♡ I Met You เพราะเราเคยพบกัน : บทที่ 31 อนาคตของเรา 1/12/64 (ขอให้สมรสเท่าเทียม)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♡ I Met You เพราะเราเคยพบกัน : บทที่ 31 อนาคตของเรา 1/12/64 (ขอให้สมรสเท่าเทียม)  (อ่าน 16076 ครั้ง)

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย

เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


++++++++++++++++++++++

สวัสดีนะค้าาาาา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อ ๆ เอี่ยว ๆ มาจาก

Crush on you แพ้รักเพื่อนสนิท

ปราชญ์ x ตฤน


#วริษฐ์กวิน


I Met You เพราะเราเคยพบกัน
[/b]


เพราะเราเคยเจอกันมาก่อน ถึงพี่จะลืม

แต่ผมลืมไม่ลง รอยยิ้มของพี่

ถ้าผมเจอพี่อีกครั้ง ผมจะไม่ยอมปล่อยพี่ไป

⌒/(・x・)\⌒

คนหนึ่งต้องการความรัก

อีกคนหนึ่งวิ่งหนีความรัก

จะต้องการหรือวิ่งหนี ในสองประโยคนี้ ก็มีคำว่า "รัก"


วริษฐ์ : หล่อเนี๊ยบ โปรยเสน่ห์เป็นงานประจำ

"เซ็กซ์กับความรัก มันคนละเรื่องกัน

ที่พี่มีให้ก็มีแค่ความใคร่เท่านั้น"


กวิน : หนุ่มหน้าหวาน (พยายาม) ยิ้มสดใสเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไร

"ถ้าจะให้ผมทำตามใจตัวเอง ก็มีแค่เรื่องเดียวที่ผมอยากจะทำ

ผมจะทำให้พี่รักผมให้ได้"


เติ้ล : หนุ่มหล่อที่แสนเอาแต่ใจ ชอบบงการ ชอบสั่ง (ใจร้าย)

"นายเป็นของฉัน ฉันจะไม่ปล่อยนายไป

ถึงไม่ได้รัก แต่ต้องการ...ครอบครองนาย"

++++++++++++++




ภาพเพื่อจินตนาการเท่านั้นนนน


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-12-2021 22:57:35 โดย RingoPle »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทนำ



               ผมไม่รู้ว่าจะทำให้เขาพึงพอใจได้ยังไง นอกจากทนฝืนยิ้มเอาไว้ ถ้าผมยิ้ม ถ้าผมมีความสุขคนรอบข้างก็จะมีความสุข ไม่ว่าจริง ๆ ผมจะรู้สึกยังไง ถ้าเพียงผมยิ้มเอาไว้ ทุกอย่างก็ยังดำเนินต่อไปได้ อย่างมีความสุข...



               ยิ่งผมเจ็บปวด คุณก็ยิ่งมีความสุข ใช่มั้ย...





               “อึก อ๊า ซี๊ดดด” เสียงครวญครางอย่างสุขสมจากชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เขานอนนิ่งให้คนด้านบางเป็นผู้ดำเนินเกมรัก ร่างบางโยกขยับจุดเชื่อมต่อขึ้นลง รุนแรงกระแทกกระทั้น แม้สองข้อมือบางจะถูกมัดไว้ด้านหลังด้วยริบบิ้นสีแดงสด ร่างนวลเนียนที่เต็มไปด้วยร่องรอยขบกัด กำลังพยายามจะพาชายหนุ่มให้ไปถึงจุดหมาย



เพียะ



               มือหนาของคนด้านล่าง ฟาดไปที่บั้นท้ายกลึง ความเจ็บแล่นเป็นริ้ว แต่กลับให้ความรู้สึกซาบซ่าน

               “เติ้ล ... อ่า” ร่างบางพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่าย ดวงตาหวานฉ่ำ มองสบดวงตาคม ลิ้นร้อนแลบลิ้นเลียรอบริมฝีปากอย่างยั่วยวน

               มือหนาจับสะโพกอีกฝ่ายเพื่อเร่งจังหวะ ขณะที่สะโพกมนกดลง ร่างหนาก็เด้งเอวสวน ทำให้มันเข้าไปได้ลึกจนร่างบางสะท้านและรู้สึกจุก หน่วง

               “อื้อออออ”

               ทั้งสองร่างขยับเพื่อตอบสนองต่ออารมณ์ที่ถาโถม กระแทกกระทั้นเข้าหากันไม่หยุดหย่อน จนกว่าพายุอารมณ์นี้จะทำลายทุกอย่างให้แตกสลายเหลือแค่ซากปรักหักพัง

               .

               .

               .

               หลังจบเกมรัก ร่างบางนอนพักอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตากลมหลับพริ้ม แก้มเนียนขึ้นสีเรื่อ ใบหน้าชื่นเหงื่อจนเส้นผมแนบลู่ติดไปกับใบหน้า เหมือนคนเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ แน่ล่ะ ออกกำลังกายในร่ม

               “กวิน”

               “หืม?”

               ร่างบางขยับริมฝีปาก ขานรับเสียงเบา

               “เรา...กำลังจะแต่งงาน”

               “ฮะ?” กวินได้แต่งุนงงกับคำบอกนั้น แต่งงาน?

               “เติ้ลกำลังจะแต่งงาน”

               “เดี๋ยวก่อน...” ความจริงบางอย่างพุ่งใส่เขาจนเขาคิดอะไรไม่ทัน แต่งงานกับใคร คำพูดนี้ออกมาจากปากของผู้ชายที่เพิ่งจะมีอะไรกับเขาไปเมื่อกี้ เขาไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายมีใคร

               เติ้ลขยับไปหยิบของบางอย่างที่ข้างเตียง เป็นซองสีเขียวอ่อน ซองนั้นถูกยื่นมาให้กวิน มือบางยื่นไปรับซองนั้นมาเปิดดู ชื่อจริงของเติ้ล กับ ผู้หญิงสักคน มือบางสั่นเทาอย่างคุมไม่อยู่

               “ธะเธอเป็นใคร?”

               “ผู้หญิงที่พ่อกับแม่หามาให้”

               “นายก็ยอม...” ตอนนี้กวินรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียตัวเอง เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายได้อย่างใจ คุมไม่ให้มือสั่น ไม่ให้หัวใจเต้นแรง ไม่ให้ริมฝีปากอ้าพะงาบ และไม่ให้น้ำตาเอ่อคลอ เขาบังคับอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว

               “เขาก็น่ารักดี เป็นผู้หญิงที่เพรียบพร้อม”

               ‘เขา ...แล้วเขาล่ะอยู่ตรงไหน’ ในใจตะโกนถามเขาเสียงดัง แต่ริมฝีปากกลับทำแค่เม้มเอาไว้

               “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะเพื่อน ถ้าว่างก็อยากขอให้ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ด้วย”

               ริมฝีปากบางเม้มแน่น เขาพยายามสะกดอารมณ์ความรู้สึก และก้อนสะอื้นที่ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ น่าสมเพช ทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นแค่... แค่เพื่อน ความสัมพันธ์ทุกอย่างที่เกินเลย...มันก็แค่ของชั่วคราว ที่ไม่สามารถพัฒนาไปได้ และจบลงตรงนี้

               เมื่อเห็นว่าร่างบางไม่ยอมตอบ อีกฝ่ายถึงได้พูดซ้ำ

               “กวิน ไปด้วยนะ”

               “เออ ไปดิ เพื่อนแต่งงานทั้งที ยินดีด้วยนะเว้ย” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ในใจของเขากลับท่วมท้นไปด้วยน้ำตา หยดน้ำที่ไม่ไหลออกจากตา แต่กลับไหลย้อนเข้าข้างในทำให้เขารู้สึกเหมือนจะจมน้ำ อย่างกับจะขาดใจตาย

               “ขอบใจมากที่เข้าใจ”

               กวินขยับแย้มยิ้ม แม้ดวงตาจะเศร้าหมอง แต่เขาก็ทำได้แค่นี้ แค่เพียงยิ้มเอาไว้...

.

.

[เติ้ล คือ คนใจร้าย ให้ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว!!!! มันได้หรอ!!!]
 :katai1:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 1 เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้หน่อย


   กวินนั่งเท้าคางมองปฏิทินตั้งโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉย กับดวงตาที่ไม่สดใส บนหน้าปฏิทินนั้นมีปากกาสีแดงวงวันที่วันนี้เอาไว้ พร้อมลายมือบรรจงเขียนว่า ‘ปาร์ตี้’ คำแบบนี้ควรทำให้เจ้าตัวสดชื่น มันน่าจะเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่ไม่ใช่ ยิ่งใกล้เวลาเลิกงาน เขาก็ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ แต่จะไม่ไปก็ไม่ได้ ...

   หลังเลิกงานเขาลุกขึ้นเก็บข้าวของลงกระเป๋า ด้วยท่าทางที่ไม่กระฉับกระเฉง เขาพยายามจะประหยัดพลังชีวิตเอาไว้ เพราะเดี๋ยวจะต้องใช้อย่างหนักหน่วง ในการซ่อนความรู้สึกหน่วงหนึบในใจนี่เอาไว้

   “กวิน เย็นนี้ไปไหนหรือเปล่า” รุ่นพี่ผู้หญิงที่เขาสนิทด้วยเอ่ยทัก ใบหน้าสะสวย ตัวเล็กน่ารักแต่นิสัยห้าว ทำให้สาวเจ้าไม่มีแฟนสักที สวย ฉลาด แต่ไม่เป็นที่ต้องการในตลาด แต่เป็นหญิงสาวที่เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจนะ นั่นทำให้บางทีหลังเลิกงานพวกเขาก็เลยมักจะแวะไปหาข้าวเย็นกับจิบเบียร์ทอดอารมณ์ด้วยกันบ้างเป็นครั้งคราว

   “ฮะ อ่ะครับ มีนัดกับเพื่อนครับ” กวินหันมาพูดตอบรุ่นพี่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผิดจากเมื่อกี้ลิบลับ

   “อ๋อ น่าเสียดายพี่มีคูปองส่วนลด หมดวันนี้พอดี” รุ่นพี่ใจดีพูดพลางขยับยิ้ม “เดี๋ยวลากไอ้โม่ไปแทน ขอให้มีวันหยุดที่สนุกนะ”

   “เช่นกันนะครับ”

   ความสุข...มันบินหายไปหมดแล้ว



   “เฮ้ ไอ้กวินนนน กว่าจะมาถึงนะมึง”

   เพื่อนชายร่างบึกบึนตะโกนทักเมื่อเขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงคาราโอเกะ เป็นห้องขนาดใหญ่ที่จุคนได้ราว 20 คน

   “หวัดดีเว้ย ไอ้แต้ม” กวินทักกลับสีหน้ายิ้มแย้มสดใส

   เวลามีคนมาถึงใหม่ ๆ เสียงในห้องก็จะยิ่งคึกครื้น ด้วยการตะโกนทักทายกัน กวินกวาดสายตามองเพื่อน ๆ ในห้อง เท่าที่เห็นพวกที่ลงชื่อว่าจะมาวันนี้ ก็มากันเกือบจะครบทุกคนแล้ว ยกเว้นเจ้าของงาน

   เสียงพูดคุยจอแจดังไปทั่ว ไม่มีทีท่าจะหยุด เพราะไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่ นาน ๆ จะได้มารวมตัวกันแบบนี้ การอัพเดทความเป็นไปของเพื่อน รวมถึงการหยอกล้อแบบสมัยเรียน

   กวินเทเหล้าลงแก้ว เทเยอะกว่าทุกทีที่ดื่ม ให้มันขมเข้าไว้...

   “เฮ้ย เดี๋ยวก็เมาแต่หัววันหรอก” เสียงเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ เอ่ยทัก

   “ไม่เมาง่าย ๆ หรอกเว้ย” เขาพูดพลางฉีกยิ้มแบบฉบับเขา

   “ไอ้กวิน กูไม่แบกเมิงนะ” เพื่อนที่ชื่อโจ้ที่นั่งตรงข้ามรีบพูดดัก

   “เออ ไม่เมาแค่นี้เอง”

   “อย่าเสียใจที่ไอ้เติ้ลแต่งงานเลย พวกมึงก็ได้กันจนเบื่อแล้วนี่หว่า” แต้มพูดแซว ทำเอากวินสะอึก มันรู้... กวินเหลือบมองคนพูด แล้วก็ได้แต่คิดในใจว่ามันจะไปรู้ได้ยังไง เขากับเติ้ลถูกแซวแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกัน เป็นคู่หูที่ติดกันยิ่งกว่าปาท่องโก๋

   “ใครเสียใจ กูนี่ดีใจจะตายห่า มีคนแรกของห้องสักที”

   “อ่ะ แม่งมาล่ะ ตายยาก” แต้มพูดขึ้น ทำให้กวินหันมองตาม

   ร่างสูงที่คุ้นเคยเดินเคียงข้างเข้ามากับหญิงสาวที่ไม่คุ้นหน้า ใบหน้าของทั้งคู่สดใส แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า มือของทั้งคู่เกาะกุมกันแน่น หญิงสาวตัวเล็กน่ารัก ใบหน้าสวยหวานริมฝีปากอวบอิ่ม ผิวขาวเนียนละเอียดท่าทางน่าทะนุถนอม น่าปกป้อง เหมือนเจ้าชายกับเจ้าหญิงเหมาะสมกันดี...

   ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของงานปาร์ตี้วันนี้ วัตถุประสงค์คือการแจกการ์ดงานแต่ง และสังสรรค์กับเพื่อนที่ห่างหายกันไปนาน เขาทักทายทุกคน จนมาสะดุดกับสายตาของกวิน สายตาที่แว่บนึงมันช่างเศร้าสร้อย แล้วก็กลับสดใส เจิดจ้า ราวกับก่อนหน้านี้เขาตาฝาด

   “มึงทำกวินเสียใจ” แต้มยังคงแซวต่อเสียงดัง

   คำพูดนั้นเป็นเรื่องโกหกล้อเล่นในสายตาของคนอื่น แต่จริงเสียยิ่งกว่าจริงสำหรับเขา เขาเสียใจ ... น้ำคำนั้นกลับตอกย้ำบาดลึก เข้าไปข้างใน

   “เสียใจอะไร กวินก็เป็นเพื่อนรักกูเสมอ ใช่มั้ยเมิง” เติ้ลตอบกลับกลั้วขำ พลางถามย้อนมาที่เขาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร

   กวินไม่ได้ตอบเพียงแค่พยักหน้า พลางชูแก้วเหล้าขึ้นให้เป็นเชิงว่าเห็นด้วย

   “เอาล่ะมึง ให้ความสนใจกูกับว่าที่เจ้าสาวคนสวยหน่อย”

   กวินมองทั้งคู่ที่ยืนเคียงข้างกันที่กลางห้องอย่างโดดเด่น ถ้ามีสปอร์ตไลท์ส่องอีกสักดวงคงเจิดจ้ายิ่งกว่านี้ สว่างสดใสจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหลุมดำ... เป็นมุมเล็ก ๆ ที่แสงสว่างไม่มีวันส่องถึง...

   “นี่น้องเอิงเอยว่าที่ภรรยาของกุ พวกเมิงอาจจะไม่เคยเห็นกัน”

   มือหนาโอบรอบเอวบางอย่างหวงแหน สวีทหวานต่อหน้าประจักษ์พยาน

   หญิงสาวยิ้มเขิน พลางยกมือไหว้ทุกคนด้วยท่าทางกริยามารยาทที่งดงาม

   “สวัสดีค่ะ” น้ำเสียงที่เอ่ยทักทายก็ยังน่ารัก

   “ทำไมน้องเอิงเอย มาแต่งกับไอ้คนแบบนี้ล่ะครับ” เพื่อนเอ่ยแซวเสียงดัง

   “ไอ้อาร์!” เติ้ลเรียกชื่อเพื่อนเสียงดังเป็นการปรามแบบทีเล่นทีจริง

   “เพราะพี่เขาเป็นคนดี น่ารักค่ะ” สาวเจ้าตอบแบบเขิน ๆ ท่าทางน่ารักจนไม่มีใครแปลกใจที่ทำไมเติ้ลถึงแต่งงานกับคนนี้อย่างรวดเร็ว คงเป็นเพราะอยากครอบครองและเก็บหญิงสาวคนนี้เอาไว้กับตัวคนเดียว 

   เติ้ลหยิบปึกซองสีเขียวอ่อนมาถือเอาไว้ เขาโบกมันไปมา ก่อนจะพูดต่อ

   “จะใส่มากี่หมื่นก็ตามสบายเลย”

   “กูใส่ 5 บาทพอ” เพื่อนยังคงพูดแซวพูดหยอกเติ้ลไม่เลิก

   เพื่อน ๆ เดินไปรับการ์ดจากมือของว่าที่เจ้าบ่าว ทุกคนรวมทั้งกวิน แม้เขาจะมีอยู่แล้วใบนึงที่ห้องก็ตาม เป็นคนแรกที่ได้การ์ดเอาไว้ด้วยซ้ำ

   ชายหนุ่มยื่นส่งการ์ดให้กวิน แต่ยังไม่ยอมปล่อยมือ

   “ใส่ซองเดียวก็พอนะ” เติ้ลพูดกับอีกฝ่ายเสียงเบา แต่ต่อให้มีใครได้ยินก็คงคิดว่าเป็นคำแซวหยอกล้อเพื่อนสนิท ไม่มีใครนึกหรอกว่ากวินจะได้รับการ์ดมาแล้ว

   กวินไม่ได้ตอบอะไร ทำแค่ยิ้มให้... แม้น้ำตาจะตกในก็ตาม ยิ่งเข้ามาใกล้ เห็นหญิงสาวร่างบางชัด ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเขานั้นเหมาะสมกัน

   กวินกลับมานั่งที่ ๆ พลางยกเหล้าขึ้นกระดกต่อ ไม่มีใครทันสังเกตด้วยซ้ำว่า กวินมีน้ำตาคลอหน่วยอยู่ในดวงตา กระพริบไล่กี่ครั้งก็คอยแต่จะเอ่อขึ้นมา ดีที่ในห้องมืดสลัว เพราะปิดไฟห้อง เปิดแต่ไฟเธค ร้องคาราโอเกะ เต้นกันจะได้ไม่เคอะเขิน มีเขาที่ดื่มอยู่ในมุม ยิ้มแย้มบ้างเมื่อเพื่อนหันมามองมาชวนคุย

   “ไปห้องน้ำแปป” เขาบอกกับเพื่อนลอย ๆ เพราะชักจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวอีกแล้ว ...



   เขาเดินออกมาในที่ปลอดคน ไฟบริเวณนั้นค่อนข้างสลัว ก่อนทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นต่างระดับ ตัวสั่นสะอึกสะอื้นอย่างคุมไม่อยู่ สองมือยกขึ้นปิดใบหน้า น้ำตาไหลพรั่งพรูไม่หยุด เขากำลังจะกลายเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้กับผู้ชายที่เขารัก ผู้ชายที่ทิ้งเขาไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น และตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับเขา กลับไปเป็นเพื่อน ทุกอย่างที่เกินเลยเป็นแค่เรื่องชั่วครั้งชั่วคราว ไม่มีความรัก เป็นความใคร่ เขาไม่ได้ดีใจที่อีกฝ่ายยอมมีอะไรกับเขา เพราะว่าเรื่องบนเตียงของเขานั้นเผ็ดร้อน หรือแค่แปลกใหม่



   ฟุบ



   มีใครบางคนนั่งลงข้าง ๆ เขา ก่อนที่เสียงจุดไฟแช็กจะดังมาจากคนข้าง ๆ ตามด้วยกลิ่นบุหรี่ลอยมาตามลม

   “ร้องไห้...ทำไมมมม ครับ” เสียงคนข้าง ๆ เอ่ยทัก ติดจะเมา ๆ เล็กน้อย

   “ฮือ” พอมีคนมาถาม ร่างบางก็ยิ่งร้องหนักขึ้น ความลับที่เขาบอกใครไม่ได้เลย พอมีคนถามกลับยิ่งทำให้อยากร้องไห้ออกมา

   มือหนาเอื้อมแตะที่ไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ

   “โอ๋นะครับบบบ”

   ร่างบางมองคนที่กำลังปลอบเขา คนแปลกหน้าที่มานั่งสูบบุหรี่อยู่ข้างเขา เสี้ยวหน้าหล่อเหลาดูดี ดวงตาฉ่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ น้ำเสียงนุ่มนวลพาให้เคลิบเคลิ้ม

   “ไม่ร้องงงงง” มือหนาขยับมาลูบหัวอีกฝ่าย

   “พี่...ฮืออออ”

   “พี่ชื่อออ วริษฐ์...ครับ” ชายหนุ่มล้วงหยิบนามบัตรออกมาส่งให้อีกฝ่าย

   “ผมกวินครับ” ร่างบางแนะนำตัว พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย

   “อย่าร้องงงง”

   ชายหนุ่มมองวริษฐ์อย่างงง ๆ เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงเมามาก และก็จิตใจดีมาก ถึงได้มานั่งปลอบคนที่ไม่รู้จัก

   “ผมเพิ่งโดนแฟนบอกเลิก...” เขาใช้คำนี้ได้มั้ย มันได้หรือเปล่า แฟน?

   “ฮื่อออ รัก ตัวเองงง ให้มาก” วริษฐ์กระตุกยิ้ม

   รอยยิ้มนั้น ตราตรึงใจของกวิน

   “หาาาา...ใหม่ ให้ อึก ดีกว่าเดิม พี่ เอาใจช่วยยย”

   “วริษฐ์คะ!” หญิงสาวเดินตามมาจากในร้านเมื่อเห็นว่าผู้ชายของเธอหายออกไปนาน ก่อนเจอว่ามานั่งหลบมุมสูบบุหรี่อยู่ข้างนอก

   “ครับบบบ”

   “ไปกันเถอะค่ะ” หญิงสาวเดินมาคว้าแขนชายหนุ่มเอาไว้

   “พี่เขากวนหรือเปล่า ขอโทษนะคะ” ร่างสูงลุกขึ้นตามแรงดึง ก่อนหันมาขยิบตาให้กับกวิน



   คนประหลาดที่มานั่งปลอบคนแปลกหน้า ถึงจะดูแปลกแต่กลับทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาได้ คนที่รับฟังเขา โดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย แต่กลับบอกว่าจะเอาใจช่วยเขา … ใจดีจัง



   หลังจากหยุดร้องไห้ได้ เขาก็นั่งนิ่ง ๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางเหม่อมองท้องฟ้ามืดมิด อีกพักใหญ่กว่าจะรู้สึกดีขึ้นดีพอที่จะกลับไปอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เขาต้องพยายามทำใจให้เข้มแข็ง สะกดความเจ็บปวดเอาไว้ให้ลึก เพราะพอกลับเข้าไปก็ต้องอดทนให้มากยิ่งขึ้น ชิ่งกลับเลยดีมั้ยนะ

   กวินผลักประตูเข้าไปในห้อง พอเงยหน้าขึ้น ก็เจอภาพบาดตาบาดใจอีกครั้ง ในระยะประชิด เมื่อเติ้ลกำลังจูบกับว่าที่เจ้าสาวอย่างดูดดื่ม เขาได้แต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น รู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรง แขนขาปวกเปียกไปหมด อยากจะหายไปจากตรงนี้ ...



   เขาได้สติเมื่อเสียงเพื่อนในห้องพากันร้องโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง ใส่ความหวานเลี่ยนของทั้งคู่ เขาเดินหลบเลี่ยงกลับไปที่ที่นั่ง แต้มรินเหล้าให้เขาเมื่อเห็นว่าเขากลับมา

   “ไปนานเลย”

   “เออ” เขาตอบรับสั้น ๆ พลางคว้าแก้วเหล้ามากระดกรวดเดียวหมด

   “เอาอีก ๆ “ แต้มยังคงเทให้เขาอย่างต่อเนื่อง น้ำแข็งไม่ทันละลาย น้ำก็หมดแก้ว

   “จะมอมกูหรอไง”

   “เรียกว่าบริการดี มึงดื่ม กูก็ชงให้” แต้มพูดพลางส่งยิ้มให้ มันเป็นเพื่อนที่ดี เสียงดังโหวกเหวก กวนตีนไปบ้างแต่ก็ดูแลเพื่อน ๆ ดี มันไล่ชงเหล้าให้ทุกคนเลย

   “แต่เดี๋ยวกูจะขอกลับก่อนนะ” กวินพูดขึ้นหลังดื่นเหล้าหมดไปอีกแก้ว ใบหน้าเริ่มร้อนวูบวาบ

   “หืม? รีบไปไหนวะ” โจ้หันมาถาม

   “ไม่ค่อยสบายว่ะ”

   “เป็นโรคอะไรอ่ะ” เพื่อนอีกคนหันมาถาม ชิบเอ้ย อยู่ต่อหน้าเภสัชสาวซะด้วย

   “ปวดท้องนิดหน่อย”

   “เอาใบรับรองแพทย์ป่ะ” เภสัชพูดแซว อาการป่วยที่มักถูกเอามาอ้างเป็นอันดับแรกคืออาการปวดท้อง ตามด้วยปวดหัว นึกอะไรไม่ออก บอกปวดท้องไปก่อน ดูท่าเพื่อนคงอยากกลับไปนอนเต็มทน เธอก็ไม่อยากจะเซ้าซี้

   “รอดิกลับกะกูเดี๋ยวกูไปส่ง” แต้มพูดขณะที่ยังไม่หยุดรินเหล้าให้

   “ไม่เป็นไรมึง ขอบใจ หมดแก้วนี้กูไปแล้ว” เขาบอกปฏิเสธ ให้อยู่นานกว่านี้ไม่ไหวแล้ว ภาพติดตา ทำเอาเขาหายใจไม่ออกรู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำตาย ต้องไปที่ปลอดโปร่งกว่านี้ ไปในพื้นที่ส่วนตัวที่จะฟูมฟายแค่ไหนก็ได้ โดยไม่ทำให้ใครต้องมาลำบากใจไปด้วย

   กวินบอกลาเพื่อน ๆ เขาคว้ากระเป๋าพลางเดินออกไปจากร้าน จิตใจไปถึงห้องพักแล้วด้วยซ้ำ เขาอยากจะสนุกสนานกับเพื่อน ๆ ให้มากกว่านี้ เพราะไม่ได้เจอกันนาน แต่ไม่ได้ ...หัวใจของเขามันบอบช้ำเกินกว่าจะปั้นหน้ายิ้มแย้มได้ไหว

   เขาเรียกรถแท็กซี่ บอกที่หมายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างบางนั่งทิ้งตัวพิงเบาะ พลางถอนใจ ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่รถเคลื่อนที่ น้ำตายังคงพร้อมที่จะไหล แต่เขาจะอดทน รอให้ถึงห้องก่อน เขาไม่อยากให้พี่คนขับตกใจ



   เมื่อเขากลับถึงห้อง เขาก็ทิ้งตัวลงบนเตียง นอนคว่ำหน้า ฝังใบหน้าของตัวเองลงกับหมอนหนานุ่มใบใหญ่ สิ่งที่พยายามกักเก็บเอาไหว พรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแตก น้ำตาไหลซึมลงหมอน พร้อมเสียงสะอื้นเจียนขาดใจ

   เขายังเข้มแข็งไม่พอ…

   ‘เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้หน่อย’

   ทำไมอีกฝ่ายถึงได้ใจร้ายขนาดนี้ ... ให้ไปร่วมงานแต่งไม่พอ ยังมาขอให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอีก มันเพราะว่าเขาสำคัญ หรือว่าแค่อยากจะทำให้หัวใจเขามันแหลกสลายคามือกันแน่



   ร่างบางทำได้แค่ร้องไห้กับตัวเอง ปลดปล่อยเสียงสะอื้นให้ดังก้องสะท้อนไปมาในห้องที่อ้างว้าง…ว่างเปล่า


[สงสารกวิน โดนลากให้ต้องมาอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เติ้ลนี่โคตรจะใจร้ายเลย T^T /ฝากทุกคนติดตามด้วยนะคะ]
 :z3:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-08-2019 23:43:52 โดย RingoPle »

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
   
บทที่ 2 คลาดกัน

   

   กวินตื่นสาย เขาตื่นขึ้นมาอย่างไม่สดใสนัก ถึงจะไม่เมา แต่เหล้าก็ทำให้เขาไม่สบายตัว หนังตาก็รู้สึกตึง ๆ น่าจะบวมเพราะว่าร้องไห้มากเกินไป เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดสดชื่น เอาเสื้อผ้าไปใส่ถังซักผ้า แล้วโทรสั่งอะไรเข้ามากินในห้อง

   เขาเปิดโปรแกรมแชทขึ้นดู เพื่อน ๆ หลายคนที่ร่วมดื่มกับเขาต่างส่งข้อความมาถามไถ่ ว่าถึงห้องปลอดภัยดีมั้ย เป็นยังไงบ้าง แน่นอนว่าเขาเพิ่งจะได้อ่านมัน เพราะเมื่อคืน พาตัวเองกลับถึงห้อง นอนร้องไห้แล้วก็หลับไปแบบไม่รู้ตัว เขาไล่พิมพ์ตอบเพื่อน ๆ บางคนตอบกลับมาทันที

   ‘ไม่ตอบกุปีหน้าเลยล่ะ!!!’

   “ได้หรอวะ งั้นเดี๋ยวกุ Unsend ก่อน แล้วไปตอบเมิงปีหน้า”

   ‘สัส’

   

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก

   

   เสียงเคาะประตูหน้าห้อง ทำให้กวินละสายตาจากมือถือ ลุกขึ้นไปที่ประตู เขามองส่องผ่านตาแมว เห็นเครื่องแบบของร้านอาหารที่สั่ง จึงเปิดประตูออกไปจ่ายเงิน พูดทักทายขอบคุณอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มสดใส พร้อมรับของถุงใหญ่เอาไว้

   กวินทำตัวสบาย ๆ ตั้งใจว่าวันนี้จะให้ตัวเองได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นั่งกินข้าวไปก็ดูการ์ตูนไปด้วย การ์ตูนตลกแอคชั่น ช่วยให้เขาสบายใจขึ้นมาบ้าง ได้หัวเราะกับเรื่องไร้สาระบ้างก็ดี

   

   ติ๊ด ติ๊ด

   

   เสียงแจ้งเตือนจากเครื่องซักผ้า ว่ามันซักเสร็จเรียบร้อย กวินกดหยุดการ์ตูนเอาไว้ก่อน พลางหยิบตะกร้าและไม้แขวนเสื้อเดินตรงไปที่เครื่องซักผ้า ต้องรีบตากผ้าก่อนที่แดดจะหมด

   พอเปิดฝาถังซักผ้า กวินก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น เสื้อผ้ามีแต่ขุย ๆ ชิ้นเล็ก ๆ นี่มันอะไร เขาลืมอะไรไว้ในกระเป๋ากางเกงแน่ ๆ

   ร่างบาง หยิบเอาเสื้อผ้าแต่ละตัวมาสะบัดไล่ฝุ่นไล่ขุย มือก็ล้วงหาว่าอะไรเป็นสาเหตุ

   จนมาเจอเศษกระดาษยุ่ย ๆ ที่จับตัวเป็นก้อน แต่ไม่ขาด คงเป็นเพราะใช้กระดาษคุณภาพดี เขาคลี่มันออกและพบว่ามันเคยเป็นอดีตนามบัตร...

   

   ‘อย่าร้อง’

   ‘รักตัวเองให้มาก’

   ‘หาใหม่ให้ดีกว่าเดิม พี่เอาใจช่วย’

   

   ร่างบางผุดยิ้มเมื่อนึกถึงน้ำเสียง และรอยยิ้มของคนแปลกหน้าเมื่อคืน หาใหม่ให้ดีกว่าเดิม ... แล้วคุณล่ะดีกว่าคนอื่นเขามั้ยนะ คุณวริษฐ์

   

   ร่างบางเอานามบัตรไปคลี่วางตากเอาไว้ ดูแทบไม่ออก ข้อความรายละเอียดทั้งหลายหายไปกับน้ำ และผงซักฟอก กระจายติดไปตามเสื้อผ้าทุกชุดของเขา

   

   “เฮ้อออออ”

   กวินพ่นลมหายใจระบายอารมณ์เฮือกใหญ่ ไม่รู้อะไรเลยนอกจากชื่อ กับเศษซากนามบัตรโง่ ๆ นี่ จะเจอกันอีกได้ยังไง อยากเจออีก อยากรู้จัก...

   

   ชื่อถูกนำไปหาในแอฟต่าง ๆ มีคนชื่อนี้เต็มไปหมด แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หายังไงก็หาไม่เจอ ไม่มีรูปหรืออะไรที่พอให้ลุ้นได้โผล่ขึ้นมาเลย มีภาพดาราบ้าง คุณหมอบ้าง แต่ไม่มีเลย ผู้ชายใจดีคนนั้น

   

   -วริษฐ์-

   ‘ฮืออออออ’ เสียงคนร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร ‘กวินอย่าร้อง’ เขาเรียกชื่อใครบางคนออกไป ขณะที่มือหนาขยับไปจะแตะที่หัวไหล่เพื่อปลอบโยน แต่มันกลับทะลุผ่านร่างนั้นไปเฉย ๆ  ...พร้อมกับดวงตาที่ลืมตื่นขึ้นมาในโลกความเป็นจริง

   ...พร้อมกับลืมความฝันนั้นไป

   ‘ปวดหัวเป็นบ้า’ วริษฐ์ลืมตาขึ้นมาในเช้าวันใหม่ เพดานห้องและโคมไฟที่คุ้นเคย ถึงจะคุ้นเคยแต่ที่นี่ไม่ใช่ห้องของเขา เขาขยับตัวขึ้นนั่งมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ร่างกายเปลือยเปล่าทำให้เขารู้สึกหนาว ๆ มีผ้าห่มผืนหนาที่คลุมช่วงล่างของเขาไว้อย่างหมิ่นเหม่เต็มที เมื่อคืนเขาก็มาจบที่ห้องนี้อีกแล้วสินะ พอคิดแบบนั้นก็รู้สึกแสบที่หลังนิดหน่อย คงเพราะหญิงสาวจิกเล็บลงไป

   “ตื่นแล้วหรอคะ” หญิงสาวในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเดินเข้ามาหาเขา พลางทักทายเขาเสียงใส

   คู่ควงชั่วคราวของเขาเป็นสาวสวยที่ชื่นชอบในเรื่องอย่างว่า เธอไม่ได้เรียกร้องอะไรจากเขานอกจากเติมเต็มความต้องการซึ่งกันและกัน ซึ่งถือว่าดี แบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ไม่เรียกร้องต้องการหัวใจ เพราะเขาก็ยังไม่อยากผูกมัดกับใคร

   “ครับ คุณกาน”

   “เมื่อคืน คุณเมามาก แค่สัญชาตญาณเรื่องอย่างว่าของคุณนี่ เร้าร้อนเหมือนเคยเลยนะคะ” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะระหว่างพวกเขา ก็มีอะไรกันมาหลายต่อหลายครั้ง เวลาออกไปเที่ยวกัน ก็มักจะมาจบที่ห้องของเธอเสมอ อีกฝ่ายเติมเต็มให้เธอได้อย่างดี แต่มันไม่พอ เธอจะอยู่แบบนี้ตลอดไปไม่ได้ ถ้าเขาไม่คิดพัฒนาความสัมพันธ์ เธอคงต้องพอ

   “คุณก็คงทำผมรุนแรงมากสินะครับ เจ็บหลังไปหมด”

   “ช่วยไม่ได้นี่คะ ก็คุณให้ฉันอยู่ข้างบน” เธอพูดพลางเดินมาหอมแก้มเขาเบา ๆ “ไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ”

   พวกเขาทานอาหารง่าย ๆ ก่อนที่หญิงสาวจะถามบางอย่างออกไป เธอคิดแล้วคิดอีก ติดใจในรสสัมผัส แต่ก็ต้องไปต่อ แค่เซ็กซ์มันไม่พอ เธอต้องการใครสักคนที่จะอยู่เคียงข้างกัน

   “วริษฐ์คะ” เธอกลั้นใจถามออกไป

   “ครับ”

   “คือ คุณชอบฉันบ้างมั้ยคะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้ว พลางวางช้อนข้าวที่กำลังเตรียมจะตักเข้าปากลงในจาน ถึงจุดหนึ่งคู่ควงก็อยากจะกลายเป็นตัวจริง...

   “ชอบครับ”

   “ไม่ใช่ชอบแบบทั่วไปที่คุณมีให้กับผู้หญิงทุกคน ฉันแค่ ...เอ่อ พอที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้หรือเปล่า”

   “ไม่ครับ ผมไม่รักใคร”

   “ถ้าแบบนั้นนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายาที่เราจะทำกันแบบนี้ แล้วก็ กลับไปเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ” เธอตัดสินใจแล้ว ถ้าไม่รัก ก็ต้องเดินต่อ ทำตัวดี เพื่อจะเจอคนที่ดี

   ชายหนุ่มมองหญิงสาวคนสวยตรงหน้า แม้จะเสียดายนิดหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเธอเคารพการตัดสินใจของเขา เขาก็เคารพในตัวเธอเช่นกัน

   “ทำไมคุณถึงไม่รักใครหรอคะ” เธอถามเพราะเธออยากรู้ อีกฝ่ายก็ออกจะดูเป็นคนดี ไม่ได้มีนิสัยประหลาดอะไรหน้าตาก็ดี อัธยาศัยก็ดี การงานก็ไม่ได้แย่ ทำไมถึงไม่ยอมมีใครสักคนไว้ข้างกาย เป็นคู่รัก คู่คิดเหมือนคนทั่วไป

   “ผมแค่ไม่อยากรักครับ”

   “งั้นหรอคะ เสียดายคนดี ๆ อย่างคุณจัง”

   “ผมไม่ได้ดีหรอกครับ”

   “คนที่ไปนั่งปลอบผู้ชายแปลกหน้าที่กำลังร้องไห้น่ะ ก็ถือเป็นคนใจดีค่ะ”

   “เมื่อคืน ผมน่ะหรอครับ”

   “ใช่ค่ะ จำไม่ได้หรอคะ ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีด้วยนะคะ ผิวเนียนจนผู้หญิงอย่างฉันยังต้องอิจฉา”

   “ดีขนาดคุณกานยังอิจฉาเลยหรอครับ ผมอยากจำได้ขึ้นมาเลย” ชายหนุ่มพูดพลางขยับยิ้มละมุน

   “คุณอย่ามาชมฉันอ้อม ๆ นะคะ แล้วก็รอยยิ้มนั่นด้วย เดี๋ยวฉันใจอ่อน เลิกเป็นคู่นอนให้คุณไม่ได้พอดี”

   “ฮ่า ครับ งั้นวันนี้เรามาจัดสั่งลากันดีมั้ยครับ” เขาพูดกลั้วหัวเราะ หญิงสาวตรงหน้าฉลาด สวยงาม และตรงไปตรงมา เป็นเพื่อนที่ดี เขาคิดว่าสักวันอีกฝ่ายคงจะเจอคนที่ดี และพร้อมอยู่ข้างเธอ ซึ่งไม่ใช่คนแบบเขา...

   

   -กวิน-

   อาจจะเพราะช่วงนี้เขาเคว้งคว้าง เขาถึงได้หวั่นไหวได้ง่าย กับคนที่ใจดีกับเขา เพราะวริษฐ์โผล่มาในนาทีที่เขาอ่อนแอที่สุด เขาถึงได้เอาแต่นึกถึงอีกฝ่ายไม่หยุดหย่อน และเพราะเขาอยากเจออีกฝ่าย สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ ก็คือกลับไปที่ ๆ เจอกันครั้งแรก แล้วภาวนา ด้วยเหตุนี้กวินจึงมักแวะเวียนไปกินข้าวที่ร้านนั้น ช่วงแรก ไปบ่อย ไปนั่งกินคนเดียว ดวงตาก็คอยสอดส่ายมองหาใครบางคนที่อาจจะกลับมากินข้าวที่ร้านนี้อีก

   

   แต่ไม่เลย...

   

   “ไวน์ครับ จากโต๊ะทางริมหน้าต่าง” พนักงานนำเครื่องดื่มมาส่งให้เขา

   เขาจำใจรับมันเอาไว้ ก่อนขยับยิ้มหวานพลางผงกศีรษะให้คนที่ส่งมันมา ผู้ชายตัวสูงใหญ่ในชุดสูท ชายวัยกลางคนที่น่าจะมีเงินเหลือเฟือ แต่ขาดคนเอาอกเอาใจ เขายกขึ้นจิบพอเป็นมารยาท แค่ให้น้ำสีม่วง ๆ แตะริมฝีปากแต่ไม่อ้าปากให้มันเข้าไป แม้จะอยากลองชิม แต่เสี่ยงเกินไปสำหรับเขาที่มาคนเดียว แล้วต้องรับของซี้ซั้วจากคนแปลกหน้า เพียงเพราะไม่กล้าปฏิเสธ

   เขาก็พอรู้ตัวว่าตัวเองก็หน้าตาดีพอสมควร การมานั่งในร้านแบบนี้คนเดียว ก็ต้องปั้นหน้ายิ้มแย้ม ต้องเตรียมคำพูดปฏิเสธ เพราะจะเจอแต่คนเนียนเข้ามาเต๊าะ เข้ามาจีบ มาหาความสัมพันธ์ช่วงข้ามคืน แต่เขาไม่นึกอยาก เขาพอแล้วกับความสัมพันธ์ชั่วคราวแค่เติ้ลคนเดียวก็เกินพอแล้ว

   

   ...และถ้าเขาจะยอมใครสักคน เขาจะยอมให้ผู้ชายใจดีคนนั้น

   

   เขานั่งจนดึก แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะมา แถวนี้มีร้านอาหารร้านนั่งชิล เป็นร้อย ๆ ร้านให้เลือก แล้วถ้าไม่ใช่คนแถวนี้ แค่บังเอิญมาร้านนี้ ยิ่งคิดความหวังของเขาก็ยิ่งดับมืด

   

   ชีวิตของผมช่วงนี้ พออยากเจอใครสักคนที่เฝ้าตามหา ก็มักจะได้ยินชื่อนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ได้ยินบ่อยครั้ง แต่ไม่ใช่เจ้าของชื่อคนที่เขาอยากเจอเลย แม้กระทั่งตอนที่ต่อแถวรอกินอาหารในร้านบุฟเฟ่ต์

   “คุณวริษฐ์ 2 ที่ครับ”

   ร่างบางสะดุ้งที่ได้ยินชื่อนั้น

   “เป็นอะไรไอ้กวิน” เพื่อนเอ่ยทักเมื่อเขาสะดุ้งตัวอย่างแรงจนเพื่อนตกใจไปด้วย

   “...” เขาไม่ได้ตอบอะไร รีบหันมองหาเจ้าของชื่อ ...

   

   เป็นผู้ชายสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล ชายร่างท้วมผิวขาวท่าทางกินเก่ง กับเพื่อนอีกคนที่ดูจะกินเก่งเหมือนกัน แต่ไม่ใช่คนที่เขาตามหา

   ร่างบางเค้นยิ้มเจื่อน ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก ‘วริษฐ์’ ชื่อที่แล่นวนอยู่ในสมองของเขา จนเขาอยากจะเป็นบ้า ไปประกาศตามหาที่ไหนได้บ้างมั้ยเนี้ย

   “คุณแต้ม 4 ที่ค่ะ” ไม่ทันฟุ้งซ่านพวกเขาก็ได้โต๊ะพอดี

   “พวกเมิงไปงานไอ้เติ้ลยังไง” โจ้เอ่ยทักเพื่อน ๆ เขาคิดว่า ไหน ๆ ก็ไปงานเหมือนกัน ถ้าไปด้วยกันน่าจะดีกว่า

   “กุว่าจะไปรถเมิงอ่ะโจ้ ให้เมิงขับ” แต้มพูดขึ้นมาหน้าตาเฉย

   “เออสัสได้ เมิงอ่ะ กวิน ไอ้นุก”

   “กุไปด้วย” นุกพูดตอบ

    “...” กวินนิ่งเงียบ เขายังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยด้วยซ้ำ อีกตั้งเกือบสองเดือน ใจจริงแล้วเขาตอบว่าไม่อยากไปแทนมากกว่า...ตอบแบบนั้นได้มั้ย

   “กวิน เมิงได้ยินที่กุถามป่ะ” โจ้เอ่ยจี้ เพราะเห็นว่าเพื่อนเงียบ แถมยังดูเหมือนเหม่อ

   “ไปกับเมิงอ่ะ”

   “เค รถกุครบพอดี นั่งไปสบาย ๆ ผลัดกันขับด้วยนะเว้ย”

   “เออได้” แต้มตอบรับ ก่อนหันไปให้ความใส่ใจกับเมนูบุฟเฟ่ต์แทนเพราะเขาเป็นตัวตั้งตัวตี พอเจอเพื่อนแล้วสักครั้ง ก็อยากจะเจออีก เหน็ดเหนื่อยกับงาน ก็อยากจะผ่อนคลายพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อน ๆ เหมือนตอนสมัยเรียน

   เขาก็เหมือนกัน สบายใจที่อยู่กับพวกมัน และยิ่งดีที่วันนี้ไม่มีเติ้ล ขอเวลาให้เขาทำใจสักหน่อยเถอะ

   

   เย็นวันพุธ

   ชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าหล่อเหลายืนกอดอกมองสำรวจร้านคาเฟ่เปิดใหม่ ขณะรอเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่กำลังเดินตามมา ด้วยมาดและการแต่งตัวเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแลค รวมถึงท่าทางที่กำลังทำอยู่ ทำให้เขาดูราวกับเป็นเจ้าของร้านก็ไม่ปาน

   “วริษฐ์มายืนทำท่า CEO อะไรแบบนั้น” เสียงหญิงสาวข้างหลังเอ่ยถาม หลังจากยืนมองอยู่นาน

   “พี่ใหม่ครับ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับ มันเหมือนเอง” เขาพูดพลางกลั้วขำ

   วริษฐ์หันไปมองหน้าคนทัก ก็เห็นเพื่อนร่วมงานสองคนที่กำลังรอเดินมาพอดี ตัวเขาเองถูกเพื่อนร่วมงานลากมาร้านคาเฟ่เปิดใหม่ ทั้งที่เขาอยากจะกลับไปนอน แต่เพราะมีโปร 1 แถม 1 แล้วมันไม่ครบคู่ เขาจึงต้องมาด้วย เพราะร้านมีเงื่อนไขว่าต้องการเห็นจำนวนคน เขาจะถ่ายรูปโปรโมทร้าน

   “พี่ใหม่ ลากผมมาแบบนี้คือต้องเลี้ยงผมนะครับ” วริษฐ์พูดแซวหยอดรุ่นพี่สาว

   “วริษฐ์มาเป็นของพี่สิ พี่จะเลี้ยงดูอย่างดีเลย” ใหม่พูดตอบ ทีเล่นทีจริง กับรุ่นน้องหนุ่มที่เพิ่งจะผ่านโปรเบชั่นไปหยก ๆ แต่สาว ๆ เกือบทั้งบริษัท ต่างพูดถึงและแอบหมายปองกันเป็นแถว หล่อ สมาร์ท อัธยาศัยดี

   “เทคโฮม 4 แก้วครับ 1 แถม 1 สองสิทธิ 4 คนนะครับ” วริษฐ์พูดพลางขยับยิ้มบริหารเสน่ห์กับพนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม

   “น้อยหน่อยเถอะ” ใหม่พูดแซะ เป็นคนที่บริหารเสน่ห์เก่งจริง ๆ

   เย็นเลิกงานวันนี้รุ่นพี่สาวชวนไปร้านคาเฟ่เปิดใหม่ตึกข้าง ๆ ที่มีโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 เขาก็เลยไปเป็นเพื่อนด้วย ยังไงก็ว่าง ๆ อยู่แล้ว

   เราใช้เวลาเดินมาไม่กี่นาที ก็เจอร้านคาเฟ่ ร้านตกแต่งด้วยโทนสีชมพู หวาน ๆ มีภาพนกฟลามิงโก้ตกแต่งอยู่ตามจุดต่าง ๆ ให้ถ่ายรูป รวมทั้งตุ๊กตานกฟลามิงโก้ตัวใหญ่เป็นพรอบ

   “ร้านน่ารักจังเลย” หญิงสาวพูดขึ้นมาด้วยดวงตาเป็นประกาย ร้านเหมาะแก่การนั่งเล่น ถ่ายรูปสวย ๆ

   เขาก็ว่ามันสวยดี แต่ตอนนี้รู้สึกมวน ๆ ท้อง

   “พี่สา ผมไปห้องน้ำแปปนึง”

   “โอเคจ้า”

   กวินหมุนตัวเดินหันหลังเดินออกจากร้านคาเฟ่

   “คุณวริษฐ์!” เสียงขานเรียกเจ้าของเครื่องดื่มดังพอให้ ร่างสูงผุดลุกขึ้นเดินไปรับเครื่องดื่มของโปรดของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่เสียงเรียกนั้นเบาเกินกว่าที่คนหน้าร้านจะได้ยิน

   “ครับผม”

   พวกเขาทั้งสี่คนยืนเรียงกันที่มุมถ่ายรูปโดยมีพนักงาน มากดถ่ายภาพโพลาลอย เพื่อจะติดที่ไว้ที่ร้าน พวกเขายืนพลางชูแก้วน้ำของตัวเอง ทำท่าราวกับเป็นนางแบบนายแบบมืออาชีพ เว้นอยู่คนนึง

   “แว่น ทำท่าดี ๆ สิ ถ่ายบัตรประชาชนหรอไง” ใหม่พูดแขวะ

   “ได้แค่นี้แหละ ถ่ายกันเถอะเดี๋ยวละลายพอดี” เขาพูดตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก

   “ขออนุญาตนำรูปไปแปะไว้ที่บอร์ดตรงนั้นนะคะ” พนักงานหยิบรูปโพลาลอยส่งให้วริษฐ์ดู ช่วงขณะที่ส่งรูป ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสแตะกัน ทำเอาพนักงานสาวแอบอดที่จะเขินไม่ได้

   ส่วนชายหนุ่มทำแค่โปรยยิ้มบาง ๆ ให้ท่าทางสะดุ้งแปลก ๆ ของพนักงานสาว

   วริษฐ์มองภาพในมือมันก็ออกมาดูดีนะ เขาส่งให้คนอื่นดู ก่อนจะส่งคืนให้น้องพนักงาน

   “รูปสวยมากเลยครับ” เขาพูดชมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

    "ค่ะ ขอบคุณค่ะ” จากนั้นพวกเขาเดินออกจากร้าน ในขณะที่พนักงานสาวเดินเอารูปไปแปะที่บอร์ด

    คล้อยหลังวริษฐ์ไม่กี่อึดใจร่างสูงเดินออกไปไม่นาน กวินก็กลับมา พวกเขาไม่ได้เดินสวนกัน และไม่ได้เจอกันอย่าง...น่าเสียดาย

    กวินเดินกลับเข้ามาในร้าน กวาดสายตามองหาพี่สาคนสวยของเขา เขาเห็นเธอที่มุมหนึ่งติดกับกระจก กำลังพยายามจะถ่ายรูปตุ๊กตาฟลามิงโก้ตัวไม่ใหญ่ที่ถูกวางให้นั่งอยู่บนโต๊ะ เขาเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย

    “กินอะไรดีครับ”

    “พี่เอาชาเขียว” สาพูดพลางหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า แบงค์สีเทา เธอชอบที่จะเลี้ยงเขาจริง ๆ “พี่เลี้ยง เราจะกินอะไรก็สั่งเลย”

    “อ่ะขอบคุณนะครับพี่”

    กวินลุกขึ้นไปสั่งเครื่องดื่ม เขาชี้ให้พนักงานเห็นว่าเขามาใช้สิทธินี้กับใคร



    เมื่อเครื่องดื่มทำเสร็จและพนักงานเรียกชื่อกวิน พวกเขาถึงได้ลุกไปรับด้วยกัน เพื่อให้พนักงานสาวได้ถ่ายรูปพวกเขาเอาไว้ โพลาลอยค่อย ๆ ปรากฏรูปของพวกเขา ที่ยืนยิ้มแย้มพร้อมเครื่องดื่มในมือ รูปสวยและพวกเขาอนุญาตให้ติดที่บอร์ดได้ โดยไม่อิดออด

    ทั้งคู่กลับไปนั่งที่โต๊ะพูดคุยนั่นนี่กันไปเรื่อย จนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พระจันทร์ลอยเด่นขัดเจน พวกเขาจึงรู้ตัวว่าควรจะกลับบ้านได้แล้ว



    พนักงานเอารูปโพลาลอยของกวินไปปักไว้ข้าง ๆ รูปของวริษฐ์ เป็นความบังเอิญอย่างประหลาดที่รูปของทั้งคู่ถูกปักและวางอยู่เคียงข้างกัน ...

    แม้ว่าในชีวิตจริงทั้งคู่จะยังไม่ได้เจอกัน คลาดกันอย่างน่าเจ็บใจ คนหนึ่งจำอีกฝ่ายแทบไม่ได้ เป็นความทรงจำที่อยู่ลึกและลางเลือน ขณะที่อีกคนกลับตราตรึงและดื่มดำอยู่กับทรงจำแสนสั้นนั้น อย่างไม่อยากลืมเลือน และปรารถนาให้ได้พบอีกครั้ง



    โลกนี้มันกว้างใหญ่ คนนับร้อยนับพันที่เดินกวักไกว่อยู่บนท้องถนน หากจะหวังให้หนึ่งในนั้นที่เดินสวนกันกับฉันเป็นคุณ ขอให้คนที่เดินผ่านฉันในเร็ววันนี้เป็นคุณ ฉันจะเอื้อมมือคว้าแขนนั้นเอาไว้ และจะจับยึดไว้แบบนั้นไม่ให้คุณหายไป ท่ามกลางคนนับร้อยนับพัน... แค่ขอให้ได้พบคุณ

.

[รีบมาลงมาก สดมากกกก ไม่ได้แก้คำ ยังไม่ได้ตรวจซ้ำ ฮือ
ใช้มึงกู หรือเมิงกุดี จริง ๆ คือติดพิมพ์เมิงกุมาตลอด...]
 :z10: :z13:

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
   
บทที่ 3 คำว่ารัก ที่ไม่มีความรัก (NC18)

   วันหยุดสุดสัปดาห์ที่เงียบเหงา เขาไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากออกไปไหน จึงใช้เวลาที่มีไปกับการนอนเล่นกลิ้งเกลือก ทำงานบ้าน ทำงานอดิเรกต่าง ๆ รูปการ์ตูนที่เขาวาดขึ้นเพื่อแทนใครบางคนในความทรงจำภาพของเติ้ลนอนหลับ เขาวาดเสร็จก็นั่งนิ่งจ้องมองมัน ในใจปั่นป่วน เขาอยากจะฉีกมันทิ้ง แต่ก็ทำไม่ลง คงเพราะลายเส้นของเขาน่ารัก เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะ พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ‘เหนื่อยจังวะ เมื่อไหร่จะหายเจ็บสักที’

   ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมานั่งนึกถึงอีกคนแทน วริษฐ์ ผู้ชายที่เขาพบเจอไม่ถึง 10 นาที แต่กลับยังคงตราตรึงอยู่ในใจของเขา จนกระทั่งตอนนี้ เสี้ยวหน้าหล่อเหลาในความมืด รอยยิ้มอบอุ่น กับคำปลอบโยนที่มีให้กับเขา ให้คนอย่างเขา ...ตั้งแต่โตมา เขาไม่เคยร้องไห้ฟูมฟายให้ใครเห็น เขายิ้มแย้มอยู่เสมอ วริษฐ์เป็นคนแรกในรอบหลายปีจริง ๆ และด้วยเหตุนี้อาจเป็นอีกอย่างที่ทำให้เขาประทับใจ

   

   กิ๊งก่อง

   

   เสียงกริ่งดังในคืนวันเสาร์ที่แสนเงียบเหงา ใครมา?

   ร่างบางผุดลุกขึ้นไปส่องตาแมว เจอใบหน้าที่คุ้นเคย ‘เติ้ล... มาทำไม?’ เขาได้แต่คิดในใจ ก่อนจะเปิดประตูออกไปด้วยใบหน้างุนงง

   “สวัสดี” อีกฝ่ายเอ่ยทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พร้อมยกแขนขึ้นโชว์ถุงขนมในมือ

   “มีอะไร” กวินเอ่ยทัก เมื่ออีกฝ่ายทำตัวเหมือนเดิมจนเขางุนงง เหมือนเดิมที่เป็นมาตลอด เหมือนคนที่ไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท...

   “คิดถึงน่ะ” เติ้ลพูดเสียงเบา “ไม่ได้หรอ”

   “ก็ไม่ได้ว่าอะไร” กวินตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ขยับหลบ หรือเชื้อเชิญอีกฝ่ายให้เข้าไปในห้อง และยืนนิ่งจนเติ้ลต้องออกปากเอง

   “เอ่อ ขอเข้าไปหน่อยได้มั้ย”

   “อ๋อ เออได้สิ” ร่างบางขยับออกจาประตู พลางหมุนตัวเดินนำเข้าไปในห้อง ร่างบางนิ่วหน้าขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายเดินตามเข้ามาในห้อง ประตูปิดเสียงเบา พร้อมกับสัมผัสของคนข้างหลัง ที่กอดเอวเขาเอาไว้

   “คิดถึง” เสียงพร่ำบอกคิดถึงดังอยู่ข้างหู เพิ่งรู้ว่าเพื่อนสนิทเขาทำกันแบบนี้ ร่างสูงวางคางไว้กับลาดไหล่นุ่ม

   “จะแต่งงานอยู่แล้ว มาบอกคิดถึงคนอื่น เจ้าสาวมาได้ยินเสียใจแย่” เขาพูดประโยคทีเล่นทีจริง อีกฝ่ายอาจไม่รู้สึกอะไร แต่เขารู้สึก... มันจุกจริง ๆ

   “นายไม่ใช่คนอื่นนี่นา” ริมฝีปากร้อนบรรจงงับที่ต้นคอขาว

   “อย่า” กวินพูดออกไปแบบนั้น แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขัดขืน มันยืนนิ่งเฉย ๆ ทุกทีเขาจะเป็นคนที่สนุกและเร่าร้อนไปกับมันมากกว่าใคร แต่ตอนนี้ เขากลับไม่รู้สึกอยากทำแบบนั้น ไม่อยากเลยแม้แต่นิดเดียว ในใจของเขามันรู้อยู่แก่ใจ ว่าอีกฝ่ายเป็นของใคร และเขาก็เป็นแค่เพื่อน

    “หืม?” เติ้ลมองคนในอ้อมกอด อีกฝ่ายไม่เคยปฏิเสธเขา ไม่เคยห้ามหรือต่อต้านมาก่อน

   “อย่าเลย” กวินพูดซ้ำ เขารู้ดีว่าตัวเองต้องการความรัก ไม่ใช่เซ็กส์ เซ็กส์เป็นแค่องค์ประกอบของความรักเป็นส่วนเติมเต็มเท่านั้น สำหรับเขา... ตอนนี้ เขาไม่ต้องการทำอะไรกับเติ้ลทั้งนั้น อยากให้อีกฝ่ายยอมปล่อยเขาไป เพราะเขาเดินออกไปเองไม่ได้ แค่ปฏิเสธเสียงยังสั่น...

   แต่ก็นั่นแหละคนข้างหลังไม่ยอมง่าย ๆ ซ้ำยังขยับแนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น มือไม้ซุกซนลูบไล้ที่บั้นท้ายกลม ขย้ำบีบบั้นท้ายด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนที่มือหนาจะขยับมาสัมผัสที่เป้ากางเกงของคนตรงหน้า บางอย่างกำลังแข็งขืนด้วยอารมณ์ กวินอยากจะห้ามแต่ร่างกายกลับตอบสนอง ร่างกายที่ทำไปตามสัญชาตญาณ

   "อยากให้มัดนายเอาไว้ใช่มั้ย"

   มือหนากระตุกกางเกงของกวินออก ปลายนิ้วคว้าจับที่ดุ้นเนื้อสีหวาน นิ้วมือถูไถอยู่ที่ส่วนหัว

   "อึกอื้อ" ร่างบางตัวสั่นสะท้านเมื่อมือหนาหยอกเย้ากับจุดอ่อนไหวก่อนจะบีบกำมันเอาไว้จนเขาเจ็บ

   "เจ็บเติ้ล...เจ็บ"

   ความเจ็บปวดกลับทำให้เขายิ่งแข็ง เจ็บแต่หวาบหวาม

   "นายชอบใช่มั้ยละ" มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบางปลายนิ้วขยี้กดบี้ที่ยอดอกอ่อนไหวรุนแรงจนเขารู้สึกเหมือนมันจะหลุดติดมือออกไป

   "ซี้ดดด" กวินส่งเสียงเพื่อระบายความเจ็บปวด

   "แบบนี้แล้วยังจะห้ามอีกหรอ หืม?"

   "อึกอื้อ"

   เติ้ลขบกัดไปที่ลาดไหล่บางเต็มเเรง ยังดีที่เสื้อยืดช่วยซัพแรงเอาไว้

   "ฮึกอื้อออ" ความเจ็บทำให้เขายิ่งมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น

   ก่อนที่เขาจะถูกพามาจบที่บนเตียงนอน ร่างหนาจับอีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าจนหมดเนื้อตัวเปลือยเปล่าที่มีร่องรอยแดงเป็นจ้ำ ตามจุดที่ถูกขบเม้ม เหมือนผลงานศิลปะที่เขาสร้างขึ้นมา ร่างบางดูสวยงามจนเติ้ล ทนไม่ไหว ผลักอีกฝ่ายให้นอนลง บนที่นอนก่อนทาบทับ เขาคว้าเสื้อมามัดแขนทั้งสองข้างของกวินเอาไว้ ก่อนจับแขนให้ยกขึ้นวางเหนือศีรษะของเจ้าตัว

   เขาไม่เตรียมความพร้อมใด ๆ ไม่ใช้นิ้วเบิกทางให้ ความปราณีอีกฝ่ายมีเพียงอย่างเดียวคือการชโลมเจลให้ทั่วก่อนจะใส่เข้าไปทีเดียวทั้งหมด

   "อื้อออออ" ร่างบางร้องคราง เนื้อตัวเกร็งสั่น ความเจ็บปวดแล่นริ้วราวกับจะฉีกขาด

   “เติ้ล ... เติ้ล อะ” เสียงหวานพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่าย ด้านล่างเจ็บหน่วงจนน้ำตาคลอ

   "อยากให้ขยับแล้วล่ะสิ" เติ้ลเอ่ยทักเมื่อด้านในตอดรัดเขาหนัก  จนเขาเองก็พุ่งพล่านจนทนไม่ไหว

   เขาถอนแก่นกายออกเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปเต็มแรง

   "อ๊าาาา" กวินทั้งจุกทั้งเสียว มันเจ็บมากจริง ๆ

   แก่นกลางของกวินสั่นระริก ราวกับเขากำลังจะเสร็จจากการสอดใส่และขยับอย่างรุนแรงของอีกฝ่าย มือหนากอบกุมส่วนอ่อนไหว เขาบีบตรงส่วนโคนเอาไว้แน่น ขณะขยับเอวไปด้วย จนกวินที่รู้สึกวูบวาบจนใกล้จะไปถึงแต่ไม่สามารถปลดปล่อยได้

   ร่างบางบิดเร้าด้วยความทรมาน ดวงตาฉ่ำพยายามอ้อนวอนริมฝีปากบาง พยายามขยับพูด

   "ฮึก อ๊ะ เติ้ลล ให้กวิ- ให้เสร็จอ๊า"

   "ไม่ เพราะกวินดื้อ"

   "อ๊า ไม่ ไม่ดื้อ ปล่อย"

   สะโพกหนาทำหน้าที่เป็นอย่างดีขยับเข้าออกไม่ยอมหยุด ทำให้ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความทรมานทั้งจากหน้าและหลัง

   "บอกสิ ว่าจะไม่ดื้อกับเติ้ล"

   "ไม่ดื้ออออ่า"

   สิ้นคำมือหนาก็ยอมปล่อยมือ ร่างบางกระตุกเกร็งอย่างแรง ก่อนจะพ่นของเหลวสีขาวขุ่นออกมา มันออกมาแรงจนพุ่งรดลงมาบนแผงอกของเจ้าตัว ร่างบางตาปรือหมดแรง

   ขณะที่เติ้ลยิ้มให้กับภาพเซ็กซี่ตรงหน้า สะโพกขยับเร็ว เร่งจังหวะเพื่อไปถึงจุดหมาย

   ทั้งรุนแรงกระแทกกระทั้น มือหนาจับขาข้างหนึ่งยกขึ้นวางพาดบนไหล่เพื่อให้สามารถเข้าไปได้ลึกกว่าเดิม

   “อึก” ร่างบางร้องเมื่อสิ่งนั้นเข้าไปลึกมากเกินไป

   "ไม่ไหวแล้ว อ๊า" เติ้ลกดสะโพกเข้าไปจนมิดพร้อมพ่นของเหลวอุ่นร้อนเข้าไปจนหมด กวินรู้สึกร้อนวูบวาบ ตอนนี้เขาชาหนึบไปหมดทั้งช่วงล่าง ร่างหนาถอนดุ้นเนื้อ หยาดหยดที่พ่นเข้าไป ไหลเอ่อล้นตามออกมา

   มือหนาลูบไล้แก้มนิ่มแผ่วเบา

   เขาพึมพำเสียงเบา "ไม่มีกวิน เติ้ลจะอยู่ยังไง"

   ร่างบางขมวดคิ้วมุ่น มันเป็นถ้อยคำที่เขาชอบฟังมาตลอด แต่ไม่ใช่วันนี้...พูดมันออกมาแล้วจะได้อะไร ในเมื่อในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะไปแต่งงานกับคนอื่นแล้ว...

   ร่างบางมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

   "ต่อให้เติ้ลแต่งงานเราก็ยังทำกันอยู่แบบนี้ได้มั้ย"

   ร่างบางเม้มปากแน่น นี่ไม่ใช่รัก นี่คือความใคร่

   "แต่ว่ามัน..."

   ริมฝีปากร้อนประกบทาบทับทันทีโดยไม่รอให้กวินพูดจนจบประโยค ลิ้นร้อนตวัดตักตวงความหวาน จูบเร้าร้อนยาวนานจนร่างบางหายใจไม่ทัน

   "ไม่แต่อะไรทั้งนั้น" เติ้ลพูดอย่างคนเอาแต่ใจ

   'รั้งเขาไว้ทำไม'

   เขากัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซิบ พอมันเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไปดี เป็นที่ระบายความใคร่ลับๆแบบนี้ต่อไปงั้นหรือ

   "เติ้ลแบบนี้มัน..."

   ร่างสูงขยับคุกเข่าคร่อมร่างอีกฝ่ายเอาไว้ พลางเอาดุ้นเนื้อจ่อที่ริมฝีปากของคนด้านล่าง อย่างไม่สนใจฟังเสียงทักท้วงใด ๆ

   "กวินอ้าปาก" เขาเอาแต่ใจ บงการ ชอบสั่ง

   ริมฝีปากบางจำใจเผยอออกตามคำสั่งนั้น มือข้างนึงคว้าเข้าที่ท้ายทอยอีกฝ่าย ส่วนมืออีกข้างจับดุ้นเนื้อดุนดันเข้าไปในปากจนมิดโคน มันเข้าไปลึกจนถึงคอ กวินรู้สึกทรมาน รู้สึกไม่ดีเอาซะเลย การร่วมรักกับเติ้ล ไม่ใช่เรื่องที่เขาชอบอีกแล้ว ไม่อยากร่วม ไม่อยากรัก!

   “ทำให้เติ้ลสิ”

   ร่างบางช้อนตามองจ้องอีกฝ่าย ได้! อยากให้ทำก็จะทำให้

   ในโพรงปากนุ่ม ลิ้นร้อนกำลังขยับไปมามันไล้วนไปทั่ว จะทำดี ๆ เผื่ออีกฝ่ายจะขยับออกไปบ้าง มือบางขยับลูบไล้ส่วนโคน ฟันเล็กงับเบา ๆ เขาห่อปากพลางขยับหน้าเข้าออก ให้ฟันครูดเล็กน้อยกับส่วนนั้น

   “อื้อ ดีกวิน”

   มือหนาจับศีรษะอีกฝ่ายแน่นก่อนจะขยับเอวเข้าออก ลึกสุดคอ

   “อุก อุก” กวินแทบน้ำตาไหลเมื่อมันเข้าไปลึกเกินไป จนหายใจแทบไม่ออก

   “ซี๊ดดดดด ดี” เขากดศีรษะอีกฝ่ายแน่นเมื่ออารมณ์ทะยานถึงขีดสุด น้ำรักถูกพ่นเข้าไปในปาก กวินพยายามกลืนมันลงไปก่อนที่จะหายใจไม่ออก

   ร่างสูงยอมถอนแก่นกายออกจากปากอีกฝ่าย

   “แค่ก ๆ “ กวินสำลักไอหน้าดำหน้าแดง

   มือหนาลูบไล้ริมฝีปากบางแผ่วเบา ก่อนจะก้มลงจุ๊บมันเบา ๆ

   “ขอโทษทีนะ มันรู้สึกดีมากไปหน่อย”

   “อื้อ”

   มือหนาเอื้อมไปปลดพันธนาการที่ข้อมือบางให้ ก่อนจะไล้จากปลายนิ้ว และมาหยุดที่แก้มทั้งสองข้างของกวิน เขาจับดึงมันเล่น

   “ถ้าวันนั้นเติ้ลไม่ลืมเอาอุปกรณ์อาบน้ำไป เราคงไม่ได้สนุกด้วยกันแบบนี้”

   ร่างบางนึกตามถึงเรื่องวันนั้น

   .

   .

   6 เดือนก่อน

   ทั้งคู่แวะไปว่ายน้ำด้วยกันที่อควาติกของมหาวิทยาลัย กวินขึ้นจากสระก่อน ขณะที่เขากำลังอาบน้ำอยู่ดี ๆ ก็เกิดความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา เขาก็เลยแอบช่วยตัวเองในที่สาธารณะ แต่จริง ๆ มันก็มิดชิดนะ เพราะมีม่านพลาสติกสีเทาปิดซ่อนพฤติกรรมของเขาเอาไว้

   ร่างบางพิงหลังกับผนังห้องน้ำพลางหลับตาพริ้ม คิดว่ากำลังทำอยู่กับใครสักคน เขาเม้มปากแน่นอย่างเก็บเสียง ถ้าเสียงหลุดออกไปความแตกแน่

   

   ม่านเปิดออก พร้อมกับที่เติ้ลยื่นหน้าเข้าไป ดวงตาเบิกโพล่งมองเนื้อตัวเปลีอยเปล่าขาวซีดของอีกฝ่าย หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วทั้งตัว หน้าอกกำลังขยับสั่นไหวด้วยอารมณ์พุ่งพล่าน ใบหน้าหวานขึ้นสีเรื่อ ดวงตาหลับพริ้ม ปากเม้มแน่น ขณะที่ฝ่ามือเรียวยังคงรูดรั้งแก่นกลาง เร็วขึ้นเรื่อย ๆ

   ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาเติ้ลต้องลอบกลืนน้ำลาย เซ็กซี่จนมีอารมณ์ตาม เขาไม่เคยคิดจะเกินเลยกับผู้ชายด้วยกันมาก่อน จนกระทั่งตอนนี้ กับเพื่อนสนิท

   พวกเขาสนิทกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายเห็นกันมานาน แต่ไม่เคยรู้จักมุมแบบนี้ของอีกฝ่ายมาก่อน

   “อึก” ร่างบางหลุดเสียงออกมาเบา ๆ ถ้าเขาไม่แอบเปิดม่านดูคงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร เพราะเสียงน้ำกลบทุกอย่างไปหมด

   เติ้ลก้าวเท้าเข้าไปในห้องน้ำพลางรูดม่านปิด กวินถึงได้ยินเสียงแปลก ๆ แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาเบิกโพล่งเมื่อเห็นว่าใครเข้ามา

   มือหนาขยับไปเกาะกุมแท่งเนื้อสีหวาน ก่อนจะช่วยขยับข้อมือ พากวินไปส่งถึงขอบสวรรค์

   เขาขยับแนบชิดอีกฝ่าย บางสิ่งที่อยู่ตรงกางเกงว่ายน้ำกำลังอยากออกมาด้านนอก มันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

   “ไม่เอา”

   “กุรักเมิง”

   กวินขมวดคิ้ว รัก?

   ร่างหนาถอดกางเกงว่ายน้ำออก ก่อนจะเข้าจู่โจมอีกฝ่าย เริ่มที่จูบเร้าร้อน ร่างกายโถมทับดันอีกฝ่ายติดกับผนัง ก่อนจะยกเอวร่างบางขึ้นมา นิ้วเรียวถูกสอดเข้าไปเพื่อเบิกทาง

   “อึก อื้อ” ร่างบางเผื่อครางออกมาเมื่อปลายนิ้วนั้นสะกิดถูกจุดที่ไวต่อความรู้สึก

   “ชู่ววว” ร่างสูงเตือนอีกคนเสียงเบา ก่อนจะดึงเอาผ้าขนหนูผืนเล็กให้อีกฝ่ายกัดเอาไว้ ก่อนที่ดุ้นร้อนจะถูกใส่เข้าไปโดยไม่รีรอ

   มือบางจิกลงไปบนลาดไหล่หนา อย่างระบายความเจ็บปวด

   เติ้ลกดกักความรู้สึกที่พุ่งพล่าน ขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสัน มันแน่น มันคับ ไม่คิดเลยว่าจะรู้สึกดีขนาดนี้ เขาขยับช้า ๆ ให้ทั้งคู่ได้ปรับจูนเข้าหากัน จุดที่เชื่อมต่อกันร้อนระอุแทบหลอมละลาย สายน้ำเย็นจากฝักบัวไม่สามารถดับความรู้สึกของเขาได้

   “เฮ้ย กัฟวันนี้จะว่ายกี่รอบวะ”

   “สิบพอ เหนื่อย”

   มีคนเดินเข้ามาในห้องน้ำ ร่างบางกัดผ้าแน่นดวงตาหวานฉ่ำมีแวววิตกกังวล ขณะที่เติ้ลนึกสนุก เขาขยับสะโพกเร็วขึ้น ทำให้ร่างบางเชิดหน้าขึ้นด้วยความเสียวซ่าน เขาพยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้ส่งเสียงออกไป

   มีแค่เสียงเนื้อที่กระทบกันเท่านั้นที่ไม่สามารถควบคุมได้ ก็ได้แต่หวังว่าเสียงน้ำจะกลบมันได้มิด

   ร่างบางตัวสั่นสะท้าน แรงกระแทกกระทั้นดุดันของเติ้ล ทำเอาเขาหัวสั่นหัวคลอน มือบางคว้าจับไหล่อีกฝ่ายไว้แน่น กลัวก็กลัวตก เสียวก็เสียว ร่างบางกระตุกเกร็งเมื่อไปถึงจุดหมาย พ่นน้ำขาวขุ่นเปรอะเปื้อนหน้าท้องของอีกฝ่ายใบหน้าเนียนสบอยู่กับลาดไหล่หนา

   “อดทนนิดนะ” เติ้ลกระซิบเสียงเบาก่อนเร่งจังหวะขยับสะโพก เขาบีบบั้นท้ายกลึงแน่นเมื่อไปถึงจุดหมาย น้ำรักถูกฉีดพ่นเข้าไป ก่อนจะค่อย ๆ ไหลออกมาตามแรงโน้มถ่วง

   เติ้ลยอมปล่อยกวินลงจากสภาพหน้าอาย ร่างบางยืนพิงผนังห้องน้ำอย่างอ่อนแรง ตอนแรกแค่จะช่วยตัวเองเฉย ๆ แต่ดันเกินเลยไปถึง...

   .

   .

   ครั้งแรกที่ไม่น่าปล่อยให้เกิดขึ้น เพราะคำว่ารักคำเดียวที่ทำเอาเขาหัวใจสั่นไหว เติ้ลเป็นคนมีเสน่ห์ในแบบที่ผู้หญิงหลายคนจะต้องสนใจ มีหน้าตาหล่อเหลาน่าดึงดูด เขาไม่เคยสนใจมาก่อนเพราะว่าพวกเขาคือเพื่อนกัน ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเขาชอบเพศเดียวกัน เพราะเขาระมัดระวังตัว จะทำอะไรกับใครบ้างก็เป็นคนที่อยู่ห่างไกลจากแวดวงสังคมของเขา เพื่อให้เขาสนุกกับมันได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวหรือกังวลใด ๆ

   แต่วันนั้น... เขาพลาดเลยได้บางอย่างที่ไม่ควรได้มา

   คำว่ารักของเติ้ล ที่เป็นแค่คำพูดลอย ๆ ที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นคำที่สำคัญจริง ๆ และอีกฝ่ายก็คงใช้มันเพื่อให้เขายอมในวันนั้น ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าคำว่ารักนี้มันไม่มีความหมาย จนได้เห็นการ์ดใบนั้น การ์ดที่อยู่ในซองสีเขียวอ่อน นั่นทำให้เขาได้รู้

   

   คำว่า รัก ที่ไม่มีความรัก...

,

 :serius2:

[กวินลูกกกกก จะเจ็บอีกกี่ครั้งงง น่าสงสาร

พูดคุยเม้นบ่นกันได้นะค้าาาาา]

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
   
บทที่ 4 ยินดี...ด้วยนะ (NC 18)

   

   ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันแต่งงานของเติ้ล...

   กวินยืนจ้องมองตัวเองอยู่หน้ากระจก วันนี้เขาสวมสูทสีเขียวอ่อนที่ถูกจัดเตรียมโดยว่าที่เจ้าบ่าว มันพอดีตัวเป๊ะ เพราะเขายอมตกปากรับคำเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ ชุดก็ถูกส่งมาก่อนวันงาน 1 อาทิตย์ พอดิบพอดี ใสได้โดยไม่ต้องส่งแก้ เพราะอีกฝ่ายดูจะรู้จักสัดส่วนของเขาเป็นอย่างดี แต่ทำไมต้องเป็นเขาวะแม่ง... พวกไอ้แต้ม โจ้ นุกก็น่าจะพอแล้ว น่าจะปล่อยให้เขานั่งสงบ ๆ ในมุมหนึ่งของงานก็พอ

   ติ้ง ติ้ง

   ‘ไอ้กวิน เสร็จยังวะ

   ลงมาได้แล้ว’ โจ้แชทมาหาเขา เพราะอีกฝ่ายคงขับรถมารอที่ใต้ตึกของเขาแล้ว

   “เออ เดี๋ยวลงไป” เขาพิมพ์ตอบไปพร้อมคว้ากระเป๋าเป้ใบเล็กมาถือไว้ หันหน้ามองกระจกก่อนจะฉีกยิ้มให้มัน วันนี้ก็ต้องยิ้มประมาณนี้ทั้งวัน ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

   

   ปิ้น ปิ้น

   เสียงบีบแตรเบาๆ เรียกความสนใจจากเขา ให้หันไปมองที่รถคันนั้น รถที่เขาไม่คุ้น รถเก๋งคันสีดำเงาวับ ป้ายแดงเขาก้าวเท้าเดินไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนกระจกรถจะเลื่อนลงพร้อมเสียงตะโกนเรียก

   “ไอ้กวิน มันหล่อจังว้อย” เสียงแต้มตะโกนเรียกออกมาจากภายในรถ

   กวินก้าวฉับตรงไปที่รถคันนั้น เมื่อมั่นใจว่าเป็นรถของเพื่อนตัวเอง เขาเปิดประตูข้างหลังพลางทักทายเพื่อนใน

   “หวัดดีว่ะ”

   ในรถคือเพื่อนแก๊งที่ไปกินบุฟเฟต์ด้วยกัน โจ้คนขับ แต้มนั่งข้างคนขับเป็นคนคอยดูทาง ส่วนนุก และเขานั่งที่ด้านหลัง รวมเป็นสี่คน ธีมงานนี้คือสีเขียว ทั้งสี่คน ก็มาแบบสีเขียวคนละแบบ คิดว่าพอมายืนเรียงกันก็คงไล่เฉดกันได้พอดี

   

   “นี่รถใครวะ” กวินเอ่ยถาม รถใหม่ที่ไม่คุ้นเคย

   “รถกุ พ่อเขาจะเอารถเขาคืน กุก็เลยต้องซื้อใหม่ ก็เลยหารเงินดาวน์กันกับพ่อ” โจ้พูดตอบม้วนเดียวจบ กวินคิดว่าคงถูกถามมาแล้วหลายรอบ อย่างน้อยต้องสองละ จากไอ้สองคนนี้

   “เออดีว่ะ

   “วันนี้เมิงมาแบบเขียวอ่อน ดูผู้ดีชิบหาย” โจ้เปลี่ยนเรื่องพูด เขามองสำรวจอีกฝ่ายจากกระจกมองหลัง

   “เออ เหมือนเจ้าชายเลยว่ะ” นุกพูดเสริม

   “พวกเมิงอย่าอิจฉาที่กุหน้าตาดีเลย” กวินพูดพลางยิ้มกว้าง

   “แม่ง หลงตัวเอง” แต้มพูดตอก เมื่อคนถูกชมยิ่งทำหน้าภาคภูมิใจ ไม่มีถ่อมตัว แม้มันจะหล่อจริง ๆ ก็ตาม แต่ถ้ามองดี ๆ ออกแนวน่ารักมากกว่าหล่อ หน้าหวานออกขนาดนั้น ถ้าหล่อน่ะมันต้องแบบไอ้เติ้ล หน้าหล่อเหลาแบบที่เห็นแล้วสาว ๆ อยากจะพลีกายให้

   “เมิงส่งแก้สูทกี่รอบวะกวิน” โจ้เอ่ยถาม พลางบ่นต่อ “กุแก้ตั้ง 2 ครั้ง กว่าจะพอดี”

   “กุไม่ได้แก้เลยว่ะ พอดีแต่แรก”

   “เออดีว่ะ”

   “นี่ทุกคนต้องส่งแก้กันหมดเลย คนละรอบ”

   “กุหุ่นดีมาตรฐานอ่ะเมิง มาก็ใส่ได้พอดีเลย” ...อีกฝ่ายรู้จักสัดส่วนเขาดี

   “หลงตัวเองสัส ไปคาดเข็มขัด กัปตันจะออกเดินทางแล้ว” โจ้พูดขึ้น

   ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไป เสียงพูดคุยหยอกล้อดังไปตลอดทาง กลุ่มผู้ชายพูดมากขุดเรื่องต่าง ๆ ขึ้นมาพูด ทั้งกีฬา การ์ตูน ไปจนถึงเรื่องนินทาต่าง ๆ พร้อมปล่อยมุกแป๊กกันไปตลอดทาง กวินยิ้มขบขันอย่างไม่ต้องพยายาม พวกนี้เป็นกลุ่มเพื่อนสนิทที่เขามี เขาเล่าหลาย ๆ เรื่องให้พวกมันฟังได้ ยกเว้นเรื่องเติ้ล และความสัมพันธ์ที่เกินเลย รวมถึงรสนิยมของเขาที่ยังไม่มีใครรู้ ไม่รู้ว่าถ้าพวกมันรู้แล้ว จะรับได้หรือเปล่า ... ไว้อนาคตค่อยบอกละกัน ส่วนเรื่องเติ้ล ปล่อยให้มันเป็นความลับไปจนตายดีกว่า

   ในตอนนี้เขายังคงสบายดีจนกว่าจะเจอหน้าต้นเหตุของความเสียใจ

   

   โรงแรมที่จัดงานใหญ่โตหรูหรา ในงานเต็มไปด้วยรูปถ่ายของทั้งคู่ ดูดีเหมาะสมกันจริง ๆ เขายิ้มออกมาแม้จะรู้สึกเศร้าขึ้นมานิดหน่อยก็ตาม

   พวกเขามาถึงก่อนเวลาเริ่มงานหลายชั่วโมง เพราะเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าบ่าว ก็เผื่อว่ามันจะมีอะไรให้ช่วย แต่ละคนถูกกระจายให้ไปช่วยจุดต่าง ๆ กวินถูกตามไปที่ห้องด้านบนโดยพนักงานโรงแรมคนหนึ่ง

   “หืม? ห้องนี้หรอครับ” เขาไม่รู้ว่าถูกตามไปทำอะไร

   ประตูถูกเปิดออกเขาเดินเข้าไปในห้องก่อนที่ประตูจะปิดลง เขาเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดสูทสีขาว นั่งอยู่บนเตียงนุ่ม ชุดเจ้าบ่าวทำให้อีกฝ่ายยิ่งดูหล่อเหลาเป็นพิเศษในวันนี้ ดูดีจนเขาอดที่จะหวั่นไหวไม่ได้

   “มีอะไรให้ช่วยหรอ” เขาเอ่ยทักเมื่ออีกฝ่ายยังไม่หันมาหาเขา จะด้วยเหม่อจนไม่รู้สึกตัว หรือจะเพราะรอให้เขาเรียกก็ไม่รู้

   “มานี่สิกวิน” เติ้ลหันมายิ้มพลางตบพื้นที่ข้างตัวเองเป็นเชิงเรียก

   กวินเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย เขาไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการให้เขาทำอะไร แต่ก็ยอมหย่อนตัวนั่งไปบนเตียงนุ่ม

   เติ้ลผุดยิ้ม พลางขยับเข้ามาใกล้ มือหนาวางลงบนเตียง เขาโน้มใบหน้าเข้าไปหา

   “เฮ้ย จะทำอะไร” กวินร้องเสียงหลง เมื่ออีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะจูบเขา ในชุดเจ้าบ่าว...

   “จูบไง”

   “ไม่ได้ ไม่ควร”

   เติ้ลไม่เคยฟังคำทัดทาน ริมฝีปากของเขารุกรานเข้าครอบครองริมฝีปากของอีกคนอย่างรวดเร็ว มือบางยกขึ้นดันอีกฝ่ายออก แต่มือหนากลับใช้แค่มือข้างเดียว กำข้อมือทั้งสองข้างของกวินเอาไว้แน่น ก่อนจะยอมถอนจูบ

   ร่างบางพยายามจะขัดขืน แต่แน่ละ เขาสู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้ ได้แต่ร้องขอความเห็นใจ

   “เติ้ล...ปล่อย เจ็บ”

   เขายิ้ม ขณะที่มืออีกข้าง กลับทำสิ่งที่ร้ายแรงยิ่งกว่า เมื่อมันขยับไปสัมผัสกับเป้ากางเกงของกวินแทน อีกฝ่ายยังไม่มีอารมณ์ร่วมกับเขามากนัก แต่เขารู้ดีว่าจะปลุกอีกฝ่ายยังไง

   “อย่าทำแบบนี้ วันแต่งงานของนายนะ” กวินปฏิเสธเสียงเบา มันไม่ควร! ไม่ควรที่เขามาอยู่สองต่อสองกับเติ้ล

   “แล้วยังไงล่ะ”

   มือหนาลูบไล้ดุ้นเนื้อแผ่วเบา ก่อนจะคว้าหมับ กำแน่นเต็มฝ่ามือ

   “อึก ขอร้อง ... ไม่ให้เกียรติเรา อ่ะ” มือหนายังคงขยับอยู่ เขาก็อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทนได้แค่ไหน “อื้อออ ก็ให้เกียรติว่าที่เจ้าสาว ขะ ของนาย” ร่างบางพูดจนจบประโยค แม้ลมหายใจจะขาดห้วงเมื่ออีกฝ่ายแกล้งเขา ปลุกปั่นเขา จนร่างกายสั่นสะท้าน ดวงตาหวานฉ่ำมีประกายดื้อรั้น

   “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้น...” เติ้ลแลบลิ้นเลียริมฝีปาก “ทำให้ดู แล้วเติ้ลจะปล่อยกวินไป สำหรับวันนี้”

   ร่างบางเม้มปากแน่น คนถือไพ่เหนือกว่าเห็นอีกฝ่ายนิ่งเฉยก็เร่งขยับฝ่ามือซุกซน เค้นคลึงลูบไล้ ถ้าหากไม่ตกลง กางเกงตัวนี้ได้เลอะแน่ ๆ   

   “ก็ได้” กวินตอบรับเสียงเบา เติ้ลถึงได้ยอมปล่อยมือที่เกาะกุม ทั้งข้อมือบาง และแก่นกลางที่กำลังแข็งตึงในกางเกงสีเขียวอ่อน

   “เร็วสิกวิน รอดูอยู่”

   ร่างบางจำต้องถอดกางเกงออก จนเหลือชั้นใน ร่างสูงล้วงหยิบซองฟอยอันเล็กออกมา ยื่นส่งให้ เขารับมันมาพลางเก็บอาการที่มีต่อสายตาหวาบหวามที่จับจ้องเขาราวกับอยากจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

   กางเกงชั้นในถูกรูดออกมากองที่ขา แก่นกายแข็งขืนปรากฏชัด ร่างกายทรยศ เขาอยากห้าม แต่ไม่เคยทำได้ มือเรียวฉีกซองฟอยออก ก่อนจะค่อย ๆ บรรจงใส่ถุงยางอนามัยลงไป

   อีกฝ่ายมองจ้องเขาไม่วางตา พาเอาเข้าจริง ก็รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ สถานการณ์ตอนนี้ มันบ้าบอสิ้นดี ช่วยตัวเองต่อหน้าว่าที่เจ้าบ่าวของคนอื่น!

   ริมฝีปากบางร้องครางเมื่อเขาเริ่มเล่นกับตัวเอง มือบางกำรูดแท่งเนื้อของตัว รีบ ๆ ทำ จะได้จบ ๆ

   “อื้ออออ”

   มือบางขยับรูดรั้งเข้าออก จากช้า ๆ เล่นกับจุดอ่อนไหวที่เขารู้จักดี ตรงไหนที่เขาจะรู้สึกดี โดยเฉพาะ ถุงเล็ก ๆ กับส่วนโคน

   “ซี๊ดดดด”

   กวินเชิดหน้าขึ้นเมื่ออารมณ์ใกล้ไปถึงจุดสุดท้าย มือเรียวขยับเร่ง พร้อมกับสะโพก ที่เด้งสวนกับมือของตัวเอง เหงื่อไหลซึมผุดพรายตามใบหน้า ริมฝีปากเม้มแน่น มันใกล้... ใกล้จบแล้ว

   “ฮึก อึก อื้อออ” ร่างบางกระตุกก่อนพ่นหยาดหยดออกมาจนได้ดีที่มีถุงยาง ทำให้มันไม่เลอะเทอะ เขาหายใจหอบเหนื่อย ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย อีกฝ่ายเห็นเขาเป็นอะไร เป็นแค่ของเล่นหรืออย่างไร

   เติ้ลมองร่างบางตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ เซ็กซี่เหลือเกิน ใครจะดูเซ็กซี่ได้เท่านี้อีก ไม่รู้ทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงได้เซ็กซี่ได้มากขนาดนี้ ทั้งที่พวกเขาก็เติบโตมาด้วยกัน แต่อีกฝ่ายกลับทำให้เขาคลั่งไคล้ในเรือนร่างบอบบางที่ก็มีทุกอย่างเหมือนกันกับเขา แต่กลับแตกต่าง ร่างขาวเนียนที่เขาได้สัมผัสมาตลอดช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ผิวขาวเนียนที่ทำให้เขาอยากจะทำให้มันเป็นรอย และอีกฝ่ายก็ดูจะชื่นชอบที่จะให้เขาทำรุนแรงด้วย

   “พอใจแล้วใช่มั้ย” ร่างบางพูดเสียงเบา ก่อนจะก้มหยิบกางเกง และเดินหนีไปที่ห้องน้ำ มือหนาขยับเอื้อมคว้าข้อมือบางเอาไว้ ก่อนจะมอบจูบเร้าร้อนให้อีกครั้ง

   ครั้งนี้กวินไม่พอใจจริง ๆ เขาใช้แรงที่มีผลักอีกฝ่ายออก ดวงตามีประกายวูบไหว บางครั้งเขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีศักดิ์ศรี บางทีก็รู้สึกว่าทำไมตัวเองต้องอดทน ต้องยอม ต้องยิ้มทั้งที่ไม่มีความสุข ... เขาสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม

   “ช่วยรักษาสัญญาด้วย”

   เติ้ลมองอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะยอมปล่อยมือ เมื่อคิดว่าครั้งนี้อีกฝ่ายดูจะโกรธจริง ๆ เขาอาจจะทำเกินไปสักหน่อย แต่ก็ช่วยไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายน่ารักมากเกินไป

   ร่างบางชำระล้างทำความสะอาดส่วนล่างของตัวเอง พอก้มหน้าลง ก็เหมือนน้ำตาจะเอ่อขึ้นมาตามแรงโน้มถ่วง กวินเงยหน้าขึ้นพลางกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่หยาดน้ำตาที่เอ่อล้น ...เขาจัดการแต่งตัว และตรวจเช็คสำรวจร่างกายของตัวเอง ว่ามีจุดไหนที่ดูโทรม และไม่เข้าที่เข้าทางหรือเปล่า

   เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเดินออกไปนอกห้องน้ำ เขาพบว่าร่างสูงนั่งอยู่บนเตียง เหมือนตอนที่เขาเข้ามา ร่างบางละสายตาพลางเดินไปทางประตู เข้าต้องออกไป ก่อนอีกฝ่ายจะมาทำอะไรแบบนั้นอีก

   "กวิน...ขอโทษ” เสียงเรียกและคำขอโทษจากอีกคน ทำเอาร่างบางชะงักเท้าไปชั่วขณะหนึ่งแค่ไม่กี่วิ ที่ทำเอาหัวใจของเขาอ่อนยวบแต่ก็ทนฝืน แบบนี้มันไม่ถูกต้องเลยเรื่องที่กำลังทำกันอยู่แบบนี้ มันไม่ถูกต้อง เขาไม่ได้หันกลับไปหาเจ้าของเสียงเรียก แต่กลับเลือกเดินออกไปจากห้อง ต่อให้เขาจะรู้ดีว่าคงตัดอีกฝ่ายไม่ขาด แต่ก็ขอ แค่วันนี้ ให้เขาได้หลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่บ้าง เพื่อว่าที่เจ้าสาวที่น่าสงสารผู้ที่ไม่ได้รู้เรื่องด้วยเลย ว่า...ว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเอง กำลังทำอะไรกับเพื่อนสนิท และตัวเขาที่น่าสงสารยิ่งกว่าที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่มีวันจะรัก รู้ทั้งรู้ว่าเขากำลังจะเป็นของใคร รู้ทั้งรู้ว่าเป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่ แต่ก็ตัดเขาออกไปไม่ขาด



   “ไอ้กวิน ไปไหนมาวะ” แต้มเอ่ยทักขณะยกเก้าอี้

   “ช่วยงานดิ นั่นจะเอาไปไหน”

   "ไว้ข้างนอกตัวนึง ให้คนที่อยู่ตรงซุ้มถ่ายรูป”

   “อ๋อ โอเค” ร่างบางเดินตามอีกฝ่ายไปพออกมาด้านนอก ก็เจอว่าทั้งสองคนกำลังพันสายไฟดวงเล็ก ๆ กับเสา ตอนกลางคืนคงสว่างไสวสวยงามน่าดู แต้มวางเก้าอี้ในตำแหน่งที่หมาย

   พวกเขาช่วยงานกันเสร็จ ก็มาที่ซุ้มถ่ายรูป พวกเขาถ่ายรูปเล่นกันก่อนปริ้นออกมาเก็บเป็นที่ระลึก



   “สวยหล่อ สมกันดีเนอะ”

   “อิจฉาเจ้าสาวจัง” เสียงคนข้างหลังเขา พูดคุยกัน ทำให้พวกเขาหันหลังไปดู คู่บ่าวสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์ เดินเคียงคู่กัน มือหนาโอบเอวบางเอาไว้อย่างทะนุถนอม ทั้งคู่ยิ้มแย้มรับแขกเหรื่อที่กำลังทยอยมากัน

   “วันนี้กุยอมให้ไอ้เติ้ลหล่อกว่ากุวันนึง” โจ้พูดพลางยกแขนวางพาดที่คอของกวิน

   “เออ เห็นว่าเป็นงานมัน กุเลยยอมนะ” นุกพูดต่อ

   “...” กวินได้แต่มองภาพนั้นนิ่ง ๆ เทพบุตรชุดขาวตรงนั้น เมื่อกี้เพิ่งทำเรื่องร้ายกาจกับเขา...



   เมื่อถึงกำหนดเริ่มงาน พวกเขาก็เดินไปเอาซองใส่กล่องและรับของชำรวยคนดูแลส่วนนี้เป็นแก๊งเพื่อนของเจ้าสาว หน้าตาน่ารักกันทั้งนั้น

   พวกเขาต่างเขียนคำอวยพรให้คู่บ่าวสาว กวินก็เช่นกัน

   

   ‘ยินดีด้วย ขอให้มีความสุข รักกันนาน ๆ

   กวิน’



   “เจ้าสาวว่าสวยแล้ว เพื่อนเจ้าสาวนี่ยิ่งกว่าอีกว่ะ” แต้มพูดกระซิบ หลังจากเดินคล้อยหลังออกมาไม่ไกล

   “เออ แม่มเจริญหูเจริญตา” โจ้เสริมทับ ด้วยดวงตาแพรวพราว

   “คนผมยาวที่มัดหางม้ากุจอง” นุกพูดจองขึ้นมาหน้าตาเฉย ถึงจะเป็นการพูดเล่นในหมู่ชายโสดวัยกลัดมันทั้งสามคน กวินก็อดที่จะเห็นด้วยไม่ได้ ว่าสาว ๆ ตรงนั้นหน้าตาดีกันจริง ๆ

   “คนไหนสเปกเมิงฮะ ไอ้หล่อกวิน” แต้มพูดพลางอ้าแขนกอดคออีกฝ่าย กวินมันหน้าหวาน ผิวพรรณดูสะอาด ไม่เหมือนผู้ชายทั่ว ๆ ไป อย่างเขาเองนี่โคตรจะดูเถื่อน ถ้าจีบสาวแข่งกับมัน ท่าจะแพ้

   “กุได้หมดเลย” เขาพูดยิ้ม ๆ

   “โห ไอ้คาสโนว่า” แต้มพูดด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้อีกฝ่าย น่าแปลกใจที่มันก็ยังไม่มีแฟนสักที ทั้งที่ก็หน้าตาดี นิสัยดี ไม่เหมือนกับเขา เถื่อนทั้งนิสัยทั้งหน้าตา แถมปากก็ไวอีกต่างหาก

   พวกเขาเดินไปนั่งประจำที่โต๊ะ พลางส่งเสียงทักทายคนที่นั่งอยู่ก่อน คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ไม่ตื่นเต้นมากเพราะเมื่อเดือนก่อนก็เพิ่งเจอกัน

   “ฮายยยย หวัดดี” หญิงสาวผิวขาวในชุดแสกสายเดี่ยวสีเขียวเข้ม ส่งเสียงร้อง พลางโบกมือทักทายพวกเขาอย่างร่าเริง

   “หวัดดีจีจี้”

   “วันนี้แขนล่ำเชียว”

   “ไอ้แต้ม” จีจี้ขมวดคิ้วพลางฟาดมือใส่แต้มที่ทักเธอจนแทบเสียความมั่นใจ

   เพราะแต้มปากไวแบบนี้ ถึงได้ไม่มีแฟนสักที



   “เขาว่าอาหารที่โรงแรมนี้อร่อยมาก”

   “ดูรีวิวมาเหมือนกัน”

   “โรงแรมก็หรูมากเลยนะคะ”

   “นั่นสิ”

   เสียงพูดคุยจอแจจาก โต๊ะจีนสามโต๊ะ ที่เป็นเพื่อนสมัยม.ปลายของเจ้าบ่าว มุมนี้เสียงดังคึกครื้นเป็นพิเศษ กินไปคุยไปสนุกสนานกันมาก

   ก่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะเดินมาถ่ายรูปรวมด้วยกัน

   “เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เรียนเชิญบนเวทีด้วย” เสียงไมค์เรียกพวกเขาให้ไปบรีฟเตรียมตัวเป็นคนมอบของที่ระลึก และเป็นแบคกราวให้คู่บ่าวสาว

.

.

   เขาเกลียดตัวเองที่อยู่ตรงนี้ เกลียดตัวเองที่ต้องมายืนเป็นแบคกราวบนเวทีให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว ร่างบางลอบมอบแผ่นหลังของเติ้ล และอ้อมแขนแกร่งที่โอบเอวเจ้าสาวเอาไว้ บรรยากาศชื่นมื่นสุขสันต์ ส่วนเขาทั้งเจ็บทั้งชา ใบหน้าของเขาราวกับถูกสตาฟเอาไว้ให้มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา

   ‘กุไหว กุโอเค กุไม่รู้สึกอะไร’

   เขาพยายามทำใจให้ว่าง ไม่คิดอะไร เดี๋ยวทุกอย่างจะผ่านพ้นไป

   “จูบเลย ๆ”

   เสียงเชียร์ดังสนั่นราวกับเป็นธรรมเนียมที่ในงานแต่งงาน คู่บ่าวสาวจะต้องแสดงความรักกันต่อหน้าธารกำนัล

   กวินมองเลยคู่บ่าวสาวไปจ้องที่แสงสปอร์ตไลท์แทน แสงไฟที่แสบตา ทำให้เขางุนงง กวินกระพริบตาสองสามครั้ง ก่อนจะรู้สึกว่าโลกมันหมุน และดับมืดลง

.

.

[เจ็บซ้ำ เจ็บเเล้วเจ็บอีก  ก็ยอมให้เขาทำ ไม่ตัดใจจากเขาสักที]

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 5 หนี เพื่อเริ่มต้นใหม่

   

   “เฮ้ยกวิน เป็นไงบ้างวะ”

   “อื้อ” กวินได้ยินเสียงปลุกจากเพื่อนของเขา เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและพบว่าตัวเองนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างเวที และเขาลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าของแต้มเป็นคนแรก

   “กุเป็นไรวะ”

   “เมิงวูบว่ะ เชี่ยเอ้ยกุตกใจหมด ดีนะเมิงฟื้นเร็ว ไม่ไหวก็บอกสิวะ” แต้มพูดโวยวายใส่เขาจนหนวกหูไปหมด

   “งานเป็นไงบ้าง” กวินเอ่ยถาม

   “ก็ไม่เป็นไง นั่นไง คนอื่นก็ไปยืนแทนเมิง” แต้มขมวดคิ้ว มองอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง “ไม่ต้องไปห่วงงาน เมิงอ่ะห่วงตัวเองเถอะ ไม่มีเมิงเขาก็แต่งกันได้”

   คำพูดนั้นทำเอาเขารู้สึกชา ใช่ ไม่มีเขา ทั้งคู่ก็แต่งกันได้... อย่างมีความสุข คิดแล้วน้ำตาก็พาลจะไหลออกมา แต้มมองอีกฝ่ายที่อยู่ดี ๆ ก็นิ่งไป แถมยังนั่งก้มหน้า

   “เป็นอะไรเปล่า เจ็บตรงไหนหรือไง”

   “ฮะเปล่า ๆ” เขาเงยหน้าพลางขยับยิ้มบาง อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปยืนตรงนั้น แค่อดทนรอให้จบงาน

   “ถ้าไม่ไหว เมิงต้องบอกนะ อย่าปล่อยให้ล้ม” แต้มพูดกำชับอีกครั้ง

   “เออ รู้แล้วน่า”

   

   พองานทางการจบลงก็เข้าสู่ช่วง อาฟเตอร์ปาร์ตี้ กวินนั่งหลบมุม จิบเหล้าไปเรื่อย ขณะมองทุกคนเต้นกันอย่างสนุกสนาน เสื้อผ้าหน้าผมที่เซ็ตมาสวยงาม ต่างหลุดรุ่ยเมื่อต่างฝ่ายต่างกระโดดโล้ดเต้นอย่างมีความสุข

   

   ‘เพียง กระซิบบอก บอกฉันสักคำ เธอไม่รัก ไม่อยากจดจำ จำจดความสัมพันธ์’

   

   เสียงเพลงร็อคดังกระหึ่ม เพลงเพียงกระซิบของแบล็คเฮด เพลงประจำที่พวกเขาคุ้นเคยกันดี แต่ในวันนี้ความหมายมันช่างทิ่มแทงใจ

   “กวิน มาหลบอะไรตรงนี้วะ” โจ้เดินมาจิบน้ำ เพราะตะโกนแหกปากจนคอแห้ง เขายกแก้วขึ้นมาถือ พลางถามเพื่อนที่นั่งจมจ่อมอยู่คนเดียว

   “อาการยังไม่ดีหรอ”

   “หายแล้วเว้ย ตอนนั้นก็แค่โลกแม่มหมุน”

   “ถ้างั้นก็มาเต้นด้วยกัน” มือหนาคว้าแขนกวินพลางออกแรงดึง “มาเร็ว”

   ร่างบางจำใจลุกตาม เมื่อเจ้าตัวลากเขาไปหาเพื่อน ๆ

   โจ้อ้าแขนคล้องคอกวินไว้ ก่อนที่แต้มจะมาคล้องทับจากอีกข้างนึง ทั้งคู่เต้นกระโดดทำให้เขาต้องขยับไปด้วย

   

   ‘รักละมุนละไมติดตรึงไว้ในความทรงจำ ทุกทุกการกระทำจดจำไว้

   พิษรักรอยระบมขื่นและขมระทมทรวงใน จดจำไว้จนชีพวาย’

   

   “ไอ้เหี้ย!!!” เสียงร้องตะโกนประสานกันเหมือนเป็นคอรัส แต่ไม่ค่อยสุภาพสักเท่าไหร่ แต่การได้ตะโกนก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

   ‘หาก ความรักชื่น ยั่งยืนแสนนาน ใจดวงนี้คงไม่แหลกราน ช้ำชอกกว่าใคร’

   ช้ำชอกกว่าใคร...

   

   แรงสะกิดด้านล่างทำให้เขาหันไปมอง เติ้ล เจ้าบ่าวที่เต้นสุดเหวี่ยงจนเหงื่อชุ่มโชก ชุดสีขาวเปียกเหงื่อจนแนบเนื้อ หวาบหวาม ไม่เท่าดวงตาที่จดจ้องกวิน

   “หายแล้วหรอ”

   “เออดิ”

   แต้มยกมือที่กอดคอกวินออก เพื่อให้เติ้ลได้แทรกตัวเข้ามาด้วย ร่างสูงอ้าสองแขนโอบรอบคอของทั้งกวินและแต้ม พวกเขาเต้นไปด้วยกัน กวินมีความกระอักกระอ่วนในใจเล็กน้อย เขาพยายามบอกกับตัวเองว่า ก็เป็นเพื่อนกันไง กลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเมื่อก่อน

   

   พนักงานเดินแจกจ่ายเครื่องดื่ม เติ้ลหยิบแก้วเหล้าส่งให้กวิน กวินรับมาถือเอาไว้

   “ชน” เติ้ลร้องเรียกเพื่อน ๆ

   “ฉลองสละโสดหรอวะ” โจ้พูดแหย่

   “เอออออ มีเมียแล้วว้อย” เติ้ลพูดตอบเสียงดังอย่างฮึกเหิม

   เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากคนรอบ ๆ ได้เป็นอย่างดี

   กวินยกแก้วขึ้นชนก่อนดื่มรวดเดียวหมด แล้วก็หยิบเพิ่มเองเรื่อย ๆ ดื่มเหมือนน้ำเปล่า ดื่มจนนับแก้วไม่ถ้วน ดื่มจนรู้สึกว่าโลกหมุนช้าลง

   พลันสายตาหันไปเห็นร่างสูงยืนอยู่ไกล ๆ คนที่เขาอยากเจอมาตลอดยืนอยู่ตรงประตู นั่นเขาจริง ๆ หรือว่าตอนนี้เขาเมาจนตาฝาด กวินพยายามหรี่ตามอง เขาขยับออกจากแขนของเติ้ล ที่ยังคงวางคล้องคอเขาอยู่ สองขาพยายามก้าวเดินไปหา

   แต่เขาไม่สามารถเดินให้ตรงได้ ทำความเร็วไม่ได้อย่างใจ ร่างบางมาโอนเอียงไปมาจนเกือบจะล้ม มือบางคว้าจับเก้าอี้เอาไว้ เพื่อพยุงตัว

   เขาเพ่งมองไปในทิศทางนั้น ไม่ผิดแน่ วริษฐ์แน่ ๆ ต้องเป็นเขา! ร่างสูงยกมือไหว้ใครบางคนก่อนจะเดินออกจากห้องไป

   “เดี๋ยว ... เดี๋ยวก่อน” น้ำเสียงอ้อแอ้ของกวินดังอยู่ในลำคอ

   เขาเดินออกไปถึงหน้าประตูจนได้ แต่คน ๆ นั้นก็ไม่อยู่แล้ว ไม่มีวี่แววเลย กวินขมวดคิ้วมุ่น อย่างไม่สบอารมณ์อะไร ๆ ก็ไม่เป็นไปตามความต้องการของเขาสักอย่าง

   “ไปไหนวะไอ้กวิน”

   นุกที่เพิ่งเดินกลับจากห้องน้ำเอ่ยทักเมื่อเห็นกวินยืนโงนเงนพิงอยู่ที่กำแพง สภาพดูไม่ค่อยดี ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำ น่าจะเมาได้ที่แล้ว

   “เปล่า...” เขาตอบเสียงเบา

   “เมิงรอตรงนี้ กุไปตามไอ้แต้มกับ ไอ้โจ้”

   นุกเดินฝ่าเข้าไปในงาน หยิบกระเป๋าใบเล็กของกวินมาถือเอาไว้ ก่อนจะเดินไปตามคนขับรถกับคนดูทางออกมา ทั้งคู่ก็โดดกันจนพอใจแล้ว จึงบอกลาเติ้ล

   “คืนนี้ อย่าหนักนักนะเมิง” โจ้เอ่ยแซว พลางทำสีหน้ากะลิ้มกะเลี่ย

   “น่าจะห้ามไม่ได้ ม้าคึกแบบกุ” เติ้ลพูดหยอก “เออเมิง ส่งกวินให้ถึงห้องด้วยนะ กุว่ามันเมาแล้ว”

   เขาเห็นร่างบางเดินโงนเงนออกไปจากห้อง ใบหน้าแดงก่ำของอีกฝ่ายทำให้เขารู้ว่าเจ้าตัวเมาเต็มทน แต่จะให้เขาเดินเข้าไปประคองหรืออุ้มอีกฝ่ายแบบที่อยากทำก็ไม่ได้ โจ่งแจ้งเกินไป...

   

   แต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เหมือนกัน ...

   

   ร่างบางกลับมาถึงห้องด้วยการแบกของเพื่อน ๆ แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์จนกวินแทบไม่รู้สึกตัว ด้วยความเป็นห่วง รวมถึงความเหนื่อยล้า ทำให้ทุกคนถือโอกาสนอนค้างที่ห้องของกวิน ห้องกวินเป็นห้องชายโสดที่เรียบร้อยแปลก ๆ แถมในห้องยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ถ้าไม่รู้คงคิดว่าห้องของสาวน้อย

   

   กวินตื่นมาในตอนเช้าเขาค่อย ๆ ปรือตาขึ้นมา ตาพร่ามัวพบกับใบหน้าเนียนที่ไม่มีแม้แต่ ตาหูจมูกหรือปาก จะมีก็แต่ นิ้วทั้งห้า... เชี่ย นี่มันตีน!

   กวินขยับขึ้นนั่งพิงหลังกับหัวเตียง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยยับเยิน เมื่อคืนหลับไปทั้งสูทเลย กลับมายังไงก็จำไม่ได้ เขากวาดสายตามองดูเจ้าของฝ่าเท้าเนียน ไอ้นุก!  ถัดจากไออ้นุกก็ไอ้โจ้ ส่วนบนพื้นมีแต้มอีกคน พวกแม่งทำไมมานอนกองอยู่ห้องเขากันหมด

   “พวกเมิงไม่กลับบ้านกลับช่องกันวะ”กวินพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง

   โจ้ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อถูกปลุก แต่ก็ไม่ยอมตื่น ส่วนนุกพลิกตัว ฝ่าเท้าพาดขึ้นมาบนตัวของกวิน มือบางยกมือขึ้นฟาดลงไปบนขานั้น

   เพียะ

   “เชี่ยเอ้ย เจ็บว้อย” นุกพูดพึมพำไม่พอใจ ทั้งที่ยังไม่ลืมตา

   “พวกเมิงตื่นกันได้แล้ว”

   กวินพูดเสียงดังขึ้น สภาพแต่ละคนเละเทะไปหมด แต้มเหลือแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว โจ้อยู่ในสภาพเสื้อเชิ้ตยับยู่ยี่กับบ็อกเซอร์ ส่วนนุกเหลือบ๊อกเซอร์กับเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมออกจนหมด

   “ตื่นสิวะ”

   ทุกคนตื่นขึ้นมาด้วยสภาพงัวเงีย

   “แฮงค์สัส ต้องแดกเตี๋ยวต้มยำ” นุกพูดขึ้นขณะพยายามติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่เข้าทาง

   “ไป ไปแดก” แต้มพูดขึ้น มือหนาเกาแกรก ไปที่หัวไหล่ มีเขาคนเดียวที่ต้องนอนพื้นเพราะเตียงเต็ม เขาตัวใหญ่เกินไป จะไปนอนเบียดคนอื่นก็สงสาร

   หลังจากนั้นพวกเขาเรียงแถวเข้าไปยืนอัดกันในห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันพร้อมกันอย่างกับอยู่ค่ายฝึกทหาร

   “ออกไปดิ๊ กุจะฉี่” แต้มออกปากไล่ทุกคนให้ออกไปข้างนอก เขาปวดฉี่จะแย่

   “เมิงก็ฉี่ไปดิ” โจ้พูดตอบ

   “ไม่เอา สัส เดี๋ยวพวกเมิงแอบดูของกุ”

   “ไม่ดู ของกุใหญ่กว่าเยอะจะไปดูของเล็ก ๆ ทำไม” โจ้พูดพลางยักคิ้วกวนประสาท

   “ของกุยาวแปดเมตร” นุกบ้วนปากก่อนจะร่วมวงพูดทะลึ่ง

   กวินได้แต่ส่ายหน้าเอือมละอาให้เพื่อน ๆ ของเขา ที่เอาไอ้นั่นมาพูดเกทับกันไปมา ก่อนจะเดินออกไปจากห้องน้ำคนแรก แต่ก็ยังได้ยินบทสนทนาบ้าบอของเพื่อนชัดเจนเต็มสองหู

   “ถุย ...ของกุมีฉายาว่าราชันมังกร” แต้มทำหน้าพราวมือสองข้างเท้าเอวเอนเล็กน้อยอย่างโอ้อวด

   “เมิงอ่านการ์ตูนเยอะเกินกุว่า” โจ้พูดทิ้งท้ายพลางเดินออกไปจากห้องน้ำ

   “ฉายาที่ยกย่องอะไรแบบนี้มันต้องให้คนอื่นตั้งให้เว้ย ไม่ใช่ตั้งเอง”นุกพูดเหน็บนก่อนจะเดินออกไปอีกคน แต้ม รีบปิดประตู ก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย

   หลังจากที่ไปหาอะไรกิน พวกเพื่อน ๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

   กวินได้เวลาที่เงียบเหงากลับคืนมา เมื่อวานมันแย่มากจริง ๆ เขาต้องทำยังไงถึงจะสามารถตัดเติ้ลได้ขาดสนิท เขาไม่เคยที่จะขัดขืนอีกฝ่ายได้เลย ฝ่ายที่รักก่อนเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ...

   ต้องไปให้ไกล...

   เรียนต่อต่างประเทศเป็นไง

   เขาเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่อค้นหาทุนการศึกษาต่อต่างประเทศ ของมหาววิทยาลัย ของรัฐบาลประเทศที่น่าสนใจ ทุนให้เปล่า ที่มีจัดสอบเร็วที่สุด พรุ่งนี้เขากลับไปบ้านดีกว่า

   

   กวินกลับบ้านหลังจากไม่ได้กลับมาครึ่งเดือน

   “สวัสดีครับแม่” ร่างบางยกมือไหว้แม่ เขายิ้มทักทาย ก่อนจะโผเข้ากอดแม่

   “เป็นไงบ้างลูก” ผู้เป็นแม่มองสำรวจลูกชายที่ดูซูบผอม “งานหนักหรือ กินข้าวบ้างหรือเปล่า” ผู้เป็นแม่เอ่ยทักทำให้คนถูกถามได้แต่ยิ้มตอบ

   “ก็ยุ่ง ๆ นิดหน่อยครับ” ไม่มีใครรู้ในรสนิยมของเขา ไม่มีใครรู้เรื่องเติ้ล ตอนนี้เขาก็แค่คนตรอมใจ คนอกหักคนนึง ที่ออกจากวังวนบ้า ๆ นี่ไม่ได้สักที ...

   “พ่อล่ะครับ”

   “ใกล้กลับมาแล้วแหละ ไปตีกอล์ฟกับนาย”

   เขาพยักหน้ารับรู้ พ่อเป็นคนโปรดของนาย นายชอบพาพ่อไปนู้นไปนี่ด้วยเสมอ

   “แล้วนี่กวินกลับมาไม่บอกแม่ก่อน ไม่ได้เตรียมอาหารโปรดไว้ให้เลย

   “ไม่เป็นไรครับ แม่ทำอะไรก็อร่อย เป็นของโปรดผมหมดแหละ”

   “พี่กรันต์ล่ะครับ”

   “รายนั้นบินไปดูงานต่างประเทศแหนะ บริษัทส่งไป พี่เขาไม่ได้บอกเราหรอ”

   ชายหนุ่มนิ่งคิดไปนิดนึง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า เจ้าตัวบอกเขาเมื่อนานมาแล้ว

   “บอกครับผมลืม”

   “พี่เขาน่ะเก่งจริง ๆ นะ เหมือนพ่อ ทำงานเก่ง งานก้าวหน้า” แม่พูดด้วยความภาคภูมิใจ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฎชัดบนใบหน้า

   ใช่ พี่ชายของเขาเก่งจริง ๆ เก่งกว่าเขาเยอะ

   “พี่กรันต์ก็เก่งมาแต่ไหนแต่ไร”

   เสียงรถยนต์จอดหน้าบ้านเรียกความสนใจจากทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี

   “พ่อกลับมาแล้ว”

   ชายร่างสูงในชุดเสื้อโปโลกางเกงผ้าขายาวสีดำก้าวพ้นประตูบ้านเข้ามา เขายังดูไม่แก่มากนักทั้งที่อายุไม่ใช่น้อย ๆ เส้นผมมีสีขาวแซม บนใบหน้ามีรอยแดงจากการถูกแสงแดดเผา

   “สวัสดีครับพ่อ”

   “อ้าว กวิน เป็นไงบ้างละ ทำงานหนักหรือ ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านเลย”

   “อ่าครับ”

   “ได้เวลาข้าวเที่ยงพอดีเลย” ผู้เป็นพ่อพูดพลางมองนาฬิกาข้อมือ

   “เอ่อ ทุกคนครับ ผมว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ”

   “หืม? ก็ดีสิ คิดว่าจะไม่สนใจแล้ว”

   “เนี้ยลูกน้าปูก็เพิ่งได้ทุนไปต่างประเทศ”

   “ข้างบ้านก็ไปต่อที่ญี่ปุ่น”

   ชีวิตเขาถูกเปรียบเทียบแบบนี้มาตลอดชีวิต เหนื่อยเป็นบ้า แต่ก็ต้องพยายาม พยายามเพื่อรอยยิ้มภาคภูมิใจของทั้งสองคน พยายามเพื่อรักษาเอาไว้ซึ่งความสุขของทุกคน

   เขาเคยเกเรมาแล้ว และได้ผลตอบแทนออกมาเป็นน้ำตา สีหน้าผิดหวัง ที่เขายังจำได้ดี ทั้งที่เรื่องเกเรของเขา ก็แค่เขาอยากจะเรียนวาดภาพ... ก็เท่านั้นเอง แต่พอเขาบอกออกไปตรง ๆ ถึงความต้องการของตัวเอง ...ทั้งหมดทั้งรูปวาดทั้งอุปกรณ์วาดภาพ ทุกอย่างถูกทิ้งไปต่อหน้าต่อตา แถมยังโดนตีซะอีก พวกเขาเข้มงวดกับกวินมากขึ้นกว่าเดิม อึดอัดจนชิน ที่จะต้องซ่อนความรู้สึกเอาไว้ลึก ๆ หลังจากนั้น เขาก็ไม่เคยแสดงความต้องการออกมาอีกเลย ให้ทำอะไรก็ทำ ให้เป็นอะไรก็เป็น เขาซุกซ่อนอะไรหลายอย่างไว้ข้างใน โดยเฉพาะเรื่องของรสนิยม

   “กวินเราวางแผนยังไงบ้างล่ะ”

   “ก็ผม ตั้งใจว่าจะสอบชิงทุน จะกลับมาอ่านหนังสือสอบที่บ้าน”

   แรงกดดันที่บ้านอาจจะมีผลดีให้เขาฮึดสู้ และจะได้หนีจากเติ้ลด้วยขืนอยู่ที่ห้อง เขาก็คงเป็นได้ที่รองรับอารมณ์ความใคร่ ยังไงอีกฝ่ายจะต้องมาอีกแน่ ถ้าเขาย้ายกลับมาบ้านเติ้ลคงไม่กล้าบุกมาที่นี่

   “ก็เอาสิ กลับมาบ้าน แม่จะได้ดูแล ผอมลงไปเยอะ” ผู้เป็นแม่พูดพลางตักกับข้าวลงจานให้กวิน

   “ครับ”

   

   เขากลับมาอยู่บ้านอีกครั้งอย่างคนมีเป้าหมาย เขาไม่อึดอัดนักเมื่อเป้าหมายที่เขามีสอดคล้องดีกับความต้องการของพ่อและแม่ แบบนั้นก็ไม่มีปัญหา แม่ที่พยายามจะขุนเขาให้อ้วน พ่อที่มักจะถามเขาเสมอว่าอยากได้หนังสืออะไรเพิ่มมั้ย เขาจะซื้อให้ แต่แค่อ่านของตัวเองกับของพี่ชาย ที่พอเจ้าตัวกลับมาแล้วรู้ว่าเขาจะสอบชิงทุน ก็แทบจะขุดขนหนังสือมาให้เขาด้วยซ้ำกองสูงท่วมหัว

   ตัวเขาค่อย ๆ หายห่างจากความเศร้า เมื่อมีเรื่องที่จะต้องสนใจและมุ่งมั่น ลืมแม้กระทั่งผู้ชายที่ปลอบโยนเขา ตอนนี้เขามีแค่... จะต้องไปจากที่นี่ ไปเริ่มใหม่ ไปทำให้หัวใจแข็งแรง



[กวินเตรียมจะหนีเพื่อไปเริ่มต้นใหม่ พอมีอะไรทำ ความเศร้าก็ค่อย ๆ จางหายไป

บ้านกวินก็มีส่วนหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ

รอยยิ้มแม้ในวันที่ไม่อยากจะยิ้ม....]

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
ตอนที่ 6 พรหมลิขิต? / อยากได้ ต้องได้



   กวินเป็นคนเก่ง เขาสอบชิงทุนได้อย่างง่ายดาย และเตรียมตัวที่จะบินหนีทุกอย่างไปต่างประเทศ อังกฤษคือจุดมุ่งหมาย บินไปโดยไม่บอกเพื่อนสักคน ตั้งใจว่าจะให้ตกใจทีเดียวตอนเขาลงรูปว่าอยู่ที่นู่นแล้ว ไม่ต้องมาส่ง ไม่อยากให้เติ้ลรู้ก่อนจะหนีออกไปได้...

   ยังดีที่ช่วงนี้อีกฝ่ายเงียบหายไปซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี... ดีแล้ว...

   เมื่อกวินไปถึงอังกฤษสิ่งแรกที่เขาทำคือบล็อกเติ้ลทุกช่องทาง ในเมื่ออยากจะเดินหน้า แถมยังหนีมาไกลแสนไกล เขาจะต้องตัดอีกฝ่ายให้ขาด ให้ได้ เริ่มต้นใหม่สักที

   เขาถ่ายรูปตัวเองยิ้มแย้มสดใส พลางลงรูปเช็คอิน และเป็นอย่างที่คิด

   ‘ไปไหนวะ’

   ‘ไม่เห็นรู้เลยยยยย’

   ‘ของฝากด้วยนะเว้ย’

   การกดไลค์และคอมเม้นเด้งขึ้นรัว ๆ  เขาผุดยิ้มบาง เพื่อนคงด่าเขา ที่มาโดยไม่บอกไม่กล่าว ไว้ซื้อของไปง้อพวกมันก็แล้วกัน

   

   มาที่นี่เขาต้องปรับตัวหลายอย่าง ทั้งเวลา และสภาพอากาศ ...เขามีเพื่อนใหม่มากมายหลายเชื้อชาติ ตัวเขาอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส จึงเข้ากับคนอื่นได้ง่าย และสนุกสนานไปกับการได้ลองสิ่งแปลกใหม่

   ปิกนิกในสวน ทำบาร์บีคิวกลางแจ้ง เดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรม ทั้งปราสาท หอคอย มหาวิหาร สวยงามและมีกลิ่นไอมนตร์ขลัง ไปดูละครเวที กินอาหารพื้นเมืองและอีกมากมายที่เป็นประสบการณ์ใหม่ แถมยังได้ตามรอยแฮรี่ พอตเตอร์ นิยายเรื่องโปรดของเขา รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในโลกเวทมนตร์

   อยู่ที่นี่เขารู้สึกว่าได้เป็นตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ อยากจะวาดรูป ระบายสี อยากจะเป็นอะไร ทำตัวแบบไหน ตามที่ยังรับผิดชอบหน้าที่สำคัญได้ เขาก็จะทำสิ่งที่อยากให้เต็มที่ ความห่างไกลไม่ทำให้เขาเหงา แต่กลับให้อิสระกับเขา เขาจะเป็นอะไรก็ได้เท่าที่เขาจะอยาก เขาสามารถปฏิเสธเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาไม่อยากทำได้อย่างใจ รู้สึกไม่อึดอัดสักนิดที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า

   ประสบการณ์กินของนอก นาน ๆ ครั้ง เฉลี่ย เดือนละครั้งสองครั้ง สนุกสนานกับความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ที่พอเสร็จก็แยกทางกัน ชายต่างชาติที่มีใบหน้าหล่อเหลา ร่างกายกำยำใหญ่โต สะอาดปลอดภัย เขาก็คัดเลือกเป็นอย่างดี ไม่เอาคนใกล้ตัว เอาแค่บังเอิญพบเจอ ถูกตาต้องใจ ส่วนใหญ่มักจบที่ห้องน้ำในร้านนั้น ๆ หรือไม่ก็จบที่โรงแรมสักที่ ไม่มีใครก้าวล่วงเข้าไปในพื้นที่ของอีกฝ่าย แค่แลกเปลี่ยนกันลงตัว และจบกันตรงนั้น ...

   

   เขาอยู่ที่นี่มานานจนคุ้นชิน แทบไม่อยากกลับประเทศไทย

   “Gawin, Do you have any plans for tonight” เพื่อนใหม่ร่างสูงเอ่ยถาม เมื่อพวกเขากำลังเดินทางกลับที่พัก เขาพักที่พักเดียวกันแต่คนละชั้น เป็นเพื่อนที่ได้ทุนมาจากประเทศตัวเองเหมือนกัน

   “Nothing” ผมตอบเบา ๆ วันนี้เขายังไม่มีแผนว่าจะทำอะไร ว่าจะนอนเพราะเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์

   “Oh, It’s Friday!”

   “I know”

   “Time to party!!!” ร่างสูงพูดเสียงดังพลางกอดคอผมเอาไว้

   “Sven. Where to party?  Who else is coming?”

   “I will tell you ...tonight! ”

   เขาพูดพลางยิ้มกว้าง ไม่ยอมบอกก่อนด้วยว่าจะชวนไปไหน มีใครบ้าง

   

   เขาโดนพามาร้านใหม่ที่ไม่เคยมา ไฟนอกร้านสว่างไสว แต่ในร้านกลับมืดสลัว เสียงเพลงดังกระหึ่มพาให้ร่างกายต้องขยับตามจังหวะโยกย้าย ที่นี่ดูเหมือนว่าคนชาติเดียวกับเขาจะมาเที่ยวกันมาก

   “Good!!!” เพื่อนทำสีหน้าท่าทางตื่นเต้น หลังจากกลืนอาหารเมนู Pork Special เข้าปาก ที่ผมมองยังไงมันก็คือข้าวหมูกรอบธรรมดา ๆ  $9.9 แพงเป็นบ้า

   เราขยับไปเต้นโยกย้ายกันเมื่อเริ่มมึนเมา กวินโดนลวนลามบ้างเล็กน้อยแต่ไม่อยากจะถือสาให้เป็นเรื่องราว เพิ่งจะ 4 ทุ่มหลายคนก็เริ่มจะไปซะแล้ว เขาเต้นสักพักก็รู้สึกเมื่อย ถึงได้กลับมานั่งที่โต๊ะ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่มีแอลกอฮอล์ไม่จัดนัก บางเบา แค่พอให้ติดขมที่ปลายลิ้น

   โทรศัพท์สั่นแจ้งเตือนว่ามีคนพิมพ์แชทมาหา

   ‘กวิน เป็นไงบ้าง

   คิดถึงจัง เราไม่อยู่ไม่รู้จะไปจิบเบียร์กับใคร

   ไอ้โม่ก็ไม่ชอบดื่ม

   ลากมันไปก็เอาแต่นั่งดู’

   กวินยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าใครทักมาหา พี่ที่ทำงานทักมาหาเขา พี่สาที่แสนใจดี ตอนนี้ที่นั่นก็เพิ่งจะได้เวลาเลิกงาน เขาส่งรูปบรรยากาศร้านไปให้หญิงสาวอย่างยั่วโมโห

   ‘กวินใจร้าย พี่เหงา กลับมาได้แล้ว’

   ‘อีกไม่กี่เดือนเอง ทนหน่อยสิพี่สา’

   สากดส่งภาพรูปโพลาลอยด์ที่พวกเขาถ่ายด้วยกันที่ร้านคาเฟ่เปิดใหม่มาให้เขาดู กวินมองภาพนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่ออยู่ดี ๆ คนที่เขาซุกซ่อนไว้ในความทรงจำลึก ๆ ก็โผล่ออกมา

   รูปที่อยู่ข้าง ๆ รูปของเขา ปรากฏภาพของวริษฐ์และเพื่อนร่วมงาน ร่างบางซูมดูภาพนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในใจเต้นตึกตักเหมือนเขาจะมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากลืมเลือนมันไปจนหมด ...คนที่เขาอยากเจอมาตลอด

   กวินยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ดวงตาจ้องมองคนในภาพไม่วางตา

   โลกกลมขนาดนี้ มันต้องเป็นพรหมลิขิตแล้วล่ะมั้งครับ...

   

   -วริษฐ์-

   อย่า อย่าไป อยู่กับผม

   ร่างสูงกำลังฝันร้าย เขาพลิกตัวไปมา มือเอื้อมคว้า แผ่นหลังหญิงสาวตรงหน้าแต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถแตะได้ แถมยังห่างไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ

   “อย่าไป! อย่าทิ้งผม”

   ฝันร้ายที่มักตามหลอกหลอนเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาลืมตาขึ้นมาในความมืด พลางถอนใจแรงอย่างระบายความเครียด เขาฝันแบบนี้บ่อยครั้ง เหนื่อยที่ต้องไล่ตามแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้น คนที่ทิ้งผมไป... ผมอยากจะลืมมันไป แต่ก็ทำไม่ได้ ยังคงคิดถึงอยู่เหมือนเดิม รวมทั้งเจ็บแค้นที่เขาเลือกที่จะทิ้งผมไป เพราะผมไม่ดีหรือถึงได้ทิ้งผมไป ทิ้งผมเอาไว้...

   มือหนายกขึ้นเสยผม

   เขานั่งกอดเข่าอยู่บนที่นอนกว้าง หัวใจเต้นระส่ำอย่างกลัวว่ามันจะหลุดออกมาข้างนอก ดวงตาคมวูบไหวในความมืด ...ความเดี่ยวดายเข้าเกาะกุมหัวใจของเขา

   ที่ใจของเขามันไม่สงบคงเพราะใกล้ถึงวันนั้น วันที่เธอทิ้งเขา ...วันเกิดของเขา

   

   เช้าวันใหม่มาเยือน วริษฐ์นั่งเหม่อมองพระอาทิตย์ขึ้น เขาสูบบุหรี่ต้อนรับวันใหม่ หลังจากที่สะดุ้งตื่นกลางดึก เขาก็นอนไม่หลับอีกเลย เขาทำนู้นทำนี่เพื่อดับความว้าวุ่นในใจ จัดกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกับที่ทำงาน สุดท้ายเขาก็ออกไปนั่งรับลมที่ระเบียง เหม่อมองดวงจันทร์ รู้ตัวอีกทีก็เช้าซะแล้ว ได้เวลาไปยังที่นัดหมาย

   

   “พี่วริษฐ์สวัสดีครับ”

   “สวัสดีครับ”

   ร่างสูงมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เอ่ยทักทายเขา ร่างบางส่งยิ้มน้อย ๆ ให้เขา ตฤนชาติเด็กหนุ่มที่เขาถูกชะตาตั้งแต่สัมภาษณ์งาน ผู้ชายหน้าตาน่ารักที่ทำให้เขารู้สึกสนใจ เจ้าตัวมักใช้สายตาซื่อ ๆ จ้องมองเขา เหมือนพิจารณาอะไรอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะเขาดูดี หรือหล่อเกินห้ามใจ

   เขาก็ชอบที่จะมองสังเกตอีกฝ่าย ผิวขาวเนียนละเอียดยิ่งกว่าผู้หญิง เขามักจะเข้าไปวุ่นวายกับอีกฝ่าย เพราะว่าเด็กมันน่ารัก ขยันตั้งใจทำงาน แรก ๆ เขาคิดว่าสนใจอีกฝ่ายมากเพราะเขาสัมภาษณ์และรับมาเองกับมือ พอหลัง ๆ ก็น่าสงสัยในตัวเองอยู่เหมือนกัน ที่ดูจะใส่ใจเด็กคนนี้มากเป็นพิเศษ จนสาว ๆ ที่เขาโปรยเสน่ห์ไว้ดูจะไม่พอใจนัก

   คิดว่าเด็กคนนี้คงมีชายหนุ่มตามขายขนมจีบอยู่ แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจ และคนอย่างเขา ที่ชื่นชอบในการเอาชนะ อีกทั้งถ้าสนใจแล้วล่ะก็ จะต้องได้ ในเมื่ออีกฝ่ายรีรอไม่ลงมือสักที เขาก็จะขอรับไปเองก็แล้วกัน ของใหม่น่าลิ้มลองขนาดนี้ ผู้ชายคนแรกที่เขานึกสนใจ...

   

   เราแวะไหว้พระกันก่อน ตฤนนั่งคุกเข่าอยู่ข้าง ๆ เขา พนมมือทำท่าทางจริงจัง เหมือนกำลังขออะไรอยู่ก็ไม่รู้ที่สำคัญ แก้มเนียนขึ้นสีเรื่อเนื่องจากความร้อนของสภาพอากาศ อยากจะหยิกแก้มนั่นจริง ๆ

   

   เมื่อเรามาถึงที่พัก เขาก็ไม่ผิดหวังเลย ที่พักสวยงามหรูหรา

“เดี๋ยวขึ้นไปเช็คห้องกันก่อน” พี่สายใจผู้อำนวยการฝ่าย หญิงสาวสูงวัยใจดีพูดขึ้นมา พี่สายใจเป็นหุ้นส่วนที่นี่ แกเลยได้ราคาพิเศษมาก จริง ๆ แกรวยเป็นหุ้นส่วนที่นั่นที่นี่ จนไม่ทำงานแล้วก็ยังไง ที่ทำ ๆอยู่นี่ เอาสังคมก็เท่านั้น “ส่วนกระเป๋าเอาแค่ของที่มีค่าออกมา นอกนั้นเดี๋ยวให้พนักงานยกไป”

ตฤนเดินไปรับกุญแจจากพี่สายใจ ผมจึงเดินไปรับกุญแจต่อจากตฤน “ไปกัน จะได้ไปพักให้หายเมื่อย”

   

   พวกเขาขึ้นลิฟท์ไปพร้อมกัน พักอยู่ในชั้นเดียวกันห้องใกล้ๆกันหมด

   “รู้มั้ยทำไมเราถึงแยกมานอนกันสองคน”

   ตฤนส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนจะโดดลงไปบนเตียง

   “เพราะว่าพี่สันติกรนนรกแตกมาก ๆ นอนไม่ได้เลย” ผมพูดพลางนั่งลงบนเตียงข้าง ๆ ตฤน เขาเอียงคอมาคุยกับผม ในดวงตาเป็นประกายประหลาดใจ

   “แล้วไม่ให้พี่แว่นมานอนกับพวกเรา สงสารแก”

   “พี่แว่นถ้ามันง่วงน่ะ ต่อให้เปิดลำโพงจ่อหูมัน มันก็หลับได้”

   “จับคู่กันได้ดีเลยแฮะ”

   “ตฤนล่ะกรนมั้ย” วริษฐ์ถามพลางขยับไปใกล้อีกฝ่าย

   “น่าจะไม่ครับ” ตฤนขยับลุกขึ้นเดินไปเสียบชาร์จพาวเวอร์แบงค์

   “ดีแล้ว ถ้ากรนจะไม่ให้นอน...” ผมเผลอพูดด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องออกไป กลัวเด็กมันจะแตกตื่น เขาลอบมองท่าทางของตฤน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ติดใจสงสัย ซ้ำยังเข้าใจไปอีกทางนึงด้วยซ้ำ

   “อย่าไล่ผมไปนอนกับพี่สันติเลย” ตฤนเข้าใจว่าเขาจะโดนลงโทษให้ไปฟังพี่สันติกรนทั้งคืน

   เสียงแอพเด้งเตือน

   วริษฐ์หยิบมือถือที่ส่งเสียงแจ้งเตือนออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะอ่านมันออกมา

   “อีก 10 นาทีลงมาเจอกันข้างล่าง”

   ก็อก ก็อก

   ร่างบางผุดลุกไปเปิดประตู ก่อนจะหอบข้าวของเข้ามา

   “กระเป๋าพี่” เขาวางกระเป๋าทั้งสองใบไว้บนโต๊ะ

   ผมพยักหน้า พลางเดินไปหยิบของในกระเป๋า “พี่เข้าห้องน้ำแปปนึงนะ”

   

   ทั้งคู่หยิบชุดว่ายน้ำ ก่อนจะลงไปด้วยกันแล้วเจอคนอื่น ๆ ทยอยลงมานั่งรออยู่ที่ล็อบบี้

   “เล่นน้ำกัน” บุ้งดูสดใสยิ่งกว่าใคร

   พอทุกคนมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนก็ไปเปลี่ยนชุด ลงเล่นน้ำกันที่กลางสระ พร้อมลูกบอล

   “ใครเป็นลิงดี” พี่แว่นเอ่ยถาม ในมือถือลูกบอลเอาไว้

   “ให้คนอายุงานน้อยสุดเป็น” บุ้งพูดขึ้นก่อนที่ใครจะโยนมาว่าให้คนเด็กสุดเป็นแล้วหวยมันจะมาออกที่เธอ

   ตฤนชาติที่เพิ่งจะมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ได้ไม่นานเลยต้องเป็นลิงไปตามระเบียบ

   ทุกคนต่างแกล้งตฤนให้วิ่งจนหัวหมุน ทั้งโยน ทั้งล่อหลอก เขามองร่างบางที่วิ่งวุ่นวายอย่างนึกขำ

   พี่แว่นโยนบอลให้บุ้งน้องเล็กสุดในทีม และเธอทำหลุดมือ

   มือหนาเผลอขยับไปตามความคิด คว้าหมับเข้าที่เอวบาง

    “พี่วริษฐ์โคตรโกง” เสียงโวยวายของตฤนดังขึ้น“พี่มาจับเอวผมเพื่อให้ผมไปรับบอลไม่ทัน มันโกงนะครับ”

   “พี่ไม่ได้ตั้งใจซักหน่อย เจตนาบริสุทธิ์” เขาพูดพลางยิ้มขำ ก่อนจะยอมปล่อยมือ

   “ตฤนส่งมาทางนี้”

   “บุ้งรับ” ตฤนแหย่ลิงคนใหม่ บุ้งเป็นลิงแทนเขา เขาล่อหลอกก่อนจะโยนข้ามไปหาพี่ผู้หญิงอีกคน พวกเขาเล่นกันจนเหนื่อยอ่อน เล่นตั้งแต่ฟ้าสว่างไปจนตอนนี้ฟ้าเริ่มมืด ไฟริมสระเปิดสว่าง พวกเขาหัวเราะขบขันและเล่นกันเป็นเด็ก ๆ

   หลังจากนั้นพวกเขาแยกย้ายกันไปแต่งตัว เตรียมกินข้าวและรอปาร์ตี้ในช่วงดึก

   ร่างสูงตัวติดกับเด็กใหม่หนึบหนับ เขานั่งอยู่ข้างกันจนถึงตอนนี้ วริษฐ์มองคนข้าง ๆ พลางกลั้นยิ้ม

   ตฤนที่ไม่ค่อยดื่ม แก้วเดียวในมือเขา อยู่มาหลายชั่วโมง ปล่อยให้ละลายแล้วละลายอีก พอมันจาง ๆ เขาก็แอบเนียนเติมโค้กลงไป ปริมาณเหล้าในแก้วจางในจาง จางจนไม่รู้จะจางยังไง ไม่ก็ไม่มีแล้วระเหยออกไปหมด

   “ตฤนหมดแก้วนั้น แล้วพี่ขงให้ใหม่” พี่ใหม่ที่นั่งเยื้องกันพูดขึ้น 

   “โดนจับได้ซะแล้วหรอ”

   “ใช่ พี่เห็นอย่ามาทำเนียน”

   ในขณะที่เขาซัดไปแล้วหลายแก้วจนกรึ่ม หญิงสาวที่นั่งข้างเขา เธอชื่อวาเนสซ่าเป็นสาวในสต็อกคนนึงของเขา ที่พยายามจะชงเหล้าเพิ่มให้ ดูแลเอาอกเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี แต่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะมีวีรกรรมไปทำให้ผิวขาว ๆ ของตฤนโดนน้ำร้อนลวก ด้วยความริษยา ความอิจฉาของผู้หญิง... เขาบอกเสมอว่า เรื่องระหว่างเขากับเธอ มีแค่ความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น ถ้ามากกว่านี้คงต้องพอ แต่ช่วงนี้เจ้าตัวดูจะพยายามแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาเกินไป จนเขาเริ่มอึดอัดและติดจะรำคาญ เขายกแก้วขึ้นดื่มจนหมด รสขมของเหล้า วาเนสซ่าชงเข้มเหมือนอยากจะมอมเขา เขาคว้าเหล้ามาชงเองก่อนจะหันไปขอชนกับตฤน

   “หมดแก้ว พี่ใหม่จะได้ชงให้เราใหม่”

   พอเด็กดีดื่มหมด ผมก็ขยับยกมือขึ้นกอดคอตฤนไว้ พลางพูดกระซิบชื่นชมอยู่ข้างหู

   “เก่งมาก ตฤน”

   “พี่เนี้ยเริ่มเมาแล้ว”

    “เอ้าชน!” พี่ใหม่เรียกทุกคนชน

   วริษฐ์ยกทีเดียวหมดแก้ว

   “พี่เมาผมไม่แบกนะ”

   “พี่น่ะ เมายาก” วริษฐ์พูดพลางหันจ้องหน้าตฤนเจ้าของใบหน้าเนียนที่แก้มเริ่มแดงนิด ๆ ดวงตาหวานฉ่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ พูดเตือนเขาโดยที่ไม่รู้ถึงสภาพของตัวเอง

   พวกเขานั่งกินดื่มกันไปเรื่อย ๆ พูดคุยเรื่องตลก เอาเรื่องแผนกอื่น หรือพี่คนอื่นในบริษัทมานินทาขำ ๆ วริษฐ์รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักมากขึ้นเรื่อย ๆ รอยยิ้มนิด ๆ กับสีหน้าลำบากใจเวลาที่ถูกเติมเหล้า เด็กดี...

   “พี่ ผมไปห้องน้ำแปป”

   ตฤนลุกขึ้นไปห้องน้ำ เขาดื่มน้ำเยอะก็เลยปวดฉี่

   พอตฤนกลับมาก็พบว่ามีหลายคนลุกกลับห้องไปแล้ว ตัวเขาเองก็ง่วง ๆ อยากอาบน้ำพักผ่อน เขากดมือถือเพื่อดูเวลา เกือบจะห้าทุ่ม เขาฮ้าวออกมา เริ่มง่วง

   “พี่วริษฐ์ผมขอไปก่อนนะ”

   “หืม? ไปแล้วหรอ” ผมนึกอาวรณ์อยากจะดื่มอีกสักหน่อย แต่ก็ตัดใจ คืนนี้มีอย่างอื่นที่เขาอยากจะลองทำ “เดี๋ยวพี่ไปด้วยขออีกสองแก้ว”

   “ก็ได้พี่” ตฤนจำใจต้องนั่งรอรูมเมทของเขา พอครบกำหนดเขาก็ลุกขึ้น เขาลาคนอื่น ๆ เมื่อพวกเขาเดินออกไปที่สว่าง

   วริษฐ์ดื่มจนตัวแดง เขาคิดว่าตัวเองดื่มไปพอตัวแต่คงไม่ถึงกับเมา แค่กรึม ๆ มึน ๆ เท่านั้น ความจริงคือดื่มไปเยอะมาก แต่ต้องรออีกนิดให้แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์อย่างเต็มที่

   “พี่ไหวมั้ย”

   “สบายมาก” ผมพูดพลางใช้มือแตะลูบไปที่กลางหลังของคนข้าง ๆ 

   

   พวกเขาเข้าไปในห้อง ตฤนรู้สึกเหนื่อยล้าเขาอยากจะเข้าห้องไปอาบน้ำนอน

   ผมเดินตามหลังเข้ามา พลางนั่งบนที่นอน มองดูร่างบางที่ก้ม ๆ เงย ๆ หยิบนั่นหยิบนี่ ร่างเบามือไม้อ่อน ทำเสื้อผ้าที่เตรียมเอาไปเปลี่ยนร่วงเขาจึงก้มลงเก็บ เสี้ยววิที่เสื้อยืดเลิกขึ้นเผยให้เห็นเอวบาง วริษฐ์ลอบกลืนน้ำลาย ทำไมมันถึงดูเซ็กซี่ได้ขนาดนี้ เขาต้องเมามากแน่

   “พี่ ผมขออาบน้ำก่อนนะ”

   “เดี๋ยวก่อน” ผมพูดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนขยับเข้าหาตามสัญชาตญาณ

   “พี่จะเข้าหรอ เข้าก่อนเลยก็ได้”

   ผมไม่พูดอะไร แต่ดันตฤนติดกำแพง สองมือจับใบหน้าของคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะประทับจูบลงไป จูบรุนแรงเร้าร้อน เขานึกอะไรไม่ออก แค่อยากจะกอดร่างบางตรงหน้าเอาไว้ จูบเร้าทำให้ตฤนนิ่งอึ้งเบลอไปชั่วขณะ ข้าวของทุกอย่างในมือร่วงลงกองกับพื้น

   “ตฤน..” ผมเรียกชื่ออีกฝ่ายเบา ๆ ไม่รู้เลยว่าเสียงที่ออกมาแหบพร่าเต็มไปด้วยอารมณ์ขนาดนี้

   

   ผมรุกต่อโดยมีเป้าหมายที่ซอกคอขาว สองมือลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียน ก่อนที่จะลูบลงมาที่กางเกง มือเรียวสอดเข้าไปข้างในกางเกงหวังปลุกอารมณเด็กน้อยให้ตื่นขึ้น อยู่ ๆ ร่างบางที่ยืนนิ่งก็กลับขัดขืน เขาผลักผมที่ไม่ทันตั้งหลักกระเด็นลงไปกับพื้น ก่อนจะวิ่งหนีไปทางประตู เจ็บแฮะ ชักจะหงุดหงิดขึ้นมาซะแล้ว ผมขยับลุกขึ้น มือขยับคว้าแขนตฤนได้ข้างนึงก่อนออกแรงดึงให้อีกฝ่ายเสียหลักล้มลง

   “ปล่อยว้อย” ผมพลิกตัวขึ้นคร่อมตฤนเอาไว้ ด้วยสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกขึ้นมา ร่างด้านล่างสั่นเทาเหมือนกระต่ายตัวน้อย เหมือนเหยื่อให้เขาล่า เขาซุกไซร้ซอกคอขาว

   อึก

   ผมถึงกับจุกเมื่ออีกฝ่ายตีเข่าใส่จุดอ่อนไหวดีที่ไม่โดนจัง ๆ กระแทกถาง ๆ ...

   ผมไม่ดีตรงไหนทำไมถึงไม่ยอม ทำไมถึงคิดจะหันหลังหนีผมไปล่ะ ทำไม เหมือนสติยับยั้งชั่งใจ รู้ผิดชอบชั่วดีจะหายไปจนหมดสิ้น เพราะความโกรธ และ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เป็นตัวผลักดัน ให้อารมณ์อยู่เหนือทุกสิ่งทุกอย่าง เขาเคยได้โดยไม่ต้องพยายามมากนัก ทุกคนล้วนเต็มใจยอมให้เขาทั้งนั้น เว้นคนนี้ ทำไม...

   เขาตั้งตัวได้ เข้าประชิดอีกฝ่าย กดร่างบางแนบกับประตู มือหนากำรวบข้อมือของเขาเอาไว้ที่ด้านหลัง อย่าให้เขาต้องรุนแรงเลยนะ เขาห้ามตัวเองไม่อยู่แล้ว

   ก๊อก ก๊อก

   เสียงเคาะประตูทำเอาเขาชะงัก ก่อนที่ร่างบางจะรวบรวมแรงผลักเขาจนกระเด็นแล้ววิ่งออกไป โธ่เว้ย เขาเปิดประตูตาม

   พลั่ก

   กำปั้นหนักหน่วงฟาดเข้าที่แก้ม รุนแรงจนหน้าหัน มันส่งเขาลงไปกองกับพื้น สติที่ไม่สมประกอบถึงได้กลับเข้าร่าง เลือดไหลซึมจนรู้สึกเค็ม ๆ ในปาก เขามองสถานการณ์ตรงหน้า มองเลยคนตรงหน้าเจ้าของกำปั้น มองไปถึงร่างสั่นเทาที่แอบอยู่ด้านหลัง เสื้อผ้าของตฤนหลุดหลุ่ย เขานั่นแหละเป็นคนทำ...

   

   บ้าเอ้ย วริษฐ์ ทำอะไรลงไปวะ




[พี่วริษฐ์นิสัยไม่ดี แต่จริง ๆ เจ้าตัวก็ไม่ตั้งใจหรอก อารมณ์กำลังแปรปรวน

เป็นคนเอาแต่ใจ อยากได้ต้องได้ โดนต่อยสักที จะได้ตาสว่าง

งื้อ ภาษาอังกฤษเราอ่อนมาก ไม่รู้พิมพ์ถูกมั้ย ทำไมตัวละครเก่ง เราไม่เก่งล่ะ ฮือ]
 :z3: :z3: :z3:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 7 ความท้าทายใหม่และการพบเจอ


             -  วริษฐ์ -

               ผมได้แต่รู้สึกผิดกับตฤน อารมณ์ชั่ววูบครอบงำ ทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดที่สร้างมา ดูเหมือนจะขาดสะบั้นลงทันที ผมกลับเข้าห้อง นั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าทั้งเจ็บทั้งชา หมัดเดียวเรียกสติเขา อีกฝ่ายใส่เต็มแรง มันคงรอเวลานี้อยู่ คงเกลียดเขา ที่ไปยุ่งกับคนที่มันรัก ทั้ง ๆ ที่มันก็ไม่กล้าพอจะรุกจีบตฤน แต่กลับตามติดอย่างกับเงา

               มือหนายกขึ้นกุมหัว พังหมดแล้ววริษฐ์ เกิดมาก็ไม่เคยจะต้องไปปล้ำใครที่ไหน ดันมาสติหลุดกับเพื่อนร่วมงาน เขานึกถึงภาพที่อีกฝ่ายทรุดนั่งกับพื้น พร้อมร่างกายสั่นเทา เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เขาก็ยิ่งรู้สึก... อยากจะวิ่งไปให้ไอ้หมัดหนักนั่นซัดอีกสักรอบ

               ผมรู้สึกผิดจริง ๆ จะทำยังไงให้ตฤนหายโกรธ ทำยังไงดีวะ

               วริษฐ์ลุกขึ้นไปนั่งที่ระเบียง เขาเริ่มสูบบุหรี่ สูบไปก็เหม่อมองฟ้าไปด้วย วันนี้พระจันทร์สวย เหมือนยิ้มเยาะเย้ยไม่มีผิด ความเงียบเหงา ความรู้สึกผิด และความหนาวเย็นทำให้วริษฐ์นั่งกอดเข่าตัวเองแน่น ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามา เขาคิดอะไรไม่ออก มีแค่บุหรี่ที่ทำให้เขารู้สึกอุ่น เชาติดบุหรี่มาจากอีกคนที่ทอดทิ้งเขา ทอดทิ้งหัวใจของเขา...

               บุหรี่มวนแล้วมวนเล่าถูกจุด ถ้าบุหรี่หนึ่งมวนจะทำให้ชีวิตเขาลดลง 1 ปี วันนี้ชีวิตเขาคงหายไป 10 ปีแล้ว ควันบุหรี่คละคลุ้ง เขาดับบุหรี่มวนสุดท้าย ก่อนจะซุกหน้าลงกับเข่า

               กลัว ... ตฤนก็คงหันหลังหนีไป คงมีระยะห่างที่ยาวเหมือนกำแพงเมืองจีน แล้วมีหลุดลึกกั้นกลางระหว่างพวกเขาเอาไว้ เขาขอโทษ...

               ร่างสูงเผลอหลับไปที่ระเบียง นั่งตากยุงทั้งคืนจนเช้า เขาตื่นเพราะได้ยินเสียงทุบประตูดังลั่น วริษฐ์เดินโซเซไปเปิดให้ ก็เจอกับสีหน้าเกรี้ยวกราดของใครบางคนที่เมื่อคืนซัดเขาจนหน้าหงาย เขารีบดันประตูปิด ขอถอนคำพูด ยังไม่อยากโดนกระทืบว่ะ แต่อีกฝ่ายกลับใช้มือง้างดันประตูออก ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาแรงโคตรเยอะ ผมจำต้องปล่อยประตู พลางเดินถอยหลังหนี

               “เมื่อคืนกูเมา กูไม่มีสติยับยั้ง”ผมออกไปพูดออกไป เมื่ออีกฝ่ายย่างเท้าเข้ามา

               “กูไม่ได้มากระทืบมึง เปลืองแรง” น้ำเสียงราบเรียบแต่มีแววคุกรุ่นดวงตาคมกริบตวัดจ้อง จนเขารู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมา ขยับหนีออกห่างไปนั่งที่มุมห้อง มองอย่างวิตกกังวล ไอ้หมัดหนัก เก็บนั่นเก็บนี่ใส่ลงกระเป๋า

               “มึง” อยู่ ๆ มันก็พูดขึ้นมา ทำเอาผมตกใจสะดุ้งสุดตัว “มีของอะไรที่ไม่ใช่ของมึงอีกมั้ย”

               ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ

               มันสะพายกระเป๋าขึ้นพาดบนไหล่ ก่อนเดินย่างสามขุมเข้าไปมาใกล้



               “อย่าแตะต้องตฤนอีก ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือน” เสียงเย็นพูดใส่ผม ดวงตาคมกริบมีประกายเกรี้ยวกราดซ่อนอยู่ มันน่าเกรงขามจนทำให้ผมต้องรีบพยักหน้า เรื่องต่อยตีไม่ใช่ทางของเขา เขาไม่อยากจะเจ็บตัว และเขาก็รู้สึกผิดมาก จะไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว

               ไม่ฝืนใจใคร ไม่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความผิดชอบชั่วดี... เขาเข็ดแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว เขามีคนอื่นให้กินมากมาย แต่คนที่มีเจ้าของที่หวงยิ่งกว่าจงอางหวงไข่แบบนี้ เขาไม่เอาตัวเข้าไปปะทะแน่

               “บอกคนอื่นด้วย ว่าตฤนกลับกับกู”

               ไอ้หมัดหนักออกคำสั่ง พลางมองหน้าอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง

               มวลสารแห่งความเกรี้ยวกราดเดินพรวดออกไป ไม่มีปี่ไม่มี่ขลุ่ยเหมือนตอนที่มา บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายทำให้ผมถอนใจออกมา เขาคงต้องหาจังหวะไปขอโทษตฤน



               ที่เขาทำลงไปส่วนนึงก็เพราะว่าน้องมันน่ารัก น่าลอง อีกส่วนก็เพราะว่าความเมาที่ขาดสติยับยั้ง ขอโทษยังไงถึงจะหาย...



              วันจันทร์มาเยือนอีกครั้ง ผมเจอตฤนในตอนเช้า ผมรีบขอคุยกับอีกฝ่ายทันที พูดพร่ำขอโทษ พูดแล้วพูดอีก อีกฝ่ายรับคำขอโทษ แต่ไม่ยกโทษให้ หน่ำซ้ำยังขอไม่ให้ผมยุ่งวุ่นวายกับเขา ขอให้คุยหรือติดต่อกันแค่เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น ผมพยักหน้ารับอย่างจำยอม ผมเตรียมใจไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ ถือว่าอีกฝ่ายใจกว้างมากพอแล้ว สำหรับการกระทำเลวร้ายของเขา แบบนี้ก็สาสมแล้ว

               วันเวลาที่น่าอึดอัดระหว่างเขากับตฤนดำเนินไปเรื่อย เรื่องก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว พอถึงจุดหนึ่งก็ชิน พวกเขาเป็นแค่พี่น้องร่วมทีมธรรมดาที่เว้นระยะห่าง ไม่เข้าไปวุ่นวายใส่ใจเหมือนเมื่อตอนแรก ๆ ปล่อยให้เป็นแบบนี้แหละ อย่างน้อยก็ยังคุยกันได้บ้าง



               - กวิน -

                ร่างบางเก็บข้าวของใส่กระเป๋า เขาเที่ยวเล่นมานานหลังจากเรียนจบ การเก็บกระเป๋าทำเขาหนักใจ ของฝากของขวัญเยอะจนกลัวว่าจะยัดลงไปไม่หมด สุดท้ายเขาซื้อกระเป๋าเดินทางเพิ่มอีกใบ มาสามใบหลับสี่ใบ โปรโมชั่นใหม่โดยนายกวิน

               แอบใจหายที่ต้องกลับประเทศไทยแล้ว เขารักที่นี่ เพราะที่นี่ทำให้เขาเป็นอิสระ มีไม่กี่อย่างที่ทำให้เขาอยากกลับไป คิดถึงพวกเพื่อน และอยากจะลองสักตั้งในการตามหาวริษฐ์



               กวินกลับมาถึงประเทศไทย เขายังไม่คิดถึงที่บ้านเท่าไหร่เพราะเพิ่งเจอเมื่อตอนรับประกาศนียบัตร แต่ก็ต้องไปหาอยู่ดี พร้อมของฝาก หลังจากเจอหน้าพ่อแม่พี่น้อง เขาก็นอนพักที่บ้าน ที่แม่ทำความสะอาดเตรียมไว้ให้ ให้เขากลับห้องคงไม่ไหว ไม่มีแรงจะทำความสะอาดเลย กลับมาไทย ทั้งเวลา อุณหภูมิสภาพอากาศ ร่างกายต้องปรับอะไรมากมาย เขารู้สึกอย่างกับว่ากำลังป่วย

               ร่างบางหลังจากกินข้าว อาบน้ำ เขาก็เดินสะโหล่สะเหล่ขึ้นห้อง หมดแรงนอนฟุบอยู่บนที่นอน กระเป๋าเดินทางทั้งหมดสองใบใหญ่ และอีกสองใบเล็กวางกองอยู่เต็มพื้นห้องจนทบไม่มีที่เดิน เขาเหนื่อยเกินกว่าจะรื้อจะค้น ไม่มีอะไรสำคัญและเร่งด่วนเท่ากับการนอนของเขา แสงอาทิตย์ยังสว่างไสว แต่เขาน่ะง่วงจนตาจะปิด



ติ้ง



               เสียงมือถือแจ้งเตือน ทำให้เจ้าตัวกลิ้งตัวจากฟากหนึ่งของที่นอน ไปอีกด้านเพื่อหยิบมือถือ

               ‘เมิงกลับมาหรือยังวะ’

               ไอ้แต้มทักมาเหมือนรู้ว่าเขากลับมาแล้ว เขาไม่ได้บอกมันสักหน่อยว่าจะกลับมาวันไหน รู้ดี อย่างกับอะไร มันแอบตามแอบดักฟังเขาหรือไง

               ‘มีคนบ่นว่าคิดถึง’

               “ใครวะ ไอ้นุกไอ้โจ้หรือไง”

               ‘ไอ้เติ้ลก็คิดถึง’

               กวินรู้สึกว่าอยู่ ๆ ลำคอก็แห้งผาก หายใจไม่ค่อยทั่วท้อง

               “แต้มเมิงฟังกุนะ เมิงอย่าเพิ่งบอกใครว่ากุกลับมาแล้ว ตอนนี้กุเหนื่อยมาก อยากพักเงียบ ๆ

               ถ้าเมิงอยากมาหากุ กุไม่ว่า

               แต่ขอแค่เมิงคนเดียวพอ”

               ผมพิมพ์ยืดยาวรัวเร็ว กลัวเหลือเกิน สลัดไม่หลุดสักที ไปอยู่ที่นู่น ปลอดโปร่งจนรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องกังวล แต่พอกลับมาถึงไทย ความแข็งแกร่งกล้าหาญทั้งหลายที่พยายามเพียรหล่อหลอมมา มันก็ลดน้อยลงเรื่อย ๆ

               ‘เมิงเป็นอะไรหรือเปล่า’

               “เปล่า กุนอนก่อนนะ ไว้เจอกัน

               อย่าลืมนะ อย่าบอกใครว่ากุกลับมาแล้ว เมิงรู้คนเดียวพอ”

               แต้มตกปากรับคำ กวินถึงได้โยนมือถือไปบนที่นอนอีกฝั่งของเตียง ส่วนตัวเขาทิ้งตัวนอนแผ่หมดแรง ปล่อยกุไปเถอะไอ้เติ้ล ปล่อยกุไป

               กวินดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงก่อนจะหลับไป



               เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนหัวค่ำ มือบางควานหามือถือเพื่อจะดูเวลา

3 ทุ่มกว่า

               กวินทักไปบอกพี่สาที่ทำงานเก่า ว่าจะแวะไปหาตอนเลิกงานวันพรุ่งนี้ เพราะก่อนหน้านั้น ที่ ๆ เขาจะไปก็คือร้านคาเฟ่ร้านนั้น เขาคุยกับพี่สาอีกนิดหน่อยก่อนจะนอนหลับต่อ

 

               เขานอนน็อครอบ ไปจนเกือบเที่ยงของอีกวัน อาจจะไม่ตื่นเลยถ้าแม่ไม่มาเคาะเรียกด้วยความเป็นห่วงเพราะว่ากวินเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องเป็นวัน ๆ

               “กวิน ป่วยหรือลูก”

               “ผมกำลังพยายามปรับตัวครับ” เขาพูดพลางส่งยิ้ม ก่อนตักข้าวเช้าที่ได้กินตอนบ่ายสองเข้าปาก อร่อยจริง ๆ กับข้าวฝีมือแม่ อร่อยมากขึ้นไปอีกเมื่อตอนนี้เขาหิวจนแทบจะกินช้างได้

               “นี่ ลูกน้ามีนาสอบติดหมอด้วยลูกเก่งจังเลย”

               มาอีกแล้วช่วงอวดลูกคนอื่นที่เหมือนจะทับถมเขาให้จมลงไป เขายิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไร พลางตักข้าวเข้าปากเงียบ ๆ หมอแล้วไง จบมางานหนักจะตาย เวลาพักก็น้อย

               “เดี๋ยววันนี้ผมแวะไปหาที่ทำงานเก่าหน่อยนะครับ” เขาบอกแม่ พลางทำหูทวนลมกับสิ่งที่แม่พูดทำเป็นฟัง แต่ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ใส่ใจ เมื่อก่อนคำพูดพวกนี้กดดันเขาจนเขาแทบหายใจไม่ออก ตอนนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว อาจจะมีบางครั้งที่เสียดแทงใจไปบ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร เขาโตขึ้นมากแล้ว...



               ตอนบ่ายเขาเดินออกจากบ้านฝ่าแดดร้อนเพื่อขึ้นรถไฟฟ้า ดีหน่อยที่คนยังไม่เยอะ เมื่อไปถึงแถวที่ทำงานเขาก็เดินไปที่ ๆ เขาอยากจะไปก่อน ร้านคาเฟ่ร้านนั้น เขาเดินไปสั่งน้ำ ก่อนจะเดินดิ่งไปที่บอร์ด พลางมองหารูปโพลาลอยของตัวเอง พอเจอตัวเองก็เจออีกคน ใบหน้าหล่อเหลาของวริษฐ์อยู่ตรงนั้น ภาพสีจางลงไปหน่อย แต่ความรู้สึกคิดถึงยังอยู่ดี น่าแปลกที่เขายังคงฝังใจกับคน ๆ นี้ เขาเพ่งมองภาพนั้นราวกับจะหาว่าจะสามารถมีอะไรไปเชื่อมโยงกับอีกฝ่ายได้ เพียงแต่ภาพมันจางจนดูไม่ออกว่าเป็นสายคล้องคอของบริษัทอะไร แต่คงจะแถว ๆ นี้แหละ

               อืม... ตึกแถวนี้มีบริษัทอะไรบ้างนะ

               กวินเซิร์ทหาข้อมูลตึกในละแวกนี้ว่ามีบริษัทอะไรบ้าง แล้วเขาก็เอาไปหาต่อในเว็บหางาน บางเว็บมีลงรูปพนักงาน รูปบริษัท อืมมมม... ถือโอกาสหาทั้งงาน หาทั้งคน

               “บริษัททีแอลวี” กวินพึมพำ เมื่อกวาดตาเจอตำแหน่ง Senior Risk Assessment Office และแผนกบุคคลที่ให้ติดต่อ ชื่อว่า...

               ...วริษฐ์... กวินดีใจจนแทบลุกขึ้นเต้น เมื่อเจอชื่อที่ตามหา แม้จะไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่าก็ตาม ก็ยังดี ...

               เขารวบรวมสมาธิพลางโทรไปหาวริษฐ์ เสียงสัญญาณดังทำให้เขารู้สึกลุ้น มันดังหลายทีก่อนจะกลายเป็นเสียง ตรู๊ด ๆ ๆ ๆ รัว ๆ  เพราะไม่มีคนรับ

               เขาตั้งใจจะสมัครงานนะทำไมไม่รับละ ไม่มีอะไรแอบแฝงเลยยยยย

               เขากดโทรใหม่อีกครั้ง

               “สวัสดีครับ บริษัท ทีแอลวี แผนกบุคคล ติดต่อเรื่องอะไรครับ” เสียงผู้ชาย แต่ไม่เหมือนเท่าไหร่ น้ำเสียงเรียบนิ่งมาก จะใช่วริษฐ์คนดียวกันหรอ

               “สวัสดีครับ พอดีผมจะสมัครงานครับ คุณวริษฐ์ใช่มั้ยครับ”

               “เอ่อ คุณวริษฐ์ลาครับ ผมชื่อสันติครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่กลับมาจากประชุมจะให้โทรติดต่อกลับนะครับ ชื่ออะไร สมัครตำแหน่งไหนครับ”

               “กวินครับ Senior Risk Assessment Office ครับ”

               หลังวางสาย กวินถอนหายใจพรืดใหญ่

               มาลาอะไรช่วงนี้นะ เฮ้อออออ ไปลุ้นเอาข้างหน้าแล้วกันนะ พี่วริษฐ์... ทำไมการจะเจอพี่มันถึงได้ยากเย็นแบบนี้นะ มือบางขยับเอาช็อคโกแลตปั่นเข้าปากด้วยความเซง

               เขานั่งมองวิวนอกหน้าต่างด้วยความเบื่อหน่ายอีกพักใหญ่ ๆ กว่าที่จะได้เวลาเลิกงานของพี่สา วันนี้เขานัดกันว่าจะไปจิบเบียร์ กินปิ้งย่างสักหน่อย



               เสียงมือถือดังขึ้นเรียกให้เขาละสายตาจากวิวตึกสูงด้านนอกหน้าต่าง มามองที่หน้าจอมือถือ เบอร์แปลก

               “สวัสดีค่ะ วาเนสซ่าติดต่อจากบริษัท ทีแอลวีนะคะ คุณกวินสนใจในตำแหน่ง Senior Risk Assessment Office ใช่มั้ยคะ”

               เสียงหวานพูดทักทายยืดยาว

               “อ่าครับ”

               จากนั้นเธอก็สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นคร่าว ๆ ชวนคุยหลายเรื่อง ก่อนจะจบด้วย

               “เดี๋ยวส่งเรซูเม่มาทางอีเมลนะคะ เดี๋ยวพี่จะติดต่อกลับไปอีกครั้ง”

               เขาคุยกับวาเนสซ่าจนช็อคโกแลตปั่นละลาย น้ำนองจากก้นแก้วเต็มโต๊ะไปหมด มือบางดึงทิชชู่มาเช็ดโต๊ะ ก่อนยกแก้วน้ำขึ้นจิบ สมควรแก่เวลาแล้ว

               กวินเดินไปที่ตึกทำงานเก่าและนั่งรออยู่ตรงนั้น ทันทีที่เจอพี่สา โม่ และคนอื่น ๆ ทุกคนต่างเข้ามากอดเขา ก่อนจะพากันไปร้านอาหารที่นัดแนะกันไว้

               “เป็นไงบ้างล่ะ ไปอยู่ที่นู้น มีแฟนหรือยัง” พี่สาพูดแซว เพราะจนตอนนี้เธอก็ยังโสดอยู่เหมือนเดิม

               “ยังครับโสดเหมือนเดิม เป็นเพื่อนพี่”

               “ดีแล้วล่ะ เป็นเพื่อนกันก่อน พี่เหงา”

               “เว่อน่าพี่” เขาพูดพลางหยิบขนมออกมาแจกให้ทุกคน เป็นของฝากจากเขา ส่วนสาเขาแอบส่งซิกว่าไปเจอกันข้างนอก เขามีของจะให้ เป็นกระเป๋าตังใบเล็ก เขาลุกขึ้นเดินออกไปโดยบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ไม่อยากจะให้คนอื่นน้อยใจ แต่เขาก็สนิทกับพี่สามากที่สุดจริง ๆ

               เมื่อเขาเดินกลับมาพร้อมพี่สา เขารู้สึกถึงสายตาแปลก ๆ จากโม่ สายตาอย่างกับว่าไม่พอใจ...

               พวกเขากลับไปนั่งที่กวินนั่งอยู่ริมสุดสานั่งตรงกลางแล้วก็โม่

               โม่ยังไม่กินเบียร์เหมือนเดิม แต่ดูแลบริการพี่สาดีมาก เขาลอบมองดูอยู่เงียบ ๆ

               หรือว่าโม่ จะ...ชอบพี่สา สนุกแล้วสิ

               

               ข้อสันนิษฐานเขาไม่น่าจะผิดเมื่อโม่อาสาไปส่งพี่สาที่บ้าน ส่วนเขาก็กลับบ้านไปนอน เบียร์คงทำให้เขาหลับสบาย เขากลับถึงบ้านทุกคนก็หลับกันหมดแล้ว เขาจึงย่องเงียบ ๆ เข้าห้องไป

               เขาทิ้งตัวลงบนที่นอน และหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว

               ยามเราหลับเวลาเลื่อนไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว เวลาตั้งหลายชั่วโมงผ่านไปโดยไม่รู้ตัว ตื่นอีกครั้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาควานหามือถือ ก่อนจะดูว่าเป็นวาเนสซ่าที่เขาเมมเอาไว้ เขาจึงเด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรง พร้อมวอร์มเสียง

               “อะแฮ่มมมม”

               ‘สวัสดีค่ะ น้องกวิน พี่วาเนสซ่าจาก ทีแอลวีนะคะ’

               “ครับ สวัสดีครับ”

               “พรุ่งนี้พี่ขอนัดสัมภาษณ์ ไม่ทราบว่าเราสะดวกหรือเปล่า เป็นตอนบ่าย”

               “สะดวกครับ”

               “เอกสารที่ต้องเตรียมพี่ส่งให้ทางอีเมลแล้วนะคะ มีอะไรโทรติดต่อพี่ได้เสมอ พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”

               “ครับ ขอบคุณมากนะครับ”

               เขาเปิดอีเมลขึ้นดูและรื้อค้นจัดเตรียมเอกสาร ดีที่เอกสารสำคัญถูกแยกเอาไว้ หาได้โดยง่าย เสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลคถูกเอาออกมารีดและแขวนเอาไว้อย่างเตรียมพร้อม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้ากับกางเกงสแลคสีดำ พร้อมรองเท้าหนัง เขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ว่าจะพักซะหน่อย ดันไปตบปากรับคำสัมภาษณ์งาน เพราะแค่อยากได้ยินเสียงของผู้ชายคนนั้นแค่นั้นเอง

               กวินเอ้ย แกเป็นเอามากแล้ว



               ทุกอย่างเกิดขึ้นไวจนไม่ทันตั้งตัวทั้งการสัมภาษณ์งาน การผ่านสัมภาษณ์ และการตกลงเริ่มงาน รวมถึงเซนสัญญา เกิดขึ้นเร็วจนกวินรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย โชคยังดีที่ยังมีเวลาให้เขาพักสักอาทิตย์ เขาเทียวไปเทียวมา ไปทำความสะอาดที่ห้อง จัดการฝุ่นและกลิ่นอับ รู้สึกอย่างกับกำลังย้ายไปบ้านใหม่อีกครั้ง บ้านที่ไม่ได้ไปมานาน



               เมื่อวานแต้มมาหาผมที่ห้อง เขายังเก็บความลับได้ดี ไม่ปริปากบอกใครว่าผมกลับมาแล้ว ด้วยความดีของแต้มที่เก็บความลับอยู่ ผมจึงใช้ให้มันเช็ดพัดลมซะเลย ยังไม่พอยังตกรางวัลให้มันช่วยเช็ดกระจก รวมทั้งตากผ้าให้ผม

               “กุมาทำอะไรที่นี่วะเนี้ย” แต้มบ่นอุบ เมื่อทำงานบ้านที่ถูกมอบหมายเสร็จสิ้น

               “มาช่วยกุทำความสะอาดห้องไง”

               “สัส กุแวะมาเพราะคิดถึงเพื่อนเฉย ๆ ใช้งานกุเป็นทาสเลย”

               “หึ บ่นแต่งานเนี๊ยบ กุยอม พูดไปเลยชั่วโมงนึง”

               “คxย”

               “หยาบว่ะ”

               “ไอ้หน้าหมา ไหนของฝากกุ” แต้มแบมือทวงของฝาก ของฝากที่ผมบอกไว้ ว่าถ้าทำงานดีถึงจะยอมให้

               ผมลุกไปหยิบของฝาก แง้มดูของข้างในถุงมันเป็นของไอ้แต้มจริง ๆ เขามองมือที่แบบค้างรอของ ก่อนจะโยนถุงกระดาษสีน้ำตาลใส่มัน

               “เออ เอาไป”

               แต้มเปิดดูทันทีพลางส่งยิ้มกว้าง สมใจติ่งแฮร์รี่พอตเตอร์ เขาหยิบมันขึ้นมาพลางเอามือถูไปมา ผ้าพันคอสีแดงผืนนิ่มของบ้านกริฟฟินดอร์

               “ถูกใจดิเมิง”

               “เออ เรียกกุว่า แตเมอร์ เซเวอร่า สนิพ”

               “ชื่อเหี้ยอะไรของเมิง”

               แต้มยังคงยิ้มกว้าง หน้าบาน มือหนาล้วงลงไปในถุง เขาเห็นกล่องใบเล็ก ๆ อยู่ในนั้น

               “มีชอคโกแลตกบด้วย”

               “ในนั้นมีการ์ดด้วย แต่แพงกุให้กล่องเดียวพอ”

               “ขอบใจ รักเมิงชิบหาย”

               “เออกลับไปได้แล้ว พรุ่งนี้ทำงานแต่เช้า ไปพักผ่อนไป” ผมออกปากไล่ วันนี้ใช้มันมาทั้งวัน แอบเกรงใจนิดหน่อย แต่ก็คงสาสมกับของที่ให้มันแล้ว ผ้าพันคอผืนนี้ไม่ใช่ถูก!

               “เออไว้เจอกัน”

               พอแต้มกลับไปเขาก็กินข้าวกล่องแช่แข็งในตู้เย็น พลางอาบน้ำเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ เสื้อผ้าข้าวของต่าง ๆ เขาเตรียมเอาไว้ให้หยิบง่าย ๆ พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ตั้งนาฬิกาปลุกสักสามครั้ง พอร่างบางคลานขึ้นเตียงก็หลับไปด้วยเวลาอย่างรวดเร็ว

   

            วันนี้เริ่มงานวันแรกเขาเลือกใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับเกงเกงสแลคสีดำ ดู ๆ ไปก็แอบเหมือนนักศึกษาฝึกงานอยู่เหมือนกัน

               “พาน้องมาแนะนำตัวนะคะ น้องกวิน แผนกบริหารความเสี่ยง”

               วาเนสซ่าพาผมแนะนำตัวกับแผนกต่าง ๆ เพราะผมจะต้องทำงานกับทุกหน่วยงาน เพื่อทำแผนประเมินความเสี่ยงขององค์กร ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำความรู้จักกันก่อนจะต้องทำงานด้วยกัน

               “สวัสดีครับ ผมชื่อกวินนะครับ ฝากตัวด้วย” ร่างบางยกมือขึ้นไหว้พี่ ๆ ในห้อง พลางยิ้มสดใส

               ร่างบางกวาดสายตามองทุกคนก่อนจะไปสะดุดที่ใครบางคน เมื่อดวงตามองสบกับ... คนที่เขาเฝ้านึกถึงมาตลอดเวลาเกือบสองปี

               วริษฐ์...

   

               วริษฐ์มองสำรวจอีกฝ่าย ชายหนุ่มที่มีรอยยิ้มร่าเริงความมั่นใจเต็มเปี่ยม ผมสีดำขับดวงหน้าขาวให้สว่าง ดวงตาเป็นประกายสดใส เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับเกงเกงสแลคสีดำ อย่างกับเด็ก ๆ จบใหม่ ดูแล้วน่าจะรุ่นพี่ตฤน ดูแก่กว่านิดหน่อย อืม...แต่ดูคุ้นอย่างประหลาด...

                “พี่วริษฐ์!!! เจอกันอีกแล้วนะครับ” ก่อนที่ร่างบางจะขยับยิ้มพลางโบกมือให้

               “ครับ” วริษฐ์ได้แต่ตอบรับเสียงเบา สีหน้าตกใจเล็กน้อย รู้ชื่อเขาได้ไง? ใครวะ?

               ร่างบางก้มหัวให้ ก่อนจะคิดได้ว่าอีกฝ่ายอาจจะจำเขาไม่ได้ เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว ... คงมีแต่เขาที่ไม่ลืม

               “รู้จักกันด้วยหรอ”

               “ครับ นานมากแล้ว พี่เขาอาจจะจำไม่ได้” กวินตอบพลางยิ้มกว้าง

               ส่วนเขาได้แต่ส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้ เพราะเขาก็จำไม่ได้จริง ๆ พยายามนึกก็นึกไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลาติดจะน่ารัก ผิวขาวเนียนใส เขาไม่น่าจะลืมได้...

.

.

[ปาดเหงื่อ ในที่สุดก็เจอกันสักที

เอ้ออออ ดีใจมาก น้ำตาจะไหล]

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 8 ผมจะทำให้พี่รักผม



[ฟังเพลง นาฬิกา : ปลานิลเต็มบ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศค่ะ]



               พอผมทักทายพี่วริษฐ์ เขาก็ส่งยิ้มแปลก ๆ กลับมาให้เขามองผมด้วยสีหน้างุนงง ผมก็ได้แต่ยิ้ม จำไม่ได้ก็ไม่แปลก จำผมไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะผมมาเพื่อจะจีบพี่ มาเพื่อทำความรู้จักกับพี่จริง ๆ

               “พี่วริษฐ์ครับ ไว้คุยกันนะ” เขาส่งยิ้มสดใส

               วริษฐ์ได้แต่ยิ้มตอบรอยยิ้มนั้น ก่อนวาเนสซ่าจะพาน้องเดินไปที่อื่นต่อ เขาได้แต่มองตาม คิ้วเข้มขมวดอย่างใช้ความคิด ทำท่าเหมือนสนิทสนมกับผม แต่ผมกลับจำไม่ได้สักนิด



               ผมนั่งประจำที่โต๊ะ นั่งคิดไตร่ตรองกับตัวเองว่าจะเอายังไงดี จะเริ่มรุกจีบเลยดีมั้ย หรือจะค่อย ๆ ไป ตอนนี้เขาสับสนมากเหมือนมีเทวดากับปีศาจ นั่งอยู่บนไหล่ซ้ายกับขวา

               ‘เอาสิ เอาเลยรอมานานไม่ใช่หรอ’ ปีศาจเอ่ยเชียร์

               ‘อื้อ ต้องรุกจีบแล้วล่ะ ปล่อยเวลามานานแล้ว’ เทวดาที่ควรจะห้ามกลับยุยงส่งเสริม

               เขานึกขำที่ตัวเองทำตัวเป็นเด็ก ๆ เล่นตลกกับตัวเองคนเดียวบ้าบอ แต่ก็นั่นล่ะ ผมจะไม่ปล่อยเวลาให้มันผ่านไปอีกแล้ว ผมจะต้องเริ่มมันเดี๋ยวนี้!!!

               

               วริษฐ์กำลังนั่งพิมพ์ชื่อพนักงานที่จะไปตรวจสุขภาพกับทางโรงพยาบาลที่บริษัทดีลเอาไว้ลงในอีเมล เสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะก็ดังขึ้นวริษฐ์มองชื่อบนหน้าจอเล็ก ๆ Gawin เขาขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะกดรับ

               “สวัสดีครับ”

               ‘พี่วริษฐ์ครับ เย็นนี้ว่างมั้ย’

               เขาขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีก มีธุระอะไรกับเขา

               “กวินมีอะไรหรอครับ”

               ‘ไปกินข้าวกันนะครับ ตอนเลิกงาน ไปกันยังไงดีน้า’

               “เอ่อก็ได้ครับ เจอกันครับ เดี๋ยวไปรถพี่ก็ได้” วริษฐ์รับนัดไปอย่างงง ๆ



               ตฤนลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เขาเจอกวินเดินมาพอดี นึกถึงเมื่อเช้าที่เด็กหนุ่มคนนี้ทักทายวริษฐ์ด้วยความสดใส ดูสดใสน่ารักน่าทะนุถนอมจนกลัวแทน ก็วริษฐ์น่ะ... ถึงจะมาขอโทษแล้วก็เถอะ คิดแล้วยังกลัวไม่หาย

               “เอ่อ กวิน”

                “ครับ?” กวินขานรับพลางส่งยิ้มให้ เขามองอีกฝ่าย คุ้นหน้าว่าอยู่ในห้อง HR

               “รู้จักกับพี่วริษฐ์มานานแล้วหรอ”

               หืม? มาถามเขาเรื่องที่รู้จักวริษฐ์? เขาหรี่สายตามองสำรวจอีกฝ่ายด้วยความสงสัย ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ อยากรู้เรื่องนี้เพราะอะไร

               “ก็นานมั้งครับ”

               “เอ่อคือยังไง ระวังตัวด้วยนะ”

               กวินเลิกคิ้วข้างนึงขึ้นด้วยความสงสัย ตฤนจึงขยับเข้าใกล้อีกฝ่าย พลางกระซิบเสียงเบา “เขาอาจจะอยากง้าบนาย”

               กวินยิ้มทะเล้น ก่อนตอบเบา ๆ “ก็ดีสิครับ”

               “หืม?” ตฤนมองรอยยิ้มทะเล้น ๆ นั่นก่อนคิดในใจว่า เขาอาจจะคิดผิดที่มาเตือนออาจจะไม่ควรมายุ่งจริง ๆ แต่ก็ถือว่าเขาทำในสิ่งที่ค้างคาแล้ว



               ช่วงเย็นที่กวินรอคอยก็มาถึง

               “พี่วริษฐ์ครับ”

               “อ้าวกวินลงมานานหรือยัง”

               “ไม่นานครับ”

               “ไปกินข้าวกันดีกว่า” มือบางแตะสัมผัสที่ต้นแขนเขา

               วริษฐ์ได้แต่งุนงงกับท่าทีของอีกฝ่าย ที่ดูจะสนิทสนมกับเขามาก แม้เขาจะรู้สึกคุ้น ๆ แต่ก็นึกไม่ออก หรือไม่เด็กใหม่ก็อ่อยเขาอยู่

               “กวินอยากไปร้านไหนครับ”

               “อืม ร้าน feeling มั้ยครับ”

               วริษฐ์มองคนข้าง ๆ ร้านอาหารกึ่งผับ ร้านที่เขาเคยไปอยู่สองสามครั้ง ชวนไปที่แบบนี้เลยแฮะ

               “มันเป็นที่ที่มีความหมายนะครับ” ร่างบางพูดดัก เผื่ออีกฝ่ายจะคิดว่าเขาไวไฟ อย่างจะมอมเหล้าเขา แม้ว่าเขาจะอยากทำจริง ๆ ก็ตาม

               ร้านอยู่ไม่ไกลนักจากที่ทำงาน ทำให้ทั้งคู่มาถึงที่หมายอย่างรวดเร็ว



               ทั้งคู่เข้าไปนั่งภายในร้าน ที่ตกแต่งด้วยไฟค่อนข้างสลัว

               “พี่จำผมไม่ได้ใช่มั้ยครับ” กวินถามตรง ๆ เพราะร้านที่จะไปคือร้านที่เขาเจอกับวริษฐ์

               “เอาจริง ๆ ก็รู้สึกคุ้น” คุ้นกับผี วริษฐ์เมิงโกหกน้องเขา เมิงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยรู้จักคนชื่อกวิน

               “เราเคยเจอกันที่นี่ครับ” ร่างบางส่งยิ้มให้

               .”หืม?” ร่างสูงขมวดคิ้วแน่น เคยเจอที่นี่? เขากับกวิน?

               “พี่เมามาก อาจจะจำไม่ได้ถ้าวันนั้นไม่ได้พี่ปลอบผมคงแย่” เขาพูดพลางหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาเปิด ชี้ให้ดูในช่องพลาสติกใส ที่มีเศษซากของนามบัตรถูกใส่อยู่ในนั้น ลางเลือนขาดยุ่ยไม่มีชิ้นดี แต่เจ้าของก็รู้ดีว่าน่าจะเป็นของเขา

               “นามบัตรเละเทะเชียว”

               “ผมพยายามตามหาพี่แล้ว แต่ไม่เคยเจอ จนวันนี้”

               ร่างสูงมองดวงหน้าน่ารักที่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และดวงตาที่เป็นประกาย คนตรงหน้าดีใจมากจริง ๆ ที่ได้เจอเขา ทำเอาเขาเผลอยิ้มตาม น่ารักสดใส ...

               “แล้ว พอเจอพี่แล้ว จะทำยังไงต่อ” วริษฐ์พูดแซวคนตรงหน้า อยากรู้จริง ๆ ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร

               ร่างบางขยับยื่นหน้ามาใกล้ “ทำให้พี่รักผมครับ”

               วริษฐ์อ้าปากค้างกับความตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า ดวงตาคมจ้องมองใบหน้ายิ้มแย้มของคนที่พูดออกมาหน้าตาเฉยว่าจะทำให้ผมรักเขา อีกฝ่ายยังคงยิ้มไม่หยุด ในขณะที่เขา จ้องเอง กลับรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ขึ้นมาซะแบบนั้น

               “ทำไมต้องเป็นพี่”

               “ก็พี่เคยบอกผมว่า ให้หาแฟนใหม่ให้ดีกว่าเดิม ผมว่าก็ต้องพี่นี่แหละ”

               “เรารู้ได้ยังไงว่าพี่เป็นคนดี” วริษฐ์นึกถึงชีวิตเสเพของตัวเอง ฟันแล้วทิ้งเป็นเรื่องปกติธรรมดา เน้นบริหารเสน่ห์ไม่เน้นใช้หัวใจรักใคร แถมยังเกือบจะขืนใจเพื่อนร่วมงาน นึกถึงตฤนทีไร ในใจปวดหนึบทุกที

               “ผมมาลองเสี่ยงครับ ผมว่าผมบริหารความเสี่ยงได้ดีพอ” กวินพูดพลางยิ้มทะเล้น

.

               นึกถึงเมื่อสองปีก่อน คนที่ปลอบโยนเขา ในวันที่เขาไม่สามารถพึ่งพาใครได้เลย เพราะเป็นเรื่องที่ยากจะอธิบาย มีแค่คนแปลกหน้าที่ยอมเข้าใจ และปลอบเขา

               “ฮื่อออ รัก ตัวเองงง ให้มาก”

 

           เขาพูดพลางกระตุกยิ้ม รอยยิ้มนั้น ตราตรึงใจของผมตลอดมาอบอุ่นเหมือนพระอาทิตย์ที่ส่องว่างเจิดจ้า เป็นแสงสว่างเดียวที่ส่องมาถึงเขา เขาถึงได้พยายามที่จะไขว้คว้าเอาไว้ ครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้เจอกัน จากนั้นก็ได้แต่ภาวนาให้ได้เจอกันอีกครั้ง

               ...และการมาเจอกันครั้งนี้ จึงเหมือนพรหมลิขิต และเขาจะไม่ยอมปล่อยอีกคนไปแน่ ๆ จะไม่ยอมปล่อยคนตรงหน้าให้หลุดลอยหายไปอีก!!!



               บรรยากาศมืดสลัว เสียงเพลงดังคลอ ผู้ชายแปลกหน้าสองคนกำลังทำความรู้จักกันผ่านความเงียบ และการลอบมองอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง มองสำรวจท่าที การแต่งตัว รูปร่างหน้าตา ผ่านเมนูอาหารที่ยกขึ้นมานั่งดู

               พวกเขาต่างสั่งอาหารและเครื่องดื่ม กวินชินกับร้านนี้เพราะมาหลายครั้ง มารอคนที่นั่งตรงข้ามนั่นแหละ หลังจากสั่งอาหารเสร็จ ทั้งคู่ต่างไม่พูดคุยกัน ไร้บทสนทนาใดใด บรรยากาศที่ค่อนข้างจะเงียบระหว่างทั้งคู่ดำเนินมาได้สักพักใหญ่ ความเป็นจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง พวกเขาคือ คนแปลกหน้าสองคนที่อยู่ดี ๆ ก็มากินข้าวด้วยกัน

               ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยกับพี่เขายังไง ทั้ง ๆ ที่รอจะเจอมาตลอด แต่พอมาอยู่ตรงหน้าก็ไม่รู้จะทำยังไง ทำได้แค่ลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายเท่านั้น เอาล่ะ...

               “พี่วริษฐ์ครับ”

               “ครับ”

               “ผมถามตรง ๆ เลยนะ พี่ชอบผู้ชายหรือเปล่า”

               “เอ่อ...” อีกฝ่ายถามตรงมากจนเขาชักจะเหงื่อตก “พี่...ไม่มีเพศไหนเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่พี่มีแต่ผู้หญิง”

               “ส่วนใหญ่หรอครับ?”

               “คือ พี่จะว่ายังไงดีล่ะ เอาเป็นว่าพี่เคยนอนแต่กับผู้หญิง” วริษฐ์ไม่รู้จะตอบอ้อมยังไง ก็เลยตอบตรงยิ่งกว่าคำถามที่ถามมา

               “แต่ไม่ได้รังเกียจผู้ชายใช่มั้ย ถ้าผม...” จะเป็นคนแรกของพี่จะได้มั้ย

               พนักงานเดินมาเสิร์ฟเครื่องดื่ม ขัดจังหวะได้พอดิบพอดี ทั้งคู่ได้แต่อึก ๆ อัก ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรยังไงต่อไป ได้แต่จ้องหน้ากัน เพราะบทสนทนาประหลาดนั่นที่ทำให้พวกเขายิ่งประหม่า

               

               เสียงเพลงจากวงดนตรีสดที่อยู่ไม่ไกล เสียงเพลงนุ่ม ๆ ดังคลอ เป็นอะคูสติก กีต้าร์โปร่ง จังหวะพอให้โยกได้ เสียงเพลงนั้นช่วยจัดการความเงียบงันของทั้งคู่ให้ไม่เงียบจนเกินไป

               

            เราอาจเคยใช้เวลา ร่วมกับใครในบางครั้งบางที

           แต่มันก็เป็นแค่เรื่องดี ๆ อย่างเข็มวินาทีผ่านมา

 

           เราอาจเคยเจอกันหรือไม่เคยพบกัน

           หรืออาจเป็นเพราะว่าตอนนั้นเวลาบอกให้เราไม่ใส่ใจ

 

           เริ่มต้นจากความแตกต่างการเดินทางที่ไม่พร้อมกัน

           เราคงวิ่งไล่ตามกันอยู่บนโลกที่วุ่นวาย

           แต่คงจะมีวันนึงที่เธอหยุดพัก

           และฉันหาเธอจนเจอ

               (นาฬิกา ปลานิลเต็มบ้าน)



               เพลงนี้เหมือนสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญ กวินจ้องคนตรงหน้าไม่วางตา เขาอยากพูด แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร อยากรู้จักคนตรงหน้าให้มากกว่านี้

               “อะแฮ่ม” วริษฐ์กระแอมแก้เก้อออกมา เมื่อถูกจ้องตลอดเวลา ทำไมเขารู้ว่าถูกจ้อง เพราะเขาก็จ้องอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน

               “ดื่มเหล้ามั้ยครับ”

               “ได้ครับ”

               กวินถามวริษฐ์ ก่อนจะยกมือขึ้นเรียกพนักงานอีกครั้ง พร้อมสั่งเหล้ามาหนึ่งขวด บรรยากาศน่าอึดอัดแบบนี้ ถ้าได้เหล้า อะไร ๆ อาจจะดีขึ้น สนุกขึ้นกล้าพูดมากยิ่งขึ้น

               “พี่วริษฐ์ ครับพี่มีชื่อเล่นหรือเปล่าครับ”

               “หืม?” ไม่ค่อยมีคนถามชื่อเล่นเขา เพราะชื่อเขามันสั้นอยู่แล้ว ชื่อเล่นจริง ๆ ของเขาน่ะหรอ อืม ไม่มีใครเรียกมานานแล้วแฮะ “อาร์ต พี่ชื่ออาร์ต”

               “ไม่เห็นมันจะคล้องกับชื่อจริงเลย พี่ศิลปะ?”

               “ไม่ค่อยมีคนเรียกพี่ด้วยชื่อเล่นอยู่แล้ว”

               “งั้นผมเรียกได้มั้ย” เขาอยากเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อที่ไม่มีใครเรียก มันมีความรู้สึกพิเศษ

               ร่างสูงพยักหน้าหงึกหงัก อยากเรียกก็เอาสิ ไม่มีใครเรียกชื่อนี้มานาน ครั้งสุดท้ายก็ตั้งแต่สมัยเรียนจบป.ตรีใหม่ ๆ มันก็ผ่านมาหลายปีมากแล้ว

               “พี่อาร์ต” ร่างบางพูดพลางฉีกยิ้มกว้างจนตาปิด เรียกชื่อเล่นเขาแค่นี้ มันต้องมีความสุขขนาดนั้นเลยหรอ

               “กวินล่ะ มีชื่อเล่นมั้ย”

               “มีครับ กวิน ไม่ก็วิน” ร่างบางตอบยิ้ม ๆ ชื่อเขาสั้น เขียนง่าย ชื่อเล่นก็เลยออกมาแบบนี้ ไม่รู้ว่าที่บ้านขี้เกียจหรือเปล่า มันถึงได้ออกมาเหมือนกัน

               “ก็มันสั้น ๆ อยู่แล้วอ่ะเนอะ แล้วนี่กวินเรียนอะไรมา จบที่ไหน”

               บรรยากาศที่ไม่ต่างจากการสัมภาษณ์งาน ทั้งคู่ผลัดกันถามคำถาม เพื่อทำความรู้จักกันให้มากยิ่งขึ้น วริษฐ์ที่ทำแผนกสรรหา ถามคำถามรัวเหมือนกำลังทำงานอยู่ ทำไปตามความเคยชิน แต่ไม่รู้ทำไมอีกฝ่ายถึงได้ยิ้มเก่งขนาดนี้ ยิ้มจนเขาแทบจะยิ้มตาม

               คุยไปดื่มไป กวินคอยชงน้ำให้ตลอด ไม่มีปล่อยให้พร่อง

               “พี่อาร์ต เวลาว่าง ๆ พี่ชอบทำอะไรครับ”

               “อืม” สับรางสาว ๆ ในสต็อก... ไปนอนห้องคนนู้นทีคนนี้ที ... “งานอดิเรกพี่มีหลายอย่าง พี่ขี้เบื่อน่ะ ที่บ่อย ๆ พี่ก็ชอบดูหนังอยู่นะ”

               “หนังแบบไหนหรอครับ แบบที่กรอ ๆ แล้วดูไม่ถึง 10 นาทีก็เลอะเทอะหรือเปล่าครับ”

               ร่างบางพูดทะลึ่งพลางทำหน้าทะเล้น

               “กวินดูบ่อยล่ะสิ” วริษฐ์หยอกกลับ

               “ก็ดูบ้างน่ะครับ ผมชอบดูการ์ตูนมากกว่า... เอ่อ อนิเมะนะไม่ใช่หนังโป๊ ผมไม่เหมือนพี่นะครับ”

               “เป็นเด็กเลย”

               “ผมยังเป็นเด็กนี่ครับ” เขาพูดพลางยิ้มกว้างจนตาปิด “ชนครับ”



               กวินกับวริษฐ์ดื่มไปไม่รู้เท่าไหร่ เหล้าหมดไปค่อนขวดแล้ว ยิ่งดื่มก็ยิ่งร้อน ร่างสูงทำแค่พับแขนเสื้อขึ้นสูงกว่าเดิม ขณะที่กวินปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก โชว์ผิวขาว ที่เปลี่ยนสีเล็กน้อยจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

               “พี่ว่าเดี๋ยวเราจะเมานะ แล้วนี่กวินบ้านอยู่ไหน” วริษฐ์มองดูร่างบางตรงหน้าที่ดื่มจนใบหน้าและเนื้อตัวเริ่มแดงนิด ๆ เขาก็ดื่มไปหลายแก้ว แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ เพราะต้องขับรถ

               “ผมอยู่คอนโดครับ ห้องว่างไม่มีใคร พี่ไปได้” คำพูดเชื้อเชิญจากคนตรงหน้า ทำเอาเขานึกขำ ตั้งใจมาอ่อยเขาเต็มที่จริง ๆ

               “พี่ถามที่อยู่จะได้ไปส่งถูก ไม่ได้ถามว่าไปห้องได้มั้ยสักหน่อยครับ”

               “ไปได้นะครับ” ดวงตาหวานฉ่ำช้อนตามองอีกฝ่าย

               “กวินเมาแล้ว”

               “ยังไม่เมาครับ ผมชอบพี่นี่นา”

               “เราเพิ่งเคยเจอกันเองนะ”

               “เราเจอกันมานานมากแล้วครับ”

               วริษฐ์มองร่างบางพลางเกาหัวแก้เก้อจนผมเสียทรง ไม่รู้จะเอายังไงกับร่างบางตรงหน้า ที่มีอาการแปลก ๆ ใบหน้าแดงก่ำ ดวงตาฉ่ำ แต่น้ำเสียงยังคงปกติดี ปกติเขาถนัดรุกคนอื่น พอโดนรุกกลับรุนแรงแบบนี้ ก็มีตั้งหลักไม่ถูกบ้างเหมือนกัน

               “ครับ เจอกันนานแล้วก็นานแล้ว”

               “คอนโดมารี่ ตรง...”

               “พี่นึกออกล่ะ ไม่ไกลนี่นา”

               “ใช่ครับพี่ ไม่ไกลเลย ใกล้นิดเดียว” ร่างบางพูดพลางทำนิ้วประกอบ ทำมือนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ใกล้กัน เพื่อบอกว่านิดเดียวจริง ๆ

               “จะกลับหรือยัง หืม?” ร่างสูงถามกวินที่ยังคงดื่มอยู่

               “เหล้ายังไม่หมดเลยนี่ครับ” ร่างบางพูดพลางทำท่าจะเอาเหล้ามาเทเพิ่มในแก้วเขา

               “พอแล้ว เดี๋ยวเอากลับบ้านไปด้วย” วริษฐ์พูดพลางเรียกพนักงานมาเก็บเงิน

               “พี่ครับ เอานี่ครับ” ร่างบางพูดพลางส่งกระเป๋าเงินให้เขาทั้งใบ

               “เดี๋ยวสร่างค่อยมาหารกัน” เขาเซนบัตรเครดิตส่งให้พนักงาน เก็บใบเสร็จลงในกระเป๋าพลางลุกขึ้นยืน

               “ครับ”

               ร่างบางลุกขึ้นเดิน มือบางถือขวดเหล้าเอาไว้ เขารู้สึกเมานิดหน่อยมันกรึ่ม ๆ ทำให้เดินโงนเงนเล็กน้อย วริษฐ์เห็นแบบนั้นจึงจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้ อย่างกลัวว่าจะล้ม เขาตัดสินใจดึงเอาขวดเหล้ามาถือเอง กลัวมันจะหลุดมือ เดี๋ยวจะมีคนเจ็บตัวเปล่า ๆ

               “ผมไม่เมาขนาดนั้น แต่อยากให้พี่จับไว้แบบนี้นะครับ”

               ร่างบางที่ตัวเตี้ยกว่า พูดจาออดอ้อนผม พูดไปก็ยิ้มไป ดวงตาหวานเยิ้มที่มองขึ้นสบกับผม มันน่ารัก... จนรู้สึกเขินแปลก ๆ ขึ้นมา

               “ครับ ๆ พี่จับไว้แบบนี้”



               กวินไม่ได้เมาจริง ๆ อย่างที่เจ้าตัวพูด ว่าตัวเองแค่กรึ่ม ยังมีสติแค่คุมร่างกายได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังบอกทางยังทำทุกอย่างได้หมด วริษฐ์พาร่างบางไปส่งถึงห้อง ประคองไปวางให้ถึงเตียง เขามองสำรวจห้องที่ค่อนข้างจะเป็นระเบียบของกวิน ในห้องมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่รู้กลิ่นอะไรแต่ทำให้เขาปลอดโปร่ง สายตาสะดุดกับกรอบรูปเล็กบนโต๊ะอ่านหนังสือ รูปสเก๊ตใครสักคนที่คล้ายเขามาก หรือนั่นคือเขา ...เขาเองนั่นแหละ

               กวินมองนาฬิกาแขวน มันบอกว่าตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว เขากลับมาถึงห้องเหมือนกับซินเดอเรล่า รีบกลับมาก่อนที่เวทมนต์จะเสื่อม สิ่งของเลอค่าจะจางหาย ได้แต่อดทนเฝ้ารอ ว่าเจ้าชายจะจำตัวเองได้มั้ย จะอยากตามหาเธอมั้ย จะคิดถึงช่วงเวลาที่พบเจอกันในระยะเวลาอันสั้นบ้างหรือเปล่า แล้วก็ทำได้แค่รอ... แต่เขาจะไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้น จะไม่นั่งรอ แต่จะรั้งเอาไว้ ให้เจ้าชายอยู่กับเขา

               เมื่อวริษฐ์โบกมือลา ทำท่าจะกลับ มือบางถึงได้เอื้อมคว้าจับชายเสื้อเขาเอาไว้ เขาลุกยืนพลางขยับเขาชิดอีกฝ่าย

               “พี่วริษฐ์ อย่าเมาแล้วขับเลยนะครับ”

               ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น เมื่อกี้เขาก็ขับมา เขานี่สร่าง ปกติมาก ๆ ไม่ได้มีอาการมึนเมาแม้แต่น้อย

               “ดึกมากแล้วนะครับ”

               “นอนกับผมเถอะนะ”

               ร่างบางยังพูดเชิญชวนเขาไม่หยุด และความอดทนเขาจะหมดลง เนื้อตัวนุ่มนิ่มแนบชิดเขา จนลมหายใจเป่ารดที่ซอกคอของเขา เขาพยายามแล้วที่จะไม่ให้อารมณ์มันมานำ เหมือนเมื่อครั้งตฤน เขาพยายามแล้วจริง ๆ

               “กวิน อีกคำเดียว พี่เอาจริงนะ”

               “ผมอยากกอดพี่”

               วริษฐ์หันมาประจันษ์หน้า พลางดึงอีกฝ่ายเข้ามาจูบ เขาบดขยี้ริมฝีปากบางรุนแรง ราวกับความอดทนอดกลั้นที่มีต่ออีกฝ่ายหมดลง เขาจูบปิดปากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่พูดเชิญชวนเขา รสจูบค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นเหมือนพายุ จากสายลมบางเบา รุนแรงจนกลายเป็นไต้ฝุ่น กลิ่นลมหายใจเจือแอลกอฮอล์ทำให้เคลิบเคลิ้มมึนเมา เมื่อเขาถอนจูบออกพลางมองสบตาอีกฝ่าย ดวงตาฉ่ำวาวมองตอบ แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อยิ่งกว่าเดิม เพราะร่างบางเองก็ถูกกระตุ้นด้วยรสจูบที่วริษฐ์มอบให้มันทำเอาเขาลมหายใจติดขัด และเพราะคนตัวเล็กมีสีหน้าแบบนั้น ก็ทำให้วริษฐ์ไม่สามารถหักห้ามใจจากความมีเสน่ห์ยั่วยวนน่าลิ้มลองของคนตรงหน้าได้อีก

.
[ยัยน้องเรามันอ่อยเเรงมาก
ให้สาสมกับที่รอมานานนนนน
//ช่วงนี้เราอาจจะเชื่องช้าสักหน่อย
พิมพ์อะไรได้ไม่ค่อยเต็มที่ มือขวาโดนแมวกัด
ไปล้างแผลทุกวัน ไม่หายสักที ฮรือออ ปวด]
 :sad4:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ยัยน้องงงง อ่อยเก่งมาก งานนี้ต้องได้แล้วแหละ


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2444
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-5

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

ควันหลงลอยกระทง (วริษฐ์ x กวิน)


               กวินเหงื่อตกขณะโดนสั่งให้ลองชุดนั้นชุดนี้ เรื่องของเรื่องคือ วันจันทร์ที่จะถึงนี้ที่บริษัทจัดงานลอยกระทง มีประกวดกระทง ประกวดนางนพมาศและกิจกรรมต่าง ๆ นานา และความซวยก็มาลงที่เขา เมื่อมีคนเปิดประเด็นว่าแผนกเราจะส่งใครดี มีเสียงหนึ่งบอกว่าให้ส่งเขา !!!

               เพราะในทีมเล็ก ๆ 4 คนของเขา ประกอบไปด้วย หัวหน้าผู้มีอำนาจสูงสุด พี่ผู้ชายตัวใหญ่ พี่ผู้หญิงหุ่นอวบ แล้วก็เขา...

               แม้ผมจะปฏิเสธ โดยตอบไปว่าผมเป็นผู้ชายจะได้หรือ ประกวดนางนพมาศนะ ไม่ใช่นายนพมาศ พี่ผู้ชายบอก เรานี่แหละที่สุดแล้ว น่ารักสวยงามแปลกใหม่ หัวหน้าใหญ่เห็นด้วยแถมสปอร์ตใจดี ออกค่าชุดทั้งหมดให้ เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เย็นวันศุกร์จึงโดนลากไปร้านเช่าชุด ซึ่งก็คือตอนนี้ !!!

               เขาโดนจับใส่ตั้งแต่ชุดยุคอโยธยา ยันชุดแบบสมัยรัชกาลที่ 5 พี่ ๆ ช่วยกันเลือกไปเลือกมา มาใจตรงกันที่ชุดสไบสีแดงสด เขาเย็นแขนวาป ๆ ด้านล่างก็ด้วย มันเย็นเพราะตอนนี้โดนจับใส่ผ้าถุงสีทอง เขามองสภาพตัวเองที่หน้ากระจก แปลกตา เหมือนมัน...ไม่รู้สิเหมือนยังไม่เข้าที่เข้าทาง มันคือนายกวินที่ถูกจับใส่ชุดผู้หญิง

               กวินโผล่หน้าออกจากห้องลองชุด เขาออกไปให้พี่ ๆ ที่รอดูอยู่ด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ

               “สวย!” เสียงฮือฮาดังขึ้นจากพี่ในแผนก

               “โอยเหมาะมาก เอาวิกผมอันนั้นมาลองดีกว่า เจี๊ยบ” พี่เจ้าของร้านร้องเรียกพนักงานในร้าน ให้หยิบวิกผมมาให้เขา พร้อมสารพัดเครื่องประดับมากมาย เขาโดนจับใส่นั่นใส่นี่ เรียบร้อยก็โดนจับดันหลังให้ไปดูตัวเองในกระจก

               ดูดีขึ้น ดูหวานกว่าเดิมแต่ใบหน้าก็ยังคงติดหล่อหวานอยู่ดี

               “วันจันทร์มาเร็ว ๆ นะ มาแต่งหน้าแต่งตัว พี่จะแต่งให้” พี่ผู้หญิงในทีมเอ่ยขึ้น “จะแต่งให้สวยเลย จนทุกคนต้องตะลึงตาค้าง”

               กวินลอบกลืนน้ำไหล แต่งเป็นผู้หญิงครั้งแรกในชีวิตต่อหน้าทุกคน... กลัวใจจริง ๆ



               ร่างบางทำกิจวัตรประจำวัน เขามาเช้ากว่าปกติ รีบไปแต่งตัว ภายใต้ผ้าถุงสีทองมีบ็อกเซอร์ตัวเล็กลายตารางหมากรุกสีเขียว เขาใส่ชุดเรียบร้อย เดินออกมาให้พี่จับแต่งหน้าทาปาก ใส่เครื่องประดับ เซตผมรวบไปไว้ข้างที่ไม่มีสไบ โชว์ลำคอขาว

               “เสร็จแล้ว ดูกระจกได้”

               เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยสีสัน แก้มสีแดงระเรื่อดูสุขภาพดี ริมฝีปากสีแดงสดเหมือนสีสไบ ดวงตาดูคมโตขึ้นจากฝีมือการกรีดอายไลเนอร์ของพี่ผู้หญิง เอ้อ มันก็สวยแหละ ไม่ชินเอาซะเลยแฮะ

               “วันนี้ไม่ชื่อกวินเนอะ ชื่อกวิสราแล้วกัน” พี่พูดแซว

               “แบบนั้นเลยหรอครับพี่”

               “ใช่ สวยขนาดนี้ กวิสราของพี่ทุกคนต้องหลง”



               กวินอยู่ในสภาพนั้น ขณะเข้าประชุมประจำสัปดาห์ เขาทำงานแบบเย็น ๆ หวิว ๆ แขน กินข้าวก็กินที่โต๊ะ ขนมต่าง ๆ พี่ ๆ ก็บริการเป็นอย่างดี เขาไม่กล้าไปไหน เพราะเขิน ตั้งใจจะโผล่ไปที่งานตอนเวลาประกวดเลยทีเดียว



               เมื่อได้เวลากวินก็ดินนวยนาดไปที่ห้องประชุม เพื่อเขาประกวด เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด ยืดหลังขึ้น ทำเป็นไม่กลัวเกรง ในใจก็ท่องไว้ตอนนี้ไม่ใช่กวิน ตอนนี้เป็นกวิสรา

               วริษฐ์มองผู้เข้าประกวดคนใหม่ที่ก้าวเท้าเข้ามา ร่างบางที่ไม่คุ้นตา เส้นผมสีดำเป็นลอนยาว คลอเคลียอยูที่ใบหน้าหวาน ชุดไทยสไบสีแดงสด ตัดกับสีผิวขาว ๆ ชุดเข้ากับผ้าถุงลวดลายสวยงามสีทอง ทั้งชุดทั้งเครื่องประดับทำให้ผุดผ่องน่ามอง ร่างสูงมองจ้องอีกฝ่ายนิ่งราวกลับต้องมนต์ สวยเกินไป

               การเดินเข้ามาของกวิน เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี เมื่อหนุ่มจิ้มลิ้มน่ารัก กลายเป็นสาวหวานสวยสะพรั่ง ร่างบางสบตากับร่างสูงที่มองจ้องเขา วันนี้พี่อาร์ตแต่งตัวธรรมดา แต่กลับดูดีเส้นผมที่เซตเหมือนไม่เซต ชุดชาวบ้านธรรมดายังหล่อใจสั่นขนาดนี้...

               “เดี๋ยวแนะนำตัวหน่อยน้าคนสวย” พิธีกรในงานเอ่ยขึ้น

               “สวัสดีครับ เอ้ย ค่ะ” เสียงหวานพูดเขิน ๆ “เอ่อ กวิ...สราจากแผนกบริหารความเสี่ยง ฝากตัวด้วยนะคะ”

               วริษฐ์ยิ้มขำให้กับท่าทางเขิน เก้ ๆ กัง ๆ ของอีกฝ่าย โดนบังคับแต่งมาเต็มขนาดนั้น ยอมรับว่าสวยจนตกใจ

               กวินเดินหลบมุมไปหาขนมไทยกินแก้เก้อ ขณะที่วริษฐ์เดินตามไปทักทาย

               “คุณหนูจะไปไหนหรือขอรับ”

               “พี่อาร์ต” ร่างบางเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา“ผมจะไปเอาขนมไทยตรงนั้น”

               “เดี๋ยวคุณหนูจะเหนื่อย ให้กระผมไปเอาให้มั้ยขอรับ”

               “พี่อาร์ตอย่ามาแซวผมแบบนี้ ผมเขิน” ร่างบางไม่ได้แค่พูด แต่แก้มเนียนกลับขึ้นสีเรื่อ เขินจริงอย่างปากว่า

               “นั่งเถอะ พี่ไปเอาให้ เจ็บเท้าใช่มั้ยละ แดงหมดแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดี ใส่ส้นสูง”

               “ขอบคุณครับ” ... เขารู้สึกวูบไหวในอกเล็กน้อย ที่อีกฝ่ายสักเกตเห็น ว่าเขาน่ะ เจ็บ แล้วก็เดินเซเล็ก ๆ

               “ไม่เป็นไร” เขาส่งยิ้มบาง ๆ ขณะเดินไปหยิบขนมให้

               กวินยิ้มกว้างเขามองร่างสูงที่เดินจากไป ก่อนขยับนั่งบนเก้าอี้ที่มุมห้อง ส้นสูงนี่ไม่พอดี เล็กไปนิด และสูงมาก เขาเจ็บเท้าไปหมดแล้ว

               เมื่อถึงช่วงประกาศผล ร่างบางยืนนิ่ง แม้เท้าจะฟ้องแล้วว่าเจ็บแค่ไหน เขาก็ยังยิ้มแย้ม

               “รางวัลขวัญใจมหาชนจากผลโหวตได้แก่!!! … หนุ่มเอ้ยสาวหน้าหวานกวิสรา แห่งแผนกบริหารความเสี่ยง!!!”

               ร่างบางดีใจอย่างปิดไม่อยู่ เขาฉีกยิ้มกว้างขึ้น มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้เขาภูมิใจแปลก ๆ ขวัญใจมหาชน ทุกคนรักเขาสินะ เขาขยับก้าวเท้าไปข้างหน้า แต่ขากลับสั่นจนทำให้เจ้าตัวเสียหลัก ร่างสูงด้านหลัง ประสาทสัมผัสไว คว้าเอวบางเอาไว้ก่อนที่จะหน้าคว่ำ

               “คุณหนู” เสียงทุ้มเรียกเขาแผ่วเบา

               พี่อาร์ตช่วยเขาเอาไว้ ไม่งั้นคงล้มหน้าฟาดพื้น ขายหน้าแย่

               เสียงฮือฮาดังขึ้น เป็นเสียงร้องแซว เมื่อคนออกโรงคือวริษฐ์ หนุ่มฮอตที่สาว ๆ แอบเทใจให้ เขาทำตัวดูดีอย่างกับพระเอกในนิยาย ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ใจสั่นอ่อนระทวยจนต้องร้องครางออกมา

               “ใส่รองเท้าแบบนี้ทั้งที่ไม่เคย เดี๋ยวก็เจ็บตัวจนได้” วริษฐ์พูดบ่น เมื่อกวินยืนได้เอง เขายื่นมือไปให้คนตัวเล็กจับเอาไว้ เหมือนตัวเขาเป็นลูกน้อง เป็นบ่าวไพร่คอยดูแลแม่หญิงคนงามยังไงอย่างนั้น

               กวินยื่นมือไปแตะอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย เขาก้าวไปยืนด้านหน้า เมื่อเห็นว่ากวินยืนได้เอง เขาก็ขยับถอยหลังหลบฉากไป

               มือบางยื่นไปรับของขวัญ และรางวัลที่ได้ เขาถือทุกอย่างไว้ พลางฝืนยืนให้ทุกคนถ่ายรูปพอเสร็จ เขาก็ขยับเปิดทางให้รางวัลอื่น ๆ ขยับมาโชว์ตัวบ้าง ...เจ็บเท้าโคตร เจ็บเท้าจนน้ำตาจะไหล       

               สุดท้ายรางวัลที่ 1 เป็นของสาวจากมาร์เกตติ้ง สวยแบบลืมหายใจ ใบหน้าสวยคม เกล้าผมสูงโชว์ต้นคอขาว ชุดไทยสีชมพูอ่อน สไบลากยาว เธอดูสวยอ่อนหวาน น่ารัก น่าทะนุถนอม



               เมื่อช่วงงานประกวดนพมาศจบลง เขารู้สึกปวดเท้าหนักมาก มันรู้สึกเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาต้องรีบไปเปลี่ยนชุดแล้ว

               “เจ็บก็ถอดรองเท้าสิ” เสียงทุ่มนุ่มพูดอยู่ข้างหลัง

               บอกกับเขาให้ถอดรองเท้าออก ร่างสูงรับเอาของมาถือไว้ กวินก้มลงถอดรองเท้าออกอย่างว่าง่าย มือหนาเห็นแบบนั้น ก็ดึงเอารองเท้าส้นสูงมาถือไว้ ให้ร่างบางจับชายผ้าถุงกับสไบที่ลากพื้น เพราะเจ้าตัวเตี้ยลงกว่าเดิมเยอะ ร่างสูงเดินตามคนตัวเล็กต้อย ๆ ตามประสาบ่าวไพร่

               “พี่อาร์ตช่วยผมถอดชุดได้มั้ยครับ”

               ร่างสูงมองชุดที่ดูจะถอดยากของกวินอย่างใช้ความคิด ดูยุ่งยากเข็มกลัดเพียบ แล้วก็เครื่องประดับอะไรไม่รู้ เขาพยักหน้าตกลงจะช่วย

               ในห้องน้ำแคบ ๆ วริษฐ์ค่อย ๆ แกะเข็มกลัดถอดสไบสีแดงสดออก ปลายนิ้วเรียวแตะ และลากผ่านตามแผ่นหลังของกวิน ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกวูบไหว



               คนตัวเล็ก ค่อย ๆ ติดกระดุมเสื้อ แล้วยัดชายเสื้อเชิ้ตลงไปในกางเกง

               “เอ่อ พี่อาร์ตไปลอยกระทงที่ห้องผมมั้ยครับ” กวินพูดชวนทีเล่นทีจริงพลางหันมายิ้มกว้างจนตาปิดเป็นสระอิ ร่างสูงมองใบหน้านั้นเขาอดไม่ได้ที่จะประเคนมะเหงกใส่

               “ไม่ครับ” ร่างสูงเว้นวรรค เพื่อมองสีหน้าที่แอบจ๋อยในเสี้ยววิ “ลอยที่ไหนมันก็เพิ่มขยะ ถ้าแค่เดินเที่ยวงานก็โอเค”

               กวินยิ้มกว้าง แค่นั้นก็พอแล้วครับ ไม่ลอยก็ได้ ไม่นั่นนี่กันก็ได้... เดินเล่นธรรมดาก็พอใจแล้ว

               “พี่อาร์ตขอบคุณนะครับ”

               ร่างบางยื่นหน้าไปหอมแก้มอีกฝ่าย ทิ้งรอยลิปสติกสีแดงเอาไว้ ก่อนจะหอบข้าวของเสื้อผ้าในมือวริษฐ์มาถือไว้เอง ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำเดินหนีออกไป วริษฐ์มองหน้าตัวเองในกระจกที่มีร่องรอยลิปสติกชัดเจน เขาลอบยิ้ม พลางเช็ดลอยลิปสติกออก

               เด็กนี่มันร้ายจริง ๆ

 .

.

[มันก็จะอ่อยนิด ๆ น่ารักพอหวาน ๆ ถึงจะเลยเทศกาลไปหน่อยก็เถอะนะคะ

เราอยากลงจริง ๆ แง้ ๆ เพิ่งกลับมาจากเที่ยวภูกระดึงค่ะ ปวดขามากกกก

มันเลยจะช้า ๆ หน่อย เรื่องหลักจะตามมาเร็ว ๆ นี้ค่า]

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 9 พี่ไม่ไหว(NC)
   
   จากรสจูบที่ยิ่งทำให้ไฟรักลุกโชน กวินเหมือนเปลวไฟร้อนแรงที่ถูกจุดขึ้นมา แล้วโยนใส่วริษฐ์ เขาที่เป็นเหมือนเชื้อเพลิงชั้นดี เปลวไฟถึงได้ลุกลาม และพร้อมที่จะเผาไหม้พวกเขาให้มอดไหม้ สว่างไสวเจิดจ้ายิ่งกว่าดาวฤกษ์ดวงไหนในค่ำคืนนี้
   สองร่างตระกองกอด บดเบียดแนบชิดจนร่างกายแทบหลอมรวมกัน ต่างฝ่ายต่างลูบไล้ไปตามเนื้อตัว มือบางลูบไล้ต้นขาแกร่ง เข้าใกล้เฉียดไปเฉียดมากับเป้ากางเกงของวริษฐ์ ส่วนมือหนาลูบหลังขยำบั้นท้ายกลึงร่างบางแต่สะโพกอวบแน่นเต็มไม้เต็มมือ
   วริษฐ์รู้ว่าคืนนี้คงจบลงบนเตียงแน่นอน เพราะเด็กในอ้อมแขนมันช่างยั่วยวนนัก และไฟรักที่จุดขึ้นมาแล้วนั้นมันยากที่จะดับเพราะมันจะมอดไหม้จนกว่าเชื้อเพลิงจะหมดลง
   ร่างบางผละออกจากอ้อมกอด พลางเดินตรงไปนั่งบนที่นอน ขยับมือตบที่นอนข้างตัวเรียกเขา วริษฐ์เดินตามไปอย่างว่าง่าย
   “พี่อาร์ตครับ ผมอยากทำกับพี่” และเป็นอีกครั้งที่เจ้าตัวพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
   “ทำให้พี่อยากสิครับ” คนตัวสูงพูดท้า พลางทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอน
   ร่างบางขยับมาอ้อนวริษฐ์ วางใบหน้าเนียนกับลาดไหล่หนา ทำปากงุ้มส่งสายตาออดอ้อน ใช้แก้มบางถูกับหัวไหล่ ก่อนจะงับเบา ๆ ที่ต้นแขน
   วริษฐ์มองท่าทางเหมือนลูกแมวนั่นด้วยความเอ็นดู
   “พี่อาร์ตชอบแบบไหนหรอครับ อยากให้กวินเอาใจแบบไหน”
   “แล้วกวินอยากทำยังไงล่ะครับ”
   “งื้อออออ ทำยังไงดีนะ”
   ร่างบางครางเสียงแผ่ว คิ้วขมวดอย่างใช้ความคิด ...
   มือบางดันร่างสูงให้นอนลง ก่อนพลิกตัวขึ้นคร่อมอีกฝ่ายเอาไว้ กวินนั่งทับอยู่กลางลำตัวแกร่ง มือขยับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต เขาถอดมันออกแล้วโยนไว้ข้าง ๆ เตียง เผยให้เห็นเนื้อตัวช่วงบนเปลือยเปล่าที่มีสีแดงขึ้นเป็นริ้ว อันเกิดจากฤทธิ์แอลกฮอล์
   มือบางซุกซนลูบไล้แผงอกแกร่งผ่านเสื้อเชิ้ต ก่อนจะปลดกระดุมออก ริมฝีปากบางพรมจูบทั่วแผงอก ลิ้นร้อนแลบเลียที่ตุ่มไตสีเข้ม การกระทำนั้นทำให้ส่วนล่างของวริษฐ์ แข็งขืนได้ไม่ยาก
   “พี่อาร์ตน่ะ ถูกสะกิดตรงนี้ก็มีอารมณ์แล้วนี่ครับ” กวินขยับสะโพกบดเบียดแนบชิด
   “อึก” วริษฐ์เผลอส่งเสียงออกมา
   ทำให้ร่างบางยิ่งได้ใจ ขยับให้ก้นเบียดกับเป้ากางเกงที่คับแน่นจวนเจียนระเบิด
   “อื้อ กวิน... พี่” ร่างสูงเชิดหน้าขึ้น เมื่อร่างบางขยับเสียดสี ทำไมเด็กนี่มันใจกล้าแบบนี้ เขาปากไวท้าทายไป ก็ไม่คิดว่าจะถูกตอบสนองแบบนี้ เมื่อคนตรงหน้าทำใจกล้าปีนขึ้นมาคร่อมเขา วริษฐ์โว้ย เมิงโดนเด็กกินแน่ เสียศักดิ์ศรีโคตร
   ร่างบางมองคนด้านล่าง พลางยิ้มกว้าง ‘เสร็จผมแน่’
   ผมกระเถิบตัวลงด้านล่าง ริมฝีปากจุ๊บเบา ๆ ตรงเป้ากางเกง ผมรูดซิบและถอดกระดุมออก วริษฐ์จูเนียร์ที่ขนาดไม่จูเนียร์มันถึงได้ออกมาสูดอากาศ ดุ้นเนื้อแข็งเกร็งจนกระตุก กวินมองมัน พลางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก
   วริษฐ์มองท่าทางของกวิน ด้วยใจเต้นระทึก คนแปลกหน้าสองคนที่อยู่ ๆ ก็มาทำกันตรงนี้เขาไม่เคยทำกับผู้ชาย แม้จะหน้ามืดกับตฤน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไรลงไป
   ผมแลบลิ้นออกมาก่อนจะลงลิ้นร้อนไล้วนส่วนหัวอ่อนไหว ก่อนจะอ้าปากกว้างอมแก่นกลางเข้าไปในปาก ขยับศีรษะเข้าออก ดวงตาก็เหลือบมองสีหน้าของพี่อาร์ต ใบหน้าที่มีอารมณ์ร่วมไม่แพ้กัน ผมอ้าปากกว้างกว่าเดิม พยายามเอาความเป็นชายของเขาเข้าไปทั้งหมด แล้วดูดมันเหมือนที่ผมดูดไอติม
   “อื้ออออ ซี๊ด” วริษฐ์ครวญคราง มือหนาขยุ้มเส้นผมของกวินไปด้วย ฟันเล็กครูดเบาจนเขาขนลุกเกรียว “อ๊ะ อ๊าพี่เสียว”
   กวินถอนริมฝีปากออกขณะฝ่ามือเนียนทำหน้าที่สาวแทนเขาขยับชักเร็ว วริษฐ์หลับตาพริ้มเมื่อใกล้ไปถึงจุดหมาย  ก่อนจะปลดปล่อยออกมาบนมือของกวิน ใบหน้าชื่นเหงื่อลืมตาขึ้นมองอีกฝ่าย เขาเช็ดมือกับกางเกงของตัวเองก่อนจะส่งยิ้มดีใจเหมือนเด็กเล่นเกมแล้วได้ชัยชนะ
   “ต่อไปตาผมรู้สึกดีนะครับ”
   “กวิน ถุงยางอยู่ในกระเป๋าตังพี่ช่องเล็ก ๆ หลังช่องใส่รูป” ร่างบางเลิกคิ้วเมื่ออีกฝ่ายบอกเขา เขาลุกขึ้นไปหยิบอย่างว่าง่าย ช่องใส่รูปที่ไม่มีรูป... เขาจะต้องเอารูปตัวเองไปใส่ในนั้นให้ได้สักวัน 
   มือบางจัดแจงปลุกปั้นอาร์ตน้อยให้ฟื้นอีกครั้ง เขาใส่ถุงยางให้เรียบร้อย ส่วนตัวเขาเองก็ถอดกางเกงออก ข่มความเขินทำใจกล้า ‘ทำให้พี่อยาก’ เมื่อพี่ท้าผมก็จะตอบสนองให้ถึงใจ
   เนื้อตัวเปลือยเปล่า ผิวขาวเนียนละเอียดปรากฏชัด วริษฐ์มองภาพนั้นพลางลอบกลืนน้ำลาย โคตรเซ็กซี่ ร่างเปลือยเปล่ากลับมาคร่อมเขาอีกครั้ง เจ้าตัวคุกเข่าพลางแยกขาออกกว้าง ดูดนิ้วตัวเองจนชุ่ม ก่อนจะสอดเข้าไปในช่องทางของตัวเอง
   “อื้อ อึก” ปลายนิ้วร้อนสัมผัสย้ำที่จุดอ่อนไหวด้านใน ตัวเกร็งสั่นระริกเมื่อสอดนิ้วเพิ่มจาก 1 เป็น 2 ครวญครางแผ่วเบา พาเอาสติวริษฐ์แทบหลุดลอย เขามองภาพตรงหน้าด้วยลมหายใจที่ติดขัด เมื่อกวินมาช่วยตัวเองต่อหน้าต่อตา สมกับที่เขาพลั้งพูดไปว่าให้อีกฝ่ายทำให้เขาอยาก ตอนนี้เขาโคตรอยาก อยากทำให้อีกฝ่ายครวญครางเพราะถูกกระแทกจากเขา...
   “พี่อาร์ต ใส่มั้ยครับ” เสียงหวานปนหอบเอ่ยเรียกเขา ปลุกเร้าเขา
   “มานี่สิเด็กดี” วริษฐ์จับแก่นกลางให้ตั้งขึ้น รอให้อีกฝ่ายกดสะโพกลงมาเท่านั้น
   “ของพี่ใหญ่นี่นา ต้องเจ็บแน่เลย” กวินพูดพลางหยุดเล่นกับตัวเอง เขาค่อย ๆ กดสะโพกลงไป ส่วนหัวเข้าไปได้นิดหน่อยกวินก็ร้องครางออกมา ความเจ็บและฝืดเคือง ทำให้เจ้าตัวเกิดความลังเล ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจ กดสะโพกลงไปในทีเดียว ใบหน้าเนียนเชิดหน้าขึ้นด้วยความเจ็บระคนเสียวซ่าน เจ็บเหมือนมันจะฉีก กวินนิ่งไปแปปนึง ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก เจ็บจุก แต่หยุดตรงนี้ไม่ได้
   วริษฐ์รู้สึกถึงการตอดรัด กับผู้ชายก็รู้สึกดีไม่ต่างจากผู้หญิงเลย
   ร่างบางเริ่มขยับสะโพกเมื่อพร้อม ความต้องการมีมากกว่าความเจ็บ กวินจึงขยับส่าย จากช้า ๆ จนกลายเป็นโยกอย่างรุนแรงรวดเร็ว วริษฐ์ก็เด้งแทงสวน เสียงเนื้อกระแทกกันดังสะท้อนในห้อง
พับ พับ พับ
    “อื้ออออ ลึกมาก อะ...” ทั้งเจ็บทั้งจุกแต่ก็เสียวซ่าน นั่นทำให้แก่นกลางเขาขยายเหมือนกัน และมันพร้อมที่จะไปถึงจุดหมาย
   “ไหวมั้ย กวิน” 
   “พี่วริษฐ์ ผมจะเสร็จ ซี๊ดดด พี่ พี่วริษฐ์...”
   เสียงหวานครวญครางพึมพำเรียกชื่อของเขาไม่หยุด ทำให้วริษฐ์กระตุกเกร็งหลายต่อหลายครั้ง เขาก็กำลังจะเสร็จ... ไหนบอกจะเรียกชื่อเล่น ชื่อจริงกลับมาเต็มเหนี่ยว สงสัยจะยังไม่ชิน
   ร่างสูงขยับขึ้นนั่ง พวกเขาขยับถาโถมโจนทะยานเข้าหากัน ขณะมือหนาเกาะกุมแก่นกายของกวิน เขาขยับชักมันทำให้กวินยกขยับสะโพกเข้าหามือหนา วริษฐ์เด้งสะโพกสวนเข้าไปข้างใน มันเข้าไปลึกจน กวินร้องซี๊ดออกมา พลางซุกหน้าลงบนลาดไหล่ และกัดลงไปเต็มแรง มือก็จิกลงไปที่แผ่นหลังอย่างระบายความเสียวปนเจ็บปวด
   “ซี๊ดดด กวินนน” วริษฐ์ครางเสียงดังก่อนกระตุกปลดปล่อย ตามด้วยกวินที่ไปถึงจุดหมาย พ่นน้ำสีขาวขุ่นเปรอะที่หน้าท้องของวริษฐ์
   “แฮ่ก ๆ พี่” ร่างบางนอนซบบนอกแกร่ง ส่วนที่เชื่อมต่อยังไม่ถูกถอดออก เสียงลมหายใจของทั้งคู่สอดประสาน กวินเงยหน้าช้อนตามองอีกฝ่ายพลางส่งยิ้ม เขางับเบา ๆ บนแผงออกแกร่ง ทิ้งร่องรอยเอาไว้

   แต่คืนนี้มันจะไม่จบแค่นี้ กวินรออีกฝ่ายมานาน เขายังต้องการอีก มันยังไม่พอ แก่นกายถูกถอนออก เมื่อมันหดตัวกลับเป็นเจ้านุ่มนิ่ม
   ร่างบางนอนหนุนแผ่นอกกว้าง มือก็ไล้เขี่ยยอดอกของวริษฐ์ไปด้วย
   “อีกรอบได้มั้ย”
   “ให้พี่พักก่อนได้มั้ย” เมื่อกี้เรียกเหงื่อไปเป็นถัง ยิ่งกว่าออกกำลังกายซะอีก
   “ครับ” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่มือบางกับขยับลากจะแผงอกผ่านหน้าท้องแบนราบลากลงมาถึงท้องน้อย ไล้วนไปวนมา ทุกจุดที่มือของกวินลากผ่าน มันร้อนขึ้นมา ร่างบางช่างยั่ว...
   มือบางคว้าหมับดุ้นเนื้อที่สลบไสล ก่อนจะจับมันเล่นไปมา เขาเหลือบมองนาฬิกาที่ติดผนังอีกครั้ง ตอนนี้ตีหนึ่งครึ่งแต่เขาก็ยังคงเพลิดเพลิน
   “แบบนี้พี่คงไม่ได้พัก ตัวแสบ”
   ไม่กี่อึดใจดุ้นเนื้อก็กลับแข็งขืนอีกครั้ง สู้กับมือบางที่กำลังจับมันเล่นอย่างสนุกสนาน
   “ผมแสบพี่วริษฐ์ก็ลงโทษผมเลยครับ ทำผมแรง ๆ ได้เลย”
   ร่างสูงขมวดคิ้ว พลางมองอีกฝ่าย ชอบรุนแรง? เป็นรสนิยมงั้นหรือ เขายินดีตอบสนองถ้าอีกฝ่ายจะอยากให้เขาทำรุนแรง เมื่อกี้ตัวแสบขย่มเขาแรงจนของเขาแทบจะหัก ผมคิดว่ามันน่าจะเข้าไปลึกเกินไป เสี้ยววิที่เห็นสีหน้าเจ็บปวดใบหน้าเนียนบิดเบี้ยวแว่บเดียวก็กลับมาปกติ แล้วอีกฝ่ายก็ยังขยับรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
   กวินขยับขึ้นคร่อมวริษฐ์อีกครั้ง เขาหันหน้าไปที่แก่นกลางและเริ่มละเลงลิ้นโลมเลียมันอีกครั้ง ส่วนบั้นท้ายอวบหันไปหาวริษฐ์ ให้เขาเห็นช่องทางรักชัดเจน
   “พี่จะบีบ จะเคล้น จะตีมันก็ได้ ผมอนุญาต”
   มือหนาขยับขย้ำบั้นท้ายกลึงตามคำอนุญาต บีบเคล้นมันขณะที่กวินใช้ลิ้นไล้วนส่วนหัวอันอ่อนไหวของเขา มือหนาฟาดลงไปที่กดบางดังเพี๊ยะ
   “ซี๊ดดดดด” เรียกเสียงครางจากกวินได้เป็นอย่างดี รอยนิ้วทั้งห้าปรากฏชัดที่บั้นท้ายกลมกลึง เขาลองฟาดอีกครั้งแรงยิ่งกว่าเดิมจนผิวก้นนุ่มเด้งสั่นสะเทือน
   “อ๊า”
   ร่างบางเคยชินกับการถูกทำรุนแรง ไม่ใช่แค่เขาที่ไวต่อการถูกสัมผัสแบบไม่ถนอม เขายังคิดว่าอีกฝ่ายจะชื่นชอบอีกด้วย ชอบที่เห็นเขาเจ็บปวด ใคร ๆ ก็ชอบที่เขาเจ็บปวด...
   “ผมขอเอามันใส่เข้าไป” ร่างบางพูดขออนุญาตเสียงกระเซ้า เขาต้องการ ต้องการอีก
   รอบนี้กวินนั่งคร่อมแบบหันหลังให้ วริษฐ์ขยับลุกขึ้นนั่งมือหนาโอบรอบเอวบางไว้แน่นเหมือนอีกคนกำลังนั่งตักเขาอยู่ เพียงแต่ทั้งคู่กำลังเชื่อมต่อกันกวินค้างแช่เอาไว้ เมื่อวริษฐ์กอดรัดเอวเขาไว้แน่น เขาชอบอยู่ในอ้อมกอด เหมือนถูกรัก ริมฝีปากร้อนพรมจูบไปทั่วแผ่นหลังบาง หมั่นเขี้ยวก็แอบกัดบ้างเป็นบางครั้ง
   “คุกเข่าสิ เดี๋ยวรอบนี้พี่กระแทกให้”
   มือบางค้ำยันกับเตียง ร่างสูงคุกเข่ามือหนาจับยึดสะโพกอีกฝ่ายแน่น ก่อนจะเริ่มขยับกระแทกแบบเน้น ๆ รุนแรงจนคนด้านหลังหัวสั่นหัวคลอน
   “อึก”
   พับ พับ พับ
   ร่างสูงขยับเน้นจังหวะที่รวดเร็ว เขามองบั้นท้ายกลมกลึงมองจุดที่แก่นกลางผลุบเข้าผลุบออกช่องทางรักอย่างเพลิน ๆ หยดเหงื่อพร่างพรายเต็มใบหน้า เขาดันสะโพกกระแทกเข้าไปรุนแรงจนร่างบางสั่นสะท้าน มันเข้าไปได้ลึกจริง ๆ เขาขยับเร่งจังหวะเมื่อรู้สึกว่าเขากำลังจะเสร็จอีกแล้ว
   ร่างสูงหอบเหนื่อย นี่มันเหนื่อยยิ่งกว่าวิ่งบนลู่ในฟิตเนสซะอีก
   “พี่ อ๊า” ร่างบางรู้สึกดีกับการกระแทกกระทั้น มันเสียวมากจนเขาเกร็งไปหมด มือบางเริ่มอ่อนแรง เขาค้ำยันไว้ไม่ไหวแขนพับแขนอ่อน ปล่อยให้ใบหน้าฝังลงไปกับที่นอนนุ่ม มือขย้ำผ้าปูที่นอน เมื่ออารมณ์พลุ่งพล่าน “อื้อ แรง อีก ฟาดผมเลย”
   ฝ่ามือหนาฟาดไปที่บั้นท้ายเนียนอีกครั้ง
   “อื้อ พี่...วริษฐ์”
   “ไหนบอกจะเรียกพี่ว่าอาร์ตไง”
   “ก็ผมยังชินกับชื่อเก่านี่นา เรียกมาเป็นปี ๆ ”
   “เอาพี่ไปช่วยตัวเองหรือเปล่า”
   “มะ มี อ๊ะบ้าง อื้อ พี่ อาร์ต” เสียงพูดอู้อี้ไม่เป็นภาษา เมื่อมือหนาขยับไปเกาะกุมแก่นกลางของอีกคน สาวมือไปพร้อมกับการกระแทก
   เมื่อถูกรุกรานทั้งหน้าและหลัง เสียงครวญครางดังออกมาเรื่อย ๆ จากร่างบางที่อ่อนปวกเปียก วริษฐ์แกล้งบีบเจ้าแท่งเนื้อนั่น
   “จะเสร็จแล้วหรอ”
   “ผมรักพี่”
   “หืม?”
   “ผม อ๊ะ รักพี่” วริษฐ์ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ถามอย่างตอบอีกอย่าง แต่คำตอบก็น่าฟัง มือหนาขยับเร็วอย่างให้รางวัล ร่างบางถึงกระตุกเกร็ง ไปถึงจุดหมายสุดท้ายได้โดยง่าย
   วริษฐ์เร่งจังหวะ ใบหน้าหล่อเหลาเชิดขึ้น หลับตาพริ้ม เขาก็ใกล้แล้ว
   “พะ พี่- เสร็จแล้ว” ร่างสูงร้องลั่นพร้อมปลดปล่อย เขาหมดแรง โถมตัวทับร่างบางที่นอนฟุบอยู่ ร่างกายทั้งคู่ชื้นเหนียวเหนอะหนะไปด้วยหยาดเหงื่อ ทั้งคู่ระบายลมหายใจออกมา เหนื่อยเป็นบ้า วริษฐ์ถอนดุ้นเนื้อออก พลางพลิกตัวนอนแผ่ข้าง ๆ มองอีกฝ่ายที่นอนคว่ำอยู่ข้างเขา รอยแดงเป็นรูปห้านิ้วที่ก้นเนียนทำให้วริษฐ์แอบรู้สึกผิด แรงยุทำให้เขาฟาดแรงเกินไปแบบนั้น อีกคนจะเจ็บหรือเปล่า มือหนาขยับลูบก้นกลมกลึงอย่างกับกำลังปลอบโยนมัน ชดเชยที่ทำรุนแรง เขาลูบก้นอีกฝ่ายเพลิน ๆ ก่อนที่ดวงตาคมจะปรือหลับลง เขาหมดแรงแล้วจริง ๆ

   กวินยังนอนนิ่ง ฝังหน้าลงกับที่นอน เขาก็เหนื่อย แต่มันยังไม่พอ... ต้องทำอีก อยากถูกกอดอีก หลาย ๆ ครั้ง ... กอดผมอีก รักผมอีก ทำผมอีก มันเหมือนว่าผมถูกรักเมื่อพี่กอด เขาผ่อนลมหายใจออก


ตีสองยี่สิบห้านาที
   “พี่อาร์ต อีกรอบนะครับ”
   ร่างสูงปรือตาขึ้นมองคนข้าง ๆ ใจคอจะไม่ให้เขาพักเลยจริง ๆ หรอ นี่เขาเสียน้ำไปจนตัวจะแห้งแล้วนะ อีกฝ่ายก็ยังไม่พอ ยังจ้องเขาตาแป๋วอย่างคาดหวัง นี่มันก็ดึกมากแล้ว เขาทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย
   “นอนพักเถอะกวิน”
   “อีกครั้งเถอะนะครับ” กวินออดอ้อนพลางเอาใบหน้าถูกับต้นแขนเขาไปมา เส้นผมอ่อนนุ่มคลอเคลียจนขนลุก ...อย่างกับแมวตัวโต “ทำกันนะครับ”
   “งั้น เอาน้ำมาให้พี่หน่อย” เขาต้องเติมน้ำแล้ว ก่อนที่จะหน้ามืด
   ร่างบางลุกไปหยิบน้ำในตู้เย็นมายื่นส่งให้ตรงหน้า วริษฐ์รับขวดน้ำเย็นเฉียบมาถือไว้ ความเย็นทำให้เขาสดชื่น ก่อนจะยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ด้วยความกระหาย
   “อ่ะมาก็มา เอาก็เอา” ร่างสูงพูดตอบตรงไปตรงมาทำให้ร่างบางยิ้มกริ่ม เมื่ออีกฝ่ายยอมตามใจเขา
   ร่างสูงนั่งห้อยขาอยู่กับขอบเตียง ขณะกวินคุกเข่าอยู่ตรงกลางระหว่างขา ใช้ริมฝีปากและมือกำรูดเย้าแหย่ปลุกปั้นดุ้นเนื้อของวริษฐ์อีกครั้ง ใช้เวลาไม่นาน ดุ้นเนื้อก็โป่งพองผงาดจนแทบจากฟาดหน้าเขา มันพร้อมสำหรับการสอดใส่ เขาสวมถุงยางชิ้นบางให้ พลางจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหัว
   “กวิน ลุกขึ้นมาสิ”
   ร่างบางลุกขึ้นอย่างว่าง่าย มือหนาเกี่ยวรั้งเอวบางให้เข้ามาใกล้ ก่อนพลิกตัวดันอีกฝ่ายให้นอนราบลงไปกับเตียงกว้าง มือหนาจับขาเรียวให้อ้าออก เขาแทรกกายเข้าไป จับขาเรียวขึ้นพาดไหล่หนา เผยให้เห็นช่องทางรักชัดเจน เขาดุนดันแก่นกลางเข้าไปจนสุดลำ
   “อื้อ” ร่างบางผวาครางเมื่อจู่ ๆ แก่นกลางก็ผลุบเข้าไป และเริ่มกระแทกกระทั้นรุนแรงทันที ซอยเอวเข้าออกถี่กระชั้น ร่างกายกวินเคลื่อนขยับตามแรงกระแทก ใบหน้าบางเชิดรั้นเจ็บระคนเสียว รอบนี้วริษฐ์เหมือนจะรุนแรงกับเขา ที่เขาก่อกวนเวลานอน คงอยากจะให้เด็กซนคนนี้หมดแรงสักที
   พับ พับ พับ
   เสียงกระแทกดังไปอย่างต่อเนื่อง เขาถอนมันออกมาจนเกือบสุด ก่อนดันเข้าไปลึกกว่าเดิม กวินร้องครางอื้ออึงไม่เป็นภาษา ร่างกายบิดเร้าตอบสนองต่อการขยับเคลื่อนไหว วริษฐ์มองร่างบางที่ดูจะสุขสม มีความสุขกับกิจกรรมเข้าจังหวะนี้เหลือเกิน ส่วนตัวเขา ตอนนี้เขาเริ่มจะปวดสะโพกแล้ว วริษฐ์กัดฟันขยับเร่งจังหวะ มือก็ชักสาวให้แท่งเนื้อสีหวานที่กำลังแข็งเกร็ง
   “พี่ ครับ ผม...” กวินหอบหายใจกระชั้น พูดขาด ๆ หาย ๆ  ร่างกายกระตุกเกร็งเมื่อเขาไปถึงเป้าหมาย เขาได้แต่หวังจะให้เทิร์นนี้จบลงเสียที
   “อื้อออ” วริษฐ์คำรามในลำคอ เขาดันแท่งเนื้อเข้าไปจนสุด ปลดปล่อยเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ถ้าไม่ใส่ถุงยางอยู่ ป่านนี้ข้างในของกวินคงเอ่อล้น ล้นแล้วล้นอีกด้วยน้ำรักของเขา วริษฐ์นิ่งค้างเอาไว้อย่างนั้น พลางหายใจหอบด้วยความเหนื่อยอ่อน ก่อนจะซวนซบลงทับร่างบางด้านล่างอย่างคนหมดแรง
   ร่างสูงพลิกตัวไปข้าง ๆ ก่อนจะหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเหนื่อยอ่อน กวินได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนข้าง ๆ ทำให้เขาพลิกตัว ก่อนขยับไปดู มองสำรวจวริษฐ์ ใบหน้าหล่อเหลานอนหลับพริ้ม มือบางลูบสัมผัสใบหน้านั้น เขาหล่อจริง ๆ ร่างบางประทับจูบลงไปบนแผงอกแกร่ง แต่ที่เขารักคือความใจดีต่างหาก


ตีสามครึ่ง
   “พี่อาร์ต”
   เสียงหวานร้องเรียกอีกครั้ง ขณะมือบางซุกซนเริ่มทำงานอีกครั้ง ไม่ได้สนว่าอีกฝ่ายจะหลับอยู่ เพราะเขาต้องการ ต้องการพี่อาร์ต ต้องการถูกสัมผัสและสัมผัสอีกฝ่ายให้สาสมกับที่เฝ้ารอและใฝ่ฝันถึง
   เขากำรูดดุ้นเนื้อที่เริ่มจะพองโตเพราะสิ่งเร้า ต่อให้เจ้าตัวจะหลับ แต่ร่างกายมันยังตื่นอยู่ ยังตอบสนองต่อสัมผัสของเขาเป็นอย่างดี เขาขยับชักเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนคนหลับเริ่มรู้สึกตัว เขาปรือตาขึ้นดูเด็กแสบที่ยังก่อกวนเขาไม่หยุดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
   “กวิน พี่...” ไม่ไหว...น้ำเสียงแหบพร่าร้องห้ามอีกฝ่ายเสียงเบา
   ผมยังคงขยับมือต่อไป ราวกับเด็กเห่อของเล่นใหม่ ส่วนวริษฐ์ที่ขยับจนปวดสะโพก ก็ตั้งใจจะปล่อยให้เด็กมันทำไป เขาขยับไม่ไหวแล้ว ...เขาแก่ลงไปมาก ในห้วงความคิดของวริษฐ์ มีเพลง ๆ หนึ่งดังขึ้นในหัว ‘มีเมียเด็กต้องหมั่นตรวจเช็คร่างกาย’ เขาเข้าใจเพลงนี้แล้วเมื่อเจอกวิน ตกลงจะไม่หยุดสินะ จะรีดน้ำจนเขาแห้งเหี่ยวตายใช่มั้ย
   มือบางขยับไม่หยุด ลิ้นร้อนเลียที่ส่วนโคน ทำให้ร่างสูงกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมาเลอะใบหน้ากวิน ของเหลวอุ่นร้อนเหนอะหนะไหลออกมาไม่มาก
   “กวินนอนเถอะ” เสียงแหบทักท้วงขอให้อีกฝ่ายหยุดพยายามรีดน้ำออกจากตัวเขา เขาเหนื่อยมากจริง ๆ
   “เหลือถุงยางชิ้นนึง”
   “พอแล้ว รอบหน้ายังมี วันนี้ ปล่อยพี่นอนเถอะนะครับ” วริษฐ์พูดพลางขยับตบที่นอนข้างตัว เพื่อเรียกกวินให้ละความสนใจจากไอ้นั่นของเขา
   “รอบหน้า” กวินพูดทวน ใช่รอบหน้า พวกเราสองคนยังมีรอบหน้า
   ร่างบางขยับไปนอนซุกอ้อมกอดอุ่นของอีกฝ่าย ดวงตาสวยปรือลง มือบางคว้าเอาผ้าห่มขึ้นมาห่มห่อร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งคู่เอาไว้ ความอบอุ่นจากคนข้าง ๆ ใต้ผ้าห่มอวบอวลแผ่ซ่านทำให้เขานอนหลับอย่างเป็นสุข นานแล้วที่ไม่ได้นอนหลับในอ้อมกอดอุ่น ๆ ของใครสักคน 
.
.
[น้อลรุนแรงกับพิเหลือเกิ๊นนนน
พิไม่ไหววววว 5555 กวินพาเลยเถิดมาก ]
 :-[ :hao7:

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
น้องคงเก็บความคิดถึงพี่มานาน อดใจไม่ไหวจัดเต็มเลยสินะ.   :hao3:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4071
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
แล้วเขาก็ได้เจอกัน

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด