายตาให้ไอ้อาทิตย์มาดึงมันไปยืนไกลๆ จากตรงนี้ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองหน้าคนที่พึ่งเพิ่มรอยช้ำที่หน้าให้กันอีกแผล



“จันทร์! อย่ามาขวาง!!”



“เราเจ็บแค่ไหน อัยย์ไม่ถามเลยหรอ”



“พร่ามอะไรของจันทร์ หลบไป!” จ้องหน้าผมตาเขม็ง สายตาของเค้าไม่ได้โฟกัสรอยมือที่อยู่บนหน้าผมด้วยซ้ำ เอาแต่พยายามดันตัวผมให้หลบไปอยู่แบบนั้น



“ทั้งๆ ที่อัยย์ทำเราเจ็บ อัยย์ก็ไม่เคยคิดจะสน ว่าคนที่โดนมันเจ็บไหม”



“ถ้าไม่อยากเจ็บก็อย่ายุ่งดิ จันทร์เข้ามายุ่งทำไม ทุกเรื่องเลย อัยย์ขอหรอ! แต่ตอนนี้สิ่งที่อัยย์ขอคือขอให้จันทร์หลบไปไง แล้วจันทร์จะมาขวางทำไม ไหนบอกว่าทำให้อัยย์ได้ทุกอย่างไง!!” ผลักอกผมแรงๆ อีกที มือของอัยย์ที่เอาแต่ทุบลงมาบนอกของผมอย่างโกรธๆ สายตากลมใสที่แดงก่ำเพราะว่าร้องไห้หนักมองผมอย่างเอาแต่ใจ ความเสียใจบนหน้ามีมากจนสังเกตได้ แต่มันไม่มีสักเสี้ยวที่จะเสียใจที่เค้าทำให้ผมเจ็บ



“ถอยไป! อัยย์จะไปจัดการมัน”



“อย่ายุ่งกับสมุทร!” ไอ้ยอร์ชพูดขึ้นมาแบบนั้น มันที่เดินตามเข้ามากระชากแขนของอัยย์ไปหามันจนตัวปลิว



“ยอร์ชปกป้องมันหรอ! ทั้งๆ ที่อัยย์ยืนอยู่ตรงนี้เนี่ยนะ”



“ตอนนี้ยอร์ชชอบสมุทร” มันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาที่ไม่มีแววล้อเล่นและไม่ได้สนใจคนตรงหน้าที่กำลังน้ำตาร่วงลงมาอีกเป็นสายในตอนที่มันบอกออกมาแบบนั้น



“ถ้ายอร์ชชอบมัน ฮึก ไม่รู้สึกอะไรกับอัยย์แล้วจริงๆ งั้นยอร์ชมาเอาอัยย์อีกทำไมอ่ะ!” เสียงเล็กๆ ที่ตะโกนถามมันอย่างเจ็บปวด ไอ้ยอร์ชจ้องหน้าอัยย์นิ่งๆ มันเงียบอยู่หลายนาทีก่อนจะถามกลับออกมาใหม่



“อัยย์ถามมาแบบนี้ มั่นใจแล้วหรอว่าจะทนฟังคำตอบได้”



“ยอร์ช!” อัยย์ตะโกนใส่มันเสียงดัง แต่อีกคนทำแค่ถอนหายใจใส่อย่างรำคาญ สีหน้าและท่าทางของมันบอกคนทั้งงานได้เป็นอย่างดี



“ฮึก พระจันทร์ถอยไป!!”



“คนนี้ไม่ได้” ผมบอกออกไปแบบนั้นและยืนขวางทางอัยย์แบบไม่ขยับ จ้องหน้าอีกฝ่ายโดยที่ไม่ยอมหลบสายตาที่มองตรงมาสักนิด



“....จันทร์....อะไร”



“คนนี้จันทร์ไม่ยอม อย่ามายุ่งกับสมุทร ถ้าอัยย์ไม่พอใจมาก ก็ไปล่ามคนของอัยย์นู้น บอกมันว่าอย่ามายุ่งกับคนของเรา”



“ใครคนของมึงไอ้สัด ไอ้สมุทรไม่ใช่คนของมึง!”



“ยอมรับไม่ได้มึงก็ใจขาดตายไปดิ”



“อะไร นี่มันอะไร พระจันทร์พูดบ้าอะไรไปอีกคน! เป็นบ้ากันไปหมดแล้วหรอทั้งยอร์ชทั้งจันทร์” สายตาสับสนที่มองผมสลับกับไอ้ยอร์ชทั้งน้ำตา มองหน้าผมแบบไม่เข้าใจกับคำพูดนั่น แต่ผมไม่เหลืออะไรให้อธิบาย ความรู้สึกผมเองมันก็พังลง พังลงซ้ำๆ เฝ้าถามตัวเองว่า มึงจะเป็นไอ้พระจันทร์ลูกป๊าทัพที่น่าสมเพชไปได้อีกนานแค่ไหน ...



“พี่พระจันทร์”



“กลับกันเถอะ งานเหี้ยนี่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเราอีกแล้ว” เดินมาตรงหน้าไอ้สมุทร เด็กที่มองมาที่ผมด้วยแววตาสั่นๆ ผ่านเลนแว่นอันใหญ่ของมันเหมือนอย่างเคย สายตาที่เอาแต่มองไล่ไปตามใบหน้าของผมอย่างเป็นห่วงและกังวล มือของมันที่เหมือนอยากจะเอื้อมมาจับกันแต่ก็ไม่กล้าทำนั่นทำให้ผมต้องเอื้อมมือไปจับมันเอาไว้เอง



“เดี๋ยวจันทร์ อย่าไปนะ!”



“มึงจะไปไหน กลับมาคุยกันก่อนไอ้เหี้ยพระจันทร์”



“ยอร์ชจะไปไหน จะตามมันไปหรอ อัยย์ไม่ให้ไป!”



“หลบไปสิเว้ย อัยย์หลบ!!



“ไม่!”



เสียงวุ่นวายจากทางด้านหลังของผมสภาพเป็นยังไงผมไม่รู้ เลือกที่จะทิ้งมันไว้ที่ตรงนั้น กับความรู้สึกของผมที่โดนเหยียบซ้ำๆ แต่ก็ไม่เข็ดไม่จำมันเลยสักที



...



“อัยย์ ปล่อยดิวะ ยอร์ชจะไปตามสมุทร!” ผมมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพชปนระอาใจ อดจะส่ายหัวออกมาไม่ได้แถมยังต้องเบ้ปาก ความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงที่จบไม่ลงแต่เสือกอยากจะเพิ่มเชือกมาพันเพิ่ม ไม่รู้ว่าต้องเรียกว่าเป็นคนแบบไหน ระหว่างใจกล้า กับไม่มีสมอง



“ไอ้เหี้ยเอ๊ย เรื่องนี้แม่งวุ่นวายฉิบหาย” ไอ้จิมกระซิบผม มันที่มองภาพตรงหน้าอย่างขยาด ส่วนผมทำแค่ยักไหล่ ละสายตาจากไอ้เจ้าของงานและแฟนเก่าตัวปัญหาที่เมื่อกี้เกือบจะเข้ามาตบไอ้หมุดอยู่แล้ว เชื่อเค้าเลยนึกว่าละครสมัยเก่า เค้าไม่เอาแต่ก็ยังดึงดัน



“กลับกันเหอะไอ้สัด กูอิ่มละ” เป็นไอ้เฮงที่พูดออกมาพร้อมเสียงเรอที่ไม่เบา ไม่มีความจำเป็นที่คนแบบมันจะต้องรักษาภาพพจน์ เพราะมันไม่เคยมี



“ไอ้มาร์ช เอาไงกลับเลยป่ะ” ไอ้จิมหันมาหาผมที่ก็พยักหน้าตอบรับ ไม่รู้จะอยู่ต่อทำไมในเมื่องานมันเละเทะขนาดนี้ แถมเจ้าของงานก็ยังฉุดกระชากกับแฟนเก่าไม่เลิกสักที



“งั้นไปกันมึง”



“ไปดิ” ผมตอบรับพวกมันสองคน แล้วเดินตามมันลงไปที่ชั้นล่าง สายตาเหลือบไปเห็นคนคุ้นเคยที่นั่งกระดกเหล้าอยู่คนเดียวที่หน้าบาร์



“มีอะไรวะ” ไอ้จิมหันมาถามอย่างงงๆ ในตอนที่มันไม่เห็นว่าผมเดินตามไป ไอ้เฮงเลิกคิ้วมองกันอย่างตั้งคำถาม



“พวกมึงสองคนเอารถมาใช่ไหม”



“กูไม่ได้เอามา ตั้งใจกลับกับไอ้เหี้ยเฮง”



“งั้นดี พวกมึงกลับกันไปก่อนเลย”



“แล้วมึงจะอยู่เพื่อ” ไอ้จิมขมวดคิ้วมองกัน ท่าทางเหมือนแม่ที่ตั้งใจจะมาจิกหัวลูกให้กลับบ้าน ติดตรงที่ไอ้เฮงที่หันมาจ้องตากับผม มันที่ยกยิ้มมุมปากหน่อยๆ แล้วส่ายหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเอาคอไอ้จิม



“ช่างแม่งเหอะ เสือพี่มาร์ชเค้าคงเจอเหยื่อ”



“ปัดโถ่ พวกใช้Kเปลือง”



“บ่นเหี้ยไร พาเมียมึงกลับไปดิ๊ไอ้เฮง”



“ได้ครับ โชคดีไม่เจอผัวเค้าที่ห้องอีกล่ะมึง” ไอ้เฮงยักคิ้วใส่กันพร้อมยิ้มมุมปาก มืออีกข้างของมันก็ปิดปากไอ้จิมเอาไว้ เพราะมันตั้งท่าจะอ้าปากด่ากัน ผมพยักหน้าส่งพวกมันตอนที่ไอ้เฮงลากตัวไอ้จิมออกไปแล้ว



“ขอโทษนะ พี่นั่งด้วยได้ไหม” เดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ คนที่ก็หันกลับมามอง



“พี่มาร์ช” เสียงอ้อแอ้ที่ดังออกมาจากปากคนเมา แต่ก็ยังจำกันได้ทำให้ผมหลุดยิ้มออกมา



“ดีใจที่มินจำกันได้” พยักหน้าบอกพนักงานให้เอาเครื่องดื่มมาให้แก้วนึง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างเนียนๆ



“จำได้ดิ ลีลาพี่มาร์ชดีฉิบหาย ผมจะลืมลงได้ไงก่อน”



“แล้วถ้าลืมไม่ลง คืนนี้มาเพิ่มความทรงจำด้วยกันอีกรอบดีไหมครับ” ก้มหน้าลงไปกระซิบข้างหู ในตอนนั้นที่สายตาก็เหลือบไปเห็นคนคุ้นหน้าที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงลงมาจากชั้นบน ตามมาด้วยร่างเล็กๆ ของแฟนเก่ามันที่วิ่งตามมันไปที่ฝั่งซ้ายของร้าน ที่จะเป็นทางออกไปนอกร้าน



“จะไปหรอ ได้ดิ แต่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนน้า” น้องมินเด็กคนละมหาลัยที่เคยดีลกันได้จากแอปนัดเยแล้วดันคลิก ลีลาดีน่ารักพูดน้อย มาเจอกันครั้งนี้ไม่ไปต่อก็โง่สิวะ ... เค้าเดินโซซัดโซเซไปเข้าห้องน้ำที่ฝั่งขวาของร้าน ผมยิ้มมองตาม ก่อนที่สายตาจะหันกลับไปมองทางฝั่งซ้ายอย่างอดไม่ได้ คนสองคนที่ยืนเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ได้ยินชื่อของไอ้สมุทรหลุดออกมาจากปากของพี่อัยย์อีกครั้งอย่างจับใจความไม่ได้จนต้องขมวดคิ้ว



อะไร



อดไม่ได้จนสุดท้ายก็ลุกตามออกไป คิดว่าเดี๋ยวขอไปเสือกสักครั้งแล้วค่อยมารับน้องมินก็ได้ ... ผมเลือกการเสือกเป็นอย่างแรก เดินตามออกไปที่ด้านนอกร้าน ที่ประจำสุดฮิตของสิงลมควัน หรือแม้กระทั่งพวกที่จะต่อยตีก็ชอบมามีเรื่องกันแถวนี้ตลอด และก็เป็นอย่างที่คิด ไอ้พี่ยอร์ชกับพี่อัยย์ยังยืนเถียงกันอยู่ตรงนี้



“พอสักทีได้ไหมวะอัยย์!”



“อัยย์ไม่พอ ทำไมอัยย์ต้องพอ”



“ก็เพราะเราเลิกกันไปแล้วไงวะ” ไอ้พี่ยอร์ชพูดออกมาอย่างหัวเสีย คำๆ นี้ผมได้ยินมันพูดมาหลายครั้งแล้ว เอาตรงๆ ถ้าผมเป็นพี่อัยย์คงไม่ทนเซ้าซี้ให้ดูโง่อยู่แบบนี้หรอกเอาจริงๆ



“แต่อัยย์ไม่เลิก ฮึก อัยย์รักยอร์ช!”



“พอเหอะอัยย์ ...ยอร์ชไม่อยากพูดงี้นะ แต่อัยย์เคยรักใครจริงด้วยหรอวะ”



“ยอร์ช! ก็อัยย์รักยอร์ช!”



“ถ้าอัยย์รักยอร์ช เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้หรอกว่ะ เราเลิกกันไปตั้งนานแล้วนะเว้ย ยอร์ชบอกกับอัยย์ตั้งแต่ที่เราไปกันไม่ได้ว่าจบกันนะ แต่อัยย์ก็ไม่ฟัง อัยย์เอายอร์ชไปพูดว่านอกใจ ทั้งๆ ที่เราเลิกกันแล้ว ยอร์ชยังไม่เคยด่าอัยย์สักคำเลยนะเว้ย!”



หื้ม ความรู้ใหม่ที่ได้จากการเสือกของกู



“ก็อัยย์ไม่เลิกอ่ะ อัยย์มีแค่ยอร์ชอ่ะ มีแค่ยอร์ชคนเดียวที่เป็นของอัยย์ ยอร์ชก็รู้นี่ ฮึก” พี่อัยย์พุ่งเข้าไปกอดตัวของไอ้พี่ยอร์ชไว้แน่นๆ แต่มันก็ดึงคนที่เกาะมันไว้ออกอยู่ดี สายตาท่าทางที่มันมอง บอกได้ชัดว่ามันไม่ไหวและไม่แคร์กับคนตรงหน้านี้อีกแล้ว ผมว่าใครมองมาก็รู้ดี มีแค่คนเดียวในตอนนี้ที่ยังไม่รู้ก็คงจะเป็นพี่อัยย์



“อัยย์ไม่ได้มียอร์ชคนเดียวเว้ย อัยย์มีไอ้พระจันทร์”



“แต่อัยย์ไม่ได้รักพระจันทร์!”



“ถ้าไม่ได้รักมันแล้วดึงมันไว้กับตัวทำไมอ่ะ ตอนที่คบกันกับเรา เวลาทะเลาะกันก็วิ่งไปหามันไม่ใช่หรอ ทั้งๆ ที่ก็รู้ดีนี่ว่ามันคิดกับอัยย์ยังไง ลดบ้างได้ไหมนิสัยเห็นแก่ตัวของเธออ่ะ”



“ก็พระจันทร์เต็มใจ ฮึก...”



“อัยย์เคยเป็นคนน่ารักกว่านี้นะรู้ตัวป่ะ” ไอ้พี่ยอร์ชจ้องหน้าแฟนเก่าของมัน สายตาเหนื่อยล้าและอ่อนใจกำลังมองจ้องไปในตาสวยที่น้ำตาไหลจนตาแดง



“เพราะเราไม่น่ารัก ยอร์ชเลยอยากเลิกหรอ อัยย์ต้องทำยังไง ต้องทำยังไงถึงจะเป็นคนน่ารักคนนั้น”



“ไม่ใช่เพราะอัยย์ไม่น่ารักเราเลยเลิก แต่เป็นเพราะว่าเราฝืนคบกันต่อไปไม่ได้แล้วต่างหาก”



“ไม่จริง!” ผมถึงกับกรอกตาตอนที่ได้ยินเค้าเถียงออกมาแบบนั้น ต้องยอมรับว่าพี่ยอร์ชมันก็เก่งที่คุยกับกำแพงมาได้นานขนาดนี้นะ



“จริง ... จุดเริ่มต้นของเรามันผิดพลาด ต่อให้พยายามมากแค่ไหนมันก็ไม่มีเส้นชัยหรอก”



“มันไม่ได้ผิดพลาด! มันก็แค่เมา แต่พวกเรายังรู้เรื่อง ถ้าจะโทษใครผิด ยอร์ชโทษอัยย์ก็ได้ อัยย์ผิด อัยย์ตั้งใจให้เกิดเรื่องคืนนั้นเอง”



“อืม อัยย์ทำ แต่เราก็วิ่งลงไปเล่นกับอัยย์ด้วย แล้วสุดท้ายเราต้องเสียเพื่อน ไอ้จันทร์มันเป็นเพื่อนเรา แต่เราก็เลือกหักหลังมันเพื่อเลือกเธอ แต่มันต้องพอแล้วว่ะอัยย์ ไม่ใช่เราไม่พยายาม แต่เรารักกันไม่ได้ แค่ความผิดพลาดคืนนั้น ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากรับผิดชอบป่ะ แต่พอคบกันแล้วมันไปไม่รอด จะให้ทำยังไง”



“ไม่ต้องทำยังไงหรอก ทำใจเหอะ” ผมก้าวเท้าออกไป แสงไฟจากไฟส่องลานจอดรถสาดใส่เต็มหน้า ไม่รู้เพราะอะไรถึงก้าวเดินออกไปแบบนั้น อาจเพราะรำคาญล่ะมั้งถึงยอมเดินออกมาตรงนี้



“ไอ้มาร์ช”



“นี่ใครอีก มายุ่งไรด้วย” พี่อัยย์หันมาเห่าใส่ ผมกรอกตาอีกหนึ่งที ... คนเราจะมีความรักน่ะได้ แต่ต้องมีสติด้วย



เห็นแบบนั้นเลยยกแขนคล้องแขนไอ้พี่ยอร์ชที่มองมาทางผมด้วยสีหน้าเหวอๆ



“เมียไอ้เหี้ยพี่ยอร์ช”



“ห๊ะ!”



“นี่มึงเล่นเหี้ยอะไร” เสียงเข้มใกล้ๆ กระซิบลงมาที่ข้างใบหู ผมกัดฟันแล้วตอบกลับมันไปเบาๆ



“หุบปากแล้วตามน้ำ”



“พี่อัยย์พูดถูก ไอ้เหี้ยพี่ยอร์ชมันตอแหล มันไม่ได้ชอบไอ้สมุทรหรอก เพราะคนที่มันคบอยู่ด้วยตอนนี้คือผมจ้า”



“ไม่จริง!”



“ไม่จริงๆๆๆ พูดแต่คำนี้มาทั้งวันไม่เบื่อหรอครับถามจริง พี่รู้ตัวไหมว่าทำตัวได้ไร้ค่าฉิบหาย และขืนยังทำแบบนี้ต่อไป พี่จะไม่เหลือใครในชีวิตเลยนะ”



“แล้วมาเสือกอะไรด้วย ปล้วก็ปล่อยยอร์ชซะ”



“คนที่ต้องปล่อยไอ้เหี้ยพี่ยอร์ชน่ะคือพี่ ปล่อยอดีตไปสักทีเหอะ แต่ถ้าพี่คิดจะมาตบผมแบบไอ้สมุทรล่ะก็ บอกก่อนนะไม่ทนเว้ย กูจะสอยให้ดั้งยุบเลย มาเดะ!” ยกกำปั้นขึ้นขู่แล้วชูไปที่หัวพี่อัยย์ที่หลบวูบลง ดวงตากลมใสสั่นด้วยความตกใจ สายตาที่หันมาหาพี่ยอร์ชอย่างขอความช่วยเหลือ ผมเหลือบไปมองหน้าพี่มันที่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ



“นี่มาร์ชเมียรักยอร์ช อัยย์พอเหอะถ้าไม่อยากหน้าพัง หมัดกับตีนมันหนักนะ เชื่อยอร์ชเหอะ”



เออกูเอง เมียจำลองของไอ้เหี้ยนี่



...


(มีต่อ)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


“ปัดโถ่เอ๊ย ก็บอกแล้วว่าอย่าไปกินอีกๆ” ผมเลือกที่จะบ่นออกมาเป็นครั้งที่สามหลังจากที่พยุงร่างพี่พระจันทร์ที่ตัวหนักชะมัดลงมาจากรถคันหรูของเค้าอย่างทุลักทุเล และใช่...ไอ้น้องสมุทรคนนี้เป็นคนขับรถคันนี้มาเอง จะไม่ขับเองไม่ได้เพราะตั้งแต่ออกจากงานพี่ยอร์ชมา พี่พระจันทร์ก็พาเลี้ยวเข้าร้านเหล้าอีกที่ที่ไม่ไกลจากร้านเดิมมากเท่าไหร่ ไปถึงก็กระดกเอาๆ เมาเหมือนหมา น้องสมุทรห้ามก็ไม่หยุด สุดท้ายคนที่เก็บศพกลับมาก็คือน้องสมุทรคนเดิม ...



กูเองจ้า กูที่ก็มึนหัวในระดับหนึ่งเพราะก็ดื่มมาไม่ต่าง โชคดีที่ไม่เจอด่านตรวจ และโชคดีที่รอดตายกลับมาได้ การดื่มของมึนเมาเป็นอันตรายและก็ผิดกฏหมายที่ไม่ควรทำมากๆ ขอบคุณที่น้องสมุทรขับรถสปอร์ตคันหรูของพี่พระจันทร์มาที่50กิโลเมตรต่อชั่วโมงตลอดทาง โดนบีบแตรด่า กูก็หน้ามึนขับไวเท่าเดิมครับ



“พี่พระจันทร์ เดี๋ยวก็ถึงห้องแล้วครับ” ผมบอกออกไปแบบนั้น พร้อมๆ กับพยายามพยุงร่างของเขาให้เดินมาด้วยกันแบบตรงๆ หันหน้าไปมองคนข้างตัวที่ตอนนี้ทำตาปรือๆ ลอยๆ เหมือนอยากจะหลับตลอดเวลา กลิ่นเหล้าที่ค่อนข้างแรงลอยเตะจมูกจนน้องสมุทรต้องย่นหน้าหนี



“อีกนิดนึง ฮึบ จะถึงแล้วๆ” พูดกับคนข้างๆ ตัวพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดรวบรวมกำลังอีกครั้ง แล้วพยุงพี่พระจันทร์ให้เดินมาจนมาถึงหน้าห้อง เหมือนรู้ว่าถึงปลายทาง เพราะเจ้าของห้องเล่นทิ้งตัวลงไปนั่งอย่างหมดสภาพพิงกำแพงอยู่แบบนี้



“น้องสมุทรขอกุญแจหน่อยครับ กุญแจๆ ห้อง” ย่อตัวลงนั่งให้อยู่ในระยะสายตา พี่พระจันทร์ที่นั่งหลับตาขมวดคิ้วอยู่ก่อนหน้าค่อยๆ ปรือตาขึ้นมามองกัน



“ทำไมวะ”



“ทำไมอะไร ก็จะเข้าห้องไง พี่จะนั่งอยู่แบบนี้ทั้งคืนหรือไงเล่า” เมื่อคุยกับคนเมาไม่รู้เรื่อง เลยตัดสินใจก้มลงไปล้วงที่กระเป๋ากางเกงแทน กางเกงที่ก็ไม่รู้จะฟิตไปไหน ฟิตไปเพื่อใครก่อน



“อ๊ะๆ เจอแล้ว” ร้องออกมาอย่างดีใจพร้อมดึงการ์ดเข้าห้องออกมาได้ในที่สุด ในตอนที่น้องสมุทรกำลังจะลุกขึ้น ความรู้สึกอุ่นๆ จากลมหายใจของใครอีกคนก็มาปะทะแถวๆ ต้นคอ ก่อนจะตามมาด้วยหัวหนักๆ ของพี่พระจันทร์ที่วางซบลงที่ไหล่ของผม



“พี่...”



ไม่มีเสียงพูดอะไรออกมาสักคำ เค้าทำแค่วางหัวลงไปซบไหล่ผมอยู่แบบนั้นพร้อมหายใจแผ่วๆ อย่างคนหมดแรง ผมเองก็ไม่มีคำพูดอะไร ทำได้แค่ยกมือขึ้นกอดแผ่นหลังนั้นไว้ ลูบหลังเค้าเบาๆ อย่างปลอบใจแค่นั้นเอง



“ไม่เป็นไรนะครับ” บนในโลกนี้มีถ้อยคำสวยหรูมากมายที่เอาไว้ปลอบใจผู้คน แต่มันจะมีสักกี่คำที่ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นตามคำปลอบประโลมเหล่านั้นได้จริงๆ



.

.

.

‘ตุบ’



ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ในตอนที่ผลักพี่พระจันทร์ให้ลงไปนอนบนเตียงกว้างของเจ้าตัวได้สักที กว่าจะลากขึ้นบันไดมาได้ เกือบกลิ้งตกบันไดไปด้วยกันตั้งหลายรอบ ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่พระจันทร์กับน้องสมุทรจะตัวต่างกันขนาดนี้



“เฮ้อ กูต้องไปเพิ่มกล้ามแล้ว” บ่นออกมาเบาๆ ในตอนที่ก้มมองแขนเหี่ยวแห้งของตัวเองสลับกับกล้ามแขนที่แผ่หราอยู่กลางเตียงของพี่พระจันทร์



“ก็ต้องยอมรับว่ากูกับเค้าต่างกันเกิน” ถอนหายใจไว้อาลัยให้ความต่างของตัวเองกับเค้าอีกที



“เดี๋ยวน้องสมุทรจะเช็ดหน้าให้นะ จะได้นอนได้สบายๆ” เลือกจะทำลายความเงียบ บอกออกไปแบบนั้น แต่เหมือนอีกคนจะไม่ได้ใส่ใจฟัง พี่พระจันทร์ที่เอาแต่นอนหลับตาอยู่แบบนั้น เรื่องราววันนี้คงกระทบจิตใจของเค้ามากพอดู



น้องสมุทรเข้าใจดี ... ถึงแม้ในวันนี้ตัวผมเองจะต้องตกใจและรู้สึกไม่ดีกับอะไรหลายๆ อย่างก็ตาม



แต่ถึงแบบนั้น น้องสมุทรก็ยังคงเข้าใจความรู้สึกของเขาทั้งหมด กับหนึ่งคนที่เป็นเพื่อน และอีกหนึ่งคนที่ตัวเองหลงรักมาตั้งนาน กลับต้องโดนปฏิเสธซ้ำๆ และถูกทำลายความไว้ใจในเวลาเดียวกัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้าแบกมานานหลายปี มันคงลบหายไปจากความรู้สึกเค้าไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ... น้องสมุทรเข้าใจพี่พระจันทร์ดี เข้าใจในความรู้สึกของเขาทั้งหมด และเพราะว่ามันเป็นแบบนั้น ผมเลยยังเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้



“เฮ้อ...” ถอนหายใจออกมาอีกหนึ่งที พร้อมเอื้อมมือไปลูบแก้มเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ผมเถียงตัวเองในใจไม่ได้อีกต่อไปแล้วว่าเป็นคนสวย เค้าหล่อ รวย ปากร้าย แต่จริงๆ ก็ใจดี คนที่มีพร้อมขนาดนี้ แต่ก็ยังต้องผิดหวังกับความรักงั้นหรอวะ โลกนี้มันใจร้ายกับเราชะมัดเลย



ผมยิ้มออกมาบางๆ แล้วเกลี่ยเส้นผมที่เริ่มจะยาวแล้วของพี่พระจันทร์ออกจากใบหน้า ตัดสินใจจะลุกไปหากะละมังกับน้ำมาเช็ดหน้าเช็ดตาคนขี้เมาสักหน่อย



“ห เหวออ เห้ย!”



“ทำไม”



“ห๊ะ...ไม่ๆ คือทำไม หมายถึงพี่อ่ะดึงตัวผมลงมาทำไม” จากคนนั่งสู่คนนอน น้องสมุทรที่ถูกคนที่คิดว่าหลับดึงแขนลงมานอนข้างๆ กัน แถมวงแขนของพี่พระจันทร์ที่ก่อนหน้านี้ผมพึ่งบอกว่ามันต่างจากแขนผมมากๆ นั่นก็เอาแต่กอดกันไว้ไม่ปล่อย ลมหายใจอุ่นๆ กับแผ่นอกของเค้าที่แนบชิดกับแผ่นหลังของผมทำให้อดที่จะนอนตัวเกร็งไม่ได้



“มาส่งกันทำไม”



“ก็ต้องมาสิ ไม่งั้นจะกลับมายังไงเล่า” ไม่เข้าใจว่าถามเพื่อ



“ไม่สนใจก็จบ”



“จะจบได้ยังไง เรื่องของพี่กับผมมันเคยจบซะที่ไหนล่ะ อย่างน้อยๆ ผมเองก็ไม่ยอมจบมันหรอก” บอกออกไปตามความรู้สึกจริงๆ ของผม ทุกวันนี้ที่เราเป็นกันอยู่มันดี อย่างน้อยในความรู้สึกของผมมันก็ยังดี ไม่ว่าจะเป็นการหลอกตัวเอง หรือความหวังเล็กๆ ที่ผมมองเห็นอยู่ก็ตาม เพราะเป็นคนดื้อด้านกับความรู้สึกตัวเองแบบนี้ ผมถึงเลือกที่จะไปต่อ



‘พลึบ’



“อ๊ะ พี่พระจันทร์...” ร้องออกมาอย่างตกใจ ตอนที่ตัวของผมถูกจับพลิกให้นอนหงาย และใครอีกคนที่ก่อนหน้านี้ยังคงนอนซ้อนหลังกอดกันไว้แน่นก็เปลี่ยนมาคล่อมทับกันไว้ทั้งตัว ร่างอุ่นๆ ที่เสียดสีกันจนต้องเผลอกัดริมฝีปาก สายตาคมสวยที่มีขนตาเรียงเส้นสวยจับจ้องมาที่หน้าของผมนิ่งๆ เราสองคนมองสบตากัน ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดกันเพิ่มความรู้สึกมากมาย หัวใจของผมสั่น ร่างกายของกันและกันที่แนบชิดเข้ามาใกล้กัน ใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ จนผมรู้สึกขนลุก ลมหายใจของผมเริ่มติดขัดทันทีที่ท่อนขาหนาๆ ของคนบนตัวแทรกเข้ามาระหว่างขาสองข้างของผม



“พ...พี่พระจันทร์ พี่จะทำ” ...จะทำอะไร... คำถามนี้ที่ตั้งใจจะถามออกไป แต่ถูกริดรอนคำพูดนั้นด้วยรูปปากของพี่พระจันทร์ที่กำลังบดเบียดริมฝีปากของตัวเองแนบลง ดูดดุนขบเม้มริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบาแต่กลับทำให้รู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว ในตอนที่ทำอะไรไม่ถูกคนตรงหน้าก็ผละออก สายตาวูบไหวเหม่อลอยแต่เร่าร้อนนั่นกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาดึงแว่นตาของผมออกไปจากใบหน้า



"พ...พี่พระจันทร์ ผม อื้ม" เป็นอีกครั้งที่ไม่ทันได้เอ่ยจบประโยคดีก็ถูกริมฝีปากแนบลงมาประกบตามเดิม ผมเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกใจแต่กลับไม่ขัดขืน ภาพตรงหน้ามองเห็นโดยรอบอย่างพร่าเบลอ แต่สุดท้ายก็หลับตาลงในตอนที่คนบนตัวใช้ลิ้นดันริมฝีปากของผมให้เปิดออก ฝ่ามืออุ่นที่ก็ล้วงเข้ามาในเสื้อของผมสูงขึ้นมาเรื่อยๆ เสียงลมหายใจและเสียงครางในคอ พร้อมๆ กับส่วนกลางที่ถูกเบียดกันเริ่มแข็งขึ้นทีละนิด ฝ่ามืออุ่นที่หยุดลงที่หัวนมของผมและบีบเค้นดึงและนวดอยู่แบบนั้น พร้อมๆ กับมืออีกข้างที่ล้วงเข้าไปในกางเกงของผม...



สมองเต้นตุบๆ เหมือนกำลังร้องเตือนให้ตัวผมอย่าพึ่งเร่งรีบที่จะก้าวไปในความสัมพันธ์นี้ แต่หัวใจมันกลับเต้นถี่ๆ เหมือนเป็นการบอกกันว่า จะรอช้าอยู่ทำไมล่ะสมุทร ถ้ามึงมีโอกาสได้รักแล้ว ถึงสุดท้ายจะต้องเสียใจ มันก็ยังดีกว่าที่ครั้งนึง มึงไม่เคยรู้สึกอะไรเลยไม่ใช่หรือไง



ผมหลับตาลงช้าๆ อย่างยอมจำนน เอาแต่ใจกับความรู้สึกตัวเองเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ริมฝีปากของเราที่กำลังแลกจูบดูดดื่มให้กันและกันอย่างร้อนแรง จูบของพี่พระจันทร์ที่ดูดดึงปลายลิ้นของผมให้ต้องเคลิ้มฝัน ราวกับโดนยาสั่งให้ต้องเคลิ้มตาม ได้แต่พยายามจิกปลายนิ้วลงกับผ้าปูเพื่อระบายความรู้สึกที่เสียวซ่านนั่นอย่างไม่มีทางออก ฝ่ามือหนาที่เลื่อนมากระชากกางเกงของผมออก ใบหน้าได้รูปที่ไม่ต่างจากรูปปั่นแกะสลักราคาแพงที่ตอนนี้ทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ต้องยอมรับออกมาทั้งใจอย่างเถียงไม่ได้อีกแล้วว่าพี่พระจันทร์หล่อมากจริงๆ นึกไปถึงการกระทำต่างๆ ของตัวเองที่มั่นใจมาตลอดว่าวันนึงจะเป็นผัวให้เค้าได้ ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนกันสมุทร ...



ใบหน้าเรียวรูปไข่ จมูกคมโด่งเป็นสัน คิ้วคมเข้มเรียงตัวได้รูป ดวงตาคมสวยที่จ้องมองมา ริมฝีปากอุ่นๆ ที่ไล้ขบเม้มไปทั่วร่างกายของผม กล้ามที่แข็งเป็นมัดลากทำรูปเป็นตัววีลงไปจนถึงส่วนกลางกายที่มีไรขนอ่อนเรียงอย่างเป็นระเบียบ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้เหมือนเป็นโดนค้อนยางที่ฟาดลงกลางกะหม่อนของผมให้รู้สึกตื่น ในตอนที่จมูกคมๆ นั่นเลื่อนผ่านไปตามขาอ่อนด้านใน มันไม่ต่างกับใบมีดคมๆ ที่กรีดไปตามร่างกายของผมให้ร้อนผ่าว ลมหายใจร้อนๆ ที่กำลังรินรดอยู่ที่ส่วนกลางของผม รู้สึกมากขึ้นจนต้องเม้มฝีปากเข้าหากันแน่นๆ อยู่แบบนั้น รับรู้ได้ถึงส่วนกลางกายของตัวเองที่เริ่มมีน้ำปริ่มอยู่ที่ส่วนปลายอย่างน่าอายจนต้องยกมือปิดหน้า



รู้สึกตัวว่าคนบนตัวละตัวออกมาถอดเสื้อและกางเกง เสื้อของผมเองก็ถูกเค้าถอดออกอย่างไม่รอช้า เป็นการกระทำที่ไม่ได้อ่อนโยน แต่ก็ไม่ได้รุนแรง เรียกได้ว่าเร่งรีบตามความรู้สึกของคนใจร้อน ฝ่ามือหนาที่เลื่อนมาลูบเคล้นตรงส่วนกลาง ฝ่ามือทั้งสองข้างต้องละออกมาจากหน้ามาจับที่เส้นผมหนาเพื่อระบายความรู้สึกผ่านมือคู่นี้ นิ้วเรียวยาวที่ลากผ่านร่องก้นไปที่ช่องทางด้านหลังก่อนจะแทรกนิ้วเข้าไปช้าๆ รับรู้ได้ว่าช่องทางด้านหลังนั้นกำลังเต้นตุบๆ ในทุกครั้งที่อีกฝ่ายขยับนิ้วชักเข้าออก หรือเพิ่มนิ้วเข้ามาควงกระแทกจุดกระทั้นใส่กันอย่างจงใจ



"อื้ออ"



"หึ" เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่ผมไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร สงสัยจนต้องปรือตามามองหน้าคนที่กำลังใช้ปากฉีกซองถุงยางสีเงิน ท่าทางที่ต้องยอมรับว่าเซ็กซี่จนละสายตาไปไม่ได้ กับท่อนกลางกายที่พอเห็นขนาดแล้วอยากจะตะโกนว่า ‘พี่พระจันทร์ใหญ่มาก!’



เศษซากซองถุงยางถูกโยนทิ้งส่งๆ ปลิวมาตกใกล้ๆ ตัว พอหันหน้าไปมองก็เห็นยี่ห้อที่คุ้นตา แบรนด์หรูหราที่มีชื่อว่าชาแนล ... เป็นการโดนเยครั้งแรกที่แพงมาก ละสายตาออกมาจากเปลือกซองนั่นและมองกลับมาที่คนบนตัว



"อื้ออ" ผมครางออกมาแบบนั้นในตอนที่ช่องทางด้านหลังเริ่มตอดรัดส่วนที่กลางใหญ่ที่กำลังแทรกเข้ามาในตัวผมช้าๆ รัดแน่นจนเหงื่อชื้นไปตามกรอบหน้า เกร็งไปทั้งตัวกับความรู้สึกที่ไม่คุ้นชิน ทั้งเจ็บและจุกจนขาสั่น ริมฝีปากอุ่นที่กดจูบลงมาเบาๆ ที่ขมับของผม จูบไล้ไปตามกรอบหน้าช้าๆ อย่างกำลังช่วยให้ผมผ่อนคลาย ขอบตาของผมร้อนผ่าว รู้สึกได้ว่ามีน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เราไม่เคยใกล้ชิดกันมากขนาดนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นตอนม.ปลายในวันนั้น หรือเป็นหลังจากนั้นที่ผมตามจีบเค้า ก็ไม่เคยใกล้ชิดกันขนาดนี้ ใกล้ชิดขนาดที่ว่า สามารถพูดออกมาได้ว่าผมเป็นของเค้าแล้ว



เสียงเนื้อกระแทกกันดังคลอไปพร้อมเสียงครางดังไปทั่วห้องนี้ เหงื่อที่รินไหลออกมาของกันและกัน แต่เรากลับรับรู้ได้แค่ริมฝีปากที่เชื่อมต่อและส่วนกลางที่เด้งเข้าหากันอย่างไม่ผ่อนแรง แกนกลางที่กระแทกเข้ามาจนจมมิดด้ามทุกครั้งกระแทกตรงจุดกระสันในร่างของผมอย่างชำนาน ไม่ต่างจากส่วนหลังของผมเองที่ก็ตอดรัดในทุกครั้งเป็นอย่างดี



“อ๊ะ อ้า พ..พี่พระจันทร์” สะโพกแกร่งที่ขยับเด้งตัวเข้ามาแบบไม่ผ่อนแรง แรงโยกรุนแรงจนตัวผมขยับ เอื้อมมือขึ้นไปยันหัวเตียงเอาไว้แน่นๆ พร้อมๆ กับขาที่ก็อ้าออกกว้างในคนบนร่างกระแทกกายเข้าใส่กันได้อย่างเต็มที่ ใบหน้าหล่อที่ซุกซบ ขบเม้มไปตามลำคอของผมตรงนั้นและขบเม้มใบหูแผ่วๆ แตกต่างไปจากสะโพกแกร่งที่ยังคงขยับรุนแรงเป็นจังหวะ



“ทำไมวะ อึก...”



“พ ...พี่พระจันทร์ อ๊ะๆ”



ทำไมว่ะ ทำไมถึงไม่เป็นกูว่ะ ทำไมถึงเป็นจันทร์ไม่ได้วะ อึก อ้า...” มือที่เอื้อมเข้ามากอดตัวผมแน่นๆ รู้สึกจุกที่ใจอย่างแปลกประหลาด คำพูดของเราที่เปร่งออกมาสวนไปกันคนละทาง แตกต่างจากสะโพกที่ยังเด้งตอดรับกันไปในทิศทางเดียว



“อ๊ะ ตรงนั้น อ๊ะ จะ...จะเสร็จ” ผมร้องบอกมาอย่างห้ามไม่อยู่แม้ว่าจะรู้สึกหน่วงๆ ที่หัวใจ แต่ทั้งตัวกลับรู้สึกเสียวซ่าน คนบนร่างที่ยังไม่หยุดกระแทกเข้ามาแถมยังเพิ่มความรุนแรงให้ฝังลงไปในร่างของผมมากขึ้นไปอีก ตอกย้ำซ้ำๆ ว่าตอนนี้ผมเป็นของใคร ใช่ ผมเป็นของเค้า ยิ่งเร็วยิ่งแรงมากขึ้นเท่าไหร่ผมก็ต้องกัดปากพร้อมตอดรัดช่องทางด้านหลังขมิบถี่ๆ บีบตัวรัดแกนกายใหญ่ เร่งจังหวะให้อีกคนเสร็จไปพร้อมกัน



“พ...พี่พระจันทร์ อ๊ะ อ๊า..” ผมครางออกมาเรียกชื่อเขาอีกครั้ง เขาที่ผละใบหน้าขึ้นมามองหน้ากันตรงๆ เป็นครั้งแรก สายตาคมที่วาววับขึ้นมาตอนที่ผมเชิดหน้าครางอย่างเสียวซ่าน



“ส สมุทร...นี่มึง”



“อื้ม ใช่ ผมเอง อ๊ะ อ๊า~...” ตอบออกไปแบบนั้นให้กับดวงหน้าที่มองมาอย่างสับสน สะโพกแกร่งที่ยังคงทำหน้าที่ส่งแกนกายใหญ่สอดใส่เข้ามาถี่ๆ ในช่วงจังหวะอารมณ์สุดท้ายที่เราทั้งคู่ก็ไต่ระดับกันมากขึ้น มากขึ้นไปจนถึงจุดสุดท้ายของปลายยอดที่ปริ่มน้ำและกระตุกตัวปลดปล่อยออกมาในที่สุด



“อึก ซี๊ดดด~” เสียงครางสุขสมจากร่างกายที่ปลดปล่อยออกมาของเค้า และมีเพียงแค่เสียงเสียงลมหายใจถี่ๆ หลังจากจบนี้ เรียวแรงทั้งหมดที่มีก็หมดไป จนอีกฝ่ายต้องล้มทับลงมาบนตัวผม ผมยิ้มออกมาบางๆ แล้วเอื้อมมือขึ้นไปกอดแผ่นหลังกว้างๆ ของคนที่หลับไปแล้วแน่นๆ



ตัวผมในตอนนี้ที่ก็เหมือนกับคนที่ถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลใหญ่ ไม่มีอะไรที่ผมต้องเสียใจ ไม่มีเรื่องอะไรที่ผมคิดผิด ไม่เป็นไรหรอกนะน้องสมุทร ตอนนี้มึงมีความสุขจะตาย ผมหลับตาลงแล้วปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงไปพร้อมๆ กับลมหายใจของเราสองคนที่ดังเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ



#รักอยู่รู้ยัง



------------------------------------------

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
ไอพี่พระจันทร์  :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
บทที่17



        เครื่องปรับอากาศที่ถูกกดลดอุณหภูมิลงมาที่20องศา ทำให้คนที่กำลังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่เริ่มขยับตัว หัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันพร้อมๆ กับเปลือกตาที่เริ่มขยับ แขนยาวที่ปัดไปรอบๆ เตียงอย่างเมื่อยล้า แต่ถึงแบบนั้นร่างกายกลับรู้สึกสบายและผ่อนคลายมากกว่าปกติ สวนทางกับสมองที่รู้สึกมึนและหนักหัวมากเป็นพิเศษ



“อื้ม” เสียงทุ้มเข้มถูกเปร่งออกมาจากในลำคอ พร้อมๆ กับสายตาคมดุที่มีแพรขนตายาวก็เปิดออกช้าๆ บรรยากาศในห้องไม่ได้สว่างสดใสมากนักเพราะผ้าม่านผืนหนายังไม่ถูกเปิดออก เลื่อนสายตาไปมองนาฬิกาดิจิตอลแบบติดผนังที่กำลังเรืองแสงบอกเวลาว่าตอนนี้สิบเอ็ดโมงแล้ว



“ปวดหัวฉิบหาย” เสียงแหบแห้งที่เปร่งออกมา พร้อมๆ กับฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นเสยผมอย่างลวกๆ เอนหลังพิงหัวเตียงเอาไว้ แล้วใช้ดวงตาคมก้มมองสภาพตัวเองที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งตัวเปลือยเปล่าไม่ได้ใส่อะไรไว้สักอย่าง สีหน้านิ่งเฉยเรียบนิ่งกับสิ่งที่เห็น ไม่ได้ตกใจกับสภาพของตัวเองสักนิด ก่อนจะหันไปสำรวจบริเวณโดยรอบห้องต่อ สภาพค่อนข้างยับเยิน เสื้อผ้าที่ไม่ได้ถูกสวมใส่เอาไว้ถูกโยนทิ้งไว้ไกลๆ ตกอยู่ที่พื้นอย่างกระจัดกระจาย ซากถุงยางที่ใช้แล้วก็ถูกมัดไว้ส่งๆ ที่ข้างเตียง ...



อืม ... ไม่ได้ตกใจเท่าไหร่กับสิ่งที่เห็น



“เฮ้อ” ถอนหายใจออกมาแบบนั้น ก่อนสายตาจะไปสะดุดเข้ากับของแปลกปลอมที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของ เอื้อมมือไปหยิบสร้อยข้อมือสีฟ้าที่คุ้นหน้าคุ้นกับตามันดี มันถูกวางไว้ที่ซอกข้างหมอน ดูท่าเจ้าของก็คงจะไม่รู้ตัวว่าสร้อยได้หลุดหายไปจากข้อมือแล้ว



“แม่ง...” สบถออกมาแบบนั้นพร้อมก้าวลงจากที่นอน ก้มลงเก็บบ๊อกเซอร์ที่หล่นอยู่แถวๆ พื้นมาใส่อย่างลวกๆ ก่อนจะเดินตามหาเจ้าของสร้อยที่ตอนนี้ไม่ได้นอนอยู่ข้างกัน ภายในห้องว่างเปล่า มันไม่ได้อยู่ที่นี่หรือแม้แต่ในห้องน้ำชั้นบน เดินลงไปข้างล่าง ไม่ได้ยินเสียงพูดคุยดังมา ได้ยินแค่เสียงช้อนส้อมที่กระทบเข้ากับจาน คิดว่าเป็นมันที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่นั่นด้วยท่าทางตื่นๆ แต่ผิดไปจากที่คิด ที่ตรงนั้นไม่มีมันอยู่ นอกจากใครอีกคนที่มีหน้าตาเหมือนกันนั่งแดกข้าวอยู่อย่างสบายใจ



“ไฮซิส แดกอิ่มไหมคะ”



“แดกเหี้ยไรมึง” ถลึงตาใส่มัน แต่ไอ้อาทิตย์ก็ทำหน้างงๆ ตอบกลับมา เหมือนว่าก่อนหน้านี้ตัวเองไม่ได้พูดจากวนประสาทกันก่อน



“กูหมายถึงมึงนอนแดกบ้านแดกเมืองไง นอนตื่นสายขนาดนี้ คอยดูกูจะฟ้องอาเมล” อ๋อ...หมายถึงเรื่องนี้ แล้วก็ไม่เสือกพูดออกมาให้ชัดๆ กูก็นึกว่าแดก....



“มึงตื่นมานานหรือยัง” เลือกจะทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามมันแล้วเรียบๆ เคียงๆ ถามมันออกไป ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรมากมายให้ดูน่าสงสัยมากนัก ไอ้อาทิตย์เงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าวผัดหมูของมันมามองกันอีกรอบ สายตาสงสัยของมันทำงานทันที



“ทำไม”



“กูถามก็ตอบ ยึกยักทำเหี้ยอะไร!”



“แล้วซิสจันทร์มาเสียงดังใส่น้องทิตย์ทำไมอ่ะ ตกใจนะ” ตกใจปลอม ตกใจตอแหลน่ะสิน้ำหน้าอย่างมัน ผมกรอกตาใส่ไปที



“เออๆ กูตื่นนานแล้ว ตั้งแต่9โมงละ วันนี้กูไม่มีเรียน พอใจในคำตอบไหมไอ้สัด ไม่รู้จะคาดคั้นกูหาอะไร” มันบ่นงึมงำๆ ตามนิสัย พูดมาก



“แล้วมึง...ไม่เจอใคร”



“เจอใครอะไร มึงพาใครมา” หรี่ตามองหน้าผมแบบจับผิด เห็นแบบนั้นเลยลุกขึ้นเดินหนีมันไปชงกาแฟแทน



“อิซิส ไม่ตอบน้องชายที่น่ารักแบบกูด้วย กูว่ามึงแปลกๆ อ่ะซิสจันทร์”



“แปลกเหี้ยไร หน้าตากูหล่อเหมือนทุกวันอยู่แล้ว” ยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม เลี่ยงที่จะตอบคำถามของมัน



“ถุย มั่นหน้ามั่นกระโปกนะมึงอ่ะ ... ว่าแต่”



“อะไร”



“มึงไม่เป็นไรนะ”



“แล้วกูต้องเป็นอะไร” มองมันอย่างไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไร ไอ้อาทิตย์ถอนหายใจเฮือกนึงพร้อมกรอกตาใส่กัน ก่อนที่มันจะเปิดปากพูดต่อ



“เรื่องเมื่อคืนน่ะ เรื่องอัยย์ มึงไม่เป็นไรแน่หรอวะ” มันมองจ้องลึกเข้ามาที่ตาของผม มองตอบกลับไป ไม่อยากโกหกมันในเรื่องนี้ และถึงเลือกจะโกหก ไอ้อาทิตย์ก็คงไม่เชื่ออยู่ดี เค้าว่ากันว่า ฝาแฝดมักจะรับรู้ความรู้สึกของกันและกันได้ดีโดยที่ไม่ต้องบอกกล่าว



“ถ้าบอกว่าไม่เป็นมึงจะเชื่อไหม”



“ว๊าย ตอแหลไม่เก่งก็ยังพยายามอ่ะค่ะซิส” จีบปากจีบคอ พร้อมเอาส้อมยื่นมาชี้หน้ากัน กวนตีนฉิบหาย



“สัด”



“ก็คือมึงไม่โอว่างั้นเถอะ”



“ก็ไม่ถึงกับแบบนั้น”



วางแก้วกาแฟลงตามเดิมแล้วตอบออกไปตามความรู้สึก จะบอกว่าโอเคทั้งหมดกับเรื่องของอัยย์มันก็ไม่ใช่ แต่เรื่องของอัยย์กับผมมันก็เป็นแบบนี้มาหลายปี ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอกับความรู้สึกแย่ๆ แบบนี้จากเค้า เรียกได้ว่าเป็นความเจ็บที่รู้สึกแย่ แต่ก็คุ้นชินกับมันเหมือนแผลเก่าที่เป็นเพื่อนสนิท แถมในตอนนี้ ผมมีเรื่องที่ไม่โอเคมากกว่าเรื่องของอัยย์แล้ว กับใครอีกคนที่เมื่อคืนผมมีอะไรด้วย ไม่ได้ตกใจกับเรื่องที่เผลอมีอะไรกับใคร แต่เรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกผิดมากกว่า ที่คนที่มีอะไรด้วยกันเมื่อคืนนี้คือไอ้สมุทร เจ้าของกำไลข้อมือเส้นนี้ที่ผมเอามาใส่ไว้ที่ข้อมือ



“แล้วเป็นเหี้ยอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้นวะ สีหน้าเครียดจัดเลยนะสัดซิส”



“ไอ้อาทิตย์” เรียกชื่อมันด้วยเสียงที่จริงจัง มันที่ก็เงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าวมามองกันด้วยรอยยิ้มสดใสที่ดูยังไงก็กวนตีนเหมือนเดิม



“จ๋าซิส...ทำไมต้องทำหน้าจริงจังแบบนั้นวะ สรุปมึงมีไร”



“กูว่ากูรู้สึกผิด”



“กับอัยย์?” มันเลิกคิ้วพร้อมทำหน้าเหมือนอยากจะด่าออกมา แต่ผมไม่สนใจนอกจากส่ายหน้าส่งไปให้มันนิด



“เปล่า”



“แล้วกับใคร”



“กับสมุทร”



คนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันในตอนนี้ เด็กคนนั้นที่มันชอบกันมาตั้งหลายปี เจอหน้าแต่ละทีก็มาตามจีบด้วยวิธีตื๊อจนน่ารำคาญ พร้อมปฏิญาณที่บอกว่าอยากจะเป็นผัวผมให้ได้ แต่สุดท้ายเมื่อคืนนี้ นอกจากจะไม่ได้เป็นผัว ผมเองก็มั่นใจว่า ผมเองก็คงจะเป็นผัวที่ไม่ได้น่ารักกับมันเท่าไหร่ เพราะจริงๆ ก็ทั้งมึนทั้งเบลอโดยเผลอลืมไปช่วงนึงด้วยซ้ำว่าคนที่ตอดรัดแกนกลางลำตัวกันจนเสียวไปหมดคือมัน ... มันที่อยู่ด้วยกันมาตลอด แต่ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้เคยไม่อยากให้มันอยู่ แต่ตอนนี้พอมันไม่อยู่ ผมกลับไม่อยากให้มันหายไป







เสียงดังจอแจรอบๆ ห้องเรียนไม่ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมาจากกระเป๋าตัวเองที่เอาวางไว้แทนหมอนหนุนได้เลย ตามันหนัก และรู้สึกเหนื่อยเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวมากๆ ยิ่งกว่าไปออกกำลังกายมา อาการเหนื่อยล้าที่อยากทำให้ตาปิดนี่ ต่อให้เสียงดังกว่านี้ น้องสมุทรก็หลับได้ ... ถ้าไม่ติดว่าวันนี้มีควิซ น้องสมุทรจะไม่ยอมมาเรียนจริงๆ ด้วย!



“ประทานโทษนะน้องหมุด มึงไปอดหลับอดนอนมาจากไหนไม่ทราบไอ้สัด เลิกเรียนแล้ว ลุกไอ้เหี้ย กลับไปนอนบ้านมึง”  ไอ้จิมที่เอาปากกายื่นมาเขี่ยๆ กันเหมือนเวลาเจอขี้ลอยแล้วใช้ไม้เขี่ยยังไงยังงั้น



“เปล่า” เลือกที่จะปฏิเสธออกไป ทั้งๆ ที่เสียงก็แหบแห้งลงอย่างเห็นได้ชัด แม่งเอ๊ย เมื่อคืนทำไมกูต้องใช้เสียงขนาดนั้นก็ไม่รู้ ... เมื่อก่อนก็เคยสงสัยว่าทำไมนางเอกหนังโป๊ต้องครางเสียงดังน่ารำคาญขนาดนั้น จนได้เจอกับตัวเอง

ความรู้สึกที่เหมือนว่าตอนนี้ยังมีแกนกายใหญ่ของใครเสียบคาเอาไว้ที่ช่องทางด้านหลังยังไม่จางหายไปไหนเลยด้วยซ้ำ



“ถ้าเปล่าสภาพมึงไม่โทรมแบบนี้หรอก ทำไมวะ กับพี่พระจันทร์หนักหรอ” ผมสะดุ้งสุดตัวตอนได้ยินแบบนั้น เงยหน้าขึ้นมามองหน้าไอ้จิมแบบตื่นๆ เลื่อนสายตาที่กำลังมองมาของไอ้มาร์ชอย่างตกใจ ไอ้เฮงขมวดคิ้วอย่างสงสัย



ไม่นะไอ้เหี้ย น้องสมุทรทำให้เพื่อนรู้ได้ไงว่าเมื่อคืนโดนเย!



“ทำไมมึงทำหน้าแบบนั้นวะ” ไอ้เฮงเลิกคิ้วถาม



“เปล่า หนักเหี้ยไรกับพี่พระจันทร์ ลามกไอ้สัด! กูเปล่าทำอะไรกัน ไม่ได้เยกันเลยนะเว้ย! พอกูพาพี่พระจันทร์ส่งบ้านกูก็วิ่งตัวปลิวออกมาเลย จริ๊ง!!”



บอกออกไปพร้อมยกมือโบกไปโบกมาแบบปฏิเสธเต็มที่ แต่เป็นไอ้มาร์ชที่ขมวดคิ้วมากขึ้นกว่าเดิม น้องสมุทรเผลอถลืนน้ำลายลงคอเลยในจังหวะนั้น



“มึงปิดบังอะไรอยู่ป่ะวะ”



“เปล่าเลยเว้ยพ่อมาร์ช มึงเป็นอะไร เป็นลูกอิช่างจังผิด น้องสมุทรไม่โอเคเลยนะ” อย่าไอ้สมุทร อย่าทำตาล่อกแล่กสิวะ นิ่งไว้มึง จะให้ใครรู้ไม่ได้นะว่าเมื่อคืนเรามันเป็นคนโดนเสียบ ฮึก ฮึบเอาไว้



“หรอ”



“เออสิจ๊ะ ว่าแต่นี่เลิกเรียนแล้วใช่ป่ะวะ กูอยากกลับบ้าน กูง่วงมาก” บอกพวกมันทั้งสามคนแบบนั้นแล้วรวบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไว้ ไม่ต้องเก็บของอะไรเท่าไหร่เพราะแทบจะไม่ได้เอาอะไรออกมาจากกระเป๋า วันนี้กูมานอนล้วนๆ ไม่มีเรียนผสม



‘ครืดๆ’



รับรู้ได้ถึงความสั่นของโทรศัพท์มือถือเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวันนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครโทรมา เพราะตั้งแต่ตอนเที่ยงก็เอาแต่กระหน่ำโทรหากันไม่หยุดเหมือนมีใครตาย แต่ขอโทษเถอะ วันนี้ยังไม่พร้อมจะเจอกันนี่หว่า

ตั้งแต่เมื่อเช้าที่ผมตื่นมาในห้องของพี่พระจันทร์ แล้วอีกคนก็กอดเอวกันไว้ทั้งๆที่เปลือยเปล่า พอเห็นแบบนั้นแล้วผมก็เกิดความคิดที่ว่า มันคงจะดีกว่าถ้าเค้าไม่รู้ว่าคนที่อยู่กับเค้าทั้งคืนคือผม เพราะแบบนั้นเลยตัดสินใจหนีออกมา



“ไอ้น้องหมุด”



“อะ อะไร!” สะดุ้งตกใจตอนที่ยืนเหม่อเผลอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืน ไอ้เฮงก็เรียกกันซะดัง



“มึงจะไม่รับหน่อยหรอโทรศัพท์มึงน่ะ”



“ไม่รับอ่ะ กูว่าแม่งเป็นแก๊งค์คลอเซ็นเตอร์แหล่ะ ชอบหลอกให้โอนเงินงี้ โทรมาหากูถามหรือยังว่ากูมีโอนไปให้ไหม โถ่ๆ ความโง่กูน่ะมี แต่เงินไม่มีหรอกจ้า”



“สัด ภัยสังคม”



“พวกมันใช่มะ”



“มึงนี่แหล่ะ เสียเวลาโจรเค้า” อยากจะด่าไอ้จิมว่าสัด แต่ไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวจะดูไม่สุภาพ ผมเดินนำพวกมันออกจากห้องมาก่อนใคร ไม่อยู่แล้ว น้องสมุทรง่วงมากๆ อยากจะนอน



‘เพี้ยะ!’



“โอ๊ย!” ตะโกนออกมาเสียงดัง เกร็งตัวทันทีแบบเรียกได้ว่าขาก็ก้าวไม่ออก น้ำตาซึมอยู่ที่ขอบตาทันทีที่ฝ่ามือฟาดลงมาที่ก้น หันหน้าไปมองไอ้คนที่ทำกันได้ลง ไอ้เฮงเลิกคิ้วมองกัน สายตาของมันที่จ้องผมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า กลั้นหายใจเลยในตอนนั้น อยากจะอ้าปากพูดปฏิเสธออกไป แต่ถึงแบบนั้นกลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ เจ็บจนขาสั่น ร้าวไปทั้งตัวเลยไอ้เหยดแหม่!



“มึงไปตีตูดไอ้สมุทรมันทำไมวะไอ้เหี้ยเฮง” ไอ้จิมมองมาอย่างงงๆ ผมที่เม้มปากแน่นมองหน้ามันน้ำตาคลอ มันยกยิ้มนิดๆ สายตาที่ทำเหมือนกับว่าแสกนตัวผมไปทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำเอาต้องหลบตา



“ลูกมึงมันควรโดนทำโทษว่ะไอ้มาร์ช” ไอ้เฮงพูดออกมาแล้วยกยิ้มมุมปากก่อนจะหันไปบอกไอ้มาร์ชที่ขมวดคิ้วมองมาที่ผมไม่หยุด มองเห็นมันสองคนมองสบตากันโดยไม่พูดอะไร เหลือแค่ไอ้โง่จิมที่ทำหน้าเหลอหลาอยู่ตอนนี้คนเดียว กับอีกหนึ่งที่ยืนขาสั่นน้ำตาคลออยู่ตอนนี้ ใช่ กูเองจ้า น้องสมุทรเองไอ้พวกเหี้ย



“สัด” ด่ามันออกไปตอนที่เค้นเสียงด่าได้แล้ว ไอ้เฮงที่แค่หัวเราะเบาๆ ในลำคอออกมาทีนึง ก่อนที่หน้าหล่อๆ ของมันจะเลื่อนเข้ามาใกล้ และกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของผม



“กูว่าแล้วเชียว เด็กตั้งใจเรียนแบบมึงจะง่วงนอนอะไรนัก ที่แท้ก็....”



“หุบปากไปเลยไอ้เหี้ย” หันไปด่ามันแบบนั้น ไอ้เฮงก็ผละหน้าออก มันที่ยกยิ้มมุมปาก และดูมีความสุขกับความทุกข์ของกูเหลือเกิน ไอ้คนสกปรกที่เฮงซวยสมฉายา แต่ถึงแบบนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันร้าย ทั้งไอ้เฮงไอ้มาร์ชเลย ไอ้พวกผ่านศึกบนเตียงมาอย่างโชกโชนน่ะ



“เดินดีๆ หน่อยครับน้องสมุทร เอาฮึบ อีกก้าวๆ”



“เลิกกวนตีนมันเถอะไอ้เหี้ยเฮง” ไอ้มาร์ชเดินเข้ามาเตะมันไปที ก่อนจะเดินมาโอบเอวผม ขนลุกซู่ซ่าพร้อมสะดุ้งสุดตัว



“มึง...มึง ประคองกูทำไมวะ”



“หุบปากเหอะ ขามึงสั่นขนาดนี้ ดูไม่ออกก็โง่ละ”



“ดูออกไรวะ” ไอ้จิมเสนอหน้าเข้ามาแบบไม่มีใครร้องขอ แต่ยังโง่เหมือนเดิม ไอ้เฮงเห็นแบบนั้นเลยเป็นมันแทนที่มากอดคอแล้วลากเพื่อนรักของมันให้เดินนำไปแบบไม่ต้องให้เสือก



“ไอ้สมุทร” ไอ้มาร์ชเรียกผมเสียงเข้มจนสะดุ้งอีกที วันนี้กูก็ขวัญอ่อนง่ายเหลือเกิน ช้อนตาเงยหน้ามองมันที่ก้มหน้าลงมามองกันอยู่ก่อนแล้ว



“อย่าด่ากู”



“กูไม่ด่า ... แต่ทั้งหมดนี่มึงโอเคหรือเปล่า” มันถามออกมาแบบนั้น จ้องหน้ากันแบบเป็นห่วง ไอ้มาร์ชก็เป็นแบบนี้ทุกที คนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ผมยิ้มออกมานิดๆ



“กูโอเคสิวะ ไม่มีอะไรที่ไม่โอเค อีกอย่าง...เค้าไม่ได้บังคับกู” อืม มีแต่กูนี่แหล่ะที่ตั้งใจเดินเข้าไปเอง



“ถ้าแบบนั้นก็ดี กูไม่อยากเห็นมึงเสียใจ”



“กูไม่เสียใจกับสิ่งที่ตัดสินใจไปหรอกมึง” แม้ว่าสิ่งนั้นที่ตัดสินใจไป อีกฝ่ายเค้าจะไม่รู้ด้วยก็ตามเถอะ แต่ถึงแบบนั้น ผมก็ยังอยากจะเป็นคนที่คอยช่วยปลอบใจเค้าได้ ในวันที่เค้ารู้สึกแย่อยู่ดี



“อืม งั้นก็ดี” ผมพยักหน้ารับคำของมัน ก่อนที่ไอ้มาร์ชจะใช้นิ้วชี้ยื่นไปทางด้านหน้าให้ต้องมองตาม ก่อนที่มันจะเปิดปากพูดออกมาต่อว่า



“เพราะคนที่ทำให้มึงรู้สึกดีจนต้องเดินขาถ่าง ยืนหน้าถมึงทึงอยู่นู่นแล้ว”



“อ๋อจ้า...ห๊ะ อะไรนะไอ้สัด!” เบิกตากว้างๆ ตอนที่พึ่งเข้าใจว่ามันพูดถึงเรื่องอะไร แต่เหมือนจะไม่ทันแล้ว เมื่อพี่พระจันทร์ที่อยู่ในชุดไปรเวทย์ธรรมดาแบบที่เรียกได้ว่าแค่เสื้อยืดทับกับกางเกงยีนส์ก็ทำเอาสาวเหลียวมองกันทั้งคณะด้วยความแปลกตา แต่หล่อ...เออ มาขนาดนี้แล้วก็ฝืนชมว่าสวยไม่ไหวแล้วไหม หล่อ! มันหล่อเลยแหล่ะ



“งั้นกูขอตัวก่อนนะ ตามสบายพี่”



“เดี๋ยวๆ เดี๋ยวสิวะเพื่อน” ผมที่พยายามคว้าชายเสื้อมันไว้ แต่ก็ไม่ทัน ไอ้มาร์ชหันมาบอกผมแบบนั้น และประโยคถัดไปก็หันไปบอกคนมาใหม่ที่ก้าวมายืนตรงหน้าของผม พี่พระจันทร์ที่พยักหน้ารับคำของไอ้มาร์ชนิดๆ โดยที่ไม่สนใจเพื่อนผมที่เดินจากไปเลยสักนิด สายตาคมนั่นเอาแต่ไล่มองกันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ทำเอาร้อนวูบวาบไปทุกส่วนที่อีกฝ่ายไล่มองกัน ภาพเมื่อคืนอยู่ๆ ก็แว๊บเข้ามาในหัว ความรู้สึกที่เหมือนยังเกิดขึ้นอยู่วนกลับมาอีกแล้ว ท่อนเอ็นแข็งขืนที่สอดเข้ามาทางด้านหลังผ่านรอยจีบที่ค่อยๆ ตอดรัดแกนกายแกร่งเป็นจังหวะตอดตุบๆ ทำเอาผมหน้าแดงขนลุกไปทั้งตัว



“มึงหลบหน้ากู” ประโยคแรกที่เค้าพูดกับผม แต่ผมหลบสายตาไม่ยอมมองกลับ ทำไงดีวะ ตั้งแต่ชอบพี่พระจันทร์มา ไม่เคยมีวันไหนที่รู้สึกไปไม่ถูกขนาดนี้มาก่อน ไม่อยากอยู่คุยด้วยอ่ะ กูอยากกลับบ้าน กูอยากหายตัว หรือว่าน้องสมุทรแกล้งตายดีวะ เอาไง เริ่มเลยดีป่ะ



“สมุทร” เอ่ยเรียกเสียงเข้ม ทำเอาผมสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ ไม่ได้เตรียมตัวมาเจอพี่พระจันทร์เลยนี่หว่า



“บ้าน่า ใครมันจะไปทำแบบนั้นกันอ่ะตัวเธอ” ผมเงยหน้าขึ้นมา ฝืนจ้องหน้าเค้าแล้วฉีกยิ้มกว้างๆ ส่งไปให้ แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่เล่นด้วย กูหุบยิ้มก็ได้จ้า



“หนีกูทำไม”



“เห้ย น้องสมุทรจะหนีพี่พระจันทร์ทำไม บ้าน่า เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าล่ะพี่พระจันทร์อ่ะ” ว่าออกไปแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อ เอาจริงๆ ผมไม่รู้ว่าจะต้องตื่นกลัวเค้าทำไม จริงๆ มันก็เป็นเรื่องแค่คืนเดียว และจริงๆ พี่เค้าไม่น่าจะจำผมได้ด้วยซ้ำ ความทรงจำเมื่อคืนนั้น มันไม่ใช่ผมด้วยซ้ำอ่ะ



“สมุทรกูไม่ตลก”



“น้องสมุทรก็เปล่าตลกจ้า พี่พระจันทร์อ่ะแหล่ะ มาถึงนี่มีเรื่องอะไรหรอครับ”



“แล้วเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่เรื่องที่กูจะต้องมาตามหามึงหรอวะ”



“เรื่องเมื่อคืน ที่พี่เมาอ่ะหรอ เบาๆ จิ๊บๆ สิวๆ น้องสมุทรแบกได้ แบบว่าเป็นผัวที่มาดแมนมากๆ อ่ะ ฮ่าๆ”   ฝืนหัวเราะไปทั้งๆ ที่ไม่ได้ตลก แต่จะให้ทำยังไงวะ ก็คนตรงหน้าเอาแต่ทำหน้ายักษ์จ้องมองกันไม่วางตา พี่พระจันทร์ที่ดูเป็นแบบนี้กับผมน่ะไม่ชินเลย รับมือไม่ถูก และก็ไม่ได้เตรียมใจมารับด้วยโว้ย



“สมุทร”



“อย่าทำเสียงดุจะได้ไหม หัวใจบอบบางไม่อยากได้ยินน้ำเสียงจริงจังหรอกนะ” ผมย่นหน้าใส่แล้วว่าออกไปแบบนั้น สะดุ้งทุกทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อ แม่งเอ๊ย นี่คือลูกผู้ชายที่หมายมั่นเอาไว้ว่าจะเป็นผัวเค้ามาก่อนนะกูน่ะ



“กูจำเรื่องเมื่อคืนได้ มึงเลิกแถว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้แล้ว แล้วไหนบอกว่าอยากได้กูเป็นเมียไง” ผมเบิกตากว้างขึ้นในตอนที่ได้ยินแบบนั้น อ้าปากแล้วก็หุบปากลงอีกครั้งอย่างไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ก็แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้วะ



“ก...ก็.....”



“สมุทร ... ว่าไง”



“ก็อยากได้เป็นเมียไงวะ กูไม่ได้อยากได้พี่พระจันทร์เป็นผัวไหมอ่ะ!” เชี่ย! สถานการณ์กดดันแล้วมันก็ชอบเผลอหลุดเถียงออกไปตามใจคิด ผมช้อนตาเงยหน้าแล้วเบิกตากว้างๆ แล้วยกมือขึ้นปิดปากตัวเองอีกที



“กูเป็นผัวแล้วมันทำไม”



“มันใหญ่มากไงล่ะ เสียบเข้ามาทีนึงถึงไส้ใน ถามมาได้ ปัดโถะ!”



“มึงเจ็บ?”



“มันฟิน!”



“หึ ยอมรับแล้วสินะ”   



เออ ก็มาขนาดนี้แล้วจะเอาอะไรจากกูอีกอ่ะครับ ก็มาบีบมาคั้นให้ต้องพูดกันขนาดนี้ เรื่องราวเมื่อคืนผมก็คิดแบบเดิมมาตลอด มันไม่มีอะไรที่ผมเสียใจ และมันก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ อ่ะว่าเสียวมาก เสียวจนสูดปาก ฟินจนน้ำตาไหล แต่ถึงแบบนั้นจะให้ทำยังไง จะให้เดินยิ้มร่าแล้วทำหน้าเหมือนทุกวันที่เจอกันปกติก็ทำไม่ได้หรอกว่ะ



แต่จริงๆ ก็ไม่คิดว่า พี่พระจันทร์จะถ่อมาหากันถึงที่นี่ด้วย



“กูขอโทษ”



“ครับ?”



“สำหรับเรื่องเมื่อคืน กูขอโทษมึง”



“อ่า พี่ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอก จริงๆ นะ น้องสมุทรไม่เป็นอะไร” ผมเลือกจะบอกออกไปแบบนั้นแล้วส่งยิ้มบางๆ ไปให้ เค้าไม่ควรต้องมารู้สึกผิดอะไรกับผมเลยด้วยซ้ำ เพราะคนที่มีแต่ได้กับได้ก็ผมไม่ใช่หรือไงวะ ครั้งนึงผมได้ใกล้เค้า ได้สัมผัสเค้ามากถึงขนาดนั้น



“ไม่เก็บมาคิดได้ไงวะ กูทำมึงนะ”



“แต่ผมเต็มใจนี่ พี่อย่าใส่ใจเลย”



“สมุทร”



“จริงๆ นะ พี่พระจันทร์ลองคิดตามดิ ผมชอบพี่มาตั้งนานนี่หว่า พยายามดันตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้พี่มากขนาดนั้น ผมที่ได้รับมา ก็ต้องฟินอยู่แล้วหรือเปล่า” ว่าออกมาแบบนั้นแล้วฉีกยิ้มออกมากว้างๆ จ้องหน้าอีกคนบอกให้เค้ารู้ว่าผมไม่เป็นอะไร แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่คลายอารมณ์ลง



“แต่สิ่งที่มึงต้องการจากกู และควรจะได้รับคือความรักจากกูไม่ใช่การมานอนให้กูเอา โดยที่กูไม่รู้ว่ามึงเป็นใครไม่ใช่หรอวะ”



“ผม...” คำพูดชัดเจนที่ผมไม่คิดว่าจะได้ฟัง แต่ถึงแบบนั้นก็ชัดซะจนใจของผมสั่น เหมือนความจริงที่ว่านั่นกระแทกเข้ากลางใจ ผมเม้มปากแน่นๆ ไม่ได้ลืมหรอกว่าเมื่อคืนพี่พระจันทร์ต้องการกอดใคร



“กูขอโทษสมุทร ครั้งแรกของมึงมันไม่ควรเป็นแบบนั้น” สีหน้ามืดครึมของเค้าที่ทำเอาผมใจเสีย ได้แต่เม้มปากแน่นๆ ไม่ได้อยากให้เค้าต้องมาเป็นแบบนี้ เพราะความผิดพลาดแค่คืนเดียวเลยจริงๆ



“ถึงจะแบบนั้น พี่พระจันทร์ก็อย่ารู้สึกผิดเลยครับ”



“ถ้ามึงไม่อยากให้กูรู้สึกผิด ... งั้นมึงกับกู มาทำให้มันถูกกันดิวะ”



“พี่หมายถึง” ช้อนตามองหน้าอีกคนกับคำพูดที่ไม่เข้าใจเลยสักอย่าง อะไรคือสิ่งที่ถูก



“มาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันจริงๆ สักทีเถอะว่ะ ... กูจะทำให้เรื่องของเรามันถูกเอง”



เค้าว่าแบบนั้น จ้องมองสายตาจริงจังนั่นผ่านเลนแว่นอันใหญ่นี้แล้วยิ่งมองเห็นได้ชัด ผมส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้ ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับออกไป และก็ไม่ได้หวังอะไรตอบกลับมาจากเค้าด้วยเช่นกัน ผมรู้ดีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่พระจันทร์กำลังทำให้กัน มันก็แค่การรู้สึกผิดฉากนึง แต่ถึงแบบนั้น น้องสมุทรก็พร้อมที่จะรับมันอย่างเต็มใจ



...



ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ



‘ฟู่วว’



เสียงพ่นพร้อมกับควันบุหรี่สีเทาจางๆ ลอยเอื่อยๆ อยู่กลางอากาศนั่นทำให้ต้องกรอกตา ได้แต่ถามตัวเองว่าทำไมกูต้องมายืนดมกลิ่นนี้ด้วยทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากจะสูบ



“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิวะ” เสียงเข้มของคนที่ยืนเอาหลังพิงกำแพงแล้วพ่นควันออกมาพูดขึ้น นิ้วเรียวแกร่งที่คีบมวนบุหรี่ พร้อมเคาะขี้บุหรี่ลงพื้นนิดๆ ท่วงท่าที่มีสเน่ห์จนทำให้ละสายตาไปไม่ได้ คิดว่าเพราะแบบนี้แฟนเก่ามันถึงติดใจจนทิ้งไปไม่ได้สักที



“ก็แล้วทำไมต้องลากกูมาด้วยวะ”



“ก็แล้วมึงจะให้กูเดินเข้าไปหรอ” มันถามผมแบบนั้น คำถามที่ว่าคงจะหมายถึงที่ว่าจะให้มันเดินเข้าไปหาไอ้สมุทรที่ยืนคุยกับพี่พระจันทร์อยู่กลางตึกคณะน่ะหรอ ปรายตามองหน้าคนถามนิดนึงก่อนจะเบ้หน้าใส่



“ปกติก็เห็นว่าพี่มึงหน้าด้านอยู่นะ”



“ปากมึงนี่แม่ง”



“ดีใช่ไหมล่ะ”



“ไม่รู้ว่ะ กูยังไม่เคยลอง มึงก็มาให้กูลองดิ” ฝ่ามือหนาที่เอื้อมมือมากระชากคอเสื้อของผมให้ลุกขึ้นยืน แล้วเซเข้าไปใกล้ ใบหน้าที่ห่างกันไม่กี่คืบไม่ทำให้ความหล่อของมันลดลง ดวงตาคม คิ้วเรียงตัวสวยเข้ม ใบหน้าเรียวได้รูปรับกับใบหูที่มันเจาะเอาไว้หลายรู พร้อมกับต่างหูห่วงโซ่ที่สอดเกี่ยวกันไปหลายรู สไตล์นิยมแบบวัยรุ่นเกาหลีเท่ๆ ยิ่งเท่หนักตอนที่มันอยู่ในชุดช็อปแบบตอนนี้ ... สงสัยฉิบหายว่าทำไมไอ้สมุทรไม่ชอบมันวะ



“ลองกับตีนกูนี่” ยกเท้าเหยียบลงไปที่เท้ามันแรงๆ จนมันต้องผละออก ร่างสูงๆ ที่กระโดดเหย๋งๆ จับตีนตัวเองไปด้วย เป็นภาพที่น่าขำฉิบหาย และแน่นอนว่ากูต้องซ้ำเติมมันแน่ๆ ด้วยเสียงหัวเราะดังๆ อีกชุดใหญ่



“ฮ่าๆ สมน้ำหน้า ท่าทางเหมือนไอ้หน้าโง่ฉิบหาย ฮ่าๆๆ”



“หยุดขำกูเลยนะไอ้มาร์ช” หันมาเข่นเคี่ยวเคี้ยวฟันใส่ ถลึงตามอง แต่เรื่องไรกูต้องหยุดตามคำมึงเอ่ย



“ฮ่าๆ”



“ได้ มึงไม่หยุดเองนะ”



“เห้ยๆ ทำไรวะไอ้เหี้ยพี่ยอร์ช ฮ่าๆ อย่าๆ โอ๊ยๆ ฮ่าๆ” มันที่คว้าแขนผมไว้เต็มแรง แล้วออกแรงกระชากแล้วดันตัวผมให้ไปติดชิดกับกำแพง แล้วก็ลงมือทำเรื่องเหี้ยๆ กับกูอย่างหน้าด้านๆ ด้วยการใช้นิ้วจักจี้ลงมาที่เอวทั้งสองข้างของผม แล้วคนบ้าจี้แบบกูจะไปเอาอะไรไหวเอ่ย จะหนีก็ไม่ได้ ติดตรงที่ท่อนขาแกร่งของมันสอดเข้ามาที่หว่างขาของผม แล้วลงมือจี้เอวกันไม่เลิก



“อย่าๆ พอๆ ยอมแล้วๆ ฮ่าๆๆๆ”



“เรียกกูพี่ยอร์ชก่อน บอกกูมาว่าน้องมาร์ชยอมแล้ว” กระซิบข้างหูกันเสียงเหี้ยม แต่มือของมันก็ยังทำหน้าที่จักจี้เอวกันได้ไม่หยุด เสื้อนักศึกษาที่ถูกดึงออกจากกางเกง ทำให้นิ้วอุ่นๆ ของมันเลื่อนเข้าไปจักจี้เอวกันได้แบบตรงๆ กูยิ่งดิ้นเหมือนไส้เดือนโดนคลุกขี้เถ้าเลยไอ้เหี้ย ช่วยด้วย!



“โอ๊ย ไอ้เหี้ยพี่ยอร์ช ฮ่าๆ ยอมๆ”



“พูดกับกูดีๆ เร็วๆ ไม่งั้นกูจะทำให้มึงใจขาดตายเลยไอ้มาร์ช”



“พี่ยอร์ชๆ ยอมแล้วๆ น้องมาร์ชยอมแล้วพี่ยอร์ช~”



“หึ ก็แค่นี้” สินสุดการทรมานสุดโหด ไอ้ใจหยาบ กูเหนื่อยมาก เหนื่อยจนต้องหายใจเข้าปอดหนักๆ หัวก็ซบลงตรงบ่าของคนตรงหน้าที่ไม่ยอมผละออกไปไหน แบบนั้นก็ดี กูขอพิงแป๊บไม่ไหวแล้วไอ้เหี้ย ... สายลมเย็นๆ ในช่วงสี่โมงครึ่งพัดผ่านรอบๆ ตัวเรา มันที่ไม่ยอมผละตัวไปไหน แต่ก็ไม่พูดอะไร เพราะงั้นในบริเวณนี้ จึงมีแค่เสียงหายใจหอบถี่ๆ ของผมอยู่คนเดียว ในช่วงเวลาที่เริ่มหายใจสม่ำเสมอได้แล้ว ก็เป็นผมที่เงยหน้าขึ้นมา พี่มันที่ก็ก้มหน้ามองต่ำลงมานิดหน่อย เพราะผมกับมันไม่ได้สูงต่างกันมาก มันอาจจะสูงกว่าผมสักสี่ห้าเซน



“พี่...”



“แก้มมึงแดงหมดแล้ว”



“ก็มึงแกล้งกู K” ด่าแม่งออกไป เอาให้คำว่าKกระแทกหนังหน้า แต่เหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาเพราะค่อนข้างจะหน้าด้าน



“มึงแม่งไม่น่ารักเลยว่ะ”



“เรื่องกู จำเป็นต้องน่ารักกับมึงไหมเอ่ย”



“ก็มึงคือไอ้มาร์ชเมียรักของกูนี่ครับ” เลื่อนหน้ามากระซิบประโยคนี้ข้างหู ทำเอาต้องยกมือขึ้นต่อยสีข้างแม่งแรงๆที่นึง



“โอ๊ย เจ็บนะมึง”



“ก็กวนตีนกูจัง”



“นิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นโกรธนะมึง” ว่าแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมายีหัวผม เอาให้พอใจ เต็มที่ไปเลยสิ เล่นหัวกูเต็มที่ไปเลยไอ้เหี้ยเอ๊ย!



“พี่”



“หื้ม อะไร”



“กูว่าพี่มึงพอเรื่องไอ้สมุทรเหอะ” ผมตัดสินพูดออกไปตามที่ใจคิด ไอ้พี่ยอร์ชชะงักมือที่กำลังเล่นหัวกันอยู่ สายตายิ้มๆ ของมันก่อนหน้านี้แข็งขึ้นมาทันที พร้อมมองหน้าผมอย่างหาเรื่อง



“ทำไมกูต้องพอ!”



“เสียงดังเหี้ยไรล่ะ”



“โทษที แต่มึงแม่ง...” ผละตัวออกจากผมแล้วเตะก้นบุหรี่ที่มันโยนทิ้งที่พื้นก่อนหน้านี้อย่างระบายอารมณ์ สีหน้าหงุดหงิดงุ่นง่านที่ผมมองออกว่ามันไม่อยากยอม



“มาโทษกูทำเหี้ยไร กูว่าจริงๆ พี่มึงก็มองออกนะ ว่าตัวเองไม่มีทางจะแทรกอะไรเข้าไปได้หรอก แต่ยังดื้อด้าน เหมือนเป็นคนยอมแพ้ไม่เป็น”



“ด่ากูขนาดนี้เลยนะ กูทำไรมึงยัง” ปรายตามองหน้าผม แล้วเอาแผ่นหลังกว้างๆ ของมันพิงลงกับกำแพง



“ยังหรอก แต่มึงดูโง่ขัดกับหน้าตา”



“จะบอกว่ากูหล่อสินะ เออ กูก็รู้ตัวอยู่”



“หล่อแต่โง่ก็ไม่อยากมีใครได้ไปทำผัวหรอกนะ รู้ยัง”



“กล้าที่จะพูดนะไอ้มาร์ชเมียรักของพี่”



“อิเหี้ย เมียรักพ่อง อย่ามากอดไหล่กู ไอ้สัดเอ้ย” ดันตัวของมันออกไปไกลๆ แต่ไอ้บ้าข้างๆ ก็ยังเบียดตัวเข้ามากอดกันไม่เลิก ที่กูพูดนี่แม่งฟังบ้างไหม เอาแต่กวนตีนกูอยู่นั่นแหล่ะ



“ดีดดิ้นๆ กูจับมึงเอายังถึงต้องดิ้นขนาดนี้” มันยักคิ้วใส่กัน แล้วกดยิ้มมุมปากถามออกมาแบบนั้น ท่าทางที่เรียกได้ว่ากวนตีนกันฉิบหาย ผมเดินเข้าไปหา แล้วใช่ฝ่ามือยันกำแพงคล่อมมันไว้ทั้งตัว ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแล้วตอบมันกลับไปอย่างไม่ยอมกัน



“มีปัญญาเอากูได้ก็มาดิ”

#รักอยู่รู้ยัง



---------------------------

กรี๊ดดดดด ตอนที่แล้วคอมเม้นท์เยอะมาก แบบว่าดีใจ รู้สึกเหมือนสมัยก่อนที่มีคนอ่านอยู่ด้วยกัน

คนเม้นท์ตอนที่แล้วเยอะมาก = เม้นท์ด่าพระเอก

เอิ่ม....ก๊ากกกก

​​​​​​​




ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
ชอบความสดใสของอิน้องมาร์ช  :katai3: :katai3:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

บทที่18

 

“ไอ้สมุทร ทางนี้ๆ มานี่ๆ” ผมในชุดเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนใหม่ ที่ได้ใส่มันเป็นครั้งแรกวิ่งเข้าไปหาเพื่อนตามเสียงเรียกนั่นอย่างดีใจ ไอ้มาร์ชยืนถือกระเป๋านักเรียนรออยู่ตรงหน้ารูปปั้นที่ชื่อว่าเซนต์อะไรสักสิ่ง ซึ่งดูเหมือนจะมีความสำคัญกับโรงเรียนนี้



“ทำไมมาช้าตั้งแต่วันแรกเลยวะมึง”



“มึงๆๆ เมื่อกี้ๆ เมื่อกี้กูเจอๆ”   วิ่งเข้ามาจับแขนไอ้มาร์ชเพื่อนรัก และละล่ำละลักจะเล่าเรื่องราวที่เจอมาเมื่อกี้ให้มันฟัง



มาร์ช เพื่อนคนเดียวที่รู้จักกับมันครั้งแรกเมื่อสองเดือนก่อน เจอกันตอนที่เข้ามาเรียนซัมเมอร์เพื่อปรับพื้นฐานและสอบวัดระดับเข้าห้องในสายที่เรียน และตั้งแต่วันนั้นเลยตกมันเป็นเพื่อนมาได้หนึ่งคนถ้วน จริงๆแล้วมาร์ชมันเรียนที่นี่มาตั้งแต่ม.ต้น แต่ที่เลือกเรียนซัมเมอร์เหมือนพวกเด็กใหม่ เพราะมันบอกว่าที่บ้านไปเที่ยวอังกฤษกันหมด มันเหนื่อยเลยเลือกที่จะมาเรียน ... คนรักเรียนแบบที่ว่าไม่เข้ากับหน้าตา



“เป็นเหี้ยอะไรของมึงวะเนี่ย ใจเย็นๆ ผีสิงมึงหรอวะสมุทร”



“ผีสิสิงมึง” ถลึงตาใส่มันไปที ก็ได้รับรอยยิ้มคืนกลับมาให้ มันที่เอื้อมมือมากอดไหล่แล้วเดินเข้าโรงเรียนไปด้วยกัน



“เมื่อกี้อ่ะมึง กูว่ากูเจอ...”



“ผี!”



“เป็นเหี้ยอะไรกับผีนัก เดี๋ยวกูข่วนหน้าให้ ขัดกูเหมือนโคตรเง่ามึงเป็นสก็อตไบร์ท ขัดเก่งเหลือเกิน!” ถลึงตาใส่มันไปที แต่แทนที่จะหุบปากแล้วตั้งใจฟังกัน ไอ้มาร์ชกลับหัวเราะกับท่าทางแบบนั้นของผมแทน หน่ายหัวใจ



“อะๆ กูไม่แกล้งละ ไหนมึงเจออะไร เล่ามาดิ” เอื้อมมือมาโอบรอบคอผมพาผมเดินเข้าไปตามทางเดินเส้นตรงที่จะทะลุไปถึงสนามเข้าแถว



“คืองี้มึง กูเจอคนสวย สวยจัด!”



“สาวสหโรงเรียนตรงข้ามเราหรอวะ”



“ไม่ใช่เว้ยยย โรงเรียนเรานี่ล่ะ” เถียงออกไปพร้อมทำหน้าเคลิ้มฝัน นึกไปถึงคนที่ทำให้น้องสมุทรสนใจได้เมื่อก่อนหน้านี้ น่ารัก คนที่วิ่งไปช่วยเด็กชายตัวน้อยให้ไม่ถูกรถชนนั่น ... น่ารัก น่าสนใจ จนละสายตาไปไม่ได้เลยอ่ะ



“นี่มึงเล็งผู้ชายหรอวะ เชี่ย”



“คือ...คือ มึงไม่โอเคหรือเปล่าวะ” ช้อนตามันพร้อมยกมือขึ้นดันแว่น เป็นท่าทางที่ทำประจำเวลาที่ผมรู้สึกประหม่าหรือไม่มั่นใจ บางทีก็ลืมไป ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับได้ แม้ว่าตอนนี้ประเทศเราจะพยายามผลักดันและเปิดกว้างเรื่องนี้มากขึ้น แต่สังคมเราตอนนี้ก็ยังไม่เปิดใจมากขนาดนั้น เหมือนกับเปิดกว้างแค่ปากว่ายอมรับได้ ตราบใดที่เรื่องแบบนี้ยังไม่เกิดกับตัวเองหรือคนใกล้ตัวก็ยอมรับได้หมด



“ไม่ใช่โว้ย ทำไมกูจะต้องรับไม่ได้วะ มึงเพื่อนกูนะ” มันบอกออกมาแบบนั้นแล้วยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มจริงใจที่ทำให้ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วส่งยิ้มรับตอบกลับไปให้มัน



“คือมึงจะหาผัวหรอวะ”



“ผัวพ่อง! เมียสิวะ” ขมวดคิ้วใส่มัน ปากแม่งนี่อะไร พี่คนที่หัวชมพูตาหวานๆ ใจดีๆแบบนั้นน่ะ ต้องเป็นเมียน้องสมุทรอยู่แล้ว น้องสมุทรมั่นใจ!



“ไอ้เหี้ย กูล่ะอยากเห็นจริงๆว่ามันคือใคร ไอ้คนที่ทำให้มึงตื่นตูมขนาดนี้เนี่ย”



“แต่กูรู้จักชื่อพี่เค้าแล้วนะเว้ย” ผมหันไปมองหน้าไอ้มาร์ชพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาหยี แค่นึกถึงหน้าตาน่ารักและการกระทำใจดีก่อนหน้านี้ก็ทำให้หัวใจสมุทรอยู่ๆหัวใจก็ตึกตักอยากจะบอกว่ารักๆๆ งื้ออ



“ชื่ออะไร ไหนพูดดิ๊ กูจะบอกให้มึงรู้ไว้เลยนะครับ ว่าเพื่อนมาร์ชคนนี้ของมึงรู้จักคนทั้งโรงเรียนแหล่ะ”



“โอ้โห สายเสือกในตำนานสินะครับ”



“ไอ้สัดนี่ กวนตีนจังนะตัวแค่นี้ ว่าแต่เค้าชื่ออะไรวะ” มันหันมาถามกัน และก็เป็นผมที่ส่งยิ้มกว้างๆตอบกลับไปให้อย่างเต็มใจ ชื่อของเค้าน่ะหรอ ชื่อที่จะสลักลงไปในใจน้องสมุทรต่อจากนี้



“พี่เค้าชื่อว่า ... พี่พระจันทร์”



“เชี่ย อิเหี้ย บอกกูซิว่ามึงแค่ฝันไป”  ไอ้มาร์ชเบิกตากว้างแล้วถามออกมาแบบไม่เชื่อหู ต่างจากตัวผม ที่ทำแค่ส่งยิ้มกว้างๆตอบกลับไปแล้วพยักหน้าส่งไปให้อย่างแข็งขัน



“คนที่กูชอบ และอยากได้เป็นเมีย เค้าชื่อว่าพี่พระจันทร์!”



“เชี่ย กูอยากตาย” ไอ้มาร์ชว่าออกมาแบบนั้นพร้อมทำหน้าตาเหยเก ไม่แค่นั้นมันยังยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองแรงๆทีนึงด้วย ... มันเป็นอะไรก่อนอ่ะ


.

.

.


           การใช้ชีวิตมัธยมปลายไม่ได้ยากเย็นอย่างที่น้องสมุทรเคยกลัว การเรียนที่โรงเรียนนี้ค่อนข้างสบายในความรู้สึกของผม หรืออาจเป็นเพราะน้องสมุทรค่อนข้างจะเป็นเด็กหัวดีในเรื่องของการเรียน แต่เรื่องอื่นๆรอบตัวค่อนข้างโง่ ไอ้มาร์ชมันชอบด่าแบบนั้น น้องสมุทรใช้ชีวิตในการเรียนผ่านมาด้วยดีได้ตั้งหนึ่งเทอมแล้วนะบอกก่อน โดยในทุกๆวันน้องสมุทรจะมีกิจวัตรของตัวเองก็คือการมาถึงโรงเรียนแต่เช้า เพื่อที่จะได้ไปจองที่นั่งข้างสนามบาสให้ทันเพื่อแอบมองพี่พระจันทร์เล่นบาส ส่วนตอนเย็นก็รีบไปนั่งเฝ้าที่อัฒจันทร์ของสนามบอล เพราะพี่พระจันทร์จะมาเตะบอลกับเพื่อนๆเค้าในตอนเย็น  พี่พระจันทร์เป็นคนสวยขาที่ขยันออกกำลังกาย เตะบอล เล่นบาส เล่นวอลเล่ และยาวไปถึงต่อยมวย!



ในหนึ่งเทอมที่ผ่านมา กิจกรรมจำเป็นในช่วงกลางวันของน้องสมุทรก็มีเช่นกันนะ นั่นก็คือการแกล้งๆเดินผ่านห้องเรียนม.6ของพี่พระจันทร์แบบเนียนๆ แม้ว่าจะไม่ใช่ทางผ่านที่จะเดินไปห้องเรียนก็ตาม แบบว่า แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย และสุดท้ายจะจบลงที่โดนพ่อมาร์ชด่าทุกที หรือบางทีก็เจอพี่พระจันทร์ตามบันได หรือเดินสวนกันในโรงอาหาร ทุกที่ทุกทางที่บังเอิญเจอกัน ก็คือไม่ใช่เรื่องบังเอิญ น้องสมุทรจดจำไว้หมด แล้วเอาตัวเองไปยืนแถวๆนั้นมาตลอด ก็อยากจะอยู่ในสายตาของเค้าบ้างนี่นา แล้วก็ไม่อยากจะบอกว่าขนาดเวลาจะกินข้าวพี่พระจันทร์ก็ยังดูดี แขนที่ทำองศา45แล้วเลื่อนช้อนเข้าปากมันสุดยอดไปเลย น้องสมุทรเคยแอบมองอ้าปากหวอมองตาค้างในความน่ารักจนพี่พระจันทร์หันมามองกันด้วยครั้งนึง ตอนนั้นตกใจจนพ่นน้ำที่กำลังยกดื่มใส่หน้าไอ้มาร์ชไปทีนึงด้วย



ก็จะให้ทำยังไงได้อ่ะ ก็พี่พระจันทร์ของน้องสมุทรน่ะน่ารักน่าชังเป็นคนสวยขาในสายตาน้องสมุทรมากๆเลยนี่นา อยากได้ๆ อยากได้มาเป็นเมียให้แม่ได้ภูมิใจว่าเมียน้องสมุทรน่ะสุดปัง!



   กลับมาที่เรื่องเรียนของน้องสมุทร ไม่มีอะไรยากเลย แต่มันก็จะมีวิชานึง วิชาเดียวที่ทำให้น้องสมุทรอยากกัดลิ้นตายและวิ่งหนีหายกลับบ้านไปซะ เกลียดฉิบหาย เกลียดสุดๆไปเลยโว้ย!



“ไอ้สมุทร กันสิวะ กันมันเอาไว้สิวะ” 



‘ผลัก!’



ปัดโถะ แล้วจะให้กูกันไอ้แชมป์ตัวใหญ่เป็นควายแบบนั้นได้ไงไหว กูก็ตัวแค่นี้! น้องสมุทรอยากจะหันไปตะโกนบอกไอ้มาร์ชแบบนั้นเหลือเกิน แต่ก็ทำไม่ได้เพราะไอ้แชมป์มันเบียดจนน้องสมุทรกระเด็น ตัวสูงใหญ่ของมันที่เลี้ยงลูกบาสผ่านตัวน้องสมุทรไปหน้าตาเฉย ง่ายๆชิวๆ ส่วนกูก็เป็นไอ้งั่งที่กันมันเอาไว้ไม่อยู่



‘ชู๊ด ตุบ’



ลงห่วงสามแต้ม



หึ้ย!



น้องสมุทรเกลียด น้องสมุทรเกลียดวิชาพละที่สุดเลยโว้ย!!



‘ตุบ’



“โอ๊ย!”



และในตอนที่กำลังยืนโง่ๆมองอีกทีมเลี้ยงลูกบาสไปอยู่นั่น ก็มีวัตถุทรงกลมบางอย่าง มองตามไม่ทัน เพราะมันหล่นมาใส่หัวน้องสมุทรแบบเต็มแรง ทำเอามึนงงๆจนร่วงทรุดลงนั่งกุมหัวกับพื้นไปในทันที



“เห้ยน้อง เป็นอะไรเปล่าวะ”  เสียงดังที่ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงนกหวีดและเสียงโวยวาย ก่อนจะตามมาด้วยเงาดำที่ทาบทับตัวของผมไว้ทั้งตัว เงยหน้าขึ้นไปมองก็ต้องเบิกตากว้างขึ้น



“เลือดกำเดาไหลเลยหรอวะ สัด ลุกดิ มึงจะนั่งอยู่ทำไม” คนตรงหน้าขมวดคิ้วในตอนที่เจ้าตัวก้มลงมองหน้ากัน



“พ...พี่พระจันทร์” ได้แต่เรียกชื่อของอีกฝ่ายออกมาเบาๆ ทำไมพี่เค้าถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ ต่อหน้าน้องสมุทรที่ล้มลงไปกองกับพื้นแบบนี้ สภาพไม่เท่ต่อหน้าคนสวยขาแบบนี้ได้ไงวะตัวกู น้องสมุทรอยากร้องไห้อุ๋งอิ๋งเลย



“พึมพำเหี้ยไร มึงจะนั่งให้เลือดไหลหมดตัวหรือไง ลุก!” ฝ่ามือแข็งแรงที่เอื้อมมาดึงแขนผมให้ลุกขึ้นยืน ผมยังมึนๆงงๆกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พอโดนอีกคนดึงให้ลุกขึ้นยืนแบบไม่ทันตั้งตัวก็เลยเซไปชนเข้ากับอีกฝ่ายเต็มๆแรง โชคดีที่พี่พระจันทร์ยังเอามือโอบเอวกันไว้ได้ทัน 



“ข..ขอโทษครับ”



“เฮ้อ”  เค้าถอนหายใจออกมานิดหน่อย ก่อนที่ผมจะต้องตกใจอีกเป็นครั้งที่สาม เมื่อพี่พระจันทร์ก้มตัวลงช้อนตัวผมขึ้นมาทั้งตัวในท่าเจ้าสาว



“เหวอออ….พ พี่...” เหวอดิ เหวอมาก พี่พระจันทร์จะมาอุ้มน้องสมุทรท่านี้ไม่ได้นะครับ!



“อยู่นิ่งๆ ถ้าดิ้นตกลงไป เจ็บขึ้นมาอีกก็เรื่องของมึงแล้วนะคราวนี้” ก้มหน้ามองหน้าผมแล้วพูดออกมานิ่งๆ สายตาที่มองมาที่ผมแบบไม่ใส่ใจ คำพูดนิ่งๆที่ฟังแล้วจับใจความได้ว่าคงจะทำจริงๆ เพราะแบบนั้นผมเลยได้แต่เอามือไปโอบรอบลำคอของเค้าไว้อย่างจำใจ ฮื่อ...เชื่อเถอะ พี่พระจันทร์แค่เป็นเมียที่แข็งแรงสายสุขภาพเท่านั้นล่ะ เค้าเลยอุ้มผมได้ จริงๆพี่พระจันทร์คนสวยขาเป็นคนบอบบางน่าถนุถนอมจะตายไป



พี่พระจันทร์พาผมไปส่งที่ห้องพยายาม และคุณครูพยาบาลก็ทำการห้ามเลือดกำเดาที่ไหลให้เรียบร้อย โดยมีอีกคนที่ยืนรอกันอยู่ตรงมุมห้องนิ่งๆ สีหน้าที่ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไร รวมทั้งไม่แสดงตัวด้วยว่าทำไมตัวเค้าถึงมาอยู่ตรงนี้ด้วย เราสองคนที่เดินออกมาจากห้องพยาบาลพร้อมกัน แล้วหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าห้องพยาบาลนั่น ผมช้อนตาขึ้นไปมองเค้า พร้อมยกมือขึ้นดันกรอบแว่นเล็กน้อย จะทำอะไรดีวะ ควรพูดอะไรออกไปดีวะ เลิ่กลั่กๆ คิดสิไอ้น้องสมุทร มึงไม่ได้มีช่วงเวลาแบบนี้ได้ง่ายๆนะเว้ย เอาไงๆ



“ขอโทษทีที่กูเตะบอลอัดหัวมึง”



“ห๊ะ...ค ครับ?”



“เอ๋อแดกไปแล้วหรอวะ ยังไงก็โทษทีละกันที่ทำมึงเจ็บ” บอกออกมาด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา ดวงตาคมที่มีขนตายาวนั่นปรายสายตาลงมามองกันนิดๆ ก่อนจะละสายตากลับไป ในช่วงเวลาที่ผมอยากจะพูดอะไรตอบกลับไปสักอย่าง แต่ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อคนตรงหน้าแค่กลับหลังหันแล้วเดินแยกออกไปอีกทาง



“ผ...ผม ไม่เป็นไรครับ”  ได้แต่พูดออกมาแบบนั้นกับตัวเองด้วยเสียงเบาๆ มองตามแผ่นหลังของอีกคนที่ก้าวเดินออกไปไกลแล้ว แต่ถึงแบบนั้นผมก็ยังยกมือขึ้นมากุมที่หน้าอก หัวใจมันสั่นยิ่งกว่าเคย คนที่ทำผมสีชมพูอ่อนๆพาสเทลน่ารักที่ทำให้ผมตกหลุมรักในครั้งแรก และมากขึ้นทุกทีๆ แต่ก็ทำได้แค่แอบมองเค้าจากที่ต่างๆทุกทีเลย ...



แต่ครั้งนี้ได้คุยแล้วนะ ได้พูดว่าครับตั้งหนึ่งคำแหน่ะ... ดีกว่าทั้งเทอมที่ผ่านมาตั้งเยอะแหน่ะ



“ไอ้สมุทรมึงโอเคไหมวะ” ไอ้มาร์ชที่วิ่งมาหา มองดูเวลาที่ข้อมือ มันบอกเวลาว่าตอนนี้เลิกเรียนแล้ว



“...........”



“ว่าไงมึง เอาแต่ยิ้มทำเหี้ยอะไร เป็นยังไงบ้างวะ”



“มึง”



“เออๆว่าไง”



“กูได้คุยกับพี่พระจันทร์ว่ะ”



“ห๊ะ?”



“ตั้งหนึ่งประโยคแหน่ะ ... สักวันกูจะใกล้พี่เค้ามากกว่านี้ให้ได้เลย มึงคอยดูนะ”



“เออๆ เอาไงก็เอา ตอนนี้เลิกเพ้อแล้วกลับบ้านกันเถอะมึง”



คอยดูเถอะ สักวันน้องสมุทรจะมีความกล้ามากกว่านี้ ให้ได้ใกล้ชิดคนที่ชอบมากกว่านี้ให้ได้เลย...[/i][/color]



.

.

.



   ความคิดความคาดหวังในวันนั้น  ก็ไม่ได้คิดเลยว่ามันจะมาเป็นจริงในวันนี้ได้  ผมหันไปมองที่หน้าคณะของตัวเอง รถคันหรูที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาดีถูกจอดเทียบอยู่ที่หน้าคณะแบบเด่นสุดๆ ผมที่เดินลงมาจากตึกเรียนในเวลาสี่โมงเย็นก็ต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารถคันนั้นมันเป็นของใคร



“เลิกช้าจังวะมึง อาจารย์คนไหนของมึงถึงปล่อยช้าขนาดนี้ บอกดิ๊กูจะไปจัดการให้” เสียงทุ้มที่ผมคุ้นเคยดีดังมาพร้อมๆกับเจ้าของร่างที่เดินเข้ามาหากันในชุดลำลองแบบที่ไม่ค่อยเห็นเจ้าตัวใส่มาในมหาลัย เสื้อยืดลายมัดย้อมสกรีนคำว่าCelineที่กลางอก กับกางเกงยีนส์ขายาวสีดำและรองเท้าแตะสีขาวยี่ห้อAdidas เป็นการแต่งตัวธรรมดาที่แพงฉิบหาย แถมยังปฏิเสธไม่ได้อีกว่าหล่อมากๆ



เออ ยอมรับเลยล่ะว่า เออมันหล่อ หล่อฉิบหาย ไม่อยากจะเหล่ แต่มันก็หล่อ มันหล่อเลยขอเหล่นิดนึงได้ไหมอ่ะ



“พี่พระจันทร์”



“ทำหน้าตาแปลกๆทำไมวะ อยากมองกูหรอ อ่ะ ยื่นหน้าให้มองเต็มๆไปเลยเป็นไง” คนที่มาหยุดยืนตรงหน้ากัน พูดออกมาแบบนั้นพร้อมยื่นหน้าเข้ามาหากันหน้าตาเฉย น้องสมุทรตกใจจนผงะ แต่พอช้อนตามองขึ้นไป ก็เห็นดวงตาคมดุของอีกฝ่าย พร้อมใบหน้าที่อ่อนโยนลงมากกว่าทุกที พี่พระจันทร์ที่มองตากันแล้วยกยิ้มมุมปากนิดๆ สายตาที่ทำเอาน้องสมุทรต้องหลบหน้า ก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องร้อนหน้าขนาดนี้



“อะ กูซื้อสตอเบอรี่โยเกิร์ตสมูทตี้ปั่นมาให้” เค้าผละตัวกลับไปยืนตรงๆดีๆ พร้อมยื่นแก้วนั่นมาให้ ผมรับไว้แล้วดูดทันที มันยังเย็นอยู่เลย



“กูกะเวลาให้มึงลงมาจากตึกเรียนพอดีอ่ะ มันเลยยังเย็นอยู่ นี่ถ้ามึงลงมาไวกว่านี้ก็คงจะเย็นชื่นใจกว่านี้อีกนะ อาจารย์คนไหนของมึงปล่อยช้าขนาดนี้วะ” ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมยกมือขึ้นมาเอาผมของผมทัดหูให้ รู้สึกร้อนข้างแก้มในจังหวะที่ฝ่ามืออุ่นๆนั่นลากผ่านไปอย่างบอกไม่ถูกเลย



“อ่า...พี่กะเวลาเพื่อไปซื้อมาให้น้องสมุทรหรอ”



“ก็ใช่น่ะสิ กินเย็นๆหลังเรียนวิชาผีบ้ามาสิถึงจะอร่อย เป็นไง ชื่นใจป่ะ”



“ครับ อร่อยครับ” ผมบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง คนตรงหน้าที่มองกันอยู่ตลอดก็พยักน้าพร้อมยกยิ้มตอบ



“อร่อยเท่ากูป่ะ”



“แค่กๆๆ” กูสำลักพรวดให้กับคำพูดของอีกคน ไอ้ค่อกไอแค่กออกมาเลยทันที



“ตายๆ ค่อยๆกินสิวะ ใครมันจะแย่งมึง”  ว่าแบบนั้นแล้วเอื้อมมือมาลูบหลังกันเบาๆ ... น้องสมุทรอยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ได้กลัวใครแย่ง แต่สำลักคำพูดพี่นั่นแหล่ะ หึ่ย



“น้ำหูน้ำตาไหลหน้าแดงไปหมดแล้ว” พูดยิ้มๆแล้วยื่นมือมาลูบหัวผมอีกทีเป็นการตบท้าย ความรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ได้แต่เม้มปากแน่นๆ เลิกสำลักแล้วในตอนนี้ ถ้าจะสำลักอะไรสักอย่างอีกที น้องสมุทรก็คิดว่าคงจะสำลักความสุขจนจะล้นออกปาก นอนตะแคงยังไม่ได้เลอะ กลัวมันจะไหลออกทางหู



“ก็เพราะพี่พระจันทร์นั่นแหล่ะ ใครใช้ให้พี่พูดจาแบบนั่นเล่า”



“ก็แล้วกูพูดผิดตรงไหนวะ” เอื้อมมือมากอดคอผมเอาไว้ เอียงหน้ามากระซิบที่ข้างหูกันเบาๆอีกที



“มึงกินกูแล้วจริงๆ”



“พี่พระจันทร์!” น้องสมุทรแหวออกมาใส่เลย เงยหน้าคนที่เดินอยู่ข้างตัว อีกคนก็หัวเราะออกมาเสียงดัง เป็นครั้งแรกที่เห็นพี่พระจันทร์หัวเราะออกมาทั้งหน้าทั้งตาแบบไม่สงวนท่าที่ตัวเอง คนรอบข้างที่มองตรงมาที่เราสองคนแล้วเริ่มซุบซิบกัน แต่พี่พระจันทร์ก็ยังไม่สนใจ เค้าที่ทำแค่หันมาขำเสียงดังแล้วมองหน้าผมอยู่แบบนั้น พยักหน้าให้กันอีกที



“โอเคๆ มึงไม่ได้กินกู”



“ใช่!”



“อืมๆ ถูกของมึง...เพราะจริงๆกูกินมึงอ่ะเนาะ”



“พี่พระจันทร์!” สุดจะทนกับคนอย่างพี่มัน แหวออกมาเสียงดัง พร้อมยกมือขึ้นจะหยิกที่สีข้าง แต่คนข้างๆก็พลิ้วตัวหลบกันไปได้ก่อน ขายาวๆของพี่พระจันทร์ที่วิ่งหนีผมไปที่รถก่อนแล้วหน้าตาเฉยๆ



“เอ้า น้องหมุดวิ่งดิ วิ่งอีกหมุดวิ่งๆ”  กวนตีนไม่น้อย โดยการทำท่าปรบมือเรียกผมให้วิ่งไปหา คิดว่ากูเป็นเจ้าตูบสีขาน่ารักรึไง แต่ถึงแบบนั้น....ไอ้น้องสมุทรมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอดอยู่แล้ว แสนเชื่องของพี่พระจันทร์ กูวิ่งตามอีกฝ่ายที่ยืนรออยู่ที่ประตูรถฝั่งข้างคนขับทันทีเลย



“เชิญครับ วันนี้กูจะพามึงไปป้อนอาหารนะ” พี่พระจันทร์ที่เปิดประตูรถให้ผมแล้วบอกกันแบบนั้น มองหน้าอีกฝ่ายพร้อมถลึงตาใส่ทำหน้าดุๆ แต่พี่พระจันทร์ดูจะไม่ได้กลัวแถมยังทำแค่ยกยิ้มออกมาแบบมีลับลมคมใน



“ผมไม่ใช่สัตว์นะเว้ยพี่”



“ก็ไม่ได้ว่าเป็นสัตว์ไหมวะ มึงนี่คิดมากจัง ดูๆโมโหแล้วขนฟูเลยว่ะ”



“หึ่ย ก็สัตว์อยู่ดีไม่ใช่หรือไงวะ” ผมบ่นเบาๆออกไป แต่ถึงแบบนั้นก็เลือกที่จะไม่เถรงอะไรกับอีกฝ่ายอีก ทำแค่มุดตัวผ่านอกแกร่งนั่นเข้าไปในรถคันหรู



              คฤหาสหลังงามที่มีกำแพงบ้านสูงตระหง่านและมีเนื้อที่หลายไร่ทำเอาผมอ้าปากค้าง หน้ารั้วบ้านขนาดใหญ่มีป้ายหินสลักประดับไว้เขียนเอาไว้ให้ได้อ่านว่า ‘เตชะณรงค์กร’ บ้านสไตล์โมเดิลที่ผสมผสานกลิ่นไอของความเป็นจีนหน่อยๆทำเอาผมอ้าปากค้าง หันไปมองคนข้างๆที่ขยับมือเข้าเกียร์พร้อมๆกับที่รถคันหรูก็ค่อยๆจอดนิ่งสนิท ก็พี่พระจันทร์หันมามองหน้าผมนิดๆ พร้อมทำหน้าเหมือนว่าผมกำลังเป็นอะไร



ก็ต้องเป็นสิ ที่นี่ที่ไหน มาทำไมก่อน



“ที่นี่คือ...”



“บ้านกูเอง” ตอบออกมาง่ายๆสบายๆเหมือนบอกว่าวันนี้อากาศดีจัง มันใช่หรอวะ!



“บ้านพี่!” เผลอตะโกนขึ้นเสียงดัง ตอนแรกตกใจ นึกว่าพี่พระจันทร์จะเอากูมาขาย มองเห็นชายชุดดำอยู่ตามมุมตามทางต่างๆตั้งแต่รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดในโรงจอดแล้ว .... ยังกับบ้านมาเฟีย!



“ใช่ บ้านกู ปะ” ปะอะไร ไปไหน กูไม่ไปจ้า



อยู่ๆก็รู้สึกเหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผม และตามฝ่ามือ การได้มาบ้านพี่พระจันทร์แบบนี้ มันก็หมายความว่าในบ้านก็ต้องมีพ่อแม่พี่เค้าสิวะ แล้วน้องสมุทรจะทำยังไง โอ้โห ไม่ไหวไหม ไม่เอาไม่อยากลงจากรถแล้วอิเหี้ย รู้สึกตื่นตกใจจนตดจะแตก



“ลงมาสิ” อีกฝ่ายที่ลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูให้กัน พี่พระจันทร์วางแขนท้าวไว้ที่กรอบประตูฝั่งของผม แล้วก้มหน้าลงมามองกัน แต่ไอ้น้องสมุทรคนนี้ก็ไม่ยอมลง กูเอาตูดแนบไปกับเบาะสุดฤทธิ



“พี่พระจันทร์ ไม่เอา”



“ไม่เอาอะไร กูไม่ได้จะพามึงมาเอา พามากินข้าวเนี่ย ลงมา”



“ไม่ๆ น้องสมุทรไม่หิว”



‘จ๊อกกก~’



สัด อยากร้องไห้น้ำตาไหลพราก แล้วไอ้ท้องเหี้ยนี่มันจะมาร้องครวญครางต่อหน้าต่อตาคนที่กูชอบทำไมก่อน หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูร้อน แต่เป็นเพราะว่ากูอายมาก ช้อนตามองพี่พระจันทร์ที่กำลังกลั้นขำจนจมูกบาน หึ่ย เกร็งไว้สุดตัวจนหน้าเบี้ยว



“ไม่หิวๆ เชื่อแล้วล่ะ”



“ก็แล้วจะล้อกันทำไมนักเล่า!”



“โอเคๆ ไม่ล้อ” ถึงจะบอกแบบนั้นพร้อมก้มตัวลงมาปลดสายเบลล์ให้กัน แต่ก็ยังเม้มปากแน่นอย่างคนพยายามจะไม่หลุดขำออกมาอยู่ดี อายฉิบหาย น้องสมุทรที่โดนเยเย่ไปทีเดียวไม่เหลือแล้วความสง่าผ่าเผยที่จะไปเป็นผัวพี่พระจันทร์ ไม่เหลืออะไรแล้ว!



“ปะ นู้น อากูออกมารอแล้ว” พี่พระจันทร์ที่บอกออกมาแบบนั้นพร้อมเอื้อมฝ่ามือมาจับมือของผมไว้ ความรู้สึกอุ่นๆแทรกผ่านมาพร้อมกับฝ่ามือและปลายนิ้วเรียวยาวที่แทรกเข้ามาที่ฝ่ามือของผม หันหน้าไปมองคนข้างตัวที่ดึงมือผมให้เดินตามเข้าไปโดยที่ไม่ยอมปล่อยมือ



“ไม่ต้องเกร็งมากหรอก ครอบครัวกูใจดี” 



“กว่าจะเสด็จกลับมาบ้านได้นะพี่พระจันทร์” ผู้ชายรูปร่างบอบบาง ใบหน้าสวยหวานที่มีดวงตาคมกำลังส่งยิ้มมาให้พี่พระจันทร์พร้อมพูดออกมาแบบนั้น ท่าทางกริยาที่เรียกได้ว่าแค่มองนิดเดียวน้องสมุทรก็รู้เลยว่าเป็นผู้ดี



“อาเมลอย่าบ่นมากไม่ได้หรอครับ”  คนข้างตัวผมว่าแบบนั้น แต่ถึงแบบนั้นสีหน้าที่ยังคงเรียบนิ่ง แต่สายตากลับเป็นประกาย ท่าทางที่ผมเห็นมันบอกผมได้ว่าเค้ากำลังมีความสุข พี่พระจันทร์ปล่อยมือผม ก่อนจะเดินเข้าไปกอดคนที่เค้าเรียกว่าอาเมล



“พอๆเลิกกอดเมียป๊าได้แล้วไอ้เสือ”  เสียงเข้มของคนมาใหม่ที่เดินออกมาจากตัวบ้านพูดขึ้น ร่างสูงที่อายุน่าจะประมาณสี่สิบ หรืออาจจะยังไม่ถึงเพราะหน้าตายังหล่อมากๆ แถมบุคลิคก็ยังดูดี ร่างสูงไหล่แกร่งที่อยู่ในชุดเสื้อเชิตสีขาว ปลดกระดุมมีเนคไทน์ที่ถูกปลดเอาไว้หลวมๆกับกางเกงสแลคสีดำ มาดนิ่งๆกับสายตาคมเข้มคิ้วหนาที่แผ่อำนาจออกมาจนน้องสมุทรต้องหลบสายตา ท่าทางกริยาที่เหมือนว่าพี่พระจันทร์จะได้มาจากเค้าแบบเป๊ะๆ แต่ถึงแบบนั้นก็หล่อมากจริงๆ หล่อแบบที่เรียกว่าแด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อได้เลยล่ะ



“ป๊าทัพ นี่จันทร์เองนะ”



“รู้” ตอบรับออกมาสั้นๆในลำคอแบบไม่ยอมอ่อนข้อให้ลูกแม้แต่นิดเดียว



“ขี้งก”



“หึ” ป๊าทัพ ที่พี่พระจันทร์เรียกก่อนหน้านี้หัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนจะปลายสายตามามองผม ทั้งอาเมล ป๊าทัพของพี่พระจันทร์ และรวมถึงเด็กตัวเล็กๆที่อายุไม่น่าจะเกินขวบครึ่งที่ผมพึ่งสังเกตเห็นว่าถูกป๊าทัพอุ้มอยู่ในอ้อมแขนนั่นหันมามองผมกันหมด



“เอ่อ...”  อึกๆอั่กๆเหงื่อแตกพลั่กๆอย่างทำอะไรไม่ถูก สถานการณ์แบบนี้ใช่หรือไม่ ที่คนเค้าเรียกว่ามาพบครอบครัวผัว หงึก .... แต่ไม่ได้รู้มาก่อนว่าครอบครัวผัวจะยิ่งใหญ่เกรียงไกรขนาดนี้ แล้วก่อนหน้านี้ในอดีตกูก็กล้าอยากจะได้เค้ามาทำเมียเนอะ! เกือบโดนยิงตายแล้วไอ้สมุทรเอ๊ย



“สมุทร”



“ค...ครับ สวัสดีครับ” สะดุ้งตกใจตอนที่พี่พระจันทร์เรียกกัน ผมช้อนตามองพวกเค้าแล้วยกมือไหว้แบบเลิ่กๆลั่กๆ



“ชื่อน้องสมุทรหรอ ชื่อน่ารักเหมือนตัวเลยนะ” อาเมลเป็นคนพูดออกมาก่อนพร้อมรอยยิ้ม รอยยิ้มสวยๆที่ทำให้ผมละสายตาไปไม่ได้



“แล้วน้องสมุทรเป็น....”



“เป็นคนที่ชอบพี่พระจันทร์มากๆครับ!” เหยดแหม่! ตะโกนออกไปเสียงดัง ทำเอาอาเมลผงะเล็กน้อย ส่วนป๊าทัพที่มองกันอยู่ตลอดก่อนหน้านี้ก็เลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อย เด็กตัวเล็กที่ป๊าทัพอุ้มอยู่ก็ถึงกับเอียงคอมองผมเล็กๆ เหมือนจะงงว่าไอ้พี่คนนี้มันตะโกนออกมาทำไม ...



เออนั่นสิ แล้วกูจะตะโกนออกมาทำไม พูดออกมาเพื่อ!! ไอ้สมุทรนะไอ้สมุทร มึงจะประกาศไปเพื่อนใคร~



“อ อ่อ...ชอบพี่พระจันทร์หรอเนี่ย ฮ่าๆ น้องสมุทรน่าสงสารจังเลยครับลูก มาตกหลุมรักเจ้าเด็กดื้อคนนี้เนี่ยน้า” อาเมลที่ดูจะตั้งสติได้ก่อนใครพูดออกมาด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ผมที่เม้มปากเข้าหากันแน่นๆ ยกมือขึ้นเขกหัวตัวเองทีนึง ทำเรื่องหน้าอายแบบนี้ออกไปได้ยังไงกันวะ ปรายสายตาไปมองหน้าพี่พระจันทร์ที่มองกันมาตลอดไม่หยุด เจ้าตัวก็ทำแค่อมยิ้มออกมา ก็แล้วจะยิ้มแบบนั้นทำไมละเว้ย ยิ่งยิ้มน้องสมุทรก็ยิ่งอาย อยากกลั้นหายใจให้ตายๆไปเลยแม่ง!



“นั่นสิ ไหนบอกมาสิไอ้เสือ เอาน้ำมันพรายดีดเค้าใช่ไหม ใช้กำลังบังคับน้องเค้ามาหรือเปล่า”



“ใครมันจะทำแบบนั้น มันช่วยไม่ได้ ก็จันทร์หล่อ”



“กูจะอ้วก” ป๊าทัพว่าออกมาแบบนั้นแล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น รวมถึงเด็กหญิงตัวเล็กๆที่ก็หัวเราะออกมาพร้อมๆกัน



“หัวเราะอะไรเนี่ยน้องซัน รู้เรื่องหรอเรา” พี่พระจันทร์เดินเข้าไปหอมแก้ม



“ทิดๆ”



“ไม่ใช่ทิด นี่จันทร์”



“ทิดๆ จานๆ ทิดจาน”



“เฮ้อ พูดไม่ชัดก็ขยันพูดจังวะ” ผมมองภาพสุขสันต์ตรงหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก แต่ก็รู้สึกอดจะยิ้มกว้างๆออกมาไม่ได้เลยจริงๆ พี่พระจันทร์ที่หันกลับมามองผมแล้วยกยิ้ม สายตาและสีหน้าของเค้าที่บอกได้ว่ากำลังอารมณ์ดีแบบสุดๆ



“นี่ครอบครัวของกู ป๊าทัพ อาเมล และนี่น้องซัน ... ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวกูนะสมุทร



เค้าว่าออกมาแบบนั้นพร้อมเอื้อมมือมาหาผม ฝ่ามือที่ส่งมาเหมือนกำลังบอกว่าให้เอื้อมมือออกไปจับมันไว้ เส้นทางที่มึงรอคอยรออยู่ข้างหน้านี้แล้วไงสมุทร ก็แค่เอื้อมมือคว้าและจับมันเอาไว้ ช้อนตามองหน้าอีกฝ่ายมองตาคมสวยของพี่พระจันทร์ รอยยิ้มสีหน้าของเค้าให้ชัดก่อนตัดสินใจในครั้งนี้



‘หมับ’



“ฝากตัวด้วยนะครับ”



   แม้ผมจะรู้ดีว่าที่พี่พระจันทร์ทำให้กันอยู่ในตอนนี้ มันจะเป็นแค่เพราะความรู้สึกผิดจากเรื่องเมื่อวันนั้น แต่ถึงแบบนั้นก็ยังเผลอใจอกฟูรูฟิตมีความสุขแบบสุดๆไม่ได้อยู่ดี ผมเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวนี้มันจะดำเนินต่อไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ถึงแบบนั้นก็ยังคงตัดสินใจเอื้อมมือไปคว้ามันไว้ ... แม้ว่ามันจะเป็นความสุขแค่ชั่วคราว เป็นเรื่องราวแค่ชั่วคืน แต่ถึงแบบนั้นก็ให้ฝันแบบไม่ยอมตื่นสักหนึ่งคืนก็ยังดี



...

(มีต่อค่ะ)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ


“พี่มาร์ชฮะ แทนอยากเข้าไปดูร้านนั้นอีก กระเป๋าใบนั้นน่ารักมากๆเลยฮะ”



“อ่อครับ งั้นก็เอานี่ไป พี่รออยู่นี่ละกันนะ” ผมพูดออกไปแบบนั้นพร้อมยื่นการ์ดส่วนตัวของผมไปให้ กูไม่ไหวจะเดินเข้าเดินออกทุกร้านหรอกนะ เหนื่อยไอ้เหี้ย แต่ถึงแบบนั้นก็ยังเก็บสีหน้าได้ดีเหมือนเคยแหล่ะกูน่ะ คนตรงหน้าไม่ได้งอแงอะไรอีกรับบัตรในมือผมไปอย่างว่าง่ายแล้ววิ่งออกไปหน้าตาเฉย



K ... แอปนัดเอาแม่งสุ่มใครมาให้กูวะ



ถึงจะบอกว่าการเอาที่ผ่านมาก็ถือว่าไม่เลว เอวดีใช้ได้ แต่การที่ต้องพามาเอาอกเอาใจตลอดนี่มันก็เกินไป จริงๆถ้าเป็นคนอื่นเยเสร็จก็คงทางใครทางมัน แต่ผมไม่มีนิสัยแบบนั้น ถึงจะน้ำแตกกันแบบวินวิน แต่ผมก็อยากจะเทคแคร์คู่นอนชั่วคืนของตัวเองให้ดีสักหน่อย แต่กูว่านี่เริ่มจะดีไป กูเองก็เหนื่อยเป็นไอ้สัด



‘พลัก’



โยนถุงกระดาษหลายแบรนด์ที่ใช้เงินตัวเองซื้อให้คนเมื่อกี้ลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจว่ามันจะกี่บาท ก่อนตัวเองจะทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยๆ ปวดตีนฉิบหาย



“เห้ย มานั่งทำไรตรงนี้วะเมียกู” เสียงคุ้นหูที่ลอยมาแบบไม่เข้าหูทำเอาขมวดคิ้วแน่น พอเงยหน้าขึ้นก็ชัดเลย กูว่าแล้ว โลกกลมเหี้ยไรนัก



“มองเห็นผัวแล้วเบ้หน้านี่มันหมายความว่า...”



“หมายความว่ามึงเป็นKอะไรล่ะสัดพี่ยอร์ชไอ้เหี้ย”



“ยศกูยาวอยู่นะว่าไป” มันว่าออกมาแบบนั้นอย่างไม่สะทกสะท้านอะไร ก็บอกแล้วว่ามันเป็นคนหน้าด้านมากในจุดนึง ไม่งั้นมันจะตามตื๊อไอ้สมุทรไม่เลิกทั้งๆที่รู้ว่าเค้าไม่มีใจได้หรอ



“มองหน้ากูแบบนั้น ด่าอะไรกูในใจ”  แสนรู้ฉิบหาย



“แล้วพี่มาทำไรที่นี่”



“มาห้าง คิดว่ากูคงมาเดินแบบหรอ”



“กวนตีนไอ้เหี้ย คนยิ่งเหนื่อยๆ” ขมวดคิ้วใส่แม่ง ไม่น่าเสียเวลาชวนคุยเลยไอ้สัด



“มึงเหนื่อยอะไรนักวะ แต่ว่าสีหน้ามึงก็โรยๆนะ เสียน้ำหนักหรอ” ว่าแบบนั้นพร้อมเอื้อมมือมาจับที่ปลายคางของผม แล้วจับให้เชิดขึ้นไปมองหน้าพี่มันอีกที



“เจ็บนะเว้ย”



“จับนิดจับหน่อยเป็นร้อง บอบบางจังวะ”



“ใครมันจะหนาแบบมึง”



“หมายถึงKกูหรอ หนาก็ใช่ แต่ยาวด้วยนะ มึงดูป่ะ”



“โว๊ะ รำคาญไอ้เหี้ย กูก็มียังไม่อยากจะโชว์”



“เก่งว่ะ มันสู้นะ”  พี่ยอร์ชยกยิ้มมุมปาก มันดูจะสนุกขึ้นมานิดนึงที่ได้เถียงกับผม คนตรงหน้าที่ยกแก้วไอติมสตอเบอรี่ของตัวเข้าปาก ... กูอ้าปากค้างเลย โคตรจะคอนทราส บึกบึนมากๆแต่แดกไอติมชมพูสตอเบอรี่อ่ะเนอะ



“มองแบบนั้นหมายความว่าไง บูลลี่รสนิยมกูหรอ”



“ใครว่าไรยัง”



“สีหน้ามึงแม่งดูออกง่ายว่ะ ว่าแต่มาทำไรตรงนี้วะ ไปหาไรแดกกับกูป่ะ”



“มาชวนกูนี่มึงไม่มีคนคบหรือไง” ผมยกขาขึ้นมานั่งไขว่ห้างแล้วกอดอกเชิดหน้าถามคนที่ยังยืนค้ำหัวกันอยู่ตอนนี้ มันทำหน้านิ่งๆออกมาพร้อมถอนหายใจ



“ก็...”



“อย่าบอกกูว่าจริงนะ” ผมเลิกคิ้วถาม



“ก็ไม่เชิง แต่ไอ้อาทิตย์แม่งไม่คุยกับกูตั้งแต่วันนั้น แล้วเพื่อนกูอีก3คนแม่งก็ไปกับแฟนหมด เลยเหลือแต่กูเนี่ย”



“เหอะ สมว่ะ”



“กวนตีนว่ะ จะไปป่ะ ไม่ไปก็แล้วแต่ไอ้สัด กูไปละ” ไม่ง้อกูด้วย ทั้งๆที่ก็ไม่มีทางเลือก ผมปรายสายตาไปมองอีกทาง มองเห็นผู้ชายร่างบางที่เดินกลับมาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม ในมือถือถุงช็อปปิ้งอีกสองถุงมา หยิบมือถือที่พึ่งขึ้นแจ้งเตือนบอกว่าบัตรเครดิตถูกตัดไปอีกกี่บาท ถอนหายใจออกมาหนักๆทีนึงเลยกู



“เดี๋ยวพี่มึง” ไวเท่าความคิดก็คว้าท่อนแขนของมันเอาไว้ได้ทัน คนร่างสูงตรงหน้าเลิกคิ้วมามองกัน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เด็กแทนวิ่งกลับเข้ามาถึงตัวผมพอดี



“พี่มาร์ชฮะ น้องแทนมาแล้ว เอ๊ะ ... ว่าแต่นี่ใครหรอฮะ”  น้องเค้าถามออกมาแบบนั้น ก่อนที่ดวงตากลมจะวาววับแล้วยิ้มหวานออกมาตอนเห็นหน้าไอ้พี่ยอร์ช ... โอ้ไอ้สัด



“สวัสดีฮะ ผมแทน แล้วพี่คือ....” น้องแทนยิ้มหวานส่งไปให้ไอ้พี่ยอร์ช พร้อมฝ่ามือเรียวสวยที่ยื่นออกไปแบบตั้งใจจะจับมือทำความรู้จัก กูอุทานว่าไอ้สัดรัวๆในใจไปสิบรอบ ก็แรดเหี้ยไรนักอ่ะ



“ยอร์ช”



“ชื่อพี่ยอร์ชหรอฮะ เท่จัง พี่มาร์ชนี่ก็นะ มีเพื่อนหล่อๆแบบนี้ทำไมไม่แนะนำกันบ้างอ่า”  อ๋อ...กูจะแนะนำได้ทันได้ไง ก็ก่อนหน้านี้มึงพึ่งนอนเอากับกู กูคงมีเวลามาแนะนำหรอกมั้งครับ



ไอ้เหี้ย ช็อคกับความแรดของคู่นอนคืนเดียวของกูครับ ปลายสายตาไปมองถุงช็อปปิ้งที่อยู่ในมือและที่พื้นนั่นแล้วฉุนขึ้นมาทันที



“อ๋อ พอทีว่าพี่ก็ไม่ได้อยากให้น้องแทนรู้จักขนาดนั้นอ่ะครับ” ผมว่าออกไปแบบนั้น น้องแทนหันมามองหน้ากันแล้วทำสีหน้าเขินอาย ฝ่ามือเล็กๆนั่นยกมือขึ้นมาตีแขนผมเบาๆ



“พี่มาร์ชอ่า อย่าหึงสิครับ”



“ครับพี่หึง”



“โถ่ น้องแทนไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย” จีบปากจีบคอ เอามือทัดผม โหสวยเนอะ



“ดีจังที่น้องแทนไม่ได้คิดอะไร เพราะถ้าคิดพี่คงไม่ยอม....”



“อ่า ไม่คิดฮะๆ”



“ดีละ เพราะพี่ไม่ชอบให้ใครมาเจ๊าะแจ๊ะกับผัวพี่ครับ”



“ห๊ะ....”



เหมือนบรรยากาศโดยรอบหยุดหมุน น้องแทนตรงหน้าที่ยิ้มค้าง ก่อนจะชะงักสีหน้ามามองกันแบบงงๆ ผมยกยิ้มมุมปากหรี่ตามองนิดๆ ก่อนจะเดินเข้าไปคล้องแขนไอ้สัดพี่ยอร์ชมันเอาไว้ และอีกคนก็เหมือนจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีด้วยการยกมือมาโอบรอบเอวผมในทันที



“ไม่จริง! พี่หรอกแทนแบบนี้เพราะหึงหรอ พี่พึ่งจะ...กับแทนเองนะ จะเป็นเมียพี่ยอร์ชได้ไง”



“อ่อ เด็กนี่หรอเมียรัก ที่เมียรักไปลองมา เป็นไง สู้ผัวมึงคนนี้ได้ไหม” ไอ้พี่ยอร์ชพูดโพร่งออกมาแบบนั้น ไม่มีใครคิดบท กูยังไม่ได้ส่งซิกสักนิด แต่มันต่อบทได้เองแบบเป็นธรรมชาติ ผมเงยหน้ามองมันที่ก็กดสายตามองกัน แววตาวาบหวามที่ทำเอาผมรู้สึกแปลกๆ



“ว่าไงครับ ฟินสู้เวลาผัวแบบกูกระแทกมึงได้ไหม”



“นี่มัน...ไม่จริงอ่ะ” ไอ้น้องแทนว่าออกมาแบบนั้น มองทั้งผมกับไอ้พี่ยอร์ชอย่างสับสน หันไปมองหน้าเด็กนั่น แล้วเอื้อมมือไปดึงบัตรเครดิตในมือน้องมันมาถือไว้ ก่อนจะหันกลับไปกดยิ้มใส่พี่ยอร์ชมันแทน



“ฟินสู้เวลาผัวจ๋ากระแทกแรงๆเข้ามาไม่ได้เลยครับ”



“กูบอกแล้วไง ไม่มีใครถึงใจเท่ากูแล้ว ... ส่วนน้อง ขอโทษทีนะที่ต้องเป็นหนูทดลองให้เมียรักของพี่”



“ขอโทษทีนะน้องแทน ส่วนของพวกนี้ ถือว่าเป็นค่าตอบแทนในการทดลองของพี่นะครับ ... แล้วก็ อย่าไปอ่อยใครแบบเปิดเผยแบบนี้อีกน้า มันดูแรด”



“พ..พี่!!”



“ไปกินข้าวกันเถอะเมียรัก กูหิวจนจะแดกมึงได้ทั้งตัวแล้วครับ” พูดออกมาเสียงดังให้น้องแทนมันได้ยิน พร้อมเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆแก้มผมจนต้องเบี่ยงหน้าหนี ไอ้สัดนี่ มึงชักจะเล่นเกินบทมากไปละนะ!



#รักอยู่รู้ยัง

------------------------------------

อุ๊ยยย มีตัวละครใหม่ เด็กคนนั้นเค้าคือใครคะ อิอิ ไม่รู้ๆๆๆๆๆ

ส่วนใครพึ่งมาอ่านเรื่องนี้ แล้วส่งสัยว่า ทัพเมล คือใคร

สามารถไปหาอ่านกันได้ในเรื่อง Mistakes...หลงร้าย นะคะ (ขอขายของเก่านิดนึง)

ส่วนในตอนนี้ จะพูดถึงอดีตตอนช่วงสมัยน้องอยู่ม.4 แล้วพี่พระจันทร์อยู่ม.6นะคะ จริงๆตั้งใจว่าจะเล่าทั้งหมดเลย

แต่กลัวคนอ่านจะเบื่อถ้ามีแต่เรื่องในอดีต แคทเลยตัดสลับกลับมาที่ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นต่อจากนี้

อาจจะมีเรื่องราวของอดีตที่จะเฉลยมาเรื่อยๆ รวมถึงเฉลยเรื่องในตอนต้นที่ว่า น้องสมุทรกับพี่พระจันทร์ เค้าเคยมีความหลังอะไรกันมา

ส่วนเรื่องพี่ยอร์ช และน้องมาร์ชน้าน มาในตอนนี้ หวังว่าจะมีคนถูกใจในความจัดจ้านของคู่นี้นะคะ

มาลุ้นกันว่าจะมีใครลงเรือถูก หรือเรือผิดโพกันบ้างอ่ะเปล่า อิอิ

ทั้งนี้ทั้งนั้น แคทหวังว่าคนอ่านจะอยู่ด้วยกันไปถึงในตอนสุดท้าย หวังมากๆว่าทุกคนจะยังสนุกกับงานแคทเหมือนเรื่องอื่นๆ

หวังว่างานเขียนของแคทจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถทำให้คนอ่านของแคทมีวันดีๆได้อีกหนึ่งวันนะคะ

 :pig4: :L1: :3123: :กอด1:


 

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 695
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
เต็มอิ่่มมากกกก

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
ชอบความแสบของน้องมาร์ชสุด :m20:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
บทที่19



          ในร้านอาหารญี่ปุ่นกลางห้างใหญ่แถวอโศก ที่โต๊ะตัวสุดท้ายด้านในสุดของร้าน บริเวณที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวถูกชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนจับจองอยู่ในตอนนี้ อาหารถูกสั่งมาจนเต็มโต๊ะ เนื่องจากว่ามีคนอาสาว่าจะเลี้ยง เพราะแบบนั้นก็เลยสั่งมาเอามันส์แบบที่เจ้ามือในมื้อนี้ถลึงตาใส่ แต่คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็ยังไม่หยุดสั่งอยู่ดี



“ตายอดตายอยากมาจากไหนนักมึงอ่ะ” มันว่าแบบนั้น เลยทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าของเมนู



“ก็กูหิว อีกอย่างพี่มึงบอกว่าจะเลี้ยงไม่ใช่หรือไง”



“แล้วมึงคิดไหมถ้ากูไม่มีจ่าย มึงก็ต้องไปล้างจ้าน”



“เหอะ ถ้าพี่ไม่มีจ่าย เดี๋ยวกูไปจ่ายเองก็ได้ แต่ก็นะ ระดับคุณยอร์ช โยธา ศิริรัตน์มงคล แค่นี้ขนคงไม่กระเด็นหรอกมั้งครับ”



“ขนที่ว่านี่คือขนตรงไหนหรอครับที่มึงหมายถึง” ถามพร้อมยกยิ้มมุมปากมองกัน สายตาที่มองออกว่ามันกำลังทะลึ่งตึงตังกับกูอีกแล้ว เห็นแบบนั้เลยทำหน้าตึงแล้วอ้าปากพงาบๆ ออกไปโดยไม่ออกเสียงส่งไปให้มันว่า ‘K’



“กูรุ่นพี่มึงนะ ดูพูดจา”



“แล้วผมทำไรพี่ยอร์ชยังครับ” จีบปากจีบคอทำหน้าตาน่าสงสารใส่ มันส่ายหัวนิดๆ อย่างยอมจำนน แบบคนที่ไม่รู้จะเถียงอะไรออกมาอีก ก็ถือว่าดีละ เพราะตอนนี้หิวจนตาลาย ไม่ไหวจะมาเถียงกับมันหรอก



“ว่าแต่...มึงเองนี่ก็สนใจไคร่รู้ในตัวกูเหมือนกันนะเนี่ย” มันที่เอามือขึ้นมาวางค้ำกับปลายคาง ดวงตาคมเข้าคู่กับดวงหน้าเท่ๆ นั่นพร้อมยกยิ้มมุมปากมองจ้องตรงมาที่ผม



“อะไร”



“ก็ถึงกับรู้ชื่อจริงนามสกุลกูขนาดนี้น่ะ”



“อย่าสำคัญตัวมากได้ไหมวะ กูขนลุกซู่ซ่าไปหมด” บอกออกไปแบบนั้นพร้อมกรอกตาใส่ไปที มันที่พอเห็นแบบนั้นก็หลุดยิ้มขำออกมา



“กูก็แค่เช็ดดู เพราะอยากรู้ว่าไอ้คนที่มาวอแวเพื่อนกูมันมีดีแค่ไหนเถอะ”



“แล้วมีดีจริงป่ะล่ะ” ผมส่ายหน้ารับคำถามของมัน ก่อนจะออกปากตอบไปแบบไม่ต้องคิดเลย “มีเหี้ยน่ะสิ”



“มึงนี่แม่ง ... ว่าแต่ทำไมมึงเรียนเอกจีนวะ”



“ก็ตอนม.ปลายเรียนศิลป์ภาษาจีน" ตอบออกไปตามความจริงที่สุดจะชิลของตัวเอง



"ง่ายๆ แค่นั้นเลย"



"แล้วต้องยากแค่ไหนอ่ะ แต่จริงๆ มันก็แค่กูไม่ชอบคณิต เลยเลือกเรียนด้านที่รู้สึกว่าตัวเองเก่งก็แค่นั้น พอตอนจะเข้ามหาลัยก็ดันติดคณะนี้"



"อ่อ แต่ก็เจ๋งว่ะ เข้าใจภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง"



"ไม่ได้เจ๋งเหี้ยไรหรอก เรียกได้ว่าแม่งฟลุ๊คมาติดมากกว่า เอาจริงป่ะ อายุ18 แม่งยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าชอบอะไร อยากเป็นอะไร ... พี่ไม่คิดหรอวะ ว่าประเทศแม่งโคตรบีบคั้นให้เราต้องโต กูยังไม่ทันได้เรียนรู้ชีวิต เรียนรู้ความชอบตัวเอง ก็ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคตตัวเองแล้ว ซึ่งที่เลือกมา ก็ไม่รู้ว่ากูเลือกถูกหรือเลือกผิดด้วยซ้ำ"



"ก็จริงของมึง แต่ก็นะ ถ้าชีวิตมันง่ายขนาดนั้น มันคงไม่เรียกชีวิตหรอก"



"เออ ก็คงใช่ ... แต่จริงๆ แล้วกูอยากไปเกิดเป็นควายที่สวิสมากกว่าอ่ะ"



"สัด มึงนี่ก็ตลกเหมือนกันนะ" มันหลุดขำออกมาตอนที่ผมบอกออกไปด้วยสีหน้าจริงจัง เป็นเหี้ยอะไรถึงมาตลกกับความฝันของกูวะ



“แล้วนี่มึงชอบอาหารญี่ปุ่นมากเลยหรอวะ” ถามออกมาพร้อมปรายตามองตะเกียบของผมที่กำลังคีบซูชิหน้าเอ็นกาวะเข้าปากเป็นชิ้นที่สาม



“อืม มาก กูชอบอาหารญี่ปุ่น ความฝันอยากมีเมียเป็นคนญี่ปุ่น”



“จริงป่ะ” มองหน้าผมแล้วเลิกคิ้วสงสัย



“จริง”



“แล้วมึงรู้อะไรป่ะ”



“ว่า?” เงยหน้าขึ้นมาจากซูชิหน้าอุนางิมามองหน้ามันที่ทำสายตากรุ้มกริ่มพร้อมยกยิ้มส่งมาให้ ... เป็นเหี้ยอะไรของมันเอ่ย



“ว่าพ่อกูเป็นคนญี่ปุ่น” มันที่บอกกันแบบนั้นแล้วยักคิ้วให้หนึ่งที สายตาวาววับที่มาพร้อมกับมุมปากที่ถูกจุดรอยยิ้มที่ทำให้เครื่องหน้าของมันยิ่งน่ามอง แต่...



“แล้วพี่มึงจะมาเป็นเมียให้กูรึไง”



“เปล่า แต่เป็นผัวให้ได้นะ ลูกครึ่งญี่ปุ่นเหมือนกันแบบที่มึงชอบ”



“กูไม่ได้ร้องขอ อย่าสาระแนเสนอตัวได้ไหม”



“อ๊ะ ก็ตามใจ ก็ไม่ได้จะยัดเยียดKให้กันอะไรขนาดนั้น” ยกยิ้มขำแล้วยักไหล่ กวนตีนจนคิ้วกระตุก ปรายสายตามองซูชิตรงหน้าตัวเองแล้วนึกอะไรดีๆ ออก



“สัด เอานี่แดกไปจะได้หุบปาก”



“ให้ด้วย มึงมีใจว่ะมาร์ช”



“แดก” กระแทกเสียงพร้อมถลึงตาใส่ มันที่หัวเราะแบบชอบอกชอบใจที่ได้กวนตีนกัน ก็คีบเอาซูชิคำนั้นเข้าปากอย่างว่าง่าย ท่าทีสบายๆ ที่แสนจะอารมณ์ดี เห็นแบบนั้นก็ยิ้มกริ่มเลยกู



“ง่ำๆๆ ...เอ๊ะ ...เชี่ย...”



“มีใจ ใส่วาซาบิให้พี่มึงจุกๆ เลยน้า อร่อยเลยดิ ซึ้งน้ำตาไหลถึงตีนเลยไหมล่ะ”



“อ๊าก สัดมึงแม่ง”



“ฮ่าๆ ควายพี่ยอร์ช” กูขำเสียงดังแบบไม่สนใจใครในร้านเลย เพราะท่าทางที่น้ำหูน้ำตาไหล พร้อมหน้าแดงหูแดงแบบนั้นเห็นแล้วตลกแบบสุดๆ ก็แค่ยัดวาซาบิใส่ลงไปใต้ฐานซูชิแบบเน้นๆ เป็นก้อนใหญ่ๆ แค่นี้ก็ร้องไห้แล้ว สงสารเค้าจังเลยครับ



“อะๆ สงสารว่ะ” เลื่อนแก้วน้ำแตงโมปั่นของตัวเองไปให้ด้วยความสมเพช มันที่น้ำตาไหลหน้าแดงปรายตามองแรงใส่กัน แต่ผมก็ยังคงยิ้มตอบกลับไป



“แดกไม่แดก ยังไง”



“แดก!” กระแทกเสียงใส่กัน แต่มือก็ยังเอื้อมมาคว้าแก้วทรงยาวที่เป็นน้ำแตงโมปั่นของผมไปดูดจนหมดแก้ว ท่าทางจะเผ็ดจริง แต่ทำไมมึงไม่เปลี่ยนหลอดวะ



“หลอดนั่นกูดูดไปแล้ว”



“ช่างแม่งดิ กูเผ็ดจะตายให้คิดอะไรมากวะ” มึงไม่คิดก็ช่างดิ ... เหลือบสายตาไปมองริมฝีปากของมันที่ครอบลงที่หลอดดูดสีแดงนั่นที่ก่อนหน้านั้นผมดูดไปก่อนแล้วรู้สึกแปลกๆ แม่ง



“แกล้งกูเก่งนักนะ ถ้ากูเอาคืนบ้างอย่าร้องแล้วกัน”



“อยากจะร้องจะแย่แล้วจ้า อย่าลืมมาเอาคืนล่ะ” ตอบกลับไปแบบไม่ยอม มันที่ยังมีน้ำตาคลอๆ อยู่จ้องหน้ากันเขม็ง ก่อนจะกดยิ้มมุมปาก หน้าหล่อๆ ของมันที่เลื่อนข้ามโต๊ะมาหากัน ทำเอาผมต้องช้อนหน้ามองตามันตรงๆ



“ถ้ากูเอาคืน จะไม่ทำให้ร้องเฉยๆ”



“แล้ว”



“แต่จะทำให้ร้องบนตัวกูเลยล่ะ” สัด...



“บนตัวมึงน่ะก็ได้ ... เพราะระวังมึงจะมาร้องใต้ตัวกูบ้างก็แล้วกัน”



เหอะ อย่ามาเก่งกับกูครับไอ้พี่ยอร์ช กูไม่ใช่ไอ้สมุทร ยักคิ้วตอบมันกลับไป อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าหน่อยๆ แล้วถอยกลับไปนั่งกินของมันดีๆ ท่าทีของเราที่ไม่ได้เกร็งอะไรต่อกันสักนิด ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะสันดานของเราสองคนก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่ ผีเห็นผี ที่อย่าคิดว่าจะล้มกันลง



“ว่าแต่ มึงไปเจอไอ้เด็กแทนนั่นจากไหนวะ”



“ก็จากทางนี้ไง” ชี้มือลงไปที่มือถือของตัวเอง เค้าขมวดคิ้วนิดๆ อย่างไม่เข้าใจ ผมถอนหายใจใส่นิดๆ แล้วกดเปิดแอบนัดเอาชื่อดังให้เค้าดู



“อ๋อ...ง่ายๆ งี้”



“แล้วจะทำให้ยากทำไมวะ ก็แค่งี่”



“งี่ไรของมึง” มองหน้าผมแบบไม่เข้าใจศัพท์วัยรุ่น นี่ก็อยากจะถามว่าพี่มันอายุเท่าไหร่



“ผมหมายถึงมีอารมณ์อยากเอา”



“อ๋อ เงี่ยน” ขอบคุณมากที่มึงพูดซะดังขนาดนี้ มองเห็นพนักงานที่รีบเดินหนีออกไปจากบริเวณของเราสองคนอย่างไว แต่เหมือนกับว่าคนตรงหน้าของผมกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ผมกรอกตาแล้วส่ายหน้าให้พี่มันอย่างระอาใจ



“แล้วถ้ากูเล่นแอปนี้แล้วจับคู่ได้กับมึงขึ้นมาทำไง”



“ยากว่ะ มันต้องเขย่าในระยะใกล้ๆ กันถึงจะเจอ ถ้ากูเล่นแล้วเจอมึง มันก็พรหมลิขิตมากไปละ” ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก็จริงไหมล่ะ สำหรับแอปอันนี้ เวลาที่จะหาคู่ไปเยได้ จะใช้วิธีการเขย่ามือถือ แล้วแอปมันจะจับคู่ให้กับคนที่เขย่าเหมือนกันในบริเวณใกล้ๆ กัน ถ้าตกลงดีลกัน ก็ค่อยมาเจอกัน ... แล้วผมกับพี่มันจะไปเจอกันได้ยังไง



คนตรงหน้าที่พยักหน้าเข้าใจ มันมองๆ แอปที่ผมพึ่งอธิบายให้มันฟังไปแบบไม่สนใจอะไรมากนัก



“ปกติกูไม่เล่นแอปว่ะ ถ้าชอบก็ดีลเลย”



“ผมแล้วแต่อารมณ์ ถ้าเบื่อๆ หายากนักก็นัดเอาเล่นๆ”



“มึงนี่แม่งก็ร้ายเหมือนกันนะ” เค้ามองหน้าผมแล้วยกยิ้ม



“ผมร้ายได้กว่าที่พี่มึงคิดอีก”



“พี่กลัวจังเลยว่ะมาร์ช อยากลองของแรงเลย”



ฝันไปเถอะไอ้สัด! ... แต่ถ้ากูเป็นคนลอง ก็จะขอคิดดูละกันนะ



...



           คุณเคยเป็นไหม เวลาที่ไปทานข้าวที่อื่นกับคนที่คุณไม่รู้จักหรือไม่สนิทใจ แล้วจะเกิดอาการเขินอายไม่กล้าตักอะไรมาใส่จาน ทั้งๆ ที่เวลาปกติอยู่บ้านก็สวาปามแบบที่เรียกได้ว่าแทบจะแดกจานเข้าไปด้วย แต่พอต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่ทำได้คือทำแค่ตักอาหารที่อยู่แค่ตรงหน้าในระยะใกล้ๆ แล้วยิ้มน้อยๆ กินนิดๆ ทั้งๆ ที่หิวฉิบหายเลยเนี่ย!



“น้องสมุทรแพ้อะไรไหมลูก” อาเมลเอ่ยถามผมขึ้นมาแบบนั้น ในตอนนี้ที่เรานั่งรวมกันอยู่ในห้องทานอาหารหรูหรา ที่มีโต๊ะหินอ่อนสีขาวตัวยาวสำหรับนั่งได้ประมาณ10ที่นั่ง ไฟดวงกลางในห้องทานอาหารนี้ถูกประดับตกแต่งไว้ด้วยช่อแชนเดอเรียอันใหญ่ ในสุดมุมห้องมีคอนโดแมวขนาดใหญ่มากๆ ตั้งอยู่ ตรงมุมห้องใกล้ๆ กับม่านสีแดงขนาดใหญ่ มีแมวสีขาวตัวหนึ่งนอนเล่นอยู่ตรงนั้น ผมละสายตามาจากมันก่อนจะส่งยิ้มอ่อนๆ กลับไปให้พร้อมส่ายหัวให้แทนคำตอบ รู้สึกตื่นตะหนกหน่อยๆ กับสถานที่หรูหรา และคนตรงหน้านี้ที่ก็ยังเป็นครอบครัวของพี่พระจันทร์อีก



“ลองทานขนมจีบกุ้งนี่ดูสิ อาทำเองเลยนะ ถือเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยของบ้านเรา” อาเมลว่าแบบนั้นแล้วส่งยิ้มอย่างใจดีมาให้ พี่พระจันทร์ที่นั่งอยู่ข้างกันยกยิ้มออกมานิดๆ แล้วเอื้อมมือไปคีบขนมจีบมาใส่ไว้ในจานให้ผม



“กินดูดิ อาเมลทำอร่อย”



“ครับ”



“ตอนเด็กๆ นะ เจ้าพวกนี้ร้องจะกินบ่อยมากเลย” อาเมลบอกออกมาแบบนั้น แล้วพยักหน้าไปทางพี่พระจันทร์ที่ก็แค่ทำหน้านิ่งๆ ตามนิสัยของเค้า ผมยิ้มรับก่อนจะยกขึ้นมากัดกิน แล้วก็ได้รู้จักคำว่า แสงออกปาก~



“หื้ม อร่อยมากๆ เลยครับ” ผมบอกออกไป เป็นขนมจีบกุ้งที่อร่อยจริงๆ อร่อยไม่ตอแหลครับ เนื้อสัมผัสที่กัดเข้าไปแล้วยังรับรู้ได้ถึงเนื้อกุ้งที่สับแบบหยาบๆ ผสมกับหมูสับที่เนียนไปด้วยกัน รสชาติหอมหวานกลมกล่อม และตัดกับกระเทียมเจียวหอมๆ ที่เหมือนว่าจะทำให้มาพร้อมกัน



“ใช่ไหมล่า ใครกินก็ติดใจทั้งนั้นเลยน้า ขนาดน้องอัยย์ยังชอบเลยล่ะ” อาเมลพูดออกมาอย่างร่าเริง ท่าทางที่เหมือนกับว่ากำลังนึกย้อนไปถึงอดีต แต่คำพูดนั้นทำผมชะงักไปเล็กน้อย น้องอัยย์ที่อาเมลพูดถึง คงจะไม่ใช่ใครคนอื่น นอกจากพี่อัยย์



“เมื่อก่อนนี้มาเล่นด้วยกันบ่อยก็เพราะว่าอยู่ข้างบ้านกันนี่ล่ะ ตอนที่เลี้ยงเจ้าพวกนี้ด้วยกันนะ เหนื่อยจนหัวหมุนเลยล่ะ” อ่า...พี่เค้าอยู่บ้านหลังข้างๆ นี้เองหรอ เพราะแบบนี้สินะ พี่พระจันทร์ถึงรักเค้ามากขนาดนั้น ก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กขนาดนั้นเลย เป็นเรื่องที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย พอนึกได้แบบนี้แล้วก็เผลอยิ้มออกมาบางๆ



“อาเมลพูดมากว่ะ” พี่พระจันทร์ว่าออกมาเสียงเข้ม ผมสะดุ้งกับคำพูดนั้นของคนข้างตัว หันไปมองหน้าพี่พระจันทร์ที่ตอนนี้ก็ขมวดคิ้วมองหน้าอาเมลแบบไม่ชอบใจ ผมหันไปมองอาเมลที่หน้าเสียเล็กน้อย และมองมาที่พี่พระจันทร์แบบไม่เข้าใจกับท่าทางของหลานตัวเอง ... อืม ผมด้วย ก็ไม่เข้าใจว่าพี่เค้าเป็นอะไร



“พระจันทร์ อย่าขึ้นเสียงใส่อาเมลแบบนี้ ป๊าเคยสอนให้แก่ทำนิสัยแบบนี้หรอ” เสียงเข้มของคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะทำเอาผมสะดุ้ง หันไปมองก็เห็นป๊าทัพที่กำลังมองมาด้วยสายตาคมนิ่ง อยู่ๆ บรรยากาศในโต๊ะอาหารก็ดูเย็นยะเยือกขึ้นมาซะแบบนั้น ผมหันไปมองหน้าพี่พระจันทร์ที่ยังคงนิ่งไม่ต่างจากป๊าของเค้า ท่าทางที่เหมือนกันสมแล้วที่เลี้ยงดูกันมานั่นทำผมต้องเม้มปากแน่น ก่อนจะเลื่อนมือที่อยู่ใต้โต๊ะไปคว้าจับคนข้างๆ ตัวเอาไว้ เค้าที่ชะงักตัวไปนิดหน่อยแล้วหันมาจ้องตากับผม ส่ายหน้าหน่อยๆ ให้อีกคนที่พอเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่



“ขอโทษครับอาเมล โทษครับป๊า”



“โถ่ เรื่องแค่นี้อีก พ่อลูกทำไมต้องทำให้เสียบรรยากาศด้วยก็ไม่รู้” อาเมลบอกออกมาแบบนั้นพร้อมรอยยิ้มบางๆ สีหน้าท่าทางที่ก็ดูว่ากำลังพยายามทำให้ทุกอย่างดีขึ้นนั่น



“ขอโทษด้วยนะน้องสมุทร พอแก่แล้วก็ชอบพูดพร่ำไปเรื่อย”



“ก็นั่นน่ะสิ” พี่พระจันทร์พูดแทรกออกมาอีก จนผมต้องบีบมือให้หยุดพูด



“เดี๋ยวเถอะ ได้ยินนะพระจันทร์ว่าฉันแก่หรอห๊ะ”



“ก็มันจริงนี่ อาเมลน่ะรีบๆ กินเข้าไปเถอะ จะได้ไม่ต้องพูด”



“หน่อย เจ้าเด็กนี่ โตแล้วหือหรอ น้องสมุทรดูไว้นะลูก เลิกชอบมันแล้วไปหาคนอื่นเถอะ”



“ฝัน! อาอย่ามายุนะ” สองคนที่เถียงกันไปมา เหมือนว่าจะทำให้บรรยากาศรอบๆ ตัวของเราดีขึ้นมาเล็กน้อย ผมหัวเราะออกมากับท่าทางแบบนั้นที่ผมไม่เคยเห็นของพี่พระจันทร์ เหมือนกับว่าพอกลับมาที่บ้าน พี่พระจันทร์ก็จะกลายเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ที่ชอบเถียงอาของเค้าด้วยสีหน้านิ่งๆ ที่แสนจะกวนประสาทซะอย่างนั้น



“เออ ใกล้ถึงวันเกิดแกกับไอ้อาทิตย์แล้วนี่” คุณป๊าพูดออกมาแบบนั้น ตอนที่พวกเราเริ่มทานผลไม้เป็นอาหารอย่างสุดท้ายของมื้อนี้ พี่พระจันทร์ทำหน้าคิดนิดนึงแล้วพยักหน้าตอบกลับไป ... จริงสิ ผมเองก็ลืมไปเลยว่าใกล้จะถึงวันเกิดของเค้าแล้ว



“จริงๆ จันทร์อยากเกิดคนเดียว แต่ไอ้ทิตย์เกาะไม่ปล่อย สลัดก็ไม่หลุดมันเหมือนปลิง รู้งี้เอาสายรกแม่พันคอมันตั้งแต่ในทองแม่ละ”



“นี่ อย่าว่าน้องสิ” อาเมลถลึงตาดุ แต่พี่พระจันทร์ก็ไม่สนใจอยู่ดี



“ก็จริงอ่ะ” ยักไหล่ตอบกลับอาเมลไปนิดๆ คำพูดแบบนั้นที่ผมคิดว่าถ้าพี่อาทิตย์อยู่ตรงนี้คงกรี๊ดใส่หน้าพี่พระจันทร์แน่ๆ



“แล้วคิดหรือยังว่าปีนี้จะจัดที่ไหน”



“ผมยังไม่ได้คิดอ่ะป๊า เดี๋ยวถามไอ้ทิตย์อีกทีละกัน ไม่รู้ว่ามันจะอยากจัดร้านอารุกมากกว่าร้านอาดาบหรือเปล่า”



“อืม อยากจัดที่ไหนก็ตามใจ แต่ถ้าขาดอะไรยังไงก็โทรมาบอกป๊า”



“ขอบคุณครับ” พี่พระจันทร์ยกมือไหว้ ส่วนคุณป๊าก็แค่จ้องตามองลูกด้วยสีหน้านิ่งๆ ท่วงท่าน่าเกรงขามที่เอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดปากนิ่งๆ ก่อนจะปรายสายตามามองหน้าผม รู้สึกตกใจจนต้องหลบตาวูบ



“แล้วก็...”



“ครับ” พี่พระจันทร์เลิกคิ้วมองหน้าพ่อตัวเองอีกที ผมเงยหน้าขึ้นมามอง เห็นป๊าทัพแค่ยกยิ้มมุมปาก แต่สายตานิ่งๆ นั่นกลับไม่มีแววล้อเล่น



“จะทำอะไรก็รีบทำ เวลาไม่เคยคอยใคร แล้วความรู้สึกของใคร ก็ไม่ได้มีไว้รอแค่คนๆ เดียว...ถ้าช้า มาเสียใจทีหลังก็ช่วยอะไรไม่ได้แล้ว มีแค่คำว่าน่าสมเพชเท่านั้นที่จะได้รับ รู้ใช่ไหม”



“ป๊า...”



“ป๊าอิ่มละ เดี๋ยวขอขึ้นไปทำงานต่อก่อนละกัน” คุณป๊าว่าแบบนั้นพร้อมลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทางสง่างาม ผมขอใช้คำนี้เลย หล่อเท่โดนใจอ่ะครับ ผู้ใหญ่ที่มีมาดเท่ขนาดนี้ ผมไม่แปลกใจว่าทำไมพี่พระจันทร์ถึงเติบโตมาดี



“ส่วนเรา...”



“ค...ครับ ผมหรอครับ” สะดุ้งตกใจตอนที่ป๊าทับชี้นิ้วหันมาทางผม ดวงตาคมดุนั่นมองมาที่ผมนิ่งๆ รู้สึกอยู่ๆ ก็ต้องนั่งตัวตรงขึ้นมา เผลอกลืนน้ำลายลงคอนิดๆ แต่ก็ไม่หลบสายตา ถ้าป๊าทัพบอกว่าให้เลิกกับพี่พระจันทร์ไปซะ ผมพูดเลยนะว่า!



“ไม่ครับ ผมไม่เลิกชอบพี่พระจันทร์!” เอ้าฉิบหาย! กูพูดออกมาอีกแล้ว!!



เป็นครั้งที่สองของวันนี้ที่มาปล่อยไก่ขายหน้า แล้วเป็นห่าอะไรไอ้สมุทรถึงชอบตะโกนความในใจออกมาวะแม่ง!!ผมทำหน้าอยากจะร้องไห้ส่งออกไป เป็นอีกครั้งที่ป๊าทัพต้องหลุดสีหน้านิ่งๆ เพราะผม งื้อ น้องสมุทรไม่ได้ตั้งใจ



“อึฮึ่ม...ป๊าไม่ได้จะบอกว่าให้เลิกชอบไอ้พระจันทร์”



“อ่า ค ครับ” ช่วยด้วย น้องสมุทรอายมากๆ มองจากหางตายังเห็นพี่พระจันทร์อมยิ้มจนหน้าเบ้ อยากหัวเราะกันมากสินะ ฮื่อ อยากมุดโต๊ะว่ะแม่ง



“แค่จะบอกว่า ถ้ามันทำให้เสียใจ มาฟ้องได้ทุกเมื่อนะ บ้านนี้ไม่เข้าข้างลูกมากกว่าความถูกต้องหรอก” ป๊าทัพพูดออกมาแบบนั้น เป็นเวลาเดียวกันกับที่ผมก็ช้อนตาขึ้นไปมองดวงตาคมของป๊า มองเห็นรอยยิ้มอุ่นๆ ที่ส่งมาให้ผมจนเผลอยิ้มตามออกมา ใบหน้าหล่อเข้มที่ติดจะดุนั่น พอยิ้มออกมาแล้วดูใจดีจนผมอยากร้องไห้เลยล่ะ ท่าทางแบบนั้น คำพูดแบบนั้น ...



“เอาล่ะ ไม่อยู่กวนแล้ว ยังไงขอตัวก่อนล่ะ” ร่างสูงที่มีแผ่นหลังกว้างที่แบกความรับผิดชอบมากมายแค่ไหนเอาไว้บนบ่า ผมไม่รู้หรอก แต่ทวงท่าและท่าทางแบบนั้น แบกความอบอุ่นที่มีเอาไว้ให้ครอบครัวของเค้า มากจนผมสัมผัสได้เลยล่ะ พวกเรามองตามแผนหลังกว้างๆ นั่นไปจนลับสายตา หันกลับมามองหน้าอาเมลที่ก็ยิ้มบางๆ ส่งมาให้


(มีต่อค่ะ)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-04-2022 20:55:42 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

“เอาล่ะเด็กๆ เดี๋ยวอาขอขึ้นไปดูน้องซันก่อนนะ นี่ก็ดึกแล้ว คืนนี้ไม่นอนค้างที่นี่ซะเลยล่ะ”



“เอ่อ...”



“เดี๋ยวดูก่อนละกันอาเมล”



“โอเค แต่ถ้าจะกลับยังไงก็ไปส่งน้องดีๆ จำเอาไว้ จะทำอะไรลูกเค้าก็มีพ่อมีแม่ อย่าให้พ่อแม่เค้ามาถอนหงอกฉันได้ล่ะเข้าใจไหมไอ้ดื้อ”



“จันทร์รู้แล้วน่า ไปห่วงไอ้ทิตย์เถอะ”



“ปากมันดีกันจริงๆ เฮ้อ อยู่กับมันก็ทนๆ หน่อยนะน้องสมุทร ถ้าทนไม่ไหว อาอนุญาตให้ฟาดได้แรงๆ” อาเมลว่าแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมารูปหัวผมเบาๆ แต่ติดตรงพี่พระจันทร์มาดึงมือออก



“จับเพื่อ”



“เอ๊ะ นี่ฉันอาแกนะ”



“แล้วไงอ่ะ”



“โอ๊ย ประสาทจะแดกจริงๆ” อาเมลว่าแบบนั้นแล้วจ้ำพรวดๆ เดินหนีไปแบบสุดจะทน ไม่ทันได้ยกมือไหว้เลยจริงๆ ผมหันไปมองพี่พระจันทร์ที่ก็แค่ยักไหล่แบบไม่สนใจ เค้าที่ลุกออกจากโต๊ะทานข้าวแล้วเดินไปที่มุมห้อง ก่อนจะก้มตัวลงอุ้มแมวสีขาวมาไว้แนบอก



“น่ารักจัง”



“ใช่ไหมล่ะ ไอ้เจ้าตัวนี้ชื่อหลง”



“สีขาวน่ารักจัง” ผมเอื้อมมือไปเกาคางเจ้าแมวที่ตอนนี้เอาหัวมาถูๆ อ้อนไปตามฝ่ามือของผม



“อยู่เป็น ให้มันได้แบบนี้สิ” พี่พระจันทร์ว่าแล้วยกยิ้มมุมปาก แววตาอ่อนโยนที่น้อยครั้งนักผมจะเห็น



“มันมีเพื่อนด้วยนะเจ้าตัวนี้น่ะ”



“มีแมวอีกตัวเป็นเพื่อนหรอครับ” ผมหันซ้ายหันขวามองหา แต่พี่พระจันทร์ทำแค่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ



“เปล่า เป็นสิงโต”



“ห๊ะ”



“จริงๆ นอนอยู่หลังม่านเนี่ย” ชี้มือไปที่ม่านสีแดงที่ถูกปิดเอาไว้ ผมเบิกตากว้างนิดหน่อยอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ถ้ามองจากสภาพบ้านหลังนี้ ผมว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นล่ะ อย่างกับบ้านมาเฟียในหนัง



“มันชื่อเชอร์รี่ เป็นสิงโตที่ป๊าเลี้ยงไว้ ไว้วันหลังจะพามาดู นี่ดึกแล้วถ้าไปกวนมัน มันจะโมโหเอา” ไอ้เหี้ย...เรื่องจริงชัวร์ แต่คือ บ้านไหนเค้าตั้งชื่อสิงโตว่าเชอร์รี่วะไอ้เหี้ย แบ๊วกว่าชื่อหมาอีกอ่ะ เสียหมดเลย สงสารเจ้าสิงโตตัวนั้นเลยครับ



พี่พระจันทร์ก้มตัวลงวางเจ้าหลงลงที่คอนโดแมว ก่อนจะจับมือผมให้เดินตามกันออกมา



“วันนี้นอนนี่ดีไหม”



“หื้ม แต่...”



“ไม่ได้กลับบ้านนานแล้ว อยากอยู่...”



“แต่ผม เป็นคนนอก”



“ได้กูแล้ว ก็ถือเป็นคนใน”



“พูดบ้าอะไรของพี่เนี่ย...” ใครได้ใครวะปัดโถะ น้องสมุทรไม่ได้เป็นคนได้สักหน่อยป่ะ ถลึงตาใส่คนตรงหน้าที่ก็แค่ยกยิ้มมุมปากมาให้



“อ่อ มันไม่จริง”



“ก็...”



“เออๆ ไม่จริง เพราะมึงไม่ได้กู แต่กูได้มึง ขอโทษที่พูดไปแบบผิดโพสิชั่นนะ”



“พี่พระจันทร์!”



“แล้วมึงขึ้นเสียงทำไม”



“ก็แล้วจะทำไมเล่า!”



“ก็ไม่ทำไม แต่เสียงดังมากๆ กูก็ตกใจไง เนี่ย มึงจับดูดิ ใจเต้นเลยว่ะ”



พี่พระจันทร์ว่าแบบนั้น แล้วทำสีหน้าอมยิ้มที่โคตรจะน่าตีส่งมาให้ ผมไม่รู้จะรับมือกับท่าทางแบบนี้ของเค้ายังไงเลยจริงๆ คนตรงหน้าที่เปลี่ยนไปมากๆ เอื้อมมือมาจับมือกันให้เดินตามเค้าขึ้นไปที่ข้างบนห้อง ห้องกว้างที่การตกแต่งไม่ได้แตกต่างจากที่คอนโดมากเท่าไหร่ เป็นห้องเท่ๆ ที่ดูก็รู้ว่าเป็นห้องพี่พระจันทร์ แตกต่างนิดหน่อยตรงที่บนเพดานติดดาวเรืองแสงบนเพดานเอาไว้จนเต็ม



“ตอนเด็กๆ กูชอบ มึงอย่าคิดจะล้อล่ะ” ก็ใครจะล้อกันล่ะวะ เปล่าสักหน่อย น้องพระจันทร์เค้าก็ร้อนตัวอยู่นะครับ อิอิ



แต่ว่าก็ว่าเถอะ ยิ่งรู้จักกันมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งได้เห็นมุมแปลกตาของพี่พระจันทร์มากขึ้นเท่านั้น พี่พระจันทร์ที่ดูไม่สนใจอะไร จริงๆ เค้าก็เป็นคนอบอุ่นไม่แพ้ใครเหมือนกันนะ



“ห้องน้ำอยู่ตรงนั้นนะ”



“อ่าครับ”



“เข้าไปอาบได้เลย”



“พี่พระจันทร์ไปอาบก่อนเถอะ เดี๋ยวน้องสมุทรขอโทรไปบอกที่บ้านก่อน”



“งั้นก็ตามใจ” เค้าว่าแบบนั้นแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ผมเม้มปากแน่นๆ รู้สึกทำตัวไม่ถูกและไม่เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด จะลุกจะนั่งจะเดินก็แปลกไปหมด ยิ่งได้เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ที่ห้องๆ นี้ มันเกินกว่าที่ผมเคยหวังไปไกล ถึงแม้ว่าจะเคยคิดว่าจะต้องชนะใจพี่พระจันทร์ให้ได้ก็เถอะ



แต่เรื่องในตอนนี้มันไม่ใช่การชนะใจน่ะสิ ... มันเหมือนเป็นการให้อีกฝ่ายรับผิดชอบกับเรื่องคืนนั้น



ผมหันไปมองประตูห้องน้ำที่ปิดสนิท เสียงน้ำไหลตกกระทบกับพื้นห้องน้ำ ก่อนจะหันกลับออกมาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างระเบียงห้องนอนของพี่พระจันทร์ บ้านหลังใหญ่ที่อยู่ด้านซ้ายมือของบ้านหลังนี้ นั่นคงเป็นบ้านของพี่อัยย์ ใกล้กันขนาดนี้ อืม...ก็ไม่แปลกใจที่เค้าจะเสียสูญขนาดนั้น พี่พระจันทร์คงรักและผูกพันธ์กับเขามากๆ เลยจริงๆ



แล้วคนแบบน้องสมุทรจะเอาอะไรไปสู้เค้าได้วะ หน้าตา ฐานะ และความรักของพี่พระจันทร์ ถอนหายใจออกมาหน่อยๆ แล้วยกมือขึ้นตบๆ ที่แก้มของตัวเอง สู้สิวะไอ้สมุทร! จะยอมแพ้ได้ไงมาขนาดนี้แล้วนะ



ถึงตอนนี้ผมจะรู้ว่าที่พี่พระจันทร์ทำให้กันอยู่ก็เพราะความรู้สึกผิดก็เถอะ ... แต่แล้วไง เรื่องอะไรผมจะต้องปล่อยช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ไปล่ะวะ



ผมก้มหน้าลงกดไลน์ส่งไปบอกทะเลว่าวันนี้ไม่กลับบ้าน ก็ได้ข้อความแก่แดดของมันกลับมาว่า ทะเลจะไม่ฟ้องแม่หรอกนะว่าพี่หมุดไปนอนค้างบ้านผู้ชาย แอร๊ย



ผมขำแล้วส่ายหน้าน้อยๆ กับความแก่แดดแก่ลมของมัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงบางอย่าง เลยเลือกที่จะกดโทรออกไปหาไอ้มาร์ช เพื่อนคู่คิด มิตรคู่สร้าง ผมรอสายอยู่นานสองนานกว่าที่มันจะรับ



“ทำไมพึ่งรับวะพ่อ”



((ป...เปล่าๆ อื้ม มึงมีอะไร) ) ไอ้มาร์ชตอบออกมาแบบนั้น เสียงมันดูแผ่วๆ เหนื่อยๆ ก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่ามันเป็นอะไร แต่เสียงแบบนั้นก็ทำเอาหัวคิ้วน้องสมุทรต้องขมวด



“คือว่านะ อาทิตย์หน้าน่ะ มันจะเป็นวันเกิดพี่พระจันทร์”



((อ๊ะ...อ่า แล้วทำ.. ทำไมวะ) )



“ก็คือกูอยากจะซื้อของขวัญให้เค้าไง มึงว่ากูเอาอะไรให้เค้าดีวะ แบบว่าวันนี้นะพ่อ มึงต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าตอนนี้กูมาบ้านพี่พระจันทร์ บ้านใหญ่! บ้านที่ป๊าเค้าอยู่เลยอ่ะ”



((เชี่ย!...) )



“มึงเองตกใจเหมือนกูใช่มะพ่อมาร์ช นั่นล่ะ กูก็ตกใจ”



((อ่า...อื้มม) )



“อ่าอืมอะไรวะ นี่มึงทำอะไรอยู่วะเนี่ย สดวกคุยเปล่าวะ กูว่าเสียงมึงดูเหนื่อยๆ นะ”



((ส...สมุทร) )



“ว่าไงพ่อ!”



((โอ๊ยเชี่ย ไม่รู้แล้ว มึงก็ผูกโบว์ใส่ตัวมึงเลยละกัน อื้อออ แค่นี้ก่อนนะ!”



‘กริ๊ก’



“อ้าว....” ได้แต่อ้าปากค้างตอนที่ได้ยินเสียงวางสายสางมาให้กัน กระพริบตาปริบๆ งงๆ ตอนที่โดนตัดสายไปแบบนั้น คืออะไรวะนั่นน่ะ พ่อมาร์ชกูวางสายใส่อ่า



“มึงยืนทำหน้างงอะไรอยู่วะ ไปอาบน้ำได้แล้วปะ”



“อ้าว ออกมาแล้วอ่อ..เชี่ย!” ผมหันหน้าไปมองคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ต้องอุทานออกมาเสียงดัง แล้วมันเรื่องอะไรกันที่เค้าต้องออกมาด้วยผ้าขนหนูผูกเอวจนเห็นซิกแพ็คกับมัดกล้ามวีไลน์ ที่เหนือขึ้นมาเป็นไรขนอ่อนๆ ด้วยล่ะวะ



“ตกใจไรวะ”



“เปล๊า!”



“มึงเสียงสูงนะ”



“เปล่า” กดเสียงต่ำใส่แม่ง ต่ำแบบสุดๆ ต่ำกว่านี้น้องสมุทรก็ติดดินแล้วนะ ว่าแต่...เห้ยๆ จะเดินเข้ามาใกล้กันทำไมวะเห้ย



“เป็นอะไร ทำไมแก้มแดงๆ” ฝ่ามือเย็นๆ ที่เอื้อมมาแตะที่ข้างแก้มทำผมสะดุ้ง ช้อนตามองหน้าคนตรงหน้าที่ยกยิ้มมุมปาก



“เปล่าเถอะ”



“อ๋อ เขิน”



“น้องสมุทรไม่ได้เขิน” เถียงออกไปแบบนั้น คนตรงหน้าที่ก็เดินขยับเข้ามาหากันมากกว่าเดิม ผมที่สะดุดทรุดตัวลงนั่งที่เตียงกว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว ช้อนตามองคนตรงหน้าที่ยืนคล่อมค้ำหัวกันอยู่ในตอนนี้



“ไม่ได้เขินแล้วเป็นอะไร”



“ก็...” ก็อะไรดีวะ คิดสิคิดสิไอ้น้องสมุทร”



“อ้อ หรือตกใจอันนี้” ฝ่ามือหนาที่เอื้อมมือมาจับมือผมเอาไว้ ก่อนจะดึงให้ไปวางลงที่กลางกายของคนตรงหน้า นิ้วเรียวยาวของพี่พระจันทร์ที่จับนิ้วของผมรูดรั้งไปตามความยาวของแกนกายที่อยู่ข้างใต้ผ้าขนหนูนั่น สัมผัสตั้งแต่โคนจรดปลายหัว รูดรั้งแผ่วๆ ผ่านเนื้อผ้าขนหนูผืนนุ่มนั่งอย่างชัดเจนและหยาบโลน ไม่รู้ว่าหน้าขึ้นสีมากแค่ไหน รู้แค่ว่าตอนนี้ก็ได้แต่นั่งทำตาเบิกตากว้างอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ พร้อมกับอ้าปากผงาบๆ กับสถานการณ์ตรงหน้านี้ ทำยังไงดี น้องสมุทรกำลังจับโจ้ยยักษ์ของพี่พระจันทร์!!



“พ...”



“จริงด้วย ตกใจพระจันทร์น้อยนี่เอง”



“น้อยบ้าอะไร มันใหญ่มาก เสียบเข้ามาทีนึงถึงไส้ใน พูดมาได้ ปัดโถะ!” เถียงออกไปแบบนั้นแบบไม่ลืมหูลืมตา แถมก็ลืมว่าพอพูดออกไปแล้วมันโคตรจะเสียเปรียบ ช้อนตามองหน้าคนตรงหน้าที่ยกยิ้มล้อ ก่อนที่ใบหน้าได้รูปของพี่พระจันทร์จะพยักหน้าขึ้นลงเหมือนว่าเข้าใจกันมากมายและตอบกลับออกมา



“อ๋อ แบบนี้นี่เองนะ มันใหญ่มากๆนี่เอง ทำน้องสมุทรตกใจเลย โอ๋ๆนะครับ



ปัดโถ่เว้ย! น้องสมุทรไม่อยากได้พี่พระจันทร์เวอร์ชั่นนี้แล้ว เถียงสู้ไม่ได้เลยแม่!



#รักอยู่รู้ยัง



---------------------------------------

คือว่า แคทรู้ว่ามันอาจจะเป็นการน่ารำคาญ และดูเรียกร้องจากคนอ่านมากเกินไป

กับนิยายเรื่องนี้ที่มันไม่ได้สนุกมากมายขนาดนั้น

แต่แคทก็ยังดึงดันและขอรบกวนคนอ่าน ถ้าใครยังอ่านเรื่องนี้อยู่ ช่วยคอมเม้นท์บอกความรู้สึกกับแคทหน่อยได้ไหมคะ

ในทุกๆครั้งที่เขียนมันออกมา แคทเองก็รู้สึกว่า เออ มันไม่ดีเลย มันไม่สนุกสินะ

ถ้าคนอ่านมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ยังไง บอกแคทได้นะคะ ถึงจริงๆจะรู้ว่าเขียนออกมาได้ไม่ดีก็ตาม

ทั้งนี้แคทยังขอบคุณคนอ่านที่โดเนทให้แคทเสมอในทุกๆตอน  ทั้งกำลังใจ และนอดสนับสนุน

ขอบคุณจริงๆค่ะ แคทเองก็อยากจะทำให้เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่คนอ่านรู้สึกสนุกมากๆเหมือนกัน

ปล. คนอ่านถามว่าน้องซันคือใคร บอกได้เลยว่า ไม่รู้ๆๆๆๆๆ อิอิ (โดนคนอ่านถีบ)

ปล.2 ขอขอบคุณคนอ่านจากทางเล้าเป็ดที่อยู่กับแคทมาในทุกๆตอนด้วยนะคะ

:impress2: :-[ :o8:
  ขอบคุณที่อยู่กับแคทมาในทุกๆตอนเลย แคทดีใจที่ยังอยู่ด้วยกันนะคะ

เต็มอิ่่มมากกกก
จริงไหม แคทดีใจแล้วน้าาา :mew1:

ชอบความแสบของน้องมาร์ชสุด :m20:
น้องม้าคบอกพี่ยอร์ชว่า ก็มาเดะ! :z6: (ตุบตับๆ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-04-2022 22:18:37 โดย Yoghurt »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ Koyokid16

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
สนุกมากนะคุณแคท ไม่ต้องคิดมาก เป็นแบบที่คุณแคทเป็นก็สุดยอดแล้วจร้า  :L1:
ยังตามอ่านเสมอนะคะ ถึงไม่ค่อยได้เม้นแต่รักมากมายนะ (ปล.สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะจ้า  :L2:)

#ยังคงชอบความมึนกับมโนของน้องหมุด ชอบความเข้าใจโลกของนาง สุขกับปัจจุบัน อนาคต เป็นเรื่องของอนาคต / คู่น้องหมุดพี่พระจันทร์ เขาเหมาะกันนะ ยึดติดทั้งคู่
#ชอบความร้ายชนร้ายของ น้องM&พี่Y, แหมๆ ผมร้ายนะพี่ไหวเหรอ! วุ้ย ตอนหน้า NC คู่นี้ต้องมาละใช่ไหมคะ??  :hao6:

 :pig4:

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
น้องมาร์ชไป อืมม..อ่าา.. . กับใคร สารภาพมาาาาาาาาา :z1:

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ

**NC ในตอนนี้จะอยู่ในระดับที่ไม่ถึงกับสอดใส่
แต่ก็หืดหาดโฮกฮากไปด้วยกัน (ไหวย่อ)


บทที่20

 

           ขาเรียวก้าวยาวๆมุ่งตรงไปยังห้องน้ำด้วยขาที่สั่นสะท้าน สองมือที่ใช้พยุงตัว เกาะไปตามกำแพงผนังทางเดินอย่างยากลำบาก แต่ถึงแบบนั้นก็ยังคงมุ่งหน้าเดินต่อไป ไม่หยุดไม่สนใจแม้แต่เสียงเรียกของคนที่พึ่งตอบปฏิเสธกันไปว่าคืนนี้จะไม่ไปด้วย

 

จะให้ไปด้วยได้ยังไง ก็มันจะเอากู...

 

“แม่ง” ได้แต่สบถออกมาแบบนั้น แม้ว่ามือและขาจะสั่นมากก็ตาม เรื่องน่าหงุดหงิดและไม่ได้ดั่งใจเต็มไปหมด แล้วคนแบบไอ้มาร์ช ทำไมถึงมาตกม้าตายง่ายๆแบบนี้วะ น่าหงุดหงิด

 

คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจกับเรื่องที่เจอ ลมหายใจที่หอบหนักมากกว่าเดิมมาพร้อมๆกับเหงื่อเม็ดใหญ่ที่ผุดขึ้นมาตามกรอบหน้าและไรผม เสียงผู้คนรอบข้างยังคงดังอยู่รอบกาย ใจแค่อยากไปให้ถึงห้องน้ำให้ไวที่สุดก็เท่านั้น

 

ในห้องน้ำมีผู้ชายยืนทำธุระส่วนตัวอยู่ประปราย ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ความสนใจทั้งหมดที่มีในตอนนี้ มีแค่ห้องน้ำห้องสุดท้ายที่ยังว่างอยู่ ขายาวทำแค่รีบก้าวตรงไปด้วยแรงที่ยังเหลืออยู่ ยกมือขึ้นดันประตูห้องน้ำให้เปิดออกก่อนจะแทรกตัวเข้าไปในนั้น หัวใจเต้นแรงและลมหายใจที่หอบถี่ ยืนเอาตัวพิงไปกับผนังด้านข้างของห้องน้ำไว้อย่างหมดแรง ดวงตากลมสวยที่ปกติมักจะดูดื้อรั้นหลับลงอย่างหมดแรง แต่ถึงแบบนั้นมือก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีด้วยการเลื่อนไปปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงยีนที่ใส่อยู่ออกพร้อมๆกับชั้นในสีขาว ฝ่ามือเรียวได้รูปเลื่อนไปจับแกนกลางของตัวเองที่แข็งจนขึ้นรูปออกมาพร้อมลูบไล้ขยับฝ่ามือไปตามจังหวะและความต้องการของตัวเองแบบไม่สนอะไรแล้วในตอนนี้ ขอแค่ปลดปล่อยออกมาก่อนจะขาดใจตายก็พอ

 

‘ผลั้ว’

 

เสียงบานประตูที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง มาพร้อมๆกับใบหน้าของใครบางคนที่ไม่ควรโผล่เข้ามาในตอนนี้

 

“เห้ย ไอ้มาร์ชมึงเป็นอะไรเปล่าวะ เมื่อกี้กูเห็นมึ... เชี่ย!” เสียงเข้มที่ดูร้อนรนปนสงสัยถามออกมารัวๆก่อนจะชะงักคำพูดของตัวเองไป ดวงตาคมมีเสน่ห์ของมันที่มองจ้องหน้ากันสักพัก ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาที่ฝ่ามือของผมที่กำลังกอบกุมแกนกายของตัวเองเอาไว้ในมือ

 

“สัด เข้ามาหาพ่อมึงหรอ!” ตะคอกออกไปเสียงดังเท่าที่แรงจะมี พร้อมยกเท้าขึ้นถีบประตูเต็มแรงให้ปิดอีกครั้ง ... สาระแนไอ้สัด ใครเชิญ

 

‘ปัง’

 

“โอ๊ย เจ็บนะโว้ย!” เสียงสบถของคนหน้าประตูที่ร้องดังออกมา สงสัยประตูจะโขกเข้ากับหัวของมันเต็มๆ ช่างมัน ตอนนี้แค่พยายามเอื้อมมือที่สั่นเทาของตัวเองไปที่กลอนประตู ตั้งใจจะล็อก แต่ก็ไม่ทันที่ประตูบานเดิมถูกเปิดออกมาอีกครั้ง พร้อมกับร่างของคนๆเดิมที่แทรกตัวเข้ามา

 

“เข้ามาทำเหี้ยอะไร!”

 

“มึงเป็นอะไร โดนยา?” ถามออกมาแบบนั้น ก้มหน้าลงมองแกนกายกันแบบพินิจพิจราณาด้วยสายตาไม่สนโลก ...คือขอโทษ แต่มึงกำลังมองKกูอยู่

 

“ออกไปไอ้เหี้ยพี่ยอร์ช!”

 

“บวมขนาดนี้ มึงไหวหรอ” เงยหน้าขึ้นมาถาม เหมือนถามว่าวันนี้กูกินข้าวหรือยัง มันใช่เรื่องไหมไอ้สัด

 

“กู..ห ไหว มึงออกไป”

 

“เกิดมึงตายคาห้องน้ำล่ะไอ้สัด” ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆว่าทำไมกูต้องซวยมาโดนยา แล้วทำไมกูต้องซวยมาเจอไอ้เหี้ยนี่ด้วยวะแม่ง จะพินิจKของกูจนพอใจเลยไหม มองเหี้ยอะไรนัก กูอยากจะเอาฟาดหน้า

 

“กูไม่ตาย”

 

“มึงจะตาย ดูหน้ามึงด้วย ซีดฉิบหาย”

 

ก็รู้อยู่หรอกว่าสภาพตัวเองตอนนี้ไม่ดีเหมือนที่พูดจริงๆ เพราะตอนนี้ผมเหนื่อย เหนื่อยมากกว่าปกติ แล้วก็มีอารมณ์มากๆ แต่ถึงแบบนั้นก็ยังเหนื่อยที่จะทำ แต่ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้ มันปวดไปหมด

 

“ใครแม่งทำมึงวะ โคตรเหี้ย”

 

“กู บอก ให้ออกไป” กดเสียงต่ำเหลือบสายตาขึ้นมองหน้ามันอีกครั้งอย่างฉุนจัด บรรยากาศกระอักกระอ่วนที่มันไม่รู้สึก แต่กูรู้สึก อยากปลดปล่อยแต่ต้องมาเสียเวลายืนเถียงกับมันอยู่ตอนนี้ มันใช่เรื่องหรอ

 

“กูช่วย”

 

“ไม่ต้อง อ๊ะ...” อ้าปากเถียงมัน แต่อีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นมาปัดมือของผมออกจากแกนกายตัวเองหน้าตาเฉย แล้วแทนที่ด้วยฝ่ามือของมันที่ทำเอาขนลุกซู่ ...

 

“ปล่อยไอ้สัด มึงอย่าบ้....อึก..” ยื้อฝ่ามือของมันออก แต่อีกฝ่ายก็ไม่ปล่อย ตัวประกันคือลูกชายตัวน้อยของกูที่มันกำลังขยับถูไถไปที่ส่วนหัวนั่นอย่างชำนาญ มือของผมสั่นมากขึ้นไปอีกในตอนที่มันขยับฝ่ามือชักให้กัน ตัวสั่นขาสั่นจนต้องเอนหัวซบลงที่ไหล่ของมัน ขาที่สั่นจนอยากจะทรุดตัวลงนั่ง ถูกขาของมันแทรกเข้ามาเป็นไม้ค้ำยันไม่ให้ผมทรุดลงไป

 

กูทำอะไรอยู่วะ กำลังเผชิญเหี้ยอะไรอยู่

 

“อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวมึงก็หน้ามืดไอ้สัด”

 

“อึก...พ่อง”

 

“อย่ามาด่ากู กูช่วยชีวิตKมึงอยู่ หายใจลึกๆ” เสียงเข้มที่ดังอยู่ข้างหูทำเอาผมขนลุกซู่ เอียงหน้าหนีปลายจมูกของมันที่ไล้อยู่ข้างกรอบหน้า ลมหายใจร้อนๆของมันยิ่งทำให้รู้สึกมวนในช่องท้องจนต้องเม้มปากไว้แน่นๆ ลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งจากยาที่ได้รับ และความตื่นเต้นจากบรรยากาศและสถานที่ที่ด้านนอกมีคนพลุกพล่านเสียงเดินย่ำเท้า เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีดังกระหึ่ม แต่กลับไม่มีใครรับรู้ว่าในห้องน้ำห้องสุดท้ายกำลังทำอะไรกันอยู่

 

ฝ่ามือแกร่งที่ถูเบาๆที่ส่วนยอดทำให้มีน้ำปริ่มออกมานิดๆตามแรงอารมณ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ รับรู้สึกถึงความเสียวจนต้องเกร็งหน้าท้อง ฝ่ามือของอีกฝ่ายที่ขยับรูดถี่ๆไม่มีท่าทางเคอะเขินจากคนตรงหน้า มีแต่ความรู้สึกของตัวเองที่กำลังปั่นป่วน รู้สึกแปลกๆจนไม่กล้าสบสายตา

 

"ของมึงมันก็ใหญ่อยู่นะ"

 

"แน่นอน อื้อ"

 

"หึ แต่ยังใหญ่สู้ของกูไม่ได้" คำพูดกวนส้นตีนจนต้องผละหน้าออกมาจากบ่าของมันเพื่อมามองหน้ามัน อยากจะอ้าปากด่า แต่มันที่เหมือนจะรู้ทันก็ใช้นิ้วเรียวขยี้ลงไปที่ส่วนปลายถี่ๆ จุดที่ผู้ชายด้วยกันรู้กันดีว่าโดนแบบนี้ก็ไม่มีใครทนได้หรอก ยังไม่ทันได้ด่า มันที่ช่วยขยับฝ่ามือถี่รัวมากขึ้นอีกไม่กี่ ร่างทั้งร่างก็เกร็งตัวกระตุกปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมาจนเลอะมือเต็มของมันเต็มไปหมด

 

“อึก อื้ออ” ครางออกมาในที่สุด เสียวจนต้องเงยหน้าพิงหัวไปกับผนังห้องน้ำ หอบหายใจถี่ๆแล้วขบเม้มที่ริมฝีปากแน่นๆ คนตรงหน้าที่ผละตัวออกก้มลงไปดึงทิชชูมาเช็ดมือรวมไปถึงเช็ดแกนกายให้กันด้วย การกระทำที่ทำให้เบิกตากว้างและสะดุ้งตกใจ แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีเรื่องน่าตกใจมากกว่าเรื่องนี้

 

“ไอ้สัด ยังบวมไม่เลิก” พี่มันว่าออกมาแบบนั้น ผมที่ก้มหน้าลงไปมองแกนกายของตัวเองที่ยังบวมเป่งเหมือนกับว่ายังไม่ได้ปลดปล่อยมาก่อน ทั้งๆที่พึ่งทำเสร็จไปเมื่อกี้ กัดกรามเข้าหากันแน่นๆอย่างหงุดหงิด อย่าให้กูเจอไอ้คนที่วางยากูอีกนะ จะเอาตีนทาบหน้าแม่ง สันดานเหี้ย

 

“มึงใส่กางเกงซะ” มันว่าออกมาแบบนั้น คำพูดนั่นทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองหน้ามันแบบไม่เข้าใจ

 

"มึงจะอยู่ในส้วมทั้งคืนหรอไอ้สัด ไม่ไหวหรอก"

 

"กูอยู่ได้"

 

"แต่กูอยู่ไม่ได้"

 

"ไม่ได้มึงก็ออกไป กูทำเองได้" พอพูดจบออกไปแบบนั้นคนตรงหน้าก็ถอนหายใจแรงๆใส่ สายตาคมที่มองมาอย่างรำคาญใจ

 

"ใส่กางเกง อย่าให้กูพูดซ้ำนะไอ้มาร์ช"

 

"ก็..."

 

"ไปทำที่รถ จะอยู่ดมขี้หาพ่อมึงหรอ!" ว่าเสียงดังอย่างคนรำคาญ มันที่ยกมือขึ้นมาตบหัวกันด้วยทีนึง แม่ง

 

ปรายสายตาไปมองรอบๆ อืม...ส้วมอุบาทว์ย์ในผับ และข้างนอกที่ตอนนี้กำลังมีเสียงอ้วกดังอยู่ที่อ่างล้างหน้าด้านนอกมาให้ได้ยิน บรรยากาศไม่น่าปลดปล่อยได้อย่างสะดวกทำให้ผมยอมทำตาม พี่ยอร์ชที่เห็นผมจัดการตัวเองเสร็จก็เอื้อมมือมาพยุงตัวผมออกจากห้องน้ำ ก่อนจะพาเดินออกมาที่ลานจอดรถ สภาพของผมที่อารมณ์เริ่มปะทุขึ้นมาอีกแล้ว และรถของมันที่มองแล้วว่าอยู่ใกล้ที่สุด มันเลยตัดสินใจพาผมมาขึ้นรถ จับตัวผมไปนั่งที่ด้านหลังก่อนเจ้าตัวจะไปสตาร์ทรถเปิดแอร์ และสอดตัวตามเข้ามา

 

"พี่มึงกูไม่ไหวว่ะ..."

 

"เออ มึงถอดกางเกงออกเลย รถกูฟิล์มดำ"

 

“แต่...” ผมลังเล มองหน้าพี่มันที่นั่งอยู่ข้างๆแล้วก็ยิ่งรู้สึกกระดากอาย แค่ครั้งเดียวก็มากพอแล้วไหม แต่นี่กำลังจะมีครั้งที่สองหรอวะ

 

"มึงอย่าเยอะนะไอ้มาร์ช มึงจะให้กูช่วยหรือปวดจนไข่มึงขาด"

 

"สัด" เรื่องแค่นี้จะขู่หาพ่อมึงหรอ บางทีไอ้พี่ยอร์ชนี่มันอาจจะกำลังใช้ความหน้าด้านของตัวเองเป็นตัวตัดสินความหน้าหนาของผมอยู่

 

ซึ่งจริงๆกูก็ไม่ได้มีเยอะเท่ามึงไหม ถอนหายใจหนักๆ แล้วหันหลังให้คนที่นั่งข้างๆเพื่อปลดกางเกงยีนส์ลงอีกครั้ง

 

"เหอะ มาทำเป็นอายกู หันมานี่ไอ้สัด"

 

"เห้ย ทำเหี้ยไร!" ร้องออกมาแบบนั้นตอนที่โดนแรงควายของมันกระชากทั้งตัวให้หันไปหา คนที่แทรกตัวเข้ามาตรงหว่างขาจ้องมองไอ้มาร์ชน้อยของกูด้วยสายตาพิจารณาอีกรอบ คือก็เข้าใจว่ามึงหวังดี แต่เลิกทำตัวเหมือนเป็นหมอสูตินารีได้ไหม มึงไม่ใช่ไอ้สัด

 

"มันเอายาปลุกเหี้ยไรใช้กับมึงวะ ยังบวมๆอยู่เลย" บ่นออกมาแบบนั้นเหมือนว่ามันพูดคนเดียว ก่อนจะเอื้อมมือมาจับแท่งร้อนของผมขึ้นมาและเริ่มต้นรูดรั้งเบาๆ

 

"อ๊ะ...พ พี่ยอร์ช" สัมผัสวาบหวามที่ทำเอาเสียวตั้งแต่ปลายยอดแกนกายลงไปถึงปลายนิ้วเท้าเรียกเสียงครางออกมาได้ไม่ยาก

 

"อืม เสียงครางมึงดีอยู่นะ"

 

“อ๊ะ อาชี้ด..พี่ยอร์ชเสียวว่ะ อึก” ร้องบอกออกไปแบบนั้นแบบลืมความอายทุกอย่างลงไปจนหมด คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าขยับฝ่ามือเร็วมากขึ้น ฝ่ามือที่เคยกำอยู่หลวมๆบีบกระชับให้แน่นมากขึ้นเพื่อเพิ่มแรงเสียดสี ผมหอบหายใจหนักๆแล้วปล่อยให้คนตรงหน้าเป็นคนนำพาความรู้สึกบินไปแทน

 

"อ๊ะ อื้ออ"

 

'ครืดๆๆ'

 

และในตอนนั้นที่เสียงสั่นบางอย่างก็ดังเข้ามาขัดจังหวะมือของพี่มันจนผมต้องขมวดคิ้ว หน้าจอมือถือของผมที่ตกลงไปอยู่ที่วางเท้าสว่างวาบขึ้นมา ชื่อของคนที่ทั้งผมและพี่มันก็รู้ดีว่าเป็นใคร ผมเมินหน้าหนีจากหน้าจอนั่นมาทั้งแบบนั้น แต่คนตรงหน้ากลับไม่ยอม

 

"มึง ไอ้สมุทรโทรมา" มันบอก ... อืม กูรู้ แต่ตอนนี้กูไม่อยากรับ

 

"ไอ้มาร์ช สมุทรมันโทรมา" เสียงเข้มมากขึ้น พร้อมๆกับฝ่ามือที่หยุดชะงักของมันทำเอาอารมณ์กำลังพุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุดตกฮวบลงมาเหมือนโดนถีบลงจากที่สูง ผมสะบัดหน้าไปมองมันอย่างโมโห

 

"K!" กระแทกเสียงใส่ พร้อมยกเท้าถีบมันไปที

 

"สัดมาร์ช" มันที่ถลึงตาใส่แล้วจับปลายเท้าของผมที่ตั้งท่าจะไปถีบมันอีกรอบเอาไว้ ก่อนจะกระชากขาของผมให้เข้าไปใกล้มันมากขึ้นจนตอนนี้เรียกได้ว่าเกยตัก

 

"รับมันก่อน เผื่อมันมีธุระ" มันพูดออกมาอีกครั้งอย่างใจเย็น ฝ่ามือของมันที่กลับไปทำหน้าที่ให้ผมอีกครั้ง ความรู้สึกปลายท่อนอุ่นเสียววาบ แต่กลับรู้สึกไม่ดีเท่าเมื่อกี้

 

"มึงนี่ ... อะไรๆก็ไอ้สมุทร" พูดออกไปแบบนั้น มันก็หันมามองหน้า ผมหันหน้าหนีแล้วเอื้อมมือลงไปกดรับสายของเพื่อนสนิท สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วพยายามทำเสียงให้ไม่สั่นที่สุด

 

((ทำไมพึ่งรับวะพ่อ) ) เสียงปลายสายที่ดังออกมาให้คนตรงหน้าได้ยินไปด้วยเพราะมือเผลอไปแตะกดปุ่มเปิดลำโพง มันกดยิ้มมุมปากน้อยๆตอนที่ได้ยินแบบนั้น ก่อนจะขยับฝ่ามือลูบไล้ไปที่แกนกายของผมต่อ ความเสียววูบเข้ามาแทนที่จนต้องเม้มปากกลั้นอารมณ์แล้วตอบกลับไป

 

“ป...เปล่าๆ อื้ม มึงมีอะไร”

 

((คือว่านะ อาทิตย์หน้าน่ะ มันจะเป็นวันเกิดพี่พระจันทร์) ) ไอ้สมุทรมันบอกออกมาแบบนั้น ผมเหลือบสายตาไปมองคนตรงหน้าที่ตอนนี้ใบหน้าเรียบตึง ฝ่ามือแกร่งที่เพิ่มแรงขยับชักรูดให้กันเพิ่มมากขึ้น ส่วนตรงนั้นของผมก็ปวดหนึบไม่หยุด มันอยากได้รับการปลดปล่อย อยากจะร้องครางตะโกนออกมาดังๆ แต่ถึงแบบนั้นก็ยังต้องตั้งสติถามเพื่อนกลับไป

 

“อ๊ะ...อ่า แล้วทำ.. ทำไมวะ”

 

((ก็คือกูอยากจะซื้อของขวัญให้เค้าไง มึงว่ากูเอาอะไรให้เค้าดีวะ แบบว่าวันนี้นะพ่อ มึงต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าตอนนี้กูมาบ้านพี่พระจันทร์ บ้านใหญ่! บ้านที่ป๊าเค้าอยู่เลยอ่ะ) ) เสียงปลายสายของไอ้สมุทรดังเจื้อยแจ้วออกมา น้ำเสียงของมันที่กำลังบอกว่าทั้งตื่นเต้น ดีใจ และก็กังวล แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังมีความสุข แต่คำพูดเหล่านั้นของสมุทรมันไม่ได้เข้าหูผมเท่ากับเรื่องราวตรงหน้าที่เกิดขึ้น พี่ยอร์ชที่ผละฝ่ามือออกจากแกนกายของผม ก่อนจะตามมาด้วยตัวของมันที่ถอยออกไป ปลดเข็มขัดและถอดกางเกงของตัวเองออกต่อหน้าต่อตาของผม ... ส่วนนั้นของมันกำลังตื่นตัว และคำพูดก่อนหน้านี้ที่มันเคยบอกกัน ไม่ได้โกหก มันใหญ่จริง

 

“เชี่ย!...” คนตรงหน้าที่ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็โถมตัวใส่กัน จนต้องหลังลงแนบกับเบาะรถ สายตาคมวาววับที่มองจ้องตรงมาที่หน้าขึ้นผมยกยิ้มมุมปากออกมาอย่างชอบใจ แววตาที่กึ่งขบขันกึ่งร้ายกาจนั่นทำให้ผมอยากหันหน้าหนี แต่ไม่...ถ้าทำแบบนั้นกูก็แพ้ดิ

 

((มึงเองตกใจเหมือนกูใช่มะพ่อมาร์ช นั่นล่ะ กูก็ตกใจ) )

 

“อ่า...อื้มม” ริมฝีปากอุ่นของคนบนร่างที่ครอบลงบนหัวนมของผม มันขบเม้มเบาๆก่อนจะดูดดึงเล่น ฝ่ามืออีกข้างที่เลื่อนขึ้นมาลูบไล้ที่หัวนมอีกข้างอย่างเท่าเทียมนั่นปลุกปั่นอารมณ์ของผมให้มากขึ้นไปกว่าเดิมจนสั่นไปทั้งตัว

 

((อ่าอืมอะไรวะ นี่มึงทำอะไรอยู่วะเนี่ย สดวกคุยเปล่าวะ กูว่าเสียงมึงดูเหนื่อยๆนะ) )

 

((ส...สมุทร) ) เรียกชื่อคนปลายส่ายเสียงสั่นทั้งๆที่เริ่มจะพูดไม่รู้เรื่อง ปรือตามองหน้าคนบนตัวทั้งๆที่น้ำตาคลอเพราะเสียวไปหมด มองเห็นสีหน้าและแววตาหยอกล้อขบขันของพี่มันแล้วยิ่งโมโหที่ทำอะไรไม่ได้เลย ไอ้มาร์ชที่ไม่เคยต้องมานอนครางกระเส่าแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้กลับหมดสภาพแม้แต่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง

 

“ว่าไงพ่อ!”

((โอ๊ยเชี่ย ไม่รู้แล้ว มึงก็ผูกโบใส่ตัวมึงเลยละกัน อื้อออ แค่นี้ก่อนนะ!) )

 

‘กริ๊ก’

 

กดวางสายแบบสุดจะทน ก่อนจะโยนมือถือของตัวเองไปที่เบาะหน้ารถแบบไม่ไหวจะทน

 

“ทนได้เก่งกว่าที่คิดนี่หว่า”

 

“มึงจะทำอะไร” เชิดหน้าถามออกไปแบบนั้นทั้งๆที่จริงๆก็นอนหอบหมดสภาพอยู่ตรงนี้ มันที่ยกตัวขึ้นมองหน้ากัน พร้อมดันลิ้นที่กระพุ้งแก้ม ก่อนที่ใบหน้าหล่อนั่นจะโฉบเข้ามาใกล้

 

“กูก็เริ่มมีอารมณ์ตามมึงแล้วว่ะตอนนี้ จูบได้ไหมวะ” ฝ่ามือแกร่งที่เลื่อนขึ้นมาช้อนใต้คางแล้วเอียงหน้าเข้ามาประกบริมฝีปากจูบทั้งๆที่ไม่ได้รอคำตอบ แต่ถึงจะรอผมก็คงไม่ตอบ เพราะเอื้อมวงแขนขึ้นไปโอบรอบลำคอของมันและบดเบียดกลีบปากนุ่มดูดดึงตอบกลับแบบไม่ยอมแพ้ ลิ้นร้อนดูดดึงไปตามเรียวลิ้นของอีกฝ่ายที่แทรกเข้ามาไต่ต้อนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร พี่มันที่เลื่อนตัวขึ้นคร่อมกันไว้ ก่อนจะใช้ฝ่ามือตัวเองกํารอบแท่งร้อนทั้งสองเอาไว้ แล้วขยับเสียดสีกันจนต้องผมต้องเชิดหน้าครางสั่น ฝ่ามือหนาที่จับเรียวขาของผมให้อ้าออกกว้าง แล้วจับมันพาดไว้ที่ท่อนแขนแกร่ง

 

ส่วนนั้นของเราทั้งคู่แนบชิดกันมากกว่าเดิม ท่อนแขนอุ่นที่โอบแผ่นหลังที่ชุ่มเหงื่อของผมเอาไว้ โดยที่อีกมือก็ขยับทําหน้าที่ต่อไปแบบไม่ขาดตอน เอวแกร่งเองที่ก็ขยับเสียดสีกันไม่หยุด เสียงครางผสมปนเปไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่าเป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ให้เพิ่มมากขึ้นได้เป็นอย่างดี

 

ทั้งผม และมัน

 

“อ๊ะๆ อ๊า..."

 

"เรียกชื่อกู ไอ้มาร์ช"

 

"อ๊า อึก พ..พี่ยอร์ช อึก แม่ง...."

 

"เด็กดี อื้ม" พี่มันข่มฟันกัดคำรามออกมาเป็นเสียงต่ำๆ ก่อนที่คนในอ้อมกอดของผมจะก้มลงมาดูดดุนลิ้นร้อนเบาๆอีกครั้ง ผมไม่ลืมที่จะเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อกลับไปอย่างให้ความร่วมมือ ฝ่ามือแกร่งที่ขยับสาวรูดรั้งส่วนนั้นรัวๆ ก่อนที่สุดท้ายเราทั้งคู่จะปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน ความเสียวซ่านถูกปลดปล่อยออกมาทุกหยาดหยด เหนื่อยหอบจนเผลอซบลงที่อกแกร่งอย่างคนหมดแรง ได้แต่โอบกอดรอบคออีกฝ่ายเอาไว้แล้วหอบหายใจถี่ๆ น้ำหมดตัวมันเป็นแบบนี้นี่เอง

 

 

เสียงทุ้มกระซิบแผ่วๆอยู่ที่ข้างหู รับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่แนบลงมาที่้ข้างแก้ม สัมผัสแผ่วๆที่ชวนให้ใจกระตุก ปรือตาขึ้นมามองภาพตรงหน้าที่ทันเห็นอีกฝ่ายผละใบหน้าออกไปจากแก้มของผม สายตาคมวาววับพร้อมรอยยิ้มมุมปากดูอบอุ่นแปลกตา ก่อนจะตามมาด้วยคำพูดที่ทำให้ผมสั่นยิ่งกว่าที่เคยเป็น

 

"เก่งมากเด็กดี"

 

...

 

            ช่วงกลางวันของวันใหม่ สภาพบรรยากาศในรั้วมหาลัยยังคงเป็นแบบเดิมไม่ต่างออกไป ตัวของไอ้น้องสมุทรก็เหมือนเดิม ยกเว้นก็แต่ คนข้างตัวที่เดินเข้ามาที่ตึกคณะของน้องสมุทรจะต่างออกไป

 

“พี่พระจันทร์ไม่ต้องไปส่งน้องสมุทรก็ได้”

 

“ทำไม” ขมวดคิ้วหันมองหน้ากันอย่างหาเรื่อง ก็แค่บอกว่าไม่ต้องเดินมาด้วย มันจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวอะไรขนาดนั้นก่อน

 

“ก็พี่พระจันทร์จะได้รีบไปที่คณะไง”

 

“แล้วทำไมกูต้องรีบ กูไม่รีบอ่ะ” อะ ว่าไปนั่นแล้วเอากระเป๋าเป้ของผมพาดบ่า เดินลอยหน้าลอยตา บางครั้งก็ปรายตามองคนในคณะที่กำลังมองมาทางเราแบบไม่สบอารมณ์ซะอย่างงั้น

 

“แม่ง” ได้ยินเสียงสบถพึมพำตามมาเป็นระยะ เค้าไปหงุดหงิดอะไร

 

“มึงมาทางนี้ เดินข้างใน กูเดินข้างนอกเอง” บอกแบบนั้นแล้วดึงตัวผมไปเดินอีกฝั่งที่ไม่ได้อยู่ใกล้กับโต๊ะประจำซุ้มรอบๆคณะที่เด็กคณะเรานั่งจับจองกันไว้อยู่

 

“พี่พระจันทร์ น้องสมุทรมองทางไม่เห็นแล้ว จะมาเดินเบียดบังอะไรเล่า”

 

“แม่ง น่ารำคาญว่ะ”

 

“ก็แล้วน้องสมุทรทำไรผิดเล่า รำคาญก็กลับไปเลยดิ”

 

“นี่มึงไล่กูหรอ” ขายาวหยุดเท้าที่กำลังก้าวเดิน แล้วหันมาจ้องหน้ากัน ผมที่ช้อนตามองหน้าคนที่ยืนข้างกันแบบไม่เข้าใจ หยุดทำไมก่อน

“ก็เปล่า แต่พี่พระจันทร์บอกรำคาญนิ”

 

“ไม่ได้รำคาญมึงสักหน่อย” เค้าว่าออกมาแบบนั้นแล้วทำหน้าหงุดหงิดอยู่คนเดียว ก่อนวงแขนแกร่งนั่นจะเอื้อมมาโอบรอบคอของผมเอาไว้

 

“มึงแม่งไม่เคยรู้เรื่อง”


 
(มีต่อจ้า)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ
“เอ้า” ด่ากูโง่ไปอีก เงยหน้ามองคนข้างตัวที่ไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น ทำแค่พาผมเดินเข้ามาเรื่อยๆ จนถึงซุ้มสุดท้ายใต้ต้นหูกวาง ที่ถูกตั้งอยู่ทางด้านข้างของตัวตึก ไอ้เฮงไอ้จิมเจ้าเก่า นั่งเฝ้าเป็นผีเจ้าที่อยู่ที่เดิม ผมที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่พระจันทร์ พวกมันสองคนไม่ได้ทำหน้าตกใจอะไรที่เห็นแบบนั้น ... นี่กูมากับคนสวยขาในฝันกูเลยนะ ทำไมพวกมึงนิ่งจังวะ

 

“หวัดดีพี่” ไอ้เฮงยกมือไหว้พี่พระจันทร์ที่พยักหน้ารับ ส่วนไอ้จิมก็ยกมือไหว้ตาม แถมยังสาระแนหรี่ตามองล้อผมอีกด้วย

 

“วันนี้มาส่งเองเลยอ่อพี่พระจันทร์”

 

“อืม เพื่อนมึงแม่งไม่เคยรู้เรื่องไรเลย”

 

“เอ้า” ผมี่ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามไอ้เฮงไอ้จิมอุทานออกมาแบบนั้น ด่ากูอีกแล้วเป็นครั้งที่สอง กูดูโง่มากเลยหรือไง น้องสมุทรคือควายหรอ ไม่นะ น้องสมุทรว่าน้องสมุทรก็ราชสีห์ในระดับหนึ่งเลยล่ะ เป็นสัตว์กินเนื้ออ่ะ ยืดอกเลยนะจุดนี้ โฮกปิ๊บ

 

“เอาไป กระเป๋ามึง แล้วนี่น้ำเขียวโซดา ละลายหมดแล้วมั้ง ไม่แดกเข้าไปสักที” เค้าที่ยื่นทั้งกระเป๋าแล้วก็แก้วน้ำเก็บความเย็นที่ข้างในมีน้ำเขียวโซดาส่งมาให้ พี่พระจันทร์เป็นคนตื่นลงไปทำไว้ให้ผม ตกใจจนจะช็อก

 

“มันจะละลายได้ไงเล่า ใส่แก้วมาอย่างดีเลยเถอะ”

 

“แล้วมึงจะเก็บไว้ทำไม กูทำให้กิน” ก้มหน้าลงมาพูดใกล้ๆหน้า อยู่ๆน้องสมุทรก็ร้อนหน้าที่ไม่ใช่หน้าร้อนอีกแล้วอ่ะ เสหน้าหลบพี่พระจันทร์ที่ยกยิ้มมุมปากไปวูบนึง ก็ปะทะเข้ากับสายตาของไอ้เพื่อนสองคนตัวดีที่ทำหน้ากรุ้มกริ่มกิงก่องแก้วใส่ เห็นแบบนั้นเลยพูดว่า ‘K’ ส่งไปให้

 

“แล้วไง คือมึงจะไม่กิน”

 

“ก็น้องสมุทรไม่กล้ากินอ่ะ พี่พระจันทร์ทำให้ทั้งทีเลยนะเว้ย อยากเก็บเอาไว้บูชาอ่ะ”

 

“ไร้สาระ” ว่าออกมาแบบนั้นพร้อมเอามือมาวางลงบนหัวของผม ได้แต่หดคอลงมาเพราะตกใจ ค่อยๆช้อนตาขึ้นไปมองหน้าคนที่ยืนอยู่

 

“มันคงกลัวหมดอ่ะพี่ หวานใจนายหวานเจี๊ยบทำให้อ่ะเนอะ” ไอ้จิมสอดปากเข้ามาล้อกูอีกแล้ว พี่พระจันทร์ยืดตัวขึ้นไปยืนดีๆ แล้วหันไปมองหน้าไอ้จิมกับไอ้เฮงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของผมด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะตอบมันกลับไป

 

“กลัวหมดทำไมวะ กูทำให้ใหม่ได้ทั้งชีวิตอยู่ล่ะ”

 

“ง่อวววว”

 

“ฮิ้ววววว”

 

แล้วก็ตามมาด้วยเสียงโห่แซวเป็นลูกคู่ของไอ้เพื่อนตัวดีของผม เงยหน้าขึ้นไปมองคนตรงหน้าที่ละสายตาหันมามองหน้าผมตรงๆอีกครั้ง พร้อมกดมุมปากยิ้มให้กัน น้องสมุทรคิดว่าน้องสมุทรไม่ไหว ช่วยด้วยจ๊ะแม่ พี่พระจันทร์มันเล่นน้องอีกแล้วอ่ะ!

 

“กูไปเรียนก่อน ตั้งใจเรียนล่ะมึง” ขยี้หัวผมเบาๆแล้วว่าออกมาแบบนั้น ก้มหน้ามองปลายตีนแบบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาพูดจีบเต๊าะอะไรพี่มันเหมือนอย่างเคย น้องสมุทรหุบปากไว้เลย ไม่ไหวหรอก กลัวอ้าปากออกไปแล้วเผลอกรี๊ดใส่ทำไงวะ

 

“มันไม่ตอบกูแล้วว่ะเพื่อนมึง”

 

“ให้เวลามันหน่อยว่ะพี่ เขินกว่านี้แม่งมุดโต๊ะแล้วนะ”

 

“ก็คงงั้นล่ะ ... สมุทรครับ แก้มมึงแดงมากเลยว่ะ แต่กูจะไม่ล้อหรอกนะ แกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วไปเรียนก่อนละกัน” บอกกูแบบนั้นพร้อมๆกับปลายนิ้วมือที่ลูบมาที่ข้างแก้มจนแก้มร้อนไปหมด เผลอช้อนตาขึ้นสบตาวูบหนึ่ง

 

เหยดแหม่!

 

ไม่ไหวหรอก จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาทำสายตากรุ้มกริ่มหยอกล้อกูเลย .... ใจเย็นได้ไหม วันนี้เธอเป็นอะไรของเธอเนี่ย!

 

“หึ”

 

“กูไปเรียนแล้วพวกมึง ฝากดูมันด้วย”

 

“ครับ // ครับพี่”

 

หันไปฝากฝังผมกับเพื่อนเหมือนกูเป็นลูก แล้วกดยิ้มอบอุ่นมองกันอีกครั้ง ก่อนจะเดินหันหลังก้าวยาวๆกลับไปทางเก่าที่เดินมาส่งกัน แผ่นหลังกว้างๆนั่นเข้มแข็งและเท่ห์ฉิบหาย ไม่รู้กูเคยผิดพลาดขนาดนั้นได้ยังไงที่จะไปเป็นผัวเค้า

 

“ง่อวววว ไม่ธรรมดา อ้าฮ้า ไม่ธรรมดา~” ไอ้จิมร้องออกมาเป็นเพลงล้อกันไม่เลิก พอตั้งสติได้เลยเอื้อมมือไปตบหัวแม่งแรงๆทีนึง แกล้งกูหาพ่อมึงหรอ

 

“มันเขินแล้วรุนแรงว่ะ”

 

“แบบนี้แหล่ะ ความเป็นเมียมันเริ่มแทรกซึม” ไอ้เฮงจิ้มลูกชิ้นเจ้าโปรดของมันขึ้นกินแล้วปรายตามาสาระแนออกความคิดเห็นในเรื่องของผม

 

“เมียพ่อง”

 

“จะบอกว่ามึงเป็นผัวรึไง” ยักคิ้วใส่จ้องตากันอย่างเหนือกว่า สายตาที่บอกว่ากูรู้ทุกอย่างของมันทำเอาน้องสมุทรเบ้ปากใส่

 

“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องอายหรอกว่ะ มันก็เรื่องธรรมดาไหมวะ”

 

“ก็ไม่ธรรมดาสำหรับกูอ่ะ” บ่นออกไปแบบนั้นแล้วถอนหายใจหนักๆ

 

“ความรักมันไม่ได้อยู่ที่โพสิชั่นเว้ยสมุทร แค่มึงรู้สึก แล้วมึงเข้าใจกันสองคนก็พอแล้วไหม เวลาพวกมึงเยเย่มารูโกะกันก็ไม่มีใครไปรู้ไปเห็นกับพวกมึงหรือเปล่า”

 

“เออถูกของไอ้เฮง ก็ถ้ามีใครมาสาระแนกับมึงขนาดนั้น ก็ตอบกลับไปเลย เสือกจ้า”

 

ผมฟังคำพูดของพวกมันนิ่งๆ ก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมานิดๆ ดีใจที่เพื่อนของผมมีนิสัยแบบนี้ พวกมันไม่เคยสนใจหรือใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง แถมยังให้เกียรติกันเสมอ มันก็ถูกของพวกมันที่ว่า ไม่ว่าใครจะโดนเสียบ ใครจะผัวใครจะเมีย มันก็คือเรื่องของเราสองคน ไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องป่าวประกาศบอกใครให้รู้สักหน่อย

 

“แต่พูดตรงๆ เรื่องของโพมันก็สำคัญอยู่นะเว้ย”

 

“ยังไงวะ” ขยับตัวแล้วเลิกคิ้วถามไอ้จิมที่กำลังทำหน้าครุ่นคิด

 

“ก็มึงลองนึกนะ แบบมึงกับพี่พระจันทร์น่ะไม่เท่าไหร่ เพราะจริงๆมึงเองแค่อยากเป็นผัวพี่เค้า แต่ตัวมึงอ่ะไม่เคยไปรุกใครเค้าสักหน่อย แค่อยากทำเท่ไม่ใช่ไง”

 

“ก็....” ก็กูมีพ่อเป็นไอดอลอ่ะ อยากปกป้องคนรัก เลยอยากเป็นผัวพี่พระจันทร์ กูผิดตรงไหนล่ะ!

 

“นั่นแหล่ะ แต่กับบางคนที่เป็นรุกทั้งคู่อ่ะมึง เวลามาเจอกันจะทำไงวะ”

 

“ก็ต้องมีคนนึงยอมลง” ไอ้เฮงพูดบอก

 

“แล้วมันจะยอมยังไงวะ มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจรับได้ง่ายๆนะมึง รุกมาทั้งชีวิต อยู่ๆจะมาโดนเสียบอ่ะ”

 

“กูว่าถ้ารักมากพอ รู้สึกมากพอ มันคงมีคนที่รู้สึกว่ายอมได้แหละ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ช่วยกันดิ เรื่องเซ็กซ์แม่งหลากหลายจะตายห่า” ไอ้เฮงพูดออกมาชิลๆแล้วหยิบลูกชิ้นปลาระเบิดลูกใหญ่อีกชิ้นเข้าปากไปแบบไม่กัด ยัดมันเข้าไปเลยทั้งลูก

 

“ยากอยู่นะ”

 

“แล้วมึงเกิดสงสัยขึ้นมาทำห่าไร มึงไม่ใช่รุกไอ้สัดจิม”

 

“K กูจะรุกหน้ามึงให้ อย่ามาท้ากูนะ!”

 

“กูท้าอะไรยัง กูทำอะไรมึงยังเอ่ยเพื่อนจิม”

 

ผมส่ายหน้าให้กับพวกมันทั้งสองคน ที่สุดท้ายแล้วมันก็หันไปตีกันเถียงกันเหมือนอย่างเคย เป็นภาพเดิมๆที่เห็นมาตลอดเทอมจนชินตา แต่ถึงแบบนั้นน้องสมุทรก็ยังชอบอยู่ดี เพื่อนกลุ่มนี้ที่กวนตีนและคอยให้กำลังใจกันอยู่เสมอ

 

“ว่าแต่ทำไมวันนี้พ่อกูมาสายจังวะ”

 

“เออ กูก็สงสัยอยู่ ปกติแม่งมานั่งเฝ้าโต๊ะก่อนใคร”

 

“สงสัยเมื่อคืนแม่งไปหิ้วใครมั้ง ก็ปกติของมันป่ะวะ”

 

“แต่ปกติพ่อกูไม่มาสายนะ หรือมันป่วยวะ เมื่อคืนกูโทรหามันก็ทำเสียงแปลกๆด้วยอ่ะ” หันไปบอกไอ้เฮงไอ้จิมอย่างร้อนใจ ผมก็ลืมนึกไปเลยว่าเพื่อนอาจจะไม่สบายก็ได้ แต่จะให้นึกออกยังไง เมื่อคืนตอนพี่พระจันทร์ออกมาจากห้องน้ำก็ให้น้องสมุทรจับโจ๊ยยักษ์ไปที ลูบๆคลำๆเล่นอยู่แบบนั้น แม่ง! สติแตกไปหมด แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะน้องสมุทรชิงบอกพี่พระจันทร์ไปว่าปวดขี้แล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำ เฮ้อ...


“กูโทรหามันดีกว่าว่ะ” ผมบอกออกมาแบบนั้นแล้วเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์

 

“ไม่ต้องละ พ่อมึงเดินมานู้นละ” ไอ้จิมบอกแบบนั้นพร้อมพยักเพยิกหน้าไปด้านหลังของผม พอหันไปมองก็เห็นไอ้มาร์ชกำลังเดินมา สีหน้าท่าทางที่ดูเพลียๆของมันทำให้ผมแปลกใจ

 

“พ่อ! ทำไมวันนี้มึงมาสายจังอ่ะ” ผมถามออกไปแบบนั้นในตอนที่ไอ้มาร์ชเดินเข้าถึง มันที่วันนี้อยู่ในชุดนักศึกษาตัวใหญ่กว่าตัวของมัน เห็นแบบนั้นแล้วก็งง ปกติมันชอบใส่เสื้อแบบพอดีตัว

 

“เออ”

 

“แล้วนี่มึงทำไมหน้าตาดูอ่อนระโหยโรยแรงจังอ่ะ กินไรมายัง”

 

“เอ่อ กูยังไม่ได้กินว่ะ” มันตอบกลับออกมาพร้อมหลบสายตาของผม ท่าทางแปลกๆของมันที่ทำให้ยิ่งสงสัย แต่เลือกที่จะทำตัวตามปกติแบบที่ผมชอบเป็น คือมองผ่านไป ทำเป็นไม่สนใจ เดี๋ยวมันก็หลุดความลับของมันออกมาเองแหละ

 

“ไอ้เชี่ยได้ไง เอาไร บอกน้องสมุทรมาได้เลยจ้า เดี๋ยวใช้ไอ้จิมไปซื้อมาให้กินนะ” บอกมันออกไปแล้วยิ้มหวาน ไอ้มาร์ชส่งยิ้มแหยๆมาให้นิดหน่อย

 

“เรื่องไรเป็นกูวะไอ้หมุด”

 

“เอาน่า ไม่เห็นหน้าพ่อกูหรอ ไร้เรี่ยวแรงอ่อนล้า มึงแม่งเป็นคนใจหมาหรอไอ้จิม”

 

“คือด่ากูขนาดนี้ กูทำไรมึงยัง”

 

“ไป๊! ไปหาอาหารมาให้พ่อกูจ้า”

 

“แบบพ่อมึงนี่อาหารเม็ดไหม”

 

“สัดนี่ พ่อกูไม่ใช่หมา แต่ขอเป็นอาหารเปียกนะ เป็นลูกแมวเมี้ยวๆ” ผมตบมุกรับกับไอ้จิม แล้วยื่นมือไปเกาปลายคางไอ้มาร์ชอย่างแกล้งๆ ชอบเห็นเวลามันหันมาทำหน้าขู่ เงี้ยวๆเหมือนลูกแมวตะเร้กตะน้อยน่ารักดี

 

“มึงนี่ตัวดีกว่าใครเลยไอ้สัดหมุด” ครั้งนี้ไม่ว่าเปล่า แม่งเอื้อมมาตบหัวน้องสมุทรเพิ่มด้วยอีกหนึ่งที

 

“โอ๊ยๆ พ่ออย่ามาตบหัวกันสิวะ ไอ้พ่อเหี้ย”

 

“มึงต้องมีพ่อเมื่อพร้อมนะไอ้หมุด” ไอ้เฮงว่าแบบนั้นแล้วยักคิ้วให้ ไม่อยากพูดเลย เห็นด้วยนะเอาจริง

 

“ว่าแต่มึงจะเอาไรไอ้มาร์ช เดี๋ยวกูจะไปหาซื้อน้ำพอดี”

 

“เอาก๋วยเตี๋ยวน้ำใสลูกชิ้นพิเศษก็ได้มึง”

 

“โอเค ปรุงเลยป่ะ”

 

“ไม่ต้อง วันนี้กูอยากกินจืดๆ” มันว่าแบบนั้น ทำเอาน้องสมุทรแปลกใจ ปกติแดกเผ็ดจะตายเถอะ ไอ้มาร์ชที่หันมาเห็นผมทำหน้าสงสัยพอดี

 

“ก็แค่อยากซดน้ำ ...เสียน้ำไปเยอะมั้ง”

 

“ห๊ะ มึงพูดว่าไรวะ” งึมงำๆอยู่ในลำคอ แล้วกูจะฟังออกไหมยังไงเอ่ย

 

“เปล่าๆ แล้วนี่ทำไมมาไววะวันนี้”

 

“ประทานโทษจ้าพ่อ กูไม่ได้มาไว แต่มึงมาช้าเองเหอะ”

 

“หรอ ว่าแต่เมื่อคืนยังไงที่มึงโทรหากู มึงกับพี่พระจันทร์คบกันแล้วหรอวะ” มันหันหน้ามาถามกัน ผมที่ยิ้มออกมากว้างๆก่อนหน้านี้ ค่อยๆเปลี่ยนเป็นยิ้มบางๆกลับไปให้มัน มองหน้าเพื่อนสนิทคนเดียวของผมแล้วก็ส่ายหน้าเป็นการตอบกลับ

 

“เปล่า ยังไม่ได้คบ”

 

“แล้วรอเหี้ยไรล่ะ ไอ้ที่ทำกันอยู่นี่มันไม่ใช่มากกว่าคบแล้วรึไง”

 

“ก็นะ...” ก็มากกว่าคนรู้จักที่เค้าจะทำกันจริงๆ แต่ถึงแบบนั้นเราก็ยังไม่ได้เป็นอะไรกันมากไปกว่ารุ่นพี่รุ่นน้องอยู่ดี

 

“ทุกคนต้องการสถานะไอ้สมุทร มึงจะอยู่ให้มันแดกฟรีไม่ได้ เข้าใจหรือเปล่า” พ่อมาร์ชก็คือพ่อมาร์ชของไอ้สมุทร มันที่ทำสีหน้าจริงจังเหมือนเวลาพ่อสอนลูกสาว ผมยิ้มออกมาน้อยๆแล้วพยักหน้ารับ

 

“ไม่เข้าใจพี่แม่งเลยว่ะ ได้มึงแล้ว แถมยังไปรับไปส่ง ดูแลมึงอย่างดีกว่าแต่ก่อนฉิบหาย มันรออะไรวะ รอเหี้ยคาบไปแดกหรอ”

 

“เดี๋ยวนะพ่อ มึงจะบอกว่าจะมีเหี้ยมาคาบกูหรอไอ้สัด”

 

“ไม่ตลก มึงอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง” หรี่สายตามองกันแบบดุๆ เห็นแบบนั้นผมเลยถอนหายใจออกมาหนักๆแล้วส่งยิ้มบางไปให้มันอีกที

 

“กูคิดว่า...ที่เค้ากำลังทำอยู่มันคือความรู้สึกผิดของเค้าว่ะ”

 

“ห๊ะ...” ไอ้มาร์ชขมวดคิ้วมองหน้าผมงงๆ สีหน้าท่าทางเอาเรื่องที่บอกให้รู้ว่ามันไม่เข้าใจอะไรสักนิด

 

“พี่พระจันทร์เค้าคงรู้สึกผิดที่ได้กูวันนั้นแหล่ะ เลยพยายามมาทำดีทดแทน แต่กูก็โอเคนะ ไม่ได้อะไรอ่ะ ดีซะอีก กูได้กำไรนะ”

 

“กำไรเหี้ยไร มึงพูดเหี้ยอะไรเนี่ย”

 

“ก็ตอนนี้กูก็มีความสุขฉิบหายเลยอ่ะ กูไม่อยากให้ช่วงเวลาตอนนี้แม่งหมดไปเลย แต่ถ้าวันนึงแม่งจะหมด อย่างน้อยกูก็ยังมีความทรงจำตรงนี้ให้คิดถึง”

 

“ไอ้สัด พูดเหี้ยอะไร กูอยากตบหัวมึงแรงๆฉิบหายเลยสมุทร” ไอ้มาร์ชว่าออกมาอย่างหัวเสีย คิดเอาไว้แล้วว่าท่าทางมันจะต้องออกมาแบบนี้ เห็นแล้วก็แม่นเป๊ะแบบที่คิดไว้ว่าถ้าเล่าให้ฟังมันจะต้องฟึดฟัดๆเหมือนควายเห็นผ้าแดง แล้วก็เป็นงั้นจริงๆ

 

“ฮ่าๆ กูโอเคน่า มึงรู้ไว้แค่นี้ก็พอแล้ว”

 

“พอเห็นไร โอเคเหี้ยไร” บ่นออกมาแบบนั้นแล้วฟึดฟัดๆอยู่กับตัวเองสักพัก ...

 

ผมก็ไม่ได้หวังให้ใครมาเข้าใจในการกระทำของผมหรอก ทุกอย่างที่ผมทำมันก็เหมือนเดิม เป็นแค่ไอ้น้องสมุทรที่ชอบทำตามใจตัวเองและดื้อด้าน แต่อย่างน้อยผมก็ขอให้ตัวเองได้ทำ ทำไปจนสุดทาง ถ้าผลสุดท้ายผมไม่ไหวกับมันแล้วจริงๆ ผมจะเป็นคนถอยออกมา โดยไม่ต้องลำบากให้ใครมาดึง

 

“เฮ้อ แล้วแต่มึงเลยละกัน” ไอ้มาร์ชพูดออกมาในที่สุดหลังจากที่ตบตีกับตัวเองจบแล้ว หันไปมองหน้ามันที่ก็หันกลับมามองหน้าผมพอดี

 

“ถ้ามึงเสียใจ ก็รู้ไว้ละกันว่ากูยังอยู่ที่เดิม” มันว่าออกมานิ่งๆด้วยน้ำเสียงจริงจัง ผมยิ้มออกมากว้างๆ มองหน้ามองตามองปากของมันให้ชัดๆ เพื่อนคนดีคนเดิมเพิ่มเติมตำแหน่งพ่อของน้องสมุทร

 

“งื้ออ น่ารักจังโว้ยไอ้เหี้ย น้องสมุทรกอดๆๆ”

 

“K! อย่ามากอดกูไอ้สัดสมุทร ปล่อยโว้ย” ไอ้มาร์ชที่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของน้องสมุทร โอ๋พ่อน้องมาร์ช ไอ้ต้าวตัวเล็ก ไอ้ต้าวขี้เขินของน้องสมุทร มามะๆ น้องสมุทรจะกอดพ่อน้องมาร์ชไว้ใต้จักแร้แน่นๆเลยนะ!

 

“กอดแน่นๆ อุ๋งอิ๋งๆในหัวใจน้องสมุทร~~”



.

.

.

(มีต่อจ้า)

ออฟไลน์ Yoghurt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 371
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-2
    • แฟนเพจ



“ผัวมึงจะมารับป่ะเนี่ยสมุทร”

 

“ผัวเหี้ยไรล่ะ” หันไปถลึงตาใส่ไอ้มาร์ชที่เดินกอดคอผมลงมาจากห้องเรียน มันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจที่โดนผมด่า ไอ้เฮงกับไอ้จิมแยกตัวไปก่อนแล้ว เพราะมันโดนแก้งานเลยวิ่งไปที่หอสมุดกลาง โชคดีฉิบหายที่น้องสมุทรผ่าน ไม่งั้นต้องเหนื่อยแก้ให้เหล่าซืออีก ก็ไม่รู้จะอะไรกับกูนักหนา ถามรากศัพท์วิวัฒนาการของตัวอักษร แหม่ หน้าตากูเหมือนขงจือมากมั้ง อยากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่เวลาอยู่ต่อหน้า น้องสมุทรก็พูดได้แค่ ‘ฮ่าวเตอะเหล่าซือ เซี่ยเซี่ย’ (ดีๆครับอาจาร์ย ขอบคุณนะครับ)

 

“แต่พี่พระจันทร์ไม่ได้มารับว่ะ อยู่ๆก็ไลน์มาบอกว่ามีธุระ”

 

“อ่อ”

 

“เออ พอดีเลยว่ะพ่อ ไหนๆวันนี้พี่พระจันทร์ก็ไม่ได้มารับ มึงช่วยพากูไปเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่เค้าหน่อยดิวะ”

 

“วันเกิดพี่พระจันทร์”

 

“อือๆ เห็นว่าอาทิตย์หน้า กูไม่อยากรอว่ะ อยากไปซื้อไว้ก่อนเลย”

 

“อ่า...”

 

“นะพ่อน้า วันนี้มึงก็ไม่มีธุระที่ไหนต่อไม่ใช่หรอวะ ไปช่วยกูหน่อยนะเพื่อน”

 

“คือว่ากูไม่ได้เอารถมาว่ะ รถยางแบน”

 

“อ้าว แล้วงี้เมื่อเช้ามึงมาไงวะ” ผมหันไปถามอย่างตกใจ รถไอ้มาร์ชยางแบน ไปทำอิท่าไหนวะ มันเป็นคนที่หวงรถจะตาย

 

“คือ...” มันที่ทำหน้าเลิ่กลั่กอึกๆอั่กๆแบบไม่กล้าจะตอบกัน น้องสมุทรเห็นแบบนั้นเลยทำหน้าเฉยๆเหมือนคนไม่อยากรู้ เพราะไอ้มาร์ชมันเป็นแบบนี้ทุกที ถ้าไปคาดคั้นอะไรมันก็ไม่ได้เรื่องอะไรออกมาหรอก แต่ถ้าทำหน้าโง่ๆแบบน้องสมุทรนะ เดี๋ยวมันก็หลุดนู้นหลุดนี่ออกมาเองแหละ

 

“เมื่อเช้ารุ่นพี่มาส่งกูว่ะ”

 

“อ่อหรอวะ แล้วทำไมรถมึงยางแบนวะ”

 

“เมื่อคืนไปกินเหล้าแล้วเกิดเรื่องว่ะ เมื่อเช้าพอจะกลับไปเอารถแม่งก็แบนหมดแล้วสี่ล้อ เหี้ยฉิบหาย” ไอ้มาร์ชว่าออกมาอย่างฉุนๆ สีหน้าท่าทางที่บอกเต็มที่ว่าอยากเอาตีนไปขยี้หน้าคนที่แอบมาปล่อยยางลูกรักของมัน

 

“แล้ววันนี้มึงกลับไงอ่ะ”

 

“อ่อ คือ....”

 

“เห้ยไอ้มาร์ช ทางนี้ๆ มาสักทีไอ้สัด กูยืนร้อนนานแล้วนะ” เสียงของคนมาใหม่ที่พึ่งเดินออกมาจากร้านกาแฟข้างตึกคณะของผมตะโกนทักไอ้มาร์ชเสียงดัง พอผมขยับตัวนิดหน่อยก็ได้เห็นว่าเป็นใคร ไอ้มาร์ชก็บังกูซะมิด

 

“พี่ยอร์ช” ผมเอียงหัวหน่อยๆตอนเห็นคนมาใหม่ที่เดินเข้ามาทัก เค้าเองที่เห็นผมก็ชะงักไปเหมือนกัน ผมมองพี่ยอร์ชกับไอ้มาร์ชสลับกันไปมาแบบงงๆ นี่มันสองคนไปสนิทกันยังไงวะ

 

“เอ่อ..สมุทร มึงก็อยู่หรอ”

 

“ใช่พี่ หวัดดีนะ” บอกออกไปแบบนั้นแล้วยกมือไหว้พี่มัน อีกคนที่ก็พยักหน้ารับหน่อยๆ รับรู้ได้ถึงความอึดอัดโรยตัวลงมาแปลกๆ เพราะการกระทำครั้งที่แล้วที่จบลงไป เรียกได้ว่ามันก็ไม่ดีนัก ผมไม่ชอบใจในสิ่งที่เค้าทำกับผม การกดดันเอาคำตอบให้ได้กับสถานการณ์ตอนนั้นมันไม่ถูกต้อง

 

“คือ พี่มันช่วยกูไว้น่ะ” เป็นไอ้มาร์ชที่ดูเหมือนจะตั้งสติได้ก่อนใคร มันพูดบอกออกมาแบบนั้น ผมที่ก็ทำแค่พยักหน้ารับแบบเข้าใจ โลกกลมหรือพรหมลิขิตวะนั่นน่ะ

 

“แล้วนี่พี่เลยมารับมันหรอ”

 

“เออ ก็รถมันเสีย”

 

“คนดีนะพี่มึงเนี่ย” ผมว่าออกไปแบบพยายามทำน้ำเสียงให้ไม่จริงจังมากนัก ก็ไม่อยากให้อึดอัดกัน ถึงผมจะไม่ชอบการกระทำของพี่ยอร์ช แต่จริงๆแล้วมันก็เป็นรุ่นพี่ที่ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อย่างน้อยเค้าก็เคยดีกับผม

 

“แน่นอนว่ะ แต่คนดีไม่มีที่อยู่ อย่างน้อยก็ไม่ได้อยู่ในใจมึง” สัด ตัดพ้อเพื่อ

 

“อะ หน้าเหวอเลย ฮ่าๆ กูพูดแกล้งมึงไปงั้นเหอะไอ้สมุทร” พี่มันว่าออกมาแบบนั้นแล้วยกมือขึ้นมาผลักหัวผมเล่นพร้อมยิ้มขำๆอย่างผ่อนคลาย

 

“กูเป็นลูกผู้ชายพอ ในเมื่อมึงเลือกมัน กูก็ถอยเอง”

 

“ขอโทษนะพี่” ก็รู้ว่าคำขอโทษไม่ได้มีประโยชน์อะไร แต่อย่างน้อยผมก็อยากจะพูด จ้องหน้าพี่มันที่ยิ้มออกมาบางๆแล้วพยักหน้าให้ ในดวงตาคมผมยังคงมองเห็นความรู้สึกแย่อยู่ในนั้น แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังคงพยายามเก็บความรู้สึกลงไปได้อย่างแนบเนียน ผมคิดว่ามันคงไม่อยากทำให้ความสัมพันธ์ของเราแย่ลงไปมากกว่านี้

 

“ช่างเหอะ มึงก็เห็นว่ากูหล่อเอวดีขนาดนี้ เดี๋ยวกูก็หาคนใหม่มาดามใจได้”

 

“มึงเคลมตัวเองขนาดนี้เลยนะ”

 

“ไม่ได้เคลมปากเปล่าวะ ไม่เชื่อมึงถามไอ้มาร์ชดิ ว่ากูดีจริง” มันว่าแบบนั้นแล้วกดยิ้มมุมปากด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ มองแล้วเสียววาบไปทั้งหลัง โชคดีที่ไม่ได้หันมามองผม แต่พี่มันเบนสายตาไปมองไอ้มาร์ชที่ถลึงตาใส่พี่มันตาแทบถลน

 

“K” และได้Kไปกระแทกใส่หน้าหนึ่งอันถ้วน แรงจังจ้าพ่อกู

 

“ว่าแต่มึงจะไปไหนวะสมุทร”

 

“ผมว่าจะไปห้าง อยากไปซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่พระจันทร์ครับ กำลังชวนไอ้มาร์ชอยู่ แต่มันพึ่งบอกว่ารถมันตาย”

 

“อ่อ จะถึงวันเกิดมันแล้วหรอวะ”

 

“อ่า ครับ” แล้วกูก็ไปบอกพี่มัน มันจะคิดว่ากูไปขยี้แผลความรู้สึกมันไหมวะ ก็แค่เผลอหลุดปากออกไป หันไปมองหน้าพี่ยอร์ชที่ไม่ได้ทำหน้าเสียอกเสียใจอะไร แค่พยักหน้าแบบใช้ความคิด

 

“งั้นไปกับกูป่ะ คิดๆแล้วกูก็ต้องซื้อให้ไอ้เหี้ยอาทิตย์เหมือนกัน พวกแฝดนรก”

 

“เออจริงด้วยว่ะ ผมลืมไปเลย”

 

“เออ พอดีเลย ปะ ไปรถกู”

 

“อ่า...งั้นมึงไปกับพี่มันเลยละกันนะ เดี๋ยวกูกลับเอง” ไอ้มาร์ชพูดออกมาในตอนนั้น ทั้งผมทั้งพี่ยอร์ชที่หันไปมองหน้ามัน มันที่ยืนคั่นอยู่ตรงกลางระหว่างเราสองคนเงียบๆมาตลอด มันหันมายิ้มให้ผมแล้วหันไปยักคิ้วแล้วกดยิ้มมุมปากให้พี่ยอร์ช ก่อนจะหันตัวเดินออกไปอีกทาง แต่ติดตรงมือหนาของพี่ยอร์ชที่คว้าเข้าที่ต้นแขนของมันเอาไว้ได้ก่อน

 

“มึงจะไปไหน”

 

“ไปเอารถ มึงไปกับไอ้สมุทรเลย”

 

“ได้ไง กูบอกเองว่าจะมารับมึง”

 

“ไม่ต้อง มึงไปเลย กูไปเองได้” ไอ้มาร์ชเถียงออกมาแล้วขมวดคิ้วใส่ หน้าตาที่บอกว่ามันเองกำลังเริ่มหงุดหงิด แต่พี่ยอร์ชก็ดูหงุดหงิดไม่ต่างกัน ฝ่ามือพี่มันที่จับอยู่ตรงต้นแขนเพื่อนผมไม่ยอมปล่อย

 

“แต่กูไม่ให้ไป แล้วมึงจะทิ้งกูไปกับไอ้สมุทรสองคนหรอวะ”

 

“เออ แล้วมึงไม่ชอบไงล่ะ!” มันตะคอกใส่พี่ยอร์ชเสียงดังจนผมสะดุ้ง พี่ยอร์ชชะงักไปนิดนึง แต่ถึงแบบนั้นก็ยังไม่ยอมปล่อยมันไป

 

“กูชอบไม่ชอบ แล้วเพื่อนมึงจะชอบไหมที่มันต้องไปกับกูสองคน” อืม...จริง เกิดพี่พระจันทร์รู้ กูโดนฆ่าแน่ๆ

 

ไอ้มาร์ชนิ่งไปตอนได้ยินคำพูดนั้นของพี่ยอร์ชพูดใส่หน้า มันหันมามองผมที่ทำตาปริบๆมองมันอยู่ ก่อนที่ไอ้มาร์ชจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเสียไม่ได้

 

“เออ ก็ได้”

 

“ก็แค่นี้...งั้นไปกันเถอะคนสวย วันนี้กูจะเป็นป๋าพาพวกมึงไปเองนะ” พี่ยอร์ชว่าแบบนั้นแล้วเอื้อมมือไปพาดไหล่ไอ้มาร์ชแบบเป็นกันเอง ส่วนเพื่อนผมที่ก็พยายามจะขืนตัวออกเต็มที่ แต่ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ผมมองภาพตรงหน้านี้แบบงงใจ ... มันสนิทกันเบอร์นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะครับ?

 

“มาๆน้องสมุทร อย่าช้าไอ้หนู”

 

“คร้าบ~” ลากเสียงยาวแล้ววิ่งตามพี่ยอร์ชที่ลากไอ้มาร์ชนำหน้าไปก่อนแล้ว ... แล้วแบบนี้จะซื้ออะไรให้พี่พระจันทร์ดีน้า~

 

เราใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้างและต่างคนต่างเลือกซื้อของขวัญให้ทั้งพี่พระจันทร์และพี่อาทิตย์ตามที่ตัวเองต้องการ พี่ยอร์ชมันซื้อเหล้าราคาแพงกล่องสีน้ำเงินหรูหราสองขวด เป็นเหล้าจากตระกูลเลเบิ้ล

 

“มึงคิดว่ามึงจะซื้ออะไรให้มัน” พี่ยอร์ชที่เดินมายืนข้างๆกันถามผมออกไปแบบนั้น ผมหันไปยิ้มให้แล้วเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำหอมขวดนึงขึ้นมา เป็นน้ำหอขวดสี่เหลี่ยมและมีฝาสีฟ้า

 

“ผมคิดว่าอันนี้” น้ำหอมที่มีกลิ่นแบบunisex เป็นกลิ่นสดชื่นที่เหมาะกับอากาศของประเทศไทย ให้ความสดชื่นและหอมแบบติดทน เป็นกลิ่นที่พอผมเห็นมันจะทำให้นึกถึงมหาสมุทรแบบชื่อของน้องสมุทร

 

“ทำไมถึงเป็นอันนี้”

 

“ผมคิดว่ามันเหมือนตัวผมดี และก็ดูเหมาะกับพี่พระจันทร์ด้วย” บอกออกมายิ้มๆ พี่ยอร์ชที่แค่พยักหน้าให้

 

“อืม จะบอกว่าเป็นอะไรที่เหมาะกับมัน เพราะเหมือนมึงที่เหมาะกับมันหรอวะ ใจร้ายฉิบหายเลยนะมึง”

 

“อ่า พี่ ผมขอ...”

 

“กูก็แค่พูดไปงั้น อย่าทำหน้าเหี้ยสิวะ” อะ มันหลอกด่ากูหรือเปล่านะ

 

“แต่กูก็ขอบใจเรื่องสร้อยข้อมือนี้นะ” พี่มันว่าแบบนั้นแล้วชูสร้อยขึ้นมาให้ผมดู เป็นสร้อยข้อมือผู้ชายเท่ๆที่ดูเหมาะกับข้อมือของพี่มันมากๆ แต่คือ...ให้กูดูทำไมวะ

 

“ทำหน้างงแบบนี้ มึงไม่ได้เป็นคนเลือกให้กูสินะ”

 

“ห...หา”

 

“หึ ยังไงก็ขอบใจของขวัญแสนแพงนี่ละกัน อย่างน้อยมึงก็เอามาให้กู” เค้าว่าแบบนั้นแล้วเดินหมุนตัวออกไปหาไอ้มาร์ชที่กำลังก้มๆเงยๆดูน้ำหอมแบรนด์อื่นอยู่ ผมมองตามแผ่นหลังของพี่ยอร์ชไปแล้วอยากตบหัวตัวเอง นั่นคงเป็นสร้อยที่พี่พระจันทร์เลือกให้พี่ยอร์ชในวันเกิดแน่ๆเลย แม่งเอ๊ย ตอนซื้อก็เห็นแว๊บเดียว ผมจำได้ที่ไหนล่ะ

 

“ไอ้สมุทรเอ๊ย มึงแม่ง” ยกมือขึ้นตบหัวตัวเองแรงๆทีนึงอย่างหงุดหงิดหัวใจ วันนี้พลาดทำให้ใครเสียใจไปกี่รอบแล้ววะตัวกู ผมส่ายหน้าอย่างหัวเสีย ก่อนจะยื่นน้ำหอมขวดนั้นไปให้พนักงานใส่ห่อและจัดใส่กล่องเป็นของขวัญพร้อมยื่นเงินจ่าย ในตอนที่ยืนรออยู่นั่นก็ฆ่าเวลาด้วยการมองนั่นมองนี่ ก้มลงไปมองน้ำหอมกลิ่นอื่นๆไปด้วยในตัว มองเห็นขายาวของลูกค้าที่เดินเข้ามาใหม่ผ่านชั้นใส่น้ำหอม

 

“พระจันทร์ชอบไหม ขวดนี้แบบที่เคยใช้เมื่อก่อนไง” เสียงใสของคนมาใหม่ไม่เท่าชื่อของใครที่ทำให้ผมใจกระตุก ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูงของตัวเองขึ้นมายืนประจันหน้า พี่พระจันทร์ที่ยืนทำหน้านิ่งๆอยู่ตรงนั้น ที่ข้างๆกันมีพี่อัยย์ยืนถือขวดน้ำหอมส่งไปให้ดู ก่อนที่ร่างสูงนั่นจะหันมาเห็นผมที่ยืนอยู่ตรงนี้

 

“สมุทร....”

 

ดวงตาคมสวยที่มีขนตางอนยาวในแบบที่ผมชอบ เบิกตากว้างขึ้นในตอนที่มองเห็นผม ผมส่งยิ้มบางๆออกไปให้เค้าแบบอัตโนมัติ ก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ทุกครั้งที่เจอพี่พระจันทร์ ผมก็อยากจะยิ้มให้เค้าทุกที แม้ว่าในตอนนี้ใจผมจะไม่อยากยิ้มก็ตาม

 

ไหนเค้าว่ามีธุระสำคัญไง

 

หรือไม่ว่าเมื่อไหร่ ธุระสำคัญของเค้าก็คือพี่อัยย์ทุกทีหรอวะ

 

#รักอยู่รู้ยัง

------------------------------------

มาแล้วลูกจ๋าชุดโกโกวาที่หนูอยากได้ ชุดโกโกวาที่หนูอยากใส่ โกโกวาคิมิซึนิดา เอิ๊วววว~~~

แคท: (สะกิดพี่พระจันทร์แล้วถามว่า)



ฝากคอมเม้นท์หวีดร้องได้ทางแฮชแทค #รักอยู่รู้ยัง ในทวิตเตอร์ด้วยนะคะ

แล้วสามารถเข้ามาทักทายพูดคุยกับแคทได้ทาง

TWITTER: YoghurtCatty

FACEBOOK: YoghurtCatty

 :mew1: :pig2: :pig4:

ขอขอบคุณคุณคนอ่านทางเล้าเป็ดที่อยู่ด้วยกันกับแคทมาเสมอเลยนะคะ น่ารักมากๆ ขอบคุณจริงๆค่ะ

:jul1: :jul3:
  อยู่กับแคทมาตั้งแต่ต้นเลย ขอบคุณนะคะ แคทหวังว่าจะสนุกแล้วอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆเลยนะคะ

สนุกมากนะคุณแคท ไม่ต้องคิดมาก เป็นแบบที่คุณแคทเป็นก็สุดยอดแล้วจร้า  :L1:
ยังตามอ่านเสมอนะคะ ถึงไม่ค่อยได้เม้นแต่รักมากมายนะ (ปล.สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะจ้า  :L2:)

#ยังคงชอบความมึนกับมโนของน้องหมุด ชอบความเข้าใจโลกของนาง สุขกับปัจจุบัน อนาคต เป็นเรื่องของอนาคต / คู่น้องหมุดพี่พระจันทร์ เขาเหมาะกันนะ ยึดติดทั้งคู่
#ชอบความร้ายชนร้ายของ น้องM&พี่Y, แหมๆ ผมร้ายนะพี่ไหวเหรอ! วุ้ย ตอนหน้า NC คู่นี้ต้องมาละใช่ไหมคะ??  :hao6:

 :pig4:
  งื้ออ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ยาวๆนี้ที่มอบให้แคทนะคะ แคทดีใจมากๆเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดแคทด้วยนะคะ ขอบคุณกำลังใจดีๆที่มอบให้กัน แคทอ่านแล้วมีแรงฮึดมากๆขอบคุณจริงๆนะคะ ส่วนNCต่างๆ ไม่รู้ๆๆมาอ่านตอนนี้น้าา

น้องมาร์ชไป อืมม..อ่าา.. . กับใคร สารภาพมาาาาาาาาา :z1:
  อยากรู้ว่ายังไง มาอ่านตอนนี้น้าาา อิอิ :mew1:

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 682
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
ไอพี่พระจันทร์!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! :beat: :beat: :z6: :z6:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด