♡ I Met You เพราะเราเคยพบกัน : บทที่ 31 อนาคตของเรา 1/12/64 (ขอให้สมรสเท่าเทียม)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ♡ I Met You เพราะเราเคยพบกัน : บทที่ 31 อนาคตของเรา 1/12/64 (ขอให้สมรสเท่าเทียม)  (อ่าน 16077 ครั้ง)

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 23 ผมรักพี่ ผมรู้แค่นั้น

   วริษฐ์ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า คนตัวเล็กหายไป ในห้องมีแค่เขาคนเดียว เขามองรอบห้องก็ไม่มีวี่แววของกวิน ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพลางบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะเดินงัวเงียอกจากห้องลงมาตามหาคนตัวเล็ก เขาเดินก้าวลงบันได แต่ลงมา ได้แค่ครึ่งทางก็ได้กินหอมของ...ข้าวผัด? ไฟข้างล่างสว่างไสว เขาหยุดยืนมองอยู่ตรงนี้ บ้านหลังเล็กขนาดที่เขามองจากบันไดก็สามารถที่จะมองเห็นไปถึงในครัว ว่ากวินกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ ผัดข้าวผัดงั้นหรือ ดูคล่องแคล่ว
   เสียงบันไดทำให้กวินรู้ว่าอีกคนตื่นลงมาแล้ว
   “ขอโทษที่ใช้ครัวโดยพละการนะครับ”
   ร่างสูงพยักหน้าพลางถามต่อ “ทำอะไรน่ะ”
   “ข้าวผัดไข่ครับ ในบ้านพี่ไม่มีอะไรเลย ผมเลยเดินไปร้านขายของช่ำ ที่อยู่ไม่ไกล”
   ร่างสูงเดินลงมาจากบันไดพลางมองสำรวจบ้านหลังนี้หลังจากที่ไม่ได้ทำมานาน เขาเหมือนคนแปลกหน้าในบ้านของตัวเอง ไม่ค่อยคุ้นชินนักกับบ้านหลังนี้ ทั้งที่เขาอยู่ที่นี่มาตลอด แต่กลับรู้สึกห่างไกล เหมือนที่นี่ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ที่ ๆ ทำให้เขาอุ่นใจได้เลย เขามักจะใช้พื้นที่แค่ในห้องของตัวเองเท่านั้น ที่นั่นเขารู้สึกอบอุ่นปลอดภัยมากที่สุด ร่างสูงกวาดตามองบ้านเต็ม ๆ ตา ความทรงจำต่าง ๆ ไหลวนกลับมาอีกครั้ง
   ไม่ว่าจะตรงไหนก็มีกลิ่นอายของเธอ ความทรงจำของเธออบอวลอยู่เต็มบ้านไปหมด ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็เจอ ที่ครัวนี้ เขาเห็นภาพเธอซ้อนทับกับกวิน เธอที่มักทำอาหารให้เขาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง หันมายิ้มให้พร้อมถามว่า อันนี้อร่อยหรือยังด้วยน้ำเสียงใจดี และเมื่อเขาชมว่าอร่อย เธอก็จะยิ้มให้เขา

   ‘อาร์ตต้องกินเยอะ ๆ นะรู้มั้ย’

   ร่างสูงกอดกวินจากด้านหลัง “รู้สิครับ ผมรู้”
   “พี่อาร์ตว่าอะไรนะครับ ตะแต่กอดแบบนี้ผมผัดข้าวไม่สะดวกนะ”
   วริษฐ์รู้ว่านี่คือกวินไม่ใช่เธอ เขาจึงจูบประทับไปที่ต้นคอขาวเบา ๆ  ก่อนคลายอ้อมกอด พลางสูดดมกลิ่นหอมของข้าวผัด ร่างสูงถอยออกมาให้พื้นที่คนตัวเล็กได้ผัดข้าวผัดต่อ

   เขามองสำรวจบ้าน เพื่อนึกถึงความทรงจำเก่า โซฟาตัวนั้น เขาเคยนอนหนุนตักเธอเพื่อนอนดูทีวี เธอจะลูบผมเขา มันมักทำให้เขาเคลิบเคลิ้มแล้วหลับใหลไปบนตักของเธอ ไม่ว่าเขาจะนอนนานแค่ไหน เธอก็ไม่เคยบ่น แต่จะคอยใส่ใจ ปัดยุงให้เขา
   ความทรงจำเหล่านั้นดูเหมือนผ่านมาเนิ่นนาน และจืดจางไปตามกาลเวลา รอยยิ้มของเธอเขายังจำได้ คำที่เธอบอกรักเขา ยังคงตราตรึง แต่เธอเลือกที่จะทิ้งเขาไป... ความทรงจำแสนสุข จึงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขามีความสุขได้อีกต่อไป
   เขาเดินไปนั่งรอกวินที่โต๊ะกินข้าว ที่ตรงนั้นที่เธอเคยป้อนข้าวเขา

   ร่างบางเดินเอาจานข้าวผัดมาวางให้ตรงหน้าเขา กลิ่นหอมของข้าวผัดร้อน ๆ
   วริษฐ์ใช้มือสั่นเทาหยิบช้อนขึ้นมา ก่อนจะตักข้าวเข้าปากขณะน้ำตาไหลหยดลงข้างแก้ม กินข้าวเคล้าน้ำตา
   “พี่อาร์ต เป็นอะไรครับ มันร้อนลวกปากหรอ”
   วริษฐ์ส่ายหน้าปฏิเสธ
   ร่างบางตื่นตระหนกเมื่ออยู่ดี ๆ คนตรงหน้าเริ่มร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ ไม่มีเสียงสะอึกสะอื้น มีแค่น้ำตาที่ไหลหยดออกมาไม่ขาดสาย คนตัวเล็กขยับลุกเดินอ้อมไปหาร่างสูงก่อนกอดเขาเอาไว้แน่น
   “ทำไมเธอถึงทิ้งผม...”
   เธอ? ใคร ใครทิ้งพี่อาร์ต ตั้งแต่รอบก่อนที่เขาลุกขึ้นมาร้องไห้กลางดึกแล้ว เธอคือใคร  แฟนเก่า เมียเก่า ใครสักคนที่ยังติดอยู่ในใจของพี่อาร์ตจนไม่มีที่ให้กวินแทรกตัวเข้าไป
   “เธอคือใครหรอครับ”
   “เธอ...คือผู้หญิงที่บอกว่ารักพี่ แต่ทิ้งพี่ไป”
   หัวใจของกวินมันชาไปหมด แต่ก็ยังอยากรู้ เธอรักพี่ พี่ก็ยังรักเธอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขา เธอคนนั้นเป็นคนแบบไหน ที่ทำให้พี่รักเธอหมดหัวใจขนาดนี้ ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าสักวันผมจะเป็นคนที่พี่รัก ได้สักเศษเสี้ยวที่พี่รักเธอ... ผมหวังมากไปหรือเปล่า
   “พี่อาร์ต พี่มีอะไร บอกผมได้ทุกเรื่องเลยนะ”
   
   เมื่อ 20 ปีก่อน
   เสียงดังโวยวายจากบนบ้าน ทำให้เด็กอย่างผมที่นั่งดูรายการการ์ตูนเรื่องโปรดอยู่ ถึงกับต้องหันมองเป็นพัก ๆ ก่อนที่แม่จะเดินลงมาจากบนบ้านพร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ เธอวางกระเป๋าไว้ข้าง ๆ ผม ขณะดึงผมเข้ามากอด
   “อาร์ต แม่รักอาร์ตมากนะลูก”
   “ครับ ผมก็รักแม่” เด็กชายตัวน้อยกอดตอบแม่แน่น “แม่ครับ เอากระเป๋าใบใหญ่ไปไหน”
   “ไม่ได้ไปไหนหรอกลูก เดี๋ยวแม่จะไปซื้อเค้กชอคโกแลตมาให้ลูกกินนะ”
   “ครับ ผมรอนะ”
   “อาร์ต ยังไงแม่ก็รักอาร์ตนะ”
   เธอหอมแก้มลูกชายตัวน้อยฟอดใหญ่ด้วยความรัก และหัวใจสลาย นี่คือครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้พบเขา ความรักระหว่างเธอและพ่อของเด็กชายสิ้นสุดลง ไม่สามารถไปต่อกันได้อีก ความเจ็บช้ำน้ำใจที่ถูกละเลยความรู้สึกทำให้เธอรู้สึกไร้ค่า และเมื่อมีใครที่เห็นคุณค่าของเธอ เธอจึงโผเข้าหาเขา ลูกชายสุดรักไม่เคยรู้เรื่องนี้ เธออยากพาเด็กชายไปด้วย แต่พ่อของเขาไม่ยอมให้เธอพาเขาไป  เสียงตะคอกยังดังก้องหู “ถ้าเธอจะไป เธอก็ไป แต่ห้ามเอาลูกไป ลูกผม ผมดูแลเอง”
   ผู้เป็นแม่โบกมือให้เด็กชายเป็นการร่ำลา แต่เด็กน้อยไม่รู้เลย ว่าแม่จะไม่กลับมาเหมือนทุกครั้ง
   เด็กชายนั่งรอแม่ เขาหวังว่าจะได้กินเค้กชอกโกแลตของโปรด ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ไม่มีทีท่าว่าแม่จะกลับมา เด็กชายจึงออกไปนั่งรอผู้เป็นแม่ที่หน้าบ้าน ไม่รู้นานแค่ไหน ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม แม่ก็ยังไม่มา

   เป๊าะแป๊ะ เป๊าแป๊ะ

   หยาดฝนเม็ดเล็กเริ่มตกลงกระทบหลังคา เด็กชายก็ยังนั่งรออยู่ที่เดิม เขาไม่สนใจเค้กชอกโกแลตอีกต่อไป แต่เขาต้องการเจอแม่
   “อาร์ตเข้าบ้าน”
   “ไม่ครับ ผมจะรอแม่”
   ฝนเริ่มตกหนักจนซัดสาดให้เด็กชายตัวน้อยหนาวสั่น
   ผู้เป็นพ่อร้องเรียกอีกครั้ง แต่เด็กชายก็ยังดื้อดึง ฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตาจนมองอะไรไม่เห็นนอกจากหยดน้ำ
   “อาร์ต เข้าบ้าน!!!” น้ำเสียงของผู้เป็นพ่อเริ่มแปรเปลี่ยน เขาตะโกนเสียงดังแข่งกับสายฝน แต่เด็กชายตัวน้อยกลับนั่งอยู่ที่เดิม ความอดทนของผู้เป็นพ่อจึงหมดลง เขาเดินมากระชากแขนให้เด็กชายลุกขึ้นตามเขาเข้าบ้าน แต่เด็กคนนั้นกลับขืนตัวเอาไว้ ทำให้มือหนาฟาดลงไปบนแขนและก้นของเด็กชายหลายต่อหลายครั้ง เด็กชายร้องไห้เสียงดังแข่งกับสายฝนที่เทกระหน่ำ ความเจ็บปวดและความไม่เข้าใจว่าเหตุใด พ่อต้องโกรธเขา ทั้งที่เขานั่งรอแม่ พ่อไม่รอแม่หรอ พ่อไม่รักแม่หรอ เขาทำผิดอะไร
   เพราะผู้เป็นพ่อยังรัก... เขายังรักแม่ แม้ละเลย แต่ก็ยังรักแค่คนเดียว ความรู้สึกตอนนี้ราวกับโดนหักหลัง ความรักจึงกลายเป็นความโกรธ
   “เขาไม่กลับมาอีกแล้ว!!! ร้องไห้ให้ตาย รอให้ตาย เขาก็ไม่กลับมา แม่ทิ้งเมิงแล้ว”
   “แม่ ฮืออออ” เด็กชายไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างได้หมด แต่คำว่าถูกทิ้ง ก็ทำให้เขาเจ็บปวด “แม่ครับบบ”
   เด็กชายถูกพาตัวกลับไปบนห้องนอน ผู้เป็นพ่อนั่งอยู่อีกมุมของห้อง เขาไม่เปิดไฟ ปล่อยให้ทั้งเขาและลูกอยู่ในความมืด ห้องสว่างวาบเป็นพัก ๆ จากสายฟ้าที่แลบลงมาเป็นช่วง พายุฝนด้านนอกรุนแรงน่ากลัว ฟ้าผ่าฟาดเปรี้ยงเสียงดัง เด็กชายนอนขดตัวอยู่บนที่นอน ร้องไห้แข่งกับสายฝน ไม่มีคำปลอบโยน ไม่มีอ้อมกอดอุ่น ไม่มีคำพูดจาสักคำ ไม่มีคำขอโทษส่งมาถึงเขา เขาที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ต้องได้รับผลจากการกระทำของผู้ใหญ่ เหมือนพ่อกับแม่กรีดมีดลงมาที่กลางใจของเขาจนเป็นแผลเหวอะหวะ เด็ก 8 ขวบ ที่โดนทำร้ายร่างกายและจิตใจ เขาทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องไห้ ...เขานอนสะอื้นอยู่บนที่นอนจนหลับไปพร้อมน้ำตา
   
   “พี่อาร์ตครับ พี่อาร์ต“
   ร่างสูงสะดุ้งเมื่อกวินเรียกเขาซ้ำ ๆ พาเขากลับมาจากความทรงจำวัยเยาว์ คนที่เขารักที่สุด และคิดว่าเขาจะไม่มีวันทอดทิ้ง กลับทิ้งเขาให้เคว้งคว้าง ขนาดแม่แท้ ๆ ยังทิ้งเขา คนอื่นก็คงไม่ต่างกัน
   “กวิน...”
   “ครับพี่”
   “เขาทิ้งพี่ไป”
   “ใครหรือครับ”
   กวินถามออกไปตรง ๆ ก่อนนิ่งรอคำตอบ ในใจปั่นป่วนหวั่นไหว อ้อมกอดที่เขามอบให้กับวริษฐ์นั้นแน่นหนา แต่ไม่รู้ว่าจะกักขังหัวใจของอีกฝ่ายเอาไว้ได้มั้ย

   ใครคือคนที่พี่อาร์ตเฝ้านึกถึง
 
   ใครคือคนที่พี่อาร์ตยังคงฝังใจ

   ใครคือคนที่พี่อาร์ตยังคงรัก

   ใคร...?

   เขาเพียงอยากรู้ว่าเป็นคนแบบไหน เขาพอจะมีอะไรไปสู้กับคนในใจของพี่ได้บ้างหรือเปล่า ตอนนี้ในใจของเขาทั้งอยากรู้ ทั้งตื่นกลัว ถ้าหากว่าคุณคนนั้นดีแสนดี แล้วเขาจะสู้ได้ยังไง
   “พี่ไม่ดีตรงไหน”
   พี่อาร์ตพูดเสียงอู้อี้ กวินฟังไม่รู้เรื่อง จึงคลายอ้อมกอดออกเพื่อจะถามซ้ำ
   “พี่อาร์ตว่ายังไงนะครับ”
   “พี่...ไม่ดีตรงไหน”
   กวินคว้ามือหนามากุมเอาไว้ ก่อนยกมันแนบแก้ม
   “สำหรับคนอื่น ผมตอบให้ไม่ได้” มือบางลูบหลังมือของอีกฝ่ายไปมา “พี่อาร์ตสำหรับผม...ไม่มีตรงไหนที่พี่ไม่ดี ไม่มีตรงไหนที่ผมไม่รัก”
   ดวงตาคมมีประกายวูบไหว กวินคิดแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่า รักนั้นของกวินจะยาวนานแค่ไหน เขาดีขนาดนั้นเลยหรือ ดีพอที่จะไม่ถูกทิ้งหรือเปล่า เขาปฏิเสธที่จะรักพร้อม ๆ กับโหยหาความรัก ทุกสิ่งที่เป็นอยู่มันจึงบิดเบี้ยว สนุกสนานไปกับความฉาบฉวยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะทิ้งใคร เพราะมันจะไม่มีการเริ่มต้น... แต่กวินกลับทำเขากลัว กลัวจะพาตัวเองไปเสียใจ
   “ใครไม่รักพี่ ผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าผมรักพี่แค่นี้”
   “พี่ไม่ได้ดีขนาดนั้น”
   “พี่ดีพอสำหรับผมแล้ว พี่ช่วยผมทุกครั้งที่ผมต้องการความช่วยเหลือ พี่ทำให้ผมอบอุ่นใจทุกครั้งที่ถูกพี่กอด”
   วริษฐ์หลุบตามองต่ำ เขาในตอนนี้ไม่ได้มีความมั่นใจในตัวเองแม้แต่น้อย ไม่กล้าเพราะกลัวจะเสียใจ
   พอเห็นแบบนั้น กวินก็ดึงอีกคนเข้ามากอดไว้อีกครั้ง
   “ให้ผมแบ่งเบาความเจ็บปวดของพี่นะ”
   “อื้อ”
   ร่างบางกระชับอ้อมกอดหลังได้ยินคำพูดเขานรับเสียงเบา   
   “ไม่เป็นไรนะพี่อาร์ต”
   “เธอ...” วริษฐ์เตรียมจะเล่าถึงคนที่ทิ้งรอยแผลเอาไว้ในใจของเขา
   กวินนิ่งฟัง มือไม้เย็นเฉียบ เหมือนบรรยากาศรอบตัวมันนิ่งสงบ หัวใจของเขาเหมือนกำลังจะหยุดเต้น ขณะลุ้นว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ
   “...แม่น่ะ เขาทิ้งพี่ไปตั้งแต่พี่ยังเด็ก”
   กวินรู้สึกเหมือนโล่งใจเมื่ออีกฝ่ายเฉลยออกมาว่าคนที่อยู่ในความทรงจำของเขา คือแม่ แต่ในใจกลับยิ่งสงสาร คนที่เขาพร่ำเพ้อถึงคือแม่ คนที่ควรจะให้ความรักความอบอุ่นกับเขามากที่สุด
   “เพราะไม่มีอะไรดี เขาถึงทิ้งพี่ไว้”
   “พี่อาร์ตอย่าพูดแบบนั้น คนดีของผม เรื่องนี้พี่ไม่ผิด มันไม่ใช่เพราะพี่หรอกครับ” กวินพยายามหาถ้อยคำมาปลอบโยนคนในอ้อมแขน
   “...”
   “ตอนนั้นพี่อาร์ตอายุเท่าไหร่”
   “แปดขวบ”
   โธ่ เด็กน้อยแปดขวบของกวิน...พวกผู้ใหญ่น่ะเขาบอกให้ทำอะไรก็ต้องทำ เขาคิดว่านั่นคือความรัก พอเขาอยากทำอะไรเขาก็ไม่เคยถามเรา เขาตัดสินใจเอาเองเสมอ เราไม่เคยได้มีส่วนในการตัดสินใจ ไม่เลยแม้นั่นจะเป็นชีวิตของเราเองก็ตาม จนกว่าเราจะโตพอ พอที่จะหนีออกไปได้ เหมือนตัวเขาในตอนนี้ ที่หนีออกมา
   “แปดขวบเอง เราเป็นเด็ก ผู้ใหญ่เขาจัดการเองโดยไม่ได้ปรึกษาเรา เราไม่รู้เรื่องอะไรหรอกครับ เจ็บปวดมากใช่มั้ย แต่ขอให้พี่รู้ไว้...ว่าผม รักพี่ที่สุดเลยครับ จะไม่มีวันทิ้งพี่”
   ร่างสูงกลับยิ่งร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินคำปลอบโยน เหมือนเขากลับไปเป็นเด็กชายวัยแปดขวบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขามีคนกอดปลอบ
   วริษฐ์ได้ยินคำที่เขาอยากฟัง คำที่มีแต่คนที่รักเขา ถึงจะพูดแบบนี้ให้กับเขาได้ รักเทิดทูลเชื่อใจ และเชื่อมั่นในตัวเขามากกว่าใคร ทั้งที่ตัวเขาบางทีก็ยังไม่เชื่อใจตัวเองเลยด้วยซ้ำ
   “ไม่เป็นไรนะครับ ผมอยู่ตรงนี้กับพี่นะ”
   ร่างบางก้มลงประทับจูบบนหน้าผากของวริษฐ์ เพื่อปลอบโยนเขา
   วริษฐ์กอดกวินแน่น เขาเคยเป็นเด็กชายแปดขวบที่โทษตัวเองมาตลอดว่าเพราะเขาไม่ดี แม่ถึงทิ้งเขาไป เพราะเขาไม่ดี ทุกคนถึงจากเขาไป แต่กวินกลับมอบพื้นที่ให้เขา บอกเขาว่าพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขา ให้อ้อมกอดที่เด็กแปดขวบคนนั้นไม่ได้สัมผัสจากใคร นอกจากต้องทนฟังเสียงพายุ และร้องไห้จนหลับไปเอง
   
   หลังจากปล่อยให้ความเงียบ และอ้อมกอดปลอบโยนอีกฝ่าย เขารอให้พี่อาร์ตหยุดร้องไห้ไปเอง เหมือนที่อีกฝ่ายรอเวลาที่เขาร้องไห้ เสียงสะอึกสะอื้นเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ เว้นระยะห่างมากขึ้นสำหรับการสะอื้นในแต่ละครั้ง จนเมื่อเห็นว่าพี่อาร์ตหยุดร้อง เขาจึงชวนคุย
   “พี่อยู่บ้านคนเดียวหรอ”
   คนตัวสูงพยักหน้าหงึกหงัก แต่ไม่ตอบ
   “ทำความสะอาดบ้านหมดนี่เลยหรอ”
   “พี่จ้างแม่บ้านอาทิตย์ละครั้ง” ข้างล่างไม่มีอะไรเยอะอยู่แล้ว มีแค่ฝุ่น เขาไม่ได้ใช้พื้นที่ตรงนี้เลย มีแค่ห้องนอนข้างบนเท่านั้นที่เป็นพื้นที่ของเขา เขาใช้บ้านทาวเฮาส์ให้เหมือน ห้องพักห้องเล็ก ๆ
   “อ๋อ แล้ว...” กวินทำท่าจะถามต่อ แต่ก็ยั้งปากเอาไว้ เขาอยากถามว่าทำไมพี่อยู่คนเดียว แต่ก็กลัวจะไปทำร้ายจิตใจของเขาให้บอบช้ำยิ่งกว่าเดิม “กินข้าวกันดีกว่า” ถ้าอีกฝ่ายอยากเล่า ตอนไหนเขาก็คงจะได้ฟัง ถึงตอนนั้นเขาก็จะรับฟังมันอย่างตั้งใจ แต่ตอนนี้ถ้าอีกฝ่ายไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร เขาจะรอ ตอนนี้แค่พี่อาร์ตยอมให้เขาเข้ามาบ้าน เขาก็ดีใจจนไม่รู้จะยังไงแล้ว ได้รู้จักเขา ได้ปลอบโยนเขา ได้เป็นที่พึ่งให้เขาบ้าง เขาก็พอใจแล้ว...
   ร้องไห้ก็ใช้แรง วริษฐ์หิวจนตาลาย เขามองข้าวผัดไข่สีเหลืองสม่ำเสมอสวยงาม กลิ่นหอม วริษฐ์เริ่มกินมันอีกครั้ง รสชาติอร่อย น้ำตาไม่ไหลหยดลงมาเหมือนตอนแรก อาหารของกวินอบอุ่น
   ผู้ชายสองคนกำลังมีความสุข ความสุขเรียบง่ายที่เกิดจากการได้กินของที่อร่อย เหมือนหัวใจของวริษฐ์ถูกมือบาง ๆ ของกวินโอบกอดเอาไว้ บ้านที่เงียบเหงา คล้ายจะมีชีวิตชีวาขึ้นมา แค่ได้นั่งกินข้าวด้วยกัน
   เขาลอบมองกวิน ‘ผมรู้แค่ว่าผมรักพี่แค่นี้’ คนตัวเล็กพูดถ้อยคำหนักแน่นกับเขา ทำเอาเขาคล้อยตาม... และอยากจะเชื่อกับคำพูดนั้น
   วริษฐ์มองสำรวจใบหน้าของกวิน ความคิดสับสนกลับสะดุด...ซีกหน้าด้านขวาของกวิน มันเป็นรอยช้ำสีม่วง ๆ เขียว ๆ เห็นแล้วกลับมีอารมณ์อื่นแทรกเข้ามา ไม่สบอารมณ์ ยิ่งดวงตานั่นอีก รอยช้ำใต้ตานั่นทำให้เขาอยากปกป้องกวิน เหมือนที่กวินพยายามจะดีกับเขาทุกอย่าง
   
   วริษฐ์ตัดสินใจให้กวินมาอยู่บ้านกับเขา เพราะเขาเป็นห่วง ไม่อยากให้เติ้ลมาระรานกวินอีก เขาจะปกป้องกวินเอง จะดูแลกวินด้วยตัวเขาเอง เขาจึงมาส่งกวินที่ห้อง ให้เจ้าตัวเก็บข้าวของย้ายมาอยู่กับเขาเป็นการชั่วคราว จนกว่าเติ้ลจะเลิกราไปเอง หรือไม่เขาจะไหว้วานให้เต๋าจัดการให้
   กวินหยิบของไปเยอะแยะ เสื้อผ้าของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์วาดรูปและอีกหลายอย่าง จนเหมือนจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว
   วริษฐ์มองกวินที่พยายามจะยัดข้าวของทั้งหลายลงกระเป๋าใบใหญ่

   เหมือนวันนั้นแม่ของเขาก็เก็บข้าวของลงกระเป๋าใบใหญ่ เดินออกไปหันหลังให้เขา และไม่เคยได้พบเจอกันอีกเลย ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง ยังมีชีวิตอยู่มั้ย เขาก็ไม่รู้ ... แม้ว่าเขาจะอยากรู้ความเป็นไปของแม่ แต่ก็ไม่กล้าพอ กลัวไปแล้วจะพบว่าแม่ไม่ต้องการเจอเขา มันจะยิ่งซ้ำเติมให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม
   
   “พี่อาร์ต เรียบร้อยแล้ว”
   “ครับ”
   เป็นอีกครั้งที่กวินดึงเขากลับมาจากห้วงความคิดแสนเศร้า กวินคอยปัดเป่าความเจ็บปวดของเขา เยียวยาเขาด้วยมือบอบบางนั่น
   
   กวินไปนอนอยู่บ้านพี่อาร์ต เขาขอใช้ครัว ขอทำนั่นทำนี่ ปัดกวาดเช็ดถู ซื้อยาสามัญประจำบ้านมาใส่ตู้ยาใหม่ และดูแลอีกฝ่ายเท่าที่จะทำได้ คอยกล่อมให้หลับ คอยเตือนเวลาสูบบุหรี่จัดเกินไป เขาเป็นห่วงพี่อาร์ตมาก เพิ่งรู้ว่าเขามักจะสูบบุหรี่จัดเมื่อจิตใจฟุ้งซ่าน และต้องพึ่งยานอนหลับเมื่อหัวใจมันปั่นป่วนจนยากจะข่มตาลงนอนได้ อาจจะดูจุ้นจ้านไปบ้าง แต่เขาห่วงอีกฝ่ายด้วยใจจริง ยิ่งรู้ว่าเขาแบกรับบาดแผลอะไรไว้ ก็ยิ่งไม่กล้าเรียกร้องอะไร ให้กวินได้ดูแลแบบนี้เรื่อย ๆ ก็พอ เกือบอาทิตย์แล้วที่เขาอยู่ที่นี่ มันเรียบง่ายที่เราอยู่ด้วยกัน
   กวินมีความสุขที่สุดเพราะช่วงนี้พวกเขาตัวติดกันยิ่งกว่าอะไร วริษฐ์ไม่เห็นจะมีนัดตอนเย็นอะไรอีกแบบที่เคยมี ก็เห็นว่ามีเวลาให้เขาตลอด นี่นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเขาหรือเปล่า ที่อีกฝ่ายยอมให้เวลากับเขาทั้งหมด
   เข้านอนด้วยกัน นอนกอดกันแบ่งปันไออุ่น และตื่นนอนพร้อมกัน วริษฐ์อาบน้ำก่อน ส่วนกวินทำอาหารเช้าไว้รอ ก่อนจะไปอาบน้ำแล้วมากินข้าวเช้าด้วยกัน ไปทำงานพร้อมกัน กลับบ้านพร้อมกัน ใช้เวลาที่เหลือหมดวันไปด้วยกัน เหมือนคู่แต่งงานใหม่ พวกเขาดูแลซึ่งกันและกัน ลบเลือนความรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว

...แต่ทว่ายังไม่เคยมีคำว่ารักหลุดออกมาจากปากของวริษฐ์ แม้แต่คำเดียว
.
.
[เป็นซึม สงสารเด็กน้อย
แต่พี่อาร์ตถึงปากแข็ง แต่ใจอ่อน
ยอมให้น้องมาถึงบ้าน เดี๋ยวจะรู้...]

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ต้องให้เวลาอิพี่มันหน่อย  อิพี่มันมีปม

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 24 พบคนสำคัญ


ติ้ง

               วริษฐ์ควานมือหาโทรศัพท์ขณะที่มีคนตัวเล็กนอนหลับพริ้มอยู่บนแขนข้างซ้าย เพราะจังหวะรักหนักหน่วงเมื่อหัวค่ำ ทำให้กวินหมดแรงจนหลับไป

               ‘เมิงอาทิตย์หน้า ให้กุไปเป็นเพื่อนมั้ย’ เป็นเต๋าที่พิมพ์แชทมาหาเขา ไปไหนวะ เขานัดอะไรใครไว้หรอ

               อาทิตย์หน้า เขาเปิดปฏิทินดู เพราะอยู่กับกวินเขาแทบลืมวันลืมคืน ไม่รู้วันเลยว่าวันอะไร มันไม่ได้สำคัญอะไรเป็นพิเศษ ตอนทำงานก็จดจำวันเวลาได้ปกติ แต่พอกลับบ้านแทบจะลืมเลือนทุกอย่าง แค่ใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้ไปด้วยกันกับกวินเท่านั้น เขาก็ไม่รับรู้อะไรอีก

               แรก ๆ เขาตั้งใจให้กวินมาหลบพักชั่วครั้งชั่วคราว เขาอยากจะดูแลกวินบ้างชดเชยที่อีกฝ่ายทำดีกับเขามาตลอด แต่ไม่รู้ทำไม นับวันกวินกลับทำให้เขารู้สึกว่า ดีเหลือเกินที่มีอีกคนอยู่ที่นี่ด้วย นับวันกวินก็ยิ่งแทรกเข้ามาอยู่ในทุกกิจกรรมของเขา ตั้งแต่ตื่นนอนจนหลับตา บางครั้งโผล่มาแม้กระทั่งในยามหลับฝัน

               เขารู้ว่าเขากำลังจะเคยชิน กับเสียงเรียกให้กินข้าว เสียงเรียกให้นอน เสียงบ่นเวลาเขาสูบบุหรี่ เสียงครวญครางหวานหยดยามเขากลั่นแกล้ง เขากำลังจะเสพติดเสียแล้ว ในใจทั้งกังวลทั้งอยากลิ้มลอง แบ่งปันพื้นที่ส่วนตัวให้ใครบางคนเข้ามา แอบอยากจะลองเปิดรับดูกับการมีใครสักคนข้างกาย คนที่ทำให้เขายิ้ม คนที่กอดเขาเอาไว้ในวันที่เขาไร้เรี่ยวแรง กวินทำหน้าที่นั้นได้ดี หลายต่อหลายครั้งที่เขาได้อ้อมกอดของกวินเยียวยาหัวใจ ลึก ๆ เขาเชื่อว่ากวินคงอยู่เคียงข้างเขา ตราบที่เขาไม่ออกปากไล่ ...

               เขาคงไม่ไล่... เพราะตอนนี้เขาขอสารภาพกับหัวใจตัวเองอย่างซื่อตรง เขารู้สึกมีความสุข...ในทุกวัน ความสุขเรียบง่ายที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ในจุดนี้ได้ยังไง เขาแค่อยากมีความสุขแบบนี้ตลอดไป



               มีความสุข...



               จนลืมวันสำคัญ... ลืมนึกถึงไปชั่วขณะ



               ...



               วันที่พ่อ...



               วันสำคัญที่ตอนนี้เขาเกือบจะลืมไปแล้ว วันที่พ่อจากเขาไป อาทิตย์หน้าก็ครบรอบแล้ว ผ่านวนมาอีกปี ปกติเต๋าไปเป็นเพื่อนเขาทุกปี ส่วนคนอื่น ๆ ก็แล้วแต่ถ้าไม่ติดอะไรก็จะไปด้วยกัน เพราะเป็นวันธรรมดา คนที่ว่างสุดก็คงเป็นเต๋า

               “ไปสิ พ่อกุคิดถึงเมิงแย่” วริษฐ์พิมพ์ตอบกลับ พ่อรู้จักเต๋า รู้จักเพื่อนเขาทุกคน วันที่พ่อจากไปเต๋าก็อยู่กับเขา วันนั้นมันเวียนมาอีกครั้ง

               

               ชั่วขณะที่นึกถึงพ่อขึ้นมา ความสัมพันธ์ของผมกับเขาไม่ค่อยดีนัก หลังจากวันนั้นเราก็ห่างเหินกันไปโดยสิ้นเชิง พ่อแทบไม่เป็นผู้เป็นคน จากคนเก่งบ้างาน กลายเป็นคนขี้แพ้ที่เอาแต่กินเหล้าสูบบุหรี่ ใช้เวลาให้มันผ่านไปวัน ๆ ละเลยผม บางวันผมได้กินข้าวแค่มื้อเดียวแต่พ่อก็ไม่เคยตบตีหรือทำร้ายร่างกายกันเหมือนคืนวันนั้น ...

               แต่ผมก็เป็นแค่เด็กชายที่น่าสงสาร พยายามดิ้นรนมีชีวิต ถ้าหิวก็ดื่มน้ำเยอะ ๆ หาอะไรในตู้เย็นที่พอกินได้ออกมากิน ญาติจะแวะซื้อของมาทิ้งเอาไว้เยอะ ๆ หลายถุงใหญ่ มีคนที่สงสารเรา เพราะสนิทสนมกับพ่อ น้องสาวของพ่อ น้าสาวของผม เธอเวทนาแวะมาดูแลเป็นประจำ พาผมไปอยู่ด้วยชั่วครั้งชั่วคราว แต่ก็ได้ไม่นาน เพราะน้ามีธุรกิจอยู่ที่จีน ต้องบินไปที่นั่นบ่อยครั้ง เป็นญาติคนเดียวที่ผมสนิทด้วย เราไม่ยุ่งเกี่ยวกับญาติฝั่งแม่ และญาติฝั่งพ่อก็ดูจะเกลียดผมอยู่พอสมควร ผมเคยได้ยินว่าย่าเรียกแม่ว่าแพศยา ตอนเด็กอาจไม่เข้าใจ แต่พอโตมาก็รับรู้ได้ถึงความหมาย

               หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็ค่อย ๆ ฟื้นตัว เขากลับไปบ้างานเหมือนเคย แต่ยังคงนิ่งเฉยใส่ลูกชายคนเดียวของเขา เพราะผมเหมือนแม่ ดวงตาเหมือนกันจนพ่อรู้สึกไม่ดี พ่อดูแลผมทางกาย แต่ไม่ดูแลทางใจ ไม่เคยพูดคุยหยอกล้อเติมเต็ม หรือโอบกอดกัน พวกเรามักเงียบใส่กันเสมอเมื่ออยู่บ้านด้วยกัน สิ่งที่ทำให้รู้ว่าพ่ออยู่บ้าน คือกลิ่นบุหรี่ของเขา ที่โชยมาจากระเบียงบ้าน พอเข้ามัธยม ผมก็ดูแลตัวเอง ไปโรงเรียนเอง พ่อจะวางเงินเอาไว้ให้ที่หน้าทีวี เราคุยกันน้อย หลบเลี่ยงกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันเป็นแบบนั้นตลอดมา

               ครั้งแรกที่พ่อยิ้มให้เขาคือวันที่ผมสอบติดมหาวิทยาลัย เหมือนอะไร ๆ จะดีขึ้น เราก็ยังคงอยู่ด้วยกันด้วยสายสัมพันธ์พ่อลูก ที่ไม่สนิทกัน แต่เราก็มีกันเท่านี้ ผมไปอยู่หอ นาน ๆ จะเจอกันที เพราะห่างกัน การเจอกันถึงได้ดูเหมือนจะมีความหมายมากขึ้น พ่อแก่ขึ้นทุกวัน ส่วนผมเติบโตขึ้น ... แม้จะบิดเบี้ยวไปบ้าง แต่ผมก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้



               แต่แล้ววันนั้นวันที่ฟ้าเหมือนจะถล่ม ตอนที่อยู่หอกับเต๋า กำลังเล่นเกมกันอยู่ เบอร์ของพ่อโทรมาหาผม แต่พอรับสายคนโทรมากลับไม่ใช่พ่อ พร้อมบอกข่าวร้ายว่าที่พึ่งสุดท้ายของผมได้จากไปแล้ว จากไปจริง ๆ ไม่มีหวนคืน พ่อของผมเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ เพราะขณะนั้นฝนตกหนักทัศนวิสัยไม่ดี

               และเป็นอีกครั้งในวันที่พายุคลั่งได้พาคนสำคัญไปจากผม



               นาทีนั้น

               วริษฐ์ผลุนผลันออกไปจากห้อง โดยมีเต๋าวิ่งตาม วริษฐ์อยากจะไปพบพ่อของเขา เขาวิ่งฝ่าฝนออกไป เต๋าพยายามคว้าอีกคนเอาไว้ เพราะรถมาเร็ว สายฝนเย็นเฉียบทำให้ทั้งคู่เปียกปอน น้ำที่ไหลลงจากใบหน้าของวริษฐ์ไม่ได้มีแค่น้ำฝน แต่ยังเจือไปด้วยน้ำตา

               เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว ทุกคนทิ้งเขาไปหมด...

               

               ...



               แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียว

               เขาเหลือบตามองคนในอ้อมแขน มองแผ่นอกเนียนที่ขยับขึ้นลงสม่ำเสมอ มีอยู่คนหนึ่ง ... ที่อยู่ดี ๆ กลับพยายามวิ่งเข้าหา วิ่งเข้ามาที่เขาอย่างสุดความสามารถ วิ่งเข้าหาคนอย่างเขา ไม่ว่าเขาจะพยายามไล่ออกไปก็ตาม

               เขาลูบไล้เส้นผมนุ่มของกวินด้วยความเคลิบเคลิ้ม ก่อนขยับไปจุ๊บขมับอีกคนเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู มือหนารั้งเอวอีกฝ่ายให้แนบชิด เพื่อแบ่งปันไออุ่น เขาดึงผ้าห่มขึ้นห่มตัวเองกับกวินเอาไว้ ก่อนจะหลับไปโดยมีคนตัวเล็กอยู่ในอ้อมแขนทั้งคืน



               วริษฐ์ที่รับลูกแมวจรมาอยู่ด้วย เขาให้อิสระ และอนุญาตให้กวินทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ทำได้ทุกอย่าง จะทำอะไรในบ้านหลังนี้ก็ได้ เขาไม่ได้ติดอะไร ไม่รู้ทำไมกวินถึงทำให้บ้านหลังน้อยกลับมีชีวิตชีวา ทำให้บ้านกลายเป็นบ้าน ไม่ใช่คอนโดที่อ้างว้าง วริษฐ์สามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของตัวเอง โดยไม่รู้สึกว่าเหงา เพราะเขามีกวิน



               “พี่อาร์ต ดูการ์ตูนกัน”

               ร่างสูงพยักหน้าหงึกหงัก กวินติดการ์ตูน ดูหลายเรื่องมาก มีหลายแนว มีทั้งการ์ตูนตลก ๆ การ์ตูนบู๊เลือดสาด สู้รบหุ่นยนตร์ สารพัดอย่าง ทำให้เขาพลอยดูการ์ตูนไปด้วย หลังจากไม่ได้ดูมาเนิ่นนาน มันสนุกดีนะ มิตรภาพ รอยยิ้ม ฟลุกโชน อะไรเถือก ๆ นี้

               กวินเปิดการ์ตูนก่อนจะกลับมานั่งบนโซฟา เขานั่งห่างจากวริษฐ์ไปอีกฝั่งของโซฟา ทำให้วริษฐ์ถึงกับหันไปมองทุกทีนั่งชิดจนแทบจะนั่งบนตักของเขาอยู่แล้ว

               แปะ แปะ

               มือบางตบตักตัวเองเบา ๆ เป็นการเรียก ให้ร่างสูงนอนตัก

               วริษฐ์ไม่ปฏิเสธคำเชิญ เขาเอนตัวลงนอนบนตักอุ่นของกวิน นอนดูการ์ตูนเพลิน ๆ พร้อมปล่อยให้กวินลูบไล้เส้นผมของเขา

               “ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับพี่”

               “พี่ก็มีความสุขที่ได้อยู่กับกวิน”

               “เอ๋ ครับ” กวินได้แต่ตกใจ ไม่คิดว่าพี่อาร์ตจะตอบกลับมาแบบนั้น เขาถึงได้แต่เขินหน้าแดง ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ให้เผลอร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจ

               วริษฐ์หันมามองกวิน เงยหน้ามองใบหน้าเนียนที่ตอนนี้กำลังข่มอารมณ์ดีใจ แต่ก็ปิดไว้ไม่มิด เพราะดวงตาคู่นั้นดูมีความสุขมากเหลือเกิน เขายกมือขึ้นลูบไปที่แก้มนวล ลูบไล้มาที่สันกราม ลงมาที่ริมฝีปากนุ่ม

               “ขอพี่จูบหน่อยสิ”

               เพราะพี่อาร์ตเอ่ยขอ ผมจึงโน้มหน้าลงไปหาเขา พร้อมแตะประกบริมฝีปากแผ่วเบา

               แต่วริษฐ์กลับไม่ยอมปล่อยคนตัวเล็กไปง่าย ๆ เขาใช้มือรั้งต้นคออีกฝ่ายเอาไว้ พร้อมกับมอบจูบที่ร้อนแรงยิ่งกว่ามาให้ เขาบดริมฝีปากบางอย่างโหยหา ทั้งที่มีไม่เคยขาด ทั้งที่ตัวติดกันขนาดนี้ แต่เขาไม่เคยจะเบื่อกวินเลย กลับยิ่งต้องการมากขึ้นเหมือนกับเสพติด ยาเสพติดที่ทำให้เขารู้สึกดี

               “อื้อ” ร่างเล็กร้องครางประท้วงเมื่อวริษฐ์ไม่ยอมปล่อยมือ

               วริษฐ์ถอนจูบเพื่อมองสำรวจคนตัวเล็ก ใบหน้าแดงก่ำ กับหยดน้ำตาที่เอ่อคลอดวงตา ทำให้ดางตากลมเป็นประกายสวยงาม

               เขามองจ้องลงไปในดวงตาคู่สวย เหมือนว่าดวงตาคู่นั้นมันจะสะท้อนสิ่งทีอยู่ในใจของกวินออกมา มันเต็มไปด้วยความรักที่อีกคนมีให้เขา มันท้วมท้นออกมาให้เขาได้สัมผัสมัน

               มือหนาลูบไล้ใบหน้าบางอย่างหวงแหน แล้วเขาล่ะตกลงนี่ใช่ความรัก ...ใช่มั้ย?

               พวกเขาดูการ์ตูนกันเงียบ ๆ ยิ้มขำให้กับมุกตลกไร้สาระ

               “กวินครับ วันพุธหน้าว่างมั้ย” วริษฐ์เอ่ยถามขึ้นมา หลังจากการ์ตูนจบตอน และกำลังหมุนโหลดตอนต่อไป

               “ฮะ ครับ นอกจากไปทำงานก็ว่าง”

               “ลางานไปกับพี่ได้มั้ย”

               “ไปไหนครับ”

               “พี่จะพาเราไปเจอคนสำคัญของพี่”

               “ผมไปด้วยได้หรอ”

               “พี่อยากให้เราไปด้วยกัน”

               “ผมจะไปครับ”

               ไม่รู้ว่าต้องไปเจอใครแต่ถ้าพี่อาร์ตบอกว่าเป็นคนสำคัญ เขาก็ต้องพยายามวางตัวให้ดี ไม่ให้พี่อาร์ตผิดหวังขายหน้าที่จะพาเขาไปเจอ



               คืนวันอังคารที่คนตัวเล็กกำลังยืนล้างจาน อาหารค่ำที่เพิ่งกินหมดไป แม้วริษฐ์จะบอกว่าเดี๋ยวค่อยล้างก็ได้ นั่งพักให้ข้าวเรียงเม็ดก่อน กวินก็ยืนยันจะล้างเลย ถ้าปล่อยไว้ กลัวจะขี้เกียจ

               คนตัวสูงที่มาหยุดยืนอยู่ข้างหลังมองกวินล้างจาน กวินทั้งทำกับข้าวทั้งล้างจานจนเขาเกรงใจ วันนี้เขาว่าจะทำเอง อีกคนก็รีบเหลือเกิน เดี๋ยวต้องจัดเวรกันแล้ว เขาไม่ได้พากวินมาเป็นคนใช้ ไม่ได้พามาเป็นแม่บ้าน เป็นแขกเสียด้วยซ้ำที่เป็นอยู่จึงดูจะเป็นการเอาเปรียบน้องมากจนเกินไป แต่เดี๋ยวค่อยว่ากัน เขาต้องพูดถึงวันพรุ่งนี้ก่อน

               “กวินพรุ่งนี้เราไปวัดกันนะ”

               “อ่ะ ครับ”

               ร่างเล็กตอบรับพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย คนสำคัญของพี่อาร์ตอยู่ที่วัด? พระหรือ ดีที่บอกก่อน เขาจะได้แต่งตัวให้สำรวม

               “ออกจากบ้านสักเจ็ดโมง”

               “ได้ครับ พี่อาร์ตจะใส่ชุดอะไร ผมจะได้หยิบวางเตรียมให้”

               “จะดีเกินไปแล้วนะ หรือพี่จะเลิกจ้างแม่บ้านดีมั้ย ก็เราน่ะทั้งรีดทั้งซักให้ แล้วยังจะวางเตรียมให้อีก เราจะทำพี่แม่บ้านเขาตกงานแล้วนะ” คนตัวสูงพูดแซวยืดยาว เพราะคนตัวเล็กปรนนิบัติเขาดีจนเกินไป

               กวินคว่ำจานใบสุดท้าย สะบัดน้ำที่มือ ก่อนหันมาย่นหน้าใส่คนตัวสูง เขาก็อยากทำเท่าที่อยากทำ ก็แค่อยากดูแลเท่านั้นเอง

               “เดี๋ยวขึ้นไปหยิบมาเตรียมด้วยกันก็ได้” วริษฐ์พูดพลางลูบหัวคนตัวเล็ก

               กวินส่งยิ้มหวานให้ ไม่รู้ทำไมพี่อาร์ตถึงได้อบอุ่นขนาดนี้ เขารู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพี่อาร์ตกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ มันมีแต่ความสุข พี่อาร์ตยิ้มแย้มให้เขาในทุกวัน มักทำให้หัวใจของเขาพองโตอยู่เสมอ

               “พี่อาร์ตไปวัดมีเตรียมอะไรเพิ่มมั้ยครับ”

               “เดี๋ยวเราไปซื้อด้วยกันวันพรุ่งนี้”

               “ครับ ให้ผมช่วยอะไรบอกนะ” ผมยินดีช่วยเหลือพี่เขาเท่าที่ผมจะทำได้ ให้เขาเห็นว่าผมสำคัญ และจำเป็น ควรคู่อยู่เคียงข้างเขา เพราะสำหรับผมแล้ว การที่เราอยู่ด้วยกันทุกวันแบบนี้มันดีจนผมไม่กล้าคิดแล้วว่าวันที่ไม่มีพี่อาร์ตอยู่ด้วย ผมจะเป็นยังไง

               “เราน่ะหรอ...” เขาพูดพลางเว้นวรรคชั่วอึดใจ “ช่วยทำตัวน่ารัก ๆ แบบนี้นั่นแหละ”

               “ฮะครับ” กวินหน้าแดงพลางหลบดวงตาคมที่จับจ้อง คำพูดคำจาพี่อาร์ตหวานหยดขึ้นกว่าแต่ก่อน ขยันหยอดเขาเรื่อย เขาพอจะรู้แล้วว่าทำไมสาว ๆ ถึงติดใจเขากันนัก ทำไมถึงได้มีแต่คนมารายล้อมอยู่รอบตัวเขา นอกจากจะหน้าตาดี ใจดี แล้วยังปากหวานขยันหยอดแบบนี้นี่ไง!

               วริษฐ์มองท่าทางเขินอายของคนตรงหน้าแล้วนึกขำ เขาเดินสาวเท้าเข้าประชิดตัว ก่อนเชยคางคนตัวเล็กให้หันกลับมาสบตา

               “อืม หน้าแดงขนาดนี้แค่เพราะคำพูดพี่...” เขามองก่อนส่งยิ้มล้อเลียน “คนเก่งกล้าของพี่หายไปไหน เจ้าแมวดำ ที่บอกว่าจะทำให้พี่รักน่ะไปไหนแล้ว”คนตัวสูงพูดล้อเลียนยกใหญ่ เมื่อดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้กวินจะค่อย ๆ หน้าบางน่าแกล้งมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

               “พี่นั่นแหละ เปลี่ยนไป”

               “พี่เป็นแบบนี้อยู่แล้วนะคะ” คนตัวสูงพูดคะขาได้อย่างน่าหมั่นไส้ ปกติเวลาเขาหว่านเสน่ห์สาว เขาก็เป็นแบบนี้ ทว่ากับกวินที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน ทำให้เขารู้สึกกระดากอยู่ไม่น้อย แถมเจ้าตัวยังขยันยั่วยวนเขา เสนอตัวมาให้เขาสนอง ดูเป็นคนประเภทที่กล้าได้กล้าเสีย ดูก๋ากั่น เขาจึงคิดว่าไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องทำแบบนั้น ทั้งที่ความจริง อีกฝ่ายนั้นขี้อายแม้จะทำเหมือนไม่อายแต่ใบหูกลับแดง ใบหน้านั่นกลับร้อนวูบวาบ ยิ่งรู้จักยิ่งรู้สึกว่าคนตรงหน้านั้น... น่ารัก น่าทะนุถนอมแค่ไหน และแพ้ทางเวลาที่เขาหยอกล้อ แก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อนั้น น่ารัก ... จนแทบจะลืมไปเลยว่าคนตรงหน้าคือผู้ชายอกสามศอกเหมือน ๆ กัน ...

               “ไม่เคยเป็นกับผม ผมไม่ยักรู้ว่าพี่ช่างหยอดขนาดนี้”

               “นั่นสินะ ต่อจากนี้ให้เตรียมใจรับมือได้เลย”

               ไม่พูดเปล่า กลับขยับมาจูบที่ปลายจมูก จนกวินหลับตาหนี ทุกทีเป็นฝ่ายยั่วยวนเขา พอถูกต้อนบ้าง ก็อดจะหวั่นใจไม่ได้ ไม่ใช่ไม่ชอบนะ ชอบมาก... จนกลัวว่าหัวใจจะทำงานหนักจนหัวใจดวงนี้จะวายตายไปซะก่อน

               วริษฐ์ขยับออกพลางยิ้มเผล่ ได้แกล้งสักหน่อย เขาไม่กล้าจูบไปที่ริมฝีปากบาง เพราะกลัวจะหยุดไม่อยู่ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ต้องเตรียมตัวอะไรอีกมาก เขาจะต้องไม่เหนื่อยจนเกินไปในคืนนี้



               วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ตื่นแต่เช้าแต่งตัวเซตผมกันยกใหญ่ กวินแต่งตัวให้สอดคล้องกับคนพี่ เสื้อโปโลสีขาวกับกางเกงยีนส์ขายาวเรียบร้อยไร้รอยขาด ทั้งคู่แต่งเหมือนกันเปี๊ยบ แต่กลับให้อารมณ์ต่างกัน คนหนึ่งสูงหล่อเหลา อีกคนหนึ่งไปทางเรียบร้อยน่ารัก

               วริษฐ์ขับรถพากวินไปตลาดเช้า เพื่อทานข้าวและซื้ออาหารกับข้าวร้านโปรดของพ่อ หลังจากนั้นแวะไปร้านสังฆภัณฑ์เพื่อซื้อสังฆทาน และธูปเทียนดอกไม้สด

               พวกเขาไปถึงวัด เป็นวัดเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างร่มรื่น วริษฐ์กับกวินเห็นเต๋าผ่านกระจกหน้ารถ

               เต๋ามาถึงก่อน เขาจึงนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ไม้ใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ พลางเล่นเกมไปด้วย ตัวเต๋าเองวันนี้ก็แต่งตัวเรียบร้อยไม่ต่างกัน เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีด

               เต๋ามองกวินที่ก้าวลงมาจากรถ นึกแปลกใจที่เห็นกวิน ไม่คิดว่าจะพามาด้วย ทุกทีมักมีแค่เขา ไม่ก็เพื่อนคนอื่นถ้ามีใครว่าง ส่วนใหญ่ก็จะติดธุระ แต่รอบนี้มีพาคนใหม่มาด้วย ดูยังไงก็เกินกว่าจะเป็นรุ่นน้องที่บริษัทแล้ว หรือหลังจากวันนั้น มันมีอะไรเกิดขึ้นที่เขาไม่รู้ ช่วงนี้วริษฐ์เบี้ยวนัดพวกเขามาหลายนัดแล้วด้วย

               “พี่เต๋าสวัสดีครับ”

               “สวัสดีครับน้องกวิน” เต๋าทำท่าจะมาสกินชิพเล็ก ๆ น้อย ๆ กับกวิน แต่กลับถูกซองขาวจากมือของวริษฐ์ขวางไว้

               “เอ้า จบสิ”

               เต๋าจำใจรับซองปึกนั้นมาถือไว้ และจบตามที่ร่างสูงสั่ง วริษฐ์เดินกลับไปหยิบถังสังฆทานมาส่งให้เต๋าช่วยถือ ขณะที่ตัวเองหอบข้าวปลาอาหารเอาไว้

               ส่วนกวินถือธูปเทียนดอกไม้สดต่าง ๆ ไว้ ขณะที่คนตัวสูงก้าวนำทุกคนเข้าไปในศาลาวัด พวกเขาถวายสังฆทาน และทำการกรวดน้ำเป็นที่เรียบร้อย

               วริษฐ์เดินนำทุกคนไปที่เจดีย์เล็ก ๆ ที่เก็บอัฐิ กวินมองตามอยู่เงียบ ๆ วริษฐ์พามาไหว้ใครหรือ พอไปถึงตรงนั้น ร่างสูงก็หันมาดันกวินให้เดินนำไปข้างหน้า

               “พ่อครับ นี่กวินนะครับ”

               กวินเลิ่กลั่ก เมื่อรู้ว่าตรงหน้านี้คือพ่อของพี่อาร์ต พี่อาร์ตพาเขามาเจอพ่อ ... เขาทำอะไรไม่ถูก รีบยกมือขึ้นไหว้เจดีย์นั้นทันที

               “สวัสดีครับ”

               “พ่อครับ ผมมาหาแล้ว มากับเต๋าเหมือนเดิม แต่วันนี้พิเศษหน่อย มีหน้าใหม่มาด้วย ผมฝากพ่อดูแลกวินอีกคนนะครับ”

               กวินได้แต่ก้มหัวโค้งให้เจดีย์ด้วยความงุนงง และตื่นตกใจ สรุปแล้วที่พี่อาร์ตอยู่ตัวคนเดียวก็เพราะแบบนี้ ทั้งจากเป็น และจากตาย ทำให้พี่อาร์ตเหลือตัวคนเดียว เพราะเหตุการณ์สูญเสียทำให้เขาเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่กล้าเปิดใจให้ใครเข้ามา ... กวินรู้สึกสงสารคนตัวสูงจับใจ เขายกมือขึ้นกุมฝ่ามือหนาที่จับไหล่ของเขาเอาไว้

               วริษฐ์บีบไหล่บางเบา ๆ เพื่อบอกว่า ไม่เป็นอะไร เขาไม่ได้เป็นอะไร ยังคงปลอดโปร่งดี

               พวกเขาช่วยกันจัดการ จัดการทำความสะอาดพื้นที่หน้าเจดีย์ ล้างแจกันดอกไม้ก่อนจะใส่ดอกไม้สดลงไปทำให้ที่ตรงนี้ดูมีชีวิตชีวา พวกเขาวางอาหาร และกับข้าวทั้งหลาย ของกินทั้งคาววางถูกจัดเรียงลงในภาชนะ และวางไว้ที่หน้าเจดีย์

               วริษฐ์จุดธูปสามดอกเขาส่งให้เต๋ากับกวินคนละดอก

               ร่างสูงพนมมือหลับตานิ่ง ‘พ่อครับ สบายดีมั้ย ผมซื้อกับข้าวร้านโปรดพ่อมาด้วยนะ ผมยังคิดถึงพ่อเสมอ กินข้าวให้อร่อยนะ’

               เขาปักธูปลงในกระถางธูป เถ้าและทรายในกระถางค่อนข้างแข็งต้องใช้แรงสักหน่อย แต่ดีที่เทน้ำลงไปไว้ก่อนแล้วไม่งั้นคงปักธูปไม่เข้า พอพวกเขาปักธูปกันเรียบร้อย จึงขยับถอยออกมายืนสงบนิ่งใต้ร่มไม้

               ดวงตาของวริษฐ์ไม่ละไปจากธูปเลย เขาพูดกับเต๋าเหมือนเช่นทุกครั้งที่มาด้วยกัน   

               “เต๋าไปนิมนต์พระให้หน่อยดิ”

               “เออ รอแปป”

               เต๋าที่คุ้นชินกับหน้าที่ของเขา เขาทำแบบนี้เสมอแหละเป็นคนไปนิมนต์พระตลอด เพราะเพื่อนเขามักจะหยุดยืนนิ่ง ๆ มองธูปที่ค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ แบบนี้ตลอดทุกครั้ง เหมือน ณ ขณะนี้ ธูปคือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงสองพ่อลูกเอาไว้

               กวินขยับมายืนข้าง ๆ พลางจับมือคนตัวสูงเอาไว้

               “คุณพ่อครับ ผมจะดูแลพี่อาร์ตเอง”

               คนตัวสูงหันมองคนตัวเล็กพลางส่งยิ้มให้

               “อื้อ ผมเจอคนที่จะดูแลผมแล้วครับ ไม่ต้องห่วงเลย ดูแลดียิ่งกว่าอะไร” เขาพูดพลางกระชับฝ่ามือนุ่ม

               หลังจากนั้นทั้งคู่ไม่พูดอะไรอีก เพียงแต่ยืนนิ่ง ๆ กุมมือกันเอาไว้ ยืนเหม่อมองธูปที่กำลังลดลงอยู่เคียงข้างกันเท่านั้น



               ธูปหดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งดับ ฝ่ามือชื้นเหงื่อของคนทั้งคู่ยังจับกันไม่ปล่อย หยดเหงื่อไหลซึมจากหน้าผากลงมาตามแก้ม ร่มไม้ก็สู้แสงแดดตอนนี้ไม่ได้

               ไม่นานเต๋าก็กลับมาพร้อมกับพระท่านทั้งหมด 4 รูป พวกเขาเริ่มทำพิธีสวดบังสุกุลให้กับพ่อผู้ล่วงลับด้วยจิตใจที่สงบ กวินได้แต่พนมมือเอาไว้ ในใจภาวนาถึงคุณพ่อของวริษฐ์ในใจ ‘ขอให้ท่านพักผ่อนอย่างสบายใจ เพราะเขาจะอยู่เคียงข้างพี่อาร์ตแทนเอง’



               หลังจบพิธีกรรม พวกเขารู้สึกสงบนิ่งอย่างประหลาด วริษฐ์เก็บข้าวของใส่ถุงเงียบ ๆ จัดการเคลียร์อะไรต่อมิอะไรโดยมีเต๋าและกวินคอยช่วย

               “ไปก่อนนะพ่อ” เขาพูดลาผู้เป็นพ่อ ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเขาอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า หรือจะได้ยินที่พูดหรือไม่ แต่เขาก็อยากจะเชื่อ เชื่อว่าพ่ออยู่ไม่ไกลจากเขา และได้ยินที่เขาพูด

               “สวัสดีครับคุณอา” เต๋าพูดพลางยกมือไหว้ เขามาทุกปี จากนี้ก็คงจะมา ถ้าหากว่าสองคนนั้นไม่ได้อยากมาด้วยกันแค่สองคนละก็นะ เขาพูดพลางชำเลืองมองทั้งสองคนที่ยืนอยู่ข้างกัน

               “เอาล่ะ ไปกันเถอะ” วริษฐ์พูดพลางกลับหลังหันก้าวเท้าเดินนำ แต่เดินไปไม่กี่ก้าวก็ได้ยินคำพูดแว่ว ๆ มาตามลม เสียงของกวินตามหลังมา

               “คุณพ่อครับไว้ผมจะมาใหม่”

               วริษฐ์อมยิ้มให้กับคำพูดนั้น ก็มาสิ อยากมาก็มาด้วยกัน



.

[พี่อาร์ตกำลังเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจนกวินต้องคอยบอกหัวใจให้เต้นช้าลงหน่อย

เขาชินกับการมีกวิน เขามองกวินเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและตั้งใจว่าจะลอง 'เปิดใจ'

ยินดีกับกวินนนนนน นี่แหละวันวาเลนไทน์!!!]


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
พี่อาร์ตกำลังจะเปิดใจ พี่จะไม่เหงาอีกต่อไปแล้วนะ

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 25 ทำให้ชัดเจน

   วริษฐ์รู้สึกเพลีย ๆ  น่าจะเพราะแดดที่ร้อนพอกลับถึงบ้านเขาทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวที่โซฟาทันที ตื่นเช้ามาทำนั่นทำนี่ มันง่วงมากเลย กวินตามมานั่งบนพื้นข้าง ๆ เขา ก่อนขยับไปหอมแก้มคนตัวสูง
   “นอนพักซะนะครับ”
   “นอนด้วยกันมั้ย”
   “ไม่ครับ เดี๋ยวไม่ได้พัก” กวินพูดตอบพลางแลบลิ้นทะเล้น
   วริษฐ์ยกมือขึ้นขยี้หัวอีกคนด้วยความมันเขี้ยว มันทะเล้นทะลึ่งนักนะ
   “พี่อาร์ตอยากตื่นกี่โมงผมจะได้ปลุก”
   “พี่ของีบชั่วโมงสองชั่วโมง”
   “ครับ เดี๋ยวผมมาปลุกนะ”
   กวินปล่อยให้วริษฐ์นอนพัก ส่วนเขาลุกไปเตรียมอาหารกลางวันเอาไว้หน่อย เจ้าชายนิทราตรงนั้นจะต้องตื่นมาหิวแน่ ๆ เพราะนี่ก็ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว แต่ดูเหมือนว่า เขาจะง่วงมากกว่าหิว พอจัดแจงทำอาหารง่าย ๆ เขาที่รู้สึกร้อนรู้สึกเหนียวตัวก็ไปอาบน้ำให้สดชื่นหน่อยดีกว่า
   ร่างบางหลังจากทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็มานั่งมองใบหน้ายามหลับของวริษฐ์ มองไม่รู้เบื่อคนอะไรมีใบหน้าที่หน้าหลงใหลขนาดนี้ รู้สึกอย่างกับตัวเองเป็นโรคจิตเลย
   “ปลุกกี่โมงดีนะ”
   ก่อนจะคิดต่อ มือถือของวริษฐ์ก็แผดเสียงดัง ปลุกเจ้าของมือถือให้ตื่นขึ้นมา โดยที่กวินไม่ต้องปลุกวริษฐ์รู้สึกตัว ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง มือก็ขยับควานหามือถือ ขณะที่กวินหยิบมือถือใส่มือให้กับวริษฐ์
   “สวัสดีครับ
   “คุณไม่ติดต่อมาตั้งนานแล้วนี่ครับ
   ครับ?   
   พรุ่งนี้?
   อ๋อ ก็ได้ครับ”
   วริษฐ์พูดโทรศัพท์ทั้งที่ยังหลับตาอยู่ เขาพูดด้วยน้ำเสียงติดจะแหบ ๆ กวินถือวิสาสะแอบฟัง แต่ก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่
   วริษฐ์กดวางสาย เขาลืมตาตื่นขึ้นมา พลางมองกวินที่กำลังจ้องเขาตาแป๋ว ตื่นมาก็เจอหน้าเลย...
   “ทำอะไรกิน หอมจัง” กินหอมของกับข้าวลอยฟุ้งไปทั่วบ้าน
   “ต้มจืด แล้วก็หมูทอดกับน้ำจิ้มมะขาม”
   “น่ากิน”
   “จะกินเลยมั้ยครับ”
   “กินสิ
   กวินจึงลุกจะไปเตรียมกับข้าวให้ ขณะที่มือหนาคว้าข้อมือกวินเอาไว้
   “ครับ”
   “พี่อยากกิน แล้วเราจะไปไหน”
   “ไปอุ่นข้าว”
   พี่จะกินเรา”
   “พี่อาร์ต...” กวินเขินเล็กน้อยกับคำพูดนั้น
   ร่างสูงลุกขึ้นนั่งพลางใช้มืออีกข้างตบตักเรียกอีกคนให้เข้ามาหา
   กวินเดินเข้าไปนั่งตักอย่างว่าง่าย
   มือหนาโอบรอบเอวของกวินแน่น เขาซุกหน้าลงกับลำคอขาว
   “หอมจังเลย เพิ่งอาบน้ำมาหรอ”
   “ครับ”
   วริษฐ์พรมจูบไปที่ต้นคอขาว เขาถอดเสื้อยืดตัวบางออกก่อนจะไล่จูบตั้งแต่ต้นคอ ไหล่บาง แล้วแผ่นหลังเนียน จูบตามแนวกระดูกสันหลัง
   กวินเม้มปากเมื่อมือหนาสอดเข้าไปในกางเกงของเขา และหยอกล้อกับส่วนอ่อนไหวของเขา
   “เก็บเสียงทำไมล่ะกวิน” วริษฐ์พูดหยอกพลางงับที่ใบหูของกวิน ลิ้นร้อนแลบเลีย
   “พี่อาร์ต”
   “อยากให้พี่ดูแลตรงไหนดี”
   “อื้อ”
   มือหนากำรอบก่อนขยับมือขึ้นลงให้คนในอ้อมแขนตัวสั่นสะท้าน
   “กวินตั้งใจจะรักพี่ไปถึงเมื่อไหร่” วริษฐ์ถามขณะที่มือยังคงขยับไม่หยุด
   “รัก...ไปเรื่อย ๆ ครับ อ่ะ อึก พี่”
   “เด็กดี” เขาขยับมือจนร่างบางกระตุกเกร็งปลดปล่อยออกมา
   กวินหอบหายใจพลางทิ้งตัวลงพิงแผงอกกว้าง วริษฐ์สวมกอดอีกฝ่ายแน่น
   “พี่อาร์ต”
   “ครับ”
   “แล้วพี่อาร์ตล่ะ...” รู้สึกรักผมขึ้นมาบ้างหรือยัง
   “พี่ว่าพี่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าไม่มีกวิน พี่จะอยู่ยังไง”
   กวินหันขวับด้วยความตกใจกับประโยคที่ได้ยิน กำลังจะถามต่อ กลับถูกริมฝีปากอุ่นจูบปิดปากเอาไว้แทน จูบที่ราวกลับอยากจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว ดวงตากลมมีน้ำตาเอ่อคลอหน่วย มือบางคว้าจับอกเสื้อของวริษฐ์เอาไว้แน่น จูบที่ได้รับทำให้เขารู้สึกดีมากจนกลัวว่าตัวจะลอยถ้าหากไม่คว้าจับอีกฝ่ายเอาไว้
    จูบที่ลิ้นร้อนไล้วนไปทั่ว จูบที่ทำให้ลิ้นของทั้งสองกี่ยวกะหวัดกันจนแทบจะพันกัน มือหนาบีบเคล้นอยู่ที่ต้นขาอวบ กวินรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ดุนดันก้นของเขาอยู่
   วริษฐ์ถอนจูบเมื่อรู้สึกราวกับจะหมดลมหายใจ ดวงหน้าสวยหวาน ทำให้เขานึกอยากรังแกให้รุนแรง
   “ฮื่อ” กวินครางขณะพลิกหมุนตัวมาหา เรียวขาเนียนพาดอยู่บนต้นขาแกร่งขณะบดเบียดเสียดสีเข้ากับส่วนแข็งแกร่ง ‘คิดว่าแกล้งเขาได้คนเดียวหรือ’
   “จะเอาคืนพี่หรอไง”
   “ใช่แล้ว” คนตัวเล็กตอบรับพลางใช้มือโอบรอบคอคนตัวสูงเอาไว้ ริมฝีปากบางงับที่สันกรามของวริษฐ์ นิ้วมือเล็กถูไถอยู่ที่ตุ่มไตบนแผงอกกว้าง
   “ซี๊ด” วริษฐ์ครางเมื่อมือบางกับสะโพกกลมเบียดไปถูกจุดอ่อนไหว
   มือบางล้วงเอาแก่นกลางของเขาออกมาสัมผัสอากาศข้างนอก พลางใช้มือรูดรั้งมัน วริษฐ์ปวดหนึบจวนเจียนจะเสร็จให้ได้ มือหนารุกรานที่ช่องทางรัก สอดนิ้วเข้าไปเบิกทาง เพราะเขารู้ว่ามันถึงเวลาที่จะสอดใส่เสียที
   “ยกสะโพกหน่อยสิครับ”
   มือหนากำแก่นกลางให้ตั้งชัน รอให้กวินกดสะโพกลงมากลืนกินมันเข้าไป กลืนกินตัวตนของเขาให้เข้าไปภายในตัวของกวิน
   กวินเชิดหน้าเมื่อแก่นกลางของวริษฐ์ค่อย ๆ ผลุบเข้าไปทีละน้อย ความเสียวแล่นปลาบไปทั่ว เมื่อเขากลืนกินทั้งหมดของวริษฐ์เข้าไปด้านใน  คนตัวเล็กซุกหน้ากับลาดไหล่หนา มือโอบจับรอบคออีกฝ่ายแน่น เขาเสียวมาก จนแก่นกลางของตัวเองพลอยตั้งชันขึ้นอีกรอบ
   “พร้อมให้พี่ขยับหรือยัง”
   “ขะ ขยับเลย”
   วริษฐ์ขยับบั้นท้ายนุ่มที่อวบเต็มไม่เต็มมือ เขาขยับแก่นกายเข้าออกขณะยกสะโพกอีกคนขึ้นลงสอดรับจังหวะกัน กวินขมิบตอดหลายต่อหลายครั้ง เสียงเนื้อกระแทกกันดังลั่น พร้อมเสียงครางต่ำของวริษฐ์ และเสียงครางหวานหยดของกวิน
   “อ๊ะ อ่าพี่อาร์ต แรงอีก” กวินร้องครางพร้อมบอกความต้องการ
   เขาจึงพลิกให้กวินลงไปอยู่ข้างล่างแทน ก่อนจะกระแทกกระทั้นเข้าไปเต็มแรง
   กวินแอ่นเอวรับสัมผัส ครวญครางไม่เป็นภาษาเมื่อใกล้จะไปถึงจุดหมาย
   วริษฐ์เร่งความเร็วเพราะเขาเองก็เห็นขอบสวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อม เขาปลดปล่อยเข้าไปที่ด้านในของกวิน
   “เฮือกกก อื้อออ” กวินที่เสร็จสมตามไปติด ๆ ปรือตาลง พลางหอบหายใจ จุดเชื่อมต่อเต็มไปด้วยน้ำอะไรต่อมิอะไรที่ไหลซึมเปรอะเปื้อน
   วริษฐ์จูบที่ข้างแก้มนวลก่อนจะถอนแก่นกายออกมาของเหลวสีขุ่น ยืดยาวตามออกมาเป็นเส้นก่อนจะขาดออก เขาอิ่มใจ และหมดแรง
   ร่างเปลือยเปล่านอนหอบหายใจ ช้อนตาขึ้นมองวริษฐ์ ใบหน้าเนียนเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ ผลงานชิ้นเอกของเขา เขาช้อนอุ้มกวินตัวลอยไปห้องน้ำ ได้ข่าวว่าอีกคนเพิ่งอาบน้ำมา และจะต้องอาบน้ำใหม่อีกครั้ง เขาจะชดเชยให้ด้วยการอาบให้เอง
   วริษฐ์ทำความสะอาดอีกฝ่ายทุกซอกทุกมุม สะอาดหมดจด ดูแลกวินราวกับตุ๊กตาตัวน้อย อ่อนโยนจนกวินกระดากเขิน เขาไม่ชินเอาเสียเลย กับวริษฐ์ที่เป็นแบบนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ดี ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ
   พวกเขานั่งแช่อยู่ในอ่าง น้ำอุ่นกำลังดี วริษฐ์จ้องอีกฝ่ายด้วยความสนใจ เส้นผมเปียกชื้นแนบลู่ไปกับกรอบหน้าไหล่บางที่มีร่องรอยขบเม้มที่เขาทำเอาไว้ ทำไมมันช่างเซ็กซี่ขนาดนี้ กวินยังน่ารักได้มากกว่านี้อีกหรือเปล่านะ ทำไมถึงดีกับเขาได้ขนาดนี้ และทำไมถึงได้ทำให้เขารู้สึกดีแบบนี้ รู้สึกสบายใจ
   คนตัวเล็กที่รู้สึกถึงการถูกจ้องมอง มองแล้วมองอีก มองจ้องไม่ยอมหยุด จนเขาตัดสินใจถามออกมา
   “พี่อาร์ตมีอะไรหรือเปล่า”
   “ทำไม...” เขาเงียบไปอึดใจ “ทำไมกวินถึงน่ารักได้ขนาดนี้”
   “ฮะ เอ่อ ครับ” กวินอึกอัก แปลก ประหลาด ไม่คุ้นชิน ทนไม่ไหว... “ผมไปอุ่นข้าวรอนะ”
   “เนี้ย น่ารักขนาดนี้”
   “พี่อาร์ตเพี้ยน” คนตัวเล็กพูดแบบนั้นก่อนจะเผ่นหนี ขณะที่วริษฐ์หัวเราะตามหลังออกไป
   แค่นี้เขาก็อารมณ์ดีแล้ว งั้นนี่ก็คงใช่ คงเป็นความรัก เขาคิดพลางขยับยืดขาแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จะบอกอีกคนยังไงดีว่าเข้ามาในใจของเขาได้สำเร็จแล้วนะ จะทำหน้ายังไงหากเขาบอกออกไปแบบนั้น เมื่อเป็นรัก เขาก็อยากจะทำให้พิเศษ จะบอกบนดินเนอร์สูงเสียดฟ้า หรือกลางแม่น้ำดี
   คนตัวสูงออกจากห้องน้ำพลางเดินไปหากวินที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร ร่างสูงเดินไปใกล้ก่อนจะหอมแก้มคนตัวเล็ก
   “หอมจังเลย”
   กวินได้แต่ทำตัวไม่ถูก พี่อาร์ตร่างนี้ทำเขาประหลาดใจไม่หยุดหย่อน
   “กวินพรุ่งนี้พี่ลาบ่ายนะ”
   “ครับไปไหนหรือ”
   “มีธุระนิดหน่อย อีกฝ่ายบอกว่าด่วน พี่ก็เลยต้องไป”
   “อ่าครับ” เพราะพี่อาร์ตบอกว่าธุระด่วน เขาก็เลยไม่กล้าถามต่อว่าธุระอะไรอีก
   “กลับได้หรือเปล่า”
   “ได้ครับ ผมว่าจะแวะไปเอาหนังสือที่ห้องด้วย ถ้าไม่ขี้เกียจก็อาจจะกลับมาบ้านนะครับ”
   แล้วเติ้ลล่ะ เขาอยากจะถามแบบนั้นออกไป คงไม่โชคร้ายเจอะเจอกันพอดีหรอกมั้ง
   “มีอะไรโทรมาบอกพี่เลยนะ”
   “ครับ”
   
   กวินกลับไปห้องนอนกลิ้งเกลือก ด้วยความรู้สึกขี้เกียจ ห้องที่ไม่ได้กลับมานานคิดถึงเหมือนกันนะ พอนอนกลิ้งไปกลิ้งมาก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมา สงสัยจะไม่ได้กลับบ้านแล้วล่ะ
   เหตุผลที่กลับมาคือจะมาเอาหนังสือ จะมาเอาของเล่นที่เอาไว้เล่นกับพี่อาร์ต ./////. พวกหูพวกหางน้องแมวที่อีกฝ่ายดูจะชอบใจนัก
   ติ้ง ติ้ง
   ‘กวิน
   ถึงห้องหรือยัง’
   วริษฐ์ทักมาหา ทำให้กวินยิ้มกว้างก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
   “ถึงแล้วครับ วันนี้ผมนอนห้องนะ ง่วงมาก”
   ‘ก็ได้ ถึงพี่จะคิดถึงก็เถอะ’
   กวินยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความเขินอาย ในใจอยากจะร้องโวยวายเสียงดัง หรือกระโดดโล้ดเต้นให้รู้แล้วรู้รอด
   “เว่อ แล้วพี่เสร็จธุระแล้วหรอ”
   ‘ครับ กำลังจะกลับ’
   “กลับดี ๆ นะ พรุ่งนี้จะซื้อหมูปิ้งร้านอร่อยไปฝาก”
   ‘ดีครับ พรุ่งนี้เจอกัน’
   “ครับ” กวินวางมือถือไว้ข้างตัว ก่อนจะกลิ้งไปมา พี่อาร์ตทำเขาหัวใจเต้นแรงได้ตลอดเลย แล้วนี่ตัวเขาจะสามารถรักอีกฝ่ายได้มากขึ้น ๆ แบบไม่มีลิมิตเลยหรอเปล่า เขาคิดพลางพลิกนอนคว่ำหน้า ฝังหน้าลงกับหมอนนุ่ม พลางพยายามสงบจิตสงบใจ

   ปัง ปัง

   เสียงเคาะประตูทำเอาสะดุ้ง มือบางขยับลุกไปคว้ามือถือ พลางกำเอาไว้แน่น เตรียมจะโทรหาอีกคนถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ทว่ามีกระดาษปึกหนึ่งสอดเข้ามาที่ใต้ประตู เขาส่องตาแมวดูก็ไม่เห็นใคร เขาจึงหยิบกระดาษปึกบางมาดูด้วยความระมัดระวัง กระดาษปึกบางทำเอามือไม้สั่น ภาพที่เห็นทำเอาสมองของเขาพร่าเบลอ
   วริษฐ์กับหญิงสาวสวยสะพรั่งคนหนึ่ง เสื้อผ้าของวริษฐ์ ชุดวันนี้ไม่ผิดแน่ เขาเป็นคนจับปกเสื้อให้เองกับมือ...
   ธุระด่วนของเขางั้นหรือ...
   ภาพทั้งคู่พูดคุยหัวเราะ วริษฐ์แตะแขนหญิงสาวแผ่วเบา พวกเขาดูสนิทสนม น้ำตาเอ่อท้นที่ขอบตา ก่อนที่จะหยดแปะลงบนปึกกระดาษ ใช่นี่คือธุระสำคัญ...
   เขาแค่หลงละเมอดีอกดีใจไปกับความใจดีของพี่อาร์ต เขาควรจะรู้ว่าตัวเขาเองเป็นใคร ก็แค่คนที่ผ่านมาให้ความสุขเขาชั่วครั้งชั่วคราว คำว่ารักสักคำก็ไม่ได้เคยได้ แต่คิดไปเองว่าเขาจะรักได้บ้างในสักวัน
   ...แต่มันเกิดขึ้นอีกแล้วสินะ ผู้ชายก็ต้องคู่กับผู้หญิงถูกมั้ย... เหมือนเติ้ล ครั้งนี้ก็เช่นกัน  ต่อให้เขาพยายามเข้าหาอีกฝ่ายแค่ไหน วิ่งวนอยู่รอบตัวเขา เพราะรัก แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่รู้สึกแบบนั้น ไม่รู้สึกแบบเดียวกัน มันก็ไม่มีความหมาย

   “พี่อาร์ต ถ้าวันหนึ่งผมจะไป พี่จะรั้งผมมั้ย”
   “พี่...คงไม่รั้ง คนจะไปรั้งให้ตายก็ไปอยู่ดี ใช่มั้ย”   

   ยิ่งคนไม่สำคัญแบบเขาด้วยแล้ว... ยิ่งคิดความรักก็เหมือนกลับมารัดคอเขาเองจนหายใจไม่ออก ความสุขเมื่อกี้ไม่มีอยู่จริง ความอ่อนโยนที่ผ่านมาราวกับความฝัน ที่จางหายไปเมื่อเขาตื่น
   เขาทำได้แค่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเท่านั้น
 
   ปัง ปัง ปัง ปัง
   เสียงเคาะประตู รัวมาอีกชุด น่ารำคาญ!
   "กวิน เปิดประตูสิ ให้ฉันปลอบนาย" เสียงของเติ้ลดังอยู่หน้าประตู
   "เติ้ล..." ยังไม่ไปจากชีวิตของเขาอีกหรอวะ "ไปให้พ้น!" ให้ตายก็ไม่เปิด คนแบบนายก็แย่พอกัน
   กวินนั่งกอดเข่าหลังพิงประตูร้องไห้อยู่บนพื้น ร้องไห้ไม่หยุดนานหลายชั่วโมง เขาเหนื่อยเกินกว่าจะขยับตัว จึงนอนคุดคู้หลับไปบนพื้นเย็นเฉียบ

   วันนี้กวินไม่มาทำงานหรือ ไหนว่าจะซื้อหมูปิ้งมาฝาก ไม่มีสักไม้บนโต๊ะ ไม่มีวี่แววของอีกฝ่ายเลย
เขาจึงกดโทรหาเบอร์โต๊ะของกวินก็ไม่มีใครรับ ร่างสูงจึงลุกเดินไปที่โต๊ะมองหาคนตัวเล็กที่คุ้นเคย ไม่มีวี่แวว ไปไหนของเขา...
   วริษฐ์เปิดแชทพลางพิมพ์ไปหากวิน
   'วันนี้ไม่มาทำงานหรอ?
   ไปไหน'
   รอเป็นชั่วโมงแชทก็ไม่ถูกอ่าน วริษฐ์มักเผลอมองมือถือตลอด รอว่ามันจะแจ้งเตือนเมื่อไหร่แต่เงียบกริบ
   เขาเปลี่ยนจากแชทเป็นโทรก็ไม่มีใครรับ ร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น ด้วยความวิตกกังวล ไปไหนของเขานะกวิน วริษฐ์กดโทรทุกครึ่งชั่วโมง ครั้งละสองสามสาย ยิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งกังวล ความกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจของเขา ...จะหายไปหรอ จะทิ้งเขาใช่มั้ย
   วริษฐ์ไม่มีสมาธิทำงาน เขาแจ้งลาครึ่งวัน บอกว่าปวดหัว ก่อนขับรถตรงดิ่งไปหากวิน ไปดูให้เห็นกับตาว่ายังอยู่
   คีย์การ์ดสำรองถูกรูด ภาพตรงหน้าทำวริษฐ์แทบหยุดหายใจ กวินนอนกองอยู่บนพื้น วริษฐ์ถลาเข้าไปดู ใบหน้าซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำริมฝีปากแห้งแตกจนเลือดซิบ ยังหายใจอยู่
   "กวิน!" เขาร้องเรียกเสียงดัง มือหนาประคองคนตรงหน้าเอาไว้ "กวิน"
   ดวงตากลมปรือขึ้นมามองว่าเสียงใครเรียก เขาเห็นใบหน้าวิตกกังวลของวริษฐ์ชัดเจน
   "พี่..." เสียงแหบพร่าเรียกเขาแผ่วเบาจนเหมือนเสียงลมพัดผ่าน
   "เป็นอะไรใครทำอะไรกวิน"
   ร่างสูงช้อนตัวคนตัวเล็กมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนวางดี ๆ บนเตียงกว้าง
   มือหนาลูบหน้าผากคนป่วยแผ่วเบา
   "เดี๋ยวพี่เอาน้ำให้ดื่มนะ"
   เขาป้อนน้ำ พลางเอาผ้าขนหนูเช็ดหน้าเช็ดตาให้อีกฝ่ายแผ่วเบา
   ร่างบางมองท่าทางใจดีของคนตรงตรงหน้า ฉับพลัน เขาก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา เครื่องผลิตน้ำตายี่ห้อกวินกำลังจะดำเนินเครื่อง
   ร่างสูงเห็นหยดน้ำตาเอ่อคลอก็ได้แต่งง
   "เป็นอะไรครับ"
   หยดน้ำเม็ดโตไหลหยดลงข้างแก้ม ร่างบางเม้มปากแน่นเพื่อกักเก็บเสียงสะอื้น
   นิ้วชี้ขยับเช็ดน้ำตาของอีกฝ่ายแผ่วเบา มองร่างบางตรงหน้าด้วยสายตาแห่งความเป็นห่วง
   "เป็นอะไร ไหนเด็กดีบอกพี่สิ เจ็บตรงไหน"
   มือบางยกวางขึ้นที่ตำแหน่งหัวใจ
   "อก? แน่นอกหรอ หายใจไม่ออกหรอ ไป ไปโรงพยาบาล" ร่างสูงเตรียมจะอุ้มคนป่วยไปส่งโรงพยาบาลหน้าตาตื่นตกใจ เขากลัวอีกฝ่ายจะป่วยหนัก
   ร่างบางจึงรีบส่ายหัวปฏิเสธรัวๆ ไม่ใช่อก แต่เป็นหัวใจ
   "ผม...ระ รู้ว่า ฮึก เวลา ของผม เหลือน้อย...เต็มที"
   วริษฐ์ตกใจสุดขีดดวงตาเบิกโพล่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น มือไม้อ่อนแรง กวินเป็นอะไร? โรคร้าย? เวลาเหลือน้อย?
   "กวิน เป็นอะไรบอกพี่" น้ำเสียงวริษฐ์ติดจะสั่นเครือ
   "เป็นโรคร้ายแรงอะไร มันก็ต้องมีทางรักษา บอกพี่สิ พี่จะพาไปหาหมอ" หมอที่ไหนเก่งเขาจะพาไป จะหามาจ่ายแน่นอน ไม่ยอมให้คนในอ้อมแขนเป็นอะไรไปแน่
   กวินขมวดคิ้วจ้องอีกฝ่าย โรคร้ายอะไร เขาไม่ได้เป็น เขาก็แค่รู้ว่าเดี๋ยวอีกฝ่ายก็คงไปจากเขา
   น้ำตาพรั่งพรูไม่ขาดสาย ก้อนสะอื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
   "กวิน อย่าร้อง เดี๋ยวเราหาทางออกด้วยกัน" น้ำเสียงทุ้มนุ่ม กับสัมผัสอ่อนโยนทำให้เขายิ่งร้องไห้
   วริษฐ์มองร่างบางด้วยความเป็นห่วง ยิ่งบอกว่าอย่าร้อง อีกฝ่ายยิ่งร้องหนักขึ้น เขาจึงทำแค่จับมือนุ่มของอีกฝ่ายเอาไว้ กุมไว้จนอีกฝ่ายเริ่มนิ่ง
   "ผมรักพี่"
   "กวิน" วริษฐ์เรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเครียด เขากลัวจนจะบ้าอยู่แล้ว ...
   ร่างบางใช้แขนค้ำ พยายามลุกขึ้นนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง มือบางชี้ไปที่ปึกเอกสารที่วางอยู่ที่หัวเตียง
   วริษฐ์เอื้อมหยิบมาพลิกดู เขาตกใจกับภาพที่เห็น เขากับ... นี่สินะสาเหตุที่กวินร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด
   "ตกลงไม่ได้ป่วย"
   ร่างบางสั่นหน้าแทนคำตอบ
   “อ่า ใครมันเล่นงานพี่กันนะ คุณกานน่ะ เดี๋ยวพี่จะเล่าให้ฟังว่าไปคุยอะไรกับเขามา มันไม่มีอะไรเลยคนดีของพี่”
   วริษฐ์กอดอีกฝ่ายแน่น ไม่มีอะไร ก็แค่เรื่องเข้าใจผิด เขาคงต้องทำให้ชัดเจนได้แล้ว
.
.
[อ่ะ บอกออกไปเลย ไม่ต้องรอบรรยากาศเเล้ว
รู้ว่ารักเขาแล้วนี่นา บอกเขาไปสิ]
 :mew1:


ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิเติ้ล  แผนสูงนักนะ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
รีบบอกเลยว่ารักน้อง เดี๋ยวจะยิ่งคิดไปไกล อิเติ้ลรอเสียบอยู่เนี่ย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ allmysecret

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เรื่องกำลังไปได้ดีเชียว แอบอยากให้เคลียร์กับเติ้ลอ่ะ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ allmysecret

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 26 พี่จะบอกว่า...

   กวินนอนพิงอยู่บนอกอุ่นของวริษฐ์ คนตัวสูงกอดคนตัวเล็กไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขากลัวนะ ว่าถ้าปล่อยมือคนในอ้อมกอดจะสลายหายไป
   “พี่กลัวมากนะกวิน เราไปโรงพยาบาลกันดีมั้ย”
   “...ผมไม่ได้เป็นอะไร”
   “สภาพเราเกือบทำพี่ช็อคตายแล้ว”
   “แย่มากหรอครับ”
   “แย่มาก ๆ” เขามองสำรวจสภาพของคนในอ้อมแขน ริมฝีปากบางแห้งแตก กวินดูเหมือนจะพร้อมสลายกลายเป็นผุยผงได้ตลอดเวลา ...แค่คืนเดียว เขาทำให้กวินเสียอกเสียใจ ความน่ารักสดใสจางหายไปเกือบหมด เขารู้สึกผิดที่ทำให้ร่างบางต้องเป็นแบบนี้
   “พี่ขอโทษ”
   “อื้อ พี่อาร์ต ขอโทษทำไม”
   “พี่ทำให้เราต้องเป็นแบบนี้”
   “ผมทำตัวเองครับ”
   “ไม่หรอก พี่ผิดเอง”
   “ผมผิดที่รักพี่เองครับ...”
   คำพูดของกวินทำให้เขาสะอึก กวินไม่เคยคิดจะโทษเขา ไม่เคยว่าหรือตำหนิไม่ว่าเขาจะทำอะไร มีแต่ตัดพ้อตัวเอง มีแต่ยอมรับและก้มหน้าก้มตาอดทน ...ใช่ กวินทำตัวเอง ที่มารักคนแบบเขา มารักคนที่ไม่ชัดเจนสักที มารักคนที่ไม่ยอมตัดสินใจว่าจะเอายังไงกันแน่แบบนี้ แต่ครั้งนี้ เขาตัดสินใจแล้วจริง ๆ ...
   มือหนายกขึ้นลูบริมฝีปากแห้งผาก
   “อือ ดื่มน้ำอีกหน่อยสิกวิน” วริษฐ์ขยั้นขยอ
   กวินยอมดื่มน้ำเพิ่ม เขารู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก เหมือนร่างกายนี้มันขาดน้ำ อ่อนเพลีย เขามองคนตัวสูงนิ่ง ความรู้สึกหลากหลายผสมปนเป เขากับผู้หญิงคนนั้นไม่มีอะไรจริงหรือ จะไม่หักหลังเขาอีกคนใช่มั้ย
   “กวินหิวมั้ย เป็นยังไงบ้าง เอาอะไรอีกมั้ย”
   “ไม่ครับ ผมแค่อยากรู้...”
   ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่รู้สึกต้องการอะไรนอกจากความจริงจากปากของคนตรงหน้า
   “คือแบบนี้นะกวิน เมื่อวันก่อนน่ะ คุณกานเขาโทรมา... เราก็ยังส่งมือถือให้พี่อยู่เลย”
   วริษฐ์เริ่มเล่ามือหนายกขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่มันลงมาปรกหน้าคนตัวเล็ก
   “คุณกานน่ะเขาเป็น...”
   หากบอกไปตามตรงอีกคนจะยิ่งกังวลหรือเปล่า แล้วหากปิดบัง... เขาก็ไม่อยากทำ ไม่อยากจะเริ่มความสัมพันธ์นี้ด้วยการปิดบัง
   กวินมองอีกฝ่ายที่มีท่าทีอึกอัก ความกังวลยิ่งถาโถมเข้าหาตัวเขา
   “กวินสัญญากับพี่ ว่าจะฟังให้จบ พี่จะไม่โกหกแม้แต่คำเดียว”
   “ครับ”
   “เขาเคยเป็นคู่นอนของพี่”
   ลำคอของกวินแห้งผากยิ่งกว่าเดิม ...คู่นอน คำนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเขา
   “พี่กับเขาเคยเจอกัน เพราะต้องติดต่องานด้วยกันอยู่พักนึง เธอเป็นคนดี”
   กวินนิ่งฟัง ดวงตากลมมีหยาดน้ำตาเอ่อคลออีกครั้ง
   วริษฐ์พยายามนึกย้อนเรื่องเมื่อวานขณะเล่าถ่ายทอดออกมา เขาเล่าออกมานิ่ง ๆ ตั้งใจว่าจะเล่าละเอียด ไม่ตัดทอนอะไรออกเลย
   “ทีนี้เขาบอกพี่ว่ามีเรื่องด่วน พอพี่ไปถึง คำแรกที่เขาพูดใส่พี่คือเขาท้อง”
   “...” หยดน้ำตาเริ่มร่วงหล่นอีกครั้ง
   “กวิน มันไม่เกี่ยวกับพี่นะเรื่องนี้ พี่ไม่ได้ยุ่งกับเขามานานมากแล้ว เขาแค่แหย่พี่เล่นเฉย ๆ” มือหนายกขึ้นเช็ดน้ำตาของกวินที่ยังคงไหลลงมาเงียบ ๆ หรือเขาควรจะตัดทอนเหตุการณ์ต่าง ๆ ออกไป
   “เขากำลังจะแต่งงาน บังเอิญว่าเจ้าบ่าวที่เขากำลังจะแต่งด้วย เขาเป็นเพื่อนพี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาเห็นพี่จากรูปถ่าย เขาเลยนึกถึงพี่ขึ้นมา”
   “...”
   “คุณกานเขามีความกังวลในความสัมพันธ์ของระหว่างเขากับพี่ เขาไม่อยากให้เจ้าบ่าวที่แสนดีรู้เรื่องนี้ และก็อยากจะให้พี่รู้ก่อนที่เจ้าบ่าวจะเริ่มแจกการ์ด กลัวพี่พูดอะไรมั้ง”
   พอรู้ความจริง ถึงมันจะเคยมีอะไรมาก่อน แต่ก็เป็นเรื่องในอดีต ที่วริษฐ์เดินจากออกมาไกล เขาเล่าออกไปหมดแล้ว แต่แทนที่กวินจะหยุดร้องไห้ กลับร้องหนักกว่าเดิม...
   กวินปล่อยโฮ ร้องไห้ออกมาซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เป็นไปด้วยความรู้สึกโล่งใจ
   “พี่เอารูปเราให้คุณกานดู คุณกานบอกว่าคนที่พี่ปลอบวันนั้นคือเรา เขาจำได้ เขาบอกว่าเราผิวเนียนมากจนน่าอิจฉา”
   กวินพยายามมองใบหน้าของพี่อาร์ตผ่านม่านน้ำตา คุณกานอะไรนั่นรู้จักเขาด้วยหรือ
   “วันนั้นพี่อยู่กับคุณกานเป็นครั้งสุดท้าย และไม่เคยติดต่อกันอีกเลย”
   “ครับ”
   “ไม่ต้องร้องแล้วนะ น้ำจะหมดตัวแล้ว”
   กวินพยายามจะกลืนก่อนสะอื้น ขอบคุณที่เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ขอบคุณที่เป็นเรื่องที่เขาเติมแต่งมันขึ้นมาเอง เพราะเป็นความกลัว มันเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ถึงได้มีผลต่อจิตใจของเขา เขากลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย
   “ผมกลัว”
   “กลัวอะไร”
   “กลัว...” กวินพูดขณะกอดเอวอีกคนเอาไว้แน่น “ผมกลัวว่าสุดท้ายแล้ว ผู้ชายก็คงต้องคู่กับผู้หญิง สุดท้าย พี่ก็จะทิ้งผมไป”
   วริษฐ์ขยับไปหอมแก้มนวลเบา ๆ สัมผัสได้ถึงรสชาติเค็มของน้ำตา
   “พี่ไม่เคยคิดจะคู่กับใครเลยต่างหาก แต่...” เขาตัดสินใจแล้ว ว่าถ้ากวินต้องทรมานกับความไม่ชัดเจน เขาก็จะไม่รีรออีกแล้ว
   “...”
   “คุณกานถามพี่ว่า ตอนนี้เจอใครที่อยากให้อยู่ข้างกายหรือยัง” วริษฐ์เงียบไปอึดใจ พลางมองสบตาอีกคนอย่างมีความหมาย “พี่บอกเขาไป ว่าพี่เจอแล้ว” เขาพูดก่อนจะขยับส่งยิ้มอบอุ่นออกมา “คนในรูปนั่นไง”
   กวินตกใจ เขาทำตาโตจนแทบถลนออกมา เขาไม่แน่ใจว่าเขาฟังผิดหรือเข้าใจผิดหรือเปล่า ที่ว่าคนที่อยากให้อยู่เคียงข้างคือคนในรูป คนในรูปคือเขา...
   “ตัวคุณกานเอง เขาก็ตกใจทำหน้าแบบนี้เลย แถมบอกว่ารู้สึกพ่ายแพ้นิดหน่อย แล้วกลับหัวเราะเสียงดัง และบอกพี่ว่ามันคงเป็นพรหมลิขิต”
   มือหนาโอบอุ้มคนตัวเล็กไว้แนบอก กระชับอ้อมกอดแน่นอย่างหวงแหน
   “พี่ตั้งใจจะบอกในที่ ๆ ดีกว่านี้”
   “พี่อาร์ต” คนตัวเล็กเรียกอีกฝ่ายเสียงสั่นเครือ
   “พี่รักกวินแล้วรู้มั้ย”
   “ฮือ” กวินร้องไห้สะอึกสะอื้นสลับกับปล่อยโฮออกมาที่อกเสื้อของวริษฐ์เปียกชุ่มโชก น้ำตาของกวินมีเยอะจนน่าประหลาดใจ
   “อย่าร้องสิคะ หยุดร้องไห้ได้แล้ว เดี๋ยวป่วย” เขากอดอีกฝ่ายพลางโยกเบา ๆ เหมือนกอดเด็กน้อยเอาไว้
   “ฮือ ผมก็รักพี่ ผมรักพี่ ผมรักพี่มากเลย” กวินพูดบอกรักเขาไม่หยุดหย่อน ซ้ำแล้วซ้ำอีก ร่างบางซุกเข้าหาไออุ่นอย่างโหยหา เขากำลังยิ้ม ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เมื่อความรักของตัวเองถูกตอบสนอง
   “พี่อยากบอกเราบนตึกสูง อยากบอกเราตอนที่เรากินข้าวอยู่ริมแม่น้ำแต่พี่ยังเลือกไม่ได้เลย กลายเป็นว่าพี่บอกออกไปวันนี้ซะแล้ว”
   “ฮื่ออออ”
   “คนเก่งของพี่เมื่อไหร่จะหยุดร้องไห้กันนะ” เขาพูดพลางลูบหัวปลอบโยน “พี่จะไม่ทำให้เราร้องไห้แล้วนะ”
   มือหนาประคองใบหน้าของกวินเอาไว้ก่อนจะโน้มหน้าเข้าหา ประทับริมฝีปากอุ่น แตะสัมผัสถ่ายทอดความรู้สึกส่วนลึกในใจ แตะเพียงแผ่วเบาไม่ดุดันรุนแรง เพียงแค่สัมผัสนุ่มนวลชวนให้ละลาย รสจูบอ่อนหวานผสมรสเค็มของน้ำตา และหยดเลือด จูบครั้งนี้รสชาติประหลาดสิ้นดี แต่ก็ไม่ทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกัน เพราะมันเป็นสัมผัสอบอุ่นที่ต่างฝ่ายต่างโหยหาและเฝ้ารอ

   เมื่อถอนจูบออกความรู้สึกยามจ้องมองกัน กลับทำให้หัวใจยิ่งเต้นแรง กวินยกมือขึ้นทาบอกตัวเอง เขาหัวใจเต้นแรงแบบนี้นับครั้งไม่ทั่วเมื่ออยู่กับพี่อาร์ต มือบางขยับไปแตะที่อกของวริษฐ์ เพื่อสัมผัสว่าอีกฝ่ายก็มีจังหวะหัวใจที่เต้นแรงไม่ต่างกัน
   หยดน้ำอุ่น ๆ ไหลลงมาที่ข้างแก้มของกวิน แต่ครั้งนี้กลับเป็นน้ำตาของวริษฐ์ที่หยดลงบนแก้มของเขา วริษฐ์ไม่เคยรู้สึกอบอุ่นขนาดนี้มาก่อนเลยทั้งชีวิตของเขา
   “พี่อาร์ตร้องไห้ตามผมทำไม”
   วริษฐ์กระพริบตาปริบ ๆ พลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตัวเอง
   “พี่ก็แค่ ...รู้สึกดีมากเกินไป”
   “โอ๋นะครับ” มือบางยกขึ้นลูบข้างแก้มของเขา
   “พี่ไม่คิดเลยว่าพี่จะรักกวิน ไม่คิดเลยว่าพอมีกวินแล้วพี่จะมีความสุขแบบนี้...”
   “ผมดีใจที่พี่มีความสุข”
   “มันอธิบายไม่ถูกเลย” คนตัวสูงสะอื้นเล็ก ๆ กับอีแค่มีใครสักคนเข้ามาในชีวิต ทำไมเขาถึงต้องรู้สึกดีขนาดนี้ ตั้งใจว่าจะแค่บอก แต่น้ำตามันกลับไหลออกมาเอง เขาควรชินชากับการไม่มีใคร ไม่มีทั้งแม่และพ่อ ไม่มีความรักและอ้อมกอดในวัยเด็ก แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้เขากลับอุ่นไปถึงหัวใจข้างใน “พี่คิดไม่ออกแล้ว ว่าถ้าไม่มีกวินชีวิตพี่จะเป็นยังไงต่อ พี่คิดไม่ออกแล้วว่าก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตอยู่มายังไง”
   คนตัวสูงพูดบอกทั้งที่น้ำตาคลอ อยู่ ๆ เขาก็กลายเป็นเด็กขี้แยขึ้นมา มือบางขยับไปเช็ดน้ำตาให้ พร้อมกับส่งรอยยิ้มอบอุ่น สดใสและเป็นประกาย เหมือนแสงแดดอุ่น ที่สาดส่องมาถึงตัวของเขา
   ทั้งคู่ยิ้มให้กันทั้งที่ปลายจมูกยังแดง และดวงตาเปียกชื้น ต่างฝ่ายต่างโผเข้ากอดกันแน่น เริ่มใหม่ไปด้วยกัน จะไม่มีใครต้องเหงา หรือเสียใจตราบเท่าที่มีอ้อมกอดอุ่นให้กันแบบนี้ จากนี้วริษฐ์ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว และกวินสมหวังเสียที

   หลังกอดกันเนิ่นนานจนเสียงท้องร้องของกวินดังขึ้นขัดจังหวะ ทั้งคู่ถึงได้แยกออกจากกัน พร้อมเสียงหัวเราะขบขันของวริษฐ์ ส่วนกวินก้มหน้างุดที่ดันทำลายบรรยากาศแสนหวาน พลางก่นด่าความหิวของตัวเอง
   ร่างสูงจัดแจงไปหาอะไรในตู้เย็นมาทำให้กวินกิน อาหารง่าย ๆ อย่างไข่ดาวกับขนมปัง
   วริษฐ์นั่งเท้าคางดูกวินกินไข่ดาวกับขนมปังที่เขาเตรียมให้ มื้อไหนก็ไม่รู้ล่ะ เขามองเพลิน ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่อยากจะถาม เรื่องที่เขาสงสัย...
   “ใครเอารูปนั่นมาให้กวิน”
   กวินรีบกลืนข้าวลงคอก่อนจะพูดตอบออกไป
   “เติ้ล...”
   “ไอ้เวรนั่น” วริษฐ์สบถออกมา คิ้วขมวดด้วยความโมโห ... เห็นทีต้องทำให้รู้แล้ว ว่าขืนเข้ามายุ่งอีก ครอบครัวมันจะต้องพังทลายไม่มีชิ้นดี เขาเตือนไปแล้ว แต่อาจจะไม่เชื่อหรือว่าลืมเลือนไป
   “กวิน พี่ขอติดต่อสาวคนเก่าของพี่หน่อยได้มั้ยครับ” วริษฐ์พูดขอขณะเลื่อน ๆ ดูช่องทางติดต่อที่หลงเหลืออยู่ คุณอุ้ม คู่ควงที่ลากเขาไปงานแต่งของลูกพี่ลูกน้องเธอ งานแต่งของเติ้ล... เขาจะไปย้ำเตือนมันอีกครั้ง
   “เอ่อ” มาขออนุญาตแบบนี้แล้วเขาจะต้องตอบยังไงล่ะ
   “ติดต่อไปเพื่อจัดการอะไรสักหน่อย” เขามองพี่อาร์ตที่ส่งยิ้มแปลก ๆ ออกมาทำให้เขาขนลุกพิลึก ไม่ใช่รอยยิ้มที่เขาเคยเห็นเลย...
   “ก็ได้แหละครับ”
   “ไม่มีชู้สาวแล้ว สบายใจได้เลย เห็นมั้ยพี่ขออนุญาตกวินก่อน”
   “ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ทำไมต้องร้อนตัวด้วย” กวินเลิกคิ้วสงสัย “ยิ่งร้อนตัวยิ่งน่าสงสัยนะครับ”
   วริษฐ์ขยับไปดึงแก้มกวินด้วยความมันเขี้ยว
   “พี่เลิกหมดแล้วจริง ๆ”
   “หรอครับ”
   “มีคนเดียวก็ปวดเอวจะแย่แล้ว”
   กวินก้มหน้างุด ปวดเอวแน่ละ ก็กวินน่ะมันไม่รู้จักอิ่มนี่นา แต่หลัง ๆ เขาไม่ได้ทรมานคนพี่แบบนั้นแล้วนะ มีแต่เขานั่นแหละที่อยากจะกินกวินคนนี้เอง
   “ปวดหลังแล้วมีคนทายาให้ ก็ยอมปวดหลังแหละ”
   กวินเงยหน้าแลบลิ้นใส่วริษฐ์ เขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเดี๋ยวจะเข้าตัว
   วริษฐ์นึกอยากจะเอามะเหงกไปเขกหัวคนตรงข้ามจริง ๆ แต่ก็นะ ไม่อยากจะรุนแรงคนเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย เขาหยุดนิ้วที่เลื่อนไม่หยุดมาพักใหญ่ ก่อนจะมียิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เจอช่องทางติดต่อแล้ว แต่เดี๋ยวขอจัดการหาข้อมูลก่อน จะตามไปซัดให้ถึงบ้าน

   เขากดมือถือโทรออกหาเพื่อนสนิท รอสายแค่แปปเดียวเท่านั้น ปลายสายก็รับแล้ว เหมือนเต๋าจะว่างมากจริง ๆ
   “เพื่อนเต๋าเมิงว่างมั้ย กุมีเรื่องขอความช่วยเหลือ”
   ‘อะไรเมิง หายหน้าหายตาไป จะมาเอาอะไรจากกุวะ มีความคิดถึงให้กุบ้างหรือเปล่า’
   “ตัดพ้ออะไรของเมิง”
   ‘หึ’
   “เออ คิดถึงน่า ไว้ไปหา”
   ‘จะเอาอะไรว่ามา’
   “กุอยากให้เมิงไปหาข้อมูลคน ๆ นึงให้หน่อย”
   ‘เอารายละเอียดมาสิ’
   “เดี๋ยวกุส่งรูป ชื่อนามสกุลจริงให้ รบกวนหน่อย กุจะเชือดแม่ม”
   ‘ดุเดือดจัง มันไปทำอะไรเมิง’ ปลายสายถามกลั้วขำ เพื่อนมาดุเดือดจังแฮะ
   “มันมายุ่งกับกวิน” วริษฐ์พูดพลางเหลือบตามองคนในบทสนทนา
   ‘แล้วทำไมเมิงต้องโมโหขนาดนั้น’
   “มันมายุ่งกับคนของกุ กุไม่ยอม”
   ‘โฮ่’ เต๋าส่งเสียงพลางเดาะลิ้นกับคำพูดของวริษฐ์ คนของกุว่ะ มันยอมรับแล้วนี่หว่า
   “เมิงก็ด้วย ถ้าขืนมายุ่งกับกวินอีก เพื่อนก็เพื่อนเถอะว่ะ”
   ‘เฮ้ย ใจเย็นดิ เมิงมาขอความช่วยเหลือจากกุนะเว้ย’
   “งั้นกุจัดการเองก็ได้”
   ‘เอ้า เออ ของ ๆ เพื่อน กุไม่ยุ่งหรอก ส่งรายละเอียดมาล่ะกัน กุจัดการให้’
   “ดีขอบใจ”
   
   วริษฐ์กดวางสาย ละสายตาจากมือถือ เพื่อมาเจอดวงตากลมที่กำลังจ้องมองเขาไม่วางตา จ้องเหมือนมีคำถามอยากถาม เพียงแต่ดวงตานั้นเป็นประกายแปลก ๆ
   “อะไรกวิน”
   “พี่อาร์ตหวงผมหรือ”
   “หวง” วริษฐ์ตอบกลับมาทันควัน
   “ฮื่อ” กวินครางออกมาเสียงเบา มีความสุขจังเลย ทำไมมันมีความสุขขนาดนี้ จะถูกความสุขทับตายแล้วครับ กวินไม่ไหวแล้วครับ
   วริษฐ์มองอีกฝ่ายที่ทำหน้าตาเปี่ยมสุขเสียเต็มประดาน่ามันเขี้ยว มือยกขึ้นดันหน้าผากอีกฝ่ายเบา ๆ เขาสัญญาจากนี้เขาก็จะทำให้กวินมีแต่ความสุข และตัวเขาเองก็จะมีความสุขไปพร้อม ๆ กัน

   หลังจากที่วริษฐ์บอกความในใจออกไป ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่กลับยิ่งแน่นเฟ้น พวกเขาแม้ไม่ได้เปิดเผย แต่ก็ไม่มีใครปิดบังอะไร วริษฐ์ตกลงกับตัวเองแล้ว ว่าถ้ามีใครถามว่ากวินเป็นอะไรกับเขา เขาจะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่าแฟน ไม่ใช่รุ่นน้องที่ทำงานอะไรอีกต่อไป จะบอกอย่างหนักแน่นว่าผู้ชายคนนั้นคือแฟนของผม คนที่ผมจะรักจะคอยดูแล 
   ส่วนกวินนาทีนี้มีความสุขมากกว่าใคร เขารักได้อย่างไม่มีความกังวล รักได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเป็นการรักเขาข้างเดียว หรือการพยายามที่ไร้ความหมาย เป็นปลายทางที่ไม่มีอยู่จริง เพราะเขาได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของอีกฝ่ายแล้ว ... ส่วนในหัวใจของกวินกำลังซ่อมแซมตัวเอง เหมือนหัวใจที่เคยเจ็บช้ำกำลังจะหายดี แผลเป็นกำลังเจือจางจนแทบไม่เหลือรอย

   หลังจากวันนั้นสองวันที่วริษฐ์ขอให้เต๋าช่วยสืบเกี่ยวกับเติ้ล ลูกน้องของเต๋าก็แวะเอาเอกสารมาให้วริษฐ์ที่ทำงาน ร่างสูงนั่งไขว้ห้างมองปึกเอกสารในมือ เขาอยากได้อะไร รายละเอียดแบบไหน เต๋าก็หามาให้ ส่วนเขาก็จัดการเก็บเอกสารข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติม จริงจังกว่าทำงานก็เรื่องนี้ เขาทำงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล ดูแลเรื่องการคัดสรรพนักงาน บางทีเขาก็ต้องติดต่อ ต้องสืบค้นยิ่งตำแหน่งสำคัญใหญ่ ๆ ก็ยิ่งต้องทำ แต่งานนี้ละเอียดกว่านั้น เขานั่งอ่านข้อมูลของเติ้ล บางอย่างถามกวินได้ แต่เขาไม่คิดถาม ไม่อยากให้คนรักต้องนึกถึงความทรงจำเก่า ๆ แล้วต้องรู้สึกแย่และเสียอกเสียใจอีก ไม่มีพื้นที่ให้คนอย่างมันอีกแล้ว หมดเวลาไปเนิ่นนาน ได้เวลาไล่ออกไปเสียที
   ข้อมูลของเติ้ลมาแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจนัก พ่อแม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไหล่ยนตร์ เจ้าตัวเองก็เข้ามาสานต่อ เจ้าสาวทำธุรกิจนำเข้า ก็ดูจะเกื้อหนุนกันดี งานอดิเรกเติ้ลมีขายพวกอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ เห็นทีเขาคงจะต้องช่วยอุดหนุนซะแล้ว
   ร่างสูงโทรติดต่อคุณอุ้มคู่ควงเก่า ที่เคยเป็นคนโปรดของเขา แต่แล้วก็ค่อย ๆ ห่างกันไป เป็นปกติ ความสัมพันธ์ฉาบฉวยเบื่อก็แยกย้ายกันไป เขาบอกกับคุณอุ้มว่าเขาสนใจจะซื้อของจากเติ้ล เจ้าบ่าวที่เคยพบ พอจะพาเขาไปติดต่อได้มั้ย ฝ่ายสาวเจ้าก็ตอบรับเป็นอย่างดี
   เขานั่งมองซองเอกสารสีน้ำตาลสองซองในมือ ก่อนผุดยิ้มขึ้นมา นี่จะเป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย

   อย่าเข้ามายุ่งกับกวินอีก!

   
[หวานมาก หวานจนนนนน เป็นรางวัลของทุกคนที่อดทนรอคอย ทนเก่งมาก ๆ
คำว่ารักที่กว่าจะแงะออกมาจากปากคนปากแข็งได้ รางวัลของกวินที่มีความอดทนเป็นเลิศ
และยังเป็นรางวัลของวริษฐ์ที่กล้าพอจะยอมรับหัวใจตัวเอง ส่วนเติ้ล ตอนหน้าเจอกัน!]


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:


รอติดตามผลว่า เติ้ลจะถูกจัดการสั่งสอนแบบไหน

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :pig4:

คนแบบนี้ ต้องตีให้ตายไปเลย เพื่อนเลว :fire:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
พี่อาร์ตจัดการให้เรียบร้อยเลยนะ กวินจะได้มีความสุขสักที

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ allmysecret

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4

บทที่ 27 อย่ายุ่งกับกวินอีก


   วริษฐ์ให้อุ้มช่วยนัดแนะให้ การมาเยี่ยมบ้านของอีกฝ่ายจึงไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย วริษฐ์บุกมาถึงบ้านของเติ้ล เข้ามานั่งคุยกับเอิงเอยภรรยาสาวคนสวยของอีกฝ่าย และคุณอุ้มด้วยมาดของชายหนุ่มที่แสนสุภาพและอัธยาศัยดี วริษฐ์ถนัดอยู่แล้วกับการคุยกับผู้หญิง จะให้หยอดให้ยอให้ชมเขาก็ทำได้ทั้งหมด เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี รอให้คนที่เขาตั้งใจมาหากลับมาก่อนเถอะ อยากรู้จริง ๆ ว่าจะทำสีหน้าแบบไหน

   เสร็จธุระเติ้ลรีบกลับมาบ้าน เขารู้ว่าวันนี้จะมีแขกเพราะเอิงเอยบอกว่าเพื่อนของพี่อุ้มสนใจในอาหารเสริมที่เขาขายอยู่ แต่ไม่รู้ทำไม เสียงชายหนุ่มที่ดังลอดมาให้ได้ยินกลับคุ้นเคยเหลือเกิน
   ...
   เติ้ลตาเบิกโพล่งเมื่อเห็นชายหนุ่มคนนั้นเต็มตา เขายืนนิ่งไปพักหนึ่ง ใบหน้าแทบถอดสี มานั่งอยู่ตรงนี้ได้ยังไง แล้วพูดอะไรออกไปบ้าง
   “อ้าวเติ้ล กลับมาแล้วหรอ” เอิงเอยหันมาเห็นเขาก่อนจะร้องทัก
   ชายหนุ่มปั้นหน้ายิ้มแม้ภายในใจจะรู้สึกปั่นป่วน เขาพยายามจะนิ่งให้มากที่สุดไม่แสดงท่าทางร้อนรนออกมา
   วริษฐ์ยืนขึ้นก่อนจะทำหน้ายิ้มแย้ม แม้ดวงตาจะฉายประกายว่าอยากจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายก็ตาม
   “สวัสดีครับคุณเติ้ล” วริษฐ์พูดพลางกระตุกยิ้ม ไม่ยื่นมือให้อีกฝ่ายจับ แต่กลับยืนนิ่งประจันหน้าพร้อมสีหน้ายิ้มแย้มที่น่าระแวง
   “คุณต้องการอะไร”
   “ทำไมถามแปลก ๆ แบบนั้นล่ะครับ” ร่างสูงพูดกลั้วขำ ราวกับคำพูดนั้นตลกเสียเต็มประดา “อืม...แต่ผมคุ้นเคยกับคุณเหมือนเราเจอกันบ่อยเลยนะครับ”
   “ครับ?... หน้าผมโหลล่ะมั้ง”
   วริษฐ์มองอีกฝ่ายนิ่ง พร้อมคลี่ยิ้ม “งั้นหรือครับ? คิดว่าเราอาจจะบังเอิญพบกันก็ได้”
   “ไม่หรอกครับ” เติ้ลรีบปฏิเสธ รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เหงื่อไหลซึมจนหลังเปียกชื้นไปหมด ไม่รู้อีกฝ่ายจะทำอะไร จะพูดอะไร แต่สายตาที่จ้องเขา มันมีแต่ความรู้สึกที่ชวนให้หวาดหวั่น
   “อ๋อ เราเคยเจอกันที่...” วริษฐ์แสร้งทำเป็นคิด... ทำเป็นปั่นประสาท เจอกันหลายครั้งแท้ ๆ ที่หอกวิน และเขาเองก็ไม่ต้องการจะพบอีกฝ่ายอีก ถึงได้มาวันนี้
   “ไม่เคยเจอครับ! คุณจำคนผิด” เติ้ลเผลอเสียงดังขึ้นเล็กน้อย มือขยับกำแน่นและสั่นเทา ก่อนจะกลับเป็นปกติ เขานี่แหละมีพิรุธมากเกินไป
   “คงจะไม่เคยเจอจริง ๆ มั้งครับ” วริษฐ์ขมวดคิ้ว ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงเบา กวนประสาทนิด ๆ หน่อย ๆ ก็หลุดออกมาซะแล้ว ท่าทางมีพิรุธนั่น “ไม่ก็ไม่สิครับ” เขาขยับยิ้มกว้างเหมือนจะเป็นมิตรแต่ก็ไม่
   “ร้อนหรือคะ ฉันไปปรับแอร์ให้ดีมั้ย” ภรรยาสาวที่ยืนข้าง ๆ มองเห็นท่าทางแปลก ๆ ของสามี แถมที่ใบหน้าตอนนี้ก็มีเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด เหงื่อไหลลงมาที่ลำคอจนต้องร้องถามว่าตอนนี้ร้อนมากหรือ?
   “อ่าครับ ร้อนนิดหน่อย ปรับแอร์ขึ้นนิดนึง” เติ้ลร้องบอก ทั้งที่ก็ไม่ได้ร้อนเพียงแต่ว่า...
   “ร้อนหรอ ป่วยหรือเปล่า พี่ว่ากำลังเย็นสบาย” อุ้มพูดตอบ อีกนิดคงหนาว...แต่พอมองดูแล้ว อีกฝ่ายคงจะร้อนจริง ๆ  เพราะเหงื่อท่วมตัว
   “ที่ผมมาวันนี้...เพราะผม...” เขาพูดเว้นวรรคพลางเหลือบสายตามองท่าทางของอีกฝ่าย  “ผมอยากจะอุดหนุนอาหารเสริมของคุณเท่านั้นเอง”
   “อ๋อครับ งั้นเชิญทำตัวตามสบายเลยครับ”
   เติ้ลผายมือให้วริษฐ์นั่ง แม้ว่าในใจอยากจะไล่ส่งให้ออกไปพ้น ๆ บ้านของเขาก็ตาม
   “ผมซื้อไม่มาก แต่ก็หวังว่าจะได้ราคาพิเศษ” เขาพูดหยอก “โทษฐานที่รู้จักกันน่ะครับ”
   “อ่าครับ ผมจะให้ราคาพิเศษเลยล่ะครับ”
   “ขอบคุณนะครับ ญาติคุณอุ้มนี่ใจดีจริง ๆ ครับ” วริษฐ์พูดพลางส่งยิ้มที่เป็นมิตรเต็มที่ออกมา
   “เติ้ลก็ใจดีแบบนี้นี่แหละ ขอบคุณที่อุดหนุนกันนะคะ”
   “อ่านี่ครับรายละเอียดที่ผมจะสั่ง”
   วริษฐ์ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เติ้ล  เขาส่งให้พร้อมรอยยิ้ม เมื่อเปิดออกก็เป็นใบสั่งของจริง เพียงแต่มันมีโพสอิสใบเล็กแปะอยู่ข้างหลัง เติ้ลมองเห็นมันจาง ๆ แต่ยังไม่พลิกดู เขาระแวง
   “รายการพวกนี้ ผมจะรีบจัดส่งให้นะครับ” อีกฝ่ายตั้งใจยิ้มตอบกลับให้พยายามจะเป็นมิตรมากที่สุดเช่นกัน
   “ขอบคุณมาก งั้นผมไม่รบกวนแล้ว ไว้พบกันใหม่ครับ” เขาเน้นประโยคหลัง ทั้งที่ไม่อยากจะพบ แต่ถ้าต้องเจอกันอีก เขาจะจัดการให้หนักเลย
   เติ้ลกับเอิงเอยทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี พวกเขาเดินไปส่งวริษฐ์กับอุ้มที่หน้าบ้าน เอิงเอยนอบน้อมเป็นพิเศษกับคนที่เป็นทั้งเพื่อนของพี่อุ้ม และลูกค้าของสามี พอทั้งคู่ไปแล้ว ภรรยาสาวจึงหันแซวหยอกสามี
   “ดีใจด้วยนะคะ ลูกค้ามาหาถึงบ้านเชียว” เติ้ลหันมาส่งยิ้มให้ภรรยาสาว มือโอบที่เอวบางก่อนพากันเข้าบ้าน ไม่ดีใจสักนิดที่อีกฝ่ายมาถึงบ้าน มาเพื่อประกาศว่าอีกฝ่ายรู้จักเขาดี
   “เอยทานข้าวหรือยังคะ” เติ้ลถามขณะที่ยื่นหน้าไปหอมแก้มภรรยาสาว
   “ยังเลยค่ะ ก็อยู่กับแขกนี่คะ ความจริงเราน่าจะชวนพวกเขาทานข้าวด้วยนะคะ”
   เติ้ลกระอั่กกระอ่วน ถ้าต้องทานข้าวด้วยกันคงกินไม่ลง
   “งั้นเดี๋ยวฉันไปอุ่นกับข้าวให้นะ”
   “ครับขอบคุณครับ ภรรยาคนสวยของผม” เติ้ลพูดหยอดขณะที่หญิงสาวเดินจากไป เขาหยิบเอกสารในซองสีน้ำตาลขึ้นมาดู พลิกมองโพสอิทที่แปะอยู่ด้านหลัง มันเขียนด้วยลายมือ 

   ‘อย่ามายุ่งกับกวินอีก อย่าหาว่าไม่เตือน เอกสารอื่น ๆ
   อยู่บนกระจกรถ ถ้ายังไม่หยุด เรื่องนี้จะไม่จบง่าย ๆ’

   เติ้ลขมวดคิ้วก่อนจะเก็บยัดเอกสารลงไปในซอง และเดินออกไปที่รถของเขา พบว่ามีซองเอกสารวางอยู่ที่หน้ารถจริง ๆ  เจ้าตัวรีบหยิบซ่อนเดินลิ่วขึ้นห้องนอน ก่อนเอาไปเปิดอ่าน ในนั้นประกอบไปด้วยปึกกระดาษรูปของวริษฐ์กับกานที่เจ้าตัวเป็นคนส่งไปให้กวินเอง พร้อมสำเนาใบแจ้งความที่กวินไปแจ้งตำรวจเอาไว้ตามคำบอกของวริษฐ์ และสุดท้ายภาพจากกล้องวงจรปิด ตอนที่อีกฝ่ายพยายามกอดกวิน และทำร้ายร่างกาย
   ปากกาสีแดงเขียนข้อความในหน้าสุดท้าย  ‘อยู่ให้ห่าง ๆ เข้าไว้’
   ความโกรธและกังวลตีอยู่ในอกของเติ้ล เขาสัมผัสได้ถึงความพ่ายแพ้ เขากัดฟันแน่นขบกรามจนใบหน้าสั่น เขาพยายามจัดการอารมณ์โกรธโมโหของตัวเอง พยายามควบคุมลมหายใจ  เขาใส่ทุกอย่างกลับลงไปในซอง เอามันใส่ในลิ้นชักและล็อคกุญแจ มือหนายกขึ้นคลึงขมับ เขาต้องรีบกลับสู่สภาพปกติ เพื่อลงไปทานข้าวมือค่ำกับเอิงเอย เขาไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาอารมณ์ไม่ดี
   เติ้ลถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางเปิดกระเป๋าสตางค์ ดึงเอารูปถ่ายใบเล็กที่ซ่อนอยู่หลังรูปถ่ายของเขากับเอิงเอย ออกมาดู ภาพของเขากับกวินที่โอบคอกัน ยิ้มแย้มให้กล้องราวกับมิตรภาพทที่มีให้กันจะไม่มีวันพังทลาย... แต่ในวันนี้มันพังเละไม่มีชิ้นดี

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก

   เสียงเคาะประตูทำให้เติ้ลสะดุ้ง ยัดรูปเก็บกลับไปที่เดิม ก่อนผุดรอยยิ้มที่พยายามให้สดใสที่สุด เดินออกไปหาภรรยาสาว
   “ข้าวเรียบร้อยแล้วนะคะ ง่วงหรือขึ้นมาทำอะไรน่ะ”
   “มา...มาเก็บของน่ะ ไปสิ ไปกินข้าวกัน”
   เติ้ลปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็ว เขาโอบเอวภรรยาสาวเพื่อลงไปนั่งกินข้าวด้วยกัน เขานั่งกินพูดคุยกับเอิงเอยด้วยสีหน้าปกติ ทั้งที่ในใจร้อนราวไฟเผา ทรมานเหลือเกิน
   เขามองเอิงเอยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก้ม ๆ เงย ๆ เก็บโต๊ะอาหารตามหน้าที่ของภรรยาที่ดี เขารักเธอนะแต่ไม่มีวันรักเธอได้มากเท่าที่เขารักกวิน ไม่เลย และเพราะแบบนั้น เขาถึงได้สงสารเธอ ไม่อยากให้เธอต้องรับรู้เรื่องวุ่นวายทั้งหลายนี้ เป็นภรรยาตัวเล็กที่แสนน่ารักอยู่แบบนี้ให้เขาดูแล ขอโทษนะเอิงเอย

   หลังมื้อคำ เติ้ลนั่งดื่มเหล้าเงียบ ๆ คนเดียว พลางนึกถึงความหลัง ในยามที่ยังมีกวิน เขารู้ว่าเขารุนแรงเอาแต่ใจแต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักกวินเสียหน่อย... รักสิ
   ...
   เพียงแต่ พ่อน่ะ ไม่ปล่อยเขากับกวินไป ...เขาไม่คิดจะปล่อยพวกเราไป

   “เติ้ล เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
   “ครับพ่อ?”
   เขาเดินตามพ่อไปที่ห้องทำงาน
   แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป ปึกกระดาษปึกใหญ่ถูกโยนใส่หน้าของเขามันหลุดกระจายปลิวไปทั่ว  เขาถูกกระดาษบาดเป็นรอยเล็ก ๆ ที่ข้างแก้ม กระดาษพวกนี้เรียกเลือดของเขาให้ไหลซึม
   “อะไรครับพ่อ”
   “...” ผู้เป็นพ่อมองลูกชายคนเดียวด้วยดวงตาคมกริบเหมือนกับมีด ที่พร้อมจะสร้างรอยแผลนับไม่ถ้วนให้กับใจของลูกชายคนเดียวของเขา
   เติ้ลก้มลงหยิบกระดาษขึ้นมา
   เขากับกวิน รูปที่เขาฉวยโอกาสหอมแก้มกวิน...
   “พ่อคิดไว้แล้ว ว่าความสัมพันธ์ของพวกแกมันไม่ปกติ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนสาวเท้าเข้ามาใกล้ลูกชาย “ไม่คิดว่าจะน่าขยะแขยงแบบนี้”
   “ผมรักกวิน”
   เพี๊ยะ
   สิ้นคำเติ้ลหน้าหันไปตามแรงของฝ่ามือใหญ่ พ่อตบหน้าเขาเต็มแรง
   “รัก! ผู้ชายกับผู้ชาย” เขาแค่นเสียงต่ำ “แกรู้มั้ยว่าฉันรังเกียจแค่ไหน”
   “...”
   “ฉันเตรียมว่าที่ภรรยาให้แกแล้ว และรู้ไว้ซะว่าถ้าแกไม่เลิกกับมัน พ่อจะจัดการเอง”
   เติ้ลหันกลับมามองผู้เป็นพ่อ พลางยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่ไหลซึมจากมุมปาก เขาไม่มีทางเลือก ไม่เคยมีทางเลือก พ่อพูดคำไหนคำนั้น พ่อเอาจริงเสมอ
   เขาต้องเลิกกับกวินให้ขาด เขารู้ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บปวดแค่ไหน ไม่ต่างจากเขา ที่รู้สึกเหมือนข้างในมันพังทลายอยู่ตลอดเวลา รักแค่ไหนก็พังแค่นั้น ใจหนึ่งอยากจะให้โกรธ อยากจะให้เกลียด และหนีจากไปให้ไกล แต่อีกใจกลับอยากคว้าเอาไว้ อยากกอดเก็บให้กวินเป็นของเขาแค่เพียงคนเดียว แม้มันจะโคตรเห็นแก่ตัว
   สุดท้ายเขากลับทำมันออกมาด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป มันหลากหลายจนน่าขันที่ทำร้ายอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำอีกพร้อมรอยยิ้มจอมปลอม ใจร้าย.. ใช่ทั้งต่อกวินและหัวใจของตัวเอง เขาก็หวังว่าตัวเองจะเกลียดตัวเองมากพอ และรู้ว่าตัวเองไร้ค่า ไม่คู่ควรกับกวิน เขาจะได้ตัดใจของตัวเองให้ขาดเสียที
   อยากเลิกรา แต่กลับไล่ตาม อยากเลิกรัก แต่กลับเฝ้ามองหา อยากกอดอีกสักครั้ง แต่กลับเผลอทำร้ายเขาซ้ำลงไปอีก ถึงจุดหนึ่งเขาเข้าใจแต่ไม่อยากจะยอมรับมัน ...ว่าในตอนนี้ เขาทำให้กวินร้องไห้ได้ แต่ไม่อาจทำให้กวินยิ้มได้อีกแล้ว กวินร้องไห้ให้กับการกระทำที่แสนใจร้าย ไม่ได้ร้องไห้เพราะว่าความรักมันบาดลึก เพราะความรักที่กวินเคยมีให้เขามันไม่หลงเหลือมาตั้งนานแล้ว
   พ่ายแพ้โดยสมบูรณ์แบบ วริษฐ์อะไรนั่น ชนะ ... เขาจะไม่เข้าไปยุ่งอีกแล้ว อย่างน้อยเอิงเอยเท่านั้นที่เขาจะไม่ยอมให้ต้องเสียใจ ชดเชยความผิดของเขา ชดเชยความไร้กำลังของเขา
   แม้จะแอบหวังว่าสักวันจะได้คุยกันดี ๆ อีกสักครั้ง ...

   “พี่อาร์ต อยู่ไหนแล้วครับ” เสียงใสกรอกไปตามปลายสาย เขาอยู่ที่ร้านของเต๋าแล้ว เพราะพี่อาร์ตส่งพี่เต๋าไปรับเขาออกจากบ้าน แต่นานแล้วเจ้าตัวก็ยังไม่มา เขาถึงได้หลบออกมาโทรหาคนตัวสูง
   ‘จะถึงแล้วครับกวิน เจอด่านด้วยแหละ เขาถามว่าพี่ดื่มมาหรือเปล่า’
   “แล้วพี่ตอบไปว่า”
   ‘ยังไม่ได้ดื่มครับ กำลังจะขับรถไปดื่ม’
   “หุ้ว ห้าวจัง ตำรวจแอบจดทะเบียนรถพี่ไว้แล้วแน่ ๆ” กวินพูดจบก็ขำกิ๊กให้กับประโยคกวนประสาทของพี่อาร์ต
   ‘ไม่เกิน 15 นาที คิดถึงนะครับ เดี๋ยวเจอกัน’

   ไม่นานร่างสูงมาถึงร้าน ด้วยความอารมณ์ดี เสียงเพลงดังกระหึ่ม เร้าให้เขาเคลื่อนไหว ขยับโยกตัวไปตามจังหวะเสียงเพลง ก่อนเดินไปตามทางที่คุ้นเคย ใครส่งยิ้มให้เขา เขายิ้มตอบไปหมด อารมณ์ดีจนคิดว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้ว
   กวินเฝ้ามองคนที่เพิ่งมาถึงไม่วางตา จากที่เขาอยู่ มองเห็นได้ทั่ว สมที่เป็นโต๊ะของเจ้าของร้าน อีกฝ่ายดูท่าทางอารมณ์ดีแปลก ๆ ดีจนน่าหมั่นไส้ เดินโยกตัวเต้นตามจังหวะเพลงมาตั้งแต่หน้าทางเข้า สาวๆ โยกย้ายเข้าหาเขาเป็นแถบ เต้นกับสาวสวยหูตาแพรวพราว กวินได้แต่ลุกขึ้นยืนมองกอดอกถลึงตาไม่พอใจ พ่อปลาไหลคนนี้นี่!
   วริษฐ์เดินไม่ถึงคนตัวเล็กที่ทำหน้าทมึงตึงใส่ เขาก็แค่สนุกสนาน อารมณ์ดีมากเท่านั้นเอง ยิ่งนึกหน้าวิตกกังวลสุดขีดของเติ้ลเขาก็ยิ่งอารมณ์ดี สมน้ำหน้า หัดกลัวเสียบ้างเถอะ
   เขาขยับส่งยิ้มให้ และไม่รอให้กวินได้บ่นหรือทำหน้าน้อยอกน้อยใจ แต่กลับเชยคางคนตัวเล็ก และประทับจูบทันที ไม่ใส่ใจสายตาใคร หรือจะทักทายใครทั้งนั้น
   คนอื่นที่โต๊ะได้แต่มองอึ้ง ๆ นอกจากเต๋าที่รู้เรื่องแบบชัดเจนแจ่มแจ้ง ส่วนคนอื่นแค่สงสัยระแคะระคายเฉย ๆ แต่พอมาเจอจูบประเจิดประเจ้อแบบนี้ก็ได้แต่ทำหน้าตกใจเหล่อหล่ากันเป็นแถบ อะไรมันจะขนาดนั้นวะวริษฐ์
   วริษฐ์ประทับจูบเนิ่นนานไม่ยอมผละออกเสียที คิดว่าจะแค่จุ๊บทักทายที่ไหนได้ พอได้สัมผัสริมฝีปากนุ่มก็ไม่อยากที่จะขยับออก
   “อื้อ พี่อาร์ต” กวินยกมือขึ้นทุบอกอีกฝ่าย ก่อนดันตัวออก แต่ก็หนีไม่ได้ไกลเพราะมือหนาโอบรอบเอวเขาเอาไว้แน่น “อายมั้ยเนี้ย”
   “พี่ไม่อายนี่”
   เต๋ากระตุกยิ้มกับคำพูดนั้น แหม พอเมิงเปิดตัว ยางอายก็ไม่มีเหลือ
   รอบนี้วริษฐ์โอบไหล่กวินพลางแนะนำใหม่อีกครั้งด้วยสีหน้าสดใส
   “นี่กวิน รุ่นน้อง...” เขาแกล้งพูดแบบเดิม ก่อนจะเว้นวรรค เป็นการหยอกอีกฝ่าย “นี่กวิน แฟนกุเอง”
   เต๋าปรบมือเสียงดัง เป็นกองเชียร์ที่ดี ส่วนคนอื่นได้แต่นิ่งอึ้ง มองวริษฐ์ทีกวินที คนนึงยิ้มร่า อีกคนก้มหน้างุด ดูก็รู้ว่าเขิน คู่นี้มันก็เป็นไปได้เนอะ ผู้ชายเจ้าชู้ มาหยุดที่ผู้ชายตัวเล็กอีกคนหนึ่ง?

   ครั้งนี้วริษฐ์ตัวติดอีกฝ่ายแจให้นั่งด้านในกันเต๋าเต็มที่ นั่งเรียงเป็นกวินวริษฐ์เต๋า เขาไม่เอาแบบครั้งที่แล้วแล้ว เขามีสิทธิจะหวงจะหึงเต็มที่แล้วด้วย มาวุ่นวายเป็นเพื่อนก็จะทุบ ร่างสูงยกแก้วเหล้าในมือขึ้นจิบ พลางหันมองเต๋าที่ชะโงกหน้ามาจะคุยกับกวิน
   “เลิกมองกุแบบนั้นได้แล้วไอ้วริษฐ์”
   “มองแบบไหน”
   “กุไม่ได้จะแย่งแฟนเมิง” เต๋าพูดบ่นตรงประเด็น “แล้วก็ไม่ต้องเอาตัวมาบังน้อง ทำไมกุคุยกับน้องบ้างเมิงจะหวงอะไรนักหนา”
   เพื่อนฝั่งตรงข้ามมองสามคนถกเถียงกันแบบงุนงง เหมือนเต๋าจะมีเอี่ยวอะไรสักอย่าง เต๋าคงรู้เรื่องอยู่แล้วเพราะดูไม่ตกใจเท่าไหร่นัก เพียงแต่ว่า รักสามเส้าหรอวะ?
   “กุไม่ได้พูดอะไรสักคำ”
   “ไอ้บ้าเอ้ย... กุเป็นเพื่อนเมิงมากี่ปี” เต๋ายกเหล้าขึ้นกระดก “กุไม่แตะของเพื่อนหรอก ก็แค่กระตุ้นเมิงเฉย ๆ เพราะเมิงอ่ะมันโง่”
   วริษฐ์ขมวดคิ้ว ขณะมองจ้องอีกฝ่าย
   “เห็นมั้ยโคตรโง่ รักเขายังไม่รู้ตัวเลย”
   กวินตั้งใจฟังอีกฝ่ายพูดด้วยใบหน้าร้อนผ่าว ที่พูดถึงมันเขานี่นะ มันเขาเอง มือบางยกขึ้นปิดหน้าด้วยความเขิน แต่หูก็ยังคงตั้งใจฟัง
   “กุไม่ได้คิดอะไรกับกวิน แค่อยากรู้ว่าเมิงจะเอายังไงก็เท่านั้น”
   วริษฐ์ยิ่งขมวดคิ้ว “แปลว่าทั้งหมดนั่น...”
   “เออดิ แต่ถ้าเมิงไม่รักน้องจริง ๆ กุก็พร้อมดูแล”
   “ไอ้!”
   “อย่าด่า! เมิงรักน้องก็รักไปสิ กุไม่แทรก แต่ถ้าเมิงไม่รัก เมิงก็ไม่มีสิทธิเข้าใจป่าววะ”
   วริษฐ์ถอนหายใจยาวเหยียด แต่ก็สบายใจขึ้นมานิดนึง ที่เต๋าเข้าหากวินเพราะอยากให้เขาคิดได้สักทีว่าคนข้าง ๆ สำคัญกับเขาแค่ไหน
   “กุหายโง่แล้ว”
   มือหนายกขึ้นโอบไหล่อีกฝ่าย  ก่อนหันไปหอมแก้มโชว์
   “เห็นมั้ย เลิกโง่”
   “พี่อาร์ต...” กวินได้แต่หลบสายตาอีกฝ่าย บ้าเอ้ยใจเขา มันเต้นแรงจนจะไม่ไหวอยู่แล้ว พี่อาร์ตชอบทำเขาใจสั่น แต่เขาก็ชอบที่จะใจสั่นแบบนี้
   “แค่ก ๆ” เพื่อนที่นั่งตรงข้ามถึงกับสำลักเหล้ากับความ...หน้าด้านหน้าทน และความอวดหวาน
   “เฮ้ออออ เอาเถอะเมิงมีความสุขก็ดีแล้ว”
   วริษฐ์ยิ้มกว้างก่อนเอาแขนอีกข้างโอบคอเพื่อน เต๋าน่ะมันดีกับเขาจริง ๆ
   “งั้น งั้นดื่มฉลอง” นภตั้งสติได้ก่อนใคร ยกแก้วขึ้นเรียกให้เพื่อนชน
   พวกเขายกแก้วขึ้นชนกันดังแกร๊งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เป็นการฉลองที่เพื่อนมีแฟนแล้วจะมีความสุขเสียที คนที่เพื่อน ๆ กังวลมากที่สุด ยิ้มได้กว้างขนาดนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งกว่าอะไร

   “วันนี้กุกลับไวนะ” วริษฐ์พูดขณะมองนาฬิกาข้อมือ
   “ทำไมวะ” วิชถามขึ้นนาฬิกาตอนนี้เพิ่งจะสี่ทุ่ม “มีนัดอะไร หอกวินปิด?”
   “ป่าวอ่ะ กุอยากกินเด็กแถวนี้” วริษฐ์พูดออกมาหน้านิ่ง
   “เชี่ย!!!” นภถึงกับอุทานออกมาเสียงดังกับคำพูดตรงไปตรงมาของเพื่อน ตรงเกินไปแล้วว้อย
   “พี่ต้องบอกคนอื่นหมดทุกอย่างเลยหรือครับ” กวินบ่นพึมพำ ยกมือขึ้นเกาแก้มมันน่าอายจะตาย ทำไมเป็นแบบนี้วะเนี้ย
   วริษฐ์ยักไหล่ไม่ตอบก่อนยกแก้วเหล้าในมือรวดเดียวหมด พร้อมผุดลุกขึ้นยืน เงินแบงค์พันสองใบถูกยื่นส่งให้เต๋า ไม่รู้ว่าดื่มไปเท่าไหร่ แต่เขาอารมณดีมากตอนนี้
   “ไปกันกวิน” มือหนายื่นส่งให้คนตัวเล็กคว้าจับเอาไว้
   กวินยื่นมือไปจับ พลางขยับยิ้มเขิน แต่ไม่ลืมหันไปร่ำลาเพื่อน ๆ ของพี่อาร์ต “ไปก่อนนะครับ”
   “โชคดี อย่ารุนแรงกันนักนะเว้ย” เสียงบอกลาอวยพรตามท้ายยิ่งทำให้กวินหน้าร้อนผ่าว

   “พี่อาร์ต ทำไมพูดแบบนั้นเนี้ย!” คนตัวเล็กโวยวายเมื่อเดินออกมานอกร้านแล้ว
   “พูดเรื่องจริง แมวเมี้ยวของพี่” เขาพูดพลางขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ ชอบจริง ๆ ติดใจแมวเมี้ยวตัวนั้นเหลือเกิน คืนนี้เขาจะรักแมวตัวนั้นให้ขาดใจตายไปเลย

[เติ้ลอ่อนแอเองช่วยไม่ได้ แล้วดันมาทำร้ายคนที่ตัวเองรัก
ส่วนพี่อาร์ต เป็นหนักแล้วววว อิอิ รักษาสุขภาพกันด้วยน้า
พบกันตอนหน้า หวานจนเป็นเบาหวาน]

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1154
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ RingoPle

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 85
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-4
บทที่ 28 พี่จองไว้ก่อน

   เมื่อกลับมาถึงบ้าน วริษฐ์ก็ไม่รีรออะไรอีก เขาโอบอุ้มแมวเหมียวไปดูแลคลอเคลียทั้งคืนดูแลใส่ใจด้วยความโหยหา ราวกับตายอดตายอยากมาจากไหน ตักตวงแล้วตักตวงอีกเหมือนคนโลภไม่รู้จักพอ ...
   ส่วนเจ้าแมวเหมียวเองก็ปรนนิบัติอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ไม่ว่าอีกฝ่ายจะให้ทำอะไร ท่าไหนแบบไหน เขาก็เต็มที่เสมอ อีกฝ่ายทำให้เขาร้องครวญครางจนหมดแรงและต่างกอดก่ายกันจนเช้าวันใหม่มาเยือน
 
   วริษฐ์ปลุกกวินด้วยสัมผัสอบอุ่น ลูบเส้นผมที่ปรกหน้าผากก่อนจะจูบเบา ๆ จากหน้าผาก ปลายจมูกและริมฝีปาก สัมผัสอุ่นขยุกขยิกนั่นปลุกให้กวินตื่นขึ้นมาและจูบตอบอีกฝ่าย เป็นเช้าที่อบอุ่นเกินคาด พวกเขาจูบกันเนิ่นนานอ้อยอิ่ง กว่าจะยอมผละออกจากกันได้
   “พี่อาร์ตปลุกแบบนี้เลยหรอครับ” เจ้าตัวถามแบบนั้นก่อนยิ้มออกมา
   “ปลุกคนพิเศษก็ต้องนุ่มนวลหน่อย” วริษฐ์ยิ้มก่อนยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ ในขณะที่กวินได้แต่เขินกับคำว่าคนพิเศษ “เย็นวันศุกร์ พรุ่งนี้เราติดธุระอะไรหรือเปล่า”
   “ไม่มีครับ”
   “ดีเลยงั้นพี่นัดเราไว้เลยนะครับ”
   “มีอะไรหรอครับ” กวินได้แต่ถามกลับไปด้วยสีหน้างุนงง
   “วันพิเศษ เย็นวันศุกร์ก็รู้เอง”
   “วันอะไรกันนะครับ”
   “น่า ๆ เดี๋ยวก็รู้”
   “ก็ได้ครับ” กวินไม่ซักต่อ รอรู้วันศุกร์เลยก็ได้
   “เอ้อ เดี๋ยวพี่จะเตรียมชุดไว้ให้ ใส่ด้วยนะ”
   กวินได้แต่คิดในใจ พิเศษมากขนาดนั้นเลยหรือถึงกับเตรียมชุดไว้ให้ มันชวนตื่นเต้นเสียแล้วสิ
   “ไปอาบน้ำกันดีกว่า”
   “พี่อาร์ตอาบเลย ผมจะอุ่นข้าวเช้าให้”
   “ครับ” วริษฐ์ตอบรับเบา ๆ ขยับลุกขึ้นก่อนจะส่งมือให้อีกฝ่ายจับเอาไว้ เขารู้สึกมีความสุขจริง ๆ ที่ได้ตื่นมาเจอกวินแบบนี้ ทั้งที่ปกติก็เจอกัน แต่พอยอมรับหัวใจตัวเองได้แล้ว ความธรรมดาแบบนี้ก็กลายเป็นความธรรมดาที่แสนพิเศษ เขาดึงอีกฝ่ายมากอดเอาไว้แน่น
   “ตกลงพี่อาร์ตจะไม่บอกอะไรผมเพิ่มจริง ๆ หรอเกี่ยวกับนัดน่ะ” กวินพูดเสียงอู้อี้เพราะหน้าของเขายังซุกอยู่กับอกของอีกคนอยู่
   “ฮ่า ๆ ไปเตรียมตัวไปทำงานที่เรารักกันได้แล้ว”
   แน่นอนว่าวริษฐ์บ่ายเบี่ยง เขาจะเก็บให้มันลับจนกว่าจะถึงเวลา

   เย็นวันศุกร์ วริษฐ์ใส่สูทสีน้ำเงินเซตผมเป็นอย่างดี ดูหล่อและมีเสน่ห์ยิ่งกว่าทุกวันเขากำลังยืนรออีกคนที่หน้าลิฟต์บริษัท ส่วนกวินมาด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้าสดใส กับกางเกงขายาวสีขาว ดูเหมือนคุณชายตัวน้อย ชุดที่วริษฐ์เตรียมไว้ให้ ที่ทั้งคู่แต่งตัวแบบจัดเต็มเพราะเป็นวันพิเศษ วันที่วริษฐ์ตั้งใจเอาไว้ ว่าจะบอกความจริงในใจ แม้มันจะถูกบอกออกไปแล้วก็ตาม
   “เรากำลังจะไปไหนกันหรอครับ”
   “ไปถึงก็รู้เองครับ”
   “บอกสักนิดก็ไม่ได้หรอครับ” กวินพยายามอ้อนถาม จะได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ แต่งตัวดีขนาดนี้ จะพาไปไหนกันหรือต้องเจอใครหรือเปล่าก็ไม่รู้
   “ไม่บอกครับ” วริษฐ์พูดพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวลหรอก ที่ที่เราจะไปกวินต้องชอบแน่ ๆ “
   วริษฐ์เดินจูงมืออีกฝ่ายพาไปรถ ไม่คิดบอกเล่ารายละเอียดอะไรให้ฟังเลยแม้แต่น้อย เซอร์ไพรซ์ที่เขาหวังไว้ว่าอีกฝ่ายจะประทับใจ
   รถติดเล็กน้อยตามประสาเย็นวันศุกร์ วริษฐ์แอบกังวล แต่ก็อารมณ์ดีเกินกว่าจะหงุดหงิด สถานที่ที่จะไปอยู่อีกไม่ไกลแล้วล่ะ ยังไงก็ไปทัน...
   เสียงเพลง แอร์เย็น ๆ และรถที่ค่อย ๆ เขยื้อนทีละนิดทำให้กวินแอบง่วง จากที่ตื่นเต้นในตอนแรก กลายเป็นว่ากำลังจะเคลิ้มหลับ
   “กวินเคยขึ้นตึกสูงสุดที่ชั้นไหน”
   “ฮะอะไรนะครับ” กวินขมวดคิ้วเล็ก ๆ กับคำถามของวริษฐ์ ที่อยู่ ๆ ก็ถามขึ้นมา เขาที่กำลังฟังเพลงเพลิน ๆ กำลังเคลิ้มได้แต่งงงวย
   “เคยขึ้นไปตึกสูง ๆ  สูงที่สุดชั้นไหน”
   “อืม?” เขากำลังพยายามนึกย้อน จำได้ว่าไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว น่าจะที่นี่แหละที่สูงที่แล้ว “น่าจะชั้น 36 นะครับ ทำไมหรอครับ”
   “หรอ แล้วกลัวความสูงหรือเปล่า” วริษฐ์นึกได้ว่าลืมถามอีกฝ่ายไปเลยว่ากลัวความสูงหรือเปล่า ถ้ากลัวก็จะได้รีบเปลี่ยนแผน
   “ไม่ครับ”
   “ดีแล้วล่ะ” วริษฐ์ลอบถอนหายใจเบา ๆ คิดว่าแผนสำรองจะต้องถูกเอามาใช้ซะแล้ว
   กวินได้แต่ทำหน้างง หรือว่า ... “เรากำลังจะไปที่สูง ๆ กันหรอครับ”
   “ใช่ ต้องระวังด้วย ถ้าตกลงไปจะเจ็บ”
   “อันตรายหรอครับ”
   “มาก”
   “ถ้าอันตรายเราไม่ไปกันมั้ยครับ”
   “ไม่ได้ต้องไป”วริษฐ์พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง และแกล้งเว้นวรรคให้กวินวิตกกังวล “...หลุมรักพี่ หลุมลึกมาก เหมือนตกลงจากที่สูง ลงไปแล้วหมดสิทธิขึ้น”
   กวินนิ่งเงียบไปกับคำตอบนั้น สมองประมวลผล พี่อาร์ตเล่นมุกอะไรก็ไม่รู้หน้าตาเฉย... ก่อนจะขำออกมาเสียงใส มุกเสี่ยวสุด ๆ ไม่น่าเชื่อเลย
   “ไม่ขึ้นครับ! ต่อให้มีบันไดมาให้ก็ไม่ขึ้นไปครับ” กวินตอบกลับก่อนยิ้มกว้าง
   “ดีกวิน พูดได้ดี”
   
   ร่างสูงเลี้ยวรถเข้าไปในพื้นที่ของตึกสูงที่สูงที่สุดของประเทศ ใช่แล้ว สุดท้ายเขาเลือกที่สูง ๆ วิวสวย อากาศปลอดโปร่ง เพื่อที่จะบอกรักอีกฝ่ายอย่างเป็นทางการ
   “พามาที่นี่หรอครับ” กวินถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น มิน่าล่ะอีกฝ่ายถึงถามว่ากลัวความสูงมั้ย ก็ที่นี่ตึกสูงที่สุด หรูหราที่สุด เขาเคยอ่านรายละเอียดมาบ้างแล้ว เป็นสถานที่สุดแสนจะโรแมนติก แต่ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะได้มา ยิ่งมากับพี่วริษฐ์ ที่นี่ก็น่าจะยิ่งโรแมนติกเกินกว่าที่ใครบอกเล่าเอาไว้
   “ใช่ วิวดีสุด ๆ”
   เมื่อไปถึงจุดหมายวริษฐ์จอดรถเอาไว้ เขาเดินลงจากรถและรีบวิ่งวนไปหาอีกคน พร้อมส่งมือให้จับเอาไว้ ฝ่ามือของกวินเย็นเฉียบด้วยเพราะความตื่นเต้น ตั้งแต่รถเลี้ยวเข้ามาเขาก็ตื่นเต้นไม่หยุด พอคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจพาเขามาสถานที่โรแมนติกแบบนี้ มันจักจี้หัวใจดีจริง ๆ กับความเอาใจใส่ของพี่อาร์ต
   วริษฐ์กระชับมือนุ่มเพื่อแบ่งปันความอบอุ่นให้คนตัวเล็ก
   “หนาวหรอ”
   “ตื่นเต้นครับ” เจ้าตัวพูดพลางฉีกยิ้มกว้าง
   “เรานี่มันน่ามันเขี้ยวจริง ๆ นั่นแหละ”
   กวินบึนปาก พี่อาร์ตนั่นแหละ น่ารัก
   ในตึกดูหรูหราจริง ๆ พนักงานพาเราไปยังลิฟต์ พร้อมแจ้งเราว่าอาจจะหูอื้อเล็กน้อย หลังจากนั้นลิฟต์ก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว พาเราไปสู่ชั้น 78
   กวินหันมองวิว มันมองออกไปได้จนสุดลูกหูลูกตาสูงมากจนตึกอื่น ๆ เล็กนิดเดียว เขาสูดอากาศหายใจเต็มปอดตื่นเต้นจนฝ่ามือเริ่มชื้นเหงื่อ แต่วริษฐ์ก็ไม่มีทีท่าจะปล่อยมือนุ่มนั่นไปแม้แต่นิดเดียว

   เวลานี้ที่ท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนสี และลมบนดาดฟ้านั่นก็แรงกำลังดี วริษฐ์จองโต๊ะไว้ฝั่งที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน แสงสีส้มแสงสุดท้ายทาบฉาบทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งเขาและกวิน รอยยิ้มท่ามกลางแสงสีส้มเป็นรางวัลสำหรับเขา ว่าเขาเลือกที่นี่ถูกต้องแล้ว มือข้างขวาแบออกวางบนโต๊ะ เป็นการเชื้อเชิญให้อีกคนวางมือลงบนฝ่ามือของเขา เพื่อเกาะกุมกันไว้ระหว่างจ้องมองพระอาทิตย์ตกดินไปพร้อม ๆ กัน
   “วิวสวยดีมั้ย” วริษฐ์เอ่ยถามออกมาขณะที่ดวงตาเอาแต่จ้องกวิน กวินที่มองพระอาทิตย์อย่างเพลิดเพลิน และรอยยิ้มเปี่ยมสุข เขาละสายตาไม่ได้เลยสักนิดเดียว
   “สวย สวยมากครับพี่อาร์ต ขอบคุณนะครับ” กวินหันมายิ้มให้อีกคนจนตาหยี มีความสุขมากจนคนจัดเตรียมพลอยใจเต้นตึกตัก
   “นั่นสิ สวยมากเลย” วริษฐ์เออออแต่ไม่ใช่วิวหรอกที่สวย แต่เป็นคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาต่างหาก ผู้ชายอะไรยิ้มได้สวยขนาดนี้ “สวยก็ดูให้เต็มที่เลยนะ”
   กวินพยักหน้าก่อนหันกลับไปตั้งใจดูวิวอีกครั้ง
   วริษฐ์จึงหยิบของอีกอย่างที่เตรียมเอาไว้ออกมา ของที่จะยิ่งเชื่อมใจเขาเอาไว้ด้วยกัน ยามที่เห็นมัน เขาค่อย ๆ หยิบมันออกมา กล่องกำมะยีที่มีแหวนเงินเกลี้ยงเกลาอยู่สองวงที่ข้างในสลักว่า WG ย่อมาจากวริษฐ์และกวิน เขาหยิบวงที่เขาเตรียมไว้ให้กวินออกมาแล้วสวมลงไปบนนิ้วของคนที่นั่งมองวิวเพลิน ๆ
   กวินไม่ทันรู้สึกตัวว่าสัมผัสเย็นเฉียบถูกสวมลงบนนิ้วนางของกวิน คนตัวเล็กรู้สึกถึงมันเมื่อมือหนาขยับหมุนมันไปมา
   “พอดีหรือหลวมไปกันนะ”
   กวินมองแหวนเงินที่ถูกสวมอยู่ในมือเขาก่อนจะเบะปากเหมือนอยากจะร้องไห้
   “ขี้แยจังเลยครับ”
   “พี่อาร์ต” กวินเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงสั่น ความรู้สึกตื้นตันแผ่ซ่านไปทั่วอก ใบหน้านั้นพยายามยิ้ม แม้อยากจะร้องไห้ ถ้าร้องออกมาน้ำตานี้เป็นน้ำตาแห่งความสุข
   วริษฐ์มองปฏิกิริยาของกวิน ที่ดูซาบซึ้งมากเกินกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก น้ำตาเอ่อคลอสะท้อนกับแสงสุดท้ายของวัน ทำเอาเขาอยากจะดึงอีกฝ่ายมากอดแน่น ๆ
   “กวิน พี่ฝากตัวด้วยนะ”
   พี่อาร์ตของเขาน่ะ... ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้
   คนตัวเล็กพยักหน้ารัว ๆ อยากจะบอกรักเขาอีกสักครั้ง แต่ก้อนสะอื้นกลับขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขาไม่ได้อยากจะร้องไห้สักหน่อย ไม่ได้อยากขี้แย แต่เพราะพี่อาร์ตนั่นแหละ ดีเกินไป ดีต่อใจของเขามากจนเกินไป
   “พี่รักกวิน”
   “ฮื่ออออ”กวินร้องออกมาแม้หยดน้ำตาจะไม่ร่วงหล่น
   “เอ้า จะร้องไห้อีกแล้ว”
   “ผม... ผมก็รักพี่อาร์ต”
   วริษฐ์ยิ้ม เขามีความสุขมาก ๆ เลยในตอนนี้ ทั้งที่ไม่เคยคิด และไม่กล้าวาดฝันว่าตัวเขาเองจะสามารถมีความสุขขนาดนี้ได้ แต่กวินทำให้เขาไม่ฝันร้าย ทำให้เขาไม่โดดเดี่ยว ทำให้เขาไม่รู้สึกว่าตัวคนเดียวไม่ว่าจะยามหลับ ยามตื่น หรือว่ายามฝัน
   “พี่สวมแหวนจองไว้ก่อนเนอะ”
   “ครับ แต่งครับ”
   วริษฐ์ขำออกมายกใหญ่ ถ้าปล่อยกวินไป ถ้าผลักไสกวินไปตั้งแต่ตอนนั้น แล้วเจ้าตัวถอดใจไปจริง ๆ เขาคงไม่ได้ยิ้มอยู่แบบนี้ คงจะเป็นไอ้วริษฐ์คนเดิม ที่ได้แต่ร้องไห้เวลาที่ฝนตกหนัก และไม่กล้าแม้กระทั่งจะรักใคร ไม่กล้าแม้กระทั่งจะมีความสุข
   “นั่นน่ะแหวนคู่นะ เราก็สวมให้พี่บ้างสิ”
   วริษฐ์พูดพลางยื่นมือไปตรงหน้าอีกฝ่าย พร้อมกับดันกล่องแหวนบนโต๊ะไปให้
   มือเล็กหยิบแหวนขึ้นมา ก่อนจะแตะริมฝีปากลงไปสัมผัสบนแหวนเงินนั่นเบา ๆ เขาสวมมันลงไปที่นิ้วของพี่อาร์ต ภาวนาให้สิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ช่วยยึดโยงพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน
   มือทั้งสองเกาะกุมกันแน่น โดยมีแสงสุดท้ายของวันเป็นพยาน
   “กวิน พี่ขอบคุณเรามากนะที่อดทนรอพี่”
   “ผมต่างหาก ผมขอบคุณที่ช่วยผมมาตลอด ขอบคุณที่วันนั้นพี่ใจดีพอที่จะปลอบใจคนแปลกหน้าแบบผม ขอบคุณที่พี่บอกให้ผมหาคนใหม่ คนที่ดีกว่าเดิม” คนตัวเล็กพูดพลางขยิบตาให้เขา
   “แล้วพอคน ๆ นั้นมันเป็นพี่ มันก็... เหมือนคนชมตัวเอง”
   “ก็เป็นเรื่องจริงนี่ครับ”
   ทั้งคู่หัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาแห่งความสุขที่รอคอย
   
   พวกเขาทานอาหารค่ำใต้แสงเทียน  พูดคุยหยอกล้อกันไปเรื่อย นึกย้อนถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา ทั้งสุขและเศร้า กว่าที่เขาจะมานั่งอยู่ด้วยกันตรงนี้ ได้ส่งยิ้มให้กันแบบนี้ ต้องเสียน้ำตาไปแล้วกี่ลิตร และหากใครคนใดคนหนึ่งตัดสินใจไปอีกทิศทางหนึ่ง พวกเขาอาจจะแยกจากกันไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
   วิวกลางคืนสวยงาม ดวงไฟเล็ก ๆ จากตึกและรถยนต์ทำให้วิวนี้มีชีวิตชีวา แต่กวินกลับเอาแต่มองคนตรงข้าม ใบหน้าหล่อเหลายามต้องแสงเทียนที่วูบไหว มันชวนให้หัวใจสั่นไหวเหลือเกิน บรรยากาศหวานล้ำ มันโรแมนติกมากชนิดที่กวินไม่เคยวาดฝันไว้ ว่าจะมีโอกาสแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตของเขา ไม่คิดเลยว่าจะได้สวมแหวนคู่กับคนตรงข้าม ไม่คิดว่าเขาจะรับหัวใจของผมเอาไว้ และยอมเอาหัวใจของตัวเองมาฝากไว้ที่ผม
   เราจูบกันบนตึกสูง 78 ชั้น จูบชวนใจสั่นยิ่งกว่ายามมองลงไปข้างล่างใต้ตึกที่ระดับความสูงขนาดนี้เสียอีก

   เราบอกลาสถานที่แสนโรแมนติกที่เราแวะเวียนมาสร้างความทรงจำชั่วครั้งชั่วคราว และกลับไปสู่สถานที่ที่แสนอบอุ่นของเรา ที่ ๆ เราจะใช้ชีวิตที่นั่นเพื่ออยู่เคียงข้างคนที่รัก และดูแลกันไปเนิ่นนาน
   
   เมื่อวริษฐ์พาคนตัวเล็กกลับถึงบ้าน ค่ำคืนแสนหวานนี้จะไม่จบลงโดยง่าย เพราะเขาตั้งใจว่าจะไม่ให้อีกฝ่ายได้นอน ทันทีที่เข้ามาในบ้าน วริษฐ์ก็ช้อนอุ้มคนตัวเล็กลอยวืด เรียกเสียงหวีดเล็ก ๆ จากคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี
   “อุ้มทำไมครับ”
   “กวินเดินช้าไม่ทันใจเลย” เขากระชับแขน พลางเดินก้าวอาด ๆ ไปที่ห้องนอนในทันที เขาวางคนตัวเล็กลงบนที่นอน ก่อนจะคร่อมทับ
   “ไม่อาบน้ำก่อนหรือครับ”
   “แฟนพี่ตัวหอมอยู่แล้ว ไม่ต้องอาบหรอก พี่รอไม่ไหว”
   “พี่อาร์ต!” คนตัวเล็กร้องโวยวายอยู่เมื่ออยู่ ๆ คนตัวสูงก็เข้าบทหื่นขึ้นมาซะอย่างนั้น ทั้งที่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้อีกฝ่ายต้องทนหรืออดอยากปากแห้งเลยแม้แต่น้อย คอยดูแลอยู่ตลอดทั้งเรื่องบนเตียง บนโต๊ะ บนโซฟาเป็นอย่างดี ////// แล้วทำไมถึงได้เป็นแบบนี้
   “เราน่ะไม่รู้หรอก ว่าตอนที่เรายิ้มให้พี่ แสงเทียนวูบไหวนั่น มันทำให้พี่อยากจะทำเราตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ”
   คำพูดลามกของคนตรงหน้าที่พูดออกมาแต่ไม่รอฟังคำตอบรับหรือคำบ่นโวยวาย กลับประทับริมฝีปากเพื่อลิ้มรสความหวานของคนตรงหน้าอย่างเร็วที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการที่พลุ่งพล่าน
   อารมณ์ร้อนแรงที่ถูกจุดติดอย่างรวดเร็วเพียงพวกเขาสัมผัสกัน ความร้อนแรงแสนหวานยิ่งกว่าวันไหน ๆ เพราะเป็นความรักที่ต่างตอบสนองกันโดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัย เป็นเพียงคนสองคนที่รักกัน และอยากจะเติบเต็มให้กันและกันเท่านั้น
   เสื้อผ้าถูกถอดออกไปให้พ้นตัวอย่างรีบร้อน แต่ริมฝีปากที่สัมผัสกันนั้นแทบไม่ห่างจากกันเลย พวกเขาร่วมแบ่งปันลมหายใจให้กันและกัน
   แต่ถึงจะรีบร้อนแค่ไหน วริษฐ์ก็ยังคงอ่อนโยน ลูบไล้ร่างกายเปลือยเปล่าของคนตัวเล็กอย่างรักใคร่ และอดทนใช้นิ้วค่อย ๆ เบิกทางให้อีกฝ่ายก่อน แม้เขาจะอยากที่จะแทรกตัวเข้าไปใจจะขาดแล้วก็ตาม แต่เซ็กซ์ถ้าไม่มีความสุขด้วยกันทั้งคู่ มันเห็นแก่ตัว
   เขามองใบหน้าที่แสดงอารมณ์ร่วมของกวินเวลาที่เขาขยับนิ้วเข้าออกช่องทางรักนี่มันชวนให้เขาเตลิดจริง ๆ
   “อื้อ พี่อาร์ตครับ”
   “เป็นไงหืม?”
   “ใส่เข้ามาเถอะครับ ผมพร้อมแล้ว” อีกฝ่ายเชิญชวนขนาดนี้ จะด้วยพร้อมจริง หรืออยากให้เขาพ้นความทรมาน แต่อย่างไหนเขาก็จะตอบสนองต่อเสียงเชิญนี้
   เขาขยับแทรกตัวเข้าไป จับให้เรียวขาของอีกฝ่ายแยกออกกว้าง ก่อนจะสอดแก่นกายเข้าไปด้านใน ดุ้นดันเข้าไปทีละนิด เท่าที่จะสามารถใจเย็นได้ ข้างในของกวินทำให้เขาต้องคำรามออกมาเบา ๆ ในลำคอ มันรู้สึกดี
   “อือ...” คนตัวเล็กครางออกมาเบา ๆ คิ้วขมวดเมื่อรู้สึกตึงเล็ก ๆ พี่อาร์ตใจเย็นยอมแช่ค้างเอาไว้ให้เขาได้ปรับตัว
   “พี่รักเรา”
   ร่างสูงพูดแบบนั้นก่อนจะเริ่มขยับเอว จังหวะช้าที่คิดเอาไว้ถูกไต่ระดับไปอย่างรวดเร็ว เพราะวริษฐ์ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ใบหน้านั้น น้ำเสียงครางเบา ๆ นั่น น่ารักเกินกว่าเขาจะทานทน
   “อื้อ พี่อาร์ต ผมน่ะ...” ร่างเล็กกว่าร้องครวญครางออกมา เมื่ออีกฝ่ายโถมตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วรุนแรง เพื่อพาเขาให้ไปถึงยังจุดหมาย เขากอดอีกฝ่ายไว้แน่น แต่ก็อยากจะบอก คำเดิม ๆ ทุกครั้งเมื่อใกล้ชิด “ผมรักพี่”
   วริษฐ์ที่ขยับสะโพกเคลื่อนอย่างบ้าคลั่ง เขาหลงใหลคลั่งไคล้คนตัวเล็กมาจริง ๆ เสียงหวาน ๆ ที่พร่ำบอกรักเขาทำให้เขา อยากจะบ้าตาย เขาก้มลงไปจูบแก้มนุ่มเบา ๆ “พี่ก็รักเรามาก” สิ้นคำเขาก็กดความรักเข้าไปจนสุด กอดก่ายคนตัวเล็กแน่น ปลดปล่อยความรักแสนอุ่นทะลักล้น
   คำรักที่เคยถูกกักเก็บเอาไว้ ถูกพูดซ้ำไปซ้ำมาทั้งคืน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมือนชดเชยเวลาที่ขาดหายไป...

   เมื่อเวลาล่วงเลยทั้งคู่กอดก่ายกันหลับไป ข้างนอกฝนกำลังตกหนัก ฝันเดิม ๆ โผล่เข้ามาหาวริษฐ์ ความรุนแรงของบาดแผลในใจลบเลือนไปมากเพราะในอกถูกเติมเต็มด้วยความรักจากกวิน แต่ก็ไม่สามารถฝังกลบรอยแผลเก่าเอาไว้ได้ ถ้าจะหายก็ต้องรักษาให้ถูกจุด... แม้ไม่ทรมานแต่ยังคงฝังรากลึก

   แม่ที่ทิ้งเขาเอาไว้จากไปและไม่กลับมาอีกเลย... แม่ครับ แม่อยู่ที่ไหน    ผมเติบโตมาแบบนี้แม่ภูมิใจในตัวผมบ้างมั้ยครับ
   ลึก ๆ เขายังมีความหวัง แม่น่ะจากเป็น...ไม่เหมือนกับพ่อ เขาจึงยังเฝ้านึกถึง

.
[แง้หายไปนานมาก ขอโทษจริง ๆ นะคะ

มันมีเหตุการณ์มากมายหลายอย่างวุ่นวายเข้ามา

เลยเหมือนคนหมดไฟไปดื้อ ๆ เลยค่ะ พยายามจุดอยู่น้า

ทุกคนก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ^_^]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-06-2020 00:58:34 โดย RingoPle »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +103/-2

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ TaddyC

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เรื่องนี้สนุกดีครับ ขอบคุณมาก  ชอบที่เรื่องราวทั้งหมดฉีกออกจากมหาลัย เพราะหลายๆเรื่องที่อ่านมาเกือบทั้งหมดอยู่ใน มหาลัย หรือไม่ก็ โรงเรียน  พอเรื่องนี้เป็นวัยทำงานเลยชอบมากครับ ถึงจะดูหื่นเกินจริงไปหน่อยแต่ถือว่าโอเคร :hao3: เป็นกำลังใจให้คนเขียนครับ o13

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
กวินน่าจะสมหวังมีความสุขซักทีนะ.

ขอบคุณไรท์ค่ะ สู้ สู้นะคะ  :กอด1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด