♡ I Met You เพราะเราเคยพบกัน : บทที่ 31 อนาคตของเรา 1/12/64 (ขอให้สมรสเท่าเทียม)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♡ I Met You เพราะเราเคยพบกัน : บทที่ 31 อนาคตของเรา 1/12/64 (ขอให้สมรสเท่าเทียม)  (อ่าน 16079 ครั้ง)

ออฟไลน์ JanTi

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

อะไรจะร้อนแรงขนาดนั้นขุ่นน้อง

เด๋วพี่เขาใช้การไม่ได้  ขุ่นน้องจะลำบากนา

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 10 พี่ปวดเอว


   นาฬิกาปลุกแผดเสียงเตือน เมื่อถึงเวลาจะต้องตื่น กวินรู้สึกตัวก่อน เขานึกหงุดหงิดใจที่นาฬิกาปลุกเขาขึ้นมาจากการนอนที่แสนสบาย ดวงตากลมปรือขึ้นมา เขาเห็นแผงอกกว้างเป็นอย่างแรก รอยจ้ำแดง ๆ เล็ก ๆ ที่ทำให้เขานึกเขิน ก่อนเหลือบตามองเจ้าของแผงอกนั่นที่ยังคงหลับพริ้ม ไม่สนใจเสียงนาฬิกาแม้แต่น้อย
   ผมรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยที่ได้ตื่นมาในอ้อมแขนของเขา นึกขอบคุณนาฬิกาปลุกที่ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าหล่อเหลายามหลับใหล เขาน่าหลงใหลจนคิดว่าผมคงถอนตัวถอนใจออกไปจากเขาไม่ได้ ดีใจที่หาเขาจนเจอ ถ้าหากเป็นพรหมลิขิตก็ขอให้มันสมหวัง แต่ถ้าไม่ ผมก็จะพยายามเอง...
   “พี่อาร์ตครับ” เสียงหวานเรียกชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา
   ร่างสูงยังคงนิ่งเฉย ขณะที่นาฬิกายิ่งส่งเสียงดังมากขึ้นจนน่ารำคาญ แต่อ้อมกอดแกร่งทำให้เขาขยับไปปิดเสียงมันไม่ได้ อ้อมกอดที่แน่นหนึบ เขาก็ไม่ได้อยากจะออกไปหรอกนะ แต่ไม่ไหว อย่างน้อยก็ขอปิดนาฬิกา มันหนวกหูมาก
   “ตื่นได้แล้วครับ เดี๋ยวไปทำงานสายนะ” ร่างบางดิ้นขลุกขลัก พยายามจะลุกขึ้นไปปิดเสียงนาฬิกาปลุก เมื่ออีกฝ่ายยังคงนอนกอดเขาแน่น
   “อื้อ ครับ” ร่างสูงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองคนในอ้อมแขน ก่อนกระพริบตาปริบ ๆ ไล่ความง่วงงุน เมื่อคืนเขาโดนเด็กง้าบซะแล้ว โดนล่อลวงมาต่อจนไม่ได้กลับห้อง เสร็จเด็กมันจนได้... เมื่อคืนเจ้าเด็กนี่มันร้ายจริง ๆ  ทั้งซนทั้งแสบ ทั้งเผ็ดทั้งร้อน เขายังไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน ก่อกวนจนเขาหมดสภาพ รีดน้ำเขาไปกี่ครั้งก็ไม่อาจนับได้
   วริษฐ์ปล่อยคนในอ้อมแขนให้เป็นอิสระ พลางขยับลุกขึ้นนั่ง เขารู้สึกมึนหัว มันแฮงค์ ๆ หรือไม่ก็เพลียเพราะว่าขาดน้ำ
   “พี่อาร์ตไปอาบน้ำก่อนมั้ยครับ เดี๋ยวผมหาเสื้อผ้าใหม่ให้ใส่ ผมมีเชิ้ตตัวใหญ่ ๆ อยู่” กวินลุกขึ้นไปปิดเสียงนาฬิกาปลุก ก่อนหมุนตัวเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า พลางหยิบผ้าขนหนูมายื่นส่งให้
   “ขอบคุณมาก” วริษฐ์เดินโงนเงนไปอาบน้ำ เขาทั้งเหนื่อยทั้งล้า เมื่อคืนเลยเถิดไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่าน กวินปลุกเขาทั้งคืน ได้มาจบเอาเลยวันใหม่ไปหลายชั่วโมง...

   กวินพยายามหาเสื้อผ้าที่อีกฝ่ายจะใส่ได้ กางเกงคงต้องใส่ซ้ำแต่เสื้อเนี้ย เขาเตรียมเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย หยิบจับกางเกงและชั้นในมาวางไว้ให้ ส่วนเสื้อเชิ้ตตัวเมื่อวานถูกเขาโยนลงตะกร้า ซักแล้วค่อยเอาไปคืน
   สายน้ำเย็นจากฝักบัวปะทะร่างวริษฐ์ เขากลั้นใจขยับไปยืนใต้ฝักบัว น้ำเย็นจนรู้สึกขนลุก แต่ก็ทำให้ตาสว่าง เมื่อคืนทำลงไปแล้ว กับผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิต ทำแบบสติไม่เต็มร้อย มีแต่สัญชาตญาณที่ตอบสนองต่ออีกฝ่ายเท่านั้น
   “เผลอตัว ให้อารมณ์นำอีกแล้ว” เขาบ่นพึมพำเสียงเบา
   วริษฐ์อาบน้ำเสร็จ เขาปิดน้ำพลางยกมือขึ้นเสยผมที่ลงมาปรกหน้า หยดน้ำเกาะพราวไปทั่วทั้งตัว เขายืนมองตัวเองในกระจก รู้สึกเจ็บไม่น้อยที่หัวไหล่ พอมองเงาสะท้อนก็พบรอยเล็บและรอยฟันหลายจุด เด็กแสบทั้งกัดทั้งจิกเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อวานคือสุด ๆ ตั้งแต่เคยทำมาเลย เขาพันผ้าขนหนูไว้ที่เอวหลวม ๆ ก่อนจะเดินออกไป
   กวินมองคนที่ออกมาจากห้องน้ำด้วยใจเต้นตึกตัก หยดน้ำบนกล้ามเนื้อมัดสวย เส้นผมลู่แนบใบหน้าหล่อเหลา ร่องรอยสงครามอารมณ์ระหว่างพวกเขายังปรากฏชัด ‘เซ็กซี่เป็นบ้า’
   “อ่ะ เสื้อผ้าอยู่ทางนั้นนะครับ” ร่างบางชี้ไปที่เสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้ พลางเดินสวนเข้าห้องน้ำไป ร่างบางปวดหนึบที่ส่วนล่างไม่น้อย เมื่อคืนรุนแรงแต่ก็สุขสม เขาคิดว่าการปรนนิบัติจากเขา พี่อาร์ตต้องติดใจจนลืมไม่ลงแน่ ๆ
   ร่างสูงจัดแจงแต่งตัวเรียบร้อย เขานั่งเช็ดผมอยู่บนที่นอน ในใจก็แอบงุนงงสับสน ว่าเขาจะวางตัวยังไงกับเด็กคนนี้ดี ทุกทีเขาจะรุก หว่านเสน่ห์ให้ได้มา แต่รอบนี้ เจ้าตัวดันมาล่อหลอกเขาแทน เมื่อคืนก็พูดเน้นหนักว่าจะทำให้เผมรักเขาให้ได้ ซึ่ง...มันเป็นไปได้ยากยิ่ง หัวใจของเขามันไม่เคยเปิดให้ใครแทรกตัวเข้ามา ไม่เคย...
   ร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพเดียวกันกลับวริษฐ์ ผิวเนียนเปลือยเปล่า กับหยดน้ำ ยิ่งทำให้เจ้าตัวดูสดชื่นเปล่งปลั่ง
   “พี่ครับ หิวหรือยัง” กวินเอ่ยทัก พาเอาวริษฐ์ลอบกลืนน้ำลาย สภาพของคนตรงหน้ากับคำถาม แอบทำเอาเขาแทบหิวอย่างอื่น แต่ไม่ละสะโพกเขาปวดหนึบจนขยับแทบจะไม่ไหว
   “หิวครับ กวินรีบ ๆ แต่งตัวสิครับ” วริษฐ์พยายามที่จะละสายตา จากร่างนั้น ยั่วยวนเก่ง เดี๋ยวไม่ได้ไปทำงานกันพอดี “เอ่อ เมื่อคืนพี่ขอโทษนะ ก็ไม่คิดว่าเราจะมาถึงจุดนี้กันตั้งแต่วันแรก” เขาอึกอัก รู้สึกกระอักกระอ่วนในใจ เรื่องเมื่อคืนมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนตั้งตัวไม่ทัน
   “ฮะครับ สำหรับพี่มันเป็นวันแรก แต่สำหรับผม มันเป็นการรอที่ยาวนานครับ”
   “แต่เราอยากให้พี่รัก แต่เมื่อคืนพี่มีแต่ความใคร่ให้” แถมเป็นความใคร่ที่เขาสะบักสะบอม แต่เจ้าตัวกับคึกไม่ยอมหยุดจนเขาต้องขอร้องอ้อนวอน เพื่อให้ได้นอน
   กวินยิ้มกว้างจนตาแทบปิด “ผมบอกแล้วว่าผมรับผิดชอบเอง” อีกฝ่ายหันมายิ้มให้ รอยยิ้มสดใสเจิดจ้า ยิ้มจนตาปิดเป็นสระอิ น่ารัก...
   วริษฐ์ยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู แม้ในดวงตาของเขาที่มองคนตรงหน้า จะมีประกายวูบไหวประหลาดฉายอยู่
   “พูดตรง ๆ นะ ถ้าเราต้องการความรัก พี่คิดว่าคงไม่มีให้”
   “ทำไมล่ะครับ พี่รักใครไปแล้วหรอ” ร่างบางถามกลับ ดวงตาหม่นแสง แม้รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าจะยังไม่จางหาย
   วริษฐ์หรี่ตามองสำรวจดูคนตรงหน้าที่แสดงความรู้สึกดูขัดกันแปลก ๆ ...กวินที่ยังยิ้ม แม้ดวงตาจะไม่สดใส
   “เปล่า... พี่แค่” เหมือนคนไม่มีหัวใจ ความระแวดระวังในใจของเขา มันทำงานทันทีที่ใครก็ตามพยายามจะรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม โดยเฉพาะหัวใจของเขา
   “ผมจะพยายาม” ร่างบางมองใบหน้าวิตกกังวลของคนตรงหน้า ไม่รู้ว่าจะกังวลไปทำไม ในเมื่อความเสี่ยงทั้งหมดที่มี เขาจะขอรับไว้เอง มันเป็นความเสี่ยงที่เขาสามารถรับได้  “วันเดียวที่เรารู้จักกันอย่างเป็นทางการ มันตอบทุกอย่างไม่ได้หรอกครับ พี่อาจจะต้องการผมมากจนไม่อยากปล่อยไปเลยก็ได้”
   วริษฐ์หมั่นเขี้ยวร่างบางที่พูดอวยตัวเองหน้าตาเฉย ฝ่ายมือที่ลูบอย่างเอ็นดูเปลี่ยนมาเป็นแกล้งขยี้หัว จนผมของอีกฝ่ายเสียทรง
   “อย่าแกล้งสิครับ ผมเสียทรงหมดแล้ว”
   “น่าหมั่นไส้”
   ร่างสูงบ่นอุบแต่ก็ยอมแต่โดยดี เขาดึงมือกลับ ปล่อยให้คนน่ารักลูบเซตผมให้เข้าที่เข้าทาง ละสายตาจากร่างบางที่แต่งตัวอยู่ตรงหน้าเขา เหมือนจะใจกล้าไม่อาย แต่ดวงหน้าหวานก็แอบร้อนวูบวาบขึ้นสีเรื่อ
    ร่างบางหยิบเอาน้ำหอมขึ้นมาฉีดตัวเอง ก่อนจะหันไปฉีดวริษฐ์ด้วย
   “มาฉีดพี่ทำไมครับ”
   “จะได้หอม ๆ “ร่างบางพูดพลางแลบลิ้นทะเล้น...เขาฉีดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แค่นี้พวกเขาก็มีกลิ่นเดียวกันแล้ว
   
   ทั้งคู่แวะหาอะไรกิน เป็นร้านโจ้กที่อยู่ใกล้ ๆ ที่พัก ร้านริมทางที่มีกลิ่นของยามเช้าวันใหม่ โจ้กร้อน ๆ และปาท่องโก๋
   “พี่อาร์ตเอาอะไรครับ”
   “เอาเหมือนกวินเลย พี่กินได้หมด”
   “โจ้กทุกอย่าง 2 ครับ” กวินสั่งอาหาร เขาเองก็กินง่าย ๆ ได้หมดทุกอย่าง แต่ที่ชอบมาก ๆ คือปาท่องโก๋ “แล้วพี่เอาปาท่องโก๋มั้ย”
   ร่างสูงไม่ตอบทำแค่พยักหน้า ก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โต๊ะ มองร่างบางที่เดินไปซื้อหมูปิ้งร้านข้าง ๆ
   “เอาน้ำอะไร” คุณลุงคนนึงเดินมาที่โต๊ะ
   “กาแฟร้อนครับ” เขาสั่งน้ำของตัวเองเรียบร้อย พลางมองร่างบางที่ยิ้มสดใสพูดคุยกับแม่ค้า แล้วอีกคนกินอะไรดี เป็นเด็กเป็นเล็ก... “แล้วก็โอวัลตินเย็นหนึ่ง” ร่างสูงสั่งน้ำให้อีกคนเสร็จสรรพ อิมเมจของคนน่ารักที่วิ่งซื้อของกินตรงนั้นน่าจะเหมาะกับโอวัลตินเย็น
    ไม่นานโจ้กก็มาเสิร์ฟพร้อมกับกวินที่เดินยิ้มแฉ่งกลับมาพร้อมถุงหมูปิ้งในมือ
   “ร้านนี้อร่อยมาก ผมไม่ค่อยได้กินเพราะชอบมีคนตัดหน้าสั่งเยอะ พอถึงคิวทีไรต้องรอปิ้งใหม่ทุกที ขี้เกียจรอ วันนี้ได้กินเพราะแม่ค้าอยากให้พี่ได้ลองแน่ ๆ”
   “โชคดีได้กินเพราะพี่สินะ”
   กวินยื่นส่งถุงหมูปิ้งให้อีกคนพลางทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม มือบางฉีกปาท่องโก๋เป็นคำ ๆ ใส่ลงในถ้วยของวริษฐ์ ร่างสูงมองท่าทางนั้นด้วยความเอ็นดู
   “กวินก็กินด้วยสิ”
   “ฉีกให้พี่ก่อนไง ผมจะได้มือเปื้อนคนเดียว”
   “พี่ว่ามันล้นถ้วยแล้ว” เขาพูดยิ้ม ๆ เมื่อมือบางยังฉีกไม่หยุด
   “จะดูแลดี ๆ ให้สาสมกับที่เมื่อคืนผมใช้งานพี่หนัก” เขาพูดเขิน ๆ ขณะลอบมองใต้ตาดำคล้ำของอีกฝ่าย
   “รู้ก็ดีแล้ว เราน่ะไม่เบามือกับคนแก่เลยนะ”
   “แก่อะไร พี่อาร์ตยังหนุ่มยังแน่น”
   “หึ”
   “กาแฟร้อน โอวัลตินเย็น” คุณลุงขานชื่อเมนู พลางวางน้ำลงตรงกลางโต๊ะ
   “ผมไม่ได้สั่-“ กวินกำลังจะหันไปบอก เพราะเขาเองถ้าสั่งน้ำก็คงสั่งกาแฟร้อนเหมือนกัน
   “พี่สั่งให้เอง”
   “รู้ได้ไงว่าผมจะดื่มอะไร”
   “พี่เลือกให้”
   “ผมดื่มกาแฟร้อน”
   “เป็นเด็กเป็นเล็กเอาโอวัลตินเย็นไปอ่ะดีแล้ว”
   กวินทำแก้มป่อง แต่ก็รับน้ำไปดื่มแต่โดยดี โอวัลตินเย็นหวาน ๆ ไหลลงคอ หวานสดชื่น โอเค ต่อจากนี้จะให้โอวัลตินเย็นกลายเป็นเครื่องดื่มโปรดแทนกาแฟร้อน
   วริษฐ์กับกวินหยุดต่อปากต่อคำต่างก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารและเครื่องดื่มตรงหน้า ขืนยังเล่นกันอยู่แบบนี้ เดี๋ยวจะไปทำงานสายกันทั้งคู่

   ไม่กี่นาทีจากร้านโจ้ก พวกเขาก็มาถึงที่ตึกทำงาน  ทั้งคู่เดินเอื่อย ๆ เพราะเวลายังเหลือ คิดว่าด้วยความเร็วระดับนี้ไปถึงที่สแกนนิ้วคงก่อนเวลาประมาณ 5-6 นาที สบาย ๆ
   “เย็นนี้พี่อาร์ตว่างมั้ย” ร่างบางถามชวนอีกครั้ง ไม่ได้คิดลามกจะชวนไปทำอะไรกัน เพียงแค่จะชวนอีกฝ่ายกินข้าวเย็น แล้วถ้ามันจะเกินเลย ก็ให้เป็นกำไร
   วริษฐ์หรี่ตามองร่างบางที่คิดจะล่อลวงเขาไปทำอะไรอีก เขาเพลียจนไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร แต่เหมือนวันนี้เขาจะมีนักอะไรสักอย่างอยู่ เขานิ่งคิดไปพักนึง อืม...อ๋อ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เขามีนัดกับสาวแผนกการตลาด เกือบลืมไปเลยแฮะ
   “มีครับวันนี้พี่มีนัด”
   กวินพยักหน้าเข้าใจ แล้วก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามต่อ จะมาอยู่อะไรกันตลอดเวลาล่ะเนอะ
   พวกเขาเดินเข้าลิฟต์ ขณะลิฟต์กำลังจะปิด ก็มีคนพุ่งเข้ามา
   วริษฐ์สะดุ้งนิด ๆ เมื่อมีคนพุ่งเข้ามาตรงหน้าเขาพอดี... คนนั้นคือตฤน เขาร้องทักอีกฝ่ายที่ดูจะรีบมากเป็นพิเศษ
   “ยังทัน”
   เสียงทักทำให้ตฤนเงยหน้ามองคนในลิฟต์ พี่วริษฐ์...แล้วก็กวิน ทั้งคู่ยืนอยู่ด้วยกันในลิฟต์ พอเห็นแบบนั้นตฤนก็ส่งยิ้มแห้ง ๆ พลางก้มหัวทักทายทั้งคู่
   “สวัสดีครับ” กวินพูดทักพลางยิ้มกว้าง
   “สวัสดีครับ” ตฤนทักตอบ
   “สายเหมือนกันเลยนะครับ” กวินพูดพลางยิ้มเขิน เขานี่แหละ แย่มาก เพิ่งเริ่มงานก็สายซะแล้ว
   “ครับ” ตฤนเหลือบตามองทั้งคู่ ขึ้นลิฟต์มาพร้อมกันก็คงไม่แปลกนักล่ะมั้ง ตฤนหันหลังให้ทั้งคู่และไม่พูดอะไรอีก
   กวินรู้สึกแปลก ๆ กับท่าทีของทั้งสองคน ทั้งที่อยู่แผนกเดียวกันแท้ ๆ แต่ดูห่างเหินอย่างประหลาด วริษฐ์ก็ดูเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่น่าจะมีท่าทีกันแบบนี้ ...แฟนเก่า? คนเคย ๆ ? กวินมองด้วยความรู้สึกแอบตงิด ๆ อยู่ในใจ เพราะเมื่อวานอีกฝ่ายก็มาเตือนเขา ระวังจะถูกง้าบ หรือเพราะตัวเองก็เคยโดนไปแล้ว งั้นหรอ? ไม่ชอบใจเอาซะเลยแฮะ
   บรรยากาศอึดอัดเล็ก ๆ เกิดขึ้นในลิฟต์ ขณะที่ลิฟต์เคลื่อนตัว ค่อย ๆ เปิดทีละชั้น ๆ มีคนอัดเข้ามามากจนตฤนถอยไปชิดกับทั้งสองคน เขาได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากทั้งคู่ กลิ่นเดียวกัน ... หรือว่าทั้งคู่เมื่อคืน... รวดเร็วไวไฟกันจริง ๆ 
   “ขอโทษนะครับ”ตฤนเอ่ยปากขอทางเมื่อลิฟต์มาถึงชั้นที่ต้องการออกพอดี
   สองคนด้านหลังจึงเดินตามออกมาด้วย ตฤนเดินนำไม่ได้หันไปสนใจอะไรอีก เขาไม่ได้อยากจะตั้งแง่ ไม่ได้อยากรู้สึกอึกอัก อึดอัดแบบนี้แลย แต่ก็ไม่รู้จะจัดการกับมันยังไงดี ความรู้สึกกระอักการะอ่วนนี่
   เขาเลยเลือกที่จะไม่หันไปคุยต่อ เขาไม่รู้ว่าทั้งคู่เดินเลี้ยวไปตอนไหนด้วยซ้ำ แต่เขาก็คิดว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเรื่องของสองคนนั้น ถ้ายินยอมตกลงปลงใจกันได้ ก็ดีแล้ว

   วริษฐ์ทั้งเพลียทั้งง่วง ช่วงบ่ายเขาซัดกาแฟดำเข้าไปอีกแก้ว ไม่งั้นเอาไม่อยู่ ใจจริงอยากจะลางานกลับบ้านไปนอนใจจะขาด สะโพกก็ปวด นั่งนาน ๆ ก็รู้สึกร้าวไปหมด เขาตัดสินใจอู้งาน เดินออกไปสูบบุหรี่ ร่างสูงยืนสูบบุหรี่แบบคนไร้วิญญาณ พลางนึกว่ายังเหลืออะไรด่วนที่ต้องทำมั้ย เขาก็นึกออกว่ายังไม่ได้บอกยกเลิกนัดกับสาวแผนกการตลาด
   ร่างสูงหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์แชทไปหาสาวรุ่นเดียวกัน
   “ชะเอมครับ วันนี้นัดเรา ขอยกเลิกก่อนนะครับ”
   เขาถือมือถือค้างรออีกฝ่ายตอบ
   เขายกเลิกนัดเพราะไม่มีอารมณ์จะทำอะไร เมื่อวานเต็มอิ่มจนเกินพอ เขายังไม่อยากทำอะไรกับใคร และด้วยสะโพกกับเอวที่ร้าวระบม สภาพอดหลับอดนอน สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้มีแค่นอนแผ่บนที่นอนกว้างที่ห้องของตัวเองเท่านั้น ไม่ต้องการปฏิสัมพันธ์กับใคร
   ติ้ง ติ้ง
   ‘พี่วริษฐ์อ่า ชะเอมรอวันนี้ตั้งนาน
   ทำไมยกเลิกล่ะคะ’
   เขาอ่านแชทที่เหมือนจะได้ยินเสียงแหลมสูงงอแงของอีกฝ่ายดังลอดออกมา แต่เขาไม่ใจอ่อน
   ‘ขอโทษจริง ๆ ผมมีธุระด่วน’ ด่วนมาก...กับเตียงนอน หมอน ผ้าห่ม และหมอนข้าง
   มือหนา ดับบุหรี่ โดยการขยี้กดลงไปบนกำแพงปูน เขาหยิบก้นกรองมาทิ้งที่ถังขยะ ยืนบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้าน อู้มานานเกือบ 20 นาที ก่อนตกลงกับตัวเอง ว่าจะรีบเคลียทุกอย่างให้เสร็จ เขากลับลงไปที่ด้านล่าง อดทนอีกแค่ 2 ชั่วโมงเขาก็จะได้กลับบ้านนอน
   บนโต๊ะมีขวดวิตามินซีพร้อมดื่มวางอยู่ พร้อมโน้ตเล็ก ๆ เขียนว่า
   ‘เพื่อความสดชื่น สำหรับช่วงบ่าย
             กวิน’
   ร่างสูงขยับยิ้มให้ความใส่ใจนั้น คงแอบแว่บมาวางตอนที่เขาขึ้นไปสูบบุหรี่ กวินเอ้ย ทำตัวเป็นเด็กน้อยวัย 14 ไปได้ แอบเอาของมาวางไว้ที่โต๊ะคนอื่นแบบนี้  เขาคิดพลางเอาโพสอิทเก็บใส่ลิ้นชัก
   วิตามินซีพร้อมดื่มนี่ดีมากจริง ๆ เขาสดชื่นพร้อมสู้กับเวลาที่เหลือแล้ว วริษฐ์พิมพ์ตอบอีเมลผู้สมัครงานมือเป็นระวิง ก่อนเสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะจะดังขึ้น
   ‘Gawin’
   “ว่าไงครับ”
   ‘สดชื่นหรือยังครับ’
   “สดชื่นมากเลย ขอบคุณนะ”
   ‘พี่อาร์ต ผมยังไม่มีเบอร์พี่เลย ขอหน่อยสิครับ’
   เมื่อคืนพวกเราข้ามขั้นไปมาก ทั้งที่เมื่อคืนพวกเขารู้จักกันลึกซึ้ง ใกล้ชิดแนบแน่น แต่กับเรื่องพื้นฐาน กลับยังไม่รู้เลย เบอร์ก็ไม่มี ไลน์ก็ไม่มี
   วริษฐ์บอกเบอร์มือถือของตัวเอง กวินก็วางสายไป พร้อมบอกว่าไม่กวนแล้วครับ ก่อนที่ไลน์จะเด้งมา เพราะเบอร์มือถือของเขาแค่กดเซฟมันก็เด้งในโปรแกรมไลน์ทันที
   ‘อดทนนะครับพี่อาร์ตเดี๋ยวก็เลิกงานแล้ว
   สติ๊กเกอร์แมวถือพู่เชียร์’
   วริษฐ์ส่ายหน้าให้กับคนในมือถือ เขาส่งสติ๊กเกอร์กลับไปแค่ตัวเดียว เป็นรูปหมาที่ทำหน้าง่วง อยากจะหลับเต็มที่ เหมือนเขาตอนนี้
.
.
.
.

[น้องกวินของพี่ เอาจริงเอาจัง พี่ไม่รอดแน่

น้องเรามันร้ายมากนะ ต้องยอมรับบบ 555

ขอบคุณผู้อ่าน และคอมเม้นที่มีอารมณ์(อ๊ะ แอร๊ย อรั้ย !?)ไปด้วยกันนะคะ

พูดคุยกันได้ในแท็ก #เพราะเราเคยพบกัน น้องกวินเราจะร้อนแรงขึ้นอีกกก

เป็นไฟเยอร์ พี่วริษฐ์ต้องเข้าไป เข้าไปเล่นกับไฟเยอร์ คิคิ]
 :-[

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
น้องกวินคะอดอยากปากแห้งมาจากไหนคะ เห็นใจคนสูงวัยบ้างนะคะ.  :hao3:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
โอ๊ยย ตอนแรกสงสารกวิน ตอนนี้ไม่ละ สงสารพี่อาร์ตแทน อิอิอิ น้ำหมดตัวแระมั่งพี่อาร์ต

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 11 เจ้าแมวน้อยตัวขาวเนียน (NC)

+++ มีของเล่น ./////. โปรดระวังเลือดกำเดา+++


   ผมไม่รู้จะทำยังไงดี ทั้ง ๆ ที่ได้เจอกันแล้วแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรคืบหน้า พี่อาร์ตไม่ว่างเลย ชวนวันไหนก็ไม่ว่าง จนวันนี้วันพฤหัสบดีแล้ว เขาถามตั้งแต่เมื่อวานว่าอีกฝ่ายว่างมั้ย เขาก็ตอบว่าไม่ว่างเหมือนเคย อย่างกับพยายามหลบหน้ากันอะไรแบบนั้น เขาก็ทำได้แค่เตรียมข้าวเช้าไปวางไว้ให้ ช่วงกลางวันต่างฝ่ายก็ต่างแยกย้ายไปกินกับคนในแผนกตัวเอง เขาแทบไม่ได้เจออีกคนเลย คิดแล้วก็ไม่สบายใจ

   วันศุกร์เขาก็มาแต่เช้า เพื่อวางกล่องข้าวให้อีกฝ่าย รอบนี้เขาทำเองใส่กล่องเบนโตะน่ารัก แต่กลับเจอคนที่มาเช้ายิ่งกว่าเขา

   ตฤน...

   ผมผลักประตูเข้าไปพลางส่งเสียงทักอีกฝ่ายที่กำลังให้ความสนใจกับอะไรสักอย่างจนไม่ทันรู้ตัวว่าเขาเข้ามา   “สวัสดีครับ”
ตฤนเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจต่อเสียงทัก เขารีบทักทายตอบ พลางมองอีกฝ่ายงง ๆ กวินเดินมายืนอยู่ตรงข้ามเขา ตรงที่นั่งของวริษฐ์ น่าแปลกที่เห็นอีกฝ่ายมาทักทายเขาแต่เช้า
   “สวัสดีครับ”
   “โอวัลตินหอมดีจัง”
   “ครับ กวินกินอะไรมาหรือยัง เอาปาท่องโก๋มั้ย”
   “ไม่เป็นไรขอบคุณครับ”
   มือบางแตะกล่องข้าวใบเล็ก ๆ กวินมาแต่เช้าเพื่อวางข้าวกล่อง กล่องเล็กไว้บนโต๊ะให้วริษฐ์
   “เอ่อ ตฤนครับ คือ...” ผมเรียกชื่อเขาเสียงเบา เบามีบางอย่างที่อยากจะถาม  ต้องก็ลังเลว่าควรหรือเปล่า
   “หืม? ครับ?”
   “ตฤนเป็นอะไรกับพี่กวินหรอครับ” กวินถามตฤนออกไปตรง ๆ  ด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เขาคิดว่าไม่ควรถาม แต่ก็อยากจะรู้
   “หือ?”
   “เป็นอะไรกับ...”
   “เพื่อนร่วมงานครับ” ตฤนชิงตอบขึ้นมาก่อนที่อีกฝ่ายจะถามซ้ำอีกครั้งจนจบประโยค
   “แต่... เอ่อ ครับ” ผมตอบรับพร้อมรอยยิ้ม พยักหน้าเข้าใจก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไป
   ทิ้งให้คนถูกถามได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น มองตามร่างบางที่ผลุนผลันเดินออกจากห้องไปสงสัยกวินจะหลงรักวริษฐ์เข้าแล้วจริง ๆ ล่ะมั้ง

   กวินเดินกลับโต๊ะด้วยความรู้สึกที่ไม่ปลอดโปร่งนัก เขาถามตฤนออกไปแบบนั้นมันเหมาะหรือเปล่านะ แต่พออีกฝ่ายทำสีหน้าลำบากใจ พร้อมตอบว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน เขาก็ยังไม่ค่อยสบายใจ มันดูไม่ปกตินี่หว่า มันแบบ เฮ้ออออ
เขาจะเคยเป็นอะไรยังไงแบบไหน...
แล้วมันจะเป็นอะไรเล่า ยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ได้รักใครอยู่ ไม่ได้มีความคิดจะรักใครด้วยซ้ำ แม้กระทั่งเขา...
...แต่เขาจะพยายาม

   วริษฐ์มาถึงที่ทำงาน ทุกครั้งที่มานั่งที่โต๊ะ เขาก็มักจะมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ทุกที อีกฝ่ายเตรียมข้าวเช้าไว้ให้เขาทุกวัน วางกล่องเล็ก ๆ ไว้บนโต๊ะ พร้อมโน้ตแผ่นน้อย แม้จะไม่ค่อยได้เจอกันอีกเลย เพราะเขามีนัดทั้งอาทิตย์นัดล่วงหน้าไว้ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ นัดกับเพื่อนบ้าง กับสาวบ้าง เขาไม่ได้ไปสานต่อกับกวินหลังเลิกงานอีกเลย
   ร่างสูงคิดพลางดึงกระดาษโพสอิทใบเล็กออกจากกล่อง
   ‘ทานให้อร่อย ♥ ’
   เขาเก็บโน้ตทุกใบไว้ในลิ้นชัก กวินพยายามดูแลเขา ใส่ใจ จริงจัง เหมือนกำลังพยายามทำให้เขารักจริง ๆ อย่างที่เจ้าตัวได้เอ่ยปากพูดเอาไว้ ส่วนเขาทั้งสัปดาห์มันค่อนข้างจะยุ่ง ผมไม่มีเวลาให้อีกฝ่ายเข้ามาทำคะแนนมากนัก วันคืนผ่านไปโดยที่เขาไม่ได้แตะต้องกับใครอีก นัดกับสาวก็แค่กินข้าวแล้วก็กลับ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นงู ที่กินอาหารแค่อาทิตย์ละครั้ง ...ทำเรื่องอย่างว่า อาทิตย์ละวัน แต่กักตุนเหมือนให้อิ่มไปทั้งสัปดาห์

   ช่วงบ่ายเวลาเดิม ๆ เขาจะออกไปสูบบุหรี่ ผ่อนคลายความเครียด ยืดเส้นยืดสายจากการนั่งพิมพ์งานอยู่กับที่
   “พรุ่งนี้วันหยุดพี่อาร์ตว่างมั้ยครับ” วริษฐ์สะดุ้งโหยง เมื่อใครบางคนมาพูดอยู่ที่ด้านหลังเขา แต่เขาจำเสียงได้ดี แถมมีคนเดียวที่เรียกเขาด้วยชื่อนี้ จึงทักตอบโดยไม่ได้หันกลับไปดู
   “กวินก็สูบบุหรี่หรอ”
   “เปล่าครับ”
   “มาเดินยืดเส้นยืดสายหรอ”
   “เปล่า มาหาพี่ต่างหาก” ร่างบางเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ร่างสูง เขาหันไปมองอีกฝ่ายที่คาบบุหรี่อยู่ในปาก
   “หืม?”
   “ก็ที่ผมถามไง พรุ่งนี้พี่ว่างหรือเปล่า”
   “อือ ว่างครับ ทำไมหรอ?”
   “ไปดูหนังเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ” อีกฝ่ายเคยบอกว่าชอบดูหนัง จะต้องยอมไปดูกับเขาแน่ ๆ
   “เรื่องอะไร ที่ไหนครับ”
   “เน็ตฟลิกซ์ ที่ห้องผมดีมั้ย”
   ร่างบางพูดขึ้นมา เขาไปที่ไหนก็ได้ ดูหนังมันก็แค่ข้ออ้าง แต่ถ้าไม่เจอกันเลย เขาจะทำคะแนนได้ยังไง แล้วถ้าเขาจะอยากใกล้ชิดอีกฝ่ายก็คงต้องเป็นดูหนังที่ห้องนี่แหละ
   “นี่ไม่ได้ลวงพี่ไปทำมิดีมิร้ายใช่มั้ย”
   “เรียกว่าเชิญชวนจะดีกว่า”
   กวินพูดตอบพลางยิ้มกว้าง มือบางยื่นส่งคีย์การ์ดให้วริษฐ์
   “นี่?”
   “คีย์การ์ดสำรองห้องผม พี่เก็บไว้นะ”
   เด็กแสบเริ่มรุกเขาอีกครั้ง รอบนี้ถึงกับให้คีย์การ์ดสำรองเขามาเลยแฮะ คนข้าง ๆ นี่นะ อาจจะลืมไปว่าเรารู้จักกันมายังไม่ครบอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ
   “พรุ่งนี้พี่ซื้อข้าวกลางวันเข้ามาด้วยนะ ผมจะรอกินกับพี่”
   มัดมือชกเขาชัด ๆ ทั้งเวลาและสถานที่ ร่างบางทำท่าจะเดินหนี แต่แล้วก็หันกลับมาถามเขา
   “เอ้อ พี่อาร์ต ชอบหมาหรือว่าแมว”
   วริษฐ์หันมองอีกฝ่ายที่อยู่ ๆ ก็ถามคำถามแปลก ๆ อีกแล้ว
   “ชอบแมว”
   “อ่าฮะ”
   ร่างบางขยับมาจุ๊บเบา ๆ ที่ต้นแขนของเขาก็จะหมุนตัวจากไป ให้เขาได้แต่มองตาม บทจะมาก็มา บทจะไปก็ไป นี่แหละคือคนที่มีลักษณะเหมือนแมว

   
   คืนวันศุกร์ที่วริษฐ์ไปสังสรรค์กับเพื่อน กวินก็กำลังเตรียมการบางอย่างสำหรับวันพรุ่งนี้ เขาได้สิ่งที่ต้องการมาพร้อมครบถ้วน เขาหวังว่าพรุ่งนี้ตอนที่พี่อาร์ตเห็นมัน เขาจะต้องชอบ
   

   ติ้ง
   ‘กวิน พี่จะถึงตึกแล้วนะ’
   เสียงแชทเด้งเตือน วริษฐ์พิมพ์บอกอีกฝ่ายเอาไว้ ว่าเขากำลังจะไปถึงตึกของกวิน คนแก่กว่าที่ถูกเด็กล่อลวงให้มาหาด้วยความเต็มใจ
   “ครับ ถึงแล้วก็ขึ้นมาเองได้เลย”
   มือบางพิมพ์ตอบก่อนจะรีบเตรียมตัวให้พร้อม
   ร่างบางหยิบหูแมวมาใส่ ก่อนจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อรอ แอร์ในห้องหนาวจนขนลุก เมื่อเขาอยู่ในสภาพกึ่งเปลือย ท่อนบนสวมเสื้อเชิ้ตตัวบางสีขาวที่ถูกปลดกระดุมจนหมดโชว์แผ่นอกเนียน และใส่กางเกงขาสั้นตัวจิ๋วที่รัดอะไรต่อมิอะไรให้โป่งนูนออกมาชัดเจน มันช่วยไม่ได้ก็มันมาด้วยกันยกเซต อยากเห็นสีหน้าของพี่อาร์ตใจจะขาด
   
   วริษฐ์เคาะประตูเป็นมารยาทก่อนจะแตะแสกนบัตร เปิดประตูห้องเข้าไปเองอย่างถือวิสาสะ แต่พอเปิดประตู เขาก็ได้แต่ทำตาโต หัวใจเต้นแรง เลือดลมสูบฉีด  เขาหันซ้ายหันขวา ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องก่อนใครจะมาเห็น หันหลังปิดประตูเสียงดังปัง เขายืนหันหลังให้กวิน พลางก่นด่าตัวเองให้สงบหัวใจเอาไว้ เขาลอบกลืนน้ำลาย พร้อมสูดลมหายใจฟืดใหญ่ ก่อนหันไปประจันหน้ากับคนตรงหน้า
   กวินในสภาพล่อแหลมนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ครึ่งบนอย่าเรียกว่าใส่เสื้อเลยเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางนั่นไม่ติดกระดุมสักเม็ด มันเปลือยเปล่า ขาวนวลเนียน ยอดอกสีชมพูกำลังชูชัน ในขณะที่ข้างล่างเป็นกางเกงขาสั้นสีดำที่รัดแนบเนื้อจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน ใบหูนุ่มนิ่มสีดำฟู่ฟ่องน่าลูบ ฝ่ามือบาง ยกมือขึ้น ขยับไปมาทำเหมือนอุ้งเท้าแมว ภาพที่เห็นทำเอาเขาลมหายใจติดขัด
   “เมี้ยวววว” เสียงหวานร้องครางเบาแบบแมวเหมียว
   “อ่ะอะไรกันครับกวิน”
   “ก็พี่ชอบแมว ผมก็เป็นแมว” แมวน้อยยั่วสวาท...
   “ไม่หนาวหรอไงเดี๋ยวเป็นหวัดหรอก”
   “ก็รอไออุ่นจากพี่ไงครับ”
   วริษฐ์ตาโต เขาจะเสียการควบคุมตัวเองแล้ว เมื่อร่างบางตรงหน้ามันรุกไม่หยุด จัดเต็มทั้งชุดเสื้อผ้า คำพูดคำจา เหมือนไม่มียางอาย แต่ใบหน้าคนตรงนั้นมันฟ้อง แดงแปร๊ดไปถึงใบหูแล้วเนี้ย
   มือบางกำลังเล่นหางเรียวสีดำของตัวเอง จับหางม้วนไปม้วนมา

   “พี่รู้มั้ยว่าหางนี่มันเชื่อมต่อกับตรงไหน”
   ร่างบาง ยื่นชูปลายหางให้คนตรงหน้าดู
   “พี่ไม่รู้ครับ กับกางเกงตัวนี้ละมั้ง”
   “ผมจะให้พี่ดู”
   ร่างบางขยับลุกขึ้นหมุนตัวหันหลังให้เขา พลางก้มลงไปเอามือแตะพื้น ความตึงทำให้กางเกงตัวจิ๋วแหวกออกโชว์ช่องเล็ก ๆ ที่ด้านหลัง หางมัน... เชื่อมต่อกับข้างใน... วริษฐ์ใจเต้นตึกตักกับภาพตรงหน้า ก่อนที่จะรู้สึกว่ามีอะไรไหลออกมาจากจมูก มือหนาตะครุบจับจมูกตัวเอง เขาแบมือก็พบว่ามันคือเลือดกำเดา เชี่ยเลือดกำเดาแตก!
   ร่างบางหันมาดูสีหน้าของคนตรงหน้า พร้อมกับที่หัวเราะออกมาเสียงสดใส เมื่อมันได้ผลกว่าที่คิด อีกฝ่ายถึงกับเลือดกำเดาไหล เขาเดินไปหยิบทิชชู่มาส่งให้
   “พี่ต้องชอบแมวมากแน่ ๆ “ ร่างบางพูดแซว พลางเดินจูงอีกฝ่ายให้ไปนั่งที่โซฟา หยิบน้ำแข็งในตู้เย็นมาห่อใส่ผ้าเช็ดหน้าผืนบาง ส่งให้อีกฝ่ายประคบจมูก
   กวินก็ท่าจะแย่เหมือนเกิน เขารู้สึกเสียวทุกย่างก้าวที่เดิน เพราะเจ้าหางนี่มันอยู่ข้างในของเขา แก่นแข็งสีเงินเสียดสีไปมา ทำเอาสยิว
   ร่างบางหอบเบา ๆ เมื่อเขาปีนไปนั่งคุกเข่าบนโซฟาข้าง ๆ วริษฐ์ เขานั่งลงไปเลยไม่ได้ เพราะหาง
   “ฮื่อ” ร่างบางเผลอครางออกมาเมื่อจะขยับเขาไปดูอาการวริษฐ์
   “อื้อ พี่อาร์ต ดึงหางออกให้หน่อยสิครับ” กวินพูดยั่ว พลางลุกขึ้นหันหลังให้วริษฐ์ มือหนาขยับไปจับเตรียมจะดึงออกให้อย่างว่าง่าย
   “อื้ออ๊า” แต่เสียงหวานทำให้วริษฐ์ ดึงแก่นแข็งสีเงิน ที่ชุ่มชื้นออกมาครึ่งนึง ก่อนจะกดยัดเข้าไปใหม่ ทำให้ร่างบางตัวสั่นสะท้าน ร้องครวญครางไม่เป็นภาษา
   “เมี้ยว อ๊า ซี๊ดดดด”
   “แมวจรเด็กดื้อ”
   แมวจรหมุนตัวมานั่งทับบนตักอีกฝ่าย พลางถูไถคลอเคลียออดอ้อนไปทั่ว พรมจูบ สลับกับลิ้นร้อน เลียแผล่บ ขบงับที่ริมฝีปากของเจ้าของ ก่อนเลื่อนไปงับที่ติ่งหู
   “ไหนว่ามาดูหนังไง”
   “พี่อาร์ตอยากดูเรื่องอะไรล่ะ”
   พอโดนย้อนถามเขาก็นึกไม่ออก ตอนนี้ในสมองเขาเหมือนมันไม่ทำงาน มันชะงักตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาแล้ว เจอแมวที่มีหางกับหูสีดำ แต่ลำตัวขาวเนียนสะอาดสะอ้าน กับจุกเล็ก ๆ สีชมพูนั่น ทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูก   
   มือบางซุกซนขยับมายุ่งกับเป้ากางเกงของวริษฐ์ ลากนิ้วผ่านลากลงลากขึ้นอยู่แบบนั้น
   “กวิน...” ร่างสูงร้องเรียกอีกฝ่ายเบา ๆ ลองมันเป็นแบบนี้แล้วหนังเดี๋ยวค่อยดูแล้วกัน
   ร่างสูงจับแมวน้อยให้นอนคว่ำอยู่บนตักของเขาก้นโก่งขึ้นใบหน้าเนียนซุกอยู่ที่หมอนอิง วริษฐ์อยากเห็นหางให้ชัด ๆ เขาใช้มือหมุนหางเล่นไปมา มือบางถึงกับกำหมอนอิงแน่น ก่อนที่เขาจะแกล้งขยับมันเข้าออก ทำให้ร่างบางสั่นสะท้าน พร้อมเสียงครางอู้อี้ เพราะอีกฝ่ายกำลังกัดหมอนอยู่
บ้อก
   เสียงตอนดึงหางออก
สวบ
   เสียงตอนใส่กลับเข้าไป
อื้อ
   และเสียงครางที่เกิดจากการกระทำนั้น
   เขาดึงลูกแมวตัวหน่อยที่สติเตลิดให้นั่งลงบนตัก มือหนาโอบกอดรอบเอวบางเอาไว้
   “อยากได้หางของพี่มั้ย”
   ใบหน้าเนียนขึ้นสีจัด บรรยากาศของทั้งคู่มันหวาบหวามเกินไป
   “บอกพี่ก่อนว่าแมวน้อยปลอดภัยมั้ย ถ้าพี่จะไม่ใส่ถุงยาง”
   “ปลอดภัยครับ ผมตรวจเลือดเป็นประจำ แล้วก็ไม่ได้ทำกับใครมานานแล้วด้วย”
   “งั้นพี่จะฉีดยาให้แมวน้อย”
   ร่างบางหันมาจุ๊บเบา ๆ ที่ข้างแก้มของเขา ก่อนจะลุกไปหยิบขวดเจลที่ลิ้นชักหัวเตียง เขากลับมาพร้อมจู่โจมหางของวริษฐ์แล้ว กางเกงของร่างสูงถูกถอดออกให้พ้นทางเจลเย็นถูกชโลมลงไปจนทั่ว โดยมีมือบางช่วยถูไถ
   “ขึ้นมาสิเจ้าแมว”
   เขาจับแก่นกายตั้งชัน รอให้อีกคนกดสะโพกลงมา กวินเอาหางของวริษฐ์ใส่เข้าไปผ่านรูของกางเกงตัวจิ๋ว กางเกงแน่นจนแทบจะแตก
   มือบางกางเล็บจิกไปที่แผ่นหลังกว้างด้วยความเสียวซ่าน หางอันนี้ทั้งใหญ่ทั้งอุ่น ร่างสูงขยับเด้งเอวขึ้นลง ทำเอาร่างบางผวากอดแน่น ฟันเล็กงับลงไปที่ลาดไหล่หนา ก่อนเด้งสะโพกสู้
   “อ๊า พี่อาร์ต ลึกจังเลย” ร่างบางพูดอู้อี้อยู่ข้างลำคอ มือหนาจับบั้นท้ายกลึงให้ขยับควงแก่นกลางด้านใน เขาชอบก้นกวิน ที่มันแน่นหนับพอดีมือ
   “เจ้าแมวจะทำพี่แตกแล้ว” เสียงนุ่มแหบพร่าพูดลามกออกมา เขาใกล้จริง ๆ ข้างในรู้สึกดีอย่างกับจะละลาย มันทั้งตอดทั้งบีบรัดเขา
   ร่างบางได้ยินแบบนั้นก็รีบขย่มเขย่า จนเสียงเนื้อชื้นแฉะกระทบกันดังดูหยาบโลน
   “อึก” ร่างสูงใช้มือข้างนึงบดขยี้ที่ยอดอกสีชมพู ร่างบางก็ใกล้จะเสร็จ แต่อึดอัดกางเกงเหลือเกิน มันคับ มันทำให้เขาไม่เสร็จ
   “อื้อ กวิน กวิน” วริษฐ์ร้องเสียงหลง เมื่อร่างบางกระแทกรัวเร็ว เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป หอบสั่น ร่างสูงกระตุกเกร็ง ก่อนฉีดพ่นของเหลวอุ่นร้อนเข้าไปข้างในจนหมด กวินรู้สึกอุ่นร้อนวาบข้างในจนสะท้านไปทั้งตัว รู้สึกดีเกินไปจนเคลิบเคลิ้ม วริษฐ์สังเกตเห็นว่ากางเกงสีดำที่เปียกชื้น มันนูนขึ้นมาจนดูไม่สบาย ข้างในคงอึดอัดเต็มที เขายกร่างบางออกจากตัก
   “ยืนแปปนึงนะครับ”
   เขารีบกระตุกถอดกางเกงตัวจิ๋วของกวินออกของเหลวสีขาวขุ่นไหลหยดลงมาตามเรียวขาเนียน
   “อ๊าาาา” แค่ถอดกางเกงออกให้กวินน้อยได้เป็นอิสระ เจ้าตัวก็ร้องครางเสียงดังพร้อมปลดปล่อยออกมาเลอะที่หน้าท้องของวริษฐ์ทันที ร่างบางแข้งขาอ่อนทิ้งตัวลงบนตัก โถมเข้าสู่อ้อมกอดอุ่นของวริษฐ์
   ลมหายใจหอบเหนื่อยของทั้งสองคนดังประสาน พวกเขากอดกันแน่นแบ่งปันไออุ่นให้แก่กัน
   “พอมั้ย”
   ร่างบางพยักหน้า ความรู้สึกอุ่นร้อนข้างในทำให้เขารู้สึกดีเกินพอ วริษฐ์ลูบแผ่นหลังเนียนแผ่วเบา ร่างกายพวกเขาเหนอะหนะ เพราะเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำสารพัด ทั้งเหงื่อไคล้ น้ำลาย และน้ำรัก

   ร่างสูงอุ้มแมวน้อยในอ้อมแขนเดินตรงไปห้องน้ำ พวกเขายืนใต้ฝักบัวเดียวกัน ผลัดกันถูทำความสะอาดให้อีกฝ่าย คนตัวสูงยืนซ้อนหลังคนตัวเล็ก เอื้อมมือไปที่ข้างหน้าลูบไล้หน้าท้องแบน ก่อนจะขยับลงต่ำ
   “ไหนดูสิหางแมวน้อยยังแข็งอยู่มั้ย” มือหนาตะปบแก่นกลางของร่างบางเอาไว้ เขาตั้งใจจะทำให้กวินเสร็จอีกรอบ จะได้ไม่มีแรงมาคร่อมเขาอีก
   “อื้อ พี่”
   มือบางกางออกไปด้านหน้า ค้ำยันตัวเองกับผนัง ขณะฝ่ามือหนาทำหน้าที่ชักเข้าออกอย่างรวดเร็ว ร่างบางสั่นระริก ส่งเสียงครางในลำคอ ตามจังหวะการขยับ มือหนาอีกข้างกอดเอวบางแน่น อย่างกลัวว่าจะทำอีกฝ่ายแข้งขาอ่อนลื่นในห้องน้ำ
   ชับ ชับ ชับ
   กวินเม้มริมฝีปาก เนื้อตัวบิดเร้า ปรือตาพริ้ม ก่อนจะปลดปล่อยออกมา
   “แมวน้อยเด็กดี”

   เมื่อทั้งคู่อาบน้ำเสร็จกวิน ใส่เสื้อยืด กับกางเกงผ้าขาสั้น ในขณะที่วริษฐ์ก็ต้องเปลี่ยนชุดใหม่ เพราะเสื้อผ้าเขาเลอะเทอะไปหมด ต้องใส่เสื้อยืดตัวโคร่งของกวินกับกางเกงย้วย ๆ ที่เจ้าตัวเก็บซุกเอาไว้ เขาใส่ได้ แอบหลวมนิดหน่อย แต่กวินบอกว่า ถ้าเจ้าตัวใส่จะต้องเอาหนังยางมัดที่ข้างเอว ไม่งั้นมันจะหลุด
   วริษฐ์เดินออกจากห้องน้ำ ก็เห็นว่าร่างบางกำลังเช็ดทำความสะอาดโซฟาพอดี
   “เลอะเยอะมั้ย”
   “ไม่ค่อย มันเข้าไปอยู่ในตัวผมหมดเลย” เจ้าตัวพูดทะลึ่งพลางส่งยิ้มแฉ่ง
   หนังการ์ตูนถูกเปิดขึ้นมา ขณะทั้งคู่นั่งข้างกัน กินข้าวกล่องไปก็ดูไป
   วริษฐ์ไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อนแต่มันก็ตลกดี ไม่จำเป็นต้องดูเรียงตอน เปิดตอนไหนก็มักจะดูได้ เป็นการ์ตูนตลก ที่ตัวเอก ประหลาดติดพนัน ชอบดื่มเหล้า กินของหวานเป็นชีวิตจิตใจ มุกก็สัปดนมาก ๆ
   “เราชอบดูเรื่องแบบนี้นี่เอง”
   “พี่อาร์ตการ์ตูนเรื่องนี้มันดีมากเลยนะ ให้ข้อคิดเยอะแยะเลย”
   “หญ้าถ้ำหลังเขารกทึบเนี้ยนะ” เขาพูดพลางส่ายหน้า
   “อันนี้มันตอนสบาย ๆ ตอนดราม่าก็มีเหมือนกัน” เจ้าตัวเถียงสู้การ์ตูนเรื่องนี้สนุกมากจริง ๆ เวลาที่เครียด หรือรู้สึกแย่เขาก็จะเปิดดู มันช่วยให้เขาผ่านคืนวันเลวร้ายต่าง ๆ มาได้
   “ดูอะไรดี” เจ้าตัวเอ่ยชวน เมื่อกินข้าวเสร็จย่อยไปสักระยะ
   “นั่นสิ”
   “พี่ซื้อป็อปคอร์นมาด้วยนะ เวฟให้หน่อยสิ”
   “ครับผม พี่อาร์ตดูอะไร เลือกเลยนะครับ” ร่างบางลุกขึ้นไปจัดการอย่างว่าง่าย เขาได้ยินเสียงเมล็ดข้าวโพดระเบิดอยู่ในไมโครเวฟ ป็อบ ป็อบ ยืนฟังไปก็เพลินดี
   “เลือกได้หรือยัง”
   “ลังเลระหว่างสองเรื่องนี้ เราอยากดูอะไร”
   “ได้หมดเลย” เจ้าตัวโยนให้อีกฝ่ายเลือก อะไรเขาก็ดูได้ทั้งนั้น พลางวางชามป็อบคอร์นลงบนโต๊ะ
   “พี่จำกัดวงแล้ว เราเลือก”
   มือบางขยับกดเลือกหนัง ก่อนปีนขึ้นโซฟาพลางเนียนสไลด์ตัวนอนหนุนตักอีกฝ่าย เส้นผมอ่อนนุ่มคลอเคลียอยู่กับต้นขาแกร่ง มือหนาอดที่จะขยับมาลูบด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ผมสั้นนุ่มคลอเคลียอยู่กับปลายนิ้วของเขา เหมือนขนแมวจริง ๆ เลย
   กวินเอื้อมมือหยิบป็อบคอร์นส่งเข้าปาก เคี้ยวงับ ๆ ด้วยความเพลิดเพลิน ตักอุ่น หนังสนุก ขนมอร่อย กวินวันนี้มีความสุขที่สุดเลย
.



[เลือดกำเดาไหลมั้ยคะ น้องเราทำไมยั่วเเรงขนาดนี้!!!

เป็นแมวที่ร้อนแรงมาก ไม่รู้เเมวจรตัวนี้จะถูกเขารับเลี้ยงไว้มั้ยนะคะ อิอิ

เราอ่านคอมเม้นเเล้วใจมันฟูววว ทุกคนอิ๊อ๊ะ (?) ไปกับเรา เราชอบมาก
 :mew1:

ขอโวยวาย 1 ที เนื่องจากเรามีน้องเป็นอิมเมจ เราเเต่งตอนนี้ไว้นานเเล้ว

พอเปิดทวิต ก็เจอน้องดูอยู่เหมือนกันจริง ๆ โอย เราฟินเฉย

//สุดท้ายเม้นเป็นกำลังใจ และพูดคุยกันได้ในเเท็ก #เพราะเราเคยพบกัน นะคะ]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-12-2019 22:23:32 โดย RingoPle »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
ไปเรียนยั่วมาจากไหนเนี่ยะ สงสัยตอนไปเรียนต่อเมืองนอก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
น้องคะ ทำไมแก่แดดน่าตีอย่างนี้คะ.  :hao3:

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 12 ขอโทษทีว่ะ

   วันนี้พวกเขาทำไปแค่พอหอมปากหอมคอ กวินชอบนอนหนุนตักวริษฐ์ดูทีวีมากกว่าขึ้นคร่อมเขา ชอบให้มือหนาลูบไล้ผมของเขา บางทีก็ลูบเลยมาที่แก้ม จับใบหูของเขาเล่น ๆ แค่นี้เขาก็มีความสุข ร่างบางลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลา ที่มองจ้องไปที่ทีวี ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะชอบมั้ย จะชอบเวลาเขาออดอ้อน ชอบเวลาเขาเร่าร้อน หรือชอบที่ได้นั่งดูทีวีอยู่ข้างกัน อยากรู้ความคิดของอีกฝ่ายว่าตอนนี้กำลังรู้สึกแบบไหน มีที่สักเศษเสี้ยวในหัวใจของเขาบางมั้ยที่กว้างพอจะให้นายกวินมุดตัวเข้าไป
   เวลาล่วงเลยมาจนตอนเย็น ตอนนี้เปลี่ยนกันแล้ว เป็นเขานั่งแล้วมีวริษฐ์นอนหนุนอยู่บนตักแทน มือบางทำแบบเดียวกับที่อีกคนทำ ลูบไล้เส้นผมของอีกฝ่าย เพลินดีแฮะ
   โครก คราก
   จู่ ๆ ท้องก็ร้องขึ้นมา ทำเอาวริษฐ์หัวเราะเสียงดัง
   “เสียงฟ้าร้องในโทรทัศน์ครับ” กวินละล่ำละลักพูดขึ้นมา น่าอายเป็นบ้า อยู่ดี ๆ ก็หิวจนท้องร้อง ทั้งที่ก็กินขนมไม่หยุดปากแท้ ๆ
   “จุ๊ ๆ มีลูกแมวจรแถวนี้หิวซะแล้ว” เขาพูดกลั้วขำ หมุนพลิกตัวมามองหน้าของกวินที่มองลงมาพอดี ใบหน้าคมยิ้มแย้ม ขณะที่กวินทำแก้มป่อง
   “งื้อ”
   “หิวก็ไปกินข้าวสิ”
   “ผมทำอะไรง่าย ๆ กินดีกว่า พี่อาร์ตกินข้าวเย็นด้วยกันมั้ย”
   “ครับ”
   ร่างบางต้มมาม่า เอาสารพัดเครื่องที่มีในตู้เย็นเทลงไป ทั้งหมู ไส้กรอก ผัก แล้วก็ไข่ เรียกว่าครบ 5 หมู่ มีสารอาหารครบถ้วนแน่นอน
   ทั้งสองคนกินมาม่าจากในหม้อใบเล็ก วริษฐ์ได้แต่แซวอีกคนว่าต้มมาม่าหรือต้มเครื่อง แทบหาเส้นไม่เจอเลย แต่ก็เป็นมื้อที่อร่อย เขาไม่ได้นั่งล้อมวงกินมาม่าแบบนี้มานานมากแล้วตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย ถ้ากินก็จะเป็นมาม่าคัพ เทน้ำปิดฝารอกิน ไม่มีสารพัดเครื่องแบบนี้
   มือบางคีบหมูสับก้อนใหญ่ ยื่นไปตรงหน้าคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
   “อ้ำ” กวินพูดเสียงเบา
   วริษฐ์เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากงับหมูสับก้อนนั้นเข้าปากไปอย่างว่าง่าย
   ร่างบางยิ้มแก้มปริ ถ้าบนหัวเขามีแถบแสดงอารมณ์ความรู้สึกเหมือนในเกมเดอะซิมส์ ความรู้สึกเขินมันคงขึ้นเต็มหลอดเป็นสีเขียว
   หลังจากกินมาม่าด้วยกันเสร็จเรียบร้อย วริษฐ์ก็อาสาขอล้างจานให้ โดยมีกวินคอยป่วนป้วนเปี้ยนอยู่รอบตัวชะโงกหน้าดูอยู่ข้าง ๆ  มือบางแตะเอวเขาเอาหน้าเกยไหล่บ้างล่ะ เอาหัวถูหลังบ้างล่ะ เป็นแมวที่บางทีนิสัยเหมือนหมา
   วริษฐ์ล้างมือจนสะอาด ก่อนจะหันมาดีดน้ำใส่ตัวแสบ ที่กำลังเอามือบีบไหล่เขาอยู่ เหมือนจานที่มีมันเยอะจนเขาจะล้างจนเมื่อยอย่างนั้นล่ะ
   “พี่อาร์ต!” ร่างบางยกมือขึ้นเช็ดหน้า พร้อมเรียกเขาเสียงดัง อุตส่าห์นวดให้ ดันมาดีดน้ำใส่
   มือหนาขยับไปจับที่เอวบาง จับ ๆ ถูไปถูมาจนคนถูกจับขมวดคิ้ว คิดว่าจะทำอะไร ดันมาหลอกเช็ดมือ!!!
   “มือแห้งพอดี พี่กลับก่อนนะ”
   “กลับแล้วหรอครับ”
   “ใช่ครับ มืดแล้ว กลับบ้านไปนอนพักผ่อนดีกว่า”
   “ว้าาาาา”
   “เสื้อผ้าพี่ล่ะ”
   ร่างบางสั่นหน้าแทนคำตอบ
   “ใส่ชุดนี้แหละ” เสียงหวานหัวเราะคิกคัก ดวงตากลมโตกลายเป็นสระอิ

   หลังจากวริษฐ์กลับไป กวินก็นอนกลิ้งเกลือกไปมาบนที่นอน กดเล่นมือถือดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย วันนี้เขาได้ใช้เวลาทั้งวันอยู่กับคนที่ตัวเองรัก เขารู้สึกแจ่มใสเบิกบานมาก พี่อาร์ตใจดีอยู่กินข้าวเย็นกับเขา ใจจริงเขาอยากงอแงให้อีกฝ่ายนอนด้วย แต่เหมือนได้คืบจะเอาศอกมากจนเกินไป ก็เลยปล่อยอีกฝ่ายกลับไปแต่โดยดี
   ให้กลับไปกับเสื้อผ้าย้วย ๆ ของเขา พี่อาร์ตบ่นอุบว่ารอบหน้าคงต้องจัดกระเป๋าเตรียมชุดสำรองมาด้วย เพราะไม่รู้ว่าผมจะทำเลอะเทอะเมื่อไหร่ ส่วนเสื้อผ้าที่เจ้าตัวใส่มาก็ถูกโยนลงไปในตระกร้า เดี๋ยวเขาจะซักให้แล้วค่อยคืน ชุดก่อนที่เลอะ เขาซักรีดเรียบร้อยแล้วแต่ก็ลืมให้ พอคิดถึงอีกฝ่าย เขาก็เขิน ที่ทำ ๆ ไป ที่ปากกล้าใจกล้า ไม่ใช่ไม่อาย สะกดจิตตัวเองแทบตายกว่าจะทำได้ขนาดนั้น เขาก็แค่... อยากให้อีกฝ่ายประทับใจ ติดบ่วงรักเขาจนไปไหนไม่ได้

ติ้ง ติ้ง ติ้ง

   แชทเด้งรัว ทำให้กวิน ต้องเปิดอ่านดู
   ‘เมิงกุขอโทษ
   กุไม่ได้ตั้งใจ
   เป็นไรมั้ยวะ’
   แต้มพิมพ์แชทรัวมาหาเขาด้วยข้อความที่ทำให้เขางุนงง
   “อะไรเมิง
   มีอะไร?” ผมพิมพ์ตอบกลับไป
   ‘เมิงยังไม่เห็นหรอ’
   ว่าแล้วเจ้าตัวก็ส่งรูปมาให้เขาดู ภาพแต้มกับเพื่อนที่ทำงานมันทำท่าบ้า ๆ บอ ๆ แต้มพันผ้าพันคอสีแดงที่เขาซื้อให้เจ้าตัวใส่ไปทำงาน แล้วถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนที่ทำงาน มีแต่คนมาถามว่าซื้อจากไหน เจ้าตัวก็เผลอบอกไปว่า กวินเพื่อนสนิทซื้อมาฝาก เท่านั้นแหละ คนมาเม้นเต็มไปหมด มันกลับมาแล้วหรอ ทำไมไม่บอก มันเงียบจังวะ บลาๆ อีกมากมาย รวมทั้งเติ้ล... ที่เม้นว่า กลับมาแล้วงั้นหรอ เห็นเม้นนั้นเขาก็รู้สึกหายใจติดขัดทันที
   เฮ้อ แต่ช่างเถอะ ปิดมาได้จะเดือนอยู่แล้ว เขาไม่โกรธแต้มหรอก โกรธแต่ตัวเองนี่แหละที่กาก ที่ปอดแหก กลัวจะต้องเจอหน้าอดีตคนรักเก่า ...ใช้คำนี้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ กลัวว่าจะเป็นเขาคนเดียวที่มองว่าอีกฝ่ายเป็นคนรักเก่า ส่วนอีกคนอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรแบบนั้นเลย เป็น best friend forever
   “ไม่เป็นไรหรอกเมิง
   ไหน ๆ แล้ว เดี๋ยวนัดกินข้าวกับโจ้กับนุกแม่ม”
   ‘เอ่อเมิง คือกุสงสัยอะไรนิดหน่อย
   เมิงกับเติ้ลอ่ะ ทะเลาะกันหรอวะ’
   คำถามนั้นทำเอากวินสะอึก อะไรวะ มันรู้อะไรมาวะ
   ‘เมิงบลอคมันหรอ’
   คำถามจี้ใจดำ ทำเอากวินปวดหัวจี๊ด กุจะตอบเมิงยังไงดีล่ะวะ เขาสูดลมหายใจทำใจดีสู้เสือถามกลับไป เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าคนแบบเติ้ล จะบอกกับพวกเพื่อนยังไง
   “ทำไม มันบอกอะไรหรอ”
   ‘เปล่า แต่มันเคยเอามือถือกุไปส่องเมิง’
   “เมื่อไหร่”
   ‘เป็นปีแล้ว’
   “อ๋อ เออ”
   ‘เมิงยังไม่ตอบกุ’
   “ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่ากุไม่อยากเจอมัน มีมันไม่มีกุโอเคมั้ย”
    เขารู้ว่าแต้มลำบากใจในฐานะคนกลาง เมื่อเพื่อนแตกคอกัน เขาก็วางตัวลำบาก แต่จะลำบากกว่านี้อีกทางเมิงได้รู้ความจริง ดังนั้นให้มันคลุมเครือแบบนี้เถอะ
   ‘กวิน เมิงไม่คุยกันดี ๆ’
   “กุไม่อยากคุย ไว้กุพร้อม กุจัดการเอง’ เขาพูดตัดบท ก่อนจะกดปิดแชท เขาไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้นแล้วตอนนี้

   ความสุขที่สั่งสมมาทั้งวันแทบสั่นคลอน มีแค่คนเดียวที่เขาอยากได้ยินเสียง มือบางกดโทรออกหาวริษฐ์ ทำทีเป็นว่าเช็คว่าอีกคนกลับถึงห้องหรือยัง จะแชทก็ได้ แต่เขาอยากได้ยินเสียง
   ‘ครับกวิน’
   แค่รับสาย ได้ยินเสียงอีกฝ่ายแค่นี้ เรื่องไม่ดีก็เหมือนถูกปัดเป่า
   “มาเช็คว่าพี่อาร์ตถึงบ้านหรือยัง”
   ‘ถึงแล้วครับ เมื่อกี้เลย’
   “ดีแล้วล่ะ คิดว่าไปเถลไถลที่ไหน”
   ‘พี่ง่วงจะแย่อยู่แล้วล่ะ คืนนี้คงหลับเป็นตาย’
   “ครับ ไว้เจอกันในฝันนะ” ผมพูดหยอดก่อนส่งเสียงหัวเราะคิกคัก
   ‘ไม่เจอดีกว่า กลัวเหนื่อย’ วริษฐ์พูดแซวกลับ
   “พี่อาร์ตอ่ะ วางแล้ว”
   ‘บ๊ายบาย’
   “ครับ บ๊ายบาย”
   ร่างบางนอนกลิ้งบนโซฟา ในใจพองโต มีแต่คำว่าน่ารัก น่ารัก น่ารัก ล่องลอยไปหมด พี่อาร์ตน่ารัก พี่อาร์ตคนดีของเขา ทำไมน่ารักจุ๊กจิ๊กได้ขนาดนี้
   
   ร่างสูงกลับถึงห้องเขานอนแผ่ วันนี้เขาง่วงนอนเร็วแต่หัวค่ำ ช่วงนี้เขานอนหลับโดยไม่ต้องพึ่งพาเหล้า ยานอนหลับ หรืออะไรเลย ไม่ฝันร้ายด้วย ไม่สะดุ้งขึ้นมากลางดึก คงเพราะเหนื่อยล้า... เขาคิดแค่นั้น แม้ว่าความจริงจะเป็นเพราะบางส่วนลึก ๆ ของเขากำลังเปลี่ยนแปลงไป
   นอนกลิ้งได้แปปเดียว กวินก็โทรมาเช็คว่าเขาถึงบ้านหรือยัง เสียงหัวเราะสดใสที่ปลายสายทำเอาเขาอดยิ้มตามไม่ได้ เขาจะไปไหนได้ล่ะ วันนี้โดนแมวขย้ำ เขาเหนื่อยจะตาย
   ร่างสูงนอนลืมตาจ้องมองเพดาน พลางนึกไปถึงร่างบางที่วันนี้ทำตัวเป็นลูกแมวน้อย ออดอ้อนคลอเคลียเขา แล้วอยู่ ๆ ก็ร้อนแรงขึ้นมาจนน่าตกใจ
   ท่าทีที่ดูยั่วยวน แต่ใบหน้าเนียนกลับซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่มิด มันแดงสดยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก น่ากัดกินจนเขาแทบคลั่ง ...
   
- กวิน –
   เขาใช้เวลาวันอาทิตย์ไปกับการจัดการงานบ้าน ทำความสะอาดห้องทุกซอกทุกมุม แยกผ้าเตรียมจะซัก เขาหยิบเสื้อเชิ้ตของวริษฐ์ออกมา ตัวนี้ต้องแปรงก่อนเพราะเปื้อน... เขาได้แต่ยิ้มเขิน มานั่งซักเสื้อผ้าให้เขา ทำอาหารให้เขา รู้สึกอย่างกับเป็นคนรักยังไงอย่างนั้น ถ้าได้เป็นจริง ๆ ก็คงจะดี
   พอจัดการงานในห้องเรียบร้อย ร่างบางก็เอาสมุดเล่มเล็กออกมาขีด ๆ เขียน ๆ นั่งคิดเมนูอาหารเช้า ว่าจะซื้ออะไรดี เขาจะได้เตรียมวัตถุดิบถูก จะถามเจ้าตัวดีมั้ยนะ ว่าอยากกินอะไร
   “พี่วริษฐ์ มีอะไรที่อยากกินเป็นอาหารเช้ามั้ยครับ”
   ร่างบางพิมพ์แชทไปหาพลางเฝ้ารอ
   ‘อะไรก็ได้ครับ’
   เขาอ่านคำตอบพลางทำหน้ายู่ ไอ้อะไรก็ได้นี่แหละที่ยากที่สุด สุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องคิดเอง เขาจดรายการอาหารก่อนจะออกไปซื้อที่ซุปเปอร์มาร์เกต คิดไปเลือกไปว่าอีกฝ่ายจะกินอะไร จะชอบมั้ย เป็นการเดินซื้อของที่มีความสุข แค่นึกถึงคนที่เขาจะทำให้ เขาก็มีความสุขแล้ว
   กวินเดินวนไปวนมาก็ได้ของมาเต็มรถเข็น ร่างบางเดินถือของออกมาจากซุปเปอร์มาร์เกตสองถุงใหญ่ ๆ หนักใช่ย่อย แต่กวินน่ะ สู้ตายอยู่แล้ว
   พอถึงห้องเขาก็นั่งพัก หมดแรง แขนล้าไปหมด ก่อนฮึดสู้ลุกขึ้นเก็บของกินทั้งหลายให้เข้าที่เข้าทาง เก็บไข่ไก่ไว้ในตู้เย็น  เอาของสดที่จะทำวันหลัง ๆ ใส่ในช่องแช่แข็ง
   ยังไม่ทันทำอะไร รู้ตัวอีกทีฟ้าก็มืด งานบ้านเป็นงานที่จุกจิก รายละเอียดเยอะ แต่เขาก็สนุกกับการทำมัน เขากดฉีดสเปรย์ปรับอากาศ ทำให้ในห้องอากาศหอมสดชื่น ร่างบางอาบน้ำ เขาผ่อนคลายตัวเอง เพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงานแล้ว รู้สึกอย่างกับว่ายังไม่ได้พักด้วยซ้ำ

ปัง ปัง ปัง

   เสียงทุบประตูดังลั่น กวินที่กำลังนั่งทาครีมโลชั่นต้องสะดุ้งสุดตัว ได้แต่งุนงงว่าใครมาหาเขาเวลานี้ เขาเหลือบมองดูนาฬิกา ตอนนี้ทุ่มครึ่งแล้ว ใครมา?
   เขาลุกขึ้นไปดูที่ตาแมว ดวงตากลมเบิกโพล่งเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่หน้าประตู เข้ามาได้ยังไง ดีที่เขาเปลี่ยนคีย์การ์ดใหม่แล้ว ...เขายืนนิ่งอยู่หลังประตู ดวงตามีประกายวูบไหว มือบางสั่นเทาขึ้นมาอย่างคุมไม่อยู่ มาทำไม มาที่นี่อีกทำไม เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมไม่ปล่อยให้มันจบไป ให้มันตายไปตั้งแต่ 2 ปีก่อน

ปัง ปัง ปัง

   ร่างบางสะดุ้งอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายทุบประตูเสียงดัง เขาก้าวถอยหลัง พลางทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือบางยกขึ้นตะครุบปิดปากเอาไว้ ดวงตาจ้องที่ประตู ราวกับมันจะถูกเปิดออกมาได้ทุกเมื่อ
   “กวิน นายอยู่มั้ย”
   “...”
   “นายอยู่ใช่มั้ย”
   น้ำตาเอ่อคลอ พลางไหลหยด เขาปิดปากตัวเองแน่น กลัว... ไม่อยากให้อีกฝ่ายเข้ามาในชีวิตเขาอีก ไม่อยากให้ความพยายามทั้งหมดของเขานั้นสูญเปล่า แล้วก็เป็นได้แค่คนไร้ค่า คนที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีซ้ำแล้วซ้ำอีก
   “เปิดประตูสิกวิน มาคุยกันดี ๆ “ เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยพูดบอกเขา
   เติ้ลยืนมองประตูที่ไม่มีทีท่าว่าจะเปิด ข้างหลังประตูเงียบกริบ เหมือนไม่มีใครอยู่ หรือว่าเจ้าตัวจะไม่อยู่จริง ๆ ไม่ใช่แค่ว่าแอบอยู่ในห้อง
   “ก็ได้”
   เติ้ลพูดพลางระบายลมหายใจด้วยความหงุดหงิด
   “ไว้จะมาหาใหม่”
   ประโยคนั้นทำให้กวินถอนหายใจออกมายาวเหยียด เพราะเมื่อกี้เผลอกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว การโผล่มาของเติ้ลน่ากลัวยิ่งกว่าหนังสยองขวัญเสียอีก ...พี่อาร์ตผมคิดถึงพี่
   เสียงฝนตกกระทบหน้าต่างยิ่งทำให้เขาเหงา อยู่ดี ๆ ฝนก็ตกลงมาราวกับรู้ว่าเขากำลังรู้สึกแย่ ถ้าเพียงพี่อยู่ตรงนี้กับผม ผมคงสบายใจกว่านี้

   กวินตื่นแต่เช้า ทำอาหารง่าย ๆ จัดเรียงใส่กล่อง เมื่อวานกว่าเขาจะสงบสติอารมณ์ได้ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้รู้สึกยังไง เขาเกลียด เขากลัวอีกฝ่าย หรือรู้สึกแบบไหน แต่ที่แน่ ๆ คือ ไม่อยากเจอ
   สิ่งที่เขาสนใจตอนนี้ก็คือพี่อาร์ต คุณวริษฐ์คนดีของเขาเท่านั้น
   กวินมีความมุ่งมั่นตั้งใจและสม่ำเสมอเขาเอาอาหารเช้าไปวางให้ทุกวัน และรับกล่องกลับในตอนเย็น วริษฐ์จะล้างกล่องและมักเอาไปคว่ำไว้ในห้องครัว เขาก็จะไปหยิบจากตรงนั้นนั่นแหละ เป็นแบบนี้ทุกวัน
   สัปดาห์นี้เขาได้ไปกินข้าวกับวริษฐ์ในวันพุธ ต่อด้วยการดูหนัง แล้วก็ส่งเขากลับห้อง เขาไม่รู้ว่าพี่วริษฐ์ยุ่งอะไรทุกวันตอนเย็น แต่ก็ไม่กล้าที่จะสอดรู้เรื่องของเขา กลัวว่าเขาจะรำคาญ

   เย็นวันศุกร์ที่สดใส วันนี้ร่างบางไม่ได้ชวนวริษฐ์ไปไหนเพราะคิดว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ว่างอีกตามเคย ธุระเยอะไปหมด เขากลับไปนอนกลิ้งเกลือกพักผ่อนให้สบายใจ ดีกว่าฟังคำปฏิเสธว่าไม่ว่างของอีกฝ่าย
   “เย็นนี้กวินว่างมั้ย”
   ร่างบางสะดุ้ง มือที่กำลังเก็บกล่องข้าวชะงักค้าง เมื่อวริษฐ์เดินมาพูดอยู่ข้างหลัง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำเอาเขาตกใจเลยนะ อายุยืนจริง ๆ เขาเพิ่งนึกถึงเมื่อกี้
   “ฮะครับ ว่าง”
   กวินยิ้มจนแก้มปริ เขาปกปิดอาการดีใจไว้ไม่ได้เลย หัวใจที่กำลังพองโตของเขา มันสั่งให้เขายิ้มไม่หยุด ครั้งแรกที่วริษฐ์เป็นฝ่ายชวนเขา ส่วนตัวเขาว่างอยู่แล้ว
   “ไปกินข้าวกันมั้ย พี่เลี้ยง”
   “ครับ! ไปสิครับ! ทำไมจู่ ๆ จะมาเลี้ยง”
   “เพราะว่า ข้าวผัดกุนเชียงเมื่อเช้าอร่อยมาก” มือหนาขยับลูบหัวคนตัวเล็ก เขาก็ไม่รู้จะขอบคุณกวินยังไงที่ทำข้าวมาให้เขากินทุกวัน
   “งื้อออ ครับ”
   “เลิกงานแล้วผมไปรอข้างล่างนะ” แอบแว่บไปซื้อเจลดีกว่า จะหมดพอดี เขาคิดไปถึงไหนต่อไหน เพราะวันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้วันเสาร์เป็นวันหยุด ไม่แน่คืนนี้ก็อาจจะได้มาราธอนกันอีกก็ได้ แค่คิดใบหน้าก็ร้อนผ่าว

   วริษฐ์พากวินไปกินสเต็ก ร้านตกแต่งสวยบรรยากาศดูอบอุ่น  เหมือนร้านคู่รัก เพราะเขาหันไปทางไหนก็มีแต่คนมาเป็นคู่ ร่างสูงพาเขามาทำอะไรที่นี่ หรือว่า... คู่รัก...
   “พี่แผนกไอที ให้บัตรลดที่นี่มา ทานครบ 800 ลด 300” วริษฐ์พูดพลางส่งยิ้มกว้าง
   รอยยิ้มนั่น ทำเอากวินไม่รู้จะรู้สึกยังไง ได้แต่หน้าแตกอยู่เงียบ ๆ โปรโมชั่นสุดคุ้ม ไม่ใช่ว่าอยากมาสร้างบรรยากาศอะไรสักหน่อย โอย กวิน คิดไปเองละเมอไปเอง !!!
   “กวินเอาอะไร เลือกได้หรือยัง”
   “ผมเอาพอร์คชอป”
   “เอาอะไรอีกมั้ย”
   “พี่ไง เอาพี่ครับ” ร่างบางพูดออกไปหน้าตาเฉย มองจ้องอีกฝ่ายพลางยิ้มแฉ่ง วริษฐ์หันซ้ายหันขวาดูว่ามีพนักงานอยู่ใกล้ในรัศมีได้ยินคำพูดเมื่อกี้มั้ย ก่อนจะขยับนิ้วชี้ไปจิ้มหน้าผากเด็กแสบ
   “กวิน พี่ไม่ทำให้อิ่มท้อง”วริษฐ์พูดเสียงเบา พลางชี้นิ้วลงไปที่เมนูอาหาร “นี่ต่างหากที่ทำให้อิ่มน่ะ”
   “แต่พี่ทำให้อิ่มใจ”
   วริษฐ์ยกมือขึ้นดึงแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว  เขาไม่รู้จะทำยังไง อยากจะดึงแก้มอีกฝ่ายให้ย้วยติดมือ เปิดช่องให้ไม่ได้เลย ไอ้ตัวแสบนี่น่ะ
   “เอาหอมทอดครับ” กวินหมุนเมนูชี้ชุดหอมทอดบวกกับขนมปังกระเทียมให้วริษฐ์ดู “แต่ถ้าพี่อยากให้ผมหอมล่ะก็ผมจะ...”
   “กวิน” วริษฐ์เรียกปราม ๆ เมื่อกวินยังปล่อยมุกไม่หยุด
   “ผมจะสระผมให้ครับ จะได้ผมหอม”
   กวินส่งยิ้มกวนประสาท พลางยักคิ้วให้เขา เมื่อมุกของเจ้าตัวหักมุม เป็นการเอาคืนที่ทำให้เขาเผลอนึกไปว่าบรรยากาศร้านดีแบบนี้ จะเป็นเพราะเจ้าตัวตั้งใจ... บัตรลดราคา จำไว้เลย
   วริษฐ์เดาะลิ้น ทำเสียงจิ๊จ๊ะในปาก เมื่ออีกฝ่ายก่อกวน

   อาหารมาเสิร์ฟ กวินก็ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เขาอยากเก็บช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันเอาไว้ แค่เห็นรูปร้านนี้ ของกินพวกนี้ เขาก็จะจำได้ทันทีว่ามากับใคร
   “พี่อาร์ตทำหน้าหล่อ ๆ สิ”
   มือบางยกกล้องขึ้นถ่าย วริษฐ์ที่อมยิ้มเล็ก ๆ เก็กหน้าหล่อให้เขาถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก
   “นี่อะไรครับ” มือบางชี้ไปที่หอมทอดวง ๆ ที่ตัวเองสั่งมาเอง
   “หอมไง”
   “ตรงนี้คนเยอะนะครับ” ร่างบางพูดกลั้วขำ ทำเอาวริษฐ์แทบเสียการทรงตัว อีกแล้วโดนหลอก โดนแกล้งซ้ำแล้วซ้ำอีก กวินนี่นิสัยยังไงกันแน่ ทำไมมันหยอกเขาแพรวพราวขนาดนี้
   “ถ้าพี่อาร์ตอยากเอาคืน ก็รวบยอดไปลงโทษผมทีเดียวได้เลย”
   ร่างบางพูดจบ ทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้คนถูกยั่ว ได้แต่ก้มหน้างุด ร่างสูงทำท่าทางสนอกสนใจสเต็กเนื้อของตัวเองเหมือนตั้งสมาธิจดจ่อ เขากินไปเงียบ ๆ ไม่กล้าพูดอะไรเพิ่ม กลัวโดนย้อนอีก ไม่เคยโดนไล่ต้อนแบบนี้มาก่อนเลย
   หอมทอดถูกจิ้มมาวางในจานของเขา
   “ผมให้หอม”
   มันยังไม่หยุดเล่นมุกหอมอีกกกกก หยุดได้แล้วกวินนนน เขาโวยวายอยู่ในใจ แต่ยังเก๊กขรึม หันสเต็กเนื้อเข้าปาก ทำเป็นไม่สนใจปล่อยให้กวินเป็นเสียงนกเสียงกาไป
   “หอมดีมั้ย”
   วริษฐ์วางอาวุธตัดอาหารในมือลง พลางจ้องหน้าอีกฝ่าย
   “ถ้ายังเล่นไม่เลิก...” ร่างสูงพูดนิ่ง ๆ พลางหรี่ตามอง “กลับห้องเองนะ”
   คำขู่ของวริษฐ์ได้ผล กวินปิดปากเงียบ กินอาหารไปเงียบ ๆ ไม่พูดแซวอะไรอีก ถ้ากลับห้องเองก็แย่น่ะสิ เขาจะไม่ยอมให้เจลที่ซื้อมาตั้งสองขวดต้องเสียเปล่า!!!
.
.
[เติ้ล is comeback มาเหมือนผี งื้อ ใจน้องเรามันก็แค่นี้
สงสารน้อง ส่วนกวินนี่เวลาอยู่กับวริษฐ์นี่ แพรวพราวมาก
สดใสร่าเริง เรามาเชียร์น้องกันนะคะ]

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
มันกลับมาแล้วว ไอ้เติ้ล :z6: :z6: :z6:

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 13 ความสุขที่น่าหวาดกลัว


   เมื่อรถยนต์แล่นมาจอดที่ตึกของกวิน  กวินก็ขยับไปหอมแก้มอีกฝ่ายทันที หอมไม่พอ ยังงับแก้มของวริษฐ์ด้วยความหมั่นเขี้ยว อดทนไม่แกล้งไม่หยอกมาตั้งเป็นชั่วโมง ๆ ทำเป็นเด็กดีให้ร่างสูงตายใจ
   “อยากหอม”
   “คิดว่าจะเลิกเล่นไปแล้วนะ”
   “ก็อยากให้พี่ยิ้มเยอะ ๆ นี่นา”
   “ยิ้มเยอะแบบกวิน พี่เป็นบ้าพอดี”
   “ผมดูเหมือนคนบ้าหรอไง”
   “เหมือนน่ะสิ ยิ้มอะไรตลอดเวลา” ถึงอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้นออกมา กวินก็ไม่หยุดยิ้มอยู่ดี
   “ก็อยู่กับพี่แล้วมีความสุข”
   ร่างบางพูดพลางขยับเข้ามาใกล้ ยื่นหน้าเข้ามาชิด ก่อนจะทาบทับริมฝีปากตัวเองลงไป เขาเป็นฝ่ายรุกจูบ มือไม้ซุกซนลูบไล้ที่ท่อนขาแกร่ง เขาลูบไปจนถึงเป้ากางเกง ร่างบางถอนจูบพลางจ้องมองเขาด้วยดวงตาหวานเชื่อม มือบางกดปลดเข็มขัดนิรภัยของวริษฐ์ออก ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับซิบกางเกง เขารูดมันลง
   “กวิน ฟิล์มรถไม่ อึก มองทะลุเข้ามาได้” วริษฐ์ถึงกับกะตุก เมื่อกวินเอนตัวลงมาที่ตักเขา พลางใช้ลิ้นร้อนโลมเลียแก่นกลางที่กำลังแข็งขืนขึ้นมาจากการยั่วยวนของเจ้าตัว
   มือหนากำพวงมาลัยรถแน่น เมื่อกวินขยับศีรษะขึ้นลง โพรงปากอุ่นกำลังทำให้เขารู้สึกดี มันกินข้าวไม่อิ่มหรือไง ถึงต้องรีบมากินเขาแบบนี้ ไม่ให้โอกาสเขาได้หลบหนี
   “อื่อออ”
   ร่างสูงรู้สึกเสียวซ่าน เขาซบหน้าลงกับพวงมาลัย
ปริ๊นนนนนนน
   เสียงแตรยาวเหยียดดังขึ้น เมื่อวริษฐ์กระตุกเกร็งรุนแรงเพราะคนบนตัก ใช้ฟันครูดกับแก่นกลางของเขา เขารีบใช้มือดันตัวเองออกห่างจากพวงมาลัยรถ เดี๋ยวเขาจะทำให้คนอื่นแตกตื่นกันหมดพอดี
   “อื้อ กวินพี่จะเสร็จ”
   ยิ่งพูดเหมือนยิ่งยุ กวินดูดมันแรงขึ้น จนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบลั่นรถ
   “ฮะอ๊า” ร่างสูงขยับสะโพกดันแก่นกลางเข้าไปในโพรงปากนุ่ม ปลดปล่อยน้ำรักข้นเหนียวเข้าไปในปากของกวินจนหมด ร่างเล็กดูดกลืนมันทุกหยาดหยดเหมือนหิวโหย
   วริษฐ์ระบายลมหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยอ่อน เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกคนข้าง ๆ งัดความเป็นชายของเขาออกมาดูดกลืน นี่เป็นของส่วนตัวแท้ ๆ ไม่ใช่ไอติมที่ซื้อหาได้ตามร้านสะดวกซื้อ
   “พี่อาร์ตไปต่อข้างบนกันนะ”
   คำเชื้อเชิญนั้นได้รับการตอบรับทันที ไฟมันถูกจุดขึ้นมาแล้ว จะดับได้ ก็ต้องใช้น้ำ...นั่นแหละดับ ดับให้หมด จนกว่าจะสลบ

   ทั้งคู่มาถึงห้อง ไม่มีการพูดพร่ำทำเพลง ร่างสูงดันคนตัวเล็กติดกับกำแพง จูบเร่าร้อนที่มอบให้ เขาบดขยี้ริมฝีปากบาง มือหนาทำหน้าที่ปลดกางเกงของตัวเอง กับของกวินอย่างรีบร้อน พลางยกอีกฝ่ายขึ้นจนตัวลอย สะโพกกลมกลึงพอดีมือ เขาบีบเคล้นมัน ก่อนที่ร่างสูงจะจ่อความเป็นชายที่ช่องทางรัก โดยไม่ทันได้เบิกทาง เขาดันมันเข้าไปจนสุด ไหล่ร่างบางกระแทกเข้ากับผนัง ตามมาด้วยเสียงร้องครวญคราง ด้วยความเจ็บและความเสียวที่แล่นไปทั่วร่าง
   มือบางกอดรอบคอร่างสูง ขณะที่ขาเรียวรัดรั้งเอวหนาเอาไว้ วริษฐ์โอบกอดแผ่นหลังของคนตัวเล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มขยับเอว
   “ซี๊ดดดด” ร่างสูงส่งเสียง เมื่อขยับแก่นกายแข็งเกร็งเข้าออกช่องทางคับแน่น ที่ตอดรัดเขาไม่หยุด เขาแลบลิ้นเลียยอดอกชูชันผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบาง หัวนมสีชมพูปรากฏชัด เมื่อเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย
   เขาอุ้มคนตัวเล็กไปวางไว้บนเตียง ก่อนขยับเร่งจังหวะในทันที
พับ พับ พับ
   เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาจะเสร็จอยู่แล้ว แค่ใส่เข้าไปข้างในไม่กี่นาที แต่รู้สึกดีจนเขาก็จะแตกแล้ว ข้างในของกวินนี่มันช่าง ...ทำให้เขาคลั่ง ทำให้เขารู้สึกซาบซ่าน
   “แรง ... แรงอีก”
   เจ้าตัวร้องขอ พลางเด้งสะโพกสวน เขาต้องการวริษฐ์มาหลายวัน ต้องการชนิดที่แทบจะลงแดงตาย ช่วยตัวเองก็ไม่พอ มันไม่รู้สึกอิ่มเอม มันรู้สึกดีไม่ถึงครึ่งของตอนนี้ เขาชอบที่จะได้สัมผัสไออุ่นจากคนข้างบน จะรุนแรงก็ได้ ไม่ทะนุถนอมเขาก็ได้ แต่ได้โปรดโอบกอดเขาเอาไว้ที
   “ปล่อยข้างใน ...ให้หมด อื้อ”
   ร่างสูงขยับกระแทกตามคำขอ เขาหอบหายใจถี่ กดสะโพกเข้าไปจนสุด ก่อนจะปล่อยน้ำรักเข้าไปข้างในจนเอ่อล้นออกมา
   เขาล้มทับลงไปบนร่างบาง ลมหายใจหอบเหนื่อย ร่างทั้งสองชื้นเหงื่อ พอแนบชิดก็ยิ่งเหนียวเหนอะหนะ คนตัวสูงจึงขยับพลิกไปข้าง ๆ พลางนอนแผ่ ส่งเสียงหอบ
   “พี่อาร์ต”
   “ครับ?”
   “กอดผมแน่น ๆ ทีครับ”
   เขาพลิกกลับมากอดอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย อ้อมแขนแกร่งกอดรัดกวินแน่น แม้ว่าจะรู้สึกเหนียวไปหมดทั้งตัวก็ตาม แต่น้องมันอยากให้กอด ผมก็จะตามใจมันหน่อยแล้วกัน มันทำให้ผมสุขสมขนาดนั้น
   “พี่อาร์ตค้างที่นี่ได้มั้ย”
   “หืม?”
   “นะครับ”
   “...”
   “นะ ครับนะ” คนในอ้อมแขนส่งเสียงอ้อน พลางเอาหน้าถูไถ มุดไปมาที่อกเขา
   “ก็ได้ครับ”
   “พี่อาร์ตหายเหนื่อยหรือยัง ไปอาบน้ำกัน ผมถูหลังให้”
   กวินเซอร์วิชดีจนเขารู้สึกอย่างกับว่ามาเที่ยวอ่างยังไงอย่างนั้น เจ้าตัวแสบทำงานเอนเตอร์เทรนมาก่อนหรือเปล่า ทำไมมันถึงดูแลดี แถมยังซาบซ่านถึงใจ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เวลาทำกับสาว ๆ ยกสองยก ก็แยกย้าย แต่นี่อะไร เขาจะตัวแห้งตายอยู่แล้ว
   อ่างอาบน้ำเล็ก ๆ ที่ผู้ชายสองคนเบียดกันลงไป กวินถูหลังให้เขาจริง ๆ แต่มันถูให้เขาด้วยท่าทางประหลาด แทนที่จะไปนั่งซ้อนด้านหลังเขา แต่มันกลับเลือกนั่งคร่อมเอวเขาเอาไว้ พาดศีรษะกับไหล่ของผม ก่อนจะเอื้อมมือไปถูหลังให้ ผมไม่รู้ว่ามันจะทำท่ายากแบบนี้ไปทำไม ไม่เข้าใจ แต่ที่ผมกลัวที่สุดคือ ไอ้นั่นของผมมันจะตื่นผงาดขึ้นมาอีก เพราะสะโพกกลมของเจ้าตัวแสบ มันบดเบียดอยู่บนตักเขา
   “นี่กวิน ไม่ขยับไปถูดี ๆ หืม?”
   “ผมต้องถูทั้งหน้าทั้งหลังนี่นา”
   “ยั่วพี่อยู่ถูกมั้ย”
   “พี่ยังจะถามอีกหรอ”
   เจอคำตอบแบบนี้ วริษฐ์ก็ได้แต่บ่นกับตัวเองในใจ ว่าต้องเสียน้ำอีกเท่าไหร่ถึงจะพอ
   “จะถูให้สะอาดครับ”
   
   “กวิน” วริษฐ์เรียกปราม เมื่อมือนุ่มทำหน้าที่ดีเกินไป “มาพี่ถูหลังให้ หันไปสิ”
   วริษฐ์จ้องมองลำคอขาวที่มีเส้นผมเปียกชื้นคลอเคลีย เขาขยับไปงับเบา ๆ ที่ลำคอขาว ๆ นั่น ทิ้งร่องรอยเล็ก ๆ เอาไว้หลายรอย ก่อนจะไล่ลงมาที่แผ่นหลังขาวเนียน แผ่นหลังสั่นน้อย ๆ เมื่อเขางับมัน เป็นการเอาคืนที่ชอบมายั่วเขา ก่อนมือหนาจะวักน้ำใส่แผ่นหลังบาง พลางจะใช้ฟองน้ำถูเบา ๆ จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ถ้าอยู่ ๆ ร่างเล็กไม่ครางออกมา
   มือบางสาวแก่นกลางตัวเองที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่วริษฐ์ สัมผัสที่ลำคอของเขา ร่างสูงเลยตอบสนองด้วยการยกคนตัวเล็กมานั่งตัก พลางสอดใส่แก่นกลางตัวเองเข้าไปข้างใน ใครว่าเขาไม่หื่น สถานการณ์แบบนี้ทนไหวก็บ้า เขาก็แค่พยายามหักห้ามใจเอาไว้ เพราะว่าเหนื่อย แต่ก็นะ ไฟกับน้ำมัน จะห้ามไม่ให้มันติดไฟก็ยากเหลือเกิน
   มือบางจับยึดขอบอ่างอาบน้ำเอาไว้ เมื่อวริษฐ์เริ่มขยับ การขยับทำให้น้ำไหวกระเพื่อม ยิ่งขยับแรงน้ำในอ่างก็ยิ่งกระฉอกออกไป พร้อมเสียงครวญครางของทั้งคู่
   “คืนนี้ หะ ห้ามยั่วพี่อีก” ร่างสูงพูดพลางขยับซอยถี่  มือหนาจับยึดสะโพกมนแน่น มันเหมือนจะลอยตามน้ำที่กระเพื่อมขึ้นลง
   “อึก ไม่ชอบ หรอครับ”
   “เปล่า อื้อออ” ร่างสูงครางในลำคอ เขาเม้มปาก ขบกรามแน่น มันใกล้แล้ว
   “พี่อาร์ต เร็ว ขยับเร็วอีก”
    กวินแทงสะโพกสวนพร้อมกับมือที่สาวเข้าออกดุ้นเนื้อตัวเองไม่ยอมหยุด ไม่กี่นาที กวินก็เสร็จสมไปก่อน ด้านในขมิบกระตุก จนวริษฐ์รู้สึกได้ เหมือนเขากำลังถูกกลืนกิน เขาจึงดันสะโพกเข้าไปลึกสุดแรง เพื่อเสร็จตามไปติด ๆ
   “พี่เหนื่อย มาก เดี๋ยวจะวูบเอา”
   “ว้าาาาา”
   “ใช่ดิ เรายังเด็ก”
   “ผมก็เหนื่อย แต่...ผมแค่อยากอยู่ใกล้ ๆ พี่” อยากแนบชิด ให้พี่แบ่งปันความอบอุ่นมาให้ผม
   “เด็กบ้าเอ๊ย”
   พวกเขาอาบน้ำแต่งตัว วริษฐ์ได้ใส่เสื้อผ้าย้วย ๆ อีกตัวของกวิน เขาล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อย ขณะที่คนตัวเล็กก็มุดเข้ามาในอ้อมแขน เหมือนจะบอกเขาด้วยท่าทางอ้อน ๆ นั้น ว่ากอดผมไว้ที
   ร่างสูงกอดร่างบางแน่น ร่างบางที่เป็นเหมือนหมอนข้างนุ่มนิ่มก่อนจะหลับไป หลับสนิทแบบไม่ต้องพึ่งบุหรี่หรือยานอนหลับ แค่ออกกำลังกายกับกวิน แล้วมีคนตัวเล็กในอ้อมแขน แค่นั้นก็หลับสนิทสบายทั้งคืน

   เช้าวันเสาร์สบาย ๆ ของทั้งคู่ พวกเขานอนตื่นสายมากกว่าปกติ 9 โมงแล้ววริษฐ์ก็ยังไม่ตื่น ในขณะที่คนตัวเล็กนอนลืมตาแป๋วมาได้ 15 นาทีแล้ว แต่ก็ไม่อยากจะออกไปจากอ้อมกอดอุ่น เสียงลมหายใจสม่ำเสมอ ทำให้เขาไม่กล้าขยับตัวด้วยซ้ำ
   ร่างบางซุกหน้าลงไปกับแผงอกกว้าง เขาจะนอนหลับอีกครั้งก็ได้ ถ้าได้อยู่แบบนี้ อยู่แบบนี้ทั้งวันก็ได้เขายอม

   
ติ้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง

   
   เสียงแชทของวริษฐ์ดังขึ้นรัว ๆ จนกวินตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เขาขยับตัวเพราะรอบนี้อยู่ ๆ แขนก็ชา วริษฐ์ถึงได้ลืมตาขึ้นมา เจอใบหน้าเนียนทำหน้าแหย ๆ
   “เป็นอะไร”
   “แขนชา”
   ร่างสูงคลายอ้อมกอด เขาคิดว่ากวินเป็นหมอนข้าง ถึงได้นอนกอดแน่นทั้งคืน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าตัวอุ่นนุ่มนี่ ทำให้เขานอนหลับสบายจริง ๆ
   “พี่อาร์ตนอนเยอะไปแล้วนะครับ”   
   “มีคนทำพี่เหนื่อย”
   “ทำด้วยกัน ผมยังตื่นเช้ากว่าเลย”
   “รอบหน้าพี่จะนอนเฉย ๆ “ เขาพูดขณะบิดขี้เกียจเล็ก ๆ “ให้เราจัดการเต็มที่เลย พี่ปวดเอวไปหมดแล้ว”
   “ให้ผมทำตามใจชอบ พี่อาจจะลุกไม่ไหว”
   “เราไปอดอยากจากไหนมาฮะ”
   “ก็พี่ไม่ค่อยว่างนี่นา กว่าจะมีเวลาว่างให้ผม” ร่างบางอมลมจนแก้มป่องอย่างงอน ๆ
   “ฮะ ๆ” เขาหัวเราะแห้ง ๆ พลางลุกขึ้นนั่ง กี่โมงแล้ววะเนี้ย วริษฐ์หันมองนาฬิกาแขวน สิบโมงครึ่ง เวลาวันหยุดว่าง ๆ จะนอนแค่ไหนก็ได้เนอะ
   “ผมหิว สั่งอะไรมากินดีกว่า”
   ร่างบางขยับกลิ้งตัวมาชนวริษฐ์ มือถือมันอยู่ทางนั้นพอดี กลิ้งชนซะเลย เขายิ้มแฉ่งก่อนเอื้อมมือไปคว้ามือถือ มาไลน์สั่งป้าร้านข้าวที่อยู่ไม่ไกล
   “พี่อยากกินอะไร”
   “อืม กะเพราหมูกรอบ ไข่ดาวสองฟอง”
   “โดฟหรอครับ” กวินแซวพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคัก จนวริษฐ์หมั่นไส้ ใช้มือตีไปที่หน้าผากเนียนเบา ๆ  ด้วยความแรงระดับของการตบยุง ดังแปะ
   กวินทำหน้าง้อ บึนปาก พลางลูบหน้าผากปรอย ๆ
   “เจ็บ”
   วริษฐ์ยิ้มขำก่อนขยับลุกหนีไปห้องน้ำ ล้างหน้าสดชื่นเพื่อมาเจอตัวแสบนอนไหลเลื้อยคว่ำหน้า ครึ่งตัวอยู่บนที่นอน ส่วนขาอยู่บนพื้น ทำให้กางเกงตัวสั้นรัดก้นกลมแน่นจนเด่นชัด
   เขาเดินไปตีก้นนั่นด้วยความหมั่นเขี้ยว ทำให้ได้ตาเขียวปั้ด และอาการค้อนตอบสนองมาชุดใหญ่
   เขาทำเมินก่อนหยิบมือถือมาเช็ค

   ‘พรุ่งนี้อย่าลืมนัดเรานะคะ
   ห้ามเบี้ยวแล้วนะ
   ไม่งั้นชะเอมจะโกรธแล้ว
   เข้าใจมั้ยคะ’

   วริษฐ์มองข้อความนั่นพลางถอนหายใจยาว สาวแผนกการตลาดทักมาย้ำเขา ในใจนึกอิดออด อยากจะเบี้ยวนัดเพื่อใช้เวลาวันอาทิตย์ไปกับการนอนเอื่อย แต่ก็จำต้องตอบรับคำ เพราะเลื่อนนัดเขามาแล้วครั้งนึง

   “ครับ เจอกันครับ”

   เขาพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ ก่อนทิ้งตัวลงนอนแผ่บนที่นอน อยากพักผ่อน งั้นให้วันนี้เป็นวันพักผ่อน ร่างสูงปรือตาลงนอนต่อ พร้อมกับที่แมวตัวโตขยับมานอนเบียดเขาเอาไว้
   “อยากนอนนิ่ง ๆ ” เขาบ่นเสียงเบา ทำไมมันเหนื่อยแบบนี้นะ ไม่ใช่เหนื่อยกายหรอก เหนื่อยใจ เขาไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลย จนกระทั่งได้นอนเต็มอิ่ม ถึงได้รู้ว่ามันเหนื่อย ร่างกายของเขามันทั้งเหนื่อยทั้งล้า
   “ก็นอนสิ วันหยุด” ผมก็จะนอนเหมือนกัน นอนเบียดขอไออุ่นพี่ไปแบบนี้นี่แหละ
   พวกเขาใช้เวลาร่วมกันเหมือนไม่ได้ทำอะไร แต่กลับได้ความสบายใจ นอนกลิ้งไปกลิ้งมา พอข้าวมาส่งก็ลุกขึ้นไปกิน แล้วก็นอน ชีวิตค่อนวันหมดไปกับการนอนกลิ้ง ช่วงบ่ายก็เปิดทีวีให้มีเสียง พวกเขาแค่นอนขลุกอยู่ข้างกันแล้วปล่อยให้เวลาผ่านไป
   วันนี้วริษฐ์รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนรู้ตัวอีกทีแดดร่มลมตกแล้ว สมควรแก่เวลาที่เขาจะกลับบ้านสักที ห้องกวินอย่างกับที่พักตากอากาศ
   ร่างสูงขยับไปจูบหน้าผากนวลที่ยังนอนแผ่อยู่ข้าง ๆ เขา เขาจูบเบา ๆ เพื่อขอบคุณ เพื่อลากลับห้องสักที
   ร่างบางทำตาละห้อย แต่รู้ว่ารั้งไม่ได้แล้ว ก็นอนขลุกนอนกลิ้งอยู่ด้วยกันมาทั้งวัน

   -วริษฐ์-

   วริษฐ์ขับรถกลับมาถึงบ้าน เขาตรงดิ่งไปที่เตียงนอนทันที เขาทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากางแขนกางขาเต็มที่นอน หลับตาลงด้วยความรู้สึกเหนื่อยอ่อนพลางบ่นอยู่ในใจ ขนาดนอนมาทั้งวันแล้วก็ยังเหมือนว่านอนไม่พอ เพราะกวิน ทำให้เขาเพลียทุกทีที่เจอกัน ร่างสูงลืมตาพลิกตัวดึงเอาหมอนข้างมากอดก่าย ในใจเผลอนึกไปถึงหมอนข้างตัวนุ่ม ระหว่างเขากับกวินคืออะไรก็ไม่รู้ อยู่ดี ๆ เราก็มาเจอกัน แล้วกวินก็มาอยู่รอบ ๆ ตัวเขา เขาไม่รู้ว่าจะจำแนกกวินว่าอะไร คู่นอน? เพื่อนร่วมบริษัท? รุ่นน้อง? หรืออะไรที่เขาไม่ค่อยจะเข้าใจนัก รู้แค่ว่าอีกฝ่ายพยายามดูแลเอาใจใส่เขา เราเจอกัน และจบด้วยการเติมเต็มความต้องการของกันและกัน ปรนเปรอแบ่งปันความสุขสม เขาไม่ได้ติดขัดอะไร และออกจะสบายใจที่ได้อยู่ตรงนั้น ...แต่มีบางอย่างในใจของเขาที่เหมือนกำลังจะร้องเตือนว่าถ้าหากมากไปกว่านี้ ถ้ามันมากเกินไปจนล้ำเส้น จะต้องมีใครสักคนที่ต้องเจ็บปวดในความสัมพันธ์ และนั่นทำให้เขากังวล ประสบการณ์ที่ผ่านมาเฝ้าย้ำเตือนเขา หลอกหลอนตามติดเขาเหมือนกับเงาตามตัว ...อย่าเปิดใจให้ใครเข้ามา ถ้าไม่อยากเสียใจ
 
   วันรุ่งขึ้นชายหนุ่มไปหาหญิงสาวตามนัด หญิงสาวแสนสวยในชุดเดรสกระโปรงสั้นสีแดงสดใส ส่งยิ้มให้เขา เธอชวนเขามาดูหนัง เดินเล่นชอปปิ้งตามประสา จริง ๆ เธอจะได้แค่ข้าวเย็น และอาจเลยเถิดถ้าอารมณ์พาไป แต่ด้วยความที่วันนั้นเขาปวดหลัง รอบนี้เธอเลยได้เวลาจากเขา ตั้งแต่บ่ายสามโมงตามเวลารอบหนังไปจนถึงไม่รู้สิ แล้วแต่สถานการณ์ก็แล้วกัน
   โรงหนังมืด และแอร์เย็นเฉียบ ร่างบางขยับเข้าหาเขา วางศีรษะพิงซบที่ไหล่ของเขา มือหนายกขึ้นลูบแผ่วเบา ทำไมผมยาว... เขาเหลือบตามองคนข้าง ๆ เขามากับชะเอม... เธอผมยาวก็ถูกแล้วนี่หว่า ไม่ได้มากับกวินนี่จะได้ผมสั้น ร่างสูงกระพริบตาปริบ ๆ ในความมืด เมื่อนึกขึ้นได้ว่ากำลังเผลอคิดถึงลูกแมวตัวใหญ่
   เขาไล่ความคิดนั้นออกไป วันนี้เขามากับชะเอมจะเป็นการไร้มารยาทเกินไปถ้าไปนึกถึงคนอื่น
   ฉากโรแมนติกในเรื่องมาถึง คู่พระนางฟัดกันนัวเนีย  คนข้าง ๆ ก็ยิ่งเบียดเข้ามา ช้อนตาขึ้นมอง แม้จะในความมืด เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ
   ‘พี่อาร์ต’ เสียงหวานแว่วมาตามลมร้องเรียกเขา ไม่ใช่สิเสียงในสมองของเขา ทำเอาเขาชะงักไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะแตะสัมผัสกับริมฝีปากบาง รสชาติเฝื่อนหวาน ๆ ของลิปสติก ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
   “วริษฐ์” หญิงสาวเรียกเขาเสียงเบาเมื่อเขาถอนจูบ “ดูหนังจบแล้วไปต่อห้องชะเอมนะ”
   “ได้ครับ” ร่างสูงหอมแก้มหญิงสาวเบา ๆ
   พวกเขาข้ามการกินข้าวเย็น แล้วมุ่งไปจบที่ห้องของหญิงสาวทันที วริษฐ์พกถุงยางติดตัวเสมอ เขาจะไม่ยอมพลาด ชายหญิงเข้าหากันด้วยสัญชาตญาณ อารมณ์ร้อนเร่าคุกรุ่น เขาเคล้นคลึงอกอิ่ม ดูดเม้มมันก่อนจะไต่สัมผัสลงไปที่เนินสาว สัมผัสจนสาวเจ้าหอบครางกระเส่า เธอนอนระทวยรอรับสัมผัสจากคนด้านบน
   เสียงครวญครางดังเป็นระลอก ตามจังหวะการกระแทกกระทั้น วริษฐ์เร่งทำให้มันจบ เขาสุขกาย แต่กลับไม่รู้สึกอิ่มใจ น่าแปลก ที่ปกติเขาจะมีความสุขมาก แต่วันนี้ทำไมกลับแปลกไป...
   
   เขาทำให้หญิงสาวมีความสุข สุขสมไปกับรสสัมผัสของเขา ครวญครางเจียนคลั่งเมื่อเขาถาโถม แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย ในใจมันโหวงเหวงว่างเปล่า ...

   ร่างสูงกลับไปถึงบ้านเวลาทุ่มหนึ่ง เขาตรงขึ้นห้องนอน ไม่หิว ไม่อยากกินข้าวเย็น เก็บตัวในห้องส่วนตัว นั่งปล่อยใจที่ระเบียง สูบบุหรี่มวนแล้วมวนเล่า ดวงตาเหม่อลอย ความรู้สึกที่เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มกลับเข้ามาอีกครั้ง ความรู้สึกที่เหมือนในอกมันกลวง เป็นหลุมลึกที่พร้อมจะกลืนกินตัวตนของเขาเข้าไป
   “ถ้าวันนั้นคุณไม่ทิ้งผมไป ตัวผมในตอนนี้จะเปลี่ยนไปมั้ย” ร่างสูงพูดพึมพำด้วยดวงตาเหม่อลอย เขานั่งชันเข่า กอดตัวเองแน่น
   “ทำไมทุกคนถึงเลือกที่จะทิ้งผมเอาไว้”
   หยาดฝนโปรยปรายราวกับรู้จังหวะ เมื่อเห็นฟ้าแลบ มือหนายกขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง เขาหลับตาปี๋ เสียงฟ้าร้องดังสนั่น มีผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งกลัวเสียงฟ้าจนน้ำตาไหล เขากลัวจนเริ่มร้องไห้ออกมา พร้อมเสียงพึมพำซ้ำไปซ้ำมา
   “อย่าทิ้งผม อย่าไป อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว”

   วริษฐ์ตื่นขึ้นมาแบบไม่สดชื่นนัก เขารู้สึกแย่จนไม่อยากขยับตัว เมื่อคืนหลังฝนหยุดตก ฟ้าเลิกร้องคำราม เขาดึงสติตัวเองกลับมาได้แม้จะใช้เวลายาวนานกว่าจะได้นอน เขาไม่สามารถจะข่มตานอนหลับได้เอง ยานอนหลับถูกนำออกมาใช้ หลังไม่ได้ใช้มาเกือบเดือน เพราะฤทธิ์ยาเขาถึงได้หลับ แต่ผลข้างเคียงของยาก็คือทำให้เขาปวดหัวอยู่ตอนนี้
   เขาไม่รู้ว่าเป็นอะไร รู้แค่ว่าวันนี้ไม่ใช่วันที่ดี


-กวิน-

   ร่างบางตื่นแต่เช้า ทำกิจวัตรเดิม ๆ วันนี้ผมเลือกใส่เสื้อผ้าสีสดใส เสื้อเชิ้ตสีเหลืองกับกางเกงสีขาว ผมเตรียมอาหารเช้าง่าย ๆ ไข่ข้นกับแฮม พร้อมขนมปังกรอบใส่กล่องใบเล็กให้วริษฐ์กล่องหนึ่ง ส่วนผมกินให้อิ่มจากห้อง พร้อมกระดาษโพสอิทใบเล็ก เขียนว่า

   ‘สวัสดีวันจันทร์ ด้วยไข่ข้นสีเหลือง’

   เพราะห้องอยู่ใกล้ ผมถึงเดินทางไปถึงที่ทำงานได้อย่าวรวดเร็ว ไปถึงแต่เช้า ออฟฟิศร้างคนเสมอ แต่ครั้งนี้น่าแปลกที่วันนี้ผมกลับเจอวริษฐ์นั่งอยู่ในห้องแต่เช้า ร่างสูงนั่งเหม่อใจลอยไปไหนไม่รู้ เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำเมื่อผมเดินเข้ามาใกล้ จนได้กลิ่นกาแฟร้อน หอมกรุ่น
   “พี่อาร์ต”
   ผมส่งเสียงทักพลางวางกล่องข้าวลงตรงหน้าเขา ร่างสูงพยักหน้าทักทาย ผมมองสำรวจอีกฝ่าย เขาดูโทรมเหมือนคนไม่ได้นอน
   “ผมมาทันพี่พอดีเลย กินกับกาแฟนะครับ”
   “ขอบคุณนะกวิน...” วริษฐ์มองอีกฝ่ายด้วยสายตาอ่อนล้า ก่อนจะเงียบไปอึดใจ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แต่ต่อจากนี้ไม่ต้องแล้ว”
.
.
[ฮึก เหมือนจะบอกว่าสิ่งที่น้องทำน่ะดีนะ
แต่พี่ไม่ต้องการ พี่วริษฐ์ใจน้องกวินบางนะ
อย่าทำให้น้องเจ็บบบบ]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-12-2019 23:56:16 โดย RingoPle »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
เกิดอะไรขึ้นกับพี่ๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
เฮ้อออ. สงสารกวิน พี่อาร์ตใจร้าย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 14 ระยะห่างที่มองไม่เห็น


               คำพูดและน้ำเสียงที่ฟังดูเย็นชาห่างเหินนั่นทำให้ดวงตากลมโตวูบไหว รอยยิ้มสดใสกลายเป็นรอยยิ้มเจื่อน ๆเพราะอะไร ทำไมเขาพูดแบบนั้น ‘แต่ต่อจากนี้ไม่ต้องแล้ว’ ...

               “ทำไมครับ มะ มันไม่อร่อยหรอ” ผมถามออกไปเสียงเบา

               “พี่ว่ามันเสียเวลาเปล่า” ร่างสูงมองจ้องอีกฝ่ายนิ่ง “มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

               รอยยิ้มจางห่างไปจากใบหน้าของกวิน การถูกสั่ง ถูกบังคับครั้งนี้ มันเกินไป...

               “จะเสียหรือไม่เสีย พี่ให้ผมตัดสินใจสิ ไม่ใช่พี่คิดเอาเอง” ผมพูดเสียงดังโวยวาย กึ่งตะโกน ทำไมทุกคนคอยห้ามเขาทำนู่นทำนี่ ทำไมต้องคิดตัดสินใจแทนเขาตลอด เขาคิดเองเลือกเองไม่ได้หรือไง กวินต้องเรียนนี่นะ ต้องเก่ง ต้องขยัน ห้ามวาดรูป เป็นหมอสิ หรือจะวิศวะ บริหาร บัญชีก็ดีทั้งนั้น แต่ไม่ใช่วาดรูป เปิดประตูมาคุยกันดี ๆ สิกวิน อย่ารักพี่ มันเสียเวลา ไปรักคนอื่นเสียเถอะ คำพูดมากมายที่คอยแต่จะสั่งเขา บังคับเขาให้เขาต้องทำในสิ่งที่ไม่อยาก ทำไม ทำไมเขาไม่มีสิทธิได้เลือก!

               “กวิน” วริษฐ์เรียกชื่ออีกฝ่ายเพื่อปราม เขาไม่รู้ว่าทำไมกวินถึงดูเหมือนจะฟิวส์ขาดขึ้นมา เขาก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นคนตรงหน้าโวยวายแสดงอารมณ์อื่นแบบนี้ นอกจากยิ้มให้เขา

               แต่ที่เขาพูดแบบนั้น เพราะรู้สึกว่ากวินเข้ามาใกล้เขาเกินไป ต้องมีช่องว่างให้มากกว่านี้ ตอนนี้มันใกล้เกินจนเขาเริ่มกังวล เขาอยู่กับชะเอม แต่กลับนึกถึงกวิน เขาต้องระมัดระวัง

               “พี่อาร์ต อย่าไล่ผมเลย” ผมพูดออกไปพยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น ปกตินายซ่อนใบหน้าเศร้าสร้อยไว้ใต้รอยยิ้มได้เสมอนี่กวิน แต่เวลาที่อยู่กับวริษฐ์มันกลับเป็นเรื่องยาก เหมือนว่าพอเคยร้องไห้เอาแต่ใจสักครั้งหนึ่งแล้ว ก็อยากจะทำแบบนั้นอีก เป็นพื้นที่ที่ต่อให้เขาจะร้องไห้ อีกฝ่ายก็คงรับได้ แต่ครั้งนี้มันไม่ควรสิ เขาควรจะยิ้ม ทำตัวน่ารักเพื่อให้พี่อาร์ตเปลี่ยนใจ ... แต่ขอบตาเจ้ากรรม มันกลับร้อนผ่าว น้ำตาเอ่อคลอ ...ไม่รักผมก็ได้ แต่ให้ผมทำอะไรดี ๆ ให้พี่แบบนี้ต่อไปไม่ได้หรอ ให้ผมอยู่เคียงข้างพี่ดูแลพี่ มันยากตรงไหน

               กวินพยายามฝืนยิ้ม แต่น้ำตากลับไหลหยดลงข้างแก้มเนียน เจ้าตัวใช้มือปาดมันลวก ๆ แค่คำพูดไม่กี่คำของคนตรงหน้า กลับทำให้หัวใจของเขาเหมือนแตกสลาย น้ำตายิ่งปาดยิ่งไหล ไม่ได้อย่างใจเอาซะเลย

               วริษฐ์มองดูร่างบางที่ยืนก้มหน้าก้มตา ใช้มือปาดน้ำตาไปมา ไหล่เล็กสั่นสะท้าน ภาพตรงหน้าทำใจเขาอ่อนยวบ ไปทำเขาร้องไห้ทำไมล่ะวริษฐ์ แกต้องจัดการตัวเอง แต่ไม่ใช่แบบนี้

               “ลืมที่พี่พูดไปเถอะกวิน พี่ขอโทษ” ร่างสูงพูดออกมาแบบนั้น พลางเปิดกล่องข้าวใบเล็กออกมา “น่ากินจัง”

               “ฮือ”

               เขามองอีกฝ่ายที่ดันร้องไห้หนักกว่าเดิม ทำให้วริษฐ์ทำอะไรไม่ถูก เขายกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ ร่างบางร้องไห้น่าสงสาร จนเขารู้สึกผิด

               “กวิน มานี่มา”

               เขาดึงเก้าอี้โต๊ะข้าง ๆ ออกมา พลางตบเรียกให้ร่างบางนั่งลง ผมมองท่าทางนั้นผ่านม่านน้ำตาที่พร่ามัว แต่ก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี มือหนาขยับไปเช็ดน้ำตาให้ มันอ่อนโยน จนเหมือนที่เขาร้องห่มร้องไห้นี่ เป็นความงี่เง่าของเขาเอง

               “ไม่ร้องนะกวิน พี่ขอโทษ” เสียงทุ้มนุ่มทำให้หัวใจที่เกือบแหลกสลายของเขา กลับเชื่อมต่อกันติดเหมือนเดิม คำพูดเมื่อกี้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น เหมือนไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

               ร่างสูงดึงอีกฝ่ายมากอดไว้หลวม ๆ มือหนาลูบศีรษะกวินอย่างปลอบโยน เขาโยกตัวเบา ๆ เหมือนกล่อมเด็กเวลาร้องไห้

               ผมฝังใบหน้าลงกับไหล่ของเขา สูดดมกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจากเสื้อของเขา พลันจิตใจสงบลงอย่างประหลาด

               “กวินอยากทำอะไร เต็มที่เลย พี่ไม่ห้ามเราแล้ว”

               “...”

               “ไม่ร้องไห้แล้วนะ”

               “...”

               “เด็กดี”

               ผมพยักหน้าหงึกหงักอยู่กับไหล่หนา พี่อาร์ตยังคงลูบศีรษะเขาไม่หยุด เขาเหมือน เป็นเด็กน้อยที่อีกคนกำลังพยายามปลอบโยน เขารู้ว่าการที่จะทำให้พี่อาร์ตรักเขามันยาก แต่ก็อยากพยายาม ไม่อยากปล่อยไป สิ่งที่เขาอยากทำก็คือทำให้คนตรงหน้ารักเขาให้ได้

               “พี่อาร์ต” น้ำเสียงสั่นเครือเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา “อย่าไล่ผมอีกนะ”

               ร่างสูงยิ่งโยกตัวแรงขึ้น เหมือนกำลังเล่นโยกเยก

               “แมวหางงอกอดคอโยกเหยก” วริษฐ์ร้องฮัมเพลงออกมาเบา ๆ

               “ไม่ใช่หมาหางงอหรอ”

               “ก็พี่กอดแมวอยู่”

               เขาคลายอ้อมกอด เมื่ออีกฝ่ายนิ่งสงบ กอดกันแบบนี้ปะเจิดปะเจ้อเกินไปหน่อย เขาผละออก เปลี่ยนเรื่องหันไปชิมไข่ข้น กับแฮมที่ร่างบางเตรียมมาให้

               “อร่อย กวินกินอะไรมายัง”

               “กินมาแล้วครับ”

               “อ่ะพี่ให้เด็กน้อยจิบกาแฟร้อนได้อึกหนึ่ง”

               มือหนายื่นส่งกาแฟร้อนให้กวิน เขารับมาจิบ รสขมแผ่ซ่าน ทำเอาร่างบางแลบลิ้นออกมา กาแฟดำ ขมปี๋ ขมกว่าเรื่องเมื่อกี้ร้อยเท่า

               วริษฐ์มองคนตัวเล็กที่แลบลิ้นออกมาด้วยความเอ็นดู

               พวกเขาเริ่มต้นเช้าวันใหม่อีกครั้ง ด้วยความสดใส ที่ร้องไห้เมื่อกี้ไม่นับ...



               แต่ถึงเจ้าตัวจะพูดว่าให้เขาทำอะไรตามใจได้เต็มที่ แต่วริษฐ์ก็เว้นช่องว่างกับเขา ไม่ว่าจะพยายามเชิญชวนอีกฝ่ายไปห้องยังไงเขาก็ไม่ยอมไป ไปกินข้าวเย็น ดูหนัง เดินเล่นชอปปิ้งบ้าง แล้วก็ส่งกวินลงที่ใต้หอ เขาใจดีเหมือนเคย แต่ไม่เคยเกินเลยกันอีก เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร เบื่อเขาแล้วหรือยังไง แต่เขายังเหมือนเดิม เตรียมอาหารเช้าไว้ให้เขาทุกวัน

               ทั้งอาทิตย์นี้นอกจากวันจันทร์ วริษฐ์โดนตัวกวินแค่การลูบหัวเท่านั้น ลูบไล้เส้นผมอ่อนนุ่มเวลาเจ้าตัวทำอะไรน่ารัก เช่นกินหมูสามชั้นพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส คีบลูกชิ้นที่มีในชามแค่สองลูก แบ่งให้เขาลูกหนึ่ง แค่เขาออกปากบอกว่ามันอร่อย หรือยิ้มให้เขาด้วยดวงตาเป็นประกาย ตอนเห็นชุดอุปกรณ์วาดรูป กวินเป็นเด็กน้อยน่าเอ็นดู ที่มักจะวิ่งวนอยู่รอบ ๆ ตัวเขา

               ช่วงนี้เขาไม่มีนัดกับใคร หรือจะเรียกว่าไม่มีอารมณ์ไปเอาอกเอาใจใครมากกว่า โดยเฉพาะผู้หญิงสาวสวยที่ต้องการการเอาใจเป็นพิเศษ เขาปฏิเสธไปทั้งหมดด้วยการบอกว่าญาติเอาแมวมาฝาก ต้องกลับไปดูแล เพราะแบบนี้เขาจึงไปกินข้าวเย็นเป็นเพื่อนกวินตลอด

               เย็นวันพฤหัสบดีวันนี้เราไปกินอาหารตามสั่งด้วยกัน ร้านที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน วริษฐ์กินหมูกระเทียมไข่ดาว กวินกินข้าวผัดรวมมิตร

               “พี่อาร์ตชิมมั้ย”

               “อร่อยหรือเปล่า”

               “อร่อยมาก พี่อาร์ต กินเยอะ ๆ จะได้แข็งแรง”

               ‘อาร์ต กินเยอะ ๆ นะ จะได้แข็งแรง’ ร่างสูงนึกถึงคำพูดเก่า ๆ ที่เคยได้ยิน เสียงของผู้หญิงคนนั้น คนที่เรียกเขาว่าอาร์ตเหมือนกัน มือหนาสั่นเล็กน้อย ขณะตักข้าวเข้าปาก ช่วงนี้นึกถึงเธอบ่อยเป็นพิเศษ...

               “พี่อาร์ต”

               “...”

               “พี่อาร์ตครับ”

               “...”

               “พี่อาร์ตครับ!”

               กวินพยายามเรียก เมื่อร่างสูงอยู่ดี ๆ ก็เหม่อ

               “พรุ่งนี้ว่างมั้ย”

               “พี่มีนัดกับเพื่อน”

               “ครับ”

               กวินพยายามเก็บสายตาหงอยเหงา วันศุกร์นี้เขาก็ไม่ว่างเหมือนเคย เขาเหงา ทั้งที่เขาเองก็มีที่ไป มีเพื่อนฝูง มีบ้านให้กลับ แต่เขากลับไม่อยากเจอใคร นอกจากพี่อาร์ต ขณะที่พี่อาร์ตเหมือนห่างจากเขาไปเรื่อย ๆ เขามากินข้าวแล้วก็กลับมาส่งกวินเหมือนหอนี้เป็นหอใน ที่หอจะปิดตอนสองทุ่มแล้วห้ามใครขึ้นห้อง วันนี้ก็เหมือนกัน



               ร่างบางกลับถึงห้อง พาหัวใจที่แสนห่อเหี่ยวของตัวเองไปซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา พี่อาร์ตไม่เหงาเหมือนเขาบ้างหรือ... แน่ล่ะคงไม่ เขามีใครต่อใครมากมายให้ไปหา มีแต่เขาที่คิดจะมีพี่เขาคนเดียว คิดไปเองคนเดียวว่าความพยายามจะทำให้อะไร ๆ ดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่เลย...ตั้งแต่วันที่เขาเอ่ยปากมา ว่าต่อจากนี้ไม่ต้องแล้ว อะไร ๆ ที่พยายามก็เหมือนไม่มีความหมาย หรือจะเบื่อ ...พอเขาเบื่อ เขาได้แล้ว เขาก็คงไม่สนใจใยดี แค่คิดแบบนั้นขอบตาก็ร้อนผ่าว ต้องเร่าร้อนแค่ไหน ต้องรสชาติดีขนาดไหนพี่ถึงจะไม่ไป...

               “พี่อาร์ตครับ พี่ไม่มีเยื่อใยให้ผมสักหน่อยหรอครับ” กวินพึมพำเสียงเบาพลางยกมือขึ้นปิดหน้า เมื่อน้ำตาเม็ดโตไหลหยด เขาท้อแท้ ทำไมความรักมันยาก



               ถึงเมื่อคืนจะร้องห่มร้องไห้ ตอนเช้าก็ลุกขึ้นมาทำข้าวเช้าเตรียมให้เขาอยู่ดี กวินตัดสินใจว่าจะสู้จนกว่าจะไม่ไหว สองปีที่เขาเฝ้าตามหา ไม่ได้เปราะบางพังทลายได้ง่ายดายขนาดนั้น

               เขาวางกล่องอาหารกล่องเล็กให้พี่อาร์ตเหมือนทุกวัน แล้วก็รอเอากล่องที่เขาล้างวางไว้ให้ในห้องครัว วันนี้เขาต้องกินข้าวคนเดียว กลับห้องไปนอนหงอย ๆ พี่อาร์ตไปเที่ยวกับเพื่อนตอนเย็น งั้นเขาไปที่นั่นดีกว่า ที่ ๆ เราเจอกันครั้งแรกร้านเดิมร้านนั้น ที่เมื่อก่อนเขาเป็นลูกค้าประจำ เพื่อไปนั่งรอใครบางคน

               ร่างบางเดินเข้ามาในร้าน feeling ไม่ได้มาเกือบเดือน ครั้งก่อนยังมีคนมาด้วย ครั้งนี้มาคนเดียวอีกแล้ว เฮ้อ แต่เขาก็เหงาไม่นานนัก เมื่อมีคนมาเกาะแกะ คอยส่งเครื่องดื่มให้เขาอีกครั้ง รอบนี้จะกินหน่อยก็ได้ เหมือนประชดชีวิตกลาย ๆ เขารับแก้วมาจากพนักงานของเหลวสีแดงสด ดูน่ากลัว หวานต้นขมปลาย เขาหันไปส่งยิ้มหวาน ๆ ให้เป็นการขอบคุณ

               “เฮ้อออ” ร่างบางถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อย ในใจก็มีแต่ความรู้สึกน้อยอกน้อยใจ ไม่รู้ตอนนี้อีกคนจะกินดื่มสนุกสนานขนาดไหน แต่เขาน่ะเหงาจะตายอยู่แล้ว



               วริษฐ์ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนเป็นปกติ เมื่อเขามาถึงก็เดินเข้ามาร้านเลยพนักงานที่นี่รู้จักเขาดี เขาเดินลิ่วไปที่โต๊ะประจำ พลางมองแก๊งเพื่อนมหาวิทยาลัย ชายฉกรรจ์ 4 คนนั่งเรียงกันในโต๊ะพิเศษของร้าน โต๊ะโคตร VIP โต๊ะเจ้าของผับ เพราะมีเพื่อนเปิดผับ ที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมตัว ไม่รู้จะไปไหน สนุก หรือ เศร้า เขาก็จะมาที่นี่

               “วริษฐ์ เมิงมาเที่ยวหรือมาสัมภาษณ์งาน ใส่สูทผูกไทด์เมิงก็ไปเสิร์ฟได้เลย” เจ้าของผับเอ่ยปากแซว ทำเอาวริษฐ์กลอกตาเหนื่อยหน่าย เพิ่งเลิกงานก็ตรงมานี่ เสื้อเชิ้ตนี่มันก็เรียบร้อยอยู่แล้วเพราะใส่ทำงาน ทักซะเสื้อราคาแพงของเขาของกลายเป็นเครื่องแบบง่อย ๆ ของมันเลย

               “เลิกเอาเสื้อผ้ากุ ไปเทียบกับเครื่องแบบง่อย ๆ ของร้านเมิงสักที”

               “ฟังแล้วจี๊ดใจเลย เดี๋ยวกุสั่งตัดใหม่ทั้งร้านแม่ม”

               “โห ไอ้เต๋า ถ้าเมิงร่ำรวยขนาดนั้น เหล้าขวดนั้น ไม่จ่ายตังแม่ม” เพื่อนอีกคนพูดกัด เต๋าที่เป็นเจ้าของผับ

               “ถ้าวันนี้เมิงไม่เมาแล้วปัดแก้วร้านกุตกแตก กุจะคืนเงินค่าเหล้าให้เลย”

               นภที่พูดแซวเต๋า ตัวมันเอวเวลาเมา ๆ กริ่ม ๆ มือไม้ไม่ค่อยจะนิ่ง ทำแก้วร้านเต๋าแตกประจำ สถิติสูงสุดที่มันทำตอนนี้คือ 10 แก้ว เต๋ามันบ่นนภทุกครั้งเวลามันสร่างเมา แต่บ่นไปก็เท่านั้น

               “กุพนันเลย วันนี้แตก 5 ใบ”

               “ไอ้เชี่ยนัท”

               “อ่ะ กุว่า 7 “

               “เมิงด้วยหรอไอ้วิช”

               “ถ้าเมิงอยากแดกเหล้าฟรี ก็จับแม่มไปมัดไว้กับเก้าอี้” วริษฐ์พูดเสริมขณะนั่งลงกับเพื่อน สาวพนักงานหุ่นอึ๋มรีบเข้ามาชงเครื่องดื่มให้เขา

               “เหล้ากับน้ำเปล่า” วริษฐ์สั่งเบา ๆ

               พอเหล้าเข้าปากบทสนาระหว่างเพื่อนก็หยาบขึ้นเรื่อย ๆ มีหลายเรื่องที่ผู้ชายชอบพูดคุยกัน วงเหล้ามีตั้งแต่เรื่อง กีฬา ผู้หญิง ข่าวสารบ้านเมือง การเลือกตั้ง เศรษฐกิจ ยันปรัชญา แต่พอยิ่งกรึ่มมุกตลกใต้สะดือก็เริ่มผุดออกมามากขึ้น

               เขาหัวเราะขบขันไปกับมุกบ้า ๆ บอ ๆ จนรู้สึกว่ามือถือในกระเป๋ากางเกงมันสั่น เขาถึงได้ล้วงมันออกมาดู

               ‘กวิน’

               ชื่อที่แสดงอยู่บนมือถือทำเอาเขาขมวดคิ้ว ในใจถกเถียงตบตีกันน่าดู รับหรือไม่รับดี สุดท้ายเขาก็ลุกพรวดขึ้น เดินก้าวเท้ายาวออกไปข้างนอกทันที เขากดรับไม่ทัน... ร่างสูงเก็บมือถือลงกระเป๋า ล้วงเอาบุหรี่ออกมาจุดสูบเพื่อรอ สายตัดปุ๊บ อีกฝ่ายก็กดโทรมาใหม่ทันที

               “ครับ” ร่างสูงรับสาย เขารอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดว่าอะไร

               ‘พี่... พี่อาร์ต

               พี่ครับ ช่วย...

               มารับ...ผมหน่อยได้มั้ย’ น้ำเสียงกวินดูแปลก ๆ เหมือนเมามันอ้อแอ้ แต่ก็ติดจะแหบพร่า

               “เป็นอะไร”

               ‘ไม่รู้ ...ครับ ผม อยู่ร้านนั้น ที่เราเจอกัน’ กวินพูดเสียงขาด ๆ หาย ๆ เขาได้ยินเสียงหอบเบาของอีกฝ่าย

               “เมาใช่มั้ย กวินออกไปเรียกแท็กซี่กลับเองเลยครับ”

               ‘พี่...อาร์ต’ เขาเรียกผมเสียงเบา มันเบาจนเขาแทบไม่ได้ยิน

               “กลับดี ๆ” ร่างสูงพูดแค่นั้นก็กดวางสายไป เขาใจร้าย เขารู้ แต่ถ้าเขาใจอ่อน หลายวันที่ผ่านมาเขาต้องเริ่มใหม่ เริ่มที่จะพยายามเอาตัวออกห่าง มีระยะห่างระหว่างกัน

               วริษฐ์ดับบุหรี่ เขาเดินกลับเข้าไปในผับ ยกเหล้าขึ้นกระดึกอึกใหญ่ มันเจือจางมากเพราะน้ำแข็งละลาย เขาว่าเขาออกไปแปปเดียว ตอนนี้เขาไม่สนุกเหมือนเดิมเหมือนก่อนที่มือถือเจ้าปัญหาจะดัง กลายเป็นเขาถือมือถือไว้ในมือตลอดเวลา พอเผลอก็หันไปมองมัน กวินโทรมาหาเขาตอน 3 ทุ่มครึ่ง ตอนนี้จะ 3 ทุ่มสี่สิบห้านาที เพิ่งผ่านมาแค่สิบห้านาที แต่ในใจเขากลับร้อนรนวริษฐ์แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ทำไมกันวะ น้ำเสียงมันอ้อแอ้ ฟังดูแปลก แทบยังขอให้เขาไปรับอีก มันเป็นอะไรหรือเปล่า

               ร่างสูงผุดยืนอีกครั้ง

               “เป็นเชี่ยอะไรวะวริษฐ์ เมิงไม่นิ่งเลยลุกลี้ลุกลน ตาเมิงก็มองแต่มือถือ”

               “กุ เดี๋ยวกุกลับก่อน”

               “เฮ้ย ยังไม่สี่ทุ่มเลยนะเว้ยรีบไปไหน”

               “เท่าไหร่เมิงแชทมาบอกแล้วกัน”

               เขาไม่ได้ฟังหรือใส่ใจตอบคำถาม แต่เดินออกไปเลย ใจเขาไปถึงร้านนั้นแล้ว ร้าน feeling ร้านที่กวินบอกว่าเจอกับเขาครั้งแรก เขารีบร้อน จากนี่ไปร้านนั้นไม่ไกล เขาแอบกังวลไม่น้อย จะเรียกว่าห่วงก็ได้น้ำเสียงของอีกฝ่ายมันผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด อุตส่าห์โทรมาขอร้องจะไม่ไปก็ใจจืดใจดำ

               

               ร่างสูงไปถึงร้านนั้นใน 15 นาที เขามองสอดส่ายสายตามองหากวินด้วยความร้อนรน ไม่รู้นั่งอยู่ตรงไหน ร้านไฟสลัวจนเขานึกหงุดหงิดอยากจะไล่เปิดไฟให้สว่างหมดทั้งร้าน เขาพยายามมองหาคนที่นั่งคนเดียว แต่ไม่มีเลย แล้วเขาก็พบ... กวินกำลังนั่งอยู่กับใครสักคนทั้งคู่กำลังนัวเนียกันน่าดู มือของคน ๆ นั้นไม่อยู่สุข ลูบไล้แขนกวินไม่หยุด จะตามเขามาทำไม ให้ดูว่าเวลานัวเนียกับคนอื่นเผ็ดร้อนแค่ไหน หรือว่าอยากให้เขาหึงให้เขาใส่ใจ หรือนึกเสียดายล่ะ ไม่ว่าอะไรที่แน่ ๆ ตอนนี้เขามีแต่ความโมโห หยามหน้ากันชัด ๆ เขาเดินเข้าไปใกล้ และก่อนทื่มือของชายแปลกหน้าจะเลื่อนไปลูบไล้ขา มือหนาก็คว้ามือซุกซนของคนแปลกหน้าเอาไว้ก่อน เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่พอใจนัก ดูเด็กกว่าเขา เด็กกว่ากวินด้วยซ้ำ

               “มายุ่งอะไร”

               “อย่าแตะของกุ” วริษฐ์พูดเสียงเข้ม ดวงตาวาวโรจน์ เขาบีบแขนอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะปล่อยมืออีกฝ่ายเหมือนโยนทิ้ง

               “แฟนพี่หรอ” น้ำเสียงอีกฝ่ายอ่อนลง

               “เออ” เขาตอบรับ เพราะคำพูดนั้นทำให้เด็กหนุ่มยอมถอย

               “ไม่รู้ว่ามีแฟนเห็นมาคนเดียว” ชายแปลกหน้าพูดขณะยอมลุกออกไปแต่โดยดี

               ร่างสูงนั่งลงแทนที่ เขามองกวินที่หมดสภาพ ในใจนึกโกรธที่เจ้าตัวปล่อยเนื้อปล่อยตัวขนาดนี้ เสื้อเชิ้ตตัวบางกับกางเกงสั้นขนาดนี้ ล่อเสือล่อตะเข้ แล้วยังมาคนเดียวอีก เขาเก็บความโมโหเอาไว้ข้างใน ก่อนเอื้อมมือไปจับไหล่กวินเขย่าเบา ๆ 

               “กวิน”

               ร่างบางหันมายิ้มให้เขา เหมือนอีกฝ่ายจะความรู้สึกช้า เพิ่งรู้ว่าเขามา ตอบเขาเชื่องช้า “พี่ ... ”

               “ไปกลับห้อง พี่ไปส่ง” วริษฐ์เอ่ยเสียงดุ ร่างสูงกวักมือเรียกพนักงานให้มาเก็บเงิน เขาจ่ายเงินเรียบร้อย ก็คว้าแขนคนเมาให้ลุกขึ้น ตัวกวินร้อนจี๋เหมือนไฟ เหมือนคนดื่มไปเยอะ แต่ไม่ใช่กวินไม่ใช่คนคออ่อน แถมเช็คบิลเมื่อกี้ก็มีแค่มาร์ตินี่แก้วเดียว เขาเก็บความสงสัยก่อนพาร่างบางอ่อนปวกเปียกออกไปในพื้นที่ที่มีแสงสว่าง

               กวินตัวอ่อนยืนเองแทบไม่ไหว เนื้อตัวแดงก่ำ ดวงตาหวานเชื่อมช้อนตาขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากอิ่มอ้าออกเจ้าตัวหอบหายใจเล็ก ๆ

               “พี่ มาหา...ผมแล้ว” เสียงกวินแหบพร่าโคตรแปลก มันฟังดูเซ็กซี่ชวนให้... เดี๋ยวนะ ตอนคิดตังมีแก้วเดียว แต่บนโต๊ะมีแก้วเปล่าอยู่ 3 แก้ว หรือว่าไอ้บ้านั่น!

               วริษฐ์พากวินขึ้นรถ ร่างบางนอนพิงกับเบาะรถ ดวงตาปรือ แต่มือบางกลับพยายามปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวเองออก   

               “กวินจะทำอะไร”

               “ผม ร้อนครับ”

               ชัดเจนโดนยาแน่ ๆ วริษฐ์ขยับไปคาดเข็มขัดนิรภัยให้กวินก่อนรีบออกรถ เขาจะพากวินไปส่งให้ถึงห้องโดยเร็วที่สุด ในใจยิ่งโกรธคนตัวเล็ก ที่ออกมากินเหล้าคนเดียวไม่พอ แต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วยังกล้ารับของจากคนแปลกหน้ามาดื่มอีก ถ้าเขาไม่ไปจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาใจจืดใจดำอีกนิด ร่างบางคงโดนเขาพาไปปู้ยี่ปู้ยำพอดีกัน ทำไมไม่รู้จักระมัดระวังตัว

               มือบางยังสาละวนกับการปลดกระดุมเสื้อ แต่ก็ทำได้ลำบากเพราะติดเข็มขัดนิรภัย วริษฐ์คิดว่าน้องคงร้อนมาก ก็กดเร่งแอร์ให้ ลมเย็นจนเขาขนลุก

               “อื้อ พี่...อาร์ต” ร่างบางร้องเรียกเขา เสียงหวานปนแหบทำเอาเขาขนลุกยิ่งกว่า มือบางย้ายจากส่วนบนมาที่ส่วนล่างคว้าหมับของตัวเองผ่านเสื้อผ้า

               “อื้อ อึก” กวินครวญครางเสียงหวานเมื่อฝ่ามือบางถูไถกันแก่นกลางที่แข็งเกร็งขึ้นมา เขาไม่มีเรี่ยวแรง แต่รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ในสมองงุนงงสับสน มีแต่ความรู้สึกร้อนเร่าที่ต้องจัดการ

               วริษฐ์พยายามรวบรวมสมาธิ แยกหน้าก็จะถึงแล้ว อย่าเพิ่งให้เจ้าตัวช่วยตัวเองตอนนี้ก็แล้วกัน

               “ช่วย ช่วยผมที” เสียงหวานพูดบอกพร้อมหอบกระเส้า อีกฝ่ายคงอยากเต็มทน และไม่อยากจะบอกว่าภายใต้ความโกรธของวริษฐ์ บางส่วนของเขาก็ตื่นตามเสียงหวานของกวินขึ้นมาแล้ว

               เมื่อมาถึงตึก การประคองกวินไปเป็นเรื่องยาก เมื่อเจ้าตัวมักจะทิ้งตัวลงมาใส่เขาตลอด เขาตัดสินใจ อุ้มช้อนคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมแขน กระชับแน่นก่อนรีบก้าวเท้า เขาเดินทำเวลาเหมือนกำลังแข่งกีฬาซีเกมส์ เพราะกวินจะทำเขาไม่ไหวแล้ว มือบางลูบไล้ไปทั่ว แต่ที่ลูบย้ำบ่อยสุดก็ที่ซอกคอของเขา



               เขาพากวินมาถึงห้องด้วยความทุกลักทุเล ร่างบางพยายามจะกอดรัดเขาไม่ยอมปล่อย วริษฐ์ตั้งใจจะหลบให้กวินจัดการตัวเอง แต่มือบางกลับคว้าจับเขาเอาไว้ มือเหนียวเหมือนตีนตุ๊กแก

               “กวินปล่อยพี่”

               “ช่วยผม”

               เขาเห็นสภาพยั่วยวนของคนตรงหน้าเขาก็ยิ่งหงุดหงิด ไม่ปฏิเสธว่าพลอยมีอารมณ์ไปด้วย แต่ที่มีมากกว่าคือความโกรธ ความโมโห

               “ทำไมออกไปกินเหล้าคนเดียว”

               “...”

               ดวงตาหวานฉ่ำมองจ้องเขาแต่ไม่ได้ตอบ ความโมโหที่กดเก็บเอาไว้ก็ค่อย ๆ ทะลัก

               “เสื้อเชิ้ตตัวบางเฉียบ เห็นไปถึงไหนต่อไหน กางเกงขาสั้นนี่อีกตั้งใจไปยั่วใครหรอไง!”

               วริษฐ์พ่นคำพูดร้ายกาจออกมา เมื่อมือบางไม่ปล่อยเขา ยังทำท่าเชื้อเชิญไม่หยุดหย่อน ริมฝีปากแดงเรื่อหอบหายใจ

               “คันมานักหรอไง”

               “ครับ” ร่างบางพูดขึ้นมา “ผมเชิญ...ชวนพี่ทุกวัน”

               “พอพี่ไม่มา เลยไปหาคนอื่นแก้คันหรือไง”

               วริษฐ์รู้อยู่แก่ใจว่าร่างบางตรงหน้าถูกมอมยา แต่เขาก็หยุดปากไม่ได้ ร่างบางหลับตาพริ้ม ถึงสติจะเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ แต่น้ำคำร้ายกาจของพี่อาร์ตก็ซึมเข้าสู่สมองของเขา

               “ผมคัน ...พี่ช่วยสงเคราะห์ผมแรง ๆ หน่อยได้มั้ย” กวินพูดออกมายืดยาว น้ำเสียงแหบพร่าปนหอบกระเซ่า

               “กวิน!!!!”

               พออีกฝ่ายยอมรับว่าคัน ว่าเป็นคนยั่ว เขากลับยิ่งโกรธเดือดดาล มือบางขยับปลดกระดุมเสื้อตัวเองอย่างท้าทาย เมื่อเห็นลำคอขาวชัดเจน เขายิ่งเลือดขึ้นหน้า ร่องรอยสีแดงเป็นจ้ำ ๆ ที่ถูกอีกฝ่ายล่วงเกินปรากฎชัดบนต้นคอขาว

               ได้!!! ถ้าคันนักเขาจะจัดการให้ ร่างสูงเริ่มบทรักบทลงโทษของคนคันแบบไม่ปราณี เขาจูบซ้ำรอยช้ำสีแดง ดูดเม้มจนมันแดงกว่าเดิม กวินนิ่วหน้า เพราะมันเจ็บ

               แต่ตามสบายเลย รุนแรงกับผมได้ ตอนนี้รู้สึกต้องการมากเกินกว่าความรู้สึกไหน ๆ อยากโดนเขาทำ ร่างกายมันรุ่มร้อนไปหมด แต่ในขณะเดียวกันกลับรู้สึกไร้เรี่ยวเเรง

.

.

[เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

พี่อาร์ตก็รู้อยู่แก่ใจ น้องมันไม่ได้ตั้งใจ

ทำไมต้องว่ากันขนาดนี้]

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
เฮ้ออ ถ้าพี่อาร์ตไปไม่ทันจะทำไงเนียะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
พี่อาร์ตช่วยน้องหน่อย อย่าดุน้องแรงนะ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 15 รุนแรงเหลือเกิน

   วริษฐ์ระบายความโกรธ และความรู้สึกมากมายที่เขาไม่เข้าใจลงบนร่างกายบอบบางของกวิน ทั้งกัดทั้งดูดไปทั่วทั้งลำคอ เหมือนต้องการจะกลบรอยที่คนแปลกหน้าทำเอาไว้
   ครั้งนี้ไม่มีความอ่อนโยนปราณี ถ้าร่างบางต้องการนัก เขาจะทำให้ เขาถาโถมใส่ร่างบางทั้งที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมให้ แต่ร่างบางกลับครวญครางอย่างมีความสุข แทนที่จะกรีดร้องเจ็บปวด เพราะฤทธิ์ยาทำให้เขาไม่รู้สึกรู้สากับความเจ็บ ยิ่งถูกกระตุ้นยิ่งสุขสม กวินปล่อยให้สมองหนักอึ้งพร่าเบลอไม่รับรู้อะไร สัมผัสได้แค่จังหวะที่พี่อาร์ตของเขาถาโถมเข้ามา เท่านั้นก็พอ เขาต้องการแค่นี้
   มือบางกำแน่น เมื่อไปถึงขีด เขาไม่ได้กอดหรือจิกแผ่นหลังอีกฝ่ายเพื่อระบายอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เขาทำแค่จิกเล็บลงไปบนฝ่ามือตัวเอง ให้เขาเจ็บทั้งกายทั้งใจแค่เพียงคนเดียวพอ
   ร่างสูงถาโถมครั้งแล้วครั้งเล่า ร้องครางต่ำเมื่อใกล้จะถึง  ปลดปล่อยเข้าไปภายในของกวินซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อปลดเปลื้องความต้องการของเขา และร่างบางที่ยังคงตอดรัดเขารุนแรง เหมือนจะกลืนกินเขาเข้าไป เขาทำซ้ำไปซ้ำมาจนร่างบางหมดแรงหลับไป นั่นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะนอนหลับตามไปเพราะหมดแรงเช่นกัน

   วริษฐ์รู้สึกตัวในตอนเช้า เขามองสำรวจร่างกายเปลือยเปล่าของคนข้าง ๆ ร่องรอยที่เขาทำชัดเจน ตรงลำคอขาวเป็นลอยแดง ๆ ม่วง ๆ วงใหญ่ มันช้ำอย่างน่ากลัว เนื้อตัวร่างบางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบคาว เขามองร่างนั้นด้วยความสงสาร ความรู้สึกผิดเอ่อล้นขึ้นมา
   เขาลุกไปใส่เสื้อผ้าก่อนกลับมาพร้อมผ้าขนหนูชุบน้ำ พอแตะตัวกวิน ก็พบว่าคนน้องตัวร้อนจี๋ ร้อนยิ่งกว่าเมื่อคืนซะอีก ใบหน้าเนียนก็ดูแดง หรือว่าจะเป็นไข้ เขาถูผ้าขนหนูชุบน้ำไปตามเนื้อตัวและฝ่ามือเนียน พอแบฝ่ามือเนียนออกมาพบว่าที่มือมีห้อเลือด และรอยเล็บ เขาไม่เจ็บหลังเลย ตัวเขาปราศจากรอยขีดข่วน เพราะกวินไม่แบ่งปันความเจ็บปวดมา เจ้าตัวกอดมันไว้กับตัวเองคนเดียว วริษฐ์ยกฝ่ามือบางขึ้นจรดริมฝีปาก เขาจูบมันแผ่วเบาเหมือนจะปลอบโยนมัน ดวงตาคมมีประกายอ่อนโยนยามลอบมองใบหน้าคนหลับใหล น่าเสียดายที่ไม่มีใครได้ล่วงรู้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนของดวงตาคู่นี้ทั้งคนนอนหลับ และเจ้าของดวงตาคม ที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ดวงตาของตัวเองอ่อนโยนขนาดไหน
   เขาเร่งเช็ดตัวทำความสะอาดให้ร่างบางกลัวอีกฝ่ายจะหนาว ก่อนจะเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่มาเช็ดซ้ำ พร้อมเตรียมเสื้อยืดกับกางเกงของเจ้าตัวไว้ข้าง ๆ ตัวแห้งสนิทเขาจะได้ใส่ให้
   “กวิน” เสียงทุ้มนุ่มผิดกับเมื่อคืนลิบลับเอ่ยเรียกปลุกร่างบาง
   “...”
   “กวิน ไหวมั้ย”
   “อือ” ร่างบางครางต่ำ เขาอยากบอกว่าไม่ไหว ... เปลือกตาเคลื่อนไหว ก่อนกวินจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
   “กวินเดี๋ยวใส่เสื้อผ้านะ”
   กวินรู้สึกไม่ดี เขาปวดไปหมดทั้งตัว พอจะขยับตัว ความรู้สึกเจ็บแล่นไปทั่วทั้งร่าง ช่วงล่างปวดหนึบ ฝ่ามือก็เจ็บร้าว ตรงคอก็ปวด เขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
   “อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวพี่ใส่ให้” วริษฐ์จัดแจงใส่เสื้อใส่กางเกงให้กวิน ร่างบางลืมตาขึ้นมองเขาแต่ไม่ได้พูดอะไร ลำคอเขาแห้งผากไปหมด
   วริษฐ์มองร่างบางที่เอาแต่จ้องมองเขา เขาจึงลุกไปเอาน้ำใส่แก้วมาให้คนตัวเล็กได้จิบ
   “กวิน เจ็บมากมั้ย”
   ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธ
   “เจ็บใช่มั้ย”
   มือหนาเอื้อมแตะที่ร่องรอยช้ำรอยใหญ่ที่เขาทำเอาไว้ เขารู้ว่าตัวเองโกรธ โกรธที่เห็นรอยของคนแปลกหน้าบนร่างบาง โกรธจนอยากจะทำยังไงก็ได้ให้ร่องรอยนั้นหายไป หรือกลบทับด้วยรอยที่เขาทำ
   “พี่อาร์ต ขอบคุณครับ” คำขอบคุณเสียงเบาหวิวของร่างบางพุ่งเข้ามากรีดใจของวริษฐ์ให้เป็นแผลเหวอะหวะ
   ความรู้สึกผิดโถมเข้ามาจนเขาแทบหายใจไม่ออก กวินขอบคุณอะไรล่ะ ที่เขาพูดจาว่าร้าย เขารู้ว่าเมื่อคืนเขาพูดจาไม่ดี แต่เขายั้งปากไม่อยู่ เขาเองก็ดื่มเหล้าไปไม่น้อย การควบคุมตัวเองและความมีเหตุผลก็ต่ำลง บางทีก็รู้สึกเหมือนกับเป็นสัตว์ป่า ที่เขากระทำรุนแรง จนคนตัวเล็กเป็นไข้
   “พี่ขอโทษ”
   “ไม่หรอกครับ ผมขอโทษ”
   “เมื่อคืนทำไมโทรตามพี่ทำไมไม่หนีกลับ ถ้าพี่ไม่ไปรู้มั้ยจะเป็นยังไง”
   “ครับ ผมรู้ ถ้าพี่ไม่มาผมคงต้องตัดใจ...” ร่างบางพูดพลางก้มหน้ามองฝ่ามือของตัวเอง ที่มีรอยเล็บปรากฎชัด “คงถูกเขาทำจนไม่มีหน้าไปเจอพี่แล้ว”
   วริษฐ์ได้แต่มองร่างบางที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตากับเขา
   “ทำไมเราไม่หนีเขา”
   “เพราะผมรู้ตัวว่าไม่ไหว ถ้าออกไปนอกร้าน จะถูกหิ้วไปไหนก็ไม่รู้” เขาเองก็กลัว เรื่องเมื่อคืน ไม่ใช่ว่าไม่กลัว เป็นครั้งแรกที่เขารับของจากคนแปลกหน้ามาดื่ม ก็ไม่คิดว่าจะเจอแบบนี้ “แต่ถ้าผมอยู่ที่ร้านเขาคงไม่กล้าทำอะไรมาก”
   ก็ถูกของกวิน ถ้าฝืนออกไป ตัวบางแบบนี้คงถูกหิ้วง่าย ๆ แต่... นี่ขนาดไม่กล้าที่ลำคอขาวยังมีรอยขนาดนี้
   “อย่ารับของจากคนแปลกหน้าอีก” วริษฐ์พูดย้ำเหมือนพ่อสอนลูกไม่มีผิดเพี้ยน “นอนพักซะ เดี๋ยวพี่จะไปหาข้าวหายามาให้กิน”
   วริษฐ์คว้ากระเป๋าตังก่อนเดินออกไปจากห้อง กวินมองตามหลังร่างสูงจนประตูปิดลง
   เขานั่งนิ่งทบทวนเรื่องเมื่อคืนความทรงจำขาด ๆ หาย ๆ ไม่ปะติดปะต่อนักตั้งแต่เขาวางสายจากพี่อาร์ต เมื่อวานมันพร่าเบลอ สติสัมปะชัญญะไม่รู้หายไปไหนหมด จำได้ว่าถูกชายแปลกหน้าเข้าหา จำได้ว่าพี่อาร์ตมาหา แต่จำช่วงที่กลับมาห้องไม่ได้เลย แต่ที่จำได้ดีคือคำด่าของพี่อาร์ต อีกฝ่ายคงทั้งโกรธ ทั้งโมโห เขาผิดเองที่พาตัวเองไปเจอสถานการณ์แบบนั้น เขาไม่โกรธพี่อาร์ตเลย เพราะเขาทำตัวเหมือนเป็นภาระของพี่เขา ภาระชิ้นใหญ่ที่เขาจะไม่มาหาก็ได้ จะถูกล่อลวงไปไหนก็ไม่ใช่ธุระโกงกางอะไรของเขาแม้แต่น้อย แต่เขาก็ยอมมา กวินนึกขอบคุณเขา เขาสัญญากับตัวเองว่าจะระมัดระวังตัวกว่านี้
   ไม่นานวริษฐ์ก็กลับมาพร้อมของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือ กวินมองของในมือเขา ก่อนทำท่าจะลุกไปช่วย
   “ไม่ต้องกวิน” ร่างสูงรีบห้ามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขยับตัว
   “แต่”
   “นั่งเฉย ๆ “ เขาดุขณะมือก็แกะและเทข้าวต้มหมูสับลงถ้วย ก่อนจะเดินไปยื่นให้กวิน
   “กินเองได้หรือเปล่า”
   “ได้ครับ” กวินรับถ้วยข้าวต้มมาถือเอาไว้ ข้าวต้มร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมอบอวล มือบางตักข้าวต้มกินไป สายตาก็จ้องมองร่างสูงไปด้วยที่กำลังจัดเรียงนั่นนี่
   วริษฐ์ซื้อเสบียงตุนไว้สารพัด มีข้าวต้มอีกสองถุงสำหรับมื้อกลางวันและมื้อเย็น อาหารแช่แข็งอีกหลายกล่อง แล้วพวกขนม น้ำผลไม้ เขาจัดเรียงเข้าตู้เย็นเงียบ ๆ พอเขาจัดเสร็จก็หันไปดูกวิน ที่ตอนนี้กำลังจ้องเขาตาแป๋ว ถ้วยข้าวต้มยังอยู่ในมือแต่ไม่มีทีท่าว่าเจ้าตัวจะตักขึ้นมากินอีก
   “อิ่มแล้วหรอ”
   “ครับ”
   ร่างสูงเดินเข้าไปหาพลางมองลงไปในถ้วยข้าวต้ม ยุบไปนิดเดียว
   “กินอีกหน่อย”
   กวินส่ายหน้า กินไม่ลง อิ่มแล้ว
   “กินแต่หมูก็ได้”
   กวินขมวดคิ้ว แต่ก็ยอมตักหมูเข้าปากแต่โดยดี แค่ก้อนเดียวก็ส่ายหน้า
   “ไม่กินแล้วครับ อิ่ม”
   “ก็ได้ งั้นกินยานะ” ร่างสูงแกะยาแก้ไข้ส่งให้คนป่วย 2 เม็ด กวินรับไปกินอย่างว่าง่าย
   “ดูอะไรมั้ย”
   “ครับ”
   ร่างสูงเปิดสุ่มตอนจากการ์ตูนเรื่องที่ดูด้วยกันรอบก่อน
   ร่างบางนั่งดูการ์ตูนพลางหัวเราะคิกคักไปตามเรื่องตามราว การ์ตูนมันตลกมากจริง ๆ จนวริษฐ์ก็พลอยขำไปด้วย ดูไปดูมากวินก็เริ่มตาปรือ ผล็อยหลับไปอีกรอบ
   เขามองดูอีกฝ่าย ก่อนเดินสำรวจห้องกวินอย่างถือวิสาสะ เพื่อฆ่าเวลา รอปลุกกวินกินข้าวเที่ยงอีกที เขามองบนโต๊ะของกวินที่ดูเหมือนเจ้าตัวจะวาดรูปเขาเพิ่มขึ้นมาอีกรูป รูปหลายเส้นแบบการ์ตูนไม่ใช่ภาพเหมือนแต่ก็ดูออกว่าคือเขา รูปเขาที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มันดูอ่อนโยนจนดูเหมือนจะไม่ใช่ตัวเขายังไงอย่างนั้น
   เมื่อใกล้เที่ยงร่างสูงก็เดินไปแตะวัดไข้กวิน ตัวไม่ร้อนเหมือนเมื่อเช้าแล้ว เขาก็สบายใจ
   “กวินกินข้าว”
   เขาปรือตาขึ้นมองตามเสียงเรียก เขาบิดขี้เกียจเล็ก ๆ พลางขานรับ
   “ครับ”
   ช่วงบ่ายกวินก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบขวดน้ำผลไม้ ตอนวริษฐ์เข้าห้องน้ำ กวินหายไข้ เขาดีขึ้นมาก วริษฐ์เห็นแบบนั้นก็ตั้งใจจะกลับตั้งแต่บ่าย ต่อพอคิดจะกลับ ร่างบางก็เดินเซ จนต้องใช้มือยันพนัง เขาเลยตั้งใจจะต่อเวลาให้กวินอีกหน่อย
   ร่างสูงเดินไปประคองคนตัวเล็กให้เดินไปนั่งที่โซฟา ทุกย่างก้าวสำหรับกวินนั้นเจ็บเหมือนร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ พี่อาร์ตรุนแรงกับเขาจนเหมือนตัวเขาจะฉีกขาด เมื่อคืนเขาไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดเท่าไหร่ แต่พอตอนนี้มันเจ็บจนก้าวขาแทบไม่ออก
   มือบางกำลังจะใช้มือหมุนเปิดขวดน้ำผลไม้ คนข้าง ๆ ดึงไปซะก่อน
   “ผมเปิดเองได้” ร่างบางร้องบอกเขาป่วยนิดหน่อย แต่เขายังดูแลตัวเองได้
   “มือเจ็บไม่ใช่หรอ” เขาพูดลอย ๆ
   แต่กวินกลับกำมือแน่น ... เขารู้
   “มันเจ็บไม่ใช่หรอแบบนี้น่ะ”
   ร่างบางพยักหน้าหงึกหงัก
   “แล้วทำ ทำไม หืม?”
   “ผมไม่อยากให้พี่เจ็บ ผมเจ็บเอง เผื่อพี่จะมีความสุข มันเป็นบทลงโทษของผมนี่ครับ”
   ร่างสูงเลิกคิ้วให้กับคำตอบนั้น
   “ไปเอาความคิดแบบนั้นมาจากไหน ว่าทำตัวเองเจ็บแล้วพี่จะมีความสุขน่ะ”
   “ก็...” ทุกทีเวลาเขาเจ็บปวด ก็เห็นทุกคนมีความสุข...
   “เฮ้อ เราน่ะรักตัวเองสักหน่อยเถอะ”
   มือหนาขยับไปลูบแก้มเนียนแผ่วเบา ทั้งสงสาร ทั้งเห็นใจ คนแบบกวินไม่ควรเลยที่จะมารักเขา
   “รักตัวเองบ้าง อย่าเจ็บเพื่อคนอื่น”
   “แต่ผม ...” ผมเชื่อแบบนั้นมาตลอด ... “พี่ไม่มีความสุขหรอครับ”
   เมื่อคืนยังห่างไกลกับคำว่าความสุขมากนัก มีแต่ความโมโห กับความใคร่ ... ถ้าจะมีอะไรที่ใกล้เคียงความสุข ก็คงเป็นความเสร็จสมทางกาย
   “พี่สุข เท่าที่พี่อยากจะสุข”
   “ครับ?” กวินไม่เข้าใจ เขาขมวดคิ้วมากกว่าเดิม
   เขาพูดดี เพราะเขาคือคนที่รักตัวเองมากกว่าใคร และจะไม่พาตัวเองไปเจอกับความรัก ความคาดหวังที่ต้องฝากไว้ที่คนอื่น เขามีความสุขมากที่สุขในขอบเขตของตัวเอง โดยไม่ปล่อยให้ใครได้เล็ดลอดเข้ามา

   เมื่อวริษฐ์แน่ใจว่าอีกฝ่ายหายไข้ เขาก็คิดว่าได้เวลาต้องกลับเสียที เขาจัดการล้างจานที่ใส่อาหารเย็นให้กวินกิน ส่งยาให้คนป่วยอีกสองเม็ด
   “พี่กลับก่อน มีอาหารแช่แข็งหลายกล่องในตู้ ถ้าหิวก็เอาเข้าไมโครเวพเอานะ”
   ร่างบางมองเขา มองเหมือนจะให้ภาพของเขามันซึมเข้าไปในสมอง ให้ไม่ลืมเลือนแม้กระทั่งตอนเขาไม่อยู่ในห้อง ให้จดจำแม้กระทั่งยามหลับว่าเขาอยู่ข้าง ๆ
   “กลับดี ๆ นะครับ ถึงแล้วบอกผมด้วย” ร่างบางขยับส่งยิ้มให้เขา
   “ครับ” ร่างสูงเดินหยิบข้าวของ ทำท่าจะเดินออกจากห้องก่อนหันกลับมาหากวินอีกครั้ง “วันจันทร์ไม่ต้องทำข้าวเช้าให้พี่”
   “...” กวินหน้าเจื่อนลง
   วริษฐ์เห็นแบบนั้นเขาจึงรีบพูดต่อ
   “วันจันทร์กับอังคารพี่ไม่เข้าออฟฟิศ ไปอบรม มาอีกทีวันพุธ ค่อยทำมาวันนั้นนะ”
   เพราะคำอธิบายของวริษฐ์ ทำให้ใบหน้าเจื่อน ๆ กลับมามีรอยยิ้ม
   “พี่อาร์ตอยากกินอะไร”
   “อืม อะไรก็ได้ครับ”
   “งื้อ” ร่างบางส่งเสียงครางเบา คำตอบเดิม คำตอบนี้ เหมือนจะง่าย ๆ แต่แสนยาก อะไรก็ได้เนี้ย
   “เจอกันวันพุธ” วริษฐ์พูดก่อนจะเดินออกไป เสียงปิดประตูทำให้กวินรู้สึกเหงาขึ้นมา เขากลับไปนอนบนเตียง พลางซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา อีก 3 วัน เจอกันนะครับพี่

   วริษฐ์เดินออกจากห้องของกวินเขาถอนหายใจยาวเหยียด เสี้ยวนาทีที่เขารู้สึกว่าช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็ไม่เลวร้าย แต่แค่พริบตาเขาก็รู้สึกเหมือนถูกรัดจนหายใจไม่ออก เอาล่ะ เขาคงต้องเริ่มใหม่ ... สร้างระยะห่างอีกครั้ง
   
   กวินนอนพักผ่อนเต็มที่ วันอาทิตย์เขาก็รู้สึกดีขึ้น เขาคิดถึงพี่อาร์ต แต่ก็พยายามทำใจให้ชินที่จะไม่ได้เห็นหน้าเขา 3 วันเต็ม ๆ คิดถึงจนลงแดงตาย

   วันจันทร์วริษฐ์กลับจากอบรม เขามีนัดเหมือนเคย สาวน้อยฝ่ายขายสดใสน่ารัก แต่งตัวเปรี้ยวทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน เดรสยาวสีดำที่เหมือนจะเรียบร้อย แต่กลับแหวกล่างขึ้นสูง จนเห็นเรียวขาเนียนชัดเวลาก้าวมาหาเขา  สวยน่ารักน่าหลงใหล แต่ไม่เคยทำให้ใจเขาสั่น เขาตกปากรับคำมาเจอเพราะอีกฝ่ายเป็นคนนัด
   “พี่วริษฐ์ สวัสดีค่ะ”
   “ดีครับน้ำผึ้ง ชวนพี่มาแบบนี้ อยากกินอะไรหรือครับ” ร่างสูงยกมือขึ้นพลางเอ่ยทักทาย หญิงสาวที่ชื่อหวานหยด แต่นิสัยจริงกลับเปรี้ยวจี๊ด
   “พี่วริษฐ์พูดอะไรให้ตีความได้กำกวมจังค่ะ” ร่างบางพูดพลางส่งยิ้มหวาน ดวงตากลมมีเสน่ห์มองสำรวจเขา “คิดถึงพี่ค่ะ ไม่ได้กินข้าวกันมาหลายอาทิตย์แล้ว คิดถึงหน้าหล่อ ๆ ของพี่จะแย่”
   น้ำผึ้งดูแลฝ่ายขาย เธอไม่ค่อยอยู่ติดบริษัทนัก มักออกตรวจงามตามสาขาต่าง ๆ เราเริ่มความสัมพันธ์แบบนี้ระหว่างกันเพราะว่า เมื่อหลายเดือนก่อนบังเอิญต้องไปสาขาต่างจังหวัดด้วยกัน เขาในฐานะฝ่ายทรัพยากรบุคคลไปเป็นตัวแทนบริษัทมอบพวงหรีดให้พนักงานที่สูญเสียพี่ชายไปจากอุบัติเหตุ ส่วนน้ำผึ้งเธอต้องไปตรวจสาขาแถวนั้น แถมน้องพนักงานยังเป็นพนักงานสาขาส่วนโซนที่เธอดูแลเป็นหลัก เธอจึงต้องไปหาสักหน่อย ไปแสดงความเสียใจกับพนักงานของเธอ
   น้ำผึ้งแสนหวานกับวริษฐ์ถึงได้มีโอกาสที่จะพูดคุยและดีลกันเพื่อผลประโยชน์ที่ลงตัว เรื่องเซ็กซ์ ถ้าทั้งสองฝ่ายต้องการ ทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจกัน ไม่มีใครเสียเปรียบใคร มีแต่สนุกด้วยกันทั้งคู่
   “น้ำผึ้งปากหวาน”
   “ยังจำรสชาติได้หรือคะ” เธอพูดสวนเขาหน้าตาเฉย ก่อนจะขยับเข้าไปให้เขาชิม แต่ทว่าเขากลับชะงัก พร้อมขยับหนี
   หญิงสาวมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ
   “พี่ไม่ค่อยสบายครับ กลัวน้ำผึ้งจะติดหวัด แค่ก ๆ” วริษฐ์แกล้งไอ เขาไม่ได้ป่วย แต่เขาไม่นึกอยาก ชั่ววินาทีเขานึกถึงริมฝีปากบางของอีกคน ริมฝีปากที่อวบอิ่มแดงระเรื่อโดยธรรมชาติ ไม่ใช่สีแดงกำมะยีแบบของน้ำผึ้ง ผู้หญิงแต่งตัวแต่งหน้าเก่ง ๆ ที่เขาเคยชื่นชอบ แต่พอวันนี้เขากลับแค่อยากดูเฉย ๆ ของสวย ๆ งาม ๆ แต่ไม่ได้อยากสัมผัส

   วันจันทร์ของกวินไม่ค่อยดีนัก เมื่อเติ้ลโผล่มาอีก เหมือนเขาสุ่มมา โชคดีที่เจ้าตัวถึงห้องก่อนหน้าเขาจะมาประมาณชั่วโมงนึง รอบนี้เขามาเคาะประตู เคาะแล้วเคาะอีก ขณะที่กวินเก็บตัวเงียบ เขาไม่ร้องไห้ฟูมฟายแบบวันนั้น แต่ก็นั่งนิ่งจนเผลอกลั้นลมหายใจบ่อย ๆ พอเห็นว่าเขาเงียบ และเคาะให้ตายยังไงกวินก็ไม่ใจอ่อนเปิดประตูให้เติ้ลก็กลับ ฃ
   น่าเหนื่อยใจเป็นบ้า ถ้าอยากเจอเดี๋ยวติดต่อไปเองว้อย คนที่มีเมียแล้วน่ะ เขาไม่อยากยุ่งด้วยอีกแล้ว ความรักที่เหมือนถูกทำเป็นของเล่นตลอดเวลา เขาไม่เอาด้วยแล้ว

   เย็นวันอังคาร ช่วงใกล้เลิกงานกวินนั่งคิดว่าพรุ่งนี้จะทำเมนูอะไรเป็นอาหารเช้าให้วริษฐ์ดี เขาอยากทำของดีมีประโยชน์ สารอาหารครบ 5 หมู่ และรสชาติอร่อย เขาไล่เปิดดูภาพเมนูอาหารเช้า สารพัดเมนูไข่ ก่อนตกลงปลงใจที่ไข่ยัดไส้
   เลิกงานกวินไปเดินซื้อของที่ซุปเปอร์มาเกต เดินเลือกของอย่างอารมณ์ดี หมูสับ พริกหวาน แครอท มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ เขาเดินไปที่จุดขายผัดก่อน เลือกหยิบวัตถุดิบแต่ละชนิดด้วยความใส่ใจ พริกหวานให้พลิกดูตุ่มที่ด้านท้าย เขาว่าถ้ามีสี่ตุ่มจะหวานกว่าสามตุ่ม ส่วนแครอทเลือกสีส้มสดใส ที่เป็นแท่งตรงผิวเรียบ มะเขือเทศสีแดงสด เลือกผิวเต่ง ๆ ไม่ช้ำ หัวหอมใหญ่ เลือกที่หัวเต่งๆ เปลือกแห้ง ไม่แฉะ ไม่มีรอยบุบหรือจุดดำ เขาได้ผักสวย ๆ มาเต็มไปหมด นอกจากเมนูตอนเช้า เขายังได้หัวไชเท้าสวย ๆ มาด้วย อยากต้มหัวไชเท้ากับกระดูกซี่โครงหมู ร่างบางย้ายไปเลือกซื้อหมูสับแพค มันดูสับเละเกินไปหน่อย ก่อนเปลี่ยนใจไปซื้อหมูเนื้อแดงมาแทน เขาสับเองดีกว่า อยากให้มันหยาบ ๆ หน่อย จะได้เคี้ยวถูกเนื้อหมูเต็มปากเต็มคำ
   กวินได้ของครบเขามุ่งตรงกลับห้องในใจคิดว่าจะเริ่มทำอะไรก่อนหลัง จะเตรียมวัตถุดิบทำไส้ให้เรียบร้อย พรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องรีบมาก เขากลับไปถึงห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างทำความสะอาดผัก จัดการมันตามที่ต้องทำ ปอกเปลือกแครอท ลอกเปลือกหัวหอมใหญ่ ฉุนจนน้ำตาคลอ เขาหั่นทั้งหมดเป็นเต๋า ใส่ลงในกล่องถนอมอาหาร ตามด้วยสับหมูหยาบ ๆ เสียงหมูสับดังลั่นห้อง ทำให้ห้องดูมีชีวิตชีวา ร่างบางร้องเพลงฮัมอย่างอารมณ์ดี ขณะจัดเรียงของใส่ตู้เย็น
   เสียงมือถือดังขึ้น ทำให้กวินรีบล้างมือไปรับสาย
   ‘แต้ม’

   “สวัสดี ว่าไง”
   ‘พฤหัสบดีว่างมั้ย แดกข้าวกัน’
   “ว่างเย็น”
   ‘เออรู้แล้ว มีการมีงานทำเหมือนกันเว้ย’
   “แดกไร”
   ‘ไม่รู้คิดก่อน กุชวนไอ้นุกกับไอ้โจ้ล่ะ’
   “แล้ว...” ได้ชวนเติ้ลหรือเปล่า
   ‘ไม่ได้ชวน ไม่รู้แม่มจะสะเทือนใจมั้ย แต่ถ้ากุต้องเลือกเจอใคร กุก็เลือกเมิงก่อนแล้วกัน คนมีเมียแล้วไม่เหงาเท่าไหร่หรอก’
   ใช่ ๆ คนมีเมียแล้วไม่เหงาหรอก จะโผล่หน้ามาอีกทำไม
   “เออ กุขอโทษที่ทำให้อึดอัด”
   ‘ดีกันเร็ว ๆ ล่ะกัน’ ...คงดีถ้ามองหน้ากันติดล่ะนะ
   “นัดก็ดี ไม่เจอนานคิดถึง”
   ‘กุหรอ’
   “ไม่ใช่เมิง นุกกับโจ้ดิ จะได้เอาของฝากไปให้แม่มด้วย”
   ‘หึ ของกุอ่ะ’
   “เมิงเอาไปแล้ว”
   ‘คิดว่าจะมีให้อีก ... เออไว้คุยกันในแชท แค่นี้แหละ’
   โทรมากวนตีนแล้วแต้มก็วางสายไป เขาก็ไปจัดการสิ่งที่ทำค้างไว้ต่อ
      
   วริษฐ์ขับรถไปผับของเพื่อน เพื่อไปสั่งข้าวมากิน เขาไม่ได้มาดื่มเหล้า แค่มาหาเพื่อนคุยเฉย ๆ
   “ไงเมิง” เจ้าของผับตบบ่าเพื่อนเบา ๆ เป็นการทักทาย ก่อนทิ้งตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้าม ชะโงกหน้าดูเมนูอาหารที่เพื่อนสั่ง ก่อนถามเพื่อเช็คคุณภาพ “อร่อยป่ะ”
   “ก็ดี ร้านเมิงทำข้าวอร่อย”
   “วันนั้นนภทำแก้วแตก 3 ใบ” เต๋าพูดพลางส่ายหน้า “รอบหน้ากุเปลี่ยนเป็นแก้วพลาสติก ไม่ก็สแตนเลสให้หมดดีกว่าจะได้เลิกทำแตก”
   “กุว่าแล้ว” วริษฐ์รับคำพลางหัวเราะเสียงเบา “เออวันนั้นเท่าไหร่” ให้แชทไม่แชทมา
   “โอยช่างมันเถอะ อยู่แค่ 4 ทุ่ม หารห่าอะไรล่ะ” เต๋าพูดพลางหยิบไก่ทอดเข้าปาก
   “อ่าฮะ” วริษฐ์พยักหน้า พวกเพื่อนเขามันสบาย ๆ อะไรหยวน ๆ มันก็หยวน ๆ ทั้งนั้น แค่ไม่มีจิตใจคิดจะเอาเปรียบกันก็พอ พวกมันก็ถือว่าเป็นพวกมีอันจะกิน หน้าที่การเงินดี เลยไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อยอะไรเท่าไหร่ เพื่อนกันทั้งนั้น
   “วันนั้น รีบกลับไปไหนวะ”
   วริษฐ์นิ่งไปอึดใจ เขาต้องตอบว่าอะไรล่ะวะ
   “ถูกโทรตาม”
   “รีบร้อนขนาดนั้น สาวที่ไหนล่ะ” เต๋าเหล่มองเพื่อน ในมือหมุนแก้วที่มีน้ำสีอำพันบรรจุอยู่หมุนไปหมุนมาให้น้ำแข็งกระทบแก้วดังกริ๊ง ๆ
   “ก็...” เขาอึกอักที่จะตอบ ไม่ใช่ทั้งสาว และไม่ใช่ทั้งแฟน แต่เป็นคนที่ชื่อกวิน
   “ว่าที่แฟนหรอไง”
   “เปล่า”
   “มีพิรุธอ่ะเมิงล่ะ ตอบไม่เต็มเสียง”
   “ช่างเรื่องกุเถอะ”
   “พ่อหนุ่มเพลย์บอยกุจะมีหลักแหล่งให้ลงหลักปักฐานแล้วว้อย”
   “ไม่ใช่ว่ะเต๋า รุ่นน้องผู้ชายมีเรื่องน่ะ” เรื่องใหญ่ โดนมอมยาปลุก ตัวอ่อนเปลี้ยจนเขาต้องไปช่วย ต้องไปดูแล... แก้ฤทธิ์ยาให้ทั้งคืน
   “เชี่ย แล้วไม่บอกพวกกุ อยากมีเรื่อง อยากปะทะ” เต๋าพูดพลางตบอกตัวเองเบา ๆ “เมิงเป็นไรเปล่า”
    “โคตรห้าว ไม่เป็นไร เคลียร์ได้สบาย ๆ” วริษฐ์หลบตา พลางยกน้ำขึ้นจิบ
   “เออ วันหลังมีอะไรบอกสิวะ”
   “ก็กุว่ากุจัดการได้”
   “วริษฐ์ เมิงไม่ได้อยู่คนเดียวนะเว้ย เมิงมีพวกกุเสมอ” เต๋าพูดพลางมองหน้าเพื่อน พวกเขาคบกันมานาน เขารู้จักวริษฐ์ดี แล้วก็เป็นห่วงมันด้วย ชีวิตเพื่อนเขาลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตลอด โดยเฉพาะเรื่องของครอบครัว เขาถึงเป็นห่วงมาก และอยากให้มันมีใครสักคนสักที
   “ขอบใจเมิงมาก พูดซึ้งทำไมวะ แดกข้าวแทบไม่ลง”
   “ควาย”
   เต๋าเดินออกไปดูแขก ขณะที่เขาก้มหน้าก้มตากินข้าว ตัวคนเดียวก็ไม่ได้เลวร้ายหรอก เกิดมาตัวคนเดียว ตายไปก็ตัวคนเดียว ... ไม่ต้องคิดถึงใครให้ผูกพันให้เจ็บปวด
   ร่างสูงกลับถึงบ้าน เดินออกระเบียงไปนั่งสูบบุหรี่สักมวนเหม่อมองดูดวงจันทร์ รอบบ้านเงียบกริบ เวลาห้าทุ่มกว่าทุกคนคงเข้านอนหมดแล้ว ส่วนบ้านของเขาเงียบมาตลอด เงียบมานานหลายปี... วริษฐ์จัดธุระส่วนตัวอาบน้ำแปรงฟันเรียบร้อย ก็เตรียมเข้านอน มือหนาหยิบยานอนหลับกับแก้วน้ำมาถือเอาไว้ เขาคงต้องพึ่งมันอีกเพราะอยากจะนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่ม
.
.
[พี่อาร์ตรุนแรงกับน้อง รุนแรงแค่ไหน น้องก็รัก
แม้จริง ๆ คนพี่จะแอบมีสายตาอ่อนโยนให้น้องก็ตาม
พวกเราก็จะรอให้พี่เปิดใจให้น้อง
//ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามอ่านอยู่นะคะ
ขอบคุณเม้นที่ทำให้เราไม่เหงา]
 :กอด1:
เฮ้ออ ถ้าพี่อาร์ตไปไม่ทันจะทำไงเนียะ
ถ้าไม่ทัน น้องคงต้องหายหน้าไปจากพี่ ดีที่พี่มีสกิลพระเอกอยู่

พี่อาร์ตช่วยน้องหน่อย อย่าดุน้องแรงนะ
ไม่ดุน้องแรง แต่อย่างอื่นแรง...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-12-2019 13:49:55 โดย RingoPle »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
เฮ้อออ ต่างคนต่างมีปม ทั้งกวินทั้งพี่อาร์ต

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
พี่อาร์ตก็มีปัญหาครอบครัวสินะ. ทำให้ไม่เปิดใจรับน้อง ทั้งที่ลึกๆ ก็ดูจะมีใจแล้ว  :hao4:

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 16 ไกลเท่าเดิม


   วันพุธ
   ร่างบางตื่นแต่เช้า เขาจัดการทำตามลำดับขั้นตอนในใจ ลุกไปหุงข้าวก่อน ตามด้วยผัดไส้ของไข่ยัดไส้ เขาเอาน้ำมันมะกอกใส่กระทะ ตามด้วยกระเทียมกลีบเล็กที่ทุบจนแหลก เทหมูลงไปผัดตามด้วยหัวหอม ผัดจนหมูสุกก็เทสารพัดผักลงไป ปรุงรสด้วยซอสน้ำมันหอย เกลือ ใส่ซอสมะเขือเทศนิดนึง สีสันในกระทะน่ารักน่ากิน แค่เห็นก็อารมณ์ดี เขาปิดเตาพลางเอาไส้ใส่ถ้วยพักไว้ ก่อนจะล้างกระทะ และตั้งกระทะที่เปียกลงบนเตา ให้ความร้อนทำให้กระทะแห้ง ส่วนมือก็ตีไข่ในชามให้เข้ากัน
   เขาเอาสเปรย์น้ำมันมะกอกพ่นจนทั่วกระทะแล้วเทไข่ลงไป กลิ้งจนทั่วรอจนสุกก็ตัดไส้ใส่ลงไป ไส้สีสันสดใสกับไข่สีเหลือง ดูสวยงามน่ากิน เขาพับมันเป็นสีเหลี่ยมก่อนจะเอาขึ้นพัก เขาทำอีกรอบให้ตัวเอง ใส่หมดพอดีของวริษฐ์ไส้เยอะ ของเขาไส้น้อย
   ร่างบางพาตัวเองไปอาบน้ำแต่งตัว พอจัดการตัวเองเรียบร้อย ข้าวก็สุกพอดี เขาหยิบกล่องข้าวสองช่องมา ช่องเล็กใส่ข้าว ช่องใหญ่ใส่ไข่ยัดไส้ เท่านี้เป็นอันเรียบร้อย ก่อนบีบมะเขือเทศเป็นรูปหัวใจดวงเล็ก ๆ บนข้าวห่อไข่ ปิดท้ายด้วยโพสอิทบนกล่อง เขียนด้วยลายมือบรรจง ‘คิดถึงพี่จังครับ เย็นนี้กินข้าวกันนะ’

   ‘ครับ ตอนเย็นเจอกัน’ พี่อาร์ตพิมพ์ตอบผมสั้น ๆ แค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้ว

   ร่างบางส่งยิ้มให้วริษฐ์ ร่างสูงผงกหัวให้ เขาเดินเคียงข้างกันไป ไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้น ระยะห่างเหมือนจะกว้างกว่าเดิมเสียอีก แต่ช่างเถอะ เขาคิดถึงพี่อาร์ตใจจะขาด เพราะวันจันทร์ วันอังคารพี่อาร์ตไปอบรม วันพุธถึงได้มาเจอหน้ากินข้าวเย็นด้วยกัน

   พวกเขาเลือกร้านใกล้ ๆ ที่ทำงาน จอดรถทิ้งไว้ที่ตึกก่อน กินเสร็จค่อยกลับมาเอา
   กวินพยายามจะชวนคุยเพื่อไม่ให้ระหว่างเขาและพี่อาร์ตเงียบจนเกินไป
   “ไปอบรมเป็นไงเหนื่อยมั้ยครับ”
   “ไม่เหนื่อยครับ”
   ตอบสั้นจัง กวินได้แต่คิดในใจ
   “แล้วอบรมอะไรครับ”
   “เทรนเกี่ยวกับงานทรัพยากรบุคคลในยุค 4.0”
   “ครับ มันเกี่ยวกับอะไร”
   “งาน HR ของพี่นี่แหละ”
   “ครับ”
   อีกฝ่ายไม่กระตือรือร้นจะเล่า เขาก็... ไม่รู้จะชวนคุยยังไงต่อ บรรยากาศชวนอึดอัดเกิดขึ้นมาระหว่างพวกเขา อึดอัดจนกวินหงอย เขาพยายามทำใจดีสู้เสือ แล้วบรรยากาศอึดอัดก็ถูกทำลายลงด้วยข้าวผัดสองจานที่มาเสิร์ฟรวดเร็วทันใจ

   “เอ่อ พี่อาร์ตครับ ตอนเย็นพรุ่งนี้ผมไม่อยู่นะ”
   “ครับ” ผมรับคำสั้น ๆ แต่ไม่ได้ถามต่อ ว่าไปไหน ทำอะไร กับใคร ที่ไหน เขาเลือกจะตอบรับด้วยคำสั้น ๆ แม้อยากจะถามต่อก็ตาม นี่คือการเว้นระยะ
   และดูเหมือนว่าเจ้าตัวคงรู้สึกแปลก ๆ ที่ร่างสูงข้าง ๆ ไม่ถามต่อ อย่างน้อยถามเป็นมารยาทว่าไปไหนก็ไม่ถาม เขาก็ได้แต่แค่นยิ้ม นี่สินะคือการตามใจของพี่ ระยะห่างระหว่างเขากับพี่อาร์ตกลับสู่สภาพไกลเท่าเดิม กวินอยากทำอะไรก็ทำได้เลยเต็มที่ แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่หรอกถูกมั้ย ...กวินหันไปสบตาอีกฝ่ายพลางฉีกยิ้มกว้าง ทำเสียงสดใส
   “กินอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”
   ร่างบางนั่งนิ่งบนรถไม่พูดไม่หือไม่อือ นิ่งเงียบมาตลอดทาง ยิ่งใกล้ถึงห้องก็ยิ่งโหวง อาทิตย์นี้เขาอยู่กับความรู้สึกหลอน ๆ กับเสียงทุบประตูทุกวัน แต่ความจริงก็คือ เป็นเสียงเคาะประตูห้องข้าง ๆ บ้างล่ะ ห้องตรงข้าม หรือเสียงจากในทีวี เขาจะเป็นบ้าอยู่แล้ว
   
   รถติดหนึบหนับ ทั้งที่ที่พักก็อยู่ไม่ไกล เสียงฝนตกเปาะแปะลงบนกระจกรถ จู่ ๆ ฝนก็ตก ไม่มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า มีแค่ฝนที่ตกลงมาโปรยปรายให้รถยิ่งติด ไฟสะท้อนสีแดงจากรถคันข้างหน้า เขาคงต้องใช้เวลาอยู่บนรถคันนี้อีกพักใหญ่ พร้อมเสียงเพลงที่เปิดขึ้นมาเข้ากับบรรยากาศ

   ถามตัวเองประจำว่าทำไมเธอไม่ไปไหน
   คิดจะลืมเธอ แต่เธอไม่เคยจะหายไป
   ลบภาพเก่าเก่าที่เรายังมีให้กันในความหลัง
   สิ่งที่เธอทำ จดจำได้ทุกตอน


   คืนนี้คงเป็นคืนที่ฉันรุ่มร้อน
   และคืนนี้อยากจะทำก็ทำได้เพียงอ้อนวอน
   อยากขอพร ให้คืนนี้ฉันเข้านอนเพื่อลืมที่ผ่านมา
   เฝ้าภาวนาให้ฉันลบภาพเธอทิ้งไป
   ตื่นมาฉันคงอิ่มใจเมื่อพบกับวันนี้
   มีฝนโปรยปรายเพื่อล้างน้ำตาให้หายไป
   (ภาวนา : Ten To Twelve)


   นั่นสิเมื่อไหร่เขาจะลืมสักที  ทำไมเขาถึงยังกังวล ... เมื่อไหร่เขาจะกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายสักที แล้วเอาชนะอีกฝ่ายด้วยการยืนจ้องหน้ามัน พูดคุยกับมัน โดยที่หัวใจไม่รู้สึกอะไร ไม่รู้สึกเจ็บปวดกับเติ้ลอีกต่อไป...
   ไม่ใช่กวินที่รู้สึกว่าเพลงนี้มันทิ่มแทงใจ วริษฐ์เอง ก็ภาวนาอยู่ทุกวัน ภาวนาให้ตัวเองเลิกยึดติด และนึกถึงเขาสักที เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า และถูกทิ้งขว้างอยู่ตลอดเวลา เหมือนตอนนี้
   กวินนั่งมองฝนที่โปรยปรายลงมา ไม่อยากกลับห้องเลย
   “พี่วริษฐ์”
   ร่างสูงหันมอง เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เรียกเขาว่ามาอาร์ตเหมือนเคย
   “ผมขอไปบ้านพี่ได้มั้ย”
   ร่างบางเอ่ยปากร้องขอ หลังจากเงียบกริบมานาน
   “ไม่ได้ครับ”
   ร่างบางพยักหน้าหงึกหงัก เขาแค่ลองถามดู รู้อยู่แล้วว่าเขาคงไม่ต้อนรับ
   “ถ้าผมเดือดร้อนมีความจำเป็นต้องไป พี่ก็ไม่ให้ผมไปใช่มั้ยครับ”
   “ใช่” ร่างสูงตอบรับทันที เขาไม่เคยพาใครไปบ้าน ไม่เคยให้ใครเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว ทุกทีเขาจะไปบ้านคนอื่น ห้องของคนอื่น แต่ไม่เคยพาใครกลับไป “มีอะไรหรือเปล่า”
   “เปล่าครับ” ร่างบางส่ายหน้า เขายิ้มเหมือนเคย ไม่มีอะไรทั้งนั้น ไม่ได้รู้สึกเสียใจ...

   รถยนต์เลี้ยวเข้ามาจอดที่ใต้ตึก ร่างบางเดินลงจากรถ เขาโบกมือบ๊ายบายพลางส่งยิ้มให้ ก่อนหมุนตัวเดินกลับเข้าตึกไป ร่างสูงมองอีกฝ่ายจนลับตา

   ติ้ง ติ้ง
   กรุ๊บ 4 คนเฉพาะกิจก็ถูกสร้างขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นตอนเขากลับมาถึงห้องพอดี
   แตเมอร์ เซเวอร่า สนิพ : ‘พรุ่งนี้จะแดกอะไรครับ’
   เพนกวิน : “แดกอะไรล่ะ”
   แตเมอร์ เซเวอร่า สนิพ : ‘ทำไมเมิงมาย้อนถามอ่ะ’
   โจโจ้ โฮ่ : ‘เลือกประเทศมาก่อน จีน ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่ง’
   นุกนิกสกอตติส : ‘ฝรั่งไม่ใช่ประเทศ แต่เป็นผลไม้’
   โจโจ้ โฮ่ : ‘เออสัส’
   นุกนิกสกอตติส : ‘เกาหลี อยากแดกผัก’
   แตเมอร์ เซเวอร่า สนิพ : ‘บวก แต่หน้าอย่างเมิงอ่ะนะแดกผัก สามชั้น 10 จานชัวร์’
   เพนกวิน : “+1”
   โจโจ้ โฮ่ : ‘เค แต้มเมิงไปรอที่บ.ไอนุกเหมือนเดิม กวินเมิงอยู่แถวไหนแล้วเผื่อกุใกล้จะไปรับ’
   เพนกวิน : “อยู่ห่างจากตึกเดิมมาหน่อยอ่ะ กุส่งโลให้”
   โจโจ้ โฮ่ : ‘พอนึกออก’
   แตเมอร์ เซเวอร่า สนิพ : ‘กุจำได้แถวนั้นมีร้านเปิดใหม่ เห็นแว่บ ๆ ’
   โจโจ้ โฮ่ : ‘ไปหามา พรุ่งนี้เจอกัน’

   กวินจัดเตรียมของขวัญของฝากของแต่ละคนใส่ถุง ของไอ้แต้มไม่มีมันได้ไปแล้ว เสร็จแล้วก็ลุกไปหุงข้าว หมักไก่ หั่นผักใส่ตู้เย็นเตรียมเอาไว้ ข้าวเช้าพรุ่งนี้ของพี่อาร์ต
   
   ติ้ง ติ้ง ติ้ง
   เสียงโทรศัพท์เด้งรัวอีกครั้ง รอบนี้เป็นพี่สา
   ‘กวินนนนน
   กลางวันว่างมั้ย
   กินข้าวกัน’
   พี่สารู้ว่าเขาทำงานอยู่ไม่ไกลจากตึกเดิม ถึงได้ทักมาชวนกินข้าว
   “กลางวันก็ว่างแหละครับ”
   ‘กินข้าวกันนนน พี่เลี้ยง’
   “พี่สาเลี้ยงผมก็ต้องไปแล้วล่ะ”
   ‘เจอกัน ร้านคิซุ โอเคมั้ย ร้านอยู่ในตึกที่มีคาเฟ่’
   “ครับพอนึกออก”
   ‘เจอกันจ้า’
   กวินคิดว่าพรุ่งนี้คงคึกคักน่าดู เจอใครต่อใครทั้งวัน คงไม่เหงา ไม่มีเวลาให้จ๋อย ได้พักใจจากพี่อาร์ตบ้างก็ดีช่วงนี้ ถึงอยู่ด้วยกันตลอดแต่กลับห่างเหินพิกล เขาต้องสู้อีกสักเท่าไหร่ จะยาวนานแค่ไหนก็ไม่รู้ ขอตั้งหลักวันนึงเดี๋ยวเขาจะกลับมาใหม่

   วริษฐ์ถูกพี่ใหม่ลากไปซื้อชาที่ร้านคาเฟ่ตึกข้าง ๆ  เขาไม่ได้มาที่นี่นานแล้วเหมือนกันนะ แว่บมาซื้อเครื่องดื่มแล้วก็ไป จริง ๆ เขาชอบร้านน้ำที่อยู่ใต้ตึกตัวเองมากกว่า ไม่รู้พี่ใหม่ติดใจอะไรร้านนี้นักหนา มีโปรอะไรก็ไม่พลาด
   วันนี้ 1 แถม 1 คนเต็มไปหมด เขาเลยเดินสำรวจร้านระหว่างรอ เขาหยุดยืนที่บอร์ด มองหารูปโพลารอยของตัวเอง มันสีจางไปเยอะเลย ตั้งใจจะดูตัวเอง แต่เขากลับเจอใครบางคนในรูปข้าง ๆ กัน ...กวิน... นี่มันอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ สีซีดจางไม่ต่างกันเลยแม้แต่น้อย
   “คุณใหม่ค่ะ!” เขาหันไปตามเสียงเรียก เครื่องดื่มที่สั่งได้แล้ว เขาเดินกลับไปหาพี่ใหม่
   “กินแต่นมคาราเมล ไม่เบื่อหรือยังไง”
   “ไม่เบื่อ ผมชอบแล้วชอบเลย”
   “เอานิสัยแบบนั้นไปใช้กับผู้หญิงบ้างเถอะ ช้ำใจไปแล้วกี่คน” พี่อี้ที่มาด้วยกันพูดกัดขึ้นมา เอาจริง พี่ใหม่ก็เกือบเป็นหนึ่งในนั้น ดีที่ถอนตัว ถอนใจออกมาได้ทัน
   “ไม่รู้มีดีอะไร สู้พี่สันติก็ไม่ได้ คนซื่อ” ใหม่กัดเข้าให้อีกที ก่อนหันไปส่งชาเขียวเย็นให้พี่สันติ ที่งง ๆ ว่าใหม่ตั้งใจจะกัดวริษฐ์ หรือกัดเขาด้วย
   “พี่ใหม่ เรื่องนี้มันช่วยไม่ได้เลยนะ ที่สาว ๆ จะชอบผม” ร่างสูงพูดพลางขยิบตา
   “เนี้ยมันชอบทำตัวแบบนี้ไง” พี่อี้มองท่าทางคนตรงหน้าพลางส่ายหัวอย่างอ่อนใจ
   “ขอให้พอเจอคนที่รักจริง ๆ แล้วเขาไม่เล่นด้วย” ใหม่พูดแช่ง หนุ่มคาสโนว่า ที่ควงสาวไม่ซ้ำหน้า มีสต็อกกว้างใหญ่ มีนัดเกือบทุกเย็น เข้าห้องนั้นออกห้องนี้ ทำไมถึงรู้น่ะหรอ ก็เพราะเคยสนใจไง!!!
   ร่างสูงจำต้องตกเป็นที่ระบายอารมณ์ขุ่นหมองของสาว ๆ อย่างจำยอม โอเค เขาไม่ดี เขามีสาวเยอะแยะ เขาไม่ได้รักใคร เขาฟันไปเรื่อย ...ก็เขายอมผมอยาก ผลประโยชน์ลงตัว ไม่มีใครเสียสักหน่อย มีความสุขด้วยกันทั้งคู่
   “ไปกินข้าวกัน เนี้ยรีบมาซื้อน้ำหวานก่อนกินข้าว แบบนี้ไม่ดีเลยนะครับ” เขามองพี่สันติอย่างขอความช่วยเหลือ แต่ไม่เคยเลย คนซื่อ!!! ผมไม่เคยได้ความช่วยเหลือจากเขา
   “กินอะไรดีอ่ะ” พี่ใหม่เอ่ยถามขึ้นมา
   “นั่นดิ ร้านต้นกล้ามั้ย” พี่สันติเอ่ยถาม เขานึกถึงร้านข้าวที่อยู่ข้างล่างตึกนี้
   “หรือจะคิซุ”
   “คิซุเวลานี้ไม่ไหวหรอก คนแน่น” พี่ใหม่พูดพลางส่ายหน้า ถ้ารู้ว่าจะกินคิซุ เธอคงดิ่งไปนั่นไม่มัวมาซื้อน้ำ
   พวกเขาตัดสินใจมุ่งตรงไปร้านต้นกล้ามองจากหน้าลิฟต์ก็เห็นว่าร้านคิซุคนเยอะแค่ไหน ส่วนร้านต้นกล้าก็ไม่ใช่น้อย แค่ไม่มีมายืนรอคิวแบบอีกร้านนึง
   ร่างสูงมองผ่านกระจกหน้าร้านเข้าไป คนเยอะจริง ๆ แฮะ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับใครบางคน ที่นั่งหัวเราะอยู่กับผู้ชายคนนึง ผู้ชายผิวขาวหน้าตี๋คนนั้น ไม่ใช่พนักงานบริษัทเรา เขามองร่างบางอีกคน เพ่งดูใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสนั่น... ตลกอะไรกันนักหนา
   “วริษฐ์ เป็นอะไร อยากกินคิซุหรอ” อี้ร้องเรียกเมื่อเห็นว่าวริษฐ์หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าร้านนั้นนานสองนาน ไม่ยอมเดินตามมาสักที   
   “เปล่าครับ ก็มองดู เห็นคนเยอะดี”
   ร่างสูงทำเป็นไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ในร้านนั้น แม้จะตะขิดตะขวงใจนิดหน่อย อยากรู้ว่านั่งอยู่กับใคร อยากรู้ว่าคุยอะไรกัน ท่าทางสนุกสนาน มีเรื่องอะไรตลกนักหรอ...
   
   กวินนั่งคุยกับโม่ ขณะที่พี่สาลุกไปห้องน้ำ เขาเปิดประเด็นด้วยการไล่ต้อนอีกฝ่าย ถามว่าชอบใครอยู่หรือเปล่า เจ้าตัวก็ทำหน้าตกอกตกใจ ว่าเขารู้อะไรหรือ เขาเลยตัดสินใจถามอย่างตรงไปตรงมาว่าโม่น่ะ ชอบพี่สาหรือเปล่า คำตอบที่ได้คือ ใบหน้าขึ้นสี กับท่าทางประหม่า เฮ้อออ เด็กน้อยมีความรักชัด ๆ เขายิ้มขำให้ท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ของอีกฝ่าย
   “ชอบทำไมไม่จีบ”
   “กลัวเขาไม่ชอบ” โม่ตอบตามตรง เขาก็อยากจะจีบ อยากจะลองรุกอีกฝ่ายบ้าง แต่พอคิดว่าถ้าพังแล้วจะต้องเสียเขาไป ในสมองก็ร้องเตือนกันใหญ่ว่าอย่าเลย เดี๋ยวมองหน้ากันไม่ติด
   “แล้วถ้าอยู่ ๆ มีหมาคาบไปล่ะ”
   “ไม่มีหรอก นอกจากกวินก็ไม่มีใครเข้าข่ายหมา”
   “เฮ้ย ไอ้โม่ กุไม่ใช่หมา แล้วกุก็ไม่ได้ชอบพี่สา มากไปกว่าพี่สาวด้วย”    
   มีคนที่ชอบแล้วว้อย แต่เขาแค่ยังไม่ชอบกุ เท่านั้นแหละ เฮ้อ ขนาดรุกจีบยังไม่ได้ แล้วไอ้พวกชอบแล้วทำแค่นั่งมอง มันจะไปได้ได้ยังไง
   “คำแนะนำจากกวินคนที่เมิงมองว่ากุเป็นหมา ... เมิงต้องจีบเขา”
   “แต่...”
   “ความรู้สึกดี มันสานต่องอกงามกลายเป็นความรักได้เว้ย”
   “กลัวว่ะ”
   “เชื่อดิ พี่สาเขาต้องชอบอยู่กับเมิงพอสมควร ไม่งั้นไม่ลากไปไหนมาไหนหรอก”
   “ก็เพราะเมิงไม่อยู่ไง”
   “โอย เมิง นั่นไงโอกาสดี”
   “เฮ้ออออ”
   “กล้าหน่อย อยากได้ต้องกล้า”
   “เออไว้กุพร้อมก่อน”
   “พร้อมเร็ว ๆ ไม่งั้นเสร็จ ไม่เชื่อหันไปดูนั่น”
   พี่สากำลังถูกชายหนุ่มชวนคุย จะมาถามทางหรืออะไรก็ช่าง แต่ได้จังหวะพอดิบพอดีเลย เป็นเชื้อไฟที่ดีให้กับโม่ได้ไม่น้อย ว่าถ้าไม่พยายาม ก็ทำได้แค่นั่งดู
   อาหารมาเสิร์ฟก่อนที่สาจะกลับมานั่งพอดิบพอดี ทั้งคู่พับเก็บบทสนทนาเมื่อครู่เอาไว้ แต่ในใจของโม่กำลังตกตะกอน เขารู้ว่าเขาควรจะเริ่มสักที
   วริษฐ์เดินออกจากร้านต้นกล้า เขาสอดส่ายสายตามองเข้าไปในร้านคิซุ ที่ ๆ เมื่อกี้มีใครบางคนนั่งอยู่ แต่พอตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นแก๊งผู้หญิงแทน พวกเขาคงกินเสร็จก่อนแล้ว เขาไม่ได้อยากสนใจอะไรอีกฝ่ายเท่าไหร่หรอก ก็เผื่อเดินกลับตึกพร้อมกันแค่นั้นเอง
   ร่างสูงเดินไปเก็บกล่องข้าวของกวินที่ห้องครัว ตั้งใจจะเดินไปให้ที่โต๊ะถึงมือ ทำไมน่ะหรอ ไม่รู้เหมือนกัน แค่อยากทำแบบนั้น
   พอเดินไปถึง โต๊ะนั่นกลับว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของกวิน ...
   “อ้าว วริษฐ์ มีอะไรหรือเปล่า” พี่ผู้ชายที่นั่งตรงข้ามกวินเอ่ยทักเขา เพราะว่าเห็นร่างสูงหยุดยืนมองโต๊ะกวิน
   “กวินล่ะครับ”
   “อ๋อ กวินไปห้องน้ำ”
   “ครับ ผมเอาของมาคืนเขาเฉย ๆ”
   “วางไว้เลย พี่บอกให้”
   “ขอบคุณครับ”
   เขาจำต้องวางกล่องข้าวที่ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วทิ้งเอาไว้บนโต๊ะของกวิน แล้วเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานตัวเอง
   วันนี้เขาหงุดหงิดทั้งวัน อยากเจอวันนี้ไม่โผล่มาให้เจอแม้แต่น้อย อยากคุยด้วยก็ไม่ยักทักมา ทั้งที่ทุกวันจะต้องทักมาถามนั่นนี่ตลอดแท้ ๆ
   เขาหงุดหงิดใจจนแทบอยากยกเลิกนัดตอนเย็น แล้วก็ได้แต่บ่นกับตัวเอง ว่าเป็นบ้าอะไร

   พอเลิกงานร่างสูงก็ออกไปพร้อมกับหญิงสาวคนสวยฝ่ายกฎหมาย กว่าเขาจะวนรถออกจากที่จอดได้ เกือบครึ่งชั่วโมง วริษฐ์ก็ยิ่งหงุดหงิด แล้วก็ยังมาติดหนึบหนับตรงทางออกอีก เขาขมวดคิ้วแน่น รถยนต์ของวริษฐ์ค่อยไหลออกไปทีละนิด ๆ แล้วก็จอดติดอยู่หน้าตึก ช่วงที่คนเลิกงาน และพากันแย่งออกจากตึก แย่งกันกลับบ้านรถก็จะติดแบบนี้ ร่างสูงมองนั่นมองนี่ ไม่มีอารมณ์ป้อแซวสาว สาวเจ้ารายนี้ก็ไม่ใช่สาวช่างจ้อ บรรยากาศในรถก็ยิ่งอึดอัดแปลก ๆ
   วริษฐ์ก็เลยเปิดเพลงแก้เครียด เกลียดรถติดจริง ๆ
ขณะขับรถให้เคลื่อนที่ไปทีละนิด ๆ เขาสะดุดตาที่ใครบางคน กวิน... ร่างบางถูกผู้ชายตัวสูงใหญ่กอดคอเอาไว้แน่น เขาจ้องภาพนั้นจนตาแทบถลน กลางวันคนนึง เย็นคนหนึ่ง มิน่าวันนี้ถึงได้เงียบหาย

   ‘ก็ในวันนั้นฉันเอง ที่เป็นที่คนทำร้ายเธอ
   ทำเธอเจ็บช้ำเสมอ
   ไม่เคยจะมองว่าเธอเป็นคนสำคัญ’
   [กรรมตามสนอง : MILD]


   ร่างสูงยิ่งขมวดคิ้วหนัก ก่อนกดเปลี่ยนคลื่นวิทยุ หาเพลงที่มันรื่นเริงหูฟัง

   ‘ว่าฉันไม่เคยจะเหงา ไม่คิดถึงเลย
   เห็นเธอกับเขาทีไร หัวใจยังรู้สึกเฉยๆ
   ไม่คิดถึงเลย ไม่เคย ฉันไม่เคยคิดถึงเธอทุกวัน’
   [ไม่คิดเลย : NAP A LEAN]


   ร่างสูงหงุดหงิดใจไม่น้อย เมื่อเจอแต่เพลงที่...  พาให้อารมณ์ดาวน์ เขากดเปลี่ยนอีกครั้ง และได้แต่คิดว่าถ้ายังเจอเพลงที่ทำให้อารมณ์ดาวน์ก็จะปิดมันซะ

   ‘อยู่ตัวคนเดียวฉันเริ่มจะชิน
   ไม่ค่อยจะอินเรื่องราวความรักเท่าไหร่
   ผู้คนเข้ามาก็ผ่านไป
   อยู่ตัวคนเดียวมานานเท่าไหร่ฉันเองไม่รู้
   ว่าเพราะอะไร ฉันทำอะไรผิดไป’
   [Bad Luck : Lipta and The Toys]


   เขาไม่ใส่ใจในเนื้อเพลง อย่างน้อยจังหวะมันก็ฟังสบาย ...ใช่เขาอยู่คนเดียวจนชิน
   “วริษฐ์เป็นอะไรคะ วันนี้ดูอารมณ์ไม่ดี” หญิงสาวคู่ควงนัดเดทวันนี้เอ่ยถามขึ้นมา หลังจากเธอเฝ้ามองดูพฤติกรรมของวริษฐ์มาตลอด เขาดูหงุดหงิดไม่สบายใจ คิ้วขมวดตลอดทาง
   “ผมปวดหัวนิดหน่อย กินข้าวแล้ว ผมขอกลับไปนอนก่อนนะ”
   วริษฐ์รู้สึกกระวนกระวาย ในใจของเขามันไม่สงบ กินข้าวก็ไม่อร่อย พูดคุยก็ไม่สนุก ไม่รู้ว่าเป็นอะไร... เขาไม่รู้
   หลังกินข้าวเสร็จ วริษฐ์ก็ขับรถตรงดิ่งกลับบ้าน เขาไม่ได้ปวดหัว ไม่เลยสักนิด ก็แค่ไม่มีอารมณ์ ไม่สนุก ไม่อยากสานต่อ ร่างสูงจอดรถที่หน้าบ้าน ดับเครื่อง แล้วก็นั่งแช่อยู่แบบนั้น เขาไม่รู้เลยว่าทำไมมันเป็นแบบนี้ ทุกทีก็ไม่ได้อะไร อยากจะตีตัวออกห่างด้วยซ้ำ แต่วันนี้เขากลับ...เขาอยากเจอ...
.
.
[งอแงคิดถึงเขา แต่ไม่อยากยอมรับ ไล่เขาไปเองก็คิดถึงเอง
อยากเว้นระยะห่างแต่ตัวเองกลับอยากเข้าไปใกล้ ย้อนแย้งเป็นบ้า
//มีปมกันทั้งคู่ ชีวิตนี้มันซับซ้อน
 :katai1:
///ตอนนี้เพลงทิ่มเเทงอารมณ์ก็จะเยอะหน่อย เพลงที่เราฟังนี่แหละฮือ
มาขอเพลงเศร้าที่เราได้มีเป็นล้าน ทำตัวเป็นดีเจ อิอิ
ไปเล่นกันในแท็ก #เพราะเราเคยพบกัน ได้นะคะ]

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด