Unfaithful เกมนอกใจ (Mpreg) // บทที่ 20 ขอไข่แลกงาน 100% (04/07/2020)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Unfaithful เกมนอกใจ (Mpreg) // บทที่ 20 ขอไข่แลกงาน 100% (04/07/2020)  (อ่าน 8812 ครั้ง)

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +841/-16
โอยยยย..อ่านเสร็จปวดขะหมองไปหมด
อะไรมันจะมาประดังประเด เข้ามารุมเร้าในชีวิตได้ขนาดนี้

ยิ่งอ่าน..ยิ่งเครียด
ดราม่าแตก...แจกทุกตอน จริงๆเลย

+1 ให้คนแต่ง มันน่า....นัก
แต่สนุกมากกกกกกกกก

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
ยังไม่ได้ไปไหนไกลหรอกพัด คนข้างบ้านเขาดักไว้ได้ซะก่อน 5555 ก็ถ้าเรนจะพูดดักนนท์ไว้แบบนั้นทางเดียวที่จะเข้าหาพัดได้ก็คงนี่ละมั้ง อีกอย่างภีมเองก็เกลียดพ่อแล้ว เพราะงั้นเขาจะมาบอกมาห้ามอะไรได้อีกละ ถ้าลูกอยากจะอยู่บ้านเขาอะเนอะ หวังว่าคนข้างบ้านจะดักไว้ทันจริงๆอะนะ ช่วยหน่อย ไม่อยากให้เด็กมีปัญหาไปมากกว่านี้ มันจะเป็นปัญหาสังคมต่อไป 5555 //ยังพัด ยัง อย่าเพิ่งเหนื่อย ถ้าแค่นี้ยังเหนื่อย กว่าจะจบเรื่องเธอคงปางตายอ่ะ ต้องจบสวยๆดิ 555555 ภีมเลิกสับสนในตัวเองได้แล้วหรอ ถึงมาบอกว่าแม่ทำงี้ทำไม ทำไมไม่หย่า ก่อนหน้าก็เคยว่าแม้เกลียดแต่ก็ยังอยากอยู่เป็นครอบครัว ไม่อยากให้เขาไป มาตอนนี้สรุปได้แล้วใช่ไหมว่าใจจริงเลือกทางไหน หืม แล้วก็นะถ้าแบบที่จะอยากให้เป็น ผลจะเป็นยังไง จะเกิดไรขึ้นบ้าง รับได้ไหมละ จะสู้ไปกับแม่เขาไหม เนี้ยถึงต้องพัดต้องคุยกับลูกถ้าลูกจะเข้าใจเรื่องราวได้แบบนี้ แต่ดูเหมือนพัดจะช้าไปเล็กหน่อย ยังมีโอกาสเคลียร์กันได้ //จะลากความเป็นครอบครัวไปได้นานขนาดไหน หึหึ ไม่หย่าเพราะแค่คิดว่าจะไม่ชนะแค่นี้แล้วก็ คุณนนท์ไปซื้อแห้วมาสักกระสอบนะ 55555555 สนุกกกค่าาาา จะรอดูพัดจะคุมเกมส์ยังไง จะเหนือกว่าหรือจะแค่ไปขู่ฟ่อๆว่าผัวไม่อยากหย่า ฉันมีทะเบียนสมรสนะ 55555 ประเมินพัดต่ำไปไหวว่ะ ไม่หรอกพัดก็มีดีแหละ เข้มแข็งได้ขนาดนี้ก็ถือว่าโอ แยกกันอยู่ หมดใจ เหตุธาตุแท้ของแม่ผัวก็รังเกลียดถือว่าทำให้พอใจระดับนึงเลย 555555 เอ้าๆรอตอนต่อไปจ้า ขอบคุณนะคะที่แต่งสนุกๆให้อ่าน  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ภีมไปกับเพื่อนแน่ๆ  โอ้ยนึกว่ากลับมาเเล้วภีมจะมาช่วยเป็นแบคให้แม่

ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
ภีมกำลังทำให้ตัวเองกลายเป้นนเด้กมีปันหา

อีกอย่างนะภีมก่อนจะเอาค.รุ้สึกตัวเองหันไปปรึกษาน้องตัวเองคะ พี่จะให้หย่า น้องไม่ให้หย่า ควรทำไงดีล่ะคนเป้นแม่มันท้อนะ

ลองไม่พวกเทอสองคน ป่านนี้เขาบินเดียวไปนานแล้วหนุ

 :เฮ้อ:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-06-2020 00:01:01 โดย smmikie »

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7857
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
เห้ออออออ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3529
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
 :เฮ้อ: อ่านจบแล้วปวดขมอง พัดยังต้องสู้อีกเยอะ กลัวแต่ภีมจะเสียคนเดินผิดทางจริง
หวังว่าจะมีคนมาดึงไปในทางที่ดีนะ กลัวเพื่อนใหม่ของภีมจริง ๆ เลยตอนนี้

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
บทที่ 11 เก็บดวงดาว 100%

ก๊อกๆๆ

"ภีม...ถ้าใจเย็นลงแล้วมาคุยกับแม่หน่อยนะครับ แม่จะลงไปทำกับข้าวรอนะ" จากนั้นเสียงพูดของแม่ก็เงียบหายไป มันถูกแทนที่ด้วยเสียงก้าวเดินลงบันได เขานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงมานานหลายนาทีแล้ว นับตั้งแต่รับรู้ถึงสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นกับแม่พูดคุยกัน

'ผมจะไม่หย่า'

คำพูดของแม่ในตอนนั้นมันทำให้เขาชะงักและนิ่งไป เขาทรุดตัวลงกับขั้นบันไดช้าๆ ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้มันไหลเงียบๆ พยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไม่ให้ไปแทรกบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่

'ต่อไปนี้ชีวิตของเราข้องเกี่ยวกันแค่เรื่องลูกเท่านั้น เรื่องอื่นคุณไม่มีสิทธิ์ในชีวิตของผม'

สุดท้าย...แม่ก็ทิ้งเขาไว้ เขาเคยบอกแม่แล้วว่าเขาไม่ต้องการที่จะพบเจอผู้ชายคนนั้นอีกแต่แม่ก็ไม่ยอมหย่า แม่ยังยอมที่จะให้ผู้ชายคนนั้นกลับเข้ามาในชีวิตของเขาและภาณิน แต่แม่ก็หนีออกจากกรงของครอบครัวไปเพียงคนเดียว แม่ให้สิทธิ์เขาคนนั้นในการทำหน้าที่พ่อ แต่สิทธิ์ในการทำหน้าที่สามีของแม่ไม่ต้องไปยุ่ง แม่ไม่เคยถามว่าเขาต้องการไหม แม่ไม่เคยถามหรือสนใจความรู้สึกเขาจริงๆ เลย

ตั้งแต่เด็กจนโต

ตั้งแต่เขาเกิดมา

ช่วงเวลาที่เขามีความสุขมากๆ ในชีวิต คงจะเป็นตอนที่ภาณินยังไม่ตามเขาออกมามองดูโลกภายนอก เพราะตอนนั้นใครๆ ก็สนใจและดูแลแค่เขาคนเดียว

เก็บดวงดาวมาแต่งผม เก็บหมอกลม ลงกระออม

เขายังจำเสียงที่แม่ร้องเพลงกล่อมเขาเข้านอนได้อยู่เลย

เก็บแผ่นฟ้าทำผ้าอ้อม เก็บไม้หอมล้อมเปลดี

เสียงทุ้มนุ่มไพเราะของแม่กับการไกวเปลเบาๆ

เก็บความรักจากคนทั้งหล้า เก็บเมตตาไว้ที่นี่

ความอบอุ่นของจุมพิตที่กระหม่อมก่อนนอนทุกคืน เขาไม่เคยลืม

เก็บไมตรีที่โลกมี เก็บสิ่งดีไว้ในใจ

คำปลอบโยน คอยโอ๋ตอนเขาหกล้ม

เก็บไมตรีที่โลกมี เก็บสิ่งดีไว้ในใจ

แววตาที่แม่มองเพียงแค่เขา มันยังติดตรึง

เก็บไมตรีที่โลกมี เก็บสิ่งดีไว้ในใจ

คำบอกรักก่อนหลับใหล ยังก้องกังวานในความทรงจำ

'แม่รักหนูนะ ภีมพล'



แต่พอมีภาณินเพิ่มเข้ามา แม่ก็ละเลยความสนใจไปจากเขา จุมพิตที่กระหม่อมก่อนนอนที่เขาเคยได้รับในทุกวัน ก็เริ่มที่จะลดน้อยลง เพราะแม่ต้องกล่อมน้องนอนด้วยเหมือนกัน คำปลอบโยนตอนเขาหกล้มก็ไม่เคยได้รับ มีแต่บอกว่าให้เข้มแข็งเพราะโตขึ้นเราต้องดูแลน้อง เราต้องห้ามร้องไห้ บางครั้งเขาอาจจะแค่อยากได้ยินคำว่า 'ไม่เป็นไร' มากกว่าคำพูดพวกนั้น หรือแม้แต่กระทั่งคำบอกรักที่แทบไม่มีเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของแม่เลย

เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเรื่อยๆ ปล่อยให้เข่าแข็งๆ ของตัวเองคอยซับน้ำตา ปล่อยให้แขนของตัวเองคอยโอบกอดและปลอบโยน ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงหนึ่งที่คอยตะโกนอยู่ข้างในเสมอๆ

'ไม่เป็นไรนะภีม'

'ทุกอย่างจะโอเคขึ้น'

'อยากร้อง ร้องเลย...ระบายมันออกมา ฉันรับฟังอยู่เสมอ'

มันเป็นเสียงของเอง เสียงของภีมพล อรรถจิรานันท์ คนนี้เอง

เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปนานหลายนาที เขาทำแค่นั่งกอดเข่ามองดาวและเหม่อมองดาวบนท้องฟ้าผ่านกรอบหน้าต่างสี่เหลี่ยมที่อยู่ในห้องนอน สวยจังเลยนะ ดวงดาวที่กำลังเปล่งประกาย เขาอยากออกไปข้างนอกอยากไปนั่งเงียบมองดาวชัดๆ บ้างจัง สุดท้ายภีมพลก็ลุกขึ้นจากเตียง เขาเดินไปยังโต๊ะหนังสือก่อนที่จะหยิบเอาโพสต์อิทและปากกามาเขียนอะไรสักอย่างลงไป เขานำโพสต์อิทนั้นไปแปะไว้ที่หน้ากระจกในห้องน้ำ ก่อนที่จะเดินออกมาหยิบกระเป๋าสตางค์ของเขาและออกจากห้องไป

ขายาวของเขาก้าวลงบันไดอย่างช้าๆ เมื่อเท้าของเขาแตะพื้นบ้านเรียบร้อยแล้วเขาก็หันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาผู้เป็นแม่ของตัวเอง ก่อนจะพบว่าแม่ของเขากำลังขะมักเขม้นในการทำอาหารอยู่ภายในห้องครัว ภีมพลจึงคอยๆ ย่องเพื่อเดินไปยังประตูบ้านและเดินออกจากบ้านไป



เขาหนีออกมาจากบ้านของเขาในเวลาที่ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว เขารู้ว่าแม่จะต้องเป็นห่วง เขาจะทำให้ทุกคนไม่สบายใจ แต่เขาเพียงแค่อยากหนีจากความวุ่นวายสักพัก ขาเรียวของเขาก้าวไปเรื่อยๆ จุดหมายของการเดินทางในครั้งนี้คือสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านแห่งนี้ ในขณะที่เขากำลังเดินไปยังสวนสาธารณะ เขาก็สังเกตถึงความผิดปกติ

ตึก ตึก ตึก

เหมือนมีเสียงของใครบางคนกำลังเดินตามเขาอยู่ ในทางที่มืดสนิทแบบนี้ เขาจึงลองแกล้งหยุดเดินเพื่อที่จะดูว่าเขารู้สึกไปเองหรือมันคือเรื่องจริง แต่เมื่อเขาหยุดเดิน เสียงนั้นมันก็หายไปด้วยเมื่อเขาเริ่มที่จะก้าวเดินอีกครั้ง มันก็กลับมาดังขึ้นอีก สมองของเขากำลังประมวลผลและสุดท้ายมันก็ทำให้เขารู้ว่า

มีใครบางคนกำลังตามเขามา

เมื่อคิดได้ในตอนนั้น เขาก็รีบออกตัวสับขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตและเสียงนั้นเองมันก็กำลังวิ่งตามเขามาเรื่อยๆ เขาวิ่งไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเขาสะดุดขาของตัวเองล้มลงตรงทางแยกของหมู่บ้าน เขาค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะรู้สึกแสบๆ บริเวณหัวเข่า แต่เขายังไม่ทันที่จะได้ก้มลงสำรวจร่างกายของตัวเองเขาก็ได้ยินเสียงนั้นวิ่งเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ ภีมพลจึงค่อยๆ เดินไปหลบยังข้างหลังของถังขยะที่ตั้งอยู่แถวนั้นและรอให้เสียงนั้นวิ่งผ่านตรงนี้ไป แต่มันไม่เป็นอย่างที่เขาคิดเมื่อเสียงฝีเท้าของใครสักคนกำลังเดินตรงมายังที่ๆ เขาซ่อนตัวอยู่

ตึก ตึก ตึก

มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าถังขยะ ในตอนนั้นที่เขากำลังจะวิ่งหนีออกมาจากที่ซ่อนแขนของเขาก็ถูกบุคคลปริศนาจับเอาไว้ซะก่อน ทันทีที่โดนจับได้เขาพยายามตะโกนร้องขอความช่วยเหลือและสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากการกอบกุม

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"

"ภีม! ภีม! หยุด นี่น้าเอง ภีม!" แต่เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อได้ฟังเสียงของบุคคลปริศนาชัดๆ เขาค่อยๆ หันกลับมามองคนที่จับแขนของเขาไว้แน่นก่อนที่จะเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าเป็นคุณนักเขียนข้างบ้านคนนั้น เมื่อเขาสงบลงคุณนักเขียนคนนั้นก็ปล่อยแขนเขาก่อนจะก้มลงสำรวจร่างกายของเขา

"เมื่อกี้น้าเห็นภีมหกล้ม เจ็บตรงไหนไหม" ความเป็นห่วงถูกถ่ายทอดออกมาจากสายตาของคนตรงหน้าอย่างไม่ปิดบัง ก่อนที่ร่างสูงจะคุกเข่าลงก้มมองไปยัง หัวเข่าของเขาที่ถลอกจนได้แผล

"กลับไปทำแผลที่บ้านก่อนเถอะ น้าจะพาไป"

"ไม่...คุณไม่ต้องมายุ่ง" เขากำลังจะเดินหนีอีกคนไปอีกทางแต่ก็ถูกมือหน้าของอีกฝ่ายฉุดรั้งเอาไว้อีกครั้ง

"ไปทำแผลที่บ้านน้าก็ได้ น้าไม่พากลับไปส่งที่บ้านหรอก" เมื่อคนตรงหน้าจะมองความคิดของเขาออกว่าเขายังไม่ต้องการที่จะกลับบ้านของตัวเอง อีกฝ่ายถึงยื่นข้อเสนอมาแบบนี้ แต่ถึงยังไงเขาก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธความหวังดีของอีกคนอยู่ดี ให้ตายยังไงก็ไม่กลับไปหรอก



สุดท้ายร่างของเด็กชายก็ก้าวเดินเข้ามายังบ้านของนักเขียนหนุ่มที่อาศัยอยู่บ้านข้างๆ ของเขา ภีมพลเดินตามร่างหนาเข้ามาในตัวบ้าน ก่อนที่จะมองสำรวจไปรอบๆ ห้องนั่งเล่นที่ถูกตกแต่งได้อย่างสวยงามและสบายตา อีกคนให้เขานั่งรออยู่ที่โซฟาก่อนที่จะขอตัวเดินหายไปยังอีกห้องหนึ่งเพื่อที่จะไปเอาอุปกรณ์มาทำแผลให้กับเขา

ภีมพลกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนที่จะไปสะดุดเข้ากับภาพวาดที่อยู่บนผนังห้องเป็นภาพวาดของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สวยงาม ดวงดาวที่ส่องสกาวดูน่ามองจนทำให้เขาอยากที่จะครอบครองดวงดาวเหล่านั้น เขากวาดสายตาไปอีกครั้งก่อนที่จะไปสะดุดเข้ากับหนังสือต่างๆ ที่เรียงรายอยู่บนชั้น หนังสือเกือบจะทุกเล่มเป็นเรื่องของดวงดาวทั้งสิ้น มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปหยิบออกมาเปิดอ่านแต่ก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทุ้ม

"ชอบดาวหรอ" ชานนท์หยิบอุปกรณ์ทำแผลแล้วเรียบร้อย เขากำลังจะเดินกลับมาหาอีกฝ่ายที่ห้องนั่งเล่นแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นอีกคนกำลังยืนมองรูปท้องฟ้าที่เขาเป็นจิตรกรเจ้าของผลงาน ก่อนที่หยุดอยู่นิ่งๆ และมองอีกคน ใบหน้าของภีมพลติดรอยยิ้มเล็กๆ เวลาที่อีกคนมองดูภาพนั้น ก่อนที่ร่างเล็กของเด็กชายจะหันมาให้ความสนใจกับหนังสือดาราศาสตร์ของเขาที่เขาเก็บสะสมมันไว้บนชั้นหนังสือของตัวเอง

"อืม ชอบมาก"

"ไปนั่งที่โซฟาสิ เดี๋ยวน้าทำแผลให้" ร่างสูงเดินนำเด็กชายกลับมานั่งที่โซฟาก่อนที่จะเปิดกล่องอุปกรณ์ทำแผลขึ้นมาและเริ่มลงมือทำแผลให้อีกคน

"ทำไมถึงไม่อยากกลับบ้านล่ะ...ทะเลาะกับแม่มาหรอ"

"..." ชานนท์พยายามชวนอีกคนคุย ถึงเรื่องที่อีกคนหนีออกมาจากบ้าน ในตอนนั้นเขากำลังจะเดินออกไปเรียกให้ ลัคกี้ เจ้าลูกหมาของเขาเข้าบ้าน แต่สายตาเขาก็ไปเจอเข้ากับภีมพลที่กำลังปิดประตูบ้านแล้วเดินออกมาตอนกลางคืนแบบนี้ เขาเป็นห่วงเลยเดินตามออกมาด้วย แต่เหมือนอีกคนจะรู้ว่ามีคนตามตัวเองมาถึงได้วิ่งหนีจนได้แผล เขาจึงตัดสินใจพาภีมพลมาทำแผลที่บ้านของตัวเอง ในตอนที่เขาเข้าไปอุปกรณ์ทำแผลเขาก็ส่งข้อความไปหาคุณพัดแล้วว่าไม่ต้องห่วงตอนนี้ภีมพลอยู่กับเขา

"ไม่ตอบอย่างนี้ทะเลาะกันมาแน่ๆ เลย" ปากก็ชวนอีกฝ่ายคุย มือก็ทายาให้เด็กชายไปด้วย

"..."

"ทะเลาะกันเรื่องอะไรล่ะ"

"โอ้ย!" อีกฝ่ายไม่ยอมตอบเขาสักที เขาจึงแกล้งกดสำลีลงบนแผลของอีกคน จนภีมพลร้องโอ้ยออกมา

"ว่าไง ทะเลาะอะไรกัน"

"คุณไม่ต้องรู้หรอก มันไม่ใช่เรื่องของคุณ" เขาทำแผลให้เด็กชายเสร็จแล้วและกำลังเก็บอุปกรณ์ทำแผลกลับเข้ากล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้าอีกคนนิ่ง

"คุณมองหน้าผมทำไม" เด็กชายเอ่ยถาม

"ชอบดูดาวไหม" แต่ชานนท์ไม่ตอบ อีกทั้งยังถามอีกฝ่ายกลับไปด้วย

"ก็...ชอบ" เมื่อได้คำตอบจากภีมพล ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเอื้อมมือไปฉุดให้อีกคนยืนขึ้นด้วย จากนั้นขายาวก็ก้าวนำหน้าเด็กฝ่ายไปยังชั้นบนของบ้าน ภีมพลจึงถูกร่างหนาดึงแขนเดินตามไปอย่างเงียบ ก่อนที่ร่างสูงพาอีกคนเดินเข้าไปยังห้องๆ หนึ่งซึ่งเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้าน

"คุณพาผมมาห้องนอนคุณทำไม คุณจะทำอะไร!" ร่างสูงหันมามองหน้าเขา ก่อนจะดีดหน้าผากอีกคนและจึงหันไปหยิบเหล็กยาวๆ ที่มีลักษณะเหมือนตะขอมาเกี่ยวกับที่จับเหล็กสีเงินที่อยู่บนเพดานก่อนที่จะดึงฝ้าเพดานให้มันเปิดออก สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาของเด็กชายคือบันไดไม้ที่ถูกพับซ้อนเก็บไว้ ร่างสูงของนักเขียนหนุ่มดึงบันไดลงมาจนกลายเป็นทางที่ทอดยาวขึ้นไปข้างบน

"ตามมาสิ" ชานนท์หันมาเอ่ยเรียกอีกคนก่อนที่จะปีนบันไดนั้นขึ้นไปก่อน ภีมพลจึงปีนตามอีกคนขึ้นไป จุดหมายปลายทางก็คือห้องใต้หลังคาที่ที่มีกระจกบานใหญ่ทำให้สามารถมองเห็นดาวเวลากลางคืนได้

สวย...มันสวยมาก

"ชอบไหม ที่นี่น้าชอบมาเวลาคิดงานไม่ออกหรือมีเรื่องไม่สบายใจ" ภีมพลหันกลับไปพยักหน้าให้กับอีกคน ก่อนที่จะหันมาสนใจหมู่ดาวตรงหน้า เขาเหมือนได้เข้าใกล้พวกมันอีกนิดจากที่เคยแค่เฝ้ามองแค่ตรงหน้าต่างห้องของตัวเอง

ชานนท์เดินไปยังหน้าต่างของห้องใต้หลังคาก่อนที่จะเอื้อมมือไปปลดล็อกมันและเปิดมันออกไป ก่อนที่จะยื่นหน้าออกไปนอกหลังคา เขาหันกลับมาเรียกอีกคนให้เข้าไปยืนข้างๆ กัน ขาเรียวของภีมพลเดินตามคำชักชวนของอีกฝ่ายไปยืนข้างๆ ร่างสูงของนักเขียนหนุ่มและยื่นหน้าออกไปนอกหลังคาแบบที่อีกคนทำ ก่อนที่ชานนท์จะผละตัวออกไปจุดเทียนหอมและตั้งไว้ใกล้ๆ พวกเขา

ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ ท่ามกลางหมู่ดาวมีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ลอยปกคลุมไปพร้อมกับกลิ่นของเทียนหอม แต่มันก็ไม่ได้อึดอัดแต่กลับสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ผ่านไปนานหลายนาทีก็มีเสียงที่ผ่ากลางความเงียบขึ้นมา

"ตอนเด็กๆ แม่ชอบพาผมออกมานั่งดูดาวที่สนามหญ้า" มันเป็นเสียงของภีมพล

"..."

 "แม่จะร้องเพลงๆ หนึ่งให้ผมฟังเสมอ...ตอนนั้นผมมีความสุขมาก ผมชอบดูดาวมาตั้งแต่ตอนนั้น"

"..."

"ไม่ใช่เพราะว่ามันสวย แต่เพราะมันทำให้ผมคิดถึงช่วงที่ผมมีความสุข"

"..."

"ช่วงที่ผมรู้สึกว่าผมมีแม่อยู่ด้วยข้างๆ" เสียงของภีมพลเอ่ยไปเรื่อยๆเหมือนต้องการที่จะระบายสิ่งที่อยู่ในใจให้เขาได้รับฟัง

"แต่หลังจากที่คลอดน้องออกมา แม่ก็ไม่เคยพาผมไปดูดาวอีกเลย ฮึก" เสียงของภีมพลเริ่มสั่นตามอารมณ์ของเขาที่กำลังหวั่นไหว

"แม่ทุ่มความสนใจ ฮึก ทั้งหมดไปที่น้อง ฮือ" ร่างบางเริ่มที่จะสะอื้นออกมาเบาๆ ก่อนที่จะมีแค่เพียงเสียงร้องไห้ที่ดังกังวานไปทั่วห้องใต้หลังคา ท่ามกลางหมู่ดาวที่ลอยอยู่รอบๆ เหมือนเขาถูกโอบกอดด้วยแสงดาว ชานนท์มองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ร้องไห้ออกมาอย่างหนักก่อนที่จะเอื้อมมือไปยังลาดไหล่ของอีกฝ่าย เขาวางมือลงบนนั้นเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่ได้กำลังร้องไห้อยู่คนเดียว ภีมพลไม่ได้โดดเดี่ยวท่ามกลางความมืดมิดและปัญหาของผู้ใหญ่



พลลภัตม์หลังจากที่ได้รับข้อความจากชานนท์ว่าตอนนี้ลูกชายของเขาอยู่กับชานนท์ที่บ้าน เขาที่กำลังจะพุ่งตัวออกไปตามลูกชายก็ถูกอีกครั้งห้ามเอาไว้ บอกเขาว่าตอนนี้ภีมพลอาจจะยังไม่พร้อมที่จะเจอกับเขา พัดเองจึงทำได้แค่เพียงนั่งรออีกคนอยู่ที่บ้านของตัวเอง ผ่านไปนานหลายชั่วโมงแล้วที่เขาเอาแต่เดินไปเดินมา เหมือนหนูติดจั่นอยู่อย่างนี้ ข้างๆ กันกับเขาก็มีภาณินนั่งอยู่ด้วย

"แม่"

"ภีม" ในขณะที่เขากำลังเดินไปเดินมาอยู่ในบ้านเสียงเรียกก็ดังขึ้นมาที่หน้าประตู เขาหันไปตามเสียงดวงตาของเขาจึงไปสบเข้ากับดวงตากลมของลูกชายที่มีร่องรอยของคราบน้ำตาชัดเจนอยู่ เขาพุ่งเข้าไปกอดภีมพลทันทีที่อีกฝ่ายก้าวเดินเข้ามาภายในบ้านและพูดเพียงแต่คำว่า

"แม่ขอโทษนะภีม แม่ขอโทษนะลูก ฮึก แม่ขอโทษ" เขากอดภีมพลแน่นเหมือนอีกคนกำลังจะหายไปอีกครั้ง

"ภีมก็ขอโทษ ฮึก ขอโทษนะครับแม่ ภีมขอโทษ" ร่างของคนทั้งคู่กอดกันกลมอยู่กลางบ้าน ก่อนที่ภาณินจะวิ่งเข้าไปกอดทั้งแม่และพี่ชายของเขาด้วย ภาพตรงหน้าเรียกรอยยิ้มของชานนท์ที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของทั้งสามแม่ลูก เวลาผ่านไปสักครู่ทั้งสามคนจึงสงบลง

"แม่ขอโทษนะลูก ที่แม่ไม่หย่ากับเขาเพราะแม่ทำเพื่อลูกๆ ทั้งสองคน แม่เสียลูกไปไม่ได้ ฮึก" เสียงสั่นๆ ของพลลภัตม์เริ่มที่จะเอ่ยออกมา

"แม่หมายความว่ายังไง" เป็นภีมพลที่เอ่ยถามพัดออกไปถึงความหมายในคำพูดของผู้เป็นมารดา

"คุณย่าของลูกเขาขู่แม่ ฮึก แม่ไม่มีทางเลือกถ้าแม่หย่าเขาจะเอาภีมกับภาไปจากแม่ ฮือ" พลลภัตม์สะอื้นหนักมากยิ่งขึ้น เขาเล่าทุกอย่างให้ภีมพลและภาณินฟัง ทั้งเรื่องนักสืบและเรื่องที่คุณหญิงริณีใช้อำนาจในทางที่ผิด พัดเล่าไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุดไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคร้ายหรือกรรมที่ทำให้เขาต้องมาเจอเรื่องราวแบบนี้ ภีมพลและภาณินกอดปลอบพัดคนละข้างทั้งสามคนร้องไห้ออกมาเหมือนกัน พวกเขาสงสารแม่ที่ต้องสู้และถูกบีบจากครอบครัวของฝั่งพ่อ

"ภีมกับภารักแม่นะครับ ฮึก เรารักแม่นะ"

"ใช่ๆ ภารักแม่นะครับ ฮือ" เสียงร้องไห้ดังไปทั่วทั้งบ้านหลังใหญ่ น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสายแสดงถึงความเจ็บปวดที่พวกเขาทั้งสามคนต้องแบกรับจากการกระทำของคนเห็นแก่ตัวแค่เพียงคนเดียว ผู้ชายคนนั้นทำร้ายทุกคนด้วยการหักหลังความรัก ความเชื่อใจของครอบครัว

"แม่ขอโทษ ฮึก แต่พยายามแล้ว พยายามที่จะดูแลพวกหนูให้ดีที่สุด ฮึก...ฮือ" พลลภัตม์กอดลูกๆ ทั้งสองคนของตัวเองไว้แน่น เหมือนเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวและเยียวยาความเสียใจของพวกเขาทุกคน ต่อจากนี้ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีตัวตนในสายตาเขาอีกต่อไป เรวัตจะไม่มีอิทธิพลกับชีวิตของเขาอีกแล้ว เขาจะทำทุกอย่างเพื่อลูกๆ เท่านั้น



ผ่านไปนานถึง 1 สัปดาห์ วันนี้ก็มาถึงวันที่กองละครเพลิงพรรณนัดอ่านบทละครครั้งแรกที่บริษัทของพี่เจ๋ง ผู้จัดละครเรื่องนี้ เขาไปส่งภีมพลและภาณินที่โรงเรียนก่อนจะขับรถไปยังที่นัดหมายของกองละคร พลลภัตม์ขับรถเข้าไปจอดยังลานจอดรถที่ข้างล่างของตึกสูง ก่อนที่จะลงจากรถและเดินเข้าไปในตึก เขาที่ยืนรอลิฟต์อยู่ก็ถูกใครบางคนเอ่ยทักขึ้นมา

"สวัสดีครับพี่พัด" เป็นเขมินทร์ที่เอ่ยทักเขา พัดให้ใช้หางตามองไปยังอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาทักกับผู้จัดการของอีกคนก่อนที่จะละสายตากลับมาที่ลิฟต์เหมือนเดิม

"ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยครับ หยิ่งจังเลย" ทันทีที่เขมินทร์พูดจบลิฟต์ก็มาพอดี ขายาวของพัดก้าวเข้าไปในลิฟต์พร้อมๆ กับเขมและปุยที่เดินตามเข้ามา

"พี่พัดรับละครเรื่องนี้ด้วยสินะครับ ใจกล้าจังเลยนะ นึกว่าจะหน้าบางกว่านี้ซะอีก"

"..."

"แต่ก็หน้าหนาอยู่นะ ที่กล้ารับเล่นละครที่มีทั้งผมแล้วก็พี่เรน" ท่ามกลางความเงียบมีเพียงเสียงของเขมินทร์ที่พูดกระแซะเขาอยู่ฝ่ายเดียวแต่เขาไม่ได้คิดจะตอบโต้อีกคนเลยสักนิด

"นี่...จะเมินกันอย่างนี้ใช่ไหม ถามหน่อยเถอะทำไมไม่หย่าให้มันจบๆ ไปสักที จะยื้อไปเพื่ออะไร พี่ก็รู้ว่าพี่เรนอยากหย่ากับพี่แค่ไหน จะหน้าด้านอยู่ไปทำไม"

ติ๊ง

เสียงสัญญาณดังขึ้นทันทีที่เขมพูดจบ ประตูลิฟต์เปิดออกเมื่อถึงชั้นที่ต้องการ ร่างโปร่งของพลลภัตม์เดินออกมาจากลิฟต์โดยที่ยังมีเสียงของเขมินทร์ตามด่าไล่หลังมา พัดหยุดเดินทันทีก่อนที่จะหันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย

"เหรอ เรวัตอยากหย่าหรอ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยถ้าเขาอยากหย่า...แล้วทำไมตอนที่ฉันบอกจะไม่หย่า เขาต้องดีใจด้วยนะ นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" สิ้นเสียงของพัด เขมินทร์ก็จะพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายแต่ปุยผู้จัดการของเขาดึงเอาไว้ก่อน เขาทำได้แค่ส่งสายตามองตามอีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้าห้องประชุม

พัดเดินไปทักทายเจ๋ง ผู้จัดละครเรื่องนี้และนักแสดงคนอื่นๆ เขาเห็นเรวัตที่นั่งอยู่อีกฝั่งมองมาที่ตนแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ก่อนที่จะนั่งลงที่เก้าอี้อีกฝั่งหนึ่ง ผิดกับเขมินทร์ที่นั่งลงข้างกับเรวัต การอ่านบทในครั้งนี้เป็นไปด้วยความอึดอัดเพราะสถานการณ์ของสามีภรรยาที่ทุกคนในห้องนี้รู้ดีว่าคนทั้งคู่กำลังมีปัญหากันอยู่

"พี่ว่าพัดพูดเร็วเกินไปนะ มันน่าจะช้าลงอีกหนึ่งจังหวะเพราะมันเป็นพีเรียด" เจ๋งที่คอยฟังการอ่านบทอยู่พูดออกมาทันทีที่พัดอ่านจบ เขาคอยติคอยปรับนักแสดงทุกคนให้เข้ากับคาแรคเตอร์มากที่สุด เขาหวังว่าละครเรื่องนี้จะต้องออกมาดีที่สุดในพ.ศ.นี้ เขาอยากให้มันมีกระแสและถูกพูดถึงมากที่สุดในวงสังคม

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr

ในขณะที่กำลังมีการอ่านบทกันอยู่ โทรศัพท์ของพลลภัตม์ก็สั่นเตือนว่ามีคนโทรเข้ามา มือเรียวเอ่ยขออนุญาตและออกไปรับโทรศัพท์ที่ข้างนอกห้องทันที เบอร์ที่โทรเข้ามาไม่ได้โชว์ชื่อ เขาจึงไม่รู้ว่าใครโทรมา

"สวัสดีครับ พัดพูดครับ" เขากรอกเสียงลงไปทันทีที่กดรับ

"คุณพัดคะ ดิฉันเป็นครูประจำชั้นของน้องภานะคะ" เสียงหวานเอ่ยตอบเขากลับมา

"ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ"

"น้องภามีเรื่องทะเลาะชกต่อยกับเพื่อนในห้องค่ะ" ทันทีที่ปลายสายพูดจบ ร่างกายของเขาก็ชาไปทุกส่วน



...

- TBC -

มีแต่เรื่องๆๆๆ ใกล้จะครึ่งเรื่องแล้วนะทุกคนนนนน

เมนท์ติชมให้ด้วยนะค้าบ ฝากกดไลค์กดแชร์ด้วยนะ

พูดคุยใน #เกมนอกใจ ในทวิตเตอร์ได้นะครับ

ทวิตเขาเอง >> https://twitter.com/lopittupp

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
ก็คือจะประสบพบเจอปัญหาแบบนี้ไปอีกนานละจ้า 5555 แถมซ้ำแม่รับงานแสดงจะมีเวลาดูแลเหมือนเดิมได้ไหม งานแสดงก็เหนื่อย ดูแลลูกตามแก้ปัญหาให้ลูกไม่เว้นแต่ละวัน ลำพังปัญหาลูกก็หนักแล้วนะ นี่ยังต้องมารบรากับเมียน้อยอีก เหนื่อยแทน 555555 อะไรก็ม่ายยยรู้ เอาใจข่วยนะพัด เฮ้!!คนข้างบ้านเรียกเด็กสองคนนี้ไปปรับทัศนคติหน่อยดิ ไม่ขอไรมากแค่ช่วยเข้าใจ ทำใจร่มๆกันหน่อย ถ้าเขาไม่มีเวลาให้ลูกก็ช่วยชวนเด็กๆไปทำกิจกรรมบ้างก็ดีนะ อย่างไปดูดาว สวนสนุกงี้ จะได้สนิทกันเพิ่มด้วย คิคิ สนุกจ้า รอตอนหน้าเลย ขอบคุณนะคะที่มาต่อให้อ่าน ตอนคนข้างบ้านเดินตามภีม นึกว่าหมาเดินตาม 55555  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ angelninae

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
จะไม่มีสักวันเลยที่พัดจะได้สงบสุข แงๆ มีแต่เรื่อง สงสารพัดจังง  :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Windtofree

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 52
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ดีใจครับที่ ภากับภีมมาอยู่ทีมแม่ เรื่องที่โรงเรียนต้องเป็นพวกเพื่อนมาพูดเรื่องครอบครัวแน่ๆเลย

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +841/-16
พัดน่าจะท้าเขมไปตรงๆเลยว่า ไปบอกเรนเองว่าจะขอหย่า
แล้วพัดจะหย่าให้แต่โดยดี กล้าจริงก็มาได้เลย

เมียน้อยมันจะได้รู้ความจริงซะที ว่าใครกันแน่ที่ไม่ยอมหย่า
ไม่ใช่ไปบอกชู้ว่าอยากหย่า แต่จริงๆมาขอร้องเมียไม่ยอมหย่า
ไอ่เรน..สัส หน้าด้าน
 :beat:

น้านนท์คนข้างบ้าน เอาตำแหน่งพระเอกของเรื่องนี้ไปเลยเหอะ
ใกล้จะครึ่งเรื่องเหอะ ส่อแววเป็นพระเอกเต็มตัวได้แล้ว
 :hao3:

เพราะตัวร้าย ทั้งผู้-เมีย มันออกลายมานานแล้ว ตั้งแต่ต้นเรื่อง
อย่ารีบตายห่าไปซะก่อนล่ะ อยู่กันแบบตัวเหี้ยกับตัวเหี้ย ให้ดูก่อน

เพราะคนอ่าน..รอวันนั้นอยู่
วันที่คนทั้งโลกสะใจ และสะจายยยยยยยย
ฮ่าฮ่า

สัสผู้กับสัสเมีย ตั้งหน้าห้ำหั่นเข้าหากัน ฟัดกันนัวเนีย
กัดกันแบบเอาเป็นเอาตาย
เรารออ่านอยู่นะ...กร๊ากกกกกกกก
 :laugh:

+1 ให้จ้า

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7857
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
มีแต่เรื่องให้ปวดหัว

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3529
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
พัดสู้ ๆ เข้าไว้ เขมมันมาพูดอะไรให้เคืองก็ทนนะ ถ้าจะสู้กลับต้องเอาให้ตายอย่าให้แว้งกลับมากัดได้

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +256/-4
คุณแม่ต้องเข้มแข็งไว้นะ สู้สู้

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0

ออฟไลน์ Duangjai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 717
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-1
.....

ช่วงนี้ฝนตก แถมมีพายุพัดเป็นระลอกๆ

แต่หลังจากนั้น ฟ้าหลังฝนจะสวยงาม ท่องไว้นะพัด เราจะผ่านมันไปให้ได้

......

 :sad4:  :sad4:   :sad4:  :sad4:  :sad4:  :sad4:  :sad4:  :sad4:

 :heaven  :heaven  :heaven  :heaven  :heaven  :heaven  :heaven


....

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
บทที่ 12 ที่ตรงนั้น 100%

"น้องภามีเรื่องทะเลาะชกต่อยกับเพื่อนในห้องค่ะ" ทันทีที่ปลายสายพูดจบ ร่างกายของเขาก็ชาไปทุกส่วน ขาของเขาเหมือนจะหมดแรงแต่ก็ต้องฝืนยืนให้อยู่ ทำไมคนเรียบร้อยอ่อนโยนแบบภาณินถึงได้ทำอะไรแบบนี้ พัดกรอกเสียงของตัวเองถามปลายสายไปว่า

"แล้วมีใครเป็นอะไรมากไหมคะ ภาเป็นอะไรหรือเปล่า"

"ครูว่าคุณแม่ต้องมาดูเองดีกว่านะคะ" เสียงหวานของครูประจำชั้นเอ่ยบอก ทำให้พลลภัตม์รีบตอบรับก่อนที่จะวิ่งกลับเข้ามาภายในห้องประชุมด้วยหน้าตาตื่น เขาเดินตรงไปหาพี่เจ๋งผู้จัดละคร ก่อนที่จะเอ่ยขอโทษและขออนุญาต

"พี่เจ๋งครับ คือพัดขอโทษนะครับแต่ที่โรงเรียนโทรมาแจ้งว่าภามีเรื่องด่วนต้องรีบไปหา พัดขอออกไปก่อนได้ไหมครับ"

ไม่ทันที่พี่เจ๋งจะตอบ ก็มีเสียงหนึ่งของใครอีกคนแทรกขึ้นมา

"ลูกเป็นอะไร!?" มันเป็นเสียงทุ้มของเรวัต

"ลูกมีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียน" เขาหันไปตอบอีกฝ่ายก่อนจะหันกลับมาขอร้องพี่เจ๋งอีกครั้ง ซึ่งพี่เจ๋งก็อนุญาตให้เขากลับไปก่อนได้ ร่างบางของพัดรีบเดินไปหยิบเอาบทและกระเป๋าก่อนที่จะก้าวเดินออกจากห้องประชุมไปตามด้วยร่างหนาของเรวัตที่วิ่งพุ่งตามออกไป ท่ามกลางความตกใจของทุกคนรวมถึงเขมินทร์

"ไอ้เรน! ไอ้เรนโว้ย" เสียงของพี่เจ๋งตะโกนตามหลังร่างสูงออกไป ผู้กำกับทิ้งงานแบบนี้แล้วใครจะช่วยดูนักแสดงอ่านบทกัน พี่เจ๋งนั่งกุมขมับอยู่ที่หัวโต๊ะก่อนจะบอกให้ทุกคนเบรกก่อนแล้วจึงค่อยกลับมาอ่านบทกันอีกรอบ เมื่อพี่เจ๋งสั่งให้พักได้ร่างเล็กของเขมินทร์ก็ลุกขึ้นและรีบเร่งเดินตามทั้งสองคนที่เดินออกไปก่อนหน้านี้ ทุกการกระทำของอีกฝ่ายอยู่ในสายตาของเทียน ธีรณีทั้งหมด นักแสดงสาวสวยจึงลุกขึ้นบ้างและเดินตามอีกคนออกไป

ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด

"ทำไมไม่รับโทรศัพท์ว่ะ" เสียงเขมสบถออกมาเบาๆ เมื่อคนปลายสายไม่ยอมรับสายโทรศัพท์จากเขา

"โธ่เขม...อย่าพยายามเลย" ในขณะที่เขมกำลังหงุดหงิดกับเรวัต ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังเขา เสียงของเทียนอดีตเพื่อนรัก

"มึงตามมาทำไม ไม่ใช่เรื่องของมึง" เขมเหน็บอีกฝ่ายไปก่อนจะหันมาสนใจโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้ง

"กูหวังดีนะ พี่เรนก็ยังดูห่วงครอบครัวดีอยู่ มึงน่าจะเข้าใจได้แล้วนะ...ว่าอะไรสำคัญกับเขามากกว่ากัน"

"..."

"ระหว่างมึงกับครอบครัวเขา" เขมหันกลับมาจ้องหน้าเทียน ก่อนที่ขาเรียวจะก้าวเท้าเดินเข้ามาหาและหยุดอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย

"อย่ามาสอนกู คนอย่างมึงไม่ได้มีสาระมากขนาดนั้น เอาจริงๆ กูก็แปลกใจนะที่มึงได้เล่นละครเรื่องนี้ทั้งๆ ที่เขาเลือกแต่นักแสดงมืออาชีพ นักแสดงมีชื่อเสียง คนธรรมดาอย่างมึงได้มายืนตรงนี้ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเถอะ"

"อย่ามีปัญหากับกูดีกว่านะเขม...แบล็กกูใหญ่กว่าแบล็กมึงนะ ถ้าไม่อยากถูกถอดออกจากละครก็สงบปากบ้าง" แต่เทียนไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวอีกฝ่าย ซ้ำยังเดินเข้ามาประชิดตัวของเขมินทร์ด้วย

"มึงหมายความว่าไง" เขมินทร์งุนงงกับสิ่งที่อีกคนกำลังพูด

"อย่าคิดว่ามึงไต่เต้าเป็นคนเดียวนะ" เทียนใช้แรงผลักอกของเขมให้ถอยออกไปจนอีกคนเซไปข้างหลัง ก่อนที่จะเดินหนีกลับไปยังห้องประชุม เขมินทร์ที่มองตามอีกคนด้วยความโกรธและกำลังจะเดินตามกลับไป โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้นมาซะก่อน เขาดีใจที่เรวัตติดต่อกลับมา แต่มันไม่ใช่เบอร์ที่โทรเข้ามาไม่ได้ขึ้นโชว์ว่าเป็นใคร

"สวัสดีครับ เขมพูดครับ" เขากรอกเสียงตามลงไปทันทีที่กดรับ

"น้องเขมพี่ติ๋วนะคะ ที่จ้างไปออกอีเวนท์เครื่องสำอาง" ปลายสายตอบกลับมาเขาก็จำได้ทันที

"อ๋อ...พี่ติ๋วเขมจำได้ครับ มีอะไรหรือเปล่า"

"เปล่าค่ะ พี่แค่จะโทรมาแจ้งว่าเงินค่าตัวส่วนที่ขอเพิ่มพี่โอนไปแล้วนะคะ" เสียงหวานเอ่ยบอกจุดประสงค์ของตัวเอง

"ครับ?" เงินค่าตัวที่ขอเพิ่ม หมายถึงอะไร พี่ติ๋วกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่

"คือพี่ติดต่อเจ๊ปุยไม่ได้อะค่ะ เลยโทรมาแจ้งที่น้องเขมแทน" ถึงตอนนี้เขาก็ยังสับสนในเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังพูด

"คือผมงงอะครับ พี่ติ๋วกำลังหมายถึงยังไง"

"อ้าวเจ๊ปุยไม่ได้บอกน้องเขมหรอคะ ก็ตอนแรกที่เราตกลงกันไว้ว่าค่าตัวจะได้ตามสัญญาแต่เจ๊แกมาคุยกับพี่ว่าช่วงนี้เขมกำลังดังเลยอยากขออัพค่าตัวเพิ่มอีกสักหน่อย บอกให้โอนให้ทีหลังอะค่ะ" เขมินทร์กำโทรศัพท์ในมือของตัวเองแน่น เขากล่าวขอบคุณปลายสายจากนั้นจึงวางหูไป สมองกำลังคิดประมวลผลและสิ่งที่ได้ก็คือเขาถูกปุยโกงเรื่องเงินค่าตัว

เขากำลังถูกเอาเปรียบ



รถยนต์หรูเคลื่อนที่เข้าสู่ประตูโรงเรียนของลูกชายทั้งสอง พัดจอดรถลงที่ใต้อาคารเรียนก่อนจะรีบลงจากรถเพื่อเดินไปยังห้องปกครองที่เป็นจุดหมายของการเรียกพบในครั้งนี้ ในขณะเดียวกันรถยนต์ของเรวัตก็ขับเข้ามาภายในโรงเรียนพอดี เขาขับผ่านพลลภัตม์ที่กำลังเร่งรีบเดินไปยังห้องปกครอง เรวัตจึงจอดรถและรีบเดินจากรถในทันที เขาเดินตามอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ จนถึงห้องปกครอง มือเรียวเอื้อมมือไปผลักบานประตูเพื่อเข้าไปยังในห้อง ทันทีที่ผิวกายสัมผัสกับความหนาวเย็นพัดก็สอดส่องสายตามองหาลูกชายของตัวเอง แต่ก็ถูกเสียงหวานของผู้หญิงเอ่ยทักเสียก่อน

"คุณพลลภัตม์ สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีครับคุณครู" เขายกมือไหว้ทักทายอีกคนก่อนที่จะเดินตามอีกฝ่ายไป ประตูกระจกก็ถูกดันเข้ามาอีกครั้งภาพตรงหน้าปรากฏเป็นร่างของชายหนุ่มคุ้นตา ร่างสูงโปร่งของอีกคนเดินเข้ามาอย่างงงๆ ก่อนที่จะเอ่ยทักร่างบาง

"คุณพัด"

"คุณนนท์?" ทั้งสองคนจ้องตากันสลับไปมา ในสายตาเจือความงุนงงอยู่เล็กน้อย

"คุณชานนท์ใช่ไหมคะ คุณชัญญาโทรมาแจ้งไว้แล้วค่ะ" เป็นเสียงของครูประจำชั้นสาวสวยที่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา ชานนท์และพลลภัตม์หันไปให้ความสนใจกับครูประจำชั้นตรงหน้าก่อนที่หล่อนจะเอ่ยบอกให้ทั้งสองคนเดินตามเธอมา ภาพตรงหน้าอยู่ในครรลองสายตาของเรวัตที่เฝ้ามองจากหน้าห้องกระจก เขายังไม่ทันที่จะได้เดินเข้าไปภายในห้องก็เห็นชานนท์เดินเข้าไปเสียก่อน ขาของเขามันเหมือนหมดแรงและหยุดยืนอยู่นิ่งๆ ไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไปแสดงตนว่าเป็นผู้ปกครองอีกคน ทำไมนะ

เพราะอะไร ถึงไม่กล้าที่จะทำแบบนั้น

ทั้งสองคนเดินตามคุณครูสาวเข้ามาเรื่อยๆ จนเจอเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มสองคนและเด็กผู้หญิงหนึ่งคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะๆ หนึ่งในห้องของฝ่ายปกครอง ภายในห้องไม่ได้มีเพียงแค่เด็กๆ เท่านั้นยังมีอาจารย์ฝ่ายปกครองและผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นผู้ปกครองของเด็กคนใดคนหนึ่งในนี้ พัดที่เห็นภาณินนั่งก้มหน้าอยู่ตรงนั้นเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาลูกในทันที

"ภา...ภาลูก เป็นยังไงบ้าง" เขาเข้ากอดลูกชายเอาไว้พลางสำรวจร่างกายของลูกชายตัวเอง ว่ามีบาดแผลตรงไหนหรือเปล่า

"คุณเป็นแม่ของเด็กนี้ใช่ไหม" ในระหว่างที่เขากำลังถามอาการของลูกชายอยู่ก็ถูกเสียงของผู้หญิงคนนั้นขัดขึ้นมาเสียก่อน เธอมองมาที่เขาตาขวางเหมือนกำลังโกรธแค้น

"ใช่ครับ" เขาพยักหน้าตอบอีกฝ่ายกลับไปแต่อีกฝ่ายก็ด่าสวนขึ้นมาทันที

"สอนลูกคุณยังไง!? ให้มีนิสัยป่าเถื่อนเหมือนสัตว์แบบนี้"

"..."

"กล้าชกต่อยลูกฉันได้ยังไง รู้ไหมตีสักครั้งลูกฉันยังไม่เคยโดนเลย" หล่อนชี้หน้าด่าเขาและลูกอย่างเสียหาย โวยวายพยายามเอาเรื่องต่างๆ เพราะว่าภาณินไปทำร้ายลูกของหล่อนจนต้องเจ็บตัว แต่พัดก็ยังไม่ตอบกลับไปในทันที เขาหันไปถามคุณครูว่าเรื่องราวทั้งหมดคืออะไรเพราะเขามั่นใจว่าภาณินไม่ใช่คนที่จะทำร้ายใครก่อน

"คือครูเข้าไปตอนที่เกิดเรื่องขึ้นแล้วน่ะค่ะ เลยไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้างรู้เพียงแค่น้องภาทะเลาะกับน้องโชกุน ส่วนน้องเพนนีพยายามเข้าไปห้ามเลยถูกลูกหลงจนหัวแตกไปด้วย" คำบอกกล่าวสถานการณ์เพียงส่วนหนึ่งของคุณครูประจำชั้นทำให้เขาหันไปสนใจเด็กหญิงเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ในห้องข้างกับภาณินและมีชานนท์ยืนอยู่ข้างๆ

"เพนนีครับมันเกิดอะไรขึ้น บอกลุงได้ไหม" ชานนท์ก้มลงไปถามหลานสาวแท้ๆ ของตัวเองที่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย เขากำลังพักผ่อนหลังจากเขียนงานส่งทันเดดไลน์เสร็จไปแล้ว แต่ก็มีโทรศัพท์เข้ามานั้นก็คือน้องสาวของเขาเอง ชัญญาเป็นน้องสาวคนละพ่อกับเขา แม่ของเขาแต่งงานใหม่กับคุณพ่อของชัญญาหลังจากที่แม่ถูกไล่ออกมาจากบ้านหลังนั้น ชัญญาโทรมาหาเขาตั้งแต่เมื่อคืนว่าวันนี้ให้เขาไปรับน้องเพนนีลูกสาวของเธอมาค้างคืนด้วยสัก 2 คืนเพราะว่าเธอมีงานด่วนต้องรีบบินไปภูเก็ตอย่างกะทันหัน แต่วันนี้เกิดเรื่องขึ้นซะก่อนและตอนนี้ชัญญาก็อยู่ที่ภูเก็ตแล้วเรียบร้อยจึงกลายเป็นเขาที่ต้องมาที่นี่แทนชัญญา

"..." เพนนีไม่ยอมเอ่ยปากพูดความจริง ชานนท์จึงนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ เด็กสาวก่อนที่จะเอื้อมมือตัวเองไปกุมมือหลานสาวสุดที่รักเอาไว้

"ไม่ต้องกลัวนะครับ ลุงอยู่ตรงนี้"

"..."

"บอกลุงนะครับ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น" เขาบีบมือของหลานสาวเพื่อส่งผ่านกำลังใจและมอบความไว้ใจว่าจะไม่มีอะไรมาทำร้ายเด็กหญิงได้

"ภาต่อยโชกุน...เพราะโชกุนไปล้อภาว่าเป็นเด็กมีปัญหา แม่ของโชกุนบอกว่าเด็กพ่อแม่เลิกกันจะกลายเป็นเด็กมีปัญหา" เสียงเล็กเด็กสาวเงียบลงพร้อมกับไฟในอกของพลลภัตม์ เขาลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนที่เพิ่งจะด่าเขากับลูกฉอดๆ

"มะ...ไม่จริงรึไง ข่าวออกจะดังไปทั่วใครๆ ก็รู้ ฉันพูดความจริงผิดตรงไหน" เสียงของผู้หญิงคนนั้นสั่นอย่างชัดเจน

"ผิดที่คุณพูดให้เด็กฟังไงครับ แถมยังให้ร้ายคนอื่นทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่า" เสียงที่ตอบกลับไปไม่ใช่เสียงของพลลภัตม์แต่เป็นเสียงของชานนท์

"อย่าปลูกฝังความคิดแบบนี้ให้ลูกเลยครับ อย่าทำร้ายลูกคุณด้วยนิสัยของตัวเองเลย" สิ้นเสียงของชานนท์ผู้หญิงคนนั้นก็จ้องมองมาที่ชานนท์ด้วยดวงตาที่พร้อมแผดเผาก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองลูกของตัวเอง

"ฉันไม่เอาเรื่องก็ได้ โชกุนกลับ" แขนเรียวเอื้อมไปคว้าแขนของเด็กชายก่อนที่จะฉุดให้ลุกขึ้นยืน แต่ก็ถูกพลลภัตม์เดินไปขวางทางเอาไว้ซะก่อน

"อะไรอีก ฉันก็ไม่เอาเรื่องแล้วนี่ไง" พัดไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนั้นแต่เขากลับย่อตัวลงไปหาเด็กชาย ก่อนที่จะลูบหัวของอีกฝ่ายเบาๆ

"โชกุนครับ รู้ไหมว่าถ้าทำผิดต้องทำยังไง"

"ต้องขอโทษ"

"ถูกครับ ต้องขอโทษใครครับ" ร่างเล็กของเด็กชายโชกุนหันกลับไปมองภาณินก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยขอโทษอีกฝ่าย ทันทีที่ขอโทษเสร็จแม่ของโชกุนก็ลากโชกุนเดินไปที่ประตูเตรียมตัวจะกลับอีกครั้ง แต่พัดก็ยังยืนขวางอยู่

"เธอจะเอาไรอีก ลูกฉันก็ขอโทษไปแล้วนี่ไง" เธอโวยวายออกมาเสียงดัง แต่พัดไม่ได้สนใจเขาหันไปหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา ก่อนที่จะเขียนเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไปและยื่นให้อีกฝ่าย

"คราวหลังถ้าอยากรู้เรื่องส่วนตัวของผม โทรมาได้นะครับ ผมจะเล่าให้ฟังจะได้ไม่ต้องมานั่งเดา" หญิงสาวรับกระดาษตรงหน้ามาขยำๆ ก่อนจะเดินกระแทกไหล่พลลภัตม์ออกไปข้างนอก



ทางด้านของเรวัตเองที่รออยู่ด้านนอกห้องปกครองตลอดเวลาที่เกิดเรื่อง ก็เริ่มที่จะกระวนกระวายเป็นห่วงว่าลูกชายของเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า ในตอนนั้นเองพลลภัตม์ก็เดินออกมาจากห้องกระจกนั้นกับลูกชายของเขาโดยที่ข้างๆ มีชานนท์และเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินตามออกมาด้วย

"ไม่ทำแบบนี้อีกนะครับ น้องภา" พัดย่อตัวลงไปนั่งกับพื้นก่อนที่จะเอ่ยบอกเด็กชาย

"แต่โชกุนว่าภากับคุณแม่ก่อน" ภาณินตอบกลับเสียงสั่นกลับไป

"น้องภาครับ" เสียงของชานนท์เอ่ยขัดบทสนทนาขึ้นมา เขาย่อตัวลงไปนั่งๆ ข้างภาณินอีกช้างหนึ่ง

"เราไม่ควรทำร้ายใครแบบนี้นะครับ เราควรใช้เหตุผลในการพูดคุย"

"..."

"เราโตแล้วนะม.1แล้ว เราไม่ควรใช้กำลังนะครับ ไม่อย่างนั้นมันจะเกิดผลเสียอย่างวันนี้" ภาณินเงียบและพยายามคิดตามคำพูดของคุณน้าคนข้างบ้าน ก่อนจะพยักหน้าแล้วหันกลับไปกอดพลลภัตม์

"ภาขอโทษนะครับ ภาจะไม่ทำอีก" พัดกอดตอบอีกคนแน่นและลูบหัวปลอบโยนอีกฝ่าย ก่อนที่จะลุกขึ้นและหันไปพูดคุยกับอีกคน

"พัดขอเชิญคุณนนท์กับน้องเพนนีมาทานอาหารเย็นที่บ้าน เย็นนี้ด้วยนะครับ" พลลภัตม์เอ่ยชวนชานนท์ให้มารับประทานอาหารด้วยกัน เพราะเขาอยากขอบคุณอีกฝ่ายในหลายๆ เรื่อง

"ผมเกรงใจคุณพัด ไม่เป็นไรดีกว่าครับ" แต่ชานนท์ก็เอ่ยปฏิเสธอีกคนออกไป เพราะเขาเกรงใจอีกฝ่ายหากจะต้องเข้าออกบ้านของอีกคนๆบ่อยๆ แค่เรื่องที่เป็นข่าวอยู่ก็รุนแรงกับเด็กๆ มากพอแล้ว

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ น้องเพนนีเองก็อยากไปเล่นกับน้องภาที่บ้านน้าพัดใช่ไหมครับ" ในเมื่อชวนคนตัวโตไม่สำเร็จ พัดจึงหันกลับมาชวนเด็กหญิงตัวเล็กแทน

"ไปค่ะๆ เพนนีอยากไปบ้านน้าพัด"

"งั้นตอนนี้ใกล้จะเลิกเรียนแล้วเดี๋ยวเรารอพี่ภีมแล้วไปซื้อของพร้อมกันนะครับ" เขาลูบหัวเล็กของเด็กหญิงด้วยความเอ็นดูก่อนที่จะพากันเดินจากไปหาที่นั่งรอภีมพลเลิกเรียน เพื่อตรงไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าสำหรับทำอาหารเย็นชุดใหญ่ในคืนนี้

ภาพทุกอย่างปรากฏอยู่ในครรลองสายตาของเรวัต ภาพรอยยิ้มของพัดที่ยิ้มอย่างมีความสุข รอยยิ้มของภาณินเองก็เหมือนกัน ทุกอย่างมันซ้อนทับกันกับภาพในวันวานที่เขาเคยยืนอยู่ตรงนั้น

ตรงที่ๆ ชานนท์เคยยืน

แต่วันนี้มันเปลี่ยนไป แต่มันก็คงไม่แปลกในเมื่อเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะว่าเขาเป็นต้นเหตุทั้งนั้น เขามันแย่ เป็นพ่อที่แย่ เป็นคนรักที่แย่

แย่มากจริงๆ

ขายาวของเรวัตก้าวเดินกลับไปอีกฝั่ง เส้นทางของเขาและพัดตอนนี้มันกำลังสวนทางกันในขณะที่พัดก้าวไปข้างหน้าแต่เขากำลังก้าวถอยหลัง เรากำลังเดินจากกันไปเรื่อยๆ

เรื่อยๆ

'พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้พัดเสียใจ'

'อย่าทำให้พัดร้องไห้เลยนะ พัดไม่อยากเจ็บเพราะพี่เลย'

เขาเป็นคนทำลายสัญญาที่เคยให้ไว้กับพลลภัตม์ เขาเป็นคนที่ทำลายความรักความเชื่อใจที่อีกคนเคยมอบให้กันไว้ เขาเป็นคนทำร้ายคนที่รักเขาสุดหัวใจด้วยน้ำมือของเขาเอง เพียงเพราะแค่คำว่า 'ต้องการ' แค่คำๆ เดียวแท้ๆ ที่ทำให้เขาต้องเสียทุกอย่าง และอาจจะไม่มีวันได้มันกลับคืนมาอีกเลย

ไม่มีวัน...



เรวัตกลับมาถึงคอนโดที่ซื้อเอาไว้ เขาเปิดประตูเข้าไปข้างในและเดินลงไปนั่งที่โซฟาทันที เขาหมดแรง ร่างกายมันอ่อนไปหมด เขาแค่อยากนั่งนิ่งๆ ทบทวนเรื่องต่างๆ อย่างสงบ แต่ดูเหมือนอีกคนที่อาศัยอยู่ด้วยกันไม่อยากให้เกิดความสงบขึ้นในห้องนี้

"กลับมาแล้วหรอ ลูกพี่เป็นยังไงบ้างล่ะ ปัญหาหนักหรอหรือแค่เรียกร้องความสนใจ" เขมินทร์เดินออกมาจากห้องนอนภายในคอนโด เขากลับมาถึงก่อนเรวัตประมาณหนึ่งชั่วโมง และนั่งรอเรวัตอยู่ตลอดตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้

"เขม พี่ไม่อยากทะเลาะ"

"นี่พี่โง่หรือดูไม่ออกห้ะ! ว่ามันใช้เรื่องลูกมาอ้างเพื่อดึงพี่กลับไปอะ!" เขมินทร์ตะคอกใส่อีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟา เขาโมโหที่อีกคน ทำท่าทางเหมือนยังรักยังห่วงครอบครัวของตัวเองมากว่าเขาที่อยู่ข้างกายอีกฝ่ายตอนนี้

"เขม! ภามีปัญหากับเพื่อนที่โรงเรียนจริงๆ พัดเขาไม่ได้อ้าง" เรวัตเองก็ทนแรงกระตุ้นไม่ไหว จนต้องตะคอกอีกฝ่ายกลับไปและลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับร่างเล็ก

"นี่พี่ขึ้นเสียงกับเขมหรอ! เพราะอีพวกนั้นมันยุให้พี่กลับไปหาใช่ไหม พี่ถึงดูไม่แคร์เชมเลยอะ!" เขมินทร์ยังคงสาดแรงอารมณ์ใส่เรวัตอยู่ตลอด ไม่ได้ลดลงและเหมือนจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อเขาถูกเรวัตขึ้นเสียงใส่

"พี่ว่าเขมพูดไม่รู้เรื่องแล้ว เราอยากเพิ่งคุยกันเลย" เรวัตพยายามสงบสติอารมณ์และเลี่ยงที่จะเดินหนีออกไป แต่เขมินทร์ไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น

"เดินหนีเขมทำไม! เขมไม่สำคัญสำหรับพี่ใช่ไหม! ห่วงมันมากนักหรอ อีครอบครัวเฮงซวยนั้นอะ!"

"เขม!" เรวัตที่กำลังจะเดินจากไป เมื่อโดนเขมินทร์ตะโกนด่าว่าลูกๆ ของเขา เรวัตจึงหันกลับมาหาเขมอีกครั้ง ด้วยแรงโมโหทำให้เขา ใช้มือไปกระชากเขมเข้ามาหาตัวเองและออกแรงบีบที่แขนของอีกฝ่ายจนเนื้อตัวมีรอยแดง

"เขมเจ็บ!"

"อย่าพูดแบบนั้นถึงครอบครัวพี่อีก พี่ไม่อยากทำร้ายเขม" เขาพูดเสียงต่ำเพื่อสื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเอาจริง

"ครอบครัวพี่...แล้วเขมไม่ใช่ครอบครัวพี่ใช่ไหม! ยังรักยังห่วงมันมากใช่ไหมถึงไม่ยอมหย่าสักที!"

"..."

"เขมรู้หมดแล้ว มันมาบอกเขมแล้วว่าที่ไม่หย่าไม่ใช่เพราะมัน แต่เพราะพี่ไม่ยอมหย่า!" เขมินทร์สะบัดตัวออกจากการกอบกุมของอีกฝ่าย ก่อนจะจ้องมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแรงอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยาน หากไฟในดวงตาของเขมินทร์มีจริง คอนโดทั้งตึกนี้คงมอดไหม้ไปด้วยไฟโทสะ

"เขม...คือพี่"

"พี่มันจัดการอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง โลเลน่ารำคาญ! โง่เอ้ย!" เขมินทร์พ่นคำด่าใส่เรวัตก่อนที่จะเดินกระแทกเท้าออกไปหยิบเอากุญแจรถและกระเป๋าสตางค์ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องคอนโด ทิ้งเรวัตไว้อยู่ข้างหลัง



ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะสองทุ่มแล้ว บ้านของพลลภัตม์ยังคึกคักไปด้วยเด็กๆ ทั้งภีมพล ภาณินและเพนนีกำลังหยอกล้อกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น พวกเขาทานอาหารเย็นเสร็จแล้วเรียบร้อย บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะตลอดช่วงเวลาบนโต๊ะอาหาร ตอนนี้เขากำลังล้างจานอยู่ที่ห้องครัวด้านหลังโดยมีเสียงหัวเราะของเด็กๆ คลอไปกับบรรยากาศยามกลางคืน

"ผมช่วยครับ" เสียงทุ้มของชานนท์ดังขึ้นมาจากทางด้านหลังเมื่อเขาหันไปก็เจอเข้ากับร่างสูง ที่พับแขนเสื้อขึ้นไปจนถึงข้อศอก

"ไม่เป็นไรครับ คุณเป็นแขกนะ"

"พูดจาห่างเหินจังเลยนะครับ เราเป็นเพื่อนกันต่างหาก" เขาส่งยิ้มหวานให้พัดและอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบกลับมา ชานนท์เดินเข้าไปยืนข้างร่างบางก่อนที่จะหยิบจานขึ้นมาล้างทำความสะอาดเหมือนที่อีกคนกำลังทำ

"คุณชานนท์ล้างจานเป็นด้วยเหรอครับ"

"แม่สอนให้ทำตั้งแต่เด็กแล้วครับ" คนสองคนพูดคุยกันไปเรื่อยๆ ระหว่างที่กำลังล้างจาน บรรยากาศในบ้านตอนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะของเด็กๆ และเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่คละเคล้ากันไป

"ขอบคุณ คุณนนท์มากนะครับ ในทุกเรื่องเลย" พลลภัตม์หันมายิ้มให้อีกคนจากใจจริง เขาอยากขอบคุณที่ชานนท์เข้ามาช่วยให้เขาก้าวผ่านเกือบทุกปัญหาได้ในทุกครั้ง

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเต็มใจที่จะทำ"

"..."

"ผมอยากดูแลคุณ เวลาที่คุณเสียใจภาพของคุณมันซ้อนทับกับภาพของแม่เวลาร้องไห้เพราะผู้ชายคนนั้นเสมอเลย"

"..."

"คุณพัดไม่เหมาะกับน้ำตาหรอกนะครับ ยิ้มแล้วน่ารักกว่าเยอะเลย" ทุกอย่างเหมือนตกอยู่ในความเงียบ พลลภัตม์มองเข้าไปในดวงตาที่ชานนท์มองมาที่เขา ที่เขาว่ากันว่าทุกอย่างสามารถสื่อผ่านดวงตาได้ เขาไม่รู้ว่ามันจริงไหมที่เจ้าก้อนกลมๆ สีดำนี้จะมีอำนาจมากขนาดที่สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้ แต่เขารู้ว่ามันมีอำนาจที่ทำให้ใครต่อใครใจสั่นไหวได้

"คุณพัด...คุณพัด"

"..."

"คุณพัด!" พลลภัตม์สะดุ้งจากความคิดก่อนจะหันกลับไปล้างจานต่อ และยังคงพูดคุยกับคุณนักเขียนข้างบ้านเรื่อยๆ เขาชอบฟังเสียงและเรื่องเล่าที่คุณนักเขียนเล่า มันทำให้สบายหู สบายใจทุกครั้งเวลาที่ได้ยินหรืออยู่ด้วย คนทั้งคู่พูดคุยกันไปเรื่อยๆผลัดเปลี่ยนกันเล่าประสบการณ์ต่างๆ ที่เคยพบเจอ จนอาจไม่ทันสังเกตสายตาที่แอบมองพวกเขาอยู่ตั้งแต่เมื่อกี้ สายตาที่คอยมองมายังพวกเขาสองคนเสมอ

ภีมพล

ที่ยืนอยู่ที่หน้าห้องครัว เขาจะเข้ามาหาน้ำดื่มแต่ก็ต้องมาเจอกับภาพของคนสองคนที่ยืนข้างกันตรงหน้า เขาตัดสินใจหันหลังกลับและเดินหนีขึ้นไปบนห้องทันที



...

- TBC -

กรรมมันเริ่มตามทันแล้วนะคะ เราพร้อมเอาคืนกันหรือยัง อุวะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดสับตะไคร้และกดกระดิ่งด้วยนะค้าบ ฝากเมนท์ติชมได้น้าอยากอ่านนน

พูดคุยกันในแฮชแท็ก #เกมนอกใจ ในทวิตเตอร์ได้นะค้าบบบ

ทวิตเค้าเอง  >> https://twitter.com/lopittupp



ออฟไลน์ bun

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +256/-4
สิ่งที่พัดจะต้องทำในตอนนี้คือต้องปรับความเข้าใจกับภีมนะ

ออฟไลน์ Tassanee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 109
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เห้อ สงสารภีมม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ smmikie

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-1
ความสัมมพันของ นนท์กับพัด ถ้าจะพัฒนาไปในตอนนี้มันเร็วเกินไปอ่ะ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ แต่ถ้าเราเป็นภีมแล้วเรารู้สึกว่าแม่กับคนข้างบ้านมองตาแล้วรู้ใจมันเกินไปอ่ะ

 อารมณ์ประมาณพ่อกับแม่พึ่งหย่ากัน ยังรับไม่ได้ยังปรับความรู้สึกตัวเองไม่ได้แล้วแม่ก็มาบอกว่า ไม่มีอะไรกับคนข้างบ้านไม่ได้รู้สึกแต่การกระทำของแม่มันไปทางเหมือนกับพ่อ

ถ้าเป็นภีมเราก็คงรู้สึกแย่ยิ่งทำให้ตัวเองกลายเป็นเด็กมีปัญหาเข้าไปอีก เพราะภีมชอบคิดไปไกลอ่ะ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1116
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
แค่พูดคุย สบตากันนิด ยังไม่เห็นมีอะไรที่น่าจะทำให้คิดไปไกลได้ อีกอย่างเขากะดีนี่ช่วยเราช่วยแม่เรื่องภา บลาๆ อย่าเพิ่งอคติ ดูไปก่อน แต่ก็เข้าใจที่ว่ามันยังเร็วไปในสถานะคลุมเคลือความผัวเมียอยู่แบบนี้ แต่ก็ขอหยอดไว้ก่อนมะได้หรอ 5555 อุแว้!! พัดใจสั่นไหวแล้วเว้ย เล็กน้อยก็ยังดี ค่อยๆว่ากันไปเนอะ >.< //เรนแกอย่าเพิ่งสำนึกผิดรู้สึกเสียใจต่อเขาดิ มันเร็วไป ยังงี้แกจะไหวหรอที่จะอยู่ดูเขาจนมีความสุขที่ไม่มีไม่ใช่กับตัวเอง ยังต้องเจออีกมาก ด้านไว้อย่าเพิ่งสำนึก 55555555 สนุกกกกกกก ชอบๆ รอตอนหน้าเลยค่าจะเป็นยังไงบ้าง ขอบคุณนะคะที่แต่งมาอัพต่อ รรร  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7857
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +177/-8
ภีมจะต้องมีปัญหาให้ได้เนาะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ broke-back

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 6014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +841/-16
ผีเน่ากับโลงผุ
ก็เหมาะสมกันดีนี่
อย่ารีบทะเลาะกันดิ
ยังอยากเห็นร่วมกันสร้างเวรสร้างกรรมกันไปอีกนานแสนนาน
ชั่วต้องอยู่กับชั่ว นั่นล่ะ..สมควร สมน้ำหน้า
หุหุ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3529
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
พัดมันยังเร็วไปที่จะมีคนใหม่นะ ควรให้ลูก ๆ ได้มีเวลาปรับตัวด้วย สำหรับนนท์ก็หวังว่าจะไม่รุกมากจนเกิินไปถ้าสนใจพัดจริงควรรอก่อน รอให้ทุกอย่างมันลงตัวกว่านี้นะ

ออฟไลน์ พลอยศรี

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ค่ะ สนุกมาก  :mew1:

ออฟไลน์ tuek

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +214/-3
เพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องนี้สนุกมากจริงๆ

ออฟไลน์ lopittup

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 23
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0

บทที่ 13 ละเลย 100%

นับตั้งแต่วันที่เราทะเลาะกัน ตอนนี้ก็ผ่านมาได้ประมาณอาทิตย์กว่าๆ แล้ว ทั้งเขาและเรวัตมึนตึงใส่กันตลอดเวลา ทั่วทั้งห้องชุดคอนโดอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ลอยวนอยู่ไปทั่วทุกมุมห้อง เขายอมรับว่าเขาผิดที่ตวาดและด่าอีกฝ่ายไปในวันนั้น แต่เป็นใครจะไม่โมโห ในเมื่อผู้ชายคนนี้โลเลจนน่ารำคาญ ตัดสินใจอะไรไม่เด็ดขาด จะเลิกกับเมียเก่าก็ไม่เลิก จะเลิกกับเขาก็ไม่ทำ

สมควรถูกด่าแล้ว

เขารู้ดีว่าสถานะของเขาตอนนี้กำลังเสียเปรียบอีกคนมากแค่ไหน ต้องหลบๆ ซ่อนๆทั้งๆ ที่ทุกอย่างเปิดเผยออกมาหมดแล้ว ไม่มีสิทธิ์ได้จับเนื้อต้องตัวหรือแม้กระทั่งทำตัวสนิทสนมในที่สาธารณะมากเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เขาเองก็เป็นเมียคนหนึ่งของเรวัตเหมือนกัน ไม่มีอะไรที่มันยุติธรรมสำหรับเขาเลยด้วยซ้ำ

เช้าวันนี้เขมินทร์ตื่นขึ้นมาก่อนเรวัตจะตื่น วันนี้และพรุ่งนี้คิวงานของเขามันว่างไม่มีเดินทางไปที่ไหน นับว่าเป็นวันพักผ่อนของเขาในรอบหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เขากลับนอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืนเพราะมันมีเรื่องของเรวัตมากวนใจ เขาจึงตัดสินใจที่จะลุกออกจากเตียงไปเปลี่ยนชุด ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะลงไปเข้าฟิตเนสข้างล่างสักหน่อย แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินออกจากห้องนั้น

Rrrrrrrrrrrrrr

การสั่นเตือนของโทรศัพท์เครื่องสีดำก็รั้งเขาเอาไว้ และแน่นอนว่าไม่ใช่โทรศัพท์ของเขา สิ่งที่แสดงบนหน้าจอคือข้อความจากใครบางคนที่กดส่งเข้ามาผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์

P : พรุ่งนี้ภาณินมีงานประชุมผู้ปกครองที่โรงเรียน ผมไม่ว่างเพราะติด Work Shop ละคร อยากให้คุณไปแทน

ตาเรียวกวาดสายตาตามตัวอักษรที่อีกฝ่ายส่งมา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าพลลภัตม์เป็นคนส่งมันมา ก่อนที่เขาจะวางมันและเมินเฉย แต่แล้วสมองของเขามันก็จุดประกายความคิดอะไรบางอย่างได้ เขมินทร์หยิบโทรศัพท์ของเรวัตขึ้นมาอีกครั้ง เขากดปลดล็อกและกรอกรหัสที่เขาแอบมองดูตอนที่เรวัตใส่ลงไป ก่อนที่จะกดไปที่รายชื่อของพลลภัตม์ในแอปพลิเคชัน

Rian : โอเค เดี๋ยวพี่จะไปแทนให้เอง

รอไม่นานหลังจากที่เขาส่งข้อความตอบกลับไป มันก็ขึ้นคำว่าอ่านแล้วและพัดเองก็ไม่ได้ส่งอะไรกลับมา เขาจึงใช้นิ้วเรียวกดแช่ไปตัวข้อความก่อนที่จะกด

ลบข้อความ

ที่เป็นการสนทนากันของทั้งเขาและพัดออกและเอามันกลับมาวางไว้ที่เดิม เขมินทร์ชำเลืองมองโทรศัพท์ก่อนที่จะกระตุกยิ้ม ขาสวยก้าวเดินออกไปจากห้องชุดของคอนโด



รุ่งเช้าของวันใหม่พลลภัตม์ลุกขึ้นมาจากที่นอนตั้งแต่ตอนเช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารเช้าสำหรับตัวเองและลูกๆ พัดเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันจากนั้นจึงลงมาด้านล่างเพื่อทำอาหาร เวลาผ่านไปไม่นานภาณินก็เดินลงมาพร้อมกับแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กชายเดินมานั่งที่โต๊ะที่แม่นำอาหารมาวางไว้

"อ้าว...เสร็จแล้วหรอครับ พี่ภีมล่ะ" พัดหันไปถามลูกชายคนเล็กถึงพี่คนโตว่าอยู่ไหน

"กำลังแต่งตัวครับ เดี๋ยวก็คงตามลงมา" พัดเดินเข้าไปหาภาณินก่อนที่จะก้มลงหอมหัวลูกชายและบอกให้ทานก่อนได้เลย ไม่งั้นอาจจะสายได้ เมื่อสั่งคนน้องเสร็จแล้วขาเรียวจึงก้าวขึ้นบันไดเพื่อเดินขึ้นไปยังด้านบนของบ้าน เขาเดินไปเรื่อยๆ จนถึงห้องของภีมพล ก่อนที่จะเคาะประตูสองสามครั้งพร้อมกับเอ่ยเรียกคนข้างใน

"ภีม น้องภีมลูก" เขายืนรอไม่นานอีกฝ่ายก็เดินมาเปิดประตู พร้อมชุดนักเรียนที่ใส่เรียบร้อยแล้ว

"เสร็จแล้วแม่"

"ลงไปทานข้าวเถอะน้องทานอยู่ เดี๋ยวแม่ไปแต่งตัวก่อนนะ" เขาลูบหัวอีกฝ่ายก่อนจะหอมหัวอีกคนและเดินไปเข้าห้องของตัวเอง เพื่อแต่งตัวเตรียมไป Work Shop เพิ่มเติมเนื่องจากเขาไม่ได้เล่นละครมานานมากๆ และบทที่ได้รับก็ท้าทายสำหรับเขามากเช่นกัน พี่เจ๋งจึงอยากที่จะให้เขาไป Work Shop เพิ่มมากยิ่งขึ้น ตลอดเกือบเดือนที่ เรวัตย้ายออกจากบ้านไป ชีวิตของการเป็นแม่อย่างเขาก็ต้องลำบากมากยิ่งขึ้น เมื่อเขาต้องทำงานไปด้วยและดูแลลูกไปด้วย การแบ่งเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ มีบางอย่างที่อาจจะต้องเสียไปบ้าง เช่น

การทานอาหารเช้าพร้อมหน้าพร้อมตา

อย่างเช่นวันนี้ที่เขาต้องออกไปทำธุระด้วย เขาเองต้องลงเตรียมอาหารเช้าให้ลูกและกลับขึ้นมาแต่งตัว จึงทำให้เรามีเวลาที่ไม่ตรงกันเท่าที่ควร แต่พวกเขาจะต้องปรับตัวเข้าหากันเพื่อความสบายใจของทั้งเขาและลูก

พลลภัตม์ที่แต่งตัวเสร็จแล้วจึงรีบเดินลงมาข้างล่าง เตรียมพร้อมที่จะออกไปข้างนอก ขายาวก้าวลงบันไดมาเรื่อยๆ จนถึงโต๊ะทานอาหาร ภาณินรับประทานเสร็จแล้วเรียบร้อยและตอนนี้ภีมพลก็กำลังทานอยู่ พัดเดินไปนั่งลงข้างภาณินเพื่อรอภีมพลทานข้าวเช้า

"เป็นไงบ้างครับ ฝีมือแม่วันนี้ยังอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า" เขาหันไปถามลูกๆ ทั้งสองคน

"ก็เดิมๆ" ภีมพลตอบกลับมาทันที

"อร่อยครับ แต่ผมคิดถึงแกงจืดฝีมือพ่อจัง" ภาณินเอ่ยออกมาบ้าง คำพูดของเด็กชายทำให้บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบ ภีมพลลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารก่อนที่จะเดินเอาจานไปล้างที่อ่างล้างจาน

"พ่อไม่มาหาภาบ้างเลย" หน้าตาของเด็กชายดูเศร้าโศกเหมือนน้ำเสียงที่เอ่ยออกมา เขาเลื่อนมือไปวางไว้บนหัวเล็กของอีกฝ่ายก่อนที่จะลูบเบาๆ และเอ่ยออกมา

"พ่อเขางานยุ่งน่ะ แต่วันนี้พ่อเขาจะไปประชุมตอนบ่ายแทนแม่นะ" เขาส่งยิ้มไปให้ลูกชายเพื่อให้อีกคนสบายใจ

"จริงเหรอครับ"

"ครับ เขารับปากแม่แล้วยังไงวันนี้พ่อก็ต้องมา" แขนเรียวโอบร่างของเด็กชายเข้ามาในอ้อมกอดก่อนที่จะลูบหลังไปมาเบาๆ เพื่อปลอบประโลมอีกคน

"ไปกันได้ยังครับ เดี๋ยวสาย" ภีมพลเอ่ยทักสองร่างที่กอดกันอยู่ก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าและเดินออกไปรอเขาที่ด้านนอก พัดจึงคลายกอดเด็กชายและบอกให้เด็กชายเดินไปหาพี่ก่อน จากนั้นจึงลงมือเก็บโต๊ะอาหารก่อนที่จะเดินตามลูกๆ ออกไป



เรวัตตื่นเช้ามาด้วยความขี้เกียจ วันนี้เป็นวันว่างตลอดทั้งวันของผู้กำกับหนุ่มที่ยังไม่เปิดกล้องละครเรื่องใหม่ เขาขยับตัวไปมาบนเตียงช้าๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ เขาก้าวขาลงจากเตียงเพื่อที่จะเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา จากนั้นจึงเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อที่จะไปหาอะไรกินแก้หิว

"พี่เรน..." ภาพตรงหน้าทำให้เขาชะงักไปชั่ววินาที เขมินทร์ในชุดเสื้อเชิ้ตตัวเดียวยืนขวางทางเขาอยู่ที่หน้าประตู เขาเหลือบมองอีกคนก่อนที่จะเดินเลี่ยงร่างบางที่มายืนขวางทางเขา แต่แขนแกร่งของเขาก็ถูกแขนเรียวของอีกคนกอดรัดเอาไว้พลางเอาใบหน้าสวยน่ารักมาถูไถที่หัวไหล่

"จะไปไหนครับ เขมเตรียมอาหารไว้ให้พี่ด้วยนะ" เสียงหวานเอ่ยอยากออดอ้อน

"พี่จะออกไปกินข้าวข้างนอก" เขาเอ่ยเสียงเรียบไม่ได้สนใจอีกฝ่ายกอดที่จะพยายามดึงแขนออกจากการกอบกุม

"พี่เรน...เขมขอโทษครับ"

"..."

"เขมขอโทษที่โมโหพี่วันนั้น...ก็ เขมหึงพี่กับเขา" วิญญาณของนักแสดงมือรางวัลเข้าสิงร่างเล็ก เขมินทร์เอ่ยเสียงสั่นก่อนที่จะก้มหน้าลงเพื่อซ่อนดวงตาร้ายกาจ แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับมาจากเรวัต มีเพียงแค่การหยุดอยู่นิ่งๆ ไม่ได้พยายามที่จะดึงแขนออกไปเหมือนก่อนหน้านี้

"เขมรักพี่มาก พี่ให้เขมรอ เขมก็รอ เขมรอพี่มาปีกว่าเพราะเชื่อใจพี่ อยู่ๆ วันนั้นเขาก็เดินมาบอกเขมว่าพี่ไม่ยอมหย่า เขมเลยรู้สึก ฮึก รู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนโง่ ฮึก คนโง่ที่รอพี่มาตลอด ฮือ" เขมินทร์เริ่มที่จะสะอื้นออกมา น้ำตาที่ไหลหยดลงบนเสื้อของเรวัตกลายเป็นรอยเปื้อนใหญ่ ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นโชว์สีหน้าเสียใจอย่างที่สุดให้กับชายหนุ่มได้มอง เรวัตเอื้อมมือเอานิ้วโป้งไปเกลี่ยใต้หางตาของอีกฝ่ายก่อนที่จะดึงร่างเล็กเขามาซบอกตัวเอง และลูบหลังปลอบโยนเบาๆ 

"พี่ขอโทษ...พี่มันเห็นแก่ตัว พี่รักเขมนะ แต่พี่ก็ขาดพัดไปไม่ได้ พี่ยังไม่พร้อมที่จะเสียครอบครัวพี่ไป" เขาเอ่ยกระซิบข้างใบหูอีกคน แต่เสียงสะอื้นกลับยิ่งดังมากยิ่งขึ้น

"พี่จะให้เขมรอไปถึงเมื่อไหร่....ฮึก พี่ไม่สงสารเขมบ้างหรอ" เขมินทร์สะอื้นจนตัวโยนพูดไม่ได้ศัพท์จนคนฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง

"คงเร็วๆ นี้แหละเขม พี่จะหาทางออกให้มันโอเคกับทุกฝ่าย รอพี่อีกหน่อยนะ" เรวัตโยกตัวอีกคนไปมาเหมือนกำลังปลอบประโลมเด็กน้อยให้ตื่นจากฝันร้าย ทั้งๆ ที่การกระทำของเขามันเลวร้ายยิ่งกว่า เขมินทร์เงยหน้าจากอกของอีกคนขึ้นมาสบตากับดวงตาสีนิลน่าค้นหา ก่อนที่จะค่อยๆ ประทับริมฝีปากลงไปบนอวัยวะเดียวกัน 

แรกเริ่มอาจจะเป็นเพียงแค่ปากที่ประกบกันแต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็เพิ่มพูนตามแรงอารมณ์ เขมินทร์สอดลิ้นนุ่มเข้าไปในปากของอีกฝ่ายเพื่อกวาดเอาความหวานไปชื่นชม มือหนาของเรวัตก็เลื่อนจากที่ประคองเอวบางเข้าไปสาบเสื้อและลูบไล้เนื้อเนียนไปมา ท่ามกลางความเงียบกลับมีเสียงเฉอะแฉะจากการแลกเปลี่ยนน้ำตาลของกันและกันดังไปทั่วทั้งห้อง

"อืม อื้ม อ๊ะ พะ พี่เรน" เสียงครางหวานข้างหูเมื่อมือหนาของเรวัตเลื่อนขึ้นไปสะกิดตุ่มไตเสียงหวานภายใต้เชิ้ตตัวโคร่ง ก่อนที่จะทาบทับริมฝีปาก ลงบนซอกคอขาวและดูดดึงจนเกิดเสียงน่าเกลียด

"อ๊ะ พะ พี่เรน อืม" เรวัตเงยหน้าขึ้นจากซอกคอกก่อนที่จะลากแขนอีกฝ่ายกลับไปในห้องนอนแต่เขมินทร์กลับไม่ขยับเท้าเดินตามมา เขาส่งสายตาสงสัยไปให้อีกคนแต่ร่างเล็กกลับเดินเข้ามาคล้องคอเขาพลางกระซิบที่ข้างหู

"เขมเบื่อเตียงแล้วครับ" สิ้นสุดเสียงหวาน ปากบางก็เลื่อนไปขบกัดติ่งหูของอีกฝ่ายก่อนที่จะเดินนวยนาดไปนอนลงที่บนโซฟาและกระดิกนิ้วที่จะเรียกฝ่ายเข้าไปหา เรวัตเมื่อมองภาพนั้นก็พุ่งกระโจนเข้าไปเหมือนสัตว์ที่กระหายเหยื่อ

"อ๊ะ อ๊ะ อ๊า พะ พี่เรน เร็วไปแล้ว อื้อ"

"ขะเขม เขม มันดี ดีมาก อ๊า"

เสียงครางสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง กิจกรรมเข้าจังหวะสานสัมพันธ์ของทั้งสองคนเกิดขึ้นในทุกๆ ที่ของห้องชุดคอนโดไม่ว่าจะเป็น โซฟา โต๊ะอาหาร ระเบียงห้อง เคาท์เตอร์ครัวหรือแม้กระทั่ง

หน้าประตูห้องของเขาทั้งคู่พร้อมทั้งเปิดประตูค้างเอาไว้เพื่อเพิ่มความตื่นเต้น



"ครูว่าเราพักสักหน่อยนะคะคุณพัด เดี๋ยวค่อยกลับมาต่อ" พลลภัตม์ทรุดตัวลงกับพื้นก่อนที่จะนั่งพักเหนื่อยหลังจากที่เรียนการแสดงมาแล้วหลายชั่วโมง เขาเดินไปหยิบน้ำมานั่งดื่มและไถโซเชียลไปเรื่อยๆ เพื่ออัปเดตข่าวและเทรนต่างๆ มีแวะออกไปตอบข้อความจ้างงานของคนอื่นที่ติดต่อเข้ามาบ้างและตอบข้อความของเพื่อนสนิทอย่างนิมานลดาที่หนีเขาไปเที่ยวเล่นอยู่ที่ฮ่องกง

Rrrrrrrrrrrrrrrrrr

ในขณะที่เขากำลังจะพิมพ์ตอบกลับข้อความของนิ่ม ก็มีสายเรียกเขาแทรกมาซะก่อน เบอร์ที่โทรเข้ามาโชว์ชื่อเป็นของคุณครูประจำชั้นของภาณิน เขาไม่รีรอที่จะรีบกดรับสายและกรอกเสียงตามลงไป

"สวัสดีครับคุณครู"

"สวัสดีค่ะคุณพัด"

"มีอะไรหรือเปล่าครับ" เขาเอ่ยถามทันทีด้วยความสงสัย

"คือ...คุณครูโทรมาสอบถามน่ะค่ะ ว่าจะมีใครมาประชุมหรือเปล่า คือ...พอดีว่าเหลือแค่น้องภาณินคนเดียวที่ยังไม่มีผู้ปกครองมาค่ะ" สิ้นเสียงของปลายสาย พลลภัตม์ก็เกิดความสงสัยก่อนที่จะเอ่ยถามออกไป

"คุณเรวัตยังไปไม่ถึงหรอครับ พอดีผมติดธุระจึงแจ้งให้คุณเรวัตไปแทน"

"ยังไม่มีใครมาเลยค่ะ รบกวนคุณพัดติดต่อให้ทีนะคะ"

"ครับ เดี๋ยวผมติดต่อเขาให้ สวัสดีครับ" เขาวางสายจากคุณครู ก่อนที่จะกดโทรออกหาเรวัต รอสายอยู่ไม่นานอีกคนก็กดรับ

"ฮัลโหล คุณอยู่ไหนแล้ว ครูของภาโทรตาม" เขาไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยอะไร พัดก็โพล่งออกไปทันที

"ขะเขม แน่น แน่นไปหมดเลย อ๊า" แต่สิ่งที่ได้กลับมา กลับไม่ใช่คำตอบของคำถามที่เขาอยากรู้ หากแต่เป็นเสียงครางที่ดังออกไป

และเขาก็จำได้แม่นว่าเป็นเสียงใคร

"อย่าเปิดผ้าปิดตาสิครับพี่เรน อื้อ ไม่งั้นผมไม่ขยับนะ อ๊ะ" เสียงที่ได้ยินทำให้เขากำโทรศัพท์แน่นมากยิ่งขึ้น จนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แรงอารมณ์ของพัดกำลังลุกโชนมากขึ้นไปอีกเมื่ออีกเสียงตอบกลับมา

"พี่เรน อ๊ะ อย่ารีบสิครับ อื้อ จะรีบไปไหน"

"พี่ไม่ได้ไปไหน อืม พี่จะอยู่กับเขมทั้งคืน อืม ดี" พัดไม่ตอบโต้อะไรออกไป เขาทำได้เพียงแค่เงียบและกดตัดสายอีกฝ่าย ก่อนที่จะสลับมากดโทรหาคุณครูของภาณิน

"ค่ะ คุณพัด"

"ผมจะไปประชุมเองครับ" เขากรอกเสียงลงพร้อมกับน้ำตาที่หยดลงมา เขาเช็ดมันออกก่อนที่จะลุกขึ้นเก็บข้างของและเดินไปแจ้งทางทีมงานว่าจะขอตัวกลับก่อนเพราะมีธุระด่วน ขาเรียวเดินไปก้าวขาขึ้นรถก่อนที่จะขับออกไปด้วยความรวดเร็ว เท้าของเขาเหยียบคันเร่งด้วยความโมโห จนมาถึงโรงเรียนของเด็กชาย เขารีบวิ่งขึ้นตึกเพื่อไปหาลูก

เขามาถึงหน้าห้องประชุมก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงนั้น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และผลักประตูเข้าไปข้างใน การประชุมกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ พัดกวาดสายตามองหาภาณินก่อนที่จะเจอเข้ากับเด็กชายที่นั่งอยู่ข้างๆ กับคุณครูประจำชั้น เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหาและวางมือลงบนหัวเล็กนั้น

"คุณพะ...แม่" ภาณินหันหน้ามาด้วยแววตาดีใจก่อนที่มันจะชักและหายไปเมื่อรู้ว่าเป็นเขาที่โผล่มาแทนที่อีกคน

"ครับแม่เอง...คุณพ่อติดธุระมาไม่ได้ แม่เลยมาแทน" เขานั่งลงข้างอีกคนและลูบหัวลูกชายตัวน้อยไปมา



หลังจากการประชุมจบลงพวกเราก็นั่งรถกลับมาที่บ้าน ตลอดทั้งทางภาณินไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เด็กชายเอาแต่นั่งเงียบและเหม่อมองออกไปที่นอกหน้าต่างเพียงอย่างเดียว ทันทีที่รถจอดสนิทภาณินก็เดินลงจากรถและวิ่งเข้าไปในบ้านทันที พัดพยายามเดินตามเข้าไปแต่ก็ไม่ทัน เขาหยุดอยู่กลางบ้านมองดูหลังของลูกชายวิ่งขึ้นไปบนห้อง

"พ่อไม่ได้มาตามนัดใช่ไหม" เป็นเสียงของภีมพลที่เดินตามเข้ามาเอ่ยถามเขา พัดหันกลับไปจ้องมองตาของเด็กชายก่อนที่จะพยักหน้าเป็นคำตอบ เขาเดินไปนั่งลงตรงโซฟาอย่างหมดแรงและเหนื่อยอ่อน

"เมื่อไหร่แม่จะยอมรับความจริงสักที ว่าพ่อไม่สนใจเราแล้ว" ภีมพลเดินตามพลลภัตม์เข้ามาด้วยก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ ของผู้เป็นมารดา 

"ภีม..." พัดเงยหน้าขึ้นมองลูกชายตัวเอง

"พ่อไม่ต้องการเราแล้ว ชีวิตพ่อไม่ต้องการพวกเราสามคนแล้วแม่"

"..."

"เขาต้องการแค่ผู้ชายคนนั้นคนเดียว" ภีมพลเอ่ยเสียงสั่นพร้อมๆ กับดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำใสๆ เขาพยายามกลั้นมันไว้เพราะเขารู้ว่าตัวเองต้องเข้มแข็งในเวลาที่แม่และน้องอ่อนแอ

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ในระหว่างนั้นเองเสียงกระดิ่งหน้าบ้านของทั้งสามคนก็ดังขึ้นมา พัดเงยหน้าขึ้นจากความเศร้าเขายกมือลูบหัวลูกชายคนโตของตัวเองก่อนที่จะเดินออกไปดูที่หน้าประตูบ้านว่าเป็นใครที่มาหา

เขาเดินออกไปเปิดประตูบ้านก็พบเข้ากับลุงชัยคนขับรถของบ้านใหญ่ที่ยืนอยู่ที่หน้าประตู เขายกมือขึ้นสวัสดีอีกคนที่มีอาวุโสมากกว่าก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปมองรถยนต์คันหรูที่มาจอดที่หน้าบ้านของเขา ก่อนที่ประตูรถจะเปิดออกและตามมาด้วยชายสูงอายุหนึ่งคนที่เดินลงจากรถมา พัดจำอีกฝ่ายได้ในทันทีและรีบยกมือไหว้ทำความเคารพ

"คุณพ่อสวัสดีครับ"

"สวัสดี ขอเข้าไปได้ไหม"

"เชิญครับ" เป็นพ่อของเรวัตที่มาที่บ้านของเขาในตอนนี้



...

- TBC -

คุณพ่อมาทำอะไรค๊าาาาาาาาาาาาาา

ฝากกดไลค์กดแชร์กดสับตะไคร้ด้วยนะค้าบ

พูดคุยกันในแฮชแท็ก #เกมนอกใจ ในทวิตเตอร์ได้น้า

ทวิตเค้าเอง >> https://twitter.com/lopittupp

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
โอ๊ยย ถ้าอีพี่เรนจะโง่ขนาดนี้ ก็โง่ต่อไปเถอะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด