เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ | Not today, he said. [ตอนพิเศษ] 05/10/20
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้ | Not today, he said. [ตอนพิเศษ] 05/10/20  (อ่าน 125619 ครั้ง)

ออฟไลน์ marisa9397

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 246
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
อ่านไปน้ำตาไหลไป สงสารก้องอ่ะความรู้สึกเหมือนต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีก อิพี่อู๋ก็ป่วย หมูพีก็น่าจะป่วยด้วยไหมเนี่ย เฮ้อ


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
อ่านตอนนี้ เราแบบ สงสารน้องงงงงงงงงง โอ๊ย ก้อง มาอยู่เจ้มา คือปัญหาของพี่อู๋ ก็พอจะมองออกตั้งแต่ตอนแรกๆ แล้วว่ามีปัญหาทางใจแน่ๆ แต่คือพี่อู๋จะสงสารแฟนแล้วลืมน้องไม่ได้ พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้ ถ้าเรื่องนี้พี่อู๋จะไม่ใช่พระเอกเราก็จะไม่แปลกใจเลย และถ้าพี่เป็นพระเอก ก็อยากให้น้องไม่เลือกจริงๆ พี่อู๋ดี นะ แต่พี่ทำเหมือนเก็บเด็กมาเลี้ยงแบบทิ้งขว้าง เพื่อทดแทนเอม แต่พี่ก็ยังเป็นคนเดิมที่ไม่สนใจน้อง เหมือนขอไปทีอะ
อ่านแล้วโมโหพี่อู๋จริงๆ ไปอยู่กับหมูพีเถอะ ไปรักกันสองคนให้พอ  :katai1:

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 173
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
เห็นด้วยค่ะ
คาพี่อู๋เปลี่ยนไปอ่ะ แต่ช่างเถอะ เราจะมองข้ามละกัน


คืออ่านถึงตรงนี้เราเริ่มงงแล้วว่าอิพี่อู๋คนแรกมาจากไหน คือถ้ายึดตามอิพี่ตอนแรกอ่ะ เขาไม่มีทางทิ้งก้องที่บาดเจ็บได้หรอก คือพื้นฐานพี่เขาเป็นคนดี ไม่งั้นจะอดทนมานั่งดูก้องทุกวันทั้งๆที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของตัวเองได้ยังไง ส่วนตอนนี้ไม่ใช่เหมือนเจอด้านใหม่ๆอ่ะ มันกลายเป็นพี่อู๋คนใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก
แต่เราจะอนุมานว่าเขาป่วยเพิ่มหลังจากเจอเรื่องห่าเหวก็เลยลืมความเป็นตัวเองไปแล้วกันนะคะ.....

ออฟไลน์ Mildtchns

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
งอนพี่อู๋แล้ว กอดๆนะน้องก้องงง อย่าไปสนพวกเขาเลยลูกกก ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่านนะคะ สู้ๆค่า

ออฟไลน์ nisaday

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 134
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่าคนป่วย3คนอยู่ในห้องเดียวกัน
อยากให้น้องกลับไปเรียน
เรียนรามก็ได้ แล้วไปทำพาร์ทไทม์ซะ อย่าเอาชีวิตตัวเองไปผูกไว้กับใครเลย
กินยา หายไวไว กลับไปเดินต่อดีกว่า

ออฟไลน์ lemon_sour

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
มาต่อไวๆ นะคะ ..สงสารกอลลิล่าก้องมาก ..ทำไมหมูพีต้องเป็นอย่างงี้ด้วย? รั้งด้วยวิธีนี้ทำไมหมดรักก็คือหมดรัก เฮ้ออ

รีบมาต่อนะคะ  :z3:

ออฟไลน์ jajablingz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สมัครเพื่อมาเม้นเลยค่ะ ชอบมากจริงๆ อ่านละโรคซึมเศร้ากำเริบ นอนน้ำตาไหล
กราบวิงวอนให้แต่งต่ออย่าทิ้งกันไปไหนนะคะ จะตามเป็นกำลังใจให้คนเขียนค่ะ
 :o12:

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 500
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
พี่อู๋ แม่งทิ้งน้องไว้แบบนั้นได้ไงวะ อารมณ์ขึ้นนนนนนนนนน  :fire:
ถามจริงว่าทนคบกับคนประสาทแดกแบบนี้ได้ไงมาเกือบสิบปีคะพรี่ น้องงง
เนี่ย แล้วมันก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ป่ะ บอกเลิกก็จะฆ่าตัวตาย แล้วพี่อู๋ก็กลับไปเหมือนเดิม
จะไม่อะไรเลยนะ ถ้าน้องก้องไม่อยู่ตรงนั้นอะ ทำไมน้องต้องมาเจอแบบนี้
พี่อู๋ติดลบมากๆๆๆ สงสารน้อง มาหาแม่ดีกว่าจะดูแลหนูเอง ไปอยู่วัดยังสบายใจกว่าไหมลูก  :sad4:

ออฟไลน์ angelninae

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
พี่อู๋ นายป่วยมากเลยนะ
ละหมูพีก็ป่วยด้วย ไม่ชอบการกระทำแบบนี้เลย
ตอนแรกคิดว่าจะดีแล้ว น้องก้องเริ่มคิดเรื่องอื่นมากขึ้น
ไม่จมแต่กับเรื่องตัวเอง แต่ดั๊นนมามีเหตุการณ์สงครามนี้
ไม่รู้น้องก้องจะดีขึ้นหรือแย่ลงเลย

ออฟไลน์ MR.J

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 63
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อ่านจบละก็นั่งเหม่อนี่ชั้นสามารถช่วยอะไรน้องก้องได้มั้ย ชีวิตไม่มีอะไรดีๆเข้ามาแล้วเหรอต้องเป้นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างงี้ตลอดเลยเหรอ พี่อู๋ลืมก้องไปได้ในเสียววิเลยเหรอแล้วที่คุยกับหมูพีว่าเริ่มชอบคนอื่นแทนหมูพีอ่ะน้องก้องใช่มั้ย ถ้ายังเป้นอย่างงี้อยู่อย่ามาชอบก้องเลยสงสารน้องแค่นี้ยังทิ้งน้องเลยทั้งที่น้องก็เจ็บอ่ะ ถ้าพี่อู๋เคลียร์ตัวเองไม่ได้ก็เชียร์ให้ก้องอยู่ได้ด้วยตัวเองเร็วๆแล้วไปจากพี่อู๋ซะ ทิ้งพี่อู๋ไว้กับหมูพีนี่แหละ แล้วมูฟตัวเองออกไปเลยก้องTT :sad4: :sad4: :sad4: :sad4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ suck_love

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 780
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-1
เห้อ

อยากถอนหายใจแทนก้อง

ออฟไลน์ Koduck

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ป่วยทั้งเรื่อง 55 เป็นกำลังใจให้คนเขียนครับ :katai1: :katai1: :katai1: :katai1:

รอนะครับ :hao5: :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ JustWait

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3348
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-4

ออฟไลน์ xpxrn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
รอไรท์มาต่อนะคะ ชอบนิยายเเนวนี้มากๆเลย o13

ออฟไลน์ Cheraae

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 7
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
นี่มันอะไรกันเนี้ยยยยย ยิ่งอ่านยิ่งจุกละอีพี่อู๋ทิ้งน้องทำมายยยยยย  :serius2:โกรธ  :fire:กอลิลาก้องลูกแม่ ออกมาค่ะ ไม่ต้องไปอยู่ด้วยแล้ว

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7208
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
ช่วยมาแล้วก็มาทิ้งขว้างกันกลางทางอย่างนี้นะเหรอ บ้าบอ
หนักกว่าตอนอยู่คนเดียวซะอีก
ตอนนั้นยังมีแค่เรื่องตัวเอง ตอนนี้เรื่องพี่อู๋ เรื่องหมูพีอีก โอ๊ยยยยยย ปวดหัว

ออฟไลน์ heymild

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 9
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
สนุกมากกกกแงน้องก้อง!

ออฟไลน์ ppp044

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 26
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อ่านตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนล่าสุด รองน้ำตาได้ครึ่งถ้วยน้ำชาแล้ว  :mew4:

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 760
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
รอน้องก้องทุกวันเลยย

ออฟไลน์ SeaBreeze

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 151
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
รอน้องก้องอยู่นะจ๊ะ :L1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
เข้ามาอ่านเพราะว่าเดาจากชื่อน่าจะา แต่ว่านะทำไมเหมือนไมเกรนจะขึ้น สักพักคนอ่านต้องไปโรงบาลเจ้าพระยาเป็นกอริลล่ากีนหมดแน่

ออฟไลน์ ambiguous95

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-4
13 (Part 1)

นาฬิกาบอกเวลาว่าสองทุ่มสิบเจ็ดนาที

กอริลลาก้องทำแผลให้ตัวเองเสร็จแล้ว บนแขนซ้ายมีปลาสเตอร์ยาแบบผ้าสีน้ำตาลแปะอยู่เจ็ดจุด ส่วนแขนขวามีสิบสอง ตรงคิ้วหนึ่ง ใต้คางหนึ่ง โหนกแก้มอีกสาม แต่กอริลลาก้องไม่คิดอะไร ก็แค่ปลาสเตอร์ยาสากๆบนผิวหนัง เดี๋ยวแผลก็แห้ง เดี๋ยวก็ได้แกะมันออกไป

นาฬิกาบอกเวลาว่าสองทุ่มยี่สิบสามนาที

กอริลลาก้องยืนมองกองเลือดของคุณหมูพีด้วยสีหน้าว่างเปล่า ไม่รู้สึกผิดที่ตนเองเป็นสาเหตุให้เกิดสงครามโลกครั้งที่สาม ไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากผะอืดผะอมอยากอาเจียนเพราะกลิ่นเหม็นคาวและสีแดงคล้ำของเลือด ดังนั้นกอริลลาจิตหลุดจึงยืนเฉยๆนานหลายนาที มองของเหลวที่เจิ่งนองบนพื้นก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟา

นาฬิกาบอกเวลาว่าสองทุ่มสี่สิบเจ็ดนาที

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นเพราะดยุก เฟอร์ดินานด์ของออสเตรีย-ฮังการีโดนลอบสังหารที่บอสเนีย สงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้นเพราะชายคนหนึ่งที่ชื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ต้องการกู้เกียรติยศของประเทศกลับมาด้วยวิธีเหี้ยมโหดและเด็ดขาด

ส่วนสงครามโลกครั้งที่สามเกิดขึ้นเพราะอะไร?

กอริลลาก้องนึกสงสัย

แน่นอนว่าความร้ายแรงของมันไม่สมควรนำไปเทียบกับประวัติศาสตร์ในอดีต แต่สำหรับกอริลลาที่อายุแค่สิบเจ็ดและเป็นตัวต้นเรื่องที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงเป็นยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์ที่ทำให้พี่อู๋ คุณหมูพี และมัน พวกเราต้องเจ็บปวดด้วยกันทั้งหมด

นาฬิกาบอกเวลาว่าสองทุ่มห้าสิบนาที

ถ้ากอริลลาก้องไม่ออกตัวปกป้องผู้ปกครอง เรื่องทั้งหมดจะเกิดขึ้นไหม มันพยายามคิดทบทวนไตร่ตรองด้วยสติอันน้อยนิดเท่าที่มีในตอนนั้น จากที่ไม่นึกโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง มันก็เริ่มสำเหนียกได้ว่าทุกอย่างเป็นเพราะมัน

ถ้าไม่บอกเรื่องส่วนตัวของพี่อู๋ให้คุณหมูพีรู้ -- เขาอาจจะไม่ทำแบบนั้น
ถ้าไม่ตอบโต้คุณหมูพีด้วยการชกกลับไปหนึ่งที -- เขาอาจจะไม่ทำแบบนั้น
ถ้าไม่ -- ถ้าไม่ -- ถ้าไม่ --

ลอยเต็มหัวจนสับสนไปหมด

เอาล่ะ ศาลตัดสินแล้ว

กอริลลาก้องมีความผิดจริงในคดีนี้ มันคือตัวต้นเรื่องที่ทำให้คุณหมูพีเจ็บตัว แม้ว่าจะทำด้วยเจตนาดี แต่ผลลัพธ์ออกมาตรงข้ามขนาดนี้ เตรียมตัวเตรียมใจรอได้เลยกอริลลาก้อง แกโดนส่งกลับเข้าป่าแน่

นาฬิกาบอกเวลาว่าสามทุ่มยี่สิบสองนาที

กอริลลาก้องกลับมาสวมบทซินเดอเรลลาด้วยการเก็บเศษจานแต่ทิ้งกองเลือดเอาไว้ บางหยดเป็นของมัน บางหยดเป็นของคุณหมูพี ซินเดอเรลก้องผู้เคยภักดีไม่ทำงานให้เนี๊ยบเหมือนอย่างเคย มันเลือกเช็ดเฉพาะเลือดของตัวเอง แต่ปล่อยให้ของคุณพีรพัฒน์แห้งกรังอยู่ตรงนั้น รอให้เจ้าของเลือดมาจัดการ

นาฬิกาบอกเวลาว่าสี่ทุ่มตรง

กอริลลาก้องย้ายจากโซฟาไปนอนมองเพดานในห้องนอนใหญ่เงียบๆคนเดียว

นาฬิกาบอกเวลาว่าสี่ทุ่มสิบเอ็ดนาที

กอริลลาก้องย้ายมาในห้องนอนเล็กและเริ่มพิจารณาฝ้าเพดานอีกครั้ง

นาฬิกาบอกเวลาว่าห้าทุ่มสามนาที

กอริลลาก้องรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องอยู่ในที่โล่ง มันจึงย้ายลงไปนอนบนพื้นที่เป็นช่องว่างแคบๆระหว่างเตียงกับหน้าต่าง ขนาดพอดีตัวของพื้นที่เล็กๆของขอบเตียงและผนังทำให้มันรู้สึกเหมือนถูกโอบกอด แต่ก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี

นาฬิกาบอกเวลาว่าห้าทุ่มห้าสิบเจ็ดนาที

ผนังไม่สามารถปลอบมันได้ดั่งใจ กอริลลาก้องจิตหลุดจึงย้ายไปหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้าของห้องนอนเล็ก ปิดบานประตูมิดชิด ปล่อยให้ความมืดและพื้นที่คับแคบช่วยบรรเทาความคิดฟุ้งซ่าน อากาศอบอ้าวในตู้ทำให้เริ่มหายใจไม่ออก แต่มันก็ยังนั่งอยู่อย่างนั้น ขบกัดเล็บมือตัวเองดังกึกๆพร้อมกับคิดถึงผู้ปกครองที่ยังไม่กลับบ้าน

นาฬิกาบอกเวลาว่ากี่โมงไม่รู้

กอริลลาก้องนั่งเหงื่อชุ่มในตู้เสื้อผ้าที่เดิม ตอนนี้มันร้อนและต้องการสูดอากาศให้เต็มปอดแต่ไม่กล้าออกไป จู่ๆมันเกิดกลัวโลกภายนอกขึ้นมากะทันหัน กลัวว่าออกไปจะโดนผู้ปกครองตีหรือไล่ออกจากห้อง กอริลลาก้องได้แต่นั่งกัดเล็บสำนึกผิด

ผมไม่ได้ตั้งใจ

มันท่องซ้ำไปซ้ำมา

ผมแค่อยากช่วยให้พวกพี่เข้าใจกัน
ผมแค่อยากช่วย ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่รู้ว่าเขาจะทำ

ผมไม่รู้ว่าเขาจะทำ

ผมไม่รู้จริงๆว่าเขาจะกล้าทำ

ในขณะที่คุณหมูพีกล้าหาญถึงขนาดกดเศษแก้วลงบนข้อมือตัวเองจนเลือดสาด แต่กอริลลาก้องกลับขี้ขลาดหนีมาหลบในตู้เสื้อผ้า หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้ปกครองเพราะกลัวถูกทำโทษ

แล้วต้องหลบไปถึงเมื่อไหร่ล่ะ?

มันถามตัวเอง

และคำตอบก็คือไม่รู้

แต่ความรู้สึกของมันชัดเจนมากว่าไม่อยากออกจากตู้เสื้อผ้าในเร็วๆนี้ มันกลัวเกินกว่าจะโผล่หน้าออกไปให้ผู้ปกครองเห็น มันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้จิตใจของมันกำลังดำดิ่งแค่ไหน มันปลอบตัวเองว่าอยู่คนเดียวได้ อยู่คนเดียวก็ได้ แต่ลึกๆมันรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ กอริลลาก้องเหมือนสัตว์ที่ถูกพรากจากป่ามาเลี้ยงในกรงทอง มันเคยชินกับความสบายและความอบอุ่นจากผู้ปกครอง หากถูกปล่อยกลับป่าก็คงหาอาหารไม่เป็น เข้าสังคมไม่ได้ หลงทาง เคว้งคว้าง สุดท้ายก็จบที่อดตาย มันคิดไปไกล ยังไงก็ต้องตาย มันคิดอีก ยังไงก็ไม่รอดหรอก

เสียงบานประตูดังขึ้นเมื่อไหร่ กอริลลาไม่ได้ยิน มันนั่งกลอกตาไปมาในตู้เสื้อผ้าดำมืดที่ร้อนอบอ้าวมาเกือบชั่วโมงแล้ว แม้อยู่ในสภาพชุ่มเหงื่อและหายใจลำบาก มันยังคงครุ่นคิดว่าจะสรรหาคำพูดไหนมาอธิบายกับผู้ปกครองดี มันคิดไกลถึงขนาดว่าผู้ปกครองอาจไม่รับฟัง มันอาจโดนทุบตีโทษฐานทำคนรักของเขาเจ็บตัว แค่คิดมันก็ตัวสั่น นั่งกัดเล็บจนสั้นกุด แล้วเริ่มร้องไห้ออกมา

เสียงฝีเท้าเดินย่ำไปมาในห้อง แต่กอริลลาก้องไม่รู้ตัว ราวกับหูอื้อไปชั่วขณะ มันไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงความคิดของตัวเอง เจ็บนะ มันโอดครวญ ผมก็เจ็บเหมือนกัน  ทำไมพี่ไม่สนใจ มันคร่ำครวญอีก หัวใจของมันพร่ำเพ้อโหยหาความใส่ใจจากผู้ปกครอง เป็นความสับสนในตัวเองระหว่างน้อยใจกับฝืนทำเป็นเข้มแข็ง กอริลลาก้องนึกไปเองว่าถ้าไม่เจอผู้ปกครองซักพัก สถานการณ์คงดีขึ้น ดังนั้นมันจึงตั้งใจขังตัวเองไว้ในตู้เพื่อไถ่โทษ มันจะอยู่ในนี้อีกพักใหญ่ๆเพื่อสำนึกผิด มันจะไม่โผล่หน้าออกไป มันจะไม่กวนใจผู้ปกครอง แต่ลึกๆกอริลลาก้องรู้สึกกลัวเพราะเหตุการณ์ในคืนนั้น คืนที่เกือบโดนตียังฝังแน่นในหัว

หรือต้องโดนซักที

มันถามตัวเอง

ถ้าต้องโดนตีก็สมควรแล้ว มันทำคุณหมูพีเจ็บเจียนตาย งั้นออกไปยอมรับโทษแบบแมนๆดีกว่าขี้ขลาดแบบนี้ดีไหม อย่างน้อยมันก็เป็นลูกผู้ชาย แม่สอนไว้ว่าทำผิดต้องกล้ารับผิด แต่เสียงเล็กๆแอบค้านในใจ

ไม่ใช่ความผิดของเราซักหน่อย

หมูพีทำตัวเอง
มันบ้าเอง
กรีดร้องเอง
คิดมากไปเอง
ทำร้ายตัวเอง

ก้องเกียรติไม่ได้ทำอะไรเลย ก้องเกียรติแค่ปกป้องผู้มีพระคุณ เพราะฉะนั้นจะบอกว่าเป็นความผิดของมันได้ยังไง จะโทษว่าทุกอย่างเป็นเพราะมันคนเดียวก็ไม่ยุติธรรมสิ

กอริลลาก้องสับสน เหงื่อไหลย้อยจากขมับถึงปลายคาง ริมฝีปากสั่นระริกเพราะความกลัว มันนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าผู้ปกครองกลับมาจะโดนอะไรบ้าง ถ้าโดนไล่ออกจากบ้านล่ะ ถ้าโดนตีล่ะ ถ้าผู้ปกครองไม่ขออุปการะต่อไปล่ะ มันจะอยู่ด้วยเงินสี่ร้อยกว่าบาทยังไง

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่กอริลลาก้องยังคงไม่ได้ยิน คราวนี้มันใช้สองมือโอบกอดตัวเอง ซุกหน้าลงบนเข่า ในหัวเอาแต่ท่องว่าทำไงดีๆ มันควรเถียงหรือควรรับโทษโดยไม่มีข้อแก้ตัว แต่กอริลลาผู้ภักดีตัวนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆนะ มันแค่ปกป้องผู้ครองแต่ไม่รู้ว่าจะมีใครเข้าใจเจตนาของมันไหม ผู้ปกครองของมันป่วย มันจึงอยากช่วยให้แรงกดดันลดลงแต่กลับกลายเป็นเลวร้ายกว่าเดิม กอริลลาก้องฟุ้งซ่านจนไม่ได้ยินเสียงที่หยุดอยู่หน้าประตูตู้เสื้อผ้า จังหวะที่กัดเล็บหักดังกึก บานประตูก็เปิดออก ผู้ปกครองของมันกลับมาแล้ว

กอริลลาก้องเงยหน้ามองผู้มีพระคุณ มันสับสนว่าควรทำยังไงระหว่างแก้ต่างให้ตัวเองหรือกราบขอโทษที่ทำให้คุณหมูพีเจ็บปางตาย ดวงตาของมันล่อกแล่ก มองใบหน้าที่มีรอยช้ำตรงมุมปากด้วยความหวาดระแวง ทันใดนั้นมันจึงตัดสินใจยกมือขึ้น พนมมือแนบอก พูดสั้นๆว่าผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษที่ทำให้พี่เดือดร้อนนะครับ

จบแค่ตรงนั้น ไม่มีการฟูมฟาย ไม่มีการแก้ตัวด้วยประโยคยืดยาวเพื่อขอความเมตตา กอริลลาก้องพูดเจตนาของตัวเองตรงๆและเอ่ยปากขอโทษในสิ่งที่ตัวเองทำผิดไป ความเงียบของผู้ปกครองทำให้มันใจสั่นจนต้องเงยหน้าสบตา แต่กลับเห็นแค่ความว่างเปล่าเหมือนผู้ปกครองของมันหลุดลอยไปอยู่ที่ไหนซักแห่ง

“พี่อู๋ -- พี่เป็นอะไรหรือเปล่า?”

ทันใดนั้นผู้ปกครองของมันก็ย่อตัวลง กอริลลาก้องรีบกระถดเข้าในตู้เสื้อผ้าลึกกว่าเดิมเพราะกลัวถูกกระชากออกไปกระทืบ เนื้อตัวสั่นเทาไปหมด มันรู้ชะตากรรมตัวเองแล้ว คงไม่พ้นโดนเตะออกจากบ้าน หรือไม่ก็โดนฟาดซักสองสามที โทษฐานทำให้สงครามโลกครั้งที่สามเกิดขึ้นเพราะความปากเสียของตัวเอง

“ผมย้ายออกก็ได้ เดี๋ยวผมไปเลยก็ได้”

มันอ้ำอึ้งแล้วเริ่มพล่ามเพราะพี่อู๋ไม่ยอมพูดอะไรเลย มันบอกผู้ปกครองว่าผมไม่อยากให้เขากดดันพี่ ผมไม่อยากให้เขาบีบพี่ ผมไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนั้น ผมขอโทษที่ทำให้พี่กับแฟนทะเลาะกัน ผมจะไปแล้วครับ ผมจะย้ายออกแล้วครับ ขอโทษนะครับที่ทำให้เดือดร้อน

ผู้ปกครองของมันถอนหายใจก่อนจะใช้มือดึงกอริลลาก้องออกจากตู้เสื้อผ้า มันกลัวจนต้องหลับตาปี๋เพราะไม่รู้ชะตากรรม ทว่าผู้ปกครองของมันไม่ได้มาเพื่อลงไม้ลงมืออย่างที่คิด พี่อู๋แค่พลิกดูปลาสเตอร์ยาตามแขนและใบหน้า เขาเชยคางกอริลลาก้องขึ้นมาด้วยสีหน้าคร่ำเครียด

“เหงื่อแตกจนปลาสเตอร์จะหลุดแล้ว”

พี่อู๋บ่นเหมือนเป็นเรื่องขำๆ กอริลลาก้องตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

“ออกมาจากตู้เถอะ ไม่ต้องกลัว พี่ไม่โกรธก้องหรอก ก้องไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย”

ก้องไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย
ก้องไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย
ก้องไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย

ตอนนั้นเองนายก้องเกียรติถึงตระหนักได้ว่าคุณอุรัสยาไม่ได้โกรธมันเลย ความกลัวทั้งหมดเบาบางลง กอริลลาก้องน้ำตาไหลเงียบๆก่อนจะเดินตามผู้ปกครองไปที่โซฟาเพื่อให้เขาแกะปลาสเตอร์ยาออกอีกครั้งเตรียมทำแผลใหม่รอบที่สอง




นาฬิกาบอกเวลาว่าห้าทุ่มสามสิบสี่นาที

พี่อู๋ลอกปลาสเตอร์ยาอันเก่าออกพลางบ่นว่ายี่ห้อนี้กาวเหนียวเกินไป ตอนแกะอาจจะเจ็บจนน้ำตาไหลเพราะกาวดึงขนออกมาด้วย ผมที่กำลังสับสนได้แต่นั่งเฉยๆ คอยยกแขนและเงยหน้าให้พี่อู๋ทำแผลได้ถนัด เขาใช้น้ำเกลือเช็ดรอยบาดแทนที่จะเป็นแอลกอฮออล์ขวดเล็กสีฟ้าที่ซื้อมาจากเซเว่น เขาทาเบตาดีนบางๆจนครบทุกรอย แต่ไม่ติดปลาสเตอร์ให้ใหม่

“แผลแบบนี้ไม่ต้องติดหรอก เดี๋ยวมันก็แห้งเอง”

พี่อู๋อธิบาย เขาจ้องคางของผมอยู่นานเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ ก่อนหยิบโทรศัพท์มาถ่ายภาพเพื่อส่งไปให้พี่ออมดู

“เห็นรูปยัง? เจ๊ว่าต้องเย็บไหม?”

พี่อู๋ถามพี่สาวของตัวเองที่เป็นอาจารย์หมอ ผมไม่รู้จะแสดงอารมณ์ยังไงออกมาระหว่างโล่งอกกับดีใจที่ได้รู้ว่าเขาเองก็เป็นห่วงผมเหมือนที่ห่วงคุณหมูพี บทสนทนาของสองพี่น้องนั้นสั้นและเรียบง่าย มีแค่คำว่าเหรอ อืม ใช่ๆ พีทำ มันใช้เศษจาน ก็ไม่เหวอะเท่าไหร่แต่เยอะอยู่เหมือนกัน โอเค สรุปว่าไม่ต้องเย็บเนอะ งั้นเจ๊นอนต่อเถอะ ขอบคุณมากที่ตื่นมารับสาย

หลังจากนั้นพี่อู๋ก็หันมาหาผม เขาบอกว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาล แผลจะสมานตัวเองเพราะไม่ได้ลึกอะไรมากมาย คุณอุรัสยาเงียบอีกพักใหญ่ เขาดูมีเรื่องอยากพูดแต่ก็ไม่พูด พี่อู๋คงเก็บความเครียดไว้กับตัวเองตามเคย แน่นอนว่าเขาไม่มีวันบอกตัวปัญหาหรอกว่าคุณหมูพีเป็นไงบ้าง แต่เดาจากท่าทาง ผมคิดว่าคงเจ็บหนักแต่ไม่ถึงกับตาย

เพราะถ้าคุณหมูพีตาย พี่อู๋ก็คงไม่ได้กลับบ้าน

เขาต้องหาซื้อโลงศพ ต้องแจ้งพ่อแม่ของคุณหมูพีและยืนให้ฝั่งนั้นตบตีอีกพักใหญ่ หลังจากนั้นก็เตรียมหาวัดเพื่อวางร่างไร้วิญญาณของอดีตคนรัก ติดต่อสัปเหร่อ ติดต่อเจ้าอาวาส ติดต่อร้านจัดดอกไม้ ติดต่อร้านรูปถ่ายเพื่อทำกรอบรูปสวยๆมาวางหน้าโลง เรื่องพวกนั้นต้องใช้เวลาและค่อนข้างยืดเยื้อ อาจจะถึงตีสามตีสี่หรือไม่ก็ถึงเช้า แต่ถ้าเขากลับเร็วแบบนี้ แสดงว่ายังไม่ตาย

“ก้องไปหลบในตู้เสื้อผ้าทำไม?”
“ผมกลัว”
“กลัวอะไร?”

ผู้ปกครองถาม ผมอ้ำอึ้ง แต่ก็ยอมรับตรงๆว่ากลัวถูกตีเหมือนคืนก่อน พี่อู๋หน้าเสียนิดหน่อยเมื่อเหตุการณ์คืนนั้นถูกพูดถึงอีกครั้ง เขาเดินมานั่งข้างผมแล้วลูบหัวเบาๆพร้อมกับบอกว่าลืมๆไปบ้างเถอะ พี่ไม่ใช่คนใจร้ายถึงขนาดทำก้องเจ็บตัวหรอก

ใครมันจะไปรู้วะ

ผมนึกในใจเพราะเห็นเขาทะเลาะกับคุณหมูพีค่อนข้างบ่อย บางทีก็ตบหัวกัน บางทีก็ตบหน้ากัน หนักเข้าคือกำหมัดแล้วทุบปึกๆเลย ผมกลัวว่าวันหนึ่งคนที่โดนทำร้ายอาจเป็นผมเอง คนที่โดนตบจนหน้าแดงเป็นปื้นอาจเป็นนายก้องเกียรติก็ได้

“พี่อู๋ครับ”
“ว่าไง?”
“เดี๋ยวผมเก็บห้องให้นะ”

พี่อู๋ส่ายหน้า เขาดูอ่อนล้าและเครียดมากจนเริ่มเก็บอาการไม่อยู่

“ไปนอนเถอะ เดี๋ยวพี่เช็ดเอง”

ผมมองหน้าพี่อู๋ จ้องลึกเข้าไปในแววตาที่มีแต่ความเจ็บปวดของเขาอีกสองสามวิก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย วันนี้คงเร็วไปที่จะคุยกัน พี่อู๋อาจไม่พร้อมฟังคำอธิบายหรือบอกเล่าอาการของคู่กรณีให้รู้ หลังจากแกล้งหันหลังเดินเข้าไปในห้องนอนใหญ่แค่สองสามก้าว ผมก็ได้ยินเสียงสูดน้ำมูกเบาๆของผู้ปกครอง

พี่อู๋กำลังร้องไห้
เขาแอบร้องไห้ตอนที่ผมหันหลัง

เสียงฟุดฟิดดังอีกพักใหญ่ๆ กอริลลาก้องที่เคยกลัวผู้ปกครองจนลนลานได้แต่ยืนหัวใจสลาย แค่อยากช่วยแต่กลายเป็นทำร้าย อยากปกป้องแต่ทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม ผมรู้สึกแย่จนทำอะไรไม่ถูกนอกจากกลับไปนอนบนเตียงก่อนจะหยิบยานอนหลับที่หมอให้ไว้ออกมาจากลิ้นชัก

ยานอนหลับตัวใหม่ล่าสุดจากหมอ เป็นแคปซูลกลืนง่ายคล่องคอบรรจุอยู่ในซองสีชา ผมจ้องมันอยู่นานหลายนาที ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตาย แค่อยากพักผ่อนซักสิบชั่วโมงให้หายเครียด แต่ผมจะไม่เห็นแก่ตัวด้วยการกินคนเดียว ดังนั้นตอนที่พี่อู๋จัดการข้างนอกเสร็จแล้วเดินเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมจึงยื่นยานอนหลับให้เขาสามเม็ด และกำไว้ในมือตัวเองอีกสามเม็ด

“พี่จะหลับสนิทและไม่ฝันเลย”

ผมอวดอ้างสรรพคุณ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าพ่อค้ายาที่ใช้วาทศิลป์กล่อมลูกค้าให้หลงเชื่อจนต้องซื้อ

“มันไม่แรงพอจะทำให้พี่ตาย แต่ก็มากพอจะช่วยให้พี่หายเครียดนะ”

พี่อู๋มองเม็ดแคปซูลในมือ ไม่แสดงออกว่าโกรธหรือโมโหที่ผมเสนอทางเลือกพิลึกพิลั่นแบบนี้ หลังจากทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่นาน ในที่สุดพี่อู๋ก็เขกหัวผมหนึ่งที นี่แหน่ะ! นายก้องก๋อย อย่าคิดหนีความจริงด้วยวิธีแบบนี้อีกล่ะ

“แต่มันไม่ถึงตายจริงๆนะ มันจะทำให้พี่หลับสบาย ตื่นมาพี่จะรู้สึกสดชื่นแบบ ว้าว -- นอนเต็มอิ่มนี่ดีจริงๆ”
“หมอไม่ได้จ่ายมันให้พี่ หมอจ่ายให้ก้อง”

พี่อู๋ดึงผมนอนลงข้างๆแล้วห่มผ้าให้

“ยานอนหลับก็มีโทษทางอ้อม ไม่รู้เหรอว่ายิ่งกินยิ่งโง่ ถ้ายังอยากสอบเข้ามหาลัยอยู่ก็กินแค่วันละเม็ดพอ อย่าเกินกว่านี้ ไม่งั้นจะโง่จนฝนข้อสอบไม่ได้”

ผมไม่รู้ว่าพี่อู๋พูดจริงหรือหลอกแต่ก็กรอกยาทั้งหมดกลับใส่ซองตามเดิม ผมทานยาหนึ่งเม็ดเท่าที่หมอสั่งแล้วล้มตัวลงนอน ส่วนพี่อู๋นอนข้างๆ เขาพลิกตัวไปมานานหลายนาทีจนผมผล็อยหลับไปก่อน พอรู้สึกตัวอีกทีตอนเช้า ผมก็เพิ่งรู้ว่ายานอนหลับหายไปห้าเม็ด ซึ่งคนกินไม่ใช่ผมแน่ๆ เมื่อคืนผมทานเม็ดเดียวตามที่หมอสั่ง ดังนั้นโจรขโมยยาจึงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้ปกครองที่หลับสนิทอยู่ข้างๆนั่นเอง

พี่อู๋แอบกินยานอนหลับของกอริลลาก้องไปห้าเม็ด
วันนี้ -- ผมต้องสั่งให้เขาซื้อมาคืนเท่าเดิมแล้วล่ะ







พาร์ท 2 อยู่ reply ถัดไปเลยงับ  :hao5:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2019 22:49:31 โดย ambiguous95 »

ออฟไลน์ ambiguous95

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-4
13 (PART2)


ผลของการกินยานอนหลับเกินขนาดทำให้พี่อู๋หน้ามึนเหมือนยังไม่ตื่น อารมณ์นิ่งเหมือนทะเลไม่มีคลื่นลม ความเครียดที่เคยฉายบนใบหน้าหายเป็นปลิดทิ้งราวกับเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ เป็นไงล่ะ ผมนึกในใจ บอกแล้วว่ามันดี ของมันต้องมีจริงๆ ถ้าพี่ไปหาหมอตอนนี้ ผมจะบอกหมอให้จ่ายยาดีๆทุกรอบเลย

เราอยู่ด้วยกันสองคนและทำกิจวัตรเดิมๆ พี่อู๋ตื่นสายกว่าผมนิดหน่อยแต่ก็ถือว่าเช้ากว่าปกติ เขาเดินมาเปิดทีวีฟังพี่น้องไบร์ท ผมทำผัดฟักทองแต่เขากินไม่หมด ผมต้มกระดูกหมูให้กิน เขาก็กินแต่น้ำซุปแล้วเหลือหมูทิ้งไว้ ขณะที่ผมนอนดูแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคห้าบนโซฟา พี่อู๋ย้ายไปนั่งกดเปียโนเรื่อยเปื่อยเหมือนพยายามหัดเล่น แม้ว่าเสียงโทรศัพท์จะดังแทบตลอดเวลา แต่เขาก็ยังก้มหน้าก้มตากดคีย์เปียโนติ๊งๆไม่เป็นเพลง

ผมรอจนกระทั่งโทรศัพท์พี่อู๋ดังเป็นครั้งที่สามสิบสี่ คุณอุรัสยาทุบคีย์เปียโนด้วยความหงุดหงิดจนเสียงดังแปร่งก่อนจะเดินมารับสาย หัวใจของกอริลลาก้องเต้นตุ๊มๆต่อมๆ ผมรู้อยู่แล้วว่าเกี่ยวกับคุณหมูพีแน่ๆ ไม่อย่างนั้นพี่อู๋คงไม่กลับมาปั้นหน้าเครียดเหมือนเมื่อคืนหรอก

“ครับ ครับ” เขากรอกเสียงลงในสาย “ครับ ผมไม่ได้ชิ่งครับ ผมกำลังอาบน้ำแต่งตัวไปหาพีครับ”

พี่อู๋ตอบ เมื่อวางสายเขาก็ถอนหายใจแล้วเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผู้ปกครองของผมกำลังจะไปอีกแล้ว ความสัมพันธ์อันน่าเบื่อหน่ายนี่กำลังกัดกินความสดใสของพี่อู๋จนกลายเป็นคนกลวงโบ๋ ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีความสุข ไม่มีแม้แต่ปากเสียงจะเถียงคนในสายว่าไม่ใช่หน้าที่เขาเลยที่ต้องไปดูแลหมูบ้า

“ให้ผมไปด้วยได้ไหมครับ?”

ผมถามเมื่อเห็นพี่อู๋เดินออกจากห้องน้ำ เขาเลิกคิ้วแล้วตอบว่าอย่าไปเลย ผู้ใหญ่อยู่กันเยอะ ไหนจะเพื่อน ไหนจะพ่อแม่ของพีที่ก็กำลังโมโหอีก เดี๋ยวก้องโดนด่าเอานะ แต่ผมยังยืนยันเจตนาของตัวเองเหมือนเดิม ผมจะไม่ปล่อยให้พี่อู๋ไปเผชิญหน้ากับเรื่องเฮงซวยที่เกิดจากผมอีกแล้ว ผมจะไปกับเขา เราจะอยู่ข้างๆกันในช่วงเวลาส้นตีนแบบนี้

“ผมรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ ผมคงไม่สบายใจถ้าไม่ได้ขอโทษเขา”

ผมตอแหล

“พี่ให้ผมไปเถอะนะ อย่างน้อยให้ผมได้ขอโทษพ่อแม่ของพี่หมูพีที่พูดจาไม่ดีจนเขาทำร้ายตัวเอง”
“ก้องแน่ใจเหรอว่าอยากไป?” พี่อู๋ขมวดคิ้ว ท่าทางไม่ค่อยเห็นด้วย
“ครับ”

ผมตอบด้วยเสียงหนักแน่นยิ่งกว่าสมัยเรียนรด. เมื่อพี่อู๋พยักหน้ารับ ผมก็รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วขึ้นวีออสสีดำพร้อมผู้ปกครอง เตรียมมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมคุณหมูบ้าทันที



หน้าห้องพักผู้ป่วยมีคุณลุงคุณป้าคู่หนึ่งนั่งหน้าเศร้ากับเพื่อนๆของคุณพีรพัฒน์อีกสามสี่คน ทันทีที่พี่อู๋ปรากฏตัวขึ้น ทุกสายตาก็จับจ้องมาด้วยความไม่พอใจนิดๆเพราะมาเยี่ยมคุณหมูพีช้า แต่หากมองเลยไปอีกหน่อย พวกเขาจะเห็นกอริลลาก้องในสภาพแผลเต็มตัวยืนหลบหลังผู้ปกครองเหมือนเด็กกลัวความผิด

“แกก็กล้าพามันมาอีกเนอะ” พี่ผู้หญิงที่แต่งตัวสวยคนหนึ่งพูด “ทำพีเจ็บตัวขนาดนี้แล้ว จะพาเด็กมันมาตอกย้ำพ่อกับแม่ทำไม?”

ผมยกมือไหว้ทุกคนด้วยท่าทางจ๋อยๆ พอถึงเวลาจริงๆแล้วการตกอยู่ในจุดที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผิดนั้นยากที่จะทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ผมประหม่าเมื่อแววตาของบรรดาผู้คนที่รักคุณหมูพีจับจ้องมายังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้ คำพูดง่ายๆอย่างขอโทษครับจึงยังไม่หลุดออกจากปากของกอริลลาก้อง ผมยืนตัวลีบอยู่นานจนพี่อู๋ต้องยื่นมือเข้ามาช่วย

“พีเป็นไงบ้าง?”
“จะถามถึงทำไม? เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”

งั้นพวกคุณจะโทรจิกให้พี่อู๋มาที่นี่ทำซากอะไร เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ

ผมคิด แต่ไม่ได้พูด

ดูหมือนว่าทุกคนจะโยนความผิดให้พี่อู๋มากกว่าผมที่เป็นตัวต้นเหตุ พวกเขากล่าวโทษว่าพี่อู๋สันดานไม่เคยเปลี่ยนเลย ทั้งๆที่พีให้โอกาสแก้ตัวรอบที่ร้อยแล้ว แต่ก็ยังทำให้พีเสียใจจนอาการกำเริบอีก บลา บลา บลา อู๋ คราวนี้มันเกินไปนะ พีกรีดลึกจนเอ็นเกือบขาด แทนที่จะแสดงความรับผิดชอบกลับลอยตัวเหนือปัญหา บลา บลา บลา พีอาการดีขึ้นแล้วแท้ๆแต่ต้องกลับมาทำร้ายตัวเองเพราะ บลา บลา บลา

บลา บลา บลา
บลา บลา
บลา

หลากหลายถ้อยคำตำหนิสาดใส่ผู้ปกครองของผมยิ่งกว่าปืนกล พี่อู๋ก็ช่างว่าง่าย ยืนเก็บมือเรียบร้อยและน้อมรับคำผิดที่ตัวเองไม่ได้ทำทุกอย่าง กอริลลาก้องผู้ขี้ขลาดได้แต่แก้ต่างแทนอยู่ในใจ คนพวกนี้ไม่รู้อะไรเลยเพราะไม่เคยเห็นว่าเวลาที่พวกเขาอยู่กันสองคน คุณพีรพัฒน์ผู้อ่อนหวานนั้นทำตัวประสาทแดกแค่ไหน สำหรับผม พี่อู๋ทำดีที่สุดแล้ว เขาทำเต็มที่ในส่วนของการดูแลคุณหมูพี แต่ส่วนของความรัก ผมไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนั้นยังตกตะกอนในใจของเขาหรือเปล่า

“นี่ครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่อู๋ทำให้พีเสียใจ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ดี อู๋ไม่อายบ้างเหรอถ้าคนอื่นรู้ว่าออฟเด็กมาเลี้ยงทั้งๆที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว”

คุณพ่อของคุณหมูพีพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆไม่ใส่อารมณ์ แววตาของเขาไม่แสดงออกว่าโมโหเหมือนในละครที่แม่ชอบดู แต่ความน่ากลัวนั้นมากจนพี่อู๋ถึงกับอึ้ง พูดอะไรต่อไม่ถูก ซักพักคุณแม่ของคุณหมูพีก็เริ่มร้องไห้ เธอบอกว่าผิดหวังในตัวพี่อู๋มาก ทั้งๆที่แม่รักและไว้ใจให้อู๋ดูแลพี ตลอดเวลาที่ผ่านมาพีมีอู๋คนเดียว เขารักอู๋ตลอด ทุ่มเททุกอย่างเพื่ออู๋ เขาผูกพันกับอู๋มาก ทำไมอู๋ทำแบบนี้กับลูกของแม่ ถ้าอู๋ไม่รักพีแล้วก็คืนพีให้พ่อกับแม่ดีกว่า อย่าทำร้ายน้ำใจพีอีกเลย

โห -- ถ้าจะมาเป็นบทขนาดนี้ ผมว่าส่งให้ผู้จัดละครซักช่องเอาไปทำละครเถอะ

แม่ของคุณหมูพีเล่นใหญ่จนทุกคนน้ำตาคลอยกเว้นกอริลลาก้องที่ยืนอยู่ด้านหลัง พี่อู๋เอาแต่พูดว่าขอโทษครับ ขอโทษครับแต่ไม่อธิบายอะไร เขาไม่ดันผมไปยืนข้างหน้าแล้วบังคับให้พูดขอโทษตามที่บอกไว้ แต่กลับใช้แผ่นหลังของตัวเองบังผมราวกับไม่อยากให้คำพูดเจ็บแสบพวกนั้นทำร้ายกอริลลาก้อง

พี่ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอก -- ผมนึกในใจ เพราะคำพูดพวกนั้นน่ะจิ๊บจ๊อยมากสำหรับผมเมื่อเทียบกับประโยคที่ป้าเพ็ญใช้ด่าพวกเบี้ยวหนี้เสียอีก ดังนั้นผมจึงขยับตัวไปยืนข้างพี่อู๋แล้วยกมือขอโทษเพื่อหยุดละครฉากนี้

“อย่าว่าพี่อู๋เลยครับ ผมผิดเอง ผมผิดที่พูดจาไม่ดีกับพี่หมูพี”

ผมแสดงความเสียใจออกมาตรงๆและแย่งซีนพี่อู๋ด้วยการเริ่มฉากใหม่ 

“ทั้งหมดเป็นความผิดของผมครับ ผมพูดจาสะกิดแผลใจพี่หมูพีจนเขาทำร้ายตัวเอง แต่ที่พูดไปเพราะผมหวังดี ผมอยากให้คุณหมูพีเข้าใจพี่อู๋และเลิกตีพี่อู๋ซักที”

สถานการณ์พลิกกลับเมื่อผมพูดคำว่าตีพี่อู๋ วิธีเปิดประโยคด้วยการขอโทษและปิดท้ายด้วยการเกริ่นในสิ่งที่คนนอกไม่เคยรู้คือการฟ้องโดยไม่ทำให้ภาพลักษณ์ดูแย่ แต่พอเห็นท่าทางเฉยชาของพวกเขาผมถึงตระหนักได้ว่าไม่มีใครไม่รู้เรื่องนี้

ครอบครัวและเพื่อนๆของคุณหมูพีต่างรับรู้ว่าเขาทำร้ายพี่อู๋มาตลอด แค่ไม่เคยรู้ว่ามันรุนแรงขนาดไหน

ผมถือโอกาสนี้บอกว่าผู้ปกครองของผมอดทนมามากจริงๆ พี่อู๋ทำดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำให้แฟนได้แล้ว ถ้าทุกคนรู้อยู่แก่ใจว่าคุณหมูพีอยู่ในภาวะไม่ปกติก็อย่าต่อว่าพี่อู๋อีกเลย พวกคุณคงรับรู้แค่ตอนที่คุณหมูพีทำร้ายตัวเองจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ตอนพี่อู๋เป็นฝ่ายโดนกระทำล่ะ พวกคุณเคยรู้บ้างไหม เคยมาเยี่ยมหรือสั่งให้คุณหมูพีขอโทษเหมือนที่สั่งพี่อู๋บ้างไหม

ก็ไม่เห็นเคยทำแบบนั้นเลยนี่

แล้วทำไมถึงกล้าเอาพรรคพวกมากดดันพี่อู๋ในขณะที่เขาแทบไม่เคยใช้ใครเป็นเครื่องมือทำร้ายคุณหมูพีเลยซักครั้ว ทำไมไม่แฟร์กับพี่อู๋บ้าง ทำไมไม่เห็นใจผู้ปกครองของนายก้องเกียรติบ้าง

“ลองดูมือพี่อู๋สิครับ”

ผมถือโอกาสดึงมือซ้ายที่มีรอยแผลเป็นของพี่อู๋ รอยเย็บตะปุ่มตะป่ำคือหลักฐานชั้นดีว่าสิ่งที่พี่อู๋ต้องเจอก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเหมือนกัน เขาทั้งโดนตบโดนตี บางครั้งถึงกับโดนเท้าถีบแต่พี่อู๋ไม่เคยบอกใครเลย เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเพื่อให้คุณหมูพีดูดีในสายตาของทุกคนตลอด เพราะฉะนั้นจะมาอ้างว่าพี่อู๋ทำให้คุณหมูพีเจ็บตัวฝ่ายเดียวคงไม่ถูก ต้องพูดว่าพวกเขาทำร้ายกันและกันต่างหาก แค่วันนี้พี่อู๋ขอเป็นฝ่ายไปไม่ได้แปลว่าพวกคุณจะชี้หน้าด่ายังไงก็ได้ ลองคิดดูสิว่าการที่คนคนหนึ่งหมดความอดทนกับคนรักที่คบมาเกือบสิบปีมันต้องหนักขนาดไหน คุณหมูพีต้องร้ายขนาดไหนพี่อู๋ถึงทนต่อไปไม่ไหว

ฉากการโต้วาทีในหัวข้อนายอู๋คือคนเหี้ยหรือไม่ถูกขัดขวางโดยนางพยาบาล เธอเดินออกจากห้องเพื่อแจ้งให้พวกเราทราบว่าคุณหมูพีตื่นแล้ว เขาบอกว่าอยากเจอแม่ ช่วยเข้าไปพบผู้ป่วยหน่อยนะคะ คุณแม่ของคุณพีรพัฒน์ขอบคุณเธอก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนานเกือบสิบนาที ซักพักก็ออกมาใหม่ก่อนจะเรียกพี่อู๋

“อู๋ พีมีเรื่องจะคุยด้วย”

ท่านบอก ผมได้แต่มองผู้ปกครองเดินเข้าห้องผู้ป่วยด้วยความเป็นห่วง ในใจหวังว่าจะไม่มีการรีเทิร์นหรือความอาลัยอาวรณ์ที่ยืดเยื้อและน่ารำคาญอีก แน่นอนว่าตลอดเวลาที่พี่อู๋อยู่ข้างใน กอริลลาก้องโดนสายตาจับจ้องเหมือนเป็นลิงประหลาด สายตาของพวกเขาไม่ได้จงเกลียดจงชังหรือดูถูกเหยียดหยาม ก็แค่มองมา มอง -- จนผมรู้สึกตัวเล็กลงเหมือนถูกบีบด้วยกำแพงที่มองไม่เห็น

พี่อู๋อยู่ในนั้นแค่ห้านาทีแล้วออกมา สีหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์หรือบ่งบอกอะไรเลยนอกจากยกมือไหว้ขอโทษพ่อแม่คุณพีรพัฒน์อีกครั้ง เหล่าเพื่อนๆของคุณหมูพีรีบเดินเข้าห้องพักผู้ป่วยเพื่อปลอบใจเพื่อนรัก แต่ผมว่าคงรีบไปเผือกว่าผลลัพธ์เป็นยังไงมากกว่าเพราะสีหน้าของบางคนดูอยากรู้อยากเห็นมากกว่าเป็นห่วงเพื่อน

ในขณะที่ละครฉากใหญ่กำลังดำเนินหน้าห้อง กอริลลาก้องคิดว่าผู้ปกครองคงขอโทษและขอโอกาสแก้ตัวอีกครั้งเพื่อดูแลลูกชายของพวกเขาแน่ๆ ผมมั่นใจว่าพี่อู๋รู้ดีว่ายังเลิกกับคุณหมูพีตอนนี้ไม่ได้ ไม่งั้นเขาจะฆ่าตัวตาย แล้วหัวใจของพี่อู๋ก็จะยิ่งเหวอะหวะขึ้นไปอีกหากมีคนใกล้ตัวตายด้วยวิธีนั้นในเวลาไล่เลี่ยกัน

“สรุปอู๋จะเอายังไงต่อไป? ยังรักพีเหมือนเดิมไหม?”

คุณพ่อของคุณพีรพัฒน์ถาม พี่อู๋นิ่งไปแค่ชั่วครู่แล้วยกมือขอโทษคุณพ่อคุณแม่ของอดีตคนรัก

“ผมกับพีตัดสินใจแล้วครับ”

เขาเลี่ยงการตอบว่ารักหรือไม่รัก

“ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ผมว่าเราเลิกกันดีกว่า”

ผิดคาดจากที่ผมคิดไว้ พี่อู๋บอกเลิกคุณหมูพีต่อหน้าพ่อแม่ของเขาอย่างเป็นทางการแล้ว

“หลังจากนี้ผมจะคืนหมูพีให้กับคุณลุงคุณป้าและจะไม่ยุ่งกับพีอีกตามที่ทุกคนสั่ง ขอโทษที่ไม่มีความอดทนมากพอนะครับ แต่ถ้าต้องอยู่กันแบบนี้ต่อไป ผมเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน”

พี่อู๋ยกมือไหว้เป็นครั้งสุดท้ายแต่ยังคงเก็บเรื่องร้ายๆที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ไว้กับตัวเอง เขาไม่บอกพ่อแม่คุณหมูพีเลยว่าเคยโดนอะไรมาบ้าง ไม่แม้แต่จะใส่อารมณ์หรือแสดงความหงุดหงิดออกมาให้เห็น จังหวะที่กำลังยกมือไหว้ขอตัวกลับ แม่ของคุณหมูพีก็พูดขึ้น

“จะเอาแบบนี้จริงๆเหรออู๋? คบกันมาสิบปี แต่จะทิ้งพีไปด้วยเหตุผลนี้จริงๆเหรอ?”

เธอมองมาที่กอริลลาก้องเป็นนัย เราต่างรู้ว่าคุณแม่ของคุณพีรพัฒน์หมายความว่ายังไง เธอไม่พอใจที่พี่อู๋เด็ดขาดถึงขนาดพูดตรงๆว่าจะไม่ยุ่งกับลูกชายของพวกเขาอีก บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร ในเมื่อพูดเองว่าถ้าไม่รักก็ให้คืนคุณหมูพีกลับสู่อ้อมอกพ่อแม่ แต่พอคืนให้จริงๆก็ไม่พอใจ แสดงออกชัดเจนว่าต้องการให้พี่อู๋อยู่ที่เดิมเพื่อลูกชายตนเอง

“พีอยู่ไม่ได้นะถ้าไม่มีอู๋”
“ผมทราบครับ” พี่อู๋ตอบ “แต่ผมก็อยู่ไม่ได้เหมือนกันถ้าพียังเป็นแบบนี้”
“แน่ใจเหรอว่าสาเหตุคือพี? ไม่ใช่คนอื่นเหรอที่ทำให้อู๋เปลี่ยนไป?”

พี่อู๋ส่ายหน้า เขายืนยันเสียงหนักแน่นว่าไม่ใช่ ไม่มีใครทำให้พี่อู๋เปลี่ยนไปทั้งนั้น ทุกอย่างเป็นเพราะเขาเบื่อที่คุณหมูพีชอบทำร้ายตัวเองเวลาไม่ได้ดั่งใจ หลังจากเอมตายไป เขาไม่มีความอดทนมากพอที่จะรับมือกับคนป่วยเหมือนเมื่อก่อน ถ้าคุณหมูพีทำร้ายพี่อู๋คนเดียว เขาอาจจะทนต่อไปได้ แต่เพราะคุณหมูพีทำร้ายกอริลลาก้อง นั่นต่างหากคือสิ่งที่พี่อู๋รับไม่ได้

ผู้ปกครองดึงผมไปยืนข้างหน้าแล้วชี้รอยบาดจากเศษจานให้พวกเขาดู ทั้งแขนและใบหน้า โดยเฉพาะตรงคางที่เหวอะกว่าจุดอื่นเป็นพิเศษ พี่อู๋พูดว่าเห็นแผลพวกนี้ไหมครับ ฝีมือของพีทั้งนั้น พีอายุจะสามสิบแล้ว แก่กว่าก้องตั้งเท่าไหร่แต่ทำไมทำกับเด็กได้ลงคอ ก้องอายุแค่สิบเจ็ดเอง แถมยังโดนพีสั่งให้ทำงานเหมือนเป็นคนใช้ส่วนตัวด้วยซ้ำ ก้องดีกับพีขนาดนี้ ทำไมต้องโหดร้ายกับเด็กจนเอาเศษกระเบื้องกรีดด้วย

“ลองคิดดูสิครับว่าถ้าพีโดนกรีดจนเหวอะแบบนี้ทั้งตัว พ่อกับแม่จะรู้สึกยังไง”

พี่อู๋พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนิดๆเมื่อพ่อกับแม่ของอดีตแฟนไม่คิดจะโทษลูกชายตัวเองเลย

“ผมเคยบอกพีแล้วว่าสิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือการทำร้ายเด็ก การที่ก้องไม่มีพ่อแม่ ไม่ได้หมายความว่าใครจะทำอะไรเขาก็ได้ เด็กทุกคนควรได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ ไม่มีเด็กคนไหนบนโลกสมควรโดนแบบนี้ ไม่มีใครสมควรโดนกรีดจนเหวอะเหมือนก้องทั้งนั้น”

คุณพ่อคุณแม่ของคุณหมูพีเงียบไปครู่ใหญ่ พวกเขามองมาที่นายก้องเกียรติสลับกับผู้ปกครองราวกับสื่อสารกันทางสายตา ผมว่าในประโยคพวกนั้นน่าจะมีความหมายมากกว่าที่พี่อู๋พูดเพราะสีหน้าคุณแม่ของคุณหมูพีเริ่มเปลี่ยนไปเหมือนสัมผัสได้ถึงนัยแฝงบางอย่าง

“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ผมกับก้องขอตัวกลับก่อนนะครับ สวัสดีครับ”

เขาพูดแค่นั้นแล้วจูงมือกอริลลาก้องที่กำลังยกมือจะสวัสดีไปลานจอดรถ ผมไม่รู้ว่าพี่อู๋เสียใจไหมเพราะใบหน้าของเขานั้นเรียบตึงไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาเลย นายก้องเกียรติรู้สึกปั่นป่วนไปหมด ลึกๆก็ดีใจที่คุณหมูบ้าจะไปให้พ้นๆจากชีวิตของเราเสียที แต่อีกใจก็เป็นห่วงผู้ปกครอง คนคบกันมาสิบปี ต่อให้สาเหตุที่เลิกกันจะมีเหตุผลขนาดไหน คงไม่มีใครพูดได้เต็มปากว่าไม่เสียใจที่ต้องเลิกรากันไปหรอก

 ปิ๊บๆ

พี่อู๋กดรีโมตปลดล็อครถแล้วขึ้นนั่ง กอริลลาก้องรีบตามไปติดๆ เราต่างคาดเข็มขัดนิรภัยโดยไม่พูดจากัน ไม่มีคำถาม ไม่มีการปลอบใจ ไม่มีการจับมือเพื่อให้กำลังใจทั้งนั้น ผมปล่อยให้พี่อู๋อยู่ในช่องว่างซักพัก เมื่อเขาพร้อม เขาจะบอกผมเอง เขาจะบอกนายก้องเกียรติเองว่าต้องการอะไร

“ก้องว่าพี่ผิดมากเลยเหรอที่บอกเลิกพี?”

พี่อู๋ถามลอยๆเหมือนไม่จริงจัง เขาสตาร์ทรถแต่ยังไม่ขับออกจากลานจอด ใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึกค่อยๆหันมาทางผม กอริลลาก้องส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“พี่ทำดีที่สุดแล้วครับ”

ผมพูดแค่นั้น ไม่ได้ให้คำตอบชัดเจนว่าผิดหรือไม่ผิดตามที่เขาขอความเห็น พี่อู๋ไม่ถามอะไรอีกนอกจากดึงเบรกมือลงแล้วออกรถ เราเลี้ยวออกจากโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกอึมครึม มันทั้งอึดอัดทั้งหม่นเศร้าจนผมต้องถือวิสาสะเปิดวิทยุเพื่อไม่ให้ห้องโดยสารเงียบเกินไป ตอนแรกทุกอย่างไปได้ด้วยดี พี่อู๋ดูผ่อนคลายขึ้นเมื่อได้ฟังเพลงของบรูโน่ มาร์ส แต่พอสถานีเล่นเพลงอย่าบอกของอะตอม ชนกันต์ บรรยากาศก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อถึงท่อนเพลงที่ว่า --

อย่าบอกว่าเธอเสียใจ
คนที่เสียใจวันนี้ต้องเป็นฉัน


ผู้ปกครองของผมที่เคยเข้มแข็งมาตลอดหลายชั่วโมงก็น้ำตาไหลอาบแก้มทันที




กว่าเราจะฝ่าแยกรัชดาลาดพร้าวที่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างมาได้ ก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง กับข้าวเมื่อตอนเช้าเริ่มส่งกลิ่นบูดเปรี้ยวจนต้องเททิ้งและล้างทำความสะอาด ผมถามพี่อู๋ว่าอยากกินอะไรหน่อยไหม เขาก็ส่ายหน้าแล้วขอตัวไปอาบน้ำ

ผมไม่ยื้อหรือคะยั้นคะยอให้พี่อู๋กินข้าวเย็น ผมแค่ปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเองเกือบชั่วโมง พี่อู๋เก็บตัวในห้องนอนใหญ่นานมาก เขาเงียบจนผมเริ่มเป็นห่วงจึงลองเปิดประตูเข้าไป ผมเห็นคุณอุรัสยาผู้เคยร่าเริงกำลังนอนพิจารณาเพดาน ข้างๆคือสมาร์ทโฟนที่เปิดแอปพลิเคชันเฟสบุ๊กทิ้งเอาไว้ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสือก แต่เพราะหน้าจอมันใหญ่เอง ผมก็เลยเห็นสเตตัสด่าพี่อู๋แบบลอยๆอยู่ในหน้าฟี้ดที่ติดแฮชแท็กว่า --

#หมดรักก็พูดตรงๆ #อย่าตอแหลว่าไม่ชอบคนทำร้ายเด็ก

ตอนนี้เรื่องคงถึงหูพวกเพื่อนๆของพวกเขาหมดแล้วแน่ๆ พี่อู๋โดนด่าเละเพราะไม่มีใครเปิดใจฟังความจากฝั่งเขาเลย

“มีอะไรหรือเปล่าก้อง?”

พี่อู๋ถาม ผมตอบว่าเปล่าครับ แค่จะเอาสบู่ก้อนใหม่มาเติมแล้วแสร้งเดินเข้าห้องน้ำ ผมทำเป็นจัดนั่นจัดนี่อีกชั่วครู่ก่อนจะออกมา หน้าจอไอโฟนมืดสนิทแล้ว มันมืดเหมือนแววตาของพี่อู๋ในตอนนี้เลย

“พี่อู๋รู้ไหมว่าอะไรดีกว่ายานอนหลับ?”

ผมถาม คุณอุรัสยาเลิกคิ้วแล้วหันมามอง เขาพูดสั้นๆว่ากัญชา ผมจึงตอบว่าไม่ใช่

“งั้นอะไรล่ะ?”

พี่อู๋ถามต่อด้วยท่าทางเหมือนต้นไม้ใกล้ตาย เหมือนผมในคืนแรกของงานศพแม่ เหมือนตอนที่กอริลลาก้องรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่มีที่ให้ยืนอีกแล้ว ดังนั้นผมจึงขยับเข้าไปใกล้เตียง ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นแล้วจ้องตาพี่อู๋เพื่อบอกเขาว่ายังมีที่ว่างเล็กๆอยู่ตรงนี้ ในห้องนอนของเขา พี่อู๋สามารถแสดงออกได้ว่ารู้สึกยังไง ยิ่งเห็นท่าทีของผม พี่อู๋ก็ยิ่งประหลาดใจ เขายีหัวกอริลลาก้องจนฟูยุ่งก่อนจะถามเซ้าซี้ว่าบอกมาสิว่าอะไรดีกว่ายานอนหลับ อะไรที่จะช่วยให้เขาหลุดจากภาวะตรงนี้ได้

“การร้องไห้ครับ” ผมเฉลยแล้วจับมือผู้ปกครองเบาๆ “ร้องออกมาเถอะครับ มันดีกว่ายานอนหลับที่พี่ขโมยไปจากผมอีกนะ”

พี่อู๋บอกว่าพี่ไม่เป็นไรหรอก พี่โอเคแล้ว ดีเสียอีกที่จบๆกันซักที ดังนั้นผมจึงบีบมือเขาเบาๆแล้วเดินออกจากห้อง แสร้งทำเป็นว่าไปหาอะไรกินทั้งๆที่ยังยืนหลบอยู่หลังบานประตู แค่ก้าวเท้าออกจากพื้นที่เล็กๆของเขาไม่กี่วินาที เสียงสะอื้นก็ดังขึ้น พี่อู๋ร้องไห้คร่ำครวญยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เขาครางเสียงเล็กแหลม เขาสะอื้นโฮ เขาหอบหายใจไม่เป็นจังหวะ ขณะที่ผมยืนฟังเสียงของพี่อู๋ด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน นายก้องเกียรติก็ตระหนักได้ว่าผู้ปกครองที่น่าสงสารกลายเป็นกอริลลาเต็มตัวไปเสียแล้ว



TBC

----------------------------------------------



#เขาบอกผมว่าไม่ใช่วันนี้



สวัสดีปีใหม่ 2019 ค่า ขอให้เป็นปีที่ดี ถูกหวยรวยฟ้าผ่ากันทุกคนเลยนะคะ ♥
มาช้าแต่มาเยอะเป็นพิเศษ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์เช่นเคย หากมีคำติชมสามารถคอมเม้นต์ได้ตลอดเลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจน้า ถือว่าเป็นการช่วยกันให้นิยายดีขึ้น อีกเรื่องที่อยากขอบคุณคือกำลังใจน่ารักๆจากนักอ่าน มันทำให้นิยายเรื่องนี้มีตอนถัดไปจริงๆค่ะ ในปี 2019 อาจมีเรื่องมากมายเกิดขึ้น จนกว่าจะถึงวันนั้น ช่วยรับฟังหนูและอยู่ด้วยกันจนกว่านิยายจะจบด้วยนะคะ ;-; ♡



ด้วยรัก
Ms.Ambiguous
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2019 22:54:27 โดย ambiguous95 »

ออฟไลน์ rockiidixon666

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 760
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-3
เย้ๆมาแล้ว คิดถึงน้องก้องจัง สวัสดีปีใหม่ค่ะ  :L1:
ตอนนี้สงสารพี่อู๋มากกกกกกกกก มันคงถึงที่สุดแล้วจริงๆ สงสัยจริงว่าทนมาได้ยังไงตั้งนาน
แต่ก็ดีที่ได้ตัดขาดจากหมีพูจริงๆสักที (หวังว่าจะไม่รีเทิร์นนะ)
หลังจากนี้หวังว่าทั้งสองคนจะดีขึ้นน้าา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-01-2019 20:51:08 โดย rockiidixon666 »

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 452
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +164/-9
    • Twitter
อ่านตอนนี้สงสารก้องมาก ต้องไปหลบในตู้เสื้อผ้าเพราะฤทธิ์ของโรคกำเริบ กลัวว่าจะโทษตัวเองไปมากกว่านี้
ยังดีที่พี่อู๋พูดดีไม่ทำให้น้องคิดมาก พอมาพาร์ทพี่อู๋ ไม่รู้ว่าใครทุกข์มากกว่ากัน ตกลงนี่จะเป็นการเลิกกันจริงๆ ใช่ไหม
อยากให้หยุดระหว่างพี่อู๋และหมูพีจริงๆ ถ้าเป็นเรา เราก็คงเป็นประสาทแน่ๆ
และตอนนี้เป็นตอนที่เราอยากให้ก้องออกไปจากชีวิตพี่อู๋จริงๆ ปกติไม่แนะนำหรือเห็นด้วยกับเด็กที่ออกจากบ้าน
แต่ก้อง เราอยากให้ไปค่ะ ไปอยู่วัดก็ได้ลูก

ออฟไลน์ ลิงภูเขา

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 816
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-4
อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงคำๆนึง
"มนุษย์ทุกคนล้วนเห็นแก่ตัว"
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคบกันมาได้ยังไงตั้งเป็นสิบปี 55555

ไม่ลืมที่จะบอกว่า น้องบ่นในใจได้น่ารักที่สุดจริงๆ กระทั่งตอนหลบในตู้ ก็ยังรู้สึกขำ .. ขำทั้งที่อยากจะร้องไห้นั่นแหละ สงสารน้อง

สวัสดีปีใหม่คนเขียนนะฮับ

ออฟไลน์ Supparang-k

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1908
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-3
ต่างคนต่างคิดว่าตัวเองทำถูกและดันความผิดใดๆออกจากตัว  เข้าใตเลยว่าอู๋ต้องรับความกดดันขนาดไหนจากฝั่งของพี คือเขาไม่รับรู้หรอกว่าลูกหลานหรือเพื่อนตัวเองผิด มองแค่ว่าคนอื่นต่างหากที่ผิด ถถถ...กอลิล่าก้องเมื่อไหร่จะได้อยู่อย่างสงบ

ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2665
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
กอลิล่า 2 ตัว อยู่ด้วยกัน

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
และเรื่องนี้ก็มีกอริลล่าสองตัว  :sad4:

ออฟไลน์ Loverouter

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 446
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +471/-12
สงสารน้องก้อง แอบสงสารพี่อู๋นิดนึง แต่ลึกๆ แล้วพี่อู๋ยังรักหมูพีรึเปล่า อ่านตอนน้องก้องแอบในตู้แล้วใจโหวงเหวงเลย น่างสงสารมากลูกกกก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด