*~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 26 อยากเป็นที่รัก- [21 เมย.62] P.5
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: *~ น้องเฟรชชีที่พี่รัก ~*- บทที่ 26 อยากเป็นที่รัก- [21 เมย.62] P.5  (อ่าน 6716 ครั้ง)

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
พี่เติร์กมาแรง..แซงทุกโค้ง   :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-0
+1  o13 ขอบคุณครับ :pig4: :katai5:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-0
 

บทที่ 13  ว่าที่ 'แฟน'









 

"โห จริงอย่างที่เขาลือ เอกนี้แม่งกินกันเอง ไม่ปล่อยให้หลุดรอดมาเอกอื่นเลยนะพี่เติร์ก"

 

   เติร์กยิ้มก่อนจะแย่งไม้เสียบไปจิ้มลูกชิ้นที่โฟล์คถืออยู่ในมือ

 

"เข้าใจแบบนั้นก็ดีแล้ว กูไปก่อน ไม่อยากเสียเวลาไร้สาระ"



"ไอ้พี่เติร์ก..."

 

 

     ฟากโฟล์คบ่นตามหลัง แต่เติร์กไม่สนใจ เมื่อทั้งสองเดินห่างจากตึกเอกดนตรีรวมถึงเสียงเครื่องเป่าที่เบาลง

 

 

"ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ พี่เติร์ก"

 

"ขอโทษ ก็รู้ว่ามึงยังไม่ใช่แฟนกู แต่อย่างน้อย กูก็ต้องตัดคู่แข่งออกไปไหม?" มันช์มองพี่เติร์กที่ตอบตรงและชัดถ้อย ชัดคำ จนมันช์สบถเบา ๆ

 

"แต่มัน....โว้ย พี่อะ"

 

"ทำไม? มึงเขิน?" เติร์กถาม

 

"บางเรื่องพี่ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้นะ" มันช์บอกพลางบ่นขมุบขมิบ

 

"ก็กูพูดความจริง"

 

"แต่ผม....เขิน"  สุดท้ายมันช์ก็ยอมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเบาแสนเบา ฟากพี่เติร์กพอได้ยินก็หลุดหัวเราะ

 

"ถ้าอย่างนั้น มึงคงต้องเขินบ่อยหน่อย เพราะถ้ากูพูดกับมึงมันเป็นความจริงทั้งนั้น"





   เติร์กยิ้มเมื่อเห็นท่าทางอีกฝ่ายที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ แปลกประหลาด จากนั้น เติร์กจึงเปลี่ยนเรื่องถามในสิ่งที่เขาอยากรู้

 

"มึงเกิดวันที่เท่าไหร่?"

 

"เกิดใกล้กับพี่ สิบสองพฤศจิกา" มันช์บอกแล้วรีบตะครุบปากตัวเอง



"มึงพูดว่าอะไรนะ?" เติร์กได้ยินไม่ถนัด จึงถามออกไปให้แน่ชัดอีกครั้ง



"เปล่า ๆ พี่เกิดเมื่อไหร่ครับ?"



"กูเกิดสิบเอ็ดพฤศจิกา" เติร์กว่าจบ มันช์ตาโต รีบโกหกทำเป็นไม่รู้

 

"เฮ้ย ไม่น่าเชื่อ โคตรบังเอิญเลยพี่ที่เราเกิดใกล้กัน"

 

"มึงคิดอย่างนั้นเหรอ? บางทีสิ่งที่เราเจอกันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็ได้นะ" เติร์กตอบเสียงราบเรียบ

 

"ก็คงงั้นมั้งพี่" มันช์ตอบพลางหวนนึกถึงเรื่องอดีตที่ทั้งสองเคยได้เจอกัน



" ว่าแต่  พี่ถามวันเกิดผมทำไม?"



"ถามเรื่องส่วนตัวว่าที่แฟนไม่ได้เหรอ?"




    เติร์กตอบพลางผุดรอยยิ้มทรงเสน่ห์  ฟากมันช์แปลกใจว่าทำไมพี่เติร์กถึงพูดออกมาได้โดยไม่มีความเขินอาย สำหรับมันช์แล้ว เพียงบอกว่า ผมก็ชอบพี่เหมือนกัน ยังไม่กล้าเลย

 

"พี่ตอบมั่นใจขนาดนี้ และถ้าผมไม่เลือกพี่ล่ะ"

 

"อย่างมากก็เสียใจ" เติร์กว่าตามตรง จนมันช์สบตามองอีกฝ่าย ก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่นอย่างใจสั่น



"....."

 

"ไม่ต้องกังวล มึงมีสิทธิ์จะไม่ชอบกู แต่ขอให้กูได้ลองทำอะไรเพื่อมึงดูก่อน"

 

     มันช์ชอบพี่เติร์กที่เป็นคนชัดเจน ผิดกับมันช์ ที่อยากแสดงความชัดเจนแต่ใจเสาะเกินกว่า ปากจะลั่นวาจาออกไป



"พี่เติร์กครับ"

 

"อืม"

 

"ผม...ผม" ทำไมมันช์ถึงขี้ขลาดได้ถึงเพียงนี้  เพียงแค่จะเอ่ยเรื่องสำคัญกลับใจสั่น ประหม่า เหงื่อแตกเพราะกลัว



"มีอะไรพูดมาเลยมันช์" เติร์กย้ำ

 

"เอ่อะ คือ พี่บอกเพื่อนพี่แล้วเหรอ เรื่องที่พี่...เอิ่ม...ชอบผม" จากที่อยากบอกว่า ผมก็ชอบพี่เติร์กเหมือนกัน แต่พอจะพูดกลับบิดเบือนประโยคเป็นอย่างอื่น  มันช์ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ชื้นเหงื่อ บางทีมันช์คงต้องขอความกล้าได้ กล้าเสี่ยงแบบพี่เติร์กบ้างก็คงจะดี

 

"อืม"

 

"พี่บอกทำไม?" มันช์ถาม ฟากเติร์กเอียงคอมอง

 

"มันเป็นเรื่องต้องห้ามบอกเหรอ? หรือมึงไม่ชอบ?"

 

"ก็ไม่เชิง แต่ผมเพิ่งเป็นน้องใหม่ พอเจอรุ่นพี่จีบ แล้วพี่คนอื่น ๆ รู้ ผมไม่ค่อยชิน"

 



"เดี๋ยวพอมึงขึ้นปีสองมึงจะเข้าใจ เพราะเด็กปีหนึ่งที่เข้ามาทุกปีก็โดนรุ่นพี่จีบกันทั้งนั้น เหมือนเป็นของแปลกใหม่สำหรับพวกปีสูงมั้ง"

 

"แสดงว่าตอนที่พี่อยู่ปีหนึ่งก็โดนเหรอ"

 

"จะเหลือเหรอ?" มันช์เห็นอีกฝ่ายตอบอย่างมั่นใจยิ่งเพิ่มความอยากรู้อยากเห็น ว่าสมัยที่พี่เติร์กเรียนชั้นปีหนึ่งจะเสน่ห์แรงมากแค่ไหน ?

 

"ผมก็ลืมไปพี่เติร์กเป็นถึงเดือนคณะ คงมีคนเข้าหามากอยู่"

 

"ก็พอตัว" มันช์ถึงกับเบะปาก กลอกตามองบนที่อีกฝ่ายตอบเสมือนหลงตัวเอง แต่เอาเถอะ มันช์ให้อภัยพี่เติร์กก็หล่อจริง ๆ นี่นา



"แล้วช่วงที่พี่เป็นเดือนคณะ เคยมีดาวคณะอื่นมาจีบไหม?" มันช์ถามต่อ



      แม้ว่า มันช์ใจสั่นทุกครั้งที่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง แต่น่าแปลก ที่มันช์เลือกจะชะลอฝีเท้าและเดินอย่างไม่เร่งรีบ มันช์มีคำถาม อยากถาม อยากคุยมากมาย และที่สำคัญมันช์อยากให้เวลาเดินช้าลงเหลือเกิน

 

"ก็มีนะ แต่แค่คุยกัน ไม่เคยคบ"

 

"ทำไมล่ะพี่"

 

"ไม่รู้ ตอนนั้นคงไม่ถูกใจมั้ง แต่ตอนนี้ กูเริ่มอยากมีแฟนเป็นดาวแล้วล่ะ" มันช์ชะงัก บอกชอบกูอยู่แท้ ๆ แต่อยากมีแฟนเป็นดาวแล้วซะอย่างนั้น ก็อย่างว่า ตามภาพจำของคนส่วนใหญ่ สาวสวย ก็ต้องคู่กับหนุ่มหล่อ เฉกเช่นดาวก็ควรที่จะเคียงคู่กับเดือน นั่นสิ

 

"เดือนต้องคู่กับดาว ก็เหมาะสมกันดี" มันช์ประชด แต่อีกฝ่าย กลับยิ้มแป้น มันช์ก็ชักใจเสีย



"มึงคิดอย่างนั้นเหรอ?"

 

"ใช่สิพี่"  มันช์เสริมด้วยความรู้สึกเจ็บจี้ด บางครั้ง บางคราวก็หงุดหงิดตัวเองที่ชอบผลักไสคนที่ชอบให้ไปหาคนอื่นอยู่เสมอ

 

"ถ้างั้นเราคบกันเลยไหม?" มันช์ชะงักมองหน้าพี่เติร์ก

 

"...."

 

   จู่ ๆ เติร์กขยับตัวเพื่อไปล็อคคอคนที่เดินอยู่ข้างกัน  ทั้งยังยื่นหน้าไปใกล้พร้อมส่งรอยยิ้มพราวเสน่ห์

 

"เดือนคณะปีสามขอคบกับดาวโจ๊กปีหนึ่ง ได้ไหม? น้องมันช์"

   

    มันช์ขบริมฝีปากเข้าหากัน หลุบตาลงต่ำด้วยใบหน้าร้อนผ่าว เมื่อเห็นรอยยิ้มพี่เติร์กอันทรงเสน่ห์และชวนหลงใหล ไหนจะการตั้งใจพูดจาหวาน ๆ เพื่อกวนประสาทกัน

 

"เสี่ยวว่ะ พี่"

 

"แต่ก็ทำคนเขินได้" เติร์กยิ้มมุมปาก ก่อนจะผลักศรีษะมันช์เบา ๆ จนมันช์หันมาชกไหล่อีกฝ่ายแก้เก้อ

 

"ไม่ได้เขินเว้ย"

 

"หึ ๆ"

 

 
 

   เวลาความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ เผลอแป๊ปเดียว มันช์เดินมาถึงปากซอยห้องพักของตัวเองแล้ว  มันช์มองหน้าพี่เติร์กที่ยืนมองด้วยรอยยิ้ม

 

"กลับดี ๆ"

 

"ครับ อย่างนี้ พี่ก็ต้องเดินกลับไปเอามอเตอร์ไซค์ที่เอกอีกอะดิ" มันช์ชวนคุยเพื่อเพิ่มเวลาแห่งความสุขให้ตัวเองอีกสักหน่อย

 

"อืม ก็ต้องกลับอยู่แล้ว งานยังไม่เสร็จ"

 

"อ้าวจริงดิ พี่ไม่น่าเสียเวลามาส่งผมเลย"

 

"ไม่เป็นไร กูอยากอยู่กับมึงด้วย"

 

    มันช์เงียบ มองหน้าพี่เติร์กทั้ง ๆ ที่ใบหน้าร้อนฉ่า

 

"นั่นผมไปก่อนนะ"

 

"อืม" เติร์กยิ้ม แต่จังหวะที่มันช์หมุนตัว

 

"มันช์"

 

"ครับ?"

 

"มึงกลับไปทำอะไร?"

 

"ก็คงหาข้าวกินก่อนขึ้นห้อง จากนั้น คงอาบน้ำแล้วก็นอน เพราะวันนี้ไม่มีการบ้านต้องทำ"

 

      มันช์มองพี่เติร์กที่ยิ้มก่อนจะเงียบไปอึดใจ

 

"กินคนเดียว?"

 

"อื้มม"

 

"ถ้างั้น เรากินข้าวด้วยกันก่อนไหม ? " มันช์แอบเห็นพี่เติร์กหน้าแดงและเบนหน้าหนีไปทางร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน

 

"พี่ไม่รีบกลับไปทำงานที่เอกเหรอ ?"

 

"ก็รีบ แต่กู..." มันช์เห็นพี่เติร์กเว้นวรรคก่อนตอบพร้อมยกมือลูบท้ายทอย

 

"อยากอยู่กับมึงต่ออีกหน่อย ได้ไหมวะ?"

.

.

.

.

      วันเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ การเรียนของนักศึกษาปีหนึ่งก็เริ่มเข้มข้นขึ้นทุกที และในช่วงบ่ายของตารางเรียนเด็กปีหนึ่งที่ไม่มีการเรียน การสอน  ยามนี้ น้องเฟรชชี่จึงต่างจับจองที่นั่งตามซุ้มที่แต่ละกลุ่มได้เป็นเจ้าของ เพื่อนั่งวาดรูปที่อาจารย์ให้ฝึกวาดจากแผ่นชีทที่แจกให้

 

      ในขณะเดียวกัน ฟากมันช์กำลังมีสมาธิมุ่งมั่นในการทำงาน สายตาจ้องแผ่นกระดาษปอนด์ที่ร่างเส้นเป็นภาพสถาปัตยกรรมต่างประเทศ ผ่านไปสักพัก มันช์เงยหน้ามาจากแผ่นกระดาษ ทอดสายตามองไปยังซุ้มพี่ปีสามก็เห็นพี่เติร์กมองมาจนปะทะสายตากัน จากนั้น มันช์หลุบตาลงมามองกระดาษดังเดิม

 

   

'~ตะดื้ด ตื้ด ตื้ด ตะดืด ดืด~'

 

'~สาวบางโพ นั่นโก้จริง ๆ~'



       อยู่ดี ๆ ก็มีคนร้องเพลงขึ้นมา ทำให้พวกมันช์เงยหน้ามองว่าใครเป็นคนร้อง แม้ไม่รู้ว่าใครเริ่มเป็นคนแรก แต่มันช์เห็นมีทั้งซุ้มปีสองและปีสามพร้อมใจร้องเพลงกันอย่างสมัครสมานสามัคคี



'~ยิ้มมีเสน่ห์ เก๋เกินมองข้าม ถามใครดูได้ สวยไปทุกสิ่ง..~'

 

        เสียงเพลงดังขึ้น เพราะพวกรุ่นพี่เห็นนักศึกษาสาวสวยต่างสาขากลุ่มหนึ่งย่างกราย เดินผ่านเข้ามาด้วยการแต่งกายที่ชวนล่อสายตาทั้งเสื้อและกระโปรงที่รัด ฟิตตึงเปรี๊ยะ ก็ไม่แปลกที่จะเป็นอาหารตาให้พวกรุ่นพี่ผู้ชายทั้งเอกศิลปกรรม ซึ่งกลุ่มผู้หญิงที่เผลอเดินผ่านเพราะเป็นทางลัดไปอีกตึกได้ใกล้กว่าถึงกับชะงักงันยามที่โดนแซวท่ามกลางสายตานับร้อย หญิงสาวเหล่านั้นต่างละล้าละลัง ประหม่าอย่างเห็นได้ชัด



"บอกแล้วไม่มีผู้หญิงคนไหนแม่งกล้าผ่าน ดูแซวสิ" แก้วบอก ขำๆ



"ทำไมเวลากูเดินผ่านไม่มีใครแซวกูแบบนี้เลย" ดาวบอกมันช์ตอบ

 

"มึงมันไม่ใช่ผู้หญิง ดาว" มันช์บอก ดาวทำหน้างอ

 



"พวกผมไม่มีรถคันใหญ่ มีแค่มอเตอร์ไซค์สนใจไหมครับ ฮิ้ววววว"



     มันช์มองพวกพี่ ๆ ที่ชอบใจได้ทีแซวสาวอย่างต่อเนื่อง

 

"ฮิ้วววว"

 

"เถื่อนแต่จริงใจไม่รู้ว่าสาวบีอีจะสนใจผู้ชายบ้าน ๆ แบบนี้บ้างไหม"

 

    ราวกับตลกคาเฟ่รับมุกส่งมุกกันเป็นว่าเล่นจนพวกเธอก้มหน้าเขินแล้วงึมงำกับเพื่อน ๆ ผลักไหล่กันไปมา และเร่งฝีเท้าให้เดินพ้นเอกไว ๆ

 

"กูอายแทนว่ะ"

 

"มึง พวกเราเลือกเรียนสาขากันถูกแล้วใช่ไหมวะ"

 

"นั่นดิมึง ฮ่า ๆ ๆ"

 

       ในขณะที่มันช์เห็นพวกรุ่นพี่แซวสาวสาขาอื่นจนเธออายม้วนต้วน มันช์อมยิ้ม ก่อนจะลุกออกจากซุ้มที่นั่ง บิดขี้เกียจ ยกแขน ยืดเหยียดก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำ

 

     คนที่ทำธุระเสร็จออกมาตกใจเห็นพี่เติร์กเดินมายืนยิ้มพลางกอดอกพิงอ่างล้างหน้า





"พี่เติร์ก มาเข้าห้องน้ำเหรอ?"

 

"เปล่า กูตั้งใจมาหา งานเป็นไงบ้าง" เติร์กถาม ฟากมันช์ใจเต้นแรงที่ได้ยินแบบนั้น




 
>>>>>>>>>>>> ต่อด้านล่าง <<<<<<<<<<<<<

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-0
      แม้ว่าตอนที่มันช์ทำงาน พี่เติร์กจะไม่เข้ามายุ่งหรือก้าวก่าย แต่พอได้ยินในสิ่งที่ถาม แสดงว่า พี่เติร์กก็แอบมอง แอบห่วงมันช์อยู่ห่าง ๆ

 

"ใกล้เสร็จแล้ว พี่"

 

"เก่งมาก" ทำไมพอเป็นพี่เติร์กชม มันช์ถึงหัวใจฟูฟ่องขนาดนี้กันนะ

 

"ขอบคุณครับพี่ เออ ปกติพวกพี่แซวกันเถื่อนแบบนี้เลยเหรอ? อย่างนี้ ใครจะกล้าผ่านวะ?" มันช์ถามอย่างสงสัย เพราะตั้งแต่ที่เข้ามาอยู่ในสาขานี้ ไม่เคยมีวันไหนที่พวกรุ่นพี่จะสงบปาก สงบคำกันได้

 

"เพราะแซวแบบนี้น่ะแหละ พวกกูได้หญิงกันเป็นว่าเล่น" เติร์กบอก



"พวกกู? พี่หมายถึงว่า พี่เคยแซว เคยได้แบบนี้ เหมือนกัน?" ในเมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น กลับทำให้มันช์ไม่ชอบใจถามเสียงแข็งกลับไปด้วยความไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องหงุดหงิด ต้องรู้สึกไม่พอใจพี่เติร์กด้วย

 

"ถ้าเป็นเมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้ ไม่แล้ว"

 

"อ้าวทำไมล่ะ พี่" มันช์ถามทั้งที่ใจเต้นแรงกับการกลัวในคำตอบ แหละตอนนี้ทั้งสองยังคุยกันที่ห้องน้ำ และเป็นมันช์เองที่ยังไม่ก้าวขาเดินไปไหน เพราะคุยตรงนี้สะดวกใจมากกว่าที่จะคุยในเอกแล้วถูกบรรดารุ่นพี่แซว



"จีบมึงแล้วไง จะให้กูยังแซว ยังเอาคนอื่นหรือไง ?"

 

     มันช์หน้าแดงและร้อนเห่อตอนที่พี่เติร์กว่าอย่างนั้นแล้วยิ้มเดินมาตบไหล่ข้างขวา

 

"กูไม่มั่วหรอกมันช์ ไม่ต้องห่วง กูเดินไปก่อน มึงคงไม่ชอบเวลามีคนแซวถ้าจะเดินกับกู ตั้งใจทำงานด้วย จะได้เสร็จเร็ว ๆ" พี่เติร์กยิ้มหวาน ปล่อยให้มันช์ยืนเขินใจสั่นไม่หาย โดนจีบทุกวันแบบนี้ จะให้มันช์ชินได้อย่างไร ดังนั้น มันช์จึงยังไม่พร้อมที่จะเดินเข้าเอกตอนนี้ เขาจึงเดินสมองเบลอไปยังซุ้มขายเครื่องดื่ม

 

"คาปูชิโน่เย็นแก้วนึง แล้วก็ขนมปังเนยนมสี่แผ่น เนยพริกเผาหมูหยองสองแผ่นครับ" มันช์สั่งเสร็จก็ยืนรอ ในขณะที่หัวสมองนึกถึงใครบางคน



"อ้าว มันช์" คนที่เหม่อนึกถึงพี่เติร์กกับคำพูดเมื่อสักครู่ก็ใจสั่น แต่แล้ว มันช์ก็หยุดความคิดชั่วขณะหนึ่ง หันไปเห็นโฟล์คที่เดินมาพร้อมเพื่อนของเขาสองคน

 

"วันนี้ ไม่มีไอ้พี่ขี้หวงมายืนเฝ้าเหรอ?' มันช์มองหน้าคนต่างสาขาอย่างแปลกใจ ตั้งแต่มันช์เกิดมา โฟลค์เป็นคนเดียวจริง ๆ ที่รู้สึกว่าเพิ่งรู้จักวันเดียวก็สนิทสนมเหมือนคบกันราวสิบปิ ทั้ง ๆ  ที่เจอโฟล์คแค่สามครั้งเท่านั้น

 

"ใคร?" มันช์ตอบ ยามที่โฟล์คยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยปากสั่งเครื่องดื่มสมูทตี้

 

"ก็ไอ้พี่เติร์กไง เขาชอบมึง ไม่ใช่เหรอ?"



"ห้ะ? หรอ? ไม่ใช่มั้ง" มันช์ทำเนียนอย่างไม่อยากตอบ เพราะเขาเขินเวลามีคนมาถามเรื่องความสัมพันธ์



"เหอะ..ทำเป็นแอ๊บ กูรู้นะ มึงก็ชอบพี่เติร์กด้วย" โฟล์คบอก แต่มันช์ยังนิ่ง ทั้ง ๆ ที่ข้างในกายและใจวูบวาบ ปั่นป่วนแปลก ๆ เมื่อถูกจับได้

 

"หือ ก็ชอบแบบรุ่นพี่ไง พี่เติร์กเท่ดี"

 

"อื้มมมมมมเหรอ? โอเค รุ่นพี่ก็รุ่นพี่ ถ้างั้น รอกูด้วยมันช์ ว่าจะเข้าเอกมึงสักหน่อย" มันช์ไม่เข้าใจทำไมโฟล์คต้องมาอยากเข้าเอกพร้อมมันช์ด้วย แต่มันช์ก็พยักหน้ารับอย่างไม่อยากมีปัญหา

 

 

   เมื่อทุกคนได้ของตามสั่ง มันช์เดินกลับมาพร้อมโฟล์คแค่สองคน ส่วนเพื่อนของโฟล์คก็กลับไปที่เอกดนตรี

 

   แหละพอมันช์เดินถึงโต๊ะของตัวเอง เขากลับถูกโฟล์คดึงชายเสื้อลากไปหาพี่ชายของโฟล์คที่ซุ้มปีสาม มันช์รีบวางกาแฟและขนมปังแค่ถาดเดียว ส่วนอีกถาดโฟล์คถือเป็นพร็อพประกอบการเดินไปเป็นที่เรียบร้อย

 

"มาทำไม ไอ้เด็กเอกดนตรีคนนั้นน่ะ" พี่อุ้ยปีสองแซว เพราะรู้จักกับน้องชายพี่รหัสของตัวเองเป็นอย่างดี และเพียงเสียงพี่อุ้ยตะโกนอดีตพี่ว้ากทั้งแก็งค์หันขวับ

 

   มันช์หันไปมองโฟล์คที่แม่งยิ้มร่าเริงเฉยเลย แสดงว่าโฟล์คน่าจะสนิทสนมกับพวกบรรดาพี่ ๆ เอกนี้พอสมควร ทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กปีหนึ่ง แต่กลับเดินเข้าออกอย่างไม่มีประหม่าหรือเขินอายใด  ๆ ทั้งสิ้น



"มึงอยากตายหรือโฟล์ค กวนตีนกูแบบนี้"  เติร์กตอบหน้าตาย ฟากโฟล์ครีบเดินไปหลบหลังพี่ชาย

 

 "เฮีย ปกป้องกูด้วยดิ เพื่อนเฮียแม่งเอาแต่ใช้กำลัง" โฟล์คบอก

 

"กูรู้โฟล์คว่ามึงเป็นพวกชอบเสพติดความเจ็บปวด วันไหนไม่โดนด่า โดนเตะจะนอนไม่หลับ"

 

"อ้าว ก็พี่เติร์กกวนตีนกูก่อน กูไม่ยอมแพ้หรอก"

 

"มึงนี่เด็กจังวะ ไอ้โฟล์ค" พี่เติร์กว่า ครู่หนึ่งเขาเหล่มองมันช์ที่ยืนเงียบ



"แล้วมึงพาไอ้มันช์มาซุ้มกูทำไม"

 

"เอามายั่วพี่เติร์กไง"

 

"ไร้สาระโฟล์ค มันช์มันทำงานอยู่" เติร์กดุโฟล์ค ก่อนจะหันไปหามันช์

 

"มึงกลับไปทำงานต่อเถอะ มันช์" เติร์กบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง



     การที่อีกฝ่ายแสดงความจริงใจอย่างเปิดเผย แถมดูเป็นห่วงเป็นใย มันช์รู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ เขายืนอุ่นวาบในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

 

"อุ้ย ห่วงจ้างงงง" โฟล์คยังยียวนไม่มีกลัวรุ่นพี่

 

"มึงก็วอนตีนไอ้เติร์กเนอะ" ป๋อด่าน้องชายตัวเอง ก่อนจะดึงถาดขนมปังที่โฟล์คถืออยู่ในมือ กำลังใช้มือหยิบกิน



"เฮีย อย่า!" โฟล์คห้ามเสียงดังจนมันช์ยังตกใจ



"กูพี่มึง ทำไมกูจะแดกไม่ได้" ป๋อบอกโฟล์คอย่างหงุดหงิด

 

"แดกไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ของเฮียไง มันของพี่เติร์ก"

 

       เจ้าของขนมปังตัวจริง ได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ มองคนที่พูดเป็นตุ เป็นตะ ก่อนจะสะกิดโฟล์ค พลางคิดในใจ



       'ของพี่เติร์กเชี่ยอะไรล่ะ ขนมปังถาดนั้น ของกูชัด ๆ เงินกูทั้งนั้นที่จ่ายไป'

 



"ของกู โฟล์ค" มันช์บอกโฟล์คและรุ่นพี่ที่นั่งอยู่ในซุ้มก็ได้ยินกันแทบทุกคน

 

"อันนั้นกูรู้ ว่าของมึง แต่มึงบอกกูเองนี่ ว่า มึงซื้อให้พี่เติร์ก"

 

     'กูบอกตอนไหนวะ?'



       มันช์ยืนงงเป็นไก่ตาแตก เมื่อโฟล์คพูดแบบนั้นออกมา แต่ถ้ามันช์จะบอกความจริงก็คงสายไปเสียแล้ว เมื่อสีหน้า พี่เติร์กตอนนี้ แสดงออกว่าดีใจสุด ๆ





"อูยยยยย รู้ใจกันด้วย" มันช์มองหน้าพี่ป๋อที่แซวได้ แซวดี ไม่แปลกใจเลยที่โฟล์คมันเหมือนใคร




"ขอบใจนะมันช์ แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูชอบขนมปังน้ำพริกเผา-หมูหยอง" เติร์กถามด้วยสีหน้าที่แตกต่างจากตอนแรก

 

   'คือจะบอกอย่างไรดีล่ะครับพี่ ว่ากูไม่รู้เลยพี่เติร์ก เพราะกูไม่ได้ซื้อมาให้พี่เลยสักนิด กูจะซื้อมากินเองต่างหาก แต่โฟล์คแม่งกวนประสาทก็เท่านั้น'

 

     หากมันช์จะปฏิเสธว่าไม่ใช่ของพี่เติร์กก็ดูจะหักหน้าไปหน่อย



"ไม่รู้หรอกพี่ แต่เดาว่า พี่น่าจะชอบ"

 

"รู้ใจกันไปหมดทุกอย่างขนาดนี้ เป็นแฟนกันเลยเถอะพวกมึง" ป๋อยังคงว่าต่อ จนมันช์เขินที่เห็นสายตารุ่นพี่นับสิบมองมาด้วยสายตาล้อเลียน

 

"ผมไปก่อนนะครับ งานยังไม่เสร็จ" มันช์ทนไม่ไหว รีบหาเรื่องหนี

 

  เพียงแค่มันช์หันหลัง ยกขาเตรียมก้าวเดิน เสียงของรุ่นพี่ก็รั้งให้ชะงัก จนต้องหันไปกลับไปอีกครั้ง



"มันช์"

 

"ครับ"

 

"พอเป็นมึงซื้อ ทำไมมันอร่อยจังวะ"

 

 

      มันช์ยิ้มให้พี่เติร์กและรีบเดินดุ่ม ๆ กลับซุ้มของตัวเอง เพียงไม่นาน เสียงโห่ฮิ้วก็ดังขึ้นอีกระลอก



      มันช์คิดในใจระหว่างเดินกลับไป



       'ขอโทษนะพี่เติร์ก ที่แม้ว่าครั้งนี้ ผมไม่ได้ตั้งใจซื้อให้พี่ แต่ครั้งหน้า ผมจะไม่พลาด เพราะอย่างน้อยผมก็รู้แล้วว่าพี่ชอบขนมปังปิ้งหน้าอะไร'

.

.

.

.


        ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แบงค์ยังคงมุ่งหน้าจีบขิงอย่างต่อเนื่อง เขาโทรคุยกับขิงทุกวัน เป็นเวลาหลายสัปดาห์ แม้แบงค์จะเฝ้าตามจีบเทียวไล้ เทียวขื่อ ทั้งโฉบไปที่เอกศิลปกรรมเพื่อส่งขิงกลับบ้าน บางวันก็มีโอกาสได้กินข้าวเย็นด้วยกัน  แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่คืบหน้า ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเพื่อนกันเท่านั้น จนกระทั่ง วันนี้ แบงค์เพิ่งได้โอกาสพิเศษที่ขิงยอมตกลงมาเจอกันนอกเหนือจากที่มหาฯลัยด้วยการมาดูหนังและเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า



      แบงค์ทำครบตามกิจกรรมที่ขิงต้องการ ทั้งกินข้าว กินไอศกรีม มาจนถึงการเฝ้ารอดูหนังที่ขิงเป็นคนเลือก  ซึ่งทั้งหมด ทั้งมวลที่แบงค์ตัดสินใจพาขิงมาเที่ยวนั้น เขายอมทุบกระปุกใช้เงินเก็บส่วนตัวที่มี ไม่ได้ขอจากพ่อแม่เลยสักบาท แหละในระหว่างที่นั่งรอภาพยนตร์ฉาย ทั้งสองหาเรื่องคุยกันได้มากมาย และเป็นแบงค์ที่สร้างเสียงหัวเราะให้ขิงได้ไม่หยุดหย่อนจนขิงต้องขอพักเบรก แต่ไม่นาน ขิงก็หาจังหวะวกเข้าเรื่องที่อยากรู้



 

"ได้ข่าวว่าพี่เติร์กชอบมันช์ แล้วมันช์ชอบพี่เติร์กหรือเปล่า? แบงค์รู้ไหม?"

 

    แบงค์ไม่ใช่คนปากโป้งเรื่องเพื่อนสนิท ดังนั้น ถึงต่อให้เป็นคนที่แบงค์ชอบแค่ไหน เขาก็จะไม่มีวันได้ล่วงรู้เรื่องส่วนตัวของเพื่อนรัก

 

"ไม่แน่ใจ ไม่เห็นมันพูดอะไรเลย ทำไมหรอขิง?"

 

"เปล่าหรอกแค่เห็นช่วงนี้มันช์กับพี่เติร์กกลับบ้านด้วยกันบ่อย ๆ ถ้ามันช์ไม่ชอบ มันช์ก็ไม่น่าจะยอมไปกับพี่เติร์กได้"



"เราไม่รู้จริง ๆ มันอาจจะลองศึกษาดูใจก่อนมั้งว่าใช่หรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ก็จะได้รีบถอนตัว"

 

"อืม" ขิงตอบเสียงเศร้า



"ดูเหมือนขิงไม่อยากให้มันช์คบกับพี่เติร์ก"



"เปล่านะ แบงค์ เราไม่เคยคิดอย่างนั้น ก็แค่ถามดูน่ะ" ขิงบอก



"อ้อ อืม"

 

 

    หลังจากนั้น ทั้งสองคุยฆ่าเวลาไปอีกสักพักก็ได้ฤกษ์เดินเข้าโรงหนังไปด้วยกัน โดยแบงค์เลือกที่นั่งแถว A แถวที่นั่งที่ขิงบอกว่าชอบที่สุดเพราะได้ความเป็นส่วนตัว  เมื่อทั้งสองจัดแจงนั่งกันได้เรียบร้อย ภาพยนตร์ก็เริ่มฉาย



"อุ้ย"

 

"อ้าว ขิง" แบงค์ที่ตั้งใจดูหนังไปจวนกลางเรื่อง ได้ยินเสียงขลุกขลักจนต้องหันไปดูก็เห็นสภาพป๊อปคอร์นหกใส่ตักขิงจนเลอะเทอะ แบงค์รีบช่วยขิงเก็บและโกยใส่กล่องป๊อปคอร์นดังเดิม

 

"ไม่อยากกินก็บอก ถึงกับทิ้งขว้างกันเลยเหรอ?" แบงค์เล่นมุก ส่วนขิงก็ยิ้มมุมปาก

 

"ก็ไม่มีคนป้อน กินเองเลยหก" แบงค์ชะงักที่นึกว่าอีกฝ่ายจะเขินอายแล้วตอบบ่ายเบี่ยงที่ทำตัวซุ่มซ่าม แต่ผิดคาดตรงที่ขิงเลือกใช้คำตอบคล้ายทอดสะพาน แบงค์มองขิงที่กัดริมฝีปากล่างพลางยกยิ้ม



      ขิงยังคงจ้องมองคนที่มีน้ำใจเก็บป็อปคอร์นที่หกให้จนเรียบร้อย และทันใดนั้น ขิงคว้าป๊อปคอร์นไปจ่อตรงริมฝีปากอีกฝ่าย

 

"โห เอาของหล่นให้เรากินเหรอ?" แบงค์แซวอย่างยิ้ม ๆ

 

"ก็ไม่ได้หล่นพื้นสักหน่อย แค่หล่นบนตักเราเองนะ" ขิงว่าเสียงแผ่ว แบงค์อมยิ้มก่อนจะอ้าปากรับป๊อปคอร์นที่ขิงป้อน

 

    แม้ยังไม่รู้ว่าขิงคิดกับแบงค์อย่างไร แต่ถ้าอีกฝ่ายแสดงออกเด่นชัดว่าไม่รังเกียจ นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี

 

   เมื่อแบงค์เคี้ยวป๊อปคอร์นเสร็จ เขาได้ที ตอบแทนด้วยการป้อนอีกฝ่ายคืน

 

"ก็ไม่ได้หล่นพื้นสักหน่อย ไม่กล้ากินเหรอ" แบงค์ยอกย้อน  ฟากขิงยิ้มให้ก่อนจะจับข้อมือของแบงค์ข้างที่ถือ อ้าปากรับป๊อปคอร์นที่ขิงไม่ได้งับแค่ป๊อปคอร์นแต่เขากลับงับปลายนิ้วของแบงค์ก่อนจะดูดปลายนิ้วอย่างหยอกเย้า จนแบงค์นั่งอึ้งด้วยอาการใจเต้นแรงที่ไม่คิดว่าขิงจะทำแบบนั้น

 



    แบงค์นั่งมองการกระทำอีกฝ่าย ถ้าเขาเดาไม่ผิด เหมือนว่า ขิงก็เล่นด้วย แบงค์ดึงนิ้วมือออกจากริมฝีปากอันชุ่มด้วยน้ำหวาน เขายิ้มมุมปากที่เห็นขิงจ้องตากันอย่างเชื้อเชิญ แบงค์ตัดสินใจโน้มหน้าไปใกล้อีกฝ่ายเพื่อดูปฏิกิริยา พอเห็นว่าขิงไม่หนี เขาตัดสินใจประกบริมฝีปากลงบนกลีบปากบาง แบงค์ขบเม้มริมฝีปากล่าง ก่อนจะใช้เรียวลิ้นเลียวนรอบริมฝีปากบางอย่างชอบใจ แต่ยังไม่ทันไร ขิงก็ดันออก

 

"ไม่ดูหนังหรือไง?"

 

 "ขอโทษ พอดี มีสิ่งอื่นที่น่าสนใจกว่า" แบงค์บอก ขิงยิ้มขวยเขิน ก่อนจะหยิกหลังมือแบงค์

 

"ดูหนังได้แล้วแบงค์  เราเสียดายเงิน" ขิงดุ ก่อนจะละสายตาจากแบงค์หันไปดูหนังอย่างตั้งใจ ฟากแบงค์ทำตามคำสั่งพลางอมยิ้มไปตลอดทั้งเรื่อง

.

.

.

.

"เดี๋ยวเราขอไปดูเสื้อที่ร้านนั้นหน่อยนะ" ขิงบอกพร้อมชี้ไปที่ร้านดังตั้งอยู่ในห้าง

 

"ได้สิ" แบงค์เดินตามขิงเข้าไปในตัวร้านที่ละลานตาไปด้วยเสื้อผ้าหลากแบบ ในระหว่างที่แบงค์เดินตามหลัง

 

"อ้าว พุชมากับใครเหรอ?"

 

     แบงค์มองคนที่ขิงทักเดินวนอยู่ตรงแผนกเสื้อเชิ้ต  ฟากพุชเงยหน้าจากการจับเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อน มองขิงที่ส่งยิ้มให้ พุชมองหน้าขิงสลับกับผู้ชายร่างสูงอีกคนที่เขาไม่คุ้นหน้า

 

"เรามากับพี่ชายน่ะ เขาลองเสื้ออยู่"

 

"อ้อ พุช นี่แบงค์เพื่อนเราเอง ส่วนแบงค์ครับนี่ พุชเพื่อนที่มหาฯ ลัย"

 

       ทั้งสองมองหน้ากันโดยไร้รอยยิ้มประดับหน้า การที่ทั้งสองต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ทั้งสองต้องรู้จักกันทั้ง ๆ ที่ใจไม่ได้ปรารถนานั้น มันช่างลำบากใจแค่ไหน



    โชคยังดี ตรงที่พี่ชายของพุชเดินมาหาน้องชายเสียก่อน นั่นจึงทำให้พุชไม่ต้องฝืนปั้นหน้ายิ้ม พุชหันไปหาขิงก่อนบอก



"ไว้คืนนี้ เราโทรหานะขิง"

 

"อื้ม"

 

        เมื่อผู้ชายคนนั้นเดินคล้อยหลังไป ไม่ถึงสิบวินาที

 

"แค่เพื่อนจริง ๆ หรือมาจีบขิงเหมือนกัน"

 

"แค่เพื่อนกันน่ะแบงค์"

 

"จริงเหรอ?" แบงค์ถามย้ำ ฟากขิงก็ยังยิ้มกว้างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

"จริงสิ เราไม่โกหกหรอก เดี๋ยวเราขอเดินดูเสื้อผ้าแปปนึงนะ"

 

"ครับ"

 

     ถ้าขิงบอกว่า แค่เพื่อน แบงค์ก็จะเชื่อใจโดยไม่รบเร้า เซ้าซี้ เขาแค่เดินตามขิงดูเสื้อผ้า และเตรียมทำคะแนน หวังให้สักวันหนึ่ง ขิงจะตอบตกลงเป็นแฟนกัน



    วันนี้ เป็นอีกวันที่ใช้เวลาคุ้มค่า เพราะยามนี้ แบงค์นั่งรถแท็กซี่มาส่งขิงถึงปากทางหมู่บ้าน และในขณะะที่ขิงกำลังจะก้าวลงจากรถ



"วันนี้ เราสนุกมากเลย ขอบคุณที่เลี้ยงทุกอย่างเลยนะ แบงค์"

 

"ครับ"

 

     จนกระทั่งรถแท็กซี่เคลื่อนตัวไป แบงค์ก็ลอบถอนหายใจ แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อเย็น เพียงแค่เห็นผู้ชายคนนั้น แบงค์ก็หงุดหงิดใจขึ้นมา แบงค์กำลังรู้ตัวเองว่า เขารู้สึกดีกับขิงมากกว่าเดิม....





................................................


ส่งความน่ารักให้จุใจค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอานค่ะ
 :hao7: :hao7: :hao7: :z1: :z1: :z1: :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2409
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

เอ...ขิงนี่ยังไงนะ

ดูก็รู้ว่าชอบมันซ์ และก็ยังไม่เลิกชอบด้วย

กับแบงค์และพุช  นี่คือศึกษาดูใจ หรือ แค่บริหารเสน่ห์?

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-0
+1  o13 ขอบคุณครับ :pig4: :katai5:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-0

บทที่ 14  อ่อยหรือเปล่า?










 

 

 

 

 

 

 

 

"กินเอ็มเคแล้วกันนะ" พี่เต็นถาม

 

"ก็ได้ครับ"

 

     ในวันหยุดสุดสัปดาห์  มันช์นัดพี่เต็นออกมาเดินเล่น รวมถึงดูภาพยนตร์ด้วยกัน ภายใต้กิจกรรมเหล่านั้น ส่วนหนึ่ง มันช์ต้องการบอกความจริงกับพี่เต็นด้วยว่าแท้จริงแล้วเขารู้สึกอย่างไร

 

"พี่เลี้ยงผมแต่ของแพง ๆ ทั้งนั้นเลย ผมเกรงใจ" มันช์บอกเพราะตั้งแต่มาถึงที่ห้างสรรพสินค้า พี่เต็นดูแลมันช์เป็นอย่างดี พอบอกหิว พี่เต็นก็สรรหาแต่ของกินราคาแพง ๆ รวมถึงมื้อเย็นนี้ก็ยังกินของดีอีก จนมันช์รู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก

 

"ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่อยากเลี้ยง"

 

"แต่..."

 

"มันช์เป็นคนขี้เกรงใจใช่ไหม? ไม่ต้องกังวลนะ พี่เต็มใจ" เต็นแต้มยิ้มละมุนบนใบหน้าทั้งยังวางมือลงบนกลางกลุ่มผม

 

"ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่กับพี่เติร์กเป็นพี่-น้องกันจริง ๆ" มันช์ตอบในสิ่งที่คิด จะว่าไป พี่เต็นกับพี่เติร์กมีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งหน้าตาก็ดูดีคนละแบบ รวมไปถึงนิสัยใจคอที่พี่เต็นดูอ่อนโยน สุขุมและเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ส่วนพี่เติร์กแม้จะมีความจริงใจ ตรงไป ตรงมา แต่ก็กวนประสาทจนน่าปวดหัว

 

"ทำไม?"

 

"ก็พี่เต็นดูนิ่ง ๆ ใจเย็น สุขุม ผิดกับพี่เติร์กที่ชอบกวนตีนผมเป็นที่หนึ่ง" มันช์บ่น แต่พี่เต็นกลับยิ้มขำ

 

"แล้วมันช์ชอบแบบไหน?"

 

 

กึก

 

     เจอคำถามที่จู่โจมอย่างจัง มันช์ถึงกับชะงักงันไปครู่หนึ่ง



"เงียบเลยเหรอ? ฮึ"

 

"พี่เต็น คือ..." มันช์กัดปาก ก้มหน้าลงมองเท้าที่กำลังก้าวไปร้านสุกี้

 

"โอเคครับ พี่ให้เวลามันช์คิด" มันช์ยิ้มยามที่พี่เต็นบอกก่อนชวนคุยเรื่องอื่น

 

"แล้วพี่เต็นเคยทะเลาะกับพี่เติร์กบ้างไหมครับ?"

 

"ช่วงวัยรุ่นก็ทะเลาะกันบ่อย จะต่อยกันก็หลายครั้ง แต่พอรู้ว่าต่างฝ่ายต่างจะปะทะกันพี่ก็เลี่ยงตัดบทหนีไปเลยดีกว่า"

 

"ก็ผู้ชายกันทั้งคู่อะเนอะ"

 

"ครับ"

 

 

         ในระหว่างที่ทั้งสองยังคุยกันต่อเนื่องจนกระทั่งเข้าร้านสุกี้ จู่ ๆ เต็นขอตัวไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก และบอกทิ้งท้ายให้มันช์สั่งได้ไม่ต้องรอ มันช์จึงพยายามเลือกราคามาเป็นอันดับแรก อันไหนถูกมันช์จิ้มอันนั้น เพราะมันช์กลัวว่าพี่เต็นจะหาว่ามาหลอกกิน หากรู้ความจริงว่ามันช์ก็ไม่ได้ชอบพี่เขาแบบนั้น

 

        มันช์สั่งไปไม่กี่อย่าง พี่เต็นก็กลับเข้ามา

 

"สั่งเยอะไหม?"

 

"ไม่ครับ"

 

"สั่งเป็ดย่างหรือเปล่า?"

 

"เปล่าครับ"

 

"ทำไมล่ะ"

 

"คือมันแพงครับพี่ ผมเกรงใจ"

 

"เฮ้อ มันช์" เต็นส่ายหน้าระอา ก่อนจะโบกไม้โบกมือเรียกพนักงานมาสั่งอาหารเพิ่ม จนกระทั่งพนักงานคล้อยหลังไป ทั้งสองสนทนาได้ไม่นาน ใครบางคนก็เดินมาหยุดตรงหัวโต๊ะพร้อมพนักงานที่กำลังทยอยเสิร์ฟอาหาร

 

 

"พี่เติร์ก พี่มาได้ไง?" ราวกับเห็นผี มันช์ที่กำลังคุยกับพี่เต็นอย่างออกรสชาติก็ชะงักและตกใจที่เห็นพี่เติร์กตัวเป็น ๆ มายืนค้ำหัวส่งสายตาอ่านไม่ออกมาทางนี้

 

 

    ฟากเต็นลอบถอนหายใจพลันเหลือบไปมองน้องชายและถาม

 

"มึงควรให้เกียรติกูบ้าง เติร์ก"

 

"กูแค่ผ่านมา" เติร์กบอก ฟากเต็นแค่นยิ้ม

 

"มั่นใจนะ ว่าแค่ผ่านมาจริง ๆ" เต็นย้ำ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเติร์กตั้งใจมาหาใคร เพราะก่อนหน้านี้ คนที่เต็นคุยโทรศัพท์ด้วยก็น้องชายนั่นแหละที่ถามซักไซร้ว่าอยู่ร้านไหน อยู่กับมันช์ใช่หรือเปล่า?

 

 

"เออ กูกลับก่อนก็ได้"

 

 

      เมื่อพี่เติร์กลับตาไป มันช์ใจหายที่เห็นสายตาพี่เติร์กมีความเสียใจซ่อนอยู่ เพียงแค่มองนัยน์ตาคู่นั้นก็รู้แล้วว่า มันช์จะต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร เขาจะไม่ยอมเสียเวลาไปมากกว่านี้ หากกินอิ่มเมื่อไหร่ มันช์คงต้องหาทางตัดสินใจบอกพี่เต็นให้ได้รู้

.

.

.

.

'ขอโทษนะครับ พี่เต็น ถ้าผมจะบอกว่า ผมรู้สึกดีกับพี่เต็นแบบพี่ชาย'

 


'พี่ยังไม่ทันได้จีบเต็มที่ก็โดนปฏิเสธแล้วเหรอ?'

 

 

      มันช์ยังคงเครียดไม่หายที่ได้เห็นสีหน้าของพี่เต็นตอนที่มันช์พูดความจริงเรื่องความสัมพันธ์ มันช์ตัดสินใจบอกตรง ๆ เพราะไม่อยากปล่อยเวลาให้ยืดยาวไปกว่านี้ ขืนไม่รีบทำอะไร ดีไม่ดี พี่เต็นอาจจะกลายเป็นเกลียดมันช์ไปเลยก็ได้

 

     

 

      สองขาก้าวขยับไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า มันช์ยังคงคิดมากเรื่องพี่เต็นวนเวียนอยู่ในหัวสมองไม่รู้จบ แม้ปากบอกว่าไม่ชอบพี่เต็นแบบแฟน แต่ลึก ๆ แล้วมันช์ก็กลัวพี่เต็นจะเกลียดกัน มันช์เดินเนือย ๆ มาจนถึงหน้าหอก็เบิกตาโพลงตกใจ เมื่อเห็นคนคุ้นตานั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์พ่นควันบุหรี่ลอยวนบนอากาศพลางเงยหน้ามองตึกสูงสี่ชั้นอย่างกับพระเอกมิวสิคเพลงเศร้า

 

"พี่เติร์ก"

 

     มันช์เรียกรุ่นพี่ เติร์กละสายตา ก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงโคนต้นไม้แล้วยิ้มอ่อน

 

"เป็นไงบ้าง?"

 

"พี่มาทำไม?"

 

"มารอกินข้าวด้วย"

 

   มันช์ชะงัก ตั้งแต่ที่พี่เติร์กไปเจอะมันช์ที่ห้าง จนถึงป่านนี้ ก็ผ่านมาแล้วร่วมสามชั่วโมงกว่า มันช์ไม่คิดว่า พี่เติร์กจะรอกัน หนำซ้ำ ยังลงทุนถ่อมาหาเขาถึงที่นี้



"พี่มารอผม?"

 

"อืมใช่" 

 

"แต่ผมคงได้แค่นั่งเป็นเพื่อนนะพี่เติร์ก เพราะผมอิ่มแล้ว" มันช์บอกความจริง ถึงแม้ว่า ท้องตึง หนังตาหย่อน แต่สำหรับพี่เติร์ก มันช์ยอมไปนั่งมองอีกฝ่ายกินอย่างเดียวก็ยังได้

 

 

"ไม่เป็นไร"

 

"แล้วพี่มาหาผมถึงนี้ บ้านพี่อยู่ไหนอะ?" มันช์ถามเพราะไม่รู้ว่า พี่เติร์กยังอยู่บ้านหลังเดิมสมัยตอนที่พี่เขาเรียนอยู่สมัยมัธยมหรือเปล่า?

 

 

"ไม่ต้องรู้สักเรื่องได้ไหม อย่าถามมาก กูหิว" มองคนมัดมือชก จับต้นแขนลากให้เดินตามแรงนำก็มุ่ยหน้าก่อนจะเดินไปอย่างว่าง่าย

 

 

    ยามนี้ มันช์นั่งมองคนซัดข้าวมันไก่เป็นจานที่สอง พี่เติร์กคงหิวมากจริง ๆ มันช์นั่งมองพี่เติร์กด้วยรอยยิ้มกว้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เติร์กเงยหน้าขึ้นมา มันช์จึงหุบยิ้มแล้วรีบตั้งคำถาม

 

 

"พี่บ้าหรือเปล่า? ทำไมไม่กินข้าวแถวบ้าน ต้องถ่อมากินถึงนี่"

 

     มันช์ก็รู้นะว่า ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่พี่เติร์กกำลังจีบมันช์อยู่ แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คน ๆ หนึ่งยอมบึ่งมอเตอร์ไซค์ ฝ่าฝุ่น ฝ่าการจราจรอันแสนสาหัส บนเส้นทางยาวหลายสิบกิโล เพื่อมานั่งกินข้าวกับมันช์ในเวลาไม่กี่นาที

 

"มึงลองชอบใครสักคนดูสิ แล้วมึงจะรู้เหตุผล"




     มันช์เงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนส่งยิ้มให้ แล้วตอบคำถามในใจที่มันช์เองก็รู้เพียงลำพัง

 

'เหตุผลที่ว่า คือการได้เห็นหน้าเขาทุกวัน แม้ว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ยังดี ใช่ไหมครับ? พี่เติร์ก'

.

.

.

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

"มันช์ อยู่ไหม?"

 

       ขิงยืนเคาะประตูอยู่หลายรอบ ตอนนี้ เขายืนหนาวสั่นเพราะเสื้อผ้าเปียกชุ่มจากการเดินตากฝนมา เรื่องของเรื่อง คือ วันนี้ พวกขิงมีเรียนแค่ช่วงเช้า พอตกบ่าย เพื่อน ๆ ก็แยกย้ายกันไป รวมถึงขิงเองก็ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้ากับพุช ทั้ง กินข้าว ดูหนัง รวมถึงเล่นเกมคีบตุ๊กตาที่วันนี้พุชเป็นเจ้ามื้อทั้งหมด เนื่องจากขิงเองมานึกขึ้นได้ภายหลัง ว่าเขาฝากกระเป๋าสตางค์ไว้กับมันช์ พอถึงเวลากลับบ้าน ขิงจึงขอเงินค่ารถพุชเพื่อมาหามันช์หวังจะมาขอกระเป๋าสตางค์คืน แม้พุชยืนกรานจะมาส่ง แต่ขิงบ่ายเบี่ยงว่าจะมาเอง แต่ใครจะรู้ว่าการเดินจากปากซอยมาถึงหอเพื่อน ฝนจะมาตกกลางคันจนทำให้ตัวเปียกแบบนี้

 

"อ้าว ขิง" แบงค์เปิดประตูเพื่อออกมาดูว่าใครมาหาเพื่อนเขา เนื่องจากได้ยินเสียงแว่ว ๆ ในตอนแรก

 

"แบงค์ อยู่นี่เหรอ?" ขิงเบิกตาโพลงอย่างตกใจ เพราะแบงค์ไม่เคยบอกว่าพักที่ไหน จนกระทั่ง ขิงนึกขึ้นได้ เมื่อหวนไปนึกถึงคำที่มันช์เคยบอกว่ามีเพื่อนอยู่หอเดียวกัน

 

"ใช่ ขิงมาหามันช์เหรอครับ?"

 

"อื้ม เราลืมกระเป๋าสตางค์ไว้กับมันช์"



"มันคงไปเที่ยวมั้ง ขิงเข้ามาห้องเราก่อน ดูสภาพขิงเปียกทั้งตัวแบบนั้น อาบน้ำก่อนเถอะ" แบงค์บอกอย่างเป็นห่วง ฟากขิงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินก้มหน้า ก้มตาเดินเข้าห้องพักของอีกฝ่าย

 

"ขอโทษนะแบงค์ที่มารบกวน"

 

"ไม่เป็นไร เราเต็มใจ" แบงค์บอกยามที่ยื่นผ้าขนหนูผืนที่ยังไม่ได้ใช้

 

"ถ้าอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ เดี๋ยวเราไปส่งนะ" แบงค์บอก

 

     ขิงพยักหน้า ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป แต่เวลาผ่านไปไม่นานนัก เสียงตะโกนกรีดร้องดังขึ้น จนคนที่กึ่งนั่ง กึ่งนอนบนเตียงลุกพรวด

 

"ขิงเป็นอะไร?" แบงค์บอกพร้อมเอาหูแนบบานประตูห้องน้ำอย่างเป็นกังวลที่ได้ยินเสียงขิงไม่สู้ดีนัก

 

"จิ้งจกตกมาใส่หลังเรา แบงค์ เรากลัวจิ้งจก มาไล่ไปหน่อยได้ไหม?" ขิงตะโกนออกมาจากห้องน้ำ

 

"โอเค ๆ ขิงเปิดประตูให้เราหน่อย"

 

    ไม่นาน ประตูถูกเปิดออกกว้าง และในตอนแรก แบงค์ที่จินตนาการว่า ขิงคงพันผ้าขนหนูปิดของสงวนไว้เรียบร้อย แต่เปล่าเลย สายตาของแบงค์ที่เห็นขิงนาทีนี้ คือ เนื้อตัวเปล่าเปลือย ชวนให้แบงค์ขนลุกชูชัน ใจสั่นรัว เมื่อแบงค์ได้เห็นผิวขาวอมชมพูที่มีหยดน้ำเกาะพราวระยับ หนำซ้ำยังเห็นสายตาของขิงดูเชื้อเชิญ ยิ่งใจกระตุกที่รู้สึกถึงความยั่วยวนชวนแบงค์ตบะแตก แบงค์ต้องทนข่มใจละสายตาจากการเห็นร่างเปลือยกระตุ้นราคะนั้น เขาลอบกลืนน้ำลายเดินผ่านขิงไปกวาดตามองสอดส่องดูจิ้งจกจนทั่วทั้งผนังและเพดานห้องน้ำ

 

"ไม่เห็นมีเลยขิง"

 

"แต่เมื่อกี้ เราเห็นจริง ๆ นะแบงค์" แบงค์ชะงัก ไม่กล้าขยับตัวตอนที่ขิงเดินมายืนซ้อนหลัง เกาะแขนแล้วบอก

 

     'อ่อยกูหรือเปล่าวะแบบนี้'

 

      เมื่อเห็นขิงให้ท่า แบงค์ก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจทันทีว่า การที่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เขาควรทำอย่างไร ระหว่าง ข่มใจ หรือปล่อยให้ทุกอย่างพาไปเอง

 

"เอ่อ ขิงตาฝาดหรือเปล่า?" พอแบงค์หันไป คราวนี้เป็นขิงที่จู่ ๆ ก็วางมือลงบนเป้ากางเกงของแบงค์แล้วกดสายตาลงต่ำด้วยรอยยิ้มมุมปาก

 

"ทำไมของแบงค์มัน..."

 

"ขิงโป๊แบบนี้ ใครเห็นก็ต้องมีอารมณ์ไหม?" แบงค์ว่าตามตรงแล้วอยู่ดี ๆ ขิงก็หลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนมือที่จับแกนกลางลำตัวของแบงค์ขึ้นมารั้งคออีกฝ่ายให้โน้มตัวลงต่ำแล้วจุมพิตเบา ๆ



"เราทำให้นะแบงค์"



    สิ้นเสียงคำบอก ขิงไม่ได้รอคำตอบก็ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า ดึงกางเกงบอลลง ก่อนที่ขิงจะลูบไล้แก่นกายแข็งจัดทั้งยังร้อนผ่าว ขิงกำแก่นกายนั้นหลวม ๆ ก่อนจะรูดขึ้น รูดลงจนแบงค์ต้องกัดปากกลั้นเสียงคราง แต่ไม่นานเท่าไหร่ ที่แบงค์ทนไม่ไหว เผลอเผยอริมฝีปาก ปล่อยเสียงครางกระเส่ายามที่ส่วนปลายร้อนผ่าวของแบงค์ถูเข้ากับกลีบปากนุ่มนิ่ม จากนั้น เรียวลิ้นของขิงได้แตะลงบนแก่นกายไล่เลียไปตามความยาว ก่อนที่ขิงจะตวัดปลายลิ้นเลียวนส่วนปลายสีสดที่มีน้ำรสปร่าซึมออกมา ยิ่งทำให้แบงค์ใจเต้นแรงด้วยความเสียวกระสัน





"ขิง อ่าห์"



 

     ยามที่แบงค์เรียกชื่อ ขิงเงยหน้าสบตามองอีกฝ่ายที่หน้าแดงจัดแถมเม็ดเหงื่อผุดพราวบนใบหน้า ขิงยกยิ้มชอบใจก่อนจะตัดสินใจอ้าปากรับแท่งร้อนสอดลึกเข้าไปในโพรงปากอุ่น ๆ ของตัวเอง


 

     ภายในห้องน้ำที่เคยเย็นชุุ่มฉ่ำจากสายน้ำ ยามนี้กำลังร้อนระอุจากบทออรัลเซ็กซ์คนที่นั่งคุกเข่ากำลังสนุกกับการได้ลิ้มลองไอศกรีมแท่งโปรดที่ดุนดันเข้ากับกระพุ้งแก้ม

 



      แบงค์กดสายตาลงต่ำ มองคนที่ห่อริมฝีปากแน่นกว่าเก่า เพื่อกลืนกินแท่งร้อนของเขาอย่างช้า ๆ แบงค์ยืนปลายเท้าจิกเกร็ง เพราะความเสียววูบวาบแผ่ซ่านทั่วร่างกาย จนทำให้เขาเผลอยึดท้ายทอยอีกฝ่าย ดันให้ลึกขึ้นจนลึกถึงคอหอย



       จากนั้น คนที่ยอมยืนนิ่งมาแสนนาน ก็เป็นฝ่ายคุมเกมส์เองด้วยการเริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้าก่อนจะเปลี่ยนจังหวะที่แรงและถี่กระชั้นกว่าเดิม ยิ่งทำให้ส่วนใหญ่โตที่อยู่ในโพรงปากนุ่มชื้น ปวดหนึบ จนสักพัก แท่งร้อนในปากกระตุก ก่อนที่แบงค์จะปลดปล่อยของเหลวสีขุ่นเข้าไปในโพรงปากอุ่นของคนตัวเล็ก




 “แค่กๆๆ”



          ทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระ ขิงสำลักหน้าดำ หน้าแดง ไม่คิดว่าแบงค์จะปล่อยของเหลวใส่ปากของขิง เพียงแค่เห็นดวงตาแดงก่ำตวัดขึ้นมอง ทันใดนั้น แบงค์รีบย่อตัวลงไปกอดร่างเล็กและสอดปลายลิ้นกวาดไล่ของเหลวสีขุ่นที่อยู่ในโพรงปากอีกฝ่ายเก็บกวาดจนไม่เหลือ ก่อนจะผละออกมาเช็ดของเหลวที่ไหลเลอะมาตรงขอบปากจนถึงคาง



"ขอโทษนะ คือ.เรา.."



"แบงค์ชอบไหม?" ขิงไม่ได้สนใจในสิ่งที่แบงค์จะขอโทษ แต่ขิงอยากรู้ในสิ่งที่เขาทำให้แบงค์มากกว่า





"อืมชอบมาก ขิงให้เราทำให้ไหม?" แบงค์ถามยามที่เห็นแก่นกายของขิงแข็งขึ้น



"ไม่เป็นไร แบงค์ออกไปก่อนนะ เดี๋ยวขิงขออาบน้ำต่อ"



"แน่ใจนะว่าจะไม่ให้เราช่วย"



"อื้ม"




       เมื่อได้รับคำตอบ แบงค์ไม่เซ้าซี้ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สวมกางเกงบอลแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป





    จนกระทั่งขิงเดินออกมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของแบงค์ ขิงก็เดินมานั่งบนเตียงมองหน้าคนที่นอนรออยู่

 



"แบงค์ ถ้าเราขอยืมเงินกลับบ้านก่อนได้ไหม?"

 

"ได้สิ เอาเท่าไหร่ ห้าร้อยพอไหม?"

 

"พอครับ" ขิงบอก แบงค์ลุกไปเปิดกระเป๋าสตางค์คว้าธนบัตรสีม่วงยื่นให้ขิง

 

"ไม่ต้องคืนหรอก เราให้ และถ้าไอ้มันช์มา เราจะบอกเรื่องกระเป๋าสตางค์ให้นะ"

 

"ไม่ต้องนะ เรื่องนั้น เดี๋ยวเราบอกเอง"

 

    แบงค์ตามใจขิง และในขณะที่ขิงสวมรองเท้าจะเดินออกจากห้อง จู่ ๆ ขิงก็หยุดชะงักและหันหลังไปมองคนที่เดินมาในระยะประชิด



"แบงค์ ถ้าเราเปลี่ยนใจขอนอนค้างคืนนี้ด้วยได้ไหม?"

 

     แบงค์ยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว

 

"ได้สิ"

 

"แต่แบงค์ห้ามทำอะไรเรานะ"

 

      ได้ยินดังนั้น แบงค์ก็ขำ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น ขิงเองต่างหากที่เป็นฝ่ายออรัล เซ็กส์ให้เขาก่อนแท้ ๆ

 

"อืม ถ้าขิงขอ เราก็ไม่ทำหรอก"

 

     แบงค์บอก แล้วจู่ ๆ ขิงก็โผเข้ากอดพลางซบอกจนแบงค์ชะงัก จากนั้น แบงค์แต้มรอยยิ้มบนใบหน้าพลางยืนลูบผมอีกฝ่ายที่เปียกชื้น









.........................................


 :impress2: :impress2: :impress2: :impress2:
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-03-2019 18:54:44 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-6
 :L2: :pig4:

ขิงเป็นคนยังไงนะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2409
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ยัยขิง  ฉันเดาอารมณ์แกจากพฤติกรรมไม่ถูกเลย

สรุปอะไรยังไง?  บริหารเสน่ห์เฉย ๆ หรือเก็บไม้เป็นงานอดิเรก?

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
ขิงน่ากลัวอ่ะ    :ruready :ruready :ruready

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-0
บทที่ 15  เมื่อไหร่พี่จะกลับมา













ซ่า ซ่า





     ยามนี้ในเวลาหกโมงกว่า เด็กปีหนึ่งจำใจต้องนั่งทำงานในอาคารเรียนเพียงเพราะติดฝนที่ตกหนักมากว่าชั่วโมงและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด บรรยากาศสีเทา ยิ่งทำให้คนที่เพิ่งเจอะเรื่องแย่ ๆ มายิ่งอารมณ์ไม่ดีกว่าเก่า จะเรียกว่ามันคือวันซวยของมันช์ก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะลืมเอางานมาส่งอาจารย์จนโดนหักคะแนนไปครึ่งหนึ่ง วันนี้ทั้งวัน มันช์ก็โดนอาจารย์ต่อว่าที่เอาแต่นั่งเหม่อจนตอบคำถามไม่ได้



       คนที่นั่งเหม่อลอยมองแผ่นกระดาษเปล่ามาได้นานสองนานเนื่องจากสมองไม่แล่นเลยไม่รู้ว่าจะเริ่มร่างภาพจากตรงไหนก่อนดี



       มันช์เริ่มตระหนักว่า ที่เขาเป็นอยู่ตอนนี้ สาเหตุคงไม่พ้นคนต้นเรื่องอย่างพี่เติร์กที่เขาไม่อยู่เพราะไปทัศนศึกษาและถ่ายภาพที่ต่างจังหวัด ครั้นจะโทรไปหา มันช์ก็ไม่กล้ากวนอย่างกลัวอีกว่าฝ่ายจะยุ่ง

 

"อยากกลับบ้านแล้วว่ะ" มันช์มองดาวที่บ่น ก่อนจะละสายตาจากดาว ภุชงค์ และแก้วที่ลุกหนีเดินห่างออกไปดูสายฝนด้านนอกตัวอาคาร กดสายตาลงจ้องมองแผ่นกระดาษสีขาวว่างเปล่าแผ่นเดิมอีกครั้ง



      'แค่ไม่เจอหน้าพี่เติร์กแค่สองวัน กูเป็นถึงขนาดนี้เลยเหรอ?'



 

"มันช์เป็นอะไรหรือเปล่า?" ขิงถาม ยามที่ยังนั่งอยู่ข้าง ๆ มันช์ ไม่ได้เดินตามพวกดาวไปด้วย

 

"ห้ะ! เปล่า" มันช์บอกขิงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

"มันช์เหงาเพราะพี่เติร์กไปถ่ายภาพที่ต่างจังหวัดใช่ไหม ?"

 

"......"





"มันช์ชอบพี่เติร์กใช่ไหม?"

 

"ก็ยัง..." มันช์อยากตบปากตัวเองที่ตอบแบบนั้นได้อย่างไร ในเมื่อความเป็นจริงมันช์รู้อยู่แก่ใจว่าเขา ปลาบปลื้มพี่เติร์กมากแค่ไหน

 

"จริงเหรอ ถ้างั้นขิงพอมีโอกาสใช่ไหม?" มันช์หันขวับทันทีที่สิ้นเสียงประโยคนั้น

 

"หมายความว่าไง?"

 

"ขิงชอบพี่เติร์ก ขิงว่าพี่เติร์กเป็นคนเท่ จริงใจ และอบอุ่นดีด้วย" ขิงว่าด้วยรอยยิ้มสดใส จนมันช์ใจกระตุก ในกายเขาวูบหวิวแปลก ๆ มันช์เสตามองไปทางอื่น เหมือนกลัวขิงจะเห็นพิรุธ ก่อนจะวกสายตามาหาขิงแล้วตอบเสียงเข้ม

 

"แล้วเพื่อนเราล่ะ ขิงไม่ชอบแบงค์ใช่ไหม? ถ้างั้น เราจะได้บอกมัน"

 

"ขิงแค่ล้อเล่นน่ะมันช์ ขิงแค่อยากรู้...." ขิงเงียบไปนิด ก่อนมองมาด้วยแววตาที่ดูเหมือนไม่พอใจ

 

"มันช์ไม่หึงขิงบ้างเลยเหรอ?"

 

"หึง? ขิงหมายความว่าไง?" มันช์ค่อนข้างงุนงงกับคำถามแปลกประหลาด ทำไมมันช์ต้องหึงขิงล่ะ ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน นอกไปซะจาก...

 

"ไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้ามันช์ชอบหรือไม่ชอบพี่เติร์กบอกขิงด้วยนะ" ขิงยิ้มมุมปากก่อนจะวางมือลงบนหลังมือของมันช์แล้วบีบกระชับเบา ๆ

 

 

      มันช์เหนื่อยจะถาม จะอยากรู้เหตุผลอะไรในตอนนี้ เพราะช่วงนี้ เขาก็มีเรื่องให้เครียดมากเหลือเกิน มันช์ไม่สามารถเค้นความคิดหรือสรรสร้างจินตนาการได้แล้วจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเดินออกไปตรงหน้าต่างมองสายฝนที่ดูเบาบางกว่าตอนแรก

 

"เรากลับบ้านดีกว่า ฝนซาแล้ว"

 

"ขิงกลับด้วยนะ"

 

"อืม"

 

     มันช์ยังคงทำตัวปกติ และสลัดความคิดกับคำพูดแปลก ๆ ของขิง ก่อนจะเดินไปหาพวกดาว

 

"เฮ้ย กูกลับบ้านก่อนนะ"

 

"มึงจะตากฝนไปเลยเหรอ?"



"อืม ฝนตกปรอย ๆ แล้วล่ะ"



"เออ ๆ เจอกันพรุ่งนี้"

 

       มือหนึ่งแบกกระดาน ส่วนมืออีกข้างจับกระชับสายกระเป๋าผ้าขึ้นบ่าเพื่อก้าวเดินออกจากตึกร้อยปี ในระหว่างที่ผ่านห้องพักอาจารย์ พี่เต็นเดินเปิดประตูกระจกใสออกมาพอดี

 

"สวัสดีครับ พี่เต็น" เต็นหันไปหารุ่นน้องที่ทักด้วยรอยยิ้ม

 

"นี่สองคนจะกลับบ้านกันเหรอ?"

 

"ใช่ครับ"

 

"พี่กำลังจะกลับบ้านพอดี ติดรถไปนะ เดี๋ยวแวะไปส่ง"

 

"ก็ได้ครับ"

 

     ทั้งสองวิ่งฝ่าฝนที่ตกปรอย ๆ ตามพี่เต็นไปยังรถยนต์สีดำที่จอดไม่ไกล มันช์รีบกระโดดไปนั่งหน้า ส่วนขิงนั่งหลังคนขับ  น่าแปลก ที่การนั่งในรถยนต์ที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ เอนหลังพิงเบาะได้อย่างสะดวกสบายนั้น กลับไม่รู้สึกดีและอบอุ่นเท่านั่งซ้อนรถเวสป้าของพี่เติร์กเลย

 

"เป็นอะไรหรือเปล่า มันช์"

 

"เปล่าครับ พี่เต็น" มันช์ตอบด้วยเสียงละมุนยามที่พี่เต็นมองมาอย่างเป็นห่วง

 

"ทำไมมันช์ไม่บอกพี่เต็นไปล่ะครับ ว่ามันช์คิดถึงพี่เติร์กน่ะ"



        มันช์สบตาขิงผ่านกระจกมองหลัง มันช์ไม่รู้ว่าขิงจะพูดให้มันได้อะไร มันช์ไม่ตอบพี่เต็น เขาแค่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ด้วยความรู้สึกวูบหวิวในหัวใจอย่างไม่มีเหตุผล

 

 

'ผมคิดถึงพี่ว่ะ พี่เติร์ก'

 



     สองวันแล้วที่พี่เติร์กไม่ติดต่อมาหากัน ทั้ง ๆ ที่ป่านนี้ พวกพี่เติร์กและรุ่นพี่ปีสามคงถึงจังหวัดอยุธยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จู่ ๆ  มันช์ก็เกิดอาการน้อยใจ ไม่รู้ว่า ป่านนี้ พี่เติร์กจะเป็นอย่างไร เขาคงกำลังถ่ายรูปกับเพื่อนอย่างสนุกสนานอยู่แน่ ๆ





     มันช์ลอบถอนหายใจยาว ก็ตอนที่รถยนต์แล่นมาถึงปากทางจะทะลุถนนใหญ่ ขิงเอ่ยขอบคุณและลงรถไปแล้ว เช่นเดียวกับมันช์ที่กำลังจะเปิดประตู แต่กลับโดนพี่เต็นฉุดข้อมือไว้



"ขอคุยด้วยหน่อยสิ"

 

"มีอะไรครับ พี่เต็น"

 

"คิดถึงเติร์กจริง ๆ สินะ"

 

   มันช์เงียบกริบพลันเหลือบไปมองหน้าพี่เต็นอีกครั้ง และไม่รู้เป็นอะไร ทำไมแค่พี่เต็นถามมาเช่นนั้น มันช์อยากร้องไห้

 

"ใช่ครับ"

 

"พี่ไม่น่าถาม เจ็บจัง"

 

"พี่เต็นไม่โกรธผมเลยเหรอครับที่ผมไม่ได้ชอบพี่"

 

"พี่จะโกรธทำไมครับ มันช์มีสิทธิ์ที่จะไม่เลือกพี่ พี่ก็แค่ยอมรับความจริง" เต็นแต้มยิ้มบนใบหน้า

 

"พี่เต็นเป็นคนดีจังครับ" มันช์บอกด้วยแววตาสั่นระริก การได้เห็นพี่เต็นก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงพี่เติร์ก

 

"พี่ไม่ใช่คนดีหรอก แต่มันช์ไม่เลือกพี่ จะให้พี่ทำยังไงได้ล่ะครับ ฮึ" แม้จะไม่ได้ศึกษาดูใจกันนานเท่าไหร่นัก แต่เต็นก็พอจะจับนิสัยมันช์ได้ว่า รุ่นน้องเป็นคนคิดมาก



      แม้ภายนอกดูร่าเริง สดใส แต่เต็นเชื่อว่า ภายในลึก ๆ มันช์คงกักเก็บอะไรไว้มากน่าดู เต็นวางมือลงบนกลางศรีษะของมันช์พลางโยกไปมาช้า ๆ



"ผมขอโทษนะครับ"

 

"เอาน่า อย่าพูดเรื่องนี้เลย แล้วชอบอะไรในตัวเติร์กล่ะ" พอเจอพี่เต็นถามตรงๆ มันช์ก็เงียบไปสักพักก่อนชำเลืองมอง



 

"ไม่บอกได้ไหมครับ"

 

"ก็ได้ และเติร์กรู้เรื่องนี้ยัง?" เต็นถาม ฟากมันช์ส่ายหน่า

 

"บอกมันซะนะ มันคงดีใจมาก"

 

"ครับ"

 

"มันช์"

 

"ครับ?"

 

"พี่ไม่ได้เป็นแฟน แต่พี่ขอเป็นพี่ชายมันช์ได้ไหม?"

 

"ได้สิครับ"

 

"ถ้างั้น มีอะไรอึดอัดใจอยากระบายก็เล่ามานะ พี่พร้อมฟังเสมอ"

 

"จริงเหรอครับ?" มันช์ถาม

 

"จริงครับ"

 

"ถ้างั้นผมขอโทษจริง ๆ นะพี่ที่ผมชอบพี่แบบนั้นไม่ได้ เพราะความจริง ผมชอบพี่เติร์กตั้งแต่ผมเรียนอยู่มัธยมแล้วครับ"

 

     เต็นนั่งอึ้งเบิกตาโตขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะผุดรอยยิ้มบางเบา

 

"ไปกินข้าวเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ มันช์"

.

.

.

.

     ในวันต่อมา

 

      พวกเพื่อน ๆ มันช์นัดกันมาทำงานที่เอกศิลปกรรม เพราะวันนี้ไม่มีเรียน และจนป่านนี้ มันช์ก็ยังเหงาหงอยไม่สนุกสนานเหมือนเคย แม้เพื่อนจะสรรหาเรื่องเฮฮามาคุย แต่มันช์กลับไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยเลยสักนิด



       การไม่ได้เจอหน้าพี่เติร์กมาหลายวัน หนำซ้ำยังไม่ได้คุยกันสักคำ ยิ่งทำให้คนเจอปัญหามาหนัก ๆ  รู้สึกโดดเดี่ยวดั่งคนไร้ที่พึ่ง

 

       และยิ่งเวลานี้ ภายใต้บรรยากาศอึมครึม ท้องฟ้าขมุกขมัว เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน จากสภาพแวดล้อมยิ่งทำให้มันช์จิตใจห่อเหี่ยวกว่าเดิม เขาไม่มีแม้แต่กะจิตกะใจจะทำงาน แต่เหนืออื่นใด มันช์ต้องดึงสปิริตออกมาใช้และบอกตัวเองให้ตั้งใจทำงาน เพราะผลงานชิ้นที่เขาทำจะเป็นตัวชี้วัดเลยว่าเขาจะได้เกรดดีหรือไม่



       มันช์พยายามตั้งสติ มีสมาธิจดจ่อกับงานที่อาจารย์ให้หัวข้อว่า ความรัก  มันช์ไม่สนใจคนรอบข้าง แม้เพื่อนชวนคุยก็ไม่ตอบ จนกระทั่งผ่านไปได้หลายชั่วโมงกว่า ที่มันช์มุ่งมั่นจนทำงานเสร็จ เขาผุดรอยยิ้มบางเบาพลางถอนหายใจ ที่ได้เห็นผลงานตัวเองลงสีโปสเตอร์เสร็จเรียบร้อย มันช์เดินไปเทน้ำ ล้างแก้ว พู่กัน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ห้องน้ำ แต่ไม่นานเลย ฝนที่ตั้งเค้าทำท่าจะตกก่อนหน้า ตอนนี้ ฝนเทกระหน่ำลงมาจนมันช์รีบวิ่งฝ่าฝนเพื่อกลับไปเอาผลงานตัวเองที่ซุ้ม แต่พอเดินใกล้เข้ามา เขาเห็นขิงนั่งยอง ๆ ก้มหยิบผลงานของใครก็ไม่รู้ตรงพื้นที่ปูอิฐตัวหนอน พอถึงตรงจุดเกิดเหตุ มันช์ถึงรู้ว่าผลงานที่ขิงถืออยู่มันคือของใคร



"มันช์ ขิงขอโทษ" ขิงบอกทำท่าจะร้องไห้ มันช์รีบปรี่ไปคว้าภาพในมือขิง ภาพที่เขาวาดเสร็จเปียกน้ำจนพังเละไม่เป็นท่า

 

"ขิงจะช่วยเก็บงานมันช์เพื่อหลบฝน แต่มันปลิวหล่นลงพื้นเลยเป็นแบบนี้"

 

      มันช์เงียบพลางมองผลงานของตัวเองที่กว่าจะ คิดคอนเซ็ปท์ ร่างภาพ ลงสี ก็ใช้เวลาร่วมเจ็ดชั่วโมงกว่าจะสำเร็จลุล่วง



   'ทำไมช่วงนี้กูซวยจังวะ'

 

    มันช์มองหน้าขิงที่เบะปากจะร้องไห้ เขาลอบถอนหายใจ

 

"ช่างมันเถอะ เดี๋ยวเราทำใหม่"

 

"มันช์ไปไหน?" ขิงถามตอนที่อยู่กันแค่สองคน ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ หลบฝนขึ้นตึกไปตั้งนานแล้ว

 

"กลับบ้าน"

 

"แต่ฝนตกหนักนะ"

 

"ไม่เป็นไร" มันช์บอกอย่างเซ็ง ๆ เพราะไม่มีอารมณ์จะเจอหน้าใครทั้งนั้น มันช์เก็บของลงกระเป๋าผ้าของตัวเอง ก่อนจะเดินออกจากซุ้ม ขิงวิ่งตามอย่างไม่กลัวตัวเปียก



"มันช์โกรธขิงใช่ไหม?"

 

"ไม่ได้โกรธ เรารู้ว่าขิงไม่ได้ตั้งใจ แต่เราต้องรีบกลับบ้านไปทำงานใหม่"

 

"มันช์ ขิงขอโทษ"

 

"ไม่ต้องขอโทษหรอก ขิงอย่ามาตากฝนเลยเดี๋ยวไม่สบาย"

 

      มันช์ยิ้มให้เพื่อนที่ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด แถมจับมือมันช์แน่น จนเขาต้องดึงมือออกจากการเกาะกุมมือลูบผมขิง ก่อนจะลากขิงพาไปส่งที่อาคารเรียนเพื่อหลบฝน ส่วนตัวเองก็วิ่งฝ่าฝน จนพ้นเอกศิลปกรรมมาได้ มันช์ปล่อยโฮทันที

 

"ฮือ ทำไมกูต้องเจออะไรแบบนี้ด้วย"

 

      มันช์หลั่งน้ำตาด้วยความท้อใจ เขาอุตส่าห์ตั้งใจทำผลงานนี้ออกมาให้ดีที่สุดและที่สำคัญงานส่งพรุ่งนี้ ตอนเก้าโมงเช้าด้วย  แล้วนี่มันช์ต้องมานั่งทำงานใหม่จะเสร็จตอนไหนก็ยังไม่รู้เลย



     ช่วงนี้ ดูเหมือนอะไร ๆ ก็ไม่ค่อยเป็นใจ ยามนี้ มันช์หมดไฟ หมดแรงบันดาลใจในการทำงานแล้ว คนที่ไม่กลัวป่วยและไม่สนใจใครแล้วว่าคนอื่นจะมองอย่างไรที่มาเดินตากฝนเหมือนคนบ้า  เขาเดินดุ่ม ๆ ยกมือไล่ปาดทั้งน้ำตาและน้ำฝน จนกระทั่ง เดินผ่านเอกดนตรี

 

 

ฟึ่บ

 

 

     มันช์สะดุ้งยามที่มีคนกระชากแขน พอเขาหันไปถึงเห็นว่าเป็นโฟล์คที่ยืนกางร่มบังฝนให้

 

"มึงเป็นบ้าอะไรวะ มาเดินตากฝนเป็นพระเอกมิวสิคแบบนี้ ถ้าไม่สบายขึ้นมาจะทำไงวะ?"





      มันช์ชะงัก ตอนที่โฟล์คตะโกนว่าเสียงดัง ไม่คิดว่า คนที่รู้จักกันไม่นาน จะมีท่าทีเป็นห่วงกันขนาดนี้

 

"มึงรู้ได้ไงว่าเป็นกู"

 

"มึงแหกตาดู ฝนตกแบบนี้ มีใครเขาเดินตากฝนกันวะ กูยืนสูบบุหรี่แล้วเพื่อนกูชี้ให้ดู พอกูหันมามองถึงรู้ว่าเป็นมึง" โฟล์คบอกยามที่มองคนสภาพเปียกปอน ชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝน อีกทั้ง ยังยืนเนื้อตัวหนาวสั่น ...

 

"....."   มันช์เงียบยืนเช็ดน้ำมูกที่ไหลมาพร้อมกับน้ำตาในตอนแรก

 

"มันช์"

 

      มันช์ชะงัก ตอนที่เห็นโฟล์คบีบต้นแขนอย่างแรงจนมันช์เจ็บ มันช์เบี่ยงหน้าหนีทันทีตอนที่โฟล์คยื่นมือมาจะเช็ดหน้าให้เขา แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสถึงผิวหน้า โฟล์คชักมือกลับไปเสียก่อน

 

"มึงร้องไห้?" โฟล์คเอียงคอถามคนที่ตาแดงก่ำ

 

"เปล่ากูไม่ได้ร้อง กูไปก่อน ต้องรีบกลับไปทำงาน"



"ให้กูเดินไปเป็นเพื่อนมึงไหม?" มันช์ชะงัก ยามที่ชำเลืองมองต้นแขนตัวเองที่โฟล์คคลายแรงบีบลง แถมสายตาของอีกฝ่ายก็ฉายชัดถึงความเป็นห่วง



"ขอบใจมึงมากนะ แต่กูกลับเองได้"

 

"ถ้างั้น มึงเอาร่มกูไป"

 

"แล้วมึงจะกลับเอกยังไง มึงข้ามฝั่งมา"

 

"เอกกูอยู่แค่นี้ คงเปียกไม่มาก เอาไปเถอะ"

 

"ขอบใจนะโฟล์ค"

 

"เออ รีบวิ่งเลยมึง" โฟล์คบอกอย่างยิ้ม ๆ

 

     มันช์บอกอย่างซาบซึ้งใจจริง ๆ เพราะในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีซ่อนอยู่ มันช์ถือร่มพร้อมกระชับกระเป๋าวิ่งฝ่าฝนไป

 

     เมื่อถึงห้องของตัวเอง มันช์รีบแก้ผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยนํ้า ยืนตัวหนาวสั่นเพราะเปียกปอนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขารีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เพื่อหวังจะชำระร่างกายให้สะอาด ยามนี้ ร่างกายที่เย็นชื้นจากสายฝน กำลังยืนรับสายน้ำจากฝักบัว มันช์ไม่อยากเป็นคนขี้แย แต่เวลานี้ มันช์ไม่ไหวจริง ๆ เขารู้สึกอ่อนแอและท้อแท้ ในขณะที่มันช์ยืนหลั่งน้ำตา ด้วยความเครียดเรื่องงานที่ต้องทำใหม่ทั้งหมด

 

'ผมเครียดว่ะพี่ เมื่อไหร่พี่จะกลับมานะ พี่เติร์ก ฮืออออ'

 

    มันช์เครียดเกินกว่าจะอยู่ได้เพียงลำพัง ณ เวลานี้ เขาต้องการกำลังใจจากใครสักคน และคน ๆ นั้นก็คือ พี่เติร์ก...

 

 

 

 
...............................................



สงสารใครดีน้า  :mew6: :mew6: :mew6: :mew6: :mew6:

ขอบคุณทุกคนจากใจที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ค่ะ

 

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2409
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

ง่า...สงสารมันซ์  ทำอะไร ๆ ก็ซวยไปหมดเลย

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
นังขิงเริ่มชัดเจน..หางโผล่แล้ว   :angry2: :angry2: :angry2:

ออฟไลน์ สีหราช

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 417
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +68/-0

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +235/-0

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-0
 

 

บทที่ 16 กำลังใจ


 

 

 

   

 

      คนที่อาบน้ำ แต่งตัวเสร็จ หย่อนกายลงนั่งที่พื้นวางกระดาษปอนด์ ดินสอสองบี พร้อมสีโปสเตอร์ลงบนโต๊ะญี่ปุ่น ตอนนี้ มันช์กินอะไรไม่ลง เขาได้แต่นั่งจุมปุ๊กอย่างนึกอะไรไม่ออก หลังมือกำลังปาดไล่น้ำตาอย่างลวก ๆ

 



     พอก้าวเข้าสู่รั้วมหา ฯ ลัย สังคม การเรียน ทุกอย่างเปลี่ยนไป ทำให้มันช์ต้องโตมากขึ้น แต่พอเจอปัญหาที่ไม่ทันรับมือ เด็กหนุ่มจึงหาทางออกไม่ได้และเครียดมากกว่าปกติ สิบห้านาทีผ่านไปที่มันช์ยังไม่ได้จับดินสอร่างภาพใด ๆ แต่แล้วท่ามกลางความเงียบในห้องสี่เหลี่ยมก็มีเสียงเคาะประตูขัดขึ้น

 

 

     เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนออกมาช้า ๆ แล้วกลืนก้อนน้ำตาลงไป อย่างคิดว่า คนหลังบานประตูนั้น คือเพื่อนสนิทของเขา

 

      มันช์ไม่อยากให้แบงค์รู้ว่า เขาร้องไห้ เจ้าตัวจึงฝืนยิ้มเปิดประตูต้อนรับ

 



"เกิดอะไรขึ้น มันช์? โฟล์คโทรหากูบอกมึงร้องไห้"

 

       ยังไม่ทันได้ทักทาย มันช์ชะงัก เบิกตาโพลงเมื่อเห็นคนตรงหน้า ซึ่งไม่ใช่คนที่มันช์คิดในตอนแรก

 

      ราวกับได้พบบ่อน้ำท่ามกลางทะเลทราย มันช์ปล่อยโฮ เมื่อคนตรงหน้าคือคนที่มันช์ต้องการที่สุด

 

 

"ฮืออออ พี่เติร์ก"

 

 

      มันช์โผเข้ากอดรุ่นพี่จนเติร์กตกใจ เพราะสิ่งที่เขาได้รับ ไม่ใช่คำพูดแต่เป็นการกระทำด้วยการที่มันช์พุ่งเข้ามากอดเต็มแรง จนแรงกระแทกจากการโถมตัว ทำให้กระเป๋ากล้องที่สะพายไหลตกลงมายังข้อแขน เสียงสะอื้นของอีกฝ่ายทำให้เติร์กใจกระตุก ไหนจะแรงกอดรัดที่เติร์กหายใจแทบไม่ออก

 



      'มันเรื่องอะไรที่ทำให้มึงร้องไห้ได้ขนาดนี้วะ มันช์'

 

       แม้ว่าเติร์กจะเดินทางมาเหนื่อย ๆ แต่การเห็นคนที่ชอบ ร้องไห้จนเปลือกตาบวมจนน่ากลัวก็ชักเป็นห่วง สองมือหนาลูบหลังรุ่นน้อง ก่อนจะกอดกระชับกลับเอียงหน้าไปแอบจูบซับกลางกลุ่มผมเบา ๆ

 

 

      อีกคนคลายกังวลและดีใจที่ได้พบหน้า ส่วนอีกคนเมื่อได้เห็นหน้าคนที่รักก็หายเหนื่อย

 

"ฮืออ พี่เติร์ก" มันช์ยังคงบ่นงึมงำพลางหลั่งน้ำตาอย่างทนไม่ไหว



 

       ตอนนี้ มันช์เข้าใจแล้ว ว่าการได้มีใครสักคนอยู่ด้วยกันในเวลาที่เครียด หรือท้อแท้ใจนั้นมันดีแค่ไหน เช่นตอนนี้ ที่มันช์ยังคงกอดรัดเติร์กราวกับกลัวว่าเติร์กจะหายไป เพียงได้ซุกซบอยู่ในอ้อมกอดรุ่นพี่ ความอบอุ่นแผ่ซ่านก็ส่งมาถึงร่างกายของมันช์ กลิ่นกายอีกฝ่ายทำให้มันช์สัมผัสได้ว่ายังมีใครอีกคนคอยอยู่เคียงข้างเสมอ

 

"เข้าห้องก่อนไหม?" เติร์กดันไหล่มันช์ออกแล้วกดสายตามองเด็กหนุ่มที่ดวงตาเรียวกลับเคลือบน้ำตาจนเติร์กใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดใต้ดวงตาคู่นั้นให้

 

 

      สิ้นประโยคคำถาม มันช์พาพี่เติร์กเข้ามาในห้อง ในขณะที่รุ่นพี่เดินไปวางสัมภาระ มากมายและกระเป๋ากล้องที่ข้างโต๊ะกระจก เติร์กหันกลับมามองหลักฐานที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักก็สงสารรุ่นน้อง จึงดึงไหล่มันช์ให้นั่งลงริมเตียงเพื่อคุยกันถึงปัญหา

 

 

"ไหนเล่าให้กูฟังซฺิ เครียดอะไร" เติร์กถาม

 

"งานผมพังอะพี่เติร์ก และผมต้องเริ่มทำใหม่หมดเลย ฮึกฮืออออ และผมต้องส่งพรุ่งนี้ตอนเก้าโมงเช้าด้วย"

 

"แล้วมึงก็ประชดตัวเองด้วยการเดินตากฝน" เติร์กเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางถามอย่างสงสัย

 

"เปล่า แค่ผมเครียดอะพี่"

 

"ตอนนี้กี่โมง"

 

"สองทุ่ม" มันช์บอก

 

"มีเวลาทำถมเถ"

 

"แต่พี่ไม่เข้าใจ ผมไม่มีอารมณ์ทำแล้ว"

 

"ถ้าให้คิดงานใหม่ตอนนี้ คิดออกไหม?"

 

      มันช์ส่ายหน้า

 

"แล้วมึงกินข้าวรึยัง?"

 

     มันช์ส่ายหน้าเป็นรอบที่สอง

 

"ถ้างั้น เราไปกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยกลับมาลุยงาน" เติร์กยิ้มมุมปาก ก่อนจะมองรุ่นน้องที่นั่งขบเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เติร์กโยกศรีษะน้องเบา ๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่อง

 

"กูซื้อโรตีสายไหมมาฝากมึงด้วยนะ เพื่อนกูบอกว่าเจ้านี้อร่อย " เติร์กยิ้มกว้างและยังคงไล่เช็ดน้ำตาเด็กหนุ่มที่เติร์กแอบสงสัยว่ามันช์ร้องไห้นานเท่าไหร่แล้วถึงตาบวมได้ขนาดนี้

 

 

    เพียงได้เห็นพี่เติร์กมันช์ก็อุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงตามใจรุ่นพี่ลงไปกินข้าว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้า มันช์ไม่ได้อยากอาหารสักนิด

 

 

     มันช์พาพี่เติร์กมากินร้านสเต็กราคานักศึกษา ที่มีพวกน้ำแข็งใส และน้ำปั่นมากมายให้เลือกสรร ทั้งสองสั่งอาหารมื้อหนักจัดเต็ม สิ่งที่มันช์สังเกตได้อยู่หนึ่งอย่าง คือ พี่เติร์กเป็นคนกินจุ แต่กลับไม่อ้วนเลยสักนิด รูปร่างของรุ่นพี่ดูสมส่วน ไม่มีไขมันส่วนเกิน แต่น่าแปลกที่มันช์กอดแล้วอบอุ่นทั้งกายและหัวใจอย่างไม่มีเหตุผล มันช์ที่จัดการสเต็กหมูพริกไทยดำจนอิ่ม ก็สั่งน้ำแข็งใสขนมปังน้ำแดงกินต่อ เติร์กชำเลืองมองมันช์ที่ยังคงนั่งหน้าเครียดก็เอ่ยปลอบใจ

   

"ไม่ต้องเครียด มองว่าการทำซ้ำ คือ การได้ฝึกฝีมือ"

 

"ฝึกอะไรล่ะพี่เติร์ก ผมท้อนะ งานนี้ไม่ใช่ทำนาทีสองนาทีก็เสร็จนะพี่ ผมทำเกือบทั้งวัน"

 

"อย่ายอมแพ้ง่าย ๆ สิ"

 

"พี่ก็พูดได้นี่ครับ พี่ลองมาเป็นผมสิ" มันช์เถียง

 

"แล้วมึงรู้ได้ไงว่าการที่กูเรียนมาถึงปีสาม จะไม่เจอแบบที่มึงเคยเจอฮะมันช์?" มันช์เงียบกริบ ตอนที่พี่เติร์กย้อนกลับ

 

 

"บางทีถ้ามึงได้ลองทำใหม่อีกครั้ง หยิบจับไอเดียเก่ามาผสมไอเดียใหม่ ลองประยุกต์ไป ๆ มา ๆ อาจกลายเป็นผลงานที่ดีกว่ารอบแรกก็ได้"

 

"...."

 

"ถ้ามึงกลัวไม่ทันก็ไม่ต้องนอน"

 

"โห พี่เติร์ก ผมตายพอดี"

 

"มันช์ ถ้ามึงชอบหรือรักอะไรสักอย่าง ต่อให้อดหลับ อดนอนสองวันติด กูเชื่อว่ามึงก็สู้ "

 

"...."

 

"มึงลากเก้าอี้มานั่งนี่มา" คนที่นั่งตรงข้ามพี่เติร์กในตอนแรก ก็รีบยกเก้าอี้ไปนั่งข้างพี่เติร์กตามคำสั่ง

 

ฟึ่บ

 

    มันช์ตกใจเมื่อพอทิ้งตัวลงนั่งไม่ทันไร พี่เติร์กดึงมือมันช์ไปบีบกระชับแล้วเอ่ย

 

"ฟังกูนะมันช์ อย่ายอมแพ้ เพราะถ้ามึงไม่ยอมแพ้ กูก็จะไม่ยอมแพ้เหมือนกัน"

 

     มันช์สบตามองพี่เติร์ก โดยไม่พูดอะไร

 

"...."

 

"กูจะไม่นอนเป็นเพื่อนมึง โอเคไหม?"

 

 

     มันช์น้ำตารื้นขึ้นมา แล้วว่า

 

"พี่แม่ง" ฟังเด็กสบถก็อดอมยิ้มไม่ได้ เติร์กใช้กระดาษทิชชูซับน้ำตาให้

 

"มึงขี้แงจังวะ"

 

"ก็พี่เติร์กน่ะ พูดบ้าอะไรวะ"

 

"เอ้า!! ก็ปลอบมึงอยู่ไง"

 

         มันช์ก้มหน้ามองน้ำแข็งใสที่ตอนนี้ละลายกลายเป็นน้ำด้วยใบหน้าแดงก่ำ



 

        'ผมโคตรโชคดีเลย ที่ได้พบเจอพี่อีกครั้งนะ พี่เติร์ก'

 



"พี่เติร์ก"

 

"หืม ว่าไง"

 

      มันช์รู้แล้วว่า การห่างกันระหว่างมันช์และพี่เติร์ก มันทำให้บ่มเพาะความคิดถึงไว้มากแค่ไหน

 

"ตอนพี่ไม่อยู่อะ"

 

"อืม"

 

    มันช์ก้มหน้า อายเกินกว่าจะบอกและสบตาไปด้วย

 

"ผมคิดถึงพี่"

 

    เติร์กยิ้มกว้างยิ่งกระชับมือมันช์แน่น

 

"แล้วไงต่อ"

 

"ตอนนี้ เราเป็นแฟนกันเถอะนะพี่เติร์ก"

 

    เติร์กกลั้วหัวเราะเสียงดัง กับคำที่มันช์บอกออกมา มันเหมือนว่ามันช์ตามจีบเติร์กมากกว่าที่เขาได้ตามจีบมันช์เสียอีก

 

"ได้สิ" เติร์กยิ้ม แล้วจู่ ๆ เติร์กดึงร่างรุ่นน้องมากอดจนจมอก

 

 

"พี่เติร์ก นี่ไม่ได้อยู่ห้อง ผมอายนะเว้ย" มันช์ผละ ทั้งยังว่าตาเขียว

 

"มึงอายก็ดีกว่ามึงเครียด ถูกไหม?"

 

        ไม่มีคำไหนเลยที่เวลาพี่เติร์กพูดมา มันจะไม่กระแทกใจของมันช์ มันช์ถึงเงียบเพราะเถียงไม่ได้

 

"หายเครียดรึยัง?"

 

        มันช์พยักหน้า

 

"โอเค เดี๋ยวเรียกพนักงานเก็บเงินเลย"

.

.

.

.

"พี่มาถึงกรุงเทพกี่โมง" มันช์ถามตอนที่พี่เติร์กอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย แล้วตอนนี้ คนที่รู้สึกสบายตัวขึ้นก็กึ่งนั่ง กึ่งนอนอยู่บนเตียงสายตาจดจ่อไปที่ช่องมองภาพหน้าจอ LCD จากตัวกล้อง DSLR

 

"จำไม่ได้ว่ะ พอรถบัสจอดส่งที่มอ กูก็ดิ่งมาหามึงเลย"

 

"พี่ไม่เหนื่อยเหรอ?" มันช์บอกตอนที่มือก็สเก็ตภาพคร่าว ๆ ไปด้วย

 

"เหนื่อย แต่กูเป็นห่วงมึงมากกว่า" พี่เติร์กตอบตรง จนมันช์ใจสั่น

 

"แล้วกี่..."

 

"มันช์ถ้ามึงยังชวนกูคุยแบบนี้งานมึงจะไม่เสร็จ"

 

       คนที่พูดตรง ๆ แต่ไม่รู้ว่าไปกระทบใจคนขี้น้อยใจหรือเปล่า เติร์กถึงเห็นว่ามันช์สีหน้าเปลี่ยนไป เขาวางกล้องตัวใหญ่ลงบนเตียง ส่ายหน้าน้อย ๆ ผุดลุกขึ้นยืนเพื่อเดินมานั่งที่พื้นข้าง ๆ คนที่นั่งวาดภาพอยู่ตรงโต๊ะญี่ปุ่น

 



"กูเพิ่งรู้ว่าช่วงที่กูไม่อยู่ เป็นช่วงที่มึงเครียดพอดี"

 

"....."

 

       มันช์ชะงักมือทันทีเพื่อรอฟังพี่เติร์ก

 

"กูขอโทษนะที่ไม่ได้โทรหามึงเลย กูถ่ายรูปทั้งวัน แล้วพอตกดึกพวกเพื่อนมันก็นั่งกินเบียร์ คุยเรื่องภาพที่ถ่ายบ้าง คุยเรื่องเรียนบ้าง กูก็เลย...."

 

"ไม่เป็นไรครับพี่เติร์ก" บางทีมันช์ก็ไม่ควรงอแงกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เพราะการที่พี่เติร์กยอมพูดความจริง แสดงว่าเขาก็ยังคงสังเกตและใส่ใจ

 

"ตอนนี้เราเป็นแฟนกันแล้ว ถ้าวันไหนเราไม่ได้เจอกัน กูจะพยายามโทรหามึงบ่อย ๆ นะ"

 

"ได้ครับ พี่เติร์ก

 

"กูไม่กวนแล้ว มึงทำงานเถอะ"

 

      มันช์จะร้องไห้อีกรอบแล้ว ตอนที่พี่เติร์กพูดตรง ๆ ไม่มีถ้อยคำหวาน ๆ แต่มันช์กลับซาบซึ้งใจ และไม่รู้ว่ามันช์ขอมากไปไหม จู่ ๆ เขาก็อยากให้พี่เติร์กนั่งข้างกันตรงนี้ มากกว่าที่พี่เติร์กจะไปนอนอยู่บนเตียงนั่น



"พี่เติร์ก ผมอยากกินโรตีสายไหม"

 

"เอ้า ใครห้าม ก็ไปเอามาสิ กูซื้อมาให้แล้วน่ะ"

 

"พี่เติร์กทำให้ผมหน่อยสิ" มันช์ช้อนตามองคนที่นั่งหน้านิ่ง

 

"ตอบกูหน่อย อาการนี้ คือ ขี้เกียจ หรือ ขี้อ้อน?"

 

       คนที่ใฝ่ฝันอยากมีแฟนเป็นคนหวาน โรแมนติกชะงักงันทันที ตอนที่พี่เติร์กตอบเช่นนั้น อารมณ์อยากทำตัวน่ารักกับแฟนหายไปทันที

 

"พี่แม่ง หมดอารมณ์เลย"

 



     เติร์กมองคนนั่งหน้ามุ่ย ก็อมยิ้ม ก่อนจะลุกไปคว้าถุงโรตี สายไหม เปิดปากถุง แล้วบรรจงแผ่แป้ง เตรียมไส้ นั่งทำเพื่อให้แฟนของตัวเองได้กินตามคำร้องขอ

 

 

"อ้าปาก"

 

 

    มันช์นั่งกลั้นยิ้มพลางเหล่มองคนที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ กับการม้วนโรตีสายไหมให้ มันช์งับโรตีสายไหมที่พี่เติร์กป้อนให้แล้วรู้สึกใจวูบวาบ

 

"อร่อยจัง" 

 

"กูให้กินแค่อันเดียวนะ แล้วรีบทำงานได้แล้ว"

 

"ครับ"

 

      ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า? แต่แค่มีพี่เติร์กนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน มันช์ไอเดียโลดแล่น สามารถสร้างจินตนาการ ทำงานได้อย่างลื่นไหล

 

     แล้วจู่ ๆ คนที่เคี้ยวโรตีจนหมดปาก ก็วางดินสอ มองหน้าพี่เติร์ก ก่อนจะตัดสินใจบอกทุกอย่างหลังผ่านความว้าเหว่และความท้อแท้ใจมา



      ถ้าไม่พูดตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาสพูดตอนไหนอีก

 



"พี่เติร์กรู้ไหม เรื่องที่เกิดขึ้นมันทำผมเครียด ท้อแท้มากเลย มันเหมือนผมตัวคนเดียว ผมรู้สึกเคว้งคว้างยังไงไม่รู้"

 

"....." เติร์กนั่งฟังมันช์บอกเล่าอย่างเงียบ ๆ

 

"และถ้าไม่มีเรื่องงานพัง ผมจะไม่มีวันรู้เลยว่าผมต้องการพี่มากแค่ไหน ผมอยากมีพี่คอยให้คำปรึกษา คอยคุย คอยปลอบกันอยู่ข้าง ๆ ผมแบบตอนนี้ เพราะการมีพี่อยู่ ผมมีกำลังใจมากขึ้นจริง ๆ นะ" เติร์กนั่งยิ้มเหมือนคนบ้า ยามได้ยินมันช์ยอมพูดความจริงและความในใจให้เขาฟังจนหมดเปลือก

 

     และพอได้เห็นการกลับมาของอีกฝ่าย มันทำให้มันช์ได้ปลดล็อคความในใจลึก ๆ รวมไปถึงอะไรหลาย ๆอย่าง จนมันช์ไม่มีลังเล ดึงคอเสื้อยืดพี่เติร์กเข้ามาประกบจูบกัน

 

     แต่คนที่ยังอ่อนหัดทางด้านการสัมผัสแบบคู่รัก ก็ทำได้เพียงริมฝีปากแตะกัน เป็นฝ่ายรุกเขาก่อนแท้ ๆ แต่ครั้นจะให้จูบยาวต่อเนื่องกลับไปต่อไม่ถูก ยามนี้ ที่มันช์จูบไปก่อนหน้าจึงแทบไม่ต่างกับจูบแบบประถม

 

     ไม่ถึงนาที มันช์ผละออก หลุบตาลงต่ำ กัดริมฝีปากสั่น ๆ ฟากเติร์กทำหน้าอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าหล่อจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มแสนละมุน

 



"ผละออกทำไม กลับมานี่เลย" เติร์กว่าแล้วทันใดนั้น เติร์กก็รั้งคออีกฝ่ายให้เข้าไปใกล้เพื่อจูบต่อ



 

    เติร์กไม่รีบร้อน เขาบรรจงจูบอย่างช้าๆ และอ้อยอิ่ง จากนั้น เติร์กค่อย ๆ ใช้ปลายลิ้นเล่นเลียริมฝีปากของรุ่นน้อง ก่อนจะเริ่มรุกหนัก ทั้งยังจูบแรงขึ้นและนานขึ้น จนคนที่ประสบการณ์น้อยอย่างมันช์ชักติดใจในรอยจูบ เพราะสัมผัสได้ถึงพลังและการเติมกำลังใจให้มันช์มีแรงทำงานคืนนี้ได้อีกมากโข





...................................................

 :mew1: :mew1: :mew1:

ง่าาาา พี่เติร์ก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-03-2019 22:32:45 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
เอ้า!!!!จุดพลุฉลอง.....งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-6
 :-[
ดดดดดดดดดดดีต่อใจทั้งคู่

 :L2: :pig4:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2409
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

หวัย...บทจะไวไฟก็ไวซะปานจรวด  อิอิ

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2055
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • -
ดีใจ  หวานมาก  ฉลองจ้า  เป็นแฟนกันแล้ว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
เป็นแฟนกันแว้ววววว
กำลังใจมาพร้อมจูบบบบบบบบ
มันช์ไม่ร้องแล้วนะ
+1 ฮึบๆ
 :mew1:

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-0
     

บทที่ 17 กูคบใคร กูชัดเจนเสมอ





 


"มันช์ ๆ ตื่นไปอาบน้ำ" เสียงนาฬิกาปลุกดังปี้ป ปี้ป ทำให้เติร์กสะดุ้งตื่นลุกขึ้นมาปลุกแฟนตัวเอง ทั้งเขย่า และตบหน้าเบา ๆ มันช์ก็ยังไม่ลุกและขี้เซาไม่หาย



"อื้ออ" มันช์ง่วงงัวเงียจนไม่อยากจะลุกจากเตียง เนื่องจากมันช์ง่วงที่นอนไปได้ชั่วโมงเดียว และไม่น่าเชื่อว่า พี่เติร์กจะอยู่เป็นเพื่อนไม่นอนจริง ๆ



"ไอ้มันช์ อย่างอแง"



"อื้อ พี่เติร์กอย่าดุสิ" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นทั้ง ๆ ที่เปลือกตาปิดสนิท



   คนที่นอนน้อยไม่ต่างจากรุ่นน้อง นั่งมองหน้ามันช์ก่อนจะยกยิ้ม



"ง่วงใช่ไหม?" เติร์กรู้ดีว่ามันช์ต้องงอแง เพราะในสมัยเขาเรียนปีหนึ่งก็เป็นไม่ต่างกัน เขาจึงเรียกแฟนตัวเองเร็วกว่าเวลาที่ควรจะตื่น



    และพอเห็นแฟนยังไม่ลุก เติร์กก็ย้ำ



"แน่ใจนะว่าจะไม่ลุก?"



   เมื่อเติร์กไม่ได้รับการตอบรับ เขาจึงวางมือลงบนหน้าท้องของเด็กหนุ่มก่อนจะลูบไล้ช้า ๆ ไปยังหว่างขาและค่อย ๆ เข้าใกล้จุดสำคัญ



"ถ้ามึงยังไม่ตื่น กูจะ...."



"อื้อ  ลุกแล้ว ๆ"



   อีกนิดเดียวมือหนาจะถึงแก่นกลางลำตัวอยู่แล้วเชียว มันช์ผุดลุกจนเติร์กขำ



"อ้าว ทีงี้ลุกเร็วเชียว กูยังไม่ทันได้ทำอะไรมึ...ง"



"พี่เติร์กทำไมพี่ชอบแกล้งผมวะ?"



"ใครบอกว่ากูแกล้ง กูเอาจริง!"



"เบื่อพี่ชอบแกล้งผม" มันช์หน้างอลุกขึ้นไปคว้าผ้าขนหนูก่อนเข้าห้องน้ำ แต่มันช์แอบใจสั่นทุกครั้งเมื่อนึกถึงจูบเมื่อคืนที่กว่าจะถอนริมฝีปากออกจากกัน ก็ใช้เวลานานอยู่ ยังดีที่มันช์มีงานต้องทำ เพราะถ้าไม่มีงานเป็นข้ออ้าง มีสิทธิ์ว่า เมื่อคืนมันช์อาจโดนพรากความบริสุทธิ์ไปแล้วก็ได้

 

"แล้ววันนี้ พี่มีเรียนกี่โมง" มันช์ถามตอนที่เจ้าตัวกำลังยืนผูกเนกไท

 

"ไม่มีเรียน เพราะอาจารย์ให้หยุดทำรูปส่ง"

 

"อ้อ ถ้างั้นเดี๋ยวถึงปากซอยก็แยกกันเลยก็ได้"

 

"แยกทำไมก็ไปด้วยกัน" เติร์กบอกตอนที่นั่งปลายเตียงมองแฟนตัวเองยืนจ้องตรงหน้ากระจกเงา

 

"พี่จะไปทำไม กลับไปพักผ่อนเถอะ"

 

"ไปให้กำลังใจแฟนไง ไม่ได้เหรอ?"



กึก



     มันช์ใจเต้นแรงตอนที่พี่เติร์กเป็นฝ่ายเอ่ยถึงสถานะนั้นก่อน มันช์หลบตา ก้มหน้าคว้าผลงานตัวเองเตรียมออกไปส่ง แล้วสุดท้ายก็เอ่ยคำออกมา



"ขอบคุณนะพี่ ที่ยอมเป็นแฟนผม"





        เติร์กเลิกคิ้วมอง ทำไมมันช์ต้องใช้คำที่ดูเหมือนว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าเขา ทั้ง ๆ ที่เติร์กเป็นฝ่ายชอบมันช์ก่อนแท้ ๆ

.

.

.

.

     มันช์มีความสุขเป็นพิเศษ แม้ว่าเช้านี้ เขาจะต้องเดินเท้าเข้ามหาฯ ลัย เพราะโดยปกติทุกเช้า เขาจะเลือกใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์ แต่เพราะวันนี้ มีพี่เติร์กเดินเคียงข้างกัน มันช์จึงเดินอมยิ้มมาตลอดทาง รุ่นน้องแอบมองรุ่นพี่ที่แม้ดวงตาจะดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ใบหน้าคนหล่อยังประดับด้วยรอยยิ้ม  จนกระทั่ง มันช์และเติร์กเดินผ่านในอาคารของตึกเขียว เพื่อจะทะลุไปยังเอกศิลปกรรม เติร์กตกใจตอนมีคนเรียกชื่อเขา



      มันช์หันตามเสียงหวานแหลม ก็พบผู้หญิงผมยาวสีดำขลับ มีผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าสวยคมดุจไทยแท้ ราวกับนางในวรรณคดีไทย เธอสวยจนมันช์ยังยืนมองไม่กระพริบตา จึงแอบเหล่มองพี่เติร์กบ้างว่าอีกฝ่ายจะเกิดปฏิกิริยาอย่างไร ผลปรากฎว่า พี่เติร์กยิ้มหน้าบานจนน่าหมั่นไส้ จู่ ๆ มันช์ก็นึกไม่ชอบใจว่าทำไมพี่เติร์กต้องยิ้มกว้างขนาดนั้นด้วย



     'เห็นผู้หญิงสวยเป็นไม่ได้เลยนะ'





"เติร์ก เป็นไงบ้าง แพรไม่ค่อยเห็นหน้าเลย"



"เราก็อยู่เอกนะแพร ไม่ได้ไปไหน" ยืนมองรุ่นพี่ตอบเสียงอบอุ่น ผิดกับมันช์ที่พอเวลาพูดคุยกันไม่มีความละมุนให้กันสักนิด



"อ๋อ แล้วนี่เติร์กมีเรียนเช้าเหรอ..."



"เปล่าหรอก เราไม่มีเรียน เราแค่พาแฟนมาส่งงาน"



     หญิงสาวที่ทักทายเติร์กถึงกับไปไม่เป็นตอนที่ได้ยิน เธอชำเลืองมองมันช์ก่อนยิ้มแหย ๆ



"ขอโทษนะแพร เราขอตัวก่อน เดี๋ยวน้องเขาส่งงานไม่ทัน"



    เติร์กเอ่ยจบจับต้นแขนมันช์เดินผ่านหญิงสาวจนความรู้สึกของมันช์ที่ห่อเหี่ยวในตอนแรกกลับเบ่งบานราวกับดอกไม้รอรับแสงตะวันและสายน้ำ ถึงแม้ว่าในใจจะดีใจจนสุดโต่ง แต่ลึก ๆ ก็ยังมีคำถามชวนสงสัย



"ใครเหรอ? พี่เติร์ก"



"แพรเรียนนาฏศิลป์เคยจีบกู แต่กูไม่ได้คบเพราะไม่ได้ชอบ สุดท้ายก็เลยเป็นแค่เพื่อน ส่วนมึงก็ไม่ต้องหึงนะ" เติร์กพูดดักคอมันช์ทุกทาง จนคนที่ยังไม่ได้มีคำถามต่อก็ฉงน



"ใครจะหึงพี่วะบ้า"



     เติร์กอมยิ้มพลันเหลือบมองคนที่เสมองไปทางอื่น



"ไม่หึงก็ไม่หึงครับ แต่หน้ามึง เมื่อกี้ คือ แบบถ้ามีมีดคงพร้อมฆ่า"

 

"...."



     มันช์เดินไปอย่างเงียบเชียบ แล้วจู่ ๆ เขาตกใจตอนพี่เติร์กวาดแขนมาล็อกคอและหันมามองหน้า



"มันช์ กูคบใคร กูชัดเจนเสมอ ฉะนั้น เชื่อใจกู โอเคไหม?"



      มันช์ไม่ตอบแต่พยักหน้ารับ



"มีอะไรพูดกันตรง ๆ อย่าเก็บงำเอาไว้ มึงชอบ ไม่ชอบ หรือไม่พอใจอะไรบอกกู เพราะถ้าเก็บไว้นานจนถึงวันที่มันระเบิด กูกลัวว่ามันยากที่จะต่อกันติดเหมือนเดิม กูถึงเตือนไว้ก่อน ว่านี้ คือข้อตกลงระหว่างเรา เข้าใจไหม มันช์"



"ครับ"



"ครับ ๆ น่ะ ไม่ใช่ครับแต่ปาก เชื่อกูด้วย"



"พี่ชอบดุผมจัง"



"ไม่ได้ดุ แค่บอกไว้ เพราะกูอยากคบกับมึงไปนาน ๆ"



     มันช์เงียบกริบ แต่ใจเต้นรุนแรงตอนที่พี่เติร์กพูดจบ จู่ ๆ รุ่นพี่ก็ยกมือลูบหัวแล้วแอบเลื่อนหน้ามาจุมพิตข้างขมับไว ๆ ไม่ทันให้มันช์ได้หันไปด่า พี่เติร์กก็ยืดตัวตรงตบบ่ามันช์สองสามที อวยพรให้มันช์โชคดีกับการส่งงานให้อาจารย์

.

.

.

.

"อะไรยังไง? ทำไมมาพร้อมพี่เติร์ก" การที่ดาวส่งสายตากรุ้มกริ่มแถมถามมาแบบนี้ มันช์มั่นใจว่า ดาวต้องเห็นพี่เติร์กแอบจูบเขาแน่ ๆ แต่โชคดีหน่อยที่เพื่อนคนอื่นนั่งหันหลัง ส่วนรุ่นพี่ปีอื่นก็ยังไม่มีใครมารวมตัวที่ซุ้มเพราะมันยังเช้าอยู่

 

"พี่เขาไปนอนห้องกู" มันช์บอกดาว

 

"จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง" ภุชงค์บอก

 

"อย่าบอกนะว่า" ดาวหรี่ตามองเพื่อน

 

"กูเป็นแฟนกับพี่เติร์กแล้ว" มันช์ตอบเสียงแผ่วพลางก้มหน้าที่ร้อนผ่าว

 



     ทันทีที่มันช์พูดจบ ทุกคนส่งเสียงแซวแล้วยิ้มกว้างอย่างดีใจทั้งซุ้ม ยกเว้นขิงเพียงคนเดียว ที่กระแทกกระดานวาดรูปตรงข้างที่นั่ง ก่อนจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

.

.

.

.

      และแล้ว มันช์ส่งงานได้เป็นที่เรียบร้อยก็โล่งใจ ขึ้นเรียนวิชาต่อไปได้อย่างไม่มีอะไรให้กังวล จนกระทั่ง เสร็จสิ้นวิชาในรอบเช้า มันช์และพวกเพื่อน ๆ เดินไปที่โรงอาหาร มันช์จึงขอแวะไปหาพี่เติร์กก่อน เนื่องจากรุ่นพี่ตะโกนเรียกเสียงดัง มันช์เดินไปยังซุ้มพี่ปีสองที่พี่เติร์กนั่งอยู่



 

"เป็นไง ส่งงานทันไหม?"

 

"ทันสิครับ" มันช์บอก แต่เติร์กหรี่ตามองแฟนที่หน้าแดงก่ำ แถมดวงตาดูสู้แสงไม่ไหว วินาทีนั้น มันช์ตกใจตอนที่พี่เติร์กรั้งร่างมันช์ไปแทรกกลางหว่างขาและใช้มือเแตะตรงหน้าผาก

 

"มึงไม่สบายหรือเปล่า? มันช์" มันช์เม้มปากส่ายหน้าอย่างเขินอายที่สภาพเขาตอนนี้ถูกพี่เติร์กประคองเอวไว้หลวม ๆ ท่ามกลางสายตาทุกคนที่นั่งอยู่ที่ซุ้ม

 

"อะไรกันคร้าบพี่เติร์ก อย่าบอกนะว่าเกิดคู่รัก-คู่ใหม่ขึ้น" พี่อุ้ยแซวตามสไตล์ที่เห็นสองคนนี้ใกล้ชิดกันมากกว่าทุกครั้ง

 

"อืมใช่ มันช์เป็นแฟนกู"

 

"อร้ายยยยยยยย วิ้วววววว"

 

"คู่รักศิลปกรรมคู่ที่สิบห้าค่า"





"ดีนะที่พวกรุ่นพี่ปีสามไม่มีใครมากัน ไม่งั้นเสียงแซวคงดังไปถึงหน้ามอแน่ ๆ" รุ่นพี่ผู้หญิงปีสองอีกคนบอก

 

"ก็ถ้างั้น พรุ่งนี้ช่วยป่าวประกาศให้รู้กันทั้งเอกด้วยนะ จะได้ให้รู้กันทั่ว"



"พี่เติร์ก พี่ช่วยอายหน่อยครับพี่"

 

"กูลืมคำนั้นนานแล้ว ไปก่อนล่ะ แฟนกูไม่สบาย"

 

"อร้ายยยยยยยย เปิดเผยยยย"

 

"โอย!...บอกพี่ป๋อแน่"

 

"เกลียดคนมีความรัก"

 

       มันช์หน้าแดงทันที เพราะมันเป็นครั้งแรกที่พี่เติร์กพูดเต็มปาก เต็มคำ

 

"พี่ผมอายว่ะ"

 

"ถึงจุด ๆ นี้ มึงต้องยอมรับมันแล้วล่ะ"



"แล้วพี่จะไปไหน?"



"พามึงไปกินข้าวที่โรงอาหารไง มึงต้องกินข้าวเพื่อจะได้กินยาดักไว้กันป่วยนะ"



"...."



"มันช์ มึงหน้าซีดมากว่ะ" จากคนที่แค่เดินขนาบข้าง เลื่อนมือมาโอบเอวเพื่อประคอง แล้วโฉบแวะข้างทาง เดินไปนั่งตรงม้าหินเพื่อเช็คดูอาการ  ฟากมันช์ไม่ตอบอะไร ได้แต่นั่งมองพี่เติร์ก



"มึงน่าจะเรียนไม่ไหวแล้ว พักตรงนี้ก่อน กูจะเดินไปบอกพวกเพื่อนมึงให้ว่าจะโดดคาบบ่าย"



"พี่เติร์ก" จู่ ๆ มันช์ก็จับมือคนที่ลุกขึ้นยืน



"พี่อย่าทิ้งผม ไปด้วยกันสิ"



    เติร์กมองหน้ามันช์ก่อนจะยกยิ้ม



"มึงป่วยแล้วขี้อ้อนเหรอ?"



       มันช์ย่นจมูก ก่อนเบือนหน้าหนีแล้วลุกขึ้นเดินไปกับพี่เติร์ก หลังจากที่มันช์บอกเพื่อนก็แยกย้าย และตกลงกันแล้วว่าจะซื้อข้าวขึ้นไปกินที่ห้องกัน แต่เพราะเดินกลับบ้านคงเหนื่อย และเติร์กก็ไม่ได้เอารถมา เจ้าตัวเลยกะจะอาศัยรถคนอื่นด้วยการไปหาโฟล์คที่เอกดนตรี

 

"อ้าว พี่เติร์ก"  โฟล์คทักท่ามกลางรุ่นพี่ รุ่นน้องที่นั่งรวมตัวนับสิบ



"ไม่เจอนานนะ ไอ้เติร์ก" มันช์มองพี่เติร์กที่ดูสนิทสนมกับเด็กเอกดนตรีอยู่เหมือนกัน

 

"อืม กูยุ่ง"

 

"ยุ่งเชี่ยอะไร กูเห็นไอ้ป๋อมาม่อหญิงเอกกูทุกเย็น"

 

"ไม่เสือกสักเรื่องสิ ต้าร์"

 

"สัดเติร์ก"

 

           เติร์กยักไหล่ไม่สนใจ จนกระทั่งเติร์กเหลียวมองโฟล์ค



 

"โฟล์คขับรถไปส่งกูหลังมอบ้างดิ"



"ห้าร้อย"



"กวนตีนอีกที กูถีบมึงนะ"



"ใจร้าย"

 

"เร็ว ๆ โฟล์ค แฟนกูไม่สบาย" ทั้งโฟล์คและคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ หน้าอึ้งไปตาม ๆ กัน





"โอ้ยยย พี่เติร์ก พี่ไม่ได้อยากให้กูไปส่งแล้วล่ะ พี่แค่จะอวดว่าพี่เป็นแฟนกับไอ้มันช์แล้วใช่ไหม?"

 

"ก็ทำนองนั้น เร็ว ๆ มันช์มันจะยืนไม่ไหวแล้ว" โฟล์คดีดตัวลงจากโต๊ะตัวยาว และทั้งสามเดินลาจากเอกดนตรี เสียงรุ่นพี่ก็ดังขึ้น

 

"ไอ้เติร์ก อย่างนี้ เพื่อนกูที่ชอบมึงก็อกหักแล้วสิวะ" ได้ยินเสียงพวกรุ่นพี่เอกดนตรีตะโกนไล่ตามหลัง เติร์กตะโกนกลับไปอย่างไม่สนใจ

 

"เออ อกหักดีกว่ารักไม่เป็น ฝากบอกด้วย'

 .

.

.

.

"นอนพักก่อน ถ้ายังไม่หายจะพาไปหาหมอ"



"ครับ"





     มันช์รู้สึกหน้าร้อน กายร้อนเหมือนมีไข้รุม ๆ แต่เขาก็ยังยิ้มได้ เมื่อได้รับกำลังใจจากคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง ฟากเติร์ก ถึงแม้จะง่วงและเพลียเพราะแทบไม่ได้นอนตั้งแต่กลับมาจากการถ่ายรูป แต่เติร์กก็อดทน ดูแลคนที่ร่างกายอ่อนแอกว่า



"พักผ่อนซะ"



"พี่เติร์ก"

 

"อะไร"



"พี่จำคนที่เคยให้ฮาร์ทบีทพี่ได้ไหม?"




"........"



"คน ๆ นั้น คือ ผมเองพี่เติร์ก"

.

.

.

.

         ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า มีคนทั้งโกรธ ทั้งไม่พอใจ เมื่อได้รู้ว่ามันช์ตกลงคบกับพี่เติร์ก ขิงฮึดฮัดเดินมาเข้าห้องน้ำ แต่ขิงไม่คิดว่า เขาจะเจอรุ่นพี่ต่างคณะยืนล้างมืออยู่



"ขิง"



"พี่พีท"



"มาเข้าห้องน้ำเหรอ?"



"ครับ"



       ขิงที่หงุดหงิดก่อนหน้าก็อยากหาที่ระบาย และทันใดนั้น มือเรียวก็เดินไปลูบไล้ตรงแผงอกอีกฝ่าย



"ผมเบื่อจังครับ อยากหาอะไรทำสนุก ๆ"



       พีทยิ้มมุมปาก ก่อนใช้ปลายนิ้วโป้งบดคลึงริมฝีปาก คนที่เพิ่งใช้วาจายั่วยวนเขา



"พี่พอมีเวลาสิบห้านาที ก่อนขึ้นเรียน" พีทยิ้มและก้มลงกระซิบบอกข้างหู



"ก็ได้ครับ"



        ใบหน้าขาวใสแต้มรอยยิ้มหวานฉ่ำ ก่อนจะจูงมือพี่พีทไปยังห้องน้ำด้านในสุด....



       









............................................. 

** อ๋อยยยย! ช่วงอวยพระเอก พี่เติร์กน่ารักจัง นอกจากจะเป็นคนชัดเจนแล้วก็ขี้อวดแฟนเนอะ...
 :mew3: :mew3: :mew3: :mew3:
 ** ขิงเพลา ๆ หน่อยลูก
[/b]

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-03-2019 19:48:24 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2409
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
 :pig4: :pig4: :pig4:

สรุปว่า  อิขิงแรดเงียบจ้า

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
ชัดเจนแบบเน้...เพ่ชอบ...บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ    o13 o13 o13

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 425
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ rinyriny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 265
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-0
 


     

บทที่ 18 ต่างก็รำลึกความหลัง







 

 

 

     เปรี้ยงงง!

 

"ฮืออออ" 



       หกโมงครึ่งที่เด็กมอสามยืนร้องไห้เพียงลำพังอยู่ที่โรงเรียน วันนี้ มันช์ไม่ยอมกลับบ้านแม้จะผ่านเวลาเลิกเรียนมาหลายชั่วโมง เหตุเพราะมันช์ทะเลาะกับแม่อย่างหนักและไม่รู้จะไปสิงสถิตที่ไหน จึงนั่งร้องไห้หลบทำใจอยู่ตรงม้าหิน แต่นั่งได้ไม่นาน จากฝนโปรยปรายก็ตกลงมากระหน่ำ จนมันช์ต้องวิ่งหากำบังเพื่อหลบฝน จนบัดนี้อยู่ใต้กันสาด



         มันช์แหงนมองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ดำทะมึน ไร้ความสดใสเช่นเดียวกับชีวิตเขาในตอนนี้ มันช์ยืนร้องไห้ได้ไม่นาน เขาได้ยินเสียงฝีเท้ากระทบแอ่งน้ำตื้นบนถนน จึงเหล่มองก็พบรุ่นพี่คนหนึ่งวิ่งมาหลบฝนอยู่ใกล้ ๆ มันช์รีบปาดน้ำตาเพราะไม่อยากให้ใครมองว่า ขี้แย



        ครู่หนึ่ง มันช์เหลือบมองเส้นผมสีดำที่เปียกลู่จนแนบกรอบหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะเห็นรุ่นพี่คนนั้นก้มหน้าพร้อมยกมือสะบัดไล่น้ำฝนออกจากศรีษะ มันช์มองตั้งแต่หัวจรดเท้าที่รุ่นพี่ตัวเปียกมะล่อกมะแล่กเหมือนลูกหมาตกน้ำ เสื้อนักเรียนตัวใหญ่เปียกแนบไปกับลำตัว ในทุกการกระทำที่ดูธรรมดาทั่วไป แต่ทำไมพอเป็นคนนี้ทำถึงดูมีเสน่ห์เหลือหลาย





        คนที่มองรุ่นพี่ไม่ละสายตา เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาหันมาและเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้ ๆ



"แค่ฝนตก ทำไมต้องร้องไห้ กลัวฟ้าร้องเหรอ? ไอ้ตัวเล็ก" มันช์หลบตาจากการเห็นรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของรุ่นพี่คนนั้น และมันช์ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เขารู้



"ร้องไห้บ้าอะไร ไม่ใช่สักหน่อย?"



       มันช์ว่าอย่างเคือง ๆ  เขาไม่พอใจที่นอกจากจะทะเลาะกับแม่แล้วยังต้องมาเจอคนกวนประสาทกันอีก และดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องสนุกของพี่คนนั้น พอรู้ว่ามันช์ไม่ชอบใจ เขาก็หัวเราะแข่งกับเสียงฝน และก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนท่อนแขนของทั้งสองถูกัน



"ปากดี ไอ้ตัวเล็ก"





       มันช์ชักสีหน้าพลางคิดในใจ ที่อีกฝ่ายมาว่าเขาตัวเล็ก ทั้ง ๆ ที่เตี้ยกว่าพี่เขาไม่กี่เซ็นต์หรอก



      แม้จะรู้สึกหงุดหงิดในตอนแรก แต่พอได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองท่ามกลางฝนตก มันช์กลับใจเต้นแรง ไม่รู้ว่าเพราะหน้าตาที่หล่อเหลา หรือความเป็นมิตร การชวนคุยของอีกฝ่ายจึงทำให้มันช์รู้สึกประทับใจในการพบหน้ากันครั้งแรก



"เรียนมอสาม?" เติร์กถาม เพราะเห็นจากจุดเล็กสามจุดที่ปักอยู่ตรงปกเสื้ออีกฝ่าย



"อืม" มันช์พยักหน้าแกน ๆ ก่อนจะลูบแขนเพราะเริ่มหนาว



"แล้วชื่ออะไร?"



"ทำไมผมต้องบอกพี่"



"เล่นตัวว่างั้น?" รุ่นพี่คนนั้นถาม แต่มันช์ก็ยังยืนเงียบ จนกระทั่งมีเสียงเล็ดลอดผ่านสายฝน



"อ้าวไอ้เติร์ก กูเอาร่มมาให้"



       มันช์มองไปตามเสียงที่เห็นเพื่อนของรุ่นพี่คนนั้นยืนกางร่มกลางสายฝนพร้อมในมือถือร่มอีกคัน



       มันช์เห็นพี่คนนั้นก้าวยาว ๆ ไปรับร่มในมือเพื่อน เขากางร่มและหมุนตัวมาหามันช์ ก่อนจะจับข้อมือมันช์ให้เดินเข้าไปอยู่ใต้ร่มคันเดียวกันแต่มันช์ตกใจจึงสะบัดมือออก



       รุ่นพี่ยืนนิ่ง ก่อนจะตัดสินใจยัดร่มใส่ไว้ในมือของมันช์ให้ถือเอง



"เอาไป ไอ้ตัวเล็ก"



"ให้ผมทำไม"



"กลับบ้าน มืดแล้ว อันตราย ฝนน่าจะไม่หยุดตกง่าย ๆ"



      มันช์เห็นการบอกอย่างเป็นห่วงพร้อมส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ ยิ่งทำให้มันช์หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่ได้สนิทสนมกัน แต่เขากลับแสดงความเป็นห่วงอย่างจริงใจ และตอนนี้ พี่คนนั้นวิ่งไปหาเพื่อนที่กางร่มอีกคันเรียบร้อยแล้ว



"พี่ชื่อเติร์ก เรียนอยู่มอห้าทับเก้า ไปล่ะ ไอ้ตัวเล็ก"



"ไอ้เติร์ก นั่นร่มกู" มันช์เห็นเพื่อนของรุ่นพี่คนนั้น บ่นออกมาอย่างอารมณ์เสีย



"เออ เดี๋ยวกูซื้อคืนให้"



     แม้ความมืดมิดของท้องฟ้าคืบคลานเข้ามาจนไม่สามารถเห็นหน้าพี่เขาได้ชัด แต่น่าแปลกที่มันช์กลับจดจำรายละเอียดบนใบหน้าหน้าพี่คนนั้นได้ชัดเจน

.

.
.
.
"พี่ครับ เพื่อนผมฝากมาให้"





     เติร์กมองหน้าเด็กหนุ่มที่มารอดักอยู่แถวลานม้าหินหลังโรงเรียนและยื่นซองที่บรรจุลูกอมเม็ดหัวใจมาให้



"แล้วทำไมเพื่อนน้องไม่เอามาให้เอง"



"เพื่อนผมเป็นคนขี้อาย"



"เพื่อนน้องชื่ออะไร?"



"มันช์ครับ"



"แล้วเอามาให้ทำไม?"



"เพื่อนผมชอบพี่" เติร์กเลิกคิ้วมองเด็กหนุ่มที่ยิ้มกว้าง เขารับไว้ ทั้งที่ในใจมีคำถาม



"ฝากบอกเขาด้วยว่าขอบคุณ"



      ตั้งแต่ได้เห็นพี่เติร์กเป็นสุภาพบุรุษยอมเสียสละร่ม ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน นับตั้งแต่วันนั้น มันช์จึงตัดสินใจเดินหน้าจีบพี่เติร์กด้วยการให้ลูกอมรูปหัวใจเป็นสื่อแทนความในใจ และทุกวันมันช์ไม่เคยไปเอง เขากลับใช้เพื่อนให้เอาไปให้ เวียนทุกคนจนครบ



        เป็นเวลาเดือนกว่า ๆ ที่มันช์ให้ลูกอมพี่เติร์กมาได้สักระยะ จนมาวันหนึ่ง พี่เติร์กได้ให้ช็อคโกแลตมาหนึ่งกล่อง พร้อมแปะโน๊ตสีเหลืองที่ระบุตัวเลขกำกับไว้เก้าตัว



        ในวันนั้นมันช์ใจเต้นแรง หน้าแดงอย่างไม่คิด ไม่ฝันว่า สุดท้ายพี่เติร์กจะยอมให้เบอร์ ทั้ง ๆ ที่ตอนแรก มันช์เคยขอแล้วพี่้เขาไม่ยอมให้ แต่แล้ว คนที่ยังไม่เคยมั่นใจในตัวเอง ก็ไม่กล้าโทรจนผ่านไปแล้วสามวัน



"วันนี้ พี่เขาถามว่าทำไมมึงไม่โทรไป" แบงค์ถามมันช์ ตอนที่วันนี้ มันช์ยังฝากเพื่อนเอาฮาร์ทบีทไปให้อีกรอบ





"กูไม่กล้า"  มันช์ตอบเพื่อน



"มึงกลัวอะไรวะ"



"กูกลัวพี่เขาไม่ชอบกู"



"แต่มึงให้ลูกอมเขามาจะสองเดือนแล้วเพิ่งจะมากลัวเนี่ยนะ? กูถามจริงมึงกลัวอะไรวะ?"



      มันช์เงียบ ลึก ๆ เขาก็กลัวผิดหวัง เนื่องจากพี่เติร์กมีคนเข้ามาจีบเยอะแยะ และแต่ละรายก็หน้าตาดีแทบทั้งนั้น มันช์รู้ตัวเองดีว่า เขาไม่ได้โดดเด่นอะไร เลยคิดไปเองว่าเป็นแบบนี้นี่แหละสบายใจดี หากจะเป็นแค่คนแอบชอบ แอบรักอย่างนี้ แถมที่สำคัญตอนนั้น เขาก็ไม่แน่ใจว่า พี่เติร์กมีรสนิยมชอบชายรักชายหรือไม่



"โอเค กูไม่เซ้าซี้ ขอแค่คำเดียว  ตอนนี้มึงจะหยุดหรือจะสู้ต่อ" แบงค์ถาม มันช์เงียบอยู่นานก่อนจะพยักหน้า



"ถ้างั้นกูบังคับให้มึงโทรหาพี่เขาวันนี้ กูขอนอนค้างบ้านมึงจะยืนกดดันมึงเอง"

.

.

.

.

"สวัสดีครับ ขอสายพี่เติร์กครับ"



[พูดอยู่]



     มันช์ใจเต้นแรงตอนที่ปลายสายบอกว่าเขาคือเจ้าของชื่อ มันช์ยืนเหงื่อแตก และหันไปหาแบงค์ที่ยืนกดดันด้วยสายตา



     ยามนี้ มันช์ยืนคุยอยู่ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหาพี่เติร์กผ่านโทรศัพท์บ้านของเขา และกว่ามันช์จะได้โทรหาพี่เติร์กเขาต้องผ่านการยืนรอต่อคิวมาแล้วมากกว่าห้าคนขึ้นไป



"อะ เอ่อ  ผะผม...คือคนที่ให้ลูกอมพี่นะครับ"



[คนที่ให้ลูกอมพี่ไม่ใช่ผู้หญิงเหรอ?] มันช์ใจเสีย ตอนที่พี่เติร์กตอบกลับเช่นนั้น



"พี่ไม่ได้ชอบผู้ชายใช่ไหมครับ ผมขอโทษนะค..."



     มันช์เตรียมจะวาง เพราะเขารู้ตัวแล้วว่าพี่เติร์กคงไม่ชอบ แต่ทันใดนั้น



[แล้วใครบอก? คิดเองอีกแล้ว มันช์]



      มันช์เงียบ ใจสั่นที่ได้ยินตอนที่พี่เติร์กเรียกชื่อเขา

 

[แล้วโทรมาหาทำไม?]



"......"  มันช์เงียบใจสั่นรุนแรงจนยังไม่ทันอ้าปาก



[ถ้าไม่บอกเหตุผลจะวางสายแล้วนะ]



"ผะ....ผมชอบพี่ครับ"





         ฝั่งมันช์เงียบ แต่ได้ยินเสียปลายสายดัฝตะกุก ตะกัก คล้ายคนดักฟังโทรศัพท์



[ทีอย่างนี้กล้าบอก แต่พออยากเห็นหน้าทำไมไม่มาเจอ]



"คือผม....ผม"



[นี่ชอบกันจริงป่ะเนี่ย]



"ผมไม่ใช่คนหน้าตาดี ผมกลัวว่าพี่จะไม่ชอบผม"



[แล้วนึกยังไง มันช์ถึงมาชอบพี่ล่ะครับ?]  มันช์เงียบ เมื่อพี่เติร์กเปลี่ยนเรื่อง ส่วนตัว มันช์ไม่กล้าบอกว่าที่ชอบ สาเหตุเป็นเพราะพี่เติร์ก คือ คนที่ให้ร่มคันนั้น



    และในขณะที่มันช์เงียบนาน ก็มีเสียงเคาะกระจกจากข้างนอกตู้โทรศัพท์



"น้องคะ พี่มีเรื่องด่วนช่วยรีบคุย ได้ไหมคะ" มันช์ลนลาน ตกใจที่ผู้หญิงส่งเสียงดุใส่ มันช์รีบวางหูโทรศัพท์ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ร่ำลา และมันช์ก็โดนแบงค์ด่าไปโดยปริยาย



        จากวันนั้น มันช์ก็นัดเวลาโทรหาและคุยโทรศัพท์กับพี่เติร์กอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี จนกระทั่ง วันหนึ่ง วันที่ทั้งสองตัดสินใจนัดกัน



       ปลายทาง คือ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง



       มันช์เดินทางมาก่อนเวลา เพราะตื่นเต้น แต่เวลาผ่านไปแล้วสองชั่วโมง มันช์ชะเง้อคอมองจนเหนื่อย ก็ยังไร้วี่แววว่าพี่เติร์กจะมา มันช์เดินวนจนทั่วสวนสาธารณะเพื่อหาตู้โทรศัพท์ในการจะโทรหา จนกระทั่ง มันช์โทรไปยังเบอร์โทรศัพท์บ้านพี่เติร์กอีกครั้ง ปลายสายคือเสียงผู้หญิงวัยกลางคนรับสายและบอกว่า พี่เติร์กไปติวหนังสือที่บ้านแฟนสาว ทันทีที่ได้ยินการบอกมาอย่างนั้น มันช์เสียใจ ไม่รู้ว่าพี่เติร์กต้องการอะไรที่หลอกเขามาตามนัดและสุดท้ายตัวเองก็เบี้ยว ที่สำคัญทำไมไม่บอกความจริงว่าตัวเองมีแฟนแล้ว มันช์เดินกลับบ้านไปอย่างไร้วิญญาณ ใจสั่น วูบหวิวมาตลอดทาง เพราะไม่คิดว่า เขาจะอกหักไวขนาดนี้ จากจุดนั้นเองที่ทำให้มันช์เลือกตัดขาดจากพี่เติร์ก ไม่ส่งลูกอมให้ ไปจนถึงไม่ติดต่อหาพี่เติร์กอีกเลย จวบจนกระทั่ง มันช์ได้มาพบเจอพี่เติร์กที่มหาฯ ลัย คนที่ปากบอกว่าไม่มีวันสนใจคนที่หลอกลวงกันก็พลันมลายหายไปทันทีที่ได้เห็นหน้าผู้ชายที่ให้ร่มเขาในอดีตวันนั้น และการกระทำทุกอย่างที่แลดูใส่ใจกัน มันช์จึงใจอ่อนคล้ายขี้ผึ้งลนไฟอีกครั้ง

.

.

.

.

"แล้วทำไมมึงไม่มาตามนัด"



      เมื่อมันช์หายป่วย ร่างกายกลับมาแข็งแรง คนที่ยังมีคำถามค้างคาก็ชวนมันช์คุยถึงเรื่องในอดีตให้กระจ่างกันอีกครั้ง



     มันช์งงเมื่อได้ยินคนที่เติร์กพูดมาเช่นนั้น พี่เติร์กเองต่างหากไม่ใช่หรือ ที่ไม่มาหาเขาตามนัด



"พี่เองต่างหากที่ทิ้งผม?"



"วันที่เรานัดกัน กูกำลังออกจากบ้าน แม่กูบอกว่า มึงโทรมาให้กูเปลี่ยนไปหาที่ห้างแทน กูไปห้าง เดินวนจนทั่ว รอตั้งแต่สิบเอ็ดโมงจนห้าโมงเย็นมึงก็ไม่มา จะโทรหาที่บ้านมึงก็ไม่ได้ เพราะกูก็เลินเล่อเองลืมขอเบอร์โทรศัพท์มึงไว้"





     มันช์อึ้ง ที่ได้ยินถ้อยคำที่ต่างกันสิ้นเชิง



"ไม่จริงนะพี่เติร์ก ผมก็รอพี่เหมือนกัน ผมรอที่สวนสาธารณะและพอผมโทรไปแม่พี่บอกว่าพี่ไปติวหนังสือกับแฟน"



    ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ ทั้งสองต่างก็รำลึกความหลัง และพอได้รู้ความจริงจากปากของกันและกัน ทำให้ได้รู้ว่าที่ผ่านมานั้น สถานการณ์ได้บิดเบี้ยวเพียงเพราะใครบางคนจงใจแยกมันช์และพี่เติร์กให้ห่างจากกัน



        เติร์กเพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแม่เขาเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งสองเข้าใจผิด



"เอ้ะ แต่ทำไม พอผมบอกว่า ผมคือคนนั้น พี่ดูไม่ตกใจ"



        เติร์กยิ้ม



"เอาจริง ๆ ปะ กูน่ะจำหน้ามึงไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แค่คลับคล้าย คลับคลา แต่พอเห็นชื่อและนามสกุลมึงที่เขียนในสมุดลายเส้นวันนั้น ถึงรู้ว่ามึงคือใคร?" เติร์กเหมือนคนสมองปลาทอง บางเรื่องก็จดจำได้แม่น แต่บางเรื่องเขาก็หลงลืมมันได้อย่างง่ายดาย



"พี่หมายความว่าไง?"



"มึงคงลืมว่ามึงเป็นคนบอกกูเองว่าเรียนห้องอะไร และมันประจวบเหมาะกับที่เพื่อนกูมีน้องชายและเรียนห้องเดียวกับมึงพอดี กูเลยหลอกถามตารางเรียน ชื่อจริงมึงกับน้องชายเพื่อน เพื่อที่กูจะไปคุยเรื่องที่เกิดขึ้นว่าทำไมมึงปล่อยให้กูรอที่ห้าง แต่ก่อนหน้าวันที่กูตั้งใจจะไปเคลียร์ปัญหา กูดันเห็นมึงยืนจูบใครก็ไม่รู้ใต้ต้นไม้ข้างห้องน้ำ"



         มันช์เงียบ ตอนที่เขานึกขึ้นได้



"แต่ผมยังไม่ทันได้จูบเขานะพี่ คือ ตอนนั้น เพื่อนผมหวังดี เห็นผมเสียใจจากพี่ มันเลยแนะนำรุ่นพี่คนหนึ่งมาให้ แต่ผมไม่ได้ชอบเขา เลยนัดกันไปคุย แต่พี่เขาโกรธหรือไม่ก็คงรู้สึกเสียหน้า พี่เขาไม่พอใจเลยทำแบบนั้น แต่ผมขัดขืนนะ"



"จริงเหรอวะ?"



"จริง ๆ พี่เติร์ก นึกเรื่องวันนั้น ผมยังกลัวเลย อะไรกันก็ไม่ชอบ ทำไมต้องทำรุนแรงแบบนั้นด้วยแถมอยู่ในโรงเรียนแท้ ๆ แต่พี่คนนั้นยังกล้า"



       เติร์กเงียบ ทำไมเหตุการณ์ทุกอย่างตอนนััน ถึงช่างไม่เป็นใจจนทำให้เขาทั้งสองได้แยกย้ายกันไปตามทาง แต่มันก็น่าแปลกที่สุดท้าย โลกก็เหวี่ยงให้เขาได้มาพบเจอกันอีกครั้ง



      เติร์กอาจมีความคิดที่แตกต่างจากมันช์อยู่หลายอย่าง เติร์กไม่ได้สนใจว่ามันช์จะเป็นคนที่เคยเจอกันมาก่อน หรือ จะเป็นคนใหม่ที่เติร์กไม่เคยรู้จัก มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาจีบมันช์ในปัจุบัน เขาชอบมันช์ที่มันช์เป็นมันช์อย่างทุกวันนี้ต่างหาก แต่มันอาจเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยที่เข้ามาในชีวิตของเขาให้ประหลาดใจว่า เขาโชคดีที่ได้เจอะคนที่เคยรัก เคยชอบพอมาก่อนก็เท่านั้น



     เติร์กยิ้มและดึงร่างมันช์เข้ามากอดโดยไม่พูดอะไร แต่เป็นมันช์เองที่ยังเป็นเจ้าหนูจำไม สงสัยไปทุกเรื่อง



"เออ แล้วถ้าพี่เติร์กรู้ว่าผมคือใคร? ทำไมไม่บอกผม ปล่อยให้มันผ่านมานานขนาดนี้ได้ยังไง"



"สนใจอดีตทำไม ในเมื่อเราสองคนก็ไม่มีใครสมหวัง"



     จากที่ถกเถียงจวนเกือบจะทะเลาะ สุดท้ายก็กลายเป็นลงเอยที่การจูบ คนที่เลือกให้การสัมผัสเป็นการยุติสงครามทางวาจาทั้งหมด กำลังสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปาก ต้อนกวาดน้ำหวานจนทั่ว ก่อนจะผละมาเล่นริมฝีปากทั้งบนและล่างอย่างหยอกเย้า



"ช่างมันเถอะ มันช์ อดีตจะเป็นยังไง ช่างมัน จำไว้ว่า ปัจจุบัน มึง คือ แฟนกู และเป็นคนที่กูอยากใช้ชีวิตร่วมด้วยมากที่สุด"

.

.

.

.

      วันนี้ วันศุกร์เป็นวันที่พวกมันช์นัดกันไปกินหมูกระทะ เพื่อบรรเทาความเครียดกันสักหน่อย และในระหว่างที่เดินลงมาจากตึกร้อยปี มันช์ได้ยินเสียงเรียกชื่อจากปากลุงรหัส เมื่อเดินเข้าไปใกล้เรื่อย ๆ มันช์เห็นพี่เติร์กนั่งพิงเสาในซุ้มมองมายิ้ม ๆ เขากวาดตามองทั่วซุ้ม วันนี้ซุ้มของพี่เติร์ก มีพวกรุ่นพี่เกือบทุกชั้นปีนั่งอัดแน่นกันเต็มซุ้ม พอเห็นอะไรบางอย่างถึงเข้าใจ



"เบียร์ไหม?" พี่ป๋อยื่นแก้วพลาสติกให้



"พี่นี่มันสถานศึกษานะ" มันช์ถามอย่างสงสัย



"ไม่ใช่เวลาเรียนแล้วมึง" ป๋อบอก มันช์ก้มดูเวลาที่นาฬิการู้หรอกว่าเวลานี้มันหกโมงเย็นแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในมหา ฯ ลัยอยู่ดี



 "กูดื่มเพื่อจินตนาการ" เติร์กบอก มันช์มองหน้าทันที มีด้วยหรอวะ ดื่มเพื่อจินตนาการ  แล้วพี่โต๋ก็เสริมต่อว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ก่อนเริ่มทำงาน พวกเขาจะบิ้วอารมณ์ด้วยการดื่มเบียร์ แต่ไม่ถึงกับเมา เอาแค่พอได้ที่ จากนั้นก็ทำงานยันเช้า



"แล้วนี่ มึงจะไปไหน?"



"ผมจะไปกินหมูกระทะ"



"ไม่ชวน" มันช์เลิกคิ้วมองพี่เติร์ก



"ก็ผมไปกินกับเพื่อน"



"กูก็พูดไปแบบนั้นแหละ" แล้วจู่ ๆ พี่เติร์กก็ดึงมันช์ไปนั่งข้าง ๆ ลูบหัวโดยไม่พูดอะไร จนมันช์อายที่เห็นพวกพี่คนอื่น ๆ เตรียมแซว



"พี่เมาไหมเนี่ย?"



"เมาบ้าอะไร เพิ่งกินไปสองแก้ว กินเสร็จให้กูไปรับที่ร้านไหม?"



"มะ...ไม่ต้อง"



  แล้วจู่ ๆ พี่เติร์กก็อมยิ้ม ก่อนพูดเสียงดังกว่าเก่า



"ถ้ามึงบอกไม่ กูจะไป เพราะกูรู้ลึก ๆ มึงคิดยังไง?" เติร์กยิ้ม ก่อนจะยกมือประคองใบหน้าของมันช์พลางใช้ปลายนิ้วลูบวนบนแก้มอีกฝ่าย



"สัดเติร์ก บ้านมึงผลิตน้ำตาลเหรอ?"



"โอ้ย ไปรักกันไกล ๆ"



"สัดเบียร์กูหวานเลย"



"พี่แม่ง อย่าแกล้งผมดิ ผมไปกินหมูกระทะแล้ว" มันช์ว่าอย่างอาย ๆ ก่อนที่เติร์กจะลุกตามแล้วเดินกอดคอมันช์



"พี่เติร์กเป็นอะไรเนี่ย วันนี้ทำตัวรุ่มร่ามว่ะ"



"น้อง ๆ ครับ พี่ขอพามันช์ไปเข้าห้องน้ำแป๊ปนะครับ"



"แหนะ ลุงรหัสคะ จะทำมิดี มิร้ายเพื่อนหนูเหรอ?"



"เวลาแค่นี้ไม่พอหรอกครับ"



        เติร์กอมยิ้ม ก่อนลากมันช์ไปเข้าห้องน้ำและปล่อยให้เพื่อน ๆ นั่งรอกัน เวลามีน้อยเติร์กจึงรีบดึงมันช์มาใกล้ แอบจูบที่เปลือกตา ประทับริมฝีปากไล่ไปเรื่อยจนถึงริมฝีปากที่คุ้นเคย เป็นเวลาหลายวันแล้วที่ทั้งสองห่างกัน เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีงานต้องทำรวมถึงเวลาที่ต้องมีส่วนตัว เติร์กจูบด้วยความคิดถึง แม้ว่าอยากทำอะไรต่อมิอะไรมากกว่านี้ นานกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่เพื่อนมันช์รออยู่



"ระวังตัวด้วย กลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ"



"พี่ผมโตแล้วน่า ห่วงอย่างกับพ่อ"



"กับมึง กูเป็นให้ได้หมด เพื่อน พี่ แฟน แด๊ดดี้ สามี คู่ชีวิต"



"พูดบ้าอะไร ทะลึ่งว่ะพี่" มันช์ว่าหน้าแดง ส่วนเติร์กก็หัวเราะก่อนจะโยกศรีษะมันช์เบา ๆ



    มันช์เห็นพี่เติร์กยิ้ม แต่กลับทำหน้ากระอักกระอ่วน เขาเงียบ ก่อนพูดอะไรออกมา



"มันช์บางทีมึงก็หัวอ่อนไปนะ การคบคนด้วยความจริงใจเป็นสิ่งที่ดี แต่กับบางคนอย่าทุ่มใจมากเกินไป ระวังไว้บ้างก็ดีนะ"



"พี่เติร์กพูดถึงอะไร ผมงง"



"สัญญากับกูได้ไหม? ไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้น มึงจะเชื่อใจและไว้ใจกู"



"......"



"สัญญาไหมมันช์"



"อื้ม สัญญาครับ"




"ไปกินหมูกระทะเหอะมึง กินเผื่อกูด้วยล่ะ" พี่เติร์กจูบตรงหว่างคิ้ว ไล่จนถึงปลายจมูก



 

        มันช์มองคนที่เดินออกไปก่อนก็ยิ้มไม่หุบ มันช์ชอบพี่เติร์กที่ไม่เคยก้าวก่ายช่วงเวลาของกันและกัน เขาไว้ใจ ให้เกียรติและไม่ตามติดแจหรือแม้แต่หึงหวงกันอย่างไร้สาระ ทั้งหมดที่กล่าวมา มีแต่มันช์เองทั้งนั้น ที่งี่เง่าใส่พี่เติร์กตลอด





"อิจฉามึงเลยว่ะ ได้แฟนโคตรดี อยากได้อย่างพี่เติร์กบ้างจัง" ดาวบอก



"ไม่ขนาดนั้นหรอก มันก็ธรรมดาทั่วไปไหมวะ?" มันช์บอกอย่างถ่อมตัว



"มึงไม่รู้อะไร ยังมีอีกเยอะนะคนที่ปากบอกรัก ๆ แต่พอการกระทำแม่งตรงกันข้าม บางคนก็มีแฟนนะ แต่กั๊กความสัมพันธ์ บางคนก็คบซ้อน คบเผื่อเลือกมากมาย กูผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ มันช์เชื่อกูเถอะว่ามีของดีแบบนี้ รักษาไว้ดี ๆ ล่ะ"

 

"อื้ม ขอบใจวะดาว"



"นั่นสิ พอดาวพูดมา ขิงก็อิจฉาเหมือนกันเลย" มันช์หันไปมองขิงที่อยู่ ๆ ก็โพล่งขึ้นมา แต่คำว่าอิจฉาที่ขิงและดาวพูดช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่าง

 

 

 

 

 

.................................................

*อัพเดท >แก้ไขคำผิดตามคอมเมนท์ คุณ warin * ขอบคุณมากเลยที่ช่วยดูให้นะคะ

พบกับตอนต่อไปในชื่อตอนที่ว่า ระเริงรักในวันฝนตกค่ะ อิอิ :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew3: :mew3:

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-03-2019 21:16:56 โดย rinyriny »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-6
กลัวขิงงงงงง ฮื่อออ

 :L2: :L1: :pig4:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2055
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
    • -
ขอบคุณค่ะ
ทำไม่ดีไม่ร้าย-------)ทำมิดีมิร้าย

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2722
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
มันซ์..โปรดระวัง ขิง...งงงงงงงงงง   :hao5: :hao5: :hao5:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด