Unfaithful เกมนอกใจ (Mpreg) // บทที่ 9 ถือไพ่เหนือกว่า 100% (29/05/2020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Unfaithful เกมนอกใจ (Mpreg) // บทที่ 9 ถือไพ่เหนือกว่า 100% (29/05/2020)  (อ่าน 3618 ครั้ง)

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :pig4: รอลุ้นว่ามาทำไมน้า

ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 45
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ชอบอะชอบเรื่องนี้มากมาต่อบ่อยๆนะครับติดตามยาวๆ ถ้าไม่มาจะงอนนนน :ling3:

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
เอาแล้ววววว เรื่องกำลังจุดติแล้ว
เรนอารมหมาหวงก้างไหม? หรือแค่ ไม่ชอบนนเพราะเขาเป้นลูกเมียน้อย แล้วดูสิ่งตัวเองทำดิแย่ยิ่งกว่าเขาอีก

เราว่าภีมต้องรุ้เรื่องพ่อตัวเองกับเมียน้อยแน่ๆ

ฉันมารออ่านทุกวันเลย อัพบ่อยๆได้ไหม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-05-2020 12:31:59 โดย smmikie »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1664
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-4
เอาให้หนัก

ออฟไลน์ darinsaya

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7854
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
มาตามด้วยคนนนนน

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +127/-5
จะอ่านไหวมั๊ยน๊อ หัวใจออนซอน หมดล๊าววว พัด สู้ๆ

ออฟไลน์ m_ilk_y

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :serius2:
กรี๊ดดดดดด คุณแม่อย่าไปยอมอินังเมียน้อยนะ

สงสารเด็กๆ จัง

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
บทที่ 4 แสดงจุดยืน 100%


"เมียพี่มา" สิ้นเสียงของทีมงานในกองถ่ายสายตาของเรวัตก็ไปปะทะเข้ากับร่างบางที่เป็นภรรยาของตนกำลังเดินเข้ามากับนิมานลดา

"พัด"

"สวัสดีครับพี่เรน" พัดหันไปยิ้มให้กับอีกฝ่ายก่อนที่จะกล่าวทักทายแล้วแจกจ่ายยิ้มสวยให้กับทุกคนในกองถ่าย โดยเฉพาะเขมินทร์ที่ยืนมองเขาอยู่ข้างหลังของเรวัต

"สวัสดีครับพี่พัด ได้เจอตัวจริงสักที" เสียงของเขมินทร์เอ่ยทักอีกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่ภายในใจไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลยสักนิด

"สวัสดีครับคุณเขม" พัดเอ่ยเสียงทุ้มต่ำข่มอีกฝ่ายออกไป

"มาคุณอะไรกันครับ คนกันเองแท้ๆ" เขมเน้นเสียงของคำว่าคนกันเองอย่างงชัดเจน ก็ไม่ได้เป็นคนอื่นคนไกลซะที่ไหน

ใช้สามีร่วมกันก็นับว่าคนกันเอง...ถูกไหม

"เรียกคุณดีแล้วครับ...เราไม่ได้สนิทกัน"

"..."

"หรือจะบอกว่าไม่ได้อยากสนิทก็ได้ครับ" พัดเองเมื่อถูกเน้นคำว่าคนกันเองใส่หน้าแบบนี้ไฟในใจก็ยิ่งลุกโชนมากยิ่งขึ้น อย่าได้คิดว่าเขายอมคน เขาก็มีวิธีการสู้ในแบบของเขา

"บ้า...พัดอย่าไปพูดแบบนั้นสิ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราไม่ได้อยากรู้จักเขาหรอก ฮ่าๆ" นิ่มเองเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มเปิดศึกสู้กับอีกฝ่ายด้วยฝีปาก เธอเองก็ขอร่วมฟาดฟันในศึกครั้งนี้ด้วย คนสารเลวแบบนี้ มันต้องเจอเธอ

"พัดมาทะ..."

"น้องพัด!" ก่อนที่เรวัตจะได้เอ่ยถามออกไปถึงจุดประสงค์ที่อีกฝ่ายมาหาเขาถึงที่นี่ ก็ถูกเสียงของ 'พี่เจี๊ยบ' ผู้จัดละครเดินเข้าทักเสียก่อน

"สวัสดีครับพี่เจี๊ยบ"

"สวัสดีค่ะพี่เจี๊ยบ" เสียงของพัดและนิ่มเอ่ยทักอีกฝ่าย

"สวัสดีจ้ะ...ไม่คิดว่าจะมากองด้วย มาหาเรนหรอ" เธอพุ่งเข้าไปกอดรุ่นน้องนักแสดงที่เธอรัก พลลภัตม์เป็นนักแสดงที่แสดงกับเธอมาตั้งแต่รุ่นแรก ทำให้เธอรักและเอ็นดูพัดมากเป็นพิเศษ

"ใช่ครับ พัดเอาอาหารมาให้พี่เรน" พัดพูดพลางชูปิ่นโตที่อยู่ข้างกายขึ้นมา

"พัดเขินน่ะคะ ก็เลยให้นิ่มพามาด้วย"

"แหม่ๆ แต่งกันมาหลายปีแล้วยังหวานกันอยู่เลยนะคะเนี่ย" เธอหันไปยิ้มเอ็นดูให้รุ่นน้องสุดที่รักทั้งสองคนระหว่างพัดและเรน เรนเองก็เดินเข้ามาพัดพลางกล่าวขอบคุณอีกคนพร้อมทั้งยังโอบเอวกลายๆ ภาพของคู่ชีวิตหวานชื่นตรงหน้าเรียกรอยยิ้มได้จากทุกคนในกองถ่าย เว้นแต่เขมินทร์ที่ยิ้มไม่ออก

ไม่ได้อยากยิ้ม..ให้กับเรื่องปลอมๆ พวกนี้

เรวัตหันมาส่งสายตากระอักกระอ่วนมาให้กับเขา แต่เขาไม่คิดจะสนใจเขมินทร์เดินหลบฉากออกมาจากตรงนั้น เขาเดินมุ่งตรงไปยังห้องแต่งตัวนักแสดงที่อยู่ในบ้านที่กำลังใช้ถ่ายทำ ภายในห้องเงียบสนิทไม่มีใครอยู่เพราะคนอื่นๆออกไปทาอาหารเที่ยงกันหมดแล้ว

"จะเอายังไงล่ะทีนี้" เสียงของพี่ปุย ผู้จัดการที่ร่างเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงของเขาดังขึ้นมา เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ไอ้คุณพัดมันเดินเข้ามาในกองถ่ายแล้ว เธอคิดว่าการที่อีกฝ่ายมาปรากฏตัวที่กองถ่ายละครทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีท่าทีที่จะโผล่มาเลยสักนิด จะไปอะไรไปได้นอกจาก...

รู้เรื่องคบชู้ของสามีตัวเองแล้ว

และก็คงรู้ด้วยว่าใครเป็นชู้ของสามีตัวเอง

"ไม่เอาไง"

"แต่พี่ว่าฝั่งนั้นเขารู้แล้วนะ"

"รู้ก็ดี...จะได้ไม่ต้องแอบ" เขมินทร์ยิ้มเยาะ รู้แล้วก็ดี ฉลาดขึ้นมาสักทีปล่อยให้เขาดึงผัวตัวเองมานอนกกได้เป็นปีๆ และเขาก็จะไม่ปล่อยไปง่ายๆ แน่

"จะทำอะไรพี่ไม่ว่า...แต่อย่าให้เป็นข่าวแค่นั้นพอ" ปุยไม่เคยด่าหรือว่าในเรื่องที่อีกฝ่ายไปคบชู้กับเรวัต เธอรู้ว่ามันจะเป็นทางที่ช่วยให้เขมก้าวหน้าในวงการนี้ได้ แต่อย่าให้เรื่องแดงเป็นพอ เพราะไม่อย่างนั้นคงโดนสาปจนไม่ได้ฉายแสงอีกเป็นแน่

"เขมระวังตัวตลอดนั่นแหละ"

"อุ๊ย...ขอโทษค่ะ" เสียงหวานดังขึ้นจากหน้าประตูขัดจังหวะกันคุยกันของสองดาราผู้จัดการ เจ้าของเสียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นิมานลดาและพลลภัตม์ยืนอยู่ตรงนั้น พวกเธอเห็นอีกฝ่ายเดินหลบออกมาจึงเดินตามมาอีกที

บอกแล้วว่าวันนี้มาเชือด...ก็ต้องเอาให้ตาย

"พอดีนึกว่าห้องน้ำได้กลิ่นเหม็นคาวลอยออกมาน่ะ" นิ่มจงใจเน้นคำว่าเหม็นคาวให้รู้ว่าเธอไม่ได้คิดว่ามันเป็นห้องน้ำจริงๆ แต่ตามมาเหน็บให้รู้ตัว

"ห้องน้ำอยู่ทางนั้นครับ ถ้าฉลาดก็จะรู้เพราะบนประตูมีป้ายคล้องไว้" เขมินทร์เองก็ไม่ใช่คนยอมคนง่ายๆ โดนเหน็บขนาดนี้ใครเขาจะไปทน เหน็บมาเหน็บกัน เอาให้รู้กันไปข้าง

"ขอโทษทีพี่มัน IQ น้อยแต่พี่ EQ สูงนะ ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกตัวเองได้"

"..."

"ว่าใครควรยุ่งไม่ควรยุ่ง ไม่ได้หน้าหนาอ่อยไปทุกคนโดยเฉพาะคนที่เจ้าของแล้ว" เขมินทร์กำหมัดจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว อารมณ์ของเขากำลังจะปะทุแต่ก็โดนพี่ปุยดึงแขนเอาไว้ให้สงบสติอารมณ์ก่อน ขืนมีเรื่องกันตอนนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่แน่ๆ

"ไปเถอะนิ่ม...พี่เรนคงรอนานแล้ว" เสียงของพัดดังขึ้นขัดสงครามประสาทที่กำลังก่อตัวขึ้นเสียก่อน นิ่มจึงเลิกสนใจคนหน้าหนาตรงหน้าและกำลังจะพาพลลภัตม์ออกไปจากตรงนี้แต่ว่า...

"พี่พัดเอากับข้าวมาให้พี่เรนเหรอครับ" มีคนไม่ยอมจบสงครามครั้งนี้ง่ายๆ

"..." พัดกำมือแน่นมากขึ้นพยายามระงับอารมณ์ของตัวเอง

"ดีจังเลยนะครับ พี่เรนคงจะคิดถึงอาหารฝีมือพี่พัดมาก"

"..."

"เพราะว่าเวลาอยู่กองเนี่ย...เขากินแต่อะไรแซ่บๆ"

"..."

"เขาเบื่ออาหารจืดชืดน่ะครับ" เขมินทร์พูดเสียงนุ่มพลางส่งรอยยิ้มหวานไปให้อีกคน จะเรียกว่าข่มก็ได้ แต่ที่เขาพูดมามันจริงทุกอย่าง เขากับพลลภัตม์ไม่เหมือนกัน ไม่มีอะไรเหมือน พัดจืดชืดแต่เขาไม่

"นี่!" นิ่มที่ทนฟังมานานเกือบที่จะพุ่งตัวเข้าไปหาเด็กคนนั้นทันที หน้าหนาหน้าทนจริงๆ มีอย่างที่ไหนที่กล้ายืดอกภูมิใจในตำแหน่งเมียน้อยขนาดนี้ เธอไม่เคยพบไม่เคยเจอมาก่อนและขออย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย ยังดีที่พัดฉุดเธอไว้ก่อนที่จะพุ่งเข้าไป ไม่อย่างนั้นคงได้มีข่าวลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับแน่ๆ

"สามีพี่...เขาไม่เลือกกินน่ะ" เสียงเย็นของพัดเอ่ยออกไปอย่างช้าๆ

"..."

"อะไรที่มันง่ายเขาก็กินทั้งนั้นแหละ พวกของง่ายๆ ไม่มีประโยชน์น่ะ" พัดจงใจเน้นคำว่าง่ายให้เสียดลึกแทงกลางอกของอีกคนให้รู้สึกเจ็บเหมือนกันที่เขารู้สึก ก่อนจะเดินจากมาโดยไม่หันไปสนใจคนข้างหลังอีก

เขมินทร์ยืนมองอีกฝ่ายเดินจากไปแล้วก็ได้แต่ยิ้มเยาะ มาเหน็บเขาขนาดนี้คงรู้แล้วว่าเรวัตกับเขามีสัมพันธ์ ก็ดีจะได้ถึงเวลาเดินเกมของเขาบ้างสักที

แปะๆๆๆๆ

เสียงตบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะตามมาด้วยการปรากฏร่างของนักแสดงสาวคนหนึ่งที่เคยได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนกับเขมินทร์อย่าง เทียน ธีรณี คนที่มีความสัมพันธ์กับเพื่อนของเขมินทร์มาก่อนที่จะก้าวเข้าสู่วงการมายา เธอเองก็เคยเป็นเพื่อนที่แสนดีของผู้ชายตรงหน้าแต่ทุกอย่างก็มาพังลงเมื่อผู้ชายตรงหน้ามันมานอนกับแฟนของเธอ ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนก็เลยถูกตัดขาดกันมาตั้งแต่ตอนนั้น

"คิดไว้แล้วเชียว ว่าคนอย่างมึงมันสกปรก"

"ปากหมานะมึง อย่ามาสาระแนเรื่องของคนอื่น" เสียงที่ฉะกลับไปไม่ใช่เสียงของเขมแต่เป็นของผู้จัดการเขมอย่างพี่ปุยต่างหาก ผู้หญิงคนนี้มากวนใจเขมินทร์หลายครั้งหลายคราแล้วและเธอเองก็รำคาญมากเช่นกัน

"ยอมรับค่ะว่าปากหมา แต่ก็ไม่ได้ใช้ปากเก่งเหมือนเด็กมึง"

"อีเทียน!" ก่อนที่ปุยจะพุ่งเข้าไปธีรณี เธอก็ถูกดึงตัวหลบร่างเร็วที่พุ่งเข้าไปก่อน เขมผลักร่างของเทียนล้มลงก่อนจะขึ้นคร่อมบนตัวหญิงสาวและใช้มือดันให้หน้าของอีกคนแนบไปกับพื้นกระเบื้อง

"ใช่! กูใช้ปากเก่ง การแสดงกูก็เก่งกว่ามึงด้วย"

"ปล่อยกู!" เทียนพยายามดิ้นให้หลุดจากการกดขี่ของอีกฝ่ายแต่ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายถึงแม้จะร่างเล็กแต่ก็มีพละกำลังมากกว่าเธอ

"เอาเวลาสาระแนเรื่องคนอื่น ไปทำให้ตัวเองดังให้ได้เท่ากูก่อนเถอะ" เขมว่าอย่างเหลืออด เขารำคาญผู้หญิงคนนี้เต็มทน เจ้าคิดเจ้าแค้นอะไรกันนัก เรื่องเมื่อก่อนเขาไม่ผิดเลยด้วยซ้ำในเมื่อผู้ชายเบื่อธีรณีแล้วก็แอบมาหาเขาเอง ถ้าจะโทษก็โทษที่ตัวเองทำตัวน่าเบื่อเถอะ

เขมลุกออกมาจากร่างของอีกคนก่อนที่จะมีทีมงานเดินเข้ามาเจอซะก่อน เขากับพี่ปุยเดินหนีออกมาโดยไม่ฟังเสียงสาปแช่งที่ตะโกนไล่หลังมา เพราะเขามีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องทำ เขาจะทำให้ผู้ชายคนนั้นรู้ว่าใครที่เรวัตให้ความสำคัญมากกว่ากัน



"คัท! ผ่าน" เสียงของผู้กำกับตะโกนดังลั่นกองถ่ายละคร ฉากที่เพิ่งถ่ายไปเป็นฉากปิดตัวของตัวละครที่เขมินทร์แสดงนั้นแสดงว่าเขาไม่มีบทอีกแล้วในการถ่ายทำ ดังนั้นวันนี้จึงหมดคิวการแสดงของเขาเพียงแค่นี้ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวของนักแสดง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ข้างพี่เรวัต คุยกันยิ้มแย้มแต่พี่เรวัตไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลยสักนิด เอาน้ำมาป้อนเอาพัดมาพัดให้คลายร้อน

หมั่นไส้ชะมัด

เขาไม่ได้สนใจสองคนนั้นอีกว่าจะทำอะไรต่อ เพราะเกมของเขามันกำลังจะเริ่ม

"กลับพร้อมพี่เลยไหมเขม" ปุยถามในขณะที่เขมมินทร์กำลังเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ตอนนี้เขาเปลี่ยนชุดเป็นชุดลำลองของตัวเองแล้วเรียบร้อย

"ไม่เป็นไรครับ"

"ทำไมล่ะ แล้วจะกลับยังไง"

"เขมรอคนอยู่"

"รอคน?" เขมินทร์ยกนาฬิกาขึ้นมาดูตอนนี้เป็นเวลา 16.00 น. แล้ว คนที่เขารอคงกำลังมาถึงแล้ว



"พัดกลับแล้วนะครับ"

"อ้าวทำไมรับกลับจังล่ะน้องพัด" เจี๊ยบหันไปถามพลลภัตม์ที่เอ่ยขอตัวกลับก่อน

"เด็กๆ คงจะเลิกเรียนแล้วล่ะครับ" พัดบอกเหตุผลก่อนจะขอตัวเดินแยกออกมาจากกองถ่าย

"เอ้า เรนไปส่งพัดก่อนสิ เดี๋ยวค่อยกลับมาถ่ายต่อ" เจี๊ยบหันไปเห็นผู้กำกับหนุ่มยืนนิ่งก็เลยไม่พอใจ จึงออกปากให้อีกฝ่ายเดินไปส่งภรรยาของตนเองที่รถยนต์ได้

"ครับ" เรนเดินออกมาส่งพัดที่รถแต่ก่อนที่จะขึ้นรถนั้น...

"ตายจริง! น้องป้อง" เสียงของทีมงานในกองถ่ายก็ดังขึ้นซะก่อน เรียกความสนใจของทุกคนไปหยุดอยู่ที่คู่ของป้องกุลกับเขมินทร์ที่กำลังยืนอยู่กับพี่เจี๊ยบ ป้องกุลนักแสดงหนุ่มที่กำลังมีชื่อเสียงและมีกระแสคู่จิ้นกับเขมมาปรากฏตัวอยู่ในกองถ่าย

"มาได้ยังไงคะเนี่ย"

"ผมมารับเขมกลับน่ะครับ" สิ้นเสียงของป้องกุลก็เหมือนไฟในร่างของเรวัตลุกโชน เขาลืมที่จะบอกลาพัดแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในกองถ่ายทันที

กล้าดียังไงมายุ่งกับคนของเขา

พัดเองที่เห็นเรนเดินกลับเข้าไปข้างในทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าว ก็ทำให้ก้าวขาไม่ออกเหมือนกัน เหมือนขาหมดแรงไปซะอย่างนั้น

คงหวงผู้ชายคนนั้นมากสินะ

เขาคงสำคัญมาก

พัดเองก็เดินขึ้นรถพร้อมกับนิ่มและขับออกมาจากกองถ่ายทันที



"ไปไหนมาครับ" เสียงทุ้มเอ่ยทักพัดในตอนที่กำลังจะเปิดประตูรั้วเพื่อเข้าไปในบ้าน ตอนนี้เขากลับมาถึงบ้านแล้วเรีบร้อย เมื่อหันไปตามต้นเสียงจึงไปสบตาเข้ากับผู้ชายข้างบ้านอย่างคุณนนท์

"ไปธุระมาน่ะครับ"

"หน้าตาคุณดูไม่สบายเลย"

"..."

"โอเคหรือเปล่าครับ" นนท์เอ่ยถามอีกคนด้วยความเป็นห่วง หน้าตาของพัดดูเหนื่อยและมีเรื่องเครียดตั้งแต่เมื่อวาน

"มีเรื่องเครียดนิดหน่อยน่ะครับ"

"รอตรงนั้นแป๊บนะครับ" เขาเอ่ยรั้งอีกฝ่ายยังไม่ให้เข้าบ้านก็จะรีบเดินเข้าไปในบ้าน ผ่านไปสักครู่หนึ่งร่างสูงก็เดินออกมาจากรั้วบ้านของตัวเองพร้อมกับถุงอะไรบางอย่างที่ยื่นมาตรงหน้าของพัด

"อะไรครับ"

"ผมให้ครับ...ชาคาโมมายล์ครับ"

"..."

"ผมชอบดื่มเวลาเครียดๆ มันช่วยผ่อนคลายดีนะครับผมดื่มบ่อย" พัดยิ้มรับก่อนที่จะยื่นมือไปรับถุงที่อีกฝ่ายยื่นให้มาถือไว้ข้างกายของตัวเอง

"ขอบคุณมากนะครับ แล้วก็ขอโทษเรื่องเมื่อวานด้วย" เขาเอ่ยขอบคุณพลางเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายถึงเรื่องเมื่อวานที่คุณนนท์ต้องทะเลาะวิวาทกับสามีของเขา

"คุณคงรู้เรื่องแล้ว รังเกียจไหมครับ"

"ครับ?"

"ก็เรื่องที่ผมเป็นลูกเมียน้อย" นนท์เอ่ยเสียงแผ่วเหมือนไม่อยากพูดถึงเรื่องดังกล่าวมากสักเท่าไหร่

"ผมไม่รังเกียจหรอกครับ ก็คุณดีกับผมนิ" พัดยิ้มบางพลางเอ่ยออกไปด้วยความจริงใจ เขาไม่ได้รังเกียจอีกฝ่ายแม้แต่น้อย อีกฝ่ายดีกับเขามากขนาดนี้ ไม่เหมือนกับอีกคน พูดง่ายๆก็คือตอนนี้เขาเจอคนที่น่ารังเกียจกว่ามาก

"ขอบคุณนะครับ"

"ขอบคุณสำหรับชาเช่นกันครับ"

"ถ้ามันหมดแล้ว มาดื่มที่บ้านผมได้เลยนะครับผมมีเยอะมาก เอาไว้ดื่มตอนคิดนิยายไม่ออก"

"โอเคครับ ฮ่าๆ" พัดหัวเราะขำไปกับท่าทางติดตลกของอีกฝ่าย ก่อนจะบอกลาอีกคนแล้วขอตัวเดินเข้าบ้านมา แต่ก็ต้องชะงัก

เมื่อเจอกับภีมที่ยืนอยู่หน้าประตู

"แม่ตกใจหมดเลย กลับมานานหรือยังลูก"

"กลับมานานแล้วครับ" ภีมพลเอ่ยก่อนจะเดินหนีกลับเข้าไปในบ้าน



ตอนนี้เป็นเวลา 21.00 น. แล้วท้องฟ้ามืดมนแตกเปล่งประกายไปด้วยดวงดาวส่องสว่างสวยงาม พระจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศเป็นเหมือนเครื่องยืนยันว่าตอนนี้ดึกมากขนาดไหนแล้ว แต่เรวัตก็ยังกลับไม่ถึงบ้าน เมื่อสักครึ่งชม.ก่อน นิ่มส่งรูปภาพที่แคปมาจากอินสตาแกรมของเขมินทร์ที่ลงว่ากำลังทานข้าวกับใครสักคน

ซึ่งเขาจำได้ทันทีว่ากำไลบนข้อมือผู้ชายคนนั้น

มันเป็นของสามีเขา

"อ้าวยังไม่นอนอีกเหรอ" เสียงทุ้มเอ่ยทักเขาที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่หน้าทีวี เรวัตเพิ่งกลับมาถึงบ้านหลังจากที่เขาแยกกับพัด แล้วรู้ว่าเขมพาไอ้ผู้ชายคนนั้นมาประชดเขา เขาก็สั่งพักกองอ้างว่าอยากเข้าห้องน้ำสักครู่และแอบไปคุยกับเขมินทร์ให้รู้เรื่อง สุดท้ายก็จบลงที่เขมินทร์ยื่นข้อเสนอว่าจะไม่กลับกับป้องกุลถ้าเขายอมไปทานข้าวด้วยเย็นนี้ เขาจึงตอบตกลงไป

"กำลังจะไปนอนครับ"

"วันนี้ไปที่กองทำไม" เรวัตเอ่ยถามพัดถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายโผล่ไปยังกองถ่ายของเขาในวันนี้ เขมินทร์บอกเขาว่าพลลภัตม์ รู้เรื่องของเราแล้ว เขาอยากถามให้แน่ใจ

"พัดอยากไปหาพี่...พัดไปไม่ได้หรอครับ" พัดเอ่ยย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่นิ่งและเย็นเหมือนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์

"ไม่ใช่ไม่ได้ แต่ทำไมไม่บอกก่อน"

"หรือพี่มีอะไรปิดบังพัด" สิ้นเสียงของพลลภัตม์ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบมีเพียงการสบตาของคนสองคนที่สื่อสารกันผ่านความเงียบเหล่านั้น เวลาผ่านไปนานแต่ยังไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา

"พี่มีอะไรอยากบอกพัดไหม" เสียงของพัดดังขึ้นผ่ากลางความเงียบขึ้นมาและสายตาของพัดเองก็เริ่มเปลี่ยนไป มันดูเฝ้ารอและเหมือนมีเสียงดังออกมาจากสายตานั้นว่า

ทำไม

ทำไม

"พี่ไม่มีอะไรที่อยากบอก" สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าที่จะบอกพัด แม้ว่าเขาจะคิดว่าพัดรู้แล้วว่าเรื่องระหว่างเขากับเขมินทร์มันเป็นยังไง

ในเมื่อพัดรู้แล้ว...แต่ไม่โวยวายหรือฟ้องหย่า

เขาก็จะไม่ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่

แต่เขาจะจัดการเรื่องนี้เอง

"พัดขอตัวไปนอนก่อนนะครับ" พัดไม่ได้คาดหวังกับคำตอบของอีกฝ่ายว่าจะยอมรับ คำตอบที่เรวัตได้พูดออกมามันก็เหมือนกับที่เขาคิดเอาไว้ จึงไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกต่อไป อยากเดินหนีออกไป

"พี่จะจัดการเรื่องนี้เอง" แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินขึ้นไปบนบ้าน เสียงทุ้มของเรวัตก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน เขาหันกลับไปสบสายตากับร่างสูงที่ยืนมองเขาอยู่เช่นกัน

ก่อนที่จะเบือนหน้าหนีและเดินหนีไปยังชั้นสอง



วันนี้พัดตื่นเช้าออกมาเตรียมอาหารให้ลูกๆ แต่ก่อนจะพบว่าเรวัตออกจากบ้านไปแล้วเรียบร้อย เขาปลุกภากับภีมมาทานข้าวตามปกติแต่เขาเริ่มรู้สึกว่าภีมพลเปลี่ยนไป ภีมพลไม่พูดกับเขา

ถามคำตอบคำ

ตั้งแต่ในบ้านจนขึ้นรถและมาถึงโรงเรียน ตลอดทั้งเช้าจึงมีแต่เสียงของภาณินและเขาเท่านั้น หลังจากส่งลูกๆ ทั้งสองคนเข้าโรงเรียนไปแล้วเรียบร้อย เขาก็ขับรถตรงกลับมาที่บ้านทันที ตอนที่ขับผ่านบ้านของชานนท์เขาก็แอบเหลือบมองเข้าไปในบ้านก่อนที่จะพบว่าประตูบ้านปิดสนิท ไม่แน่ใจว่าอีกคนยังไม่ตื่นหรือออกไปข้างนอก ก่อนที่จะเปิดประตูรั้วและขับรถเข้าไปในบ้าน

เขาลงจากรถ ล็อกรถเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินไปไขประตูบ้านเพื่อเริ่มต้นทำหน้าที่แม่บ้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน แต่ก็โดนเสียงกริ่งหน้าประตูดึงความสนใจเสียก่อน

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ขาเรียวก้าวเดินไปยังประตูรั้วก่อนที่จะเปิดออกดูว่าเป็นใครที่มากดกริ่งหน้าบ้านของเขา

แกร๊ก

"สวัสดีครับพี่พัด" ร่างเล็กของคนที่มาเยือน ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของเขาในเวลานี้ด้วยชุดลำลองธรรมดาและสวมแว่นกันแดดสีดำ

"ครับ"

"จำผมไม่ได้เหรอครับ" เสียงเล็กเอ่ยก่อนที่มือขาวจะยื่นขึ้นไปดึงแว่นกันแดดสีดำที่สวมอยู่ออก ปรากฏให้เห็นใบหน้าหวานของผู้ชายที่ชื่อว่า เขมินทร์ อินทร์วรัฐ



...

- TBC -

แกมาทำไม ยัยเขม!!!! โมโหมากๆ ยิ่งเขียนยิ่งมันมือ

เมนท์ติชมด้วยน้าาา เมนท์สาบส่งอีพี่เรนก็ได้ อยากอ่านเมนท์ทุกคนเลย

พูดคุยใน #เกมนอกใจ ในทวิตเตอร์กันได้นะครับ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1664
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0

ออฟไลน์ angelninae

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
สงสารพัดมากๆๆ เขมจะเริ่มแผนอะไรเนี่ย อย่ามาบอกว่าท้องนะะ  :katai1: :hao5:

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
ภีมของแม่เป็นอะไรลุก

ส่วนเขมมาทำไม!!! มาแสดงความเป็นน้อยในที่ที่ของเมียหลวงรึ?? เรนก็เหมือนคนหลง หลงกามอารม ไม่ต่างจากพ่อแกที่มีเมียน้อย

พัดเป้นเมียหลวงสุ้คนและหยิ่งเข้าไว้นะ


ชอบจังมาอัพเร้วถุกใจ  :katai2-1:

ออฟไลน์ oily06

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ถ้าเขมอยากได้นักก็ให้มันไปเถอะพัด
แต่ว่าผู้ชายเห็นแกตัวแบบเรนพอถึงเวลาน้องขอหย่าน่าจะไม่ยอมหย่าให้ง่ายๆอ่ะ
หวงก้างก็ปานนั้น แล้วยังมีหน้าไปดูถูกคุณนนท์เขาอีกว่าเป็นลูกเมียน้อย ก็ถ้าผู้ชายมันไม่มักมากหลายเมีย มันก็ไม่มีคำว่าเมียน้อยเกิดขึ้นมาหรอก มอหอ  :fire: :fire: :fire:

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 950
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-0
มาบอกว่าพี่เรนกำลังจะหย่ากับพี่ เขาอยากหย่ามาก เพราะงั้นพี่ช่วยทำให้เรื่องมันจบง่ายๆด้วยนะครับ ผมขอร้อง เงิบแดกไหมละนั่นพัดที่รู้ว่าผัวมีความคิดจะหย่ากับตัวเอง มันเป็นไปขนาดนั้นเลยนะ เดี๋ยวจะได้หน้าชาจริงตอนเขามาขอหย่า 55555 ไปกองถ่ายนึกว่าไปไร คือไปตอแยกับเมียน้อย จิกกัดกันไป ผู้ชายก็ลอยตัวสวยๆ ปล่อยเขาตบตีแย่งกันไป 5555 แดกจุดไหมละที่เห็นเขาไม่แคร์ไม่สนใจตัวเองเลยแต่เขาจะเป็นจะตายกับเมียน้อยต่างหาก อิอิ หึหึ ชัดไหมทีนี้ รู้สึกรังเกียจทันที 5555

ดีนะที่พอเสียใจมามีใครบางคนคนข้างบ้านฮีลใจได้บ้างไม่มากก็น้อย ในเวลาที่เหนื่อยและเสียใจมันมีคนอยากอยู่ข้างกายนะ คือมาได้จังหวะมาก คึคึ

ไอ้พี่เรนนี่มาตอน2ขี้เงี่ยนนะ ตอน3ขี้เหยียด เหยียดคนอื่น มาตอน4นี้คือขี้ขลาด ไม่กล้าพูดว่ามีชู้ แล้วตอนต่อไปคือไปแดกขี้ไป๊ไอ้พี่เรน ไปแดกขี้นะ 555555 เรนกับเขมเขาเหมาะสมกันแล้ว ศีลเสมอกันดี จัดเป็นขยะเปียกไปกองต้นเสาไฟโน้นนะ 55555 พัดถ้าไปสู้รบแย่งผัวมาแล้วมันเหนื่อย พักนะ พักดื่มชาคาโมมายด์ ดูท่าเหมือนจะไฟว้กันอยู่ร่ำๆ 5555555 สนุกๆ จะเป็นยังไงต่อ ขอบคุณนะคะที่แต่งมาอัพต่อให้ได้อ่าน  :pig4: :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-05-2020 22:38:25 โดย blove »

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :laugh: บอกเมียน้อยจะรีบหย่า
บอกเมียหลวงว่าจะจัดการให้เรียบร้อย
สันดานคนมักมาก

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 368
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
ขอนายเอกแบบฟาดๆแซบๆ ฉลาดๆทันเกมตลอดไม่ยอมคนน๊าาาาาาา :hao7:ไม่เอาแบบละครไทย :ling1:

น้องภีมมีความลับอะไรน้อ ทำไมทำตัวแปลกๆ

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0

ออฟไลน์ Saiias0005

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :m16: สนุกมากกกค่ะ แอบโกรธทั้ง2คนจริงๆๆ อยากให้พัดหวั่นไหวกับคุณคนนั้นด้วยยย

ออฟไลน์ question09

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1654
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-10
ตบเลยดีม่ะ :fire: :fire: :fire:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 45
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เรื่องนี้ขอพัดร้ายแบบนายเอกสมัยใหม่ไปเลยชอบนิ่มด้วยยรักเพื่อนมากขอสองคนนี้ดูโอ้ตบแหลกไปปเลยยย

ออฟไลน์ m_ilk_y

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :angry2:อีพี่เรนเป็นไทป์ผัวที่น่ากระทืบที่สุดในโลก หื้มมมมมมม

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
ฉันมารออ่านแล้วนะ


 :katai4: :katai4:

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
บทที่ 5 ความจริงที่ไม่อยากรู้ 100%


*คำเตือน มีฉากไม่เหมาะสมนะคะ การกระทำของตัวละครไม่เหมาะสมนะคะ ไม่ควรทำตาม*



วันนี้ที่โรงเรียนไม่ได้น่าสนใจอีกต่อไป ภีมพล อรรถจิรานันท์ นั่งเหม่อมองเมฆสีขาวที่ลอยเกลื่อนอยู่บนท้องฟ้าผ่านหน้าตาของห้องเรียน ที่มีอาจารย์กำลังบรรยายเนื้อหาอยู่ที่หน้าชั้นแต่เขากับไม่ได้ให้ความสนใจกับเนื้อหาตรงหน้ามากเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่กำลังวิ่งไปมาในหัวของเขาตอนนี้มันกวนใจเขาจนเขาไม่มีสมาธิ มันทำให้เขาเครียดตั้งแต่คืนนั้น

คืนที่พ่อกลับมาจากถ่ายงานที่ต่างจังหวัด

ถ้าเขาไม่บังเอิญไปได้ยิน...อะไรๆคงจะดีกว่านี้

"พี่ถึงบ้านแล้ว"

"..."

"เขมอย่าอ้อนพี่ เราเพิ่งแยกกันเองนะ"

"..."

"อีกไม่กี่วันก็เจอกันที่กองถ่ายแล้ว"

"..."

"คิดถึงครับ พี่รักเขมนะ"

"..."

"เซ็กส์โฟนเหรอ...ได้สิ"

วันนั้นเขายังไม่ได้นอนเพราะกำลังเล่นเกมกับเพื่อนอยู่ ระหว่างนั้นเขาเกิดหิวขึ้นมาเลยกะว่าจะลงมาหาอะไรทานที่ห้องครัว แล้วเขาก็เจอเข้ากับพ่อที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ เขาได้ยินทุกอย่างทุกคำของพ่อกับคนปลายสาย เขาจำได้ทุกจังหวะการหายใจและเสียงร้องของพ่อ มันน่ารังเกียจและสะอิดสะเอียนจนอยากอ้วก เขาเดินหนีกลับเข้ามาในห้องปิดประตูและปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาเงียบๆ

เขารู้ว่าพ่อนอกใจแม่

การกระทำแบบนี้ของพ่อทำให้เขาหมดความศรัทธาในตัวของผู้ชายที่ชื่อว่า เรวัต รุ่งเช้ามาเขาแทบไม่อยากที่จะพูดคุยกับผู้ชายคนนี้ ตลอดระยะเวลารับประทานอาหารเช้าจึงมีแต่เสียงน้องชายของเขาเจื้อยแจ้วกับผู้ชายคนนั้น สายตาของเขาไม่มองไปที่ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าพ่ออีกเลย

แต่เขามองไปยังที่แม่ของเขาต่างหาก

ในเช้าวันนั้นแม่ก็มีสายตาเศร้าหมอง ดูวิตกกังวลและเครียดกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

เขาคิดว่าแม่อาจจะรู้...หรือระแคะระคายเรื่องของพ่อขึ้นมาบ้าง

แล้วทำไมแม่ไม่บอกพวกเรา...แม่ตั้งใจปิดบังพวกเราอย่างนั้นเหรอ

เขารับรู้ได้ถึงความอึดอัดบนโต๊ะอาหารนี้ เขาสงสัยว่าทำไมพ่อถึงทำอย่างนั้น ทำไมเลือกที่จะทำร้ายกันหรือเพราะพ่อไม่รักไม่แคร์กันแล้ว แล้วทำไมแม่ถึงไม่บอกพวกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้...เขามั่นใจว่าแม่รู้ จากสายตาที่แม่มองพ่อ มันมีทั้งความผิดหวังและคำถามเหมือนกับเขาในตอนนี้ เขาอยากแน่ใจมากยิ่งขึ้นว่าแม่เองก็รู้เรื่องนี้บวกกับถ้าทุกอย่างเป็นอย่างที่เขาคิดครอบครัวของเราคงไปต่อไม่ได้ เขาอยากใช้ช่วงเวลานั้นอีกสักครั้งไม่ใช่เพื่อเขาแต่เพื่อน้องชายที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยต่างหาก เขาจึงเอ่ยมันออกไป

"วันนี้แม่ไม่ไปส่งด้วยเหรอครับ"

"อะ...อืม วันนี้ให้คุณพ่อไปส่งนะลูก"

"แต่ผมอยากให้แม่ไปด้วย"

แววตาของแม่ชะงักไปก่อนที่จะเอ่ยบ่ายเบี่ยงออกไปแต่สุดท้ายก็ต้องไปด้วยกันอยู่ดี แววตาที่ชะงักไปของแม่แสดงออกชัดเจนว่า ไม่อยากไป มันทำให้เขารู้ทันทีว่าแม่คงรู้ในเรื่องเดียวกันกับเขาในตอนนี้

เขาสงสารแม่ และพร้อมจะอยู่ข้างแม่เสมอ

แต่ความคิดเขาก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อผู้ชายคนนั้นเข้ามา

แม่บอกว่าเป็นคนรู้จักแต่กลับชวนมาทานข้าวในตอนที่พ่อยังไม่กลับบ้าน คุณนักเขียนคนข้างบ้าน เขามองสายตาของอีกฝ่ายออกว่าคิดอย่างไรกับแม่ของเขาแม้มันจะมีความสงสารเจืออยู่แต่มันก็กลบแววตาอีกแบบหนึ่งไม่ได้ ทันทีที่แม่ออกไปส่งผู้ชายคนนั้นพ่อก็กลับมา เขาเห็นว่าทั้งคู่ทะเลาะกันผ่านหน้าต่างห้องของเขา เขากลัว...กลัวว่าภาณินจะได้ยิน ภายังไม่พร้อมที่จะรับมือกับความแตกหักของครอบครัวนี้ เขาจึงเดินไปที่ห้องของน้อง ก็เห็นว่าอีกคนนอนหลับโดยใส่หูฟังอยู่ที่โต๊ะหนังสือ เขาจึงวางใจ ในตอนที่กำลังจะกลับห้องเสียงของพ่อกับแม่ก็ดังขึ้นมาจากชั้นล่างของบ้าน

"แล้วพามันมากินข้าวในบ้านทำไม!"

"พัดเหงาไง! ผัวไม่กลับบ้าน"

ขาของเขาชะงักอยู่ที่หน้าประตูห้อง เขาไม่มีแรงที่จะเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูหน้าห้องด้วยซ้ำ เขายืนนิ่งๆปล่อยน้ำตาให้ไหลเงียบๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงแม่เดินขึ้นบันไดมา เขาก็ใช้แรงทั้งหมดที่เหลือเปิดประตูก่อนจะปิดและนั่งลงพิงประตูอยู่อย่างนั้น เขานั่งกอดเข่าร้องไห้ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้แม่หรือใครได้ยิน

ทำไมเขาทั้งสองคนถึงทำแบบนี้

พวกเขาประชดกันไปมาแต่ไม่แคร์ความรู้สึกของเขากับภาณินเลย

เขารู้ว่าพ่อผิดที่นอกใจแต่ทำไมแม่ถึงไม่บอกพวกเราและก็ถอยออกมา ทำไมถึงเลือกที่จะประชดพ่อด้วยการพาผู้ชายอีกคนหนึ่งเข้ามา แม่แค่อยากประชดพ่อจนไม่สนใจความรู้สึกของพวกเราเลยเหรอ ถ้ารู้ความจริงแล้วต้องเจ็บปวดอย่างนี้

เขาขอเลือกไม่รับรู้เลยจะดีกว่า

ในเช้าวันต่อมาพ่อออกไปทำงานตั้งแต่เช้า ไม่ได้อยู่รอกินข้าวเช้าด้วยกันจึงเหลือเพียงแค่แม่ เขา และภาณินเท่านั้นบนโต๊ะอาหาร

"ทำไมวันนี้พี่ภีมดูแปลกๆ ไม่สบายเหรอ"

"นั้นสิ ภีมหน้าซีดมากเลยนะ"

"ผมโอเคครับ" เขาเลือกที่จะบอกปัดออกไปและพยายามสังเกตแม่อยู่ตลอดเวลา เขาถึงเห็นว่าดวงตาของแม่ก็ยังร่องรอยความเสียใจอยู่ไม่ต่างกันกับเขามากนัก แล้วทำไมยังทน ทำไมยังไม่พูดความจริงกับเขาและภา

"พรุ่งนี้วันเกิดใครครับ"

"ภาเอง เย่ๆๆๆ" เขาหันไปมองรอยยิ้มและสีหน้าดีใจของน้องชายแล้วก็เกิดความรู้สึกเศร้ากัดกินในหัวใจ ถ้าวันหนึ่งมันหายไป เขาคงเสียดายมาก

"อยากจัดงานชวนเพื่อนมาไหม"

"ไม่ครับ แค่กินข้าวที่บ้านก็พอภาอยากกินข้าวกับแม่ กับพี่ภีมแล้วก็กับพ่อ" แม้จะเป็นแค่คำขอแสนเรียบง่ายแต่เขารู้ว่ามันคงเป็นไปได้ยาก เขาหันไปสังเกตผู้เป็นมารดาแม้จะแววตาความเสียใจแสดงออกมาแต่แค่เพียงแวบเดียว

มันก็หายไป

"โอเคครับ แต่พ่อเขางานหนักแม่ไม่แน่ใจว่าจะมาได้ไหม" เขารู้...รู้ว่านั้นมันคือข้ออ้าง จากเหตุการณ์เมื่อคืนเขาก็พอที่จะเดาออกว่าพ่อไปไหนมา ถึงได้กลับบ้านช้ากว่าปกติ

"แต่พ่อสัญญากับภาแล้ว พ่อไม่เคยผิดสัญญา" ความหวังเขาเห็นสิ่งนั้นอยู่ในแววตาของภาณินเต็มเปี่ยม เพราะว่าครอบครั้งของเขาแทบไม่ค่อยอยู่ด้วยกันครบเท่าไหร่ ด้วยงานของพ่อทำให้ต้องกลับบ้านดึกหรือไปต่างจังหวัดอยู่ตลอดเวลา แล้วยิ่งในตอนที่สถานะทางครอบครัวของเราตอนนี้ไม่ปกติ เขากลัว

กลัวว่าแววตาของน้องชายเขามันจะไม่เหมือนเดิมตลอดไป

"ภีม...มึงเห็นข่าวยัง" ในตอนบ่ายของวันนั้นขณะที่พวกเขากำลังรออาจารย์เข้ามาสอน ชมพู่ เพื่อนในกลุ่มของเขาที่คอยเป็นนกพิราบกระจายข่าว ก็หันมายื่นโทรศัพท์ของตัวเองมาให้เขา

'หวานมากน้ำตาลไม่ต้อง อดีตนักแสดงหนุ่มชื่อดังโผล่เซอร์ไพรส์สามีถึงกองถ่าย'

เมื่อเขาอ่านเนื้อหาข่าวจบ ก็พอจะรู้ว่าในข่าวหมายถึงแม่ของเขาที่วันนี้ไปกองถ่ายเพื่อนำอาหารกลางวันไปให้พ่อ

"แม่กับพ่อมึงโคตรหวานอะ แต่งกันมาหลายปีแล้วยังสวีทอยู่เลย"

"ใช่ๆ กูอยากมีแบบนี้บ้าง"

ถึงแม้จะมีคนอิจฉาเขาที่พ่อกับแม่ของเขายังสวีทกันตลอดแม้จะแต่งงานกันมาแล้วหลายปี แต่เขากลับไม่ได้ดีใจเลยสักนิด เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องทั้งหมดนี้ มันก็แค่ฉากหน้าสวยหรูที่ข้างในมันเละจนน่าขยะแขยงขนาดไหน เขาคิดว่าเขารู้เหตุผลของการโผล่ไปกองถ่ายของแม่ในครั้งนี้

เขม หรือ เขมินทร์ อินทร์วรัฐ เป็นหนึ่งในนักแสดงในละครเรื่องนี้และเป็นคนเดียวกับที่ทำให้ครอบครัวของเขาเป็นแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการอะไรต้องการเงินหรือต้องการพ่อ และเขาเองก็ไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรถึงได้ทำแบบนี้

เขาไม่ชอบเลยกับการที่แม่ต้องไปฟาดฟันกับใครเพื่อยื้อพ่อไว้

ในเมื่อพ่อไม่ได้รักไม่แคร์เราแล้ว แม่จะไปสนใจทำไมกัน

"กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" เขาขอแยกตัวออกมาจากห้องเรียนก่อนที่อาจารย์คาบต่อไปจะเข้าสอนเพื่อไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องน้ำข้างตึกเรียน เนื่องจากอีกไม่กี่นาทีจะเข้าเรียนภายในห้องน้ำจึงเงียบสนิท

ไม่มีใคร...ไม่มีเลย

เขานั่งลงบนชักโครกในห้องน้ำห้องสุดท้าย เริ่มที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลและใช้มือปิดปากตัวเองไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกไป เขาอึดอัดกับสถานะครอบครัวในตอนนี้ เขาไม่อยากแม้แต่จะกลับบ้านด้วยซ้ำ มันไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน ทุกอย่างที่แสดงออกมาในตอนนี้มันล้วนเป็นแค่ภาพมายา พ่อไม่ได้ต้องการเราแล้ว มันกำลังจะพัง กำลังจะแตกและหักกระจายในไม่ช้า เขาเองถึงแม้ไม่อยากให้พ่อกับแม่หย่ากัน แต่เขาก็ทนรู้สึกอึดอัดแบบนี้ต่อไปไม่ไหว

เขากำลังสับสน สับสนเกินไป

เขาเกลียด...เกลียดพ่อ เกลียดผู้ชายคนนั้น เกลียดในสิ่งที่พ่อทำ

พ่อทำร้ายทุกคน ทำร้ายแม่ ทำร้ายเขา ทำร้ายภาณิน แต่ในใจของเขาลึกๆ กลับไม่ได้ต้องการให้มันจบลงที่การหย่า เขาไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กบ้านแตก ขาดความรัก ขาดความอบอุ่นเพราะครอบครัวแยกย้ายกันไปคนละทาง แต่ในสิ่งที่แม่กำลังทำเหมือนแม่กำลังยื้อผู้ชายคนนั้นเอาไว้ ให้เขาทำร้ายเราต่อไปเรื่อยๆ สิ่งนี้มันกำลังทำให้เขาไม่พอใจ เขาไม่ได้อยากถูกทำร้ายซ้ำๆ แบบนี้

เขาเครียด...เครียดเกินไป เขาเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้นเอง อยากใช้ชีวิตแบบเด็กคนหนึ่งแบบเด็กปกติเหมือนคนอื่นไม่ได้เลยเหรอ

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูห้องน้ำดังอยู่ตรงหน้าเขา มีคนยังอยู่ในห้องน้ำอย่างนั้นเหรอ

ก๊อกๆๆ

"มีคนเข้าห้องน้ำอยู่" เขาส่งเสียงตอบออกไป

"ร้องไห้?" เสียงทุ้มหน้าประตูห้องน้ำตอบกลับมาด้วยคำถาม ผู้ชายคนนี้รู้ว่าเขากำลังเสียใจ

"..."

"ออกมานี่" เขาเลือกที่จะตอบอีกฝ่ายด้วยความเงียบ แต่อีกคนกลับเรียกให้เขาออกไปหา ภีมพลเช็ดน้ำตาที่เปื้อนแก้มออกแล้ว เปิดประตูเดินออกมาที่หน้าห้องน้ำ เขาเจอเข้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดนักเรียนกางเกงสีดำ ดวงตาตี่เล็กแต่ก็น่ามอง เมื่อรวมเข้ากับปากกระจับของอีกคนบวกกับจมูกโด่งนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหล่อ เหลือบมองบนปกเสื้อก็เจอเข้ากับจุดสามจุดเช่นเดียวกันกับเขา ผู้ชายตัวสูงหน้าขาวตี๋คนนี้อยู่ชั้นเดียวกันกับเขาไม่ผิดแน่ แต่เขามั่นใจว่าไม่เคยเจออีกฝ่ายมาก่อน

"..."

"..." เราเลือกที่จะพูดคุยกันด้วยความเงียบ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาและเขาเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปเช่นเดียวกัน

"จวิ้น"

"หื้ม?" ผู้ชายตัวสูงพูดผ่ากลางความเงียบออกมาแต่เขาฟังไม่ทัน จึงทำหน้าสงสัยออกไป คนตรงหน้าคงจะเข้าใจจึงพูดอีกครั้งพร้อมกับทำหน้าเบื่อหน่ายใส่เขา

"จวิ้น"

"จวิ้น...คืออะไร"

"ชื่อกู...จวิ้น"

"อ่า...ชื่อแปลกว่ะ"

"ภาษาจีน" ไม่น่าจะเดายากว่าชื่อของคนตรงหน้าต้องเป็นภาษาจีน ก็หน้าตี๋ซะขนาดนี้

"ภีม ชื่อกู" แนะนำตัวเสร็จสรรพ ความเงียบก็เข้ามาปกคลุมอีกครั้ง ก็ไม่รู้จะพูดอะไรนี่

"กูเพิ่งย้ายมา"

"ถึงว่าไม่คุ้นหน้า" อีกฝ่ายเริ่มที่จะเล่าเรื่องของตัวเองออกมาบ้าง

"อืม ยินดีที่ได้รู้จัก" คนตรงหน้าเขาเป็นคนนิ่งๆ หน้าตามันยังนิ่งจนเขากลัวแต่ก็ดีเหมือนกันผูกมิตรกันไว้ดีกว่าเป็นศัตรู มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแบบงงๆ

"กูได้ยินมึงร้องไห้"

"..."

"ขอโทษ" อีกฝ่ายเหมือนจะรู้ว่าเอ่ยบางอย่างที่มันกระทบจิตใจเขาออกมาถึงได้ขอโทษ ดูเป็นคนใส่ใจคนอื่นผิดกับหน้าตานิ่งๆ ไม่เป็นของเข้าตัว

"ไม่เป็นไร...กูร้องไห้จริง"

"ลองไหม...มันช่วยคลายเครียด" มือขาวของอีกคนยื่นซองสีเงินมาให้เขาข้างในมีม้วนกระดาษหลายม้วนอัดกันอยู่

บุหรี่...นั้นคือสิ่งที่อีกคนหยิบยื่นไมตรีมาให้

"กูไม่เคยสูบ"

"อืม" มือขาวกำลังจะเก็บมันกลับเข้ากระเป๋ากางเกงแต่เขามือไวกว่า ถึงคว้ามันได้ก่อน

"หื้ม?"

"อยากลอง" เขากำลังเครียด และต้องการผ่อนคลาย เขาเคยเห็นผ่านตามาบ้างว่าบุหรี่มันจะช่วยบรรเทาความเครียดได้บ้าง เขาเคยเห็นพ่อสูบตอนที่กำลังเครียดกับงาน

มันน่าจะช่วยเขาได้...ในตอนนี้

"อืม" จวิ้นหยิบม้วนกระดาษสีขาวขึ้นมาก่อนที่จะจุดมันด้วยไฟแช็กและส่งมันมาให้กับเขา แต่เขากลับนิ่งและมองมันอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่ว่ากลัว เพียงแต่

"ทำยังไง"

"เอาใส่ปาก...แล้วดูดลมเอาควันเข้า" อีกฝ่ายทำให้เขาดูก่อนแล้วส่งมันให้เขา เขายื่นมือไปรับมาก่อนที่จะใช้มือสั่นๆ ของตัวเองบังคับเอามาชิดปากของตัวเองและคาบมันไว้ ก่อนที่จะดูดลมตามที่อีกฝ่ายบอก

"แค่กๆๆ" แต่เขาก็สำลักควันของมัน รสชาติของมันขมปร่า เขารีบยื่นมันคืนอีกฝ่ายทันที

"หึๆ" เขาได้ยินเสียงหัวเราะมาจากร่างสูงจึงตวัดสายตาค้อนมอง แต่อีกคนก็ยังไม่หยุดหัวเราะ

"ไม่ต้องมาขำ ไม่เอาแล้ว ขมสัส" เขาว่าก่อนจะเดินจากมา ต้องรีบไปเข้าห้องเรียนเพราะเขาออกมาเข้าห้องน้ำนานเกินไปแล้ว แต่ขาที่กำลังจะเดินขึ้นอาคารเรียนก็ต้องชะงักอีกครั้งเพราะเสียงทุ้มต่ำเรียกเอาไว้

"เดี๋ยว!" เขาหันไปตามเสียงก็เจอเข้ากับร่างสูงใหญ่ของอีกคนที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างกัน

"มึงอยู่ห้องไหน" เสียงทุ้มเอ่ยถาม

"3/1" แล้วเขาก็ตอบมันกลับไป อีกฝ่ายจ้องตาเขาก็จะส่งเสียงหัวเราะเบาๆออกมาแล้วก็บอกแค่ว่า เจอกัน ก่อนจะเดินแยกจากไปอีกทาง



เขากลับมาถึงบ้านพร้อมกับภาณินในตอนเย็นแต่กลับไม่พบใครเลย เขาคิดว่าแม่คงยังไม่ได้กลับมาจากกองถ่ายของพ่อจึงบอกให้ภาขึ้นไปทำการบ้านบนห้องก่อนแล้วเขาจะไปเรียก

Rrrrrrrrrrr

ในขณะที่เขากำลังนั่งรอแม่กลับมาอยู่นั้นโทรศัพท์ของเขามันก็ขึ้นแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊กว่ามีคนส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนมาให้ และพอเขากดเข้าไปดูก็พบว่าเจ้าของเฟซคนนั้นคือ

'๋jwin jaron' รูปโปรไฟล์เป็นของผู้ชายตัวสูงที่เขาเพิ่งจะรู้จักวันนี้กำลังพ่นควันบุหรี่อยู่ จวิ้น จารณน์ งั้นเหรอ

นิ้วเรียวกดลงไปยังปุ่มตอบรับคำขอเป็นเพื่อนแล้วก็วางโทรศัพท์ลงเมื่อเขาได้ยินเสียงรถดังมาจากหน้าบ้าน เขาเห็นแม่กำลังบอกลาน้านิ่มก่อนที่จะเดินเข้าบ้านมา แต่ก็ถูกคุณนักเขียนข้างบ้านเรียกเอาไว้ก่อน เขาพูดคุยกันสักพักก่อนที่คุณลุงคนนั้นจะวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วกับออกมาพร้อมถุงบางอย่าง เขายื่นมันให้กับแม่ของเขา แววตายิ้มไปด้วย และเขาก็สังเกตว่าแม่ของเขาเองก็มีแววตาแบบนั้นเช่นเดียวกัน

แม่ยิ้มให้กับผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน

คิดมาถึงตรงนี้ใจเขาก็ปวดหนึบขึ้นมา แม่ก็จะทำเหมือนที่พ่อทำร้ายพวกเรางั้นเหรอ ใจร้ายกันไปหน่อยไหม เขากับน้องยังสำคัญสำหรับทั้งสองคนอยู่หรือเปล่า เขาพยายามไม่คิดให้ร้ายแม่แบบนั้นแต่ทุกอย่างก็จะวนกลับมาที่เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น แม่บอกว่าเพิ่งรู้จักผู้ชายตรงหน้า แม่พาเขาเข้ามาทานข้าวเย็นด้วยกัน แม่บอกว่าที่ทำแบบนั้นเพราะประชดพ่อ แล้วมาวันนี้แม่ยืนยิ้มให้เขาอยู่หน้าบ้าน นี่เหรอคนที่เพิ่งจะรู้จักกัน

แม่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน เขาจึงเดินไปยืนรอแม่ที่หน้าประตู ทันทีที่แม่เปิดประตูเข้ามา แม่ก็ชะงักไปก่อนที่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อแม่ต้องการแบบนี้ เขาก็จะทำเหมือนไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อน เขาเดินกลับมาบนห้องของตัวเองทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเงียบๆ คิดทบทวนว่าตัวเขากับน้องยังสำคัญกับแม่อยู่หรือเปล่า เขาเกลียด เกลียดความคิด เกลียดความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ มันอึดอัดจนหายใจไม่ออก เขาอยากระบาย อยากพูด อยากร้องไห้แค่กับไม่มีใครสนใจ เขาพยายามแล้วพยายามทำให้แม่รู้ว่าเขารู้เรื่องห่าเหวทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นแล้ว โดยการไม่พูดและเงียบเอาไว้ทำเป็นนิ่งกว่าปกติไม่ได้สดใสเหมือนเดิม แต่เหมือนแม่ก็ยังไม่เคยสนใจเขาอยู่ดี

แม่สนใจแค่น้องมาแต่ไหนแต่ไร

แม่ให้ความสำคัญกับน้องมาตั้งนานแล้ว บอกมาเพราะน้องต้องการคนดูแลปกป้อง วันเกิดน้องแม่จำได้ วันเกิดเขาล่ะแม่ไม่เคยพูดถึง ตอนเขาเข้าม.1 ใหม่ๆ แม่ให้เขากลับบ้านเองไม่เคยไปรับแต่มาตอนนี้แม่ให้เขาดูแลน้องพาน้องกลับบ้านด้วยกัน ช่วงเวลาที่เขาควรจะได้ไปผ่อนคลายกับเพื่อนหลังเลิกเรียนหายไป เกรดเทอมที่แล้วมันตกลงมาเพราะเขาไม่ถนัดวิชาคณิตศาสตร์ มันยากเกินไปสำหรับเขาแม่ดุ แม่ว่าเขาแต่กับน้องแม่บอกไม่เป็นไร บอกให้น้องตั้งใจมากกว่านี้ การกระทำมันต่างกัน มาถึงตอนนี้เขาก็พอจะรู้ว่าถ้าต้องหย่ากันคนที่แม่อยากได้ไปดูแลอาจจะมีแค่น้องก็ได้ ที่แม่ต้องการ

Rrrrrrrrrrrrrrrrr

โทรศัพท์ของเขาสั่นจากแจ้งเตือนข้อความของใครบางคนที่ส่งเข้ามา เขาเช็ดน้ำตาบนแก้มก่อนที่จะหยิบเอามันมาเปิดดู

Jwin : ทักครับ

ทักครับ เนี่ยนะตลกไปหรือเปล่า

Peam : มีอะไร

Jwin : ไม่มี

Jwin : แค่อยากทัก

หลังจากข้อความนั้นเราก็คุยกันทั้งคืน คุยกันเรื่องไร้สาระไปเรื่อยเปื่อยและทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น แปลกไหมถ้าจะบอกว่า เขาสบายใจเวลาได้คุยกับใครคนนี้ เราผลัดกันเล่าเรื่องต่างๆและเขาก็เล่าเรื่องปัญหาครอบครัวให้อีกคนฟัง แต่เขาไม่ได้เล่าทั้งหมดแค่บอกว่าตอนนี้เขามีปัญหากับครอบครัวแค่นั้น อีกคนก็ให้กำลังใจเขากลับมาแต่ก็เป็นในแบบของอีกคนนั้นแหละ

Jwin : เครียดก็อย่าเก็บไว้คนเดียว ระบายกับกูได้

Jwin : แค่รับฟังนะ แนะนำใครไม่เป็น

ตลกดีเหมือนกัน บางทีเขาก็อาจจะแค่ต้องการคนรับฟังบางแค่นั้นเอง



"อย่าลืมทำการบ้านมาส่งพรุ่งนี้ด้วยนะคะ เวรทำความสะอาดด้วยนะ" เสียงของคุณครูบอกเวลาเลิกเรียนแล้ว เขาที่กำลังคิดย้อนถึงเรื่องที่ผ่านมาก็ก้มลงมองนาฬิกาของตัวเอง ตอนนี้เป็นเวลา 15.10 น. เขาเก็บของเข้ากระเป๋าบอกลาเพื่อนและเดินออกมาจากห้องเรียน มุ่งหน้าไปยังหน้าโรงเรียนเพื่อรอภาณินและกลับบ้านพร้อมกัน เขายืนรอน้องชายอยู่หน้าโรงเรียนมาได้ 10 นาทีแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของอีกคน ในขณะที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหา ก็มีมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งมาจอดด้านหน้า คนขับใส่หมวกกันน็อกปิดหน้าปิดตาจนมองไม่ออกว่าใคร

"กลับยังไง" มือขาวเอื้อมไปดึงกระจกของหมวกกันน็อกขึ้นเผยให้เห็นตาตี่ๆ เรียวๆ ของเจ้าของรถมอเตอร์ไซด์ตรงหน้า

"กลับรถไฟฟ้า" เขาเอ่ยตอบจวิ้นไปก่อนจะกดโทรหาน้องชายของตัวเอง

"ไปส่งไหม" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเขาอีกครั้ง เขาหันไปสบตากับดวงตาเรียวรีของอีกฝ่ายก่อนที่จะเอ่ยปฏิเสธออกไป

"ไม่ต้องอะ มีน้องกลับด้วย"

"อืม"

"รีบกลับสิ เดี๋ยวรถติดนะ" เขาหันไปเร่งอีกคนให้รีบกลับบ้าน การจราจรตอนเย็นมันติดขัดน่าดูกลัวว่าอีกฝ่ายจะถึงบ้านดึกดื่นเพราะจากที่คุยกันบ้านของอีกคนก็ไกลจากโรงเรียนอยู่

"รู้แล้ว"

"รู้แล้วกะ..."

"พี่ภีม!" เสียงเล็กตะโกนมาจากด้านหลัง ทำไมเขาหันไปมองก็เจอของกับร่างเล็กของน้องชายที่กำลังวิ่งมาทางนี้พอดี

"ทำไมช้าว่ะเตี้ย"

"ทำเวรไง...แล้วเมื่อกี้คุยกับใคร" เขาหันไปมองตามสายตาของร่างเล็กก็เห็นอีกคนที่เพิ่งจะคุยกันเมื่อกี้ขับมอเตอร์ไซด์ออกไปไกลแล้ว

"เพื่อน"

"ใช่เปล่า" ภาณินทำเสียงล้อเลียนพี่ชายของตัวเองก็ถูกเคาะหัวไปหนึ่งทีก่อนจะบอกให้รีบกลับบ้านไปรอทานข้าวเนื่องในโอกาสวันเกิดของเจ้าตัวเล็ก

"รีบกลับบ้านได้แล้ว เดี๋ยวคนเยอะ ต้องไปช่วยแม่เตรียมอาหารด้วย"

"ครับผม" สองร่างจึงเริ่มออกเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้กับโรงเรียน



สองพี่น้องเดินทางมาถึงบ้านแล้วเรียบร้อย ภีมพลเดินเข้ามาในบ้านพร้อมเปิดประตูให้น้องชายแต่ในบ้านกลับเงียบสนิท เขาคิดว่าแม่อาจจะออกไปซื้อของมาเตรียมวันเกิดให้กับภาณินจึงบอกให้น้องขึ้นไปบนบ้านไปทำการบ้านถ้าแม่มาแล้วเขาจะไปเรียกเอง เมื่อภาณินเดินขึ้นไปด้านบนเรียบร้อยเขาเองก็กำลังจะเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บ แต่เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากสวนหลังบ้าน เสียงสะอื้นเบาๆ ลอยมาตามลม ขาเรียวก้าวไปยังประตูหลังบ้านช้าๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดมันออก แล้วเขาก็เจอเข้ากับภาพที่เขาไม่อยากเจอ

ภาพของแม่ที่กำลังร้องไห้และอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่ไม่ใช่พ่อ



...

* 俊 จวิ้น แปลว่า หล่อ นะคะ *

- TBC -

น้องภีมลูกกกกกกกกกกก

ตอนนี้เป็นตอนที่เขียนยากมากๆเลยค่ะ ติชมให้หน่อยนะคะ

มีใครงงไทม์ไลน์มั้ยคะ คือเรื่องในตอนจะเล่าย้อนไปตั้งแต่วันแรกที่เรนกลับมา

แล้วเหตุการณ์ล่าสุดก็คือวันที่เขมมาคุยกับพัดที่บ้านค่ะ

อยากอ่านเมนท์ทุกคนเลย พูดคุยใน #เกมนอกใจ ในทวิตได้นะคะ ฝากแชร์เรื่องนี้ด้วยน้าา



ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 110
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-0
นางเขม  ชั้นจะฉาปเธอออออออออออ​ ส่วนน้องภีม​ อย่าคิดไปเองค่ะ​ มีไรสงสัยให้ถามแม่​ อย่าคิดเองเออเองไปคนเดียว​

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5982
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +841/-16
ไม่น่ากดเข้ามาอ่านเลยกุ..อ่านแล้ว จิตแตกกระเจิดกระเจิง
 :ling1:

แก้วใบเก่า มันแตก แหลกละเอียด
เก็บไว้แต่ รังเสนียด เกลียดฉิบหาย
อย่าพยายาม มาประกอบ รวมร่างกาย
ให้มันตาย ไปจากเรา เหมือนเผามัน

เคยมีคน บอกว่า ถ้าหาใหม่
มันหมายใจ ไปแล้ว แจวผายผัน
ไม่ต้องรอ มันไม่กลับ ไม่นับวัน
คนอย่างมัน จัญไรเกิน เดินผิดทาง

เพิ่งเข้ามาอ่าน..แต่หมายใจว่านิยายเรื่องนี้ต้องมีจุดจบให้กับคนเลวทราม
นรกน่ะ..ยังน้อยไป ต้องให้พวกมันตายอย่างคนทั้งเป็น ถึงจะสะใจที่แท้ทรู

ไม่ได้สปอยล์คนแต่งนะ..แต่อยากเห็นคนดีได้ครองรักกับคนดี คนเชี่ยก็ให้มันสมสู่อยู่กันไป ฮ่าฮ่า

พัด+นนท์ ---เข้าใจตรงกันนะจ้ะ

บวก 1 ให้คนแต่งเรื่งนี้ เจิดมากกกกก ช้อบชอบ
มาต่อเรื่องบ่อยๆ จะขอบคุณมาก ทุกวันยิ่งดี จุ๊บบบบบบบ

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 439
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
ภีมลูกใจเย้นๆนะคะ อย่าคิดไปไกลขนาดนั้นลูก ถึงบ้านแตก มันก็ไม่ได้ทำให้หนูเป็นเด็กปันหานะคะ ตัวหนูตั้งหากลูกที่สร้างให้เป้นแบบนั้น สติหน่อยจ้าาาา แม่ล่ะอยากจะจับมาตีๆ ไปเอาบุหรี่มาสูบได้ไงลูก มียาไส้สอดในนั้นหรือป่าวก้ไม่รุ้ น้อยใจไม่ท่า เราต้องเชื่อใจแม่เราสุดซิ ถามเขาคุยกับเขานะ

ออฟไลน์ m_ilk_y

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 62
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :ling3:
นุ้งภีมมมม อย่าได้ริลองอะไรที่ไม่ดีนะลูกกกกก
เรื่องนี้เครียดได้อีก บีบหัวใจขึ้นเรื่อยๆเล้ยยยย งื้อออออ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 950
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +70/-0
เวลาตัวเองเสียใจก็ยังมีพ่อมีแม่คอยปลอบอยู่ข้างกาย แต่ในเวลานี้แม่ไม่มีใครไง ช่วยเข้าใจกันหน่อยนิดนึงนะภีม 555 แต่ก็เข้าใจภีมนะกับความสับสนในตัวคนข้างบ้าน มันยังเร็วไป แผลยังใหม่อยู่ ก็ไม่แปลกที่จะคิดว่าแม่เองก็ทำเหมือนพ่อ ประชดพ่อ ดูเหมือนพัดและภีมต้องจูนกันอีกเยอะ ความคิดไปคนละทางในการเลี้ยงดู/ดูแล พัดอาจคิดว่าภีมโตแล้ว ดูแลตัวเองได้เลยปล่อย ภีมเหมือนจะโตแต่ก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่จากแม่ จากที่ฟังภีมเล่าพัดก็ดูละเลยภีมจริง น้อยใจ ไม่มีใครให้คำปรึกษา พ่อก็หมดศรัทธา จะไปพึ่งใครทีนี้ เป็นโอกาสดีเลยของนักเขียนคนข้างบ้าน ที่จะให้ภีมยอมรับ 5555 เป็นนักเขียนย่อมมีทักษะการมองคน วิเคราะห์ความรู้สึกได้เก่ง หันมาทางนี้ดีกว่าไปหาจวิ้นนะ ไม่น่าจะหวังดีเท่าไหร่เพราะให้ลองของไม่ดี ไม่พูดตักเตือนกันเลย นนท์ต้องผ่านด่านภีมไปให้ได้อ่ะ เข้าทางลูกก่อนเลยนนท์ จีบเนียนๆให้เป็น 5555555 ภีมต้องได้รับคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ที่คิดดีจึงจะไม่สายเกินไป หึหึ!!

ชอบนะที่ภีมหมดศรัทธาในตัวพ่อ เพราะเวลาหย่าหรือไม่มีเขาจะได้ไม่คร่ำครวญมาก ชอบที่บอกว่า เขาไม่ชอบเลยกับการที่แม่ต้องไปฟาดฟันกับใครเพื่อยื้อพ่อไว้ + ในเมื่อพ่อไม่ได้รักไม่แคร์เราแล้ว แม่จะไปสนใจทำไมกัน ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรๆได้ง่ายนะ แต่ด้วยความเป็นเด็กความคิดยังไม่ตกผลึก ไม่อยากยื้อแต่ก็ไม่อยากปล่อย สับสนในตัวเองสุดอะภีมตอนนี้ 5555555 ไม่ใช่ว่าแม่เขาต้องการปิดบังนะ แต่ด้วยที่คิดว่าลูกยังเด็ก ไม่อยากให้มารับรู้เรื่องคาวๆของผู้ใหญ่กลัวใจจะพากันรับไม่ไหวหากบอกไป บางทีแม่เขาไม่รู้หรอกว่าลูกต้องการอะไร เดินเข้าไปบอกแม่เลยว่าภีมรู้แล้วนะ ถึงว่าไงพัดกับภีมต้องจูนกันอีกเยอะ

ขอบคุณนะคะที่แต่งมาอัพต่อให้ได้อ่านกัน รอตอนหน้าเลยค่า จะเป็นยังไงน๊า 5555 สนุกค่ะ ชอบ

ออฟไลน์ angelninae

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
สวสารพัด หนักใจเรื่องผัวไม่พอ ลูกก็กำลังสับสนด้วย  :katai2-1: :mew2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด