เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ | Not today, he said. [ตอนพิเศษ] 05/10/20
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ | Not today, he said. [ตอนพิเศษ] 05/10/20  (อ่าน 125610 ครั้ง)

ออฟไลน์ Once

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นกลับบทบาทหน้าที่กันซะงั้น พี่อู๋ดูเป็นพระเอกเว่อร์ ๆ มาหลาายตอน จนสองสามตอนล่าสุดได้รับตำแหน่งคนเหี้ยจากน้องก้องไปเรียบร้อยแล้ว 5555555
อ่านเรื่องนี้ชอบตรงโลเกชั่นฝั่งธนเนี่ยละ อ่านแล้วเห็นภาพดี ชอบ ชอบ พาก้องไปเซ็นปิ่นหน่อยเร็วพี่อู๋ TVT)

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
ก้องเป็นเด็กปากตรงกับใจดีอะ น้องน่ารัก
ในขณะที่ถ้าเราเป็นก้องคงปวดหัวกับคู่รักคืนเดียวนี่มาก ทะเลาะกัน ด่ากัน ตีกัน
ปวดประสาทน่าดู และภาพพี่อู๋ที่ดีแตก ยังไม่หายไปนะ พี่ติดลบรัวๆ

ออฟไลน์ SeaBreeze

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ทุกคนในเรื่องนี้ไม่ป่วยทางจิตก็ป่วยทางใจนะ  :hao5:

ออฟไลน์ panpang

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 497
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4
เราชอบเรื่องนี้ค่ะ เขียนถึงจิตแพทย์ได้ดีดีนะ มีจรรยาบรรณดีค่ะ

ภาษาก็ไม่เลว คำผิดน้อยมาก เท่าที่เห็นเห็นอยู่คำเดียวกลอกจากกลอกตา กลอกกลิ้ง กลอกตา สะกดแบบนี้นะคะ ไม่ใช่กรอกของกรอกน้ำหรือกรอกฟอร์ม

ออฟไลน์ ลิงภูเขา

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-4
คือพี่อู๋ก็ป่วยเหมือนน้องใช่ไหม? หรือยังไง??

ถ้าพี่อู๋ไม่ขี้เมาก็จะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้นะ นี่เพราะขี้เมาไงเลยขี้เอา  :laugh:

เหมือนตอนนี้คนเขียนจะบอกเราว่า พี่อู๋และน้องก้อง ต่างก็ช่วยรักษากันและกันอยู่อะ

ไม่ใช่แค่ก้องไม่มีพี่อู๋ไม่ได้ แต่พี่อู๋ก็ไม่มีน้องก้องไม่ได้แล้วเหมือนกัน

มันดีจนรู้สึกว่าให้เขาเป็นแค่พี่น้องกันแบบนี้ก็ดีแล้ว  :katai2-1:

ตอนนี้ยังไม่เปิดตัวพระเอกใช่ม้าาาา  :hao7:

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 760
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
เย้ น้องก้องมาแล้วว
สงสารน้องก้องมาก ถ้าต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ทุกวันๆ
ไปๆมาๆเราว่าก้องนี่แหละดูปกติที่สุดแล้ว  น้องดูเข้มแข็งขึ้นเยอะเลย
พี่อู๋เหมือนจะน่าสงสารที่มีแฟนแบบนังหมีพู แต่เรายังเคืองพี่อู๋ไม่หายในสิ่งที่พี่แกทำไว้ตอนก่อน จะให้ลืมคงยากหน่อย 5555
 คำพูดรุนแรงขนาดนั้นใครจะไปลืมได้
อ่านแล้วเครียดไปกับตัวละครแต่หยุดอ่านไม่ได้เลยค่ะ อยากรับน้องก้องมาดูแลสะเอง อยู่กับพี่อู๋ไม่น่าไหว มีแต่เรื่องให้ปวดหัวกว่าเดิม เฮ้อ  :ling1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-11-2018 10:24:11 โดย rockiidixon666 »

ออฟไลน์ oki

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
สนุกมากกก อ่านรวดเดียวเลยไม่หลับไม่นอนเหมือนน้องก้องแล้วว เขียนดีมากเลยค่ะ บรรยายน้องก้องออกมาได้น่ารักน่าสงสาร และทำให้เราเข้าใจความหดหู่ของน้องเลยว่าทำไมคนๆนึงถึงอยากกระโดดสะพานทุกวัน

ออฟไลน์ ambiguous95

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-4
10



นาฬิกาบอกเวลาว่าหกโมงสี่นาที

คืนนี้ผมหลับสนิทมากกว่าเดิมเพราะไม่ต้องกังวลว่าพี่อู๋จะกลับมาเมื่อไหร่ จริงๆผมน่าจะหลับได้นานกว่านี้ด้วยซ้ำถ้าไม่รู้สึกเหมือนมีขนหมาแปะเต็มหน้าก็เลยต้องฝืนลืมตา

โห -- ไอ้พี่อู๋ --

เดี๋ยวนี้เขาอัปเลเวลการนอนดิ้นถึงขั้นย้ายมาหนุนหมอนใบเดียวกับผมแล้ว กอริลลาก้องที่กำลังงัวเงียได้แต่ถอนหายใจ จะผลักหัวเขาออกไปก็เกรงว่าไม่เหมาะเท่าไหร่ ดังนั้นผมจึงนอนนิ่งๆซักพักแล้วลุกไปทำกับข้าวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอยากทำอะไรให้พี่อู๋ทาน

เมนูวันนี้คือข้าวต้มฉบับก้องเกียรติ มันคือข้าวสวยธรรมดากับแกงจืดกระดูกหมู เวลากินก็แค่ตักน้ำซุปราดข้าว กินคู่กับเครื่องเคียงซึ่งก็ไข่เจียวแห้งๆแบนๆเพราะทอดกับกระทะเทฟล่อน ผมไม่รู้ว่าพี่อู๋ชอบเมนูบ้านๆแบบนี้หรือเปล่า แต่ใครจะสน วันนี้คุณหมูพีคงไม่กล้าโผล่หน้ามาที่นี่หรอก เขาทำพี่อู๋เจ็บขนาดนั้น ถ้ายังกล้ามาอีกก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

นาฬิกาบอกเวลาว่าแปดโมงยี่สิบนาที

คุณอุรัสยาเดินผมชี้โด่เด่ออกมาจากห้องด้วยท่าทางอึนๆ ผมถามเขาว่าจะกินข้าวต้มเลยไหม พี่อู๋ส่ายหน้าแล้วเดินไปหยิบกระปุกยาแก้ปวดหลังตู้เย็น ผมไม่รู้ว่าเขาหยิบกี่เม็ดเพราะเสียงเคาะกระปุกดังตั้งหลายครั้ง

“ปวดแผลเหรอครับ?” ผมถาม พี่อู๋ส่ายหน้าเป็นหนที่สอง เขาถอนหายใจแล้วล้มตัวลงนอนบนโซฟา
“ปวดหัว” เขาบอก “วันนี้ตอนเย็นก้องไปล้างแผลที่โรงพยาบาลเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ พี่ขับรถไม่ไหว”

ผมรีบตอบว่าได้เลยครับ ไม่มีปัญหา พี่จะไปกี่โมงก็บอกนะ เดี๋ยวผมออกไปเรียกแท็กซี่ให้ พี่อู๋ยิ้มแทนคำขอบใจ เขานอนหลับตาบนโซฟาอีกพักใหญ่ก่อนจะรีบดีดตัวขึ้นนั่งเมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมง

“กินข้าวกันเถอะ ก้องคงหิวแย่”

 ตอนนี้มือเขาเจ็บคงหยิบจับอะไรไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ ผมจึงตักข้าวราดน้ำซุปใส่ถ้วยแล้วหั่นไข่เจียวเป็นชิ้นเล็กๆให้พี่อู๋ ผมถามพี่อู๋ว่าอยากกินกระดูกหมูไหมครับ พอได้คำตอบเป็นการพยักหน้า ผมก็แกะเนื้อออกจากกระดูกให้เขาถึงจะเริ่มกินข้าวในชามของตัวเอง

“เป็นข้าวต้มที่แปลกดี แต่อร่อยนะ”
“ผมคิดว่าพี่จะไม่ชอบเสียอีก”
“ใครบอกว่าพี่ไม่ชอบ ก้องทำอะไรพี่ก็ชอบทั้งนั้นแหละ”

เหมือนเป็นคำพูดแดกดันประชดประชันคนที่ไม่ได้อยู่ในห้อง ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อก็เลยนั่งกินเงียบๆ หลังจากนั้นงานบ้านประจำวันก็เริ่มต้นขึ้น วันนี้คือวันซักผ้า ผมต้องซักตั้งสองรอบ รอบแรกผ้าขาว รอบที่สองผ้าสี ผมหยิบเสื้อลงเครื่องซักผ้าทีละตัวๆก่อนจะใส่ผงซักฟอกหนึ่งช้อนพูน ตามด้วยดาวน์นี่อีกครึ่งถุง เทใส่ช่องน้ำยาปรับผ้านุ่มแบบไม่ยั้งตามคำสั่งคุณอุรัสยา

ครั้งแรกที่พี่อู๋สอนใช้เครื่องซักผ้า ผมเคยคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไปหรือเปล่า แต่ถ้าเขาชอบผ้าหอมๆและไม่มีปัญหากับการจ่ายเงินซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มผมก็ไม่ขัดศรัทธา และผมจะซักให้หอมติดทนนานยิ่งว่าที่ชมพู่ อารยา โฆษณาเลยด้วย

ระหว่างรอเครื่องซักผ้าทำงาน ผมก็ย้ายก้นตัวเองไปนั่งบนโซฟาข้างพี่อู๋ วันนี้เขาดูแฮร์รี่ พอตเตอร์อีกตามเคย ผมถามพี่อู๋ว่าชอบพ่อมดน้อยโอมเพี้ยงคนนี้มากเลยเหรอ เขาตอบแค่ว่าแฮร์รี่เป็นหนังที่ดูแล้วมีความสุขที่สุด พอถามต่อว่าทำไม เขาก็ชี้นิ้วไปที่ทีวีซึ่งเป็นฉากตอนที่แม่มดผู้หญิงสวยๆคนหนึ่งสวมชุดเต้นรำสีชมพูเดินลงมาจากบันได

“เพราะมีเอ็มมา วัตสัน”

เหตุผลหลักๆของเขาก็ประมาณนี้แหละ

แต่ถึงจะต้องดูแฮร์รี่เป็นรอบที่สาม ผมก็ไม่เคยเบื่อการนั่งดูหนังบนโซฟากับพี่อู๋เลย การใช้เวลาอยู่กับเขาเหมือนทะเลช่วงไม่มีคลื่นลม เราอยู่กันอย่างสงบสุขบนโซฟานุ่มๆ ไม่มีการพูดเรื่องเครียดๆ แถมยังได้นั่งตากแอร์เย็นเจี๊ยบตั้งแต่สิบโมงจนถึงเย็นอีก ต่อให้สามัญสำนึกย้ำเตือนให้เกรงใจคุณอุรัสยาขนาดไหน แต่ถ้าโดนสปอยล์จนเคยตัวแบบผม บอกเลยว่าจอดทุกราย กลายเป็นคนขี้เกียจเหมือนเจ้าของห้องแน่นอน

ผมคิดว่าเราน่าจะได้อยู่อย่างสงบซักพักใหญ่ๆ แต่พอสิบเอ็ดโมงกว่า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น กอริลลาก้องที่กำลังตากผ้าตรงระเบียงรีบวิ่งไปที่ประตูแต่ก็โดนพี่อู๋ชี้หน้าเป็นเชิงสั่งกลายๆว่าห้ามเปิด ผมมองหน้าเขาสลับกับบานประตูอยู่สองสามครั้งก่อนจะย่องกลับไปตากผ้าตามเดิม สองมือสะบัดผ้าเสียงดังฟุบฟับ หูก็ฟังเสียงเคาะก็อกๆๆเป็นจังหวะ ผมคิดว่าเขาคงเคาะไม่นานเดี๋ยวก็ไป แต่พอตากผ้าล็อตสองเสร็จแล้วเสียงยังดังอยู่ แขกผู้มาเยือนไม่ล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ มุ่งมั่นกับการเคาะก๊อกๆๆอยู่หลายนาทีจนเราเริ่มรำคาญ

“พี่ไม่ให้ผมเปิดจริงๆเหรอครับ เผื่อมีคนมาติดต่อธุระนะ”
“เคาะปึงปังเอาแต่ใจแบบนี้มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ”

พี่อู๋ทำหน้าเซ็งๆ เราอดทนอีกประมาณสิบนาทีเสียงเคาะถึงจะหายไป ในที่สุดแขกผู้มาเยือนก็ยกธงขาว ยอมแพ้ให้กับความเย็นชาของพวกเราเรียบร้อย

“จะเที่ยงแล้ว ก้องมีอะไรให้พี่กินบ้าง?”
“ผมว่าจะอบไก่ครับ พี่อู๋อยากกินไหม?”
“ไม่ต้องถามหรอก ตั้งแต่เกิดมาพี่ชอบกับข้าวฝีมือก้องที่สุดแล้ว”

แหม -- จะด่าว่าตอแหลมก็กลัวโดนเตะ แต่วันก่อนเขาเพิ่งพูดว่าถ้านรกมีบาร์บีก้อน เขาจะยอมตกนรกหมกไหม้เพื่อไปปิ้งหมูที่นั่นอยู่เลย

ผมเปิดตู้เย็น หยิบปีกไก่บนออกจากช่องฟรีซเตรียมละลายน้ำแข็งพลางคิดว่าต้องใช้เครื่องปรุงอะไรบ้าง สูตรหมักไก่ของนายก้องเกียรติคือสูตรมั่วๆไม่ตายตัว ผมแค่หมักไก่ด้วยซีอิ๊วเห็ดหอมและเกลือ ใส่กระเทียมสับนิดหน่อย คลุกๆๆจนเข้าเนื้อแล้วอบด้วยหม้ออบลมร้อน

เมนูนี้พี่อู๋ชอบมาก เขาบอกว่ารสชาติโดดเด่นน่าจดจำไม่เหมือนที่ไหน แถมยังแซวอีกว่ากินไก่ฝีมือก้องเกียรติวันนี้ แถมฟรีโปรแกรมฟอกไตอีกสามเดือนถัดไป ทีแรกผมคิดว่าพี่อู๋ชม แต่พอได้ยินว่าฟอกไต ถึงรู้ว่าเขากำลังบอกอ้อมๆว่าไก่มันเค็มเกินไป ดังนั้นวันนี้ผมก็เลยใส่น้ำตาลทรายสองช้อนโต๊ะ หวังว่ามันจะไม่เค็มและอร่อยถูกปากคุณอุรัสยาเสียทีนะ

“พี่อู๋ครับ กินข้าวกัน”

ผมเรียกผู้ปกครองให้มาที่โต๊ะอาหาร ระหว่างนั้นก็ตักข้าวสวยและแกะเนื้อไก่ใส่จานให้เขาไปพลางๆ ไก่ที่เพิ่งออกจากหม้ออบนั้นร้อนจนต้องคอยดูดนิ้วเป็นพักๆ พอเห็นผมสะบัดมือไปมาหลายครั้ง พี่อู๋ก็นั่งเท้าคาง อมยิ้มมองกอริลลาก้องต่อสู้กับปีกไก่ด้วยท่าทางอารมณ์ดี

“โชคดีจังที่เจอก้อง ถ้าไม่มีก้องพี่แย่แน่ๆเลย”

คำพูดของเขาน้ำเน่าจนต้องเบ้ปากใส่ เมื่อก่อนพี่อู๋คงเสน่ห์แรงใช่ย่อย คำพูดคำจาของเขาทำให้คนฟังชื่นใจจนแทบถวายตัวรับใช้เพราะอยากได้ยินคำชมหลายๆหน ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณหมูพีถึงหลงเขาขนาดนั้น

“ถ้าไม่มีผม พี่ก็ยังมีแฟนของพี่”
“พูดถึงคนอื่นอีกจะหักค่าขนม”
“คนอื่นคนไกลที่ไหน คุณหมูพีเป็นแฟนพี่ไม่ใช่เหรอ?” ผมขมวดคิ้วมองคุณอุรัสยาทำหน้าเหม็นเบื่ออยู่ตรงข้าม “ว่าแต่ -- คุณหมูพีใช้ชื่อนี้ตั้งแต่เกิดเลยเหรอครับ?”
“อืม ชื่อเล่นชื่อหมูพี ชื่อจริงชื่อพีรพัฒน์ ก้องถามทำไม?”
“ผมว่าชื่อเขาน่ารักดี”

พี่อู๋ไม่พูดอะไรต่อ เขากินข้าวเที่ยงกับผมจนหมดก่อนจะย้ายก้นไปนั่งประจำที่ ตอนนี้เราเลิกดูแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้ว แต่เปลี่ยนเป็นนอนอ่านหนังสือแทน พี่อู๋อ่านเซเปียนส์บนโซฟา ส่วนผมนอนคว่ำหน้าอ่านมาร์โควัลโดบนพื้น เรามีผ้าห่มกันคนละผืนและอยู่ในโลกคนละใบ พี่อู๋จริงจังกับการอ่านประวัติย่อมนุษยชาติ ส่วนผมเอาแต่หัวเราะคิกคักเพราะขำมาร์โควัลโด ตัวละครหลักผู้ประกอบอาชีพกรรมกรที่มองโลกในแง่ดีอย่างเหลือเชื่อ (และซื่อบื้ออย่างเหลือเชื่อในเวลาเดียวกัน)

เรานอนเอกเขนกกันอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่เสียงเคาะประตูจะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงดังและรุนแรงกว่าเมื่อเช้า ผมเดาเอาว่าแขกคงกำลังโมโหสุดขีดที่ไม่มีใครออกไปต้อนรับเสียที ผมเหลือบมองพี่อู๋ว่าเขาจะทำยังไง แต่ผู้ปกครองของผมกลับนอนอ่านหนังสือหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีสนใจเสียงเคาะเลย

เสียงก๊อกๆดังนานเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง ผมได้ยินเสียงกระทืบเท้าปึงปังออกจากหน้าประตูด้วย เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ผมก็โล่งใจ เรานอนอืดต่อในห้องจนถึงหกโมงเย็นจึงลุกขึ้นอาบน้ำ พี่อู๋บอกว่าเย็นนี้เราจะกินข้าวข้างนอก ไว้ล้างแผลเสร็จเขาจะพาผมไปเที่ยวเซ็นทรัลลาดพร้าว

หลังจากนั้นกอริลลาก้องกับผู้ปกครองก็นั่งแท็กซี่ไปโรงพยาบาล พี่อู๋ที่ทำเป็นคนคูลๆมาทั้งวันเริ่มเหงื่อตกเมื่อเราอยู่ในห้องทำแผล ผมเดาเอาว่าเขาคงเจ็บน่าดูเพราะพี่อู๋เอาแต่นั่งนิ่วหน้า มือขวาบีบมือผมแน่น ส่วนมือซ้ายก็ยื่นให้พยาบาลทำแผล ผมโดนบีบจนกระดูกแทบแตกแต่ไม่กล้าบ่นเพราะกลัวพี่อู๋เสียใจ 

“เสร็จแล้วค่ะ ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำเหมือนเดิมนะคะ”

พี่อู๋ถอนหายใจโล่งอกทั้งๆที่เหงื่อซึมเต็มขมับ ผมพูดขอบคุณคุณพยาบาลแล้วพาเขาเดินไปที่ล็อบบี้เพื่อจ่ายเงิน ตลอดทางเขายังจับมือผมแน่นไม่ยอมปล่อย ผมไม่ได้ว่าอะไรเพราะคิดว่าเขาคงเจ็บอยู่ แต่พอทำธุระเสร็จแล้วพี่อู๋ก็ยังเอื้อมแขนมาขอจับมือ ผมมองหน้าเขานิดหน่อยแต่ก็ยอมส่งมือซ้ายให้อย่างว่าง่าย ก่อนที่เราจะโบกมือเรียกแท็กซี่ เตรียมไปเที่ยวเซ็นทรัลลาดพร้าวตามที่พี่อู๋สัญญาไว้ 




นอกจากเสียงเคาะประตูแล้ว มลพิษทางเสียงอีกอย่างก็คือโทรศัพท์ของพี่อู๋

มันดังแทบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก ไอโฟนของเขาจะสั่นดังครืดๆน่ารำคาญ ผมบอกพี่อู๋ว่าถ้ารำคาญมากก็ปิดเครื่องไปเลย หรือไม่ก็บล็อกเบอร์คุณหมูพีซะ เราจะได้ไม่ต้องเสียสุขภาพจิตอย่างตอนนี้

“ปิดเครื่องไม่ได้ เผื่อป๊าพี่โทรมา ส่วนเรื่องบล็อกเบอร์น่ะลืมไปได้เลย ไม่เชื่อดูสิ” พี่อู๋ยกโทรศัพท์ให้ดู มันเป็นเบอร์ที่ไม่ได้เมมเอาไว้ หรือคุณหมูพีเปิดเบอร์ใหม่เพื่อกระหน่ำโทรหาเขาโดยเฉพาะ “อย่าประมาทพีนะก้อง เขาทำอะไรได้มากกว่าที่ก้องคิด”

ผมถอนหายใจ รู้สึกเซ็งแปลกๆที่สัปดาห์นี้ชีวิตไม่มีความสงบสุขเลย แต่อย่างน้อยการเห็นว่าพี่อู๋เริ่มตีตัวออกห่างคุณหมูพีถือว่าเป็นสัญญาณดีๆ อีกหน่อยพวกเขาคงห่างกันไปซักพัก หรือไม่ก็เคลียร์กันวันหลัง(แบบที่ไม่ทะเลาะให้ผมเห็น) แล้วเลิกกันอย่างเป็นทางการ

ทั้งๆที่คิดไว้ว่าพี่อู๋น่าจะเจ็บแล้วจำ แต่เขาก็ยังหวนกลับไปหาคุณหมูพีอยู่ดี เช้าวันหนึ่งขณะที่เรากำลังกินข้าวเช้า คุณหมูพีเล่นมุกร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนจะขาดใจตายจนพี่อู๋ต้องเปิดประตูออกไปดู แล้วทุกอย่างก็ลงล็อค เข้าทางคุณหมูพี เขากลับเข้ามาในชีวิตของเราอีกจนได้

วันนั้นพี่อู๋ขอให้ผมอยู่ในห้องนอนก่อนเพราะอยากเคลียร์กับแฟน ผมหวังว่าคุณอุรัสยาจะใช้โอกาสนี้ตีตัวออกห่างแต่ก็ผิดคาดอีก ผมนั่งรอพี่อู๋เป็นชั่วโมง รอจนหิวถึงต้องเดินออกมาข้างนอกเพื่อแอบดูว่าพวกเขาเคลียร์กันไปถึงไหน ปรากฏว่าคุณหมูพีกำลังนั่งบนพื้นห้อง เอนหน้าซบเข่าพี่อู๋ที่นั่งบนโซฟาอย่างออดอ้อน เขาไม่ร้องไห้แล้ว แต่ใช้น้ำเสียงน่ารักๆขอโทษพี่อู๋ซ้ำไปซ้ำมา ส่วนผู้ปกครองผมก็ใช่ย่อย วันก่อนเพิ่งบอกว่าไม่รักแล้ว เบื่อแล้ว อยากเลิกแล้ว แต่สุดท้ายก็ใจอ่อน นั่งให้เขากอดเขาอ้อนซะงั้น

“เราขอโทษนะที่ทำพี่เจ็บตัว” คุณหมูพีจับมือพี่อู๋มาวางบนหัวตัวเอง “พี่รู้ไหมว่าเรารู้สึกแย่มากที่ทำแบบนั้น พอไม่ได้เจอกันเราก็หยุดคิดถึงพี่ไม่ได้เลย”
“ช่างเถอะ มันได้ไม่เจ็บมากมายอะไรหรอก”

ตอแหลม ถ้าไม่เจ็บ พี่จะหน้านิ่วคิ้วขมวดตอนพยาบาลล้างแผลทำไม

ผมถอนหายใจเซ็งๆเมื่อเห็นคู่เวรคู่กรรมกลับมารักกันอีกครั้ง แต่ถ้านี่คือความต้องการของพี่อู๋ผมคงค้านอะไรไม่ได้ แค่พวกเขาไม่ทะเลาะกัน แค่คุณหมูพีไม่ทำให้พี่อู๋เจ็บตัวเหมือนวันก่อนก็พอแล้ว เพราะถ้าเขาทำแบบนั้นอีก กอริลลาก้องนี่แหละจะเป็นฝ่ายปกป้องผู้ปกครองเอง

แน่นอนว่าการกลับมาของคุณหมูพีย่อมส่งผลกระทบถึงชีวิตผม เขาจู้จี้จุกจิกกับการทำอาหารและการทำความสะอาดจนน่ารำคาญ หลังๆมานี้ผมเหมือนคนใช้ส่วนตัวของเขามากกว่า ก้องหยิบนั่นให้หน่อย ทำนี่ให้หน่อย ถูด้วยเดทตอลก่อนแล้วค่อยตามด้วยน้ำยาถูพื้น ยกโซฟาด้วยนะ ปัดฝุ่นด้วยนะ เสร็จแล้วเช็ดครัวด้วยนะ ตากผ้าด้วยนะ เสื้อตัวนี้ต้องซักมือนะ กางเกงในก้องอย่าซักรวมกับพี่อู๋นะ บลา บลา บลา -- น่ารำคาญ

ระหว่างที่กำลังพับชุดนอนที่เพิ่งซักของพี่อู๋ คุณหมูพีก็เดินข้ามไหล่ผมไปนั่งบนโซฟา เขาเอนหัวซบผู้ปกครองของผมด้วยท่าทางออดอ้อนราวกับจะอวดว่าพวกเขารักกันแค่ไหน ผมได้แต่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ พยายามทำเป็นไม่รับรู้ไม่สนใจ แต่พอเห็นสีหน้าเบื่อๆเซ็งๆของพี่อู๋ทีไรก็อดสงสารไม่ได้ทุกที

“วันนี้ไปข้าวสารไหม?”
“จะไปเหรอ?”
“ใช่” คุณหมูพีตอบทันที เขามองพี่อู๋อย่างคาดหวัง “วันนี้วันเกิดพลอย มันเลี้ยงเหล้านะ”

พี่อู๋ไม่ให้คำตอบในทันที แถมยังแกล้งทำเป็นง่วนกับการเปลี่ยนถ่านรีโมตทีวีอยู่อีกซักพักใหญ่ คุณหมูพีดูอดทนขึ้นกว่าวันก่อนมาก เขารอจนกระทั่งพี่อู๋หันมาถึงจะถามซ้ำอีกครั้ง

“จะไปไหม?”
“ถ้าไม่ไปล่ะ?”
“ทำไมไม่ไป?”

คุณหมูพีกระแทกเสียง คำชมที่บอกว่าอดทนเก่งนั่นขอถอนคำพูดก็แล้วกัน ผมได้ยินเสียงพี่อู๋ถอนหายใจ เดาเอาว่าเขาคงไม่รู้จะทำยังไงเพราะว่าถ้ากลัวขัดใจคุณหมูพีอีกครั้ง มีหวังบ้านเละกว่าเดิมแน่ๆ

“เราไม่ได้ออกไปเที่ยวด้วยกันนานแล้วนะ”

นานบ้าอะไรล่ะ แค่สองอาทิตย์เอง

ผมแย้งในใจ มือก็พับผ้าไปแต่ตาเหลือบมองพี่อู๋

“ก็ได้” คุณอุรัสยาตอบง่ายๆเลย “งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะ”

คุณหมูพียิ้มร่า พอพี่อู๋เดินหายเข้าไปในห้องเข้าก็หันมามองหน้าผมด้วยแววตาถือตัว เขาคิดว่าการชวนพี่อู๋ออกไปกินเหล้าคือชัยชนะอย่างหนึ่งซึ่งผมไม่ได้สนใจเลย ผมไม่แคร์ว่าพี่อู๋จะไปเที่ยวกับเขาสองต่อสองหรือไปกับใคร ผมแค่เป็นห่วงเขาเวลากินเหล้าต่างหาก พี่อู๋ชอบขับรถไปข้าวสารคนเดียว ขากลับก็ขับคนเดียวไม่เรียกแท็กซี่ทั้งๆที่เพิ่งสร่างได้ไม่นาน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมห่วงความปลอดภัยได้ไง ถ้าเขาเป็นอะไรไป คุณหมูพีรับผิดชอบชีวิตพี่อู๋ได้ไหม ผมอยากถามเขาจริงๆ

“พี -- พี่ว่าไปวันหลังกันดีกว่า ไม่มีชุดหล่อๆเลย”

พี่อู๋เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมคำแก้ตัว เขาก้มมองกอริลลาก้องที่กำลังพับผ้าด้วยแววตาขอความเห็นใจ หลายวันก่อนเราทะเลาะกันแทบตายเรื่องกินเหล้า พอผมบอกว่าไม่ชอบ ไม่อยากให้ไป เขาก็ยอมหยุดตั้งหลายวัน แต่พอคุณหมูพีกลับมา เขาก็ทำตัวเหมือนเดิมทั้งๆที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วเชียว

“นี่คือข้ออ้างจะไม่ไปใช่ไหม?”
“เปล่า แค่พูดเฉยๆ เดี๋ยวแต่งตัวไม่ดีพีก็บ่นอีก”

คุณอุรัสยาส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง ปล่อยให้ผมนั่งเจ็บใจที่ยอมให้คุณหมูพีพาเขาไปเสียคน แต่เรื่องอย่างนี้พูดยาก ถ้าพี่อู๋ตั้งใจเลิกท่องราตรีจริงๆ เขาก็ปฏิเสธคุณหมูพีได้ ผมว่าลึกๆเขาคงคันอยากเที่ยวด้วยมากกว่า ไม่อย่างนั้นจะยอมไปกับคุณตัวปัญหาที่ตัวเองพร่ำบ่นลับหลังตลอดเวลาเหรอ คืนก่อนเขายังด่าคุณหมูพีฉอดๆจนผมฟังไม่ทัน มาวันนี้กลับเจี๋ยมเจี้ยม สงบเสงี่ยมเชื่อฟังแฟนในเรื่องแย่ๆแบบไม่มีปากเสียง ผมไม่เชื่ออ่ะ 

แต่ผมพูดอะไรได้ล่ะ?
ตัวเกาะแดกอย่างนายก้องเกียรติสามารถบอกความต้องการของตัวเองได้เหรอ?

ผมตัดใจแล้ว พี่อู๋จะไปไหนก็ช่างเถอะ ไปเมาหัวทิ่มจมกองอ้วก หรือไม่กลับห้องก็ช่างเพราะเขาเลือกเอง ในเมื่อเขาขี้ขลาดไม่กล้าบอกเลิกก็รับผลกรรมของตัวเองไป คิดเสียว่าซ้อมตกนรกแล้วกัน ไหนๆพี่จะไปปิ้งบาร์บีก้อนที่นั่น ซ้อมไว้ล่วงหน้าจะได้ไม่ทรมาน

ตอนสองทุ่ม พี่อู๋ออกจากห้องน้ำใหญ่ ส่วนผมจัดเรียงเสื้อผ้าเข้าลิ้นชัก เราอยู่ด้วยกันแค่สองคนในห้อง ส่วนคุณหมูพีรอข้างนอก พี่อู๋คงคิดว่าผมต้องพูดขอร้องให้อยู่บ้านแน่ๆ แต่เปล่า ผมไม่พูดอะไรทั้งนั้นนอกจากทำงานบ้านเหมือนซินเดอเรลก้องผู้อาภัพ ทำงานงกๆตัวคนเดียว ส่วนเจ้าชายรูปงามทั้งสองพระองค์เสด็จไปวังข้าวสาร ดื่มกินเต้นรำอย่างเริงร่า ตีสามตีสี่ถึงกลับห้องมาบรรทม

“คืนนี้นอนเลย ไม่ต้องรอ”
“ครับ”
“น้อยใจล่ะสิ”
“ผมจะน้อยใจพี่ทำไม?” ผมถามแล้วปิดลิ้นชัก “ถ้าพี่อยากไปก็ไปเถอะ เดี๋ยวผมเฝ้าบ้านเอง”
“ก้องอยากให้พี่กลับกี่โมง?”
“ตื่นเมื่อไหร่ค่อยกลับก็ได้ครับ” ผมประชด
“งั้นคืนนี้ไม่กลับนะ”

ผมเหวอ ถึงจะบอกตัวเองว่าอย่ายุ่งกับชีวิตเขาก็เถอะ แต่พอรู้ว่าต้องอยู่คนเดียวทั้งคืน มันก็อดน้อยใจไม่ได้

“ล้อเล่น พี่กลับประมาณเที่ยงคืน ไม่อยากกลับช้าเดี๋ยวเด็กแถวนี้ไม่ยอมนอน”
“เด็กแถวนี้คือใครครับ คุณหมูพีเหรอ?”
“เด็กแถวนี้ชื่ออะไรน้า -- ก้อง -- ก้องนักกระโดดหรือเปล่า” พี่อู๋แกล้งทำเป็นครุ่นคิด เขาเดินมายีหัวผมเบาๆเมื่อเห็นก้องนักกระโดดหน้าบูดเป็นตูด “ไม่ต้องรอพี่นะ นอนก่อนเลย”
“ครับ ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำนะ”
“จ้า” คุณอุรัสยาลากเสียง “รีบนอนเลย ห้ามรอ”
“ไม่ต้องย้ำครับ ผมจำได้ พี่ไปเถอะ”

พี่อู๋พยักหน้า เขากำชับให้นอนไวๆอีกครั้งก่อนจะออกจากห้องไป ผมได้ยินเสียงล็อกประตู เสียงพูดคุยของพวกเขาสองคนเบาลงเรื่อยๆ แล้วทุกอย่างก็เงียบสนิท เหลือกอริลลาก้องเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้

ผมเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้สองทุ่มยี่สิบสามนาที ยังพอมีเวลาเหลือนิดหน่อยก่อนเข้านอน ผมพยายามนึกถึงสมัยที่ยังอยู่บ้านคนเดียว ตอนนั้นผมเอาแต่นอนเฉยๆ เปิดทีวีทิ้งไว้จนหลับไปเอง แต่พอย้ายมาอยู่กับพี่อู๋ก็มีเรื่องสนุกๆให้ทำมากกว่านอนเปื่อย บางทีเราก็เล่นเกม บางทีก็ดูหนัง บางทีก็นอนอ่านหนังสือ ไม่มีกิจกรรมอะไรพิเศษ

น่าแปลกที่เรื่องธรรมดาๆพวกนั้นไม่เคยทำให้ผมเบื่อเลย ไม่เลยซักนิด ผมหลับพร้อมเขา ตื่นพร้อมเขา ตัวติดเขาตลอดเวลา แต่พอคุณหมูพีเข้ามา เขาก็แย่งเอาพี่อู๋เวอร์ชั่นกลับตัวกลับใจไปจากผม ตอนนี้ผู้ปกครองของผมกลายเป็นนักท่องราตรีอีกครั้งซึ่งผมไม่ชอบเลย ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ไม่ชอบความรู้สึกถูกแย่งของรักเลยจริงๆ



TBC



----------------------------------------------

#เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้

สวัสดีวันศุกร์นะคะ ขอให้มีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้น้า  ♡
ตอนที่แล้วมีนักอ่านทักเรื่องคำผิดในนิยาย ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่รอบคอบ ตอนนี้หนูกลับไปแก้คำผิดทุกตอนเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนถัดๆไปจะตรวจเช็กอีกครั้งก่อนอัปนิยายนะคะ ถ้ามีตรงไหนอยากติชมหรือทักท้วง สามารถคอมเม้นทิ้งไว้ได้เลยค่ะ จะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นค่ะ  :hao5:

แล้วก็ขอบคุณมากๆนะคะที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ ทุกคอมเม้นต์ ทุกแท็กมีความหมายกับเรามากเลย ตอนหน้าความสัมพันธ์จะเดินเร็วกว่านี้ มาเอาใจช่วยก้องจ๋าให้พ้นจากคุณหมีพูห์กันนะคะ ♥

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
โดยส่วนตัวไม่ชอบคนที่เอะอะเอาแต่กินเหล้า ถึงจะทำงานอะไรก็จริง
แต่ไม่ใช่ว่างปุ๊ป กินเหล้ากันเถอะ อะไรแบบนี้ ถ้าพี่อู๋ชอบเหล้าขนาดนั้น
เราก็ไม่อยากยกน้องก้องให้เลยเพราะน้องก็บอกแล้วว่าไม่ชอบคนกินเหล้า

ชอบที่น้องก้องด่าพี่อู๋ในใจนะ แต่อยากถามน้องก้องหน่อย อึดอัดมั้ยลูก
คือยังไงดีอะ การไปอยู่กับคนอื่นแล้วห้องแค่นั้น มีแฟนพี่อู๋มาอีก มันดูแบบ ไม่มีพื้นที่ส่วนตัว
หวังว่าพี่อู๋หรือน้องก้องจะแก้ไขหรือหาทางออกได้ในเร็ววันนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 760
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
นังหมีพู ฮึ่ยยย รอวันที่พี่อู๋สะบัดนางทิ้ง แต่คงจะสะบัดยากหน่อย คู่เวรคู่กรรมอย่างที่ก้องว่านั่นแหละ 555555
 กอลิลล่าก้องน่ารักขึ้นทุกวันนน งานบ้าน งานครัว มิขาดตกบกพร่อง  คอยช่วยเหลือแถมยังเป็นห่วงพี่อู๋อีก  :กอด1:

ออฟไลน์ Kamidere

  • บรรยายมันออกมา ทุกสิ่งที่อยู่ในใจ
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 273
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-2
นิยายเรื่องนี้ทำเราไปไม่เป็นจริงๆ ต้องเข้ามาเม้น อ่านไปเครียดไป เหนื่อยมาก จังหวะอารมณ์ก้องน่ากลัวมากถึงคนเขียนจะไม่ได้เขียนให้ก้องอาละวาดเลย แต่มันเหมือนมีคลื่นลูกใหญ่อยู่ใต้ทะเลตลอดเวลา เหตุการณ์ต่างๆและตัวละครอื่นๆก็พาอารมณ์ไปสมูธมาก ได้จังหวะมาก ไม่ได้ใช้ถ้อยคำอะไรมากมายเลย แต่คนเขียนเลือกสถานการณ์และจังหวะของตัวละครได้ดีจนเรารู้สึกถึงบรรยายได้เอง ตรงนี้คือคนเขียนเก่งมากนะคะ keep โทนเรื่องและ mood ได้ต่อกันแทบทุกตอน ฉากแต่ละฉากที่ใส่มามีความหมาย เราแทบไม่อ่านข้ามเลยนะ ถึงมีจุดที่รู้สึกไม่เมคเซนส์และขัดกับเรื่องอยู่บ้าง แต่ภาพรวมจนถึงตอนนี้ทำได้ดีเลย

ออฟไลน์ ลิงภูเขา

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-4
ไม่ได้รำคาญหมูพีมากเท่ากับรำคาญไอ้พี่อู๋เลยนะ  :m16:

อาจจะเป็นเพราะอ่านเรื่องราวผ่านมุมมองของน้องก้อง เลยทำให้ไม่เข้าใจสิ่งที่พี่อู๋คิดหรือทำอยู่  :serius2:

อึดอัดเพราะพี่อู๋ทำเหมือนไม่ค่อยคิดอะไรเลยนี่แหละ ท่าทางที่ดูเหมือนแคร์น้อง ไม่ได้ทำให้รู้สึกเลยว่ามันจริงจังมากพอให้ไว้ใจอะ  :angry2:

พี่อู๋เป็นพระเอกที่เราไม่รู้สึกรักจริงๆ

หรือจริงๆ คนเขียนยังไม่ได้เปิดตัวพระเอก ??

 :hao7: :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ SeaBreeze

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เบื่อพี่อู๋  :katai1:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
เป็นนิยายที่น่าติดตามมาก ดีใจที่ก้องหลุดพ้นวังวนอยากตาย แต่ตอนนี้เป็นห่วงพี่อู๋มากกว่า

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
คือเราให้พี่อู๋เต็มร้อยมาตลอดจนมาเจอเรื่องวันนั้น แน่นอนว่าเราไใ่ได้เชื่อพี่อู้เท่าแต่ก่อน เราให้ไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นด้วยซ้ำตอนนี้ ถ้าทำน้องเราพังยับเยินอีกรอบให้รู้ไว้เลย

ออฟไลน์ ▶August5th◀

  • it was fate
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +184/-2
คนแต่งดำเนินเรื่องดีนะ
เป็นเรื่องที่คาดเดาอะไรยาก
ช่วงแรกเหมือนตลกร้าย คือมันเศร้านะ
น้องอยากจะตายแต่มันก็ขำกับคำพูดนึกคิดน้องบางอย่าง

จนมาเจอพี่อู๋ คือแบบทำไมเป็นคนดีแบบนี้
จนกระทั่งมาถึงตอนเมาละพูดด่าน้อง
โอเค คนมันเมา แต่เราว่าลึกๆ มันต้องมาจากใจส่วนลึกๆบ้างแหละ เป็นคนฟังเจอแบบนั้นจุกนะ
ตอนแรกเราคิดว่าตรงนี้คือไคลแมกซ์
ที่ทำให้น้องออกมายืนหยัดด้วยตัวเอง แบบโดนว่าดูถูกขนาดนั้น
แต่คงไม่ใช่เนอะ เพราะเห็นปรับความเข้าใจแล้ว..

ยังไงรอตอนต่อไปครับ อ่านสนุกมาก
ปล.แอบเสียน้ำตาด้วยนะช่วงเรื่องแม่ของน้องที่น้องเล่า

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
อินมาก อย่าตบปากพี่อู๋เปี๊ยะๆๆๆๆๆ เติมแผลในใจให้น้องก้องอีก สงสารน้อง จะรับน้องมาอยู่ด้วยต้องไปทางไหนคะ

ออฟไลน์ MR.J

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 63
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
จะเรียกพี่อู๋เป็นพระเอกก็เรียกไม่เต็มปาก ดีมาหลายตอนจนหลงๆมาเริ่มไม่ใช่ละเริ่มรู้สึกแปลกๆ สรุปใครดูแลใครเอาดีๆ น้องก้องคนดีของพี่ พี่รักหนูมาก อยู่กับพี่นานๆนะ :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ R.michi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 82
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
เขียนได้น่าสนใจและตลกร้ายในคราวเดียว ชอบมากๆ

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
ค้างงงงง!!!  ไอ้เราก็นึกว่าไม่ใช่วันนี้ แล้วจะวันไหน แล้วพอถึงวันนั้นจะทำอะไร เลยกดเข้าอ่านรวดเดียว 10 ตอน เหี้ยยยยสนุกกกกกกก ช่วงแรกขมวดคิ้วไปขำไป จะดราม่าก็ดราม่าไม่สุดเพราะไอ้แดงโดนด่า และว่าป้าเพ็ญขี้งก ก่อนตาย ก้องเองนั่นละทำให้หลุดขำตลอด ดราม่าครึ่งๆกลางๆ 555555 ช่วงกลางๆเรื่องอ่านด้วยสีหน้าเรียบๆเริ่มขำไม่ออกละ  ช่วงหลังนี้ยิ่งสนุกก อารมณ์ขึ้นๆลงๆพลิกแบบพีคคค อห ติดหนึบตอนนี้ อยากรู้จะเป็นไงต่อ ก้องจะเข้มแข็งเลิกอยากตายได้ไหม  เขาจะปิ๊งกันตอนไหนยังไง ดูตอนนี้ไม่มีใครหวั่นไหวเลย รอดูความก้าวหน้าเดินต่อไปใช้ชีวิตของก้องสู่โลกภายนอก คาดหวังยังอยากเห็นนะก้อง สู้เขาลูก อย่ายอมแพ้ ปากำลังใจให้รัวๆ แต่ขอเอาคุณหมูพีไปหั่นก่อนเถอะ 5555 สนุกกกมากอ่ะ เออสนุกดี ชอบๆ ไรท์แต่งเก่ง บรรยายดีลื่นไหล โอเคมากเลย ผ่านๆ ติดตามๆ รอตอนต่อไปเลยค่ะ FC

ออฟไลน์ mimirose

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 13
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เอาหมูพีไปไกลๆเลยนะ รู้สึกสงสารก้องมาก ถ้าอู๋ทำผิดอีกนิดคือจะไม่เจอก้องอีกนะ

ออฟไลน์ MinorMa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 181
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
เวลาอ่านชื่อคุณหมูพีในใจต้องผวนเป็นหมีพูทุกทีเลย​ 55555

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4

ออฟไลน์ 19august

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 123
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-1
    • https://twitter.com/19august___
อ่านไปอ่านมาเริ่มคิดว่าคนแบบพี่อู๋จะเป็นพระเอกจริงๆหรอ
ไม่รู้สิ รู้สึกอะไรก็ไม่เข้าที่เข้าทาง

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 760
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
เข้ามารออน้องก้อง อยากอ่านต่อ อิอิ

ออฟไลน์ chubbybunny

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
คุณ​อุรัสยาและคุณ​หมูพีดูป่วยกว่ากอริลล่าก้องอีกค่ะ ส่วนกอริลล่าก้องบ่นคนเดียวได้น่าตีมากๆ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ ambiguous95

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-4
11


นาฬิกาบอกเวลาว่าตีสามยี่สิบเจ็ดนาที

กอริลลาก้องเริ่มมีความคิดอยากเตะคุณหมูพีแรงๆซักเปรี้ยงเพราะคืนนี้เขาพานายอุรัสยาไปท่องราตรีอีกแล้ว ทั้งๆที่พี่อู๋พยายามบ่ายเบี่ยงด้วยคำแก้ตัวห่วยๆแต่คุณหมูพีก็ลากเขาออกจากบ้านจนได้ ผมคงพูดได้ไม่เต็มปากว่าเป็นความผิดของคุณหมูพีคนเดียว ไอ้พี่อู๋นี่ตัวดีเลย ปากบอกว่าจะไม่ไป จะอยู่เป็นเพื่อนก้อง เป็นห่วงก้อง ไม่อยากให้ก้องรอ แต่กลับเอาความผีเข้าผีออกของคุณหมูพีมาบังหน้าแล้วเปลี่ยนคำพูด พี่ต้องไปจริงๆนะก้อง ถ้าไม่ไปพีต้องโมโหแน่ๆ

ต่อให้คนที่ได้ยินเป็นไอ้แดง มันก็คงหอนเสียงสองว่าตอแหลเหมือนที่ผมคิด

ซึ่งพี่อู๋รู้แน่ว่าผมไม่พอใจ แต่เขาก็สรรหาวิธีทำให้กอริลลาก้องโกรธไม่ลงจนได้ เดี๋ยวนี้เวลากลับจากข้าวสารเขาชอบทำตัวตลกๆให้ผมหลุดขำ ครั้งหนึ่งพี่อู๋ทั้งร้องทั้งเต้นเพลงผีเสื้อราตรีด้วยจริตแคทรียาจนคำด่าในหัวหายวับไปในพริบตา ผมไม่อะไรพูดออก ได้แต่เก็บเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งเรี่ยราดแล้วเข้านอนพร้อมผู้ปกครองที่ไม่ยอมหยุดร้องเพลงเสียที

“ก้องงงง”

เสียงมาก่อนตัวแบบนี้ เดาได้เลยว่าคงหัวทิ่มเรี่ยราดเหมือนคืนก่อน ผมรีบเดินไปหน้าห้องเมื่อได้ยินเสียงกรุ๋งกริ๋งของพวกกุญแจ พอบานประตูเปิดออก ผมก็เห็นพี่อู๋ยืนยิ้มแฉ่งกับผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ใช่คุณหมูพี

“น้องก้องใช่ไหม?”
“ครับ”
“พี่ชื่อตั้มนะ เป็นเพื่อนไอ้ขี้เมา” เขาแนะนำตัว ผมรีบยกมือไหว้เมื่อรู้ว่าเขาคือเพื่อนของผู้ปกครอง “พาไอ้อู๋ไปนอนเถอะ พี่แค่แวะมาฉี่น่ะ”

ผู้ชายคนนั้นบอก ผมเข้าไปพยุงคุณอุรัสยาที่เดินหลังคู้ทันที วันนี้พี่อู๋มาแปลก เขาไม่ร้องหรือเต้นเพลงผีเสื้อราตรีแล้ว แต่ทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนอยากอ้วกตลอดเวลา

“พี่ไหวไหมเนี่ย?”

ผมถามขณะที่ย่อตัวลงถอดรองเท้าให้ พี่อู๋ไม่ตอบ เขายืนโงนเงนไปมาจนผมชักเป็นห่วง แต่จังหวะที่เงยหน้ามองผู้ปกครอง อ้วกอุ่นๆก็พุ่งออกจากปากเขา ราดลงบนหัวกอริลลาก้อง จนไหลย้อยไปถึงคาง

ไอ้ -- อู๋ --

“เชี่ย”

พี่ตั้มรีบเข้ามาช่วยพาคนขี้เมาไปนอนในห้องใหญ่ แต่ระหว่างทางเขาก็ยังแหวะออกมาเป็นกองเล็กๆเรี่ยราดอีกสองสามจุด ผมได้แต่มองของเสียบนพื้นพร้อมกับกำหมัดแน่น ทั้งโมโห ทั้งขยะแขยงจนต้องรีบเดินเข้าห้องน้ำเล็กเพื่อล้างอ้วกออกจากหัว เศษข้าวที่ยังย่อยไม่หมดติดเป็นเม็ดๆตามไรผม ยิ่งใช้มือสางก็ยิ่งเห็นชัดว่าเป็นอะไร ไอ้พี่อู๋เพิ่งกินข้าวมันไก่มาแน่ๆ เพราะผมเห็นหนังไก่ที่ย่อยไม่หมด และได้กลิ่นน้ำจิ้มเปรี้ยวๆด้วย

“น้องก้องครับ รอแป๊ปนึงนะ เดี๋ยวพี่ออกไปช่วยเช็ด”

พี่ตั้มตะโกนบอก ผมขานตอบแค่ครับแล้วทำความสะอาดตัวเองต่อ เมื่อเช็กจนแน่ใจว่าไม่มีเศษข้าวมันไก่ติดบนหัว ผมจึงเปิดน้ำใส่ถังและเทน้ำยาถูพื้นสองฝา จากนั้นก็ออกไปเช็ดสิ่งที่พี่อู๋ปล่อยทิ้งเอาไว้บนพื้นตั้งแต่หน้าประตูถึงห้องนอนใหญ่ มือหนึ่งใช้ทิชชู่โกยเศษข้าวใส่ถังขยะ อีกมือก็เอาผ้าชุบน้ำยาตามเช็ดเรื่อยๆ ผมทั้งเหม็นทั้งเหนื่อยจนเริ่มพาล อยากสาดน้ำเปื้อนอ้วกใส่หน้าไอ้พี่อู๋ซักครั้งโทษฐานทำตัวไม่ดี ที่จริงผมน่าจะปล่อยให้เขานอนจมกองอ้วกตัวเอง เผื่อวันหลังจะสำนึกได้ว่าไม่ควรออกไปกินเหล้าตั้งแต่แรก

เสียงไอแหบแห้งดังลอดผ่านบานประตูที่แง้มอยู่ ผมได้ยินพี่ตั้มตบหลังพี่อู๋เบาๆแล้วส่งถังขยะให้ ผู้ปกครองของผมอ้วกเอาเป็นเอาตาย เขาโก่งคอเสียงดังราวกับจะเค้นเอาน้ำย่อยออกจากกระเพาะให้หมดจนหยดสุดท้าย

“อู๋ กูถามจริงเถอะ ช่วงนี้มึงเป็นอะไรวะ?”

คำถามของพี่ตั้มเรียกความสนใจ ซินเดอเรลก้องหยุดทำความสะอาด รีบคลานเข่าไปใกล้บานประตูเพื่อแอบฟังบทสนทนาของผู้ใหญ่

“ปกติมึงบ้างานจะตาย ข้าวสารก็แทบไม่ไป ทำไมจู่ๆถึงกลายเป็นแบบนี้วะ? มึงเป็นอะไร ทะเลาะกับหมูพีเหรอ?”
“เปล่า” พี่อู๋ตอบ เสียงดูหมดเรี่ยวหมดแรงกว่าที่คิดไว้ “ช่วงนี้กูนอนไม่หลับ ต้องกินเหล้านิดๆหน่อยๆถึงหลับง่าย”
“นอนไม่หลับก็ไปหาหมอ หรือถ้าไม่อยากไปทำไมไม่โทรคุยกับพ่อ พ่อมึงเป็นหมอไม่ใช่เหรอ?”
“โทรทำไม กูไม่ได้เป็นอะไร”
“เป็น เป็นมากด้วย ช่วงนี้มึงทำตัวแปลกๆจนพวกไอ้โจคิดว่ามึงป่วยแล้ว”

ผมเริ่มใจไม่ดีเพราะไม่รู้ว่าพี่อู๋ป่วยเป็นอะไร ตอนอยู่ด้วยกันเขาก็ดูสบายดี แม้แต่คุณหมูพีที่เป็นแฟนยังไม่เคยเอะใจหรือรบเร้าขอให้เขาไปหาหมอเลย

“ยังเสียใจเรื่องงานเหรอ? อย่าคิดมากสิวะ ไม่ใช่แค่มึงคนเดียวที่โดนไล่ออก”

ผมอึ้งเมื่อได้ยินคำว่าไล่ออกเพราะจำได้ว่าครั้งแรกที่ไปกินสตาร์บัคส์ด้วยกัน เขาบอกผมว่ากำลังจะลาออกตอนสิ้นเดือน แต่พี่ตั้มเพิ่งเฉลยความจริงว่าพี่อู๋ต่างหากที่โดนไล่ออก แถมเป็นการไล่ออกที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเขาและดูเหมือนว่าพี่อู๋จะเสียความมั่นใจเพราะเรื่องนี้มาก

ผู้ปกครองของผมด่านายจ้างให้พี่ตั้มฟังเกี่ยวกับการประท้วงในบริษัท พี่อู๋เป็นคนกลาง เขามีหน้าที่แปลก็แปลตามข้อความที่ทั้งสองฝ่ายพยายามเจรจาต่อรองกัน แต่ความซวยก็คือหัวหน้าคนงานตอบไม่ตรงคำถาม เขาพูดไปเรื่อย อ้างนั่นอ้างนี่จนนายญี่ปุ่นโมโห พอปัญหายืดเยื้อหลายสัปดาห์เจ้านายก็โทษพี่อู๋ หาว่าพี่อู๋ไม่ตั้งใจแปล แปลผิด หาว่าเข้าข้างหัวหน้าคนงานบ้าง ไม่ใส่ใจทำงานเหมือนตอนเอมยังไม่ตายบ้าง หนักเข้าคือด่าพี่อู๋กลางที่ประชุมต่อหน้าพวกผู้บริหาร สำหรับคนที่มีประสบการณ์เกือบสิบปีมีเหรอจะทนได้ เขาทำงานถวายหัวให้บริษัทนี้มาสี่ปี สุดท้ายจบกันแบบนี้จะไม่ให้เสียเซลฟ์ได้ยังไง เขาไม่เคยโดนไล่ออกมาก่อนเลย มีแต่ชิงลาออกเพื่อปรับเงินเดือนเท่านั้น เรื่องนี้จึงละเอียดอ่อนสำหรับพี่อู๋พอสมควร เขาเคยเป็นคนมั่นใจในตัวเอง เขาเชื่อว่าตัวเองเก่งจนเลือกงานที่ไหนก็ได้ ต่อรองเรียกเงินเดือนเฉียดแสนก็เคยทำมาแล้ว แต่บริษัทนี้กลับทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นล่ามกระจอกๆที่ไม่มีความสามารถมากพอจะทำงานจนจบเดือน 

ถ้าถามผม ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาคือความสงสาร ผมสงสารเขาที่ต้องเสียความมั่นใจตอนอายุสามสิบเอ็ดปี พี่อู๋คิดว่าตัวเองมีความสามารถมาตลอด จากคนที่เคยเป็นที่ต้องการ คนที่หย่อนเรซูเม่บริษัทไหนก็มีแต่คนเรียกสัมภาษณ์กลับกลายเป็นฝ่ายโดนไล่ออก กำแพงของความภูมิใจในตัวเองก็เลยพังลง พี่อู๋ไม่อยากสมัครงานหรือทำงานกับใครอีกแล้วเพราะรู้สึกว่าชีวิตมีจุดด่างพร้อย เขาคิดว่าตัวเองไม่เก่งจริงถึงโดนไล่ออกกลางเดือนแบบนั้น

“ใครๆก็รู้ว่าบริษัทตั้งใจบีบมึงเพราะอยากประหยัดงบ เงินเดือนมึงคนเดียวจ้างเด็กจบใหม่ได้ตั้งสามสี่คน ฟังนะ -- มันไม่ใช่ความผิดมึงเลย ส่วนใหญ่ทำกันแบบนี้ทั้งนั้น บริษัทกูก็ทำ แต่กูเงินเดือนไม่เยอะเหมือนมึงก็เลยไม่โดนไง”

ผมเห็นด้วย เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจไม่ดี พวกเขาก็คงอยากลดค่าใช้จ่าย มันไม่ใช่ความผิดของพี่อู๋หรอก ตราบใดที่เขาทำเต็มที่และมั่นใจว่าแปลไม่คลาดเคลื่อนจากเนื้อความ จริงๆผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา แต่เป็นเพราะหัวหน้าคนงานที่พูดไม่มีสาระมากกว่า

“มึงอยากลองเริ่มใหม่ไหม? เมื่อวันก่อนจ๊ะเอ๋โพสต์ในไลน์กลุ่มว่าที่ชลบุรีมีโรงงานหาล่ามอยู่ รีเควสN2 เงินเดือนต่อรองได้ตามประสบการณ์ กูว่าน่าสนใจดีนะ”
“กูยังไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นว่ะตั้ม กูเหนื่อย” พี่อู๋บอก น้ำเสียงอ่อนล้ายิ่งกว่าประโยคที่บอกเพื่อนเสียอีก

พอได้ยินแบบนั้น พี่ตั้มก็รัวคำถามใส่พี่อู๋ แล้วจะอยู่อย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ พีรู้เรื่องนี้ไหม พ่อกับแม่ล่ะว่าไง คนที่บ้านรู้หรือเปล่าว่ามึงตกงาน ต่อให้พี่อู๋ไม่ตอบผมก็เดาได้ คำตอบคือไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ และไม่รู้ สั้นๆคือพี่อู๋ไม่ได้บอกใคร แม้กระทั่งนายก้องเกียรติที่อยู่กับเขา คนที่ใช้เงินของเขาเหมือนเป็นเงินตัวเองยังไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย

“อู๋ มึงเป็นคนเก่ง เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ไม่ใช่เพราะมึงกากหรือห่วยแตกนะเว้ย”

ผมได้แต่นั่งฟังพี่ตั้มปลอบใจพี่อู๋ เขาใช้คำพูดสวยหรูตามฉบับพวกไลฟ์โค้ชบนอินเทอร์เน็ต ผมฟังดูแล้วยังคิดเลยว่ามันไม่ได้ผลหรอก คำปลอบไม่ช่วยให้เราได้ความมั่นใจคืนมา เวลาต่างหาก เวลาเท่านั้นที่จะทำให้พี่อู๋กลับมารู้สึกดีกับตัวเองได้

ระหว่างที่ฟังพวกเขาไป ถูพื้นไป จากเรื่องงานก็วนเข้าเรื่องคุณหมูพี ดูเหมือนพี่อู๋ชักจะเริ่มหมดความอดทน พอพี่ตั้มถามว่ากลับไปคืนดีทำไมถ้าไม่ได้รักพีแล้ว คำตอบของพี่อู๋ทำให้ผมอยากเอาถังอ้วกคว่ำใส่หัวเขาจริงๆ

“อยากเอาเฉยๆ ไม่มีอะไร”

เหตุผลของคุณอุรัสยาค่อนข้างทุเรศสำหรับผมเลย เขานี่มันขี้เอาอย่างที่คุณหมูพีว่าจริงๆ แล้วยังมีหน้ามาแก้ตัวอีกว่าพี่ไม่ได้ขี้เอา พี่แค่อยากมีใครซักคนคอยให้กำลังใจ แต่เมื่อกี๊เขาเพิ่งพูดเองว่าต้องการที่ระบายเฉยๆ พอคุณหมูพีเสนอ เขาก็แค่สนอง พี่อู๋บอกตั้งแต่คืนแรกที่กลับไปแล้วว่ามันจะไม่เหมือนเดิมนะ เขาคงเต็มที่กับคุณหมูพีเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ แต่เพราะนั่นคือคุณพีรพัฒน์ผู้ไม่เคยโดนขัดใจ ดังนั้นผลของการขี้เอาจึงกลับมารัดคอเขาเอง

“มึงนี่เหี้ยจริงๆไอ้อู๋”

พี่ตั้มด่า ผมพยักหน้าเห็นด้วย พี่แม่งเหี้ยจริงๆพี่อู๋

“มึงก็รู้ว่าพีชอบทำร้ายตัวเองเวลาโมโห นี่ถ้าพีรู้ว่ามึงแค่อยากเอาเฉยๆ ไอ้อู๋เอ๊ย -- เตรียมตัวเลย เพื่อนรักพี ครอบครัวพี คนรอบตัวพีจิกมึงตายห่าแน่ โทษฐานทำร้ายเทวดาตัวน้อยของบ้าน”

พี่อู๋ถอนหายใจ เขาบ่นให้พี่ตั้มฟังเกี่ยวกับความขี้หึงที่น่ารำคาญจนเกินพอดี เดี๋ยวนี้คุณหมูพีไม่อยู่เฝ้าร้านอาหารของที่บ้านแล้ว แต่แวะมาที่นี่สัปดาห์ละห้าหกวันจนพี่อู๋อึดอัด เขาบอกพี่ตั้มว่าอยากอยู่ห้องเงียบๆแบบไม่มีใครกดดัน ทุกครั้งที่คุณหมูพีมา เขาจะพูดเรื่องหางาน เรื่องสอบวัดระดับปีหน้า เรื่องกินเรื่องเที่ยวเหมือนสมัยที่เคยคบกันซึ่งพี่อู๋ไม่อินอะไรทั้งนั้น เขาแค่อยากพักผ่อนให้คุ้มกับสิบปีที่เอาแต่ทำงานจนร่างกายพัง พอพูดถึงตรงนี้พี่ตั้มก็หัวเราะ เขาบอกว่าร่างกายมึงไม่ได้พังเพราะงานหรอกอู๋ เพราะเหล้าต่างหาก

“กูกินเพราะตอนเมามันช่วยให้ลืมทุกอย่างจริงๆ” พี่อู๋บอกเหตุผล “กูลืมเอม ลืมนายเหี้ยๆ ลืมงาน ลืมทุกอย่าง กูแค่สนุกกับการเต้นบนเก้าอี้ พอได้ที่ก็ไปเอากับพีแล้วค่อยกลับห้องมาเจอก้อง เห็นไหม? ชีวิตเสรีฟรีดอม”
“ฟรีดอมอย่าลืมคอนดอม”
“เออ กูซื้อตุนเป็นแพ็คเลย”

พวกเขาหัวเราะ ส่วนซินเดอเรลก้องได้แต่ทำหน้าอี๋ เรื่องของคุณหมูพียังเป็นหัวข้อสนทนาอีกพักใหญ่ ถ้ามีใครพูดว่าผู้หญิงเป็นมนุษย์ขี้นินทา ผมบอกเลยว่าคิดผิด พวกผู้ชายต่างหากที่นินทาเก่ง แต่ละเรื่องที่พวกเขาพูดกันนั้นเจ็บแสบจนผมคิดว่าถ้าคุณหมูพีเป็นคนมีชื่อเสียง เรื่องของเขาคงได้ลงเพจอีเจี๊ยบเลียบด่วนแล้ว

“มึงว่าถ้าพีรู้ความจริง -- วันนั้นจะเกิดอะไรขึ้นวะ?”

หลังจากรำลึกวีรกรรมที่คุณพีรพัฒน์เคยทำตั้งแต่คบกับพี่อู๋ พี่ตั้มก็ถามคำถามที่น่าสนใจนี้ขึ้นมา เมื่อก่อนคุณหมูพีเคยเอาคัตเตอร์กรีดขาเพราะโกรธที่ผู้ปกครองของผมไปเที่ยวเกาะล้านโดยไม่บอก ไหนจะใช้เล็บจิกหน้า จิกหัวพี่อู๋เวลาโมโห หนักเข้าคือตบพี่อู๋เลย บางทีก็ปาของใส่จนเขาเจ็บตัว พอได้ยินแบบนี้ผมชักสงสารคุณอุรัสยาแล้วที่มีแฟนประสาทแดก ต่อให้ผลประโยชน์คือเรื่องบนเตียง แต่ในความสัมพันธ์แบบนี้ ไม่มีใครสมควรถูกทำร้ายไม่ใช่เหรอ

“เอาตรงๆนะ ถ้าทะเลาะกันสองคนอ่ะ กูโอเค กูทนได้ กูคิดว่ากูเอาตัวรอดได้” พี่อู๋พูดด้วยน้ำเสียงหนักใจ “แต่ถ้าก้องอยู่ข้างๆนี่กูกลัวห้ามไม่ทันว่ะ พีแม่งขี้หึงไม่เข้าเรื่อง บางทีก็หาเรื่องก้อง บางทีก็ทำเหมือนก้องเป็นคนใช้ กูไม่เข้าใจเลยว่ามันเป็นเหี้ยอะไรถึงชอบแกล้งเด็กอายุสิบเจ็ด”
“ก็คงหวงมึงนั่นแหละ พีรักมึงจะตาย ถึงจะชอบตบตีมึงก็เถอะแต่สุดท้ายมันรักมึงคนเดียวนะเว้ย”
“รักขนาดไหน แต่ทำกูเจ็บตัวตลอดนี่มันก็ไม่ควรทนหรือเปล่าวะ?”

จริงที่สุด -- จริงมาก ต่อให้คุณหมูพีรักพี่อู๋มากขนาดไหน เขาก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายพี่อู๋แม้แต่ปลายเล็บ

พี่ตั้มเสนอทางเลือกสุดท้ายให้คุณอุรัสยาผู้น่าสงสาร เขาบอกว่ายิ่งปฏิเสธคุณหมูพีเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี หากฝืนดันทุรังแบบนี้ต่อไปคงเลิกยาก คุณหมูพีน่าจะไม่ยอมจบง่ายๆเพราะพี่อู๋ตักตวงความสุขจากตัวเขา จู่ๆจะมาชิ่งเอาดื้อๆ มีหวังคุณหมูพีได้ปาดคอตายแน่ แต่ต้องลุ้นอีกทีว่าจะเป็นคอของใคร หนึ่ง คอของตัวเขาเอง สอง คอของพี่อู๋ หรือสาม คอของกอริลลาก้อง

เดี๋ยวนะ -- ผมเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย?

“พีหวงมึงขนาดนั้นเลยเหรอวะ?”
“เออ มันหึงก้อง ทุกวันนี้ลากกูไปบริคเพราะจะพาไปต่อที่ห้อง ไม่ยอมให้กูกลับบ้าน”
“แล้วมึงทำไง?”
“เอาเสร็จก็กลับดิ ไม่กลับได้ไง ก้องรออยู่”

ผมควรดีใจที่ต่อให้พี่อู๋ออกไปแรดนานขนาดไหน สุดท้ายก็ยังตั้งใจกลับบ้านเพราะรู้ว่ามีคนรอ แต่ถ้าจะให้ดีคือไม่ต้องไปตั้งแต่แรก ซึ่งเป็นไปไม่ได้หรอก พี่อู๋กำลังสนุกกับเหล้าและเซ็กส์ เขาคงไม่หยุดง่ายๆ

พี่ตั้มคุยกับพี่อู๋เรื่องคุณหมูพีอีกนิดหน่อยก่อนหวยจะมาลงที่ซินเดอเรลก้อง ดูเหมือนว่าการอุปการะเด็กอายุสิบเจ็ดจะเป็นที่กล่าวขวัญในวงสนทนาของพวกเขาพอสมควร พี่ตั้มเอาแต่ยิงคำถามว่าพี่อู๋เจอผมที่ไหน คิดยังไงถึงพามาอยู่นี่ แล้วจะอยู่ไปถึงเมื่อไหร่ มึงไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะอู๋ นี่ไม่ใช่หน้าที่มึงที่ต้องคอยอุปการะชีวิตใคร แถมแนะนำให้พี่อู๋ส่งผมไปหน่วยงานราชการที่ดูแลปัญหาเรื่องนี้ แต่ผู้ปกครองของผมค้านหัวชนฝา ยังไงพี่อู๋ก็ไม่ยอม เขาบอกพี่ตั้มว่าไม่มีวันส่งนายก้องเกียรติไปที่ไหน เขาอยากดูแลผมเอง อยากเห็นผมเติบโตเป็นผู้ใหญ่มีอนาคตดีๆ พอพูดถึงตรงนี้ผมก็พอเข้าใจเหตุผลทั้งหมดแล้ว

พี่อู๋ไม่ได้พาผมมาแทนที่คุณหมูพี เขาพาผมมาแทนที่เอมต่างหาก

“แต่มึงจะเอาเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาแทนที่น้องชายตัวเองไม่ได้ อู๋ -- มึงฟังกูนะ ก้องไม่ใช่เอม แค่นิสัยก็ไม่เหมือนกันแล้ว เด็กคนนั้นไม่มีวันเป็นเอมให้มึงได้หรอก”
“กูไม่เคยเห็นก้องเป็นเอม กูแค่อยากให้ก้องได้โอกาสเหมือนที่เอมเคยได้ก็เท่านั้น” พี่อู๋อธิบาย “มันผิดตรงไหนถ้ากูจะเอ็นดูใครซักคน ในเมื่อเอมไม่อยู่แล้ว กูไม่มีน้องต้องส่งเสียเลี้ยงดูแล้ว แทนที่จะหยุดแค่นั้น ทำไมไม่ส่งต่อโอกาสให้เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือวะ?”
“มึงจะดูแลใครก็ได้ถ้ามีการมีงานทำ ไม่ใช่ขาดรายรับมาเป็นเดือนๆแถมยังต้องจ่ายเงินเลี้ยงเด็กที่ไม่ใช่ญาติตัวเองอีก”
“เสือกกก” พี่อู๋ด่าพี่ตั้ม “พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกับก้องนักหนา ปล่อยให้น้องมันอยู่เงียบๆไม่ได้เหรอ? ก้องก็ทำตัวดีมาตลอด เด็กรักดีแบบนี้จะปล่อยให้อดๆอยากๆไม่มีอนาคตได้ไง”

แล้วบรรยากาศก็เงียบ ผมเดาเอาว่าพี่อู๋คงโมโหนิดๆที่พี่ตั้มยุ่มย่ามกับการตัดสินใจของเขามากไปหน่อย แต่เงียบแค่ไม่นาน คำถามก็ถูกรัวใส่ผู้ปกครองของผมยิ่งกว่าปืนกล พี่ตั้มถามพี่อู๋ว่าหลังจากนี้จะเอายังไง จะส่งให้ผมเรียนมหาลัยจนจบเลยเหรอ แล้วถ้าผมขี้เกียจไม่รักเรียนล่ะ ถ้าผมมาเพื่อเกาะเขากินไปจนตายล่ะ ถ้าผมเป็นมิจฉาชีพที่ตั้งใจมาต้มเขาล่ะ พี่อู๋รับได้ไหม พร้อมรับความเสี่ยงนี้ไหม

“ก้องไม่ใช่เด็กแบบนั้นหรอก กูเลี้ยงมาหลายเดือน กูรู้” พี่อู๋แก้ต่างให้กอริลลาก้อง “ส่วนเรื่องจะให้อยู่ด้วยถึงเมื่อไหร่นี่ยังตอบไม่ได้ ถ้าก้องอยากเรียนมหาลัยกูก็จะส่งให้เรียน ไม่มีปัญหา”
“ปากดี งานก็ไม่มีจะทำ เสือกทำตัวเป็นเสี่ยเลี้ยงต้อย”
“มึงก็สาระแน น้องมึงไม่เคยตาย มึงจะมาเข้าใจอะไร”

ผมว่าพวกเขาต้องพอก่อน จากการซุบซิบนินทาเริ่มกลายเป็นการประชดประชันแล้ว ขืนคุยต่ออีกหน่อยมีหวังได้สาดคำด่าใส่กันแน่ๆ คิดได้ดังนั้นผมจึงลุกขึ้น ทำทีเป็นเช็ดอ้วกไปถึงห้องนอนใหญ่ก่อนจะแง้มบานประตู ผมส่งยิ้มให้พี่ตั้มที่หน้าเจื่อนลงเล็กน้อยแล้วบอกว่าเสร็จเรียบร้อยครับ สะอาดเหมือนเดิมครับ พี่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลพี่อู๋ต่อเอง

พี่ตั้มลุกขึ้นยืน เขาตบไหล่ผู้ปกครองของผมเบาๆก่อนจะขอตัวกลับ แต่พอผมแกล้งเดินออกจากห้องได้ไม่กี่ก้าว พวกเขาก็ซุบซิบกันอีก

“กูรู้แล้วทำไมพีถึงหึงจนหน้ามืดขนาดนั้น”

พี่ตั้มพยายามพูดเบาๆ แต่กอริลลาก้องยังได้ยินอยู่ ประสาทหูของผมดีกว่าที่พวกเขาคิดเยอะ

“ก้องแม่งน่ารักจริงๆว่ะ ตอนยิ้มจนตาปิดนี่ โอโห -- โลกสดใสในพริบตา”
“เห็นไหม กูบอกแล้ว”
“นี่ไง ชัดเลย -- ไอ้เฒ่าหัวงู มึงเลี้ยงเพราะเด็กมันน่ารักล่ะสิ ทำมาเป็นพูดว่าสงสาร แหม  ไอ้ตอแหล!”

กอริลลาก้องได้แต่กระพริบตาปริบๆ ขอบคุณที่ชมว่าน่ารักนะครับ แต่ไม่ต้องชมเรื่องนี้ก็ได้ ชมว่าทำกับข้าวอร่อยน่าจะดีกว่า ผมรีบย่องออกห่างจากห้องนั้น ซักพักพี่ตั้มก็เดินออกมา เขาโบกมือบ๊ายบายแล้วฝากฝังให้ช่วยดูแลพี่อู๋ด้วย ผมรับปากก่อนจะยกมือไหว้ ขับรถดีๆนะครับ สวัสดีครับ จบ ไปได้เสียที ถึงเวลาเทศนาคุณอุรัสยาแล้ว เมื่อกี๊เขาเพิ่งพ่นข้าวมันไก่ใส่หัวผม อย่าหวังเลยว่าคืนนี้จะได้นอนดี

ผมล็อกห้อง ปิดไฟ ผูกปากถุงอ้วกจนแน่ใจว่ากลิ่นจะไม่เล็ดลอดออกมาแล้วจึงล้างถังและซักผ้าในห้องน้ำ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยผมก็กลับเข้าไปในห้องนอน ตั้งใจจะเรียกพี่อู๋มาคุยเรื่องที่เขาตกงาน แต่พอเข้าไปถึง คุณอุรัสยาก็หลับเสียแล้ว ซินเดอเรลก้องจึงพับเก็บคำพูดไว้ก่อน ผมช่วยเขาถอดกางเกงยีนแล้วห่มผ้าให้ หลังจากนั้นก็อาบน้ำสระผมล้างคราบอ้วก ผมต้องเสียเวลานั่งเอาหัวจ่อพัดลมข้างนอกเกือบสิบนาที กว่าผมจะแห้งและหายเหม็นข้าวมันไก่ เวลาก็ผ่านไปเกือบชั่วโมง

ผมปิดไฟ เดินไปประจำที่ของตัวเอง ทันทีที่ล้มตัวลงนอน พี่อู๋ก็ขยับเข้ามาเหมือนรู้ว่าผมอยู่ตรงนี้ เขาเริ่มเอาหัวมาใกล้หมอนของผม ขาก่ายหมอนข้าง แต่มือวางพาดบนหน้าท้องกอริลลาก้อง ผมถอนหายใจเมื่อคุณอุรัสยาทำเหมือนผมเป็นหมอน เขาทำแบบนี้ประจำ อีกซักพักคงกลิ้งเอาหัวมาชน เมื่อไหร่นิสัยนอนดิ้นของเขาจะแก้ได้เสียที ผมอึดอัดนะที่เขากอดหมอนข้างคนเดียวไม่แบ่งกันเลย

“พี่อู๋ ให้ผมกอดหมอนข้างด้วยสิ”

ผมบอกพร้อมกับเขย่าตัวเขา คุณอุรัสยาลืมตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยอมถอยไปนอนที่ตัวเองและสละหมอนข้างให้ด้วยการยกขาออก แต่แขนของเขายังพาดอยู่ที่เดิม วางบนพุงกะทิของกอริลลาก้อง ผมที่ง่วงเกินทนจึงปล่อยผ่านไป อยากทำอะไรก็ทำ ตอนนี้ต้องนอนก่อน ผมพลิกตัวนอนตะแคงไปหาพี่อู๋ ขาก่ายหมอนข้างแล้วฝังหน้าลงบนหมอนด้วยความง่วงงุน หลังจากปิดตาได้ไม่กี่นาทีผมก็ผล็อยหลับ และคืนนั้นผมฝันว่าถูกคุณหมูพีถือมีดไล่แทงจนตายด้วย



TBC
----------------------------------------------


#เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้

น้องก้องมาแล้วค่า มาซะดึกเลย หวังว่าน้องก้องจะช่วยให้ทุกคนหายเหนื่อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ
ตอนนี้อาจจะดูสั้นๆไม่มีอะไร แต่เพื่อปูเรื่องไปตอนหน้า ก็เลยจำเป็นต้องเขียนขยายความก่อนไปเจอพายุค่ะ แหะๆ

ก่อนจากกัน เราอยากขอบคุณนักอ่านทุกคน ขอบคุณคอมเม้นต์ และทุกแท็กในทวิตเตอร์นะคะ รู้สึกเหมือนฝนตกในหน้าแล้งจริงๆค่ะ ดีใจที่มีคนเห็นน้องก้องเยอะขึ้นและให้ฟี้ดแบคน่ารักๆเยอะขึ้น สัญญาเลยว่าจะตั้งใจเขียนสุดฝีมือ หากมีจุดบกพร่องที่ควรปรับปรุงสามารถคอมเม้นต์ทิ้งไว้หรือดีเอ็มทางทวิตเตอร์ได้นะคะ ทุกๆคำติจะนำไปแก้ไขและปรับปรุงค่ะ ขอขอบคุณอีกครั้งนะคะที่มอบความรักให้เรา หลังจากนี้ช่วยอยู่ด้วยกันจนสุดทางด้วยนะคะ ขอบคุณจากใจจริงค่ะ ʕ→ᴥ←ʔ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด