*~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 27 ไว้ใจ-||จบแล้ว|| [5 พค.62] P.5
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: *~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 27 ไว้ใจ-||จบแล้ว|| [5 พค.62] P.5  (อ่าน 13138 ครั้ง)

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

อินังขิงจะมาไม้ไหนต่อ?

ส่วนอิพี่เติร์ก  เอ่ยมาแบบนั้นหมายความว่าไง?

หรือฮีแกมองออกว่าอินังขิงคิดจะทำอะไร? เลยวางแผนซ้อนกลับ?

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
จังหวะตอนนั้มันไม่ให้
แต่ตอนนี้ และตอนต่อๆ ไปก็หวานกันล่ะ
+1 พี่เติร์กรักน้องจริง
 :hao7:

แอบเพลียกับขิง เริ่มรุนแรงอย่างโจ่งแจ้งเกิน
มะเอามาม่าได้ป่าว
 :mew2:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
หวังว่าแบงค์จะยังไม่ได้รักขิงจนเกินไปนะ ไม่อยากให้แบงค์เจ็บเพราะขิงจนเกินไป ส่วนพี่เติร์กคงจะรู้ ๆ อะไรมาบ้างแน่ ๆถึงเตือนแบบนั้น

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
 

 

บทที่ 19 ระเริงรักในวันฝนตก









"ฉิบ!!"



      ในเวลายามเย็นวันนี้ มันช์เดินกลับบ้านกับพี่เติร์กด้วยกันเพราะรุ่นพี่จะไปนอนค้างที่ห้อง แต่ขิงดันขออาศัยกลับบ้านด้วย จึงทำให้ระหว่างการเดินทาง มีสมาชิกเพิ่มมาอีกหนึ่งคน ส่วนคนเดินตามหลังอย่างเติร์กได้แต่มองเพื่อนสองคนเดินด้วยกัน เติร์กเข้าใจดีว่ามันช์ค่อนข้างแคร์ขิง อาจเป็นเพราะขิงดูน่ารัก น่าทะนุถนอม จนบางครั้งบางคราวชวนน่าปกป้อง เพราะขิงมักทำตัวให้มันช์เป็นห่วง สังเกตจากทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน มันช์จะต้องเสริมเรื่องขิงระหว่างบทสนทนาเสมอ



 เปรี้ยง!



       ฟ้าแลบแปลบปลาบ ทั้งเสียงฟ้าร้องคำรามดังน่ากลัวจนมันช์และขิงสะดุ้งจนยกมือปิดหู มันช์หันมาบอกพี่เติร์กให้เดินไว ๆ เพราะเริ่มกลัวว่าฝนจะตกก่อนถึงห้อง จวบจนมาถึงปากซอย ฝนก็ตกลงมากระหน่ำ ทั้งสามหลบฝนตรงศาลารอรถ



"อีกนิดก็ถึงหอ จะลุยไหม มันช์?" เติร์กถาม มันช์ทำหน้าลังเล ก่อนก้มมองร่มในมือที่มันอาจหลบฝนได้แต่คงไม่ทั้งหมด แต่มันช์ตัดสินใจพยักหน้า กำลังจะหันไปลาขิง แต่อีกฝ่ายกลับยึดข้อมือมันช์



"ขิงไปด้วยได้ไหม? มันช์"



"....."



"ขิงยังไม่อยากกลับตอนนี้ กลัวรถติดครับ"



      มันช์หันไปหาพี่เติร์กเหมือนขอความเห็น ฟากเติร์กยิ้มมุมปาก และพยักหน้า



"ขอบคุณนะ"

 

      ทั้งสามยอมวิ่งฝ่าหยดฝนเม็ดใหญ่ที่ตกลงมาเป็นสาย จนถึงห้อง มันช์ก็ขอตัวอาบน้ำก่อนปล่อยให้ขิงอยู่กับพี่เติร์กสองต่อสอง ในขณะที่ขิงนั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัวบนเตียง เติร์กชำเลืองมองขิง ก่อนจะเดินออกไปยืนมองฝนตรงระเบียง เขากำซองบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงแน่น อยากสูบแต่เกรงใจเจ้าของห้องก็ว่าจะให้มันช์ออกมาก่อนค่อยขออนุญาต คนที่ยืนนิ่งเนิ่นนาน

 

"อ้ะ พี่เติร์กครับ พี่เติร์ก" เติร์กเดินเข้าไปข้างใน เห็นขิงเต้นเร่า ๆ แปลกประหลาด

 

"อะไร?"

 

"แมงมุมครับ แมงมุมอยู่ในเสื้อ"

 

    เติร์กยืนมองสักพักก่อนจะเดินไปตบเบา ๆ ทั่วแผ่นหลัง เพื่อไล่หาสัตว์เจ้าปัญหา

 



"พี่ครับมันอยู่ในเสื้อ ผมกลัว"

 

      เติร์กเงียบ ก่อนจะยอมสอดมือเข้าไปในเสื้อ สัมผัสแผ่นหลังที่เปียกชื้นแล้วลูบหลังจนทั่ว ก่อนดึงมือออก

 

"ไม่เห็นมีเลย โกหกหรื...อ"

 

"พี่เติร์กผมอาบน้ำเสร็จแล้วนะ"

 

      มันช์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินออกมาในจังหวะที่เหมาะเจาะพอดี ตอนที่พี่เติร์กดึงมือออกจากการล้วงเข้าไปในเสื้อขิง เติร์กหันไปยิ้มมุมปากและเดินไปหาคนที่หน้าบึ้ง เติร์กรู้ดีว่า มันช์คงงอน เขาจึงเดินไปใกล้แกล้งสูดดมกลิ่นกายแถวซอกคอแฟน

 

"หือออ...หอม"

 

"พี่ทำบ้าอะไร?" มันช์หดคอ มองพี่เติร์กสลับกับมองขิงที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แล้วทันใดนั้น เติร์กดึงท้ายทอยมันช์มาจูบต่อหน้า ต่อตาขิง เติร์กบดเบียดริมฝีปากเข้าหากันและผละมาลูบแก้มมันช์ พลันเหลือบมองขิง

 

"ขิง ตัวเปียกแบบนี้ ไปอาบน้ำสิ จะได้สดชื่น" เติร์กบอก ฟากขิงตอบเสียงนอบน้อม

 

"ไม่เป็นไรครับ พี่อาบก่อนเถอะครับ ผมยังไม่อยากอาบตอนนี้"

 

"คือพี่อยากอยู่กับมันช์สองคนน่ะ ถ้าขิงไม่อาบน้ำ จะกลับบ้านเลยไหม"



กึก



    ขิงยืนอึ้งที่อยู่ ๆ พี่เติร์กก็ไล่กลับอย่างไร้ความเมตตา ปราณี



 

"พี่เติร์ก พี่พูดแรงไปนะ" มันช์ดุพี่เติร์กที่อีกฝ่ายใช้คำพูดไม่ถนอมน้ำใจขิงสักนิด

 

      คนนอกอย่างขิงได้แต่ยืนเม้มปากแน่น ทำตัวไม่ถูก มันช์พลันเหลือบเห็นขิงทำหน้าจะร้องไห้ เขาจึงเดินไปหาขิง

 

"ขิง อย่าคิดมากกับคำพูดพี่เติร์กนะ เขาล้อเล่น"

 

"มันช์ กูไม่ได้ล้อเล่น"

 

     มันช์ตวัดสายตาดุ ๆ ไปหาพี่เติร์กที่ทำไมพี่เติร์กต้องพูดชวนบรรยากาศเสีย ก่อนที่มันช์จะยิ้มแล้วบอก

 

"ขิงไม่อาบน้ำก็ไม่เป็นไร แต่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้นะ ของเราน่ะไปหยิบในตู้เสื้อผ้าเลย  ฝนตกแบบนี้ เดี๋ยวเราต้มมาม่ากินร้อน ๆ กันดีกว่า"

 

    มันช์ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้น ต้มน้ำร้อนรอเวลา และในขณะที่ตระเตรียมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยทั้งสาม เทผงปรุงรสจากซองไปพร้อม ๆ กัน ส่วนขิงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่มันช์แนะนำ ในขณะที่ทุกการกระทำล้วนตกอยู่ในสายตาของเติร์กทั้งหมด

 

"มันช์ กูลงไปข้างล่างนะ" เติร์กบอก เพราะอึดอัด แต่ครั้นจะพูดอะไรไปอีกก็เกรงใจเจ้าของห้อง

 

"ไปไหน? ฝนตกอยู่นะพี่เติร์ก"

 

"......." เติร์กไม่ยอมตอบแฟน เขาแค่เดินออกไป ทำให้มันช์ใจไม่ดี ไม่รู้ว่าพี่เติร์กงอนกันหรือเปล่า ? ที่มันช์เลือกโอ๋ขิงมากกว่าการทำความเข้าใจในตัวพี่เติร์ก

 

"รีบขึ้นมานะครับ เดี๋ยวมาม่าอืด" มันช์บอกแฟนด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ หลังจากพ้นตา  ขิงพุ่งถลามากอด



"ขิงเป็นอะไร?"

     

"พี่เติร์กไม่ชอบขิงแน่เลย มันช์"

 

"ไม่หรอก คิดมากน่า" มันช์ชะงักมือพลางลูบหลังขิงช้า ๆ

 

"จริง ๆ นะ มันช์ แค่ขิงมาขออาศัยแปปเดียว มันหนักหนามากเลยเหรอ เขาถึงต้องพูดจากับขิงแบบนั้น" ขิงกัดปากสั่น ๆ จนมันช์มองด้วยแววตาเศร้า ไม่คิดว่า ขิงจะยึดถือในทุกคำพูดของพี่เติร์ก

 

"อย่าสนใจเลยนะ มากินมาม่ากันเถอะ น้ำเดือดแล้ว"





"มันช์" คนที่กำลังกดน้ำร้อนเติมลงถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชะงักตอนที่ขิงมาจับข้อมือ



"ว่า?"

 

"ตอนที่มันช์จูบกับพี่เติร์กเมื่อกี้ มันเป็นยังไงเหรอ?"

 

      มันช์หน้าแดง ตอนที่ขิงถามเรื่องนั้น พอนึกก็เหมือนกับเป็นตัวกระตุ้นให้ใจเต้นแรงอีกครั้ง

 

 "เขินเหรอมันช์ หน้าแดงมากเลย"

 

    มันช์ก้มหน้า จับถ้วยบะหมี่พลิกไปมา

 

"ขิงอยากมีคนมาจูบขิงแบบนี้บ้าง" ขิงยังเป็นฝ่ายพูดคนเดียว จนกระทั่ง มันช์สงสัยกับคำบอกล่าสุด

 

"หือ? ขิงไม่เคย" มันช์เอียงคอถาม คนอย่างขิงน่าจะผ่านการคบแฟนมานับร้อยเห็นจะได้ ก็ขิงทั้งหน้าตาดี น่ารัก นิสัยก็ว่านอนสอนง่าย ใครเห็น ใครก็รัก

 

"อื้ม ทำไมมันน่าอายมากเลยใช่ไหม?" ขิงเม้มปาก พลางก้มหน้า

 

"เฮ้ย ไม่นะ ไม่เลย เราแค่สงสัย"

 

"ขิงอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ขิงขอลองจูบมันช์สักครั้งได้ไหม?"

 

"ไม่ได้หรอก เรามีแฟนแล้ว"



"ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่เติร์กไม่ได้อยู่ตรงนี้สักหน่อย มันช์แค่สอนขิงเอง ขิงอยากรู้"



"ไม่ได้ ขิง เราไม่อยากให้พี่เติร์กโกรธ" มันช์ยังยืนหยัดคำเดิม



"แต่ตอนนี้ เราอยู่กันแค่สองคน ถ้าขิงไม่พูด มันช์ไม่พูด ใครจะรู้จริงไหม? แค่ครั้งเดียวเองนะมันช์"

 

       การคะยั้น คะยอและพูดโน้มน้าวจิตใจ ทำให้มันช์เริ่มโลเล ยิ่งโดยเฉพาะคำว่า แค่ครั้งเดียว ก็คงไม่เป็นอะไรหรอก มันปรากฎขึ้นมาในใจ มันช์นั่งนิ่งครุ่นคิด ถ้าคิดว่าการจูบกันเหมือนเล่นละคร พวกดารานักแสดงยังทำกันได้เลย ก็ลองทำแบบนั้นก็ได้มั้ง



      มันช์เงียบ ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาทางปาก เขาแค่เอื้อมมือไปแตะไหล่ขิง เลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ แต่ยังไม่ทันได้จูบเพราะมันช์เริ่มไม่โอเคที่ทำแบบนี้ แต่วินาทีนั้น ขิงเองที่จู่โจมเคลื่อนริมฝีปากมาประทับจูบกัน จนมันช์ตกใจ และยังไม่ทันเท่าไหร่ เสียงกึกกักตรงประตูหน้าห้องก็ดังและถูกเปิดออกกว้าง



"มึงทำอะไรวะ มันช์"

 

เฮือกกก!

 

  มันช์ตกใจสุดขีด ผละออกห่าง

 

"ทำไม มันช์ถึงไม่ล็อคประตู" นั่นคือสิ่งที่ขิงบอกมันช์เสียงแผ่ว ๆ แล้วทำหน้าจะร้องไห้



    มันช์ลุกพรวดไปหาพี่เติร์กที่ทำหน้าน่ากลัว



"พี่เติร์กมาม่าเสร็จพอดีเลย มากินด้วยกันนะ" มันช์จับข้อแขนพี่เติร์กแต่พี่เติร์กกลับบิดข้อมือออกแล้วพุ่งไปหาขิง ก่อนจะฉุดมือขิงให้ลุกขึ้น แม้การกระทำจะนุ่มนวลไม่ใช่การกระชาก ลากถู แต่สายตาใครเห็นก็ดูออกว่าไม่พอใจแค่ไหน

 

"พี่ลงไปดูเมื่อกี้ ฝนซาแล้ว ขิงกลับเลยก็ได้นะ" เติร์กบอกขิงพลันเหลือบมองมันช์ที่ยืนอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า ก้มหน้า กัดปากแน่น

 

"ผมไม่มีร่มครับ"

 

      เติร์กเงียบ ก่อนจะผละไปหาของบางอย่าง เขากลับมาพร้อมร่มที่เดินมายัดมันใส่มือขิง พร้อมเงินจำนวนห้าร้อย

 

"พี่มีร่มครับ และพี่ให้เงินขึ้นแท็กซี่ด้วย กลับเหอะ ดึกดื่นอันตราย"

 

"พี่เติร์กไล่ขิงแบบนั้นได้ยังไง" มันช์ก็รู้นะว่าตัวเองผิด แต่เขาคิดว่ามันดูใจร้ายไปหน่อย ถ้าจะไล่ขิงกลับบ้าน ทั้ง ๆ ที่ฝนยังไม่หยุด เพราะมันช์เพิ่งได้ยินเสียงฟ้าร้องโครมครามดังสนั่นไปเมื่อสักครู่



 

"มึงไม่มีสิทธิ์มาเถียงกู ตอนนี้ คนนอกควรกลับไป เพื่อที่กูจะได้เคลียร์เรื่องของเรา"

 

      ขิงชะงักตอนที่พี่เติร์กเน้นหนักกับคำพูดนั้น





"ถ้างั้น เดี๋ยวเราเดินไปส่งนะ ขิง" มันช์ลำบากใจ เพราะอีกคนก็เพื่อน อีกคนก็แฟน และส่วนหนึ่งมันช์ก็สงสารขิงที่ตอนนี้ร้องไห้ออกมาแล้ว

 

"มันช์อย่าให้กูพูดซ้ำ"

 



"ขอโทษนะ ขิง" มันช์มองเพื่อนด้วยแววตารู้สึกผิด ฟากขิงหันไปหาพี่เติร์ก

 

"ที่พี่เติร์กเห็น มันไม่มีอะไรจริง ๆ นะครับ แค่..." ขิงกำลังแก้ตัว

 

"ขอบคุณที่อธิบายครับ แต่ขิงไปเถอะ ปัญหานี้ เดี๋ยวพี่เคลียร์กับแฟนพี่เองดีกว่า"


 

       ทั้งสองไม่ได้เดินไปส่งขิงจริง ๆ ทิ้งให้ขิงเดินลงข้างล่างไปโดยที่ฝนยังตก ฟากเติร์กตวัดสายตาไปหามันช์ที่ยืนบีบอุ้งมือที่ประสานกันจนบิดเบี้ยว ก่อนจะเดินออกไปยืนตรงระเบียงเพื่อสูบบุหรี่โดยไม่สนใจเจ้าของห้องแล้ว  ส่วนตัวมันช์เองก็เดินไปเปิดประตูที่กั้นกลางระหว่างพื้นที่ระเบียงกับพื้นที่ด้านใน เขายอมให้ฝนสาด เพียงเพราะอยากแอบมองพี่เติร์กอยู่ตรงนี้



       มันช์รู้ว่าตอนนี้ เขามีความผิดติดตัว แต่เขาเองก็ไม่กล้าและไม่รู้จะต้องเริ่มอย่างไรดี มันช์อาจคิดน้อยไปหน่อย อย่างแต่ก่อน มันช์เคยอาบน้ำกับแบงค์หรือเพื่อนคนอื่น ๆ ก็ทำมาแล้ว แต่มันช์ลืมนึกไปว่า สมัยก่อนเขาไม่ได้มีแฟนเช่นตอนนี้


       มันช์รู้สึกอิหลักอิเหลื่อ ทำตัวไม่ถูก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าและออกช้า ๆ ตัดสินใจขยับเท้าก้าวไปหาเพื่อและยืนซ้อนหลังพี่เติร์ก เอื้อมไปจับมือรุ่นพี่พลางเอนศรีษะซบไหล่กว้าง



"ผมขอโทษครับ พี่เติร์ก..."

 

"บอกกูได้ไหม? ทำไมกูต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นวะ มันช์?"

 

     พี่เติร์กน้ำเสียงเยือกเย็นกว่าตอนแรก เขาไม่มีอาละวาดหรือตวาดแต่อย่างใด

 

"ขิงเห็นพี่กับผมจูบกันเลยอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ก็เลย..."

 

"แค่เหตุผลก็ไร้สาระแล้ว มึงก็เชื่อว่าขิงไม่เคยจูบคนอื่น ? และมึงก็ทำตามคำขอขิงง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่มึงก็มีแฟนแล้วอย่างงั้นเหรอ?"

 

"....." มันช์ยืนสะอึก ไปต่อไม่ถูกได้แต่บีบมือพี่เติร์กแน่น

 

"มันช์ กูไม่อยู่แค่สิบนาที มึงยังทำแบบนี้...แล้วถ้า...."

 

"พี่เติร์ก ผมขอโทษนะ ผมขอโทษ ผมไม่ได้คิดอะไรกับขิงจริง ๆ นะครับ" มันช์กลัวพี่เติร์กจะโกรธจนพาลเลิกกัน เขาสวมกอดพี่เติร์กจากด้านหลังแล้วย้ำซ้ำ ๆ





"กูยังเชื่อใจมึงได้ไหม?"

 

"ได้ครับ พี่เติร์กได้ ผมสัญญามันจะไม่เกิดขึ้นอีก"

 

"โอเค ครั้งนี้กูให้อภัยเพราะกูเชื่อใจมึง แต่กูไม่เชื่อใจเพื่อนมึง"

 

"ทำไมพี่เติร์กถึงพูดแบบนั้น"



"กูเหนื่อยจะตอบว่ะ มันช์" มันช์ยิ่งรู้สึกแย่ที่ได้ยินอย่างนั้น เขาไม่น่าพลาดทำเรื่องราวไม่ดีเลย



"ถ้างั้น เราไปกินมาม่ากันเถอะนะพี่ ผมทำไว้แล้วนะ"



 

      มันช์ยิ้มตอนที่พี่เติร์กบอกให้มันช์เข้าไปก่อน และเดี๋ยวเขาจะเดินตามเข้าไป มันช์รีบเดินเข้ามานั่งตรงโต๊ะญี่ปุ่นและรอไม่นานพี่เติร์กก็เดินเข้ามานั่งที่พื้นด้วย



      มันช์ยื่นถ้วยมาม่าไปให้พี่เติร์ก ต่างฝ่ายต่างกิน แม้ว่ามันช์จะชวนคุย แต่พี่เติร์กก็ถามคำ ตอบคำ จนมันช์เครียด เพราะไม่รู้จะหาทางยังไงทำให้พี่เติร์กอารมณ์ดีขึ้นได้



"ผมป้อนนะพี่" มันช์ใช้ส้อมม้วนเส้นมาม่าและยื่นไปตรงหน้าอีกฝ่าย แต่พี่เติร์กกลับตอบแค่ว่า



"ไม่เป็นไร กูมีมือ กินเองได้" มันช์ขบเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เขากินไปได้ครึ่งถ้วยก็รู้สึกไม่อยากอาหาร มันช์น้ำตารื้นรู้สึกไม่ดีที่ผ่านไปแล้วเป็นชั่วโมงพี่เติร์กยังตึงใส่กัน ก็รู้ว่าผิด แต่มันช์ก็ยอมทิ้งขิงกลับบ้านคนเดียว ทั้ง ๆ ที่ไม่สบายใจไม่รู้ขิงจะเป็นอะไรหรือเปล่า มันช์อึดอัดและลำบากใจจนหลั่งน้ำตาและเอ่ย





"ผมขอโทษไปแล้ว ทำไมพี่เติร์กยังโกรธกันอีก ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้ตั้งใจ ผมเครียดนะที่พี่เป็นแบบนี้"



    ฟากเติร์กเงยหน้ามองคนที่ระเบิดความรู้สึกออกมาพร้อมหลั่งน้ำตาจนเติร์กตกใจ เติร์กลุกไปนั่งข้างมันช์แล้วกอดมันแน่น ๆ



"กูเพิ่งรู้ว่ากูได้ลูก ไม่ใช่แฟน ขี้แงเป็นที่หนึ่งเลยมึงเนี่ย!!"



"ก็พี่แม่ง!.. ผมแคร์พี่นะ แคร์พี่มาก พี่อย่าเป็นแบบนี้สิวะ ผมขอโทษ ผมรู้ ผมผิดแต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับขิงจริง ๆ" มันช์บอกในอ้อมกอดพี่เติร์ก พูดวนแต่เรื่องเดิม ๆ เพราะเครียดที่พี่เติร์กแสดงท่าทีเหินห่าง



"เพราะมึง คือ คนที่กูแคร์เหมือนกันไง มันช์"



     มันช์เอื้อมมือไปกอดกลับกระชับแน่น



"ผมรักพี่นะ พี่เติร์ก"



    เติร์กตกใจเล็กน้อย เพราะไม่คิดว่าคนที่ชอบเขินอาย จะกล้าบอกรักเขา เติร์กจูบมันช์เบา ๆ ก่อนผละมาด้วยรอยยิ้มละมุน



"กูไปอาบน้ำก่อน"

 



       หลังจากพี่เติร์กอาบน้ำเสร็จ มันช์รีบไปประคบประหงม นั่งเป่าผมให้พี่เติร์กใช้มือสอดเข้ากลุ่มผมขยี้เบา ๆ แล้วปล่อยให้ลมพัดผ่าน รอเวลาให้ผมแห้ง และชะโงกหน้าไปจูบแก้มพี่เติร์กแผ่วเบา



"หายโกรธผมนะพี่"



"กูไม่ได้โกรธมึงแล้ว"



"จริงนะ"


"....."

     
           เมื่ออีกฝ่ายเงียบ มันช์หน้าเสียและในระหว่างที่ทั้งสองนั่งเป่าผมกันอยู่หน้าพัดลม





'อร้าย'



'เชี่ยเอ้ย'



'โห่ อะไรวะ'

 

ไฟดับ

 



        ไม่มีใครรู้ว่าการที่ฝนตกลงมาอย่างหนักจนทัศนียภาพด้านนอกพร่าเลือน จะส่งผลต่อการให้ไฟดับทั้งซอยหรือเปล่า?  มันช์รีบลุกคลำควานไปคว้าไฟฉายกระบอกเล็กในลิ้นชักมาส่องหาเทียนไขที่ไม่รู้ว่าไปเก็บซุกไว้ไหน?



       ในห้องและด้านนอกมีเพียงแสงไฟสลัว มันช์หาเทียนไขเจอจึงขอไฟแช็คจากพี่เติร์กจุดไฟจนได้แสงสว่าง เขานำไปปักตรงโต๊ะญี่ปุ่น และที่ระเบียงด้านนอก ยามนี้ รอบบริเวณมีเพียงแสงสว่างรำไรจากแสงเทียนบ้าง แสงของไฟฉายบ้าง เสมือนเราได้เห็นแสงดาวจำลองเคลื่อนต่ำลงมาเสมอตัว

 

      และตอนนี้ต่างฝ่ายต่างไม่มีอะไรให้ทำ เติร์กจึงขอมันช์ไปสูบบุหรี่อีกมวน แต่มันช์ก็เดินตามไปยืนเกาะลูกกรงเหล็ดดัดที่กั้นตรงระเบียง มองคนข้างกายด้วยแสงสว่างไม่มากนัก



"พี่หายโกรธผมชัวร์นะ" มันช์บอกตอนที่ดึงมือพี่เติร์กข้างที่ไม่ได้คีบบุหรี่มาวางทาบลงบนใบหน้า



"มันก็มีไม่กี่อย่างหรอกที่จะทำให้กูหายโกรธได้ร้อยเปอร์เซ็นต์"

 

"พี่บอกมาสิ ผมทำได้ ผมอยากให้พี่หายโกรธผมร้อยเปอร์เซ็นต์"



"แน่ใจ?"



"ครับ"

 

"หลับตาสิ"

 

          เพียงแค่มันช์หลับตา เขาตกใจ ตอนที่สัมผัสได้ถึงริมฝีปากอีกฝ่ายแตะลงบนกลีบปากของเขาจนมันช์ได้กลิ่นนิโคตินจาง ๆ ที่ติดอยู่ริมฝีปากและลมหายใจอีกฝ่าย พี่เติร์กดูดดึงริมฝีปาก ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้ามาในโพรงปาก  ผสานเสียงจูบหวาน ๆ และแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางอื้ออึง ทั้งสองจูบกันตรงระเบียงท่ามกลางเสียงซ่า ซ่า ของสายฝน



        ตอนนี้ มันช์และเติร์กต่างจูบดูดดื่มอย่างไม่กลัวว่าใครจะมาเห็น เพราะบรรยากาศทุกอย่างเป็นใจ เติร์กผละออกมาและบอก



"มันช์ กูยังไม่ง่วง ไฟก็มาดับ ถ้ากูขอมี..." เติร์กบอกพร้อมจูบแก้มสองข้าง และไล่มายังปลายจมูก



      แค่คำบอกนั้น มันช์ก็รู้ความหมาย เขาใจเต้นตุบ ๆ เพราะไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อน แถมมันช์กำลังจะได้ร่วมรักกับคนที่มันช์แอบรักมานาน ทุกอย่างมันประดัง ประเดเข้ามาในหัว จนทำให้มันช์ประหม่า หวั่นใจ และอาย มันช์คิดไปต่าง ๆ นานา ว่าจะออกมาดีไหม คนที่ประสบการณ์เรื่องเซ็กซ์เป็นศูนย์จะทำให้พี่เติร์กประทับใจได้หรือเปล่า แต่เพราะมันช์ก็รักพี่เติร์กจึงคิดว่าเวลานี้มันก็สมควร



"อืม"

.

.

.

.

 



"ฮื่อพี่เติร์ก สะ....เสียว.."





            มันช์ส่ายสะบัดหน้าไปมาบนเตียงกว้าง เมื่อมือใหญ่ล้วงเข้าไปใต้กางเกง กอบกุมส่วนอ่อนไหวที่แข็งขืนเอาไว้เต็มมือ จากนั้นก็รูดรั้งมันช้า ๆ แต่แทบขาดใจ ไม่เคยมีมือใครได้มาแตะของมันช์มาก่อน ยามนี้ แท่งร้อนกำลังถูกมือหนาของพี่เติร์กกำมันไว้แน่นจนมันช์บิดเบ้ใบหน้าด้วยความเสียว ไม่ว่ามือพี่เติร์กจะแตะ จะต้องส่วนไหน ก็ทำให้มันช์เสียววูบวาบไปได้ทุกที่ ยามนี้ เรียวขาบีบเข้าหากันแน่น ขยับถูไถอย่างหวังระบายความใคร่ที่ถูกรุ่นพี่กำลังปลุกปั่น

   หมับ



 “เฮ้ย! พี่เติร์ก”



            ทันใดนั้น มันช์ตกใจอีกครั้ง เมื่อถูกพลิกให้นอนคว่ำ และถูกพี่เติร์กดึงสะโพกให้ยกขึ้นสูง บังคับให้ชันเข่า จนทำให้ช่องทางคับแคบปรากฏแก่สายตาชัดเจนเสียยิ่งกว่านอนอ้าขาท่าปกติ คนที่มีความอายจากการไร้เดียงสาทางด้านเซ็กซ์อยู่แล้วก็ยิ่งอายกว่าเก่า


"พี่เติร์ก..มะไม่เอาท่านี้ได้ไหม!"

          มันช์อายมาก และเสมือนว่าการส่งคำขอร้องออกไปจะไม่เป็นผล เพราะ

เฮือก!



           สองมือขยุ้มผ้าปูที่นอนลายกราฟิกจนยับยู่ เมื่อรู้สึกถึงความร้อนชื้นที่ปาดเลียเข้าที่ประตูรัก ก่อนที่ปลายลิ้นพี่เติร์กจะ ตวัดเลียรอบ ๆ จนมันช์เผลอหลุดเสียงครางเพราะความเสียวกระสันแล่นปราดทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้า



            มันช์พยายามห้าม แต่คนข้างหลังไม่ฟัง ทั้งยังดันปลายลิ้นเข้าไปด้านใน จนเขาดิ้นพล่าน ส่ายสะบัดหน้าไปมา หอบหายใจจนตัวโยนเพราะความเสียวสะท้านที่ได้รับ เรียวขาแยกออกกว้างด้วยตัวเอง สะโพกเล็กก็ขยับสะโพกรับลิ้นร้อนอย่างน่าไม่อาย




            เขาไม่คาดคิดว่าพี่เติร์กจะยอมเลียตรงนั้น และยังไม่ทันเท่าไหร่ มันช์สะดุ้งสุดตัว เมื่อนิ้วเรียวกำลังสอดลึกเข้ามาจนสุดความยาว ใบหน้าแนบลงกับเตียงนอน สองมือก็ยิ่งขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น




            เติร์กขยับปลายนิ้วเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มจังหวะหนักหน่วง ได้ยินเสียงครวญครางของคนใต้ร่างที่ทำให้เขาแทบทนไม่ไหว เติร์กพรมจูบตามแนวกระดูกสันหลัง มองคนที่สะดุ้งทุกครั้งที่แตะริมฝีปาก



“พี่...พอ...พอแล้ว.มันเสียว.”





           ได้ยินมันช์เอ่ยแบบนี้ทีไร หัวใจเติร์กก็ฟู่ฟ่องพร้อมรอยยิ้มประดับหน้า เขายังคงปรนเปรอทุกอย่างหวังให้อีกฝ่ายพึงพอใจ แต่ไม่นาน คล้ายความอดทนได้พังทลาย เมื่อแรงปรารถนาทะลุถึงเพดานความทนทาน เหลือไว้แค่ความอิสระของร่างกายที่ปล่อยไปตามหัวใจให้นำทาง


     เติร์กรวบเอวอีกฝ่าย จับแท่งร้อนของตัวเองที่แข็งจัดดันเข้าสู่โพรงสวาทอันอ่อนนุ่มที่กำลังตอดรัดของเขาอย่างบ้าคลั่ง ของหวานอันล่อตา ล่อใจชวนให้พร้อมล่วงล้ำเข้าไปให้ไวที่สุด แม้ใจอยากจะกระแทกกระทั้นให้สุดแรง แต่หากทำเช่นนั้นก็เกรงว่าจากประทับใจจะกลายเป็นกลัวและขยาดไปอีกตลอดกาล



  พั่บ พั่บ พั่บ

          ความคิดมาก ความกลัวในตอนแรกของมันช์สลายหายไปทันทีที่ได้รับความเสียว ซาบซ่านแผ่ซ่านมาพร้อมกับความสุข และการเล้าโลมจากฝ่ามือใหญ่ ไหนจะริมฝีปากอุ่น ๆ ที่เชี่ยวชาญด้านการเล้าโลมจนคนที่ตัวแข็งดั่งหินในตอนแรกกลับผ่อนคลาย เมื่อร่างกายได้ถูกล่วงล้ำเข้ามาเพื่อหลอมรวมเป็นหนึ่ง



          ไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใดที่จะระเริงรักในวันที่ฝนตกและไฟดับ จนร่างทั้งสองชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ  ท่ามกลางแสงไฟจากเทียนไขที่ชวนสร้างความโรแมนติก เติมความหวานให้บรรยากาศแห่งการสุขสมของทั้งสองต่างสุขสันต์จากการรุนรานในพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน ผ่านการกระแทก กระทั้น รุกล้ำเข้าสู่ภายใน

 

        ทั้งเจ็บและจุก แต่สุขและประทับใจ

 

 

"อ้ะ อ้าาาา พี่เติร์ก อ่าห์"



"มันช์ ซี้ดดดดอ่าห์!!"



          และแล้ว ทั้งสองก็ถึงปลายทางของอารมณ์  เติร์กถอนแก่นกายออก ก่อนจะกอดมันช์จากด้านหลัง พรมจูบกลางแผ่นหลังไล่ขึ้นไปยังลาดไหล่ และจับมันช์พลิกมาเพื่อจูบแก้มเบา ๆ และเปลือกตาทั้งสองข้าง

 



"กูชอบนะ เวลามีอะไรกับมึง"

 

ฉ่าา



         มันช์หน้าร้อนผ่าวยามที่อีกฝ่ายชมออกมา ทั้ง ๆ ที่มันช์ก็ไม่ประสีประสา แต่พี่เติร์กก็ยังชอบและสุขสมในการร่วมรักครั้งนี้ มันช์อมยิ้มก่อนบอก



"ผมก็ด้วย"

 

"เจ็บไหมมันช์"

 

"ก็นิด ๆ นะพี่"

 

         เติร์กลูบวนแก้มก้นก่อนจะไล้ไปยังร่องรักของมันช์ ก่อนเอ่ยน้ำเสียงติดกังวล

 

"ของมึงบวม"

 

"พี่ไม่ควรพูดไหมวะ" มันช์ว่าและชกอกพี่เติร์กเบา ๆ แต่เติร์กกลับขำและฉวยข้อมือข้างที่ชกยกขึ้นมาจูบหลังมือ แล้วยิ้มมุมปาก

 

"กูเป็นห่วง"



"ทำไมพี่เก่งจัง ทำบ่อยเหรอ?" คนขี้เขินเปลี่ยนเรื่องบวกกับความสงสัย เขาแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เติร์กถึงสามารถรู้จังหวะการสอดใส่ได้อย่างดีว่าจังหวะไหนควรรุก จังหวะไหนควรถอย

 

"ถามทำไมให้ทะเลาะ" เติร์กถามเพราะรู้ดีว่า ถ้าตอบออกไป มิวายได้บ้านพัง



       ถามเพราะอยากรู้ แต่ความจริงก็ไม่ได้อยากฟังความจริงนักหรอก..

 

"ก็..."

 

"มันช์ วันนี้ มึงชอบไหม กูทำให้มึงถูกใจหรือเปล่า ?"



"ผมชอบครับพี่"



"อืม จำไว้แค่นั้นแล้วไม่ต้องถามอะไรอีก จากนี้ ไม่ว่าเซ็กซ์หรือเรื่องอะไร กูจะถนอมมึงและดูแลมึงให้ดีที่สุด เข้าใจไหม?"





        ตอนนี้ มันช์รู้สึกดีที่อีกฝ่ายไม่เคยลดละเรื่องความชัดเจนต่อกัน



       พี่เติร์กเป็นคนเสมอต้น เสมอปลายเสมอ



"ครับ"



"ไปอาบน้ำเหอะ เริ่มร้อนว่ะ"

 

"ครับ"

 

      และแล้วพอรุ่นน้องลุกขึ้นถึงเพิ่งรู้ว่าช่วงล่างคงระบมแล้วแน่ ๆ มันช์คิดในใจ ในขณะที่ก้าวเชื่องช้ากว่าทุกที



      ไม่เป็นไร ทำต่อไป เดี๋ยวก็ชิน ...(หรือเปล่าวะ?)

 





..........................................



หวานแหววท่ามกลางไฟดับ วู้ววววววว!  :z3: :z1: :haun4:

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ค่า อ่านหมดจริง ๆ เป็นกำลังใจมาก ๆ ค่ะ

[/b]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-03-2019 23:47:02 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
มันซ์จะทันอิขิงไหมเนี่ย..ยยยยยย ขิงเล็งมันซ์จริงๆหรือแอบหวังพี่เติร์กอ่ะ   :ruready :ruready :ruready

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
มันซ์ ตอนเปิดเรื่องเหมือนจะฉลาด เป็นตัวของตัวเอง ตอนนี้กลายเป็นบุคลิกที่ขี้อาย ขี้เกรงใจ ขี้ขลาด ดูไม่มีอะไรเลย

มันซ์ กับ แบงค์ เพื่อนกันพอกันไม่ทันคนทั้งคู่

พี่เติกร์ก ถ้ารู้อะไรเรื่องขิงแล้วไม่อธิบายเรื่องก็คงวิ่งเขาดราม่าไป

 :L2: :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิขิง  อิแรดเงียบ  ทำเป็นใสซื่อ  ทั้ง ๆ ที่เก็บมาแล้วหลายไม้ 
นี่ตั้งใจจะเก็บมันซ์หล่ะสินะ  ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพวกเขาคบกันเป็นแฟนแล้ว 
ก็ยังจะแย่งอีก  เฮ้อ...

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ช่วงนี้ดวงจะชงน้องมันช์หรือพี่เติร์กหว่า
สู้ๆ


ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
โอ๊ยยยยยย ขำมันช์มีอย่างที่ไหน ทำต่อไป เดี๋ยวก็ชิน(หรือเปล่าว่ะ)ด้วยอ่ะ โธ่ลูกน่าเอ็นดู
แต่ก็อยากให้มันช์ใจแข็งกับขิงนิดนึงจริง ๆ กลัวเหลือเกินว่าขิงจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่จริง ๆ

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
บทที่ 20 เรื่องของเรา







"พี่เติร์กอยู่ไหน? ทำไมไม่เห็นที่เอก"

 

      มันช์โทรหาคนรัก หลังจากรู้ว่าผลงานตัวเองหายไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า เรื่องของเรื่อง คือ ดาวเข้าไปหาอาจารย์ดำรงค์ธรรมเพื่อสอบถามงานเพิ่มเติม แต่อาจารย์ภาวินีตะโกนถามเธอว่าทำไมอาณัชไม่ส่งงาน ได้ยินดังนั้น ดาวรีบบอกอาจารย์ถึงความจริง เพราะดาวเป็นคนเดินไปส่งงานพร้อมมันช์ด้วยกัน พอเรียกมันช์มาค้นงานตัวเองกลับไม่เจอ อาจารย์จึงไม่สามารถให้คะแนนได้ ดังนั้น หากมันช์ยืนยันว่านำมาส่งแล้วจริง ๆ ก็ต้องหาผลงานมาส่งให้ได้ภายในวันนี้ก่อนหนึ่งทุ่มครึ่ง

 

     และช่วงนี้ เป็นช่วงเวลาสอบมิดเทอม ทำให้ทุกคนต่างยุ่งกับการทำงานของตัวเอง มันช์และพี่เติร์กเองจึงไม่ได้นอนค้างด้วยกันมาหลายสัปดาห์ การเจอหน้าที่เอกก็ทำได้แค่ทักทายกันด้วยรอยยิ้ม

 

[กูส่งงานหมดแล้ว วันนี้ไม่มีเรียนเลยไม่มา]  เติร์กบอกอย่างนั้น แต่ความจริง เขากำลังเดินเข้ามหา ฯ ลัย เพราะตั้งใจจะมาเซอร์ไพร์สคนรัก แต่คนที่ก้าวเท้าไวฉับ ๆ ตกใจเมื่อได้ยินเสียงแฟนสั่นเครือ



"พี่เติร์ก"



[มันช์ มึงเป็นอะไร?]

 

"งานผมหาย ทั้ง ๆ ที่ผมส่งอาจารย์แล้ว ผมจำได้"

 

[แล้วบอกอาจารย์รึยัง?]

 

"บอกแล้ว อาจารย์บอกถ้าทำแล้วจริง ๆ ต้องเอาผลงานมายืนยัน อาจารย์จะช่วยผม เขายอมให้ถึงแค่ทุ่มครึ่งอะพี่ ถ้าไม่เจอก็จะไม่ได้คะแนน ผมหาทั่วซุ้ม เดินทั่วเอกเลย ดูตามต้นไม้ก็ไม่มีพี่เติร์ก"

 

[ใจเย็น ๆ มึงอยู่ไหน? ตอนนี้]

 

"ผมอยู่เอกครับพี่ ผมยังไม่กลับห้อง พี่เติร์ก ฮืออออ ทำไงดีผมหาจนทั่วแล้ว" มันช์บอกอย่างเครียด ๆ ไม่ใช่ว่าไม่หา แต่เขาค้นหากับพวกเพื่อนจนทั่ว เขาใช้เวลาหาตั้งแต่สองโมงกว่า จนกระทั่งห้าโมงครึ่งก็ยังไม่เจอ จนพวกเพื่อนมันช์กลับไปแล้ว เหลือเขาลำพัง ก็มายืนคิดหนักตรงต้นไม้ข้างห้องน้ำ



[มึงอย่าเพิ่งว่าง] คนที่เป็นห่วงเป็นใยแฟนบอกและวิ่งมาตั้งแต่ทางเข้าหน้ามหาลัย



 

"พี่เติร์กทำไมผมต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย มันไม่ใช่ความผิดผมเลยพี่ ฮืออออ"

 

[มันช์ ตั้งสติ ถ้าทำใหม่ทันไหม?]



"ไม่ทันพี่ ยังไงก็ไม่ทัน พี่เติร์กอยู่ไหนเหรอ? พี่มาหาผมได้ไหม? ผมอยากเจอพี่"

 

      มันช์ยืนกัดเล็บ ๆ เดินวนไป วนมา เพราะหาทางออกไม่ได้ และวันนี้ที่เอกศิลปกรรม ผู้คนก็บางตากว่าทุกที เพราะไม่มีพวกรุ่นพี่ปีสามและรุ่นพี่ปีสี่อยู่

 

 

[หันหลังมา]

 

     เติร์กว่าจบ มันช์ชะงักก่อนจะหันหลังไปเห็นพี่เติร์กที่ยืนในสภาพเหงื่อเต็มตัว เสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวเปียกเหงื่อเป็นวงกว้าง พี่เติร์กยืนเหนื่อยหอบ แต่มันช์ก็วิ่งไปโผกอด

 

"พี่เติร์กช่วยผมด้วย"

 

      เติร์กชะงัก โดยปกติ มันช์ไม่ค่อยแสดงความรักในที่สาธารณะ แต่การที่วิ่งมากอดโดยไม่แคร์สายตาใครแสดงว่ามันช์คงไม่ไหวจริง ๆ

 

"มันช์ ปล่อยกูก่อน กูเหงื่อท่วมตัวแบบนี้"

 

"ช่างมันแล้วพี่ ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย"





     เติร์กโอบร่างที่ผอมกว่าแนบแน่น เขารัดมันช์ด้วยวงแขนทั้งสองข้าง แล้วลูบหลังมันช์เบา ๆ



"มึงหาจนทั่วแล้วเหรอ?"

 

"ใช่ครับพี่ผมหาหมดแล้ว"

 

"แน่ใจ ลองดูตามถึงขยะหรือยัง?"

 

"แล้วมันจะไปอยู่ที่นั่นได้ไง?"

 

"มึงหาแล้วหรอ?"

 

"ยังครับ" มันช์ว่าเสียงแผ่ว

 

"ถ้ายังไม่หาจะรู้ได้ไงว่ามีหรือไม่มี ลองหาดูก่อน เดี๋ยวกูช่วย"

 

"แต่..."

 

"ขยะมีกี่ถังหามันให้หมด"

 

"แต่..."

 

"หยุดพูดและไปหาได้แล้วครับ มันช์'" เติร์กดุพลันลูบผมมันช์และจุมพิตกลางกระหม่อมเติมกำลังใจให้ไปลุยต่อ

 

    ตอนนี้ทั้งสองซื้อถุงมือพลาสติกที่ร้านขายของชำและเริ่มจากถังขยะที่ใกล้เอกศิลปกรรมที่สุดจากนั้นค่อยไล่ไปเรื่อย ๆ นักศึกษาที่เดินผ่านไป ผ่านมา มองอย่างสงสัยระคนแปลกใจว่าทำไมสองคนนี้คุ้ยขยะทำไมกัน

 

    ใช้เวลาในการคุ้ยถังขยะที่เอกศิลปกรรมจนทั่วก็ไม่พบ ใกล้กันนั้นเป็นตึกเขียว ทั้งสองปรี่ไปค้นทุกถังก็ไม่เจอ จนกระทั่ง ทั้งสองเดินมาถึงเอกดนตรี



 

      เด็กเอกดนตรีคละชั้นปีที่นั่งอยู่บนโต๊ะตัวยาวสีขาวราวสิบคนกำลังนั่งร้องเพลง บ้างก็เล่นกีต้าร์ บ้างก็นั่งเป่าเมโลเดียน แต่พอเห็นพี่เติร์กเดินดุ่ม ๆ เข้าไป ทุกคนหยุดเสียงและต่างมองเติร์กเป็นสายตาเดียว 



"ว่าจะแซวสักหน่อย แต่เห็นหน้าบึ้งเป็นตูดหมากูไปไม่เป็นเลย เป็นอะไรมาวะ เติร์ก" มันช์คาดว่าเขาน่าจะเป็นรุ่นพี่ถึงเรียกพี่เติร์กโดยไร้คำว่าพี่นำหน้า



"แฟนกูงานหาย มึงพอจะเห็นใครดูมีพิรุธมาทิ้งขยะแถวนี้ไหม?"

 

"ไม่ว่ะ ใครจะเอางานแฟนมึงมาทิ้งวะ มึงพูดอย่างกับว่าแฟนมึงโดนแกล้งอย่างนั้นน่ะ" มันช์เหลือบมองพี่เติร์กที่พูดเช่นนั้น ก่อนจะขอตัวไปหางานตัวเองตามถังขยะต่อ

 

"......." เติร์กหน้าเครียด มองมันช์ที่เดินดุ่ม ๆ ไปก่อน



"ไอ้เติร์ก กูไม่ชินเลยว่ะที่เห็นมึงเครียดมากขนาดนี้ คนนี้มึงคงรักน่าดู" ต้าร์เอ่ย ยามที่เห็นเพื่อนซี้ต่างสาขา หน้าเครียดขึงจนคิ้วขมวดกันเป็นปมแน่น



"......."  เติร์กไม่ตอบ สายตาของเขายังคงมองมันช์ที่เดินไปเดินมาเครียด ๆ

 

"อ้าว พี่เติร์ก ลมอะไรหอบพี่มาได้วะ?" โฟล์คเห็นพี่เติร์กยืนคุยกับพี่ต้าร์ก็เอ่ยแซว แต่พอเห็นพี่เติร์กตวัดสายตาดุ ๆ มองมา โฟล์คหุบยิ้มทันที

 

"ไอดอลมึง วันนี้อารมณ์ไม่ดีวะ" ต้าร์รุ่นพี่ของโฟล์คเอ่ยย้ำ

 

"อ้าวเกิดอะไรขึ้นกับไอดอลกู พี่เติร์กบอกกูมา?"

 

"มันช์งานหาย และมันต้องส่งอาจารย์วันนี้" โฟล์คชะงัก และหันไปตามสายตาพยักเพยิดของรุ่นพี่ ก่อนจะพุ่งไปหามันช์ทันที

 

"มึงโอเคไหมวะมันช์" โฟล์คถามตอนวางมือลงบนหัวไหล่มันช์ เขาตกใจที่มันช์ตาแดงก่ำ ฟากมันช์มองมาและส่ายหน้าช้า ๆ

 

"กี่โมงแล้ววะ?" มันช์ถามต่อ

 

"ทุ่มนึง"



"เชี่ยเอ้ย จะไม่ทันอยู่แล้ว"

 

   มันช์ว่าเสียงสั่น จวนถึงเส้นตาย มันช์ก็ยังไม่เจองานของตัวเอง จนตอนนี้ เติร์กขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ไหว้วานพวกเด็กเอกดนตรีมารวมพลช่วยกันหาถังขยะที่อยู่ในบริเวณนี้



เวลา 19.19 น.





"มันช์ใช่ของมึงหรือเปล่า?"





     เติร์กชูผลงานขนาดราว ๆ สิบห้านิ้วถูกติดบนแผ่นพีพีบอร์ดสีดำ ที่เขาพบตรงข้างถังขยะทางเดินเชื่อมไปยังหอประชุมคณะ  มันช์มองผลงานของตัวเองที่อยู่บนแผ่นกระดาษก่อนจะพยักหน้ารัว



     แม้ว่าผลงานจะดูสกปรก แต่อย่างน้อยก็เป็นหลักฐานยืนยัน เหลือไม่ถึงสิบนาที มันช์รีบยกมือไหว้ขอบคุณนักศึกษาเอกดนตรีทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งมีน้ำใจช่วยกันหาเต็มที่ ยามนี้ ทั้งสองวิ่งไปห้องอาจารย์ เพียงเปิดประตูกระจกใสเข้าไป กายก็ประทะเข้ากับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้รู้สึกดีขึ้นคล้ายเติมพลังจากที่เหนื่อยมาก่อนหน้า



    มันช์ถลาไปหาอาจารย์ภาวินีที่โต๊ะ ซึ่งเธอกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน มันช์ยื่นผลงานทั้งที่ยังหอบแฮก ๆ

 

"ทำไมยังไม่กลับบ้าน จักรวรรดิ" อาจารย์ภาวินีมองมันช์ครู่หนึ่งพลันเหลือบมองคนข้างกายและถาม มันช์สังเกตว่าอาจารย์ดูน่าจะสนิทสนมกับพี่เติร์กพอสมควร



"ผมมาช่วยน้องหางานครับ" เติร์กยิ้มรับ



"อ้อ แล้วไหนล่ะงาน" อาจารย์ภาวินีถามมันช์

 

      มันช์ยื่นผลงานที่มันไม่สวยงามเหมือนเดิมให้อาจารย์

 

"เธอรู้ใช่ไหม อาณัช ว่าเธออาจไม่ได้คะแนนอย่างที่ควรจะเป็น เพราะอาจารย์ยอมให้เธอส่งงานเกินเวลา"

 

"ครับ"

 

"วางไว้ที่กองนั้นแหละ"

 

"ขอบคุณนะครับอาจารย์" มันช์ขอบคุณซ้ำ ๆ ที่อาจารย์ยังมีเมตตาและเห็นใจให้ส่งงานเกินเวลา หากเป็นอาจารย์ที่สอนอีกวิชาหนึ่ง ป่านนี้ มันช์คงไม่มีโอกาสเช่นนี้แน่ ๆ

 

"ผมขอบคุณมากครับที่อาจารย์ยอมช่วยน้อง" เติร์กพนมมือไหว้ขอบคุณอาจารย์ภาวินีเช่นกัน

 

     อาจารย์ยิ้ม ก่อนตอบ

 

"ไป ๆ กลับบ้าน ๆ พักผ่อนไม่ต้องเครียด"

 



     ทั้งสองร่ำลาอาจารย์เสร็จก็รีบไปทำความสะอาด ล้างไม้ ล้างมือ ล้างหน้า ล้างตาที่ห้องน้ำ ก่อนจะรีบกลับห้องเพราะเริ่มรำคาญตัวที่เหนียวเหนอะหนะ

 

    เพียงประตูห้องปิดลง มันช์สวมกอดพี่เติร์กจากด้านหลังทันที



      มันช์รักผู้ชายคนนี้

 



"ขอบคุณนะพี่เติร์ก ถ้าวันนี้ผมไม่ได้พี่ ผมแย่แน่ พี่ไม่เคยทิ้งผมเลยจริง ๆ"

 

       เติร์กยิ้มมุมปากก่อนเอี้ยวตัวไปหาคนที่ยามนี้หายเครียดเป็นปลิดทิ้ง



"แต่ตอนนี้กูจะทิ้งมึงแล้วล่ะ เหม็นเหงื่อ เหม็นกลิ่นขยะจะตายอยู่แล้ว ไปอาบน้ำ เลยมันช์"

 

       มันช์พยักหน้าและยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจที่ได้ส่งงาน แม้คะแนนจะได้น้อยแค่ไหนก็ยังดีกว่าไม่ได้เลยและทันใดนั้น มันช์จับมือพี่เติร์ก

 



"ก็เหม็นทั้งคู่ ถ้างั้นอาบน้ำด้วยกันเลยนะ" มันช์บอก ฟากเติร์กกดสายตาลงมองมือที่มันช์จับแน่นไม่ปล่อย พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงและสบตามองดวงตาเปี่ยมรักคู่นั้น



"มึงอย่าพูดแบบนี้บ่อย ๆ เพราะกูจะคิดว่าอ่อย"

 

      มันช์ช้อนตามองพี่เติร์กอย่างเขิน ๆ ก่อนชำเลืองมองไปทางอื่นแล้วบอก



"เออ ก็อ่อยนั่นแหละ"

 

"หืออ เดี๋ยวนี้แฟนกูอัพเลเวลว่ะ หน้าด้านขึ้นนะมึงเนี่ย!" เติร์กหัวเราะร่วน ก่อนจะยึดท้ายทอยมันช์มารับจูบกัน และพอผละ มันช์ก็สวนกลับ



"ก็แค่พี่คนเดียว ที่ผมอยากทำแบบนี้" มันช์เห็นพี่เติร์กยิ้มกว้างจนคนที่เหนื่อยหางานมาทั้งวันก็มีกำลังใจ



       มันช์อมยิ้มก่อนจูบแก้มพี่เติร์กหนึ่งทีและจับมือพี่เติร์กเข้าห้องน้ำไปด้วยกัน เพราะมันช์เตรียมใจไว้แล้วว่า เขาจะจัดรางวัลชุดใหญ่มอบให้คนดีของมันช์ที่คอยเคียงข้างกันยามสุขและทุกข์เสมอ...

.

.

.

.

"อยากกินไอศกรีมของแบงค์บ้าง"



"แท่งไหน แท่งที่ถืออยู่ หรือ แท่ง..?" แบงค์แกล้งแซวพลางกดสายลงต่ำ ฟากขิงกัดปากพลางเบนหน้าหนี



"พูดอะไรน่ะแบงค์ ทะลึ่ง"



         แบงค์กลั้วหัวเราะ ยามที่เห็นขิงหันหน้าหนี ตอนนี้ แบงค์มีความสุขเหลือเกิน เพราะอาทิตย์หน้าก็ปิดเทอมแล้ว ส่วนอีกเรื่องนั่นคือ ความสัมพันธ์ของเขาและขิงก็เหมือนจะพัฒนามากขึ้น เพราะไม่กี่วันก่อน ขิงก็เพิ่งมีเซ็กซ์กับแบงค์ไปเป็นที่เรียบร้อย ยามนี้ แบงค์จึงไม่ต่างกับการตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัก ...



        ยามเย็นนี้ ทั้งสองจึงเดินคุยกันหวานแหววกันจนมาถึงลานม้าหินใกล้ห้องน้ำ เป็นจังหวะเดียวกับที่แบงค์เห็นขิงกินไอศกรีมไม่ระมัดระวัง แบงค์อมยิ้ม ก่อนถาม

 

"ปากเลอะ"

 

"เช็ดให้หน่อย" ขิงว่าอย่างยิ้ม ๆ พลางยื่นหน้าไปใกล้ ฟากแบงค์เลิกคิ้วมองแล้วถาม

 

"เช็ดด้วยอะไร? มือหรือลิ้น"


 

"แบงค์คิดว่าเช็ดด้วยอะไรที่สะอาดที่สุด ก็เอาอันนั้นแหละ" ขิงบอก ฟากแบงค์หัวเราะร่วน ก่อนจะทิ้งไอศกรีมโคนที่เหลือ และลากขิงไปยืนหลบหลังต้นหูกวางเพื่อเป็นกำบัง เมื่อได้ที่ มือข้างหนึ่งยันต้นไม้ ส่วนมืออีกข้างแบงค์เชยคางขิงขึ้นเพื่อรับจูบร้อน ๆ

 

"นี่มันมหา ฯ ลัยให้เกียรติสถาบันหน่อยโว้ยยย" แบงค์ชะงักหันไปพบกลุ่มนักศึกษาราวสี่ห้าคนที่แบงค์ไม่รู้จัก แต่พอกวาดสายตามองจนครบ เขาพบผู้ชายที่เคยทักขิงที่ร้านเสื้อผ้ารวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

 

"เสือก" แบงค์ด่า

 

"ไอ้สัด มึงว่าใครวะ?" พวกนั้นปรี่เข้ามา แต่พุชยกมือห้ามและพยายามรั้งพวกรุ่นพี่ไว้ และในขณะเดียวกัน พุชหันไปหาขิงด้วยแววตาเสียใจสุด ๆ  พุชยืนนิ่งกำมือแน่น เมื่อเห็นขิงจูบกับคนนั้น



     ที่แท้ พุชก็เป็นแค่ของเล่นที่ขิงไว้เล่นยามเบื่อใช่ไหม พุชไม่คิดว่าขิงจะหลอกล่อเขาให้ตกหลุมรัก การจูบ การสัมผัสของขิงคงไม่มีค่าอะไร ขิงคงมองว่ามันคือทางผ่านแห่งการมีเซ็กซ์ ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลยสินะ

     

"แฟนขิง?" พุชถามด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ เขากลัวในคำตอบ แต่ก็ต้องการความจริง

 

"เพื่อนครับ" ขิงตอบชัดถ้อย ชัดคำแล้ววิ่งไปเกาะแขนพุช ฟากแบงค์ตอนนี้ ไม่ต่างกับหมาหัวเน่า เพราะเขายืนตัวคนเดียวไร้พรรคพวก

 

"แล้วที่ผ่านมา เรื่องของเรา มันคืออะไรล่ะ ขิง" แบงค์ย้อนถามทันที เขาเสียใจที่ได้ยินขิงตอบแบบไม่ไตร่ตรองสักนิด ฟากขิงก้มหน้าไม่ตอบ ยิ่งทำให้ความสุขก่อนหน้าของแบงค์นั้นพลันมลายหายไปจนหมดสิ้น



    แบงค์เจ็บปวดที่ได้เห็นคนที่เขาคิดว่า เป็นแฟนกัน เดินจากไปหาผู้ชายอีกคน แสดงว่า ทั้งหมดนั้น แบงค์คงคิดไปเอง



    ขิงก็แค่คนเจ้าชู้คนหนึ่ง ที่ไม่จริงจังกับใคร แสดงว่า ทั้งแบงค์และผู้ชายคนนั้น ต่างตกอยู่ในวังวนแห่งความโง่เขลาด้วยกันทั้งสิ้น





"อ้อ กูจำได้แล้วว่ะพุช เด็กมึงนี่หว่า ทำไมมามั่วอยู่กับไอ้เหี้ยนี้ล่ะ ให้กูจัดการไหม? กูคันตีนอยากกระทืบคนพอดี เห็นหน้าแล้วหมั่นไส้" พุชไม่ได้อยากมีเรื่องแต่อย่างใด เพราะเวลานี้ เขาเสียใจเกินกว่าจะเพิ่มเรื่องให้ตัวเอง



 

"ไม่ต้องหรอกครับ ผมขอไม่ไปกินเหล้ากับพวกพี่แล้วนะครับ ผมขอตัวก่อน สวัสดีครับ" พุชต้องกล้ำกลืน ฝืนทนใจเย็น เขาขอบตาร้อนผ่าว รีบร่ำลารุ่นพี่และแยกตัวไป  ส่วนขิงละล้าละลังมองแบงค์สลับกับพุช ก่อนที่สุดท้าย ขิงจะวิ่งตามพุชไป

 

    เจ็บปวดสุด ๆ กับการได้เห็นขิงไม่สนใจความรู้สึกของแบงค์เลยสักนิด แบงค์ตัวชาวาบ กำหมัดแน่น และหน้าร้อนผ่าว เมื่อได้รู้ว่า ตัวเขาเองนั้นโดนหลอกให้รัก และ นับจากวินาทีนี้ แบงค์อกหักโดยสมบูรณ์



     แบงค์อยากร้องไห้ เขาอึดอัดกับการความรู้สึกที่มันปั่นป่วนในอกจวนจะระเบิด แต่การแสดงความอ่อนแอออกไปผ่านการร้องไห้ มันไม่ใช่สิ่งที่คนนอกควรเห็น แบงค์สูดลมหายใจเข้าและออกช้า ๆ หวังจะเดินผ่าน แต่เจอะพวกนั้นขวางทางไว้ และผลักไหล่เต็มแรง

 

"มึงจะไปไหน กูยังเคลียร์ไม่จบ เมื่อกี้ มึงด่าใคร? ห้ะ?"

 

"ใครได้ยิน  กูก็ด่าคนนั้น"

 

ผัวะ!

 

       เพราะไม่ทันตั้งรับ แบงค์โดนชกเข้าที่ใบหน้า ก่อนจะชาวาบทั่วร่างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงอัดจากฝ่าเท้าที่พุ่งมากระแทกหลังอย่างแรงจนแบงค์ถลาไปข้างหน้าและล้มลงกับพื้น นาทีนี้ พวกมันได้เปรียบทันที วิ่งมารุมกระทืบซ้ำ แบงค์ได้แต่นอนขดตัว ยกมือกุมศรีษะ ป้องกันส่วนที่สำคัญที่สุดไว้ แบงค์ไม่สามารถสู้ได้ เขาทำได้แค่ต้องปกป้องตัวเองให้บาดเจ็บน้อยที่สุด เพราะเขาโดนรุมทำร้ายทั้งเตะ ต่อยหลายทีจนเจ็บและจุก



"เฮ้ย ทำอะไรน่ะ" ลุงพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคนผ่านมาเห็นจึงวิ่งมาพร้อมคว้ากระบองที่เหน็บไว้ที่เอวง้างจะฟาดกลุ่มนักศึกษาที่รุมเตะต่อยและทำร้ายร่างกายคนไม่มีทางสู้ เพราะเสียงของลุงพนักงานรักษาความปลอดภัยทำให้พวกนักศึกษาที่รุมกระทืบกลุ่มนั้นสลายหายไปคนละทิศละทาง

 

"ไหวไหม?"

 

      แบงค์ส่ายหน้า เขาทั้งเจ็บและชาจนลุกไม่ไหว ต้องให้ลุงรปภ.ช่วยพยุง สภาพของแบงค์ตอนนี้ ย่ำแย่ ทั้งใบหน้าบวมปูด ปากแตก คิ้วแตก เขาก้มหน้าก็เห็นเลือดตัวเองหยดติ๋ง ๆ ลงสู่พื้น



"เกิดอะไรขึ้นครับ ลุง"

 

"ไอ้เด็กนี้โดนรุมกระทืบน่ะสิ ไม่พ้นเขม่นกันตามเคย"

 

"เดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาลก็ได้ครับ ใกล้แค่นี้เอง น้องทนไหวนะ?" ตอนนี้แบงค์ได้แต่พยักหน้าเออออ เขาไม่มีอารมณ์จะสนใจอะไรนอกจากร่างกายตัวเองที่เจ็บหนัก แล้วจู่ ๆ แบงค์คว้ามือพี่คนนั้นมาแตะลงบนกระเป๋ากางเกงเขา และพูดเสียงแผ่ว

 

"ช่วยหยิบโทรศัพท์และโทรหาเพื่อนผมที่เมมชื่อว่ามันช์ให้หน่อยครับ" แบงค์บอกขณะที่เดินตัวงอไปตามแรงนำของพลเมืองดีที่ตอนนี้ รุมช่วยมันช์กันมากมายหลายคน



      แบงค์ไม่กล้าสู้หน้า เขาได้แต่ก้มหน้าเพราะอายสภาพตัวเองที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด และร่องรอยฟกช้ำ



"พวกมึง เจอกันบ้านไอ้โจนะ กูไปส่งน้องเขาก่อน"


"เร็ว ๆ ด้วยล่ะ ไอ้เต็น"

.

.

.

.

"พุชมันไม่มีอะไรจริง ๆ นะ" ขิงเดินตามและพยายามง้อพุชด้วยการชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย แต่พุชยังคงสาวเท้าไว ๆ เพราะไม่อยากฟังเหตุผลอะไรอีก

 

"ขิง อย่าเพิ่งยุ่งกับเราเถอะ ขอร้อง" ยามนี้ พุชต้องการอยู่คนเดียวเพื่อเยียวยาหัวใจตัวเองมากกว่าจะฟังคำหวานที่ลวงหลอก

 

"แต่เขาเป็นเพื่อนเราจริง ๆ นะพุช"

 

"ขิงเลิกโกหกกันสักทีได้ไหม? เราเจ็บแล้ว พอได้แล้วขิง เราโง่เองที่หลงเชื่อว่าที่ผ่านมา เราคือแฟนกัน"

 

"พุช คือ เรา..."

 

"สนุกไหมที่ได้ปั่นหัวคนแบบนี้น่ะ การที่ขิงคบซ้อนอยู่ตอนนี้ มันไม่ดีกับใครทั้งนั้น"

 

"เราไม่ได้คบซ้อน ตอนนี้ เราไม่มีแฟน เราก็มีสิทธิ์จะคุยกับใครก็ได้"

 

"เหอะ! การที่ขิงตอบมาแบบนี้ เราเข้าใจแล้วล่ะว่าเรื่องของเรามันไม่มีความหมายกับขิงเลย"
พุชจุกอก ตอนที่ได้ยินขิงสวนกลับมาเช่นนั้น คนที่วาดฝันว่าขิงจะจริงจังกับความสัมพันธ์ของกันและกัน ได้แต่เจ็บปวดอย่างทรมาน พุชไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ เขาบอกออกมาด้วยสภาพน้ำตาไหล หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ชวนจดจำ ตอนที่ขิงจูบกัน สัมผัสกัน และต่างฝ่าย ต่างออรัล เซ็กซ์ให้กันและกัน ประหนึ่งว่า การกระทำเหล่านั้นไม่ต่างจากคู่รักที่จะทำให้กัน  แต่มันไม่ใช่เลย การสัมผัสที่พุชนึกว่าเต็มไปด้วยรักแท้จริง มันไม่ใช่รัก มันก็แค่ตัณหาสนองความใคร่ของขิงเท่านั้นเอง

 

"...."

 

"จากนี้ไป เราอย่าเจอกันอีกเลยนะ เราไม่ไหวแล้วว่ะ"

 

"เราจะเป็นแฟนกับพุช"

 

"พอเถอะกับคำโกหก เราเจ็บมากพอแล้วขิง"

 

"จริง ๆ นะ เราพูดจริง ๆ" ขิงจับมือพุชแต่พุชสะบัดออก

 

"ขอร้องล่ะ เราอยากอยู่คนเดียว อย่าตามเรามาอีก" พุชอดรนทนไม่ไหว หันไปผลักขิงสุดแรงจนคนร่างเล็กล้มลงก้นจ้ำเบ้า พุชวิ่งหนีไปทำใจและภาวนาว่าชีวิตนี้ เขาขอไม่เจอคนแบบขิงอีก



 

........................................



* เอาจริง ๆ ขิงนี่เจอแต่ผู้ชายดี และจริงใจทั้งนั้นเลยนะคะเนี่ย :mew6: :mew6: :mew6: :mew6:

* ชอบคำเปรียบเปรยของ คุณ DrSlump มากค่ะ...เอาซะเห็นภาพเลย แจ่มมากค่ะ 555

ขอบคุณทุกคนมากเลยที่เข้ามาอ่าน มาคอมเมนต์และชอบนิยายเรื่องนี้ค่ะ  :mew1: :mew1:

[/b]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-03-2019 20:58:22 โดย rinyriny »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
มันซ์น้อยโดนแกล้งอีกแล้ว..วววว    :hao5: :hao5: :hao5:   

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
 :sad4:

สงสารแบงค์
สุดท้ายแล้วขิงคงไม่เหลือใคร

 :L2: :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

โอย...อยากให้อิพี่เติร์กกระชากหน้ากากอิขิงออกมา แล้วเอาไปประจานหน้าเสาธงที่สุด

ตรูเดาว่าอิขิงนี่แหละ  ตัวการที่เอางานของมันซ์ไปทิ้ง

ฉะนั้นอิพี่เติร์กต้องหาวงจรปิดที่เป็นหลักฐานมาแฉมันให้ได้นะ  ฮึ่ย  รมณ์เสีย

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
คาดว่าคนที่เอางานของมันช์ไปทิ้งคงเป็นขิงชัวร์ เราว่าเรื่องของขิงคงยังไม่จบแค่นี้แน่ ๆ
แบงค์ดีแล้วที่รู้ตอนนี้ ถ้านานกว่านี้คงเจ็บมากกว่านี้แน่ ๆ เลยเจ็บตอนนี้ดีกว่าถล้ำลึกไปมากกว่านี้นะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28-03-2019 14:44:01 โดย Jibbubu »

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ขอให้ผ่านไปได้นะมันช์
โดยเฉพาะมรสุมที่มาจากขิง
พี่เติร์กรู้อะไรก็ช่วยไขความจริงแบบชัดๆ ซะที ไม่งั้นน้องก็ใจอ่อนหรือหลงกลคนอย่างขิงอยู่ร่ำไป
+1 ขอบคุณ

ออฟไลน์ OoniceoO

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
มีตบๆ ขิงนิสัยไม่ดี

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
บทที่ 21 ก็แค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวย







.

.

.

     เวลาผ่านไป ร่างกายของแบงค์แข็งแรง และแผลก็ดีขึ้น หลงเหลือไว้ซึ่งรอยแผลเป็นที่ผ่านการเย็บตรงหางคิ้วมากว่ายี่สิบเข็ม รวมถึงแผลส่วนต่าง ๆ ที่รอการจางหายไปตามกาลเวลา แม้ว่า ภายนอกของแบงค์จะดูร่าเริง สดใส แต่ข้างในของเขายังคงเจ็บปวด ทุกคืนที่แบงค์นอนหลับตา เขายังคงเสียใจและคิดถึงขิงอยู่เสมอ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น ขิงไม่มาเยี่ยมหรือดูแลแบงค์อีกเลย



ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

      คนที่ยืนรอเพื่อนมาเปิดประตูลอบถอนใจ เพราะสั่งใจตัวเองไว้ว่าให้ลืมขิง แต่ยิ่งสั่งใจให้ลืมมากเท่าไหร่ เหมือนยิ่งบีบบังคับให้เขาคิดถึงขิงมากเท่านั้น



      เพียงประตูถูกเปิดออก แบงค์เลิกคิ้วขึ้นมองพี่เติร์กที่สวมแค่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว  แบงค์ผุดรอยยิ้มบางเบาก่อนถาม



"สวัสดีครับพี่เติร์ก ผมมาขัดจังหวะพี่หรือเปล่า ?"

 

      เติร์กอมยิ้มพลันเหลียวมองไปหาคนที่นอนคลุมผ้าห่มถึงคออยู่บนเตียง

 

"ไม่หรอก เสร็จทั้งคู่พอดี"

 

"ไอ้พี่เติร์กพูดอะไรวะ อายนะเว้ย" มันช์บอกตอนที่ปาหมอนลงกลางหลังพี่เติร์ก

 

"เข้ามาสิ / เชี่ยแบงค์อย่าเพิ่งเข้ามา"



       อีกคนเชิญชวน อีกคนร้องห้ามจนแบงค์อมยิ้ม ก่อนจะเดินไปหามันช์แล้วกระชากผ้าห่มเพื่อนเพื่อแกล้ง แต่ใครจะคิดว่า มันช์จะนอนด้วยสภาพเปล่าเปลือย ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้น



"เฮ้ย!!"



"ไอ้เชี่ยแบงค์"



"พี่เติร์ก ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูของเมียพี่นะ" แบงค์ว่าก่อนเบนหน้าหนีแล้วรีบโยนผ้าห่มไปให้เพื่อนคลุมตัว อันที่จริง แบงค์เห็นของมันช์จนชินตา แต่พอมันช์มีแฟนเป็นตัว เป็นตน เขาก็ควรให้เกียรติพี่เติร์ก





"กับมึง กูไม่หวง"



     

      ฟากแบงค์อมยิ้ม ก่อนจะเห็นมันช์รีบลุกไปสวมเสื้อผ้า แบงค์ตาโตตอนที่ทั้งแผ่นหลัง ลำคอ มีแต่ร่องรอยสีกุหลาบเต็มไปหมด เห็นแบบนี้ แบงค์ถึงกับอดแซวไม่ได้





"พี่ทำรอยแสดงเจ้าของกันขนาดนี้ กะไม่ให้ใครมองเพื่อนผมเลยหรอ?"

 

"มันก็ควรเป็นอย่างนั้นไหม? มันช์มีแฟนแล้ว" เติร์กตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ

 

"ขี้หวงจังครับ พี่เติร์ก"

 

"ไม่เถียง" เติร์กตอบชัดถ้อย ชัดคำจนมันช์อาย และรุ่นพี่ก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพื่อปล่อยให้เพื่อนได้มีเวลาคุยกันอย่างเป็นส่วนตัว





"ติดผัวนะมึง"



"ตะ..ติดเชี่ยไรวะ บ้า!"

 

"เหอะ"



"เอาเรื่องมึงเถอะ เป็นไงบ้าง"  มันช์ถามย้ำถึงความคืบหน้าเพราะช่วงที่แบงค์เข้าโรงพยาบาลหลังจากโดนกระทืบมา มันช์รู้มาจากแบงค์ว่า เขาเลิกคุยกับขิงแล้ว แต่แบงค์ไม่ได้ลงรายละเอียดลึก ๆ ว่า สาเหตุเพราะอะไร ?



"ขิงหลอกกูว่ะ มันช์ กูโง่เองที่ดูคนไม่ออกว่า ขิงไม่จริงใจ"

 

"มึงว่าอะไรนะแบงค์" มันช์ที่ไม่รู้ด้านชีวิตรักของขิง ก็ถามซ้ำอย่างสงสัย มันจะเป็นอย่างแบงค์กล่าวหาจริง ๆ เหรอ? มันช์ไม่อยากจะเชื่อเลย



"ก่อนที่กูจะโดนกระทืบ กูเจอผู้ชายที่ชื่อพุช และเขาถามขิงว่ากูคือแฟนขิงเหรอ ? ขิงไม่ตอบและเลือกง้อผู้ชายที่ชื่อพุชมากกว่ากู



         มันช์เงียบครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา มีบ้างที่ตะหงิดใจในการกระทำของขิง แต่ก็พยายามไม่คิดอะไร ไม่มองในแง่ร้าย เพราะคิดว่าอย่างน้อย ขิงคือเพื่อนสนิทในกลุ่ม ขิงคงไม่ใช่คนไม่ดี



"สรุป ขิงเป็นคนไม่ดีจริง ๆ เหรอวะ?" มันช์ยังคงคาใจ เพราะหากเป็นอย่างที่แบงค์พูดไว้ ขิงคงเล่นละครตบตาเก่งใช้ได้



"เรื่องนิสัย กูไม่รู้ แต่ถ้าเรื่องความรักกูว่าขิงมั่วว่ะ"



"ถ้ากูพูดอะไรไป มึงสัญญาได้ไหมว่าจะไม่โกรธกู"



"อะไร?"



     มันข์นิ่งไปนิดก่อนถาม



"มึงเคยจูบขิงไหม?"



"เคย มากกว่าจูบก็ทำมาแล้ว ถามทำไมวะ?" แบงค์บอกแค่นั้น มันช์เม้มปากแน่นและเอ่ย



"ขิงขอลองจูบกู กูก็โง่เหมือนมึงเลย ลืมนึกไปว่า มึงจีบขิงอยู่ กูน่าจะพูดให้ขิงไปจูบมึงนี่หว่า กูขอโทษนะ กูไม่ได้คิดจะแทงข้างหลังมึง"



"มึงไม่ต้องขอโทษ กูว่า เราต่างก็ถูกขิงใช้มารยาหลอกว่ะ เราตามขิงไม่ทันหรอก แต่ทำไมขิงต้องอ้างว่าขอลองจูบมึงด้วยวะ ถ้าขิงไม่ได้แอบชอบมึง"



     มันช์เงียบนั่งประมวลผลถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ  ที่ขิงเคยพูดจาชวนคิดไกล ทั้ง การมาขอนอนค้างที่ห้อง การถึงเนื้อถึงตัวมากเกินปกติ ไหนจะขอจูบ ทั้งหมด ทั้งมวล ขิงใช้ความเป็นเพื่อนเพื่อได้มีโอกาสแทรกแซงความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนอย่างนั้นเหรอ ? ยิ่งคิดมันช์ยิ่งปวดหัวจนต้องบอกเพื่อน



"แล้วขิงจะทำแบบนั้นทำไม เพราะขิงก็รู้อยู่แล้วว่ากูคบกับพี่เติร์ก ยิ่งนึกยิ่งไม่เข้าใจว่ะ"



"กูไม่รู้ว่ะ เดาพฤติกรรมคนแบบนี้ไม่ออกเหมือนกัน ช่างแม่งเหอะ คิดไปก็ปวดหัว เอาเป็นว่าจากนี้ มึงระวังขิงให้ดี ส่วนกูก็คงขอเวลาทำใจหน่อยว่ะ"

 

"แบงค์กูขอโทษ"

 

"ไม่ใช่ความผิดมึงหรอก เลิกคุยเรื่องขิงเหอะ"



"แล้วนี้มึงจะไปไหนวะแต่งตัวซะหล่อเชียว" มันช์ถาม หลังจากที่มันช์หันมาเบนความสนใจเรื่องอื่นที่นอกจากขิงบ้าง

 

"ไปงานวันเกิดเพื่อนที่มหา ฯ ลัย"

 

"อย่าเมามากนะแบงค์ กูเป็นห่วง ถ้าไม่ไหวบอกกู เดี๋ยวกูให้พี่เติร์กไปรับ"

 

"ไม่เป็นไรหรอก มึงอยู่กับผัวไปเถอะ"



"สัดแบงค์" มันช์มุ่ยหน้าด่าเพื่อน ลึก ๆ มันช์ก็ยังสงสารแบงค์ เพราะเชื่อว่าแบงค์คงทุ่มใจให้ขิงไปมาก และเวลานี่ เขาก็คงยังทำใจได้ไม่เต็มร้อย



"ไปละ ๆ กูอยากไปกินเหล้าย้อมใจหน่อย"



        ช่วงที่แบงค์ลาเป็นจังหวะที่พี่เติร์กออกมาจากห้องน้ำพอดี จนกระทั่ง แบงค์เดินออกจากห้องของมันช์ไป มันช์นั่งมองคนรักที่แต่งตัวเสร็จและมานั่งข้าง ๆ เขาก็ถาม





"พี่เติร์ก ผมถามหน่อยสิ พี่ว่าขิงเป็นคนยังไงเหรอ?"



 "แล้วมึงคิดว่าไง?"



"ก็คิดว่าดี แต่เมื่อกี้ แบงค์มาบอกว่าขิงเจ้าชู้ แอบคบหลายคน ผมเลยไม่แน่ใจว่า แค่เรื่องความรักอย่างเดียวที่แย่รึเปล่า ? เพราะตอนเป็นเพื่อนกันผมว่าขิงก็ดีนะ"



"พูดยาก แต่กูจะเล่าสิ่งที่กูเจอให้มึงฟังแล้วกัน มันมีวันหนึ่งที่กูกอดคอมึงจะหอมแก้มมึงมั้ง กูเห็นขิงเบะปาก บ่อยครั้งขิงก็เก็บสีหน้าไม่อยู่เวลากูอยู่กับมึง"



"จริงเหรอ?"



"อืม แล้วมึงจำได้ไหม ตอนที่กูเคยถามมึงเรื่องขิงว่า ขิงไม่เคยจูบจริงเหรอ? กูไม่เชื่อ เพราะกูเคยเห็นขิงจูบกับเด็กเอกดนตรีที่หลังห้องน้ำ"



        ราวกับใครฟาดหัวจนมึนงงไปหมด มันช์นั่งอึ้ง เพราะไม่เคยคิดว่า ขิงจะเป็นคนเช่นนี้



"ผมไม่อยากจะเชื่อ มันจริงหรอวะพี่ที่คนใกล้ตัวผมจะเสแสร้งได้ขนาดนั้นน่ะ ผมดูไม่ออกเลยจริง ๆ นะ"



"มึงไม่ผิดหรอก คนเรามันซับซ้อนกว่าที่คิด ยิ่งคนใกล้ชิด เรายิ่งไว้ใจ เลยไม่รู้ไงว่าคนใกล้ตัวจะทำกันได้  ของแบบนี้ต้องอาศัยประสบการณ์และเรียนรู้คนไปเรื่อย ๆ จิตใจคนเรายากแท้หยั่งถึงว่ะ"

 

 "แล้วถ้าพี่มองออก ทำไมพี่ไม่บอกผมว่าขิงเป็นคนยังไง?" มันช์เริ่มใช้อารมณ์ เขาหงุดหงิดที่แฟนไม่ยอมเล่าในสิ่งที่เขารู้มาก่อนหน้า

 

"กูอยากบอกมึงอยู่ แต่ตอนที่กูลองบอกมึงอ้อม ๆ กูเห็นปฏิกิริยามึงดูไม่เชื่อกู มึงยึดมั่นในความคิดตัวเอง ถ้ากูบอกไป กูมั่นใจได้เลยว่า มึงจะมองว่ากูใส่ร้ายขิง กูเลยไม่พูด และคิดว่า สักวัน มึงคงเรียนรู้ด้วยตัวเอง"



"พี่ว่าผมดื้อเหรอ ? อีกอย่างพี่เป็นแฟนผมนะ ทำไมพี่ต้องให้ผมกลายเป็นคนโง่ด้วยล่ะ"



"เปล่ามันช์ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ในสถานการณ์ตอนนั้น ถ้ากูขืนพูดไป กูว่าเราทะเลาะกันแน่  เพราะมึงเอนเอียงไปทางขิงมากกว่า มันช์ เราอย่าทะเลาะกันเรื่องคนอื่นเลยนะ แค่เรื่องเราก็มากพอแล้ว"



"ไม่ได้ พี่เติร์กว่าผมอ้ะ อื้ออออ ไอ้อี้เอิ๊ก"



    ยังไม่ทันได้หาเรื่องทะเลาะต่อ พี่เติร์กก็จูบปิดปากข้อหาพูดมาก และเพื่อลดการทะเลาะในภายหลัง หากมันช์หายงอแง และใจเย็นลงอีกนิด เติร์กก็จะอธิบายให้มันช์ได้เข้าใจมากกว่าเดิม



.

.

.

.

"สุขสันต์วันเกิดเว้ย"



แกร๊ง แกร๊ง



       เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงที่แบงค์อยู่ร้านเหล้าเพื่อสังสรรค์เนื่องในงานวันเกิดเพื่อน และตอนนี้ แบงค์เมาและเริ่มพูดมาก เขาเดินวนชนแก้วเพื่อน ๆ  รอบโต๊ะ  และความเมานี้เอง จึงทำให้เขากล้ามากขึ้น เดินหยอดคำหวานโต๊ะอื่นไปทั่ว



     และไหน ๆ เขาได้ความโสดคืนกลับมาอีกครั้ง แบงค์จะทำอะไรก็ได้ และคืนนี้ แบงค์อยากสนุกด้วยการลองอะไรใหม่ ๆ เขาบอกกับตัวเองเอาไว้อยากลองวัน ไนท์ แสตนด์กับใครสักคน และยามนี้ คนที่เมากรึ่มเดินถือแก้วมาพิงพนังตรงแถวห้องน้ำยืนหาเหยื่อเพื่อสานสัมพันธ์แก้เหงา จนกระทั่ง มีเหยื่อมาติดกับจากการถูกจ้องตาเป็นเวลานาน



"ชื่ออะไรครับ" คนที่ดูน่าจะอายุน้อยกว่าแบงค์ราวสอง สามปี ส่งตาหวานและเดินเข้ามาทักก่อน



"แบงค์ครับ"



"เนขอเลี้ยงเครื่องดื่มแก้วนึงนะครับ"



       แบงค์ยิ้มก่อนตอบ



"ผมไม่เอาเครื่องดื่มครับ ผมแค่อยาก...." แบงค์ว่าพลางยกแก้วเย็น ๆ ที่หยดน้ำเกาะพราวรอบแก้วนาบคออีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนแขนมาโอบรอบคอแล้วจูบใบหู



"เซ็กซ์"



      ชายหนุ่มอีกคนยกยิ้ม



"เจอกันหน้าร้านนะ"



     แบงค์ยิ้มมุมปากข้างหนึ่ง ก่อนที่คนที่เพิ่งรู้จักกันจะทำสัญญาด้วยการจูบหนักหน่วง ก่อนจะผละและแยกย้ายกันไปที่โต๊ะใคร โต๊ะมัน และเมื่อถึงเวลา แบงค์ร่ำลาเพื่อนและเดินออกมาหน้าร้าน เขาเมาเดินเซไปกระแทกไหล่กับคนที่สวนตรงด้านนอกร้าน



"ขอโทษครับ"



"ไม่เป็นไร เอ้...น้องคนนั้น?"



"เรารู้จักกันเหรอครับ?" แบงค์สบตามองคนถามด้วยสายตาหวานฉ่ำ



"ก็ไม่เชิง วันนั้.น.."



     เต็นยังพูดไม่จบ เขาตกใจ เมื่อคนที่เสวนาอยู่ดี ๆ โดนคนแปลกหน้าจากไหนก็ไม่รู้ วิ่งมาผลักไหล่จนแบงค์เซถลา เต็นรีบคว้ามือน้องเขาไว้กันล้ม



"ไอ้สัด มึงจูบแฟนกูเหรอ?"



    เต็นตกใจตอนที่ได้ยินประโยคนั้นออกมาจากปากคนอื่น นี่มันอะไรกัน? ทำไมน้องคนนี้ ถึงชอบสร้างเรื่องจังนะ



     ฟากแบงค์เหลือบมองคนที่นัดกันในตอนแรก หลบหลังคนที่กำลังต่อว่า ปากบอกโสด บอกไม่มีแฟน แบงค์ก็เลยชวนมีเซ็กซ์ด้วย  แต่ใครจะคาดคิดเล่าว่าคนนี้ จะโกหกเก่งไม่ต่างจากขิง



     ประสบการณ์อันเลวร้ายที่เพิ่งผ่านมาได้ชวนหลอกหลอนแบงค์จนน่าขนลุก



"เออ"



ผัวะ



    เต็นที่ยืนอยู่ข้างแบงค์ยืนเหวอ เมื่ออีกฝ่ายโดนชกเข้าโหนกแก้ม เต็นต้องทำอะไรสักอย่างก่อนเรื่องจะบานปลายใหญ่โต ในขณะที่อีกคนจะวิ่งไปชกอีกหมัด เต็นตะโกนสุดเสียงให้หยุดและรีบแทรกกลางระหว่างทั้งสองเพื่อห้ามจนโดนลูกหลงจากการศอกเข้ากลางหลัง



"หยุด คนนี้แฟนผมเอง"



    เสียงดังลั่น ประจวบเหมาะกับการ์ดวิ่งมาห้ามสถานการณ์ และจับแยกกัน แม้ว่าจะไม่มีเรื่องชกต่อยต่อ แต่ผู้ชายที่อ้างว่าเป็นแฟนกับคนที่แบงค์จูบด้วยก็ด่ากลับด้วยความโกรธ



"ทีหลัง มึงหัดดูแลแฟนตัวเองบ้างอย่าปล่อยให้ออกมาร่านแบบนี้"



     ผู้ชายคนนั้น ชี้หน้าคาดโทษแบงค์และเต็นก่อนจะเดินหนีไปพร้อมการ์ดที่ยังยืนจ้องเขม็ง



     เต็นถอนหายใจมองหน้าคนที่เขาเคยช่วยไว้



"ทำแบบนี้ ทำไม?"



"ผมทำอะไร?" แบงค์ตอบเสียงยานคาง ก่อนจะสบถเบา ๆ พลางยกมือลูบแก้มด้วยความเจ็บและชา

 

"ก็ทำตัวมั่วไง"



   แล้วจู่ ๆ แบงค์ก็หัวเราะพลางยิ้มเยาะ ปรี่ไปโอบรอบลำคออีกฝ่าย แล้วบอก



"แล้วคุณสนใจอยากมีเซ็กซ์กับคนมั่วอย่างผมไหมล่ะ?"   

 

    จากตอนแรกแบงค์อยากมีเซ็กซ์กับอีกคน แต่มันผิดแผนไปหน่อยตรงที่คู่นอนชั่วคราวที่เล็งไว้ดันมีแฟนแล้ว  แต่ไม่เป็นไร แบงค์ยอมรับว่าคนตรงหน้าก็ดูดีใช่เล่น เห็นทีคงต้องลองกันสักตั้ง

.

.

.
.
     เที่ยงวันถัดมา คนที่พลิกตัวไป-มาบนเตียงนอนนุ่ม ส่งเสียงร้องครางอื้ออึง ก่อนจะปรือตามามองรอบห้อง น่าแปลกที่แบงค์ตื่นขึ้นมาโดยไร้อาการแฮงค์หรือปวดหัว



"ไอ้เชี่ย ห้องใครวะ?" คนที่กวาดตามองห้องทาสีขาวล้วน ตัดกับโต๊ะ ตู้ เก้าอี้ที่เป็นงานไม้ เขารีบผุดลุกขึ้นอย่างไม่เข้าใจว่านี่มันคือที่ไหน  แต่พอแบงค์ลุกขึ้น เขารู้สึกเจ็บและเสียดช่วงล่างแปลก ๆ แบงค์เดินไปตรงผ้าม่านสีขาวเนื้อบางเบา แหวกผ้าม่านออกดูด้านนอก เห็นบ้านฝั่งตรงข้ามมากมายที่เขาไม่คุ้นตา แบงค์ขยับเท้าบนพื้นไม้ปาร์เกต์ เดินไปทีละก้าวจนถึงประตูห้องนอนและเปิดประตูออกกว้าง เลี้ยวขวาเพื่อลงบันไดไม้ไปทีละขั้น



     

       เสียงไม้ลั่นดังเอี้ยดอ๊าดทุกขณะที่ขยับเท้า จนกระทั่งถึงครัว  แบงค์เห็นแผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าที่มีแต่รอยข่วนแดงเป็นทางยาวเต็มหลัง แบงค์รู้สึกไม่ชอบใจที่ได้เห็นพวกร่องรอยเหล่านั้น มันเหมือนเป็นสัญญาณเตือนแบงค์บางอย่าง



"ขอโทษนะครับ ผมมาอยู่นี่ได้ไง?"



      แบงค์ถามทำลายความเงียบ พื้นที่บ้านส่วนใหญ่เป็นการใช้วัสดุจากไม้ และบ้านกว้างใหญ่นี้ น่าแปลกที่แบงค์ไม่เห็นมีใครอาศัยอยู่นอกจากเขาคนนั้น





"จำไม่ได้เลยเหรอ ?" คราวนี้ คนที่ถูกถามไม่ได้แค่เหลียวหน้ามอง เขาหันมาทั้งตัว ยิ่งทำให้แบงค์ตกใจ เมื่อตรงแผงอกกว้าง มีแต่รอยจ้ำกระจายไปทั่ว



"ก็พอได้นิดหน่อย รู้แค่ว่า ผมเมา" แบงค์รู้สึกคอแห้ง อยู่ ๆ เขาก็กลืนน้ำลายได้ยากลำบาก เมื่อเห็นหลักฐานที่ชวนให้แบงค์สงสัยว่าร่องรอยที่ประดับบนตัวอีกฝ่ายทำไมมันดูสดใหม่ เหมือนมีใครเพิ่งทำมาสด ๆ ร้อน ๆ 





"พี่ทำข้าวต้มหมูไว้ให้ครับ ส่วนจะกินน้ำอะไร แบงค์หยิบในตู้เย็นได้เลยนะ หรือถ้าแบงค์อยากกินอะไรที่ไม่ใช่ข้าวต้ม สั่...ง." เต็นบอกด้วยรอยยิ้มอบอุ่น



"หยุดพูดเถอะครับ"



     แบงค์หงุดหงิดใจกับสิ่งที่เห็นตามตัวอีกฝ่าย ไหนจะความเป็นสุภาพบุรุษเกินจำเป็นที่ดูไม่ต่างกับการสร้างภาพ ลวงโลกขึ้น



      แบงค์ไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนเช่นนั้นจริง ๆ เขาจึงไม่สนใจกับคำถามที่บุรุษนิรนามถาม สิ่งที่แบงค์อยากรู้ตอนนี้ คือ 





"เมื่อคืน เรามีเซ็กซ์กันหรอครับ?" แบงค์ถามตรงประเด็น จนเต็นชะงักงัน เขาเงียบไปนานก่อนตอบ



"ใช่ เรามีเซ็กซ์กัน"



"ผมจะรู้ได้ไงว่าคุณพูดจริงหรือโกหก"



"พี่ไม่จำเป็นต้องโกหก"



"ผมหรือคุณที่...." เพียงแค่เห็นสายตาอีกฝ่ายมองมาที่ช่วงล่างของแบงค์เขาก็เข้าใจในความหมาย



      แบงค์พยายามปลอบใจตัวเองว่าคงไม่ใช่เรื่องจริง แต่พอความปวดหน่วงหนึบตรงช่วงล่างแล่นปราดทันทีที่นึก รวมถึงสายตาคู่นั้นมองมาอย่างแฝงความนัย แบงค์คงต้องยอมรับว่ามันคือความจริงเสียแล้ว



      คนที่เคยแต่รุกล้ำอาณาเขตคนอื่น กำลังยืนเงียบ เมื่อรู้ว่าตัวเองได้ถูกรุกล้ำอาณาเขตคืนบ้าง



"ใส่ถุงไหม?" แบงค์ถาม ฟากเต็นพยักหน้า และทันใดนั้น แบงค์สบถ  ก่อนจะรีบวิ่งไปบนห้อง คุ้ยขยะถังเล็กพบถุงยางอนามัยสองชิ้นที่ถูกรัดปลายไว้แน่นหนา อยู่ในถังขยะนั้นจริง ๆ  แบงค์สบถพลางขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง





     เมื่อวาน กับวันนี้ ช่างแตกต่างกัน แบงค์ไม่ได้รู้สึกดีที่เขาเพิ่งผ่านการมีเซ็กซ์มากับใครก็ไม่รู้ แบงค์รีบล้างหน้า ล้างตา คว้าของสำคัญทุกอย่างเพื่อกลับบ้าน เพราะทนรับสภาพตัวเองไม่ไหว เมื่อคิดได้ ก็รู้ว่าตัวเองไม่น่าเมาเช่นนี้

     



      ในระหว่างที่สองเท้าแตะถึงพื้นบ้าน แบงค์ได้ยินเสียงคนเถียงกันวอแว 





"พี่เติร์กไม่เห็นบอกผมเลยว่าพี่มีบ้านกว้างขนาดนี้ มาทนนอนห้องรูหนูกับผมอยู่ได้"



"ก่อนหน้านี้ก็อยู่แค่คอนโด กูเพิ่งย้ายมาเช่ากับไอ้เต็น เอาไว้กินเหล้า ทำงาน อีกอย่าง กูไปนอนกับมึงเพราะมันมีมึงไง ไม่มีกูก็ไม่อยากไปหรอก"



"พี่แม่งชอบพูดให้ผมเขินว่ะ"



     ตลอดบทสนทนาแบงค์ได้ยินทุกอย่างถึงการเอ่ยชื่อคุ้นเคย ยิ่งทำให้เขาแปลกใจทำไมมันถึงเป็นเรื่องบังเอิญได้ขนาดนี้ เมื่อตัวเขาเดินพ้นผนัง ฟากมันช์ตกใจที่เห็นเพื่อนรักอยู่ในบ้านหลังนี้



"เอ้ย ไอ้แบงค์ มึงอยู่นี่ได้ไง"



     แบงค์หันไปสบตากับผู้ชายคนนั้นที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี และเป็นแบงค์เองที่ละสายตาก่อน ส่วนเต็นที่หันไปให้คำตอบรุ่นน้อง



"เมื่อคืนพี่ไปกินเหล้า เจอน้องเขาเมา เลยพามาค้างที่นี่ เขาเป็นเพื่อนมันช์เหรอครับ ?"



"ใช่ครับ ไอ้แบงค์อะเพื่อนรักผมเลย เอ้! หรือว่านี่คือพรหมลิขิต ? ตอนแบงค์โดนกระทืบพี่ก็ช่วยมัน เมื่อคืนมันเมาพี่ก็ช่วยมันไว้อีก พี่เต็นของผมนี่เทวดาประจำตัวแบงค์ชัด ๆ เลยนะครับ"



     มันช์แซวเพื่อน จนเต็นอมยิ้ม ผิดกับแบงค์ที่เขาไม่ขำด้วย



"แล้วสรุปเมื่อคืนพี่เต็นแค่พาเพื่อนผมมานอนอย่างเดียวจริงหรือครับ ทำไมตัวพี่มีแต่รอย โอ้ย! พี่เติร์กตีผมทำไมวะ?"



"ใครสั่ง ใครสอนให้ยุ่งเรื่องคนอื่น ไม่ต้องถามมากเลยมันช์"



"พี่ว่าผมต่อหน้าคนอื่นเลยเหรอ?"



      มันช์น้อยใจที่คนรักดุต่อหน้าคนอื่น ฟากเต็นยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเติร์กโอบกอดมันช์และพร่ำขอโทษ  ส่วนเต็นไม่คิดว่าน้องชายจะกลับบ้านเร็วกว่าที่คิดไว้ เพราะในตอนแรกเติร์กบอกว่า จะกลับวันนี้ช่วงค่ำ ๆ เขาจึงไม่ได้แต่งตัวให้เรียบร้อย



"ไหนว่ากลับมืดไง นี่เพิ่งบ่ายโมงเอง"



"กูไม่รู้จะไปไหน ? ก็เลยพามันช์มานั่งเล่นที่นี่" เติร์กตอบ



"ผมกลับก่อนนะครับ" แบงค์รีบตัดบท เดินออกจากพื้นที่ตรงนี้ แต่มันช์กลับดึงแขนเสื้อเพื่อนไว้



"อ้าวอยู่ด้วยกันก่อนดิ ไหน ๆ ก็มาอยู่นี่แล้ว"



"ไม่ดีกว่า"



"รังเกียจพี่เหรอครับ?" เต็นถาม แบงค์ชะงักพลันเหลือบมองคนที่ยืนนิ่ง



"ผมปวดหัว"



"ถ้างั้น ก็นอนก่อนดิ เดี๋ยวกูปลุกก็ได้ ยังไงมึงก็ต้องกลับพร้อมกู"



"มันช์ กูอยากกลับบ้านเว้ย!"



      ทุกคนเงียบกริบตอนที่แบงค์ตะโกน  แบงค์ขอโทษเพื่อนก่อนจะรีบปรี่ไปสวมรองเท้าผ้าใบที่ถอดไว้ตรงประตูหน้าบ้าน ฟากเต็นวิ่งตามไปจับข้อมือ



"เป็นอะไร?"



"คุณน่ะเป็นอะไร? ผมโคตรจะไม่ชอบที่คุณแสดงเลยว่ะ มันก็แค่วันไนท์ไหมวะ? คุณไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำตัวเป็นคนดี มาดูแลผมขนาดนี้ก็ได้"



"หืม? แล้วทำไมพี่ต้องเสแสร้งครับ" เต็นถามกลับอย่างไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายดูคิดอคติ



"ก็หวังเซ็กซ์ไง คุณอยากได้อีกใช่ไหมล่ะ คุณจำไว้นะ เราก็แค่คู่นอนชั่วคราว จากนี้ ก็ลืมมันไปซะ "



      เต็นยิ้มมุมปาก และเอื้อมมือไปบีบกระชับที่มืออุ่น ๆ แต่แบงค์สะบัดออก



"เราเริ่มต้นกันแบบข้ามขั้นไปหน่อย แต่จากนี้ เราค่อย ๆ กลับมาทำความรู้จักกันทีละนิดก็ไม่เสียหาย" เต็นไม่รู้ว่าแบงค์ไปเจอเรื่องราวอะไรมา ถึงได้มองโลกในแง่ร้ายขนาดนี้ เขาจึงพยายามพูดให้แบงค์รู้ว่า การวันไนท์ แสตนด์ มันแค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยก็จริง แต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีโอกาสพัฒนา เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล



"อย่าเลยครับ ก็แค่เซ็กซ์คืนเดียวไม่ใช่รัก"



"มันก็จริง ตอนนี้ พี่ไม่ได้รักแบงค์ แต่อนาคตใครจะรู้ ถ้าแบงค์ลองให้โอกาสพี่ที่จะพัฒนาความสัมพันธ์"



"ไม่มีทาง คุณลืมไปเถอะ ถือซะว่า เราได้ระบายความใคร่ และจากวันนี้เราไม่รู้จักกัน"





     เต็นใจกระตุก ผุดรอยยิ้มบางเบารับคำพูดที่หนักแน่น แบงค์ไม่ผิดที่จะคิดอย่างนั้น เพราะเราต่างพบกันแค่วันเดียว ยังไม่ถึงขั้นผูกพันกันมากมาย ก็ไม่แปลกอะไร หากแบงค์จะไม่มีวันเชื่อว่า การวันไนท์แสตนด์จะได้พบคนที่จริงจัง จริงใจในความสัมพันธ์จนสามารถเป็นแฟนกันต่อได้



       แม้เต็นจะเสียดายโอกาส แต่ไม่เป็นไร ถ้าอีกฝ่ายจะยึดมั่นขนาดนั้น เต็นก็ยากจะเปลี่ยนแปลงความคิดอีกฝ่าย



"ถ้าแบงค์ต้องการแบบนั้น พี่ก็โอเค โชคดีนะครับแบงค์"



"ขอบคุณครับ"



"เดี๋ยวก่อน แบงค์"



"อะไรครับ?"



"ถ้าแบงค์จะลืมเรื่องเมื่อคืนก็ไม่เป็นไร แต่อยากให้จำชื่อพี่ไว้ พี่ชื่อเต็น ยินดีที่ได้รู้จักครับ"



     แบงค์มองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก่อนจะเดินพ้นประตูรั้วบ้านแล้วลอบถอนใจ จะคิดมากทำไม มันก็แค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวยที่ควรจบลงไปแล้วในเมื่อวาน



      เวลานี้ แบงค์ไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีกว่าการกระทำแบบไหน คือ จริงใจหรือเสแสร้ง หลังจากที่ขิงได้กระทำให้เขาเข็ดหลาบและฝังลึกลงในความทรงจำ



    บางที มันอาจยังไม่ถึงเวลาที่แบงค์สมควรจะมีความรักครั้งใหม่ก็ได้



    แบงค์คิดเช่นนั้น...



.
....................................

 :hao3: :mew1:

โถแบงค์ พี่เต็นเขาดีจริง ๆ เขาไม่ได้เสแสร้งน้า ก็เข้าใจอะนะคนเคยเจ็บมา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31-03-2019 02:37:41 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

แหม่...แบงค์เอ๋ย

ไม่อยากสานต่อเพราะไม่อยากตกเป็นเบี้ยล่างหรือเปล่า?  อิอิ  เก๊าล้องเล่ง

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น่าๆ แบงค์ใจเย็น เผื่อพี่เค้าอยากดูแลน๊าา
 :กอด1:
 :3123:
 :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0

บทที่ 22 ที่รัก









"มันช์ที่โทรมาบอกว่ามีเรื่องจะคุย มีอะไรหรอ?"




     แม้จะอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่มันช์อึดอัดใจ ทนรอให้เปิดเทอมไม่ไหว จึงนัดให้ขิงมาหาที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อคุยเรื่องสำคัญ ทั้งสองนั่งคุยกันในร้านไอศกรีม โดยระหว่างนี้ พี่เติร์กก็เดินรอเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก
 



     มันช์โกรธที่ขิงผิดคำสัญญา ทั้งที่เคยทำข้อตกลงระหว่างกัน ว่าอย่าทำให้แบงค์ผิดหวัง


"ขิง หลอกแบงค์ทำไม? เราเคยคุยกันไว้ว่าไง?"


      ขิงเงียบ เพราะไม่คิดว่า มันช์จะรู้เรื่องนี้ และก็คิดไม่ถึงว่ามันช์จะหวง ห่วงเพื่อนถึงขั้นลงทุนนัดมาเจอขิงเพื่อต่อว่าขิงโดยเฉพาะ


"ทำไมไม่ตอบ" มันช์ถามเสียงแข็ง


"ขิงบอกไปแล้ว ว่าไม่ชอบ แต่แบงค์ไม่พอใจ เลยคิดจะข่มขืนขิง" ขิงตอบออกมาอย่างหน้าไม่อาย ฟากมันช์เสียใจที่ไม่คิดไม่ฝันว่าคนที่มันช์มอบความจริงใจในความเป็นเพื่อนกันจะทำกันแบบนี้


"ขิง พูดความจริงกับเราเถอะ เรารู้ขิง เรารู้ว่าไอ้แบงค์ไม่ใช่คนแบบนั้น"


"......"


"ขิง เราเสียใจว่ะ ขิงทำกับเราแบบนี้ได้ไง ขิงไม่สนคำพูดเราเลย ขิงผิดสัญญา"


"ทำไมขิงจะไม่สน ขิงแคร์มันช์มาก แต่มันช์ก็ผิดสัญญาเหมือนกันนั่นแหละ"



"เราทำอะไรผิด?" มันช์ถาม


"มันช์บอกว่า มันช์จะดูแลขิง แต่พอมันช์มีพี่เติร์ก  มันช์ไม่เคยสนใจขิงเลย มันช์ห่างไป ทำไมล่ะมันช์"




       มันช์นั่งอึ้ง เมื่อเห็นขิงปล่อยโฮออกมา มันช์ไม่รู้แล้วว่า นี่เป็นเรื่องจริงหรือหลอก


"ขิงแยกแยะสิ เราก็ยังเหมือนเดิม เป็นห่วงขิงเหมือนเดิม แต่เรามีแฟน เราก็ต้องให้เวลาแฟนด้วยไหม?"


"แล้วทำไม ไม่ใช่ขิงล่ะ ทำไมถึงไม่ใช่ขิงที่จะเป็นแฟนมันช์นะ"



"เพราะเราไม่ได้ชอบขิงแบบแฟนไง  แต่เราเป็นเพื่อนกันได้" มันช์ตอบเสียงแผ่ว จากที่เข้มแข็งดุดันในตอนแรก ก็อ่อนโยนลงเมื่อเห็นน้ำตาของคู่สนทนาที่นั่งอยู่ตรงข้าม


"แล้วมันช์จะเสียใจ มันช์ไปกับพี่เติร์กไม่รอดหรอก  ขิงเตือนด้วยความหวังดี ทำไม ขิงจะดูไม่ออกว่า พี่เติร์ก เจ้าชู้ขนาดไหน? มันช์อย่าลืมสิว่าพี่เติร์กหน้าตาดีจะตาย ขิงเห็นพี่เติร์กเดินกับผู้หญิงหน้าตาสวยอยู่บ่อย ๆ และผู้หญิงที่ว่าก็เป็นแฟนเก่าพี่เติร์ก ชื่อพี่กวาง มองยังไงก็ดูเหมาะสม ระวังถ่านไฟเก่าไว้ให้ดีแล้วกัน"


    มันช์นั่งมองขิงปาดน้ำตา แล้วลุกหนีไปเฉย ๆ มันช์ไม่รั้งเพื่อน เขาแค่ปล่อยให้ขิงเดินไป ส่วนตัวเองก็มานั่งกัดปากครุ่นคิดเรื่องที่ขิงพูดทิ้งท้าย มันช์ไม่รู้ว่า ขิงต้องการอะไรกันแน่ แต่ในแววตาคู่นั้น สิ่งหนึ่งมันสะท้อนถึงความเสียใจออกมาจริง ๆ สองกำปั้นน้อย ๆ ทุบลงบนโต๊ะเบา ๆ เขาไม่รู้แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร



"เกิดอะไรขึ้น? กูเห็นขิงร้องไห้"


     มันช์มองพี่เติร์ก พินิจพิจารณาคนรักในสไตล์ที่คุ้นตา ทั้งการแต่งกายที่สวมใส่เสื้อเชิ้ตด้านนอกทับเสื้อกล้ามสีขาวข้างใน กับกางเกงยีนส์รองเท้าผ้าใบ ใบหน้าดูดีที่เคยรับกับผมยาวเลยคางจนมัดรวบได้ เวลานี้ พี่เติร์กดูใบหน้าหล่อเหลาและสะอาดสะอ้านกว่าเดิม เมื่อพี่เขาตัดผมหยิกลอนใหญ่ ไม่เป็นทรงเหลือความสั้นระดับติ่งหู แต่ยังคงไว้ซึ่งความเท่ มีเสน่ห์เหลือล้น


     คน ๆ นี้น่ะเหรอ จะเจ้าชู้ จะแอบควงคนอื่นทั้งที่คบกับมันช์



    แม้ว่าจะไม่เชื่อ แต่ต้องยอมรับว่าขิงทำให้ความมั่นใจมันช์สั่นคลอนเหมือนกัน


    มันช์นั่งมองคนที่เอื้อมมือมาแตะหลังมือเขา


"พี่เติร์กครับ ถ้ามีคนหน้าตาดีกว่าผมมาก ๆ รวยกว่าผมมาก ๆ ไม่งี่เง่าเหมือนผม มาชอบพี่ตอนนี้ พี่จะชอบไหมครับ?"



"ขิงพูดอะไรกับมึง?" เติร์กตกใจตอนที่อยู่ดี ๆ มันช์ก็มาถามโต้ง ๆ  การถามแบบนี้ ไม่พ้นโดนเป่าหูเป็นแน่


"พี่ตอบผมสิ"



"ทำไมกูต้องชอบคนอื่นในเมื่อกูมีมึง"


"....."



"มันช์ ถ้ากูอยากคบคนที่เพอร์เฟกท์ขนาดนั้น กูคงไม่เลือกจีบมึงตั้งแต่แรก"


"....."


"กูชอบคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจมากกว่าจะหาคนสมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง มันอึดอัด มึงเข้าใจไหม?"
เติร์กผุดรอยยิ้มแล้วบีบกระชับมือคนตรงข้าม



"แฟนเก่าพี่ชื่อกวางใช่ไหม ?" มันช์ต้องการรู้ให้หมด เพื่อความสบายใจถึงที่สุด มันช์อยากรู้ว่าสิ่งที่ขิงพูดเป็นความจริงไหม เขาจึงถามเรื่องอื่นต่อ



"มึงรู้ได้ไง?"



         มันช์อึ้ง ตอนที่พี่เติร์กเบิกตาโต นั่นแสดงว่า แฟนเก่าพี่เติร์กเป็นชื่อเดียวกับที่ขิงเอ่ย แสดงว่าที่ขิงพูดเรื่องนี้มันเป็นความจริง


"ไม่สำคัญที่ผมจะรู้มาจากไหน แต่มันเป็นเรื่องจริงที่พี่มีแฟนชื่อกวาง ใช่ไหมล่ะ?"



"มันช์ กูเคยบอกว่าอะไร? อย่าพูดเรื่องอดีตจำได้ไหม ?"



"แล้วทำไมพี่ถึงไม่ตอบ ถ้าพี่ไม่มีอะไรคาใจ"



"กูไม่อยากทะเลาะกับมึงไงมันช์"



"ถ้างั้นก็ตอบผมสิครับ" เติร์กถอนหายใจ



"อืม เขาเรียนที่นี่ เป็นรุ่นน้องกูปีนึง เลิกกันมาได้สักพัก จบนะ"



"ตอนนี้ พี่ยังคุยกับเขาอยู่ไหม?"



    เติร์กเงียบพลางทอดถอนใจก่อนตอบ


"ถ้าเจอหน้าก็ทักกัน แต่กูไม่ได้คิดอะไรกับกวางแล้ว มันช์ กูไม่โอเคที่มึงถามถึงแฟนเก่าแบบนี้"


"ผมแตะต้องเขาไม่ได้เลยเหรอครับ?"


"ไม่ใช่ แต่ตอนนี้ คนที่กูคบคือมึงไง มึงจะพูดถึงคนเก่าให้ทะเลาะกันทำไม? มันช์"


"เพราะพี่คือคนแรกของผมไงครับ และผมไม่เคยรักใครนอกจากพี่ ผมถึง อยากรู้อดีตพี่ไงครับ ว่าผมพอจะดีสู้คนเก่า ๆ พี่ได้ไหม? ช่างมันเถอะครับ"


"มันช์! กลับมาคุยกันก่อน อย่าเป็นแบบนี้"



     มันช์เงียบแล้วลุกไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ ฟากเติร์กสบถที่อยู่ดี ๆ ทำไมเรื่องถึงกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนมาเจอขิง ทุกอย่างก็ราบรื่น



     จวบจนถึงบ้านของเติร์ก ทั้งสองยังเงียบงันใส่กัน ระหว่างที่รอพี่เติร์กอาบน้ำ  มันช์ออกมานั่งรับลมอยู่ตรงเก้าอี้เหล็กดัดสีขาวหน้าบ้าน มันช์นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ซึ่งเรื่องที่คิดนั้น ก็ล้วนเป็นเรื่องพี่เติร์กทั้งสิ้น



"เป็นอะไรไป มันช์ ทะเลาะกับเติร์กเหรอ?" ตั้งแต่เห็นทั้งสองเดินเข้าบ้านมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง เต็นก็พอจะเดาสถานการณ์ได้ เขาเป็นห่วงมันช์จึงเดินมาถามไถ่เป็นห่วง


"พี่เต็น พี่เคยเห็นแฟนเก่าพี่เติร์กที่ชื่อพี่กวางไหมครับ?"


"หือ ถามทำไมครับ?"


     มันช์มองหน้าพี่เต็นที่ดูกระอักกระอ่วนจะตอบ แต่สุดท้ายเต็นก็คงสงสาร ถึงยอมเผยความจริงออกมาจนได้


"เคยครับ กวางอายุน้อยกว่าเติร์ก ตอนที่พวกเขาคบกัน เติร์กเรียนอยู่ปีสอง คบสักพักก็เลิกกัน พี่ว่า มันช์อย่าสนใจเรื่องแฟนเก่าเติร์กเลย มันจบไปแล้ว ตอนนี้ เติร์กรักมันช์จะตาย คนนอกอย่างพี่ยังดูออกเลยนะ"



"ถ้าเลิกก็ควรจบ ไม่ควรไปเจอกันไหมครับ?"



"เติร์กบอกเหรอ ว่าไปเจอ?"


     มันช์ส่ายหน้า และบอก


"เปล่าครับ เพื่อนผมเห็น"



"พี่เข้าใจนะว่ามันช์มีสิทธ์เลือกฟังความเห็นคนอื่น แต่มันช์ก็ต้องดูด้วยว่าการที่เขาพูดอะไรมา มันมีความจริงมาก น้อยแค่ไหน ที่สำคัญ..." เต็นเว้นวรรคและบอกรุ่นน้องที่กำลังนั่งกลั้นน้ำตาจนตาแดงและจมูกแดงก่ำ


"มันช์ต้องดูจุดประสงค์ว่าเขาบอกเพราะหวังดี หรือบอกเพราะอะไร?" เต็นตกใจตอนที่อยู่ ๆ มันช์เอนศรีษะมาพิงไหล่


"แต่เพราะผมรักพี่เติร์กมากยังไงล่ะครับ ผมถึงคิดมากและกลัวจะสู้แฟนเก่าพี่เติร์กไม่ได้"


"แล้วทำไมต้องเอาตัวเราไปเปรียบเทียบครับ"



"ก็พี่เติร์กคือรักแรกของผม แต่ผมไม่ใช่คนแรกของเขา พี่เขามีแฟนมาเยอะ ผมก็กลัวที่จะ..."



"มันช์คิดทุกเรื่องแบบนี้ มันช์ก็จะเอามันมาเป็นประเด็นในการทะเลาะกันได้หมด บางเรื่อง ไม่จำเป็นต้องรู้ ปล่อยผ่านบ้างก็ดีนนะ"


"แต่....."


"พี่เป็นพี่ชายมัน พี่บอกได้เลยครับว่า เติร์กรักมันช์แน่นอน แม้เราจะไม่ค่อยคุยกันเรื่องความรัก แต่พี่มั่นใจว่าน้องชายพี่รักเดียวใจเดียว ถ้าเติร์กตัดสินใจคบใครแล้ว เขาจะไม่มองคนอื่น"


"......"


"มันช์เชื่อพี่นะครับ"


    เต็นบอกทั้งยังวาดมือไปลูบต้นแขนอีกฝ่ายเบา ๆ ฟากมันช์พอได้ฟังแบบนี้ ความเครียดก็ทุเลาลง


"ครับ ผมเชื่อพี่ ผมจะไปง้อพี่เติร์ก"



"ดีครับ มันช์ควรลดอาการคิดมากลงบ้างนะ"



"ครับ ๆ ผมถามเรื่องพี่บ้างสิ พี่กับแบงค์ ไม่ได้เป็นอะไรกันจริง ๆ เหรอ?" เต็นยิ้มและบอก


"เรื่องพี่ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวเติร์กจะสงสัยว่าทำไมมันช์ยังไม่ขึ้นไปอาบน้ำ"



  มันช์ยิ้มรับพลางพยักหน้า ฟากเต็นก็โยกศรีษะเด็กหนุ่มเบา ๆ ในขณะที่ทั้งสองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหลังกลับจะเข้าบ้าน เต็นและมันช์ต่างตกใจเมื่อเห็นเติร์กยืนจ้องมองอยู่ และไม่รู้ว่ามายืนตรงนี้เนิ่นนานเท่าไหร่


"พะ...พี่เติร์ก"


"กูมาตามไปอาบน้ำ"


"อ่าครับ"


  มันช์หน้าหงอย เดินตามพี่เติร์กต้อย ๆ เพื่อไปอาบน้ำ

.
.
.
.
    คนที่อาบน้ำเสร็จ เดินเข้ามาในห้องนอน ก็พบแต่ความมืดมิดที่พี่เติร์กปิดไฟนอนโดยไม่รอ เมื่อได้ฟังคำปรึกษาจากพี่เต็นแล้ว มันช์คิดว่า เวลานี้ เขาควรเป็นฝ่ายง้อคนรักโดยไม่มีข้อแม้



"พี่เติร์ก ช่วงนี้ปิดเทอม เราไปเที่ยวทะเลกันไหม?" มันช์ถามท่ามกลางความเงียบและความมืด มือเย็น ๆ ก็สวมกอดพี่เติร์กจากด้านหลัง แม้ภายในห้องจะเงียบงัน แต่มันช์รู้ว่าพี่เติร์กยังไม่หลับแน่นอน



"โกรธผมเหรอ?" มันช์ย้ำถาม ตอนที่คนรักไม่หือ ไม่อือ กลับมา



"คิดว่ากูควรโกรธเรื่องอะไร"



"เรื่องที่ผมคุยกับพี่เต็นไหม?"




"ก็ส่วนหนึ่ง"


"แล้วอีกส่วน"


"มึงเชื่อคนอื่นมากกว่ากู"


"พี่เติร์ก ผมผิดเอง ผมขอโทษนะครับ" มันช์ว่าพลางจูบหลังคอพี่เติร์ก พร้อมใช้มือลูบไล้ไปทุกส่วนของร่างกายที่มันช์หลงใหล ใคร่ปรารถนา


"คำพูดกูไม่มีความหมายเลยเหรอ? มึงถึงเชื่อคำคนอื่นตลอด กูบอกให้ไว้ใจกู ทั้ง ๆ ที่มาจากปากกูเอง มึงก็ยังไม่เชื่อ ทำไมวะมันช์"


      พี่เติร์กพูดแต่เขายังคงหันหลังให้มันช์ไม่ยอมหันมาพูดกันดี ๆ ฟากมันช์จึงสวมกอดไม่ปล่อย และใช้ริมฝีปากขบเม้ม พรมจูบไล้ไล่จากลำคอไปยังใบหู


"ผมจะเชื่อพี่ ผมไม่งี่เง่าแล้ว ดีกันนะ พี่เติร์ก" มันช์ว่าก่อนจะชะโงกตัวไปจูบแก้มอีกฝ่ายแล้วสบตามองคนที่ยังคงทำหน้าบึ้งตึง



"เฮ้อ!!..."


"ไม่เอานะ ไม่ถอนหายใจแบบนี้ ผมขอโทษครับพี่เติร์ก" มันช์ว่าเสียงอ้อน เมื่อได้ยินพี่เติร์กหลุดถอนหายใจเสียงดังออกมา



"ไอ้ดื้อ" เติร์กบ่น แต่มันช์อมยิ้มเมื่อสุ้มเสียงนั่นดูอ่อนโยนลง มันช์แนบใบหน้าลงแผ่นหลังอุ่น ๆ



"ไม่ดื้อแล้ว ผมไม่ดื้อ เราไปคลายเครียดกันที่ทะเลนะพี่เติร์ก นะที่รักของผม"




     เติร์กใจกระตุก ตอนที่อีกฝ่ายป้อนคำหวาน และมันช์ไม่เรียกเปล่ากลับขยับใบหน้าขึ้นจากเดิม และใช้ปลายลิ้นเลียวนตั้งแต่ติ่งหูไปจนใบหู



"อยากไปไหน? ก็เลือกที่พักมา เดี๋ยวกูจ่ายให้"


"เย้! รักพี่เติร์กที่สุดเลย ที่รักของผม"



ฟอด


     มันช์หอมแก้มพี่เติร์กเต็มปอด มันช์รู้แล้วว่าเขาจะพยายามไม่วู่วาม และใช้อารมณ์ให้น้อยลงกว่าเดิม
.
.
.
.
"โอ้ยยยยย เห็นอย่างนี้หายเหนื่อยเลย" หลังจากที่มันช์ชวนพี่เติร์กว่าอยากมาทะเล สัปดาห์ถัดมา มันช์ก็ได้มาสมใจอยาก โดยมันช์ดึงแบงค์มาด้วยกัน หวังให้มันหายเครียดเรื่องขิง แต่ดูเหมือนว่า คนที่หายเครียดเรื่องขิงจะเปลี่ยนมาเป็นเรื่องพี่เต็นแทน เนื่องจาก แบงค์ไม่รู้ว่า มีพี่เต็นมาด้วย เนื่องจากมันช์ไม่ได้บอกก่อน



"อืม ดีแล้ว เดี๋ยวถึงที่พักก็ค่อยว่ากัน ว่าจะไปไหนอะไร ยังไง?"



   ตอนนี้ ทุกคนเออออและกำลังนั่งรอรถของโรงแรมเพื่อมารับไปยังที่พัก ตอนนี้ ทุกคนนั่งรอราวสิบห้านาที ก็แบกกระเป๋าขึ้นบ่าเดินตามพนักงานโรงแรมไปยังรถที่จอดไว้พร้อมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติรายอื่น ๆ ที่ก็เดินตามมาด้วยกัน กว่าสิบห้านาทีที่รถยนต์ได้ผ่านเส้นทางทั้งชันและคดเคี้ยวขึ้นไปตามไหล่เขา จนตอนนี้ ทุกคนเดินลงจากรถเพื่อเช็คอินก่อนเข้าพัก



    ในขณะที่ทั้งสี่คนรอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหนึ่งได้เช็คอินก่อน ทุกคนยืนมองวิวของโรงแรมจากระเบียงมุมสูงที่สามารถมองเห็นทะเล ภูเขาได้แบบพาโนรามา แม้จะมีลมแดดพัดผ่านชวนเหนียวเหนอะหนะและร้อนตัวอยู่สักหน่อย แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคในการมาเที่ยวทะเลแต่อย่างใด ขอแค่ได้พัก อาบน้ำ อาบท่าให้ชื่นใจก็พร้อมใจจะลงไปเหยียบย่ำผืนทรายละเอียดและเล่นน้ำทะเลให้สมกับการรอคอย



    มันช์ตื่นเต้นจนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขาเขย่าแขนพี่เติร์กและชี้นิ้วให้พี่เติร์กดูเกาะ ๆ หนึ่งที่ไกลสุดลูกหู ลูกตา



"สวยอะ ที่รัก"



กึก


     มันช์ลืมตัว นึกว่าอยู่กันสองคน เขาเม้มปากแน่นแล้วหันไปทำตาหยี หน้าแหย ๆ ใส่พี่เติร์กที่กลั้นขำแล้วดึงมันช์มาใกล้เพื่อโอบเอว



"โอ้ย! หมั่นไส้ อยากถีบคนมีความรัก"  แบงค์ทำเป็นพูดเสียงดัง เขาเบะปากใส่เพื่อน



"พี่เติร์กไปเช็คอินกันเถอะ อยากเข้าห้องแล้วอะ"



    มันช์หน้าชาและแดงแปร๊ดเพราะอาย เขาเกาคอแก้เก้อ ก่อนจะเกาะแขนคนรักดึงไปตรงที่พนักงานนั่งรอรับลูกค้า  เมื่อทั้งสี่เช็คอินเรียบร้อย จังหวะที่ทุกคนกำลังเดินตามพนักงานไปถึงครึ่งทาง แบงค์ที่เงียบอยู่นาน ตัดสินใจแทรก


"เดี๋ยว มันช์ ทำไมมีกุญแจสองดอก เราไม่ได้นอนบังกะโลกันเหรอวะ?"


   มันช์มองกุญแจที่ถืออยู่ในมือพี่เติร์กก็ทักบ้าง


"เออ พี่เติร์ก สรุปเรานอนห้องแบบไหน โฮเทล รูม หรือบังกะโล?" มันช์ถามคนรัก เพราะถ้าเป็นบังกะโลห้องก็ใหญ่โตจนสามารถนอนรวมกันได้ เขาจะให้กุญแจมาสองดอกทำไม

"อ้อ สงสัยกูเบลอตอนจองห้องกูคงกดประเภทห้องผิด เอาน่าแบงค์ ก็แค่นอนแยกกัน"


    แบงค์เงียบ ก่อนเรียกพนักงานที่เดินนำอยู่เพื่อสอบถาม



"ขอโทษนะครับพี่ ตอนนี้เราสามารถอัพเกรดห้องเป็นบังกะโลได้ไหมครับ ?"



"ทางเราขอเช็คจากระบบก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวเราจะโทรมาแจ้งให้ทางลูกค้าอีกที"


"ขอบคุณครับ"



"เพื่อนกูกลายเป็นคนเรื่องมากตอนไหนวะ" มันช์บ่น แบงค์ที่เดินตามหลัง ถีบเข้าที่ข้อพับด้านหลังเข่า จนมันช์ขาอ่อน เสียหลักจะล้มแต่เติร์กมือไวประคองแขนมันช์ได้ทัน


"ไอ้เชี่ยแบงค์แกล้งกูทำไมวะ"


"มึงด่ากู"


"เอ้าก็จริง แค่นอนแยกกัน ทำไมจะต้องวุ่นวายด้วย เรื่องมาก"


"ถ้างั้น มึงก็นอนกับกูสิมันช์" แบงค์เอ่ย แต่มันช์ยังไม่ทันเอ่ย พี่เติร์กก็โพล่ง


"ไม่ได้ นี่คือทริปฮันนีมูนของกู" กลายเป็นว่าแบงค์ไม่มีคนเข้าข้าง เพราะพี่เติร์กก็รีบแย้งทันที ทันใด ทำให้แบงค์เบะปากอย่างเซ็ง ๆ



"ใช่ พี่เติร์กพูดถูก" มันช์เสริมพี่เติร์ก



"เพื่อนกูแรดฉิบหาย" แบงค์บ่นพึมพำ ยามที่มันช์ก็รีบเออออรับคำคนรักของมัน  เดี๋ยวนี้ ดูมันช์มันไม่ค่อยอายเวลาพี่เติร์กพูดเรื่องความรักของทั้งสอง


    ในขณะที่มีคนหัวเสียเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้ง ยังมี อีกคนที่แอบมองมาตลอดก็ลอบถอนหายใจ ก่อนบอกทุกคน



"แบงค์ไม่ต้องกังวลนะครับ พี่จะเดินไปถามพนักงานที่ฟรอนท์ว่ามีห้องว่างไหม พี่จะจองเพิ่ม จะได้ไม่ต้องเถียงกัน"



    เต็นไม่อยากให้การมาเที่ยวรอบนี้หมดสนุก เขาจึงยอมจ่ายเพิ่มเพื่อตัดรำคาญ จังหวะนั้น เต็นหมุนตัวหันหลังกลับไปทางเดิมที่มา ก็เป็นจังหวะที่พนักงานพามาถึงหน้าห้องพอดี


"ไอ้แบงค์ กูถามจริงเหอะ ทำไม มึงต้องทำตัวรังเกียจพี่เต็นขนาดนั้นด้วยวะ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมา ก็พี่เต็นนั่นแหละ ที่คอยช่วยมึงจากอันตรายได้หวุดหวิดทุกครั้ง แทนที่จะดีกับเขา เสือกทำตัวรังเกียจเขาเหมือนเขาเป็นแมลงสาบอย่างนั้นน่ะ"


    เติร์กไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองคนนั้น แต่การที่แบงค์ต้องทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนั้น เติร์กก็แอบส่ายหน้าระอา นี่ยังไม่ได้เที่ยวกันถึงไหนเลย ก็จะชวนสร้างบรรยากาศให้กร่อยกันเสียแล้ว เติร์กไม่อยากให้คนรักไม่สบายใจจึงพูดบ้าง



"มึงนอนกับมันช์ก็ได้ เดี๋ยวกูนอนกับเต็นเอง" เติร์กว่าจบ ก็ฝากกระเป๋ากับคนรัก และจะเดินตามพี่ชายไป ในขณะนั้นเอง แบงค์ชักรู้สึกแย่ที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนและสร้างปัญหาใหญ่โต


     แบงค์ทิ้งกระเป๋าไว้หน้าห้อง และวิ่งตามพี่เติร์กไป


"พี่เติร์กครับ เดี๋ยวผมบอกเขาเอง พี่ไปเก็บกระเป๋าเหอะ ไอ้มันช์ด่าผมจนหูชา มันงอแงอยากอยู่กับพี่แล้ว" แบงค์บอก ฟากเติร์กพยักหน้ารับ และเจ้าตัวก็วิ่งไปหาพี่เต็นที่นั่งเจรจากับพนักงานของโรงแรมอยู่


"สรุปจะจองเพิ่มหนึ่งห้อง สองคืนนะคะ"


"ครับ"


"แต่ก่อนอื่น ต้องแจ้งให้คุณลูกค้าทราบว่า  ทางเราไม่มีห้องติดกันแล้วนะคะ ห้องที่คุณลูกค้าทำการจองใหม่นี้จะอยู่คนละชั้นเลยค่ะ"


"ไม่เป็นไรครับ/ ไม่เอาแล้วครับ" เต็นหันหลังไปมองคนที่มาใหม่



"ขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย พอดี ผมจะนอนกับเขาแหละครับ" แบงค์บอกพนักงานรีเซ็ปชั่น


   เต็นเอียงคอมองแบงค์ที่ยืนค้ำหัวอยู่


"แน่ใจนะ แบงค์"


"แน่ใจครับ"



    ทั้งสองขอโทษพนักงานอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับห้องไปยังทางเดินที่สองข้างทางประดับประดาไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ ทั้งต้นเฟื่องฟ้าเอย ต้นลีลาวดีเอย มองไปนาน ๆ ก็เพลินตาดี และเมื่อถึงห้องพัก เพียงประตูห้องนอนเปิดออกกว้าง ทั้งสองก็สัมผัสได้ถึงความสดชื่น เมื่อลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากายหนาและใบหน้า แบงค์ถอดรองเท้า เตรียมจะวิ่งไปนอนแผ่หราบนเตียงชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นเตียงเดี่ยวขนาดใหญ่ ไม่ใช่เตียงคู่


"พี่นอนโซฟาได้นะ" เต็นบอกทันทีที่เห็นแบงค์เก็บสีหน้าไม่อยู่ตอนเห็นเตียงขนาดคิงไซส์


"ไม่ต้องหรอกคุณ แค่คุณนอนห่าง ๆ ผมก็พอ"


"เลิกเรียกคุณได้ไหม?" เต็นบอกเสียงเศร้าตอนที่หย่อนกายลงนั่งบนเตียงข้างคนที่นั่งเอามือลูบเตียงกว้าง



    แบงค์เงียบมองหน้าคนที่ลำบากใจ เขาไม่ตอบ แต่กลับลุกไปคุ้ยเสื้อผ้าในกระเป๋า เพื่อจะพกเข้าห้องน้ำ เมื่อได้เสื้อผ้าชุดใหม่ แบงค์เดินไปคว้าผ้าขนหนูที่ถูกพับเป็นรูปช้างติดตัวไปด้วย ในจังหวะนั้น



"ผมร้อน ขออาบน้ำก่อนนะครับ พี่เต็น"



    คนที่นั่งหน้าซึมในตอนแรก แอบผุดรอยยิ้มกว้าง ตอนที่ได้ยินแบบนั้น เต็นพยักหน้าพร้อมตอบรับ และแบงค์ก็เดินหน้านิ่งผลุบหายเข้าห้องน้ำไป...



...............................................
.
อร้ายยยย  :mew1: :mew1::o8: :o8: :o8:
[/b]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-04-2019 22:07:08 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:


ดีนะที่แบงค์คิดได้ว่าจะทำให้งานกร่อย

ขอให้เคลียร์ความรู้สึกกันได้เถอะนะ

ให้แบงค์ได้มีคู่กับเขาบ้าง ถึงแม้จะต้องตกเป็นเบี้ยล่างก็เหอะ  อิอิ

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ขอให้ความรักของมันช์กับพี่เติร์กมั่นคง แข็งแกร่งไปเรื่อยๆ นะ
ตอนนี้ขอชูป้ายไฟเชียร์แบงก์กับพี่เต็น
อร๊าย ๆๆๆๆ
 :mew1:

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
สงสารแบงค์นะ พลาดท่าเพราะเมา เมาก็เพราะผิดหวังความรัก
ได้แต่หวังว่าพี่เต็นจะรักจริง ไม่หลอกแบงค์

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3366
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +72/-5
ไม่ค่อยชอบเรื่องที่ได้กันเพราะเมาซะเท่าไหร่สงสารแบงค์นะ
พลาดท่าเพราะเมา เมาก็เพราะผิดหวังความรัก
ได้แต่หวังว่าพี่เต็นจะรักจริง ไม่หลอกแบงค์

ออฟไลน์ OoniceoO

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 927
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-2
ได้กันๆอีกๆ

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 274
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-0
บทที่ 23 ให้โอกาสพี่นะ






 

   และในคืนแรกทุกคนไม่ได้ทำอะไร นอกจากมานั่งตั้งวงกินเบียร์ที่ระเบียงห้องพักของเติร์ก ทั้งสี่คนก็แลกเปลี่ยนเรื่องวนกันไป ตั้งแต่เรื่องมีสาระจนเรื่องที่หาสาระอะไรไม่ได้เลย จนกระทั่ง...

 

 

"พี่ ๆ ครับ ผมมีคำถาม ถ้าพรุ่งนี้เช้า พี่รู้ตัวว่าจะตาย พี่จะทำอะไรกันบ้าง?" มันช์ถามเสียจนเสียงหัวเราะก่อนหน้า ชะงักงันทันที

 

"หืม คำถามยากจังครับ? ไม่ตอบได้ไหม?"  เต็นบอก

 

"ตอบเถอะนะ ผมอยากรู้ เอาผมก่อนก็ได้ ผมจะขอโทษทุกคนที่ผมเคยทำไม่ดีไว้ผมจะอยู่กับพ่อแม่ และคนรักของผมทุกคนในวันนั้น" มันช์ว่า และมองไปทางเติร์ก ฟากเติร์กแต้มยิ้มบนใบหน้า และดึงมือเรียวของมันช์มาวางบนตัก

 

 

"พี่ขอลอกคำตอบครับ"

 

"โห พี่เต็นครับ ไม่ตอบให้มันแตกต่างหน่อยเหรอ?"

 

"ไม่ครับ" เต็นยิ้ม

 

"พี่เติร์กล่ะ"

 

"กูเหมือนมึง เพิ่มเติม คือ กูคงแก้ผ้าเที่ยวทะเล ทำอะไรที่สุดโต่ง หรืออะไรก็ได้ที่กูไม่เคยทำในชีวิตมาก่อน" เติร์กตอบหน้าเรียบเฉย ส่วนมันช์ก็อมยิ้มเออออก่อนหันไปหาแบงค์

 

"มึงอะ แบงค์"

 

"ถ้าไหน ๆ จะตายแล้ว กูคงไม่สนอะไร โทรบอกรักคนในครอบครัวเสร็จ ก็คงมีเซ็กซ์กับคนที่กูรักทั้งวัน ทั้งคืนว่ะ" แบงค์บอกด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง และคนที่นั่งมองแบงค์มาตลอด ก็วางกระป๋องเบียร์ลงโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมพร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางเบา

 

 

"เซ็กซ์ที่ว่านั้น กับพี่หรือครับ?"

 

 

"หืออออ นี่ใช่พี่เต็นที่ผมรู้จักไหมเนี่ย? ไม่คุ้นเลยแฮะ นี่ผมเขินแทนแบงค์เลยนะครับ" มันช์แซวรุ่นพี่ แต่หารู้ไม่ว่าคนที่ถูกพาดพิงกำลังโกรธเคือง

 

 

"แต่กูไม่เขินและไม่ขำว่ะ มันช์ กูกลับห้องก่อนนะ" แบงค์เหลือบมองพี่เต็นที่หุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาลุกขึ้นเดินหนีไปดื้อ ๆ ส่วนเต็นก็ทำหน้าหนักใจ มองน้องชายสลับกับรุ่นน้อง

 

 

"พี่ขอโทษนะครับ ทำให้เสียบรรยากาศจนได้"

 

    คู่รักต่างวัยรู้สึกเศร้าแทน เมื่อเห็นหน้าพี่เต็นดูสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งมันช์และเติร์กต่างอยากรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าคนช่วยเหลือกันแน่ ๆ

 

"พี่เต็นไม่ผิดหรอกครับ แต่พี่เข้าหามันผิดจังหวะไปหน่อย" มันช์บอก

 

"ยังไงครับ?" เต็นงง จึงถาม เพราะแน่นอนว่า การรู้จักของทั้งสองก่อนหน้านั้นค่อนข้างผิวเผิน

 

 

"เพื่อนผมเพิ่งอกหักมาครับ"

 


    เต็นเงียบเชียบลงทันตา เขาไม่รู้มาก่อนว่า แบงค์เพิ่งผิดหวังจากความรัก  และแล้วความรู้สึกผิดก็ยิ่งก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อหวนนึกถึงคราวที่เต็นและแบงค์กำลังมีเซ็กซ์กัน ถ้าเต็นอดทน อดกลั้นต่อการถูกยั่วยวนจากคนเมาได้สักหน่อย เรื่องราวระหว่างเขาสองคนคงดีกว่านี้

 

     และแล้ว เต็นก็ประติดประต่อเรื่องราวเอง

 

     'อย่าบอกนะว่า การที่แบงค์ยอมมีอะไรกับเขาในคืนนั้น นั่นเกิดจากการที่อีกฝ่ายประชดรัก'

 

"เฮ้อ! ไม่น่าล่ะ พี่จะไปขอโทษแบงค์นะครับ ขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนกร่อย"

 

"อย่ากังวลพวกผมเลยครับพี่ ส่วนเรื่องความรู้สึกไอ้แบงค์ช่วงนี้มันเปราะบางง่าย พี่ไปเคลียร์กับแบงค์เถอะครับ"

 

"ขอโทษนะ"

 

"พี่เต็นครับ"

 

       เต็นหันหลังไปหารุ่นน้องเอียงคอมองอย่างมีคำถาม

 

"พี่ชอบแบงค์จริง ๆ ใช่ไหมครับ?" มันช์สังเกตท่าทางแปลก ๆ ของทั้งสอง จนทนไม่ไหวต้องตัดสินใจถาม





"เอ่อะ ก็ทำนองนั้นครับ" เต็นยิ้มเขิน ๆ พลางเกาคอแก้เก้อ

 

"ถ้าพี่สนใจแบงค์จริง ๆ ผมเชียร์เต็มที่และอยากให้เป็นพี่นะที่เข้ามาดูแลความรู้สึกมัน"

 

"ครับ"

 

 

     เต็นเดินมาถึงหน้าห้องพลางลอบถอนหายใจ มองบานประตูทึบอยู่เนิ่นนาน เพราะไม่กล้าเคาะ สักพักใหญ่ ๆ ที่เต็นตัดสินใจยกกำปั้นทุบประตูไม้เบา ๆ ไม่นาน แบงค์ก็เปิดประตู เต็นเดินตามหลังแบงค์ไปเงียบ ๆ จนสุดท้าย เขาก็เอ่ยอย่างไม่รีรอ

 

"เรื่องเมื่อกี้ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้แบงค์รู้สึกไม่ดี พี่ขอโทษนะครับ"

 

"ช่างมันเหอะ ผมง่วงขอนอนก่อน" แบงค์พูดห้วน ๆ ราวกับมะนาวไม่มีน้ำ ทั้งยังเดินหนี ปีนขึ้นเตียง ทิ้งให้เต็นยืนค้างกลางห้อง ไปต่อไม่ถูก  ดูเหมือนว่า ยามนี้ เต็นจะทำอะไรก็ผิด จะชวนคุยให้สนุกสนานเพียงใด ดูแลอีกฝ่าย ประคบประหงม ดั่งไข่ในหินมากเท่าไหร่ ก็เหมือนสูญเปล่า

 

'ถ้าชอบน้องเขาจริง อดทนไว้นะ สักวันน้องเขาคงเห็นสิ่งที่เราทำ ไอ้เต็น'

 



      เต็นเดินไปล้างหน้า ล้างตาเพิ่ม จากที่ก่อนหน้าอาบน้ำมาแล้วหนหนึ่ง คนที่จัดการธุระตัวเองเสร็จ ก็หยุดชะงัก เมื่อแบงค์นอนกลางเตียง เขาเดินเงียบ ๆ ไปหย่อนกายลงนั่งที่โซฟาตรงปลายตีนเตียง และทิ้งตัวลงนอน แม้จะไม่ง่วง แต่ต้องข่มตาหลับ เพื่อเติมแรงง้อคนที่สนใจในวันพรุ่งนี้

 

      ตกกลางดึก แบงค์ที่ตื่นขึ้นมาเพราะปวดฉี่ เขาลุกไปเปิดไฟและเข้าห้องน้ำ แต่เมื่อเขาทำธุระเสร็จก็พบว่า พี่เต็นนอนขดตัวอยู่ที่โซฟา ดูอย่างไรก็มองออกว่า นอนได้ยากลำบาก แถมไม่มีผ้าห่มคลุมตัวอีกต่างหาก ขืนนอนตากแอร์อย่างนี้ก็หนาวแย่

 

       แบงค์ยืนนิ่ง ขบเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เขากำลังหาทางออกให้อีกฝ่าย ครั้นจะปลุกให้ไปนอนบนเตียงด้วยกันก็ใช่เรื่อง คนกำลังเข้าสู่ช่วงนิทราอย่างสบายเช่นนั้น แบงค์จึงเดินไปอีกสองสามก้าว คว้าผ้าห่มสีขาวของโรงแรมผืนหนาหนัก มาคลุมตัวให้พี่เต็น ส่วนตัวเองก็ใช้ผ้าฝ้ายผืนบางที่พกติดตัวมาห่มแทน ซึ่งมันก็ช่วยกันหนาวได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น

.

.

.

.

      ในวันต่อมา หลังจากที่กินอาหารเช้ากันเสร็จ นั่งเล่นที่ห้องกันชิล ๆ อีกสักหน่อย บ่ายคล้อย ทั้งสี่คนเลือกเช่ามอเตอร์ไซค์กันสองคันเพื่อจะได้ขับเที่ยวให้ทั่วจนหนำใจ

 

"ผมขี่เอง" จะไม่มีเรื่องให้ชวนทะเลาะเลย ถ้าร้านเช่ามอเตอร์ไซค์มีรถเหลือมากกว่านี้ พอเหลือแค่สองคันสุดท้าย คนที่ไม่อยากเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ก็ยืนกรานจะเป็นคนขี่ให้ได้ จนเต็นได้แต่ลอบถอนหายใจ เพราะไม่อยากขัดหรือเถียงให้ทะเลาะกันเป็นเรื่องบานปลายอีก

 

 

"แบงค์มั่นใจนะว่าจะขี่บนถนนแบบนี้ได้" เต็นย้ำเพราะห่วงทั้งสุขภาพตัวเองและคนขับขี่ เนื่องจากถนนชันและขรุขระ หนำซ้ำยังเป็นถนนไต่ขึ้นเขาที่ชวนน่ากลัว หากขับขี่ไม่ชำนาญอาจล้มกลางทางได้

 

"ถ้าพี่ไม่ไว้ใจ จะเดินก็ได้นะ" แบงค์ย้ำ เต็นจึงเดินเงียบ ๆ ไปซ้อนท้ายคนที่มั่นใจเกินร้อยเปอร์เซ็นต์

 

   เวลานี้ รถมอเตอร์ไซค์ของน้องชายออกตัว มุ่งหน้าไปก่อนได้สักพัก ส่วนรถของแบงค์ก็เพิ่งไล่ตามไป ขับขี่มาได้สักระยะ จนเมื่อถึงทางโค้งลงไหล่เขา

 

โครม

 

 

"โอ้ย สัดเอ้ย!" แบงค์เสียหลักตอนสุนัขตัดหน้าและเป็นจังหวะเลี้ยวโค้งพอดี ตอนนี้ ทั้งรถ ทั้งคนขับไถลไปตามถนนกว่าห้าสิบเมตร ส่วนเต็นที่เป็นคนซ้อน กลิ้ง กระเด็นลงข้างทาง

 

     เต็นรีบลุกไปดูโดยไม่ห่วงตัวเอง ฟากแบงค์กัดปากกลั้นความเจ็บเมื่อมองแผลทั้งแขนและขาข้างขวา ที่ผิวหนังครูดไปกับพื้นถนนจนเป็นรอยถลอกทางยาวและเลือดไหลซิบ ๆ

 

 

"แบงค์เป็นอะไรมากไหม?"

 

    แบงค์สบถด้วยความเจ็บ ก่อนจะสะบัดมือพี่เต็นที่กำลังสอดมือเข้าใต้รักแร้เพื่อพยุงขึ้น

 

"อย่ามายุ่ง"

 
 

"แบงค์เจ็บอยู่ ก็ให้พี่ดูแลสิครับ"    เต็นตอบกลับด้วยเสียงดุ ๆ เขาเป็นห่วงแบงค์เพราะพบแผลหลายที่

 

   เต็นรีบวิ่งกลับไปคว้าน้ำขวดเล็กจากในกระเป๋าผ้าที่พกมาด้วยแต่ร่วงอยู่กลางถนน เขาหมุนฝาขวด เทน้ำลงแผลเพื่อจะทำความสะอาดแผลให้แบงค์ แต่เทไม่ทันเท่าไหร่ แบงค์ปัดมือเต็นออกจนขวดน้ำที่เต็นถือหลุดจากมือกลิ้งหลุน ๆ ไปตามพื้นดิน

 

 

"ก็บอกแล้วว่า อย่ามายุ่ง ไม่ได้ยินหรือไงวะ"

 

    แบงค์หงุดหงิดที่ตัวเองรถล้มไม่พอ ยังมีคนมาวุ่นวาย ประคบประหงมจนน่ารำคาญ แบงค์ยันกายอย่างดื้อรั้น ดึงดันจะลุกขึ้นเอง แต่กว่าจะทรงตัว โดยไม่มีคนช่วย เขาก็เจ็บจนน้ำตาไหล

 

 

"แบงค์ ทำไมต้องทำตัวเข้มแข็ง ทั้งที่จริง ก็อ่อนแออยู่ ให้พี่ดูแลมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ ?" แม้เต็นจะไม่พอใจแค่ไหน แต่น้ำเสียงก็ยังคงเรียบเฉย ไม่ได้ดูน่ากลัวสักนิด

 

 

"ผมเป็นผู้ชายดูแลตัวเองได้ พี่ไม่ต้องมาทำเหมือนผมเป็นสาวร่างบางได้ไหมวะ หรือถ้าคิดจะทำดีเพื่ออยากเอาผมอีกล่ะก็ ไม่มีทาง เลิกเล่นละครได้แล้ว"

 

   เต็นสบตาแบงค์ด้วยความเสียใจอย่างหนัก ทำไมการที่เขามอบความหวังดี จริงใจให้อีกฝ่าย กลับถูกต่อว่า และดูถูกดูแคลนจนไม่เหลือชิ้นดี

 

 

"ทำไมแบงค์คิดแบบนี้ ที่พี่ช่วยแบงค์ พี่ไม่ได้มองว่าแบงค์เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่พี่มองว่าแบงค์คือคนที่บาดเจ็บ และพี่ก็เป็นห่วง พี่เสียใจนะที่แบงค์ดูถูกความหวังดีของพี่แบบนี้ ถ้างั้นแบงค์จะทำอะไรก็ทำเลย พี่จะไม่ยุ่งแล้วครับ" เต็นตัดพ้อแล้วลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปยกมอเตอร์ไซค์ขึ้นแล้วจูงลงเขาไป ปล่อยให้แบงค์สบถไม่เป็นภาษา

 

 

[เออว่าไง มึง]

 

"มึงมารับกูหน่อยมันช์ กูกับพี่เต็นรถล้ม" หลังจากทะเลาะกัน แบงค์ก็โทรหามันช์ทันที

 

[เฮ้ย! มึงรถล้มตรงไหนวะแบงค์ กูจะให้พี่เติร์กขับย้อนไป] มันช์ถามเสียงร้อนรน

 

"ก่อนจะลงถนนใหญ่"

 

 

[เออ ๆ มึงกับพี่เต็นรอกูก่อนนะ อย่าไปไหน]

 

"อืม"

 

     เมื่อแบงค์วางสาย เขาลอบถอนหายใจที่อีกฝ่ายเดินไปไม่รอ แบงค์ไม่รู้เป็นอะไร ยิ่งอีกฝ่ายดูแลและทะนุถนอมแบงค์ดีมากเท่าไหร่ แบงค์กลับนึกไม่ชอบใจมากเท่านั้น เขาสบถออกมาเสียงดัง ก่อนจะเดินกระเผลก ๆ เขย่งคล้ายกระต่ายขาเดียว

 

"เชี่ย โธ่เว้ย!!'

 

   แบงค์หงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่สนใจกันจริง ๆ และแม้ว่าแบงค์พยายามเดินเร็วเร่งตามคนข้างหน้า แต่มันก็ไวไปกว่านี้ไม่ได้

 

   

"พี่เต็น รอผมด้วย"

 

   แม้จะตะโกนบอก แต่พี่เต็นยังคงเดินต่อไม่รอกันสักนิด

 

"พี่เต็น ไอ้มันช์จะมารับเรา พี่ไม่ต้องเดินแล้ว หยุดสักทีได้ไหมวะ?"

 

 

    เหมือนอีกฝ่ายทำหูทวนลม ยิ่งเพิ่มระดับความหงุดหงิดใจสำหรับคนที่ด่าว่าเขาไปก่อนหน้า ต้องยอมลดอีโก้ลง

 

 

"พี่เต็น ผมขอโทษที่ปฏิเสธความหวังดีของพี่ แต่พี่ช่วยหยุดได้ไหมครับ ผมเจ็บ ผมเดินไม่ไหวแล้ว"

 

   ทันใดนั้น คนที่เดินนำหน้าไปไกลก็หยุดเท้า แล้วหันหลังมามองโดยที่ยังประคองรถอยู่

 

   เต็นตั้งขาตั้งรถมอเตอร์ไซค์และพักรถ ก่อนจะเดินกลับมาหาแบงค์เพื่อประคองตัวคนเจ็บกว่า

 

 

"ก็ทำตัวเป็นเด็กดีได้นี่ครับ" เต็นบอก แบงค์เสมองไปทางอื่นอย่างเซ็ง ๆ ทั้งสองยืนรอมันช์ขับย้อนมารับ แบงค์ที่วกสายตากลับมามองคนข้าง ๆ ก็พบแผลถลอกของอีกฝ่าย เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเห็นแก่ตัวที่นึกถึงแต่ความรู้สึกของตัวเอง

 

 

"พี่ก็มีแผลเหมือนกัน"

 

"ห่วงพี่ด้วยเหรอครับ?" เต็นยิ้มอย่างกระตืนรือร้นที่เห็นอีกฝ่ายถามกลับ

 

"ไม่ได้ห่วง ผมถามเป็นมารยาทครับ"

 

"เฮ้อ! ทำไมชอบพูดจาทำร้ายน้ำใจกันจังครับ"

 

 

     แบงค์มองหน้าอีกฝ่ายที่ดูเหมือนน้อยใจก็ทำได้แค่เงียบ เพราะไม่รู้จะต้องตอบอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้สึกดี แต่รอไม่นานนัก รถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนก็บึ่งมาหายังจุดนัดพบ

 

"เชี่ย! แบงค์แผลมึง" มันช์ทำหน้าตกใจ เมื่อเห็นแผลของเพื่อนมีเลือดซึมออกมา

 

 

"เออไกลหัวใจ พาไปร้านยาหน่อย"

 

 

"ไม่ได้นะ แบบนี้ กูว่าไปคลีนิคเถอะมึง" คนที่บึ้งตึงตอนแรกแอบยิ้ม เมื่อเห็นเพื่อนร้อนรนอย่างเป็นห่วง

 

"ขอบใจที่เป็นห่วง แต่กูไม่เอาหรอก บนเกาะแบบนี้ แค่ค่ากิน ค่ารถยังแพงหูฉี่ ค่ารักษากูไม่ต้องขายตัวเลยหรอวะ กูไม่ได้เผื่อตังค์มาหาหมอหรอกนะ ใครจะคิดว่ามาเที่ยวทะเล ต้องเจ็บตัววะ พี่หัวเราะอะไรครับ?" แบงค์ตอบเพื่อน แต่พอได้ยินเสียงคนหลุดหัวเราะจึงหันไปหาคนที่ยืนอมยิ้มแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

"เปล่าครับ"

 

"เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ว่าหัวเราะ"

 

"ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ แบงค์ไปคลีนิคเถอะครับ เดี๋ยวพี่จ่ายให้"

 

"ไม่ต้องมายุ่ง แล้วทำไมต้องหัวเราะ เห็นผมเป็นตัวตลกเหรอไงวะ?"

 

"เฮ้อ เปล่าครับ พี่ไม่ได้มองแบงค์เป็นตัวตลก พี่แค่นึกคำที่แบงค์บอกขายตัว แล้วจินตนาการว่า ถ้าแบงค์มาขายตัวกับพี่แล้วอ้อนขอเงินพี่จ่ายค่าหมอจะเป็นยังไงนะ ก็แค่นั้น"




กึก

 

   ครู่หนึ่ง แบงค์เกิดอาการใจเต้นรุนแรง จนเขาหน้าแดงก่ำ และพอหันไปทางเพื่อนก็พบสายตาล้อเลียนมองมา แต่พอแบงค์จะด่ากลับ เต็นก็รีบท้วง

 

 

"เรารีบไปกันเถอะครับ พี่กลัวแผลแบงค์จะอักเสบกว่านี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินครับ บอกว่าจ่ายก็จะจ่ายให้"

 

 

         จัดการบาดแผลและค่าใช้จ่ายเรียบร้อย ทั้งสี่ก็เดินออกมาจากคลีนีค เต็นมีผ้าพันแผลนิดหน่อยแค่ช่วงฝ่ามือและแขน ส่วนแบงค์เต็มไปด้วยผ้าก๊อตที่ถูกพันทั้งแขน และขา มือหนาก็ยังถือถุงยามาด้วย เบ็ดเสร็จค่าใช้จ่ายโดยรวมของเต็นและแบงค์ก็ล่อไปสี่พันกว่า ซึ่งพี่เต็นยืนกรานเสียงแข็งเลยว่าจะออกให้ทั้งหมด ยิ่งทำให้แบงค์รู้สึกผิดปนไม่เข้าใจว่า พี่เต็นดีโอเว่อร์ไปหรือเปล่า ? แม้แผลรถล้มจะถูกรักษาเรียบร้อย แต่ทุกคนยังเป็นห่วงแบงค์อยากให้พักที่ห้อง ไม่ต้องไปทะเล แต่ด้วยความที่ไม่อยากให้เพื่อนกร่อย แบงค์ตัดสินใจมาด้วยและนั่งรอเพื่อนเล่นน้ำที่ชายหาด

 




        แก็งค์ต่างวัย เดินก้าวยาว ๆ ไปยังเวิ้งชายหาดเล็ก ๆ ที่ไร้ผู้คน ซึ่งมีโขดหินสูงโผล่ขึ้นมากมายแทรกตัวตามชายหาด ราวกับพบความลับแห่งใหม่ที่ไม่มีใครค้นพบ เพราะพื้นที่แห่งนี้ มีแต่สี่คนได้จับจองเป็นเจ้าของ

 

 

       เมื่อแบงค์พร่ำบอกซ้ำ ๆ  ว่าไม่ต้องเป็นห่วง มันช์และเติร์กคลายความกังวลใจจึงลงไปเล่นน้ำทะเลทันที ทิ้งให้แบงค์และเต็นนั่งรออยู่บนผ้าลายฮาวายผืนบางที่มาปูรองนั่ง

 

       เต็นยิ้มนั่งมองคนหน้าบึ้งตึง คล้ายกำลังตั้งเกราะกำแพงสูงเพื่อบังเต็นไว้ให้ห่าง ถึงอย่างไร เต็นจะลองสู้ดูสักตั้ง กับการปีนข้ามกำแพงไปหาคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

        เต็นดึงสลักเปิดกระป๋องน้ำอัดลม ใส่หลอดดูดแล้วยื่นไปให้แบงค์ ฟากแบงค์นิ่งไปนิด พลางมองพี่เต็นก่อนถาม

 

 

"พี่ทำแบบนี้กับทุกคนที่วันไนท์เลยเหรอ?"

 

"ไหนว่าบอกให้พี่ลืมเรื่องนี้ไงครับ!"

 

กึก

 

    แบงค์เงียบทันที่ที่โดนสวนกลับ พูดมาแบบนี้ ไม่ต่างกับกลืนน้ำลายตัวเอง



"พี่ไม่เคยวันไนท์กับใคร ยกเว้นแบงค์ แบงค์เป็นคนแรกที่พี่ทำแบบนั้นครับ"

 

 

     แบงค์ใจกระตุก รู้สึกหน้าร้อนผ่าว เขาเบนหน้าหนีไปทางอื่นและเงียบงัน เหลือไว้เพียงเสียงคลื่นทะเลซัดสาด และเสียงของเพื่อนรักที่ตะโกนด่าแฟนตัวเองอยู่ไกลกลางทะเลนั้น

 

 

"ผมขอโทษที่ทำให้พี่เจ็บด้วยนะครับ"

 

 

"ไม่เป็นไร แผลพี่น้อยกว่าแบงค์อีกครับ"




    เมื่อเห็นอีกฝ่ายผุดรอยยิ้มละมุน ละไม แบงค์ก้มหน้า และเอ่ย

 

"ผมขอไปเดินเล่นก่อนนะ"

 

 

"ให้พี่ไปด้วยนะ"

 

"อย่าเลยครับ ผมอยากเดินเล่นคนเดียว"

 

    แบงค์ตอบ ผุดลุกขึ้นและเดินกระเผลก ๆ ไปจนถึงโขดหินใหญ่ เขาเดินไปพิงหิน แหงนมองท้องฟ้าอันปลอดโปร่ง แดดจ้าจนแสงแยงตา เขาค่อย ๆ หลับตาลงพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ในขณะที่สมองคิดอยู่ไม่กี่เรื่อง เสียงเครื่องมือสื่อสารก็ดังจนคนที่กำลังเคลิ้มไปกับสายลมทะเลอ่อน ๆ กดสายตามองโทรศัพท์ที่เพิ่งล้วงออกมาจากกระเป๋า

 

"ฮัลโหล"

 

[แบงค์ นี่ขิงนะ]

 

 

   แบงค์ชะงักแบงค์แปลกใจว่าทำไมขิงถึงใช้เบอร์อื่นโทรมา เพราะถ้าเป็นเบอร์ของขิงเอง แบงค์จำได้ขึ้นใจ

 

"โทรมาทำไม?"

 

[แบงค์บอกมันช์หรอครับ เรื่องระหว่างเราน่ะ ทำไมถึงต้องเอาเรื่องเราไปพูดด้วย เรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่เราเคลียร์กันเองได้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปเล่าให้มันช์ฟังแบบนี้"

 

"เราเล่าแล้วจะทำไม?"

 

[เราไม่อยากให้มันช์เครียด หวังว่าแบงค์คงเข้าใจเรานะ]

 

"อย่าบอกนะว่าขิงชอบมันช์ แต่ไอ้มันช์มีพี่เติ..."

 

ตื้ดด!

 

    ขิงไม่รอฟังแบงค์ให้พูดจบก็ตัดสายอย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้ปลายสายนั่งกำโทรศัพท์แน่นด้วยความเจ็บใจ

 

"ขิงโทรมาว่ากู เพื่อปกป้องมันช์เนี่ยนะ!"

 

     หากที่ผ่านมา ขิงชอบมันช์มาตลอด ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ขิงจะปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวยอมมีเซ็กซ์กับเขาทำไม

 

"เฮ้อ!" แบงค์ถอนหายใจยาว เขาอุตส่าห์ทำใจได้แล้ว เพียงขิงโทรมาโดยเฉพาะการโทรมาเพื่อปกป้องใครอีกคนอย่างออกนอกหน้า ยิ่งได้ยินก็ยิ่งเจ็บปวด แบงค์คงทำได้แค่เงียบเข้าไว้ เพราะไม่อยากสร้างเรื่องเพิ่มให้คนที่รักกันดีอย่าง มันช์และพี่เติร์กต้องมาทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก

 

"แบงค์ครับ พวกนั้นจะกลับห้องไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำของโรงแรมต่อ เรากลับกันเลยนะ"

 

"ครับ" แบงค์ขยับเท้า เต็นโผเข้าประคอง พอเห็นอีกฝ่ายอ้าปาก

 

"ค่อยด่าพี่ตอนแบงค์แข็งแรงแล้ว โอเคไหม?" แบงค์หุบปากฉับ และไม่พูดอะไรอีก

 

     เมื่อถึงห้อง คนที่อยากลงไปนั่งเล่นที่สระว่ายน้ำชักเดินไม่ไหว สงสัยใช้แรงขามากเกินไป ตอนนี้ แบงค์ถึงเจ็บ ชา และตึงบริเวณแผล จึงกลายเป็นว่า แบงค์ต้องมานั่งสงบเสงี่ยม เจียมตัวอยู่ริมระเบียง โดยมีเต็นคอยเฝ้า คอยดูแลอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน  คนที่นึกถึงแต่ตัวเองเหลือบมองแผลบนตัวขออีกฝ่าย จะว่าไป แบงค์เห็นพี่เต็นทำหน้าเหยเกอยู่ตลอด จนนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี่ที่เขาบ่นพี่เต็นเรื่องขี่มอเตอร์ไซค์ช้าอย่างกับเต่าคลาน ต้นเหตุที่แท้จริงคืออะไร

 

"หือ แบงค์มองพี่ทำไมครับ?"




"ก่อนหน้าที่พี่ขี่มอตอร์ไซค์ พี่เจ็บแผลใช่ไหม? ทำไมถึงไม่บอกผม" แบงค์ว่าเสียงเข้ม




"บอกแล้วได้อะไรครับ แบงค์ก็ไม่ได้ห่วงพี่อยู่ดี"

 

 

"พี่ทำดีกับผมเพื่ออะไร? ผมไม่เข้าใจ พี่ควรเลิกสนใจผมจะดีกว่านะ"

 

"พี่อยากแก้ตัวครับ"

 

"แก้ตัว?" แบงค์ทวนคำอย่างไม่เข้าใจ

 

 

"ใช่ครับ แก้ตัวกับเรื่องที่ผ่านมา แบงค์จำได้ไหมที่พี่บอกว่าครั้งแรกเราเจอกันด้วยสถานการณ์ไม่ค่อยดี แต่คราวนี้ พี่จะขอแก้ตัวด้วยการเริ่มต้นใหม่"

 

     แบงค์มองพี่เต็นเงียบ ๆ แล้วจู่ ๆ คนที่ยืนพิงระเบียงก็ปรี่มาประชิดตัวคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ และใช้มือข้างที่ไร้แผลแตะลงบนสันกรามอีกฝ่าย จนแบงค์เงยหน้ามาสบตา ก่อนหลุบตาลงต่ำมองแผลตัวเอง

 

"พี่อยากรู้จักแบงค์ให้มากกว่านี้ อยากทำความเข้าใจตัวแบงค์ให้มากกว่านี้ พี่จะจีบแบงค์ครับ "

 

"อย่าดีกว่าครับ"

 

"อย่าเพิ่งปิดกั้นโอกาสกันสิ ขอโอกาสพี่อีกครั้ง รับรองว่า พี่จะดูแลทั้งแผลกายและแผลใจของแบงค์ที่มีคนเคยทำร้ายให้หายดี" เต็นว่าก่อนจะย่อตัวลงนั่งตรงหน้าของแบงค์ แล้วเอื้อมมือไปกุมมือของรุ่นน้องทั้งสองข้าง

 

"ให้โอกาสพี่นะครับ แบงค์" เต็นช้อนตามองพลางยิ้มมุมปาก ก่อนจะก้มลงจูบหลังมือแบงค์ที่เขากุมไว้อยู่






.....................................

 
พี่เต็นละมุนจังคะ ?
:hao6: :hao6: :hao6: :hao6: :hao6:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-04-2019 21:58:37 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2903
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ตอนเริ่มเรื่องแรก ๆ ไอ้เราก็นึกว่าอินังขิงเนี่ยต้องเป็นนายเอกแน่เลย

แต่พอเรื่องราวเปิดเผยมากขึ้น  กลายเป็นอินังขิงเนี่ย นางอิจฉา ตัวร้าย และอื่น ๆ ที่ไม่ดีนี่เอง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด