[Up] Love (and) Lies #ลวงหลอกรัก, 12/05/64 [33th Lies, End Chapter: แค่มีเรา]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: [Up] Love (and) Lies #ลวงหลอกรัก, 12/05/64 [33th Lies, End Chapter: แค่มีเรา]  (อ่าน 9384 ครั้ง)

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ไม่รู้ใครจะเสียใจก่อนกัน ..

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
12th Lies : ซื้อใจ


มือหนาหยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งส่งเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าไปอ่าน จากนั้นก็วางมันลงเบาๆ พลางยกยิ้มหยัน ด้วยสีหน้าของผู้ชนะ


‘คุณคามิน คุณจะว่าอะไรไหมครับถ้าผมเปลี่ยนใจมารับข้อเสนอของคุณ... แล้วไว้คุยเรื่องนี้ตอนที่เราเจอกันเย็นนี้นะครับ ปราณันต์’

.

.

.

- คืนก่อนหน้านี้ -

“แทนคุณ”

(ครับบอส)

“ฉันมีอะไรจะให้นายจัดการให้หน่อย”

คามินพูดกับแทนคุณเป็นการเป็นงาน จนแทนคุณเองอดแปลกใจไม่ได้ บอสจะให้ทำอะไร เร่งด่วนขนาดไหน ทำไมถึงโทรมาเวลานี้

(ได้ครับ)

“สิ่งที่นายต้องไปทำคือซื้อห้องพักที่ปราณันต์อยู่ในอพาร์ทเม้นท์นั้น รวมถึงห้องข้างๆ ทั้งสองห้องด้วย ติดต่อเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ให้เรียบร้อย ฉันต้องได้ทั้งสามห้องก่อนพรุ่งนี้เช้า” คามินร่ายยาวสั่งแทนคุณ

(ครับบอส)

บอดี้การ์ดคนเก่งรับคำสั่งโดยไม่ตั้งคำถามใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าเวลานั้นจะเป็นเวลาดึกมากแล้ว และการทำตามคำสั่งของคามินก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่นิดเดียว

“อ้อ แล้วอีกอย่าง” ซึ่งก่อนจะวางสาย คามินก็พูดสั่งมาอีกประโยคราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้

แทนคุณนิ่งเงียบเพื่อรอรับคำสั่งอย่างตั้งใจ

“อย่าให้ปราณันต์รู้เรื่องนี้เด็ดขาด สั่งเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ว่าให้ทำตามปกติ จะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายไป ส่วนที่เหลือฉันจะจัดการเอง”

(รับทราบครับบอส) แทนคุณรับคำเสียงนิ่ง

“แค่นี้แหละแทนคุณ ไปจัดการมาให้เรียบร้อย เสร็จจากนี่ก็พักผ่อนได้เลย ตามสบาย”

พอพูดจบคามินก็วางสายไป และแม้ว่าสัญญาณโทรศัพท์ของอีกฝั่งจะหลุดไปแล้ว แต่แทนคุณก็ยังคงเอาแต่มองโทรศัพท์ในมือตัวเองไม่เลิก

เมื่อกี้บอสพูดว่าอะไรนะ ให้ไปพักผ่อนงั้นเหรอ?

บอดี้การ์ดคนสนิทยอมรับว่าเหนือความคาดหมายพอสมควร เพราะโดยปกติแล้วบอสของเขาไม่ใช่คนที่จะมาห่วงใยเรื่องกินอยู่หลับนอนสักเท่าไหร่ แต่การที่อยู่ๆ ท่านประธานใหญ่ของบริษัทกลับมีท่าทีแบบนี้มันก็ทำให้น่าแปลกใจไม่น้อยเหมือนกัน

แทนคุณได้แต่อมยิ้มบางๆ เขาได้แต่หวังว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่บอสเป็นหรือทำอยู่ มันจะสามารถทำให้หัวใจที่เย็นชาดวงนั้นของบอสอบอุ่นขึ้นได้ เขาก็ยินดีที่จะสนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และทำตามความต้องการของบอสทุกทางอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

ส่วนทางคามิน และแน่นอนว่าเมื่อจัดการตามแผนแรกเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้สิ่งที่เขาต้องการประสบความสำเร็จ ทุกเรื่องจำเป็นต้องมีแผนสำรองเสมอ แผนที่ทำให้ปราณันต์ปฏิเสธเขาไม่ได้ ซึ่งคามินคิดและวางเกมทุกอย่างไว้หมดแล้ว เขารู้ดีว่ามีแค่คนไม่กี่คนหรอกที่ปราณันต์จะไว้ใจและยอมเชื่อทุกอย่าง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วล่ะ ว่าจะกล่อมให้คนๆ นั้นให้ยอมร่วมมือกับเขาได้หรือไม่ แค่นั้นเอง

ซึ่งเมื่อคิดและเตรียมคำพูดทั้งหมดได้แล้ว มือหนาก็กดค้นหาเบอร์โทรศัพท์ที่ตนต้องการ จากนั้นก็โทรออกทันที

“สวัสดีครับ คุณอนาวิน ผมคามินนะครับ” เสียงทุ้มกรอกไปตามสายทันทีที่ปลายทางกดรับ ไม้ตายของเขา ไพ่ใบสุดท้ายที่คามินยอมวางเดิมพัน

(คุณคามินงั้นหรอครับ) ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเดาะลิ้นทันทีที่นึกขึ้นได้ (อ๋อ คุณคนที่จีบไอ้ปราณใช่ไหมครับ)

“ใช่ครับผมเอง เราเคยเจอกันครั้งนึงที่คลับจำได้รึป่าวครับ” คามินพยายามทวนความจำให้อนาวิน

(จำได้ครับ จำได้.. ว่าแต่คุณโทรหาผมมีอะไรรึป่าวครับ) อนาวินถามขึ้นงงๆ เพราะดูแล้วระหว่างเขากับคามินไม่น่าจะมีอะไรให้เชื่อมถึงกันได้

“พอดีผมมีเรื่องรบกวนอยากให้คุณช่วยหน่อยน่ะครับ” คามินหยุดพูดเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะค่อยๆ เล่าเรื่องทั้งหมดออกมา

“คุณรู้แล้วใช่ไหมครับว่าคุณปราณ เอ่อ.. ผมหมายถึงปราณันต์น่ะครับ ตอนนี้เขาได้ทำงานในทีมโปรเจ็กต์พิเศษของบริษัท และก็กำลังจะลาออกจากที่คลับด้วย"

“อา... ครับ” อนาวินรับคำงงๆ จะว่าไปเขาก็รู้เรื่องที่คามินบอกหมดแล้วทุกอย่างนั่นแหละ แต่ที่เขายังไม่รู้คือจุดประสงค์ที่คนในสายโทรมาก็แค่นั้น

“และตอนนี้คุณก็คงสงสัยว่าผมโทรมาทำไม” คามินดักคอ เพราะฟังจากน้ำเสียงคนตรงข้ามก็พอเดาได้ว่าอาจจะสับสนบางอย่างอยู่หน่อยๆ

“มากเลยแหละครับ ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แต่ผมอยากให้คุณเข้าประเด็นดีกว่าครับ” คามินยอมรับว่าอดแปลกใจเบาๆ ไม่ได้ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของอนาวินที่เขาได้เจอคราวที่แล้วนั้น ดูนุ่มนิ่มและไม่มีพิษมีภัย ถ้าไม่ได้ยินกับหูตัวเองเขาไม่มีทางเชื่อแน่ ว่าคนตัวเล็กบอบบางคนนั้นจะมีมุมแบบนี้ด้วย

ซึ่งแน่นอนว่าปราณันต์เองก็คงไม่ได้ต่างจากอนาวินเท่าไหร่นัก ภายใต้รูปร่างและหน้าตาที่สวยหวานบอบบาง อ่อนโยนนั้น กลับแฝงไว้ด้วยความซื่อตรงเด็ดเดี่ยวอย่างยากที่จะหาได้ในชายหนุ่มทั่วไปในวัยเดียวกันด้วยซ้ำ ดังนั้นมันก็ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่หรอกที่สองคนนี้จะเป็นเพื่อนสนิทกัน

“คือที่ผมโทรมา เพราะอยากจะขอให้คุณช่วยพูดกล่อมคุณปราณให้หน่อยครับ” ในเมื่ออนาวินต้องการให้พูดตรงๆ งั้นคามินก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอ้อมค้อมอะไรต่อไป

คามินรู้ดีว่าปราณันต์เป็นคนยังไง คนตัวเล็กนั่นหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด การที่จะยอมรับความช่วยเหลือโดยง่ายนั้น ไม่น่าจะใช่ลักษณะนิสัยของปราณันต์เท่าไหร่ ดังนั้นการที่จะให้ปราณันต์ยอมรับและเปิดใจให้เขาช่วย คงจะเหลือแค่วิธีทางเดียวเท่านั้นนั่นก็คือ ให้คนที่ลูกแมวตัวน้อยไว้ใจมากที่สุดเป็นคนช่วยพูดโน้มน้าวใจ ให้ปราณันต์คนนั้นยอมใจอ่อน โดยที่คามินไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย

“ให้ผมกล่อมไอ้ปราณ กล่อมเรื่องอะไร” เสียงของอนาวินฟังดูแปร่งๆ และแหลมขึ้นนิดหน่อย ถ้าให้คามินเดา เขาคงระแวงไม่น้อย กลัวว่าคนในสายจะมีลูกไม้ เล่นไม่ซื่อกับเพื่อนสนิทของตน

“อย่าเพิ่งมองผมในแง่ไม่ดีอะไรแบบนั้นครับ” คามินใช้โทนเสียงนักธุรกิจเข้าปลอบประโลมให้อนาวินใจเย็นขึ้น “อย่างที่คุณและผมรู้ดี ว่าพอจากลาออกจากไนท์คลับแล้ว คุณปราณเองก็หวังว่าจะได้มีเวลาดูแลฝาแฝดมากขึ้น”

อนาวินเงียบและกำลังตั้งใจฟัง คามินจึงแสร้งประดิษฐ์น้ำเสียงเห็นอกเห็นใจออกมาอีกครั้งอย่างแนบเนียน

“แต่วันนี้ผมไปโรงเรียนของเด็กๆ กับคุณปราณมา ปรากฎว่ามันมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้คุณปราณรับน้องๆ ออกมาอยู่ด้วยไม่ได้ เพราะการจะรับเด็กๆ ออกมานั้นต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นอาทิตย์” คามินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ

“ซึ่งงานในทีมโปรเจ็กต์พิเศษ มันไม่ได้ว่าจะรู้ล่วงหน้าแบบนั้นได้ไงครับ บางวันมันก็เสร็จเร็ว บางวันมันก็ลากยาวต่อเนื่องกลับดึก นั่นเป็นเหตุผลให้คุณปราณรับเด็กแฝดออกมาอยู่ด้วยไม่ได้”

คามินแกล้งทิ้งจังหวะ ดึงความสนใจจากอนาวิน ซึ่งมันได้ผลดีมากทีเดียว เมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากฝั่งตรงข้าม

“แล้วมันยังไง? คุณจะให้ผมกล่อมไอ้ปราณเรื่องอะไร? จะให้มันทิ้งงานในทีมโปรเจ็กต์พิเศษเพื่อมาอยู่กับฝาแฝดงั้นหรอ? ถ้าเลือกอีกอย่าง มันก็ต้องเสียอีกอย่างแน่ๆ ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณจะแก้ปัญหานี้ยังไง” อนาวินถามรัวเร็ว

“แก้ได้สิครับ คุณปราณจะไม่เสียทางไหนสักทาง เขาจะได้ทั้งงานของทีมโปรเจ็กต์และได้อยู่กับฝาแฝด ถ้ามี ‘ผม’ คอยให้ความช่วยเหลือและดูแล” คามินยังพยายามดึงประเด็น พูดกำกวมไปกำกวมมา จนอนาวินเริ่มจะหงุดหงิด

“คุณจะให้ผมทำอะไร พูดมาเลยดีกว่า”

ในที่สุด! คามินกู่ร้องอยู่ในใจ สิ่งที่เขาต้องการก็ออกมาจากปากอนาวินเสียที

“ผมจะเสนอตัวเองเป็นคนดูแลฝาแฝดช่วงที่คุณปราณไม่อยู่เองครับ ผมจะไปรับเด็กๆ พากลับมาบ้าน ทำกับข้าวให้กิน สอนการบ้าน อ่านหนังสือ พาเข้านอน ดูแลฝาแฝดเหมือนคนในครอบครัวของผม ผมยินดีจะทำทุกอย่างให้ ถ้าวันไหนคุณปราณ กลับดึกหรือเลิกงานช้า หน้าที่นี้ผมจะเป็นคนทำเองทั้งหมด”

“หา...?” ถ้าให้เดาอนาวินคงจะช็อคนิดหน่อย แต่เขาไม่มีเวลาที่จะรีรอแล้ว

“แต่ถ้าวันไหนคุณปราณเลิกงานเร็วตามปกติ หน้าที่ทุกอย่างก็กลับไปเป็นของคุณปราณตามเดิม แบบนี้มันไม่ดีกว่าหรอครับ ฝาแฝดได้กลับบ้านทุกวัน ได้มีคนดูแล ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น ผมไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนที่เป็นข้อเสียเลย”

อนาวินเงียบไป แต่ผ่านไปไม่นาน คนในสายก็พูดในสิ่งที่คามินไม่คาดคิดว่าจะได้ยินออกมา

“แต่... คุณเป็นคนอื่นนะครับ ผมจะไว้ใจให้คุณดูแลฝาแฝดและไอ้ปราณได้ไง คุณไม่ใช่ญาติมัน คุณไม่ได้เป็นอะไรกับมันเลย ไม่มีใครทำอะไรแล้วไม่หวังผลหรอก ผมรู้”

และด้วยประโยคตรงๆ นั่น เลยทำให้คามินตัดสินใจจะเอาสิ่งนี้มาเป็นข้อได้เปรียบ

“ใช่ครับ ผมหวังผล” คามินได้ยินเสียง ‘เหอะ’ หลุดออกมาเบาๆ จากฝั่งตรงข้าม “ผมหวังให้คุณปราณรับรักผม และยอมคบผมเป็นแฟน”

“โอ้...” คามินยกยิ้มหยันทันทีที่ได้ยินเสียงเล็กๆ นั่นเผลอหลุดออกมา ไม่ว่าใครก็ต้องพ่ายแพ้ให้นิยายรักโรแมนติคน้ำเน่าๆ เสมอแหละ

“ก็เหมือนที่คุณอนาวินบอกแหละครับ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับปราณเลย ไม่ได้เป็นญาติ ไม่ได้เป็นคนใกล้ตัว ไม่ได้เป็นแม้เพื่อนด้วยซ้ำ แต่มันมีสิ่งนึงที่จะเป็นคำตอบได้ว่าทำไมผมถึงยินดีจะทำทุกอย่าง และดูแลครอบครัวของคุณปราณให้ดีที่สุด สิ่งนั้นคือความรักครับ”

คามินรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังตั้งใจฟัง คนๆ นี้รักปราณันต์ และคนๆ นี้นี่แหละจะทำให้เขาได้ในทุกสิ่งที่เขาต้องการจากเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนั้น

“ผมรักคุณปราณ รักตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ และความรักที่ผมมีให้เค้านี่แหละจะเป็นทุกคำตอบ ว่าทำไมผมถึงยินดีที่จะดูแลฝาแฝด และทำทุกอย่างเพื่อปราณมากขนาดนั้น” คามินรุกต่อ “มันอาจจะเป็นแค่คำพูดที่พูดออกมาลอยๆ ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมจะทำได้ดีแค่ไหน คุณต้องให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเองครับ”

“หมายความว่าผมต้องช่วยคุณ โดยการพูดให้ไอ้ปราณมันยอมให้คุณดูแลฝาแฝดงั้นหรอ?”

ฉลาด.. คามินยิ้มอย่างพอใจที่อนาวินดูเหมือนจะเข้าใจอะไรได้เร็วและไม่ยืดเยื้อ

“ใช่ครับ ผมอยากให้คุณช่วย” คามินแกล้งถอนหายใจ “ที่จริงถึงผมยังไม่ได้พูดผมก็รู้ ว่าคุณปราณต้องไม่ยอมตกลงแน่ๆ”

“ผมเป็นมันผมก็ไม่ตกลงหรอก แค่ฟังดูก็ดูวุ่นวายและลำบากสุดๆ” อนาวินพูดราวกับเห็นด้วยกับปราณันต์ “บ้านคุณกับบ้านมันแทบจะอยู่คนละฝั่งเลยนะ ถ้าวันไหนไอ้ปราณกลับดึก คุณไม่กลับถึงบ้านเช้าเลยหรอ เป็นใครก็เกรงใจ ไม่เแปลกหรอก”

“ก็ใช่ไงครับ ผมก็เลยหาทางออกโดยการย้ายที่อยู่ไปอยู่อพาร์ทเม้นท์เดียวกับปราณันต์ซะเลย” คามินปล่อยหมัดเด็ดใส่คนปลายสายเขาคิดว่าหมัดนี้คงเอาชนะใจอนาวินได้ไม่มากก็น้อยแหละ

“หา? คุณว่าไงนะ คุณยอมย้ายบ้านงั้นเลยหรอ?” อนาวินถามเสียงหลง น่าจะตกใจจริง

“ครับ ผมจะย้ายเข้าไป ถ้าโชคดีได้ห้องที่อพาร์ทเม้นท์เดียวกับคุณปราณก็จะยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องไปๆ กลับๆ”

“มันต้องลงทุนขนาดนี้เลยหรอวะคุณ ขอโทษที่ต้องถามตรงๆ นะครับ” ประโยคหลังฟังดูแผ่วเบานิดหน่อย แต่ก็ยังคงมีความอยากรู้ในน้ำเสียงอยู่ดี

“ผมบอกแล้วไงครับว่าผมชอบคุณปราณ และผมก็ถูกชะตากับฝาแฝดมาก ผมยอมทำทุกอย่างแหละ ขอแค่ให้ปราณมีความสุข นี่คือความตั้งใจของผมจริงๆ ครับ”

ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือ ด้วยความทุ่มเทและตั้งใจจริงที่คามินแสดงออก ก็ทำให้อนาวินคล้อยตามได้ไม่ยาก จนในที่สุดก็ตกปากรับคำที่จะช่วย

“ก็ได้ ผมจะช่วยคุณ” คามินยกยิ้มเหยียดอย่างพอใจ รูปร่างสูงใหญ่ ลุกเดินจากเก้าอี้ทำงานที่นั่งอยู่ ไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่ริมระเบียง ที่พอทอดสายตาออกไปจะมองเห็นกรุงเทพมหานครที่ยิ่งใหญ่ และไม่เคยหลับใหลไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเวลานี้ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้เขาอารมณ์ดีเหลือเกิน

“จริงนะครับคุณอนาวิน” น้ำเสียงดีใจที่ส่งไปให้ปลายสาย ช่างขัดกับท่าทางการยิ้มเยาะนี้เหลือเกิน

ทำไมน่ะหรอ? นั่นก็เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าอนาวินจะช่วยน่ะสิ ไม่มีใครไม่อยากให้เพื่อนรักตัวเองได้ดีหรอก อนาวินเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ปราณันต์เป็นคนน่าสงสาร สิ่งที่คนตัวเล็กนั่นควรได้รับมากที่สุดคือโอกาส โอกาสที่จะมีคนมาดูแลและทุ่มเทความรักให้มากๆ สักครั้งในชีวิต

“จริงครับ แล้วผมต้องช่วยคุณยังไง” อนาวินเริ่มเปิดฉากถาม

“ไม่มีอะไรมากครับ พรุ่งนี้สักช่วงเที่ยงๆ คุณช่วยโทรหาคุณปราณหน่อย ผมว่าเค้าต้องเครียดมากกับสิ่งที่ผมจะบอกในเช้าวันพรุ่งนี้แน่ คุณปราณน่าจะอยากปรึกษาคุณ” คามินเหม่อมองไปไกลก่อนจะพูดต่อ “ผมขอแค่ให้คำตอบของคุณสนับสนุนคำพูดของผมก็พอครับ อาจจะไม่ต้องถึงขั้นออกนอกหน้าออกตา แต่ก็ช่วยให้ปราณเห็นความรักและหวังดีของผมด้วยเถอะนะครับ”

อนาวินเงียบไปพักใหญ่หลังจากคามินพูดจบ และหลังจากนั้นไม่นานคนตัวโตก็คิดว่าตัวเองได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ จากปลายสาย

“แต่ก่อนอื่น คุณต้องรับปากผมก่อนว่าจะไม่ทำให้ปราณและฝาแฝดเสียใจ”

คามินยิ้มกริ่ม ก่อนจะตอบอย่างอารมณ์ดี “ผมสัญญาครับ”

“โอเคครับ งั้นผมก็ยินดีจะช่วยคุณ”

หลังจากนั้นคามินก็กดวางสายไป เขาบอกแล้วว่ายังไงอนาวินก็ต้องยอมช่วย เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ทุกอย่างมันมาตรงจังหวะเวลาสุดๆ ซึ่งเขาหวังว่าพรุ่งนี้คงได้รับข่าวดีจากปราณันต์เช่นกัน

.

.

.

และเวลานี้คำขอของคามินก็เป็นผล เขานั่งมองข้อความที่ปราณันต์ส่งมาอยู่พักใหญ่แล้ว แต่เขาก็ยังหยุดยิ้มไม่ได้สักที


ในที่สุด ... ปราณันต์ก็ตอบตกลง


คามินรีบกดโทรศัพท์ไปหาปราณันต์อย่างรวดเร็ว เขาอยากได้ยินคำตอบที่มาจากปากอิ่มสีสดที่ยั่วเย้าอารมณ์เขามาตลอดมากกว่าที่จะมานั่งอ่านจากข้อความในมือถือแบบนี้

“คุณคราม” เสียงหวานใสที่เขาอยากได้ยินกำลังทักทายกลับมาอย่างแผ่วเบา เขารู้ดี ปราณันต์กำลังเขิน

“คุณปราณครับ ข้อความที่พิมพ์มานั่นคุณไม่ได้หลอกผมให้ดีใจเล่นเฉยๆ ใช่ไหม”

คามินพยายามควบคุมน้ำเสียงตัวเองให้เป็นปกติ แต่ก็พบว่ามันช่างยากเหลือเกินในเวลานี้ เขาได้แต่หงุดหงิดในใจ ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยอารมณ์ตัวเองให้เตลิดง่ายได้ขนาดนั้น มันยากที่จะยอมรับ

แต่ก็ใช่... เขากำลังตื่นเต้นค่อนไปทางดีใจเสียด้วยซ้ำที่ปราณันต์ตอบตกลง

“ใช่ครับ ผมตกลง” เสียงหวานพูดตะกุกตะกัก “แต่ผมไม่อยากคุยเรื่องนี้กับคุณทางโทรศัพท์ เย็นนี้คุณ...”

ปราณันต์ยังพูดไม่ทันจบประโยค คามินก็พูดสวนออกมาเสียก่อน

“ว่างครับ รอผมที่เดิมนะ เดี๋ยวผมไปรับ” พอพูดจบประโยค คามินก็ได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจ

... ควบคุมอารมณ์ตัวเองหน่อยสิ คามิน!!! นี่นายกำลังเป็นบ้าอะไรกัน ...

“ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะลงคอที่แสนน่ารัก ที่หลุดออกมาให้ได้ยิน ยิ่งทำให้อารมณ์และความคิดของคามินเตลิดไปไกลกว่าเดิม “ครับๆ งั้นเย็นนี้เจอกันนะ”

ปราณันต์วางสายไปแล้ว แต่อารมณ์ของคามินยังคงปั่นป่วนไม่เลิก เขาหลุดจากการควบคุมตัวเอง และปล่อยให้ความดีใจบ้าๆ เข้ามามีอิทธิพลเหนือเหตุและผลทั้งปวงที่เขาควรจะมี ตาคมหลับลงช้าๆ คามินกำลังดึงตัวเองออกจากบ่วงบางอย่างที่กำลังคล้องรัดเขาอยู่ ความอ่อนไหวอะไรต่างๆ ไม่ใช่สิ่งคนอย่างเขาควรจะมี ความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นความรู้สึกของพวกขี้แพ้ และแน่นอนว่านั่นไม่ใช่เขา

.

.

.

(อ่านต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
(อ่านต่อจากด้านบน)


ปราณันต์เดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน ด้วยอารมณ์ที่ต่างออกไปจากตอนแรก คนอมทุกข์และดูคิดอะไรวุ่นวายคนนั้นได้หายไป แต่กลับมีปราณันต์คนใหม่ คนที่สดใส และดูเหมือนไม่ได้มีเรื่องเครียดหรือเรื่องอะไรให้หนักใจอีกแล้ว

“ไง เลิกหน้าบูดแล้วรึไงฮะไอ้เหมียว” หัวหน้าทีมคนสนิททักขึ้น เมื่อเห็นและได้ยินปราณันต์เดินฮัมเพลงเข้ามาเบาๆ

“ผมก็ไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้นสักหน่อย” ปราณันต์เกาคอแก้เก้อเขินๆ

“เอาเถอะ นายโอเคขึ้นก็ดีแล้ว” นทนัชเงียบไปนิดหน่อย ก่อนจะตัดสินใจพูดขึ้น “กวีเป็นห่วงปราณนะ ปราณรู้ใช่ไหม”

คนตัวเล็กเกิดอาการกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพูดถึงกันต์กวีขึ้นมา ซึ่งนทนัชก็รู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร

“ในฐานะเพื่อนน่ะปราณ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันนะ” นทนัชยื่นมือไปตบเบาๆ ลงบนบ่าเล็กๆ ของปราณันต์ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอาทร “พี่เข้าใจดีว่าปราณรู้สึกยังไง แต่พวกเราต้องทำงานด้วยกันอีกเยอะ อยู่ด้วยกันอีกนาน อะไรที่ทำเป็นมองไม่เห็นหรือมองข้ามได้ พี่ก็อยากให้ปราณทำนะ”

ปราณันต์ครุ่นคิดตามที่นทนัชพูดอย่างระมัดระวัง สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจว่าจะมองข้ามเรื่องที่โกรธกันต์กวีไป และรับปากหัวหน้าทีมว่าจะไม่เก็บเอามาคิดมากอีก

“ครับพี่นท ไว้เจอกวีแล้วผมจะคุยให้รู้เรื่องนะครับ”

“ดีๆ พี่เห็นใจทั้งสองฝ่ายแหละ ก็หวังว่าจะเคลียร์กันให้เรียบร้อยนะ”

ปราณันต์ยิ้มให้นทนัชอย่างนึกขอบคุณ ก่อนจะเดินตามหากันต์กวีที่ไม่น่าจะอยู่ไกลเท่าไหร่ สุดท้ายปราณันต์ก็เห็นกันต์กวีนั่งอยู่ที่ลานจอดรถ ข้างๆ กับที่มอเตอร์ไซค์ของเจ้าตัวจอดอยู่

“กวี” ปราณันต์สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วตัดสินใจตะโกนเรียก “นายมาอยู่นี่เอง” จากนั้นปราณันต์ก็เดินไปหากันต์กวีที่อยู่ไม่ไกลออกไป

“ปราณ” กันต์กวีลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นปราณันต์เดินเข้ามาใกล้ สถานการณ์และบรรยากาศโดยรอบดูอึดอัดขึ้นนิดหน่อย สุดท้ายคนตัวเล็กจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ขอโทษนะ ที่เราชอบทำให้นายเป็นห่วงอยู่เรื่อย” ปราณันต์ยิ้มบางๆ “แล้วก็ต้องขอบใจมากที่ดูแลเราเป็นอย่างดีมาตลอด... นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราคนนึงเลยนะ”

กันต์กวียิ้มเศร้าหลังจากได้ยินปราณันต์พูดจบ สุดท้ายเขาก็เป็นได้แค่นี้ เป็นห่วงมากแค่ไหน ดูแลดีเท่าไหร่ก็ได้แค่นี้ แค่เพื่อนที่ดีที่สุดของปราณันต์เท่านั้น

“อื้ม” หนุ่มเหนือพยักหน้าช้าๆ “เราเข้าใจแล้ว ขอบคุณปราณมากที่พูดออกมาตรงๆ แล้วทำให้มันชัดเจน อย่างน้อยเราจะได้ไม่คาดหวังลมๆ แล้งๆ อีก”

“เรา…” ปราณันต์ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กันต์กวีพูดสวนออกมาก่อน

“ไม่เป็นไรหรอกปราณ เราโอเค” กันต์กวีฝืนยิ้ม “แต่เรื่องบางเรื่องมันอาจจะต้องใช้เวลา ปราณเข้าใจเราใช่ไหม”

คนตัวเล็กยื่นมือไปตบบ่ากันต์กวีเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้ แต่ปราณันต์เลือกที่จะไม่พูดอะไรที่เป็นการตอกย้ำ เขาปล่อยให้กันต์กวีรับรู้ทุกอย่างผ่านแววตาและการกระทำทั้งหมดเอง

“กลับไปทำงานกันเถอะ ขี้เกียจฟังพี่นทบ่น”

พอจบประโยคที่ปราณันต์พูดทั้งสองก็มองหน้าและหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน จากนั้นปราณันต์ก็กระโดดกอดคอกันต์กวี ก่อนที่ทั้งสองจะพากันหยอกเล่นกันตลอดทางเดินกลับเข้าไปในออฟฟิศ

.

.

.

ตกตอนเย็นคามินมารับปราณันต์ตรงตามเวลานัด หลังจากที่เขามีเวลาอยู่กับตัวเองตลอดบ่าย ทำให้คามินควบคุมอารมณ์และความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น แผนการของเขายังต้องดำเนินต่อไป เป้าหมายของเขาก็ยังคงเป็นชัยชนะและหุ้นสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของไอ้พวกเพื่อนเวรตะไลนั่นเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

แต่ผลพลอยได้ที่เขาจะได้ และถูกขึ้นบัญชีเป็นของที่เขา ‘ต้องได้’ มาอีกอย่างนั่นคือ ‘ปราณันต์’

ปราณันต์สำหรับคามินจะไม่เป็นอะไรไปมากกว่าของแถม ของที่เขาไว้ใช้เล่นสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น และของเล่นที่ว่าก็ไม่ควรจะมามีอิทธิพลเหนืออารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ ของเขา นั่นคือปณิธานของคามิน

“รอนานไหมครับ” คามินถามเสียงหวาน ยามปราณันต์ก้าวขาเรียวยาวขึ้นมานั่งบนรถ

“ไม่นานครับ ผมก็เพิ่งลงมาเอง” ปราณันต์ยิ้มสดใสกลับมาให้ “ว่าแต่วันนี้คุณไปหาลูกค้ามาเหนื่อยรึป่าวครับ นี่ผมยังรบกวนให้คุณมารับอีก” ปราณันต์บ่นกระปอดกระแปดอย่างรู้สึกผิด

“เหนื่อยครับ” ปราณันต์หน้าเสีย ตอนได้ยินคามินตอบแบบนั้น แต่ประโยคถัดมาก็ทำเอาคนตัวเล็กยิ้มออกมาจนหน้าบาน “แต่พอได้เห็นหน้าคุณผมก็หายเหนื่อย ขอบคุณนะครับ กำลังใจของผม”

คนตัวเล็กหน้าแดงทันทีที่ได้ยินคำหวานจากคนตรงข้าม และก่อนที่ปราณันต์จะเขินไปมากกว่านี้คามินจึงตัดสินใจออกรถ พร้อมกับหัวเราะหยอกล้อกับปราณันต์ไปตลอดทาง

.

.

.

คามินพาปราณันต์ไปนั่งทานของว่างที่คาเฟ่ที่อยู่ไม่ห่างจากออฟฟิศเท่าไหร่ และในขณะที่รออาหาร คามินก็เริ่มเข้าเรื่องทันที

“ตกลงว่าคุณยอมรับข้อเสนอของผมแล้วใช่ไหมครับ”

“ครับ” ปราณันต์อ้อมแอ้มรับคำ “แต่ก่อนที่ผมจะยอมรับข้อเสนอของคุณ ผมต้องได้รู้ก่อนว่าคุณไม่ได้ลำบากหรือยุ่งยากอะไรกับการที่ต้องย้ายมาอยู่อพาร์ทเม้นท์เดียวกันกับผม” คนตัวเล็กพูดกับฝั่งตรงข้ามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

คามินหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะตอบคำถามของปราณันต์

“โถ่ ผมก็นึกว่าคุณห่วงเรื่องอะไร” คามินค่อยๆ ยื่นมือใหญ่ไปกุมมือเล็กๆ ของปราณันต์ที่วางอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ

“อพาร์ทเม้นท์ของคุณอาจจะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่มันก็เหมาะกับผมซึ่งอยู่แค่คนเดียว อีกอย่างมันก็ใกล้ที่ทำงานมาก หนำซ้ำผมก็จะได้รับส่งคุณปราณสะดวกขึ้น ไม่ต้องอ้อมไปอ้อมมา คุณปราณว่าดูแล้วผมน่าจะลำบากไหมล่ะครับ หื้ม?” คามินพูดยิ้มๆ ทำเอาปราณันต์อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

“แต่ผมไม่แน่ใจว่าเถ้าแก่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์เขาจะมีห้องว่างรึป่าวนี่สิครับ ปกติอพาร์ทเม้นท์นี้ห้องเต็มตลอดเลย” ปราณันต์นิ่วหน้าด้วยความไม่แน่ใจ “ผมว่ายังไงคุณก็ควรดูๆ อพาร์ทเม้นท์แถวนั้นเผื่อไว้บ้างก็ดีนะครับ”

คามินยิ้มหน้าบาน จนปราณันต์อดแปลกใจไม่ได้ว่าคามินจะยิ้มอะไรนักหนา

“คุณยิ้มอะไรเล่า” และในขณะที่คามินจะตอบอาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟพอดี

คามินจึงเลื่อนจานอาหารให้ปราณันต์ช้าๆ ก่อนจะตอบคำถามเมื่อกี้ของปราณันต์ด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

“ผมดีใจน่ะสิ ที่คุณปราณอยากให้ผมไปอยู่ใกล้ๆ” คามินจ้องหน้าคนตรงข้ามด้วยประกายตาวาววับ “ตอนแรกที่คุณปราณปฏิเสธผม ผมใจเสียแทบแย่ นึกว่าคุณเบื่อขี้หน้าผมแล้วเสียอีก”

“ไม่ใช่สักหน่อย!” ปราณันต์รีบปฏิเสธเสียงหลง ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังร้อนตัวมากเกินไป เลยพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเหมือนเดิม แต่คามินก็จับได้อยู่ดี

“คุณน่ะชอบคิดไปเอง” ปราณันต์อ้อมแอ้มสารภาพ “เหตุผลเดียวที่ผมปฏิเสธก็คือ ผมแค่เกรงใจคุณ”

“คร้าบ ครับ ผมรู้แล้ว” คามินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก่อนจะชวนปราณันต์ทานอาหารตรงหน้า

“รีบทานเถอะครับ เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน” จากนั้นคามินก็หันมาพูดกับปราณันต์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอีกครั้ง

“ส่วนเรื่องห้องคุณไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวกินเสร็จแล้วเราจะไปถามด้วยกัน ถ้าห้องไม่ว่างค่อยคิดหาทางต่อ” ก่อนที่คามินจะจบประโยคด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่พอปราณันต์ได้ยินก็อดขำกับความขี้เล่นนี้ไม่ได้

“แต่ไม่แน่ โชคดีอาจจะเป็นของผมก็ได้นะครับ”

ปราณันต์ได้แต่อมยิ้มไปกับท่าทางของคนตรงข้าม ก่อนจะลงมือกินอาหารตามคำเชิญชวนของคามิน โดยที่คนตัวโตได้แต่มองคนตัวเล็กตรงข้ามด้วยสายตาเย้นหยัน พลางนึกในใจอย่างหยิ่งยโส

‘หึ! คนอย่างคามินไม่เคยต้องรอโชคชะตา เพราะฉันมีเงินมากพอที่จะเนรมิตสิ่งที่ตัวเองต้องการได้เสมอ’

.

.

.

ตอนนี้คามินกับปราณันต์นั่งรอเถ้าแก่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์อยู่ที่สำนักงานชั้นล่าง ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ คามินได้โทรไปหาแทนคุณเพื่อเช็คความคืบหน้าว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาต้องการแล้ว


‘เรื่องที่ให้ไปจัดการ เรียบร้อยดีรึป่าวแทนคุณ’

(เรียบร้อยแล้วครับบอส ทั้งห้องคุณปราณันต์ และห้องข้างๆ ทั้งสองห้อง ผมซื้อไว้ในนามบริษัทหมดแล้วครับ)

‘แล้วตัวเถ้าแก่ล่ะ นายไปตกลงไว้แล้วหรือยัง’


(ผมสั่งไว้แล้วครับ ว่าห้ามคุณปราณันต์รู้เรื่องนี้เด็ดขาด และถ้าคุณปราณันต์พาใครมาเช่าห้อง ให้ปล่อยให้เช่า แล้วก็ห้ามถามอะไรเซ้าซี้)

‘ดี! นายทำดีมาก ขอบใจนะแทนคุณ’


คามินกดวางสายไป ก่อนจะเดินไปหาปราณันต์ เพื่อไปที่อพาร์ทเม้นท์พร้อมกัน

.

.

.

รออยู่ไม่นานเถ้าแก่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ก็ออกมาหลังจากที่เห็นปราณันต์ เถ้าแก่ก็เหลือบมองมาที่คามินนิดหน่อย ก่อนจะแอบพยักหน้าน้อยๆ อย่างรู้กันให้ร่างสูง

“เถ้าแก่ครับ ผมปราณันต์นะครับ พักอยู่ห้องหกศูนย์สอง” คนตัวเล็กแนะนำตัวเอง เผื่อว่าเจ้าของอพาร์ทเม้นท์จะจำเขาไม่ได้

“อ่อๆ อั๊วจำลื้อได้อาตี๋ ลื้ออยู่กับฝาแฝดชั้นบนสุด” เถ้าแก่ยิ้มให้อย่างใจดี ก่อนจะถามต่อ “ว่าแต่ลื้อมาหาอั๊ววันนี้มีอะไรรึป่าว” พอปราณันต์เห็นเถ้าแก่เข้าเรื่องเขาก็ไม่รอช้า

“ครับ ผมอยากรู้ว่าเถ้าแก่พอจะมีห้องว่างไหมครับ พอดีเพื่อนผมจะย้ายมาอยู่ที่นี่ แต่ไม่แน่ใจเรื่องห้อง เลยมาถามเถ้าแก่ก่อน” ปราณันต์ชี้ไปที่คามินที่นั่งอยู่ข้างๆ

เถ้าแก่ยิ้ม ก่อนจะพูดต่ออย่างแนบเนียน “พวกลื้อโชคดีมากเลยรู้ไหม วันนี้อาหมวยห้องหกศูนย์หนึ่งข้างๆ ห้องลื้อน่ะอาตี๋ เพิ่งมาบอกอั๊วว่าจะย้ายออก เห็นอีว่าอีได้ที่ทำงานใหม่ เลยจะย้ายที่อยู่ไปอยู่แถวที่ทำงานใหม่แทน”

พอฟังจบปราณันต์ก็หันไปยิ้มให้คามินอย่างยินดี

“จริงหรอครับเถ้าแก่ ห้องข้างผมเลยหรอครับ” ปราณันต์ถามย้ำ เพราะอยากจะให้แน่ใจว่าฟังไม่ผิด

“จริงสิ ลื้อสนใจไหมล่ะ ถ้าสนใจก็ย้ายเข้ามาวันอาทิตย์นี้ได้เลย อาหมวยอีจะย้ายออกวันเสาร์นี้”

“เร็วขนาดนั้นเลยหรอครับ” ปราณันต์ถามออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะหันไปถามคามิน “คุณว่าไงครับ คุณโอเคไหม”

คามินที่นั่งเงียบไม่ได้พูดอะไรเลยมาตั้งแต่ต้น ได้แต่มองปราณันต์ยิ้มๆ ลูกแมวน้อยของเขาดูตื่นเต้นกว่าตัวเขาเองเสียอีก พอได้เห็นปราณันต์หันมาถามเขาด้วยแววกลมโตที่เป็นประกายอย่างยินดีก็อดเอื้อมมือใหญ่ไปลูบแก้มนิ่มของคนตรงข้ามเบาๆ ด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ก่อนจะตอบคำถามของคนตัวเล็กออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“โอเคครับ ได้อยู่ใกล้คุณปราณแบบนี้ ทำไมผมจะไม่โอเคล่ะ” คามินยิ้มให้ปราณันต์ อย่างยินดี ก่อนจะหันไปพูดกับเถ้าแก่ถึงรายละเอียดเงื่อนไขการเช่าห้องต่างๆ

“ผมต้องทำสัญญาเช่าวันไหนครับเถ้าแก่ แล้วเรื่องเงินค่าเช่ามีรายละเอียดยังไงบ้างครับ”

“ก็เดี๋ยวลื้อทำสัญญาเช่าวันนี้เลยก็ได้ ส่วนล่วงหน้าอั๊วให้จ่ายสามเดือน แล้วก็จะมีค่าประกันอีกนิดหน่อย เรื่องเงินค่อยมาเคลียร์กันวันที่ลื้อย้ายเข้ามาก็ได้”

เถ้าแก่บอกรายละเอียดยาวเหยียด ก่อนจะหยิบสัญญาเช่าออกมาให้คามินเขียน จากนั้นเถ้าแก่ก็ถามซ้ำอีกรอบ

“ตกลงลื้อจะย้ายมาวันอาทิตย์เลยใช่ไหม”

“ครับ วันอาทิตย์เช้าผมจะทยอยขนของเข้ามา แล้วก็เข้าอยู่เลย ยังไงก็ต้องรบกวนเถ้าแก่ด้วยนะครับ” คามินมองหน้าเถ้าแก่ แบบรู้ความนัยกัน

“ได้ๆ ลื้อย้ายเข้ามาได้เลย พออาหมวยอีย้ายออกในวันเสาร์ เช้าวันอาทิตย์ลื้อก็มาเอากุญแจที่อั๊วได้เลย ตอนนี้ห้องหกศูนย์หนึ่งเป็นของลื้อแล้ว”

คามินกระตุกยิ้มมุมปากกับประโยคที่เถ้าแก่เจ้าของอพาร์ทเม้นท์พูดอย่างเข้าใจความหมาย ความหมายที่เขาและเถ้าแก่รู้ดี มีแต่ปราณันต์เท่านั้นแหละที่ไม่รู้อะไรเลย

คามินได้แต่มองปราณันต์ที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะกำลังมีความสุขด้วยความเวทนา เจ้าแมวน้อยของเขา อีกไม่นานแล้วสิ่งที่เขาปรารถนาจะครอบครอง ก็จะได้เป็นของเขาเสียที

.

.

.

หลังจากออกจากสำนักงานของเถ้าแก่แล้ว ปราณันต์ก็เดินไปส่งคามินที่รถ พร้อมกับนัดแนะเวลาที่จะเข้าไปรับฝาแฝดในเย็นวันพรุ่งนี้

“คุณปราณดีใจไหมครับ” จู่ๆ คามินก็ถามขึ้น ปราณันต์เองที่ยังงงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก ก็ได้แต่หันไปมองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความสงสัย

“ผมหมายถึงว่าคุณปราณดีใจไหมครับ ที่เราจะได้มาอยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้” พอจบคำถามตรงๆ ของคนตัวโต ปราณันต์ก็หน้าแดงทันที แต่ก็เลือกที่จะตอบคำถามของคามินด้วยความเต็มใจ

“ดีใจสิครับ ผม... ดีใจมาก” คามินยิ้มโชว์เขี้ยวทั้งสองข้างทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้นจากปราณันต์

“ผมเองก็ดีใจมากเหมือนกัน ที่คุณปราณยอมให้โอกาสผมได้ดูแลคุณและน้องๆ ... ขอบคุณมากนะครับคนดี”

คนตัวโตพูดตอบเสียงหวาน ทำเอาปราณันต์เขินจนทำตัวไม่ถูก

“แล้วพรุ่งนี้คุณพอจะว่างไหมครับ” ปราณันต์อ้อมแอ้มถาม “ผมอยากชวนคุณไปรับฝาแฝดด้วยกัน ผมอยากให้คุณไปบอกข่าวดีนี้กับเด็กๆ เอง”

“ไปสิครับ เราไปด้วยกันนะ” คนตัวโตทอดเสียงอบอุ่นตอบ “ผมว่าเด็กๆ ต้องดีใจแน่ๆ”

“ถ้างั้นพรุ่งนี้เลิกงานแล้วเจอกันนะครับ” ปราณันต์สรุปในตอนสุดท้าย “แต่วันนี้คุณกลับได้แล้วนะครับ ดึกแล้ว”

คามินงอแงทันทีที่ได้ยินปราณันต์ไล่ให้เขากลับบ้าน

“ยังไม่กลับได้ไหมอ่ะครับ” และโดยที่ปราณันต์ไม่ทันได้ตั้งตัว คามินก็เข้ามาประชิด มือหนาทั้งสองข้างแตะเข้าที่เอวบางอย่างจงใจ คล้ายกำลังโอบกอดคนตัวเล็กๆ ไว้เบาๆ “ขอผมขึ้นไปกินกาแฟที่ห้องปราณก่อนกลับได้ไหมครับ”

คามินออดอ้อน ทำเอาปราณันต์ก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย แต่สุดท้ายก็ต้องอ้อมแอ้มตอบปฏิเสธไป

“ไม่เอาครับ ดึกแล้ว กลับเถอะ ผมไม่อยากให้คุณขับรถมืดๆ มันอันตราย” ใบหน้าสวยหวานค่อยๆ เงยขึ้นมามองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เซ็นต์

“แต่ผมยังอยากอยู่กับคุณอีกนิด...” คามินกระซิบชิดหูนิ่ม

“เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ได้เจอกันอีก ไม่งอแงสิครับ” ปราณันต์พูดยิ้มๆ อ้อนๆ ทำเอาคามินเถียงต่อไม่ออก ใครใช้ให้ปราณันต์ขอร้องเขาด้วยท่าทีแบบนี้ จะฝืนทำตามใจตัวเองต่อก็ทำไม่ได้ ปราณันต์เล่นน่ารักซะขนาดนั้น

“ก็ได้ครับ” คามินรับคำด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ก่อนจะปล่อยมือออกจากเอวบาง ด้วยความเสียดายนิดๆ

คามินเดินถอยหลังออกห่างจากปราณันต์เพื่อไปเดินขึ้นรถอย่างตัดใจ และหลังจากที่หันหลังให้คนตัวบาง เพื่อก้าวขึ้นรถ เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆ กำลังวิ่งมาหาเขาเบาๆ

และพอคามินหันกลับไป ปราณันต์ก็มาถึงตัวเขาพอดี คนตัวเล็กวิ่งไปตรงหน้าคามิน แล้วใช้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างเกาะไหล่กว้างไว้เบาๆ คามินดูตกใจนิดหน่อย เพราะไม่รู้ว่าปราณันต์จะทำอะไร พอผ่านไปไม่ถึงอึดใจ คนตรงหน้าก็เขย่งปลายเท้าขึ้น จนใบหน้าสวยหวานอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าคมคาย ริมฝีปากอิ่มกดจูบเบาๆ ลงบนปากหยักของคามิน


จุ๊บ~


คามินตกใจที่โดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ปราณันต์อาศัยช่วงชุลมุน กระโดดถอยออกจากคามินทันที ก่อนจะกล่าวยิ้มๆ ให้คนตัวโต

“ส่วนจูบนี้แทนคำขอบคุณครับ .. ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับคุณคราม”

ปราณันต์เดินถอยหลังห่างออกจากคามินช้าๆ พร้อมกับส่งยิ้มซุกซนให้ ส่วนคามินที่ตอนนี้ตั้งตัวได้แล้ว ก็มองไปที่ปราณันต์พร้อมกับยิ้มและชี้นิ้วใส่อย่างยอมใจที่โดนปราณันต์หลอกล่อเสียอยู่หมัด

ทั้งสองยิ้มให้กันและกัน ก่อนที่ปราณันต์จะยกมือโบกลาให้คนรูปร่างสูงใหญ่ฝั่งตรงข้าม

“กลับดีๆ นะครับ”

“ฝันดีครับคุณปราณของผม” คามินเองก็โบกมือลาปราณันต์เช่นกัน

“ฝันดีครับ.. เจอกันพรุ่งนี้นะ”

คามินมองปราณันต์ที่ตอนนี้ไปยืนอยู่หน้าทางเข้าอพาร์ทเม้นท์แล้ว เขาจึงโบกมือไล่ให้คนตัวเล็กเข้าไป และพอเห็นปราณันต์เข้าไปอย่างปลอดภัยแล้ว เขาจึงได้ขึ้นรถแล้วขับออกมา โดยที่มุมปากหยักยังไม่ได้หยุดยิ้มเลยแม้แต่วินาทีเดียว

.

.

.

วันถัดมาปราณันต์ทำงานอย่างมีความสุข คนตัวเล็กเอาแต่เหลือบมองนาฬิกาเรื่อยๆ พลางคิดในใจว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิกงานเสียที เขาแทบจะอดใจรอเจอคามิน และรอที่จะได้เห็นสีหน้าและท่าทางดีใจของฝาแฝดไม่ไหวแล้ว

ทางด้านคามินเองก็เช่นกัน ถึงแม้จะไม่ได้แสดงออกว่าอารมณ์ดี แต่พนักงานที่เข้าประชุมด้วย หรือแม้แต่ตัวเลขาฯ เองก็รู้สึกได้ว่าท่านประธานดูมีความสุขเป็นพิเศษ แม้จะมีคนทำผิดพลาด บอสก็ไม่ได้มีท่าทีหงุดหงิดเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับตักเตือนอย่างใจเย็น และให้ไปแก้ไขข้อผิดพลาดมาใหม่

ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะแปลกใจกับท่าทีที่แปลกไปของท่านประธาน แต่ไม่ใช่กับแทนคุณ บอดี้การ์ดคนสนิท เขารู้ดีว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เจ้านายเขาเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้ แม้ตัวท่านประธานเองจะยังไม่รู้ตัวก็เถอะ แทนคุณเองก็ได้แต่หวังว่าเหตุผลนั้นจะมีอิทธิพลต่อท่านประธานไปตลอด คามินที่เย็นชาน้อยลงมันช่างดีมากจริงๆ ในสายตาของคนสนิทที่อยู่ด้วยกันมานาน

และแล้วเวลาเลิกงานก็มาถึง คามินลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันที ก่อนจะหันไปสั่งงานแทนคุณ

“วันนี้กลับบ้านได้เลย แต่วันอาทิตย์ให้หารถไปขนของจากคอนโดไปที่อพาร์ทเม้นท์ของปราณด้วย เดี๋ยวจะเลือกไว้ให้บางส่วน จัดการให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”

“ครับบอส” แทนคุณค้อมศีรษะรับคำสั่ง พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นคามินเดินออกจากประตูห้องทำงานไปแล้ว แทนคุณได้แต่ยิ้มบางๆ ตามหลังเจ้านายเขาที่เพิ่งหุนหันออกไป

.

.

.

ปราณันต์มายืนรอคามินอยู่ที่หน้าออฟฟิศด้วยหัวใจพองโต เขายอมรับว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เขามีความสุขมากที่สุด แค่ได้คิดว่าเขา คามิน และฝาแฝดจะได้อยู่ใกล้ๆ ได้ใช้ชีวิตข้างๆ กัน เขาก็มีความสุขจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก


ปิ๊น ปิ๊น~


เสียงแตรรถดังขึ้น ปราณันต์หันไปยิ้มอย่างยินดี ก่อนจะวิ่งไปขึ้นรถคามินที่อยู่ไม่ไกลออกไป

“รอนานไหมครับ” ทันทีที่ขาเรียวก้าวเข้ามานั่งในรถเรียบร้อย คามินก็ถามขึ้น ก่อนจะช่วยเจ้าของรูปร่างบอบบางคาดเข็มขัดนิรภัยให้อย่างเอาใจ

“ไม่ครับ ผมเพิ่งลงมาเมื่อกี้เอง”

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คามินก็ขับรถพาปราณันต์ตรงไปยังโรงเรียนของฝาแฝดทันที ทั้งสองยอมรับว่าตอนนี้อยากเห็นหน้าฝาแฝดตอนที่ได้รู้ข่าวดีไม่ไหวแล้ว

และทันทีที่จอดรถที่โรงเรียนอนุบาลเรียบร้อย ชายหนุ่มทั้งสองก็เดินเคียงข้างกันไปยังจุดที่เจ้าสองแสบยืนรออยู่กับอาจารย์ประจำชั้นที่เดิม

“พี่ครามกับพี่ปราณมาแล้วว!” ยังไม่ทันที่จะได้เดินถึงสนามเด็กเล่น เสียงปัณณธรน้อยก็ดังทะลุกลางอากาศมาแต่ไกล ปราณันต์กับคามินได้แต่อมยิ้ม กับท่าทางทางน่าเอ็นดูของเจ้าแฝดคนน้อง

“ครับ พี่ครามกับพี่ปราณมาแล้ว” ปราณันต์พูดพลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ ก่อนจะอ้าแขนรอเจ้าตัวน้อยทั้งสองวิ่งเข้ามาหา

ปุณณกันต์และปัณณธรวิ่งเข้าสู้อ้อมกอดของปราณันต์ทันที ก่อนจะผละออกหอมแก้มพี่ชายคนโตคนละข้างอย่างคิดถึง

“แก้มพี่ปราณห๊อม หอม หอมเหมือนเดิมเลยเนาะปัณณ์” ปุณณกันต์เอ่ยขึ้นอย่างเอาใจ ทำเอาปราณันต์ยิ้มไม่หุบ

“ใช่ หอมมากๆ เลย” ปัณณธรพยักหน้าเห็นด้วย “เสียดายพี่ครามไม่เคยได้หอม น่าสงสารจัง”

เจ้าตัวแสบคนน้องหันไปมองคามินพลางทำหน้าทำตายิ้มใส่ ดูไม่ได้เหมือนว่าสงสารเหมือนกับคำพูดเลยสักนิด

คามินได้แต่หัวเราะอย่างชอบใจ ตอนเห็นท่าทางแสบสันแบบนั้นของเจ้าตัวเล็ก เขาเลยเข้าไปอุ้มเจ้าแฝดคนน้องแล้วจับมาฟัดจนปัณณธรหัวเราะลั่นไม่หยุด

“ฮ่าๆๆ พี่ครามปัณณ์จั๊กจี๋ ฮ่าๆๆๆๆๆ”

“ตัวแสบต้องโดนลงโทษ ฮ่ะๆๆ เยาะเย้ยพี่ครามหรอ นี่ๆๆๆ” คามินยังคงฟัดเจ้าตัวน้อยไม่หยุด จนปราณันต์เอ่ยปรามนั่นล่ะ พี่ครามของเจ้าตัวยุ่งทั้งสองถึงยอมหยุดได้

“พอก่อนเถอะครับคุณคามิน เดี๋ยวเราต้องไปคุยกับอาจารย์ของปุณณ์กับปัณณ์อีกนะครับ”

คามินเลยยอมปล่อยปัณณธรลงกับพื้นได้ ปราณันต์จึงได้เดินจูงปุณณกันต์กับปัณณธรไปหาครูประจำชั้น โดยที่คามินเดินตามหลังไปด้วย

“ว่าไงคะน้องปราณ มีเรื่องอะไรให้ครูช่วยรึป่าวคะ” อาจารย์ถามขึ้นเมื่อเห็นปราณันต์เดินมาหา ปราณันต์จึงได้บอกความต้องการของตัวเองไป

“ผมตัดสินใจได้แล้วครับอาจารย์ เรื่องปุณณกันต์กับปัณณธรน่ะครับ” ปราณันต์พูดพลางก้มลงมองเจ้าฝาแฝดทั้งคู่ ที่ตอนนี้กำลังเงยหน้าขึ้นมามองเขาตาแป๋วหลังได้ยินบทสนทนาที่มีชื่อตัวเองอยู่ด้วย ทำเอาปราณันต์อดลูบศีรษะกลมๆ ของเด็กทั้งสองด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ซึ่งคุณครูเอง พอได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเชิญทั้งสี่คนไปนั่งคุยที่ห้องพักครู

และเมื่อถึงห้องพักครูปราณันต์กับคามินก็นั่งเผชิญหน้าคุยกับอาจารย์โดยมีปุณณกันต์และปัณณธรนั่งอยู่บนตักของคนทั้งคู่

“ผมตัดสินใจได้แล้วครับอาจารย์ ต่อไปนี้ผมจะมารับปุณณ์กับปัณณ์กลับบ้านทุกวัน ถ้าไม่ใช่ผม ก็จะเป็นคุณคามินมารับครับ ขอแจ้งอาจารย์ให้ทราบไว้ก่อน”

เจ้าฝาแฝดน้อยเริ่มฮือฮาทันทีเมื่อได้ยินพี่ชายคนโตพูดแบบนั้น แต่ก็ไม่กล้าเสียมารยาทถามออกมากลางปล้อง เพราะตอนนี้ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่

“ครูดีใจนะคะที่ได้ยินแบบนี้ ยังไงครูก็มองว่าการที่เด็กๆ ได้อยู่กับครอบครัว น่าจะเป็นสิ่งดีที่สุด”

“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณอาจารย์มากนะครับ ที่ดูแลฝาแฝดของผมอย่างดีมาโดยตลอด ขอบคุณมากๆ นะครับอาจารย์”

ปราณันต์ยกมือไหว้พร้อมค้อมศีรษะขอบคุณอาจารย์อย่างนอบน้อม เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากครูประจำชั้นของฝาแฝดได้ดีมากทีเดียว

“ไม่เป็นไรค่ะน้องปราณ ครูยินดี” อาจารย์ส่งยิ้มให้อย่างใจดี “เดี๋ยวยังไงซะน้องปราณก็ไปเซ็นเอกสารขอยกเลิกการค้างคืนของเด็กๆ แล้วก็เพิ่มชื่อคุณคามินเข้าไปในลิสต์ของผู้ปกครองที่จะมารับปุณณกันต์กับปัณณธรด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องเซ็นเอกสารหลายที”

อาจารย์ประจำชั้นแนะนำอย่างเอื้ออาทร ก่อนจะหันไปพูดกับเจ้าตัวน้อยทั้งสองอย่างยินดี

“ดีใจด้วยนะครับฝาแฝด ต่อไปนี้ก็ได้กลับบ้านทุกวันแล้ว อย่าดื้ออย่าซนกับพี่ปราณล่ะ แล้วก็ต้องทำการบ้านทุกวันด้วย เข้าใจไหมครับเด็กๆ”

สองฝาแฝดที่พอได้ยินครูพูดแบบนั้นก็ดีใจจนตาโต สองคนหันมองหน้ากันอย่างยินดี พลางหัวเราะคิกคัก แล้วก็แปะมือให้กันอย่างน่าเอ็นดู ก่อนจะร้อง “เย่!” ออกมาเสียงดัง จนทำเอาผู้ใหญ่ที่อยู่รอบข้างยิ้มตามออกมาไม่ได้

โดยเฉพาะพี่ชายคนโตของครอบครัวกับพี่ครามของเด็กๆ ที่ตอนนี้กำลังยิ้มให้กันและกันอย่างมีความสุขเหลือเกิน

.

.

.

To Be Continue

---------------------------------------------------------------------------------

เจ้าแผนการ แผนเยอะ วางหมากเก่ง พระเอกหรือตัวโกง ถามมมม

55555555555555555555555555555555555555555555555

จะพยายามมาลงให้ได้อีกตอนนะคะ ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นท์ทิ้งไว้ได้เลยน้าาา เรารออ่านคอมเม้นท์เสมอเลย ยังไงก็ต้องขอบคุณสำหรับกำลังใจด้วย เราได้รับทั้งหมดเลย แล้วมันก็ดีมากๆ เพราะทำให้เรามีแรงมาลงต่อๆ ไปได้เรื่อยๆ ^^

ช่วงนี้โควิดก็กลับมาระบาดอีกแล้วเนาะ ทุกคนรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ออกไปไหนก็อย่าลืมใส่แมสก์ ล้างมือบ่อยๆ เจลแอลกอฮอล์มีติดกระเป๋าไว้คลอดอย่าให้ขาดเนาะ และที่สำคัญถ้าเลี่ยงที่ๆ มีคนเยอะๆได้ ก็เลี่ยงนะคะ เป็นห่วงมากๆ แล้วไว้เจอกันตอนหน้าเนาะ ^^

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
มีความสุขให้เต็มที่ ..

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
มีความสุขให้เต็มที่ ..

จริง มีความสุขซะให้พอ

จะรอวัน.......... 5555555

นายแน่มากคามิน เล่นกับความรู้สึกของเด็ก หึ *แสยะยิ้ม* (ฮา)

 :pig4: :pig4: :L2: :L2:

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
13th Lies : คำตอบ


หลังจากจัดการทุกอย่างกับทางโรงเรียนเรียบร้อย ปราณันต์ก็จูงเจ้าสองฝาแฝดตัวน้อยออกจากโรงเรียน ปุณณกันต์กับปัณณธรที่แม้จะยังไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่อย่างน้อยเจ้าหนูทั้งสองก็พอจะจับใจความจากที่ได้ยินพี่ปราณคุยกับคุณครูประจำชั้นได้บ้างนิดหน่อยว่า ต่อไปนี้ฝาแฝดจะได้กลับบ้านทุกวัน ไม่ต้องอยู่ค้างที่โรงเรียนจนถึงวันศุกร์อีกต่อไป เพียงแค่รู้เท่านี้ก็ทำให้เจ้าหนูน้อยทั้งสองเดินกระโดดโลดเต้นออกจากโรงเรียน ดูอารมณ์ดีมากกว่าศุกร์ไหนๆ ที่ได้กลับบ้าน

“พี่ปราณ ต่อไปนี้เราสองคนจะได้กลับบ้านทุกเย็นหลังเลิกเรียนแล้วใช่ไหมครับ” เป็นปัณณธรน้อยที่ถามขึ้น โดยมีปุณณกันต์มองไปที่ปราณันต์อย่างรอคำตอบเช่นกัน

“ใช่ครับ ต่อไปนี้ฝาแฝดจะได้กลับบ้านทุกวันแล้วครับ”

พี่ชายคนโตของครอบครัวตอบคำถามของน้องๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะมีเสียงทุ้มนุ่มของผู้ชายอีกคน ดังแทรกขึ้นมา

“เฮ้อ อิจฉาครอบครัวนี้จังเลยน้า” คามินแสร้งทำเสียงเศร้าสร้อย เรียกร้องความสนใจจากทั้งเด็กเล็ก และเด็กโตที่อยู่ตรงหน้า “เอาแต่คุยกันสามคนไม่สนใจพี่ครามเลย”

คนตัวโตแสร้งตัดพ้อ ซึ่งก็ได้ผล เพราะตอนนี้ปุณณกันต์น้อย ผละออกจากพี่ชายคนโตเดินมาหาคามินแล้ว

“พวกเราสนใจพี่ครามนะครับ” พอพูดจบเจ้าของมือเล็กๆ อย่างเจ้าแฝดคนพี่ ก็สอดประสานมือตัวเองเข้าหามือใหญ่ของพี่คราม ก่อนจะออกแรงลากให้คนขี้ใจน้อยเดินไปพร้อมๆ กับตน

“ป่ะ! พี่คราม ไปทางนู้นกัน ปัณณ์กับพี่ปราณรออยู่นะ” คามินอมยิ้มตอนเห็นท่าทางน่าเอ็นดูของเจ้าแฝดคนพี่ ที่พยายามจะลากเขาให้เดินไปพร้อมกับตัวเอง

พี่ครามคนตัวโตเลยตัดสินใจเกี่ยวเอวปุณณกันต์ขึ้นแล้วอุ้มหนูน้อยไว้แทน จนกนั้นก็พาเดินไปตรงที่สองพี่น้องที่ยืนรออยู่

“เราไปหาที่นั่งคุยกันดีไหมครับ” คามินเสนอขึ้น เมื่อเดินมาถึง “เด็กๆ หิวข้าวรึยังครับ”

“หิวแล้วครับ” ฝาแฝดทั้งสองประสานเสียงตอบ ก่อนจะเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ที่เหลือได้เป็นอย่างดี

“เอาล่ะๆ” เสียงหวานดังขึ้นในที่สุด “งั้นเดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกัน แล้วพี่ปราณจะเล่าให้ฟังนะ ว่าทุกเย็นหลังเลิกเรียนฝาแฝดต้องทำยังไงบ้าง เราต้องตกลงกันก่อนโอเคไหม”

ปราณันต์สรุปในที่สุด โดยมีเด็กแฝดพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ส่วนพี่ครามคนตัวโตนั้นก็ได้แต่ยิ้มโชว์เขี้ยวให้เด็กๆ ดูเป็นคำตอบแทน

.

.

.

พอถึงร้านอาหาร หลังจากสั่งเรียบร้อย เจ้าหนูทั้งสองก็นั่งตาแป๋ว รอฟังข้อตกลงและสิ่งที่พี่ปราณจะบอกอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ปุณณกันต์ ปัณณธร หนูรู้แล้วใช่ไหม ว่าตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป หนูทั้งสองจะได้กลับบ้านทุกหลังเลิกเรียนเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ”

ปราณันต์เกริ่นขึ้น ซึ่งเรียกรอยยิ้มยินดีจากเด็กทั้งสองได้เป็นอย่างดี

“ขอบคุณครับพี่ปราณ” ปุณณกันต์น้อยกล่าวกับพี่ชายอย่างยินดี

“เย่! ปัณณ์ดีใจมากๆ เลย” ส่วนปัณณธรน้อยก็ยิ้มร่า หันมองพี่ปราณที พี่ครามทีอย่างมีความสุข

“แต่เราต้องตกลงกันก่อนนะครับ” ปราณันต์พูดเสียงเป็นการเป็นงานทำเอาเจ้าหนูทั้งสองต้องสงบเสงี่ยมท่าทีรอฟังพี่ชายคนโตพูดให้จบก่อน

“พี่ปราณจะลาออกจากงานพาร์ทไทม์ เพราะพี่ปราณจะต้องทำงานล่วงเวลาที่บริษัทแทน”

เด็กๆ ตั้งใจฟังตาแป๋ว เหมือนจะรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็พยายามทำความเข้าใจสิ่งที่พี่ชายกำลังจะสื่อ

“งานล่วงเวลาที่พี่ปราณพูดถึงเนี่ย บางวันก็อาจจะเลิกเร็ว บางวันก็อาจจะเลิกช้า ซึ่งถ้าวันไหนเลิกเร็วพี่ปราณจะไปรับฝาแฝดเอง แล้วเราจะกลับมาอยู่ด้วยกันที่อพาร์ทเม้นท์ พี่ปราณจะทำกับข้าวให้ปุณณ์และปัณณ์กิน จะสอนฝาแฝดทำการบ้าน จะอ่านนิทานก่อนนอนให้ฟัง เราจะทำทุกอย่างทั้งหมดนี้ด้วยกัน โอเคไหมครับ”

ฝาแฝดทั้งสองปรบมือลั่นอย่างมีความสุข เมื่อได้ยินปราณันต์บอกแบบนั้น เด็กๆ ต่างแปะมือและยิ้มให้กันอย่างชอบใจ ในที่สุดพวกเขาก็จะได้มีช่วงเวลาเหมือนกับครอบครัวปกติทั่วไปเสียที

“ปุณณ์ชอบแบบนี้ ปุณณ์อยากอยู่กับพี่ปราณ อยากอยู่กับปัณณ์หลังเลิกเรียน ปุณณ์มีความสุขที่สุดเลยครับพี่ปราณ” เจ้าแฝดคนพี่พูดสารภาพออกมายาวเหยียดอย่างยินดี ทำเอาคนเป็นพี่หยุดยิ้มไม่ได้

“ใช่ๆ ปัณณ์อยากให้พี่ปราณเป็นคนสอนการบ้าน เป็นคนพาเราเข้านอน ปัณณ์อยากให้เป็นแบบนั้น” แฝดคนน้องอย่างปัณณธรก็ใช่ว่าจะน้อยหน้า คำพูดพวกนั้นทำเอาพี่ชายคนโตของครอบครัวสุขจนล้นใจจริงๆ

“แต่... อย่างที่พี่ปราณบอก ว่าถ้าพี่ปราณกลับเร็ว เราถึงจะทำแบบนั้นได้ ซึ่งมันก็อาจจะมีบางวันที่พี่ปราณจะกลับบ้านช้า และไม่สามารถไปรับเด็กๆ ที่โรงเรียนได้”

แต่ประโยคถัดมาทำเอารอยยิ้มของเด็กๆ แทบจะเลือนหายไปในพริบตา ฝาแฝดคงอดคิดในใจไม่ได้ว่าตัวเองอาจจะต้องถูกส่งกลับไปอยู่ที่โรงเรียนอีก และท่าทางแบบนั้นทำเอาคามินกับปราณันต์เห็นแล้วอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้


‘โถ่เอ๊ยเด็กน้อย ยังไม่ทันฟังให้จบเลย ก็ตีตนไปก่อนเสียแล้ว’


“เพราะฉะนั้นถ้าวันไหนพี่ปราณกลับช้า..” ปราณันต์เงียไปนิดหนึ่งเพื่อสังเกตทีท่าของเด็กๆ ที่ตอนนี้ก้มหน้างุด เหมือนรอพร้อมจะรับความผิดหวังแล้ว “วันนั้นพี่ครามจะเป็นคนไปรับเด็กๆ แล้วทำหน้าที่ทั้งหมดแทนพี่ปราณ”

พอจบประโยคของพี่ชายคนโต เด็กๆ ก็เงยหน้าขี้นแทบจะทันทีทันใด จากนั้นก็หันไปจ้องคามินตาแป๋ว ทั้งประหลาดใจ ทั้งสงสัย และดีใจปนๆ กัน จนกระทั่งคามินต้องเอ่ยขึ้นมาในที่สุด

“ทำไมล่ะครับ ไม่ดีใจหรอที่พี่ครามจะเป็นคนดูแลเด็กๆ ในช่วงที่พี่ปราณไม่อยู่น่ะ หื้ม?” คามินแกล้งทำเสียงเศร้า เล่นเอาเด็กๆ รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ไม่ใช่สักหน่อยนะพี่คราม” ปุณณกันต์น้อยรีบโบกมือหย็อยๆ เพื่อบอกว่าไม่จริง

“จริงๆ ปัณณ์ดีใจจะแย่แล้ว นึกว่าจะถูกส่งกลับไปที่โรงเรียนแล้วซะอีก”

ปัณณธรน้อยถอนหายใจเฮือกใหญ่ อยู่กับพี่ครามก็เหมือนอยู่กับพี่ปราณนั่นแหละ อยู่กับใครก็ได้ปัณณธรมีความสุขทั้งนั้น

พอฝาแฝดได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มร่ามีความสุขมากกว่าเดิม ได้อยู่ทั้งกับพี่คราม ได้อยู่ทั้งกับพี่ปราณ ปุณณกันต์กับปัณณธรชอบที่สุดเลย

“ตกลงว่าให้พี่ครามดูแลเด็กๆ แทนพี่ปราณได้ใช่ไหมครับ” คามินแกล้งถามเสียงทะเล้น ทำเอาเจ้าหนูทั้งสองหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ

“ได้สิครับ ปุณณ์กับปัณณ์ดีใจที่สุดในโลกเลย” ปัณณธรน้อยรีบตอบเอาใจ

“ขอบคุณนะครับพี่ปราณ พี่คราม ขอบคุณที่ดูแลเราสองคนอย่างดีครับ” ส่วนปุณณกันต์น้อยก็หันไปขอบคุณผู้ใหญ่ทั้งสองในโต๊ะ ตามแบบฉบับของตัวเอง

“แล้วก็อีกอย่างที่พี่ปราณจะบอกคือ..” ปราณันต์พูดสำทับยิ้มๆ “ตั้งแต่วันอาทิตย์เป็นต้นไป พี่ครามจะย้ายมาอยู่ที่ห้องข้างๆ เรา เพื่อจะได้ดูแลฝาแฝดได้ดีขึ้น เด็กๆ ดีใจไหมครับ”

“เย่! จริงหรอครับพี่ปราณ” ปุณณกันต์ถามขึ้นอย่างยินดี

“เย่ๆๆๆๆๆ ปัณณ์ดีใจที่สุดในโลกเลย” ส่วนปัณณธรน้อยตอนนี้ ปีนลงจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่ง แล้วขึ้นไปนั่งตักพี่ครามเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งกอดรัดคนตัวโตไว้ไม่ปล่อยอีกต่างหาก ซึ่งการกระทำของเจ้าหนูนั้นเสียงหัวเราะจากคามินได้ไม่หยุด

“จริงสิครับ เพราะฉะนั้น ฝาแฝดต้องทำยังไงครับ พี่ครามอุตส่าห์ทำเพื่อพวกหนูๆ ขนาดนี้” ปราณันต์ถามนำ ฝาแฝดมองหน้ากันก่อนจะประสานเสียงพูดออกมาอย่างน่ารัก

“ขอบคุณนะครับพี่คราม / ขอบคุณครับพี่คราม”

“ปัณณ์สัญญาว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซน”

“ปุณณ์ก็สัญญาว่าจะเชื่อฟังพี่ครามเป็นอย่างดี ไม่ทำให้พี่ครามต้องเหนื่อยครับ”

และจากคำพูดของเด็กทั้งสองทำเอาคามินอดยื่นมือไปลูบศีรษะกลมๆ เล็กๆ ของเด็กทั้งคู่ด้วยความเอ็นดูไม่ได้

“เช่นกันครับ พี่ครามก็จะดูแลหนูๆ อย่างดี ไม่ให้พี่ปราณผิดหวังเลย” แม้ปากจะพูดกับเจ้าหนูทั้งสอง แต่ตาคมกลับมองสบไปที่ตากลมอย่างสื่อความหมาย ทำเอาปราณันต์เขินอาย จนแทบจะไปไม่เป็น

“และเพื่อฉลองการที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน พรุ่งนี้เราไปเที่ยวทะเลกันดีไหมครับ” คามินเสนอขึ้น ทำเอาเด็กๆ หน้าบานรับคำด้วยความชอบใจ

“ดีครับ ไปครับไป” ปัณณธรน้อยรีบรับปาก ทำเอาปราณันต์เอ่ยห้ามแทบไม่ทัน

“คุณคามิน ผมว่า..” ปราณันต์เตรียมจะปฏิเสธ แต่คามินพูดสวนขึ้นมาก่อน

“พรุ่งนี้เป็นวันพิเศษของเราสองคน คุณปราณจำไม่ได้หรอครับ”

คามินทวงถาม และพอปราณันต์นึกขึ้นได้ ก็ทำเอาเจ้าตัวเขินจนทั้งแก้มทั้งคอแดงก่ำไปหมด

ใช่สิ.. พรุ่งนี้ถึงวันที่เขาต้องให้คำตอบคามินแล้วนี่นา

ตากลมและตาคมสบมองซึ่งกันและกัน โดยที่มีเสียงหัวเราะของเด็กๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ยิ่งทำให้เพิ่มความสุขให้แก่ปราณันต์มากขึ้นไปอีก ก่อนที่ประโยคถัดมาของคามินจะทำให้เขาเขินอายยิ่งกว่าเดิม

“หวังว่าคำตอบที่ผมได้ จะทำให้ผมมีความสุขยิ่งกว่าที่มีตอนนี้นะครับ”

ปราณันต์ยิ้มตอบอย่างเอียงอายโดยที่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่นึกในใจว่าภาษากายที่เขาแสดงออกไปตอนนี้ น่าจะพอเป็นคำตอบให้คามินได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

.

.

.

หลังจากฉลองกันเสร็จเรียบร้อย คามินก็ขับรถพาสามพี่น้องกลับอพาร์ทเม้นท์ ดูเหมือนว่าฝาแฝดน้อยจะใชัพลังงานในการดีใจไปมากทีเดียว เพราะพอรถเคลื่อนออกจากร้านอาหารได้ไม่เท่าไหร่ ปุณณกันต์กับปัณณธรก็หลับสนิท และถึงแม้จะหลับคามินและปราณันต์ก็ยังคงเห็นรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปากจิ้มลิ้มของเจ้าหนูทั้งคู่ ท่าทางเด็กๆ คงจะมีความสุขมากทีเดียว

พอถึงอพาร์ทเม้นท์ ก็เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ทั้งสองที่จะต้องอุ้มเจ้าหนูน้อยขึ้นห้อง คามินอุ้มปุณณกันต์ ส่วนปราณันต์อุ้มปัณณธร ท่าทางเด็กๆ จะเพลียมากจริงๆ เพราะจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะงัวเงียตื่นเลยสักนิด

“หลับปุ๋ยเลยแฮะ สงสัยคืนนี้ผมต้องเช็ดตัวให้เจ้าตัวยุ่งทั้งสองแทนการอาบน้ำ ลองได้หลับลึกขนาดนี้ ขืนปลุกให้ตื่นต้องงอแงแน่ๆ”

ปราณันต์เอ่ยขึ้น ในขณะที่กำลังอุ้มพาแฝดที่กำลังหลับสนิทขึ้นลิฟต์ โดยมีคามินเดินตามมาติดๆ

“เดี๋ยวผมอยู่ช่วยคุณปราณก่อนก็ได้นะครับ เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ขืนปล่อยให้คุณทำคนเดียว กว่าจะเสร็จก็คงดึกแน่ๆ”

ตอนนี้คามินและปราณันต์พาแฝดมาที่เตียงนอนเรียบร้อยแล้ว ปราณันต์อมยิ้มน้อยๆ ตอนที่ได้ยินว่าคามินจะช่วยเขาเช็ดตัวเด็กๆ พลางคิดในใจว่าคามินช่างดีกับเขาเหลือเกิน ทั้งที่พรุ่งนี้ตัวเองก็ต้องตื่นมารับเขากับฝาแฝดแต่เช้า แต่ก็ยังมีแก่ใจช่วยดูแลเขากับเด็กๆ อีก ซึ่งทำเอาปราณันต์ซาบซึ้งใจไม่น้อย

“ไม่เป็นไรครับ คุณกลับเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณต้องตื่นแต่เช้ามารับผมกับเด็กๆ อีก แค่นี้ผมจัดการได้ครับ ไม่ได้หนักหนาอะไร”

ปราณันต์บอกปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม เขาไม่ได้รังเกียจถ้าคามินจะอยู่ช่วย เพียงแต่ไม่อยากให้อีกฝ่ายขับรถกลับบ้านดึกก็แค่นั้น

“แต่ว่า.. ผมอยากอยู่กับคุณปราณต่ออีกสักนิด” เสียงทุ้มเอ่ยสารภาพด้วยท่าทีออดอ้อน ทำเอาหัวใจของปราณันต์เต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกจู่โจมด้วยท่าทางแบบนี้

“ดึกแล้วครับ ไม่งอแงนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอกันอีก ผมไม่อยากให้คุณขับรถกลับตอนดึกๆ จริงๆ” ปราณันต์ก้มหน้างุด แต่ก็ยังฝืนออกแรงดันคนตรงข้ามให้ขยับเดิน แม้คามินจะไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยก็ตาม

“ผมกลับก็ได้” ในที่สุดคามินก็ยอมแพ้ “แต่เราต้องคุยกันก่อน” ปราณันต์เงยหน้าขึ้นทันที เมื่อได้ยินเสียงจริงจังจากคนตรงข้าม

“คะ.. คุยอะไรหรอครับ”

ใช่ว่าคนตัวเล็กจะไม่รู้ว่าสิ่งที่คามินจะพูดคืออะไร แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมคามินต้องมาย้ำกันตอนนี้ด้วย ปล่อยให้เขาเตรียมตัวเตรียมใจเงียบๆ สักคืนไม่ได้หรอ ทำไมต้องขยันทำตัวให้ใจเต้นแรงอยู่เรื่อย ปราณันต์ได้แต่คิดค่อนขอดอยู่ในใจ

“ก็เรื่องของเรา.. คำตอบของคุณปราณ พรุ่งนี้ไงครับ” ใบหน้าคมคายโน้มลงมากระซิบชิดริมใบหูนิ่ม เสียงทุ้มที่มีเสน่ห์ช่างน่าฟังนั่นเหมือนกำลังล่อลวงเขาให้ติดกับผู้ชายคนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่าจริงๆ

“ผมรู้แล้ว ยังเหลือเวลาอีกตั้งคืนนึงนี่นา” เสียงหวานบ่นอุบ ใบหน้าน่ารัก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยมามองคนที่อยู่ตรงข้ามด้วยซ้ำ ซึ่งภาพที่เห็นตอนนี้ ปราณันต์ช่างน่ารักเหลือเกินในสายตาของคามิน

“ฮ่าๆ โอเคครับโอเค ผมให้เวลาคุณปราณเตรียมใจรับความไม่โสดอีกคืนนึงก็แล้วกัน” เสียงเจ้าเล่ห์ยังคงล้อเลียนไม่หยุด เรียกให้ใบหน้าสวยหวานงอง้ำเพราะถูกรู้ทันไม่ได้

“รู้ได้ไงครับว่าพรุ่งนี้ผมจะไม่โสด ไม่แน่นะ ผมอาจจะโสดต่อก็ได้ ใครจะรู้” พอได้ทีปราณันต์ก็เลยเอาคืนคามินบ้าง... แหม ทำมาเป็นมั่นอกมั่นใจ แบบนี้ต้องแกล้งให้ร้อนรนบ้าง จะได้เลิกล้อเขาเสียที

“โถ่ คุณปราณครับ ไม่ล้อกันเล่นแบบนี้สิ” พูดไม่พูดเปล่า ตอนนี้มือหนาทั้งสองข้าง คว้าหมับเข้าที่เอวบางของคนตัวเล็กกว่าเข้าให้ “ผมบอกตรงๆ ว่าผมไม่ได้เตรียมใจรับความผิดหวังไว้สักนิดเลยนะครับ”

เสียงทุ้มยังคงพูดจาออดอ้อน ทำเอาปราณันต์อดอมยิ้มกับภาพตรงหน้าไม่ได้ ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ กับท่าทางเหมือนลูกหมาตามหาเจ้าของนี่ ช่างไม่เข้ากันเลยสักนิด

“กลับไปได้แล้วครับ ดึกแล้ว ขับรถมืดๆ มันอันตรายนะ” ปราณันต์ปลดมือหนาออกจากเอวตัวเอง ก่อนจะเอามารวบกุมไว้ตรงหน้าแทน “เอาเป็นว่า ผมสัญญาว่าคำตอบของผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังครับ”

พอพูดจบปราณันต์ก็ยิ้มหวานเป็นการปิดประโยค ทำเอาคามินมองภาพตรงหน้าตาค้าง หัวใจที่เคยเย็นชา เหมือนกำลังถูกละลายด้วยความสดใสของรอยยิ้มนั้น และทำเอามันเต้นผิดจังหวะไปพักใหญ่เลยทีเดียว

“ก่อนกลับ ขอกู๊ดไนท์คิสได้ไหมครับคุณปราณ... นะครับ”

คามินก็ยังคงเป็นคามินวันยังค่ำ เรื่องตอดนิดตอดหน่อยนี่ขอให้บอก ปราณันต์ได้แต่ส่ายหัวขำๆ ด้วยความระอาใจ

“ทำไมล่ะครับ ฝึกไว้ไง อีกหน่อยคุณปราณก็ต้องทำทุกวัน จะได้ไม่เขิน”

พอจบประโยคมือเล็กของปราณันต์ก็ทุบอั๊กเข้าให้บนอกคามิน ทำไมถึงทะเล้นทะลึ่งได้ขนาดนี้ก็ไม่รู้ พูดแต่ละอย่างออกมานี่ไม่ได้มีอายเลยสักนิด

“คุณนี่...!” ปราณันต์ถึงกับหมดคำพูด ไม่รู้จะสรรหาประโยคไหนมาต่อว่าแล้วจริงๅ

“โอ๊ย! เจ็บจัง~” คามินแกล้งโอดครวญไม่จริงจัง ก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงขี้เล่น “ผมทำไมหรอครับ ผมน่ารักใช่ม้า?”

“ใครว่าล่ะ คุณน่ะมันเจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกินต่างหาก” คนตัวเล็กต่อว่าเสียงกระเง้ากระงอด ซึ่งเรียกเอารอยยิ้มกว้างจากคนตัวโตได้เป็นอย่างดี

“ตกลงจะให้ไหมครับ ไม่งั้นผมไม่กลับนะ” คามินยังคงต่อรอง ทำเอาปราณันต์ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางคิดในใจว่า ถ้ายังคงยื้อกันแบบนี้ คามินต้องหาเรื่องไม่ยอมกลับบ้านแน่ๆ

สุดท้ายคนตัวเล็ก ต้องหันซ้ายหันขวา เพื่อดูว่ามีใครเดินผ่านไปผ่านมาตรงหน้าระเบียงรึป่าว พอเห็นทางสะดวก จึงค่อยๆ เขย่งปลายเท้าขึ้น คามินเองก็เหมือนพอจะเดาใจปราณันต์ได้เลยเอียงแก้มข้างหนึ่งให้คนตัวเล็กกว่า แต่พอถึงจังหวะที่ปราณันต์กำลังจะกดจูบลงบนแก้มสาก คนเจ้าเล่ห์ที่คอยจังหวะอยู่แล้ว ก็หันหน้ากลับมาแบบทันทีทันใด ทำให้ปากอิ่มกดจูบเบาๆ ลงบนปากหยักแทนแบบไม่ทันตั้งตัว

และถามว่าคนอย่างคามินจะพอใจกับแค่จุ๊บธรรมดาหรือไม่ ตอบเลยว่าไม่มีทาง เพราะตอนนี้มือใหญ่กำลังรั้งเอวบางเข้าหาตัว ให้คนทั้งคู่ได้แนบสนิทกันยิ่งขึ้น ส่วนปากหยักของคนเจ้าเล่ห์ ก็กำลังขบเม้มริมฝีปากสีสดของปราณันต์อย่างหลงใหล แม้จะไม่ได้สอดลิ้นเข้ามา แต่การจู่โจมที่แสนหวานของคามินก็ทำเอาปราณันต์เกิดแข้งขาอ่อนขึ้นมาได้เหมือนกัน

พอจูบคนตัวเล็กจนหนำใจแล้ว คามินก็ปล่อยปราณันต์เป็นอิสระ และพอเจ้าแมวตัวน้อยเป็นอิสระได้ ก็ระดมทุบตีคนตรงข้าม จนทำเอาคามินต้องขอให้หยุด ไม่งั้นเข้าคงได้ตายคาคือลูกแมวตัวนี้เป็นแน่

“โอ๊ยๆๆ ขอโทษครับ พอแล้วๆๆ” มือใหญ่จับรวบมือเล็กไว้ พลางทำหน้าออดอ้อนน่าสงสารใส่คนตรงข้าม

“คุณเนี่ย มันน่าถูกตีให้ตาย ได้คืบจะเอาศอกตลอด” ปราณันต์หน้าแดงก่ำ น่าจะทั้งอาย ทั้งเหนื่อย ทั้งโกรธ คามินเลยต้องรีบง้อยกใหญ่

“ก็ปากคุณมันนิ่มขนาดนี้ ผมจะอดใจไหวได้ยังไงกันล่ะครับ” คามินพูดยิ้มๆ ทำเอาปราณันต์ฮึดฮัดขึ้นมาอีกรอบ

“แทนที่จะสลด ยังจะมาพูดแบบนี้อีก” ปราณันต์ยอมรับว่าเขิน แต่จะปล่อยให้คามินได้ใจแบบนี้อีกไม่ได้ “กลับไปได้แล้วครับ ไม่งั้นนะ พรุ่งนี้ผมกับฝาแฝดจะไม่ไปกับคุณ” คนตัวเล็กขู่เข้าให้ ทำเอาคามินหัวหดได้เหมือนกัน

“คร้าบ คร้าบ กลับแล้วๆ” คนตัวโตทำหน้าจ๋อยๆ พลางบ่นมุบมิบ แต่ปราณันต์ก็ยังได้ยินอยู่ดี

“ผมมองเห็นอนาคตตัวเองเลย ถ้าคบกันแล้วคุณปราณต้องคุมผมอยู่หมัดแน่ๆ หมดกันภาพพจน์ความเป็นเสือ”

ปราณันต์หลุดขำทันทีตอนที่ได้ยินคามินบ่นแบบนั้น ทำเอาคามินหน้ามุ่ยยิ่งกว่าเดิม

“ชอบใจใหญ่เลยนะครับ แหงสิ ผมหลงคุณปราณจะแย่อยู่แล้วนิ ยังไงผมก็ต้องยอมคุณทุกเรื่องนั่นแหละ” คามินยิ้มสดใส โชว์เขี้ยวทั้งสองข้างเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดตัวเอง

“....”

“คืนนี้หลับฝันดีนะครับคุณปราณ แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ”

คามินค่อยๆ เดินถอยหลังแล้วลงลิฟต์จากไป ทิ้งปราณันต์ไว้กับประโยคซื่อๆ เมื่อกี้ ประโยคที่ทำเอาหัวใจดวงเล็กๆ ของปราณันต์เต้นรัว และประโยคที่ทำให้ริมฝีปากอิ่มของเขาหุบยิ้มไม่ได้เสียที

.

.

.

เช้าวันต่อมาเด็กๆ ตื่นเช้ากันมาก อาจจะเพราะเมื่อคืนนอนกันเต็มอิ่ม แต่ปราณันต์กลับคิดว่าเป็นเพราะเด็กๆ จำได้ดีมากกว่าว่าวันนี้คามินจะพาทุกคนไปเที่ยวทะเล

“พี่ปราณ พี่ครามจะมารึยังอะครับ”

ตอนนี้ฝาแฝดทั้งสองนั่งจ้องประตูจนตาแทบจะไม่กะพริบ เรียกให้กินข้าวก่อนก็ไม่กิน เอาแต่บอกว่ารอให้พี่ครามมาก่อนค่อยกินพร้อมกัน ปราณันต์ก็ได้แต่ถอนใจ นี่ขนาดยังไม่ได้อยู่ด้วยกันจริงๆ จังๆ ยังติดคามินเป็นตังเมขนาดนี้ อีกหน่อยถ้าได้ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ กัน ไม่แคล้วคงหาทางแยกออกจากพี่ครามได้ยากแน่ๆ

“เห็นพี่ครามบอกว่าอีกแปปนึงน่าจะถึงนะครับ”

ซึ่งปราณันต์ก็ปล่อยให้เด็กๆ เล่นของเล่นรอคามินไปนั่นแหละ เพราะเมื่อกี้เขาโทรไปถามคนตัวโตแล้วว่าใกล้จะมาถึงรึยัง คำตอบคืออีกไม่เกินสิบนาทีคามินน่าจะมาถึง


ติ๊งหน่อง~


ในที่สุดเสียงออดจากหน้าห้องก็ดังขึ้น เรียกเสียงฮือฮาจากเจ้าตัวแสบทั้งสองได้เป็นอย่างดี และตอนนี้ปุณณกันต์กับปัณณธรน้อยก็วิ่งตื๋อไปที่หน้าประตูแล้ว ดูท่าเดี๋ยวก็คงเขย่งจนหาทางเปิดให้คามินเข้ามาจนได้แหละ

“พี่ปุณณ์ๆ พี่ปุณณ์เปิดประตูเร็ว พี่ครามมาแล้วนะ”

ปัณณธรน้อยสั่งการ ใจจริงก็คงอยากจะเปิดเองอยู่เหมือนกันแหละ แต่ด้วยความที่เตี้ยกว่าพี่ชายฝาแฝด เลยไม่สามารถทำได้ ต้องให้ปุณณกันต์ที่สูงกว่านิดหน่อยเป็นคนเขย่งเปิด


แกร๊ก!


สุดท้ายประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยปุณณกันต์น้อย คามินแปลกใจนิดหน่อยในตอนแรกที่ไม่เห็นปราณันต์ที่หน้าประตู แต่พอก้มลงไปเจอเด็กๆ คนตัวโตก็ยิ้มร่ารีบก้มลงไปฟัด ไปหอมเด็กน้อยแทบไม่ทัน

“พี่ครามมาแล้ววว! มากินข้าวกันนะครับ วันนี้มีขนมปังปิ้งกับไข่ดาวด้วย”

ปัณณธรน้อยรีบเชิญชวน แนะนำอย่างกับเป็นคนทำเอง ทั้งที่พ่อครัวตัวจริงแอบยืนอมยิ้มอยู่ในครัวโน่น

“มอร์นิ่งครับคุณปราณ มีอะไรให้ผมช่วยไหม” คามินหันไปทักคนตัวเล็กเสียงหวานหยดย้อย ทำเอาปราณันต์อดเขินขึ้นมาเบาๆ ไม่ได้

“คุณกินข้าวกับเด็กๆ เถอะครับ ตัวแสบทั้งสองยืนยันจะรอคุณ ยังไงคุณช่วยดูแลตอนพวกแกกินทีนะ เดี๋ยวผมจะทยอยยกไข่ออกไปให้เพิ่ม”

ปราณันต์ร้องบอก คามินเลยต้องทำหน้าที่พาเด็กๆ มาที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะจัดการจับนั่งแล้วเทนม ตักไข่ดาวกับขนมปังปิ้งใส่จานให้เด็กๆ พร้อมดูแลตอนที่เจ้าตัวยุ่งทั้งสองกำลังกินเป็นอย่างดี

เด็กทั้งสองนั่งลงกินอย่างเรียบร้อยและมีมารยาท โดยที่คามินแทบไม่ได้ช่วยหรือทำอะไรเลยด้วยซ้ำ พี่ครามของหนูๆ มองเจ้าฝาแฝดทั้งสองด้วยความรักและภาคภูมิใจ ทำไมถึงเป็นเด็กที่น่ารักและฉลาดได้มากขนาดนี้ก็ไม่รู้

ผ่านไปสักพัก ปราณันต์ก็เข้ามาร่วมวงกินข้าวเช้ากับคามินและเด็กๆ ด้วย ทั้งสี่คนทานกันไปคุยกันไปอย่างมีความสุข ปราณันต์อมยิ้มน้อยๆ ตอนเห็นภาพตรงหน้า ฝาแฝดแย่งกันพูดเล่าเหตุการณ์ตอนอยู่โรงเรียนอนุบาลให้คามินฟัง ซึ่งคามินเองก็เป็นผู้ฟังที่ดี ตั้งใจฟังเด็กๆ พูด ไม่มีเกี่ยงงอน ฟังไปหัวเราะไป ยิ้งทำให้เจ้าหนูทั้งสองตั้งใจเล่าเต็มที่ยิ่งกว่าเดิม ซึ่งสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้ เป็นภาพฝันที่ปราณันต์เคยคิดไว้ตลอดว่าอยากให้ครอบครัวของเขามี

... ใครสักคนที่จะเข้ามาแชร์ และดูแลน้องเขาได้ โดยเต็มใจและไม่รำคาญหรือรังเกียจใดๆ

คามินหันมามองเห็นปราณันต์ยิ้มในขณะที่มองมายังเขาและฝาแฝด คนตัวโตเองก็เลยยิ้มตอบไป จนปราณันต์รู้สึกตัวนั่นแหละ คามินเห็นได้โอกาส เลยถือวิสาสะพูดขึ้นมาลอยๆ

“ถ้าตอนนี้ เวลานี้ คุณปราณกำลังมีความสุขกับสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ คุณปราณก็อย่าปล่อยให้มันหลุดลอยไปนะครับ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ คุณก็รู้”

ปราณันต์สะดุ้งนิดหน่อยตอนได้ยินคามินพึมพำประโยคนี้ขึ้นมา แต่พอฟังจบแล้วก็อดยิ้มขำไม่ได้ คนตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไรออกไป เพียงแต่ยิ้มกว้างให้คามินเท่านั้น แต่ในใจของปราณันต์กำลังเต้นแรงสวนทางกับท่าทีที่มี


‘ผมมีคำตอบให้คุณตั้งนานแล้ว และผมก็มั่นใจว่าผมจะตัดสินใจไม่ผิด’


... แต่ช่างน่าเสียดาย เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ปราณันต์ได้รู้ความจริง เขาจะได้รู้ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่พลาดมากที่สุดในชีวิต และไม่ควรให้เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

.

.

.

(อ่านต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
(อ่านต่อจากด้านบน)


คามินคุยกับปราณันต์เรื่องย้ายของเข้ามาในห้องข้างๆ พรุ่งนี้ เพราะตอนที่เขาเข้ามา เขาเห็นแล้วว่าผู้หญิงห้องข้างๆ ปราณันต์กำลังทยอยเก็บของ เธอดูหงุดหงิดและไม่สบอารมณ์นิดหน่อย ซึ่งแน่ล่ะ ใครจะอารมณ์ดีได้ล่ะ โดนบีบให้ย้ายออกเสียขนาดนั้น นี่ถ้าเธอได้รู้ว่าเขาเป็นต้นเหตุ คงเกิดเรื่องไม่น้อย

และที่สำคัญปราณันต์เองก็ไม่ควรจะได้รู้เรื่องนี้ด้วย การเลี่ยงให้คนตัวเล็กได้พบเจอหรือพูดคุยกับผู้หญิงห้องข้างๆ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“ผมจะเริ่มทยอยย้ายของเข้ามาพรุ่งนี้นะครับคุณปราณ อาจจะเอาของสำคัญและจำเป็นบางส่วนเข้ามาก่อน จะได้ไม่ลำบากเวลาจะหาใช้งาน”

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปช่วยคุณนะครับ จะได้ย้ายของเข้ามาได้เร็วขึ้น”

คามินรีบเบรกเพราะกลัวความแตก เกิดให้ปราณันต์ไปด้วย ก็รู้พอดีว่าคอนโดที่เขาอยู่หรูหราขนาดไหน เมื่อเทียบกับอพาร์ทเม้นท์ธรรมดาๆ นี้ เพราะฉะนั้นต้องหาทางกันไว้ก่อนจะดีกว่า

“ไม่เป็นไรครับ ถ้าคุณปราณไปกับผมแล้วใครจะดูแลฝาแฝดล่ะครับ” ปราณันต์ชะงักไป คามินเลยต้องรีบสำทับ “ไม่ต้องห่วงนะ ผมเอาของเข้ามานิดหน่อยก่อน สบายมาก ผมจัดการได้”

ปราณันต์พยักหน้าเห็นด้วยอย่างยอมจำนน เขาเองก็ลืมนึกไป ขืนกระเตงแฝดไปด้วย ยิ่งจะลำบาก

“งั้นถ้าคุณมีอะไรให้ผมช่วย คุณก็บอกนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” ร่างบางพูดพลางยิ้มหวานอย่างใจดี ทำเอาคามินใจกระตุกไม่น้อย

“ผมไม่เกรงใจแน่นอน ฝากตัวด้วยนะครับคุณเพื่อนบ้าน”

ปราณันต์หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี พอเห็นท่าทางล้อเลียนแบบนั้นของคามิน ก่อนจะพูดอย่างนึกขึ้นได้

“นี่ผมยังไม่ได้ลาคุณเหม่ยอิงเลย วันนี้เธอจะย้ายออกแล้วด้วย” คามินได้ยินแบบนั้นก็ตาเหลือก รีบพูดสะกัดไว้ทันที

“ผมเห็นเธอนั่งรถออกไปกับรถขนของนะครับ เพิ่งออกไปเมื่อกี้เอง แล้วนี่เราก็สายแล้วด้วย..” คามินแกล้งพูดนำให้ปราณันต์ตัดสินใจเอง ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่เคยบังคับ แต่เขาสามารถทำให้ปราณันต์มีคำตอบอบแบบที่เขาต้องการได้เสมอ

“อืม.. หรอครับ” ปากอิ่มเม้มน้อยๆ อย่างกับกำลังชั่งใจ “งั้นเราไปกันเถอะครับ ผมก็ไม่ค่อยสนิทกับเธอเท่าไหร่ เพียงแต่คิดว่าตามมารยาทของคนบ้านใกล้เรือนเคียง ก็น่าจะร่ำลากันสักหน่อย แต่ถ้าออกไปแล้วก็จนใจ”

คามินแอบยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ ก่อนจะตะโกนเรียกฝาแฝดดังลั่นห้อง

“ปุณณ์ครับ ปัณณ์ครับ มาใส่รองเท้าแล้วไปขึ้นรถกันครับ”

ปราณันต์ได้แต่อ้าปากหวออย่างตกใจ มาจนถึงวันนี้คามินตะโกนเรียกเจ้าหนูน้อยทั้งสองแทนเขาแล้ว นี่พวกเราสนิทสนมกันถึงขั้นนี้แล้วใช่ไหม พอนึกได้ว่าน่าจะเป็นแบบนั้น คนตัวเล็กก็หัวเราะออกมาเบาๆ อย่าชอบใจ ตอนที่เห็นคามินกำลังขะมักเขม้นกับการใส่รองเท้าให้ปุณณกันต์ ปราณันต์อมยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะทรุดลงนั่งแล้วใส่รองเท้าให้ปัณณธรเช่นกัน และเมื่อเรียบร้อยทั้งสองก็พากันจับจูงเด็กๆ ที่กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างอารมณ์ดีที่จะได้ไปเที่ยว ไปขึ้นรถด้วยรอยยิ้ม จากนั้นรถก็เคลื่อนออกไปช้าๆ จากอพาร์ทเม้นท์ไปยังทะเล โดยที่ในรถเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคนทั้งสี่คน

.

.

.

คามินใช้เวลาไม่นานก็ขับรถมาถึงชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไหร่นัก แพลนของเขาทั้งสี่คนคือ การมาทานอาหารและปล่อยให้เด็กได้เล่นน้ำนิดหน่อย แล้วก็คงจะกลับช่วงหัวค่ำๆ หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ เพราะไม่อยากให้ถึงกรุงเทพดึกเกินไป

“ผมเช่าที่พักริมทะเลไว้นะครับ” คามินพูดหลังจากจอดรถหน้าบ้านพักเล็กๆ ทำเอาปราณันต์แปลกใจไม่น้อย

“เอ๊ะ ไหนเราตั้งใจว่าจะไม่ค้างคืนกันนี่ครับ แล้วทำไม...”

ก่อนปราณันต์จะถามจบ คามินก็พูดสวนขึ้นมาเสียก่อนด้วยรอยยิ้ม

“เอาไว้ให้คุณกับฝาแฝดไว้พักผ่อน แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไงครับ จะได้ไม่ต้องไปต่อแถวใช้ห้องน้ำรวมกับคนอื่น มันสะดวกกว่านะผมว่า”

พอพูดจบ ทั้งสี่คนก็ลงจากรถ เนื่องจากที่พักที่คามินจองไว้อยู่ติดทะเล พอเดินมานิดหน่อยก็เห็นทะเลทันที ฝาแฝดดูตื่นเต้นกันมากทีเดียวพอเห็นทะเลอยู่ตรงหน้า

“พี่ปราณ ดูทะเลสิครับ ทะเลๆ” ปุณณกันต์น้อยที่มักเก็บอาการได้ดีเสมอ กำลังกระตุกเสื้อที่เอวของปราณันต์ถี่รัว ดวงตากลมโตของเด็กน้อยเป็นประกายสดใส ปากอิ่มจิ้มลิ้มกำลังยิ้มกว้างอย่างน่าเอ็นดู จนปราณันต์เห็นแล้วอดยิ้มตามไม่ได้

“พี่ปราณณณ เล่นทะเลตอนนี้เลยได้ไหมครับ ปัณณ์อยากเล่นน้ำแล้ว” ส่วนปัณณธรน้อยตอนนี้กำลังเกาะเอวปราณันต์แน่น พลางพูดจาออดอ้อนอย่างน่ารัก คงอยากจะเล่นน้ำทะเลจะแย่แล้วจริงๆ นั่นแหละ

ปราณันต์ทรุดลงนั่งยองๆ ก่อนจะชำเลืองมองคามิน พลางยิ้มนิดๆ ให้กันและกัน เด็กๆ กำลังจ้องหน้าปราณันต์อย่างฝากความหวัง ก่อนจะที่คอตกเมื่อได้ยินคำตอบของพี่ชายคนโต

“ยังเล่นทะเลตอนนี้ไม่ได้นะครับฝาแฝด” ปุณณกันต์กับปัณณธรหน้าจ๋อย ส่วนปราณันต์กับคามินก็ยิ้มๆ ก่อนที่พี่ชายของเด็กๆ จะพูดประโยคต่อมา “เอาไว้ให้แดดร่มลมตกกว่านี้ พี่ปราณจะปล่อยให้ปุณณ์กับปัณณ์ไปเล่นน้ำนะ แต่ตอนนี้แดดมันยังร้อนอยู่ ขืนไปเล่นกันตอนนี้มีหวังไม่สบายแน่ๆ”

เด็กๆ เงยหน้ามองปราณันต์ทันทีที่ได้ยินปราณันต์พูดจบ พร้อมกับส่งยิ้มสดใสให้ ตากลมโตกำลังบิดเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว รอยยิ้มแบบเดียวกับปราณันต์กำลังถูกส่งออกมาจากเด็กทั้งสอง ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองอดยิ้มตามไม่ได้

“เย่ๆ พี่ปราณสัญญาแล้วนะ เกี่ยวก้อยกันๆ” ปัณณธรน้อยเอ่ยขอทันที ซึ่งปราณันต์เองก็ขำๆ ตอนยื่นนิ้วก้อยออกไปเกี่ยวกับนิ้วเล็กๆ ของเจ้าหนูน้อย

“ครับ พี่สัญญา แต่ตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่านะ จะเที่ยงแล้ว” ปราณันต์เอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ

“อื้อ ครับ ไปกินข้าวกัน” ปุณณกันต์น้อยพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ก่อนจะยื่นมือไปกุมปราณันต์ ให้จูงตัวเองพาไป ส่วนปัณณธรน้อยกำลังมองคามินตาเป็นประกาย พี่ชายของครอบครัวรู้ทันทีว่าเจ้าเด็กตัวแสบกำลังต้องการอะไร

“พี่ครามครับบบ” เจ้าแฝดคนเล็กกำลังลากเสียงเรียกคามินอย่างน่ารัก ทำเอาพี่ครามยิ้มหน้าบานตอนเจออ้อนแบบนั้น

“ว่าไงครับปัณณ์ หนูอยากได้อะไร” คามินถามอย่างกระตือรือร้น เจออ้อนขนาดนี้ ให้เขาทำอะไร เขายอมตามใจหมดแหละ

“อุ้มหน่อยครับ อยากให้พี่ครามอุ้ม” เจ้าตัวแสบกางแขนออกทั้งสองข้างพลางโผเข้าหาคามินอย่างประจบเอาใจ

“ปัณณ์นี่นะ..” ปราณันต์ปรามเสียงปลงๆ เขารู้ดีว่าดุไปยังไงก็เปล่าประโยชน์เพราะถึงยังไงคามินก็คงตามใจเจ้าแฝดตัวแสบอยู่แล้ว ใจจริงก็อยากจะดุอีก แต่พอเห็นปุณณกันต์หันมายิ้มอ้อนทำตาโตใส่ เขาเองก็อดใจอ่อนไม่ได้เหมือนกัน เลยเลือกที่จะปล่อยผ่านแทน

“มาครับมา พี่ครามอุ้ม” คามินรั้งเอวเล็กๆ ของเจ้าหนูเข้าหาตัว ก่อนจะยกตัวปัณณธรลอยจากพื้นดิน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเจ้าตัวได้ไม่น้อย

“ปุณณ์ครับ อยากให้พี่อุ้มไหม” และก็เหมือนทุกครั้ง ปราณันต์กลัวแฝดคนพี่จะน้อยใจ เลยต้องรีบถามขึ้นมา

“ไม่ครับ ปุณณ์อยากเดินจูงมือกับพี่ปราณมากกว่า” เจ้าหนูน้อยส่งยิ้มสดใสให้คนพี่ ไม่มีวี่แววตัดพ้อในน้ำเสียงหรือสีหน้าสักนิด ปราณันต์จึงเอื้อมมือไปลูบศีรษะกลมๆ เล็กๆ นั่นอย่างเอ็นดู

ทั้งสี่เดินเลียบชายหาดไปนั่งร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลออกไป ก่อนจะเข้าไปนั่งในร้านอาหาร และสั่งอาหารทานกัน และในขณะที่รออาหารมาเสิร์ฟ คามินก็เสนอขึ้นมาว่าเย็นนี้น่าจะทำบาร์บีคิวกินกันที่หน้าที่พัก เพราะไหนๆ ก็มาถึงที่ทะเลนี่แล้ว น่าจะได้มีบรรยากาศสบายๆ ให้เด็กๆ ได้สนุก และเขาก็คิดว่าปราณันต์น่าจะเบื่ออาหารตามร้านแบบนี้แล้วด้วย

“คุณปราณครับ ผมว่าเย็นนี้เราทำบาร์บีคิวกินกันดีไหมครับ” คามินพูดขึ้นมา ปราณันต์มองหน้าคามินนิดนึง ปากอิ่มยื่นออกน้อยๆ เหมือนคนกำลังใช้ความคิด ซึ่งท่าทางแบบนี้ช่างน่ารักเหลือเกินในสายตาคามิน จนเขาอดเอื้อมมือไปหยิกแก้มนิ่มเบาๆ ไม่ได้

ปราณันต์สะดุ้งนิดหน่อย แต่ปฏิกริยาความเขินของคนตัวเล็กยังรุนแรงเหมือนเดิม เพราะตอนนี้แก้มนวลกำลังขึ้นสีแดงจางๆ แล้ว

“คุณนี่” ปราณันต์พึมพำต่อว่าเบาๆ ไม่จริงจัง ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะจากคามินได้เป็นอย่างดี “เอาสิครับ ว่าแต่เราจะไปหาของสดจากไหนกันดี”

คามินยิ้มพลางตอบ “ผมเห็นตลาดสดไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ครับ เดี๋ยวเรากินเสร็จแล้วแวะไปซื้อของกัน ส่วนพวกอุปกรณ์เตาปิ้งผมว่าที่ที่พักน่าจะมี เพราะตอนที่ผมติดต่อขอเช่า เขาก็บอกคร่าวๆ อยู่ว่ามีอะไรให้บ้าง”

“ถ้างั้นเอาตามนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวถ้ากินข้าวเสร็จแล้ว เราไปตลาดกัน” ปราณันต์ยิ้มรับ และตอบตกลงโดยไม่มีอิดออด

“ปุณณ์ครับ ปัณณ์ครับ เย็นนี้เรากินบาร์บีคิวกันดีไหมครับ” คามินหันไปพูดเสียงเล็กเสียงน้อยกับฝาแฝด อย่างน่ารักน่าเอ็นดู ซึ่งฝาแฝดก็ให้ความร่วมมือตอบรับอย่างดึ

“ดีครับบบ ปุณณ์อยากกินบาร์บีคิวไก่”

“ปัณณ์ก็อยาก เอาบาร์บีคิวอะไรก็ได้ แต่เอาเยอะๆ”

คำตอบของเด็กทั้งสองทำเอาผู้ใหญ่ทั้งคู่ หัวเราะเพราะเอ็นดูไม่หยุดเลยทีเดียว

.

.

.

หลังจากทานอหารกลางวันและไปซื้อของสดที่ตลาดเสร็จ ทั้งสี่คนก็กลับเข้ามาที่บ้านพักพร้อมของเต็มไม้เต็มมือ ตอนนี้ฝาแฝดยังไม่หยุดคึกคัก แม้แต่ง่วงนอนกลางวันสักนิดก็ไม่มี ปัณณธรน้อยทวงสัญญาจากปราณันต์ยิกๆ ปราณันต์จึงต้องพูดย้ำว่าถ้าแดดหมดแล้ว เขาจะให้ฝาแฝดลงเล่นน้ำทะเลทันที

“แล้วพี่ปราณจะลงไปเล่นกับเราไหมครับ” ปุณณกันต์ถามขึ้น ตาใสๆ กลมๆ จ้องมองพี่ชายไม่กะพริบ

“เอ่อ.. พี่” คนตัวเล็กอึกอัก ไม่กล้ารับปาก คามินเลยต้องกระตุ้นให้ปราณันต์ลงไปเล่นน้ำด้วยกัน

“เล่นด้วยกันนะครับ นานๆ จะได้มาด้วยกันสักที ตามใจเด็กๆ หน่อยเถอะครับคุณปราณ”

ปราณันต์คิดตามที่คามินพูด มันก็จริงตรงที่นานๆ จะได้มาด้วยกันสักครั้ง เขาเองก็แทบไม่เคยจะได้พาเด็กๆ มาเที่ยวแบบนี้เลย ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่มีทั้งเงิน ทั้งเวลา แต่ประเด็นหลักน่าจะเป็นเพราะเขาไม่สามารถดูแลเด็กเล็กๆ ที่อยู่ในวัยกำลังซน ทั้งสองคนพร้อมกันได้ด้วยตัวคนเดียวมากกว่า ถ้าจะพามาทะเลแบบนี้ พอคิดได้แบบนั้นปราณันต์เลยตัดสินใจรับปากเล่นน้ำกับน้องๆ เพื่อชดเชยเวลาที่ผ่านมา ที่ไม่เคยได้พาเจ้าหนูทั้งสองมาเล่นสนุกแบบนี้เลย

“ก็ได้ครับ เล่นก็เล่น” เด็กๆ ไม่เว้นแม้แต่คามิน พากันยกมือยกไม้ไชโยอย่างดีใจที่ได้ยินแบบนั้น แต่คนตัวเล็กก็ต้องพูดจากันให้เข้าใจก่อน “แต่อาจจะได้ไม่นานนะเด็กๆ พี่ต้องขึ้นมาเตรียมอาหาร”

ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ยังไงเรื่องการดูแลทุกคนก็ต้องสำคัญกว่าเสมอสำหรับปราณันต์

“ถ้ายังไงผมฝากคุณดูแลเด็กๆ ด้วยนะครับคุณคราม แล้วถ้าไม่ไหวยังไงก็เรียกผมนะ ผมคงลงไปเตรียมอาหารอยู่แถวๆ หน้าที่พัก จะได้ช่วยคุณดูแลเจ้าสองแฝดจากไกลๆ ด้วย”

“ได้เลยครับ” คามินตะเบ๊ะรับคำด้วยท่าทางทะลึ่งทะเล้น ทำเอาปราณันต์อดเอื้อมมือไปฟาดบนไหล่หนาเบาๆ ไม่ได้

คามินเหลือบมองไปที่เด็กๆ ก่อนจะเห็นว่าตอนนี้เจ้าหนูทั้งสองกำลังหยอกล้อเล่นกันเอง โดยที่ไม่ได้สนใจเขากับปราณันต์เลยสักนิด

พอเห็นแบบนั้น คามินเลยเอื้อมมือไปจับมือเล็กที่เพิ่งวางลงไปบนไหล่เขามากุมไว้เบาๆ

“คุณปราณครับ” พอคามินเริ่มเรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแบบนี้ ปราณันต์ก็รู้โดยทันทีว่าคามินกำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร “ผมรออยู่นะครับ”

สายตาคมสบมาที่ตากลมของปราณันต์อย่างคาดหวัง ออดอ้อน และสื่อความหมาย คนตัวเล็กก้มหน้างุด แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ ท่าทางที่บ่งบอกชัดเจนว่ากำลังเขินมาก

“เย็นนี้ครับ ผมจะให้คำตอบคุณ” ปราณันต์ตอบเสียงเบา คามินยิ้มให้อย่างเข้าใจ ก่อนจะยกมือเล็กๆ ที่เขากำลังกุมไว้ ขึ้นมาจรดที่ริมฝีปากหยักและกดจูบลงไปเบาๆ

“ได้ครับ ผมจะรอนะ” สองคนเหมือนตกอยู่ในภวังค์และโลกที่เขาทั้งสองสร้างร่วมกัน จนหลงลืมไปว่ามีเจ้าหนูน้อยทั้งสองอยู่ใกล้ๆ ด้วย กระทั่งได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากเจ้าหนูทั้งคู่นั่นแหละ คามินและปราณันต์จึงได้รู้สึกตัว

และด้วยความขี้เล่นของฝาแฝด เจ้าเด็กแสบก็แกล้งทำเป็นเอามือปิดตาสองข้าง แต่เสียงหัวเราะคิกคักกลับยังดังไม่หยุด

“พี่คราม พี่ปราณ เราสองคนมองไม่เห็นแล้ว คิกคิกคิก” ปัณณธรน้อยพูดขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ ทำเอาปราณันต์เขินน้องตัวเองจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่คามินกลับหัวเราะร่าอย่างชอบใจ

“ฮ่าๆ แสบจริงๆ นะปุณณ์ปัณณ์”

“พี่ไม่คุยด้วยแล้ว ไปเตรียมของก่อนดีกว่า” ปราณันต์เดินหนีไปเข้าครัวทันที เด็กๆ เลยลดมือลง ซึ่งคามินเองก็ยืนทำหน้าทะเล้นรอตัวแสบทั้งสองอยู่แล้ว

พอเจ้าหนูทั้งสองเห็นท่าทางของคามินแบบนั้นก็ยิ่งหัวเราะร่าพร้อมกันเข้าไปใหญ่ จนเสียงดังสดใสไปทั่วทั้งบ้าน ทำเอาคนขี้เขินที่หนีไปอยู่ในครัวได้ยินแล้วอดยิ้มตาม จนหุบไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว

.

.

.

พอแดดร่มลมตกตามที่ปราณันต์ได้สัญญาไว้ คนตัวเล็กเลยเปลี่ยนใส่กางเกงว่ายน้ำให้เด็กๆ เตรียมจะพาลงไปเล่นที่ทะเล ก็เลยได้เห็นคามิน ถอดเสื้อใส่กางเกงขาสั้นรออยู่ริมชายหาดแล้ว

ปัณณธรวิ่งไปหาคามินทันที โดยมีปราณันต์จูงปุณณกันต์เดินตามไปด้วยสีหน้าเขินๆ

ปราณันต์คิดนั่นคิดนี่อย่างวุ่นวาย แอบชำเลืองมองคามินที ก็เขินที คามินมีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบมากๆ วงแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ส่วนช่วงหน้าท้องก็มีลอนซิกส์แพคที่เห็นชัดเจน ประกอบกับคามินเป็นคนมีผิวสีน้ำผึ้งยิ่งทำให้ขับความเป็นชายให้ดูชัดมากขึ้นไปอีก คามินมีรูปร่างแบบที่ผู้ชายทุกคนอยากมี ปราณันต์เองยังคิดอิจฉาคนตัวโตอยู่ในใจ

มีอยู่อึดใจนึงที่ปราณันต์เผลอจ้องมองคามินอยู่นานพอสมควรโดยที่ไม่รู้ตัว จนคามินตะโกนล้อนั่นแหละเขาถึงหลุดออกจากภวังค์

“อยากมองก็มองเลยครับ เพราะผมตั้งใจจะถอดอวดคุณปราณเลยนะ ถ้าคุณไม่มองผมคงเสียใจแย่” สียงทุ้มเอ่ยติดตลก ทำเอาปราณันต์ยิ่งเขินกว่าเดิม รีบปฏิเสธพัลวัน

“ผมไม่ได้มองคุณสักหน่อย” เสียงหวานเอ่ยปฏิเสธไม่เต็มเสียง เพราะปราณันต์ก็แอบมองอยู่จริงๆ นั่นแหละ

“อะครับ ไม่มองก็ไม่มอง” คามินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกวักมือข้างที่ว่างเรียกปราณันต์กับปุณณกันต์ เพราะอีกมือหนึ่งเขาก็จูงมือปัณณธรน้อยไว้อยู่ “มาครับ มาเล่นน้ำกัน”

ปราณันต์พาปุณณกันต์ไปริมชายหาด เด็กทั้งสองกรี๊ดกร๊าดเสียงใส วักน้ำเล่นใส่ปราณันต์กับคามินอย่างสนุกสนาน คามินจับเด็กๆ ดำผุดดำว่ายด้วยพลังที่เหลือเฟือ เจ้าหนูทั้งสองหัวเราะชอบใจยกใหญ่ แต่ปราณันต์เล่นกับทั้งสามได้ไม่นานก็ต้องมานั่งพักมองดูริมชายหาดแทน เพราะเริ่มเหนื่อยแล้ว

ปราณันต์เห็นคามินอุ้มจับเด็กๆ ขึ้นมาวางริมหาดก่อนจะสั่งให้เจ้าหนูทั้งสองรอตรงนี้ห้ามไปไหน ก่อนที่คามินจะวิ่งมาหยิบห่วงยางที่วางอยู่ข้างๆ ปราณันต์เพื่อเอาไปให้ฝาแฝดเล่น

พอวิ่งมาถึงคามินก็มองปราณันต์ที่กำลังยืนรออยู่ตาค้าง เรียวตาคมเบิกกว้างขึ้นเบาๆ เมื่อมองไปยังคนตัวเล็กตรงหน้า ตอนแรกปราณันต์ก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าคามินเป็นอะไร เขาเลยต้องยื่นห่วงยางของเด็กๆ ให้คามินไปแทน

“ผมฝากน้องด้วยนะครับ เดี๋ยวจะกลับเข้าไปเตรียมอาหารเย็นให้ก่อน”

พอปราณันต์พูดขึ้นคามินก็เหมือนจะรู้สึกตัว เลยรับคำไปเบาๆ

“อ.. อ่อ ได้ครับ คุณปราณไม่ต้องห่วงนะ” ก่อนจะหันหลังวิ่งกลับไปหาเด็กแฝด คามินก็หันกลับมาหาปราณันต์อีกครั้ง พร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ ทำเอาปราณันต์แปลกใจกับท่าทีของคามินไม่น้อย

“ตอนแรกผมก็เสียดายนะที่เห็นคุณแต่งตัวมิดชิดมาเล่นน้ำ แต่พอตอนนี้ผมกลับคิดว่าเสื้อยืดขาวตัวนี้มีดีกว่าที่คิด... แบบนี้เซ็กซี่กว่าเยอะ ผมชอบนะ”

พอพูดจบไอ้คนเจ้าเล่ห์ก็ยิ้มกริ่มส่งสายตาเจ้าชู้มาให้ปราณันต์อย่างร้ายกาจ กว่าคนตัวเล็กจะรู้ความหมาย คามินก็วิ่งกลับไปถึงตัวเด็กแฝดเรียบร้อยแล้ว ปราณันต์อดหน้าร้อนกับคำพูดสองแง่สองงามนั่นไม่ได้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยกมือขึ้นกอดอกหลวมๆ แล้วรีบหันหลังจ้ำเข้าบ้านอย่างคนที่เขินจนไม่รู้จะเขินยังไง

.

.

.

และในขณะที่ปราณันต์กำลังเตรียมอาหารอยู่นั้น เขาก็มองไปที่ทะเลตรงจุดที่ฝาแฝดและคามินเล่นอยู่ด้วยกัน รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฎอยู่บนริมฝีปากเขาอย่างห้ามไม่ได้ ทั้งสามดูน่ารักและกลมกลืนมากเมื่ออยู่ด้วยกัน คามินเข้ากันได้ดีเหลือเกินกับฝาแฝดทั้งสอง เสียงหัวเราะดังเจื้อยแจ้วลอยตามลมมา มันช่างน่าฟังที่สุดสำหรับปราณันต์ เขาไม่เคยเห็นเด็กๆ มีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว แต่ตั้งแต่คามินปรากฎตัว เขาและฝาแฝดก็เหมือนได้เจอชีวิตใหม่ มีชีวิตสมบูรณ์แบบมากกว่าเดิม และเมื่อปราณันต์ถึงนึกคำตอบที่จะมีให้คามินคืนนี้ ก็ทำให้เขาอดอมยิ้มออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้เช่นกัน

และพอปราณันต์เตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยพร้อมกิน เขาก็เดินไปตามเด็กๆ และคามินให้เลิกเล่นน้ำขึ้นบ้านมาเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยคามินอาสาจะอาบน้ำให้เด็กๆ เพราะให้เหตุผลว่าตัวเองก็เปียกอยู่แล้ว ให้ปราณันต์ดูแลเรื่องอาหารไปอย่างเดียวก็พอ

และหลังจากที่ปราณันต์เตรียมนั่นเตรียมนี่เรียบร้อย เขาก็เข้าไปในห้องนอนเพื่อเตรียมเสื้อผ้าที่จะให้ฝาแฝดใส่ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่คามินพาเด็กทั้งคู่ออกมาจากห้องน้ำพอดี

ปราณันต์เม้มปากแน่น แก้มทั้งสองข้างแดงก่ำ คามินในชุดที่มีผ้าขนหนูเกาะหมิ่นเหม่อยู่ที่เอวหนา เป็นภาพที่ปราณันต์ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็น แม้จะเป็นการเปลือยท่อนบนแบบที่ปราณันต์เห็นมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่นี่เป็นอะไรที่แต่งต่างกว่ามาก เพราะตอนนี้คามินช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน แม้จะเขินแต่เขาก็ถอนสายตาออกจากคนตรงหน้าไม่ได้

หยดน้ำเกาะพราวอยู่บนร่างกายกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ผ้าขนหนูที่เกาะต่ำๆ อยู่ที่สะโพก หรือแม้กระทั่งผมสีเข้มที่กำลังเปียกชื้นเพราะเพิ่งได้รับการสระมาหมาดๆ ทุกสิ่งล้วนทำให้ลมหายใจของปราณันต์สะดุด การหายใจเข้าออกแต่ละที ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

“จ้องแบบนี้ผมก็เขินแย่สิครับ” คามินแกล้งพูดล้อๆ จนปราณันต์รู้สึกตัวนั่นแหละ

“เอ่อ อ่อ.. งั้นผมฝากแต่งตัวให้เด็กๆ ด้วยนะครับ เสื้อผ้าอยู่บนเตียงแล้ว” ปราณันต์พูดรัวเร็ว ก่อนจะรีบกลับหลังหันแล้ววิ่งออกไป เรียกเสียงหัวเราะจากคามินได้มากทีเดียว

.

.

.

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ทั้งสามหนุ่มก็ออกมาล้อมวงนั่งทานบาร์บีคิวฝีมือปราณันต์ที่หน้าระเบียงบ้านพัก เด็กๆ กินไป พูดเจื้อยแจ้วไป ผู้ใหญ่ทั้งสองได้แต่ฟังแล้วอมยิ้มตาม

คามินเองพอเห็นปราณันต์ผ่อนคลายกับยรรยากาศโดยรอบก็เบาใจ และเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นใจให้กับเขาทั้งคู่ คามินเลยเลือกที่จะหยิบไวน์รสชาติดี มาดื่มคู่กับบาร์บีคิว และแสร้งชวนปราณันต์ให้ดื่มเป็นเพื่อนกันอย่างแนบเนียน

“ผมถือไวน์ติดมาด้วย ยังไงดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยนะครับคุณปราณ”

คนตัวเล็กมีทีท่าลังเลเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าต้องเรียกความกล้าของตัวเองเพื่อที่จะให้คำตอบคามินในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ และปราณันต์เองก็เห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไรเลยตอบตกลง

“ก็ได้ครับ แต่ไม่ดื่มมากนะ ผมหมายถึงคุณด้วยเพราะเดี๋ยวต้องขับรถ”

“โอเคครับ” คามินรับคำและให้สัญญาว่าจะดื่มแค่ไม่กี่แก้วเท่านั้น

ปราณันต์เองก็ดื่มไม่มากเท่าไหร่ เพราะต้องดูแลเด็กๆ แต่หลังจากที่เจ้าตัวแสบกินอิ่ม ก็ดูเหมือนว่าเจ้าหนูทั้งสองจะเริ่มตาปริบปรอย คงจะง่วงกันเต็มแก่ เพราะเมื่อกลางวันก็ไม่ได้นอนมัวแต่คึกคักที่จะได้เล่นน้ำทะเล

สุดท้ายพอเห็นว่าเด็กๆ ไม่น่าจะฝืนตัวเองไหวแล้ว ปราณันต์จึงปล่อยให้คามินกินต่อไปก่อน ส่วนตัวเขานั้นขอพาฝาแฝดไปนอน กะว่าถ้าตนและคามินทานอิ่มกันเรียบร้อยแล้ว เด็กๆ คงจะนอนได้ตื่นพอดี ถึงเวลานั้นค่อยปลุกเจ้าตัวแสบทั้งคู่แล้วค่อยขับรถกลับกรุงเทพ

และพอปราณันต์พาแฝดไปนอนเรียบร้อย คนตัวเล็กก็ออกมานั่งกินเป็นเพื่อนคามินต่อ ทั้งสองนั่งกินด้วยกันเรื่อยเปื่อย จวบจนกระทั่งเย็นย่ำ คุยไป กินไป จิบไวน์ไป คามินเริ่มเทไวน์ให้ปราณันต์ถี่ขึ้น เขาสังเกตเห็นแล้วว่าแก้มนวลของปราณันต์เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อๆ ซึ่งช่างน่ามองเหลือเกินสำหรับเขา และมันไม่ได้แค่น่ามองเท่านั้น เขากลับคิดว่าปราณันต์เองก็คงจะเริ่มกรึ่มๆ แล้ว


... สร้างบรรยากาศมามากพอแล้ว ได้เวลาเอาจริงเสียที ...


“คุณปราณครับ คุณสัญญากับผมไว้ว่าจะให้คำตอบเรื่องระหว่างเรา” คามินเอื้อมมือไปกุมมือปราณันต์ที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างแผ่าเบา “คุณปราณพร้อมรึยังครับ?”

คามินกระซิบถามเสียงพร่า ปราณันต์ที่เวลานี้ทั้งเขิน ทั้งถูกแอลกฮอล์มากระตุ้นก็เกิดจะตื่นเต้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น หัวใจดวงเล็กๆ ของเขาเต้นถี่กระหน่ำ ราวกับจะหลุดออกมาจากอกยังไงยังงั้น

แต่เขาจะหลีกเลี่ยงต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ยังไงก็สัญญากับคามินไว้แล้วว่าจะให้คำตอบ ต่อให้ต้องดึงเวลาน่ไปนานแค่ไหน ยังไงคำตอบที่เขาจะให้อีกฝ่ายก็ไม่เปลี่ยนไปอยู่ดี

“ผมพร้อมแล้วครับ” เสียงหวานหลุดออกมาจากปากอิ่มอย่างน่าฟัง คามินยอมรับว่าคาดหวังมาก เขาอยากครอบครองปราณันต์เหลือเกิน เขาอยากทำให้คนๆ นี้เป็นของเขาแค่เเพียงคนเดียว

“แล้วตกลงว่าคำตอบของคุณคือ?”

ไม่ใช่แค่ปราณันต์ที่ตื่นเต้น ตอนนี้คามินเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยกว่า คนตัวโตอดแปลกใจกับตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงมีอาการแบบนี้ ครั้งสุดท้ายที่เขาตื่นเต้นนี่มันเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แทบจะจำความไม่ได้แล้ว แต่ตอนนี้เขากลับต้องมาตื่นเต้นกับคำตอบที่ว่าจะตกลงหรือไม่ตกลงเป็นแฟนของผู้ชายตัวเล็กๆ ที่อยู่ตรงหน้า ช่างน่าขันสิ้นดี

ปราณันต์เองก็เช่นกัน เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ เพื่อลดความตื่นเต้น จากนั้นปากอิ่มก็แย้มยิ้มหวานสดใส พลางพูดตอบคำถามของสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับคามินเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ

“คำตอบของผม กับคำถามที่คุณเคยถามว่าเราจะคบกันได้ไหม คือ ตกลงครับ... ผมจะคบกับคุณ

.

.

.

To Be Continue

----------------------------------------------------------------------

โถ พี่ปราณ หนูรูกกกกกกกก จะบอกให้หนีไปก็ไม่ทันแร้วสินะ แง้ ><

เรียนแจ้งทุกท่านทราบบบ เรื่องนี้มีความยาวอยู่พอสมควร มาถึงตรงนี้น่าจะยังไม่ครึ่งเรื่องดีเลยยย 5555555555555 อาจจะมาลงอาทิตย์ละตอนสองตอน แต่มาแน่ทุกอาทิตย์และลงจบแน่ๆ ค่ะไม่ต้องห่วง

ชอบไม่ชอบยังไงคอมเม้นท์ได้นะคะ รออ่านคอมเม้นท์อยู่เด้ออออ และก็ต้องขอบคุณทุกกำลังใจและคอมเม้นท์ด้วยนะคะ ตอนต่อไปจะรีบมาไวๆ แต่อาจจะหลังเปิดปีใหม่เลย

ยังไงถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่ทุกคนเลยแล้วกันนะคะ ขอให้นักอ่านทุกท่านมีความสุข ร่างกายแข็งแรง ขอให้มีแต่เรื่องดีๆ คนดีๆ สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต คิดหวังอะไรก็ขอให้สมปรารถนา ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามกันมาตลอด และก็หวังใจว่าเราจะมีกันแบบนี้ไปอีกปี หรือจะนานๆ กว่าปีก็ได้ นุไม่ขัดข้องเลยยย.. รักทุกคนนะคะ

เจอกันใหม่ตอนหน้าจ้า ^^

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
ครอบครัวสุขสันต์วันหวานในคืนหลอกลวง 5555 เขาคบกันแล้ววววว  :-[ มาต่อยาวๆเลย รอตอนต่อไป

ส่งท้ายปีและสวัสดีปีใหม่จ้า  :L1: :L1: :pig4: :pig4:


ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ใกล้เวลาเจ็บแล้วสิ ..

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
14th Lies : เริ่มต้น

คามินจ้องหน้าปราณันต์นิ่ง เขาแทบจะลืมหายใจ ตอนได้ยินคำตอบที่หลุดออกมาจากปากอิ่ม

“คำตอบของผมคือ ‘ตกลงครับ’ ผมจะคบกับคุณ”

คามินยิ้มจนหน้าบาน เขาแสดงอาการดีใจออกมาจนนอกหน้า ในที่สุดคนตัวเล็กก็ตอบตกลงที่จะคบกับเขาเสียที

คามินลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง ในขณะที่ปราณันต์เองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างมอง ต่างเผชิญหน้าซึ่งกันและกัน ในแววตาของทั้งคู่ที่ถ่ายทอดออกมามีแต่ความสุข จนรอยยิ้มที่ส่งให้กันไม่ได้เลือนหายไปจากริมฝีปากของคนทั้งคู่เลย

คนตัวโตกว่าพุ่งเข้าไปกอดปราณันต์ไว้เบาๆ พลางกระซิบข้างใบหนูนิ่มไม่ขาดปาก

“ขอบคุณนะครับคุณปราณ ขอบคุณที่ให้โอกาสผมนะครับ”

ริมฝีปากหยักคลอเคลียอยู่ที่ใบหูปราณันต์ไม่ห่าง คนตัวเล็กกว่าก้มหน้างุดซุกกับอกคามินอย่างเขินอาย ใบหน้าหวานสวยพยักรับรู้อยู่ในอ้อมแขนแกร่งไม่หยุด เขารู้ว่าคามินดีใจที่เขาตอบตกลง แต่การมาวอแวอยู่ใกล้ๆ แบบนี้มันก็อันตรายต่อหัวใจเขาไม่น้อยเหมือนกัน

“คุณ ผมรู้แล้ว เลิกขอบคุณเถอะ” ปราณันต์พยายามขืนตัวออกเบาๆ “แล้วก็ปล่อยเถอะครับ ผมจะไปดูนเด็กๆ ว่าตื่นรึยัง”

คนตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของคามิน แต่ยิ่งพูดห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะตอนนี้คนตัวโตกว่ากำลังใช้วงแขนแข็งแรง รัดเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม

“อยู่แบบนี้อีกสักพักเถอะนะครับ ผมยังไม่อยากปล่อยคุณปราณไปเลย” ใบหน้าคมคายซุกอยู่บนต้นคอหอมๆ ของปราณันต์ไม่ปล่อย ยิ่งสูดดมกลิ่นกายคนตรงหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ สติของคามินก็ยิ่งหลุดลอยมากขึ้นเท่านั้น

ริมฝีปากหยักเริ่มพรมจูบลงบนบาดไหล่ของคนตัวเล็ก แล้วไล่ขึ้นมา พร้อมๆ กับที่จมูกโด่งเป็นสันกำลังลากขึ้นมาตามแนวต้นคอ ด้วยความที่ไม่เคยถูกใครทำแบบนี้มาก่อน ทำให้ปราณันต์ถึงกับยืนนิ่งเหมือนถูกสาป เขาเองก็แทบจะลืมหายใจ เหมือนกำลังถูกความรู้สึกบางอย่างที่แปลกใหม่ก่อตัวอยู่ในช่องท้องของตน

คามินเองก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำให้คนตรงหน้าวางตัวไม่ถูก ปราณันต์ยืนแข็งนิ่ง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่หยุด เด็กคนนี้เหมือนสิ่งเสพติด ถ้าได้ลิ้มรส แล้วจะมึนเมาหยุดไม่ได้ มีแต่จะต้องการมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนี้ริมฝีปากหยักของคนตัวโตลากไล้ขึ้นมาอยู่ที่ข้างแก้มปราณันต์แล้ว เขาเองก็อยากจะผลักไส แต่ดูเหมือนกับว่าเรี่ยวแรงที่ควรมีกลับเลือนหายไปหมด มือไม้ของเขาอ่อนแรงลง ที่ทำได้แค่ยึดไหล่คนตรงข้ามไว้แน่น เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยมือออกจากไหล่หนานี้ ตัวเขาเองอาจจะทรุดลงไปกองกับพื้นก็ได้

คามินจูบและสูดดมแก้มนิ่มของปราณันต์อย่างย่ามใจ เขารู้ดีว่าตอนนี้ปราณันต์กำลังขาดสติ จนไม่ทันได้ยั้งคิดอะไร ถ้าหากเขาอยากจะได้มากกว่านี้อีกสักนิด มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย

สุดท้ายคามินจึงตัดสินใจถอนใบหน้าให้ถอยออกมาจากปราณันต์เล็กน้อย สายตาคมก็จับจ้องไปยังใบหน้าหวานสวยนิ่ง ตัวปราณันต์เองก็เขินอายเกินกว่าจะมองหน้าคามินตรงๆ ได้ จึงต้องเสก้มหน้าหลบตา เพราะไม่อยากให้หัวใจต้องเต้นแรงและทำงานหนักกว่าเดิม แต่ยังไงก็เหมือนห้ามไม่ได้ หนีไม่พ้น เพราะจู่ๆ คามินก็ยื่นหน้ามากระซิบจนติดกับริมฝีปากอิ่ม... ราวกับกำลังขอร้องและอ้อนวอน

“ผมขอจูบคุณปราณได้ไหมครับ” ปราณันต์เม้มริมฝีปากอัตโนมัติ ใบหน้าหวานแดงซ่านขึ้นมาทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อสักครู่จบ คามินยังคงไล้จมูกโด่งไปมาเบาๆ ที่แก้มของเขา เหมือนกับกำลังขออนุญาตอยู่ในที

“…นะครับ” คามินยังคงอ้อนวอน และค่อยๆ ขยับริมฝีปากหยักเข้ามาช้าๆ และยังคงคลอเคลียอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีสดของปราณันต์ไม่เลิก จนสุดท้ายคนตัวเล็กก็ตกหลุมพลาง ค่อยๆ เผยอปากออกช้าๆ เพื่อรอรับการจู่โจม

คามินไม่รีรออะไรอีกต่อไป ริมฝีปากหยักโฉบลงทันทีที่เห็นปฏิกริยาที่บ่งบอกว่าอนุญาตขอคนตรงข้าม คามินบดคลึงริมฝีปากของตนลงบนความหยุ่นนุ่มของริมฝีปากอีกฝ่าย มันช่างหอมหวานและยังน่าสัมผัสเสมอ

เขาค่อยๆ ขบเม้มและดึงดูดริมฝีปากอิ่มช้าๆ ในขณะที่สายตาคมก็เหลือบมองใบหน้าหวานที่อยู่แทบจะแนบชิดติดกัน คามินก็เพิ่งสังเกตเห็น ว่าอวัยวะทุกอย่างบนใบหน้านวลใสนี้ ช่างสวยงามและเหมาะเจาะพอดีกันไปทุกส่วน ทั้งแพขนตาหนา ดวงตากลมโตที่กำลังหลับพริ้ม ไหนจะมูกโด่งรั้นที่บ่งบอกถึงความดื้อดึงของเจ้าของได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญริมฝีปากอิ่มสีสดที่เขากำลังลิ้มลองอยู่นั้นมันช่างล้ำค่าและหอมหวาน ต่อให้ไม่ว่าต้องแลกกับอะไรก็ตามเพื่อได้ครอบครองริมฝีปากนี้ไปตลอดชีวิต คามินแน่ใจว่าเมื่อถึงเวลานั้นเขาคงไม่ลังเลที่จะยอมทำ เพราะดูแล้วมันคงคุ้มค่าเหลือเกิน

คามินค่อยๆ ละเลียดไล้ริมฝีปากปราณันต์ช้าๆ ค่อยๆ ขบเม้มดึงดูดความหอมหวานนั้นอย่างมัวเมา มือใหญ่ประคองใบหน้าเล็กๆ นั่นเพื่อจับปรับองศาให้เขาจูบได้ถนัดยิ่งขึ้น ก่อนที่คามินจะทวีความร้อนแรงของจูบครั้งนี้ลงไปอีกเท่าตัว

คามินใช้มือข้างที่ว่างรั้งเอวของปราณันต์เข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะค่อยๆ ใช้ลิ้นกวาดเลียตามร่องปากอิ่มอย่างกำลังร้องขอ ... ขอให้เขาได้เข้าไปสำรวจให้ลึกซึ้งกว่าเดิม

และทันทีที่ปราณันต์เผยอริมฝีปากขึ้นเพราะทนความเคลิบเคลิ้มไม่ไหว คามินก็ส่งเรียวลิ้นของตัวเองเข้าไปสำรวจในโพรงปากอิ่ม พร้อมทั้งเข้าเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นเล็กๆ ที่ยังไม่ประสีประสาของปราณันต์ไว้อย่างเชี่ยวชาญ ยิ่งทำให้คนในอ้อมกอดของคามินสั่นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้

ปราณันต์ยังอ่อนประสบการณ์มากในเรื่องแบบนี้ การตอบสนองต่อจูบของคามินจึงยังดูงกๆ เงิ่นๆ แต่แทนที่สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนตัวโตกว่าเสียอารมณ์ มันกลับส่งผลในทางตรงข้าม เพราะตอนนี้คามินกำลังรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้น กระตุ้นด้วยความไร้เดียงสาของอีกฝ่าย และนั่นกำลังทำให้เขาต้องการมากกว่าจูบ

แม้สมองจะสั่งว่าอย่า เพราะตอนนี้คงไม่ใช่จังหวะที่ดีนักที่จะรวบรัดครอบครองปราณันต์ไปทั้งหมด แต่ความต้องการของร่างกายและหัวสมองมักจะเป็นไปในทางตรงกันข้ามเสมอ...

คามินรั้งเอวของปราณันต์เข้ามาชิดใกล้กับตัวเองมากกว่าเดิม ร่างกายของทั้งคู่กำลังร้อนรุ่มด้วยเพลิงอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ด้านใน คามินค่อยๆ ดันปราณันต์ถอยหลังไปช้าๆ จนตอนนี้ทั้งคู่ออกมานอกอาณาบริเวณของห้องครัว หางตาของคามินเหลือบมองเห็นโซฟาตัวยาวอยู่ในห้องนั่งเล่นห่างไปไม่ไกล เขาค่อยๆ ดันปราณันต์ออกไปยังโซฟาตัวที่ว่า โดยที่ริมฝีปากของคนทั้งสองยังคงไม่แยกจากกัน และเมื่อถึงที่หมายที่คามินตั้งใจ เขาก็ค่อยๆ ผละริมฝีปากออกจากคนตรงข้ามอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมแสดงความเสียดายออกมาอย่างปิดไม่มิด คามินยอมรับว่ายังอยากละเลียดชิมริมฝีปากที่แสนหวานนี้ให้นานอีกสักหน่อย แต่เพื่อสิ่งที่มากกว่าเขาจึงต้องยอมถอนใบหน้าออกมา

สายตาคมกับสายตากลมเป็นประกายกำลังสบกัน ก่อนที่คามินจะจับปราณันต์นั่งรถบนโซฟา แล้วเอนตัวคนใต้ร่างให้นอนลงอย่างเบามือ โดยที่มีร่างกายสูงใหญ่ของเขาตามลงมาทาบทับไม่ห่าง

ปราณันต์ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ คามินต้องรีบก้มลงไปกอดร่างเล็กๆ ไว้แนบอก ราวกับกำลังปลอบประโลม จมูกโด่งรั้นของคนตัวโต ก้มลงซุกไซร้ที่ซอกคอมหอมกรุ่นของปราณันต์ไม่ห่าง คนใต้ร่างเองก็ดูเหมือนจะเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้ จนเผลอโอนอ่อนผ่อนตามจนไม่เหลือปราการใดๆ ไว้ป้องกันตัวเองเลย

แสงก่อนตะวันตกดินส่องเข้ามาผ่านบานหน้าต่าง อาบไล้ร่างใต้อาณัติของคามิน ยิ่งทำให้เวลานี้ ร่างเล็กที่กำลังนอนหอบหายใจถี่อยู่ดูสวยงามจนน่าจับต้องไปหมดทุกส่วน มือใหญ่ของคามินค่อยๆ ลูบไล้ไปที่แก้มนิ่มของปราณันต์อย่างเบามือ จากนั้นจึงค่อยๆ ไล่มือลงปลดกระดุมบนเสื้อเชิ้ตของปราณันต์อย่างเชื่องช้า เพราะไม่อยากให้ลูกไก่ตัวน้อยในกำมือตกใจ และเมื่อกำลังจะถึงกระดุมเม็ดสุดท้าย มือใหญ่ก็จำเป็นต้องหยุดชะงัก เพราะเสียงเล็กๆ ของใครบางคนกำลังร้องเรียกปราณันต์อยู่ไกลๆ

“พี่ปราณ พี่ปราณอยู่ไหนครับ”

... เสียงของปุณณกันต์

พี่ชายคนโตของครอบครัวเหมือนหลุดออกจากภวังค์ที่คนตัวโตได้สร้างขึ้นมาอย่างฉับพลัน

"...ปุณณ์"

ตากลมเบิกกว้างทันทีที่ได้ยินเสียงน้องชายเรียก พอได้สติก็นึกรู้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แก้มนวลทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด มือเล็กๆ ค่อยๆ ดันคนที่กำลังคร่อมร่างตัวเองอยู่ด้านบนออก มือเรียวสั่นจนแทบทำอะไรไม่ถูก อีกไม่ช้า ปุณณกันต์จะต้องเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น คามินถึงกับส่ายศีรษะ และพรูลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด


‘กำลังจะไปได้ดีแล้วเชียว ปุณณกันต์นะปุณณกันต์’


แต่ถึงแม้คามินจะเสียดายความหอมหวานของคนใต้ร่างมากแค่ไหน แต่ถึงเวลาที่ต้องหยุด เขาก็จำเป็นต้องห้ามใจ และเมื่อยิ่งเห็นปราณันต์พยายามติดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองด้วยมือที่สั่นเทาแล้ว เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือใหญ่เข้าไปช่วยเหลือ

“มาครับ ผมช่วย” คามินก้มลงมากระซิบเบาๆ ปราณันต์ก็ได้แต่เหลือบมองใบหน้าคมคายด้วยความขอบคุณ

“เอ่อ.. ขอบคุณนะครับ” ปราณันต์อ้อมแอ้มพูด เขาเองก็ตอบได้ไม่เต็มเสียงนัก เรื่องนี้จะโทษคามินคนเดียวก็ไม่ถูก เพราะตัวเขาเองก็ยอมโอนอ่อนให้คนตัวโต จนเกือบจะเกินเลยไปแล้วเหมือนกัน

และทันทีที่กระดุมเม็ดสุดท้ายถูกกลัด ปุณณกันต์ก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพอดี ปราณันต์รีบดันคามินออก ก่อนที่ตัวเองจะรีบหย่อนขาลงมาจากโซฟา ปรับท่านั่งให้เป็นปกติ ไม่ใช่ท่านอนกึ่งนั่งแบบก่อนหน้านี้ และถึงแม้แก้มนวลจะยังเห่อแดงทั้งจากแรงอารมณ์ และความเขินอายก่อนหน้า แต่ปราณันต์ก็ยังพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แล้วเอ่ยเรียกปุณณกันต์อย่างร่าเริง

“ปุณณ์ครับ พี่ปราณอยู่นี่ครับ” คนตัวเล็กรีบเดินไปหาเจ้าหนูน้อยที่กำลังเดินทั้งที่สะลึมสะลือเข้ามาหาตน พลางโอบรั้งเจ้าตัวเล็กไว้แนบอก

“ตื่นแล้วหรอครับ” ปราณันต์กดริมฝีปากอิ่มของตัวเองลงบนขมับเล็กๆ ของเจ้าแฝดคนพี่ “นอนเต็มตาแล้วหรอ? ทำไมรีบตื่นล่ะครับ”

เจ้าหนูน้อยในอ้อมแขน โอบรั้งครอบคอของปราณันต์ไว้ไม่ห่าง

“ไม่รู้สิครับ อยู่ๆ ปุณณ์ก็ตื่นขึ้นมาเอง” เจ้าแฝดคนพี่พึมพำอู้อี้อยู่กับอกอุ่นๆ ของปราณันต์ คามินที่ได้ยินปุณณกันต์ตอบพี่ชายแบบนั้น เขาก็ได้แต่ถอนใจอย่างปลงตก จู่ๆ เจ้าหนูน้อยนี่ก็ดันตื่นขึ้นมา ตื่นมาแบบไม่มีเหตุผลเสียด้วย ท่าทางวันนี้โอกาสที่จะได้ลิ้มลองความหอมหวานจากปราณันต์ คงจะไม่ใช่ของเขาแล้วแน่ๆ

“สงสัยจะไม่คุ้นที่” ปราณันต์งึมงำพูดขึ้นมาอย่างสันนิษฐาน พลางเหลือบมองคามินแบบเขินๆ “ผมว่าเดี๋ยวอีกสักพัก ปัณณ์ต้องตื่นแน่ๆ เพราะปกติฝาแฝดจะตื่นไล่ๆ กันตลอด”

ปราณันต์พูดขึ้นให้คามินรับรู้ คนตัวโตเองก็ได้แต่มองตอบเจ้าของใบหน้าหวานตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาจะทำอะไรมากไปกว่านี้ได้ล่ะ

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูปัณณ์ในห้องนอนให้” คามินเดินเข้ามาใกล้ปราณันต์และปุณณกันต์ ก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมไปลูบศีรษะกลมๆ เล็กๆ ของเจ้าแฝดอย่างมันเขี้ยว จากนั้นก็ผละออกมาลูบแก้มนิ่มของปราณันต์อย่างเบามือ ก่อนที่ทั้งสองจะยิ้มๆ ขำๆ ให้กันอย่างรู้ความนัย

“พาน้องไปล้างหน้าเถอะครับคุณปราณ เดี๋ยวผมมา”

คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะอุ้มปุณณกันต์ไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล ส่วนคามินที่กำลังจะเดินไปทางห้องนอน ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นร่างเตี้ยๆ ป้อมๆ ของเจ้าแฝดคนน้องเดินออกมาก่อนพอดี

“ปัณณ์ ตื่นแล้วหรอครับ มาหาพี่ครามมา” คามินทรุดตัวลงนั่งยองๆ ก่อนจะอ้าแขนออกกว้างเพื่อรอรับการถาโถมจากเจ้าตัวน้อยที่กำลังเดินเข้ามาหาอย่างไม่รีรอ

“งื้อ พี่คราม” ปัณณธรน้อยตอนนี้กำลังซุกอยู่กับอกอุ่นๆ ของคามินเรียบร้อบแล้ว กำลังพึมพาหาพี่ชายทั้งสองไม่หยุดปาก “พี่ปุณณ์กับพี่ปราณหายไปไหน ปัณณ์ตื่นมาก็ไม่เจอพี่ปุณณ์แล้ว”

ปัณณธรน้อยพูดพลางทำเสียงสั่นเสียงเครือ เพราะหาพี่ชายตัวเองไม่เจอ ทำเอาคามินต้องทั้งกอดทั้งหอม ปลอบใจกันยกใหญ่

“พี่ปราณกับพี่ปุณณ์อยู่ในห้องน้ำครับ เดี๋ยวก็ออกมานะ” พอได้ยินพี่ครามบอกแบบนั้น เจ้าตัวน้อยก็ยิ้มออก ด้วยเพราะนึกว่าตัวเองจะโดนพวกพี่ๆ ทิ้งไว้ซะแล้ว

“งื้ออ พี่คราม กอดหน่อยครับ” พอได้คำตอบที่พอใจเจ้าตัวน้อยก็หันมาอ้อนคามินต่อทันที

คามินได้แต่อมยิ้มมองร่างเล็กๆ ในอ้อมกอดอย่างเอ็นดู แล้วแบบนี้เขาจะโกรธเจ้าฝาแฝดที่ชอบเข้ามาขัดจังหวะลงได้อย่างไร ก็เจ้าหนูเล่นน่ารักกันซะขนาดนี้ หัวใจที่แสนเย็นชาของเขา ก็มีแต่จะโอนอ่อนให้อย่างไม่สิ้นสุดนั่นแหละ

คามินกอดฟัดอยู่กับแฝดคนน้อง จนปราณันต์และปุณณกันต์เดินออกมาจากห้องน้ำ

“อ่าว ปัณณ์ตื่นแล้วหรอครับ” ปราณันต์ทักขึ้น ก่อนที่ปัณณธรจะผละออกจากอกคามิน แล้วเดินไปหาพี่ชายทั้งสองช้าๆ

ปราณันต์กางแขนออกเพื่อรอให้เจ้าหนูคนน้องเดินเข้ามา พร้อมกับปล่อยมือให้ปุณณกันต์ออกไปหาคามิน และพอถึงอ้อมกอดของพี่ชาย ปัณณธรน้อยก็โถมกอดไว้แน่น ก่อนที่จะยอมให้ปราณันต์พาไปล้างหน้า แปรงฟันให้สดชื่น เพื่อเตรียมกลับกรุงเทพต่อไป

.

.

.

และหลังจากจัดการธุระต่างๆ เสร็จเรียบร้อย ทั้งสี่คนก็ช่วยกันเก็บของเพื่อเตรียมกลับ เพราะตอนนี้ก็เริ่มจะค่ำแล้วด้วย คงต้องรีบ เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้คามินก็จะต้องเตรียมขนของเข้ามาที่อพาร์ทเม้นท์ของปราณันต์อีก

เจ้าตัวน้อยช่วยเก็บของชิ้นเล็กๆ ลงกล่องลงลังอย่างน่าเอ็นดู จนผู้ใหญ่ทั้งสองหันมาเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้

“พี่ปุณณ์ๆ เอาอันนี้ใส่ก่อนสิ แล้วค่อยเอาอันนี้ใส่”

“อื้อๆ งั้นปัณณ์หยิบอันนั้นมาให้หน่อย เดี๋ยวพี่จะเอาอันนี้ใส่ก่อน”

คามินเห็นสองแฝดเจื้อยแจ้วช่วยกันเก็บของ เลยพยายามมองหาว่าพี่ชายคนโตของครอบครัวหายไปไหน เขาเพิ่งเอาของบางส่วนไปเก็บที่รถมา ซึ่งพอหลังจากที่ปุณณ์ตื่นมาขัดจังหวะตอนนั้น เขาก็ไม่ได้คุยกับปราณันต์เป็นเรื่องเป็นราวอีก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปราณันต์จะโกรธหรือไม่พอใจกับสิ่งที่เขาทำไปก่อนหน้านี้หรือป่าว

ที่จริงแล้วคามินเองก็ไม่อยากจะทำให้ปราณันต์ตื่นกลัวหรือตกใจเลย แต่สถานการณ์ตอนนั้นเขาเองก็ควบคุมอารมณ์ไม่ไหวแล้วจริงๆ เหมือนกัน

คามินมองเห็นหลังเล็กๆ ของปราณันต์ในห้องครัว จึงค่อยๆ เดินเข้าไปหาเงียบๆ ก่อนจะเหลียวหันไปมองเจ้าฝาแฝดนิดหน่อย พอเห็นว่าเจ้าหนูทั้งสองกำลังสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าอย่างอื่น คามินจึงค่อยๆ เดินเข้าไปโอบกอดด้านหลังของปราณันต์ไว้อย่างเบามือ

“อ๊ะ” คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งนิดหน่อย ตอนที่มือใหญ่แตะลงบนเอวบางของตน “คุณครามเองหรอครับ” แต่พอเห็นว่าเป็นใคร ปราณันต์ก็ยิ้มออกมาบางๆ อย่างเขินอาย

“ครับ ผมเอง ผมทำให้คุณปราณตกใจหรือเปล่า” คามินใช้แขนแข็งแรงโอบรั้งแผ่นหลังปราณันต์ไว้แนบอก พร้อมกับที่วางคางตัวเองลงบนลาดไหล่เรียวอย่างออดอ้อน

“ไม่หรอกครับ พอดีผมกำลังเก็บของเพลินๆ เลยไม่ทันได้สังเกตเห็นคุณ” คนตัวเล็กตอบยิ้มๆ พลางก้มลงมองใบหน้าคมคาย ที่ตอนนี้อยู่ห่างใบหน้าของตนไม่กี่คืบ

คามินกดริมฝีปากหยักลงบนต้นคอของปราณันต์เบาๆ พลางถามเสียงเศร้า ที่ฟังดูแล้วมีแต่ความไม่มั่นใจเต็มไปหมด

“คุณปราณโกรธผมรึป่าวครับที่เมื่อกี้ผมเกือบทำเกินเลยไปกับคุณ”

และแม้จะยังไม่ได้หันมาเผชิญหน้ากัน แต่คามินก็รู้ดีว่าตอนนี้ปราณันต์กำลังเขิน เพราะถ้ามองจากด้านข้างจะเห็นว่าแก้มนวลใสของคนตัวเล็ก กำลังขึ้นสีแดงจางๆ น่ามองมากทีเดียว

“ผ ผม..” ปราณันต์เองก็อึกอัก ไม่รู้จะปฎิเสธยังไงไม่ให้ดูน่าเกลียด อันที่จริงเขาเองก็ผิดที่ไม่ได้ปัดป้อง หรือแสดงออกให้ชัดเจนว่าไม่ต้องการ เพราะตัวปราณันต์เองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขาพอใจมากแค่ไหนที่ได้ถูกคามินสัมผัส หรือเอาอกเอาใจ

แค่มองปราดเดียว คามินเองก็พอรู้คำตอบแม้ปราณันต์จะยังไม่ได้พูดอะไรด้วยซ้ำ คนตัวเล็กยังไร้เดียงสามากกับเรื่องเหล่านี้ แค่ถูกกระตุ้นเข้าหน่อยก็ยอมโอนอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟเลยทีเดียว

แต่ยังไงเสีย เพื่อเป็นการตอกย้ำให้แน่ใจ คามินจำเป็นต้องได้ยินจากปากปราณันต์เอง เพราะในไม่ช้า เรื่องแบบนี้ระหว่างเขาและปราณันต์คงจะต้องเกิดขึ้นอีก และเมื่อถึงเวลานั้นคามินไม่ต้องการให้ปราณันต์เกิดเปลี่ยนใจหรือมีอะไรผิดพลาดกะทันหันทั้งนั้น

“ถ้าคุณปราณรู้สึกรังเกียจหรือไม่โอเค คุณปราณพูดกับผมตรงๆ ได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้ตัวและไม่ทำแบบนั้นอีก” คามินแกล้งทำเสียงเศร้า และถอนอ้อมกอดจากคนตัวเล็กตรงหน้า พร้อมทั้งก้าวถอยหลังอีกนิดหน่อย เท่านี้ก็ทำให้ปราณันต์หันหน้ากลับมา พร้อมทั้งรั้งแขนใหญ่ไว้ในมือแทบจะทันทีทันใด

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ ผมไม่ได้รังเกียจคุณ เอ่อ.. คือ ผม.. ผมไม่เคยรังเกียจคุณครามเลย ตรงกันข้าม คุณทำให้ผมรู้สึกดีด้วยซ้ำ”

และด้วยคำพูดซื่อๆ ของปราณันต์ที่แสดงออกมา ทำให้คามินแทบอยากจะกระโจนเข้าฟัดคนตรงหน้าให้หายมันเขี้ยว ยิ่งอยู่ด้วยกัน คามินยิ่งค้นพบว่า ความน่ารักของปราณันต์ที่เขาชอบคือ การแสดงออกอะไรตรงๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อน สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ของคนตัวเล็กที่คามินมองว่า มันช่างน่าสนใจเหลือเกิน

“คุณปราณพูดจริงนะครับ?” คามินถามย้ำ “คุณไม่ผิดหวังหรือเสียใจแน่นะครับ ที่ตกลงคบกับผม”

ปราณันต์ส่งยิ้มสว่างสดใสให้คามิน ก่อนจะตอบอย่างชัดเจนว่า

“ไม่เลยครับ ผมรู้ว่าผมตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกคบกับคุณ” ปราณันต์มองคามินด้วยดวงตากลมโตใสเป็นประกาย “ผมเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง แต่คุณก็เข้ามา คอยช่วยเหลือ ดูแล ให้ความรัก เอาใจใส่ผมและน้องๆ แล้วแบบนี้ ผมจะตัดสินใจผิดที่เลือกคุณได้ยังไงล่ะครับ”

คามินยอมรับว่าได้ยินแล้วก็อึ้งไปพักหนึ่งเหมือนกัน ดูท่าแล้ว ปราณันต์ปักใจและซาบซึ้งมากกับทุกสิ่งที่เขามอบให้ ทั้งๆ ที่ทุกการกระทำของคามินล้วนมีนัยยะบางอย่างแอบแฝงทั้งนั้น

แต่คามินก็ยังคงเป็นคามินวันยังค่ำ ร่างสูงยังคงบอกกับตัวเองว่าการที่ปราณันต์จะหลงรักเขาหัวปักหัวปำ ก็ไม่ใช่ความผิดเขาเสียหน่อย เพราะสุดท้ายแล้วทุกสิ่งที่ปราณันต์เลือกก็เลือกจากความต้องการของตัวเองทั้งนั้น และเมื่อเลือกแล้ว ปราณันต์ก็ต้องทำใจรับในสิ่งที่จะตามมาด้วย

และเมื่อคามินได้ยินคำตอบที่แสนจะถูกใจจากปราณันต์แล้ว คนตัวโตก็พุ่งเข้าไปกอดคนตัวเล็กไว้ทันที พร้อมทั้งระดมจูบปากอิ่มอย่างยินดี


จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ~


“ขอบคุณมากนะครับคุณปราณ ขอบคุณมากนะครับที่ให้โอกาสผม”

ซึ่งคนตัวเล็กเองก็ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าที่กำลังแดงให้คามินอย่างเขินอาย ก่อนที่จะขอตัวเลี่ยงไปหาเด็กๆ ที่นั่งอยู่ไม่ไกลออกไป น่าจะเพราะกำลังทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะแสดงออกยังไง เมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนกันหมาดๆ

.

.

.

และหลังจากจัดการขนของทั้งหมดขึ้นรถเพื่อเตรียมกลับ คามินและปราณันต์ก็พากันจับจูงเด็กแฝดทั้งสองออกมาจากบ้านพักชั่วคราว โดยที่เจ้าหนูน้อยทั้งสองยังคงเจื้อยแจ้วไม่หยุด น่าจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ได้พักผ่อนกันเต็มที่แล้ว

“ปุณณ์กับปัณณ์ชอบที่นี่ไหมครับ” คามินถามขึ้นตอนที่กำลังอุ้มปัณณธร และมืออีกข้างก็จูงปุณณกันต์เดินไปที่รถ ส่วนปราณันต์คนพี่นั้นกำลังตรวจตราความเรียบร้อยว่ามีการหลงลืมอะไรหรือเปล่า อยู่รอบๆ ที่พัก ก่อนจะวิ่งตามออกมา เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

“ชอบครับ ปัณณ์ชอบ ไว้วันหลังพี่ครามพามาอีกได้ไหมครับ” และทันทีที่พูดจบประโยค เจ้าตัวน้อยก็ใช้มือเล็กๆ ตะปบลงบนปากอิ่มจิ้มลิ้มของตัวเองทันควัน ราวกับนึกขึ้นได้ว่าได้พูดบางอย่างที่ไม่สมควรออกไป

“เป็นอะไรไปครับปัณณ์” คามินถามขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อเห็นท่าทีแบบนั้นของฝาแฝดคนน้อง

“ปัณณ์ไม่น่าพูดแบบนั้นเลย พี่ปราณเคยบอกไว้ว่าไม่ให้รบกวนพี่คราม พาไปนั่นไปนี่” เด็กน้อยช่างเจรจาพูดหน้าเศร้า เขาลืมไปได้ยังไงกันนะ พี่ปราณสั่งไว้อย่างดี ว่าไม่ให้รบกวนพี่ครามถ้าไม่จำเป็น

คามินมองเจ้าตัวน้อยพลางอมยิ้มให้อย่างเอ็นดู พร้อมกับยื่นมือใหญ่ไปลูบศีรษะกลมๆ เล็กๆ ของเจ้าหนูอย่างแผ่วเบา

“ไม่เป็นไรนะครับ ถ้าปัณณ์อยากได้อะไร บอกพี่ครามได้ ให้คิดซะว่าพี่ครามเป็นพี่ชายของหนูๆ เหมือนที่พี่ปราณเป็น” ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะหันไปหาปุณณกันต์ที่ ยืนอยู่ข้างๆ ด้วย “ปุณณ์เองก็เหมือนกัน อยากได้อะไร อยากทำอะไร อยากไปไหน หนูบอกพี่ครามนะ ต่อไปนี้พี่ครามจะเข้ามาช่วยพี่ปราณดูแลหนูทั้งคู่เอง พี่จะทำให้ทั้งสามคนมีความสุข พี่ปราณจะได้ไม่เหนื่อยมากเหมือนที่ผ่านมาด้วย โอเคไหมครับ”

“โอเคครับพี่คราม”

ฝาแฝดทั้งสองยิ้มสว่างสดใสตอบรับคำพูดอย่างน่าเอ็นดูและอย่างยินดีเมื่อได้ยินคามินพูดแบบนั้น ปราณันต์เอง ที่เดินตามมาห่างๆ ก็ได้ยินทุกคำพูดของคามินเช่นกัน พาลให้หัวใจดวงน้อยๆ รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มบางๆ เมื่อยามมองแผ่นหลังกว้างตรงหน้า พลางคิดอย่างมีความสุขว่า


‘ความรู้สึกของการถูกดูแลและเอาใจใส่ มันดีแบบนี้นี่เอง คุณคราม ผมขอบคุณคุณมากนะครับ’

.

.

.

ระหว่างทางที่ขับรถกลับมาเรื่อยๆ ฝาแฝดทั้งสองยังคงเจื้อยแจ้วไม่หยุด จะมีเงียบหรือหยุดพักไม่กี่ครั้งบางจังหวะ ซึ่งจังหวะส่วนใหญ่ที่ว่าคือจังหวะที่ขนมอยู่ในปากของเด็กทั้งคู่ คามินกับปราณันต์เหลือบมองไปที่เบาะหลังเป็นระยะๆ เพื่อตรวจดูว่าเด็กๆ ยังนั่งกันอยู่ในคาร์ซีทเรียบร้อยดีไหม

และบางคราวผู้ใหญ่ด้านหน้าทั้งสองก็แอบมองและสบตาซึ่งกันและกันอยู่บ่อยครั้ง สายตาของคนทั้งคู่ ต่างตกอยู่ในห้วงแห่งความรักและความหลงใหลกันจนปิดไม่ปิด บางทีที่ถนนโล่งๆ คามินก็จะขับรถช้าลง และเอื้อมมือข้างที่ไม่ได้บังคับพวงมาลัย มากุมมือปราณันต์ไว้หลวมๆ ซึ่งการกระทำดังกล่าว สามารถรียกรอยยิ้มเขินอายจากริมฝีปากอิ่มได้เป็นอย่างดี

“คิกคิกคิก พี่ปุณณ์เห็นไหม พี่ครามจับมือพี่ปราณด้วยแหละ”

“เห็นๆ เห็นเหมือนกันเลยปัณณ์ พี่ปราณก็จับมือพี่ครามด้วย คิคิคิ”

“ใช่ๆ เมื่อกี้พี่ครามยื่นมือไปลูบแก้มพี่ปราณด้วย” มือน้อยๆ ของปัณณธร ยื่นไปลูบที่แก้มของฝาแฝดคนพี่ ราวกับอยากจะสาธิตให้ดู “แบบนี้ๆ เลย แบบที่พี่ปราณชอบทำกับพวกเราอ่ะ คิก”

“คิกคิกคิก แบบนี้ก็จั๊กจี้เลยนะปัณณ์”

เจ้าฝาแฝดทั้งสองพูดคุยกระซิบกระซาบนินทาพี่ชายตัวเองรวมทั้งหัวเราะคิกคักกันอยู่ที่เบาะหลัง โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่า พี่ครามกับพี่ปราณที่เจ้าตัวแสบทั้งคู่กำลังพูดถึงที่นั่งอยู่เบาะหน้าได้ยินหมดแล้วทุกประโยค

คามินอดขำกับคำพูดคำจาของเจ้าเด็กแสบไม่ได้ ปราณันต์เองก็เช่นกัน แต่ถึงแม้จะตลกและน่ารักแค่ไหน ในฐานะพี่ชายเขาก็ต้องปรามๆ เจ้าหนูทั้งคู่เสียหน่อย เพื่อไม่ให้สนุกกันเกินเหตุ

“อะแฮ่มๆ พี่ปราณได้ยินนะ เดี๋ยวเถอะเจ้าเด็กแสบ แก่แดดกันใหญ่แล้วนะเรา”

พอได้ยินเสียงพี่ชายปราม ฝาแฝดทั้งคู่ก็เอามือปิดปากตัวเองเสียสนิท แต่ก็ยังไม่วายมีเสียงหัวเราะคิกคัก หลุดออกมาอยู่ดี

คามินที่พอได้ยินเสียงใสๆ ของเจ้าหนูหัวเราะออกมาแบบนั้น เขาเองก็อดหัวเราะตามออกมาไม่ได้เหมือนกัน และตัวปราณันต์เองที่เก๊กดุอยู่ไม่ได้ไม่นาน พอได้ยินเสียงหัวเราะของทุกคน ก็ทำให้เขาหลุดขำตามด้วยในที่สุด

“ฮ่าๆๆๆๆ”

แล้วในรถของคามินก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ ดังลั่นไปทั่วทั้งคัน

.

.

.

(อ่านต่อด้านล่าง)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-01-2021 19:38:06 โดย Gade_ka »

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
(อ่านต่อจากด้านบน)


หลังจากขับรถไปหัวเราะไปกันได้ไม่นาน ปราณันต์ก็เริ่มเข้าโหมดจริงจัง เพราะตอนนี้ก็เริ่มจะดึกแล้ว และอีกไม่นานคามินก็คงจะขับรถถึงอพาร์ทเม้นท์เขาในไม่ช้า แต่ก็เขากับคนตัวโตก็ยังไม่ได้เริ่มคุยกันเรื่องย้ายของๆ คามินเข้าอพาร์ทเม้นท์เสียที

“ตกลงพรุ่งนี้คุณจะย้ายของเข้าอพาร์ทเม้นท์ยังไงหรอครับ” ปราณันต์เริ่มเปิดฉากถามขึ้น หลังจากเห็นว่าเบาะด้านหลังเริ่มเงียบเสียงไปแล้ว สงสัยเจ้าตัวแสบของเขาคงกำลังหาอะไรกินกันอยู่

“ผมจ้างรถให้มาขนของแล้วครับ ตอนเช้ารถจะมาที่ที่อยู่เก่าผม แล้วก็จะขนของมาที่อพาร์ทเม้นท์คุณช่วงสายๆ น่ะครับ”

คามินตอบเสียงใสอย่างอารมณ์ดี แค่คิดว่าจะได้ไปอยู่ใกล้ครอบครัวของอีกฝ่าย เขาก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

“แล้วผมพอจะช่วยอะไรคุณครามได้บ้างครับ” ปราณันต์เอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น ขอให้เขาได้ช่วยหยิบช่วยจับสักนิดก็ยังดี จะได้รู้สึกว่าตัวเองพอเป็นประโยชน์กับคนตรงข้ามบ้าง

“เอาเป็นว่าผมรบกวนให้คุณปราณช่วยผมจัดห้องแล้วกันนะครับ หลังจากขนของเข้ามาแล้ว คุณปราณช่วยออกแบบทีว่าจะเอาอะไรไว้ตรงไหน คงต้องให้นักออกแบบฝีมือฉมังช่วยผมแล้วล่ะ”

คามินพูดยิ้มๆ อ้อนๆ ใส่ปราณันต์ ตัวปราณันต์เองก็ยิ้มเอียงอาย พร้อมกับถ่อมตัวตอบกลับคามินไป

“ผมก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกครับ พอมีความรู้บ้างนิดหน่อย ไม่แน่ใจว่าฝีมือการจัดห้องของผมจะถูกใจคุณรึป่าวก็ไม่รู้”

“ถูกใจสิครับ จัดแบบที่คุณปราณชอบเลยนะ” คามินพูดตอบยิ้มๆ

“ไม่ได้หรอกครับ นี่ห้องคุณนะจะจัดตามใจผมชอบได้ยังไง” ปราณันต์แย้งงงๆ จู่ๆ คามินจะมาตามใจเขาได้ยังไงกัน

“ได้สิครับ ก็ห้องนี้ผมมาอยู่เพื่อคุณปราณแล้วก็ฝาแฝดนิ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้คุณปราณมีส่วนร่วมกับห้องนี้ ยังไงซะเราก็ต้องแชร์กันอยู่อยู่แล้ว ผมเลยอยากให้คุณปราณจัด จัดแบบที่คุณปราณชอบไงครับ”

คำหวานที่ถูกส่งผ่านปากหยัก ทำเอาปราณันต์อายม้วนจนไปแทบไม่เป็น คำพูดเมื่อกี้ของคามิน ไม่ต่างจากการขอให้ปราณันต์มาอยู่ด้วยกันเลยสักนิด

“เอาเป็นว่าผมจะช่วยทำออกมาให้ดีที่สุดแล้วกันนะครับ ตอบแทนที่คุณจะช่วยผมดูแลเจ้าตัวแสบทั้งสอง”

ปราณันต์ตอบรับแบบแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ท่าทางที่แสดงออกนั้น คามินมองปราดเดียวก็ดูออกว่าคนตัวเล็กกำลังโอนอ่อนและประทับใจกับสิ่งที่เขาร้องขอมากขนาดไหน

“ผมแล้วแต่คุณปราณเลยครับ” คามินตอบกลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนจะแกล้งหันกลับไปถามเด็กๆ ที่กำลังง่วนอยู่กับของกินที่เบาะด้านหลัง “ว่าแต่พรุ่งนี้ฝาแฝดของพี่คราม จะช่วยพี่ครามกับพี่ปราณจัดห้องใหม่รึป่าวนะ ห้องที่อยู่ข้างๆ ฝาแฝดเลยเนี่ย”

เจ้าตัวยุ่งทั้งสองกระวีกระวาดหันมาหา เลิกสนใจขนมที่อยู่ตรงหน้าทันที เมื่อได้ยินว่าพรุ่งนี้พี่ครามจะย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ แล้ว

“พรุ่งนี้พี่ครามจะมาอยู่กับปุณณ์และปัณณ์แล้วใช่ไหมครับ” ปุณณกันต์น้อยถามออกมาอย่างตื่นเต้น นี่ถ้าไม่ติดว่านั่งคาร์ซีทอยู่คงได้กระโดดมานั่งเบาะหน้าด้วยแล้ว

“ใช่ครับ พรุ่งนี้เด็กๆ จะมาช่วยพี่ครามจัดห้องด้วยใช่ไหม” คามินถามเด็กๆ ด้วยริมฝีปากแต้มรอยยิ้ม ยิ่งเมื่อเขาได้เห็นว่าเจ้าหนูทั้งสองตื่นเต้นมากแค่ไหน เขาก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น

“ช่วยครับช่วย เดี๋ยวพี่ปุณณ์กับปัณณ์จะจัดห้องให้พี่ครามอย่างดีเลย พี่ครามไม่ต้องเป็นห่วงนะ” ปัณณธรน้อยรีบเสนอตัว และด้วยถ้อยคำน่ารักๆ และไร้เดียงสานั้น ก็เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ทั้งสองได้เป็นอย่างดี

“โอเคๆ งั้นพรุ่งนี้เราสี่คนมาช่วยแต่งห้องใหม่ให้พี่ครามกันนะ” คามินพูดพลางหันไปทำสายตาเจ้าชู้ใส่คนตัวเล็กข้างๆ “ยังไงซะห้องนี้ก็เป็นเหมือนห้องของพวกเรา พี่ครามย้ายมาอยู่ที่นี่ก็หวังเพื่อให้เราได้อยู่ใกล้ๆ กัน”

เมื่อปราณันต์ได้ยินถ้อยคำที่คนตัวโตพูดออกมาบวกกับสายตาวาววับที่คนตรงข้ามส่งมาให้ แก้มนวลทั้งสองข้างของคนตัวเล็ก ก็ขึ้นสีแดงอย่างน่าเอ็นดู

คามินได้แต่ลอบยิ้มเบาๆ ในใจเมื่อเห็นท่าทางของปราณันต์ ทุกอย่างดูง่ายดายและลงล็อคไปเสียหมด อีกไม่นาน สิ่งที่เขาต้องการก็น่าที่จะได้มาไม่ยากอีกต่อไป

.

.

.

กว่าที่คามินจะขับรถมาถึงอพาร์ทเม้นท์ปราณันต์ก็ล่วงเข้าเวลาดึกมากแล้ว เจ้าตัวแสบทั้งสองกำลังหลับสนิท ท่าทางจะตื่นยาก ปราณันต์กับคามินเลยต้องอุ้มพาเจ้าหนูทั้งสองมาวางบนเตียงนอนเหมือนทุกครั้ง ครั้งนี้จะต่างกันนิดหน่อยก็ตรงปราณันต์เริ่มบ่นแล้ว เพราะตั้งแต่เขาและฝาแฝดเริ่มรู้จักคามิน ก็ดูเหมือนกับว่าฝาแฝดจะได้ออกไปเที่ยวตะลอนๆ เกือบทุกเสาร์อาทิตย์ และจบลงด้วยการอุ้มเจ้าตัวแสบที่หลับคอพับคออ่อน มาวางบนเตียงแบบนี้ตลอด

“อาทิตย์หน้าไม่เอาแบบนี้แล้วนะครับ ฝาแฝดสลบไสลมาแบบนี้ตลอดเลย น้ำท่าก็ไม่ค่อยได้อาบ ได้แต่เช็ดตัวแก้ขัดไปก่อนตลอดเลย”

“โถ่ ไม่เอาสิครับ” คามินเริ่มอ้อน คนตัวโตเดินเข้ามากอดปราณันต์ไว้หลวมๆ ไม่ใช่คนตัวเล็กจะไม่รู้สึก เพราะดูเหมือนกับว่าตั้งแต่ตกปากรับคำเป็นแฟนกัน คามินจะถึงเนื้อถึงตัวเขาบ่อยเหลือเกิน เอะอะกอด เอะอะโอบ

“เดี๋ยวอาทิตย์หน้า ถ้าเราไปเที่ยวกัน ผมสัญญานะว่าจะพาคุณปราณกับฝาแฝด กลับบ้านไม่ดึก” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเอาใจ “ปล่อยให้เด็กๆ ไปเปิดหูเปิดตาบ้างเถอะครับ พวกแกไม่เคยงอแงจะเอานั่น เอานี่เลย คุณปราณก็เห็น”

ปราณันต์ถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน คามินก็ยังคงเป็นคามินที่พร้อมจะตามใจฝาแฝดในทุกเรื่องจริงๆ

“ผมไม่อยากให้เด็กๆ เคยตัว ถ้าออกบ้านทุกอาทิตย์แบบนี้ อีกหน่อยต้องร้องขอให้คุณพาไปบ่อยเแน่ๆ”

ปราณันต์พูดอย่างเอาจริงเอาจังและเป็นการเป็นงาน แต่ดูเหมือนว่าคามินจะไม่ได้ร่วมซีเรียสกับเขาไปด้วยเลย เพราะตอนนี้วงแขนแข็งแรงของคนตัวโต ยังไม่คลายออกจากเอวบาง แถมหนำซ้ำจมูกโด่งเป็นสันยังคงคลอเคลียอยู่ที่แก้มใสของปราณันต์ไม่ห่างอีกต่างหาก

“อืม... งั้นเราจะทำยังไงดีล่ะครับ” คามินดันตัวออก พลางถามเสียงสดใส แต่มือใหญ่ยังคงเกาะอยู่ที่เอวบางไม่ปล่อย

“เสาร์อาทิตย์หน้า เด็กๆ ต้องอยู่กับบ้านอ่านหนังสือวันนึงครับ ส่วนอีกวันผมให้ฟรีสไตล์ คุณจะพาปุณณ์กับปัณณ์ ไปเดินเล่น ออกกกำลังกายอะไรก็ได้ แบบนี้ดีกว่าไหมครับ”

คามินมองหน้าปราณันต์ด้วยสายตาคมเป็นประกาย ก่อนจะฉกจมูกลงบนแก้มนิ่มของคนตรงข้ามอย่างนึกมันเขี้ยว

“น่ารัก” แทนที่จะตอบคำถามของปราณันต์ คามินกลับพูดไปอีกทาง ทำเอาปราณันต์ถึงกับไปไม่เป็น

“คุณนี่..” ปราณันต์ดันตัวคามินออกอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะออกปากต่อว่า “ฟังผมบ้างไหมเนี่ย”

“ฟังสิครับ ฮ่าๆ” คามินกระชับอ้อมกอดอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มอย่างเอาใจ “คุณปราณว่ายังไง ผมก็ว่าตามหมดครับ... ที่รัก”

และยิ่งเมื่อได้ยินคามินเรียกตัวเองด้วยสรรรพนามแบบนั้ย ปราณันต์ยิ่งเขินหนัก จนไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายเลยต้องเอ่ยปากไล่ ให้คนตัวโตกลับบ้าน

“กลับไปได้แล้วครับดึกแล้ว” มือเล็กๆ พยายามดันอกหนาของคนตรงข้ามออก แต่ดูเหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์ เพราะร่างกายของคามินแทบไม่ขยับเลย

คามินจับข้อมือเล็กๆ ของปราณันต์ไว้แน่น ก่อนจะดึงรั้งคนตัวเล็กให้เข้ามาใกล้ชิดกับตัวเองมากกว่าเดิม

“กู๊ดไนท์คิสล่ะครับคนดี” คามินทวงถามตาใส พลางจ้องปราณันต์ด้วยสายตาหวานหยดเยิ้มยิ่งกว่าเก่า

“ไม่เอาแล้วครับ กลับได้แล้ว พรุ่งนี้คุณต้องตื่นแต่เช้านะ” ปราณันต์พยายามตะล่อมให้คามินยอมกลับ แต่ดูเหมือนว่าจะสูญเปล่า เพราะคามินเอาแต่กอดเขาไว้ ไม่ยอมปล่อยท่าเดียว

“เราเป็นแฟนกันแล้วนะครับ แค่จูบเดียวนะครับ นะ นะ” คามินยังคงเดินหน้าออดอ้อน และคาดว่าอีกไม่นานปราณันต์ต้องใจอ่อนแน่ๆ

ปราณันต์เหลือบมองไปทางเตียงนอนของฝาแฝด เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวแสบทั้งสองยังคงหลับสนิท ปราณันต์จึงตัดสินใจ ขยับใบหน้าตัวเองให้เข้าใกล้คนตรงข้ามอีกนิด

แต่ก่อนที่ใบหน้านวลใสจะโน้มเข้าไปใกล้ใบหน้าคมคายของคนตรงข้าม ก็กลับกลายเป็นว่าคามินละมือข้างหนึ่งออกจากเอวบาง แล้วเอื้อมมาล็อคท้ายทอยของปราณันต์ไว้แทน ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะฉกปิดทาบทับลงมาบนริมฝีปากอิ่ม คนตัวโตบดเบียด เม้มคลึง ลงบนริมฝีปากสีแดงสดอย่างหลงใหล ริมฝีปากที่เขาได้ลิ้มรสมากแค่ไหนก็ไม่มีวันเบื่อ คามินดูดเม้ม และไล้เลียลิ้นไปตามร่องปากอิ่มอย่างร้องขอ ขอในสิ่งที่ปราณันต์เองรู้ดีว่ามันคืออะไร

คนตัวเล็กยอมเผยอริมฝีปากขึ้น เพื่อให้ร่างสูงได้ส่งเรียวลิ้นชื้นเข้ามาสำรวจในโพรงปาก ทั้งสองปรับขยับใบหน้าตัวเองให้ได้องศาในการสอดรับกันมากขึ้น เรียวลิ้นสากพยายามเข้าเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กๆ ของปราณันต์ที่ขยับหนีไปมาอย่างไร้เดียงสา ยิ่งทำให้สัญชาติญาณนักล่าของคนตรงข้ามยิ่งลุกฮือ

คามินกวาดต้อนเลาะเล็มตักตวงความหอมหวานจากริมฝีปากของปราณันต์อย่างไม่รู้จักพอ แต่ยิ่งคามินบดจูบปราณันต์อย่างร้อนแรงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมือนช่วงชิงลมหายใจของปราณันต์หนักมากขึ้นเท่านั้น จนสุดท้ายคนตัวเล็กก็ทนไม่ไหว ต้องทุบมือลงบนไหล่หนาเบาๆ เพื่อเป็นการประท้วงว่าตนเองหายใจไม่ทันแล้ว

ร่างสูงถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย เขายังอยากจูบปราณันต์มากกว่านี้ และยิ่งเมื่อถอนริมฝีปากออก ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่าริมฝีปากของคนตัวเล็กบวมเจ่อขึ้นอย่างชัดเจน ยิ่งทำให้คามินรู้สึกไม่พอ อยากจะรังแกและบดจูบให้ริมฝีปากสีสดนี้บวมช้ำยิ่งกว่าเดิม

และเหมือนปราณันต์จะรู้ คนตัวเล็กรีบใช้มือดันหน้าอกคนตรงข้ามไว้ ก่อนเอ่ยห้ามอย่างจริงจัง

“พอแล้วครับ ไหนว่าจูบเดียวไง” เสียงหวานเอ่ยขอ มันติดจะหอบๆ นิดหน่อย น่าจะเป็นเอฟเฟ็กต์มาจากจูบก่อนหน้านี้

คามินต้องห้ามใจตัวเองไม่ให้ตะโบมจูบลงไปบนปากอิ่มนั่นซ้ำๆ ด้วยเพราะไม่อยากให้ปราณันต์ตื่นกลัวและสงสัย ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป และเขาต้องหักห้ามใจตัวเองให้ได้ด้วยเช่นกัน

“กลับก็ได้ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะครับคุณแฟน” คามินเอ่ยเสียงเย้าๆ เรียกรอยยิ้มให้ปรากฎบนปากอิ่มได้อย่างน่ามอง

“ขับรถดีๆ นะครับ ไว้เจอกันพรุ่งนี้” ปราณันต์ตอบรับอย่างเอียงอาย ก่อนจะเดินไปส่งคามินที่ลิฟต์

และกว่าคนตัวโตจะยอมลงไปได้ ก็อ้อยอิ่งอยู่นาน

“ฝันดีนะครับ... ผมไม่อยากกลับเลย” เสียงทุ้มยังคงออดอ้อน ท่าทางของคามินเหมือนพวกที่เพิ่งเริ่มมีความรักใหม่ๆ จะว่าต้องทำก็ไม่ใช่ อยากทำก็ไม่เชิง

อาจจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ของเขากับหลินฟ่านปิง เป็นอะไรที่ต้องเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่ต้น อารมณ์หวือหวา อารมณ์ที่เหมือนตกอยู่ในห้วงรักสีชมพูมันเลยไม่เคยเกิดขึ้น แต่กับปราณันต์ ถึงแม้มันจะเป็นแผน แต่มันก็เป็นการดำเนินความสัมพันธ์ไปตามครรลองที่ควรจะเป็น ซึ่งคามินก็อดปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็น่าตื่นเต้นไม่น้อยอยู่เหมือนกัน

“กลับได้แล้วครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว อดทนหน่อยนะ” ปราณันต์แกล้งเอ่ยเสียงเย้าแหย่กลับ ทำเอาคามินอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ด้วยไม่คิดว่าปราณันต์จะมีมุมแบบนี้

“ครับ ครับ ผมกลับแล้วนะครับ แล้วพรุ่งนี้ไว้เจอกันนะ”

คามินค่อยๆ เดินเข้าไปในลิฟต์ ก่อนที่ลิฟต์จะปิดลงช้าๆ และถึงแม้ประตูลิฟต์จะปิดลงไปแล้ว แต่รอยยิ้มบางๆ ของคนทั้งคู่ยังไม่ได้เลือนหายจากมุมปากไปเลยแม้แต่น้อย และถึงแม้มันจะเป็นแค่เกม แต่คามินก็อดยอมรับกับตัวเองลึกๆ ไม่ได้ว่า เขาเองรู้สึกดีไม่น้อยกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่กับปราณันต์ตอนนี้ ส่วนปราณันต์นั้นน่าจะยิ่งกว่า คนตัวเล็กเหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงรัก ที่ไม่รู้จะถอนตัวขึ้นยังไงดี

.

.

.

เช้าวันต่อมา คามินให้แทนคุณจัดการหารถมาขนของบางส่วนจากคอนโดหรูหรากลางกรุงของตน ไปยังอพาร์ทเม้นท์ของปราณันต์ คามินไม่มีปัญหาเรื่องการที่ต้องอาศัยอยู่ในที่พักที่คับแคบ เพราะสมัยที่เขาอยู่เมืองนอก เขาเองก็ใช้ชีวิตที่ค่อนข้างลำบากมาหลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นการย้ายมาใช้ชีวิตอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์กลางเก่ากลางใหม่ที่เดียวกับปราณันต์นั้น ถือเป็นความลำบากเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับที่เขาเคยเจอ

และเมื่อให้คนทยอยขนของขึ้นมาไว้บนห้องพัก คามินก็ได้เจอกับร่างบางที่ยืนรอเขาอยู่กับฝาแฝดตัวน้อยทั้งสอง ที่ตอนนี้ดูดีดดิ้นอารมณ์ดีเหลือเกิน ที่จะได้ออกแรงช่วยพี่ครามกับพี่ปราณแต่งห้องใหม่ไปพร้อมๆ กัน

“ว่าไงครับเด็กๆ รอนานไหม” คามินทักขึ้นเมื่อเดินมาถึง และเห็นว่าทั้งสามยืนรออยู่หน้าห้อง “แล้วทำไมไม่เข้าไปล่ะครับ มายืนคอยให้เมื่อยทำไม”

“ผมกลัวว่าคุณจะไม่สะดวกใจ ยังไงห้องนี้ก็ห้องคุณ” ปราณันต์อ้อมแอ้มตอบ

“บอกแล้วไงครับ ว่าห้องผมก็เหมือนห้องคุณ ผมย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะอยากอยู่ใกล้คุณนะครับคุณปราณ” คามินแกล้งพูดปรามเสียงเข้ม เพื่อที่ว่าวันหลังปราณันต์จะได้ไม่ต้องมาเกรงใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้อีก

ปราณันต์พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้เมื่อได้ยินคามินพูดแบบนั้น แต่ในใจลึกๆ ปราณันต์เองก็ยังคงยืนยันเสียงแข็งในใจตัวเองอยู่ดี ว่ายังไงเขาก็จะไม่รบกวนคามินทั้งที่ไม่จำเป็นเด็ดขาด

และหลังจากที่ของทุกอย่างทยอยขนขึ้นมาหมด ความวุ่นวายขนาดย่อมก็เกิดขึ้นทันที ฝาแฝดตัวป่วนช่วยกันจับนั่น หยิบนี่วุ่นวายไปหมด จนสุดท้ายปราณันต์ต้องปรามให้นั่งเฉยๆ

“ปุณณ์ ปัณณ์ครับ นั่งลงดีๆ ก่อน เดี๋ยวถ้าพี่ปราณจะให้ช่วย พี่ปราณจะบอกนะ” ปราณันต์พูดเสียงนิ่งๆ ไม่ได้ดุกระโชกโฮกฮากหรือโวยวายอะไร แต่กลับทำให้ฝาแฝดนิ่งลงได้ชะงัด คามินที่เห็นแบบนั้นก็อดขำขึ้นมาไม่ได้

เจ้าสองแฝดนั่งนิ่ง จะมีบ้างก็ตอนที่ปราณันต์เรียกให้หยิบนั่นจับนี่ เด็กๆ ก็จะดูดี๊ด๊าขึ้นมาหน่อย คามินลอบสังเกตปราณันต์เงียบๆ ความสามารถในการจัดห้องของคนตัวเล็กไม่ธรรมดาเลย ปราณันต์สามารถจัดการให้ข้าวของที่วางระเกะระกะให้เป็นระเบียบได้โดยผ่านการกวาดตามองไม่กี่ที ความคิดและไอเดียสร้างสรรค์ในการหยิบโต๊ะ ตู้ เตียงมาแมทช์กันเป็นไปอย่างมีสไตล์ คามินอดทึ่งไม่ได้ ถึงความสามารถที่ปราณันต์มี ไม่ผิดหวังเลยที่เลือกเอาเด็กน้อยคนนี้เข้าทีมโปรเจ็ค เขาเชื่อว่าปราณันต์จะเป็นกำลังสำคัญที่จะผลักดันให้งานในทีมประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

หลังจากเวลาแห่งความวุ่ยวายผ่านพ้นไป การจัดตกแต่งห้องของคามินก็ประสบความสำเร็จลงด้วยดี เจ้าแฝดทั้งสองตอนนี้กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนเตียงของคามินอย่างสนุกสนาน พอปราณันต์กำลังจะปราม คนตัวโตก็เข้ามาห้ามไว้ก่อน

“อย่าไปดุพวกแกเลยครับ ปล่อยไปเถอะ ยังไงเตียงนี้ผมก็ทำไว้ให้พวกเด็กๆ นอนอยู่แล้ว”

ปราณันต์เองพอได้ยินคามินปรามก็ส่ายหัวปลงๆ พลางมองไปยังเด็กๆ ด้วยสายตารักใคร่ปนเอ็นดู พอเขาได้เห็นเด็กๆ ในมุมผ่อนคลายแบบนี้ ก็รู้สึกว่าทุกอย่างมันเบาสบายขึ้นมาทันตาทันที

“พี่ปราณครับๆ พรุ่งนี้ปุณณ์กับปัณณ์ต้องไปโรงเรียนใช่ไหมครับ” จู่ๆ เด็กๆ ก็กระโจนลงมาเตียง ถลามาหาเขาและคามินที่กำลังนั่งอยู่กลางห้อง

“ใช่ครับปุณณ์ มีอะไรหรอ” ปราณันต์ถามขึ้นงงๆ

“แล้วตอนเย็น...” ปุณณกันต์ลากเสียงอย่างไม่แน่ใจ ปราณันต์เข้าใจโดยทันทีว่าเด็กๆ อยากรู้อะไร สงสัยจะกังวล กลัวว่าจะไม่ได้กลับบ้านหลังเลิกเรียนนี่เอง

“พรุ่งนี้ตอนเย็นๆ ไม่พี่ก็พี่ครามจะป็นคนไปรับฝาแฝดนะครับ หนูไม่ต้องกังวลนะ” พอสิ้นคำของปราณันต์ เด็กๆ ก็กระโดดร้องไชโยอย่างยินดี

“แต่... กลับมาต้องทำการบ้านและอ่านหนังสือให้เรียบร้อยนะ ห้ามเหลวไหล โอเคไหมครับ” ปราณันต์รีบเอ่ยปากเตือนไว้ก่อน แต่เด็กๆ ก็รับคำ พลางยิ้มน่ารักส่งให้พี่ชายตนโต

“ได้ครับ เราสองคนจะอาบน้ำ ทำการบ้าน อ่านหนังสือให้เรียบร้อยเลย แต่...” ดูเหมือนกับว่า เจ้าตัวน้อยคนน้องจะมีข้อแลกเปลี่ยนกับพี่ชายตนเองอยู่เหมือนกัน

“แต่อะไรครับ” ปราณันต์อดถามขึ้นมาไม่ได้

“พี่ครามกับพี่ปราณต้องอ่านนิทานให้เราสองคนฟังก่อนนอนด้วยนะ” ปัณณธรพูดโต้ตอบออกมาอย่างน่ารัก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าปราณันต์เองจะไม่ดูแปลกใจเท่าไหร่ คนที่แปลกใจเหมือนจะเป็นคามินมากกว่า

“พ..พี่คราม ด้วยหรอ” คามินถามเหวอๆ เขาไม่เคยเตรียมใจที่จะมาอ่านนิทานให้ใครฟังเสียหน่อย

“อื้ม! พี่ครามด้วย ห้ามขี้โกงปัณณ์นะ” เจ้าตัวแสบโวยวายไม่ยอมเสียงดังลั่น ทำเอาปราณันต์หลุดหัวเราะออกมาเต็มเสียง

“โชคดีนะครับคุณคราม” ปราณันต์เอ่ยเสียงเย้าๆ ตอนที่เห็นคามินทำหน้าปูเลี่ยนๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองต้องอ่านนิทานให้เด็กๆ ฟัง ปราณันต์หัวเราะจนเหนื่อย แต่สุดท้ายก็ให้กำลังใจคนตัวโตไป

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับ อ่านไปสองสามหน้าเดี๋ยวเด็กๆ ก็หลับแล้ว ไม่ต้องเครียดๆ”

คามินพยักหน้าอย่างเบาใจขึ้น ทั้งสี่คนคุยเล่นกันอีกสักพักก็ไปทำอะไรง่ายๆ กิน จนถึงเวลาเย็นที่ปราณันต์และเด็กๆ ต้องกลับห้องตัวเอง ส่วนคามินเองก็ต้องทำความสะอาดห้องตัวเองด้วย ผู้ใหญ่ทั้งสองจึงตัดสินใจร่ำลากันตั้งแต่ตอนนี้

“ผมกลับห้องก่อนนะครับ พรุ่งนี้เด็กๆ ต้องไปโรงเรียนด้วย” ปราณันต์กล่าวขึ้น

“ได้ครับ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปกินข้าวเช้าด้วยนะ” คามินพูดอ้อน ทำเอาปราณันต์ไปไม่เป็น

“แล้วแต่คุณสิครับ” คนตัวเล็กตอบอายๆ แต่ก่อนที่ปราณันต์จะเบี่ยงตัวพาเด็กๆ ออกจากห้อง คามินก็รั้งแขนเรียวไว้ก่อน

“อย่าเพิ่งไปครับคุณปราณ”

ปราณันต์หันมามองงงๆ เมื่อเห็นว่าคามินรั้งไม่ให้ตัวเขาเองไป

“มีอะไรรึป่าวครับคุณ”

คามินล้วงอะไรสักอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะเอื้อมมือใหญ่ไปจับมือเล็กของปราณันต์มาแบออก และส่งของในมือให้ พอปราณันต์แบมือออกมาก็เห็นเป็นกุญแจดอกเล็กๆ หนึ่งดอก ใบหน้าสวยหวานเหลือบมองคนตรงข้ามด้วยความแปลกใจ

“อะไรหรอครับ” ปราณันต์ถามขึ้นในที่สุด

“กุญแจห้องผมไงครับ... ของคุณ” ปากหยักยกยิ้มหวานส่งให้คนตัวเล็ก ทำเอาปราณันต์อดหน้าร้อนขึ้นมาไม่ได้

“ให้ผมทำไมครับ” ปราณันต์ก็ทำเป็นเลี่ยงถามไม่รู้ไม่ชี้

“ของคุณไง ห้องผมก็เหมือนห้องคุณ ผมให้คุณครับ” คามินทำพูดเสียงเจ้าชู้ใส่ สุดท้ายปราณันต์ทนเขินไม่ไหว เลยต้องยอมรับไป แต่ก็แกล้งทำพูดขึงขัง

“ถ้าคุณจะให้ ผมจะยอมรับไว้ก็ได้”

“ครับๆๆ คุณแฟน กรุณารับไว้นะครับ” คามินแกล้งแหย่เสียงกระเซ้า ก่อนที่จะกระตุกข้อมือปราณันต์เข้ามาใกล้ๆ แล้วขโมยหอมแก้มอย่างรวดเร็ว

“อ๊ะ! คุณนี่!” ปราณันต์รีบใช้มือตัวเองตะปบแก้มตัวเองไว้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เจ้าฝาแฝดน้อยที่ได้เห็นภาพเมื่อกี้หัวเราะคิกคักไม่หยุด

“ผมไม่คุยกับคุณแล้ว กลับห้องดีกว่า”

แม้ปากอิ่มจะต่อว่า แต่ก็ยังคงยิ้มกว้างไม่หยุด และถึงแม้ปราณันต์จะหนีมาไกลแล้ว ประโยคที่คามินตะโกนไล่หลังมา ก็ทำให้หัวใจดวงน้อยของปราณันต์เต้นแรงกระหน่ำไม่เลิก

“ผมดีใจนะครับ ที่ได้มาอยู่ใกล้ๆ คุณแบบนี้ ต่อไปนี้ผมสัญญาว่าจะทำให้ทุกวันของคุณมีแต่ความสุข คุณเชื่อใจผมนะ”

ปากอิ่มไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่หันกลับไปยิ้มหวานสดใสให้คนด้านหลัง ยิ้มที่เป็นคำตอบได้อย่างดี ว่าทุกอย่างที่คามินพูดนั้น ปราณันต์เชื่อได้หมดใจ โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เลย

.

.

.

To Be Continue

----------------------------------------------------------

ตอนนี้เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่แน้วววว ทั้งรัก ทั้งหลง ทั้งประทับใจ สงสารน้องมากกก แง้ ><

สำหรับคนที่รอเอาคืน อาจจะรออีกพักใหญ่เลยนะคะ แต่รับรองว่าได้เอาคืนตามต้องประสงค์แน่ 55555555

แล้วยังไงไว้เจอกันตอนหน้าค่า ช่วงนี้ วฟฮ เปิดคอมบ่อย น่าจะมีเวลามาลงให้ติดๆ กันได้ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนะคะ ลงจนจบแน่ เพราะเราเขียนไว้แล้ว แต่อาจต้องรีไรท์ใหม่สักนิด … ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ <3

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1943
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +53/-1

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
ชอบการเลี้ยงความหลอกลวงด้วยความหอมหวานกันเข้าไปเยอะๆ 555 หยอดตลอดดด  :-[ :-[ ข้าวใหม่ปลามันว่างั้น 55555 เด็กๆน่ารัก ตอนนี้ปุณมาขัดจังหวะ ต่อไปต้องเล็งดีๆนะคามิน จะได้ไม่มีใครขัด ฮา ขอบคุณค่ะที่มาต่อยาวๆเลย และสวัสดีปีใหม่นะคะ  :กอด1: :L2: :3123: :L1: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
ชอบการเลี้ยงความหลอกลวงด้วยความหอมหวานกันเข้าไปเยอะๆ 555 หยอดตลอดดด  :-[ :-[ ข้าวใหม่ปลามันว่างั้น 55555 เด็กๆน่ารัก ตอนนี้ปุณมาขัดจังหวะ ต่อไปต้องเล็งดีๆนะคามิน จะได้ไม่มีใครขัด ฮา ขอบคุณค่ะที่มาต่อยาวๆเลย และสวัสดีปีใหม่นะคะ  :กอด1: :L2: :3123: :L1: :pig4: :pig4:

สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่าา ขอบคุณมากๆ นะคะ

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
15th Lies : แนะนำ


หลังจากที่จัดการช่วยคามินขนย้ายข้าวของมาไว้ที่ห้องข้างๆ เสร็จเรียบร้อย เช้านี้ก็ถือเป็นเช้าวันจันทร์วันแรกสำหรับการเริ่มต้นใหม่ของทุกคน


เป็นวันจันทร์แรกที่ฝาแฝดจะได้กลับบ้านหลังโรงเรียนเลิกเหมือนเด็กคนอื่นๆ

เป็นวันจันทร์แรกที่ปราณันต์จะได้ร่วมทำงานกับทีมโปรเจคพิเศษของบริษัท

เป็นวันจันทร์แรกที่คามินย้ายที่อยู่ใหม่ ที่อยู่ที่ถึงแม้จะไม่ได้สะดวกสบายเท่าคอนโดหรู แต่การได้อยู่ใกล้ๆ กับปราณันต์และฝาแฝดก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างคุ้มอยู่ไม่น้อย

และเป็นวันจันทร์แรกสำหรับสถานะใหม่ของคามินและปราณันต์... สถานะของคนรัก สถานะของคนที่เป็นแฟนกัน


.

.

.

วันนี้คามินตื่นเช้าเป็นพิเศษ อาจจะเพราะไม่คุ้นที่ก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญกว่าน่าจะเป็นความรู้สึกแปลกใหม่ ที่ทำให้คนหัวใจด้านชาอย่างคามินตื่นเต้นไม่น้อย


‘เช้าที่ได้เห็นใบหน้าสวยหวานของปราณันต์เป็นคนแรกนี่ จะเป็นยังไงกันนะ’


เป็นคำถามเขาคิดแล้วก็ได้แต่อมยิ้มในใจ ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อหาคำตอบจากห้องที่อยู่ข้างๆ ถัดไปไม่ไกลนี่เอง

ทางฟากของห้องข้างๆ ก็ป่วนเป็นปกติเหมือนทุกเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา สงครามระหว่างฝาแฝดและชุดนักเรียนไม่เคยสงบลงง่ายๆ ปราณันต์ยังคงถอนใจอย่างปลงตกก่อนจะต้องเข้าไปช่วยสงบสงคราม ก่อนที่จะพากันสายยกครอบครัวแบบนี้

“พี่ปราณครับ! พี่ครามล่ะครับ?” ปุณณกันต์ที่ตอนนี้แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารตั้งคำถามขึ้น พลางชะเง้อคอมองหาคามินให้วุ่น

“พี่ครามก็อยู่ห้องข้างๆ เราไงครับ เดี๋ยวแต่งตัวเสร็จก็คงมา”

พี่ชายคนโตที่ตอนนี้กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารอยู่ในครัว ซึ่งต้องจัดเตรียมนั่นเพิ่มอีกนิด นี่เพิ่มอีกหน่อย สำหรับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง แถมยังเป็นอีกหนึ่งที่ทานจุอีกตะหาก

ปราณันต์ได้แต่อมยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงอีกหนึ่งคนที่เพิ่มมา คนที่เพิ่งได้สถานะว่าเป็นแฟนเขาหมาดๆ และพอนึกถึงตรงนี้เมื่อไหร่ ปราณันต์เองก็อดหน้าร้อนไม่ได้เมื่อหวนคิดไปถึงค่ำคืนที่เขาและคามินตกลงคบกัน คืนนั้นเขาปล่อยตัวและปล่อยใจให้คามินจนแทบหมดสิ้น

ปราณันต์ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเขารักและหลงใหลคามินมากแค่ไหน แต่ในวันนั้นเหมือนหัวใจเขาได้รับคำตอบหมดทุกอย่าง ... ทุกสิ่งดูหอมหวาน ตื่นเต้น และน่าลิ้มลอง ยิ่งเมื่อมันถูกส่งมาจากคามินแล้ว ถึงแม้จะอันตราย แต่ก็ช่างมีเสน่ห์ยากเกินที่จะห้ามใจได้ง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา


ก๊อก ก๊อก ก๊อก


และระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น สงสัยคามินจะมาถึงแล้ว และในขณะที่ปราณันต์กำลังจะขยับตัวเพื่อเดินไปเปิดประตูนั้น เสียงใสๆ ของเจ้าเด็กน้อยด้านหลังก็ดังขึ้นเสียก่อน... เสียงของปุณณกันต์

“เดี๋ยวปุณณ์เปิดให้ครับพี่ปราณ” และไม่ได้มาแค่เสียง เพราะเจ้าตัวจิ๋ววิ่งฉิวไปถึงประตูเรียบร้อยแล้ว อะไรจะไวขนาดนั้นก็ไม่รู้

ปราณันต์หันไปมองปัณณธร ก็เห็นเจ้าหนูแฝดคนน้องผุดลุกผุดนั่งรอการมาของคามินอย่างไม่เป็นสุขเช่นกัน คนตัวเล็กแอบมองไปทางคนพี่ทีคนน้องที พลางอมยิ้มอย่างเอ็นดู

นานแค่ไหนแล้วนะ ที่ครอบครัวเขาไม่ได้สัมผัสกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ ยามเช้าแบบนี้ ตั้งแต่มีคามินเข้ามาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น จนปราณันต์เองก็แทบจะไม่อยากเชื่อ


แกร๊ก!


และในระหว่างคิดอะไรเพลินๆ ปุณณกันต์ก็เปิดประตูเชื้อเชิญให้คามินเข้ามาเรียบร้อยแล้ว คนตัวโตเอง พอเห็นประตูเปิดออก ก็ก้มลงยกเอาแฝดคนพี่ขึ้นมาอุ้มจนตัวลอย ก่อนจะเดินยิ้มเผล่เข้ามาหาปราณันต์ในครัวอย่างรู้งาน

“อรุณสวัสดิ์ครับ...” คามินแกล้งเว้นจังหวะทอดเสียง ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหยอกล้อ “...ที่รัก”

เป็นไปตามคาด ปราณันต์เขินจนหน้าแดง พอได้ยินคามินเรียกตัวเองแบบนั้น

“เล่นบ้าอะไรก็ไม่รู้คุณเนี่ย ไปนั่งรอกับฝาแฝดเลยไป” คนตัวเล็กบ่นงุบงิบทั้งที่ยังเขินไม่เลิก คามินยิ้มกว้างอย่างมีความสุขก่อนจะเดินพาปุณณกันต์ไปนั่งรอกับปัณณธร แล้ววกกลับมาหาพี่ชายคนโตที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัวต่อ

“ทำอะไรอยู่หรอครับ หอมจัง” คามินเดินมากอดปราณันต์จากด้านหลัง จมูกโด่งเป็นสัน ไล้ไปมาที่ต้นคอ จนปราณันต์ต้องย่นคอหลบเป็นพัลวัน ไม่รู้ที่ชมว่าหอมนี่ อาหารหรืออะไรกันแน่

“คุณครามอย่าแกล้งผมสิ ผมกำลังทำอาหารอยู่นะครับ” คนตัวเล็กกว่าดุจริงจังทั้งที่หน้าแดง คามินได้แต่หัวเราะหึหึ แต่ก็ไม่ได้มีวี่แววว่าจะปล่อยมือใหญ่ๆ ของตัวเองออกจากเอวบางแต่อย่างใด

“ทำแบบนี้เหมือนคู่แต่งงานใหม่เลยแฮะ” คามินพูดหยอกล้อ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “ผมชอบจัง”

ปราณันต์ยื่นปากออกด้วยความหมั่นไส้ ดูเหมือนคามินจะมีความสุขไปกับทุกสิ่งในเวลานี้ไปเสียหมด

“ไปนั่งดีๆ สิครับ ถ้ามัวแต่แกล้งผมแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้ทานข้าวกันพอดี” แต่พูดไปก็เท่านั้น คามินฟังที่ไหน กลับรัดวงแขนแน่นกว่าเดิม จนปราณันต์แทบจะขยับตัวไม่ได้

“ผมช่วยนะ ผมอยากช่วย” คามินพูดเสียงเจ้าเล่ห์ พยายามจะเอื้อมมือไปช่วยหยิบนั่นจับนี่ แต่ดูเหมือนว่าจะหลอกแต๊ะอั๋งปราณันต์มากกว่า สุดท้ายคนตัวเล็กกว่าจึงต้องปรามเสียงเข้ม ไม่งั้นกับข้าวมื้อนี้คงไม่ได้ทานกันพอดี

“ไม่ต้องช่วยเลย ช่วยให้วุ่นล่ะสิท่า” ปราณันต์ดุเข้าให้ “คุณไปนั่งก่อนเถอะครับ ไม่งั้นได้สายกันยกบ้านแน่ๆ”

“โถ่ คุณปราณอ่ะ” คามินทำเสียงกระเง้ากระงอดใส่คนรัก แต่ก็ยอมเดินกลับไปนั่งรวมกับฝาแฝด ตามบัญชาของพี่ชายคนโตผู้ที่เป็นใหญ่ที่สุดในเวลานี้

รออยู่ไม่นาน ปราณันต์ก็ทยอยยกอาหารเช้ามาให้ทั้งเด็กเล็ก เด็กโข่งที่นั่งคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ กลิ่นหอมฉุยของอาหารลอยมาแตะจมูกคามิน ทำให้เขาหวนคิดได้ว่าตัวเองไม่ได้ทานอาหารเช้าที่บ้านมานานมากแล้ว เพิ่งจะได้มาทานก็ช่วงหลัง หลังจากที่ได้รู้จักกับครอบครัวของปราณันต์นี่แหละ

“เย่! แซนวิชหมูหยองกับไส้กรอกทอด ของโปรดของปัณณ์มาแล้ว” เจ้าฝาแฝดคนน้องร้องออกมาดังลั่นด้วยความชอบใจ ส่วนแฝดคนพี่นั้นได้แต่อมยิ้มน้อยๆ พลางมองอาหารตรงหน้าด้วยดวงตากลมโตเป็นประกาย

คามินนั่งสังเกตเด็กทั้งสองเงียบๆ ปุณณกันต์และปัณณธรเหมือนกันแค่หน้าตาเท่านั้น แต่ท่าทาง รูปร่าง บุคลิก รวมถึงลักษณะนิสัยแทบจะไม่เหมือนกันเลยสักนิด

ปุณณกันต์พูดน้อย ดูสุขุม และพึ่งพาได้ ส่วนปัณณธรร่าเริง สดใส มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทั้งคู่ดูแตกต่างแต่กลับลงตัวกันได้อย่างประหลาด แม้กระทั่งปราณันต์เองก็เถอะถึงจะดูนุ่มนิ่มบอบบาง แต่ความจริงแล้วข้างในกลับแฝงเสน่ห์และความเด็ดเดี่ยวเอาไว้จนคนที่มองอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

คามินคิดอย่างนึกสนุก ครอบครัวนี้มีอะไรให้เขาค้นหามากมายจริงๆ

“รีบทานเถอะครับ เดี๋ยวจะเย็นหมดนะ” มือเรียวดันจานอาหารไปตรงหน้าคามิน ก่อนจะหันไปดูแลเด็กแฝดต่อ พอเด็กโข่งเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะต้องแสดงท่าทีเรียกร้องความสนใจใส่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนบ้าง

“คุณปราณครับ ปากผมเลอะ เช็ดให้หน่อยสิ” ปราณันต์พอได้ยินแบบนี้นก็หันกลับมามองงงๆ ก็ได้เห็นว่าคามินกำลังยื่นปากให้ คนตัวเล็กก็ได้แต่อมยิ้มส่ายหัว ไม่รู้จะเอ็นดูหรือปวดหัวกับเด็กโข่งคนนี้ดี

“เช็ดเองสิครับ โตแล้วนะ” พอได้โอกาส ปราณันต์ก็ยวนกลับทันที เรื่องอะไรเขาจะยอมเสียรู้โดนคามินหลอกล่ะ

“โถ่ คุณปราณครับ นะครับ.. นะ” คามินยังคงออดอ้อน

“ไม่เอาอ่ะ ผมไม่อยากถูกคุณหลอก” ใบหน้าสวยหวานสะบัดไปอีกทางประกอบคำพูด และด้วยคำพูดนั้นก็ทำเอาคามินถึงกับสะอึก


... เพราะในความเป็นจริง ตอนนี้เขากำลังหลอกปราณันต์อยู่


คามินกดความรู้สึกบางอย่างเอาไว้สุดใจ พร้อมทั้งปั้นยิ้มอ่อนโยน รวมถึงเขยิบเข้าไปหา ไปนั่งใกล้ๆ ปราณันต์อย่างออดอ้อน และที่ร้ายไปกว่านั้นคนตัวโตยังแกล้งเอาคางไปวางเกยบนลาดไหล่เรียวของคนตัวเล็กอีก

“ไม่เคยหลอกสักหน่อย” คามินแกล้งทอดเสียงอ่อนหวาน ก่อนจะเอ่ยหยอกเย้า “หรือจะให้เอาปากผมเช็ดไปบนแก้มขาวๆ ของคุณปราณดี”

“คุณนี่!” ปราณันต์เอ่ยดุขึงขัง และเตรียมจะหันไปต่อว่าไอ้คนเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพบว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์

เพราะเมื่อปราณันต์หันไป ใบหน้าเรียวใสก็อยู่ห่างจากใบหน้าคมคายไม่กี่เซ็นต์ แถมหนำซ้ำตอนนี้ริมฝีปากของคนทั้งคู่กำลังจะสัมผัสกันอีกตะหาก

คามินพอเห็นแบบนั้นก็เตรียมจะจู่โจม แต่ดีที่ว่าปราณันต์ไหวตัวทัน เลยยกมือขึ้นมาปิดปากหยักได้ก่อนที่จะประทับลงมาบนปากอิ่มของตัวเอง

“ไม่เอาครับ” มือเล็กดันใบหน้าเจ้าเล่ห์ออกเบาๆ ก่อนจะชำเลืองไปทางเจ้าฝาแฝดทั้งสองที่ตอนนี้กำลังง่วนกับของกินในจาน “เดี๋ยวเด็กๆ เห็น”

คามินยอมถอยออกพร้อมยิ้มบางๆ อย่างเข้าใจ

“แปลว่าถ้าเด็กๆ ไม่เห็น ก็ทำได้ใช่ไหมครับ”

ปราณันต์ค้อนขวับทันทีที่ได้ยินคามินพูดแบบนั้น แล้วแทนที่คนตัวโตจะสลดกลับหัวเราะร่ามากกว่าเดิม เพราะท่าทางของปราณันต์ตอนนี้นอกจากจะไม่ได้ดูน่ากลัวแล้ว ยังดูน่ารักมากอีกต่างหาก

“คุณนี่ขี้แตะอั๋งจริงๆ” ปราณันต์ต่อว่าไม่จริงจัง ก่อนจะหันกลับไปหาฝาแฝดอีกรอบ และพอผ่านไปไม่ถึงเสี้ยวนาที คนตัวเล็กก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสเบาๆ ที่ประทับลงมาข้างแก้ม


จุ๊บ~


“ขอบคุณนะครับที่ยอมคบกับผม” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยน พร้อมกับสายตาอบอุ่นที่ส่งให้คนตัวเล็กกว่า จนคนที่ได้รับเขินแทบนั่งไม่ติด

“รีบทานเถอะครับ จะสายแล้วนะ” ปราณันต์อ้อมแอ้มเปลี่ยนเรื่อง และด้วยท่าทางแบบนั้นก็สามารถเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคามินได้เป็นอย่างดี

“คร้าบ ครับ” คามินลงมือทานต่อ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ “ว่าแต่เย็นวันพรุ่งนี้คุณปราณว่างไหมครับ”

“อืม..”

ปากอิ่มยื่นออกเล็กน้อย... ยามปราณันต์ใช้ความคิด นั่นเป็นนิสัยประจำของปราณันต์ที่คามินสังเกตเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว

“ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ คงต้องดูงานของทีมเป็นหลัก”

คามินคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว


‘โอเค พรุ่งนี้ตอนเย็นปราณันต์จะว่างจากงานในทีมโปรเจค’


“ได้ครับ ถ้าว่างหรือไม่ว่างยังไง คุณปราณบอกผมด้วยนะ” และพอถามจบ คามินก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นั่นทำให้ปราณันต์อดสงสัยไม่ได้

“คุณมีอะไรรึป่าวครับ?”

“ไม่มีอะไรสำคัญมากหรอกครับ ผมแค่อยากพาคุณไปแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักก็แค่นั้น”

คามินส่งยิ้มสดใส และเมื่อปราณันต์ได้รู้จุดประสงค์ของคามิน ก็ทำให้เขาอดหน้าร้อนขึ้นมาไม่ได้ และประโยคถัดมาของคามินทำให้เขาเขินหนักยิ่งกว่าเดิม

“ผมอยากบอกทุกคนว่าคุณเป็นแฟนผม ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าแฟนของผมน่ารักขนาดไหน”

คำหวานที่ส่งออกมาจากปากหยักทำเอาปราณันต์ไปไม่เป็น คนตัวเล็กได้แต่นั่งหน้าแดงก่ำอยู่กับที่ เพราะไม่คิดว่าจะโดนจู่โจมด้วยคำพูดที่อ่อนโยนเช่นนี้

และเพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกดีกับการกระทำที่แสนพิเศษนี้คนเดียว ปราณันต์จึงตัดสินใจเอ่ยบางอย่างขึ้นมาบ้าง

“ผมมีเพื่อนสนิทแค่ไม่กี่คน พ่อกับแม่ของผมก็เสียหมดแล้ว จะมีเหลือก็แต่ปุณณ์กับปัณณ์ซึ่งคุณก็รู้จักแล้ว แต่ถึงยังไงผมก็อยากแนะนำคุณให้รู้จักกับเพื่อนไม่กี่คนของผมอยู่ดี ถ้าคุณไม่รังเกียจ...”

“ผมไม่เคยคิดรังเกียจเลยนะครับคุณปราณ ตรงข้ามผมกลับรู้สึกยินดีมากด้วยซ้ำ” ปราณันต์ยังไม่ทันจะพูดจบประโยค คามินก็ชิงแทรกขึ้นมาก่อน “ที่ไหนเมื่อไหร่ บอกผมได้เลยครับ ผมยินดีและก็เต็มใจ”

ปราณันต์ยิ้มกว้างสว่างไสว เมื่อได้ยินว่าคนรักไม่ได้รังเกียจอะไรเพื่อนของตน

“ถ้างั้นไว้ผมจะนัดอีกทีนะครับ คงต้องดูวันว่างของทีมก่อน ส่วนของอนาวินไม่น่าจะมีปัญหา รายนั้นว่างให้ผมได้ตลอดอยู่แล้ว”

ปราณันต์กล่าวยิ้มๆ ก่อนจะหันไปง่วนกับฝาแฝดต่อ คามินเองพอได้ยินแบบนั้นก็ประเมินผลในใจอย่างรวดเร็วอีกรอบ

อนาวินนั้นคามินไม่แปลกใจเท่าไหร่ แต่เพื่อนในทีมนี่ปราณันต์น่าจะหมายถึงหัวหน้าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนั้น กับผู้ชายสูงๆ คนนั้นสินะ...

เพราะฉะนั้นการได้ประกาศตัวว่าเป็นแฟนปราณันต์ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีกับเขาเท่านั้น เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของปราณันต์จะได้รู้สักทีว่าผู้ชายหน้าหวานคนนี้ไม่ใช่คนโสดอีกต่อไป


‘โอเค เย็นนี้ปราณันต์ก็จะว่างจากงานของทีมโปรเจคเช่นกัน'

.

.

.

“เด็กๆ ครับลงรถเร็ว ถึงโรงเรียนแล้ว” เสียงหวานใสเอ่ยบอกน้องๆ ฝาแฝด ที่วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ

“ครับ/ครับ” เจ้าหนูน้อยทั้งสองกระวีกระวาดลงจากรถทันทีที่ปราณันต์กับคามินเปิดประตูให้

ปราณันต์เดินเข้ามาจูงปุณณกันต์กับปัณณธรด้วยมือคนละข้าง ส่วนคามินก็สะพายกระเป๋าเป้ของฝาแฝดเดินตามหลังมาไม่ไกล

และเมื่อถึงตรงจุดที่มีอาจารย์ประจำชั้นยืนคอยรับอยู่ เจ้าหนูทั้งสองก็หันมาหาคามินอย่างรู้หน้าที่ โดยที่ชายหนุ่มเองก็รีบยื่นกระเป๋าเป้ให้เจ้าตัวแสบอย่างเอ็นดู

“ตั้งใจเรียนนะครับเด็กๆ” คามินเอ่ยพลางยื่นมือไปขยี้ศีรษะกลมๆ ของเจ้าหนูทั้งคู่อย่างหมั่นเขี้ยว

ส่วนปราณันต์นั้นกำลังทรุดลงนั่งยองๆ เพื่อให้ความสูงเสมอกับเด็กๆ พร้อมทั้งกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส

“ตั้งใจเรียนนะ ปุณณ์ ปัณณ์ เดี๋ยวเย็นนี้พี่ปราณกับพี่ครามจะมารับ” ปราณันต์พูดพลางยิ้มอย่างมีความสุข “อ้อ แล้วก็จำที่พี่ปราณสอนได้ไหมครับ”

ฝาแฝดพยักหน้าตอบรับหงึกหงักอย่างน่ารัก เรียกเอารอยยิ้มเอ็นดูจากพี่ชายได้ไม่ยาก

“พี่ปราณบอกว่า ห้ามไปกับคนแปลกหน้าครับ” ปุณณกันต์พูดเสียงดังฟังชัด

ส่วนฝาแฝดคนน้องอย่างปัณณธร ก็พูดต่อจากฝาแฝดคนพี่อย่างเด็กรู้ดี

“ต้องรอให้พี่ปราณกับพี่ครามมารับเท่านั้น ห้ามไปกับคนอื่น ปัณณ์จำได้”

ปราณันต์อมยิ้มแก้มตุ่ยหลังจากได้ยินน้องชายตอบแบบนั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วปล่อยมือเจ้าหนูทั้งสองส่งให้ครูประจำชั้น จากนั้นก็ร่ำลากันอีกนิดหน่อย คามินและปราณันต์ก็ถอยออกมา เพื่อเตรียมตัวกลับออฟฟิศ

“ยิ้มอะไรครับ” คนตัวโตถามขึ้น เมื่อเห็นว่าปราณันต์ยังคงยิ้มไม่เลิก แม้จะเดินมาถึงรถแล้วก็ตาม

คนตัวเล็กหัวมามองคนข้างๆ ด้วยตาเป็นประกาย “ผมแค่มีความสุขครับ ผมไม่ได้เห็นเด็กๆ ยิ้มได้แบบนี้มานานแล้ว แกคงดีใจที่จะได้เป็นเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ”

ปราณันต์หยุดเดิน ก่อนจะหันไปหาคามินเต็มตัว แล้วยิ้มหวานให้คนรักของตัวเองอย่างอารมณ์ดี

“ขอบคุณคุณมากนะครับ ที่ทำให้น้องๆ ของผมมีความสุขแบบนี้”

คามินยิ้มตอบก่อนจะยื่นมือไปลูบแก้มนวลของคนตรงข้ามอย่างอ่อนโยน

“ผมเคยบอกแล้วไงครับ ว่าอะไรที่เป็นความสุขของคุณปราณก็ถือเป็นความสุขของผมด้วย ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อคุณปราณแล้วก็ครอบครัวนะ”

พอได้ยินคำหวานจากปากหยักก็ทำเอาปราณันต์ยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

“ปากหวานตลอด พูดแบบนี้อยู่เรื่อย” ปากอิ่มบ่นขมุบขมิบ ก่อนที่แก้มกลมๆ จะขึ้นเป็นสีแดงระเรื่ออย่างน่ามอง

“ผมไม่ได้ปากหวานสักหน่อย ผมพูดความจริงนะ” คามินพูดพลางทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ รวมถึงขยับตัวเข้าหาปราณันต์อย่างมีเป้าหมาย แต่คนตัวเล็กกว่ารู้ทัน เลยเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินหนี พลางหัวเราะร่าอย่างชอบใจที่เอาชนะคนตัวโตกว่าได้

“ที่นี่มันโรงเรียนนะครับ” ปราณันต์หันมาหาคามินและพูดดุไม่จริงจัง ซึ่งเรียกรอยยิ้มจากคนตัวโตได้เป็นอย่างดี

คามินจึงเดินไปหาคนตัวเล็กช้าๆ พลางถามอย่างอารมณ์ดี “ถ้าไม่ใช่ที่โรงเรียน ก็แปลว่าทำได้ใช่ไหมครับ”

ปราณันต์วิ่งหลบไปจนถึงรถ จึงได้รู้ว่าเสียท่าให้อีกฝ่ายเข้าให้แล้ว เพราะพอปลอดสายตาคนคามินก็พุ่งเข้ามากอดตนไว้ทันที

“เย็นพรุ่งนี้เราไปหาเพื่อนผมกันนะครับ ผมอยากจะอวดคนอื่นจะแย่แล้วว่าแฟนผมน่ารักขนาดไหน” พอจบคำจมูกโด่งก็ฉกลงบนแก้มนิ่มทันที ทำเอาปราณันต์เขินม้วน จากที่เขินคำพูดของคามินอยู่แล้ว กลับยิ่งเขินหนักไปอีกพอถูกร่างสูงโอ้โลม

“ก็บอกแล้วไงครับ ว่าถ้าว่างผมจะไป” สองคนสบตากันอย่างมีความหมาย ใบหน้าคมกำลังเคลื่อนเข้ามาหมายจะครอบครองริมฝีปากอิ่มตรงหน้า แต่ติดตรงที่อีกฝ่ายรู้ทันเลยเบี่ยงหนีก่อน “ไม่เอาครับ กลับกันเถอะ จะสายแล้วนะ”

มือเล็กๆ ของปราณันต์ ดันอกหนาของคนตัวโตออกเบาๆ คามินยอมปล่อยมือออกจากเอวบาง แต่ก็เลือกที่จะดึงมือเล็กที่วางอยู่บนอกตัวเองขึ้นมาจูบเบาๆ แทน

“คุณปราณรู้ไหมครับ ว่าผมมีความสุขมากที่สุดเลย ที่ได้มาอยู่ข้างๆ คุณแบบนี้” ตาคมสบลงบนตากลมโตอย่างมีความหมาย

“ผมรู้ เพราะผมเองก็มีความสุขมากเหมือนกัน” ร่างบางตอบอย่างยิ้มแย้ม “ถ้าเย็นนี้ผมว่าง เราไปทานข้าวกันนะครับ พาฝาแฝดไปด้วย ผมอยากให้คุณรู้จักเพื่อนๆ และคนสำคัญของผม”

“ได้สิครับ ถ้าคุณปราณว่าง คุณปราณบอกผมนะ ผมจะได้ไปรับคุณ แล้วมารับเด็กๆ ไปพร้อมกัน”

ทั้งสองสบตากัน ยิ้มให้กันและกันอย่างมีความสุข ปราณันต์รู้สึกตัวเบาสบายเหมือนคล้ายกับว่าลอยอยู่ในอากาศ คามินเองก็เช่นกัน แม้ลึกๆ ในใจของเขาจะรู้สึกไม่สบายใจ แต่เขาก็เลือกจะปัดมันออกไป และพยายามที่จะเลือกอยู่ตรงนี้มากกว่าจะกังวลถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

.

.

.

“ว่าไงครับคุณคราม”

พอถึงเวลาพักกลางวัน ปราณันต์ก็ได้สายจากคนรัก ที่น่าจะโทรมาถามถึงการนัดหมายเย็นนี้ ซึ่งปราณันต์เองก็ว่าจะโทรหาอีกฝ่ายอยู่พอดี

(ตกลงเย็นนี้ว่าไงครับตัวเล็ก) คนตัวเล็กที่ถูกเอ่ยถึงขมวดคิ้วมุ่นทันที ใครกันตัวเล็ก เขาไม่ได้ตัวเล็กเสียหน่อย

“คุณหมายถึงใครหรอครับ ตัวเล็กเนี่ย” เสียงหวานที่ถามออกไปดูกระเง้ากระงอดนิดหน่อย คามินอมยิ้มน้อยๆ ตอนจินตนาการถึงใบหน้าสวยหวานที่ตอนนี้คงกำลังงอง้ำ ปากอิ่มสีสดคงจะยื่นออก แค่คิด ก็อยากจับคนตัวเล็กนั่น มากอดให้จมอกจริงๆ

(ก็คุณปราณไงครับ ตัวเล็กของผม) คามินเอ่ยเย้าอย่างอารมณ์ดี ยิ่งได้แหย่คนอีกฝั่งในสายให้งอนได้ เขายิ่งรู้สึกมีความสุข

“ผมไม่ได้ตัวเล็กสักหน่อย ใครๆ ก็บอกว่าผมน่ะ หุ่นตามมาตรฐานผู้ชายทั่วไปสุดๆ” ปราณันต์ยังคงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ ทำเอาคามินอดขำขึ้นมาไม่ได้

(ฮ่าๆๆๆ แต่ถึงยังไงคุณปราณก็ตัวเล็กกว่าผมแล้วกัน ตัวเล็กกว่าเยอะมากด้วย)

ปราณันต์ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ อยู่อีกฝั่งของสาย จะเถียงก็เถียงไม่ออก เพราะสิ่งที่คามินพูดมา ดันเป็นความจริงทุกอย่าง

(ไหล่ก็แคบกว่าผม ส่วนสูงก็น้อยกว่าผม เอวก็บางกว่าผม แขนขาก็เล็กกว่าผม แล้วแบบนี้จะไม่เป็นตัวเล็กของผมได้ยังไงกัน)

ถ้าให้เดาตอนนี้ใบหน้าสวยหวานจะต้องงอง้ำอยู่แน่ เพราะคนตัวเล็กคงไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาเถียง ในเมื่อสิ่งที่คามินพูดนั้นจริงทุกอย่าง แม้ว่าปราณันต์จะไม่ใช่คนตัวเล็ก และมีมาตรฐานเดียวกับชายหนุ่มทั่วไป แต่คามินกลับตัวสูงใหญ่ผิดกับคนอื่นๆ นั่นทำให้เขาดูตัวใหญ่โตกว่าปราณันต์ไปโดยปริยาย

“เชอะ!” ปราณันต์ทำเสียงออกจมูก แต่ก็ขี้เกียจจะเถียงเลยวกเปลี่ยนกลับเข้าเรื่อง “ว่าแต่คุณโทรมาเรื่องอะไรนะครับ”

(ผมจะโทรมาถามว่าตกลงเย็นนี้ว่าไงครับ ผมจะได้กะเวลาไปรับคุณปราณกับฝาแฝดถูก)

“ผมก็ว่าจะโทรหาคุณอยู่พอดี” ปราณันต์ระบายยิ้มออกมาบางๆ “ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากพี่นทเมื่อกี้ ว่าวันนี้กับพรุ่งนี้เลิกปกติครับ เพราะเป็นช่วงแรก เลยอยากให้ทีมปรับตัวเข้าหากันก่อน ทีนี้ผมก็เลยว่างสำหรับนัดของเราทั้งสองวันเลย”

คามินยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้ยินแบบนั้น ก็ปราณันต์จะไม่ว่างได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเขาเป็นคนสั่งให้หัวหน้าทีมโปรเจคเป็นคนทำแบบนี้เอง


‘ท่านประธานมีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ’ หัวหน้าทีมโปรเจคค้อมศรีษะถามท่านประธานใหญ่ของบริษัทอย่างนอบน้อม เมื่อถูกเรียกตัวเข้ามาพูดคุยในห้องทำงานส่วนตัว

‘ผมได้ข่าวว่าวันนี้เป็นวันรวมตัวคนในทีมโปรเจควันแรกใช่ไหม’ คามินแกล้งถามขึ้นอย่างสบายๆ ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจ

‘ใช่ครับ บอส’ หัวหน้าทีมโปรเจครับคำงงๆ

‘ที่จริงผมก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอก ผมแค่ไม่อยากให้หักโหมอะไรมาก วันสองวันแรก ก็แค่ทำความรู้จัก แล้วก็บรีฟธีมงามกันก็พอ อย่าไปเลิกดึกมาก ผมไม่อยากคนมาใหม่จะถอดใจกันตั้งแต่เริ่ม ถ้าเราโหมงานหนักกันตั้งแต่วันสองวันแรก’

คามินแสร้งทำเสียงเป็นห่วงเป็นใย และดูเหมือนว่ามันจะได้ผลดีเสียด้วย เพราะหัวหน้าทีมโปรเจคดูคล้อยตามพอสมควร

‘ได้ครับ งั้นช่วงวันสองวันแรกผมจะแค่บรีฟงานคร่าวๆ ให้เลิกงานตามปกติไปก่อน ตามที่บอสแนะนำครับ’

‘โอเค งั้นก็ตามนี้ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ คุณไปเถอะ’

คามินมองตามคนที่เพิ่งเดินออกไปไล่หลัง พลางยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่ตนเองวางไว้ ทีนี้ปราณันต์ก็มีเวลาว่างมากพอที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจแล้ว



(ตกลงงั้นผมไปรับคุณปราณเวลาเดิมนะครับ จากนั้นเราก็ไปรับฝาแฝดกัน ว่าแต่... คุณปราณนัดกับเพื่อนๆ ไว้ที่ไหนหรอครับ)

“ผมนัดไว้ที่คลับที่ผมทำงานน่ะครับ สะดวกดี แล้วทุกคนก็น่าจะรู้จักด้วย” ปราณันต์ตอบเสียงใส ดูอารมณ์ดีมาก

คามินพยักหน้ารับ พลางหวนนึกถึงวันแรกที่ได้เจอกับปราณันต์ที่นั่น แววตากลมโตที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก แววตากลมโตที่ทำให้เขาตัดสินใจกระโจนลงมาเล่นเกมบ้าๆ นี่ จนตอนนี้ที่ถอนตัวไม่ขึ้น

(โอเค งั้นเย็นนี้เจอกันนะ เดี๋ยวผมพบลูกค้าเสร็จแล้วจะไปรับนะครับตัวเล็ก)

คามินไม่วายหยอกล้อปราณันต์อย่างอารมณ์ดีอีกรอบ ซึ่งก็เรียกเอาเสียงกระเง้ากระงอดจากคนตัวเล็กในสายได้ไม่น้อยเช่นกัน

“คุณนี่! ใครจะไปตัวโตเท่าคุณล่ะ ไม่คุยกับคุณแล้ว” ปราณันต์ตัดพ้อไม่จริงจัง “เย็นนี้เจอกันนะครับ”

ก่อนที่ทั้งสองจะกดวางสายไปด้วยรอยยิ้มเปื้อนริมฝีปากทั้งคู่

.

.

.


(อ่านต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
(ต่อจากด้านบน)


“รอนานไหมครับ” ทันทีที่ขาเรียวก้าวเข้ามานั่งในรถ คามินก็เปิดฉากถามคำถามคนรักโดยเร็ว

“ไม่นานครับ ผมเพิ่งลงมาเมื่อกี้เอง” คนตัวเล็กกว่าขยับจัดท่าทางก่อนจะพูดต่อ “เราไปรับเด็กๆ กันเถอะครับ เดี๋ยวพวกแกจะรอนาน”

แม้ภายใต้ท่าทีที่ทีดูเฉยเมยกลับแฝงไปด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ ที่คามินจับสังเกตได้จากคนตรงข้าม

“ตื่นเต้นหรอครับ” คามินถามออกมาสั้นๆ พร้อมระบายรอยยิ้มอ่อนโยน

ปราณันต์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะยอมรับออกมาอย่างเขินๆ “นิดหน่อยครับ ผมอยากรู้ว่าเด็กๆ จะมีอาการแบบไหน ตอนเห็นเราสองคนไปรับพวกแก”

คามินยิ้มรับอย่างเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ตนสงสัยออกมาเช่นกัน “แล้วคุณปราณไม่ตื่นเต้นหรอครับ ที่วันนี้จะพาผมไปเปิดตัวกับเพื่อนๆ”

ดวงตากลมโตหันไปจ้องมองคามินด้วยแววตาสดใสและจริงใจ

“ถ้าบอกว่าไม่จะโกรธไหมครับ ฮ่าๆ” ปราณันต์หัวเราะน้อยๆ “ผมเชื่อว่าคุณจะเข้ากับเพื่อนผมได้ดี ผมเลยไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่”

รอยยิ้มสว่างไสวถูกส่งออกมาจากริมปากอิ่มที่คามินหลงใหล ในเวลานี้เขาอยากจะดึงคนตรงข้ามมาจูบให้หนำใจ ความซื่อตรงและสดใสของปราณันต์ทำให้เขาใจสั่นและเสียการควบคุมเป็นอย่างมาก ซึ่งแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับหัวใจของเขาเลย

“งั้นเรารีบไปรับฝาแฝดกันดีไหมครับ จะได้รีบไปหาเพื่อนๆ คุณต่อ”

“อื้อ! ไปครับ”

ปราณันต์และคามินขับรถมาถึงโรงเรียนในเวลาไม่นาน พอมาถึงเขาทั้งคู่ก็ได้เห็นเด็กๆ ยืนสะพายกระเป๋า ยิ้มหน้าตาแป้นแล้นอยู่ไม่ไกล เจ้าหนูตัวน้อยดูกระดี๊กระด๊าเป็นพิเศษสงสัยจะดีใจที่ได้กลับบ้าน

“พี่คราม~”

“พี่ปราณ~”

ปัณณธรวิ่งไปเกาะเอวคามินอย่างดีใจ ส่วนปุณณกันต์ก็วิ่งเข้าไปจับมือปราณันต์อย่างรู้งาน

คามินยกตัวปัณณธรลอยขึ้นจากพื้น เรียกเอาเสียงหัวเราะและหวีดร้องจากเจ้าตัวน้อยได้เป็นอย่างดี

“ไหนตัวยุ่งทั้งสอง ทำการบ้านเสร็จรึยังครับ” ปราณันต์ถาม ก่อนที่เด็กฝาแฝดทั้งสองจะพยักหน้าหงึกหงักเป็นคำตอบ

“ทำเสร็จแล้วครับพี่ปราณ ทำเมื่อกี้ตอนรอพี่ๆ มารับ” ปุณณกันต์ตอบเสียงดังฟังชัด ลึกๆ แล้วปราณันต์ก็รู้ว่าน้องคงอยากได้คำชมเชยจากตัวเอง

“เก่งมากครับเด็กๆ เดี๋ยวกลับบ้านแล้วพี่จะไปตรวจให้นะ” ปราณันต์เอื้อมมือไปกุมมือเด็กทั้งสองไว้ ก่อนจะบอกข่าวสำคัญ “วันนี้เราจะไปหาพี่วิน พี่นท แล้วก็พี่กวี เพื่อทานข้าวด้วยกัน เด็กๆ อยากไปไหมครับ”

สองหนุ่มน้อยตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อได้ยินพี่ชายบอกแบบนั้น ที่สำคัญคือทุกคนไม่ได้เจออนาวินนานแล้ว เจ้าตัวแสบคงคิดถึงอนาวินไม่น้อย

“ไปครับๆ ปุณณ์ไป”

“เย่ๆๆๆๆ ปัณณ์อยากไปหาพี่วิน ปัณณ์คิดถึง” เจ้าตัวเล็กพูดด้วยท่าทีน่าเอ็นดู

คามินและปราณันต์มองเด็กทั้งสองด้วยแววตารักใคร่ โดยเฉพาะคามิน ดูเหมือนคนเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการนั่นกำลังตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดไว้โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด

“งั้นเราไปขี้นรถกันดีกว่าเนาะ ป่านนี้พวกพี่ๆ คงไปรอกันแล้ว” ปราณันต์พูดกับเด็กๆ แล้วหันไปบอกคามินกลายๆ ด้วย

คามินเลยจัดการเกี่ยวเอวปัณณธรน้อยเข้าหาตัว แล้วยกขึ้นอุ้มพาออกเดินนำหน้า โดยมีปราณันต์จูงปุณณกันต์เดินตามหลังมา ผู้ปกครองคนอื่นๆ ที่มารับบุตรหลานตัวเอง มองตามทั้งสี่คนที่เดินเคียงกันไปด้วยสายตาชื่นชมและเอ็นดู ซึ่งปราณันต์ เองพอเห็นสายตาแบบนั้นจับจ้องมายังตนก็อดเขินไม่ได้ คามินเองก็เหมือนจะรู้ เลยเดินถอยหลังมาคว้ามือปราณันต์ไว้ พร้อมทั้งออกแรงลากเบาๆ ให้คนตัวเล็กเดินตาม

น่าแปลกที่เมื่อมือใหญ่มือนั้นมากอบกุมมือเขาไว้ แทนที่ปราณันต์จะเขินอายมากกว่าเดิม แต่มันกลับทำให้ใจดวงน้อยๆ ของเขาสงบลงอย่างประหลาด ความอบอุ่นที่มือใหญ่มอบให้นั้นทำให้เขารู้สึกดีและมั่นคงไปทั้งหัวใจ และด้วยเหตุนี้เองทำให้ปราณันต์มั่นใจว่าถ้ามีคนๆ นี้อยู่ข้างๆ ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะต้องหวั่นเกรงอีกต่อไป

.

.

.

ทั้งสี่คนเดินทางมาถึงคลับที่ปราณันต์เคยทำงานในเวลาต่อมา ตอนนี้ที่คลับยังไม่เปิดให้ลูกค้าเข้าเพราะยังไม่ถึงเวลาให้บริการ อนาวินได้เตรียมอาหารไว้บางส่วน พอทุกคนมาถึงก็เห็นว่าอนาวิน นทนัช และกันต์กวีนั่งรออยู่ก่อนหน้าแล้ว

“พี่วิน~” เจ้าแฝดคนเล็กปัณณธรวิ่งกระโดดดุ๊กๆ ไปหาอนาวินที่กำลังนั่งยองๆ อ้าแขนรอรับฝาแฝดทั้งสองโดยมีปุณณกันต์วิ่งตามพุ่งเข้าหาอ้อมกอดเล็กๆ ตรงหน้าเต็มแรง

“ว่าไงเจ้าตัวแสบ” อนาวินหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ตอนที่เจ้าหนูน้อยวิ่งเข้ามาในอ้อมกอด “พี่คิดถึงจะแย่แล้ว”

“ปุณณ์กับปัณณ์ก็คิดถึงพี่วินเหมือนกันครับ” ปุณณกันต์ตอบฉะฉาน เสียงดัง พร้อมกับมองหน้าเพื่อนสนิทพี่ชายด้วยสายออดอ้อน

"ใช่ๆ คิดถึงคุณยายด้วย วันนี้คุณยายมาไหมครับพี่วิน” ปัณณธรน้อยเองก็ตอบออดอ้อน พลางถามตาใสไม่ต่างจากแฝดคนพี่เลย ทำเอาร่างเล็กทนไม่ไหว ก้มลงฟัดจูบที่แก้มนิ่มของพวกเด็กๆ ไม่หยุด

“คุณยายไม่ได้มาครับ เดี๋ยวไว้วันหลังพี่จะพาฝาแฝดไปหาคุณยายนะ” เจ้าตัวน้อยทั้งสองยิ้มรับ พร้อมพยักหน้าอย่างเข้าใจและเชื่อฟัง

อนาวินละสายตาและอ้อมกอดจากฝาแฝด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมมองไปยังเพื่อนสนิท ที่ยืนเคียงข้างอยู่กับผู้ชายคนนั้น คนที่เขาเคยเจอและคนที่เขาเคยให้ความช่วยเหลือ

ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างรู้ความนัย ก่อนที่จะได้ยินเสียงหวานพยายามเรียกและแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน

“นี่พี่นทนัชครับ แล้วนั่นกันต์กวี ส่วนนี่ไอ้วิน คุณน่าจะรู้จักอยู่แล้ว”

เมื่อปราณันต์เห็นทุกคนมายืนรอโดยพร้อมเพรียงกันแล้ว เสียงหวานเลยแนะนำให้ทุกคนให้ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

“พี่นท ไอ้วิน กวี” ปราณันต์เรียกชื่อทุกคน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเล็กน้อยและเมื่อหันไปมองผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ข้างตัว ทั้งสองก็ยิ้มให้กัน พร้อมกับที่คามินเอื้อมมือมากุมมือเล็กไว้ช้าๆ

“ทุกคนครับ นี่คุณคามิน เค้าเป็น...” แล้วจู่ๆ ปราณันต์ก็เงีบบไป น่าจะเพราะกำลังอาย

“สวัสดีครับทุกคน ผมคามินหรือจะเรียกว่าครามก็ได้ ผมเป็นแฟนกับคุณปราณครับ” คามินพูดอย่างยิ้มแย้มเป็นมิตร อนาวินและนทนัชดูไม่แปลกใจเท่าไหร่ จะว่าไปกันต์กวีเองก็ดูไม่แปลกใจหรอก แต่ดูเหมือนไม่สบอารมณ์มากกว่า

“ยินดีด้วยนะครับคุณคามิน ยังไงก็ดูแลเพื่อนผมดีๆ ล่ะ นายด้วยไอ้ปราณ มีแฟนแล้วก็ทำตัวให้สมกับมีแฟน ไม่ใช่ทำแต่งานงกๆ” อนาวินยิ้มให้อย่างจริงใจ ถ้าเพื่อนสนิทเขามีความสุข ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะขัดขวางหรือทำให้เพื่อนทุกข์ใจ

“ยินดีด้วยนะปราณ คุณคามินด้วย” นทนัชยิ้มให้อย่างยินดี “พี่เองก็สังเกตอยู่ว่าช่วงนี้เจ้าตัวแสบของพี่ดูมีความสุขแปลกๆ ว่าแล้วต้องมีเรื่องดีๆ ถ้ายังไงฝากปราณันต์ด้วยนะคะ”

นทนัชอวยพร แฟนของปราณันต์ดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่ สำหรับผู้ชายคนนี้ดูดีทุกอย่าง ถ้าปราณันต์ได้คนๆ นี้ไปดูแล เธอคงจะยินดีด้วยเป็นอย่างมาก แต่ติดตรงที่ว่านทนัชรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้แปลกๆ แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เลยเลือกที่จะปล่อยผ่านไป

“ยินดีด้วย ดูแลปราณให้ดีไม่งั้นผมเล่นงานคุณแน่” ส่วนกันต์กวีนั้น ไม่ได้มีความยินดีในใบหน้าหรือน้ำเสียงสักนิด พอหนุ่มเหนือพูดจบก็เลี่ยงที่จะเดินหนีออกไป เป็นผลให้นทนัชต้องรีบขอโทษกันยกใหญ่

คามินโบกมือให้อย่างไม่ถือสา เมื่อเห็นว่าสีหน้าของปราณันต์ไม่สู้ดีนักหลังจากเห็นท่าทีของกันต์กวีที่มีต่อตน

“คามิน คือว่า...”

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณปราณ ผมเข้าใจ อาจจะต้องให้เวลาคุณกันต์กวีเค้าสักนิด ผมโอเคนะ คุณอย่าห่วงเลย”

คามินพูดปลอบ พลางลูบมือเล็กเบาๆ อย่างเอาใจ ซึ่งแค่การกระทำเพียงเล็กๆ น้อยๆ เท่านี้ ก็เรียกรอยยิ้มหวานจากปากอิ่มได้ไม่ยาก

“เอาล่ะครับอย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย รีบมาทานข้าวกันดีกว่า เพราะอีกสักพักร้านก็จะเปิดแล้ว พอคนเยอะเดี๋ยวจะยิ่งวุ่น”

จบคำพูดอนาวินทุกคนเลยมานั่งล้อมวงรับประทานอาหารเย็นกัน บรรยากาศรอบๆ ก็ไม่มีอะไรมาก เน้นการพูดคุยกันเสียมากกว่า คามินเข้ากันได้ดีกับอนาวินและนทนัช ส่วนกันต์กวีนั้นไม่ต้องพูดถึง รายนั้นแทบจะนับคำพูดได้ ความอึดอัดเข้าปกคลุมคนทั้งสองเป็นระยะๆ ปราณันต์ได้แต่ถอนใจอย่างปลงตก โชคยังดีที่มีฝาแฝด ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่คอยสร้างความสุขให้ทุกคน เลยทำให้สถานการณ์ค่อยๆ ดีขึ้น

หลังจากนั่งทานกันไปได้สักระยะ ก็ดูเหมือนว่าคลับที่ใช้เป็นสถานที่นัดพบรวมถึงเป็นที่ๆ อนาวินทำงานอยู่นั้นก็ใกล้จะเปิดให้บริการเต็มที ผู้ใหญ่ทั้งห้าคนจึงเริ่มบอกลากันในที่สุด

“ขอบคุณสำหรับอาหารและมิตรภาพดีๆ นะครับ ผมยินดีมากที่ได้รู้จักพวกคุณ” คามินกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “แล้วก็จากนี้ผมก็ขออนุญาตฝากตัวกับทุกคนด้วยนะครับ”

คนตัวโตค้อมศรีษะลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท ซึ่งการกระทำดังกล่าวเรียกรอยยิ้มกว้างจากปากอิ่มได้ไม่หุบ

“แหม ยิ้มปากจะฉีกแล้วไหมวะไอ้ปราณ”

พอโดนเพื่อนสนิทแซวเข้าหน่อยปราณันต์ก็หุบยิ้ม แก้มนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ เมื่อถูกจับได้ว่ามีความสุขมากขนาดไหน ยามมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟน

ทุกคนดูเหมือนจะมีความสุขอยู่ในบรรยากาศหอมหวานของคู่รักคู่ใหม่ แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมกลับก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ที่ทำงาน” กันต์กวีพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงบึ้งตึง ก่อนจะคว้าข้าวของส่วนตัว เดินลิ่วออกไปโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรใครทั้งนั้น

นทนัชกำลังจะเอ่ยปากขอโทษอีกครั้ง แต่คามินห้ามไว้ก่อน

“ถ้าคุณนทจะขอโทษก็ไม่ต้องหรอกครับ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ผมเข้าใจคุณกันต์กวีนะ เราคงต้องให้เวลาเขาสักนิด” คามินหยุดไปนิดนึงก่อนจะพูดติดตลกกลั้วเสียงหัวเราะ “เอาเป็นว่าผมจะพยายามทำให้เขาชอบขี้หน้าผมให้ได้แล้วกันนะครับ”

เมื่อจบประโยคที่คามินพูด ก็เรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่ได้จากทุกคน

“พี่ปราณ ปัณณ์ง่วงแล้วครับ” และหลังจากที่หมดเสียงหัวเราะเจ้าแฝดคนเล็กก็เกิดงอแงขึ้นมา ปราณันต์หันมามองน้องชายทั้งสองที่ตอนนี้กำลังนั่งตาปรือปรอย ทำท่าจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่อยู่ที่โต๊ะอาหาร

“เฮ้อ ทานอิ่มแล้วก็ง่วงนอนขึ้นมาทันทีเลยนะ” ปราณันต์บ่นด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ก่อนจะหันไปหาคนตัวโตข้างๆ “เรากลับกันเลยดีไหมครับ เด็กๆ ง่วงแล้ว”

“เอาสิครับ เดี๋ยวผมอุ้มปุณณ์ไป ส่วนคุณปราณอุ้มปัณณ์นะ ท่าทางจะงอแงจนไม่ยอมเดินกันแล้วล่ะ”

คามินยิ้มบางๆ ยามมองไปที่เจ้าตัวแสบทั้งสอง ปราณันต์และคามินหันไปบอกลาอนาวินและนทนัช ก่อนที่จะเดินไปหาปัณณธร ที่ตอนนี้อ้าแขนรอให้ปราณันต์อุ้มอยู่ก่อนหน้าแล้ว และก่อนที่คามินจะเดินตามปราณันต์ไป อนาวินกลับรั้งแขนคนตัวโตไว้ก่อน

“คุณรับปากไว้กับผมแล้ว อย่าลืมทำตามที่สัญญานะครับ” อนาวินมองสบเข้าไปในดวงตาคมนิ่ง เล่นเอาคามินอดเสียวสันหลังไม่ได้

“อย่าห่วงเลยครับ ผมจะดูแลคุณปราณและเด็กๆ อย่างดี” ยิ้มการค้าถูกส่งออกมาจากปากหยักอย่างแนบเนียน ชนิดที่ว่าเมื่ออนาวินมองเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วก็วางใจยอมคลายมือที่ยึดแขนของคามินไว้ออกในที่สุด

หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย คามินและปราณันต์ก็พาเด็กๆ กลับออกไป โดยมีสายตาสองคู่มองไปอย่างสบายใจ อนาวินและนทนัชหันมามองหน้ากันและยิ้มให้กันเงียบๆ สิ่งนึงที่สองคนมีเหมือนกันคือความห่วงใยที่มีต่อปราณันต์ ถ้าจนถึงวันนึงปราณันต์มีคนที่ดีดูแล ก็ถึงเวลาที่เขาทั้งคู่จะได้วางใจและปล่อยให้ปราณันต์ได้มีความสุขกับสิ่งที่สมควรได้รับเสียที

.

.

.

พอมาถึงอพาร์ทเม้นท์ คามินและปราณันต์ก็เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เด็กๆ ก่อนพาเข้านอนอย่างสงบ และอพยพออกมานั่งคุยกันที่หน้าทีวี

“พรุ่งนี้ตอนเย็นผมไปรับคุณปราณเหมือนเดิมนะครับ แล้วจากนั้นเราไปรับเด็กๆ ละไปหาเพื่อนผมกัน ดีไหมครับ”

“เอ่อ .. คือ” ปราณันต์อึกๆ อักๆ จนคามินสังเกตเห็น

“มีอะไรรึป่าวครับคุณปราณ ทำไมดูเหมือนมีอะไรไม่สบายใจ” คามินถามพลางยื่นมือไปลูบแก้มนิ่มของคนตรงข้ามเบาๆ

เหมือนเป็นปฎิกริยาอัตโนมัติที่พอคามินยื่นมือมาลูบแก้ม ปราณันต์ก็จะเอียงใบหน้ารับ หลับตาพริ้มซบมือใหญ่อย่างออดอ้อนโดยไม่รู้ตัว ซึ่งนั่นทำให้คามินจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างหลงใหล


‘ปราณันต์ยามที่เหมือนแมวตัวน้อยแบบนี้ ช่างน่ามองและน่าหวงแหนเหลือเกิน หวงแหนจนเขาอยากเก็บไว้แค่คนเดียว’


แววตากลมโตค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ พลางกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างกังวลเล็กน้อย

“ผมกลัว.. กลัวเพื่อนคุณไม่ชอบผม” ในดวงตากลมนั่นมีร่องรอยของความไม่สบายใจปรากฎอยู่ “ผมว่าผมรับมือแบบที่คุณทำกับกวีวันนี้ไม่ได้แน่ๆ ผมจะ..”

ไม่ทันที่ปราณันต์จะพูดจบคามินก็ใช้มือทั้งสองประคองใบหน้าสวยหวานพร้อมทั้งดึงเข้ามาให้ชิดกับใบหน้าตน ก่อนจะประกบปากหยักลงบนปากอิ่มที่กำลังจะเจื้อยแจ้วในสิ่งที่ไม่สบายใจ

คามินถ่ายทอดทุกสัมผัสที่อบอุ่น ค่อยๆ ละเลียดและเติมเต็มความมั่นใจให้คนตรงข้ามอย่างเชื่องช้า ปราณันต์ที่ตกใจในคราวแรกก็เหมือนจะต่อต้านเล็กน้อย แต่เมื่อถูกไล่ต้อนด้วยสัมผัสที่คุ้นเคย ปากอิ่มก็ขยับตอบรับอย่างไร้เดียงสา และนั่นยิ่งทำให้คามินได้ใจยิ่งกว่าเดิม

ลิ้นร้อนของคนตัวโตพยายามจะสอดเข้ามาในโพรงปากอิ่ม เขี้ยวเล็กๆ ของคามิน ขบลงบนริมฝีปากล่างของปราณันต์อย่างร้องขอ คนตัวเล็กโอนอ่อนให้คนตรงข้ามหมดใจ ริมฝีปากอิ่มที่เคยปิดแน่นก่อนหน้าค่อยๆ เผยอขึ้นเพื่อรอต้อนรับการรุกล้ำที่กำลังรอเข้ามา

คามินส่งลิ้นร้อนเข้าไปสำรวจอย่างไม่รอช้า หลังจากผ่านการจูบกันมาแล้วหลายครั้ง ปราณันต์เองก็รู้ทันทีว่าตัวเองต้องทำอะไร ลิ้นเล็กๆ ตรงเข้าเกี่ยวกระหวัดกับเรียวลิ้นชื้นที่สอดเข้ามา การกระทำที่แสนซื่อตรงของปราณันต์ทำให้คามินแทบจะสติแตก เขาอยากรังแกคนตรงหน้ามากกว่านี้ อยากจูบให้รุนแรงให้สมกับความรู้สึกภายในใจที่พลุ่งพล่าน แต่คามินไม่สามารถทำได้ เขาจึงทำได้แค่บดริมฝีปากของตัวเองลงไปหนักๆ จนกระทั่งปราณันต์หายใจไม่ทัน จึงได้ถอนริมฝีปากออก

หลังจากคามินถอยใบหน้าออก ปราณันต์ก็หอบหายใจแรง และมีน้ำใสติดอยู่ที่มุมปาก มือเล็กๆ กำลังจะเอื้อมไปเช็ด แต่คามินไวกว่า คนตัวโตกลับยึดมือของปราณันต์ไว้ และกดริมฝีปากตัวเองลงไปที่มุมปากอิ่มเพื่อซับทำความสะอาดให้แทน

ปราณันต์เขินจนทำตัวไม่ถูก คามินจึงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มเบาๆ พร้อมกับใช้มือใหญ่ลูบแก้มนวลไปเบาๆ

“ไม่ต้องกังวลนะครับ คุณปราณของผมน่ารักขนาดนี้ เพื่อนของผมต้องชอบคุณแน่ๆ อย่าคิดมากไปเลย โอเคไหม หื้ม?”

คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงัก พลางเหลือบมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างไปไม่กี่คืบ ก่อนที่จะเสเอาใบหน้าตัวเองก้มซุกลงไปที่อกอุ่นๆ ของคามินแทน และด้วยท่าทีน่ารักแบบนั้นยิ่งเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มกว้างจากคามินได้มากยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะกระชับอ้อมกอด โอบรั้งร่างเล็กไว้เพื่อให้กำลังใจไม่ให้ปราณันต์ต้องคิดมากต่อไป

.

.

.

วันต่อมาหลังเลิกงาน คามินไปรับปราณันต์และฝาแฝดตามนัด คนตัวโตนัดเพื่อนทั้งสามคนของตัวเองไว้เรียบร้อย ทุกคนดูตื่นเต้นมากที่จะได้ปราณันต์และฝาแฝด โดยเฉพาะสิปปกรที่ดูดี๊ด๊าเป็นพิเศษ ถึงขั้นกับโทรตามคามิน เมื่อเห็นว่าถึงเวลาแล้วแต่เจ้าตัวกลับยังไม่ไปปรากฎตัวเสียที


Rrrr


“ว่าไงไอ้สิบ” คามินรับสายในขณะที่กำลังขับรถไปร้านอาหารที่นัดแนะกับเพื่อนทั้งสามไว้ โดยมีปราณันต์นั่งอยู่ข้างๆ และมีฝาแฝดเจี๊ยวจ๊าวอยู่ข้างหลัง

(อยู่ไหนแล้ววะคราม กูอยากเจอลูกแมวน้อย เด็กนายจะแย่แล้ว) ทันทีที่เพื่อนสนิทรับโทรศัพท์ สิปปกรก็ยิงคำถามใส่ทันที

“กำลังไป ใจเย็นๆ ดิวะ” คามินตอบกลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนจะพูดขึ้นเมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ “เออ สั่งข้าวผัดเบค่อนกับข้าวผัดกุ้งไว้ให้หน่อย ห้ามเผ็ดนะ เดี๋ยวเด็กๆ ทานไม่ได้” คามินหันไปมองเบาะหลังอย่างเป็นห่วง กลัวเด็กๆ จะไม่มีอะไรทาน

(ข้าวผัดอะไรวะ มึงหิวหรอ) สิปปกรถามงงๆ

“เอาน่า บอกให้สั่งก็สั่งเถอะ อีกไม่เกินสิบนาทีจะถึง แล้วไว้เจอกัน” คามินพูดตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดวางสายไป โดยที่สิปปกรยังไม่ทันจะโต้ตอบอะไรเลย

“ปุณณ์ ปัณณ์ ครับ พี่ครามสั่งข้าวผัดเบค่อนกับข้าวผัดกุ้งให้ เด็กๆ อยากทานไหมครับ”

“เย่ๆ อยากทานครับ ปัณณ์อยากทานกุ้งครับ”

“ใช่ๆ ปุณณ์ก็อยากทานเบค่อนเหมือนกันครับ”

เด็กน้อยต่างแย่งกันพูดเอาใจพี่ครามกันอย่างน่าเอ็นดู ผู้ใหญ่ทั้งสองเลยได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆ ให้พฤติกรรมน่ารักๆ นั่น

“โอเค เดี๋ยวไปถึงแล้วปุณณ์กับปัณณ์ทานเยอะๆ เลยนะ ไม่พอบอกพี่คราม เดี๋ยวพี่ครามจะสั่งให้อีก” คามินพูดอย่างใจดี ขอแค่เด็กๆ บอก เขายินดีให้ทุกอย่าง

“คุณน่ะตามใจพวกแกอีกแล้ว ไม่เอานะครับ” ปราณันต์รีบปราม เมื่อเห็นว่าคามินกำลังจะทำให้ฝาแฝดเคยตัว

คามินหัวเราะเสียงใส ไม่ได้ตกปากรับคำว่าจะไม่ตามใจเด็กๆ ปราณันต์รู้แล้วแหละว่าต้องมาอิหรอบนี้ ก็เลยได้แต่ทอดถอนใจอย่างปลงตก

“พี่ครามๆ ว่าแต่เราจะไปไหนกันหรอครับ ไปหาพี่วินอีกหรอ” ปุณณกันต์ถามด้วยความสงสัย แววตาแป๋วแหววนั้นกำลังฉายถึงความอยากรู้เต็มที่

“ไม่ใช่ครับ วันนี้พี่ครามจะพาพี่ปราณกับฝาแฝดไปหาเพื่อนพี่คราม เพื่อนพี่ครามใจดีทุกคนเลยนะ ปุณณ์กับปัณณ์ต้องชอบแน่ๆ”

“จริงหรอครับ ปัณณ์อยากเจอเพื่อนพี่คราม เพื่อนพี่ครามต้องใจดีเหมือนพี่ครามแน่ๆ เลย”

เจ้าหนูตัวน้อยยิ้มสดใสให้คามิน ต่างกับคนเป็นพี่ที่ตอนนี้แววตากลมโตฉายความกังวลจนปิดไม่มิด

เมื่อคามินเห็นเลยเลื่อนมือข้างที่ว่างมากุมมือปราณันต์ไว้แผ่วเบา

“ไม่ต้องกังวลนะครับ เชื่อใจผม ทุกคนจะรักคุณเหมือนที่ผมรัก”

ปราณันต์ยิ้มออกมาบางๆ หลังจากได้ยินประโยคนั้น หัวใจดวงน้อยกลับอบอุ่นขึ้นมาย่างประหลาด เขาก็ได้แต่หวังว่า ทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีเหมือนอย่างที่คามินพูดให้กำลังใจ

.

.

.

To Be Continue

----------------------------------------------------------------------

เอาเลยลูกกกกกกกกก ไปให้สุด จะห้ามก็ไม่ทันแน้ววววววว ><

ขอบคุณทุกคนสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจนะคะ ชอบไม่ชอบเม้นท์บอกได้น้าาา ตอนต่อไปจะพยายามมาให้ได้ในสองสามวันเด้อ ... แต่ฝากคอมเม้นท์นิดเนาะ จะได้ไปต่อได้แบบลื่นๆ 5555555555

รักจ้า ไว้เจอกันตอนหน้าค้าบบบบ ^^

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
มอบความสุขกันให้เต็มที่

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
มอบความสุขกันให้เต็มที่

เห็นด้วย +ตักตวงความสุขให้กันเต็มที่ 55555555

ไปไกลเลยคามิน หลอกคนในโลกทั้งใบของปราณซะเกลี้ยง เห๊อะๆๆ

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
16th Lies : ความต้องการ


ใช้เวลาไม่นานคามินก็ขับรถพาปราณันต์และฝาแฝดมาถึงร้านอาหาร เด็กๆ ดูตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบตัวไปเสียทุกอย่าง ปราณันต์เองก็เช่นกัน เพราะร้านอาหารที่นัดพบกันนั้นค่อนข้างหรูหราพอสมควร

“ที่นี่มัน... ไม่ดูหรูไปหน่อยหรอครับ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างหวาดๆ พอเดินเข้ามาถึงในร้าน คามินขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยิน ก่อนจะสังเกตรอบตัว แล้วก็ได้แต่ข่มตาแน่นพลางคิดอย่างหนักใจ



‘ไอ้เพื่อนเวร ใครให้นัดร้านหรูขนาดนี้วะ’



คามินเพิ่งสังเกตเห็นว่าร้านที่เขาและปราณันต์เดินเข้ามานั้น เป็นร้านที่ค่อนข้างมีระดับพอสมควร ตอนนัดร้านตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้หรอกว่าเป็นร้านแบบไหน เพราะสำหรับเขาและกลุ่มเพื่อน ที่นี่ถือว่าธรรมดามาก แต่สำหรับปราณันต์นั้นมันไม่เหมือนกัน

และก่อนที่คนตัวเล็กข้างตัวเขาจะสงสัยหนักกว่าเดิม คามินจำเป็นต้องหาคำอธิบายสำหรับคำถามนี้

“ไม่หรอกครับ” ริมฝีปากหยักระบายยิ้มอ่อนโยนก่อนจะตอบปราณันต์อย่างใจเย็น “โอกาสสำคัญทั้งที ผมก็อยากเปิดตัวแฟนในที่ๆ น่าจดจำหน่อยสิครับ”

หลังจากได้ฟังคำตอบปราณันต์ก็เขินม้วนขนแทบไปไม่เป็น ได้แต่เดินก้มหน้างุดๆ จูงปุณณกันต์ตามคามินไป โดยที่ไม่ได้ถามอะไรอีก

ทั้งสี่คนเดินมาถึงโต๊ะอาหารที่มีเพื่อนๆ ของคามินนั่งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

“ไง ไอ้หน้าหล่อ” เป็นสิปปกรที่กระวีกระวาดลุกขึ้นยืนทักทายคามินเป็นคนแรก แต่สายตากลับมองเลยไปยังร่างบางที่ยืนอยู่เคียงข้างเพื่อนซี้แทน

คามินยกมือทักตอบเพื่อนทุกคน ก่อนที่เมธัสและเตชินท์จะลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกที่มาใหม่เช่นเดียวกับที่สิปปกรทำ

“หวัดดีเฮีย หวัดดีไอ้สิบ หวัดดีไอ้ตี๋” คามินไล่ทักเรียงคน โดยมีสายตากลมโตของคนข้างๆ มองตามอย่างกระตือรือร้น

จากนั้นคามินจึงหันมาปราณันต์ก่อนจะแนะนำอย่างเป็นทางการ

“คุณปราณครับ นี่เพื่อนๆ ของผม” คามินวาดมือโอบไหล่คนตัวเล็กกว่าอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ “คนที่ตัวใหญ่ๆ สูงๆ นั่นชื่อพี่เมธัส พี่เมษอายุมากที่สุดในกลุ่มเป็นพี่ใหญ่ของเราทุกคนครับ”

ปราณันต์ยกมือไหว้คนตรงข้ามอย่างมีมารยาท ก่อนที่คามินจะแนะนำเพื่อนคนถัดไป

“ส่วนไอ้คนที่หน้าตาเจ้าเล่ห์ๆ นั่น ชื่อสิปปกรครับ มันอายุเท่าผม น่าจะแก่กว่าคุณปราณนิดหน่อย”

ร่างบางยกมือไหว้สิปปกรเช่นเดียวกับที่ทำกับเมธัส แต่ที่แตกต่างนิดหน่อย ก็เห็นจะเป็นรอยยิ้มหวานที่ส่งออกมาจากปากอิ่มสีสดนั่น จนทำให้คามินที่หันไปเห็นพอดี ถึงกับเผลอกระชับมือที่โอบไหล่บางให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

คามินพยายามมองข้ามสายตาหวานฉ่ำที่ไอ้เพื่อนรักของเขามองปราณันต์ไป และหันไปแนะนำเพื่อนรุ่นน้องคนสุดท้ายแทน

“ส่วนไอ้ตี๋หน้าหล่อนี่ ชื่อเตชินท์ครับ คนนี้คุณปราณน่าจะเคยเจอแล้ว จำได้ไหมครับ” คามินหันไปถามก่อนที่ปราณันต์จะพยักหน้าน้อยๆ ตอบ “หมอนี่อายุน้อยกว่าเราสองคนครับ”

และหลังจากที่คามินแนะนำเพื่อนๆ ให้ปราณันต์รู้จักครบทั้งหมดแล้ว เสียงหวานก็ทักทายทุกคนกลับทันที

“ผมปราณันต์ครับ เรียกปราณเฉยๆ ก็ได้” มือเรียวยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เขิน เป็นผลให้สามหนุ่มเพื่อนสนิทของคามินมองภาพตรงหน้าตาค้าง “ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะครับ”

คามินเห็นเพื่อนตัวเองมองปราณันต์ตาเป็นมันแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าหงุดหงิดตรงไหน รู้แต่ว่ามันคันยิบๆ ที่หัวใจแปลกๆ

“อะแฮ่ม!” คามินแกล้งกระแอม “ใจคอจะยืนกันทั้งคืนเลยไหมเนี่ย”

พอได้ยินคำค่อนขอดจากริมฝีปากหยัก เพื่อนที่เหลือสามคนก็กุลีกุจอหาที่นั่งให้ปราณันต์ทันที

“เชิญครับพี่ปราณ เชิญนั่งครับ” เตชินท์รีบจัดหาที่นั่งเพื่อเอาใจปราณันต์ และในจังหวะนั้นเองที่เมธัสเพิ่งสังเกตเห็นบางคน เมื่อปราณันต์และคามินขยับตัว

“เดี๋ยวนั่นมัน...” คำพูดของเมธัสถูกกลืนหายไป ก่อนที่ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของเด็กแฝดจะปรากฎออกมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่สิปปกรและเตชินท์ มองเห็นปุณณกันต์และปัณณธรเช่นกัน

“อ่าว ฉันก็ลืมแนะนำพวกนายไปเลย” คามินพูดขำๆ “นี่ปุณณกันต์กับปัณณธร น้องชายฝาแฝดของคุณปราณ”

ทั้งสามมองไปที่ฝาแฝดด้วยสายตาตะลึงงัน เพราะนอกจากน้องชายฝาแฝดของปราณันต์จะหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะแล้ว ทั้งสองยังดูเหมือนปราณันต์ฉบับย่อส่วนมากด้วย และที่น่าแปลกใจไปยิ่งกว่านั่นคือ น้องชายของปราณันต์ดูเด็กมาก มากขนาดที่พวกเขาคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว

“สวัสดีครับคุณอาทุกคน” ปุณณกันต์น้อยทักทาย ก่อนจะยกมือไหว้ทักทายทุกคนพร้อมปัณณธร “ผมชื่อปุณณกันต์ครับ เป็นน้องของพี่ปราณ”

“ส่วนผมชื่อปัณณธรครับ เป็นฝาแฝดของพี่ปุณณ์ แล้วก็เป็นน้องของพี่ปราณเหมือนกันครับ” เจ้าตัวน่ารักคนสุดท้องร้องทักทุกคนอย่างทั่วถึง แถมบอกสรรพคุณของตัวเองเสร็จสรรพอีกตะหาก “คุณอาเป็นเพื่อนของพี่ครามหรอครับ”

“พี่คราม พี่ครามเลยหรอวะ?” เป็นสิปปกรที่หันไปถามคามินแบบงงๆ

“ฮ่าๆๆ” คามินหัวเราะร่วนก่อนจะตอบอย่างอารมณ์ดี “ก็พี่ครามไง พี่ครามกับพี่ปราณ ปุณณ์กับปัณณ์ชอบเรียกแบบนั้นน่ะ”

สิปปกรดูเหมือนจะจับต้นชนปลายได้ไวกว่าคนอื่น จึงได้ถามออกมา “สรุป เจ้าของข้าวผัดเบค่อนกับข้าวผัดกุ้งคือเจ้าหนูฝาแฝดสองคนนี่ใช่ไหม?”

ปราณันต์หันมองคามินที่ตอนนี้พยักหน้ารับคำถามของสิปปกร ซึ่งพอได้เห็นแบบนั้น คนตัวเล็กก็รีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับกล่าวขอบคุณสิปปกรทันที

“ขอบคุณคุณสิปปกรมากนะครับที่ช่วยสั่งอาหารให้ฝาแฝด พวกเราเลยรบกวนคุณเลย” เมื่อปราณันต์พูดจบก็หันไปหาฝาแฝดทันที “ปุณณ์ ปัณณ์ครับ ขอบคุณคุณอาก่อนเร็วครับ”

เจ้าหนูน้อยทั้งสองก็แสนน่ารัก เชื่อฟังคำบอกของพี่ชายคนโตเป็นอย่างดี

“ขอบคุณมากครับคุณอา” เสียงใสๆ ของฝาแฝดดังประสานกันอย่างน่ารัก เรียกเอารอยยิ้มจากชายหนุ่มทั้งสามได้เป็นอย่างดี

เหมือนทุกอย่างจะไปผ่านไปด้วยดี แต่จู่ๆ ทุกคนก็ได้ยินเสียงกระเง้ากระงอดดังมาจากคนใกล้ตัวที่นั่งอยู่ไม่ไกล

“ผมเป็นคนสั่งนะครับ แต่ทำไมไม่มีใครสนใจผมเลยล่ะ” คามินพูดงอนๆ ทำเอาปราณันต์อมยิ้มไม่หยุด ต่างจากเพื่อนทั้งสามที่ได้เห็น

นี่คือคามินที่พวกเขารู้จักจริงๆ หรอ ทั้งสามมองหน้ากันอย่างมึนงง เพราะคบกันมาหลายปีท่าทางแบบนี้ของคามินไม่เคยมีให้เห็น อย่าว่าแต่มีให้เห็นเลย ถ้าเป็นเวลาปกติ ไม่มีทางเด็ดขาดที่คามินจะทำท่าทางหรือพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้

“ขอบคุณมากนะครับที่ใส่ใจผมกับน้องๆ มาโดยตลอด ขอบคุณครับ” พอเห็นคามินงอแง ปราณันต์จึงหันไปขอบคุณเสียงหวาน แถมไม่พูดเปล่า มือเรียวยังเอื้อมไปจับมือใหญ่ไว้อย่างเอาใจ พร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ส่งจากปากอิ่มไปให้คนตรงหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่คามินเห็นแล้วหายงอนได้ไม่ยาก

และเช่นกัน เมื่อเพื่อนสนิททั้งสามได้เห็นรอยยิ้มของปราณันต์ ก็เข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าทำไมคามินต้องทุ่มเททำอะไรมากมายขนาดนี้ ... ถ้าได้เห็นปราณันต์ยิ้มให้ขนาดนั้น ยังไงก็คุ้ม คุ้มค่ามากจริงๆ

.

.

.

ทุกคนนั่งคุยกันอย่างออกรสชาติ เพื่อนๆ ของคามินทุกคนน่ารักมาก จากที่ปราณันต์เกร็งและขัดเขินในตอนแรก ก็รู้สึกผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในภายหลัง ส่วนเจ้าตัวแสบทั้งสองก็หายห่วงได้ เพราะรู้สึกว่าจะเข้ากันได้ดีกับพี่เมธัสและเตชินท์ เห็นนั่งเล่นและหัวเราะเอิ๊กอ๊ากให้กันไม่ยอมหยุด

“คุณปราณ เป็นไงบ้างครับวันนี้ สนุกไหม” สิปปกรถามขึ้นหลังจากที่เห็นปราณันต์ ผ่อนคลายมากขึ้นแล้ว

“สนุกครับ” ปราณันต์ตอบยิ้มๆ “แรกๆ ผมเองก็ทำตัวไม่ถูก เพราะไม่รู้ว่าพวกคุณจะคิดกับผมยังไง แต่พอมาถึงตอนนี้ ทุกคนทำให้ผมสบายใจมาก ผมก็เลยวางตัวได้ง่ายขึ้น ขอบคุณมากนะครับ”

คามินนั่งมองทั้งสองคุยกันเงียบๆ ภายใต้สายตาคม ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ นอกจากเจ้าตัวเอง

“ที่จริงคุณไม่มีอะไรต้องกังวลเลยนะครับ คนน่ารักแบบคุณ ไปที่ไหนใครก็ต้องชอบ” สิปปกรพูดพลางส่งสายตาเจ้าชู้ให้ปราณันต์ โดยที่ร่างบางก็ไม่ได้รู้อะไรเลย มีแต่ส่งยิ้มตอบให้สิปปกรไปด้วยความจริงใจก็เท่านั้น กลับเป็นคามินเองที่เห็นทุกอย่าง และเผลอกำมือเข้าหากันแน่น



... เขากำลังไม่พอใจ



รอยยิ้มการค้าถูกส่งออกมาจากปากหยัก ก่อนที่คามินจะขยับเข้าหาปราณันต์พร้อมกับวาดมือรั้งเอวบางโอบกระชับเข้าหาตัวเขาเอง

“แฟนฉัน” คามินเน้นคำ “ก็ต้องน่ารักอยู่แล้ว ฉันถึงอยากพามาอวดพวกนายให้ได้เห็นไงว่าคุณปราณ ‘ของฉัน’ น่ารักขนาดไหน”

คามินพูดเสียงเย็น ถ้าไม่ใช่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานจะไม่มีทางรู้เลยว่าตอนนี้คามินกำลังไม่พอใจ รอยยิ้มและเสียงเย็นๆ นั่น กำลังแสดงอำนาจของผู้อยู่เหนือกว่าให้สิปปกรเห็น สิปปกรเองก็ได้แต่ยกยิ้มมุมปากอย่างรู้เท่าทัน

ปราณันต์คนนี้ช่างมีดีจริงๆ ที่ทำให้คามินร้อนรนได้แค่เพียงเขามีท่าทีเจ้าชู้ใส่เท่านั้น

ตอนแรกแค่อยากจะลองแหย่ดูเล่นๆ แต่เอาเข้าจริงแล้วลึกๆ ในใจสิปปกรเองก็รู้ดีว่า เขากำลังสนใจปราณันต์อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ถ้าเพียงมีโอกาสได้ลอง...

แต่สิปปกรก็พยายามหักห้ามใจไว้แค่นั้น หลังจากเห็นท่าทีของคามิน เอาเป็นว่าถ้าหลังจากจบเกมบ้าๆ นี่ สิปปกรอาจจะลองเอาเรื่องปราณันต์มาคิดใหม่อีกที แต่ตอนนี้คงต้องหยุดไว้ก่อน ถ้าไม่อยากให้เพื่อนผู้แสนเย็นชาของเขาได้อาละวาดเข้าให้

“ฉันรู้แล้วน่าว่านี่แฟนนาย เน้นจัง” สิปปกรแกล้งพูดแซว พร้อมทั้งแอบหัวเราะ ตอนที่เหลือบไปเห็นมือใหญ่ของคามินเกาะไว้ที่เอวปราณันต์แน่น

“เฮีย ไอ้ตี๋ หันมานี่ก่อน” สิปปกรหันไปเรียกเพื่อนอีกสองคนที่เหลือ เพราะเห็นกำลังเล่นง่วนอยู่กับฝาแฝดอยู่

เมธัสกับเตชินท์หันมาตามเสียงเรียกก่อนที่สิปปกรจะหันไปพูดกับปราณันต์อีกที

“ผมอยากให้คุณปราณ คิดซะว่าเราสามคนเป็นเพื่อนของคุณเช่นกันนะครับ” เมธัสกับเตชินท์พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย “คุณเป็นแฟนของเพื่อนสนิทเรา คุณก็เหมือนเพื่อนเราด้วย อย่ากังวลอะไรไปเลยครับ”

“ขอบคุณพวกคุณมากนะครับ” ปราณันต์กล่าวตอบอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหันไปสบตาคามินอย่างสบายใจ สายตากลมมองเลยไปยังฝาแฝดทั้งสองด้วย ยิ่งได้เห็นเด็กๆ เข้ากันได้ดีกับเพื่อนคามิน เขายิ่งสบายใจมากกว่าเดิม

ผิดกับสายตาคมที่กำลังลอบมองปราณันต์อยู่ มันเต็มไปด้วยความกังวลและหวงแหน เพียงแค่นึกถึงสายตาของสิปปกรก่อนหน้านี้ที่มองมายังปราณันต์อย่างมีความนัยบางอย่าง แม้มันจะไม่ชัดเจนแต่ก็ทำเอาเขาแทบทนไม่ได้

ถ้าในอนาคตข้างหน้ามีคนมามองปราณันต์ด้วยสายตาแบบนี้อีก เขาจะทำเช่นไร และยิ่งถ้าถึงเวลานั้นปราณันต์รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เขาจะยังมีสิทธิ์ในตัวปราณันต์เหมือนอย่างวันนี้หรือเปล่า คามินไม่มีทางรู้ได้เลย

และแน่นอน ทุกการกระทำของคามินอยู่ในสายตาของสิปปกรทั้งหมด รวมถึงแววตาที่ไอ้หน้าหล่อนั่นมองปราณันต์ด้วย

สายตาแบบนั้น...

สิปปกรได้แต่แอบยิ้มในใจ และภาวนาให้เพื่อนรักของเขาไม่ตกหลุมพราง ที่ตัวเองขุดไว้เองก็พอ

.

.

.

หลังจากทานข้าวเย็นมื้อนั้นเสร็จ และแยกย้ายจากเพื่อนๆ แล้ว คามินก็พาปราณันต์และฝาแฝดกลับอพาร์ทเม้นท์ ตามคาดคือเจ้าตัวแสบทั้งสองหลับไม่เป็นท่า แต่คามินเองยังมีเรื่องปราณันต์คาใจอยู่ คิ้วหนาจึงขมวดมุ่นไม่เลิก

“คุณคราม คุณมีอะไรไม่สบายใจรึป่าวครับ ผมเห็นคุณดูเครียดๆ ตั้งแต่ออกมาจากร้านอาหารแล้ว” ปราณันต์ถามขี้นเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆ ของคนรัก

“ผม.. ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่กังวลเรื่องงานพรุ่งนี้นิดหน่อย” คามินเลือกที่จะบอกปัดไป เขาไม่อยากให้ปราณันต์รู้ถึงสิ่งที่เขาไม่สบายใจ เพราะที่จริงมันก็เป็นสิ่งที่เขารู้สึกเอง และอีกอย่างท่าทางของสิปปกรก็ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้นในสายตาคนนอก เว้นแต่คนที่เป็นเพื่อนสนิทอย่างเขาที่พอจะมองออกอยู่บ้าง

“ว่าแต่คุณปราณโอเคกับเพื่อนผมใช่ไหมครับ”

“โอเคสิครับ โอเคมากเลย เพื่อนๆ คุณใจดีมากๆ เลย ใจดีทั้งกับผม กับน้อง เป็นแบบนี้ผมก็ค่อยสบายใจหน่อย” ปราณันต์ตอบอย่างอารมณ์ดี และดูโล่งใจผิดกับตอนก่อนที่จะไปเจอเพื่อนเขามาก

“ผมดีใจนะครับที่คุณเข้ากับเพื่อนๆ ผมได้ดีขนาดนี้” คามินพูดด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะเพิ่มความเข้มของน้ำเสียงขึ้นไปอีกนิดยามพูดถึงต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่สบายใจ “แต่ไอ้สิบมันอาจจะดูเจ้าชู้ไปสักนิด คุณปราณอย่าไปสนใจมากเลยนะครับ”

... ใช่! นั่นคือคำพูดที่เพิ่งหลุดออกจากของเขา หลุดออกจากปากคามิน ผู้ที่แสนจะเย็นชาและมั่นใจในตัวเองเกือบทุกเรื่อง เขาเพิ่งทำตัวขี้ขลาดโดยการพูดถึงเพื่อนในทางลบ เพื่อเบนความสนใจของปราณันต์ให้พ้นทางเพื่อนสนิทตัวเอง

คามินรู้ตัวดีว่าเขากำลังทำตัวงี่เง่า! แต่เขาก็เลือกที่จะทำ ทำเพียงเพราะความไม่พอใจที่กำลังก่อตัวเงียบๆ อยู่ในความรู้สึกของตัวเอง

“ไม่หรอกครับ คุณสิปปกรก็ดูเป็นมิตรดีนะครับ เขาคงไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นหรอก”

ปราณันต์ก็ยังคงเป็นปราณันต์ที่แสนจะใสซื่อบริสุทธิ์ คามินไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำได้เพียงแต่ยิ้มบางๆ ตอบให้คนตัวเล็กข้างๆ ก่อนจะขับรถต่อไปเงียบๆ ทั้งที่ลึกๆ แล้วความไม่สบายใจของคามินไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว

.

.

.

เช้าวันต่อมาคามินก็ยังคงไปฝากท้องทานอาหารเช้าที่ห้องของห้องปราณันต์ปกติ ฝาแฝดยังคงเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเขาเป็นปกติ แต่ดูเหมือนว่าที่ผิดปกติน่าจะเป็นพี่ชายคนโตของครอบครัว ซึ่งที่ว่าผิดปกตินี้ ก็ไม่ได้ผิดปกติในทางลบแต่อย่างใด แต่เป็นความผิดปกติในทางบวกเสียมากกว่า

“วันนี้คุณปราณแต่งตัวแปลกไปจากเดิมนะครับ” คามินทักขึ้นตอนที่ปราณันต์ยกกับข้าวมาวางให้บนโต๊ะอาหาร

คนตัวเล็กเกาแก้มแก้เขิน ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงประหม่า “มันแปลกในทางที่ดีหรือไม่ดีอ่ะครับ ผมไม่ค่อยมั่นใจเลย”

คามินมองไล่สำรวจคนรักตั้งแต่ศรีษะจนจรดปลายเท้า มีแต่ความหลงใหลอยู่ในสายตาคมคู่นั้น

“น่ารักครับ คุณน่ารักมาก ผมมั่นใจว่าใครๆ ก็ต้องหันมองคุณจนเหลียวหลังแน่ๆ”

คามินเอ่ยชมปราณันต์ในชุดกางเกงยีนส์ขายาวสีดำ ข้างบนเป็นเสื้อยืดสีชมพูอ่อน คลุมทับด้วยเสื้อยีนส์แขนยาวพอดีตัว แล้วยิ่งวันนี้ปราณันต์ไม่ได้เซ็ทผม ปล่อยให้มันตกปรกลงมาบนหน้าผากอีก ทำให้ยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่ น่ารักจนคามินไม่อยากให้ใครได้เห็น

“เฮ้อ ผมอยากเป็นคนเห็นแก่ตัวจัง” จู่ๆ คามินก็เปลี่ยนเรื่องพูดขึ้นมาหน้าตาเฉย ทำเอาปราณันต์ตั้งตัวไม่ทัน

“คุณว่าไงนะครับ” ปราณันต์หันไปถามคนตัวโตข้างๆ อย่างงงๆ

“ผมไม่อยากให้คุณปราณออกจากบ้านด้วยชุดนี้เลย มันน่ารักเกินไปอ่ะ” พูดไม่พูดเปล่า คามินขยับเข้าหาพลางโอบมือเข้าที่รอบเอวบางอย่างออดอ้อน คางของคนตัวโตวางเกยอยู่บนลาดไหล่เรียว จมูกโด่งเป็นสันกำลังคลอเคลียอยู่ข้างแก้มนวลที่ตอนนี้กำลังขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู

“คุณนี่!” มือเล็กๆ ตีเบาๆ ที่มือใหญ่ที่วางอยู่บนข้างเอวของตัวเองอย่างไม่จริงจัง “ผมแค่ต้องเปลี่ยนการแต่งตัวตามคำแนะนำของหัวหน้าทีมโปรเจ็กต์น่ะครับ พี่หัวหน้าเขาบอกว่าถ้าเราลองเปลี่ยนตัวเองให้อิสระดูบ้าง อาจจะทำให้ความคิดของเราโลดแล่นมากขึ้น ผมก็เลยอยากจะลองดู”

ปราณันต์ร่ายยาว โดยมีคามินเกยคางบนไหล่ของคนตัวเล็กฟังอย่างตั้งใจ แต่พอปราณันต์เผลอหันไปสำรวจเจ้าฝาแฝด จมูกโด่งของคนเจ้าเล่ห์ก็ฉกลงบนแก้มนวลอย่างจงใจ



ฟอด~



ดวงตากลมโตหันมามองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างจากใบหน้าตัวเองไม่ถึงคืบ แล้วพอร่างบางเตรียมตัวจะโวยวายที่ถูกแต๊ะอั๋งก็กลับกลายเป็นว่าริมฝีปากหยักกลับพุ่งเข้าหาริมฝีปากอิ่มของเขาอย่างรวดเร็ว



จุ๊บ~



ริมฝีปากหยักค่อยๆ ถอยออก แต่ปราณันต์ยังคงตกใจที่โดนจู่โจมไม่ทันตั้งตัว เลยทำให้คนตัวโตได้ใจ พุ่งเข้าจูบปากอิ่มไม่เลิก



จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ~



“คุณนี่ พอได้แล้วครับ” ปราณันต์ดันคนตรงข้ามออกเบาๆ แต่คามินกลับไม่ยอมขยับเลยสักนิด จนกระทั่ง

“คิก คิก คิก พี่ปุณณ์เห็นไหม”

“เห็นสิปัณณ์ คิก”

ปุณณกันต์กับปัณณธรกำลังกระซิบกระซาบหัวเราะคิกคักหลังจากที่ได้เห็นคามินกับปราณันต์กำลังจู๋จี๋กัน

“ปล่อยสิครับ เด็กๆ เห็นหมดแล้ว” ปราณันต์ขืนตัวออกจากอ้อมกอดของคามินเบาๆ คามินเลยต้องยอมปล่อย แต่ก็อดหัวเราะกับความแสบของเจ้าหนูฝาแฝดทั้งคู่ไม่ได้ เก่งนักเชียวเรื่องขัดจังหวะเนี่ย

สุดท้ายปราณันต์เลยต้องปรามให้เจ้าหนูทั้งคู่กลับเข้าลู่เข้าทาง แล้วชักชวนให้ทุกคนลงมือทานข้าวเช้าก่อนที่จะไปทำงานและไปโรงเรียนสายกันยกบ้าน

.

.

.

“ผมว่าเราควรจะบอกแกสองคนให้เข้าใจนะครับว่าเราเป็นอะไรกัน พวกแกเป็นเด็กฉลาดน่าจะเข้าใจไม่ยาก”

คามินเสนอขึ้นหลังจากที่ส่งฝาแฝดไปโรงเรียนเรียบร้อย ปราณันต์เองก็ดูเหมือนจะเห็นด้วย ซึ่งในตอนแรกปราณันต์คิดว่ามันอาจจะเร็วไปหากจะบอกน้องๆ ในตอนนี้เพราะพวกแกยังเด็ก แต่เมื่อกี้ก่อนออกจากโรงเรียน หลังส่งปุณณ์กับปัณณ์ถึงมือครูประจำชั้นแล้ว เจ้าหนูทั้งคู่ก็เอาแต่งอแง บอกว่าอยากจุ๊บแก้มพี่ปราณ พอปราณันต์บ่ายเบี่ยงเพราะเห็นว่าจะสายแล้ว ปัณณ์ก็หลุดปากบ่นออกมาว่า



‘ทีพี่ครามยังจุ๊บได้เลย พี่ปราณลำเอียง’



พอเจ้าตัวแสบพูดจบทำเอาปราณันต์กับคามินทำหน้าไม่ถูก ตอนที่ครูประจำชั้นของเจ้าหนูมองมาที่เขาสองคนด้วยสายตาหยอกล้อ สุดท้ายปราณันต์เลยต้องจำยอมให้ฝาแฝดหอมแก้ม พวกเด็กๆ เลยยอมเข้าเรียนอย่างสงบ มีแต่เขาทั้งคู่นี่แหละที่ร้อนรนจนแทบออกจากโรงเรียนอนุบาลไม่ทัน

“ผมก็ว่างั้นแหละครับ คงต้องบอกพวกแกให้เข้าใจ” ปราณันต์ถอนหายใจอย่างปลงๆ ก่อนจะหันไปตีแขนคนที่ขับรถอยู่ข้างๆ อย่างมันเขี้ยว

“เอ้า! คุณปราณตีผมทำไมครับ” คามินถามขำๆ เมื่อพบคนกำลังพาลหนึ่งอัตรา

“เพราะคุณนั่นแหละ ชอบกอดจูบผมให้พวกแกเห็น คุณนี่น่าตีกว่าใครเลย”

คามินหัวเราะร่วนก่อนที่จะน้อมรับความผิดไว้ลำพัง

“คร้าบ คร้าบ คร้าบ ผมผิดเอง ก็ใครใช้ให้คุณปราณน่ากอดน่าจูบขนาดนี้ล่ะครับ ผมห้ามใจกับคุณปราณไม่ไหวหรอก คุณปราณก็รู้นี่”

แต่แทนที่คามินจะสลดกลับดูชอบอกชอบใจเสียมากกว่า ปราณันต์นี่สิตรงกันข้าม เป็นคนดุคามินแท้ๆ แต่สุดท้ายตัวเองก็ต้องมานั่งกลั้นเขินจนแก้มแดงก่ำ ดูแล้วไม่ยุติธรรมเลยสักนิดเดียว

.

.

.

(อ่านต่อด้านล่าง)

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
(อ่านต่อจากด้านบน)

หลังแยกจากปราณันต์ คามินก็เดินพกอารมณ์ดีเข้ามาในออฟฟิศ แต่ก่อนที่จะได้ถึงห้องทำงาน แทนคุณที่ยืนรอท่าอยู่หน้าห้องมาพักใหญ่แล้ว ก็เดินเข้ามาหา พร้อมกับรายงานบางสิ่งบางอย่างให้เจ้านายตัวเองทราบ

“บอสครับ” แทนคุณเดินมาโค้งทักทายตรงหน้าคามิน พร้อมกับรายงานในสิ่งที่ท่านประธานของเขาควรต้องทราบ “คุณสิปปกร คุณเมธัส และคุณเตชินท์รออยู่ในห้องครับ”

“เช้านี้ฉันมีประชุมกับพวกหมอนั่นหรอ” คามินขมวดคิ้วถามเพราะโดยปกติแล้วพวกเพื่อนเขาไม่ค่อยโผล่มาหาเขาเช้าขนาดนี้ ยกเว้นแต่มีประชุมร่วมกัน แต่เท่าที่เขาเช็คดูเช้านี้ก็ไม่มีประชุมอะไรนี่

“เปล่าครับ พวกคุณๆ บอกว่าแวะมาหาบอสเฉยๆ ครับ”

คามินแปลกใจไม่น้อยแต่ก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะผลักประตูห้องเข้ามาเพื่อพบว่าบรรดาเพื่อนๆ เขากำลังรอคอยเขาอยู่อย่างใจจดใจจ่อ

“มาแล้วหรอวะไอ้หน้าหล่อ” เป็นสิปปกรที่ทักทายขึ้นมาคนแรก

“เออ มาแล้ว ว่าแต่พวกมึงมาทำอะไรที่นี่กันแต่เช้าวะ” คามินเดินไปที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะถอดสูทออกพาดไว้ที่พนักพิงเก้าอี้อย่างไม่ได้ใส่ใจนัก

“มาคุยเรื่องคุณปราณไงเฮีย” เป็นเตชินท์ที่ตอบขึ้นพร้อมใบหน้ากระตือรือร้น “คุณปราณของเฮียโคตรน่ารัก ตอนเจอทำงานที่คลับยังไม่เห็นน่ารักขนาดนี้เลย ตอนนี้แบบ... โอ๊ย เอาตรงๆ ผมอิจฉาเฮียว่ะ”

“เออ จริง ขนาดกูเฉยๆ กับผู้ชาย ยังอดคิดไม่ได้เลยว่าไอ้เด็กนี่น่ารักเป็นบ้า ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่ยุให้มึงจีบ รู้งี้จีบเองก็ดี” เมธัสสำทับเพิ่ม

คามินเริ่มมีความรู้สึกคันยิบๆ ในหัวใจแปลกๆ อีกแล้ว นั่นปราณันต์ของเขา ของเขาคนเดียวเท่านั้น ทำไมไอ้เตถึงเอาแต่ชม แล้วทำไมพี่เมษถึงต้องมาทำท่าเสียดายอยากจีบด้วย ภายใต้หน้าตาและท่าทีที่นิ่งสงบ คามินได้แต่ฮึดฮัดอยู่ในใจ

“จริง ปราณันต์น่ารักมาก นี่ถ้าไม่ใช่มึง กูคงแย่งมาเป็นของตัวเองแล้วแน่ๆ” สิปปกรแกล้งทิ้งระเบิด เพื่อดูทีท่าของคามิน และเป็นไปตามคาด นิวเคลียร์ลูกเล็กๆ ดูเหมือนพร้อมจะทำงานแล้ว

“แต่ตอนนี้ปราณันต์เป็นของกูไง! เด็กคนนั้นเป็นของกู! ใครก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งย่ามทั้งนั้นแหละ” คามินคำรามลอดไรฟัน ประกาศกร้าวถึงสถานะของปราณันต์ออกมาอย่างหงุดหงิด

เตชินท์กับเมธัสมองหน้ากันอย่างแปลกใจ ว่าทำไมคามินถึงต้องหัวเสียขนาดนี้ ดูเหมือนว่าจะมีสิปปกรคนเดียวที่พอจะเข้าใจอาการที่คามินเป็นเป็นอย่างดี

รู้ทั้งรู้ว่าคามินกำลังหงุดหงิด แต่สิปปกรก็ยังอยากจะแน่ใจอีกสักหน่อย เลยหย่อนระเบิดกลับไปอีกลูก

“เป็นของมึงแค่ในนาม ก็ยังไม่ได้ถือว่าเป็นของมึงนะคราม มึงต้องทำให้เด็กน้อยนั่น ‘เป็นของมึง’ จริงๆ เสียก่อน มึงถึงจะพูดแบบนั้นได้ นี่เหลือเวลาแค่อาทิตย์กว่าๆ อย่าลืมแล้วกัน”

สิปปกรแกล้งย้ำถึงข้อตกลงระหว่างพวกเขา ข้อตกลงที่ทำให้คามินได้รู้จักกับปราณันต์ ซึ่งการย้ำแบบนั้นดูเหมือนว่าจะทำให้คามินหงุดหงิดหนักยิ่งกว่าเดิม สันกรามได้รูปถูกขบจนนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่เจ้าของห้องทำงานแสนหรูจะพูดออกมาเสียงเย็น

“กูรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำ” คามินหลับตาลง พร้อมทั้งใช้มือคลึงที่หัวคิ้วอย่างพยายามสะกัดกลั้นอารมณ์ “แต่ตอนนี้พวกมึงกลับไปก่อนเถอะ กูจะทำงาน”

และเมื่อเห็นทุกคนยังยืนเฉย คามินก็เพิ่มความเข้มของน้ำเสียงขึ้นอีก เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าเขาเอาจริง

“บอกให้กลับไปก่อนไง จะทำงาน” เมื่อพูดจบประโยค มือใหญ่ก็หันไปกดที่แป้นโทรศัพท์ เพื่อบอกความต้องการของตัวเองกับคนสนิทที่รออยู่หน้าห้องทำงาน “แทนคุณ ส่งแขก”

จบคำสั่งประตูห้องทำงานของคามินก็เปิดออกทันทีโดยบอดี้การ์ดคนสนิท เตชินท์และเมธัสเดินออกไปจากห้องงงๆ มีแต่สิปปกรเท่านั้นที่เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างเป็นอย่างดี

และเมื่อทุกคนออกไปแล้ว ก็ไม่มีใครได้เห็นแววตาครุ่นคิดของคามิน มือใหญ่ที่วางอยู่โต๊ะประสานเข้าหากันอย่างใช้ความคิด จริงอย่างที่สิปปกรว่า เวลาเขาเหลือไม่มาก ซึ่งตอนนี้มากไปกว่าเรื่องท้าพนัน สิ่งนึงที่คามินกล้ายอมรับกับตัวเองเลยก็คือ เขาไม่มีวันยอมเสียปราณันต์ปโดยที่ยังไม่ได้แตะต้องเด็ดขาด ไม่มีวัน

.

.

.

หลังออกจากห้องทำงานของคามิน เมธัสจึงถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

“ไอ้บอสมันเป็นอะไรของมันวะ แค่พูดถึงปราณันต์นิดหน่อย อยู่ดีๆ ก็หงุดหงิดขึ้นมาซะอย่างนั้น”

“นั่นดิเฮีย ทำหน้าอย่างกับจะฆ่าคน นี่ถ้าไม่ติดว่ารู้มาก่อนนะว่าเฮียครามจีบคุณปราณเพราะเกม ผมคงคิดว่าเฮียครามกำลังหึงคุณ... เฮ้ย เดี๋ยว! จริงรึป่าววะเฮียสิบ”

เตชินท์หันไปถามสิปปกรหน้าตาตื่น โดยมีเมธัสมองอย่างคาดคั้นจะเอาคำตอบด้วยเช่นกัน

“ฮ่าๆๆๆ” สิปปกรหัวเราะอย่างสนุกสนาน “ได้เห็นคนเย็นชาอย่างไอ้หน้าหล่อ ร้อนรนเป็นหนูติดจั่นแบบนี้บ้างก็สนุกดีเหมือนกันนะเฮีย ไอ้เต”

ดวงตาเป็นประกายของสิปปกรกำลังวาววับราวกับจะบอกว่าสนุกสนานกับเรื่องตรงหน้ามากแค่ไหน

“แต่คนอย่างครามมันไม่เคยรักใครง่ายๆ นายก็รู้ หัวใจมันเย็นชาขนาดที่ว่า สวยๆ อย่างวลัยมันยังเมินเลย”

“ผมไม่เถียงเฮียนะ เรื่องที่ว่าวลัยสวยน่ะ แต่เฮียก็เห็นนี่ว่าปราณันต์เปล่งประกายและมีเสน่ห์ขนาดไหน เฮียคบกับไอ้หน้าหล่อมาตั้งหลายปี เฮียเดาไม่ถูกเหรอว่าถ้าต้องให้เลือก ครามมันจะเลือกใคร ระหว่างพรวลัยที่แสนเอาแต่ใจ กับปราณันต์เด็กที่มีอะไรให้ค้นหาตลอดเวลา” สิปปกรพูดยิ้ม ๆ ก่อนจะจบประโยคด้วยสิ่งที่เตชินท์แล้วเมธัสเถียงต่อไม่ออก

“เอาเถอะ เดี๋ยวจบเกมนี้ก็รู้ พวกเราอาจจะแพ้พนันไอ้คราม แต่ผมมั่นใจเลยว่าหมอนั่นจะแพ้ใจตัวเอง แบบพังไม่เป็นท่าเลยแหละ เฮียกับไอ้เตจะพนันกับผมก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ”

.

.

.

และในขณะที่คามินนั่งคิดโน่นคิดนี่เกี่ยวกับเรื่องปราณันต์เพลินๆ นั้น โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น



Walai is Calling



คามินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย แค่ต้องปวดประสาทกับพวกเพื่อนปากเสียก็แทบจะเป็นบ้าตายแล้ว ตอนนี้ยังต้องมาทนรองรับอารมณ์เหวี่ยงวีนของพรวลัยอีก วันนี้มันวันซวยอะไรของเขากันนะ

“ครับ” คามินรับสายด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

(คราม! ถ้าวลัยไม่โทรมา ใจคอคุณก็ไม่คิดจะโทรหาวลัยเลยหรือไงคะ?)

คามินข่มตาลงอย่างอดกลั้น เมื่อได้ยินเสียงแหลมแว๊ดๆ ผ่านสายโทรศัพท์มา ไม่ผิดจากที่เดาไว้เลยสักนิด

“ผมงานยุ่งครับวลัย คุณก็รู้ว่าผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลา” คามินสะกดใจตัวเองให้ตอบเสียงนิ่ง สิ่งที่เขาอยากให้เกิดเป็นสิ่งสุดท้ายเลยคือ การที่พรวลัยอารมณ์เสียและเหวี่ยงวีนหนักกว่าเดิม

(ไม่รู้แหละค่ะ วลัยเป็นคู่หมั้นคุณ คุณต้องใส่ใจวลัยให้มากกว่านี้ ไม่งั้นวลัยจะฟ้องคุณลุงกับคุณป้า ว่าคุณเอาแต่สนใจงาน ไม่ยอมดูแลคู่หมั้นตัวเอง)

คนปลายสายพูดแทบไม่หายใจ พรวลัยมักจะพูดและอ้างแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ จนเขาเบื่อหน่าย พอไม่ได้ดั่งใจก็ขู่จะฟ้องพ่อกับแม่ทุกครั้ง แรกๆ ก็ดูเหมือนว่าคามินจะทนสิ่งเหล่านี้ได้ แต่พอมาถึงวันนี้มันกลับไม่ใช่

มือใหญ่กำแน่นเข้าหากันอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ความรู้สึกหงุดหงิดถูกตีตื้นขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไหนจะจากไอ้เพื่อนสนิทตัวดีที่ทำทีท่าราวกับว่าสนใจปราณันต์ของเขาเสียเหลือเกิน แล้วไหนจะจากคู่หมั้นที่วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่แผดเสียงลั่นๆ น่ารำคาญนี่อีก เกิดเป็นคามินนี่ต้องทนกับเรื่องบ้าๆ มากมายแบบนี้ไปถึงไหนกัน

“ผมก็ทำเท่าที่ผมจะทำได้ ถ้าคุณอยากได้มากกว่านี้คงต้องไปหาจากคนอื่น เพราะผมเป็นของผมแบบนี้ ถ้าคุณทนไม่ได้จะบอกให้คุณพ่อคุณแม่คุณถอนหมั้นก็ได้นะครับ”

คามินพูดยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เป็นผลให้พรวลัยชะงักเสียงวี๊ดๆ นั่นได้ทันทีทันใดเลยทีเดียว

(ไม่มีทางหรอกค่ะ วลัยไม่ถอนหมั้นกับคุณแน่ๆ) น้ำเสียงเอาแต่ใจทางปลายสายพูดขึ้นอย่างดื้อดึง

(คุณอย่ามาพูดขู่วลัยซะให้ยาก ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายหน้าไหนก็อยากได้คุณทั้งนั้น คุณเพียบพร้อมทุกอย่าง เพราะฉะนั้นคนที่เหมาะสมกับคุณมีแค่วลัยคนเดียวเท่านั้น และวลัยก็จะไม่ยอมปล่อยคุณไปเด็ดขาด ไม่มีวัน)

เสียงหวานพูดอย่างเกรี้ยวกราดและเอาจริงเอาจัง คามินรู้ดีว่าพรวลัยไม่ได้พูดเล่น การที่พรวลัยแต่งงานกับเขามันไม่ได้มีประโยชน์แค่ทางธุรกิจ แต่ทางหน้าตาในสังคมก็จะมีประโยชน์ไม่ต่าง คามินไม่ได้หลงตัวเอง แต่ทั้งรูปร่างหน้าตาและทรัพย์สมบัติของเขา สามารถทำให้ตระกูลของพรวลัยเชิดหน้าชูตาในวงสังคมได้ไม่ยาก เพราะฉะนั้นมีใครบ้างล่ะที่จะอยากปล่อยให้เขาหลุดมือ

“คุณอาจจะไม่ยอมปล่อยผม แต่กับผมเองก็ไม่แน่ไม่ใช่หรอครับ” คามินสวนกลับนิ่งๆ “ถ้าคุณวุ่นวายกับผมไม่เลิกแบบนี้ ผมก็ไม่รับประกันนะครับว่าเรื่องของเรามันจะราบรื่นไปจนตลอดรอดฝั่ง”

คามินพูดเสียงกร้าว อย่างน้อยพรวลัยก็ต้องรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะถูกลูบคมได้ง่ายๆ

“คุณก็อยู่ส่วนคุณ ผมก็อยู่ส่วนผม เราต่างทำหน้าที่ของกันและกันไปแบบนี้ดีกว่าไหมครับ”

คามินพยายามไกล่เกลี่ย เมื่อเห็นว่าพรวลัยนิ่งไป เขาคิดว่าทุกอย่างไม่น่าจะแก้ไขยากอะไร แต่เขากลับคิดผิดถนัดเมื่อพรวลัยพูดประโยคถัดมา

(รอให้วลัยกลับไปก่อนเถอะค่ะ วลัยจะไม่ปล่อยคุณไปแน่! คอยดูเถอะ!)

และไม่ทันที่คามินจะได้พูดอะไรกลับไป พรวลัยก็ชิงวางสายไปเสียก่อน ร่างสูงได้แต่ขบฟันแน่นด้วยความหงุดหงิดใจ ยิ่งคิดถึงกำหนดที่พรวลัยใกล้จะกลับมา หัวใจที่เคยเช็นชาของเขากลับยิ่งร้อนรน



... กับปราณันต์ ทั้งร่างกายและหัวใจของเด็กคนนั้น เขายังไม่พร้อมจะละทิ้งไปแม้แต่สักนิดเดียว!

.

.

.

คามินนั่งทำงานต่อด้วยใจไม่เป็นสุข ... ใช่! เขากำลังหงุดหงิด

หงุดหงิดที่สิปปกรทำท่าสนใจปราณันต์ออกนอกหน้า

หงุดหงิดที่พรวลัยทำท่าเหมือนใกล้จะกลับมา ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะมีเวลาอยู่กับปราณันต์น้อยลง

และที่หงุดหงิดที่สุดคือ ดูเหมือนว่าใจกลางความหงุดหงิดทั้งหลายจะมีสาเหตุมาจากคนๆ เดียว และคนๆ นั้นคือ 'ปราณันต์'



Rrrrrr



และคามินกลับยิ่งหงุดหงิดทวีคูณ เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์แผดรบกวนอีกครั้ง จนสุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหวต้องหยิบมันขึ้นมารับสายอย่างเสียไม่ได้

แต่ดูเหมือนว่าสายที่เพิ่งเรียกเข้ามานี้ จะทำให้เขาหงุดหงิดน้อยลง ทั้งๆ ที่ชื่อที่ปรากฎบนหน้าจอนั้นที่ก็คือชื่อเดียวกับที่เป็นสาเหตุของปัญหาที่ทำให้คามินหงุดหงิดอยู่ก็ตาม และแทนที่จะหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนที่ผ่านมา ริมฝีปากหยักกลับกำลังอมยิ้มแทน


Pranan is calling


“ว่าไงครับคุณปราณ” น้ำเสียงที่เคยเย็นชาและแห้งแล้งยามใช้กับพรวลัย ถูกเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอ่อนหวานยามใช้กับอีกคน

(คุณยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ ผมโทรมารบกวนรึป่าว) เสียงใสๆ จากปลายสายถามอย่างเกรงอกเกรงใจ ยิ่งทำให้คนที่ได้ยินเอ็นดูมากขึ้นกว่าเดิม

“เปล่าครับ ไม่ได้ยุ่งอะไรเลย กำลังคิดถึงคุณปราณอยู่พอดี” ริมฝีปากหยักยกยิ้มบางๆ ขณะพูดไปด้วยความอ่อนโยนที่เขาเผลอแสดงออกโดยไม่รู้ตัว

(พูดอะไรก็ไม่รู้) ปลายสายบ่นงุ๊งงิ๊ง ถ้าให้เขาเดาตอนนี้แก้มขาวๆ นั่นต้องกำลังแดงจนน่าฟัดแน่ๆ (ผมแค่จะโทรมาบอกว่าวันนี้ไม่ต้องไปรับฝาแฝดนะครับ)

“อ่าว ทำไมล่ะครับ” คามินถามขึ้นอย่างงงๆ

(พอดีวันนี้คุณน้า หมายถึงหม่าม๊าของอนาวินน่ะครับ ท่านว่าง แล้วอยากเจอเด็กๆ เลยจะให้ไอ้วินไปรับปุณณ์กับปัณณ์ไปนอนค้างคืนด้วย)

ปราณันต์ร่ายยาว เสียงหวานเจื้อยแจ้วอย่างน่าฟัง คามินฟังพลางคิด ถ้าต้องให้ฟังปราณันต์พูดทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ

“อืมม เหงาแย่เลยเด็กๆ ไม่อยู่แบบนี้” คามินเริ่มงอแง ก่อนจะรีบถามปราณันต์อย่างร้อนใจ “แล้วคุณปราณล่ะครับ เลิกงานกี่โมง”

(ผมหรอ? อืม... เลิกกี่โมงดีล่ะครับ) คนปลายสายแกล้งถามกลับกวนๆ

“โถ่ ที่รัก อย่าแกล้งผมแบบนี้สิครับ” คามินอ้อน “ถ้าวันนี้คุณปราณเลิกดึก ผมต้องเหี่ยวตายแน่ๆ ว่าไงครับคนดี วันนี้คุณปราณเลิกกี่โมง ผมจะได้ไปรับ”

(ฮ่าๆ) ปราณันต์หัวเราะอย่างอารมณ์ดี นานๆ เขาจะได้แกล้งคามินสักที (ผมเลิกหกโมงเย็นครับ พอดีหัวหน้าทีมมีการบ้านให้กลับไปคิดนิดหน่อย เลยได้เลิกเร็ว)

“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ผมไปรอรับนะครับ” คามินรีบบอกอย่างยินดี อย่างน้อยเย็นนี้เขากับปราณันต์ก็จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองเต็มที่สักที



...อยู่ด้วยกันสองต่อสองงั้นหรอ



“คุณปราณครับ พอดีวันนี้ผมมีเรื่องให้คิดมากนิดหน่อย คืนนี้คุณไปดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหมครับ” ทันทีที่ฉุกคิดบางอย่างได้ คามินก็แสร้งส่งเสียงหนักอกหนักใจ เรียกความสงสารจากปราณันต์ ซึ่งนั่นได้ผลชะงัด

(คุณไม่สบายใจเรื่องอะไรครับ เรื่องงานหรอ แล้วตอนนี้คุณโอเคไหมคุณคราม) ปราณันต์รัวถามเป็นชุด ดูก็รู้ว่าเป็นห่วงคามินมากแค่ไหน

“ก็ส่วนนึงครับ ไว้เจอผมจะเล่าให้ฟัง ว่าแต่คุณปราณ...”

(ไปครับไป หกโมงเย็นเจอกันนะครับ เดี๋ยวผมไปรอคุณที่เดิม) คามินยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ ปราณันต์ก็ตอบรับเสียแล้ว ท่าทางร้อนอกร้อนใจของคนในสาย ยิ่งทำให้คนเจ้าเล่ห์นึกกระหยิ่มในใจกับแผนการที่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้

“ขอบคุณคุณปราณมากนะครับ เย็นนี้เจอกันนะ” แม้น้ำเสียงของคามินจะเศร้าสร้อย แต่มุมปากหยักกลับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปื้อนอยู่ตลอด

และถึงจะวางสายไปแล้วแต่คามินยังคงยิ้มพอใจไม่เลิก อารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กลับเลือนหายไปเหมือนไม่เคยมีมาก่อน เพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้ คามินก็แทบจะรอให้ถึงเวลานั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ

.

.

.

พอถึงเวลานัด ปราณันต์ก็ไปยืนรอคนรักที่เดิม เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา รถยนต์คุ้นตาก็มาจอดเทียบด้านข้าง ขาเรียวยาวรีบก้าวขึ้นไปนั่งเบาะโดยสารข้างคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ใบหน้าสวยหวานจะหันไปมองคนตัวโตข้างกายด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย

“คุณคราม คุณมีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรอครับ” ปราณันต์ละล่ำละลักถามคนรักอย่างเป็นห่วง น้ำเสียงที่เจือความไม่สบายใจนั้น ทำเอาคนที่ได้ยินอดรู้สึกละอายไม่ได้ถึงสิ่งที่ตัวเองจะทำในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้

แต่คามินตัดสินใจแล้วว่าจะทำมัน เขาทนสูญเสียปราณันต์ไปโดยที่ยังไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องไม่ได้ อย่างน้อยเขาต้องได้ในสิ่งที่ควรได้เสียก่อน ใครจะว่าเขาเลวยังไงเขาก็ไม่แคร์

“วันนี้ผมโดนหัวหน้าตำหนิครับ ก็อย่างที่คุณปราณรู้ ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผมก็พยายามแล้ว แต่ยอดขายไม่กระเตื้องเลย ผมเองก็เครียด แต่ไม่รู้จะทำยังไง”

เรื่องโกหกที่เพิ่งคิดได้สดๆ ร้อนๆ ถูกกล่าวออกมาจากปากหยัก คามินเหลือบมองใบหน้าน่ารักตรงหน้า แววตากลมโตเต็มไปด้วยความเห็นใจและสงสาร ซึ่งอีกไม่กี่อึดใจต่อมา แขนเรียวยาวก็ค่อยๆ วาดมาโอบรั้งรอบคอเขาก่อนจะดึงเขาเข้าซบลงบนอกบางเบาๆ ...

ปราณันต์กำลังกอดปลอบคามิน

ความอ่อยโยนที่คามินได้รับเกือบทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจ ปราณันต์ช่างไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก ตอนนี้ความรู้สึกในใจคามินตีกันยุ่งไปหมด อยากครอบครองแต่ก็ไม่อยากทำร้าย แต่เมื่อคิดถึงพรวลัยที่กำลังจะกลับมา ดูเหมือนว่ากำหนดเวลาช่างบีบคั้นและกดดันให้เขาทำร้ายปราณันต์อย่างไม่มีทางเลือก

“คุณยังมีผมนะครับ ไม่ว่าจะยังไงผมจะเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ อย่าเพิ่งท้อนะ” เสียงหวานเอ่ยกระซิบอย่างปลอบโยน

“ผมเหนื่อย ผมอยากพัก คืนนี้คุณปราณอยู่เป็นเพื่อนผมได้ไหมครับ” คามินขอร้องโดยฉวยเอาความใจดีของปราณันต์มาเป็นเครื่องมือ

“ได้สิครับ ผมจะอยู่กับคุณเอง คุณอยากไปดื่มที่ไหน ยังไงก็ได้ ผมแล้วแต่คุณเลย” มือเล็กๆ ของปราณันต์ลูบลงบนกลุ่มผมสีเข้มของคามินราวกับกำลังปลอบโยน

“ผมไม่อยากไปไหน ผมอยากอยู่กับคุณปราณสองคนมากกว่า เรากลับไปดื่มที่ห้องเราได้ไหมครับ” คามินลองหยั่งเชิงถามและดำเนินการเข้าแผนการเงียบๆ

“งั้น.. เรากลับบ้านเรากันนะครับ” ปราณันต์ค่อยๆ ดันตัวคามินออกจากอก จากนั้นมือเล็กทั้งสองข้างก็ยื่นมาประคองใบหน้าคามินไว้ ก่อนที่ใบหน้านวลจะเขยิบเข้าไปใกล้ๆ ริมฝีปากอิ่มค่อยๆ จุมพิตเบาๆ ลงบนริมฝีปากหยัก ราวกับจะช่วยให้กำลังใจและบรรเทาความทุกข์ใจให้กับคนตรงข้าม

คามินส่งยิ้มเพื่อขอบคุณให้แก่ปราณันต์ เมื่อร่างบางค่อยๆ ถอยกลับไป คนตัวโตหันกลับมาตั้งหลักกับพวงมาลัยตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ ขับรถออกไปจากออฟฟิศ เพื่อกลับคอนโดของเขาและปราณันต์ หลังจากเมื่อกี้ที่อดยอมรับไม่ได้ว่าสติเตลิดไปไม่น้อย เมื่อเห็นปราณันต์เป็นคนเริ่มเข้าหาตัวเองก่อน แล้วแบบนี้เขาจะยอมปล่อยให้ลูกแมวตัวน้อยนี่หลุดมือเขาไปได้ยังไงกัน

.

.

.

หลังจากจอดรถเรียบร้อยทั้งสองก็พากันขึ้นมาที่ห้องพัก คามินเสนอว่าให้มานั่งดื่มที่ห้องเขา เพราะที่ห้องปราณันต์ที่มีฝาแฝดอาศัยอยู่ด้วย น่าจะไม่มีเหล้าเบียร์แช่ติดตู้เย็นไว้ ซึ่งความจริงข้อนี้เป็นเรื่องที่ปราณันต์ปฏิเสธไม่ออก

“งั้นคุณเข้าห้องไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขออาบน้ำก่อน วันนี้ผมไปออกไซท์สำรวจพื้นที่มา เหนียวตัวจะแย่ ยังไงเดี๋ยวผมตามไปนะครับ”

ปราณันต์ขอแวะทำธุระส่วนตัวที่ห้องก่อน ซึ่งคามินเองก็อยากให้เป็นแบบนั้น เขาอยากจะเตรียมความพร้อมเรื่องบรรยากาศสักนิดอยู่เหมือนกัน

“ตามสบายครับ เสร็จแล้วเรียกผมนะ เดี๋ยวผมมาเปิดประตูให้”

คนตัวเล็กพยักหน้าพร้อมยิ้มรับอย่างไร้เดียงสา ปราณันต์ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะตกลงบนหลุมพรางขนาดใหญ่ที่คามินขุดไว้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว

และหลังจากแยกกับปราณันต์ คามินก็มาจัดการสร้างบรรยากาศที่ดูไม่แสดงออกชัดเจนเกินไป เขาหรี่ไฟลงเล็กน้อย เลือกใช้ไฟจากโคมมากกว่าไฟหลักจากนีออนกลางห้อง โต๊ะอาหารถูกวางด้วยแอลกฮอล์ราคาแพง มีกับแกล้มเล็กน้อยไม่กี่อย่าง แน่นอนวันนี้คามินตั้งใจจะทานอย่างอื่น พวกเหล้าพวกเบียร์ที่วางอยู่นี่มันก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น

หลังจากจัดทุกอย่างเรียบร้อยคามินก็รออยู่ไม่นาน เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้น


ติ๊งหน่อง~


คามินยกยิ้มมุมปากเบาๆ อย่างพอใจ ลูกแมวของเขามาแล้ว ก่อนที่ขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจะก้าวเดินไปประตูออกช้าๆ

ภาพปราณันต์ที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของคามินอดเต้นแรงไม่ได้



.. น่ารัก ..



นี่คือคำจำกัดความของภาพเด็กหนุ่มตรงหน้า เท่าที่คามินจะนึกออกได้

ปราณันต์อยู่ในชุดนอนลายสก็อตสีขาวฟ้า บนศรีษะผมสีดำขลับกระจายอยู่อย่างอ่อนนุ่มไม่ได้เซ็ทเหมือนกับว่าเพิ่งสระเสร็จใหม่ๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และกลิ่นประจำตัวของปราณันต์ลอยมาแตะจมูก ซึ่งกำลังปั่นป่วนสติของคามินให้กระเจิดกระเจิง ใบหน้านวลใสหลังอาบน้ำ ช่างอ่อนโยนดูราวกับเด็กน้อยที่น่าฟัดน่ารังแกให้ร้องไห้แล้วค่อยมาโอ๋ปลอบทีหลังเสียจริง

คามินพยายามอย่างมากที่จะข่มใจให้ไม่กระชากตัวเจ้าแมวน้อยตรงหน้ามากอดแล้วทำทุกอย่างตามใจอยาก เขาพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นกว่านี้ ถ้าอยากจะได้สิ่งที่ดีที่สุดเขาต้องใจเย็น

“คุณจะไม่ให้ผมเข้าไปหรอครับ” ปราณันต์แกล้งเอ่ยแซว เมื่อเห็นคามินยืนจ้องเขาตาไม่กะพริบอยู่หน้าห้อง

“เชิญครับคุณปราณ” เมื่อได้สติคามินจึงหลบทางให้ปราณันต์เดินเข้ามา ก่อนที่สุดท้ายทั้งสองจะเดินเคียงข้างกันไปที่โต๊ะอาหารใกล้ๆ กับมุมห้องครัว

คามินจัดการขยับปรับเก้าอี้ทั้งสองให้มีระยะไม่ห่างกันมาก ทั้งสองนั่งกระดกเบียร์เงียบๆ โดยที่ไม่ได้คุยอะไรกันอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งเป็นคามินเองที่เอ่ยทะลุความเงียบขึ้นมา

“ขอบคุณคุณปราณมากนะครับที่มาอยู่เป็นเพื่อนผม” ใบหน้าคมคายพูดก่อนที่จะหันไปมองคนข้างตัว ซึ่งเป็นจังหวะที่ปราณันต์เองก็พูดขึ้นมาเช่นกัน

“ผมแค่อยากให้คุณสบายใจ อะไรที่ผมพอช่วยได้...”

คามินไม่รอให้คนตัวเล็กพูดจบ มือใหญ่โผเข้าล็อคท้ายทอยคนตรงข้าม ก่อนที่รั้งใบหน้าสวยหวานเข้ามาหา แล้วริมฝีปากหยักก็ค่อยๆ ยื่นลงไปประทับลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยน

รสชาติขมปร่าของแอลกอฮอล์ในปากของคนทั้งสอง บวกกับบรรยากาศสลัวๆ ของโคมไฟในห้อง ยิ่งทวีความร้อนแรงของจูบครั้งนี้ให้มากขึ้น คามินบดคลึงและดูดดึงริมฝีปากล่างของปราณันต์อย่างหลงใหล เขาชอบมันเหลือเกิน เวลาจูบกับปราณันต์ เขาจะอ้อยอิ่งกับส่วนนี้เป็นพิเศษ ครั้งนี้ก็เช่นกัน คามินกำลังดูดคลึงและบดย้ำมันจนเกิดเป็นเสียงดังระงมไปทั่วห้อง

ส่วนปราณันต์เองก็ไม่ต่าง เขาเสพติดรสจูบของคามินมาก ทุกสัมผัสที่ได้รับทำให้ปราณันต์หัวใจเต้นแรงเสมอ เขาพยายามที่จะจูบตอบคามินอย่างไร้เดียงสา และเมื่อคามินขบเขี้ยวคมลงมาเบาๆ ปราณันต์ก็เผยอปากขึ้นอย่างเต็มใจ เขาแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะให้เรียวลิ้นร้อนชื้นจากริมฝีปากหยักเข้ามาสำรวจในโพรงปากตัวเอง

เรียวลิ้นของคนทั้งสองต่างเกี่ยวกระหวัดเข้าหากันและกันอย่างหื่นกระหายและโหยหา คามินบดคลึงและดูดย้ำริมฝีปากปราณันต์อย่างร้อนแรง มือใหญ่เองก็เริ่มทำหน้าที่ของมันเองโดยการปัดป่ายไปทั่วร่างกายของปราณันต์ คามินค่อยๆ ไต่มือผ่านยอดอกข้างหนึ่งของคนตัวเล็ก เขาแกล้งสะกิดมันเบาๆ ก็ทำเอาคนตรงข้ามครางเสียงหวานอยู่ในลำคอ เพราะคามินยังไม่ได้ถอนริมฝีปากออก

ปราณันต์พอใจกับมัน คามินรู้ดี ไม่เช่นนั้นอกเล็กนี่คงไม่แอ่นเข้าหามือเขาแบบนี้หรอก และแม้จะเป็นการสัมผัสผ่านเนื้อผ้า แต่เขาเองก็รู้ดีว่าตอนนี้ปราณันต์เองก็กำลังถูกจุดติดแล้วเช่นกัน ร่างบางตรงข้ามเขากำลังมีอารมณ์ เพราะตุ่มไตที่ยอดอกทั้งสองข้างกำลังชูชัน จนแทบจะดันทะลุเนื้อผ้าของชุดนอนสีฟ้าสดใสออกมาอยู่แล้ว

คามินตัดสินใจละริมฝีปากออกจากปากอิ่ม แม้จะเสียดายแค่ไหน แต่สิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปนี้มันสำคัญมากกว่า เขาอาจจะได้มากกว่าจูบ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาต้องลองเสี่ยง

ริมฝีปากหยักของร่างสูงค่อยๆ ไล้ผ่านแก้มนิ่ม ไปหยุดลงที่ใบหูของปราณันต์ ลิ้นร้อนค่อยๆ เลียเบาๆ ที่ติ่งหูนิ่ม ก่อนที่จะกระซิบถามคนตัวเล็กตรงหน้าเบาๆ อย่างอ้อนวอน



“เราไปที่เตียงกันดีไหมครับคุณปราณ...”

.

.

.

To Be Continue

--------------------------------------------------------

นับวันยิ่งจะถอนตัวยากขึ้นไปทุกวันนนน ตอนหน้านี่ยังงายยย ยังงายยยยย

รอติดตามนะคะ แล้วจะรีบมาลงให้ค่าา ฝากคอมเม้นท์ติชมได้เลยน๊าาา หรือจะติดแท็ก #ลวงหลอกรัก ในทวิตเตอร์ก็ได้ เดี๋ยวไปตามอ่านนน ขอกำลังใจสักเล็กสักน้อยน้อวววว

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค้าบบ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8460
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
เฮ้ออ สงสาร

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
หึหึ ตกหลุมพรางตัวเอง จากเริ่มต้นจนตอนนี้เราโฟกัสที่คามินมากกว่าว่าทำไรบ้าง แต่หลังจากนี้เมื่อรู้ เราจะโฟกัสปรานอย่างเดียวเลยว่าจะได้ดั่งใจไหม จะไม่สนคามิน เรามันสายโหด สายแค้นต้องชำระ 55555 นอกจากจะเล่นกับความรู้สึกทั้งหมดแล้ว ยังเล่นกับความรู้สึกเราอีก บอกเลย หนัก คามิน 5555555 สนุกว้อยยย รอตอนต่อไป  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 451
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
วันข้างหน้าฉันจะไม่มีวันสงสารนาย คามิน

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 421
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4041
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
จะให้สงสาร ก็ไม่รู้จะเริ่มจากสงสารใครก่อน ..

ออฟไลน์ Gade_ka

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-4
17th Lies : ลึกซึ้ง


“เราไปที่เตียงกันดีไหมครับคุณปราณ”


คามินกระซิบข้างหูนิ่มเบาๆ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกจากอกขณะที่รอคำตอบ ปราณันต์ยังคงซุกใบหน้าอยู่ที่ต้นคอเขาไม่ห่าง อกบางๆ กำลังกระเพื่อมขึ้นลงจากการหอบหายใจ และเมื่อคามินเห็นว่าปราณันต์ยังนิ่ง เขาเลยตัดสินใจกระตุ้น เพราะรู้ดีว่าคนในอ้อมกอดกำลังลังเล คามินตัดสินใจไล้มือที่เกาะอยู่ที่เอวบางขึ้นมาช้าๆ เหมือนจะไม่ตั้งใจแต่ในความเป็นจริงแล้วคือตรงกันข้าม

มือใหญ่ค่อยๆ ไต่ขึ้นมาตามแนวสีข้างจนถึงหน้าอกคนตัวเล็ก นิ้วเรียวยาวสะกิดเบาๆ เข้าที่ยอดอกข้างหนึ่งของปราณันต์ สะกิดย้ำวนอยู่ไม่ห่างจนกระทั่ง

“อาาาห์”

ปราณันต์หลุดเสียงครางออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ และยิ่งคามินได้ยินเสียงหวานหลุดออกมาจากปากอิ่ม เขายิ่งได้ใจ ซึ่งในขณะที่นิ้วมือของคามินยังสะกิดวนอยู่ที่ตุ่มไตข้างหนึ่งนั้น ลิ้นร้อนก็ไม่ได้น้อยหน้า เขาค่อยๆ ขบเบาๆ ที่ใบหูนิ่ม สลับกับไล้เลียเบาๆ จนลูกแมวในอ้อมแขนเขาสั่นไปทั้งตัว

“อ๊ะ อาา” ปราณันต์ยังคงครางเหมือนคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ คามินรู้ดีว่าตอนนี้สติและความยับยั้งชั่งใจของปราณันต์น่าจะลดน้อยลงเต็มที เลยตัดสินใจถามอีกครั้ง

“ไปที่เตียงกันนะครับคนดี ผมอยาก ‘ทำ’ ให้คุณปราณมีความสุขมากกว่านี้”

ปราณันต์ที่ตอนนี้ถูกทุกสัมผัสของคามินจู่โจม ทำให้เหมือนคนที่แทบจะไร้สติโดยสมบูรณ์ เขาไม่เคยถูกใครเล้าโลมแบบนี้มาก่อน ประสบการณ์ในเรื่องนี้ของปราณันต์แทบจะเป็นศูนย์ พอมาเจออะไรแบบนี้ มันก็เป็นการยากที่จะควบคุมหรือยับยั้งชั่งใจใดๆ ความรู้สึกของปราณันต์ตอนนี้มีแค่ตัวเองกับคามินเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ตอนนี้ปราณันต์กำลังพยักหน้าช้าๆ อยู่กับอกคามินอย่างเต็มใจ ความลังเลที่เกิดขึ้นเสี้ยวนาทีได้อันตรธานหายไป เมื่อความรู้สึกแปลกใหม่เข้ามาแทนที่

คามินยินดีเป็นอย่างมากที่ปราณันต์ตอบตกลง คนตัวโตละริมฝีปากจากใบหูของคนตัวเล็กกลับมาที่ริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง เขาบดคลึง ดูดดึง และขบเม้มริมฝีปากสีสดอย่างหลงใหล ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ พร้อมทั้งรั้งเอวปราณันต์ขึ้นมานั่งบนโต๊ะอาหารโดยที่ริมฝีปากทั้งสองยังไม่ได้ละออกจากกัน และเมื่อคามินยืนตั้งหลักได้ เขาก็ค่อยๆ เกี่ยวขาเรียวทั้งสองข้างของปราณันต์เข้าที่เอวสอบของตัวเอง ก่อนจะใช้แขนแข็งแรงทั้งสองช้อนใต้สะโพกของคนตัวเล็ก เขายกตัวปราณันต์ลอยขึ้น โดยที่ปากหยักก็ยังทำหน้าที่ป้อนจูบให้ริมฝีปากอิ่มได้ไม่ขาดตกบกพร่อง เสียงดูดดึงริมฝีปากดังระงมไปทั่วทั้งห้อง ยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นให้กับคนหนุ่มทั้งคู่ โดยเฉพาะคามินที่ตอนนี้กำลังเร่งรีบอยากจะอุ้มปราณันต์ไปวางที่เตียงนอนไวๆ เหลือเกิน

และในที่สุดก็สมใจของร่างสูงเสียที คามินค่อยๆ วางปราณันต์ลงบนเตียงนอน สภาพของคนตัวเล็กตอนนี้ช่างน่ารังแกเหลือเกินเมื่อคามินมองลงมา ปราณันต์นอนหอบหายใจแรง ชายเสื้อข้างหนึ่งเลิกขึ้นมาจนเกือบจะถึงหน้าอก ใบหน้าและลำคอของคนใต้ร่างกำลังแดงเถือกจากทั้งความเขินอายและแรงอารมณ์ และมากไปกว่านั้นดูเหมือนว่าอวัยวะกลางร่างกายของลูกแมวตัวน้อยของเขากำลังนูนเด่นขึ้นมา ราวกับมันกำลังร่ำร้องอยากจะถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระจากสิ่งที่กำลังปิดบังมันอยู่

และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ปราณันต์ แต่ดูเหมือนว่าเจ้าหนูของคามินเองก็กำลังขยายตัวอย่างอึดอัดอยู่ภายใต้กางเกงชั้นในเช่นกัน และยิ่งคามินได้เห็นปราณันต์ที่ไร้เดียงสากำลังระทดระทวยอยู่ตรงหน้า ยิ่งทำให้เขาอยากกระโจนใส่ร่างขาวๆ จนแทบห้ามใจไม่ไหว เขาอยากสัมผัสและอยากรักปราณันต์ให้แรงๆ

แต่เพื่อไม่ให้ลูกแมวของเขาตกใจหรือเกิดจะเปลี่ยนใจเพราะความหวาดกลัวเขาจำเป็นต้องใจเย็นและค่อยเป็นค่อยไป

คามินตามไปคร่อมทับร่างเล็กตรงหน้าไว้ เขาก้มลงป้อนจูบให้คนใต้ร่างอีกครั้ง โดยเพิ่มความร้อนแรงในการบดคลึงและดูดดึงริมฝีปากของปราณันต์ ลิ้นร้อนค่อยๆ ไล้เลียไปตามร่องริมฝีปากของอิ่ม เขี้ยวคมขบลงเบาๆ บนริมฝีปากล่างสีสด ทำให้ปราณันต์ค่อยๆ เผยอปากออก เพื่อให้เรียวลิ้นชื้นของคนด้านบนสอดเข้ามาในโพรงปากตัวเอง และแทบจะในทันทีทันใดลิ้นของคนทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดสอดรับกันอย่างโหยหาและเร่าร้อน โดยที่มือใหญ่ของคามินก็ยังคงทำหน้าที่ไปพร้อมๆ กับริมฝีปากหยักที่ยังไม่ได้ถอนออกจากริมฝีปากอิ่ม มือของคามินค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อนอนของปราณันต์ช้าๆ จากเม็ดแรกไล่ไปยันเม็ดสุดท้าย จากนั้นก็ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกจากปากอิ่ม เมื่อเห็นว่าปราณันต์เริ่มหายใจไม่ทัน

ริมฝีปากหยักของคามินร้อนดั่งไฟ ไม่ว่าจะลากผ่านตรงไหนปราณันต์ก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราด ตอนนี้คามินปลดกระดุมเสื้อปราณันต์ออกหมดแล้ว เขาค่อยๆ แหวกสาบเสื้อออกช้าๆ พลางหยัดตัวขึ้นมามองภาพร่างกายขาวโพลนตรงหน้าอย่างโหยกระหาย

“สวย... คุณปราณมีร่างกายที่สวยมากเลย รู้ไหมครับ” คามินก้มลงไปกระซิบชิดริมใบหูนิ่ม พลางกดจูบเบาๆ

“อืมม” คนตัวเล็กใต้ร่างไม่ได้พูดอะไร มีแต่เสียงครางอย่างพอใจเท่านั้นที่เป็นคำตอบกลับมา

“ผมจะทำให้คุณปราณมีความสุข ผมสัญญา” ดวงตาคมเลื่อนมาสบกับดวงตากลมที่ในขณะนี้หวาดหยาดเยิ้มน่ามองกว่าเดิม เพราะเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ร้อนรุ่มอยู่ภายใน

ซึ่งคามินก็ไม่รอช้า กดจูบเบาๆ ลงไปบนไหล่เรียวลากผ่านมาตามแนวไหปลาร้าและลำคอระหง มันสวยงามจนคามินอดใจไม่ไหว เขาขบเม้มดึงดูดลงไปจนเกิดเป็นรอยรักจางๆ รอยที่แสดงให้เห็นว่าคนๆ นี้เป็นของเขา ของเขาแค่คนเดียวเท่านั้น

“อื้อออ ยะ อย่าครับ” ปราณันต์พยายามร้องห้าม แต่ดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์เพราะคามินไม่ยอมหยุดแต่อย่างใด

คนตัวเล็กขยับตัวยุกยิกราวกับจะประท้วง คามินหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะยอมลากริมฝีปากผ่านลงมาที่อกบางที่กำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ คามินจูบเบาๆ ลงบนอกข้างซ้ายของคนใต้ร่าง ที่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจของปราณันต์เต้นรัวและแรงไม่ต่างจากเขาเลย

มือใหญ่ของคามินลูบไล้ฟอนเฟ้นไปทั่วร่างขาวของปราณันต์ และมันค่อยๆ เขยิบไต่ขึ้นมาจนถึงยอดอกสีอ่อนที่ตอนนี้กำลังชูชันอวดสายตายั่วเย้าให้เขาลิ้มลอง และไวเท่าความคิดคามินจัดการครอบริมฝีปากลงไปบนยอดอกข้างหนึ่งของปราณันต์ พร้อมๆ กับที่มือใหญ่ยื่นไปสะกิดตุ่มไตอีกข้างที่ว่างไม่ให้น้อยหน้า อกของปราณันต์ ลอยแอ่นคว้างตามการชักนำของริมฝีปากหยักและนิ้วเรียว มันเป็นประสบการณ์ที่ปราณันต์ไม่เคยได้รับ ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต มันแปลกใหม่และล่อลวงให้คนตัวเล็กขาดสติในที่สุด

“อ๊ะ อาาา สะ.. มันเสียว” ตอนนี้ปราณันต์แทบครางไม่เป็นภาษา มือเล็กสอดเข้าไปในกลุ่มผมสีเข้มของคนด้านบน รวมทั้งออกแรงกดเบาๆ ให้ริมฝีปากหยักปรนเปรอได้ถนัดและลึกซึ้งกว่าเดิม

“อะ อื้อ คะ คุณ.. คุณคราม” อกเล็กๆ ของปราณันต์ลอยขึ้นจนแทบไม่ติดที่นอน เสียงหวานหลุดครางออกมาเป็นระยะ นั่นยิ่งทำให้คามินได้ใจ ลิ้นร้อนกำลังครอบลงไปที่ยอดอกสีอ่อนเพื่อเอาใจคนใต้ร่างที่ตอนนี้กำลังมัวเมากับรสสัมผัสที่เขามอบให้อย่างไร้การควบคุม

คามินค่อยๆ หยัดตัวขึ้นช้าๆ เพื่อถอดเสื้อของตัวเองออกจากศีรษะ ตอนนี้เขาอยากแนบชิดกับปราณันต์มากกว่านี้ อยากสัมผัสเนื้อผิวเนียนเรียบนี้ด้วยร่างกายของตัวเอง และหลังจากเหวี่ยงเสื้อตัวเองลงไปข้างเตียงแล้ว เขาก็ก้มลงกอดร่างเล็กๆ ที่ตอนนี้กำลังสั่นสะท้านเบาๆ

“คุณปราณชอบที่ผมทำให้ไหม” คามินกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มพลางจุมพิตลงไปเบาๆ แก้มนวลขาวแดงระเรื่อทันทีที่ได้ยินคำถาม คามินจ้องมองเข้าไปที่ตากลมเพื่อขอคำตอบอย่างออดอ้อน ก่อนที่ปราณันต์จะพยักหน้ารับช้าๆ อย่างเขินอาย

"อื้อ.. ชอบครับ”

ใช่… ปราณันต์ชอบและอดปฏิเสธไม่ได้ว่ามันแปลกใหม่ และให้ความรู้สึกที่ดีมากๆ ดีแบบที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลยในชีวิต

“อยากให้ผมทำมากกว่านี้ไหม” และทันทีที่ได้ยินคำถามดูเหมือนว่าแววตากลมเกิดลังเลขึ้นมาชั่วขณะ มันดูสับสนและวุ่นวายจนคามินสังเกตเห็นได้ นั่นทำให้เขาเกิดหวั่นใจขึ้นมา “ว่าไงครับ”

“คือ.. ผม” ปราณันต์อึกอัก

“หรือว่าคุณปราณรังเกียจผม” คามินเห็นท่าไม่ดีเลยแสร้งทำหน้าเศร้าและทำเหมือนจะผละออก จนปราณันต์ต้องรีบรั้งแขนอีกฝ่ายไว้แทบไม่ทัน

“ไม่ใช่นะครับ!” คนตัวเล็กเผลอปฏิเสธเสียงดัง “ผมไม่ได้รังเกียจ ตรงข้ามผมกลัวคุณจะรังเกียจผมมากกว่าด้วยซ้ำ ผมแทบไม่มีประสบการณ์เรื่องแบบนี้เลย ผมกลัวว่าจะทำให้คุณ...”

คามินรีบประทับริมฝีปากลงไปปิดปากอิ่มไม่ให้ตัดพ้อไปมากกว่านี้ ก่อนจะค่อยๆ ถอนออก เพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะถึงแม้เขาจะอยากครอบครองปราณันต์มากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากขืนใจ เขาอยากให้มันเป็นไปเพราะปราณันต์สมยอมเองมากกว่า

“โถ่ เด็กดีของผม คุณปราณรู้ไหมว่าความไร้เดียงสาของคุณกระตุ้นผมมากแค่ไหน” คามินกดจูบเบาๆ ลงบนปลายจมูกโด่งรั้นของปราณันต์ “เมื่อกี้คุณน่ารักมาก มากจนผมแทบจะทนไม่ไหว”

คามินแกล้งดุนดันอวัยวะกลางร่างกายเข้ากับหน้าขาของคนใต้ร่าง ทำเอาปราณันต์อายม้วนยิ่งกว่าเดิม

“ให้ผมทำให้นะ” พูดไม่พูดเปล่า มือใหญ่ก็เอื้อมลงไปตรงกลางหว่างขาปราณันต์พร้อมกับลูบไล้เบาๆ แม้จะเป็นการทำผ่านเสื้อผ้า แต่ก็กระตุ้นปราณันต์ได้ไม่น้อย

พอปราณันต์ไม่ตอบคามินก็แกล้งสะกิดไปที่ยอดอกของปราณันต์เบาๆ ทำเอาตากลมมองค้อนคนด้านบนไม่หยุด แต่แทนที่คามินจะสลด กลับไม่ เพราะตอนนี้คามินก้มลงดูดตุ่มไตสีทับทิมอีกข้างเรียบร้อยแล้ว

“อ๊ะ อาาห์ อาาห์”

ริมฝีปากร้อนของคามินคอยๆ ไล่จูบลากเลื้อยถดลงไปเรื่อยๆ ตามหน้าท้องที่มีลอนซิกส์แพคจางๆ ผ่านสะดือ จนลงไปถึงขอบกางเกงนอน ก่อนที่คามินจะลดศรีษะลงไปที่กลางหว่างขาของปราณันต์ แล้วกดจูบลงบนแกนกายของคนตัวเล็กที่นูนเด่นทะลุกางเกงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

“อาาห์ คะ คุณคราม.. อึก”

“คุณปราณครับ นะครับ” คามินร้องขอเสียงกระเส่า นิ้วเรียวยาวของคามินเกี่ยวอยู่ที่ขอบกางเกงของปราณันต์พร้อม ตั้งใจว่าถ้าปราณันต์อนุญาต เขาจะกระชากมันลงทันที คามินอยากเห็นจะแย่อยู่แล้ว ว่าส่วนนั้นของปราณันต์จะน่ารักเหมือนเจ้าของมันหรือเปล่า

ปราณันต์ไม่ได้ตอบอะไร แต่ทำเพียงแค่ยกสะโพกขึ้น เพื่อให้คามินร่นกางเกงลงได้สะดวกกว่าเดิม ซึ่งคามินเองพอเห็นแบบนั้นก็ยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ในที่สุด...

คนตัวโตไม่รอช้ารีบดึงกางเกงของปราณันต์ลงจนไปกองที่ข้อเท้า ต่อด้วยกางเกงชั้นในตามลงไปติดๆ

แกนกายของปราณันต์ดีดตั้งชันเหมือนรอคอยที่จะได้รับอิสระมาพักใหญ่แล้ว คามินมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาร้อนแรง เหมือนอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด มันน่ารัก น่ารักมาก ขนาดไม่ได้เล็กหรือใหญ่ ซึ่งสมตัวกับเจ้าของมันนั่นแหละ คามินจ้องอยู่นานจนปราณันต์อาย เพราะจู่ๆ ขาเรียวก็หนีบหากัน และมือเล็กๆ ก็ค่อยๆ เอื้อมลงมาหมายจะช่วยตัวเองปลดหล่อยหากคามินไม่ทำ

คามินส่ายศีรษะขำด้วยความเอ็นดู ปราณันต์ของเขาช่างไร้เดียงสา มือใหญ่ยื่นไปรั้งมือเล็กไว้และจับมือนั้นของปราณันต์มาวางไว้บนบ่าตัวเอง ก่อนที่คามินจะใช้มืออีกข้างสาวรั้งไปที่แก่นกายของคนตรงหน้าอย่างค่อยป็นค่อยไป

“อ๊ะ อาาา” ปราณันต์ครางเสียงหวาน เพียงแค่ถูกสัมผัสเท่านั้น สติของเขาก็แทบขาดวิ่นแล้ว

คามินค่อยๆ ขยับมือสาวรั้งท่อนเนื้อของปราณันต์ช้าๆ เขารูดข้อมือขึ้นลงจนสุดความยาว สลับกับใช้นิ้วโป้งขยี้ส่วนหัว ปราณันต์ครางแทบไม่เป็นภาษา มือเล็กๆ จิกแน่นที่บ่าคามินเพื่อต้องการระบายความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น

“อ๊ะ!”

คามินยิ่งได้ยินเสียงหวานครางเขายิ่งได้ใจ ชายหนุ่มขยับข้อมือรัวเร็วขึ้น สาวขึ้นลงจนสุดความยาว และเมื่อคามินสัมผัสได้ว่าคนด้านบนกำลังเกร็งกระตุก นั่นหมายความว่าน่าจะใกล้แตะฝั่งฝันแล้ว เขาจึงใช้นิ้วโป้งขยี้ส่วนหัวซ้ำๆ สลับกับขยับข้อมือเร็วขึ้นกว่าเดิม

“อึก! .. อ๊ะ ผ ผมจะ.. ใกล้แล้ว” สะโพกเล็กแอ่นคว้างตามการชักนำของมือใหญ่ คามินขยับมือเร็วขึ้นอีก จนผ่านไปไม่ถึงอึดใจ ร่างเล็กบนที่นอนก็เกร็งกระตุกแล้วปลดปล่อยตัวตนออกมาจนเลอะมือใหญ่ไปหมด ปราณันต์ครางยาวจนแทบจะหมดแรง

“อาาาาาาาาาห์”

ตากลมเหลือบมองคนที่อยู่ด้านล่างที่ตอนนี้กำลังเลียมือตัวเองช้าๆ ด้วยสายตาเขินอาย ปราณันต์ไม่คุ้นเลยที่มีคนมาทำแบบนี้ให้ ประสบการณ์แบบนี้ก็ไม่เคยมี แต่ตอนนี้เขากำลังได้ลองกับผู้ชายที่เขารัก มันช่าง.. มีความสุขมากจริงๆ

คามินหยัดตัวขึ้นมาป้อนจูบให้ปราณันต์ รสชาติตัวตนของเขาที่ติดอยู่ในปากคามินทำให้รู้สึกแปลกๆ ไม่น้อย มันไม่ถึงกับแย่ เพียงแต่เขาไม่เคยจินตนาการถึงอะไรแบบนี้มาก่อนก็แค่นั้น

ดูเหมือนว่าค่ำคืนพิเศษของปราณันต์จะไม่ได้จบลงแค่นี้ เมื่อมือใหญ่ของคามินเริ่มทำงานอีกครั้ง มันปัดป่ายไปทั่ว แล้ววนมาสะกิดที่ยอดอกสีสวยอีกรอบ

“อ๊ะ.. คะ คุณคราม พะ พอก่อน”

“ทำไมล่ะครับ คุณปราณไม่ชอบที่ผมทำให้หรอ หื้ม?” เสียงทุ่มกระซิบตัดพ้ออย่างออดอ้อน

“ป่าวครับ ผม ผมแค่...” ปราณันต์อึกอัก “ผมอาย” คนตัวเล็กสารภาพพลางซุกใบหน้าเข้าที่อกกำยำเพราะไม่กล้าสบตาคนตรงข้าม

“ฮ่ะๆ” คามินหัวเราะเบาๆ พร้อมกับที่มือใหญ่ลูบลงบนศีรษะกลมทุยของคนในอ้อมแขน “อายทำไมครับคนดี เมื่อกี้ตอนที่คุณปราณเสร็จ...”

“ไม่เอา อย่าพูด” ปราณันต์กัดเบาๆ ลงบนอกคามิน ซึ่งนั่นเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์ เพราะมันคือการกระตุ้นให้คามินมีอารมณ์ยิ่งกว่าเดิม

“คุณปราณ...” คามินกระซิบเสียงพร่า ก่อนจะจับมือเรียวไปวางตรงกึ่งกลางร่างกายของเขาที่ตอนนี้ยังไม่ถอดกางเกงออก “ช่วยผมหน่อยได้ไหม”

ตากลมหันมองใบหน้าคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเบิกกว้าง จากที่โตอยู่แล้วยิ่งเหลือกโตหนักขึ้นไปอีก คามินหัวเราะเบาๆ กับท่าทีคนตรงข้าม

“ว่าไงครับ ช่วยผมได้ไหม” ปากหยักกดจูบลงบนขมับคนตัวเล็ก พลางกระซิบถามอย่างออดอ้อน

“คุณจะขอให้ผม.. เอ่อ.. ทำแบบที่คุณครามทำเมื่อกี้หรอครับ” ปราณันต์ถามตะกุกตะกัก

“คุณปราณต้องรับผิดชอบนะ” ปราณันต์จ้องคามินอย่างงุนงง เขาไปทำอะไรให้ ทำไมต้องรับผิดชอบด้วย “เมื่อกี้ตอนคุณปราณเสร็จกับตอนคุณปราณกัดหน้าอกผม ... มันกระตุ้นผมมากเลยคุณปราณรู้รึป่าว”

คามินก้มลงไปกัดจมูกโด่งรั้นคนของตรงข้ามเบาๆ และพอปราณันต์ได้ยินเหตุผลของคามินแล้ว ยิ่งทำให้เขาไปไม่เป็นยิ่งกว่าเดิม

“นะครับ ช่วยผมหน่อยนะ” คามินยังคงร้องขอ ก่อนจะได้ยินเสียงหวานอ้อมแอ้มตอบออกมาอย่างน่ารัก

“แต่ผม.. ทำไม่เป็น ผม.. ไม่เคย” ปราณันต์สารภาพ จะให้เขาทำให้ยังไง เขาไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครสักหน่อย

“ทำแบบผมไงครับ ไม่ยากหรอก นะ ลองหน่อยนะครับคนดี” คามินยังคงตื๊อ ตื๊อจนปราณันต์ใจอ่อนยอมตกลง โดยที่ใบหน้าหวานพยักลงช้าๆ อยู่กับอกคามิน

คนตัวโตดีใจมาก รีบปลดตะขอกางเกงตัวเองก่อนจะถอดออกแล้วเหวี่ยงมันลงไปข้างเตียง ตามด้วยกางเกงชั้นในที่ตกลงตามไปติดๆ

ปราณันต์ตาโตพอได้เห็นแก่นกายของคนตรงข้าม มันใหญ่โตจนเขาเองคิดไม่ถึง คามินเองพอได้เห็นท่าทางตกใจของปราณันต์แล้วก็อดภูมิใจไม่ได้ เจ้าหนูของเขาไม่เคยทำให้เสียหน้าเลยสักครั้ง

“เอ่อ.. คือ ผม..” คามินเห็นปราณันต์อึกอัก จึงค่อยๆ ยื่นมือมาจับมือเล็กของปราณันต์ไปวางไว้บนท่อนเนื้อของตัวเอง ก่อนจะปล่อยออกแล้วยื่นมือไปลูบแก้มร่างบางเบาๆ

“ค่อยๆ ขยับข้อมือดูนะครับคนดี ขยับขึ้น ขยับลง เดี๋ยวคุณปราณก็ทำได้”

ปราณันต์ลองทำตามที่คามินบอก เขาขยับข้อมือขึ้นลงตามความยาวช้าๆ ตอนแรกมันก็ตะกุกตะกักเพราะปราณันต์ไม่เคยทำให้คนอื่นมาก่อน แล้วแก่นกายของคามินก็ใหญ่มาก มากจนมือเล็กๆ ของเขาแทบกุมไว้ไม่หมด

แต่พอผ่านไปสักระยะปราณันต์ก็ขยับมือได้คล่องขี้น เขาขยับสาวขึ้นลงจนสุดความยาว ทำเอาคามินแทบจะสติเตลิด เพราะมันทั้งเสียวทั้งรู้สึกดี

“ซี๊ดด คุณปราณครับ อาาาห์ ดีครับดี” คามินคว้าท้ายทอยคนตรงข้ามเข้าหาตัว แล้วกดจูบลงไปแรงๆ บนปากอิ่มเพื่อระบายความเสียวซ่าน เขาฟินมาก เสียวมาก ยอมรับว่าเซ็กส์ที่ผ่านๆ มา ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง

ปราณันต์ลองเลียนแบบคามินทุกอย่าง เขาใช้นิ้วโป้งขยี้เบาๆ ที่ส่วนหัว ทำเอาคามินครางในลำคอลั่น เพราะยังไม่ได้ถอนปากจากการบดจูบกับปากอิ่ม

ความร้อนแรงของจุมพิตของทั้งคู่ทวีคูณมากขึ้น ผิวกายของทั้งสองเสียดสีอยู่ในอ้อมกอดกันและกัน มือของปราณันต์ยังขยับรั้งท่อนเอ็นของคามินไว้อย่างต่อเนื่อง

คามินละริมฝีปากออกพลางกระซิบเสียงพร่า “ที่รักครับ เร็ว ซี๊ดด อาาา เร็วหน่อยได้ อึก! ได้ไหมครับ”

ยิ่งปราณันต์ขยับข้อมือเร็วขึ้น คามินก็ยิ่งครางเหมือนคนไร้สติมากขึ้น “อ๊ะ อา อาาาห์” และพอปราณันต์ได้ยินเสียงครางคามิน ตัวเขาเองก็กลับเกิดอารมณ์ขี้นมาอีก ข้างในมันรู้สึกร้อนรุ่มไปหมด

“ซี๊ดด เสียวมากเลยคนดี อาาาา ผม.. ผมจะเสร็จแล้ว” ปราณันต์ขยับข้อมือเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ จนคามินเริ่มเกร็งกระตุก แล้วสักพักก็ครางยาวพลางปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนเลอะมือเล็กเต็มไปหมด

“อาาาาาาห์”

ปราณันต์เขินจนหน้าแดงหลังจากเห็นคามินเสร็จเมื่อกี้ เขาทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะเอามือเอาไม้วางไว้ไหน คามินยิ้มบางๆ พลางเอื้อมมือไปดึงทิชชู่ข้างหัวเตียงมาเช็ดให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ จากนั้นก็ยกมือเล็กๆ นั่นขึ้นมาจูบเบาๆ

“ขอบคุณมากนะครับคุณปราณ ผมมีความสุขมากเลย” ปราณันต์ก้มหน้างุด ก่อนที่คามินจะหันไปเห็นว่าเจ้าหนูของอีกฝ่ายดูเหมือนจะกำลังตั้งชันขึ้นมาอีกครั้ง

คามินลอบยิ้มมุมปาก และไม่รอช้า เขาค่อยๆ ผลักปราณันต์นอนลง พลางจับขาทั้งสองข้างของปราณันต์ขึ้นตั้งฉากกับเตียงจากนั้นริมฝีปากหยักก็พุ่งลงครอบแก่นกายของคนตัวเล็กจนสุดความยาว

“อ๊ะ!” ปราณันต์ตกใจร้องเสียงหลง เขาไม่คิดว่าคามินจะทำแบบนี้ และไม่ทันที่ปราณันต์จะได้ห้ามปราม คามินก็ขยับปากรูดขึ้นลงจนสุดความยาวของแกนกายของปราณันต์เสียก่อน

“อ๊ะ อ๊าา” ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ปราณันต์ไม่เคยสัมผัสตรงเข้าจู่โจมทันที ภายในช่องท้องของเขามันบิดมวนและวาบหวิวไปหมด ตอนที่คามินขยับปาก ปราณันต์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นไปมาทั่วร่าง หัวสมองของเขาขาวโพลน แต่ถึงอย่างนั้นคนตัวบางก็ยังอยากให้คามินสัมผัสตัวตนของเขามากกว่านี้ มือเล็กจึงสอดเข้าไปในกลุ่มผมสีเข้ม พร้อมทั้งออกแรงกดเบาๆ เพื่อให้สัมผัสของคนด้านล่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และยิ่งคามินดูดท่อนเนื้อของปราณันต์เร็วและแรงมากขึ้นเท่าไหร่ เสียงครางของปราณันต์ ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น

“อึก ซี๊ดดด อ๊ะ อ๊ะ” เสียงหวานที่คามินได้ยิน ยิ่งกระตุ้นให้เขาออกแรงดูดแกนกายคนตัวเล็กแรงขึ้นจนแก้มบุ๋ม สลับกับใช้ลิ้นเลียส่วนหัวราวกับมันเป็นของอร่อย และเมื่อคามินเหลือบตาขึ้นไปมองคนด้านบน ภาพที่เขาเห็นคือคนตัวเล็กกำลังรู้สึกดีจนศีรษะเล็กๆ นั่นสะบัดไปมา กลุ่มผมสีเข้มกระจายทั่วหมอน มันช่างเซ็กซี่ เซ็กซี่มากจนลูกชายของเขาเริ่มจะผงาดขึ้นมาอีกครั้ง

คามินจับขาของปราณันต์อ้ากว้างขึ้น ก่อนจะไต่มือขึ้นไปบนยอดอกทั้งสองคนตัวเล็ก และบี้บีบมันเบาๆ จนอกของอีกฝ่ายแอ่นคว้างสู้มือเขาอย่างควบคุมไม่ได้ คามินดูดแกนกายของปราณันต์แรงขึ้น สลับกับรูดปากขึ้นลงอย่างเร็ว จนร่างเล็กบนเตียงเริ่มกระตุกเพราะได้รับการปรนเปรอจากทั้งด้านบนและด้านล่าง หน้าท้องของปราณันต์เริ่มเกร็ง จากนั้นคนด้านบนก็ปลดปล่อยตัวตนเข้ามาในปากเขาจนหมด พร้อมกับเสียงครางยาวนานที่ฟังดูแล้วช่างกระตุ้นเขาได้ดีเหลือเกิน

“อึก! .. อ๊าาาา”

ปราณันต์นอนระทดระทวยหมดแรงอยู่บนเตียง แล้วพอคามินหยัดตัวขึ้นมาคร่อม มือเล็กก็ลูบไปที่แก้มสากเบาๆ ตากลมปรือปรอยเพราะเพิ่งได้รับการปลดปล่อยไปหมาดๆ ภาพเย้ายวนตรงหน้าคามิน ทำให้เจ้าหนูของเขากำลังตื่นจากการหลับใหลขึ้นอีกครั้ง

“ผม... คุณไม่ควรกลืนมันลงไปนะครับ มันสกปรก” ปราณันต์พูดอายๆ เขาหมายถึงน้ำรักของตัวเองที่เพิ่งปลดปล่อยเข้าไปในปากของร่างสูง

“ของๆ คุณปราณ ผมไม่รังเกียจหรอกครับ” คามินจูบเบาๆ ลงบนปากอิ่ม “มันหวานจะตาย หวานเหมือนคุณปราณเลย”


(อ่านต่อหน้าถัดไป)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-02-2021 21:24:12 โดย Gade_ka »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด