*~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 27 ไว้ใจ-||จบแล้ว|| [5 พค.62] P.5
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: *~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 27 ไว้ใจ-||จบแล้ว|| [5 พค.62] P.5  (อ่าน 13623 ครั้ง)

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*************************************




.
.
.
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-05-2019 11:26:33 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
บทนำ


 

"ผมถามว่าพวกคุณคือใคร?"

 

"ศิลปกรรมครับ / ค่ะ"  น้องเฟรชชี่ร่วมร้อยชีวิตก้มหน้พลางตะโกนเสียงดังจนกึกก้อง

 

       เป็นธรรมดาของน้องใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย ที่เปิดเทอมมาก็ต้องมีเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง และตอนนี้ น้องใหม่ในสาขาศิลปกรรม (ออกแบบนิเทศศิลป์) ที่มาด้วยชุดแต่งกายถูกระเบียบ ห้อยป้ายชื่อเพื่อเข้าร่วมรับน้องกำลังถูกรุ่นพี่ปีสูงตะคอกด้วยสาเหตุที่มารวมกันหน้าลานศิลปกรรมช้ากว่าเวลาที่รุ่นพี่นัดไว้

 

"ไม่ได้ยิน!!!"  รุ่นพี่ปีสูงที่กอดอกเดินไปเดินมาตรงหน้าแถวตะคอกเสียงดังลั่น

 

"ศิลปกรรมครับ/ค่ะ" น้องใหม่ตะเบ็งเสียงดังขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ ที่เด็กปีหนึ่งรู้เกี่ยวกับรุ่นพี่มีเพียงว่า รุ่นพี่แต่ละปีทำหน้าที่อะไร แต่ที่น้องปีหนึ่งคงจดจำได้ขึ้นใจ คงจะเป็นรุ่นพี่ปีสาม หรือพี่ว้ากที่กำลังยืนจ้องด้วยสายตาถมึงทึงอยู่

 

   นักศึกษาปีหนึ่งไม่มีใครกล้าเงยหน้ามองส่วนหนึ่งคงมาจากความกลัวเพราะตอนนี้ รุ่นพี่ทุกชั้นปียืนล้อมเด็กปีหนึ่งที่นั่งเรียงแถวกันด้วยสายตากดดัน

 

"พวกคุณมีเสียงกันแค่นี้เหรอวะ? ห๊ะ!"

 

"ศิลปกรรมครับ/ค่ะ"

 

"ลุกขึ้น บอกว่าลุกขึ้น เฮ้ย!!" เด็กปีหนึ่งทั้งผู้ชายและผู้หญิงลุกพรวด

 

      ยามนี้ เวลาห้าโมงครึ่งที่น้อง ๆ ทุกคนยังไม่ได้กลับบ้าน เพราะถูกรุ่นพี่กักตัวไว้ กิจกรรมรับน้องที่ทุกคนกำลังโดนอยู่เป็นกิจกรรมภายในเอกที่รุ่นพี่ทำกันมารุ่นต่อรุ่น

 

      ในขณะที่น้องปีหนึ่งยังคงก้มหน้า รุ่นพี่ปีสองเดินมายื่นข้าวกล่องให้ตรงหัวแถว และเป็นรุ่นพี่ปีสามที่เอ่ยขึ้น

 

"คุณจะทำยังไงก็ได้ ให้ข้าวหนึ่งกล่องนี้ ได้กินทุกคน"

 

      ผู้หญิงที่อยู่แถวแรกรับช้อนพร้อมข้าวกล่องมาเปิดดูเป็นข้าวกระเพราไก่-ไข่ดาว  เธอตักข้าวคำเล็กเข้าปากก่อนจะส่งให้คนต่อไป โดยรุ่นพี่ก็ยืนจ้องมองไม่ไปไหน

   

   ตอนนี้ข้าวกล่องถูกเวียนมาถึงแถวที่ห้าแล้ว แต่ข้าวก็ยังเหลือครึ่งกล่อง ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่า ข้าวจะเหลือพอถึงแถวสุดท้ายหรือไม่

 

    น้องปีหนึ่งต้องจัดการตามความเหมาะสม ซึ่งบางคนก็อาจกินข้าวนับเม็ดได้

 

   เมื่อเวียนมาถึงแถวสุดท้าย คนท้ายแถวกำลังตัดข้าวเข้าปากก็หมดกล่องพอดี

 

"กินอิ่มกันแล้ว ก็นั่งลง" พี่ว้ากบอก

 

"ต่อไป อย่าลืมออกมาแนะนำตัว"

 

    และแล้วการแนะนำตัวที่พวกพี่ ๆ ให้ไปซักซ้อมมาก็เริ่มแล้ววันนี้ พวกพี่อยากให้แนะนำตัวพร้อมท่าเต้น เพื่อจะได้ให้เพื่อน ๆ จำได้แม่นยำ  โดยเริ่มจากผู้หญิงที่อยู่แถวหน้า ก็เต้นแนวคิกขุ อาโนเนะกันบ้าง เถื่อนบ้าง เต้นสไตล์เกาหลีบ้างก็แล้วแต่ความถนัด ความชอบที่ใส่ความเป็นตัวเอง

 

    แต่ที่ฮือฮา ดูออกจากสายตาและเสียงครางฮั่มๆเบา ๆ เห็นจะเป็นผู้ชายหน้าตาจัดว่าดีมาก เขาหน้าหวานเหมือนผู้หญิง  ผิวขาว  ตัวเล็ก เดินออกมาจากแถว

 

"สวัสดีครับ ผมชื่อ ขิง กรรณพลครับ" ขิงยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่นาน จนรุ่นพี่บอกให้เต้นสักที ขิงยังอายและไม่กล้าพอที่ต้องมาเต้นละลายพฤติกรรมท่ามกลางคนนับร้อย

 

"เฮ้ย จะเต้นไม่เต้นวะ รออยู่นานแล้ว" เสียงพี่ว้ากตะโกนจนขิงจะร้องไห้ และแล้วทันใดนั้น

 

"ปีหนึ่งลุก จับซ่อมทั้งชั้นปี เพื่อนคุณเต้นไม่ได้"

 

      เสียงตะคอกดังจนทำให้เด็กปีหนึ่งทุกคนลุกพรวด แต่ไม่ทันที่รุ่นพี่จะออกคำสั่ง มีน้องใหม่เดินผ่ากลางดงออกมายืนข้างขิง

 

"ใครใช้ให้เดินออกมา" เด็กหนุ่มมองหน้าพี่ว้ากอย่างไม่เข้าใจว่าทำไม ภายนอกพวกพี่เขาถึงดูเหมือน ๆ กัน ทั้งผมยาว แถมไว้หนวดรุงรัง มีเพียงคนที่ถามเด็กหนุ่มเท่านั้น ที่แม้จะเป็นกลุ่มพี่ว้าก แต่หน้าตาน่ากลัวน้อยที่สุด พี่เขาผมยาวเป็นลอนระดับคาง มีหนวดแต่ไม่ได้รุงรังขนาดปิดหน้าปิดตา แต่ยอมรับว่า ยามที่ตะคอกและมองมาด้วยแววตาดุดันก็พาลเอาขนลุก ขนพองไปเหมือนกัน

 

"ผมจะออกมาเต้นกับเพื่อนครับ" เด็กหนุ่มหลุบตาลงต่ำพลางบอกพี่ว้าก ก่อนจะหันไปกระซิบกับขิง

 

   ทันใดนั้น ขิงเอ่ยแนะนำตัวเองอีกครั้ง ตามด้วย เด็กหนุ่มคนใหม่ที่ตัดสินใจเดินฉีกออกมาช่วยเพื่อน

 

"ผมชื่อมันช์ อาณัชครับ"

 

     แนะนำตัวกันเสร็จ ขิงก็เป็นฝ่ายร้องเพลงลูกทุ่งจังหวะโจ๊ะ ๆ ตบมือเปาะแปะไปด้วย ปล่อยให้มันช์ วันแมน โชว์ ด้วยการเต้นแนะนำตัว มันช์เต้นหน้านิ่ง ด้วยท่าดึงดาว ดมกาว และตบท้ายด้วยท่าแอ่นหลัง แกว่งแขน แต่หน้านิ่ง จนรุ่นพี่ส่วนใหญ่ที่เก๊กขรึม ถึงกับหลุดฮา แต่ก็เม้มปากไว้แน่น

 
    จบการแสดง รุ่นพี่ต้องยอมปล่อยตัวให้เด็กทั้งสองกลับไปนั่งเพื่อให้คนอื่นมาแนะนำตัวจนครบทุกคน

 

"จากนี้ ถ้าพวกผมบอกบอกโค๊ดว่า พ่อมา พวกคุณต้องวิ่งออกจากลานนี้ ให้ไวที่สุด เข้าใจไหม?"

 
"เข้าใจครับ"
 

"พ่อมา!!"

 
   ทันใดนั้น เด็กปีหนึ่งลุกวิ่งไม่คิดชีวิตแยกย้ายหายไปจากลานเอกศิลปกรรมภายในเวลาไม่กี่นาที เหลือไว้แต่พวกรุ่นพี่ปีสูงที่ยังกลับบ้านไม่ได้ เพราะพวกรุ่นพี่เกือบร้อยชีวิตต้องมานั่งประชุมงานกันต่อ

 

"ได้ตัวจี้ดแล้วหนึ่ง"

 

"มันชื่ออะไรนะ?"

 

"มันช์"


 
"อืม กวนตีนดี กูชอบ"

 

   และแล้ว เสียงพี่ว้ากสองคนที่พูดคุยกันเบา ๆ ก็หยุดลง ก่อนจะลุกไปคุยเรื่องรับน้องอีกซุ้มที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

.

.

.

.

 "ขอบคุณที่ช่วยเรานะมันช์

   

   ตอนที่เด็กปีหนึ่งถูกปล่อยตัว ให้แยกย้ายกลับบ้าน ขิงเลือกที่จะวิ่งตามมันช์จนพ้นคณะของตัวเอง เด็กหนุ่มก็เรียกชื่อเพื่อน ท่ามกลางความมืดของท้องฟ้า ได้แสงสว่างรำไรจากไฟถนนช่วยให้ทั้งสองพอมองเห็นทางเดินอยู่บ้าง

 

"อืม ไม่เป็นไร"

 

"เราชื่อขิงนะ"

 

"รู้ ป้ายชื่อก็มีบอก" ขิงหน้ามุ่ยอย่างงอน ๆ ก่อนจะหันมายิ้มมุมปาก

 

"นี่มันช์มาเรียน ได้เพื่อนใหม่รึยัง?"

 

"ยัง"

 

"เราก็ยัง ถ้างั้น เราขอเป็นเพื่อนกับมันช์ได้ไหม?"

 

     มันช์เหล่มองคนหน้าตาดีจัดมาขอเป็นเพื่อน ตั้งแต่เล่าเรียนมาตั้งแต่ประถม มัธยม ตลอดจนเข้าสู่ระดับมหาฯลัย เขาเพิ่งได้มีเพื่อนหน้าตาดีเทียบเท่าดาราก็ตอนนี้  มันช์มองคนที่ยิ้มกว้างจนโชว์รอยบุ๋มลึกข้างแก้ม จะดูอย่างไรก็น่ารัก เป็นหน้าตาที่มันช์เห็นแล้วรู้สึกโกรธไม่ลง

 

"ได้ดิ"

 

"ขอบใจนะ แล้วนี่มันช์บ้านอยู่แถวไหน?"

 

"ตอนนี้ เรามาเช่าหอซอยข้าง ๆ มหาลัย"

 

"อยู่กับเพื่อนเหรอ?" ขิงถามอย่างสงสัย

 

"คนเดียว แต่เพื่อนก็อยู่ห้องข้างกัน"

 

"เพื่อนจากโรงเรียนเก่าเหรอ?"

 

"อืมใช่ ขิงไม่มี?"

 

"เราไม่มีเลยครับ" ขิงบอกเสียงเศร้า ๆ การเข้าสู่มหาวิทยาลัย ก็เหมือนกับการเข้าสู่โลกใหม่ ได้เจอสังคมใหม่ เพื่อนใหม่ และอะไรอีกหลายอย่าง และแน่นอนว่าช่วงแรกที่ยังไม่รู้จักใคร ขิงจึงรู้สึกโดดเดี่ยว เดียวดาย แต่พอขิงเห็นมันช์ตอนที่เขามาช่วยเหลือกัน ขิงยอมรับว่าอยากได้มันช์มาเป็นเพื่อน แม้หน้าตาจะติดกวน ๆ หน่อย แต่พอได้คุย มันช์เป็นคนที่น่ารักและจริงใจมาก ๆ

 

     จากนั้น ทั้งสองก็แลกเปลี่ยนเรื่องคุยมากมาย ทั้งประวัติส่วนตัว ความชอบ ตลอดจน ถึงเป้าหมายในชีวิต คุยกันเพลินจนทั้งสองเดินมาถึงหน้าปากซอยข้างมหาฯ ลัย

 

"เจอกันพรุ่งนี้ ขิง"

 

"อืม คุยกับมันช์สนุกมากเลย ขอบคุณนะที่เป็นเพื่อนกัน"

 

"อืม" มันช์ส่งยิ้มให้ ในขณะที่มันช์กำลังเดินเข้าซอยไปหน่อย เพื่อไปยังจุดขึ้นวินมอเตอร์ไซค์

 

"เดี๋ยว มันช์"

 

   มันช์เลิกคิ้วขึ้นสูง

 

"ถ่ายรูปกัน"

 
    มันช์ไม่ค่อยชอบถ่ายรูปเท่าไหร่ แต่ก็เลือกที่จะถามแทนการปฏิเสธ เพื่อถนอมน้ำใจ



"ถ่ายทำไม.."

 

"มันช์เป็นเพื่อนมหาลัยคนแรกของเรา" มันช์เห็นแววตาอ้อน ๆ ของขิงก็ยอมใจอ่อน

 

    คนบ้าอะไรวะ โคตรน่ารักเลย

 

   ขิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้มันช์และบอกให้อีกฝ่ายย่อตัวลงมาหน่อย ในขณะที่ทั้งสองยืนใกล้กันและถ่ายในภาพครึ่งตัว

 

"ขออีเมล์ได้ไหม?"

 

"อืม"  มันช์ไม่ลังเลที่จะให้อีเมล์เขากับขิง

 

"เดี๋ยวทักเอ็มไปหานะ"

 

"อือ"

 

   ในระหว่างที่กำลังเดินไปขึ้นวินมอเตอร์ไซค์นั้น มันช์กดโทรหาเพื่อน

 

"ฮัลโหล ไอ้แบงค์ กลับหอรึยัง"

 

[กลับแล้ว เพิ่งถึง]

 

"เจอกันร้านข้าวไข่เจียวใกล้หอ กูหิว"

 

[กูมั่นใจว่าไม่ใช่แค่กินข้าว? มีเรื่องเล่าชัวร์]

 

"สัด รู้ดี"

 

[เกริ่นมาก่อน ถ้าน่าสนใจจะไปแดกด้วย]

 
"เล่นตัวจริง เออ ๆ  ถ้ากูจำไม่ผิด กูว่า กูเจอคนที่ชอบ]

 
[หัวข้อน่าสนใจ โอเคเจอกัน]

 

    หลังจากที่วางสาย มันช์ลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ก่อนจะขึ้นซ้อนพี่วินมอเตอร์ไซค์ไปร้านข้าวไข่เจียว

 
 
...............................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2019 19:13:40 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ catka12

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 650
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-0
 :-[ อั๊ยยะ...  :-[. เปิดมาก็ปิ๊งกันแล้วววว  :impress2:  น่ารักน่าเอ็นดู  :hao3:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
บทที่ 1 เสน่ห์แรง





"ไปกินข้าวกัน"

"ไปดิ" มันช์บอกขิง


      แม้จะใช้เวลาไม่นานนักที่ได้รู้จักกัน แต่เพราะการเข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง ที่ต้องโดนทำโทษรวมถึงร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน จึงเกิดความกลมเกลียวกลายเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และนั่นก็ทำให้มันช์และขิงสนิทกันเร็วกว่าที่คิดไว้ ที่สำคัญ มันช์ยังได้เพื่อนใหม่เพิ่มเข้ามาในกลุ่มด้วย อย่าง แก้ว ดาว และภุชงค์

       ถึงแม้ว่า ในตอนแรก มันช์ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องเพราะมันทำให้เขาทั้งเครียด ทั้งกลับบ้านดึก ไหนจะโดนกดดันอีกมากมาย แต่พอเห็นผลลัพธ์ว่าได้พบเพื่อนใหม่และซี้กันอย่างง่ายดาย มันช์ก็ลบความคิดร้าย ๆ เหล่านั้นทิ้ง


       หลังเรียนเสร็จ มันช์เดินคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน กระทั่ง มาถึงที่โรงอาหาร เพียงแค่พวกมันช์เดินเข้ามาด้านใน ทุกสายตาของนักศึกษามากมาย ต่างก็จ้องมองกลุ่มมันช์เป็นสายตาเดียว ซึ่งแน่นอนล่ะว่า เปอร์เซ็นต์ในการถูกมองมากที่สุดคงจะเป็นคนใกล้ตัวของมันช์นั่นเอง


"มีแต่คนมองขิงทั้งนั้นเลย"

"ไม่ใช่หรอก เขาก็มองทุกคนแหละ อ้ะ เจอโต๊ะว่างแล้ว" ขิงยิ้ม ก่อนจะสะกิดเพื่อน ๆ เมื่อได้เจอที่นั่งว่าง

   ทุกคนเดินเข้าไปจับจองที่นั่ง แต่ขิงบอกเพื่อน ๆ ให้ไปหาซื้อข้าวกันก่อน ส่วนตัวเองจะเป็นฝ่ายนั่งจองโต๊ะให้  ไม่นานที่เพื่อน ๆ ทะยอยกลับมานั่ง ก็เห็นเด็กนักศึกษาหนุ่มสวมเนคไทแต่งตัวถูกระเบียบนั่งคุยกับขิง

"นี่อยู่ศิลปกรรมหรอ?" ขิงพยักหน้า

"อื้ม แล้วพุช"

"เราเอกออกแบบฯ อุตน่ะ เราไปก่อนนะ ไว้โทรหา" นักศึกษาต่างคณะ เห็นเพื่อนของชิวมานั่งกันจนเต็มโต๊ะ

"ใครหรอ?" มันช์ถามขิงอย่างสงสัย เพราะเห็นตอนแรกขิงบอกกับมันช์ว่าไม่มีเพื่อนมาเรียนที่นี่ด้วย

"อ้อ เขามาขอเบอร์เราน่ะ"

"อื้ออออหืม นี่เปิดเทอมไม่เท่าไหร่ เสน่ห์แรงขนาดนี้" แก้วถามตาโต
   

"ไม่หรอก เดี๋ยวเราขอไปซื้อข้าวบ้างนะ" คนที่เฝ้าโต๊ะบอกอย่างยิ้ม ๆ ก่อนจะลุกไปหาอะไรกินของตัวเองบ้าง


    ในระหว่างที่ขิงเดินกลับมา มันช์เงยหน้ามองขิงที่มีคนเดินตามหลังพร้อมถือถาดเสิร์ฟน้ำ


"ขอบคุณนะครับ" ขิงหันไปบอกหนุ่มนิรนาม ที่ดูทรงแล้วน่าจะเป็นรุ่นพี่ เพราะไม่ผูกเนกไท

"ได้ครับ ไว้พี่โทรไปนะ" ชายหนุ่มส่งยิ้มแล้วเดินไป

   เพื่อน ๆ ต่างอึ้ง ที่ภายในวันเดียว มีหนุ่มมาเกี้ยวถึงสองคน

    ขิงตั้งใจซื้อน้ำมาฝากเพื่อนทุกคน เขาจึงยืนแจกจ่ายให้เพื่อนครบทั้งโต๊ะ



"โห..อิจฉาขิงว่ะ" ดาวแซวพลางสูดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปาก

"อิจฉาทำไม? ดาวก็สวยนะ เดี๋ยวก็มีคนมาจีบ"

"สมพรปาก สาธุ" ดาวว่าอย่างนั้น และในขณะเดียวกันนั้น


"น้องขิงคร้าบบบ" ทุกคนบนโต๊ะอาหารหันไปตามเสียงสูงก็พบพี่อุ้ย รุ่นพี่ปีสองที่แวะมาทักทายกลุ่มของขิง


     ขิงตักมะกะโรนีเข้าปากก็ชะงัก เงยหน้ามองพี่อุ้ย


"ครับพี่"

"พี่ซื้อช็อคโกแลตมาฝาก เย็นนี้ รับน้องน่าจะหนักเก็บไว้กินรองท้องนะ"

"ขอบคุณครับ"

"นั่งกันทั้งกลุ่ม ซื้อมาคนเดียว" มันช์บ่นขมุบขมิบ แต่ไม่วาย รุ่นพี่ยังได้ยิน

"ไอ้มันช์ อย่าเผลอปากไวในเอก รู้ตัวไหมว่าเอ็งโดนหมายหัวอยู่" มันช์หุบปากฉับ แต่เพราะมันช์รู้ดีว่าพวกพี่ปีสองใจดีและเข้าขากันมากกว่าพวกพี่ปีสาม มันช์ถึงกล้าแซวอะไรได้

"หมายหัว? ผมทำอะไรผิด" มันช์ถามอย่างงงๆ

"คิดเอาเอง" ตอนหันมาตอบมันช์นี่ทำหน้าเหม็นเบื่อ แต่พอหันไปตอบขิง มันช์ล่ะแทบอยากอ้วกใส่ ส่งสายตาพราวระยับ จนขิงยังต้องหลบตา แต่ก็อย่างว่า ขิงก็ดูเป็นผู้ชายที่คล้ายผู้หญิงมากเกินไป ใครเห็นก็คงอยากจะแซว อยากจะอยู่ใกล้

"พี่ไปก่อนนะคร้าบ เจอกันเย็นนี้"

"ครับพี่อุ้ย" ขิงยิ้มหวาน ก่อนจะตักมะกะโรนีกินต่อ

     มันช์ที่ยังทำหน้าสงสัยเหมือนมีอะไรคาใจกับคำถามที่พี่อุ้ยทิ้งไว้ให้คิด จึงทำให้ดาวที่เห็นหน้าเพื่อนฉงน งงงวย จึงช่วยหาคำตอบให้

"มึงไม่ต้องงงหรอกมันช์ ที่พี่เขาพูดแบบนั้น สงสัยคงเพราะความเป็นสุภาพบุรุษปกป้องขิงไงคะ มึง" พอแก้วบอกอย่างนั้น มันช์เหล่มองหน้าขิง ที่ขิงก็ทำได้แต่ยิ้มมุมปาก ก้มหน้ากินข้าวไปอย่างเรื่อย ๆ
.
.
.
.
"ทำไมจำนวนไม่เท่าเมื่อวาน?" พี่ว้ากตะโกนถามเสียงดังลั่น

"......"

"เฮ้ย! ผมถาม เงียบทำไมวะ" พี่ว้ากตวาดทั้งยังเดินวนเวียนไปมาตรงหน้าแถว ส่วนรุ่นพี่ปีสองได้แค่ยืนกระจายกันมองรุ่นน้องอยู่ห่าง ๆ

"เพื่อนคุณหายไปไหน?"

"......"

"ลุกขึ้น เร็ว ๆ สิวะ"

"นั่งม้า ปฏิบัติ"


    เด็กปีหนึ่งลุกพรวดจนฝุ่นคลุ้ง กอดคอ ย่อตัวกันพลางก้มหน้า พวกพี่ว้ากยังเดินผ่านไปผ่านมา กอดอกมองรุ่นน้องที่ตอนนี้ หน้าดำ หน้าแดง เคร่งเครียด

     
     เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ การนั่งม้ายังคงดำเนินต่อไป จนน้องปีหนึ่งบางคนก็เริ่มขาสั่นคล้ายจะทนไม่ไหว และทันใดนั้นเอง


"ขอโทษครับ" มันช์รีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามายืนก้มหัวตรงหน้าแถว

"ปีหนึ่ง พอ"  พี่ว้ากหน้าโหดตัดทรงสกินเฮดตะโกนบอก เด็กปีหนึ่งทุกคนจึงหยุดและกลับมายืนยืดตัวตรงตามเดิม

"ไปไหนมา?" มันช์เงียบ เมื่อเป็นพี่ว้ากอีกคนหันมาถาม เพราะยามนี้ เขาต้องประจันหน้ากับรุ่นพี่ปีสามที่ยืนทำหน้าถมึงทึง จนได้แต่เอ่ยเสียงแผ่ว

"ผมไปเข้าห้องน้ำมาครับ" มันช์ตอบตามจริง เขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะท้องเสีย ไม่แน่ใจว่าใช่ส้มตำครกเมื่อกลางวันหรือเปล่า และเพราะปวดหนักมากจึงบอกใครไม่ทัน แต่ไม่คิดว่า พอจัดการธุระเสร็จ วิ่งมาหน้าลานศิลปกรรมจะพบว่าเพื่อนมันช์ทั้งชั้นปีจะถูกโดนลงโทษเพราะเขาเป็นต้นเหตุ


"แล้วตั้งนานทำไมไม่เข้า"

"พี่จะลงโทษอะไรก็บอกมาเลยดีกว่าครับ" มันช์สวนกลับ ยามนี้ เขาไม่มีกะจิตกะใจจะยืนอยู่กับพี่ว้ากตรงนี้นาน ๆ

"ทำไมไม่ตอบคำถาม"

"ขอโทษครับ ผมแค่คิดว่า เพื่อนไม่ผิดยังโดนทำโทษ แล้วนับประสาอะไรกับคนที่ผิดเต็มประตูอย่างผมจะไม่โดนล่ะครับ"

"ยอกย้อนหรอก ห้ะ!"

"เปล่าครับ"

"ไปเลย ลุก-นั่ง หนึ่งร้อยปฏิบัติ"


   มันช์พยักหน้า ก่อนจะย่อตัวลงและยืดตัวขึ้นไปตามจังหวะการนับของตัวเองอย่างเสียงดัง ฟังชัด


"หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก"

"ดัง ดัง" พี่ว้ากตะโกนใส่

"เจ็ด แปด เก้า สิบ สิบเอ็ด สิบสอง สิบสาม"

ฟึ่บ

   ทันใดนั้น มันช์ทรุดตัวลงกุมท้องตัวเองและทำตามที่รุ่นพี่บอกไม่ไหว

"ทำไมอ่อนแอจังวะ ห้ะ!!"


     มันช์ตัวงอเป็นกุ้ง กุมท้องด้วยความจุก เสียด ทั้งยังปวดบิด หน่วงหนึบ ก่อนจะพยายามฝืนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แล้วมองหน้าพี่ว้ากคนที่ด่าอย่างเสียความรู้สึก มันช์ไม่พูดพร่ำ ทำเพลง หมุนตัวเดินไป จนกระทั่งเด็กปีหนึ่งทุกคนตกใจ ที่เห็นแผ่นหลังเพื่อนค่อย ๆ ไกลตาออกไปเรื่อย ๆ


    รุ่นพี่ผู้หญิงปีสองรีบวิ่งตามมันช์ และทันใดนั้น ขิงก็วิ่งออกมาจากแถว


"ผมขอไปดูเพื่อนครับ" ขิงไม่ได้รอคำตอบ เขาวิ่งไปหามันช์ทันที จากนั้น ดาว แก้ว ภุชงค์วิ่งตามไป จนกลายเป็นอุปาทานหมู่ เพื่อนปีหนึ่งทั้งระดับชั้นก็วิ่งกรูกันไปตามมันช์ทั้งหมด


"ใครสั่งให้พวกคุณไป!"


    ไม่มีใครตอบคำพี่ว้าก จนกระทั่งเด็กปีหนึ่งหายไปจากลานสายตา




"น้องมันช์คะ กินยาธาตุน้ำขาวหน่อยนะ เผื่อช่วยได้"

      มันช์ที่มานั่งหลบมุมกุมท้องตัวเองตรงตีนบันไดขึ้นตึกอีกฝั่ง เงยหน้าขึ้นมาตกใจที่นอกจากจะเห็นพี่ปีสอง เขายังเห็นกลุ่มเขารวมไปถึงปีหนึ่งทั้งชั้นมายืนล้อมบริเวณที่เขานั่ง

"ไหวไหม?"

"เป็นอะไรมากหรือเปล่า?"

"มึงโอเคนะ"

      ทุกคนถามไถ่อย่างจริงใจ แถมไม่มีใครคิดว่าเขาสำออยหรืออ่อนแอเหมือนพี่ว้ากคนนั้น

      มันช์รับยาน้ำสีขาวขวดเล็กเท่าฝ่ามือมากระดกกิน

"ขอบคุณครับพี่"

"ไหวไหม ไม่ไหวกลับบ้านนะ"


      มันช์อยากตอบว่าไม่ไหว แต่เพราะเห็นถึงความห่วงใยของเพื่อนทั้งชั้นปีมายืนกันอยู่ตรงนี้ เขาจึงต้องลุกไปโดยมีขิงและภุงชงค์คอยพยุง ประกบข้าง

     จนกระทั่งกลับไปยังลานรับน้อง รุ่นพี่ปีสองก็กรูเข้ามาหา โดยการกระทำทั้งหมดนั้นอยู่ภายใต้สายตาดุดันจากรุ่นพี่ปีสามนับสามสิบชีวิต


"ยังไม่มีใครตอบผม ว่าใครสั่งให้ไป ห้ะ!"

    เป็นดาวที่ยกมือ ก่อนตอบ

"ไม่มีใครสั่งค่ะ แต่เพราะพี่สอนให้เรารักกัน สามัคคีและช่วยเหลือกัน ถ้างั้น การที่พวกหนูเห็นเพื่อนไม่สบาย และอยากจะไปช่วยเพื่อน หนูสามารถทำได้ใช่ไหมคะ"

"......"

    พี่ว้ากเงียบ ก่อนจะมีเสียงแทรกขึ้นอีกครั้ง

"แต่พวกคุณคงลืมไปว่า ควรเคารพรุ่นพี่คุณด้วย ใช่ไหม?" พี่ว้ากที่มันช์มองว่าหน้าตาโหดน้อยที่สุดกำลังจ้องมันช์สลับกับมองดาว

"......" เด็กปีหนึ่งเงียบกริบ เถียงไม่ออก

"ปีหนึ่งปีนี้ แม่งไม่ได้เรื่อง ห่วย!!"

"ห่วย!!"

"ไอ้ห่วย!!" พี่ว้ากทั้งหมดตะโกนกรอกหูน้องปีหนึ่ง จนน้องผู้หญิงถึงกับสะดุ้งและร้องไห้ และในขณะเดียวกัน เด็กปีสองร่วมห้าสิบชีวิตที่อยู่ตรงลานศิลปกรรม กำลังรวมตัวกัน และทันใดนั้น เด็กปีสองกอดคอ ลุก-นั่ง โดยที่พี่ว้ากไม่ได้สั่งแต่อย่างใด


"ใครสั่งให้พวกมึงทำ ห้ะ!!" พี่ว้ากหันไปด่าน้องปีสองที่กล้าขัดคำสั่ง

"สิบสี่ สิบห้า สิบหก" เด็กปีสองไม่มีใครตอบ เขายังคงทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ

"ได้ ถ้าอยากทำก็ทำไปจนกว่ากูจะบอกให้มึงพอ"


   เมื่อพี่ว้ากยืนกอดอกมองรุ่นน้องปีสองลุกนั่งและนับตัวเลขกันเสียงดังฟังชัด ยามนี้ น้องปีหนึ่งหันไปมองรุ่นพี่ปีสองที่ยังคงลุก-นั่งอย่างรู้สึกผิด และเป็นขิงที่ทำก่อน จากนั้น น้องใหม่ทุกคน ยกเว้นมันช์ก็ทำตามกันอย่างพร้อมเพรียง

   ไม่นานนัก

"พอ ๆ กลับบ้านไปซะ ผมไม่อยากเห็นหน้าพวกคุณ กลับไป้!!'

    น้องเฟรชชี่และพี่ปีสองหยุด เมื่อพี่ว้ากสั่ง จากนั้น ทุกคนก็แยกย้ายกลับบ้าน

   มันช์มีขิงคอยพยุง ส่วนดาว ภุชงค์และแก้วก็ตามประกบไม่ห่าง เขาเดินได้เชื่องช้ากว่าเดิม เพราะยังปวดท้องไม่หาย

หมับ

    มันช์ตกใจ เมื่อหันไปเห็นรุ่นพี่ปีสูง เหลือบมองผ่านไหล่ก็เห็นรถยนต์ของรุ่นพี่จอดเทียบฟุตบาท เปิดไฟกระพริบ

"พี่ไปส่ง"

"ไม่เป็นไรครับ" มันช์ยิ้มและจ้องหน้าพี่เขาอยู่นาน อาจเป็นเพราะพี่เขาไม่ได้มีบทบาทรับน้องมากนัก จึงไม่ค่อยคุ้นตา มันช์พยายามดึงแขนออกจากการจับของรุ่นพี่

"เลยเวลารับน้องแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะถืออภิสิทธิ์"

"ให้พี่เขาไปส่งเถอะ เดินกว่าจะถึงห้องมึง" ดาวแนะนำ

"ขิงเห็นด้วยนะมันช์"

"อืมจริง กูก็เห็นด้วย" เมื่อเพื่อน ๆ คะยั้น คะยอ มันช์จึงพยักหน้าและเดินไปขึ้นรถของพี่ปีสูง


"ขอโทษนะครับ พี่ชื่อ..?"

"เต็น ปีสี่ เอ่อขอโทษทีมีรุ่นน้องติดมาด้วย"

"ครับ" เมื่อพี่เต็นเปิดประตูรถข้างหลัง มันช์ตกใจ เมื่อคนที่เห็นเป็นพี่ว้ากคนที่เพิ่งตะคอกใส่เขาเมื่อกี้นี้ และนอกจากคนขับ คนที่อยู่ในรถ คือ กลุ่มพี่ว้ากทั้งหมด


"พี่เต็นครับ ผมกลับบ้านเองดีกว่า"

"ขึ้นรถเถอะมันช์ แปปเดียว"

    มันช์กัดปากก่อนจะสอดตัวไปนั่งหน้ารถที่มีรุ่นพี่สองคนนั่งอยู่ก่อน
 

     มันช์นั่งตัวแทบติดประตู และไม่ได้คุยกับใคร เขารู้สึกอึดอัดและกดดันที่หางตารู้สึกเหมือนว่าพี่ว้ากคนนั้นจ้องมองเขาอยู่

"พี่จอดตรงนี้ครับ"


    กว่าจะถึงปลายทาง มันช่างทรมานเหลือเกิน และมันช์รู้สึกโล่งใจยามที่ได้เอ่ยปากบอกว่าถึงแล้ว


"ทำไมไม่ไปป้ายรถเมล์?" เต็นถามอย่างสงสัยเมื่อรุ่นน้องให้จอดแค่ซอยที่ทะลุถนนใหญ่

"ผมอยู่หอข้างซอยนี่"

"อืมเหรอ มันช์เดินไหวนะ"

"ไหวอยู่ครับ"

"โอเคครับ"

     มันช์พยักหน้า ก่อนจะยกมือไหว้พี่ทุกคน รวมถึงพี่ว้ากที่ไม่แม้แต่จะรับไหว้ กระทั่ง มันช์ลงรถไปแล้ว เสียงจากคนหลังรถก็ดังขึ้น

"มึง คิดจะจีบน้องมันเหรอ?"

"แล้วมึงจะทำไม?" เต็นหันไปถามเติร์ก รุ่นน้องปีสาม

"ก็ไม่ทำไม แค่ถามดู" สิ้นเสียงนั้น สายตาทุกคู่กำลังมองอย่างลุ้น ๆ ว่าเด็กปีหนึ่งคนนั้นมันจะเดินกลับถึงห้องหรือไม่
.
.
.
.

     การรับน้องยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ความสนิทสนมระหว่างเพื่อนก็มีมากขึ้นทุกที ยามนี้ มันช์ ดาว แด้ว ภุชงค์และขิง กำลังเดินออกมาจากห้องเรียน ที่วันนี้เรียกวิชานอกสาขา ขณะที่เขาเดินลงบันไดออกมาจากอาคาร

"ขิง"

"อ้าว พุช เรียนตึกนี่เหรอ?" ขิงยิ้มกว้างให้พุชที่เดินมากับเพื่อน ๆ

"ใช่ ๆ" พุชหันไปบอกเพื่อนให้เดินไปก่อนจากนั้นเขาถึงหันมาคุยกับขิงต่อ

"ขิงไปไหน?"

"กำลังจะไปเดินตลาดนัดน่ะ"

"อื้มขอไปด้วยได้ไหม?" พุชถามเพราะเขาอยากมีโอกาสได้อยู่กับขิงตัวเป็น ๆ เพราะตั้งแต่ได้เบอร์โทร ก็ได้แต่คุยกันทางโทรศัพท์ ไม่มีโอกาสได้เจอกันสักที

"มันช์ว่าไง" ขิงถามแล้วยกมือไปเกาะแขน ฟากพุชเอียงคอมองการกระทำของคนที่เขากำลังจีบ

"แล้วแต่สิ เพื่อนขิงไม่ใช่เพื่อนเราสักหน่อย" มันช์ว่าตามที่เห็น ส่วนเพื่อน ๆ คนอื่นเริ่มรอไม่ไหวจึงบอกขิงว่าจะเดินไปตลาดนัดก่อน ส่วนมันช์ที่พอจะเดินตาม ขิงก็จับไม่ปล่อย

"พุชไปด้วยก็ได้ แต่เมื่อกี้ พุชบอกว่ามีเรียน"

"เรามารอก่อนเวลา พอเดินได้ยี่สิบนาที"

"อื้ม" ขิงว่า ก่อนจะดึงแขนมันช์ให้เดินตาม ส่วนพุชก็ทำได้แค่มอง ฟากมันช์ไม่ได้สนิทกับเพื่อนต่างคณะของขิง จึงรู้สึกอึดอัดที่จะเดินร่วมด้วย

"ขิงเดินกับเพื่อนเถอะ เราขอแยกไปซื้อเฉาก๊วยก่อน อยากกิน"

"งั้นไปเจอกันตรงที่นัดพวกดาวเลยนะมันช์"

"อื้อ"

   มันช์ว่าอย่างนั้น ก่อนจะแยกไปซื้อเฉาก๊วยที่อยู่ต้นทางตลาดนัด

"เฉาก๊วยแก้วนึงและก็ลอดช่องแก้วนึงครับ" จากตอนแรกอยากกินแค่เฉาก๊วย แต่พอเห็นลอดช่องก็น้ำลายสอ จึงโลภมากสั่งกินสองอย่างคนเดียวซะเลย

   เมื่อแม่ค้าทำให้และกำลังยื่นให้มันช์

"ของผมได้หรือยังครับ?" แม่ค้าชะงักพลางยิ้มแหย ๆ ถ้ามันช์เดาไม่ผิดลูกค้าที่เพิ่งเดินกลับมาคงสั่งเอาไว้ก่อนและเดินไปดูของร้านอื่น

"ให้เขาก่อนก็ได้ครับ" มันช์บอก เพราะเขาไม่ได้รีบร้อนจะไปไหนอยู่แล้ว

"ขอบคุณครับ"

"ไม่เป็นไรค..." ในขณะที่มันช์จะหันไปยิ้มให้คนข้าง ๆ ที่ตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพก็ชะงักเมื่อคนที่เห็นนั้นเป็นใคร

"ของกูได้ยัง ไอ้เติร์ก" พี่ว้ากอีกคนผ่านเข้ามาถาม มันช์หันหน้ากลับมามองแม่ค้าดังเดิม


     เมื่อหางตาเห็นพี่เขาเดินไป มันช์ก็ลอบถอนหายใจ ยืนรอลอดช่องกับเฉาก๊วย จนกระทั่งได้แล้วเขากำลังเดินไปหาเพื่อน

      มันช์ไม่ได้แวะร้านไหนอีก เขาเดินไปเรื่อยๆ แต่ก็เดินได้ยากลำบาก เมื่อเด็กนักศึกษาชาย-หญิงต่างมาช็อปปิ้งกันจนมีพื้นที่ว่างระหว่างทางเดินช่างน้อยนิด

ปึก!
   
     มันช์ถลาไปข้างหน้า จนน้ำกะทิลอดช่องกระฉอกออกมา แต่ดีที่ไม่เปรอะเสื้อของเขา


"ขอโทษครับ" มันช์ได้ยินเสียงคนข้างหลังเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะได้ยินเขาด่าเพื่อน "ไอ้สัดป๋อ มึงจะดันหาห่าอะไร เห็นไหมว่าข้างหน้าแม่งเดินไม่ได้"

      มันก็จริงอย่างที่คนข้างหลังบอกเพราะคนข้างหน้ามันช์กระดื้บได้ทีละนิดอย่างกับหนอน มันช์หันไปหาเพื่อจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่แล้วก็ชะงักอีกรอบ เมื่อเจอพี่ว้ากคนเดิม

'จะซวยอะไรขนาดนี้วะไอ้มันช์เอ้ย'

     กว่าจะเดินเบียดออกมาได้ มันช์ต้องใช้เวลาใกล้ชิดกับพี่ว้ากอยู่นาน จนมาเจอะพวกกลุ่มเพื่อนเขาพอดี

"ได้มาแค่นี้" ดาวชี้แก้วลอดช่องและเฉาก๊วย แต่เมื่อมองในมือของดาวก็แทบชะงัก มีถุงขนมเต็มไม้ เต็มมือ  ส่วนของในมือขิงมีแค่ขนมแพนเค้กลายการ์ตูน

"อร่อยไหมอะ เฉาก๊วย"

"ก็อร่อยดีนะ"

"ขอลองได้ไหม?"

"อื้อ"

     มันช์ยื่นแก้วให้ขิงดูด ก่อนจะยกยิ้มหน้าบาน

"สดชื่นจัง" ขิงยิ้ม มันช์ยิ้ม ก่อนจะโดนขัด

"นี่เพื่อนหรือแฟนคะ แหมดูแลกันดี"

"ดาวมึงอย่าเพ้อ" มันช์บอกอย่างนั้น ก่อนจะเดินกลับเข้าเอกศิลปกรรม เพื่อว่าจะไปหาที่นั่งกินขนม นมเนย ที่ซื้อมา
.
.
.
.       
"ปีหนึ่งรวม"

     ยังไม่ทันได้กินขนมที่ซื้อมา พวกมันช์และเด็กปีหนึ่งก็ต้องทิ้งข้าวของทั้งหมดไปกองไว้รวมกันที่พื้นข้างทางเดิน ก่อนจะวิ่งกระหืดกระหอบไปลานศิลปกรรมหน้าตาตื่น


     ตอนนี้ พี่ว้ากมองปีหนึ่งด้วยสายตาวาวโรจน์ ก่อนจะเอ่ยให้เด็กปีหนึ่งนับจำนวนอีกครั้ง

    เมื่อตัวเลขตรงกับเมื่อวาน พี่ว้ากที่นั่งอยู่บนโต๊ะในซุ้ม ก็ถามเสียงนิ่ง

"พวกคุณปีอะไร"

"ปีหนึ่งครับ"

"แล้วพวกผมปีอะไร?"

"ปีสามครับ"

"มีคนไม่ไหว้พวกผม"

      มันช์ชะงักกึก เหมือนคนมีความผิดติดตัว การที่พี่ว้ากพูดแบบนั้น เหมือนจงใจจะหาเรื่องกัน เพราะตอนที่เจอกันที่ตลาดนัด มันช์ก็ไม่ได้ยกมือไหว้

"ใครรู้ตัว" มันช์ชะงักอีกรอบเมื่อพี่ว้ากคนนั้นหันมาประสานสายตากัน

     มันช์ยกมือยอมรับผิด

"ลุกขึ้น"

     มันช์ลุกขึ้นยืนพลางก้มหน้า

"คุณคิดว่าผมควรลงโทษอะไรดี?"

"ก็แล้วแต่พี่ครับ"

"แน่ใจ?" พี่ว้ากถาม มันช์พยักหน้า

"ถ้าผมให้กินฉี่ คุณก็จะกิน?"

"ก็ถ้าผมเถียงว่าไม่กิน พี่ก็จะใช้คำถามเดิมอีกว่า พวกผมปีอะไร พวกพี่ปีอะไร?" พี่ว้ากที่นั่งอยู่กระโดดลงมาจากซุ้ม เดินแทรกเด็กคนอื่นที่นั่งอยู่เข้ามาในแถว และกระชากข้อมือมันช์สุดแรงเพื่อลากออกมานอกแถว

"โอเค งั้นรอ ผมลงโทษคุณแน่ แค่ให้คุณยืนทำใจตรงนี้ก่อน"

     หลังจากนั้น มันช์ก็ยืนตามที่พี่สั่ง แต่น่าแปลกที่พี่ว้ากคนนั้นกลับไม่ได้ทำโทษอะไร นอกไปจากการให้มันช์ยืนหัวโด่มองเพื่อนที่นั่งโดนด่าอยู่เท่านั้น...


...........................


เสน่ห์แรงไม่แพ้กันเลย ฮ่าๆ
:mew1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2019 19:28:49 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +358/-0

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
เด๋วๆ ตอนแรกที่น้องมันช์บอกเจอคนที่ชอบ
คนนั้นคือใครอ่ะ
ใครๆๆๆๆๆๆ
อยากวู้ววววววว
 :hao7:

อิพี่ว้ากเติร์กนี่โหดไปไหน
เฮียชอบน้องจริงดิ ว้ากใส่งี้จะกล้าชอบอยู่มั้ย
 :hao5:

ปล. จริงๆ รับน้องเฟรชชี่เราไม่เคยเจอพี่วินัยใช้กูมึงกับน้องเลย
มีแต่คุณกับผม หรือพี่กับน้อง
จะกูมึงคือรู้จักกันแล้ว กินเหล้าเมาด้วยกันแล้ว หรือเป็นส่วนตัวกันแล้วไรงี้มากกว่า
พอมีกูมึงในประชุมเชียร์ เลยแหม่งๆ อ่ะ
ไม่โกรธเค้านะ
 :mew2:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
บทที่ 2 คนที่ชอบ




"ไอ้มันช์มึงนำดิ๊"

      ภุชงค์กระทุ้งสีข้างเพื่อน ก่อนจะหันรี หันขวางมองรุ่นพี่ที่นั่งประจำซุ้มของแต่ละกลุ่ม ในเวลานี้ คือการเข้าสู่ช่วงแห่งการตามล่าหาลายเซ็นรุ่นพี่ในแต่ละชัั้นปีให้ได้มากที่สุด


      ซึ่งแน่นอนว่า การจะขอลายเซ็นจากรุ่นพี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะแต่ละคนก็คิดสรรหาวิธีแกล้งที่แตกต่างกันไป มีตั้งแต่เต้นบ้าบอ ร้องเพลง ไปจนถึงการเล่นพิเรนทร์ เช่นตอนนี้ ที่มีเด็กปีหนึ่งผู้หญิงสี่คน โดนใช้ไปเต้นที่โรงอาหาร โดยรุ่นพี่ที่เอกยืนมองอยู่ฝั่งตรงข้าม

      ถือว่าเป็นกิจกรรมที่พวกมันช์มองว่ามันสนุกแต่ก็แอบแฝงความกดดันในเวลาเดียวกัน เหมือนตอนนี้ ที่กลุ่มของมันช์ยืนละล้า ละลังยามที่กลุ่มเขาได้ลายเซ็นมาทุกคน ยกเว้นกลุ่มพี่ว้าก

   
"โห รักกูมาก" มันช์ด่าภุชงค์ เพราะถ้าเขาไม่มีปัญหากับพี่ว้ากมันก็คงจะทำให้เขาใจกล้ามากกว่านี้ มันช์ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันช์ไปทำอะไรให้ มันช์ถึงโดนพี่ว้ากทั้งด่า ทั้งตะคอกใส่อยู่เสมอ

"ขิงนำเองมันช์" ขิงบอกยามที่เห็นเพื่อนเงียบกัน

"เออ พวกมึง เอาขิงเป็นแบบอย่างสิวะ" มันช์ยิ้มเดินตามขิงที่นำไปหาแก๊งพี่ว้ากที่นั่งหน้าเข้มกันอยู่ในซุ้มไม้

"พวกผมมาขอลายเซ็นครับ" ขิงยื่นสมุดลายเซ็น แต่พี่ว้ากก็พูดขึ้น

"มีอะไรมาแลก"

"พี่อยากได้อะไรครับ"

"เบอร์น้องขิงคร้าบบบบ" การพูดหยอกล้อไม่เคยหลุดรอดมาจากปากพี่ปีสาม แต่มันมาจากพี่อุ้ย ปีสอง ที่ไม่ได้เกรงกลัวอำนาจและสายตาของรุ่นพี่ปีสามเลยสักนิดเดียว

      ฟากขิงยิ้มหน้าแดง ที่โดนรุ่นพี่ปีสองตะโกนแทรก จนพี่ปีสามตะโกนด่ารุ่นน้องปีสองให้เงียบ และจู่ ๆ พี่ว้ากก็โพล่งขึ้น

"เมื่อกี้พูดอะไรนะ ห้ะ?"

"ผมเปล่านะครับ" ขิงยกสองมือระดับไหล่พลางส่ายหน้า พี่ว้ากก็กระโดดลงมาจากซุ้ม และเดินผ่านตัวขิงไป จนมาหยุดตรงหน้ามันช์

"ผมว่าคุณ" มันช์เบิกตาโพลง เมื่อพี่ปีสามคนเดิม ใช้นิ้วจิ้มกลางอกมันช์แรงๆ

"คุณ-พูด-อะ-ไร?" มันช์กัดปากมองหน้าพี่ว้ากที่เน้นเสียงหนัก ทั้ง ๆ ที่ดวงตาเริ่มแดงก่ำ

"หน้าม่อ" มันช์บอกเสียงเบา ก่อนจะก้มหน้าลง

"คุณอยู่ปีอะไร?" พี่ว้ากถามต่อ ยิ่งทำให้มันช์รู้สึกกดดัน ไม่ใช่เรื่องของการถูกถามซ้ำ ๆ  แต่มันยังรวมไปถึงการเห็นรุ่นพี่ตามซุ้มต่าง ๆ หันมามองมันช์อย่างสนใจ ใคร่รู้


"ปีหนึ่งครับ"

"แล้วพวกผมปีอะไร?"

 "....." มันช์เงียบ คนที่เคยกวนตีนกลับกวนตีนไม่ลง

"ผมถาม ตอบ!" เสียงเติร์กตวาดดังลั่นทั่วบริเวณ จนเพื่อนที่นั่งอยู่ในซุ้ม ยังตกใจ

"....."

"ผมเพื่อนเล่นคุณเหรอ? ห๊ะ!!"


' ไอ้มันช์มึงอย่าร้องนะ'

      มันช์สะกดจิตบอกตัวเอง เพราะตอนนี้ มันช์กำลังยืนอยู่ท่ามกลางสายตารุ่นพี่นับร้อย แม้ใจจะอยากตอบออกไปแต่เขารู้ดีว่าถ้าตอบต้องหลุดเสียงสั่นแน่ ๆ มันช์อดกลั้นไม่ได้จริง ๆ เด็กหนุ่มไม่ตอบแต่กลับหมุนตัววิ่งไปที่ห้องน้ำขณะที่เพื่อน ๆ ทุกคนกำลังจะวิ่งตาม

"ใครตามไป ผมไม่ให้ลายเซ็น"

     ทุกคนชะงักเท้าพลางหันไปหากลุ่มพี่ว้ากที่กำลังคิดวิธีที่จะทำให้น้องปีหนึ่งกลุ่มนี้ได้ลายเซ็น พวกดาว ขิง ภุชงค์ แก้ว ต่างมองหน้ากันไปมา และเป็นดาวที่ยกมือขึ้น

"หนูไม่เอาลายเซ็นค่ะ" ดาวออกตัว แต่ก็ต้องชะงักอีกครั้ง

"แต่ถ้าไป มันจะโดนหนักกว่าเดิมและผมจะไม่ให้ลายเซ็นมันด้วย"

    ดาวหยุดเท้า มองหน้าพี่ว้ากที่พูดออกมาอย่างไร้เหตุผลสิ้นดี เธอเดินข่มความโกรธกลับมายืนตรงจุดเดิม และปรากฏว่า พวกดาวกลับได้ลายเซ็นพี่ว้ากคนนี้มาอย่างง่ายดาย

"ฝากบอกน้องคนนั้นด้วยว่า พรุ่งนี้ ต้องมาเอาลายเซ็นกับผม"

    เพื่อน ๆ ของมันช์พยักหน้ารับทราบ ก่อนจะวิ่งแจ้นไปตามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

     เมื่อเด็กปีหนึ่งกลุ่มนั้นเดินลับตาไปจนไม่เหลือใครสักคน ป๋อเพื่อนสนิทเติร์กก็ถามเพื่อนตัวเองเสียงเบา


"มึงเล่นแรงไปรึเปล่าวะ"


"กูแสดงมากไป?" เติร์กเลิกคิ้วขึ้นสูงหันไปหาเพื่อน ก็ในเมื่อเขารับหน้าที่เป็นพี่ว้าก เขาก็ต้องแสดงให้สมบทบาทที่สุด

"ไอ้สัด นี่ยังไม่รู้ตัวอีก?"

"แล้วจะให้กูทำไง กูง้อน้องไม่ได้ มึงก็รู้" เติร์กว่าอย่างนั้นเพราะหน้าที่ก็ค้ำคออยู่

"เออเดี๋ยวกูให้ปีสองไปดู"

"อือ"

      จังหวะที่ป๋อจะไปบอกน้องปีสองให้ไปช่วยดูน้องเฟรชชี่ หางตาของเติร์กเห็นพี่เต็น ปีสี่เดินไปทางห้องน้ำ

"ไอ้เต็น"

"อะไร?"

"มึงจะไปไหน?" เติร์กถาม ฟากเต็นมองเหมือนสงสัยว่าทำไม ช่วงนี้ เติร์กต้องถามทุกครั้งที่เขาขยับตัว

"......" เต็นไม่ตอบ แล้วเดินไป

"สัดเต็น แม่ง!"
.
.
.
.
"ทำไมต้องตะคอกด้วยวะ"

"ใจเย็นมึง" ดาวนั่งปลอบเพื่อนที่ยามนี้ มันช์นัางตาแดง ในดวงตาคู่นั้น ได้ฉายแววชัดถึงอาการตัดพ้อ และการเสียความรู้สึกปะปนกันไปหมด

"กูไม่รับน้องแล้วนะพรุ่งนี้"

"ใจเย็นก่อนนะมันช์" ขิงว่าพลางเอื้อมมือไปแตะไหล่


"น้องครับ" เพื่อน ๆ ที่ปลอบกันอยู่ตรงม้าหินข้างห้องน้ำ หยุดมองรุ่นพี่ปีสี่ที่เดินมายืนค้ำหัว

"เป็นอะไรมากไหม?"

"ไม่ครับ"

"พี่ขอโทษแทนพวกน้องปีสามด้วยครับ"  เต็นว่าพลางยื่นกระดาษทิชชูเปียกให้มันช์ ฟากมันช์เอ่ยขอบคุณก่อนจะรับมาซับหน้าซับตา

      สาเหตุที่เต็นออกมา เพราะเต็นไม่อยากให้รุ่นน้องเสียความรู้สึกหรือมีอาการเกลียดการรับน้องจนนำไปฟ้องอาจารย์ หรือแม้แต่ทางมหาฯลัย เขาถึงต้องมาคอยดูแล ถามไถ่ หวังให้น้องใจเย็นลงและให้อภัยกับเรื่องรุ่นพี่ที่ด่าได้

"....."


"พี่ให้มันช์กลับบ้านก่อน เดี๋ยวพี่จะเดินไปบอกกับพวกปีสามเอง"

"ก็ดีนะมันช์ กลับไปพักให้สบายใจก่อนนะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่" ขิงว่า พลางเอื้อมไปจับมือมันช์ มันช์ก้มมองมือที่ขิงจับไว้ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนคนอื่น ๆ

"กระเป๋าผมอยู่ที่เอกครับ"

"เดี๋ยวขิงไปหยิบให้" ขิงเอ่ยอย่างใจเย็น

    มันช์พยักหน้าและนั่งรอ ก่อนที่เพื่อน ๆ จะกลับไปร่วมกิจกรรมตามเดิม เหลือเพียงพี่เต็นคนเดียวที่นั่งเป็นเพื่อนเงียบ ๆ 

"ใครให้คุณกลับบ้าน?" แต่แล้วมันช์ก็สะดุ้งเฮือก ยามที่หันไปเห็นพี่ว้ากคนเดิมเดินกอดอกมาพร้อมขิง

"กูอนุญาตเอง" มันช์แค่นั่งเงียบ ๆ ก็มีคนแย้งแทนให้

"แต่กูไม่อนุญาต"

"แต่กูเป็นรุ่นพี่มึง ไอ้เติร์ก" มันช์เหลือบมองพี่เต็นสลับกับพี่ว้ากอีกคนที่กำลังเถียงกันอย่างมีปากเสียง ก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกไปคุยกันไกล ๆ

    มันช์ถอนหายใจ ถ้าทนไม่ไหว มันช์คิดว่าก็ควรพอเท่านี้ก่อน วินาทีนั้น มันช์ตัดสินใจเดินกึ่งวิ่งกลับบ้าน

หมับ

      มันช์ชะงักเท้า เมื่อโดนจับเข้าที่ต้นแขน หันกลับไปดูก็พบว่า เป็นพี่เต็น


"พี่เคลียร์ให้แล้ว อย่าคิดมาก พรุ่งนี้กลับมารับน้องนะ"

"ขะ...ขอบคุณครับ"

    มันช์มองหน้ารุ่นพี่คนนี้ที่เอ่ยด้วยวาจาสุภาพแถมดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันช์ตอบออกไปก่อน แต่ถามว่า จะมาไหม เขาก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ในขณะที่มันช์เดินแยกมาคนเดียวแล้วนั้น เขาก็รีบโทรหาเพื่อน

"ฮือออออ ไอ้แบงค์"

[เฮ้ย มันช์มีอะไรวะ ทำไมมึงเสียงสั่น ร้องไห้เหรอ?]

"พี่เติร์กตะคอกใส่กู"

[จริงดิ]

"กูไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นพี่เขา ทำไมกูต้องเจอพี่เขาด้วย"

[สรุปใช่ ใช่ไหม?]

"อืมใช่ ตอนแรกกูก็ไม่แน่ใจ เพราะพี่เขาดูเปลี่ยนไป ทั้ง ทรงผม รูปร่าง หน้าตา แต่พอกูสังเกตดี ๆ บวกกับมีคนเรียกชื่อ กูถึงมั่นใจว่าเป็นพี่เขา"

[พี่เขาจำมึงได้ไหม?]

"ไม่น่าจะจำได้ มึงกูไม่อยากเจอพี่เขาแล้ว"

[ใจเย็น ๆ สิวะ มึงเรียนที่นี่ จะหนีเขาไปได้ยังไง?]

"กูกลัวจริง ๆ นะมึง กูกลัวว่าจะเผลอชอบพี่เขาอีกครั้ง"


[ชอบก็ชอบสิวะ]

"ไม่ กูจะไม่มีวันชอบเขา กูจะฝืนความรู้สึกของตัวกูเองให้ได้"

[ก็ถ้ามึงฝืนความรู้สึกได้จริง เจอหน้าพี่เขาอีกครั้ง แล้วมึงจะกลัวอะไร?]

"......"

[เพราะมึงยังแคร์พี่เขาอยู่ไง และที่มึงกลัว เพราะมึงก็ไม่มั่นใจในตัวเองไงว่าจะฝืนความรู้สึกได้จริงไหม]

"ไม่ ยังไงกูก็จะพยายามไม่ชอบพี่เขา กูจะอยู่ห่างเขาให้ไกลที่สุด มึงจำคำพูดกูไว้นะ" มันช์ยังเถียงกลับ ไม่ต่างกับเด็กที่อยากเอาชนะ

[เหอะ กูรู้จักนิสัยมึงดี มึงจำคำพูดกูไว้เหมือนกัน ไอ้มันช์ ถ้าเวลาผ่านไป มึงจะไม่คิดอย่างนั้น เชื่อกู]

     มันช์เงียบก่อนจะตัดบท วางสายจากเพื่อนไปแล้วเดินปล่อยความคิดให้ไหลออกมาเรื่อย ๆ ยามเดินลำพัง

    'กูก็กลัวว่าสิ่งที่มึงพูด แม่งจะเป็นจริงเข้าสักวัน'

.
.
.
.
"มันช์ดีขึ้นรึยัง?"

    เมื่อมันช์เดินเข้ามานั่งในห้องเรียนที่มีกลุ่มเพื่อนของเขานั่งรออยู่ก่อน มันช์กวาดตามองเพื่อน ๆ รอบห้อง ทุกคนมองมาแล้วส่งยิ้มให้เหมือนเป็นกำลังใจก็พอรู้สึกดีได้บ้าง

"อืมก็ดีมั้ง" มันช์ละสายตาจากเพื่อนร่วมห้อง หันมามองคนที่รอคำตอบ ฟากเพื่อนในกลุ่มก็ตบไหล่

"แล้วเรื่องรับน้อง?" ภุชงค์ถาม

"กูคงไม่เข้าแล้วว่ะ"

"ถ้างั้นกูก็ไม่เข้าด้วย" มันช์ตกใจ เมื่ออยู่ดี ๆ ดาวก็ตอบกลับมาหนักแน่น

"เราด้วยมันช์" ขิงบอกยิ้ม ๆ


   เมื่อมีคนที่หนึ่ง คนที่สองก็ตามมาและดูเหมือนว่าทั้งกลุ่มจะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามันช์ไม่เข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง จากนี้ พวกเขาก็จะไม่เข้าเหมือนกัน

    ในขณะที่ มันช์นั่งลังเลในการตัดสินใจ ดาวก็แทรกขึ้น

"เอ๊ะ คู่นี้ยังไงกัน มีจับมง จับมือกันด้วย" มันช์ดึงมือออกแล้วมองดาวแซวพลางส่งสายตาล้อเลียน

"ดาวอย่าแซวสิ มันช์ก็เป็นเพื่อนพวกเรา ขิงก็แค่เป็นห่วง" ขิงยิ้มอ่อนพลางเหลือบมองมันช์ที่ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าที่เครียดตอนเดินเข้ามาในห้องเรียนก็ดูผ่อนคลายขึ้น

"มันช์ อยู่ด้วยกันก่อนนะ" มันช์ก้มมองมือขิงที่จับอยู่เหนือข้อศอก

"เดี๋ยวดูอีกที"

     มันช์ยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจน เพราะเขาขอดูอารมณ์ตัวเองอีกที และสมองก็ต้องสลัดความคิดเรื่องการรับน้องไปก่อน เมื่ออาจารย์ดำรงค์ธรรมที่สอนวิชา ประวัติศาสตร์ศิลปะได้เดินเข้ามาในห้องเรียน


     จบคาบเรียน พวกมันช์และเพื่อน ๆ ก็ลงมากินข้าวเที่ยงกันที่โรงอาหาร ขณะที่พวกมันช์กำลังหาที่นั่งก็เจอะกลุ่มพี่ว้ากโต๊ะหนึ่ง และมันช์ดันไปประสานสายตากับพี่ว้ากคนนั้นพอดี

"เราไปหาที่นั่งด้านในเหอะ" มันช์บอกเพราะยังไม่พร้อมจะเจอะหน้าคนที่ตวาดเขาเมื่อวาน

"มันช์ ๆ  พี่เขาลุกแล้ว" มันช์หันตามขิงที่สะกิดก่อนจะเอื้อมมาจับแขนมันช์เดินนำไป

"มาทำไม?"

"ผมเห็นพี่กำลังจะลุกครับ เลยจะมานั่งต่อ" ขิงบอกแล้วก้มหน้า

"แล้วใครบอกว่าผมจะไป?" เติร์กถามขิงด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฟากขิงชะงัก กวาดตามองรุ่นพี่ปีสามหกถึงเจ็ดคนที่นั่งมองขิงด้วยสายตาน่ากลัว

"ไปหาที่อื่นเหอะ ขิง" มันช์ที่ไม่อยากมีเรื่องกับรุ่นพี่จึงคว้ามือขิงแล้วเดินไป

"พวกผมเป็นรุ่นพี่พวกคุณ ทำไมจะนั่งโต๊ะเดียวกันไม่ได้ หรือว่ากลัว?" เป็นพี่คนอื่นที่ไม่ใช่พี่เติร์กว่าออกมา มันช์มองอย่างสำรวจ นั่งกันแน่นขนาดนี้ แล้วจะยัดพวกเขาไปนั่งด้วยได้ไง

"แต่พวกพี่ก็นั่งกันเต็มแล้วนี่ครับ"

"คุณก็ต้องหาทางนั่งให้ได้ นี่คือ คำสั่ง"

    มันช์มองเพื่อนคนอื่น ๆ

"กูไม่นั่งนะ พวกมึงนั่งเถอะ"

"แต่ถ้ามันช์ไปคนเดียว ก็เท่ากับว่ามันช์กำลังตั้งท่าจะเป็นศัตรูกับพี่เขานะ" ขิงกระซิบบอก

"ช่างมัน เจอกันคาบบ่าย" มันช์เดินหนีไปแล้ว ฟากขิงมองหน้าเพื่อนคนอื่น ๆ ก่อนจะพยักหน้าแล้วฝากวางกระเป๋า

"น้องคนนั้นไปไหน?" พี่เติร์กถามเสียงเข้มทำให้ขิงสะดุ้ง

"เอ่อะ คือ"

"ถ้าผมเห็นว่าเขาไม่กลับมานั่งที่นี่ ตอนเย็นพวกคุณโดนลงโทษ"

       น้องปีหนึ่งพยักหน้ารับทราบ และเป็นขิงที่เอ่ย

"พวกภุชงค์ไปซื้อข้าวกันเถอะ เดี๋ยวขิงไปตามเอง" ขิงบอกเพื่อนก่อนจะวิ่งไปตามมันช์ แต่เพราะไม่ระวัง ขิงจึงชนเข้ากับร่างสูงอย่างจัง

"ขอโทษครับ"

"อ้าว พุช"

"ขิง"

"รีบไปไหน?"

"คือ ขิงไปตามเพื่อน ขอโทษนะเสื้อเลอะเลย" ขิงลูบน้ำที่กระฉอกออกมาโดนเสื้อพุชเล็กน้อย

"ไม่เป็นไร" พุชว่าอย่างใจเย็น ทั้งที่ยามนี้ ชานมที่เขาถืออยู่ในมือได้หกรดใส่เสื้อนักศึกษา

"ขิงไปก่อนนะ"

"ไปด้วยดิ" ขิงมองหน้าพุช ก่อนจะเห็นพุชฝากแก้วน้ำกับเพื่อน

"ไม่เห็นจำเป็นต้องมาเลย"

"ก็เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย พอเราทัก ขิงก็บอกไม่ว่างตลอด"

"จริง ช่วงนี้เรารับน้องอะ" ขิงบอกพร้อมทำหน้าร้อนรน เมื่อพุชเดินกึ่งวิ่งไล่ตามมาติด ๆ

  ขิงกวาดสายตามองในโรงอาหารทุกร้าน กระทั่งเจอมันช์ที่ยืนรับข้าวกล่องจากร้านอาหาร นั่นแสดงว่า มันช์คงจะไปหาที่กินข้าวที่ไม่ใช่โรงอาหารแน่ ๆ

   ขิงรีบเดินไปแตะไหล่

"มันช์"

"ขิง ทำไมหน้าตาเลิ่กลักขนาดนั้น"

"มันช์ต้องไปกินข้าวกับเรานะ ไม่งั้น พวกพี่เขาจะทำโทษเราอีกแล้ว"

     มันช์ถอนหายใจ ก่อนจะชูถุงข้าวที่เขาซื้อแบบใส่กล่องกลับบ้าน

"ไม่ เราจะหาที่กินที่อื่นน่ะ"

"มันช์ช่วยพวกเราเถอะนะ ไม่งั้นพวกเราะจะโดนทำโทษ"

"จริงจังขนาดนั้นเลยหรอ ขิง?" พุชถาม ฟากมันช์มองเพื่อนต่างคณะของขิง

"ไปก็ได้ เราหิวข้าวแล้วล่ะ" มันช์บอก

"ขอบคุณนะ" ขิงยิ้มแล้วเอือมมื้อไปจับมือมันช์ที่หิ้วถึงพลากสติก ฟากพุชมองตามมือ ก่อนจะเลื่อนสายตามามองหน้าขิงอย่างมีคำถาม

    พุชยังคงเดินไปกับขิง เพราะอยากจะมีเวลาอยู่ด้วยกัน การคุยแค่เพียงข้อความนั้น มันไม่ช่วยให้ความสัมพันธ์ได้พัฒนาเท่าไหร่ พอจะชวนออกมาข้างนอก ขิงก็ตัดบทไม่ว่างตลอด แม้ว่าพุชจะออกตัวว่าจีบ แต่ขิงก็ยังคงรักษาความสัมพันธ์คงไว้แค่เพื่อนอยู่ดี


     พุชเดินมาถึงโต๊ะของขิง แต่เขาแปลกใจที่มีทั้งเพื่อนของขิงและมีรุ่นพี่ปีสูงนั่งอยู่ด้วย ก่อนจะใกล้ถึงโต๊ะ พุชกระซิบถาม

"พวกรุ่นพี่นี่เหรอที่บอกว่าจะทำโทษ"

"ใช่ พุช"

"เอองั้นเราไปแล้วนะ"

"ขอบคุณนะ พุช"

"เดี๋ยว" มันช์ พุช และขิง หันไปตามเสียงรุ่นพี่ปีสูง ที่ตะโกนเสียงดัง ขนาดโต๊ะรอบข้างยังหันมามอง

"คุณไม่ใช่ปีหนึ่งเอกผม"

    มันช์เลิกคิ้วขึ้นสูงเล็กน้อยว่า ทำไมพี่ว้ากถึงจำได้ ว่า ใครใช่ หรือ ไม่ใช่ เด็กปีหนึ่งเอกศิลปกรรม

"ใช่ครับ ผมอยู่เอกอื่น"

"เอกอะไร?"

"ออกแบบฯ อุต"


  พุชลอบกลืนน้ำลาย เมื่อเขาเคยได้ยินรุ่นพี่บอกว่า เอกเขากับเอกศิลปกรรมไม่ถูกกัน

   ขิงและมันช์ยังไม่นั่ง เพราะทำตัวไม่ถูกที่เห็นพวกรุ่นพี่ส่งสายตาแบบนั้น


"เฮ้ย ไอ้พุช" ทันใดนั้น รุ่นพี่ราวสี่ถึงห้าคนเดินมากอดคอรุ่นน้อง

"มีอะไรกันวะ?" พุชหันไปหารุ่นพี่ด้วยรอยยิ้มเจื่อน  แต่ฟากรุ่นพี่มองพุชแค่แวบเดียว แล้วตวัดสายตาวาวโรจน์ไปมองพวกนักศึกษาต่างสาขา

"ไม่มีครับพี่ ผมแค่มาส่งเพื่อน"

"แล้วไป นึกว่ามี ถ้ามีก็บอก กูพร้อมช่วย" รุ่นพี่ของพุชเน้นเสียงเข้ม  ส่วนตัวพุชเองไม่เคยได้มีโอกาสสนิทสนมกับรุ่นพี่มาก่อน แต่การที่อยู่ดี ๆ รุ่นพี่เดินมาหาพุชแล้วว่าอย่างเป็นกันเองนั้น มันก็ทำให้พุชรู้ว่ารุ่นพี่คงอยากมีเรื่องเสียเต็มแก่

"ไปก่อนนะ ขิง"

"อื้ม ๆ " ขิงยิ้มแห้ง ก่อนจะเดินไป

    เมื่อนักศึกษาต่างคณะไม่อยู่แล้ว สายตาทุกคนจึงหันกลับไปหาขิง และมันช์ ทั้งสองยังคงเก้ ๆ กัง ๆ เพราะยามนี้ เห็นสภาพแต่ละคนก็ดูทุลักทุเล ทั้ง ภุชงค์ที่ต้องยืนถือจานกินข้าว ส่วนแก้วกับดาวต้องนั่งตักกัน

"นั่งสิ" มันช์และขิงมองหน้ากัน ในทำนองที่เข้าใจกันสองคนว่าจะให้นั่งตรงไหนในเมื่อพวกพี่ยึดที่นั่งกันหมดแล้ว

"ก็มันไม่ที่ให้นั่งนี่ครับ"

"ก็ต้องหาทางนั่งให้ได้ หรือ คุณอยากจะนั่งตักผม?"   มันช์ชะงักกึก เหลือบมองหน้าพี่เติร์กที่เลิกคิ้วขึ้นสูงมองมาอย่างมีคำถาม มันช์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ  และผ่อนลมหายใจออกมา และทันใดนั้น มันช์ทิ้งตัวลงนั่งบนโต๊ะ ค้ำหัวพวกรุ่นพี่ปีสูงทุกคน พอมันช์เห็นพี่เติร์กกำลังจะอ้าปาก


"พี่บอกเองให้หาทางนั่งให้ได้" คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสูงกว่ากดสายตาลงต่ำมองหน้าพี่เติร์ก ทันใดนั้น เติร์กลุกพรวดทำให้ภุชงค์ที่ยืนกินข้าวแทบสำลักอย่างกลัวว่ารุ่นพี่กับรุ่นน้องจะมีเรื่องกันอีก

"หึหึ" มันช์ชะงักยามที่ได้ยินเสียงหัวเราะอันน่ากลัวมาจากพี่เติร์ก เขาเดินกระแทกไหล่มันช์ก่อนที่รุ่นพี่ปีสามคนอื่น ๆ จะลุกกันไปทั้งโต๊ะ ทำให้มันช์กระเถิบตัวลงมานั่งตรงที่นั่งพลางลอบถอนหายใจออกมา




......................................................

 :mew2: :mew3: :mew3:

ตามที่คุณ Januarysky บอกมาถูกต้องเลยค่ะ เป็นความผิดของเราเองเลยค่ะที่เบลอและสับสนกับช่วงเวลาความสนิทของรุ่นพี่เอง 5555 พยายามนึกย้อนเหตุการณ์ของตัวเองไปด้วยก็จริงอย่างที่คุณว่า เราจึงกลับไปแก้ใหม่ทั้งหมด ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยติติงมาค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-02-2019 21:47:51 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ติดตามจ้า สนุกค่ะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
นึกว่ามันช์แอบชอบขิง..แต่พี่เดาผิดนี่นา  :hao3:

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
น้องเล่นนั่งบนโต๊ะนี่ถึงกับอึ้งล่ะซิ อิพี่เติร์ก 555
ชอบมันช์ๆๆๆ
สู้ต่อไปครัช สู้ต่อไป
 :hao7:
ไอ้พี่ก็ปากแข็งเกิ๊น
แอบมีใจกับน้องแล้วก็บอกมาเถอะ
เชียร์พี่เต็นแสนดี คปด. ดีก่า
อยากเห็นคนดิ้นๆๆๆ
 :hao3:

ปล. ขอบคุณที่ใส่ใจเม้นต์จ้า
 :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0

บทที่ 3 ผมรักพี่เติร์ก





.
"เกร็งจนแดกไม่ลง" ภุชงค์โพล่งขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มเพื่อน ๆ

"จะโหดไปไหน?" ดาวเสริม

"มันช์เท่มากเลย ตอนที่บอกแบบนั้น ดูสิพวกพี่เขายอมลุกไปหมดเลยอะ" ขิงไม่ได้สนใจประโยคที่ภุชงค์และดาวกล่าวมา แต่กลับชื่นชมตัวมันช์แถมยิ้มกว้างจนโชว์รอยบุ๋มลึกข้างแก้มพร้อมชูนิ้วโป้งให้

"ไม่ใช่เพราะเราหรอกขิง พี่เขาจะลุกตั้งนานแล้วล่ะ"

"แต่เราก็เชื่อว่าเป็นเพราะมันช์นั่นแหละ"  ขิงว่าอย่างนั้น พลางตักข้าวเข้าปาก

"แล้วเด็กออกแบบ ฯ อุตนี่ชอบขิงจริงเหรอ?" มันช์เปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้เพื่อนคุยเรื่องพี่เติร์กอีก ยิ่งคุยมันช์ก็ยิ่งนึกถึงคนใจร้ายที่คอยแต่จะหาเรื่องด่า หาเรื่องทำโทษมันช์ได้ทุกวี่ ทุกวัน

"อืม" ขิงตอบอ้อมแอ้มแต่ไม่ได้สบตาคนถาม

"เสน่ห์แรงว่ะ มีทั้งคนในเอก นอกเอกจีบกันให้เพียบ แต่น่าแปลกตรงที่มีแต่ผู้ชายมาชอบ" ดาวถามขึ้นอย่างสงสัย

"ไอ้ดาว ก็มึงดูขิงสิ ตัวเล็ก แถมหน้าหวานซะขนาดนั้น ถ้ามีนม ผมยาวอีกหน่อย มันก็เหมือนผู้หญิงล่ะกูว่า" ภุชงค์ว่าจบก็เหล่มองขิงที่เจ้าตัวก็ได้แต่ยิ้มมุมปาก


"แต่ขิงก็ชอบผู้ชายใช่ปะ เพราะดูไม่ได้อิดออดเวลาผู้ชายมาจีบ"

"อื้ม เราชอบผู้ชาย รังเกียจหรือเปล่า?" ขิงว่าพร้อมหันไปกวาดตามองเพื่อนทุกคน จนดาวรีบยกมือพร้อมสั่นหน้ารัว

"บ้า ใครจะรังเกียจ นี่มันสมัยไหนแล้ว แค่ถามให้หายสงสัยเฉย ๆ อย่าคิดมากน่ะขิง" ขิงพยักหน้าน้อยๆ พลางหันไปหามันช์ที่ตักข้าวกินไม่พูดไม่จา

"เราอยากรู้ แล้วมันช์ล่ะชอบผู้ชายหรือเปล่า?"

       มันช์ชะงัก ยามที่ขิงโยนคำถามนี้มาให้ ถ้าพูดตามความจริง ก็ยอมรับว่าบอกไม่ถูกเหมือนกัน เพราะตั้งแต่โตมาและเริ่มมีความรัก เขาก็ไม่ได้คลั่งไคล้หรือชอบผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษ นอกจาก....พี่เติร์ก

"ทำไมเงียบ?" มันช์มองดาวที่เอ่ยออกมา

"ก็ไม่รู้ คงแล้วแต่สถานการณ์มั้ง"

"อย่างนี้ก็ได้เหรอวะมันช์?" เป็นแก้วที่ว่า

"เออ อย่าถามมากน่า" มันช์พยายามบ่ายเบี่ยง


      มันช์มองหน้าแก้วและดาวที่แกล้งทำท่าป้องปากกระซิบกระซาบกันเหมือนนินทาก็นึกระอา ตั้งแต่เรียนมัธยมมา มันช์ไม่มีเคยมีเพื่อนผู้หญิง เพิ่งจะมีก็ตอนเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัย ที่ได้เจอแก้วและดาว แต่ก็ไม่ได้ดูอึดอัดอะไร เพราะทั้งสองคนมีนิสัยห้าว เหมือนผู้ชาย แถมคำพูด คำจายังทะลึ่ง ตึงตัง ติดเรทสิบแปดบวกเสมอ ๆ จนผู้ชายอย่างมันช์บางทีก็อายแทน
.
.
.
.
       แหละสุดท้ายมันช์ก็โดนลากมารับน้องตอนเย็นอีกตามเคย มันช์ไม่อยากให้เพื่อนต้องถูกลงโทษไปด้วยทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด จึงยอมมาเข้าร่วมกิจกรรมดังเดิม แต่วันนี้ รุ่นพี่ปีสองแค่เรียกคุยเพื่อบอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่รุ่นน้องต้องล่าลายเซ็นรุ่นพี่ให้ได้มากที่สุด


"เฮ้อ!" มันช์ลอบถอนหายใจทันทีที่พอรุ่นพี่ว่าจบก็แยกย้ายให้น้องใหม่ไปขอลายเซ็นจากรุ่นพี่หลากชั้นปีที่นั่งอยู่ประจำซุ้ม และที่มันช์ทำหน้าเหนื่อยหน่ายนั้นเป็นเพราะการที่เขารู้ข่าวมาจากเพื่อนแล้วว่าเขาต้องขอลายเซ็นพี่เติร์ก ถ้ามันช์ไม่ทำตาม พี่เติร์กก็จะใช้อำนาจในทางที่ผิดสั่งเพื่อนเขาให้โดนลงโทษไปด้วย
 

"ให้ขิงไปด้วยไหม?" ขิงถามเพราะสังเกตเห็นสีหน้ามันช์ที่ดูอึดอัดอย่างไรชอบกล ขิงจึงเป็นห่วง เพราะกลัวว่ามันช์จะโดนกลั่นแกล้งให้เสียความรู้สึกอีก

      ประโยคนั้นทำให้มันช์ส่งรอยยิ้มละมุนไปหาคนที่คอยถามไถ่ เป็นห่วง เป็นใยมันช์เสมอ

"ไม่เป็นไร ขิงอยู่กับพวกดาวแหละ เราไปซุ้มพี่ว้ากก่อน" มันช์ยิ้มพลางตบไหล่ขิงเบา ๆ


        ในขณะที่มันช์เดินดุ่ม ๆ มาหากลุ่มพี่ว้ากที่นั่งอยู่ รุ่นพี่ปีอื่น ๆ ที่นั่งกันตามซุ้มต่าง ๆ พลันเหลือบมองราวกับลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรุ่นน้องคนนี้อีก


       ใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ยามที่สองขาพาตัวเองมาใกล้ซุ้มรุ่นพี่ปีสาม จนกระทั่ง เท้าหยุดลงตรงหน้าซุ้ม กวาดตามองรุ่นพี่ราวหกถึงเจ็ดคนที่นั่งอยู่ มันช์ละสายตาแล้วตัดสินใจพูดขึ้น


"ผมขอลายเซ็นหน่อยครับ พี่เติร์ก"

     เติร์กที่นั่งบนโต๊ะในซุ้ม เงยหน้าจากแผ่นกระดาษที่เต็มไปด้วยลายมือหวัดเต็มแผ่นพลางเอียงคอมอง

"ลายเซ็น ผมมีมูลค่านะ"


"...." มันช์ตัดสินใจเงียบ เพราะไม่รู้ว่าควรคำตอบแบบใดถึงจะถูกใจพี่เติร์ก

"ถ้าอยากได้ ก็ต้องทำอะไรให้มันสมน้ำ สมเนื้อหน่อย"

"พี่อยากให้ผมทำอะไรครับ?" มันช์ถามออกไป แต่ในใจชักเริ่มกังวล เพราะพอเห็นแววตาอีกฝ่ายแล้ว ดูเหมือนพี่เติร์กจะรู้ตัวว่าเขาเป็นต่อ

"มึงเห็นตึกเขียวนั่นไหม?" เติร์กชี้นิ้วไปทางข้างหลังของเอกศิลปกรรม มันช์หันหลังไปดู นั่นคือ อาคารเรียนสีเขียวที่ด้านข้างของตัวตึกจะเป็นที่นั่งพักผ่อนและมีบ่อน้ำเล็ก ๆ


      แม้ว่าความห่างของตึกเขียวกับลานศิลปกรรมจะไม่ไกลกันมาก แต่ใช่ว่าจะเดินเท้าสิบก้าวก็ถึง มันช์ชักกลัววว่าพี่เติร์กจะแกล้งอะไรรุนแรงหรือเปล่า?


"เห็นครับ"

"ไปยืนตรงนั้น" เติร์กบอกหน้านิ่ง ก่อนจะผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"แล้วตะโกนดัง ๆ ว่ารักผม"


กึก

      แค่คำนี้คำเดียว ทำให้มันช์เข้าใจทุกอย่าง เพราะมันมาถึงแล้วกับช่วงเวลาเอาคืน ที่ผ่านมา ที่พี่เติร์กยังไม่ลงโทษมันช์รุนแรง เพราะพี่เติร์กแค่สะสมความแค้นแล้วรอสบโอกาส เพื่อเอาคืนมันช์หนัก ๆ


       มันช์ยังคงยืนอึ้ง ด้วยใบหน้าที่เริ่มขึ้นสี หนำซ้ำหัวใจก็เต้นรัวเร็วราวกับมีใครมากระหน่ำตีกลองอยู่ภายใน ..

"ถ้าผมทำ พี่จะให้ลายเซ็นใช่ไหมครับ?" มันช์ถามทั้ง ๆ ที่ไม่กล้าสบตา มือของเขาที่ประสานกันไว้ข้างหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ


"อืม" เติร์กตอบหน้านิ่ง


      ทันใดนั้น มันช์ยื่นสมุดลายเซ็นไปให้กับมือพี่เติร์ก แล้วหมุนตัวไปทางอาคารเรียนสีเขียว ตลอดการก้าวเดินไป มันช์สัมผัสได้ว่าทั้งเอกศิลปกรรมกำลังเพ่งมองเขาเหมือนรอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ


"อย่าร้องนะไอ้มันช์ มึงต้องสู้" มันช์พึมพำกับตัวเองเมื่อเดินพ้นลานศิลปกรรม  แม้ว่าเวลานี้จะเป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว แต่มันช์กลับยังเห็นนักศึกษาหลายกลุ่มนั่งใต้ตึกกันเต็มทุกโต๊ะ

"เชี่ย คนเยอะชิบ!" มันช์สบถยามมองไปรอบ ๆ ที่ตัวเองหยุดยืนอยู่บริเวณที่นั่งพักริมบ่อน้ำ


"เฮ้ย!! ผมรออยู่"

      ยังไม่ทันได้พักให้ทำใจ พี่เติร์กที่ยืนอยู่อีกฟากป้องปากตะโกนมา นั่นจึงยิ่งทำให้คนในเอกศิลปกรรมบางกลุ่มที่กำลังทำอย่างอื่นหันมามองมันช์เป็นสายตาเดียว


"พี่แม่งกวนตีนว่ะ...โอ้ย ทำไมกูต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ" มันช์บ่นออกมาเสียงดัง เขาเริ่มกลืนน้ำลายได้ยากลำบาก ใบหน้าและลำตัวเริ่มมีเหงื่อผุดซึม อัตราการเต้นของหัวใจก็รุนแรงจนน่ากลัว คิดแล้วไม่มีผิด ว่าพี่เติร์กต้องหาวิธีกลั่นแกล้งเขาให้อับอายสายตาชาวบ้าน


    นาทีนี้ สายตาของเด็กหนุ่มยังมองไปยังตำแหน่งคนที่ยืนรอฟังประโยคนั้นอยู่


    มันช์ลอบถอนหายใจ และปลอบใจตัวเองว่า ถ้ามัวแต่อายก็ไม่ได้ทำอะไรพอดี เพราะมันช์ยืนเสียเวลานานสองนาน จนมันช์คิดว่า ต้องทำตอนนี้ มันจะได้จบ ๆ ไปเสียที


    'เอาล่ะไอ้มันช์ สู้เว้ย!!'

สาม
สอง
หนึ่ง


"ผมรักพี่เติร์กครับ!!"


       สิ้นเสียงตะโกน นักศึกษาต่างสาขาที่นั่งใต้ตึกหันมามองมันช์เป็นตาเดียว ฟากรุ่นพี่-รุ่นน้องในเอกศิลปกรรมเองก็ชะงักและเงียบกริบ เหมือนเฝ้ารอดูปฏิกิริยาหลังจากนี้



"ไม่ได้ยิน!!" เติร์กตะโกนดังลั่น


       มันช์กุมมือและบีบนิ้วตัวเองที่ชื้นเหงื่อ ตอนนี้มันช์หน้าชาเมื่อมีนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านหน้าเขาแล้วอมยิ้ม มันช์รู้ว่าพี่เติร์กกวนประสาท เพราะมันช์ตะโกนจนคอแทบแตก แม้จะอยู่ไกลขนาดนั้น แต่มันช์เชื่อว่าพี่เติร์กได้ยินแน่นอน


"ผมรักพี่เติร์กครับ!!" มันช์แหกปากอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาหลุดกระแอมไอ เพราะรู้สึกแสบคอ


"ใครรักผมนะ?" มันช์มองคนที่ป้องปากตะโกนกลับมา ตอนนี้ มันช์อายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี


"ไอ้พี่เติร์ก แม่งกวนตีนว่ะ จะเอาให้ได้ใช่ไหมวะ?"


     ตอนนี้มันช์หน้าแดงก่ำ และอายจัดเมื่อผู้หญิงมองมายิ้ม ๆ อีกทั้งยังกระซิบกระซาบกัน มันช์เลิกให้ความสนใจแก่คนรอบข้าง แล้วโฟกัสสายตาไปข้างหน้าตรงจุดที่ร่างสูงยืนอยู่ มันช์พยายามสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะพรูลมหายใจออกมา


"มันช์รักพี่เติร์กครับ"


 
   พอมันช์พูดจบประโยค ทันใดนั้น...เสียงดังอื้ออึงทั่วเอกศิลปกรรม


"วู้วววววววววว วี้ด วี้ววววววววว"

"เหยดดดดดดด"


    และดูเหมือนว่า มันคงเป็นสัญญาณแห่งอุปาทานหมู่ เพราะพอเสียงวี้ดวิ้วดังมาจากลานศิลปกรรม เสียงใต้ตึกที่เป็นพวกผู้หญิงก็กรี้ดกร้าด เกรียวกราวไปตาม ๆ กัน


     มันช์ก้มหน้า ก้าวฉับ ๆ กลับไปยังเอกของตัวเอง ตอนนี้ มันช์รู้สึกตัวเองตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้ที่พี่เติร์กแกล้งเขาได้อย่างเจ็บแสบ จนกระทั่ง ขายาวพาตัวเองมาหยุดอยู่ตรงซุ้มของพี่เติร์ก มันช์เงยหน้ามอง พร้อมยื่นมือไปรอรับสมุดลายเซ็น ครู่หนึ่ง มันช์แอบเห็นรุ่นพี่คนอื่น ๆ กลั้นยิ้ม ผิดกลับพี่เติร์กที่ใบหน้ายังคงไว้ซึ่งความนิ่งและชาเฉย แต่ทว่า พี่เติร์กกลับยื่นกระดาษที่ถูกพับจนเล็กกว่าฝ่ามือมาให้ไม่ใช่สมุดลายเซ็นมันช์เอียงคอมองหน้าพี่เติร์กด้วยความสงสัย


"แล้วสมุดผมล่ะครับ"


    เติร์กไม่ตอบแต่ส่งสายตาพยัดเพยิดไปที่กระดาษ มันช์คลี่กระดาษออกมาดูก็พบข้อความที่เขียนด้วยลายมืออย่างกับไก่เขี่ย


   'โอ้โห นี่ใช้มือเขียนหรอวะ? กูจะอ่านออกไหมล่ะนั่น?'


      มันช์พยายามยืนแกะภาษาที่พี่เติร์กเขียนจนอ่านออกว่ามันเป็นอีเมลของพี่เติร์ก


"นี่อีเมล์ผม แอด MSN มา แล้วผมจะคืนสมุดให้"


"พี่โกงนี่ครับ" มันช์ว่ากลับ


"คุณจะเอาไหม? สมุด"


     'คิดว่าเป็นรุ่นพี่จะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอวะ'

    มันช์คิดในใจพลางขยำกระดาษและกำมันไว้ในมือแน่น จะเถียงกลับก็กลัวจะไม่ได้สมุดคืนอีก เขาจึงจำใจเดินกลับไปนั่งกับเพื่อน ๆ  ด้วยความโกรธจัด ที่สุดท้าย พี่เติร์กแม่งก็เจ้าเล่ห์จริง ๆ


    'คนอะไรวะ แม่งไม่รักษาสัญญา'


   
"ไอ้สัด แผนสูง" ป๋อกระทุ้งสีข้างเพื่อน เมื่อมั่นใจว่ามันช์เดินไปไกลจนไม่น่าจะได้ยินบทสนทนาที่ไม่ต่างกับการนินทา

"แผนสูงเชี่ยอะไร? กูแค่อยากแกล้ง หมั่นไส้มัน"


"ใช่ป้าวววววววว" ป๋อแซวเสียงสูง แต่เติร์กก็ยังคงหน้ามึนไม่สนใจ


"สัดป๋อ อย่าเพิ่งแซวมัน เดี๋ยวมาดเข้มหลุดหมด ดูซิ หูไอ้เติร์กแดงหมดแล้ว" โต๋รีบบอกเพื่อน เพราะต้องรักษาภาพพจน์ความเป็นพี่ว้ากแสนโหดก่อนจะต้องเฉลยในภายหลัง


"เออไม่แซวก็ได้วะ รับรุ่นเมื่อไหร่ กูจะแฉให้เละ"


    เติร์กไม่ตอบ แค่ชูนิ้วกลางแล้วละสายตาจากเด็กปีหนึ่งก่อนจะหันกลับมามองสมุดลายเซ็นของมันช์ ที่เปิดค้างไว้ที่หน้าแรกของสมุด


ผม ชื่อ อาณัช  อคิณนุกุล
ชื่อเล่น มันช์
เกิด 11 พฤศจิกายน
นักศึกษาปีหนึ่งเอกศิลปกรรม
ผมหวังจะเป็นรุ่นน้องที่ดี และขอบคุณรุ่นพี่ที่ให้ลายเซ็นผมนะครับ
"รุ่นพี่คนไหนเขียนให้ผมเป็นคนสุดท้าย ผมจะขออนุญาตเลี้ยงข้าวที่โรงอาหารครับ:-)



"กูน่าจะเป็นคนสุดท้าย?....หรือเปล่าวะ?" คนที่อ่านจบก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจ

.
.
.
.

"ทำไมขิงไม่อยู่หอ" หลังจากที่รุ่นพี่ปล่อยตัว มันช์กับขิงก็เดินกลับบ้านด้วยกัน และเพราะรู้ว่าบ้านขิงอยู่ไหน จึงถามอย่างสงสัยว่าขิงไม่เหนื่อยบ้างหรอที่ต้องเหนื่อยเดินทาง นั่งรถกลับบ้านไกล ๆ ขนาดมันช์อยู่แค่หอใกล้ ๆ มหา ฯ ลัย ยังรู้สึกง่วงทุกวันที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมาเรียนเลย
 
"ก็ว่าจะลองดูไปสักระยะก่อน ถ้าเหนื่อยมากก็ว่าจะหาห้องเช่านั่นแหละ"

"อ่อ"

"อาจจะมีวันหนึ่งที่ขิงจะขอลองนอนห้องมันช์ได้ไหม? เพื่อจะดูเวลาตื่นน่ะ"

"ได้ดิ" มันช์ยิ้มมองหน้าขิงที่ก้มหน้าพลางเม้มปากแน่น


ปรื้น ปรื้น


   คุย ๆกัน อยู่ก็มีเสียงแตรรถยนต์ดังมาในระยะประชิดตัว ทั้งสองจึงหันริมถนนในมหาฯลัยเห็นรุ่นพี่ปีสองขับรถยนต์มาเทียบฟุตบาท


"น้องปีหนึ่งนี่ ให้พี่ไปส่งปากทางไหมครับ?"


"ครับ / ไม่เป็นไรครับ" มันช์หันไปหาขิงที่กลับตอบปฏิเสธรุ่นพี่


"ทำไมล่ะ"


"เราเกรงใจพี่เขา" ขิงบอกมันช์ ก่อนจะรีบก้มหน้าไปบอกรุ่นพี่ที่อยู่ในรถ พร้อมเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะยืดตัวตรงกลับมาคุยกับมันช์ที่เดินอยู่ข้าง ๆ


"มันช์เมื่อยหรอ?"

"เปล่าก็แค่สงสัย" มันช์มองขิงที่ฉายแววตาเศร้า ก่อนจะหลุดยิ้ม มันช์ไม่เคยเจอะใครที่รู้สึกหน้าตาน่ารักเท่านี้มาก่อน ปากนิด จมูกหน่อย คิ้วเข้มแต่ไม่หนารับกับใบหน้ารูปไข่  ขิงดูดีจนบอกได้ไม่ระคายปากว่าช่างสมบูรณ์แบบ จนไร้ที่ติ ผิวพรรณก็เนียนละเอียด จนมันช์ถึงกับต้องก้มลงมองสภาพตัวเองอย่างเปรียบเทียบว่าทำไมตัวเขากับขิง ถึงช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว


"เราแค่อยากคุยกับมันช์แบบสองคนน่ะ"
 
        มันช์เอียงคอมองขิงอย่างสงสัยว่าทำไมคำพูดคำจาของขิงมันดูทะแม่ง ๆ


"ขิงมีแฟนรึยัง?" ขิงหันขวับมองมันช์ด้วยรอยยิ้มพลางส่ายหน้า

"มันช์ล่ะ"

"ไม่มีเหมือนกัน"

"ขิงมีคนชอบเยอะ ไม่ลองหาสักคนล่ะ"

"เยอะเหรอ เราว่าไม่เยอะหรอก" ขิงตอบยิ้ม ๆ พลางเบนสายตาหนีไปอีกทาง

"เยอะนะถ้าเทียบกับเรา เรานี่ไม่มีใครมองเลยสักคน" มันช์บอกอย่างนั้น ขิงขำก่อนจะตีไหล่

"ไม่จริงอะ มันช์รู้ไหม ตอนที่มันช์ตะโกนบอกรักพี่ปีสามน่ะ หลังจากนั้น เราเห็นมีแต่คนมองมันช์ทั้งนั้นเลย เราว่ามันช์ดูเท่มาก มันเหมือนคนตะโกนบอกรักแฟนอะ มันดูโรแมนติกมากเลย"


"หึ โรแมนติก"  มันช์ยิ้มเจื่อน ๆ พลางคิดไปถึงคำที่ขิงว่า โรแมนติกตรงไหน... ให้มองอย่างไรมันก็คนที่หาเรื่องแกล้งมันช์ให้อับอายมากกว่า


"ช่างเถอะ" มันช์พูดตัดบทตอนที่ทั้งสองเดินมาถึงปากซอย เพื่อแยกกลับบ้านใครบ้านมัน


"กลับบ้านดี ๆ นะ ขิง"


"อื้ม" ขิงโบกมือลา ด้วยรอยยิ้มเหมือนคนเสียดายที่ต้องแยกย้ายกัน


    มันช์ที่กำลังจะเดินข้าซอยขางมหาฯลัย หันไปมองแผ่นหลังคนตัวเล็กกว่า ก็เปลี่ยนใจ เปลี่ยนเส้นทางเดินไปหาขิงที่จะเดินไปป้ายรถเมล์


"อ้าว มันช์ ไปไหนเหรอ?" ขิงแปลกใจที่เห็นมันช์มาตบไหล่


"ไม่ได้จะไปไหน แต่มาส่ง"


"ขอบคุณนะ" ขิงยิ้มกว้าง ก่อนที่ทั้งสองจะคุยกันต่อ แต่ไม่นาน มันช์ได้ยินเสียงคุยโหวกโหวกเสียงดัง พอหันไปถึงเห็นกลุ่มพวกรุ่นพี่ปีสองและปีสามเอกศิลปกรรม เดินมาสิบกว่าคน และหนึ่งในนั่นมีพี่เติร์กอยู่ด้วย


"อ้าวน้องมันช์ของ...พี่..."


     มันช์หันไปหาพี่อุ้ยที่พูดไม่จบประโยคก่อนจะยกมือไหว้พวกรุ่นพี่ทั้งกลุ่ม


"พวกพี่ไปไหนกันครับ" มันช์ถามพี่อุ้ย เพราะรุ่นพี่ปีสองยังพอจะคุยด้วย เล่นได้ เพราะใบหน้าดูยิ้มแย้มกว่าพวกรุ่นพี่ปีสามเป็นไหน ๆ


"กินเหล้าครับ"


      มันช์ยิ้มพยักหน้า อุ้ยละสายตาจากมันช์หันไปหาขิงทั้งยังทำตาหวานเชื่อมใส่


"แล้วนี่ยืนทำอะไรกัน"

"ผมมาส่งขิงขึ้นรถกลับบ้านครับ" มันช์ตอบพี่อุ้ย แต่จังหวะนั้น สายตาเขาดันไปประทะสายตากับพี่เติร์กที่ยืนอยู่ข้างหลังสุดของกลุ่มจ้องมองมาทางเขาเหมือนกัน


"เป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ  ดีแบบนี้ แอบคิดไม่ซื่อกับเพื่อนหรือเปล่า" มันช์ยิ้มและรีบตอบกลับ


 "เปล่าครับพี่"


"เออแซวเฉยๆ ไปละ" ทั้งมันช์และขิง ต่างยกมือไหว้พวกรุ่นพี่อีกครั้ง เมื่อรุ่นพี่กลุ่มใหญ่พ้นจากลานสายตา รถประจำทางสายที่ผ่านบ้านของขิงก็มาจอดตรงป้ายรถเมล์พอดี


"ขิงไปก่อนนะ"


"อื้อ โชคดี ขิง"


      เมื่อไม่เหลือใครแล้วตรงนี้ มันช์ก็หวนไปนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ตอนที่สบตากับพี่เติร์กแล้วก็พาลหงุดหงิดใจไม่หาย

'พี่เขาเกลียดกูหรือเปล่าวะ ขนาดไม่ใช่เวลารับน้อง แม่งมองกูอย่างกับจะกินเลือด กินเนื้อ'


.................................................


อีพี่คะ พี่จะแกล้งน้องแบบนี้ ไม่ได้ น้องมันใจบ่ดีเน้อ 555

ฝากเนื้อฝากตัวกับนิยายเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ
:z1: :z1: :z1: :mew3: :mew3: :mew4: :mew4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-02-2019 19:36:37 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
เริ่มเห็นเค้าลาง..งงงงงง    :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +358/-0

ออฟไลน์ mmello07

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 174
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ถึงเวลาเมื่อไหร่เล่นตัวกลับเยอะๆเลยนะน้องมันช์ หมั่นไส้อิพี่มัน :katai2-1:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
แค่เห็นชื้อล็อกอินrinny.  ก็เข้ามาอ่านแล้วค่ะ
สนุกอีกเช่นเคยค่ะ. ติดตามจ้า

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:


นุ้งมันซ์ตามพี่เติร์กมาเรียนเหรอจ๊ะ

สองคนนี้ต้องเคยเจอกันมาก่อนแน่ ๆ ว่าแต่...อิพี่เติร์กจำน้องได้หรือเปล่าหนอ?

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
:pig4: :pig4: :pig4:


นุ้งมันซ์ตามพี่เติร์กมาเรียนเหรอจ๊ะ

สองคนนี้ต้องเคยเจอกันมาก่อนแน่ ๆ ว่าแต่...อิพี่เติร์กจำน้องได้หรือเปล่าหนอ?

คิดแบบนี้เหมือนกัน
นี่จิ้นประมาณน้องแอบรักอยู่เงียบๆ พอถึงวันจบมีใจกล้ามอบกุหลาบให้พี่แต่โดนโห่ป่าราบจนน้องวิ่งหนีไรงี้
 :mew3:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0
บทที่ 4 ดีใจที่ได้รู้จัก





"ขิง"

"อ้าว พุช"


      ขิงที่เดินดุ่ม ๆ บนทางเท้า ไม่สนใจใคร กำลังมุ่งหน้าไปยังเอกของตัวเองสะดุ้งตกใจ ตอนที่พุชตะโกนเรียกชื่อขิงใกล้ ๆ


"วิ่งตามเกือบไม่ทัน" พุชบอก

    ขิงหันไปยิ้มให้พุชที่เดินไป หอบไป


"หายใจก่อน พุช"

"ขิงเป็นไงบ้าง?"

"ก็สบายดีนะ อีกอย่างเราใกล้จะว่างแล้วล่ะ" ขิงบอกชัดเจนเพราะรู้ว่าพุชต้องการคำตอบอะไร

"อย่างนี้เราก็พอจะเจอกันได้แล้วสิ" พุชที่เดินขนาบข้างมาด้วยกัน ถามขิงด้วยน้ำเสียงมีความหวัง


      ขิงมองคนที่สูงกว่าขิงเป็นสิบเซ็นต์ด้วยแววตาอ่อนโยน พุชเป็นคนที่หน้าตาจัดว่าดีทีเดียว เขาเป็นผู้ชายหน้าเข้มแต่ผิวขาวจั๊วะอย่างกับลูกคนจีน แต่พอเคยถามถึงเชื้อสาย พุชก็บอกว่าตัวเองเป็นคนไทยแท้ ส่วนลักษณะนิสัย ขิงมองว่าพุชเป็นผู้ชายเรียบร้อยเกินไป เขาพูดน้อย และไม่ค่อยมีมุกตลกเวลาสนทนากันเท่าไหร่ บางครั้ง บางคราวจึงทำให้ขิงรู้สึกเบื่อ


"อืม"

"โอเค ถ้าขิงว่าง เราไปดูหนังกัน"


      ขิงยิ้มพยักหน้า และจังหวะที่ทั้งสองเดินจะแยกตรงเอกของพุชที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน


"อ้าวพุช สอยใครมาด้วยวะนั่น" ขิงหันไปตามเสียงแซวจากรุ่นพี่ของพุชที่นั่งตรงโต๊ะม้าหินกว่าสิบคน ขิงไม่ชอบรุ่นพี่ของพุชเพราะการพูดการจาที่ไม่รื่นหู


"แค่เพื่อนครับพี่" พุชยิ้มเจื่อน ๆ โดยปกติเอกของพุชก็มีรุ่นพี่ที่ดีมากมาย แต่ขิงดันโชคร้ายเจอะรุ่นพี่กลุ่มนี้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มที่นิสัยไม่ดีและชอบคอยหาเรื่องคนอื่น

"แค่เพื่อนเหรอ? อย่างนี้พวกกูก็เอาได้ดิใช่ใหม?" ทั้งขิงและพุชอึ้งไปตาม ๆ กัน เมื่อรุ่นพี่พูดจาไม่ให้เกียรติกัน  ถ้าขิงรู้ว่าการเลือกเข้าทางด้านหลังเอก ต้องเจอกับรุ่นพี่เอกนี้ ต่อไป ขิงจะไม่เดินผ่านอีกแล้ว


"ขิง แยกกันเลยก็ได้ เราขอโทษนะที่พวกรุ่นพี่เอกเราพูดจาไม่ดีกับขิง" ขิงมองพุชที่พูดจาสุภาพกว่ารุ่นพี่เป็นไหน ๆ น่าเสียดายที่พุชดันเจอรุ่นพี่แย่ ๆ ผิดกับขิงที่ส่วนใหญ่มีแต่รุ่นพี่น่ารักทั้งนั้น

"ไม่เป็นไรพุช เราโอเค"


   เมื่อพุชข้ามถนนระหว่างคณะเดินไปหารุ่นพี่กลุ่มนั้น ฟากขิงก้มหน้า ก้มตา รีบเดินเลี้ยวซ้าย ผ่านตรงห้องน้ำ แต่ขิงเหวอ เมื่อชนเข้ากับร่างสูงอย่างจัง


"อึ้ย! ขอโทษครับ" ขิงเงยหน้าก็พบกับพี่เติร์กที่จ้องมองมาอย่างไร้รอยยิ้ม ทั้ง ๆ ที่ขิงยิ้มให้แล้วแท้ ๆ

"คุณน่ะ รอผมก่อน"

    ขิงพยักหน้ารับและกำลังจะตอบกลับ ว่า 'ได้ครับ'


"ทำไมผมต้องรอด้วยครับ" ขิงไม่ได้สังเกตเลยว่าพี่เติร์กไม่ได้คุยกับตัวเอง ทว่า เขาคุยกับคนอื่น และพอได้ยินเสียงบุคคลที่สามตอบ ขิงจึงหันหลังไปดูถึงรู้ว่าคนที่พี่เติร์กคุยด้วยนั้นเป็นมันช์


"ถ้าไม่อยากได้สมุดลายเซ็น ก็ไม่ต้องรอ!"


     คนกลางอย่างขิง มองหน้ามันช์สลับกับพี่เติร์กไปมา ก่อนจะหันหลังกลับเร่งฝีเท้าเดินไปหามันช์ แต่ยังไม่ทันอ้าปากทักทายเพื่อนสนิท


"ผมจะคุยกับคนที่ชื่อมันช์ คุณน่ะกลับไปก่อน"  ขิงชะงักกึก ที่พี่เติร์กเอ่ยปากไล่กันตรง ๆ ขิงเอี้ยวตัวไปมองคนที่ยืนมองมาด้วยสายตาเย็นชา


     จังหวะที่ขิงวกสายตากลับมามองหน้ามันช์ มันช์ถึงรู้ว่า อีกฝ่ายดูเป็นห่วง มันช์จึงยิ้มกว้างแทนคำตอบพร้อมบีบไหล่ขิงทำนองจะบอกว่าเขาไม่เป็นไร

     เมื่อขิงเดินคอตกเข้าเอกไป ทางพี่เติร์กก็ผลุบหายไปในห้องน้ำเช่นเดียวกัน


      มันช์ยืนรอพี่เติร์กอย่างไม่รู้เลยว่า พี่เติร์กจะคิดวางแผนอะไรมาทำให้เขาอับอายอีกหรือเปล่า?


      ทว่า มันช์รอไม่นาน ก็พบพี่เติร์กเดินออกมาล้างมือตรงอ่างล้างหน้า มันช์ยังคงจ้องมองทุกอากัปกิริยาของพี่เติร์กที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระจกเงา และในจังหวะที่แอบมอง มันช์เห็นพี่เติร์กใช้ปากงับยางรัดผม แล้วใช้สองมือรวบผมครึ่งบนเพื่อจะมัดกระจุกที่จับอยู่ มันช์ยืนมองตาไม่กระพริบ  ดูเหมือนว่าพี่เติร์กลุคนี้ดูผ่อนคลายกว่าตอนที่เอาแต่ว้ากใส่ มันช์ใจกระตุก เขาไม่เคยเห็นพี่เติร์กมัดผมมาก่อน ส่วนใหญ่ก็เห็นปล่อยผม ไม่ก็ทัดหูบ้างบางวัน แต่ตอนนี้ พี่ว้ากยืนมัดจุกยกสูงแบบลวก ๆ พอพี่เติร์กหันมาประสานสายตากัน มันช์มองว่าพี่เติร์กดูหล่อ เท่และมีสไตล์จนคนที่แอบรักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งหลงรัก หลงใหลไปกันใหญ่


"มองอะไร? คุณอยากโดนลงโทษอีกหรือไง ห้ะ!!"

 
"เปล่าครับ ผมแค่มองเพราะพี่หล่อ" มันช์ชะงัก ตะครุบปากตัวเองไว้ไม่ทัน ตอนที่เขาเผลอหลุดปากตอบออกไปแบบนั้น


      แหละทั้ง ๆ ที่เป็นคนชมอีกฝ่ายเองแท้ ๆ แต่มันช์กลับอายจนหน้าร้อนเห่อ ผิดกับพี่เติร์กที่ยืนหน้านิ่ง ไม่ได้ดูเขินอาย หรือไม่เขาก็อาจโดนคนชื่นชมจนชินแล้วก็เป็นได้


       มันช์เห็นพี่เติร์กเดินนำไปจึงก้าวเท้าขยับตาม มันช์รู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ ยามที่ได้อยู่กับพี่เติร์กสองคน และมันช์ก็ไม่รู้สึกกลัวหรืออึดอัดเท่ากับตอนที่เห็นพี่เติร์กอยู่ในเอก


"คุณต้องขอลายเซ็นใครอีกหรือเปล่า?" พี่เติร์กโพล่งทำลายความเงียบ และแม้น้ำเสียงของพี่เติร์กจะดูอ่อนโยนกว่าตอนแรก แต่เขาก็ยังถามด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้ม


"ไม่แล้วครับ" มันช์ตอบพี่เติร์ก



"ผมเป็นคนสุดท้าย?" มันช์หันไปหาพี่เติร์กที่ถามแต่ไม่ได้มองหน้า


"ครับ"


"ถ้างั้นก็ทำตามที่เขียนด้วย!"


      หลังจากที่พี่เติร์กพูดจบ เขาเร่งฝีเท้าจนเดินทิ้งห่างมันช์ไปไกล จนตอนนี้ สภาพที่เห็น มันช์แทบไม่ต่างกับคนใช้ที่ต้องวิ่งตามเจ้านายอย่างไรอย่างนั้นเลย


       แม้ยังงง ๆ ว่าพี่เขาพูดถึงอะไร  แต่มันช์ก็ไม่อยากถามออกไปให้โดนด่าอีก มันช์จึงสาวเท้ายาว ๆ ตามไปเอาสมุดลายเซ็นที่ซุ้มพี่เติร์ก เอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินกลับมาหาบรรดาเพื่อน ๆ

"พี่เขาหาเรื่องมึงอีกหรือเปล่า?" ดาวถามเพราะขิงเดินมาบอกเรื่องที่มันช์โดนกักตัวตรงหน้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว


     มันช์ส่ายหน้า  ก่อนจะนึกถึงคำพูดของพี่เติร์ก จนหวนให้ตัวเองก้มมองสมุดลายเซ็นเพื่อหาสิ่งที่ตัวเองเขียน


"รุ่นพี่คนไหนเขียนให้ผมเป็นคนสุดท้าย ผมจะขออนุญาตเลี้ยงข้าวที่โรงอาหารครับ:-)


       มันช์นั่งเม้มปากเงียบ มองข้อความเดิมซ้ำ ๆ


'เป็นคนเห็นแก่กินด้วยหรอวะ'


       สิ้นการทวนข้อความนั้นในใจ มันช์ก็ชะงักงัน ไม่คิดว่าคนสุดท้ายจะเป็นพี่เติร์ก และเมื่อคิดได้ภายหลังว่าถ้าเลี้ยงข้าว มันช์ต้องไปกินข้าวกับพี่เติร์กสองคน ถ้าถึงเวลานั้นจริง ๆ มันช์จะทำอย่างไรที่ได้กินข้าวกับคนที่แอบชอบ


      มันช์สลัดความคิดนี้ทิ้งไปก่อนจะพลิกดูลายเซ็นไปทีละหน้าที่มีรุ่นพี่หลากชั้นปี เขียนไว้ แม้ตาจะมองสมุดแต่ก็เงี่ยหูฟังบทสนทนาของเพื่อน ๆ ไปด้วย


"กูเพิ่งเคยเห็นพี่เติร์กมัดผม โคตรเท่เลยว่ะ นี่ถ้าแกจะยิ้มสักหน่อย กูว่าสาวกรี้ดตาย" มันช์ได้ยินดาวบอก จึงหันไปมองพี่เติร์กที่นั่งในซุ้มประจำ และจังหวะที่มันช์มองเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เติร์กนั่งไขว่ห้างอยู่บนโต๊ะ เขากำลังผุดรอยยิ้มกว้างและหัวเราะอย่างสนุกสนานกับก๊วนเพื่อนของเขา


     มันช์ใจสั่นเมื่อได้แอบมองคนที่ชอบ เหตุการณ์ตอนนี้ แทบไม่ต่างจากสมัยก่อนเลย มันช์เหลียวมองคนที่ยังมีรอยยิ้มประดับหน้า เวลาที่พี่เติร์กยิ้มเขาดูมีเสน่ห์ และหล่อขึ้นเป็นกอง

     แม้ว่า รอยยิ้มนั้นจะอยู่ภายใต้ไรหนวดจาง ๆ แต่มันไม่ได้ช่วยให้ความดูดีลดลงเลย เพราะใบหน้าของพี่เติร์กนั้นดูใสกิ๊ง แม้พี่เติร์กไม่ใช่คนผิวขาวจัด แต่ก็ดูผิวพรรณสะอาด สะอ้าน น่ามอง ยิ่งโดยเฉพาะวันไหนที่พี่เติร์กใส่ชุดไปรเวทมาเรียน อย่างเสื้อยืด-กางเกงยีนส์ขาเดฟขาดเข่า มันช์ว่าพี่เขาโคตรดูดี มีสไตล์คนหนึ่งเลย


      'หลงชื่นชมพี่เติร์กไม่หยุดขนาดนี้ เมื่อไหร่กูจะทำใจจากเขาได้วะ'



     มันช์ลอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะสลัดความคิดทิ้ง หันกลับมามองสมุดลายเซ็นของตัวเองที่ตอนนี้พลิกมาถึงหน้าที่มีลายเซ็นของพี่เติร์กพอดี


"มันช์เป็นอะไร หน้าแดงขนาดนั้น ร้อนเหรอ?" ขิงถาม


"ห้ะ! อื้ม ร้อนอะ ในซุ้มไม่มีลมผ่านเลย" มันช์รีบปิดสมุดลายเซ็น


"มึงป่วยหรือเปล่าวะ ทำไมกูรู้สึกว่าอากาศก็เย็นดีออก"


"เออว่ะน่าจะใช่ เดี๋ยวค่อยหายากิน ตอนนี้ ขึ้นเรียนเถอะ คาบนี้ อาจารย์ดุด้วย เลทสิบห้านาทีล็อกประตูเลยนะ" มันช์เปลี่ยนเรื่องอย่างไว


    ทุกคนเห็นด้วยเมื่อนึกขึ้นได้ รีบเก็บข้าวของเพื่อขึ้นเรียน


    ยามนี้ คนที่เอ่ยปากบอกเพื่อนให้รีบเข้าชั้นเรียน แต่กลับเดินช้ากว่าคนอื่น เพราะมัวแต่คิดถึงข้อความที่พี่เติร์กเขียนไว้ในสมุดลายเซ็น


'ดีใจที่ได้รู้จัก'

TERK


    คำสุดแสนจะธรรมดา แต่พอรู้ว่ามาจากคนที่มันช์แอบชอบ มันก็ทำให้มันช์ตัวลอยได้เหมือนกัน


'ไอ้แบงค์ กูเชื่อมึงแล้วว่ะ'

.
.
.

"ปีหนึ่งรวม" คนที่กำลังหัวเราะลงมาจากตึกร้อยปี หลังจากที่เพิ่งเรียนเสร็จต้องรีบวิ่งไปลานศิลปกรรมทันที 

    รุ่นพี่ปีสองเรียกรวมเพื่อต้องการคุยเรื่องสำคัญ โดยวันนี้ไม่ได้มีการลงโทษหรือให้ทำกิจกรรมอะไรนอกไปจากการคุยเรื่องกิจกรรมเฟรชชี่ เดย์ของทางมหาลัยที่จะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ รุ่นพี่จึงขอความร่วมมือจากน้องใหม่ทุกคนช่วยกันโหวตหาเด็กปีหนึ่งที่สมควรเป็นดาว-เดือน และดาวโจ๊ก เพื่อเป็นตัวแทนของเอกศิลปกรรมประจำปีนี้


     เมื่อบอกความต้องการจนจบ ก็ถึงเวลาที่เด็กปีหนึ่งต้องเสนอชื่อเพื่อนร่วมชั้นปี

"น้องขิง น้องขิง น้องขิง" พี่อุ้ย ปีสองยกมือบอก จากนั้น รุ่นพี่ปีสองคนอื่น ๆ ก็ส่งสายตาหวานเยิ้ม จนขิงต้องหลุบตาลงต่ำอย่างเขินอาย


"มีใครจะโหวตเพื่อนคนอื่นอีกไหมคะ ถ้าไม่มีจะได้ให้น้องขิงเป็นเดือนเลย"

"โหวตมันช์ค่ะ" ดาวยกมือขึ้นบอก

"ไอ้ดาว แม่งพูดทำไมวะ" มันช์งึมงำคนเดียว เพราะเขาไม่สามารถด่าดาวได้ตอนนี้ เนื่องจากเขากับดาวนั่งกันคนละแถว


"โอเค มีใครเสนอชื่อเพื่อนคนอื่นอีกไหมคะ ถ้าไม่มี จะได้ให้ลงคะแนนแค่มันช์กับขิงนะคะ"

"ครับ/ค่ะ"


 "โอเคค่ะ ไหนใครเลือกน้องขิง"

    มันช์ยกมือขึ้นสูงพลางกวาดตามองคนที่ยกมือโหวตให้ขิง แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าขิงชนะแน่นอน จนกระทั่งรุ่นพี่นับคะแนนจนจบ มันช์เห็นพี่เขาจดใส่กระดาษเท่าฝ่ามือ ก่อนจะเอ่ยถามคนที่ต้องการโหวตให้มันช์


     ไม่ต้องรอให้รุ่นพี่นับ มันช์กะจากสายตาก็ยังรู้แล้วว่า ขิงชนะขาดลอย


"น้องขิงหกสิบสี่ น้องมั้นช์ สามสิบเก้าค่ะ"
 
   แต่แล้วเสียงฮือฮาดังขึ้น เมื่อมีรุ่นพี่ปีสี่คนหนึ่งยกมือ
   
"ไม่ใช่สามสิบเก้าแต่เป็นสี่สิบนะ"

     มันช์ชะงัก รู้สึกตัวเองหน้าร้อนขึ้นมาดื้อ ๆ เมื่อเห็นพี่เต็นยกมือขึ้นบอกแถมยังส่งสายตาฉายชัดว่ารู้สึกดีกับมันช์ จนเขาทำตัวไม่ถูกเพราะไม่คิดว่า คนอย่างพี่เขาจะกล้าทำอะไรเปิดเผยได้ขนาดนี้ มันช์ยิ้มแห้ง ๆ และรู้สึกได้ทันทีว่าไม่กี่วินาทีจากนี้ โดนแซวแน่ ๆ แล้วมันก็จริงอย่างที่คิด

"น้องมันช์ แพ้คะแนนไม่เป็นไร เพราะชนะใจพี่เต็นไปเลย ฮิ้ววว" พี่อุ้ย ปีสองอย่างคงหาเรื่องแซวมันช์ จนมันช์ได้แต่เกาแก้มตัวเองแก้เขิน


"เขาคุยเรื่องทางการ มึงหัดรู้จักกาละเทศะซะบ้าง หยุดแซวได้แล้ว รำคาญ" มันช์หุบยิ้มแทบไม่ทัน ยามที่พี่เติร์กเดินผ่ากลางแถวพวกรุ่นพี่ปีสองเพื่อมาตะโกนด่าพี่อุ้ยเสียงดังลั่น จนพี่อุ้ยปีสองหน้าเสีย

     ทางฝั่งพี่ผู้หญิงปีสองที่นับคะแนนไปก่อนหน้า ต้องรีบแก้สถานการณ์


"โอเค ถ้างั้นเดือนเอกเป็นน้องขิง เหลือดาวเอกกับดาวโจ๊กนะคะ"


"ไอ้คนที่แพ้คะแนนน่ะ ก็ให้มันเป็นดาวโจ๊กไปเลย" มันช์มองพี่เติร์กที่เสนอบอก ทุกคนก็ดูเหมือนจะเห็นด้วย  จากนั้น จึงเหลือแค่เพียงดาวเอก โดยไม่นาน ทุกคนก็ลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าดาวเอกนั้น คือ ดาว


     เมื่อได้ตัวแทนการประกวดดาว - เดือนนักศึกษาปีหนึ่ง รุ่นพี่จึงปล่อยตัวให้น้องใหม่แยกย้ายไปเข้าเรียนในคาบต่อไป


"ไอ้แบงค์" มันช์โบกมือทักทายเพื่อนสนิทสมัยมัธยม เพราะวิชานี้ เป็นวิชาเลือกที่ต้องเรียนรวมกับนักศึกษาต่างสาขา และมันช์ก็เพิ่งรู้ว่า เขาได้เรียนรวมกับแบงค์ มันช์จึงเดินนำพวกขิงเพื่อจะพาไปแนะนำให้รู้จักกัน

     แต่หลังจากที่แนะนำเพื่อนเสร็จเรียบร้อย มันช์ถึงกับส่ายหน้าน้อย ๆ ยามที่เห็นแบงค์มองขิงตาค้าง เขาตบกระโหลกเพื่อนเรียกสติ


"กระพริบตาบ้างก็ได้"

"สัดมันช์" แบงค์ชักสีหน้าใส่เพื่อน ก่อนจะลูบหัวไล่ลงมาลูบหลังคอตัวเอง

"สงสัยความหน้าตาดีของขิงจะเป็นปัญหาแล้วมั้ง ทำเพื่อนเราช็อคไปเลย"

"มันช์อะ" ขิงหลุดหัวเราะพลางตีแขนมันช์


"มึงนั่งไหนวะ" แบงค์ถาม ฟากมันช์ชี้ที่นั่งฝั่งขวาของห้องเรียน ส่วนตัวแบงค์นั่งกับเพื่อนใหม่ที่นั่งตรงกลางห้องฝั่งซ้าย


"งั้นกูไปนั่งกับพวกเพื่อนกูก่อนนะ"

"โอเค เฮ้ย ไอ้แบงค์"

"ว่าไง?" 


"เย็นนี้  กินเบียร์กัน"


"จัดไป"
.
.
.
.
.
"คิดถึงพวกไอ้นิวเลยว่ะ" แบงค์เปรยออกมายามที่ตอนนี้ ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในร้านเหล้าหลังมอ บรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยนักศึกษานั่งเต็มร้านก็พาลให้หวนคิดถึงเพื่อนสมัยมัธยมในกลุ่มที่ตอนนี้ได้เดินทางไปเรียนมหาฯลัยที่ต่างจังหวัดกันแทบทุกคน


"อืม ไม่รู้ว่าพวกมันจะกลับมากรุงเทพเมื่อไหร่"


"ไว้ว่าง ๆ เรานั่งรถไฟไปหามันกันไหม? ชิล ๆ"


"ก็ดีว่ะ เดี๋ยวไว้ถามพวกมันกันอีกที"


"เออตกลง"

       มันช์กระดกเบียร์ไปหลายอึก คนตรงข้ามก็ถามเรื่องที่ไม่ได้ปะติด ประต่อกับเรื่องก่อนหน้าเลยสักนิด


"ไอ้มันช์ เพื่อนใหม่มึง ที่ชื่อขิงน่ะ" แบงค์ถามเพราะเขาค่อนข้างสนใจเพื่อนใหม่ของมันช์มากทีเดียว เขาอยากรู้ประวัติของคนที่ชื่อขิงมากกว่านี้


"ถามทำไมวะ มึงชอบขิง?" มันช์ถามพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย  เพราะตอนสมัยเรียนมอปลาย ไม่เคยเห็นแบงค์มีรสนิยมชอบผู้ชายเลยสักนิด


"ก็ชอบนะ ผู้ชายห่าอะไรน่ารักอย่างกับผู้หญิง"


"แต่ตอนมอปลายมึงไม่ได้ชอบผู้ชาย?"


"กูได้หมด"


     เมื่อได้ยินแบงค์บอกดังนั้น มันช์จึงพยักหน้าแล้วตอบ

"ขิงโสด จีบได้"


       มันช์ยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มต่อ ยามนี้ เพลงในจังหวะสนุก ๆ ตอนแรก ถูกเปลี่ยนเป็นเพลงที่มีทำนองดนตรีช้า ๆ  เสมือนเปิดเพลงคั่นเวลาให้วงดนตรีสดจัดเสียงแอนด์ซาวน์ให้เรียบร้อย

"แต่กูว่าขิงชอบมึง" มันช์ละสายตาจากนักดนตรีโฟลค์ซองที่นั่งอยู่บนเวที หันมามองเพื่อนที่ตั้งคำถามจริงจังแต่แฝงด้วยรอยยิ้มมุมปาก

"ตอนแรกกูก็คิดแบบมึง แต่คิดไป คิดมากูว่าไม่ใช่ ขิงแค่เป็นคนเฟรนด์ลี่กับทุกคนเท่านั้นเอง"


"หรอวะ?"


"อืม อีกอย่าง ขิงมีคนชอบเยอะแยะจะตายไป เขาจะมาสนใจอะไรกับคนอย่างกู"


"มึงนี่อีกแล้ว ชอบไม่มั่นใจตัวเอง หน้าตามึงก็ดี หัดรู้ตัวซะบ้าง"


"เออนั่นแหละ"

"อะแล้วถ้าสมมติ ขิงชอบมึงจริง ๆ  มึงจะชอบขิงไหม?"

     มันช์นั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบ

"ไม่"

"มีคนน่ารักอยู่ใกล้ ๆ แถมมาเกาะแกะมึงขนาดนั้น มึงไม่หวั่นไหวเลยเหรอ?"


"ไม่ว่ะ" มันช์ยังยืนยันคำเดิม ตอนที่แบงค์ถามมันก็ทำให้มันช์ได้ลองกลับมาคุยกับตัวเองจริง ๆ จัง ๆ จนได้คำตอบที่แน่ชัดว่า เขารู้สึกดีกับขิงในฐานะเพื่อนเท่านั้น แต่ในขณะที่คิด เสียงเครื่องมือสื่อสารของมันช์ก็แผดเสียงร้องดังจนต้องรีบรับสาย

"ครับ ขิง"

[มันช์อยู่ไหน? เสียงดังจัง]

"มากินเบียร์แถวห้อง"

[อ้อ พรุ่งนี้ ขิงไปนอนห้องมันช์ได้ไหม]

"ได้สิ"

[ขอบคุณนะ]

"อื้ม"

    แม้ว่ามันช์จะวางสายไปแล้ว แต่พอเหลือบเห็นสายตาล้อเลียนของเพื่อน ก็ส่ายหน้าระอา


"ตายยากว่ะ นินทาปุ๊ป โทรมาปั๊บ ขิงโทรมามีอะไรวะ?"

"มึงนี่จุ้นจ้านเนอะ"

"กูสนใจเรื่องเพื่อน ไม่ได้หรอ?"

"สนใจกับเสือก นี่คล้ายกันมากเลยนะ"

"สัดมันช์"


    เมื่อเพื่อนด่าทั้งยังปาน้ำแข็งก้อนเล็กใส่ มันช์ก็หัวเราะก่อนจะตอบตามจริง เพราะระหว่างแบงค์กับมันช์ ไม่เคยมีความลับต่อกันอยู่แล้ว


"ขิงจะมานอนห้องกูพรุ่งนี้"


"เหยยยยยด"

"สัดอย่าแซว"


"เออกูจะดูคนที่ปากว่าไม่หวั่นไหว ถ้านอนเตียงเดียวกันจะเป็นยังไงวะ"


"ก็ไม่รู้สึกอะไร" มันช์สวนกลับทันควันพลางยักไหล่อย่างไม่แคร์ และนั่นเองจึงทำให้แบงค์นึกขึ้นได้ว่า เพราะอะไรทำไมมันช์มันถึงไม่หวั่นไหวกับใครอื่นเลย

"อ้ออออออ กูรู้แล้วว่าทำไมมึงถึงตอบได้มั่นใจขนาดนั้น เพราะมึงยังลืมพี่เติร์กไม่ได้"


    มันช์ชะงักกึก พอเป็นเรื่องพี่เติร์กมันช์ถึงกับไปไม่เป็น เขาไม่สามารถเถียงเพื่อนเรื่องนี้ได้จริง ๆ แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าแบงค์มันจะวกมาคุยเรื่องพี่เติร์ก


     มันช์นั่งเม้มปาก เงียบกริบ เพราะในตอนแรกที่เล่าเรื่องพี่เติร์กให้แบงค์ฟัง ตอนนั้น เขาดันปากดีไว้มาก แถมบอกเพื่อนอย่างมั่นใจว่าจะไม่มีวันสนใจพี่เติร์กอีกครั้งแน่ ๆ แต่พอได้พูดคุย ได้อยู่ใกล้  ได้เจอหน้าพี่เขาทุกวัน ความรู้สึกที่อยากจะเลิกชอบเขานั้น กลับสลายหายไปในพริบตา


"ไอ้สัดเงียบ เป็นไงล่ะมึง ปากดีนัก"


"........" อยากจะเถียงกลับ แต่ก็หาเหตุผลที่ดีไม่ได้เลยจริง ๆ มันช์เสตามองไปทางอื่น เพราะตอนนี้รู้สึกละอายใจที่ทำไม่ได้อย่างปากว่า

"เฮ้อ ไอ้มันช์รู้ตัวหรือเปล่าว่ามึงเป็นคนปากไม่ตรงกับใจ? รู้ทั้งรู้ ว่า ตัวเองยังชอบพี่เขา แต่ก็ทำมาเป็นบอกว่ากูไม่เอา กูไม่แคร์พี่เขาแล้วเพื่ออะไรวะ"


"สัดแบงค์อย่าด่ากูดีวะ" มันช์ตอบอย่างเคือง ๆ เพราะรู้ว่าจิตใจเขาไม่เข้มแข็งพอ และมันดันอ่อนแอ อ่อนไหวกับแค่พี่เติร์กคนเดียวเท่านั้น


           พยายามจะทำใจ ตัดใจจากพี่เติร์กเป็นร้อยครั้ง พันครั้ง ก็ไม่เคยทำได้เลยสักที


"กูไม่ได้ด่า กูพูดความจริง ตอนนี้ มึงโสด ฉะนั้น ถ้ามึงยังทำใจจากพี่เติร์กไม่ได้ ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ลองจีบพี่เขาอีกสักครั้ง แล้วถ้าหนนี้ จีบไม่ติดอีก กูนี่แหละจะเป็นคนทำให้มึงตัดใจจากพี่เติร์กให้ได้"


"เออ" มันช์ตอบ แต่ลึก ๆ มันช์ก็ยังกลัวว่า ถ้ารอบนี้ จีบไม่ติดจริง ๆ หัวใจของมันช์จะพัง ยับเยินขนาดไหน


"กูขอถามอีกครั้ง ตอนนี้มึงชอบพี่เติร์กอยู่ไหม?" แบงค์ถามจี้ ยามนี้เพื่อนรักของมันช์ถามด้วยน้ำเสียงไร้แววล้อเล่นหรือยียวนกวนประสาท แบงค์ถามมันช์เสมือนให้มันช์ถามใจตัวเองอีกที ว่า หากจะบอกคำตอบต่อจากนี้ ต้องเป็นคำตอบที่ตรงกับหัวใจ ไม่ใช่คำโกหก


         มันช์เงียบก่อนจะพยักหน้า


"เออ กูยังชอบพี่เติร์ก"

"ถ้างั้นก็ลุย ส่วนเรื่องของขิง ถ้ามึงไม่ชอบ กูจีบนะ"

"อืม ก็เรื่องของมึง"

"ช่วยแนะนำกูให้ขิงหน่อยแล้วกัน"


"เออ"

..............................................

1. จะเสกคาถามหานิยม ให้พี่เติร์กทั้งรักทั้งหลง น้องมันช์โอมเพี้ยง  555

2. คุณ Warin ขอบคุณนะคะที่ยังจำได้ อิอิ

 :mew3: :mew3: :hao6: :hao6: :hao6:
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ
[/b]
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-02-2019 22:29:32 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เอ...แบบนี้ก็แสดงว่า  อิพี่เติร์กน่าจะจำน้องมันซ์ได้ใช่ป่ะ?

เพียงแต่ว่ามันซ์เคยจีบเติร์กเมื่อครั้งอดีตแล้วเหรอ?  แต่ทำไมยังทำเหมือนไม่รู้จักกันหล่ะ?

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
แบงค์ขิงอ่อ??? ดูพุชจะไม่โอเค   :ruready :ruready :ruready

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 501
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
จีบเลยๆๆๆ
เด๋วอิพี่เติร์กจะจีบเราก่อน ยอมไม่ได้
น้องมันช์ต้องลุยก่อน สู้ๆ
 :hao7:
ขิงไม่เป็นไร ไม่ต้องช้ำใจไปนะ โอ๋ๆ
เชียร์แบงก์ดีก่า
 :mew1:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0

บทที่ 5 คงไม่เกลียดผมนะ









"ระวังสะดุดนะขิง" มันช์ที่เดินเกาะไหล่ขิงเอ่ย


    ยามเย็นวันนี้ น้องเฟรชชี่ทุกคณะ ได้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องใหญ่ ภายในมหาวิทยาลัยซึ่งแต่ละสาขาก็จะรับผิดชอบการจัดกิจกรรมนี้ไปของใครของมัน เช่นเดียวกับสาขาศิลปกรรมที่น้องใหม่ทุกคนตอนนี้ค่อย ๆ เดินก้าวเท้าสั้น ๆ เข้าฐานด้วยการมีผ้าปิดตา เกาะไหล่ต่อ ๆ กันเป็นทางยาวเหมือนขบวนรถไฟ โดยมีรุ่นพี่ยืนบอกเส้นทางให้เป็นระยะ ๆ


    หนุ่ม-สาว เฟรชชี่นับร้อยเดินเท้าเปล่าท่ามกลางเสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ทั่วบริเวณ


"นั่งลง และมุดหัวค่ะ มุดหัว" ทุกคนทำตามที่รุ่นพี่บอก ย่อตัวลง คุกเข่าเตรียมคลานเข้าอุโมงค์ใบไม้ที่รุ่นพี่ทำไว้ให้ จากนั้น เด็กปีหนึ่งสะดุ้งเฮือก เมื่อได้ยินเสียงกรี้ดของเพื่อนผู้หญิงคนด้านหน้า ๆ ก่อนที่เธอจะตะโกนมาว่า น้ำเย็นมาก ซึ่งจุดนี้ ทุกคนต้องผ่านสายน้ำเย็นยะเยือกมาพร้อมน้ำแข็งก้อนร่วงกราวลงมา เมื่อรับความเย็นจี๊ดถึงหัวกันครบทุกคน หัวแถวโผล่พ้นอุโมงค์ใบไม้ก็ลุกขึ้นยืนและยังคงเดินทางสู่ฐานต่อไป แม้น้องปีหนึ่งทุกคนจะยังกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะมองไม่เห็นเส้นทางว่าต้องเดินไปไหน แต่มีรุ่นพี่คอยบอกเส้นทางตลอดการเดินเท้าของน้องใหม่ ทว่า เดินไปได้ไม่ไกล ขบวนแถวก็ชะลอตัว


     ตอนนี้ น้องปีหนึ่งเริ่มรู้แล้วว่า ทำไมขบวนแถวถึงหยุดลง เพราะตลอดทางจากเสียงสองฝั่ง มีแต่พวกรุ่นพี่พูดระบายความในใจออกมา และไม่ใช่แค่การบอกความในใจ แต่ยังรวมไปถึงการปะแป้ง ทาหน้าทาตา ตามประสาของกิจกรรมอันสนุกสนาน ทุกการย่างก้าวของน้องนักศึกษาปีหนึ่ง มักจะได้ยินคำพูดในทำนองเดียวกันจากปากกรุ่นพี่ นั่นคือ ยินดีที่ได้มีน้องมาร่วมเรียนสาขาเดียวกัน  รุ่นพี่พร้อมช่วยเสมอ...


       มันช์ผ่านรุ่นพี่ปะแป้งมาหลายสิบมือ และในจังหวะที่มันช์หยุดเท้าตรงที่รุ่นพี่คนหนึ่ง เขาโดนปะแป้ง ก่อนจะโดนจับล็อคปลายคางแล้วใช้ปากกาหรือไม่ก็คงลิปสติกเขียนบนใบหน้า จนกระทั่งแล้วเสร็จ มือหนาก็ปล่อยคางมันช์ และเขาก็ได้ยินเสียงนุ่มนวลเอ่ย


"รู้ตัวไหมว่า มึงน่ารัก" มันช์ใจกระตุก ร่างกายก็ร้อนวูบวาบ นั่นเป็นเพราะไม่ใช่แค่คำพูดเปล่า ๆ แต่พี่คนนั้น ยังวางมือลงบนกลางกลุ่มผมแล้วโยกเบา  ๆ มันช์พยายามพินิจพิจารณาเสียงนั้นให้ถี่ถ้วนว่าพอคุ้นหูบ้างหรือเปล่า แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก


     ยังไม่ทันได้รู้เลยว่าใคร มันช์โดนดันหลังให้เดินต่อไป แล้วก็ยังได้ยินเสียงรุ่นพี่คนอื่น ๆ พูดมาจนถึงปลายทาง


      ตอนนี้ น้องเฟรชชี่กำลังถูกสั่งให้นั่งลง โดยไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของสาขา ทุกคนหันซ้าย หันขวา เพราะยังไม่มีรุ่นพี่มาเปิดตา แต่แล้วจู่ ๆ เสียงตะโกนก็ดังขึ้น


โค๊ดหนึ่ง โค๊ดสอง สาม สี่...
     
      เสียงบูมจากรุ่นพี่นับร้อยชีวิตร่วมใจกันตะเบ็งเสียงชื่อเอกศิลปกรรมจนดังกึกก้องกังวานและทรงพลังอำนาจอย่างน่าขนลุก

   
       เมื่อสิ้นเสียงบูมและเสียงปรบมือ น้องปีหนึ่งบางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความขนลุกและตื้นตันใจ จากนั้น รุ่นพี่บอกให้ทุกคนเปิดตา เพียงแกะผ้าที่ปิดตาออกรุ่นน้องที่นั่งกันเต็มลานศิลปกรรมในเวลาโพล้เพล้กวาดตามองแสงเทียนประดับรอบบริเวณ


"พวกคุณ คือ ศิลปกรรมแล้ว"
 

     รุ่นพี่ผู้หญิงที่เห็นน้องปีหนึ่งร้องไห้รีบหากระดาษทิชชูไปให้พวกเธอซับน้ำตา และจากนั้น มันช์เห็นพี่เต็น ซึ่งเป็นตัวแทนของรุ่นพี่ปีสี่ได้ออกมาพูด


"พวกน้องคือศิลปกรรมเต็มตัวแล้วนะครับ จากนี้ก็จะเป็นการเข้าสู่การเรียนอย่างจริงจังแล้ว สาเหตุที่พวกพี่ได้จัดกิจกรรมนี้ ก็เพื่อต้องการให้รุ่นน้องทุกคนได้ละลายพฤติกรรม และฝึกให้เราอยู่ร่วมกันและเคารพกัน อะไรที่พวกพี่เคยทำไม่ดีลงไป ทั้งการพูดจารุนแรงจนบางคนถึงกับไม่ชอบหรือเกลียดชังพวกพี่ต้องขอโทษด้วยนะครับ พี่แค่อยากเพิ่มความกลมเกลียวและสนิทสนมมากขึ้น จากนี้ น้อง ๆ คนไหน สงสัยอะไร สามารถถามรุ่นพี่ได้ทุกชั้นปีเลยนะครับ"


     เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อพี่เต็นกล่าวจบได้อย่างมีสาระ ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็มีรุ่นพี่ที่เรียนจบจากสถาบันนี้ไปแล้วสองปี เดินออกมาแนะนำตัว ก่อนจะเล่าประสบการณ์ของตัวเองที่ได้ร่วมงานกับเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ให้รุ่นน้องได้ฟัง


"พี่จบไปแล้ว แต่อยากมาบอกน้อง ๆ ด้วยความหวังดีนะ ระหว่างที่เรียนขอให้น้องแบ่งเวลาเรียน และเวลาฝึกพัฒนาตัวเองเพิ่มเติม น้องต้องยอมอดทนกับความยากลำบาก และในเวลาเดียวกันก็อย่าลืมที่จะเก็บความทรงจำดี ๆ ระหว่างเรียนเอาไว้ให้เยอะที่สุด เพราะพอเข้าสู่ชีวิตแห่งการทำงาน ไม่ได้สนุกอย่างที่น้องคิด มันจะเต็มไปด้วยความกดดัน การแข่งขัน การเอาใจลูกค้าเพื่อนำมาซึ่งรายได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเราสามารถเอาความชอบบวกกับการหาเงินได้ มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว น้องหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับการรับน้อง พี่อยากให้รู้ว่า การจัดกิจกรรมรับน้อง ลึก ๆ แล้วก็เพื่อให้เราได้รู้จักกัน รักกัน เพราะยามที่เราเรียนจบไป สิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องมี นั่นคือ เรื่องของคอนเนคชั่น หากเรามีคอนเนคชั่นบวกกับมีฝีมือที่ดี เราจะไม่มีวันอับจนหนทางแน่นอนครับ เชื่อพี่"


      เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง ยามที่รุ่นพี่คนนี้เอ่ยจบ น้องเฟรชชี่ที่ยังใหม่สำหรับการเข้าสู่รั้วมหาฯลัยก็ได้แต่เอออออย่างเชื่อฟัง เมื่อได้พูดเรื่องจริงจังไปจนหมด ก็มาถึงที่พี่อุ้ย ปีสองเปิดประเด็นความไร้สาระอีกเช่นเคย


"ที่ผ่านมาเราเครียดกันมามาก และก็รู้ว่า คงมีน้องปีหนึ่งแอบไปร้องไห้ แอบด่ารุ่นพี่บ้างก็เข้าใจ ไหน ๆ ก็ถึงช่วงเวลาของพวกน้องปีหนึ่งแล้ว ไหนลองบอกซิว่าอยากให้เอาคืนรุ่นพี่คนไหนบอกมาได้เลย" สิ้นเสียงพี่อุ้ย น้องปีหนึ่งหลายคนคงอยากยกมือเต็มแก่ ติดตรงที่ยังไม่กล้าพอ และแล้วก็มีสาวนั่งหน้าแถวยกมือขึ้นสุดแขน


"พี่เติร์กค่ะ"

       มันช์แอบตกใจที่เห็นดาวใจกล้า เลือกชื่อ พี่เติร์กมา

"เอาแล้วไง ไอ้พี่ว้าก รุ่นน้องเกลียดมึงกันหมดแล้ว"


      พอน้องปีหนึ่งเสนอชื่อตามที่พี่ปีสองบอก รุ่นพี่ที่ยืนอยู่หน้าแถวส่งเสียงโห่แซว ก่อนจะตะโกนเรียกชื่อ เติร์ก ล้อเลียนเป็นเสียงเอคโค่



"ไหนใครเรียกพี่เติร์กครับ?" เติร์กถามพลาดกวาดตามองน้องปีหนึ่งทุกคนด้วยรอยยิ้มหวาน ทำให้เด็กปีหนึ่งผู้หญิงกรี้ดกร้าด เกรียวกราว ยามที่เห็นใบหน้าพี่ว้ากตอนนี้ เกลี้ยงเกลา ไร้หนวดเครา ยิ่งเผยให้เห็นความใสบนใบหน้าเด่นชัด แม้ว่าผมจะยังไว้ทรงเดิม แต่พี่เติร์กดูหน้าเด็กและมีเสน่ห์ขึ้นมาก มันช์ที่แอบจ้องมองอยู่ชะงักกึก เขาใจสั่นทันทียามที่เห็นพี่เติร์กหันมามองทางนี้
   

"ไอ้เชี่ย พอเป็นเสียงผู้หญิงเรียกชื่อมึงล่ะพูดจาซะเพราะเชียว ไหน น้องดาวลุกสิครับ" พี่ป๋อบอก

     
"อยากให้พี่เติร์กทำอะไร" พี่อุ้ยถาม


"บอกรักเพื่อนหนูค่ะ"
 

   เติร์กเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางมองหน้าน้องผู้หญิง


"บอกรักหนูง่ายกว่ามั้ง พี่ว่า" เติร์กยิ้มหวาน


"อร้ายยยยยยยยยย"


"พี่เติร์กร้ายกาจ"


"ไอ้เชี่ย ได้โอกาส"


"เรื่องเชี่ย ๆ ฉลาดนัก"


      เสียงกรี้ดพร้อมโห่แซวดังทั่งลานศิลปกรรม ตอนนี้ดาวหัวเราะแบบเขิน ๆ เมื่อโดนพี่เติร์กสวนกลับ พออายม้วนต้วนเป็นพิธี เมื่อตั้งสติได้ก็บอกพี่เติร์กอีกครั้ง

"แต่หนูอยากฟินอะค่ะ พี่ช่วยบอกรักมันช์หน่อยได้ไหมคะ?"


      สิ้นเสียงคำขอร้องของดาว รุ่นพี่ปีสูงต่าง ๆ ที่ยืนกอดอกกันหน้าแถว แซวกันยกใหญ่


"วู้ววววววววววว"


"ฮิ้วววววววว"


"เหยดดดด"


"เชดดดดดโด้ววววววว"


"ฮ่า ๆ ๆ  กรรมตามสนองแล้วเมิ้งงงงงง ไอ้เติร์ก"


    ฟากเติร์กชะงัก ไม่ต่างกับคนที่โดนเอ่ยชื่อขึ้นมา

    อยากจะด่าดาวเหลือเกินว่า ไม่คิดจะถงจะถามความสมัครใจกันสักคำเลยหรืออย่างไร


"อ้าวน้องมันช์ลุกขึ้นหน่อยคร้าบบบ" พี่อุ้ยทัก จนมันช์ต้องลุกขึ้น


    ตอนนี้ มีรุ่นพี่รายล้อมเป็นวงกลม ยืนมองคนที่ยืนอยู่หน้าแถวสามคน


"กูว่าบอกรักแบบที่น้องมันช์เคยโดนมันธรรมดาไปว่ะ" มันช์มองเพื่อนสนิทพี่เติร์กบอกอย่างยิ้ม ๆ ก่อนจะพูดอีกครั้ง

"เล่นละครดีกว่า ให้น้องดาวเดินมาบอกชอบพี่เติร์ก แล้วพี่เติร์กไม่รับรัก เพราะมีคนในใจแล้ว คือ น้องมันช์"


"อร้ายยยยยย"


"ว้าววววว"


"วี้ดวิ้ววว" เสียงผิวปาก เสียง โห่ร้องปะปนกันมั่วไปหมด


"ไม่เล่นเว้ย" เติร์กสั่นศรีษะพลางยกมือบอก


"สัดอย่าหยิ่ง เป็นละครปิดท้ายกิจกรรมรับรุ่น ไหนใครอยากดูบ้างครับ"


    พี่ป๋อเอ่ยยามที่เพื่อนเกิดนึกหัวแข็ง ทางแก้ทางเดียว คือ ต้องหาเสียงข้างมากเพื่อสร้างความกดดันให้มันยอมแพ้พ่ายไปเอง และแล้ว เติร์กก็ถอนหายใจยามที่น้องปีหนึ่งยกมือขึ้นกันหมด


    ตระเตรียมกันเรียบร้อย พี่อุ้ยเริ่มนับถอยหลัง

     สาม สอง หนึ่ง

     สิ้นเสียงนับ ดาวที่ยืนหันหลังให้มันช์และพี่เติร์ก หมุนตัวกลับมาส่งรอยยิ้มให้พี่เติร์ก ก่อนจะเดินไปใกล้และฉวยมือเติร์กไปจับจนเจ้าตัวยังตกใจ ไม่คิดว่าสาวน้อยนางนี้จะเล่นใหญ่ รัชดาลัย เธียร์เตอร์ขนาดนี้


"พี่เติร์กคะ ดาวชอบพี่เติร์กนะคะ เราพอจะมีโอกาสได้เป็นแฟนกันไหมคะ?"

       สองมือเติร์กที่ถูกหญิงสาวรวบไว้แล้วยกขึ้นมาระดับอก ช้อนตามองอย่างคนมีความหวัง ทันใดนั้น เติร์กผุดรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ก่อนจะดึงมือดาวออกพลางลูบเรือนผมหญิงสาว จนคนที่นั่ง และยืนดูอยู่ต่างส่งเสียงครางอื้อออออกันออกมาเบา ๆ


"พี่ขอโทษนะครับดาว แต่พี่มีคนในใจแล้วล่ะ"


"คะ ใครคะ?" ดาวชะงัก ก่อนหลุบตาลงพร้อมบอกเสียงเศร้า


     ฟากมันช์มองเพื่อนก็ได้แต่กลั้นขำ ไม่รู้ว่าเพื่อนไปแอบเรียนการแสดงมาจากไหน
 

     'มึงนี่อยู่เอกศิลปกรรมหรือเอกการแสดงวะดาว เล่นละครเก่งใช้ได้'
 



ฟึ่บ!

      เพราะมัวแต่สนใจเพื่อน มันช์ถึงสะดุ้ง ตกใจ ตอนที่พี่เติร์ก เลื่อนมือลงมาสอดปลายนิ้วเพื่อประสานมือเข้าหากัน


"มันช์ครับ พี่รักมันช์"


     ทันใดนั้น มันช์หันไปสบตากับพี่เติร์กที่ส่งยิ้มอบอุ่น แล้วจ้องมองมาอย่างมีความหมาย มันช์ใจกระตุก ขนอ่อนลุกชูชัน หลบตาจ้าละหวั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่ทุกคนปรบมือให้


"ฮิ้ววววววว อร้ายยยยยย"


"คือดีงามมมมม"


"มีความอินค่า"


"โอ้ย นี่เล่นละครหรือความจริงวะ"


"ตีบทแตกกระจุย กระจายมากจ้า"


    มันช์รีบปล่อยมือจากพี่เติร์กก่อนที่จะโค้มศรีษะขอบคุณ เป็นการปิดท้ายที่เรียกเสียงฮือฮาได้ดี จากนั้นรุ่นพี่ก็เอ่ยเข้าสู่พิธีการผูกข้อไม้ ข้อมือ โดยตัวแทนของพี่ปีสองได้นำจี้รุ่น พร้อมสายสิญจน์มาแจกให้น้องปีหนึ่งแต่ละคน


"เอาล่ะคะที่พี่แจกไปน้องจะให้พี่คนไหนผูกข้อมือให้ก็ได้นะคะ แยกย้ายได้เลยค่ะ


    พอบอกอย่างนั้นรุ่นน้องปีหนึ่งลุกขึ้นต่างแยกย้าย ไปหารุ่นพี่ที่ตัวเองชื่นชอบตามซุ้มต่าง ๆ ที่เขาไปนั่งตามซุ้มประจำของใคร ซุ้มมัน


"ฮามึงวะ มันช์ แค่พี่เติร์กจับมือมึงทำไมต้องทำหน้าช็อคขนาดนั้น" ดาวแซว

"ก็ตกใจ มึงนั่นแหละดาว เล่นพิเรนทร์เอากูเข้าไปเอี่ยวด้วยเฉยเลย"


"เอ้า ก็กูฟินนี่หว่า มึงไม่รู้อะไร คราวก่อน ตอนที่มึงโดนแกล้งให้บอกรักพี่เติร์ก กูเห็นเขายิ้มด้วย ยิ้มแบบเหมือนโดนแฟนบอกรักเลยอะมึง แต่เหมือนเพิ่งนึกได้มั้งว่าหลุดยิ้มตอนเป็นพี่ว้าก แกเลยเก็กขรึมต่อ และวันนั้นนั้นแหละ กูถึงรู้ว่าพี่เติร์กไม่ใช่คนน่ากลัวอะไร แต่น่ารักมาก ๆ เลยต่างหาก"


   ทำไมการที่ดาวเอาเรื่องนี้มาบอกเขาถึงใจสั่น หวั่นไหวได้ขนาดนี้ มันช์สลัดความคิดทิ้งเป็นจังหวะเดียวกับที่ขิงเดินมาพอดี


"เราไปหาพี่ปีสี่กันเถอะ"


       ทั้งกลุ่มเดินไปหาพี่ปีสี่เพื่อขอให้ผูกข้อมือ เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เสียงเรียกชื่อขิงก็ดังมาแต่ไกล จนกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับขิงไปแล้ว

       ตอนนี้ มันช์ให้พี่ปีสี่สองคนผูกเสร็จแล้ว ก็มาถึงตาพี่เต็นบ้าง


"พี่ขอให้มันช์ตั้งใจเรียนนะครับ แต่ก็อย่าลืมเติมความสนุกให้ชีวิตละ เรียนเครียดมากไปก็ไม่ดีมันจะกดดันตัวเองเกินไป บริหารเวลานะครับ มันช์"


"ขอบคุณครับ พี่เต็น" มันช์ยิ้ม


"มีอะไรปรึกษาพี่ได้ทุกเรื่องนะ"


"ทุกเรื่องจริงเหรอครับ?" มันช์หยอกกลับ ฟากพี่เต็นยิ้มมุมปากก่อนพูดมาโดยที่มันช์ก็ไม่คาดคิด


"ได้สิ แม้กระทั่งเรื่องหัวใจ"


        มันช์ชะงัก ก่อนยิ้มพยักหน้า


"ครับ พี่เต็น"


"มีเบอร์พี่หรือยัง?"


"อะแฮ่ม ๆ จีบเด็กกันใหญ่เลยวุ้ยยยย"


     มันช์เห็นพี่เต็นหันไปด่าเพื่อน ก่อนจะหันมารอคำตอบของมันช์ เมื่อมันช์ส่ายหน้า ทันใดนั้น พี่เต็นก็ขอโทรศัพท์มือถือของมันช์ไปบันทึกเบอร์


"มันช์ไปโต๊ะพี่ปีสองกันเขาเรียกพวกเรา" ขิงพูดขัด ก่อนที่มันช์จะยกมือไหว้พี่เต็นและขอตัว

"ผมไปก่อนนะครับพี่เต็น"

"ว่าง ๆ ก็โทรมานะ" เต็นยิ้ม

"ครับพี่เต็น"


     พอไปหาพี่ปีสองเสร็จ ขิงโดนรั้งตัวให้อยู่ต่อ มันช์จึงเดินแยกออกมาก่อนจะก้มลงมองสายสิญจน์ในมือที่เหลือแค่สองเส้น  มันช์ไม่รู้จะให้ใครผูกดี จังหวะนั้น มันช์สะดุ้งเมื่อโดนดาวล็อคแขนลากไปยังซุ้มของอดีตพี่ว้าก


"จะพากูไปไหน?"


"ไปหาพี่เติร์ก กูว่ากูชอบพี่เติร์กเข้าแล้วว่ะ แกนิสัยน่ารักดี" ดาวบอกแล้วมองหน้าเพื่อน


"ชอบแบบแฟนน่ะเหรอ?"


"ชอบแบบพี่ชายเว้ย"


   มันช์เงียบ ก่อนจะเดินตามแรงฉุดของเพื่อน

    ปีสามมองหน้าเด็กมาใหม่ ทั้งดาวและมันช์



"น้องดาวววววว" พี่โต๋แซวยามที่น้องดาวมาถึง หลังจากที่ดาวได้ร่วมแสดงละคร เธอก็ได้รับคะแนนนิยมมีคนชมชอบเธอเพิ่มมากขึ้น เพราะดาวเริ่มแสดงศักยภาพแห่งความกวนประสาทออกมาให้เห็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


"ขาาา พี่ผูกข้อมือให้ดาวหน่อยค่ะ" ดาวปรี่ไปหาพี่โต๋ ส่วนมันช์ เดินไปหาพี่ป๋อ ครู่หนึ่ง มันช์เห็นพี่เติร์กเหล่มองเขา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร


"กูขอให้มึง ได้ความรู้ ได้เพื่อน ได้ประสบการณ์จากที่นี่ไปเยอะ ๆ นะ"


"ขอบคุณครับ"


"อ้อ แล้วกูขอ......" ป๋อยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนชำเลืองมองพี่เติร์กที่มันช์ก็เอียงคอมอง


"ขอให้ได้แฟนจากที่นี่ไปด้วย"

    มันช์ยิ้มขำ

"อันนี้ ผมขอให้สมพรปากเลยพี่"


"ได้แน่นอนมึง ฮ่าๆ"


     มันช์ยกมือไหว้ที่พี่ป๋อผูกเสร็จ ชั่วอึดใจ เขาทำใจกล้ายื่นสายสิญจน์เส้นสุดท้ายให้พี่เติร์ก


"ผูกให้ผมหน่อยครับ"

     ฟากเติร์กที่นั่งหลังพิงเสาซุ้มอยู่ชะงัก ยามที่เห็นอีกฝ่ายยื่นสายสิญจน์ให้


"ขอข้างนี้ครับ" มันช์ยิ้มยื่นข้อมือขวา ฟากเติร์กไม่ได้พูดอะไร เขาผูกสายสิญจน์ข้างที่มีแต่นาฬิกาข้อมือที่มันใส่อยู่


    ไม่มีคำอวยพร ไม่มีคำแนะนำอะไรออกมาจากปากพี่เติร์กที่มันช์ก็เฝ้ารอให้อีกฝ่ายพูด จนกระทั่ง พี่เติร์กผูกเสร็จ เขาก็ยังไม่เอื้อนเอ่ย จนกระทั่ง มันช์ยกมือไหว้ขอบคุณ กำลังจะหันหลังกลับ แต่พี่เติร์กก็พูดขึ้น


"ขอโทษ"

    มันช์มองหน้าพี่เติร์กที่มีแค่แสงไฟสีส้มสลัวตกกระทบโครงหน้า เนื่องจากยามนี้ มันก็มืดมากแล้ว


"อะไรนะครับ?" มันช์เอียงคอถาม

"ขอโทษที่เล่นแรง เรื่องที่ผมให้คุณไปตะโกนบอกรักที่ตึกเขียว"


    พอพี่เติร์กบอกเหตุการณ์น่าอายในวันนั้น มันช์ก็ยิ้มมุมปาก


"ไม่เป็นไรครับ"


"แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผมเคยทำไม่ดีกับคุณ"


"ผมเข้าใจและลืมเรื่องพวกนั้นไปหมดแล้วครับ พี่เติร์ก"  มันช์บอกและยืนมองคนตรงหน้า โดยลืมไปด้วยซ้ำว่ามีเพื่อนพี่เขานั่งอยู่

    และเป็นครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มชัด ๆ ของพี่เติร์ก


"อืม ผมก็หวังว่าคุณ..." มันช์เห็นพี่เติร์กเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนสบตากันอีกครั้ง


"คงไม่เกลียดผมนะ"



      มันช์ไม่สามารถจ้องตาพี่เติร์กกลับได้จริง ๆ เขาทำได้แค่หลุบตาลงมองลำคออีกฝ่ายด้วยความอายปนสงสัย ว่าคนอย่างพี่เติร์กนะเหรอ จะกลัวมันช์เกลียดด้วย


"ผมไม่มีทางเกลียดพี่หรอกครับ" มันช์ตอบกลับ ก่อนจะขอตัวกลับไปที่กลุ่มของตัวเอง


    เมื่อมันช์เดินกลับมา เจ้าตัวก้มมองสายสิญจน์ที่พี่เติร์กผูกอยู่บนข้อมือขวา เพราะมันเป็นข้างเดียวกับที่พี่เติร์กจับมือเขาก่อนหน้า
 
     จังหวะที่มันช์เดินมาถึงซุ้มของตัวเอง เขาทอดสายตาไปยังซุ้มปีสามอีกครั้ง


     มันช์นั่งยิ้มให้ตัวเอง ก่อนจะนึกถึงประโยคที่พี่เติร์กบอก


    'ผมจะเกลียดพี่ได้ยังไง ขนาดพี่เคยทำให้ผมเสียใจ ผมก็ยังตกหลุมรักพี่ได้อีกครั้งเลย'

    'พี่เติร์ก จักรวรรดิ'




   ..........................................




        **หวาน ๆ รับสัปดาห์แห่งความรัก (นี่คือหวานแล้ว? 555) สุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้าค่ะ :man1: :man1: :man1:

         **เรื่องนี้ เขียนแบบค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ของคนสองคน หากดูเนิบช้าไป คนเขียนขออภัยจากใจด้วยนะคะ สำหรับใครที่ติดตามกันอยู่ อยากให้ติดตามกันต่อไป เผลอ ๆ อาจเปลี่ยนใจไปหลงรักพี่เติร์กแทนมันช์ก็ได้ค่ะ

         **คุณ DrSlump ส่วนเรื่องอดีตอยากบอกมากแต่ก็กลัวจะไม่ลุ้นกันค่ะ ติดตามกันไปน้า
  >__<

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-02-2019 21:55:50 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

'ผมจะเกลียดพี่ได้ยังไง ขนาดพี่เคยทำให้ผมเสียใจ ผมก็ยังตกหลุมรักพี่ได้อีกครั้งเลย'

    'พี่เติร์ก จักรวรรดิ'


โอยยยยยยย  เจอประโยคนี้เข้าไป   ต่อมเผือกต่อมอยากรู้ทำงานอย่างหนักหน่วงเลย

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-0

บทที่ 6 ชิดใกล้







"ขอโทษนะขิง เรามีแต่ผ้าขนหนูผืนเล็ก  เราไม่มีผืนใหญ่สำรองไว้เลย" มันช์บอกขิง ยามที่ทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันในห้องพักของมันช์ หลังจากเสร็จกิจกรรมรับน้องที่มหาฯลัย



"ไม่เป็นไร ขิงเอามาหมดแล้ว" ขิงบอก



    ตอนนี้ สภาพทั้งคู่ดูไม่ได้ ทั้งหน้าที่โดนปะแป้ง ขีดเขียนอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ไหนจะสภาพเนื้อตัวและเสื้อผ้าที่สกปรกเพราะคลุกดินโคลน



"ขิงไปอาบน้ำก่อนเถอะ"



    ขิงพยักหน้า ก่อนจะนั่งยองๆ ลงตรงกระเป๋าเป้ หยิบผ้าขนหนูออกมา



     ช่วงที่ขิงเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ มันช์ก้าวยาว ๆ ไปทิ้งตัวลงนั่งตรงโต๊ะขนาดเล็ก กดปุ่มตรงซีพียู เปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรอเครื่องประมวลผล เมื่อภาพพื้นหลังเดสก์ท็อปลายกราฟิกสีขาว-ดำปรากฏตรงหน้าจอ มันช์ต่ออินเทอร์เน็ตและเปิดโปรแกรม MSN เลื่อนดูชื่อใครบางคนที่แอดไปหาเมื่อหลายวันก่อน แม้ว่า มันช์จะทักไปตั้งแต่วันนั้น และเฝ้ารอให้พี่เติร์กทักกลับ แต่ไม่มีประโยคใด ๆ ตอบกลับมา  ทั้ง ๆ ที่มันช์แอบเห็นพี่เติร์กออนเอ็มอยู่บ่อย ๆ



ตือ..ดือ..ดึ๊ง



    เหล่มองหน้าต่างกระพริบ ๆ ที่เด้งขึ้นมาด้านล่างของหน้าจอ



'อย่าลืมเลยเรื่องแนะนำกูกับขิง'



    มันช์หลุดหัวเราะทันทีเพียงเขาออนไลน์ เจ้าเพื่อนตัวดีอย่างไอ้แบงค์ก็ทักแชทมาเร็วไว รีบตอบกลับไปไม่ให้มันรอนาน ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนข้อความส่วนตัว เมื่อนึกอะไรขึ้นได้



'รักเขา แต่เขาไม่เคยรู้'



     มันช์เติมอิโมติคอนรูปอมยิ้มสีเหลืองพร้อมหัวใจสีแดง 2 ดวง ไว้ตรงหัวและท้ายประโยค



     จังหวะที่เปลี่ยนสเตตัสเสร็จ ขิงเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี มันช์รีบปิดคอมฯ หันไปหาขิงที่เดินออกมาเพียงผ้าขนหนูพันช่วงล่างไว้หมิ่นเหม่ และพาดผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ที่บ่า มันช์ก็รู้นะว่าขิงก็เป็นผู้ชายเหมือน ๆ กัน แต่ผิวกายที่ขาวอมชมพูขนาดนั้น ก็ทำให้มันช์ประหม่า ไม่กล้ามอง เขาลุกพรวดไปคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำอย่างเร็วไว



    จนกระทั่ง มันช์อาบน้ำเสร็จ เขาเดินออกมาก็เห็นว่าขิงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วนั่งเช็ดผมอยู่ปลายเตียง  มันช์เดินไปยังตู้เสื้อผ้าหาเสื้อกล้ามและกางเกงสวมใส่สบาย ๆ ก่อนจะปีนขึ้นเตียงไปนั่งฝั่งชิดกำแพง ขิงจึงกระเถิบตัวไปหามันช์ เมื่อผมตัวเองเริ่มหมาด ขิงคว้าผ้าผืนเล็กของมันช์แล้วถือวิสาสะไปเช็ดผมให้ 



      มันช์ชะงักเมื่อจู่ ๆ ผ้าขนหนูก็ถูกวางลงบนศีรษะ มันช์หันไปหาขิงที่นั่งคุกเข่าแล้วยิ้ม



"ผมไม่แห้งจะนอนแบบนี้เหรอ?"



"เราเช็ดเองได้"



"ให้ขิงเช็ดเถอะ"



     มันช์สบตามองคนที่เช็ดผมให้อย่างเบามือ ก่อนจะเสมองไปทางอื่น ขิงยังคงเช็ดผมอีกฝ่ายไปเรื่อย ๆ แล้วจู่ ๆ ขิงเกยเข่าวางบนหน้าขาของมันช์ โน้มตัวเข้าไปจนใบหน้าของขิงใกล้ริมฝีปากอีกฝ่าย



    มันช์ผงะ เบนหน้าหนีตอนที่ขิงทำเหมือนจะจูบกัน มันช์รวบมือขิงทั้งสองข้างไว้ ก่อนจะดึงผ้าขนหนูมาเช็ดเอง



"ขอบคุณนะขิง เราเช็ดเองดีกว่า" มันช์ทำทีเป็นแกล้งโง่กับสิ่งที่ขิงจะทำก่อนหน้า เขาเลือกตัดบทด้วยการดึงผ้าไปจากมือของขิงเพื่อเช็ดผมเอง  ทำให้อีกฝ่ายหน้าเสียก่อนจะขยับตัวออกห่าง



"ขอโทษนะ ถ้าขิงทำให้มันช์ไม่สบายใจ ขิงกลับบ้านก็ได้"



     พอขิงทำท่าจะลุก มันช์ฉวยข้อมือขิงไว้



"เปล่า คือเราแค่ไม่อยากให้ขิงต้องทำอะไรให้เราเกินความจำเป็นน่ะ"



      ขิงก้มหน้าอย่างคนน้อยใจ ฟาดมันช์เม้มปากแน่น เขาไม่อยากให้บรรยากาศอึดอัดไปมากกว่านี้



"ขิง ถามอะไรหน่อยสิ ขิงมีคนคุยหลายคนแบบนี้ รู้สึกพิเศษกับใครบ้างหรือยัง?"



       ขิงส่ายหน้าก่อนช้อนตามองมันช์ที่เอียงคอและใช้มือเดียวเช็ดผม



"ถ้าขิงบอกว่า ขิงรู้สึกพิเศษกับมันช์ล่ะ มันช์จะรู้สึกพิเศษกับขิงบ้างไหม?"



      มันช์ชะงักพลางนิ่งเงียบไปอึดใจ เขาไม่รู้ว่าขิงพูดเล่นหรือพูดจริง



"เฮ้ยขิง ไม่เอาน่า อย่าอำกันดิ เราเป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว" พอมันช์ตอบอย่างนั้น ขิงก็ได้แต่กลั้วหัวเราะ



"ขิงแค่หยอกเล่นน่า มันช์เชื่อด้วยเหรอ?" มันช์ลอบถอนหายใจ แล้วตอบว่า




"นั่นสินะ"



"ขิงยังไม่ได้คบใครครับ คนที่คุยก็ยังไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร"



"อย่างนี้ เพื่อนเราก็จีบได้ใช่ไหม?"  มันช์รีบบอกให้ขิงรู้ตามสัญญาของเพื่อน



"ใคร?"



"คนที่เคยเจอตอนเรียนร่วม" ขิงนั่งนึกก่อนจะพยักหน้ายิ้ม



"......"



"จะลองคุยไหม? ให้เบอร์มันได้หรือเปล่า?"



"มันช์คิดว่าไง" หลายต่อหลายครั้งที่มีคนอื่นมาแสดงความสนใจกับตัวขิง ขิงมักย้อนถามมันช์ตลอดจนมันช์สงสัย แต่ก็ไม่เคยได้ถามออกไป



"แล้วแต่ขิงสิ"



"ให้ก็ได้ครับ เพื่อนมันช์ชื่ออะไรนะ"



"แบงค์"



"ครับ"



"แต่เราขออย่างเดียว  ถ้าขิงไม่ชอบเพื่อนเราก็บอกมันตรง ๆ อย่าให้ความหวังมันนะ"



"ได้เลย" 



"นอนเถอะ"



"แต่ผมมันช์ยังไม่แห้ง"



"มันหมาด ๆ แล้วล่ะ เราอยากนอนแล้ว ง่วง"



      เนื่องจากวันนี้ ทั้งสองเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องจนเหนื่อย มันช์ทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าฝาผนัง มันช์เพิ่งรู้ว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่ยอมจ่ายค่าห้องแพงขึ้นเพื่อให้ได้เตียงขนาดห้าฟุต แทนเตียงขนาดสามจุดห้าฟุต

 

      แม้ปากบอกง่วง แต่สุดท้ายก็ยังไม่หลับเพราะมัวคิดถึงพี่เติร์ก แล้วจู่ ๆ คนที่คิดถึงใครอีกคนก็สะดุ้ง เมื่อคนข้างกายดึงแขนไปล็อคกอดแน่น มันช์เอี้ยวตัวมามองขิง



"ขิงติดหมอนข้างน่ะ ขอกอดแขนมันช์ได้ไหม?"



      มันช์ก้มมองแขนของตัวเองที่ขิงเกาะหนึบแน่นอย่างกับปลิง มันช์พยักหน้าเพราะอย่างน้อยก็ดีกว่ากอดกาย แม้ว่าจะเริ่มอึดอัดใจที่ขิงทำตัวเกินเพื่อน



       การกระทำของขิงทำให้มันช์ลังเลว่าควรเชียร์แบงค์ดีหรือไม่ แต่ถ้ากันท่าไว้ตั้งแต่ตอนนี้ก็เท่ากับว่าแบงค์จะไม่มีโอกาสได้ลองพิสูจน์ตัวเองเลย มันช์ถอนหายใจยามที่ขิงนอนซบแขนเขาไม่ปล่อย

.

.

.

.



       หลังจากที่ขิงไปนอนห้องมันช์เมื่อคืน ทั้งสองก็ทำตัวตามปกติ จนกระทั่ง ได้เวลาเลิกเรียนวิชาออกแบบพื้นฐาน  เพื่อน ๆ แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนมันช์ที่ปกติจะเดินกลับบ้านกับขิงทุกวัน วันนี้ก็แปลกใจที่ขิงบอกว่าจะมีคนมารับ



"รอกลับกับใครอะ?" มันช์ถามยามที่เขาทำธุระส่วนตัวเสร็จ ขิงก็ยังยืนอยู่ที่เดิม



"พุชอะครับ เขาจะพาขิงไปดูหนัง" ขิงบอกมันช์



"ขิงตกลงคบเขาแล้วหรอ?"

 

"เปล่านะ มันช์"



"ขิง คงไม่ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับเราใช่ไหม เรื่องไอ้แบงค์?" มันช์สนิทกับแบงค์มานาน ถ้าเขาจะแนะนำใครให้เพื่อนสักคน คน ๆ นั้นก็ต้องเป็นคนที่ดี และไม่ทำให้เพื่อนรักของเขาเสียใจ



"ก็เพื่อนมันช์ยังไม่โทรมา ขิงก็ยังไม่รู้นี่ว่า เขาสนใจขิงจริงหรือเปล่า?"



     มันช์จะว่าขิงก็ว่าได้ไม่เต็มปาก ในเมื่อความจริงแล้ว ขิงก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกคุยกับใครก็ได้

 

"เราเองแหละที่ยังไม่ได้ให้เบอร์ขิงกับมัน  ถ้างั้น เราจะได้รีบบอกมันเลยว่าให้โทร แล้วคนชื่อพุชอยู่ไหนล่ะ"



"พุชกำลังเดินลงมาจากตึกครับ"



"ถ้างั้นเดี๋ยวเรายืนรอเป็นเพื่อน"  มันช์บอกยามที่อยู่ตรงข้ามเอกของพุช และเห็นรุ่นพี่ของเอกพุชนั่งกันเต็มพื้นที่และบางกลุ่มก็นั่งมองขิงกันตาวาว ถ้าขืนขิงยืนอยู่คนเดียวก็คงไม่วายโดนแทะโลมอีก

 

"มันช์เป็นคนดีจัง"

 

"ก็เราจำได้ที่ขิงบอกว่ารุ่นพี่คณะนี้ ปากหมา พูดจาไม่ให้เกียรติ"

 

"มันช์น่ารัก จำเรื่องที่ขิงบอกได้ด้วย"



"ก็ขิงเป็นเพื่อนเรา" มันช์ยิ้ม ก่อนบอก

 

"ขิง" เสียงตะโกนของพุชทำให้ขิงละสายตาจากมันช์หันไปมองพุช ก่อนเจ้าของชื่อจะโบกมือทักทาย แล้วหันมาหามันช์อีกครั้ง อีกทั้งยังรวบมือมันช์ไปจับและเอ่ย

 

"ขอบคุณที่ยืนรอเป็นเพื่อน ขิงไปก่อนนะ"

 

"อื้ม" มันช์ยิ้มให้พลันเหลือบมองอีกฝ่ายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมองมาหน้าบูดบึ้ง

     

     หลังจากที่ ยืนมองขิงเดินไปกับผู้ชายคนนั้นอย่างปลอดภัย ก็ได้เวลากลับห้องของตัวเอง จังหวะที่เดินมาเรื่อย ๆ จนใกล้ผ่านตึกเอกดนตรีแล้วนั้น



ปรี้น ปรี้น...



    ได้ยินเสียงบีบแตร มันช์จึงหันหลังไปดู แต่แล้วเขาชะงัก ยามที่เห็นพี่เติร์กขี่รถมอเตอร์ไซค์ โดยไม่ได้ใส่หมวกกันน็อค

 

"อ้าวพี่ วันนี้ไม่อยู่ดึกหรอครับ?" มันช์ยกมือไหว้พร้อมเอ่ยถาม โดยปกติ มันช์เห็นรุ่นพี่ปีสูงเกือบทุกคนอยู่จนดึกดื่น ส่วนมากมักกลับหลังหนึ่งทุ่มแทบทั้งนั้น

 

"นี่จะไปไหน?" พี่เติร์กไม่ยอมตอบคำถามของมันช์แต่เลือกที่จะย้อนถามจนมันช์เอียงคอมอง  ก่อนจะบอกเหตุผลของตัวเอง

 

"กลับห้องครับ"

 

"ขึ้นมา เดี๋ยวไปส่ง"

 

     มันช์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกระโดดขึ้นรถมอเตอร์ไซค์เวสป้าสีเขียวทหารฉาบสีด้านของตัวรถที่ดูเท่และคลาสสิค



"รถพี่สวยจัง เท่าไหร่อะครับ" มันช์ถาม แม้ไม่ใช่คนเล่นรถ แต่ในสายตาของคนธรรมดาอย่างเขายังมองว่าดูดี มีสไตล์เลย



"แสนต้น ๆ"



"เชี่ยยยยย!" มันช์สบถ

 

"ด่าผมทำไม?" เติร์กเหลียวมอง ก่อนหันกลับไปมองทางถนนข้างหน้า






"ผมไม่ได้ด่าพี่ครับ ผมแค่อุทาน" มันช์รีบบอกรัว



"แล้วไป"




     อุตส่าห์หาเรื่องชวนคุย แต่พอสบถแบบนั้น มันช์รู้เลยว่าความปากไวทำพิษ จึงคิดว่าการนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปเงียบ ๆ แหละดีแล้ว ดีหน่อยที่นั่งอยู่ข้างหลัง พี่เติร์กจะได้ไม่รู้ว่าเขากำลังมีสีหน้าแบบไหน เพราะในเวลานี้ มันช์นั่งอมยิ้มจนปวดแก้มไปหมด



     และแล้ว คนที่นั่งซ้อนหลังชะงักงัน ยามที่สายลมพัดผ่าน จนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทั้งจากกายและเส้นผมของคนข้างหน้าที่ลอยมาเตะจมูก




'พี่เติร์กตัวหอมจัง'



   กลิ่นน้ำหอมที่มาจากตัวพี่เติร์กช่างให้ความผ่อนคลาย สดชื่น เหมือนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ ๆ มันช์หลับตาพริ้มนั่งยิ้มดีใจไม่คิดไม่ฝันจะได้ชิดใกล้พี่เติร์กขนาดนี้  ถ้าเป็นไปได้  มันช์ก็อยากเอาหน้าซบหลังอีกฝ่ายแล้วสวมกอดจากด้านหลังพร้อมตะโกนบอกกว่าผมชอบพี่ดัง ๆ



    แต่ทั้งหมด ทั้งมวลมันก็เป็นได้แค่ฝัน เพราะเอาเข้าจริง ๆ มันช์ก็แอบกลัวผิดหวังเหมือนกัน



"ถึงแล้ว"

 

"ห้ะ ถึงแล้ว?" มันช์เบิกตาโต เมื่อเห็นว่า พี่เติร์กจอดตรงจุดทางเชื่อมที่สามารถทะลุซอยหอพักมันช์

 

"อืม มัวแต่นึกถึงใครอยู่?" พี่เติร์กหันมาถาม ฟาดมันช์รีบลงรถ



'ก็นึกถึงพี่นั่นแหละ' มันช์พูดในใจ ไม่คิดว่าการมัวแต่พินิจพิจารณาตัวตนของอีกฝ่าย จะทำให้เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้

 

"ขอบคุณครับพี่"

 

"อืม"



"อ้าวพี่เติร์กจะไปไหนครับ?" จากคนที่เอ่ยคำร่ำลาพร้อมขอบคุณในน้ำใจ ต้องถามออกไปอีกครั้งด้วยความสงสัย เมื่อเห็นพี่เติร์กหันหัวรถไปทางเดิมที่เพิ่งขับผ่านมา



"กลับเอก"



        มันช์ยืนฉงนงงงวย ในตอนแรก เขานึกว่าพี่เติร์กจะกลับบ้านแล้วเห็นเป็นทางผ่านจึงให้มันช์ติดรถมาด้วย



"อ้าว พี่ไม่ได้จะกลับบ้านหรอกเหรอครับ?"



      มันช์เห็นพี่เติร์กมองหน้ามันช์นิ่ง ๆ ก่อนตอบ



"เปล่า ตั้งใจมาส่ง"




     จากนั้น พี่เติร์กก็ออกรถไปโดยไม่ได้หันหลังกลับมามองอีกเลย

.

.

.

.

มึงกูทนไม่ไหวแล้วว่ะ" เพียงแค่มันช์เห็นหน้าแบงค์ที่เดินเข้ามานั่งในห้องพร้อมถือกระป๋องเบียร์เข้ามา ก็อดไม่ได้ที่จะระบายความรู้สึก



"อะไรวะ?"



"ก็เรื่องพี่เติร์ก"



"ทำไม"



"กูทรมานจะตายอยู่แล้ว เวลาที่กูต้องทำเป็นเหมือนไม่ชอบ ไม่สนใจเวลาที่อยู่ใกล้พี่เขา" มันช์บอกกับเพื่อนอย่างไม่เหลือฟอร์ม มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ต้องแสดงออกทุกอย่างอย่างตรงกันข้ามกับความรู้สึกจริงๆ ข้างใน



"พี่เติร์กไม่เอะใจอะไรเกี่ยวกับชื่อมึงหรือตัวมึงเลยเหรอวะ?"




   มันช์ส่ายหน้า ก่อนจะดึงสลักด้านบนกระป๋องเบียร์ เพื่อดื่ม



"ไม่เลยว่ะ"



"แล้วมึงรู้เรื่องส่วนตัวพี่เติร์กบ้างหรือเปล่าว่าตอนนี้ พี่เขามีแฟนรึยัง?"



"กูไม่รู้" มันช์บอกแบงค์ที่ดูออกว่า มันก็พยายามช่วยเพื่อน ทั้ง การให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาปัญหาหัวใจอย่างเต็มที่



"ถ้างั้นก่อนจะคิดมากไปกันใหญ่ ลองสืบก่อนว่าพี่เขามีแฟนรึยัง? บางที นี่แหละคือคำตอบ"



"คำตอบ? ยังไง?" มันช์เอียงคอมองเพื่อน



"ก็ถ้ามีแฟน มึงก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวพี่เขา แต่ถ้าพี่เติร์กโสด โอกาสมึงมาถึงแล้ว ก็อย่าลังเลที่จะลุย"



"อืม" มันช์พยักหน้าเนือย ๆ ก่อนจะกระดกเบียร์ขึ้นดื่ม แต่แล้วเขาแทบสำลักเบียร์ยามที่แบงค์ถามคำถามถัดมา



"แล้วเรื่องกูกับขิง?"



       พอวกมาเรื่องของขิง มันช์ลำบากใจเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ที่ขิงทำท่าจะจูบเขาตอนเช็ดผมให้ ไหนจะตอนกอดแขน นี่ยังไม่นับรวมตอนที่ขิงวางมือตรงเป้ากางเกงของมันช์เกือบทั้งคืน จนมันช์นอนไม่หลับ พอดึงมือออกก็ได้ยินเสียงครางงอแงอย่างกับคนขี้เซา แล้วก็วางมือไว้ที่เดิม มันช์จึงพยายามมองในแง่ดีว่า คนหลับมันจะไปรู้เรื่องอะไร มือไม้เลยปัดป่ายไปเรื่อย



"ได้เบอร์มาแล้ว มึงก็ไปสานต่อเองเลย" มันช์บอกแค่เรื่องที่ควรบอก ส่วนเรื่องการกระทำแปลก ๆ ของขิงกับเขา มันช์ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวก่อน



"ขอบใจ" แบงค์ตบไหล่มันช์



"แต่มึงอย่าเพิ่งถลำลึกนะไอ้แบงค์" มันช์บอกอย่างกลัวเพื่อนจะเสียใจ จึงต้องเตือนมันกราย ๆ เผื่อมันจะเอะใจกับประโยคที่มันช์บอกบ้าง



"ทำไมวะ?"



"ก็ขิงมีคนจีบเยอะ ถ้าพูดกันตรง ๆ มึงมีคู่แข่งมาก"



"ไม่ลองก็ไม่รู้"



"อืม แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กูเข้าข้างมึงมากกว่าขิง มึงมั่นใจได้ว่า กูก็จะไม่มีวันทำให้มึงเจ็บ" มันช์บอกจากความรู้สึก เพราะความจริง มันช์กับแบงค์ก็เป็นเพื่อนสนิทมาก็หลายปี และรู้ใจกันเกือบทุกเรื่อง



"ขอบใจมึงมากว่ะ มันช์ กูจะลองคุยดู ถ้าไม่เวิร์คก็ถอย"



"อืม คิดได้อย่างนั้น ก็ดี"



"เออ กูขอลองโทรหาขิงก่อน" มันช์เห็นแบงค์ยิ้มกว้างก่อนจะยื่นกระป๋องเบียร์มาชนก็ฝืนยิ้มไป จนกระทั่ง อีกฝ่ายผุดลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปคุยโทรศัพท์ตรงระเบียง มันช์ลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะรู้สึกถึงใจเต้นแรงยามที่สมองดันไปนึกถึงประโยคทิ้งท้ายตอนที่พี่เติร์กขี่รถมอเตอร์ไซค์มาส่งเมื่อช่วงเย็น



      'พี่เติร์ก แม่งไม่น่าพูดแบบนั้นเลย คำพูดของพี่ ทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองแล้วว่าพี่มีใจให้ผม'





............................................

:mew2: :mew2: :mew2: :mew2: :mew2: :mew2: :mew2:




ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2932
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
ขิงนี่ยังไง??  :ruready :ruready :ruready

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2572
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

โอย...อยากรู้เรื่องในอดีตของมันซ์กับพี่เติร์ก

ป.ล. ดูทรงแล้ว   พี่เติร์กน่าจะจำมันซ์ได้แหละ  แต่...ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเยี่ยงนี้

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2045
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
เข้มข้ยขึ้นมาก  รักสามเส้าไหม. ขิง มัน  พี่เติร์ก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด