อาทิตย์ชิงเดือน l ตอนที่ 42 - END (อาทิตย์ชิงเดือน) l อัพ 25-11-2020
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: อาทิตย์ชิงเดือน l ตอนที่ 42 - END (อาทิตย์ชิงเดือน) l อัพ 25-11-2020  (อ่าน 14217 ครั้ง)

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ[url=http://[url=http://][url=http://]][url=http://]]][url=http://]]]][url=http://]]]]][url=http://]]]]]][url=http://]]]]]]][url=http://]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url]]
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ[url=http://]][url=http://]]][url=http://]]]][url=http://]]]]][url=http://]]]]]][url=http://]]]]]]][url=http://]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url=http://]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]]][url][/url]
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

************************************************************************


{ อ า ทิ ต ย์ ชิ ง เ ดื อ น }

by .... blueribbon


ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ...

ไม่ว่าจะยากสักเท่าไหร่...

ไม่ว่าจะอยู่สูงเพียงใด...



ผมจะชิงกลับคืนมา !!!

-----------------

# นำทัพโซล


สารบัญ

บทที่ 00 :: บทนำ
บทที่ 01 :: คู่แข่งของผม
บทที่ 02 :: ศึกแห่งศักดิ์ศรี
บทที่ 03 :: สายรัดข้อมือสีฟ้า
บทที่ 04 :: ช็อกโกตแลตปั่น (เพิ่มหวาน)
บทที่ 05 :: เดือนชิงเดือน
บทที่ 06 :: บทลงโทษของคนแพ้
บทที่ 07 :: อาทิตย์เริ่มชิงเดือน
บทที่ 08 :: แค่นี้..ก็โชคดีมากแล้ว
บทที่ 09 :: คิดถึงคนที่คุ้นเคย
บทที่ 10 :: อยากมีคนคุมต้องปลดกระดุมสี่เม็ด
บทที่ 11 :: คิดมาก(คิสมาร์ก)
บทที่ 12 :: สัญญา..ที่คงไม่ได้ตอบแล้ว
บทที่ 13 :: ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหัวใจ
บทที่ 14 :: หัวใจนำทัพ (Special Part 1)
บทที่ 15 :: น้องโซลคนแมน
บทที่ 16 :: หมียักษ์ที่โคตรเชื่อง
บทที่ 17 :: หัวใจนำทัพ (Special Part 2 )
บทที่ 18 :: กุญแจสำรองก็มี
บทที่ 19 :: พบคนขี้หึงหนึ่งอัตรา
บทที่ 20 :: ละเมอเพ้อกอด
บทที่ 21 :: หลบไปคนเปย์ไหวจะเดิน
บทที่ 22 :: จับแล้วห้ามปล่อยนะ
บทที่ 23 :: ห้านาที
บทที่ 24 :: พ่อหมี แม่หมี
บทที่ 25 :: หนาวนี้ไม่หนาวแล้ว
บทที่ 26 :: ฉันคิดถึงเธอ
บทที่ 27 :: พระจนทร์ ดวงดาว คำสัญญา
บทที่ 28 :: แฟนเดย์
บทที่ 29 :: โคมไฟหัวเตียง
บทที่ 30 :: เบิก บาน บาร์
บทที่ 31  :: อย่ายุ่งกับคนของกู
บทที่ 32  :: ครั้งเดียวไม่เคยพอ
บทที่ 33 :: พ่อหมี
 แม่หมี ลูกหมี

บทที่ 34 :: กลัว
บทที่ 35 :: ข้อเสนอของพี่ภู
บทที่ 36 :: เผชิญหน้ากับคุณท่าน
บทที่ 37 :: หัวใจนำทัพ (Special Part 3)
บทที่ 38 :: รับข้อเสนอ
บทที่ 39 :: ห้ามแตะต้องโซล
บทที่ 40 :: กันและกัน
บทที่ 41 ::ครอบครัวใหม่ของผม
บทที่ 42 ::อาทิตย์ชิงเดือน
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-11-2020 09:26:08 โดย Blueribbon »

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
#บทนำ

ไม่ว่าเหตุอะไรที่ทำให้เราต้องห่าง



สัญญาจะมีค่า เมื่อเรารักษามันด้วยหัวใจ

แต่คงจะหมดความหมายลงไป

เมื่อเราทำลายทิ้งด้วยการ



ผิดคำสัญญา !!




“ โซล กูมีอะไรจะบอก”

เขายืนอยู่ข้างผม เด็กหนุ่มที่สูงเกินอายุ คนที่ผมคุ้นเคยดีมาตลอดหลายปี

“ ว่าไงทัพ ”

ผมละสายตา จากสระน้ำที่อยู่ตรงหน้า แล้วหันมาหาเจ้าของเสียง

“ //// ”

“ มึงน่าจะรู้ว่ากูชอบมึง”

“อื้อ ”

ผมรู้อยู่นานแล้วว่าคนตรงหน้ารู้สึกยังไงกับผม แค่ผมยังไม่พร้อมที่จะแสดงออกอะไรมากมาย

“เราลองมาคบกันมั้ย ”

ผมเห็นว่าใบหน้านั้นแดงขึ้นเล็กน้อย คงเกิดจากความเขินอาย แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจดวงน้อยของผม พองโตขึ้นมาได้บ้าง



“ รอก่อนได้มั้ยทัพ”

“ รออะไรหรอ”

“ รอกูกลับมาตอบคำถามนี้ รอกูมาบอกความรู้สึกกับมึง ความรู้สึกในใจของกู ”

“ อีกนานมั้ย”

“ ไม่นาน เทอมหน้ากูจะมาตอบมึง ”

“ กูรอนะ”

“ อื้อ กูสัญญา”



ผมส่งยิ้มไปให้กับคนตรงหน้า




นั่นเป็นยิ้มสุดท้ายที่ผมได้ส่งให้

นั่นเป็นวันสุดท้ายที่เราได้เจอกัน

และนั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมมีให้กับเขา



เพราะจนถึงตอนนี้ ผ่านมาเกือบสี่ปี

ผมก็ยังไม่ได้บอกเขาไป !!



ตามที่สัญญา !!



และไม่รู้เลยว่า หากเราบังเอิญได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง





“ เขาจะยังรอผม....อยู่หรือเปล่า ”


---------------------------------------


# อาทิตย์ชิงเดือน

#นำทัพโซล

# ฝากติดตามด้วยนะครับ จะพยายามอัพบ่อยๆ นะครับ เพราะแต่งใกล้จบแล้ว

# ติชมได้ครับ ร่วมสนุกไปกับตัวละครด้วยกันนะ ขอบคุณครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-06-2020 11:25:34 โดย Blueribbon »

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
บทที่ 1

คู่แข่งของผม


บรรยากาศภายในร้านกาแฟ ของมหาวิทยาลัย ตอนสายๆ แบบนี้ ไม่ค่อยวุ่นวายเท่าไหร่ ไม่ต้องหาที่นั่งให้เหนื่อยเหมือนตอนเที่ยงหรือเย็น มีคนนั่งกระจายตามมุมต่างๆ อยู่แค่ไม่กี่โต๊ะ ผมจับจองที่นั่งที่เป็นที่ประจำ มุมลับของร้าน ก่อนจะวางหนังสือเรียนและโน๊คบุ๊ค ลงบนโต๊ะ หลังสั่งเครื่องดื่มสุดโปรดไว้เติมพลัง จะได้มีแรง เข้าเรียนวิชาของบ่ายวันนี้



มาร้านนี้บ่อย เกือบจะทุกวัน จนพนักงานจำหน้าได้ แค่ยืนหน้าเคาน์เตอร์ ก็รู้แล้วว่าผมจะสั่งอะไร

ช็อกโกแลกปั่นเพิ่มหวานไม่วิป นั่นแหละของโปรดผม

ผมชอบแวะมานั่งอ่านหนังสือบ้าง ทำรายงานบ้างหรือ นั่งโง่ๆ เวลาเบื่อๆ เพราะไม่รู้จะไปไหน



ทั้งๆ ที่เพื่อนของผม จะคอยใช้ปรัชญาแปลกๆ บอกผมเสมอว่า

การเป็นคนโง่นั้น นั่งตรงก็โง่ได้ !! ถุยยยย



ผมเป็นนักศึกษาใหม่ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้ครับ

นิสิตของคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด

น้องเล็กสุดของคณะ ที่ต้องมีพี่ๆ คอยดูแล [ซึ่งพี่กูแต่ละคน ไม่รู้จะฝากชีวิตให้ดูแลได้มั้ย ไม่แน่ใจในจุดนี้เลย ]



ผมชื่อ รวิภาส พันแสงตระการ

หรือเพื่อนๆ เรียก ‘ ไอ้เหี้ยโซล ’




เข้ามาเรียนที่นี่ได้เดือนกว่าแล้ว นับตั้งแต่เปิดเทอม แต่เป็นเดือนกว่าที่ผมโคตรจะเหนื่อยล้า ซะจริงๆ กับการทำกิจกรรมต่างๆ ของคณะ ทั้งการเข้าเชียร์ การจับสายรหัส การล่าลายเซ็นรุ่นพี่ และที่เหนื่อยสุด จนอย่างจะลาตาย คือการคัดเลือกดาวและเดือนของคณะ เพื่อเป็นตัวแทนไปประกวด ในระดับมหาวิทยาลัย



แต่ละวันของผม จึงต้องใช้พลังเยอะมาก เริ่มตั้งแต่รีบตื่นแต่เช้า ไปเรียน เรียนเสร็จผมก็ต้องวิ่งเข้าไปทำกิจกรรมกับคณะในตอนเย็น จนตกดึกถึงจะอนุญาตให้ลากสภาพที่โคตรจะน่า สมเพชเวทนาของตัวเองกลับห้องได้ !!



สงสารตัวเองสัสๆ บางทีผมก็สงสัย ว่ารอดมาคน จนถึงตอนนี้ได้ยังไง


ไอ้ชิบหาย !!



“ ไอ้เหี้ยโซล นี่มึงนั่งหมดสภาพ เดือนคณะขนาดนี้เลยหรอวะ”

ไอ้แม็กซ์เพื่อนสนิทของผมทักขึ้น มันคงเห็นสภาพผมไม่ไหวจริงๆ ก็แหงแหละ ผมนอนพิงไปกับเก้าอี้ขนาดนี้ นี่ผมยังไม่รู้เลย ว่าเอาวิญญาณมาจากห้องด้วยหรือเปล่า เพลียชิบ!

“ เออ ”

“ ฮ่าๆ ” ไอ้แม็กซ์หัวเราะร่วนอย่างกวนตีนโคตร

“ หัวเราะทำห่าไร เพราะพวกมึง กูถึงต้องอยู่ในสภาพนี้”

ใช่ครับ เพราะพวกมัน พวกมันที่ผมกำลังจะพูดถึง ไม่ใช่สิ ..ที่กำลังจะด่าถึง คือไอ้เวรสามตัวแห่ง



'แก๊งห่าม '



ห่ามที่มาจากคำว่า ‘ ห่า - มึง’ ซึ่งประกอบไปด้วย ไอ้แม็กซ์ ไอ้ทีม น้ำหวาน แล้วก็ผม

พวกเราสี่คนรู้จักกันตอนเข้าปฐมนิเทศ จากนั้นก็เจอกันเรื่อยๆ นิสัยเข้ากันได้ คุยถูกคอ ที่สำคัญรักเรียนด้วยกันทั้งหมด ถึงแม้หน้าตาจะไม่ค่อยให้ก็ตาม จนสนิทกันในที่สุด



ครั้งหนึ่งในชีวิตมหาวิทยาลัย การมีเพื่อนที่ดี ที่คอยดูแล คอยห่วงใย ไปไหนไปกัน มีสุขก็เห็นหน้า มีทุกข์ก็เจอ ไม่หายไปไหน นั่นคงเป็นของขวัญที่หลายคนปรารถนา ซึ่งผมก็เป็นผู้โชคดีที่มีกลุ่มเพื่อนแบบนั้น



ทุกอย่างดีหมด ยกเว้น พวกเพื่อนผม มันชอบทำอะไรโดยไม่ปรึกษาผมเลย

อย่างล่าสุด ก็เรื่อง



ประกวดเดือนคณะ .....



XX ย้อนกลับไป หลังวันเปิดเรียนหนึ่งสัปดาห์




นักศึกษาปีหนึ่งคณะบริหาร มารวมตัวกันที่ห้องประชุมของคณะ เพื่อเตรียมตัวเข้าเชียร์ และ วันนี้พิเศษกว่าทุกวันคือ รุ่นพี่นัดหมายกันเพื่อ “ คัดเลือกเดือนสาขา ” เป็นตัวแทนไปประกวดเดือนคณะที่จะจัดในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า



“ถ้าน้องๆ มาครบแล้ว น้องๆ ส่งตัวแทนของแต่ละสาขามาด้านหน้าได้เลยค่ะ ”

“พี่ๆ ทีมสตาฟ เห็นน้องคนไหน มีแววฝากพาน้องมาข้างหน้าได้เลยนะคะ พี่ให้เวลาปรึกษากัน 20 นาทีค่ะ ”

สิ้นเสียงพี่แองจี้ สาวสองคนสวยประธานคณะสุดมั่นของบริหาร เด็กปีหนี่งก็ส่งเสียงพูดคุยกันจนดังไปทั่ว หันมองซ้ายมองขวา หาเพื่อนในสาขาของตัวเองที่พอจะมีลุ้นเข้าชิงเดือนคณะได้



ผมนั่งนิ่งๆ มองดูเพื่อนในสาขา ออกความเห็นต่างๆกันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่จะได้ยินเป็นชื่อของมเอง



“ ไอ้โซล มึงออกไป”

ไอ้ทีมที่นั่งข้างๆผม หันมาเร็วมาก แต่ถึงเร็วให้ตายยังไง คนอย่างผมก็ไม่มีทางออกไป

“ กูเห็นด้วย ไอ้โซลโคตรจะได้ ทั้งหล่อ ทั้งสูง ทั้งขาว ทั้งตี๋ เทรนตาตี่ กึ่งหลับกำลังมา”

ผมเกลียดการสมทบของไอ้แม็กซ์ที่โผล่หัว มาจากข้างหลังผม ตอนไหนก็ไม่รู้

“ใช่ ที่สำคัญเรียนเก่ง ตอบคำถามได้แน่นอน ไม่ตายมง”

น้ำหวาน ถ้านั่งเฉยๆ กูจะขอบคุณมาก ไม่น่าเล่าให้ฟังเลยว่าตอนมอปลายผมเรียนเป็นยังไง และถึงแม้จะเรียนเก่ง ก็ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวยังไงกับการประกวดนี่เลย

“ เสือก พวกมึงอะ” ผมหันกลับไปด่า

“ อ้าวไอ้นี่ พวกกูหวังดี อยากให้มึงดังไง ”

“ นั่งเฉย ๆ ไม่ต้องพูดมาก กูไม่อยากเป็น ”



หลังจากนั้นก็มีเพื่อนๆ ในสาขาอีกหลายคนที่พยายามจะเชียร์ให้ผมออกไป ฝันไปสิ ผมชอบประกวดซะทีไหน อยู่เฉยๆแบบนี้แหละ เดี๋ยวพวกมันก็เลิกสนใจ แล้วไปหาคนอื่นที่เหมาะกว่าเอง



ผ่านไปเกือบ 20 นาทีแล้ว ตามเวลานัดหมายของพี่แองจี้ สาขาต่างๆ ทยอยส่งตัวแทน ดาวและเดือน ออกไปยืนหน้าห้องประชุม แต่ละคนหน้าตาดี หุ่นดีกันทั้งนั้น



ว่าแต่สาขาผม ได้เดือนแล้วหรือยังหว่า ผมเห็นแต่ ปู สาวสวยของสาขาเดินออกไปหน้าห้อง เป็นตัวแทนดาวของการตลาด แต่ยังไม่มีเดือนออกไปเลย แต่ก็ช่างเหอะ



ไม่เกี่ยวอะไรกับผม ใครได้ก็ดีใจด้วย !!



“ การตลาด ส่งตัวแทนเดือนออกมาได้แล้วค่ะ รออยู่สาขาเดียวแล้วนะคะ ” เจ๊แองจี้ประกาศออกไมค์ น้ำเสียงเริ่มส่อแวว หายนะ



เงียบ !! ไม่มีใครเดินออกไปเลย....



“ พี่จะนับหนึ่งถึงสิบ ถ้าไม่มีใครออกมา โดนสั่งซ่อมทั้งสาขานะคะน้อง”

ทำไมผมเริ่มรู้สึกร้อน ตรงแถวๆก้นวะ

“ หนึ่ง............สอง................สาม ”

มันเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะทนไม่ไหว

“ สี่........ห้า ”

ความรู้สึกเหมือนโดนไฟ หรือ เทียนกำลังลน !! ผมรีบหันกลับไปมองที่ก้นตัวเอง



ไอ้เหี้ยแม็กซ์ !! มึงเอาไฟแช็กลนก้นกู....



“ เหี้ยยยยยยยยยยยยยย”



ผมเด้งตัวลุกขึ้นในทันที เพราะความเจ็บบวกกับตกใจ สองมือลูบตูดป้อยๆ หวังให้มันช่วยบรรเทาความเจ็บไปได้บ้าง



ไอ้ห่าเอ๊ย เล่นบ้าไรวะ !!



แต่ก่อนที่ผมจะหันกลับไปด่ามัน ทั้งห้องประชุมก็มองมาที่ผมคนเดียว ทุกคนนั่ง แต่ผมยืน

เสือกยืนอยู่เดียว......



หรือว่า !!



“ ว้ายยยย เปิดตัวได้แรงมาก ท่าเด้งนั้นกินขาด เดินออกมาเลยค่ะ เดือนสาขาการตลาด”

ผมโบกมือปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่ไม่มีใครฟังผมเลย หันไปหาไอ้เพื่อนชั่ว ก็พากันปรบมือยินดี ตะโกนเรียกชื่อผมกันใหญ่ ผมมองพวกมันอย่าง หมายหัว เรียงตัว ก่อนจะเดินออกจากแถวแล้วไปยืนอยู่ข้างๆเพื่อนดาวเดือน เอกอื่นๆ ที่ยืนก่อนหน้าแล้ว



พวกมันแกล้งผมอีกแล้ว

แต่ยังไงผมก็ตกรอบอยู่ดี พวกมันได้ผิดหวังแน่นอน ไอ้ห่ามมมม !!



“ และนี่คือ ตัวแทนดาวเดือนจากทุกสาขา ที่จะไปชิงตำแหน่ง ดาวเดือนคณะในอีกสองสัปดาห์หน้าค่ะ ขอเสียงปรบมือด้วยค่ะ ”

เป็นครั้งแรกที่ผมออกมายืนในฐานะตัวแทนการประกวดอะไรแบบนี้ ปกติจะเห็นแต่ในซีรี่ส์ออนไลน์ที่ชอบดู พอเจอกับตัวก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน



แต่ท้ายที่สุด ผมก็ได้เป็น เดือนคณะบริหาร



เมื่อโชคชะตาแห่งความแพ้พ่าย และ ศาลเตี้ยที่ผมกราบไหว้บนขอให้ตกรอบ ก่อนมาประกวดไม่เข้าข้างเลยสักนิด ผมเสือกชนะการประกวดแบบงงๆ



ตอนที่พิธีกรประกาศชื่อผมออกไปว่าได้ตำแหน่ง ผมอย่างอึ้ง ยืนนิ่งอยู่นานเพราะความช็อค !!

ที่จะต้องเป็นตัวแทนคณะ ไปประกวด เดือนมหาวิทยาลัย

และนั่นก็เป็นความ บัดซบที่เพื่อนรักของผมได้มอบให้



ผมอยากลาตาย ........




“ กูว่าแล้ว มึงต้องอยู่ที่นี่ เค้าตามหามึงกันให้ทั่วไอ้โซล”

ผมมองน้ำหวานที่เดินเหวี่ยงเข้ามา พร้อมขนตายาวอย่างกับกันสาด

“ ตามหากูทำไม”

“ เจ๊แองจี้เค้าจะนัดคุยกับมึงเรื่องประกวดเดือนเย็นนี้ ทำไมไม่รับสาย”

ผมเอื้อมไปหยิบโทศัพท์ของตัวเอง แล้วปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือ ! โคตรจะทันสมัยเลย



- 37 MISSED CALL –




โทรกระหน่ำยิ่งกว่าไฟแนนซ์รถซะอีก โดนด่าเละแน่ผมคราวนี้

“ เออ โทษทีกูไม่ได้เปิดเสียง ”

“ ค่ะ กลายเป็นกูที่ต้องวิ่ง ตามหามึงไปทั่ว คอกูก็แห้ง อากาศก็ร้อน เนาะไอ้ทีม มึงว่ามั้ย ถ้าได้อะไรเย็นสักแก้ว มันน่าจะดี จะได้หายเหนื่อย”

ไอ้ทีมที่ยืนข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย !! ตลกแดกมากกว่า

“ น้ำแข็งเปล่ามั้ย เดี๋ยวกูสั่งให้”

“ ด่กทง ”



ผมยิ้มให้กับความกวนประสาทของพวกมันสองตัว ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรออกหาเจ้แองจี้ ผู้จัดการส่วนตัว( ชั่วคราว) ระหว่างการประกวดของผม



“ น้องโซลลลลลลลลลลลลลลล”

เสียงแหลมกระแทกเข้าหู จากปลายสาย ทะลุผ่านเข้ามา ผมเดาว่าตอนนี้ปลายทาง น่าจะกำลังทำหน้าเหวี่ยงอยู่แน่นอน

” แฮ่ๆ ขอโทษทีครับเจ๊ โซลปิดเสียงไว้ พอดีนั่งทำรายงานอยู่ เจ๊มีไรปะ”

“ เย็นนี้ไปไหนมั้ย เจ๊ว่าจะนัดคุยเรื่องประกวดเดือนหน่อย ”

” ได้ครับ ที่ไหนดี”

“ โรงอาหารอาคารรวมนะ ซักห้าโมงเจอกัน”

“ ได้ครับเจ๊ ขอบคุณครับ ”



เจ๊แองจี้บอกว่า เดือนปีนี้คัดจากการ ภาพรวม หน้าตา บุคลิกภาพ ส่วนรอบคัดเลือกความสามารถพิเศษ และเพิ่มการพูดสุนทรพจน์ (Speech) เกี่ยวกับตนเองที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟัง ไม่เกินหนึ่ง นาทีเข้ามาแทนการตอบคำถาม เพราะคอนเซ็ปท์ของเดือนดาวปีนี้ ทางมหาวิทยาลัย อยากได้ คนที่มีความมั่นใจ ทัศนคติดี และ สามารถพูด สื่อสารกับสาธารณะชนได้ดี ซึ่งคะแนนในส่วนนี้จะมีผลต่อการตัดสินของคณะกรรมการมาก



และแน่นอนว่าคนเก่งแบบผม

กล่าวสุนทรพจน์ ไม่เป็น !!



* * * * * * * * * * * * * *



ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ของคณะรวมตั้งแต่เลิกเรียนเสร็จ วันนี้อาจารย์ปล่อยเร็ว พวกผมเลยมานั่งรอเจ๊แองจี้ก่อนเวลานัด ผมนั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการพูดสุนทรพจน์จากเว็บต่างๆ เพื่อหาหัวข้อที่น่าสนใจ จะได้เตรียมสริปท์แล้วฝึกพูด เพราะเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ก็จะประกวดแล้ว



“ทำไมวันนี้ คะแนนในเว็บพนัน ออนไลน์ ของมึงตกมาอยู่ที่สองวะ ปกติมึงได้ที่หนึ่งมาตลอดเลยนะเว้ย

แล้วก็เป็นไอ้แม็กซ์ที่ทำลายสมาธิของผมลง

กูอยากบีบคอมึง!!!!!!



ว่าแต่เว็บ พนัน อะไรหว่า .....



“ คืออะไรวะ”

“ ก็เว็บที่เค้าเอาไว้ทายผลกันไง เหมือนพวกพนันบอล พนันมวย พนันนางงาม อะไรทำนองนั้น แต่ตอนนี้เค้ากำลังพนันเรื่องเดือนกับดาวมหาลัยกันเว้ย”

“อ่อๆ มีแบบนี้ด้วยหรอวะ”

“ เออดิ ปกติมึงขึ้นที่หนึ่ง แต่วันนี้กลับเป็นเดือนเศรษฐศาสตร์หวะ ”

“กูได้ยินมาว่าเด็กเศรษฐศาสต์คนนี้เต็งมงมากนะมึง หล่อ รวย เรียนดี ”

น้ำหวานเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาสมทบ



ผมแทบจะไม่รู้เลยว่าคู่แข่งผมเป็นใคร เดือนจากคณะไหนบ้างที่มาแรง ไม่ได้สนใจด้วยว่าใครจะเต็งหรือไม่เต็ง และก็ไม่ได้หวังจะได้มงด้วย แค่อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง



พวกมันพูดถึงเดือน เศรษฐศาสตร์ คนที่ขึ้นอันดับหนึ่งเว็บพนันออนไลน์ในวันนี้อยู่นาน เท่าที่ผมฟังพวกมันก็พอจะเข้าใจว่าทำไม ถึงเป็นตัวเต็งขนาดนั้น ทั้งหล่อ สูง รวย หุ่นดี เรียนนานาชาติซะด้วย คุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ เอาตำแหน่งไปเหอะ ผมจะยืนปรบมือยินดีให้เลย



“ นี่ไงมึง โคตรหล่อ คมเข้มมาก ”

น้ำหวานที่วุ่นอยู่กับโทรศัพท์ในมืออยู่นาน ยื่นมือถือเครื่องนั้นมาตรงหน้าผม



ภาพในมือถือ เป็นรูปผู้ชายตัวสูง หน้าไทยคมเข้ม ใส่ชุดนักศึกษา อยู่ในเพจมหาวิทยาลัย คนกดไลค์เกือบหมื่น

วินาทีแรกที่ผมเห็นรูปนั้นใจผมสั่นไปหมด มันเต้นไม่เป็นจังหวะ ดีใจอย่างบอกไม่ถูก ตาผมมองไปที่คนในรูปอย่างโหยหา คนที่ผมคุ้นเคยมานาน ถึงแม้จะไม่ได้ติดต่อกัน หายจากชีวิต ของกันและกันหลายปี



ทว่าในทุกพื้นที่ความทรงจำของผม มีแค่เขาคนเดียว

เขาไม่เคยหายไปไหนเลย

และจะไม่มีวันหายไปไหน...





“ นำทัพ พิธุ ไพศาลครองธรรม”

เดือนคณะเศรษฐศาตร์



ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
02

ศึกแห่งศักดิ์ศรี


การเตรียมตัวประกวดเดือนมหาวิทยาลัยไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทุกอย่างต้องมีแผน มีขั้นตอน ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด และ ส่งให้ผู้เข้าประกวด ได้ครองตำแหน่ง อย่างที่พี่ๆ ในสโมสรคณะตั้งใจเอาไว้



พี่แองจี้แอนด์เดอะแก๊ง นั่งคุยงานกัน มาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ตั้งแต่ฟ้าสว่าง จนตอนนี้มองออกไปข้างนอกเริ่มมืดแล้ว ไฟทั้งภายในและภายนอกตัวอาคารเปิดส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ผมรู้ว่าพวกพี่คาดหวังในตัวผมแค่ไหน เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนผมตั้งใจแค่จะลงให้มันผ่านๆ ไป แต่พอได้เป็นเดือนคณะ มุมมองของก็เปลี่ยนไป



ผมเริ่มเข้าใจว่า การทุ่มเทให้อะไรสักอย่างของรุ่นพี่ มันไม่ใช่การทุ่มเททำเพื่อตัวของพวกเขาเอง เพราะท้ายที่สุด หากคณะของผมชนะ คนที่จะได้ตำแหน่งคือผม ไม่ใช่พวกเขา แต่พวกเขากลับทุ่มเท ตั้งใจและให้ความสำคัญกับมันมาก ผมเคยถามว่าทำไมถึงต้องยอมเหนื่อยขนาดนี้ พี่แองจี้ตอบแค่ว่า

“ พวกพี่ทำเพื่อคณะ มันเป็นเรื่องของความภูมิใจ และ ศักดิ์ศรีของคณะเรา”



เพียงแค่นั้น ผมก็เริ่มเข้าใจหลายๆ อย่าง ว่าคนเราบางทีก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับตัวเองแค่นั้น แต่หากยังต้องทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมด้วย



รวมถึงผม ที่เมื่อได้โอกาสดีดีนั้นมาแล้ว ถึงแม้จะได้มาแบบงงๆ และไม่เต็มใจตอนต้นทาง แต่ผมตั้งใจไว้แล้ว ว่าผมจะทำมันให้เต็มที่ เท่าที่ความสามารถของผมจะทำได้ เพราะอยากให้ปลายทางออกมาดี



เพื่อคณะของเรา !!



“ น้องโซล พี่รวบรวมตัวอย่างคำถามกับคำตอบ ของการประกวดทุกเวทีมาให้แล้ว ระหว่างนี้ก็ฝึกแล้วซ้อมตอบนะ” เอกสารคล้ายรายงาน ถูกวางตรงหน้าผม

“ ส่วนนี่เป็น ตัวอย่างสุนทรพจน์ ลองเลือกดูว่าจะพูดเกี่ยวกับเรื่องอะไร”

เอกสารชุดที่สอง ถูกวางเพิ่มข้างๆ ชุดแรก อันที่จริงผมก็มีหัวข้อ ที่เลือกไว้ในใจบ้างแล้ว

“ ตั้งใจนะ อยากได้อะไรก็บอกพวกพี่ ศักดิ์ศรีของคณะอยู่ในมือแกแล้ว”

พี่แองจี้ ส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยกำลังใจนั้นมาให้ผม ตรงข้ามกับคำพูดที่โคตรจะกดดันเลย



“ ปีนี้เดือนเศรษฐศาสตร์มาแรงมากเลยนะแม่ แม่เห็นในเพจยังคนกดไลค์รูป หมื่นกว่า ได้ข่าวเพิ่งลงเมื่อวาน เราจะต้านไหวหรอ ” พี่คิมหนึ่งในสมาชิกแก๊งสโมสรเอ่ยขึ้น

“ ไหวสิ แกดูลูกชายชั้นด้วย หล่อตี๋ ขาวใสขนาดนี้ ยังไงก็ต้านได้สบายมาก”

ขอความกรุณาพี่แองจี้ อย่ามองผมด้วยสายตาคาดหวังแบบนั้นครับ ผมเสียวสันหลัง

“ ให้มั่นใจในตัวแม่ เด็กนังเมเปิ้ลเศรษฐศาสตร์ แพ้เด็กคณะเรามาแล้วสองปี แล้วปีนี้ก็จะเป็นปีที่สาม ”

เสียงหัวเราะชอบใจของ พี่ๆ ดังขึ้น แอ็คติ้งแต่ละคน ถ้าไม่บอกว่าเรียนบริหาร คงจะคิดว่าเรียนเอกการแสดงเป็นแน่



เท่าที่รู้มาคณะของผม กับ คณะเศรษฐศาสตร์ เป็นคู่แข่ง ดาวเดือนมหาวิทยาลัยกันแทบจะทุกปี ผลัดกันแพ้ชนะอยู่ตลอด ดังนั้นรุ่นพี่จึงส่งต่อความภาคภูมิใจ ความหวัง ให้กับสโมสรและน้องๆ ในคณะปีต่อปี เพื่อให้ทุกคนรักษาศักดิ์ศรีของคณะเอาไว้



นั่นแปลว่าจะแพ้ไม่ได้ !!!



คณะบริหารของผม ได้เดือนมหาวิทยาลัยมาสองปีซ้อนแล้วเหมือนที่พี่แองจี้บอก พี่ๆ เลยมั่นใจในความแข็งของสายสะพายคณะมาก และ คาดว่าหวังว่าปีนี้ จะต้องชนะอีกเช่นเคย



ความกดดันจึงตกมาอยู่ที่ผมเต็มๆ



“ ว้ายเพื่อนจี้ หัวเราะเสียงดังเหมือนม้าเลย ดีใจอะไรกันอยู่หรอคะ”

เสียงหัวเราะของพวกพี่แองจี้ชะงักลง เมื่อมีเสียงหนึ่งทักแทรกเข้ามา ผมมองไปยังต้นเสียงนั้น แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร มากันสามสี่คน น่าจะรู้จักกับแก๊งพี่แองจี้แหละ

“ อ้าว เพื่อนเมเปิ้ล พอดีเพื่อนจี้ หัวเราะล่วงหน้าให้กับชัยชนะค่ะ”

อ๋อ ! คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือพี่เมเปิ้ลเศรษฐศาสตร์ คนที่พวกพี่แองจี้ เพิ่งพูดถึงเมื่อกี้

“ อุ๊ย กลัวว่าจะฝันกลางวันจังเลยค่ะ เพื่อน”

“ ฝันหรือตื่นเดี๋ยวก็รู้ค่ะเพื่อน”

พี่แองจี้ลุกขึ้นยืน ประจันหน้ากับแก๊งนั้น คนอื่นๆ ในโต๊ะลุกขึ้นตามรวมถึงผมด้วย

น่ากลัวว่าจะมีเรื่อง คำพูดโคตรแซะกันเลย

“ เผื่อใจเอาไว้บ้างนะคะ พอดีเดือนคณะเศรษฐศาสตร์ปีนี้มาแรงจริง อะไรจริง ทั้งเว็บพนัน ทั้งยอดไลค์ในเพจ มาอันดับหนึ่ง ใดๆ ก็คือเกินต้านค่ะ”

“ ตื่นคะเพื่อน อยู่กับความจริงค่ะ ยังไงปีนี้บริหารก็ได้เดือนมหาลัยแน่นอน”

“ แล้วถ้าไม่ได้ละคะ จะทำยังไง” ฝั่งนั้นเอียงคอถามอย่างกวนๆ

“ แล้วถ้าได้ละ แกจะทำยังไง” ฝั่งพี่ผมก็น้อยหน้าซะที่ไหน กวนพอกัน

“ กล้าวัดกันมั้ยละ ว่าเด็กใครจะได้เดือน ”

“ ทำไมจะไม่กล้า จะวัดยังไงก็ว่ามา”

ทั้งคู่เดินหน้าเข้ามาหากันคนละก้าว ยืนประจันหน้าแสะยิ้มเหมือนนางร้ายใส่กัน ตามองฝั่งตรงข้ามอย่างเอาชนะ ราวกับมีลำแสงส่งสู้กันไปมา



และแล้วก็ ...............



“พี่ๆ เรียกผมมา มีไรปะครับ”

เสียงคุ้นหูผมดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่กำลังเดินเข้ามา อยู่ข้างหลังกลุ่มพี่ๆ แก๊งเศรษฐศาสตร์

ผมแทบจะทำมือถือรุ่นใหม่ที่ถืออยู่ในมือหล่น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ นำทัพที่ผมเพิ่งจะพูดถึงกำลังเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงนั้น



นำทัพ ตัวจริงเสียงจริง คนที่ผมเพิ่งนั่งดูรูปในโทรศัพท์ของน้ำหวานไปเมื่อตอนหัวค่ำ



เขาสูงขึ้นจากตอนมอสามมาก ตอนนั้นว่าสูงแล้ว (น่าจะ 170 ซม) ตอนนี้ยิ่งสูงกว่า ( น่าจะเกิน 185 ซม เท่าที่มองด้วยตา ) แถมยังดูมีมัดกล้ามหนาขึ้นกว่าเดิม ตัวล่ำใหญ่ขึ้นมาก ไม่ผอมแห้งเหมือนเมื่อก่อน ผิวเข้มนั้นยังเหมือนเดิม ไม่ขาวจนดูสำอางแบบผม แต่ก็ไม่คล้ำจนเกินไป ใบหน้านั้นดูโตขึ้นตามอายุ นัยน์ตาสีดำ จมูกโด่งคมเป็นสัน หน้าคมเข้มตามแบบฉบับไทยแท้ หล่อขึ้นกว่าเดิมมาก แม้ว่าตอนนี้จะเย็นแล้วก็ตาม สภาพยังโคตรจะเนียบเหมือนเพิ่งออกจากห้อง



ผิดกับผมที่แม้แต่คำว่าเยินก็ยังไม่กล้าใช้



ผมนี่แทบล้มเลย สองขาอ่อนแรงไปหมด ตกใจจนไม่รู้จะตกใจยังไง ใจสั่นเหมือนกินกาแฟมาสักสิบแก้ว ตาผมเบิกกว้างอยู่แบบนั้น เหมือนมันอยากจะร้องไห้ ก็ร้องไม่ออก เหมือนมันอยากจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก ความรู้สึกมันตีกันไปหมด ทำได้แค่ยืนเกรงขาไว้ไม่ให้ทรุดลง



คนที่ผมไม่ได้เจอมานาน ตอนนี้มายืนอยู่ตรงข้ามผมแล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

ในใจมีแต่คำว่า....



คิดถึง !!

คิดถึง !!

คิดถึง !!




เต็มไปหมด และเหมือนว่าเขาก็คงเห็นผมแล้วเหมือนกัน แต่สายตาคู่นั้นไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรที่เห็นผมเลย

ผมเห็นนำทัพมองอยู่แปบๆ แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น



มึงจำกูไม่ได้หรอวะ นำทัพ !


เห้ย ! มองกูนานนานหน่อยดิ



ผมทำได้แค่เรียกเขาอยู่ในใจแบบนั้น.....



“ อ้าวน้องทัพ มาพอดีเลย มาทำความรู้จักกับคู่แข่ง เอ๊ย รุ่นพี่กับเดือนบริหารไว้หน่อยสิจ๊ะ”

พี่เมเปิ้ลพูดขึ้น พลางกวักมือเรียกนำทัพไปยืนใกล้ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้พี่แองจี้ แล้วยิ้มให้

“ น้องโซล มาไหว้ป้า อุ๊ยย รุ่นพี่กับเดือนฝั่งเศรษฐศาสตร์หน่อยสิ ยืนนานแล้ว จะได้ไปที่ชอบ ๆ ซักที” พี่แองจี้หันมาพยักหน้าเรียก ผมเดินออกไปแล้วยกมือไหว้รุ่นพี่ฝั่งนั้นบ้าง



เฉยชาใส่ผมชิบหาย เบือนหน้าเก่งที่หนึ่ง

ขนาดว่ายืนอยู่ตรงข้าม เขายังไม่มองผมเลยสักนิด



“ จะวัดกันยังไงก็ว่ามา เดือนของเราทั้งคู่ยืนอยู่ตรงนี้ละ”

เอิ่มนี่พวกพี่จะท้าแข่งกันจริงๆ ใช่มั้ยครับเนี่ย ผมนึกว่าพูดกันเล่นๆ

“ ได้สิ งั้นก็เอา ....”

“ ขอโทษนะครับ ผมว่าเราอย่าท้าแข่งกันเลยนะครับ ยังไงเราก็อยู่มอเดียวกัน”

ผมพูดแทรกพี่เมเปิ้ล โคตรจะพระเอกเลยกู ! แต่เปล่าหรอก แค่ไม่อยากแข่งกับไอ้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็เท่านั้นเอง

“ ไอ้เหี้ยโซล นี่ศักดิ์ศรีคณะเลยนะเว้ย มึงให้พี่เค้าวัดกันสิ จะได้รู้ว่าใครเจ๋งจริง”

ผมยังยืนยันว่ามัน ควรเงียบไว้ดีที่สุด ไอ้ห่าแม็กซ์

“ จริงค่ะน้องโซล เพื่อนน้องพูดถูก พี่มั่นใจว่าน้องเก่งพอ ที่จะคู่ควรแข่งกับเดือนของพี่”

รอยยิ้มนั้นช่างตรงข้ามกับคำพูดเหลือเกิน แซะเก่ง !!

“ ใช่โซล นี่มันศึกแห่งคณะเลยนะ พวกพี่แข่งกันมาทุกปี และ เราก็ชนะเกือบทุกครั้ง”

“ แต่ผมไม่อยากแข่ง แค่ประกวดก็พอแล้วมั้งพี่จี้ ยังจะมาท้าอะไรกันอีก”

แค่ประกวดเดือนอย่างเดียวผมก็กดดันจะตายห่า ยังจะมาท้าชน ท้าสู้กันอีก



“ พี่เรียกผมมาฟัง คนขี้ขลาดแบบนี้พูดหรอครับ ”

แล้วก็เป็นนำทัพ ที่ยืนนิ่งอยู่นาน พูดขึ้น

“ ////// ”

“ นึกว่าจะมีอะไรสำคัญซะอีก ไหนพี่บอกผมว่าเดือนบริหารปีนี้ เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว”

เขาใช้ดวงตาคมคู่นั้น สำรวจผมไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ แต่เท่าที่เห็น ... โคตรกระจอกเลย ”

นำทัพพูดเสร็จแล้ว เอี้ยวตัวทำท่าจะเดินออกจากวงสนทนาไป



อย่าคิดว่าดูถูกผมขนาดนี้แล้วคนอย่างผมจะยอม !!



“ กูไม่ได้กระจอก มึงดิกระจอก พูดเสร็จแล้วจะเดินไปไหนวะ”

ร่างสูงนั้นชะงักแล้วหันกลับมามองผมด้วยสายตาโคตรหาเรื่อง

ดุชิบหาย !!

“ถ้าเก่งจริง เหมือนปากพูด มึงก็รับคำท้าสิ”

นำทัพหันตัวกลับมา ประจันหน้ากับผมแบบเดิม สายตาหาเรื่องนั้นยังมองมาที่ผมไม่หยุด

“ มึงว่ามาได้เลย”

ผมก้าวออกไปหาเขา สองมือกำแน่น ตัวสั่นด้วยความโกรธ



“ ถ้ามึงแพ้ มึงต้องตามจีบกูจนกว่าจะติด”

ห๊ะ !!!! อะไรนะ

“ และ และ แล้วว ..ถ้ามึงแพ้ละ”

ลิ้นไม่รักดี จะมาพันอะไรกันตอนนี้วะเนี่ย

“ ถ้ากูแพ้ กูจะเป็นฝ่ายตามจีบมึงเอง ”



อึ้งแดกสิครับ สั่นไปทั้งตัว ใจเต้นตุบๆ เหมือนจะหลุดออกมา ทั้งโกรธ ทั้งงง ทั้งเขิน

ผมนิ่งไปพักหนึ่งจนรับรู้ได้ว่าทุกคนรอบตัว ก็นิ่งเหมือนกัน

ใครจะคิดว่าไอ้เข้มข้างหน้า มันจะท้าอะไรบ้าๆ แบบนั้น



“ แต่ถ้ามึงกลัวแพ้ จะไม่ ...”



อย่าทำหน้ากวนตีนผมครับขอร้อง เพราะคนอย่างผม ทนไม่ได้จะให้ใครมาดูถูก



“ กูรับคำท้า”



ผมชะงักกึก สติที่หายไปกลับมา ...หลังจากที่นำทัพ และ รุ่นพี่เศรษฐศาสตร์เดินออกไปแล้ว ถ้าตาไม่ฝาดผมว่า ผมเห็นเขายกยิ้มขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป



แล้วนี่ผมเป็นบ้าอะไร !!

ผมพูดอะไรออกไป!!!!!!!



ผมพลาดที่รับคำท้านั้นไว้แล้ว

อยากลาตาย รอบสอง !!!



ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ pktherabbit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
03

สายรัดข้อมือสีฟ้า


บรรยากาศที่มหาลัยในตอนเช้ามืดแบบนี้ เงียบสงัดผิดกับตอนกลางวันที่แสนจะวุ่นวายมองไปทางตึกเรียนเจอแต่ความมืด แสนจะวังเวง แต่ยังดีที่นอกอาคาร และตลอดทางเดิน ยังพอมีแสงไฟส่องสว่างอยู่บ้าง พอจะมองเห็นรถบัสขนาดสี่สิบที่นั่งจอดอยู่บริเวณหน้าตึกอาคารรวม โดยมีรุ่นพี่สต๊าฟของสโมสรนักศึกษาและ เพื่อนๆ บางส่วนทยอยมาถึงแล้ว



ตอนนี้ตีสี่กว่า ผมแวะซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อระหว่างทางมามอ พวกขนม ยา ของใช้ส่วนตัวทั่วไป ปกติผมไม่ใช่คนตื่นเช้าแบบนี้ ตาผมจะปิดอยู่แล้ว นี่เพิ่งได้นอนไปนอนตีหนึ่งเอง



เล่นเกมส์เศรษฐีกับไอ้พวกห่ามเพลินจนลืมดูเวลา...



พี่ๆ นัดหมายกับเดือนดาวตอนตี่สี่ครึ่ง ตามกำหนดการของกองประกวดวันนี้ คือการเก็บตัว และ ทำกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ต่างจังหวัดเป็นเวลาสองวันหนึ่งคืน หลักๆ ของกิจกรรมในครั้งนี้ คือการไปทำบุญไหว้พระ และ เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าโดยจะใช้ภาพกิจกรรมทั้งหมดตลอดการเก็บตัว เป็นวิดีโอในการเปิดตัวผู้เข้าแข่งขันในวันจริง



ผมจึงต้องกลั้นใจตื่นเช้าแบบนี้ไงครับทุกคน นาฬิกาปลุกตั้งสี่รอบกว่าจะดึงตัวเองออกมาจกเตียงได้ !!



กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมสุดท้ายแล้วก่อนจะประกวดชิงตำแหน่ง ซึ่งก่อนหน้าก็ได้ จับสลากเบอร์ผู้เข้าแข่งขัน ถ่ายวิดีโอแนะนำตัว ถ่ายภาพพอร์ทเทร็ด เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว



“ สวัสดีครับ รวิภาส จากคณะบริหารครับ”

“ อ้าวน้องโซล สวัสดีค่ะ มาๆ เช็คชื่อ และรับเอกสารนะ”



ผมเดินเข้าไปยังกลุ่มสโมสร เพื่อทำการเช็คชื่อ รับเอกสารและสายรัดข้อมือสีฟ้า ซึ่งไม่รู้ว่ามีไว้ทำไม แต่ผมเห็นเพื่อนคนอื่น ก็มีเหมือนกันแต่คนละสี ก่อนจะนำเอากระเป๋าไปวางไว้ในจุดรวมพล และเดินขึ้นไปบนรถเพื่อหาที่นั่งในมุมดีดี พอให้งีบได้ จนกว่าจะถึงจุดหมาย



ผมเลือกที่นั่งติดหน้าต่างฝั่งรถขับ ในสองแถวสุดท้ายของรถ อยากนั่งเงียบ ๆ ไม่อยากให้ใครเดินผ่านไปมา ที่สำคัญผมอยากเอาหูฟังเสียบหู ฟังเพลง และหลับ เพราะตอนนี้ตาผมหนักไปหมดแล้ว



ผมพยายามจะฝืน มองออกไปข้างนอกที่แสงสว่างเริ่มจะเข้ามาแทนที่ความมืดบ้างแล้ว นักศึกษาของแต่ละเอก ทยอยเดือนเข้ามาที่จุดรวมพล และ หลายคนเริ่มขึ้นมาหาที่นั่งบนรถกันแล้วจนเกือบเต็ม เสียงหัวเราะ ทักทายพูดคุย ดังขึ้นตามจุดที่นั่งต่างๆ ของรถ



และแล้วผมก็ไม่สามารถฝืนพลังของหนังตาได้อีกต่อไป คงต้องปล่อยให้ปิดลงตามความต้องการของมัน

ผมรู้สึกถึงการเคลื่อนที่ออกจากจุดจอดของรถอย่างช้าๆ

เสียงของรุ่นพี่สโมสรผ่านไมโครโฟนที่ดังแว่วผ่านหูเข้ามา

และเบาะข้างๆ ตัวที่เคลื่อนไหว



ก่อนทุกอย่างจะเงียบและหายไป !!!






นอนไปได้สักพัก ผมก็เริ่มรู้สึกเมื่อยคอ เหมือนตัวเองนอนซบกับอะไรอยู่ตลอดเวลา ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากความง่วง ค่อยๆ กระพริบตาถี่ๆ ปรับรับแสงสว่าง ผมนอนเอียงคอนี่หว่า ไม่น่าหละถึงได้เมื่อยได้ขนาดนี้



มองไปข้างๆ ตัว

อ๋อ ไหล่ ผมซบไหล่!!



ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับสติที่กลับมา

ห๊ะ ไหล่ !!



“ เชี่ยยยยยยย”

ผมอุทานเบา ๆ แล้วเด้งตัวกลับมานั่งตรงอย่างอัตโนมัติ หันกลับไปมองเจ้าของไหล่ที่ผมเพิ่งใช้นอนเมื่อครู่ นัยน์ตาสีดำคมเข้มนั้นจ้องมองมาที่ผม ใบหน้านั้นนิ่งเฉยคิ้วดกหนายกสูงขึ้นเชิงตั้งคำถาม



“ ไอ้ทัพ”

ผมเรียกชื่อเขาลั่นรถ จนเพื่อนๆ ที่นั่งใกล้ๆ หันมามองกันหมด

“ ทำไมต้องเสียงดัง ”

ผมก้มหัว เป็นเชิงขอโทษคนที่นั่งใกล้ๆ ก็มันตกใจจะไม่ให้แหกปากได้ไงเล่า



แล้วมานั่งที่นี่ได้ยังไง !!! หันกลับมามองหน้านำทัพ ผมรู้ว่าสายตาผมตอนนี้ มีแต่คำถาม

และเหมือนเขาจะแปลสายตาของผมออก ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่



“ ที่นั่งตรงอื่นมันเต็ม เหลือตรงนี้ที่เดียว”

“ กูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย”

ผมเหลือบไปเห็นบนตักของเขามีกล่องขนม สองกล่องวางอยู่

“ ทำไมได้สองกล่อง” ผมชี้ไปที่กล่องนั้นบนตักของเขา

“ ของมึงกล่องนึงไง ก็มึงหลับ น้ำลายไหลขนาดนั้นใครจะกล้าปลุก”

ผมเอี้ยวตัวไปจะคว้ากล่องที่อยู่บนตักของคนตัวสูง ..

แต่จู่ๆ รถก็เข้าโค้ง จนตัวผมเสียหลักพุ่งเข้าใส่ตักของนำทัพเต็มๆ เขาใช้สองมือรวบตัวของผมเอาไว้ได้ทันก่อนที่หน้าของผมจะพุ่งออกจากรัศมีของเบาะ



ผมนิ่งอยู่ในอ้อมแขนของนำทัพอยู่นาน วงแขนนั้นมันเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง และ เส้นเลือดตามแบบฉบับของคนที่เข้าฟิตเนตเป็นประจำ เจ้าของวงแขนนั้น ค่อยๆ ก้มหน้ามาใกล้ๆ ผม



มันใกล้มาก จนใจเริ่มสั่น หลับตาปี๋

รู้สึกถึงใบหน้านั้นที่อยู่ใกล้แก้มผมแค่คืบ



และแล้ว ............



“ เมื่อไหร่มึงจะลุก กูหนัก”



พินาศหมดละ ความใจสั่นเพราะคิดเพ้อไปไกลของผม

ถอนหายใจแล้วใช้สองมือเรียวเล็กของตัวเอง ดันขาของเขา พยุงให้ผมกลับไปนั่งในท่าเดิม



นำทัพยื่นกล่องขนมที่อยู่ในตักมาให้ผม โชคดีที่มันไม่แบน เพราะผมไม่ได้ล้มโดน

ไม่อย่างนั้นคงอดกินแน่เลย เค้กกล้วยหอมในกล่องนั้น



ผมหยิบขนมมาจากมือของเขา ก่อนจะสังเกตเห็นว่า

สายรัดข้อมือของนำทัพกับผมเป็นสีเดียวกัน

“ สีฟ้า”



ก็แค่เรื่องบังเอิญ คนอื่นๆ ก็คงมีเหมือนกัน ..





* * * * * * * * * * * * * *



สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หนึ่งในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความหวังของเด็กตัวน้อยที่โดดเดี่ยว ชีวิตของพวกเขาผ่านไปในแต่ละวันอย่างไม่รู้เลยว่าในวันพรุ่งนี้จะดีขึ้นกว่าวันนี้หรือเปล่า และ ไม่รู้เลยว่าพื้นภูมิหลังของตนเองมีที่มาอย่างไร เสียงร้องไห้ หรือ เสียงหัวเราะชอบใจที่แสดงออกมา มันเกิดจากสภาวะอารมณ์ที่ไม่ได้ปรุงแต่ง ดีใจก็แสดงออกว่าดีใจ เสียใจก็แสดงออกมาด้วยความไร้เดียงสา

แต่น่าแปลกที่ความไร้เดียงสาของ หลายชีวิตในนั้นกลับถูกมองข้าม ทิ้งให้พวกเขาว้าเหว่ เดียวดาย และ จิตใจที่โหยหา



ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้มามอบรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาเหล่านั้น

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่พวกเขาจะได้รับ แต่อย่างน้อย พวกเขาก็ได้มีความสุขในช่วงเวลาหนึ่ง

เพราะผมรู้ดีว่าการอยู่อย่างขาด



มันเหงาสักแค่ไหน !!!



คุณครูประจำศูนย์ ได้เข้ามาต้อนรับ คณะของทางมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี พี่ๆ ทางสโมสร ได้คุยรายละเอียดของกิจกรรมทั้งหมดเรียบร้อย ตั้งแต่ตอนติดต่อประสานงาน ดังนั้นทางศูนย์จึงจัดเตรียมทุกอย่างรอทางคณะไว้หมดแล้ว



คณะของพวกผมมาถึงที่นี่ได้สักพักหลังจาก แวะไปไหว้พระขอพร กับวัดชื่อดังในตัวจังหวัดมา

แต่ก็เก็บภาพกิจกรรมได้แค่ไม่นาน เพราะแดดวันนี้แรง อากาศร้อน ค่าฝุ่น PM 2.5 ก็สูงมาก

จึงรีบไหว้ รีบขอพร และ ถ่ายภาพบรรยากาศตามมุมต่างๆแล้วขึ้นรถ เพื่อมาทำกิจกรรมต่อที่นี่



ถ้าใครอยู่กลางแดดได้ไม่นาน หรือ แพ้ฝุ่น สงสัยป่วยแน่เลยงานนี้ ..



กิจกรรมเริ่มต้นขึ้น หลังจากประธานสโมสรกล่าวเปิดงานเสร็จ โดยพี่ๆ ได้แบ่งพวกผมออกเป็นสามกลุ่ม คือ

กลุ่มสันทนาการ ร้องเล่นกับน้องๆ สร้างบรรยากาศ และ เสียงหัวเราะตลอดงาน

กลุ่มบริการอาหาร คอยตักอาหารให้น้องๆ เติมจนกว่าน้องๆ จะอิ่ม

กลุ่มดูแลน้องๆ นั่งป้อนข้าวน้องๆ คอยดูแล เผื่อมีอะไรขาดเหลือ



และผมก็อยู่ในกลุ่มสุดท้าย !!



พอทราบหน้าที่ของแต่ละคนแล้ว ตามที่พี่ประธานสโมสรได้แบ่งตั้งแต่ตอนก่อนลงรถ พวกผมก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน โดยระหว่างการทำกิจกรรมก็จะมีช่างภาพ คอยถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอเก็บไว้ ดังนั้นผมพวกผมจึงต้องพร้อมอยู่ตลอดเวลา ที่จะยิ้มแย้มแจ่มใส เวลากล้องถ่ายเข้ามา



ผมเดินเข้าไปยืนใกล้ๆ กลุ่มเด็กที่ยังไม่มีใครเดินเข้าไป อาหารทยอยเริ่มตักเสิร์ฟพร้อมกับเด็กตัวเล็กๆ ตั้งแต่สองสามขวบ ไล่ไปจนถึงเด็กโต ที่กำลังยืนต่อแถวกันอย่างเป็นระเบียบ



ถึงแม้พวกเขาจะขาด แต่ก็ถูกเติมเต็มด้วยการเลี้ยงดูที่ดี



เด็กๆ เริ่มเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะกันแล้ว แต่ยังไม่เริ่มทาน จนกว่าคนสุดท้ายจะกลับมานั่งที่โต๊ะ กล่าวขอบคุณแล้วถึงจะเริ่มทานพร้อมกัน



และเด็กคนสุดท้ายก็เข้ามานั่งที่โต๊ะ เสียงคุณครูประกาศให้น้องๆ เริ่มทานได้

“ ขอบคุณครับ / ค่ะ พี่ๆ”



เด็กๆ เริ่มตักข้าว ในถาดที่อยู่ตรงหน้าของตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย อาหารที่จัดเลี้ยงวันนี้มี แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ปีกไก่ทอด และ กล้วยบวชชี



“ อร่อยมั้ยครับ”

ผมนั่งลงข้างเด็กผู้ชาย ตัวเล็กคนหนึ่ง ดูแล้วไม่น่าจะเกินสามขวบ เจ้าของดวงตาแป๋วนั้นหันหัวเล็กๆ มามองผม

“ อร่อยครับพี่” รอยยิ้มนั้น บ่งบอกว่าอร่อยมากจริงๆ

“ เอาอีกมั้ย เดี๋ยวพี่ตักเพิ่มให้”

เด็กน้อยมองหน้าพี่ๆ ในโต๊ะที่กำลังมองมาที่ผมเหมือนกำลังตัดสินใจ

“ เพิ่มได้อีกเยอะมั้ยครับ พี่ๆ ฝั่งโน้นก็น่าจะยังไม่อิ่ม”

“ ฮ่าๆน่าจะได้นะเดี๋ยวพี่ไปถามให้ ใครเพิ่มบ้างยกมือหน่อย”

ยกมือขึ้นสี่คน ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะถือถาดไปที่จุดเติมอาหาร และ เติมของหวานให้เด็ก ทั้งสี่คนในโต๊ะ เด็กๆ ยกมือไหว้ขอบคุณกันใหญ่โดยเฉพาะเจ้าตาแป๋วที่นั่งข้างๆ ผม



หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็เริ่มกิจกรรมสันทนาการ เล่นเกมส์ ร้องเพลง แจกของรางวัลต่างๆ เด็กๆ ดูมีความสุขมาก ออกไปเล่นเกมส์กันอย่างสนุกสนาน ยกเว้น เจ้าตาแป๋วที่นั่งอยู่บนตักผมตั้งแต่ทานข้าวเสร็จ

“ ปันไม่อออกไปเล่นเกมส์กับพี่ๆ เค้าหรอครับ”

เจ้าตาแป๋วบนตักผมชื่อน้องปัน เพิ่งจะสามขวบ แก้มแดงผิวขาวช่างพูดช่างจา

“ ไม่ครับ อยากอยู่กับพี่”

“ ฮ่าๆ ทำไมอะ”

“ มันใจอุ่นครับ ใจมันสุข”

เด็กน้อยคงหมายถึง อุ่นใจ มีความสุขสินะ ผมค่อยๆ ลูบหัวนั้นอย่างทนุถนอม



“ พี่คนนั้นเค้ามาที่นี่บ่อย”

น้องปันชี้มือออกไปยังผู้ชายตัวสูงที่กำลังยืนแจกขนมเด็กๆอยู่

“ หืม”

“ พี่เค้าชื่อทัพพี่เค้าจะมาที่นี่เดือนละครั้ง อาทิตย์ที่แล้วก็เพิ่งมาครับ พี่ชอบมาเล่นกับน้องปัน เสื้อตัวนี้น้องปันก็ได้ พี่เค้าให้ซื้อ”

เด็กน้อยชี้อวด ที่เสื้อลายหมีสีน้ำตาลของตัวเอง

“ แต่วันนี้พี่เค้าไม่มาหาน้องปันเลย”

น้ำเสียงนั้นมีความเศร้าปนอยู่ ดวงตาที่สดใสฉายแววน้อยใจเล็กน้อย เมื่อพูดประโยคนั้นจบ ผมมองไปที่ร่างสูงที่ตอนนี้ กำลังยืนมองมาที่ผม ไม่น่าเชื่อว่าจะมาทำบุญบ่อยขนาดนี้



ต้องมองเขาในมุมใหม่แล้วละ.....



กวักมือเรียกนำทัพ เขาทำปากว่า “ กูหรอ” แล้วชี้มือไปที่ตัวเอง

ผมพยักหน้าแล้วกวักมือเรียกถี่ๆ ร่างสูงนั้นก็ยอมเดินตามมือผมมาโดยง่าย



“ มีไรวะ”

นำทัพมองหน้า ก่อนที่ผมจะทำปากยื่นใส่น้องปันที่นั่งจับเสื้อตัวเองอยู่บนตัก

ผมว่าเขาเข้าใจว่ากำลังจะสื่อถึงอะไร นำทัพพยักหน้ารับแล้วเดินอ้อมไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าน้องปันในทันที



“ เป็นไรครับลูกชาย”

น้องปันเงยหน้ามองเจ้าของเสียง ปรับสีหน้าจากหงอยๆ กลายเป็นยิ้มกว้างเต็มที่

“ พี่ทัพ”

เด็กน้อยโผลเข้ากอดด้วยความคิดถึง นำทัพรับร่างของคนตัวเล็กกว่านั้นซบเข้ากับอก ก่อนจะโอบวงแขนกว้างรัดตัว และใช้มืออีกข้างลูบหัวเบาๆ

“ คิดถึงพี่ทัพ พี่ทัพไม่มากอดน้องปัน วันนี้”

“ โอ๋เอ๋ๆ พี่ทัพก็คิดถึงน้องปันครับ แต่เห็นน้องปันอยู่กับพี่โซลแล้ว พี่ทัพเลยไม่ได้เข้ามา”

เสียงนั้นอ่อนโยน และ เต็มไปด้วยความอบอุ่น

“ แต่น้องปันอยากกอดพี่ทัพ น้องปันคิดถึง”

เหมือนเสียงนั้นจะสั่นๆ และสะอื้นออกมาเล็กน้อย

“ พี่ทัพขอโทษนะครับ เด็กดีของพี่”

“ เราไปนั่งข้างๆ พี่โซลกันนะ”

เด็กน้อย ผละออกมาจากอกหันหน้ามาชี้ ตรงที่นั่งว่างข้างๆ ผม นำทัพกระชับวงแขนให้แน่น ก่อนจะลุกขึ้นมาจับจองที่นั่งตามที่น้องปันขอ

“ น้องปันรัก ทั้งสองคนเลย”

“ พวกพี่ก็รัก น้องปันครับ”

มือเรียวของผม สัมผัสกับหัวของเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง ก่อนจะส่งยิ้มไปให้น้องปัน

และเลื่อนสายตาไปยัง พี่ทัพของน้องปัน ซึ่งพบว่าตอนนี้



เขานั่งส่งยิ้มมาให้ผมอยู่ใกล้ๆ .....

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2020 09:33:42 โดย Blueribbon »

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ nightsza

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-1
ละมุนมากจ้า อบอุ่นดีจัง

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
04

ช็อกโกแลตปั่น ( เพิ่มหวาน )


อากาศตอนหัวค่ำของต่างจังหวัดเย็นสบายไม่ร้อนเหมือนตอนกลางวัน หลังจากเสร็จภารกิจสุดท้ายที่ศูนย์พักพิงเด็กน้อยในตอนเกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว พวกผมก็ขอตัวกลับ ก่อนกลับน้องปันก็ยังไม่ลงจากอ้อมแขนของนำทัพ จนคุณครูต้องเข้ามาบอกว่าพี่ๆ จะกลับแล้วน้องปันถึงยอมลง เด็กน้อยย้ำให้พวกผมกลับไปหาบ่อยๆ เพราะคิดถึง ผมกับนำทัพรับปาก ก่อนจะกอดน้องปันคนละที แล้วขึ้นรถ



ที่พักของเราในคืนนี้ เป็นโรงแรมขนาดกะทัดรัด ตกแต่งหรูหาสไตล์บูทีค อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมาก โดยแบ่งพักห้องละสองคน ตามสีสายรัดข้อมือที่ได้รับตั้งแต่ตอนเช็คชื่อที่มหา'ลัย



ใช่ครับ สายรัดข้อมือสีฟ้าของผม และ ของนำทัพ ที่เหมือนกัน



นั่นแปลว่าคืนนี้ผมกับเขา

ต้องพักด้วยกัน !!!



แต่รูมเมทของผมไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ตั้งแต่เอาของไปเก็บที่ห้อง แล้วลงมากินข้าวที่ห้องอาหารจนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เห็นเขาเลย



ครั้งสุดท้ายที่เห็นคือ นำทัพนั่งเล่นอยู่ตรงโซฟา

แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะหิวมากเลยรีบลงมาก่อน

และคิดว่าเดี๋ยวเขาคงตามลงมา



“ ไอ้มิว มึงเห็นนำทัพปะวะ” ผมหันไปถาม เพื่อนต่างเอกที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ กูยังไม่เห็นเลยนะ พี่สโม ก็ถามหามันอยู่เหมือนกัน”

“ อือๆ”

ผมพยักหน้ารับแล้วกินข้าวต่อ พลางสายตาก็มองหามันไปทั่ว แต่ก็ยังไม่พบ




ภายในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากหัวเตียงที่ส่องสว่างและแสงไฟจากด้านนอกที่ลอดเข้ามาผ่านม่านถึงตัวห้อง ชายหนุ่มร่างสูงนอนอยู่บนเตียง ผ้าห่มผืนหนาสีขาวคลุมถึงช่วงอก ไม่รู้นานแค่ไหนแล้วที่นำทัพนอนอยู่แบบนี้



“ ทัพ ไอ้ทัพ มึงไม่กินข้าวหรอวะ”

ผมเรียกคนที่นอนอยู่บนเตียงแต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ กลับมา

“ มึง ”

ผมจับไปที่มือของนำทัพ ตั้งใจจะเขย่า แต่มือนั้นอุ่นๆ จึงถือวิสาสะ เลื่อนมือขึ้นไปแตะบริเวณหน้าผากของเขา สัมผัสถึงความอุ่นที่มี แต่ก็ยังไม่มากถึงกับเป็นไข้ ร่างสูงนั้นรู้สึกตัว ลืมตาดวงสวยมองมาที่ผม ซึ่งกำลังยืนก้มหน้ามองเขาอยู่เช่นกัน

“ จะลักหลับกูหรอ”

เสียงนั้นแหบพร่า ดูอาการไม่ค่อยดี แต่ก็ยังกวนส้น...ได้อีก

“ ส้นตีนสิ กูมาตามลงไปกินข้าว ”

“ กูไม่ค่อยหิวรู้สึกปวดหัวหวะ”

“ มึงไม่สบายหรอวะ เป็นไรมากปะ”

ผมนั่งลงตรงข้างนำทัพ สายตาสำรวจไปทั่วหน้าหล่อนั้นอีกครั้ง ว่ามีความผิดปกติใดเกิดขึ้นจากอาการป่วยหรือไม่



“ แค่ปวดหัว คัดจมูกนิดหน่อย เหมือนภูมิแพ้อากาศจะกำเริบ ”

เออหวะ นำทัพแพ้ฝุ่นนี่หว่า ตอนกลางวันฝุ่น PM2.5 โคตรเยอะ ขนาดผมยังคัดจมูกเลย แล้วเขาจะเหลือหรอ ไหนจะแพ้แดดอีก อยู่กลางแดดร้อนทีไร ต้องปวดหัวทุกครั้ง


บางทีผมก็สงสัย พวกคุณหนูนี่... เค้าบอบบางต่อสิ่งแวดล้อมขนาดนี้ทุกคนเลยหรือเปล่า!!



“ งั้นมึงต้องกินข้าว จะได้กินยาแล้วนอน”

“ เป็นห่วงกูหรอ”

“ เดี๋ยวกูมานะขอออกไปหาไรให้มึงกินก่อน”

ผมเลี่ยงไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู ตั้งใจจะออกไปร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้โรงแรม หาของกินกับยามาให้คนป่วยสักหน่อย


“ มึง”

ผมหันไปตามเสียงของคนที่นอน หมดสภาพอยู่บนเตียง

“ อย่าไปนานนะ”

“ จะบอกว่า อย่าไปนาน...เพราะมึงคิดถึง ใช่ปะ”

ผมเตรียมส่งยิ้มให้กับคำตอบที่จะคาดว่าจะได้รับกลับมา

“ ป่าว กูจะบอกว่า อย่าไปนาน.....กูหิว”

แหก !! ไม่มีชิ้นดีแล้วหน้าผมตอนนี้ หุบยิ้มลงแทบไม่ทัน



ปล่อยให้นอนหิวตายอยู่บนเตียงแบบนั้นน่าจะดี !!





ผมเก็บกล่องข้าวไข่เจียวกุ้ง กับกล่องนมถั่วเหลือง ที่วางบนโซฟาไปทิ้งในถังขยะ นำทัพทานข้าวเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ผมจะไล่ให้ไปอาบน้ำ จะได้กลับมากินยาแล้วพักผ่อน เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว



ส่วนผมก็ปล่อยให้เน่าต่อไปแบบนี้อีกแปบหนึ่ง รอคนป่วยหลับค่อยไปอาบทีหลัง….



ร่างสูงออกมาจากห้องน้ำ อกแน่นที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยเปลือยเป่า มีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนขาวที่พาดบ่า ส่วนท่อนล่างสวมกางเกงนอนขายาว เดินตรงมาที่เตียง



เบาได้เบาลูก ใจพ่อ จะสั่นกับซิกแพ็คแบบนี้ไม่ได้….



“ ทำไมมึงไม่ใส่เสื้อผ้าดีดี”

“ นี่ก็ดีนะ กางเกงตัวนี้ก็หลายพัน”

อยากยกขาถีบ กับความกวน แต่ก็กลัวตัวเองล้ม !!



“ กูหมายถึงทำไมไม่เสื้อผ้า ให้มันเรียบร้อย”

“ อ๋อ” เขายกมุมปากยิ้ม “ ปกติกูไม่ใส่เสื้อนอน”

“ แต่นี่มันไม่ปกติ มึงนอนกับกู มึงต้องใส่”

“ ไม่” นำทัพเดินผ่านหน้าผมไปแล้วนั่งลงบนโซฟา

“ ไหนยา จะนอนแล้ว”

ผมส่ายหัวให้กับความกวนประสาทนั้น เดินไปหยิบยากับน้ำที่เตรียมไว้แล้วส่งให้คนที่นั่งนิ่งกิน

ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบผ้าขนหนูที่อยู่บนเตียง ภารกิจดูแลคนป่วยเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาต้องไปอาบน้ำสักที เพราะเหนียวตัวเหลือเกิน



“ มึง”

“ ว่าไง”

“ อย่าไปนานนะ”

“ จะบอกว่า อย่าไปนานนะ มึงง่วงใช่ปะ”

มุขเดิมๆ อย่าหวังว่าจะหลงกล ผมยิ้มอย่างผู้ชนะ

“ เปล่า จะบอกว่า อย่าไปนานนะ”

“ //////”

“ กูคิดถึง”



รีบพาตัวเองเข้ามาในห้องน้ำแล้วปิดประตู โดยไม่สนใจว่าเจ้าของประโยคนั้นจะทำหน้ายังไงอยู่

รู้แค่เพียงว่า คนในกระจกตรงหน้าผม



กำลังกลั้นยิ้ม จนหน้าแดง…..




* * * * * * * * * * * * * *



ร้านกาแฟในปั๊ม ตรงจุดแวะพัก เต็มไปด้วยกลุ่มนักศึกษา และ คนที่แวะมาใช้บริการ จนตอนนี้แถวยาวทะลุออกมาข้างนอก ผมที่ตั้งใจว่าจะซื้อช็อกโกแลตเย็นซักหน่อย จึงต้องถอดใจ ไม่เดินเข้าไปดีกว่า

“ ไม่เข้าไปข้างไหน”

ผมยืนมองความวุ่นวายภายในร้านอยู่นาน จนคนข้างๆ สังเกตเห็น ถ้าเข้าไปสั่งตอนนี้ กว่าจะได้ก็คงเลยเวลาที่รุ่นพี่นัดหมาย เค้าปล่อยให้ลงมาพักแค่สิบห้านาทีเอง

“ คนเยอะหวะ ไม่น่าจะทัน”

“ อยากกินหรอ”

“ อืมใช่ วันนี้ยังไม่ได้กินช็อกโกแลตเลย”

สิ่งที่ผมทำประจำแทบจะทุกวันคือ ‘ กินช็อกโกแลตเย็น’ มันกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว วันไหนเหนื่อย ล้าๆ เครื่องดื่มของโปรดผม จะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะ อารมณ์คงเหมือนคนที่ติดกาแฟ คล้ายๆ กัน



ผมจึงเปลี่ยนเป้าหมายเป็นร้านสะดวกซื้อ ใกล้ๆ แทน อีกตั้งชั่วโมงกว่าจะถึงกรุงเทพ ยังไงก็ต้องตุนของกิน ส่วนนำทัพขอแยกตัวออกไป

เราจึงพากันออกจากหน้าร้าน ไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้ ก่อนเวลาพักที่มีอยู่น้อยนิดจะหมดลง



กลุ่มนักศึกษาทยอยกลับขึ้นมาบนรถแล้วหลังจากแวะพักเข้าห้องน้ำ ซื้อเสบียง ก่อนจะเดินทางต่อรวมถึงคนข้างๆ ผมด้วย ที่ซื้อขนมกับน้ำมาเต็มสองมือ



“ อะ.... กูให้“

นำทัพยื่นช็อกโกแลตเย็นในมือมาให้ผม

“ เห้ย มึงไปหามาได้ไง“

“ รีบๆ ถือ กูเย็นมือ”

ผมรับช็อกโกแลตเย็นมาไว้ในมือ ก่อนจะก้มลงดูดอย่างโหยหา โคตรจะสดชื่น และเติมพลังผมได้จริงๆ เป็นรสชาติที่ผมชอบ ช็อกโกแลตปั่นเพิ่มหวาน ไม่วิป



แต่น่าจะคนละร้านกับจุดพักรถ ดูจากโลโก้บนแก้วแล้ว...



“ อร่อยมั้ย”

นำทัพยกกาแฟร้อนในมือขึ้นดื่มบ้าง

”อร่อย ขอบคุณนะ “ ผมส่งให้ยิ้ม “ ว่าแต่ มึงไปซื้อที่ไหนหรอ นี่ไม่ใช่ร้านตรงนั้นนิ”

“ แถวๆ นี้แหละ แดกๆ ไปเหอะ อย่าถามมาก”

แถวๆ นี้ห่าไรละ เหงื่อเต็มหน้า เต็มคอ หน้าแดงขนาดนี้ แถมยังขึ้นมาเกือบคนสุดท้ายอีก ร้านที่ว่าน่าจะเป็นร้านฝั่งตรงข้ามจุดจอดรถ ที่ผมเห็นก่อนรถจะเลี้ยวเข้าแวะพักแน่นอน



แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ ....



ผมล้วงหาทิชชู่เปียกในกระเป๋า หยิบออกมาหนึ่งแผ่นจากห่อ ก่อนจะหันไปหานำทัพที่กำลังใช้ข้อมือเช็ดเหงื่อที่บริเวณหน้าผาก

“เอาไปเช็ดหน้า จะได้สดชื่น”

“ เช็ดให้หน่อยสิ”

“ หน้ามึง มึงก็เช็ดเองสิ”

“ แต่กูร้อนเพราะออกไปซื้อไอ้เจ้านั่นให้มึงนะ”

เอาไงดีวะ เช็ดให้เขา...หรือไม่เช็ดดีหว่า

“ งั้นก็ปล่อยไว้แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็แห้งเอง”

หน้าหล่อนั้น เบือนหนีผม พร้อมกับหยดเหงื่อที่ไหลจากจากหัวลงมาเรื่อยๆ ผมเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อพวกนั้นออกอย่างเบามือ ไล่ไปตามส่วนของใบหน้าคมนั้นจนถึงลำคอ เจ้าของใบหน้าหันมายกยิ้มมุมปากให้ผมอย่างพอใจ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนไปใช้กระดาษทิชชู่แห้งเช็ดทำความสะอาดตามอีกรอบ



หยุดส่งสายตาแบบนั้นมาให้สักพักได้มั้ย ขอร้อง !!



โทรศัพท์ในมือนำทัพ ถูกเปิดแอพพลิเคชั่นเพลงขึ้น เขาเลื่อนหาเพลงที่ชอบ ก่อนจะใส่หูฟังข้างหนึ่งไว้ที่ตัวเอง ส่วนอีกข้างนำทัพใส่ไว้ในหูของผม...



หันไปมองการกระทำนั้นแล้วยิ้มให้เขาเบาๆ..



ผมยกแก้วช็อกโกแลตเย็นในมือขึ้นดื่มพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญ


หรือเขายังจำได้ .....


ว่าเครื่องดื่มในมือเป็นของโปรดผม

จริงอยู่ที่ผมบอกว่าอยากกินช็อกโกแลต

แต่ผมไม่ได้บอกว่า ช็อกโกแลตของผม

ต้องเพิ่มหวาน..



และที่สำคัญวันนี้ มันหวานกว่าปกติมากกกกกก !!!!!

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-06-2020 19:16:33 โดย Blueribbon »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0

ออฟไลน์ davil01

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 9
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ละมุนมากกกก. รอตอนต่อไป

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 303
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
05

เดือนชิงเดือน

ห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย ถูกเปลี่ยนเป็นเวทีประกวด ดาวเดือนปีนี้เป็นที่เรียบร้อย ธงประจำแต่ละคณะถูกประดับเรียงกันไว้ บริเวณด้านข้างของเวที โดยมีธงมหาวิทยาลัย อยู่ตรงกลางแทนความหมายของตัวแทนแต่ละเอก ที่รวมตัวกัน แม้จะมาจากต่างคณะ แต่พวกเราคือศิษย์สถาบันเดียวกัน



แสงสีเสียงถูกเตรียมพร้อมเพื่อจะใช้ในแต่ละรอบการแข่งขัน ด้านหลังเป็นจอภาพขนาดใหญ่ไว้ฉายภาพกิจกรรม มีป้ายขึ้นข้อความเด่น



‘ ชิงเดือน ชิงดาว ประจำปี 2563 ’



ส่วนด้านหน้าเวทีถูกตกแต่งด้วย ดอกไม้ สลับกับ ไฟสปอตไลท์ขนาดใหญ่ตามขอบของเวทีให้ความรู้สึกสดชื่น ด้านล่างเต็มไปด้วยที่นั่งจำนวนมากเพื่อรองรับกลุ่มของนักศึกษา แต่ละเอกที่ทยอยเข้ามาเชียร์ ให้กำลังใจตัวแทนของคณะตัวเอง พร้อมป้ายไฟหลากหลายสีสัน ทำให้งานดูครึกครื้นขึ้นมาทันตา



ผมตื่นตั้งแต่ตีห้า เพราะต้องมาเตรียมคิว ซ้อมเสมือนจริง และ แต่งหน้า ซึ่งงานจะจัดขึ้นในช่วงบ่ายโมง ทุกอย่างจึงต้องให้เสร็จเรียบร้อย ออกมาดี และ ห้ามผิดพลาดเด็ดขาด



มองตัวเองตรงหน้ากระจกบานใหญ่ หลังจากทีมงานของพี่แองจี้ เนรมิตหน้า กับผม เสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้ผมอยู่ในชุดนักศึกษาเต็มยศ เสื้อเชิ้ตขาว กางเกงขายาวสีดำ และ ผูกเนคไทถูกระเบียบ



ยืนเต็มอัตราความสูงของตัวเองที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตร ผมสีน้ำตาลเข้มธรรมชาติ ถูกจัดให้เป็นทรงดูสะอาดตา ผมที่เคยปิดหน้าผาก เซตตั้งสูงขึ้นเพื่อเผยให้เห็นโครงหน้าชัดเจน ตาตี่ตามแบบฉบับลูกเสี้ยวจีน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน จมูกทรงสวยได้รูป รับกับปากกระจับ สีชมพูอ่อนที่ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติก สองแก้มใสมีเครื่องสำอางสีชมพูอ่อนระเรื่อแต่งแต้มอยู่



ผมยิ้มให้กับตัวเองในกระจกอย่างพอใจ ไม่เคยเห็นตัวเองในมุมนี้มาก่อน

แต่ถึงจะชื่นชมตัวเองขนาดไหน แต่ในใจของผม

ก็ยังเริ่มตื่นเต้นอยู่ดี



ทางมหาวิทยาลัยเพิ่งประกาศเปลี่ยนกิจกรรม รอบคัดเลือกความสามารถพิเศษ จากหัวข้อ “ ศิลปวัฒนธรรมไทย” เป็น “ เพราะเรามีดนตรีหัวใจ” แทน เนื่องด้วยว่าซ้ำกับหัวข้องานปีก่อน แรกๆ หลายๆ คณะก็บ่นกันใหญ่ เพราะเตรียมงานกันแล้วบางส่วน แต่ก็ต้องยอมรับในมือแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว นอกจาก



ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด



“ อีกห้านาทีทุกคนเตรียมสแตนบายด์ข้างเวทีนะคะ”

เสียงพี่สต๊าฟ ของการประกวด แจ้งเตือนให้ทราบถึง ลำดับงานที่จะมาถึง

ใจของผมมั่นตื่นเต้นขึ้นมากกว่าเดิมอีก แต่ยังไงวันนี้ผมก็ต้องทำให้เต็มที่

ผมต้องชนะ การเป็นเดือน ไม่ใช่เพราะอยากได้ตำแหน่ง แต่เป็นเพราะ

อยากชนะ พนันไอ้บ้าที่กำลังยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง ตรงมุมห้องนั้นต่างหาก



ผมอยากชนะนำทัพ เขาจะได้มาตามจีบผม !!!



XX รอบที่ 1 เปิดตัวผู้เข้าประกวด และ แนะนำตัว

รอบนี้จะเปิดตัวผู้เข้าประกวดด้วยภาพนิ่ง และ ภาพกิจกรรมขณะเก็บตัว ผู้เข้าประกวดทุกคนแต่งกายด้วยชุดนักศึกษา และนำตัวด้วยภาษาไทย



ตัวแทนผู้เข้าประกวด ทุกคณะเกือบ สามสิบคน เรียงแถวเดินเข้าบนเวที แบ่งชายหญิง แต่งกายในชุดนักศึกษาสุภาพ เพลงสากลบรรเลงเป็นทำนอง และแสงไฟที่ส่องสว่าง ส่งเสริมให้คนที่อยู่บนเวทีทุกคนดูโดดเด่น ภาพประมวลกิจกรรม ตั้งแต่การถ่ายแบบ ทำกิจกรรมเก็บตัว ไหว้พระ ทำบุญบ้านเด็กกำพร้า ถูกฉายบนจอภาพขนาดยักษ์ด้านหลัง และ จอขนาดเล็ก ตามจุดต่าง ๆ ของบริเวณห้องประชุม เพื่อให้ผู้ชมที่มาเชียร์ตัวแทนของคณะตนเอง ได้เห็นจนทั่ว



เสียงเชียร์ดังสนั่นเมื่อแทนของแต่ละแผนก เริ่มเดินออกจากแถวและแนะนำตัว



“ สวัสดีครับผม รวิภาส พันแสงตระการ จากคณะบริหารธุรกิจครับ”

กรี๊ดดดดดดดดดด เสียงเฮจากปีกฝั่งขวาของห้องดังสนั่นหลังจากที่ผมแนะนำตัว บริหารทุกชั้นปีรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น ป้ายไฟที่มีชื่อผม สว่างไปทั่วโซน มีบ้างที่จะไปปะปนอยู่ตรงอื่น รวมถึงไอ้พวกแก๊งห่ามและพี่แองจี้ที่โบกไม้โบกมือ ตะโกนชื่อผมอยู่ไกลๆ



เห็นแบบนี้แล้วก็ลดความประหม่า ลงไปได้เยอะ



“ สวัสดีครับผมพิธุ ไพศาลครองธรรม จากคณะเศรษฐศาสตร์ครับ

กรี๊ดดดดดดดดดด เสียงเฮจากปีกฝั่งซ้ายของห้องดังสนั่นหลังจากที่นำทัพ แนะนำตัว เศรษฐศาสตร์ทุกชั้นปีคงรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น ป้ายไฟที่มีชื่อมัน สว่างไปตรงโซนดังกล่าว และ โซนอื่นๆ เกือบจะครอบคลุมทุกพื้นที่



แย่งซีนชิบหาย ทำไมต้องมาแนะนำตัวต่อจากผมด้วย

รู้ว่าวันนี้เขาหล่อมาก

แต่ผมจะแพ้ไม่ได้ เด็ดขาด !!



ผมลงมาพักหายใจหายคอ เดชะบุญที่ไม่เผลอทำอะไรเปิ่นๆ บนเวทีเช่น ล้ม สะดุด หรือฉี่แตก ตอนนี้ข้างหลังเวทีวุ่นวายมาก เพราะต้องรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เตรียมอุปกรณ์เพื่อจะขึ้นไปแสดงรอบคัดความสามารถพิเศษ โชคดีที่ผมได้ลำดับสุดท้ายจึงมีเวลาให้ได้เตรียมใจมากหน่อย



ฟังถูกแล้วครับ เตรียมใจไม่ใช่เตรียมตัว

เพราะความสามารถพิเศษที่ผมจะแสดง

ผมต้องรื้อวิชาเก่าที่มีคนเคยสอนผมไว้เมื่อหลายปีก่อน



XX รอบที่ 2 แสดงความสามารถพิเศษ


ผู้เข้าประกวดแสดงความสามารถพิเศษทางดนตรี ภายใต้หัวข้อ “ เพราะเรามีดนตรีในหัวใจ” คนละไม่เกิน 3 นาที โดยคะแนนในรอบนี้จะนำไปรวมกับรอบที่ 1 เพื่อคัดเข้าสู่รอบ 6 คนสุดท้าย



ผมนั่งทำสมาธิและดูรูปในมือถือ เพิ่งสร้างอารมณ์ให้กับการแสดงของตัวเอง หลังจากเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อเชิ๊ตสีชมพูอ่อนแขนยาว พับขึ้นสองทบก่อนถึงข้อแขน และ กางเกงห้าส่วนทรงเกาหลี กับรองเท้าผ้าใบสีขาว ผ่านไปชั่วโมงกว่าแล้วที่การแสดงของตัวแทนแต่ละเอกจบไป



และล่าสุด การแสดงของ เดือนเศรษฐศาสตร์



นำทัพมาในมาดคุณชาย ใส่สูทสีน้ำเงินเข้ม เชิ๊ตขาว ยืนสีไวโอลิน เพลงสากลคลาสสิค เสียงกรี๊ด เรียกชื่อดังตั้งแต่เดินออกจากหลังเวที จนกระทั่งกลับเข้ามา จนแทบจะไม่ได้ยินความไพเราะของไวโอลินที่ถ่ายทอดออกมา



ผมยืนมองเขาจากมุมข้างเวที ความหล่อเบ้าหน้าฟ้าประทานที่ชวนเคลิ้มตอนสีไวโอลิน

มันเหมือนกำลังขับกล่อมผู้ฟังให้ล่องลอยอยู่บนก้อนเมฆขาวในฤดูใบไม้ผลิ

ละมุนจนผมใจสั่น ยิ้มเขินให้กับตัวเองอยู่คนเดียว



ดาเมจ ...รุนแรงเหลือเกิน !!!



แสงไฟบนเวทีทำให้ความตื่นเต้นของผมกลับมาอีกครั้งหลังมันสงบลง ผมนั่งลงบนเก้าอี้ ปรับไมโครโฟนให้อยูในองศาที่เหมาะกับปาก ก่อนจะหยิบ “ กีตาร์” ข้างตัวขึ้นมาไว้ในมือ



ผมถอนหายใจไล่ความตื่นเต้นออกไป

และผมจะเล่นให้ดีที่สุด

ตามหัวใจของตัวเอง



“ สวัสดีครับ โซล รวิภาส จากคณะบริหารครับ”

ไอ้โซลลลลลล วู้ววววววววว เสียงเชียร์ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาจากทุกมุมของห้องประชุม



“ การที่เราได้กลับมาเจอใครสักคนที่เราคิดถึง เป็นเรื่องเหลือเชื่อที่น่ายินดี”

ทุกคนส่งเสียงฮือฮา....

“ ผมไม่รู้ว่าผมต้องเริ่ม ต้องทักทายยังไง อยากขอบคุณที่สอนให้ผมเล่นกีตาร์เป็น”

ทุกเสียงเริ่มเงียบลง เหมือนจะรอฟังว่าผมจะพูดอะไรต่อ

“ อยากขอบคุณที่ทำให้ผมหายคิดถึง มีอีกหลายอย่างที่ผมอยากคุย อยากบอก”

ความเงียบนั้นยังคงต่อเนื่อง

“ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมแค่อยากรู้ว่าคุณ......”



" สบายดีหรือเปล่า ”



กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด



คอร์ดแรกดังขึ้น ผมกับภาพความทรงจำในวันเก่า และ ความรู้สึกที่มีอยู่ในใจมากมาย


ก็เริ่มฉายวนขึ้นตรงใจกลางความรู้สึกผมเช่นกัน...



ก็ไม่ได้เจอได้คุยตั้งนาน

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจำได้หรือเปล่า

หากฉันเข้าไปทักทาย




ตั้งแต่วันที่จากกัน มันก็นานมากแล้ว แต่ผมยังจดจำทุกช่วงเวลาที่เคยผ่าน



ก็ตั้งแต่วันที่เราแยกทาง

ไม่ว่าเหตุอะไรที่ทำให้เราต้องห่าง

แต่ฉันไม่เคยจะลืมสักวัน



ผมอยากจะขอโทษที่ไม่ได้รักษาสัญญานั้นไว้ ผมไม่ได้ตั้งใจทำลายมัน แต่เพราะผมมีเหตุผลจำเป็นบางอย่าง



จนวันนี้ได้พบเจอเธออีกครั้ง

จะด้วยความบังเอิญ

หรือเพราะอะไรก็ตาม

แต่ใจฉันมันสั่นไหว




ไม่คิดว่าเราจะมาเจอกันที่นี่ ในฐานะคู่แข่งกัน แต่เชื่อไหมผมไม่เคยมองว่าเขาเป็นคู่แข่งเลย



เพราะอยากเข้าไปทัก

เธอจะคุยกับฉันอยู่ไหม

หรือว่าเธอจะไม่สนใจ

ทำเหมือนไม่รู้จัก

และฉันก็ยังหวั่นใจ




รู้บ้างไหม ผมดีใจมากแค่ไหน ที่ผมได้เจอเขา แต่ผมไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นยังไงดี เพราะผมรู้ว่าผมทำผิดกับเขาไว้



แต่อยากเข้าไปทัก

ขอแค่คุยกับเธออีกครั้ง

และได้ถามเธอด้วยคำคำนั้น

เธอคงเข้าใจ

เธอนั้นเป็นอย่างไร

สบายดีหรือ




(เพลงสบายดีหรือ :: หนุ่มกะลา)



และวันนี้ มันคือโอกาสสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร

ไม่ว่าผมจะต้องจีบเขาหรือเขาจะต้องจีบผม

ผมจะขอใช้โอกาสสุดท้ายที่มี ให้ดีที่สุด....







ความรู้สึกหิวแต่กินไม่ได้ แมร่งโคตรทรมาน ตั้งแต่ตี่ห้า จนถึงตอนนี้จะห้าโมงเย็นแล้ว ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย กินแต่น้ำเปล่า ไม่ใช่เพราะไม่หิว แต่โคตรหิว ทว่ามันกินไม่ได้ เพราะมันมวนท้องอยู่ตลอดเวลาจากอาการตื่นเต้น ตัวแทนคณะต่างๆ นั่งรอด้านหลัง เพื่อขึ้นไป ฟังผลหกคนสุดท้าย ก่อนจะเข้าสู่การตัดสิน





และแล้วก็ผ่านรอบ สุดท้าย กับการกล่าวสุนทรพจน์

ช่วงวินาทีตื่นเต้น การประกาศผลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า



ผมที่ยืนอยู่บนเวทีตอนนี้ เหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก

ไม่ได้เพราะขาดอากาศหายใจ มันทั้งตื่นเต้นและก็ดีใจที่ผ่านไปได้ด้วยดี ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด เหมือนกับมีใครมาวิ่งไล่จับกันในนั้น ความรู้สึกร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่งทั้งตัว ทั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แต่ละนาทีมันช่างผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน



ประกาศผลเถอะครับ ผมลุ้นจะตายอยู่แล้ว !!!



หลังจากเรียนเชิญคณบดี และ ตัวแทนเดือน ดาวปีก่อนๆ เพื่อขึ้นมามอบรางวัลแล้ว พิธีกรก็เริ่มต้นประกาศรางวัลขึ้น



เริ่มจาก ....



“ รางวัลป๊อบปูลาร์โหวตนะครับ...เดือนที่ได้รับรางวัลนี้ได้แก่...น้องโซลรวิภาส จากคณะบริหารธุรกิจครับ “

เสียงเฮเหมือนเชียร์มัวดังขึ้นจากมุมคณะผม ทุกคนดีใจกระโดดกันอย่างชุลมุน เสียงเรียกชื่อผมดังสนั่นผมเดินออกไปรับรางวัลและสายสะพาย พร้อมกับรูปผมที่กำลังป้อนข้าวน้องปันตอนทำกิจกรรม รูปนี้มีคนกดไลค์เกือบห้าหมื่น ..... ส่วนดาวที่ได้รางวัลนี้มาจากคณะแพทย์



หลังจากนั้นก็มีประกาศรางวัลพิเศษอีกหลายรางวัล

รางวัลเดือนดาวมิตรภาพ ที่ตกเป็นของเดือนดาว เศรษฐศาสตร์



รางวัลขวัญใจกองประกวดตกเป็นของผมอีกหนึ่งรางวัล ส่วนฝ่ายหญิงผมจำไม่ได้ว่ามาจากสาขาไหน จำได้แค่ว่า เธอนั่งใกล้ๆ ผมตอนไปทำกิจกรรม



และมาถึงรางวัลสุดท้าย....



พิธีกรประกาศตำแหน่ง ฝั่งดาวมหาวิทยาลัยก่อน โดยคนที่ได้รางวัล ดาวมหาวิทยาลัยคือดาวคณะแพทย์ที่รับรางวัลป๊อปปูล่าโหวตพร้อมผม เธอสวยหวานมาก นึกว่านางสาวไทย ส่วนรองหนึ่งเป็นดาวจากคณะเศรษฐศาสตร์ และ รองสองตกเป็นของดาวจากคณะวิศวกรรมศาสตร์



ความตื่นเต้นทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยเรื่อย เมื่อพิธีกรบอกให้พวกเราก้าวออกไปข้างหน้า เสียงเชียร์ในห้องประชุมดังสนั่น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังได้ยินเสียงหัวใจของผมเต้นชัด



“ รางวัลรองชนะเลิศอันดันสองเดือนมหาวิทยาลัยได้แก่ เดือนคณะแพทยศาสตร์ครับ ”



ใจผมเต้นหนักกว่าเดิม รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นลม



นี่ผมเป็นสองคนสุดท้ายแล้วหรอเนี่ย !!!



มือผมสั่นไปหมด ก่อนจะหยุดสั่น เมื่อมีมือหนามากุมเอาไว้

ความรู้สึกอบอุ่น เข้ามาแทนที่ความตื่นเต้นที่ผมมี

ไม่ต้องมีคำพูดอะไรสักนิด ก็เข้าใจ

ผมหันไปมองไอ้คนหน้านิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ สายตาของเขามองไปข้างหน้า แต่มือนั้นกลับกุมมือผมแน่น



“ และชื่อที่ผมจะประกาศต่อไปนี้ คือชื่อของผู้ที่ได้รับตำแหน่ง เดือนมหาวิทยาลัยในปีนี้”

“ และอีกคนจะได้รับตำแหน่งรองอันดับหนึ่ง ซึ่งหากเดือนมหาวิทยาลัยไม่สามารถทำหน้าที่ได้ รองอันดับหนึ่งจะปฏิบัติหน้าที่แทน”



ผมหลับตาปี๋ บีบมือหนานั้นเอาไว้แน่น



“ เดือนมหาวิทยาลัยประจำปีนี้ได้แก่”

ผมหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะหัวใจของผมมันเต้นหนัก มวนท้องมวนไส้ยิ่งกว่าเดิมเป็นล้านเท่า !!




“ เดือนคณะเศรษฐศาสตร์ค่ะ”




เสียงเฮ ดังลั่นไปทั่วทั้งห้องประชุม ทุกคนเรียกชื่อนำทัพอย่างไม่ขาดสาย จนแทบจะไม่ได้ยินเสียงพิธีกรที่พูดต่อ และ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปรับสายสะพาย นำทัพหันใบหน้าที่ยิ้มเต็มอัตรา และ ก้มหน้าลงมาที่ผม ใกล้ๆ



“ มึงแพ้แล้ว อย่าลืมทำตามสัญญา ”




ไม่รู้ว่าหัวใจของผมมันเต้นเร็วขึ้นกว่าเดิมแบบนี้

เป็นเพราะตื่นเต้นกับผลการประกวดที่ออกมา


หรือคำพูดจาก



เดือนมหาวิทยาลัยปีนี้กันแน่ !!!!


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-06-2020 22:40:01 โดย Blueribbon »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
06

บทลงโทษของคนแพ้


ดึกแล้วแต่ผมก็ยังไม่ได้กลับห้อง อยากหลบหนีความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งวัน แล้วอยู่เงียบๆคนเดียวสักครู่ คิดทบทวนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา ที่นั่งตรงหน้าตึกเรียนรวมจึงกลายเป็นจุดพักความเหนื่อยของผม ตั้งแต่ลงมาจากห้องประชุมใหญ่ หลังจากรับตำแหน่ง



รองเดือนมหาวิทยาลัยคนใหม่...



มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปในทันทีที่ออกมาจากด้านหลังเวที แทบไม่เชื่อว่าเด็กธรรมดาคนหนึ่งจะมีคนชื่นชอบมากมายได้มากเพียงนี้ แถมยังซื้อของมาให้ผมเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ตุ๊กตา ขนม จนจะแบกไม่ไหว ยังดีที่ทีมพี่แองจี้ และ แก๊งเพื่อนผม ช่วยขนเอากลับไปไว้ทีรถ และบอกให้มันกลับกันไปก่อน เพราะผมจะกลับเอง



ผมยิ้ม และ กล่าวขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่มาดู คอยให้กำลังใจผม

สิ่งเหล่านั้นทำให้ผมหายเหนื่อยไปได้เยอะ....



ก่อนออกมาผมไม่ลืมที่จะยกมือขึ้นไหว้ ขอโทษพี่แองจี้ที่คว้าตำแหน่งเดือนมาให้ไม่ได้



“ ผมขอโทษนะครับที่ผมไม่สามารถเอาตำแหน่งเดือนมาให้พี่ได้”

ผมผิดหวังที่ทำให้คณะภูมิใจไม่ได้ ความรู้สึกนอยด์มันเกิดขึ้นนิดๆ

“ ไม่จำเป็นต้องขอโทษ โซลทำดีที่สุดแล้ว พี่ภูมิใจในตัวโซลมากน้องพี่เป็นถึงรองเดือนเชียวนะ”

พี่แองจี้ สาวสองร่างท้วม คนดูแลผมตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ ยกมือขึ้นลูบไหล่ผมเบาๆ เชิงปลอบใจ

“ ส่วนเรื่องที่ท้าพนันกับเศรษฐศาสตร์ ไม่ต้องทำก็ได้นะ พวกพี่ก็พนันกันไร้สาระแบบนี้แหละ”

“ ไม่ได้ครับ ผมรู้ว่ามันจริงจัง ผมรับปากไว้แล้ว ยังไงก็ต้องทำ”



ในเมื่อผมเป็นคนรับปาก ผมก็จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ผมพูด

ผมตัดสินใจแบบนั้นไว้แล้ว



ไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่เพียงอย่างเดียว

แต่มันเป็นเรื่องของหัวใจด้วย



ที่ผมจะได้กลับไปใกล้ชิดนำทัพอีกครั้ง ...



คุณเคยเหนื่อย และ กดดันสะสมมาเป็นเวลานานไหม ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาความรู้สึกเหล่านั้นเกิดขึ้นกับผมแทบจะทุกนาที อยากจะให้ทุกอย่างที่ต้องเจอผ่านไปให้เร็วมากที่สุด จนถึงตอนนี้มันจบลงไปแล้ว เหมือนผมยกภูเขาหลายสิบลูกออกจากอก



รู้สึกโล่ง ดีใจอย่างบอกไม่ถูก.....



ดีใจจนน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาสวยของผม ภูมิใจที่ตัวเองผ่านเรื่องราวต่างๆ มาได้ แม้จะนึกท้อระหว่างทางกว้าจะก้าวถึงเส้นชัยในวันนี้ สุดเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน จนกระทั่งมันสำเร็จ



ถึงแม้มันจะไม่ใช่ความสำเร็จที่สูงสุด แต่มันก็เป็นความสำเร็จครั้งหนึ่งในชีวิตที่ผมภูมิใจมาก



ผมปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาแบบนั้น อย่างไม่คิดที่จะหยุดปล่อยให้มันชะล้างความรู้สึกต่างๆ ในใจออกมา การร้องไห้ บางทีมันก็เป็นการลดความอึดอัด ความถึงความรู้สึกเหนื่อยที่มีให้บรรเทาลงไปได้บ้าง



ผมปล่อยน้ำตาออกมา เต็มสองฝ่ามือที่ใช้ปิดบังใบหน้าของผมเอาไว้ ตั้งใจว่าร้องเสร็จก็จะกลับไปนอนพักยาวๆ ตื่นสายๆ สักวัน



อยากนอนข้ามวันข้ามคืน เอาให้เต็มอิ่ม กับการพักผ่อนยาวในรอบหลายเดือน ...



“ นี่มึงไม่อยากตามจีบกู จนต้องมานั่งร้องไห้ขนาดนี้เลยหรอ”

ใครมาขัดจังหวะการระบายความเหนื่อยของผม เงยหน้าออกจากฝ่ามือแล้วหันไปตาม ต้นตอของเสียงที่กำลังยืนมองผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่



ยังไงก็มึง!!ไอ้เดือนมหาวิทยาลัยคนใหม่



“ เปล่า”

เสียงสะอื้น เปล่งออกมาพร้อมเสียงพูดตอบคนตัวสูงไปแบบนั้นแล้วเบือนหน้ากลับมา

“ เปล่าห่าไร ถ้ามึงไม่อยากจีบกูก็บอกดีดี จะร้องไห้ทำไม”

คนที่ถือสายสะพายตำแหน่งอยู่ในมือ เริ่มมีน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจบางก็ผมก็งงว่าทำไมนำทัพถึงได้อารมณ์เสียหงุดหงิดอะไรง่ายได้ขนาดนั้น



ไม่เห็นจะเหมือนเมื่อก่อนเลย ...



“ ก็กูบอกแล้วไง ว่าเปล่า”

ผมใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาจนแห้งสนิท ไม่ใช่คนที่ร้องไห้บ่อยหรืออ่อนแอให้ใครเห็นง่ายๆผมว่าหลบมานั่งคนเดียวแล้วนะ ใครจะไปคิดว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนตามมายืนหาเรื่องแบบนี้

“ เปล่าเหี้ยไร มึงเป็นไรก็พูดมา”

ผมพยายามกลั้นไม่ให้มันสะอื้น แล้วเริ่มตอบคำถามของนำทัพอีกครั้ง

“ กูเหนื่อย กูหิว”

“ห๊ะ”

“ เออ ... กูหิว ตั้งแต่เช้ากูยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วกูก็เหนื่อย แล้วอยู่ดีดีมันก็ร้องไห้เอง แล้วอยู่ดีดี ก็มีไอ้ห่าที่ไหนไม่รู้ มายืนหาเรื่องกูตรงนี้”



ผมร้องไห้ดังขึ้นกว่าเดิม ผมเหนื่อย ผมหิว ผมไม่มีแรง แม้แต่จะเดิน

ผมเริ่มงอแงแล้ว.....



“ ก็ไปกินสิ จะมานั่งร้องไห้ทำไม ”

“ กูเดินไม่ไหว”

“ //// ”

“ แล้วมึงจะมายุ่งกับกูทำไม จะไปก็ไหนก็ไปสิ”



ก็จริงจะมาวุ่นวายกับผมทำไม รำคาญก็ออกไปไกลๆ คนยิ่งเหนื่อยๆ อยู่



ผมลอยขึ้นไปในอากาศทันทีที่รู้สึก สองแขนแกร่งสอดเข้ามารับร่างผมไว้จากพื้น โดยไร้คำพูดใด ตัวของผมอยู่ชิดกับแผงอกกว้างนั้น ตาผมเบิกกว้างด้วยความตกใจกับการกระทำดังกล่าว สองมือของตัวเอง รีบไขว้คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว รีบกอดคล้องคอเจ้าของวงแขนไว้แน่นตามสัญชาติญาณ เพราะกลัวตก



เห้ยยยย อยู่ดีดีจะมาอุ้มผมเหมือนตุ๊กตาแบบนี้ไม่ได้นะ ...



“ มึงทำไรเนี่ย”

“ อุ้มมึงไง ไม่รู้จักหรอ อุ้มมมมมมม ”

“ /////”

ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไง ตลกมากแค่ไหน นำทัพถึงได้ส่งเสียงหัวเราะชอบใจขนาดนั้น ก่อนหน้านี้ยังหงุดหงิดกับผมอยู่เลย เปลี่ยนอารมณ์โคตรจะเร็ว

“ก็จะพามึงไปกินข้าว”

“ กูบอกตอนไหนว่าจะไปกินกับมึง”

“ มึงแพ้นะ ต้องตามจีบกูสิ เริ่มจากไปกินข้าวกับกูก่อน”



คนแพ้อย่างผมคงเถียงอะไรไม่ได้ นอกจากจะปล่อยให้นำทัพอุ้มไปที่รถหรูของเขา ซึ่งจอดไม่ไกลจากจุดที่ผมนั่งพักเมื่อครู่ เดินผ่านสายตาของนักศึกษาที่กำลังทยอยกลับหลังจากปาร์ตี้ในหอประชุมจบ เสียงซุบซิบ บ้างส่งยิ้ม เกิดขึ้นตลอดทาง ด้วยเพราะภาพที่เห็นช่างชวนให้คิดไกลเหลือเกิน



จนผมเริ่มรู้สึกอาย !!



“ ซุกหน้าเข้าอกกูสิ จะได้ไม่มีคนเห็น”

ไม่รู้ว่า ทำแบบนั้นแล้วจะช่วยได้มากแค่ไหน แต่ผมก็ยอมทำตามที่นำทัพพูดอย่างว่าง่าย หน้าเรียวเล็กของตัวเองซุกเข้าที่แผ่นอกกว้าง สัมผัสถึงความแน่นของกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อ เมื่อหลายวันก่อนแค่เห็นยังใจเต้นไม่เป็นสุข แต่วันนี้หน้าผมแนบชิดขนาดนี้ ทั้งกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพง ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้คนที่อุ้มผมอยู่มีเสน่ห์ดึงดูดมากยิ่งขึ้นจนผมเกือบเผลอเคลิ้มไป



พยายามกลั้นหายใจให้หัวใจหยุดเต้นชั่วคราว

ด้วยกลัวคนตัวสูงกว่าจะจับได้ว่าใจสั่นรัวได้มากขนาดไหน ..

เมื่อไหร่จะถึงรถสักที จะขาดใจตายอยู่แล้วนะ!!!





ไม่นานนำทัพก็วางผมลงที่เบาะข้างคนขับ สายตาของผมเริ่มสำรวจไปทั่วรถ

หรูชิบหาย !! รถสปอร์ตคันละตั้งหลายล้าน บุญก้นจริงๆ เลยเรา ...



“ เป็นคนช่างสำรวจจริงๆ”

ประตูฝั่งคนขับปิดลง พร้อมเครื่องยนต์ที่ถูกสตาร์ท ไฟหน้าส่องสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ และคนขับที่นั่งประจำที่

“ ไม่ด่าว่ากูเสือกเลยหละ”

“ เสือกจัง”



ไอ้สัสเอ๊ย!!อยากถีบมึง แต่ขากูไม่มีแรง.....



“ ว่าแต่มึงอยากกินอะไร”

“ อะไรก็ได้”

“ ก๋วยเตี๋ยวมั้ย”

“ไม่เอา มันไม่อิ่ม”

“ ชาบูดีปะ”

“ มันหนักไป ดึกแล้ว เดี๋ยวกรดไหลย้อน”

“ ส้มตำหลังมอ”

“ มันแสบนะ กินเผ็ดตอนท้องว่าง”

“ อย่างนั้นร้านสเต็กที่มีสลัดฟรี”

“ กูไม่ชอบกินผัก”



นำทัพนิ่งอยู่สักพัก หลับตาลง กำมือแน่นเหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์อยู่ แล้วพูดออกมาอย่างดัง จนผมสะดุ้ง



“ เหี้ยเอ๊ย แล้วมึงจะกินอะไร”

“ ก็บอกแล้วไงว่าอะไรก็ได้ มึงจะดุใส่กูทำไม”



ตกใจหมดเลย จิตใจผมยิ่งอ่อนแออยู่ จะตะคอกทำไม

ก็บอกแล้วว่ากินอะไรก็ได้!!



“ อะไรก็ได้ของมึงเนี่ย มันคืออะไร กูพูดมาหลายอย่างแล้ว ไม่เอาสักอย่าง”

“ อะไร...”

“ ถ้ามึงตอบว่าอะไรก็ได้อีก กูจะจูบให้ปากแตกเลยคอยดู”



ผมรู้ว่านำทัพทำจริงแน่นอน!! โหดไปมั้ย จูบยังไงให้ปากแตก

อยากรู้ .. แต่ยังไม่พร้อมจะลองตอนนี้!!



“ หมูกระทะ”

“ อะไรนะ”

“ อยากกินหมูกระทะ”

แล้วหมูกระทะจะเยียวยาทุกอย่างเคยได้ยินเปล่า !!

“ เออ ก็แค่นี้ จะให้เดาทำไมอยู่ได้ตั้งนาน”

เกรี้ยวกราดใส่ผมเสร็จแล้ว นำทัพก็เบี่ยงตัวเข้ามาใกล้ ลำตัวยาวนั้นพาดผ่านผมไปด้านข้าง หน้าของเราห่างกันแค่คืบจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เนิ่นนานแค่ไหนแล้วที่ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้ห่างหายไปจากเราสองคน นัยน์ตาสีดำสนิทดวงนั้น สบเข้ามาที่ดวงตาของผมใจสื่อใจ ดวงตาส่งต่อความถวิลหาที่มี่ให้กันและกัน



คิดถึงเหลือเกิน!!!



มือแกร่งยกขึ้นสัมผัสกับใบหูของผม เขาจับลูบอย่างเบามือ ทั้งสัมผัสทั้งสายตา พาให้ใจสั่นไหวไปทั่ว ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะขยับขึ้น แล้วเอ่ยคำพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเดิม



“ ไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดัง แค่อยากรู้ว่าจะกินอะไร.. ”

“ /// ”

“ จะได้ตามใจถูก”



ใบหน้าหล่อนั้นค่อยเคลื่อนตัวออกจากผมอย่างช้าๆ พร้อมกับสายเข็มขัดนิรภัยที่อยู่ในมือ แล้วเสียบไว้กับที่ล็อกเข็มขัด ผมรีบขยับตัวเองให้กลับมานั่งในท่าปกติ หลังจากนิ่งกับการกระทำของคนตัวสูงอยู่นาน ยกมือขึ้นกุมอกด้านซ้าย ลูบมันเอาไว้อยู่แบบนั้นหวังจะให้ผ่อนเบาลง



ถ้าเขาอยู่ใกล้ผมนานกว่านี้อีกสักนาที

คงได้ยินเสียงหัวใจของผมที่ดังยิ่งกว่า

เสียงดนตรีจากเครื่องเสียงที่เปิดไว้เสียอีก



ทำไมต้องตามใจเก่งขนาดนี้

คนตามจีบต้องเอาใจคนโดนจีบไม่ใช่หรือไง



หรือผมกำลังเข้าใจอะไรผิด......




------------------------------------------------------

*** ตอนหน้าน้องโซลของเราจะเริ่มจีบนำทัพแล้วนะครับ ... มาตามเอาใจช่วยคนที่จีบใครไม่เป็นกันด้วยนะ 555

ออฟไลน์ pktherabbit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
งืออออ... ชั้นีรักความตามใจนี้

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ tawanna

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
07

อาทิตย์เริ่มชิงเดือน


การจีบใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องยาก



แต่มันโคตรยาก ยากชิบหาย ต่างหาก

โดยเฉพาะกับคนที่ ไม่เคยจีบใครเลยตั้งแต่เกิดมา....



อย่างผม !!!



แต่ตอนนี้ผมคงต้องเริ่มต้นเรียนรู้ มันแล้ว เพราะผม กำลังจะตามจีบ



เดือนมหา’ ลัยปีนี้ !!



ซึ่งยังไม่รู้เลยว่ามันจะต้องเริ่มจากอะไรก่อน ทักทาย โทรหา ชวนไปกินข้าว หรือ ขอเป็นแฟนเลยดีหว่า !!

หลายวันมานี้ ผมจมอยู่กับการอ่านหนังสือ การท่องเว็บ และกระทู้ต่างๆ ในโลกออนไลน์ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการเริ่มจีบใครสักคน ซึ่งผลที่ได้ก็คือ



ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นจีบเขายังไง...อยู่ดี !!



“ ไอ้โซล เสาร์นี้พี่แองจี้ชวนไปฉลองหวะ”



พาร่างของตัวเอง มาถึงห้องเรียนในช่วงบ่าย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ไอ้แม็กซ์ที่หันมาบอกข่าว จากรุ่นพี่ในสโมสร ที่นัดหมายฉลองหลังจากร่วมฟันฝ่าหลายสิ่งอย่าง พากันเหน็ดเหนื่อยกับกิจกรรม มาตลอดหลายเดือน



“ ได้ดิ ที่ไหน”

“ เบิก บาน บาร์”

“ อือๆ ”

ผมพยักหน้าให้เพื่อนสนิท ก่อนจะกดเข้าแอพลิเคชั่นไลน์ที่เด้งเดือน ว่ามีข้อความใหม่เข้ามา ขณะรออาจารย์สอน



นำทัพ - send you a sticker



เจ้าของข้อความไลน์ที่เด้งมาไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็น เดือนมหาลัยคนใหม่ คนที่ผมนั่งกลุ้ม คิดถึงแต่เรื่องเริ่มจีบเขามาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผมเป็นคนขอไลน์ไอดีของนำทัพเอาไว้ หลังจากที่เขาพาผมไปกินหมูกระทะ แล้วมาส่งที่คอนโด ในคืนวันประกวดเสร็จ



ตั้งแต่เพิ่มเพื่อนกัน ผมกับนำทัพแทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย มีแต่ผมที่ส่ง สติ๊กเกอร์ไปทักตั้งแต่วันนั้น ซึ่งนำทัพก็เพิ่งจะตอบกลับผมด้วยสติ๊กเกอร์ ในวันนี้



ดีเลย์สัสๆ เกือบห้าวัน !! จนผมลืมไปแล้ว ว่ามีเขาเป็นเพื่อนในไลน์ ...



นำทัพ : ไม่เห็นตามจีบเลย .. แกล้งลืม ?

Seoul Tower :
เรื่องของกู

นำทัพ : คนแพ้พูดแบบนี้ได้ด้วยหรอ

Seoul Tower :
กวนตีน

นำทัพ : อยู่ไหน ...

Seoul Tower : กูเรียนอยู่

นำทัพ : เลิกเรียนแล้ว ก็ช่วยมาทำหน้าที่ด้วย

Seoul Tower : -0-

นำทัพ : มานั่งเฝ้ากูที่คณะ วันนี้กูมีถ่ายงาน

Seoul Tower : ดูอารมณ์ก่อน แค่นี้นะกูจะเรียน





ผมปิดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ เงยหน้าขึ้นไปก่อนจะพบว่า มีหัวสามหัวสุมอยู่รอบตัวผม

สัสเอ๊ย !! ไม่มีมารยาท นั่งมองคนอื่นคุยแชทได้ไง



“ เสือกสัส”

“ แหมๆ เดี๋ยวนี้ รองเดือน เค้ามีหน้าที่ไปเฝ้าเดือนตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ”

ไอ้แม็กซ์ เอามือมาลูบคางผมเบาๆ อย่างกวนตีน ผมรีบยกมือขึ้นปัดออก

“ บ้าแก ... ไม่ใช่หน้าที่งาน แต่เป็นหน้าที่หัวใจ”

“ หุบปาก กูไม่ได้อยากทำ ”

“ แต่มึงแพ้เค้าไง มึงก็ต้องทำปะ ”

ไอ้ทีมเสริมเข้ามาบ้าง

“ เออ กูรู้แล้ว ไม่ต้องย้ำ ”

“ แล้วมึงรู้ยังว่าจะเริ่มจีบยังไง”

ช่วงนี้ผมปรึกษาเพื่อนๆ อยู่บ่อย ว่าจะเริ่มต้นจีบนำทัพยังไง ซึ่งพวกมันก็งัดสรรหาวิธีการร้อยพันมาให้ผม แต่ละวิธีนั้น ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย

“ ยังไม่รู้เลยหวะ”

“ เอาอย่างนี้นะมึง การจะจีบใครสักคน มันไม่ต้องวางแผน เรากำลังจะทำเพื่อใครสักคนนะ ไม่ใช่การแข่งขันที่จะต้องวางขั้น วางตอน ให้มันยุ่งยาก มึงแค่ใช้ความรู้สึก ของมึงเท่านั้น ”

คำพูดของน้ำหวานดูจริงจังและมีสาระสุดในกลุ่มตอนนี้ คำพูดที่ฟังชวนงงนั้น ฉุดใจให้ผมเริ่มคิดตาม

“ ยังไงวะ”

“ ทำยังไงก็ได้ ให้คนที่เรากำลังจะจีบ มีความสุขมากที่สุดก็พอ ”



ใช้แค่หัวใจ ใช้แค่ความรู้สึก ไม่ต้องพึ่งอากู๋ หรือ หนังสือ ฮาวทูใดๆ เลยแบบนั้นหรอ

หรือเพราะความรัก มันไม่ใช่การใช้สมองอย่างเดียวเหมือนที่พวกมันบอก

ทว่าต้องใช้ความรู้สึกควบคู่ไปด้วย



ผมจะลองทำตามหัวใจ

ทำตามความรู้สึกของตัวเอง

และลองเริ่มต้นทำดู



สักครั้ง ....


* * * * * * * * * * * *



ผมเข้ามาในห้อง สตูดิโอของมหา’ลัย ได้สักพักแล้ว ตั้งแต่เลิกเรียน เพื่อทำหน้าที่ เฝ้าเดือนคนใหม่ ที่กำลังนั่งแต่งหน้า โดยช่างสาวสอง ที่ตั้งใจรังสรรค์หน้าหล่อนั้นให้ดูดียิ่งขึ้น



ส่วนผมก็นั่งเป็นส่วนเกิน อยู่แถวหน้าประตูของสตูดิโอ พอจะมองเห็นเวลานำทัพเริ่มถ่ายแบบได้บ้าง ทว่าสิ่งที่แปลกคงจะเป็นสายตาของทีมงาน หลายคู่ที่เอาแต่มองผมแบบจะกินเลือดกินเนื้อ แถมยังกระซิบกระซาบ พูดแซวหยอกล้อผมเป็นระยะแบบนั้น



แต่ผมก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้...



ฉากถูกจัดเตรียมขึ้นเรียบร้อย รวมถึงช่างภาพและทีมงานต่างๆ ก็พร้อมแล้ว รอแค่เดือนมหา’ ลัย แต่งหน้า แต่งตัวเสร็จ ก็เริ่มถ่ายงานได้



งานวันนี้เป็นงาน ถ่ายแบบ เพื่อใช้เปลี่ยนแบนเนอร์ ในเว็บของมหา’ลัย เนื่องจากมีเดือนดาว คนใหม่แล้ว หน้าเว็บไซต์จึงต้องอัพเดตให้เป็นปัจจุบัน รูปแบบของงานก็จะเป็นแนว ชุดนักศึกษาเรียบร้อย ไม่มีอะไรมาก



ใช้เวลาไม่นานก็น่าจะเสร็จ....



ถ้านำทัพไม่ป่วน ออกฤทธิ์ ออกเดช จนงานช้าแบบทุกครั้ง



“ อ้าว น้องโซล วันนี้ไม่มีถ่ายงานนะ มาทำไรเอ่ย”

พี่เก่ง รุ่นพี่ที่เป็นช่างภาพจากคณะนิเทศ เดินเข้ามาทักทายผม เรารู้จักกันตอนไป ถ่ายงานนอกสถานที่ตอนประกวด วันนี้คงรับหน้าที่เป็นช่างภาพหลักอีกเช่นเคย เพราะฝีมือดีจนใครๆ ก็เรียกใช้งาน

“ แค่แวะมาดูครับ เผื่อมีไรอะไรให้ผมช่วยได้บ้าง”

ผมยกมือขึ้นไหว้และยิ้มให้รุ่นพี่ ก่อนเจ้าตัวจะนั่งลงข้างๆ ผม พี่เก่งเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม พูดจาอ่อนหวาน และ เข้ากับคนได้ง่าย จึงไม่แปลกที่พี่เขาจะเข้ามาทักทายผมแบบนี้

“ หรอ นึกว่ามาเฝ้าใครซะอีก”

“ เปล่าครับ ”

“ แล้วนี่ น้องโซลจะไปไหนต่อหรือเปล่า พี่ว่าจะชวนไปกินข้าว”

“ ผมยังไม่รู้เลยพี่ ”

“ เอ่อ ....พี่มีอะไรจะถามด้วยแหละ แต่ไม่รู้ว่าควรถามดีหรือเปล่า”

คนข้างๆ ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ผม ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ว่าน้ำเสียงนั้นฟังดูแปลกๆ

“ ว่าอะไรครับ”

“ น้องโซลมีแฟนแล้วหรือยังครับ ” ก็บอกแล้วว่าน้ำเสียงแปลกๆ

“ คือผม ...”

จะตอบไปว่ายังไงดี ในเมื่อแฟนยังไม่มี



มีแต่คนที่ กำลังตามจีบ ...





“ มันไม่มีแฟนหรอกพี่ แต่เดี๋ยวก็คงมี เพราะมันกำลังตามจีบเค้าอยู่”

นำทัพ ที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว ได้ตอบคำถามนั้นแทนผมไปแล้ว

“ น้องโซลมีคนที่กำลังตามจีบแล้ว แบบที่ทัพบอกหรอ”

พี่เก่งหันมาถาม อย่างต้องการคำตอบ ผมรู้ว่าพี่เขารู้สึกยังไง ฟังจากคำพูด คำถาม และสายตานั้นก็พอจะเดาออก ตอนแรกที่คุยกับพี่เก่ง คราวเจอกันเมื่อหลายเดือนก่อน ผมก็ยังไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้การแสดงออกนั้นชัดเจน ว่ารุ่นพี่ที่นั่งใกล้ กำลังคิดแบบไหนกับผมอยู่

“ บอกไปสิ ว่ามึงกำลังตามจีบกู ”

“ ไอ้ทัพ ”

“ ที่มึงมานั่งอยู่ตรงนี้ ก็เพราะมาเฝ้ากู แล้วเย็นนี้มึงก็ไม่ว่าง ที่จะไปไหนกับใคร เพราะมึงต้องอยู่กับกู”



สายตาคมนั้น มองไปที่พี่เก่ง มุมปากยกยิ้มขึ้น อย่างผู้ชนะ ผมไม่เข้าใจเขาเลย ว่าทำไมจะต้องประกาศอะไรขนาดนั้นว่ากำลังผมตามจีบเขาอยู่

“ถ้าพี่ไม่มีอะไรจะถามเพิ่มแล้ว ผมขอคนของผมคืนนะครับ”

แหงนหน้าขึ้นไปมองคนที่เพิ่งพูดคำว่า ‘ คนของผม ’ อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง สายตาที่นำทัพส่งไปหาพี่เก่ง นิ่งจนไม่มีประกาย ปกติก็ไม่ใช่คนที่แสดงออกอะไรทางสีหน้ามากอยู่แล้ว เพราะเขามักจะซ่อนความรู้สึกเอาไว้จนบางทีคนใกล้ตัวก็เดาไม่ออก

แต่ทำไมตอนนี้เขาถึงได้เปลี่ยนไปจากเดิม...

“ ส่วนมึง .. ตามกูมานี่ ”

นำทัพไม่ได้สนใจรอคำตอบจากผม เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อแขนผมในทันทีที่พูดจบ ก่อนจะฉุดให้ผมลุกจากที่นั่ง แล้วเดินออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้พี่เก่งมองตามด้วยความสงสัย ว่าเขาจะพาผมไปไหน





“ ปล่อยกูได้แล้ว กูเจ็บ”

ผมสะบัดข้อมือที่ถูกจับไว้ออก เมื่อนำทัพพาผมออกมาจากห้องสตูดิโอมาสู่บริเวณด้านหน้า

“ นั่งอ่อยอยู่ได้ ไม่มีปากหรอ หรือชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว”

“ กูไม่ได้อ่อย กูแค่นั่งรอมึง แล้วพี่เค้าก็เข้ามาคุยเอง ไม่ได้บอกให้มาสักหน่อย”

“ มึงไม่ต้องเข้าไปแล้ว ”

นำทัพจะหงุดหงิด อะไรนักหนา ไม่เข้าใจอารมณ์จริงๆ ตอนแต่งตัวอยู่ ก็ยังเห็นแอบยิ้มส่งสติ๊กเกอร์มากวนตีนผมในไลน์ แต่แค่ไม่กี่นาที ทำไมถึงได้ เกรี้ยวกราดขนาดนี้



สงสัยคงจะเป็นไบโพล่าชัวร์ !!



“ แล้วจะให้กูไปอยู่ไหน หรือว่าให้กลับเลยหรอ”

ผมยิ้มดีใจ จะได้กลับไปกินข้าวสักที ไม่ต้องตามเฝ้าเขาแล้ว เย้ !!

“ เปล่า ”

“ อ้าว ”

พังหมดแล้ว ความฝันจะได้กลับไปกินข้าวของผม

“ ลงไปซื้อกาแฟให้กูหน่อย ”

“ ได้เดี๋ยวกูลงไปซื้อให้ แต่ช้าหน่อยนะ กูว่าจะแวะกินข้าวก่อน ”

ก็ดีเหมือนกัน กว่านำทัพจะถ่ายงานเสร็จก็น่าจะอีกหลายชั่วโมง แวะกินข้าวก่อน แล้วค่อยซื้อกาแฟมาให้ก็ยังทัน

“ ไม่ได้ .. อีก 20 นาทีกูจะเริ่มถ่ายงาน กูต้องได้กินกาแฟก่อนถ่ายเท่านั้น และมึงก็ห้ามไปไหนจนกว่ากูจะถ่ายเสร็จ”

นำทัพออกคำสั่ง สายตานิ่งนั้น มองที่ผมอย่างไม่ละสายตา ก่อนจะเริ่มเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว แล้วหยุดการเคลื่อนไหว และหันกลับมาหาผมอีกครั้ง



ยักคิ้วข้างหนึ่งขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากแบบกวนๆ ...



“ ไอ้เชี่ย ”

แล้วร่างสูงนั้นก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมที่ยืนสะกดอารมณ์โมโหจนหน้าแดง

นี่เขาจะบ้าหรอ อยากกินกาแฟภายในยี่สิบนาที แล้วร้านกาแฟก็ไม่ได้อยู่ใกล้ตึกเลยสักนิด



ตั้งใจจะแกล้งกันตั้งแต่วันแรกที่เริ่มจีบเลยใช่ไหม !!




----------------------

** พบคนแอบหวงหนึ่งอัตรา...ฮ่าๆ

*** นี่ขนาดเพิ่งเริ่มยังโดน แกล้งขนาดนี้ แล้วน้องโซลของเราจะไหวมั้ยเนี่ย




ออฟไลน์ anterosz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +109/-1
รีบๆเป็นแฟนกัน แต่งงาน แล้วก็ไปรับน้องปันมาเป็นลูกเลย :)

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2407
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
08

แค่นี้...ก็โชคดีมากแล้ว


ผมเข้าตึกมาพร้อมกับ อเมริกาโน่ร้อนในมือหนึ่งแก้ว หลังจากเดินตากแดดในช่วงเวลากลางวันที่แสนจะร้อนไปซื้อมาให้ตามคำสั่งของคนที่อยากกินก่อนเริ่มถ่ายงาน จนถึงหน้าลิฟท์ก่อนจะพบว่าตอนนี้...



++ ห้ามใช้ลิฟท์ .... อยู่ระหว่างซ่อม ++



มีป้ายตั้งพื้นสีเหลือง แจ้งเตือนอยู่ด้านหน้า เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ยังใช้ได้อยู่เลย จะมาเสียอะไรตอนนี้ แล้วมันจะทันได้ยังไงกัน ผมยกนาฬิกาเรือนโปรดที่ข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลา



อีกห้านาที นำทัพก็จะเริ่มถ่ายงานแล้ว...



ชิบหาย จะทำยังไงดี คิดยังไงก็คิดไม่ออก โกรธลิฟท์ก็โกรธ โกรธคนที่สั่งให้ลงมาซื้อกาแฟก็โกรธ ทางออกตอนนี้ก็คงจะมีแค่ทางเดียว ‘ บันไดหนีไฟ’



“ พี่ครับ บันไดหนีไฟอยู่ทางไหนครับ พอดีผมจะขึ้นไปข้างบน ”

เดินไปถาม พี่ยามที่ยืนอยู่ตรงหน้าตึก เพื่อให้พี่เขาชี้ทางสว่างให้ผม

เอาวะ เดินขึ้นสิบกว่าชั้น คงไม่ตายหรอกไอ้โซล



แต่มันจะทันใช่ไหม...





ผมเปิดประตู แล้วรีบวิ่งขึ้นบันได ทีละก้าว บ้างก็สองก้าว บ้างก็สามก้าว แล้วแต่กำลังขาของตัวเองที่จะก้าวไหว ด้วยความเร่งรีบ เพื่อให้ทันเวลาที่นำทัพสั่ง ถือแก้วกาแฟไว้แน่น เพราะกลัวว่ากาแฟจะหก หรือหล่นออกไปจากมือเสียก่อน



ผ่านไปสี่ชั้นแรงที่มีอยู่ก็เริ่มจะแผ่วลง วันนี้ผมตื่นสายเลยไม่ได้กินข้าวเที่ยง มาถึงก็รีบตรงเข้าไปห้องเรียน

ใครจะไปรู้ล่วงหน้าว่า จะต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ต้องใช้แรงควายแบบนี้ ไม่อย่างนั้นผมคงจะกินสักสิบข้าวเที่ยงมาก่อนหน้าแล้ว



ผ่านไปหกชั้นผมเริ่มหอบ ตาเริ่มพล่ามัว มีจุดเล็กๆ วิ่งอยู่ข้างหน้าเต็มไปหมด สองขาก้าวขึ้นบันได ผ่านชั้นเจ็ดและแปด เหลือบมองนาฬิกาอีกสองนาทีสุดท้ายกับอีกหกชั้น



ผมต้องทำให้ทัน กาแฟแก้วนี้ต้องถึงเขา ให้ทันตามเวลาที่สั่ง

ผมจะแพ้ให้กับเขาไม่ได้ ไม่มีทาง !! ศักดิ์ศรีมันค้ำคอเว้ยยยย



ผมวิ่งขึ้นมาจนถึงชั้นสุดท้าย ประตูชั้นเป้าหมายอยู่ตรงหน้า แต่ขามันอ่อนแรง ลมหายใจของผมเริ่มหอบถี่ขึ้นเพราะความเหนื่อย คอรู้สึกแห้งผาก ในหัวมันตื้อไปหมด ตาเริ่มพล่ามัว สองขาเริ่มสั่นแทบจะไม่มีแรงเดิน ผมก้าวขาซ้ายขึ้นไปเหยียบขั้นบันได



และแล้ว.....



ภาพที่เคยชัดเจน ตอนนี้กลายเป็นมืดลง รอบตัวไม่มีเสียงใดๆ เกิดขึ้น มีแต่เสียงวี๊ด ยาวๆ เต็มหูไปหมด หัวเข่า แขน และ ข้อเท้าของผมรับรู้ถึงความเจ็บจากแรงกระแทก



แผ่นหลังของความสัมผัสถึงความเย็นบนพื้นซีเมนต์

แล้วภาพทุกอย่างก็ดับลง....



* * * * * * * * * *



“ เกิดอะไรขึ้น ”

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้น นำทัพตะโกนเรียกผม ทันทีที่มองเห็นผมหยุดนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวเดิม ก่อนจะวิ่งออกจากจุดที่ยืน แล้วตรงมาหาผมโดยไม่สนใจว่าตัวเองกำลังถ่ายงานอยู่ ปล่อยให้ทีมงานชะงัก ด้วยเพราะนายแบบวิ่งออกมากลางคัน แบบนั้น

“ กูไม่เป็นอะไร”



หลังจากรู้สึกตัว ผมก็ค่อยๆ ประคองตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้น ใช้ราวบันไดพยุงตัวเอง ให้ก้าวขึ้น ผ่านทีละขั้น พร้อมความเจ็บปวดที่เกิดตรงบริเวณข้อเท้าในทุกขณะที่ก้าวเดิน



จนมาถึงที่นั่งตรงนี้ ....



ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ผมหมดสติไป แต่โชคดีที่หัวผมไม่กระแทก มีแค่รอยช้ำ และ แผลตามแขนขาเท่านั้น

ส่วนกาแฟ หกกระจายเต็มพื้น เหลือแต่แก้วที่ผมหยิบติดมือมา...



“ มึงจะไม่เป็นอะไรได้ยังไง สภาพมึงแย่ขนาดนี้”

สายตาสำรวจผมไปทั่วตั้งแต่ข้อศอก แขน หัวเข่า ที่ช้ำ และ มีเลือดไหลออกมา ความกังวลในดวงตาฉายแววเด่นชัดขึ้นทุกที ที่ดวงตาไล่ตรวจสอบบาดแผลบนตัวผม

“กูแค่ตกบันได”

“ อะไรนะ ”

นำทัพอุทานเสียงดัง สายตานั้นแสดงถึงความตกใจ พอๆ กับเสียงที่เปล่งออกมา คิ้วที่ขมวดเป็นปมอยู่แล้ว เพิ่มหนักเข้าไปอีกเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมบอก



สายตาที่กังวลเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยชัดเจน ....

มันชัดจนผมแอบรู้สึกดีอยู่ภายในใจ



“ กูรีบเอากาแฟขึ้นมาให้มึง แล้วลิฟท์ข้างล่างมันก็เสือกซ่อมอยู่ เลยเดินขึ้นบันไดมาแทน แต่อยู่ดีดี มันก็หน้ามืดแล้วก็เป็นลม ตกบันไดไป”

ผมเล่าให้นำทัพฟังถึงเหตุการณ์คร่าวๆ ที่พึ่งประสบมา เพราะสภาพผม ในตอนนี้สามารถอธิบายได้ดี ว่าผมผ่านอะไรมาบ้าง อาการอ่อนเพลียหน้ามืดที่มี คงเกิดจากการที่ทั้งวันผมยังไม่ได้ทานข้าวเลย จึงหน้ามืดไปแบบนั้น คนที่นั่งฟังอย่างตั้งใจมีสีหน้าแบบเดิมไม่เปลี่ยน

“ ส่วนกาแฟ กูขอโทษ มันหก แต่เดี๋ยวกูลงไปซื้อให้ใหม่ รอแปบนะ”

ผมพยุงตัวลุกขึ้น ทว่าถูกมือของนำทัพกดไหล่ให้นั่งลงไปตามเดิม ผมไม่กล้าที่จะมองเขา



หน้าตาโคตรเอาเรื่อง ...



แค่ไม่ได้กินกาแฟ ต้องโกรธขนาดนี้เลยหรอวะ



“ ไม่ต้อง ... ไม่อยากกินแล้ว”

“ โกรธหรอที่ไม่ได้กินกาแฟ”

“ โกรธ .. แต่ไม่ได้โกรธเรื่องกาแฟ แต่โกรธที่ทำให้มึงต้องเจ็บตัวแบบนี้ ... กูขอโทษนะ ”



นำทัพค่อยๆ ย่อตัวแล้วคุกเข่าลงกับพื้นตรงหน้าผม คนตัวสูงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเช็ดไปตรงหัวเข่าผมที่มีเลือดไหล เป็นทางยาวไปจนถึงข้อเท้า



สัมผัสนั้นอ่อนโยนตรงข้ามกับบุคลิกเจ้าของมือ เขาเช็ดอยู่นานจนผ้าเช็ดหน้าสีขาวเปรอะไปด้วยเลือดเกือบทั่วทั้งผืน



ผมยิ้มให้กับคนตัวสูงกว่าไม่คิดเลยว่านำทัพจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย

หรือคงเพราะเมื่อก่อนมีแต่ผมที่ดูแลเขาฝ่ายเดียว

จึงไม่เคยได้เห็นนำทัพในมุมนี้ ... พอวันนี้เขาเป็นฝ่ายดูแลผมบ้าง มันจึงโคตรจะรู้สึกดี



และละมุนต่อใจผมโดยแท้ ....



“ ผมจะพาโซลไปโรงพยาบาล ไม่ถ่ายแล้ว ”

นำทัพลุกขึ้นยืนก่อนจะหันไปบอกคนในกองที่หยุดทุกกิจกรรม แอบมองเห็นพี่ทีมงานหลายคน เหมือนอยากพูด อยากขอร้อง แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ย ได้แต่แสดงออกทางสีหน้าแทน ว่าหากนำทัพไม่ถ่ายก็คงทำอะไรมากไม่ได้ นอกจากต้องยกเลิกกองทั้งที่ถ่ายเกือบเสร็จแล้ว

“ ไม่ได้ มึงยังถ่ายไม่เสร็จ ”

ไม่ยอมให้เขาเสียงาน เพราะผมแน่นอน ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เจ็บตัวเล็กน้อย แต่เทียบไม่ได้เลยกับการที่พี่ทีมงานตั้งกี่ชีวิตต้องมาเสียเวลา เพียงเพราะเรื่องแค่นี้ ... ยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด

“ แต่มึงเจ็บ กูจะพามึงไปหาหมอ “

นำทัพหันกลับมาที่ผม ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรจะต้องทิ้งให้คนอื่นต้องเสียเวลา พยายามปรับให้ตัวเองใจเย็นลงกว่าคนที่อยู่ตรงหน้า นำทัพเป็นคนที่ต้องอธิบายเหตุผลถึงจะยอมทำตามโดยง่าย

“ เอาแบบนี้นะ .. มึงรีบกลับไปถ่ายให้เสร็จ ตั้งใจถ่าย ไม่ต้องห่วงกู กูจะนั่งรอ พอมึงเสร็จงานแล้วค่อยพากูไปหาหมอ กูไม่ได้เป็นอะไรมาก ตามนี้นะ ...”

“ แต่ว่า..... ”

คนตัวสูงเหมือนจะยังไม่ยอมฟัง ผมมองไปด้านหลังพี่ทีมงานคงลุ้นกับการพยายามโน้มน้าวใจระหว่างผมกับนายแบบประจำกองอยู่เช่นกัน ...

ต้องให้เหตุผลมากกว่าเดิม เขาต้องเข้าใจ

“ มึงไม่ควรปล่อยให้คนอื่นรอหรือเสียเวลา เรากำลังทำงาน ความเป็นมืออาชีพต้องมีและความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญ กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ กูรอมึงได้ ”

นำทัพอ่อนลงเล็กน้อย กระพริบตาถี่ๆ เหมือนกำลังชั่งใจในคำพูดของผมอยู่นานแล้วพยักหน้ารับแอบได้ยินเสียงถอนหายใจของพี่ทีมงานที่ลุ้นเมื่อครู่บ่งบอกถึงความโล่งใจ เมื่อผมทำภารกิจสำเร็จ

นำทัพหายเข้าไปหาพี่ทีมกองสวัสดิการ แล้วเดินกลับออกมาพร้อมขวดน้ำเปล่าในมือ

“ รอกูนะ ไม่นานหรอก เดี๋ยวรีบมา อย่าพึ่งเป็นอะไร ”

“ กูแค่ตกบันได ไม่ได้โดนยิง ไม่ต้องห่วงมาก รีบไปจะได้รีบมา ”

“ อย่าไปไหน สัญญานะครับ ”

“ ครับ ... กูสัญญา ว่าจะรออยู่ตรงนี้ มึงหันมาเมื่อไหร่ ก็จะเจอกูอยู่ที่เดิม พอใจยัง”

“ พอใจมาก ไปแล้ว..”

ผมรับขวดน้ำนั้นไว้ แล้วส่งยิ้มไปให้เขา นำทัพพยักหน้าหงึก เพราะทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ นอกจากจะเดินกลับไปถ่ายงานต่อ และ คอยส่งสายตาลอบมองผมบ่อย ๆ ทุกครั้งที่มีโอกาส



ผมจะนั่งรอเขาอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหน!!

เฝ้ารอเขากลับมา เหมือนที่เคยรอ ...







คนบริเวณโดยรอบ ที่ผมกับนำทัพเดินผ่าน ตั้งแต่ชั้นสตูดิโอ เข้ามาในลิฟท์ ออกมาจากลิฟท์ แล้วเดินผ่านโต๊ะม้านั่งใต้อาคาร จนถึงลานหน้าตึกเรียน พวกเขาเหล่านั้นมองเราทั้งคู่ด้วยสายตาแปลกๆ บ้างหันไปเชิญชวนเพื่อนให้มาดู บ้างยิ้มเล็กยิ้มน้อย ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมา



จะไม่ให้ทุกคนที่เห็น แสดงการกระทำแบบนั้นได้ยังไงกันในเมื่อภาพที่พวกเขาเห็นคือ...



รองเดือนกำลังขี่หลังเดือน เดินไปทั่วมหา’ลัย แบบนี้



หลังจากนำทัพถ่ายงานเสร็จ ด้วยความเร่งรีบ จนทีมงานตกใจว่าทำไมวันนี้เจ้าตัวถึงได้ ตั้งใจทำงาน ชนิดที่ว่า รอบเดียวผ่าน ไม่ต้องแก้ จะให้ถ่ายมุมไหน ท่าไหน อารมณ์ใด ก็ทำได้ตามสั่ง ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ กว่าจะผ่านไปแต่ละรูปช่างยากเย็น เหลือเกิน



ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็จบลงอย่างสมบูรณ์ ...



ทันทีที่พี่ทีมงานบอกว่าเสร็จงาน นำทัพก็ตรงมาหาผมที่นั่งรออยู่ โดยไม่สนใจช่างภาพที่กำลังชื่นชมเขาอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาให้ทางเลือกผมแค่สองข้อคือ จะให้อุ้ม หรือ ขี่หลัง ผมพยายามปฏิเสธไปแล้ว ว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก และผมยังพอเดินไหว



แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะคนยื่นข้อเสนอมันโคตรจะเอาแต่ใจตัวเอง จึงตัดสินใจเลือก ข้อที่น่าจะอายน้อยที่สุด



คือขี่หลังนำทัพ !!



และผมเพิ่งรู้ว่า สิ่งที่ผมเลือก ...



ผมตัดสินใจผิด



เพราะ ..... คนมองโคตรเยอะเลย !!!!




“ มึงกูลงได้ไหม มีแต่คนมอง ...กูอายจนหน้าชาไปหมดแล้วเนี่ย ”

เมื่อมีคนมองมากขึ้น ผมก็เริ่มรู้สึกอาย รับรู้ได้ถึงใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนสี แม้จะไม่เห็นก็ตาม จากตอนแรกที่รู้สึกเฉยไม่ได้คิดอะไร ก็แค่ผู้ชายขี่หลังกัน แต่ตอนนี้ผมขอเปลี่ยนความคิดนั้น ... ผมอาย อายมาก มากถึงมากที่สุดในโลก



“ ซุกหน้าลงกับหลังกู จะได้ไม่ต้องเห็นใคร แล้วใครก็ไม่ต้องเห็นมึง ”

เหมือนคราวนั้นที่ผมซุกที่อกแน่นของนำทัพ แต่วันนี้เปลี่ยนเป็นแผ่นหลังกว้างแทน ลังเลอยู่นานว่าจะทำตามในสิ่งที่เจ้าของหลังพูดดีหรือไม่ ...

“ อื้อๆ ”

ผมก้มหน้า ซุกเข้าไปที่แผ่นหลังของทัพ ในทันทีที่ตัดสินใจได้ การหลบหน้าแบบนี้คงช่วยได้มากกว่าการที่ผมจะเสนอหน้าให้ใครต่อใครมอง ใบหน้าสัมผัสได้ถึงความแน่น แกร่ง ของแผ่นหลังที่มีแต่กล้ามเนื้อ บางทีผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า มีส่วนไหนในตัวของเขาบ้างที่ไม่มีกล้าม กลิ่นตัวของเขายังหอมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน จนผมเผลอยิ้มออกมา



ทำไมเป็นผู้ชายตัวหอมจัง...



“ มึง ”

“ ว่าไง ”

“ กูขอโทษนะ ”

“ ไม่ใช่ความผิดมึงหรอก กูซวยเอง อย่าคิดมากสิ ”

“ ถ้าอย่างนั้น .... เดี๋ยวกูทำให้มึงโชคดีเองนะ ”



ผมไม่ตอบอะไร นอกจาก กระชับมือที่คล้องคอของเขาให้แน่นขึ้นเท่านั้น แล้ววางหน้าของตัวเองลงที่แผ่นหลังอีกครั้ง .... พร้อมกับหลับตารับสัมผัสความอบอุ่นที่นำทัพส่งมอบให้



แค่นี้ก็โชคดีมากแล้ว ... แค่มีเขาอยู่ตรงนี้ !!









รถยนต์คันหูสีดำ เคลื่อนเข้าสู่ลานจอดรถคอนโด นำทัพดับเครื่องยนต์ แล้วหันไปหาเด็กหนุ่มด้านข้าง ที่นั่งหลับตั้งแต่ รถเริ่มออกจากโรงพยาบาลจนถึงจุดหมาย เขาเดินอ้อมไปฝั่งคนนั่ง เปิดประตูแล้วโน้มตัวเพื่อไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้อีกฝ่าย



ใกล้กันจนได้ยินเสียงหัวใจ ของคนหลับใหลที่กำลังจะตื่น ...

ใบหน้าคมนั้นหยุดนิ่งหันมามองดวงหน้าใส ก่อนจะยกยิ้มด้วยความสุขใจ



นัยน์ตาสีน้ำตาลของผม ที่เพิ่งลืมตาขึ้น ด้วยความงัวเงีย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเบิกตากว้างเต็มที่เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มนั้น จ้องอยู่ใกล้แค่คืบ



นำทัพค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ จนจมูกเราแทบจะชนกัน สายตาคู่นั้นสวยจนผมไม่อาจจะฝืนให้เบือนหน้าไปที่อื่น นอกจากจะนิ่งจ้องอยู่แบบนั้นคล้ายดั่งถูกสะกด



“ มึงจะ .....ทำ .... อะ ไร ”

อยากคายลิ้นตัวเองทิ้ง เวลาใจสั่นทีไร ชอบพันจนพูดออกไปไม่เป็นภาษา แบบนี้คนฟังก็รู้หมดสิว่าผมกำลังใจเต้นเพราะกำลังเขินเขาอยู่



วันนี้ทำไมถึงทำให้ใจผมสั่น.. บ่อยขนาดนี้กันนะ !!



“ จะหยิบถุงยา ....นี่ไง ”

นำทัพหยิบถุงยาในมือขึ้นมาชูให้ดู กดปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยของผมออก เคลื่อนตัวกลับไปยืนอยู่ในระยะที่ทำให้หัวใจของผมสั่นน้อยลง

ค่อยหายใจสะดวกหน่อย...



“กูไม่จูบมึงหรอก ”

“ กูรู้ว่ามึงคงไม่ ......”

“ ///// ”

“ ถึงแม้ว่ากูจะอยากทำแบบนั้นมากแค่ไหนก็ตาม”

นำทัพเอ่ยขึ้นแทรก ก่อนที่ผมจะพูดประโยคนั้นจบ จากนั้นคนตัวสูงจึงใช้สองแขนแกร่งช้อนตัวผมขึ้นไปไว้แนบอกเขาอีกครั้ง ปิดประตูแล้วพาเดินเข้าไปในตึก พร้อมกับหัวใจที่ไม่รักดีของผมซึ่งมันกำลัง



เต้นแรงจนควบคุมไว้ไม่อยู่...

เพราะกำลังคิดว่า หากเขาจูบขึ้นมาจริงๆ ผมคงทำอะไรไม่ได้นอกจาก



ต้องยอม .......


___________________

** วันนี้นำทัพทำน้องโซลใจสั่นหลายรอบมาก

** พบคนห่วงชัดเจนหนึ่งอัตรา / คนอ้อยหนึ่งอัตรา .. ไม้เรียวในมือสั่นไปหมด 55

**** มาอัพให้แล้วนะครับ สำหรับใครที่ขอตอนต่อไปมารัวๆ ...ขอบคุณที่ติดตามครับ


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด