อาทิตย์ชิงเดือน l ตอนที่ 42 - END (อาทิตย์ชิงเดือน) l อัพ 25-11-2020
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: อาทิตย์ชิงเดือน l ตอนที่ 42 - END (อาทิตย์ชิงเดือน) l อัพ 25-11-2020  (อ่าน 14220 ครั้ง)

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
21

หลบไป .. คนเปย์ไหวจะเดิน



งานโอเพ่นเฮาส์มหาวิทยาลัยวันแรกเริ่มต้นแล้ว ....



วันนี้ผมตื่นตั้งแต่เช้ามืด อาบน้ำแต่งตัวลงมาหารถคันหรูที่จอดรอรับหน้าคอนโดเมื่อวานกว่าจะเตรียมงาน เก็บรายละเอียดของซุ้มกิจกรรม ประชุมรอบสุดท้าย แยกย้ายกันกลับก็เกือบตีสอง เห็นว่าดึกมากแล้วเลยไลน์บอกนำทัพที่จะมารอรับว่าให้นอนไปก่อนไม่ต้องรอ เขาตอบกลับรับทราบอย่างไม่งอแง แต่ขอทำหน้าที่มารับผมในเช้าวันนี้แทน



อาการเบลอ เพราะนอนไปไม่ถึงสามชั่วโมงของผม แก้ได้ด้วยช็อกโกแลตร้อนที่เขาซื้อเตรียมไว้ให้กับเครื่องดื่มใบแปะก๊วยสกัดแบบขวด ช่วยเรียกความสดชื่นเตรียมพร้อมรับมือกับความเหนื่อยที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งวัน ลากยาวไปจนถึงมืดของวันนี้ได้



ช่วงกลางวันนี้ ผมกับนำทัพต้องอยู่ประจำซุ้มหลักของกองกิจการมหาวิทยาลัย คอยแนะนำข้อมูลและแจกเอกสารประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับมหา’ลัย จึงต้องพากันออกมาแต่เช้า เพื่อไปรวมตัวกันที่ห้องสโมสรนักศึกษา แต่งหน้าทำผมให้หล่อทุกองศา  คู่ควรกับตำแหน่งตัวแทนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับคนที่เข้ามาเยี่ยมชมงาน



หลังห้าโมงเย็น ผมถึงจะแยกตัวออกไปยังซุ้มสาขา ประจำจุดกิจกรรมเกมส์หนุ่มน้อยตกน้ำที่มีพวกผมช่วยกันเตรียมงานจนเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เหลือแค่เปิดซุ้มก็พาบรรดาหนุ่มหล่อหุ่นดีที่คัดเลือกมาแล้ว ออกมาอวดต่อสวยตาเรียกแขกที่มาร่วมงาน ร่วมบริจาคสมทบทุนออกค่ายอาสาที่เชียงราย



“ โอเค  ถ้าเข้าใจเนื้องานแล้ว ก็ประจำจุดได้นะ ส่วนใครจะพักก็สลับกันไปนะคะ ”

พี่หลิน ประธานสโมสร  ชี้แจงเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบและจุดภายในงานทั้งหมด หลังจากที่พวกผมแต่งตัวกันเสร็จในชุดนักศึกษากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว



ซุ้มกิจการนักศึกษา  เป็นซุ้มขนาดใหญ่อยู่กลางงานมีจัดนิทรรศการขนาดเล็กเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย กิจกรรมเพื่อสังคมและแผนที่จุดต่างๆ  ภายในงาน  หลังจากอธิการบดีกล่าวเปิดงานเรียบร้อยแล้วคนก็เริ่มทยอยเข้ามาในงานเพิ่มมากยิ่งขึ้นถึงแม้วันนี้จะอากาศร้อนมากขนาดไหนก็ตาม



“  พี่คะ พวกหนูขอถ่ายรูปคู่ด้วยได้ไหมคะ ”

“ ได้ครับ มาสิ ”

นักเรียนมอปลายกลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามาขอถ่ายรูปผมกับนำทัพ   ผมพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับก่อนจะเรียกน้องๆ เข้ามาถ่ายภาพ หลังจากนั้นก็มีอีกหลายกลุ่ม หลายคนที่แวะเวียนเข้ามาที่ซุ้ม ทั้งมาขอข้อมูล ขอเอกสาร และไม่ลืมที่จะถ่ายกับพวกผมไว้เป็นที่ระลึก เหมือนเป็นจุดไฮไลท์ของงานจนคนเริ่มล้นซุ้มกิจกรรม



“  อย่าลืมแวะซุ้มกิจกรรมอื่นๆ ภายในงานด้วยนะครับ  ”

ผมยิ้มให้กลุ่มสุดท้ายที่เข้ามาขอถ่ายรูปด้วย ไม่ลืมที่จะทำหน้าที่แนะนำรายละเอียดกิจกรรมภายในงาน  ส่วนเดือนมหา’ลัยที่ฮอตสุดในตอนนี้ยังโดนรุมถ่ายรูปไม่เลิก



เสน่ห์เหลือล้นจริงๆ เลยนะ  แค่ยิ้มนิดเดียว ก็เรียกเสียงกรี๊ดให้กับคนรอบข้างได้แล้ว ...



ด้วยว่าเป็นงานของกองกิจการ ที่ต้องอาศัยภาพลักษณ์ผมกับนำทัพจึงไม่ทำอะไรที่ดูเกินเลยจนกระทบต่อชื่อเสียง เราเว้นระยะห่างกันพอควร ในพื้นที่การทำงานของกันและกัน ลอบยิ้มให้กันอย่างให้กำลังใจ เพราะต่างฝ่ายต่างเหนื่อยล้า  มีบ้างที่ผู้ชายมาขอถ่ายรูปกับผมแล้วเขาจะมองตาขวาง แต่ผมไม่ได้คิดอะไร  ด้วยเพราะมันคืองาน บ่อยเข้าที่ถูกผู้ชายเข้ามารุมขอถ่ายรูป เขาก็เดินเข้ามาร่วมถ่ายด้วย แล้วให้เหตุผลกับคนเหล่านั้นไปว่า



เดือนกับรอง ต้องถ่ายรูปคู่กับคนที่ร่วมงานด้วยกัน !!!

ซึ่งเป็นเหตุผลที่โคตรจะฟังไม่ขึ้น ....



“ หิวยังมึง ไปหาเดินหาอะไรกินกันไหม ”

เดินเข้ามานั่งเก้าอี้จุดนั่งพักภายในซ้อมข้างๆ คนที่นั่งหมดสภาพ  ใช้พัดลมมือถือเป่าไล่ความร้อน รวมถึงเหงื่อที่ท่วมตัว  ตั้งแต่เช้าจนเกือบจะสี่โมงเย็นผมกับนำทัพยังไม่ได้นั่ง ไม่ได้หยุดยิ้ม ถ่ายรูปคู่กับคนที่แวะมาที่ซุ้ม ตั้งใจว่าเที่ยงจะออกไปหาอะไรกิน แต่ก็ยังไปไม่ได้ใครจะกล้าทิ้งคนที่เข้าแถวรอถ่ายรูปกับพวกผมแบบนั้น  จนล่วงเลยมาเกือบปิดซุ้มคนจึงบางตาลง



พวกผมไม่ใช่ดาราที่จะมีคนถือป้ายไฟไล่ตามกรี๊ด   หรือสร้างเพจขึ้นมาเพื่อตามติดชีวิต เราเป็นแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดา ที่มีตำแหน่งเดือน และรองเท่านั้น  ด้วยหน้าตาที่โดดเด่น รวมถึงรอยยิ้มที่เป็นมิตร พลังโซเชี่ยลที่ถ่ายรูปพวกเราแล้วติด แฮชแท็กของงานต่างหาก  นั่นแหละที่ทำให้คู่เรากลายเป็นแลนด์มาร์คที่ต้องมาตามเก็บภาพไปโดยปริยายและเกิดแฮชแท็กใหม่



# เดือนรอง 

ขึ้นมาภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง…..



“ ไปสิ  ”

ดึงมือคนตัวสูงที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นตาม จนตัวผมเซไปเล็กน้อย  นำทัพตัวหนักมาก  เหงื่อที่ออกตามหน้าทำให้รู้สึกคันไม้คันมือ อยากจะเข้าไปเช็ดให้เหลือเกิน  มองไปรอบตัวซ้ายขวา มั่นใจว่าไม่มีคน จึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าแล้วเช็ดให้ จนหน้าหล่อที่เคยมีเม็ดเหงื่อ กลับมาเกลี้ยงเกลาอีกครั้ง



หรือผมจะเป็นโรคจิต เห็นเหงื่อของเขาไม่ได้ !!



“ กูหวงมึงจัง พรุ่งนี้มึงไม่ต้องมาซุ้มแล้วนะ ”

“ อะไรวะ ”

แวะซื้อน้ำผลไม้สกัดเข้มข้น จากซุ้มเพื่อนคณะเกษตร กับลูกชิ้นปลาหมึกทอดจากเพื่อนคณะบริหาร  รวมถึงขนมอีกสามสี่อย่างแล้วเดินมาหาที่นั่งพัก  ภายในงานเต็มไปด้วยของกิน กิจกรรมต่างๆ เหมือนที่ผมเคยอ่านรีวิวปีก่อนที่จะเข้ามาเรียนที่นี่เลย

“ ผู้ชายมาถ่ายรูปกับมึงเยอะมาก เยอะจนกูหวงไม่อยากให้มาแล้วพรุ่งนี้”

“ มึงก็มีแต่ผู้หญิงรุมเหมือนกัน  คนหล่อก็งี้ มีแต่คนอยากอยู่ใกล้ “

“ หวงกูหรอ “

“ เปล๊า กูจะหวงมึงทำไม “

เสียงห่านี่มันสูงเองจนมีพิรุท  ไม่ใช่ว่าไม่หวง  มีคนมาขอถ่ายรูปเขาด้วยกว่าผมอีก  บางคนถ่ายแบบแนบชิดติดตัว ถึงแม้จะไม่มีการล่วงเกินใดๆ ใจผมมันก็มีบ้างที่หวิว  ผมไม่ใช่คนตายด้านนะ ที่จะไม่หวงคนที่ตัวเองกำลังตามจีบอยู่



แต่แค่ไม่อยากแสดงออกอะไรมากก็เท่านั้น



“ เดี๋ยวกินเสร็จแยกกันเลยนะ กูจะไปซุ้มสาขา งานใกล้เริ่มแล้ว “

ยกมือขึ้นมานาฬิกา เกือบได้เวลาเตรียมเปิดซุ้มของสาขาแล้ว ผมรับหน้าที่เป็นคนเก็บเงิน ดูแลความเรียบร้อยของซุ้ม ส่วนที่เหลือไอ้พวกห่ามรับหน้าที่ไป โดยเฉพาะการหาคนขึ้นมานั่งเป็นเป้าให้ปา

“ ไปด้วยสิ “

“ มึงก็ต้องไปซุ้มสาขามึงมั้ย”

“ เออหวะ เดี๋ยวเสร็จแล้วรีบไปหานะ จะรับกลับห้อง ...”

 “ อื้อ “

“  ห้องกู “

ผมเผลอตอบตกลงทั้งๆ ที่ยังฟังเขาพูดไม่จบ ทำไมถึงเป็นคนชอบพูดเว้นประโยคแบบนี้นะ ไม่ได้ตั้งใจจะไปนอนด้วยสักหน่อยคืนนี้   โคตรจะเกลียดสายตาเจ้าเล่ห์ราวกับหมาป่าที่ต้อนเหยื่อได้นั้นมาก



ครืด ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ผมสั่น – ปลายสายเป็นเพื่อนสนิทที่โทรเข้ามา



ว่าไงไอ้แม็กซ์ยังไม่ถึงเวลาโทรตามทำส้นตีนไร

[ งานงอกแล้วมึง รีบมาที่ซุ้มสาขาเดี๋ยวนี้เลย ]

เสียงมันฟังดูตื่นเต้น รนรานเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก สงสัยคงเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อย่างนั้นคนที่แก้ปัญหาเก่งอย่างมันคงไม่โทรมาขอความช่วยเหลือจากผม

เกิดไรขึ้นวะมึง

[ ก็ไอ้บีม มันมาซุ้มไม่ได้ รถล้มตอนกำลังมามอ งานจะเริ่มแล้วเนี่ย ไม่มีคนขึ้นนั่งประจำที่แทนมันเลย ]

ไอ้บีมที่พูดถึงคือคนที่เตรียมไว้เป็นหนุ่มน้อยตกน้ำคืนนี้  ทีมงานเตรียมไว้ห้าคน หนึ่งในนั้นคือบีม

แล้วทำไงวะ หาคนอื่นไม่ทันแล้วหรอ  มึงหรือไอ้ทีมไง

[ กูกับไอ้ทีมก็ขึ้นอยู่แล้วมั้ย มึงเมาแดดปะเนี่ย   มึงต้องมาซุ้มเดี๋ยวนี้ คนรอเต็มหน้าซุ้มแล้วเนี่ยไม่รู้ว่ามาจากไหนกันเยอะแยะ ]

แล้วมึงจะเอาใครขึ้นแทน บอกมาเดี๋ยวกูรีบจัดการให้

[ ไม่ต้องหาแล้ว มึงต้องรีบมา มึงต้องมาเป็นหนุ่มน้อยตกน้ำแทนได้บีม]



ไอ้เชี่ย ให้กูไปเป็นหนุ่มน้อยตกน้ำเนี่ยนะ !!


*******************

และคนสุดท้ายหนุ่มน้อยน้ำหน้ามนคนชื่อโซล ..



เสียงประกาศออกไมโครโฟน แนะนำเด็กหนุ่มทั้งห้าคนที่นั่งประจำที่ ตามจุดของตัวเอง  ผมนั่งอึนๆ งงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาได้ซักพัก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เกินกว่าจะตั้งตัวทัน   ผมรีบมาถึงที่ซุ้มในทันทีที่วางสายของไอ้แม็กซ์  ไม่ลืมที่จะบอกนำทัพว่าผมมีงานด่วน แต่ไม่ได้บอกว่าต้องมาทำอะไรแบบนี้



ไม่อย่างนั้นมีหวัง ..  งานพังแน่นอน เพราะคงไม่ยอม



ไอ้แม็กซ์ลากผมไปห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ในชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดสีขาวแบบที่มันกำลังสวมใส่อยู่  จากนั้นรับฟังกติกาอยู่ชั่วครู่ ไม่ได้ตั้งใจเท่าไหร่เพราะรู้จนท่องได้แล้ว ในเมื่อผมเป็นคนเขียนโครงการส่งอาจารย์ด้วยตัวเอง แต่ใครจะคิดว่าจะต้องมาทำเองในสิ่งที่ตัวเองเป็นคนเขียนแบบนี้



หนุ่มน้อยตกน้ำเป็นกิจกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนาน ไม่ส่อไปในเชิงอนาจารเพราะไม่ได้ถอดเสื้อผ้า พวกผมมีลิมิตในการทำกิจกรรมให้อยู่ในกรอบความเหมาะสมที่พึงมี ด้านหน้าผมเป็นตระแกงเหล็กกั้นป้องกันลูกบอลที่จะปาพลาดมาโดนตัว ด้านข้างเป็นเป้าไว้สำหรับปาบอลใส่ ผมนั่งอยู่เหนือถังน้ำเย็นขนาดใหญ่ที่ใส่น้ำแข็งเอาไว้จนเต็มตกลงไปทีคงหนาวไปยันไข่



“ เราจะเล่นเป็นรอบนะคะ ต่อแถวเลือกหนุ่มน้อยที่อยากปาได้เลยค่ะ รอบละ 50  บาท โดยจะได้ลูกบอล 3 ลูกนะคะ ปาครบแล้วเชิญออกเพื่อต่อแถวเล่นรอบใหม่ค่ะ รายได้ทั้งหมด หลังหักค่าใช้จ่ายเราร่วมนำไปทำบุญกับค่ายอาสาค่ะ ”

เสียงเพื่อนสนิทผมที่ผ่านไมโครโฟน   ฉะฉาน ผ่อนหนักผ่อนเบา คล้ายเอ็มซีมืออาชีพ กำลังอธิบายกติกาของเกมส์ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น คนทยอยต่อแถวในทันทีที่น้ำหวานพูดจบ ผมมองตั้งแต่ช่องแรกจนมาถึงช่องของตัวเองที่อยู่ในลำดับสุดท้าย



เชี่ย !! แถวโคตรยาว ไม่ไปต่อแถวอื่นกันบ้างเลยหรือไงวะ



“ ถ้าพร้อมแล้ว รอบแรกเริ่มได้เลยค่ะ ”

เสียงเพลงจังหวะมันส์ๆ ดังขึ้นสร้างความสนุกสนานให้ภายในซุ้มกิจกรรมมีสีสันมากยิ่งขึ้น ประกอบกับเสียงพูดไม่ขาดสายของพิธีกรจำเป็นของงานทำให้คนเริ่มเดินเข้ามาที่ซุ้มของพวกเรามากขึ้น

คนแรกเริ่มเข้ามาปาผมที่นั่งนิ่งเป็นเป้า แต่ไม่โดนทั้งสามลูก รอดตัวไป หันไปมองไอ้แม็กซ์ที่เพิ่งโผล่ขึ้นจากน้ำหัวเปียกเป็นลูกหมาก็อดหัวเราะไม่ได้  อีกไม่นานผมคงต้องตกอยู่ในสภาพนั้น



“ เย้  ! ตกแล้วเว้ย ”

ลูกบอลของคนถัดมาโดนตรงเป้า ทำเอาผมตกลงไปในน้ำไม่ทันตั้งตัว ปามาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ  เผลอกลืนน้ำลงไปในท้องหลายอึกจนอิ่ม ความหนาวเย็นจากน้ำผสมน้ำแข็งแล่นขึ้นไปทั่วตัว  เสื้อสีขาวเปียกบางจนเห็นความขาว และ กล้ามเนื้อน้อยๆ ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใน



ผมพยุงตัวเองขึ้นมา นั่งประจำจุดเดิม ก่อนจะถูกปาตกลงไปแบบนั้นซ้ำซ้ำ



นับไม่ทันว่าตัวเอง ขึ้นลงจากน้ำไปทั้งหมดกี่รอบ ตอนแรกก็นับไว้ แต่พอเกินสิบรอบก็เลิกนับ ปล่อยให้มันเป็นไปตามโชคชะตาแล้วกัน ตกจนหนาวสั่นไปทั้งตัวหมดแล้ว เสื้อผ้าที่ไอ้แม็กซ์ให้ใส่ก็บางมาก ยิ่งช่วงล่างยิ่งบางไปใหญ่ ดีที่ผมใส่บ๊อกเซอร์ ทับไว้อีกชั้นไม่งั้น กางเกงในสีขาวที่ใส่มาคงจะบังอะไรภายในนั้นไว้ไม่อยู่



“ น้องโซล วู้วววว ”

เสยผมที่เปียกน้ำขึ้นไปด้านหลัง ก่อนจะพบว่าพี่เก่งยืนอยู่หน้าถังของผมแล้ว  เขายืนยิ้มสายตาสำรวจตัวผมไปทั่วจนรู้สึกได้ สายตานั้นมันน่ากลัว ดูหื่นอย่างบอกไม่ถูก จึงยกมือขึ้นกุมป้าของตัวเองไว้  ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้านำทัพมาอยู่ตรงนี้ ผมจะโดนดุขนาดไหน



แล้วพี่เก่ง ก็ปา ทั้งสามลูก ตรงเป้า ทำเอาผมตกน้ำไปตามระเบียบ



“ กูขอประมูล รอบที่เหลือทั้งหมดของหนุ่มน้อยช่องสุดท้าย ”

หนาวสัสๆ ปากสั่น มือเหี่ยวเพราะแช่น้ำนาน  แล้วไอ้เวรที่ไหนจะมาประมูลอะไรอีกวะเนี่ย ผมตะเกียกตะกายตัวขึ้นจากน้ำมานั่งประจำที่ ปรับสายตา มองไปยังคนที่ยืนหน้านิ่งเจ้าของประโยคเมื่อครู่



แล้วก็พบว่า....

ชิบหายแล้ว!!  ไอ้ทัพนี่หว่า



ขนลุกตั้งแต่หัวจรดปลายเท้ากับสายตาที่มองมานั้น นิ่งแบบไร้อารมณ์ แต่ก็พอจะเดาออกว่าไม่พอใจมากแค่ไหน ผมส่งยิ้มกว้างไปให้ อย่าหวังว่าจะได้ผล ใบหน้านั้นนิ่งหนักกว่าเดิม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน รังสีอำมหิตแผ่ดำปกคลุมไปทั่ว ขนาดเพลงที่เปิดอยู่ยังสะดุดคิดดู



ชะตาผมคงถึงที่แล้วละ มุดกลับลงไปในน้ำทันมั้ยวะ



“ มึงจะประมูลอะไร คนเค้าต่อแถวเล่นอยู่”

พี่เก่งที่กำลังจะเดินออกจากแถว หันไปหารุ่นน้องที่ตัวสูงกว่า ใครปล่อยให้สองคนนี้มาเจอกันเนี่ย ผมหันไปหาไอ้แม็กซ์กับไอ้ทีมเพื่อขอความเชื่อเหลือ แต่พวกมันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้  แกล้งหันกลับไปคุยกันไม่สนใจผมที่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือเลยสักนิด ห่าเอ๊ยเพราะพวกมึงมั้ยที่กูต้องมาทำอะไรแบบนี้



ผมรีบหันไปหาน้ำหวานที่อึ้งมองเหตุการณ์อยู่ พยายามเรียกให้เธอหันมา และแล้วโชคก็เข้าข้างผม น้ำหวานหันมาทำปากแล้วพูดขึ้น แข่งกับเสียงเพลงที่ดัง

“ อะไรมึง ”

เราสื่อสารกันทางรูปปาก  อยู่ไกลกันเกินกว่าจะได้ยิน งงเหมือนกันว่าทำไมไม่เดินเข้ามา

“ บอกว่ารอบวันนี้ปิดแล้ว  ”

เพื่อนผมพยักหน้า  เพื่อให้รู้ว่าเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด ไม่เสียแรงที่เป็นคนสวยและฉลาด อยากจะวิ่งลงไปกอดให้กับไหวพริบที่ดีในการอ่านรูปปากนั้น



“ หนุ่มน้อยของเราฝากมาบอกว่า ใครอยากเหมารอบก็ให้ประมูลค่ะ ”

ห๊ะ !! ผมพูดแบบนั้นไปตอนไหนวะ พูดสั้นมาก แต่เอาไปแปลโคตรยาว น้ำหวานมึงเอาคำว่าฉลาดที่กูชมเมื่อกี้คืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ !! 



หายนะมาเยือนกูแล้ว



“ งั้นเรามาเริ่มประมูลกันเลยค่ะ  ”



คนที่สนใจเข้าประมูล ออกมายืนอยู่ด้านหน้ากันเกือบสิบคน รวมถึงนำทัพและ พี่เก่งด้วย คนจากซุ้มอื่นๆ เริ่มเดินมารวมตัวกันที่ซุ้มเรา ร่วมเชียร์ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการประมูลครั้งนี้  เพราะผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น



“ สองพัน”

เริ่มเปิดประมูลที่ใครซักคนจากฝั่งซ้าย

“ สามพัน ”

คราวนี้มาจากพี่เก่ง

“ ห้าพัน ”

ตามมาด้วยคนที่ยืนถัดจากพี่เก่ง

“ แปดพัน ”

พี่เก่งสู้ราคาสูงลิบ



“ แปดพันครั้งที่หนึ่ง ... ”

“ แปดพันครั้งที่สอง... ”



น้ำหวานเริ่มนับในราคาประมูลของพี่เก่ง คนอื่นให้ราคาประมูลกันหมดแล้ว ทำไมเขาถึงไม่พูดอะไรเลย หรือว่านำทัพจะไม่อยากประมูลรอบที่เหลือตามที่พูดไว้จริง ๆ

 น้อยใจดีมั้ยวะ !!



“  สามหมื่น ”

“ โหววววววววววววววววว  “

เสียงของคนที่อยู่บริเวณนั้นพูดขึ้นพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ไม่ใช่ใครแต่เป็นคนที่ผมเพิ่งบ่นน้อยใจเมื่อครู่ ที่ให้ราคาประมูลสูงแบบนั้น ผมยิ้มออกได้แล้ว



“ สามหมื่นครั้งที่หนี่ง  ... สามหมื่นครั้งที่สอง  ”

“ และสามหมื่นครั้งที่สาม . “



“ นำทัพชนะการประมูลเหมารอบของน้องโซลที่เหลือทั้งหมดค่ะ ยินดีด้วยค่ะ และขอบคุณที่ร่วมทำบุญเยอะขนาดนี้นะคะ “

คนชนะการประมูลไม่ได้สนใจในสิ่งที่น้ำหวานพูด เขาหันไปมองพี่เก่งด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะเบือนหน้ากลับมายังผม ร่างสูงนั้นเดินตรงมา สายตาที่ฉายแววดุขึ้นในทุกขณะที่ก้าว ไร้รอยยิ้มใดปรากฏบนใบหน้าคม นิ่งจนผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบ



นำทัพหยุดเดินตรงข้างบันไดถังน้ำที่ผมนั่ง ..



“ ลงมาเดี๋ยวนี้ ”

สายตาดุดันสำรวจไปทั่วทั้งร่างของผม เสื้อผ้าเปียกชื้นบางทั้งส่วนล่างส่วนบน คงทำให้เขารู้สึกไม่พอใจกับภาพนั้นมาก เสียงที่เอ่ยขึ้น ไม่ได้ดังทว่ามันนิ่งเยือกเย็นไม่เหมือนปกติ

“ เอ่อ...คือ...กู...คือ”

อยากจะดึงลิ้นไก่ออกมา แล้วเช็ดทำความสะอาด พูดติดๆ ขัดๆ เหมือนแผ่นซีดีมีรอยข่วนไปได้

“ ลง ”

ลงแล้วครับ .. ผมรีบหมุนตัวออกจากที่นั่ง ลุกขึ้นเตรียมก้าวลงบันไดโดยไม่ต้องให้เขาพูดซ้ำ ถึงแม้จะโกรธขนาดไหน แต่เขาก็ยังเป็นเขา นำทัพก้าวเข้ามาอยู่ข้างบันได  จับมือให้ผมเดินลงอย่างระมัดระวัง  จนสองเท้าของผมถึงพื้น

“ กลับบ้าน ”

“ คือกูอธิบายได้นะ...”

“ มีเรื่องต้องเคลียร์ ”

“ กูอธิบายได้ ....”

เสื้อคณะที่เขาสวมคลุมมาถูกถอดออก  ใช้พันรอบเอวของผมเอาไว้ ไม่ให้เห็นกางเกงสีขาวบางที่เปียกน้ำ จนมองเห็นขาอ่อนที่ถูกรั้งขึ้นตอนตกน้ำครั้งสุดท้าย 

“ มีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว”

” ฟัง....”

และผมก็ไม่ได้พูดประโยคใดต่อจากนั้น เมื่อร่างของผมถูกยกขึ้นยกพื้น ไปอยู่บนบ่าของนำทัพ เขาเดินออกไปจากตรงนั้นโดยไม่สนใจเสียงกรี๊ดของคนรอบข้าง แม้กระทั่งเสียงของน้ำหวานที่ประกาศตามมาว่าจะพาผมไปไหน



จะไปที่ไหนได้นอกจาก



ไปเคลียร์กันยาวววอย่างที่เขาพูด…


---------------

Talk :  เอะอะแบกอย่างเดียวเลย   // จะมายุ่งกับคนของนำทัพ เปย์สู้ไหวเปล่า  ++ หึงแหละดูออก 555 

       : เดี๋ยวลองเอาน้ำราดตัวเองดูบ้าง เผื่อจะมีคนประมูล 5 บาท 10 บาทก็เอา 

       :  ใครอยู่ทีมไหนกันบ้าง นำทัพหรือโซล คอมเมนท์บอกกันได้นะครับ  // ช่วงนี้มาบ่อยหน่อย .. คิดถึงทุกคนนะครับ ^
^

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
โดนลงโทษแน่ๆน้องโซล

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
22

จับแล้วอย่าปล่อยนะ



นำทัพพาผมมาที่ ห้องน้ำในตึกเรียนซึ่งไม่ไกลจากจุดที่ทำกิจกรรม  ระหว่างทางเขาไม่คุยกับผมเลย ไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามจะชวนคุย แต่ไม่กล้าคุยด้วยมากกว่า พอคิดถึงสายตาที่โคตรจะนิ่งก่อนหน้านั้นโหดจนปากผมไม่กล้าขยับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนหากโดนอุ้มแบบนั้น ผมคงดิ้น ร้องโวยวายลั่น  ทว่าครั้งนี้การเงียบอยู่บนไหล่กว้างคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ที่จะรักษาชีวิตของตัวเองเอาไว้



เพราะท่าทางเขาจะโกรธจริง ...



สาเหตุที่ทำให้เขาโกรธ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ผมไปนั่งเป็นหนุ่มน้อยตกน้ำให้คนปา จนเปียกชุ่มไปทั้งตัว แถมยังใส่เสื้อผ้าสีขาวบางจนเห็นทะลุไปถึงไหนต่อไหน ที่สำคัญผมไม่ได้บอกเขาว่าจะไปทำอะไรแบบนั้น ก็ตั้งใจจะไลน์ไปบอก แต่พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จไอ้ห่าแม็กซ์ก็ลากผมไปเลย ไม่มีจังหวะไหนจะได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาเขา ตั้งใจว่าเสร็จแล้วค่อยบอกยังทัน   ใครจะไปรู้ว่าความหายนะมันจะมาเยือนเร็วขนาดนี้



แกร็กกกกกก



ทันทีที่นำทัพ ลากผมเข้ามาในห้องน้ำ เขาก็ล็อคประตูไว้  เมื่อมองไปรอบแล้วไม่มีคนอยู่ภายใน ดึกขนาดนี้ใครจะมาเข้าห้องน้ำ สายตานิ่งนั้นมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า เน้นที่ส่วนล่าง และ ส่วนบนที่เปียกชื้น มองสลับกันไปมา จนหน้าผมร้อนวูบเพราะความอาย ด้วยเสื้อผ้าตัวบาง จนเห็นความขาวที่ซ่อนอยู่ภายใน



นำทัพค่อยๆ ก้าวเข้ามา พร้อมกับผมที่เก้าถอยหลังออก จนชิดกำแพง ไปไหนต่อไม่ได้ 



“  มึงจะทำอะไรเนี่ย.... ”



ผมถามขึ้นเมื่อเห็นพฤติกรรมที่เริ่มไม่น่าไว้วางใจของคนที่กำลังจะเดินเข้ามา  นำทัพหยุดแล้วหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของผม ใบหน้าที่จริงจังพังทลายหมดแล้ว เหลือแต่นำทัพคนเดิมกับรอยยิ้มแสนจะกวนตีนที่คุ้นเคย เหนือสิ่งอื่นใด สายตานั้นมันแฝงไปด้วยความหื่นเวลาจับจ้องมาที่ตัวผม อย่างซ่อนไม่มิด



“ มานี่เลย จะหนีไปไหน ”

“ ไม่ไปเว้ย ”

“ มานี่ มาใกล้ๆ กูเลย มึงจะกลัวอะไร ชอบไม่ใช่หรอเวลาให้คนมองด้วยสายตาหื่นๆ แบบนี้ ”

“  กูบอกมึงหรอ ว่ากูชอบ มึงออกไปเลยนะ อย่ามาใช้สายตาแบบนี้มองกูนะไอ้ทัพ”

ยกมือขึ้นข้างหนึ่งขึ้นมาปิดส่วนบน อีกข้างปิดส่วนล่าง หวังว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่เปล่าเลย ผิวขาวของผมยังคงสะท้อนกับแสงไฟล่อตาเขาอยู่แบบนั้น

“ ก็นึกว่าชอบ กูเลยทำบ้าง ขาว เนียน จนอยากจะ ... ”

ไม่ว่าคิดจะทำอะไรต่อจากนี้ ผมขอให้เขาหยุดไว้แค่นั้น ใจมันสั่นไปหมด ใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ โคตรไม่ชอบสายตาที่วนเวียนไปมา ตรงส่วนปียกชื้นของผมเลย มันไม่อ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง  ความรู้สึกเหมือนกระต่ายป่าที่กำลังตกเป็นเหยื่อของหมาป่าเจ้าเล่ห์ยังไงอย่างนั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ให้เขาเงียบใส่ผม เมินผมดีกว่าที่จะมาทำอะไรแบบนี้



มันไม่อ่อนโยนต่อใจผมเลย...

 

“ เห้ย ...”

นำทัพเดินเข้ามาใกล้ จนร่างสูงห่างจากตัวผมไม่ถึงคืบ รอยยิ้มที่ยกกับสายตาเจ้าเล่ห์ของเขา  มันชัดเจนกว่าเมื่อครู่ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยตีเข้ามาที่จมูกผมอีกครั้ง บ่งบอกให้รู้ว่าเราอยู่ใกล้กันมากเพียงใด ผมเบือนหน้าหนีสายตานั้น ไม่กล้าแม้แต่จะสู้ ถึงจะชกต่อยมาบ่อย เข้มแข็งมากเพียงใด ก็ต้องอ่อนแอให้กับสายตาของคนตรงหน้าทุกครั้งไป



มองซ้ายขวา หาทางจะเอาตัวรอดแต่คงยาก ด้วยสองแขนแกร่งนั้นดันกำแพง ครอบตัวทั้งซ้ายขาของผมเอาไหว้ เสมือนกรงขังที่คุมไม่ให้หนีออกไปไหนได้  ขอร้องอย่าใกล้กว่านี้ ใจผมสั่นจนจะหลุดออกมาอยู่แล้ว



“ อย่านะมึง ตัวกูเปียก”

“ ไม่เป็นไร เซ็กซี่ดีกูชอบ ”



นำทัพใช้มือมาแตะที่บริเวณต้นขาผม ลูบวนอยู่แบบนั้น แล้วค่อยๆ สอดมือหนาผ่านขากางเกงเข้าไป  ไล้อย่างนุ่มนวล หยุดอยู่ตรงขาอ่อน บีบนวดอย่างเบามือ ผมสัมผัสถึงความร้อนจากมือที่อยู่บนขาที่เย็นจัด ความเสียวซ่านแผ่เข้าปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ผมหลับตา ยืนตัวแข็ง ให้กับการกระทำนั้น ใจสั่นระรัว ลุ้นว่ามือของเขาจะซุกซน ล่วงเกินเข้าไปยังจุดอื่นอีกหรอไม่



“  โซล กู...”

เสียงแผ่วเบา  พร้อมลมหายใจติดขัด รินรดอยู่แถวหูของผม เสียงนั้นเบา ทว่าชัดเจนไปทุกโสตประสาทภายใน ลมหายใจของผมเริ่มถี่ขึ้น ตามจังหวะหัวใจที่ตื่นเต้นรัว ไหล่ของผมรับรู้ได้ถึงความอุ่นจากริมฝีปากของคนตรงหน้า มันนุ่ม อุ่น จนไม่กล้าจะหันกลับไปมา

“ อย่านะมึง ”

“ กูจะลงโทษมึงยังไงก่อนดีให้สาสมกับที่มึงทำให้กูหวง และ หงุดหงิดจนแทบบ้าแบบนี้”

“ กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ ”

“ จะหอม จะจูบ หรือ จะทำอย่างอื่นดีนะ....”

นำทัพโน้มตัวเข้ามาใกล้ผม มากขึ้นเรื่อยๆ จนชิดติดตัวผม มือที่อยู่ภายใต้ขากางเกงที่สงบนิ่ง กำลังขยับเตรียมจะเคลื่อนตัวอีกครั้ง ผมรวบรวมแรงทั้งหมดเท่าที่มีผลักเขาออกไปจากตัว แล้ววิ่งหนีเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว



ปั๊งงงงงงงง



เสียงปิดประตูห้องน้ำอย่างดัง ผมหันหลังพิงประตูเอาไว้ มือยกขึ้นจับหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่ ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจช้าๆ ผ่อนเข้าออกเพื่อควบคุมสติตัวเอง แล้วเสียงเคาะประตูห้องน้ำถี่จากประตูข้างหลังผมก็ดังขึ้น



“ อย่าหวังว่ามึงจะได้ในสิ่งที่มึงหวัง  ไปฝึกมาใหม่ไอ้น้อง ”

“ เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้ ว่ากูจะสมหวังหรือเปล่า ”

“ ไอ้เหี้ย กูไม่ไปค้างกับมึงแล้ว  ”

“ กูให้เวลามึงแต่งตัว สิบนาที กูจะออกไปรอข้างนอก  ถ้าไม่เสร็จ กูจะเข้ามาเปลี่ยนให้เอง ”



เสียงฝีเท้าของนำทัพเดินออกไป  ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปลดล็อกประตูบานใหญ่แล้วปิดลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสนิทที่ปกคลุมทั่วบริเวณห้องน้ำ



กับผมที่กำลังรีบถอดเสื้อผ้า แต่งตัว เพราะกลัวว่าคนที่เพิ่งเดินออกไป

จะเข้ามาเปลี่ยนให้ตามที่พูด





โผล่หัวออกมาจากห้องน้ำมองออกไปหานำทัพที่บอกว่าจะรออยู่ แต่ไม่เห็น ผมจึงเดินออกจากประตู มองออกไปด้านซ้าย แถวม้านั่งก็ไม่มี ตรงพุ่มไม้ตรงโน้นก็ไม่พบ



แล้วหันกลับมาสำรวจทางขวา...



“ เหี้ยยย ตกใจหมดเลย มึงมายืนเงียบๆอะไรตรงนี้วะเนี่ย”

อุทานออกมาเสียงดัง ให้กับคนที่ยืนล้วงกระเป๋า พิงผนังกำลังเก๊กขรึม นิ่งเป็นรูปปั้นแบบนั้น ใจหายแวบนึกว่าโดนผีหลอก ยิ่งมืดๆ อยู่ด้วย

“ ตกใจอะไร นี่คนไม่ใช่ผี”

“ มึงน่ากลัวกว่าผีอีก ”

“ เดี๋ยวมึงจะโดน ”

นำทัพทำท่าจะเดินเข้ามาเอาเรื่องผม ตามที่พูด ไม่ได้การละ เผ่นดีกว่า  เตรียมท่าจะวิ่ง ทว่ามือหนารั้งต้นแขนผมไว้แน่นก่อนที่จะได้ขยับไปไหน ออกแรงเพียงนิดเดียว ผมก็เซเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมที่เป็นกลิ่นประจำตัวเขาลอยเข้ามาในจมูก



กลิ่นที่คุ้นเคยอีกแล้ว ....



“ ปล่อย ”

ดันตัวออกจากแผ่นอกที่วันนี้ แนบชิดอยู่หลายรอบ แล้วเดินออกห่างจากเขา ใบหน้านั้นเจือด้วยรวยยิ้มกว้าง ส่งมาให้กับท่าทาง ที่เหมือนจะทำอะไรไม่ถูก ของคนเสียอาการอย่างผม



วันนี้เขาเล่นใกล้ผมหลายรอบเกินไปแล้วนะ....



“ จะกลับบ้านยัง”

“ ยังได้มั้ย กูอยากไปเดินงาน หาข้าวกิน หิวหวะ ทั้งวันเรายังไม่ได้กินข้าวกันเลยนะ”

ทั้งวันของผมกับเขา ยังไม่ได้กินข้าวจริงจังเลยสักมื้อ มีเพียงน้ำผลไม้ กับลูกชิ้นที่ตกถึงท้อง  พอลืมความเขิน ความกวนตีนของไอ้คนที่ยิ้มอยู่ ความหิวก็แล่นเข้ามาทันที



ครั้นจะกลับไปกินที่คอนโด นำทัพก็ต้องเสียเวลาทำอีกเพราะแม่บ้านคงกลับแล้ว สู้เดินเที่ยวงานหาอะไรกิน จะได้ทั้งอิ่มท้อง เดินย่อย ชมงานไปในตัวด้วยน่าจะดีกว่า



“ กูไม่มีตังค์ หมดตัวแล้วเนี่ย  เพิ่งจ่ายค่าเหมารอบ หนุ่มน้อยตกน้ำไปตั้งสามหมื่นแหนะ ”

จริงด้วย นำทัพเพิ่งจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนั้นไปกับการประมูลที่ซุ้มกิจกรรมของผม สำหรับคนรวยแบบเขามันอาจจะไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่สำหรับผม มันเยอะมาก มากโคตรๆ ใช้ได้หลายเดือนเลยแหละ

“เออหวะ เงินตั้งสามหมื่นมึงไม่เสียดายหรอวะ“

“เสียดายสิ เลี้ยงข้าวมึงได้ตั้งหลายมื้อเลยนะเว้ย แต่ก็ถือว่าคุ้มแหละ แลกกับการที่มึงไม่ต้องไปนั่งเปียกน้ำให้ใครมามองด้วยสายตาหื่นๆ “

“ /////  ”

“ มึงก็รู้ว่ากูหวงมึงขนาดไหน ”

เอาอีกแล้ว คำพูดที่โคตรจะตรงออกมาจากความรู้สึก โดยไร้การแสแสร้งใด ๆ วิ่งชนเข้ามาที่ใจผมอย่างจัง จนทำให้ผมยิ้มได้  ผมไม่ปฏิเสธมือที่ยื่นมาแตะเบาๆ ที่แก้ม แต่เลือกที่จะหลับตาและเอียงหน้ารับกับสัมผัสอุ่นนั้นไว้



“กูขอจับมือมึงเดินได้มั้ย”

“ ได้ดิ แต่... ”

“ แต่อะไรหรอ”

“ จับแล้ว อย่าปล่อยนะ ”

ส่งยิ้มหวานไปให้กับคนที่ พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ผมสื่อ มือหนาของเขายื่นมาจับมือของผมไว้ แล้วเดินออกจากใต้ตึกอาคาร เดินไปตามทางที่มีเพียงเราสอง กุมมือของกันและกันเอาไว้แบบนี้
* * * * * *

งานโอเพ่นเฮ้าส์  ช่วงกลางคืน

บรรยากาศแตกต่างจากตอนกลางวันลิบลับ เสียงเพลง ความครึกครื้น แสงสีต่างๆ อากาศที่ไม่ร้อน  รวมถึงผู้คนที่พลุกพล่าน ทำให้งานดูน่าเดินมากขึ้น  ผ่านซุ้มหลายซุ้มที่กำลังเล่นเกมส์  ทำกิจกรรม กันอย่างออกรสออกชาติ  ผ่านร้านอาหารหลากหลายเมนูที่ส่งกลิ่นยั่วน้ำลายคนที่หิวแทบจะกินได้ทุกร้านตั้งแต่ต้นทางไปสุดทาง



ยิ่งดึกคนยิ่งแน่นขึ้น  การจราจร หนาแน่น ต้องเบียดกันเดิน จากเดินจับมือกันชิลในตอนต้น กลายเป็นว่าตอนนี้ผมต้องเดินนำหน้า โดยมีคนตัวสูงกว่าคอยเกาะไหล่ทั้งสองข้างเอาไว้แทน

“ เดินดีดี เดี๋ยวก็ชน มัวแต่มองของกินอยู่นั่นแหละ”

“  อย่าบ่นไอ้น้อง ตามพี่มาเงียบๆ ก็พอ”



ผมเดินมองแต่ข้างทาง หาของกินที่อยากกิน จนเดินชนคนที่สวนมา อยู่หลายทีตามที่นำทัพบอก ก็มีแต่ของล่อตาล่อใจ ทั้งขนมเบื้องโบราณ ขนมไทยที่หาทานยาก ไหนจะไข่ปลาหมึกน้ำจิ้มซีฟู๊ด และ อีกสารพัดสิ่งตลอดทางที่ต้องแวะเข้าไปซื้อ รู้ตัวอีกทีมือที่เกาะอยู่บนไหล่ผมก็หายไป  เปลี่ยนเป็นถือถุงของกินจนเต็มสองมือแทน

“  แฮ่ !! เหงื่อเต็มหน้าเลย  พอแล้วก็ได้ ออกไปนั่งตรงโน้นกัน ”

“ เออ ”

เห็นเหงื่อเต็มหน้าของนำทัพแล้ว ผมก็ควรพอ ช่วยถือของสองสามอย่าง แล้วเดินนำออกจากลาน หลบฝูงชนจนถึงสนามหญ้า ข้างสระน้ำกลางมหา’ลัย  ถึงจะดึกมากแล้วแต่ก็ยังมีคนมานั่งจับกลุ่มคุยกัน นั่งทานอาหารที่ซื้อมา เหมือนพวกผม



“ เห้ออ  เหนื่อยจังเลย”

หย่นก้นลงกับพื้นหญ้าในทันทีที่เดินมาถึง  โดยมีคนข้างๆ นั่งลงตาม พร้อมของกินหลายอย่างที่อยู่ในมือ

“ กูต้องเป็นคนพูดมั้ยว่าเหนื่อย เล่นเดินไม่หยุด ซื้อไม่หยุดเลย เมื่อยมือหมดแล้วเนี่ย”

“ ก็คนมันหิว ”



ยักคิ้วอย่างกวนตีนส่งไปให้ นำทัพสองครั้ง แล้วเอื้อมไปคว้าถุงขนมเบื้องมาไว้บนตัก  ก่อนจะหยิบขนมเบื้องรสเค็มที่แสนจะกลมกล่อมเข้าปาก พลางสายตาก็หันไปเห็นนำทัพที่นั่งทำหน้าเหมือนจะอยากรู้ว่า อร่อยขนาดนั้นเลยหรอ



“ ลองกินเปล่า ”



นำทัพพยักหน้ารับ ผมหยิบขนมเบื้อง อีกชิ้นขึ้นมา ทำท่าจะป้อนเข้าปากของนำทัพ เขาอ้าปากรอรับ แต่แล้วขนมเบื้องชิ้นนั้นก็กลับมาที่ปากผมเอง เพราะผมไม่ได้ป้อน   



หยิบอีกชิ้นขึ้นมา ทำท่าจะป้อนอีกรอบ คราวนี้นำทัพมีสีหน้าระแวงกลัวถูกแกล้ง แต่ก็ยอมอ้าปากแต่โดยดี แต่แล้วผมก็หยิบมันเข้าปากตัวเองอีกรอบ



“  ฮ่าๆ ตลกหน้ามึงหวะ คราวนี้กูไม่แกล้งละ ได้กินจริงๆ รับรอง”



ขนมเบื้องชิ้นที่สาม ถูกหยิบขึ้นมา ผมตั้งท่าจะป้อน นำทัพอ้าปากรออีกครั้ง แต่อย่าหวังเพราะผมหยิบมันเข้าปากตัวเองแทน ขนมเบื้องครึ่งหนึ่งอยู่ในปาก เตรียมดันอีกครั้งเข้าไปเพิ่ม แต่ทว่าคนโดนแกล้งกลับ พุ่งเข้ามากัดอีกครึ่งที่เหลือนั้นไว้จนถึงส่วนปลาย



ริมฝีปากของเขา แตะที่ริมฝีปากของผมเต็มเต็ม..ความรู้สึกเหมือนโดนจูบเลยไม่คิดว่าเขาจะเอาคืนผมแบบนี้  สายตาเบิกกว้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น  มันช็อก จนทำอะไรไม่ถูก



นำทัพบดเน้นตรงบริเวณริมฝีปากของผม  สัมผัสนั้นไม่ได้ก้าวล้ำ ล่วงเกินเข้าไปข้างใน เป็นเพียงแรงหนักของริมฝีปากที่เพิ่มขึ้นของเจ้าตัว ตอนแรกมันเป็นเพียงการชนกันเบาๆ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่  เขาตั้งใจที่จะบดริมฝีปากผม



“ ทำไมขนมเบื้องรสเค็ม .. ถึงหวานจังวะ”



ผมยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเอง ทั้งที่เขาถอนออกไปได้สักพักแล้วแต่กลับรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น สัมผัสอุ่นที่กดทับลงยังติดค้างในใจไม่หาย



มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เขาตั้งใจให้มันเกิดขึ้น ...



โว้ยยย จะทำอะไรแบบนี้ช่วยทำกันตอนอยู่ในห้องสองคนได้ไหม

ไม่รู้หรือไงว่าคนที่นั่งอยู่รอบๆ สระตอนนี้



อ้าปากค้างช็อกกับภาพนี้กันหมดแล้ว



--------------

Talk : เสียสามหมื่น เอาให้คุ้มเลยนะนำทัพคนขี้อ่อย  ทั้งจูบ ทั้งลูบ ทั้งจับ … ส่วนอีกคนก็ไม่รู้อะไรเลย  555 

         : ไรท์แปะ twitter ให้นะครับ ใครที่สอบถามเข้ามา /  สร้างขึ้นมาคุยกับทุกคนโดยเฉพาะเลย …

ออฟไลน์ OoniceoO

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 986
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
คนหายไปไหนหมด ทำไมหวานงี้

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19
 :katai3:



จะไปซื้อขนมเบื้องมากินบ้าง

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
23

ห้านาที


ผ่านพ้นงานโอเพ่นเฮาส์  ก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลสอบปลายภาคต่อในทันทีมีเวลาให้หายใจหายคอพักเหนื่อยกันแค่อาทิตย์เดียว ช่วงนี้ผมจึงไม่ค่อยได้ไปหานำทัพเพราะมัวแต่ขลุกตัวทุ่มเทให้กับการอ่านหนังสืออยู่กับไอ้พวกแก๊งห่าม  ไหนจะสอบถี่ๆ แบบเช้าบ่ายอีก กลับถึงห้องมาก็ต้องรีบเติมพลังล้างสมองให้โล่งแล้วลุยต่อในวิชาถัดไป



สอบผ่านมาหลายวันเหลือพรุ่งนี้วิชาสุดท้ายก็จะจบสำหรับเทอมแรกของปีหนึ่ง จะว่าไปมันก็เร็วเหมือนกัน ทั้งทำกิจกรรม ทั้งเรียน โหดสุดแล้ว  การสอบของผมผ่านไปได้ด้วยดีในทุกรายวิชา โชคดีที่สิ่งที่ผมอ่านออกตรงกับข้อสอบจึงทำได้สบาย  ประกอบกับพวกผมช่วยกันติวช่วยกันอธิบายใครเก่งตรงไหนก็สอนกันให้เข้าใจ ไปกันช้าๆ แต่ละเอียด  การมีเพื่อนเรียนเก่ง ขยัน รับผิดชอบจึงถือว่าเป็นเรื่องราวดีดีที่เกิดขึ้นในช่วงนี้



นำทัพเองก็ยุ่งอยู่กับการสอบนัดกลุ่มเพื่อนติวที่ตึกเรียนเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงส่งไลน์มาก่อกวนทำนองว่าผมไม่สนใจ ไม่ยอมไปค้างด้วยอยู่ดี ถ้าไม่ป่วนก็คงไม่ใช่เขาเป็นแน่ หลังจากผ่านเรื่องราวที่ผมถูกชี้ชิงกระเป๋าและเขาถูกตีจนได้รับบาดเจ็บ ความสัมพันธ์ของเราก็เริ่มดีขึ้นมาเรื่อยๆ นำทัพชัดเจนมากกว่าเดิม ทำในทุกอย่างที่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้ผม



อาจเพราะเรามีความผูกพันกันมานานหลายปี การกลับมาเจอกันอีกครั้งอยู่ด้วยกันเพียงไม่นาน ความรู้สึกต่างๆ มันจึงดำเนินไปอย่างดีในทิศทางที่เราสองคนต่างพอใจ  รักษาระดับไว้ให้ไม่มากเกินน้อยไป  ปล่อยพื้นที่ส่วนตัวให้กันและถึงแม้เขาจะชอบลามลามผมบ่อยแต่ยังไม่มีอะไรที่เกินเลยไปมากกว่านั้น



“ เหลือสอบอีกตัวเดียวแล้วโว้ยยยย”

ไอ้ทีมที่ฟุบตัวลงกับโต๊ะหลังจากอ่านหนังสือเสร็จ ลุกขึ้นมาตะโกนจนลั่นห้อง เหมือนจะบอกว่าไม่ไหวแล้ว ท่าทางมันดูแย่สุดในพวกเราสี่ตัว

“ ตะโกนหาเตี่ยมึงหรอเดี๋ยวข้างห้องก็ออกมาสวดหรอก ”

ไอ้แม็กซ์ที่สะดุ้งสุดตัวเพราะตั้งใจอ่านหนังสืออย่างเต็มที่ เงยหน้าจากตำราโบกเข้าไปที่ไอ้ทีมหนึ่งที แล้วพวกมันก็ทำท่าต่อสู้กันอยู่แบบนั้นเหมือนเด็กกำลังเล่นแปลงร่างสู้กัน

“ ปัญญาอ่อนชิบหาย ”

น้ำหวานที่นั่งดูอยู่นาน ส่ายหัวให้กับเด็กยักษ์สองคนที่กำลังยื้อแย่งหมอนรูปหมีในมือ เพื่อจะใช้เป็นอาวุธฟาดอีกฝ่าย

“ เออ พวกมึงกูว่าจะถาม ”

ทุกการกระทำหยุดชะงักหันมาหาผมเป็นตาเดียวกัน เรื่องเสือกขอให้บอก สามัคคีกันชิบหาย

“ จะถามเรื่อง เตรียมตัวโดนไอ้ทัพเปิดซิงใช่ปะ”

“ ส้นตีนนิ ”

เตรียมจะยกส้นตีน แบบที่พูดใส่หน้าไอ้แม็กซ์แต่ถูกน้ำหวานกับไอ้ทีมที่เร็วกว่า กดไว้กับพื้นซะก่อน

“ แหนะ ทำหยาบคาย ”

“ จะฟังมั้ยไอ้สัส กูจะได้พูดสักที”

“ เออว่ามารอฟังอยู่จะได้รีบพูดแล้วคุยเรื่องเปิดซิงต่อ”

ยังไม่หยุดเรื่องเปิดซิงอีก ไม่น่าเล่าเรื่องที่ถูกนำทัพลากไปนอนที่ห้องด้วยแทบจะทุกคืนให้มันฟังเลย แต่ก็นั่นแหละผมไม่เคยมีความลับอะไรกับพวกห่ามได้เลย ถ้าไม่เล่าเดี๋ยวมันก็รู้เอง  ตัดสินใจเล่าเองความจริงจะได้เป็นความจริง ไม่ใช่เป็นความจริงที่เกือบจริงจากปากคนอื่น



“ กูจะชวนพวกมึงอยู่เชียงรายต่อสักสองวันหลังจากทำค่ายเสร็จแล้ว”

ผมมีบ้านที่เชียงรายตั้งใจว่าหลังจบค่ายจะอยู่เที่ยวต่ออีกสองวัน อยากหนีเมืองหลวงให้นานหน่อย กลับไปซึมซับบรรยากาศที่สดชื่น มองดาวเต็มท้องฟ้าให้หายคิดถึงเลยว่าจะชวนพวกห่ามไปด้วย

“ ไม่ได้หวะมึงกูต้องไปญี่ปุ่นกับแม่ ”

น้ำหวานเป็นคนแรกที่ไม่สามารถร่วมทริปนี้ได้

“ ส่วนกูกับไอ้แม็กซ์นัดเพื่อนตอนมอปลายไปกระบี่กันต่อหวะ”

พวกมันสองคนเรียนจบจากที่เดียวกัน จึงไม่แปลกที่จะมีแก๊งเพื่อมอปลายด้วยกัน สรุปคือเพื่อนผมทั้งสามคนไม่ว่าง  ก็คงเหลือแค่ผมกับนำทัพ แต่คนนั้นผมยังไม่ได้ถาม



คิดว่าคงไม่ติดอะไร…



“ ชวนไอ้เดือนสิอยู่กันสองคนบรรยากาศเป็นใจหนาวเนื้อห่มเนื้อพอกลับมากทมก็มีข่าวดีเลย”

“  สัสเอ๊ย ”

ลุกออกจากวงสนทนา เดินไปที่ระเบียง เพื่อผ่อนคลายหลังจากอ่านหนังสือเสร็จ  ยกโทรศัพท์ในมือ กดค้นหาเบอร์ที่ไม่ได้คุยสายเป็นเวลานาน แล้วโทรออก



กำลังโทรออก – ลุงแช่ม



[ สวัสดีครับคุณโซล ]

ปลายสายทักทายด้วยภาษาท้องถิ่น

ครับลุงแช่ม โซลจะบอกว่า ให้เข้ามาทำความสะอาดที่บ้านหน่อยนะครับ  ช่วงปิดเทอมนี้โซลจะกลับบ้าน

[ ได้ครับ ผมทำความสะอาดให้ทุกวัน คุณจะเข้ามาวันไหนก็บอกนะครับ เดี๋ยวผมไปเปิดบ้านให้]

ได้ครับ ลุงกับป้า อยากได้อะไรไหมครับ เดี๋ยวโซลซื้อไปฝาก

[ แล้วแต่คุณโซลเลยครับ ขอบคุณครับ ]

ขอบคุณครับลุง



ลุงแช่มเป็นคนที่ผมจ้างให้ดูแลบ้าน ทุกสัปดาห์แกจะเข้ามาทำความสะอาดตัวบ้าน ดูแลสวนดอกไม้ที่แม่ปลูกไว้นานหลายเดือนแล้วที่ไม่เจอกัน  แต่ก็คอยโทรถามไถ่ความเป็นอยู่กันตลอด  แม้ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ



“ ไอ้โซล พ่อมึงมา ”

ได้ยินเสียงไอ้แม็กซ์ตะโกนลั่นจากในห้อง ตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปแต่ดูเหมือนจะไม่ทันเพราะคนหน้านิ่งยืนอยู่ตรงประตูระเบียงไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว



 ไอ้ห่าแม็กซ์วันหลังช่วยบอกเร็วกว่านี้ให้กูตั้งตัวหน่อย  ไม่ใช่ปล่อยให้มาใกล้ตัวขนาดนี้แล้วถึงบอก !!



“ ออกมาทำอะไรมาคุยโทรศัพท์กับใครไลน์มาก็ไม่ตอบ”

มาเป็นชุดเลย นี่คนหรือกระดาษข้อสอบของเมื่อเช้า ถามละเอียดยิบเลยจะเอาสมองที่ไหนไปคิดคำตอบได้เร็วขนาดนั้นละ

“ มาตั้งแต่เมื่อไหร่  ”

“ ตอบไม่ตรงคำถาม”

พยายามมองบนใบหน้าอีกคนว่ามีความไม่พอใจอะไรไหม แต่ดูยังไงก็ไม่พบอะไรสักอย่าง นำทัพเดินออกมาที่ระเบียงแล้วปิดประตู

” ไม่ตอบจะกอดโชว์เพื่อนนะ ”

ผมถอนหายใจ มองใบหน้าของคนที่คงเอาจริง แล้วยิ้มน้อยๆ ไม่แกล้งแล้วดีกว่า ไม่อยากโดนเอาคืน แค่เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ถูกแย่งขนมเบื้องจากปากก็เขิน จนไม่รู้จะไปต่อยังไงแล้ว

“ ออกมาคุยกับลุงแช่ม ” คนฟังขมวดคิ้วสงสัย

“ ลุงแช่มเป็นคนที่ดูแลบ้านกูที่เชียงรายพอจบค่ายแล้วกูจะกลับไปอยู่บ้านต่ออีกสักสองวัน”

“ แล้วกูละ ต้องถูกทิ้งให้อยู่เดียวอีกสองวันใช่ปะ มึงแมร่งโคตรใจร้ายเลย แค่ช่วงนี้ก็มากเกินพอแล้วนี่มึงยังจะทิ้งกูให้อยู่คนเดียวอีก ”

มาเป็นชุดกระดาษข้อสอบรอบที่สอง ผมหัวเราะให้กับคนตัวโตที่ทำท่าทางน้อยใจไม่เข้ากับตัวเอาซะเลย ช่วงนี้ผมไม่ได้อยู่กับเขาจริงแหละ แค่ไม่ได้ไปค้างด้วย แต่นอกนั้นก็เหมือนเดิม กินข้าวด้วยกัน ไปรอหน้าห้องสอบ เขาก็ยังมารับมาส่งผมเหมือนเดิมพูดเกินเรื่องไปจริงๆ

“ อ้าว กูเข้าใจไปเองหรอว่ามึงว่างเลยไม่ได้ถาม ตั้งใจว่าตอนเก็บกระเป๋าให้กูจะเตรียมเสื้อผ้าเผื่อไว้ด้วย สงสัยกูต้อง ....”

“ ว่างๆ  ไม่ได้ไปไหนถึงไม่ว่างก็จะทำตัวให้ว่าง  ”

หน้านิ่งนั้นเปลี่ยนเป็นยิ้มเต็มที่ หายไปแล้วคนที่งอแงอยู่นานเมื่อครู่ เหลือแต่คนยิ้มเก่งขี้อ้อนเท่านั้น

“ แล้วนี่แวะมาทำไมอ่านหนังสือเสร็จแล้วหรอ”

“ แวะเอาขนมมาให้มึงกับเพื่อนๆ กูเพิ่งติวเสร็จ จะกลับห้องก็กลัวนอนไม่หลับ เลยแวะมาขอดูหน้าสักหน่อย”

มองเข้าไปในห้อง ถุงขนมวางอยู่กลางวง แก๊งค์ห่ามที่ยื้อแย่งมันฝรั่งทอดในซองกันไปมาโคตรปัญญาอ่อน  ตั้งแต่มีนำทัพแก๊งผมก็ได้กินของอร่อยบ่อยยิ่งช่วงสอบเขาจะแวะมาส่งเสบียงเองหรือหากไม่ว่างก็จะโทรสั่งเดลิเวอรี่มาส่งให้แทน

“  ขอบคุณนะ ”

“ ไม่เป็นไรกูเต็มใจ ”

“ แล้วนี่มึงจะกลับเลยไหม ”

“ ทำไมใจร้ายจังเพิ่งมาถึงจะให้กลับเลยหรอ ”

ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นซะหน่อย แค่เป็นห่วงกลัวนอนดึกแล้วจะเบลอไปสอบดูจากขอบตาที่โคตรจะช้ำแล้วก็พอจะเดาได้ว่าหนักแค่ไหน

“ เพิ่งรู้นะ ว่าคนเป็นห่วง แถวบ้านมึงเรียกใจร้าย ”

“ กอดหน่อยได้ไหม ชาร์จแบตนิดนึง ”

“ เคยห้ามได้ด้วยหรอ ”

ยิ้มกว้างส่งมาให้ พร้อมกับคนตัวสูงกว่าที่โถมตัวเข้ามาใส่ผม นำทัพกอดผมแน่นทิ้งร่างที่บอบช้ำกับสงครามการสอบเกือบจะสุดตัว ผมลูบหลังให้กำลังใจเขาเบาๆ ฝ่ายนั้นเองก็ไม่ยอมแพ้ พรมจูบไหล่ผมไม่หยุดเช่นกัน

ว่าแต่ให้กอดนะไม่ได้ให้จูบ ..

“ ถ้าจูบอีกจะต่อย ”

“ ถ้าต่อยจะหอม ”

“ ถ้าหอมจะชก”

“ ถ้าชกจะจับกด เอาให้ตายคาอกเลย ลองดู ”

แล้วใครจะกล้า เล่นขู่ฟ่อเป็นพ่องูขนาดนั้น จึงได้แต่ยืนนิ่งเป็นก้อนหินให้คนเอาแต่ใจฉกฉวยทั้งกอดทั้งซบทั้งหอมจนเต็มอิ่มจึงได้คลายกอดนั้นเอง



“ ตาคล้ำอีกแล้วนะ นอนเยอะๆ  สิ”

นำทัพลูบใต้ตาผมที่ช้ำก็ช่วงนี้นอนวันละสองสามชั่วโมง เพราะมัวแต่อ่านหนังสือสอบจะให้สดใสก็คงแปลก

“ ว่าแต่คนอื่น มึงก็ด้วย ”

“ ของมึงตาช้ำเพราะอดนอนอ่านหนังสือ ส่วนของกูตาช้ำเพราะนอนไม่หลับ…. เอาแต่คิดถึงมึง ”

“ แหวะ ”

“ จูบนะ แหวะอะไร ”



เมื่อเห็นว่าท่าจะไม่ดีแล้วผมจึงเบี่ยงตัวออกจากนำทัพ เดินนำเขาเข้ามาในห้อง โดยมีคนตัวสูงตามอยู่ไม่ห่าง ปล่อยให้เขานั่งรออยู่บนโซฟา ส่วนผมไปหาอะไรเย็นๆ มาให้นำทัพดื่มเพื่อเรียกความสดชื่นจะได้ไม่ง่วงระหว่างขับรถกลับคอนโด



“ ไอ้เดือนมึงมาทำไม ”

ผมเดินมาที่โซฟาพร้อมกับประโยคแรกที่ไอ้แม็กซ์เอ่ยทักนำทัพด้วยสีหน้ากวนตีน

“ ห้องว่าที่แฟนกูทำไมจะมาไม่ได้  ”

“ ออกตัวแรงนะมึงเดี๋ยวนี้ ”

“ กูไม่เผื่อเบรกเลยแหละ ”

ยื่นแก้วกาแฟเย็นให้นำทัพ พลางส่ายหัวให้กับความกวนตีนที่ไม่มีใครแพ้ใครของทั้งเพื่อนและทั้งเขา เจอกันทีไรต้องมีงัดประโยคเด็ดขึ้นมาฟาดใส่กันตลอด



และที่สำคัญ คนที่เจ็บไม่ใช่สองคนนี้ ..

แต่เป็นผม



ผมลงมาส่งนำทัพ หลังถูกไอ้พวกห่ามแซวกันอย่างสนุกปาก ประเด็นหลักคงหนีไม่พ้นเรื่องที่เขาชอบพาผมไปนอนด้วยทุกคืน นำทัพเองแทนที่จะแก้ตัวแต่ก็ตอบรับจนพวกมันเข้าใจผิดพอเห็นว่าท่าจะไม่ดีเลยแยกตัวออกมา พากลับบ้านดีกว่ามองดูเวลาก็เกือบเที่ยงคืนแล้วจะได้รีบกลับไปนอน พรุ่งนี้เขามีสอบทั้งวัน



“ ไม่อยากกลับเลย ”

ยื้ออยู่นานเมื่อถึงลานจอดรถ ตั้งท่าจะไม่ยอมกลับอย่างเดียว เกือบสิบนาทีที่ยืนจับมืออยู่แบบนี้ ไม่ยอมเข้าไปในรถสักที

“ ดึกแล้ว กลับไปนอน พรุ่งนี้มีสอบทั้งวัน”

พรุ่งนี้นำทัพมีสอบสองวิชา ทั้งเช้าบ่าย ส่วนผมสอบแค่บ่ายจึงนอนดึกได้ นำทัพต้องรีบกลับไปนอนสมองจะได้โล่ง ถึงจะเรียนเก่งแค่ไหนถ้านอนน้อยก็เบลออยู่ดี

“ ตั้งใจสอบนะพรุ่งนี้กูสอบเสร็จแล้วจะไปหาที่ตึกเรียน ”

“ ไม่เอาเดินไกลมึงรอกูที่ตึกแหละเดี๋ยวสอบเสร็จกูมาหาเอง ”

“ ตามนั้นก็ได้งั้นก็กลับได้แล้ว ”

เหมือนจะต้องจำใจกลับ .. แต่แล้วก็ต้องมีข้อแม้อีกตามเคย

“ ขอกอดอีกรอบได้เปล่า พรุ่งนี้มีสอบกำลังใจจากไหนก็ไม่สำคัญเท่ามึง ”

ยิ้มให้กับความช่างพูด ช่างหยอด ที่ไม่รู้ว่าไปเรียนหรือจำมาจากไหน เดี๋ยวนี้ผมว่านำทัพทำผมเขินง่ายขึ้นเยอะ ไม่ใช่ว่าไม่ชอบกับคำพูดที่บางทีก็ดูเสี่ยวๆ นั้น



แต่บางที มันก็เกินคาดคิดว่าคนแบบนำทัพจะพูดมันออกมา



“ ตั้งใจสอบนะ แล้วก็อดทน เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ ...”

“ ก็อะไรหรอ ”

“ ก็ได้นอนกอดแล้ว ”

กลายเป็นว่าคนที่เริ่มกอดไม่ใช่คนที่ขอแต่เป็นผมเองที่เดินเข้าไปสอดแขน ขยับร่างแนบชิดกับคนตัวสูง นำทัพวางคางไว้บนไหล่ผมสองมือกระชับกอดให้แน่นขึ้น ผมหลับตาอยู่ในอ้อมกอดที่คุ้นเคยของคนที่คิดถึงอยู่นาน



ปากบอกให้เขาอดทน ..

แต่ในความหมาย คือผมบอกตัวเองด้วยนั่นแหละ

คิดถึงอ้อมกอดของนำทัพจะแย่อยู่แล้ว



อีกแค่คืนเดียวเท่านั้นที่ผมจะต้องนอนคนเดียว…

โดยไร้คนกอด



“ จะไม่ปล่อยให้อยู่ไกลตัวอีกแล้ว .. เพิ่งรู้ว่าการคิดถึงมึง มันทำให้แต่ละนาทีของกูผ่านไปช้ามากแค่ไหน ”

“ ทำอย่างกับว่าไม่เคยอยู่ห่าง ”

“ ก็เคยแต่เมื่อก่อนมันไม่ได้อยู่ใกล้ขนาดนี้นี่นา ชนิดที่ว่า ได้กอด ได้หอม ได้จูบ ได้ลูบ แล้วก็ .. ”

“ หยุด  ”



รีบยกมือขึ้นปิดปากคนหน้าไม่อายก่อนที่จะหลุดพูดอะไรออกไปมากกว่านี้  สายตาคนเจ้าเล่ห์ยกขึ้นตามรูปปากที่ยิ้มอยู่ภายใต้มือของผม  ก่อนจะจูบบนฝ่ามือเบาๆ แล้วจับมันลง



“ กลับได้แล้ว ”

“ ครับผม รีบนอนนะ จะได้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆ ”

“ อื้อๆ บาย ”

“ บายครับ ”



พูดรอบสุดท้าย คนตัวสูงจำใจยอมรับสภาพ มุดเข้าไปในรถแต่โดยดี ไฟหน้ารถฉายส่องสว่างขึ้น ก่อนรถคันหรูจะเคลื่อนตัวออกจากลานจอด  ผมจึงเดินกลับเข้ามาในลิฟท์ กดไปยังชั้นที่เพิ่งลงมา  พร้อมด้วยเสียงข้อความไลน์เด้งเตือนถี่อยู่หลายครั้ง



Nummtap 

คิดถึงอีกแล้ว 
Seoul Tower

ฮ่าๆ

Nummtap

คิดถึงจังเลย 

Seoul Tower

เวอร์

Nummtap

คิดถึงโคตรๆ เลยไม่ได้เห็นหน้าตั้งนาน  TT





ตั้งนานของนำทัพคือ ...  เมื่อห้านาทีที่แล้ว



ไอ้บ้าเอ๊ยยยย !!



ทำไมต้องยิ้มให้กับอะไรแบบนี้ด้วยนะ ..



----------

Talk ::  ห้านาทีของคนที่คิดถึงมันนานอะเนาะ เข้าใจแหละ … แหม !! เดี๋ยวนี้นำทัพของเราอ้อนโซลใหญ่เลยนะ มีความอิจเบาๆ

:: ว่าแต่ที่เชียงรายจะมีอะไรหรือเปล่าน๊า าาา ….

++ คิดถึงทุกคนนะครับ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยดูแลสุขภาพกันด้วยเน้อ

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
24

พ่อหมี แม่หมี



วันสุดท้ายของการสอบผ่านไปได้ด้วยดีจบแล้วกับภาคเรียนแรกที่โคตรจะทรหด พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้วทว่าภารกิจของพวกผมยังไม่หยุด อีกสองวันเราจะต้องไปออกค่ายอาสาที่เชียงรายตามกำหนดการ ค่ายอาสาครั้งนี้เป็นค่ายที่จัดโดยสโมสรนักศึกษา พวกผมจึงไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากแค่เข้าร่วมกิจกรรม หน้าที่หลักทั้งหมดมีรุ่นพี่เตรียมไว้ให้หมดแล้ว ประชุมกันแค่สองรอบพูดเรื่องเนื้อหาโครงการกับการนัดหมายเท่านั้น



ผมออกจากห้องสอบเป็นคนสุดท้าย  ทุกอย่างตรงกับที่อ่านมาหลังจากลาเพื่อนเรียบร้อยแล้ว ก็พาตัวเองมายังรถคันหรูที่จอดรอหน้าตึก พร้อมกับเดือนมหา’ลัย ที่ยืนพิงรถรอผมอยู่ได้สักพัก ผมยิ้มทักทายให้เขาก่อนจะเดินตามขึ้นรถไป

“ รอนานมั้ย ”

“ แปบนึงระหว่างรอเลยไปซื้อไอ้นี่มาให้ ”

 นำทัพยื่นแก้วช็อกโกแลตปั่นเพิ่มหวานไม่วิป ที่วางอยู่ข้างๆ มาให้ ผมรับมาดื่มเพิ่มความสดชื่นเติมพลังให้หายเหนื่อย รู้ใจผมจริงๆ

“  อร่อย ชื่นใจโคตรอะ”

“ กินเยอะๆ จะได้หายเหนื่อย หนักมามาหลายวันแล้ว จะนอนก็ได้นะ เดี๋ยวถึงคอนโดจะปลุก”

“ อื้อ ”

ผมปรับเอนเบาะให้สบายตัว ก่อนจะปล่อยให้ความง่วงเข้ามาแทนที่อาจจะเพราะความเหนื่อยที่สะสมหลายวัน บวกเมื่อคืนอ่านหนังสือหนักจนเกือบสว่าง วิชานี้ยากที่สุดในบรรดาที่สอบมา จึงทวนอีกรอบเพื่อให้เข้าใจในเนื้อหา



ตื่นมาอีกทีก็พบว่านอนอยู่บนเตียงนุ่มที่คอนโดของนำทัพ โดยมีคนตัวสูงนอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ ความหนักตรงรอบเอว ทำให้รู้ว่าเขากอดผมอยู่แบบนี้ไม่ห่าง ขยับตัวให้อยู่ในท่าที่เห็นใบหน้าคมที่ชอบมองได้ถนัด มองคนที่ดูแลผมเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งที่ตัวเขาเองก็หนักเหมือนกัน ยังแบ่งเวลามาให้ผมอีก มือข้างที่อยู่นอกผ้าห่ม

ยกขึ้นลูบแก้มของคนที่หลับตาพริ้ม ค่อยๆ ลูบสัมผัสกับแก้มนุ่มอย่างเบามืออยู่นาน แล้วเอามือที่พาดอยู่ตรงรอบเอวของผมออกกลับไปยังเจ้าของ ดึงผ้าห่มให้อยู่ในระดับอกของนำทัพ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง

ทำอาหารให้นำทัพกินดีกว่า

ถามว่าทำเป็นมั้ย ตอบได้เลยว่า

ไม่ ..ชนิดที่ว่าต้มมาม่ายังไม่สุกเลย ...

เปิดตู้เย็นมีของสดอยู่หลายอย่าง ทำข้าวผัดกุ้งให้นำทัพดีกว่าตื่นมาจะได้กินเลย ด้วยความที่ไม่เคยทำอาหารเลยการใช้ตัวช่วยในโลกออนไลน์น่าจะเข้าท่าสุดว่าแล้วก็เปิดยูทูปหาวิธีการทำ รื้อของในตู้เย็นที่เป็นส่วนประกอบออกมาวางไว้ แล้วลงมือเริ่มจากแกะกุ้งหั่นผัก

“ โอ๊ยยยย ”

แค่เริ่มต้นก็โดนมีดบาดซะแล้วมือใหม่หัดทำกับข้าว ทำไมต้องมีอุปสรรคแบบนี้ เช็ดเลือดจนแห้งแล้วลงมือหั่นผักต่อตามวิดีโอ  พอเตรียมส่วนผสมได้แล้วก็ถึงเวลาแสดงฝีมือการผัด

“ โอ๊ย เชี่ย”

ข้อมือโดนขอบกระทะขณะเอื้อมไปหยิบกุ้ง เจ็บชิบหาย ได้แต่เอามือลูบๆ แล้วลงมือผัดใหม่ จนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็พบว่า ข้าวผัดกุ้งที่ได้ หน้าตาไม่เหมือนกับในคลิปเลย สาบานได้ว่าทำตามทุกขั้นตอน โคตรจะไม่ตรงปก  ข้าวโคตรแฉะ สีดำออกไปทางไหม้ กุ้งเละ ผักยังเขียวสด 



แต่ก็ยังมั่นใจว่ากินได้ แค่สีสันไม่น่ากิน รสชาติคงจะ ....

“ แหวะ ทำไมเค็มแบบนี้วะ ”

โคตรเค็ม เค็มแบบติดลิ้น เค็มแบบไม่มีอะไรมากั้น จนต้องดื่มน้ำตามให้หายเค็ม กลิ่นสาปไหม้ อบอวลไปทั่วทั้งปาก ขนาดตัวเองทำยังกินไม่ได้ ทำไมทำกับข้าวมันยากแบบนี้นะ นำทัพทำไม่เห็นจะยากเลยดูคล่องตัวไปหมดแถมอร่อยมากด้วย



“ ทำอะไร ”

สะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ เจ้าของห้องก็เดินเข้ามาข้างหลังจะบอกยังไงดีว่าตั้งใจทำกับข้าวให้แต่มันไหม้

“ ทำข้าวผัดกุ้ง แต่ว่า ...”

ผมชี้นิ้วไปที่อาหารจะเรียกอาหารก็ไม่กล้าเรียกเต็มปากเรียกสิ่งนั้นแทนแล้วกัน นำทัพเอียงตัวไปมองข้าวผัดไหม้ในกระทะ แล้วส่ายหัวกับภาพนั้น รู้แล้วว่ามันคงตลกใครจะคิดว่ามันจะออกมาหน้าตาเป็นแบบนั้นหละ

“ หิวทำไมไม่ปลุก จะได้ตื่นมาทำให้”

“ ไม่ได้หิวแค่อยากลองทำกับข้าวให้กินบ้าง  มีแต่มึงที่ดูแลกู กูเลยอยากดูแลมึงบ้างแต่ไม่คิดว่ามันจะเละได้ขนาดนี้ ”

“ แล้วมือไปโดนอะไรมา ”

เรื่องตาไวขอให้บอก  นำทัพจับมือทั้งสองข้างไว้ของผมไว้พลิกกลับไปมาสำรวจดูจนทั่ว ตรงนิ้วชี้ข้างขวามีรอยมีดบาด เลือดยังซึมออกมาจากกระดาษทิชชูที่พันไว้ ส่วนข้อมือเป็นรอยแดงยาวเพราะโดนความร้อนจากขอบกระทะ

“ นิดหน่อยเอง สบายมาก ”

“ วันหลังห้ามทำกับข้าวแล้วนะ เจ็บตัวหมดเลย ไปทำแผลดีกว่า”



ผมเดินตามแรงลากจนมาถึงที่โซฟา ส่วนคนลาก โน้น...เดินไปหยิบกล่องยาที่ตู้กำลังเดินกลับมาด้วยคิ้วชนกัน นำทัพนั่งลงใกล้ๆผมหยิบน้ำเกลือเทใส่บนสำลี  ใช้เช็ดตรงบริเวณนิ้วที่ถูกมีดบาด ตามมาด้วยแอลกอฮอลล์เพื่อฆ่าเชื้อและเบตาดีน

“ แสบโคตร ”

วินาทีที่แอลกอฮอลล์โดนนิ้วว่าแสบแล้ว เจอเบตาดีนอีกยิ่งไปกันใหญ่  นำทัพยกมือผมขึ้นแล้วเป่าลมเบาๆ ตรงแผลที่แสบ มึงแม้จะช่วยอะไรมากไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าให้มันแสบอยู่แบบนั้น ท่าทีของเขาดูนุ่มนวล สายตาที่อ่อนโยนแสดงถึงความห่วงใยที่มีอย่างเต็มเปี่ยม

“ ขอโทษนะ เลยทำให้วุ่นวายไปหมดเลย แทนที่มึงจะได้พัก”

“ ไม่เป็นไร แค่มึงไม่เจ็บตัวมากก็ดีขนาดไหนแล้ว วันหลังไม่เอาแล้วนะถ้าหิวก็บอกหรือให้แม่บ้านขึ้นมาทำให้”

เปลี่ยนจาก เป่านิ้วผม หันไปหยิบหลอดยาขึ้นมาทาตรงข้อมือที่โดนความร้อนจนแดง ไม่รู้ว่าเขาเคยดูแลใครแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า แต่สำหรับผม นอกจากแม่แล้วก็ไม่มีใครที่ทำแบบนี้ให้เลย  ทุกครั้งที่เจ็บผมจะปล่อยให้มันหายเอง



ความรู้สึกดีที่มีคนห่วงใย...มันเป็นแบบนี้นี่เอง



“ แล้วนึกยังไง ถึงอยากทำอาหาร ”

“ ก็อยากดูแลมึงบ้างมีแต่มึงที่ดูแลกู ขนาดมึงเหนื่อยยังต้องทำเลย เห็นมึงนอนหมดแรงเลยตั้งใจว่าจะทำเตรียมมื้อเย็นให้ตื่นมาก็จะได้กิน  กูอยากดูแลมึง เหมือนที่มึงกูดูแลกูก็เท่านั้นเอง ”

ไม่ได้อยากจะเป็นผู้รับอย่างเดียว แต่ผมก็อยากจะเป็นผู้ให้บ้าง การดูแลใครสักคนมันเหนื่อยแค่ไหนทำไมจะไม่เข้าใจ แค่ดูแลตัวเองยังแทบแย่แล้วเขายังต้องดูแลผมอีก คนที่เคยมีแต่คนอื่นดูแลแบบนำทัพยังพยายามดูแลผม แล้วผมจะอยู่เฉยได้ยังไง



ดูแลมา ดูแลกลับไม่โกงดิ …..



“ แค่คิดจะทำให้ก็ดีใจมากแล้ว แต่มึงไม่ต้องฝืนในเรื่องที่ไม่ถนัด มีตั้งหลายเรื่องที่ดูแลกูได้เช่นล้างจาน เตรียมเสื้อผ้า เก็บห้อง  และอีกตั้งเยอะที่มึงทำได้  แล้วก็ทำได้ดีด้วย รู้ไหมว่ามึงดูแลกูดีมากไม่ใช่แค่การกระทำอย่างเดียว แต่รวมถึงความรู้สึกด้วย ”

“ ทัพ ”

“ จะบอกว่า มึงซึ้งใช่ปะ อยากเข้ามากอดขอบคุณละสิ มามา อกพี่รอน้องเสมอ ”

คนขิงแห่งปี ตบอกตัวเองปุๆ เป็นทำนองเชื้อเชิญ

“ เปล่า จะบอกว่า กูหิวอะ ท้องมันร้อง ”

“ โหยยย อะไรเนี่ยกำลังซึ้งเลย ”

 ก็ตั้งใจว่าจะทำแบบนั้นแหละ แต่หมั่นไส้คนพูดเลยเบี่ยงประเด็นแบบกวนตีนดีกว่า คนตัวสูงจึงจับหัวผมลูบเบาๆ อย่างเคยทำ  แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงมาใกล้ผมสองตาหลับลงโดยอัตโนมัติ สัมผัสแผ่วเบาตรงหน้าผากนุ่มนวลเนิ่นนาน ผมยอมรับกับการกระทำนั้นโดยง่ายอย่างไม่ต่อต้านใดๆ



ถึงข้าวผัดกุ้งจะเหม็นไหม้  แต่มั่นใจว่าหน้าผากผมหอมมากกกก ....



สุดท้ายผมก็ต้องยอมให้นำทัพลงมือทำกับข้าวเย็นให้กินตามเดิม ตอนแรกจะชวนออกไปข้างนอก แต่เขาบอกขี้เกียจขับรถวันนี้ข้างนอกรถติด เดินออกไปดูตรงระเบียงก็พบว่าจริง ติดยาวสุดลูกหูลูกตา อาหารที่ทำคือข้าวผัดกุ้งที่ผมตั้งใจจะทำแต่แรกนั่นแหละ  ยืนมองเขาทำโคตรจะง่าย  หน้าตาหน้ากินสุดสุดแถมยังอร่อยมากด้วย



“ ค่อยๆ กินเดี๋ยวติดคอ”

แทบจะคายออกมาเมื่อมีคนทัก ผมตักข้าวผัดที่อยู่ตรงหน้าเข้าปากอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มันถูกนำมาวางเอาไว้ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองคนทำเลยทั้งหิวทั้งอร่อย

“ ก็มันโคตรอร่อยเลย คนละเรื่องกับที่กูทำ ”

“ คนมันเก่ง ”

“ ชมหน่อยเอาใหญ่เลยนะ ว่าแต่มึงไปฝึกทำที่ไหนหรอ แม่บ้านก็มีทำเองทำไมวะ”

ระดับลูกนักธุรกิจรายใหญ่แบบนี้ ต้องมีแม่บ้านคอยทำอาหารให้ตามเนรมิตอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นที่จะต้องทำกินเองเลย ถึงจะไม่ได้อยู่บ้าน แต่ที่คอนโดนี้ก็ยังมีคนดูแลเหมือนเดิม

“ อยากรู้หรอ จะบอกให้ก็ได้ แต่คืนนี้มึงต้องอาบน้ำกับกูนะ”

“ ส้นตีนสิ กูไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น ไม่ตอบก็เรื่องของมึง”

ถามอะไรแต่ละที ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนตลอด เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเกิน ว่าแล้วยังจะยกยิ้มมุมปากอีก

“  กูไปเรียนทำอาหาร อยู่พักหนึ่ง ตั้งใจว่าถ้ากลับมาเจอมึงอีกครั้งจะได้ทำให้มึงกิน”

“ ทำให้แฟนมึงกินมากกว่ามั้ง ”

“ แฟน ?”

เหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด แฟนที่หมายถึง ก็คนที่เขาขึ้นสถานะว่าคบกันตอนมอปลาย ที่ผมหายไป ต้นเหตุที่ทำให้ผมไม่กล้าติดต่อเขาอีก จนกระทั่งสถานะนั้นได้หายไป



สำหรับผม ในเรื่องของผมความรัก  ยอมเป็นได้ทุกอย่าง ยกเว้น ..มือที่สามในชีวิตรักใคร

“ อ่อๆ ใช่นั่นแฟนกู”

ข้าวผัดในจานเริ่มไม่อร่อย เมื่อคำพูดนั้นออกมาจากปากนำทัพ ผมอุตส่าห์มั่นคงในความรักที่มีต่อเขา แต่เขากลับมีคนอื่น แบบที่ผมคิดจริงๆ น้อยใจหวะ

“ อิ่ม ”

ลุกออกไปจากตรงนี้ดีกว่า ไม่อยากจะฟังอะไรต่อแล้ว สีหน้าเวลาพูดถึงคนที่ขึ้นสถานะด้วยทำไมต้องยิ้มมีความสุขแบบนั้น คงรักกันมากสินะ

“ เดี๋ยวก่อน กูล้อเล่น ที่กูขึ้นสถานะว่ามีแฟนแล้วก็เพราะกูอยากเตือนตัวเองว่ากูมีเจ้าของ อีกอย่างกูอยากปิดกั้นคนที่จะเข้ามาในชีวิตกูด้วย เพราะกูเชื่อว่าสักวันคนที่กูรอเค้าจะกลับมา”

“ ////// ”

ทำอะไรไม่ได้นอกจาก กระพริบตาถี่ๆ ให้กับคำพูดนั้น มั่นใจว่าหมายถึงผม

อารมณ์ตัวเองเปลี่ยนโคตรเร็ว.... ดีใจหวะ

” ส่วนตอนนี้ที่ขึ้นว่าโสด ก็เพราะกำลังเปิดใจให้คนที่ กำลังตามจีบได้กลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง”

“ ///// ”

“ แล้วกูก็มั่นใจ ว่าอีกไม่นาน สถานะในเฟสบุ๊ค กูคงต้องเปลี่ยนไปเป็น มีแฟนแล้วอีกรอบ”

พลันหัวใจก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาและเต้นแรงขึ้นจนรู้สึก ตุบ ตุบ อยู่ตรงอก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกคำพูดที่มาจากความรู้สึกของเขากระแทกเข้ามา แต่คราวนี้มันเป็นความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก



ไม่ได้มีแค่ผมที่รอเขา ...เขาเองก็รอผมเช่นกัน

 

หลังทานข้าวเสร็จ  ผมจึงขอไปอาบน้ำก่อน วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว  พอออกจากห้องน้ำคนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงจึงเดินหยิบผ้าขนหนู แล้วเดินสวนเข้าไป  แต่งตัวเรียบร้อยปล่อยให้คนตัวสูงอาบน้ำไปก่อน ส่วนผมเดินออกมาตรงระเบียงอยากนั่งสูดอากาศ มองดูวิวให้สบายใจสักหน่อย ไม่ได้มองวิวจากมุมนี้มาหลายวันแล้ว  วิวที่ระเบียงห้องนำทัพสวยตามทำเลทองของคอนโด ผิดกับที่ห้องผมที่เปิดออกมาก็แทบจะมองไม่เห็นอะไร เพราะมีตึกข้างหน้าบังแทบมิด



ท้องฟ้ายามกลางคืนชวนมอง มากกว่าตอนกลางวัน อาจเพราะพระจันทร์ไม่สว่างร้อนแรงเท่าดวงอาทิตย์ จึงทำให้เราได้มองเห็นท้องฟ้าได้ไปทั่วทุกบริเวณ ผมชอบดูวิว ดูเมือง ในตอนกลางคืนมันทำให้ความรู้สึกของผมไม่อ้างว้าง แม้จะอยู่คนเดียวแต่อย่างน้อย ตรงมุมอื่นๆ ของทุกสถานที่ ยังมีอีกหลายชีวิตที่ดำเนินอยู่ ถึงผมจะไม่รู้จักเขาเหล่านั้น ทว่าผมก็ยังดีใจ ที่ไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกกว้างใหญ่ใบนี้



“ หนีออกมานั่งตรงนี้อีกแล้ว ”

เสียงนำทัพดึงผมออกจากความเหม่อลอยกับบางสิ่งที่ตกตะกอนในใจ  ร่างสูงถือถุงอย่างอย่างไว้ในมือ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ผม  วันนี้เป่าผมแห้งไม่เปียกชื้นออกมาให้ผมเช็ดเหมือนอย่างทุกครั้ง

“ วิวห้องมึงสวยดี  ”

หันไปตอบคนข้างๆ ที่นั่งพิงโซฟา โอบลำแขนแก่ง พาดผ่านในส่วนหลังผมจนรู้สึกได้  เหมือนเขากำลังกอดผมอยู่ แต่ไม่ได้โดนตัว

“ ย้ายมาอยู่ที่นี่ไหม จะได้มองวิวทุกวัน”

“ ห้องกูก็มี  จะมาอยู่กับมึงทำไม ”

ห้องที่เดือนหนึ่งได้กลับไปนอนแค่ไม่กี่วัน นอกนั้นถูกลากให้มาอยู่ที่ห้องนี้ จนเกือบจะกลายเป็นห้องของตัวเองไปแล้ว

“ชอบดูวิวหรอ ”

“ ชอบนะ มันแก้เหงาได้ดีเลยแหละ”

“ แก้เหงา ?”

เหงาเพราะต้องอยู่คนเดียว มาตลอดหลายปี

เหงาเพราะมองไปทางไหนก็เจอแต่เงาและเสียงลมหายใจของตัวเอง 

เหงาเพราะคนที่คิดถึงหายจากชีวิตของผมไป

“ มึงดูตรงโน้นสิ  ตรงนั้นด้วย แล้วก็นั่น ”

ผมชี้มือออกไปยัง ร้านก๋วยเตี๋ยวตรงสี่แยก มีพ่อค้ากับลูกค้าสองสามคนอยู่ในร้าน   เปลี่ยนไปชี้ตรงป้ายรถเมล์ มีคนสองคนยื่นรอรถอยู่  ส่วนนั่นพี่ยามยืนโบกรถให้กับคนที่กำลังเข้าหมู่บ้าน

“ เวลามองออกไป กูรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีอีกหลายคนที่อยู่รอบๆตัว พวกเขาเหล่านั้นก็คงเหงาแหละ กูเลยชอบที่จะมองออกไป อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า กูไม่ได้เหงาเพียงลำพัง กูยังมีคนเหงาเป็นเพื่อน”

ไม่รู้ว่านำทัพจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดมากน้อยแค่ไหน แต่ยังไม่พร้อมจะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เหงาได้ในตอนนี้

รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม เขาคงได้รู้เอง

“ แล้วเคยมองมาตรงนี้บ้างไหม ”

หันไปหาคนที่ กำลังใช้นิ้วชี้ไปที่ตัวเอง รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่สายตาอ่อนโยนกับคำพูดดีดีนั้นถูกส่งออกมา

“ เคยสิ  มองตลอดแหละ  ก็คนที่มึงกำลังชี้อยู่ ทำให้กูหายเหงาได้มากที่สุดนี่นา ”

คงไม่มีอะไรจะตอบแทนได้ดีกว่า คำพูดจากความรู้สึกที่ซื่อตรงกับหัวใจของผมเช่นกัน ตั้งแต่มีเขาอยู่เคียงข้าง ความรู้สึกอ้างว้างก็แทบจะลดลงไปอย่างง่ายดาย มีบ้างที่ผมอยู่คนเดียวแล้วเรื่องราวในอดีตหวนเข้ามาในความทรงจำ แต่แค่คิดว่ายังมีเขาอยู่ในชีวิต โลกใบเดิมที่เคยกว้างก็กลับแคบลงในทันที

“ น่ารักจัง กูมีของขวัญจะให้ เนื่องในโอกาสสอบเสร็จ   ”

ถุงที่วางอยู่ข้างๆ ตัว ถูกหยิบขึ้นมา แล้วยื่นมาให้ผม รับของสิ่งนั้นไว้ด้วยความสงสัย ว่าข้างในมันคืออะไร

“ ลองแกะดูสิ ”

พยักหน้ารับคำคนให้  เปิดถุงล้วงสิ่งที่ถูกข้างใน ออกมา พบว่ามันคือเสื้อแขนยาวสีขาว คอกลมทรงเกาหลี สกรีนรูปหมีสีน้ำตาลอยู่บริเวณอก

“ ชอบไหม เหมือนกันเลย”

นำทัพชูเสื้อในมือขึ้นมาให้ผมดู  สีเดียวกัน แบบเดียวกัน ลายสกรีนเดียวกัน แต่แค่คนละขนาดเท่านั้นเอง ผมมองหน้าคนที่ยิ้มแฉ่ง เหมือนจะรอคำอธิบาย ทั้งๆ ที่พอจะรู้ความหมายของเสื้อสองตัวนี้อยู่แล้ว

“ อย่าบอกนะว่า”

“ ใช่ ใส่เสื้อคู่เดินเที่ยวเชียงรายกัน  เป็นพ่อหมี แม่หมีไง

“ เอาจริงดิ ”

ผมมองหน้าเขา .. เพื่อย้ำในสิ่งที่เพิ่งรับรู้อีกครั้งให้แน่ใจ



“ คนอย่างนำทัพ .. ไม่เคยไม่จริงครับผม ”



โอ๊ยยยยย จะบ้าหรอ แค่เดินด้วยกันคนก็มองจะแย่อยู่แล้ว



นี่ผู้ชายสองคนใส่เสื้อคู่ เดินด้วยกันอีก



จะไม่เกรงใจ สายตาคนที่เค้ามองหน่อยหรือไง...

พ่อหมี !!!



--------------------

Talk :: ขิงหน้าผากตัวเองเก่ง 555 ++  มีความเสื้อคู่อะเนาะ … ++ ตอนหน้าจะไปเชียงรายกันแล้ว เก็บกระเป๋าพร้อมกันหรือยังทุกคน

:: อย่าลืมคอมเมนท์พูดคุย หรือ สติ๊กเกอร์ก็เป็นกำลังใจกันด้วยนะ  ++ ใครเมนท์ขอให้ได้ใส่เสื้อคู่



ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2026
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8512
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
25

หนาวนี้ไม่หนาวแล้ว



“ ถึงเชียงรายแล้วมึง”

ผมลืมตาขึ้นมาบนไหล่กว้างของคนที่นั่งข้างๆ มองเห็นผู้โดยสารในเครื่องทยอยเดินตามทางเพื่อลงไปยังสนามบินแล้ว  ผ่านเสาร์อาทิตย์มาได้อย่างรวดเร็ววันจันทร์ที่ต้องออกค่ายอาสาก็มาถึง  ผมหลับตั้งแต่เครื่องขึ้นเพราะวันนี้ตื่นเช้ามา นัดกันตั้งแต่ตีห้า เครื่องออกประมาณแปดโมง กว่าจะกระชากตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงในเวลาเช้ามืดแบบนั้นได้ก็โคตรยาก จนนำทัพอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วผมก็เพิ่งจะคลานลงจากเตียง



เราถึงจุดหมายปลายทางที่จังหวัดเชียงรายแล้ว สถานที่ในการออกค่ายอาสาครั้งนี้เป็นเวลาสามวันสองคืน สมาชิกทั้งสิ้นสามสิบคนมาช่วยกันทำสนามเด็กเล่นให้น้องๆ ทาสีรั้วโรงเรียน ทำแปลงเกษตร และ มอบเครื่องนุ่งห่มกันหนาว เพราะตอนนี้เข้าหน้าหนาวแล้วอากาศบนดอยจะเย็นมาก



หลังจากนี้ เราต้องต่อรถทัวร์เพื่อไปยังหมู่บ้านเป้าหมายอีกชั่วโมงกว่า ของเยอะมากพวกสิ่งที่ต้องเตรียมมาให้คนในชุมชนนั่นแหละ



“ ยินดีต้อนรีบน้องๆ เข้าสู่ค่ายอาสา หนาวนี้ ไม่หนาวแล้วค่ะ”

พี่หลินประธานสโมสรนักศึกษา ยืนจับไมค์พูดอยู่หน้ารถ งานนี้จัดโดยสภาของทางมหา’ลัย จึงไม่แปลกที่กลุ่มที่มาจะเป็นเดือน ดาว รุ่นพี่ และ คนที่อยากเข้าร่วมกิจกรรม นอกจากจะมาช่วยเหลือ ทำความดีแก่หมู่บ้านแล้ว จุดประสงค์อีกอย่างคือการมาเก็บภาพบรรยากาศเพื่อใช้ทำข่าวสาร โปรโมทงานของทางมหาวิทยาลัยอีกด้วย



“ กำหนดการคร่าวๆ นะคะ วันนี้ถึงแล้วเราจะให้พักผ่อน ช่วยกันเตรียมของที่จะต้องนำไปบริจาคนะคะ ส่วนวันพรุ่งนี้เราจะนำของไปแจกตามบ้าน แล้วกลับมาแบ่งกลุ่มกันทำกิจกรรมนะคะและที่พิเศษคือ คืนพรุ่งนี้เรามีปาร์ตี้กองไฟค่ะ ”

ทันทีที่พี่หลินพูดจบ  เสียงปรบมือดีใจก็ดังไปทั่วรถบัส ทุกคนในรถดูจะมีความสุขกับการมาค่ายอาสาครั้งนี้มาก  กิจกรรมครั้งนี้มากันด้วยความสมัครใจ ออกค่าใช้จ่ายเองของที่นำมาบริจาคก็ช่วยกันหาทุน บางส่วนก็มาจากเงินที่ได้จากซุ้มงานแฟร์  



 “ หิวมั้ย ”

นำทัพยื่นนมช็อกโกแลตที่เสียบหลอดดูดไว้แล้วมาให้ผม ถึงตอบว่าไม่หิวเขาก็คงบังคับให้ผมกินอยู่ดี เมื่อเช้าที่สนามบินก็บังคับให้กินข้าวมาแล้วรอบหนึ่ง พยายามยื้อไม่อยากกิน ก็ตื้อจนสุดท้ายผมก็ต้องกิน กินแล้วก็ง่วงถึงได้หลับบนเครื่องแบบนั้น

“ ขอบคุณนะ ”

รับนมมาถือดูดไว้ในมือ  มองออกไปสองข้างทาง  ดูวิถีชีวิตที่ถูกถ่ายทอดมาตามบ้านเรือนของแต่ละหมู่บ้านที่รถเคลื่อนที่ผ่าน นานหลายปีแล้วที่ไม่ได้เห็นความงดงามของบ้านเมืองแบบนี้



คิดถึงเมื่อครั้งที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่นี่...



“ จะนอนต่อไหม ”

นำทัพแกะผ้าหมอนผ้าห่มออกมากาง แล้วห่มไว้ที่ขาของผมกับเขา คงเห็นว่าแอร์บนรถค่อนข้างเย็น จึงกลัวว่าผมจะหนาว  ใส่ใจได้ทุกเรื่องเลยจริงๆ 

“ ไม่หลับ กูจะดูวิว ถ้ามึงง่วงก็นอนเลย”

ผมส่ายหัวปฏิเสธแล้วหันออกไปมองภาพข้างนอกหน้าต่างต่อ  คนตัวสูงกว่าจึงเอนหัวลงมาซบที่ไหล่ของผมแล้วหลับไป เมื่อคืนกว่าจะเก็บของให้ผมเสร็จก็ดึกมากแล้ว มาแค่ไม่กี่วันแต่เตรียมของคล้ายกับว่าจะมาเป็นอาทิตย์   ทั้งเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว  ยา เต็มไปหมด  รวมถึงเสื้อคู่สองตัวนั้นด้วย



รถทัวร์จอดอยู่ตรงบริเวณลานกว้างหน้าหมู่บ้าน  โดยมีผู้ใหญ่บ้าน พาชาวบ้านบางส่วนมาช่วยขนของเข้าไปยังที่พัก เนื่องด้วยรถไม่สามารถเข้าไปในตัวหมู่บ้านได้ จากจุดนี้ต้องเดินไปอีกเกือบหนึ่งกิโล โดยมีนักศึกษาที่ร่วมออกเดินทางครั้งนี้ ช่วยแบกของเล็กๆ น้อยๆ 



ผมจึงหยิบเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพายหลัง กับกล่องลังขนมอีกกล่องขึ้นมาไว้ในมือ แล้วเดินตามกลุ่มข้างหน้าไป ส่วนไอ้ห่ามกับนำทัพ แบกของอีกส่วนตามมาข้างหลัง  ทางเดินต่อจากนี้ไม่ลำบากมาก เดินผ่านคนในหมู่บ้านที่ออกมายิ้มทักทายอย่างเป็นมิตร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง  เสียงชาวคณะ โดยเฉพาะไอ้พวกห่ามส่งเสียงทักทาย เด็กตัวเล็กๆ ที่วิ่งมายืนสวัสดีกันอย่างสนุกสนาน



ครึกครื้นจริงๆ พวกห่าม ไปที่ไหน  เสียงดังที่นั่น ...



“ ไหวปะเนี่ยมึง ”

ไอ้ทีมขึ้นมาเดินข้างๆ ผม มองที่กล่องลังที่อยู่ในมือ ก็หนักใช้ได้ ส่วนของมันเป็นกล่องนมอันนั้นคงหนักกว่า

“ สบายมาก แล้วมึงหละไหวเปล่าสลับกับกูถือมั้ย”

“ ได้แหละอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว”

“ ถามแต่คนอื่น ไม่เห็นถามกูบ้างเลยว่าหนักมั้ย เหนื่อยหรือเปล่า ”

นำทัพที่อยู่ข้างหลัง ส่งเสียงเรียกร้องความสนใจเหมือนเด็ก  ไม่ถามก็พอรู้ว่าหนักแค่ไหน ทั้งกระเป๋าเป้ของเขาที่อัดของเผื่อผมไว้เต็ม มั่นใจว่าหนักเกือบเจ็ดกิโล ไม่รู้จะแบกอะไรมากนักหนา ไหนจะกล่องนมที่อยู่ในมืออีก ใบหน้านั้นทำงอนตอนผมหันกลับไปหา

“ เหนื่อยมั้ยวะไอ้แม็กซ์ ”

ไอ้ตัวดีที่เหมือนจะงงในตอนแรก เพราะคิดว่าผมจะหันไปหานำทัพ ก็เข้าใจมุกผมที่กำลังแกล้งคนบางคนอยู่

“ โซล “

โคตรตลกหน้าของนำทัพเลย เหมือนจะงอนอามากๆ ที่ผมไม่ได้ถามเขาอย่างที่ เขาตั้งใจเอาไว้

“ หนักไหมครับแพท”

“ โซล.. กูจะงอนแล้วนะ “

“ น้ำหวานให้กูช่วยถือเปล่า คงเหนื่อยแย่ “

“ โซล.. มึงแมร่ง กูไม่คุยด้วยแล้ว “

คนตัวสูง รีบจ้ำอ้าวเดินออกไป กับสีหน้าที่ดูจะเคืองผมไม่น้อย ถึงแม้จะรู้ว่าแกล้งงอนให้สนใจ แต่ยังไงก็ต้องตามไปง้ออยู่ดี ไม่อย่างนั้นตลอดทริปนี้ ผมคงโดนเอาคืนแน่เลย



แล้วก็เกือบยี่สิบนาทีที่ต้องเดินตามทางในหมู่บ้านมายังที่พักของคณะ  ผมหอบหายใจแรงเพราะทั้งเหนื่อยทั้งหนัก ระยะทางไม่ถึงกิโล แต่การเดินขึ้นเนินพร้อมของหนัก สูบพลังไปได้มากเหมือนกัน ข้าวของต่างๆ ถูกนำมารวมกันไว้ตรงส่วนกลาง ของศาลาหมู่บ้าน มองไปบริเวณโดยรอบความรู้สึกสดชื่น จากป่าไม้สีเขียวโดยทั่ว ทำให้ความเหนื่อยที่มีแทบจะหายไปในทันที รู้สึกอิจฉาคนที่นี่ ได้อยู่กับธรรมชาติสวยงามแบบนี้



“ เดี๋ยวกูมานะ ”

นำทัพเอาของมาวางไว้ตรงที่นั่ง แล้วเดินออกไปพร้อมกับผู้ใหญ่บ้าน พี่หลิน และ ครูที่โรงเรียน เขาไม่ได้บอกว่าจะไปไหน  พยักหน้ารับทราบปล่อยให้เขาไปทำธุระ ส่วนผมจึงเดินกลับมาหาแก๊งห่าม นั่งลงช่วยจัดของบริจาคให้เป็นหมวดหมู่  เตรียมให้เรียบร้อยเพื่อนำไปแจกคนในหมู่บ้านพรุ่งนี้



ของบริจาค เป็นชุดของใช้ส่วนตัว และผ้าห่มกันหนาว ทั้งหมดถูกจัดเป็นชุดจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผ่านไปหลายชั่วโมง นำทัพก็ยังไม่กลับมาสักที อากาศก็ร้อน หมวกก็ไม่ได้เอาไป เดี๋ยวก็ปวดหัวอีก ยิ่งโดนแดดไม่ได้อยู่ด้วย

“ ไอ้เดือนมันหายไปแค่แปบเดียว เพื่อนกู ต้องชะเง้อหาขนาดนี้เลยหรอวะ”

ใช้หางตาพิฆาตมองคนกวนตีนประจำกลุ่มที่พูดขึ้นมากลางวง ขณะเรียงของบริจาคที่บรรจุเสร็จแล้ว

“ เสือก”’สั้นๆแต่ได้ใจความ

“ หลงแฟนสัสๆ ”

“ มันไม่ใช่แฟนกู ”

“ อ้าว โซลกับทัพยังไม่ได้เป็นแฟนกันหรอคะ เห็นตัวติดกันตลอดเลย”

แพทคนสวยที่นั่งข้างน้ำหวาน ถามด้วยความสงสัย  อย่าว่าแต่แพทเลย ในแก๊งค์ผมเองก็ยังสงสัย ว่าตอนนี้ผมกับนำทัพเป็นอะไรกัน ผ่านมานาน อยู่ด้วยกันตลอด จนหลายคนคิดว่าเป็นแฟนกันแล้ว ทว่าในความเป็นจริง ผมกับเขาเรายังไม่ได้ระบุเรื่องสถานะของกันและกันเลย

“ ยังเลยแพท ”

ยิ้มให้กับคนสวย ที่แสนจะอ่อนหวาน พร้อมคำตอบที่แสนจะจริง ผมไม่ใช่คนโกหก ทุกอย่างที่พูดเชื่อถือได้

“ โน่นนนน  ผัวมึงมาโน่นแล้ว  จะได้เลิกชะเง้อสักที รำคาญ”

กูก็เพิ่งบอกไปว่ายังไม่ได้เป็นอะไรกัน นี่ก็เรียกอยู่ได้ว่าผัว ถ้าไม่เกรงใจแพทคนอ่อนหวาน ที่นั่งอยู่ข้างมัน  อยากจะยกส้นต้นให้สักทีจะได้จบๆ

“ สัสเอ๊ย ”



นำทัพเดินเข้ามาหาผมที่นั่งอยู่ เหงื่อออกเต็มหน้า จนไหลเปียกเสื้อ ใบหน้านั้นแดงกล่ำด้วยพิษความร้อน ขนาดนั่งใกล้ยังรู้สึกถึงความร้อนที่สะสมอยู่ในตัวเขาแผ่ออกมาถึง

“  ไปไหนมา ทำไมถึงเหงื่อออกเยอะขนาดนี้”

“ ไปดูสถานที่สร้าง สนามเด็กเล่นมา แล้วก็ดูจุดที่จะทำโรงจอดรถจักรยานด้วย”

เท่าที่เข้าใจโรงจอดรถจักรยาน ไม่มีใครรายละเอียดของโครงการ หรือเพิ่งเพิ่มเข้ามา ทำไมผมถึงไม่รู้

“ โรงรถจักรยาน ? ”

“ อื้อ”

นำทัพตอบแค่นั้น  แล้วกระพริบตาถี่ๆ  เพราะเหงื่อไหล่เข้าตา เขากำลังจะยกมือขึ้นเช็ด ทว่าผมจับมือนั้นไว้ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดตาและเหงื่อที่ออกมาทั่วหน้าจนถึงลำคอ



เคยบอกแล้ว ว่าผมน่าจะเป็นโรคจิต ชอบเช็ดเหงื่อให้นำทัพ

ส่วนเขาก็น่าจะโรคจิตพอกัน ชอบทำให้ตัวเองเหงื่อออกบ่อยเกิน



“ ทำไมไม่ใส่หมวกไป ถ้ารู้ว่าจะต้องออกไปทำงานกลางแจ้ง ”

“ ก็คิดว่าจะมีคนเตรียมให้ แต่ไม่มีก็เลยไม่ได้ใส่ ”

ผมเตรียมหมวก กับเสื้อแขนยาว สำหรับกันแดดมาเผื่อเขาแล้ว ด้วยรู้ว่างานของเรา ต้องอยู่กลางแดด คนที่ทุ่มเทอย่างเขา จะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำโดยไม่ห่วงอะไรแน่นอน  แต่เมื่อครู่ผมผิดเองที่ลืมถามว่าเขาจะไปไหนไม่อย่างนั้นคงบอกให้ใส่หมวกก่อนออกไป

“ ขอโทษ ”

“ ไม่เป็นไร  น้ำอยู่ไหนหรอ เดี๋ยวกูไปกินน้ำก่อน ”

“ เดี๋ยวกูไปหยิบให้ ”

กดขาของนำทัพที่ตั้งท่าจะลุกให้นั่งลงตามเดิม เขาเหนื่อยมากตลอดหลายชั่วโมงแล้ว ผมอยากดูแลเขาบ้าง ว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปหยิบขวดน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ  นำมาส่งให้เขาดื่มเพื่อดับร้อน

“ หมั่นไส้โว้ยยย ทั้งค่ายคงมีแค่มึงสองคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ เกรงใจสายตาพวกกูนิดนึง เบาหวานจะขึ้นอยู่แล้ว”

ตัวแทนหมู่บ้านอย่างไอ้ห่าแม็กซ์คงจะอดทนกับภาพที่เห็นอยู่นาน ส่งเสียงเข้ามาขัดคอ จนผมเริ่มนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้อยู่กันสองคนแบบที่มันพูด เพราะตอนนี้สายตานับสิบ ไม่สิ เกือบยี่สิบคู่ มีเป้าหมายเดียวกันคือ ผมกับนำทัพ



รีบหันไปหาคนที่โดนแซว ….

ตั้งใจจะเอามือปิดปาก กลัวว่าจะสวนไอ้แม็กซ์กลับไป

แต่ก็คงไม่ทันแล้ว...



“ ปกติอยู่กันสองคนทำมากกว่านี้อีก นี่ก็เกรงใจสุดๆ แล้วนะ ”

และสิ่งที่กลัวมากที่สุดก็ได้เกิดขึ้นแล้ว จะไปต่อปากต่อคำกับมันทำไม ยิ่งพูด ผมยิ่งอาย แล้วเสียงปรบมือชอบใจของคนในศาลากลางหมู่บ้าน ก็ทำให้ผม แทบหันกลับไปช่วยงานต่อไม่ได้



คืนนี้พวกเราพักกันในห้องเรียน ผู้ใหญ่ให้ชาวบ้านช่วยกันจัดสถานที่เอาไว้เรียบร้อยแล้ว แบ่งแยกชายหญิง หลังจากอาบน้ำ ทานข้าวเสร็จแล้ว คุยแบ่งงานพรุ่งนี้กันเรียบร้อย จึงเข้าห้องมาพัก สองทุ่มของที่นี่ถือว่าดึกมากแล้ว มองออกไปข้างนอกไม่มีไฟ มีแต่ความมืด ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ละบ้านใช้ตะเกียง จุดเพื่อส่องสว่าง  ยิ่งสัญญาณโทรศัพท์ลืมไปได้เลย  หน้าที่พักของเรา ผู้ใหญ่ให้ตั้งคล้ายๆ คบเพลิง จุดไฟส่องสว่างไว้ เผื่อกลางดึกมีใครไปเข้าห้องน้ำ พร้อมจัดเวรยาม ดูแลความปลอดภัย ตลอดทั้งคืน



“ อย่าดิ้นแรงนะมึง เดี๋ยวไม่เนียน ”

“ ไม่เนียนพ่องมึงสิ ”

ไอ้แม็กซ์ชี้หน้าห้ามผม ก่อนจะขึ้นที่นอนของมันไป ไอ้แม็กซ์กับไอ้ทีม นอนอยู่ฝั่งตรงข้ามผม ส่วนนำทัพจะนอนที่ไหนได้ นอกจากข้างผม เมื่อตอนหัวค่ำไอ้สองตัวนั่นพยายามแกล้งด้วยการเอาของ มากันที่ไว้ข้างผม แต่นำทัพก็ขนเอาไปทิ้งไว้ที่อื่น ยื้อกันไปมาอยู่นาน   จนฝ่ายนั้นต้องยอมแพ้ไปเอง



นำทัพดันอกผมให้ลงไปนอนกับฟูก ก่อนที่เขาจะเอนตัวลงมานอนตาม   มองหน้าคนที่ตัวสูงที่นอนตะแคงมาทางผม ก่อนจะสอดแขนมาที่คอ ผมยกขึ้นรับแขนแกร่งนั้นในทันที  แล้วเคลื่อนตัวไปจนชิดอกอุ่นให้เขากอดอยู่แบบนั้น มันกลายเป็นความเคยชินไปแล้วที่ทุกคืนผมจะหลับไปในอ้อมกอดของเขา



แต่คืนนี้ผมกลับนอนไม่หลับ ...



อาจจะเพราะยังไม่ดึกมาก จึงไม่อยากฝืนตัวเองให้นอนมองเพดานในความมืดแบบนี้  ค่อยๆ ขยับตัวออกจากคนที่นอนหลับสนิท  คงเพลียแดดตลอดช่วงบ่าย จนทำให้หลับง่ายแบบนี้



ผมเดินออกมานั่ง ตรงหน้าห้องเรียน ความเย็นของอากาศทำให้ผมขยับเสื้อคลุมให้ปิดส่วนที่โดนลมไว้  เสียงเปิดประตูและปิดลง ดังมาจากด้านหลัง ไม่นานเจ้าของเสียงฝีเท้านั้นก็นั่งลงข้างๆ ผม

“ นอนไม่หลับหรอมึง”

ไอ้แม็กซ์เพื่อนรักของผมเอง  คำพูดของมันไม่ได้กวนประสาทแบบเดิม ไอ้แม็กซ์เป็นเพื่อนที่ผมเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังมากที่สุด แล้วมันก็เข้าใจผมมากที่สุดด้วย ถึงแม้การแสดงออก จะโคตรกวนประสาท คำพูดคำจาวอนส่วนล่างทุกครั้ง แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่แสดงออกมา ล้วนแฝงไปด้วยความเป็นห่วงที่ซ่อนอยู่ทั้งสิ้น

“ ก็ประมาณนั้น  แล้วมึงละ ทำไมไม่นอน”

“ เห็นมึงออกมา แล้วไอ้เดือนไม่ออกมาด้วย เลยคิดว่ามึงมีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า”

“ ไม่มีหรอก กูก็คิดอะไรไปเรื่อย”

“ แล้วมึงกับไอ้ทัพ ยังไม่ได้คบกันอีกหรอวะ ”

“ ยังเลยมึง มันยังไม่ขอกู ส่วนกูก็ยังไม่ขอมัน ต่างฝ่ายต่างยังรอ”

การไม่ระบุสถานะ ใช่ว่าผมกับนำทัพจะไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกัน ระหว่างเรามันมากกว่าจะให้อะไรมากำหนดได้ ตอนนี้เพียงแค่รอเวลาที่เหมาะสม ความรักไม่ต้องเร่งรัด เมื่อถึงเวลา ทุกอย่างจะลงเอยด้วยตัวของมันเอง



ผมเชื่อว่าแบบนั้น

“ ไอ้ทัพเป็นคนดีมากเลยนะ กูไม่ห่วงเลยที่มันจะเป็นคนดูแลมึง มึงก็รู้ว่าพวกกูหวงมึงมากแค่ไหน แต่ถ้าเป็นคนนี้ พวกกูยินดีมาก”

“ขอบใจมึง”

“ มึงรู้ไหมว่าตอนบ่ายที่มันหายไป  มันไปดูสนามเด็กเล่นกับโรงจอดรถจักรยาน มันให้ผู้ใหญ่บ้านสร้างเพิ่มขึ้นมา  แล้วสั่งจักรยานจากในเมืองให้มาส่งพรุ่งนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดมันรับผิดชอบเอง  เห็นมันพูดว่ามึงเคยบอกว่าที่นี่มีเด็กเยอะ จักรยานไว้ใช้ไปมาระหว่างหมู่บ้านก็ไม่มี มันเลยติดต่อเข้ามาจัดการให้ ”

“ จริงหรอวะ ”

ตอนที่รู้ว่าจะมาที่นี่ ผมเข้าไปดูข้อมูลของโรงเรียนในอินเตอร์เน็ต ที่นี่ยังไม่มีความพร้อมในหลาย  ๆ ด้านทั้งสนามเด็กเล่น และ จักรยานสำหรับใช้เดินทางไปมาระหว่างหมู่บ้านของเด็กบางกลุ่มที่เดินทางมาเรียนจากต่างถิ่น จำได้ว่าผมเล่าให้เขาฟังไปเรื่อย ตามประสา แต่ไม่คิดว่านำทัพจะนำคำพูดของผมมาต่อยอดแบบนี้

“เออดิ  มึงควรภูมิใจในตัวมันนะ ไม่ว่ามันจะทำอะไร สิ่งแรกที่มันคิดถึงก็คือคำพูดของมึง ที่จริงเรื่องนี้ไม่มีใครรู้นะนอกจากพี่หลิน”

“ แล้วมึงไปรู้มาได้ยังไง”

“ กูแอบฟังเค้าคุยกัน ที่ชมรมตอนประชุม”

“ เสือกเก่งจริงมึงเนี่ย”

ส่ายหัวให้กับเพื่อนสนิท พร้อมความรู้สึกดีกับนำทัพที่เพิ่มมากขึ้นไปอีก ต้องขอบคุณความเสือกของไอ้แม็กซ์ที่ทำให้ผมได้รู้อะไรดีดีขึ้นอีกเยอะ ถ้าจะรอถามเจ้าตัวก็คงบ่ายเบี่ยงไม่ตอบ นอกจากจะกวนประสาทกลับมาเท่านั้น



และถ้าเป็นแบบนั้นจริง

ผมคงเป็นคนที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง



ที่คำพูด การกระทำ ความรู้สึก ตลอดจนความสนใจของผม

ทุกอย่าง ..



อยู่ในสายตาของคนคนหนึ่ง



ตลอดเวลา



“ ไปไหนมา ทำไมปล่อยให้กูนอนหนาวคนเดียว ”

ทันทีที่ล้มตัวลงนอน คนที่ผมคิดว่าหลับไปแล้วก็ขยับตัวมาใกล้ ดึงผมไปไว้ในอ้อมกอดทันที ทั้งๆที่พูดออกมาแต่เขาไม่ลืมตาเลยแม้แต่น้อย ... เหมือนคนละเมอ

“ ออกไปคุยกับไอ้แม็กซ์มา ”

“ หนาวจัง ”

ดึงผ้าห่มให้ขึ้นมาคุมถึงส่วนคอของคนตัวสูง หวังจะให้ช่วยคลายความหนาวได้บ้าง

“ หนาวจังเลย จะแข็งตายอยู่แล้ว ”

“ แล้วจะให้ทำยังไง ”

“ ทำแบบนี้ไง ”

รู้ตัวอีกทีร่างของผมก็ถูกรวบกอดไว้ในอกนั้นจนแน่นแล้ว ความอุ่นจากร่างกายระหว่างเราสองคน ส่งผ่านสัมผัสให้กันและกัน เสียงหัวใจของนำทัพเต้นอยู่ใกล้หูผมจนได้ยินชัดเจน



หลับตาลงภายใต้ความมืดที่เงียบสงัดกับความอบอุ่นที่อยู่ข้างกาย พร้อมแล้วที่จะหลับฝันดีในราตรีนี้



เข้าใจแล้วว่า ...

หนาวเนื้อห่มเนื้อ มันเป็นยังไง



เมื่อได้สัมผัสด้วยตนเอง ....แบบนี้



“ ฝันดีนะครับโซล ”

“ ฝันดีครับทัพ ”



และสำหรับผม .... คืนนี้ผ้าห่มกับหมอนก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว

ขอแค่ ....




นำทัพคนเดียวเท่านั้นก็พอ




-----------------
Talk :: ชอบความเสือกของเจ้าแม็กซ์กับความเชียร์ของแก๊งห่าม … เรื่องนี้มีสีสันขึ้นเยอะเลย  ++ บางทีความรักก็ไม่จำเป็นต้องมีสถานะ ถ้าคนสองคน … รู้ดีว่าภายในใจเป็นยังไง 

:: เป็นไงบ้างหยุดยาวเที่ยวไหนกันมาครับ ส่วนเราปั่นนิยายวนไป



ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ Blueribbon

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 44
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-1
25

ฉันคิดถึงเธอ


เช้านี้ผมตื่นเร็วกว่าปกติ ... แต่คงช้ากว่าคนที่นอนข้างๆ ซึ่งตอนนี้หายไปไหนแล้วไม่รู้



ผมเดินออกมาข้างนอกมองหานำทัพก็ไม่เห็น จึงเดินกลับไปเอาของใช้อาบน้ำแต่งตัว เช้านี้มีนัดรวมพลกันตอนแปดโมงอากาศที่นี่ยามเช้าหนาวมาก หมอกหนาลงไปจนทั่วพื้นที่  ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่ากว้างทั่วทุกบริเวณที่รายล้อมอากาศบริสุทธิ์ที่หายไปจากปอดมานานหลายเดือนถูกสูดเข้าอย่างเต็มที่มันสดชื่นมากถึงมากที่สุด



หลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มารวมตัวกันที่จุดรวมพล พี่หลินกับผู้ใหญ่บ้านแนะนำจุดต่างๆ ของหมู่บ้านพร้อมทั้งแบ่งทีมทำกิจกรรมหลังจากออกไปแจกของในชุมชนเสร็จ ส่วนนำทัพกลับมาแล้วคงจะไปคุยธุระกับพี่หลินและผู้ใหญ่เพราะผมเห็นว่ามีรถกระบะกับรถบรรทุกนำเครื่องเล่นและ จักรยานมาเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว



พี่หลินให้เวลาทานข้าวสามสิบนาทีก่อนออกไปปฏิบัติหน้าที่ อาหารเช้านี้เป็นข้าวต้มหมูร้อนๆ  ช่างเข้ากับบรรยากาศเช้านี้ได้เป็นอย่างดี  พวกผมรีบทานข้าวแล้วหยิบของที่จะนำไปบริจาคใส่กล่องจากนั้นแบ่งทีมกระจายตัวนำไปแจกให้คนในชุมชน



“ มึงไม่ต้องยก เดี๋ยวกูจัดการเอง เดินแจกก็พอ ”

 “ ไม่ไหวก็บอกนะ จะได้เปลี่ยน ”

“ ครับ ”

นำทัพเข้ามาห้ามผมที่กำลังจะยกกล่องลังขึ้นมาอุ้มไว้ในมือ  ผมจึงทำได้แค่เดินนำหน้าโดยมีคนถือกล่องเดินตามมาเท่านั้น



เด็กๆ ในหมู่บ้านวิ่งมาหากลุ่มของพวกผม ยิ้มทักทายโบกมืออย่างสนุกสนานคงดีใจที่มีคนเอาของมาให้แถมยังจะได้สนามเด็กเล่นเพิ่มด้วย   แต่ละบ้านที่ได้รับของแจกต่างยกมือไหว้ขอบคุณจนพวกผมไหว้กลับแทบไม่ทันทุกคนมีร้อยยิ้มทั้งผู้ให้และผู้รับ  



ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าคนที่นี่ส่วนใหญ่ทำไร่ ทำนา ปลูกผักเป็นอาชีพหลักส่งขายให้กับคนในเมือง กลางวันจะออกไปทำงานเหลือแต่เด็กเล็กกับผู้สูงอายุอยู่บ้านพวกผมจึงเห็นตรงกันว่าเราควรเอาของไปแจกถึงบ้านดีกว่า เพราะถ้าให้มารวมตัวกันที่โรงเรียนคงจะไปรบกวนเวลาทำงานของชาวบ้านเปล่าๆ



“ พี่ครับ ครูใหญ่บอกว่า พวกผมจะได้สนามเด็กเล่นหรอครับ”

เด็กน้อยน่าจะราวๆ หกขวบ สวมชุดพื้นเมืองวิ่งนำกลุ่มเพื่อนสี่ห้าคนมารุมผมกับนำทัพเอาไว้ คงกำลังดีใจและตื่นเต้นที่จะได้สนามเด็กเล่นในโรงเรียน

“ ใช่ครับ ดีใจกันมั้ย ”

“ ดีใจครับ เย้ !! ”

เด็กๆ วิ่งส่งเสียงดีใจ ไปหาเพื่อนอีกกลุ่มส่งข่าวว่าได้เรื่องอะไรบ้าง สักพักเด็กๆ กลุ่มนั้นก็กระโดดโลดเต้นดีใจใหญ่วิ่งร้องเพลงพากันออกไป  ความเดียงสาของเด็ก ช่างทำให้ผู้ใหญ่แบบเรายิ้มตามได้อย่างง่ายดาย

“ ยิ้มให้เด็กแล้ว ยิ้มให้ผู้ใหญ่บ้างสิ”

นำทัพที่ยืนอยู่ส่งเสียงอ้อนข้ามกล่องที่ถือมา  ผมจึงส่งยิ้มกว้างไปให้จนฝ่ายนั้นพอใจยิ้มกว้างตอบกลับมาเช่นกัน อยากให้เขาได้รับสิ่งดีดีบ้างเพราะเขาให้สิ่งดีดีกับคนอื่นมามากแล้วช่วงนี้



กว่าจะแจกของเสร็จก็เกือบเที่ยง พวกผมจึงพักกินข้าวกันให้เรียบร้อยก่อนจะลุยงานต่อ  บ่ายนี้ผมได้ทำแปลงเกษตรกับไอ้ทีมฝั่งน้ำหวานกับแพททาสีรั้วโรงเรียน  ส่วนไอ้แม็กซ์กับนำทัพไปคุมงานก่อสร้างสนามเด็กเล่นและที่จอดรถจักรยาน



บ่ายนี้แดดแรงมากผมเดินกลับเข้ามาหยิบหมวกกับเสื้อคลุมให้ตัวเองและไม่ลืมที่จะหยิบไปเผื่อนำทัพด้วย คนตัวสูงยืนรอออกไปทำงานกลางแจ้ง ชะเง้อมองหาผมที่หายไปเพราะไม่ได้บอกว่าจะแยกตัวออกมา

“ หมวกกับเสื้อคลุม ใส่ไว้ เดี๋ยวร้อน”

“ ใส่ให้หน่อยสิ  ”

หันไปมองซ้ายขวาแล้วคนไม่เยอะเท่าไหร่ส่วนหนึ่งออกทำงานตามจุดแล้ว เว้นบางส่วนที่กำลังเตรียมตัวจะออกไป จับคนตัวสูงกว่าหันหลังแล้วสวมให้ทีละแขนจนครบทั้งสองข้างรูดซิปเป็นอันเสร็จ

“ หมวกละ ”

“ กำลังจะใส่นี่ไง ก้มหัวหน่อย ”

นำทัพไม่ยอมก้มหัวแถมยังเขย่งเท้าให้สูงขึ้นจากเดิม แค่ปกติก็ใส่ยากอยู่แล้วยังจะมาแกล้งอีก ผมจึงยกมือขึ้นกดใหล่คนชอบกวนเอาไว้แล้วเขย่งเท้าตาม เพื่อให้ใส่ได้ถนัดขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิดจนเกือบจะชิดกันพลันรอบเอวก็สัมผัสได้ถึงวงแขนที่กอดกระชับไว้

“ ปล่อย เดี๋ยวคนอื่นเห็น ”

“ ก็คิดถึงนี่นา วันนี้ยังไม่ได้กอดเลย ”

นำทัพดึงผมเข้าไปกอดแน่นขึ้นจนพอใจแล้วผละผมออกมาอย่างเบามือ ยกมือขึ้นจัดความเรียบร้อยของหมวกและเสื้อแขนยาวอีกครั้งแก้เขิน ยังไม่พร้อมจะหันไปเจอกับสายตาที่มองมาจากข้างหลัง

“ ไปสักทีเหอะกอดลากันอยู่ได้ ไปทำสนามเด็กเล่นตรงนี้เองไม่ได้ไปต่างประเทศ ”

ชาติที่แล้วคงเกิดเป็นฝอยชาตินี้มึงถึงได้ขัดส้นตีนกูบ่อยขนาดนี้ ไอ้เพื่อนคนดีที่พูดจาเข้าหูเมื่อคืนไปไหนแล้วทำไมเหลือแต่ตัวป่วนยืนอยู่ตรงนี้  นำทัพได้แต่หัวเราะแล้วเดินตามไอ้แม็กซ์ออกไป



การทำแปลงกลางแดดร้อนแบบนี้ เล่นเอาเหงื่อท่วมตัวผมเลยขุดแปลงผักมาได้สามแปลงไว้สองคนไอ้ทีมที่ช่วยกันรวมถึงกลุ่มเพื่อนข้างๆ ด้วย พวกผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำแปลงผักเพื่อให้เป็นอาหารกลางวันของเด็กๆ  แต่ตอนนี้แสบมือมากด้วยความที่ไม่ได้ใส่ถุงมือแบบคนอื่นและไม่ได้จับจอบมานานมือผมแดงจนแตกเวลาโดนเหงื่อโคตรเจ็บเลย



“ เจ็บมือหรอ ”

มาตั้งแต่เมื่อไหร่คนที่ควรจะยืนช่วยดูงานที่สนามเด็กเล่นกับไอ้แม็กซ์ นำทัพคว้าจับมือผมไปสำรวจรอยแดงเต็มฝ่ามือแตกบ้างบางจุด

“ มาได้ไง ไม่ไปทำงานละ”

“ ตรงนั้นจะเสร็จแล้ว ให้ช่างเค้าติดตั้ง ไอ้แม็กซ์มันดูอยู่ เลยจะมาช่วยมึง”

นำทัพทำเหมือนผมเป็นผู้หญิงบอบบางแย่งจอบที่อยู่ในมือไปสับดินแทนไล่ผมให้ไปยืนอยู่ข้างๆ  สาบานได้ว่านั่นคือคุณชายสับดินเก่งกว่าผมอีกแค่มองดูไอ้ทีมทำไม่นานก็ทำได้จนคล่อง



ผ่านไปจนเย็นมากแล้วแปลงผักก็เป็นรูปเป็นร่างเสร็จเรียบร้อยจากฝีมือของคนในทีม  ทุกคนปรบมือส่งสัญญาณว่างานในส่วนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะได้ยินตรงจุดอื่นส่งสัญญาณกลับมาเช่นกันการร่วมแรงร่วมใจของคณะทำให้งานเสร็จเร็วทันตามกำหนด

“ อยากไปดูสนามเด็กเล่น”

ได้ยินเสียงเด็กเจื้อยเจี้ยวมาแต่ไกล รวมถึงเด็กบางกลุ่มที่พากันวิ่งผ่านพวกผมไปยังที่มาของต้นเสียงนั้น คงจะมารวมตัวกันที่สนามเด็กเล่นแห่งใหม่ นำทัพกำลังจะห้ามไม่ให้ไปเพราะอยากพาไปทายาก่อน แต่ก็ห้ามไม่ทันผมเดินออกมาในทันทีที่พูดจบ คนตัวสูงจึงวิ่งตามจนทันเดินมาจนถึงสนามเด็กเล่นที่เพิ่งสร้างเสร็จ เครื่องเล่นสี่ห้าอย่างสีสันสวยงามตั้งอยู่บนลานกว้าง  โดยมีเด็กๆ ล้อมรอบยืนมุงดูด้วยความตื่นเต้นแต่ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปเล่น

“ เด็กๆ รอก่อนนะครับ เดี๋ยวรอพี่ช่างตรวจความเรียบร้อย กับความปลอดภัยอีกรอบค่อยเล่นนะ”

ผู้ใหญ่บ้านส่งเสียงบอกเหล่าตัวน้อยให้อดใจรอก่อนเด็กยิ้มส่งให้กัน สายตานั้นเป็นประกายเฝ้ารอสนามเด็กเล่นที่จะเปิดให้เล่นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า   หันไปมองทางขวามือ ใกล้กันมีโรงจอดจักรยานขนาดเล็กที่เพิ่งสร้างเสร็จ ข้างในมีจักรยานอยู่ราวสิบคันเด็กอีกกลุ่มก็มุงยืนดูชี้จับจองคันของตัวเองด้วยความสนใจ

“ ขอบคุณนะมึง ขอบคุณที่สร้างรอยยิ้มให้กับพวกเค้า”

“ ขอบคุณกูทำไม ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันมากกว่า”

คนปากแข็งเกินกว่าจะยอมรับในสิ่งที่แอบทำบอกปฏิเสธคำชมนั้น แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนที่สร้างรอยยิ้มและโอกาสให้กับเด็กน้อยเหล่านี้ไปแล้ว



ผมกับนำทัพหลบมานั่งด้วยกันที่ชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่หลังจากเขาทายาที่มือให้ผมเสร็จเรียบร้อยแล้วตรงนี้ร่มรื่นเย็นสบาย บวกกับบรรยากาศตอนใกล้ค่ำที่พระอาทิตย์จะตกดิน แสงสีส้มเกือบแดงตรงหน้า กำลังจะลาลับขอบฟ้า นกน้อยต่างพากันบินลัดเงาพระอาทิตย์กลับรัง บรรยากาศดีจนอยากขนกลับกรุงเทพด้วย

“ อากาศดีจังเลยนะมึง ”

“ แล้วนี่ยังเจ็บมืออยู่มั้ย ”

คนที่ตอบไม่ตรงคำถามยังคงกุมมือของผมไว้ บีบนวดตรงส่วนที่จับจอบไว้อยู่นานให้คายเมื่อย สายตาไม่ได้มองวิวหรือยินดียินร้ายกับสิ่งรอบตัวมากไปกว่าแผลที่มือของผมเลย

“ ไม่เจ็บแล้ว แต่เมื่อยขามากกว่า เดินทั้งวัน ไหนจะยืนสับดินอีก ”

ทุบขาตัวเองเบาๆ ให้หายเมื่อยหน่อยทั้งวันแทบจะไม่ได้นั่งเลย หมดพลังงานไปเยอะมาก คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ลุกขึ้นยืน เดินอ้อมมาด้านหน้านั่งคุกเข่าลงไปกับพื้นก่อนจะยกขาข้างซ้ายของผมขึ้น แล้วถอดรองเท้าออก

“ เห้ย มึงจะทำอะไรเนี่ย”

ตกใจกับสิ่งที่คนตรงหน้าทำพยายามจะดึงขากลับแต่ถูกมือของเขาล็อกเอาไว้  พอเห็นว่าหยุดดิ้นแล้ว นำทัพก็เริ่มใช้มือนวดไปตามส่วนขาไล่จนถึงบริเวณน่องที่ผมบ่นว่าปวดแรงนวดสม่ำเสมอจนผมรู้สึกเคลิ้ม

“ ทำไมต้องดูแลกู ใส่ใจกู เข้าหากู ทำดีกับกูขนาดนี้วะ ”

“ ก็อยากทำให้ไงเต็มใจ”

“แต่นี่กูกำลังจีบมึงอยู่นะ มึงลืมไปหรือเปล่า กูต้องเป็นคนเข้าหามึง ทำเพื่อมึงไม่ใช่หรือไง”

หรือผมกำลังสับสนกับอะไรบางอย่าง ผมทำผิดวิธีของคนที่กำลังตามจีบใครอยู่หรือเปล่า เพราะเท่าที่เห็นเหมือนนำทัพจะเป็นคนเข้าหาผมมากกว่าผมเข้าหาเขาซะอีก

“ จะมึงจีบกูหรือกูจีบมึง ผลลัพธ์ที่ได้มันก็เหมือนกันปะวะ”

“ ยังไง ”

“ สุดท้าย กูกับมึงก็ต้องเป็นแฟนกันอยู่ดี ”



เชดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ปล่อยขากูแปบแล้วออกไปไกลๆ ก่อนได้มั้ย

เขินไม่ไหวแล้ววววว

*********



ค่ำคืนที่ดวงดาวเต็มท้องฟ้ากว้างที่มืดมิด  คณะของค่ายอาสามารวมตัวกันตรงลานกว้างเพื่อทำกิจกรรมสุดท้าย นั่นคือ ‘ ปาร์ตี้กองไฟ ’  ขนมและเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอลล์ถูกนำมาวางจัดเลี้ยงจนเต็มทั่วบริเวณ สมาชิกค่ายต่างกินดื่มพูดคุยกันส่งเสียงเฮฮาสนุกสนาน หลังผ่านกิจกรรมที่ใช้แรงมาตลอดทั้งวัน



การออกค่ายอาสาครั้งนี้ ทำให้หลายคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนได้มารู้จักเพื่อนใหม่ เรียนรู้การทำเพื่อคนอื่นมากขึ้นเปิดประสบการณ์ชีวิต เรียนรู้โลกกว้าง ที่อยู่นอกเหนือจากตำรามาสู่ชีวิตจริงสร้างสุขด้วยการให้ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่มีค่ามากมายในสายตาของใคร แต่สำหรับบางคนมันคือโอกาสในชีวิตที่จะได้เห็นได้ใช้  และได้รับในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน



ผมเชื่อเสมอว่าทุกการให้

มักจะสร้างความสุขในใจที่ไม่รู้ลืม

ให้ทั้งผู้ให้และผู้รับ



เสียงเพลงเล่นกีตาร์จากพี่ๆ ในสโมสร ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องนักร้องสมัครเล่นหลายคนสลับกันร้องหลายเพลง ตามคำขอของคนในค่ายปรบมือตามสร้างจังหวะบ้างร้องตามโยกตัวไปตามทำนอง   อากาศหนาวกองไฟอุ่นๆ ผู้คนรายล้อมและเสียงดนตรีเพราะ ทำให้ค่ำคืนที่มืดมิดบนที่สูงแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาในทันที

ผมนั่งข้างน้ำหวานกับแพท ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับไอ้แม็กซ์ ไอ้ทีม และนำทัพ ตั้งแต่เย็นที่เดินออกาจากชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมก็ไม่กล้ามองหน้าเขาอยู่นาน พักนี้นำทัพชอบทำอะไรให้ใจของผมสั่นง่าย คำพูดแต่ละคำที่ออกมามันตรงจนคนฟังไม่ต้องแปล บางทีก็ตรงเกินไปจนผมตั้งรับไว้แทบไม่ทัน



ตอนนี้จึงขออยู่ห่างเขาสักพักให้หัวใจตัวเองได้พักจากความเขิน ก่อนจะดิ้นตายกลิ้งลงเขาไปซะก่อนถึงอย่างนั้นคนตัวสูงก็ยังไม่เลิกกวนประสาทด้วยการส่งสายตามามองผมอยู่ตลอดเวลาแบบนั้น



ใจคอจะไม่ให้ได้พัก หายใจกันเลยหรือไง ...



เสียงพี่หลินปรบมือเหมือนกำลังจะให้ทุกคนหยุดทุกกิจกรรมลงสักครู่ เพราะเจ้าตัวกำลังจะพูด

“ พี่ขอขอบคุณน้องๆ สมาชิกทุกคนนะคะที่ทำให้กิจกรรมค่ายอาสาของเราผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนเก่งมากค่ะ หวังว่าเราจะเก็บรอยยิ้มของคนที่นี่กลับไปด้วยนะคะ ที่สำคัญเจอกันใหม่ค่ายหน้าค่ะ”

ทุกคนปรบมือให้กับการกล่าวปิดค่ายยอย่างเป็นทางการของประธานคนเก่ง พี่หลินประสานงานดีมากจนทำให้งานออกมาเป็นไปตามแผน ไม่มีข้อผิดพลาดเลย แม้จะเป็นเพียงกิจกรรมสั้นๆ ของการออกมาทำเพื่อสังคม แต่ทุกอย่างที่พวกเราตั้งใจเป็นความทุ่มเทและคิดมาหมดแล้วว่ามันเป็นประโยชน์ต่อคนที่นี่มากที่สุดแล้ว

เสียงกีตาร์ดังขึ้นอีกครั้งจากเพื่อนสนิทของผมอย่างไอ้ทีม ไอ้นี่มันเล่นดนตรีเก่งคราวที่ผมประกวดเดือนก็ได้มันที่มาช่วยรื้อฟื้นวิชากีตาร์ที่นำทัพเคยสอนผมไว้ยังจำได้ดีว่าตอนที่นำทัพสอน ผมถูกตีมือบ่อยขนาดไหนเพราะเรียนไปเถียงไป แต่สุดท้ายผมก็เล่นได้ถึงแม้จะไม่ได้เก่งเท่าเขาก็ตาม



“ ใครอยากฟังเดือนมหาลัยร้องเพลงบ้าง ขอเสียงหน่อย”

ไอ้แม็กซ์ที่ลุกขึ้นยืนทำตัวเหมือนพิธีกรเปิดเวที เรียกเสียงหัวเราะให้กับคนในวงได้เป็นอย่างดี ไอ้นี่ก็อีกตัวชอบสร้างเสียงหัวเราะผ่านการกวนตีน แล้วคราวนี้ก็ไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรอีกอยู่ดีดีก็พูดขึ้นมา

“ อยาก ...อยาก ”

เสียงของคนรอบกองไฟ ตอบสนองคำถาของไอ้แม็กซ์ในทันทีเชียร์ให้เดือนมหา’ลัยขวัญใจของคนในค่ายร้องเพลงตามที่พิธีกรทำเป็นยื่นข้อเสมอ นำทัพไม่ได้ปฏิเสธหรือตกลงแต่สายตามันมองไปที่ไอ้แมกซ์ก่อนจะหันกลับมาหาผม



เริ่มรู้สึกเสียงสันหลังขึ้นมาทันที

เมื่อพวกมันสองคน .. รวมตัวกัน



“ ผมจะร้อง ถ้ามีคนบอกว่าอยากฟัง”

นั่นไง.. คนเจ้าเล่ห์สองคนมาร่วมมือกัน แล้วคนดีอย่างผมจะรอดไปได้ยังไงแกล้งตายก้มหน้ามองพื้นไว้ดีกว่า

“ หมายถึงน้องโซลหรือเปล่านะน้องทัพ”

เสียงพี่หลิน ชงเข้มเหลือเกิน เล่นเอาคนในคณะที่พอจะรู้เรื่องของผมกับนำทัพเชียร์ตาม ก็เห็นผมกับไอ้เดือนตัวติดกันทั้งวันสร้างโมเมนต์คู่กันทุกนาทีขนาดนั้นใครไม่รู้ก็แย่แล้ว

“ เกี่ยวไรกับผมละครับ มันอยากร้องก็ร้องไปสิ”

“ ก็กูจะร้องให้มึง ถ้ามึงไม่อยากฟัง กูก็ไม่ร้อง ”

สายตาหลายคนจับจ้องมาที่ผมเป็นเชิงอ้อนวอนกดดัน เพราะอยากฟังเดือนคนหล่อเล่นกีตาร์เต็มที โดยเฉพาะแพทกับน้ำหวานที่เขย่าตัวผมทั้งสองฝั่ง จนสั่นเป็นตุ๊กตาลมหน้าปั๊มน้ำมันแล้วเนี่ย

“ ร้อง  เลย ... กู ...อยากฟังก็ได้  ”

รอยยิ้มอย่างคนพอใจ ในสิ่งที่รออยู่นานฉายขึ้นบนหน้านิ่งนั้นไอ้ทีมยื่นกีตาร์ให้นำทัพ ก่อนเจ้าตัวจะรับไว้แล้วจัดท่าให้ถนัดมือ นานแล้วที่ไม่ได้เห็นนำทัพจับกีตาร์แบบนั้นนานพอๆ กับที่ผมหายออกไปจากชีวิตของเขา



“ ฉันคิดถึงเธอ ...”

คนถือกีตาร์พูดจบพร้อมเสียงกรี๊ดที่ดังลั่น สายตานั้นจับจ้องมาที่ผมคนเดียว ความรู้สึกของผมมันเหมือนมีผีเสื้อนับล้านตัววิ่งวนกันอยู่ภายในตัว  หัวใจเต้นแรงกับสายตาหวานเป็นประกาย รอยยิ้มที่พยายามสะกดกั้นเอาไว้ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านอำนาจสั่งการของหัวใจได้



มันยิ้มขึ้นอย่างเต็มที่ ... พร้อมกับคอร์ดกีตาร์แรกที่ดังขึ้น



ไม่ใช่เธอ คนเดียวที่รอฉัน แต่ฉันก็รอเธอเหมือนกัน ไม่ใช่ตรงนั้นที่เดียวที่เงียบงัน ตรงนี้ก็เหงาจับใจ

ฉันคิดถึงคืนวันเก่า ๆ ที่เรามองตา ที่เราชิดใกล้ ไม่ใช่เธอคนเดียวที่เหงาใจ ใจฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน ไม่ใช่เธอ คนเดียวที่รอฉัน แต่ฉันก็รอเธอเหมือนกัน ไม่ใช่ตรงนั้นที่เดียวที่เงียบงัน ตรงนี้ก็เหงาจับใจ

ฉันคิดถึงคืนวันเก่า ๆ ที่เรามองตา ที่เราชิดใกล้ ไม่ใช่เธอคนเดียวที่เหงาใจ ใจฉันก็คิดถึงเธอเหมือนกัน



(เพลง : ฉันคิดถึงเธอ  /  ศิลปิน โปเตโต้)



ถึงตอนนี้ผมเข้าใจความรู้สึกของนำทัพแล้วว่าการที่มีใครสักคนร้องเพลงให้มันเป็นยังไง ..

ผมเข้าใจความหมายที่เขาสื่อออกมาผ่านเพลงที่ร้องกับสายตาที่ส่งมานั้น

ไม่ได้มีแค่ผมที่รอเขาแค่คนเดียว

เขาเองก็ยังรอผมเช่นกัน



เราสองคน ต่างฝ่าย ต่างยังรอซึ่งกันและกัน



เสมอมา ...




---------------
Talk :: ชอบฉากนี้มาก … เขียนไปยิ้มไปเหมือนคนบ้าเหมือนกับว่านำทัพร้องเพลงให้เรา ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลย 5555


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 255
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5260
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด