Unfaithful เกมนอกใจ (Mpreg) // บทที่ 19 ทางเดินที่เลือกเอง 100% (01/07/2020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Unfaithful เกมนอกใจ (Mpreg) // บทที่ 19 ทางเดินที่เลือกเอง 100% (01/07/2020)  (อ่าน 8240 ครั้ง)

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
บทที่ 8 ชีวิตที่น่าอิจฉา 100%


ตั้งแต่เด็กเขาก็เกิดมากับครอบครัวที่สมบูรณ์เพียบพร้อมไปทุกอย่าง ครอบครัวของเขามีเงิน มีฐานะ มีชื่อเสียงที่โด่งดัง ไม่มีใครในประเทศนี้ไม่รู้จัก

'อรรถจิรานันท์'

คุณพ่อของเขา 'วิวิทย์ อรรถจิรานันท์' เจ้าพ่ออสังหา ท่านทำงานตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 เพราะท่านเป็นลูกชายคนเดียวของคุณปู่จอมบงการที่คอยจัดแจงชีวิตทุกคน ท่านถูกคุณปู่ให้บังคับเริ่มฝึกงานที่บริษัทตั้งแต่เข้าเรียน ปี 1 ควบคู่กับการเรียนไปด้วย ทำให้ท่านแทบไม่มีวันหยุดและได้ใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไปเลย

จนวันนึงท่านได้พบกับคุณแม่ของเขาที่เป็นลูกหลานของตระกูลผู้ดีเก่าที่จะสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับคุณพ่อได้ในหลายๆ เรื่องอย่าง 'ริณี ธาดาวรวงศ์' คุณแม่เป็นสาวสังคมชั้นสูง สวยสง่า ราวกับดอกฟ้าที่ใครๆ ต่างหมายปอง แต่ในใจของคุณแม่มีเพียงแค่คุณพ่อคนเดียวเท่านั้น คบหาดูใจกันได้ไม่นานก็มีข่าวสั่นสะท้านสังคมเรื่องการแต่งงานของคนทั้งคู่ และหลังจากนั้นแค่ไม่กี่ปีเขาก็ลืมตามาดูโลกในฐานะทายาทของอรรถจิรานันท์

'ชีวิตดีจังเลยเนาะ เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง'

'คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดแท้ๆ'

'วาสนาดีสุดๆ ไปเลย ไม่ต้องทำงานก็มีเงินใช้จนตาย'

นี่คือคำพูดพาดพิงที่เอ่ยถึงเขาตั้งแต่เขายังไม่ได้คลอดออกมาด้วยซ้ำ ชีวิตของเขาที่ใครๆ ก็มองว่ามันน่าอิจฉา ชีวิตของเขาที่ใครๆ ก็มองว่ามันช่างโชคดีอะไรอย่างนี้

ทำไมเขาไม่เคยอยากได้ชีวิตแบบนี้เลย

เขาเกิดมาสุขสบายบนกองเงินกองทองจริงๆ ฐานะทางบ้านของเขาไม่ได้ทำให้เขาขัดสนในเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย ครอบครัวเราอบอุ่นมากๆ คุณพ่อคุณแม่รักกันดี จนกระทั่ง

ผู้หญิงคนนั้นโผล่เข้ามา

การปรากฏตัวของผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับลูกในท้องที่คุณพ่อพาเข้าบ้านมาแนะนำให้พวกเรารู้จัก ครอบครัวของเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกันทุกวัน ไม่มีวันไหนที่ไม่ด่าทอหรือสาดคำร้ายๆ ใส่กัน มันเหมือนเป็นภาพชินตาของเขาไปแล้ว เขาได้ยินเสียงร้องไห้ของคุณแม่ดังออกมาจากห้องในทุกๆ วันที่คุณพ่อไปค้างกับผู้หญิงคนนั้น

มันทำให้เขาปลูกฝังต้นกล้าแห่งความเกลียดชังไว้ในหัวใจ ทุกครั้งที่เห็นหน้าผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นเมียน้อยกับลูกของมัน รากของความเกลียดชังมันงอกออกไปจนทิ่มแทงก้อนเนื้อกลางอกจนเจ็บไปหมด เขาเกลียด เกลียดมันและลูกของมันเข้ากระดูกดำ เกลียดที่มันมาแย่งทุกอย่างไป เกลียดที่มันมาทำให้แม่เสียใจ เกลียดที่มันได้ความรักจากคุณพ่อมากกว่าเขาและแม่ เขาไม่เคยลืมมันเลยเพราะชื่อของมัน เขาท่องมันในทุกห้วงลมหายใจ

'พิจิตรากับชานนท์ ไอ้พวกนอกคอก'

แต่แล้วกรรมมันก็ตามทัน พวกมันถูกเงาแห่งความยุติธรรมสนองเข้าให้ในปีที่เขามีอายุครบ 7 ขวบ ผู้หญิงคนนั้นถูกคุณพ่อจับได้ว่านอนกับคนขับรถของคุณพ่อ วันที่ความจริงเปิดเผยท่านโกรธมาก เขาไม่เคยเห็นท่านโมโหขนาดนี้มาก่อน ท่านไล่ผู้หญิงคนนั้นออกไปให้พ้นหน้า ให้มันหอบข้าวของและลูกชายของมันไปให้พ้นๆ จากอรรถจิรานันท์ หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยได้เห็นหน้าของพวกมันอีก

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นมันทำให้คุณพ่อเปลี่ยนไป

ท่านติดสุรามากขึ้นและโมโหร้ายมากยิ่งขึ้น ท่านทุบตีแม่กับเขาตลอดเวลาที่เมามาย โทษว่าทุกอย่างมันเป็นเพราะแม่ ท่านพร่ำเรียกหาแต่ชื่อของตัวเสนียดทั้งสองคนนั้นทั้งน้ำตา ทุกเสียง ทุกคำพูด มันเหมือนเลื่อยคมที่เฉือนหัวใจของเขากับแม่ในแต่ละวัน ทุกครั้งที่แม่ร้องไห้ น้ำตาพวกนั้นมันทำให้เขาเจ็บปวดใจเหมือนใจกำลังแหลกสลาย

นี่น่ะหรือ...ชีวิตในฝันของใครหลายๆ คน

นี่น่ะหรือ...ชีวิตที่น่าอิจฉา สำหรับเขามันน่าสมเพชมากกว่าเป็นไหนๆ

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มที่จะกบฏ ในคำสั่งของผู้ที่เป็นบิดา ไม่ว่าพ่อจะสั่งอะไร จะอยากให้เขาทำอะไร อยากให้เป็นอะไร เขาจะทำสวนทางกับสิ่งที่พ่อต้องการเสมอ มันเริ่มตั้งแต่พ่ออยากให้เขาเรียนสายวิทย์คณิต แต่เขาเลือกที่จะเรียนสายศิลป์ พ่ออยากให้เขาเรียนบริหารแต่เขาเลือกที่จะเรียนนิเทศ พ่ออยากให้เขาเข้าไปฝึกงานในบริษัทของพ่อ แต่เขาเลือกที่จะเมินเฉยทำเหมือนมันไม่มีอยู่บนโลกนี้

จนกระทั่งพ่อเลือกให้เขาเป็นผู้สืบทอดกิจการของที่บ้าน แต่เขาเลือกที่จะไม่รับ

พ่ออยากให้เขารีบแต่งงานกับคนที่เหมาะสมและคู่ควร แต่เขาทำตัวรักสนุก ลุกนั่งสุดเหวี่ยง ไม่ผูกมัดกับใคร จนได้ชื่อว่าเป็นสายฝนที่เร่าร้อนที่สุดในวงการมายา

ใครๆ ก็อยากที่จะเข้าหาและอ้าขาให้กับเขาทั้งนั้น เว้นแต่เพียง 'พลลภัตม์ ภัชรภิรมย์' เด็กหนุ่มที่ทางบ้านมีฐานะปานกลาง เข้าวงการตั้งแต่อายุยังน้อย ดูไร้เดียงสาและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน พัดเป็นคนซื่อตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน วันที่อีกคนมาแคสบทในละครของเขา

'ขอโทษนะครับ คือห้องแคสละครเรื่องศึกนารีไปทางไหนหรอครับ'

'...'

'พอดีผมเพิ่งมาตึกนี้เป็นครั้งแรก คนหนึ่งบอกซ้าย อีกคนบอกขวาผมงงไปหมดแล้ว'

รอยยิ้มของพัดเหมือนทำให้โลกของผมมันมีแสงสว่างที่ส่องมาถึงเพิ่มมากยิ่งขึ้น ชีวิตของผมในแต่ละวันเหมือนอยู่ใต้ทะเลลึก หนาวเหน็บ มืดมิด และโดดเดี่ยว แม้กระทั่งแสงสว่างยังส่องลงมาไม่ถึง แต่เมื่อมีพัดเข้าในชีวิต

มันก็สว่างมากยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

พัดเป็นคนน่ารัก ดูแลเอาใจใส่คนรอบข้างอย่างดี พัดเป็นที่รักของทุกคนในกองถ่ายรวมถึงเป็นที่รักของคนทั้งประเทศ รวมถึงเป็นที่รักของเขาด้วย พัดแจ้งเกิดทางการแสดงกับบทบาทในละครที่เขาเป็นคนกำกับ ในเวลานั้นไม่มีใครไม่รู้จักพลลภัตม์ ไม่ว่าจะเด็กเล็กมากแค่ไหนก็ยังต้องเคยได้ยินชื่อเสียงกันมาบ้าง

พัดกลายเป็นดาราดัง พอๆ กับเขาที่กลายเป็นผู้กำกับคิวทอง เราเริ่มห่างหายจากกันไปเพราะแต่ละคนก็มีงานไม่ได้เว้นวรรคกันเลยโดยเฉพาะพัด เราเริ่มหายไปจากวงโคจรของกันและกัน จนกระทั่งงานแต่งงานของเพื่อนสนิทของเขา

ที่เหวี่ยงให้เรากลับมาเจอกันอีกครั้ง

ครั้งนี้เขาเป็นคนเข้าหาพลลภัตม์ก่อน เขาเข้าไปทักทายและแนะนำตัวกับอีกฝ่ายแน่นอนว่าอีกฝ่ายจำได้ในทันที เราคุยกันหลายประโยคในคืนวันนั้น

'พัดมีแฟนหรือยัง'

'ยังหรอกครับ งานหนักขนาดนี้จะเอาเวลาไหนไปหาแฟน'

'ไม่ต้องหาสิ เดี๋ยวไปหาเอง'

เราเริ่มที่จะสานสัมพันธ์กันไปมากกว่าเพื่อนร่วมงาน พัดเหมือนเป็นมือใหม่ในเรื่องของความรัก เขาไม่เคยมีแฟนมาก่อนผมคือแฟนคนแรกของเขา และเป็นคนแรกที่ได้ครอบครองเขา

'พัด...อืม ดี'

'พะ...พี่เรน พะ พัด จะ อื้ม'

'พัด...'

'พะ พี่เรน พัดจะไป...แล้ว'

'พร้อมกันนะ พัด'

ตลอดเวลาเกือบหนึ่งปีเรามีความสุขกันมาก เราพยายามไปหากันบ่อยๆแม้จะไม่ค่อยมีเวลาแต่ถ้าว่างเว้นจากงาน เราก็จะต้องหาโอกาสไปพบเจอกันไม่ที่คอนโดเขาก็คอนโดของพลลภัตม์ แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขมันก็หายไป

'พัด...ท้อง'

พลลภัตม์บอกกับเขาว่าตัวเองตั้งครรภ์ในวันครบรอบ 8 เดือนของการคบหา ครั้งแรกที่เขารู้ข่าวหัวใจของเขามันเหมือนจะหยุดเต้นไปเสี้ยววินาที สำหรับคนอื่นๆ มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่สำหรับเขามันไม่ใช่ เขาพยายามหาทางแก้ไขปัญหาด้วยการ

พลลภัตม์บอกกับเขาว่าตัวเองตั้งครรภ์ในวันครบรอบ 8 เดือนของการคบหา ครั้งแรกที่เขารู้ข่าวหัวใจของเขามันเหมือนจะหยุดเต้นไปเสี้ยววินาที สำหรับคนอื่นๆ มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีแต่สำหรับเขามันไม่ใช่ เขาพยายามหาทางแก้ไขปัญหาด้วยการ

แต่พัดไม่ยอมทำตาม

จนกระทั่งเรื่องของเขาไปถึงหูของคุณพ่อคุณแม่ พวกท่านก็จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยด้วยการแต่งงานท่านไปคุยกับผู้ใหญ่ของพัดในเรื่องของสินสอดและพิธีต่างๆ มันเป็นงานแต่งที่เขาไม่ได้จัดการอะไรเลย ในเวลานั้นข่าวการแต่งงานของผู้กำกับชื่อดังและนักแสดงดาวรุ่งกลายเป็น Talk of the town อยู่หลายเดือน พัดและเขาถูกคำครหามากมายจากสังคมแต่ปล่อยให้เวลาพัดผ่านไป คำครหาพวกนั้นก็ปลิวหายไปกับกาลเวลา

ชีวิตแต่งงานของเขาตลอด 15 ปีเหมือนจะมีความสุขเขาและพัดใช้ชีวิตกันตามปกติเพิ่มขึ้นมาคือลูกชายของเขาทั้งสองคน ทุกๆ วันผ่านไปอย่างราบเรียบแต่ตำนานสายฝนที่เร่าร้อนมันไม่ได้หยุดลงแค่นั้น เขายังคงมีความต้องการสูงขึ้นในทุกๆ วันผิดกับพัดที่ไม่สามารถรองรับความต้องการของเขาได้เลย

'พี่เรน วันนี้พัดเหนื่อยมากเลยครับลูกดื้อมาก'

'พี่เรนวันนี้พัดทำงานบ้านทั้งวันเลยขอพัดพักนะครับ'

'พี่เรนพัดไม่ไหวแล้ว ไว้วันอื่นนะ'

คำพูดพวกนี้จะถูกยกออกมาใช้ทุกครั้ง เวลาที่เขามีความต้องการในเรื่องอย่างว่าแต่พัดก็จะปฏิเสธมันในทุกครั้งจนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วเขาได้เจอกับ 'เขมินทร์ อินทร์วรัฐ' นักแสดงหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขา 10 กว่าปี เขมเข้าหาเขาก่อนเขมเริ่มที่จะเข้ามาทักทายและพูดคุยกับเขาในเรื่องงาน และเขาเองก็เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดีจนมาในตอนหลังๆที่เขมเริ่มจะไม่ได้พูดคุยแค่เรื่องงาน

ความสัมพันธ์ของเรามันก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในตลอดระยะเวลาที่อยู่ในกองถ่าย เขาเริ่มรู้สึกดีกับเขมมากขึ้นเหมือนได้ย้อนกลับไปใช้ชีวิตตอนอายุ 20 อีกครั้ง เขมให้พลังและบรรยากาศรอบตัวแตกต่างจากพัด เขามีเสน่ห์จนผมหลงเขามากยิ่งขึ้น และในที่สุดเราก็ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ

'พี่เรน...จะดีเหรอครับ พี่เรนมีแฟนแล้ว'

'คนตรงหน้าก็แฟนพี่นะ'

เราเริ่มความสัมพันธ์นี้มาได้เกือบจะหนึ่งปีแล้วทุกอย่างเหมือนจะดี แต่ก็ไม่เขาถูกเขมเซ้าซี้แบบนี้ในทุกวันตั้งแต่ครบรอบ 6 เดือนของเรา

'เมื่อไหร่พี่เรนจะหย่า'

'พี่กำลังพยายามอยู่ เขมรอพี่ก่อนนะ'

นั้นคือคำตอบของเขาที่ใช้ตอบคำถามของเขมินทร์ ที่เขาตอบไปแบบนั้นเป็นเพราะเขาอยากให้เขมินทร์เลิกเซ้าซี้ในเรื่องนี้สักที เขาไม่มีทางหย่ากับพลลภัตม์ในเมื่อนั้นคือครอบครัวของเขา แต่เขาก็ไม่เลิกยุ่งกับเขมินทร์เพราะเขมินทร์ให้เขาในสิ่งที่พลลภัตม์ให้เขาไม่ได้

เขากำลังสร้างโลกอีกใบ โลกที่เขาสามารถกำหนดทุกอย่างได้เองว่ามันควรจะเป็นอย่างไร

แต่แล้วโลกที่เขากำลังสร้างขึ้นมาทั้งสองใบมันก็โคจรเข้ามาเกี่ยวพันกัน

พัดรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว...และเขาเลือกที่จะหย่า

พัดไล่เขาออกจากบ้าน พัดเก็บเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ ของเขาใส่กระเป๋าเดินทางและโยนมันออกมา ภีมพลเองก็ไม่ต้อนรับเขาอีกแล้ว ทุกคนในโลกใบนั้นไม่มีใครต้องการเขา แต่เขาจะไม่มีทางหย่า เขาปล่อยให้พัดไปจากเขาไม่ได้ถึงเขาจะปันใจและเวลาของพัดไปให้เขมบ้าง แต่พัดก็เหมือนแสงสว่างที่เขาไม่สามารถขาดมันไปได้

และเขาไม่มีทางยอมให้ไอ้ลูกนอกคอกนั้นมันมาแทนที่ในจุดที่เขาเคยอยู่

เขาขึ้นรถขับไปยังสวนสาธารณะใกล้ๆ นั้น เพื่อไปนั่งลงยังม้าหินอ่อนข้างบึงน้ำ เขาปล่อยให้ความคิดไหลไปกับสายน้ำในบึง เขาปล่อยให้ลมมันพัดเอาความทุกข์ ความเศร้าไปจากเขา ก่อนที่จะขับรถกลับมายังบ้านหลังใหญ่ที่เขาไม่ได้กลับมานาน

เขาจอดรถที่โรงรถในเวลาที่ตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว ขายาวสมส่วนรับกับรูปร่างก้าวเข้าไปในบ้านที่อาจเรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์ของอรรถจิรานันท์ เขาไม่ได้กลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่นานมากแล้ว เพราะที่นี่มีแต่ความทรงจำที่เขาไม่อยากจำ เขาที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ก็ถูกเสียงหวานของผู้เป็นมารดาเรียกรั้งเสียก่อน

"เรน"

"แม่"

เพี๊ยะ

ฝ่ามือเรียวฟาดลงไปบนหน้าของเขาที่เดียวกันกับที่ภรรยาของเขาฝากรอยนิ้วมือเอาไว้ เขาไม่เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นมารดาของตัวเองเลย เอาแต่ก้มหน้าและปิดปากสนิท

"ทำไมแกทำตัวแบบนี้ แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าไอ้เด็กคนนั้นมันจะทำให้แกเดือดร้อน" เสียงหวานของมารดาตวาดเขาเรื่องของเขมินทร์ แม่รู้ความเป็นไปของเขาและครอบครัวเขาทุกอย่าง ขนาดเขาโตขนาดนี้แม่ก็ยังไม่เคยเลิกสอดส่องชีวิตเขาเลย

"ดูสิ เทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่ง คนเขาขุดจนจะรู้อยู่แล้วว่าแกมันเลวแค่ไหน"

"..."

"ทำไมแกต้องทำตัวเสียๆ เหมือนพ่อแกด้วย ห้ะ! ทำไม!" ทุกครั้งที่แม่เอ่ยออกมา มือของแม่ก็จะฟาดลงบนตัวเขาทุกครั้งไปเช่นกัน เขาเจ็บ เจ็บจนมันเริ่มที่จะชาและไม่รู้สึกอะไร

เจ็บมาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้

"ฉันไม่ยอมให้ชีวิตครอบครัวแกพังเหมือนฉันแน่ ไอ้ลูกเฮงซวย"

"คุณหยุดได้แล้ว!" การทุบตีของแม่หยุดลงเพราะเสียงทรงพลังของผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในบ้านหลังนี้อย่างคุณวิวิทย์ อรรถจิรานันท์ ร่างของชายหนุ่มที่ถึงแม้จะมีอายุมากแล้วแต่ก็ยังน่ามองเดินลงมาจากบันได เท้าทั้งสองหยุดลงตรงหน้าของเขา

"ผมจะคุยกับลูกเอง คุณไปพักเถอะ"

"จะสอนอะไรลูกได้ ในเมื่อต้นแบบก็พ่อมันไง"

"ริณี!" เสียงกัมปนาทเปล่งออกมายุติทุกอย่าง คุณหญิงริณียอมลดละและเดินหายลับไปอีกทาง ก่อนที่ชายชราคนนั้นจะหันมาหาเขาและเอ่ยเรียกให้เดินตามกันขึ้นมา ตอนนี้ร่างของชาตรีทั้งสองอยู่ในห้องทำงานสี่เหลี่ยมขนาดกว้างของผู้เป็นบิดา

"คุณจะคุยอะไร จะบอกให้ผมเลิกงั้นเหรอ"

"เรวัต"

"ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ คุณเองยังเลิกคิดถึงผู้หญิงคนนั้นกับไอ้ลูกนอกคอกไม่ได้ ก็อย่ามาสอนผม" เขาเอ่ยเสียงดังใส่หน้าของผู้เป็นพ่อ ผู้ชายคนนี้รู้ว่าเขาเกลียดตัวเองมากแค่ไหน ผมอยากจะหนีไปให้พ้นๆ หนีไปจากคำว่าอรรถจิรานันท์ แต่ไปที่ไหนก็จะมีแต่คนเอ่ยคำนี้ ไม่ได้อยากได้ยินเลยสักนิด

"ลูกไม่รู้เรื่อง ลูกอย่ามาพูดแบบนะ..."

"รู้สิ! รู้ว่าคุณนอกใจแม่มาตลอด รู้ทุกอย่าง รู้ว่าคุณมันไม่เคยรักใครเลย" เขาไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยจนจบประโยคแต่เป็นเขาที่เอ่ยแทรกมันออกไป อย่ามาบอกว่าเขาไม่รู้ในเมื่อเขารู้ทุกเรื่องมาตลอด เขาจำได้ทุกอย่างที่ผู้ชายคนนี้ทำ

"แล้วทำไมลูกทำแบบนี้" เสียงของชายชราเอ่ยถามลูกชายของตน แม้เขาจะยอมรับว่าเขาอาจไม่เคยรักริณีเลย แต่เขารักลูกชายคนนี้สุดดวงใจของเขา

"เสียใจไหม เคยรู้สึกเสียใจกับผมบ้างหรือเปล่า" เรวัตพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นเหมือนกับอารมณ์ที่กำลังพัดโหมรุนแรงอยู่ในใจของเขาตอนนี้ เขาเคยเป็นที่ต้องการของใครในบ้านหลังนี้บ้างหรือเปล่า พ่อที่ทั้งหมดของลมหายใจมีแต่ผู้หญิงคนนั้นและลูกมัน แม่ที่เห็นเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ใช้รั้งพ่อไว้ให้อยู่ตรงนี้

'หย่ากับผมเถอะ ขอร้องล่ะริณี'

'คุณไม่เคยสงสารลูกเลยหรือไง ฮึก...เคยคิดบ้างไหมว่าตาเรนจะอยู่ยังไงถ้าขาดคุณ'

'...'

'ฉันไม่หย่า ฉันจะปกป้องครอบครัวของฉัน อยู่มันไปแบบนี้แหละ ฉันไม่ยอมทุกข์คนเดียวหรอก'

คำพูดในวันนั้นเขายังจำได้ดี จำได้เสมอว่าเขาเป็นอะไรสำหรับคนที่นี่

"พ่อต้องเสียใจอยู่แล้วที่มีส่วน...ทำให้ลูกเป็นแบบนี้" วิวิทย์รู้ว่าตัวเองทำผิดพลาดมาตั้งแต่ในอดีต เขามีส่วนทำให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ทุกอย่างมันเป็นเพราะเขา เพราะเขาคนเดียว

"นั่นแหละที่ผมต้องการ...เสียใจกับสิ่งผมทำให้มากๆ เหมือนกับที่ผมเคยโดน" สิ้นเสียงของเรวัต เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องนี้ไป ทิ้งชายชราที่เขาชังไว้ข้างหลังบานประตูใหญ่นั้น ก่อนจะเดินมุ่งหน้ากลับไปยังห้องของตัวเอง ทิ้งตัวลงบนเตียงนอน ปล่อยความคิดไปเงียบๆ และหลับตาลง



จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็สองวันแล้วด้วยกัน ที่เขาไม่ได้รับการติดต่อมาจากพลลภัตม์เลยแม้แต่ช่องทางเดียว ถึงแม้เขาจะติดต่อไปแต่อีกคนก็ไม่ตอบกลับอะไรเขาเลย ผิดกับเขมินทร์ที่ติดต่อเขามาในทุกเวลาตั้งแต่รู้ข่าวและคอยบอกให้เขาไปจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรียบร้อย จนเขารำคาญและตวาดอีกฝ่ายกลับไปตั้งแต่นั้นอีกคนก็ไม่ติดต่อมาอีก วันนี้เขามีนัดกับทีมงานของกองละคร 'เพลิงพรรณ' ในการประชุมเพื่อหาคิวนักแสดงและลงวันเปิดกล้องให้ชัดเจน

เขาเพิ่งเข้าใจตอนนี้เองว่าอารมณ์ที่ไม่อยากทำอะไรเลย มันเป็นยังไง

"คิวนักแสดงลงตัวแล้วพี่เป็นวันจันทร์ถึงวันพฤหัสนะพี่"

"โอเค แล้วคนที่จะมาเล่นบทกวี...ไอ้เรน!" เสียงของพี่เจ๋งผู้จัดร้องเรียกเขาเสียงดังกลางที่ประชุม ทำให้เขาหลุดออกจากความคิดในหัวที่กำลังวิ่งวุ่นอยู่

"ครับพี่ ว่าไง"

"เหม่อไรวะ...ตั้งใจประชุมงานกูก่อนได้ป้ะ แล้วค่อยคิดทีหลัง"

"ขอโทษพี่" เขาเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายก่อนที่จะกลับมาสนใจกับเรื่องของงานตรงหน้าต่อ เพลิงพรรณเป็นละครรีเมคที่หยิบขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ได้นักแสดงแถวหน้าของวงการมาร่วมงานกันมากมายทั้งป้องกุล พระเอกดาวรุ่งมาแรง หนิง อริสราที่มารับบทนางเอก เขมินทร์ที่มารับบทร้ายแบบที่เจ้าตัวถนัด แต่ยังเหลืออีกหนึ่งบทสำคัญอย่าง กวี ที่ยังหาคนมารับบทไม่ได้เพราะบทนี้มันยากและท้าทายมากๆ มีหลากหลายรายชื่อที่เป็นตัวเลือกที่ดี เพียงแต่พี่เจ๋งแกมีตัวเลือกในใจอยู่แล้ว

"มึงได้ไปคุยกับเมียมึงให้กูยัง บทนี้ดีมากเลยนะเว้ยต้องพัดเท่านั้น" พี่เจ๋งหันไปถามคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมายของพลลภัตม์ คนที่ตนอยากที่จะร่วมงานด้วย

"ผมยังไม่ได้คุยเลยพี่" แต่เขายังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับภรรยาเขาเลยเพราะเกิดเรื่องทะเลาะกันขึ้นมาก่อน ตอนนี้แค่เข้าหน้าพัดก็คงไม่อยากมองด้วยซ้ำ แต่เขาได้ข่าวว่าพี่เจ๋งให้นุ๊กโทรไปหาแล้วเมื่อ 3-4 วันก่อนแต่พัดปฏิเสธเพราะอยากโฟกัสกับลูกมากกว่า คงเป็นช่วงเดียวกับที่เขมินทร์ไปที่บ้านของเขา

"พี่เจ๋งๆ พี่เจ๋ง พี่!" เสียงร้องตะโกนดังมาก่อนจะปรากฏที่มาของเสียง ทุกสายตาของคนในห้องหันไปมองยังประตูห้องประชุมที่ปรากฏร่างท้วมของนุ๊กทีมงานคนหนึ่งในกองถ่าย

"มีไรไอ้นุ๊ก" เจ๋งเอ่ยถามเสียงเข้ม เรื่องใหญ่อะไรต้องรีบมาเรียกเขาขณะประชุมขนาดนี้

"พี่เจ๋ง...แฮ่กๆ"

"พูดสิวะ!"

"คุณพัด...คุณพัดรับเล่นละครเราแล้วพี่" ท่ามกลางเสียงร้องดีใจของทีมงานและผู้จัดมีเพียงเรวัตเท่านั้นที่ไม่ได้มีอาการดีอกดีใจตามไปด้วย หากแต่มีความมึนงงและสงสัยว่า ทำไมพัดถึงรับเล่นละครเรื่องนี้

ละครที่มีทั้งเขาและเขมแสดงด้วย



...

- TBC -

พัด! เธอจะทำอาราย!

ฝากกดไลค์กดแชร์ เมนท์สาบพี่เรนกันได้นะค้าบ อยากอ่านเมนท์ทุกคนเลย

ไปพูดคุยกันใน #เกมนอกใจ ในทวิตได้เลยน้าาา

ทวิตไรท์เองค้าบ >> https://twitter.com/lopittupp

ออนไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-0
ร้อนเงินหรอพัด 55555  เอาเวลาเก็บแรงเตรียมหาทางฟ้องหย่าดีก่อนไหม ก็รู้ว่าเขาไม่ยอมง่ายๆและมันต้องยุ่งยาก เคลียร์เสร็จก่อนค่อยมารับละคร ไม่ต้องรีบมาก นี่อะไร มันจะเป็นยังไง ผัว เมียหลวง เมียน้อยอยู่ในเฟรมเดียวกัน บันเทิงงงง 5555555 เอาเถอะถ้าพัดมีแรงไฟว์ก็สู้ๆนะ ส่วนตัวตอนนี้ตั้งราคาพัดไว้เต็ม100 รอดูตอนต่อไปๆ ราคาค่าตัวจะลดลงไหม ก็ขึ้นอยู่กับทำตัวอะนะ 5555 ก็เห็นใจชีวิตเรนในครอบครัวที่บิดเบี้ยวอยู่เบาๆอะนะ แต่แล้วยังไงอ่า 55555555555 สนุกค่า  ชอบบบบ :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1161
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-4
ได้แต่ขอให้พัดสู้ๆ
เข้มเเข็ง
อย่ายอมนังเมียน้อย

ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เป็นกำลังใจพัด ลุกขึ้นมาเอาคืนในกองถ่ายแบบแซ่บๆ :hao6:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8661
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
โหหห แม่มาแล้วว หลีกทางให้แม่หน่อย พัดสู้ๆๆๆๆ

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
พัดจะทำอาร๊ายยยยยย จะเล่นเกมหรอ?  :katai1:

งานนี้นายร้ายเตรียมตัวดับอนาถ :laugh:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1787
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
 :pig4:
 :katai2-1:
เชียร์พัดสู้ๆเลย

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6012
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +841/-16
สรุปนะ..ทั้งหมดทั้งมวล
ก็แค่เป็นเรื่องของคนเห็นแก่ตัวที่พยายามอ้างเหตุผลต่างๆนานา ว่าทำไมจึงเป็นคนสันดานเสียแบบนี้

คุณผิดหวัง คุณเสียใจ เป็นเด็กบ้านแตก คุณรู้สึกสูญเสียจากการที่พ่อมีชู้มีลูกใหม่
คุณก็เลยคิดจะเอาคืนจากสังคม โดยการนอกใจเมียตัวเองบ้าง ทอดทิ้งลูกชายสองคน
เพื่อต้องการชดเชยให้กับความรู้สึกของคุณ หาใครซักคนให้มาชดใช้การถูกกระทำย่ำยีในชีวิตคุณที่มีแต่เศร้า ช้ำใจ

เฮ้ยยยยยย..คิดยังงี้ได้ไงอ่ะ ไม่เหี้ยจริง คิดแบบนี้ไม่ได้นะ
คุณยังเป็นคนแบบปกติอยู่หรือเปล่า ไอ่คุณเรน

ทั้งพัด น้องภีม น้องภา จำเป็นต้องมารับกรรมจากเวรของคุณเอง ทั้งที่เค้าทั้งสามคนไม่ได้ก่อด้วยซ้ำ ยังงี้ก็ได้เหรอ
เป็นทั้งพ่อที่เลวทราม และเป็นผัวที่ชั่วช้า ที่สุดในสากลโลกเลยว่ะ..เมิงอ่ะ ไอ่เรน

เนื้อแท้จริงๆ แล้ว ก็แค่เรื่องของคนที่มีสันดานมักมากในกาม มัวเมาลุ่มหลงในตัณหา ล่ะม้างงงงงง
สาปส่งให้คนอย่างเมิงพาอิชู้ไปตกนรกหมกไหม้ด้วยกัน ขุมที่ลึกที่สุดของพวกผิดศีลผิดกาม

อยู่ในนรกให้นานๆเลยนะ อย่ารีบขึ้นมาผุดมาเกิด สร้างความจัญไรให้คนอื่นในภพหน้าอีกเลย
ชั่วและเชี่ยยยยยยยยยยยยย
 :z6:


+1 จ้า เค้ารักตะเองนะคนแต่ง
ถึงจะเม้นท์แรง แต่ก็ลัฟๆเลิฟนะ ขอจุ๊บหัวเหม่งที...อิอิ
 :L1:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
เอาคืนให้ได้นะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ m_ilk_y

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :katai2-1:
หนูพัต ดีมากรู๊กก ออกมาพาดนังเขมอย่าให้ได้เกิดดดดด

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
คอมเม้นช้างบนๆ เม้นแทนใจไปหมดแหละ

ออฟไลน์ Ritawongishere

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
พัดมีแรงไฟ้ว เราก็จะเชียร์ อย่าไปยอมนะ ในเมื่อไม่ยอมหย่าก็ต้องสู้กันต่อไป

ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ angelninae

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
พัดจะมาฟาดใช่มั้ย ดีเลยค่ะ เชียร์พัดนะ  o18 :hao3:

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0

บทที่ 9 ถือไพ่เหนือกว่า 100%


***มีฉากไม่เหมาะสมในการกระทำของตัวละคร สิ่งที่ตัวละครทำเป็นการกระทำที่ไม่ควร โปรดใช้วิจารณญาณนะครับ***



เป็นที่นิยมใน ไทย

1 #เรนพัด

"แฮชแท็กร้อนในเช้านี้นะคะ มาแรงมากๆ เลยตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว สำหรับคู่รักแห่งวงการมายาอย่างคุณ เรวัต อรรถจิรานันท์ ผู้กำกับมือรางวัลที่จับงานไหนก็เปรี้ยงไปซะหมดกับอดีตนักแสดงหนุ่มชื่อดังอย่าง พัด พลลภัตม์ ที่ทั้งคู่แต่งงานกันมาได้ 15 ปีแล้วค่ะคุณผู้ชม! แต่ก็มีข่าวเมาท์ข่าวหลุดออกมาว่าทั้งคู่กำลังบ้านสั่น ขาเตียงหลวม เมื่อมีคนแชะภาพผู้กำกับหนุ่มเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากบ้านแสนสุขโดยไร้เงาของภรรยาอย่างคุณพัดตามออกมาและยังได้ยินเสียงทะเลาะกันดังออกมาจากในบ้านด้วยค่ะ เรื่องนี้จะเป็นมายังไงคงต้องขอเกาะรั้วบ้านตามดูกันไปยาวๆ นะคะ"

เสียงรายการข่าวซุบซิบจากโทรทัศน์ดังไปทั่วบ้านในตอนเช้า อาจเป็นเพราะทั้งบ้านถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ไม่มีเสียงบทสนทนาจากใครสักคน บนโต๊ะอาหารมีเพียงกับข้าวที่วางอยู่และชายหนุ่มสามคนที่นั่งนิ่งๆ อยู่บนเก้าอี้ไม่มีการพูดคุยใดๆ เกิดขึ้น จนกระทั่ง

"แม่...จะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยเอง ลูกๆ ไม่ต้องห่วงนะ" เสียงของพัดเอ่ยผ่ากลางความเงียบที่เหมือนหมอกปกคลุมไปทั่ว ภีมพลและภาณินละสายตาจากอาหารตรงหน้าขึ้นไปมองหน้าของผู้เป็นมารดา

"ข่าวไปไกลขนาดนี้แล้ว แม่จะทำยังไงครับ" ภาณินเอ่ยเสียงถามอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน

"แม่...แม่จะหย่า" เขาเอ่ยออกไปพลางสังเกตสีหน้าของลูกๆ ทั้งสอง ภีมพลไม่แสดงสีหน้าใดๆ เขาทำแค่เพียงนิ่งเฉย ผิดกับภาณินที่ก้มหน้าลงทันทีและเสียงสะอื้นก็เริ่มดังขึ้น

"ฮึก...ฮึก...ฮือ" ภาณินค่อยๆ ร้องไห้ออกมา เขายังไม่อยากแยกจากพ่อ เขายังอยากอยู่กับพ่อ แต่เขาเข้าใจในความเจ็บปวดที่แม่เจอ การถูกหักหลังจากคนที่รักมันยากจะให้อภัยแต่เขาก็ทำใจไม่ได้กับครอบครัวที่กำลังจะแยกขาด คำว่าบ้านสำหรับเขามันคือ พ่อแม่และพี่ภีม ถ้าขาดใครคนใดคนหนึ่งไป

มันจะยังเป็นบ้านอยู่หรือเปล่า

"น้องภา..." พัดที่เห็นลูกคนเล็กของตนเริ่มที่จะร้องไห้หนักมากขึ้น ก็รีบเข้าไปดึงอีกคนเข้ามากอดปลอบ เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของเด็กชาย

ไม่อยากเห็นเลย

"คุณแม่ ฮึกคุณแม่ไม่หย่าไม่ได้เหรอครับ" ภาณินกอดอีกคนแน่นมากยิ่งขึ้น เขากำลังกอดเหมือนกลัวจะเสียคนตรงหน้าไป เขากลัวความเปลี่ยนแปลง เขายอมรับว่าเขายังไม่พร้อมที่จะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้

"แม่...แม่ทนเจ็บไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วลูก" พัดเอ่ยถึงเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจที่จะจบความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับเรวัต มันเป็นเพราะสิ่งที่เรวัตทำ มันเลวร้ายเกินไปสำหรับคนที่อีกฝ่ายเรียกกันว่าครอบครัว ถ้าลำพังแค่เขายังพอทนได้กับเรื่องนี้แต่ในตอนนี้มีลูกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และการที่เรวัตละเลยลูกซึ่งเป็นคนสำคัญ มันทำให้เขารับไม่ได้

และไม่ขอทนอีกต่อไป

"ฮึกคุณแม่ ฮือ"

"หย่าไปดีแล้ว...ผมไม่อยากเจอหน้าผู้ชายคนนั้นอีก" เสียงที่เอ่ยนี้เป็นเสียงของภีมพลที่มองภาพแม่กอดน้องชายของตนอยู่ น้ำตาและความเสียใจที่ทุกคนต้องเสียให้กับผู้ชายคนนั้นมันเพียงพอแล้ว เขาไม่ต้องการให้ผู้ชายคนนั้นกลับเข้ามาและทำร้ายพวกเราอีก สิ่งที่เขาทำมันเป็นเรื่องที่จะฝังในใจของเขาไปอีกนาน

คำว่าอภัยมีค่ามากเกินไปด้วยซ้ำ

"พี่ภีม ฮึก...ทำไมพี่ภีมพูดแบบนี้ นั้นพ่อนะ"

"ถ้านายยังนับเขาว่าเป็นพ่อก็เรื่องของนาย...แต่ฉันไม่นับ" ภีมพลหันไปมองสบสายตาของภาณินที่มองมา เขารู้ว่าน้องยังเด็กยังยึดติดกับคำว่าครอบครัว แต่สำหรับเขามันไม่จำเป็นต้องมีพ่อก็ได้ ในเมื่อเป็นพ่อที่ดีไม่ได้ก็อย่ามีมันเลยจะดีกว่า

"ภีม...จะยังไงเขาก็ยังเป็นพ่อของลูกๆ นะ" พัดที่มองเหตุการณ์อยู่ตลอดเอ่ยขึ้นมาบ้าง เขารู้ว่าภีมพลโกรธเรวัตมาก มากถึงขนาดไม่อยากเจอหน้า เขาเองก็โกรธอีกฝ่ายมากเหมือนกันแต่การที่คอยเป่าหูให้ลูกของเขาเกลียดพ่อเขาจะไม่ทำ เด็กไม่ควรเป็นที่รองรับความโกรธแค้นและเจ็บปวดจากบาดแผลของผู้ใหญ่

"หยุดร้องนะครับ เดี๋ยวแม่จะพาไปส่งที่โรงเรียนและตอนเย็นแม่จะไปรับ" เขาพูดปลอบภาณินพลางลูบหัวอีกคนไปด้วยก่อนเอ่ยบอกให้เร่งมือทานอาหารก่อนที่จะไปโรงเรียนไม่ทัน เขาไม่อยากให้ลูกขาดเรียนบ่อยมากนัก แค่เมื่อวานก็มากพอแล้ว



รถยนต์คันหรูมาจอดลงที่หน้าโรงเรียนชื่อดังของประเทศ พลลภัตม์หันไปเอ่ยลาเด็กๆ ทั้งสองคนก่อนจะอวยพรให้โชคดีกับเรื่องของการเรียน เขารอจนเด็กๆ เดินหายเข้าไปในโรงเรียนจึงค่อยขับรถออกไป ภีมพลและภาณินเดินเข้ามาในโรงเรียนได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกสายตารอบๆ พุ่งตรงมา ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือแม้กระทั่งคุณครูเองก็ตาม ทุกคนจ้องมาที่เขาสองคนก่อนจะหันกลับไปซุบซิบกัน คงจะเป็นเพราะแฮชแท็กนั้นแน่ๆ ที่ทำให้

เรื่องของครอบครัวกลายเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ

"พี่ภีม...คนพวกนั้น เขาพูดถึงเราใช่ไหม" ภาณินเอ่ยถามพี่ชาย เขารู้สึกว่าตกเป็นเป้าสายตาตั้งแต่เดินเข้ามาในโรงเรียน เขาไม่ชินกับการถูกจ้องมองแบบนี้ และไม่ชอบเลยกับสายตาเหมือนสงสัยใคร่รู้พวกนั้น ไหนจะท่าทางซุบซิบน่ารำคาญนั้นอีก

ไม่ชอบเลยจริงๆ

"ไม่ต้องไปสนใจหรอก ถ้ามีใครถามอะไร ไม่ต้องตอบนะ"

"..."

"เข้าใจไหมเตี้ย" เสียงของพี่ชายเอ่ยสั่งก่อนจะเอ่ยขอตัวแยกออกไป ภาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหนอีกอย่างเขาเองเพิ่งจะเข้ามาในเรียนที่นี่ได้ไม่นาน เพื่อนสักคนก็ยังไม่มี ทำให้เขาเคว้งเกินไป ขาเล็กก้าวไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายจนมาถึงม้าหินอ่อนที่อยู่ติดกับสนามฟุตบอล ตรงนี้เงียบสงบไม่มีคนอยู่เลยสักคนเดียว เขาจึงนั่งลงยังม้าหินอ่อนก่อนที่จะฟุบหน้าลงกับแขนของตัวเองและเริ่มที่จะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

เขาไม่ชอบวันนี้เลย...มันอึดอัดไปหมด

ตลอดทางที่เดินมาถึงตรงนี้มีแต่สายตาของคนอื่นที่มองมายังเขา เขาเหมือนเป็นตัวประหลาดที่มีแต่คนมองตามและก็หันไปซุบซิบกัน บางคนทำหน้าสงสัย บางคนทำหน้าสงสาร ทั้งๆ ที่ยังไม่มีใครรู้ความจริงเลยด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาอึดอัดกับสายตาพวกนี้ ไม่ชอบเลย อย่ามองกันแบบนั้นได้ไหม

"มานั่งทำอะไรคนเดียว?" เสียงหวานเอ่ยเรียกให้เขาหลุดจากความคิดของตัวเอง ภาณินเงยหน้าขึ้นมามองคนตรงหน้าที่เข้ามาทักทาย ร่างบางตรงหน้าเป็นเด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่เขาคุ้นหน้าเป็นอย่างดี

เพราะว่าเราอยู่ห้องเดียวกัน

'สวัสดี...เราชื่อเพ็ญนีติ์ รามวงศ์ ชื่อเล่นก็เพนนีเลย' เด็กหญิงตรงหน้าถูกเพื่อนๆ โหวตให้เป็นหัวหน้าห้องของเขา ด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่ารักน่าเอ็นดู และนิสัยที่เป็นมิตรกับทุกคนทำให้อีกคนมีเพื่อนได้เร็วมากกว่าเขา

"นายชื่ออะไรนะ อยู่ห้องเดียวกันใช่ไหม" เสียงหวานยังคงเอ่ยถามเขา

"เราชื่อภา อยู่ห้องเดียวกับเธอ" เขาเอ่ยตอบอีกฝ่ายก่อนที่จะเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว เพราะเขาไม่อยากถูกมองว่าเป็นเด็กขี้แย เพนนีทำหน้านึกก่อนจะร้องอ๋อ ออกมา

"นายคนที่ไม่มาเมื่อวานใช่ไหม"

"ใช่" เขาพยักหน้าให้อีกฝ่าย เด็กหญิงตรงหน้าเอ่ยถามอีกครั้งว่าตามงานบ้างหรือยังแต่รอบนี้เขาส่ายหน้า เพราะเขายังไม่รู้เลยว่าที่ขาดเรียนไปเมื่อวานเขาพลาดอะไรไปบ้าง อีกฝ่ายก้มไปเปิดกระเป๋าก่อนที่จะหยิบหนังสือเรียนออกมาและอธิบายงานต่างๆ ให้เขาฟัง

"นายยังไม่มีเพื่อนเหรอ" และก็ยังคงเป็นอีกฝ่ายที่ชวนเขาคุยด้วยการเปิดประเด็นคำถาม

"อืม"

"มาเป็นเพื่อนกับเราก็ได้นะ" เพนนียิ้มสวยส่งให้เขา แววตาของอีกคนดูสดใสระยิบระยับเหมือนเพชรเม็ดงาม เขาสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเด็กผู้หญิงร่างเล็กตรงหน้า ก่อนที่เสียงออดจะดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณในการเตรียมตัวเข้าแถวหน้าเสาธง เราทั้งคู่ก้มลงเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ลงกระเป๋าก่อนจะลุกและเดินไปเข้าแถวด้วยกัน



ขณะนี้เป็นเวลาของคาบสุดท้ายในวันนี้แต่อาจารย์ประจำวิชาของเขาไม่ได้มาสอน คาบนี้จึงกลายเป็นคาบว่าง ภีมพลนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะของตัวเองเพื่อรอเวลาเลิกเรียนตามปกติ เขานั่งมองออกไปยังนอกหน้าต่าง มองวิวธรรมชาติไปเรื่อยๆ ปล่อยความคิดให้พัดไปกับสายลมอ่อนๆ ที่หมุนวนอยู่ตลอดเวลา ช่วงนี้เขามีแต่เรื่องให้คิดเยอะมากขึ้น ไหนจะเรื่องของการเลือกแผนการเรียนที่จะไปต่อในชั้นถัดไปและเรื่องของครอบครัวที่กำลังเป็นปัญหา ปวดหัวชะมัด

"ภีม" เสียงเรียกของเพื่อนในกลุ่มเขาดังขึ้น เขาหันไปมองตามต้นเสียงก็เจอเข้ากับเพื่อนๆ ของเขามายืนอยู่ตรงหน้าทุกคนแสดงสีหน้าลำบากใจ

"พวกมึงมีอะไร"

"มึงโอเคป้ะวะ ช่วงนี้มึงดูไม่โอเคเลย" เสียงของเพื่อนผู้หญิงในกลุ่มที่เขาสนิทด้วยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง พวกมันจะเป็นห่วงก็ไม่แปลก ในเมื่อช่วงนี้สภาพเขาดูไม่ได้จริงๆ

"กูโอเค พวกมึงไม่ต้องห่วงหรอก" เขาเอ่ยออกไปเพื่อให้ทุกคนสบายใจ เขาไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นห่วงตัวเขา

"แน่ใจนะมึง...มึงมีอะไรมึงบอกพวกกูได้นะเว้ย" เขายิ้มให้กับมิตรภาพดีๆ ที่เพื่อนของเขาหยิบยื่นมาให้ แต่เขาก็บอกปฏิเสธออกไป เขาไม่เป็นอะไรจริงๆ ตอนนี้โอเคขึ้นมามากแล้ว แต่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็ไม่แน่

"ภีม...สรุปพ่อกับแม่มึงเลิกกันแล้วใช่ป้ะ"

"ไอ้ออฟ!!!" ออฟคือเพื่อนในห้องของภีมพล แต่เขาไม่ได้สนิทกับอีกฝ่ายเราไม่ใช่เพื่อนกลุ่มเดียวกัน ออฟเป็นคนนิสัยไม่ดีขัดกับหน้าตาของตัวเอง มันทำตัวเป็นใหญ่ในห้อง ชอบข่มคนอื่นเพราะพ่อตัวเองเป็นนักการเมือง เขาจัดให้อีกคนเป็นบุคคลที่เขาไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

"ทำไม...กูอยากรู้ ถามไม่ได้เลยรึไง"

"..."

"สรุปเลิกกันป้ะ...แล้วพ่อมึงนอกใจแม่มึงจริงป้ะวะ" แม้จะโดนเพื่อนคนอื่นๆ ขัดและตำหนิใส่แต่อีกคนยังหน้าหนาไม่รู้สึก ยังคงเอ่ยถามเรื่องครอบครัวของเขาต่อ

"เรื่องของครอบครัวกู มึงไม่เกี่ยว อย่าเสือก" ภีมพลลุกขึ้นพูดกระแทกใส่หน้าอีกฝ่ายก่อนจะเดินหลบออกมาจากในห้อง เขาไม่อยากอยู่ตรงนั้นอีกแล้วมันอึดอัดไปหมด ตั้งแต่เช้าถึงตอนนี้ก็มีแต่คนคอยมองมาตลอดเวลา แม้จะบอกตัวเองเสมอว่าอย่าไปใส่ใจแต่มันก็ทำไม่ได้สักที สายตาและคำพูดของสังคมมันรุนแรงจริงๆ

ขาเรียวก้าวไปยังห้องน้ำข้างตึกเรียน ที่ตอนนี้เงียบสนิทเพราะยังเป็นเวลาของคาบเรียนอยู่ เขาคิดว่าภายในห้องน้ำคงจะไม่มีใคร แต่เขาคิดผิดเพราะทันทีที่เขาก้าวขาเดินเข้าไปในห้องน้ำร่างของเขาก็ไปปะทะกับร่างสูงของใครอีกคน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหนุ่มหน้าตี๋คนนั้นนั่นแหละ

"เดินไม่ระวังเลย" ร่างสูงก้มลงกระซิบบอกเขาชิดใบหู เขาจึงรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักอีกคนออก จวิ้นที่เซไปข้างหลังเล็กน้อยหันมาส่งยิ้มน้อยๆ ของตัวเองมาให้กับเขา ก่อนจะใช้มือที่คีบม้วนบุหรี่ยกขึ้นมาสูบต่อ

"เหม็น" เขาส่งเสียงบอกอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปยังโถฉี่แต่ถูกร่างสูงมาขวางทางไว้ซะก่อน ภีมเงยหน้ามองอีกคนพลางขมวดคิ้วไปด้วย ก่อนจะเอ่ยบอกให้อีกคนหลบแต่คนเจ้าเล่ห์ไม่ยอมหลบและยังยืนบังต่อไป

"บอกให้หลบ ปวดฉี่"

"ทำไมช่วงนี้ไม่ตอบข้อความ" อีกคนไม่ได้ทำตามคำสั่งแต่กลับส่งคำถามกลับมายังเขา ช่วงนี้เขาคิดมากเรื่องของพ่อกับแม่ ทำให้ไม่มีเวลาตอบข้อความที่อีกคนส่งมา

"ช่วงนี้ยุ่งอะ หลบไปดิ" เขาทั้งออกแรงดันแรงผลักแต่ร่างสูงเป็นยักษ์ของอีกฝ่ายกลับไม่ขยับเลยสักนิด

"ไม่หลบ" แถมยังยืนทำหน้าทำตากวนเบื้องล่างคนอื่นมากด้วย

"นี่!"

"คืนนี้โทรหาได้ป้ะ" เอาอีกแล้ว มันทำตัวงงๆ อีกแล้ว

"โทรทำไม"

"อยากคุย" อีกฝ่ายทำสีหน้าจริงจังเหมือนรอลุ้นผลสอบ แต่เขาก็ยังไม่ยอมตอบอีกฝ่าย พร้อมทั้งผลักและดันแต่อีกคนก็ไม่หลบไปสักที จนต้องยอมรับเงื่อนไขว่าจะรับโทรศัพท์ก็ได้ถ้าอีกคนโทรมา คนตัวสูงถึงได้ยอมปล่อยให้เขาไปทำธุระส่วนตัวแต่พอทำธุระเสร็จและหันมาอีกที อีกคนก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว



วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ลูกๆ ของเขาจึงไม่จำเป็นต้องตื่นเช้าแต่ยกเว้นกับคนอย่างพลลภัตม์ที่ต้องคอยมีหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน เขาต้องตื่นเช้าเป็นปกติในทุกวันเหมือนกับที่ทำเป็นประจำ เมื่อวานนี้หลังจากไปส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จเขาก็กลับมาที่บ้านของตัวเอง เพื่อนสนิทของเขาอย่างนิ่มพอรู้ข่าวก็พุ่งตรงมาหาเขาที่บ้านทันที นิ่มถามว่าเกิดอะไรขึ้นและเขาก็เล่าให้อีกฝ่ายฟัง ก่อนที่จะบอกว่าเขาตัดสินใจแล้วว่าจะหย่า และวันนี้เขาต้องไปคุยกับเรวัตให้รู้เรื่อง

เมื่อทำงานบ้านเสร็จแล้วพัดก็มุ่งตรงไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหารเตรียมไว้ให้กับภีมพลและภาณินยิ่งเป็นวันหยุดแบบนี้ กว่าที่ทั้งสองคนจะตื่นก็คงจะเป็นตอนสายๆ ด้วยซ้ำไป เขาจัดอาหารไว้บนโต๊ะเรียบร้อยจากนั้นจึงไปอาบน้ำแต่งตัวและออกจากบ้านไป ใช้เวลาไม่นานรถยนต์ของเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านหลังใหญ่ของตระกูลอรรถจิรานันท์ เขากดกริ่งเรียกให้คนมาเปิดประตู จากนั้นจึงขับรถยนต์คันหรูเข้าไปในจอดที่จอดรถของบ้านและเดินเข้าไปในบ้าน

บ้านหลังใหญ่โตที่เห็นข้างหน้า ตอนนี้กลับเงียบสนิทเหมือนไม่มีใครอยู่ เขาเดินไปนั่งรอที่ห้องรับแขก ผ่านไปสักครู่จึงปรากฏร่างของคุณผู้หญิงของบ้านที่มีอายุแต่ก็ยังคงความสง่างามเอาไว้อยู่ คุณริณี อรรถจิรานันท์ แม่สามีของเขา ทันทีที่อีกฝ่ายเดินเข้ามา เขาก็ยกมือขึ้นมาไหว้เพื่อแสดงความเคารพอีกฝ่าย คุณแม่รับไหว้เขาก่อนจะนั่งลงบนโซฟาอีกตัวหนึ่ง ท่าทางเย่อหยิ่งเหมือนมาดนางพญานั้นก็ยังไม่เคยลดลงเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่รู้จักกันครั้งแรกจนถึงตอนนี้

"ไม่เจอกันนานเลยนะ เธอสบายดีไหม" เสียงหวานเอ่ยทักทายเขาก่อน และเขาก็ตอบกลับไปตามมารยาท

"สบายดีครับ คุณแม่สบายดีนะครับ?"

"ฉันสบายดี มาหาเจ้าเรนเหรอ" เขาพยักหน้าตอบอีกคนกลับไปสายตาก็ยังคงมองหาอีกคนไปด้วย แต่คงจะมาเสียเที่ยวเพราะคุณแม่บอกว่าเรวัตออกไปทำงานเมื่อสักครู่นี้เองก่อนที่เขาจะโผล่มา

"เธอสองคนทะเลาะกันงั้นเหรอ ตาเรนถึงได้กลับมาอยู่ที่นี่"

"พี่เรนไม่ได้เล่าให้คุณแม่ฟังเหรอครับ...ว่าเราจะหย่ากัน" สิ้นเสียงของเขา พัดก็คอยแอบมองสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แต่คุณหญิงกลับนิ่งไม่ได้ดูตกใจเหมือนกับที่เขาคิดเอาไว้ เขาคิดว่าคุณแม่น่าจะรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

"ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอนะ จะไม่คัดค้าน" เสียงหวานเอ่ยเรียบนิ่ง

"ขอบคุณครับ หลังจากหย่าแล้วผะ..."

"เธอจะหย่าก็ได้...แต่หลานต้องอยู่กับฉัน" พัดที่ยังไม่เอ่ยไม่จบประโยคก็ถูกคุณหญิงริณีแทรกขึ้นมาเสียก่อน คำนั้นของคุณหญิงทำให้พัดประหลาดใจ เขาสติหลุดไปชั่วขณะก่อนที่จะรีบดึงมันกลับคืนมา

"คุณแม่ครับคือ..."

"ฉันไม่ห้ามเธอ อยากหย่าก็หย่าไป แต่ฉันจะไม่ยอมให้เธอเอาหลานของฉันไปลำบากด้วยเด็ดขาด" คุณหญิงเอ่ยย้ำความต้องการของตนเอง เธอต้องการหลานมากกว่าสิ่งใด เด็กทั้งสองคนคือทายาทของอรรถจิรานันท์ พวกเขาไม่สมควรต้องออกไปลำบากกับคนไม่มีอะไรเลยอย่างพลลภัตม์ แต่ไหนแต่ไรเธอไม่เคยสนใจไยดีกับสะใภ้คนนี้อยู่แล้วแต่ที่เธอให้แต่งงานด้วยกันก็เพราะว่าหลาน เธอต้องการเพียงหลานเท่านั้น

สิ่งสำคัญของอรรถจิรานันท์คือหลานชายทั้งสองแค่นั้น

และตอนนี้เธอเองก็กำลังปกป้องชื่อเสียงของลูกชายเธอและครอบครัวของเธอ

"พัดให้คุณแม่เอาลูกพัดไปไม่ได้หรอกครับ" พลลภัตม์เองก็ไม่ยอมเหมือนกัน เขาจะไม่มีทางยอมยกลูกของตัวเองไปให้กับคนที่นอกใจเขาอย่างเด็ดขาด คนที่จำไม่ได้แม้กระทั่งวันเกิดลูกของตัวเองจะเลี้ยงลูกเขาดีได้ยังไง

"งั้นเธอก็ไม่ต้องหย่าสิ"

"คุณแม่" คุณหญิงริณีกำลังเล่นเกมกับเขา

"ถ้าเธอไม่อยากยกลูกเธอให้ฉัน เธอก็ไม่ต้องหย่าก็อยู่มันไปแบบนี้แหละ" คุณหญิงริณีเอ่ยเสียงเรียบพลางจ้องมองไปยังร่างบางของผู้ชายตรงหน้าเธอ

"เธออย่าทำตัวเป็นคนเห็นแก่ตัวไปหน่อยเลยพลลภัตม์"

"ใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว ลูกคุณแม่หรือเปล่าครับที่เห็นแก่ตัว นอกใจพัด หักหลังครอบครัวตัวเอง"

"..."

"คุณแม่จะให้พัดทนอยู่กับผู้ชายแบบนี้งั้นเหรอ" พัดเองก็เริ่มที่จะหมดความอดทนแล้วเหมือนกัน ทำไมถึงกล้าว่าเขาว่าเขาเห็นแก่ตัวทั้งๆ ที่ลูกของตัวเองเป็นคนทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้

"เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันต้องทนพ่อของเรวัตมาตลอดหลายปีทั้งๆ ที่เขาก็นอกใจฉัน" คุณหญิงริณีเริ่มเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"เพราะคำว่าครอบครัวไง...ฉันเลือกที่จะปกป้องครอบครัวของฉัน ฉันทำเพื่อลูกแต่สิ่งที่เธอกำลังทำมันคือการเอาแต่ความสบายใจของตัวเอง"

"..."

"เธอสบายใจที่จะหย่าแล้วลูกของเธอล่ะ เขาต้องการให้มันเป็นแบบนี้งั้นเหรอ ถ้าเธอรวยค้ำฟ้าฉันจะไม่รั้งเธอไว้เลยนะ แต่เธอมันไม่มีอะไรเลยพลลภัตม์ พ่อแม่เธอก็เสียแล้ว ญาติพี่น้องก็ไม่มี เธอเองก็ไม่มีงานทำ แล้วเธอจะเลี้ยงหลานฉันให้ออกมาดีได้ยังไง ลองคิดดูดีๆ นะพลลภัตม์" พัดคิดตามคำพูดของอีกคนที่บอกมา แต่ทุกอย่างมันตะกอนที่คำว่าหย่า เขาไม่สามารถทนอยู่กับเรวัตได้จริงๆ และเขาเองก็ปล่อยลูกไปไม่ได้

"พัดจะหย่า แต่ถ้าคุณแม่จะขู่ที่จะเอาภีมและภาไปเลี้ยงอีก พัดก็จะฟ้องหย่า" เขาเอ่ยออกไปเสียงดัง คุณหญิงริณีบีบให้เขาต้องใช้วิธีนี้ วิธีที่มันจะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งพังกันไปข้าง

"พัดมีหลักฐานทุกอย่างครบ อย่าให้พัดต้องทำแบบนี้ เพราะคุณแม่อาจจะไม่ได้เห็นหน้าหลานอีก" พลลภัตม์ขู่กลับคุณหญิงริณีบ้าง ใครบอกว่าเขาจะยอมง่ายๆ เขายังมีไพ่ในมือที่เหนือกว่าฝั่งนั้นตั้งหลายใบ

"ถ้าเธอฟ้องหย่าแน่ใจเหรอว่าศาลจะเข้าข้างคนที่คบชู้" มือเรียวของหญิงสาวหยิบเอาซองสีน้ำตาลขึ้นมาก่อนที่จะเปิดเอาของข้างในซองออกมาไว้ที่โต๊ะตรงหน้า

"คบชู้?" พลลภัตม์มองตามการกระทำของอีกฝ่ายทุกกระเบียดนิ้ว เขาเอื้อมมือไปหยิบเอารูปภาพที่อีกหยิบออกมาจากซองสีน้ำตาลขึ้นมาดูและก็ต้องตกใจว่ารูปภาพพวกนั้น

มันเป็นรูปของเขากับคุณนนท์

มือของพลลภัตม์กำมือรูปพวกนั้นจนมันยับไปหมด ข้อนิ้วของเขาขึ้นสีขาวจากการออกแรง รูปภาพพวกนี้ถูกถ่ายตอนที่เขาอยู่กับคุณชานนท์สองต่อสองในตอนที่อีกฝ่ายกำลังปลอบโยนเขา มันถูกแอบถ่ายมาจากหน้าบ้านของเขาเอง

"ถ้าเธอบอกว่าลูกชายฉันคบชู้ รูปพวกนี้มันก็จะบอกได้เหมือนกันว่าเธอเองก็คบชู้"



...

- TBC -

เอ้า! จะได้หย่าไหมนิ

ฝากกดไลค์ กดแชร์คอมเมนท์ให้ด้วยนะค้าบ อยากอ่านๆๆๆ

พูดคุยกันในแท๊ก #เกมนอกใจ ได้เลยนะค้าบ ดันแท๊กให้ชนะเรนพัดไปเลย5555555

ขอบคุณทุกการติดตามที่มีถึง 1K แล้วนะค้าบปลื้มมากๆๆ ยังไงก็อยู่ด้วยกันจนจบเลยนะ

ทวิตเค้าเอง >> https://twitter.com/lopittupp

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
รักลูกแบบผิด ๆ เข้าข้างลูกแบบนี้มันดีแล้วแน่เหรอค่ะคุณหญิงแม่
คุณหญิงแม่ต้องการอะไรกันแน่ แค่ไม่ต้องการให้ลูกหย่าแค่นั้นหรือเพราะชื่อเสียงวงศ์ตระกูลกันค่ะ

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8661
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
แม่สามีก็ร่ายไม่เบาเลยนะ พัดอย่ายอมนะ สู้ๆเลยจ้าา

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ oily06

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เพราะตัวเองทนทุกข์มาก่อน คนอื่นเลยต้องทนได้แบบตัวเองหรอคะคุณแม่
ช่างเป็นชุดความคิดที่เห็นแก่ตัวสิ้นดีเลย ไม่แปลกที่เรนจะโตมาเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้
แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่เรนจะไปทำร้ายจิตใจลูกเมียเหมือนที่ตัวเองโดนมานี่นา
สรุปคือ อรรถจิรานันท์ มันเห็นแก่ตัวกันทั้งบ้าน คืนนามสกุลให้เขาไปเถอะค่ะพี่พัด
 :angry2: :angry2: :angry2:

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6012
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +841/-16
ทั้งตัวพ่อ ตัวแม่ แถมตัวลูก
แย่งกระดูก ปลูกฝัง ไร้ห่วงหา
ไม่แปลกใจ เห่าหอน ทุกเวลา
ทั้งตระกูล คือครอกหมา พาอับปรีย์

เป็นพ่อแม่ ไม่สอนลูก ก็สิ้นศักดิ์
ไม่ฟูกฟัก รักดี ก็สิ้นศรี
ไม่ละอาย ความชั่ว มั่วกาลี
ครอบครัวนี้ ก็สิ้นศีล ความเป็นคน

ทั้งพ่อ ทั้งแม่ ทั้งไอ่เรน อรรถจิรานันท์..หึหึ

ไอ่หน้าตัวเมีย..หน้าไม่อาย ไม่กล้าอยู่สู้หน้าพัด
เลยรีบหนีหน้า ให้แม่ตัวเองออกมารับหน้าแทน
แอบมุดใต้กระโปรงแม่..เฉยเลย

แมนมากเลยว่ะ ไอ่เรน
(กุประชด) ฮ่าฮ่า

อ่านเรื่องนี้ต้องละเลียดอ่านทุกตอนให้ได้งี้ดิ
แง่มๆๆๆๆๆ โออิชิ! ถูกใจหลายแสนอ่ะ อิอิ

+1 ให้คนแต่ง
อยากขอกอดแล้วกระซิบบอก..ขอบคุณ
ฮักนะ..ตะเอง

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
ทั้งแม่ทั้งลุกนิสัยพอกัน

ออนไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +85/-0
555555555555555 กร๊ากกๆ บอกแล้วงานนี้เหนื่อย เก็บแรงไว้สู้กับครอบครัวนี้ก็เกินพอ ไม่ต้องไปตอแย แซะ แขวะเมียน้อย เปลืองแรงเปล่า เรามันสไตล์แอฟทักษอรอ่ะ หมดรักคือนิ่ง แยกกันอยู่ หย่าอย่างเดียว 555555 ถ้าเขามารังควานมาทำร้ายก็อัดคลิปหรือไรว่าไปไว้เพื่อเป็นหลักฐานโดนคุกคามจากเมียน้อยเขม จะทำให้รู้ด้วยว่าเขามีเมียน้อยจริง เพราะนี่สงสัยว่าถ้าพัดไปบอกว่าผัวมีเมียน้อย พัดมีหลักฐานอะไรไปยื่นยัน แค่คำกล่าวอ้างมันไม่มีน้ำหนักไง เกิดเขาปฎิเสธว่าแค่ร่วมงานกัน เขาไปตกลงกับเมียน้อยกันได้นี่ แต่พัดนี่ดิ จะยังไงต่ออ่ะ ว่าแต่การฟ้องหย่านี่มันต้องใช้หลักฐานอะไรมั้งนะ 55555555 ไม่ต้องหย่าดีไหมพัดเลือกครอบครัวเหมือนที่คุณแม่เขาเลือกไง แต่ต้องทำใจนะเลือกครอบครัวแล้วได้ครอบครัวพังๆลูกขาดความรักความอบอุ่นจนพาลโกรธทุกสิ่งอย่างแบบนี้ ก็เข้าใจหัวอกคนโดนนอกใจอะนะ แต่ว่าคุณแม่เลือกที่จมปลักไปกับเขาเองนี่ จะให้ว่าไงได้อีกละจ่ะ 5555 สงสารก็แต่เด็กๆนี้ละเป็นขี้ปากชาวบ้าน ถ้าเรื่องไม่ยอมจบเร็วเด็กมีปัญหาแน่นอน กำลังเปราะบางอะไรๆที่ยั่วยุต่ออารมณ์เข้ามาได้ง่าย ยิ่งมีคนจ้องจะเข้ามาภีมด้วย เพลียล่วงหน้า 555555  สนุกค่าาา ชอบบบบบบ ขอบคุณนะคะที่มาต่อให้ได้อ่าน รอตอนหน้าเลยจ้า  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0
มันสั้นป๊ายยยยยยยยย :ling1: :ling1: ขอยาวกว่านี้ :katai1:

พัดอย่าไปยอมพวกมันนะลูก ฟาดมันทั้งตัวแม่ตัวลูกเลย :fire:

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1161
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-4
พอกันทั้งแม้ทั้งลูก

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7856
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
ทุเรศพอกัน เอาสันดารมารวมกันเลยย

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0

บทที่ 10 จนมุม 100%

"ถ้าเธอบอกว่าลูกชายฉันคบชู้ รูปพวกนี้มันก็จะบอกได้เหมือนกันว่าเธอเองก็คบชู้" เสียงหวานของคุณหญิงริณีเหมือนเป็นน้ำมันที่ราดลงไปในใจของเขาที่มันกำลังลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธเกลียด เขาต้องการที่จะจบเรื่องห่าเหวนี้แล้วแท้ๆ แต่คนที่นี่ไม่ได้ต้องการให้มันจบ ทั้งเรวัตและคุณหญิงริณีต้องการให้เขายื้อคำว่าครอบครัวให้อยู่ต่อไปเหมือนบังคับให้เขาต้องทนกำเศษแก้วที่แตกละเอียดจนมันบาดและทิ่มแทงลงบนเนื้อ ให้มันต้องเจ็บปวดและทรมาน สำหรับคนบ้านนี้เขาคงเป็นแค่ตัวละครประกอบฉากตัวหนึ่ง

ที่เข้ามาทำให้ครอบครัวนี้สมบูรณ์

"คุณแม่มีรูปพวกนี้ได้ยังไง" เขาเอ่ยถามถึงที่ไปที่มาของรูปของเขาที่ถูกแอบถ่ายและถ้าเขาเดาไม่ผิด

"ฉันจ้างนักสืบคอยตามพวกเธอผัวเมียมาตั้งแต่หลังแต่งงานแล้ว" นั้นคือความจริงที่เขาเพิ่งจะได้รับรู้ว่าจากปากของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของสามี คุณหญิงริณีไม่เคยได้ปล่อยให้ลูกชายของเธอใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเหมือนเด็กทั่วไปตั้งแต่เด็ก เธอจะคอยตีกรอบให้ลูกชายเป็นในแบบที่เธอต้องการ เพื่อทำให้วิวิทย์รู้ว่าเขายังมีลูกชายอีกคน ลูกชายที่เกิดจากเมียหลวงอย่างฉัน ไม่ใช่สนใจตามหาแต่ไอ้ลูกนอกคอกนั้น เธอคอยคุมพฤติกรรมของลูกชายในทุกย่างก้าว คอยตามเช็ดและเก็บกวาดในเรื่องที่มันเลอะเทอะและเปอะเปื้อน รวมถึงเรื่องครอบครัวของลูกชายเองด้วย

"คุณแม่เห็นพวกเราเป็นอะไร เราไม่ใช่สัตว์ในกรงนะครับที่คุณแม่จะมาคอยสอดส่องได้!" ยิ่งรู้ความจริงที่มันตรงกับที่เขาคิดเอาไว้ พลลภัตม์ก็ยิ่งโมโห

"ชีวิตลูกชายฉัน ฉันต้องรู้ทุกเรื่อง"

"คุณแม่ก็ตามชีวิตของลูกชายคุณแม่ไปคนเดียวสิ จะมายุ่งกับชีวิตคนอื่นทำไม"

"ชีวิตครอบครัวของลูกชายฉัน ฉันต้องการรู้ความเป็นมาเป็นไปทั้งหมด" ยิ่งโต้เถียง มือของพลลภัตม์ก็ยิ่งกำหมัดแน่นยิ่งขึ้น ชีวิตเขาเหมือนเลือกเดินทางผิดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในตระกูลเฮงซวยนี้

"ถ้าคุณแม่สอดส่องชีวิตเราตลอด คุณแม่ก็ต้องรู้ว่าผมกับคุณนนท์เราเป็นแค่เพื่อนบ้านเท่านั้น"

"ฉันรู้แต่ศาลไม่รู้นี่ ว่าพวกเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน" ไฟในใจพัดตอนนี้มันลุกโชนจนแทบจะเผาบ้านหลังนี้ได้ทั้งหลังอยู่แล้ว คำพูดและกิริยาท่าทางของผู้หญิงตรงหน้ามันยิ่งยั่วยุอารมณ์ในอกเขาให้มันลุกลามมากยิ่งขึ้น

"เธอเองก็น่าจะรู้ดีนะพลลภัตม์ว่าเธอหากเรื่องมันต้องขึ้นศาล ใครจะชนะ"

"..."

"ถ้าเธอยังจำเรื่องเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วได้ ที่มีลูกบ้านของหมู่บ้านจัดสรรที่AT Groupเป็นเจ้าของถูกฟ้องจนต้องขึ้นศาล ทั้งๆ ที่เราผิดและฝ่ายนั้นมีหลักฐานชัดเจน แต่ศาลกลับยกฟ้อง มันเป็นเพราะอะไร" ดวงตาของพลลภัตม์ในตอนนี้จ้องเขม็งเข้าไปสบกับดวงตาของอีกฝ่าย เรื่องที่คุณหญิงเล่ามาเขาจำได้ดี AT Group บริษัทอสังหาชื่อดังถูกลูกบ้านฟ้องร้องในเรื่องของโครงสร้างของบ้านที่ไม่แข็งแรงจนกลายเป็นข่าวใหญ่โตแต่สุดท้ายเรื่องทุกอย่างก็จบลงที่ยกฟ้องและเงียบหายไป ผู้หญิงตรงหน้ากำลังทำทุกอย่างบีบเขา

บีบให้เขาไม่มีทางเลือก

"สิ่งที่ฉันและเธอแตกต่างกันคืออำนาจ จำใส่สมองของเธอไว้ด้วย" พลลภัตม์ตอนนี้ทั้งโกรธและโมโหไฟในอกตอนนี้ลามไปทั่วทั้งร่าง ร่างกายของเขาร้อนผ่าวไปด้วยแรงอารมณ์

"อีกอย่าง...เธอทนข่าวฉาวและกระแสสังคมได้ แต่เธอคิดว่าลูกของเธอทนได้อย่างนั้นเหรอ" คุณหญิงริณีรู้ดีว่าทำอย่างไรพลลภัตม์ถึงจะฟังเธอ สำหรับคนเป็นแม่ที่แสนดีอย่างพัดคงไม่พ้นเรื่องลูก

"คนภายนอกมองเข้ามาที่ครอบครัวของเธอ เขาไม่ได้สนใจหรอกนะว่าพวกเธอจะรักหรือเกลียดกันยังไง"

"..."

"พวกเขาสนใจแค่ทะเบียนสมรสเท่านั้น หากมีมันอยู่พวกเธอก็คือครอบครัวสุขสันต์ในสายตาของพวกเขาแต่ถ้าหากขาดมันไปครอบครัวของพวกเธอก็จะแตกแยก"

"..."

"ลองตัดสินใจดูแล้วกัน" สิ้นเสียงของคุณหญิง พลลภัตม์ก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะยกมือไหว้คนที่มีอาวุโสแล้วจึงหันหลังเดินออกจากคฤหาสน์ไป ขาเรียวของพัดก้าวย่างอย่างว่องไวเพื่อไปให้พ้นจากที่นี่ ทันทีที่พัดขึ้นรถได้พัดก็รีบขับออกไปจากรั้วของอาณาเขตอรรถจิรานันท์อย่างเร่งรีบ การที่เขาอยู่ที่นี่มันทำให้เขาร้อนไปหมดทั้งร่างกาย ทรมานไปหมดทั้งหัวใจ ขาเรียวเหยียบคันเร่งเต็มแรง รถหรูขับรวดเร็วปาดไปมากลางถนนจนกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ใช้เวลาไม่นานมันก็มาจอดอยู่ที่หน้าวัดแห่งหนึ่ง

วัดที่เก็บอัฐิของพ่อกับแม่เขาเอาไว้

พลลภัตม์เดินลงจากรถเพื่อเข้าไปในวัด เขาเดินมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าโกศที่เก็บอัฐิของพ่อและแม่ของเขา ขาเรียวของพลลภัตม์ทรุดลงตรงหน้าป้ายชื่อของบิดามารดา ก่อนที่ร่างบางจะค่อยๆ แสดงความอ่อนแอออกมา

"ฮึก...ฮือ พะ พัด ฮึก พัดเหนื่อยแล้วแม่" เสียงสะอื้นติดสั่นจนแทบจับใจความไม่ได้เอ่ยออกมาต่อหน้าป้ายชื่อของมารดา เขาเหนื่อยแล้วเขาไม่อยากที่จะต้องไปสู้รบหรือฟาดฟันกับใครอีกแล้ว เขาต้องการที่จะหยุดเกมบ้าๆ นี้สักทีแต่คนพวกนั้นบังคับให้เขาต้องเดินเกมต่อ เขามีชีวิตมีจิตใจแต่ทำไมไม่มีใครสนใจความรู้สึกเขาเลยสักนิด

"ฮึก พัดคิดถึงพ่อกับแม่ ฮือ ฮึก" ร่างบางสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร น้ำเสียงที่ส่งออกมาก็เหมือนกำลังจะหมดแรง ในขณะนั้นเองก็มีสายลมอุ่นพัดผ่านร่างของพลลภัตม์ไป มันเหมือนเขาถูกโอบกอดจากใครที่มองไม่เห็น เหมือนแม่เข้ามาโอบกอดเขาในวันที่ทรมานที่สุดในชีวิต

"ฮึก ฮะ ฮึก ฮือ" พัดยิ่งสะอื้นหนักมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงร้องไห้ของหนึ่งชีวิตที่กำลังเจ็บปวดเคล้าคลอไปกับเสียงของสายลมที่คอยพัดวนเหมือนปลอบโยนความทุกข์โศกของใครอีกคน



ผ่านมานานหลายนาทีพลลภัตม์ก็สงบลง ร่างบางเดินกลับเข้ามานั่งอยู่ภายในรถ พัดนั่งนิ่งๆ มานานหลายนาทีแล้ว เขาพยายามคิดหาทางออกสำหรับปัญหาในครั้งนี้ ถ้าหย่าเขาต้องเสียลูกไปแต่ถ้าไม่หย่าเขาก็ต้องทนอยู่กับผู้ชายคนนี้ต่อ หากเขาฟ้องหย่า อีกฝ่ายอาจจะเล่นเกมจนทำให้เขาไม่ได้เป็นผู้ปกครองของภีมพลและภาณิน หากเขาแฉทุกอย่างภาณินและภีมพลของเขาจะทนกับกระแสสังคมได้ไหม เรื่องทุกอย่างวิ่งวงอยู่ในหัวของเขา เขาปวดหัวจนแทบจะระเบิดแต่เขาก็คิดหาทางออกไม่ได้ว่าเขาจะต้องจัดการกับเหตุการณ์นี้ได้ยังไง

หรือว่าเขาอาจจะต้องยอมทนเพื่อคำว่าครอบครัวจริงๆ

มือเรียวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างกายขึ้นมา เขาเลื่อนหาเบอร์ของคนที่โทรมาหาเขาในวันที่เขมินทร์โผล่มาที่บ้าน เขากดโทรออกหาอีกฝ่าย รอไม่นานอีกคนก็รับโทรศัพท์

"ฮัลโหลครับคุณพัด"

"คุณนุ๊กที่โทรมาติดต่อเรื่องละครใช่ไหมครับ"

"ใช่ครับ" เขาตกตะกอนในการตัดสินใจได้แล้วว่าเขาจะเลือกทางออกทางไหน

"พัด...รับเล่นละครเพลิงพรรณครับ"

"อะไรนะครับ!?" เสียงของปลายสายฟังดูตกใจเหมือนเขาพูดผิด แต่สิ่งที่เขาพูดเขาตัดสินใจมาอย่างดีแล้ว

"พัดจะเล่นละครเรื่องนี้ครับ" ในเมื่อเกมนี้มันบีบให้เขาไม่มีทางเลือกและต้องสู้ เขาก็จะสู้ เขาจะกลายเป็นผู้คุมเกมนี้ไม่ใช่ฝ่ายนั้นที่จะได้คุมเกมตลอดไป



พลลภัตม์ขับรถกลับมายังบ้านของเขาในเวลาเกือบๆ จะเย็นแล้ว แต่ภาพที่เขาเห็นมันก็เหมือนจุดไฟอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง ภาพรถยนต์ของเรวัตจอดอยู่ในโรงจอดรถ เขาเดินเข้าบ้านมาด้วยความคลุกกรุ่นอยู่ในใจ และเมื่อได้เห็นว่าใครที่นั่งรอเขาอยู่ในห้องรับแขก ไฟในอกก็ลุกพรึ่บขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงสมส่วนของเรวัตนั่งก้มหน้าอยู่ที่โซฟาโดยมีภาณินนั่งอยู่ข้างๆ และร้องไห้ และภีมพลเองก็นั่งมองอยู่ที่โซฟาตัวถัดไป

"คุณกลับมาทำไม"

"แม่,พัด" เขาเอ่ยเสียงเข้มออกไปทันทีที่เดินเข้ามาภายในห้องรับแขก เสียงของเขาเรียกให้ทั้งสามคนที่นั่งอยู่หันมาหาเขา ภาพที่น้ำตาไหลอาบแก้มของลูกชายคนเล็กยิ่งทำให้อารมณ์ของเขามันพัดโหมกระหน่ำเข้าไปมากขึ้น

"ภีม ภาขึ้นไปข้างบน"

"..."

"แม่บอกให้ขึ้นไปข้างบนไง!" เขาเอ่ยตะคอกเสียงดังเมื่อไม่มีใครทำตามที่เขาสั่ง สิ้นเสียงตะคอกของเขาภีมพลก็ลุกขึ้นเดินไปจูงมือภาณินเดินหายออกไปจากห้องนั่งเล่น เขามองตามหลังของลูกชายทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าทั้งคู่เดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านแล้ว เขาจึงหันหน้ากลับมามองผู้ชายที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก คนที่ทำร้ายเขาและชีวิตของเขา

"ผมถามว่าคุณกลับมาทำไม!" เขาเอ่ยถามเรวัตอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้คำตอบ

"พี่มาขอโทษลูก ขอโทษที่ทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้" พลลภัตม์กอดอกยืนฟังอีกคนเอ่ยบอกเสียงสั่น

"..."

"และพี่ก็อยากมาคุยกับพัด"

"ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ กลับไป" เขาเอ่ยบอกเสียงเรียบก่อนที่จะหมุนตัวเดินหนี แต่ก็ถูกอีกคนรั้งเอาไว้ด้วยคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ย

"พัดรับละครเรื่องนั้นเพราะอะไร?" ขาเรียวชะงักก่อนที่จะหมุนตัวหันกลับมาจ้องหน้าของอีกฝ่าย เขามองสบเข้าไปในดวงตาของเรวัต ร่องรอยของความเสียใจยังปรากฏอยู่ชัดแต่มันยังไม่สามารถเทียบได้กับความเจ็บปวดที่เขากับลูกต้องเจอ

"ผมจะรับหรือไม่รับ มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับคุณ"

"..."

"จำเอาไว้ว่าตั้งแต่ที่ผมรู้ว่าคุณนอกใจ คุณไม่ได้สำคัญสำหรับผมอีกแล้ว ทุกการตัดสินใจคุณคือเหตุผลสุดท้ายที่ผมจะไตร่ตรอง" เขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายพลางเอ่ยย้ำเสียงแข็งให้อีกคนรู้ว่าตัวเองและชู้ของเขา ไม่ได้จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของพลลภัตม์เลยแม้แต่น้อย

"ที่ผมรับละครเรื่องนี้ เพราะผมต้องการที่จะกลับมาทำงาน ชีวิตของตัวเองก็ต้องดูแลเองถ้ามัวแต่พึ่งพาคนอื่น มันน่ารังเกียจ" นั้นคือเหตุผลที่เขารับละครเรื่องนี้ เขาต้องการที่จะกลับมามีชื่อเสียงในวงการอีกครั้งเพราะเขาต้องการที่จะยืนให้ได้ด้วยขาของตัวเอง เขาต้องการเงินเพื่อที่จะใช้ดูแลตัวเองและลูกในแต่ละวัน ต้องการชื่อเสียงที่จะทำให้มีคอนเนคชั่นและงานเข้าหามากยิ่งขึ้น

"สรุปคือยังไงพัดก็จะหย่ากับพี่ใช่ไหม" ท่าทางของเรวัตตอนนี้ไม่ได้ดูน่าสงสารแต่มันดูน่าสมเพชซะมากกว่า

"ผมจะไม่หย่า"

"ห้ะ!" สิ้นเสียงของเขาเรวัตก็ร้องเสียงดังออกมา บนใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

"ผมจะไม่หย่า แต่ผมกับคุณเราจะแยกกันอยู่" เขาเอ่ยบอกเงื่อนไขออกไป

"พัด" เรวัตเอ่ยเรียกเขาด้วยเสียงอ่อนใจ

"คุณมีหน้าที่ของพ่อที่ต้องดูแลและคุณต้องทำมันต่อ ส่วนหน้าที่สามีของผมมันไม่จำเป็นอีกแล้ว"

"..."

"เราจะแยกกันอยู่ คุณจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้แต่ห้ามอยู่ที่นี่เพราะผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก คุณอยากมาเจอลูกก็ได้ ผมไม่ห้าม ต่อไปนี้ชีวิตของเราข้องเกี่ยวกันแค่เรื่องลูกเท่านั้น เรื่องอื่นคุณไม่มีสิทธิ์ในชีวิตของผม" พลลภัตม์เอ่ยหนักแน่น ย้ำคำในน้ำเสียงให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเอาจริง ไหนเมื่อไม่อยากหย่าเขาก็จะไม่หย่า เราจะอยู่ตรงนี้เพื่อลูกเท่านั้น เรวัตทำหน้าที่ของพ่อเขาทำหน้าที่ของแม่ ไม่มีการก้าวก่ายในชีวิตของใครอีกคน

นั้นคือข้อตกลง

"อีกหนึ่งข้อตกลง คือคุณห้ามให้ผู้ชายคนนั้นมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของผมและลูกอีก...ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่ได้เจอหน้าลูกอีกตลอดไป" เรวัตเงียบไปนานและไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก เขาคงทำได้แค่นี้ เขาคงยื้อพลลภัตม์ไว้ได้แค่นี้จริงๆ

"ขอบคุณ...ขอบคุณที่ให้โอกาสพี่" เรวัตเอ่ยเสียงทุ้มกับเขา พลางเดินเข้ามาหาแต่พัดถอยหลังออกห่างจากอีกคน

"ไม่ต้องขอบคุณพัดเพราะนี้ไม่ใช่โอกาสที่พัดอยากจะให้" สิ้นเสียงนั้นพัดก็เอ่ยปากบอกให้อีกฝ่ายกลับไป เรวัตกล่าวขอบคุณเขาอีกครั้งก่อนจะเดินหายออกจากบ้านของเขาไป พลลภัตม์ยืนสงบสติอารมณ์ของตัวเองอีกครั้ง นี้คือวิธีที่เขาตัดสินใจแล้วและเขาจะยอมรับผลของมัน ร่างบางเดินไปนั่งลงบนโซฟาเพราะเขาเหนื่อยมาตลอดทั้งวันกับการเอาตัวเองไปฟาดฟันกับคนพวกนั้น เขาเสียพลังงานเยอะมากเกินไป ตอนนี้เป็นเวลาเย็นย่ำแล้วเขาควรจะรีบทำกับข้าวและเรียกให้ลูกๆมาทานข้าวพร้อมกับบอกภาณินกับภีมพลถึงการตัดสินใจที่จะแก้ปัญหาในเรื่องนี้ แต่เขาที่ยังไม่ได้ลุกจากโซฟาไปไหนก็โดนเรียกจากเสียงเล็กซะก่อน

"แม่"

"ภีม" ร่างของเด็กชายมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา เสียงที่เอ่ยเรียกเขามันสั่นๆ เหมือนกำลังกลั้นอารมณ์

"แม่...ฮึก แม่ทำแบบนี้ทำไม" น้ำตาของภีมพลหยดลงจากหางตา มันไหลผ่านแก้มของอีกฝ่ายลงมาที่พื้น ภาพตรงหน้าตอนนี้มันกำลังบีบใจของพัดให้เจ็บปวด

"ภีมหมายถึงอะไร...ภีมร้องไห้ทำไม"

"แม่จะดึงเขากลับเข้ามาทำไม! ฮึก...ฮือ ทำไมแม่ไม่หย่า ทำไม" ภีมพลเริ่มสะอื้นหนักมากยิ่งขึ้น เขาได้ยินทุกประโยคที่แม่พูดกลับผู้ชายคนนั้น เขาเดินไปส่งภาณินเข้าห้องแต่เขากลับเดินมาแอบฟังอยู่ที่ปลายบันได ทุกประโยคทุกคำที่เขาได้ยิน มันทำให้เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ยังจะต้องยื้อผู้ชายคนนั้นเอาไว้ ทั้งที่แม่บอกกับเขาเองว่าแม่จะหย่าแต่มาวันนี้แม่กลับเลือกที่จะยื้อให้เขากลับมาทำร้ายพวกเราทุกคน

เสียงของผู้ชายคนนั้นตอนที่เซ็กส์โฟนกับชู้รักของตัวเอง

มันยังก้องอยู่ในหัวของเขาไม่ไปไหน เขาไม่อยากพบเจอหรือเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นอีกครั้งด้วยซ้ำ ที่วันนี้อีกคนโผล่มาที่หน้าบ้านพร้อมกับหน้าตาซึมเศร้าน่าสมเพชนั้น มันก็ทำให้เขาขยะแขยงมากพออยู่แล้ว ในตอนที่ผู้ชายคนนั้นคุยกับภาณินเขาก็วิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ ทุกอย่างที่ผู้ชายคนนั้นทำมันยังคงหลอกหลอนอยู่ในหัวของเขา

สกปรก น่ารังเกียจ ขยะแขยง นี้คือความรู้สึกของเขาต่อผู้ชายคนนั้น

"ภีม ฟังแม่นะ" พัดเอ่ยเสียงนุ่มพลางเดินเข้าไปหาอีกคน ก่อนที่จะดึงภีมพลเข้ามาในอ้อมกอดของเขา

"ฮึก...ฮือ"

"ที่แม่ทำทุกอย่างก็เพื่อลูก แม่รักลูกกับน้องมากนะ"

"ไม่จริง! ไม่จริง" ภีมพลผลักเขาออกก่อนจะเดินถอยหลังออกห่างจากเขาไปเรื่อยๆ ในขณะที่เขาพยายามก้าวเข้าไปหาอีกคนมาเท่าไหร่ อีกคนก็เหมือนจะหนีเขาไปมากเท่านั้น

"แม่ห่วงแต่คำว่าครอบครัวปลอมๆ แม่ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของใครเลย!"

"ภีม" คำพูดของเด็กชายเหมือนมีมือเข้ามากำหัวใจเขาให้มันเจ็บปวดทรมาน ยิ่งภีมพลร้องไห้และสะอื้นมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งกำแน่นมากขึ้นๆ

"แม่ไม่เคยห่วงภีมเลย! ไม่เคย!"

"ภีม!" สิ้นเสียงตะโกนเรียกของเขา ภีมพลก็วิ่งหนีเขาขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ขาเรียวของพลลภัตม์วิ่งตามอีกคนไปแต่ก็ไม่ทัน ภีมพลกลับเข้าไปในห้องของตัวเองและล็อกประตูเอาไว้ทำให้เขาไม่สามารถตามเข้าไปได้ พลลภัตม์ทำได้แค่ยืนตะโกนเรียกอีกฝ่ายและเคาะประตูอยู่ที่หน้าห้องเท่านั้น

"แม่ ฮึกแม่ทะเลาะกับพี่ภีมหรอ ฮึก" เสียงเรียกของภาณินดึงความสนใจเขากลับไปยังห้องของอีกคน ร่างเล็กของเด็กชายเปิดประตูออกมามองเขาทั้งน้ำตาคลอ พัดจึงเดินเข้าไปกอดปลอบอีกคนที่กำลังร้องไห้โยเย



พัดอุ้มภาณินเดินไปที่เตียง อีกฝ่ายหลับไปหลังจากร้องไห้ได้พักใหญ่เขาบอกทุกอย่างรวมถึงเรื่องที่เขาตัดสินใจให้คนตัวเล็กฟังก่อนที่จะหลับไป เขาวางร่างของเด็กชายลงบนหมอนนุ่มก่อนจะดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อีกฝ่ายและเดินออกจากห้องไป พัดเดินกลับไปยังประตูห้องของภีมพล เขาเคาะเรียกอีกฝ่ายอีกครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา ภีมพลคงยังไม่อยากคุยกับเขาตอนนี้

"ภีม...ถ้าใจเย็นลงแล้วมาคุยกับแม่หน่อยนะครับ แม่จะลงไปทำกับข้าวรอนะ" เขาเอ่ยก่อนที่จะเดินลงไปข้างล่าง ร่างบางของพลลภัตม์เดินเข้าไปในห้องครัวที่อยู่หลังบ้าน ก่อนที่จะเริ่มทำเมนูโปรดของทั้งภีมพลและภาณิน เวลาผ่านไปนานจนตะวันลับขอบฟ้า นาฬิกาบ่งบอกเวลา 19.15 น. อาหารที่เตรียมไว้ก็เสร็จพอดี พัดเดินกลับขึ้นไปชั้นสองเพื่อไปเรียกเด็กชายทั้งสองให้ลงมาทานข้าว เขาเดินเข้าไปปลุกภาณินในห้องก่อนและบอกให้อีกฝ่ายไปล้างหน้าล้าง จากนั้นจึงเดินต่อไปยังห้องของภีมพล

ก๊อกๆๆ

ไม่มีเสียงตอบรับดังกลับมาจากในห้อง

ก๊อกๆๆ

"ภีม กับข้าวเสร็จแล้วครับ" เขาเอ่ยเรียกเด็กชายพลางเคาะประคูอีกครั้งก่อนที่จะจับลูกบิดเพื่อหมุนดู ปรากฏว่า

ประตูไม่ได้ล็อกแล้ว

พลลภัตม์จึงเปิดประตูเข้าไปภายในห้องของอีกฝ่ายแต่กับไม่พบใครเลยภายในนั้น เขาเดินหาภีมพลไปทั่วทั้งห้องก็ไม่เจอ

"ภีม! ภีม! อยู่ไหนลูก!" เขาเริ่มลนลานมากยิ่งขึ้นเมื่อไม่พบตัวของภีมพล เขาเดินไปยังห้องน้ำภายในห้องของเด็กชายพยายามตะโกนเรียกเผื่อลูกของเขาจะอยู่ในนั้น

"ภีม ภีมอยู่ในห้องน้ำหรือเปล่าลูก" แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา มือเรียวเอื้อมมือไปเปิดประตูห้องน้ำแต่ก็ไม่เจอใครเจอก็เพียงโพสต์อิทหนึ่งใบที่แปะอยู่ที่หน้ากระจก

'ถ้าสบายใจภีมจะกลับมาเอง'

ทันทีที่เขาอ่านข้อความนั้นจบ ขาของเขาก็เหมือนไม่มีแรง พัดทรุดตัวลงนั่งหน้ากระจกพลางร้องไห้สะอื้นออกมาเสียงดัง มือเรียวพยายามกดโทรศัพท์ของตัวเองเพื่อติดต่อเด็กชาย

หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

แต่ก็มีเพียงแค่เสียงของคอลเซนเตอร์ที่ตอบกลับมาแค่นั้น



...

- TBC -

ภีม!!! หนูไปไหนค้าบลูก

ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะค้าบ เมนท์ติชมด้วยน้า อยากอ่านเมนท์ทุกคนเลย

พูดคุยกันใน #เกมนอกใจ ในทวิตเตอร์ได้นะค้าบ

ทวิตเค้าเองงงง >> https://twitter.com/lopittupp

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8661
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
อ้าวว น้องภีมไปนะละลูก จะไปอยู่ยังไง

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 136
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
คันแข่วภีมเด้ๆๆๆๆๆๆ​ ชั้นหมึนเธอ​ ฟังแม่พัดก่อนลูกเอ้ยยยยยย​ ตสยๆถ้าครอบครัวผัว​ ปสด.​ มาก​ ไม่ไหวๆๆๆๆๆๆๆ
เป็น​กำลัง​ใจ​ให้​นักเขียน​นะคะ​ สู้​ๆ​นะคะ​นักเขียน​

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด