อาทิตย์ชิงเดือน l ตอนที่ 16 (หมียักษ์ที่โคตรเชื่อง) l อัพ 06-08-2020
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: อาทิตย์ชิงเดือน l ตอนที่ 16 (หมียักษ์ที่โคตรเชื่อง) l อัพ 06-08-2020  (อ่าน 4443 ครั้ง)

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
15

น้องโซลคนแมน



ลานจอดรถตอนหัวค่ำแบบนี้รถเยอะเหมือนกัน ไฟสีแดงขึ้นเหนือช่องจอดตั้งแต่ช่องแรกจนยาวไปไกลบอกให้รู้ว่าที่จอดเต็มแทบจะจะทุกช่องว่าง   

นำทัพเดินนำหน้าผมไปยังรถที่จอดอยู่ แผ่นหลังของคนสูงนั้นชวนมองจนไม่อยากจะละสายตาไปที่ไหน ในมือถือกระเป๋าของผมเอาไว้เขาแย่งเอาไปถือตั้งแต่เดินออกจากหน้าห้องน้ำ   นำทัพบ่นว่าวันนี้ที่จอดรถอยู่ไกล ช่องจอดวีไอพีก็เต็มเพราะปริมาณลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเยอะ 



ผมต้องรวยแค่ไหนถึงจะมีที่จอดวีไอพีเป็นของตัวเองแบบนั้น...



ตึ๊ง !!!! ไลน์ผมแจ้งเตือนข้อความใหม่



-  แกงค์ห่าม –



MaxNum
เหี้ยโซล มึงออกจากห้างยัง กูจะฝากซื้อหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่

Seoul Tower
อด ...เพราะกูออกมาแล้ว

MaxNum
กลับไปซื้อให้กูก่อน กูจะอ่านคืนนี้

Seoul Tower
มาซื้อเองกูกลับแล้ว

MaxNum
โอ๊ยยยยยยยย

TeamWork
เจ็บไปถึงหัวใจทำไมยังทน

MaxNum
ไอ้เหี้ยทีม กูไม่ได้เล่นต่อเพลง ไอ้ฟายยย



ผมหัวเราะให้กับความประสาทแดกของข้อความในไลน์ที่แกงค์ห่ามส่งมา แต่ละตัวช่างกวนส้นตีนด้วยกันทั้งนั้น ก่อนจะพบว่าผมหยุดยืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว มองเห็นนำทัพทำหน้าหงิกอยู่ตรงหน้ารถของเขามาแต่ไกล



“ มัวแต่คุยไลน์กับใคร .. ยืนรอนานแล้วนะ ”

“ กำลังจะไปแล้ว ”



สองเท้าก้าวออกเดินเพื่อไปหาคนหน้าดุ เดี๋ยวหน้าเขาจะเป็นตะคริวซะก่อน เพราะหงิกนานเกินไป



เสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซต์ขนาดใหญ่ดังไล่หลัง ขับผ่านเลยผมไป แล้วหยุดจอดอยู่ตรงหน้ารถของนำทัพ ชายตัวใหญ่สองคน สวมหมวกกันน็อคเต็มใบ  เดินลงมาจากรถ ตรงไปกระชากกระเป๋าของผมที่นำทัพถือไว้

แต่เขาไม่ยอม ทั้งสองยื้อแย่งกันไปมา ก่อนคนขับจะเดินเข้าไปด้านหลัง ล็อกแขนของเขาไว้ ส่วนอีกคนต่อยเข้าไปที่ใบหน้าเต็มแรงหลายที  รัวหมัดหนักไปทีส่วนท้องของคนที่ไม่มีทางสู้



จนนำทัพล้มลงไปกองกับพื้น !!




ตกใจกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ....

อยู่เฉยไม่ได้แล้ว !!





ผัวะ !!!



ทันทีที่วิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุ ผมก็ซัดหมัดหนักๆ พุ่งตรงไปยังหน้าของไอ้คนที่มันกำลังกระทืบนำทัพซ้ำ จนคนถูกผมต่อยเซออกไปหลายก้าว ตามด้วยอีกหมัดต่อเนื่องกันเข้าที่แก้มฝั่งซ้ายจนมันล้มลง



ก่อนจะถีบเข้าไปที่ชายโครงของไอ้คนที่ล็อกแขนของนำทัพไว้  ร่างนั้นผละคนที่ถูกล็อกไว้ออก หันมามองหน้าผมอย่างเอาเรื่อง ผมไม่รอช้า รีบยกหน้าแข้งเตะเข้าไปที่ก้านคอของมันอีกครั้งจนล้มลงไปกองข้างคนแรกที่ผมจัดการ



รู้จักไอ้โซล ศิษย์วัดป่าน้อยไป

เห็นหน้าตี๋แบบนี้ กูเป็นมวยนะเว้ยยยยย



ดูจากท่าทางการออกหมัดและเท้าของมันแล้ว  ไม่มีตรงไหนที่จะเร็วสู้ผมได้เลย เดาได้ไม่ยากว่าคงจะเป็นแค่โจรกระจอกที่ขับรถจี้ปล้นชิงทรัพย์ทั่วไป  ผมรีบเข้าไปหานำทัพที่สภาพดูไม่ได้เลย เลือดกบปาก ใบหน้านั้นเขียวช้ำมีรอยแตกจากแรงชก คงจะเป็นสนับเหล็กที่ใช้ต่อยเพื่อให้คู่ต่อสู้ ได้แผลมากที่สุด



“  เจ็บมากมั้ย ”

ผมเข้าไปประคองร่างที่นอนหงายอยู่บนพื้น อย่างเบามือเพราะไม่รู้ว่าตรงไหนที่ถูกเตะบ้าง กลัวว่ามันจะกระทบกระเทือนไปมากกว่านี้

“ ไม่เป็นไร ยังไหว ปกป้องมึงได้สบาย”

ร่างสูงยกมือขึ้นมาจับที่หน้าผมเบาๆ  ใบหน้าของเขาตอนนี้มีเลือดไหลออกไม่หยุด นึกแล้วก็โมโห อยากจะลุกเข้าไปซัดอีกซักทีสองทีให้สาสม

“ ให้มันจริง ”

เจ็บขนาดนี้แล้วยังจะมีอารมณ์มากวนตีนอีกนะมึง !! 



“ เห้ยระวัง ”

นำทัพผลักผมล้มลงก่อนจะหมุนตัวขึ้นมาบังร่างของผมเอาไว้  หนึ่งในคนร้ายถือท่อนเหล็กแล้วฟาดลงไปที่กลางหลังเจ้าของร่างหนาที่อยู่ตรงหน้าผมอย่างสุดแรง





ปึ๊ก !!!



ตัวของเขากระตุกตามแรงฟาด ปากอ้าค้างเพราะความเจ็บจากท่อนเหล็กแข็งกระทบหนักเข้าที่กลางหลัง   ร่างทั้งร่างฟุบตัวลงมาทับตัวของผมเอาไว้  มันยังไม่หยุดแค่นั้นท่อนเหล็กในมือถูกเงื้อขึ้นเตรียมฟาดซ้ำ



 ตั้งใจจะเอากันถึงตายเลยหรือยังไงวะ



“ เห้ยยยยย ทำไรหยุดนะเว้ย “

พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เห็นเหตุการณ์ตะโกนเข้ามา พร้อมเสียงนกหวีดดังลั่นบริเวณลานจอดรถ  จนทำให้คนร้ายที่ถือเหล็กในมือตกใจหยุดการกระทำนั้นไว้แล้วหันไปกระชากกระเป๋าของผมที่ตกอยู่ไม่ไกลติดมือไปด้วย 



ทั้งกระเป๋าตังค์ หนังสือเรียน กุญแจห้อง อยู่ในนั้นหมดเลย ผมพยายามจะลุกขึ้นไปยื้อมันกลับมา ทว่าร่างสูงของคนที่สลบไปทับตัวผมอยู่แบบนี้ ผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปล่อยให้มันหยิบกระเป๋าของผมไป



ไอ้เหี้ยเอ๊ย กูอยากซัดหน้ามึงชิบหาย



“ เจอกันคราวหน้า มึงไม่เจ็บแค่นี้แน่”

มันยืนชี้หน้าขู่เสียงนั้นคุ้นมาก ก่อนจะเตะเข้าไปตรงชายโครงของนำทัพอีกครั้ง  จากนั้นก็ขึ้นมอเตอร์ไซต์ที่อีกคนสตาร์ทรอเอาไว้ ขับหลบหนีออกไป 



อย่าให้กูรู้ว่ามึงเป็นใครกูไม่เอามึงไว้แน่ ทำกับคนของกูเจ็บขนาดนี้ !!!





“ ไอ้ทัพ ไอ้ทัพ มึงตื่นดิวะ ”

ผมเขย่าตัวของเขาอยู่นาน แต่ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ ใจคอผมไม่ดีเลยกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป ค่อยๆ รวบรวมแรงที่มีผลักนำทัพออกจากตัว  โชคดีที่พี่ยามคนนั้นวิ่งมาถึงพอดี จึงช่วยยกนำทัพออกจากจากตัวผม     ผมเปลี่ยนมานั่งในท่าที่ถนัด รับร่างสูงมานอนหงายประคองไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง



“ ไอ้ทัพตื่นดิวะ มึงอย่าเป็นแบบนี้ดิ กูกลัวนะเว้ย”

ลองเขย่าตัวอีกครั้ง  ครั้งนี้ร่างสูงที่อยู่ในอ้อมกอดผม ขยับเล็กน้อย ใบหน้านั้นยู่เพราะความเจ็บ เปลือกตาขยับช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมา ขอบตาผมร้อนไปหมด ถ้าเขาไม่ฟื้นผมต้องร้องไห้แน่ๆ

“ ห้ามร้องไห้  กูไม่อยากเห็นน้ำตาของมึง กูไม่เป็นไร  ”

ผมกระชับกอดคนตัวโตกว่าให้แน่นขึ้นกว่าเดิม  ผมไม่ได้ชอบร้องไห้ แต่ผมไม่ชอบการจากลา ทุกครั้งที่ต้องจากลาหรือต้องสูญเสีย หัวใจของผมมันจะรู้สึกเบาโหวงขึ้นมาทันทีคงเพราะผมเจอแต่เรื่องสูญเสียในชีวิต



หัวใจของผมมันจึงแทบไม่มีภูมิต้านทานกับเรื่องพวกนี้เลย….



“ ยิ้มให้ทัพนะครับคนเก่ง ทัพไม่เป็นอะไร ”

ทัพอย่างนั้นหรอ ทำไมแค่เรียกชื่อแทนตัวเองแค่นั้นหัวใจของผมก็เปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างถึงที่สุด  เขาไม่เคยเรียกแทนตัวเองเลย  ไม่เคยแม้สักครั้งเดียว



รอยยิ้มที่คนในอ้อมแขนต้องการ ถูกส่งไปให้ในทันทีที่เสียงนั้นเงียบหายไป สัญญาว่าจะยิ้มให้เขาบ่อยๆ ขอเพียงแค่อย่างเดียว



อย่าจากกันไปไหนอีกก็พอ

แล้วคนในอ้อมแขน ก็หมดสติไปอีกครั้ง



* * * * * * * * * * * * * * * * * * *



นำทัพฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก มีรอยฟกช้ำและแตกที่บริเวณใบหน้า แต่ทำแผลทายาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนหลังที่ถูกเหล็กฟาดมีแต่รอยช้ำหนัก ตามตัวที่ถูกเตะมีรอยช้ำเขียวไปทั่ว อาจจะปวดบ้างช่วงแรก คุณหมอจึงให้ฉีดยาแก้ปวดไว้เพื่อบรรเทาในเบื้องต้น



“ ผมไม่ฉีดยา ไม่เอา อย่าเอาเข็มมาใกล้ผม ”

คนที่กำลังจะถูกฉีดยาหน้างอหนักกว่าเดิม เพราะกลัวเข็ม ตอนแรกโวยวายลั่นว่าจะไม่ฉีด ผมกล่อมอยู่นานกว่าจะยอมอ่อนลง

“ อย่าดื้อได้ไหม ฉีดแปบเดียว ไม่อย่างนั้นมันจะระบมนะ เชื่อกู ”

ใบหน้าหล่อนั้น ทำท่าลังเลอยู่นาน มองหน้าผมสลับกับหน้าคุณพยาบาลคนสวยที่กำลังยืนยิ้มให้กับคนไข้จอมโวยวาย

“ แต่กูกลัวเข็ม ”

เสียงนั้นเบาลง คงอายที่จะยอมรับว่ากลัวอะไรเป็นเด็กแบบนั้น

“ ไม่ต้องกลัว กูจะอยู่ตรงนี้กับมึง ถ้าเจ็บก็จับมือเอาไว้ บีบแน่นๆ แล้วก็อย่าเกร็ง  ”

“ แบบนั้นก็ได้ ”



ในที่สุดนำทัพก็ยอมให้คุณพยาบาลฉีดยา ระหว่างฉีดก็ไม่ยอมให้ผมไปไหน ต้องอยู่ข้างตัวตลอดเวลา จับมือเอาไว้แน่น ตัวใหญ่ซะเปล่า กลัวเข็มฉีดยาอันเล็กนิดเดียว



อดขำกับความเป็นเด็กน้อยของคนตัวโตกว่าไม่ได้

เพิ่งรู้ว่านำทัพคนหล่อ ก็มีจุดอ่อนเหมือนกันนะเนี่ย ...



ผมจัดการค่ารักษาพยาบาล และ รับยามาจากพี่เจ้าหน้าที่คนสวย ฟังอธิบายการใช้ยาอย่างละเอียด ได้พวกยาแก้ปวด ลดไข้ และแก้อักเสบ คนป่วยน่าจะมีอาการไข้ตามมาจากการอักเสบของแผล 



“ กลับบ้านกันเสร็จแล้ว ”

“ คืนนี้ มึงจะอยู่ดูแลกูไหม หรือแค่ไปส่งแล้วกลับเลย ”

“ ก็กลับเลยสิ จะอยู่ทำไม”

แอบเห็นสีหน้าของคนเจ็บ มีท่าทีหงอยลงเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำตอบนั้น ใจหนึ่งก็อยากอยู่ดูแล อีกใจก็ยังไม่กล้าที่จะใกล้ชิดเขามากขนาดนั้น .. ไว้ถึงคอนโด ค่อยตัดสินใจอีกทีแล้วกัน

“ ใจร้าย ”

เดินเข้า ไปประคองนำทัพที่นั่งรออยู่ตรงเก้าอี้ใกล้ๆ คนตัวสูงมองตามผมไม่ห่างเหมือนเด็กที่กลัวหลงทางแล้วจะหาผู้ปกครองไม่เจอ   ลานจอดรถของโรงพยาบาล ระยะทางไม่มากแต่ใช้เวลานานพอควร  ค่อยๆพาคนเจ็บเดินตามมาออกมา ไม่อยากเดินเร็วมาก เกรงว่าคนที่ถูกซ้อมมาหนักจะไม่ไหว



ถ้านำทัพตัวเล็กกว่าผมคงจะดี ... จะได้ให้เขาขี่หลังผมบ้าง !!



“ เดี๋ยวกูขอขับรถเหมือนเดิมนะ มึงจะได้นั่งสบายๆ หรือจะหลับเลยก็ได้”

เอ่ยขออนุญาตขับรถหรูราคาหลายล้านกับเจ้าของที่ยืนพิงรถอยู่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าก็ขับของเขามาแล้วแท้ๆ ตอนมาโรงพยาบาล

ก็ตอนนั้นเขาสลบเลยไม่ได้ขอ   ขอตอนนี้เลยแล้วกัน

“ ขับดีดีนะ ”

นำทัพเดินอ้อมไปยังประตูฝั่งข้างคนขับ เปิดประตูแล้วพาตัวเองเข้าไปนั่ง ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดตาม พร้อมกับผมที่เข้าไปประจำที่

“ เออน่า กูไม่ทำให้รถมึงเป็นรอยหรอก”

“ ไม่ได้ห่วงรถ แต่ห่วงคนขับ ”

มือหนานั้นวางอยู่บนหน้าขาผม  นำทัพลูบอย่างเบามือ พอๆ กับน้ำเสียงที่ส่งมา หลับตากลั้นยิ้มแทบไม่ไหว



เขินจนหาปุ่มสตาร์ทไม่เจอแล้วกู !!



นำทัพไม่ใช่คนที่ชอบใช้กำลังชกต่อยกับใคร เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะมีคนคอยดูแลตั้งแต่เด็กๆ มีเรื่องทีคนของคุณท่านก็เข้ามาเคลียร์มาจัดการ  จึงไม่แปลกที่วันนี้โดนคนร้ายตั้งสองคนเล่นงาน เจ้าตัวถึงได้อยู่ในสภาพที่ยับเยินถึงขนาดนั้น



เขาคงพยายามเต็มที่แล้วที่จะปกป้องกระเป๋าของผม แต่คนที่ไม่เป็นศิลปะป้องกันตัวเลยจะสู้แรงควายของโจรถ่อยได้อย่างไร ถึงแม้จะเป็นโจรกระจอกก็เหอะ  ตอนเป็นเด็กเขามักจะโดนแกล้งอยู่ตลอด คงเพราะทัพเรียนเก่งและรวย พวกแก๊งหลังห้องจึงไม่ค่อยถูกชะตาสักเท่าไหร่  เขาไม่สามารถปกป้องตัวเองได้นอกจากจะเดินหนี  ร้องไห้ หรือไม่ก็ยอมให้ถูกรังแกง่ายๆ



ผมเคยถามว่าทำไมถึงไม่สู้คน ปล่อยให้ตัวเองรังแกได้ยังไง เขาก็ไม่ตอบ  ผมจึงขออาสาเป็นคนคอยดูแลนำทัพ ชกต่อยกับพวกที่คอยมาแกล้งจนได้แผลกลับบ้านให้แม่ได้บ่นอยู่บ่อยๆ   ไม่ได้เป็นคนชอบใช้กำลังแต่ผมพอปกป้องตัวเองและคนรอบข้างได้บ้าง



พ่อผมเป็นนักมวยเก่า วิชามวยพื้นฐานจึงถูกถ่ายทอดติดตัวผมไว้ตั้งแต่เด็ก

คนตัวเล็กกว่าใช่ว่าจะต้องฝ่ายได้รับการดูแลเสมอไป 

ผมก็อยากดูแล ปกป้องคนอื่นเหมือนกัน



โดยเฉพาะกับไอ้ควายป่าที่นอนกรนอยู่เบาะข้างๆผมเนี่ย



คนห่าอะไร .. หลับยังหล่อเลย ...

โอ๊ยยย  ไม่มีสมาธิมองทางเลยเว้ยยย !!




------------------

** เห็นมีหลายคน อยู่ทีมนำทัพกันเยอะเลย ระวังน้องโซลจะน้อยใจนะ //// ความสัมพันธ์กำลังจะเดินหน้าแล้ว เตรียมตัว ….

**** ขอคอมเมนท์เพื่อเป็นกำลังใจกันด้วยนะทุกคน 



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-08-2020 00:12:13 โดย Blueribbon »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 18
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
16

หมียักษ์ที่โคตรเชื่อง



ทันทีที่มาถึงคอนโดของเขา ผมก็ไล่ให้ไปอาบน้ำเพราะทั้งตัวมีแต่ฝุ่นและคราบเลือด ครั้นจะให้แค่เช็ดตัวคงไม่สะอาดเท่าไหร่  คอนโดของทัพอยู่ชั้น 23 เป็นชั้นเกือบบนสุด ห้องหรูหราสมฐานะคนเป็นเจ้าของ แต่ไม่เหมาะกับการอยู่คนเดียวสักเท่าไหร่ ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสทั้งแถบมองเห็นวิวด้านนอกได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ห้องแบ่งสัดส่วนลงตัว มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องแต่งตัว และ ห้องนอน



การตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นคุมโทน สีขาวดำ ดูทันสมัย ของตกแต่งภายในห้องทุกชิ้นล้วนเป็นของมีราคาแพง ส่งเสริมให้ห้องที่แพงอยู่แล้ว ดูดีมีราคามากขึ้นไปอีก



คราวที่แล้วมาไม่ได้สำรวจขนาดนี้ เพราะมัวแต่โกรธที่โดนจูบจนเป็นรอยทั้งตัว



“ โซล ”

ผมสะดุ้งเล็กน้อย เสียงของทัพดึงผมออกจากการมองสำรวจไปทั่วห้อง จนลืมไปว่าผมกำลังจะแกะโจ๊กในถุงให้คนป่วย จะได้รองท้องก่อนกินยา แล้วไปพักผ่อน คนตัวสูงสวมกางเกงนอนกับเสื้อยืดสีขาว ถือผ้าคนหนูเดินเช็ดหัวออกมาจากห้องน้ำ

“ ไม่กินโจ๊กได้ไหม ไม่หิว ”

“ ไม่หิวก็ต้องกินจะได้รองท้องเดี๋ยวต้องกินยา โจ๊กใส่แค่ไข่ ไม่ใส่หมู ไม่ใส่เครื่องใน ไม่ใส่ผัก แบบที่มึงชอบ”

อาหารเด็กอ่อนยังน่ากินกว่าโจ๊กของคนที่ยืนทำหน้างอแงอยู่ใกล้ๆ  จำได้ว่าเขากินยากมากแค่ไหน ขนาดโจ๊กยังใส่ได้แค่ไข่เพียงอย่างเดียว

“ ป้อนหน่อย”

“ แขนมึงไม่ได้หัก ตักกินเองดิ”

“ งั้นไม่กิน “

“  อย่าลีลามันดึกแล้ว จะได้รีบกินรีบนอน “

“ ไปนอนดีกว่า”

พูดจบก็หันตัวออกไปดื้อๆ   คงจะไม่ยอมกินจริงๆ อย่างที่ปากว่า ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนั้นมีหวังไม่ได้กินยา ไข้ขึ้นอีกแน่ๆ  

“ หยุด ”

“ หืมมมม ”

“ ป้อนก็ป้อน เรื่องมากจัง ”



ร่างสูงนั้นรีบยูเทิร์นตัวเองกลับมาทางเดิม รอยยิ้มกว้างราวกับเด็กได้ของเล่นที่ปรารถนาเดินตรงมาทางผม

ลากให้ไปนั่งที่เก้าอี้ว่างใกล้ๆ   ส่ายหัวให้กับคนที่โคตรจะเอาแต่ใจ แล้วใช้ช้อนตักโจ๊กที่อยู่ตรงหน้า เริ่มป้อนคนที่นั่งอ้าปากรออยู่



แกล้งไม่เป่าให้โจ๊กลวกปากน่าจะดี หมั่นไส้ !!



“ ทำไมวันนี้ใจดีจัง ”

“พูดมาก รีบๆ กิน ”

“ยังไม่อยากให้มันหมดเร็ว อยากกินช้าๆ ”

“ทำไมละ จุกหรอ ”

หรือผมจะป้อนเขาเร็วไปจนคนป่วยกินไม่ทัน

“ เปล่าครับ กูแค่อยากอยู่แบบนี้นานๆ  อยากมองหน้ามึงแบบนี้ใกล้ๆ ”

ทำยังไงดีไม่ให้ตัวเองเผลอยิ้มออกมากับคำพูดและสายตาของคนตรงข้าม .. กลั้นจนหน้าจะเป็นตะคริวอยู่แล้ว

“ อย่างนั้นก็ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ กิน ”





ยกจานชามมาล้างให้เจ้าของห้องหลังจากป้อนข้าวป้อนยา กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาไปนานเกินกว่าปกติ เพราะไอ้คนที่ให้ป้อนไม่ยอมนั่งเฉยๆ ทั้งซบ ทั้งกอด ทั้งจับมือไปกุม อ้อนสารพัด  ไม่เคยคิดว่าเวลาป่วยจะเปลี่ยนเป็นคนละคนได้ขนาดนี้ คนนิ่ง เท่ห์ขวัญใจนักศึกษาทั้งหมา’ลัยหายไปไหน



เหลือแค่ไอ้หมียักษ์ที่โคตรจะเชื่อง ...



นำทัพนอนสงบนิ่งบนโซฟาห้องนั่งเล่น ร่างสูงนั้นเหยียดเต็มอัตราจนเต็มพื้นที่ความยาวของโซฟา ในมือกอดไอแพดเครื่องที่ใช้นั่งเล่นเกมส์เอาไว้ คงเผลอหลับไปตอนที่รอผมล้างจาน ลมหายใจเข้าออกเบาๆ ทำให้อกขยับขึ้นลงตามจังหวะ เพราะฤทธิ์ยาลดไข้ที่ทำให้หลับง่ายได้ขนาดนี้  

“ หนาว ....”

คนตัวสูงขดตัวเข้ากับโซฟา ตัวเขาอุ่นๆตั้งแต่เริ่มนั่งรถออกจากโรงพยาบาลแล้ว ความเจ็บปวดของบาดแผล คงทำให้เริ่มมีไข้

“ ทัพ ”

“ หนาว”  นำทัพเปิดตามองผมแล้วพูดอย่างนั้นซ้ำๆ   ผมรีบทรุดตัวนั่งลงใกล้ๆ ใช้หลังมือแตะไปที่หน้าผาก



ตัวร้อนจี๋เลย !!



“ มึงเข้าไปนอนในห้องดีกว่า ลุกเดินเองไหวใช่ไหม ”

นำทัพพยักหน้า พยายามดันตัวให้ลุกขึ้น แต่ร่างนั้นเกือบล้มผมรีบเข้าไปช่วยประคองก่อนที่จะหน้าคว่ำแล้วต้องขับรถพาไปหมออีกรอบ

“ ตัวหอมจัง ”

นำทัพพูดแค่นั้น พร้อมกับเสียงสูดดมกลิ่นตัวผมยาวๆ ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินตามแรงพยุงของผมเข้าไปในห้อง

 ป่วยจะตายอยู่แล้วยังจะมากวนตีนอีกนะไอ้ห่า !!



ผมส่งเขานอนลงบนเตียงขนาดใหญ่แล้วขยับมานั่งข้างๆ มองคนป่วยที่ดึงผ้าห่มสีขาวมาไว้ถึงจมูกแต่ไม่ยอมหลับตาสักทีได้แต่ยิ้มให้ภาพนั้น  นำทัพเอื้อมมือหนามากุมมือเรียวของผมดึงเข้าไปไว้บนแผ่นอกกว้าง  สัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นแรง และ ความร้อนจากพิษไข้



“ เดี๋ยวกูมานะ ลงไปซื้อแผ่นติดลดไข้ให้มึงก่อน เวลากูเป็นไข้สูง ติดแล้วไข้มันจะลดเร็ว มึงจะได้นอนหลับสบายขึ้น ”

แผ่นแปะติดลดไข้ที่ขายตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยา ช่วยให้อุณหภูมิในร่างกายของผมลดลงเวลาที่มีไข้สูง นอกจากจะเช็ดตัว กินยาแล้วผมชอบซื้อไอ้เจ้านี่มาติด เข้าใจดีว่าเวลาเป็นไข้ อาการมันจะร้อนๆ หนาวๆ นอนหลับไม่สบายตัว ทดลองกับตัวเองเห็นผลจึงอยากใช้กับเขาบ้าง



“ ไม่เอา ไม่ให้ไป ไม่ติดอะไรทั้งนั้น ”

“ กูลงไปแปบเดียว เซเว่นฝั่งตรงข้ามคอนโดมึงนี่เอง ”

ไปกลับไม่ถึงสิบนาที ร้านสะดวกซื้อที่สาขาเยอะที่สุดในโลกฝั่งตรงข้าม ทำไมต้องโวยวายอะไรขนาดนั้น

“ ไม่ติดแล้วไข้จะลดได้ไง แปบเดียวเดี๋ยวกูมา ”

“ ไม่เอา กูจะไปด้วย”

“ จะไปทำไม เจอลม เจอฝุ่นเดี๋ยวก็ป่วยอีก ”

“ งั้นก็ไม่ต้องไป ไม่ให้ไป ไม่ให้ไปไม่ให้ไป ”

“ โอ๊ยยย  แล้วไข้มันจะลดไหมตัวร้อนขนาดนี้”

“ เช็ดตัวก็ได้”

พยายามจะเลี่ยงการเช็ดตัวด้วยการลงไปซื้อแผ่นติดลดไข้  แต่ทำไมเขาเหมือนกำลังเดาใจผมออกแบบนั้น

“ มึงพึ่งอาบน้ำ จะเช็ดตัวได้ไง ”

แถเท่านั้นที่จะผ่านพ้นไม่ให้เข้าสู่สถานการณ์พาใจสั่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไปได้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากเช็ดตัวให้คนที่กำลังป่วย แต่ผมจะสั่นสักแค่ไหนที่จะได้สัมผัสกับความล่ำที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้านั่น แค่ตอนซบแผ่นหลังกับแผ่นอก ที่มีเสื้อผ้ากั้น ยังหน้าร้อนขนาดนั้น แล้วถ้าต้อง ...



โอ๊ยยยย ใจผมคิดดีไม่ได้แล้ว 

ต้องชิ่งเท่านั้นนนนนนน



“  เช็ดตัว ”

“  เช็ดตัว ”

“  เช็ดตัว ”

“  เช็ดตัว ”

“ เออ เช็ดก็เช็ด วุ่นวายจริงโว้ยยยยยย ”

สุดท้ายผมก็ต้องตัดความรำคาญกับระบบพูดซ้ำอัตโนมัติของเขา  วันนี้มันเป็นอะไร โจรเอาไม้ฟาดหัวหรือก็เปล่า ทำไมถึงได้อ้อนอุ้ง เก่งขนาดนี้วะเนี่ย



ผ้าขนหนูสีขาวที่เปียกชื้น ถูกบิดน้ำออกจากหมาด แล้วแห้ง วนอยู่แบบนั้นหลายนาที ผมยังไม่กล้าลงมือเช็ดตัวนำทัพที่เปลือยเปล่าท่อนบน ด้วยเพราะเจ้าของร่าง นอนคอยส่งยิ้มให้ผมอยู่แบบนั้นเชื้อเชิญให้ลงมือเช็ดตัวเขาได้สักที

ยอมรับนับถือในความใจกล้าของเขา ที่พอได้ยินว่าจะเช็ดตัวก็ลุกพรวดถอดเสื้อยืดนอนสีขาวออก  เตรียมจะถอดกางเกงต่อ ดีที่ผมเดินกลับมาพร้อมกับกะละมังน้ำเย็นกับผ้าขนหนูในมือ ห้ามเอาไว้ได้ทัน



ไม่อย่างนั้นคงได้เห็นในสิ่งที่อยากเห็น เอ๊ย !!  ที่ไม่ควรเห็น

ตื่นเต้นครับ เลยพูดอะไรผิดๆ ถูกๆ



“เมื่อไหร่จะเริ่มเช็ดสักที เริ่มหนาวแล้วเนี่ย ”

ขอร้องว่าอย่างเร่ง กำลังเตรียมใจอยู่ แค่เห็นแผงกล้ามอกแน่น กล้ามแขนเป็นมัดๆ  และ ลอนซิกแพกสวยๆ บริเวณท้อง  ก็หวิวแล้วใจผม 

“ จะเช็ดแล้วเนี่ย จะเร่งทำไม”

“ ก็เห็นจ้องอยู่นาน  ชอบกล้ามกูหรอ เอาไปเล่นที่ห้องไหมละ”

ผมว่ามันไม่น่าจะป่วยแล้วละ ถ้าจะกลับมากวนประสาทได้แบบเดิมขนาดนี้  ร่าเริงเกินคนป่วยไปแล้วนะ เดี๋ยวฟาดด้วยกะละมังข้างเตียงซะเลย



ผ้าขนหนูสีขาวเริ่มบรรจงเช็ดบริเวณใบหน้านำทัพก่อนเป็นลำดับแรก ก่อนจะไล่ไปยังซอกคอ  แวะไปที่กล้ามแขนใหญ่ แขนแกร่งทั้งสองข้างที่มีเส้นเลือดนูนชัดเจน ไล้กลับมายังแผงอกกว้าง สัมผัสได้ถึงความแน่นยามที่มือเฉียดไปโดน จนจบที่บริเวณกล้ามท้องลอนเป็นลูกคลื่น



รู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อน ตัวร้อนไปหมด ยิ่งเห็นสายตาของคนที่นอนยิ้มมีความสุขเวลาถูกเช็ดนั้นยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่  ไม่คิดว่าคนตัวบางเมื่อหลายปีก่อน จะมีกล้ามเนื้อสวย และ ตัวโตได้รวดเร็วขนาดนี้

“ เช็ดข้างล่างด้วยได้ปะ ”

“ ไม่เช็ดแล้ว ผ้ามันสกปรกแล้ว  รีบใส่เสื้อเดี๋ยวไข้ขึ้น  ”

ผมรีบลุกขึ้นจากเตียงพร้อมภาชนะในมือ เดินตรงไปยังห้องน้ำ ล้างมือทำความสะอาด ถูวนอยู่แบบนั้นหวังให้น้ำเย็นจากก๊อก  ชะล้างความร้อนที่มีอยู่ในตัวออกไปได้บ้าง



เบาได้เบา !! เย็นได้เย็น กล้ามนั้นไม่อ่อนโยนต่อใจเลยผมบอกกับคนในกระจกไปแบบนั้น



“ มึงจะปล่อยให้คนป่วยคนเดียวได้ยังไง ทำไมไม่ห่วงกันบ้าง ”

“แต่กู ...”

เสียงคนตัวโตที่กำลังลุกขึ้นมางอแงกับสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจดังลั่น ทันทีที่ผมบอกจะกลับคอนโด หลังดูแลเขาจนเสร็จเรียบร้อย เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว นำทัพจะได้พักผ่อน แต่ก็นั่นแหละ .. ยอมให้กลับซะที่ไหน

“ นอนด้วยกันนะครับ ”

“ แต่...”

“ นอนที่นี่ นอนด้วยกัน อยู่ดูแลทัพนะครับ ”

ผมถอนหายใจไล่ความเขินที่มีอยู่ออกไปให้หมด เหลือบมองไปที่ตัวต้นเหตุที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียง แต่ทำให้ผมต้องนั่งพิงหัวเตียงนิ่งๆ มาร่วมสามชั่วโมง ไฟดวงเล็กบนหัวเตียงฉายมาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าขอคนที่กำลังนอนกุมมือของผมข้างหนึ่งไว้บนอก ผมใช้มือข้างที่ว่างปัดเส้นผมหนาสีเข้มเหมือนดวงตาของเจ้าของออกจากใบหน้าคมใบหน้านั้นเขียวช้ำมีรอยแตก แต่ก็ไม่อาจปิดบังความหล่อที่มีอยู่ได้มิด



ที่สำคัญหนวดเคราที่ยาวก่อนหน้า  กลับมาเกลี้ยงเกลาเพราะผ่านการโกนเป็นที่เรียบร้อย 





เมื่อสามชั่วโมงก่อน ทันทีที่ผมตอบตกลงว่าจะค้างด้วย เห็นว่าดึกมากแล้วขี้เกียจจะเถียงกันไปมา ยอมนอนค้างที่นี่สักคืนให้คนที่นอนป่วยหยุดงอแงพักผ่อนได้สักที   เจ้าตัวก็รีบบอกว่าของใช้อะไรอยู่ไหน ส่วนเสื้อก็ให้ใส่ของเขาไปก่อน ถึงจะตัวใหญ่ไปมาก แต่ก็พอใส่ได้   



ออกจากห้องน้ำมาจึงพบว่า  นำทัพนอนกอดหมอนข้างหลับไปแล้ว ผมจึงขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียงข้างๆ นำทัพที่เหมือนจะรู้สึกตัวชั่วครู่ดึงมึงผมเข้าไปกุมไว้ แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราต่อ





ตั้งแต่ตอนนั้น จนถึง ตอนนี้ ..





ตีสองกว่าแล้วแต่ผมก็ยังไม่ง่วง เพราะกลัวว่าคนป่วยจะมีไข้ขึ้นสูงกลางดึก คอยจับหน้าผาก วัดไข้ตลอดเวลา พอเห็นว่าไข้เริ่มลดตัวไม่ค่อยร้อนมากก็ค่อยเบาใจ  ออกไปนั่งดูวิวข้างนอกดีกว่า ฝืนยังไงก็นอนไม่หลับ ผมแกะมือของนำทัพที่กุมแน่นออกอย่างเบาด้วยกลัวจะทำให้เจ้าตัวตื่น แล้วลุกขึ้นจากเตียงเดินออกไปอย่างช้าๆ



คอนโดหรูห้องนี้ อยู่สูงจนสามารถ นั่งโซฟาบริเวณระเบียงมองเห็นวิวท้องฟ้าด้านนอก และ ตึกราบ้านช่อง ถนน ไฟแสงสีในยามค่ำคืนได้อย่างถนัดตาแบบที่ผมไม่เคยได้เห็น นั่นทำให้คนที่ชอบออกมานั่งดูไฟในตอนกลางคืนของเมืองหลวงอย่างผม มองวิวที่อยู่ตรงหน้าอยู่นานด้วยความตื่นตา



“ โซล ”  เสียงเรียกชื่อผมแผ่วเบา พร้อมกับแรงยุบของโซฟาข้างตัว

ผมหันไปมองคนที่พาร่างสูงบอบช้ำ ที่ควรจะนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่ม แต่กลับออกมานั่งรับลมกลางดึกแบบนี้ หรือว่าผมเผลอทำเสียงดังจนนำทัพตื่น

“ กูเสียงดัง จนทำให้มึงตื่นหรือเปล่า”

“ เปล่า กูตกใจ ”

“ ตกใจทำไม ไข้ขึ้นหรอ”

รีบแตะหลังมือขึ้นไปวางขนหน้าผาก แค่รู้สึกอุ่นๆ แต่ไม่ร้อน ไข้ไม่น่าจะขึ้นนี่นา

“มึงหาย ตื่นมาไม่เจอ  กลัวว่าจะหนีกลับห้อง ”

เขาถอนหายใจพร้อมกับหลุบตาคมที่ดูเศร้า แล้วยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเหมือนกำลังปรับอารมณ์

“ กูนอนไม่หลับ ดิ้นไปมา  กลัวทำมึงตื่น เลยออกมานั่งดูวิว นั่งเพลินไปหน่อย จนลืมกลับไปหา ขอโทษนะ ”

“ ไม่เป็นไร แค่มึงไม่ทิ้งกูไปไหนก็พอ ”

นำทัพขยับเข้ามาจนตัวติดกับผม ซบหัวลงบนไหล่ของผมอย่างรวดเร็ว จนผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากยิ้มให้กับการกระทำนั้น เราทั้งคู่ต่างมองไปยังความสวยงามยามราตรีในเมืองหลวงที่อยู่ตรงหน้า

“ กูไม่ทิ้งมึงไปไหนหรอก กลัวเป็นเด็กไปได้”

“ แต่มึงก็เคยทำ วันนั้นมึงยังพูดแบบนั้นใส่กู เหมือนไม่อยากยุ่งกับกูแล้ว ”

“ ทัพ ”

“ มึงใจร้ายมากเลยนะ ที่ทำแบบนั้นกับกู ไม่คิดเลยหรอว่ากูจะเสียใจมากแค่ไหน ”

ผมผิดเองที่ทำให้เข้าต้องเสียใจซ้ำๆ จากการกระทำของผม ครั้งแรกตอนที่หายไป และ ครั้งล่าสุดก็ตอนที่ผม

งี่เง่าไม่ฟังเขาอธิบาย มันคงสร้างความทรงจำที่เจ็บปวดให้กับเขา



ผมยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษเลย ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้ว เพราะดันเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาเสียก่อน



“ กูขอโทษนะ “

“ ครับ ”

“ กูมันแย่ที่ทำมึงเสียใจอยู่บ่อยครั้ง กูไม่ฟังมึงอธิบายเอง แพทเล่าทุกอย่างให้กูฟังหมดแล้ว ตอนนี้กูเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่มึงพูดจริงทุกอย่าง  มึงจะโกรธจะเกลียดหรือจะไม่ให้อภัยกูก็ได้นะ  กูรู้สึกผิดจริงๆ ”

“ ถ้ากูโกรธมึง กูจะมานอนซบมึงอยู่แบบนี้หรอ  แต่ขอแค่อย่างเดียวได้ไหม”

“ ได้สิ  หลายๆ อย่างก็ได้ถ้ามันจะชดเชยในสิ่งที่กูทำลงไปทั้งหมด ”

“ มึงกลับมาจีบกูเหมือนเดิมแล้วอย่าทิ้งกูไปไหนอีกนะ ”

ใบหน้าคมนั้น ถอนจากไหล่ของผมกลับไปตั้งตรงแล้วค่อยๆ หันกลับมาที่ผม  สายตาที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด มันอ้อนวอนให้ผมทำในสิ่งที่เขาร้องขอ

“ ได้สิ ”

“ ถ้ามึงทิ้งกูไปอีกครั้ง กูคงอยู่ไม่ได้แล้ว ”

สัญญาว่าจะไม่ทิ้งไปไหนอีก  เพราะถึงเขาไม่ได้ขอ  และ ถึงแม้เขาไม่ต้องการ ผมก็ตั้งใจว่าจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว

“กูก็ขอโทษมึงเหมือนกัน ที่แกล้งทำรอยไว้จนมึงโกรธ ”

“ ช่างมันเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ถือว่าหายกันนะ ”

ผมไม่ได้ติดใจเรื่องรอยบนตัวอีกแล้ว เมื่อเข้าใจถึงสาเหตุที่เขาทำลงไปทั้งหมด

“ แล้วยังเจ็บแผลอยู่ไหม”

ผมยกมือขึ้นแตะเบาๆ ไปตรงรอยช้ำที่มุมปาก มันเขียวจนเป็นวงกว้างชัดเจน

“ ไม่เจ็บเท่าไหร่ พอทนไหว ”

“ มึงก็รู้ว่าสู้พวกมันไม่ได้ แล้วยังจะคิดมาปกป้องกูเนี่ยนะ”

“กูไม่ได้สนใจว่าจะสู้ได้ หรือ สู้ไม่ได้ กูรู้แค่ว่าต้องปกป้องมึงให้ดีที่สุดก็เท่านั้น”

 “ ทัพ ”

“ กูเจ็บได้ แต่มึงต้องไม่เป็นอะไรแม้แต่นิดเดียว ”



มือเรียวของผม ถูกกุมแน่นขึ้นจากเจ้าของใบหน้าหล่อที่อยู่ข้างๆ ผมยิ้มให้กับคำพูดที่มาจากหัวใจดวงนั้น คนที่ผมเคยปกป้องมาตลอดในวัยเด็ก กลับเป็นคนเดียวกันกับคนที่อยากดูแลผมในตอนนี้



คงไม่มีอะไรที่จะให้แทนคำขอบคุณในสิ่งที่เขาทำ .....ได้ดีไปกว่า



ฟอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



หอมแก้มนุ่มของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ  !!!


------------------------------
** หลายคนที่ถามว่าเมื่อไหร่จะมีฉากฟินๆ หวานๆ ใบ้ให้เลยว่าจากนี้จะมีมารัวๆ แล้วนะ   // เตรียมตัวไว้ได้เลย

**** ขอบคุณทุกคอมเมนท์ในเชิงสร้างสรรค์นะครับ และ ขอบคุณนักท่านหน้าใหม่ที่เข้ามาชมผลงานด้วยครับ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ yunjae_yusoo_mi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 64
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
อืม เรารู้สึกว่า character ของแต่ละตัวละครไม่ค่อยนิ่ง โดดไปมา อธิบายไม่ถูกอ่ะ
แล้วก็ปมที่ใส่เข้ามาก็รู้สึกว่ามันมั่วๆ เหมือนเดินเรื่องไม่ค่อยมีทิศทางเท่าไร ไม่รู้ว่าเป็นปมเรื่องจริงๆ หรือนึกไรได้ก็ใส่ (ไม่รู้ว่าแรงไปมั้ย แต่รู้สึกอย่างนี้จริงๆ อ่านๆไปบางทีก็รู้สึกว่าออกทะเลนิดหน่อย)
แต่ก็เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะ
 :กอด1: :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด