*~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 27 ไว้ใจ-||จบแล้ว|| [5 พค.62] P.5
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: *~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 27 ไว้ใจ-||จบแล้ว|| [5 พค.62] P.5  (อ่าน 13123 ครั้ง)

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
แบงค์เปิดใจหน่อยก็ดีนะ ถึงตอนแรกเจอกันได้ไม่ดีแต่ต่อไปอาจจะดีขึ้นก็ได้
แต่บางทีเราก็รู้สึกรำคาญพี่เต็นที่คอยตามแบงค์ตลอดเหมือนกันไม่รู้ทำไม

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
 

บทที่ 24 แฟนเก่า

 


 

 

       แบงค์นั่งมองคนที่ทำดีใส่จนน่าใจหาย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปวางมือหนาลงบนราวระเบียงทอดสายตามองท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล พร้อมเกาะน้อย ใหญ่ที่อยู่ไกลลิบ พลางกวาดสายตามองรอบๆ บริเวณจนบรรจบที่พระอาทิตย์ฝั่งขวามือกำลังลาลับขอบฟ้า

 

 

"วิวสวยดีนะครับ พี่เต็น ว่าไหม?" แบงค์หันไปเอ่ยถาม ฟากเต็นแปลกใจเพราะมีไม่บ่อยนักที่แบงค์จะชวนคุยก่อน เขายิ้มดีใจ แม้จะตอบไม่ตรงคำถาม แต่ก็ดูมีแนวโน้มที่ดีอยู่บ้าง

 

"ใช่..ครับ"

 

"ตอนนี้ ถ้าพี่จะเข้าไป.ก่.."

 

"ไม่ครับ พี่จะอยู่ด้วย"

 

     เต็นว่าเช่นนั้นและลากเก้าอี้จากที่วางชิดติดผนัง ยกมาวางใกล้ราวระเบียง แล้วนั่งดูวิวกับแบงค์ ไปอย่างเงียบ ๆ แค่ร่างกายได้อยู่รายล้อมธรรมชาติ มันก็ให้ความรู้สึกที่ดีไปอีกแบบ ครู่หนึ่งเต็นชำเลืองมองคนข้าง ๆ  เผลอตกใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายน้ำตาคลอ เต็นเม้มปากแน่น ตัดสินใจวางมือหนาลงบนหลังมืออีกฝ่าย แล้วอยู่ ๆ แบงค์ก็เอียงตัวแล้วซบใบหน้าลงบนไหล่แข็งแกร่งโดยไร้เสียงการสนทนาของกันและกัน

 

      ถัดมายังอีกด้านหนึ่ง ในสระว่ายน้ำ เติร์กเล่นน้ำอย่างเพลิดเพลิน ผิดกับมันช์ที่ยืนนิ่งงันเกาะขอบสระ

 

"เป็นอะไรมันช์  ไม่เล่นแล้วเหรอ?" เติร์กเดินต้านแรงน้ำไปหาแฟนตัวเองที่ยืนนิ่งนานกว่าสิบนาที

 

"คือ....."

 

     เติร์กยังคงยืนซ้อนหลัง แล้วจู่  ๆ มันช์หันหลังกลับมากระซิบบอกข้างหูพี่เติร์ก

 

"ฮ่า ๆ" เติร์กหลุดหัวเราะเสียงดังลั่น เมื่อรู้เหตุผลว่าทำไมแฟนของเขาถึงยืนนิ่ง

 

"ขำอะไรวะ พี่เติร์ก"

 

"ให้กูช่วยไหม?"

 

       มันช์หน้ำงอง้ำอย่างงอน ๆ เขาเบี่ยงตัวหลบตอนที่พี่เติร์กอ้าแขนเตรียมกอดและพูดคำชวนเขิน สาเหตุที่มันช์ยืนนิ่ง เนื่องจากก่อนหน้านี้ มันช์เห็นคู่รักชาวต่างชาติสองคนยืนจูบปากกัน หนำซ้ำยังนัวเนีย มือไม้ลูบไล้ทั่วตัว ไม่แคร์สายตาคนอื่นที่อยู่ในสระว่ายน้ำ ไม่รู้ว่าเพราะเห็นภาพชัดเต็มสองตาจนไปกระตุ้นฮอร์โมนภายในหรือเปล่าถึงทำให้แก่นกายช่วงล่างที่เคยอ่อนปวกเปียกกลับแข็งขืน





"ไม่ต้...อ.ง เล..อื้อออ" คนที่กำลังบ่นแฟน กลับเสียงหายไปในลำคอ เมื่อพี่เติร์กยึดท้ายทอยแล้วตะโบมจูบไม่รีรอ เติร์กขยับเท้าจนคนที่โดนจูบก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชิดขอบสระ แม้จะไม่เหลือใครอยู่ ณ ตรงนี้ แต่เพราะเป็นพื้นที่เปิดอาจมีใครผ่านไป ผ่านมาได้

 

       คนที่ต้องการให้แก่นกายสงบลงกลับหมดหนทางเพราะถูกปลุกเร้าจากคนรัก มันช์ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ เมื่อกางเกงว่ายน้ำที่เขาสวมใส่พบแกนกายโป่งนูนจนเห็นได้ชัด ทั้งสองยังคงจูบกันกลางพื้นที่สาธารณะ โดยริมฝีปากประกบเข้าหากันอย่างไม่ลดละ มือหนาคนรักลามไล่มาลูบตรงเป้ากางเกง ยิ่งทวีความกำหนัดจนยากที่จะสงบลงได้ในเวลานี้

 

      ดูท่าจะไม่จบลงง่าย ๆ เมื่อมือเติร์กเริ่มลวนลามลูบคลำแก่นกายของรุ่นน้อง ก่อนจะใช้มือหนาล้วงเข้าไปในขอบกางเกงเพื่อสัมผัส แต่มันช์รีบผลักอกพี่เติร์กให้หยุดพลางช้อนตามองคนพี่ที่ทำหน้าเหมือนถูกขัดใจ

 

"พี่เติร์ก! ผมไม่ไหวแล้วอะ ไปต่อที่ห้องได้ไหม?"

 

"ฮ่า ๆ แล้วรออะไรล่ะ"

 

      เติร์กตกใจที่แฟนขอกันตรง ๆ  และแล้วเสียงหัวเราะก็หยุดลงตามด้วยร่างกายเปียกโชกของทั้งสองที่รีบปีนบันไดขึ้นจากสระว่ายน้ำ คว้าผ้าขนหนูมาปิดของสงวน ที่กำลังขยายขนาดพองโตเต็มที่ เพื่อเดินไปยังห้องพักของตัวเองให้ไวที่สุด

.

.

.

.

        ถึงช่วงเวลาสวาท ที่ไม่ต้องมีใครบอกว่าจากนี้ต้องทำอะไรต่อ จูบร้อนระอุก็ยังคงดูดดื่มหนักหน่วงต่อเนื่อง ฝ่ามือลูบไล้ไปทั่วผิวกาย ลูบไล้คลึงเคล้าไม่ว่างเว้น

 

"อื้ออออ อ้ะ...อ้าาา ลึก จะ....จัง พี่"

 

       ดั่งฉากอีโรติกที่ถูกย้อมแสงสีให้เหลือเพียงสีขาว ดำ เทา เมื่อตอนนี้ ทั้งสองอยู่ในห้องอันมืดมิดเพราะปิดไฟร่วมรักกัน ภายใต้แสงอันน้อยนิดจากด้านนอกที่ส่อง ลอดผ่านร่องผ่าม่านจนเห็นเป็นแสงเงาตกกระทบตามส่วนเว้า ส่วนโค้งของร่างกายชวนยั่วเย้า เร่าร้อนจนอยากกลืนกินให้อิ่มหนำ



         แม้จะไม่เห็นใบหน้าคนรักที่ชัดนัก แต่ภาพตรงหน้าก็ชวนสยิว วาบหวิวหัวใจ เมื่อคนตรงหน้าเติร์ก แยกท่อนขาเรียวอ้าออกกว้าง คร่อมทับอยู่เหนือตักที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นุ่ม สองมือหนากดสะโพกสอบลงจนแนบสนิท ยามที่ความร้อนรุนแรงดุนดันผ่านช่องทางคับแคบ กดเข้ามาช้าๆ จนมันเข้ามาลึกถึงที่สุด  ยิ่งไปกว่านั้น อารมณ์ของมันช์พุ่งพล่านไปหมด เมื่อมือหนาไล่สีข้าง ส่วนปลายลิ้นแตะเลียที่ใบหู ก่อนที่พี่เติร์กจะระดมจูบทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกายไม่ให้เว้นว่าง





"อื้มมมมม มันช์" เติร์กครางเสียงแหบห้าว

 

         มันช์ซุกหน้าลงบนลาดไหล่กว้าง ยามที่คนข้างล่างเด้งรับบั้นท้ายที่กำลังโยกไหวอยู่ข้างบนด้วยรสรักอันถึงใจ มือหนาบีบเค้นก้นกลมหนัก ๆ ก่อนที่เติร์กจะเลื่อนริมฝีปากไปดูดเลียและขบงับตุ่มไตสีสวย

 

"อื้ออออ เสียวอะครับพี่ อ้ะ อ้าห์"

 

"อื้มมมมมม"  สิ้นเสียงครางต่ำในลำคอ เติร์กใช้เรียวลิ้นชื้นแฉะแตะลงบนตุ่มไตอีกข้างอย่างหยอกเย้า จังหวะรักจากเนิบช้าแปรเปลี่ยนเป็นรัวเร็ว กระแทกกระทั้นไม่ยั้ง มันช์ฝังใบหน้าลงบนลาดไหล่ ก่อนที่จะขบกัดหัวไหล่คนรัก จนขึ้นเป็นรอยฟัน คล้ายคนต้องการระบายความเจ็บปวดหน่วงหนึบภายใน แต่แท้จริงแล้ว ลึก ๆ มันช์ก็สุขสันต์ ซาบซ่านทั่วกายกับรสรักอันสุดหฤหรรษ์นี้

 

        ฉากรักของทั้งสองดำเนินไปอย่างดุเด็ด เผ็ดมันส์ มันเร่าร้อนดังเพลิงกำลังเผาไหม้

 

"อ้ะ อ้าา ผะ..ผมจะเสร็จแล้ว"

 

          ได้ยินดังนั้น เติร์กที่กำแกนกายของรุ่นน้องก่อนหน้า รีบเร่งมือขยับรูดรั้งแท่งร้อนรุ่นน้องเร็วไว้ ไม่นาน สัญญาณแห่งการบ่งบอกว่าคนข้างบนพุ่งทะยานถึงความสุขสมสุดยอดก็ปลดปล่อยของเหลวออกมาเต็มหลังมือของเติร์ก เติร์กไม่รอเวลา อุ้มคนที่คร่อมทับบนตักก่อนหน้าไปวางร่างรุ่นน้องลงบนเตียง จับมันช์พลิกตัวหันหลัง มือหนายึดเอวคนรักก่อนจะยกสะโพกขึ้นสูงจนลอยเด่นค้างกลางอากาศและรีบแทรกแกนกายกดส่วนหัวเข้าไปยังร่องรักจนสุด เติร์กได้จังหวะกดกระแทกอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง จนครั้งสุดท้าย เขาทิ่มทะลวงภายในตอกย้ำอย่างรุนแรง และไม่นาน ก็ถึงทีของเติร์กที่พุ่งน้ำรักออกไปอย่างสุดกลั้น

 

         เสียงหอบหายใจดังก้องสะท้อนทั่วห้อง มันช์โดนจับพลิกตัวนอนแผ่นหราบนเตียง เขาซุกซบหน้ากับบ่าแข็งแรง ฟังเสียงเต้นรุนแรงของหัวใจคนรัก สองมือเลื่อนไปกอดรอบแผ่นหลังกว้างที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อโซมกาย แต่ไม่มีใครคิดจะรังเกียจกันและกัน เติร์กพรบจูบลาดไหล่มันช์ ก่อนจะใช้มือหนาปาดเม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากรุ่นน้อง

 

"กูรักมึงนะ"

 

     มันช์ชะงัก เพราะไม่คิดว่าพี่เติร์กจะบอกรักกัน และมันช์ก็ไม่เคยคาดหวังว่าพี่เติร์กจะบอก การได้ยินคำนี้ จึงไม่ต่างกับมีน้ำทิพย์ชโลมใจให้ชุ่มฉ่ำสร้างชีวิตให้มีชีวามากขึ้น

 

"ฮื่ออออ...ครั้งแรกที่พี่บอกผม"

 

"ถึงกูจะไม่พูด แต่ก็รู้สึกแบบนั้นเสมอ" มันช์ยิ้มตอนที่พี่เติร์กว่าพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขาขยับใบหน้าไปตามคนที่เอียงคอหนีหลบตา และชะโงกไปจูบปากพี่เติร์ก



"ครับ ผมรักพี่เติร์กเหมือนกัน"

 

"อื้อ"

 

      ทั้งสองตระกองกอดกันอย่างเหนื่อยล้า โดยที่ยังไม่ลุกไปไหน เผื่อมีโอกาสได้เริ่มบทรักกันใหม่ในรอบที่สอง

.

.

.

.

    หลังจาก เปิดเทอมมาได้เกือบเดือน รุ่นพี่ปีสี่ศิลปกรรมก็ไปฝึกงานจนไม่เห็นหน้า ค่าตา แล้วจู่ ๆ มันช์ก็คิดถึงพี่เต็นขึ้นมา จนต้องโพล่งบอกแฟนตัวเองที่เดินข้าง ๆ ระหว่างทางไปเอารถเวสป้าของพี่เติร์ก เพื่อกลับหอของมันช์

 

"คิดถึงพี่เต็นจัง ไม่รู้เป็นไงบ้าง"

 

"บอกคิดถึงชายอื่นต่อหน้ากูเลยนะ"

 

"ผมรักพี่เต็นแบบพี่ชายนะครับ อย่ามาเคืองผมสิ พี่เติร์ก" มันช์มุ่ยหน้า จนเติร์กกลั้วหัวเราะ ก่อนดึงแก้มมันช์จนยืดเหมือนเยลลี่

 

"กูล้อเล่นครับ กูเชื่อใจมึง ไอ้ดื้อ"

 

"ที่รักของผม น่ารักที่สุดว่ะ" มันช์ยิ้มแป้น แกว่งมือพี่เติร์กที่กุมกันไว้ไป-มา แต่แล้วมันช์ก็ชะงัก เมื่อเจอะผู้หญิงหน้าตาสะสวยส่งยิ้มหวานที่ยืนขวางทางอยู่

 

"พี่เติร์กคะ"

 

    เติร์กชะงัก เมื่อเห็นแฟนเก่า อยู่ต่อหน้าแฟนใหม่ เขาก็รู้ว่าการเรียนที่มหาฯลัยเดียวกัน มันอาจมีโอกาสเจอกันบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่า มันจะบังเอิญเจอในช่วงเวลานี้

 

 

"ครับ"

 

"ไม่เจอนานเลยตั้งแต่วันนั้น พี่เติร์กสบายดีไหมคะ ?"

 

"อืม สบายดีครับ"

 

"กวางคิดถึงพี่เติร์กเหมือนกันนะคะ และกวางมาตอบคำถามตามที่พี่บอกค่ะ"

 

       มันช์หันไปมองพี่เติร์กที่ยืนนิ่งเงียบงัน

 

 "กวางพูดอะไร พี่ไม่เข้าใจ"

 

"เรื่องของเราในจดหมายที่พี่เติร์กเขียนระบายมาให้กวางไงคะ?"

 

"พี่คุยกับเขาให้รู้เรื่องนะครับ ผมขอตัว"

 

"มันช์ อย่า...ไ....ป..."

 

 

 

 

     มันช์สะบัดมือออกจากการจับมือกัน เพื่อเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องน้ำ เพราะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นหน้าแฟนเก่าที่หน้าตาสะสวย หนำซ้ำยังหุ่นดี มีหน้าอก หน้าใจที่น่ามอง ดูอย่างไรก็ชวนให้มันช์คิดมาก เมื่อหันกลับมามองตัวเอง....

 

 

"จดหมายอะไร?"

 

         เมื่อมันช์เดินไป เติร์กถามกวางทันที เพราะอยากเห็นหลักฐานที่แฟนเก่าพูดถึง ทางฝั่งของกวางหยิบจดหมายออกมาจากในกระเป๋าแบรนด์เนมหรูหรายื่นให้แก่อดีตคนรัก

 

        เติร์กคลี่จดหมาย เปิดอ่านข้อความด้านใน

 

‘พี่ยังรักและคิดถึงกวางนะ ถ้ากวางไม่มีใคร เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมนะครับ

 พี่รอกวางเสมอ"

 

        ข้อความชวนหวานเลี่ยนขนาดนั้น ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ฝีมือเติร์กที่จะคิดและเขียนแน่ ๆ

 

"พี่ไม่ได้เขียน"

 

      เติร์กไม่รีรอตอบ และไม่ได้ตั้งใจจะหักหน้าอีกฝ่าย แต่ถ้าเขาขืนพูดถนอมน้ำใจก็ไม่ต่างกับการให้ความหวังกวาง จนเธออาจหลงระเริงไปกับมัน



     

"ถ้าพี่เติร์กไม่เขียนแล้วใครจะเขียนคะ ? ไม่เห็นต้องโกหกกันเลยค่ะ" กวางบอกและทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ

 

 

"กวางพี่จะทำแบบนั้นทำไมในเมื่อตอนนี้พี่มีแฟนแล้ว"

 

"จริงหรอคะ? ใครกัน? กวางไม่เคยเห็นพี่เติร์กเดินกับผู้หญิงคนไหนเลยค่ะ" หญิงสาวรุ่นน้องเอ่ยถามอย่างสงสัย แต่เบื้องหลังใบหน้าที่ฉาบด้วยความแปลกใจนั้น ค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น

 

"ก็คนเมื่อกี้ไงครับ"

 

      กวางเผลอหลุดตาโต  เธออาการออกชัดเจน จนเก็บสีหน้าไม่อยู่เพราะไม่คิดไม่ฝันว่า อดีตคนรักของเธอ จะชื่นชอบเพศเดียวกัน

 

    'พี่เติร์กเป็นเกย์เหรอ ไม่จริงอะ'

 


"พี่เติร์ก เปลี่ยนรสนิยมตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? กวางไม่ยักรู้ว่า พี่จะหันมาชอบ..."

 

 

"พี่ไม่จำเป็นต้องบอกกวาง ว่าพี่มีรสนิยมแบบไหน และพี่ไม่ได้สนว่าน้องเขาจะเป็นใคร มาจากไหน? พี่แค่รู้สึกดีและมีความสุขที่ได้อยู่กับเขาก็เท่านั้น"

 

 

     กวางชะงักงัน เธอสบตามองพี่เติร์กที่การเจอกันคราวนี้ เขาดูชัดเจน และไม่ปราณีในการรักษาน้ำใจกัน หญิงสาวมองมือหนาอีกฝ่ายที่ขยำกระดาษแผ่นนั้นอย่างไร้เยื่อใย เธออุตส่าห์ดีใจที่ได้เห็นถ้อยคำจดหมายเชิงถวิลหากันและกัน แต่พอรู้ความจริงว่า พี่เติร์กไม่รู้ไม่เห็นนั้น ยิ่งทำให้กวางแปลกใจไม่น้อย

 

 

"โอเคค่ะ กวางเข้าใจแล้ว ส่วนจดหมาย.ถ้าไม่ใช่พี่เขียนแล้วใครเขียนมาให้กวางคะ? เพื่อนพี่เหรอ?"

 

"พี่ต้องถามก่อนว่าใครเป็นคนเอามาให้กวางครับ?"

 

"ผู้ชายขาว ๆ ตัวเล็ก ๆ ค่ะ"  เติร์กยืนคิดพลางนิ่งเงียบก่อนจะตอบแฟนเก่า

 

"เอาเป็นว่าอย่าสนใจเลยก็แค่จดหมายไร้สาระ พี่ไปก่อนนะ"

 

"เดี๋ยวค่ะ ถ้ากวางเครียดกวางยังโทรปรึกษาพี่เติร์กเหมือนแต่ก่อนได้ไหม"

 

      เติร์กยังไม่ตอบคำถามคนตรงหน้า เขาแค่กวาดสายตามองไปทางห้องน้ำ ก่อนจะวกสายตากลับมาหาหญิงสาวร่างเล็กแล้วบอก

 

 "อย่าดีกว่า พี่กลัวแฟนพี่เข้าใจผิดครับ"

 

"แม้แต่สถานะพี่ชายก็เป็นให้กวางไม่ได้หรอคะ"

 

"พี่ต้องไปก่อน แฟนพี่รอนานแล้ว กวาง"

 

       เติร์กก้าวไว ๆ ไปหาคนรักที่หลบซ่อนอยู่ในห้องน้ำ

 

"หึงกูเหรอ?"  แค่เห็นคนที่ยืนพิงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำหน้าเครียด เติร์กก็ไม่รีรอที่จะถาม

 

"คนนี้ใช่ไหมครับ ที่ชื่อพี่กวาง?"

 

"ใช่ แต่ไม่ต้องห่วงนะเขารู้ว่ามึงคือแฟนกู และกูกับกวางก็จบกันแล้ว"



"แล้วที่เขาอ้างถึงจดหมาย"

 

"คงมีการเข้าใจกันผิด เพราะกูไม่ได้เขียน กูไม่แน่ใจว่ามีใครพยายามสร้างเรื่องให้เราทะเลาะกันหรือเปล่า?"

 

"ใครจะลงทุนทำแบบนั้นวะ พี่?"  มันช์ยังคลางแคลงและไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เติร์กถึงพูดกำกวม จะว่าไป มันช์ไม่ใช่คนเด่นดังอะไร จะมีคนพยายามแทรกกลางเพื่อสร้างความร้าวฉานด้วยการยุยงให้แตกแยก ปั่นป่วนไปทำไมกัน



      อีกส่วนหนึ่งที่มันช์อยากถามและอยากรู้ นั่นคือ เนื้อในจดหมายมันถูกเขียนไว้ว่าอย่างไร แต่การที่แฟนเก่ามาอ้างถึงจดหมาย อย่างไรเสียก็คงไม่พ้นเรื่องอดีตความรักและความทรงจำอันหวานชื่น

 

"ไม่รู้" เติร์กยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ครั้นจะบอกสิ่งที่ตัวเองคิดในใจว่าใครทำ ก็ไม่ต่างกับการใส่ร้ายป้ายสี

 

       เติร์กมองหน้ามันช์พลางถอนหายใจก่อนตอบคนรักอีกครั้ง

 

"ไม่ต้องกังวล กูไม่มีทางกลับไปหากวางแน่ ไว้ใจกูนะ"

 

"ผมจะพยายามครับ" มันช์เดินออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าหนักใจ ทำไมมันช์รู้สึกว่าช่วงนี้ความรักของเขาพักหลัง ๆ มาถึงเจอแต่อุปสรรค ที่ชวนให้ความสัมพันธ์ฉันท์คู่รักสั่นคลอนลงได้ทุกเมื่อ

.

.

.

.

"พี่เติร์ก ฮือออออ ฮึก ฮืออออ”

 

           ตอนนี้ เติร์กร้อนใจ เมื่อปลายสายร้องไห้จนฟังไม่รู้เรื่อง หลังจากที่มันช์โดนตามตัวให้กลับบ้านด่วน เมื่อทางบ้านบอกข่าวว่าพี่สาวของเขาประสบอุบัติเหตุจากรถยนต์จนเสียชีวิต เติร์กแอบกังวล เป็นห่วงแฟนตัวเอง เพราะช่วงนี้ มันช์เจอะปัญหาประดัง ประเดเข้ามาพร้อมกัน จนเติร์กกลัวว่ามันช์จะรับมือไม่ไหว

 

“ให้กูไปหาไหม?”

 

[อย่าเพิ่งเลยครับ ตอนนี้ ที่บ้านผมยุ่งวุ่นวายไปหมด]

 

      มันช์ว่าอย่างนั้น ตอนนี้ มันช์ยังช็อคกับการรู้ว่าพี่สาวได้จากไป คนที่ไม่เคยนึกเลยว่า การตายของเธอจะมาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้

 

"ผมอยากกอดพี่มาก ๆ"

 

[มันช์อย่าพูดแบบนี้ กูยิ่งเป็นห่วง มึงไหวแน่นะ] เติร์กเสียงแผ่ว เขากังวลและค่อนข้างเป็นห่วงมันช์ เพราะตลอดเวลาที่คบกัน เขารู้ดีว่า มันช์มีนิสัยอย่างไร

 

“ไหวครับ ฮือออ ผะผมโอเค พี่ไม่ต้องห่วง ฮืออ”

 

[ยิ่งร้องไห้แบบนี้ นี่เหรอบอกไม่ให้กูเป็นห่วง ฮึ! คืนนี้มานอนกับกูนะ]

 

"อยากแต่นอนไม่ได้ครับ พี่แค่นี้ก่อนนะ แม่เรียกแล้ว"

 

[อืม]

 

   เติร์กกังวลใจ เมื่อการสูญเสียคนรักในครอบครัว ทำให้มันช์ยิ่งอยู่ในสภาพจิตใจอ่อนแอ และยิ่งเขาไม่อยู่ด้วยแล้วก็คงได้แต่ส่งกำลังใจผ่านเสียงตามสาย

.

.

.

.

      ผ่านมาแล้วสามวันที่งานศพของพี่มิลค์ พี่สาวมันช์เนืองแน่นด้วยบรรดาญาติ ๆ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนจากประถม มัธยม มหาฯลัยของเธอ ส่วนเพื่อน ๆ ของมันช์ที่พอสะดวกก็มาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ทั้งเสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟอาหารให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงานศพ แม้วันนี้ จะเป็นวันแรกที่เติร์กได้มาร่วมงาน แต่เขาต้องแสร้งทำทีเป็นได้แค่รุ่นพี่ รุ่นน้อง เพราะยังไม่สามารถแสดงตัวหรือเปิดเผยว่าเป็นคู่รักกันได้มากนัก

 

      ความโศกเศร้าเข้าปกคลุมทั่วบริเวณจนบรรยากาศยิ่งสลด หดหู่ มันช์วุ่น ๆ กับงานไม่ได้หยุด บ้างก็ไปคุยกับญาติที่ไม่ได้เจอหน้ากันนาน บ้างก็ต้องไปคุยกับเพื่อนพี่สาว หรือไม่ก็เตรียมพื้นที่จัดหาความสะดวกให้แขกคนอื่น ๆ ลำพังแค่มันช์จะปลีกคุยกับเติร์กแค่สองสามคำยังไม่มีเวลาเดินโฉบมาได้เลย เติร์กจึงทำได้แค่จ้องมองคนรักเดินไปเดินมา จนกระทั่ง พิธีสวดพระอภิธรรมศพเสร็จสิ้น แขกทยอยกลับบ้าน จังหวะนี้ มันช์ที่ลาเพื่อนพี่สาวเสร็จ ประสานสายตากับพี่เติร์กที่จ้องมองมาพอดี จึงปรี่ไปหาเพื่อนัดแนะพบกันที่ห้องน้ำของวัด เมื่อทั้งสองเดินย่องเข้ามาห้องน้ำด้านในสุด มันช์โผกอดพี่เติร์กสุดแรงปรารถนาและเอ่ย

 

“พรุ่งนี้วันเผา พี่มาด้วยนะ”

 

“ได้ มึงร้องไห้ทุกวันเลยเหรอ? ตามึงบวมมากเลย"

 

          มันช์พยักหน้าน้อย ๆ ในอ้อมกอดอุ่น ๆ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้กอดรัด ไม่ได้รับกลิ่นกายอันแสนคุ้นเคยจากพี่เติร์กแบบนี้ 

 

"เข้มแข็งนะมันช์” เติร์กดันไหล่รุ่นน้องออก พลางลูบใต้ตาที่ยังคงเอ่อล้นด้วยน้ำตา เขามองหน้าคนรัก ก็ยิ่งใจกระตุก รู้สึกสงสาร การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก โดยไม่ทันตั้งตัว เป็นอย่างไร เติร์กย่อมรู้ดี

 

"อื้ม ผมจะพยายาม ผมรักพี่นะ"

 

      เติร์กยิ้มหวาน พลางจูบเปลือกตา และใช้ปลายนิ้วไล้เบา ๆ อีกครั้ง

 

"กูโคตรคิดถึงมึง ไว้มึงพร้อมเมื่อไหร่ เรากลับมานอนด้วยกันนะ"

 

“ครับ ผมอยากนอนกอดพี่ทุกวันเลย”

 

“เหมือนกัน"

 

      น่าเสียดายที่ทั้งสองไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ในช่วงเวลานี้ หากผ่านพ้นพิธีงานศพไป เติร์กก็หวังว่าอะไร ๆ จะดีขึ้น

.

.

.

.

      และแล้ววันที่จะต้องส่งพี่สาวไปยังดินแดนใดสักแห่งที่ไม่ใช่โลกเดิมก็เดินทางมาถึง มันช์ยืนอยู่บนเมรุร้องไห้อย่างหนักต่อหน้าโลงศพ พลันเหลือบมองรูปขาวดำของพี่สาวแสนรัก รูปของพี่มิลค์ที่ถูกเลือกมาตั้งประดับไว้ ก็ยังคงเป็นรูปภาพที่เธอมีรอยยิ้มสดใสที่สุด หวังจะเอาไว้ให้เห็นเป็นช่วงเวลาสุดท้าย

 

       เฝ้ามองรูปพี่สาวเนิ่นนาน ก่อนจะทอดสายตาเหม่อมองโลงศพพี่สาว มันช์ลูบโลงศพทั้งน้ำตา ก่อนจะยกมือปาดหยาดน้ำใส ๆ ออกจากตา เดินก้มหน้าลงมาจากเมรุ มันช์ยืนนิ่งพลันกวาดสายตาทั่วบริเวณพื้นที่นี้อีกครั้ง สอดส่องจนทั่วก็ยิ่งปวดใจ แต่มันช์ต้องกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจเอาไว้ เมื่อไม่พบคนรักยืนอยู่ตรงนี้เลย

 

          มันช์ได้แต่ยืนภาวนาในใจว่าพี่เติร์กคงกำลังเดินทางมาและเขาคงไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงเวลาที่มันช์จิตใจอ่อนแอ





..............................................

แก้ไขคำผิดตามคุณ warin บอกแล้วนะคะ ขอบคุณมากเลยที่่ช่วยดู

*และขอบคุณคนอ่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้และยังเดินทางมาด้วยกันนะคะ

จะจบแล้วค่ะ
:mew1: :mew1: :mew1:

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-04-2019 21:11:21 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ขอบคุณค่ะ
ชะโลมใจ---->ชโลมใจ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
สงสารน้อง   :mew6: :mew6: :mew6:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
สงสารมันช์จัง

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-3
มันช์เข้มแข็งนะ เชื่อใจพี่เติร์กมากๆหน่อยแล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี ขิงนี่คือเจ้ากรรมนายเวรของมันช์จริงๆ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เกิดอะไรกับอิพี่เติร์กถึงไม่มาตามสัญญา

น้องมันยิ่งเป็นคนคิดมากด้วย

ต้องมีใครทำอะไรแน่ ๆ ใช่อิขิงป่าว อิตัวร้าย


ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
บทที่ 25 ทิ้ง

 

 





   

 

      ถัดมา อีกด้านหนึ่ง เติร์กแต่งตัวสุภาพและดูดีกว่าทุกวัน เขาสวมใส่เสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็คสีดำ กำลังเดินออกจากบ้านเช่าที่วันนี้เต็นไม่อยู่ เพราะมีเหตุให้ไปช่วยงานพวกพี่ ๆ ที่บริษัทที่เต็นฝึกงานพอดี 

 

 

      เพียงปิดประตูรั้วบ้านไม้สีเขียวอ่อน เสียงเครื่องมือสื่อสารก็ส่งสัญญาณดังขึ้นมา เติร์กคว้าและกดรับสาย ยังไม่ทันได้เอ่ยทักทายปลายสายก็แทรกขึ้นไม่เป็นภาษา

 

[พี่เติร์ก ฮือออออ ช่วยกวางด้วยค่ะ]

 

 

      เสียงตื่นตระหนกผสมเสียงร้องไห้สะอื้น ทำให้เติร์กต้องหยุดเท้าเพื่อฟังให้แน่ชัด

 

"เป็นอะไรกวาง"

 

[ฮึกกกก พี่เติร์กมารับกวางได้ไหม? กวางไม่กล้าจะลุกไปไหนเลยค่ะ ฮืออออ กวางโป๋หมดเลย มาช่วยกวางด้วย]

 



     เติร์กนิ่งเงียบ



 

"กวางโทรบอกเพื่อนกวางสิ พี่ไม่สะดวก"

 

[กวางโทรแล้วค่ะ พวกเธอปิดเครื่อง บางคนก็มาไม่ได้ พี่เติร์กคะ กวางไม่ได้แกล้งจริง ๆ นะคะ ได้โปรด! ช่วยกวางในฐานะแฟนเก่าไม่ได้เหรอคะ?]

 

 

      เติร์กโลเลด้วยน้ำเสียงของกวางที่ดูหวาดกลัวจริง ๆ แต่แล้ว เติร์กได้ยินเสียงตะกุกตะกักจากปลายสาย ต่อมาก็เป็นเสียงผู้หญิงแก่ ๆ พูดไวและลนลานอย่างเห็นได้ชัด



[เอ้อ! ฮัลโหล ใครน่ะ มารับไอ้หนูคนนี้หน่อยเร็ว ๆ น้องมันโดนใครข่มขืนเปล่าก็ไม่รู้ เร็ว ๆ มาเดี๋ยวนี้!]



       เติร์กนิ่งงัน เพราะไม่รู้ว่าคนที่เติร์กคุยด้วยเป็นใคร ครั้นจะถามกลับไปว่า แล้วทำไม ป้าไม่พาน้องคนนั้นไปส่งเอง ก็ดูจะยอกย้อนและเป็นเด็กก้าวร้าวไปสักหน่อย เติร์กถอนหายใจยาวอยู่หลายครั้ง เขาจะเต็มใจช่วย หากบัดนี้ เติร์กไม่ได้มีนัดไว้กับใครอีกคน เติร์กหนักใจ เหมือนสถานการณ์ได้ถูกสร้างมาให้เขาต้องเลือกระหว่างแฟนเก่ากับแฟนใหม่ เติร์กก้มมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะตัดสินใจตอบรับกวางและโทรหามันช์

 



"มันช์"



 

[พี่อยู่ไหนครับ? ไม่ถึงชั่วโมงจะเผาแล้วนะ]



 

"พอดีกูติดธุระนิดหน่อย" เติร์กตอบไม่เต็มเสียง เพราะรู้สึกผิด อันที่จริง เขาไม่อยากโกหกมันช์เลย



 

[พี่มาไม่ได้เหรอ?] มันช์อุตส่าห์แวบมารับโทรศัพท์ด้านนอก ทั้ง ๆ  ที่จังหวะนี้ เขาต้องเตรียมตัวยืนสแตนบายด์ รอแจกของชำร่วยแก่แขกเหรื่อแล้ว



 

"ไปได้สิ แต่คงไม่ทันเผา อาจไปรับมึงมานอนกับกูแทน รอกูนะ มันช์"



 

[จริงเหรอ? กะ... ก็ได้ครับพี่]

.

.

.

.

"เดี๋ยวมึงพากวางไปหาตำรวจนะ ส่วนกูจะไปหามันช์" หลังจากตอบรับ เพื่อความสบายใจ เติร์กพาป๋อมาเป็นพยานหลักฐานว่าเขาบริสุทธิ์ใจและไม่ได้มีอะไรกับกวางมากไปกว่าพี่-น้องกันจริง ๆ



 

"อืม ได้"



 

"ขอบใจว่ะ มึง" เติร์กซาบซึ้งที่ป๋อยอมมาเป็นเพื่อน และจะเป็นธุระให้ทุกอย่าง



     ทั้งสองกำลังเดินเข้าตึกสามชั้นอันรกร้างแห่งหนึ่งที่อยู่สุดซอยถนน ที่ตรงนี้รอบด้านมีพงหญ้าขึ้นสูง เติร์กไม่แน่ใจว่าใครกันมาปล่อยเธอถึงชานเมืองขนาดนี้ เมื่อเดินไปถึงชั้นสองที่มีแต่เศษซากปรักหักพังจากการโดนทุบ มีเศษปูน ไม้ กระจายกลาดเกลื่อน ตรงมุมหนึ่งของเสาที่มีรอยทุบแตก มีหญิงสาวนั่งอยู่บ้านผ้าสีขาวที่เปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นปูไว้ เธอหันหลัง ฟุบหน้าลงกอดเข่า โดยตอนนี้ ไร้พลเมืองดีอย่างป้าแก่ ๆ  ที่ได้คุยกับเติร์กก่อนหน้า ตอนนี้ ทั้งเติร์ก ทั้งป๋อ ต่างเบิกตาโพลง ตกใจที่เห็นกวางอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า ครู่หนึ่ง ป๋อหลับตา หันหน้าไปทางอื่นเพราะไม่คิดว่าแฟนเก่าเติร์กจะพูดความจริง ป๋อขอตัวไปรอชั้นล่างของตึกรกร้าง เพื่อให้เติร์กได้เคลียร์ธุระกับแฟนเก่า  โชคดีที่เติร์กเชื่อคำกวางจึงหยิบเสื้อผ้าของเขาเอามาเผื่อ  เติร์กดึงเสื้อยืดสีดำตัวใหญ่ออกจากกระเป๋า ถือไปให้ไปหญิงสาวที่นั่งบนพื้นตัวสั่นดั่งลูกนกหลงรัง

 



"พะ...พี่เติร์กคะ กวางกลัว ฮึกกกก...กวางไม่รู้เลยว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฮือออออ"



 

"เมื่อคืน กวางไปร้านเหล้ามารึเปล่า?"



 

"ฮืออออ ไปค่ะ แต่กวางสาบานได้ ว่าไม่เมาแน่นอนเพราะกวางดื่มไปแค่สามแก้วเองค่ะ ฮึกฮือออ" กวางเกาะแขนเติร์กตลอดที่พูด ดูเหมือนเธอต้องการที่พึ่ง แม้แต่จะสวมใส่เสื้อผ้า กวางก็ไม่ปล่อยมือเติร์กไปไหน เติร์กนั่งนิ่งก่อนจะพยุงกวางขึ้นมา



 

"เดี๋ยวกวางไปกับเพื่อนพี่นะ" เติร์กบอก



 

"เป็นพี่เติร์กไม่ได้เหรอคะ? กวางกลัวจริง ๆ" เธอบอก ฟากเติร์กมองหญิงสาวที่แลดูหวาดกลัวผู้ชายทุกคนที่จะเข้ามาอยู่ใกล้เธอ



 

"แต่พี่มีธุระด่วน กวาง"



 

"ฮือออ พี่เติร์ก อยู่เป็นเพื่อนกวางนะ กวางเครียดจริง ๆ พี่รู้ไหมคะว่ากวางโดนแอบถ่ายด้วย"



 

     เติร์กชะงัก สบตามองหญิงสาวที่ส่งสายตาพยักเพยิดไปไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่เธอนั่ง มีกระเป๋าของเธอที่วางทับกระดาษขนาดเอสี่

 



"รูปที่อยู่ในเครื่อง ยังมีมือถืออีกหลายเครื่องที่ถ่ายเก็บไว้ ถ้าไม่อยากให้รูปถูกส่งต่อ อย่าแจ้งตำรวจ"



 

     เติร์กหยิบกระดาษนั้นมาอ่านพลางเงียบงัน เขาขยำกระดาษ ก่อนจะไปคว้าเครื่องมือสื่อสารเข้าคลังรูปภาพตามที่กวางบอกเล่าก็ปรากฎรูปโป๋เปลือยของกวางที่นอนแยกขากว้างและเห็นศรีษะผู้ชายอยู่ตรงกลางระหว่างขาพอดิบพอดี ฟากเติร์กสบถ เขาไม่น่าก้าวขามายุ่งตั้งแต่แรกเลย





"แต่ยังไง กวางก็ต้องแจ้งความ อย่าไปเชื่อคำในกระดาษ"



 

"ไม่ค่ะ พี่เติร์กกวางอายอะ ฮืออออออ"

 



"กวางจะกลัวมันทำไม ก็แค่ขู่" เติร์กโมโหบอกกวางเผลอกระชากข้อมือกวางให้ลุกขึ้นจนเธอร้องโอดโอย เขาไม่ได้อ่อนโยนเพราะเติร์กอยากให้ธุระจบไว ๆ เพราะต้องไปหามันช์ตามนัด แต่พอเธอลุกตามแรงกระชาก กวางโผกอดเติร์กทันทีและร้องไห้หนัก



"แล้วถ้ามันปล่อยรูปจริง ๆ ล่ะคะ พี่เติร์ก กวางเป็นผู้หญิง กวางกลัวนะ ฮืออออ ขอเถอะนะ"



 

     เติร์กยืนนิ่ง เมื่อกวางปล่อยโฮ สะอึก สะอื้นร่ำไห้ สองมือก็ยังกอดเอวแน่น ฟากเติร์กลอบถอนหายใจยาว ก่อนตัดสินใจจะพากวางไปส่งที่บ้านแทนสถานีตำรวจ

.

.

.

.

     ในขณะเดินทางพาเธอมาส่ง เติร์กก้มดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือตลอด ทั้งยังเหลือบมองกวางเป็นระยะ ๆ ซึ่งเธอแลดูหวาดกลัว  และร้องไห้ไม่หยุด จนเติร์กต้องกำชับว่ากวางจะมีป๋ออยู่เป็นเพื่อนทั้งคืน และย้ำนัก ย้ำหนาว่า ป๋อเป็นเพื่อนรักเติร์กที่ไว้ใจได้ กวางจึงค่อย ๆ คลายความหวาดกลัวต่อเพื่อนพี่เติร์ก





      กระทั่ง รถแท็กซี่หยุดลงตรงหน้าหอพักของกวางที่เติร์กก็เพิ่งรู้ตอนที่กวางบอกปลายทางว่าจะไปไหน ว่าที่อยู่ใหม่ของกวาง คือ หอพักที่อยู่ถัดไปจากซอยที่มันช์อยู่แค่สองซอยเท่านั้น

 



"ป๋อ กูฝากมึงด้วยนะ" เติร์กบอกตอนที่ลงจากรถแท็กซี่ ป๋อพยักหน้าและเดินห่าง ๆ กวาง เพราะเธอยังดูกลัว ๆ ผู้ชายทุกคนยกเว้นเติร์ก เมื่อตบปากรับคำกันแล้ว เตรียมแยกย้าย กวางก็โผกอด

 



"ขอบคุณนะคะ พี่เติร์กดีกับกวางมากจริง ๆ ค่ะ"

 



"อืม กวางปล่อยพี่เถอะ เราไม่ใช่แฟนกัน ทำแบบนี้ พี่ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่"



 

"ขอโทษค่ะ" หญิงสาวปล่อยมือและก้าวถอยออกห่าง เดินไปหาพี่ป๋อที่ยืนสุบบุหรี่อยู่ไม่ไกล



 

     จังหวะที่ยืนคุยกับกวางตรงหน้าหอพักเสร็จสิ้นแล้ว เติร์กหมุนตัวเดินกลับออกมาจากซอย พร้อมเอาหูแนบโทรศัพท์มือถือด้วย ในขณะนั้น เติร์กชะงักเท้า ตอนที่เงยหน้ามาจากมือที่กำลังนับเงินในกระเป๋า แล้วพบแฟนตัวเองเดินมากับขิงตรงทางแยก

 



"มันช์"

 

"นี่คือธุระด่วนของพี่เหรอครับ?" มันช์ถามทันทีที่พบหน้า ในตอนแรกมันช์ก็ไม่เห็นหรอก เขาแค่เดินสอดส่อง แลซ้าย แลขวามองหาร้านข้าวเพื่อจะหาอะไรกินร้องท้อง เพราะตั้งแต่เช้า มันช์วุ่นจนไม่ได้แตะข้าวสักเม็ด ผนวกกับพี่เติร์กไม่มาตามนัด และขิงจะขอมานอนค้างคืนด้วย จึงตัดสินใจกลับมาหาข้าวกินแถวหอ แต่ก็ไม่คิดหรอกว่าจะได้พบอะไรเด็ด ๆ แบบนี้

 



"มันช์กูขอโทษ ฟังกูอธิบายก่อน"

 

"ฟังพี่อธิบายว่ากอดกับแฟนเก่ามันดียังไงน่ะเหรอครับ?"

       

 "......"





         ฟากมันช์เมื่อเห็นพี่เติร์กเงียบไปนานก็ยิ่งเสียใจ สุดท้ายคนที่เคยผูกพันกันอย่างพี่เติร์กกับแฟนเก่าก็คงตัดกันไม่ขาดสินะ

 

 

"มึงใจเย็น ๆ ให้กูได้ลองอธิบาย"

 

"ไม่ต้องอธิบาย ผมก็เข้าใจ ไปกันเถอะขิง"

 

"งั้นกูขอคุยกับขิงก่อนแป๊ปนึง"

 

"พี่จะคุยกับขิงทำไม?"

 

 

     เติร์กกำหมัดแน่นพลางกัดฟันกรอด และมองหน้าขิงด้วยความไม่พอใจ เดินปรี่ไปผลักไหล่ขิงจนล้มลงบนพื้นถนนที่ผู้คนเดินผ่านต่างชะงักและรีบเดินอย่างไว 

 

 

"มึงใช่ไหม? ที่วางแผนให้กูกับมันช์ทะเลาะกัน"

 

"เปล่านะครับพี่เติร์ก ผมจะทำแบบนั้นทำไม ผมไม่รู้เรื่องนะครับ"

 



"มันจะไม่บังเอิญไปหน่อยหรอวะ ที่แฟนเก่ากูได้รับจดหมายขอคืนดี กับจดหมายข่มขู่ ในเวลาใกล้เคียงกัน ที่สำคัญ ลายมือคนเขียนมันเหมือนกันชัด ๆ มึงวางแผนใช่ไหม? ตอบกูมา ขิง!!" เติร์กชี้หน้าด่าคนที่ถูกประคองจากคนรักของเขาให้ลุกขึ้นยืน ในเมื่อเติร์กได้อ่านจดหมายทั้งสองฉบับ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า ลายมือที่เขียนนั้น มันคือคนเดียวกันชัด ๆ

 

 

"ผมจะรู้ได้ไง? ว่าแฟนเก่าพี่คือคนไหนและจดหมายอะไรครับ ผมไม่รู้เรื่อง ฮือ... มันช์ ขิงไม่ได้ทำจริง ๆ นะ" ขิงละล่ำ ละลักบอกพลางเกาะแขนมันช์รีบแก้ตัว ฟากเติร์กกระชากแขนขิงให้ห่างจากตัวแฟนของเขา

 



"พอได้แล้วครับพี่เติร์ก" มันช์ว่าเสียงเรียบพลางน้ำตาคลอ ตอนสบตามองพี่เติร์ก

 

"โอเคได้ ถ้างั้นเรากลับบ้านกัน" เติร์กก็อยากจะสงบสติอารมณ์ลงก่อน เขาว่าพลางเลื่อนมือไปจับมือมันช์กำลังจะเดิน ทว่า มันช์สะบัดออก แล้วเอ่ยเสียงเข้ม

 



"ไม่ครับ คืนนี้ ขิงจะนอนห้องผม"

 

"แต่มันช์ กูไม่อยากที่จะ..."

 



"ในเวลาที่ผมเครียดและไม่เหลือใคร คนที่ควรอยู่ข้าง ๆ ผมควรเป็นพี่ไม่ใช่หรอวะ"

 



"มันช์มึงควรฟังกูนะ และมึงควรไว้ใ..."

 



"พี่เอาแต่พูดว่าให้ไว้ใจ ๆ แล้วการกระทำพี่มันน่าเชื่อใจ ไว้ใจได้อีกหรอวะ ไปเถอะขิง"



 

"มันช์อย่าเพิ่งไป ถ้าไม่อยากฟังกู ก็ขอให้เ...ร..."



 

"เห้ย! พี่เติร์ก แค่พี่ผมตาย แม่งก็เครียดพอแล้ว จะหยุดพล่ามได้รึยัง!"

 



กึก

 

 

     เติร์กชะงักกึก เขาไม่เคยเจอมันช์พูดจาแรง ๆ แบบนี้มาก่อน เติร์กสบตาขิงที่หลุบตาลงต่ำ พลางกวาดสายตาเห็นเด็กหอ พ่อค้า แม่ค้า มองมาทางนี้ ก่อนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ฟากเติร์กจ้องมองมันช์ที่ไม่สนใจ เดินจากไปพร้อมกับใครอีกคน

 



"สัดเอ้ย!"

 

 

      เติร์กสบถอย่างหงุดหงิด เสยผมขึ้นลวก ๆ ร้อยวัน พันปีไม่ยักจะพบเจอกวางบ่อยและถี่จนสร้างเรื่องให้เขาได้มากขนาดนี้ เติร์กตัดสินใจ เดินไปง้อมันช์อีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา คือ การตอบประชด ประชันอันน่าปวดใจ

 



"ถ้าขืนพี่ยังตามมา ผมอาจทำกับขิงมากกว่าที่พี่ทำกับพี่กวาง"


.

.

.

.

"โอเคไหม มันช์"

 

 

      มันช์มองหน้าขิง เขาไม่ได้พิสวาทขิงอะไรมากมาย แต่ก็ไม่อยากจะพูดอะไรให้ชวนสร้างปัญหาเพิ่ม เขาได้แต่เงียบ แต่พอขิงเริ่มมาเกาะแกะมากขึ้น มันช์บอก

 



"ขิง อย่าเพิ่งยุ่งกับเราตอนนี้ได้ไหม? ขิงจะไปนอนก่อนก็ได้"

 



 "ขิงขอโทษครับ ขิงแค่เป็นห่วงมันช์เท่านั้นเอง"

 

 "ขอบใจ แต่ขอเราอยู่คนเดียวก่อน"

 

 

       มันช์ถอนหายใจ เหลือบมองคนที่มาขออาศัยนอนด้วย เนื่องจากขิงบอกว่าครอบครัวขิงไปต่างจังหวัดแล้วลืมทิ้งกุญแจบ้านไว้กับลูก ครั้นจะให้นอนห้องแบงค์ก็จะชวนปวดใจกันไปอีก



 

      เพียงแค่หยุดคิดเรื่องอื่น เรื่องพี่เติร์กก็ผุดเข้ามาในสมอง มันช์รู้สึกวาบหวิวในอกทุกครั้งที่นึกถึงพี่เติร์กกับแฟนเก่าของเขายืนกอดกัน  ความสัมพันธ์ที่ดูรู้ว่าที่ผ่านมา คงผูกพันกันน่าดู



 

     คนที่มีนิสัยคิดมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้เห็นภาพชวนปวดใจอย่างนั้น ก็พาลจินตนาการเพิ่มไปต่าง ๆ นานา ว่าแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งสองแอบไปทำอะไรกันมามากกว่าการกอดกันหรือเปล่า?    ยิ่งคิดก็ยิ่งเพลิน จนคิดไปถึงตัวเขาเอง ว่าแล้วความรักแบบผู้ชายรักกันมันจะไปตลอดรอดฝั่งเหรอ? หากเทียบกับแฟนเก่าของพี่เติร์ก ที่ทั้งสาว สวย ดูอย่างไรก็เหมาะสมกันมากกว่า

 



      มันช์สะบัดศรีษะสลัดไล่ความคิดแย่ ๆ ทิ้ง ก่อนจะลุกไปคว้าผ้าขนหนูเพื่อนจะเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกาย แต่คนที่ลอบมองมันช์มาตลอดว่านั่งเหม่อมานานสองนาน ก็ลุกพรวดและกึ่งเดิน-กึ่งวิ่ง ไปสวมกอดมันช์จากด้านหลังทั้งยังเอียงหน้าซบแผ่นหลังอุ่น ๆ

 

 

"ขิงไม่ชอบเห็นมันช์เครียดแบบนี้เลย จากนี้ ขิงจะเป็นคนปลอบใจมันช์เองนะ"


.

.

.

.

         หลายวันแล้วที่ เติร์กมาดักง้อมันช์ช่วงเลิกเรียนแต่มันช์หลบหน้ามาตลอด โทรไปก็ไม่รับสาย ไปหาที่หอก็ไม่เจอ ไม่รู้ว่ามันช์ไปนอนที่ไหน? เติร์กปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้เลยขอร้องและเตีัยมกับดาวไว้วันนี้ ช่วยพามันช์ไปรอแถวห้องน้ำคนเดียวก่อน เพราะเขารู้ดีว่าถ้าไม่นัดแนะกันก่อน ขิงก็ตามติดมันช์อีก คนที่แอบซุ่มอยู่ในห้องน้ำ เห็นดาวเดินมาส่งซิกส์ เจ้าตัวถึงเดินไปเห็นมันช์อยู่คนเดียว

 

 

"มันช์ วันนี้ไปนอนบ้านกูนะ" เมื่อเห็นทางสะดวก เติร์กเดินไปจับมือมันช์ที่ยืนหันหลัง เจ้าตัวตกใจเผลอสะบัดมือ แล้วหันไปมองก็พบพี่เติร์กยืนมองด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

 

"วางแผนกับดาวใช่ไหม?" มันช์ถามอย่างรู้ทันทีว่านี่คือแผนการของเพื่อน

 

"ไม่งั้นมึงก็หลบหน้าตลอด"

 

"จะคุยอะไร?"

 

"เรื่องของเรา"

 

"กับแฟนเก่าพี่?"

 

"มึงมีสิทธิ์คิดแบบนั้นได้ แต่ภาพที่มึงเห็นมันไม่มีอะไรจริง ๆ กูนึกว่ามึงจะไว้ใจและเชื่อใจกูมากกว่านี้"

 

 

 "เอะอะ ๆ  ก็บอกให้ไว้ใจ แล้วการกระทำพี่มันน่าให้ไว้ใจตรงไหนวะ พี่เคยบอกเองไม่ใช่เหรอว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูด นี่ไง ผมเห็นหลักฐานเต็มตาเลย กอดกันโจ่งแจ้งขนาดนี้ ในที่ลับจะขนาดไหนวะ?"

 

"ไอ้มันช์ กูไม่เคยคิดนอกใจมึงเลยสักนิด ชักจะไปกั...น...."

 

 

"ผมเหนื่อยแล้ว เราเลิกกันเหอะว่ะ"

 



กึก



 

     เติร์กมองหน้ามันช์ด้วยความเจ็บปวด เติร์กรู้ดีว่าการเป็นแฟนกัน เมื่อเดินทางมาถึงจุด ๆ หนึ่ง มันจะมีเรื่องกระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดาจะหวังให้มันราบรื่นโดยไร้การทะเลาะกันก็คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากความรักของเขาสองคนนั้นมาจากต่างความคิด ต่างที่มา จึงไม่ง่ายที่กว่าจะปรับความเข้าใจให้เข้ากันประหนึ่งเป็นเหมือนคน ๆ เดียวกัน แต่เติร์กไม่คิดว่า มันช์จะไม่ฟังเหตุผลอะไร และแก้ปัญหาด้วยวิธีง่าย ๆ เช่นนี้



 

"มึงพูดออกมาได้ยังไงวะมันช์"

 

 

      มันช์ไม่ตอบแต่เดินหนี เติร์กคว้าไหล่มันช์ให้หันมาสบตากัน

 



"มันช์อย่าหนี มีอะไรเคลียร์กันให้จบตรงนี้"

 

 

"แต่ผมไม่มีอารมณ์!"

 



"มันช์!! คุยกันให้รู้เรื่อง!!"



 

"ผมจะไปหาเพื่อนผมแล้ว"



 

"เพื่อนมึงน่ะใคร? ขิง? งั้นสิ"

 



"ใช่"

 

 

 

"ขิงมันตอแหล มึงยังนับมันเป็นเพื่อนอีกเหรอ!" เติร์กหมดความอดทน เขาเหลืออดกับคนพรรค์นั้น จนต้องด่าลั่นลานกว้าง

 

"ผมไม่เคยคิดเลยว่ะว่าพี่จะเป็นคนแบบนี้" มันช์เบิกตาโพลงอย่างประหลาดใจ มีน้อยมากที่จะได้ยินพี่เติร์กด่าคนอื่นด้วยการใช้คำพูดแรง ๆ แถมตวาดเสียงดังขนาดนี้

 

"คนแบบนี้น่ะ แบบไหน?"

 

 

"ก็คนเหี้ยไง!"

 



    เติร์กยืนหน้าชาด้วยความเสียใจและเจ็บปวด ที่มันช์ยอมด่าเขาเพื่อปกป้องและแก้ตัวให้ใครอีกคนอย่างหน้าตาเฉย เติร์กเงยหน้ามองมันช์อีกครั้ง



 

"แต่ก็เป็นคนเดียวกับที่รักมึง"

 

กึก

 

      ครู่หนึ่ง มันช์สบตาพี่เติร์กที่ดวงตาแดงก่ำ เขาเบือนหน้าหนี และไม่พูดอะไร จนเป็นฝ่ายเติร์กเองที่ย้ำอีกครั้ง

 

 

"แล้วกูไม่เลิก กูจะให้มึงกลับไปคิดอีกครั้ง" เติร์กลดความอารมณ์ร้อน และหันมาพูดกับมันช์ดี ๆ

 

 

"ผมคิดแล้วครับ" มันช์หลั่งน้ำตา ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่เติร์กและระบายความในใจอีกครั้ง

 

 

"ว่าการที่พี่ทิ้งผมในวันที่ผมอ่อนแอที่สุด เพื่อกลับไปหาแฟนเก่า แม่งเจ็บแค่ไหน"

 

 

..............................................

 
 :กอด1: :กอด1: :กอด1: :กอด1:
เขียนมาก็หลายเรื่อง โดยส่วนตัวคิดว่านี่ดราม่าเบาสุดแล้วค่ะ มาอยู่เป็นกำลังใจให้ทั้งคู่ไปด้วยกันนะคะ และสุขสันต์วันสงกรานต์จ้า

ขอบคุณค่ะ

   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-04-2019 14:58:11 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิขิง  อิเลว  ขอให้แกไม่มีความสุข

ถึงขั้นพาคนไปข่มขืนกวาง

แกมันต้องโดนรุมโทรม

แต่...แกอาจจะชอบก็ได้นะ  อิร่าน

ป.ล. ตั้งแต่อ่านนิยายมา  ไม่เคยเกลียดใครเท่าแกเลย  อิขิง

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
มันช์แกก็บ้าไม่ฟังพี่เขาเลย ก็เข้าใจว่าโกรธและเสียใจแต่แม่งเรื่องมันแค่นิดเดียวเองแค่กอดนะโว้ยไม่ใช่จูบกันให้เห็นเสียหน่อย คนเลิกกันเป็นเพื่อนกันได้ก็มีนะ ฟังพี่เขาหน่อยอย่าเอาแต่อารมณ์มากนักเลยมันดูงี่เง่าว่ะ เดี๋ยวจะมารู้ความจริงที่หลังมาขอโทษมีเขาก็เสียความรู้สึกไปแล้ว

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0

บทที่ 26 อยากเป็นที่รัก














    เมื่ออีกคนเป็นไฟคอยแผดเผาทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า อีกคนควรเป็นสายน้ำชโลมใจ





    ตอนที่ได้ยิน บอกตามตรงว่า เติร์กโกรธและเสียความรู้สึกมากกับคำที่คนรักเอ่ยออกมา แต่เติร์กพยายามทำความเข้าใจในตัวมันช์ให้มากที่สุดและคิดว่ารุ่นน้องก็คงน้อยใจจนพาลที่เติร์กไม่ยอมไปตามนัดเหมือนกัน

     

     ในความจริงของชีวิตคู่รัก ถ้าเติร์กเอาแต่ประชดกลับ มีหวังชีวิตคู่คงพังพินาศ





"กูรู้มึงใช้อารมณ์และกำลังประชดกูอยู่ กูให้เวลามึงอีกหนึ่งสัปดาห์ให้กลับไปคิดนะมันช์ ถ้าหลังจากนั้น มึงยังยืนยันคำเดิมว่าจะเลิกกับกู กูจะปล่อยมึงไป"





      เติร์กบอกหนักแน่น เขาอยากให้อีกฝ่ายได้กลับไปทบทวนตอนอยู่คนเดียว เพราะถ้าเวลาผ่านไปแล้วมันช์ยังยืนยันคำเดิม ก็คงสมควรแก่เวลาที่ทั้งสองคงต้องเลิกกันจริง ๆ




       จู่ ๆ ใจมันช์ก็เกิดวูบหวิวหวั่นไหว ตอนที่พี่เติร์กพูดเช่นนั้น แต่ความน้อยใจและการใช้อารมณ์นำโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง ส่งผลให้มันช์พูดไม่คิด



"ยืนยันคำเดิมตั้งแต่ตอนนี้ครับ"



"ไอ้มันช์!!"





        เติร์กตะโกนดังลั่น ตอนที่มันช์ไม่ยอมหยุดประชดประชัน เติร์กพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ แต่อีกฝ่ายเอาแต่ยั่วโมโห กวนประสาทกัน เติร์กรู้ว่าวันนี้ มันช์ยังใช้อารมณ์ หากยิ่งเถียง รังแต่จะทำให้เสียประสาทเปล่า ๆ เติร์กจึงเก็บอารมณ์โกรธไว้ไม่ระบายลงที่แฟนปรี่กลับซุ้ม หายใจฮึดฮัดรุนแรง ทอดสายตามองคนรักที่เพิ่งเดินมาถึงอีกฟากฝั่งซุ้มกำลังนั่งคุยกับพวกขิง เติร์กเจ็บใจ เพราะอุตส่าห์พร่ำบอกแล้วว่ามีอะไรให้คุยกัน พยายามปรับความเข้าใจกัน แต่มันช์ไม่ยอมจบปัญหา ปล่อยให้เติร์กหงุดหงิดว้าวุ่นใจ เขาทนไม่ไหว กระโดดลงจากซุ้มคว้าโค้กขวดแก้ว ปาอัดลงกับพื้นอย่างแรง



เพล้ง!



       เสียงหัวเราะ เฮฮาบันเทิงก่อนหน้าในซุ้มอื่น ๆ เปลี่ยนเป็นเงียบสงัด





"เฮ้ย ใจเย็นเติร์ก" ป๋อและโต๋ถลาลงจากซุ้มมาจับแขน จับไหล่เพื่อนที่ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่าเติร์กกำลังอารมณ์ร้อน







"เติร์กใจเย็นก่อน เกิดอะไรขึ้นวะ?"



"...." แม้ทุกคนจะถามไถ่เติร์ก แต่เขากลับไม่ตอบเอาแต่เงียบ สายตาโกรธขึ้งคล้ายคนถูกผีเข้า เติร์กกำมือแน่นจนเส้นเลือดขึ้นปูดโปน





"เอ้ย! ไอ้สัดเติร์กเลือดไหล" คงเป็นเพราะเศษแก้วแตกกระเด็นโดนตอนเหวี่ยงขวดฟาดลงกับพื้นอย่างแรง ทว่า เติร์กไม่รู้สึกเจ็บใด ๆ แม้ว่าเพื่อนจะตะโกนมาเช่นนั้น เขาเพียงแค่เดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างมือ จังหวะเดินผ่านซุ้มมันช์ เขาประสานสายตากับคนรัก แล้วรู้สึกเจ็บอย่างทรมานคล้ายคนโดนฆ่าอย่างเลือดเย็น เมื่อเห็นมันช์มองโดยไร้การสนใจใยดี



      เติร์กยังคงมองมันช์ไม่วางตา และเมื่อทั้งสองยังคงสบตากัน เติร์กขยับปากช้า ๆ โดยไร้เสียง



"กู-รัก-มึง-เสมอ"

.

.

.
.



      หลังจากที่คู่รักต่างวัยทะเลาะกันก็ผ่านมาแล้วสามวัน ที่มันช์กับเติร์กห่างกันโดยสมบูรณ์ มันเหมือนกับว่าทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงจำลองเหตุการณ์การเลิกกันกราย ๆ ยามนี้ คนปากดีกลับรู้สึกหวิว จิตใจห่อเหี่ยวแปลก ๆ ยามที่พี่เติร์กไม่โทรหา ไม่ง้อกันจริง ๆ และมันช์หงุดหงิดใจทุกครั้งที่เห็นพี่เติร์กเดินกับผู้หญิงแปลกหน้า ครั้นจะไปกระชากแขนถามว่าทำไมต้องเดินกับผู้หญิงคนอื่นไปทั่วด้วยก็ทำไม่ได้ ในเมื่อตัวเองสร้างปัญหาก่อนเองแท้ ๆ



      ตอนนี้  มันช์แอบมานั่งคนเดียวตรงม้าหินแถวห้องน้ำพลางเหม่อลอยเป็นระยะ และถามตัวเองในใจอยู่บ่อยครั้งว่า การบอกเลิกในวันนั้น มันช์อยากเลิกกับพี่เติร์กจริง ๆ หรือเปล่า? มันช์คิดไม่ตก แถมตอนนี้ก็เริ่มคิดถึงพี่เติร์กมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มันช์เผลอน้ำตาคลอ รีบฟุบหน้าลงบนโต๊ะม้าหิน แล้วปล่อยให้น้ำตาเม็ดโตร่วงไหลมาเรื่อย ๆ


"น้องมันช์ใช่ไหมคะ?"


      มันช์ชะงัก สูดน้ำมูกขึ้นจนดังฟืดฟาด ส่ายหน้าไป-มาเพื่อเช็ดน้ำตากับท่อนแขน แล้วเงยหน้าในสภาพตาแดง จมูกแดงพลางเบิกตาโต เมื่อคนที่เรียกเขาคือแฟนเก่าของพี่เติร์ก เบื้องหลังที่ยืนอยู่กับเธอ คือเพื่อนของเธอสองคน
 

"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" มันช์ไม่ได้ตอบคำถามพี่กวาง เพราะตอนนี้ แม้แต่หน้าเขายังไม่อยากมอง ใครจะทนคุยกับแฟนเก่าของคนรักในปัจจุบันลง


"พี่ขอคุยด้วยหน่อยค่ะ พอจะมีเวลาไหมคะ?"


"ไม่มีครับ"

   
     กวางเห็นแฟนพี่เติร์กตัดบท ซ้ำยังตอบแบบหยิ่ง ๆ เธอลอบถอนหายใจ จะสะสางปัญหาให้ได้อย่างไรหากแฟนพี่เติร์กเอาแต่เป็นแบบนี้

"น้องมันช์ พี่คุยเรื่องพี่เติร์กไม่นานหรอกค่ะ"


"พี่จะมาบอกว่า พี่เติร์กรักพี่มากแค่ไหน? หรือจะมาบอกว่า พี่กำลังจะกลับไปคบกันอย่างนี้เหรอครับ"



      กวางมองหน้ามันช์ที่พูดจาประชด ประชันพลางลอบถอนใจอีกครั้ง เธอก็เข้าใจอยู่หรอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของความรักระหว่างแฟนเก่ากับแฟนใหม่จะให้มาคุยกันปกติหรือลงรอยกันก็คงทำได้ยาก กวางก็คงได้แต่ทำใจและท่องถึงสิ่งที่ต้องการทำดีกับพี่เติร์กในฐานะคนรักเก่าและคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอในยามคับขัน


      ตอบตามจริง ถ้าพี่เติร์กดูมีท่าทีสนใจ อยากกลับมาคบกับเธอสักหน่อย กวางจะไม่ช่วยให้ทั้งสองคืนดีกันแน่ ๆ แต่เพราะเธอรู้ว่าพี่เติร์กเป็นคนอย่างไร หนำซ้ำ อีกฝ่ายก็ดูรักพี่เติร์กไม่ต่างกัน เพียงแต่เด็กคนนี้ติดจะหึงหวงมากจนไม่ลืมหู ลืมตา เธอถึงต้องมาเป็นฝ่ายช่วยปรับความเข้าใจให้ทั้งสองย่นระยะห่าง และกลับมาชิดใกล้กันดังเดิม




"พี่จะมาบอกว่า พี่เติร์กรักน้องมันช์มากแค่ไหนต่างหากค่ะ"



กึก

   
     มันช์ใจกระตุก เผลอกัดปาก แล้วเบนหน้าหนี กลัวอีกฝ่ายจะจับพิรุธได้ว่าเขามีปฏิกิริยาต่างจากเดิม มันช์รู้สึกกระอักกระอ่วน ปั่นป่วนในอกอย่างบอกบอกไม่ถูก เมื่อเห็นคนอื่นต้องมาก้าวก่ายเรื่องความรักระหว่างเขากับพี่เติร์ก


"พี่รู้เรื่องแล้วค่ะที่น้องมันช์เข้าใจพี่กับพี่เติร์กผิด" มันช์เงยหน้ามอง


"พี่เติร์กฟ้องเหรอครับ?"


"ไม่ใช่เลยค่ะ พี่เติร์กไม่ใช่คนแบบนั้น ถ้ามันช์คบกับพี่เติร์กไปสักพัก น้องมันช์จะรู้ข้อดีของพี่เติร์กว่านอกจากจะเป็นคนชัดเจนแล้ว เวลาพี่เติร์กคบใคร เขาให้เกียรติแฟนทุกคน พี่เติร์กไม่เคยพูดร้ายหรือว่าแฟนตัวเองแรง ๆ ต่อหน้าคนอื่นค่ะ"



กึก


       คำพูดที่อีกฝ่ายพูดมาทำให้มันช์ยืนหน้าชา รู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสี่แยก  การที่พี่กวางพูดเช่นนั้น ยิ่งทำให้มันช์รู้สึกแย่ เสมือนว่ามันช์ละเลยไม่เคยใส่ใจแฟนตัวเองหรือรู้เลยเหรอว่าพี่เติร์กเป็นคนเช่นไร หากเทียบกับพี่กวางแล้ว เธอช่างดูรู้ดี รู้ใจ รู้นิสัยพี่เติร์กไปเสียทุกอย่าง


"พี่ป๋อเป็นห่วงพี่เติร์กมากค่ะ ถึงขอให้พี่ช่วยมาอธิบายให้มันช์ฟัง พี่ป๋อรู้เพราะพี่เติร์กเมาถึงหลุดพูด มันช์รู้ไหมว่า ช่วงนี้พี่เติร์กกินเหล้าทุกคืน เมาทุกวัน เขาเสียใจมากนะ ขนาดเลิกกับพี่เขายังไม่เคยร้องไห้เลย แต่กับมันช์..."



"พี่ป๋อบอกว่า พี่เติร์กร้องไห้หนักเลยค่ะ"



"...."



"พี่ไม่รู้ว่ามันช์กับพี่เติร์กทะเลาะเรื่องอะไรกัน แต่เขาแย่มากนะ ถ้ามันช์คิดจะทำอะไรอยู่ตอนนี้ พี่ขอเถอะค่ะ คิดให้ดี ๆ พี่เติร์กรักมันช์มากจริง ๆ"


"แล้วพี่มาบอกผมทำไมครับ?" มันช์พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น แต่ถ้าถามข้างในใจนั้น เขารู้สึกทรมานอยากร้องไห้เต็มที



"พี่ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ใครทะเลาะกัน ตอนที่พี่ได้รับจดหมาย ยอมรับนะว่าพี่ดีใจมากจนอยากได้พี่เติร์กกลับคืนมา แต่พอพี่เติร์กบอกว่าเขามีแฟนแล้ว และสีหน้าดูไม่สนใจหนำซ้ำยังรำคาญพี่ พี่ก็รู้แล้วว่าถ้าพี่ได้พี่เติร์กมาจริง ๆ คบกันไปก็ไม่มีความสุขอยู่ดี"



"....." มันช์ยืนนิ่งเหมือนคนสงบใจ แต่ข้างในร้อมรุ่ม ร้อนรนเหลือเกิน



"พี่กับพี่เติร์กไม่มีทางเกินเลยแน่นอนค่ะ เรื่องที่พี่จะบอกก็มีเท่านี้ พี่ไปก่อนนะคะ"



      กวางได้ตอบแทนบุญคุณพี่เติร์ก เรื่องที่เขาได้ช่วยเธอวันก่อนแล้วก็โล่งใจ ทางฝั่งมันช์มองพี่กวางส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเดินไปหาเพื่อนเธอที่รออยู่ไม่ไกล


      ได้ยินการเล่าสรรพคุณของพี่เติร์กมาจากปากแฟนเก่าก็ยิ่งเจ็บและรู้สึกผิดว่าทำไม มันช์ต้องปล่อยให้คนอื่นมาคอยบอก คอยชี้แนะว่าคนรักของมันช์เป็นคนดีอย่างไรด้วย


    "ทำไม ผมถึงเป็นแฟนที่แย่อย่างนี้วะ พี่เติร์ก"

.
.
.
.
        กาลเวลายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สำหรับตัวเติร์กเองแล้ว เขาพูดคำไหน คำนั้น ถ้าเขาให้เวลามันช์ก็คือให้เวลา ระหว่างนี้ เติร์กจึงไม่ได้ง้อ หรือพูดคุยกับมันช์สักคำ แต่เขาก็ยังมีเรื่องคาใจจนต้องสะสางสักหน่อย ยามเย็นวันนี้ จึงเป็นเวลาเหมาะเจาะที่เติร์กจะตามขิงกลับบ้าน หลังจากที่ได้สายสืบจากหลานรหัสอย่างดาวบอกว่า มันช์กลับบ้านไปกับเพื่อนต่างคณะแล้ว (ซึ่งเติร์กเดาว่าคงเป็นแบงค์)



      เติร์กตามขิงมาถึงบ้าน เพราะเขาอยากรู้พื้นเพของคนนี้ว่าเพราะอะไรทำไมถึงมีนิสัยยุแยง และสร้างความร้าวฉานให้ความรัก ความสัมพันธ์ของเติร์กต้องสะบั้นลงด้วย



      สองเท้าก้าวไวฉับ ๆ แต่ก็ต้องพยายามหาที่กำบังหลบตามเสาไฟฟ้าเป็นระยะ ๆ เติร์กตามขิงเข้ามาในซอยทาวน์เฮ้าส์แห่งหนึ่ง เขานึกว่าถึงบ้านขิงแล้ว แต่เปล่าเลย ซอยทาวน์เฮ้าส์นี้เป็นแค่ถนนลาดยางเชื่อมผ่านสู่การลัดเลาะเข้าซอยเล็ก เติร์กหยุดเท้าเพื่อทิ้งช่วงห่างก่อนจะกึ่งเดิน กึ่งวิ่งตามต่อ เข้าซอยเล็กเพื่อทะลุไปอีกซอยหนึ่ง เติร์กมองเห็นแผ่นหลังขิงไกล ๆ ที่เดินเลี้ยวขวา พอเติร์กวิ่งตามไปพบสะพานไม้แคบ ๆ เป็นทางเดินทอดยาวจนสุดสายตา เติร์กเห็นสองข้างทางเป็นบ้านไม้ปรักหักพัง ฝาบ้านมีพวกโปสเตอร์ซีดและขาดแปะซ้อนทับกัน บ้างก็มาจากยาสระผม บ้างก็ผงซักฟอกหรือไม่ก็เป็นการโปรโมทเพลงเก่า  ๆ มาปิด มีบ้างที่บางจุดจะมีสีสเปรย์สีขาวหรือแดง พ่นข้อความอะไรก็ไม่รู้



       หน้าบ้านของทุกคนส่วนใหญ่ที่เติร์กเห็นจะมีทั้งลังกระดาษ ทั้งตระกร้าเก่าซีดวางซ้อนกันเป็นตั้ง ๆ สภาพไม่สวยหรูแถมดูทรุดโทรม เติร์กต้องหยุดเท้า เขาไม่สามารถสะกดรอยต่อไปได้ เพราะมีคนนั่งหน้าบ้านหลังหนึ่งมองมาด้วยสายตาทำนองว่า มึงเป็นใคร เข้ามายุ่งถิ่นกูทำไม ? ทำให้เติร์กต้องล่าถอยออกมาหลังจากที่เห็นขิงเดินเข้าบ้านไม้ทรุดโทรมหลังที่สามที่อยู่ติดกัน



     คนที่หันหลังเตรียมกลับบ้าน เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้แล้วว่า สภาพที่ขิงอยู่เป็นอย่างไร



   โครมม!


    เคร้ง!
 


 
"อีขิง ทำไมวันนี้ มึงหาเงินมาไม่ได้! ห้ะ"


"แม่!! ก็หามาได้แค่นี้จะเอาแค่ไหน? ลำพังแค่ขิงเรียนก็จะลำบากอยู่แล้วนะ"


"มึงไม่สิทธิ์จะเถียง กูเป็นแม่มึงนะ อีขิง!! มึงต้องไปหาเงินมาให้กูเดี๋ยวนี้"



      เสียงตะโกนเถียง ด่ากันไปมาดังจนเติร์กต้องหยุดแล้วยืนเบี่ยงตัวหลบ เติร์กชะงักเมื่อเห็นคนที่ยืนชี้หน้า ด่าขิงฉอด ๆ ยังดูไม่แก่เท่าไหร่ถ้าให้เดาอายุก็คงสามสิบหกสามสิบเจ็ดเห็นจะได้? เธอดูใบหน้าแดงก่ำ มีสภาพเหมือนคนมึนเมาสวมใส่เสื้อแขนกุดกับผ้าถุงมีลายสีม่วงแดง



"แม่! ขิงเหนื่อยแล้วนะ"


ผัวะ


โครม


    สายตาที่มองลอดผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างลังกระดาษกับตระกร้าวางซ้อนจนสูงตกใจ เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นตบขิง แล้วจู่ ๆ ก็มีผู้ชายร่างใหญ่ตัวดำเมี่ยมดุจถ่าน ปรี่มาถีบขิงจนก้นจ้ำเบ้า แล้วตะโกนเร่า ๆ ไม่หยุด


"มึงนี่ลูกเนรคุณชัด ๆ ไปหาเงินมาให้แม่มึงสิวะ ไป๊!!!!"


     เติร์กมองผู้ชายที่ด่าขิงเสร็จก็โอบรอบคอคนที่อ้างว่าเป็นแม่แล้วละเหี่ยใจ ละสายตาไปมองคนที่นั่งชันเข่าตรงแคร่เล็ก ๆ หน้าบ้านของเขาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้ที่สุด เห็นภาพชัดที่สุด แต่กลับไม่มีทีท่าเดือดเนื้อ ร้อนใจ หรือคิดจะเข้าไปช่วย เขาทำเหมือนชินชาหรือไม่มันก็คงเป็นเรื่องปกติสำหรับการทะเลาะ โหวกเหวกโวยวายเช่นนี้



"ไม่ ขิงเหนื่อยแล้ว"
   


"ถ้างั้น มึงออกไปจากบ้านกูเลยอีขิง !!"


"เอออ ไปก็ได้ ก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอกบ้านนี้ ฮืออออออ" ขิงลุกมาตั้งหลักได้แล้วก็ยืนร้องไห้พลางปาดน้ำตาลวก ๆ



     คนที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รู้สึกจุกอก อึดอัดข้างในแปลก ๆ จากความโกรธเกลียดขิงที่คิดทำลายความรักระหว่างเติร์กกับมันช์พลันสงสารขึ้นมาในบัดดล



      จังหวะที่เติร์กเห็นขิงเดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทันใดนั้น


หมับ!



"พะ...พี่เติร์ก!!"



"ยังไม่ต้องพูดอะไร กูมีเรื่องจะคุยกับมึง"


"ปล่อยผมนะ ปล่อยผม"
.
.
.
.

"กินข้าวก่อน มึงคงหิว"




"สมเพชผมสินะ" ขิงว่าเสียงเข้ม ตอนนี้ พี่เติร์กพามาที่บ้านของเจ้าตัว พี่เติร์กดูแลขิงอย่างดี ทั้งทำความสะอาดบาดแผล รวมถึงทำแผลที่มีรอยช้ำนิดหน่อยตรงมุมปาก ความจริง ขิงไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณ พยายามจะหาทางไปที่อื่น แต่ก็ถูกพี่เติร์กลากมาถึงที่นี่ และยังมีพี่เต็นที่เพิ่งกลับบ้านและซื้อข้าว หมูแดงมาให้หลังจากที่พี่เติร์กฝากซื้อ



"แม่มึงทำร้ายร่างกายมึงบ่อยไหม?" ถ้าเป็นก่อนการเห็นเหตุการณ์นั้น ขิงพูดอะไรไม่เข้าหู เติร์กคงด่ากลับ แต่พอหลังจากที่เห็นอีกฝ่ายโดนแม่ไล่ตะเพิด เติร์กสงสารและเห็นใจมากกว่า



"ไม่ต้องมาทำเป็นแกล้งห่วงผมหรอกครับ"



"มึงพูดดี ๆ หน่อย ความจริง กูไม่จำเป็นต้องช่วยมึงด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่มึงเป็นคนสร้างปัญหาระหว่างกูกับมันช์ ทำไมกูจะไม่รู้"



"ก็ไม่ได้บอกให้ช่วย"



"ขิงครับ น้ำกระเจี๊ยบแถวที่ฝึกงานพี่ เขาว่าอร่อย ลองชิมสิครับ" เต็นเดินมาวางแก้วน้ำดื่มลงบนโต๊ะกระจก ฟากขิงทอดสายตาละห้อยพลางเม้มปากแน่น ก่อนขอบคุณพี่เต็นที่ยืนยิ้ม แล้วเดินหายไป เหลือไว้เพียงขิงกับเติร์กดังเดิม



"เพราะมึงเก็บกดจากครอบครัวมึงใช่ไหม? มึงถึงเป็นแบบนี้"



    ขิงชะงัก น้ำตาร่วงเผาะ คนตัวเล็กรีบแหงนหน้าขึ้นเพดานเพื่อหลบสายตาที่กำลังสั่นไหว



"มึงคิดว่าคนในครอบครัวไม่รักมึง? มึงเลยต้องการความรักจากคนอื่น?"




         มันก็แค่การคาดเดาของเติร์กเอง ที่คิดว่า คงเป็นเพราะครอบครัวของขิงที่ไม่ได้แสดงออกถึงการมอบความรัก ความใส่ใจให้กันหรือเปล่า ถึงทำให้ขิงกลายเป็นคนแบบนี้


       ไม่นึกเลยว่าคนเราจะยอมเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนนิสัยไม่ดี เพียงเพราะการอยากเป็นที่รักของใครคนใด คนหนึ่ง


       คนที่โดนแทงใจดำชะงัก ขิงลุกขึ้นพรวดแล้วร้องไห้ฟูมฟาย ตะโกนว่าปาว ๆ



"ใช่ รู้อย่างนี้แล้ว พี่ก็ยกมันช์ให้ผมสิ"


"กูยกให้ได้ ถ้ามันช์รักมึง!"



กึก


      ในดวงตาที่พร่าเลือนด้วยหยดน้ำตาแห่งความอัดอั้นผนวกกับความสิ้นหวังนั้น  ลึก ๆ แล้วยังมีความโลภ อยากได้ อยากมีซ่อนไว้อยู่
 


"....."


"แต่กูมั่นใจว่าตอนนี้ มันช์ยังรักกูอยู่"


"....."



"ถ้ามึงทำทุกอย่างเพื่อจะแย่งมันช์ไปจากกู วันหนึ่ง มึงอาจทำสำเร็จ แต่สักพัก มึงจะคบแบบไม่มีความสุข และไม่นานมึงจะเลิกกัน มึงเข้าใจคำว่า 'แย่ง' ไหม? ขิง ถ้ามันเป็นของ ๆ มึงจริง มึงจะไม่ต้องแย่งให้เหนื่อย"


"....."

"ส่วนที่ผ่านมา ที่กูเคยเกลียด เคยไม่ชอบมึง กูขอโทษว่ะขิง กูไม่รู้ว่า ครอบคร...."


"หยุดเถอะครับ ผมไม่ได้ต้องการความสงสารจากพี่ ขอตัว" ขิงบอกทั้ง ๆ ที่ยังน้ำตาอาบแก้ม


"มึงจะกลับบ้านเหรอ? นอนค้างที่นี่ไหม?" เติร์กถามอย่างเป็นห่วง คนตัวเล็ก ๆ ไร้ทางสู้แบบนี้จะหนีออกจากบ้านไปไหนได้


"พี่ไม่ต้องมายุ่ง ผมจะไปอยู่ไหนมันก็เรื่องของผม"



     ในเมื่อเติร์กเห็นความจริงของชีวิตคน ๆ หนึ่ง เขาจึงไม่โกรธที่อีกฝ่ายจะดึงดันคิดอคติต่อกัน เติร์กจึงไม่คิดจะยื่นไม้บรรทัดของเขาเข้าไปวัดมาตรฐานของขิงอีก มีเพียงคำพูดธรรมดาที่บอกหวังให้ขิงคิดได้



"ขิง ถ้าเหนื่อยก็พอนะ" เติร์กแตะไหล่ ก่อนจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบแบงค์ร้อยออกมาสามใบยัดใส่มือขิง


      ขิงดึงดันจะไม่รับ แต่เติร์กรีบรุนหลังขิงออกจากบ้าน ถ้าหากขิงอยากจะไป เติร์กก็ให้ไป แม้ภายนอก ขิงจะทำตัวเข้มแข็งแค่ไหน ข้างในคงอ่อนแออยู่ไม่น้อย






................................................

 :mew2: :mew2: :mew2: :mew2:

ตอนหน้าก็จบแล้วค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-04-2019 22:51:58 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

จะว่าอย่างไรดี

ถึงคนเราจะอยู่ในสถานการณ์ครอบครัวแบบนั้น   แต่เราก็เป็นคนคิดดีทำดีได้ไม่ใช่เหรอ?

แต่สิ่งที่ขิงกระทำ  ก็เข้าใจและเห็นใจและสมเพช

แต่ถามว่าเกลียดไหม?  ก็ยังเกลียดและไม่เสวนาด้วยแน่ ๆ  ต่างคนต่างอยู่และไม่ยื่นมือช่วยเหลือใด ๆ น่าจะดีที่สุด

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-3
ขิงคงขาดความอบอุ่น ต้องการความรักจากคนอื่น แต่ก็ไม่ควรทำแบบนี้ รอคนที่รักขิงจริง

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
สงสารนะแต่ที่ขิงทำไปมันก็ไม่ถูกอ่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Somm

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
รำคาญมันช์อ่ะพูดตรงๆ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมดยกเว้นแฟนของตัวเอง ถ้านี่เป็นเติร์กเลิกไปแล้วนะเพราะนีไม่ใช่ครั้งแรกอ่ะที่มันช์ไม่เชื่อแฟนตัวเองต้องให้คนอื่นมาพูดถึงจะคิดได้ ไม่เคยเก็บเรื่องที่ผ่านๆมามาเป็นบทเรียนเลย แล้วชีวิตคู่มันจะเป็นยังไงอ่ะต่อไปต้องให้คนอื่นมาพูดเตือนตลอดเวลาเลยหรอ แรกๆดูเหมือนเป็นคนมีเหตุผลนะแต่ทำไมหลังๆถึงเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ เรื่องขิงก็เหมือนกันคนอื่นก็บอกแล้วนะว่านิสัยยังไงแต่ก็ยังเฉยๆทำไมโลกสวยจัง ส่วนขิงอยากเป็นที่รักของใครสักคน?มีคนเยอะแยะที่พร้อมจะรักขิงจริงๆแต่ขิงก็ยังเลือกที่จะทำลายชีวิตคู่ของคนอื่น พอเป็นแบบนี้สงสารไม่ลงจริงๆเพราะขิงเป็นคนที่จะเลือกทำแบบนี้เอง

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
บทที่  27 ไว้ใจ (ตอนจบ)

















ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง!...



      เสียงกดกริ่งดังต่อเนื่องราวกับถูกฉายวนซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า มันช์ยืนรอพี่เติร์กอยู่หน้าบ้านยามดึกดื่น ยามที่ลมเย็น ๆ พัดพามาประทะผิวกายให้คนที่ยืนรอมาสักพักต้องลูบไล้แขนตัวเองเพราะหนาวและไล่ยุงไปด้วยในตัว


      ปลายนิ้วกำลังวางลงบนปุ่มกริ่งอีกครั้ง ยังไม่ทันทิ้งน้ำหนักของปลายนิ้ว พี่เติร์กก็เดินออกมา


"มานานรึยัง?"


      คนที่รู้สึกผิดหน้าจ๋อยในตอนแรกกลับผุดรอยยิ้มกว้าง เพราะไม่คิดว่าพี่เติร์กจะเป็นฝ่ายทักทายก่อน


"ก็สักพักครับ ผมกดกริ่งตั้งหลายครั้ง พี่ไม่ได้ยินเหรอ?"



"กูใส่หูฟังนอนฟังเพลงอยู่แต่ที่กูเห็นว่ามีคนยืนหน้าบ้าน เพราะกูเดินลงมาจะหาอะไรกินข้างล่าง"



      มันช์ใจกระตุกที่พี่เติร์กพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา เหมือนว่าก่อนหน้าเราไม่ได้มีเรื่องทะเลาะกัน และไม่รู้ว่าเป็นบ้าอะไร? เพียงแค่เห็นหน้าคนรักดวงตาก็ร้อนผ่าว น้ำตาเริ่มคลอหน่วยจนมันช์หลุบตาหนี แต่ยังคงต่อบทสนทนาไม่ให้ขาดช่วง ก็ไหน ๆ พี่เติร์กจะยอมชวนคุยก่อน มันช์ก็ไม่ควรพลาดโอกาสนี้



"พี่จะไม่เปิดประตูให้ผมหน่อยเหรอครับ?"



     เติร์กมองเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าหงอยคล้ายคนแบกความรู้สึกผิดไว้เต็มบ่า หนำซ้ำสุ้มเสียงแผ่วเบา เศร้าสร้อยนั้นก็เล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากสั่น ๆ เติร์กจ้องมองริมฝีปากที่เติร์กเคยจูบเป็นประจำ กำลังขบเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เติร์กเปิดประตูรั้วให้มันช์เดินเข้ามา ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ริมฝีปากช่างเจื้อยแจ้ว เจรจาและที่ผ่านการบดจูบดูดดื่มหนัก ๆ มานักต่อนักนั้นจะมาพูดเรื่องใด



       ประตูปิดลงแล้ว ยังไม่ทันที่เติร์กจะถามถึงสิ่งสำคัญ มันช์ก็สวมกอดเติร์กจนไม่ทันตั้งตัว และตามด้วยน้ำเสียงเหมือนคนไม่มั่นใจ



"พี่เติร์ก ผมขอโทษ"


"....."


"ผมแม่งเป็นแฟนที่แย่ว่ะ ชอบเอาแต่ใจ ใช้อารมณ์ ยึดตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ต้องคอยให้พี่ตามใจผมทุกอย่าง พอพี่ไม่เป็นดังใจที่ผมต้องการ ผมก็งี่เง่าใส่ จนลืมคิดไปว่าที่ผ่านมา พี่รักผมแค่ไหน ตามใจผมมากแค่ไหน? ผมขอโทษจริง ๆ นะพี่เติร์ก พี่อย่าโกรธผม อย่าเลิกกับผมเลย ตอนนี้ ผมรู้แล้วว่าผมมีแฟนที่โคตรดี จากนี้ ผมจะพยายามใช้เหตุผลให้มากขึ้น จะไม่งอนอะไรไร้สาระอีกต่อไปแล้ว ผมขอโอกาสนะพี่เติร์ก นะครับพี่" มันช์พูดยาวเป็นหางว่าว เพราะกลัวจริง ๆ กลัวว่าพี่เติร์กจะหนีไปหาคนใหม่เสียก่อน



       มันช์ยังคงอ่อนหัดในเรื่องรัก เพราะมันช์ไม่เคยมีแฟนจริง ๆ จังมาก่อน จึงคิดว่า การคบใครนั้น แค่คำว่ารักกันมันก็น่าจะเพียงพอ แต่เปล่าเลย การคบกันไม่ใช่แค่ความรัก แต่มันยังรวมไปถึงการปรับตัวเพื่อขยับความเข้าใจให้เข้าหากันและพร้อมยินยอมรับในข้อเสียของอีกฝ่ายได้ด้วย   ซึ่งเขาต้องพยายามทำความเข้าใจอีกมาก ไม่ใช่เพื่อใคร เพื่อตัวเขาเองและพี่เติร์กจะได้รักกันไปนาน ๆ  จากนี้ เมื่อมีปัญหาอะไรเข้ามา มันช์จะพยายามผ่านไปให้ได้ด้วยกัน และจะเคลียร์ปัญหาให้จบไม่ทิ้งข้ามวัน ข้ามคืน เพื่อไม่ให้ทั้งคู่จมอยู่กับความทุกข์เนิ่นนานเกินไป เพราะยิ่งนาน อาจยิ่งสั่งสมจนมันอาจกลายเป็นปัญหา ทำให้ถึงจุดแตกหักกันได้



       เติร์กมองคนที่จมลึกอยู่ในอ้อมกอดของเขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกผิดออกมาจริง ๆ มือหนาที่เคยทิ้งไว้ข้างลำตัวกำลังจะยกขึ้นกอดกระชับกลับแต่เติร์กก็ทำได้แค่จับหัวไหล่และดันออกห่าง



      แม้ว่า มันช์จะเคยปาระเบิดแห่งอารมณ์ใส่เติร์กไว้ก่อนหน้า จนเสียความรู้สึกไปมาก แต่สุดท้ายเติร์กก็ให้อภัย เพื่อลองให้โอกาสมันช์อีกสักครั้ง ฉะนั้น ในเวลานี้ เติร์กจึงหายโกรธ เขาไม่ได้เล่นตัวแต่อยากแกล้งรุ่นน้องสักหน่อย เขามองมันช์หน้านิ่งแล้วเอ่ย



"พูดง่าย กูไม่หายโกรธ!"


"โถ!...พี่เติร์กนะครับ ผมขอโทษ กลับมารักกันเถอะนะ ขอให้ผมได้แก้ตัวอีกครั้ง ผมไม่เคยได้ลองใช้ชีวิตคู่มาก่อน ผมเลยไม่รู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรบ้าง แต่พอมันมีปัญหา ผมรู้แล้วว่าผมต้องแก้ที่ตรงไหน ผมไม่เอาแล้วพี่เติร์ก ผมไม่อยากมีใครเป็นที่รักนอกจากพี่อีกแล้ว" เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองบกพร่องทางด้านความสัมพันธ์ก็เกือบสายไป  การใช้อารมณ์และเอาแต่วู่วามกือบทำให้มันช์พลาดรักสุดแสนจะมีค่านี้ไป



"ถ้าจะพูดแค่ขอโทษ กูคงไม่ยกโทษให้ง่าย ๆ"
.
.
.
.
พั่บ พั่บ


"อ้ะ อ้าาาา พี่เติร์ก ผมเสียว"


"อะไรนะ ไม่ค่อยได้ยิน อืมมมม"

 
       มันช์อยากจะด่าใจแทบขาดว่ายังจะมีหน้ามากวนประสาท แต่เพราะมีความเสียวกระสันซาบซ่านไปทั้งทรวง จึงไม่มีอารมณ์มานั่งสนกับคำยียวน เพราะหัวใจกำลังทำงานหนักที่คนหนึ่งกำลังกระแทกกระทั้นอย่างไม่ปราณี



"อ้ะ ไอ้พี่เติร์ก ลึกไป อื้อออออ เสียว อูยยยซี้ดดดด!"



       ได้ยินเสียงครางกระเส่าพร่ำบอกถึงความรู้สึกยามร่วมรัก เติร์กกระหยิ่มยิ้มย่องชอบใจ เขาโน้มตัวไปกดจูบที่ปากหนัก ๆ จนเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ในขณะที่สะโพกเขากำลังขยับเข้ามาไม่หยุด เสียงของการบดจูบผสานไปกับเสียงของร่างกายเสียดสีกันดังก้องไปทั้งห้องนอน มันช์จ้องมองเรือนกายแข็งแกร่งที่ขยับเข้าออกคล้ายคลื่นซัดเข้าฝั่ง มองใบหน้าชื้นเหงื่อ และแววตากระหายรัก  ทั้งหมดนั่นเกิดขึ้นเพราะ...พี่เติร์กยังคงต้องการเขา


     มันช์ดีใจที่พี่เติร์กยังเหมือนเดิม อีกครั้งที่มันช์เรียกเสียงพร่าขยับตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อโอบรอบคออีกฝ่าย



"ระรัก...พี่ อ้ะ..."



     ใบหน้าหล่อผุดรอยยิ้มกึ่งอบอุ่นกึ่งหื่นจนนึกขำ ยามนี้ มันช์อยู่ในท่านอนหงาย มองพี่เติร์กที่กดแก่นกายเข้าไปจนสุด ส่วนเติร์กเองก็มองสีหน้าทรมานปนสุขสมของคนใต้ร่างก็แอบยิ้ม สองมือประคองช่วงบั้นท้าย เพื่อกระชับเข้าหาตัว ใบหน้าหล่อเหลากดเข้าที่ซีกแก้ม จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้าที่ผิวหน้า จากนั้น เติร์กกระหน่ำไม่ยั้ง ยิ่งทำให้มันช์ทำได้แค่กอดลำคอแกร่งมั่น ครวญครางข้างหู ฟังเสียงหน้าขาที่กระทบเข้าหากัน ในขณะที่อุณหภูมิในห้องก็ยิ่งร้อนระอุด้วยไฟราคะ และก่อนที่ทั้งสองจะไปถึงฝั่งฝัน มันช์ซบหน้าลงกับบ่ากว้างของคนรัก


      การร่วมรักกันครั้งนี้ไม่ต่างกับเป็นการง้อผสมผสานไปกับการพัฒนาความสัมพันธ์เพื่อเติมความรักให้กัน  คนที่นอนตะแคงข้างฝังใบหน้าลงตรงหัวไหล่ แถมเกาะแขนเติร์กแน่นก็เอาแต่พูดว่า ดีใจที่ได้กลับมาคบกันเหมือนเดิม จนเติร์กต้องหลุดยิ้มคนที่ทำตัวเหมือนเด็กลัลล้ายามได้ของที่ต้องการ



     เติร์กจูบกลางกลุ่มผมเบา ๆ แล้วบอก


"มันช์"


"ฮะ?"



"มึงสัญญากับกูได้ไหม? ไม่ว่าเราจะทะเลาะกันมากแค่ไหน? จะงอนจนไม่พูดกัน แต่สิ่งเดียวที่เราไม่ควรทำและห้ามพูดเด็ดขาด คือ เลิกกันเถอะ" เติร์กว่าจบพลางลูบไรผมที่ชื้นเหงื่อ เขารู้ดีว่ามันช์ยังเด็ก แถมงอแงเป็นที่หนึ่ง เขาจึงให้โอกาสคนรักได้ปรับตัวด้วยการพยายามย้ำบอกให้เข้าใจ


       น่าแปลกที่พอเป็นมันช์  เขาก็พร้อมยอมศิโรราบได้โดยง่าย

 


         มันช์รู้สึกผิดจับใจ ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะคนที่สร้างเรื่องทั้งหมด ทั้งมวลก็เขาเองทั้งนั้น และในน้ำเสียงพี่เติร์กที่จริงจังเสียจนทำให้มันช์กลัวว่าถ้าทำผิดซ้ำสอง พี่เติร์กคงตัดขาดอย่างไร้เยื่อใยแน่ ๆ 


"อ่าห้ะ!"


"ตอนที่มึงบอกคำนั้นออกมา กูเสียใจนะ เพราะมันรุนแรงสำหรับกู ฉะนั้น ทีหลังอย่าทำอย่างนี้อีก"



"ครับ ๆ ขอโทษจริง ๆนะพี่ มันจะไม่มีครั้งที่สองครับ" มันช์เอ่ยจากใจ



"อื้อ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้มึงโตขึ้นนะ ถ้ามึงอยากคบกูไปนาน ๆ ก็ต้องไว้ใจและเคารพซึ่งกันและกัน"


"ครับ"




      เติร์กเห็นมันช์รับปากอย่างไว เลยไม่รู้ว่าแค่รับไปอย่างนั้นแล้วเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหรือเปล่าจึงต้องกำชับอีกครั้ง



"มึงนี่หลายที อย่าครับแต่ปาก ครับแล้วเข้าใจ ทำตามด้วยรู้ไหม? เพราะมึงยังมีอีกเรื่องที่ไม่รู้?!"



"จริง ๆ พี่ ทำตามแน่นอน แล้วเรื่องอะไรอีกครับที่ผมยังไม่รู้?"



"แม่กูยังไม่รู้ว่า กูมีแฟนเป็นผู้ชาย ฉะนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่หนักกว่านี้ จะหนีปัญหาแล้วทิ้งกูไปอีกไหม?"


       ได้ยินดังนั้น มันช์ใจตกไปที่ตาตุ่ม เขาหน้าซีดขาวเหมือนแผ่นกระดาษ แต่เพราะสัญญาแล้วว่า จะเข้าใจ จะไม่งอแง และจะไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง มันก็ควรต้องสู้สักตั้ง


"ไม่แล้วครับ" คิดได้แล้วก็ตอบกลับ แม้จะน้ำเสียงไม่หนะกแน่



"กูเชื่อมึง"


"ผมก็เหมือนกัน อย่าทิ้งกันนะพี่ ผมรักพี่ รักมากจริง ๆ นะที่รักของผม"



จุ๊บ

.
.
.
.

"ขิงอาบน้ำให้นะ"


"ดีครับ พี่เหนื่อย ทำให้พี่สบายหน่อย"


"ครับผม"


"คืนนี้ นอนกับพี่นะ พี่บวกเพิ่ม"


"ครับ"



      ในเวลาสองสามทุ่ม ขิงกำลังปรนนิบัติผู้ชายวัยสามสิบกลาง ๆ ที่หน้าตาคมเข้มหล่อเหลาเอาการ แต่ติดจะหุ่นหมีไปหน่อย ภายในอ่างอาบน้ำของห้องพักโรงแรมระดับสี่ดาวแห่งหนึ่ง ขิงได้ร่วมหลับนอนกับผู้ชายคนนี้มาเกือบจะสิบครั้งแล้ว เขาพบผู้ชายคนนี้จากการที่เพื่อนสมัยมัธยมแนะนำมาให้ตอนพาไปนั่งกินข้าวกัน โดยกำชับว่าถ้านอนกับผู้ชายคนนี้ ขิงจะได้เงินดีกว่าผู้ชายคนอื่น ที่ขิงเคยร่วมหลับนอนมา ไหน ๆ คนที่เคยผ่านผู้ชายมามากหน้าหลายตา ถ้าจะได้เงินเยอะกว่าคนก่อนหน้าที่จ่ายให้มันก็น่าสนใจ



        จากคนเงอะ ๆ งะ ๆ ไร้เดียงสา และไม่เคยชอบกับการทำอะไรแบบนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปที่ขิงทำมันบ่อย ๆ ซ้ำ ๆ ก็ทำให้เขารู้วิธีเอาอก เอาใจ รวมไปถึง การปรนนิบัติท่วงท่าแบบไหน เค้นคลึงส่วนใดบ้างถึงจะถูกใจแขก


        ขิงทำมาตั้งแต่อยู่มอห้า และทุกครั้งที่ขิงทำ เขาไม่เคยมีความสุข ต้องฝืนปั้นหน้ายิ้มให้กับคนที่ร่วมหลับนอนทุกคนก็เพราะเงินตัวเดียว เงินที่นำมาซึ่งความสุขและบันดาลสิ่งของให้กับเขาและแม่ของเขา จะว่าไป มันก็วินวินทั้งสองฝ่าย แขกได้เซ็กซ์ที่ถูกใจ ขิงได้รายได้เข้ากระเป๋า


"อื้มมมม ดีจังขิง"


    จุ๊บ!



    ขิงจูบที่หลังใบหูที่เปียกชื้นของอีกฝ่าย ในขณะที่มือกำลังคว้าขวดสบู่เหลวขนาดเล็กมาเทใส่มือ



"ขิงดีใจนะที่เห็นพี่ชอบ"



"แล้วเรียนเป็นไงบ้าง"



"ก็ดีครับพี่โจ้"



"แล้วตอนนี้ หาแฟนได้รึยัง?" คนที่เคยได้ยินขิงบอกก่อนหน้าว่าโสด เขาจึงอยากรู้ว่า ตอนนี้ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง



"ยังครับ"



"ไม่น่าเชื่อ! ไม่มีเพื่อน ๆ มาหวั่นไหวบ้างเลยเหรอ? ขิงน่ารัก น่าฟัดขนาดนี้ หรือขิงตั้งสเปกไว้สูงหรือเปล่า?" ขิงเงียบงัน มือที่ลูบไล้สบู่เหลวบริเวณแผ่นหลังพี่โจ้ชะงัก เมื่อนึกถึงมันช์ ขิงกำมือแน่น แล้วจู่ ๆ น้ำตารื้นขึ้นมา เขารีบหัวเราะกลบเกลื่อน


"เราคุยเรื่องอื่นกันไหมครับ ขิงอยู่กับพี่โจ้แท้ ๆ จะคุยเรื่องคนอื่นทำไมกัน"


"ก็ได้ครับ ขิงนวดบ่าให้พี่หน่อยสิ"


"ครับ"


     ขิงขยับมือน้อย ๆ มาทิ้งน้ำหนักบีบลงไปที่บริเวณบ่าหวังจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงก่อนหน้าได้คลายลงบ้าง


'ทำหน้าแบบนั้น ? เครียดเหรอ? เป็นอะไร ปวดหัว หรือปวดตรงไหน ให้เรานวดไหมขิง'



      ในขณะที่ขิงกำลังนวดบ่าให้แขก แต่กลับมีภาพใครอีกคนซ้อนทับมาพร้อมประโยคเป็นห่วง ขิงนึกถึงประโยคหนึ่งที่มันช์เคยพูดกับขิง ยามที่มันช์เห็นขิงนั่งหน้าเครียดอยู่ที่ซุ้ม ในตอนนั้น ขิงเครียดเรื่องที่บ้าน และอยากเลิกอาชีพขายบริการ แต่เพราะแม่ของขิงกับพ่อเลี้ยงที่ติดเหล้า และการพนันอย่างหนักทำให้ขิงไม่สามารถหยุดงานนี้ได้


    งานที่ได้เงินมาเป็นกอบเป็นกำ พอจะทำให้แม่และไอ้ชั่วนั้นได้ผลาญเงินเป็นว่าเล่น



     ในตอนนั้น ขิงแค่พยักหน้า มันช์ก็ลุกมานวดให้จริง ๆ ยิ่งทำให้ขิงหลงรักมันช์ ที่อีกฝ่ายใส่ใจความรู้สึกคนอื่น มันช์เป็นคนเดียวที่เข้ามาหาขิงในยามที่ลำบาก โดดเดี่ยว ไม่มีใคร นับตั้งแต่วันแรกที่เราได้เจอกัน วันที่ขิงต้องออกไปแนะนำตัวด้วยท่าตลก ๆ มันช์ก็ออกมาช่วยและแก้สถานการณ์ให้ ไหนจะวันที่ขิงป่วย ไม่สบาย มันช์ก็เป็นคนแรก ๆ ที่ถามไถ่และวิ่งไปหาซื้อยาแก้ปวด ลดไข้มาให้ ทั้งหมด ทั้งมวลจึงส่งผลให้ขิงประทับใจจนอยากได้มันช์มาเป็นของตัวเองเพียงผู้เดียว


 
"ขิง ขิง"


"หาาาครับ"


"พี่เรียกตั้งนาน เหม่อลอยถึงใคร?"



"ไม่มีครับ พี่โจ้"


"มา ๆ พี่ถูสบู่ให้ขิงบ้าง"



"ครับ"


     จากนั้น โจ้ก็ขยับตัวหันหลังกลับมานั่งประจันหน้ากันในอ่างอาบน้ำ และแล้วทั้งสองก็ช่วยกันอาบน้ำ โดยต่อกันที่บทเซ็กซ์อีกไม่รู้กี่รอบ




     รุ่งเช้าในขณะที่ขิงตื่นขึ้นมา เขายืดแขน เหยียดขาบิดขี้เกียจบนเตียงนอน มือไม้ป่ายแปะไปที่ข้าง ๆ ลำตัวแต่กลับไม่พบคนข้างกายที่นอนอยู่ ขิงลืมตาแล้วกวาดตาสอดส่องจนทั่ว จนสายตาพลันหยุดชะงัก ตอนที่เห็นเงินเป็นปึก ๆ วางตรงโต๊ะหัวเตียง


     พี่โจ้คงมีงานด่วนอีกตามเคย


     ขิงเดินทอดน่องไปห้องน้ำอย่างเชื่องช้า พลันคิดถึงมันช์


       คนที่ขิงแอบรักเขา หวังให้เขาเข้ามาอยู่เคียงข้างในสถานะคู่รัก แต่เขารักขิงได้แค่เพื่อนเท่านั้น


      ใช่...มันช์ไม่เคยรักขิงแบบคู่รักเลย...



"เฮ้อ!"


     คนที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ แต่งตัวเรียบร้อย ก็เดินออกจากโรงแรม มาถึงริมถนน เพื่อรอเรียกแท็กซี่จะกลับห้องเช่ารายวันที่ขิงยอมจ่ายแพงกว่าปกติ เพียงเพราะเขายังหาห้องเช่าที่ไม่ถูกใจ หลังจากยื่นคำขาดกับแม่ไปแล้วว่าจะไม่กลับบ้านซอมซ่อหลังนั้น แต่ก็ดีเหมือนกัน ขิงจะได้มีเงินเก็บและเลิกใช้เซ็กซ์แลกเงินสักที



     ในระหว่างที่รอรถ ขิงได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง พอเห็นเป็นมันช์เขาตาโตตกใจ



"ครับ มันช์!"


[ขิง ทำไมไม่มาเรียน ลืมเหรอว่าวิชานี้ ขิงขาดเรียนไม่ได้แล้ว] ขิงชะงัก คนที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจกันแต่ก็ยังจำได้ว่าขิงขาดเรียนวิชานี้หลายครั้งจนจะครบกำหนดแล้ว คนที่ยิ้มดีใจกำลังหุบรอยยิ้มลงเมื่อมีคนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาแล้วมาจอดเลียบใกล้ ๆ


"น้อง ๆ"



"ครับ" ขิงบอกมันช์ให้ถือสายรอ ก่อนตอบรับคนที่จอดมอเตอร์ไซค์เพื่อทักด้วยความเข้าใจว่า เขาคงมาถามทาง


"น้องรู้จักคนชื่อโจ้ไหม?"


    ขิงพยักหน้ากลับไป และทันใดนั้น เขาเห็นคนยกกระป๋องเท่าแก้วน้ำขึ้นมาสาดใส่



"อ้ายยยยยยยย"



    ขิงรู้สึกเหมือนเนื้อหนังละลายไปกับสายน้ำที่ถูกสาด ขิงปวดแสบ ปวดร้อนจนได้แต่กรีดร้องโหยหวน



[ขิง เกิดอะไรขึ้น ขิงได้ยินไหม ยังอยู่ในสายรึเปล่า?]



   เสียงกรีดร้องคล้ายคนเจ็บปวดอย่างทรมาน ทำให้มันช์ตกใจที่ได้ยินเสียงนั้น เสียงเหมือนคนตกอยู่ในนรก...



***50%***



ช่วงนี้งานเข้าเป็นพิเศษ เลยรีบเอามาลงให้ก่อนส่วนหนึ่งค่ะ หวังว่าถ้าโล่งแล้วจะรีบเอามาลงให้จบโดยไวนะคะ

ขอบคุณค่ะ








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2019 22:34:42 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

โอ้...ถึงจะเกลียดขิง  แต่นางก็ไม่น่าโดนหนักขนาดนี้นะ  โดนน้ำกรดสาดเนี่ย

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
อ่าว...สงสารขิงอ่ะ  :mew2:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
ถึงจะไม่ชอบขิงแต่แบบนี้หนักไปเปล่า แล้วขิงจะอยู่ยังไงต่อไปล่ะ มันเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยนะ ถ้าจะเป็นอย่างนี้ให้ขิงตายเลยดีกว่าเราว่า

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3087
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-3
โดนหนักเลยขิงเอ้ย  :a5:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
บทที่  27 ไว้ใจ (2) ตอนจบ





      เวลาผ่านไปสามเดือนที่ขิงเงียบหายไปซะเฉย ๆ เพื่อนในกลุ่ม รวมถึงตัวมันช์เองยังไม่เข้าใจว่าทำไมขิงถึงพักการเรียนโดยไม่ยอมบอกกันก่อน เรื่องใหญ่แบบนี้ พวกเขาควรจะรู้ก่อนอาจารย์ด้วยซ้ำ

 

 

 

       แม้จะสงสัยใคร่รู้ ก็ดูเหมือนไม่ช่วยอะไร เพราะมันช์ไม่สามารถติดต่อขิงได้เลย หลายครั้งหลายคราวที่ติดต่อไปแต่ไร้วี่แววตอบกลับจนถอดใจ ไหนจะกลัวพี่เติร์กเคืองใส่ เหตุเพราะยุ่งวุ่นวายเรื่องคนอื่นมากเกินไป ในเวลานี้ มันช์จึงไม่ได้สนใจเรื่องขิงแล้ว สิ่งที่เขาสนใจคือคนรักที่เดินอยู่ข้าง ๆ กำลังจะไปเดินเล่นที่ตลาดนัดของเสื้อผ้าและของกินขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานศึกษา

 

 

      ในขณะที่มันช์และเติร์กกำลังเดินออกจากมหาฯ ลัย รุ่นน้องเกิดปวดเบา ขอแวะทำธุระในห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อน เดินไปถึงโถฉี่เตรียมระบายของเสีย ในระหว่างนั้น เขาได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้องน้ำก็ไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่ง เสร็จธุระ หมุนตัวหันหลังกลับไปอ่างล้างหน้า ถึงกับผงะเมื่อเห็นผู้ชายที่กำลังลดแมสก์ปิดหน้าลงหน้าเหวอะ ถ้าจะเปรียบเทียบก็คงไม่ต่างกับตัวละครในหนังเฟรดดี้ ครูเกอร์  มันช์รู้ตัวว่าเสียมารยาทที่แสดงอาการตกใจชัดเจนแบบนั้น แต่สิ่งที่มันช์แปลกใจ ทำไมอีกฝ่ายชะงักและถอยหลังกรูด และทำท่าทางกลัวมันช์มากอย่างกับเห็นผี


 

 

     พออีกฝ่ายหันหลังลนลานจนเดินชนขอบประตู มันช์มองแผ่นหลังคนตัวเล็กกว่า แม้หน้าจะผิดรูปไปบ้าง แต่ช่วงแขน ขา ยังคงผิวพรรณเนียนละเอียด ขาวผ่อง มันช์เพ่งมองให้ดีอีกครั้งกับบุคลิกท่าทางและการเดินที่คุ้นเคยนั้น



"ขิง? ขิงใช่ไหม?"

     

     มันช์ปรี่ไปฉวยข้อมือเล็ก แต่อีกฝ่ายสะบัดมือออก

 

"ไม่ใช่ ปล่อยนะมันช์"

 

"ถ้าไม่ใช่รู้จักชื่อเราได้ไง ใช่ขิง...ขิงจริง ๆ ด้วย  เกิดอะไรขึ้น บอกเรามาดิวะ?" มันช์ถามคนที่ใบหน้าเสียโฉม

 

 


     ขิงน้ำตาไหล เบือนหน้าหนีมันช์ด้วยความอาย จะให้กล้าสู้หน้าได้อย่างไร ในเมื่อตอนนี้ มันไม่เหมือนก่อน หลังจากที่โดนน้ำกรดสาด ใบหน้าเรื่อยไปจนถึงลำคอของขิงย่ำแย่ ตาซ้ายมัวมองไม่ค่อยเห็น ส่วนใบหน้านั้นเสียโฉม ผิวหน้าไหม้จากน้ำกรดกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ใบหน้าผิดรูปร่างจนขิงต้องใส่แมสก์เพื่อปิดบังอำพราง ครั้นจะทำศัลยกรรมก็ต้องใช้หมอมือดี ใช้เวลา รวมไปถึงเงินเป็นจำนวนมาก และมันก็คงไม่ใช่แค่การผ่าตัดครั้งเดียวที่จะทำให้ใบหน้าของขิงกลับมาเข้ารูปเข้ารอย ดูเป็นปกติเหมือนเดิมได้

 

 

     ขิงรู้ว่า คนที่จ้างคนมาทำร้าย คงหนีไม่พ้นภรรยาของพี่โจ้  และขิงก็รู้ว่า ชายหนุ่มคนนั้นคงโยนความผิดให้เขาแล้วแน่ ๆ เพราะพอขิงโทรไป พี่โจ้ก็ตัดบทด้วยการพูดว่า จะโอนเงินจำนวนหนึ่งแค่นั้นก็ขาดการติดต่อไปโดยปริยาย


 

   

"ปล่อย แม่ขิงรออยู่" ขิงเค้นเสียงเพื่อโกหก

 
 



     'ทำไม มันช์ต้องมาเห็นขิงในสภาพนี้ด้วย'



"ทำไมดร็อปไม่บอก เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ไหม?" มันช์ยัำกึ่งน้อยใจ แต่ขิงก็ยังเงียบ

 

 

"...."




"ขิง"


"มันช์ ปล่อยขิงเถอะ"


"ทำไม? ขิงไม่บอกว่าเป็นอะไร?"

 

 

"ขิงไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกับมันช์อีกต่อไปแล้ว ถ้าไม่รักกันก็อย่ามาถามไถ่แบบคนห่วงใยกันอีก"


 

       ขิงพูดจนมันช์ชะงัก หากเขาดึงดันจะรั้ง ก็ไม่ต่างกับให้ความหวัง ถ้ามันทำให้ขิงสบายใจ มันช์จะทำ ในเวลานี้  มันช์จึงปล่อยแขน ไม่รั้งให้อีกฝ่ายอึดอัดอีก

.

.

.

.

Kingkha narak Archanaiiyasin

Wed 10/12/2014 8:37 PM

Sent Items

To: Arnutch (arnutchhandsome1234อย่าแสดงเมลบนบอร์ด.com)

 

 

ถึงมันช์

ที่ผ่านมา ขิงไม่เคยพูด และคิดว่าจะไม่พูดด้วย แต่พอวันที่ขิงเจอเรื่องร้ายกับตัวเอง ขิงตัดสินใจจะพูดความจริง ที่มันช์เคยได้ยินมาตลอด ขิงชอบมันช์ ชอบมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน การที่ขิงชอบมันช์ มันทำให้ขิงอยากได้มันช์จนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันช์มา ทั้งเรื่องการสร้างเรื่องแฟนเก่าพี่เติร์ก การจัดฉากให้พี่เติร์กไปหาแฟน แล้วโกหกว่าจะปล่อยภาพ สร้างเรื่องว่าเธอถูกข่มขืน ที่ขิงทำเพราะหวังให้มันช์หันมามองกันบ้าง มีคนมาชอบขิงมากมาย แต่ขิงไม่เคยสนใจ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะขิงรักมันช์ไง รักจนไม่คิดสนใครหน้าไหน แต่มันช์ก็ไม่เคยคิดสนใจกัน ขิงขอบคุณที่มันช์ทำเพื่อขิงสำหรับที่ผ่านมา แต่จะดีกว่านี้ ถ้ามันช์ไม่ชอบกันก็อย่าติดต่อมาอีก อย่ามาสมเพชเวทนา จากนี้ ขิงจะไปในที่ดี ๆ ที่ ๆ ไม่มีมันช์อีก

ขิง

 


 

   ตั้งแต่ที่เจอขิงวันนั้นก็ผ่านมาแล้วสองวัน แล้วตอนนี้ มันช์เพิ่งได้รับอีเมล์จากขิง เขาเปิดอ่านข้อความที่อัดแน่นด้วยตัวอักษรยาวเป็นพรืด กระทั่งอ่านจนจบ แต่สายตาของมันช์ยังคงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งแผ่นหลังของมันช์นั่งพิงแผงอกของพี่เติร์กที่นั่งซ้อนหลังบนเก้าอี้ตัวเดียวกัน


"เฮ้อ! รักแรง หวงแรงนะมัน"

 

"....."

 

"เงียบทำไม? คิดถึงขิงเหรอ?"

 

 

"เปล่าครับ พี่ว่าขิงเขียนมาแบบนี้ ขิงจะฆ่าตัวตายไหม?"

 

"ไม่รู้ว่ะ"

 

 

"พี่เติร์กไม่เห็นตอนที่ผมเห็นขิง" มันช์พูดจบก็นั่งนึกไปถึงใบหน้าน่ากลัวที่ยังติดตา อยู่ยามนึกถึง

 

"ทำไม?"

 

 

"พี่เคยดู เฟรดดี้ ครูเกอร์ไหมอะ หน้าขิงเละแบบนั้นเลย"


 

"หือออ?"

 

    มันช์เอี้ยวตัวไปมองคนรัก แล้วบอกย้ำ

 

"จริง ๆ นะพี่ ผมงงมาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับขิง เหมือนคนโดนน้ำร้อนลวก หรือไม่ก็ถูกน้ำกรดสาร ผมเห็นแล้วโคตรสงสารขิง"




     เติร์กรวบเอวรุ่นน้องไว้หลวม ๆ แล้วบอก

 

 

"สงสารได้ไม่ว่า แต่อย่าสงสารจนตัวเองลำบาก สุดท้ายชีวิตคนเราก็ต้องก้าวต่อไป ปล่อยขิงเถอะ มันช์"

 

    มันช์เกือบเถียงกลับแล้วว่าทำไมพี่เติร์กใจร้ายจัง ถึงไม่มีจิตใจจะเป็นห่วงคนอื่นบ้าง แต่พอตั้งสติได้ รีบตะครุบปากตัวเอง เพราะที่พี่เติร์กพูดก็ไม่ใช่เรื่องผิด และมันช์จะไม่เอาเรื่องของคนอื่นมาเป็นประเด็นในการทะเลาะอีกแล้ว เขาจึงหยุดเงียบเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นคงดีกว่า ดังนั้น มันช์จึงเอี้ยวใบหน้าซุกซบลงที่ซอกคออีกฝ่าย

 

"ครับ ผมเชื่อ ไม่เถียงแล้ว"

 

 

"อื้อออดี ปิดคอมฯ เลิกคิดมากแล้วนอนซะ"

 

"ครับผม"

.

.

.

.

     ระยะเวลาสี่เดือนของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอ นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร หากมีความสุขเวลาก็อาจผ่านไปไวหน่อย แต่พอคนจมจ่อมอยู่กับความทุกข์ การผ่านไปแต่ละวันอาจดูเนิบช้า ราวกับว่าตกอยู่ในนรก


 

      ตั้งแต่ขิงเกิดเรื่อง หลังจากมีพลเมืองดีพาไปส่งโรงพยาบาลและพักฟื้นจนสภาพบาดแผลอยู่ในระยะปลอดภัย ขิงกลับไปหาแม่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับทำให้เขาเสียใจกว่าเก่า เมื่อแม่ไม่นึกสงสาร หนำซ้ำยังตวาดและไล่ส่งเหมือนหมู เหมือนหมา ยามนี้ ขิงจึงจำต้องย้ายมาพักอาศัยชั่วคราวกับป้าที่มีครอบครัวอยู่แล้วจึงทำให้ขิงค่อนข้างอึดอัด ที่ทำอะไรก็ดูเหมือนเป็นส่วนเกินไปเสียทุกอย่าง

 

 

 

      เมื่อเวลาผ่านไปทำให้ขิงรู้ว่า 'อยากตาย' มันเป็นความคิดที่ชัดเจนขึ้นทุกที ในเมื่อคนที่เรารักไม่รักเรา ขิงจะอยู่ไปเพื่ออะไร

 

      เวลาสี่ทุ่ม สองเท้าก้าวออกจากริมฟุตบาท เท้าแตะพื้นถนนจนเกือบถึงเลนส์กลาง ขิงพร้อมปลิดชีพตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย เดินถึงกลางถนน ขิงหลับตาลงทันทีที่เห็นแสงหน้ารถยนต์สว่างวาบ ในขณะเดียวกัน รถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง เพิ่งเห็นเงาดำตอนที่รถเริ่มเคลื่อนใกล้ คนขับเปิดไฟสูงพร้อมบีบแตรลากเสียงยาว แต่เงาดำนั้นไม่ไหวติง

 

 
    'ตายไปซะได้ก็ดี'

 

 

    ขิงไม่สนแล้วเรื่องบุญ-บาปว่าการฆ่าตัวตายจะตกนรกหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ แม้จะอยู่บนโลกเขาก็เหมือนตกนรกอยู่ดี

 

 

    เอี้ยดดดดดดดดดดดดดด!

 


      คนขับแท็กซี่เบรคตัวโก่ง ไม่คิดว่า ทั้งเปิดไฟสูง ทั้งบีบแตร คนข้ามถนนจะยืนอยู่เฉยจนสุดท้ายคนขับหักหลบ แต่ไม่พ้น เฉี่ยวชนคนจนล้มลงกับพื้น คนขับแท็กซี่เบรคให้รถหยุดทันที จนผู้โดยสารอย่างพุชหัวโขกกับเบาะหลังคนขับ

 

 

 

"อะไรอะพี่ แมวตัดหน้ารถเหรอ?" คนที่มัวแต่นั่งก้มหน้าเล่นมือถือจึงไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

"เออแมว น้อง ๆ พี่ไม่คิดค่ารถแล้ว ลงก่อน พี่ต้องคืนรถ"

 

 

"พี่ไล่ผมกลางทางเลยเหรอ?" พุชงงที่อยู่ดี ๆ พอเบรครถปุ๊ป คนขับก็ไล่พุชปั๊ป

 

 

"เออใช่ จะลงไม่ลงวะ" พุชตกใจตอนที่เห็นอีกฝ่ายชักมีดที่เหน็บเอวเอามาขู่ จนพุชลงมาจากรถแต่มิวายจดจำทะเบียนรถเตรียมแจ้งความเอาผิด แต่พอพุชลงมาอยู่บนริมถนน เขาตกใจ เมื่อเห็นคนนั่งอยู่กลางถนนที่ตอนนี้ไม่มีรถแล่นผ่านมาสักคัน

 

    แม่งชนแล้วหนี

 

 

     พุชรีบโทรเรียกรถพยาบาลและวิ่งไปหาผู้บาดเจ็บ แต่พอผู้ชายคนนั้นเงยหน้า พุชทำหน้าเหวอ หงายหลังจนก้นจ้ำเบ้า ก่อนรีบถามกลับไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่

 

 

"เป็นอะไรมากไหมครับ เดินไหวรึเปล่า?"

 

    พุชมองคนที่หลุบตาและพยายามจะกระถดตัวหนีอย่างหวาดกลัว

 

 

 

"ผมจะมาช่วย ไม่ได้มาทำร้ายหนีทำไม?" พอเขาหนี พุชก็ขยับไปอีก

 

 

      ทำไมหน้าแย่ขนาดนั้นวะ



 

    ฟากขิงรู้สึกไม่ดี ทำไมเขาถึงต้องมาเจอคนรู้จัก ยามที่เขาน่าเกลียด น่ากลัวแบบนี้ แล้วทำไมขิงถึงไม่ตาย ทำไมต้องแค่บาดเจ็บด้วย

 

 

 

    ขิงพยายามขยับขาขวาเพื่อยืดเหยียด แต่คิดว่าขาคงไม่หัก แต่หัวเข่าข้างซ้ายกลับมีเลือดไหลออกมาก

 

หมับ!

 

 

    มือเย็น ๆ วางลงบนหลังมือของขิงทำให้ขิงชะงักแล้วรีบสะบัดมือ ก่อนที่น้ำตาจะไหล


 

   ...ถ้าพุชได้รู้ว่าคนที่ช่วยอยู่เป็นใครก็คงมีแต่สมน้ำหน้า...

 


"อย่าช่วยเราเลย ปล่อยให้เราตายเถอะนะ" เสียงสั่น ๆ เหมือนคนร้องไห้ เค้นออกมาอย่างแผ่วเบา ทำพุชชะงัก เขาจดจ้องมองคนตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้ พุชเงียบไม่พูดอะไร พินิพิจารณาอย่างละเอียดและช้า ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้ว จู่ ๆ สายตาพุชเหลือบไปเห็นท่อนแขนตอนที่แขนเสื้อถลกขึ้นพบปานแดงตรงหลังแขนข้างขวา

 

"ขิง!"

 

     ขิงเบิกตาโพลง ส่ายหน้ารัว



"ขิงเกิดอะไรขึ้น?" พุชใจหายวาบ เขาเผลอกดน้ำหนักบีบแขนข้างที่มีปานสุดแรง เขาตกใจ ทำไมของถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้

 

    ถึงแม้ว่าในอดีตขิงจะทำพุชเจ็บปวด แต่การเห็นขิงในสภาพแบบนี้ พุชสงสารมากกว่าจะอาฆาตมาดร้าย เขาอยากรู้เหตุผลและความเป็นไปว่าทำไม ขิงถึงอยู่ในจุดที่ตกต่ำเช่นนี้


"ขิง"



"ปล่อยเราได้ไหม อย่ามายุ่ง เราอยากตาย" เสียงตอบพลางสะอื้นเบา ๆ ผ่านเข้าโสตประสาทพุช ถ้อยคำตัดพ้อชีวิตมาพร้อม เสียงชวนสงสารจนพุชบีบกระชับมือขิงอย่างไม่สนอดีต

 

 

"ขิง เราจะอยู่กับขิงไม่ไปไหน? โอเคไหม?"



"เราเลวกับพุชมาก แต่พุชมาทำแบบนี้ทำไม ปล่อยเราเถอะ" ขิงไม่เข้าใจ เขาเคยหลอกพุช ทำไม่ดีกับพุชมาตั้งมากมาย แต่พุชก็ยังกลับมาทำดีด้วย นั่นเพื่ออะไรกัน ?


 

 

"เราไม่รู้ขิง เราไม่รู้ รู้แค่ว่าขิงจะโอเคขึ้นนะ เชื่อเราเถอะ" พุชไม่รู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกแบบใดกับขิง รู้แค่เพียงตอนนี้ เขาอยากดูแลให้ขิงหายดี อยากมีขิงมาอยู่ใกล้ ๆ ก็พอ  พุชตัดสินใจนั่งอยู่กับขิงจนกระทั่งรถพยาบาลมา ทั้งที่สองมือยังคงจับมือขิงอยู่ไม่ปล่อย และในระหว่างนั้น

 

"......." ขิงนั่งมองหน้าคนที่ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป พลันนึกถึงเรื่องความรักของเราสองคน


 

      อันที่จริง ขิงกับพุชก็คงไม่ต่าง

 

 

     ...รักคนที่เขาไม่รักเรา...

 

      สำหรับพุช เขาไม่เคยได้รับความรักที่แท้จริงจากขิง แต่บัดนี้ก็ยังยืนยันจะอาสาดูแลขิงในฐานะอะไร ขิงไม่อาจรู้ได้ แต่เขายังอุตส่าห์มีแก่ใจทำดีต่อกันทั้ง ๆ ที่ขิงออกจะร้ายใส่ตั้งมากมาย แต่พุชไม่เคยโกรธแค้นจนคิดอยากจะเอาคืน ผิดกับขิงที่แอบรักมันช์ แต่พอไม่ได้เขามาครอบครอง ก็ทำตัวเป็นเด็กไม่ได้ของดั่งใจ นึกโวยวาย  ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา แม้จะต้องแก่งแย่งก็ยอม ทั้ง ๆ สุดท้ายแล้ว ขิงทำไปเท่าไหร่ สิ่งที่ได้กลับมา นั่นคือความสูญเปล่า...

 

 

       ขิงร้องไห้ไม่หยุดเมื่อมือของพุชยังจับกันไว้ไม่ปล่อย

 

      ทำไม ขิงถึงโง่อย่างนี้ ทำไมขิงถึงมองข้ามคนดี ๆ อย่างพุชไปได้ ขิงปล่อยโฮออกมา จนพุชเบิกตาโตรีบลูบหลังปลอบใจด้วยความเข้าใจผิดคิดว่า ขิงคงเจ็บแผลที่โดนรถเฉี่ยวชน

 

 

      พุชเห็นขิงแบบนี้แล้ว ความโกรธในอดีตของพุชมันทุเลาลง และตัดสินใจแล้วว่าจะบอกเรื่องจริงถึงความรู้สึกเขา

 

 

"ขิงอย่าคิดฆ่าตัวตายอีก เราขอ...อยู่กับเรานะ"




    'ขิงมีอะไรดี?'

 

    คำถามแรกตอนที่วิ่งเข้ามาในหัวสมอง แต่แล้วก็ถูกลบทิ้งด้วยความรู้สึกโอนอ่อนอย่างสงสารและเห็นใจ คนที่เคยดูดีหน้าตาจิ้มลิ้ม น่ารัก ใครเห็น ใครก็รัก ยามนี้ กลับกลายเป็นอีกคน ทว่า พุชกลับไม่นึกรังเกียจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอดีตที่ทั้งสองเคยเชื่อมสัมพันธ์ลึกซึ้งหรือเปล่าก็ไม่อาจคาดเดาได้



      พุชเคยพยายามตัดใจมาหลายครั้ง แต่ก็ทำไม่ได้สักที เอาแต่เฝ้าคิดถึงคนตัวเล็กคนนี้

 

      คนที่เป็นรักแรกของพุช และแม้ว่ามันจะมีความเจ็บปวดมากกว่าความสุข แต่พุชก็ยังยินดีที่จะอยู่กับรักแรก คนที่เคยทำให้เขาผิดหวัง

.

.

.

.

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
 
ต่อ--





         นับตั้งแต่วันที่ขิงส่งอีเมล์มาวันนั้น จนบัดนี้ ขิงก็หายไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีการตอบกลับมาอีก มันช์ก็ไม่อยากเซ้าซี้ในเมื่อขิงบอกอย่าให้ความหวัง เขาก็ไม่มีการส่งข้อความอะไรไปหาเช่นเดียวกัน

    ...ชีวิตคนเราก็ต้องก้าวต่อไป...



     ไม่ว่าหลังจากนี้ชีวิตขิงจะเป็นอย่างไร มันช์ก็คงต้องปล่อยให้เขาไปตามทางของเขาเอง

 

 

จุ๊บ


   คนที่นอนข้างกาย ผงกศรีษะมาจุ๊บข้างขมับมันช์ เมื่อรู้ว่ามันช์ตื่นลืมตาแล้วเพียงแต่ยังนอนขดตัวอย่างคนขี้เกียจอยู่บนเตียงกว้าง

 

 

"วันนี้พิสวาทผมเหรอ ?" มันช์ถามพี่เติร์กอย่างแปลกใจ เพราะโดยปกติ ไม่มีเสียหรอกที่พี่เติร์กจะมาหวานด้วยการจูบหรือหอมทุกเช้า อย่างที่คู่อื่นเขาทำกัน

 

"ก็พิสวาทอยู่ทุกวัน" เติร์กตอบหน้าตาย แต่มันช์เหล่มอง ก่อนพลิกตัวหันมาหาแล้ววาดแขน พาดขาไปวางก่ายเกยบนลำตัวคนรักราวกับหมอนข้าง

 

"พูดดีจังครับพี่เติร์ก" มันช์ว่าพลางซุกซบศรีษะบนแผงอกแถมกอดรัดเสียแนบแน่น

 

"รีบไปอาบน้ำ เต็นรออยู่"

 

       ได้ยินดังนั้น มันช์ผงกศีรษะขึ้นมาสบตามมองอย่างงุนงง



"รอ? ไปไหนกัน ไม่เห็นมีใครบอกผม?"

 

"วันเกิดเต็น มันจะชวนไปเดินเล่นแล้วก็ไหว้พระแถวสนามหลวง ตกดึกหน่อยก็คงจะหาร้านนั่งกินดื่มแถวข้าวสาร"

 

 "เหรอ ดี ๆ ผมชวนไอ้แบงค์ด้วยนะ"

 

 

    มันช์เลิกคิ้วขึ้น ตอนที่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ประดับอยู่บนริมฝีปากคนรัก

 

"หึ ป่านนี้ เพื่อนมึงอยู่หน้าบ้านกูแล้วมั้ง!"

 

 

    ไอ้เพื่อนทรยศ!!

 

   เดี๋ยวนี้ ไม่คิดจะเล่าอะไรให้ฟังเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ ...

 

 

    มันช์ขมุบขมิบปากลำพังบ่นเพื่อนที่มีอะไรคืบหน้าก็ไม่คิดจะมาอัพเดทให้ฟังกันบ้าง หรือไอ้แบงค์มันอาย

 



    คนที่มัวแต่คิดเรื่องเพื่อนชะงักพลางเห็นสายตาผู้เป็นพี่จ้องมองไม่วางตา

 

 

"พี่มองอะไร?"

 

"มองแฟนตัวเองไม่ได้?"

 

"ได้ แต่มันแปลก!" มันช์ว่าอย่างอยากรู้ แต่พี่เติร์กก็ยังเงียบ แล้ว จู่ ๆ เติร์กก็วางมือหนาลงบนกลางศรีษะมันช์แล้วโยกเบา ๆ ก่อนผุดลุดขึ้นนั่ง

 

 

"ไม่มีอะไร ไปอาบน้ำเถอะ!"

 

"พี่เติร์กบอกผมมาก่อน"

 

 

    เจอเด็กรบเร้า เขย่าแขนแรง ๆ เติร์กก็อมยิ้มพลางส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนโน้มตัวไปล็อคคอมันช์แล้วฟัดแก้มมันทั้งสองข้าง

 

 

"ก็แค่มองแล้วคิดว่า มึงทั้งขี้งอน ขี้หึง ขี้ดื้อ แต่ทำไมกูถึงรักมึงมากขนาดนี้"


 

    มันช์ชะงัก พลางกระพริบตาปริบ ๆ ก่อนเบือนหน้าหนีแล้วเป็นฝ่ายลุกพรวดพราดไปคว้าผ้าขนหนู ปกติก็ไม่เคยเขินหรอก ชอบซะอีกที่พี่เติร์กบอกความในใจ แต่เพราะไม่ค่อยเห็นพี่เติร์กพูดจริงจังทั้งยังมีนัยตามุ่งมั่น เลยทำให้มันช์ไปต่อไม่ถูก นึกอยากเขกกะโหลกตัวเองกับเรื่องราวในอดีตว่าเพราะใช้อารมณ์มากเกินไปจนเกือบพลาดท่าเสียคนดี ๆ ไปแล้ว..

 

.

.

.

.

     ผ่านไปแล้วสามชั่วโมงที่สี่คนได้เดินเที่ยวด้วย กินด้วย ไหว้พระด้วยอย่างหนำใจ ในเวลานี้ มันช์อมยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนเดินนำหน้า โดยมีพี่เต็นคอยพะเน้าพะนออยู่ข้าง ๆ โดยก่อนหน้านี้ที่เจอกัน มันช์เฉ่งเพื่อนไปเรียบร้อยแล้ว โทษฐานไม่ยอมบอกความคืบหน้าถึงความสัมพันธ์ ปากแบงค์บอกไม่สนใจ แต่ก็ไม่รู้ทำไม แบงค์ถึงยอมมาตามคำชวนหรือเห็นว่าเป็นวันสำคัญของพี่เต็นกันนะ?

 

   

    คนที่ตั้งคำถามในหัวสมอง สะดุ้งจนอุทาน เมื่อพี่เติร์กเอาน้ำขวดเย็นเจี๊ยบมาแนบที่ลำคอ

 

 

"คิดอะไรอยู่ หน้ามึงจริงจังมาก"

 

"อ้อ ไม่มีอะไรหรอกน่า" มันช์ตอบขณะที่สายตากวาดมองใบหน้าคนรักที่เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเกาะทั่วใบหน้าไล่มาถึงลำคอ มันช์ก้มหน้าควานหากระดาษทิชชูในกระเป๋าพาดอกหวังเอาใจคนรักท่ามกลางอากาศร้อนในเมืองไทย มันช์ดึงมันออกมาซับใบหน้า แต่ ทว่า เติร์กผงะและถอยหนี

 

 

"จะทำอะไร กูไม่ได้ง่อย"

 

 

     มันช์ชะงัก ชักมือกลับ มันช์อุตส่าห์ตั้งใจจะทำให้ ไหนกลับโดนต่อว่าไปซะได้

 

 

 

"โห! พี่เติร์ก พี่จะฟีลโรแมนติกหน่อยไม่ได้เหรอไง?"

 

 

 

"อ้าว ก็กูพูดความจริง"

 

 

 

    มันช์กัดปากอย่างน้อยใจ ดูสิ คู่ข้างหน้าเพิ่งรู้จักไม่นาน ความสัมพันธ์ของคู่นั้นยังดูหวานแหวกว่ามันช์อีก มันช์เหล่มองพลางทำหน้าเซ็ง แล้ว จู่ ๆ คนที่กำลังร่วมทางเดินไปหาร้านกาแฟ ขนมอร่อย ๆ แถวถนนพระอาทิตย์ ก็หยุดเท้า เมื่อเติร์กรั้งแขนมันช์ไว้ จนตอนนี้ ฟากเต็นกับแบงค์เดินห่างไปไกลโขแล้ว

 

 

 

    เติร์กสอดประสานปลายนิ้วเข้ากับมือเรียวของอีกฝ่าย แล้วเอ่ย

 

 

"มันช์ กูถามจริง หลังจากที่เราดีกัน มึงไว้ใจกูจริง ๆ แล้วใช่ไหม?" คนที่กำลังเคืองคนรักก่อนหน้าที่ไม่คิดจะมีมุมหวานหรือความโรแมนติกในสายเลือดเอาซะบ้างก็ตกใจ เมื่อจู่ ๆ พี่เติร์กก็ถามคำถามด้วยสีหน้าจริงจัง

 

   

 

       คนที่อยากตอบกวนประสาทก็หุบปากฉับ คิดว่า เวลานี้ไม่สมควรล้อเล่น มันช์แต้มยิ้ม

 

 

 

"ครับ จากนี้ ผมไว้ใจพี่"

 

 

 

"มึงไว้ใจจริงใช่ไหม?"

 

 

"ครับ"

 

 

"ถ้างั้นลองหลับตาหน่อย กูจะพามึงไปร้านกาแฟให้ได้อย่างปลอดภัย"

 

 

     มันช์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก็ยอมรับว่าไว้ใจขึ้นมากกว่าแต่ก่อน แต่ครั้นจะมาให้เดินหลับตาบนทางเท้าแบบนี้ก็ยังหวั่นใจ แต่เมื่อมันช์หันไปจะถามกลับ เขาเห็นสายตามุ่งมั่นเอาจริง จนคนที่กลัวก่อนหน้าเริ่มใจชื้น

 

 

     พี่เติร์กไม่ได้ล้อเล่น เขาต้องการพิสูจน์ว่าถ้ามันช์ไว้ใจจริง ๆ ก็แล้วจะกลัวอะไร

 

 

    มันช์เห็นความมุ่นมั่นฉายชัดออกมาจึงพยักหน้ารับ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

 

"ครับ ผมหลับตาแล้วพี่อย่าปล่อยผมนะ"

 

 

    การได้มีพี่เติร์กอยู่ข้าง ๆ คนที่เป็นทุกอย่าง ทั้งที่ปรึกษา เพื่อน พี่ชาย แม้กระทั่งคนรัก ยอมให้โอกาสกับคนงี่เง่าขนาดนี้ จะต้องกลัวอะไรอีก

 

 

"กูไม่เคยคิดจะปล่อย"

 

      คำธรรมดาแต่ทำให้ใจมันช์มีพลัง ถ้าคิดว่ามันคือเกมส์วัดใจ มันช์ก็คิดว่าไม่เห็นจะเป็นอะไร ในเมื่อทุกวันที่ใช้ชีวิตก็ไม่ต่างกับเกมส์ที่ต้องเล่นผ่านด่านที่ยากขึ้นอยู่แล้ว มันช์อมยิ้มก่อนจะหลับตากระชับมือพี่เติร์กแน่น แม้ก้าวแรกจะทำให้เขากลัวในการขยับเท้า เขายังทรงตัวได้ไม่ดี แต่มือพี่เติร์กที่จับไว้นีhก็คอยกระตุกเตือนบ่อย ๆ

 

 

    ในระหว่างทางเดินบนฟุตบาท หากมันช์เหยียบโดนอิฐกระเดิด พี่เติร์กจะรวบเอวมันช์แล้เบี่ยงหลบให้ขยับเท้าตาม คนที่กลัวในตอนแรกก็คลายกังวล เมื่อพี่เติร์กดูแลดีอย่างปากให้สัญญา

 

      เมื่อเห็นความจริงจังในทุกการกระทำ วินาทีนี้ มันช์จึงวางใจ และวางทุกอย่างไว้ที่พี่เติร์กหมดแล้ว มันช์แค่ปล่อยไปตามหัวใจ ตามสัญชาติญานและตามแต่ความต้องการของอีกฝ่าย คนที่เชื่อมั่นพี่เติร์กมากขึ้น ก็หยุดเท้าตอนพี่เติร์กบอกให้หยุด

 
"หยุดทำไม ไหนว่าจะพาผมไปถึงร้าน" มันช์ลืมตาขึ้นมามองคนรักอย่างสงสัย เมื่อเห็นพี่เติร์กเดินมาได้ครึ่งทางก็หยุดเสียก่อน

 

"กูเชื่อแล้วว่ามึงไว้ใจกูจริง ๆ"

 

 

   โดยปกติคนคิดมากอย่างมันช์ ในระหว่างเดินทาง เขาคงถามนู้นนี่นั้นหรือไม่ก็บ่นอย่างหวาดระแวง แต่หนนี้ มันช์ไม่บ่นสักคำ

 

    มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เติร์กคว้าดอกกุหลาบหนึ่งดอกยื่นไปตรงหน้ามันช์ ฟากรุ่นน้องโคลงศรีษะมองอย่างฉงนใจ ว่าพี่เติร์กไปแอบซื้อมาตอนไหน?

 

  ตอนที่ไหว้พระที่วัดใด วัดหนึ่ง? หรือตอนที่มันช์เข้าห้องน้ำ แต่แล้วมันช์ก็หยุดคิด เพราะไม่ว่าจะซื้อตอนไหน ตอนนี้ ดอกกุหลาบมันมาอยู่ในมือของเขาแล้ว

 

 

   ส่วนใบหน้าของคนให้เปื้อนยิ้ม เมื่อเห็นคนรักเขินและหน้าแดงก่ำดั่งผลเชอร์รี่ เติร์กทำอะไรแบบนี้ไม่ค่อยเป็น แต่เพราะหลังจากดีกัน เติร์กเห็นว่ามันช์บ่นน้อยใจอยู่บ่อย ๆ เรื่องการทำตัวแข็งทื่อ ไม่นุ่มนวล อ่อนหวาน แถมบางครั้งก็พูดจาไม่รื่นหู ถ้ามันไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป เติร์กก็อยากลองทำอะไรสักอย่างที่พิเศษเพื่อคนรักของเขาได้ประทับใจบ้าง ก่อนหน้านั้น เติร์กจึงแอบเข้าห้องน้ำไปหาปากกามานั่งเขียนตัวอักษรลงบนกลีบกุหลาบอย่างบรรจงหวังว่ามันจะโรแมนติกได้บ้าง


 
    มันช์ใจเต้นตึกตักไม่มีหยุดพักจนกลัวว่าหัวใจจะทำงานหนักเกินไป เพราะไม่คิดว่าพี่เติร์กจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย ยามที่เห็นดอกกุหลาบสีแดงสดธรรมดาหนึ่งดอก

 

      ทุกกลีบกุหลาบด้านนอกนั้นปรากฎคำว่า ...รัก...   

 

     มันช์ยืนมองดอกกุหลาบนี้ด้วยความตื้นตัน พี่เติร์กไม่เคยมุมหวาน แต่เขาพยายามจะทำ และทันใดนั้น มันช์ได้ยินเสียงนุ่มนวลใกล้หู แต่ทว่ามันกลับชัดเจนไม่มีขาดห้วง

 

 

"พี่รักน้องมันช์นะครับ"

 

 

 

       มันช์ชะงักพลันสบตามองคนที่ก้าวถอยหลังกลับไปขยับตัวตรงตามเดิม

 

"ห้ะ เมื่อกี้ พี่พูดว่าอะไรนะ ?" มันช์ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เมื่อครู่มีใครเข้าสิงพี่เติร์กหรือเปล่า คนที่เอาแต่ดุด่าว่ากล่าว กำลังพูดจาหวานหู แถมตอนนี้ยังยืนหน้าแดง หูแดง เบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะลากแขนมันช์ให้รีบก้าวไว ๆ เพราะกลัวคนอื่นจะรอนาน
 

"พลาดแล้วพลาดเลย ไม่ต้องถามซ้ำ" เติร์กตอบพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ฟากมันช์ใจเต้นแรง แถมยิ้มไม่หุบ

 

 

"ใช่พี่เติร์กที่ผมรู้จักไหมอะ พี่อ่อนโยนแบบนี้ได้ด้วยเหรอ? โคตรละมุนเลย" มันช์แซวแฟนตัวเองที่เดินนำหน้าไม่รอ

 

"แล้วทำเป็นไม่ได้ยินนะมึง!"
 

       แบบนี้สิ พี่เติร์กตัวจริง  แต่มันช์กลับไม่สนใจ ยิ้มแป้น เพราะกำลังมีความสุข เดินดมดอกกุหลาบตลอดทาง



"ก็ไม่คุ้นความอ่อนโยนของพี่นี่หว่า เรียกผมว่าน้องด้วย? โอ้ย! น้องมันช์ก็รักพี่เติร์กนะ" มันช์แซวกลับ จนคนโดนล้อเลียน ก็ตวัดสายตาดุ ๆ มองแฟน แต่ไม่พูดอะไร และวกสายตากลับมองทางด้านหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง พลางหวนกลับไปคิดถึงวันวานกับทุกกิจกรรมที่เคยได้ทำร่วมกัน



 ... รู้สึกดีทุกครั้งที่นึกถึง..



      เติร์กดีใจที่มันช์เข้ามาเป็นเฟรชชี่ในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ และดีใจที่ย้อนไปในวันนั้น เติร์กตัดสินใจกล้าลุย กล้าจีบจนได้มันช์มาครอบครอง....

 
    น้องเฟรชชี่ที่เติร์กรักสุดใจ เติร์กจะรักและคอยดูแลความสัมพันธ์ที่จากนี้ จะไม่ใช่แค่รักในวัยเรียน แต่จะเป็นรักที่เติมความเข้าใจให้กัน เพื่อนำไปสู่รักแห่งการเป็นผู้ใหญ่ที่เติบโตขึ้นไปด้วยกันในอีกหลาย ๆ ปีต่อไป...

 
.............................................


The END

จบเรื่องแต่ความสัมพันธ์ของพวกยังดำเนินต่อไป

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ ดีใจมากจริง ๆ เรายังมีนิยายเรื่องอื่นให้เลือกชม เลือกอ่านกันนะคะ

ไปเลือกหยิบมาสักเรื่อง ชิมลางกันได้ค่ะ


ขอบคุณทั้งคนเมนท์ และคนอ่าน ตื้นตันจริง ๆ ค่ะ
นิยายเก่าของ rinyriny

1. นิยาย ..*ขอผมได้รัก*..
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=57256.0


2. นิยาย ||*...สวัสดี▪นายพล▪ คนธรรมดา...*||
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=60981.0

3. นิยาย +..▪..+"แสง.สุด.ท้าย"+..▪..+
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=61787.0

4. นิยาย  ▪▪▪อมยิ้มสื่อรัก▪▪▪
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=66461.30

5 นิยาย *...-+-...-+-เพื่อนพ่อ (อินทัช+คายัค)-+-...-+-...*-
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=67267.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2019 22:33:24 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2901
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด